ปีการศึกษา ๒๕๖๕
หลักสูตรสถานศกึ ษา
โรงเรยี นเบญจมราชทู ิศ จังหวัดปตั ตานี
พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน
พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
ในพน้ื ท่นี วตั กรรมการศกึ ษาจังหวดั ปตั ตานี
สานกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษามัธยมศึกษาปตั ตานี
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
คำนำ
หลักสูตรเบญจมราชูทิศ จังหวัดป8ตตานี พุทธศักราช 2565 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พทุ ธศักราช 2551 ในพ้ืนทน่ี วตั กรรมการศกึ ษาจงั หวัดปต8 ตานี ฉบับน้ี จดั ทำขน้ึ เพอ่ื ใหNโรงเรยี นไดNนำไปใชNเปนR กรอบ
และทิศทางในการจัดการดำเนินการจัดการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาผูNเรียนทุกคนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนตัน
และชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายใหNมีคุณภาพดNานความรูN และทักษะที่จำเปRนสำหรับใชNเปRนเครื่องมือในการดำรงชีวิต
ในทNองถิ่นหรือสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงและแสวงหาความรูNเพื่อพัฒนาตนเองอยZางตZอเนื่องตลอดชีวิต อีกทั้งเพื่อ
ใชNในการบริหารการจัดการศึกษาและพัฒนาผูNเรียนใหNเกิดการเรียนรูNตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพตาม
เจตนารมณ\ของพระราชบัญญัติพ้ืนที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 มาตราที่ 20 เพื่อใหNบรรลุวัตถุประสงค\ตาม
มาตราที่ 5 ใหNคณะกรรมการขับเคลื่อนมีหนNาที่ และอำนาจ (4) นำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานตาม
กฎหมายวZาดNวยการศึกษาแหZงชาติไปปรับใชNกับการจัดการศึกษาในสถานศึกษานำรZองใหN เหมาะสมกับพื้นที่
นวัตกรรมการศึกษา และตามมาตราที่ 25 นำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ไดNรับการปรับเพื่อนำไปใชN
ตามมาตรา 20 (4) ตNอง ครอบคลุมสมรรถนะสำคัญของผูNเรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค\และมาตราฐานการ
เรียนรูNตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฎหมายวZาดNวย การศึกษาแหZงชาติ โดยตNองจัดสาระการ
เรยี นรูNรายวชิ าใหหN ลากหลายและสอดคลNองกบั ความสามารถ ความถนดั ความสนใจของผูNเรียนและสภาพภูมิสังคม
ในการจัดทำหลักสูตรเบญจมราชูทิศ จังหวัดป8ตตานี พุทธศักราช 2565 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดป8ตตานี ในครั้งนี้ การมีแตZงตั้งคณะทำงาน
วางแผนปรับปรุงหลักสูตรถานศึกษาเพื่อเชื่อมโยงกรอบหลักสูตร Pattani Heritage ทั้ง 8 กลุZมสาระการเรียนรNู
รวมทั้งมีการประชุมอบรมเชิงปฏิบัติการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาเชื่อมโยงกรอบหลักสูตร Pattani Heritage จน
ไดNหลักสูตรหลักสูตรโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดป8ตตานี พุทธศักราช 2565 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ข้นั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 ในพนื้ ทนี่ วัตกรรมการศกึ ษาจงั หวัดป8ตตานี ระดับช้ันมธั ยมศึกษาปnที่ 1-6
ขอบคุณผูNที่มีสZวนเกี่ยวขNองในการจัดทำหลักสูตรโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดป8ตตานี พุทธศักราช
2565 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดป8ตตานี
ทุกทาZ นและหวังเปRนอยZางยง่ิ วZาเอกสารเลZมนีจ้ ะเปRนประโยชน\แกโZ รงเรยี น คณะครูตลอดจนผNทู ี่สนใจจะศึกษาตZอไป
สารบัญ
เร่ือง หนNา
ประกาศโรงเรียน
คำนำ.........................................................................................................................................................................ก
สารบัญ......................................................................................................................................................................ข
ความนำ ....................................................................................................................................................................1
วตั ถุประสงค\ ............................................................................................................................................................4
แนวทางการพฒั นากรอบหลกั สูตร ..........................................................................................................................4
แนวคิดการจัดการเรยี นการสอน .............................................................................................................................4
แนวทางการจดั และการประเมินผล ..........................................................................................................................5
วิสยั ทศั นห\ ลกั สูตรสถานศึกษา ..................................................................................................................................5
หลกั การ ...................................................................................................................................................................5
จุดหมาย....................................................................................................................................................................5
สมรรถนะสำคญั ของผNูเรยี น.......................................................................................................................................6
คุณลักษณะอนั พึงประสงค\ .......................................................................................................................................7
คณุ ลกั ษณะของเดก็ ปต8 ตานี (SMART + I) ..............................................................................................................8
