The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ตำราวัคซีนและการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคปี 2562

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Myloveisl2539, 2020-12-14 01:25:39

ตำราวัคซีนและการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคปี 2562

ตำราวัคซีนและการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคปี 2562

ระดบั ชั้นเรียน วัคซนี ทใ่ี ห้ ข้อแนะนำ�

วคั ซีนปอ้ งกนั วณั โรค (BCG) - ใหใ้ นกรณีท่ีไมม่ ีหลกั ฐานวา่ เคยไดร้ บั
เม่ือแรกเกิดและไมม่ ีแผลเป็น
- ไมใ่ หใ้ นเดก็ ตดิ เชือ้ เอชไอวีท่ีมีอาการของ
โรคเอดส์

วคั ซีนปอ้ งกนั มะเรง็ ปากมดลกู - ระยะหา่ งระหวา่ งเข็ม หา่ งกนั อยา่ งนอ้ ย
ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 จากเชือ้ เอชพีวีครงั้ ท่ี 1 (HPV1) 6 เดือน
(นกั เรยี นหญิง) วคั ซีนปอ้ งกนั มะเรง็ ปากมดลกู - กรณีเดก็ หญิงไทยท่ีไมไ่ ดอ้ ยใู่ นระบบการ
ศกึ ษาใหฉ้ ีดท่ี อายุ 11-12 ปี
จากเชือ้ เอชพีวีครงั้ ท่ี 2 (HPV2)

ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 วคั ซนี รวมปอ้ งกนั โรคคอตบี -บาดทะยกั
(dT)

2. กำ� หนดการใหว้ คั ซีนแก่ผทู้ ่ีไดร้ บั วคั ซีนไม่ครบถว้ นหรอื ลา่ ชา้ ตามแผนงานสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรค
ของกระทรวงสาธารณสขุ ปี 2563 ประกอบดว้ ยระยะหา่ งระหวา่ งโดส๊ ชนดิ ของวคั ซนี ทใ่ี ห้และขอ้ แนะนำ�
โดยแบง่ เป็นเดก็ อายุ 1 – 6 ปี และเดก็ อายตุ งั้ แต่ 7 ปีขนึ้ ไป ดงั นี้

ครั้งท่ี ช่วงอายุ 1-6 ปี ตงั้ แตอ่ ายุ 7 ปี ขนึ้ ไป ข้อแนะนำ�

เดอื นท่ี วัคซนี เดอื นท่ี วัคซนี

วคั ซีนรวมปอ้ งกนั โรค วคั ซีนรวมปอ้ งกนั โรค
คอตีบ-บาดทะยกั -ไอ คอตีบ-บาดทะยกั
กรน-ตบั อกั เสบบี-ฮิบ
(dT1)
(DTP-HB-Hib1)

00
(เม่ือพบ (เม่ือพบ
1 เดก็ ครงั้ วคั ซีนปอ้ งกนั โรค เดก็ ครงั้ วคั ซีนปอ้ งกนั โรค
แรก) โปลโิ อชนิดรบั แรก) โปลโิ อชนิดรบั
ประทาน (OPV1) ประทาน (OPV1)

วคั ซีนปอ้ งกนั โรค วคั ซีนปอ้ งกนั โรค ใหว้ คั ซีนปอ้ งกนั โรคโปลโิ อ
โปลโิ อชนิดฉีด (IPV) โปลโิ อชนิดฉีด (IPV) ชนิดฉีด(IPV) เก็บตกเฉพาะ
เดก็ อายตุ ่ำ� กวา่ 7 ปี และ

เดก็ นกั เรยี นชนั้ ป.1

86 ตาํ ราวัคซีนและการสร้างเสริมภูมคิ ุ้มกันโรค
ปี 2562

ครั้งท่ี ช่วงอายุ 1-6 ปี ตงั้ แตอ่ ายุ 7 ปี ขนึ้ ไป ข้อแนะนำ�

เดอื นท่ี วัคซนี เดอื นท่ี วัคซนี

วคั ซีนรวมปอ้ งกนั โรค วคั ซีนรวมปอ้ งกนั โรค - ใหใ้ นกรณีท่ีไม่มีหลกั ฐานวา่
หดั -คางทมู -หดั หดั -คางทมู -หดั เคยไดร้ บั เม่ือแรกเกิดและไม่มี
เยอรมนั (MMR1) เยอรมนั (MMR) แผลเป็น
วคั ซีนปอ้ งกนั - ไม่ใหใ้ นเด็กติดเชือ้ เอชไอวีท่ี
วณั โรค (BCG) วคั ซีนปอ้ งกนั มีอาการของโรคเอดส์
วณั โรค (BCG)

วคั ซีนรวมปอ้ งกนั โรค
คอตีบ-บาดทะยกั -ไอ
กรน-ตบั อกั เสบบี-ฮิบ
(DTP-HB-Hib2) วคั ซีนปอ้ งกนั โรคตบั บทท ่ี 5 กำ� หนดการให้วัคซีนในแผนการสร้างเสริมภมู คิ ้มุ กนั โรค
วคั ซีนปอ้ งกนั โรค อกั เสบบี (HB1) ของกระทรวงสาธารณสุข (EPI)

2 1 โปลโิ อชนิดรบั 1
ประทาน (OPV2)

วคั ซีนปอ้ งกนั วคั ซีนปอ้ งกนั
โรคไขส้ มองอกั เสบ โรคไขส้ มองอกั เสบ
เจอีชนิดเชือ้ เป็น เจอีชนิดเชือ้ เป็น
ออ่ นฤทธิ์ (LAJE1) ออ่ นฤทธิ์ (LAJE1)

วคั ซีนรวมปอ้ งกนั
โรคคอตีบ-บาดทะยกั
(dT2)
3 วคั ซีนรวมปอ้ งกนั โรค วคั ซีนปอ้ งกนั โรค
2 หดั -คางทมู - 2 โปลโิ อชนิดรบั
ประทาน (OPV2)
หดั เยอรมนั (MMR2)

วคั ซีนปอ้ งกนั โรคตบั
อกั เสบบี (HB2)

วคั ซีนรวมปอ้ งกนั
โรคคอตีบ-
บาดทะยกั -ไอ
กรน-ตบั อกั เสบบี-ฮิบ วคั ซีนปอ้ งกนั โรคตบั
4 4 (DTP-HB-Hib3) 7 อกั เสบบี (HB3)

วคั ซีนปอ้ งกนั โรค
โปลโิ อชนิดรบั ประทาน

(OPV3)

ตําราวคั ซนี และการสร้างเสริมภูมิคุ้มกนั โรค 87
ปี 2562

ครั้งท่ี ช่วงอายุ 1-6 ปี ตงั้ แตอ่ ายุ 7 ปี ขนึ้ ไป ข้อแนะนำ�

เดอื นท่ี วัคซนี เดอื นท่ี วัคซนี

วคั ซีนรวมปอ้ งกนั วคั ซีนรวมปอ้ งกนั โรค
โรคคอตีบ- คอตีบ-บาดทะยกั

บาดทะยกั -ไอกรน (dT3)
(DTP4)

วคั ซีนปอ้ งกนั โรค วคั ซีนปอ้ งกนั โรค
5 12 โปลโิ อชนิดรบั 12 โปลโิ อชนิดรบั
ประทาน(OPV4) ประทาน (OPV3)

วคั ซีนปอ้ งกนั โรค วคั ซีนปอ้ งกนั โรค
ไขส้ มองอกั เสบ ไขส้ มองอกั เสบ
เจอีชนิดเชือ้ เป็น เจอีชนิดเชือ้ เป็น
ออ่ นฤทธิ์ (LAJE2) ออ่ นฤทธิ์ (LAJE2)


หมายเหตุ
1. กำ� หนดการใหว้ คั ซีนตามแผนงานสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรคของกระทรวงสาธารณสขุ ปี 2563 อา้ งอิง
ตามมตจิ ากการประชมุ คณะอนกุ รรมการสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรค ครงั้ ท่ี 1/2562
2. วคั ซีนทกุ ชนิดถา้ ไมส่ ามารถเรม่ิ ใหต้ ามกำ� หนดได้ ก็เรม่ิ ใหท้ นั ทีท่ีพบครงั้ แรก
3. สำ� หรบั วคั ซีนท่ีตอ้ งใหม้ ากกวา่ 1 ครงั้ หากเดก็ มารบั วคั ซีนครงั้ ตอ่ ไปลา่ ชา้ สามารถใหว้ คั ซีนครงั้ ตอ่
ไดโ้ ดยไมต่ อ้ งเรม่ิ ตน้ ครงั้ ท่ี 1 ใหม่
4. กรณีการใหว้ คั ซีนแก่ผทู้ ่ีไดร้ บั วคั ซีนไมค่ รบถว้ นหรอื ลา่ ชา้ เดก็ จะไดร้ บั วคั ซีนตามกำ� หนดการในขอ้ 2
ครบภายในระยะเวลา 1 ปี จากนนั้ ใหว้ คั ซีนตอ่ เน่ืองตามท่ีกำ� หนดในกำ� หนดการใหว้ คั ซีนปกติ

88 ตําราวัคซีนและการสรา้ งเสริมภูมิคุ้มกนั โรค
ปี 2562

6บทท่ี รายละเอียดของวคั ซนี ป้องกันโรค
ท่ีอยู่ในแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค
ของกระทรวงสาธารณสขุ



6.1 วคั ซนี ปอ้ งกันวณั โรค บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
บทท่ี (BCG Vaccine)

บทนำ� และระบาดวิทยา

วณั โรค เกิดจากเชือ้ Mycobacterium tuberculosis ทำ� ใหเ้ กิดโรคไดห้ ลายระบบท่วั รา่ งกาย
มกั พบเป็นท่ปี อด ผปู้ ่วยสามารถแพรเ่ ชือ้ ไดโ้ ดยการไอ หรอื จาม เชือ้ สามารถลอยตวั อยใู่ นอากาศได้ทำ� ให้
เกิดการแพรเ่ ชือ้ แบบ airborne transmission ซง่ึ แพรเ่ ชือ้ ไดก้ วา้ งขวาง ผทู้ ่ีมีภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ งดา้ นเซลล์
(cellular immune deficiency) เด็กเล็ก และคนแก่ มีโอกาสสงู ท่ีจะป่ วยเป็นวณั โรคหลงั จากไดร้ บั เชือ้
มากกวา่ คนปกติท่วั ไป ในผใู้ หญ่ประมาณรอ้ ยละ 101 หลงั จากรบั เชือ้ จะป่ วยเป็นวณั โรค โดยมกั เกิด
ภายใน 1-6 เดือน แต่อาจนานกว่านีไ้ ด้ อตั ราการเกิดโรคหลงั ไดร้ บั เชือ้ จะสงู ขึน้ เป็นเท่าตวั ในเด็กเล็ก
ผทู้ ่ตี ดิ เชอื้ เอชไอวี มโี อกาสป่วยเป็นวณั โรคสงู กวา่ บคุ คลท่วั ไป โดยหากมี CD4 นอ้ ยกวา่ 200 เซลล/์ ลบ.มม.
จะมีโอกาสเป็นเชือ้ วณั โรคสงู ขนึ้ 4.87 เทา่ 2 ในประเทศแอฟรกิ า ทารกท่ีติดเชือ้ เอชไอวีมีความเส่ียงตอ่
การเป็นวณั โรคสงู ขนึ้ 24 เทา่ 3
ปัญหาของวณั โรคคือ วนิ ิจฉยั โรคไดย้ าก ในเดก็ มกั ไมพ่ บเชือ้ จากการตรวจเสมหะ การวินิจฉยั
จงึ ยากกวา่ ผใู้ หญ่ การเพาะเชือ้ วณั โรคใชเ้ วลานาน การรกั ษาก็นานกวา่ โรคตดิ เชือ้ ชนิดอ่ืน ๆ สว่ นใหญ่
ไมต่ ่ำ� กวา่ 6 เดือน ทำ� ใหเ้ กิดการรกั ษาไมค่ รบตามกำ� หนดระยะเวลา เกิดปัญหาเชือ้ วณั โรคดือ้ ยาตามมา
และกลายเป็นแหลง่ รงั โรคท่ีแพรก่ ระจายใหผ้ อู้ ่ืนตอ่ ไป
วณั โรคเป็นโรคตดิ ตอ่ ท่ีสำ� คญั และยงั เป็นปัญหาสาธารณสขุ ในหลายประเทศท่วั โลก โดยในปี
พ.ศ. 2560 องคก์ ารอนามยั โลกรายงานวา่ สถานการณข์ องวณั โรคในภาพรวมดขี นึ้ มีผปู้ ่วยวณั โรคท่วั โลก
จำ� นวน 10.4 ลา้ นคน เป็นผตู้ ดิ เชือ้ HIV 1.2 ลา้ นคน อตั ราป่วยของวณั โรคมีแนวโนม้ ลดลงจากเดมิ รอ้ ยละ 47
และจากการรกั ษาทีทนั สมยั สามารถชว่ ยชีวิตผปู้ ่วยได้ 43 ลา้ นคน ในจำ� นวนนีร้ อ้ ยละ 10 เป็นเดก็ อายุ
นอ้ ยกวา่ 15 ปี4
องคก์ ารอนามยั โลกรายงานวา่ ประเทศไทยเป็นหนง่ึ ใน 14 ประเทศท่มี ภี าวะโรค 3 ปัญหาสงู สดุ
ในโลก คือ มีอบุ ตั กิ ารณว์ ณั โรค, วณั โรคดือ้ ยา และวณั โรครว่ มกบั เอชไอวี ในปี พ.ศ. 2559-2563 โดยใน
ปี พ.ศ.2559 ประเทศไทยมีผปู้ ่วยรายใหม่ 119,000 ราย (หรอื 172/100,000 ตอ่ ปี เสียชีวติ จากวณั โรค
ประมาณรอ้ ยละ 10 หรอื 5.7/100,000 รายตอ่ ปี มีอบุ ตั กิ ารณว์ ณั โรคดือ้ ยา 4,700 ราย ในปี พ.ศ.2559
โดยพบวณั โรคดือ้ ยาในผปู้ ่วยรายใหมร่ อ้ ยละ 2.2 และในผปู้ ่วยท่ีเคยไดร้ บั การรกั ษารอ้ ยละ 244
จากการทบทวนสถานการณก์ ารเกิดวณั โรคยอ้ นหลงั 5 ปี (ตงั้ แตป่ ี พ.ศ.2556-2560) พบวา่
จำ� นวนผปู้ ่วยมีแนวโนม้ เพ่ิมสงู ขนึ้ โดยมีจำ� นวนผปู้ ่วยสงู สดุ ในปี พ.ศ.2560 จำ� นวน 10,266 ราย ผปู้ ่วย
เสยี ชีวิต 26 ราย ผปู้ ่วยท่ีไดร้ บั รายงานสว่ นใหญ่เป็นวณั โรคปอดรอ้ ยละ 67.26 วณั โรคของอวยั วะอ่ืนๆ
รอ้ ยละ 30.87 วณั โรคเย่ือหมุ้ สมองรอ้ ยละ 1.87 จากอบุ ตั ิการณว์ ณั โรคท่ีสงู มากขนึ้ นี้ องคก์ ารอนามยั
แนะนำ� ใหฉ้ ีดวคั ซีนบีซีจี เพ่ือปอ้ งกนั วณั โรคแก่ทารกแรกเกิดทกุ คน แมว้ คั ซีนนีจ้ ะมีประสิทธิภาพจำ� กดั
และยงั ไมม่ ีวคั ซีนทางเลอื กอ่ืน

ตําราวัคซนี และการสรา้ งเสริมภมู คิ ุ้มกนั โรค 91
ปี 2562

ชนิดของวคั ซีน

วคั ซนี ปอ้ งกนั วณั โรคหรอื วคั ซนี บซี จี ี เป็นวคั ซนี ท่ีใชม้ าตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2464 คน้ พบโดย Calmette
และ Guerin ถือวา่ เป็นวคั ซีนท่ีเก่าแก่และมีการใชม้ ากท่ีสดุ ปัจจบุ นั ยงั ใชอ้ ยใู่ นหลายๆ ประเทศ แมจ้ ะยงั
มีขอ้ ถกเถียงกนั ในเร่ืองของประสิทธิภาพการป้องกนั วณั โรคว่าไดม้ ากนอ้ ยเท่าใด เพราะมีรายงานได้
ผลสงู ถงึ รอ้ ยละ 80 จนถงึ ปอ้ งกนั ไมไ่ ดเ้ ลย5 วคั ซนี นีป้ ระกอบดว้ ยเชือ้ วณั โรคพนั ธุ์ Mycobacterium bovis
ท่ียงั มีชีวิตอยู่ แต่หมดฤทธิ์ในการทำ� ใหเ้ กิดโรค (attenuated strain) ช่ือเต็มของวคั ซีนคือ Bacillus
Calmette-Guerin Vaccine (BCG) ตงั้ เป็นอนสุ รณแ์ ก่ผคู้ ดิ คน้ สำ� เรจ็ 2 ทา่ นดงั กลา่ ว
วคั ซีนบีซีจี เป็นวคั ซีนชนิดผงแหง้ (freeze-dried) ท่ีมีใชใ้ นประเทศไทยขณะนี้ (ปีพ.ศ. 2555)
มาจาก 3 แหลง่ คือ
1. จากสภากาชาดไทย (สายพนั ธุ์ Tokyo 172) ใชส้ ำ� หรบั ปอ้ งกนั วณั โรค
2. จากบรษิ ัทมาสุ นำ� เขา้ มาจาก Serum Institute of India (สายพนั ธุ์ Russian) ใชส้ ำ� หรบั
ปอ้ งกนั วณั โรค
3. จากบรษิ ัท Sanofi Pasteur เป็น BCG ใชส้ ำ� หรบั รกั ษาโรคมะเรง็

สว่ นประกอบของวคั ซนี

ใน 1 มิลลลิ ติ ร ของวคั ซีนบีซีจี ชนิดผงแหง้ ประกอบดว้ ยเชือ้ บีซีจี มีนำ้� หนกั ระหวา่ ง 0.5 -1.0
มลิ ลกิ รมั แลว้ แตบ่ รษิ ัทหรอื สถาบนั ท่ผี ลติ และประมาณวา่ มจี ำ� นวนเชือ้ ระหวา่ ง 2-10 ลา้ นตวั ตอ่ มลิ ลลิ ติ ร
ตามมาตรฐานท่ีองคก์ ารอนามยั โลกกำ� หนดไว้
วคั ซีนบีซีจีของสภากาชาดไทย (BCG-TRC) จากการเลีย้ งเชือ้ ในขณะเรม่ิ ตน้ จะมีเชือ้ อยู่ 30
ลา้ นตวั ตอ่ มิลลลิ ติ รเม่ือทำ� เป็นผงแหง้ และนำ� มาละลายนำ้� พบวา่ มีเชือ้ อยู่ 12-15 ลา้ นตวั ตอ่ 1 มิลลลิ ติ ร
เม่ือผสมวคั ซีนแลว้ ควรใชใ้ หห้ มดภายใน 2 ช่วั โมง ไมค่ วรใหถ้ กู แสง หลงั จากดดู วคั ซีนใส่ syringe แลว้
ควรฉีดทนั ที

ขนาดบรรจุ

วคั ซนี บซี จี ี ชนิดผงแหง้ ท่ีใชใ้ นประเทศไทยของสภากาชาดไทยขณะนี้มีขนาดบรรจขุ วดละ 10 โดส๊
ใชผ้ สมดว้ ย นำ้� เกลือ (normal saline) ปรมิ าตร 1 มิลลลิ ติ ร

ขนาดและวธิ ใี ช้

การใหว้ คั ซีนบีซีจี ใหฉ้ ีดเขา้ ในหนงั (intradermal injection) สำ� หรบั BCG-TRC ใชป้ ริมาตร
ครงั้ ละ 0.1 มิลลลิ ติ ร ในทกุ อายุ สว่ นวคั ซีนบีซีจีของ serum institute of India ใชข้ นาด 0.05 มิลลลิ ติ ร
ในเดก็ อายนุ อ้ ยกวา่ 1 ปี และขนาด 0.1 มิลลลิ ติ ร ในเดก็ อายมุ ากกวา่ 1 ปี
ตำ� แหน่งท่ีกำ� หนดใหฉ้ ีดคือบรเิ วณตน้ แขน ไมค่ วรฉีดบรเิ วณสะโพก ตน้ ขา หรอื ฝ่าเทา้ เพราะ
ดแู ลรกั ษาผิวหนงั หลงั การฉีดไดย้ าก โดยเฉพาะในทารก อาจเกิดการเสียดสีกบั ผา้ ออ้ ม หรือปนเปื้อน
อจุ จาระ ปัสสาวะได้ และเม่ือตรวจดแู ผลเป็นในภายหลงั จะทำ� ไดย้ ากกวา่
ก่อนใชว้ คั ซีนตอ้ งเขยา่ ขวดบรรจกุ ่อนทกุ ครงั้ เพ่ือใหว้ คั ซีนผสมเป็นเนือ้ เดียวกนั

92 ตาํ ราวัคซนี และการสร้างเสรมิ ภูมคิ ุ้มกันโรค
ปี 2562

บคุ คลทีค่ วรไดร้ ับวัคซีน และอายทุ ีค่ วรรับวัคซีน

เน่ืองจากอตั ราการเกิดวณั โรคในประเทศไทยสงู เด็กทกุ คนในประเทศไทยจึงควรรบั วคั ซีน
โดยใหฉ้ ีดตงั้ แตแ่ รกเกิด และใหฉ้ ีดในทารกท่ีเกิดจากมารดาท่ีตดิ เชือ้ เอชไอวดี ว้ ย (ในประเดน็ นีจ้ ะตา่ งจาก
คำ� แนะนำ� ขององคก์ ารอนามยั โลก เพราะประเทศไทยมกี ารวนิ จิ ฉยั และเขา้ ถงึ ยาตา้ นไวรสั เอชไอวที ่ดี มี าก
ฉีดเพียงครงั้ เดียว หากไม่ไดร้ บั วคั ซีนตอนแรกเกิดสามารถใหไ้ ดท้ นั ทีทกุ อายุ หากไม่มีขอ้ หา้ ม สำ� หรบั
ผทู้ ่ีไม่เคยไดร้ บั วคั ซีนและเดินทางมาพกั อาศยั ในประเทศไทยเป็นเวลายาวนาน อาจพิจารณาใหว้ คั ซีน
เป็นรายๆ ไป

ปฏิกริ ยิ าจากการฉีดวคั ซนี บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
หลงั จากฉีดวคั ซีนเขา้ ชนั้ ผิวหนงั (intradermal) นำ้� ยาจะดนั ผิวหนงั ใหโ้ ป่ งนนู และเห็นรูขมุ ขน
ขนาดประมาณ 6-8 มิลลเิ มตร หลงั ฉีดประมาณ 1 ช่วั โมง ผิวหนงั โป่งจะยบุ หายไปคงเหน็ เป็นสีแดง ๆ
ตรงบรเิ วณรอยเขม็ แทงอีก 2-3 วนั
ระหวา่ งสปั ดาหท์ ่ี 2-3 จะเกิดตมุ่ แดง ๆ บรเิ วณท่ีฉีด ตมุ่ จะโตขนึ้ ชา้ ๆ และอาจกลายเป็นฝีเมด็
เลก็ ๆ และมีหวั หนอง เม่ือฝีแตกจะเกิดเป็นแผลกวา้ ง 4-5 มิลลเิ มตร แผลนีจ้ ะเป็นๆ หายๆ อยปู่ ระมาณ
3-4 สปั ดาห์ แลว้ จะแหง้ หายไป
ในคนท่ีเคยไดร้ บั เชือ้ วณั โรคตามธรรมชาตหิ รอื เคยไดร้ บั วคั ซีนบีซีจี มาก่อน ปฏิกิรยิ าบวมแดง
ท่ีผิวหนงั บรเิ วณท่ีฉีดบีซีจี จะเกิดเรว็ กวา่ ท่ีกลา่ วขา้ งตน้ คือ จะเกิดเป็นตมุ่ นนู แดงในเวลา 24-48 ช่วั โมง
ปฏิกิรยิ าบวมแดงและขนาดปากแผลจะรุนแรงกวา่ คนท่ียงั ไมเ่ คยไดร้ บั เชือ้ มาก่อน แตไ่ มเ่ ป็นอนั ตรายใด ๆ
เม่ือแผลแหง้ สะเก็ดหลดุ จะเป็นแผลเป็นวงกลมกวา้ งประมาณ 6-8 มิลลเิ มตร
ปกติอาการขา้ งเคียงของวคั ซีนบีซีจีมีนอ้ ย6 สว่ นใหญ่เป็นอาการเฉพาะท่ี เชน่ เป็นแผลหนอง
ซ่ึงหายไดเ้ อง ต่อมนำ้� เหลืองบริเวณใกลเ้ คียงท่ีฉีดวคั ซีนบีซีจีอาจโตได้ โดยเฉพาะท่ีบริเวณรกั แรห้ รือ
ไหปลารา้ พบไดบ้ อ่ ยมีขนาดเลก็ ๆ พอคลำ� ไดข้ นาดเทา่ เมลด็ ถ่วั เขียว ตอ่ มนำ้� เหลอื งท่ีโตนีไ้ มค่ วรมีอาการ
อกั เสบเจ็บหรอื แดง ยกเวน้ บางรายท่ีรา่ งกายมีปฏิกิรยิ าตอบสนองตอ่ วคั ซีนบีซีจีมากผิดปกติ หรอื ไดร้ บั
วคั ซีนในขนาดท่ีมากกว่าปกติอาจทำ� ใหเ้ กิดเป็นหนองเรือ้ รงั ในตำ� แหน่งท่ีฉีดวคั ซีน และต่อมนำ้� เหลือง
บรเิ วณใกลเ้ คียงอกั เสบเป็นหนองหรอื เป็นกอ้ นโตไดอ้ าจจะเป็นนานถงึ 3 เดือน อาการท่ีเกิดขนึ้ นีจ้ ะขนึ้
อยกู่ บั อายทุ ่ีฉีด สายพนั ธบุ์ ีซีจีท่ีใช้ เทคนิคการฉีด และปรมิ าณวคั ซีนบีซีจีท่ีฉีด ถา้ ไดร้ บั วคั ซีนบีซีจีขนาด
ท่ีมากกวา่ คำ� แนะนำ� อาจพบอาการแทรกซอ้ นมากขนึ้ กวา่ ปกติ อาการขา้ งเคียงรุนแรงท่ีพบไดเ้ ชน่ การเกิด
การติดเชือ้ ท่ีกระดกู จากเชือ้ ในวคั ซีน หรือพบเชือ้ จากวคั ซีนก่อโรคแพร่กระจายไดใ้ นกรณีท่ีเป็นผูท้ ่ีมี
ภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ งแต่กำ� เนิด เช่น severe combined immune deficiency syndrome เป็นตน้ ตงั้ แต่
ปี พ.ศ. 2552 ไดม้ ีรายงานผลขา้ งเคียงจากวคั ซีนบีซีจี เป็นฝีตอ่ มนำ้� เหลอื ง และกระดกู อกั เสบ (osteitis)
มากขนึ้ ในประเทศไทย โดยพบมากสดุ ในปี พ.ศ. 2553-2554 สว่ นใหญ่เป็นตอ่ มนำ้� เหลอื งรกั แร้ไหปลารา้
และคอ การติดเชือ้ ท่ีกระดกู เกิดในตำ� แหน่งท่ีหา่ งไกล ผปู้ ่ วยเหลา่ นีเ้ ป็นทารกท่ีแข็งแรงดี และฉีดวคั ซีน
อยา่ งถกู ตอ้ ง จากการสอบสวนยงั ไมพ่ บสาเหตทุ ่ีชดั เจน7
ในขวบปีแรกทเ่ี ดก็ มาตรวจสขุ ภาพตามนดั ทกุ ครงั้ ควรบนั ทกึ “ลกั ษณะ” และตำ� แหนง่ ทฉ่ี ีดวคั ซนี
บีซีจีไวด้ ว้ ย ว่าเป็นเช่นใด เช่น มีรอยนนู (induration) เป็นหนอง (abscess) เป็นแผลเป็น หรือมีเพียง
รอยขาวๆ จาง ๆ ใหเ้ หน็ หรอื ไมม่ ีปฏิกิรยิ าใดเกิดขนึ้ เป็นตน้ โดยเฉพาะท่ีอายุ 1-2 เดือน เพ่ือจะใชข้ อ้ มลู เหลา่
นีใ้ หเ้ ป็นประโยชนใ์ นการตดั สนิ ใจภายหลงั เม่ือเดก็ โตขนึ้ และไมม่ ีแผลเป็นบีซีจีใหเ้ หน็

