The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ตำราวัคซีนและการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคปี 2562

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Myloveisl2539, 2020-12-14 01:25:39

ตำราวัคซีนและการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคปี 2562

ตำราวัคซีนและการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคปี 2562

7 การใช้วัคซีนท่ีอยู่นอกแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค บทท ่ี 7 วคั ซีนนอกแผนการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกนั โรค
ของกระทรวงสาธารณสุขวคั ซนี เสรมิ สำ� หรบั เดก็ ท่วั ไป
บทท่ี ของกระทรวงสาธารณสุข

วคั ซนี ท่ีมีใชใ้ นปัจจบุ นั ยงั มีอีกหลายชนิดท่ีมไิ ดบ้ รรจเุ ขา้ อยใู่ นแผนการสรา้ งเสรมิ ภมู คิ มุ้ กนั โรค
ของกระทรวงสาธารณสขุ แตเ่ ป็นวคั ซีนท่ีดีและมีประโยชน์ ซง่ึ ในหลายๆ ประเทศไดใ้ หว้ คั ซีนเหลา่ นีแ้ ก่เดก็
ทกุ คนในประเทศแลว้ แตด่ ว้ ยขอ้ จำ� กดั และเหตผุ ลหลายประการ จงึ ทำ� ใหว้ คั ซนี เหลา่ นีย้ งั ไมส่ ามารถบรรจุ
เขา้ สแู่ ผนการสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรคของกระทรวงสาธารณสขุ ในประเทศไทยได้ วคั ซีนนอกแผนฯเหลา่ นี้
จงึ แนะนำ� ใหใ้ ชโ้ ดยกมุ ารแพทยท์ ่วั ไป แตผ่ ปู้ กครองตอ้ งออกคา่ ใชจ้ า่ ยเอง ในครอบครวั ท่ีมีความสะดวก
และความพรอ้ ม สมควรพจิ ารณาใหว้ คั ซนี เหลา่ นีแ้ กบ่ ตุ รหลานเป็นอยา่ งย่งิ โดยมีคำ� แนะนำ� การใหว้ คั ซนี
เหลา่ นีจ้ ากสมาคมโรคตดิ เชือ้ ในเดก็ แหง่ ประเทศไทย (www.pidst.or.th) และสรุปตารางการใหว้ คั ซีนเหลา่ นี้
ดงั ตารางท่ี 7.1

ตารางที่ 7-1 คำ� แนะนำ� การใชว้ คั ซนี ท่ีอยนู่ อกแผนงานสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรคของกระทรวงสาธารณสขุ

ชื่อวัคซนี ผู้ทคี่ วรรับวัคซนี อายุทค่ี วรรับและกำ� หนดการรับวัคซนี
ฮบิ
(Haemophilus - เดก็ ท่วั ไปท่ีมีอายุ 2 เดือน - 2 ปี - อายตุ งั้ แต่ 2 เดอื นขนึ้ ไป ฉีด 1-3 เขม็ หา่ งกนั ทกุ 2 เดอื น
influenzae type b) - เดก็ ทกุ อายุ ท่ีมีภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ ง มา้ ม ขนึ้ กบั อายทุ ่ีเรม่ิ ใหว้ คั ซีน ดงั นี้
ทำ� งานผิดปกติ l ถา้ อายทุ ่ีเรม่ิ ฉีดต่ำ� กวา่ 6 เดอื น ให้3 เขม็ อายทุ ่ีเรม่ิ ฉีด
ตบั อักเสบเอ 7-11 เดือน ให้ 2 เขม็ และอายทุ ่ีเรม่ิ ฉีด 12-24 เดือน
(Hepatitis A) ใหเ้ ข็มเดียว
l ฉีดกระตนุ้ 1 เขม็ เม่ืออายุ 12-18 เดอื น และหา่ งจาก
เข็มสดุ ทา้ ยอย่างนอ้ ย 2 เดือน โดยเด็กท่ีแข็งแรงดี
อาจไมต่ อ้ งฉีดกระตนุ้ ก็ได้
l หลังอายุ 24 เดือน ไม่ตอ้ งฉีดยา ยกเวน้ ผูท้ ่ีมี
ภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ งใหฉ้ ีด 2 เขม็ หา่ งกนั 2 เดือน

- บคุ คลท่วั ไปท่ีอายมุ ากกวา่ 1 ปีขนึ้ ไป - วคั ซีนชนิดเชือ้ ไมม่ ีชีวิต (inactivated vaccine) ฉีดได้
- ผทู้ ่ียงั ไมม่ ีภมู ิคมุ้ กนั และมีความเส่ียงตอ่ ตงั้ แตอ่ ายุ 1 ปีขนึ้ ไป โดยฉีด 2 เขม็ หา่ งกนั 6-12 เดือน
โรคตบั รุนแรง เชน่ ผทู้ ่ีเป็นโรคตบั เรอื้ รงั อาจใชต้ า่ งชนิดไดใ้ นการฉีดแตล่ ะครงั้ (อายุ 1-18 ปี ฉีด
- ควรพจิ ารณาใหแ้ กผ่ ปู้ ระกอบอาหาร ผทู้ ่อี ยู่ ขนาดครง่ึ หนง่ึ ของขนาดในผใู้ หญ่)
ในสถานท่ีมีคนอยดู่ ว้ ยกนั เป็นจำ� นวนมาก - วคั ซีนชนิดเชือ้ มีชีวติ (live vaccine) ฉีดไดต้ งั้ แตอ่ ายุ
เชน่ สถานเลยี้ งเดก็ สถานกกั กนั กองทพั ท่ี 18 เดือนขนึ้ ไป เพียงเขม็ เดียว หา้ มใชใ้ นผทู้ ่ีมีภมู ิคมุ้ กนั
อาจเกิดการระบาดของโรคไดบ้ อ่ ย บกพรอ่ ง
- ผทู้ ่ีจะเดินทางไปในท่ีท่ีมีการระบาดหรอื
มีความชกุ ของโรคสงู

ตําราวัคซนี และการสรา้ งเสริมภูมิค้มุ กันโรค 187
ปี 2562

ชื่อวัคซนี ผู้ทคี่ วรรับวัคซนี อายุทค่ี วรรับและกำ� หนดการรับวัคซนี
อสี ุกอใี ส
(Varicella-zoster) - บคุ คลท่วั ไปท่ียงั ไม่เคยเป็นโรคอีสกุ อีใส - เดก็ อายุ 1-12 ปี ให้ 2 เข็ม เข็มแรกแนะนำ� ใหฉ้ ีดเม่ือ
หรอื ยงั ไมม่ ีภมู ิคมุ้ กนั โดยใหไ้ ดใ้ นเดก็ อายุ อายุ 12-18 เดอื น เขม็ ท่ี 2 ฉีดเม่ืออายุ 2 ปี ถงึ 4 ปี โดยท่วั ไป
ตงั้ แต่ 1 ปีขนึ้ ไปจนถงึ ผใู้ หญ่ แนะนำ� ใหฉ้ ีดพรอ้ มวคั ซนี หดั -คางทมู -หดั เยอรมนั (MMR)
- ผทู้ ่ีอยใู่ กลช้ ิดหรอื อยบู่ า้ นเดียวกนั กบั ผทู้ ่ี กรณีท่ีมีการระบาด อาจฉีดครงั้ ท่ีสองก่อนอายุ 4 ปีได้
มีภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ ง และยงั ไมเ่ คยเป็นโรค โดยตอ้ งหา่ งจากเขม็ แรกอยา่ งนอ้ ย 3 เดือน
อีสกุ อีใส หรอื ยงั ไมม่ ีภมู ิคมุ้ กนั ใหไ้ ดต้ งั้ แต่ - เดก็ อายตุ งั้ แต่ 13 ปีขนึ้ ไปและผใู้ หญ่ใหฉ้ ีด 2 เขม็ หา่ งกนั
อายุ 1 ปีขนึ้ ไป อยา่ งนอ้ ย 4 สปั ดาห์
- บคุ ลากรทางการแพทย์ ท่ียงั ไม่เคยเป็น - ผูท้ ่ีติดเชือ้ เอชไอวีท่ีไม่มีอาการของภาวะภูมิคุม้ กัน
โรคหรอื ยงั ไมม่ ีภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ ง และมี CD4 มากกวา่ รอ้ ยละ 15 แนะนำ� ให้ 2
- หา้ มใหใ้ นผูท้ ี่มีภูมิคุม้ กันบกพร่องทุก เข็ม หา่ งกนั 3 เดือน
สาเหตุ ยกเวน้ ผูต้ ิดเชือ้ เอชไอวีทีม่ ี CD4
มากกวา่ รอ้ ยละ 15

พษิ สนุ ัขบา้ (Rabies) - ทกุ คนท่ีมีความเส่ยี ง เชน่ ถกู สตั วเ์ ลยี้ งลกู - ฉีดก่อนสมั ผสั ฉีดเขา้ กลา้ ม 1 vial (0.5 มล. หรอื 1
ดว้ ยนมกดั มล.แลว้ แตช่ นิดของวคั ซีน) วนั ท่ี 0 และ 7 หรอื ฉีดเขา้ ใน
- ผูท้ ่ีมีโอกาสสมั ผัสเชือ้ พิษสุนัขบา้ เช่น หนงั 0.1 มล. 2 จดุ วนั ท่ี 0 และ 7
สตั วแพทย์ผทู้ ำ� งานในหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร หรอื - ฉีดหลงั สมั ผสั ฉีดเขา้ กลา้ มวนั ท่ี 0, 3, 7, 14, และ 28
ผูเ้ ดินทางเขา้ ไปในถ่ินท่ีมีโรคพิษสุนัขบา้ หรอื ฉีดเขา้ ในหนงั โดยใชป้ รมิ าณ 0.1 มล. ฉีด 2 จดุ ใน
ชกุ ชมุ วนั ท่ี 0, 3, 7, และ 28-30 (2-2-2-0-2)

นิวโมคอคคัส - บุคคลท่ีมีความเส่ียงต่อการติดเชื้อ - อายุ 2 ปี ขนึ้ ไป แนะนำ� ใหฉ้ ีดวคั ซีน 1 เขม็ และหากเป็น
(Streptococcus นิวโมคอคคสั มากกว่าคนปกติหรือรุนแรง เดก็ เส่ยี งประเภทภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ ง ภาวะไมม่ ีมา้ ม หรอื
pneumoniae) กวา่ คนปกติ ท่ีมีอายุ 2 ปีขนึ้ ไป เชน่ ผทู้ ่ีมี ธาลสั ซีเมีย ควรฉีด PPSV23 ซำ้� อีก 1 ครงั้ ห่างจาก
ชนิด 23- valent ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่ วยท่ีไม่มีม้าม ครงั้ แรก 5 ปี
polysaccharide หรือมา้ มทำ� งานผิดปกติ ผปู้ ่ วยโรคเรือ้ รงั - อายตุ งั้ แต่ 65 ปีขนึ้ ไป แนะนำ� ใหฉ้ ีดวคั ซีน 1 เขม็
(PPSV23) โรคหวั ใจพกิ ารแตก่ ำ� เนดิ โดยเฉพาะชนดิ เขยี ว
และผปู้ ่ วยภาวะหวั ใจวาย โรคปอดเรือ้ รงั
โรคเบาหวาน ผูป้ ่ วยท่ีมีนำ้� ไขสันหลังร่วั
และผปู้ ่วยปลกู ถ่าย cochlear

188 ตําราวคั ซนี และการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค
ปี 2562

ชื่อวัคซนี ผู้ทคี่ วรรับวัคซนี อายุทค่ี วรรับและกำ� หนดการรับวัคซนี บทท ่ี 7 วคั ซีนนอกแผนการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกนั โรค
ของกระทรวงสาธารณสุขวคั ซนี เสรมิ สำ� หรบั เดก็ ท่วั ไป
นิวโมคอคคัส - เด็กปกติท่ีมีอายตุ งั้ แต่ 6 สปั ดาหข์ ึน้ ไป - เดก็ ปกตแิ ละเดก็ เส่ยี งจำ� นวนครงั้ ท่ีฉีด ขนึ้ อยกู่ บั อายทุ ่ี
(Streptococcus จนถงึ 5 ปี เรม่ิ ฉีด ดงั นี้
pneumoniae) ชนิด - เดก็ ท่ีมีความเส่ยี ง ไดแ้ ก่ เดก็ ทกุ อายทุ ่ีมี l ถา้ เรม่ิ ฉีดท่ีอายุ 2-6 เดือน ใหฉ้ ีด 3 ครงั้ หา่ งกนั 6-8
10-valent (PCV-10) ภมู คิ มุ้ กนั บกพรอ่ ง หรอื มคี วามเสย่ี งตอ่ โรค สปั ดาห์ และฉีดกระตนุ้ 1 ครงั้ ท่ีอายุ 12-15 เดือน
และ 13 valent รุนแรง เชน่ ไมม่ มี า้ มหรอื มา้ มทำ� งานผดิ ปกติ (ในเดก็ ปกติ อาจพจิ ารณาใหฉ้ ีดแบบ 2+1 (รวมเป็นการ
conjugate ธาลสั ซเี มยี ผปู้ ่วยโรคเรอื้ รงั โรคหวั ใจพกิ าร ฉีด 3 ครงั้ ) คือฉีดเม่ืออายุ 2, 4 และ 12-15 เดือน)
(PCV-13) แตก่ ำ� เนิดโดยเฉพาะชนิดเขียว และผปู้ ่ วย l ถา้ เรม่ิ ฉีดท่ีอายุ 7-12 เดือน ใหฉ้ ีด 2 ครงั้ หา่ งกนั
ภาวะหัวใจวาย โรคปอดเรือ้ รงั (รวมทัง้ 6-8 สปั ดาห์และฉีดกระตนุ้ 1 ครงั้ ท่อี ายุ 12-15 เดอื น
หอบหดื รุนแรง) โรคตบั โรคไต โรคเบาหวาน l ถา้ เรม่ิ ฉีดท่ีอายุ 12-23 เดือน ใหฉ้ ีด 2 ครงั้ หา่ งกนั
ผปู้ ่วยทม่ี นี ำ้� ไขสนั หลงั ร่วั และผปู้ ่วยปลกู ถา่ ย 6-8 สปั ดาห์
cochlear - เดก็ ปกติ ถา้ เรม่ิ ฉีดท่ีอายุ 24-59 เดอื น ให้PCV-10 2 ครงั้
- ผใู้ หญ่ทกุ คนท่ีอายุ 50 ปีขนึ้ ไป หรอื PCV-13 ใหค้ รงั้ เดียว
- เดก็ เส่ยี ง
l อายุ 2-5 ปี PCV-10 ให้ 2 ครงั้ หา่ งกนั 8 สปั ดาห์
l อายุ 2-6 ปี PCV-13 ให้ 2 ครงั้ หา่ งกนั 8 สปั ดาห์
l อายุ > 6-18 ปี PCV-13 ให้ 1 ครงั้
- ในเดก็ กลมุ่ เสย่ี งทงั้ หมด ควรไดร้ บั วคั ซนี PCV ดงั ตาราง
และเด็กกล่มุ เส่ียงท่ีมีอายุตงั้ แต่ 2 ปีขึน้ ไป ควรใหฉ้ ีด
วคั ซีน PSSV23 ดว้ ยเสมอ ไมว่ า่ จะสามารถฉีด PCV ได้
หรอื ไมก่ ็ตาม
- ผใู้ หญ่อายุ 50 ปีขนึ้ ไป ฉีด PCV-13 ให้ 1 ครงั้

โรตา้ - เดก็ ท่วั ไป โด๊สแรกอายตุ งั้ แต่ 6 สปั ดาห์ - วคั ซีนชนิด monovalent (human rotavirus) หยอด 2
(Rotavirus) และไมเ่ กินอายุ 15 สปั ดาห์ ครงั้ เม่อื อายุ 2, 4 เดอื น หา่ งกนั อยา่ งนอ้ ย 4 สปั ดาห์และ
(บริหารโดยวิธีหยอดรบั ประทานเท่านั้น โด๊สสดุ ทา้ ยไมเ่ กินอายุ 8 เดือน
หา้ มนำ� ไปใชฉ้ ีดเดด็ ขาด) - วคั ซนี ชนดิ pentavalent (bovine-human rotaviruses)
หยอด 3 ครงั้ เม่ืออายุ 2, 4, 6 เดือน แตล่ ะโด๊สหา่ งกนั ไม่
นอ้ ยกวา่ 4 สปั ดาห์ และโด๊สสดุ ทา้ ยไมเ่ กินอายุ 8 เดือน
- ควรใชว้ คั ซีนชนิดเดียวกนั จนครบ หากจำ� เป็นตอ้ งใช้
วัคซีนต่างชนิดกันในแต่ละครงั้ หรือไม่ทราบชนิดของ
วคั ซีนท่ีไดร้ บั ในครงั้ ก่อน ตอ้ งใหว้ คั ซีนทงั้ หมด 3 ครงั้
- วคั ซีนทงั้ 2 ชนดิ สามารถใหพ้ รอ้ มกบั OPV ได้ หรอื หา่ ง
กนั เป็นเวลาเทา่ ใดกไ็ ด้ และสามารถกนิ นมแมไ่ ด้

ตําราวัคซนี และการสรา้ งเสรมิ ภูมคิ ุ้มกันโรค 189
ปี 2562

ชื่อวัคซนี ผู้ทคี่ วรรับวัคซนี อายุทค่ี วรรับและกำ� หนดการรับวัคซนี

เอชพวี ี - แนะนำ� ใหว้ คั ซนี HPV ชนดิ 2 และ 4 สายพนั ธุ์ - ฉีดทงั้ หมด 3 เข็ม โดยฉีดเดือนท่ี 0, 1-2 และ 6
(Human ในผหู้ ญิงหรือผชู้ ายอายรุ ะหว่าง 9-26 ปี - ในวยั รุน่ ท่ีแข็งแรงดี หากฉีดเขม็ แรกก่อนอายุ 15 ปี ให้
Papillomavirus, HPV) เนน้ ใหใ้ นเดก็ อายุ 11-12 ปี ฉีด 2 เขม็ ได้ ท่ี 0, 6-12 เดือน
- ผูท้ ่ีมีอายุมากกว่า 26 ปี การฉีดอาจ
พิจารณาไดเ้ ป็นกรณีไป

โปลโิ อ -ใชไ้ ดท้ งั้ ในเดก็ ปกติ และเดก็ ท่ีมีภมู ิคมุ้ กนั - สามารถใชช้ นิดฉีดแทนชนิดกินไดท้ กุ ครงั้ หากใชช้ นิด
ชนิด Inactivated บกพรอ่ ง อายตุ งั้ แต่ 6 สปั ดาหข์ นึ้ ไป ฉีดอยา่ งเดียวโดยตลอดอาจใหเ้ พียง 4 ครงั้ โดยงดเม่ือ
Poliomyelitis อายุ 18 เดือนได้
Vaccine (IPV) - ตามแผนกระทรวงสาธารณสขุ ให้ IPV 1 ครงั้ ท่ีอายุ
(วัคซีนนี้มี ทั้งชนิ ด 4 เดือน
เด่ียวและรวมอยู่กับ - ในกรณีทป่ี ระสงคจ์ ะใช้IPV เพอ่ื ลดความเสย่ี งตอ่ Vaccine
วคั ซีนคอตีบ- Associated Poliomyelitis Paralysis (VAPP) อาจใช้
บาดทะยัก-ไอกรน IPV เพียง 2 โด๊สแรกเม่ืออายุ 2, 4 เดือน และใช้ OPV
ชนิดไรเ้ ซลล)์ เม่อื อายุ 6-18 เดอื น และ 4-6 ปี (Sequential IPV – OPV)
คาดวา่ การทำ� แบบนีจ้ ะชว่ ยลดอตั ราการเกิด VAPP ลงได้
อยา่ งนอ้ ยรอ้ ยละ 50

วัคซนี รวมคอตบี - - DTaP ใชไ้ ดท้ งั้ ในเด็กปกติ และเด็กท่ีมี - ในกรณีเด็กอายนุ อ้ ยกว่า 7 ปี ใช้ DTaP ฉีดเหมือน
บาดทะยัก-ไอกรน ภมู คิ มุ้ กนั บกพรอ่ ง อายตุ งั้ แต่ 6 สปั ดาหข์ นึ้ ไป DTwP โดยควรเรม่ิ ตน้ ฉีด DTaP เม่อื อายุ 2 เดอื น จำ� นวน
ชนิดไร้เซลล์ จนถงึ อายุ 7 ปี 5 ครงั้ สำ� หรบั 3 เขม็ แรก แตล่ ะเขม็ หา่ งกนั ประมาณ 2 เดอื น
หรือ DTaP - เม่ืออายุ 4-6 ปี อาจใช้DTwP, DTaP หรอื (อายุ 2, 4, 6 เดือน) เขม็ ท่ี 4 ฉีดเม่ือเดก็ อายุ 18 เดือน
และสูตรเด็กโตท่ี Tdap ก็ได้ สำ� หรบั เขม็ ท่ี 5 ซง่ึ เป็นเขม็ กระตนุ้ ฉีดเม่ืออายุ 4-6 ปี อาจใช้
อายุ 7 ปี ขนึ้ ไป และ - เดก็ อายุ 11-12 ปี ควรไดร้ บั การฉีด Td DTaP หรอื Tdap ก็ได้ สามารถใช้ DTaP แทน DTwP ได้
ผู้ใหญ่ หรือ Tdap, หรอื Tdap หรอื TdaP ทกุ เขม็
TdaP - กรณีเดก็ อายมุ ากกวา่ 7 ปี และผใู้ หญ่ หา้ มใหว้ คั ซีน
DTaP หรอื DTwP ใหใ้ ชว้ คั ซีน Td แทน โดยในผทู้ ่ีเคยได้
วคั ซีนรวมคอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรน (DTwP/DTaP) มา
ครบถว้ นในวยั เดก็ แลว้ แนะนำ� ฉีด Td กระตนุ้ ทกุ 10 ปี
ถา้ ยงั ไมเ่ คยไดว้ คั ซีนมาก่อนเลยหรอื ไดไ้ มค่ รบ ใหฉ้ ีดให้
ครบ 3 ครงั้ โดยใช้ Td โดยมีระยะหา่ ง 0, 1, 6 เดือน และ
ควรให้ Tdap แทน Td ได้ 1 ครงั้ เพ่ือเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั ตอ่
โรคไอกรนไปดว้ ย

190 ตําราวคั ซีนและการสร้างเสรมิ ภูมิคมุ้ กันโรค
ปี 2562

ชือ่ วัคซนี ผู้ทคี่ วรรับวัคซนี อายุทค่ี วรรับและกำ� หนดการรับวัคซนี บทท ่ี 7 วคั ซีนนอกแผนการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกนั โรค
ของกระทรวงสาธารณสุขวคั ซนี เสรมิ สำ� หรบั เดก็ ท่วั ไป
- เดก็ อายุ 11-12 ปี ควรไดร้ บั การฉีด Td หรอื Tdap หรอื
TdaP (BoostagenTM) ไมว่ า่ จะเคยไดร้ บั Tdap เม่อื อายุ
4-6 ปี มากอ่ นหรอื ไม่ หลงั จากนนั้ ควรฉีดกระตนุ้ ดว้ ย Td
ทกุ 10 ปี
- ผใู้ หญ่ควรไดร้ บั Tdap หรอื TdaP 1 ครงั้ ไมว่ า่ จะเคย
ได้TT หรอื Td มานานเทา่ ใดก็ตาม จากนนั้ ใหฉ้ ีดกระตนุ้
ดว้ ย Td ทกุ 10 ปี
- หญิงตงั้ ครรภค์ วรไดร้ บั Tdap 1 ครงั้ ท่ีอายคุ รรภ์ 27-36
สปั ดาหท์ กุ การตงั้ ครรภ์

วัคซนี ไข้เลอื ดออก - กลมุ่ อายุ 9-45 ปี ทเ่ี คยมกี ารตดิ เชอื้ มากอ่ น - อายุ 9-45 ปี ฉีด 3 เข็ม เดือนท่ี 0, 6 และ 12 ในผทู้ ่ีเคย
(Dengue vaccine) เชน่ เคยมปี ระวตั ปิ ่วยดว้ ยไขเ้ ลอื ดออกหรอื มีการตดิ เชือ้ มาก่อน

ตรวจเลือดพบหลกั ฐานการตดิ เชือ้
- ไมแ่ นะนำ� ใหฉ้ ีดในผทู้ ่ีไมเ่ คยมีการตดิ เชือ้
มาก่อน
- ในกรณีท่ีไม่ทราบว่าติดเชื้อมาก่อน
หรือไม่ ใหต้ รวจเลือดเพ่ือหาหลกั ฐานว่า
เคยตดิ เชือ้ มาก่อน เชน่ Dengue IgG หรอื
Anti-NS1 Ab

ไข้กาฬหลังแอ่น* - เฉพาะผทู้ ่ีมีอายตุ งั้ แต่ 2 ปีขึน้ ไป และมี - ฉีดครงั้ เดียว
(Neisseria ขอ้ บง่ ชีด้ งั นี้
meningitidis) ชนิด 1. ผทู้ ่จี ะเดนิ ทางไปยงั บรเิ วณท่มี กี ารระบาด
polysaccharide ของเชอื้ ไขก้ าฬหลงั แอน่ ซง่ึ มซี โี รกรุป๊ ทว่ี คั ซนี
(Mnc) ปอ้ งกนั ได้เชน่ ผเู้ ดนิ ทางไปประกอบพธิ ีฮจั ย์
และอมุ เราะหท์ ่ีประเทศซาอดุ อิ าระเบีย
2. กรณีท่ีมีการระบาดของเชือ้ ซีโรกรุป๊ ท่ีมี
ในวคั ซีนเกิดขนึ้
3. กรณีก่อนไปศึกษาต่อชนั้ มธั ยมศึกษา
หรอื มหาวิทยาลยั ท่ีประเทศสหรฐั อเมรกิ า
หรือประเทศอ่ืนท่ีกำ� หนดใหต้ อ้ งฉีดก่อน
เขา้ เรยี นในสถาบนั นนั้
4. มีภาวะภูมิตา้ นทานต่อเชือ้ นีบ้ กพร่อง
ไดแ้ ก่ ภาวะมา้ มไม่ทำ� งานหรือขาดสาร
คอมพลเี มน้ ตส์ ว่ นปลาย

ตําราวคั ซนี และการสร้างเสรมิ ภูมคิ ุ้มกนั โรค 191
ปี 2562

ชือ่ วัคซนี ผู้ทคี่ วรรับวัคซนี อายุทค่ี วรรับและกำ� หนดการรับวัคซนี

ไข้กาฬหลังแอ่น - MCV-DT (MenactraTM) ในผทู้ ่ีอายุ - เดก็ อายุ 9-23 เดือน ฉีด 2 เข็ม หา่ งกนั 3 เดือน
ชนิดคอนจเู กต 9 เดือน-55 ปี - เดก็ อายุ 2 ปีขนึ้ ไป และผใู้ หญ่ ถา้ มีความเส่ยี งตอ่ การ
(MCV) - MCV-CRM (MenveoTM) ในผทู้ ่ีอายุ ไปสมั ผสั โรคเทา่ นนั้ (ขอ้ 1-3) ให้ 1 เขม็ ถา้ มีความเส่ยี ง
2-55 ปี เพราะมา้ มไมท่ ำ� งาน หรอื ขาดสารคอมพลเี มน้ ตใ์ หฉ้ ีด 2 เขม็
- ขอ้ บง่ ชเึ้ หมือน Meningococcal หา่ งกนั 2 เดือน
Polysaccharide Vaccine ขา้ งตน้ - เด็กอายุ 11-18 ปีแข็งแรงดีท่ีจะไปเรียนในประเทศท่ี
กำ� หนดใหต้ อ้ งฉีด ใหฉ้ ีด 1 เขม็ และฉีดซำ้� อีกครงั้ เม่ืออายุ
16 ปี ถา้ ฉีดเขม็ แรกกอ่ นอายุ 16 ปี โดยตอ้ งหา่ งจากเขม็ แรก
อยา่ งนอ้ ย 2 เดือน
- การฉีดกระตนุ้ ซำ้� ควรใหเ้ ม่ือยงั มีความเส่ยี งโดยฉีด 5 ปี
หลงั เข็มสดุ ทา้ ย กรณีเป็นผมู้ ีภมู ิคมุ้ กนั ในการตา้ นทาน
เชือ้ นีบ้ กพรอ่ ง (ขอ้ 4) ใหฉ้ ีดทกุ 5 ปี

ไข้เหลอื ง* - เฉพาะผทู้ ่ีอายุ 9 เดอื นขนึ้ ไป ท่ีจะเดนิ ทาง - ฉีดครงั้ เดียว
(Yellow fever) ไปยงั ประเทศท่ีกำ� หนด เป็นพืน้ ท่ีตดิ โรคไข้
เหลอื ง
หมายเหต:ุ คำ� แนะนำ� นรี้ วบรวมจากหนว่ ยงานวชิ าการทางการแพทยท์ งั้ ในและตา่ งประเทศ มใิ ชค่ ำ� แนะนำ�
จากคณะอนกุ รรมการสรา้ งเสรมิ ภูมคิ มุ้ กนั โรค
*ตรวจสอบสถานทใี่ หบ้ รกิ ารฉดี วคั ซนี สำ� หรบั ผเู้ ดนิ ทางไปตา่ งประเทศไดท้ ี่ กลมุ่ โรคตดิ ตอ่ ระหวา่ งประเทศ
สำ� นกั โรคตดิ ตอ่ ทว่ั ไป โทร 0-2580-5726 และทดี่ า่ นควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ระหวา่ งประเทศ สาขา ทา่ อากาศยาน
สวุ รรณภูมิ โทร 0-2134-0134, 0-2134-0139 และ สาขาทา่ เรอื กรุงเทพมหานคร โทร 02-249-4110,
02-240- 2057

192 ตาํ ราวัคซีนและการสร้างเสรมิ ภมู คิ ้มุ กันโรค
ปี 2562

7.1 วคั ซนี ปอ้ งกันโรคติดเช้ือไวรสั โรต้า บทท ่ี 7 วคั ซีนนอกแผนการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกนั โรค
ของกระทรวงสาธารณสุขวคั ซนี เสรมิ สำ� หรบั เดก็ ท่วั ไป
บทที่ (Rotavirus Vaccine)