มาตรฐานการเรียนรูN..................................................................................................................................................8
ตัวชี้วัด ......................................................................................................................................................................9
สาระเรยี นรNู ........................................................................................................................................................... 10
กจิ กรรมพฒั นาผเูN รยี น ........................................................................................................................................... 12
กิจกรรมแนะแนว .................................................................................................................................................. 12
กจิ กรรมนักเรียน ................................................................................................................................................... 12
กจิ กรรมเพ่ือสงั คม และสาธารณะประโยชน\.......................................................................................................... 12
หลักการจัดการเรยี นรูN ........................................................................................................................................... 13
กระบวนการเรียนรูN ............................................................................................................................................... 13
การออกแบบการเรยี นรูN ........................................................................................................................................ 13
บทบาทของผูสN อนและผูNเรยี น ............................................................................................................................... 13
สอ่ื การเรียนรูN ......................................................................................................................................................... 14
โครงสราN งเวลาเรยี น .............................................................................................................................................. 16
กรอบหลักสูตร PATTANI HERITAGE ................................................................................................................... 18
การใชกN รอบหลักสตู ร PATTANI HERITAGE ในสถานศกึ ษา................................................................................. 29
การใชกN รอบหลกั สูตร Pattani Heritage กลมZุ สาระการเรียนรภNู าษาไทย ............................................................. 61
การใชNกรอบหลกั สูตร Pattani Heritage กลุมZ สาระการเรยี นรคNู ณติ ศาสตร\.......................................................... 42
การใชกN รอบหลักสตู ร Pattani Heritage กลุZมสาระการเรยี นรูNวทิ ยาศาสตร\และเทคโนโลยี ................................. 74
การใชกN รอบหลักสตู ร Pattani Heritage กลุZมสาระการเรียนรสNู ังคมศกึ ษาฯ...................................................... 143
การใชกN รอบหลักสูตร Pattani Heritage กลมZุ สาระการเรยี นรูNสขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ....................................... 156
การใชกN รอบหลักสูตร Pattani Heritage กลZมุ สาระการเรียนรกNู ารงานอาชีพ..................................................... 135
การใชNกรอบหลกั สูตร Pattani Heritage กลZมุ สาระการเรียนรNูศลิ ปะ ................................................................. 162
การใชกN รอบหลักสูตร Pattani Heritage กลZุมสาระการเรยี นรูภN าษาตZางประเทศ .............................................. 196
การใชกN รอบหลกั สูตร Pattani Heritage กจิ กรรมพัฒนาผเNู รียน กจิ กรรมแนะแนว............................................ 279
หลักสูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จงั หวัดปัตตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพน้ื ท่นี วัตกรรมการศกึ ษาจงั หวดั ปตั ตานี 1
ความนำ
กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ให้เป็น
หลักสูตรแกนกลางของประเทศ เมื่อวันที่ 11 กรกฎคม 2551 เริ่มใช้ในโรงเรียนต้นแบบการใช้หลักสูตรและ
โรงเรียนที่มีความพร้อม ในปีการศึกษา 2552 และเริ่มใช้ในโรงเรียนทั่วไปในปีการศึกษา 2553 ซึ่งใช้มาเป็นเวลา
กว่า 8 ปีแล้ว สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ได้
ดำเนินการติดตามผลการนำหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติอย่างต่อเนื่องในหลายรูปแบบ ทั้งการประชุมรับฟังความ
คิดเหน็ การนิเทศตดิ ตามผลการใช้หลกั สูตรของโรงเรยี น การรบั ฟงั ความคดิ เห็นผา่ นเว็บไซตข์ องสำนักวิชาการและ
มาตรฐานการศึกษา รายงานผลการวิจัยของหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรและการใช้หลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ผลจากการศึกษา พบว่า หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มีข้อดีในหลายประการ เช่น กำหนดเป้าหมายการพัฒนาไว้ชัดเจน มีความยืดหยุ่น
เพยี งพอใหส้ ถานศึกษาบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาได้ สำหรับปญั หาทพ่ี บส่วนใหญเ่ กิดจากการนำหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551 สู่การปฏิบัติในสถานศึกษาและในหอ้ งเรียน