ตาํ ราวัคซีนและการสรา้ งเสรมิ ภมู คิ ุม้ กนั โรค 93
ปี 2562

ขอ้ ควรระวงั

1. รกั ษาผิวหนงั บรเิ วณท่ีฉีดใหส้ ะอาด แผลจากการฉีดบีซีจีจะเป็นๆ หายๆ อยู่ 3-4 สปั ดาห์ ไมจ่ ำ� เป็นตอ้ ง
ใสย่ าหรอื ปิดแผล เพียงใชส้ ำ� ลสี ะอาดชบุ นำ้� เช็ดรอยแผลใหส้ ะอาดก็พอแลว้ และเตือนบดิ ามารดา
ไมใ่ หบ้ ง่ ตมุ่ หนอง
2. ถา้ ตอ่ มนำ้� เหลอื งบรเิ วณใกลเ้ คียงท่ีฉีดบีซีจีอกั เสบโตขนึ้ และเป็นฝี ควรดดู เอาหนองออก และใหย้ า
ตา้ นวณั โรคตามความจำ� เป็น โดยท่วั ไปมกั ใหย้ า isoniazid เพยี งชนดิ เดยี วรกั ษานานประมาณ 1-3 เดอื น
แตห่ ากเป็นฝีตอ่ มนำ้� เหลอื งท่ีมีขนาดใหญ่ อาจตอ้ งให้ ยา rifampin รว่ มดว้ ย และอาจตอ้ งรกั ษานานขนึ้
หากกอ้ นมีขนาดใหญ่กินยาแลว้ ไมย่ บุ และแข็ง ควรพิจารณาผา่ ตดั ออก (excision) เป็นรายๆ ไป
3. วคั ซนี บซี จี ี เป็นวคั ซนี เชือ้ มีชีวติ ออ่ นฤทธิ์ สามารถใหว้ คั ซนี เชือ้ เป็นชนิดอ่ืนพรอ้ มกนั ได้แตห่ ากไมฉ่ ีด
พรอ้ มกนั จะตอ้ งทิง้ ชว่ งหา่ งกนั อยา่ งนอ้ ย 4 สปั ดาห์
4. ทารกแรกเกิดท่ยี งั มปี ัญหาความเจบ็ ป่วยอยู่ ไมค่ วรฉีดวคั ซนี จนกวา่ จะหายดี และพรอ้ มท่จี ะกลบั บา้ น
ไมค่ วรฉีดวคั ซนี ขณะท่ีผปู้ ่วยยงั ตอ้ งอยใู่ นโรงพยาบาล เพราะอาจมีการแพรเ่ ชือ้ จากแผลโดยไมต่ งั้ ใจ
ไปสทู่ ารกอ่ืนในโรงพยาบาล ซง่ึ กำ� ลงั ป่วยหนกั ได้
5. บางครงั้ แผลเป็นจากวคั ซีน อาจเลก็ มากจนมองไมเ่ หน็ แตป่ ระสทิ ธิภาพของวคั ซีนมิไดล้ ดลง ดงั นนั้
หากมีหลกั ฐานบนั ทกึ วา่ เคยไดร้ บั วคั ซนี มากอ่ น แมไ้ มพ่ บรอยแผลเป็นก็ไมจ่ ำ� เป็นตอ้ งใหว้ คั ซนี ซำ้� อีก
เพราะนอกจากจะไมม่ ปี ระโยชนแ์ ลว้ ยงั อาจกอ่ ใหเ้ กดิ อาการเฉพาะท่บี รเิ วณท่ฉี ีดไดม้ าก การฉีดวคั ซนี
ในเด็กท่ีพน้ วยั แรกเกิด จะทำ� เม่ือไม่มีหลกั ฐานบนั ทึกว่าเคยไดร้ บั วคั ซีนมาก่อนและไม่มีแผลเป็น
ปรากฏเทา่ นนั้
6. ไมจ่ ำ� เป็นตอ้ งทำ� การทดสอบทเุ บอรค์ ลุ นิ (PPD skin test) ก่อนฉีดวคั ซีน เพราะอาจเกิดผลบวกลวง
หรอื ผลลบลวงจากสาเหตอุ ่ืนๆ ไดม้ ากมาย การฉีดวคั ซีนบีซีจี อาจทำ� ใหเ้ กิดปฏิกิรยิ าตอ่ PPD skin test
ไดใ้ นขนาดตา่ งๆ ตงั้ แตเ่ ลก็ จนใหญ่มากๆ ได้ ซง่ึ ผลตอ่ PPD skin test นี้ จะลดลงตามเวลาหลงั จากฉีด
และปฏิกิรยิ า PPD skin test ไมม่ ีความสมั พนั ธก์ บั ประสทิ ธิภาพของวคั ซนี จงึ ไมจ่ ำ� เป็นตอ้ งทำ� PPD
skin test หลงั ฉีดดว้ ย
เดก็ ทารกท่คี ลอดจากมารดาท่ปี ่วยเป็นวณั โรคระหวา่ งตงั้ ครรภ์หรอื ใกลค้ ลอด ถา้ ตรวจรา่ งกายเดก็ ทารก
และสืบสวนแลว้ ไมพ่ บวา่ เป็นวณั โรคแตก่ ำ� เนิด ใหว้ คั ซีนบีซีจีได้ ถา้ มารดายงั อยใู่ นระยะแพรเ่ ชือ้ วณั โรค
ทารกอาจสมั ผสั โรคแลว้ หรอื จะตอ้ งสมั ผสั โรคตอ่ ไป เดก็ ทารกควรไดร้ บั ยา isoniazid ปอ้ งกนั นาน 9 เดอื น
หลงั จากไดว้ คั ซีนบีซีจีไปแลว้ 1-2 สปั ดาห์ เพ่ือใหว้ คั ซีนเรม่ิ กระตนุ้ ภมู ิคมุ้ กนั ก่อน

ข้อห้ามใช้

1. หา้ มฉีดวคั ซีนบีซีจี ในผทู้ ่ีมีภาวะภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ ง รวมถงึ ผทู้ ่ีไดร้ บั ยากดภมู ิคมุ้ กนั เชน่ สเตียรอยด์
ยกเวน้ ผทู้ ่ีติดเชือ้ เอชไอวี ถา้ ไม่ไดร้ บั วคั ซีนเม่ือแรกเกิดสามารถใหว้ คั ซีนไดถ้ า้ ยงั ไม่มีอาการ และ
สามารถใหใ้ นทารกท่ีเกิดจากมารดาท่ีตดิ เชือ้ เอชไอวีได้ เพราะทารกเหลา่ นี้ แมจ้ ะพบวา่ ตดิ เชือ้ เอชไอวี
ในภายหลงั กไ็ มพ่ บวา่ มผี ลขา้ งเคยี งจากวคั ซนี ถา้ สามารถใหย้ าตา้ นไวรสั ไดต้ ามมาตรฐานตงั้ แตว่ ยั ทารก
ประโยชนท์ ่ีไดจ้ ากวคั ซีนมีมากกวา่ เพราะเดก็ เหลา่ นีม้ ีโอกาสสมั ผสั ผปู้ ่วยวณั โรคไดบ้ อ่ ย

94 ตาํ ราวัคซนี และการสรา้ งเสรมิ ภมู ิคุ้มกันโรค
ปี 2562

2. หญิงตงั้ ครรภ์
3. ผทู้ ่ีเจ็บป่วยเฉียบพลนั
4. มีแผลตดิ เชือ้ หรอื แผลไฟไหมใ้ นบรเิ วณท่ีจะฉีด

ภูมคิ ุ้มกันท่เี กดิ ข้นึ

ความตา้ นทานตอ่ เชือ้ วณั โรคจะเกิดเตม็ ท่ีประมาณ 2 เดือน หลงั จากไดร้ บั วคั ซีน โดยวคั ซีนบีซีจี
มีประสทิ ธิภาพดีตอ่ การปอ้ งกนั วณั โรคระยะแรกในเดก็ โดยเฉพาะวณั โรคเย่ือหมุ้ สมอง (TB meningitis)
และวณั โรคชนิดแพรก่ ระจาย (miliary TB) สามารถปอ้ งกนั ไดส้ งู ถงึ รอ้ ยละ 52-100 และปอ้ งกนั วณั โรคปอด
ในผใู้ หญ่ไดแ้ ตกตา่ งกนั ในแตล่ ะรายงานการศกึ ษา (รอ้ ยละ 0-808-10) สำ� หรบั วณั โรคปอดในประเทศไทยนนั้
จากรายงานการศกึ ษาของกองวณั โรคในเดก็ ผสู้ มั ผสั โรคอายตุ ่ำ� กวา่ 5 ปี พบวา่ วคั ซีนบีซีจี ปอ้ งกนั โรคได้
ในอตั รารอ้ ยละ 5311 จากการศกึ ษาในประเทศไทย พบประสทิ ธิภาพโดยรวมรอ้ ยละ 8312 การฉีดวคั ซีนบีซีจี
หลายครงั้ ไมท่ ำ� ใหป้ ระสทิ ธิภาพเพ่มิ ขนึ้ 13 ภมู คิ มุ้ กนั จากการฉีดวคั ซนี บซี จี ี ไมส่ ามารถวดั ไดจ้ ากปฏิกิรยิ า
ทเุ บอรค์ ลุ นิ หรอื รอยแผลเป็นจากการฉีดบีซีจี

การเกบ็ และการหมดอายุ

วคั ซีนบีซีจี ชนิดผงแหง้ ท่ียงั ไมผ่ สม ควรเก็บไวใ้ นตเู้ ย็นท่ีอณุ หภมู ิ +2 ถงึ +8 oซ หรอื ชอ่ งแชแ่ ขง็
จะมีอายใุ ชง้ านได้ 4 ปี นบั จากวนั ผลติ (ตวั ทำ� ละลายหา้ มเก็บในชอ่ งแขง็ เพราะจะทำ� ใหแ้ ตกได)้ ไมค่ วร
ใหถ้ กู แสงเพราะจะทำ� ใหว้ คั ซีนบีซีจี เส่ือมสภาพโดยเรว็ ในกรณีท่ีผสมวคั ซีนชนิด ผงแหง้ เป็นวคั ซีนนำ้�
แลว้ ควรใชใ้ หห้ มดภายในเวลา 2 ช่วั โมง ถา้ ใชไ้ มห่ มดใหท้ ำ� ลายทิง้ ไป โดยระหวา่ งการใชต้ อ้ งเก็บวคั ซีน
ไวใ้ นตเู้ ยน็ หรอื กระตกิ นำ้� แขง็ ตลอดเวลา ไมว่ างไวท้ ่ีอณุ หภมู ิหอ้ ง

บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ

ตาํ ราวคั ซนี และการสร้างเสริมภูมคิ มุ้ กันโรค 95
ปี 2562

เอกสารอ้างอิง

1. Marais BJ, Gie RP, Schaaf HS, et al. The clinical epidemiology of childhood pulmonary
tuberculosis: a critical review of literature from the pre-chemotherapy era. Int J Tuberc
Lung Dis 2004;8:278-85.
2. Antonucci G, Girardi E, Raviglione MC, Ippolito G. Risk factors for tuberculosis in HIV-in
fected persons. A prospective cohort study. The Gruppo Italiano di Studio Tubercolosi e
AIDS (GISTA). Jama 1995;274:143-8.
3. Hesseling AC, Cotton MF, Jennings T, et al. High incidence of tuberculosis among HIV-in
fected infants: evidence from a South African population-based study highlights the need
for improved tuberculosis control strategies. Clin Infect Dis 2009;48:108-14.
4. World Health Organization. Global tuberculosis report 2017. Available from http://www.
who.int/tb/publications/global_report/en/. (Access 20 July 2018)
5. Comstock GW. Identification of an effective vaccine against tuberculosis. Am Rev Respir
Dis 1988;138:479-80.
6. Lotte A, Wasz-Hockert O, Poisson N, et al. Second IUATLD study on complications induced
by intradermal BCG-vaccination. Bull Int Union Tuberc Lung Dis 1988;63:47-59.
7. Rermruay R, Rungmaitree S, Chatpornvorarux S, et al. Clinical features and outcomes of
Bacille Calmette-Guérin (BCG)-induced diseases following neonatal BCG Tokyo-172 strain
immunization. Vaccine 2018;36:4046-53.
8. Wallgren A. Protective effect of BCG vaccination against various types of tuberculous
disease. Bull Int Un Tuberc 1966;38:7-15.
9. World Health Organization. WHO statement on BCG revaccination for the prevention of
tuberculosis. WHO Bulletin OMS 1995;73:805-7.
10. Advisory Council for the elimination of Tuberculosis and the Advisory Committee on
Immunization Practices. The role of BCG vaccine in the prevention and control of
tuberculosis in the United States. MMWR Morb Mortal Wkly Rep 1996;45(RR-4):1-18.
11. Padungchan S, Konjanart S, Kasiratta S, Daramas S, Ten Dam HG. The effectiveness of
BCG vaccination of the newborn against childhood tuberculosis in Bangkok. Bull World
Health Organization 1986;64:247-58.
12. Sirinavin S, Chotpitayasunondh T, Suwanjutha S, Sunakorn P, Chantarojanasiri T. Protective
efficacy of neonatal Bacillus Calmette-Guerin vaccination against tuberculosis. Pediatr
Infect Dis J 1991;10:359-65.
13. สรุปรายงานการเฝา้ ระวงั โรคประจำ� ปี 2553, สำ� นกั ระบาดวทิ ยา กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ

96 ตาํ ราวคั ซีนและการสร้างเสริมภมู คิ ้มุ กนั โรค
ปี 2562

6.2 วัคซีนปอ้ งกนั โรคไวรัสตบั อกั เสบบี บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
บทท่ี (Hepatitis B Vaccine : HB)

บทน�ำและระบาดวทิ ยา

ไวรสั ตบั อกั เสบบี เป็น double-stranded DNA virus ใน Family Hepadnaviridae, Genus
Orthohepadnavirus คนเป็นแหลง่ รงั โรคของไวรสั เชือ้ จะอยใู่ นเลือดและสารคดั หล่งั ตา่ งๆ ของรา่ งกาย
การติดตอ่ จากคนสคู่ นผา่ นทางการไดร้ บั หรอื สมั ผสั เลือด ผลติ ภณั ฑข์ องเลือด หรอื สารคดั หล่งั ตา่ งๆ ท่ี
ปนเปื้อนเชือ้ ของผปู้ ่วยหรอื ผทู้ ่ีเป็นพาหะ ดงั นนั้ การตดิ ตอ่ จงึ ผา่ นทางเลอื ด เพศสมั พนั ธ์ การใชข้ องมีคม
รว่ มกนั ระหวา่ งบคุ คล เดก็ แรกเกดิ สามารถตดิ เชอื้ จากมารดาท่เี ป็นพาหะในขณะคลอดหรอื ในระยะหลงั คลอด
ระยะฟักตวั หลงั จากท่ีไดร้ บั เชือ้ เฉล่ยี ประมาณ 60-90 วนั (45-180 วนั )1 ผตู้ ดิ เชือ้ จะมีอาการออ่ นเพลีย
เบ่ืออาหาร อาจมีไขต้ ่ำ� ๆ ในวนั แรกๆ จกุ แนน่ ทอ้ ง ปวดทอ้ ง ตวั เหลือง ตาเหลอื ง ปัสสาวะสีเขม้ โดยท่วั ไป
การตดิ เชือ้ ในเดก็ จะมีอาการนอ้ ยกวา่ แตจ่ ะมีโอกาสเป็นพาหะเรอื้ รงั มากกวา่ การตดิ เชือ้ ในผใู้ หญ่ การตดิ เชือ้
ไวรสั ตบั อกั เสบบอี าจไมม่ ีอาการหรอื มีอาการตบั อกั เสบก็ได้การเกิดอาการโรคตบั อกั เสบแบบเฉียบพลนั
จะพบในอตั ราท่เี พ่มิ สงู ขนึ้ ตามอายผุ ปู้ ่วย การป่วยสามารถหายไดเ้ อง และรา่ งกายจะสรา้ งภมู คิ มุ้ กนั หรอื
อาจตดิ เชอื้ เรอื้ รงั ไปตลอดชวี ติ การตดิ เชอื้ เรอื้ รงั สว่ นใหญ่จะเกดิ จากตดิ เชอื้ ขณะคลอดจากแม่ หากมารดา
เป็นพาหะและมี HBsAg และ HBeAg เป็นบวกทงั้ คู่ พบวา่ ลกู ท่ีตดิ เชือ้ จะเป็นพาหะรอ้ ยละ 90 ถา้ มารดามี
HBsAg เป็นบวกแต่ HBeAg เป็นลบ ลกู จะเป็นพาหะรอ้ ยละ 10 และพบวา่ การตดิ เชือ้ ในขวบปีแรกมีโอกาส
กลายเป็นพาหะรอ้ ยละ 80-90 สว่ นการติดเชือ้ ในชว่ ง 1-4 ปีจะมีโอกาสกลายเป็นพาหะรอ้ ยละ 30-50
สว่ นการตดิ เชือ้ ในชว่ งวยั รุน่ หรอื ผใู้ หญ่ จะมีโอกาสกลายเป็นพาหะรอ้ ยละ 2-5 เทา่ นนั้ 2 ผทู้ ่ีเป็นพาหะอาจ
มีโอกาสเป็นโรคตบั อกั เสบเรอื้ รงั โรคตบั แข็ง หรอื มะเรง็ ตบั ในเวลา 25-30 ปีหลงั ไดร้ บั เชือ้ 3
โรคไวรสั ตบั อกั เสบบีเป็นปัญหาสาธารณสขุ ท่ีสำ� คญั โดยเฉพาะประเทศในภมู ิภาคแอฟรกิ า
และเอเชียท่ีมีความชุกของการเป็นพาหะสูงคือเกินกว่ารอ้ ยละ 8 พบว่าท่วั โลกมีประชากรประมาณ
2 พนั ลา้ นคนท่ีติดเชือ้ ไวรสั นี้ (รอ้ ยละ 30) ในจำ� นวนนีเ้ ป็นผตู้ ิดเชือ้ เรือ้ รงั หรือเป็นพาหะ 360 ลา้ นคน
โดยในแต่ละปีจะมีผเู้ สียชีวิตจากไวรสั ตบั อกั เสบบีท่ีป่ วยเป็นมะเรง็ ตบั ตบั แข็ง และตบั วายประมาณ
600,000 ราย4,5,6
ในอดีตกวา่ สองทศวรรษท่ีผา่ นมาประเทศไทยจดั เป็นพืน้ ท่ีท่ีมีความชกุ สงู ของการติดเชือ้ ไวรสั
ตบั อกั เสบบีเฉล่ยี รอ้ ยละ 50-75 และมีอตั ราการเป็นพาหะของเชือ้ ไวรสั ตบั อกั เสบบีรอ้ ยละ 8-10 ในชว่ ง
กอ่ นจะมกี ารใชว้ คั ซนี ปอ้ งกนั ไวรสั ตบั อกั เสบบี พบวา่ อตั ราการตดิ เชือ้ ของคนไทยจะเพ่มิ ขนึ้ ตามกลมุ่ อายุ
และจะเพ่มิ ขนึ้ เรว็ ในระยะแรกเกิดจนถงึ วยั เดก็ จากนนั้ ก็จะเพ่มิ ขนึ้ ชา้ ๆ ตลอดชว่ งวยั ผใู้ หญ่ อตั ราการตดิ เชือ้
ในเพศชายและเพศหญิงไมแ่ ตกตา่ งกนั แตอ่ ตั ราการเป็นพาหะในเพศหญิงจะตำ่� กวา่ ในเพศชาย (รอ้ ยละ 6-8
เทียบกบั รอ้ ยละ 10-12) ในเด็กอายุ 10 ปีพบมีอตั ราการติดเชือ้ ประมาณรอ้ ยละ 30 และเป็นพาหะ
ประมาณรอ้ ยละ 10

ตําราวคั ซีนและการสรา้ งเสริมภมู ิคุ้มกันโรค 97
ปี 2562

ประเทศไทยเรม่ิ ใหว้ คั ซีนปอ้ งกนั ไวรสั ตบั อกั เสบบีแก่ทารกแรกเกิดทกุ คนท่วั ประเทศตามแผน
งานสรา้ งเสรมิ ภมู คิ มุ้ กนั โรคของกระทรวงสาธารณสขุ ตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2535 จากการศกึ ษาความชกุ ของการ
เป็นพาหะไวรสั ตบั อกั เสบบีในประชากรไทยปี พ.ศ. 2547 พบการตดิ เชือ้ ในเดก็ อายุ 0-5 ปีตามธรรมชาติ
เพียงรอ้ ยละ 1.5-3.5 จากเดมิ ท่ีมีอตั ราการตดิ เชือ้ ไมน่ อ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 50 อตั ราการเป็นพาหะในประชากร
ไทยลดลงเหลอื รอ้ ยละ 3.92 อตั ราการเป็นพาหะในเดก็ อายตุ ่ำ� กวา่ 12 ปี ประมาณรอ้ ยละ 0.74 สว่ นอตั รา
การเป็นพาหะในเดก็ อายตุ ่ำ� กวา่ 5 ปีเหลอื เพียงรอ้ ยละ 0.46 เทา่ นนั้ 7 (จากเดมิ รอ้ ยละ 5.4) รายงานในปี พ.ศ.
2559 รวบรวมการศกึ ษาท่ีผา่ นมา พบอตั ราการตดิ เชือ้ ในเดก็ อายุ 0-9 ปี รอ้ ยละ 0.3, 10-24 ปี รอ้ ยละ
1.1, 25-34 ปี รอ้ ยละ 3.26, อายุ 35-44 ปี รอ้ ยละ 5.93, อายุ 45-54 ปี รอ้ ยละ 7.14 และอายมุ ากกวา่
55 ปี รอ้ ยละ 6.628 การลดลงอยา่ งมากของอตั ราการตดิ เชือ้ และการเป็นพาหะนนั้ เป็นผลมาจากการใหบ้ รกิ าร
วคั ซีนท่ีมีประสทิ ธิภาพและมีความครอบคลมุ เกินกวา่ รอ้ ยละ 90 ในชว่ งกวา่ ทศวรรษท่ีผา่ นมา
จากการทบทวนสถานการณก์ ารเกิดโรคไวรสั ตบั อกั เสบบยี อ้ นหลงั 5 ปี (ตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2556-2560)
พบว่าจำ� นวนผปู้ ่ วยมีแนวโนม้ เพ่ิมขึน้ ต่อเน่ืองมาถึงปี 2560 พบมากในกล่มุ อายตุ งั้ แต่ 35 ปี ขึน้ ไปซ่งึ
เกิดก่อนการใหว้ คั ซีนตบั อกั เสบบีในแผนงานสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรค และน่าจะเป็นผปู้ ่ วยท่ีเป็นพาหะ
และมีอาการกำ� เรบิ ของโรค แตจ่ ะพบนอ้ ยมากในกลมุ่ เดก็ ท่ีมีอายตุ ่ำ� กวา่ 15 ปี ประกอบกบั การสง่ ตรวจ
วินิจฉยั โรคทำ� ไดง้ า่ ย สะดวก รวดเรว็ ทำ� ใหม้ ีการวนิ ิจฉยั และรายงานผปู้ ่วยเพ่ิมมากขนึ้ สว่ นใหญ่มีอาชีพ
รบั จา้ งและเกษตรกรรม คาดวา่ ประเทศไทยนา่ จะมีผปู้ ่วยตดิ เชือ้ เรอื้ รงั ในปี พ.ศ. 2559 ประมาณ 3 ลา้ นคน8
จากฐานขอ้ มูลเฝ้าระวงั ทางระบาดวิทยา ของกรมควบคุมโรค พบว่า ไดร้ บั รายงานผูป้ ่ วย
โรคไวรสั ตบั อกั เสบบีทงั้ ประเทศจำ� นวน 7,439 ราย อตั ราป่วย 11.26 ตอ่ ประชากรแสนคน ผปู้ ่วยเสยี ชีวติ 1 ราย
โดยเป็นผปู้ ่วยในชว่ งอายุ 0-14 ปี เพยี งจำ� นวน 53 ราย (รอ้ ยละ 0.71) ชว่ งอายุ 15-40 ปี จำ� นวน
7,386 ราย (รอ้ ยละ 99.29)
สำ� หรบั จงั หวดั ท่ีมีอตั ราป่วยสงู สดุ ไดแ้ ก่ เลย (อตั ราป่วย 35.27 ตอ่ ประชากรแสนคน) รองลงมา
คือ เพชรบรุ ี (อตั ราป่วย 33.94 ตอ่ ประชากรแสนคน) บรุ รี มั ย์ (อตั ราป่วย 31.13 ตอ่ ประชากรแสนคน)
นครพนม (อตั ราป่วย 30.94 ตอ่ ประชากรแสนคน) และ สพุ รรณบรุ ี (อตั ราป่วย 29.17 ตอ่ ประชากรแสนคน)
ตามลำ� ดบั
ประเทศไทยได้ตงั้ เปา้ หมายท่จี ะกำ� จดั การตดิ เชือ้ ตบั อกั เสบบี ในเดก็ อายนุ อ้ ยกวา่ 5 ปี ใหเ้ หลอื
ต่ำ� กวา่ รอ้ ยละ 0.1 ในปี 2568 ซง่ึ จะใชม้ าตรการ 4 ขอ้ คือ
1. เรง่ รดั การตรวจคดั กรองตบั อกั เสบบีในหญิงตงั้ ครรภท์ กุ ราย
2. สง่ เสรมิ ใหท้ ารกท่เี กดิ จากมารดาท่เี ป็นพาหะ ใหไ้ ดร้ บั Hepatitis B immune globulin (HBIG)
อยา่ งนอ้ ย รอ้ ยละ 95
3. ส่งเสริมใหห้ ญิงตัง้ ครรภท์ ่ีติดเชือ้ และมีระดับไวรสั สูง ใหไ้ ดร้ บั ยาตา้ นไวรสั อย่างนอ้ ย
รอ้ ยละ 95
4. คงระดบั ความครอบคลมุ ของการใหว้ คั ซีนตบั อกั เสบบีในทารก ใหส้ งู กวา่ รอ้ ยละ 90

98 ตําราวัคซีนและการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกนั โรค
ปี 2562

ชนิดของวัคซีน บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
วคั ซีนปอ้ งกนั ไวรสั ตบั อกั เสบบี (HB) เป็นวคั ซีนชนิดนำ้� เตรยี มจากโปรตีนผิวนอกของเชือ้ ไวรสั
ตบั อกั เสบบี (HBsAg) ท่ีขนึ้ ทะเบียนในประเทศไทยปัจจบุ นั เป็นวคั ซีนท่ีผลิตดว้ ยวิธีทางพนั ธุวิศวกรรม
(recombinant DNA vaccine) โดยสอดสารพนั ธกุ รรมท่ีกำ� หนดการสรา้ ง HBsAg เขา้ ในเซลลบ์ างชนิด
เชน่ เซลลย์ ีสต์หรอื เซลลส์ ตั วเ์ ลยี้ งลกู ดว้ ยนม แลว้ ใหเ้ ซลลเ์ หลา่ นีส้ รา้ ง HBsAg ออกมา แยกเอาเฉพาะสว่ น
HBsAg มาทำ� ใหบ้ รสิ ทุ ธิ์ แลว้ มาประกอบทำ� เป็นวคั ซีน ผผู้ ลติ วคั ซีนในประเทศไทยมีหลายบรษิ ัท ไดแ้ ก่
GSK (Engerix BTM), MSD (H-B Vax IITM), sanofi pasteur (Euvax BTM), Kaketsuken (BimmugenTM)
และ Heber Biotec S.A. (HeberbiovacTM)

สว่ นประกอบของวัคซนี

วคั ซีนปอ้ งกนั ไวรสั ตบั อกั เสบบี ท่ีผลติ จากตา่ งบรษิ ัท จะมี HBsAg ในปรมิ าณท่ีแตกตา่ งกนั ไป
ตงั้ แต่ 10 ถงึ 20 มคก./มล. และขนาดสงู 40 มคก./มล. ซง่ึ จะใชใ้ นผปู้ ่วยฟอกไตและผใู้ หญ่ท่ีมีภมู ิคมุ้ กนั
บกพรอ่ ง วคั ซีนจะผสมดว้ ย aluminium hydroxide เป็นสารช่วยกระตนุ้ ภมู ิคมุ้ กนั และใช้ thimerosal
เป็นสารกนั เสยี แมป้ รมิ าณแอนตเิ จนในวคั ซนี ของแตล่ ะบรษิ ทั จะไมเ่ ทา่ กนั แตป่ รมิ าตรของวคั ซนี ของทกุ บรษิ ทั
จะเทา่ กนั คือ 0.5 มล. ตอ่ โด๊ส สำ� หรบั เดก็ และ 1 มล. ตอ่ โด๊ส สำ� หรบั ผใู้ หญ่
ปัจจบุ นั กระทรวงสาธารณสขุ ไดจ้ ดั สรรวคั ซีนรวม คอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรน-ตบั อกั เสบบี-ฮิบ
(DTwP-HB-Hib) สำ� หรบั เดก็ ไทยทกุ คน เพ่ือฉีดในชว่ ง 1 ปีแรกของชีวติ นอกจากนีย้ งั มีวคั ซนี รวมหลายชนิด
ท่ีมีวคั ซนี ปอ้ งกนั ตบั อกั เสบบีผสมอยเู่ พ่ือใชใ้ นเดก็ (โปรดดใู นบทวคั ซนี รวม) และมีวคั ซนี รวมตบั อกั เสบบี
กบั ตบั อกั เสบเอสำ� หรบั ใชใ้ นวยั รุน่ และผใู้ หญ่ดว้ ย

ขนาดบรรจุ

วคั ซีนปอ้ งกนั ไวรสั ตบั อกั เสบบี มีขนาดบรรจหุ ลายขนาด ไดแ้ ก่ขวดละ 0.5 มล., 1 มล. และ 5 มล.

