เอกสารอ้างอิง
1. Muangchana C, Chunsuttiwat S, Rerks-Ngarm S, Kunasol P. Bacterial meningitis incidence
in Thai children estimated by a rapid assessment tool (RAT). Southeast Asian J Trop Med
Public Health 2009 May;40:553-62.
2. Chongmelaxme B, Hammanee M, Phooaphirak W, Kotirum S, Hutubessy R, Chaiyakunapruk
N. Economic evaluations of Haemophilus influenzae type b (Hib) vaccine: a systematic
review. J Med Econ 2017;20:1094-1106.
3. Kotirum S, Muangchana C, Techathawat S, Dilokthornsakul P, Wu DB, Chaiyakunapruk
N. Economic Evaluation and Budget Impact Analysis of Vaccination against Haemophilus
influenzae Type b Infection in Thailand. Front Public Health. 2017;5:289
4. Lolekha S, Hiranchote A, Simasathien S. Safety and immunogenicity of combined or
associated administration of PRP-T vaccine with diphtheria, tetanus and pertussis vaccine
in Thai Children. J Trop Pediatr 2001;47:24-9.
5. Poovorawan Y, Theamboonlers A, Sanpavat S, et al. Comparison study of combined
DTPw-HB vaccines and separate administration of DTPw and HB vaccines in Thai children.
Asian Pac J Allergy Immunol 1999;17:113-20.
6. Kanra G, Kara A, Demiralp O, et al.Safety and immunogenicity of a new fully liquid
DTPw-HepB-Hib combination vaccine in infants. Hum Vaccin 2006;2:155-60
7. Bar-On ES, Goldberg E, Hellmann S, Leibovici L.Combined DTP-HBV-HIB vaccine versus
separately administered DTP-HBV and HIB vaccines for primary prevention of diphtheria,
tetanus, pertussis, hepatitis B and Haemophilus influenzae B (HIB).Cochrane Database
Syst Rev. 2012 Apr 18;(4):CD005530. doi: 10.1002/14651858.CD005530.pub3
8. Gatchalian S, Reyes M, Bernal N, Lefevre I, David MP, Han HH, et al. new DTPw-HBV/Hib
vaccine is immunogenic and safe when administered according to the EPI (Expanded
Programme for Immunization) schedule and following hepatitis B vaccination at birth.Hum
Vaccin 2005;1:198-203.
136 ตําราวคั ซีนและการสร้างเสริมภูมคิ ุ้มกันโรค
ปี 2562
6.6 วัคซีนป้องกนั โรคโปลิโอ (ไข้ไขสันหลังอกั เสบ โปลโิ อ) บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
บทที่ (Poliomyelitis vaccine: OPV, IPV)
บทนำ� และระบาดวทิ ยา
เชอื้ โปลโิ อเป็นไวรสั ชนดิ single-stranded RNA ไมม่ เี ปลอื กหมุ้ จดั อยใู่ น Family Picornaviridae,
Genus Enterovirus มี 3 ชนิดคือ ซีโรทปั ย์ 1, 2 และ 3 เชือ้ จะอาศยั อยใู่ นลำ� ไสแ้ ละถกู ขบั ถ่ายออกมากบั
อจุ จาระของผปู้ ่วย การตดิ เชือ้ เกิดในมนษุ ยเ์ ทา่ นนั้ ตดิ ตอ่ จากคนสคู่ นผา่ นทางอาหารหรอื นำ้� ท่ีปนเปื้อนเชือ้
ระยะฟักตวั หลงั จากท่ีไดร้ บั เชือ้ เฉล่ยี ประมาณ 7-14 วนั 1 (3-35 วนั ) ผตู้ ดิ เชือ้ มากกวา่ รอ้ ยละ 95 จะไม่
แสดงอาการ สำ� หรบั อาการเจ็บป่วยเลก็ นอ้ ยและไมเ่ ฉพาะเจาะจง เชน่ ไข้ ปวดศีรษะ คล่นื ไส้ อาเจียน
ปวดตน้ คอ หรอื คอแข็งจากเย่ือหมุ้ สมองอกั เสบ พบไดร้ อ้ ยละ 5 และประมาณรอ้ ยละ 0.1-2 เทา่ นนั้ ท่ีจะ
มีอาการอมั พาตของแขนขาแบบเฉียบพลนั (Acute Flaccid Paralysis, AFP) ปวดกลา้ มเนือ้ กลา้ มเนือ้ ลบี
และอาจเกดิ อมั พาตของระบบหายใจทำ� ใหเ้ สยี ชวี ติ ได2้ ฉะนนั้ หากพบวา่ มเี ดก็ ป่วยเป็นอมั พาตจากเชอื้ โปลโิ อ
1 ราย แสดงวา่ อาจมเี ดก็ อกี ประมาณ 100-200 รายท่ไี ดร้ บั เชือ้ โปลโิ อ และสามารถแพรเ่ ชือ้ โปลโิ อไดอ้ ยา่ ง
รวดเรว็ โดยเฉพาะในเด็กเล็กท่ียงั ไม่ไดร้ บั วคั ซีนหรือยงั ไม่มีภมู ิคมุ้ กนั ต่อโรคโปลิโอ ซ่งึ อาจขบั ถ่ายเชือ้
ออกมากบั อจุ จาระไดน้ านหลายสปั ดาห์ นอกจากการรบั วคั ซีนโปลิโอแลว้ ยงั มีวิธีการปอ้ งกนั การแพร่
กระจายเชือ้ เชน่ การขบั ถ่ายลงสว้ มท่ีถกู สขุ ลกั ษณะเพ่ือปอ้ งกนั ไมใ่ หเ้ ชือ้ โปลโิ อแพรก่ ระจายสแู่ หลง่ นำ้�
ธรรมชาติ การลา้ งมือบอ่ ยๆเม่ือปนเปื้อนหรอื สกปรก ลา้ งมือทกุ ครงั้ ก่อนรบั ประทานอาหารและนม รวม
ทงั้ หลงั การขบั ถ่ายทกุ ครงั้
โปลิโอเป็นโรคท่ีก่อใหเ้ กิดความพิการและเสียชีวิตเป็นจำ� นวนมาก ในอดีตช่วงก่อนท่ีจะเร่ิม
โครงการกวาดลา้ งโปลโิ อ พบมีเดก็ ป่วยเป็นโรคโปลโิ อมากกวา่ 350,000 รายในแตล่ ะปี ใน 125 ประเทศ
ท่วั โลก ในปี พ.ศ. 2531 องคก์ ารอนามยั โลกไดป้ ระกาศนโยบายท่ีจะกวาดลา้ งโรคโปลโิ อใหห้ มดไปในปี
พ.ศ. 2543 แมว้ า่ การดำ� เนนิ งานกวาดลา้ งโรคโปลโิ อจะยงั ไมบ่ รรลเุ ปา้ หมายตามท่ไี ดก้ ำ� หนดไว้แตก่ ท็ ำ� ให้
โรคโปลโิ อลดลงอยา่ งมากจนเกือบหมดไป ปี พ.ศ. 2560 มีรายงานโปลโิ อเพียง 17 รายจาก 2 ประเทศท่ี
ยงั มีการระบาดของโรคอยู่ คือ ปากีสถาน และอฟั กานิสถาน3 ซง่ึ สว่ นใหญ่จะเกิดจากการติดเชือ้ โปลิโอ
ซีโรทยั ป์ 1 และ 3 ยงั มีงานท่ีตอ้ งทำ� อีกมาก เพ่ือใหถ้ งึ เปา้ หมายในการกวาดลา้ งโปลโิ อใหห้ มดไป
ประเทศไทยมีการระบาดของโรคโปลโิ อครงั้ แรกในปี พ.ศ. 2495 มีผปู้ ่วย 425 คน ตงั้ แตม่ ีการ
กำ� หนดใหห้ ยอดวคั ซีนโปลโิ อแก่เดก็ ครอบคลมุ ท่วั ประเทศตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2525 ความครอบคลมุ ของการ
ไดร้ บั วคั ซีนมากกว่ารอ้ ยละ 90 และเนน้ การเฝา้ ระวงั โรคและกล่มุ อาการอมั พาตอ่อนปวกเปียกแบบ
เฉียบพลนั ในเดก็ อายตุ ่ำ� กวา่ 15 ปีอยา่ งเขม้ ขน้ ตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2535 ทำ� ใหอ้ บุ ตั กิ ารณข์ องโรคนีล้ ดลงอยา่ งมาก
แตย่ งั คงมีผปู้ ่วยโรคโปลโิ อประปรายประมาณ 1-2 รายตอ่ ปี ในปี พ.ศ. 2537 คณะกรรมการกวาดลา้ ง
โรคโปลโิ อจงึ ไดด้ ำ� เนนิ การรณรงคใ์ หว้ คั ซนี เสรมิ แกเ่ ดก็ ท่วั ประเทศ ทำ� ใหป้ ระสบความสำ� เรจ็ ในการกวาดลา้ ง
โรคโปลิโอในประเทศไทย โดยพบผูป้ ่ วยท่ีเกิดจากเชือ้ โปลิโอซีโรทัยป์ 1 รายสุดทา้ ยในจังหวัดเลย
เม่ือเดือนเมษายน ปี พ.ศ. 25404 อยา่ งไรก็ตามประเทศไทยยงั คงมีความเส่ยี งท่ีจะนำ� เชือ้ โปลโิ อเขา้ มา
ในประเทศไดต้ ลอดเวลา เน่ืองจากอาจมีผเู้ ดนิ ทางจากประเทศท่ียงั มีการระบาดเขา้ มา ดงั นนั้ ส่งิ สำ� คญั
ตําราวัคซีนและการสรา้ งเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรค 137
ปี 2562
ในการดำ� เนนิ งานตาม 4 มาตรการหลกั ในการกวาดลา้ งโรคโปลโิ อยงั คงมคี วามจำ� เป็นอยา่ งย่งิ ทงั้ ในเรอ่ื ง
ความครอบคลมุ การไดร้ บั วคั ซนี ครบ 3 ครงั้ ในเดก็ 1 ปี และการเฝา้ ระวงั ผปู้ ่วยอมั พาตออ่ นปวกเปียกแบบ
เฉียบพลนั (AFP) การเกบ็ อจุ จาระสง่ ตรวจหาเชือ้ โปลโิ อ เป็นการยนื ยนั ใหท้ ราบวา่ ประเทศไทยปลอดจาก
เชือ้ โปลโิ อ ในปี พ.ศ. 2558 มีผปู้ ่วย AFP ในเดก็ อายตุ ่ำ� กวา่ 15 ปี จำ� นวน 183 ราย5 คดิ เป็นอตั รา 1.53
ตอ่ แสนประชากร ซง่ึ ต่ำ� กวา่ เกณฑม์ าตรฐานในท่ีตอ้ งการใหร้ ายงานไมน่ อ้ ยกวา่ 2 ตอ่ แสนประชากร <15 ปี
การเก็บอจุ จาระสง่ ตรวจหาเชือ้ ไวรสั โปลโิ อในผปู้ วย AFP ใหไ้ ด้2 ตวั อยา่ งภายใน 14 วนั หลงั เรม่ิ มีอาการ
อมั พาตไดเ้ พียงรอ้ ยละ 656 (เกณฑท์ ่ีกำ� หนดคือ ไมน่ อ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 80) ผลการดำ� เนินงานนีต้ กต่ำ� กวา่ ปี
ท่ีผา่ นมาจากหลายปัจจยั ซง่ึ ไดพ้ ยายามปรบั ปรุงในปี 2559 อตั รารายงาน AFP เพ่มิ เป็น 243 (2.10 /แสน)
ซง่ึ ตอ้ งรกั ษาระดบั ใหไ้ ดต้ อ่ ไป สง่ ผลใหป้ ระเทศไทยยงั มีความเส่ยี งท่ีเชือ้ ไวรสั โปลโิ ออาจเขา้ มาในประเทศได้
เน่ืองจากยงั ขาดประสิทธิภาพในการตรวจจบั เชือ้ ไวรสั โปลิโอและการหาความผิดปกติท่ีเกิดขนึ้ ไดอ้ ยา่ ง
รวดเรว็ และทนั ทว่ งที
ชนิดของวคั ซีน
วคั ซีนท่ีใชแ้ พรห่ ลายมีอยู่ 2 ชนิด คือ
1. ชนิดรบั ประทาน (OPV, Sabin) : attenuated live oral poliomyelitis vaccine
2. ชนิดฉีด (IPV, Salk) : inactivated poliomyelitis vaccine
1. Oral Poliomyelitis Vaccine (OPV)
เป็นวคั ซีนท่ีเตรยี มจากเชือ้ ไวรสั โปลโิ อท่ียงั มีชีวติ ท่ีถกู ทำ� ใหอ้ อ่ นฤทธิ์ลง ไมก่ ่อใหเ้ กิดโรคในผทู้ ่ี
มีภมู ิคมุ้ กนั ปกติ เป็นวคั ซีนรวมเชือ้ ทงั้ 3 ซีโรทยั ป์ (ซีโรทยั ป์ 1,2 และ 3) ใหโ้ ดยการรบั ประทานซง่ึ เป็นการ
เลียนแบบของการติดเชือ้ โรคนีต้ ามธรรมชาติ ทำ� ใหร้ า่ งกายเกิดภมู ิคมุ้ กนั ไดเ้ รว็ และอย่ไู ดน้ าน รวมทงั้
ทำ� ใหเ้ กิดภมู คิ มุ้ กนั เฉพาะท่ีตอ่ เชือ้ ไวรสั โปลโิ อท่ีเย่ือบใุ นลำ� คอและลำ� ไสด้ ว้ ย ซง่ึ จะชว่ ยยบั ยงั้ การแพรเ่ ชือ้
และการระบาดของโรคไดร้ วดเรว็ 7-8 จงึ เป็นวคั ซนี ท่ใี ชใ้ นการรณรงคเ์ พ่อื กวาดลา้ งโปลโิ อใหห้ มดไปจากโลก
อยา่ งไรก็ตามขอ้ เสยี ของวคั ซีนคือผลขา้ งเคียงจากการท่ีเป็นเชือ้ ไวรสั ท่ีมีชีวิต ถงึ แมจ้ ะทำ� ใหอ้ อ่ นฤทธิ์ลง
แต่อาจทำ� ใหเ้ กิด vaccine associated paralytic poliomyelitis (VAPP) หรือเกิดการกลายพนั ธุแ์ ละ
กอ่ ใหเ้ กิดโรคได้(vaccine derived polio virus: VDPV) ดงั นนั้ เม่ือโรคโปลโิ อในธรรมชาตหิ มดไป โรคโปลโิ อ
ท่ีเกิดในภายหลงั เกิดจากวคั ซีน OPV ทงั้ สนิ้ จงึ จำ� เป็นตอ้ งหยดุ ใชว้ คั ซีน OPV และมาใชว้ คั ซีน IPV แทน
ในช่วงเปล่ียนผ่านนี้ ไดม้ ีการหยดุ การใช้ OPV serotype 2 เพราะเป็น serotype ท่ีไม่พบในธรรมชาติ
มาแลว้ ตงั้ แตป่ ี 1999 และเป็น serotype ท่ีทำ� ใหเ้ กิด VDPV มากท่ีสดุ OPV ในปัจจบุ นั จงึ เหลือแต่ serotype 1
และ 3 (bivalent) คาดวา่ สายพนั ธุ์ serotype 3 ก็จะหมดไปโดยเรว็ โดยมีรายงานผปู้ ่วยรายสดุ ทา้ ยในปี ค.ศ.2012
ในหลายประเทศท่ีกวาดลา้ งโปลโิ อหมดไปแลว้
ในปัจจบุ นั วคั ซีนนีม้ ีท่ีใชใ้ นแถบประเทศท่ียงั มีการระบาดของโรคนี้ ในบางประเทศท่ีไม่มีการ
รายงานของโปลิโอแลว้ เช่น สหรฐั อเมริกา และยโุ รป ไดเ้ ลิกใชว้ คั ซีนนีแ้ ลว้ แต่ใช้ IPV แทนทงั้ หมด2
สำ� หรบั ประเทศไทยยงั มคี วามจำ� เป็นตอ้ งใช้OPV อยู่ เพราะยงั มคี วามเสย่ี งในการระบาดของโปลโิ อในภมู ภิ าค
ใกลเ้ คียง
138 ตาํ ราวคั ซนี และการสรา้ งเสริมภูมิคุม้ กนั โรค
ปี 2562
ส่วนประกอบของวัคซีน
วคั ซีน OPV ไดจ้ ากการเพาะเลยี้ งเชือ้ ไวรสั โปลโิ อใน primary monkey kidney cell หรอื MRC-
5 cell ในแตล่ ะโด๊สของวคั ซีน OPV มีสว่ นประกอบ ดงั นี6้
Poliovirus vaccine serotype แ31ล((ะssttnrraaeiionnmLLyeSco.incn,,ใ12น2ปaabร,มิ)bาไ)มณไน่มนอ้น่ อ้ ยอ้ ยกยมวกาา่ วกา่1(,60<002005,,00ไ0ม000โคTTรCCกIIรDDมั 55)00
Poliovirus vaccine serotype
นอกจากนีย้ งั มี streptomycin
ปัจจบุ นั มีบรรจใุ นแบบ multiple dose นอกจาก bivalent ยงั มี monovalent OPV (mOPV)
ของแตล่ ะสายพนั ธุ์ ซง่ึ จะใชใ้ นชว่ งท่เี กิดการระบาดของ สายพนั ธนุ์ นั้ ๆ โดยจะใหผ้ ลตอบสนองตอ่ สายพนั ธุ์
ท่ีระบาดนนั้ ดกี วา่ แบบ bivalent OPV ไมม่ ี combined vaccine อยา่ งไรก็ตามสามารถใหพ้ รอ้ มกบั วคั ซนี
อ่ืนได้ เชน่ BCG, DTP, HBV, Measles, Hib และ rota ไดอ้ ยา่ งปลอดภยั
สำ� หรบั ในประเทศไทย มีการเปล่ยี น trivalent OPV เป็น bivalent OPV ในเดอื นเมษายน พ.ศ.2559
เพ่ือใหส้ อดคลอ้ งกบั แผนการดำ� เนินงานกวาดลา้ งโปลโิ อใหห้ มดไปจากโลก (Global Polio Eradication)
2. Inactivated Poliomyelitis Vaccine (IPV) บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
เป็นวคั ซีนท่ีทำ� จากเชือ้ ไวรสั โปลโิ อท่ีตายแลว้ สามารถใหใ้ นคนท่ีมีภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ งได้ แตม่ ี สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
ราคาสงู กวา่ ชนดิ รบั ประทาน วคั ซนี ท่ขี ายในประเทศไทยในปัจจบุ นั เป็นวคั ซนี โปลโิ อท่ไี ดจ้ ากการเพาะเชือ้
ใน Vero cell line (ตน้ ตอมาจากเซลลจ์ ากไตของ African green monkey) หรอื MRC5 diploid cell แลว้
ทำ� ใหต้ ายโดยความรอ้ นและ formaldehyde มี aluminium hydroxide เป็น adjuvant วคั ซนี IPV สว่ นใหญ่
ท่ีมีจำ� หนา่ ย เป็นชนิดวคั ซีนรวมกบั DTP โดยหลกั การแลว้ จงึ มี ความปลอดภยั กวา่ OPV ทำ� ใหม้ ีภมู ิคมุ้ กนั สงู
เฉพาะในกระแสเลือด ปัจจบุ นั จะอย่ใู นรูปวคั ซีนรวมและวคั ซีนเด่ียว ในประเทศท่ีกวาดลา้ งโปลิโอแลว้
ใช้ IPV เป็นวคั ซีนหลกั แทน OPV เน่ืองจากปลอดภยั กวา่ แตว่ คั ซีนยงั มีราคาสงู
วคั ซีน IPV ใน 1 โด๊ส ประกอบดว้ ยไวรสั โปลโิ อ
serotype 1 (Mahoney) 40 D antigen units
serotype 2 (MEF-1) 8 D antigen units
serotype 3 (Saukett) 32 D antigen units
นอกจากนีย้ งั มี phenoxyethanol, streptomycin, neomycin และ polymyxin-B ในปรมิ าณ
เลก็ นอ้ ย และมี aluminium hydroxide เป็น adjuvant
ตาํ ราวคั ซนี และการสร้างเสริมภมู คิ ุ้มกันโรค 139
ปี 2562
รูปแบบ IPV ชนิดวัคซนี รวม
วัคซนี บริษัท วัคซนี ทร่ี วม
Tetraxim Sanofi Pasteur DTaP, IPV
Pentaxim , Pediacel Sanofi Pasteur DTaP, IPV, Hib
Hexaxim Sanofi Pasteur DTaP, IPV, Hib, HB
ADACEL – Polio Sanofi Pasteur Tdap, IPV
Infanrix IPV GlaxoSmithKline DTaP, IPV
Infanrix IPV/Hib GlaxoSmithKline DTaP, IPV, Hib
Infanrix Hexa GlaxoSmithKline DTaP, IPV, Hib, HB
Boostrix - Polio GlaxoSmithKline Tdap, IPV
ขนาดและวธิ ีใช้
ปัจจบุ นั ประเทศไทย มวี คั ซนี ใชท้ งั้ 2 แบบ อยา่ งไรกต็ ามวคั ซนี ท่อี ยใู่ นตารางสรา้ งเสรมิ ภมู คิ มุ้ กนั
โรคของประเทศ ในขณะนีย้ งั คงเป็น OPV และให้ IPV เพียง 1 ครงั้ เม่ืออายุ 4 เดือน รว่ มกบั OPV วคั ซีน
รวมดงั ตาราง เป็นวคั ซีนทางเลอื ก
วัคซนี OPV ใหโ้ ดยการรบั ประทาน ขนาดโด๊สละ 0.1-0.5 มล. (2-3 หยด แลว้ แตบ่ รษิ ัทผผู้ ลติ )
การใหว้ คั ซนี OPV ในกรณีท่ีขวดเป็นหลอดพลาสตกิ ขนาดบรรจคุ รงั้ ละหลายโดส๊ (multiple doses) ควรตอ้ ง
ระวงั มิใหป้ ากขวดสมั ผสั กบั ปากเดก็ เพราะอาจเกิดการปนเปื้อนเชือ้ จากเดก็ คนหนง่ึ ไปสเู่ ดก็ อีกคนหนง่ึ ได้
ในกรณีท่ีเป็นหลอดแกว้ (ampule) ขนาดบรรจุ 1 โด๊ส (single dose) เม่ือหกั หลอดแลว้ ควรเทลงในชอ้ น
แลว้ ปอ้ นใหแ้ ก่เดก็ ไมค่ วรหยดจากหลอดแกว้ ลงปากเดก็ โดยตรง เพราะหลอดแกว้ อาจจะบาดปากเดก็ ได้
วัคซนี IPV ใหโ้ ดยการฉีดเขา้ กลา้ มเนือ้ ทงั้ ชนิดรวมกบั วคั ซีน DTP และชนิดเด่ียว ใหฉ้ ีดเขา้
กลา้ มเนือ้ บรเิ วณก่งึ กลางตน้ ขาดา้ นหนา้ คอ่ นไปดา้ นนอก หรอื ฉีดเขา้ กลา้ มเนือ้ บรเิ วณตน้ แขน
บคุ คลท่ีควรได้รบั วัคซนี และอายุที่ควรรับวัคซนี
เดก็ ทกุ คนควรไดร้ บั วคั ซีนโปลโิ อ ในเดก็ ท่ีแข็งแรงปกตจิ ะให้ OPV หรอื IPV ก็ได้ แตถ่ า้ เป็นเดก็
ท่ีมีภมู ิคมุ้ กนั ผิดปกติ หรอื อยใู่ นบา้ นเดียวกบั ผทู้ ่ีมีภมู ิคมุ้ กนั ผิดปกติ ตอ้ งใช้ IPV เทา่ นนั้
วัคซนี OPV มกั ใหพ้ รอ้ มกบั วคั ซีน DTP การใหช้ ดุ แรกควรให้4 ครงั้ เม่ืออายปุ ระมาณ 2, 4, 6 เดือน
และ ครงั้ ท่ี 4 เม่ืออายปุ ระมาณ 18 เดือน และใหว้ คั ซีนเสรมิ กระตนุ้ อีกครงั้ ซง่ึ เป็นการใหค้ รงั้ ท่ี 5 เม่ือ อายุ
4-6 ปี
เดก็ ท่ไี มไ่ ดร้ บั วคั ซนี ในขวบปีแรก ควรใหว้ คั ซนี รบั ประทาน 3 ครงั้ เวน้ ระยะหา่ งแตล่ ะครงั้ 2 เดอื น
และครงั้ ท่ี 4 อีก 6 เดือน ถงึ 1 ปีถดั มา และใหก้ ระตนุ้ อีกครงั้ เป็นครงั้ ท่ี 5 เม่ืออายุ 4-6 ปี เวน้ แตว่ า่ ไดร้ บั
ครงั้ ท่ี 4 เม่ืออายมุ ากกวา่ 4 ปี
140 ตําราวคั ซีนและการสรา้ งเสรมิ ภมู ิคุ้มกันโรค
ปี 2562
เดก็ ท่ีอายมุ ากกวา่ 6 ปี แตย่ งั ไมเ่ คยไดร้ บั วคั ซีนโปลโิ อมาก่อน ควรใหว้ คั ซีน 3 ครงั้ ในเดือนท่ี บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
0, 2 และ 129 สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
วัคซนี IPV เน่ืองจากวคั ซีน IPV ท่ีใชใ้ นปัจจบุ นั มีคณุ ภาพสงู และสามารถกระตนุ้ ภมู ิคมุ้ กนั ไดด้ ี
การฉีดวคั ซนี ครงั้ แรกอาจใหเ้ พียง 2 เขม็ เม่ืออายปุ ระมาณ 2 และ 4 เดอื น และฉีดเขม็ ท่ี 3 เม่ืออายุ 6-18 เดอื น
และใหซ้ ำ้� อีกครงั้ เม่ืออายุ 4-6 ปี 2 (ถา้ ครงั้ ท่ี 3 ฉีดท่ีอายปุ ระมาณ 4 ปี ไมจ่ ำ� เป็น ตอ้ งฉีดครงั้ ท่ี 4) แต่
เน่ืองจากวคั ซีน IPV อาจอยใู่ นรูปวคั ซีนรวมกบั DTP ดงั นนั้ หากจะให้ 5 ครงั้ เหมือนวคั ซีน DTP และ OPV
ก็ได้ สามารถใชว้ คั ซีน IPV แทน OPV ไดท้ กุ โด๊ส
ในกรณีท่ีประสงคจ์ ะใช้ IPV เพ่ือลดความเส่ยี งตอ่ VAPP อาจใช้ IPV เพียง 2 โด๊สแรกเม่ืออายุ
2, 4 เดือนและใช้ OPV เม่ืออายุ 6-18 เดือน และ 4-6 ปี (Sequential IPV – OPV) คาดวา่ การทำ� แบบนี้
จะชว่ ยลดอตั ราการเกิด VAPP ลงได้ อยา่ งนอ้ ยรอ้ ยละ 5010
สำ� หรบั การใหว้ คั ซีนในแผนการสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรคของกระทรวงสาธารณสขุ ไดม้ ีการฉีด
วคั ซีน IPV ใหแ้ ก่เด็กทุกคน 1 ครงั้ เม่ืออายุ 4 เดือน ควบคู่ไปกับการใช้ bOPV5 ครงั้ โดยเร่ิมตงั้ แต่
เดือนเมษายน พ.ศ.2559 การใช้ trivalent IPV ควบค่ไู ปกบั OPV นนั้ มีผลทำ� ใหเ้ ด็กมีภมู ิคมุ้ กนั ต่อ
serotype 2 ซง่ึ ไมม่ บี รรจใุ น bOPV แลว้ และยงั เสรมิ การสรา้ งภมู คิ มุ้ กนั ตอ่ serotype 1 และ 3 ดว้ ยเพ่อื ปอ้ งกนั
การเกิด VDPV อยา่ งไรก็ดเี ดก็ ยงั อาจเส่ยี งตอ่ VAPP กอ่ นอายุ 4 เดอื นได้เน่ืองจากยงั ใช้ bOPV ท่ี 2 เดอื น
หากเป็นไปได้ ควรฉีด IPV ท่ีอายุ 2 เดือนรว่ มดว้ ย ก็จะมีผลปอ้ งกนั VAPP ไดด้ ว้ ย เพ่ือเสรมิ การปอ้ งกนั
โรคโปลโิ อเพ่ิมจากแผนการสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรคของกระทรวงสาธารณสขุ
ข้อดแี ละขอ้ เสียของวคั ซีน OPV เปรยี บเทยี บกับ IPV
ข้อดขี องวัคซนี OPV
1. ราคายอ่ มเยา
2. ใหว้ คั ซีนไดส้ ะดวก โดยการรบั ประทานไมต่ อ้ งฉีด ซง่ึ ใหโ้ ดยบคุ ลากรทางการแพทยห์ รอื ไม่
ก็ได้
3. เกิดภมู ิคมุ้ กนั เฉพาะท่ีในลำ� ไสด้ ว้ ย
4. ใชค้ วบคมุ การระบาดของเชอื้ ไวรสั โปลโิ อได้โดยเชอื้ ในวคั ซนี ทเ่ี ขา้ ไปกอ่ นจะเจรญิ เพม่ิ จำ� นวน
ในลำ� ไสซ้ ง่ึ จะกีดกนั้ หรอื ขดั ขวางเชือ้ ไวรสั ท่อี าจจะเขา้ ไปภายหลงั ไมใ่ หเ้ ขา้ ไปเจรญิ ในเซลลข์ องผนงั ลำ� ไส้
และก่อโรคได้
5. ปอ้ งกนั โรคไดท้ นั ทีหลงั ไดว้ คั ซีน
6. เชือ้ ไวรสั ท่ีเป็นวคั ซนี จะถกู ขบั ออกมาในอจุ จาระ อาจแพรใ่ หค้ นท่ีไมไ่ ดว้ คั ซนี ทำ� ใหค้ นท่ีไมไ่ ดร้ บั
วคั ซีนโดยตรงมีภมู ิคมุ้ กนั เกิดขนึ้ ดว้ ย (แตท่ งั้ นีเ้ ชือ้ ก็อาจกลายพนั ธจุ์ นเป็น VDPV ได้ ซง่ึ อาจก่อโรค AFP
ไดด้ ว้ ยเชน่ กนั )
ข้อเสียของวัคซนี OPV
1. วคั ซีน OPV เป็นไวรสั ท่ีมีชีวติ ถา้ ใหแ้ ก่ผทู้ ่ีมีภมู ิคมุ้ กนั ผิดปกตหิ รอื มีคนใกลช้ ิด อาจจะทำ� ให้
เกิดอาการอมั พาตเหมือนโปลโิ อได้ (VAPP)
ตําราวคั ซนี และการสร้างเสรมิ ภมู คิ ้มุ กนั โรค 141
ปี 2562
2. ในพืน้ ท่ีท่ีระดบั ความครอบคลมุ ของวคั ซีนโปลิโอต่ำ� ไวรสั ในวคั ซีนอาจถ่ายทอดไปยงั ผทู้ ่ี