นอกจากนี้ การศึกษาข้อมูลทิศทางและกรอบยุทธศาสตร์ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564) ซึ่งเกดิ ขึ้นในช่วงเวลาของการปฏริ ูปประเทศและสถานการณ์โลกที่เปลีย่ นแปลง
อย่างรวดเรว็ และเชอ่ื มโยงใกล้ชิดกนั มากขนึ้ โดยจดั ทำบนพน้ื ฐานของกรอบ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560 -
2579) ซึ่งเป็นแผนหลักของการพัฒนาประเทศ และเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable
Development Goals: SDGs) แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 รวมทั้งการปรับโครงสร้างประเทศ
ไปสู่ประเทศไทย 4.0 ซ่งึ ยทุ ธศาสตรช์ าติที่จะใชเ้ ป็นกรอบแนวทางการพฒั นาในระยะ 20 ปีต่อจากน้ี ประกอบด้วย
6 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ (1) ยุทธศาสตร์ด้านความมัน่ คง (2) ยุทธศาสตร์ด้านการสรา้ งความสามารถในการแข่งขัน (3)
ยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน (4) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่า
เทียมกันทางสังคม (5) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและ (6)
ยทุ ธศาสตรด์ า้ นการปรบั สมดลุ และพฒั นาระบบการบริหารจดั การภาครัฐ เพ่อื มุ่งส่วู ิสัยทศั น์ และทศิ ทางการพัฒนา
ประเทศ “ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เป็นประเทศพัฒนาแล้วด้วย การพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
ประเด็นที่สำคัญเพอื่ แปลงแผนไปส่กู ารปฏบิ ัตใิ หเ้ กดิ ผลสมั ฤทธไ์ิ ด้อยา่ งแท้จริงตามยุทธศาสตร์การพัฒนา
และเสรมิ สร้างศักยภาพคน คือ การเตรยี มพร้อมดา้ นกำลงั คนและการเสรมิ สร้างศักยภาพของประชากรในทุกช่วง
วัย ม่งุ เน้นการยกระดบั คณุ ภาพทนุ มนุษย์ของประเทศ โดยพฒั นาคนให้เหมาะสมตามช่วงวยั เพ่ือให้เติบโตอย่างมี
คุณภาพ การพัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการในตลาดแรงงานและทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตใน
ศตวรรษที่ 21 ของคนในแตล่ ะชว่ งวยั ตามความเหมาะสม การเตรียมความพรอ้ มของกำลงั คนด้านวิทยาศาสตรแ์ ละ
เทคโนโลยที ี่จะเปลยี่ นแปลงในอนาคต ตลอดจนการยกระดับคุณภาพการศกึ ษาสู่ความเปน็ เลิศ
หลักสตู รโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จงั หวัดปตั ตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพนื้ ท่ีนวัตกรรมการศกึ ษาจงั หวดั ปัตตานี 2
ดังนั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมคนให้สามารถปรับตัวรองรับ
ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม กระทรวงศึกษาธิการจงึ กำหนดเป็นนโยบายสำคัญและเรง่ ด่วน
ให้มีการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในกลุ่มสาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ ในกลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรมรวมท้งั เทคโนโลยี ใน
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยมอบหมายให้สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี (สสวท.) ดำเนินการปรบั ปรงุ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ และ
สาระเกี่ยวกับเทคโนโลยีในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี และมอบหมายให้สำนักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐานดำเนินการปรบั ปรุงสาระภมู ศิ าสตร์ ในกล่มุ สาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนา
และวัฒนธรรม ทงั้ น้ี การดำเนนิ งานประกาศใชห้ ลักสูตรยงั คงอยู่ในความรับผดิ ชอบของ สำนกั งานคณะกรรมการ
การศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน
การจัดทำหลักสูตรครั้งนี้ ยังคงหลักการและโครงสร้างเดิมของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน
พุทธศักราช 2551 คือ ประกอบด้วย 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชพี และเทคโนโลยี และ
ภาษาต่างประเทศ แตม่ งุ่ เน้นการปรบั ปรงุ เน้ือหาให้มคี วามทันสมยั ทนั ตอ่ การเปลย่ี นแปลงและความเจริญก้าวหน้า
ทางวิทยาการตา่ ง ๆ คำนึงถงึ การส่งเสรมิ ให้ผเู้ รียน มที ักษะทจ่ี ำเปน็ สำหรับการเรียนรูใ้ นศตวรรษที่ 21 เป็นสำคัญ
เตรยี มผเู้ รยี นใหม้ ีความพร้อมที่จะเรยี นรู้สง่ิ ต่าง ๆ พร้อมทจ่ี ะประกอบอาชีพ เมื่อจบการศกึ ษา หรือสามารถศึกษา
ตอ่ ในระดบั ท่สี ูงขนึ้ สามารถแข่งขันและอยู่ร่วมกบั ประชาคมโลกได้
สาระสำคัญของการปรบั ปรุงหลักสตู ร มีดังนี้
1. กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ และวิทยาศาสตร์
1.1 จัดกลมุ่ ความรใู้ หม่และนาทกั ษะกระบวนการไปบูรณาการกบั ตวั ชว้ี ัด เน้นให้ผู้เรยี น
เกดิ การคิดวิเคราะห์ คิดแกป้ ญั หา และมีทกั ษะในศตวรรษที่ 21
1.2 กำหนดมาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตวั ชว้ี ัดสำหรับผเู้ รียนทกุ คน ที่เป็นพื้นฐานที่เกีย่ วขอ้ ง
กบั ชีวิตประจำวนั และเปน็ พื้นฐานสำคัญในการศกึ ษาตอ่ ระดบั ทีส่ ูงขึ้น
1.3 ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4-6 กำหนดตัวช้ีวัดเปน็ ช้นั ปี เพ่ือเปน็ แนวทางใหส้ ถานศึกษา
จัดตามลำดบั การเรียนรู้ อย่างไรกต็ ามสถานศึกษาสามารถพิจารณาเล่อื นไหลระหวา่ งชัน้ ปไี ด้ตามความเหมาะสม
2. กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ได้เพิ่มสาระเทคโนโลยี ซึ่งประกอบด้วยการออกแบบและ
เทคโนโลยี และวิทยาการคำนวณ ท้งั นี้ เพื่อเออื้ ตอ่ การจัดการเรียนรบู้ ูรณาการสาระทางคณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์
และเทคโนโลยี กบั กระบวนการเชิงวิศวกรรม ตามแนวคดิ สะเตม็ ศึกษา
หลักสตู รโรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จังหวัดปัตตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพ้นื ท่นี วัตกรรมการศกึ ษาจังหวดั ปัตตานี 3
3. สาระภูมิศาสตร์ ซึ่งเป็นสาระหนึ่งในกลุม่ สาระการเรียนรูส้ ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ได้ปรับมาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชวี้ ดั ให้มคี วามชัดเจนและสอดคล้องกับพัฒนาการตามชว่ งวยั มีองคค์ วามรทู้ ่ีเป็น