ขนาดและวธิ กี ารใช้

เดก็ แรกเกิดถงึ เดก็ วยั รุน่ ใหว้ คั ซีนครงั้ ละ 0.5 มล. เขา้ กลา้ มเนือ้ บรเิ วณก่งึ กลางตน้ ขาดา้ นหนา้
คอ่ นไปดา้ นนอกในทารกหรอื เดก็ เลก็ หรอื บรเิ วณตน้ แขนในเดก็ โต จะตอ้ งฉีดอยา่ งนอ้ ย 3 เขม็ ในเดือน
ท่ี 0, 1-2 และ 6 หรอื ฉีดในเดือนท่ี 0, 1, 2, 12 ก็ได้ โดยเฉพาะเม่ือใชเ้ ป็นวคั ซีนรวมกบั คอตีบ-บาดทะยกั -
ไอกรน
ในผใู้ หญ่ ซง่ึ กำ� หนดอายขุ องแตล่ ะวคั ซีนในตาราง 6.2-1 ใหว้ คั ซีนครงั้ ละ 1 มล. เขา้ กลา้ มเนือ้
บรเิ วณตน้ แขน ไมค่ วรฉีดท่ีสะโพก เพราะอาจฉีดเขา้ ในชนั้ ไขมนั ใตผ้ ิวหนงั ลงลกึ ไมถ่ งึ กลา้ มเนือ้ ซง่ึ จะก่อ
ใหเ้ กิดการสรา้ งภมู ิคมุ้ กนั ต่ำ� กวา่ การฉีดเขา้ กลา้ มเนือ้ และตอ้ งฉีดใหค้ รบชดุ (3 ครงั้ คือ เม่ือเดือนท่ี 0,
1-2 และ 6-7) สำ� หรบั ผใู้ หญ่ท่ีภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ งหรอื ฟอกไตใหฉ้ ีดวคั ซีนขนาด 40 มคก. ตอ่ มล.
ในเดก็ วยั รุน่ อายุ 11-15 ปี ท่ียงั ไมเ่ คยไดร้ บั วคั ซีนนีม้ าก่อน อาจพิจารณาใหแ้ บบ 2 เข็ม โดยให้
ใชว้ คั ซีนตบั อกั เสบบีชนิดเด่ียว ขนาดของผใู้ หญ่ (ขนาด 1 มล.) อย่างไรก็ดี เฉพาะวคั ซีนท่ีผลิตโดย

ตําราวัคซนี และการสร้างเสริมภูมคิ ้มุ กันโรค 99
ปี 2562

บรษิ ัท MSD ทีไดร้ บั การขนึ้ ทะเบยี นใหฉ้ ีด 2 เขม็ ในวยั รุน่ ฉีดหา่ งกนั 6 เดอื น ก็ไดผ้ ลดเี ชน่ กนั 9,10 ซง่ึ จากการศกึ ษา
พบวา่ การสรา้ งภมู ิคมุ้ กนั ท่ีเกิดขนึ้ ไมต่ า่ งจากการฉีดโดยใชว้ คั ซีนนีข้ นาด 0.5 มล. ฉีด 3 ครงั้ แบบปกติ

ตารางท่ี 6.2-1 วคั ซีนปอ้ งกนั ไวรสั ตบั อกั เสบบีท่ีมีใชใ้ นประเทศไทย และขนาดท่ีแนะนำ� ใหฉ้ ีดตามอายุ

Engerix BTM Euvax-BTM HB-Vax PROTM HEBER- Hepatitis B
BIOVAC-HBTM (Serum
Institute of
0-19 ปี : 0-15 ปี : 0-16 ปี : 0-35 ปี : India),
0.5 มล. 0.5 มล. 0.5 มล. 0.5 มล.
(10 มคก.) (10 มคก.) (5 มคก.) (10 มคก.) Hepavax-Gene,
Hepavax-Gene

TF
0-10 ปี :
0.5 มล.
(10 มคก.)

>20 ปี : >16 ปี : >16 ปี : >35 ปี : 1 มล. (20 >10 ปี : 1 มล.
1 มล. 1 มล. 1 มล. มคก.) (20 มคก.)
(20 มคก.) (20 มคก.) (10 มคก.)

ฟอกไต *: ฟอกไต* : ฟอกไต* : ฟอกไต* : ฟอกไต* :
2 มล. 2 มล. 1 มล. 2 มล. (40 มคก.) 2 มล. (40 มคก.)
(40 มคก.) (40 มคก.) (40 มคก.)

* ผูท้ ฟี่ อกไต และผูใ้ หญ่ทมี่ ภี าวะภูมคิ มุ้ กนั บกพร่อง
หมายเหตุ รายละเอียดของวคั ซีนรวมของวคั ซีนปอ้ งกนั ไวรสั ตบั อกั เสบบีกบั วคั ซีนอ่ืน ใหด้ รู ายละเอียด
ในบทวคั ซีนรวม

บคุ คลที่ควรได้รบั วัคซีน และอายทุ ีค่ วรรบั วคั ซีน

เดก็ ทกุ คนควรไดร้ บั วคั ซนี นีต้ งั้ แตแ่ รกเกิดเพราะจะชว่ ยปอ้ งกนั การตดิ เชือ้ ตงั้ แตแ่ รกเกิด ซง่ึ การ
ตดิ เชือ้ ในวยั เดก็ มีโอกาสท่ีจะเป็นพาหะไดส้ งู จงึ ควรฉีดวคั ซีนครงั้ แรกโดยเรว็ ท่ีสดุ หรอื ภายใน 24 ช่วั โมง
หลงั คลอด10 ครงั้ ท่สี องอายุ 1-2 เดอื น และครงั้ ท่สี ามอายุ 6-7 เดอื น (อยา่ งนอ้ ยอายตุ อ้ งมากกวา่ 24 สปั ดาห)์
ในกรณีท่ีใชว้ คั ซีนรวมเป็นเขม็ เดียวกบั วคั ซีน DTP ใหฉ้ ีดท่ีอายุ 2, 4, 6 เดือน เน่ืองจากทารกคลอดก่อน
กำ� หนดท่ีนำ้� หนกั ตวั แรกเกิดนอ้ ยกวา่ 2,000 กรมั อาจสรา้ งภมู ิคมุ้ กนั จากวคั ซีนไดไ้ ม่ดี ดงั นนั้ สำ� หรบั
ทารกแรกเกิดท่ีนำ้� หนกั นอ้ ยกว่า 2,000 กรมั ท่ีทราบว่ามารดาไม่เป็นพาหะควรเร่ิมใหว้ คั ซีนเข็มแรก

100 ตาํ ราวคั ซีนและการสรา้ งเสรมิ ภูมคิ ุ้มกนั โรค
ปี 2562

เม่ือเดก็ พรอ้ ม คอื มีสขุ ภาพแขง็ แรงดี และอายุ 1 เดอื นขนึ้ ไป แตถ่ า้ มารดาเป็นพาหะหรอื ไมท่ ราบผลเลอื ด บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
ของมารดา แมท้ ารกจะมีนำ้� หนกั ตวั นอ้ ยก็ควรไดร้ บั วคั ซนี ทนั ทีหลงั คลอดภายในอายุ 12 ช่วั โมงดว้ ย และ สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
ใหถ้ ือวา่ การฉีดวคั ซนี แรกเกดิ นเี้ ป็นการฉีดเพม่ิ พเิ ศษ และใหเ้ รม่ิ ฉีดเขม็ แรก เม่อื สขุ ภาพดแี ละมอี ายุ 1 เดอื น
ส่วนเข็มท่ีสอง ห่างจากเข็มแรกอย่างนอ้ ย 4 สปั ดาห์ และเข็มท่ีสาม ห่างจากเข็มท่ีสองนานอย่างนอ้ ย
8 สปั ดาห์ และอายหุ ลงั คลอดมากกวา่ 24 สปั ดาห์
นอกจากนี้ ในกรณีท่ีมารดาเป็นพาหะของเชือ้ ไวรสั ตบั อกั เสบบี (โดยเฉพาะถา้ พบ e-antigen
เป็นบวก) ทารกควรไดร้ บั hepatitis B immunoglobulin (HBIG) รว่ มกบั วคั ซีนดว้ ย ถา้ จดั หา HBIG ไมไ่ ด้
ควรใหว้ คั ซนี เรว็ ท่สี ดุ หลงั คลอด ซง่ึ พบวา่ วคั ซนี อยา่ งเดยี วกส็ ามารถปอ้ งกนั โรคไดส้ งู มาก แมไ้ มไ่ ดร้ บั HBIG
อยา่ งไรก็ดีในกรณีท่ีมารดาเป็นพาหะวคั ซีนท่ีทารกควรไดค้ ือท่ี แรกเกิด (ภายใน 12 ช่วั โมงหลงั คลอด),
อายุ 1 เดือนจากนนั้ ใหว้ คั ซีนตอ่ เน่ืองตามปกติ เชน่ เป็นวคั ซีนรวมท่ีมีคอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรนรว่ มกบั
ตบั อกั เสบบี ท่ีอายุ 2, 4, 6 เดือน ไมค่ วรขาดเขม็ ท่ีอายุ 1 เดือน เพราะการใหว้ คั ซีนเขม็ แรกเกิด อาจทำ� ให้
ภมู ิคมุ้ กนั อยสู่ งู ยาวนานไมพ่ อจนถงึ อายุ 2 เดือน11 ซง่ึ ทำ� ใหท้ ารกเส่ยี งตอ่ การตดิ เชือ้ จากแมม่ ากขนึ้ ซง่ึ
ไดศ้ กึ ษาท่ีเชียงรายแลว้ ยืนยนั วา่ การฉีดเขม็ ท่ี 1 เดือน มีความจำ� เป็น12 ดงั นนั้ กรณีนี้ทารกจะไดร้ บั วคั ซนี
ท่ีมีตบั อกั เสบบีรวม 5 ครงั้ (แรกเกิด และ 1, 2, 4, 6 เดือน)
เดก็ ทกุ คนท่ียงั ไมเ่ คยไดร้ บั วคั ซนี นีม้ ากอ่ น รวมทงั้ ผใู้ หญ่ท่ีเส่ยี งตอ่ การสมั ผสั โรค และยงั ไมเ่ คย
ตดิ เชือ้ ไวรสั ตบั อกั เสบบี เชน่ ผปู้ ่วยฟอกไต ผทู้ ่ีตอ้ งไดร้ บั เลือดบอ่ ยๆ คสู่ มรสของผทู้ ่ีเป็นพาหะ เจา้ หนา้ ท่ี
หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารท่ตี รวจเลอื ด เป็นตน้ ใหฉ้ ีดวคั ซนี 3 ครงั้ โดยฉีดครงั้ ท่สี องหา่ งจากครงั้ แรก อยา่ งนอ้ ย 4 สปั ดาห์
และครงั้ ท่ีสามหา่ งจากครงั้ ท่ีสองอยา่ งนอ้ ย 8 สปั ดาห1์ 3

ปฏิกริ ิยาจากการฉีดวัคซนี

เดก็ ท่ีไดร้ บั วคั ซีนบางราย อาจมีอาการปวด บวม บรเิ วณท่ีฉีดหรอื มีไขต้ ่ำ� ๆ ซง่ึ พบรอ้ ยละ1-614
อาการมกั เรม่ิ ราว 3-4 ช่วั โมงหลงั ฉีด และนานไมเ่ กิน 24 ช่วั โมง ควรใหย้ าลดไขเ้ ฉพาะในเดก็ ท่ีมีไขห้ รอื
รอ้ งกวนมาก

ภมู ิคมุ้ กันท่เี กิดข้ึน

ภมู ิคมุ้ กนั โรคจะเกิดขนึ้ ถงึ ระดบั ท่ีปอ้ งกนั โรคได้ หลงั การฉีดวคั ซีนเข็มท่ีสอง วคั ซีนเข็มท่ีสาม
ถือเป็นการกระตนุ้ ใหภ้ มู ิคมุ้ กนั โรคสงู ขนึ้ และมีภมู ิคมุ้ กนั ท่ีปอ้ งกนั โรคไดร้ อ้ ยละ 90-9514-15
เน่ืองจากเดก็ แรกเกิดสามารถตดิ เชือ้ จากมารดาท่เี ป็นพาหะไดง้ า่ ย และมารดาอาจไมไ่ ดร้ บั การ
ตรวจเลอื ดมารดาก่อนคลอดวา่ เป็นพาหะหรอื ไม่ จงึ ควรใหว้ คั ซีนครงั้ แรกแก่ทารกแรกเกิดทกุ คนภายใน
24 ช่วั โมงหลงั คลอด และถา้ ไดภ้ ายใน 12 ช่วั โมงจะย่งิ ดี หากใหว้ คั ซนี เขม็ แรกชา้ ประสทิ ธิภาพในการปอ้ งกนั
การตดิ เชือ้ จากมารดาท่ีเป็นพาหะจะนอ้ ยลง
การใหว้ คั ซนี ปอ้ งกนั ไวรสั ตบั อกั เสบบพี รอ้ มวคั ซนี ชนดิ อ่นื จะไมม่ ผี ลเสยี ตอ่ การสรา้ งภมู คิ มุ้ กนั โรค
ของวคั ซีนปอ้ งกนั ไวรสั ตบั อกั เสบบี หรอื วคั ซีนอ่ืนท่ีใหพ้ รอ้ มกนั

ตาํ ราวคั ซีนและการสรา้ งเสรมิ ภูมิค้มุ กันโรค 101
ปี 2562

วคั ซนี ปอ้ งกนั ไวรสั ตบั อกั เสบบใี นปัจจบุ นั ผลติ ดว้ ยวธิ ีการทางพนั ธวุ ศิ วกรรมสามารถใชท้ ดแทน
กนั ไดท้ กุ ย่ีหอ้ ดงั นนั้ เดก็ ท่ีไดร้ บั วคั ซีนครงั้ ก่อนเป็นวคั ซีนปอ้ งกนั ไวรสั ตบั อกั เสบบีชนิดหนง่ึ ในครงั้ ตอ่ ไป
อาจรบั วคั ซนี ปอ้ งกนั ไวรสั ตบั อกั เสบบที ่ีผลติ โดยกรรมวธิ ีตา่ งกนั ไดห้ รอื ตา่ งบรษิ ัทผผู้ ลติ ได้โดยไมม่ ีผลเสยี
ตอ่ การสรา้ งภมู ิคมุ้ กนั 15
ในปัจจบุ นั ไมแ่ นะนำ� ใหฉ้ ีดวคั ซนี กระตนุ้ อกี หลงั จากฉีดครบ 3 เขม็ เน่ืองจากการศกึ ษาระยะยาว
พบวา่ ภมู คิ มุ้ กนั อยไู่ ดน้ านมากกวา่ 20 ปี16-19 ถงึ แมว้ า่ ในบางรายจะตรวจไมพ่ บระดบั แอนตบิ อดี หรอื พบใน
ระดบั ต่ำ� แตย่ งั มีระบบภมู ิคมุ้ กนั ความจำ� เหลอื อย2ู่ 0 ซง่ึ สามารถปอ้ งกนั การเกิดโรคได้ การฉีดกระตนุ้ อาจจะ
พิจารณาใหเ้ ฉพาะสำ� หรบั ผทู้ ่ีมีสภาพภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ ง เชน่ ผปู้ ่วยไตวายท่ีตอ้ งฟอกไต (hemodialysis)
เป็นประจำ�
การเจาะเลือดเพ่ือตรวจดภู มู ิคมุ้ กนั โรคหลงั ฉีดวคั ซีนในทารกแรกเกิดหรอื บคุ คลท่วั ไปนนั้ ไมม่ ี
ความจำ� เป็น แตค่ วรตรวจในรายท่ีมีความเส่ยี งตอ่ การตดิ เชือ้ สงู เชน่ กรณีผปู้ ่วยฟอกไต ผมู้ ีความเส่ยี งตอ่
การติดเชือ้ อย่างต่อเน่ือง ในทารกท่ีคลอดจากมารดาท่ีเป็นพาหะของโรคตบั อกั เสบบีควรเจาะเลือด
หลงั รบั วคั ซนี เขม็ ท่ีสามเม่ืออายุ 9-12 เดอื น21 โดยตรวจ HBsAg และ anti-HBs เพ่ือดผู ลของการใหว้ คั ซนี
และใหค้ ำ� ปรกึ ษาแนะนำ� กรณีตรวจพบทงั้ HBsAg และ anti-HBs หากพบวา่ anti-HBs ยงั คงเป็นลบ
ควรฉีดวคั ซนี ใหมอ่ ีก 3 เขม็ แลว้ ตรวจเลอื ดซำ้� หรอื เจาะเลอื ดตรวจ anti-HBs หลงั ฉีดวคั ซนี แตล่ ะเขม็ 1 เดอื น
ถา้ ไดร้ ะดบั ภมู ิคมุ้ กนั (anti-HBs) ตงั้ แต่ 10 mIU/มล. ก็สามารถหยดุ ฉีดได้ ถา้ พบวา่ anti-HBs ยงั คงเป็นลบ
หรอื HBsAg เป็นบวก ควรปรกึ ษาผเู้ ช่ียวชาญ เน่ืองจากอาจตอ้ งพิจารณาใหฉ้ ีดวคั ซนี ซำ้� ในขนาดท่ีสงู ขนึ้
หรอื ตดิ ตามอาการ เพราะอาจะตดิ เชือ้ ไปแลว้

ประสิทธภิ าพของวคั ซีน

วคั ซนี ปอ้ งกนั ไวรสั ตบั อกั เสบบี เป็นวคั ซนี ท่มี ปี ระสทิ ธิภาพในการปอ้ งกนั โรคสงู การใหว้ คั ซนี ชนดิ
recombinant อยา่ งเดียว ในทารกท่ีคลอดจากมารดาท่ีเป็นพาหะชนิดแพรโ่ รคไดส้ งู (HBeAg เป็นบวก)
ในภาพรวมสามารถปอ้ งกนั การติดเชือ้ ไดถ้ ึงรอ้ ยละ 93 และถา้ ใหร้ ว่ มกบั HBIG จะปอ้ งกนั ไดร้ อ้ ยละ
9811,22,23 จากการใหว้ คั ซีนในทารกแรกเกิดในประชากรไทยตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2535 เป็นตน้ มา ทำ� ใหเ้ ดก็ เกิด
หลงั ปี พ.ศ. 2535 มีอตั ราการตดิ เชือ้ ต่ำ� มาก และเป็นพาหะเหลอื เพียงรอ้ ยละ 0.38 ทำ� ใหอ้ ตั ราการเป็นพาหะ
ลดลงอยา่ งมาก วคั ซนี ปอ้ งกนั ไวรสั ตบั อกั เสบบเี ป็นวคั ซนี ท่ีพสิ จู นแ์ ลว้ วา่ สามารถลดอบุ ตั กิ ารณม์ ะเรง็ ตบั ได2้ 4
เช่ือวา่ ภมู ิคมุ้ กนั ท่ีเด็กสรา้ งขนึ้ จากวคั ซีนท่ีฉีดใหต้ งั้ แตแ่ รกเกิดจะอย่ไู ดน้ านเกิน 20 ปี25 จะตรวจเลือดเพ่ือ
พิจารณาการฉีดวคั ซีนเพ่ิมเฉพาะรายท่ีมีความเส่ียงสงู เทา่ นนั้ เชน่ ผปู้ ่วยฟอกไต บคุ ลากรทางการแพทย์
เจา้ หนา้ ท่ีหอ้ งปฏิบตั กิ ารท่ีอาจสมั ผสั เลือด ผทู้ ่ีมีภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ ง เป็นตน้
ปัจจบุ นั มีโครงการกำ� จดั การตดิ เชือ้ จากแมส่ ลู่ กู ซง่ึ จะมีการใหย้ า TDF แก่มารดาท่ีเป็นพาหะ
ขณะตงั้ ครรภ์เสรมิ จากการใหว้ คั ซนี ในทารก เพอ่ื ใหล้ ดการถา่ ยทอดเชอื้ จากแมส่ ลู่ กู จากรอ้ ยละ 2 ในปัจจบุ นั
ใหห้ มดไป โดยปัจจบุ นั มีอตั ราการตดิ เชือ้ ในเดก็ อายตุ ่ำ� กวา่ 5 ปี อยทู่ ่ีรอ้ ยละ 0.104 และกระทรวงฯ มีเปา้ หมาย
ใหล้ ดการตดิ เชือ้ ในเดก็ ต่ำ� กวา่ 5 ปี ใหเ้ หลือต่ำ� กวา่ รอ้ ยละ 0.1 ภายในปี 256826

102 ตําราวัคซีนและการสร้างเสรมิ ภมู คิ ้มุ กนั โรค
ปี 2562

หมายเหตุ บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
1. การตรวจเลือดก่อนฉีดวัคซนี สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
1.1 ทารกแรกเกิดและเดก็ (อายนุ อ้ ยกวา่ 18 ปี) ไมจ่ ำ� เป็นตอ้ งตรวจเลือดก่อนฉีดวคั ซีน
ถา้ ไม่เคยมีประวตั ิไดร้ บั วคั ซีนมาก่อนสามารถใหว้ คั ซีนไดเ้ ลย เน่ืองจากมีโอกาสท่ีจะเคยติดเชือ้ ไวรสั
ตบั อกั เสบบีมาก่อนแลว้ นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 20
1.2 เด็กโต (อายุ 18 ปีขึน้ ไป) และผใู้ หญ่ ส่วนใหญ่จะเคยติดเชือ้ ไวรสั ตบั อกั เสบบีแลว้
ซง่ึ อาจมีภมู ิคมุ้ กนั โรคแลว้ ตามธรรมชาตหิ รอื เป็นพาหะ ซง่ึ จะไมไ่ ดร้ บั ประโยชนจ์ ากการฉีดวคั ซีน ดงั นนั้
เพ่ือหลกี เล่ยี งการฉีดวคั ซนี โดยไมจ่ ำ� เป็น จงึ ควรตรวจเลอื ดประกอบการพิจารณาวา่ ควรฉีดวคั ซีนหรอื ไม่
2. การใหว้ ัคซนี ในทารกทม่ี ารดาเป็ นพาหะ
ทารกจะตอ้ งไดร้ บั วคั ซีนเข็มแรกตอนแรกเกิดและเข็มท่ีสองเม่ืออายุ 1 เดือนเสมอ และ
เข็มท่ีสามเม่ืออายไุ ม่นอ้ ยกว่า 24 สปั ดาห์ กรณีท่ีมีการใชว้ คั ซีนรวมท่ีมีส่วนประกอบของตบั อกั เสบบี
(เชน่ รวม คอตบี -บาดทะยกั -ไอกรน-ฮิบ-ตบั อกั เสบบ)ี ใหเ้ ม่ืออายุ 2, 4 และ 6 เดอื นรว่ มดว้ ย ซง่ึ ทำ� ใหท้ ารก
จะตอ้ งไดร้ บั วคั ซีนตบั อกั เสบบีมากถึง 5 เข็มก็ไมเ่ ป็นอนั ตราย เพราะวคั ซีนตบั อกั เสบบีมีความบรสิ ทุ ธิ์
และปลอดภยั สงู มีการศกึ ษาท่ีแสดงวา่ ทารกเหลา่ นีจ้ ะมีโอกาสตดิ เชือ้ จากมารดาสงู กวา่ ถา้ ไดร้ บั วคั ซีน
ท่ี 0, 2, 4, 6 เดือน เม่ือเทียบกบั 0, 1, 2, 4, 6 เดือน12
3. การใหอ้ มิ มูโนโกลบุลินในทารกแรกเกดิ
ในกรณีท่ีมีการตรวจเลือดมารดาก่อนคลอดและทราบว่ามารดาเป็นพาหะ โดยเฉพาะ
ถา้ HBeAg เป็นบวก แพทยค์ วรพิจารณาให้ HBIG ขนาด 0.5 มล. ฉีดเขา้ กลา้ มเนือ้ แก่เดก็ ท่ีคลอดจากมารดา
นนั้ รว่ มกบั วคั ซนี ปอ้ งกนั ไวรสั ตบั อกั เสบบเี รว็ ท่ีสดุ หลงั คลอด เพ่ือเพ่มิ ประสทิ ธิภาพในการปอ้ งกนั การตดิ
เชือ้ จากแม่ โดยควรฉีดคนละขา้ งกบั วคั ซีน ในกรณีท่ีไมส่ ามารถจดั หา HBIG ใหไ้ ดท้ นั ทีหลงั คลอด ใหฉ้ ีด
วคั ซีนไปก่อนเรว็ ท่ีสดุ เพ่ือปอ้ งกนั การตดิ เชือ้ ใหไ้ ดด้ ีท่ีสดุ แลว้ ให้ HBIG ตามหลงั ได้ ไมเ่ กิน 7 วนั หลงั จาก
ฉีดวคั ซีน การให้ HBIG หลงั การฉีดวคั ซีนไปแลว้ มากกวา่ 7 วนั จะไมม่ ีประโยชน์ เพราะวคั ซีนจะกระตนุ้
การสรา้ งภมู ิคมุ้ กนั โรคแลว้
4. การฉีดวัคซนี และ HBIG หลงั สมั ผสั ท่ีนอกเหนือจากกรณีทารกแรกเกิด ซง่ึ มีมารดาเป็น
พาหะ เป็นดงั ตารางท่ี 6.2-2 ควรตรวจเลือดของแหลง่ เลือดหรอื นำ้� เหลืองท่ีสมั ผสั โดยเรว็ ท่ีสดุ และรบี ให้
การรกั ษา27

ตําราวัคซนี และการสร้างเสริมภูมคิ ้มุ กนั โรค 103
ปี 2562

ตารางที่ 6.2-2 การปอ้ งกนั การตดิ เชือ้ ตบั อกั เสบบภี ายหลงั การสมั ผสั เลอื ด จากอบุ ตั เิ หตขุ องมีคมบาดหรอื ตำ� 28

ผู้สัมผัส การตรวจเลอื ด การรักษาตามสภาวะ HBs Ag ของแหล่งเลือดทสี่ ัมผัส
ไมเ่ คยไดร้ บั วคั ซีน ผู้สัมผัสทนั ที
หรอื ไดไ้ มค่ รบ หลังสัมผัส บวก/หรือ ลบ การตรวจเลอื ดของ
ไมต่ อ้ งตรวจ ไม่ไดต้ รวจ HB ครบ ผู้สัมผัส 1-2 เดอื น
ให้ HBIGa 1 โด๊ส 3 โด๊ส หลังวัคซนี โดส๊ สุดทา้ ย
และ HB ครบ 3 โด๊ส ตรวจ

เคยไดร้ ับวัคซนี ครบมาก่อน ไมต่ อ้ งรกั ษา ไมต่ อ้ งรกั ษา ไมต่ รวจ
กลมุ่ ท่ีตอบสนองตอ่ ไมต่ อ้ งตรวจ
วคั ซีน (Responder)

กลมุ่ ท่ีไมต่ อบสนองตอ่ ไมต่ อ้ งตรวจ - ให้ HBIG (1 โด๊ส) และ ไมต่ อ้ งรกั ษา ตรวจหากใหว้ คั ซีนซำ้�
วคั ซีน (Nonresponder) เร่ิม HB ใหม่ 3 โด๊สb - ครบ 3 โด๊ส
หรอื ให้ HBIG (2 โด๊ส)

กลมุ่ ท่ีไมท่ ราบผลการ <10 mIU/mL ให้ HBIG 1 โด๊ส และ HB ไมต่ อ้ งรกั ษา ตรวจ
ตอบสนอง >10 mIU/mL ซำ้� 3 โด๊สc
ไมต่ อ้ งรกั ษา

a ขนาดของ HBIG 0.06 มล./กก. ฉีดเขา้ กลา้ ม
b กรณี nonresponder ไดร้ บั HB ครบ 2 ชดุ (6 โด๊ส) แลว้ ก็ยงั ไมตอบสนอง แนะนำ� ให้ HBIG (0.06 มล./กก.)
2 โด๊ส ใหโ้ ด๊สแรกเรว็ ท่ีสดุ เทา่ ท่ีทำ� ไดห้ ลงั การสมั ผสั และโด๊สท่ีสองอีก 1 เดือนตอ่ มา
c ระดบั anti-HBs ท่ีพอเพียงคือ > 10 mIU/มล.