ยงั ไม่มีภมู ิคมุ้ กนั โรคคนต่อๆ ไป การหมนุ เวียนของไวรสั วคั ซีนในหม่ปู ระชากรท่ีไม่มีภมู ิคมุ้ กนั ต่อโรคนี้
เป็นเวลานาน จะมีโอกาสทำ� ใหไ้ วรสั เกิดการกลายพนั ธุ์ ตา่ งไปจากเชือ้ ตน้ ตอของวคั ซีน คือ กลายพนั ธุ์
(genetic divergent) มากกวา่ รอ้ ยละ 1 สำ� หรบั สายพนั ธุ์ 1 และ 3 และกลายพนั ธมุ์ ากกวา่ รอ้ ยละ 0.6
สำ� หรบั สายพนั ธุ์ 211 ซง่ึ อาจกลายเป็นสายพนั ธทุ์ ่ีมีความรุนแรงได้ เรยี กวา่ circulating vaccine derived
polio-virus (cVDPV) สามารถทำ� ใหเ้ กิดการระบาดของโรคเหมือน wild type polio virus ได้ ในพืน้ ท่ี
ประชากรมีภูมิคุม้ กันต่อโรคนีต้ ่ำ� ซ่ึงการให้ OPV อย่างท่ัวถึง สามารถหยุดยัง้ และป้องกันการเกิด
การระบาดจาก cVDPV ได้และหากเป็น serotype 2 ท่ีทำ� ใหเ้ กิด cVDPV อาจใช้ monovalent ตอ่ สายพนั ธุ์
2 เพราะ bOPV ท่ีมีใชอ้ ยจู่ ะไมม่ ี serotype 2
3. อาจมีการกลายพนั ธเุ์ ป็น immunodeficient vaccine-derived poliovirus (iVDPV) ในผทู้ ่ีมี
ภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ ง เม่ือระดบั ภมู ิคมุ้ กนั ของโปลโิ อจากการใหว้ คั ซีนลดลง ทำ� ใหเ้ ราตอ้ งระวงั การใหว้ คั ซีน
ในผทู้ ่ีมีภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ ง12
4. วคั ซนี OPV เป็นเชือ้ มชี ีวติ ท่ไี วตอ่ อณุ หภมู สิ งู จะตอ้ งเกบ็ ในระบบลกู โซค่ วามเยน็ (0-8 องศา
เซลเซียส) การเก็บวคั ซีนท่ีไมถ่ กู ตอ้ ง อาจจะทำ� ใหเ้ ชือ้ ตายได้ ทำ� ใหไ้ มไ่ ดผ้ ลในการกระตนุ้ ภมู ิคมุ้ กนั โรค
5. เชือ้ enterovirus ชนิดอ่ืนท่ีมีอย่มู ากมายในลำ� ไส้ อาจขดั ขวางเชือ้ จากวคั ซีน ทำ� ใหว้ คั ซีน
ไมไ่ ดผ้ ล จงึ ตอ้ งใหห้ ลายครงั้ 2,13
ข้อดขี องวัคซนี IPV
1. IPV เป็นวคั ซีนท่ีไม่ทำ� ใหเ้ กิด VAPP ในผรู้ บั และผใู้ กลช้ ิด จึงเป็นวคั ซีนท่ีมีความปลอดภยั
ซง่ึ เป็นเหตผุ ลหลกั ท่ีทำ� ใหห้ ลายประเทศท่ีไมม่ ีการระบาดของโปลโิ อแลว้ เลือกใช้ IPV แทน OPV
2. วคั ซีน IPV ไมถ่ กู ขดั ขวางโดยเชือ้ enterovirus ในลำ� ไส้
3. ภมู ิคมุ้ กนั เกิดขนึ้ ดีหลงั จากไดว้ คั ซีนเพียง 2 เข็ม
4. ไมถ่ กู รบกวนโดยแอนตบิ อดีย์ ใน colostrum ของมารดา
5. วคั ซนี IPV ท่มี ีจำ� หนา่ ยอาจผสมกบั วคั ซนี DTP ทำ� ใหไ้ มต่ อ้ งฉีดหลายเขม็ แตก่ ็มีชนดิ เด่ยี วดว้ ย
ข้อเสยี ของวัคซนี IPV
1. วคั ซีน IPV มีราคาแพง ดงั นนั้ ในประเทศท่ีกำ� ลงั พฒั นา อาจไมส่ ามารถจดั หา IPV เพ่ือใหม้ ี
ความครอบคลมุ ไดอ้ ยา่ งท่วั ถงึ ได้
2. ภมู คิ มุ้ กนั ไมไ่ ดเ้ กิดทนั ทหี ลงั การฉีดวคั ซนี ตอ้ งใชเ้ วลาประมาณ 2 สปั ดาห์ดงั นนั้ ถา้ ตอ้ งการ
ผลปอ้ งกนั โดยเรว็ จะตอ้ งใชว้ คั ซีน OPV
3. วคั ซีน IPV ไมส่ ามารถใชส้ กดั การระบาดของโรคไดท้ นั ทว่ งที
4. หลงั การฉีดวคั ซนี เม่อื ไดร้ บั เชือ้ ตามธรรมชาตแิ ลว้ ยงั สามารถแพรเ่ ชือ้ ตอ่ ไปได้แมไ้ มเ่ กิดโรค
เพราะภมู ิตา้ นทานเฉพาะท่ี ท่ีผนงั ลำ� ไสเ้ กิดขนึ้ นอ้ ย2,13
ปฏกิ ิรยิ าจากการให้วัคซีน
วัคซนี OPV ทำ� ใหเ้ กิดปฏิกิรยิ าหรอื ผลขา้ งเคียงนอ้ ยมาก จากขอ้ มลู ในสหรฐั อเมรกิ า พบวา่
อตั ราการเกิด VAPP ในเด็กปกติท่ีไดร้ บั วคั ซีนโปลิโอครงั้ แรกมีประมาณหน่ึงรายใน 1.4 ลา้ นโด๊ส และ
142 ตาํ ราวคั ซนี และการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกันโรค
ปี 2562
จะลดลงเป็น 1 รายต่อ 27.2 ลา้ นโด๊สในครงั้ ต่อไป ส่วนคนในบา้ นท่ีสมั ผสั กบั เด็กท่ีกินวคั ซีนครงั้ แรก บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
จะมีอบุ ตั กิ ารณข์ องอมั พาตประมาณ 1 ราย ตอ่ 2.2 ลา้ นโด๊ส และในโด๊สตอ่ ไปพบประมาณ 1 ตอ่ 17.5 สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
ลา้ นโด๊ส8 อตั ราเส่ยี งสงู ขนึ้ ในผสู้ มั ผสั ท่ีมีอายมุ ากกวา่ 18 ปี และอตั ราเส่ยี งสงู ขนึ้ เป็น 3,200-6,800 เทา่
ในผทู้ ่ีมีภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ ง2 ในประเทศไทยมีรายงาน VAPP 2 ราย ในระหวา่ งปีพ.ศ. 2544-2547 คดิ เป็น
อตั ราการเกิด 1 ต่อ 24 ลา้ นโด๊ส และในปี พ.ศ. 2550 – 2552 ประเทศไทยมีรายงาน VAPP 4 ราย
คดิ เป็นอตั ราการเกิด 1 ตอ่ 12 ลา้ นโด๊ส 14
วคั ซีน IPV ไมท่ ำ� ใหเ้ กิดอมั พาตเน่ืองจากผลติ จากเชือ้ ท่ีตายแลว้ วคั ซีน IPV ชนิดท่ีรวมอยกู่ บั
วคั ซีน DTP (มีทงั้ DTwP และ DTaP) อาจทำ� ใหม้ ีอาการปวด บวม แดง รอ้ น บริเวณท่ีฉีดหรือมีไข้
หลงั การฉีด ซง่ึ เป็นผลจากวคั ซีน DTP ดว้ ย
ข้อควรระวัง
1. หา้ มใหว้ คั ซีน OPV แก่ผทู้ ่ีมีภาวะภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ ง (immune deficiency) หรือไดร้ บั ยา
ท่ีทำ� ใหม้ ีภาวะภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ ง ในภาวะเชน่ นีใ้ หใ้ ช้ IPV แทน ยกเวน้ ผปู้ ่วยท่ีตดิ เชือ้ เอชไอวี ซง่ึ WHO
แนะนำ� ใหใ้ ช้OPV ไดเ้ หมอื นเดก็ ปกตไิ มว่ า่ จะมอี าการของโรคเอดสห์ รอื ไมก่ ต็ าม เพราะไดม้ ปี ระสบการณ์
การใชอ้ ยา่ งมาก ไมพ่ บวา่ ทำ� ใหเ้ กิดผลขา้ งเคียงมากขนึ้
2. หา้ มใหว้ คั ซีน OPV แก่เด็กท่ีผูใ้ กลช้ ิดในบา้ นท่ีมีภาวะภูมิคุม้ กันบกพร่อง หรือไดร้ บั ยา
กดภมู ิคมุ้ กนั กรณีนีใ้ หใ้ ช้ IPV แทน
3. ไมค่ วรใหว้ คั ซนี โปลโิ อในผทู้ ่มี ปี ระวตั แิ พร้ ุนแรง (anaphylaxis) ตอ่ ยาปฏชิ ีวนะ ซง่ึ เป็นสว่ นผสม
ของวคั ซีน ไดแ้ ก่ streptomycin, neomycin หรอื polymyxin-B
4. ในหญิงตงั้ ครรภ์ โดยท่วั ไปไมค่ วรใหว้ คั ซีนท่ีมีเชือ้ มีชีวติ ถา้ จำ� เป็นใหใ้ ช้ IPV แทน
ภมู ิคุ้มกนั ที่เกดิ ขนึ้
วัคซนี OPV มีประสทิ ธิภาพสงู ในการสรา้ งภมู ิคมุ้ กนั โรค ทงั้ ในเย่ือบลุ ำ� ไส้และในกระแสเลือด
เชน่ เดียวกบั ภมู ิคมุ้ กนั ท่ีเกิดขนึ้ ภายหลงั การตดิ เชือ้ ตามธรรมชาติ ท่ีสำ� คญั คือจะสรา้ งภมู ิคมุ้ กนั เฉพาะท่ี
ท่ีเย่ือบลุ ำ� คอและลำ� ไส้ (secretory IgA) ทำ� ใหป้ อ้ งกนั ไมใ่ หเ้ ชือ้ โปลโิ อในธรรมชาตลิ กุ ลำ้� เขา้ สรู่ า่ งกายได้
เชอื้ ไวรสั ในวคั ซนี ทก่ี ำ� ลงั เพม่ิ จำ� นวนในลำ� คอและลำ� ไสจ้ ะขดั ขวางเชอื้ โปลโิ อในธรรมชาตทิ อ่ี าจไดร้ บั เขา้ ไป
ในเวลาใกลๆ้ กนั ไมใ่ หก้ อ่ โรคได้วคั ซนี OPV จงึ สามารถ ทงั้ ปอ้ งกนั และหยดุ ยงั้ การระบาดของโรคไดต้ งั้ แต่
เม่ือไดร้ บั วคั ซีนทนั ที จงึ เป็นวคั ซีนท่ีนำ� มาใชก้ วาดลา้ งโปลโิ อ
การศึกษาในประเทศสหรฐั อเมริกา พบว่าผูท้ ่ีไดร้ บั วคั ซีน OPV 2 ครงั้ มากกว่ารอ้ ยละ 90
จะมีภมู ิคมุ้ กนั ขนึ้ ตอ่ เชือ้ ไวรสั โปลโิ อทงั้ 3 ซีโรทยั ป์ และถา้ ไดร้ บั ครบ 3 ครงั้ จะมีภมู ิคมุ้ กนั ตอ่ ซีโรทยั ป์ 1
รอ้ ยละ 97 ซีโรทยั ป์ 2 และ 3 เกือบรอ้ ยละ 1002,7 จากการศกึ ษาในประเทศไทย เม่ือปี พ.ศ. 2509 พบวา่
เดก็ ไทยท่ีอายนุ อ้ ยกวา่ 1 ปี เม่ือไดว้ คั ซีน OPV ครงั้ เดียวจะมีสว่ นหนง่ึ ท่ีเกิดภมู ิคมุ้ กนั ขนึ้ ตอ่ เชือ้ ทงั้ 3 ซีโรทยั ป์
เม่ือไดว้ คั ซีนครงั้ ท่ี 2 ภมู ิคมุ้ กนั ตอ่ ทยั ป์ 2 จะเกิดขนึ้ เกือบหมดทกุ คน ภมู ิคมุ้ กนั ตอ่ ซีโรทยั ป์ 3 เกิดขนึ้
ประมาณรอ้ ยละ 90 ภมู คิ มุ้ กนั ตอ่ ซโี รทยั ป์ 1 เกดิ ขนึ้ ประมาณรอ้ ยละ 70 เมอ่ื ใหว้ คั ซนี OPV 3 ครงั้ ภมู คิ มุ้ กนั
ตาํ ราวคั ซนี และการสร้างเสรมิ ภูมคิ ้มุ กนั โรค 143
ปี 2562
ตอ่ ซีโรทยั ป์ 2 และ 3 จะพบทกุ คน สว่ นภมู ิคมุ้ กนั ตอ่ ทยั ป์ 1 จะใหผ้ ลประมาณรอ้ ยละ 86 ดงั นนั้ จงึ จำ� เป็น
ตอ้ งใหว้ คั ซีนอีกครงั้ เม่ืออายุ 1½ ปี สว่ นเดก็ ท่ีอายมุ ากกวา่ 1 ปี การใหว้ คั ซีน OPV เพียง 2 ครงั้ จะทำ� ให้
ภมู ิคมุ้ กนั เกิดขึน้ ต่อทงั้ 3 ซีโรทยั ป์ ทกุ คน9 การท่ีเด็กไทยอายนุ อ้ ยกว่า 1 ปี ตอบสนองต่อวคั ซีน OPV
ไมด่ ีเทา่ ในประเทศท่ีพฒั นาแลว้ ทำ� ใหต้ อ้ งไดร้ บั วคั ซีน OPV ถงึ 3 ครงั้ ในขณะท่ีประเทศสหรฐั อเมรกิ า
เม่ือครงั้ ท่ียงั ใชว้ คั ซนี OPV แนะนำ� ใหก้ ินเพียง 2 ครงั้ ทงั้ นีน้ า่ จะเป็นเพราะเดก็ ไทยมีการตดิ เชือ้ enterovirus
อ่ืนไดบ้ อ่ ยในชว่ งอายทุ ่ีรบั วคั ซีน ทำ� ใหข้ ดั ขวางการเจรญิ และการสรา้ งภมู ิคมุ้ กนั ของเชือ้ โปลโิ อในวคั ซีน
จากการศึกษาในปี พ.ศ. 2535 ของคณะเวชศาสตรเ์ ขตรอ้ น มหาวิทยาลยั มหิดลร่วมกับ
สถาบนั วิจยั ไวรสั กระทรวงสาธารณสขุ ในเดก็ อายุ 1-2 ปี ในภาคตา่ งๆ ของประเทศไทยท่ีไดร้ บั วคั ซีน
OPV จำ� นวน 3-4 ครงั้ พบวา่ เดก็ ท่ีมีระดบั ภมู ิคมุ้ กนั สงู พอท่ีจะปอ้ งกนั เชือ้ โปลโิ อซีโรทยั ป์ 1 มีเพียงรอ้ ยละ
79.7 ปอ้ งกนั เชือ้ ซโี รทยั ป์ 2 ไดร้ อ้ ยละ 97.1 และปอ้ งกนั เชือ้ ซโี รทยั ป์ 3 ไดร้ อ้ ยละ 70.5 ในเดก็ ท่ไี ดร้ บั วคั ซนี
3 ครงั้ จะมีภมู ิคมุ้ กนั ตอ่ เชือ้ โปลโิ อทงั้ 3 ซีโรทยั ป์ เพียงรอ้ ยละ 55.1 เดก็ ท่ีไดร้ บั วคั ซีน 4 ครงั้ จะมีภมู ิคมุ้ กนั
ตอ่ เชือ้ ทงั้ 3 ซีโรทยั ป์ รอ้ ยละ 77.915 เพราะฉะนนั้ จงึ มีความจำ� เป็นตอ้ งใหว้ คั ซีนครงั้ ท่ี 5 เม่ือเดก็ อายุ 4-6 ปี
เพ่ือใหแ้ นใ่ จวา่ เดก็ ไทยทกุ คนมีภมู ิคมุ้ กนั ตอ่ เชือ้ โปลโิ อทงั้ 3 ซีโรทยั ป์
ภมู คิ มุ้ กนั ท่ีเกิดจากการใหว้ คั ซนี OPV อยไู่ ปไดน้ านอาจตลอดชีวติ การใหว้ คั ซนี หลายครงั้ เพ่ือ
ใหแ้ นใ่ จวา่ ภมู ิคมุ้ กนั ตอ่ เชือ้ ไวรสั โปลโิ อไดเ้ กิดขนึ้ ครบทกุ ซีโรทยั ป์ เทา่ นนั้ วคั ซีน OPV ชนิด 2 สายพนั ธุ์
(bOPV) สามารถกระตนุ้ ภมู ิคมุ้ กนั ไดไ้ มต่ า่ งจากชนิด 3 สายพนั ธุ์ เวน้ แตไ่ มม่ ีภมู ิคมุ้ กนั ตอ่ สายพนั ธุ์ 2
วคั ซนี IPV หลงั ไดร้ บั วคั ซนี 2 โดส๊ มากกวา่ รอ้ ยละ 90 ของผทู้ ่ไี ดร้ บั วคั ซนี จะมีภมู คิ มุ้ กนั ในเลอื ด
ตอ่ เชือ้ โปลโิ อทงั้ 3 ซีโรทยั ป์ และจะเพ่ิมขนึ้ เป็นรอ้ ยละ 99 หลงั ไดร้ บั วคั ซีน 3 โด๊ส ภมู ิคมุ้ กนั ในเลือดท่ีเกิดขนึ้
ภายหลงั ไดร้ บั วคั ซีน 4 โด๊ส จะอย่ไู ดน้ านหลายปี วคั ซีน IPV มีประสิทธิภาพสงู ในการสรา้ งภมู ิคมุ้ กนั
ในเลือด2,7 ซ่งึ ทำ� ใหส้ ามารถป้องกนั การเกิดอมั พาตไดด้ ี แต่ผทู้ ่ีไดร้ บั วคั ซีน IPV จะมีภมู ิคมุ้ กนั เฉพาะท่ี
ในลำ� คอและลำ� ไสน้ อ้ ย ดงั นนั้ ผทู้ ่ีไดร้ บั วคั ซนี IPV ครบ และมีระดบั ภมู คิ มุ้ กนั ในเลอื ดสงู จะปอ้ งกนั ตนเอง
ไมใ่ หเ้ กิดมีอาการอมั พาตไดห้ ลงั ไดร้ บั เชือ้ wild polio virus แตไ่ มส่ ามารถปอ้ งกนั การตดิ เชือ้ ในลำ� ไสไ้ ด้
เชือ้ โปลิโอจะยงั สามารถผ่านเขา้ ไปเพ่ิมจำ� นวนในลำ� คอและลำ� ไส้ และขบั ถ่ายออกมากบั อจุ จาระ และ
แพรเ่ ชือ้ ไปยงั ผอู้ ่ืนได้
การใชว้ คั ซนี IPV เพียงครงั้ เดียวในแผนการสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรค ของกระทรวงสาธารณสขุ นนั้
ทำ� ตามคำ� แนะนำ� ขององคก์ ารอนามยั โลก หากมีทรพั ยากรจำ� กดั โดยให้ IPV เสรมิ เขา้ ไปกบั OPV 5 ครงั้
เทา่ เดมิ โดยใหเ้ ม่ืออายุ 4 เดือน เพราะถา้ ใหเ้ ม่ืออายนุ อ้ ยกวา่ นีจ้ ะสรา้ งภมู ิไมไ่ ด้ การใช้ IPV 1 ครงั้ เสรมิ
เขา้ ไปนี้ มีวตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือสรา้ งภมู ิคมุ้ กนั ตอ่ สายพนั ธุ์ 2 serotype 2 ซง่ึ จากการศกึ ษาในควิ บาพบวา่
เม่ือใหเ้ พียงครงั้ เดียวเม่ืออายุ 4 เดือน จะทำ� ใหเ้ กิด seroconvertion ตอ่ serotype 2 รอ้ ยละ 63 และทำ� ใหเ้ กิด
priming effect (คอื ทำ� ใหเ้ ม่ือไดร้ บั วคั ซนี กระตนุ้ แลว้ สามารถสรา้ งภมู ใิ หเ้ กิดไดภ้ ายใน 7 วนั ) รอ้ ยละ 9816,17
องคก์ ารอนามยั โลกจงึ เช่ือวา่ นา่ จะพอเพียง หากมีทรพั ยากรจำ� กดั นอกจากนีใ้ นประเทศฮงั การมี ีการใช้
IPV 1 ครงั้ พบว่าสามารถป้องกนั VAPP ได้ 18 อย่างไรก็ดีการใช้ IPV เพียงครงั้ เดียวยงั ไม่มีการพิสจู น์
จากการศกึ ษาท่ีชดั เจนวา่ จะปอ้ งกนั โรคจาก serotype 2 ไดด้ ีเพียงใด
144 ตาํ ราวคั ซีนและการสรา้ งเสริมภูมคิ ุ้มกนั โรค
ปี 2562
หมายเหตุ บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
ประเทศไทย มีนโยบายการกวาดลา้ งโปลิโอ โดยไดก้ ำ� หนดกลวิธีไว้ 4 ขอ้ ซ่งึ สอดคลอ้ งกบั สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
องคก์ ารอนามยั โลก และไดพ้ ิสจู นค์ วามสำ� เรจ็ มาแลว้ ในหลายประเทศ ดงั นี้
1. การใหว้ คั ซีน OPV ตามระบบอยา่ งนอ้ ย 3 ครงั้ ในเดก็ อายคุ รบ 1 ปี และรกั ษาระดบั การให้
วคั ซีนตามระบบปกตใิ หค้ รอบคลมุ เดก็ อายตุ ่ำ� กวา่ 5 ปี เกินรอ้ ยละ 90 ทกุ พืน้ ท่ี
2. เฝา้ ระวงั และคน้ หาผปู้ ่วยท่มี อี าการอมั พาตกลา้ มเนอื้ ออ่ นปวกเปียกอยา่ งเฉียบพลนั (acute
flaccid paralysis, AFP) โดยไมค่ ำ� นงึ ถงึ การวนิ ิจฉยั โรคของแพทย์ ใหไ้ ดไ้ มน่ อ้ ยกวา่ 2 ตอ่ แสนประชากร
เดก็ ท่ีอายนุ อ้ ยกวา่ 15 ปี เป็นรายจงั หวดั
3. ดำ� เนินการสอบสวนโรค AFP ภายใน 48 ช่วั โมง ใหไ้ ดไ้ มน่ อ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 90 หลงั จากพบผปู้ ่วย
และเก็บอจุ จาระสง่ ตรวจโปลโิ อใหไ้ ด้ 2 ตวั อยา่ งภายใน 14 วนั หลงั จากเรม่ิ มีอาการอมั พาต อยา่ งนอ้ ย
รอ้ ยละ 80 ของผปู้ ่วย และใหว้ คั ซีนเพ่ือควบคมุ โรคใหไ้ ดภ้ ายใน 72 ช่วั โมง หลงั จากพบผปู้ ่วย
4. รณรงคใ์ หว้ คั ซีน OPV แก่เด็ก และเด็กเส่ียงท่วั ประเทศ โดยเฉพาะในกล่มุ ท่ีอย่ใู นพืน้ ท่ี
ทรุ กนั ดาร ยากลำ� บาก ฯลฯ ซง่ึ มีโอกาสพลาดการไดร้ บั วคั ซีนตามระบบปกตไิ ด้
5. ตดิ ตามอาการป่วย AFP เม่ือครบ 60 วนั หลงั เรม่ิ มีอมั พาต ใหไ้ ดอ้ ยา่ งนอ้ ยรอ้ ยละ 80
ข้อควรปฏบิ ตั เิ ม่อื พบผปู้ ่วยอัมพาตกลา้ มเนอ้ื ออ่ นปวกเปยี กอยา่ งเฉียบพลนั (AFP)
ผปู้ ่วยทกุ รายท่ีมีอาการ AFP ควรสงสยั ไวเ้ สมอวา่ อาจเกิดจากเชือ้ โปลโิ อได้จะตอ้ งรายงานไปยงั
สำ� นกั ระบาดวทิ ยา กรมควบคมุ โรค เพ่ือดำ� เนินการสอบสวนและควบคมุ โรค และรบี ทำ� การเก็บตวั อยา่ ง
อจุ จาระใสใ่ นขวดเก็บตวั อยา่ งภายในเวลา 14 วนั หลงั ผปู้ ่วยเรม่ิ มีอาการ AFP โดยเก็บ 2 ครงั้ ขนาด 8-10 กรมั
(ประมาณ 1-2 ชอ้ นชา) หรอื 2 นิว้ หวั แมม่ ือผใู้ หญ่ หา่ งกนั อยา่ งนอ้ ย 24 ช่วั โมง นำ� ภาชนะบรรจตุ วั อยา่ ง
อจุ จาระใสก่ ระติกนำ้� แขง็ และสง่ ภายใตร้ ะบบลกู โซค่ วามเยน็ (อณุ หภมู ิ +2 ถงึ +8 oซ) สง่ ไปทำ� การเพาะ
หาเชือ้ โปลโิ อท่ีสถาบนั วิจยั ไวรสั กรมวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ ควรซกั ประวตั ิวา่ ผปู้ ่ วยเคยไดว้ คั ซีน OPV
มาก่อนหรอื ไมแ่ ละครงั้ สดุ ทา้ ยไดร้ บั เม่ือใด สำ� รวจดวู า่ มีผปู้ ่วย AFP รายอ่ืนในพืน้ ท่ีนนั้ หรอื ไม่ ในกรณีท่ี
ไมส่ ามารถเก็บตวั อยา่ งอจุ จาระจากผปู้ ่ วยได้ ใหเ้ ก็บตวั อยา่ งอจุ จาระจากผสู้ มั ผสั ใกลช้ ิดท่ีเป็นเดก็ อายุ
ต่ำ� กวา่ 15 ปี จำ� นวน 5 ตวั อยา่ ง และทำ� การหยอดวคั ซีน OPV เพ่ือควบคมุ โรคในพืน้ ท่ีตามหลกั เกณฑ์
ของกรมควบคมุ โรค
การเก็บและการหมดอายุ
วัคซนี OPV - ถา้ เก็บท่ีอณุ หภมู ิต่ำ� กวา่ -20 oซ จะหมดอายภุ ายใน 2 ปี
- ถา้ เก็บท่ีอณุ หภมู ิ -20 ถงึ 0 oซ จะหมดอายภุ ายใน 1 ปี
- ถา้ เก็บท่ีอณุ หภมู ิ +2 ถงึ +8 oซ จะหมดอายภุ ายใน 90 วนั
- วคั ซนี ควรมีสชี มพอู อ่ น เม่ือยงั ไมไ่ ดเ้ ปิดใช้ ใหเ้ ก็บรกั ษาไวใ้ นชอ่ งแชแ่ ขง็ อณุ หภมู ิตำ่� กวา่
- 15oซ ถา้ เปิดใชแ้ ลว้ ใหใ้ ชภ้ ายใน 8 ช่วั โมงหลงั เปิดขวดวคั ซีน โดยเก็บไวใ้ นระบบลกู โซ่
ความเยน็
ตําราวคั ซีนและการสร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กนั โรค 145
ปี 2562
- ขวดวคั ซีนท่ีใชแ้ ลว้ ใหจ้ ำ� หนา่ ยทิง้ ไป โดยตอ้ งตม้ (100oซ) หรอื ฆา่ เชือ้ ก่อน
- วนั หมดอายใุ หด้ ฉู ลากบนภาชนะบรรจวุ คั ซีนนนั้
วัคซนี IPV - เก็บในตเู้ ยน็ อณุ หภมู ิ +2 ถงึ +8 oซ หา้ มเก็บในชอ่ งแชแ่ ข็ง
- วนั หมดอายใุ หด้ ฉู ลากบนภาชนะบรรจวุ คั ซีนนนั้
เอกสารอา้ งองิ
1. James Chin, Poliomyelitis, Acute. In: Control of Communicable Diseases manaul. 17th
edition. 2000:398-405.
2. American Academy of Pediatrics. Poliovirus infections. In: Kimberlin DW, Brady MT, Jackson MA,
Long SS, eds. Red Book: 2018 Report of the Committee on Infectious Diseases. 31st ed.
Itasca, IL: American Academy of Pediatrics, 2018;657-64.
3. http://polioeradication.org/news_post
4. MOPH. Poliomyelitis Annual summary surveillance report 1997;269.
5. สรุปรายงานการเฝา้ ระวงั โรคประจำ� ปี 2553, สำ� นกั ระบาดวทิ ยา กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ
6. http://www.boe.moph.go.th/Annual/AESR2015/sum_aesr.php
7. Sutter RW, Cochi SL, Melnick JL. Live attennated polioviruses vaccines. In : Plotkin SA,
Orenstein RA, eds. Vaccine. 3rd ed. Philadelphia: WB Saunders; 1999: 364-408.
8. Alkinson W, Wolfe C. In: Humistons, Nelson R, eds. Poliomyelitis in epidemiology and
prevention of vaccine preventable diseases. 6th ed. CDC, 2000:85-100.
9. Sangkawibha N, Tuchinda P, Bukkavesa S, et al. Antibody response and virus excreting
after oral vaccination with trivalent live poliomyelitis vaccine. J Med Assoc Thai 1969;52:701-12.
10. CDC. Poliomyelitis prevention in the United States: Introduction of a sequential vaccination
schedule of inactivated poliovirus vaccine followed by oral polio vaccine: recommendations
of the Advisory Committee on Immunization Practices (ACIP). MMWR 1997;46(RR-3):1-25.
11. Jenkins HE, Aylward RB, Gasasira A, et al. Implications of a circulating vaccine-derived
poliovirus in Nigeria. N Engl J Med 2010;362:2360-9.
12. Yoneyama T, Yoshida H, Shimizu H, et al. Neurovirluence of Sabin 1- derived polioviruses
isolated from an immunodeficient patient with prolonged viral excretion. Dev Biol (Basel)
2001;105 :93-8.
13. Sutter RW, Prevots R, Cochi SL. Poliovirus vaccines. Ped Clin North Am 2000;47: 287-308.
14. Office of Polio Eradication . CDC; Enterovirus Ref. Centre. Ministry of Public Health.
15. Subcharoen A, Ruppodom W, Pojjaroen-Anat C, Chomprarg C, Punssuwanna Y, Orcchachi JP.
A survey on serological response to oral polio vaccine in Thailand 1992. The 36th Thai
congress of Pediatrics. April 22-23, 1993:49-50 (Abstract).
146 ตาํ ราวคั ซีนและการสรา้ งเสรมิ ภูมคิ ุ้มกันโรค
ปี 2562
16. Resik S, Tejeda A, Sutter RW, et al. Priming after a fractional dose of inactivated poliovirus
vaccine. N Engl J Med 2013;368:416-24.
17. Robertson SE, Traverso HP, Drucker JA, et al. Clinical efficacy of a new, enhanced-potency,
inactivated poliovirus vaccine. Lancet 1988;1:897-9.
18. World Health Organization. Polio vaccines: WHO. Weekly Epidemiological Record (WER)
2014;89:73–92.
บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
ตําราวัคซีนและการสรา้ งเสรมิ ภูมิคมุ้ กนั โรค 147
ปี 2562
6.7 วคั ซีนรวมปอ้ งกนั โรคหดั -คางทมู -หัดเยอรมัน
บทที่ (Measles Mumps and Rubella Vaccine: MMR)
บทน�ำและระบาดวิทยา
โรคหดั เป็นโรคตดิ ตอ่ ท่ีพบไดท้ กุ ประเทศท่วั โลกหากไมม่ ีการใชว้ คั ซีนจะมีการระบาดทกุ ๆ 2-5 ปี
ยาวนานราว 3-4 เดือน นบั ตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2506 ซง่ึ เป็นปีแรกท่ีมีการใชว้ คั ซีนหดั ทำ� ใหต้ วั เลขอบุ ตั ิการณ์
ท่วั โลกลดลง โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงในประเทศสหรฐั อเมรกิ าท่ีลดลงกวา่ รอ้ ยละ 991
โรคหดั เกิดจาก measles virus เกิดโรคในมนษุ ยเ์ ทา่ นนั้ มีระยะฟักตวั ประมาณ 8-12 วนั ทำ� ให้
เกิดไข้ออกผ่ืน ตาแดง ซง่ึ อาจมีโรคแทรกซอ้ นได้เชน่ หอู กั เสบ ปอดอกั เสบ ทอ้ งเดนิ สมองอกั เสบ และผปู้ ่วย
อาจเสยี ชีวติ ไดจ้ ากโรคแทรกซอ้ นทางปอดและสมองซง่ึ มกั พบในเดก็ เลก็ และโดยเฉพาะอยา่ งย่งิ ถา้ มีการ
ขาดวติ ามนิ เอรว่ มดว้ ย อตั ราการเสยี ชีวติ ประมาณรอ้ ยละ 1-5 โรคหดั เป็นโรคท่ีสามารถตดิ ตอ่ ไดง้ า่ ยมาก
ท่ีสดุ โรคหน่งึ ซง่ึ ติดตอ่ โดยการสดู ดมละอองฝอยของสารคดั หล่งั จากระบบทางเดินหายใจ (airborne)
ของผปู้ ่วยตงั้ แต่ 1-2 วนั ก่อนผ่ืนขนึ้ โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงในชว่ งตน้ ของโรค (prodromal phase) ซง่ึ จะมี
อาการไอ จามมาก แตก่ ารตดิ ตอ่ ยงั สามารถดำ� เนินตอ่ ไปไดจ้ นถงึ 4 วนั หลงั จากเรม่ิ มีผ่ืนขนึ้
ในประเทศไทยเร่มิ มีการเก็บขอ้ มลู โรคหดั เพ่ือการเฝา้ ระวงั โรคหดั ตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2514 พบวา่
อบุ ตั กิ ารณใ์ นปีถดั ๆ มาสงู ขนึ้ เรอ่ื ย ๆ จนกระท่งั สงู สดุ 93.67 ตอ่ ประชากรแสนคนในปี พ.ศ. 2527 ซง่ึ
เป็นปีท่ีทางกระทรวงสาธารณสขุ ไดเ้ พ่ิมวคั ซีนปอ้ งกนั โรคหดั เขา้ มาในวคั ซีนพืน้ ฐานท่ีเด็กไทยควรไดร้ บั
หลงั จากนนั้ อบุ ตั กิ ารณร์ ายปีของโรคหดั ก็มีแนวโนม้ ลดลง แตย่ งั คงมีการระบาดเป็นระยะๆ2
จากการทบทวนสถานการณก์ ารเกิดโรคหดั ยอ้ นหลงั 5 ปี (ตงั้ แตป่ ี 2556-2560) พบวา่ อตั รา
ป่วยโรคหดั ลดลงมากเม่ือเทียบกบั ในอดตี แตย่ งั คงพบการระบาดเป็นระยะ พบวา่ จำ� นวนผปู้ ่วยมีแนวโนม้
เพ่ิมสงู ขนึ้ ตงั้ แตป่ ลายปี 2558 ตอ่ เน่ืองมาถงึ ปี 2560 โดยมีจำ� นวนผปู้ ่วยสงู สดุ ในปี 2560 จำ� นวน 1,449 ราย
คดิ เป็นอตั ราป่วย 2.23 ตอ่ ประชากรแสนคน การระบาดของโรคหดั เรม่ิ ขนึ้ ตงั้ แตต่ น้ ปี พ.ศ. 2559 ท่ีผา่ นมา
โดยเรม่ิ พบการระบาดในกลมุ่ เดก็ กอ่ นวยั เรยี นในพนื้ ท่ี 3 จงั หวดั ชายแดนภาคใตแ้ ละระบาดตอ่ เน่ืองจนถงึ
ปี พ.ศ.2560 อีกทงั้ ยงั พบการระบาดในกลมุ่ ผใู้ หญ่วยั แรงงานทงั้ ชาวไทยและตา่ งชาตอิ ายรุ ะหวา่ ง 20-35 ปี
ท่ีอำ� เภอเมือง จงั หวดั สมทุ รสาครซง่ึ เป็นเขตท่ีตงั้ โรงงานอตุ สาหกรรม และประชากรอาศยั อยอู่ ยา่ งหนาแนน่
เม่ือเทียบสดั สว่ นผปู้ ่ วยเป็นรายเขต พบว่าผปู้ ่ วยในกลมุ่ ผใู้ หญ่อายุ 20 ปีขนึ้ ไปเพ่ิมสงู ขนึ้ เกือบทกุ เขต
ยกเวน้ ในเขตภาคใตซ้ ง่ึ เป็นเดก็ กอ่ นวยั เรยี นท่ีไมไ่ ดร้ บั วคั ซนี หรอื ไดร้ บั วคั ซนี ไมค่ รบถว้ นตามเกณฑ์อีกทงั้
ยงั มีเหตกุ ารณร์ ะบาดเป็นกลมุ่ กอ้ นในกลมุ่ ผใู้ หญ่หลายเหตกุ ารณ์ เชน่ ในเรอื นจำ� หลายแหง่ ทงั้ ในจงั หวดั
เชียงใหม่ อำ� นาจเจรญิ เพชรบรุ แี ละจงั หวดั สพุ รรณบรุ ี ในกลมุ่ คนไรส้ ญั ชาติในอำ� เภอเภอฝาง แมอ่ าย
จงั หวดั เชียงใหม่ และในกลมุ่ นกั เรยี นระดบั มธั ยมศกึ ษาในจงั หวดั เชียงใหม่ ชยั ภมู ิ สพุ รรณบรุ แี ละจงั หวดั
นครพนมอีกดว้ ย
โดยเป็นผปู้ ่วยในชว่ งอายุ 0-14 ปี จำ� นวน 102 คน (รอ้ ยละ 31) ชว่ งอายุ 15-40 ปี จำ� นวน 221 คน
(รอ้ ยละ 67.17) และอายุ 41 ปีขนึ้ ไปจำ� นวน 6 คน (รอ้ ยละ 1.82)
148 ตําราวัคซีนและการสรา้ งเสริมภมู ิคมุ้ กันโรค
ปี 2562
สำ� หรบั จงั หวดั ท่ีมีอตั ราป่ วยสงู สดุ ไดแ้ ก่ จงั หวดั เลย (อตั ราป่ วย 5.04 ตอ่ ประชากรแสนคน) บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
รองลงมาไดแ้ ก่ จงั หวดั อำ� นาจเจรญิ (อตั ราป่วย 4.79 ตอ่ ประชากรแสนคน) เชียงใหม่ (อตั ราป่วย 3.87 สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
ตอ่ ประชากรแสนคน) สมทุ รสาคร (3.80 ) และจงั หวดั สพุ รรณบรุ ี (2.95)
ประเทศไทยไดต้ งั้ เปา้ หมายท่ีจะกำ� จดั โรคหดั ใหไ้ ดภ้ ายในปี พ.ศ. 2566 เพ่ือใหบ้ รรลดุ งั กลา่ ว
กระทรวงสาธารณสขุ ไดว้ างมาตรการในการสรา้ งเสรมิ ภมู คิ มุ้ กนั โดยการเปลย่ี นอายทุ ่แี นะนำ� ใหฉ้ ีดวคั ซนี
เขม็ ท่ี 2 จาก 4-6 ปี เป็น 2 ½ ปี เพ่ิมความครอบคลมุ ของวคั ซีน และควบคมุ การระบาดใหด้ ีขนึ้ และมีเปา้ หมาย
ใหไ้ มม่ ีผปู้ ่วยรายใหมเ่ กิดขนึ้ แตอ่ ปุ สรรคของการกำ� จดั โรคหดั คอื ยงั มีการระบาดถงึ 36 ครงั้ ในปี พ.ศ.2560
ทำ� ใหม้ ีอบุ ตั กิ ารณ์ 2.99 ตอ่ แสนประชากร โดยสว่ นใหญ่พบในผใู้ หญ่อายุ 20-29 ปี ท่ีอยรู่ วมกนั มากๆ
เชน่ เรอื นจำ� คา่ ยทหาร ซง่ึ มกั จำ� ไมไ่ ดว้ า่ เคยไดร้ บั วคั ซีนมาก่อนหรอื ไม่ และรอ้ ยละ 17 เป็นผอู้ พยพ และ
พบวา่ Genotype D8, B3, และ H1 ในปี พ.ศ. 2561 – 2562 มีการระบาดหนกั โดยเฉพาะในเขตจงั หวดั
ชายแดนภาคใต้โดยพบผปู้ ่วย 7,229 ราย ในปี พ.ศ. 2561 และ 4,884 ราย ในเดอื นมกราคม – กรกฎาคม
พ.ศ. 2562 พบวา่ ผปู้ ่วย รอ้ ยละ 83 ไมเ่ คยไดร้ บั วคั ซีน และพบวา่ กลมุ่ ประชากรอายนุ อ้ ยกวา่ 1 ปี มีอตั รา
ป่วยสงู สดุ รองลงมาคือกลมุ่ อายุ 1-4 ปี กระทรวงสาธารณสขุ จงึ วางแผนท่ีจะทำ� กิจกรรมใหว้ คั ซีนเสรมิ
จากระบบปกติ (Supplementary Immunization Activity: SIA) ในปลายปี พ.ศ. 2562 ถงึ ตน้ ปี พ.ศ. 2563
เพ่ือใหก้ ารปราบหดั บรรลเุ ปา้ หมาย
โรคคางทมู เกิดจากเชือ้ ไวรสั mumps เกิดโรคในมนษุ ยเ์ ทา่ นนั้ มีระยะฟักตวั 16-18 วนั ทำ� ให้
เกิดอาการตอ่ มนำ้� ลายอกั เสบ ซง่ึ สว่ นใหญ่จะเป็นตอ่ มนำ้� ลายพาโรตดิ แตป่ ระมาณหนง่ึ ในสามของผตู้ ดิ เชือ้
จะไมเ่ กิดอาการตอ่ มนำ้� ลายอกั เสบ ประมาณครง่ึ หนง่ึ ของผปู้ ่วยจะเกิดโรคเย่อื หมุ้ สมองอกั เสบ โดยมเี ซลล์
ในนำ้� สมองและไขสนั หลงั (cerebrospinal fluid)โดยผปู้ ่วยจะมีอาการทางระบบประสาทไดร้ อ้ ยละ 10
แตส่ ว่ นใหญ่ไมม่ อี าการ โรคแทรกซอ้ นท่พี บไดแ้ ก่ อณั ฑะอกั เสบ ซง่ึ มกั พบในวยั เดก็ โตและผใู้ หญ่ ขอ้ อกั เสบ
ตอ่ มไทรอยดอ์ กั เสบ ไตอกั เสบ กลา้ มเนือ้ หวั ใจอกั เสบ ตบั ออ่ นอกั เสบ หตู งึ รงั ไขอ่ กั เสบ และการอกั เสบ
ของระบบประสาท อาการท่ีพบในผใู้ หญ่จะรุนแรงกวา่ ในเดก็ แตม่ กั ไมร่ ุนแรงจนถงึ เสียชีวติ โรคคางทมู
พบไดท้ ่วั โลก ตดิ ตอ่ โดยการสมั ผสั กบั สารคดั หล่งั จากทางเดนิ หายใจของผปู้ ่วย อตั ราการเกิดโรคลดลงมาก
หลงั จากมีการนำ� วคั ซีนมาใช้
จากการทบทวนสถานการณก์ ารเกิดโรคคางทมู ยอ้ นหลงั 5 ปี (ตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2556-2560) พบวา่
จำ� นวนผปู้ ่วยมีแนวโนม้ ลดลงอยา่ งตอ่ เน่ือง โดยในปี 2556 อตั รป่วย 9.3 ไมพ่ บผเู้ สียชีวิต โดยพบผปู้ ่วย
ในกลมุ่ อายุ 5-9 ปี และการระบาดมกั เกิดขนึ้ ในกลมุ่ นกั เรยี นตงั้ แตร่ ะดบั อนบุ าลจนถงึ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
สำ� หรบั ในปี พ.ศ. 2560 จากฐานขอ้ มลู เฝา้ ระวงั ทางระบาดวทิ ยา ของกรมควบคมุ โรค พบวา่
ไดร้ บั รายงานผปู้ ่วยโรคคางทมู ทงั้ ประเทศจำ� นวน 2,343 ราย อตั ราป่วย 3.55 ตอ่ ประชากรแสนคน ไมม่ ี
ผปู้ ่วยเสียชีวิต
โดยเป็นผปู้ ่วยในชว่ งอายุ 0-14 ปี จำ� นวน 1,563 ราย (รอ้ ยละ 66.71) ชว่ งอายุ 15-40 ปี จำ� นวน
780 ราย (รอ้ ยละ 33.30)
สำ� หรบั จงั หวดั ท่ีมีอตั ราป่ วยสงู สดุ ไดแ้ ก่ เชียงราย (อตั ราป่ วย 14.08 ต่อประชากรแสนคน)
รองลงมา คือ ตราด (อตั ราป่วย 8.28 ตอ่ ประชากรแสนคน) เพชรบรุ ี (อตั ราป่วย 7.20 ตอ่ ประชากรแสนคน)
นา่ น (อตั ราป่วย 6.88 ตอ่ ประชากรแสนคน) และ ยะลา (อตั ราป่วย 6.39 ตอ่ ประชากรแสนคน) ตามลำ� ดบั
ตาํ ราวัคซีนและการสร้างเสรมิ ภมู คิ มุ้ กันโรค 149
ปี 2562
นอกจากนีย้ งั พบการระบาดไดป้ ระปราย ในกล่มุ นกั เรียน นกั ศกึ ษา เพราะวคั ซีนป้องกนั โรค
ไม่ไดส้ มบรู ณ์ นอกจากนีร้ ะบบรายงานการไดร้ บั ต่ำ� กวา่ ความเป็นจรงิ เพราะผปู้ ่ วยมกั มีอาการไม่หนกั
แพทยจ์ งึ ไมร่ ายงานผปู้ ่วย
โรคหดั เยอรมัน มีสาเหตมุ าจาก rubella virus เป็นโรคท่ีพบในมนษุ ยเ์ ทา่ นนั้ มีระยะฟักตวั
ประมาณ 14-21 วนั ประมาณครง่ึ หนง่ึ ของผตู้ ดิ เชือ้ จะไมม่ ีอาการหรอื อาการไมร่ ุนแรง อาการนำ� ไดแ้ ก่
ปวดศีรษะ ปวดเม่ือย ไขต้ ่ำ� ๆ ต่อมนำ้� เหลืองโต โดยเฉพาะตามลำ� คอ หลงั ใบหู หลงั จากนนั้ ประมาณ
1 สปั ดาห์ จะเกิดผ่ืนเป็นเมด็ ละเอียดสีชมพู ซง่ึ ปรากฏท่ีใบหนา้ ก่อน และขนึ้ ท่ีคอ ไลล่ งมาตามลำ� ตวั และ
แขนขา อาการจะหายภายใน 3 วนั อนั ตรายหรอื ความรุนแรงของโรคหดั เยอรมนั เกิดขนึ้ ในกรณีเดียว คือ
การตดิ เชอื้ ในหญิงตงั้ ครรภ์จะทำ� ใหเ้ กดิ การตดิ เชอื้ ของทารกในครรภ์ซง่ึ กอ่ ใหเ้ กดิ กลมุ่ ความพกิ ารแตก่ ำ� เนดิ
ของทารก (congenital rubella syndrome)โรคหดั เยอรมนั ตดิ ตอ่ ไดง้ า่ ยโดยการสมั ผสั กบั สารคดั หล่งั จาก
ทางเดนิ หายใจของผปู้ ่วย ผทู้ ่ีไมแ่ สดงอาการก็สามารถแพรเ่ ชือ้ ได้ระยะแพรเ่ ชือ้ เรม่ิ ตงั้ แต่ 2-3 วนั ก่อนผ่ืนขนึ้
จนถงึ 7 วนั หลงั ผ่ืนขนึ้ ตามปกตหิ ลงั การตดิ เชือ้ ครงั้ หนง่ึ จะเกิดภมู คิ มุ้ กนั โรคไดต้ ลอดชีวติ การระบาดของ
โรคหดั เยอรมนั พบไดป้ ระปรายท่วั โลก ซง่ึ มกั ระบาดตามโรงเรยี นประจำ� สถานเลยี้ งเดก็ และคา่ ยทหาร
การระบาดท่วั โลกครงั้ หลงั สดุ เกิดขนึ้ ระหวา่ งปี พ.ศ. 2505-2507 ไดม้ คี วามพยายามกำ� จดั โรคหดั เยอรมนั
ไปจากโลกนี้ ซ่งึ องคก์ ารอนามยั โลกไดว้ างแผนไว้ ซ่งึ พบว่าประสบความสำ� เรจ็ แลว้ ในประเทศอเมรกิ า
ในปี พ.ศ. 25483
จากรายงานการเฝ้าระวงั โรคหดั เยอรมนั ในประเทศไทย ซ่ึงเร่ิมตน้ ในปี พ.ศ. 2518 พบว่า
ในปี พ.ศ. 2527 และปี พ.ศ. 2534 มีอตั ราป่วยโรคหดั เยอรมนั สงู มาก ตงั้ แตม่ ีวคั ซีนหดั เยอรมนั เด่ียวๆ
มาใช้ ในปี พ.ศ. 2529 โดยเรม่ิ ใหใ้ นเดก็ หญิงก่อน ตอ่ มาจงึ ใหท้ งั้ ในเดก็ หญิงและชาย ตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2536
หลงั จากนนั้ มีอบุ ตั ิการณข์ องการป่ วยและการเสียชีวิตดว้ ยโรคหดั เยอรมนั ลดลงเร่ือยๆ จนมีอตั ราป่ วย
อย่รู ะหว่าง 1-2 ต่อแสนประชากรตงั้ แต่ปี พ.ศ. 25402 แผนงานสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั ของประเทศไทย
แนะนำ� ใหฉ้ ีดวคั ซีนป้องกนั โรคหดั อย่างเดียวในเด็กอายุ 9 เดือน และใหฉ้ ีดวคั ซีนรวมป้องกนั โรคหดั
หดั เยอรมนั คางทมู (MMR) ในนกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 หลงั จาก ปี พ.ศ. 2554 เป็นตน้ มา จงึ เปลย่ี น
เป็น MMR ทงั้ ในเดก็ 9 เดือนและประถมศกึ ษาปีท่ี 1)
จากการทบทวนสถานการณก์ ารเกิดโรคหดั เยอรมนั ยอ้ นหลงั 5 ปี (ตงั้ แตป่ ี 2556-2560) พบวา่
จำ� นวนผปู้ ่วยมีแนวโนม้ ลดลงอยา่ งตอ่ เน่ือง โดยในปี พ.ศ. 2556 มีอตั ราป่วย 0.85 ตอ่ ประชากรแสนคน
ไม่พบผเู้ สยี ชีวติ
สำ� หรบั ในปี พ.ศ. 2560 จากฐานขอ้ มลู เฝา้ ระวงั ทางระบาดวิทยา ของกรมควบคมุ โรค พบวา่
ไดร้ บั รายงานผปู้ ่ วยโรคหดั เยอรมนั ทงั้ ประเทศจำ� นวน 258 ราย อตั ราป่ วย 0.39 ต่อประชากรแสนคน
ไม่มีผปู้ ่วยเสียชีวิต
โดยเป็นผปู้ ่วยในชว่ งอายุ 0-14 ปี จำ� นวน 94 ราย (รอ้ ยละ 36.43) ชว่ งอายุ 15-40 ปี จำ� นวน
164 ราย (รอ้ ยละ 63.57)
สำ� หรบั จงั หวดั ท่ีมีอตั ราป่วยสงู สดุ ไดแ้ ก่ ประจวบครี ขี นั ธ์ (อตั ราป่วย 1.66 ตอ่ ประชากรแสนคน)
รองลงมา คอื กรุงเทพมหานคร (อตั ราป่วย 1.65 ตอ่ ประชากรแสนคน) ปทมุ ธานี (อตั ราป่วย 1.43 ตอ่ ประชากร
แสนคน) สมทุ รสาคร (อตั ราป่วย 1.24 ตอ่ ประชากรแสนคน) และ สมทุ รปราการ (อตั ราป่วย 1.15 ตอ่ ประชากร
แสนคน) ตามลำ� ดบั
150 ตาํ ราวัคซีนและการสรา้ งเสริมภมู คิ ้มุ กันโรค
ปี 2562
อยา่ งไรก็ดกี ารวนิ จิ ฉยั และรายงานโรคหดั เยอรมนั อาจทำ� ไดใ้ นอตั ราท่ตี ่ำ� กวา่ จรงิ เพราะการตดิ เชือ้ บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
แบบไมม่ อี าการพบไดบ้ อ่ ย และอาการกม็ คี วามคลา้ ยกบั ไขอ้ อกผ่นื จากการตดิ เชือ้ ไวรสั อ่นื ๆ ความสำ� คญั สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
ของโรคหดั เยอรมนั คือ การติดเชือ้ ในหญิงตงั้ ครรภ์ ซง่ึ ทำ� ใหเ้ กิดการติดเชือ้ แตก่ ำ� เนิด ทำ� ใหท้ ารกพิการ
แตภ่ าวะหวั เยอรมนั แตก่ ำ� เนดิ มไิ ดม้ รี ายงานไวใ้ นระบบเฝา้ ระวงั โรค คาดวา่ การกำ� จดั โรคหดั จะทำ� ใหก้ ำ� จดั
โรคหดั เยอรมนั ไปโดยปรยิ าย เพราะใชว้ คั ซีนเดียวกนั
ชนิดของวัคซนี
วคั ซีนหดั -คางทมู -หดั เยอรมนั (MMR) จะผสมรวมกนั ในอตั ราสว่ นท่ีเหมาะสมเพ่ือนำ� มาฉีดใน
ครงั้ เดยี วกนั โดยภมู คิ มุ้ กนั ท่ีเกิดขนึ้ มไิ ดด้ อ้ ยกวา่ การฉีดวคั ซนี แตล่ ะอยา่ งแยกกนั และปฏกิ ิรยิ าก็ไมร่ ุนแรง
กวา่ การฉีดวคั ซีนแยกแตล่ ะโรค ทำ� ใหส้ ะดวกและประหยดั คา่ ใชจ้ ่ายในการบรหิ ารจดั การและลดความ
เจ็บปวดจากการฉีดวคั ซีนหลายเข็ม
วคั ซีน MMR เป็นวคั ซีนมีชีวติ ออ่ นฤทธิ์ (live attenuated vaccine) ชนิดผงแหง้ (lyophilized)
ซง่ึ ตอ้ งผสมในนำ้� ยาละลาย (diluent) ก่อนฉีดตามคำ� แนะนำ� ของบรษิ ัทผผู้ ลติ วคั ซีน MMR ท่ีมีจำ� หนา่ ย
ในประเทศไทย ดงั ตารางท่ี 6.7-1 แตล่ ะขนาดฉีดจะมี neomycin ประมาณ 25 ไมโครกรมั
วัคซนี MMR ประกอบดว้ ยเชอื้ 3 ชนิดไดแ้ ก่ (ตารางท่ี 6.7-1)
1. เชือ้ ไวรสั หดั มชี ีวติ ออ่ นฤทธิ์ ท่มี ใี ชท้ กุ สายพนั ธขุ์ องแตล่ ะบรษิ ัทไดม้ าจากไวรสั โรคหดั ออ่ นฤทธิ์
สายพนั ธเุ์ อด็ มอนสตนั ของเอน็ เดอร์ (Ender’s attenuated Edmonston strain)และเจรญิ เตบิ โตในการ
เพาะเลยี้ งเซลลเ์ อม็ บรโิ อลกู ไก่ (cell culture of chick embryo) บางบรษิ ัทเตรยี มจากเชือ้ หดั สายพนั ธุ์
Edmonston – Zagreb (EZ) ท่ีออ่ นฤทธิ์ และเพาะเลยี้ งใน human diploid cells
2. เชือ้ ไวรสั คางทมู มีชีวิตออ่ นฤทธิ์ ท่ีใชใ้ นวคั ซีนมีอยู่ 3 สายพนั ธแุ์ ลว้ แตผ่ ผู้ ลติ ไดแ้ ก่
2.1 เชือ้ คางทมู สายพนั ธเุ์ จอรลิ ลนิ น์ (Jeryl Lynn) ท่ีออ่ นฤทธิ์ เจรญิ เตบิ โต โดยการเพาะ
เลยี้ งในเซลลเ์ อม็ บรโิ อลกู ไก่
2.2 เชือ้ คางทมู สายพนั ธุ์ อรู าเบ เอเอ็ม 9 (Urabe - Am 9) ท่ีอ่อนฤทธิ์ เจริญเติบโตโดย
การเพาะเลยี้ งในเซลลเ์ อม็ บรโิ อลกู ไก่
2.3 เชือ้ คางทมู สายพนั ธุ์ Leningrad-Zagreb ท่ีออ่ นฤทธิ์ เจรญิ เตบิ โตโดยการเพาะเลยี้ ง
ในเซลลเ์ อม็ บรโิ อลกู ไก่
3. เชือ้ ไวรสั หดั เยอรมนั มีชีวติ เชือ้ สายพนั ธุ์ Wistar RA 27/3 ท่ีออ่ นฤทธิ์ เจรญิ เตบิ โตโดยการ
เพาะเลยี้ งใน human diploid cell (WI - 38)
นอกจากนยี้ งั มวี คั ซนี หดั -หดั เยอรมนั (MR) โดยไมม่ สี ว่ นประกอบของคางทมู ซง่ึ กระทรวงสาธารณสขุ
จดั สรรมาใหใ้ ชใ้ นการควบคมุ การระบาดหรอื SIA แตไ่ มม่ จี ำ� หนา่ ยท่วั ไป โดยสายพนั ธขุ์ องหดั และหดั เยอรมนั
ท่ีบรรจเุ ป็นดงั ขา้ งตน้
ตําราวัคซนี และการสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรค 151
ปี 2562
ตารางท่ี 6.7-1 แสดงชนิดของวคั ซีน MMR ท่ีมีจำ� หนา่ ยในประเทศไทย
TrimovaxTM TrivivacTM PriorixTM MMRTM MMRIITM
(sanofipasteur) (SEVAPHAR- (GSK) (Serum (MSD)
Institute of
MA/BGT) India)
Measles Schwartz Schwartz
Schwartz Edmonston Edmonston
1,000 TCID50 1,000 TCID50 1,000 TCID50 Zagreb 1,000 TCID50
Mumps Urabe AM 9 Jeryl-Lynn 1,000 TCID50
5,000 TCID50 5,000 TCID50 Modified Leningrad- Za- Jeryllynn
Jeryl-Lynn (RIT greb 12,500 TCID50
Rubella Wistar RA 27/3 Wistar RA 27/3 4385) 5,000 TCID50
1,000 TCID50 1,000 TCID50 5,000 TCID50
Wistar RA 27/3 Wistar RA 27/3 Wistar RA 27/3
1,000 TCID50 1,000 TCID50 1,000 TCID50
TตCดิ เIชDอื้50ด=ว้ ยTวiคัssซuีนeนนcั้ uรอ้ltยurลeะin5f0ective dose 50 เป็นหน่วยวดั ความแรงของวคั ซีนทที่ ำ� ให้ cell culture
นอกจากนีย้ งั มีวคั ซนี รวม หดั -คางทมู -หดั เยอรมนั -อสี กุ อใี ส (MMRV) ซง่ึ สามารถใชแ้ ทนวคั ซนี MMR และ
อีสกุ อีใส ท่ีใหแ้ ยกกนั ได้ (ดรู ายละเอียดในบทวคั ซีนรวม)
ขนาดบรรจุ
ขนาดบรรจขุ วดละ 1 โด๊ส พรอ้ มดว้ ยนำ้� ยาละลาย 1 ขวด ปรมิ าณ 0.5 มล.