สากล เพม่ิ ความสามารถ ทกั ษะ และกระบวนการทางภูมศิ าสตร์ที่ชดั เจนข้ึน
โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดปัตตานี เป็นสถานศึกษานำร่อง โรงเรียนพื้นที่นวัตกรรม
ตามพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 โดยสถานศึกษามีความอิสระในการใช้หลักสูตรตาม
พระราชบัญญัติพืน้ ทีน่ วตั กรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 สถานศึกษานำร่องสามารถเลือกใช้หลักสตู รตามมาตรา 25
แหง่ พระราชบญั ญตั ิพ้นื ท่นี วตั กรรมการศกึ ษา พ.ศ. 2562 โดยสถานศึกษาเลือกใชห้ ลักสูตรประเภทท่ี 1: หลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ที่ได้รับการปรับและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ
ขบั เคลอื่ น จากการนำหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 มาปรับใช้กบั การจัดการศกึ ษาใน
สถานศึกษานำร่องใหเ้ หมาะสมกับพื้นทน่ี วัตกรรมการศึกษา เชน่ การปรับลดตัวชวี้ ดั การปรับโครงสรา้ งเวลาเรียน
จึงทำให้เอกสารหลักสูตรสถานศึกษาที่ปรับใหม่ของแต่ละจังหวัดที่เป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาแตกต่างจาก
เอกสาร "หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กระทรวงศึกษาธิการ" ทั้งนี้ หลักสูตร
สถานศึกษาทีป่ รบั ใหมย่ งั คงต้องครอบคลมุ สมรรถะสำคัญของผู้เรียน คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ และมาตรฐานการ
เรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ทำให้หลักสูตรที่มีการปรับมีความ
สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของประเทศ โดยต้องมีการจัดหรือบูรณการสาระการเรียนรู้ที่หลากหลาย
ตอบสนองความสามารถ ความถนดั ความสนใจของผูเ้ รยี นและสภาพภมู ิสงั คม รวมท้ังมีการจัดกระบวนการเรียนรู้
เชิงรุก (active learning) นั้น
โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดปัตตานี ได้ดำเนินการปรับหลักสูตรตามที่คณะกรรมการขับเคล่ือนพื้นที่
นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดปตั ตานี ได้ดำเนินการนำหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานไปปรับใช้กับการจัด
การศึกษาในสถานศึกษานำร่อง โดยมีการจัดทำกรอบหลักสูตร Pattani Heritage ร่วมกับคณะศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งผ่านการวิพากษ์โดยผู้เชี่ยวชาญจากทุกฝ่ายที่มีความรู้ความ
เข้าใจ และได้นําข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญมาปรับปรุงกรอบหลักสูตร Pattani Heritage ให้มีความถูกต้อง
สมบูรณ์ และผ่านความเห็นชอบ ของคณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดปัตตานีเสร็จ
เรยี บร้อย โรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จังหวัดปัตตานี ได้ดำเนินการนำกรอบหลกั สตู ร Pattani Heritage เช่ือมโยงการ
จัดทำหลักสูตรสถานศึกษา เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562
โรงเรียนได้นํากรอบหลักสูตรทั้ง 5 กรอบไปใช้พร้อมโมดูลประจํากรอบโดยมีตัวชี้วัดทที่ทำกาการควบรวมอยู่ใน
รูปแบบสมรรถนะผู้เรียนประจําโมดูลไปใช้ท้งั 8 กลุม่ สาระฯ โดยพิจารณาเพิ่มบางโมดูลและออกแบบตัวช้ีวัดท่ีทำ
การควบคมุ อยูใ่ นรปู แบบสมรรถนะผูเ้ รยี นใหม่ ตามบรหิ ารพ้นื ทขี่ องโรงเรยี นพ้นื ทน่ี วัตกรรม
หลกั สูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จังหวัดปตั ตานี พุทธศักราช 2565 ในพืน้ ทน่ี วตั กรรมการศกึ ษาจังหวดั ปัตตานี 4
วัตถปุ ระสงค์
1. เพอื่ ใหส้ ถานศกึ ษานํากรอบหลักสตู ร Pattani Heritage ไปใช้ โดยพิจารณาตามบริบทพ้ืนที่ชุมชนของ
ตนในการนํามาจัดเป็นแหล่งเรียนรู้ โดยครอบคลุมสมรรถนะและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน และ
สมรรถนะของผู้เรยี นในพ้ืนที่นวัตกรรมการศึกษา
2. เพื่อให้ผู้สอนนํากรอบหลักสูตร Pattani Heritage ไปใช้ในการจัดการเรยี นเรียนรู้ให้กับผู้เรียนโดยใช้
แหล่งเรียนรู้จากทรัพยากรและมรดกทาง วัฒนธรรมโดยใช้แนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ร่วมกับ
ความรู้ในเนื้อหาผนวกวิธีสอนและเทคโนโลยี (Technological Pedagogical Content Knowledge: TPACK)
และประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) ในการพัฒนาผู้เรียนสู่พลเมืองอัจฉริยะ เมืองอัจฉริยะ
(Smart People Smart City)
3. เพื่อนําเสนอองค์ความรู้และผลงานนวัตกรรมเกี่ยวกับ Pattani Heritage ผ่านการสื่อสารรปู แบบต่าง
ๆ ดว้ ยเทคโนโลยสี ูส่ าธารณชน
แนวทางการพฒั นากรอบหลักสตู ร
แนวทางการจัดกรอบหลักสูตรตามแผนการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดปัตตานีโดยการนํา
แนวคิด หลักสูตรที่เน้นประเด็นเรื่องเป็นฐาน (Theme Based Curriculum) เป็นกรอบหลักสูตรโมดูลหลัก
จากนั้นวิเคราะห์ประเด็นเรื่องเป็นโมดูลย่อยโดยใช้แนวคิดหน่วยการเรียนรู้ที่ใช้ประเด็นเรื่องเป็น ฐาน (Theme
Based Unit) ในการสรา้ งเพอ่ื เชือ่ มโยงกบั หลักสตู รทอ้ งถนิ่ และหลักสตู รสถานศึกษา
แนวคดิ การจัดการเรยี นการสอน
การออกแบบการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แนวคิด Theme Based Unit โดยแยกเป็นโมดูลย่อยตาม
โมดูลหลักซึ่งเป็นกรอบหลักสูตร Pattani Heritage และจัดการเรียนการสอนโดยใช้แนวคิด Active Learning
ร่วมกับความรู้ในเนื้อหาผนวกวิธีสอนและเทคโนโลยี (Technological Pedagogical Content Knowledge :
TPACK) และประเมินตามสภาพจริง โดยจัดการเรียนรู้ตามกรอบด้านทักษะ (Skills) เน้นเทคโนโลยีสารสนเทศ
ดา้ นเนื้อหา (Content) เน้นสารสนเทศตามกรอบหลกั สูตร Pattani Heritage และจุดเดน่ ของแต่ละชมุ ชน ศาสตร์
การสอน (Pedagogy) เน้นการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และบริบทการศึกษาพหุวัฒนธรรม
(Multicultural Education) ทำให้เกิดความรัก ศรัทธา บนพื้นฐานพหุวัฒนธรรม รวมถึงความภาคภูมิใจต่อ
จังหวัดของตนจนสามารถนําเสนอสารสนเทศเกย่ี วกับ Pattani Heritage โดยมกี ารบรู ณาการกบั เทคโนโลยีดิจิทัล