บทน�ำและระบาดวิทยา

โรคติดเชือ้ ไวรสั โรตา้ มกั เกิดในทารกและเด็กเล็กอายตุ ่ำ� กว่า 2 ปี ทำ� ใหเ้ กิดอาการทอ้ งเสีย
อาเจียน เกิดภาวะขาดสารนำ้� และเกลือแร่ บางคนจะมีอาการปวดทอ้ งและไข้ เด็กท่ีติดเชือ้ นีป้ ระมาณ
ครง่ึ หน่ึงจะมีอาการของระบบทางเดินหายใจรว่ มดว้ ย อาการทอ้ งเสียส่วนใหญ่เป็นลกั ษณะถ่ายเหลว
เป็นนำ้� อาจมีมกู ปนไดบ้ า้ ง แตไ่ มม่ ีเลือดปน ภาวะขาดสารนำ้� สว่ นใหญ่อยใู่ นระดบั นอ้ ยหรอื ปานกลาง
ในผปู้ ่วยสว่ นนอ้ ยอาจพบภาวะขาดสารนำ้� ระดบั รุนแรงจนเกิดภาวะช็อค ลกั ษณะของอจุ จาระของเดก็ ท่ี
ทอ้ งเสียจากโรคติดเชือ้ นีอ้ าจมีกล่นิ เปรยี้ ว เพราะไวรสั จะทำ� ลายเซลลช์ นั้ บนของเย่ือบลุ ำ� ไสเ้ ลก็ ซง่ึ เป็น
เซลลท์ ่ีผลิตแลคเตส (lactase) ท่ีเป็นเอ็นไซมย์ ่อยนำ้� ตาลแลคโตสในนม ดงั นนั้ เม่ือเด็กขบั ถ่ายนมท่ีมี
แลคโตสท่ไี มย่ อ่ ยออกมาจะมสี ภาพอจุ จาระเป็นกรด และจะทำ� ใหอ้ จุ จาระเหลวเป็นนำ้� ซง่ึ จะดขี นึ้ ในเวลา
ประมาณเกือบ 1 สปั ดาห์ การกินนมเป็นแบบไมม่ ีนำ้� ตาลแลคโตส1 ในชว่ งนีจ้ ะชว่ ยลดอาการทอ้ งเสยี ได้
การติดเชือ้ โรตา้ ครงั้ แรกทำ� ใหเ้ กิดอาการรุนแรงท่ีสดุ เม่ือเป็นซำ้� อาการจะลดลง2 การดแู ลเด็กทอ้ งเสีย
เหลา่ นีใ้ ชว้ ธิ ีรกั ษาตามอาการ ประคบั ประคองจนผปู้ ่วยหายเอง
ไวรสั โรตา้ เป็นสาเหตขุ องโรคอจุ จาระรว่ งในเด็กท่ีพบบอ่ ยท่ีสดุ ของโลกและของประเทศไทย
ตามอบุ ตั กิ ารณแ์ ลว้ ไวรสั เป็นสาเหตขุ องโรคอจุ จาระรว่ งมากกวา่ แบคทีเรยี และพบไวรสั โรตา้ เป็นสาเหตุ
ถงึ รอ้ ยละ 30-60 ของโรคอจุ จาระรว่ งทงั้ หมดในเดก็ ท่ีมาตรวจท่ีโรงพยาบาลเพราะอจุ จาระรว่ ง3-5 โดยเดก็
ท่ีอายุ 3-5 ปี จะเคยตดิ เชือ้ นีแ้ ลว้ รอ้ ยละ 956 มีการคาดประมาณวา่ มีเดก็ อายตุ ่ำ� กวา่ 5 ปีท่วั โลกเสียชีวติ
จากการตดิ เชือ้ ไวรสั โรตา้ ประมาณ 215,000 คน7
โรคตดิ เชือ้ ไวรสั โรตา้ ตดิ ตอ่ จากไวรสั ท่ถี กู ขบั ออกมากบั อจุ จาระของผปู้ ่วย และถา่ ยทอดไปยงั ผอู้ ่นื
โดยการรบั ประทานเชือ้ ท่ีปนเปื้อนมากบั อาหารและนำ้� ด่ืม บางครงั้ พบไวรสั อยตู่ ามของเลน่ เม่ือเดก็ หยิบ
เขา้ ปากก็ตดิ เชือ้ ได้ และโรคนีอ้ าจติดตอ่ ทางหายใจไดด้ ว้ ย8 ปัจจบุ นั พบวา่ มีการตดิ ตอ่ ของเชือ้ ไวรสั โรตา้
ในโรงพยาบาล (nosocomial transmission) ซ่งึ เป็นสาเหตสุ ำ� คญั ส่งผลกระทบต่อภาวะการเจ็บป่ วย
และค่ารกั ษาพยาบาลจำ� นวนมาก9,10 โดยการติดเชือ้ มีระยะฟักตวั หลงั จากรบั เชือ้ ประมาณ 0.5-4 วนั
ประเทศในเขตอบอนุ่ มกั พบโรคอจุ จาระรว่ งจากไวรสั โรตา้ ในฤดหู นาว สว่ นประเทศไทยพบโรคนีไ้ ดต้ ลอดทงั้ ปี
ซง่ึ จะพบไดบ้ อ่ ยในชว่ งเดือนธนั วาคม-มีนาคม5
ไวรสั โรตา้ แบง่ เป็นซีโรทยั ป์ ตา่ งๆ ตามชนิดของโปรตีนท่ีอยบู่ นเปลือกของไวรสั ท่ีเรยี กวา่ VP7
glycoprotein(G) และ VP4 protease-cleaved hemagglutinin(P) ไวรสั สายพนั ธทุ์ ่ีกอ่ โรคในคนมีอยา่ งนอ้ ย
10G ซีโรทยั ป์ และ 9P ซีโรทยั ป์ ชนิดท่ีพบบอ่ ยท่ีสดุ 4 อนั ดบั แรกคือ G1P[8], G4P[8], G2P[4], G3P[8]11
นอกจากนีพ้ บซีโรทยั ป์ G9 เพ่ิมขนึ้ มากเป็นบางปีในบางพืน้ ท่ี เชน่ ในชว่ งปี พ.ศ. 2539-254011,12

ตําราวัคซนี และการสร้างเสรมิ ภมู คิ ้มุ กนั โรค 193
ปี 2562

ชนิดของวัคซนี

ในปี พ.ศ. 2541-2542 เคยมีวคั ซีนปอ้ งกนั โรคไวรสั โรตา้ ชนิด Rhesus-human reassortant
tetravalent vaccine (RotashieldTM) จำ� หนา่ ย แตต่ อ่ มาพบวา่ วคั ซนี ชนดิ นีส้ มั พนั ธก์ บั การเกิดภาวะลำ� ไส้
กลนื กนั (intussusception) จงึ ไดห้ ยดุ จำ� หนา่ ยไป ปัจจบุ นั มีวคั ซีนท่ีพฒั นาขนึ้ มาใหมท่ ่ีมีประสทิ ธิภาพ
และความปลอดภยั สงู
วคั ซีนป้องกนั โรคติดเชือ้ ไวรสั โรตา้ ท่ีมีจำ� หน่ายในปัจจบุ นั เป็นวคั ซีนท่ีมีชีวิตท่ีทำ� ใหอ้ ่อนฤทธิ์
มี 3 ชนิด ไดแ้ ก่วคั ซีน RotaTeqTM ผลติ จากการสรา้ งไวรสั ลกู ผสมระหวา่ งไวรสั โรตา้ ของมนษุ ยก์ บั ไวรสั
ของววั วคั ซีน RotarixTM ผลติ จากไวรสั โรตา้ ของมนษุ ย์ และวคั ซีน RotavacTM ซง่ึ เป็นไวรสั ลกู ผสมท่ีแยก
ไดจ้ ากมนษุ ย์ นอกจากวคั ซีนทงั้ สามชนิดนีแ้ ลว้ ยงั มีวคั ซีนท่ีกำ� ลงั อยรู่ ะหวา่ งการศกึ ษาอีกหลายชนิด

สว่ นประกอบของวคั ซีน

1. RotaTeqTM เป็น bovine-human reassortant pentavalent live-attenuated oral vaccine
ผลิตโดยบริษัท Merck มีไวรสั ท่ีทำ� ใหอ้ ่อนฤทธิ์ ประกอบดว้ ยแอนติเจน 5 สายพนั ธุข์ องมนุษย์ ไดแ้ ก่
ซีโรทยั ป์ G1, G2, G3, G4, และซีโรทยั ป์ P8
2. RotarixTM เป็น human-derived monovalent live-attenuated oral vaccine ผลติ โดย
บรษิ ัท GSK3.ม ีไRวoรtสั aสvาaยcพTMนั เธปุ์ R็นIXH4u4m14anซง่ึbเoปv็นiซnโีeรrทeยั aปs์ Gso1rPtm[8e]nทt่ีทสำ� าใยหพอ้ อ่นั นธฤุ์ 1ท1ธ6ิ์ลEงไทม่ีเน่กอิด้ ยขกนึ้ วเอา่ ง1ต0า6CมCธรIDรม50ช/มาลต.ิ

แยกไดจ้ ากทารกแรกเกิด เป็นซีโรทยั ป์ G9[P11] จำ� นวน 105 FFU โดยบรษิ ัท Bharat Biotech

ขนาดบรรจุ

RotaTeqTM เป็นชนิดนำ้� 2 มล. บรรจใุ นหลอดพลาสตกิ เม่ือจะใชใ้ หห้ มนุ ฝา
RotarixTM เป็นชนิดนำ้� 1.5 มล. บรรจใุ นหลอดยาพรอ้ มใช้ (prefilled syringe)
RotavacTM เป็นชนิดนำ้� 0.5 มล. บรรจใุ นหลอดแกว้ เม่ือจะใชต้ อ้ งสวมหลอดหยด (dropper)

ขนาดและวิธีใช้

ตารางท่ี 7.1-1 วคั ซีนทงั้ 3 ชนิดใหโ้ ดยวิธีรบั ประทานเทา่ นนั้ หา้ มนำ� ไปฉีดเดด็ ขาด

ชือ่ วัคซนี จำ� นวนโดส๊ อายุทค่ี วรให้ อายุทแ่ี นะนำ�
RotaTeqTM ทใ่ี ห้ แตล่ ะโดส๊
โดส๊ แรก โดส๊ ตอ่ ไป
RotarixTM
RotavacTM 3 ห่างกันแต่ละโด๊สไม่ 2, 4, 6 เดือน
น้อยกว่า 4 สัปดาห์

อายุ 6-15 สปั ดาห์ โด๊สสุดท้ายไม่เกิน
อายุ 8 เดือน

2 2, 4 เดือน

3 2, 4, 6 เดือน

194 ตาํ ราวคั ซีนและการสร้างเสริมภมู คิ ุม้ กันโรค
ปี 2562

บุคคลท่คี วรได้รับวคั ซีนและอายทุ ี่ควรรบั วคั ซีน บทท ่ี 7 วคั ซีนนอกแผนการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกนั โรค
ของกระทรวงสาธารณสุขวคั ซนี เสรมิ สำ� หรบั เดก็ ท่วั ไป
วคั ซีนนีค้ วรพิจารณาใหใ้ นเดก็ แข็งแรงท่ีมีอายมุ ากกวา่ 6 สปั ดาห์ โดยอายแุ ละช่วงเวลาท่ีให้
เป็นไปดงั ตารางท่ี 7.1-1 วคั ซีนทงั้ 3 ชนิดสามารถใหพ้ รอ้ มกบั OPV ได้ หรอื หา่ งกนั เป็นเวลาเทา่ ใดก็ได้
แม้ว่าการให้พรอ้ มกันทำ� ให้ระดับของภูมิคุ้มกันต่อไวรัสโรต้าต่ำ� กว่าการให้แยกกัน แต่ไม่พบว่า
ประสทิ ธิภาพในการปอ้ งกนั โรคลดลง
ไมค่ วรใหโ้ ด๊สแรกของวคั ซีนทงั้ สองชนิดนีใ้ นเดก็ อายเุ กินกวา่ กำ� หนด เพราะเดก็ ท่ีอายรุ ะหวา่ ง
5-12 เดือน เป็นอายทุ ่ีมีโอกาสเกิดลำ� ไสก้ ลืนกนั (intussusception) ตามธรรมชาตไิ ดม้ ากท่ีสดุ 13 ทำ� ใหม้ ี
ความเป็นไปไดใ้ นทางทฤษฎีท่ีจะทำ� ใหม้ ีโอกาสเกิดปัญหานีห้ ลงั จากรบั วคั ซีนไดม้ ากขนึ้ ในกรณีท่ีเด็ก
อายมุ ากกวา่ 15 สปั ดาห์ มีความประสงคจ์ ะรบั วคั ซีน อาจพิจารณาเป็นรายๆ ไป องคก์ ารอนามยั โลกให้
คำ� แนะนำ� ว่าควรใหว้ คั ซีนโรตา้ พรอ้ มกบั วคั ซีน คอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรน ตงั้ แต่ครงั้ แรก แมจ้ ะมีอายุ
มากกวา่ 15 สปั ดาห์
กระทรวงสาธารณสขุ จะไดบ้ รรจวุ คั ซีนโรตา้ เขา้ สแู่ ผนงานสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรคใหเ้ ดก็ ไทย
คาดวา่ จะเรม่ิ ในปี พ.ศ. 2563 ซง่ึ อาจใชว้ คั ซีนชนิดใดชนิดหนง่ึ ซง่ึ ไดร้ บั การขนึ้ ทะเบียน

ปฏกิ ริ ิยาจากการใหว้ ัคซนี

วคั ซนี ปอ้ งกนั โรคตดิ เชอื้ ไวรสั โรตา้ เป็นวคั ซนี ท่มี ปี ระสทิ ธิภาพและความปลอดภยั สงู ถา้ ใหต้ ามขนาด
วิธีการและอายตุ ามท่ีแนะนำ�
อาการขา้ งเคียงจากวคั ซีน RotaTeqTM และ RotarixTM ท่ีพบไดบ้ า้ ง ไดแ้ ก่ ไข้ เบ่ืออาหาร อจุ จาระรว่ ง
อาเจียน งอแง เด็กท่ีรบั วคั ซีนส่วนใหญ่จะทนต่อวคั ซีนไดด้ ี14,15 เด็กท่ีมีอาการอาเจียนหลงั ไดว้ คั ซีน
ไมแ่ นะนำ� ใหว้ คั ซีนซำ้� ในการศกึ ษาทางคลนิ ิกพบวา่ การเกิดลำ� ไสก้ ลนื กนั (intussusception)ในกลมุ่ ท่ีไดร้ บั
วคั ซนี ทงั้ RotaTeqTM และ RotarixTM ไมไ่ ดเ้ พ่มิ ขนึ้ เม่อื เปรยี บเทยี บกบั กลมุ่ ท่ไี ดร้ บั ยาหลอก14,15 แตก่ ารศกึ ษา
หลงั จากวคั ซนี ไดม้ ีการจำ� หนา่ ย (post marketing)และไดใ้ ชใ้ นเดก็ จำ� นวนมาก พบวา่ การใหว้ คั ซนี ทงั้ 2 ชนิด
เพม่ิ ความเสย่ี งของลำ� ไลก้ ลนื กนั แตน่ อ้ ยมากประมาณ 1:51,000-1:68,000 ราย ดงั นนั้ เม่อื เทยี บประโยชน์
ท่ีไดจ้ ากวคั ซีนท่ีลดอตั ราการนอนโรงพยาบาลและการเสยี ชีวิตของเดก็ จากอจุ จาระรว่ งอยา่ งมาก วคั ซีน
จงึ มีความคมุ้ คา่ มากกวา่ หลายเทา่ 16,17 จงึ ยงั คงแนะนำ� ใหว้ คั ซีนนีต้ อ่ ไป
สว่ นวคั ซีน RotavacTM มีขอ้ มลู นอ้ ยกวา่ แตค่ ลา้ ยคลงึ กบั วคั ซีนอ่ืน ไดแ้ ก่ อาการไข้ อาเจียน
ทอ้ งเดิน สว่ นปัญหาลำ� ไสก้ ลืนกนั พบในการศกึ ษาระยะท่ี 3 ในอตั รารอ้ ยละ 0.13 ซง่ึ ไมต่ า่ งจากกลมุ่
ควบคมุ และยงั ไมม่ ขี อ้ มลู การศกึ ษาท่มี ปี ระชากรจำ� นวนมากหลงั การจำ� หนา่ ย แตค่ าดวา่ นา่ จะคลา้ ยคลงึ
กบั วคั ซีนชนิดอ่ืนๆ

ข้อหา้ มใช้

1. หา้ มใหใ้ นเดก็ ท่ีอายนุ อกเหนือกวา่ ท่ีแนะนำ�
2. ผปู้ ่วยทม่ี ภี มู คิ มุ้ กนั บกพรอ่ งชนดิ severe combined immunodeficiency syndrome (SCID)
3. ผทู้ ่ีเคยเกิดภาวะลำ� ไสก้ ลืนกนั มาก่อน18

ตาํ ราวัคซนี และการสรา้ งเสรมิ ภูมคิ ุม้ กนั โรค 195
ปี 2562

ข้อควรระวัง

1. ยังไม่มีการศึกษาถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวคั ซีนในผูป้ ่ วยท่ีมีภูมิคุม้ กัน
บกพรอ่ งอ่ืนท่ีไมใ่ ช่ SCID เชน่ โรคมะเรง็ ผทู้ ่ีกำ� ลงั ไดร้ บั ยากดภมู ิคมุ้ กนั หรอื ผทู้ ่ีเพ่งิ ไดร้ บั เลอื ด ผลติ ภณั ฑ์
จากเลือดอิมมโู นโกลบลุ นิ ภายใน 42 วนั แตผ่ ปู้ ่วยเดก็ เหลา่ นีส้ ามารถใหว้ คั ซีนโรตา้ ได้ เพราะวคั ซีนเป็น
เชือ้ อ่อนฤทธิ์กว่าการติดเชือ้ ตามธรรมชาติมาก ซ่งึ เด็กเหล่านีม้ ีโอกาสติดเชือ้ ตามธรรมชาติสงู อย่แู ลว้
วคั ซนี จงึ มปี ระโยชนม์ ากกวา่ ความเสย่ี งตอ่ การตดิ เชอื้ ตามธรรมชาตซิ ง่ึ รุนแรง แตต่ อ้ งใหใ้ นชว่ งอายทุ แ่ี นะนำ�
โดยส่วนใหญ่แลว้ ผปู้ ่ วยท่ีมีภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ งเหล่านีม้ กั ไดร้ บั การวินิจฉัยหลงั อายุ 2 เดือนซ่งึ เป็นอายุ
ของการใหว้ คั ซีนไปแลว้
2. กรณีเดก็ ท่ีเกิดจากมารดาท่ีตดิ เชือ้ เอชไอวี สามารถรบั วคั ซีนไดอ้ ยา่ งปลอดภยั และไดผ้ ลดี
แมเ้ ดก็ จะตดิ เชือ้ เอชไอวี19
3. ยงั ไมม่ ีขอ้ มลู การใชว้ คั ซนี ในหญิงตงั้ ครรภแ์ ละหญิงระยะใหน้ มบตุ ร และไมแ่ นะนำ� ใหใ้ ชว้ คั ซนี นี้
ในเดก็ โตหรอื ผใู้ หญ่
4. หลงั จากไดร้ บั วคั ซีนแลว้ อาจมีเชือ้ ไวร้ สั ในวคั ซีนขบั ถ่ายออกมาในอจุ จาระไดห้ ลายวนั
โดยพบวา่ RotarixTM พบในอจุ จาระไดม้ ากและนานกวา่ RotaTeqTM สว่ น RotavacTM มีรายงานพบได้
รอ้ ยละ 12.2 ยงั ไมม่ ีรายงานการเกิดโรคจากการไดร้ บั เชือ้ ไวรสั ในวคั ซีนจากการสมั ผสั อจุ จาระของเดก็ ท่ี
ไดร้ บั วคั ซีน ซง่ึ ยืนยนั ในการศกึ ษาในสมาชิกในครอบครวั ของเดก็ ท่ีไดร้ บั วคั ซีน ผทู้ ่ีมีภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ ง
ควรระมดั ระวงั การสมั ผสั เชือ้ จากเดก็ ท่ีเพ่ิงไดร้ บั วคั ซีนดว้ ย ยงั ไมม่ ีการศกึ ษาผลการปอ้ งกนั โรคจากการ
สมั ผสั หรอื ไดร้ บั เชือ้ จากอจุ จาระของเดก็ ท่ีเพ่ิงรบั วคั ซีน
5. ทารกท่ียงั รกั ษาตวั อย่ใู นโรงพยาบาล เม่ือถึงอายทุ ่ีควรใหว้ คั ซีนนีค้ วรเล่ือนการใหไ้ ปก่อน
ควรใหว้ คั ซีนก่อนกลบั บา้ นถา้ อายยุ งั ไมเ่ กินกำ� หนด
6. โดยท่วั ไปแนะนำ� ใหใ้ ชว้ คั ซนี ชนดิ เดมิ จนครบ แตห่ ากหาวคั ซนี ชนดิ เดมิ ไมไ่ ดส้ ามารถเปลย่ี น
ชนิดไดโ้ ดยจะตอ้ งใหท้ งั้ หมด จำ� นวน 3 ครงั้ หา่ งกนั อยา่ งนอ้ ย 4 สปั ดาห์

ภูมคิ มุ้ กนั ท่ีเกิดข้ึน

การศกึ ษาการใชว้ คั ซีน RotaTeqTM ในประเทศสหรฐั อเมรกิ า ยโุ รป กลมุ่ ประเทศลาตนิ อเมรกิ า
และประเทศไตห้ วนั จำ� นวนประมาณ 68,000 คน4 พบว่าหลงั ไดร้ บั วคั ซีนครบ 3 โด๊สสามารถป้องกนั
โรคอจุ จาระรว่ งรุนแรงไดร้ อ้ ยละ 98 และปอ้ งกนั โรคนีท้ ่ีทกุ ระดบั ความรุนแรงรอ้ ยละ 7414
สว่ นการศกึ ษาการใชว้ คั ซนี RotarixTM ในกลมุ่ ประเทศลาตนิ อเมรกิ าและประเทศฟินแลนดร์ วมกนั
จำ� นวนประมาณ 63,000 คน พบวา่ หลงั ไดร้ บั วคั ซีนครบ 2 โด๊สสามารถปอ้ งกนั ผปู้ ่วยท่ีมีอาการรุนแรง
และตอ้ งรบั การรกั ษาในโรงพยาบาลจากโรคนีร้ อ้ ยละ 85 และป้องกันโรคท่ีรุนแรงมากท่ีสุดไดถ้ ึง
รอ้ ยละ 10015
มกี ารศกึ ษาแบบ Systematic review ของประสทิ ธิผลของวคั ซนี ทงั้ 2 ชนดิ พบวา่ ทงั้ RotaTeqTM
และ RotarixTM มีประสิทธิผลท่ีดีในการป้องกันโรคอุจจาระร่วงจากไวรสั โรตา้ และมีอาการขา้ งเคียง
ไม่แตกตา่ งกนั 20 ประสทิ ธิผลของวคั ซีนทงั้ สองหลงั จากมีการใชเ้ ป็นวคั ซีนพืน้ ฐานในหลายประเทศพบวา่
มีประสทิ ธิผลประมาณรอ้ ยละ 70-84 21-24 โดยในประเทศท่ีมีอตั ราการเสยี ชีวติ ในเดก็ ต่ำ� จะมีประสทิ ธิผล

196 ตําราวัคซีนและการสรา้ งเสริมภูมคิ ุ้มกันโรค
ปี 2562

สงู กวา่ ประเทศท่ีมีอตั ราการเสยี ชีวติ ในเดก็ สงู คือ รอ้ ยละ 71, 56 และ 60 ในประเทศท่ีมีอตั ราการเสยี ชีวติ บทท ่ี 7 วคั ซีนนอกแผนการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกนั โรค
ในเดก็ ต่ำ� ปานกลาง และสงู ตามลำ� ดบั ทงั้ นีน้ า่ จะเป็นเพราะสาเหตขุ องอจุ จาระรว่ งและสขุ ภาพของเดก็ ของกระทรวงสาธารณสุขวคั ซนี เสรมิ สำ� หรบั เดก็ ท่วั ไป
ท่ีมีความแตกตา่ งกนั 25-26 วคั ซีนสามารถปอ้ งกนั โรตา้ นอกเหนือจากสายพนั ธทุ์ ่ีบรรจใุ นวคั ซีนได้
ในประเทศไทย มีการศกึ ษาท่ีจงั หวดั สโุ ขทยั โดยใช้ RotarixTM โดยมีจงั หวดั เพชรบรู ณเ์ ป็นกลมุ่
ควบคมุ พบว่าวคั ซีนมีประสิทธิภาพในการป้องกนั การติดเชือ้ โรตา้ ท่ีตอ้ งนอนโรงพยาบาลรอ้ ยละ 88
มีความปลอดภยั สงู ปอ้ งกนั ไดข้ า้ มสายพนั ธุ์ และยงั ปกปอ้ งเดก็ ท่ีไมไ่ ดร้ บั วคั ซีนดว้ ย27
สว่ นวคั ซีน RotavacTM มีการศกึ ษาเฉพาะในประเทศอินเดีย ซง่ึ พบวา่ มีประสทิ ธิภาพรอ้ ยละ 56.4
ในการปอ้ งกนั อจุ จาระรว่ งรุนแรงจากโรตา้ และรอ้ ยละ 34.6 ในการปอ้ งกนั โรตา้ จากความรุนแรง28 ซง่ึ เป็น
ระดบั ประสทิ ธิผลพอๆ กบั วคั ซีนอ่ืนในประเทศยากจน แตไ่ มม่ ีการศกึ ษาในประเทศไทย
มีการศกึ ษาประสทิ ธิผลของการใชว้ คั ซีนสลบั ชนิดกนั ระหวา่ ง RotarixTM และ RotateqTM ซง่ึ พบวา่
กระตนุ้ ใหเ้ กิดภมู ิคมุ้ กนั ไดด้ ีไมต่ า่ งจากการใชแ้ บบไมส่ ลบั กนั 29

การเก็บและการหมดอายุ

เก็บวคั ซีน RotarixTM และ RotateqTM ในตเู้ ยน็ ท่ีอณุ หภมู ิ +2 ถงึ +8oซ หา้ มเก็บในชอ่ งแชแ่ ข็ง
สว่ นวคั ซีน RotavacTM ตอ้ งแชแ่ ข็ง แตส่ ามารถขนสง่ ท่ี +2 ถงึ +8oซ ได้
มีการศกึ ษาวา่ กรณีเก็บวคั ซนี นีไ้ วท้ ่ีอณุ หภมู หิ อ้ ง (25oซ) RotaTeqTM ยงั สามารถใชไ้ ดถ้ า้ ไมเ่ กิน
2 วนั สว่ น RotarixTM ยงั ใชไ้ ดถ้ า้ ไมเ่ กิน 1 สปั ดาห์

ตาํ ราวัคซีนและการสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กันโรค 197
ปี 2562

เอกสารอ้างอิง

1. Bass MD. Rotavirus and other agents of gastroenteritis. In: Behrman RE, et al, eds. Nelson
textbook of Pediatrics. 17th ed. Saunders:Pennsylvania, 2004:1081-3.
2. Velazquez FR, Matson DO, Calva JJ, et al. Rotavirus infections in infants as protection
against subsequent infections.N Engl J Med 1996;335:1022-8.
3. Parashar UD, Bresee JS, Glass RI. The global burden of diarrhoeal disease in children.
Bull World Health Organ 2003;81:236.
4. Parashar UD, Hummelman EG, Bresee JS, Miller MA, Glass RI. Global illness and deaths
caused by rotavirus disease in children.Emerg Infect Dis 2003;9:565-72.
5. Jiraphongsa C, Bresee JS, Pongsuwanna Y, et al. Epidemiology and burden of rotavirus
diarrhea in Thailand: results of sentinel surveillance. J Infect Dis 2005;192 Suppl 1:S87-93.
6. Parashar UD, Bresee JS, Gentsch JR, Glass RI. Rotavirus. Emerg Infect Dis 1998;4:561-70.
7. Clark A, Black R, Tate J, et al. Estimating global, regional and national rotavirus deaths in
children aged <5 years: Current approaches, new analyses and proposed improvements.
PLoS One 2017;12:e0183392.
8. Ijaz MK, Sattar SA, Johnson-Lussenburg CM, Springthorpe VS, Nair RC. Effect of relative
humidity, atmospheric temperature, and suspending medium on the airborne survival of
human rotavirus.Can J Microbiol 1985;31:681-5.
9. Clark HF, Lawley D, DiStefano D, Matthijnssens J, Dinubile MJ. Distribution of rotavirus
genotypes causing nosocomial and community-acquired acute gastroenteritis at the
Children’s Hospital of Philadelphia in the new rotavirus vaccine era. Hum Vaccin 2011 ;
7:1118-23.
10. Bruijning-Verhagen P, Quach C, Bonten M. Nosocomial Rotavirus Infections: A Meta-analysis.
Pediatrics 2012 ;129:e1011-9.
11. Santos N, Hoshino Y. Global distribution of rotavirus serotypes/genotypes and its implication
for the development and implementation of an effective rotavirus vaccine. Rev Med Virol
2005;15:29-56.
12. Cunliffe NA, Bresee JS, Gentsch JR, Glass RI, Hart CA. The expanding diversity of
rotaviruses. Lancet 2002;359:640-2.
13. King L. Pediatrics, Intussusception. eMedicine website. Available from www.emedicine.com/
EMERG/topic385.htm (Access 31 July 2018)
14. Vesikari T, Matson DO, Dennehy P, et al. Safety and efficacy of a pentavalent human-bovine
(WC3) reassortant rotavirus vaccine.N Engl J Med 2006;354:23-33.
15. Ruiz-Palacios GM, Perez-Schael I, Velazquez FR, et al. Safety and efficacy of an attenuated
vaccine against severe rotavirus gastroenteritis.N Engl J Med 2006;354:11-22.

198 ตาํ ราวคั ซนี และการสรา้ งเสรมิ ภมู คิ มุ้ กันโรค
ปี 2562

16. Patel MM, Lopez-Collada VR, Bulhoes MM, et al. Intussusception risk and health benefits บทท ่ี 7 วคั ซีนนอกแผนการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกนั โรค
of rotavirus vaccination in Mexico and Brazil. N Engl J Med 2011;364:2283-92. ของกระทรวงสาธารณสุขวคั ซนี เสรมิ สำ� หรบั เดก็ ท่วั ไป
17. Richardson V, Hernandez-Pichardo J, Quintanar-Solares M, et al. Effect of rotavirus vaccination
on death from childhood diarrhea in Mexico. N Engl J Med 2010;362:299-305.
18. Centers for Disease Control and Prevention. Addition of History of Intussusception as a
Contraindication for Rotavirus Vaccination. MMWR Morb Mortal Wkly Rep 2011;60:1427
19. Steele AD, Madhi SA, Louw CE, et al. Safety, Reactogenicity, and Immunogenicity of
Human Rotavirus Vaccine RIX4414 in Human Immunodeficiency Virus-positive Infants in
South Africa. Pediatr Infect Dis J 2011;30:125-30.
20. Soares-Weiser K, Maclehose H, Ben-Aharon I, Goldberg E, Pitan F, Cunliffe N. Vaccines
for preventing rotavirus diarrhoea: vaccines in use. Cochrane Database Syst Rev.
2010:CD008521.
21. Paulke-Korinek M, Rendi-Wagner P, Kundi M, Kronik R, Kollaritsch H. Universal mass
vaccination against rotavirus gastroenteritis: impact on hospitalization rates in austrian
children. Pediatr Infect Dis J 2010;29:319-23.
22. CDC. Reduction in rotavirus after vaccine introduction--United States, 2000-2009. MMWR
Morb Mortal Wkly Rep 2009;58:1146-9.
23. Buttery JP, Lambert SB, Grimwood K, et al. Reduction in rotavirus-associated acute
gastroenteritis following introduction of rotavirus vaccine into Australia’s National Childhood
vaccine schedule. Pediatr Infect Dis J 2011;30(1Suppl):S25-9.
24. Kerdpanich A, Chokephaibulkit K, Watanaveeradej V, et al. Immunogenicity of a human
rotavirus vaccine (RIX4414) after storage at 37 °C for seven days. Hum Vaccin. 2011;7:74-80.
25. Jonesteller CL, Burnett E, Yen C, Tate JE, Parashar UD. Effectiveness of Rotavirus Vaccination:
A Systematic Review of the First Decade of Global Postlicensure Data, 2006-2016. Clin Infect
Dis 2017; 65: 840-50.
26. Burnett E, Jonesteller CL, Tate JE, Yen C, Parashar UD. Global Impact of Rotavirus Vaccination
on Childhood Hospitalizations and Mortality From Diarrhea. J Infect Dis 2017; 215: 1666-72.
27. Tharmaphornpilas P, Jiamsiri S, Boonchaiya S, et al. Evaluating the first introduction of
rotavirus vaccine in Thailand: Moving from evidence to policy. Vaccine 2017;35:796-801.
28. Bhandari N, Rongsen-Chandola T, Bavdekar A, et al. Efficacy of a monovalent human-bovine
(116E) rotavirus vaccine in Indian infants: a randomised, double-blind, placebo-controlled
trial. Lancet 2014; 383: 2136-43.
29. Libster R, McNeal M, Walter EB, et al.Safety and Immunogenicity of Sequential Rotavirus
Vaccine Schedules. Pediatrics 2016; 137: e20152603.