ขนาดและวธิ ใี ช้
ฉีดเขา้ ใตผ้ ิวหนงั ขนาด 0.5 มล. บรเิ วณก่งึ กลางตน้ ขาดา้ นหนา้ คอ่ นไปดา้ นนอก หรอื ตน้ แขน
บคุ คลทคี่ วรได้รบั วัคซนี และอายทุ ่ีควรรับวัคซนี
เด็กทกุ คนท่ีแข็งแรงดี ควรไดร้ บั วคั ซีนปอ้ งกนั โรคหดั -คางทมู -หดั เยอรมนั อย่างนอ้ ย 2 ครงั้
กำ� หนดใหฉ้ ีดครงั้ แรกเม่ืออายุ 9-12 เดือน สว่ นเขม็ ท่ีสองแนะนำ� ใหฉ้ ีดเม่ืออายุ 2 ปีครง่ึ การฉีดเข็มท่ี 2 นี้
มีความสำ� คญั เพ่ือเรง่ สรา้ งภมู ิคมุ้ กนั ในเดก็ ท่ีไดร้ บั วคั ซีนครงั้ แรกแลว้ ไมไ่ ดผ้ ล (primary failure) จากการ
ฉีดเขม็ แรกท่ีอายุ 9 เดือน ซง่ึ ยงั มีภมู ิคมุ้ กนั จากแมท่ ่ีสง่ ผา่ นมาแตเ่ กิด มารบกวนการสรา้ งภมู ิคมุ้ กนั หรอื
อาจพลาดโอกาสท่จี ะไดร้ บั วคั ซนี ครงั้ แรกมฉิ ะนนั้ จะมจี ำ� นวนเดก็ ท่ไี มม่ ภี มู ติ า้ นทานสะสมมากจนอาจเกิด
การระบาดขึน้ ได้ ส่วนในภาคเอกชนท่ีแพทยน์ ดั ฉีดเข็มแรกท่ี 12 เดือน อาจฉีดเข็มท่ี 2 ท่ีอายุ 2½ หรือ
ท่ี 4-6 ปีก็ได้ แตแ่ นะนำ� 2½ ปีมากกวา่ เพ่ือใหส้ อดคลอ้ งกนั ท่วั ประเทศ4
152 ตาํ ราวคั ซนี และการสรา้ งเสริมภูมิค้มุ กันโรค
ปี 2562
ในกรณีท่ีมีการระบาดหรอื เกิดความเส่ียงตอ่ การติดเชือ้ หดั ในเด็กเลก็ สามารถใหว้ คั ซีน เข็ม บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
แรกไดต้ งั้ แตอ่ ายุ 6 เดือน ในกรณีนีค้ วรใหว้ คั ซีนซำ้� เม่ืออายุ 12 เดือน และ อายุ 2 ½ ปี ตามปกติ และถา้ สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
ความเส่ยี งในการสมั ผสั เชือ้ นีเ้ กิดขนึ้ ในเดก็ ท่ีเคยฉีดเขม็ ท่ี 1 มาแลว้ อาจใหเ้ ขม็ ท่ี 2 ไดเ้ รว็ ขนึ้ แตต่ อ้ งหา่ ง
จากเข็มแรกอยา่ งนอ้ ย 1 เดือน แตค่ วรระวงั วา่ ในกรณีนีเ้ ข็มท่ี 2 ตอ้ งฉีดหลงั อายุ 12 เดือนขนึ้ ไปเทา่ นนั้ 5
ในเดก็ ท่ีตดิ เชือ้ เอชไอวีใหฉ้ ีดวคั ซีน MMR เชน่ เดียวกบั เดก็ ปกติ ไมจ่ ำ� เป็นตอ้ งตรวจภาวะการ
ตดิ เชือ้ เอชไอวีก่อนฉีดวคั ซีน MMR ทงั้ นีย้ กเวน้ กรณีท่ีมีอาการเอดสเ์ ตม็ ขนั้ หรอื clinical category “C”
(CDC classification) หรอื มีภาวะภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ งอยา่ งรุนแรงหรอื immunological category “3” ซง่ึ
มีระดบั CD4 <15% (CDC classification)1ซง่ึ ไมค่ วรใหฉ้ ีดวคั ซีนมีชีวิตรวมทงั้ วคั ซีน MMR เพราะอาจ
เกิดผลแทรกซอ้ นท่ีรุนแรงและการสรา้ งภมู ิคมุ้ กนั ตอ่ วคั ซีนไมด่ ี
หญิงวยั เจรญิ พนั ธทุ์ กุ คนท่ีแขง็ แรงดี และไมเ่ คยไดร้ บั วคั ซีนนีม้ าก่อนในวยั เดก็ ควรไดร้ บั วคั ซีน
MMR หรอื MR อยา่ งนอ้ ย 1 ครงั้ และควรฉีดก่อนการตงั้ ครรภ์ 1 เดือน
บคุ ลากรทางการแพทยท์ กุ คนท่ียงั ไม่เคยรบั วคั ซีน MMR มาก่อนควรไดร้ บั MMR หรือ MR
เรว็ ท่ีสดุ
ปฏกิ ริ ยิ าจากวัคซนี 1
ผลขา้ งเคยี งหลงั ฉีด MMR วคั ซนี ไดแ้ ก่ ไข้พบไดป้ ระมาณรอ้ ยละ 5 มกั เกิด 5-12 วนั หลงั ฉีดวคั ซนี
และมีไขน้ าน 1-2 วนั 6 เดก็ ท่ีมีไขส้ งู อาจเกิดอาการชกั ได้ ผ่ืนคลา้ ยโรคหดั แตผ่ ่ืนขนึ้ นอ้ ยกวา่ พบไดร้ อ้ ยละ 5
มกั ปรากฏใน 7-10 วนั หลงั ฉีดวคั ซนี และปรากฏเพียง 1-2 วนั แลว้ หายไปเอง ตอ่ มนำ้� เหลอื งโต ตอ่ มนำ้� ลาย
อกั เสบ (parotitis) แตพ่ บไดน้ อ้ ย มรี ายงานการเกิดอณั ฑะอกั เสบ (orchitis) ไดม้ ากขนึ้ ในผใู้ หญ่ท่ไี ดว้ คั ซนี
ท่ีมีสายพนั ธขุ์ องคางทมู เป็น L- Zagreb7 และอาจทำ� ใหเ้ กิดปฏิกิรยิ าแพ้ (allergic reaction)เป็นลมพิษ
หรือผ่ืนบวมแดงบริเวณท่ีไดร้ บั วคั ซีน ซ่งึ พบไดน้ อ้ ย ส่วนการเกิด immediate anaphylactic reaction
พบไดน้ อ้ ยกวา่ 1 ตอ่ 1 ลา้ นโด๊ส นอกจากนีอ้ าจพบภาวะเกลด็ เลือดต่ำ� (thrombocytopenia) มกั พบ
ภายใน 2 เดือนหลงั ฉีดวคั ซีน MMR อบุ ตั กิ ารณ์ 1 ใน 100,000 รายและอาการปวดขอ้ ขอ้ อกั เสบ สมั พนั ธ์
กบั วคั ซีนปอ้ งกนั หดั เยอรมนั ในเดก็ พบประมาณรอ้ ยละ 0.5 แตใ่ นผใู้ หญ่ท่ีเป็นผหู้ ญิง พบปวดขอ้ ไดถ้ งึ
รอ้ ยละ 25 และพบขอ้ อกั เสบถงึ รอ้ ยละ 10 มกั พบ 1-3 สปั ดาหห์ ลงั ฉีดวคั ซีน
ส่งิ ท่ีมีความจำ� เพาะ คือ ภาวะแทรกซอ้ นทางระบบประสาทท่ีอาจเกิดขนึ้ ได้ ไดแ้ ก่
l Aseptic meningitis พบภายหลงั การฉีดวคั ซนี MMR ท่ีใชส้ ว่ นประกอบของ mumps สายพนั ธุ์
Urabe อตั ราประมาณ 1 ตอ่ 862 - 1 ตอ่ 295,0008-10 โดยมีอตั ราแตกตา่ งกนั ในแตล่ ะวคั ซีนของแตล่ ะผผู้ ลติ
แตพ่ บมีรายงานนอ้ ยมาก (1 ตอ่ 1,000,000) ถา้ ใชว้ คั ซนี ท่ีใชส้ ายพนั ธุ์ Jeryl-Lynn11 ดงั นนั้ ในการฉีดวคั ซนี
SIA หรอื กรณีระบาด อาจใชว้ คั ซีน MR แทน MMR ได้ เพ่ือหลกี เล่ยี งอาการขา้ งเคียงท่ีอาจพบไดม้ ากขนึ้
ถา้ ฉีดจำ� นวนมากๆ ในเวลาใกลๆ้ กนั
l Encephalopathy / encephalitis มีรายงานการเกิดประมาณ 6-15 วนั หลงั ฉีดวคั ซีน พบได้
1 ตอ่ 2 ลา้ นโด๊ส
ตาํ ราวคั ซีนและการสรา้ งเสริมภูมคิ มุ้ กนั โรค 153
ปี 2562
ขอ้ หา้ มใช้1
1. การตงั้ ครรภ์ ในหญิงมีครรภไ์ มค่ วรฉีดวคั ซีน MMR เชน่ เดียวกบั วคั ซีนมีชีวิตออ่ นฤทธิ์อ่ืนๆ
เพราะอาจเกิดอนั ตรายตอ่ ทารกในครรภไ์ ดต้ ามทฤษฎี ดงั นนั้ เม่ือจะฉีดวคั ซนี MMR ในหญิงวยั เจรญิ พนั ธุ์
ควรแนะนำ� ใหค้ มุ กำ� เนิด 28 วนั หลงั ฉีด แตถ่ า้ ฉีด MMR ในหญิงตงั้ ครรภโ์ ดยบงั เอิญหรอื มีการตงั้ ครรภ์
เกิดขนึ้ ใน 28 วนั หลงั ฉีดวคั ซนี ควรอธิบายถงึ ความเส่ยี งทางทฤษฎีวา่ ทารกในครรภอ์ าจมีโอกาสไดร้ บั เชือ้
จากวคั ซนี แตไ่ มเ่ คยมรี ายงานความผดิ ปกตแิ ตก่ ำ� เนดิ ของทารกท่เี กิดจากการไดร้ บั วคั ซนี MMR ขณะตงั้ ครรภ์
จงึ ไมเ่ ป็นเหตผุ ลใหต้ อ้ งทำ� แทง้
2. การเจ็บป่วยรุนแรงผทู้ ่ีกำ� ลงั มีไข้
3. แพ้ neomycin แบบ anaphylaxis
4. ไดร้ บั ยาสเตียรอยด์ขนาดมากกวา่ หรอื เทา่ กบั 2 มก./กก. หรอื มากกวา่ หรอื เทา่ กบั 20 มก./วนั
นานกวา่ 14 วนั ผปู้ ่วยเหลา่ นีค้ วรงดวคั ซีนMMR จนกวา่ จะครบ 1 เดือนหลงั หยดุ ยาสเตียรอยด์
5. ในผปู้ ่วยมะเรง็ เมด็ เลอื ดขาว ถา้ จะฉีดวคั ซนี ควรฉีดวคั ซนี กอ่ นเรม่ิ ยากดภมู คิ มุ้ กนั อยา่ งนอ้ ย
4 สปั ดาห์ (ใหฉ้ ีดวคั ซีนในชว่ ง remission และหยดุ chemotherapy มาแลว้ ไมน่ อ้ ยกวา่ 3-6 เดือน )
6. ในผปู้ ่ วยหลงั ปลกู ถ่ายไขกระดกู ท่ียงั ไม่มีภมู ิต่อโรคหดั สามารถใหว้ คั ซีนไดห้ ลงั ปลกู ถ่าย
ไขกระดกู แลว้ 2 ปี และไมม่ ีภาวะ chronic GvHD และไมไ่ ดย้ ากดภมู ิ และถา้ ผปู้ ่ วยได้ intravenous
immunoglobulin ควรใหว้ คั ซีนหลงั ได้ intravenous immunoglobulin อยา่ งนอ้ ย 8-11 เดือน12
7. ผปู้ ่วยท่ีมีภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ งอยา่ งมากจากทกุ สาเหตุ ไมค่ วรรบั วคั ซีน MMR ยกเวน้ ผปู้ ่วยท่ี
มีภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ งแตก่ ำ� เนิดชนิด B cell defect, complement deficiency, phagocytic dysfunction
และผทู้ ่ีตดิ เชือ้ เอชไอวี ท่ีมีอาการนอ้ ยหรอื ปานกลางสามารถใหว้ คั ซีนได้
ภูมิคุ้มกนั ท่เี กดิ
การศกึ ษาในประเทศสหรฐั อเมรกิ าพบภมู คิ มุ้ กนั ตอ่ โรคหดั เกดิ ขนึ้ รอ้ ยละ 95 ของเดก็ ท่ไี ดร้ บั วคั ซนี
เม่ืออายุ 12 เดือน และรอ้ ยละ 98 เม่ือไดร้ บั วคั ซีนท่ีอายุ 15 เดือน1 สาเหตทุ ่ีทำ� ใหก้ ารตอบสนองตอ่ วคั ซีน
ในเดก็ เลก็ ไมด่ เี พราะยงั มแี อนตบิ อดจี ากมารดาอยู่ ซง่ึ จะขดั ขวางการสรา้ งภมู คิ มุ้ กนั จากวคั ซนี การฉีดวคั ซนี
MMR ครงั้ ท่สี อง เพ่อื ใหเ้ กิดภมู คิ มุ้ กนั ในผทู้ ่ไี ดร้ บั วคั ซนี ครงั้ แรกแลว้ ไมไ่ ดผ้ ล (primary failure)เหลา่ นี้และ
ยงั ชว่ ยกระตนุ้ ใหภ้ มู ิคมุ้ กนั เพ่ิมในกรณีท่ีระดบั ภมู ิคมุ้ กนั จากการฉีดครงั้ แรกลดลงจนไมส่ ามารถปอ้ งกนั
โรคได้(secondary failure) ซง่ึ กรณีหลงั นเี้ กดิ ขนึ้ นอ้ ย การใหว้ คั ซนี 2 ครงั้ จะมปี ระสทิ ธิภาพในการปอ้ งกนั
โรคหดั จนถงึ ในเดก็ วยั เรยี นและผใู้ หญ่
สำ� หรบั วคั ซีนคางทมู สามารถกระตนุ้ ภมู ิคมุ้ กนั ไดม้ ากกวา่ รอ้ ยละ 95 เชน่ กนั แตป่ ระสทิ ธิภาพ
ในการป้องกันโรคจริงๆ พบว่าป้องกันโรคได้ รอ้ ยละ 49-92 หลงั จากได้ 1 เข็ม และ รอ้ ยละ 66-95
หลงั จากได้2 เขม็ 13 สว่ นภมู ิคมุ้ กนั ตอ่ หดั เยอรมนั เกิดขนึ้ มากกวา่ รอ้ ยละ 95 หลงั ฉีดวคั ซีน และปอ้ งกนั โรค
ไดต้ ลอดชีวติ หลงั ฉีด 1 เขม็ 14
สำ� หรบั ประเทศไทย ก่อนจะมีการใหว้ คั ซีน มีการรายงานโรคหดั ในเด็กอายตุ ่ำ� กว่า 15 เดือน
ถึงรอ้ ยละ 35 จึงแนะนำ� ใหม้ ีการฉีดวคั ซีนป้องกนั โรคหดั ตงั้ แต่อายุ 9-12 เดือน การศกึ ษาในเด็กไทย
พบวา่ การฉีดวคั ซีนรวมหดั -คางทมู -หดั เยอรมนั เม่ืออายุ 9 เดือน จะมีภมู ิคมุ้ กนั ตอ่ โรคหดั รอ้ ยละ 85-95
154 ตําราวคั ซีนและการสร้างเสริมภมู คิ ุม้ กนั โรค
ปี 2562
ภูมิคุม้ กันต่อโรคหดั เยอรมัน รอ้ ยละ 96-99 และภูมิคุม้ กันต่อโรคคางทูมรอ้ ยละ 63-95 โดยพบว่า บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
สายพนั ธุ์ Moraten ของเชือ้ หดั จะกระตนุ้ ใหเ้ กิดภมู คิ มุ้ กนั ไดส้ งู กวา่ สายพนั ธุ์ Edmonston B-Zagreb และ สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
สายพนั ธุ์ Jeryl-Lynn ของเชือ้ คางทมู กระตนุ้ ใหเ้ กิดภมู ิคมุ้ กนั สงู กวา่ สายพนั ธุ์ Rubini อยา่ งมาก14 ซง่ึ ตรงกบั
การศกึ ษาในสวิสเซอรแ์ ลนด์ ท่ีพบประสทิ ธิภาพในการปอ้ งกนั โรคคางทมู โดยสายพนั ธุ์ Rubini มีเพียง
รอ้ ยละ 6.3 เทียบกบั รอ้ ยละ 61.6 โดยสายพนั ธุ์ Jeryl-Lynn องคก์ ารอนามยั โลกจงึ ไมแ่ นะนำ� ใหใ้ ชส้ ายพนั ธุ์
Rubini โดยท่วั ไป สำ� หรบั สายพนั ธุ์ Urabe กระตนุ้ ใหเ้ กิดภมู ิตา้ นทานประมาณรอ้ ยละ 84-9716-17
หมายเหตุ
1. การป้องกนั โรคหดั หลงั สมั ผสั ในเด็กปกติท่ียงั ไม่มีภมู ิคมุ้ กนั อาจใหว้ คั ซีนหดั หรือ MMR
ภายใน 72 ช่วั โมงหลงั สมั ผสั โรค ซง่ึ จะสามารถปอ้ งกนั โรคไดร้ อ้ ยละ 6818 หรอื อาจใชอ้ ิมมโู นโกลบลุ นิ
ขนาด 0.25 มล./กก. ฉีดเขา้ กลา้ มเนือ้ ภายใน 6 วนั หลงั สมั ผสั ก็ได1้ โดยควรพิจารณาใชอ้ ิมมโู นโกลบลุ นิ
หลงั สมั ผสั ในกรณีเดก็ เลก็ ตงั้ แตแ่ รกเกิดถงึ 6 เดือน (หลงั จากอายุ 6 เดือนขนึ้ ไป สามารถใชว้ คั ซนี ปอ้ งกนั
ถา้ ฉีดภายใน 72 ช่วั โมงหลงั สมั ผสั ได)้ แตไ่ มม่ ีหลกั ฐานวา่ จะใชว้ คั ซีน MMR ปอ้ งกนั โรคหดั เยอรมนั และ
คางทมู หลงั สมั ผสั ได้
2. ในผทู้ ่ตี ดิ เชือ้ เอชไอวหี รอื ผทู้ ่มี ภี าวะภมู คิ มุ้ กนั บกพรอ่ งอ่นื ๆ ถา้ มกี ารสมั ผสั โรคหดั ควรไดร้ บั การ
ปอ้ งกนั ดว้ ยอมิ มโู นโกลบลุ นิ ขนาด 0.5 มล./กก. ฉีดเขา้ กลา้ มเนือ้ ถงึ แมว้ า่ จะเคยมีประวตั ไิ ดร้ บั วคั ซนี หดั มาแลว้
3. เน่ืองจากผปู้ ่วยท่ีมีภมู คิ มุ้ กนั บกพรอ่ งอยา่ งมาก ไมค่ วรไดร้ บั วคั ซนี นี้จงึ ควรแนใ่ จวา่ สมาชิก
ในครอบครวั หรอื ผใู้ กลช้ ดิ ผปู้ ่วยเหลา่ นีจ้ ะตอ้ งไดร้ บั วคั ซนี ครบถว้ น เพ่อื ปอ้ งกนั ไมใ่ หเ้ กิดโรค และอาจแพร่
มายงั ผปู้ ่วยได้
4. ในกรณีท่ีไดร้ บั เลอื ดหรอื ผลติ ภณั ฑข์ องเลอื ดมากอ่ น อาจทำ� ใหร้ า่ งกายตอบสนองตอ่ วคั ซนี
ในกลมุ่ นไี้ มด่ ี จงึ แนะนำ� ใหเ้ วน้ ระยะเวลาใหน้ านเพยี งพอท่แี อนตบิ อดที ่มี อี ยใู่ นเลอื ดหรอื ผลติ ภณั ฑข์ องเลอื ด
ท่ีไดร้ บั มานนั้ หมดไปก่อน ทงั้ นีข้ นึ้ อยกู่ บั ชนิดของส่งิ ท่ีไดร้ บั 19 (ตารางท่ี 6.6-2) แตถ่ า้ จะฉีดวคั ซนี ก่อนการ
ไดร้ บั ผลติ ภณั ฑข์ องเลอื ด ควรไดร้ บั วคั ซีนก่อนไดร้ บั ผลติ ภณั ฑข์ องเลอื ดอยา่ งนอ้ ย 2 สปั ดาห์
5. ในผใู้ หญ่ท่วั ไปแนะนำ� ใหฉ้ ีดวคั ซีน MMR ในหญิงวยั เจรญิ พนั ธุท์ กุ คนท่ีไม่เคยเป็นโรคหดั
เยอรมนั หรอื ไมแ่ นใ่ จวา่ เคยเป็น โดยไมต่ อ้ งเจาะเลอื ดเพ่ือตรวจภมู ิคมุ้ กนั ก่อนฉีด
6. ในผทู้ ่ีเป็นบคุ ลากรทางการแพทย์ (ทงั้ หญิงและชาย) ผทู้ ่ีจะเขา้ สถาบนั การศกึ ษาในระดบั
อดุ มศกึ ษาและผทู้ ่จี ะเขา้ เป็นทหารเกณฑท์ กุ คนท่ไี มเ่ คยมปี ระวตั วิ า่ ไดร้ บั วคั ซนี หดั หรอื เป็นโรคหดั มากอ่ น
ควรฉีดวคั ซีน MMR ทกุ ราย โดยไมต่ อ้ งเจาะเลือดเพ่ือตรวจภมู ิคมุ้ กนั ก่อนฉีดวคั ซีน
7. วคั ซนี MMR สามารถกดการตอบสนองตอ่ tuberculin skin test ดงั นนั้ จงึ อาจทำ� การทดสอบ
tuberculin skin test ในวนั เดียวกบั การฉีด MMR ได้ หรอื รอ 4-6 สปั ดาหต์ อ่ มาจงึ คอ่ ยทำ� tuberculin
skin test
8. วคั ซีน MMR หรอื วคั ซีนหดั ไมเ่ ก่ียวขอ้ งหรอื ทำ� ใหเ้ กิดโรค autism หรอื inflammatory bowel
disease
9. ในผทู้ ่ีแพไ้ ขถ่ งึ แมจ้ ะแพแ้ บบรุนแรง ก็สามารถใหว้ คั ซีน MMR ได้ เพราะมีโอกาสเกิดปฏิกิรยิ าต่ำ�
เน่ืองจากในวคั ซีนมี egg cross-reacting protein ต่ำ� และการทำ� skin test ไม่ช่วยทำ� นายปฏิกิริยา
ไดเ้ สมอไป ดงั นนั้ จงึ แนะนำ� ใหว้ คั ซีนไดเ้ ลยโดยไมต่ อ้ งทำ� skin test แตค่ วรเฝา้ ระวงั ผปู้ ่วยหลงั ใหว้ คั ซีน
อยา่ งนอ้ ย 30 นาที1
ตําราวัคซีนและการสรา้ งเสรมิ ภมู คิ ้มุ กนั โรค 155
ปี 2562
10. สามารถฉีดวคั ซนี MMR พรอ้ มวคั ซนี เชอื้ ตาย หรอื วคั ซนี เชอื้ เป็นได้แตถ่ า้ ไมไ่ ดฉ้ ีดวนั เดยี วกนั
การฉีดวคั ซีน MMR ตอ้ งหา่ งจากการฉีดวคั ซีนเชือ้ เป็นชนิดอ่ืนอยา่ งนอ้ ย 4 สปั ดาห์ สว่ นวคั ซีนเชือ้ ตาย
หรอื วคั ซีน polio แบบหยอด จะใหพ้ รอ้ มกบั วคั ซีน MMR หรอื จะใหก้ ่อนหรอื หลงั วคั ซีน MMR ก่ีวนั ก็ได้
ถา้ หากฉีดวคั ซนี เชอื้ เป็นหา่ งกนั นอ้ ยกวา่ 4 สปั ดาห์วคั ซนี ท่ใี หท้ หี ลงั จะไมน่ บั ตอ้ งนบั หา่ งออกไปอกี 4 สปั ดาห์
จงึ ฉีดวคั ซีนตวั ท่ี 2 ใหม่
ตารางท่ี 6.7-2 ชว่ งเวลาท่คี วรเวน้ หา่ งระหวา่ งการไดร้ บั สารเลอื ดหรอื ผลติ ภณั ฑข์ องเลอื ดกบั การใหว้ คั ซนี MMR
สาเหตุของการรับเลอื ด หรือ โดส๊ ช่วงเวลาทคี่ วรรอ
ผลติ ภณั ฑข์ องเลอื ด (สารทไี่ ดร้ ับ) ก่อนทจี่ ะใหว้ ัคซนี
Tetanus prophylaxis (TIG) 250 unit (10 mg lgG/kg) IM (เดอื น)
3
Hepatitis A prophylaxis (IG) 0.02 ml/kg (3.3 mg lgG/kg) IM
- Contact prophylaxis 0.06 ml/kg (10 mg lgG/kg) IM 3
- International travel 3
3
Hepatitis B prophylaxis (HBIG) 0.06 ml/kg (10 mg lgG/kg) IM 4
5
Rabies prophylaxis (HRIG) 20 IU/kg (22 mg lgG/kg) IM
5
Varicella prophylaxis (VZIG) 125 units/10 kg (20-40 mg 6
lgG/kg) IM (maximum 625 units)
0
Measles prophylaxis (IG) 3
- Standard contact (normal host) 0.25 ml/kg (40 mg lgG/kg) IM 5
- Immunocompromised contact 0.50 ml/kg (80 mg lgG/kg) IM 6
7
Blood transfusion :
- Red blood cells (RBCs), washed 10 ml/kg (negligible lgG/kg) IV
- RBCs adenine-saline added 10 ml/kg (10 mg IgG/kg) IV
- Packed RBCs (Hct 65%) 10 ml/kg (60 mg IgG/kg) IV
- Whole blood (Hct 35%-50%) 10 ml/kg (80-100 mg IgG/kg) IV
- Plasma / platelet products 10 ml/kg (160 mg IgG/kg) IV
Replacement therapy for immune 300-400 mg/kg IV 8
deficiencies (IVIG)
9
Respiratory syncytial virus 750 mg/kg IV (as RSV-IGIV)
prophylaxis 8
10
Immune thrombocytopenic 400 mg/kg IV 11
purpura (IVIG) 1000 mg/kg IV
Kawasaki diseases (IVIG) 2 g/kg IV
156 ตาํ ราวคั ซีนและการสรา้ งเสรมิ ภมู คิ มุ้ กนั โรค
ปี 2562
การเก็บและการหมดอายุ บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
วคั ซีน MMR ชนิดผงแหง้ ควรเก็บไวท้ ่ีอณุ หภมู ิ +2ถึง +8 oซ ไม่ใหถ้ กู แสงสว่างตลอดเวลา
ส่วนนำ้� ยาละลายท่ีใชผ้ สมก็ควรเก็บไวด้ ว้ ยกัน ผงวัคซีนอาจแช่แข็งไดแ้ ต่นำ้� ยาละลายหา้ มแช่แข็ง
เพราะนำ้� ยาจะขยายตวั ทำ� ใหข้ วดวคั ซีนแตกได้
วคั ซนี ท่ีผสมนำ้� ยาละลายแลว้ ตอ้ งใชภ้ ายใน 6 ช่วั โมง และควรเก็บไวใ้ นตเู้ ยน็ ใหด้ วู นั หมดอายุ
บนฉลากของขวดวคั ซีนนนั้
เอกสารอา้ งองิ
1. Watson JC, Hadler SC, Dykewicz CA, Reef S, Phillips L. Measles, mumps, and rubella--vaccine
use and strategies for elimination of measles, rubella, and congenital rubella syndrome
and control of mumps: recommendations of the Advisory Committee on Immunization
Practices (ACIP). MMWR Recomm Rep 1998;47(RR-8):1-57.
2. สรุปรายงานการเฝา้ ระวงั โรค 2544.: สำ� นกั ระบาดวิทยา กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ .
3. CDC. Elimination of rubella and congenital rubella syndrome--United States, 1969-2004.
MMWR Morb Mortal Wkly Rep 2005;54:279-82.
4. Techasena W, Wongwacharapiboon P, Terawanich S, Pattamadilok S. A comparison study
of measles antibody between two doses vaccination at 9, 18 months and single dose at
9 months in children 4-6 years old. J Med Assoc Thai 2011 ;94:309-15.
5. CDC. Recommended Immunization Schedules for Persons Aged 0 Through 18 Years —
United States, 2012. MMWR Morb Mortal Wkly Rep 2012;61:1-4.
6. Peltola H, Heinonen OP. Frequency of true adverse reactions to measles-mumps-rubella
vaccine. A double-blind placebo-controlled trial in twins. Lancet 1986 ;1:939-42.
7. Gilliland SM, Jenkins A, Parker L, et al. Vaccine-related mumps infection in Thailand and
the identification of a novel mutation in the mumps fusion protein. Biologicals 2013;41:84-7.
8. Miller E, Goldacre M, Pugh S, et al. Risk of aseptic meningitis after measles, mumps, and
rubella vaccine in UK children. Lancet 1993;341:979-82.
9. Al-Mazrou Y, Tumsah S, Khalil M, et al. Safety evaluation of MMR vaccine during a primary
school campaign in Saudi Arabia. J Trop Pediatr 2002;48:354-8.
10. Fujinaga T, Motegi Y, Tamura H, Kuroume T. A prefecture-wide survey of mumps meningitis
associated with measles, mumps and rubella vaccine. Pediatr Infect Dis J 1991;10:204-9.
11. Fescharek R, Quast U, Maass G, Merkle W, Schwarz S. Measles-mumps vaccination in
the FRG: an empirical analysis after 14 years of use. II. Tolerability and analysis of spontaneously
reported side effects. Vaccine 1990;8:446-56.
12. Rubin L, Levin M, Ljungman P, et al. 2013 IDSA Clinical practice guideline for vaccination
of the immunocompromised host. Clin Infect Dis 2014;58:309-18.
ตําราวคั ซีนและการสร้างเสริมภูมคิ มุ้ กนั โรค 157
ปี 2562
13. American Academy of Pediatrics. Mumps. In: Kimberlin DW, Brady MT, Jackson MA, Long
SS, eds. Red Book: 2018 Report of the Committee on Infectious Diseases. 31sted. Itasca,
IL: American Academy of Pediatrics; 2018:567-73.
14. American Academy of Pediatrics. Rubella In: Kimberlin DW, Brady MT, Jackson MA, Long SS,
eds. Red Book: 2018 Report of the Committee on Infectious Diseases. 31sted. Itasca, IL:
American Academy of Pediatrics; 20018:705-11.
15. Just M, Berger R, Gluck R, Wegmann A. Evaluation of a combined vaccine against
measles-mumps-rubella produced on human diploid cells. Dev Biol Stand. 1986;65:25-7.
16. Vesikari T, Andre FE, Simoen E, et al. Comparison of the Urabe Am 9-Schwarz and Jeryl
Lynn-Moraten combinations of mumps-measles vaccines in young children. Acta Paediatr
Scand 1983;72:41-6.
17. Popow-Kraupp T, Kundi M, Ambrosch F, Vanura H, Kunz C. A controlled trial for evaluating
two live attenuated mumps-measles vaccines (Urabe Am 9-Schwarz and Jeryl Lynn-Moraten)
in young children. J Med Virol 1986;18:69-79.
18. Ruuskanen O, Salmi TT, Halonen P. Measles vaccination after exposure to natural measles.
J Pediatr 1978;93:43-6.
19. American Academy of Pediatrics. Active Immunization. In: Kimberlin DW, Brady MT,
Jackson MA, Long SS, eds. Red Book: 2018 Report of the Committee on Infectious Diseases.
31st ed. Itasca, IL: American Academy of Pediatrics; 2018:13-55.