การเก็บและการหมดอายุ

ควรเกบ็ วคั ซนี ในตเู้ ยน็ ทอ่ี ณุ หภมู ิ +2 ถงึ +8 oซ หา้ มเกบ็ ในชอ่ งแชแ่ ขง็ เพราะวคั ซนี จะเสอ่ื มคณุ ภาพ
อยา่ งรวดเรว็ ถา้ เก็บวคั ซีนถกู ตอ้ งจะมีอายอุ ยไู่ ดป้ ระมาณ 2 ปี นบั แตว่ นั ผลติ ทงั้ นีใ้ หต้ รวจดฉู ลากวนั หมดอายุ
ก่อนใชเ้ สมอ

104 ตาํ ราวัคซนี และการสร้างเสริมภูมคิ ุม้ กนั โรค
ปี 2562

เอกสารอา้ งอิง บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
1. Abram S. Benenson. Viral Hepatitis B. In: Control of Communicable Diseases. 5th edition.
1990: 200-207.
2. http://www.cdc.gov/hepatitis/HBV/index.htm
3. Snyder JD, Pickering LK. Viral hepatitis. In: Behrman RE, Kliegman RM, Jensen HB. eds.
Nelson Textbook of Pediatrics Philadelphia: WB Saunders, 2004:1324-32.
4. Goldstein ST, Zhou F, Hadler SC, Bell BP, Mast EE, Margolis HS. A mathematical model
to estimate global hepatitis B disease burden and vaccination impact. Int J Epidemiol
2005;34:1329-39.
5. Shepard CW, Simard EP, Finelli L, Fiore AE, Bell BP. Hepatitis B virus infection: epidemiology
and vaccination. Epidemiol Rev 2006;28:112-25.
6. Hepatitis B vaccines. Wkly Epidemiol Rec 2009;84:405-19.
7. Chongsrisawat V, Yoocharoen P, Theamboonlers A, et al. Hepatitis B seroprevalence in
Thailand: 12 years after hepatitis B vaccine integration into the national expanded
programme on immunization. Trop Med Int Health 2006;11:1496-502.
8. Leroi C, Adam P, Khamduang W, et al. Prevalence of chronic hepatitis B virus infection
in Thailand: a systematic review and meta-analysis. Int J Infect Dis 2016;51:36-43.
9. CDC. Alternative two-dose hepatitis B vaccination schedule for adolescents aged 11-15 years.
MMWR 2000;49:261.
10. Heron L, Selnikova O, Moiseieva A, et al. Immunogenicity, reactogenicity and safety of
two-dose versus three-dose (standard care) hepatitis B immunisation of healthy
adolescents aged 11-15 years: a randomised controlled trial. Vaccine 2007;25:2817-22.
11. Poovorawan Y, Sanpavat S, Pongpunlert W, Chumdermpadetsuk S, Sentrakul P, Safary
A. Protective efficacy of a recombinant DNA hepatitis B vaccine in neonates of HBe
antigen positive mothers. JAMA 1989;261:3278-81
12. Tharmaphornpilas P, Rasdjarmrearnsook AO, Plianpanich S, Sa-nguanmoo P, Poovorawan
Y. Increased risk of developing chronic HBV infection in infants born to chronically HBV
infected mothers as a result of delayed second dose of hepatitis B vaccination. Vaccine
2009;27:6110-5.
13. CDC. Recommended Immunization Schedule for Children and Adolescents Aged 18 Years
or Younger, UNITED STATES, 2018. Available from https://www.cdc.gov/vaccines/schedules/
downloads/child/0-18yrs-child-combined-schedule.pdf. (Access 20 July 2018)
14. Lolekha S, Bowonkiratikachorn P, Chimabutra K. Immunogenicity and reactogenicity of a
yeast-derived hepatitis B vaccine in Thai school children. J Med Assoc Thai 1989;72
(suppl 1):98-101.

ตาํ ราวคั ซนี และการสรา้ งเสรมิ ภูมคิ มุ้ กนั โรค 105
ปี 2562

15. Greenberg DP, Vadheim CM, Womg VK, et al. Comparative safety and immunogenicity
of two recombinant hepatitis B (HBV) vaccine given to infants at 2, 4, and 6 months of age.
Pediatr Infect Dis J 1996;15:590-6.
16. Anonymous. Are booster immunizations needed for life long hepatitis B immunity. Lancet
2000; 355:561-5.
17. Poovorawan Y, Sanpavat S, Theamboonlers A, Safary A. Long term follow-up (11 to 13 years)
or high risk neonates, born to HBe Ag positive mothers and vaccinated hepatitis B. In:
Margolis H, Alter MJ, Liang TJ, Dienstag JL, Eds. Viral Hepatitis and Liver Disease. Atlanta:
International Medical Press. 2002;263-66.
18. Poovorawan Y, Chongsrisawat V, Theamboonlers A, et al. Evidence of protection against
clinical and chronic hepatitis B infection 20 years after infant vaccination in a high endemicity
region. J Viral Hepat 2011;18:369-75.
19. Banatvala JE, Van Damme P. Hepatitis B vaccine - do we need boosters? J Viral Hepat
2003;10:1-6.
20. Chongsrisawat V, Theamboonlers A, Khwanjaipanich S, et al. Humoral immune response
following hepatitis B vaccine booster dose in children with and without prior immunization.
Southeast Asian J Trop Med Public Health 2000;31:623-6.
21. Schillie S, Murphy TV, Fenlon N, Ko S, Ward JW. Update: Shortened Interval for Postvaccination
Serologic Testing of Infants Born to Hepatitis B-Infected Mothers. MMWR Morb Mortal
Wkly Rep 2015;64:1118-20.
22. Poovorawan Y, Sanpavat S, Pongpunlert W, et al. Long-term efficacy of hepatitis B vaccine
in infants born to HBe Ag positive mothers: effect of vaccination with a yeast-derived
vaccine according to different schedules with and without concomitant hepatitis B
immunoglobulin. Pediatr Infect Dis J 1992;11:816-21.
23. Poovorawan Y, Sanpavat S, Chumdermpadetsuk S, Safary A. Longterm hepatitis B vaccine
in infants born to hepatitis B e antigen. Arch Dis Child 1997;77:47-51.
24. Chang MH, Chen CJ, Lai MS, et al. Universal hepatitis B vaccination in Taiwan and the
incidence of hepatocellular carcinoma in children. Taiwan Childhood Hepatoma Study Group.
N Engl J Med 1997;336:1855-9.
25. Wu Q, Zhuang GH, Wang XL, Wang LR, Li N, Zhang M. Antibody levels and immune
memory 23 years after primary plasma-derived hepatitis B vaccination: results of a randomized
placebo-controlled trial cohort from China where endemicity is high. Vaccine 2011;29:2302-7.
26. Jourdain G, Ngo-Giang-Huong N, Harrison L, et al. Tenofovir versus Placebo to Prevent
Perinatal Transmission of Hepatitis B. N Engl J Med 2018;378:911-23.

106 ตาํ ราวัคซีนและการสรา้ งเสริมภูมิคมุ้ กันโรค
ปี 2562

27. American Academy of Pediatrics. Hepatitis B. In: Kimberlin DW, Brady MT, Jackson MA,
Long SS, eds. Red Book: 2018 Report of the Committee on Infectious Diseases. 31st ed.
Itasca, IL: American Academy of Pediatrics;2018:401-27.
28. Chongsrisawat V, Yoocharoen P, Theamboonlers A, et al. Hepatitis B seroprevalence in
Thailand: 12 years after hepatitis B vaccine integration into the national expanded
programme on immunization. Trop Med Int Health 2006;11:1496-502.

บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ

ตาํ ราวัคซีนและการสรา้ งเสริมภมู ิคุม้ กันโรค 107
ปี 2562

6.3 วัคซีนป้องกันโรคจากเช้ือฮีโมฟิลุสอินฟลูเอ็นเซ่

บทท่ี ชนดิ บี หรือ ฮบิ (Haemophilus influenzae
type b Vaccine: Hib)

บทนำ� และระบาดวิทยา

เชือ้ Haemophilus influenzae มีหลายสายพนั ธุ์ แต่สายพนั ธุท์ ่ีก่อโรครุนแรงเป็นประจำ�
มีสายพนั ธเุ์ ดยี ว คอื ชนิดบี (type b) เชือ้ H. influenzae type b หรอื ฮิบ (Hib) กอ่ โรคในเดก็ เลก็ โดยเฉพาะ
ท่ีอายตุ ่ำ� กวา่ 2 ปี โดยเป็นสาเหตหุ ลกั ของโรคเย่ือหมุ้ สมองอกั เสบในเดก็ เลก็ ซง่ึ ก่อใหเ้ กิดความพิการได้
และยงั ก่อโรคปอดบวม โรคขอ้ อกั เสบ โรคตดิ เชือ้ ในกระแสเลือดและโรคอ่ืนๆ1-2
มนษุ ยเ์ ทา่ นนั้ ท่เี ป็นรงั โรคตามธรรมชาตขิ องเชอื้ H. influenzae เชอื้ ไมส่ ามารถมชี วี ติ อยไู่ ดอ้ ยา่ ง
อสิ ระในสง่ิ แวดลอ้ มจะอาศยั อยใู่ นทางเดนิ หายใจสว่ นบนของคน โดยพบวา่ เดก็ รอ้ ยละ 40-80 เป็นพาหะ
ของเชือ้ กลมุ่ ท่ีแยกซีโรทยั ป์ ไมไ่ ด้ (nontypeable strain) และรอ้ ยละ 2-5 เป็นพาหะของเชือ้ ฮิบ ประมาณ
รอ้ ยละ 90 ของเดก็ ท่ีป่ วยจากการตดิ เชือ้ ชนิดนีแ้ บบรุนแรงมีอายตุ ่ำ� กวา่ 5 ปี1-2
เชือ้ ฮิบแพรท่ างละอองฝอยจากทางเดินหายใจ หรอื จากการสมั ผสั โดยตรง โดยมีระยะฟักตวั
ของเชือ้ ประมาณ 2-4 วนั อบุ ตั กิ ารณข์ องการตดิ เชือ้ ฮิบ จะสงู มาก ก่อนมีการใชว้ คั ซีน
โดยพบวา่ มีเดก็ อายตุ ่ำ� กวา่ 5 ปี ป่วยกวา่ 8.13 ลา้ นคนท่วั โลก และเสยี ชีวิตประมาณ 371,000 คน
หลงั จากมีการใชว้ คั ซีนในเดก็ อยา่ งท่วั ถงึ ทำ� ใหอ้ ตั ราการเกิดโรคจากเชือ้ ฮิบลดลงเป็นอยา่ งมาก
สำ� หรบั อบุ ตั กิ ารณข์ องโรคในประเทศในแถบเอเชียนนั้ บางประเทศมอี บุ ตั กิ ารณข์ องโรคเย่อื หมุ้
สมองอกั เสบจากเชือ้ ฮิบสงู เชน่ ประเทศเวียดนาม 18 รายตอ่ ประชากรเดก็ อายตุ ่ำ� กวา่ 5 ปีแสนคนตอ่ ปี3
สว่ นบางประเทศมีอบุ ตั กิ ารณต์ ่ำ� เชน่ ประเทศอินเดีย 7.1 รายตอ่ ประชากรเดก็ อายตุ ่ำ� กวา่ 5 ปีแสนคน
ตอ่ ปี4 ประเทศจีน มี 0.98 รายตอ่ ประชากรเดก็ อายตุ ่ำ� กวา่ 5ปีแสนคนตอ่ ปี5
สำ� หรบั ในประเทศไทย จากการศกึ ษาแบบไปขา้ งหนา้ (Prospective population-based sur-
veillance) โดยกรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ ท่ีทำ� การศกึ ษาใน 5 จงั หวดั จากทกุ ภมู ิภาคในปี
พ.ศ. 2543-2544 พบอบุ ตั ิการณข์ องโรคเย่ือหมุ้ สมองอกั เสบจากเชือ้ ฮิบ 6.1 รายต่อประชากรเด็กอายุ
ต่ำ� กวา่ 5 ปีแสนคนตอ่ ปี6 ซง่ึ นบั วา่ คอ่ นขา้ งต่ำ� กวา่ ประเทศอ่ืนๆ แตอ่ าจเป็นเพราะไมไ่ ดใ้ ชก้ ารตรวจชนิด
โมเลกลุ ท่มี คี วามไวสงู อยา่ งไรกต็ ามไดม้ กี ารศกึ ษาแบบรวบรวมอยา่ งเป็นระบบเพอ่ื ประเมนิ ทางเศรษฐกจิ
และปัจจยั ทม่ี ผี ลตอ่ ความคมุ้ ทนุ ของการใหว้ คั ซนี ฮบิ และการศกึ ษาประเมนิ ผลทางคลนิ กิ และทางเศรษฐกจิ
ในการใหว้ คั ซนี ฮิบในแผนการสรา้ งเสรมิ ภมู คิ มุ้ กนั โรคในระดบั ประเทศพบวา่ วคั ซนี ฮิบใหป้ ระสทิ ธิผลคมุ้ คา่
ในบรบิ ทของประเทศไทย7-8 ซง่ึ เดก็ ไทยจะไดร้ บั วคั ซีนฮิบตามแผนการฉีดวคั ซีนขนั้ พืน้ ฐานของกระทรวง
สาธารณสขุ ในปีพ.ศ. 2562

ชนดิ ของวัคซีน

วคั ซีนฮิบเป็นวคั ซีนชนิดคอนจเู กต โพลีแซคคาไรด์ (conjugated polysaccharide vaccine)
โดยการนำ� โพลีแซคคาไรดท์ ่ีเปลือกของเชือ้ ฮิบมาเช่ือมกับโปรตีนพาหะ เพ่ือทำ� ใหก้ ระตุน้ การสรา้ ง

108 ตาํ ราวัคซีนและการสรา้ งเสรมิ ภมู คิ ุ้มกันโรค
ปี 2562

ภมู คิ มุ้ กนั โรคไดด้ ขี นึ้ โดยเฉพาะในเดก็ เลก็ ท่ีมีใชใ้ นประเทศไทย มีทงั้ ในรูปวคั ซนี แยกเด่ยี วและวคั ซนี รวม
โดยรวมกบั วคั ซีนคอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรน ตบั อกั เสบบี และโปลโิ อชนิดฉีด สามารถแบง่ วคั ซีนตามชนิด
ของโปรตีนพาหะไดด้ งั นี้
1. PRP-OMP (polyribosylribotol phosphate conjugated to an outer- membrane protein
complex of N. meningitides) ไดแ้ ก่ Pedvax HIBTM ของบรษิ ัท MSD ซง่ึ ใช้ outer membrane protein
ของ group B Neisseria meningitidis เป็นพาหะ ปัจจบุ นั ไมม่ ีจำ� หนา่ ยในประเทศไทยแลว้
2. PRP-T (polyribosylribotol phosphate conjugated to tetanus toxoid) วคั ซีนแยกเด่ียว
ไดแ้ ก่ Act-HIBTM ผลิตโดยบรษิ ัท Sanofi Pasteur หรอื HiberixTM โดยบรษิ ัท GSK วคั ซีนรวม ไดแ้ ก่
TETRActHIBTM (รวมกบั วคั ซีน DTwP), PediacelTM (รวมกบั วคั ซีน DTaP และ IPV), PentaximTM (รวมกบั
วคั ซีน DTaP และ IPV) ผลติ โดยบรษิ ัท Sanofi Pasteur และ Infanrix-IPV/HibTM (รวมกบั วคั ซีน DTaP
และ IPV), Infanrix-HexaTM (รวมกบั วคั ซนี DTaP, IPVและ HBV) ผลติ โดยบรษิ ัท GSK และวคั ซนี DTwP-
HBV/Hib Conjugate Vaccine AdsorbedTM (รวมกบั วคั ซนี DTwP และ HBV Adsorbed on Aluminium
Phosphate) ผลติ โดยบรษิ ัท Serum Institue of India PVT.LTD/Masu Biofarma (และอาจมีผผู้ ลติ อ่ืน)
ซง่ึ ใช้ tetanus toxoid เป็นพาหะ
3. CRM-197 (Non toxic mutant of diphtheria toxin) ชนิดท่ีมีจำ� หนา่ ยในประเทศไทย มีเฉพาะ
วคั ซนี รวม ไดแ้ ก่ QuinvaxemTM (รวมกบั วคั ซนี DTwP และ HBV) ผลติ โดยบรษิ ัท Novartis/Biogenetech

ตารางแสดงวัคซนี ฮบิ ทม่ี อี ยู่ในประเทศไทยในปัจจุบนั

ชือ่ วัคซนี บริบทั Carrier โปรตนี ของ วัคซนี ส่วนประกอบ
GlaxoSmithKline วัคซนี ฮบิ รวมทงั้ หมด
HiberixTM
Act-HibTM Tetanus toxoid Hib
Infanrix-IPV/HibTM Hib
Infanrix-HexaTM Sanofi Pasteur Tetanus toxoid DTaP, IPV- Hib
PediacelTM DTaP, HBV, IPV- Hib
PentaximTM GlaxoSmithKline Tetanus toxoid DTaP, IPV- Hib บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
HexaximTM DTaP, IPV- Hib สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
QuinvaxemTM GlaxoSmithKline Tetanus toxoid DTaP, HBV,IPV- Hib
DTwP, HBV- Hib
DTwP-HBV/Hib Sanofi Pasteur Tetanus toxoid
Conjugate Vaccine DTwP, HBV- Hib
AdsorbedTM Sanofi Pasteur Tetanus toxoid

Sanofi Pasteur Tetanus toxoid

Novatis Vaccines/ Non toxic mutant of
BGT Diphtheria toxin

(CRM-197)

Serum Institue of Tetanus toxoid
India PVT.LTD/Masu
Biofarma

ตําราวัคซีนและการสรา้ งเสรมิ ภูมคิ มุ้ กนั โรค 109
ปี 2562

สว่ นประกอบของวคั ซนี

ในวคั ซีนฮิบ 1 โด๊ส (0.5 มล.) จะประกอบดว้ ย โพลีแซคคาไรด์ (polysaccharide) สว่ นเปลอื ก
ของเชือ้ ฮิบประมาณ 7.5-10 ไมโครกรมั ซง่ึ จะเกาะตดิ กบั โปรตีนพาหะ ไดแ้ ก่ tetanus toxoid, Neisseria
meningitidis serogroup B หรอื CRM-197 แลว้ แตบ่ รษิ ัทท่ีผลติ วคั ซีน
ตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2562 กระทรวงสาธารณสขุ ไดจ้ ดั สรรวคั ซีน DTwP-HB-Hib ใหแ้ ก่เดก็ ไทยทกุ คน

ขนาดบรรจุ

ขนาดบรรจขุ วดละ 0.5 มล. ตอ่ 1 โด๊ส ไมว่ า่ จะเป็นวคั ซีนเด่ียวหรอื วคั ซีนรวม

ขนาดและวธิ ใี ช้

ฉีดเขา้ กลา้ มเนือ้ ในเดก็ เลก็ ใหฉ้ ีดวคั ซนี บรเิ วณกง่ึ กลางตน้ ขาดา้ นหนา้ คอ่ นไปดา้ นนอก แนะนำ�
ใหฉ้ ีด PRT-T หรอื PRP-CRM197 3 ครงั้ เม่ืออายุ 2, 4, 6 เดือน หรอื PRP-OMP 2 ครงั้ เม่ืออายุ 2, 4 เดือน

บคุ คลทีค่ วรได้รบั วัคซีน และอายุท่คี วรรับวัคซนี

เด็กปกติทุกคนท่ีมีความประสงคจ์ ะลดความเส่ียงต่อการติดเชือ้ ฮิบชนิดรุนแรง สามารถ
ฉีดวคั ซีนนีไ้ ด้ โดยแนะนำ� ใหฉ้ ีดตงั้ แตอ่ ายุ 2 เดือน อายนุ อ้ ยท่ีสดุ ท่ีสามารถเรม่ิ ใหว้ คั ซีนได้ คือ 6 สปั ดาห์
โดยในเด็กปกติจะฉีดหรือไม่ฉีดเข็มกระตนุ้ ท่ีอายุ 12-18 เดือนก็ได้ เพราะมกั มีภมู ิคมุ้ กนั ขึน้ เพียงพอ
จากการฉีดชดุ แรก (primary series) จนพน้ อายุ 2 ปีท่ีเส่ยี งตอ่ การตดิ โรครุนแรง
เน่อื งจากความเสย่ี งตอ่ โรครุนแรงจากเชอื้ ฮบิ ในเดก็ ไทยอยใู่ นชว่ งอายตุ ่ำ� กวา่ 2 ปี (ในตา่ งประเทศ
ใชเ้ กณฑต์ ่ำ� กวา่ 5 ปี) จงึ ไมแ่ นะนำ� ใหฉ้ ีดในเดก็ ไทยท่ีอายมุ ากกวา่ 2 ปี ยกเวน้ แตจ่ ะมีความเส่ยี งตอ่ โรคฮิบ
มากกวา่ ปกติ เชน่ เป็นผทู้ ่ีมีภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ ง มา้ มทำ� งานผิดปกติ ในกรณีเชน่ นี้แนะนำ� ใหฉ้ ีดแมจ้ ะอายุ
มากกวา่ 2 ปี และฉีดกระตนุ้ ดว้ ย โดยตอ้ งหา่ งจากเขม็ สดุ ทา้ ยอยา่ งนอ้ ย 2 เดอื น จำ� นวนเขม็ และชว่ งเวลา
ท่ีฉีดวคั ซีนขนึ้ อยกู่ บั อายทุ ่ีเรม่ิ ฉีด และชนิดของวคั ซีนท่ีใช้ ดงั ในตารางท่ี 8.2-1 ในกรณีท่ีจะตดั มา้ มแนะนำ�
ใหฉ้ ีดวคั ซีนก่อนตดั มา้ ม 7-10 วนั อยา่ งนอ้ ย 14 วนั 2

110 ตาํ ราวคั ซนี และการสร้างเสริมภมู ิค้มุ กนั โรค
ปี 2562

ตารางท่ี 6.3-1 แนะนำ� การฉีดวคั ซีนฮิบในเดก็ ไทยในแตล่ ะชว่ งอายทุ ่ีเรม่ิ ฉีด

อายุทเ่ี ริ่มฉีด PRP-T หรือ PRP-CRM 197*
2-6 เดือน
7-11 เดือน เดือนท่ี 0, 2, 4 กระตนุ้ ท่ี 12-18 เดือน
เดือนท่ี 0, 2 กระตนุ้ ท่ี 12-18 เดือน และหา่ งจากเข็มก่อนหนา้ นนั้
12-24 เดือน อยา่ งนอ้ ย 2 เดือน
> 24 เดือน เฉพาะผทู้ ่ีเส่ยี ง เขม็ เดียว
เดือนท่ี 0, 2

หมายเหตุ : ในเดก็ ปกตจิ ะฉดี เขม็ กระตนุ้ หรอื ไมก่ ไ็ ด้ แตแ่ นะนำ� ใหฉ้ ดี กระตนุ้ ในกลมุ่ เสยี่ ง เชน่ ภูมคิ มุ้ กนั บกพรอ่ ง ไมม่ มี า้ ม
* วคั ซีนชนดิ PRP-OMP ไมไ่ ดจ้ ำ� หนา่ ยในประเทศไทยแลว้ และมตี ารางการฉดี ทนี่ อ้ ยกวา่ PRP-T หรอื PRP-CRM197
1 เขม็ ในชว่ งอายนุ อ้ ยกวา่ 1 ปี

ปฏกิ ริ ิยาจากการฉีดวัคซีน

พบปฏิกิรยิ าจากการฉีดวคั ซีนไดเ้ ลก็ นอ้ ย อาการท่ีพบไดแ้ ก่ ปวดบวม แดง รอ้ นบรเิ วณท่ีฉีด ซง่ึ
เกิดนอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 69 แตอ่ าการเหลา่ นีจ้ ะไมร่ ุนแรงและหายไดเ้ องภายใน 24 ช่วั โมง นอกจากนีอ้ าจพบ
ไขส้ งู มผี น่ื และอาการกระสบั กระสา่ ยบา้ ง แตพ่ บไมบ่ อ่ ย วคั ซนี รวมทม่ี ฮี บิ รว่ มกบั คอตบี -ไอกรน-บาดทะยกั
(DTP) ตบั อกั เสบบี (HB) และ โปลโิ อ (IPV)(DTP-HB-Hib-IPV หรอื DTP-HB-Hib) ไมท่ ำ� ใหป้ ฏิกิรยิ าเพ่ิม
ขนึ้ แมจ้ ะรวมหลายชนิด10-11