ตาํ ราวัคซนี และการสรา้ งเสริมภมู คิ ้มุ กนั โรค 199
ปี 2562

7.2 วัคซนี ป้องกันโรคอีสุกอีใส

บทที่ (Varicella Vaccine: VAR)

บทนำ� และระบาดวิทยา

โรคอสี กุ อใี ส เป็นโรคซง่ึ เกดิ จากเชอื้ ไวรสั varicella-zoster virus (VZV) เชอื้ นกี้ อ่ โรคในคนเทา่ นนั้
มีระยะฟักตวั ประมาณ 2-3 สปั ดาห์โดยท่วั ไปจะพบในเดก็ ในผใู้ หญ่จะมีอาการรุนแรงกวา่ ในเดก็ อาการ
ของโรคเรม่ิ ดว้ ยมีไข้ ปวดศีรษะ เบ่ืออาหาร และมีผ่ืนขนึ้ ท่ีผิวหนงั ลกั ษณะผ่ืนระยะแรกเป็นตมุ่ นนู แดง
กระจายตามลำ� ตวั มากกว่าท่ีหนา้ หรือแขนขา ภายในประมาณ 2-3 ช่ัวโมง ตุ่มนูนแดงจะกลายเป็น
ตมุ่ นำ้� พองใส มีลกั ษณะเหมือนหยดนำ้� รูปรา่ งรๆี มีขอบแดง ซง่ึ ตอ่ มาจะมีลกั ษณะข่นุ ขาวคลา้ ยหนอง
แลว้ กลายเป็นสะเก็ด และจะมีตมุ่ ใหมเ่ กิดตอ่ ๆ กนั ไป ตมุ่ อาจเกิดขนึ้ ในปากและลำ� คอได้ประมาณ 3-4 วนั
ต่มุ จะค่อยๆ แหง้ และตกสะเก็ด อตั ราตายของโรคนีต้ ่ำ� สว่ นใหญ่ตายจากโรคแทรกซอ้ น เช่น ติดเชือ้
แบคทีเรียซำ้� เติมบนผ่ืน แลว้ เขา้ กระแสเลือด ปอดอกั เสบ และโรคสมองอกั เสบ ในผปู้ ่ วยท่ีมีภมู ิคมุ้ กนั
ผิดปกตจิ ะมีโรคแทรกซอ้ นและอตั ราตายสงู โรคนีต้ ดิ ตอ่ ไดท้ งั้ จากละอองของนำ้� มกู นำ้� ลาย เสมหะ และ
นำ้� ท่ีอยใู่ นตมุ่ นำ้� พองใส1 ผปู้ ่วยแพรเ่ ชือ้ ไดต้ งั้ แต่ 2 วนั ก่อนผ่ืนขนึ้ จนกระท่งั ตมุ่ แหง้ โดยแพรไ่ ดท้ งั้ แบบ
airborne, droplet และ contact เม่ือหายจากโรคอีสกุ อีใส เชือ้ ไวรสั จะยงั อยใู่ นรา่ งกาย โดยหลบอยใู่ น
ปมประสาท และรอ้ ยละ 15 จะเกิดเป็นงสู วดั ในหลายปีตอ่ มา เม่ือภาวะภมู ิคมุ้ กนั ของรา่ งกายลดลง2
จากขอ้ มลู เฝา้ ระวงั ทางระบาดวทิ ยาปี พ.ศ. 25603 มรี ายงานผปู้ ่วยโรคอสี กุ อใี สทงั้ สนิ้ 59,724 ราย
จากทกุ จงั หวดั ท่วั ประเทศไทย คดิ เป็นอตั ราป่วย 91.28 ตอ่ ประชากรแสนคน พบผปู้ ่วยเสียชีวิต 1 ราย
กลมุ่ อายทุ ่ีพบมากท่ีสดุ เรยี งตามลาํ ดบั คือ 15-24 ปี รอ้ ยละ 16 รองลงมา ไดแ้ ก่ อายุ 10-14 ปี
รอ้ ยละ 15 และ 7-9 ปี รอ้ ยละ 14
สำ� หรบั จงั หวดั ท่ีมีอตั ราป่วยสงู สดุ ไดแ้ ก่ ภเู ก็ต (อตั ราป่วย 235.56 ตอ่ ประชากรแสนคน) รองลงมา
คือ นา่ น (อตั ราป่วย 196.70 ตอ่ ประชากรแสนคน) เชียงราย (อตั ราป่วย 183.86 ตอ่ ประชากรแสนคน)
นราธิวาส (อตั ราป่วย 176.91 ตอ่ ประชากรแสนคน) และระยอง (อตั ราป่วย 154.91 ตอ่ ประชากรแสนคน)
ตามลำ� ดบั
เคยมกี ารศกึ ษาในประเทศไทย ตพี มิ พใ์ น พ.ศ. 2544 พบวา่ เดก็ ไทยกอ่ นอายุ10 ปี จะมภี มู ติ า้ นทาน
ตอ่ อีสกุ อีใสแลว้ รอ้ ยละ 48 สว่ นผใู้ หญ่ อายุ 20 - 29 ปี มีภมู ิตา้ นทานแลว้ รอ้ ยละ 77 จงึ อาจกลา่ วไดว้ า่
ประมาณหนง่ึ ในส่ขี องผใู้ หญ่ตอนตน้ ยงั ไมม่ ีภมู ิตา้ นทานตอ่ อีสกุ อีใส

ชนดิ ของวัคซนี 4-6

วคั ซีนอีสกุ อีใส เป็นวคั ซีนผงแหง้ (lyophilyzed) เตรียมจากเชือ้ ไวรสั อีสกุ อีใสท่ีมีชีวิต ทำ� ให้
ออ่ นฤทธิ์ลง (live attenuated) ท่ีมีจำ� หนา่ ยในประเทศไทยมี 3 ชนิด ดงั ตารางท่ี 7.2-1

200 ตําราวคั ซีนและการสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรค
ปี 2562

ตารางท่ี 7.2-1 วคั ซีนอีสกุ อีใสท่ีมีจำ� หนา่ ยในประเทศไทย บทท ่ี 7 วคั ซีนนอกแผนการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกนั โรค
ของกระทรวงสาธารณสุขวคั ซนี เสรมิ สำ� หรบั เดก็ ท่วั ไป
ชือ่ วัคซนี บริษัท สายพนั ธุ์ ปริมาณไวรัส ยาตา้ นจุลชพี
(PFU)
Varilrix GSK OKA
Varivax MSD OKA >2000 neomycin
Varicella Vaccine-GCC Green Cross/ MAV/06
>1350 neomycin

>1,400 ไมม่ ี

มีการผลติ วคั ซีนอีสกุ อีใสอยใู่ นรูปวคั ซีนรวม หดั -หดั เยอรมนั -คางทมู -อีสกุ อีใส (MMRV) ของ
GSK และ MSD จงึ เป็นทางเลอื กหนง่ึ ซง่ึ สามารถเพ่ิมการใหว้ คั ซีนอีสกุ อีใสเขา้ ไปโดยไมเ่ พ่ิมจำ� นวนครงั้
ในการฉีด7

ส่วนประกอบของวคั ซีน 4-7

ประเทศญ่ีป่นุ ไดพ้ ฒั นาวคั ซนี อสี กุ อใี สสายพนั ธุ์OKA จนกระท่งั ไดเ้ ป็นเชอื้ ตน้ ตอหลกั (master seed)
ซ่ึงต่อมาไดข้ ายลิขสิทธิ์ใหป้ ระเทศต่างๆ นำ� ไวรสั ไปทำ� ใหอ้ ่อนฤทธิ์ลงต่อไป ส่วนประกอบของวคั ซีน
แตกตา่ งกนั ไปบา้ งตามบรษิ ัทผผู้ ลติ สว่ นประกอบของวคั ซีนท่ีสำ� คญั ประกอบดว้ ย
1. ปรมิ าณไวรสั อยรู่ ะหวา่ ง 1,000-2,000 pfu
2. ยาปฏิชีวนะท่ีผสมอยู่
สำ� หรบั วคั ซีนรวม MMRV ท่ีมีจำ� หนา่ ยในประเทศไทย ผลติ โดย GSK มีสว่ นประกอบเหมือน
วคั ซีนแยก ยกเวน้ มีปรมิ าณไวรสั คางทมู เพ่ิมขนึ้ จาก 103.7 เป็น 104.4 TCID50
สว่ นวคั ซีนสายพนั ธุ์ MAV/06 พฒั นาโดยประเทศเกาหลี

ขนาดและวธิ ใี ช้ 4-7

วคั ซีน OKA หรอื OKA-Merck ขนาด 0.5 มล. (สว่ น Varicella-GCC ขนาด 0.7 มล.) ฉีดเขา้
ใตผ้ ิวหนงั การศกึ ษาเพ่ิมเติมในระยะหลงั พบวา่ การฉีดวคั ซีนเขา้ กลา้ มเนือ้ ทำ� ใหม้ ีภมู ิตา้ นทานเกิดขนึ้
ใกลเ้ คียงกนั กบั การฉีดเขา้ ใตผ้ ิวหนงั โดยมีปฏิกิรยิ าไม่ตา่ งกนั 8 VarilixTM ไดร้ บั การขนึ้ ทะเบียนใหใ้ ชไ้ ด้
ตงั้ แตอ่ ายุ 9 เดือนขนึ้ ไป สว่ น VarivaxTM และ Varicella-GCCTM ไดร้ บั การขนึ้ ทะเบียนใหใ้ ชไ้ ดต้ งั้ แตอ่ ายุ
1 ปีขนึ้ ไป วคั ซีนนีโ้ ดยท่วั ไปควรใหต้ งั้ แตอ่ ายุ 1 ปีขนึ้ ไป ดงั นี้
เดก็ อายุ 1-12 ปี ให้ 2 ครงั้ ครงั้ แรกแนะนำ� ใหฉ้ ีดเม่ืออายุ 12-18 เดือน ครงั้ ท่ี 2 ฉีดเม่ืออายุ
2-2½ ปี พรอ้ มวคั ซีน MMR ซ่งึ อาจใชแ้ บบรวมเข็มเป็น MMRV ก็ได้ แต่ในกรณีท่ีมีการระบาด อาจฉีด
ครงั้ ท่ีสองก่อนอายุ 4 ปีได้ โดยตอ้ งหา่ งจากครงั้ แรกอยา่ งนอ้ ย 3 เดือน ผทู้ ่ีอายุ 13 ปีขนึ้ ไป ใหฉ้ ีดวคั ซีน 2 ครงั้
หา่ งกนั อยา่ งนอ้ ย 4 สปั ดาห์
กรณีท่ตี อ้ งการฉีดวคั ซนี อสี กุ อใี ส และหดั -หดั เยอรมนั -คางทมู ในเวลาเดยี วกนั อาจใชว้ คั ซนี รวม
MMRV ได้ เพราะทงั้ สองวคั ซีนมีชว่ งเวลาและวธิ ีใชท้ ่ีเหมือนกนั

ตาํ ราวัคซีนและการสรา้ งเสริมภูมิค้มุ กนั โรค 201
ปี 2562

บคุ คลทคี่ วรไดร้ ับวคั ซนี และอายทุ คี่ วรรับวคั ซนี 9,10 วคั ซนี นีใ้ หไ้ ดใ้ นบคุ คลท่ยี งั ไมเ่ คยเป็นโรคอสี กุ อใี ส
หรอื ไมม่ ีภมู ิตา้ นทานตอ่ โรคนี้ โดยใหไ้ ดใ้ นเดก็ อายตุ งั้ แต่ 1 ปีขนึ้ ไปจนถงึ ผใู้ หญ่ โดยแนะนำ� ใหใ้ ชว้ คั ซีน
ในกรณี ดงั นี้
1. เด็กโตและผูใ้ หญ่ท่ียงั ไม่เคยเป็นโรคอีสุกอีใส ควรพิจารณาใหว้ คั ซีนทุกราย เพราะโรค
มีผลกระทบมาก และอาการอาจรุนแรงกวา่ เดก็ เลก็ ผใู้ หญ่ท่ีไมเ่ คยเป็นอีสกุ อีใส อาจเจาะเลอื ดเพ่ือตรวจวา่
มีภูมิตา้ นทานโรคอยู่แลว้ หรือไม่ เพราะผูท้ ่ีใหป้ ระวตั ิว่าไม่เคยเป็นโรคพบว่าแทจ้ ริงมีภูมิคุม้ กันแลว้
รอ้ ยละ 6811 ซ่งึ อาจเพราะเป็นนอ้ ยจนไม่รูว้ ่าเป็นหรือจำ� ไม่ได้ หากไม่มีภมู ิคมุ้ กนั โรคจึงค่อยฉีดวคั ซีน
หากไมส่ ามารถตรวจเลอื ดได้ สามารถใหว้ คั ซีนเลยโดยไมม่ ีอนั ตราย แมว้ า่ จะมีภมู ิตา้ นทานอยกู่ ่อน
2. วคั ซนี นีค้ วรใหใ้ นบคุ คลท่มี คี วามเส่ยี งในการรบั เชือ้ และเป็นโรค แลว้ แพรเ่ ชือ้ ไปยงั บคุ คลอ่นื
โดยเฉพาะการแพรเ่ ชอื้ ไปยงั ผทู้ ่มี ภี มู คิ มุ้ กนั บกพรอ่ ง เชน่ บคุ ลากรทางการแพทย์ผทู้ ่อี าศยั อยใู่ นบา้ นเดยี ว
กบั ผทู้ ่ีมีภาวะภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ ง เป็นตน้
เดก็ ปกตทิ ่ียงั ไมเ่ คยเป็นโรคอีสกุ อีใสมากอ่ น หากมีความประสงคท์ ่ีจะปอ้ งกนั โรคนี้สามารถให้
วคั ซีนนีไ้ ดต้ งั้ แตอ่ ายุ 1 ปีขนึ้ ไป ในผทู้ ่ีสมั ผสั กบั ผปู้ ่วยท่ีเป็นโรคอีสกุ อีใส หากยงั ไมเ่ คยเป็นอีสกุ อีใสและ
ไม่มีภมู ิคมุ้ กนั สามารถใหว้ คั ซีนป้องกนั โรคหลงั สมั ผสั ไดโ้ ดยวคั ซีนมีประสิทธิภาพในการป้องกนั โรคดี
ถา้ ใหภ้ ายใน 3 วนั และอาจไดผ้ ลถา้ ใหภ้ ายใน 5 วนั 12

ปฏิกริ ิยาจากการฉีดวัคซีน9,13

ปฏกิ ริ ยิ าจากวคั ซนี ในเดก็ ปกตพิ บวา่ มคี อ่ นขา้ งนอ้ ย ไดแ้ ก่ อาการเจบ็ ปวด บวม หรอื แดงบรเิ วณ
ท่ีฉีดวคั ซีนรอ้ ยละ 20 มีผ่ืนบรเิ วณท่ีฉีดรอ้ ยละ 3-5 มีไข้ อณุ หภมู ิสงู กวา่ 38 oซ รอ้ ยละ 10 และพบ varicella
rash หรอื maculopapular rash รอ้ ยละ 3-5 ผ่ืนมากกวา่ 10 ตมุ่ รอ้ ยละ 1.4 และผ่ืนมากกวา่ 100 ตมุ่
มีเพียงรอ้ ยละ 0.1 สว่ นใหญ่ตมุ่ จะเกิดในวนั ท่ี 5-26 หลงั ฉีดและมกั เป็นตมุ่ เหมือนยงุ กดั มากกวา่ ตมุ่ นำ้�
ใสเหมือนอีสกุ อีใสท่วั ๆ ไป เคยมีรายงานหลงั การจำ� หนา่ ยถงึ อาการแทรกซอ้ นรุนแรง เชน่ anaphylaxis,
Stevens-Johnson syndrome, เกลด็ เลือดต่ำ� , Guillain-Barré syndrome แตพ่ บนอ้ ยมาก
การเกิดโรคงสู วดั ภายหลงั การฉีดวคั ซนี ปอ้ งกนั โรคอสี กุ อใี สพบไดบ้ า้ ง แตม่ อี บุ ตั กิ ารณน์ อ้ ยกวา่
หลงั การเป็นอีสกุ อีใสตามธรรมชาต1ิ 4
วคั ซนี อสี กุ อใี สสายพนั ธุ์ MAV/06 stain พบปฏกิ ิรยิ าท่วั ไปหลงั ฉีดนอ้ ยมากไมต่ า่ งจากสายพนั ธุ์
OKA ไมพ่ บมีรายงานการเกิดอาการแทรกซอ้ นรุนแรง สว่ นปฏิกิรยิ าเฉพาะท่ีพบไดแ้ ตไ่ มร่ ุนแรง มกั เกิด
ภายใน 7 วนั หลงั ไดร้ บั วคั ซีน6 ผทู้ ่ีแพเ้ จลาตนิ รุนแรงควรเล่ยี งวคั ซีน MAV/06 หรอื OKA/Merck เพราะมี
เจลาตนิ ผสมในวคั ซีนดว้ ย สำ� หรบั ผทู้ ่ีใชว้ คั ซีนรวม MMRV ในการฉีดครงั้ แรกเม่ืออายนุ อ้ ยกวา่ 2 ปี พบวา่
ปฏิกิรยิ าจากวคั ซีนจะทำ� ใหเ้ กิดไข้ และชกั จากไขม้ ากกวา่ การฉีดแยก MMR และอีสกุ อีใส แตถ่ า้ ฉีดเป็น
เขม็ ท่ี 2 ในเดก็ อายุ 4 ขวบขนึ้ ไปไมพ่ บวา่ มีปฏิกิรยิ าแตกตา่ งจากการฉีดแยกกนั 15,16

202 ตาํ ราวัคซนี และการสร้างเสริมภมู ิค้มุ กนั โรค
ปี 2562

ข้อควรระวัง 9,10 บทท ่ี 7 วคั ซีนนอกแผนการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกนั โรค
ของกระทรวงสาธารณสุขวคั ซนี เสรมิ สำ� หรบั เดก็ ท่วั ไป
1. เดก็ ทป่ี ่วยเป็นโรคมะเรง็ เมด็ เลอื ดขาว เมอ่ื เป็นโรคอสี กุ อใี ส จะมอี าการรุนแรงมาก อาจพจิ ารณา
ปอ้ งกนั โดยใหว้ คั ซีน 2 ครงั้ หา่ งกนั 3 เดือน ในกรณีท่ีมีภาวะดงั นีค้ รบถว้ น
1.1 ตอ้ งอยใู่ นระยะท่ีโรคมะเรง็ เมด็ เลือดขาวสงบมาแลว้ อยา่ งนอ้ ย 1 ปี
1.2 ตอ้ งมเี มด็ เลอื ดขาวชนดิ ลมิ โฟซยั ท์เทา่ กบั หรอื มากกวา่ 700 ตวั /ลบ.มม. และเกลด็ เลอื ด
มากกวา่ 100,000 ตวั /ลบ.มม. ในการตรวจนบั เมด็ เลือดก่อนท่ีจะใหว้ คั ซีน
1.3 ตอ้ งงดเคมบี ำ� บดั รกั ษาโรคมะเรง็ เมด็ เลอื ดขาวอยา่ งนอ้ ย 1 สปั ดาห์กอ่ นและ 1 สปั ดาห์
หลงั การใหว้ คั ซีนโด๊สแรก และหา้ มใหย้ าสเตียรอยดห์ ลงั จากใหว้ คั ซีนเป็นเวลา 4 สปั ดาห์
1.4 ตอ้ งสามารถตดิ ตามอาการหลงั การใหว้ คั ซนี อยา่ งใกลช้ ดิ โดยท่วั ไปไมแ่ นะนำ� ใหว้ คั ซนี
อีสุกอีใสในผูป้ ่ วยมะเร็ง เพราะมีขอ้ จำ� กัดมากและมียา acyclovir รกั ษาหากเป็นโรคขึน้ มา และยา
มีประสทิ ธิภาพสงู
2. สำ� หรบั เดก็ ท่ีติดเชือ้ เอชไอวี เม่ือเป็นโรคอีสกุ อีใสจะมีอาการรุนแรงมาก อาจใหว้ คั ซีนนีไ้ ด้
ถา้ เด็กยงั ไม่มีอาการของภาวะภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ ง และมี CD4 มากกว่ารอ้ ยละ 15 แนะนำ� ให้ 2 ครงั้
โดยใหเ้ หมือนเดก็ ปกติ

ข้อห้ามใช้ 9,10

1. ผปู้ ่วยท่ีกำ� ลงั มีไขส้ งู
2. ผูท้ ่ีมีภาวะภูมิคุม้ กันบกพร่อง รวมทั้งผูท้ ่ีกำ� ลังรบั รงั สีรกั ษา หรือกำ� ลังรบั ประทานยา
กดภูมิคุม้ กันรวมทงั้ ผูท้ ่ีไดร้ บั ยาสเตียรอยดใ์ นขนาด prednisolone ตงั้ แต่ 2 มก./กก./วนั หรือตงั้ แต่
20 มก./วนั นานตงั้ แต่ 14 วนั ขนึ้ ไป ถา้ จะใหว้ คั ซีนนี้ควรใหห้ ลงั จากหยดุ ยาสเตียรอยดอ์ ยา่ งนอ้ ย 1 เดือน
หรอื หลงั จากหยดุ ยาเคมีบำ� บดั อยา่ งนอ้ ย 3 เดือน
3. หญิงมีครรภ์ หญิงวยั เจริญพนั ธุท์ ่ีไดร้ บั วคั ซีนควรป้องกนั การตงั้ ครรภอ์ ย่างนอ้ ย 1 เดือน
หลงั จากฉีดวคั ซีน ถา้ ใหว้ คั ซีนโดยไม่ทราบว่าตงั้ ครรภ์ ไม่ถือเป็นขอ้ บ่งชีใ้ นการทำ� แทง้ ส่วนหญิงท่ีอยู่
ในระหว่างใหน้ มบตุ รไม่ถือเป็นขอ้ หา้ มในการใหว้ คั ซีน เพราะการศกึ ษาในหญิงท่ีใหน้ มบตุ รไม่พบว่ามี
เชือ้ ไวรสั ออกมาในนำ้� นม และไมพ่ บวา่ มีทารกตดิ เชือ้ 7
4. ไมค่ วรใหว้ คั ซนี นใี้ นบคุ คลท่เี พง่ิ ไดร้ บั อมิ มโู นโกลบลู นิ หรอื ผลติ ภณั ฑข์ องเลอื ดมา เพราะอาจ
มีแอนติบอดียต์ อ่ เชือ้ อีสกุ อีใสในผลติ ภณั ฑน์ นั้ ซง่ึ อาจรบกวนการสรา้ งภมู ิคมุ้ กนั โรคจากวคั ซีน ควรเวน้ ชว่ ง
ใหน้ านพอกอ่ นท่ีจะใหว้ คั ซนี โดยขนึ้ อยกู่ บั ชนิดและปรมิ าณของผลติ ภณั ฑข์ องเลอื ดหรอื อมิ มโู นโกลบลู นิ ท่ี
ไดร้ บั มาก่อน โปรดดใู นบทเร่ืองวคั ซีน หดั -หดั เยอรมนั -คางทมู (MMR) โดยใชห้ ลกั การเดียวกนั ในการ
เวน้ ช่วงเวลาก่อนใหว้ คั ซีน MMR ส่วนผทู้ ่ีไดร้ บั วคั ซีนก็ควรงดการรบั เลือด ผลิตภณั ฑข์ องเลือด หรือ
อิมมโู นโกลบลู นิ อยา่ งนอ้ ย 2 สปั ดาหห์ ลงั ฉีดวคั ซีน
5. ผทู้ ่ีมีประวตั แิ พย้ าแบบ anaphylaxis ตอ่ เจลาตนิ neomycin หรอื ยาปฏิชีวนะอ่ืนท่ีบรรจใุ น
วคั ซีน
6. ผทู้ ่ีไดร้ บั ยาแอสไพรนิ เป็นประจำ� เพราะมีอาจความเส่ยี งตอ่ ภาวะ Reye syndrome และ
ควรงดการใชย้ าแอสไพรนิ หลงั รบั วคั ซีนแลว้ นาน 6 สปั ดาห์

ตาํ ราวคั ซนี และการสร้างเสริมภูมิคุ้มกนั โรค 203
ปี 2562

ภูมคิ ุ้มกันทเ่ี กิดข้นึ

จากการศกึ ษาการตอบสนองในการสรา้ งภมู ิคมุ้ กนั ภายหลงั ไดร้ บั วคั ซีนปอ้ งกนั โรคอีสกุ อีใส
ในเดก็ อายุ 1 ปีขนึ้ ไป พบวา่ ภายหลงั การใหว้ คั ซีน 1 ครงั้ จะมีภมู ิคมุ้ กนั เกิดขนึ้ รอ้ ยละ 76-85 และจะเพ่ิมขนึ้
เป็นเกือบรอ้ ยละ 100 ภายหลงั ไดร้ บั วคั ซนี ครงั้ ท่ี 29 การศกึ ษาในประเทศญ่ีป่นุ พบวา่ การฉีดวคั ซนี สามารถ
ปอ้ งกนั โรคอีสกุ อีใสไดน้ านถงึ 20 ปี วคั ซีนปอ้ งกนั โรคอีสกุ อีใสไดร้ อ้ ยละ 70-85 และปอ้ งกนั โรคอีสกุ อีใส
รุนแรงไดม้ ากกวา่ รอ้ ยละ 95 วคั ซนี นีส้ ามารถใชป้ อ้ งกนั โรคไดร้ อ้ ยละ 62 และปอ้ งกนั โรครุนแรงไดร้ อ้ ยละ 79
ถา้ ฉีดภายใน 72-120 ช่วั โมงหลงั จากสมั ผสั เชือ้ 17,18
จากการติดตามเดก็ อายุ 1-12 ปี ภายหลงั ไดร้ บั วคั ซีน 10 ปี พบวา่ อตั ราการเกิดโรคอีสกุ อีใส
(breakthrough disease) เป็นรอ้ ยละ 7.3 และ 2.2 ในเดก็ ท่ีไดว้ คั ซนี 1 ครงั้ และ 2 ครงั้ ตามลำ� ดบั แตอ่ าการ
มกั ไมร่ ุนแรง จำ� นวนผ่ืนนอ้ ยกวา่ 50 ตมุ่ 19
เดก็ ท่ไี ดร้ บั วคั ซนี อสี กุ อใี สมโี อกาสเป็นโรคงสู วดั ต่ำ� กวา่ เดก็ ท่ไี มไ่ ดร้ บั วคั ซนี ขอ้ มลู จากการศกึ ษา
ในประเทศสหรฐั อเมริกา พบว่าอบุ ตั ิการณข์ องการเกิดงสู วดั ในเด็กอายตุ ่ำ� กว่า 18 ปีท่ีไม่ไดร้ บั วคั ซีน
อีสกุ อีใส พบได้ 230 ตอ่ 100,000 person-years ในขณะท่ีเด็กท่ีไดร้ บั วคั ซีนอีสกุ อีใส พบได้ 48 ตอ่
100,000 person-years ซง่ึ ต่ำ� ลงรอ้ ยละ 7917
การศกึ ษาประสทิ ธิภาพของวคั ซีนอีสกุ อีใสสายพนั ธุ์ MAV/06 stain ในเดก็ เกาหลี พบวา่ วคั ซีน
มี seroconversion rate เป็นรอ้ ยละ 100 และไดม้ ีการตดิ ตามระดบั แอนตบิ อดีหลงั จากไดร้ บั วคั ซีนเป็น
เวลา 5 ปีพบวา่ มี seroconversion ลดลงคลา้ ยๆ กบั ท่ีพบใน OKA strain6 มีขอ้ มลู เผยแพรจ่ ากประเทศ
เกาหลีระยะหลงั บ่งชีว้ ่า วคั ซีน MAV/06 อาจจะมีประสิทธิภาพดอ้ ยกว่าวคั ซีนชนิด OKA stain และ
มีอตั รา seroconversion ต่ำ� กวา่ เม่ือศกึ ษาในระดบั ประชากร แตก่ ารศกึ ษาเหลา่ นีย้ งั มีขอ้ มลู นอ้ ย ไมม่ ี
การควบคมุ จงึ ยงั ไมส่ ามารถสรุปไดอ้ ยา่ งแนน่ อน20

หมายเหตุ
1. หลงั จากฉีดวคั ซีนแลว้ ยงั มีโอกาสเป็นอีสกุ อีใสไดใ้ นอตั รารอ้ ยละ 1-4 ตอ่ ปี แตอ่ าการจะนอ้ ย
มีตมุ่ ขนึ้ จำ� นวนนอ้ ย อตั ราการเกิดอีสกุ อีใสหลงั จากไดว้ คั ซีนแลว้ จะสงู ขนึ้ ในเด็กท่ีไดร้ บั วคั ซีนก่อนอายุ
15 เดอื น21 และเดก็ ท่ไี ดร้ บั วคั ซนี 2 เขม็ มโี อกาสเกดิ โรคอสี กุ อใี สนอ้ ยกวา่ เดก็ ท่ไี ดร้ บั วคั ซนี เพยี งเขม็ เดยี ว22
เด็กท่ีเป็นอีสกุ อีใสหลงั จากไดร้ บั วคั ซีน มีโอกาสแพรเ่ ชือ้ ไปส่ผู อู้ ่ืนนอ้ ยกว่าผทู้ ่ีเป็นโรคโดยไม่เคยไดร้ บั
วคั ซีน ไมแ่ นะนำ� ใหต้ รวจภมู ิคมุ้ กนั หลงั ฉีดวคั ซีน
2. การใหว้ คั ซีนอีสกุ อีใสในเวลาเดียวกบั การใหว้ คั ซีนหดั หรอื วคั ซีนหดั -คางทมู -หดั เยอรมนั
(MMR) ถา้ ไมฉ่ ีดพรอ้ มกนั ควรฉีดแยกหา่ งจากกนั อยา่ งนอ้ ย 1 เดือน มิฉะนนั้ จะเกิดการรบกวนการสรา้ ง
ภมู คิ มุ้ กนั โรคได้ปัจจบุ นั มวี คั ซนี รวม อสี กุ อใี ส-หดั -คางทมู -หดั เยอรมนั (MMRV) สามารถกระตนุ้ ภมู คิ มุ้ กนั
ไดด้ ี สามารถนำ� มาใชแ้ ทนการฉีดแยกเขม็ ได้ แตว่ คั ซีน MMRV อาจทำ� ใหเ้ กิดอาการไขแ้ ละชกั จากไขไ้ ด้
บอ่ ยกวา่ การฉีดแยกชนิดในเดก็ อายนุ อ้ ยกวา่ 2 ปี สว่ นการฉีดในเดก็ อายุ 4-6 ปี ไมพ่ บปัญหานี1้ 6
3. ปัจจบุ นั มวี คั ซนี ปอ้ งกนั งสู วดั เป็นวคั ซนี ชนดิ OKA strain เหมอื นวคั ซนี อสี กุ อใี ส แตม่ ปี รมิ าณ
เชือ้ มากกวา่ ถงึ 10 เทา่ ใชฉ้ ีดสำ� หรบั ผสู้ งู อายเุ กิน 60 ปี ท่เี คยเป็นอสี กุ อใี สแลว้ ลดความเสย่ี งการเกิดงสู วดั
ไดร้ อ้ ยละ 51.3 ในช่วง 3 ปีแรก และถา้ เกิดมีอาการแสดงขนึ้ ก็ลดโอกาสเกิดอาการปวดแสบปวดรอ้ น