158 ตําราวคั ซีนและการสรา้ งเสริมภมู คิ มุ้ กันโรค
ปี 2562
6.8 วัคซนี ป้องกันโรคไข้สมองอกั เสบชนดิ เจอี บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
บทท่ี (Japanese Encephalitis Vaccine: JE)
บทน�ำและระบาดวทิ ยา
โรคไขส้ มองอกั เสบเจอีเกิดจากเชือ้ ไวรสั Japanese Encephalitis (JE) ซง่ึ อยใู่ นกลมุ่ Flavivirus
ผทู้ ่ีไดร้ บั เชือ้ มกั ไมม่ ีอาการ มีเพียง 1:100-1:1,000 เทา่ นนั้ ท่ีจะเกิดอาการของโรค ซง่ึ ไดแ้ ก่ ไขส้ งู ปวดศรี ษะ
คอแข็ง กระตกุ ส่นั มีอาการชกั เป็นอมั พาต หรอื มีอาการเพอ้ จนกระท่งั หมดสต1ิ -4 โรคนีม้ ีอตั ราป่วยตายสงู
ประมาณรอ้ ยละ 10-202,3,5 และประมาณ 2 ใน 3 ของผรู้ อดชีวิตจะมีความพิการทางระบบประสาท6
โรคนีม้ ีแหลง่ รงั โรคในสตั วห์ ลายชนิด เชน่ หมู ววั ควาย มา้ และนกบางชนดิ หมแู ละนกนำ้� บางชนิดเป็นแหลง่
แพรเ่ ชือ้ ท่ีสำ� คญั มาส่คู น เชือ้ ไวรสั นีต้ ิดต่อมายงั คนไดโ้ ดยการถกู ยงุ ท่ีนำ� โรคกดั ยงุ พาหะท่ีนำ� โรค คือ
ยงุ รำ� คาญ ไดแ้ ก่ Culex tritaeniorhynchus และ Culex gelidus7 ยงุ เหลา่ นีม้ กั เพาะพนั ธใุ์ นทงุ่ นาท่ีมี
นำ้� เจ่ิงนอง และตามแหลง่ นำ้� ขงั ในเขตชานเมืองหรอื ชนบทท่วั ไป โรคนีพ้ บแพรก่ ระจายท่วั ทวีปเอเชีย
จากขอ้ มลู เฝา้ ระวงั ทางระบาดวทิ ยา โรคไขส้ มองอกั เสบเจอี ในชว่ ง 10 ปีท่ผี า่ นมา (ปีพ.ศ. 2545
– 2554) พบผปู้ ่วย 36 – 78 รายตอ่ ปี คดิ เป็นอตั ราป่วย 0.06 – 0.13 ตอ่ ประชากรแสนคน ในปีพ.ศ. 2554
พบผูป้ ่ วย 52 ราย ไม่มีผูเ้ สียชีวิต โดยจังหวัดท่ีมีรายงานผูป้ ่ วยมากท่ีสุด ไดแ้ ก่ สุรินทร์ 16 ราย
นครศรธี รรมราช 7 ราย จงั หวดั เพชรบรุ ี และเชียงใหม่ จงั หวดั ละ 4 ราย กลมุ่ อายทุ ่ีพบผปู้ ่วยมากท่ีสดุ คือ
อายมุ ากกวา่ 65 ปี รอ้ ยละ 19.23 รองลงมาคืออายุ 10 – 14 ปี และ 15 – 24 ปี รอ้ ยละ 17.31 และ 11.54
ตามลำ� ดบั 8 ในปี พ.ศ.2557 พบรายงานผปู้ ่วย 11 ราย คดิ เป็นอตั รา 0.02 ตอ่ แสนประชากร และชว่ งอายุ
ท่ีพบมากท่ีสดุ คอ่ 10-24 ปี อยา่ งไรก็ตามผปู้ ่วยท่ีไดร้ บั รายงานเขา้ สรู่ ะบบเฝา้ ระวงั เป็นผปู้ ่วยท่ีไดร้ บั การ
วินิจฉยั ตามอาการ ไมม่ ีผลการตรวจทางหอ้ งปฏิบตั ิการยืนยนั จากการศกึ ษาโดยศนู ยค์ วามรว่ มมือการ
วจิ ยั ไทย-สหรฐั ฯ ท่ตี รวจหาสาเหตขุ องไขส้ มองอกั เสบโดยใชก้ ารตรวจยนี ยนั ทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร ในภาคกลาง
และภาคใต้ พบวา่ เชือ้ ไขส้ มองอกั เสบเจอี เป็นสาเหตขุ องโรครอ้ ยละ 15 โดยพบไดใ้ นทกุ อายุ รอ้ ยละ 46
พบในเดก็ อายนุ อ้ ยกวา่ 15 ปี9 ผใู้ หญ่เป็นโรคนีน้ อ้ ยกวา่ เดก็ เพราะมกั มีภมู ิคมุ้ กนั โรคแลว้ วธิ ีการปอ้ งกนั
โรคนีใ้ หไ้ ดผ้ ลคอื การใหว้ คั ซนี อยา่ งถกู ตอ้ ง ประเทศไทยเรม่ิ ฉีดวคั ซนี ไขส้ มองอกั เสบเจอตี งั้ แตป่ ี พ.ศ. 2533
โดยเรม่ิ ฉีด 2 เขม็ ในบางจงั หวดั ท่ีมีการระบาดของโรค แลว้ จงึ ขยายพืน้ ท่ีครอบคลมุ จนกระท่งั ใหค้ รบ 3 เขม็
ครอบคลมุ ท่วั ประเทศ ในปี พ.ศ. 2544 ตอ่ มาในปี พ.ศ 2555 ไดเ้ รม่ิ เปล่ยี นจากวคั ซนี ชนิดเชือ้ ไมม่ ีชีวติ ท่ีผลติ
จากสมองหนเู ป็นชนิดเชือ้ มีชีวิต ซง่ึ ทำ� ใหใ้ ชเ้ พียง 2 เข็มครอบคลมุ ทงั้ ประเทศ
ตาํ ราวคั ซนี และการสร้างเสริมภูมคิ ุ้มกนั โรค 159
ปี 2562
ชนิดของวัคซีนปอ้ งกันโรคไขส้ มองอกั เสบเจอี
วคั ซีนปอ้ งกนั โรคไขส้ มองอกั เสบเจอีท่ีมีใชห้ รอื กำ� ลงั จะมีใชใ้ นประเทศไทย มีดงั นี้
1. วัคซนี เชือ้ ตาย
1.1 วัคซนี เชือ้ ตายผลติ โดยนำ� เชือ้ ไวรัสไข้สมองอักเสบเจอเี พาะเลีย้ งในสมองลูกหนู
(mouse brain-derived inactivated vaccine หรือ MBD) นำ� สมองหนทู ่ีมีเชือ้ ดงั กลา่ วมาบด แลว้ ฆา่
เชือ้ ไวรสั ดว้ ยฟอรม์ าลิน หลงั จากนนั้ ทำ� ใหบ้ ริสทุ ธิ์โดยใหม้ ีโปรตีนจากเซลลส์ มองหนเู จือปนนอ้ ยท่ีสดุ
เชือ้ ท่ีนำ� มาผลิตวคั ซีนมาจาก 2 สายพนั ธุ์ คือ Nakayama ผลิตจากประเทศเกาหลี และ Beijing ผลิต
ในประเทศไทยโดยองคก์ ารเภสชั กรรม สายพนั ธุ์ Beijing ใหผ้ ลผลิตมากกว่าและใหภ้ มู ิคมุ้ กนั ท่ีดีกว่า10
เดมิ วคั ซีนสายพนั ธุ์ Beijing เป็นวคั ซีนท่ีใชใ้ นแผนการสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรคของกระทรวงสาธารณสขุ
แตเ่ น่อื งจากพบผลขา้ งเคยี งจากการฉีดวคั ซนี ชนดิ นมี้ ากกวา่ วคั ซนี ชนดิ อ่นื รวมถงึ พบผลขา้ งเคยี งท่คี อ่ นขา้ ง
รุนแรง โดยเฉพาะอาการทางสมอง (encephalopathy)11-12 ไดบ้ า้ ง ปัจจบุ นั วคั ซีนนีจ้ งึ หยดุ การผลติ และ
ใชว้ คั ซีนชนิดอ่ืนทดแทน
1.2 วัคซีนเชือ้ ตายที่ผลิตโดยน�ำเชือ้ ไวรัสไข้สมองอักเสบเจอีสายพันธุ์ SA 14-14-2
มาเพาะเลยี้ งใน Vero cell แลว้ ฆา่ เชือ้ ไวรสั ดว้ ยฟอรม์ าลนิ ผลติ โดยบรษิ ัท Intercell ช่ือการคา้ IXIAROTM
ขนึ้ ทะเบียนใชใ้ นยโุ รป ประเทศอเมรกิ า แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโ์ ปร์ อิสราเอล และฮ่องกง
ปัจจบุ นั วคั ซีนนีย้ งั ไมม่ ีใชใ้ นประเทศไทย
1.3 วัคซีนเชือ้ ตายผลิตโดยน�ำเชือ้ ไข้สมองอักเสบชนิดเจอี สายพันธุ์ Beijing-P3
มาเพาะเลีย้ ง ใน Vero cell แลว้ ฆ่าเชือ้ ไวรสั ดว้ ย propiolactone ทำ� ใหบ้ ริสุทธิ์โดยวิธี column
chromatography ผลติ โดยบรษิ ัท Liaoning Chengda Biotechnology ประเทศจีน ช่ือการคา้ JEVACTM
ใชใ้ นประเทศจีนตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2551 วคั ซนี นีเ้ ป็นวคั ซนี เชอื้ ตายชนดิ เดยี วในปัจจบุ นั ท่ไี ดร้ บั การขนึ้ ทะเบยี น
และมีใชใ้ นประเทศไทย
2. วัคซนี เชือ้ มชี วี ติ อ่อนฤทธิ์
2.1 วัคซนี เชอื้ มชี วี ติ อ่อนฤทธิส์ ายพนั ธุ์ SA 14-14-2 ผลติ โดยนำ� เชือ้ ไวรสั ไขส้ มองอกั เสบเจอี
สายพนั ธุ์ SA 14 ท่ไี ดจ้ ากลกู นำ้� มาเพาะเลยี้ งจนออ่ นฤทธิ์ในเซลลไ์ ตของหนแู ฮมสเตอร์(primary hamster
kidney cell) เป็นหลกั จนไดส้ ายพนั ธทุ์ ่ีออ่ นฤทธิ์ SA 14-14-2 ซง่ึ ไมท่ ำ� ใหเ้ กิดโรค แตก่ ่อใหเ้ กิดภมู ิคมุ้ กนั
โรคไขส้ มองอกั เสบชนดิ เจอี ในหนู หมแู ละคน ผลติ โดยบรษิ ทั Chengdu Institute of Biological Products
ประเทศจีน ช่ือการคา้ CD.JEVAXTM ปัจจบุ นั วคั ซนี นีเ้ ป็นหนง่ึ ในวคั ซนี ท่ีใชใ้ นแผนการสรา้ งเสรมิ ภมู คิ มุ้ กนั โรค
ของกระทรวงสาธารณสขุ แทนวคั ซีน MBD
2.2 วคั ซนี เชอื้ มชี วี ติ ออ่ นฤทธผิ์ ลติ โดยใชเ้ ทคนคิ พนั ธุวศิ วกรรม (chimeric virus vaccine)
โดยการตดั ยีนส์สว่ น PrM และ E ของไวรสั ไขส้ มองอกั เสบชนิดเจอี สายพนั ธุ์ SA 14-14-2 ใสเ่ ขา้ ไปแทนท่ี
ยีนส์ PrM และ E ของไวรสั ไขเ้ หลือง สายพนั ธุ์ 17D (เป็นสายพนั ธุข์ องวคั ซีนป้องกนั โรคไขเ้ หลืองชนิด
เชือ้ มีชีวติ ออ่ นฤทธิ์) ทำ� ใหไ้ ดไ้ วรสั ตวั ใหมท่ ่ีมีโปรตีนสว่ นท่ีเป็น membrane และ envelope เป็นของไวรสั
ไขส้ มองอกั เสบชนิดเจอี สว่ น core และ nonstructural protein เหมือนไวรสั ไขเ้ หลือง ผลติ โดยบรษิ ัท
Sanofi Pasteur ช่ือการคา้ IMOJEVTM ปัจจุบนั วคั ซีนนีเ้ ป็นหน่ึงในวคั ซีนท่ีใชใ้ นแผนการสรา้ งเสริม
ภมู ิคมุ้ กนั โรคของกระทรวงสาธารณสขุ แทนวคั ซีน MBD
160 ตาํ ราวัคซนี และการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค
ปี 2562
ส่วนประกอบของวัคซนี และขนาดบรรจุ บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
วัคซนี เชือ้ ตาย
วคั ซีน IXIAROTM 0.5 มล. ประกอบดว้ ยโปรตีนแอนติเจนของไวรสั ไขส้ มองอกั เสบชนิดเจอี
6 ไมโครกรมั มี Aluminium hydroxide 250 ไมโครกรมั (0.1%) เป็น adjuvant วคั ซีนเป็นชนิดนำ้� สขี าวขนุ่
ขนาดบรรจุ 0.5 มล. ตอ่ 1 โด๊ส
วคั ซีน JEVACTM 0.5 มล. มีไวรสั เชือ้ ตายตาม reference standard ของ China National
Institute for the Control of Pharmaceutical and Biological Products มี Dextran40 ปรมิ าณ 15 มก.
และอลั บูมินจากซีร่มั ของคนไม่นอ้ ยกว่า 10 มก. (รอ้ ยละ 2) เป็น stabilizer วคั ซีนเป็นชนิดผงแหง้
เม่ือละลายในตวั ทำ� ละลายจะไดน้ ำ้� ยาใสไมม่ ีสี ขนาดบรรจุ 0.5 มล. ตอ่ 1 โด๊ส
วัคซนี เชือ้ มชี วี ติ อ่อนฤทธิ์
วคั ซีน CD.JEVAXTM 0.5 มล. ประกอบดว้ ย เชือ้ มีชีวติ ออ่ นฤทธิ์สายพนั ธุ์ SA 14-14-2 ไมต่ ่ำ� กวา่
5เป.4็นlชoนgิด10ผPงFแUหง้มเีเมจล่ือาลตะนิลาไมยเ่ดกว้ินย4ต.วั8ทมำ� กล.ะแลลาะยอจลั ะบไดมู น้ินำ้�จยาากใซสีรส่มั ชี ขมอพงคอู อน่ นไมขเ่นกาินด30ม.5ก.มเลป.็นตsอ่ ta1bโilดiz๊สer วคั ซีน
วคั ซีน IMOJEVTM 0.5 มล. ประกอบดว้ ยเชือ้ ไวรสั สมองอกั เสบชนิดเจอีมีชีวิตอ่อนฤทธิ์ชนิด
ใcนhตimวั eทrำ� icละ4ล-5า.ย8จlะoไgด10น้ Pำ้� FยUาใมสีอไมลั ม่บีสมู ีหินรจอื าสกเี หซีรล่มัอื ขงอออ่งคนนขเนป็านดs0ta.5biมlizลe.rตวอ่ คั 1ซีนโดเป๊ส็นชนิดผงแหง้ เม่ือละลาย
ขนาดและวิธีใช้
วัคซนี เชือ้ ตาย
วคั ซีน IXIAROTM ฉีดเขา้ กลา้ มเนือ้ 0.5 มล. 2 เข็มหา่ งกนั 4 สปั ดาห์ และอาจฉีดเข็มกระตนุ้ อีก
1-2 ปี ตอ่ มา ใชไ้ ดต้ งั้ แตอ่ ายุ 2 เดือน
วคั ซนี JEVACTM ฉีดเขา้ ใตผ้ วิ หนงั หรอื ฉีดเขา้ ในกลา้ มเนือ้ 0.5 มล. ฉีด 2 เขม็ แรก หา่ งกนั 1-4 สปั ดาห์
และฉีดเขม็ ท่ี 3 หา่ งจากเขม็ ท่ี 2 ประมาณ 1 ปี ใชไ้ ดต้ งั้ แตอ่ ายุ 6 เดือน
วัคซนี เชือ้ มชี วี ติ อ่อนฤทธิ์
วคั ซีน CD.JEVAXTM 0.5 มล. ฉีดเขา้ ใตผ้ ิวหนงั 2 เขม็ หา่ งกนั 3-12 เดือน ใชไ้ ดต้ งั้ แตอ่ ายุ 9 เดือน
วคั ซีน IMOJEVTM 0.5 มล. ฉีดเขา้ ใตห้ นงั 1 เขม็ ในเดก็ อายตุ งั้ แต่ 9 เดือนและผใู้ หญ่ แนะนำ� ใหฉ้ ีดกระตนุ้
1-2 ปีตอ่ มาอีก 1 เข็ม เพ่ือกระตนุ้ ใหภ้ มู ิคมุ้ กนั ขนึ้ สงู และสามารถปอ้ งกนั โรคไดเ้ ป็นเวลานาน
บุคคลที่ควรได้รบั วัคซีน และอายุที่ควรรับวคั ซีน
ตามแผนการสรา้ งเสรมิ ภมู คิ มุ้ กนั โรคของกระทรวงสาธารณสขุ ปัจจบุ นั แนะนำ� ใหเ้ ดก็ ทกุ คนใน
ประเทศไทยไดร้ บั วคั ซีนเชือ้ มีชีวิตออ่ นฤทธิ์สายพนั ธุ์ SA 14-14-2 ชนิดใดก็ได้ (วคั ซีน CD.JEVAXTM หรอื
วคั ซีน IMOJEVTM) โดยเรม่ิ ฉีดเขม็ แรกท่ีอายุ 9-12 เดือน และฉีดกระตนุ้ เขม็ ท่ี 2 ตามคำ� แนะนำ� ของวคั ซีน
ชนิดนนั้ ๆ หากมีขอ้ หา้ มในการฉีดวคั ซีนเชือ้ มีชีวิตออ่ นฤทธิ์ใหพ้ ิจารณาใชว้ คั ซีนเชือ้ ตาย
ตาํ ราวัคซนี และการสรา้ งเสริมภมู คิ ุม้ กันโรค 161
ปี 2562
การฉีดวคั ซนี ในนกั ทอ่ งเทย่ี ว แนะนำ� ใหฉ้ ีดวคั ซนี ถา้ ตอ้ งการพำ� นกั ในเมอื งไทยนานกวา่ 4 สปั ดาห์
ทงั้ นีใ้ หพ้ ิจารณาระหวา่ งความเส่ยี งตอ่ การไดร้ บั เชือ้ (พฤติกรรมการทอ่ งเท่ียวไปในชนบทและถกู ยงุ กดั )
กบั ความเส่ียงท่ีจะเกิดปฏิกิริยาจากวคั ซีน โดยใชว้ คั ซีนเชือ้ ตาย JEVACTM หรือ IXIAROTM ฉีด 2 เข็ม
หา่ งกนั 7-28 วนั
การใชว้ คั ซีนสลบั ชนิดกัน ในขณะนีม้ ีขอ้ มลู ยืนยนั ว่าวคั ซีนเชือ้ มีชีวิตอ่อนฤทธิ์ต่างชนิดกัน
สามารถใหท้ ดแทนกนั ได1้ 3 นอกจากนีว้ คั ซีนเชือ้ มีชีวิตออ่ นฤทธิ์และวคั ซีนชนิดเชือ้ ตายก็สามารถใหส้ ลบั
ทดแทนกนั ได1้ 4 ในกรณีท่ีเคยไดร้ บั วคั ซีนเชือ้ มีชีวิตออ่ นฤทธิ์มาก่อน 1 ครงั้ หากมีความจำ� เป็นตอ้ งฉีด
กระตนุ้ ดว้ ยวคั ซีนชนิดเชือ้ ตายใหฉ้ ีดซำ้� 1 ครงั้ หา่ งกนั อยา่ งนอ้ ย 12 เดือน ในกรณีท่ีเคยไดร้ บั วคั ซีนชนิด
เชือ้ ตายมากอ่ นและตอ้ งการฉีดกระตนุ้ ดว้ ยวคั ซนี เชือ้ มชี ีวติ ออ่ นฤทธ์ิ ใหป้ ฏบิ ตั ติ ามคำ� แนะนำ� โดยสมาคม
โรคตดิ เชือ้ ในเดก็ แหง่ ประเทศไทย ดงั ตารางท่ี 6.8-1
ตารางท่ี 6.8-1 ขอ้ แนะนำ� ในการฉีด live-attenuated JE vaccine ในกรณีไดร้ บั inactivated JE vaccine
มาก่อน
ประวัตกิ ารฉีดวัคซนี inactivated JE ข้อแนะนำ� ในการฉีดวัคซนี live-attenuated JE
1 เขม็ ฉีด 2 เขม็ หา่ งกนั 3-24 เดือน (แลว้ แตช่ นิดของวคั ซีน)
2-3 เขม็ ฉีด 1 เข็ม หา่ งจากเขม็ สดุ ทา้ ย 1 ปี
> 4 เขม็ ไมจ่ ำ� เป็นตอ้ งฉีดอีก*
* หมายเหต:ุ อาจพิจารณาฉีดวคั ซีน live-attenuated JE หา่ งจากเขม็ สดุ ทา้ ย 1 ปี
ปฏกิ ิริยาจากวคั ซีน
1. วัคซนี เชือ้ ตาย
วคั ซีน IXIAROTM หลงั จากฉีด อาจมีอาการแดง บวม หรือเจ็บบริเวณท่ีฉีดไม่เกินรอ้ ยละ 1
อาจมีอาการปวดศีรษะรอ้ ยละ 26 ปวดกลา้ มเนือ้ รอ้ ยละ 21 อาการคลา้ ยหวดั รอ้ ยละ 13 อ่อนเพลีย
รอ้ ยละ 13 ซง่ึ ไมแ่ ตกตา่ งจากปฏิกิรยิ าจากวคั ซีนเชือ้ ตายผลติ จากสมองหน1ู 5
วคั ซีน JEVACTM หลงั จากฉีด อาจมีอาการปวดบริเวณท่ีฉีดนอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 4 มีไขไ้ ม่เกิน
รอ้ ยละ 18 สว่ นใหญ่เกิดในเข็มแรกภายใน 1-2 วนั 16, 17
2. วัคซนี เชือ้ มชี วี ติ อ่อนฤทธิ์
วคั ซีน CD.JEVAXTM หลงั จากฉีดอาจมีอาการแดง บวม หรอื เจ็บบรเิ วณท่ีฉีดนอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 3
อาจมีอาการไข้ อาเจียน ปวดกลา้ มเนือ้ ผ่ืนตามตวั นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 918
วคั ซีน IMOJEVTM หลงั จากฉีดในผใู้ หญ่บรเิ วณท่ีฉีด มีอาการเจ็บรอ้ ยละ 12.4 แดงรอ้ ยละ 4.6
คนั รอ้ ยละ 4 มีปวดศีรษะรอ้ ยละ 26 ออ่ นเพลยี รอ้ ยละ 22.8 ปวดกลา้ มเนือ้ รอ้ ยละ 16.6 ซง่ึ ไมแ่ ตกตา่ ง
จากการฉีดวคั ซีนหลอก19 ในเด็กมีอาการเจ็บรอ้ ยละ 32 แดงรอ้ ยละ 23 บวมบริเวณท่ีฉีด รอ้ ยละ 9
อาจมีไขร้ อ้ ยละ 21 งอแงรอ้ ยละ 28 เบ่ืออาหารรอ้ ยละ 26 อาเจียนรอ้ ยละ 20 งว่ งซมึ รอ้ ยละ 18 ซง่ึ ไมแ่ ตกตา่ ง
จากกลมุ่ ควบคมุ ท่ไี ดร้ บั วคั ซนี ปอ้ งกนั โรคไวรสั ตบั อกั เสบเอ20 ไดม้ กี ารศกึ ษาระยะท่ี 4 พบวา่ จำ� นวนอาสาสมคั ร
10,000 ราย พบวา่ วคั ซีนมีความปลอดภยั สงู
162 ตําราวคั ซีนและการสร้างเสริมภมู ิคมุ้ กนั โรค
ปี 2562
ข้อควรระวงั บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
ไมค่ วรฉีดวคั ซีนนี้ ในกรณีตอ่ ไปนี้
1. ผปู้ ่วยท่ีมีไขส้ งู หรอื ภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลนั
2. หญิงตงั้ ครรภ์
3. กรณีผปู้ ่วยเรอื้ รงั เชน่ โรคหวั ใจ ตบั ไต ซง่ึ อยใู่ นระยะรุนแรง หรอื มีภาวะแทรกซอ้ นภายใน
1 ปี รวมทงั้ ผปู้ ่วยท่ีเคยแพว้ คั ซีนชนิดนีใ้ หอ้ ยใู่ นดลุ ยพินิจของแพทย์
4. หา้ มฉีดวคั ซีนเชือ้ มีชีวิตออ่ นฤทธิ์ในผทู้ ่ีมีภาวะภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ งจากสาเหตตุ า่ งๆ และสตรี
อยรู่ ะหวา่ งการใหน้ มบตุ ร
ภมู ิคมุ้ กันที่เกิดขน้ึ
1. วัคซนี เชือ้ ตาย
วคั ซนี IXIAROTM หลงั ฉีดเขม็ ท่ี 2 แลว้ ประมาณ 2 เดือน ภมู ิคมุ้ กนั เกิดขนึ้ รอ้ ยละ 98 พบวา่ 6 เดือน
และ 1 ปีหลงั ฉีดวคั ซีนยงั คงมีภมู ิคมุ้ กนั รอ้ ยละ 95 และ 83 ตามลำ� ดบั 15,21 แนะนำ� ใหฉ้ ีดวคั ซีนกระตนุ้ อีก
1 เขม็ หลงั ไดร้ บั วคั ซีน 2 เข็มแรก 1-2 ปี ถา้ เดินทางไปในถ่ินเส่ยี งตอ่ การไดร้ บั เชือ้
วคั ซีน JEVACTM ทำ� ใหภ้ มู ิคมุ้ กนั เกิดขึน้ รอ้ ยละ 89-90 หลงั ฉีดเข็มท่ี 2 ได้ 1 เดือน16,17 และ
หลงั ฉีดเข็มกระตนุ้ ได้ 1 เดือน พบภมู ิคมุ้ รอ้ ยละ 10017
2. วัคซนี เชือ้ มชี วี ติ อ่อนฤทธิ์
วคั ซีน CD.JEVAXTM หลงั ฉีดเข็มแรก มีภมู ิคมุ้ กนั เกิดขนึ้ รอ้ ยละ 89.3 และรอ้ ยละ 95 ท่ี 30 วนั
และท่ี 90 วนั ตามลำ� ดบั หลงั ฉีดวคั ซีนเขม็ ท่ี 2 ภมู ิคมุ้ กนั เกิดขนึ้ รอ้ ยละ 100 (ในคนท่ียงั ไมเ่ กิดภมู ิคมุ้ กนั
ในเขม็ แรก)18 การศกึ ษาท่ีประเทศเนปาล หลงั ฉีดวคั ซีน 1 เขม็ พบวา่ วคั ซีนมีประสทิ ธิภาพในการปอ้ งกนั
โรครอ้ ยละ 91.3 และ 96.5 ท่ี 1 ปี และ 5 ปี ตามลำ� ดบั 22-23
วคั ซีน IMOJEVTM หลงั ฉีดเขม็ แรกในผใู้ หญ่และเดก็ มีภมู ิคมุ้ กนั เกิดขนึ้ รอ้ ยละ 99.119 และ 9620
ตามลำ� ดบั ในเดก็ อายุ 9 เดือนขนึ้ ไป สามารถสรา้ งภมู ิคมุ้ กนั ไดไ้ มต่ า่ งจากเดก็ อายเุ กิน 1 ปี24,25 ในผใู้ หญ่
หลงั จากฉีดวคั ซนี 5 ปียงั คงมีภมู คิ มุ้ กนั รอ้ ยละ 9326 ในเดก็ 1 ปีหลงั ฉีดวคั ซนี ยงั คงมีภมู คิ มุ้ กนั รอ้ ยละ 8420
จะเหน็ ไดว้ า่ ภมู ิคมุ้ กนั ในเดก็ ลดลงเรว็ จงึ แนะนำ� ใหฉ้ ีดกระตนุ้ ในเดก็ อีก 1 เข็ม หลงั ฉีดวคั ซีนเข็มแรก 1-2 ปี
เพ่ือใหภ้ มู ิคมุ้ กนั ขนึ้ สงู และสามารถปอ้ งกนั โรคได้ เป็นเวลานานอยา่ งนอ้ ย 5 ปี14 คาดวา่ จะมีระยะเวลา
ปอ้ งกนั โรคไดน้ านกวา่ 30 ปี
การเกบ็ และการหมดอายุ
วคั ซีนไขส้ มองอกั เสบเจอีทุกชนิดตอ้ งเก็บท่ีอุณหภูมิ +2 ถึง +8oซ หา้ มแช่แข็ง โดยมีอายุ
ประมาณ 1-3 ปีหลงั จากผลติ ขนึ้ อยกู่ บั ชนิดของวคั ซีน การหมดอายใุ หด้ ฉู ลากบนภาชนะบรรจวุ คั ซีนนนั้
ตําราวคั ซีนและการสรา้ งเสรมิ ภมู คิ ุ้มกันโรค 163
ปี 2562
เอกสารอา้ งอิง
1. รงั สี พรพบิ ลู ย,์ ยพุ นิ วาณชิ ยเ์ จรญิ . ไขส้ มองอกั เสบในผใู้ หญ่ ปี พ.ศ.2514 ของโรงพยาบาลนครเชยี งใหม:่
การศกึ ษาผปู้ ่วยและแนวทางปอ้ งกนั . เชียงใหมเ่ วชสาร 2519; 15: 129-45.
2. อดลุ ย์ วิรยิ เวชกลุ , นิพนธ์ พวงวรนิ ทร,์ สายสนุ ีย์ วนดรุ งคว์ รรณ. สมองอกั เสบจากไวรสั เจแปนิส บี:
การวเิ คราะหท์ างคลนิ ิกในผปู้ ่วย 96 ราย. สารศริ ริ าช 2527; 36: 353-60.
3. Poneprasert B. Japanese encephalitis in children in northern Thailand. Southeast Asian J
Trop Med Public Health 1989;20:599-603.
4. Thisyakorn U, Nimmannitya S. Japanese encephalitis in Thai children, Bangkok, Thailand.
Southeast Asian J Trop Med Public Health 1985;16:93-7.
5. นาฑีรตั น์ สงั ขวภิ า, สมบรู ณ์ นครศร,ี สนุ ทรี โรจนสพุ จน,์ สมภพ อหนั ทรกิ , สชุ าติ เจตนเสน, ประยรู กนุ าศล.
โรคไขส้ มองอกั เสบจากไวรสั เจแปนนสิ เอนเซบฟาไลตสี ในประเทศไทย. วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์
2525;24:1-19.
6. Schneider RJ, Firestone MH, Edelman R, Chieowanich P, Pornpibul R. Clinical sequelae
after Japanese encephalitis: a one year follow-up study in Thailand. Southeast Asian J
Trop Med Public Health 1974;5:560-8.
7. Gould DJ, Edelman R, Grossman RA, Nisalak A, Sullivan MF. Study of Japanese encephalitis
virus in Chiangmai Valley. Thailand IV. vector studies. Am J Epidemiol 1974;100:49-56.
8. Annual Epidemiological Surveillance Report 2010: ISSN 0857-6521. Available from
http://boe.moph.go.th/ (Access 20 July 2018)
9. Olsen SJ, Supawat K, Campbell AP, et al. Japanese encephalitis virus remains an important
cause of encephalitis in Thailand. Int J Infect Dis 2010;14:e888-92.
10. Nimmannitya S, Hutamai S, Kalayanarooj S, Rojanasuphot S. A field study on Nakayama
and Beijing strains of Japanese encephalitis vaccines. Southeast Asian J Trop Med Public
Health 1995;26:689-93.
11. Ohtaki E, Matsuishi Y, Komori H, Yamashita Y, Matsuishi T. Acute disseminated encephalomyelitis
after Japanese B encephalitis vaccination. Pediatr Neurol 1992;8:137-9.
12. Ohtaki E, Murakami Y, Hirano Y, Maekawa K. Acute disseminated encephalomyelitis after
treatment with Japanese B encephalitis vaccine (Nakayama-Yoken and Beijing strains).
J Neurol Neurosurg Psychiatry 1995;59:316-17.
13. Janewongwirot P, Puthanakit T, Anugulruengkitt S, et al. Immunogenicity of a Japanese
encephalitis chimeric virus vaccine as a booster dose after primary vaccination with SA14-14-2
vaccine in Thai children. Vaccine 2016;34:5279-83.
14. Chokephaibulkit K, Sirivichayakul C, Thisyakorn U, et al. Long-term follow-up of Japanese
encephalitis chimeric virus vaccine: Immune responses in children. Vaccine 2016;34:5664-69.
164 ตาํ ราวคั ซีนและการสร้างเสรมิ ภมู คิ ุ้มกนั โรค
ปี 2562
15. Tauber E, Kollaritsch H, Korinek M, et al. Safety and immunogenicity of a Vero-cell-derived, บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
inactivated Japanese encephalitis vaccine: a non-inferiority, phase III, randomised controlled สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
trial. Lancet 2007;370:1847-53.
16. Zhou Libao, Zhao Xin, Wu Xutao, et al. Adverse reaction and immunogenicity of inactivated
Japanese encephalitis vaccine prepared on Vero cells. China J Biological 2009;22:809-11.
17. Chanthavanich P, Limkittikul K, Sirivichayakul C, et al. Immunogenicity and safety of inactivated
chromatographically purified Vero cell-derived Japanese encephalitis vaccine in Thai children.
Hum Vaccin Immunother 2018;14:900-5.