ข้อควรระวัง บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
1. ไมค่ วรใหว้ คั ซีนฮิบในหญิงมีครรภ์ หรอื กำ� ลงั อยใู่ นระหวา่ งใหน้ มบตุ ร
2. หา้ มฉีดวคั ซีนฮิบในผทู้ ่ีไวตอ่ การแพส้ ว่ นประกอบใด ๆ ของวคั ซีนนี้
3. เน่ืองจากอายขุ องเดก็ ท่ีแนะนำ� ใหฉ้ ีดวคั ซีนฮิบ ตรงกบั อายทุ ่ีตอ้ งฉีดวคั ซีน DTP จงึ มีการผลติ
วคั ซีนรวมท่ีมี DTP-HB-IPV กบั ฮิบชนิด PRP-T ไวด้ ว้ ยกนั ทำ� ใหส้ ะดวกในการใชม้ ากขนึ้ แตว่ คั ซีนฮิบ
ชนดิ PRP-OMP ไมส่ ามารถผสมรวมกบั DTP ได้นอกจากนวี้ คั ซนี PRP-T ท่มี จี ำ� หนา่ ยแบบเด่ยี ว ไมส่ ามารถ
นำ� ไปผสมกบั DTP ท่วั ไปได้ ยกเวน้ แตจ่ ะเป็น DTP ท่ีผลติ จากบรษิ ัทเดียวกนั (เชน่ Act-HIBTM สามารถ
ผสมกบั DTwP ท่ีผลติ โดย Sanofi Pasteur ได้ และ HiberixTM สามารถผสมกบั Tritanrix-HBTM ท่ีผลติ
โดย GSK ได)้ และหา้ มนำ� วคั ซีนฮิบท่ีจำ� หนา่ ยเด่ียวๆ กบั DTaP ท่ีจำ� หนา่ ยแยกกนั มาผสมกนั เอง แตม่ ี
วคั ซีนรวม DTaP (-HB) และ Hib ท่ีผลติ รวมเป็นเขม็ เดียวกนั จำ� หนา่ ยอยแู่ ลว้
4. เดก็ ท่ีอายนุ อ้ ยกวา่ 2 ปี แมว้ า่ เคยตดิ เชือ้ ฮิบชนิดรุนแรงแลว้ ยงั ตอ้ งไดว้ คั ซนี เพราะการตดิ เชือ้
โดยธรรมชาติกระตนุ้ ภมุ ิคมุ้ กนั ไดไ้ ม่ดี แนะนำ� ใหเ้ ร่ิมฉีดหลงั จากเป็นโรคติดเชือ้ ฮิบประมาณ 1 เดือน
เป็นตน้ ไป2

ตาํ ราวคั ซีนและการสร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กนั โรค 111
ปี 2562

ภูมิคมุ้ กนั ท่เี กดิ ข้นึ และประสทิ ธภิ าพ

วคั ซีนฮิบทกุ ชนิดทำ� ใหเ้ กิดภมู ิคมุ้ กนั ไดส้ งู มาก โดยชนิดท่ีมีใชค้ ือ PRP-T จะทำ� ใหม้ ีภมู ิหลงั ฉีด
3 เขม็ ไดส้ งู กวา่ ชนดิ PRP-OMP หลงั ฉีด 2 เขม็ 12-14 วคั ซนี นีม้ ปี ระสทิ ธิภาพปอ้ งกนั โรคไดส้ งู มากโดยเฉพาะ
โรครุนแรง และเย่ือหุม้ สมองอกั เสบจากเชือ้ ฮิบ พบว่าในประเทศท่ีใหว้ คั ซีนนีแ้ ก่เด็กทุกคน สามารถ
ลดอบุ ตั กิ ารณข์ องโรคไดร้ อ้ ยละ 95-9915 และยงั ลดการเป็นพาหะของเชือ้ ฮิบในลำ� คอลงกวา่ รอ้ ยละ 6416
ซง่ึ ทำ� ใหล้ ดการแพรเ่ ชือ้ ในชมุ ชน และลดการเกิดโรคในผทู้ ่ีไมไ่ ดฉ้ ีดวคั ซีนนีด้ ว้ ย สำ� หรบั ประเทศไทยพบวา่
รอ้ ยละ 90 ของโรคเย่ือหมุ้ สมองอกั เสบจากเชือ้ ฮิบ พบในเดก็ อายตุ ่ำ� กวา่ 2 ปี17 และเดก็ ไทยปกตทิ ่ีอายุ
มากกวา่ 2 ปี มีภมู ิคมุ้ กนั ตอ่ เชือ้ ฮิบแลว้ ทงั้ สนิ้ 18 จงึ ไมม่ ีความจำ� เป็นท่ีจะตอ้ งฉีดวคั ซีนนีใ้ นเดก็ ปกตทิ ่ีอายุ
เกิน 2 ปี และในกรณีท่ฉี ีดวคั ซนี ในชว่ งปฐมภมู คิ รบแลว้ จะมภี มู คิ มุ้ กนั ท่สี งู มาก จงึ ไมจ่ ำ� เป็นตอ้ งฉีดวคั ซนี
กระตนุ้ 14

การเก็บและการหมดอายุ

ควรเก็บวคั ซีนไวท้ ่ีอณุ หภมู ิระหวา่ ง +2 ถงึ +8 oซ หา้ มเก็บในชอ่ งแชแ่ ขง็ และสว่ นใหญ่วคั ซีน
จะมีอายปุ ระมาณ 2-3 ปี

112 ตําราวคั ซีนและการสร้างเสริมภูมิคมุ้ กนั โรค
ปี 2562

เอกสารอ้างองิ บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
1. Barbour ML. Conjugate vaccines and the carriage of Haemophilus influenzae type b.
Emerg Infect Dis 1996;2:176-82.
2. American Academy of Pediatrics. Haemophilus Influenzae infections. In: Kimberlin DW,
Brady MT, Jackson MA, Long SS, eds. Red Book: 2018 Report of the Committee on Infectious
Diseases. 31st ed. Itasca, IL: American Academy of Pediatrics; 2018: 367-74.
3. Batmunkh Nyambat, Duc Anh Dang, Hien Anh Nguyen, et al. Rapid assessment of Hib
disease burden in Vietnam. BMC Public Health 2011;11:260.
4. Minz S, Balraj V, Lalitha MK, et al. Incidence of Haemophilus influenzae type b meningitis
in India. Indian J Med Res 2008;128:57-64.
5. Shetty S, Cohen AL, Edmond K, et al. A systematic review and critical evaluation of invasive
Haemophilus influenzae type Bdiseaseburden studies in Asia from the last decade: lessons
learned for invasive bacterial disease surveillance. Pediatr Infect Dis J 2010;29:653-61.
6. Muangchana C, Chunsuttiwat S, Rerks-Ngarm S, Kunasol P. Bacterial meningitis incidence
in Thai children estimated by a rapid assessment tool (RAT). Southeast Asian J Trop Med
Public Health 2009;40:553-62.
7. Chongmelaxme B, Hammanee M, Phooaphirak W, Kotirum S, Hutubessy R, Chaiyakunapruk
N. Economic evaluations of Haemophilus influenzae type b (Hib) vaccine: a systematic
review. J Med Econ 2017;20:1094-106.
8. Kotirum S, Muangchana C, Techathawat S, Dilokthornsakul P, Wu DB, Chaiyakunapruk
N. Economic Evaluation and Budget Impact Analysis of Vaccination against Haemophilus
influenzae Type b Infection in Thailand. Front Public Health. 2017;5:289.
9. Daum RS, Watson B, Clark HF, et al. New developments in vaccines: vaccines for Haemophilus
influenzae type b. Adv Pediatr Infect Dis 1991;6:1-17.
10. Ferreccio C, Clemens J, Avendano A. The clinical and immunologic response of Chilean
infants to Haemophilus influenzae type b polysaccharide-tetanus protein conjugate vaccine
coadministered in the same syringe with diphtheria-tetanus toxoids-pertussis vaccine at
two, four and six months of age. Pediatr Infect Dis J 1991;10:764-71.
11. Clemens JD, Ferreccio C, Levine M. Impact of Haemophilus influenzae type b polysac
charide-tetanus protein conjugate vaccine on response to concurrently administered
diphtheria-tetanus-pertussis vaccine. JAMA 1992; 67:673-8.
12. Bulkow LR, Wainwright RB, Letson GW. Comparative immunogenicity of four Haemophilus
influenzae type b conjugate vaccines in Alaska native infants. Pediatr Infect Dis J
1993;12:484-92.

ตาํ ราวัคซีนและการสร้างเสรมิ ภูมิคุม้ กนั โรค 113
ปี 2562

13. Decker MD, Edwards KM, Bradley R, Palmer P. Comparative trial in infants of four conjugate
Haemophilus influenzae type b vaccines. J Pediatr 1992;120:184-9.
14. Chotpitayasunondh T, Panpitpat C, Thisyakorn U. Safety and immunogenicity of Haemophilus
influenzae type b polysaccharide–tetanus toxoid conjugate vaccine combined with
diphtheria, tetanus, and pertussis vaccines in Thai infants. Southeast Asian J Trop Med
Public Health 1997;28:91-8.
15. CDC. Prevention and Control of Haemophilus influenzae Type b Disease: Recommendations
of the Advisory Committee on Immunization Practices (ACIP). MMWR 2014;63(RR-1):1-14.
16. Murphy TV, Pastor PN, Medley FB. Decreased Haemophilus colonization in children
517-23.
17. Chotpitayasunondh T. Bacterial meningitis in children: etiology and clinical features, and
11-year review of 618 cases. Southeast Asian J Trop Med Public Health 1994; 25:107-15.
18. Lolekha S. Prevalence of immunity against Haemophilus influenzae type b in Thai infants
and children (Abstract). The 36th Thai Congress of Pediatrics, 1993;23:53-5.

114 ตาํ ราวัคซนี และการสร้างเสรมิ ภมู คิ ุ้มกันโรค
ปี 2562

6.4 วคั ซีนรวมป้องกนั โรคคอตบี -บาดทะยกั -ไอกรน บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
บทที่ (Diphtheria-Tetanus-Pertussis)

บทน�ำและระบาดวทิ ยา

คอตบี เป็นโรคท่ีเกิดจากเชือ้ Corynebacterium diphtheriae ทำ� ใหเ้ กิดอาการคออกั เสบชนิด
รา้ ยแรง โดยมีแผน่ ขาวบนเย่ือบใุ นคอหอย ผปู้ ่วยอาจเสยี ชีวติ จากภาวะทางเดนิ หายใจอดุ กนั้ หรอื จากพษิ
ของเชือ้ ซง่ึ ทำ� ใหก้ ลา้ มเนือ้ หวั ใจอกั เสบ หรอื ปลายประสาทอกั เสบ
ในประเทศท่ีพฒั นาแลว้ เกือบไมพ่ บโรคนีเ้ ลย ในพืน้ ท่ีท่ีมีอตั ราครอบคลมุ ของการไดร้ บั วคั ซนี ตำ่�
มกั จะพบโรคในเดก็ อายุ 1-6 ปี และพบไดบ้ อ่ ยในกลมุ่ ประชากรท่ีอาศยั อยอู่ ยา่ งแออดั และมีเศรษฐานะตำ่�
เดก็ อายตุ ่ำ� กวา่ 1 ปีมกั ไมเ่ ป็นโรคนี้ เน่ืองจากมีภมู ิคมุ้ กนั ซง่ึ ถ่ายทอดมาจากมารดาและมีโอกาสสมั ผสั
โรคนอ้ ย ในพนื้ ท่ที ่มี อี ตั ราครอบคลมุ การไดร้ บั วคั ซนี สงู มกั จะเกิดโรคในเดก็ โตหรอื ผใู้ หญ่ ปัจจบุ นั พบผปู้ ่วย
ในประเทศไทยนอ้ ยมาก สว่ นใหญ่เป็นผทู้ ่ีอาศยั บรเิ วณชายแดนหรอื อพยพมาจากประเทศเพ่ือนบา้ น
จากขอ้ มลู เฝา้ ระวงั ทางระบาดวิทยา ในชว่ งปี พ.ศ. 2545 – 2552 มีจำ� นวนผปู้ ่วยโรคคอตีบ
2–12 รายตอ่ ปี อตั ราป่วยระหวา่ ง 0.00 – 0.02 ตอ่ ประชากรแสนคน แตใ่ นปี พ.ศ. 2553 มีการระบาด
ของโรคคอตีบ โดยเฉพาะในพืน้ ท่ีจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ พบผปู้ ่ วย 77 ราย เสียชีวิต 15 ราย (อตั รา
ป่วยตายรอ้ ยละ 19.5) ทำ� ใหต้ อ้ งมีการรณรงคใ์ หว้ คั ซีนปอ้ งกนั โรคคอตีบ จนกระท่งั จำ� นวนผปู้ ่วยลดลง
ในปี พ.ศ. 2554 พบผปู้ ่วย 28 ราย คดิ เป็นอตั ราป่วย 0.02 รายตอ่ ประชากรแสนคน เสยี ชีวิต 11 ราย
(อตั ราป่วยตายรอ้ ยละ 39.3) โดยมีรายงานผปู้ ่วยมากท่ีสดุ จากจงั หวดั นราธิวาส 11 ราย ปัตตานี 10 ราย
ยะลา 3 ราย ผปู้ ่วยสว่ นใหญ่เป็นเดก็ เลก็ อายทุ ่ีพบผปู้ ่วยอยรู่ ะหวา่ ง 11 เดือน – 35 ปี มธั ยฐานอายุ 4 ปี
และพบวา่ ผปู้ ่ วยทกุ รายไดร้ บั วคั ซีนไมค่ รบตามเกณฑ1์
ต่อมาในปี พ.ศ. 2555 พบการระบาดของโรคคอตีบเกิดขึน้ ท่ีจังหวดั เลยและระบาดต่อไป
ยงั จงั หวดั เพชรบรู ณ์ โดยการเกิดโรคเรม่ิ ขนึ้ ในกลมุ่ ผใู้ หญ่และมีความเก่ียวขอ้ งกบั มง้ ลาว ในพืน้ ท่ีอำ� เภอ
ดา่ นซา้ ย จงั หวดั เลย ตงั้ แตเ่ ดอื นมกราคม – กนั ยายน พ.ศ. 2555 พบผปู้ ่วยในอำ� เภอดา่ นซา้ ยทงั้ สนิ้ 32 ราย
เสียชีวิต 2 ราย จากอำ� เภอด่านซา้ ย กระจายใน 8 จาก 9 ตำ� บล อายรุ ะหว่าง 4–72 ปี อตั ราป่ วยสงู สดุ
ในกลมุ่ อายุ 11–20 ปี (12.6 ตอ่ ประชากรหม่ืนคน) รองลงมา ไดแ้ ก่ 0–10 ปี (11.4 ตอ่ ประชากรหม่ืนคน)
และ 21 – 30 ปี (7.5 ต่อประชากรหม่ืนคน) ส่วนอำ� เภอหล่มเก่า จงั หวดั เพชรบรู ณ์ พบผปู้ ่ วย 10 ราย
สว่ นใหญ่มีประวตั เิ ดนิ ทางไปจงั หวดั เลยหรอื สมั ผสั ใกลช้ ิดกบั ผทู้ ่ีมาจากจงั หวดั เลย
จากการทบทวนสถานการณก์ ารเกิดโรคคอตีบยอ้ นหลงั 5 ปี (ตงั้ แต่ปี พ.ศ. 2556-2560)
พบวา่ จำ� นวนผปู้ ่วยมีแนวโนม้ ลดลงตงั้ แตป่ ี 2558 ตอ่ เน่ืองมาถงึ ปี พ.ศ. 2560 โดยมีจำ� นวนผปู้ ่วยสงู สดุ
ในปี พ.ศ. 2558 จำ� นวน 19 ราย ผปู้ ่ วยเสียชีวิต 6 ราย คิดเป็นอตั ราป่ วย 0.03 ต่อประชากรแสนคน
การระบาดของโรคคอตีบเรม่ิ ขนึ้ ตงั้ แตต่ น้ ปี พ.ศ. 2553 ท่ีผา่ นมา โดยเฉพาะในพืน้ ท่ีจงั หวดั ชายแดนภาคใต้
ทำ� ใหต้ อ้ งมีการรณรงคใ์ หว้ คั ซีนปอ้ งกนั โรคคอตีบ ทำ� ใหแ้ นวโนม้ ของจำ� นวนผปู้ ่วยลดลงเรอ่ื ยมา

ตาํ ราวัคซนี และการสรา้ งเสริมภมู ิคุม้ กันโรค 115
ปี 2562

สำ� หรบั ในปี พ.ศ. 2560 จากฐานขอ้ มลู เฝา้ ระวงั ทางระบาดวิทยา ของกรมควบคมุ โรค พบวา่
ไดร้ บั รายงานผปู้ ่ วยสงสยั โรคคอตีบทงั้ ประเทศจำ� นวน 32 ราย อตั ราป่ วย 0.01 ต่อประชากรแสนคน
ผปู้ ่วยเสียชีวติ 1 ราย โดยเป็นผปู้ ่วยในชว่ งอายุ 0-14 ปี จำ� นวน 2 ราย (รอ้ ยละ 50) ชว่ งอายุ 15-40 ปี
จำ� นวน 2 ราย (รอ้ ยละ50)
สำ� หรบั จงั หวดั ท่ีมีอตั ราป่วยสงู สดุ ไดแ้ ก่ ตาก (อตั ราป่วย 0.16 ตอ่ ประชากรแสนคน) รองลงมา
คือ ปัตตานี (อตั ราป่วย 0.14 ตอ่ ประชากรแสนคน) นครปฐม (อตั ราป่วย 0.11 ตอ่ ประชากรแสนคน) และ
ชลบรุ ี (อตั ราป่วย 0.07 ตอ่ ประชากรแสนคน) ตามลำ� ดบั
บาดทะยกั เป็นโรคท่เี กิดจากพษิ ของเชอื้ Clostridium tetani ซง่ึ เป็นแบคทเี รยี ท่ไี มพ่ ง่ึ ออกซเิ จน
เชือ้ ก่อโรคนีพ้ บท่วั ไปในส่งิ แวดลอ้ ม ในฝ่นุ ในดนิ และในลำ� ไสข้ องมนษุ ยแ์ ละสตั ว์ โรคนีเ้ กิดเพราะมีเชือ้
ปนเปื้อนในบาดแผล หรอื เนือ้ เย่ือท่ีมีภาวะแผลเนา่ เป่ือย หรอื เนือ้ เย่ือมีการอกั เสบเกิดภาวะไรอ้ อกซเิ จน
(anaerobic) ขึน้ ทำ� ใหเ้ ชือ้ เจริญเติบโตและสรา้ งสารพิษปล่อยเขา้ กระแสเลือด ซ่ึงเป็นพิษต่อระบบ
ประสาท ทำ� ใหผ้ ปู้ ่วยเกรง็ ชกั กระตกุ กลา้ มเนือ้ ไมท่ ำ� งานตามปกตแิ ละหยดุ หายใจได้การเกิดโรคในทารก
แรกเกิด มกั เกิดจากการท่ีมีเชือ้ ปนเปื้อนบรเิ วณสะดือจากการพอกยาตามบา้ น หรอื ใชอ้ ปุ กรณไ์ มส่ ะอาด
ตดั สายสะดือ เชือ้ เติบโตไดด้ ีเพราะสายสะดือเป็นเนือ้ ตายเป่ือยหลุดตามธรรมชาติ จึงเป็นภาวะท่ี
เหมาะกบั การเจริญเติบโตของเชือ้ ดงั นนั้ หากทารกไม่มีภมู ิคมุ้ กนั ต่อสารพิษ จะทำ� ใหท้ ารกเกิดโรคได้
วิธีสรา้ งภมู ิคมุ้ กนั ในทารกท่ีดีท่ีสดุ คือ การฉีดวคั ซีนในหญิงตงั้ ครรภ์
จากขอ้ มลู ของสำ� นกั ระบาดวทิ ยาพบวา่ บาดทะยกั ในระยะหลงั มกั พบในผสู้ งู อายมุ ากกวา่ 65 ปี
รองมาคืออายุ 55-64 ปี สว่ นใหญ่มีอาชีพรบั จา้ ง สะทอ้ นใหเ้ ห็นว่าประชาชนไทยไม่ไดม้ ีการฉีดวคั ซีน
กระตนุ้ โดยเฉพาะผทู้ ่ีอายมุ ากขึน้ แต่ยงั มีโอกาสเกิดบาดแผลท่ีสมั ผสั ส่ิงแวดลอ้ มท่ีปนเปื้อนไดเ้ สมอ
ดงั นนั้ จึงควรเนน้ ใหเ้ หน็ ความสำ� คญั ของการฉีดวคั ซีน แมจ้ ะเป็นผใู้ หญ่หรอื ผสู้ งู อายทุ กุ 10 ปี
จากขอ้ มลู เฝา้ ระวงั ทางระบาดวทิ ยาของโรคบาดทะยกั ในทารกแรกเกดิ ประเทศไทยพบอบุ ตั กิ ารณ์
ของโรคลดลงอยา่ งตอ่ เน่ือง ในปี พ.ศ. 2545–2554 พบผปู้ ่วยไมเ่ กิน 10 รายตอ่ ปี และในระยะ 5 ปีหลงั
(ปี พ.ศ. 2556 – 2560) พบผปู้ ่วย 4 รายตอ่ ปี เป็นชาวตา่ งดา้ ว 3 ราย ผปู้ ่วยบาดทะยกั ในทารกมกั คลอด
จากมารดาท่ีไมไ่ ดฝ้ ากครรภ์ ไมม่ ีประวตั ไิ ดร้ บั วคั ซนี ปอ้ งกนั โรคบาดทะยกั และคลอดเองท่ีบา้ น ทำ� คลอด
โดยผทู้ ่ีไมใ่ ชบ่ คุ ลากรทางสาธารณสขุ มีการใชก้ รรไกรเช็ดแอลกอฮอล์ ใชไ้ มไ้ ผต่ ดั สายสะดือ หรอื มีการ
ดแู ลหลงั คลอดตามความเช่ือท่ีไมถ่ กู ตอ้ ง เชน่ ใชป้ นู ขาวหรอื สีเสียดทาท่ีสะดือของทารก2
ไอกรน เป็นโรคท่ีเกิดจากเชือ้ Bordetella pertussis ซง่ึ ก่อโรคในคนเทา่ นนั้ โรคไอกรนในเดก็ โต
และผใู้ หญ่ มกั มอี าการไมร่ ุนแรง และแยกไดย้ ากจากการตดิ เชอื้ อ่นื ๆ ท่ที ำ� ใหม้ อี าการของระบบทางเดนิ หายใจ
แตใ่ นเดก็ เลก็ อาการไอจะรุนแรงจนหยดุ หายใจ หรอื เขียวได้ โรคนีต้ ดิ ตอ่ โดยการสมั ผสั กบั ละอองเสมหะ
ของผทู้ ่ีกำ� ลงั เป็นโรคนี้ การท่ีโรคนีว้ ินิจฉยั ไดย้ ากในเด็กโตและผใู้ หญ่ เพราะอาการไมค่ อ่ ยชดั เจน และ
การตรวจทางหอ้ งปฏิบตั กิ ารเพ่ือการวินิจฉยั ตอ้ งใชก้ ารเพาะเชือ้ หรอื วธิ ี polymerese chain reaction
เพ่อื ตรวจจีโนมของแบคทเี รยี ซง่ึ การตรวจเหลา่ นีม้ กั ไมส่ ามารถทำ� ในหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารในโรงพยาบาลท่วั ไป
การวนิ ิจฉยั สว่ นใหญ่วนิ ิจฉยั จากอาการท่ีไอมากกวา่ 2 สปั ดาห์โดยมีลกั ษณะอาการอยา่ งนอ้ ย 1 ใน 3 ขอ้

116 ตําราวัคซีนและการสรา้ งเสริมภูมิคมุ้ กนั โรค
ปี 2562

ดงั นีค้ ือ ไอแบบ paroxysms (ไอเป็นชดุ ๆ อยา่ งรุนแรง) อาการหายใจเขา้ มีเสยี งดงั (whooping) หรอื มี บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
อาการอาเจียนจากการไอ (CDC 2010 www.cdc.gov) และวคั ซีนโรคนีส้ ำ� หรบั เดก็ โตและผใู้ หญ่ยงั ไมม่ ี สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
การใชอ้ ยา่ งแพรห่ ลาย จงึ ทำ� ใหเ้ ดก็ โตและผใู้ หญ่มกั เป็นแหลง่ แพรเ่ ชือ้ ไปยงั เดก็ เลก็
จากการทบทวนสถานการณก์ ารเกิดโรคไอกรนยอ้ นหลงั 5 ปี (ตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2556-2560) พบวา่
จำ� นวนผปู้ ่วยมีแนวโนม้ เพ่ิมสงู ขนึ้ ตงั้ แตป่ ลายปี พ.ศ. 2558 ตอ่ เน่ืองมาถงึ ปี พ.ศ. 2560 คดิ เป็นอตั ราป่วย
0.02 – 0.12 ตอ่ ประชากรแสนคน
สำ� หรบั ในปี 2560 จากฐานขอ้ มลู เฝา้ ระวงั ทางระบาดวิทยา ของกรมควบคมุ โรค พบวา่ ไดร้ บั
รายงานผปู้ ่วยยืนยนั โรคไอกรนทงั้ ประเทศจำ� นวน 77 ราย อตั ราป่วย 0.12 ตอ่ ประชากรแสนคน ผปู้ ่วย
เสียชีวติ 2 ราย โดยเป็นผปู้ ่วยในชว่ งอายุ 0-14ปี จำ� นวน 50 คน (รอ้ ยละ 64.94) ชว่ งอายุ 15 ปี ขนึ้ ไป
จำ� นวน 27 ราย (รอ้ ยละ 35.06) ทุกรายไดร้ บั การวินิจฉัยตามอาการ ไม่มีผลการตรวจยืนยันทาง
หอ้ งปฏบิ ตั กิ าร และอยใู่ นชว่ งอายทุ ่ยี งั ไมเ่ ขา้ เกณฑไ์ ดร้ บั วคั ซนี หรอื ไดร้ บั วคั ซนี ไมค่ รบตามเกณฑ์อยา่ งไร
ก็ตามการรายงานน่าจะต่ำ� กว่าความเป็นจริงมาก และน่าจะดีขึน้ ถา้ มีการตรวจทางหอ้ งปฏิบตั ิการ
แพรห่ ลายขนึ้
สำ� หรบั จงั หวดั ท่ีมีอตั ราป่วยสงู สดุ ไดแ้ ก่ จงั หวดั สพุ รรณบรุ ี (อตั ราป่วย 0.35 ตอ่ ประชากรแสนคน)
รองลงมา คือ นนทบรุ ี (อตั ราป่วย 0.25 ตอ่ ประชากรแสนคน) เชียงราย (อตั ราป่วย 0.23 ตอ่ ประชากร
แสนคน) และขอนแก่น (อตั ราป่วย 0.17 ตอ่ ประชากรแสนคน) ตามลำ� ดบั

ชนดิ ของวัคซนี

วคั ซีนปอ้ งกนั โรคคอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรน แบง่ ออกเป็น
1. วคั ซีนคอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรนชนิดทงั้ เซลล์ (DTwP) มีทงั้ ท่ีเป็นวคั ซีนเด่ียวและวคั ซีนรวม
ท่ีมีส่วนประกอบของคอตีบ บาดทะยกั และไอกรนชนิดทงั้ เซลลร์ วมกบั วคั ซีนป้องกนั โรคตบั อกั เสบบี
(DTwP-HB) หรอื รว่ มกบั วคั ซีนปอ้ งกนั ตบั อกั เสบบี และฮิบ (DTwP-HB-Hib) ไดแ้ ก่ วคั ซีน pentavalent
ท่ีจดั สรรใหโ้ ดยกระทรวงสาธารณสขุ
2. วคั ซีนคอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรนชนิดไรเ้ ซลล์ (DTaP) สำ� หรบั ในเดก็ เลก็ นำ� เฉพาะบางสว่ น
ของเชอื้ ไอกรนทส่ี ามารถกระตนุ้ ใหร้ า่ งกายสรา้ งภมู คิ มุ้ กนั โรคไดม้ าผสมกนั ในปรมิ าณตา่ งๆ กนั โดย DTaP
นีม้ กั นำ� ไปรวมกบั วคั ซีนปอ้ งกนั โรคอ่ืน ๆ เช่น ไวรสั ตบั อกั เสบบี ฮิบและ โปลิโอชนิดฉีด (inactivated
polio vaccine)
3. วคั ซีนคอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรนสตู รเดก็ โตหรอื ผใู้ หญ่ Tdap (BoostrixTM หรอื AdacelTM)
และ TdaP (BoostagenTM) โดยลดปรมิ าณแอนตเิ จนของคอตีบเพ่ือลดผลขา้ งเคียง เพ่ือใชใ้ นเดก็ อายุ 4 ปี
และผใู้ หญ่
วคั ซีนคอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรนท่ีมีจำ� หนา่ ยในประเทศไทยแสดงในตารางท่ี 6.4-1 และ 6.4-2

ตาํ ราวคั ซนี และการสร้างเสรมิ ภมู ิค้มุ กันโรค 117
ปี 2562

ตารางท่ี 6.4-1 วคั ซีนคอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรนสำ� หรบั เดก็ เลก็ ท่ีมีจำ� หนา่ ยในประเทศไทย3-4

ชื่อวัคซนี บริษัท วัคซนี ทร่ี วมดว้ ย

DTwP-HB SII DTwP-HBV
Pentavalent vaccine
Tetraxim จดั สรรโดยกระทรวงสาธารณสขุ DTwP-HBV-Hib
Infanrix-IPV
Infanrix-IPV/Hib Sanofipasteur DTaP-IPV
Pentaxim
Hexaxim GSK DTaP-IPV
Infanrix-Hexa
GSK DTaP-Hib-IPV

Sanofipasteur DTaP-Hib-IPV

Sanofipasteur DTaP-Hib-IPV-HBV

GSK DTaP-Hib-IPV-HBV

ตารางท่ี 6.4-2 วคั ซนี คอตบี -บาดทะยกั -ไอกรน สำ� หรบั เดก็ โตและผใู้ หญ่ (Tdap และ Tdap) ท่ีมีจำ� หนา่ ย
ในประเทศไทย3-4

ชือ่ วัคซนี บริษัท วัคซนี ทร่ี วมดว้ ย

Adacel Sanofi pasteur Tdap
Adacel-Polio Sanofi pasteur Tdap-IPV
Boostrix GSK Tdap
Boostrix-Polio GSK Tdap-IPV
Boostagen Bionet TdaP

ส่วนประกอบของวัคซนี 3-5

1. Diphtheria-tetanus-whole cell pertussis vaccine (DTwP) 1 โด๊ส (0.5 มล.) ประกอบดว้ ย
diphtheria toxoid > 30 IU, purified tetanus toxoid > 40 IU และ inactivated B. pertussis > 4 PU
2. Diphtheria-tetanus-acellular pertussis vaccine (DTaP) 1 โด๊ส (0.5 มล.)ประกอบดว้ ย
diphtheria toxoid > 30 IU และ purified tetanus toxoid > 40 IU สว่ นของเชือ้ ไอกรนจะนำ� เฉพาะสว่ น
ท่ีชว่ ยกระตนุ้ ใหเ้ กิดภมู ิคมุ้ กนั คือ filamentous hemagglutinin (FHA), pertussis toxoid (PT), pertactin
(PRN) และ fimbria (FIM) มาผสมกันในปริมาณต่างๆ ปริมาณของแอนติเจนแลว้ แต่บริษัทผูผ้ ลิต
แสดงดงั ตารางท่ี 6.4-3
3. Diphtheria-tetanus-acellular pertussis vaccine สำ� หรบั เดก็ โตและผใู้ หญ่ (Tdap)1 โด๊ส
(0.5 มล.) ประกอบดว้ ย purified diphtheria toxoid 2-2.5 IU และ purified tetanus toxoid 5 IU มแี อนตเิ จน
ของเชือ้ ไอกรน FHA 5-8 มคก., PT 2.5-8 มคก., PRN 2.5-3 มคก.และ FIM 0-5 มคก.