204 ตาํ ราวัคซนี และการสร้างเสรมิ ภมู คิ ุ้มกันโรค
ปี 2562

ปลายประสาทไดร้ อ้ ยละ 66.518 วคั ซนี อีสกุ อีใสของเดก็ ไมส่ ามารถปอ้ งกนั งสู วดั ในผสู้ งู อายไุ ด้และลา่ สดุ บทท ่ี 7 วคั ซีนนอกแผนการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกนั โรค
มีวคั ซีนปอ้ งกนั งสู วสั ชนิด recombinant glycoprotein E ซง่ึ ใหผ้ ลกระตนุ้ ภมู ิคมุ้ กนั ไดส้ งู มาก ของกระทรวงสาธารณสุขวคั ซนี เสรมิ สำ� หรบั เดก็ ท่วั ไป
4. การปอ้ งกนั อีสกุ อีใสหลงั สมั ผสั โรค (post exposure prophylaxis) ในผทู้ ่ียงั ไมม่ ีภมู ิคมุ้ กนั
มาก่อนสามารถทำ� ไดห้ ลายวิธีคือ
- ใหว้ คั ซนี ตอ้ งใหเ้ รว็ ท่ีสดุ ภายใน 72 ช่วั โมง หลงั สมั ผสั ซง่ึ จะไดผ้ ลดี และถา้ ใหภ้ ายใน 5 วนั
ก็ยงั ไดผ้ ลถงึ 80%19,23,24
- ให้ varicella immune globulin ขนาด 125 ยูนิต/10 กก. (ขนาดสูงสุด 625 ยูนิต)
ฉีดเขา้ กลา้ มเนือ้ หรอื intravenous immune globulin (IVIG) 400 มก./กก. ฉีดเขา้ เสน้ เลอื ดดำ� ภายใน
10 วนั หลงั สมั ผสั 25 ควรพจิ ารณาใชใ้ นกรณีผปู้ ่วยหนกั หรอื มภี มู คิ มุ้ กนั บกพรอ่ งอยา่ งมากจนทำ� ใหฉ้ ีดวคั ซนี
ไมไ่ ด้ทารกแรกเกิดหรอื เดก็ ท่ียงั ไมส่ ามารถรบั วคั ซนี ได้ผทู้ ่ีไดร้ บั IVIG ภายใน 3 สปั ดาหก์ อ่ นสมั ผสั ถือวา่
มีภมู ิคมุ้ กนั แลว้ ไมต่ อ้ งให้ VZIG หรอื IVIG ซำ้� 25 ในทารกทกุ รายท่ีคลอดก่อน 28 สปั ดาห์ หรอื นำ้� หนกั
แรกเกิดนอ้ ยกวา่ 1,000 กรมั ควรไดร้ บั VZIG หรอื IVIG หากไดส้ มั ผสั เชือ้ รวมทงั้ ทารกทกุ รายท่ีมีมารดา
เป็นอีสกุ อีใสภายใน 5 วนั ก่อนคลอดถงึ 2 วนั หลงั คลอด ถือวา่ เป็นกลมุ่ เส่ยี งสงู ควรได้ VZIG หรอื IVIG
- ใหย้ า acyclovir ขนาดรกั ษา 80 มก./กก./วนั แบ่ง 4 ครงั้ (ขนาดสงู สดุ 3.2 กรมั /วนั )
เป็นเวลา 7 วนั เพ่ือตดั ระยะก่อนก่อโรค (secondary viremia) โดยตอ้ งเรม่ิ ใหใ้ นวนั ท่ี 7-10 หลงั สมั ผสั
ควรแนะนำ� วิธีนีใ้ นผทู้ ่ีมีภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ งอย่างมากท่ีไม่สามารถรบั วคั ซีนได้ และไม่สามารถให้ VZIG
หรอื IVIG ได2้ 6-27
- กรณีท่ีไมส่ ามารถใหว้ คั ซีนภายใน 5 วนั หลงั สมั ผสั หรอื ใหว้ คั ซีนไมไ่ ด้ อาจยงั ไมต่ อ้ ง
ใหก้ ารรกั ษาใดๆ แตใ่ หเ้ ฝา้ สงั เกตอาการ เม่ือเรม่ิ มีไข้ผ่ืนขนึ้ จงึ รบี ใหย้ า acyclovir ทนั ที ทงั้ นีเ้ พราะการสมั ผสั
มิไดท้ ำ� ใหเ้ กิดโรคเสมอไป โอกาสติดเชือ้ จากการสมั ผสั ในครอบครวั เป็นรอ้ ยละ 65-100 และจากการ
สมั ผสั ในโรงพยาบาลเป็นรอ้ ยละ 2028 หากไมเ่ กิดโรคขนึ้ ภายใน 3 สปั ดาห์ ควรแนะนำ� ใหว้ คั ซีนตอ่ ไป
5. วคั ซีนนีย้ งั ไม่ไดเ้ ขา้ รวมอยู่ในแผนการสรา้ งเสริมภูมิคมุ้ กันโรคสำ� หรบั เด็กท่วั ไป โรคนีม้ ี
อนั ตรายนอ้ ยในเดก็ ท่ีแข็งแรงปกติ และวคั ซีนยงั มีราคาสงู แตค่ วรแนะนำ� ใหฉ้ ีดวคั ซีนในเดก็ ปกตทิ กุ ราย
ท่ีสามารถออกคา่ ใชจ้ า่ ยได้ เพราะวคั ซีนจะปอ้ งกนั งสู วดั ไดด้ ว้ ย

การเก็บและการหมดอายุ4-9

1. เก็บวคั ซนี ในตเู้ ยน็ ท่ีอณุ หภมู ิ +2 ถงึ +8 oซ หรอื ต่ำ� กวา่ ผงแหง้ ของวคั ซนี ไมค่ วรใหถ้ กู แสงสวา่ ง
วคั ซีนมีอายใุ ชไ้ ดน้ าน 2 ปี โดยใหด้ ฉู ลากวนั หมดอายุ
2. ผสมวคั ซีนแลว้ ตอ้ งใชภ้ ายใน 30 นาที

ตาํ ราวคั ซีนและการสรา้ งเสริมภูมิคมุ้ กนั โรค 205
ปี 2562

เอกสารอา้ งองิ

1. Myers MG, Stanberry LR, Seward JF. Varicella-zoster virus. In: Behrman RE, Kliegman RM,
Jensen HB, eds. Nelson Textbook of Pediatrics. Philadelphia: WB Saunders 2004:1057.
2. Hope-Simpson RE. The nature of herpes zoster: a long-term study and a new hypothesis.
Proc R Soc Land 1965;58:9-20.
3. National Disease Surveillance (Report 506): http://www.boe.moph.go.th/boedb/surdata/506wk/
y60/d17_5360.pdf
4. Aventis Pasteur. OKAVAX. In: MIMS annual Thailand 2003/2004. Singapore: Medimedia
2003;587-8.
5. GlaxosmithKline. Varilrix. In: MIMS annual Thailand 2003/2004. Singapore: Medimedia
2003; 860-1.
6. Young Mo Sohn, Chul Joo Yu, Pyung Kil Kim, et al. Immunogenicity and Safety of Live
Attenuated Vaccine(MAV/06strain) on Healthy Children and Immunocompromised Children.
The Journal of The Korean Pediatr Society. Vol.38, No.6, 1995.
7. Vesikari T, Sadzot-Delvaux C, Rentier B, Gershon A. Increasing coverage and efficiency
of measles, mumps, and rubella vaccine and introducing universal varicella vaccination
in Europe. A role for the combined vaccine. Pediatr Infect Dis J. 2007;26:632-8.
8. Gillet Y, Habermehl P, Thomas S, Eymin C, Fiquet A. Immunogenicity and safety of concomitant
administration of a measles, mumps and rubella vaccine (M-M-RvaxPro) and a varicella
vaccine (VARIVAX) by intramuscular or subcutaneous routes at separate injection sites:
a randomised clinical trial. BMC Med 2009;7:16.
9. American Academy of Pediatrics. Varicella-Zoster Virus Infections. In: Kimberlin DW, Brady MT,
Jackson MA, Long SS, eds. Red Book: 2018 Report of the Committee on Infectious Diseases.
31st ed. Itasca, IL: American Academy of Pediatrics; 2018: 869-83.
10. CDC. Prevention of Varicella Recommendations of the Advisory Committee on Immunization
Practices (ACIP). MMWR 2007;56:1-40.
11. Lolekha S, Tanthiphabha W, Sornchai P, et al. Effect of climatic factors and population
density on varicella zoster virus epidemiology within a tropical country. Am J Trop Med Hyg
2001;64:131-6.
12. Macartney K, Mclntyre P. Vaccines for post-exposure prophylaxis against varicella (chickenpox)
in children and adults. Cochrane Database Syst Rev. 2008;16:CD001833.
13. Hadinegoro SR, Hindra IS, Han HH, Gatchalian S, Bock HL. Reactogenicity and immunogenicity
of a live-attenuated refrigerator-stable varicella vaccine (OKA stain) in healthy seronegative
subjects age 10 months to 12 years. Southeast Asian J TropMed Public Health 2009;40:991-9.

206 ตาํ ราวัคซนี และการสรา้ งเสรมิ ภูมคิ ุ้มกนั โรค
ปี 2562

14. Civen R, Chaves SS, Jumaan A, et al. The incidence and clinical characteristics of herpes บทท ่ี 7 วคั ซีนนอกแผนการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกนั โรค
zoster among children and adolescents after implementation of varicella vaccination. ของกระทรวงสาธารณสุขวคั ซนี เสรมิ สำ� หรบั เดก็ ท่วั ไป
Pediatr Infect Dis J 2009;28:954-9.
15. Czajka H, Schuster V, Zepp F, Esposito S, Douha M, Willems P. A combined measles,
mumps, rubella and varicella vaccine (Priorix-Tetra): immunogenicity and safety profile.
Vaccine 2009;27:6504-11.
16. Marin M, Broder KR, Temte JL, Snider DE, Seward JF. Use of combination measles, mumps,
rubella, and varicella vaccine: recommendations of the Advisory Committee on Immunization
Practices (ACIP). MMWR Recomm Rep 2010;59(RR-3):1-12.
17. Weinmann S, Chun C, Schmid DS, et al. Incidence and clinical characteristics of herpes
zoster among children in the varicella vaccine era, 2005-2009. J Infect Dis 2013;208:1859-68.
18. Oxman MN, Levin MJ, Johnson GR, et al. A vaccine to prevent herpes zoster and postherpetic
neuralgia in older adult, N Eng J Med 2005;352:2271-84.
19. Brotons M, Campins M, Mendez L, et al. Effectiveness of varicella vaccines as postexposure
prophylaxis. Pediatr Infect Dis J 2010;29:10-3.
20. Oh SH, Choi EH, Shin SH, et al. Varicella and varicella vaccination in South Korea. Clin
Vaccine Immunol 2014;21:762-8.
21. Kuter B, Matthews H, Shinefield H. Ten-year follow-up of healthy children who received
one or two infections of varicella vaccine. Pediatr Infect Dis J 2004;23: 132-7.
22. Asano Y. Varicella vaccine: the Japanese experience. J Infect Dis 1996; 174 (Suppl 3):s310-3.
23. Asano Y, Nakayama H, Yazaki T, Kato R, Hirose S. Protection against varicella in family
contacts by immediate inoculation with live varicella vaccine. Pediatrics 1977;59:3-7
24. Arbeter AM, Starr SE, Plotkin SA. Varicella vaccine studies in healthy children and adults.
Pediatrics 1986;78:748-56.
25. American Academy of Pediatrics. Varicella-Zoster Infections. In: Pickering LK. Baker CJ,
Kimberlin DW, Long SS, eds. Red Book: 2012 Report of the Committee on Infectious Diseases.
28th ed. Elk Grove Village, IL: American Academy of Pediatrics; 2012:774-789.
26. Ishida Y, Tauchi H, Higaki A, Yokota-Outou Y, Kida K. Postexposure prophylaxis of varicella
in children with leukemia by oral acyclovir. Pediatrics 1996;97:150-1.
27. Asano Y, Yoshikawa T, Suga S, et al. Postexposure prophylaxis of varicella in family contact
by oral acyclovir. Pediatrics 1993;92:219-22.
28. Marin M, Guris D, Chaves SS, Schmid S, Seward JF. Prevention of varicella: recommendations
of the Advisory Committee on Immunization Practices (ACIP). MMWR Recomm Rep
2007;56(RR-4):1-40.

ตาํ ราวคั ซนี และการสรา้ งเสรมิ ภูมิคุม้ กันโรค 207
ปี 2562

7.3 วคั ซีนปอ้ งกนั โรคไวรสั ตบั อักเสบเอ

บทท่ี (Hepatitis A Vaccine: HAV)

บทนำ� และระบาดวทิ ยา

ไวรสั ตบั อักเสบเอ เป็น single-stranded RNA Virus ไม่มีเปลือกหุม้ จัดอยู่ใน Family
Picornaviridae, Genus Hepatovirus เป็น Enterovirus type 72 ไวรสั จะอาศยั อยใู่ นลำ� ไสแ้ ละถกู ขบั ถ่าย
ออกมากบั อจุ จาระของผปู้ ่ วย การติดตอ่ จากคนสคู่ นผา่ นทางอาหารหรอื นำ้� ท่ีปนเปื้อนเชือ้ ระยะฟักตวั
หลงั จากท่ีไดร้ บั เชือ้ เฉล่ยี 28-30 วนั (พสิ ยั 15-50 วนั )1 ผตู้ ดิ เชือ้ จะมีอาการแบบเฉียบพลนั เรม่ิ มีอาการไขต้ ่ำ� ๆ
ออ่ นเพลยี เบ่ืออาหาร คล่นื ไสอ้ าเจียน เจบ็ ใตช้ ายโครงขวา ปัสสาวะสเี หลอื งเขม้ อจุ จาระมีสเี หลอื งซดี ลง
ตอ่ มาอาการดีขนึ้ แตส่ งั เกตพบวา่ มีตวั เหลืองตาเหลืองเกิดขนึ้ พบไดป้ ระมาณรอ้ ยละ 70 ของผตู้ ิดเชือ้
โดยปกติโรคมกั หายขาดไมท่ ำ� ใหเ้ ป็นตบั อกั เสบเรอื้ รงั หรอื เกิดเป็นพาหะ2 ความรุนแรงของโรคขนึ้ อยกู่ บั
อายขุ องผตู้ ดิ เชือ้ โรคประจำ� ตวั การตงั้ ครรภ์ และสถานะของสขุ ภาพ การตดิ เชือ้ ในเดก็ สว่ นใหญ่มกั ไมม่ ี
อาการหรอื มีอาการเลก็ นอ้ ย3 การติดเชือ้ ในเดก็ โตหรอื ผใู้ หญ่มกั ทำ� ใหเ้ กิดอาการตวั เหลืองและมีอาการ
รุนแรงและเกิดภาวะตบั วาย ผทู้ ่ีป่ วยเป็นโรคตบั เรือ้ รงั อย่เู ดิมเม่ือติดเชือ้ ไวรสั ตบั อกั เสบเอจะมีอาการ
รุนแรง4 ภาวะตบั วายเฉียบพลนั (fulminant hepatitis A) พบประมาณ 1:10,000 โรคนีม้ ีอตั ราป่วยตาย
คอ่ นขา้ งต่ำ� พบวา่ ในเดก็ มีอตั ราป่วยตายนอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 0.1 และเพ่ิมเป็นรอ้ ยละ 0.1-0.4 ในเดก็ โตหรอื
ผใู้ หญ่ และรอ้ ยละ 1 ในผทู้ ่ีมีอายมุ ากกวา่ 40 ปี ความชกุ ของโรคไวรสั ตบั อกั เสบเอท่วั โลกมีแนวโนม้ ลดลง
ตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2533 โดยเฉพาะในกลมุ่ เดก็ เลก็ จากการปรบั ปรุงสขุ อนามยั และส่งิ แวดลอ้ มท่ีดขี นึ้ หลงั จาก
ตดิ เชือ้ แลว้ จะมีภมู ิคมุ้ กนั ตลอดชีวติ ดงั นนั้ เม่ือมีการตดิ เชือ้ ในวยั เดก็ นอ้ ยลง เม่ือโตขนึ้ เป็นผใู้ หญ่ก็จะยงั
ไมม่ ีภมู ิคมุ้ กนั โรค ทำ� ใหม้ ีความเส่ยี งตอ่ การเกิดโรคในวยั ผใู้ หญ่มากขนึ้
ในชว่ งเวลา 5 ปีท่ีผา่ นมา ระหวา่ งปี พ.ศ. 2556-2560 ความชกุ ของโรคนีใ้ นประเทศไทยพบวา่
คอ่ นขา้ งคงท่ี จากรายงานผปู้ ่วยไวรสั ตบั อกั เสบเอของสำ� นกั ระบาดวทิ ยา กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ
มีรายงานผปู้ ่วยประมาณ 300-600 รายในแตล่ ะปี อตั ราป่วยอยรู่ ะหวา่ ง 0.5 – 1 ตอ่ ประชากรแสนคน
ยกเวน้ ในปี พ.ศ. 2548 มีรายงานผปู้ ่วยสงู ท่ีสดุ คือ 2,421 ราย อตั ราป่วย 3.89 ตอ่ ประชากรแสนคน ซง่ึ
พบมีการระบาดใหญ่ของโรคในจงั หวดั เชียงรายมีผปู้ ่ วย 634 ราย จากนำ้� ท่ีมีการปนเปื้อนเชือ้ ภายใน
โรงงานทำ� นำ้� แข็ง5 นอกจากนีย้ งั พบมีการระบาดของโรคประปรายในบางพืน้ ท่ี เช่น ค่ายฝึกทหารใหม่
ในกรุงเทพฯ เม่ือปี พ.ศ. 25516 เป็นตน้ อยา่ งไรก็ตามไมม่ ีรายงานผปู้ ่วยเสียชีวติ ดว้ ยไวรสั ตบั อกั เสบเอ
ผปู้ ่วยประมาณรอ้ ยละ 80 เป็นกลมุ่ เดก็ โตและผใู้ หญ่อายตุ งั้ แต่ 15 ปีขนึ้ ไป และมีแนวโนม้ วา่ ผปู้ ่วยจะเป็น
ในกลมุ่ วยั แรงงานและผใู้ หญ่มากขนึ้ เพราะมโี อกาสไดร้ บั เชือ้ จากการรบั ประทานอาหารและนำ้� นอกบา้ น
มากกวา่ เดก็ สอดคลอ้ งกบั การสำ� รวจความชกุ ของการตดิ เชือ้ ไวรสั ตบั อกั เสบเอ (seroprevalence) ของ
ประเทศไทยซง่ึ พบวา่ ลดลงโดยตลอด ในปี พ.ศ. 2547 พบวา่ เดก็ อายนุ อ้ ยกวา่ 15 ปี ตดิ เชือ้ เฉล่ยี รอ้ ยละ 5.4
และกลมุ่ อายุ 15-20 ปีตดิ เชือ้ รอ้ ยละ 17.37 เน่ืองจากการพฒั นาระบบสขุ าภิบาลอาหารและส่งิ แวดลอ้ ม
รวมทงั้ สขุ อนามยั สว่ นบคุ คลท่ีดีขนึ้ ทำ� ใหเ้ กิดการตดิ เชือ้ ในวยั เดก็ นอ้ ยลง แตค่ วามเส่ยี งตอ่ การติดเชือ้ เกิดขนึ้
เม่ือเป็นผใู้ หญ่โดยเฉพาะกลมุ่ วยั แรงงาน ซง่ึ มีโอกาสเกิดโรครุนแรง เม่ือตดิ เชือ้ ไดม้ ากกวา่ เดก็

208 ตําราวคั ซนี และการสรา้ งเสรมิ ภูมิคุ้มกันโรค
ปี 2562

จากขอ้ มลู เฝา้ ระวงั ทางระบาดวทิ ยาปี ในปี พ.ศ. 2560 มีผปู้ ่วยรายงาน 651 ราย คดิ เป็นอตั ราป่วย บทท ่ี 7 วคั ซีนนอกแผนการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกนั โรค
0.99 ตอ่ ประชากรแสนคน ไมม่ ีผปู้ ่วยเสียชีวิต พบผปู้ ่วยมากท่ีสดุ ในกลมุ่ อายุ 25-34 ปี คดิ เป็นรอ้ ยละ ของกระทรวงสาธารณสุขวคั ซนี เสรมิ สำ� หรบั เดก็ ท่วั ไป
23.81 รองลงมาคือกลมุ่ อายุ 35-44 ปี คิดเป็นรอ้ ยละ 21.20 และกลมุ่ อายุ 45-51 ปี รอ้ ยละ 15.37
อตั ราสว่ นการตดิ เชือ้ ในเพศชายตอ่ เพศหญิงคือ 1:0.94 สว่ นใหญ่มีอาชีพรบั จา้ ง ภาคกลางมีอตั ราป่วย
สงู สดุ คอื 1.96 ตอ่ ประชากรแสนคน รองมาเป็นภาคเหนือ ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ และภาคใต้มีอตั ราป่วย
1.22, 0.26 และ 0.22 ตอ่ ประชากรแสนคนตามลำ� ดบั
องคก์ ารอนามยั โลกไดแ้ บง่ ระดบั ความชกุ ของโรคตบั อกั เสบเอในประเทศตา่ งๆ เป็น 3 ระดบั คือ
1. ประเทศท่ีมีการระบาดสงู คนสว่ นใหญ่จะติดเชือ้ แบบไมม่ ีอาการแลว้ ตงั้ แตว่ ยั เดก็ จงึ ไมม่ ี
ความจำ� เป็นตอ้ งใหว้ คั ซีนในวงกวา้ งในประเทศเหลา่ นี้
2. ประเทศท่ีมีการระบาดลดลง แต่เคยมีการระบาดมาในอดีต ไดแ้ ก่ ประเทศท่ีมีระดับ
เศรษฐานะปานกลาง และประเทศไทยนบั เป็นประเทศในกลมุ่ นี้ ประเทศท่ีระดบั เศรษฐานะดีขนึ้ เร่อื ยๆ
กลมุ่ นีจ้ ะมีผใู้ หญ่ท่ียงั ไมม่ ีภมู ิคมุ้ กนั จำ� นวนมาก จงึ ควรแนะนำ� ใหม้ ีการฉีดวคั ซีนในวงกวา้ ง
3. กลมุ่ ประเทศท่ีมีการระบาดต่ำ� ควรแนะนำ� ใหใ้ ชว้ คั ซนี เฉพาะกลมุ่ เส่ยี ง ไดแ้ ก่ ผทู้ ่ีจะเดนิ ทาง
ไปในถ่ินระบาด ผทู้ ่ีจะตอ้ งไดร้ บั ผลติ ภณั ฑจ์ ากเลือดและนำ้� เหลืองบอ่ ยๆ ชายรกั ชาย ผทู้ ่ีตอ้ งสมั ผสั ลงิ
และผใู้ ชย้ าเสพตดิ ฉีดเขา้ เสน้ รวมทงั้ ผทู้ ่ีเป็นโรคตบั เรอื้ รงั

ชนดิ ของวัคซนี

วคั ซนี ปอ้ งกนั โรคตบั อกั เสบเอทม่ี ใี ชใ้ นประเทศไทยมที งั้ ชนดิ วคั ซนี เชอื้ ตาย (inactivated vaccine)
ใช้ aluminium hydroxide เป็น adjuvant วคั ซีนเชือ้ มีชีวิตออ่ นฤทธิ์ (live attenuated vaccine) และยงั มี
วคั ซีนรวมไวรสั ตบั อกั เสบเอและบีซง่ึ เป็นวคั ซีนเชือ้ ตาย

สว่ นประกอบของวคั ซีน

1. วคั ซีนชนิดเชือ้ ตายอยใู่ นรูปนำ้� ยาแขวนตะกอนของไวรสั (virus suspension) มีสว่ นผสม
ของอลมู ิเนียมไฮดรอกไซดเ์ ป็น adjuvant ปัจจบุ นั มีจำ� หนา่ ย 3 ชนิด คือ
1.1 HavrixTM ผลติ โดยบรษิ ทั GSK มขี นาดบรรจปุ รมิ าณแอนตเิ จน 1440 ยนู ติ /มล. ใชส้ ำ� หรบั
ผใู้ หญ่ และขนาด 720 ยนู ิต/ 0.5 มล. ใชส้ ำ� หรบั เดก็
1.2 VaqtaTM ผลติ โดยบรษิ ัท MSD มขี นาดบรรจปุ รมิ าณแอนตเิ จน 50 ยนู ติ /มล. ใชส้ ำ� หรบั
ผใู้ หญ่ และขนาด 25 ยนู ิต/ 0.5 มล. ใชส้ ำ� หรบั เดก็
1.3 AvaximTM ผลติ โดยบรษิ ัท sanofi pasteur มีขนาดบรรจปุ รมิ าณแอนตเิ จน 160 ยนู ิต/
0.5 มล. ใชส้ ำ� หรบั ผใู้ หญ่ และขนาด 80 ยนู ิต/ 0.5 มล. ใชส้ ำ� หรบั เดก็
2. วคั ซีนชนิดเชือ้ มีชีวติ ออ่ นฤทธิ์ มีจำ� หนา่ ย 1 ชนิด คือ MEVACTM- A ผลติ โดยบรษิ ัท Zhejiang
Pukang Biotechnology ประเทศจีน พฒั นามาจากสายพนั ธุ์ H2 เป็นวคั ซีนชนิดผงแหง้ เม่ือนำ� มาละลายนำ้�
จะมีปรมิ าณแอนตเิ จนไมน่ อ้ ยกวา่ 6.5 LgCCID50 /มล.

ตาํ ราวัคซีนและการสรา้ งเสรมิ ภมู ิค้มุ กันโรค 209
ปี 2562

3. วคั ซนี รวมไวรสั ตบั อกั เสบเอและบชี นดิ เชอื้ ตาย อยใู่ นรูปยานำ้� แขวนตะกอนของไวรสั มสี ว่ นผสม
ของอลมู ิเนียมฟอสเฟต และอลมู ิเนียมไฮดรอกไซดเ์ ป็น adjuvant มีจำ� หน่าย 1 ชนิด คือ TwinrixTM
ผลติ โดยบรษิ ัท GSK มีสว่ นประกอบของแอนตเิ จนชนิดเดยี วกบั วคั ซนี HavrixTM และ วคั ซนี Engerix-BTM
มีขนาดบรรจปุ รมิ าณแอนตเิ จนไวรสั ตบั อกั เสบเอ 720 ยนู ิต/มล. และ ปรมิ าณแอนตเิ จนไวรสั ตบั อกั เสบบี
20 มคก./มล. ใชส้ ำ� หรบั ผใู้ หญ่ วยั รุน่ และเดก็ อายตุ งั้ แต่ 1 ปีขนึ้ ไป (ดรู ายละเอียดในบทวคั ซีนรวม)

ขนาดบรรจุ

วคั ซีนเชือ้ ตายมี 2 ขนาดคือ บรรจขุ วดละ 0.5 มล. และ 1.0 มล. ตามแตล่ ะบรษิ ัทท่ีผลติ
วคั ซนี เชือ้ มีชีวติ ออ่ นฤทธิ์มีลกั ษณะเป็นผงแหง้ ใชผ้ สมดว้ ยนำ้� กล่นั (sterile water) ปรมิ าตร 1 มล.

ขนาดและวธิ ีใช้

วคั ซีนไวรสั ตบั อกั เสบเอชนิดเชือ้ ตายใชฉ้ ีดเขา้ กลา้ มเนือ้ เรม่ิ ใหใ้ นเดก็ อายมุ ากกวา่ 1 ปีขนึ้ ไป
เดก็ ฉีดในขนาดครง่ึ หนง่ึ ของผใู้ หญ่ โดยอายทุ ่ีแนะนำ� ใหเ้ ปล่ยี นขนาดมีความแตกตา่ งกนั เลก็ นอ้ ย วคั ซีน
ทงั้ 3 ชนิดสามารถใชแ้ ทนกนั ได8้ -9 โดยฉีด 2 เขม็ หา่ งกนั 6-12 เดือน
วคั ซีนตบั อกั เสบเอชนิดเชือ้ มีชีวิตอ่อนฤทธิ์ใชฉ้ ีดเขา้ ใตผ้ ิวหนัง เร่ิมใหใ้ นเด็กอายุมากกว่า
18 เดือนขนึ้ ไป โดยฉีดเพียง 1 เข็ม
วคั ซีนรวมไวรสั ตบั อกั เสบเอและบี (TwinrixTM) ใชฉ้ ีดเขา้ กลา้ มเนือ้ ในผใู้ หญ่อายตุ งั้ แต่ 16 ปีขนึ้ ไป
ฉีด 3 เข็ม ท่ี 0, 1, และ 6 เดือน หรอื อาจพิจารณาฉีดแบบเรง่ รดั 4 เขม็ วนั ท่ี 0, 7, 21-30 และกระตนุ้ อีก
1 เขม็ ท่ี 12 เดือน สำ� หรบั เดก็ อายุ 1-15 ปี ฉีด 2 เข็ม โดยเข็มท่ี 2 หา่ งจากเขม็ แรก 6-12 เดือน

ขนาดของวคั ซีนท่ีใหด้ งั ตารางท่ี 7.3-1

ตารางท่ี 7.3-1 แนะนำ� การใชว้ คั ซีนตบั อกั เสบเอ

วัคซนี ขนาดในเดก็ อายุทแ่ี นะนำ� ขนาดในผู้ใหญ่ อายุทแ่ี นะนำ�
HavrixTM 0.5 มล. (720 u) และการฉีด 1 มล. (1440 u) และการฉีด

VaqtaTM 0.5 มล. (25 u) 1-18 ปี 1 มล. (50 u) >19 ปี
2 เข็ม 2 เข็ม
AvaximTM 0.5 มล. (80 u) ท่ี 0, 6-12 เดือน 0.5 มล. (160 u) ท่ี 0, 6-12 เดือน
1-17 ปี >18 ปี
2 เขม็ 2 เขม็
ท่ี 0, 6-12 เดือน ท่ี 0, 6-12 เดือน
1-15 ปี >16 ปี
2 เขม็ 2 เขม็
ท่ี 0, 6-12 เดือน ท่ี 0, 6-12 เดือน

210 ตําราวคั ซีนและการสรา้ งเสรมิ ภมู ิคุ้มกันโรค
ปี 2562

วัคซนี ขนาดในเดก็ อายุทแ่ี นะนำ� ขนาดในผู้ใหญ่ อายุทแ่ี นะนำ� บทท ่ี 7 วคั ซีนนอกแผนการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกนั โรค
และการฉีด 0.5 มล, และการฉีด ของกระทรวงสาธารณสุขวคั ซนี เสรมิ สำ� หรบั เดก็ ท่วั ไป
MEVACTM–A 0.5 มล, >18 เดือน >18 เดือน
วคั ซีนเชือ้ มีชีวติ (>6.5 LgCCID50) (> 6.5 LgCCID50)
ออ่ นฤทธิ์ 1 เขม็ 1 เข็ม

TwinrixTM 1 มล. 1-15 ปี 1 มล. >16 ปี
วคั ซีนรวม (HA 720 u) 2 เขม็ (HA 720 u) 3 เข็ม ท่ี 0, 1, 6
ตบั อกั เสบเอและบี (HB 20 มคก.) ท่ี 0, 6-12 เดือน (HB 20 มคก.)
เดือน
หรอื 4 เขม็ วนั ท่ี 0,