18. Chotpitayasunondh T, Sohn YM, Yoksan S, Min J, Ohrr H. Immunizing children aged 9 to
15 months with live attenuated SA14-14-2 Japanese encephalitis vaccine in Thailand.
J Med Assoc Thai 2011;94:195-203.
19. Torresi J, McCarthy K, Feroldi E, Méric C. Immunogenicity, safety and tolerability in adults
of a new single-dose, live-attenuated vaccine against Japanese encephalitis: Randomised
controlled phase 3 trials. Vaccine 2010;28:7993-8000.
20. Chokephaibulkit K, Sirivichayakul C, Thisyakorn U, et al. Safety and immunogenicity of a
single administration of live-attenuated Japanese encephalitis vaccine in previously primed
2- to 5-year-olds and naive 12- to 24-month-olds: multicenter randomized controlled trial.
Pediatr Infect Dis J 2010;29:1111-7.
21. Gambel JM, DeFraites R, Hoke C. Japanese encephalitis vaccine: Persistence of antibody
up to 3 years after a three-dose primary series. J Infect Dis 1995;171:1074.
22. Ohrr H, Tandan JB, Sohn YM, Shin SH, Pradhan DP, Halstead SB. Effect of single dose of
SA 14-14-2 vaccine 1 year after immunisation in Nepalese children with Japanese
encephalitis: a case-control study. Lancet 2005;366:1375-8.
23. Tandan JB, Ohrr H, Sohn YM, et al. Single dose of SA 14-14-2 vaccine provides long-term
protection against Japanese encephalitis: a case-control study in Nepalese children
5 years after immunization. Vaccine 2007;28:5041-5.
24. NIH U.S. National Library of Medicine. A Study of Japanese Encephalitis Chimeric Virus
Vaccine Compared With SA14-14-2 Vaccine in Infants and Toddlers. Available from
https://clinicaltrials.gov/ct2/show/NCT01092507. (Access 20 July 2018)
25. World Health Organization. Available from www.who.int/immunization/sage/meetings/2014/.../
Yellow-bookSAGE2014_final.pdf . (Access 20 July 2018)
26. Nasveld PE, Ebringer A, Elmes N, et al. Long term immunity to live attenuated Japanese
encephalitis chimeric virus vaccine: randomized, double-blind, 5-year phase II study in
healthy adults. Hum Vaccin 2010;6:1038-46.
ตําราวัคซีนและการสรา้ งเสรมิ ภมู คิ ุ้มกนั โรค 165
ปี 2562
6.9 วัคซนี ปอ้ งกันไขห้ วัดใหญ่
บทท่ี (Influenza vaccine)
บทน�ำและระบาดวทิ ยา
โรคไขห้ วดั ใหญ่เกิดจากเชือ้ influenza virus มี 3 ชนิดหลกั คือชนิด A, B และ C การตดิ เชือ้
ไวรสั ไขห้ วดั ใหญ่ชนิด A เกิดไดท้ งั้ ในคนและสตั ว์ สว่ นชนิด B และ C ก่อโรคเฉพาะคน ในประเทศไทย
พบโรคนีป้ ระมาณรอ้ ยละ 30 ของผปู้ ่วยท่ีมีอาการตดิ เชือ้ ของระบบทางเดนิ หายใจเฉียบพลนั 1 ในคนปกติ
โรคนีห้ ายไดเ้ องใน 5-7 วนั และไมม่ ีอาการรุนแรง แตใ่ นผทู้ ่ีมีปัญหาทางสขุ ภาพบางอย่างและผสู้ งู อายุ
อาจเกิดอาการป่ วยรุนแรงและมีโรคแทรกซอ้ นได2้ -4
เชอื้ ไขห้ วดั ใหญ่มกี ารเปลย่ี นแปลงทางพนั ธกุ รรมของ hemagglutinin (H) และ neuraminidase
(N) ซง่ึ เป็น glycoprotein ในสว่ น envelope ของเชือ้ ไวรสั ได้ 2 แบบ5 คือ
1. Antigenic shift พบเฉพาะไวรสั ไขห้ วดั ใหญ่ชนิด A เป็นการเปล่ยี นชนิดของ H และ/หรอื N
เชน่ ในอดีตมีการเปล่ยี นจาก H1N1 เป็น H2N2 และ H3N2 ซง่ึ การเกิด antigenic shift นีเ้ กิดไดไ้ มบ่ อ่ ย
ระยะหา่ งของการเกิดแตล่ ะครงั้ มากกวา่ 10 ปี แตห่ ากเกิดขนึ้ จะทำ� ใหเ้ กิดการระบาดท่วั โลก การระบาดท่วั โลก
จากการเกิด antigenic shift ท่ีมีอตั ราการเสยี ชีวติ มากท่ีสดุ คอื Spanish Flu (H1N1) ในปี พ.ศ. 2552-2553
มผี เู้ สยี ชีวติ 20-100 ลา้ นคน สว่ นการระบาดลา่ สดุ ในปี พ.ศ. 2461-2463 มผี เู้ สยี ชีวติ 18,000 คน ในปัจจบุ นั
เชือ้ ท่ีแพรก่ ระจายท่วั โลกสว่ นใหญ่เป็น H1N1 และ H3N2
การระบาดท่วั โลก ระยะเวลา จำ� นวนผู้เสีย อัตราการเสยี ชวี ติ สายพนั ธุ์
ชวี ติ (ร้อยละ)
Asiatic (Russian) 1889–1890
Flu6 1 ลา้ น 0.15 นา่ จะเกิดจาก
1918 flu pandemic 1918–1920 H3N8
(Spanish flu)7 20 - 100 ลา้ น
Asian Flu 1957–1958 2.0 H1N1
Hong Kong Flu 1968–1969 1.0 - 1.5 ลา้ น
2009 flu pandemic8 2009–2010 0.75 – 1.0 ลา้ น 0.13 H2N2
18,000 <0.1 H3N2
0.03 H1N1
2. Antigenic drift สามารถเกดิ ไดก้ บั เชอื้ ไวรสั ไขห้ วดั ใหญ่ทกุ ชนดิ เป็นการกลายพนั ธุ์(mutation)
ของ H และ N ชนิดเดิม ซ่งึ เกิดขึน้ ตลอดเวลา เม่ือเกิด mutation สะสมมากขึน้ เร่ือยๆ จนเป็นสายพนั ธุ์
ท่ีแตกต่างจากสายพนั ธุเ์ ดิมมากพอจะทำ� ใหภ้ มู ิคมุ้ กนั ท่ีมีอย่ตู ่อสายพนั ธุเ์ ดิมไม่สามารถปอ้ งกนั โรคได้
ทงั้ ๆ ท่ีเป็น H และ N หมายเลขเดียวกนั จงึ ทำ� ใหเ้ กิดการระบาดยอ่ ยของโรคไขห้ วดั ใหญ่ในแตล่ ะพืน้ ท่ีได้
ทกุ 1-3 ปี
166 ตาํ ราวัคซีนและการสรา้ งเสริมภมู ิคมุ้ กันโรค
ปี 2562
ในประเทศไทยโรคไขห้ วดั ใหญ่เป็นปัญหาสาธารณสขุ ท่ีสำ� คญั ท่ีจำ� เป็นตอ้ งรายงาน ตงั้ แต่ บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
ปี พ.ศ. 2546-2551 รายงานการเฝา้ ระวงั โรคไขห้ วดั ใหญ่ในแตล่ ะปีมีผปู้ ่วยประมาณ 17,000–30,000 ราย สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
อยา่ งไรก็ดีตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2552 ซง่ึ เรม่ิ พบมีการระบาดของไขห้ วดั ใหญ่สายพนั ธใุ์ หม่ 2009 ไปท่วั โลกนนั้
ประเทศไทยพบผปู้ ่ วยโรคไขห้ วดั ใหญ่สงู ถงึ 62,000-120,000 รายตอ่ ปี6
โดยท่วั ไปประเทศในเขตรอ้ น เชน่ ประเทศไทยจะพบการระบาดของโรคไขห้ วดั ใหญ่มากในฤดฝู น
ชว่ งเดือนมิถนุ ายน-สงิ หาคม และฤดหู นาวชว่ งเดือน มกราคม-มีนาคม1 แตพ่ บผปู้ ่วยไดป้ ระปรายตลอดปี
อบุ ตั กิ ารณใ์ นประเทศไทยในชว่ ง 3 ปีท่ผี า่ นมานนั้ อยทู่ ่ปี ระมาณ 100-190 ตอ่ ประชากรแสนคน และอตั รา
ป่ วยตายเทา่ กบั 0.01-0.36 ตอ่ ประชากรแสนคน9
ในปี พ.ศ. 2552 กลมุ่ อายทุ ่ีมีอตั ราป่วยสงู สดุ คือ 10-14 ปี, 5-9 ปี และ 0-4 ปี โดยมีอตั ราป่วย
ใกลเ้ คียงกนั คือ 461.3, 438.5 และ 438.5 ตอ่ ประชากรแสนคนตามลำ� ดบั สำ� หรบั กลมุ่ อายทุ ่ีมีอตั ราป่วยตาย
สงู สดุ คือ 55-64 ปี, 45-54 ปี และมากกวา่ 65 ปี โดยมีอตั ราป่วยตายเทา่ กบั รอ้ ยละ 0.53, 0.48 และ 0.44
ตามลำ� ดบั 9
สถานการณข์ องโรคไขห้ วดั ใหญ่หลงั จากเรม่ิ ใหว้ คั ซนี ปอ้ งกนั โรคไขห้ วดั ใหญ่ตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2552
เป็นตน้ มา อตั ราป่วยไดล้ ดลงทกุ ปี แตใ่ นปี พ.ศ. 2560 ท่ีผา่ นมาพบผปู้ ่วยเพ่ิมสงู ขนึ้ เกินกวา่ คา่ มธั ยฐาน
5 ปียอ้ นหลงั เกิดการระบาดเป็น 2 ช่วง ไดแ้ ก่ ระลอกแรกในช่วงตน้ ปี และระลอกท่ีสองในช่วงปลายปี
ท่ีมีจำ� นวนผปู้ ่ วยเพ่ิมสงู ขนึ้ มาก มีรายงานผปู้ ่ วยจำ� นวน 196,765 ราย คิดเป็นอตั ราป่ วย 300.74 ตอ่
ประชากรแสนคน จำ� นวนผปู้ ่วยสงู กวา่ ปี พ.ศ. 2559 ประมาณ 1.17 เทา่ มีผเู้ สยี ชีวิต 55 ราย คดิ เป็น
อตั ราตาย 0.08 ตอ่ ประชากรแสนคน โดยกลมุ่ อายทุ ่ีเสยี ชีวติ มากท่ีสดุ คือ อายุ 65 ปีขนึ้ ไป ผเู้ สยี ชีวติ สว่ น
ใหญ่มีสาเหตเุ กิดจากเชือ้ ไขห้ วดั ใหญ่ชนิด A สายพนั ธุ์ H1 (2009) รองลงมาเป็นไขห้ วดั ใหญ่ชนิด
A(H3N2) ปัจจยั เส่ยี งของผเู้ สยี ชีวิตไดแ้ ก่ ผทู้ ่ีมีโรคเรอื้ รงั และผทู้ ่ีอายมุ ากกวา่ 65 ปีท่ีมีโรคประจำ� ตวั
การเกิดโรคไขห้ วดั ใหญ่จำ� แนกตามกลมุ่ อายพุ บวา่ สว่ นใหญ่พบผปู้ ่วยอยใู่ นกลมุ่ อายุ 0 - 4 ปี
มีอตั ราป่วยสงู สดุ คือ 937.38 ตอ่ ประชากรแสนคน รองลงมาคือ กลมุ่ อายุ 5 - 9 ปี มีอตั ราป่วย 781.48
ตอ่ ประชากรแสนคน จะเหน็ ไดว้ า่ กลมุ่ ผปู้ ่วยท่มี อี ตั ราป่วยสงู จะอยใู่ นชว่ งวยั เดก็ และวยั เรยี น จงึ ตอ้ งมกี าร
ใหค้ วามสำ� คญั ต่อการป้องกนั ควบคมุ โรคในกล่มุ เด็ก และในสถานท่ีท่ีมีการรวมตวั กนั ของคนหม่มู าก
และพืน้ ท่ีระบาดส่วนใหญ่พบว่าภาคกลางมีอตั ราป่ วยสูงท่ีสุดเท่ากับ 585.27 ต่อประชากรแสนคน
รองลงมาคือภาคเหนืออตั ราป่วย 327.55 ตอ่ ประชากรแสนคน
จากขอ้ มูลเฝ้าระวงั ไวรสั ไขห้ วดั ใหญ่ พบว่าประเทศไทยพบสายพนั ธุ์ A ประมาณ ¾ และ
สายพนั ธุ์ B ประมาณ ¼ ของเชือ้ ท่ีแยกไดท้ งั้ หมด โดยสามารถติดตามขอ้ มลู สายพนั ธุท์ ่ีระบาดไดท้ ่ี
www.thainihnic.org
ชนดิ ของวัคซนี
วคั ซีนปอ้ งกนั ไขห้ วดั ใหญ่ มีทงั้ ชนิดเชือ้ ตาย และวคั ซีนชนิดเชือ้ มีชีวติ ออ่ นฤทธิ์
1. วคั ซีนชนิดเชือ้ ตาย (inactivated หรอื killed virus vaccine) แบง่ ตามกรรมวธิ ีการผลติ ได้
เป็น 3 แบบ คือ
ตําราวคั ซีนและการสร้างเสริมภมู ิค้มุ กันโรค 167
ปี 2562
1.1 วคั ซนี ไวรสั ไขห้ วดั ใหญ่ทงั้ ตวั (inactivated whole virus vaccine) เป็นวคั ซนี ท่ีทำ� จาก
ไวรสั ทงั้ ตวั ฆ่าเชือ้ โดยสารเคมีเพ่ือทำ� ใหห้ มดสภาพ วคั ซีนท่ีเป็นเชือ้ ไวรสั ทงั้ ตวั กระตุน้ ภูมิคุม้ กันไดด้ ี
แตม่ กั มีอาการไมพ่ งึ ประสงคโ์ ดยเฉพาะอาการไข้ ไดม้ ากกวา่ วคั ซีนชนิดท่ีประกอบดว้ ยบางสว่ นของเชือ้
หรือวคั ซีนชนิดหน่วยย่อย วคั ซีนไวรสั ไขห้ วดั ใหญ่ชนิดนีใ้ หใ้ ชไ้ ดเ้ ฉพาะในผใู้ หญ่ และไม่มีจำ� หน่ายใน
ประเทศไทย
1.2 วคั ซีนท่ีประกอบดว้ ยบางสว่ นของเชือ้ (split virion) ไดจ้ ากการนำ� เชือ้ ไวรสั ท่ีตายแลว้
ไปผา่ นกรรมวธิ ีท่ที ำ� ใหส้ ว่ นประกอบของไวรสั แยกออก โดยสกดั เอาแอนตเิ จนของเปลอื กนอก และโปรตนี
แอนตเิ จนชนั้ ในไว้ วคั ซีนชนิดนีก้ ระตนุ้ ภมู ิคมุ้ กนั ไดด้ ี และมีปฏิกิรยิ าท่ีไมพ่ งึ ประสงคน์ อ้ ยลง ท่ีมีจำ� หนา่ ย
ในประเทศไทยคือ FluarixTM , FluarixTM Tetra ผลติ โดยบรษิ ัท GSK และ Vaxigrip,TM FluQuadriTM และ
IntanzaTM ผลติ โดยบรษิ ัท Sanofi pasteur ซง่ึ เป็นชนิดเดียวท่ีทำ� เพ่ือฉีดเขา้ ในหนงั (Intradermal)
1.3 วคั ซีนชนิดหนว่ ยยอ่ ย (subunit vaccine) ไดจ้ ากการแยกสว่ นประกอบของไวรสั ออก
เหลือเพียงแอนติเจนผิวนอกซง่ึ เป็นโปรตีนเฉพาะสว่ นท่ีกระตนุ้ ภมู ิคมุ้ กนั คือ hemagglutinin (H) และ
neuraminidase (N) ท่ีบริสทุ ธิ์ วคั ซีนชนิดนีม้ ีปฏิกิริยาไม่พึงประสงคต์ ่ำ� ท่ีมีจำ� หน่ายคือ AgrippalTM
ผลติ โดยบรษิ ัท Chiron และ InfluvacTM ผลติ โดยบรษิ ัท Abbott นอกจากนีไ้ ดม้ ีการพฒั นาวคั ซนี ไขห้ วดั ใหญ่
ชนดิ หนว่ ยยอ่ ย โดยนำ� ไปผสมกบั สารท่เี พ่มิ การกระตนุ้ ภมู คิ มุ้ กนั (adjuvant) เชน่ Inflexal VTM ซง่ึ มี virosomal
adjuvant เพ่ือกระตนุ้ ภมู ิคมุ้ กนั ใหด้ ีขนึ้ ผลติ โดยบรษิ ัท Crucell สว่ น FluadTM ซง่ึ ผสม adjuvant MF59
ผลติ โดยบรษิ ัท Chiron ใชส้ ำ� หรบั ผสู้ งู อายุ
2. วคั ซนี ไขห้ วดั ใหญ่ชนิดเชือ้ มีชีวติ ออ่ นฤทธิ์ (live attenuated influenza vaccine)6 ท่ีใชไ้ วรสั
จากไข่ไก่ฟัก (egg-based) ผลิตโดยเทคนิคการแลกเปล่ียนยีนส์ (reassortment) โดยการพฒั นาเชือ้
ไขห้ วดั ใหญ่สายพนั ธทุ์ ่ีปรบั ตวั สามารถเพ่ิมจำ� นวนไดด้ ีท่ีอณุ หภมู ิต่ำ� (25oซ) (cold adapted) แตไ่ มแ่ บง่ ตวั
ท่ีอุณหภูมิร่างกาย ในแต่ละปีเม่ือคดั เลือกเชือ้ ไขห้ วดั ใหญ่สายพันธุท์ ่ีคาดว่าจะมีการระบาดได้ จึง
นำ� สายพนั ธุน์ นั้ ไปเพาะเลีย้ งรว่ มกบั เชือ้ ไวรสั สายพนั ธุท์ ่ีเป็น cold adapted เพ่ือใหเ้ กิด reassortment
แลว้ คดั เลือกเชือ้ ท่ีแอนตเิ จนเปลือกนอก (H และ N) มาจากสายพนั ธทุ์ ่ีตอ้ งการนำ� มาเป็นวคั ซีนปอ้ งกนั
แตย่ ีนสส์ ว่ นอ่ืนเป็นยีนสจ์ ากสายพนั ธุ์ cold adapted มาผลติ เป็นวคั ซีน ซง่ึ เม่ือบรหิ ารโดยการพน่ จมกู
เชือ้ จะแบ่งตวั เฉพาะในโพรงจมกู ซ่งึ มีอณุ หภมู ิต่ำ� กว่าและกระตนุ้ ภมู ิคมุ้ กนั โรคไดโ้ ดยไม่ลกุ ลามเขา้ สู่
รา่ งกายระบบอ่ืนๆ ท่ีมีอณุ หภมู ิ 37 oซ จงึ ไมก่ ่อโรค วคั ซีนชนิดนีย้ งั ไมม่ ีจำ� หนา่ ยในประเทศไทย
3. วคั ซีนท่ีผลิตโดยอาศยั การเพาะเชือ้ ไวรสั ในเซลลเ์ พาะเลีย้ ง (cell-based flu vaccines)
โดยนำ� เชือ้ ไวรสั ไขห้ วดั ใหญ่ท่ีไดจ้ ากการเลีย้ งในไข่ แลว้ มาเพ่ิมจำ� นวนในเซลลเ์ พาะเลีย้ ง ไดแ้ ก่ เซลล์
Madin-Darby Canine Kidney (MDCK) หลงั จากนนั้ นำ� ไปผลติ วคั ซีนชนิดเชือ้ ตาย ขนั้ ตอนการผลติ จะ
มีการเจือจางหลายครงั้ จึงมีโอกาสท่ีจะปนเปื้อนโปรตีนจากไข่นอ้ ยมาก เหมาะสำ� หรบั ผแู้ พไ้ ข่ ไดแ้ ก่
SKY cellfluTM ผลติ โดย SK chemicals
4. วคั ซีนท่ีผลติ โดยอาศยั วิธีทางพนั ธวุ ศิ วกรรม (recombinant influenza vaccines) โดยจะ
สกดั โปรตนี hemagglutinin จากไวรสั ไขห้ วดั ใหญ่ท่ีไดจ้ ากธรรมชาตติ รงตามสายพนั ธทุ์ ่ีตอ้ งการ มาตดั ตอ่
ผสมทางพนั ธกุ รรมกบั ไวรสั ท่ีเจรญิ เตบิ โตไดด้ ีในเซลลข์ องแมลง และเพ่ิมจำ� นวนไวรสั ชนิดใหมน่ ีใ้ นเซลล์
ของแมลง หลงั จากนนั้ จะทำ� ใหบ้ รสิ ทุ ธิ์และผลติ เป็นวคั ซีนตอ่ ไป จะเหน็ ไดว้ า่ กรรมวธิ ีผลติ นีไ้ มไ่ ดใ้ ชไ้ วรสั
ท่เี พาะเลยี้ งในไขโ่ ดยสนิ้ เชงิ ดงั นนั้ จงึ ไมม่ โี อกาสเกิดการกลายพนั ธขุ์ องไวรสั ไขห้ วดั ใหญ่ในขณะเพาะเลยี้ ง
ทำ� ใหว้ คั ซีนมีประสทิ ธิผลท่ีดีกวา่ นอกจากนีย้ งั ไมม่ ีการปนเปื้อนโปรตีนจากไขด่ ว้ ย
168 ตําราวคั ซีนและการสรา้ งเสริมภูมิคุม้ กันโรค
ปี 2562
ส่วนประกอบของวคั ซนี บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
วคั ซีนปอ้ งกนั ไขห้ วดั ใหญ่ท่ีมีใชใ้ นประเทศไทย เป็นวคั ซีนชนิด split vaccine และ subunit
vaccine ท่ีมีในปัจจบุ นั ขนาด 1 โด๊ส (0.5 มล.) ถา้ เป็นชนิดฉีดเขา้ กลา้ มเนือ้ และ 0.1 มล. ถา้ เป็นชนิดฉีด
เขา้ ในหนงั (intradermal) (Intanza TM) ประกอบดว้ ย hemagglutinin (H หรอื HA) และ neuraminidase
ของเชือ้ ไขห้ วดั ใหญ่ทยั ป์ A ชนิด H1N1 และ H3N2 และเชือ้ ไขห้ วดั ใหญ่บี หนง่ึ สายพนั ธุ์ ตระกลู Yamakata
หรือ Victoria ตวั ใดตวั หน่ึง รวม 3 สายพนั ธุ์ (trivalent) โดยมีปริมาณของ H เชือ้ ละ 15 ไมโครกรมั
โดยทุกๆ ปีองคก์ ารอนามยั โลกจะเป็นผูแ้ นะนำ� สายพนั ธุข์ องเชือ้ ไขห้ วดั ใหญ่ท่ีมีจะนำ� มาผลิตวคั ซีน
ซง่ึ คาดวา่ จะเป็นสายพนั ธทุ์ ่ีมีการระบาดในปีนนั้
ตอ่ มาไดม้ ีการบรรจสุ ายพนั ธบุ์ ี อีกหนง่ึ ตระกลู เขา้ ไปในวคั ซนี กลายเป็นวคั ซนี ชนิด 4 สายพนั ธุ์
(tetravalent) คือมีสายพนั ธุ์ A (H3N1) และ A (H1N1) รว่ มกบั สายพนั ธบุ์ ี 2 สายพนั ธจุ์ ากแตล่ ะตระกลู
(lineages) คือทงั้ Victoria และ Yamagata เพราะทงั้ สองตระกูลพบบ่อยและภูมิคุม้ กันไม่ปกป้อง
ขา้ มพวกกนั การเพ่มิ สายพนั ธบุ์ เี ขา้ ไปอีกหนง่ึ ตระกลู เชน่ นี้จะทำ� ใหค้ รอบคลมุ เชือ้ สายพนั ธกุ์ อ่ โรคไดเ้ พ่มิ ขนึ้
อีกประมาณรอ้ ยละ 15 ปัจจบุ นั วคั ซนี ชนิด 4 สายพนั ธทุ์ ่ีมีใชใ้ นประเทศไทย ไดแ้ ก่ FluarixTM Tetra ผลติ โดย
บรษิ ัท GSK FluQuadriTM ผลติ โดยบรษิ ัท Sanofi pasteur และ SKY cellfluTM ซง่ึ ผลติ โดยบรษิ ัท SK
คาดวา่ ในอนาคตวคั ซีนทกุ ชนิดจะประกอบดว้ ย 4 สายพนั ธุ์ เพ่ือใหค้ รอบคลมุ เชือ้ ไดม้ ากขนึ้
การคดั เลือกสายพันธุ์เพ่อื ผลติ วัคซนี
ไวรสั สายพนั ธทุ์ ่ีนำ� มาเตรยี มผลติ วคั ซนี คอื สายพนั ธทุ์ ่ีพบการระบาดหลายแหง่ ท่วั โลกในระยะ
เวลานนั้ และคาดการณว์ า่ จะเป็นเชอื้ ทจ่ี ะระบาดในปีถดั ไป ถา้ ทำ� การทดสอบแลว้ พบวา่ ลกั ษณะแอนตเิ จน
เปล่ียนจากเชือ้ ท่ีใชผ้ ลิตวคั ซีนอยู่เดิม ก็จะแนะนำ� ใหเ้ ปล่ียนเชือ้ ท่ีนำ� ไปทำ� วคั ซีนของปีต่อไป ใหเ้ ป็น
สายพนั ธใุ์ หมท่ ่ีคลา้ ยกบั เชือ้ ท่ีแยกได้
การคดั เลือกสายพนั ธุไ์ วรสั ไขห้ วดั ใหญ่ใหเ้ หมาะกบั กาลเวลา ตอ้ งอาศยั การเฝา้ ระวงั ศกึ ษา
และเปรียบเทียบลกั ษณะแอนติเจนของเชือ้ ท่ีแยกไดจ้ ากผปู้ ่ วยท่วั โลก องคก์ ารอนามยั โลกจึงตงั้ ศนู ย์
ไขห้ วดั ใหญ่แห่งชาติในประเทศตา่ งๆ ปัจจบุ นั มีจำ� นวน 106 ประเทศท่วั โลก เพ่ือทำ� การศกึ ษาระบาด
วิทยาและติดตามเฝา้ ระวงั พรอ้ มทงั้ แยกเชือ้ จากผปู้ ่ วยเพ่ือนำ� ส่งหอ้ งปฏิบตั ิการท่ีเป็นศนู ยแ์ ยกเชือ้ ท่ี
ประเทศสหรฐั อเมรกิ า องั กฤษ ญ่ีป่นุ และออสเตรเลยี โดยจะมีการจดั ประชมุ ผเู้ ช่ียวชาญเพ่ือพิจารณา
คดั เลือกสายพนั ธุไ์ วรสั รว่ มกนั ปีละ 2 ครงั้ ในเดือนกมุ ภาพนั ธส์ ำ� หรบั วคั ซีนท่ีจะใชใ้ นซีกโลกเหนือ และ
ในเดอื นกนั ยายนสำ� หรบั วคั ซนี ท่ีใชใ้ นซกี โลกใต้เพ่ือใหบ้ รษิ ัทนำ� ไปผลติ วคั ซนี ทงั้ นีข้ บวนการผลติ ใชเ้ วลา
ประมาณ 6 เดอื น สายพนั ธไุ์ วรสั ไขห้ วดั ใหญ่ท่ีแนะนำ� ใหใ้ ชผ้ ลติ วคั ซนี สำ� หรบั ใชใ้ นปี พ.ศ. 256210 สำ� หรบั
ซีกโลกใต้ ซง่ึ ตอ้ งฉีดวคั ซีนก่อนฤดฝู นในเดือนพฤษภาคม ถงึ มิถนุ ายน คือ ชนิด 3 สายพนั ธเุ์ ป็น A/Mich-
igan/45/2015 (H1N1) pdm09-like virus, A/Switzerland/8060/2017 (H3N2) - like virus และ B/
Colorado/06/2017 - like virus (B/Victoria/2/87 lineage) แตถ่ า้ เป็นวคั ซีนไขห้ วดั ใหญ่ชนิด 4 สายพนั ธุ์
จะเพ่ิม B/Phuket/3073/2013-like virus ดว้ ย และสายพนั ธสุ์ ำ� หรบั ซีกโลกเหนือของวคั ซีนไขห้ วดั ใหญ่
ชนิด 3 สายพนั ธุใ์ นปี พ.ศ. 2561-256211 คือ A/Michigan/45/2015 (H1N1) pdm09-like virus, A/
Singapore/INFIMH-16-0019/2016 (H3N2)- like virus และ B/Colorado/06/2017 - like virus
(B/Victoria/2187 lineage) แตถ่ า้ เป็นวคั ซีนไขห้ วดั ใหญ่ชนิด 4 สายพนั ธุจ์ ะเพ่ิมชนิด B สายพนั ธุ์ B/
ตาํ ราวคั ซีนและการสร้างเสรมิ ภมู ิคุม้ กนั โรค 169
ปี 2562
Phuket/3073/2013-like virus (B/Yamakata/16/88 lineage) เป็นสว่ นประกอบ สามารถตดิ ตามสาย
พนั ธุใ์ นวคั ซีนท่ีแนะนำ� โดยองคก์ ารอนามยั โลกไดท้ ่ี www.who.int (Recommended composition of
influenza virus vaccines)
จากการศกึ ษาท่ีผา่ นมาพบวา่ สายพนั ธไุ์ วรสั ไขห้ วดั ใหญ่ท่ีไดร้ บั การคดั เลอื กเป็นสว่ นประกอบ
ของวคั ซีนนีต้ รงกบั สายพนั ธทุ์ ่ีพบในประเทศไทยประมาณรอ้ ยละ 7012
ขนาดและวิธีใช้
วัคซีนชนิดเชื้อไม่มีชีวิต ให้ฉีดเข้ากลา้ มเนือ้ ในเด็กอายุ 6 เดือนขึน้ ไปและในผู้ใหญ่
สว่ น subunit vaccine ชนิดท่ีมี adjuvant MF59 ใหใ้ ชใ้ นผใู้ หญ่อายมุ ากกวา่ 65 ปี สว่ นวคั ซีน IntanzaTM
ชนิดฉีดเขา้ ในหนงั (intradermal) ใหใ้ ชใ้ นผใู้ หญ่ (อายุ >18 ปี) ฉีดปีละ 1 ครงั้
สำ� หรบั ขนาดของวคั ซนี แนะนำ� วา่ ในเดก็ อายตุ ่ำ� กวา่ 3 ปี ใหฉ้ ีดวคั ซนี ขนาดครง่ึ หนง่ึ ของผใู้ หญ่
(0.25 มล.) ยกเวน้ วคั ซีน FluarixTM Tetra และ Vaxigrip Tetra ท่ีใหฉ้ ีด 0.5 มล, ไดใ้ นทกุ อายุ ตงั้ แต่
6 เดือนขึน้ ไป ในเด็กอายุต่ำ� กว่า 9 ปี ท่ีไม่เคยไดร้ บั วคั ซีนป้องกันไขห้ วดั ใหญ่มาก่อน ใหฉ้ ีด 2 ครงั้