118 ตําราวคั ซีนและการสร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรค
ปี 2562

4. Diphtheria-tetanus-acellular pertussis vaccine สำ� หรบั เดก็ โตและผใู้ หญ่ (TdaP) 1 โดส๊
(0.5 มล.) ประกอบดว้ ย purified diphtheria toxoid 2-2.5 IU และ purified tetanus toxoid 7.5 IU
มีแอนติเจนของเชือ้ ไอกรน FHA 2.5 มคก., PT 5 มคก.และ PRN 2.5 มคก. เน่ืองจากแอนติเจน PT
ของไอกรน ผลติ จากกระบวนการ genetic engineering โดยการใชก้ ารดดั แปลงทางพนั ธกุ รรมของยีนส์
ของแบคทีเรยี ท่ีกำ� หนดการสรา้ ง PT ใหไ้ ดเ้ ป็นสารท่ีไมม่ ีพิษ แตก่ ระตนุ้ ภมู ิคมุ้ กนั ไดด้ ี จงึ ใชต้ วั ยอ่ TdaP
ใหม้ ีความแตกตา่ งจาก Tdap ซง่ึ ผลติ PT ดว้ ยกระบวนการ chemical detoxification

ตารางท่ี 6.4-3 แสดงปรมิ าณของแอนตเิ จนของวคั ซีนคอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรน3-5

ส่วนประกอบ DTaP Tdap TdaP
(BoostagenTM)
PentaximTM InfanrixTM AdacelTM BoostrixTM
7.5 Lf
Tetanus toxoid 5 Lf > 40 Lf 5 Lf 5 Lf 2 Lf
Diphtheria toxoid 6.7 Lf > 30 Lf 2 Lf 2.5 Lf 5 mcg
2.5 mcg
Pertussis toxoid 25 mcg 25 mcg 2.5 mcg 8 mcg 2.5 mcg
-
Filamentous haemagglutinin 25 mcg 25 mcg 5 mcg 8 mcg

Pertactin - 8 mcg 3 mcg 2.5 mcg

Fimbriae type 2&3 - - 5 mcg -

ขนาดบรรจุ บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
แบบหลายโด๊ส บรรจขุ วดละ 5 มล. (10 โด๊ส)
แบบใชค้ รงั้ เดียว หลอดละ 0.5 มล.

ขนาดและวิธีการใช้6-8

l วคั ซนี คอตบี -บาดทะยกั -ไอกรนสำ� หรบั เดก็ เลก็ ใชฉ้ ีดครงั้ ละ0.5 มล.เขา้ กลา้ มเนือ้ บรเิ วณตน้ ขา
หรอื ตน้ แขนรวม 5 โด๊ส โดย 4 เขม็ แรกฉีดใหก้ บั เดก็ เลก็ ท่ีอายุ 2, 4, 6, 15-18 เดือน และฉีดเข็มท่ี 5 ในเดก็ โต
อายุ 4-6 ปี
l หากเข็มท่ี 4 เล่อื นเลยมาจนถงึ อายุ 4 ปี เขม็ ท่ี 5 ไมจ่ ำ� เป็นตอ้ งใหอ้ ีก
l หากใช้ DTaP ควรใชช้ นิดเดียวกนั ทงั้ สามครงั้ เม่ืออายุ 2, 4 และ 6 เดือน หากไมส่ ามารถหา
ชนิดเดียวกนั ได้ ใหใ้ ชช้ นิดใดแทนก็ได้
l ไมค่ วรใหว้ คั ซีนมากกวา่ 6 ครงั้ ในเดก็ ท่ีอายนุ อ้ ยกวา่ 7 ปี

บคุ คลที่ควรได้รับวคั ซีน และอายุทค่ี วรรบั วัคซีน6-8

l เดก็ ทกุ คนท่ีอายนุ อ้ ยกวา่ 7 ปี และไมม่ ีขอ้ หา้ มสำ� หรบั วคั ซีน ควรไดร้ บั วคั ซีน DTwP หรอื
DTaP เม่ืออายุ 2, 4, 6, 15-18 เดือน และ 4-6 ปี

ตําราวัคซนี และการสรา้ งเสริมภูมิคมุ้ กันโรค 119
ปี 2562

l กรณีเกิดการระบาดของ pertussis ในชมุ ชน ใหฉ้ ีด DTaP ในเดก็ ใหเ้ รว็ ท่ีสดุ โดยอายทุ ่ีเรม่ิ
ใหไ้ ดค้ ือ 6 สปั ดาหแ์ ละใหเ้ ขม็ 2 และ 3 เพ่ือใหค้ รบ primary series โดยระยะหา่ งระหวา่ งเข็มท่ีสนั้ ท่ีสดุ
คือ 4 สปั ดาห์
l เดก็ อายุ < 7 ปีท่ีมีประวตั สิ มั ผสั ผปู้ ่วยไอกรนและไดร้ บั วคั ซนี คอตบี -บาดทะยกั -ไอกรนไมค่ รบ
ควรฉีดวคั ซีนคอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรนทนั ที ยกเวน้ วา่ เคยไดร้ บั เขม็ 3 ภายในเวลา 6 เดือนหรอื เข็มท่ี 4
ภายในเวลา 3 ปี
l สามารถใชช้ นิดไรเ้ ซลล์ (DTaP) แทนชนิดทงั้ เซลล์ (DTwP) ไดท้ กุ ครงั้ ควรเลือกใช้ DTaP
ในกรณีท่ีตอ้ งการลดความเส่ยี งตอ่ ปฏิกิรยิ าขา้ งเคยี งของ DTwPเดก็ ท่ีมีปัญหาทางสมอง โรคชกั หรอื เดก็
ท่ีเคยมีปฏิกิรยิ ามากตอ่ DTwP
l เดก็ อายุ 4-6 ปี อาจใช้ DTwP, DTaP หรอื Tdap (BoostrixTM หรอื AdacelTM) ก็ได้
l เดก็ อายรุ ะหวา่ ง 7-10 ปี ท่ีไดร้ บั วคั ซีนไมค่ รบหรอื ไมท่ ราบประวตั ิการไดร้ บั วคั ซีน ควรให้
Tdap 1 โด๊ส และตามดว้ ย Td ท่ี 2 และ 6-12 เดือน
l สำ� หรบั เดก็ ท่มี ารบั วคั ซนี ไมต่ อ่ เน่ืองตามกำ� หนดนดั ไมจ่ ำ� เป็นตอ้ งเรม่ิ ตงั้ ตน้ ใหม่ ใหน้ บั รวมเขม็
ท่ฉี ีดไปแลว้ ทงั้ หมด โดยยดึ หลกั วา่ เดก็ ท่มี อี ายคุ รบ 2 ปี และ 5 ปี ควรจะไดร้ บั วคั ซนี รวมคอตบี -บาดทะยกั -
ไอกรน ครบจำ� นวน 4 และ 5 ครงั้ ตามลำ� ดบั แตไ่ มค่ วรใหเ้ กิน 6 ครงั้ ก่อนอายุ 7 ปี7 สำ� หรบั เดก็ ท่ีไมเ่ คยไดร้ บั
วคั ซีนมาก่อน
l เดก็ อายุ 11-12 ปี ควรไดร้ บั การฉีด Td หรอื Tdap หรอื TdaP (BoostagenTM) ไมว่ า่ จะเคย
ไดร้ บั Tdap เม่ืออายุ 4-6 ปี มาก่อนหรอื ไม่ หลงั จากนนั้ ฉีดกระตนุ้ ดว้ ย Td ทกุ 10 ปี9-10
l หา้ มใชว้ คั ซีน DTwP หรอื DTaP ในเดก็ อายมุ ากกวา่ 7 ปี และผใู้ หญ่ ใหใ้ ชว้ คั ซีน dT หรอื
Tdap แทน โดยถา้ ยงั ไมเ่ คยไดร้ บั วคั ซีน คอตีบ หรอื บาดทะยกั มาก่อนเลยใหฉ้ ีด dT 3 ครงั้ 0, 1, 6 เดือน
และควรใช้ Tdap แทน dT 1 ครงั้ จากนนั้ ฉีด dT ทกุ 10 ปี และถา้ เคยรบั dT หรอื DTP มาครบแลว้ ในอดีต
ใหฉ้ ีด Tdap 1 ครงั้ ไมว่ า่ จะเคยได้ DTP, dT หรอื TT มานานเทา่ ใดก็ตาม จากนนั้ ฉีดกระตนุ้ dT ทกุ 10 ปี
โดยกระทรวงสาธารณสขุ ไดร้ ณรงคใ์ หป้ ระชาชนไปฉีดวคั ซีน dT เม่ืออายลุ งทา้ ยดว้ ยเลข 0 เชน่ 20, 30,
40, 50, 60 และใช้ Tdap อยา่ งนอ้ ย 1 ครงั้
l ปัจจบุ นั Tdap แนะนำ� ใหใ้ ชไ้ ดใ้ นหญิงตงั้ ครรภท์ กุ ครรภ์ในมารดาหลงั คลอดบตุ ร และมารดา
ท่ีใหน้ มบตุ ร โดยมีขอ้ บง่ ใชใ้ นหญิงตงั้ ครรภด์ งั นี้ 11-13
1. ในหญิงตงั้ ครรภท์ ่ีไมม่ ีประวตั ไิ ดร้ บั Tdap ไมว่ า่ จะเคยรบั dT หรอื T มาครบถว้ นหรอื ไม่
กต็ าม แพทยค์ วรพจิ ารณาให้Tdap ระหวา่ งตงั้ ครรภไ์ ด้โดยแนะนำ� ให้1 เขม็ เม่อื อายคุ รรภ์27-36 สปั ดาห์
โดยไมต่ อ้ งคำ� นงึ ถงึ ระยะเวลาท่ีหา่ งจากวคั ซีนบาดทะยกั หรอื คอตีบเข็มลา่ สดุ เพ่ือใหภ้ มู ิคมุ้ กนั สง่ ผา่ น
ถงึ ทารกไดม้ ากท่ีสดุ 13 หากไมไ่ ดร้ บั ระหวา่ งตงั้ ครรภ์ ควรใหเ้ รว็ ท่ีสดุ หลงั คลอด
2. ในกรณีหญิงตงั้ ครรภไ์ ดร้ บั วคั ซนี ไมค่ รบหรอื ไมท่ ราบประวตั ริ บั วคั ซนี เพ่อื สรา้ งภมู คิ มุ้ กนั
ต่อเชือ้ บาดทะยกั และคอตีบแก่แม่และทารก หญิงตงั้ ครรภค์ วรไดร้ บั วคั ซีนป้องกนั เชือ้ บาดทะยกั และ
คอตีบ (dT) 3 ครงั้ แนะนำ� 2 เข็มแรกหา่ งกนั 4 สปั ดาห์ ตอ่ จากนนั้ ใหเ้ ขม็ ท่ี 3 อีก 6-12 เดือน ตอ่ มาอาจใช้
Tdap แทน dT 1 ครงั้ โดยแนะนำ� ใหใ้ ชใ้ นชว่ งอายคุ รรภ์ 27-36 สปั ดาห์
3. ในหญิงตงั้ ครรภท์ ่มี แี ผล จำ� เป็นตอ้ งใชว้ คั ซนี dT กระตนุ้ หากไมเ่ คยไดร้ บั Tdap ควรให้Tdap
แทน dT ได้

120 ตาํ ราวคั ซนี และการสร้างเสรมิ ภมู ิคุ้มกนั โรค
ปี 2562

l สมาชิกในบา้ นท่ีมีทารกแรกเกิด ควรไดร้ บั Tdap หรือ TdaP 1 เข็มเพ่ือป้องกันทารก บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
“The Cocoon Strategy”13 โดยไมต่ อ้ งคำ� นงึ วา่ หา่ งจาก Td หรอื TT ครงั้ สดุ ทา้ ยเทา่ ใด สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
l บคุ ลากรทางการแพทยท์ ่ีไมเ่ คยไดร้ บั วคั ซีน Tdap มาก่อน ควรได้ Tdap หรอื TdaP 1 โด๊ส
ไมว่ า่ จะเคยได้ TT หรอื Td มานานเทา่ ใดก็ตาม จากนนั้ ใหฉ้ ีดกระตนุ้ ดว้ ย Td ทกุ 10 ปี14
l นอกจากนีใ้ นผใู้ หญ่ท่วั ไป ท่ีมีบาดแผลท่ีอาจเส่ยี งตอ่ โรคบาดทะยกั ซง่ึ จำ� เป็นตอ้ งไดร้ บั dT
อาจใหว้ คั ซีน Tdap แทน dT 1 ครงั้ แลว้ ฉีด dT ในเข็มต่อๆ มาตามปกติทกุ 10 ปี (โปรดดรู ายละเอียด
ในบทวคั ซีนคอตีบ-บาดทะยกั )
l สำ� หรบั ผทู้ ่ีเกิดปฏิกิรยิ าแพร้ ุนแรง anaphylaxis หรอื encephalopathy ภายใน 7 วนั หลงั
ไดร้ บั วคั ซีนคอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรนเป็นขอ้ หา้ มการไดร้ บั วคั ซีนโด๊สตอ่ ๆไป
l ไม่ควรฉีดวคั ซีนคอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรนในผปู้ ่ วยท่ีมีโรคทางสมอง ยกเวน้ กรณี stable
neurological disorder ผปู้ ่วยโรคลมชกั หรอื มีประวตั ไิ ขช้ กั ไมถ่ ือเป็นขอ้ หา้ มในการฉีดวคั ซีน
l ควรใหว้ คั ซีน DTP แก่ผปู้ ่ วยคอตีบ หรอื บาดทะยกั ในระยะฟื้นไขเ้ สมอ เพราะการเป็นโรคนี้
ไม่ก่อใหเ้ กิดภมู ิตา้ นทาน และอาจเป็นซำ้� ไดถ้ า้ ไม่ฉีดวคั ซีน15-16 โปรดสงั เกตว่าปัจจบุ นั ไม่แนะนำ� ใหใ้ ช้
วคั ซีนปอ้ งกนั บาดทะยกั ชนิดเด่ียว (T) ในผใู้ หญ่และหญิงตงั้ ครรภอ์ ีกแลว้ แตแ่ นะนำ� ใหใ้ ช้ dT แทนเสมอ
เพราะโรคคอตีบ พบไดม้ ากขนึ้ ในผใู้ หญ่ เน่ืองจากภมู ิคมุ้ กนั ท่ีเคยไดร้ บั จากวคั ซีนในเดก็ ลดลงเม่ือโตขนึ้
เชน่ เดียวกบั ภมู ิคมุ้ กนั ตอ่ บาดทะยกั ดงั นนั้ จงึ ควรใหม้ ีการกระตนุ้ ภมู ิคมุ้ กนั ตอ่ เชือ้ คอตีบ และบาดทะยกั
ในเวลาเดียวกนั เสมอ

ปฏกิ ริ ยิ าจากการฉีดวัคซนี

เดก็ ท่ไี ดร้ บั วคั ซนี DTP อาจมไี ข้และรอ้ งกวนได้บางรายอาจมอี าการปวด บวม แดงรอ้ นบรเิ วณ
ท่ีฉีดวคั ซีน อาการมกั จะเรม่ิ ราว 3-4 ช่วั โมงหลงั ฉีด และมีอาการนานไมเ่ กิน 2 วนั ควรแนะนำ� ใหย้ าลดไข้
ในกรณีเดก็ มีอาการตวั รอ้ นมากและรอ้ งกวน รวมทงั้ เชด็ ตวั เดก็ ดว้ ยนำ้� อนุ่ หลงั จากกินยาลดไขแ้ ลว้ 20-30 นาที
การฉีดวคั ซีนตอ้ งฉีดใหล้ กึ เขา้ กลา้ มเนือ้ เพราะถา้ ฉีดตืน้ เกินไปอาจเกิดเป็นกอ้ นแข็งและเป็น
ฝีไรเ้ ชือ้ (sterile abscess) ได้ เน่ืองจากวคั ซีน DTP เป็นวคั ซีนท่ีมีสาร adjuvant
การฉีดวคั ซีนบาดทะยกั ในระยะใกลก้ นั ถ่ีมากเกินไปจะทำ� ใหเ้ กิด Arthus reaction ซ่ึงเป็น
ปฏิกิริยาบวมแดงเฉพาะท่ีอย่างมาก เช่น บวมทงั้ แขนหรือขาขา้ งท่ีถกู ฉีด หากเกิดปฏิกิริยาดงั กล่าว
ควรประคบเย็นและใหย้ าแกป้ วดรกั ษาตามอาการ ปฏิกิรยิ านีไ้ ม่มีอนั ตราย และควรเวน้ ช่วงเข็มถดั ไป
อยา่ งนอ้ ย 10 ปี สว่ นปฏิกิรยิ ารุนแรง เชน่ Guillain-Barre’ syndrome หรอื brachial neuritis มีโอกาส
พบไดน้ อ้ ยมาก7,17
วคั ซีน DTwP ซง่ึ มีไอกรนชนิดทงั้ เซลล์ ในตา่ งประเทศไดร้ ายงานอตั ราการเกิดปฏิกิรยิ าตา่ ง ๆ
ดงั นี้ เกิด anaphylaxis ไดป้ ระมาณ 2:100,000 โด๊ส เกิดชกั ใน 48 ช่วั โมง หลงั ฉีด 1:1750 โด๊ส สว่ นใหญ่
เป็นภาวะชกั จากไข้ (febrile convulsion) เกิดภาวะตวั อ่อนปวกเปียกและไม่ตอบสนอง (hypotonic
hyporesponsive episodes; HHE) 1:1750 โด๊ส เกิดไขส้ งู กวา่ 40.5 oซ ภายใน 48 ช่วั โมง รอ้ ยละ 0.3
และเกิดภาวะทางสมอง (encephalopathy) ได้ แตไ่ มม่ ีหลกั ฐานยืนยนั วา่ วคั ซีนไอกรนเป็นสาเหตขุ อง
ภาวะสมองถกู ทำ� ลายแบบถาวร (permanent brain damage)7 ไมท่ ำ� ใหเ้ กิดปัญหาตอ่ ระบบประสาท

ตําราวัคซนี และการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกันโรค 121
ปี 2562

และพฒั นาการวคั ซีน DTaP ทำ� ใหเ้ กิดปฏิกิรยิ าตา่ งๆ ไดเ้ ชน่ เดียวกบั DTwP แตพ่ บในอตั ราท่ีนอ้ ยกวา่
2-3 เทา่ 18 อยา่ งไรก็ดี อาจพบปฏิกิรยิ าเฉพาะท่ีเป็นอาการบวมอยา่ งมากได้ มกั เกิดเม่ือมีการฉีด DTaP
ตอ่ เน่ืองเป็นเขม็ ท่ี 4 และ 5 สว่ นใหญ่มีอาการภายใน 3 วนั และหายไดเ้ องโดยไมม่ ีผลขา้ งเคยี งระยะยาว19
วคั ซีนกลมุ่ นีไ้ มส่ มั พนั ธก์ บั การเกิด sudden infant death syndrome (SIDS) วคั ซีน Tdap ซง่ึ
ฉีดในเดก็ โตและผใู้ หญ่ มีปฏิกิรยิ าเฉพาะท่ีไมต่ า่ งจาก dT ซง่ึ สว่ นใหญ่เกิดปฏิกิรยิ าไมร่ ุนแรง และมกั เป็น
ปฏิกิรยิ าเฉพาะท่ี20-21

ขอ้ ห้ามและข้อควรระวัง

1. หา้ มใหว้ คั ซีน DTwP และ DTaP ในเดก็ อายมุ ากกวา่ 7 ปี และผใู้ หญ่ เพราะอาจมีปฏิกิรยิ า
รุนแรงจากวคั ซนี ไอกรนและปรมิ าณแอนตเิ จนของเชือ้ คอตีบท่ีสงู จงึ ควรใชว้ คั ซนี ท่ีไมม่ ี ไอกรน (dT) และ
ลดปรมิ าณแอนตเิ จนของเชือ้ คอตีบ หรอื วคั ซีนท่ีมีคอตีบและไอกรนสตู รผใู้ หญ่ (Tdap) แทน
2. ขอ้ หา้ มของการฉีดวคั ซีนไอกรนทงั้ แบบ whole cell (DTwP) และ acellular (DTaP, Tdap)
คือภาวะแพร้ ุนแรงแบบ anaphylasix และภาวะ encephalopathy ภายใน 7 วนั หลงั จากฉีด DTP
ในกรณีนีใ้ หใ้ ชว้ คั ซีน DT ในเข็มตอ่ ไป แตป่ ฏิกิรยิ าในรูปแบบอ่ืน ๆ เชน่ ไขส้ งู , febrile convulsion, HHE,
รอ้ งไหไ้ มห่ ยดุ ไมเ่ ป็นขอ้ หา้ ม แตจ่ ะตอ้ งระมดั ระวงั เป็นพเิ ศษ และอาจพจิ ารณาใชว้ คั ซนี DTaP ซง่ึ มีอตั รา
การเกิดปฏิกิรยิ าต่ำ� กวา่ แทน
นอกจากนีผ้ ่ืนลมพิษแบบช่วั คราว (transient urticaria) ท่ีเกิดขนึ้ หลงั ฉีด ไมเ่ ป็นขอ้ หา้ มในการ
ฉีดวคั ซีนเข็มต่อไป และมีโอกาสเกิดซำ้� นอ้ ยเน่ืองจากเป็นปฏิกิริยาคลา้ ย serum sickness ซ่งึ ตอ้ งมี
ปรมิ าณแอนตเิ จนและแอนตบิ อดียใ์ นปรมิ าณสมดลุ กนั ไมใ่ ช่ IgE-mediated7 ทงั้ นีย้ กเวน้ กรณีท่ีเกิดผ่ืน
ลมพิษหลงั ฉีดทนั ที (ภายในเวลาไมก่ ่ีนาที) เพราะอาจเป็น IgE-mediated หรอื กรณี anaphylaxis ซง่ึ
หา้ มฉีดวคั ซีน DTP ทกุ ชนิด รวมทงั้ Tdap, DT, dT และ T
3. ไมค่ วรฉีดวคั ซีน DTP ในผปู้ ่ วยท่ีมีโรคทางสมอง เพราะวคั ซีนไอกรนอาจไปกระตนุ้ อาการ
ทางสมองใหเ้ ลวลงหรอื กระตนุ้ ชกั ได้โดยใหฉ้ ีดวคั ซนี DT แทน แตก่ รณีท่เี ป็นโรคทางสมองท่คี วบคมุ อาการ
ไดด้ ีแลว้ ใหพ้ ิจารณาเป็นรายๆ ไป และหากเป็นไปไดค้ วรใช้ DTaP แทน DTwP
4. ในกรณีท่เี ดก็ มแี นวโนม้ จะชกั ได้เชน่ เป็นโรคลมชกั มปี ระวตั ชิ กั ในครอบครวั หรอื เคยชกั เวลา
มีไข้ ไมเ่ ป็นขอ้ หา้ มในการฉีดวคั ซีน DTwP ควรแนะนำ� เรอ่ื งการลดไข้ และหากเป็นไปไดอ้ าจพิจารณาใช้
DTaP แทน
5. ไมค่ วรฉีดวคั ซีนใหเ้ ดก็ ท่ีกำ� ลงั ป่ วยดว้ ยโรคอ่ืน ๆ หรอื กำ� ลงั มีไขส้ งู แตถ่ า้ เจ็บป่ วยเลก็ นอ้ ย
เชน่ เป็นหวดั โดยไมม่ ีไข้ ใหฉ้ ีดไดต้ ามปกติ

ภมู คิ ุ้มกนั ท่เี กดิ ขึ้น

ภมู ิคุ้มกันต่อโรคคอตบี
เดก็ ท่ีไดร้ บั วคั ซีน DTP ทกุ ชนิด ภมู ิคมุ้ กนั จะเรม่ิ เกิดประมาณ 2 สปั ดาหห์ ลงั ไดร้ บั วคั ซีน และ
เม่ือไดร้ บั วคั ซีนครบตามกำ� หนดแลว้ โอกาสเป็นโรคจะนอ้ ยกวา่ ผทู้ ่ีไมไ่ ดฉ้ ีดวคั ซีนถงึ 30 เทา่ 22 ผทู้ ่ีไดร้ บั