(Digital technology) เพื่อเพิ่มมูลค่ากับ วัฒนธรรมในรูปแบบนวัตกรรม เพื่อสร้างวัฒนธรรมดิจิทัล (Digital
Culture) และความเป็นพลเมืองดจิ ิทลั (Digital Citizenship) เพ่ือตอบสนองสูย่ ุทธศาสตร์ จังหวัดปตั ตานี พลเมอื ง
อัจฉริยะ เมืองอัจฉริยะ (Smart People Smart City)
หลกั สูตรโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จังหวดั ปตั ตานี พุทธศักราช 2565 ในพ้นื ท่ีนวัตกรรมการศึกษาจังหวัดปัตตานี 5
แนวทางการวัดผลและการประเมินผล
ใชก้ ารประเมนิ ตามสภาพจริง (Authentic Assessment) ดว้ ยวิธีการประเมินทหี่ ลากหลาย
วสิ ยั ทศั น์หลกั สตู รสถานศกึ ษา
โรงเรยี นช้ันนำระดบั มาตรฐานสากล สรา้ งสรรคน์ วัตกรรม มีความสุขในสงั คมพหวุ ฒั นธรรม นอ้ มนำหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ใชภ้ าษาไดห้ ลากหลาย เท่าทนั ต่อการเปล่ยี นแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21
หลักการ
โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดปัตตานี ได้กำหนดหลักการของหลักสูตรโรงเรียน ให้สอดคล้อง
เชน่ เดยี วกบั หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พ.ศ.2551 มีหลกั การท่ีสำคญั ดังนี้
1. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตรฐานการเรียนรู้เป็น
เป้าหมายสำหรับพฒั นาเดก็ และเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพื้นฐานของความเป็นไทย
ควบคู่กบั ความเป็นสากล
2. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพือ่ ปวงชน ที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสไดร้ บั การศึกษาอย่างเสมอภาคและมี
คุณภาพ
3. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอำนาจ ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษ าให้
สอดคลอ้ งกับสภาพและความต้องการของท้องถ่นิ
4. เป็นหลกั สูตรการศึกษาทม่ี ีโครงสร้างยดื หยุน่ ทง้ั ด้านสาระการเรียนรู้ เวลาและการจัดการเรียนรู้
5. เปน็ หลักสูตรการศึกษาทีเ่ น้นผู้เรยี นเป็นสำคญั
6. เป็นหลักสูตรการศึกษาสำหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุมทุก
กลมุ่ เป้าหมาย สามารถเทียบโอนผลการเรียนร้แู ละประสบการณ์
จุดหมาย
โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดปัตตานี ได้กำหนดจุดหมายของหลักสูตรโรงเรียนให้สอดคล้อง
เช่นเดียวกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 คือ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญามี
ความสุข มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกำหนดเป็นจุดหมายเพื่อให้เกิดกับผู้เรียนเมื่อจบ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังน้ี
1. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตาม
หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนบั ถือ ยึดหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
หลกั สูตรโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จงั หวดั ปตั ตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพื้นท่ีนวตั กรรมการศึกษาจังหวัดปัตตานี 6
2. มีความรู้ ความสามารถในการส่ือสาร การคดิ การแกป้ ญั หา การใชเ้ ทคโนโลยี และมที ักษะชีวติ
3. มีสุขภาพกายและสุขภาพจติ ที่ดี มสี ุขนิสัย และรกั การออกกำลังกาย
4. มคี วามรักชาติ มีจติ สำนกึ ในความเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก ยดึ ม่นั ในวถิ ีชวี ิตและการปกครองตาม
ระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข
5. มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม มีจิต
สาธารณะที่ม่งุ ทำประโยชนแ์ ละสรา้ งสิง่ ทีด่ ีงามในสงั คม และอย่รู ่วมกนั ในสงั คมอยา่ งมคี วามสขุ
สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
ในการพัฒนาผู้เรียนของหลักสูตรโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดปัตตานี ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขั้น พทุ ธศกั ราช 2551 ในพนื้ ทน่ี วัตกรรมการศกึ ษาจังหวัดปตั ตานี มุ่งเนน้ พัฒนาผ้เู รยี นใหม้ คี ุณภาพตาม
มาตรฐานการเรียนร้ทู ่ีกำหนด ซ่งึ จะช่วยใหผ้ ูเ้ รียนเกิดสมรรถนะสำคัญและคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ดังนี้
สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น
หลกั สตู รโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จงั หวดั ปัตตานี ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน พุทธศักราช 2551
ในพื้นทน่ี วตั กรรมการศกึ ษาจงั หวัดปตั ตานี มุง่ ให้ผู้เรยี นเกิดสมรรถนะสำคญั 5 ประการ ดงั น้ี
1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา
ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ
ประสบการณอ์ ันจะเป็นประโยชน์ตอ่ การพัฒนาตนเองและสังคม รวมทง้ั การเจรจาตอ่ รองเพ่ือขจัดและ ลด
ปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการ
เลือกใช้วธิ ีการสอื่ สาร ทีม่ ีประสทิ ธิภาพโดยคำนงึ ถงึ ผลกระทบท่ีมตี อ่ ตนเองและสังคม
2. ความสามารถในการคดิ เปน็ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสงั เคราะห์ การคิด อย่าง
สรา้ งสรรค์ การคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ และการคดิ เปน็ ระบบ เพ่อื นำไปสกู่ ารสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศเพื่อ
การตดั สินใจเกยี่ วกบั ตนเองและสงั คมได้อยา่ งเหมาะสม
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้
อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพนื้ ฐานของหลกั เหตุผล คณุ ธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เขา้ ใจความสัมพันธ์และ การ
เปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา
และมกี ารตัดสินใจท่มี ปี ระสทิ ธภิ าพโดยคำนึงถงึ ผลกระทบท่เี กิดขึน้ ต่อตนเอง สังคมและสิง่ แวดลอ้ ม
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใชใ้ น การ
ดำเนินชีวิตประจำวัน การเรยี นรูด้ ว้ ยตนเอง การเรียนร้อู ย่างตอ่ เนือ่ ง การทำงาน และการอยู่รว่ มกันในสังคมด้วย