ในปีแรกท่ีฉีด โดยครงั้ แรกและครงั้ ท่ี 2 หา่ งกนั อยา่ งนอ้ ย 4 สปั ดาห์ หลงั จากนนั้ ฉีดปีละ 1 เข็ม
วคั ซนี ไขห้ วดั ใหญ่ สามารถใหพ้ รอ้ มกบั วคั ซนี อ่นื ๆ ไดท้ กุ ชนดิ ไมว่ า่ จะเป็นเชือ้ ตายหรอื เชือ้ มชี ีวติ
ในประเทศไทยควรฉีดวคั ซีนก่อนเร่มิ ฤดฝู น หรอื ก่อนฤดหู นาว เพราะเป็นช่วงท่ีมีอบุ ตั ิการณ์
ของโรคสงู สดุ แตส่ ามารถฉีดไดต้ ลอดปี โดยควรเลอื กวคั ซีนท่ีผลติ โดยใชเ้ ชือ้ สายพนั ธทุ์ ่ีระบาดในปีหลงั สดุ
โดยชว่ งกอ่ นฤดฝู น วคั ซนี จะเป็นเชอื้ ทางซกี โลกใต้และชว่ งกอ่ นฤดหู นาววคั ซนี จะเป็นเชอื้ ทางซกี โลกเหนอื
วัคซีนชนิดเชือ้ มีชีวิต บริหารโดยการพ่นจมูกปีละ 1 ครงั้ ในผูท้ ่ีอายุ 2-49 ปี ในเด็กอายุ
ต่ำ� กว่า 9 ปี ท่ีไม่เคยไดร้ บั วคั ซีนป้องกนั ไขห้ วดั ใหญ่มาก่อน ใหพ้ ่นวคั ซีน 2 ครงั้ ห่างกนั 6–10 สปั ดาห์
ในปีแรก สว่ นปีตอ่ ไป ใหพ้ น่ ปีละ 1 ครงั้ ประเทศไทยไมม่ ีวคั ซีนชนิดนีจ้ ำ� หนา่ ย
ตารางท่ี 6.9-1 ขนาดและวิธีการใหว้ คั ซีนไขห้ วดั ใหญ่ในเดก็ และผใู้ หญ่
วัคซนี ชนิดของ อายุ ขนาดทใ่ี ช้ ตำ� แหน่ง จำ� นวน
ชื่อการค้า วัคซนี / (มล.) ครั้ง
จำ� นวนสาย
FluarixTM พนั ธท์ บ่ี รรจุ 0.25
VaxigripTM Split/3 6 – 35 เดือน 0.5 ฉีดเขา้ กลา้ มเนือ้ 1 หรอื 2 *
FluQuadriTM 3 ปี – 8 ปี 0.5 1 หรอื 2 *
Split/3 > 9 ปี 1
Split/4 0.5
Agrippal S1TM Subunit/3
InfluvacTM Subunit/3
Sky cell flu Cell-based 3 ขวบขนึ้ ไป
Subunit/4
170 ตาํ ราวคั ซีนและการสร้างเสริมภมู คิ ุ้มกนั โรค
ปี 2562
วัคซนี ชนิดของ อายุ ขนาดทใ่ี ช้ ตำ� แหน่ง จำ� นวน
ชื่อการค้า วัคซนี / (มล.) ครั้ง
จำ� นวนสาย
พนั ธท์ บ่ี รรจุ
FluarixTM Tetra Split/4 6 เดือน ขนึ้ ไป 0.5 ฉีดเขา้ กลา้ มเนือ้ 1 หรอื 2 *
Vaxigrip Tetra Split/4
FluadTM Subunit มากกวา่ 65 ปี 0.5 ฉีดเขา้ กลา้ มเนือ้ 1
with MF 59
adjuvant
FluMistTM** Live 2 – 8 ปี 0.5 พน่ จมกู 1 หรอื 2
attenuated 9 – 49 ปี 0.5 (intranasal) 1
ขา้ งละ 0.25 ml
IntanzaTM*** Spilt 18 ปี – 59 ปี 0.1 (9 ไมโครกรมั ) ฉีดเขา้ ในหนงั 1
60 ปีขนึ้ ไป 0.1 (15 ไมโครกรมั )
* เดก็ อายตุ ่ำ� กว่า 9 ปี ทยี่ งั ไม่เคยไดร้ บั วคั ซีนป้องกนั ไขห้ วดั ใหญ่มาก่อน ใหฉ้ ีด 2 ครงั้ ห่างกนั 4 สปั ดาห์ ในปีแรก
ปีตอ่ ไปฉดี ปีละ 1 ครงั้
** ยงั ไมข่ นึ้ ทะเบยี นในประเทศไทย; ในเดก็ อายตุ ่ำ� กวา่ 9 ปี ทไี่ มเ่ คยไดร้ บั วคั ซีนปอ้ งกนั ไขห้ วดั ใหญ่มาก่อนใหพ้ น่ จมูก
2 ครงั้ หา่ งกนั 6 – 10 สปั ดาหใ์ นปีแรก ปีตอ่ ไปพน่ ปีละ 1 ครงั้
*** ปัจจบุ นั ไมม่ จี ำ� หนา่ ยในประเทศไทย
บคุ คลท่ีควรได้รับวัคซีน และอายุทคี่ วรไดร้ บั วคั ซีน บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
วัคซนี ชนิดเชือ้ ไม่มชี วี ติ 13 แนะนำ� ใหฉ้ ีดแก่บคุ คลท่ีมีอายุ 6 เดือนขนึ้ ไปท่ีไมม่ ีขอ้ หา้ มในการ
รบั วคั ซีน หากมีวคั ซีนไม่เพียงพอ แนะนำ� พิจารณาใหใ้ นผทู้ ่ีมีความเส่ียงสงู ต่อการเกิดภาวะแทรกซอ้ น
จากไขห้ วดั ใหญ่รุนแรง รวมถงึ บคุ คลท่ีดแู ลคนกลมุ่ เส่ยี งนีก้ ่อน
1. ผทู้ ่ีมีความเส่ยี งสงู ตอ่ การเกิดภาวะแทรกซอ้ นของโรคไขห้ วดั ใหญ่ ไดแ้ ก่
l เดก็ อายุ 6 เดือนถงึ 4 ปี (59 เดือน)
l ผทู้ ่ีมีอายุ 55 ปี ขนึ้ ไป
l เด็กและผใู้ หญ่ท่ีมีโรคปอดเรือ้ รงั โรคหอบหืด โรคหวั ใจและหลอดเลือด ยกเวน้ ผทู้ ่ีมี
ความดนั โลหิตสงู โรคไต โรคตบั โรคทางระบบประสาท โรคเลอื ด หรอื โรคทางเมตาบอลกิ
รวมถงึ โรคเบาหวาน
l ผปู้ ่ วยเรอื้ รงั ท่ีอยใู่ นสถานบรบิ าลหรอื สถานพกั ฟื้น
l ผทู้ ่ีมีภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ งจากสาเหตตุ า่ งๆ รวมทงั้ ท่ีเกิดจากยา และจากการตดิ เชือ้ เอชไอวี
l เดก็ และวยั รุน่ (6 เดือน ถงึ 18 ปี) ท่ีตอ้ งไดร้ บั ยาแอสไพรนิ เป็นเวลานาน ซง่ึ จะเส่ยี งตอ่
การเกิด Reye syndrome ภายหลงั เป็นไขห้ วดั ใหญ่
ตําราวคั ซนี และการสร้างเสริมภูมคิ มุ้ กนั โรค 171
ปี 2562
l หญิงตงั้ ครรภท์ ่ีไตรมาส 2 ขนึ้ ไป
l คนอว้ นมาก (BMI > 40)
2. บคุ คลท่ีมีโอกาสแพรเ่ ชือ้ ใหแ้ ก่ผทู้ ่ีมีความเส่ยี งสงู
l แพทย์ พยาบาล และบคุ ลากรทางการแพทย์ รวมถึงนกั ศกึ ษาท่ีเก่ียวขอ้ งกบั การดแู ล
รกั ษาผปู้ ่วย
l บคุ ลากรในสถานบรบิ าลหรอื สถานพกั ฟื้นคนชรา หรอื ผปู้ ่ วยเรอื้ รงั
l ผใู้ หก้ ารบรบิ าลผทู้ ่ีมีความเส่ยี งสงู รวมถงึ ผทู้ ่ีดแู ลเดก็ อายนุ อ้ ยกวา่ 6 เดือน
l เดก็ และผใู้ หญ่ท่ีอยบู่ า้ นเดียวกบั ผทู้ ่ีมีความเส่ยี งสงู
3. บคุ คลกลมุ่ อ่ืนๆ ไดแ้ ก่
l ผทู้ ่ีตอ้ งเดนิ ทาง นกั ทศั นาจร
l ผทู้ ่ีตอ้ งพบปะผคู้ นจำ� นวนมาก หรอื อาศยั รว่ มกบั คนจำ� นวนมาก เชน่ ผอู้ ยหู่ อพกั
l ผใู้ ดก็ตามท่ีไมต่ อ้ งการป่ วยเป็นโรคไขห้ วดั ใหญ่ และประสงคจ์ ะไดร้ บั วคั ซีน
ตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2549 กระทรวงสาธารณสขุ ไดเ้ รม่ิ จดั สรรวคั ซนี ไขห้ วดั ใหญ่ใหแ้ กผ่ ทู้ ่ีมีความเส่ยี งสงู
การยอมรบั วคั ซนี มมี ากขนึ้ หลงั จากท่มี กี ารระบาดของเชอื้ 2009 (H1N1) ซง่ึ กระทรวงฯ ไดเ้ พม่ิ ปรมิ าณวคั ซนี
ท่ีจดั สรรนีข้ นึ้ ทกุ ปี ในปี พ.ศ. 2561 ไดจ้ ดั สรรวคั ซีน 3.5 ลา้ นโด๊ส โดยกำ� หนดกลมุ่ เปา้ หมาย ดงั นี้
1. เดก็ อายุ 6 เดือน - 2 ปี
2. ผสู้ งู อายุ 65 ปีขนึ้ ไป
3. หญิงตงั้ ครรภอ์ ายคุ รรภ์ 4 เดือนขนึ้ ไป
4. ผพู้ ิการทางสมองชว่ ยเหลอื ตวั เองไมไ่ ด้
5. ผมู้ ีนำ้� หนกั ตวั มากกวา่ 100 กิโลกรมั หรอื BMI > 35 กิโลกรมั ตอ่ ตารางเมตร
6. ผปู้ ่วยโรคเรอื้ รงั ไดแ้ ก่ โรคปอดอดุ กนั้ เรอื้ รงั หอบหืด โรคหวั ใจ โรคหลอดเลอื ดสมอง โรคไตวาย
เรอื้ รงั มะเรง็ ท่ีกำ� ลงั รบั เคมีบำ� บดั เบาหวาน ธาลสั ซเี มีย และภมู คิ มุ้ กนั บกพรอ่ ง รวมทงั้ ผตู้ ดิ เชือ้
เอชไอวีท่ีมีอาการ
7. บคุ ลากรทางการแพทยเ์ จา้ หนา้ ท่ีท่ีใหก้ ารดแู ลรกั ษาผเู้ จ็บป่ วย และเจา้ หนา้ ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั
การกำ� จดั สตั วป์ ีก
วัคซนี ชนิดเชอื้ มชี วี ติ ไดร้ บั การขนึ้ ทะเบียนในประเทศสหรฐั อเมรกิ าในปี พ.ศ. 2546 ใหใ้ ชใ้ น
ผทู้ ่ีมีสขุ ภาพดีอายุ 2-49 ปี ไมใ่ หใ้ ชใ้ นเดก็ อายตุ ่ำ� กวา่ 2 ปี ผทู้ ่ีเป็นโรคหอบหืด โรคปอดเรอื้ รงั โรคหวั ใจ
โรคเรอื้ รงั อ่ืนๆ เดก็ และวยั รุน่ ท่ีตอ้ งรบั ประทานยาแอสไพรนิ เป็นประจำ� หญิงตงั้ ครรภ์ และผทู้ ่ีมีภมู ิคมุ้ กนั
บกพรอ่ ง ปัจจบุ นั วคั ซีนชนิดนีย้ งั ไมม่ ีใชใ้ นประเทศไทย
ขอ้ ควรระวงั 13
1. หา้ มฉีดวคั ซนี ไขห้ วดั ใหญ่ในผทู้ ่ีแพส้ ว่ นประกอบใดๆ ในวคั ซนี อยา่ งรุนแรง หรอื มีประวตั แิ พ้
อยา่ งรุนแรงหลงั ไดร้ บั วคั ซีนไขห้ วดั ใหญ่ก่อนหนา้ นี้
สำ� หรบั ผทู้ ่ีแพไ้ ขท่ กุ ระดบั ความรุนแรง สามารถรบั วคั ซนี ไขห้ วดั ใหญ่ไดท้ กุ ชนิดเหมือนคนท่วั ไป
โดยไม่ตอ้ งมีขอ้ ควรระวงั ใดๆ เป็นพิเศษ เน่ืองจากพบว่าหลงั ไดร้ บั วคั ซีนชนิดเชือ้ ตาย อตั ราการเกิด
172 ตาํ ราวัคซนี และการสรา้ งเสรมิ ภูมิคมุ้ กันโรค
ปี 2562
anaphylaxis ในคนท่แี พไ้ ขไ่ มแ่ ตกตา่ งจากคนท่วั ไปท่ไี มแ่ พไ้ ข่ อยา่ งไรกต็ าม ผทู้ ่แี พไ้ ขร่ ุนแรง ควรฉีดวคั ซนี บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
ในสถานพยาบาลท่ีสามารถดแู ลรกั ษาภาวะแพอ้ ยา่ งรุนแรงไดท้ นั ทว่ งที สว่ นการแพไ้ ก่ ขนไก่ ไมม่ ีความ สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
เก่ียวขอ้ ง
2. ไมค่ วรฉีดวคั ซีนในผทู้ ่ีมีประวตั เิ ป็น Guillain-Barré syndrome ภายใน 6 สปั ดาหห์ ลงั จาก
การฉีดวคั ซีนครงั้ ก่อน
3. ไมค่ วรฉีดวคั ซีนในผทู้ ่ีกำ� ลงั ป่ วยเฉียบพลนั มีอาการเจ็บป่ วยรุนแรงปานกลางขนึ้ ไป ไมว่ า่
จะมีไขห้ รอื ไมก่ ็ตาม สำ� หรบั ผทู้ ่ีป่วยเลก็ นอ้ ย สามารถรบั วคั ซีนไดต้ ามปกติ
4. วคั ซีนชนิดเชือ้ มีชีวติ หา้ มใหใ้ นหญิงตงั้ ครรภ์ ผปู้ ่วยเรอื้ รงั เป็นโรคปอด โรคหอบหืด และผทู้ ่ี
มีภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ ง
ปฏิกริ ยิ าจากการฉดี วัคซีน14
วัคซนี ชนิดเชือ้ ไม่มชี วี ติ จะพบปฏิกิรยิ าเฉพาะท่ี ไดแ้ ก่ อาการปวดบรเิ วณท่ีฉีดวคั ซีน มกั มี
อาการไมเ่ กิน 2 วนั ไข้ ปวดเม่ือยตามตวั พบรอ้ ยละ 4-11 อาการแพส้ ว่ นประกอบของวคั ซีน เกิดลมพิษ
ปากบวม หอบหืด เกิดขนึ้ ไดน้ อ้ ยมาก วคั ซีน FluadTM ท่ีมี adjuvant จะมีปฏิกิรยิ าเฉพาะท่ีมากกวา่ วคั ซีน
subunit ชนิดอ่ืน15-16 วคั ซีน IntanzaTM ท่ีฉีดเขา้ ในหนงั (intradermal) จะมีปฏิกิรยิ าท่วั ไปนอ้ ยกวา่ ท่ีฉีด
เขา้ กลา้ มเนือ้ แตจ่ ะเกิดอาการคนั เจ็บบรเิ วณผิวหนงั ท่ีฉีดมากกวา่ และนานกวา่ 17-18
มีรายงานชกั จากไข้ (febrile convulsion) เพ่ิมขนึ้ ในเดก็ อายุ 6-23 เดือนหลงั จากไดร้ บั วคั ซีน
ไขห้ วดั ใหญ่ชนิดเชือ้ ตายพรอ้ มกบั วคั ซีนนิวโมคอคคสั คอนจเู กตแบบ 13 สายพนั ธุ์ และ/หรอื วคั ซีนรวม
คอตบี -บาดทะยกั -ไอกรน ชนิดไรเ้ ซลลใ์ นวนั เดยี วกนั โดยพบไดใ้ นวนั ท่ี 0 และ 1 หลงั ฉีดวคั ซนี ความเส่ยี ง
ท่ีเพ่ิมขนึ้ ของการเกิดชกั จากไข้ พบได้ 16-30 ครงั้ ตอ่ 100,000 คนท่ีไดร้ บั วคั ซีน19-20 ซง่ึ ถือวา่ นอ้ ยมาก จงึ
ไมม่ ีการเปล่ยี นคำ� แนะนำ� ในการใชว้ คั ซีนเหลา่ นี้
เคยมีรายงานการเกิด Guillain Barre syndrome (GBS) จากการฉีดวคั ซนี “Swine flu” ซง่ึ ผลติ
ในปี ค.ศ. 1976 แตว่ คั ซีนในปัจจบุ นั ไมท่ ำ� ใหเ้ กิด GBS มากขนึ้ หรอื อาจพบสมั พนั ธก์ นั ไดไ้ มเ่ กิน 1-2 ราย
ตอ่ ลา้ นโด๊ส21
วคั ซีนชนิดเชือ้ มีชีวิต ทำ� ใหม้ ีไขต้ ่ำ� ๆ มีอาการคดั จมกู นำ้� มกู ไหลเล็กๆ นอ้ ยๆ ได้ อาจเกิดผ่ืน
ลมพิษ นอกจากนีอ้ าจทำ� ใหเ้ กิดอาการหลอดลมตีบคลา้ ยหอบหืดได้ โดยเฉพาะถา้ ใหว้ คั ซีนในเดก็ อายุ
ต่ำ� กวา่ 2 ปี แตพ่ บไดน้ อ้ ย14,22
ภมู ิคมุ้ กันท่ีเกดิ ขึ้น14
วัคซนี ชนิดเชือ้ ไม่มชี วี ติ ภมู ิคมุ้ กนั จะเกิดขนึ้ หลงั ฉีดวคั ซีนในเวลา 7–14 วนั ผทู้ ่ีเคยไดร้ บั เชือ้
ในธรรมชาตมิ าแลว้ จะมีภมู ิคมุ้ กนั เกิดขนึ้ เรว็ และสงู ในผใู้ หญ่หรอื ในเดก็ อายุ 9 ปีขนึ้ ไปแมจ้ ะไมเ่ คยไดร้ บั
วคั ซนี มากอ่ น แตม่ กั เคยตดิ เชือ้ ไขห้ วดั ใหญ่มาแลว้ จงึ ตอบสนองตอ่ การฉีดวคั ซนี เพียงครงั้ เดียวไดเ้ พียงพอ
สว่ นในเดก็ อายตุ ่ำ� กวา่ 9 ปี อาจยงั ไมเ่ คยตดิ เชือ้ ไขห้ วดั ใหญ่ท่ีหลากหลาย จงึ แนะนำ� ใหฉ้ ีดวคั ซีนแก่เดก็
2 ครงั้ หา่ งกนั 1 เดือนขนึ้ ไป โดยภมู ิคมุ้ กนั มกั จะอยใู่ นระดบั สงู พอท่ีจะปอ้ งกนั โรคไดไ้ มเ่ กิน 1 ปี จงึ ตอ้ ง
มีการฉีดวคั ซีนกระตนุ้ ทกุ ปี แมบ้ างปีจะเป็นสายพนั ธเุ์ ดียวกนั กบั ปีก่อน
ตําราวัคซนี และการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกันโรค 173
ปี 2562
การประเมินประสิทธิผลของวคั ซีนไขห้ วดั ใหญ่ จำ� เป็นตอ้ งใชว้ ิธีตรวจทางหอ้ งปฏิบตั ิการเพ่ือ
วินิจฉัยเชือ้ ตน้ เหตุ เน่ืองจากอาการของโรคระบบหายใจ เกิดจากเชือ้ ตน้ เหตุไดห้ ลายชนิด วัคซีน
มีประสิทธิภาพในการป้องกนั โรคไขห้ วดั ใหญ่จากสายพนั ธุเ์ ดียวกนั กบั วคั ซีนไดร้ อ้ ยละ 70-90 แต่จะ
ปอ้ งกนั การติดเชือ้ จากสายพนั ธุท์ ่ีกลายพนั ธุไ์ ดน้ อ้ ยลง และทำ� ใหค้ วามรุนแรงลดลงได้ และไมส่ ามารถ
ปอ้ งกนั โรคจากสายพนั ธทุ์ ่ีเป็น H หรอื N ท่ีตา่ งจากวคั ซีนได้ จงึ ไมส่ ามารถปอ้ งกนั โรคไขห้ วดั นก H5N1
ได้ วคั ซีน FluadTM ซง่ึ มี adjuvant จะกระตนุ้ ใหเ้ กิดภมู ิคมุ้ กนั สงู กวา่ วคั ซีน subunit ชนิดอ่ืนๆ โดยเฉพาะ
ในผสู้ งู อาย1ุ 5-16 วคั ซนี IntanzaTM ท่ฉี ีดเขา้ ในหนงั สามารถกระตนุ้ ภมู คิ มุ้ กนั ในผสู้ งู อายไุ ดด้ กี วา่ ชนดิ วคั ซนี
ขนาดเทา่ กนั 15 มคก. แตเ่ ขา้ กลา้ มเนือ้ 23 แตใ่ นผทู้ ่ีอายนุ อ้ ย เม่ือฉีด 9 มคก. จะใหร้ ะดบั ภมู ิคมุ้ กนั ไมต่ า่ งกนั
กบั วคั ซีนชนิดฉีดเขา้ กลา้ มเนือ้ ขนาด 15 มคก.24
วัคซนี ชนิดเชือ้ มชี วี ติ มีประสทิ ธิภาพประมาณ รอ้ ยละ 70 - 95 ขนึ้ กบั วา่ เชือ้ ตรงกบั สายพนั ธุ์
ในวคั ซีนมากนอ้ ยเพียงใด อยา่ งไรก็ตาม เน่ืองจากวคั ซีนมีประสทิ ธิผลต่ำ� ในการปอ้ งกนั เชือ้ ไขห้ วดั ใหญ่
สายพนั ธุ์ A(H1N1) pdm09 ในสหรฐั อเมรกิ าตงั้ แตป่ ี พ.ศ.2556 เป็นตน้ มา อเมรกิ าจงึ ไมแ่ นะนำ� วคั ซีน
ชนิดนีใ้ นชว่ ง 3 ปีท่ีผา่ นมา
หมายเหตุ
- ผู้ท่ีมีข้อบ่งชีใ้ นการได้รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ อาจมีความเส่ียงต่อการติดเชือ้
นิวโมคอคคัสด้วย ควรได้รับวัคซีนป้องกันเชื้อนิวโมคอคคัสด้วย เพ่ือป้องกันการติดเชื้อระบบ
ทางเดนิ หายใจไดเ้ ตม็ ท่ี
- วคั ซีนนีไ้ มส่ ามารถปอ้ งกนั โรคไขห้ วดั นกได้ แตป่ อ้ งกนั มิใหเ้ กิดภาวะการติดเชือ้ ไขห้ วดั นก
กบั ไขห้ วดั ใหญ่ของคน ในคนๆ เดียวกนั ได้ จงึ เป็นการปอ้ งกนั reassortment ได้ จงึ มีขอ้ พิจารณาสมควร
ใหว้ คั ซีนนีแ้ ก่ผทู้ ่ีเส่ยี งตอ่ การสมั ผสั เชือ้ ไขห้ วดั นกดว้ ย
การเกบ็ และการหมดอายุ
เก็บวคั ซีนในตเู้ ยน็ ชอ่ งธรรมดา ท่ีอณุ หภมู ิ +2 ถงึ +8 oซ หา้ มเก็บในชอ่ งแชแ่ ขง็ และไมใ่ หถ้ กู แสง
อายกุ ารใชง้ านของวคั ซีนไมเ่ กิน 1 ปี วนั หมดอายใุ หด้ ทู ่ีกลอ่ งบรรจวุ คั ซีน
174 ตาํ ราวัคซนี และการสร้างเสริมภูมิคุม้ กนั โรค
ปี 2562
เอกสารอา้ งอิง บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
1. Thawatsupha P, Chittagnapitch M, Waicharoen S, Prasittikket K, Maneewong P. Influenza
surveillance on Thailand between 1995 and 2000.
2. Monto AS, Kioumehr F. The Tecumseh study of respiratory illness IX. Occurrence of influenza
in the community, 1966-1971. Am J Epidemiol 1975;102:553-63.
3. Barker WH. Excess pneumonia and influenza associated hospitalization during influenza
epidemics in the United States, 1970-78. Am J Public Health 1986;76:761-5.
4. Glezen WP. Serious morbidity and mortality associated with influenza epidemics (Review).
Epidemiol Rev 1982;4:25-44.
5. CDC. Using Live, Attenuated Influenza Vaccine for Prevention and Control of Influenza,
MMWR 2003; 52(RR13):1–8.
6. Valleron AJ, Cori A, Valtat S, Meurisse S, Carrat F, Boëlle PY. Transmissibility and geographic
spread of the 1889 influenza pandemic. Proc Natl Acad Sci U S A 2010;107:8778-81.
7. Mills CE, Robins JM, Lipsitch M. Transmissibility of 1918 pandemic influenza. Nature
2004;432:904–6.
8. Donaldson LJ, Rutter PD, Ellis BM, et al. Mortality from pandemic A/H1N1 2009 influenza
in England: public health surveillance study. BMJ 2009;339:b5213.
9. MOPH. http://www.boe.moph.go.th/boedb/surdata/annualdata/d1552.pdf
10. World Health Organization. Recommended composition of influenza virus vaccines for
use in the 2018 southern hemisphere influenza season. Available from http://www.who.int/
influenza/vaccines/virus/recommendations/2018south/en/ (Access 20 July 2018)
11. World Health Organization. Recommended composition of influenza virus vaccines for
use in the 2018-2019 northern hemisphere influenza season. Available from http://www.
who.int/influenza/vaccines/virus/recommendations/2018_19_north/en/ (Access 20 July 2018)
12. Thawatsupha P, Waicharoen S, Maneewong P, Prasittikhet K, Chittaganapitch M,
Sawanpanyalert P. Isolation and identification of influenza virus strains circulating in Thailand
in 2001. Southeast Asian J Trop Med Publ Hlth 2003;34:94-7.
13. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Prevention and Control of Seasonal
Influenza with Vaccines: Recommendations of the Advisory Committee on Immunization
Practices - United States, 2017-18 Influenza Season. MMWR 2017;66;1-20
14. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Prevention and control of influenza
with vaccines: recommendations of the Advisory Committee on Immunization Practices
(ACIP), 2011. MMWR 2011;60:1128-32.
15. Frey S, Poland G, Percell S, Podda A. Comparison of the safety, tolerability, and immunogenicity
of a MF59-adjuvanted influenza vaccine and a non-adjuvanted influenza vaccine in non-elderly
adults. Vaccine 2003;21:4234-7.
ตาํ ราวคั ซนี และการสร้างเสริมภูมคิ ุ้มกนั โรค 175
ปี 2562
16. Podda A. The adjuvanted inlfluenza vaccines with novel adjuvants: experience with the
MF-59 adjuvanted vaccine. Vaccine 2001;19:2637-80.
17. Young F, Marra F. A systematic review of intradermal influenza vaccines. Vaccine
2011;29:8788-801.
18. Ansaldi F, Canepa P, Ceravolo A, et al. Intanza(®) 15 mcg intradermal influenza vaccine
elicits cross-reactive antibody responses against heterologous A(H3N2) influenza viruses.
Vaccine 2012;30:2908-13.
19. Stockwell MS, Broder K, LaRussa P, et al. Risk of fever after pediatric trivalent inactivated
influenza vaccine and 13-valent pneumococcal conjugate vaccine. JAMA Pediatr
2014;168:211–9.
20. Duffy J, Weintraub W, Hambidge SJ, et al; Vaccine Safety Datalink. Febrile Seizure Risk
after Vaccination in Children 6 to 23 Months. Pediatrics 2016;138: e20160320.
21. Belshe RB, Mendelman PM, Treanor J, et al. The efficacy of live attenuated, cold-adapted,
trivalent, intranasal influenza virus vaccine in children. New Eng J Med 1998;338:1405-12.
22. American Academy of Pediatrics. Influenza. In: Kimberlin DW, Brady MT, Jackson MA,
Long SS, eds. Red Book: 2018 Report of the Committee on Infectious Diseases. 31st ed.
Itasca, IL: American Academy of Pediatrics; 2018: 476-89.
23. Arnou R, Icardi G, De Decker M, et al. Intradermal influenza vaccine for older adults: a
randomized controlled multicenter phase III study. Vaccine 2009;27:7304-12.
24. Arnou R, Eavis P, Pardo JR, Ambrozaitis A, Kazek MP, Weber F. Immunogenicity, large
scale safety and lot consistency of an intradermal influenza vaccine in adults aged 18-60 years:
Randomized, controlled, phase III trial. Hum Vaccin 2010;6:346-54.