122 ตาํ ราวคั ซีนและการสรา้ งเสรมิ ภูมิคุม้ กันโรค
ปี 2562

วคั ซีนครบมีโอกาสเป็นโรคนอ้ ยกวา่ ผทู้ ่ีไดร้ บั วคั ซีนไมค่ รบ 11.5 เทา่ และผทู้ ่ีไดร้ บั วคั ซีนครบจะมีโอกาส บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
ตายจากโรคคอตบี นอ้ ยกวา่ ผทู้ ่ไี มไ่ ดร้ บั วคั ซนี กวา่ 100 เทา่ 23 ภมู คิ มุ้ กนั ตอ่ โรคคอตบี และบาดทะยกั ในเดก็ สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
ท่ีไดร้ บั วคั ซีนครบตามกำ� หนด จะอยนู่ านเกิน 10 ปี24 จนเขา้ วยั ผใู้ หญ่ อยา่ งไรก็ตาม ผทู้ ่ีไดร้ บั วคั ซีนแลว้
ถงึ แมว้ า่ จะไมป่ ่วยเป็นโรคแตก่ ็อาจมีเชือ้ อยใู่ นคอและแพรเ่ ชือ้ ได้
ภมู ิคุ้มกันต่อโรคบาดทะยัก
ภมู ิคมุ้ กนั จะเรม่ิ เกิดประมาณ 2 สปั ดาหห์ ลงั ไดร้ บั วคั ซีนเขม็ แรก ถา้ ไดว้ คั ซีน 3 เขม็ ภมู ิคมุ้ กนั
จะสงู ประมาณ 16 เทา่ ถา้ ไดร้ บั 4 เข็ม จะใหภ้ มู ิคมุ้ กนั สงู ประมาณ 150 เทา่ ของท่ีตอ้ งการในการปอ้ งกนั โรค
เดก็ ท่ีไดร้ บั วคั ซีนครบ 4 เขม็ จะมีภมู ิคมุ้ กนั โรคเกิน 10 ปี25
ภมู ิคุ้มกันต่อโรคไอกรน
วคั ซีนปอ้ งกนั โรคไอกรน ถึงแมว้ ่าจะปอ้ งกนั โรคไม่ไดท้ งั้ หมด แต่ทำ� ใหอ้ ตั ราการเกิดโรคและ
ความรุนแรงของโรคลดลง ความสามารถในการปอ้ งกนั โรคขนึ้ อยกู่ บั เชอื้ ทน่ี ำ� มาใชท้ ำ� วคั ซนี ดว้ ย ประสทิ ธิภาพ
ในการปอ้ งกนั โรคของวคั ซีน DTwP และ DTaP มีประมาณรอ้ ยละ 75-90 โดยในภาพรวมแลว้ DTwP
และ DTaP ในการศกึ ษาตา่ งๆ มีประสทิ ธิภาพไมแ่ ตกตา่ งกนั 26-29 แตใ่ นกรณีศกึ ษาประสทิ ธิผลในอเมรกิ า
หลงั จากใช้ DTaP แทน DTwP อยา่ งกวา้ งขวางมาเป็นเวลามากกวา่ 14 ปี พบวา่ DTwP มีประสทิ ธิผล
ในการปอ้ งกนั โรคดีกวา่ DTaP ในระยะยาว30 เดก็ ท่ีเคยไดร้ บั วคั ซีน ถา้ ไปสมั ผสั และเกิดโรค จะมีอาการ
ไม่รุนแรง31 นอกจากนีป้ ระสิทธิภาพในการป้องกนั โรคไอกรน ของวคั ซีน acellular ท่ีมีส่วนประกอบ
ต่างกนั นนั้ ไดผ้ ลไม่แตกต่างกนั มาก ภมู ิคมุ้ กนั นีจ้ ะยงั อย่เู หนือระดบั ท่ีป้องกนั โรคไดน้ าน 2-5 ปี29 ทงั้ นี้
ขนึ้ กบั ชนิดของวคั ซีน จำ� นวนเขม็ ท่ีฉีด และชว่ งอายทุ ่ีไดร้ บั วคั ซีน
เน่ืองจากสว่ นประกอบของเชือ้ ไอกรนของ DTaP ของแตล่ ะบรษิ ัทมีความแตกตา่ งกนั ดงั นนั้ ใน
การใหว้ คั ซีน DTaP 3 ครงั้ แรกเม่ืออายุ 2, 4 และ 6 เดือน ถา้ เป็นไปไดค้ วรใชว้ คั ซีนของบรษิ ัทผผู้ ลิต
เดยี วกนั 7 แตถ่ า้ ไมส่ ามารถใชข้ องผผู้ ลติ เดมิ ไดก้ ็อนโุ ลมใหใ้ ชต้ า่ งผผู้ ลติ ได้มีการศกึ ษาพบวา่ การใหว้ คั ซนี
กลมุ่ นีต้ า่ งผผู้ ลติ สลบั ไปมา ไมท่ ำ� ใหภ้ มู ิคมุ้ กนั ลดลงและไดผ้ ลดี32-33
การใช้ Tdap ใหผ้ ลภูมิคุม้ กันโรคท่ีดีในเด็กต่อทงั้ 3 โรค ตงั้ แต่อายุ 4-6 ปี เด็กวยั รุ่นและ
ผใู้ หญ่ 20-21,34-35 โดยมีอาการขา้ งเคียงนอ้ ยกว่า DTaP และ DTwP ในเด็กอายุ 4-6 ปี35-36 และมีอาการ
ขา้ งเคียงไมต่ า่ งจาก dT ในวยั รุน่ และผใู้ หญ่37

การเก็บและการหมดอายุ

ใหเ้ ก็บวคั ซีนในตเู้ ย็นท่ีอณุ หภมู ิ +2 ถงึ +8 oซ หา้ มเก็บในชอ่ งแชแ่ ข็ง ถา้ วคั ซีนนีแ้ ข็งจะเส่อื ม
คณุ ภาพทนั ที การเก็บวคั ซีนอยา่ งถกู ตอ้ ง วคั ซีนจะมีอายปุ ระมาณ 18 เดือนนบั ตงั้ แตว่ นั ท่ีผลติ และใหด้ ู
ฉลากวนั หมดอายดุ ว้ ยทกุ ครงั้

ตาํ ราวคั ซีนและการสร้างเสรมิ ภูมคิ ุ้มกนั โรค 123
ปี 2562

เอกสารอ้างอิง

1. กระทรวงสาธารณสุข สำ� นักงานปลัดกระทรวง กองระบาดวิทยา โรคคอตีบ สรุปรายงาน
การเฝา้ ระวงั โรค 2543. Annual Epidemiological Surveillance Report 2000. กรุงเทพมหานคร:
โรงพิมพอ์ งคก์ ารรบั สง่ สนิ คา้ และพสั ดภุ ณั ฑ์ 2543:110-7.
2. กระทรวงสาธารณสุข สำ� นักงานปลดั กระทรวง กองระบาดวิทยา โรคบาดทะยกั สรุปรายงาน
การเฝา้ ระวงั โรค 2543. Annual Epidemiological Surveillance Report 2000. กรุงเทพมหานคร:
โรงพิมพอ์ งคก์ ารรบั สง่ สนิ คา้ และพสั ดภุ ณั ฑ์ 2543:341-61.
3. ชิษณุ พนั ธเุ์ จรญิ . วคั ซีนคอตีบ บาดทะยกั ไอกรนสำ� หรบั เดก็ เลก็ . ใน: ชิษณุ พนั ธเุ์ จรญิ , สชุ ีรา ฉตั า
เพรดิ พราย, ธนั ยวีร์ ภธู นกิจ, จรุงจิตร์ งามไพบลู ย,์ ศศธิ ร ลขิ ิตนกุ ลู , บรรณาธิการ. คมู่ ือวคั ซีน 2015
และประเดน็ ในการส่อื สาร. กรุงเทพฯ: แอคทีฟพรนิ้ ท,์ 2558:41-8.
4. ชิษณุ พนั ธเุ์ จรญิ . วคั ซีนคอตีบ บาดทะยกั ไอกรนสำ� หรบั เดก็ โต. ใน: ชิษณุ พนั ธเุ์ จรญิ , สชุ ีรา ฉตั า
เพรดิ พราย, ธนั ยวีร์ ภธู นกิจ, จรุงจิตร์ งามไพบลู ย,์ ศศธิ ร ลขิ ิตนกุ ลู , บรรณาธิการ. คมู่ ือวคั ซีน 2015
และประเดน็ ในการส่อื สาร. กรุงเทพฯ: แอคทีฟพรนิ้ ท,์ 2558:119-25.
5. ราชวิทยาลยั กมุ ารแพทยแ์ หง่ ประเทศไทย. วคั ซีนคอตีบ บาดทะยกั ไอกรน. ใน: วีระชยั วฒั นวีรเดช,
อจั ฉรา ตงั้ สถาพรพงษ,์ กลุ กญั ญา โชคไพบลู ยก์ ิจ, บรรณาธิการ. คมู่ อื วคั ซนี 2012-2013 และปัญหา
ท่ีพบบอ่ ย. กรุงเทพมหานคร : บรษิ ัท บียอนด์ เอน็ เทอรไ์ พรช์ จำ� กดั , 2555:165-82.
6. สมาคมโรคตดิ เชือ้ ในเดก็ แหง่ ประเทศไทย. ตารางการใหว้ คั ซีนในเดก็ ไทยปกติ แนะนำ� โดยสมาคม
โรคตดิ เชือ้ ในเดก็ แหง่ ประเทศไทย 2561.
7. American Academy of Pediatrics. Diphtheria, Pertussis andTetanus. In: Kimberlin DW,
Brady MT, Jackson MA, Long SS, eds. Redbook: 2018 Report of the Committee on
Infectious Diseases. 31st ed. Itasca, IL: American Academy of Pediatrics;2018:319-23,
620-34 and 793-8.
8. CDC. Prevention of Pertussis, Tetanus, and Diphtheria with Vaccines in the United States:
Recommendations of the Advisory Committee on Immunization Practices (ACIP), 2018.
MMWR Morb Mortal Wkly Rep 2018;67:1-43.
9. Greenberg DP. Pertussis in adolescents: Increasing incidence brings attention to the need
for booster immunization of adolescents. Pediatr Infect Dis J 2005;24:721-8.
10. American Academy of Pediatrics, Committee on Infectious Diseases. Additional recommendations
for use of tetanus toxoid, reduced-content diphtheria toxoid, and acellular pertussis vaccine
(Tdap). Pediatrics 2011;128:809-12.
11. CDC. Guidelines for Vaccinating Pregnant Women. Available from http://www.cdc.gov/
vaccines/pubs/preg-guide.htm (Access 22 August 2018)
12. CDC. Updated recommendations for use of tetanus toxoid, reduced diphtheria toxoid and
acellular pertussis vaccine (Tdap) in pregnant women and persons who have or anticipate
having close contact with an infant aged <12 months – Advisory Committee on Immunization
Practices (ACIP), 2011. MMWR 2011;60(No. 41):1424-6.

124 ตําราวัคซีนและการสร้างเสริมภมู ิคุ้มกันโรค
ปี 2562

13. CDC. Updated recommendations for use of tetanus toxoid, reduced diphtheria toxoid, บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
and acellular pertussis vaccine (Tdap) in pregnant women--Advisory Committee on สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
Immunization Practices (ACIP), 2012. MMWR Morb Mortal Wkly Rep 2013;62:131-5.
14. CDC. Immunization of Health Care Personnel. Recommendations of the Advisory Committee
on Immunization Practices (ACIP). MMWR Recomm Rep 2011;60(RR-07):1-45.
15. American Academy of Pediatrics. Diphtheria. In: Kimberlin DW, Brady MT, Jackson MA,
Long SS, eds. Redbook: 2018 Report of the Committee on Infectious Diseases. 31st ed.
Itasca, IL: American Academy of Pediatrics;2018:319-23.
16. American Academy of Pediatrics. Pertussis. In: Kimberlin DW, Brady MT, Jackson MA,
Long SS, eds. Redbook: 2018 Report of the Committee on Infectious Diseases. 31st ed.
Itasca, IL: American Academy of Pediatrics;2018: 620-34.
17. Tsairis P, Dyck PK, Mulder DW. Natural history of brachial plexus neuropathy. Arch Neurol
1972;27:109-117.
18. Blumberg DA, Mink CM, Cherry JD, et al. Comparison of acellular and whole-cell pertussis
component diphtheria-tetanus-pertussis vaccine in infants. J Pediatr 1991 Aug;119:194-204.
19. CDC. Use of diphtheria toxoid-tetanus toxoid-acellular pertussis vaccine as five-dose
series: supplement recommendation of Advisory Committee on Immunization Practice
(ACIP). MMWR 2000; 49 (RR-13):1-8.
20. Turnbull FM, Heath TC, Jalaludin BB, Burgess MA, Ramalho AC. A randomized trial of two
acellular pertussis vaccines (dTpa and pa) and a licensed diphtheria-tetanusvaccine (Td)
in adults. Vaccine 2000;19:628-36.
21. Tran Minh NN, He Q, Ramalho A, et al. Acellular vaccines containing reduced quantities
of pertussis antigens as a booster in adolescents. Pediatrics 1999; 104:e70.
22. Miller LW, Older JJ, Drake J, et al. Diphtheria immunization : Effect upon carriers and the
control of outbreaks. Amer J Dis Child 1972;123:197-9.
23. Russell A. Scottish diphtheria immunization campaign : 1941-1942. Proc Roy Soc Med
1943;36:503-12.
24. Scheibel I, Bentzon MW, Christensen PE, et al. Duration of immunity to diphtheria and
tetanus after active immunization. Acta Pathol Microbiol Scand 1966;67:380-92.
25. Peebles TC, Levine L, Eldred MC, et al. Tetanus - toxoid emergency boosters: a reapprais
al. New Engl J Med 1969;280:575-81.
26. Gustafsson L, Hallander HO, Olin P, et al. A controlled trial of two-component acellular, a
five-component acellular, and a whole-cell pertussis vaccine. N Engl J Med 1996;334:349-55.
27. Greco D, Salmaso S, Mastrantonio P, et al. A controlled trial of two acellular pertussis vaccine
and one whole-cell pertussis vaccine against pertussis. N Engl J Med 1996; 334:341-8.

ตาํ ราวคั ซนี และการสรา้ งเสริมภมู คิ มุ้ กนั โรค 125
ปี 2562

28. Schmitt HJ, von Konig CHW, Neiss A, et al. Efficacy of acellular pertussis vaccine in early
childhood after household exposure. JAMA 1996;275:37-41.
29. Miller E, Ashworth LAE, Redhead K, et al. Effect of schedule on reactogenicity and antibody
persistence of acellular and whole cell pertussis vaccine: value of laboratory tests as
predictors of clinical performance. Vaccine 1997;15:51-60.
30. CDC. Pertussis epidemic - washington, 2012. MMWR Morb Mortal Wkly Rep 2012;61:517-22.
31. Grob PR, Crowder MJ, Robbins JF. Effect of vaccination on the severity and dissemination
of whooping cough. BMJ 1981;282:1925-8.
32. Greenberg DP, Pickering LK, Senders SD, et al. Interchangeability of 2 diphtheria-tetanus-
acellular pertussis vaccines in infancy. Pediatrics 2002;109:666-72.
33. Kwak GY, Kwon HJ, Kim JH, et al. The immunogenicity and safety of DTaP interchangeable
immunization among Korean children. Vaccine 2012;30:4644-7.
34. Ward JI, Cherry JD, Chang S-J, et al. Efficacy of an acellular pertussis vaccine among
adolescents and adults. N Engl J Med 2005;353:1555-63.
35. Kosuwon P, Warachit B, Hutagalung Y, et al. Reactogenicity of reduced antigen content
diphtheria-tetanus-acellular pertussis vaccine (dTap) administered as a booster to 4-6
year-old children primed with four doses of whole-cell pertussis vaccine. Vaccine
2003;21:4194-4200.
36. Scheifele DW, Halperin SA, Ochnio JJ, Ferguson AC, Skowronski DM. A modified vaccine
reduces the rate of large injection site reactions to the preschool booster dose of
diphtheria-tetanus-acellular pertussis vaccine: results of a randomized, controlled trial.
Pediatr Infect Dis J 2005;24:1059-66.
37. Murphy TV, Slade BA, Broder KR, et al. Prevention of pertussis, tetanus, and diphtheria
among pregnant and postpartum women and their infants recommendations of the
Advisory Committee on Immunization Practices (ACIP). MMWR Recomm Rep 2008;57
(RR-4):1-51

126 ตําราวคั ซีนและการสรา้ งเสริมภูมิคุ้มกันโรค
ปี 2562

6.4A วัคซนี รวมปอ้ งกันโรคคอตีบและบาดทะยัก บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
บทท่ี (Diphtheria and Tetanus toxoids
combined : DT หรือ dT)

บทนำ� และระบาดวทิ ยา

โปรดดใู นบทวคั ซีนรวมปอ้ งกนั โรค คอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรน

ชนดิ ของวคั ซีน

วคั ซีนคอตีบ-บาดทะยกั (DT, dT) เป็นวคั ซีนท่ีทำ� จากพิษ (toxin) และทำ� ใหห้ มดฤทธิ์ดว้ ยสารเคมี
(toxoid) ของเชือ้ คอตบี และบาดทะยกั ท่ีทำ� ใหบ้ รสิ ทุ ธิ์ แลว้ adsorbed ใน aluminum salt ใชส้ ำ� หรบั สรา้ งเสรมิ
ภมู ิคมุ้ กนั เพ่ือปอ้ งกนั โรคคอตีบและบาดทะยกั

ส่วนประกอบของวคั ซนี

วคั ซีนรวมปอ้ งกนั โรคคอตีบและบาดทะยกั มีอยู่ 2 ชนิด1 ไดแ้ ก่
1. วคั ซนี รวมปอ้ งกนั โรคคอตบี และบาดทะยกั สำ� หรบั เดก็ อายตุ ่ำ� กวา่ 7 ปี (DT) วคั ซนี ในปรมิ าตร
0.5 มล. ประกอบดว้ ย
purified diphtheria toxoid ในปรมิ าณ > 30 IU
purified tetanus toxoid ในปรมิ าณ > 40 IU
2. วคั ซนี รวมปอ้ งกนั โรคคอตบี และบาดทะยกั สำ� หรบั เดก็ อายุ 7 ปีขนึ้ ไปและผใู้ หญ่ (adult type
หรอื dT) วคั ซีนในปรมิ าตร 0.5 มล. ประกอบดว้ ย
purified diphtheria toxoid ในปรมิ าณ > 2 IU
purified tetanus toxoid ในปรมิ าณ 20 ถงึ > 40 IU

ขนาดบรรจุ

แบบหลายโด๊ส บรรจขุ วดละ 5 มล. (10 โด๊ส)
แบบใชค้ รงั้ เดียว หลอดละ 0.5 มล.

ขนาดและวิธีใช้2,3,4

1. วคั ซีน DT ใชส้ ำ� หรบั เดก็ อายนุ อ้ ยกวา่ 7 ปี เพราะไมส่ ามารถรบั วคั ซีนไอกรนได้ เชน่ เดก็ ท่ีมี
โรคทางสมองซง่ึ ยงั ควบคมุ โรคไมไ่ ดด้ ี หรอื มปี ระวตั เิ คยมปี ฏกิ ิรยิ ารุนแรงหลงั ไดร้ บั วคั ซนี ท่มี ไี อกรนผสมอยู่
ไดแ้ ก่ ปฏิกิรยิ าทางสมอง (encephalopathy) ซง่ึ เป็นขอ้ หา้ มของวคั ซีนไอกรนทงั้ ชนิดแบบทงั้ เซลลแ์ ละ
ไรเ้ ซลล์ใหฉ้ ีดวคั ซีน 0.5 มล. เขา้ กลา้ มเนือ้ บรเิ วณก่งึ กลางตน้ ขาดา้ นหนา้ คอ่ นไปทางดา้ นนอก เดก็ ท่ีเคย
ไดว้ คั ซีน DTP มาก่อนใหฉ้ ีด DT แทน DTP ครงั้ ตอ่ ไปไดเ้ ลยเม่ือมีขอ้ บง่ ชี้

ตําราวัคซีนและการสรา้ งเสรมิ ภมู คิ ุม้ กันโรค 127
ปี 2562

2. วคั ซีนรวม dT ใชส้ ำ� หรบั เด็กอายุ 7 ปี ขึน้ ไปหรือผใู้ หญ่ เพราะโดยท่วั ไปเด็กโตและผใู้ หญ่
ไมค่ วรรบั วคั ซนี ปอ้ งกนั ไอกรนชนดิ ทงั้ เซลล์(DTwP) และชนดิ ไรเ้ ซลลช์ องเดก็ (DTaP) เน่อื งจากโรคไมร่ ุนแรง
ในเดก็ โตและผใู้ หญ่ในขณะท่ีไดร้ บั วคั ซีนไอกรนชนิดของเดก็ อาจก่อใหเ้ กิดผลขา้ งเคียงไดม้ าก เน่ืองจาก
ปรมิ าณ toxoid ของเชือ้ คอตีบท่ีบรรจใุ นวคั ซีนเดก็ ทำ� ใหเ้ กิดอาการขา้ งเคียงในผใู้ หญ่ไดม้ าก ซง่ึ การลด
ปรมิ าณ toxoid ของเชือ้ คอตีบในวคั ซีนลงจะทำ� ใหล้ ดผลขา้ งเคียง แตย่ งั กระตนุ้ ภมู ิคมุ้ กนั ไดด้ ีเน่ืองจาก
เดก็ โตและผใู้ หญ่สามารถตอบสนองตอ่ toxoid ของเชือ้ คอตีบไดด้ ีกวา่ เดก็ เลก็ วคั ซีน dT ใหฉ้ ีด 0.5 มล.
เขา้ กลา้ มเนือ้ บรเิ วณตน้ แขน ถา้ ยงั ไมเ่ คยไดร้ บั วคั ซีนใดๆ ในกลมุ่ DTP, DT, dT, T มาก่อน ใหฉ้ ีดโดยมี
ระยะหา่ ง 0, 1, 6 เดือน ถือเป็นชดุ แรก (primary series) และควรใช้ Tdap แทน dT 1 ครงั้ เพ่ือเสรมิ
ภมู ิคมุ้ กนั ตอ่ โรคไอกรน ไปในครงั้ เดียวกนั ดว้ ย จากนนั้ ใหฉ้ ีด dT กระตนุ้ ซำ้� ทกุ 10 ปี หากเคยไดร้ บั วคั ซีน
DTP, DT หรอื dTมาก่อนแตไ่ มค่ รบ ใหฉ้ ีดจนครบชดุ แรก โดยใช้ Tdap แทน dT ได้ 1 ครงั้ แลว้ กระตนุ้ ทกุ
10 ปี
ปัจจบุ นั ไมม่ วี คั ซนี บาดทะยกั ชนดิ เดย่ี ว (T) แลว้ ใหใ้ ช้dT แทน ในทกุ กรณี เพราะจะไดม้ ภี มู ติ า้ นทาน
ตอ่ โรคคอตีบรว่ มดว้ ย เน่ืองจากโรคคอตีบไดก้ ลบั มาระบาดใหมใ่ นระยะหลงั โดยเฉพาะในผใู้ หญ่5,6

บุคคลทคี่ วรได้รบั วัคซนี และอายุท่คี วรรบั วคั ซนี 2,3,4

เดก็ ทกุ คนท่ีอายนุ อ้ ยกวา่ 7 ปี ท่ีไมส่ ามารถรบั วคั ซีนไอกรนได้ ควรรบั วคั ซีน DT แทน DTP ทกุ ครงั้
เม่ืออายุ 2, 4, 6, 18 เดือน และ 4-6 ปี
ในเดก็ ท่ีไดร้ บั การฉีดวคั ซนี DTP, DT ครบถว้ นตามกำ� หนดขา้ งตน้ ควรรบั วคั ซนี dT (หรอื Tdap
แทนก็ได)้ เม่ืออายุ 11-12 ปี หรอื เรว็ ท่ีสดุ หลงั จากนนั้ กระตนุ้ ดว้ ย dT ทกุ 10 ปี
หญิงมีครรภแ์ ละผใู้ หญ่ทกุ คน ควรไดร้ บั dT ดงั นี้
สำ� หรบั หญงิ มคี รรภค์ วรฉดี วคั ซีน dT ดงั นี้
- หากไมเ่ คยไดร้ บั วคั ซนี มากอ่ น ใหว้ คั ซนี เขม็ แรกเม่ือมาฝากครรภค์ รงั้ แรก และนดั ฉีดครงั้ ตอ่ ไป
จนครบอยา่ งนอ้ ย 3 เข็ม โดยมีระยะหา่ ง 0, 1, 6 เดือน จากนนั้ ใหก้ ระตนุ้ ทกุ 10 ปี
- หากเคยไดร้ บั วคั ซีนมาแลว้ 1 เข็มใหฉ้ ีดอีก 2 เขม็ โดยมีระยะหา่ ง 0, 6 เดือน หากไดว้ คั ซีน
แลว้ 2 เขม็ ใหฉ้ ีดเพ่ิมอีก 1 เข็ม โดยมีระยะหา่ งระหวา่ งเข็ม 2 และเขม็ 3 อยา่ งนอ้ ย 6 เดือน
จากนนั้ ใหก้ ระตนุ้ ทกุ 10 ปี
- หากเคยไดร้ บั วคั ซีนมาก่อนอยา่ งนอ้ ย 3 เขม็ และเข็มสดุ ทา้ ยนานกวา่ 10 ปี ใหฉ้ ีดซำ้� อีก 1 ครงั้
จากนนั้ ใหว้ คั ซีนกระตนุ้ ทกุ 10 ปี
- ปัจจุบนั แนะนำ� ให้ Tdap 1 ครงั้ ท่ีอายุครรภ์ 27-36 สปั ดาหท์ ุกการตงั้ ครรภ์ หรือใหท้ นั ที
หลงั คลอดถา้ ไมไ่ ดร้ บั ระหวา่ งตงั้ ครรภ์โดยไมค่ ำ� นงึ ถงึ ประวตั กิ ารไดร้ บั วคั ซนี Tdap, dT, TT
ในอดีต เพ่ือกระตนุ้ ภมู ิคมุ้ กนั ใหส้ งู และผา่ นรกไปยงั ลกู ได3้ ,4,7
สำ� หรบั ผูใ้ หญ่ทว่ั ไปใหฉ้ ดี วคั ซีน dT ดงั นี้
- ผทู้ ่ีไมเ่ คยไดร้ บั วคั ซีนมาก่อนใหฉ้ ีดเข็มแรกเม่ือมีโอกาส เชน่ มีการรณรงค์ มีบาดแผล และ
นดั ใหว้ คั ซีนตอ่ จนครบอยา่ งนอ้ ย 3 เข็ม โดยมีระยะหา่ ง 0, 1, 6 เดือนและเม่ือมีโอกาสให้
ฉีดกระตนุ้ ทกุ 10 ปี