การสรา้ งเสริมความสัมพนั ธ์อนั ดีระหว่างบุคคล การจดั การปัญหาและความขัดแยง้ ต่าง ๆ อยา่ งเหมาะสม การปรับตัว
หลกั สูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จังหวัดปตั ตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพืน้ ที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวดั ปตั ตานี 7
ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผล
กระทบตอ่ ตนเองและผู้อ่นื
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมี
ทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำงาน การ
แกป้ ญั หาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดปัตตานี มงุ่ พัฒนาผเู้ รียนให้มคี ณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ท่ีสังคมต้องการใน
ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม จติ สำนึกท่ีดี เพอื่ ใหน้ ักเรียนสามารถอยู่ร่วมกับผอู้ ื่นในสงั คมไดอ้ ย่างมีความสุข
ในฐานะเป็นพลเมอื งไทยและพลโลก ดังน้ี
1. ผู้ที่รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ คือ ผู้ที่มีลกั ษณะซึ่งแสดงออกถึงการเปน็ พลเมืองดีของชาติ มีความสามคั คี
ปรองดอง ภมู ิใจ เชดิ ชคู วามเป็นชาติไทย ปฏิบตั ติ ามหลักศาสนาที่ตนนับถือ และแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบัน
พระมหากษตั ริย์
2. ผทู้ ม่ี ีความซื่อสตั ย์ สุจรติ คอื ผู้ท่ปี ระพฤติตรงตามความเป็นจริงท้ังทางกาย วาจา ใจ และยดึ หลักความ
จรงิ ความถูกตอ้ งในการดำเนนิ ชีวิต มีความละอายและเกรงกลัวต่อการกระทำผดิ
3. ผู้ทม่ี ีวนิ ัย คือ ผู้ที่ปฏิบัติตนตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคับของครอบครวั โรงเรียนและสงั คม
เป็นปกตวิ ิสัย ไมล่ ะเมิดสทิ ธิของผู้อ่นื
4. ผู้ที่ใฝ่เรียนรู้ คือ ผู้ที่มีลักษณะซึ่งแสดงออกถึงความตั้งใจ เพียรพยายามในการเรียนและเข้าร่วม
กิจกรรมการเรียนรู้ แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการ
เลือกใช้ส่อื อย่างเหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์ สรุปเปน็ องคค์ วามรู้ แลกเปล่ียนเรียนรู้ ถา่ ยทอด เผยแพร่ และ
นำไปใช้ในชีวติ ประจำวันได้
5. ผู้ที่อยู่อย่างพอเพียง คือ ผู้ที่ดำเนินชีวิตอย่างประมาณตน มีเหตุผล รอบคอบ ระมัดระวัง อยู่ร่วมกบั
ผอู้ ่ืนด้วยความรับผิดชอบ ไม่เบียดเบียนผอู้ ื่น เห็นคณุ ค่าของทรพั ยากรต่าง ๆ มกี ารวางแผนป้องกันความเส่ียง และ
พรอ้ มรับการเปลี่ยนแปลง
6. ผ้ทู ่ีมุ่งมนั่ ในการทำงาน คอื ผูท้ ่มี ีลกั ษณะซง่ึ แสดงออกถึงความต้งั ใจปฏบิ ัตหิ น้าท่ีทไ่ี ด้รับมอบหมายด้วย
ความเพียรพยายาม ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ ในการปฏิบัตกิ ิจกรรมตา่ ง ๆ ให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่กำหนด
ดว้ ยความรับผดิ ชอบ และมีความภาคภูมใิ จในผลงาน
7. ผู้ที่รักความเป็นไทย คือ ผู้ที่มีความภาคภูมิใจ เห็นคุณค่า ชื่นชม มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ สืบทอด
เผยแพร่ภูมปิ ัญญาไทย ขนบธรรมเนยี มประเพณี ศิลปะและวัฒนธรรมไทย มีความกตัญญูกตเวที ใช้ภาษาไทยใน
การสอื่ สารอยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม
หลักสูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จังหวดั ปตั ตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพ้นื ทน่ี วัตกรรมการศกึ ษาจงั หวัดปัตตานี 8
8. ผู้ที่มีจิตสาธารณะ คือ ผู้ที่มีลักษณะเป็นผู้ให้และช่วยเหลือผู้อื่น แบ่งปันความสุขส่วนตน เพื่อทำ
ประโยชน์แก่ส่วนรวม เข้าใจ เห็นใจผู้ที่มีความเดือดร้อน อาสาช่วยเหลือสังคม อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ด้วยแรงกาย
สติปัญญา ลงมือปฏบิ ัตเิ พอ่ื แก้ปญั หา หรือรว่ มสรา้ งสรรค์สิ่งทด่ี ีงามให้เกิดในชมุ ชน โดยไมห่ วงั ส่งิ ตอบแทน
คณุ ลักษณะของเดก็ ปัตตานี (SMART + I)
เด็กปัตตานที ี่ SMART มี 5 สมรรถนะ “สร้างสรรคน์ วัตกรรม นำตนเองสูก่ ารเรียนรู้ ปรับตัวสู่ยุคปกติใหม่
ใชภ้ าษาได้หลากหลาย เตรียมพร้อมส่โู ลกอาชพี แหง่ อนาคต” และคุณลักษณะของเดก็ ปัตตานี (I) คือ ความเข้าใจ
และการเคารพวฒั นธรรมทแ่ี ตกตา่ งซง่ึ เกิดจากการมปี ฏิสมั พันธ์กับเพ่อื ต่างวัฒนธรรม ดังต่อไปนี้
Self-directed learning: สมรรถนะในการเรียนรแู้ บบนำตนเอง (เหน็ คุณค่าของตนเองและพฒั นาตนเอง
ด้านการมีวนิ ยั กล้าแสดงออก และแสดงความเปน็ ผ้นู ำตามทเ่ี หมาะสม)
Multi-lingual competency: สมรรถนะในการสื่อสารสามภาษาเพื่อนำเสนอภูมิปัญญาท้องถิ่น (ใช้
ภาษาไทย ภาษามลายูและภาษาองั กฤษเพื่อการสือ่ สารความคิดและถา่ ยทอดภมู ิปญั ญาของท้องถนิ่ สปู่ ระชาคมโลก
Adaptability to next normal: สมรรถนะการปรับตัวเพื่อใช้ชีวิตในยุคปกติใหม่ (Next normal)
(สามารถปรบั ตัวในการใช้ชวี ติ ทา่ มกลางการเปลย่ี นแปลงของโลกยุคความปกติคร้งั ใหม่)
Readiness for the future careers: สมรรถนะในการสร้างความพร้อมสู่โลกแห่งอาชีพในอนาคต (มี
ทกั ษะเปน็ ผู้ประกอบการที่สร้างมูลคา่ และรับผิดชอบตอ่ ทอ้ งถ่ิน โดยใช้ทักษะดจิ ทิ ัล)
Taking action for innovation: สมรรถนะในการสร้างสรรค์นวัตกรรม (ใช้ทักษะการคิดขั้นสูงและเพอื่
สร้างหรอื ต่อยอดนวัตกรรม)
Intercultural sensitivity: ความแวดไวระหว่างวัฒนธรรม (เข้าใจวัฒนธรรมที่หลากหลาย จากการ
แลกเปลี่ยนความคิดและค่านิยมเชิงวัฒนธรรมเพื่อสร้างสัมพันธ์กับกลุ่มคนต่างวัฒนธรรม จนเกิดความเคารพที่
แตกต่าง
มาตรฐานการเรยี นรู้
การพัฒนาผู้เรียนให้เกิดความสมดุล ต้องคำนึงถึงหลักพัฒนาการทางสมองและพหุปัญญา หลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน จึงกำหนดใหผ้ ้เู รยี นเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ดงั นี้
1. ภาษาไทย
2. คณติ ศาสตร์
3. วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
4. สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
5. สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