176 ตําราวคั ซีนและการสร้างเสริมภูมิคมุ้ กนั โรค
ปี 2562
6.10 วัคซนี ปอ้ งกันเอชพีวี บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
บทที่ (Human Papillomavirus Vaccine)
บทนำ� และระบาดวิทยา
เชือ้ ไวรสั แปปปิโลมา (Human Papillomavirus, HPV) เป็นสาเหตสุ ำ� คญั ของการติดเชือ้
เนือ้ เย่อื บผุ วิ บรเิ วณอวยั วะเพศ ปัจจบุ นั พบเชือ้ HPV มากกวา่ 100 สายพนั ธุ์ (genotypes) โดยมปี ระมาณ
40 สายพนั ธทุ์ ่ีก่อโรคบรเิ วณอวยั วะเพศและทวารหนกั การตดิ เชือ้ สว่ นใหญ่หายไดเ้ อง มีสว่ นนอ้ ยท่ีเกิด
การตดิ เชือ้ คงอยนู่ าน (persistent infection) การพบเชือ้ HPV คงอยนู่ านกวา่ 1 ปีมีความเก่ียวขอ้ งกบั
การเกิดรอยโรคก่อนมะเรง็ (cervical intraepithelial neoplasia, CIN) และมะเรง็ ปากมดลกู 1 เชือ้ HPV
แบ่งไดเ้ ป็น 2 กลุ่ม ไดแ้ ก่ กลุ่มสายพนั ธุท์ ่ีมีความเส่ียงต่ำ� (low risk type) ไม่ทำ� ใหเ้ กิดมะเร็ง เช่น
สายพนั ธุ์ 6 และ 11 ซง่ึ เป็นสาเหตรุ อ้ ยละ 90 ของหดู หงอนไก่ท่ีอวยั วะเพศ และหดู ท่ีกลอ่ งเสียงในเดก็
และกลมุ่ สายพนั ธทุ์ ่ีมีความเส่ยี งสงู (high risk type) เชน่ สายพนั ธุ์ 16, 18, 31, 33, 35 และ 45 ทำ� ให้
เกิดความผดิ ปกตขิ องเซลลเ์ ย่ือบปุ ากมดลกู รอยโรคกอ่ นมะเรง็ และกลายเป็นมะเรง็ ในท่ีสดุ ความผดิ ปกติ
ของเซลลเ์ ย่ือบุปากมดลกู นีแ้ บ่งไดเ้ ป็น ความผิดปกติของเซลลข์ นั้ ตน้ หรือ low grade squamous
intraepithelial lesion (LSIL) ซง่ึ หมายถงึ รอยโรคก่อนมะเรง็ ชนิด CIN1 และความผิดปกตขิ องเซลลข์ นั้ สงู
หรอื high grade squamous intraepithelial lesion (HSIL) ซง่ึ หมายถงึ รอยโรคก่อนมะเรง็ ชนิด CIN2
และ CIN3 โดยเชือ้ HPV สายพนั ธุ์ 16 และ 18 เป็นสาเหตหุ ลกั ของการเกิดมะเรง็ ปากมดลกู ถงึ รอ้ ยละ 702
จากการศกึ ษามะเรง็ ปากมดลกู ในประเทศไทยพบวา่ สายพนั ธุ์ 16 เป็นสาเหตรุ อ้ ยละ 40-80 รองลงมา
เป็นสายพนั ธุ์ 18 รอ้ ยละ 7-233,4 การตดิ เชือ้ HPV สายพนั ธใุ์ ดสายพนั ธหุ์ นง่ึ ไมค่ อ่ ยก่อใหเ้ กิดภมู ิคมุ้ กนั
ตอ่ สายพนั ธอุ์ ่ืน, ไมส่ ามารถสรา้ งภมู ิคมุ้ กนั ตอ่ การติดเชือ้ ซำ้� ได้ และการติดเชือ้ ตามธรรมชาติกระตนุ้ ให้
เกิดภมู ิคมุ้ กนั โรคไดน้ อ้ ย
มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งท่ีพบมากเป็นอนั ดบั 2 รองจากมะเร็งเตา้ นม ทงั้ ยังเป็นสาเหตุ
การเสยี ชีวิตสงู ป็นอนั ดบั 1 ในหญิงไทย มะเรง็ ปากมดลกู จงึ เป็นปัญหาสาธารณสขุ ท่ีสำ� คญั ของประเทศ โดยมี
อบุ ตั ิการณ์ (age-standardized incidence rate) เทา่ กบั 24.5 ตอ่ ประชากรหญิง 100,000 คนตอ่ ปี
แตล่ ะปีพบหญิงไทยเป็นมะเรง็ ปากมดลกู สงู ถงึ 10,000 คน และมผี ปู้ ่วยมะเรง็ ปากมดลกู เสยี ชวี ติ ประมาณ
5,000 คน หรอื ประมาณ 14 คนตอ่ วนั เน่ืองจากมกั มาพบแพทยใ์ นระยะทา้ ยของโรค นอกจากนีร้ ฐั บาล
ยงั ตอ้ งสญู เสียคา่ ใชจ้ า่ ยในการดแู ลรกั ษาผปู้ ่วยมะเรง็ ปากมดลกู กวา่ 350 ลา้ นบาทตอ่ ปี ซง่ึ สาเหตขุ อง
มะเรง็ ปากมดลกู เกือบทงั้ หมดเกิดจากการตดิ เชือ้ HPV ซง่ึ เป็นโรคตดิ ตอ่ ทางเพศสมั พนั ธ์ ประเทศไทยได้
มีความพยายามและดำ� เนินงานเพ่ือลดอบุ ตั กิ ารณม์ ะเรง็ ปากมดลกู มาอยา่ งตอ่ เน่ือง ทงั้ การปอ้ งกนั แบบ
ปฐมภมู ิ โดยใหก้ ารศกึ ษาแกป่ ระชาชนใหห้ ลกี เลย่ี งพฤตกิ รรมเสย่ี งตอ่ การตดิ เชอื้ HPV เชน่ การมเี พศสมั พนั ธ์
แบบไมป่ ลอดภยั กบั คนู่ อนหลายคน รว่ มกบั การปอ้ งกนั แบบทตุ ยิ ภมู โิ ดยการตรวจคดั กรองเพ่อื รกั ษารอยโรค
ก่อนมะเรง็ ปากมดลกู โดยวิธีการตรวจเซลลผ์ ิดปกติจากเย่ือบปุ ากมดลกู โดยวิธี Papanicolaou (Pap)
smear และตรวจดรู อยโรคโดยวิธีปา้ ยกรดนำ้� สม้ หรอื Visual Inspection with Acetic acid (VIA)
ตําราวคั ซนี และการสรา้ งเสรมิ ภูมิคุ้มกันโรค 177
ปี 2562
ปัจจบุ นั มีวคั ซีนปอ้ งกนั HPV ซง่ึ สามารถปอ้ งกนั การติดเชือ้ HPV สายพนั ธุท์ ่ีเป็นสาเหตขุ อง
มะเรง็ ปากมดลกู บางสายพนั ธไุ์ ดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ ถือเป็นการปอ้ งกนั มะเรง็ ปากมดลกู แบบปฐมภมู ิ
มาตรการหนง่ึ กระทรวงสาธารณสขุ เลง็ เหน็ ความสาํ คญั ในการปอ้ งกนั โรคมะเรง็ ปากมดลกู ในหญิงไทย
และในปี 2560 ไดบ้ รรจวุ คั ซีนปอ้ งกนั HPV เขา้ เป็นวคั ซีนในแผนงานสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรคในเดก็ ไทย
โดยใหฉ้ ีดวคั ซีนในเดก็ หญิงชนั้ ประถมปีท่ี 5 ท่วั ประเทศซง่ึ เป็นวยั ท่ีเหมาะสมท่ีสดุ ในการไดร้ บั วคั ซีนและ
สอดคลอ้ งตามคำ� แนะนำ� ขององคก์ ารอนามยั โลก เพ่อื นำ� ไปสกู่ ารลดอตั ราเจบ็ ป่วยและเสยี ชวี ติ จากมะเรง็
ปากมดลกู ของหญิงไทยในอนาคต
ชนิดของวคั ซนี
วคั ซีน HPV ประกอบดว้ ยโปรตีนท่ีเปลือกหมุ้ (capsid protein) ชนิด L1 ของเชือ้ HPV ซง่ึ ผลติ
โดยวธิ ีวศิ วพนั ธศุ าสตร์(genetic engineering) มีคณุ สมบตั สิ ามารถคอื รวมตวั เป็นอนภุ าคคลา้ ยไวรสั ได้
(virus-like particles, VLPs)
ส่วนประกอบของวคั ซนี
วคั ซีน HPV มี 3 ชนิด ไดแ้ ก่
วคั ซีน HPV มี 3 ชนิด ไดแ้ ก่
1. ชนิด 2 สายพนั ธุ์ (bivalent) ประกอบดว้ ยสายพนั ธุ์ 16 และ 18 ซ่งึ ใชเ้ ซลล์ baculovirus
ในขบวนการผลติ มีสว่ นประกอบของโปรตนี ชนิด L1 ของเชือ้ HPV สายพนั ธุ์ 16 และ 18 อยา่ งละ 20 มคก.,
aluminium hydroxide 500 มคก. และ 3-desacylated monophosphoryl lipid A (MPL) เป็น adjuvant
50 มคก. ช่ือการคา้ คือ CervarixTM ผลติ โดยบรษิ ัท GSK
2. ชนิด 4 สายพนั ธุ์ (quadrivalent) ประกอบดว้ ยสายพนั ธุ์ 6,11,16 และ 18 ซง่ึ ใชเ้ ซลลข์ องยีสต์
ชนิด Saccharomyces cerevisiae ในขบวนการผลติ มีสว่ นประกอบของโปรตีนชนิด L1 ของเชือ้ HPV
สายพนั ธุ์ 6, 11, 16 และ 18 ปรมิ าณ 20, 40, 40 และ 20 มคก.ตามลำ� ดบั และมี aluminium hydroxy-
phosphate sulfate เป็น adjuvant ช่ือการคา้ คือ GardasilTM ผลติ โดยบรษิ ัท MSD
3. ชนิด 9 สายพนั ธุ์ (nonavalent) ประกอบดว้ ยสายพนั ธุ์ 6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52 และ
58 ซง่ึ ใชเ้ ซลลข์ องยีสตช์ นิด Saccharomyces cerevisiae ในขบวนการผลติ เชน่ เดยี วกบั ชนิด 4 สายพนั ธุ์
มีสว่ นประกอบของโปรตนี ชนิด L1 ของเชือ้ HPV สายพนั ธุ์ 6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52 และ 58 ปรมิ าณ
30, 40, 60, 40, 20, 20, 20, 20 และ 20 มคก.ตามลำ� ดบั และมี aluminium hydroxyphosphate sulfate
เป็น adjuvant ช่ือการคา้ คือ GardasilTM 9 ผลติ โดยบรษิ ัท MSD สายพนั ธใุ์ นวคั ซีนนีจ้ ะครอบคลมุ เชือ้ ท่ี
เป็นสาเหตขุ องมะเรง็ ปากมดลกู ไดเ้ พ่ิมขนึ้ จากรอ้ ยละ 70 เป็นรอ้ ยละ 90
ขนาดบรรจุ
วคั ซีน HPV ทงั้ สามชนิด บรรจกุ ลอ่ งละ 1 โด๊ส เป็นนำ้� แขวนตะกอน อยใู่ นรูปของเข็มฉีดยา
พรอ้ มใช้ (pre-filled syringe) ปรมิ าณ 0.5 มล.
178 ตําราวคั ซนี และการสร้างเสริมภมู ิคมุ้ กนั โรค
ปี 2562
ขนาดและวิธกี ารใช้ บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
ฉีด 1 โด๊ส (0.5 มล.) เขา้ กลา้ มเนือ้ จำ� นวน 3 ครงั้ โดยฉีดเดือนท่ี 0, 1-2 และ 6
สำ� หรบั วยั รุน่ ท่ีสขุ ภาพแข็งแรง หากอายนุ อ้ ยกวา่ 15 ปี สามารถใหว้ คั ซีนแบบ 2 ครงั้ โดยฉีด
เดือนท่ี 0 และ 6-12 เดือน (กรณีการฉีดแบบ 2 ครงั้ ในผทู้ ่ีอายนุ อ้ ยกวา่ 15 ปี หากไดร้ บั วคั ซีนโด๊สท่ี 2
กอ่ นถงึ เดอื นท่ี 5 ควรไดว้ คั ซนี โดส๊ ท่ี 3 ดว้ ย และวคั ซนี โดส๊ ท่ี 3 ควรมีระยะหา่ งจากวคั ซนี โดส๊ แรกอยา่ งนอ้ ย
6 เดือน)5
บุคคลทค่ี วรไดร้ บั วัคซีน และอายุท่ีควรรบั วคั ซีน
แนะนำ� ใหว้ คั ซีน HPV ชนิด 2 หรอื 4 สายพนั ธุ์ (หากตอ้ งการปอ้ งกนั หดู อวยั วะเพศดว้ ย ตอ้ งใช้
วคั ซนี ชนิด 4 สายพนั ธ)ุ์ ในผหู้ ญิงและผชู้ ายอายรุ ะหวา่ ง 9-26 ปี เนน้ ใหฉ้ ีดในชว่ งอายุ 11-12 ปี ควรใหว้ คั ซนี
ก่อนเรม่ิ มีเพศสมั พนั ธค์ รงั้ แรก ประสทิ ธิภาพของวคั ซีนจะสงู หากฉีดในผทู้ ่ีไมเ่ คยไดร้ บั เชือ้ HPV มาก่อน
ไดแ้ ก่ ผทู้ ่ีไมเ่ คยมีเพศสมั พนั ธม์ ากอ่ น การฉีดในผทู้ ่ีมีอายมุ ากกวา่ 26 ปี อาจพจิ ารณาไดเ้ ป็นกรณีไป สว่ นสตรี
ท่ีเคยมีเพศสมั พนั ธแ์ ลว้ สามารถฉีดวคั ซนี ได้แตค่ วรใหค้ ำ� แนะนำ� วา่ วคั ซนี อาจมีประสทิ ธิภาพลดลง แตห่ าก
เคยตดิ เชือ้ HPV มาก่อน วคั ซีนยงั ใหป้ ระโยชนใ์ นการปอ้ งกนั โรคจากสายพนั ธทุ์ ่ีมีในวคั ซีน ซง่ึ ยงั ไมเ่ คย
ตดิ เชือ้ มาก่อนได้ สำ� หรบั กลมุ่ เส่ยี งสงู เชน่ ชายรกั ชาย ผทู้ ่ีมีภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ ง ตดิ เชือ้ เอชไอวีแนะนำ� ให้
ฉีดทกุ รายจนถงึ อายุ 26 ปี6
ผทู้ ่ีมีภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ งสามารถรบั วคั ซีนได้ เพราะมิใชว่ คั ซีนชนิดเชือ้ มีชีวติ ผทู้ ่ีตดิ เชือ้ เอชไอวี
จะมคี วามเสย่ี งท่จี ะเกิด persistent infection และเป็นมะเรง็ หลงั จากตดิ เชอื้ ไดส้ งู กวา่ คนปกติ7-9 จงึ สมควร
พิจารณาใหว้ คั ซีน โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงในวยั รุน่ ท่ีตดิ เชือ้ เอชไอวีจากมารดา โดยควรใหช้ ว่ งอายุ 11-12 ปี
ทงั้ หญิงและชายหากใหก้ ่อนมีเพศสมั พนั ธจ์ ะไดผ้ ลดีมากกวา่
ปฏิกริ ิยาจากวคั ซนี
สว่ นใหญ่เป็นปฏิกิรยิ าท่ีไมร่ ุนแรง อาจพบปฏิกิรยิ าเฉพาะท่ีไดแ้ ก่ อาการปวด บวม ผ่ืนแดงและ
คนั บริเวณท่ีฉีดประมาณหน่ึงในส่ี อาจพบอาการไขไ้ ดป้ ระมาณรอ้ ยละ 10 มกั หายไดเ้ อง ไม่มีภาวะ
แทรกซอ้ นรุนแรง10-12
การฉีดวคั ซีนในวยั รุน่ มีรายงานอาการหนา้ มืด เป็นลม หลงั ไดร้ บั วคั ซีน พรอ้ มกนั หลายคนเป็น
ลกั ษณะ mass psychogenic response13 จงึ ควรสงั เกตอาการหลงั ใหว้ คั ซีนประมาณ 30 นาที
ข้อห้ามใช้
- ตงั้ ครรภ์หากตงั้ ครรภใ์ นชว่ งท่ียงั ฉีดไมค่ รบใหเ้ ล่อื นไปฉีดตอ่ หลงั คลอด แตย่ งั ไมม่ ีหลกั ฐาน
วา่ วคั ซีนมีอนั ตรายตอ่ ทารกในครรภ์
- ผทู้ ่ีแพย้ ีสตร์ ุนแรง ไมค่ วรฉีดแบบ 4 และ 9 สายพนั ธุ์ เพราะผลติ จากยีสต์
ตําราวคั ซนี และการสร้างเสริมภมู ิคมุ้ กันโรค 179
ปี 2562
ภมู คิ ุม้ กนั ทเี่ กดิ ขึน้
วคั ซีน HPV ทงั้ ชนิด 2 และ 4 สายพนั ธสุ์ ามารถกระตนุ้ ภมู ิคมุ้ กนั ตอ่ เชือ้ HPV สายพนั ธทุ์ ่ีบรรจุ
ในวคั ซีนไดด้ ี โดยถา้ ดจู ากการป้องกนั การก่อโรคชนิด CIN2 ขึน้ ไป ท่ีเกิดจากเชือ้ สายพนั ธุ์ 16 และ 18
ในผทู้ ่ีตรวจไมพ่ บการตดิ เชือ้ HPV มาก่อน จะพบวา่ วคั ซีนชนิด 4 สายพนั ธมุ์ ีประสทิ ธิภาพรอ้ ยละ 9814
และชนิด 2 สายพนั ธุม์ ีประสิทธิภาพรอ้ ยละ 10015 ในการป้องกนั การติดเชือ้ สายพนั ธุใ์ นวคั ซีน แต่หาก
วัดประสิทธิภาพโดยรวมผูท้ ่ีเคยติดเชือ้ มาก่อนฉีดวัคซีนดว้ ย จะพบว่าประสิทธิภาพดังกล่าวลดลง
โดยประสทิ ธิภาพของวคั ซีนชนิด 4 สายพนั ธจุ์ ะลดลงเหลือรอ้ ยละ 44 และประสทิ ธิภาพในการปอ้ งกนั
CIN2 ขึน้ ไปจากเชือ้ HPV ไม่ว่าจะสายพนั ธุใ์ ดท่ีรวมผทู้ ่ีติดเชือ้ HPV มาก่อนฉีดวคั ซีนดว้ ย จะพบว่า
ประสิทธิภาพของวคั ซีนชนิด 4 สายพนั ธุล์ ดเหลือเพียงรอ้ ยละ 188 และประสิทธิภาพของวคั ซีนชนิด
2 สายพนั ธลุ์ ดเหลอื เพียงรอ้ ยละ 4615
อยา่ งไรก็ดีหากวดั ประสทิ ธิภาพในการปอ้ งกนั CIN3 ขนึ้ ไปจากเชือ้ HPV ไมว่ า่ จะสายพนั ธใุ์ ด
เฉพาะในผทู้ ่ีตรวจไม่พบการติดเชือ้ HPV ก่อนฉีดวคั ซีน พบว่าวคั ซีนชนิด 2 สายพนั ธุ์ มีประสิทธิภาพ
รอ้ ยละ 9315 วคั ซีนทงั้ สองชนิดสามารถปอ้ งกนั โรคจากสายพนั ธอุ์ ่ืนไดบ้ า้ ง เชน่ สายพนั ธุ์ 31, 33, 45 แตไ่ มไ่ ด้
เพ่ิมประสทิ ธิภาพในภาพรวม วคั ซีนชนิด 4 สายพนั ธุ์ ปอ้ งกนั หดู ในอวยั วะเพศท่ีเกิดจากสายพนั ธุ์ 6, 11
ไดร้ อ้ ยละ 90 แตป่ อ้ งกนั หดู ทงั้ หมดไมว่ า่ จะสายพนั ธใุ์ ดๆ ไดร้ อ้ ยละ 6316 หลงั จากไดม้ ีการใชอ้ ยา่ งกวา้ งขวาง
ในหลายประเทศ มีขอ้ มลู ยืนยนั ประสทิ ธิผลชดั เจน เชน่ ในอเมรกิ า มีอบุ ตั กิ ารณก์ ารตดิ เชือ้ ลดลงในวยั รุน่
อายุ 14-19 ปี ถงึ รอ้ ยละ 56 ทงั้ ๆ ท่ีความครอบคลมุ ในการฉีดมีเพียงรอ้ ยละ 32 แสดงถงึ ประสทิ ธิผลท่ี
รอ้ ยละ 8217 นอกจากนีย้ งั พบวา่ วคั ซีนชนิด 4 สายพนั ธ์ สามารถปอ้ งกนั มะเรง็ อวยั วะเพศในผชู้ ายจาก
สายพนั ธใุ์ นวคั ซีนไดร้ อ้ ยละ 90.4 และจากทกุ สายพนั ธไุ์ ดร้ อ้ ยละ 83.818
วคั ซีนทงั้ สองชนิดกระตนุ้ ใหเ้ กิดแอนตบิ อดีตอ่ สายพนั ธขุ์ อง HPV ท่ีบรรจใุ นวคั ซีนไดด้ ีกวา่ การ
ติดเชือ้ ตามธรรมชาติ ซ่งึ ไม่ค่อยกระตนุ้ ใหเ้ กิดภมู ิคมุ้ กนั และระดบั แอนติบอดีในวยั รุน่ อายุ 9-15 ปี จะ
สงู กวา่ กลมุ่ สงู อายุ 46-55 ปี19,20 เดก็ ท่ีตดิ เชือ้ เอชไอวีตอบสนองดีตอ่ วคั ซีน มีseroconversion รอ้ ยละ 96
แตร่ ะดบั ไตเตอรข์ องภมู ิคมุ้ กนั ท่ีเกิดขนึ้ จะต่ำ� กวา่ เดก็ ปกต2ิ 1
ขอ้ มลู ปัจจบุ นั จากการทบทวนวรรณกรรมอยา่ งเป็นระบบ (systematic review) การใหว้ คั ซีน
ทงั้ ชนิด 2 และ 4 สายพนั ธุ์ ในเดก็ หญิงอายุ 9 ถงึ 14 ปี โดยใชต้ ารางการใหว้ คั ซีนแบบ 2 โด๊ส (เดือนท่ี 0, 6
หรอื เดือนท่ี 0, 12) พบวา่ อาสาสมคั รทกุ รายมีภมู ิคมุ้ กนั เกิดขนึ้ (seroconversion) ตอ่ เชือ้ HPV สายพนั ธุ์
16 และ 18 หลงั ไดร้ บั วคั ซีน 2 โด๊สไม่ดอ้ ยกว่าเม่ือเทียบกับหญิงอายุ 15 ถึง 24 ปี หลงั ไดร้ บั วคั ซีน
3 โด๊ส22-24 อยา่ งไรก็ตามยงั ไมแ่ นะนำ� การใหว้ คั ซีนแบบ 2 โด๊สในผปู้ ่ วยภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ ง เชน่ ผตู้ ดิ เชือ้
เอชไอวี
วคั ซีนทงั้ สองชนิดไม่มีประสิทธิภาพในการรกั ษาหรอื กำ� จดั การติดเชือ้ HPV ท่ีเกิดขนึ้ มาก่อน
ส่วนวคั ซีนจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันนานเท่าใด จำ� เป็นตอ้ งติดตามการศึกษาระยะยาวต่อไป
แตจ่ ากการวเิ คราะหร์ ะดบั แอนตบิ อดีย์ ท่ีคงอยู่ คาดวา่ วคั ซีนนา่ จะมีประสทิ ธิภาพอยา่ งนอ้ ย 30 ปี25 และ
ยงั ไมม่ ีคำ� แนะนำ� ใหฉ้ ีดวคั ซีนกระตนุ้
180 ตําราวัคซีนและการสรา้ งเสรมิ ภมู คิ มุ้ กันโรค
ปี 2562
หมายเหตุ
- ทงั้ นีผ้ ทู้ ่ีไดร้ บั วคั ซีนยงั จำ� เป็นตอ้ งไดร้ บั การตรวจคดั กรองหารอยโรคก่อนมะเรง็ ปากมดลกู
เหมือนผทู้ ่ีไมไ่ ดร้ บั วคั ซีน เน่ืองจากวคั ซีนนีม้ ีประสทิ ธิภาพสงู ในการปอ้ งกนั เชือ้ HPV เฉพาะสายพนั ธุ์ 16
และ 18 แตไ่ มส่ ามารถปอ้ งกนั อยา่ งสมบรู ณส์ ำ� หรบั สายพนั ธทุ์ ่ีไมบ่ รรจใุ นวคั ซีน แตไ่ มจ่ ำ� เป็นตอ้ งตรวจ
คดั กรองใดๆ ก่อนฉีดวคั ซีน
- วคั ซนี ไมใ่ ชเ่ ชือ้ มชี ีวติ จงึ สามารถใหใ้ นผทู้ ่มี ภี มู คิ มุ้ กนั บกพรอ่ งได้และไมท่ ำ� ใหเ้ กิดเป็นมะเรง็
- วคั ซนี ไมช่ ว่ ยในการรกั ษารอยโรคท่ผี ดิ ปกตทิ ่เี กิดขนึ้ แลว้ แตม่ กี ารศกึ ษาพบวา่ การฉีดวคั ซนี
ในผทู้ ่ีมีรอยโรคแลว้ จะปอ้ งกนั การเกิดซำ้� ได้ ซง่ึ อาจเพราะปอ้ งกนั การตดิ เชือ้ ใหม่ จงึ มีการแนะนำ� ใหใ้ ช้
วคั ซีนแมว้ า่ จะมีรอยโรคมาก่อนแลว้ 26
การเก็บและการหมดอายุ
เก็บท่ีอณุ หภมู ิ +2 ถงึ +8 oซ ไมค่ วรเก็บในชอ่ งแชแ่ ขง็ และหลีกเล่ยี งการถกู แสง
บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
ตาํ ราวคั ซีนและการสรา้ งเสริมภมู คิ ้มุ กันโรค 181
ปี 2562
เอกสารอา้ งองิ
1. Munoz N, Bosch FX, de Sanjose S, et al. Epidemiologic classification of human papillomavirus
type associated with cervical cancer. N Engl J Med 2003;348:518-27.
2. Walboomers JM, Jacobs MV, Manos MM, et al. Human papillomavirus is a necessary
cause of invasive cervical cancer worldwide. J Pathol 1999;189:12-19.
3. Chaicharoen S, Herrero R, Munoz N, et al. Risk factors for cervical cancer in Thailand:
a case-control study. J Natl Cancer Inst 1998;90:50-7.
4. Thomas DB, Ray RM, Koetsawang A, et al. Human papillomaviruses and cervical cancer
in Bangkok. Risk factors for invasive cervical carcinoma with human papillomavirus type
16 and 18 DNA. Am J Epidemiol 2001;153:723-31.
5. World Health Organization. Human papillomavirus vaccine: WHO position paper, 12 May 2017.
Weekly epidemiological record 2017:19:241–68.
6. CDC. Recommendations on the use of quadrivalent human papillomavirus vaccine in
males--Advisory Committee on Immunization Practices (ACIP), 2011. MMWR Morb Mortal
Wkly Rep 2011;60:1705-8.
7. Suwankanta N, Kietpeerakool C, Srisomboon J, Khunamornpong S, Siriaunkgul S. Underlying
histopathology of HIV-infected women with squamous cell abnormalities on cervical
cytology. Asian Pac J Cancer Prev 2008;9:441-4.
8. Grulich AE, van Leeuwen MT, Falster MO, Vajdic CM. Incidence of cancers in people with
HIV/AIDS compared with immunosuppressed transplant recipients: a meta-analysis.
Lancet 2007;370:59-67.
9. Moscicki AB, Ellenberg JH, Vermund SH, et al. Prevalence of and risks for cervical human
papillomavirus infection and squamous intraepithelial lesions in adolescent girls: impact
of infection with human immunodeficiency virus. Arch Pediatr Adolesc Med 2000;154:127-34.
10. Barr E, Sings HL. Prophylactic HPV vaccines: new interventions for cancer control. Vaccine
2008;26:6244-57.
11. Joura EA, Leodolter S, Hernandez-Avila M, et al. Efficacy of a quadrivalent prophylactic
human papillomavirus (types 6, 11, 16, and 18) L1 virus-like-particle vaccine against high-grade
vulval and vaginal lesions: a combined analysis of three randomised clinical trials. Lancet
2007;369:1693-702.
12. Descamps D, Hardt K, Spiessens B, et al. Safety of human papillomavirus (HPV)-16/18
AS04-adjuvanted vaccine for cervical cancer prevention: a pooled analysis of 11 clinical trials.
Hum Vaccin 2009;5:332-40.
13. Buttery JP, Madin S, Crawford NW, et al. Mass psychogenic response to human
papillomavirus vaccination. Med J Aust 2008;189:261-2.
182 ตําราวัคซีนและการสรา้ งเสริมภูมิคมุ้ กนั โรค
ปี 2562
14. Kjear SK, Sigurdsson K, Iversen OE, et al. A pooled analysis of continued prophylactic บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
efficacy of quadrivalent human papillomavirus (Types 6/11/16/18) vaccine against high-grade สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
cervical and external genital lesions. Cancer Prev Res (Phila) 2009;2:868–78.
15. Lehtinen M, Paavonen J, Wheeler CM, et al. Overall efficacy of HPV-16/18 AS04-adjuvanted
vaccine against grade 3 or greater cervical intraepithelial neoplasia: 4-year end-of-study
analysis of the randomised, double-blind PATRICIA trial. Lancet Oncol 2012;13:89–99.
16. Food and Drug Administration. Highlights of prescribing information. Gardasil (human
papillomavirus quadrivalent [types 6, 11, 16 and 18]). Silver Spring, MD: Food and Drug
Administration; 2011. Available from http://www.fda.gov/downloads/BiologicsBloodVaccines/
Vaccines/ApprovedProducts/UCM111263.pdf. (Access 20 July 2018)
17. Markowitz LE, Hariri S, Lin C, et al. Reduction in Human Papillomavirus (HPV) Prevalence
Among Young Women Following HPV Vaccine Introduction in the United States, National
Health and Nutrition Examination Surveys, 2003-2010. J Infect Dis 2013;208:385-93.
18. Giuliano AR, Palefsky JM, Goldstone S, et al. Efficacy of quadrivalent HPV vaccine against
HPV Infection and disease in males. N Engl J Med 2011;364:401-11.
19. Olsson SE, Villa LL, Costa RL. Induction of immune memory following administration of a
prophylactic quadrivalent human papillomavirus (HPV) types 6/11/16/18 L1 virus-like
particle (VLP) vaccine. Vaccine 2007;25:4931-9.
20. GlaxoSmithKline Vaccine HPV-007 Study Group, Romanowski B, de Borba PC. Sustained
efficacy and immunogenicity of the human papillomavirus (HPV)-16/18 AS04-adjuvanted
vaccine: analysis of a randomised placebo-controlled trial up to 6.4 years. Lancet
2009;374:1975-85.
21. Levin MJ, Moscicki AB, Song LY, et al. Safety and immunogenicity of a quadrivalent human
papillomavirus (types 6, 11, 16, and 18) vaccine in HIV-infected children 7 to 12 years old.
J Acquir Immune Defic Syndr 2010;55:197-204.
22. Randomized controlled trials of human papillomavirus vaccines: Systematic reviews prepared
by Cochrane Response, London, UK. Available from http://www.who.int/immunization/
sage/meetings/2016/october/04_Clinical_trials_of_HPV_vaccines. pdf?ua=1 (Access 20
July 2018)
23. D’Addario M et al. HPV vaccines: systematic review of literature on alternative vaccination
schedules. Report to WHO. Institute of Social and Preventive Medicine (ISPM), University
of Bern, Bern, Switzerland (24th June 2014). In: Evidence based recommendations on
human papilloma virus (HPV) schedules: Background paper for SAGE discussions. Geneva:
World Health Organization 2014: Annex 1. Available from http://www.who.int/immunization/
sage/meetings/2014/april/1_HPV_Evidence_based_ recommendationsWHO_with_Appen
dices2_3.pdf?ua=1 (Access 20 July 2018)
ตําราวคั ซีนและการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค 183
ปี 2562
24. Grading of scientific evidence – table II: Immunogenicity of 2 vs. 3 doses of HPV vaccination
in immunocompetent girls. Available from http://www.who.int/immunization/position_papers/
hpv_grad_immunogenicity_2vs3_immunocompetent.pdf. (Access 20 July 2018)
25. Schwarz T, Spaczynski M, Kaufmann A, et al. Persistence of immune responses to the
HPV-16/18 AS04-adjuvanted vaccine in women aged 15–55 years and first-time modelling
of antibody responses in mature women: results from an open-label 6-year follow-up study.
BJOG 2015;122:107–18.
26. Joura EA, Garland SM, Paavonen J, et al. Effect of the human papillomavirus (HPV)
quadrivalent vaccine in a subgroup of women with cervical and vulvar disease: retrospective
pooled analysis of trial data. BMJ 2012;344:e1401.
184 ตําราวัคซีนและการสร้างเสรมิ ภมู คิ ุม้ กนั โรค
ปี 2562
7บทที่ วัคซีนนอกแผนการสรา้ งเสริม
ภูมคิ ุ้มกนั โรคของกระทรวงสาธารณสขุ