7, 21-30 และ
กระตนุ้ 1 เข็ม ท่ี

12 เดือน

บุคคลท่ีควรได้รบั วคั ซีน และอายุทคี่ วรรบั วคั ซีน

วคั ซีนไวรสั ตบั อกั เสบเอ เป็นวคั ซีนท่ีมีประสทิ ธิภาพและความปลอดภยั สงู แตย่ งั ไมอ่ ยใู่ นแผน
ของกระทรวงสาธารณสขุ การใชว้ คั ซนี จงึ ขนึ้ กบั การพจิ ารณาเป็นรายบคุ คล สามารถแนะนำ� ใหฉ้ ีดในเดก็
ทกุ คน และในผใู้ หญ่ท่ียงั ไมม่ ีภมู ิคมุ้ กนั ซง่ึ ควรตรวจเลอื ดเพ่ือดวู า่ มีภมู ิคมุ้ กนั หรอื ไม่ ก่อนจะฉีด แนะนำ�
ใหต้ รวจเลอื ดเฉพาะผใู้ หญ่ ไมต่ อ้ งตรวจในเดก็ เพราะโอกาสทเ่ี ดก็ จะตดิ เชอื้ มากอ่ นนอ้ ยมาก ควรพจิ ารณา
ใหฉ้ ีดอยา่ งยง่ิ ในผทู้ ่มี คี วามเสย่ี งตอ่ โรคตบั รุนแรง เชน่ ผทู้ ่เี ป็นโรคตบั เรอื้ รงั ควรใหว้ คั ซนี แกผ่ ปู้ ระกอบอาหาร
ผทู้ ่ีอย่ใู นสถาบนั ท่ีมีคนอย่ดู ว้ ยกนั เป็นจำ� นวนมาก เช่น เด็กท่ีอาศยั อย่รู วมกนั ในสถานเลีย้ งเด็กประจำ�
โดยเฉพาะเดก็ ท่ีมีความพิการทางสมอง ท่ีอาจเกิดการระบาดของโรคไดบ้ อ่ ย สถานกกั กนั และกองทพั
ชายรกั รว่ มเพศ คนท่ีตดิ ยาเสพตดิ ทงั้ ชนิดฉีดและไมไ่ ดฉ้ ีดเขา้ เสน้
สำ� หรบั ผทู้ ่ีจะเดินทางไปในท่ีท่ีมีการระบาดหรอื มีความชกุ ของโรคสงู ควรฉีดวคั ซีนอยา่ งนอ้ ย
2-4 สปั ดาหก์ ่อนเดนิ ทาง โดยสามารถฉีดวคั ซีนชนิดเชือ้ ตายสำ� หรบั ปอ้ งกนั ก่อนสมั ผสั โรคไดใ้ นเดก็ อายุ
ตงั้ แต่ 6 เดือนขึน้ ไป วคั ซีนป้องกนั ตบั อกั เสบเอท่ีใหใ้ นเด็กอายุ 6-11 เดือนจะไม่นบั เข็มนนั้ และจะตอ้ ง
ใหว้ คั ซีนอีก 2 ครงั้ ท่ีอายุ 12 เดือนขนึ้ ไป สำ� หรบั ผทู้ ่ีอายุ 40 ปีขนึ้ ไป ผทู้ ่ีมีภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ ง และผทู้ ่ีเป็น
โรคตบั เรอื้ รงั รวมทงั้ ผทู้ ่ีจะรบี เดนิ ทางภายใน 2 สปั ดาห์ซง่ึ วคั ซีนจะยงั ไมท่ นั กระตนุ้ ภมู ิคมุ้ กนั ไดอ้ ยา่ งเพียงพอ
บคุ คลเหลา่ นีค้ วรไดร้ บั ทงั้ วคั ซนี และอมิ มโู นโกลบลุ นิ สำ� หรบั เดก็ อายนุ อ้ ยกวา่ 6 เดอื น และผทู้ ่ีไมส่ ามารถ
ใหว้ คั ซีนได้ควรไดร้ บั อมิ มโู นโกลบลุ นิ ก่อนเดนิ ทาง โดยใหอ้ ิมมโู นโกลบลุ นิ เขา้ กลา้ มเนือ้ (คนละตำ� แหนง่
กบั วคั ซีน ถา้ ใหว้ คั ซีนรว่ มดว้ ย) ในขนาด 0.1 มล./กก. สำ� หรบั การอยใู่ นพืน้ ท่ีเส่ยี งนานนอ้ ยกวา่ 1 เดือน
และขนาด 0.2 มล./กก. สำ� หรบั การอยใู่ นพืน้ ท่ีเส่ยี งนานถงึ 2 เดือน และใหข้ นาด 0.2 มล./กก. ซำ้� ทกุ 2 เดือน
ในกรณีท่ีอยใู่ นพืน้ ท่ีเส่ยี งมากกวา่ 2 เดือนขนึ้ ไป10

ตาํ ราวัคซีนและการสรา้ งเสรมิ ภูมิคมุ้ กนั โรค 211
ปี 2562

ปฏกิ ริ ิยาจากการฉดี วคั ซนี

พบอาการขา้ งเคียงจากวคั ซีนเพียงเล็กนอ้ ย ส่วนใหญ่เป็นอาการท่ีเกิดขึน้ เฉพาะท่ี ไดแ้ ก่
ปวดบรเิ วณท่ีฉีด (นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 0.5 ท่ีมีรายงานวา่ รุนแรง) และจะหายเป็นปกตไิ ดเ้ อง พบอาการบวม
และแดงเลก็ นอ้ ยประมาณรอ้ ยละ 4 ปฏิกิรยิ าทงั้ ระบบ (systemic reaction) พบไดบ้ า้ ง มกั ไมร่ ุนแรงและ
หายไดภ้ ายใน 24 ช่วั โมง ไดแ้ ก่ ปวดศีรษะ คร่นั เนือ้ คร่นั ตวั ออ่ นเพลีย ไข้ คล่นื ไส้ เบ่ืออาหาร อตั ราการ
พบอาการขา้ งเคียงประมาณรอ้ ยละ 1-14 อาการขา้ งเคียงท่ีเกิดจากการฉีดวคั ซีนกระตนุ้ พบไดน้ อ้ ยกวา่
เม่ือฉีดวคั ซีนครงั้ แรก สำ� หรบั วคั ซีนเชือ้ มีชีวิตอ่อนฤทธิ์พบว่ามีผลขา้ งเคียงนอ้ ยเช่นเดียวกนั เช่น ปวด
บวม แดงบรเิ วณท่ีฉีดเลก็ นอ้ ย มีไข้ ซง่ึ หายเป็นปกตไิ ดเ้ อง11-12 และไมเ่ คยมีรายงานการเกิดโรคตบั อกั เสบ
หลงั ฉีดวคั ซีนนี้

ขอ้ ควรระวงั

1. แมว้ า่ ยงั ไมม่ ีรายงานผลของวคั ซีนชนิดเชือ้ ตายตอ่ การพฒั นาการของทารกในครรภก์ ็ตาม
ยงั ไมแ่ นะนำ� ในการฉีดวคั ซีนใหแ้ ก่หญิงตงั้ ครรภ์ เพราะยงั ไมม่ ีการศกึ ษาท่ีเพียงพอ
2. ในเดก็ เลก็ โดยเฉพาะท่อี ายตุ ่ำ� กวา่ 1 ปี จะมีภมู คิ มุ้ กนั สง่ ผา่ นมาจากมารดา และรบกวนการ
สรา้ งภมู ิคมุ้ กนั ในทารก จงึ ไมแ่ นะนำ� ใหฉ้ ีดวคั ซีนเชือ้ ตายในเดก็ เลก็ อายนุ อ้ ยกวา่ 1 ปี หรอื อายนุ อ้ ยกวา่
18 เดือนสำ� หรบั วคั ซีนเชือ้ มีชีวติ ออ่ นฤทธิ์
3. หา้ มฉีดในผทู้ ่ีแพต้ อ่ สารในสว่ นประกอบของวคั ซีน เชน่ alum, 2-phenoxyethanol (มีใน
HavrixTM และ AvaximTM)
4. ขอ้ หา้ มเพ่มิ เตมิ สำ� หรบั วคั ซนี เชือ้ มีชีวติ ออ่ นฤทธิ์ (MEVACTM-A) คอื หา้ มฉีดในผมู้ ีภมู คิ มุ้ กนั
บกพรอ่ ง ผปู้ ่วยโรคฮีโมฟเลียเอ และหญิงตงั้ ครรภ์ รวมทงั้ ไมค่ วรฉีดภายใน 1 เดือน หลงั จากไดร้ บั IVIG
5. ไมแ่ นะนำ� ใหใ้ ชว้ คั ซีนรวมตบั อกั เสบเอและบี (TwinrixTM) เพ่ือปอ้ งกนั หลงั สมั ผสั แลว้

ภูมคิ ุ้มกนั ทีเ่ กิดข้ึน

วคั ซีนเชือ้ ตายสามารถปอ้ งกนั การติดเชือ้ จากไวรสั ตบั อกั เสบเอไดภ้ ายในระยะ 2-4 สปั ดาห์
หลงั จากไดร้ บั วคั ซีน 1 เขม็ จะสามารถปอ้ งกนั โรคไดร้ าว 1 ปี หากฉีดกระตนุ้ อีกหนง่ึ เขม็ ท่ี 6-12 เดือน
หลงั จากเขม็ แรกจะสามารถปอ้ งกนั โรคไดร้ อ้ ยละ 94-100 และยงั สามารถหยดุ ยงั้ การระบาดของโรคได1้ 3-14
พบว่าภมู ิคมุ้ กนั จากวคั ซีนมีระดบั สงู น่าจะอย่นู านอย่างนอ้ ย 16-25 ปี15-17 วคั ซีนเชือ้ มีชีวิตอ่อนฤทธิ์
สามารถป้องกนั การติดเชือ้ ไวรสั ตบั อกั เสบเอไดภ้ ายในระยะ 2-4 สปั ดาหห์ ลงั จากไดร้ บั วคั ซีน 1 เข็ม
เชน่ เดียวกบั วคั ซีนเชือ้ ตาย18 และภมู ิคมุ้ กนั มีระดบั สงู เพียงพอท่ีจะปอ้ งกนั โรคไดอ้ ยา่ งนอ้ ย 15 ปี19

212 ตาํ ราวัคซีนและการสร้างเสรมิ ภูมิคมุ้ กนั โรค
ปี 2562

หมายเหตุ บทท ่ี 7 วคั ซีนนอกแผนการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกนั โรค
1. ไมจ่ ำ� เป็นตอ้ งตรวจเลอื ดเพ่อื หาภมู คิ มุ้ กนั กอ่ นฉีดในเดก็ ไทย เพราะอตั ราการตดิ เชือ้ มากอ่ น ของกระทรวงสาธารณสุขวคั ซนี เสรมิ สำ� หรบั เดก็ ท่วั ไป
ต่ำ� มาก ควรพิจารณาตรวจเลอื ดก่อนฉีดในผใู้ หญ่ หากมีภมู ิคมุ้ กนั อยแู่ ลว้ ไมจ่ ำ� เป็นตอ้ งฉีดวคั ซีนอีก
2. ไมจ่ ำ� เป็นตอ้ งตรวจเลอื ดเพ่อื ดกู ารตอบสนองตอ่ วคั ซนี หลงั ฉีดเพราะวคั ซนี กระตนุ้ ภมู คิ มุ้ กนั
ไดด้ ีมาก
3. วคั ซีนสามารถใชป้ ้องกนั ก่อนสมั ผสั ในผทู้ ่ีอายุ 12 เดือน-40 ปี เช่น เม่ือจะเดินทางไปใน
ถ่ินระบาด และพจิ ารณาใหใ้ นเดก็ อายุ 6-11 เดอื นได้(ดใู นหวั ขอ้ บคุ คลท่ีควรไดร้ บั วคั ซนี ) และควรใหก้ อ่ น
สมั ผสั (ก่อนเดนิ ทาง) อยา่ งนอ้ ย 2 สปั ดาห์รวมทงั้ ควรแนะนำ� ใหก้ ลบั มารบั เพ่ิมอีกครงั้ เพ่ือใหค้ รบ 2 เขม็
อีก 6 เดือนตอ่ มา (แตใ่ นเดก็ ท่ีไดร้ บั วคั ซีนเม่ืออายุ 6-11 เดือน ตอ้ งไดร้ บั เพ่ิมอีก 2 เขม็ )
4. วคั ซนี สามารถปอ้ งกนั โรคแบบหลงั สมั ผสั ไดห้ ากใหเ้ รว็ ท่ีสดุ ภายใน 2 สปั ดาหห์ ลงั สมั ผสั โรค
ในคนสขุ ภาพแข็งแรงอายุ 12 เดือนขึน้ ไป จนถึงอายุ 40 ปี และควรใหว้ คั ซีนเข็มท่ี 2 ห่างจากเข็มแรก
6 เดอื นเสมอ เพ่อื ใหเ้ กดิ ภมู คิ มุ้ กนั ระยะยาว สำ� หรบั ทารกอายตุ ่ำ� กวา่ 1 ปี ผปู้ ่วยท่มี ภี าวะภมู คิ มุ้ กนั บกพรอ่ ง
หรือ ผูป้ ่ วยโรคตบั เรือ้ รงั ซ่ึงทัง้ หมดนีค้ วรใหอ้ ิมมูโนโกลบุลินขนาด 0.1 มล./กก. ฉีดเขา้ กลา้ มเนือ้
หลงั สมั ผสั โรค ผทู้ ่ีอายมุ ากกวา่ 40 ปี อาจพิจารณาใหใ้ ชอ้ ิมมนู โนโกลบลุ นิ รว่ มกบั วคั ซีนได1้ 0
5. ผทู้ ่ีไดร้ บั วคั ซีนของผผู้ ลติ หนง่ึ มาแลว้ ในเขม็ ท่ี 2 อาจใชว้ คั ซีนตา่ งจากผผู้ ลติ เดมิ ได้
6. สำ� หรบั ผูป้ ่ วยโรคฮีโมฟี เลีย หรือมีภาวะการแข็งตวั ของเลือดผิดปกติ (coagulopathy)
อาจพิจารณาใหว้ คั ซีนตบั อกั เสบเอชนิดเชือ้ ตาย โดยฉีดเขา้ ใตผ้ ิวหนงั แทนการฉีดเขา้ กลา้ มเนือ้ 20-21

การเก็บและการหมดอายุ

เก็บวคั ซนี ในตเู้ ยน็ ท่ีอณุ หภมู ิ +2 ถงึ +8 oซ หา้ มเก็บในชอ่ งแชแ่ ขง็ สำ� หรบั วคั ซนี เชือ้ มีชีวติ ออ่ นฤทธิ์
ควรเก็บในท่ีมืดดว้ ย ถา้ เก็บวคั ซีนอยา่ งถกู ตอ้ ง จะมีอายอุ ยไู่ ดป้ ระมาณ 3 ปีสำ� หรบั วคั ซีนเชือ้ ตาย และ
18 เดือนสำ� หรบั วคั ซีนเชือ้ มีชีวติ ออ่ นฤทธิ์ นบั ตงั้ แตว่ นั ท่ีผลติ และใหด้ ฉู ลากวนั หมดอายดุ ว้ ย

ตาํ ราวัคซนี และการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค 213
ปี 2562

เอกสารอา้ งอิง

1. Abram S. Benenson. Viral Hepatitis A. In: Control of Communicable Diseases. 15th edition.
1990:197-200.
2. Borkowsky W, Krugman S. Viral hepatitis: A,B,C,E, and newer hepatitis agents. In: Katz SL,
Gershon AA, Hotez PJ, eds. Krugman’s Infectious Diseases of Children. 10th ed. Saint Louis,
Mosby 1998. P.157-80.
3. ยง ภวู่ รวรรณ. ใน : อรุณี ทรพั ยเ์ จรญิ . บรรณาธิการ. กมุ ารเวชศาสตรเ์ ขตรอ้ น โรคท่ีพบบอ่ ย. พิมพค์ รงั้ ท่ี 3.
กรุงเทพมหานคร: บรษิ ัท ดีไซร์ จำ� กดั , 2537:202-35.
4. Pramoolsinsap C, Poovorawan Y, Hirsh P, Busagorn S, Attamasirirul K. Acute hepatitis A
superinfection in HBV carriers or chronic liver disease related to HBV or HCV. Ann Trop
Med Parasitol 1999;93:745-51.
5. ปนธิ ี ธมั มวจิ ยะ, Major outbreak of hepatitis A in Thailand’s northern province, 2005. โครงการ
ฝึกอบรมแพทย์ประจำ� บ้านสาขาเวชศาสตรป์ ้องกันแขนงระบาดวิทยา สำ� นักระบาดวิทยา
กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ . (เอกสารไมไ่ ดต้ ีพิมพ)์
6. ปทมุ มาลย์ ศลิ าพร, อเนก มงุ่ ออ้ มกลาง, ดลุ ยทรรศน์ กรณฑแ์ สง, ยง ภวู่ รวรรณ, ศวิ พร ขมุ ทอง,
การสอบสวนการระบาดโรคไวรสั ตบั อกั เสบชนดิ เอ ในคา่ ยทหารแหง่ หนง่ึ กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2551.
โครงการฝึกอบรมแพทยป์ ระจำ� บา้ นสาขาเวชศาสตรป์ อ้ งกนั แขนงระบาดวทิ ยา สำ� นกั ระบาดวทิ ยา
กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ . (เอกสารไมไ่ ดต้ ีพิมพ)์
7. Chatproedprai S, Chongsrisawat V, Chatcharee P, et al. Declining trend in the seroprevalence
of infection with hepatitis A virus in Thailand. Annuals of Tropical Medicine & Parasitology
2007;101:61-8.
8. CDC. Prevention of hepatitis A through active or passive immunization: recommendations
of the Advisory Committee on Immunization Practices (ACIP). MMWR 1999;48 :1-37.
9. Zuckerman JN, Kirkpatrick CT, Huang M. Immunogenicity and reactogenicity of Avaxim
(160 AU) as compared with Havrix (1440 EL.U) as a booster following primary immunization
with Havrix (1440 EL.U) against hepatitis A. J Travel Med 1998;5:18-22.
10. Nelson NP, Link-Gelles R, Hofmeister MG, et al. Update: Recommendations of the Advisory
Committee on Immunization Practices for Use of Hepatitis A Vaccine for Post exposure
Prophylaxis and for Preexposure Prophylaxis for International Travel. MMWR Morb Mortal
Wkly Rep 2018;67:1216-20.
11. Faridi MM, Shah N, Ghosh TK, et al. Immunogenicity and safety of live attenuated hepatitis
A vaccine: a multicentric study. Indian Pediatr 2009;46:29-34.
12. Rao S, Mao JS, Motlekar S, Fangcheng Z, Kadhe G. A review of immunogenicity and
tolerability of live attenuated Hepatitis A vaccine in children. Hum Vaccin Immunother
2016;12:3160-5.

214 ตาํ ราวัคซนี และการสร้างเสรมิ ภมู ิคมุ้ กันโรค
ปี 2562

13. Innis BL, Snitbhan R, Kunasol P. Protection against hepatitis A by an inactivated vaccine บทท ่ี 7 วคั ซีนนอกแผนการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกนั โรค
JAMA 1994;271:1328-34. ของกระทรวงสาธารณสุขวคั ซนี เสรมิ สำ� หรบั เดก็ ท่วั ไป
14. Werzberger A, Mensch B, Kuter B. A controlled trial of a formalin-inactivated hepatitis A
vaccine in healthy children. N Engl J Med 1992;327:453-7.
15. Sandman L, Davidson M, Krugman S. Inactivated hepatitis A vaccine: a safety and
immunogenicity study in health professionals. J Infect Dis 1995;171(Suppl 1):s50-2.
16. Vimolket T, Theamboonlers A, Dumas R, Milcamps B, Forrat R, Poovorawan Y. Immunogenicity
and safety of a new inactivated hepatitis A vaccine in Thai young adults. Southeast Asian
J Trop Med Public Health 1998;29:779-85.
17. de Febres OC, de Petrola MC, de Escalona LC. Safety, immunogenicity and antibody
persistance of an inactivated hepatitis A vaccine in 4 to 15 years old children. Vaccine
2000;18:656-64.
18. Zheng H, Chen Y, Wang F, et al. Comparing live attenuated and inactivated hepatitis A
vaccines: an immunogenicity study after one single dose. Vaccine 2011;29:9098-103.
19. Ott JJ, Irving G, Wiersma ST. Long-term protective effects of hepatitis A vaccines. A
systematic review. Vaccine 2012;31:3-11.
20. Linglof T, van Hattum J, Kaplan KM, et al. An open study of subcutaneous administration
of inactivated hepatitis A vaccine (VAQTA) in adults: safety, tolerability, and immunogenicity.
Vaccine 2001;19:3968-71.
21. Ragni MV, Lusher JM, Koerper MA, Manco-Johnson M, Krause DS. Safety and immunogenicity
of subcutaneous hepatitis A vaccine in children with haemophilia. Haemophilia 2000;6:98-103.

ตาํ ราวคั ซนี และการสร้างเสรมิ ภมู ิคุม้ กันโรค 215
ปี 2562

7.4 วคั ซนี ปอ้ งกนั โรคจากเช้อื

บทท่ี Streptococcus pneumoniae
(Pneumococcal Vaccine: Pnc)

บทนำ� และระบาดวทิ ยา

Streptococcus pneumoniae เป็นเชือ้ ท่ีอาศยั ตามปกติในลำ� คอของคน โดยเฉพาะในเด็ก
จากการศกึ ษาในเดก็ ไทย พบเชือ้ นีใ้ นลำ� คอรอ้ ยละ 35 เชือ้ ชนิดนีม้ ีมากกวา่ 90 ซีโรทยั ป์ 1 อตั ราการก่อโรค
ของเชือ้ แตล่ ะซโี รทยั ป์ ไมเ่ ทา่ กนั และแตกตา่ งกนั บา้ งในแตล่ ะการศกึ ษา การแพรเ่ ชือ้ ระหวา่ งคน มกั เกิดจาก
การสมั ผสั ละอองฝอยของทางเดินหายใจ ผูท้ ่ีติดเชือ้ ไวรสั ทางเดินหายใจส่วนบนอยู่ก่อนจะติดเชือ้ นี้
ไดง้ า่ ยขนึ้ จงึ มกั พบโรคนีไ้ ดบ้ อ่ ยในชว่ งฤดฝู นและฤดหู นาว เชือ้ นีท้ ำ� ใหเ้ กิดโรคไดห้ ลายระบบ ท่ีสำ� คญั คอื
โรคหชู นั้ กลางอกั เสบ โรคไซนสั อกั เสบ และสามารถทำ� ใหเ้ กิดโรคติดเชือ้ รุกรานซง่ึ มีความรุนแรง ไดแ้ ก่
โรคเย่ือหมุ้ สมองอกั เสบ การติดเชือ้ ในกระแสเลือด และโรคปอดอกั เสบ เป็นตน้ 1 ภมู ิคมุ้ กนั โรคตอ่ เชือ้
แตล่ ะซีโรทยั ป์ มีความจำ� เพาะไมส่ ามารถปอ้ งกนั โรคจากภมู ิคมุ้ กนั ท่ีเกิดจากเชือ้ ซีโรทยั ป์ อ่ืนได้
เชือ้ S. pneumoniae เป็นสาเหตหุ ลกั ของปอดอกั เสบ และเป็นสาเหตปุ ระมาณรอ้ ยละ 22
ของโรคเย่ือหมุ้ สมองอกั เสบในเดก็ ไทย ซง่ึ เป็นอนั ดบั สองรองจากเชือ้ ฮิบ2 จากการศกึ ษา ซโี รทยั ป์ ของเชือ้
ท่ีแยกไดจ้ ากเลือด นำ้� ไขสนั หลงั และ sterile body fluid ในเด็กไทยท่วั ประเทศท่ีอายุต่ำ� กว่า 5 ปี
ในปี พ.ศ. 2543-2548 พบวา่ เชือ้ ซีโรทยั ป์ ท่ีก่อโรคท่ีสำ� คญั เรยี งตามลำ� ดบั คือ 6B (รอ้ ยละ 27.8), 23F
(รอ้ ยละ 20), 14 (รอ้ ยละ10.4), 19F (รอ้ ยละ 9.6), 6A (รอ้ ยละ 5.2) และ 19A (รอ้ ยละ 5.2)3 และเม่ือ
ศกึ ษาตอ่ เน่ืองในปี พ.ศ. 2549-2553 ก็พบความถ่ีของแตล่ ะสายพนั ธไุ์ มค่ อ่ ยตา่ งจากเดิม4 แตจ่ ากการ
รวบรวมเชือ้ ในปี พ.ศ. 2554-2555 พบวา่ มีสายพนั ธุ์ 19A สงู ขนึ้ เป็นรอ้ ยละ 255
ในระยะหลงั มีปัญหาเก่ียวกบั การดอื้ ยาของเชือ้ ตอ่ ยาเพนนิซลิ นิ และยาเซฟาโลสปอรนิ เพ่มิ ขนึ้
จากการรวบรวมขอ้ มลู ในประเทศไทยระหวา่ งปี พ.ศ. 2541-2545 พบวา่ ความชกุ ของเชือ้ S. pneumoniae
ท่ีดอื้ ตอ่ ยาเพนนิซลิ นิ จากโรงพยาบาลตา่ งๆ ท่วั ประเทศมีรอ้ ยละ 29.5-87.1 ทำ� ใหเ้ กิดปัญหาในการรกั ษา
ดว้ ยยาปฏชิ วี นะ6 แมว้ า่ หลงั จากมกี ารปรบั คา่ เกณฑก์ ารดอื้ ยาโดย The Clinical and Laboratory Standards
Institute (CLSI) ในปี พ.ศ. 25517 โดยการปรบั จดุ ตดั ของ คา่ MIC (minimum inhibitory concentration)
ท่ีบง่ ชีว้ า่ ดือ้ ยาของเชือ้ ท่ีแยกไดจ้ ากผปู้ ่ วยท่ีตอ้ งการ การรกั ษาดว้ ยยาเพนซิลลนิ หรอื cefotaxime หรอื
ceftriaxone ใหม้ ีระดบั สงู ขนึ้ ทำ� ใหต้ ดั สนิ วา่ การตดิ เชือ้ ในกระแสเลือดมกั ไมค่ อ่ ยดือ้ ยา และการตดิ เชือ้
ชนิดรุกราน (invasive pneumococcal diseases หรอื IPD) มกั ใชย้ า เซฟาโลสปอรนิ รุน่ ท่ี 3 แบบฉีดไดผ้ ล
แตป่ ัญหาการดือ้ ยายงั คงพบมากในการตดิ เชือ้ ทางเดนิ หายใจ เชน่ หอู กั เสบ ไซนสั อกั เสบ และปอดบวม
เพราะใชย้ าชนิดกินในการรกั ษา ดงั นนั้ การใหว้ คั ซีนอาจชว่ ยปอ้ งกนั โรคจากเชือ้ S. pneumoniae ท่ีดือ้ ยาได้
และพบวา่ สายพนั ธุ์ 19A ซง่ึ พบมากขนึ้ สมั พนั ธก์ บั การดือ้ ยาท่ีมากขนึ้

216 ตําราวัคซีนและการสรา้ งเสริมภมู คิ ้มุ กันโรค
ปี 2562

ชนดิ ของวัคซนี บทท ่ี 7 วคั ซีนนอกแผนการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกนั โรค
ของกระทรวงสาธารณสุขวคั ซนี เสรมิ สำ� หรบั เดก็ ท่วั ไป
วคั ซีนปอ้ งกนั โรคจากเชือ้ S. pneumoniae มี 2 ชนิด ดงั นี้
1. วคั ซีนชนิดโพลแี ซคคาไรด์ 23 ซีโรทยั ป์ (23-valent polysaccharide vaccine : PPSV23)
ประกอบดว้ ยโพลแี ซคคาไรดแ์ อนตเิ จนของแคปซลู ของเชือ้ S. pneumoniae จำ� นวน 23 ซีโรทยั ป์
ไดแ้ ก่ 1, 2, 3, 4, 5, 6B, 7F, 8, 9N, 9V, 10A, 11A, 12F, 14, 15B, 17F, 18C, 19A, 19F, 20, 22F, 23F
และ 33F วคั ซีนชนิดนีท้ ่ีมีจำ� หนา่ ยในประเทศไทย คือ Pneumo 23TM ผลติ โดยบรษิ ัท sanofi pasteur
วคั ซีนนีใ้ ชเ้ ฉพาะกบั กลมุ่ เส่ยี งตอ่ โรคท่ีอายุ 2 ปีขนึ้ ไป
2. วคั ซีนชนิดคอนจเู กต (Pneumococcal conjugate vaccine : PCV)
เน่ืองจากวคั ซนี ชนิดโพลแี ซคคาไรด์มีขอ้ ดอ้ ยเป็น T-independent ไมส่ ามารถกระตนุ้ ภมู ิคมุ้ กนั โรค
ในเดก็ เลก็ ท่ีอายตุ ่ำ� กวา่ 2 ปีซง่ึ เป็นกลมุ่ ท่ีมีอบุ ตั กิ ารณข์ องการตดิ เชือ้ แบบรุกราน (invasive pneumococcal
disease; IPD) สงู จงึ มีการพฒั นาวคั ซนี ท่ีเอาสว่ นโพลแี ซคคาไรดแ์ อนตเิ จนบนแคปซลู ของเชือ้ มาจบั กบั พาหะ
โปรตีน เพ่ือเปล่ยี นแอนตเิ จนใหเ้ ป็น T-dependent ทำ� ใหก้ ระตนุ้ ภมู ิคมุ้ กนั ในเดก็ เลก็ อายตุ ่ำ� กวา่ 2 ปีไดด้ ี
สามารถกระตนุ้ ภมู ิคมุ้ กนั ใหส้ งู ขนึ้ เม่ือฉีดซำ้� (boosting effect) มีภมู ิคมุ้ กนั ความจำ� (immune memory)
มี herd immunity และลดการเกิดพาหะในคอหอย วคั ซีน PCV ใชไ้ ดก้ บั เดก็ ตงั้ แตอ่ ายุ 6 สปั ดาหข์ นึ้ ไป
2.1 วัคซีน PCV ชนิดแรก ประกอบดว้ ยโพลีแซคคาไรดแ์ อนติเจนของแคปซูลของเชือ้
S. pneumoniae จำ� นวน 7 ซีโรทยั ป์ ไดแ้ ก่ 4, 6B, 9V, 14, 18C, 19F และ 23F จบั กบั โปรตีนของพิษ
ของเชือ้ คอตีบ (Diphtheria CRM197 protein) คือ Prevnar7TM (PCV7) ผลิตโดยบริษัท Wyeth และ
ต่อมาในปี พ.ศ. 2553 ไดม้ ีการขึน้ ทะเบียน Prevnar ชนิด 13 ซีโรทยั ป์ คือ Prevnar13TM (PCV13)
ผลติ โดยบรษิ ัท Pfizer นำ� มาใชแ้ ทน PCV7 ซง่ึ 6 ซีโรทยั ป์ ท่ีเพ่ิมขนึ้ คือ 1, 3, 5, 6A, 7F และ 19A9
2.2 วคั ซีน PCV ชนิด 10 ซีโรทยั ป์ คือ SynflorixTM (PCV10) ผลติ โดยบรษิ ัท GSK ใชโ้ ปรตีน
พาหะเป็นโปรตนี D จากเชือ้ non-typeable Haemophilus influenzae (NTHi) รว่ มกบั ใช้oligosaccharide
ของสายพนั ธุ์ 18C จบั กบั ท๊อกซอยของเชือ้ บาดทะยกั และสายพนั ธุ์ 19F จบั กบั ท๊อกซอยของเชือ้ คอตีบ
PCV10 ตา่ งกบั PCV13 คือ ไมบ่ รรจเุ ชือ้ ซีโรทยั ป์ 3, 6B และ 19A
กำ� ลงั มกี ารพฒั นาวคั ซนี ชนดิ 15 และ 20 ซโี รทยั ป์ ผลติ โดยบรษิ ทั MSD และ Pfizer, ตามลำ� ดบั 10
ซง่ึ ยงั ตอ้ งรอดขู อ้ มลู ในอนาคต

สว่ นประกอบของวคั ซีน

วัคซนี PCV10 อยใู่ นรูปนำ้� 1 โด๊ส (0.5 มล.) ประกอบดว้ ยโพลีแซคคาไรดแ์ อนตเิ จน ซีโรทยั ป์
1, 5, 6B, 7F, 9V, 14 และ 23F ชนิดละ 1 ไมโครกรมั ซีโรทยั ป์ 4, 18C และ 19F ชนิดละ 3ไมโครกรมั
โดยจบั กบั โปรตีน D ของเชือ้ Non-typeable Haemophilus influenzae (NTHi) 13 ไมโครกรมั ยกเวน้
ซโี รทยั ป์ 18C จบั กบั tetanus toxoid 8 ไมโครกรมั และซโี รทยั ป์ 19F จบั กบั diphtheria toxoid 5 ไมโครกรมั
เป็นโปรตีนพาหะ วคั ซีนนีม้ ี aluminium phosphate เป็นสว่ นประกอบ11
วัคซนี PCV13 อยใู่ นรูปนำ้� 1 โด๊ส (0.5 มล.) ประกอบดว้ ย โพลแี ซคคาไรดแ์ อนตเิ จน ชนิดละ
2 ไมโครกรมั ยpกhoเวsน้phชaนteิดเป6็Bนสมว่ ี น4ปไรมะโกคอรบกแรลมั ะจมับีนกำ้� เับกโลปอื รเตปีน็นตCวั RทMำ� ล19ะ7ลขาอยงเชือ้ คอตีบ 34 ไมโครกรมั
มี aluminium

ตําราวัคซีนและการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกนั โรค 217
ปี 2562

ตารางท่ี 7.4-1 ชนิดของวคั ซีนนิวโมคอคคสั ชนิดคอนจเู กต และอายทุ ่ีรบั รองใหใ้ ช้

ชนิดของวัคซนี ซโี รทยั ป์ พาหะโปรตนี อายุทร่ี ับรองใหฉ้ ีด
6 สปั ดาห-์ 5 ปี
SynflorixTM 1, 4, 5, 6B, 7F, 9V, 14, Protein D ของ non-typeable
(PCV10) 18C, 19F, 23F H. influenzae (NTHi), tetanus 6 สปั ดาห-์ 5 ปี และ
toxoid และ diphtheria toxoid อายุ > 50 ปี

Prevnar13TM 1, 3, 4, 5, 6A, 6B, 7F, Diphtheria toxin CRM197
(PCV13) 9V, 14, 18C, 19A, 19F,
23F

วัคซนี PPSV23 อยใู่ นรูปนำ้� 1 โด๊ส (0.5 มล.) ประกอบดว้ ยโพลแี ซคคาไรดข์ องเชือ้ ซีโรทยั ป์ ละ
25 ไมโครกรมั มีสารกดั บดู ไดแ้ ก่ 0.25% ฟี นอล และมีนำ้� เกลอื เป็นตวั ทำ� ละลาย

ขนาดบรรจุ

วคั ซีนทงั้ 3 ชนิด บรรจโุ ด๊สละ 0.5 มล.