128 ตาํ ราวคั ซนี และการสร้างเสริมภูมคิ มุ้ กนั โรค
ปี 2562

- ผทู้ ่ีเคยไดร้ บั วคั ซีนมาก่อน ไมว่ า่ จะนานเทา่ ใดก็ตาม แตย่ งั ไมค่ รบ 3 เข็ม ใหน้ ดั ฉีดวคั ซีน บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
เข็มตอ่ ไปจนครบ โดยระยะหา่ งระหวา่ งเขม็ 1 และ 2 ควรหา่ งกนั อยา่ งนอ้ ย 1 เดือน และ สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
ระหวา่ งเข็ม 2 และ 3 หา่ งกนั อยา่ งนอ้ ย 6 เดือน
- ผทู้ ่เี คยไดร้ บั วคั ซนี ครบแลว้ ในวยั เดก็ (DTP 5 ครงั้ และ dT เม่อื อายุ 11-16 ปี หรอื ชนั้ ประถม
ศกึ ษาปีท่ี 6) ควรฉีด dT กระตนุ้ ซำ้� ทกุ 10 ปี
- หากไมเ่ คยรบั Tdap มาก่อน ควรให้ Tdap แทน dT 1 เขม็ โดยเฉพาะกรณีท่ีมีทารกเป็น
สมาชิกในบา้ น ควรรีบให้ Tdap ในผใู้ หญ่ในบา้ นทกุ คนเรว็ ท่ีสดุ เพ่ือจะไดไ้ ม่เป็นไอกรน
ไปแพรส่ ทู่ ารก ในกรณีนีค้ วรให้ Tdap ได้ โดยไมต่ อ้ งคำ� นงึ ถงึ ระยะหา่ งของวคั ซีน dT หรอื T
ท่ีเคยไดก้ ่อนหนา้ นี้
การฉดี วคั ซีนปอ้ งกนั โรคบาดทะยกั ในผทู้ มี่ บี าดแผลทอี่ าจปนเปื้อนเชอื้ บาดทะยกั ปัจจบุ นั ใหใ้ ช้
dT (หรอื DT หรอื DTP ถา้ เป็นเดก็ อายตุ ่ำ� กวา่ 7 ปี) แทนวคั ซนี บาดทะยกั ชนิดเด่ียว (tetanus toxoid: T) เสมอ
(ดงั ตาราง)
ก. สำ� หรบั ผทู้ ่ีไดร้ บั การฉีดวคั ซีน T หรอื dT หรอื DTP หรอื DT มาครบชดุ 3 เข็มแลว้ ภายใน
ระยะเวลาไมเ่ กิน 5 ปี ไมจ่ ำ� เป็นตอ้ งฉีดซำ้� อีก
ข. ถา้ เคยไดร้ บั การฉีดวคั ซีน T หรอื dT หรอื DTP หรอื DT มาครบชดุ 3 เข็ม แตร่ ะยะเวลาหลงั
เข็มสดุ ทา้ ยนานกวา่ 5 ปีขนึ้ ไป ใหฉ้ ีดกระตนุ้ ดว้ ยวคั ซีน dT (หรอื DT หรอื DTP ในเดก็ อายตุ ่ำ� กวา่ 7 ปี)
เพียงครงั้ เดียว
ค. สำ� หรบั ผทู้ ่ีไดร้ บั การฉีดวคั ซีน T หรอื dT หรอื DTP หรอื DT แตย่ งั ไมค่ รบชดุ หรอื ไมเ่ คยไดร้ บั
วคั ซีนเลย หรอื ไมท่ ราบวา่ เคยไดร้ บั วคั ซีนมาก่อนหรอื ไม่ ใหฉ้ ีด dT (หรอื DT หรอื DTP ในเดก็ อายตุ ่ำ� กวา่
7 ปี) ใหค้ รบชดุ ทงั้ 3 ครงั้ และหากบาดแผลฉกรรจ์ สกปรกหรอื แพทยส์ งสยั วา่ ติดเชือ้ บาดทะยกั ใหฉ้ ีด
tetanus antitoxin เขา้ กลา้ มเนือ้ ใหด้ ว้ ย โดยฉีดคนละขา้ งกบั วคั ซีน (ตารางท่ี 6.4 A-1
ง. สำ� หรบั ผูท้ ่ีติดเชือ้ เอชไอวีหรือผูท้ ่ีมีภูมิคุม้ กันบกพร่องอ่ืนๆ และมีบาดแผลท่ีอาจติดเชือ้
บาดทะยกั ตอ้ งฉีด tetanus antitoxin เขา้ กลา้ มเนือ้ รว่ มดว้ ยเสมอไมว่ า่ จะเคยไดร้ บั วคั ซีนปอ้ งกนั มาก่อนนี้
หรอื ไม5่

ตาํ ราวัคซนี และการสร้างเสรมิ ภมู คิ มุ้ กนั โรค 129
ปี 2562

ตารางท่ี 6.4A-1 กำ� หนดการใหว้ คั ซีนบาดทะยกั กรณีมีบาดแผล*

จำ� นวนโด๊สที่เคย ได้รับมา แผลสะอาด แผลทอ่ี าจปนเปื้ อนเชือ้ บาดทะยัก*
ก่อน (dT, DT, T หรือ DTP)
dT** TIG*** dT** TIG***

(หรือ DTP ถ้าอายุ <7 ปี ) (หรือ DTP ถา้ อายุ <7 ปี )

น้อยกวา่ 3 ครัง้ หรอื ไมท่ ราบ  - 
ตอ้ งฉีดกระตนุ้ ถา้ ไดร้ บั เข็ม -
3 ครั้งขนึ้ ไป ตอ้ งฉีดกระตุน้ ถา้ - สดุ ทา้ ย เกิน 5 ปี
ไดร้ ับเข็มสุดท้าย
เกิน10 ปี

หมายเหตุ
* ไดแ้ ก่ แผลท่ีฉีกขาดและปนเปื้อนเศษดนิ ทราย หรอื ส่งิ สกปรก โดยเฉพาะแผลลกึ ท่ีปากแผลเลก็
** พิจารณาใช้ Tdap แทน dT 1 เขม็ กรณีท่ีไมเ่ คยไดร้ บั Tdap หลงั จากอายุ 4 ปีมาก่อน8
*** Tetanus Immunoglobulin (TIG) ขนาด 250 ยนู ิต หรอื ใช้ antitoxin ท่ีผลติ จากซีรมั มา้ 1500 ยนู ิต
หากจะใชช้ นิดท่ีผลติ จากมา้ จะตอ้ งทำ� การทดสอบผิวหนงั ก่อนเสมอ ดงั นี้
วธิ ีทดสอบผวิ หนงั : ฉีด antitoxin ท่ีผลติ จากซีร่มั มา้ เจือจาง 1:100 ปรมิ าตร 0.02 มล. เขา้ ในหนงั บรเิ วณ
ทอ้ งแขน และฉีดนำ้� เกลอื ปรมิ าตรเทา่ กนั ท่ีทอ้ งแขนอีกขา้ งหนง่ึ อา่ นผลท่ี 15-20 นาที หากปฏิกิรยิ าของ
ทอ้ งแขนขา้ งท่ีฉีด antitoxin ใหญ่กวา่ ขา้ งท่ีฉีดดว้ ยนำ้� เกลือเกิน 3 มม. ขนึ้ ไป ถือวา่ ปฏิกิรยิ าเป็นบวก กรณีนี้
ไมค่ วรใช้ antitoxin จากมา้ ควรใช้ TIG แทน แตถ่ า้ ไมม่ ี TIG และจำ� เป็นตอ้ งใช้ antitoxin ท่ีผลติ จากมา้
ตอ้ งทำ� desensitization ก่อน (ดใู นบท ผลขา้ งเคียงของวคั ซีน และวิธีการรกั ษา)
การใช้ antitoxin จากซีรมั มา้ เพ่ือทำ� การทดสอบ หรอื ใชร้ กั ษา จำ� เป็นตอ้ งมี adrenaline และ
เครอ่ื งชว่ ยชีวิต เตรยี มไวใ้ หพ้ รอ้ มใชไ้ ดท้ นั ทีถา้ มีการแพร้ ุนแรงเกิดขนึ้

ปฏกิ ริ ยิ าจากการฉดี วัคซีน

ในคนท่ีไดร้ บั วคั ซนี บาดทะยกั บอ่ ยเกินไปอาจเกิดปฏิกิรยิ า Arthus reaction ได้โดยเกิดอาการ
บวมมากของแขนหรอื ขาขา้ งท่ีไดร้ บั วดั ซีน ซง่ึ มกั เกิดหลงั ฉีดภายใน 2-8 ช่วั โมง จงึ ควรพิจารณาเวน้ ชว่ ง
ในโด๊สถดั ไปอยา่ งนอ้ ย 10 ปี3
Guillain-Barre syndrome (GBS) หรอื เสน้ ประสาท brachial อกั เสบ พบไดแ้ ตไ่ มบ่ อ่ ย ไมพ่ บ
ความเส่ยี งของการเป็น GBS เพ่ิมขนึ้ จากการใช้ DTaP ในเดก็ ดงั นนั้ ในเดก็ ท่ีมีประวตั เิ ป็น GBS หลงั ได้
รบั วคั ซีนบาดทะยกั จะใหว้ คั ซีนโด๊สถดั ไปหรอื ไม่ อาจพิจารณาเปรยี บเทียบประโยชนท์ ่ีจะไดร้ บั จากการ
ฉีดวคั ซีนกบั ความเส่ยี งของการเป็น GBS ซำ้� 3
สว่ นปฏิกิรยิ าอ่ืนๆ ท่ีอาจเกิดขนึ้ เป็นเชน่ เดียวกบั DTP
การฉีด TIG อาจทำ� ใหเ้ กิด serum sickness ไดเ้ ลก็ นอ้ ย9,10

130 ตําราวคั ซนี และการสรา้ งเสริมภูมิคุ้มกนั โรค
ปี 2562

ภมู ิคุม้ กนั ท่ีเกิดขน้ึ

ภมู คิ มุ้ กนั จะเกิดดที ่สี ดุ เม่อื ฉีดวคั ซนี เขา้ กลา้ มเนือ้ โดยเรม่ิ เกิดประมาณ 2 สปั ดาหห์ ลงั ฉีดวคั ซนี
ครงั้ แรก ภูมิคุม้ กันต่อเชือ้ บาดทะยกั และคอตีบเกิดขึน้ ในเด็กหลงั ไดร้ บั วคั ซีน DT เช่นเดียวกับ DTP
(ดบู ท 6.3 DTP)
ในผูใ้ หญ่ท่ีไดร้ บั วคั ซีนบาดทะยัก 2 เข็ม ห่างกันอย่างนอ้ ย 1 เดือน ประมาณรอ้ ยละ 80
ของผทู้ ่ีไดร้ บั วคั ซีน จะมีระดบั ภมู ิคมุ้ กนั สงู เพียงพอท่ีจะปอ้ งกนั โรคได้ (0.01 IU/ml) และจะคงอยไู่ ดน้ าน
ไม่นอ้ ยกว่า 3 ปี หากไดร้ บั วคั ซีนเข็มท่ี 3 ห่างจากเข็มท่ี 2 อย่างนอ้ ย 6 เดือน ประมาณรอ้ ยละ 95
ของผูท้ ่ีไดร้ บั วคั ซีนจะมีระดบั ภูมิคมุ้ กันสงู เกินกว่าระดบั ท่ีป้องกันโรคไดม้ ากขึน้ และจะคงอยู่ไดน้ าน
ไมน่ อ้ ยกวา่ 5-10 ปี
เน่ืองจากในขณะนี้ มีวคั ซีนไอกรนชนิดไรเ้ ซลลส์ ตู รผใู้ หญ่ (Tdap หรอื TdaP) ท่ีสามารถใชใ้ น
เดก็ ตงั้ แตอ่ ายุ 4-6 ปีขนึ้ ไปได้ ดงั นนั้ เดก็ โตและผใู้ หญ่ทกุ คนท่ีมีความประสงคจ์ ะฉีดวคั ซีนปอ้ งกนั ไอกรน
ดว้ ย สามารถใช้ Tdap แทน dT ได้ 1 เขม็ เพ่ือเพ่ิมภมู ิคมุ้ กนั ตอ่ ไอกรน อยา่ งไรก็ดี ยงั ไมม่ ีขอ้ มลู ท่ีจะ
แนะนำ� ใหใ้ ช้ Tdap มากกวา่ 1 เข็ม3,4

การเก็บและการหมดอายุ

ใหเ้ ก็บวคั ซีนในตเู้ ยน็ ท่ีมีอณุ หภมู ิ +2 ถงึ +8 oซ หา้ มเก็บในชอ่ งแชแ่ ขง็ ถา้ แชว่ คั ซีนนี้ใหเ้ ยน็ จนแขง็
จะเส่ือมคณุ ภาพทนั ที การเก็บวคั ซีนอย่างถกู ตอ้ งวคั ซีนจะมีอายปุ ระมาณ 2 ปีนบั ตงั้ แต่วนั ท่ีผลิต และ
ใหด้ ฉู ลากวนั หมดอายดุ ว้ ยทกุ ครงั้

บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ

ตําราวัคซีนและการสรา้ งเสรมิ ภมู คิ ุม้ กนั โรค 131
ปี 2562

เอกสารอา้ งอิง

1. ราชวทิ ยาลยั กมุ ารแพทยแ์ หง่ ประเทศไทย. วคั ซีนคอตีบ บาดทะยกั ไอกรน. ใน: วีระชยั วฒั นวีรเดช,
อจั ฉรา ตงั้ สถาพรพงษ,์ กลุ กญั ญา โชคไพบลู ยก์ ิจ, บรรณาธิการ. คมู่ อื วคั ซนี 2012-2013 และปัญหา
ท่ีพบบอ่ ย. กรุงเทพมหานคร : บรษิ ัท บียอนด์ เอน็ เทอรไ์ พรช์ จำ� กดั , 2555: 165-82.
2. สมาคมโรคตดิ เชือ้ ในเดก็ แหง่ ประเทศไทย. ตารางการใหว้ คั ซีนในเดก็ ไทยปกติ แนะนำ� โดยสมาคม
โรคตดิ เชือ้ ในเดก็ แหง่ ประเทศไทย 2561.
3. American Academy of Pediatrics. Diphtheria, Pertussis and Tetanus. In: Kimberlin DW,
Brady MT, Jackson MA, Long SS, eds. Redbook: 2018 Report of the Committee on Infectious
Diseases. 31st ed. Itasca, IL: American Academy of Pediatrics; 2018: 319-23, 620-34 and
793-8.
4. CDC. Prevention of Pertussis, Tetanus, and Diphtheria with Vaccines in the United States:
Recommendations of the Advisory Committee on Immunization Practices (ACIP), 2018.
MMWR Morb Mortal Wkly Rep 2018;67:1-43.
5. CDC. Diphtheria, tetanus and pertussis: Recommendations for vaccine use and other
preventive measures. Recommendations of the Immunization Practices Advisory Committee
(ACIP). MMWR 1991; 40(RR-10):1-28.
6. Arnon SS. Tetanus (Clostidium tetani) In: Behrman RE, Kliegman RM, Jensen HB, eds.
Nelson Textbook of Pediatrics. Philadelphia: WB Saunders, 2004:951-3.
7. CDC. Update recommendations for use of tetanus toxoid, reduced diphtheria toxoid and
acellular pertussis vaccine in pregnancy women and persons who have or anticipate
having close contact with an infant aged <12 months. Advisory Committee on Immunization
Practices (ACIP). MMWR 2011;60:1424-6.
8. CDC. Tetanus. In: Epidermiology and prevention of vaccine-preventable diseases Pink
book 2012. 12th ed. Available from www.cdc.gov/vaccines/pubs/pinkbook/index.html.
(Access 15 August 2018)
9. Rubbo SD, Suri JC. Passive Immunization against tetanus with human immune globulin.
BMJ 1962;5297:79-81.
10. McComb JA. The prophylactic dose of homologous tetanus antitoxin. N Engl J Med
1964;270:175-8.

132 ตําราวคั ซนี และการสร้างเสรมิ ภมู คิ ุ้มกนั โรค
ปี 2562

6.5 คอตบี -บาดทะยกั -ไอกรน ชนดิ ทงั้ เซลล-์ ตบั อกั เสบบี

บทท่ี และฮบิ (Diphtheria,Tetanus toxoids, Pertussis,
Hepatitis B and Haemophilus influenza
type b vaccine combined: DTwP-HBV-Hib)

บทนำ� บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
ปัจจบุ นั มีโรคตดิ เชือ้ หลายโรคท่ีสามารถปอ้ งกนั ไดด้ ว้ ยวคั ซนี องคก์ ารอนามยั โลกไดแ้ นะนำ� ให้
แตล่ ะประเทศดำ� เนินการใหว้ คั ซีนปอ้ งกนั โรค เพ่ือลดการอตั ราการเจ็บป่วยจากโรคตดิ เชือ้ อนั อาจสง่ ผล
รุนแรงทำ� ใหพ้ ิการหรือเป็นอนั ตรายถึงชีวิต ปัจจบุ นั จึงมีความพยายามผลิตวคั ซีนท่ีมีประสิทธิภาพสงู
ผลขา้ งเคียงนอ้ ย และสามารถครอบคลมุ โรคท่ีสำ� คญั หลายๆ โรค โดยเฉพาะในกลมุ่ เดก็ และทารก ไดแ้ ก่
โรคคอตีบ(Diphtheria) โรคไอกรน (Pertussis) โรคบาดทะยกั (Tetanus) โรคตบั อกั เสบบี (Hepatitis B)
และโรคเย่ือหมุ้ สมองอกั เสบฮิบ (Hib) การใชว้ คั ซีนรวมเป็นทางเลือกหน่ึงในการแกป้ ัญหาของการฉีด
วคั ซนี ปอ้ งกนั โรคหลายชนดิ ในเวลาเดยี วกนั ประโยชนข์ องวคั ซนี รวมจะทำ� ใหเ้ ดก็ เจบ็ ตวั นอ้ ยลง ผปู้ กครอง
ไมต่ อ้ งพาเดก็ มาพบแพทยบ์ อ่ ยครงั้ ลดคา่ ใชจ้ า่ ยในการเดนิ ทาง ลดความยงุ่ ยาก นอกจากนีย้ งั ทำ� ใหเ้ ดก็
มีโอกาสไดร้ บั วคั ซีนครบมากขนึ้
แผนการสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรคของเด็กไทย มีการใชว้ คั ซีนรวมหลายชนิด ไดแ้ ก่วคั ซีนรวม
คอตบี -บาดทะยกั -ไอกรน ชนิดทงั้ เซลลต์ บั อกั เสบบี (DTwP-HB) มานานแลว้ ตอ่ มามีการศกึ ษาประเมนิ ผล
ทางคลินิกและทางเศรษฐกิจในการใหว้ คั ซีนฮิบในแผนการสรา้ งเสริมภูมิคมุ้ กันโรคในระดบั ประเทศ
พบวา่ วคั ซีนฮิบใหป้ ระสทิ ธิผลคมุ้ คา่ ในบรบิ ทของประเทศไทยแมว้ า่ จะมีอบุ ตั กิ ารณไ์ มส่ งู มาก เพราะโรค
ท่ีเกิดมีความรุนแรงแต่วัคซีนรวมท่ีมีฮิบบรรจุดว้ ยมีราคาถูกและสะดวก1-3 ขอ้ มูลเหล่านีจ้ ึงนำ� ไปสู่
การตดั สินใจเพ่ิมวคั ซีนฮิบเขา้ ในแผนฯ โดยจะใชใ้ นรูปวัคซีนรวมชนิดคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน
ชนิดทงั้ เซลลต์ บั อักเสบบแี ละฮบิ : DTwP-HBV-Hib ในแผนการสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรคของเดก็ ไทย
โดยเร่ิมใชใ้ นปี พ.ศ. 2562
สำ� หรบั ระบาดวทิ ยาของโรคคอตบี (Diphtheria) โรคไอกรน (Pertussis) โรคบาดทะยกั (Tetanus)
โรคตบั อกั เสบบี (Hepatitis B) และโรคเย่ือหมุ้ สมองอกั เสบฮิบ (Hib) สามารถอา่ นไดใ้ นบทวคั ซนี จำ� เพาะ
แตล่ ะโรค

ชนิดของวัคซีน

1. สว่ นประกอบของวคั ซนี รวมคอตบี -บาดทะยกั -ไอกรนชนดิ ทง้ั เซลลต์ บั อกั เสบบี และ
ฮบิ : DTwP-HBV-Hib
1.1 วคั ซีนรวมคอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรนชนิดทงั้ เซลล์ (whole cell) หรอื DTwP เป็นวคั ซีน
ท่ีประกอบดว้ ย toxoid ของเชือ้ คอตีบและบาดทะยกั และเชือ้ ไอกรนทงั้ เซลลท์ ่ีทำ� ใหต้ าย (inactivated
pertussis) adsorbed ใน aluminum salts ผสมรวมกนั กบั ยากนั เสยี 0.01% thimerosal
1.2 วคั ซนี ปอ้ งกนั ไวรสั ตบั อกั เสบบี (HB) เตรยี มจากโปรตนี ผวิ นอกของเชอื้ ไวรสั ตบั อกั เสบบี
(HBsAg) ท่ีผลิตดว้ ยวิธีทางพนั ธุวิศวกรรม (recombinant DNA vaccine) โดยสอดสารพนั ธุกรรมท่ี

ตาํ ราวัคซนี และการสร้างเสริมภูมิค้มุ กันโรค 133
ปี 2562

กำ� หนดการสรา้ ง HBsAg เขา้ ในเซลลบ์ างชนิด เชน่ เซลลย์ ีสต์หรอื เซลลส์ ตั วเ์ ลยี้ งลกู ดว้ ยนม แลว้ ใหเ้ ซลล์
เหลา่ นีส้ รา้ ง HBsAg ออกมา แยกเอาเฉพาะสว่ น HBsAg มาทำ� ใหบ้ รสิ ทุ ธิ์
1.3 วคั ซีนฮิบเป็นวคั ซีนชนิดคอนจเู กต โพลีแซคคาไรด์ (conjugated polysaccharide
vaccine) โดยการนำ� โพลีแซคคาไรดท์ ่ีเปลือกของเชือ้ ฮิบมาเช่ือมกบั โปรตีนพาหะ เพ่ือทำ� ใหก้ ระตนุ้ การ
สรา้ งภมู ิคมุ้ กนั โรคไดด้ ีในเดก็ เลก็ แบง่ ตามชนิดของโปรตีนพาหะ ไดแ้ ก่ PRP-T ซง่ึ ใช้ tetanus toxoid เป็น
พาหะหรอื CRM-197 ซง่ึ ใช้ Non-toxic mutant of diphtheria toxin เป็นพาหะ
สว่ นประกอบของ DTwP-HBV-Hib ท่ีขนึ้ ทะเบียนในประเทศไทย* ดงั ตารางท่ี 6.5-1

ชื่อการค้า บริษัท ขนาดบรรจุ diphtheria tetanus B.pertussis HBsAg Carrier
toxoid toxoid (whole cell) (มคก) โปรตนี ของ
(Lf)** (Lf)** (IOU) วัคซนี ฮบิ

QuinvaxemTM Novartis/ 0.5 มล./โด๊ส 20 5 12 10 CRM-197
Biogenetech

PentabioTM Biofarma/Biovalys 0.5 มล./โด๊ส 20 5 12 10 Tetanus
toxoid

DTwP-HBV/Hib Serum Institue of 0.5 มล./โด๊ส 25 5.5 16 12.5 Tetanus
Conjugate Vaccine India PVT.LTD/ toxoid
AdsorbedTM Masu

*วคั ซีนรวม DTwP-HBV-Hib ขณะนีม้ ีอีกหลายบรษิ ัทอยใู่ นระหวา่ งการขนึ้ ทะเบียน
**Lf ยอ่ มาจาก Limits of flocculation เป็นหนว่ ยวดั ความเขม้ ขน้ ของ toxin หรอื toxoid โดยอาศยั วธิ ีการ
ตกตะกอนของวคั ซีนเม่ือทำ� ปฏิกิรยิ ากบั 1 หนว่ ยมาตรฐานของ antitoxin

ขนาดและวิธีการใช้

วคั ซีนรวมท่ีมีสว่ นประกอบ DTwP-HBV-Hib ฉีดขนาด 0.5 มล. เขา้ กลา้ มเนือ้

บคุ คลที่ควรได้รับวคั ซีนและอายทุ ่ีควรรับวัคซนี

วคั ซีนรวม DTwP-HBV-Hib ใชใ้ นเดก็ อายุ 2, 4, 6 เดือน ซง่ึ เดก็ จะตอ้ งการวคั ซีน 5 โรคนีพ้ รอ้ มกนั

ภมู ิคุ้มกันทเ่ี กิดขนึ้

วคั ซนี รวมท่มี สี ว่ นประกอบของคอตบี บาดทะยกั ไอกรนชนดิ ทงั้ เซลล์และตบั อกั เสบบี ในรูปแบบ
รวมกบั วคั ซนี ฮิบพบวา่ สามารถกระตนุ้ การสรา้ งภมู ิคมุ้ กนั ตอ่ โรคคอตีบ ไอกรน และตบั อกั เสบบไี ดด้ ีเหมือนกบั
วคั ซนี ชนดิ เด่ยี ว แตภ่ มู คิ มุ้ กนั ตอ่ บาดทะยกั และฮบิ ในบางการศกึ ษาอาจตำ่� กวา่ การใหแ้ บบแยก4-7 จากการ
ศึกษาใหว้ คั ซีนรวม DTwP-HBV-Hib ในเด็กท่ีอายุ 6, 10, 14 สปั ดาห์ ภายหลงั ไดร้ บั วคั ซีนป้องกัน

134 ตําราวัคซนี และการสรา้ งเสรมิ ภูมิคมุ้ กนั โรค
ปี 2562

โรคไวรสั ตบั อกั เสบบีตงั้ แตแ่ รกเกิด พบวา่ ท่ี 1 เดือน ภายหลงั จากไดร้ บั วคั ซีนปฐมภมู ิ (primary series) บทท ่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซีนปอ้ งกนั โรคทีอ่ ยู่ในแผนการ
ดว้ ยวคั ซนี รวม DTwP-HBV-Hib มภี มู คิ มุ้ กนั ในระดบั ทป่ี อ้ งกนั โรคไดต้ อ่ ไวรสั ตบั อกั เสบบี คอตบี บาดทะยกั สร้างเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ
ไอกรน และฮิบ คดิ เป็นมากกวา่ หรอื เทา่ กบั รอ้ ยละ 94.3, 95.9, 100, 95 และ 94.2ตามลำ� ดบั 8

ปฏิกิริยาจากการฉดี วัคซนี

การฉีดวคั ซนี รวมท่มี สี ว่ นประกอบของ DTwP อาจทำ� ใหม้ ไี ข้และรอ้ งกวนได้บางรายอาจมอี าการ
ปวดบวมแดงรอ้ นบรเิ วณท่ีฉีดวคั ซีน อาการมกั จะเรม่ิ ราว 3-4 ช่วั โมงหลงั ฉีด และมีอาการนานไมเ่ กิน 2 วนั

ข้อควรระวัง

1. ขอ้ หา้ มของการฉีดวคั ซีนไอกรนทงั้ แบบ whole cell (DTwP) และ acellular (DTaP, Tdap)
คือการเกิดภาวะ encephalopathy ภายใน 7 วนั หลงั จากฉีด DTP ในกรณีนีใ้ หใ้ ชว้ คั ซีน DT ในเขม็ ตอ่
ไป แตป่ ฏิกิรยิ าในรูปแบบอ่ืน ๆ เชน่ ไขส้ งู , febrile convulsion, HHE, รอ้ งไหไ้ มห่ ยดุ ไมเ่ ป็นขอ้ หา้ ม แต่
จะตอ้ งระมดั ระวงั เป็นพิเศษ และอาจพิจารณาใชว้ คั ซีน DTaP ซง่ึ มีอตั ราการเกิดปฏิกิรยิ าต่ำ� กวา่ แทน
2. ไมค่ วรฉีดวคั ซีน DTP ในผปู้ ่ วยท่ีมีโรคทางสมอง เพราะวคั ซีนไอกรนอาจไปกระตนุ้ อาการ
ทางสมองใหเ้ ลวลงหรอื กระตนุ้ ชกั ได้โดยใหฉ้ ีดวคั ซนี DT แทน แตก่ รณีท่เี ป็นโรคทางสมองท่คี วบคมุ อาการ
ไดด้ ีแลว้ ใหพ้ ิจารณาเป็นรายๆ ไปและหากเป็นไปไดค้ วรใชว้ คั ซีนท่ีมีสว่ นประกอบ DTaP แทน DTwP
3. ในกรณีท่เี ดก็ มแี นวโนม้ จะชกั ได้เชน่ เป็นโรคลมชกั มปี ระวตั ชิ กั ในครอบครวั หรอื เคยชกั เวลา
มีไข้ ไมเ่ ป็นขอ้ หา้ มในการฉีดวคั ซีนท่ีมีสว่ นประกอบ DTwP ควรแนะนำ� เรอ่ื งการลดไข้ และหากเป็นไปได้
อาจพิจารณาใช้ DTaP แทน

การเกบ็ และการหมดอายุ

ใหเ้ ก็บวคั ซีนในตเู้ ย็นท่ีอณุ หภมู ิ +2 ถงึ +8oซ หา้ มเก็บในชอ่ งแชแ่ ข็ง ถา้ วคั ซีนนีแ้ ข็งจะเส่ือม
คณุ ภาพทนั ที การเก็บวคั ซีนอยา่ งถกู ตอ้ ง วคั ซีนจะมีอายปุ ระมาณ 18 เดือนนบั ตงั้ แตว่ นั ท่ีผลติ และใหด้ ู
ฉลากวนั หมดอายดุ ว้ ยทกุ ครงั้

ตําราวคั ซีนและการสร้างเสรมิ ภมู ิคมุ้ กันโรค 135
ปี 2562


Click to View FlipBook Version