ขนาดและวธิ ใี ช้

วคั ซนี PCV10 และ PCV13 ฉีดครงั้ ละ 0.5 มล ใชฉ้ ีดเขา้ ใตผ้ วิ หนงั หรอื เขา้ กลา้ มเนือ้ ในเดก็ ปกติ
อายตุ งั้ แต่ 6 สปั ดาหข์ นึ้ ไป ฉีดวคั ซีน Primary series จำ� นวน 1-3 ครงั้ ขนึ้ อยกู่ บั อายทุ ่ีเรม่ิ ฉีด ระยะหา่ ง
กนั อยา่ งนอ้ ย 6-8 สปั ดาห์ และกระตนุ้ ท่ีอายุ 12-15 เดือน (ตารางท่ี 7.4-3)12 แมข้ อ้ มลู จะยงั มีไมม่ าก แต่
เช่ือไดว้ า่ วคั ซีน PCV10 และ PCV13 ฉีดแทนกนั ได้ แตค่ วามสามารถในการครอบคลมุ เชือ้ จะไมเ่ ทา่ กนั 13
ในเดก็ ปกตอิ าจพจิ ารณาฉีด PCV แบบ 2+1 (รวมเป็นการฉีด 3 โดส๊ ) ไดท้ งั้ PCV10 และ PCV13
คือฉีดเม่ืออายุ 2, 4 เดือนและกระตนุ้ เม่ืออายุ 12-15 เดือน การฉีดแบบนีพ้ บใน National Immunization
Program (NIP) ของหลายประเทศพบวา่ มีประสทิ ธิภาพด1ี 4,15 วคั ซนี นีจ้ ดั เป็นวคั ซนี เสรมิ สำ� หรบั เดก็ ปกติ
ท่ีอายนุ อ้ ยกวา่ 5 ปี สว่ นเดก็ ท่ีมีความเส่ยี งตอ่ การเกิดโรคตดิ เชือ้ นิวโมคอคคสั ชนิดรุนแรง (ตารางท่ี 8.4-2)
ควรไดร้ บั วคั ซีน PCV อยา่ งครบถว้ น ตงั้ แตอ่ ายุ 2 เดือน หากไดเ้ รม่ิ ฉีดชา้ ใหฉ้ ีดตามตารางท่ี 8.5-3 และ
เดก็ กลมุ่ เส่ยี งนี้ ควรไดร้ บั PPSV23 อีก 2 โด๊สเม่ืออายเุ กิน 2 ปีขนึ้ ไป ผปู้ ่วยกลมุ่ เส่ยี งอายุ 6-18 ปี ควรไดร้ บั
PCV13 1 โด๊สไมว่ า่ จะมีประวตั วิ า่ เคยไดร้ บั PPSV23 หรอื มาก่อนหรอื ไม9่
วัคซนี PPSV23 ใชฉ้ ีด 0.5 มล. เขา้ ใตผ้ ิวหนงั หรอื เขา้ กลา้ มเนือ้ 1 ครงั้ ในเดก็ อายมุ ากกวา่ 2 ปี
และผใู้ หญ่ท่ีมีความเส่ียงต่อการติดเชือ้ IPD ดงั แสดงในตารางท่ี 7.4-2 แนะนำ� ใหฉ้ ีดวคั ซีนซำ้� อีกครงั้
เม่ือครบ 5 ปีนบั จากโด๊สแรกในผปู้ ่วยกลมุ่ เส่ยี งเทา่ นนั้ ไมแ่ นะนำ� ใหฉ้ ีดวคั ซีนนีม้ ากกวา่ 2 ครงั้ ควรฉีดวคั ซีนนี้
ก่อนตดั มา้ ม ก่อนใหย้ ากดภมู ิคมุ้ กนั หรอื ก่อนทำ� cochlear implant อยา่ งนอ้ ย 2 สปั ดาห์ในผปู้ ่วยกลมุ่ เส่ยี ง
อายุ 2-18 ปีแนะนำ� ใหฉ้ ีด PCV นำ� ก่อนดว้ ย เพ่ือเพ่ิมประสทิ ธิภาพในการปอ้ งกนั โรค โดยแนะนำ� ให้ PPSV 23
หลงั การฉีด PCV 8 สปั ดาห8์ การฉีด PPSV23 ก่อนการฉีด PCV อาจสง่ ผลใหเ้ กิด hyporesponsiveness ได้
แตข่ อ้ มลู ไมช่ ดั เจน16 ไมแ่ นะนำ� ใหฉ้ ีด PPSV23 เกิน 2 โดส๊ เน่ืองจากไมม่ ีขอ้ มลู ดา้ นประโยชนใ์ นทางคลนิ ิก
โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงในดา้ นระดบั และระยะเวลาของภมู ิคมุ้ กนั รวมทงั้ ความปลอดภยั 17

218 ตําราวคั ซีนและการสร้างเสรมิ ภูมคิ ุ้มกันโรค
ปี 2562

บุคคลทค่ี วรไดร้ ับวคั ซีนและอายุที่ควรรบั วคั ซนี บทท ่ี 7 วคั ซีนนอกแผนการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกนั โรค
ของกระทรวงสาธารณสุขวคั ซนี เสรมิ สำ� หรบั เดก็ ท่วั ไป
วัคซีน PCV แนะนำ� ให้ เพ่ือป้องกันโรค IPD ปอดอกั เสบ และหูชัน้ กลางอกั เสบจากเชือ้
นิวโมคอคคสั ในกรณีดงั ตอ่ ไปนี้
1. เดก็ ปกตแิ ข็งแรงดีตงั้ แตอ่ ายุ 6 สปั ดาหถ์ งึ 5 ปี (ไมแ่ นะนำ� ให้ PCV ในเดก็ แข็งแรงดีท่ีมีอายุ
มากกวา่ 5 ปี)
2. เดก็ อายนุ อ้ ยกวา่ 6 ปีท่ีมีภาวะเส่ยี งตอ่ การเกิดโรคตดิ เชือ้ นิวโมคอคคสั ดงั ใน ตารางท่ี 8.5-2
ควรไดร้ บั วคั ซีน PCV ชนิด PCV10 หรอื PCV13 ตามตาราง 8.4-3 โดยให้ PPSV23 ตอ่ ไปดว้ ย
3. เดก็ กลมุ่ เส่ยี งตามตารางท่ี 7.4-2 ท่ีอายุ 6 ปีขนึ้ ไปและผใู้ หญ่ควรไดร้ บั PCV13 1 โด๊สไมว่ า่
จะมีประวตั วิ า่ เคยไดร้ บั PPSV23 มาก่อนหรอื ไม9่ และหากยงั ไมเ่ คยรบั วคั ซีน PPSV23 ก็ควรไดร้ บั ดว้ ย
4. แนะนำ� ให้ PCV13 ในผใู้ หญ่แข็งแรงดีท่ีมีอายตุ งั้ แต่ 65 ปีขนึ้ ไป เพ่ือปอ้ งกนั โรค IPD และ
ปอดอกั เสบ18
5. PCV10 ไดร้ บั ขอ้ บง่ ชเี้ พม่ิ ในการปอ้ งกนั หชู นั้ กลางอกั เสบจากเชอื้ NTHi ในเดก็ อายุ6 สปั ดาห์
ถงึ 5 ปี
วัคซนี PPSV23 แนะนำ� ใหเ้ ฉพาะผทู้ ่ีมีความเส่ยี งตอ่ การตดิ เชือ้ นีม้ ากกวา่ คนปกตหิ รอื รุนแรง
กวา่ คนปกตทิ ่ีมีอายุ 2 ปี ขนึ้ ไป ดงั แสดงในตารางท่ี 7.4-2 และแนะนำ� ให้ PPSV23 2 โด๊สหลงั อายุ 2 ปี
หา่ งกนั 5 ปี ซง่ึ ควรไดร้ บั PCV นำ� มาก่อนหนา้ และแนะนำ� ให้ 1 โด๊สในผมู้ ีอายตุ งั้ แต่ 65 ปีขนึ้ ไป17

วคั ซนี PPSV23 และ PCV ทงั้ 2 ชนิดนี้สามารถใหพ้ รอ้ มกบั วคั ซนี ชนิดอ่ืนได้โดยแยกเขม็ ฉีดยา
และฉีดตำ� แหนง่ ท่ีตา่ งกนั ไมแ่ นะนำ� ให้ PCV พรอ้ มกบั PPSV239

ตารางท่ี 7.4-2 ผทู้ ่ีมีความเส่ยี งตอ่ การตดิ เชือ้ นิวโมคอคคสั 9

กลุ่มเสี่ยง โรค/ภาวะ

ภาวะ/ผปู้ ่วยท่ีมีภาวะภมู ิคมุ้ ผปู้ ่วยตดิ เชือ้ เอชไอวี
กนั บกพรอ่ ง ผปู้ ่วยท่ีไดร้ บั การรกั ษาดว้ ยยากดภมู ิคมุ้ กนั หรอื รงั สรี กั ษา
ผปู้ ่วยภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ งแตก่ ำ� เนิด
ผปู้ ่วยไตวายเรอื้ รงั และ nephrotic syndrome

ผปู้ ่วยทไ่ี มม่ มี า้ มหรอื มกี ารทำ� งาน ผปู้ ่วย hemoglobinopathies
ของมา้ มผิดปกติ ผปู้ ่วยไมม่ ีมา้ มแตก่ ำ� เนิดหรอื ผปู้ ่วยภายหลงั การตดั มา้ ม

ผปู้ ่วยโรคเรอื้ รงั ผปู้ ่วยโรคหวั ใจพิการแตก่ ำ� เนิดโดยเฉพาะชนิดเขียวและผปู้ ่วยภาวะ
หวั ใจวาย
ผปู้ ่วยโรคปอดเรอื้ รงั รวมถงึ ผปู้ ่วยหอบหดื ท่ไี ดร้ บั สเตยี รอยดข์ นาดสงู
ผปู้ ่วยเบาหวาน
ผปู้ ่วยท่ีมีนำ้� ไขสนั หลงั ร่วั
ผปู้ ่วยปลกู ถ่าย cochlear

ตาํ ราวัคซีนและการสร้างเสรมิ ภมู ิคมุ้ กันโรค 219
ปี 2562

ตารางท่ี 7.4-3 คำ� แนะนำ� การใหว้ คั ซีน PCV ในเดก็ ท่ีอายตุ า่ งๆ

อายุทเ่ี ริ่มฉีด จำ� นวนครั้งทฉ่ี ีด การฉีดกระตุน้

เดก็ เส่ยี งและเดก็ ปกติ PCV 3 ครงั้ หา่ งกนั 6-8 สปั ดาห์ PCV 1 ครงั้ อายุ 12-15 เดือน
อายุ 2 – 6 เดือน* PCV 2 ครงั้ หา่ งกนั 6-8 สปั ดาห์ PCV 1 ครงั้ อายุ 12-15 เดือน
เดก็ เส่ยี งและเดก็ ปกติ PCV 2 ครงั้ หา่ งกนั 6-8 สปั ดาห์ ไมต่ อ้ งฉีด
อายุ 7 – 11 เดือน PCV10 ให้ 2 ครงั้ หา่ งกนั 6-8 สปั ดาห์ ไมต่ อ้ งฉีด
เดก็ เส่ยี งและเดก็ ปกติ สว่ น PCV13 ให้ 1 ครงั้
อายุ 12 – 23 เดือน
เดก็ ปกติ 2-5 ปี**

เดก็ เส่ยี ง PCV10 ให้ 2 ครงั้ หา่ งกนั 8 สปั ดาห์ ฉีดกระตนุ้ ดว้ ย PPSV23 จำ� นวน 1 ครงั้
- อายุ 2-5 ปี PCV13 ให้ 2 ครงั้ หา่ งกนั 8 สปั ดาห์ หา่ งจาก PCV เขม็ สดุ ทา้ ย 8 สปั ดาห์
- อายุ 2-6 ปี PCV13 ให้ 1 ครงั้
- >6-18 ปี

* ในเดก็ ปกตอิ าจฉีดมาตรฐานคือแบบ 3+1 (อายุ 2, 4, 6 เดือน และกระตนุ้ ท่ี 12-15 เดือน) ดงั ในตาราง
หรอื อาจพิจารณาฉีดแบบ 2+1 (รวมเป็นการฉีด 3 ครงั้ ) ไดท้ งั้ PCV10 และ PCV13 คือฉีดเม่ืออายุ 2, 4 และ
กระตนุ้ เม่ืออายุ 12-15 เดือน โดยการฉีดแบบนีม้ ีการใชใ้ นหลายประเทศพบวา่ มีประสทิ ธิภาพดี14,15
** ยงั ไมม่ ีขอ้ มลู หรอื คำ� แนะนำ� ใหใ้ ช้ PCV10 ในเดก็ อายมุ ากกวา่ 5 ปี
*** ในเดก็ กลมุ่ เส่ยี งตามตารางท่ี 7.4-2 ทงั้ หมดควรไดร้ บั วคั ซีน PCV10 หรอื PCV13 และเดก็ กลมุ่ เส่ยี ง
ท่ีมีอายตุ งั้ แต่ 2 ปีขนึ้ ไป ควรใหฉ้ ีดวคั ซีน PPSV23 ดว้ ยเสมอ ไมว่ า่ จะไดฉ้ ีด PCV หรอื ไมก่ ็ตาม และหาก
เป็นเดก็ เส่ยี งประเภทภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ ง ภาวะไมม่ ีมา้ ม หรอื ธาลสั ซีเมีย ควรฉีด PPSV23 ซำ้� อีก 1 ครงั้
รวมเป็น 2 ครงั้ หา่ งจากครงั้ แรก 5 ปี การฉีด PCV กอ่ นแลว้ ตามดว้ ย PPSV23 จะใหผ้ ลการสรา้ งภมู คิ มุ้ กนั
ท่ีดีกวา่ การฉีด PPSV23 เพียงอยา่ งเดียว หรอื ฉีด PPSV23 แลว้ ตามดว้ ย PCV หากไมส่ ามารถให้ PCV ได้
ในเดก็ กลมุ่ เส่ยี ง อยา่ งนอ้ ยท่ีสดุ ควรไดร้ บั PPSV23 เสมอจำ� นวน 2 เขม็ หา่ งกนั 5 ปี

ปฏิกริ ยิ าจากการฉดี วคั ซีน

วัคซนี PCV อาการขา้ งเคียงท่ีพบภายหลงั การฉีด PCV13 และ PCV10 พบวา่ ใกลเ้ คียงกนั
อาการขา้ งเคียงท่ีพบรายงานไดบ้ อ่ ยภายใน 7 วนั หลงั ฉีด PCV ไดแ้ ก่ อาการขา้ งเคียงเฉพาะท่ี อาจพบมี
อาการปวด (รอ้ ยละ 48) บวม (รอ้ ยละ 35) แดง (รอ้ ยละ 46) บรเิ วณท่ีฉีดวคั ซีน มีไขร้ อ้ ยละ 37 แตม่ ีไขส้ งู เกิน
39 องศาเซลเซียสรอ้ ยละ 5 หงดุ หงิดรอ้ งกวนรอ้ ยละ 70 แตพ่ บมีอาการขา้ งเคียงท่ีรุนแรงได้ นอ้ ยมาก9
วัคซนี PPSV23 เป็นวคั ซนี ท่ีมีความปลอดภยั ประมาณรอ้ ยละ 50 ของผไู้ ดร้ บั วคั ซนี PPSV23
มีอาการขา้ งเคียงเฉพาะท่ี ไดแ้ ก่ อาการปวดบวมแดงบรเิ วณท่ีฉีดวคั ซีน อาการมกั เป็นเพียงเลก็ นอ้ ยและ
หายไปเองภายใน 48 ช่วั โมง อาการไขแ้ ละปวดกลา้ มเนือ้ พบไดน้ อ้ ย (นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 1) อาการขา้ งเคยี ง

220 ตําราวัคซีนและการสร้างเสรมิ ภมู คิ ้มุ กันโรค
ปี 2562

ท่รี ุนแรงพบไดน้ อ้ ยมาก19,20 ขอ้ มลู ดา้ นความปลอดภยั ในเดก็ พบวา่ ใกลเ้ คยี งกบั ผใู้ หญ่ อาจพบอาการบวมแดง บทท ่ี 7 วคั ซีนนอกแผนการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกนั โรค
เฉพาะท่ีอยา่ งมาก (Arthus-like reaction) ซง่ึ มกั พบตามหลงั จากการฉีดวคั ซนี ซำ้� ภายใน 2 ปีหลงั การฉีด ของกระทรวงสาธารณสุขวคั ซนี เสรมิ สำ� หรบั เดก็ ท่วั ไป
เขม็ แรก21

ภมู ิคมุ้ กนั ท่ีเกดิ ข้ึน

วัคซนี PCV พบวา่ วคั ซีน PCV7 มีประสทิ ธิภาพสงู ในการปอ้ งกนั โรค IPD หลงั จากมีการนำ�
วคั ซีน PCV7 มาใชใ้ นประเทศสหรฐั อเมริกา อบุ ตั ิการณข์ องโรค IPD ในเด็กท่ีอายนุ อ้ ยกว่า 5 ปี ลดลง
รอ้ ยละ 79 และอบุ ตั กิ ารณข์ องโรค IPD จากซโี รทยั ป์ ท่ีบรรจใุ นวคั ซนี และซโี รทยั พ์6A ซง่ึ มี cross protection
จากซีโรทยั พ์ 6B ในวคั ซีนลดลงรอ้ ยละ 9922 นอกจากนีย้ งั พบวา่ อบุ ตั กิ ารณใ์ นกลมุ่ อายทุ ่ีไมไ่ ดร้ บั วคั ซีน
โดยเฉพาะในเดก็ อายนุ อ้ ยกวา่ 3 เดือน23 และผสู้ งู อายกุ ็ลดลงดว้ ย24 ซง่ึ นา่ จะเป็นผลจาก herd immunity
สำ� หรบั ประสิทธิภาพในการป้องกนั ปอดอกั เสบพบว่า อตั ราการนอนโรงพยาบาลของปอดอกั เสบจาก
เชือ้ นิวโมคอคคสั ในเดก็ อายนุ อ้ ยกวา่ 2 ปีลดลงรอ้ ยละ 6525 อยา่ งไรก็ดี หลงั จากใช้ PCV7 ไดไ้ มน่ าน ก็เกิด
การตดิ เชือ้ สายพนั ธุ์ 19A มากขนึ้ จนทำ� ใหป้ ระสทิ ธิภาพของ PCV7 ลดลงไป ซง่ึ เป็นการปรบั ตวั ของเชือ้
สำ� หรบั ประสทิ ธิภาพในการปอ้ งกนั หชู นั้ กลางอกั เสบพบวา่ PCV7 และ PCV11 (ซง่ึ เป็นวคั ซนี ตน้ แบบของ
PCV10) มีประสทิ ธิภาพในการปอ้ งกนั การเกิดหชู นั้ กลางอกั เสบจากเชือ้ นิวโมคอคคสั ซีโรทยั ป์ ท่ีบรรจใุ น
วคั ซีนไดใ้ กลเ้ คียงกนั คือประมาณ รอ้ ยละ 57 และยงั พบวา่ PCV10 ซง่ึ มีโปรตีนพาหะเป็น protein D ของ
เชือ้ NTHi ยงั มีประสทิ ธิภาพในการปอ้ งกนั การเกิดหชู นั้ กลางอกั เสบจากเชือ้ NTHi ไดอ้ ีกดว้ ย โดยองิ จาก
การศกึ ษา PCV11 ซง่ึ เป็นวคั ซีนตน้ แบบท่ีมีประสทิ ธิภาพในการปอ้ งกนั หอู กั เสบจากทกุ เชือ้ ไดร้ อ้ ยละ 34
ในขณะท่ี PCV7 ปอ้ งกนั โรคหอู กั เสบจากทกุ เชือ้ ไดป้ ระมาณรอ้ ยละ 6-726,27 จงึ เป็นประโยชนเ์ พ่มิ เตมิ ของ
PCV10 เพราะเชอื้ NTHi เป็นเชอื้ กอ่ โรคหอู กั เสบ ไซนสั อกั เสบท่พี บบอ่ ย ภายหลงั การใช้PCV7 ในประเทศ
สหรฐั อเมรกิ าอบุ ตั กิ ารณข์ องโรค IPD จากสายพนั ธทุ์ ่ีดือ้ ตอ่ ยาเพนนิซลิ นิ ลดลงรอ้ ยละ 57 โดยรวม และ
ลดลงรอ้ ยละ 81 ในเดก็ อายนุ อ้ ยกวา่ 2 ปี
สำ� หรบั วคั ซีน PCV10 และ PCV13 พบวา่ สามารถกระตนุ้ ใหเ้ ดก็ สรา้ งภมู ิคมุ้ กนั ตอ่ ทงั้ 7 ซีโรทยั ป์
ไดใ้ กลเ้ คียงกบั PCV7 และยงั กระตนุ้ ภมู ิคมุ้ กนั ตอ่ ซีโรทยั ป์ ท่ีเพ่ิมเตมิ เขา้ ไปในวคั ซีน โดยเฉพาะ PCV13
ท่ีมีสายพนั ธุ์ 19A เพ่ิมเติม ซ่งึ 19A มีการระบาดในระยะหลงั และพบมากขึน้ ในประเทศไทย และไม่
สามารถปอ้ งกนั ไดโ้ ดย PCV7 รวมทงั้ ไมไ่ ดม้ ีบรรจใุ น PCV10 แตม่ ีขอ้ มลู สนบั สนนุ การปอ้ งกนั โรคจาก
สายพนั ธุ์ 6A และ 19A ไดด้ ว้ ย PCV10 28,29 ขอ้ มลู ในชมุ ชนดา้ นประสทิ ธิภาพในการปอ้ งกนั โรคของวคั ซนี
ทงั้ สองชนิดนีพ้ บวา่ มีประสทิ ธิภาพดีในการปอ้ งกนั โรคตดิ เชือ้ นิวโมคอคคสั ไดจ้ รงิ การศกึ ษา FINIP เพ่ือ
ดปู ระสทิ ธิภาพของ PCV10 ในเดก็ อายนุ อ้ ยกวา่ 7 เดือนในประเทศฟินแลนด์ 30,528 ราย พบวา่ การให้
PCV10 แบบ 2+1 และ 3+1 มีประสทิ ธิภาพในการปอ้ งกนั IPD จากซีโรทยั ป์ ท่ีบรรจใุ นวคั ซีนไดร้ อ้ ยละ 92
และ 100 ตามลำ� ดบั และมีประสทิ ธิภาพในการปอ้ งกนั IPD จากซีโรทยั ป์ ใดๆ ก็ตามรอ้ ยละ 9329
การศกึ ษา The Clinical Otitis Media and Pneumonia Study (COMPAS) ในเดก็ 23,738 ราย
ในลาตินอเมรกิ า พบวา่ PCV10 มีประสทิ ธิภาพดีในการปอ้ งกนั ปอดอกั เสบจากเชือ้ แบคทีเรยี ภายหลงั
ไดร้ บั PCV10 โด๊สท่ี 3 เป็นเวลาอยา่ งนอ้ ย 2 สปั ดาหไ์ ดร้ อ้ ยละ 2230 สำ� หรบั PCV13 ประมาณ 1 ปีนบั จาก
ท่ีมีการใชอ้ ย่างแพร่หลายท่ัวประเทศอังกฤษแบบ 2+1 พบว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกัน IPD

ตําราวคั ซีนและการสร้างเสรมิ ภูมคิ ุ้มกันโรค 221
ปี 2562

จากซีโรทยั ป์ 7F และ 19A รอ้ ยละ 76 และ 70 ตามลำ� ดบั หากไดร้ บั PCV13 อยา่ งนอ้ ย 1 โด๊ส และมี
ประสทิ ธิภาพในการปอ้ งกนั IPD จากสายพนั ธทุ์ ่ีบรรจใุ นวคั ซีนรอ้ ยละ 78 หากไดร้ บั PCV13 อยา่ งนอ้ ย
2 โด๊ส ภายในขวบปีแรก31 การศกึ ษาในประเทศอรุ ุกวยั พบวา่ ภายหลงั การใช้ PCV13 อบุ ตั ิการณข์ อง
community acquired pneumonia และปอดอกั เสบจากเชือ้ นิวโมคอคคสั ในเด็กอายนุ อ้ ยกว่า 14 ปี
ลดลงรอ้ ยละ 62.6 และ 69.2 ตามลำ� ดบั เม่ือเทียบกบั ชว่ งเวลาก่อนท่ีมีการใช้ PCV7 และ PCV1332 จากการ
ศกึ ษาใน Rochester นิวยอรค์ ประเทศสหรฐั อเมรกิ าพบวา่ เดก็ ท่ีไดร้ บั PCV13 มีอบุ ตั กิ ารณข์ องการเกิด
หชู นั้ กลางอกั เสบและมภี าวะการเป็นพาหะของเชือ้ นวิ โมคอคคสั นอ้ ยกวา่ เดก็ ท่ไี มไ่ ดร้ บั วคั ซนี นีอ้ ยา่ งมนี ยั
สำ� คญั 33 นอกจากนยี้ งั เรม่ิ เหน็ herd immunity ในกลมุ่ เดก็ และผใู้ หญ่ท่ไี มไ่ ดร้ บั PCV13 ในประเทศองั กฤษ
และสหรฐั อเมรกิ าวา่ พบมีอบุ ตั ิการณข์ อง IPD ลดลงดว้ ย34 กลา่ วโดยสรุปขอ้ มลู ท่ีมีในปัจจบุ นั แสดงให้
เหน็ วา่ ทงั้ PCV10 และ PCV13 มีประสทิ ธิภาพในการปอ้ งกนั IPD และปอดอกั เสบไดจ้ รงิ และมี herd
immunity อีกดว้ ย แตย่ งั ไมม่ ีการศกึ ษาท่ีชดั เจนวา่ ทงั้ สองวคั ซนี มีประสทิ ธิภาพตา่ งกนั เพียงใด จนกระท่งั
เม่ือไมน่ านมานีม้ ีรายงานการศกึ ษาในสวีเดน เปรยี บเทียบระหวา่ งเมืองท่ีใช้ PCV10 และ PCV13 พบวา่
ภาพรวมของอบุ ตั กิ ารณข์ องโรค IPD ไมต่ า่ งกนั แตเ่ มืองท่ีใช้ PCV10 มีอบุ ตั กิ ารณข์ องโรคจากสายพนั ธุ์
19A สงู กวา่ เมืองท่ีใช้ PCV13 แตอ่ บุ ตั กิ ารณข์ อง IPD จากเชือ้ สายพนั ธ3ุ์ และ 6A ไมค่ อ่ ยตา่ งกนั 35
วัคซีน PPSV23 จากการศกึ ษาในประเทศสหรฐั อเมริกาพบว่า สามารถครอบคลมุ ซีโรทยั ป์
ท่ีกอ่ ใหเ้ กิดโรค IPD ในเดก็ และผใู้ หญ่ไดร้ อ้ ยละ 85-9020 สำ� หรบั ประเทศไทยครอบคลมุ ซโี รทยั ป์ ท่ีกอ่ ใหเ้ กิด
IPD ไดร้ อ้ ยละ 86.9-87.336,37 มปี ระสทิ ธิภาพในการปอ้ งกนั โรค IPD ไดร้ อ้ ยละ 56-81 แตข่ อ้ มลู ประสทิ ธิภาพ
ของ PPSV23 ในการปอ้ งกนั IPD ในเดก็ กลมุ่ เสย่ี ง และขอ้ มลู ในการปอ้ งกนั ปอดอกั เสบจากเชือ้ นวิ โมคอคคสั
ยงั มีจำ� กดั และพบวา่ PPSV23 ไมม่ ีประสทิ ธิภาพในการปอ้ งกนั การตดิ เชือ้ ในระบบทางเดนิ หายใจสว่ นบน
เชน่ หชู นั้ กลางอกั เสบ หรอื ไซนสั อกั เสบในเดก็ 38,29 ภมู ิคมุ้ กนั ตอ่ แตล่ ะซีโรทยั ป์ ใน PPSV23 แตกตา่ งกนั ไป
และไมส่ ามารถปอ้ งกนั โรคซง่ึ เกิดจากซโี รทยั ป์ อ่นื ๆ ท่ีไมไ่ ดบ้ รรจอุ ยใู่ นวคั ซนี 40 วคั ซนี PPSV23 ไมส่ ามารถ
สรา้ งภมู ิคมุ้ กนั ในเดก็ อายนุ อ้ ยกวา่ 2 ปี ไมม่ ีภมู ิคมุ้ กนั ความจำ� และไมช่ ว่ ยลดการเกิดพาหะในคอหอย

การเกบ็ และการหมดอายุ

เก็บวคั ซนี ในตเู้ ยน็ ท่ีอณุ หภมู ิ +2 ถงึ +8 oซ หา้ มเก็บวคั ซนี ในชอ่ งแชแ่ ขง็ และใหด้ ฉู ลากวนั หมด
อายดุ ว้ ย
หมายเหตุ
1. เน่ืองจากวคั ซนี ปอ้ งกนั โรคตดิ เชือ้ นิวโมคอคคสั ทงั้ ชนิด PCV และ PPSV23 ไมไ่ ดค้ รอบคลมุ เชือ้
ท่ีอาจก่อโรคไดค้ รบทกุ ซโี รทยั ป์ ดงั นนั้ จงึ ควรอธิบายใหผ้ ปู้ กครองเขา้ ใจวา่ เดก็ ยงั มีโอกาส เป็นโรคตดิ เชือ้
นิวโมคอคคสั ไดแ้ มจ้ ะฉีดวคั ซีนครบถว้ น
2. วคั ซีนทงั้ PCV และ PPSV23 ไม่สามารถป้องกนั การติดเชือ้ S. pneumoniae ไดท้ งั้ หมด
ดงั นนั้ ตอ้ งรบั ประทานยาเพนนิซลิ นิ ปอ้ งหลงั การตดั มา้ มแมจ้ ะไดร้ บั วคั ซีนแลว้

222 ตาํ ราวคั ซีนและการสรา้ งเสริมภูมคิ ุ้มกันโรค
ปี 2562

3. แมว้ า่ จะยงั ไม่มีรายงานผลของวคั ซีนตอ่ การพฒั นาของทารกในครรภก์ ็ตาม ยงั ไม่แนะนำ� บทท ่ี 7 วคั ซีนนอกแผนการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกนั โรค
ใหฉ้ ีดวคั ซีนทงั้ PCV และ PPSV23 แก่หญิงตงั้ ครรภแ์ ละหญิงใหน้ มบตุ ร ของกระทรวงสาธารณสุขวคั ซนี เสรมิ สำ� หรบั เดก็ ท่วั ไป
4. ไมค่ วรใหว้ คั ซีน PPSV23 ในเดก็ อายตุ ่ำ� กวา่ 2 ปี เน่ืองจากไมไ่ ดผ้ ล และไมค่ วรใหว้ คั ซีน
ปอ้ งกนั โรคตดิ เชือ้ นิวโมคอคคสั แก่ผทู้ ่ีมีปฏิกิรยิ ารุนแรงจากวคั ซีนโด๊สก่อน

เอกสารอา้ งองิ

1. Hausdorff WP, Feikin DR, Klugman KP. Epidemiological differences among pneumococcal
serotypes. Lancet Infect Dis 2005;5:83-93.
2. Chotpitayasunondh T. Bacterial meningitis in children: etiology and clinical features,
an 11-year review of 618 cases. Southeast Asian J Trop Med Public Health 1994;25:107-15.
3. Phongsamart W, Srifeungfung S, Dejsirilert S, et al. Serotype distribution and antimicrobial
susceptibility of S. pneumoniae causing invasive disease in Thai children younger than
5 years old, 2000-2005. Vaccine 2007;25:1275-80.
4. Srifeungfung S, Tribuddharat C, Comerungsee S, et al. Serotype coverage of pneumococcal
conjugate vaccine and drug susceptibility of Streptococcus pneumoniae isolated from
invasive or non-invasive diseases in central Thailand, 2006-2009. Vaccine 2010;28:3440-4.
5. Phongsamart W, Srifeungfung S, Chatsuwan T, et al. Changing trends in serotype distribution
and antimicrobial susceptibility of Streptococcus pneumoniae causing invasive diseases
in Central Thailand, 2009-2012. Hum Vaccin Immunother 2014;10:1866-73.
6. ชิษณุ พนั ธเุ์ จรญิ . การดือ้ ยาตา้ นจลุ ชีพของเชือ้ นิวโมคอคคสั . การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ ครงั้ ท่ี 2
“กลยทุ ธก์ ารใชย้ าตา้ นจลุ ชพี ในยคุ เชอื้ ดอื้ ยา”. โรงแรมเรดสิ นั กรุงเทพมหานคร. วนั ท่ี 17-18 พฤศจกิ ายน
พ.ศ. 2546: 4-28.
7. CDC. Effects of new penicillin susceptibility breakpoints for Streptococcus pneumoniae--
United States, 2006-2007. MMWR Morb Mortal Wkly Rep 2008;57:1353-5.
8. Pichichero M. Meningococcal Immunization Update: A New Conjugate Vaccine. Consultant
for Pediatricians 2005;4:263-7.
9. Nuorti JP, Whitney CG. Prevention of pneumococcal disease among infants and children - use
of 13-valent pneumococcal conjugate vaccine and 23-valent pneumococcal polysaccharide
vaccine - recommendations of the Advisory Committee on Immunization Practices (ACIP).
MMWR Recomm Rep 2010;59:1-18.
10. Skinner JM, Indrawati L, Cannon J, et al. Pre-clinical evaluation of a 15-valent pneumococcal
conjugate vaccine (PCV15-CRM197) in an infant-rhesus monkey immunogenicity model.
Vaccine 2011;29:8870-6.
11. World Health Organization. Synflorix™ WHO Package insert (Final). Available from 2018.
http://www.who.int/immunization_standards/vaccine_quality/Synflorix_WHO_leaflet_EN_
May_2011.pdf. (Access 20 July 2018)

ตําราวคั ซนี และการสร้างเสรมิ ภมู ิค้มุ กันโรค 223
ปี 2562

12. Vesikari T, Wysocki J, Chevallier B, et al. Immunogenicity of the 10-valent pneumococcal
non-typeable Haemophilus influenzae protein D conjugate vaccine (PHiD-CV) compared
to the licensed 7vCRM vaccine. Pediatr Infect Dis J 2009;28:S66-76.
13. Grimprel E, Laudat F, Baker CA, et al. Safety and immunogenicity of 13-valent pneumococcal
conjugate vaccine given with routine pediatric vaccination to healthy children in France.
Poster presented at: 27th Annual Meeting of the European Society of Paediatric Infectious
Disease (ESPID). June 9-13, 2009; Brussels, Belgium.
14. Vestrheim DF, Lovoll O, Aaberge IS, et al. Effectiveness of a 2+1 dose schedule pneumococcal
conjugate vaccination programme on invasive pneumococcal disease among children
in Norway. Vaccine 2008;26:3277-81.
15. Silfverdal SA, Hogh B, Bergsaker MR, et al. Immunogenicity of a 2-dose priming and
booster vaccination with the 10-valent pneumococcal nontypeable Haemophilus influenzae
protein D conjugate vaccine. Pediatr Infect Dis J 2009;28:e276-82.
16. O’Brien KL, Hochman M, Goldblatt D. Combined schedules of pneumococcal conjugate
and polysaccharide vaccines: is hyporesponsiveness an issue? Lancet Infect Dis
2007;7:597-606.
17. CDC. Updated recommendations for prevention of invasive pneumococcal disease among
adults using the 23-valent pneumococcal polysaccharide vaccine (PPSV23). MMWR Morb
Mortal Wkly Rep 2010;59:1102-6.
18. CDC. Licensure of 13-Valent pneumococcal conjugate vaccine for adults aged 50 years
and older. MMWR 2012;61:394-5.
19. National Immunization Program (NIP), CDC. Pneumococcal diseases. Epidemiology and
prevention of vaccine-preventable diseases (The Pink Book). Updated 7th edition 2nd
Printing (February 2003); chapter 16: 1-12. (www.cdc.gov/nip/publications/pink/text.htm)
20. CDC. Prevention of pneumococcal disease: recommendations of the Advisory Committee
on Immunization Practices (ACIP). MMWR Recomm Rep 1997;46:1-24.
21. Borgono JM, McLean AA, Vella PP, et al. Vaccination and revaccination with polyvalent
pneumococcal polysaccharide vaccines in adults and infants. Proc Soc Exp Biol Med
1978;157:148-54.
22. Whitney CG, Pilishvili T, Farley MM, et al. Effectiveness of seven-valent pneumococcal
conjugate vaccine against invasive pneumococcal disease: a matched case-control
study. Lancet 2006;368:1495-502.
23. Poehling KA, Talbot TR, Griffin MR, et al. Invasive pneumococcal disease among infants
before and after introduction of pneumococcal conjugate vaccine. Jama 2006;295:1668-74.
24. Kellner JD, Church DL, MacDonald J, Tyrrell GJ, Scheifele D. Progress in the prevention
of pneumococcal infection. Cmaj 2005;173:1149-51.

224 ตําราวคั ซีนและการสรา้ งเสริมภมู คิ ุ้มกันโรค
ปี 2562

25. Grijalva CG, Nuorti JP, Arbogast PG, Martin SW, Edwards KM, Griffin MR. Decline in บทท ่ี 7 วคั ซีนนอกแผนการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกนั โรค
pneumonia admissions after routine childhood immunisation with pneumococcal conjugate ของกระทรวงสาธารณสุขวคั ซนี เสรมิ สำ� หรบั เดก็ ท่วั ไป
vaccine in the USA: a time-series analysis. Lancet 2007;369:1179-86.
26. Jansen AG, Hak E, Veenhoven RH, Damoiseaux RA, Schilder AG, Sanders EA. Pneumococcal
conjugate vaccines for preventing otitis media. Cochrane Database Syst Rev
2009;15:CD001480.
27. Prymula R, Peeters P, Chrobok V, et al. Pneumococcal capsular polysaccharides conjugated
to protein D for prevention of acute otitis media caused by both Streptococcus pneumoniae
and non-typeable Haemophilus influenzae: a randomised double-blind efficacy study.
Lancet 2006;367:740-8.
28. Kim CH, Kim JS, Cha SH, et al. Response to primary and booster vaccination with 10-valent
pneumococcal nontypeable Haemophilus influenzae protein D conjugate vaccine in
Korean infants. Pediatr Infect Dis J 2011;30:e235-43.
29. Palmu AA, Jokinen J, Nieminen H, et al. Effectiveness of the Pneumococcal Haemophilus
influenzea protein D conjugate (PHID-CV) against pneumococcal disease in infants- FINIP Trial.
The 30th Annual Meeting of the European Society for Paediatrics Infectous Diseases,
Thessaloniki, Greece, May 8-12, 2012 . Abstract 385, NCT number NCT00861380.
30. Tregnaghi MW, Sáez-Llorens X, P. López P, et al. Evaluating the efficacy of 10-valent
pneumococcal non-typeable Haemophilus influenzae protein-D conjugate vaccine (PHiD-CV)
against community-acquired pneumonia in Latin America. Abstract presented at the 29th
annual meeting of the European Society for Paediatric Infectious Diseases (ESPID), The Hague,
The Netherlands, June 7-11, 2011 Abstract 412.
31. Miller E, Andrews NJ, Waight PA, Slack MP, George RC. Effectiveness of the new serotypes
in the 13-valent pneumococcal conjugate vaccine. Vaccine 2011;29:9127-31.
32. Pírez MC, Algorta G, Cedrés A, et al. Impact of universal pneumococcal vaccination on
hospitalizations for pneumonia and meningitis in children in Montevideo, Uruguay. The 8th
International Symposium on Pneumococci and Pneumococcal Diseases, Iguaçu Falls,
Brazil, March 11-15, 2012.
33. Pichichero M, Casey JR, Center K, et al. Efficacy of PCV13 in prevention of AOM and NP
colonization in children: first year of data from the US. The 8th International Symposium
on Pneumococci and Pneumococcal Diseases, Iguaçu Falls, Brazil, March 11-15, 2012.
Poster No 154.
34. Cox CM. Presented at the 1st National Immunization Conference Online, March 26, 2012.
Accessed April 5, 2012 from http://cdc.confex.com/cdc/nic2012/webprogram/Paper30196.
html

ตาํ ราวัคซีนและการสรา้ งเสริมภมู ิคมุ้ กันโรค 225
ปี 2562

35. Naucler P, Galanis I, Morfeldt E, Darenberg J, Örtqvist Å, Henriques-Normark B. Comparison
of the Impact of Pneumococcal Conjugate Vaccine 10 or Pneumococcal Conjugate Vaccine
13 on Invasive Pneumococcal Disease in Equivalent Populations. Clin Infect Dis
2017;65:1780-9.
36. ผอ่ งพรรณ นนั ทาภสิ ทุ ธิ์, วภิ า อนนั ตช์ นะชยั , อมั พร สคุ นธมาน. ซโี รทยั ป์ ของสเตรปโตคอคคสั นิวโมนอ์ ิ
จากผปู้ ่วยโรคตดิ เชือ้ ชนิดซสิ เตมิก.จฬุ าลงกรณเ์ วชสาร. 2532;33:375-80.
37. Srifeungfung S, Chokephaibulkit K, Tribuddharat C. Serotypes and antimicrobial susceptibilities
of Streptococcus pneumoniae isolated from hospitalized patients in Thailand. Southeast
Asian J Trop Med Public Health 2007;38:469-77.
38. Klein JO, Teele DW, Sloyer JL, et al. Use of pneumococcal vaccine for prevention of
recurrent episodes of otitis media. In: Weinstein L, Fields BN, eds. Seminars in infectious
disease. New York: Thieme-Stratton Inc. 1982;305-10.
39. Jackson LA, Neuzil KM. Pneumococcal polysaccharide vaccines. In: Plotkin SA, Orenstein WA,
Offit PA, eds. Vaccines. 5th ed. Philadelphia, PA: WB Saunders Company; 2008:569–604.
40. Shapiro ED, Berg AT, Austrian R, et al. The protective efficacy of polyvalent pneumococcal
polysaccharide vaccine. N Engl J Med 1991;325:1453-60.

226 ตาํ ราวคั ซนี และการสร้างเสริมภูมคิ ้มุ กนั โรค
ปี 2562

7.5 วคั ซนี ปอ้ งกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น บทท ่ี 7 วคั ซีนนอกแผนการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกนั โรค
ของกระทรวงสาธารณสุขวคั ซนี เสรมิ สำ� หรบั เดก็ ท่วั ไป
บทที่ (Meningococcal Polysaccharide
Vaccine และ Conjugate vaccine)

บทน�ำและระบาดวทิ ยา

โรคไขก้ าฬหลงั แอ่นเกิดจากเชือ้ มินนิงโกคอคคสั หรือ Neisseria meningitides เป็นเชือ้
แบคทีเรียกรมั ลบ รูปรา่ งกลมคลา้ ยเมล็ดถ่วั อย่กู นั เป็นค่ๆู พบอย่ใู นลำ� คอของคนท่วั ไปรอ้ ยละ 5-101
โดยไม่ทำ� ใหเ้ กิดโรค สามารถแพรก่ ระจายไดท้ างการไอ จาม การสมั ผสั กบั นำ้� มกู นำ้� ลาย โดยเฉพาะ
ในสถานท่ีท่ีมีคนอยรู่ วมกนั หนาแนน่ มีสขุ าภิบาลส่งิ แวดลอ้ มไมถ่ กู สขุ ลกั ษณะ สว่ นนอ้ ยของผทู้ ่ีติดเชือ้
อาจนำ� ไปสกู่ ารเกิดโรค ซง่ึ จะมีอาการ ไขส้ งู ปวดศีรษะมาก คล่นื ไส้ อาเจียน คอแขง็ ชกั มีจดุ เลือดออกท่ี
ผิวหนงั จำ้� เลอื ดขนาดใหญ่หรอื ผ่ืนแดงใตผ้ ิวหนงั พยาธิสภาพท่ีสำ� คญั คือ เย่ือหมุ้ สมองอกั เสบ และการตดิ เชือ้
ในกระแสเลอื ดอยา่ งรุนแรง ทำ� ใหผ้ ปู้ ่วยเสยี ชีวติ ไดภ้ ายใน 6-24 ช่วั โมง ปัจจยั ท่ีมีความสมั พนั ธก์ บั การตดิ เชือ้
คอื ภาวะภมู คิ มุ้ กนั บกพรอ่ ง เชน่ ภาวะไมม่ มี า้ ม หรอื มา้ มทำ� งานไมป่ กติ ภาวะ hypogammaglobulinemia
ภาวะขาดสารคอมพลีเมนตส์ ว่ นปลาย ผทู้ ่ีไดร้ บั การรกั ษาดว้ ยยา eculizumab2 จะเพ่ิมความเส่ียงใหม้ ี
โอกาสตดิ เชือ้ มากขนึ้ พบความเส่ยี งเพ่มิ ขนึ้ ในผทู้ ่ีกำ� ลงั ตดิ เชือ้ ท่ีระบบทางหายใจ โดยเฉพาะไขห้ วดั ใหญ่
ผปู้ ่วยโรคเรอื้ รงั การสบู บหุ ร่ี ผทู้ ่ีอยใู่ นสถานเลยี้ งเดก็ หรอื คนชรา การสบื คน้ ในผปู้ ่วยสว่ นใหญ่มกั จะไมพ่ บ
ปัจจยั เส่ยี งของการตดิ เชือ้
การจำ� แนกกลมุ่ ของเชือ้ อาศยั แคปซลู ซง่ึ เป็นสารโพลแี ซคคาไรดแ์ บง่ เป็น 13 ซีโรกรุป๊ ไดแ้ ก่ A,
B, C, E, X, Y, Z, W, H, I, K และ L ซีโรกรุป๊ ท่ีสำ� คญั ในการก่อโรคในคนมี 6 ซีโรกรุป๊ คือ ซีโรกรุป๊ A, B,
C, W, X, และ Y3
โรคไขก้ าฬหลงั แอ่นแบ่งไดเ้ ป็น 2 แบบคือ แบบโรคประจำ� ถ่ิน (endemic) หรือโรคระบาด
(epidemic) โรคประจำ� ถ่ินคือการเกิดโรคแบบกลมุ่ กอ้ น (cluster) อตั ราการเกิดโรคขนึ้ อยกู่ บั แตล่ ะสถานท่ี
ชว่ งเวลา กลมุ่ อายุ และการไดร้ บั วคั ซีน4 โรคไขก้ าฬหลงั แอน่ พบไดท้ กุ ทวีปท่วั โลก พืน้ ท่ีท่ีมีอบุ ตั กิ ารณข์ องโรค
สูงสุดอยู่บริเวณทวีปแอฟริกาใตต้ ่อทะเลทรายซาฮารา (sub-Saharan Africa) เรียกบริเวณนีว้ ่า
Meningitis belt คือตงั้ แตป่ ระเทศแกมเบียไปจนถงึ เอธิโอเปีย (รูปท่ี 1) พบอบุ ตั กิ ารณข์ องโรคสงู ถงึ 1,000 ราย
ต่อประชากรแสนคน โดยเฉพาะในช่วงอากาศแหง้ เดือนธันวาคมถึงมิถุนายน การระบาดของโรค
ไขก้ าฬหลงั แอ่นบริเวณ Meningitis belt ในอดีตมกั เกิดจากซีโรกรุ๊ป A หลงั จากมีการใหวคั ซีนชนิด
คอนจเู กตตอ่ Monovalent ของซโี รกรุป๊ A (MenAfiVac) อยา่ งกวา้ งขวางในทวปี แอฟรกิ าทำ� ใหก้ ารระบาด
เปล่ียนไปเป็นซีโรกรุ๊ป C และ W มากกว่า มีการรายงานการระบาดซีโรกรุ๊ป X ประปราย3 ประเทศ
ซาอดุ อิ าระเบีย ซง่ึ เป็นท่ีประกอบพิธีฮจั ย์ มกั พบเป็นซีโรกรุป๊ W-135 และ A ซง่ึ อาจทำ� ใหเ้ กิดโรคในผทู้ ่ี
เดินทางไปร่วมพิธีในขณะท่ี ยุโรป ออสเตรเลีย และ อเมริกาใต้ อุบตั ิการณอ์ ยู่ในช่วง 0.3 ถึง 3 ราย
ตอ่ ประชากรแสนคน โดยพบซีโรกรุป๊ B และ C เป็นสว่ นใหญ่2

ตาํ ราวัคซีนและการสร้างเสริมภมู ิคุ้มกนั โรค 227
ปี 2562

ในประเทศสหรฐั อเมรกิ าพบวา่ อบุ ตั กิ ารณล์ ดลงตงั้ แตป่ ี ค.ศ. 2000 อายทุ ่พี บบอ่ ยคอื กลมุ่ ทารก
และเดก็ เลก็ อายนุ อ้ ยกวา่ 5 ปี (สองในสามของกลมุ่ นีเ้ ป็นซีโรกรุป๊ B) กลมุ่ วยั รุน่ และผใู้ หญ่ตอนตน้ อายุ
16-21 ปี (รอ้ ยละ 90 ของกล่มุ นีเ้ กิดจากซีโรกรุ๊ป B, C, Y และ W )2 การระบาดส่วนใหญ่พบนอ้ ยกว่า
รอ้ ยละ 5 มกั พบในกลมุ่ นกั ศกึ ษาท่ีอยรู่ วมกนั ในวทิ ยาลยั มหาวิทยาลยั หรอื ทหารเกณฑ์ และมีรายงาน
การระบาดของซีโรกรุป๊ C ในกลมุ่ ชายรกั ชาย2

รูปท่ี 7.5-1 แสดงบพืน้ ท่ีท่ีมีอบุ ตั กิ ารณส์ งู ของโรคไขก้ าฬหลงั แอน่ ในทวีปแอฟรกิ า (Meningitis belt)3
สำ� หรบั ประเทศไทย มักเป็นการเกิดโรคแบบกระจายตัว (sporadic) ไม่เป็นการระบาด
ไขก้ าฬหลงั แอน่ เป็นหนง่ึ ในโรคตดิ ตอ่ ตอ้ งแจง้ ความ ตามพระราชบญั ญตั โิ รคตดิ ตอ่ พ.ศ. 2558 เม่อื พบผปู้ ่วย
ตอ้ งแจง้ ต่อสำ� นกั ระบาดวิทยา กรมควบคมุ โรค รวมทงั้ สอบสวนและควบคมุ โรคใน 24 ช่วั โมง ในช่วง
สบิ ปีท่ผี า่ นมา (ปี พ.ศ. 2551 – 2560) สำ� นกั ระบาดวทิ ยาไดร้ ายงานผปู้ ่วยดว้ ยโรคไขก้ าฬหลงั แอน่ จำ� นวน
8-34 รายตอ่ ปี คดิ เป็นอตั ราป่วย 0.01-0.05 รายตอ่ ประชากรแสนคน5,6 แมว้ า่ อตั ราป่วยของโรคนีจ้ ะไมส่ งู นกั
เม่ือเทยี บกบั โรคตดิ ตอ่ ท่วั ไปอ่นื ๆ แตอ่ ตั ราป่วยตายดว้ ยโรคนีค้ อ่ นขา้ งสงู ใน 5 เดอื นแรกของปี พ.ศ. 2561
สำ� นักระบาดวิทยา ไดร้ บั รายงาน ผูป้ ่ วยโรคไขก้ าฬหลงั แอ่น จำ� นวนทงั้ สิน้ 6 ราย อตั ราป่ วย 0.01
ตอ่ ประชากรแสนคน ยงั ไมพ่ บรายงานผปู้ ่วยเสยี ชีวติ กลมุ่ อายทุ ่ีพบมากท่ีสดุ คอื 15-24 ปี เทา่ กบั รอ้ ยละ 257
ภาคใตเ้ ป็นพืน้ ท่ีท่ีมีการรายงานผปู้ ่วยสงู สดุ อยา่ งตอ่ เน่ืองตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2550
ในปี พ.ศ. 2559-2560 ขอ้ มลู ผลการตรวจทางหอ้ งปฏิบตั กิ ารจากกรมวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์
ตรวจตวั อยา่ งเชือ้ จากผปู้ ่วยท่ีสงสยั โรคไขก้ าฬหลงั แอน่ จำ� นวนทงั้ สนิ้ 10 ตวั อยา่ ง พบวา่ เป็น serogroup B
ทงั้ หมด8 สำ� หรบั เชือ้ ซีโรกรุป๊ อ่ืนท่ีเคยพบในประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2559 สำ� นกั ระบาดวทิ ยารายงานพบ
เชือ้ ซีโรกรุป๊ C จากผปู้ ่วยของจงั หวดั ภเู ก็ต 1 ราย9 นอกจากนีย้ งั เคยพบเชือ้ ซีโรกรุป๊ Y, W ถงึ รอ้ ยละ 19.2

228 ตําราวัคซีนและการสรา้ งเสรมิ ภูมิคมุ้ กนั โรค
ปี 2562

ซ่ึงการทราบซีโรกรุ๊ปจะมีประโยชนใ์ นการเตรียมรบั สถานการณท์ งั้ การป้องกนั และควบคมุ เน่ืองจาก บทท ่ี 7 วคั ซีนนอกแผนการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกนั โรค
เชือ้ ซีโรกรุป๊ A มีความสามารถในการแพรร่ ะบาดไดม้ ากกวา่ เชือ้ ซีโรกรุป๊ อ่ืน ประเทศไทยยงั ไม่มีวคั ซีน ของกระทรวงสาธารณสุขวคั ซนี เสรมิ สำ� หรบั เดก็ ท่วั ไป
สำ� หรบั การปอ้ งกนั ซีโรกรุป๊ B

ชนิดของวคั ซนี

วคั ซนี ปอ้ งกนั โรคตดิ เชือ้ มนิ นิงโกคอคคสั นีม้ ี 2 ชนิดไดแ้ ก่ ชนิดโพลแี ซคคาไรดแ์ ละชนิดคอนจเู กต

ส่วนประกอบของวัคซีน

1. วคั ซนี ปอ้ งกนั โรคตดิ เชอื้ มนิ นงิ โกคอคคสั ชนดิ โพลแี ซคคาไรด์(Meningococcal polysaccharide
vaccine; MPSV) เป็นวคั ซนี ท่ีผลติ มาจากแคปซลู ท่ีเป็นโพลแี ซคคาไรดม์ ี 4 ซโี รกรุป๊ (MPSV4) คอื Tetravalent
meningococcal (A, C, Y และ W) polysaccharide vaccine (MenomuneTM A/C/Y/W) ผลติ โดยบรษิ ัท
sanofi pasteur ประกอบดว้ ยโพลีแซคคาไรดข์ องซีโรกรุป๊ A, C, Y, และ W อยา่ งละ 50 มคก.3 วคั ซีนนีม้ ี
ขอ้ ดอ้ ยคือ ตอ้ งใหใ้ นผทู้ ่ีอายมุ ากกวา่ 2 ปี และเม่ือฉีดซำ้� ไมส่ ามารถกระตนุ้ ภมู ิคมุ้ กนั ไดด้ ี วคั ซีนชนิดนี้
หยดุ การผลติ และเลกิ ใชใ้ นประเทศสหรฐั อเมรกิ าแลว้ ตงั้ แต่ พ.ศ. 256010 และไมม่ ีจำ� หนา่ ยแลว้
2. วคั ซนี ปอ้ งกนั โรคตดิ เชือ้ มนิ นงิ โกคอคคสั ชนดิ คอนจเู กต (Meningococal conjugate vaccine;
MCV) เป็นวคั ซนี ท่ีนำ� โปรตนี พาหะมาจบั กบั แคปซลู ท่ีเป็นโพลแี ซคคาไรด์ทำ� ใหส้ ามารถกระตนุ้ ภมู คิ มุ้ กนั
โดยผา่ นระบบพง่ึ พา T cell (T cell dependent) เกิดการตอบสนองดใี นเดก็ เลก็ อายตุ ่ำ� กวา่ 2 ปี และสามารถ
กระตนุ้ ภมู ิคมุ้ กนั เพ่ิมขึน้ สงู เม่ือฉีดซำ้� (boosting effect) ไดแ้ ก่ วคั ซีน quadrivalent meningococcal
(A, C, Y และ W) conjugate vaccine (MCV4) มี 2 ชนิดคือ
2.1 MCV4-DT (MenactraTM) ผลิตโดยบริษัทซาโนฟ่ี ปาสเตอร์ มีส่วนประกอบของ
โพลีแซคคาไรดข์ อง ซีโรกรุป๊ A, C, Y และ W-135 อยา่ งละ 4 มคก. จบั กบั โปรตีนพาหะคือ ทอ็ กซอยด์
ของเชือ้ คอตีบ (DT) 48 มคก.2,11
2.2 MCV4-CRM (MenveoTM) ผลติ โดยบรษิ ัท Novartis มีสว่ นประกอบของโพลแี ซคคาไรด์
ซโี รกรุป๊ A, C, Y และ W ปรมิ าณ 10, 5, 5 และ 5 มคก. ตามลำ� ดบั จบั กบั โปรตนี พาหะคอื โปรตนี CRM197
ซง่ึ เป็น non-toxic variant ของ toxoid เชือ้ คอตีบ 32.7-64.1 มคก.12
3. วคั ซนี ปอ้ งกนั โรคตดิ เชอื้ มนิ นงิ โกคอคคสั ซโี รกรุป๊ B (subcapsular meningococcal antigen
vaccine) ในอดีตวคั ซีนตอ่ ซีโรกรุป๊ B ท่ีทำ� จากแอนตเิ จนของแคปซลู มี cross react กบั เซลลป์ ระสาท
ของมนษุ ย์ จงึ ทำ� ใหก้ ระตนุ้ ภมู ิคมุ้ กนั ไมด่ ี ตอ่ มามีการพฒั นาวคั ซีนปอ้ งกนั ซีโรกรุป๊ B จนสำ� เรจ็ สามารถ
ขนึ้ ทะเบียนใชใ้ นยโุ รปและประเทศสหรฐั อเมรกิ า
3.1 MenB-4C (BexseroTM) ผลติ โดยบรษิ ัท Novartis มีสว่ นประกอบของเชือ้ 4 แอนตเิ จน
คือ Neisserial adhesin A (NadA), Neisseria heparin-binding antigen (NHBA), factor H-binding
protein (FHbp) อยา่ งละ 50 มคก. และ outer membrane vesicle ของสายพนั ธุ์ New Zealand (OMVs)
ของสายพนั ธุ์NZ98/254 จาก New Zealand ปรมิ าณ 25 มคก.13 แอนตเิ จนทงั้ 4 ชนดิ นี้เป็น surface-express
protein ของเชือ้ ท่ีสมั พนั ธก์ บั serum bactericidal antibody มีหลกั ฐานวา่ เป็นภมู ิคมุ้ กนั ท่ีปอ้ งกนั โรคได้
BexseroTM ไดร้ บั การขนึ้ ทะเบยี นในประเทศสหรฐั อเมรกิ าสำ� หรบั อายุ 10-25 ปี ทวปี ยโุ รปไดร้ บั การขนึ้ ทะเบยี น

ตําราวคั ซีนและการสร้างเสริมภมู ิคุม้ กันโรค 229
ปี 2562

ตงั้ แต่อายุ 2 เดือน ในองั กฤษไดม้ ีการนำ� วคั ซีนเขา้ อย่ใู นแผนการสรา้ งเสริมภมู ิคมุ้ กนั โรค (national
immunization program, NIP) แลว้ โดยฉีด 2, 4, 12-13 เดือน14 แตแ่ อนตเิ จนทงั้ 4 ชนิดนีม้ ีความจำ� เพาะ
ในแตล่ ะพืน้ ท่ี และอาจไมป่ อ้ งกนั สายพนั ธใุ์ นแตล่ ะพืน้ ท่ีไดเ้ ทา่ กนั แมจ้ ะเป็นซีโรกรุป๊ B เหมือนกนั คาดวา่
แอนติเจนของวคั ซีนนีจ้ ะครอบคลมุ เชือ้ ซีโรกรุ๊ป B ประมาณรอ้ ยละ 91, 70, 76 และ 66 ของสายพนั ธุ์
ในประเทศสหรฐั อเมรกิ า ยโุ รป ออสเตรเลยี แคนาดาตามลำ� ดบั 15-17 ยงั ไมท่ ราบวา่ จะปอ้ งกนั ซีโรกรุป๊ B
สายพนั ธใุ์ นเอเชียไดเ้ ทา่ ใด ขณะนีย้ งั ไมม่ ีจำ� หนา่ ยในประเทศไทย
3.2 MenB-FHbP (TrumenbaTM) ผลติ โดยบรษิ ทั Pfizer มสี ว่ นประกอบ surface-exposed
lipoprotein คือ factor H binding protein (FHbp) 2 ชนิด subfamily A (A05) และ subfamily B (B01)
อยา่ งละ 60 มคก. ซง่ึ FHbp พบในสายพนั ธขุ์ องเชือ้ ซีโรกรุป๊ B มากกวา่ รอ้ ยละ 97 และเป็น virulence
factor ท่ีสำ� คญั ของเชือ้ วคั ซีน TrumenbaTM ไดร้ บั การขนึ้ ทะเบียนในประเทศสหรฐั อเมรกิ าสำ� หรบั อายุ
10-25 ปี2,18 ขณะนีย้ งั ไมม่ ีจำ� หนา่ ยในประเทศไทย
4. วคั ซีนอ่ืนๆ ท่ีมีใชใ้ นตา่ งประเทศ ไดแ้ ก่ วคั ซีนชนิดคอนจเู กตตอ่ Monovalent ของซีโรกรุป๊
C และ A วคั ซีนต่อซีโรกรุ๊ป C มีใชใ้ นทวีปยโุ รป ฉีดในเด็กอายุ 2, 3 และ 4 เดือน วคั ซีนต่อซีโรกรุ๊ป A
มีใชเ้ ฉพาะในทวีปแอฟรกิ าบรเิ วณ Meningitis belt (MenAfriVac) ฉีดในเดก็ และผใู้ หญ่อายุ 1-29 ปี3

ตารางท่ี 7.5-1 รายละเอียดวคั ซีนปอ้ งกนั โรคตดิ เชือ้ มินนิงโกคอคคสั ท่ีมีใชแ้ พรห่ ลาย

ชนิดวัคซนี / ซโี รกรุ๊ป ส่วนประกอบ* โปรตนี พาหะ อายุทไ่ี ดร้ ับ มสี ่วนประกอบ
บริษัทผู้ผลิต ทบ่ี รรจุ การรับรอง Latex
ไมม่ ี
MCV4-DT A, C, Y, W A, C, Y, W Diphtheria 9 เดือน – 55 ปี
(MenactraTM)/ อยา่ งละ 4 µg toxoid 48 µg ไมม่ ี
Sanofi Pastuer
ปลายจกุ
MCV4-CRM A, C, Y, W A 10 µg CRM197 protein 2 เดือน – 55 ปี กระบอกฉีดยา
(MenveoTM)/ B C, Y, W ของ Diphtheria >10 ปี
B อยา่ งละ 5 µg 32.7-64.1 µg >10 ปี ไมม่ ี
Novartis NadA 50 µg
MenB-4C NHBA 50 µg -
(BexseroTM)/ fHbp 50 µg
Novartis OMV 25 µg -
fHbp A 60 µg
MenB-FHbP fHbp B 60 µg
(TrumenbaTM)/

Pfizer

ขนาดบรรจุ

1. วคั ซีนป้องกันโรคไขก้ าฬหลงั แอ่นชนิดโพลีแซคคาไรด์ (MPSV4) บรรจุกล่องละ 1 โด๊ส
เป็นผงแหง้ พรอ้ มนำ้� ยาทำ� ละลาย 0.5 มล. สำ� หรบั MCV4 บรรจกุ ลอ่ งละ 1 โดส๊ 0.5 มล. (ประเทศสหรฐั อเมรกิ า
ไดย้ กเลกิ การผลติ แลว้ )10

230 ตําราวคั ซีนและการสรา้ งเสรมิ ภมู คิ ุ้มกนั โรค
ปี 2562

2. วคั ซีน MCV4 บทท ่ี 7 วคั ซีนนอกแผนการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกนั โรค
2.1 วคั ซีน MCV4-DT (MenectraTM) บรรจกุ ลอ่ งละ 1 โด๊ส 0.5 มล. ของกระทรวงสาธารณสุขวคั ซนี เสรมิ สำ� หรบั เดก็ ท่วั ไป
2.2 วคั ซีน MCV-CRM (MenveoTM) บรรจกุ ลอ่ งละ 1โด๊ส ประกอบดว้ ย ผงแหง้ Men A
พรอ้ มนำ้� ยาทำ� ละลาย MenCYW 0.5 มล.
3. วคั ซีน MenB-4C (BexseroTM) และวคั ซีน MenB-FHbP (TrumenbaTM) บรรจกุ ล่องละ
1 โด๊ส 0.5 มล.

ขนาดและวิธีใช้ 19,20

1. วัคซีนป้องกันโรคติดเชือ้ มินนิงโกคอคคัสชนิดโพลีแซคคาไรด์ (Meningococcal
polysaccharide vaccine; MPSV) ฉีดขนาด 0.5 มล. เขา้ ใตช้ นั้ ผิวหนงั (subcutaneous) ในเด็กอายุ
2 ปีขนึ้ ไปและผใู้ หญ่ใหว้ คั ซีนเพียงครงั้ เดียว เดก็ อายนุ อ้ ยกวา่ 2 ปี จะตอบสนองตอ่ วคั ซีน MPSV4 ไมด่ ี
ยกเลกิ การผลติ แลว้ ในประเทศสหรฐั อเมรกิ าแลว้ ตงั้ แต่ พ.ศ. 256010
2. วัคซนี ป้องกันโรคตดิ เชอื้ มนิ นิงโกคอคคัสชนิดคอนจเู กต (Meningococal conjugate
vaccine serogroup A,C,W,Y; MCV4) วคั ซีน MCV4 ฉีดขนาด 0.5 มล. เขา้ กลา้ มเนือ้ (intramuscular)
สำ� หรบั วคั ซีน MCV4-DT ใชไ้ ด้ ในผทู้ ่ีอายุ 9 เดือน ถึง 55 ปี ส่วนวคั ซีน MCV4-CRM ใชไ้ ดใ้ นผทู้ ่ีอายุ
2 เดือน ถงึ 55 ปี โดยในเดก็ อายุ 9 ถงึ 23 เดือน ใหว้ คั ซีนสองครงั้ หา่ งกนั 3 เดือน21 ในผทู้ ่ีมีอายุ 2 ถงึ 55 ปี
วคั ซีนนีแ้ นะนำ� ใหเ้ ฉพาะกลมุ่ เส่ยี งตอ่ โรค ดงั ตารางท่ี 7.5-2 คำ� แนะนำ� การฉีดวคั ซีนดงั ตอ่ ไปนี้

ตารางท่ี 7.5-2 กลมุ่ เส่ยี งตอ่ โรคไขก้ าฬหลงั แอน่ จำ� แนกตามซีโรกรุป๊ 4 ซง่ึ ควรไดร้ บั วคั ซีน

MenACWY MenB

ภาวะขาดสารคอมพลเี มนตa์ ภาวะขาดสารคอมพลเี มนตa์
ไมม่ ีมา้ มหรอื มา้ มทำ� งานผิดปกติb ไมม่ ีมา้ มหรอื มา้ มทำ� งานผิดปกติb
ตดิ เชือ้ เอชไอวี -
การระบาดโรคไขก้ าฬหลงั แอน่ ซีโรกรุป๊ ACWYc การระบาดโรคไขก้ าฬหลงั แอน่ ซีโรกรุป๊ Bc
ผทู้ ่ีทำ� งานในหอ้ งปฏิบตั กิ ารจลุ ชีววทิ ยาd ผทู้ ่ีทำ� งานในหอ้ งปฏิบตั กิ ารจลุ ชีววทิ ยาd
นกั ทอ่ งเท่ียวe -
นกั ศกึ ษาf -
ทหารเกณฑ์ -

a persistent complement component deficiency C3, C5-C9 deficiency, properdin, factor H หรอื factor D deficiency , ไดร้ บั ยา
eculizumab (Solaris )
b รวมทงั้ โรค sickle cell disease
c The Centers for Disease Control and Prevention defines outbreaks and those at risk :http://www.cdc.gov/meningococcal/
downloads/interm-guidance.pdf
d เฉพาะผทู้ ่ีทำ� งานในหอ้ งปฏิบตั กิ ารจลุ ชีววทิ ยาท่ีมีโอกาสสมั ผสั เชือ้ ไขก้ าฬหลงั แอน่ เป็นประจำ�
e นกั ทอ่ งเท่ียวไปในพืน้ ท่ีท่ีมีการระบาดของเชือ้ ไขก้ าฬหลงั แอน่
f นกั ศกึ ษาท่ีจะไปเรยี นตอ่ ตา่ งประเทศโดยเฉพาะประเทศสหรฐั อเมรกิ า หรอื ยโุ รปบางประเทศ และเขา้ พำ� นกั ในหอพกั

ตําราวคั ซีนและการสรา้ งเสรมิ ภูมิคุ้มกันโรค 231
ปี 2562

2.1 ในประเทศสหรฐั อเมรกิ าหรอื ประเทศองั กฤษและยโุ รปบางประเทศ แนะนำ� ใหฉ้ ีดวคั ซนี
ในวยั รุน่ ทกุ คนอายุ 11-18 ปี เพราะมีอบุ ตั กิ ารณข์ องโรคสงู เม่ือเดก็ วยั รุน่ เรยี นอยรู่ วมกนั ในสถานศกึ ษา
โดยเฉพาะในหม่นู กั ศึกษาท่ีตอ้ งอย่รู ว่ มหอพกั ดว้ ยกนั ทำ� ใหเ้ ด็กไทยท่ีจะไปเรียนต่างประเทศตอ้ งฉีด
เชน่ เดียวกนั นี้ โดยแนะนำ� ใหฉ้ ีดเขม็ แรกท่ีอายุ 11-12 ปี และกระตนุ้ เขม็ ท่ีสองเม่ืออายุ 16 ปี (ระยะหา่ ง
ระหวา่ งเขม็ อยา่ งนอ้ ย 8 สปั ดาห)์ ถา้ ไดเ้ ขม็ แรกท่ีอายุ 16 ปีขนึ้ ไปไมต่ อ้ งกระตนุ้ เข็มท่ีสอง
2.2 กลมุ่ เส่ยี งตอ่ การสมั ผสั โรค (ท่ีมีภมู ิคมุ้ กนั ปกต)ิ
ผทู้ ่จี ะเดนิ ทางไปหรอื เขา้ พนื้ ท่มี กี ารระบาดของเชอื้ ไขก้ าฬหลงั แอน่ ซง่ึ มซี โี รกรุป๊ ท่วี คั ซนี
ป้องกนั ไดร้ วมถึงประเทศในแถบ meningitis belt ผทู้ ่ีจะเดินทางไปประกอบพิธีฮจั ญแ์ ละอมุ เราะหท์ ่ี
ประเทศซาอดุ อิ าระเบีย
ผทู้ ท่ี ำ� งานในหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารจลุ ชวี วทิ ยา ทม่ี โี อกาสสมั ผสั เชอื้ ไขก้ าฬหลงั แอน่ เป็นประจำ�
ทหารเกณฑ์
นกั ศกึ ษาชนั้ ปีท่ี 1 ท่จี ะเขา้ เรยี นในประเทศสหรฐั อเมรกิ า หรอื บางประเทศในยโุ รป และ
กลมุ่ ท่ีจะเขา้ อยใู่ นหอพกั (กรณีไมเ่ คยไดร้ บั วคั ซีนตงั้ แตอ่ ายุ 16 ปีขนึ้ ไปมาก่อนหนา้ นี)้
2.3 กลมุ่ เสยี งตอ่ การเกดิ โรคไขก้ าฬหลงั แอน่ รุนแรงเน่อื งจากมภี มู คิ มุ้ กนั บกพรอ่ ง เชน่ ภาวะ
ขาดสารคอมพลีเมนต์ (persistent complement component deficiency C3,C5-C9 deficiency,
properdin, factor H หรอื factor D deficiency) รวมถงึ ผทู้ ่ีไดร้ บั ยา eculizumab (Solaris) ไมม่ ีมา้ มหรอื
มา้ มทำ� งานผิดปกติ (รวมทงั้ sickle cell disease) ผปู้ ่วยท่ีตดิ เชือ้ เอชไอวี
3. วัคซนี ป้องกันโรคตดิ เชอื้ มนิ นิงโกคอคคัสซโี รกรุ๊ป B (subcapsular meningococcal
antigen vaccine)2,10
วคั ซีน MenB-4C (BexseroTM) และ MenB-FHbP (Trumenba) ฉีดขนาด 0.5 มล.เขา้ กลา้ มเนือ้
(intramuscular) สามารถใชไ้ ดใ้ นผทู้ ่ีอายตุ งั้ แต่ 10 ปีขนึ้ ไปในกลมุ่ เส่ยี งดงั ตอ่ ไปนี้
3.1 ผทู้ ่ีมีความเส่ยี งตอ่ โรคไขก้ าฬหลงั แอน่ และเป็นรุนแรง เชน่ ภาวะขาดสารคอมพลีเมนต์
(persistent complement component deficiency C3, C5-C9 deficiency, properdin, factor H หรอื
factor D deficiency รวมถงึ ผไู้ ดร้ บั ยา eculizumab (Solaris) ไมม่ ีมา้ มหรอื มา้ มทำ� งานผิดปกติ (รวมทงั้
โรค sickle cell disease) แตไ่ มร่ วมผปู้ ่วยตดิ เชือ้ เอชไอวี
3.2 ผทู้ ่ีอยใู่ นพืน้ ท่ีมีการระบาดของโรคไขก้ าฬหลงั แอน่ ซีโรกรุป๊ B
3.3 ผทู้ ท่ี ำ� งานในหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารจลุ ชวี วทิ ยา ทม่ี โี อกาสสมั ผสั เชอื้ ไขก้ าฬหลงั แอน่ เป็นประจำ�
นอกจากนีอ้ าจพิจารณาใหใ้ นวยั รุน่ ท่ีไมไ่ ดม้ ีความเส่ยี งท่ีอายุ 16-23 ปี (เนน้ ชว่ ง 16-18 ปี) เพ่ือใหเ้ กิดภมู ิ
ตา้ นทานระยะสนั้ ในชว่ งอายทุ ่ีมีความเส่ยี ง
l MenB-4C (BexseroTM) ฉีด 2 เขม็ หา่ งกนั อยา่ งนอ้ ย 1 เดือน
l MenB-FHbP (TrumenbaTM)
o ฉีด 2 เข็ม หา่ งกนั อยา่ งนอ้ ย 6 เดือน (กรณีถา้ ไดเ้ ข็มสองก่อน 6 เดือน ควรให้
เขม็ ท่ีสามดว้ ย โดยหา่ งจากเข็มท่ีสองอยา่ งนอ้ ย 4 เดือน)
o ฉีด 3 เขม็ ท่ี 0, 1-2 เดือน และ 6 เดือน (ในกลมุ่ เส่ยี งตอ่ โรคไขก้ าฬหลงั แอน่ และ
เป็นรุนแรง ผอู้ ยใู่ นพืน้ ท่ีท่ีมีการระบาดของซีโรกรุป๊ B และ ผทู้ ่ีทำ� งานในหอ้ งปฏิบตั กิ ารจลุ ชีววทิ ยา)
วคั ซนี ทงั้ สองย่หี อ้ ไมส่ ามารถสลบั ย่หี อ้ กนั ได้วคั ซนี สามารถใหร้ ว่ มกบั วคั ซนี ชนดิ
อ่ืนๆ ได้ โดยใหค้ นละตำ� แหนง่ กนั ยงั ไมม่ ีคำ� แนะนำ� สำ� หรบั เขม็ กระตนุ้

232 ตําราวัคซนี และการสรา้ งเสริมภูมิค้มุ กันโรค
ปี 2562

ตารางท่ี 7.5-3 คำ� แนะนำ� การใหว้ คั ซีนปอ้ งกนั โรคตดิ เชือ้ มินนิงโกคอคคสั 2,22 บทท ่ี 7 วคั ซีนนอกแผนการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกนั โรค
ของกระทรวงสาธารณสุขวคั ซนี เสรมิ สำ� หรบั เดก็ ท่วั ไป
อายุ ปัจจยั เสีย่ ง Primary series Booster Doseก

11-18 ปี นักศึกษาข (แม้จะมีภูมิคุ้มกัน 1 ครงั้ - กระตนุ้ MCV4 ท่ีอายุ 16 ปี หาก
ปกต)ิ (ควรใหท้ ่ีอายุ 11-12 ปี) ฉีดครงั้ แรกก่อนอายุ 16 ปี
- ไมต่ อ้ งกระตนุ้ หากฉีดครงั้ แรกท่ี
อายุ 16 ปีขนึ้ ไป

2-23 เดือน a. กลมุ่ เส่ยี งท่ีมีโรคประจำ� ตวั - MCV4-CRM (MenveoTM) 4 ครงั้ - หากฉีดครงั้ แรกเม่ืออายุ 2 เดือน
b. กลมุ่ เส่ยี งตอ่ การสมั ผสั โรค ท่อี ายุ 2, 4, 6 และ 12 เดอื น ถา้ เรม่ิ – 6 ปี ใหก้ ระตนุ้ MCV4 หลงั 3 ปี
c. ผตู้ ดิ เชือ้ HIV (ไมแ่ นะนำ� ในเดก็ ฉีดท่ีอายุ 7-23 เดือน ฉีด 2 ครงั้ และกระตนุ้ ซำ้� ทกุ 5 ปี
ท่ีภมู ิคมุ้ กนั ปกติในชว่ งอายนุ ี)้ หา่ งกนั อยา่ งนอ้ ย 3 เดือน - หากฉีดครงั้ แรกเมอ่ื อายุ> 7ปี ให้
- MCV4-DT (MenactraTM) ฉีด 2 ครงั้ กระตนุ้ MCV4 หลงั ฉีดแลว้ 5 ปี
ได้ตั้งแต่อายุ 9 เดือน ห่างกัน และกระตนุ้ ซำ้� ทกุ 5 ปี
อยา่ งนอ้ ย 3 เดือน

2-55 ปี a. กลมุ่ เส่ยี งท่ีมีโรคประจำ� ตวั - MCV4-CRM (MenveoTM) หรอื
C. ผตู้ ดิ เชือ้ HIV MCV4-DT(MenectraTM) 2 ครงั้
หา่ งกนั อยา่ งนอ้ ย 2 เดือน
- MCV4-DT(MenectraTM) ไม่
แนะนำ� ใหใ้ นอายุ <2 ปี ท่ไี มม่ มี า้ ม
เพราะจะรบกวนการสร้าง
ภูมิคุม้ กันของ PCV13 โดยควร
ห่างจาก PCV13 อย่างน้อย 4
สปั ดาห์

2-55 ปี b. กลมุ่ เสย่ี งตอ่ การสมั ผสั โรค (แต่ MCV4-CRM (MenveoTM) หรือ
ภมู ิคมุ้ กนั ปกต)ิ MCV4-DT (MenectraTM) 1 ครงั้

> 10 ปี a. กลมุ่ เส่ยี งท่ีมีโรคประจำ� ตวั - MenB-4C (BexeroTM) 2 ครงั้
- มีการระบาดของเชือ้ ซีโรกรุป๊ B หา่ งกนั อยา่ งนอ้ ย 1 เดือน
- ทำ� งานในหอ้ งปฏิบตั ิการจุลชีว - MenB-FHbp (TrumenbaTM)
วิทยา 3 ครงั้ ท่ี 0, 1-2 เดอื น และ 6 เดือน



ก กรณียงั มีความเส่ยี งตอ่ การเกิดโรคหรอื สมั ผสั โรคไขก้ าฬหลงั แอน่
ขนกั ศกึ ษาท่ีจะไปเรยี นตอ่ ตา่ งประเทศโดยเฉพาะประเทศสหรฐั อเมรกิ า หรอื ยโุ รปบางประเทศ และเขา้ พำ� นกั ในหอพกั ถือวา่ มีความเส่ยี งตอ่
การตดิ เชือ้ สงู กวา่ ปรกติ
a กลมุ่ เสยี งท่ีมีโรคประจำ� ตวั ไดแ้ ก่ ภาวะขาดสารคอมพลเี มนต์ (persistent complement component deficiency C3, C5-C9 deficiency,
properdin, factor H หรอื factor D deficiency รวมถงึ ผไู้ ดร้ บั ยา eculizumab (SolarisTM) ไมม่ ีมา้ มหรอื มา้ มทำ� งานผิดปกติ (รวมทงั้ โรค
sickle cell disease)
b กลมุ่ เส่ียงต่อการสมั ผสั โรค ไดแ้ ก่ ผทู้ ่ีจะเดินทางไปหรือพำ� นกั ในพืน้ ท่ีมีการระบาดของเชือ้ ไขก้ าฬหลงั แอ่น ผทู้ ่ีทำ� งานในหอ้ งปฏิบตั ิการ
จลุ ชีววิทยาท่ีมีโอกาสสมั ผสั เชือ้ ไขก้ าฬหลงั แอน่ เป็นประจำ� ชว่ งท่ีมีการระบาดของเชือ้ ซีโรกรุป๊ ท่ีมีในวคั ซีน

ตาํ ราวัคซีนและการสรา้ งเสรมิ ภูมิค้มุ กันโรค 233
ปี 2562

หมายเหตุ เน่ืองจากเด็กท่ีติดเชือ้ เอชไอวี ไม่มีมา้ มหรือมา้ มทำ� งานผิดปกติ กลมุ่ นีม้ ีความเส่ียงสงู ต่อ
invasive pneumococcal diseases ดว้ ย จึงควรไดร้ บั วคั ซีน PCV ดว้ ย จึงไม่แนะนำ� ฉีด MCV4-DT
กอ่ นอายุ 2 ปี เพ่อื หลกี เลยี งการรบกวนการสรา้ งภมู คิ มุ้ กนั ตอ่ วคั ซนี นวิ โมคอคคสั แนะนำ� ใหฉ้ ีด MCV4-DT
หลงั จากไดว้ คั ซีน PCV 13 ครบแลว้ อยา่ งนอ้ ย 4 สปั ดาห์ 1
- MCV4-DT ควรฉีดก่อนหรือพรอ้ มกบั DTaP เน่ืองจากมีขอ้ มลู พบว่าการไดร้ บั MCV4-DT
1 เดือนตามหลงั DTaP ทำ� ใหร้ ะดบั แอนตบิ อดีตอ่ MCV4-DT ลดลง2
- วคั ซีนทงั้ ชนิด MCV4-DT และ MCV4-CRM สามารถฉีดสลบั กนั ไปมาได2้ 2
- วคั ซีน MCV4 สามารถใหร้ ว่ มกบั วคั ซีนชนิดอ่ืนได้ แตค่ นละตำ� แหนง่ 11,12

การฉดี เข็มกระตนุ้ (Booster Dose)

ผปู้ ่วยกลมุ่ เสย่ี งหรอื ยงั มคี วามเสย่ี งตอ่ การสมั ผสั โรค ควรฉีดกระตนุ้ โดยดอู ายทุ ่เี รม่ิ ฉีดเขม็ แรก2
- ถา้ ไดว้ คั ซีนเข็มแรกท่ีอายุ < 7 ปี ใหฉ้ ีดกระตนุ้ หลงั ฉีดวคั ซีนชดุ แรกครบไปแลว้ 3 ปี และ
หลงั จากนนั้ ฉีดซำ้� ทกุ ๆ 5 ปี
- ถา้ ไดว้ คั ซีนเข็มแรกท่ีอายุ > 7 ปี ใหฉ้ ีดกระตนุ้ หลงั ฉีดวคั ซีนชดุ แรกครบไปแลว้ 5 ปี และ
หลงั จากนนั้ ฉีดซำ้� ทกุ ๆ 5 ปี

บุคคลทีค่ วรไดร้ บั วคั ซีน และอายุทค่ี วรไดร้ ับวัคซีน

วคั ซีนนีใ้ ชป้ ้องกันโรคไขก้ าฬหลงั แอ่นจำ� เพาะซีโรกรุ๊ปท่ีบรรจุอยู่ในวคั ซีน ใชไ้ ดใ้ นเด็กอายุ
มากกวา่ 2 เดือน (ยกเวน้ วคั ซีน MCV4-DT ใชไ้ ดต้ งั้ แตอ่ ายุ 9 เดือนขนึ้ ไป) และผใู้ หญ่ท่ีเส่ยี งตอ่ การเกิด
โรคไขก้ าฬหลงั แอ่น หรอื อย่ใู นสถานท่ีท่ีมีโรคนีป้ ระจำ� ถ่ิน ไม่แนะนำ� ใหฉ้ ีดวคั ซีนแก่เด็กหรอื ผใู้ หญ่โดย
ท่วั ไปในประเทศไทย เน่ืองจากอตั ราการเกิดโรคในประเทศไทยคอ่ นขา้ งต่ำ� และเกือบรอ้ ยละ 50 ของเชือ้
ท่แี ยกไดใ้ นคนไทยเป็นซโี รกรุป๊ B ซง่ึ ยงั ไมม่ จี ำ� หนา่ ยในประเทศไทย การพจิ ารณาใหว้ คั ซนี ในประเทศไทย
ควรพิจารณาใหใ้ นกรณีตอ่ ไปนี้
1. ผูท้ ่ีจะเดินทางไปยงั บริเวณท่ีมีการระบาดของเชือ้ ไขก้ าฬหลงั แอ่นซ่ึงมี ซีโรกรุ๊ปท่ีวคั ซีน
ปอ้ งกนั ได้ เชน่ ผเู้ ดนิ ทางไปในเขต meningitis belt ผเู้ ดนิ ทางไปประกอบพิธีฮจั ยแ์ ละอมุ เราะหท์ ่ีประเทศ
ซาอดุ อิ าระเบีย จะตอ้ งไดร้ บั วคั ซีนปอ้ งกนั โรคไขก้ าฬหลงั แอน่ ลว่ งหนา้ ก่อนเขา้ ประเทศอยา่ งนอ้ ย 10 วนั
และไม่เกิน 3 ปี ถา้ เป็น polysaccraride vaccine หรือไม่เกิน 5 ปีถา้ เคยไดร้ บั conjugated vaccine
โดยตอ้ งแสดงเอกสารรบั รองการฉีดวคั ซีนดงั กลา่ วในการเดนิ ทาง (www.moph.gov.sa/en/hajj/pages/
healthregulation.aspx)23
2. กรณีท่ีมีการระบาดของเชือ้ ซีโรกรุป๊ ท่ีมีในวคั ซีน การใหว้ คั ซีนจะไดผ้ ลดีมาก สามารถหยดุ
การระบาดไดภ้ ายใน 2-3 สปั ดาห์แตว่ คั ซีนนีไ้ มส่ ามารถปอ้ งกนั การตดิ เชือ้ หลงั สมั ผสั โรค เพราะภมู ิคมุ้ กนั โรค
จากวคั ซีนจะตอ้ งใชเ้ วลาอยา่ งนอ้ ย 2 สปั ดาห์ แตร่ ะยะฟักตวั หลงั สมั ผสั โรคแลว้ สว่ นใหญ่สนั้ กวา่ 4 วนั
จงึ ควรใชย้ าปฏิชีวนะ จงึ จะปอ้ งกนั โรคไดท้ นั ทว่ งที ไดแ้ ก่ rifampicin, ciprofloxacin หรอื ceftriaxone
เพ่ือป้องกนั การเกิดโรค6 ไม่แนะนำ� ใชย้ าปฏิชีวนะป้องกนั แบบวงกวา้ ง (mass chemoprophylaxis)
แตค่ วรใชว้ คั ซีนเป็นวิธีปอ้ งกนั แบบวงกวา้ งท่ีดีกวา่

234 ตาํ ราวคั ซีนและการสรา้ งเสริมภูมิคุ้มกันโรค
ปี 2562

3. กรณีกอ่ นไปศกึ ษาตอ่ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาหรอื มหาวทิ ยาลยั ท่ปี ระเทศสหรฐั อเมรกิ า หรอื ประเทศ บทท ่ี 7 วคั ซีนนอกแผนการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกนั โรค
อ่ืนท่ีกำ� หนดใหต้ อ้ งฉีดวคั ซีนนีก้ ่อนเขา้ เรยี น (ประเทศสหรฐั อเมรกิ ามีคำ� แนะนำ� ใหว้ คั ซีน MCV4 ทกุ ราย ของกระทรวงสาธารณสุขวคั ซนี เสรมิ สำ� หรบั เดก็ ท่วั ไป
ในวัยรุ่นอายุ 11-18 ปี) แนะนำ� ใหเ้ ข็มแรกท่ีอายุ 11-12 ปี และฉีดกระตุน้ เข็มท่ีสองท่ีอายุ 16 ปี
หากฉีดเขม็ แรกท่ีอายุ 16 ปีขนึ้ ไปไมต่ อ้ งฉีดกระตนุ้ เขม็ ท่ีสอง
4. สำ� หรบั ผทู้ ่ีเส่ยี งตอ่ การเป็นโรคเพราะมีโอกาสสมั ผสั โรคสงู เชน่ ผทู้ ่ีจะเดนิ ทางไปหรอื อาศยั
อยใู่ นแหลง่ ระบาด ทหารเกณฑ์ ผทู้ ่ีทำ� งานในหอ้ งปฏิบตั กิ ารจลุ ชีววิทยาท่ีมีโอกาสสมั ผสั เชือ้ ตลอดเวลา
ควรใหฉ้ ีด 1 เข็ม19,20
5. อาจพิจารณาใหว้ คั ซีนในผทู้ ่ีมีความเส่ียงต่อการเป็นโรคไขก้ าฬหลงั แอ่นและเป็นรุนแรง
เน่ืองจากภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ ง ไดแ้ ก่ ผทู้ ่ีมีภาวะขาดสารคอมพลเี มนตส์ ว่ นปลาย (terminal complement
component C5-C9 deficiency) properdin, factor H หรอื factor D deficiency (รวมถงึ ผไู้ ดร้ บั ยา
eculizumab)2 ไมม่ ีมา้ มหรอื มา้ มทำ� งานไมป่ กติ (รวมทงั้ โรค sickle cell disease) และผปู้ ่วยท่ีตดิ เชือ้ เอชไอวี

การฉดี เขม็ กระตนุ้

ใหฉ้ ีดเฉพาะกรณีท่ียงั มีความเส่ยี งตอ่ การเกิดโรคหรอื สมั ผสั โรค ในผทู้ ่ีเคยไดร้ บั วคั ซนี MPSV4
มาแลว้ ใหฉ้ ีดซำ้� ใน 2-3 ปี ถา้ ไดเ้ ขม็ แรกก่อนอายุ 4 ปี สว่ นเดก็ โตหรอื ผใู้ หญ่ใหซ้ ำ้� หลงั จากฉีดครงั้ แรก 5 ปี
ผูท้ ่ีเคยไดร้ บั วคั ซีน MCV4 มาแลว้ ถา้ อายุ 9 เดือน-6 ปี ใหก้ ระตุน้ หลงั 3 ปี และถา้ อายุ 7 ปีขึน้ ไป
ใหก้ ระตนุ้ หลงั 5 ปี พิจารณาใหซ้ ำ้� ทกุ 5 ปี ในผทู้ ่ีมีภาวะภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ งจากสาเหตขุ า้ งตน้
สำ� หรบั ในผทู้ ่ีอายมุ ากกว่า 56 ปี วคั ซีน MPSV4 มีเพียงชนิดเดียวท่ีขึน้ ทะเบียนในผทู้ ่ีอายุ
มากกวา่ 56 ปี24 ซง่ึ ยกเลกิ การผลติ แลว้ 10 จงึ มีแนวโนม้ ท่ีจะเปล่ยี นเป็นวคั ซีน MCV4 เน่ืองจากกระตนุ้
ภมู ิคมุ้ กนั ไดด้ ีกว่า ดงั นนั้ กรณีจำ� เป็นตอ้ งไดร้ บั การกระตนุ้ เน่ืองจากยงั มีความเส่ียงต่อการเกิดโรคหรอื
สมั ผสั โรค สามารถใหไ้ ดท้ งั้ วคั ซีน MCV4 หรอื MPSV 3,22,24

ปฏิกริ ิยาจากการฉดี วัคซนี

ผลขา้ งเคียงจากการฉีดวคั ซีน MPSV และ MCV4 ท่ีพบบอ่ ยไดแ้ ก่ ปวดบรเิ วณท่ีฉีด หงดุ หงิด
งอแง ปวดหวั และออ่ นเพลียแต่ สว่ นใหญ่มีอาการนอ้ ยและหายไดเ้ องภายใน 3 วนั อาการปวดบวมแดง
รอ้ นบรเิ วณ ท่ีฉีดวคั ซีนนีใ้ นเดก็ 2-18 ปีจะพบไดบ้ อ่ ยในผทู้ ่ีฉีดวคั ซีน MCV4 มากกวา่ MPSV4 พบอาการไข้
ไดร้ อ้ ยละ 2-5 และพบกลมุ่ อาการ Guillain-Barré syndrome (GBS) จากการฉีดวคั ซีน MCV4 ไดน้ อ้ ยมาก25
สำ� หรบั วคั ซีน MenB มีผลขา้ งเคียงคลา้ ยกนั แตพ่ บไดบ้ อ่ ยกวา่ และอาจรุนแรงกวา่ 2

ข้อควรระวงั

1. ไม่แนะนำ� การใหว้ คั ซีนทงั้ MCV4, MenB ในหญิงตงั้ ครรภห์ รือในระหว่างการใหน้ มบตุ ร
เน่อื งจากยงั ไมม่ ขี อ้ มลู เรอ่ื งความปลอดภยั ควรพจิ ารณาใหเ้ ฉพาะในรายท่เี สย่ี งตอ่ การตดิ เชอื้ อยา่ งแทจ้ รงิ
เทา่ นนั้ 2,6

ตําราวัคซนี และการสร้างเสรมิ ภูมคิ ุ้มกันโรค 235
ปี 2562


Click to View FlipBook Version