หลกั สูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จงั หวัดปตั ตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพื้นที่นวตั กรรมการศึกษาจงั หวัดปัตตานี 9
6. ศลิ ปะ
7. การงานอาชีพ
8. ภาษาตา่ งประเทศ
ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ได้กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
มาตรฐานการเรียนรู้ระบุสิ่งที่ผู้เรียนพึงรู้ ปฏิบัติได้ มีคุณธรรมจริยธรรม และค่านิยม ที่พึงประสงค์เมื่อจบ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน นอกจากนั้นมาตรฐานการเรียนรู้ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษาทั้ง
ระบบ เพราะมาตรฐานการเรียนรู้จะสะท้อนใหท้ ราบว่าต้องการอะไร จะสอนอย่างไร และประเมนิ อย่างไร รวมทั้ง
เปน็ เคร่อื งมือในการตรวจสอบเพอ่ื การประกนั คุณภาพการศกึ ษาโดยใช้ระบบการประเมินคุณภาพภายในและการ
ประเมนิ คณุ ภาพภายนอก
ตัวชีว้ ัด
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดปัตตานี พ.ศ.2551 ได้จัดการเรียนการสอนโดยอิง
มาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตวั ชี้วดั ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พ.ศ.2551 ซ่ึงตัวชี้วดั ระบสุ งิ่ ที่นักเรียน
พึงรู้และปฏิบัติได้ รวมทั้งคุณลักษณะของผู้เรียนในแต่ละระดับชั้น ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานการเรียนรู้ มีความ
เฉพาะเจาะจงและมีความเป็นรูปธรรม นำไปใช้ในการกำหนดเนือ้ หา จัดทำหน่วยการเรียนรู้ จัดการเรียนการสอน
และเปน็ เกณฑส์ ำคญั สำหรับการวัดประเมนิ ผลเพือ่ ตรวจสอบคุณภาพผูเ้ รียน
1. ตัวชี้วัดชั้นปี เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนแต่ละชั้นปีในระดับการศึกษาภาคบังคับ
(ประถมศึกษาปที ่ี 1 – มัธยมศึกษาปที ่ี 3)
2. ตัวช้วี ัดช่วงช้นั เปน็ เป้าหมายในการพฒั นาผเู้ รยี นในระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
(มัธยมศึกษาปที ี่ 4- 6)
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดปัตตานี ได้ใช้รหัสกำกับมาตรฐานการเรียนรู้และ
ตัวชี้วัด ตามที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พ.ศ.2551 กำหนดเพื่อความเข้าใจและให้สื่อสารตรงกัน
ดังน้ี
หลกั สตู รโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จังหวัดปตั ตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพนื้ ทนี่ วตั กรรมการศึกษาจังหวดั ปัตตานี 10
ว 1.1 ป. 1/2 ตวั ชีว้ ัดชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 ข้อที่ 2
ป.1/2 สาระที่ 1 มาตรฐานข้อท่ี 1
1.1 กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ว
ต 2.2 ม.4-6/ 3 ตวั ชวี้ ดั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ข้อที่ 3
ม.4-6/3 สาระท่ี 2 มาตรฐานขอ้ ที่ 2
2.3 กล่มุ สาระการเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ
ต
สาระการเรียนรู้
เพ่ือใหค้ รแู ละผ้นู ำหลกั สูตรสถานศึกษาของโรงเรียนไปใช้มีความรูม้ ีความเข้าใจทีต่ รงกนั เกีย่ วกับภาพรวม
ของสาระการเรียนรขู้ องหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พ.ศ.2551 จงึ นำผังมโนทศั นส์ าระการเรยี นรูม้ า
ประกอบ ดงั น้ี
สาระการเรียนรู้ ประกอบด้วย องค์ความรู้ ทักษะหรือกระบวนการเรียนรู้ และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ ซึง่ กำหนดใหผ้ เู้ รียนทุกคนในระดับการศึกษาขัน้ พื้นฐานจำเป็นตอ้ งเรียนรู้ โดยแบง่ เปน็ 8 กลุ่มสาระการ
เรียนรู้ ดังน้ี
หลกั สูตรโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จงั หวัดปตั ตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพ้นื ท่ีนวตั กรรมการศกึ ษาจังหวัดปัตตานี 11
ภาษาไทย : ความรู้ ทักษะ คณิตศาสตร์ : การนำความรู้ วทิ ยาศาสตร์ : การนำความรู้
และวฒั นธรรมการใชภ้ าษา ทักษะและกระบวนการทาง และกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
เพ่ือ การสื่อสาร ความชืน่ ชม คณิตศาสตร์ไปใชใ้ น ไปใชใ้ นการศึกษา ค้นคว้าหาความรู้ และ
การเหน็ คณุ ค่าภมู ิปญั ญาไทย การแกป้ ญั หา การดำเนินชีวติ แก้ปัญหาอยา่ งเป็นระบบ การคดิ อย่าง
และภูมใิ จในภาษาประจำชาติ และศึกษาตอ่ การมีเหตมุ ีผล เปน็ เหตุเปน็ ผล คดิ วิเคราะห์
มีเจตคตทิ ่ดี ตี ่อคณิตศาสตร์ คดิ สรา้ งสรรค์ และจิตวทิ ยาศาสตร์
ภาษาตา่ งประเทศ : พฒั นาการคดิ อยา่ งเปน็ ระบบและ
ความรทู้ กั ษะ เจตคติ และ สรา้ งสรรค์ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม :
วฒั นธรรม การใช้ การอย่รู ่วมกนั ในสงั คมไทยและสงั คมโลก
ภาษาต่างประเทศในการ องคค์ วามรู้ ทักษะสำคัญ อย่างสนั ตสิ ุข การเป็นพลเมอื งดี ศรัทธา
ส่อื สาร การแสวงหาความรู้ และคณุ ลกั ษณะ ในหลักธรรมของศาสนา การเหน็ คุณค่า
และการประกอบอาชีพ ของทรัพยากรและส่งิ แวดล้อม ความรกั
ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ชาติ และภูมิใจในความเปน็ ไทย
ขัน้ พนื้ ฐาน
สุขศกึ ษาและพลศึกษา : ความรู้
การงานอาชีพและเทคโนโลยี : ศิลปะ : ความรูแ้ ละทักษะใน ทกั ษะและเจตคตใิ นการสร้างเสริม
ความรู้ ทักษะ และเจตคติ การคดิ ริเร่มิ จินตนาการ สุขภาพพลานามยั ของตนเองและผ้อู ่นื
ในการทำงาน การจัดการ สร้างสรรคง์ านศลิ ปะ การป้องกันและปฏบิ ตั ติ ่อ
การดำรงชีวิต การประกอบอาชีพ สนุ ทรยี ภาพและการเหน็ สง่ิ ตา่ ง ๆ ทม่ี ีผลตอ่ สขุ ภาพอย่าง
และการใช้เทคโนโลยี คุณค่าทางศลิ ปะ ถูกวิธีและทักษะในการดำเนินชวี ติ
หลกั สูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จงั หวดั ปัตตานี พุทธศักราช 2565 ในพ้ืนทนี่ วัตกรรมการศึกษาจงั หวดั ปตั ตานี 12
กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน มุ่งให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอย่างรอบด้านเพื่อความเป็น
มนษุ ยท์ ส่ี มบูรณ์ ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เสริมสร้างให้เปน็ ผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย
ปลูกฝัง และสร้างจิตสานึกของการทาประโยชน์เพื่อสังคม สามารถจัดการตนเองได้ และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมี
ความสขุ
กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียน แบ่งเปน็ 3 ลักษณะ ดังนี้
1. กจิ กรรมแนะแนว
เปน็ กจิ กรรมท่สี ่งเสริม และพัฒนาผู้เรยี นให้รูจ้ กั ตนเอง ร้รู กั ษส์ ่ิงแวดล้อม สามารถคดิ ตดั สินใจ คดิ
แกป้ ญั หา กำหนดเป้าหมาย วางแผนชวี ิตทง้ั ด้านการเรียน และอาชีพ สามารถปรับตนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม นอกจากน้ี
ยงั ช่วยใหค้ รูรจู้ ัก และเข้าใจผเู้ รียน ท้งั ยังเป็นกจิ กรรมที่ชว่ ยเหลือ และให้คำปรกึ ษาแก่ผู้ปกครองในการมีส่วนร่วม
พัฒนาผู้เรียน
2. กิจกรรมนกั เรยี น
เป็นกิจกรรมทมี่ งุ่ พัฒนาความมรี ะเบียบวินัย ความเป็นผูน้ ำผู้ตามที่ดี ความรับผิดชอบ การทำ
งานร่วมกนั การรจู้ ักแก้ปญั หา การตัดสนิ ใจทเ่ี หมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลอื แบง่ ปนั กนั เอื้ออาทร และ
สมานฉนั ท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนดั และความสนใจของผู้เรียน ให้ไดป้ ฏิบัติด้วยตนเองใน
ทกุ ขัน้ ตอน ได้แก่ การศกึ ษาวิเคราะห์วางแผน ปฏิบตั ติ ามแผน ประเมนิ และปรับปรงุ การทางาน เนน้ การทำงาน
ร่วมกนั เปน็ กลุ่ม ตามความเหมาะสม และสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผูเ้ รียน บริบทของสถานศึกษา และท้องถน่ิ
กิจกรรมนกั เรยี นประกอบดว้ ย
2.1 กจิ กรรมลูกเสอื เนตรนารี และนกั ศึกษาวิชาทหาร
2.2 กิจกรรมชุมนมุ ชมรม
3. กิจกรรมเพ่ือสงั คม และสาธารณประโยชน์
เป็นกิจกรรมทส่ี ่งเสริมใหผ้ ู้เรียนบำเพ็ญตนใหเ้ ป็นประโยชน์ต่อสงั คม ชมุ ชน และทอ้ งถ่นิ ตาม
ความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพ่ือแสดงถงึ ความรับผิดชอบ ความดงี าม ความเสยี สละตอ่ สังคม มจี ิตสาธารณะ
เช่น กจิ กรรมอาสาพัฒนาต่าง ๆ กจิ กรรมสร้างสรรค์สังคม
หลักสูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จังหวดั ปัตตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพน้ื ทีน่ วัตกรรมการศึกษาจงั หวดั ปัตตานี 13
1. หลกั การจดั การเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะ สำคัญ และ
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยยึดหลักว่า ผู้เรียนมี
ความสำคัญที่สุด เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้ และพัฒนาตนเองได้ ยึดประโยชน์ที่เกิดกับผู้เรียน
กระบวนการจัดการเรยี นรตู้ ้องสง่ เสรมิ ให้ผู้เรยี น สามารถพฒั นาตามธรรมชาติ และเต็มตามศักยภาพ คำนึงถงึ ความ
แตกต่างระหวา่ งบุคคล และพฒั นาการทางสมอง เน้นใหค้ วามสำคัญทง้ั ความรู้ และคุณธรรม
2. กระบวนการเรยี นรู้
การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เป็น
เคร่ืองมอื ท่ีจะนาพาตนเองไปสูเ่ ปา้ หมายของหลกั สูตร กระบวนการเรียนรู้ท่ีจาเป็นสาหรับผู้เรียน อาทิ กระบวนการ
เรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญ
สถานการณ์ และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้จาก ประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติ ลงมือทาจริง
กระบวนการจัดการ กระบวนการวิจัยกระบวน การเรียนรูก้ ารเรยี นรู้ของตนเอง กระบวนการพัฒนาลกั ษณะนิสัย
กระบวนการเหลา่ นีเ้ ปน็ แนวทางในการจัดการเรยี นรู้ท่ีผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝน พัฒนา เพราะจะสามารถช่วยให้
ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี บรรลุเป้าหมายของหลักสูตร ดังนั้น ผู้สอนจึง จาเป็นต้องศึกษาทำความเข้าใจใน
กระบวนการเรียนรู้ตา่ ง ๆ เพือ่ ให้สามารถเลือกใช้ในการจัดกระบวน การเรียนรไู้ ด้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
3. การออกแบบการจัดการเรียนรู้
ผู้สอนต้องศึกษาหลกั สูตรสถานศึกษาใหเ้ ขา้ ใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วดั สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ และสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน แล้วจงึ พิจารณาออกแบบการจัดการเรียนรู้
โดยเลอื กใชว้ ิธสี อน และเทคนิคการสอน ส่อื /แหล่งเรียนรู้ การวัด และประเมินผล เพื่อให้ผูเ้ รียนได้พัฒนาเต็มตาม
ศกั ยภาพ และบรรลุตามเป้าหมายทีก่ ำหนด
4. บทบาทของผ้สู อนและผู้เรยี น
การจัดการเรยี นรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเป้าหมายของหลักสูตร ทั้งผู้สอน และผู้เรียนควรมบี ทบาท
ดงั นี้
4.1 บทบาทของผู้สอน
1) ศกึ ษาวิเคราะห์ผ้เู รียนเป็นรายบุคคล แลว้ นาข้อมูลมาใช้ในการวางแผน การจัดการเรียนรู้
ทท่ี ้าทายความสามารถของผู้เรียน
2) กำหนดเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดข้ึนกับผู้เรียน ด้านความรู้ และทักษะ / กระบวนการท่เี ป็น
ความคดิ รวบยอด หลกั การ และความสัมพนั ธ์ รวมทงั้ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
3) ออกแบบการเรยี นรู้ และจัดการเรยี นรู้ทต่ี อบสนองความแตกต่างระหวา่ งบุคคล และ
พฒั นาการทางสมอง เพือ่ นาผ้เู รยี นไปสเู่ ป้าหมาย
หลักสตู รโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จงั หวัดปตั ตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพ้นื ทนี่ วตั กรรมการศึกษาจงั หวัดปัตตานี 14
4) จัดบรรยากาศท่ีเอ้ือต่อการเรียนรู้ และดแู ลช่วยเหลือผเู้ รียนให้เกดิ การเรียนรู้
5) จัดเตรยี ม และเลอื กใชส้ อื่ ให้เหมาะสมกับกจิ กรรม นาภมู ปิ ัญญาท้องถ่ิน เทคโนโลยีที่
เหมาะสมมาประยุกตใ์ ช้ในการจดั การเรียนการสอน
6) ประเมินความกา้ วหนา้ ของผ้เู รยี นด้วยวธิ กี ารที่หลากหลาย เหมาะสมกบั ธรรมชาติของวิชา
และระดบั พฒั นาการของผ้เู รยี น
7) วิเคราะห์ผลการประเมนิ มาใช้ในการซ่อมเสริม และพัฒนาผเู้ รียน รวมทง้ั ปรบั ปรงุ การ
จดั การเรยี นการสอนของตนเอง
4.2 บทบาทของผู้เรยี น
1) กำหนดเป้าหมาย วางแผน และรับผดิ ชอบการเรยี นรขู้ องตนเอง
2) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถงึ แหลง่ การเรียนรู้ วิเคราะห์ สงั เคราะหข์ ้อความรู้ ตง้ั คำถาม คิดหา
คำตอบ หรือหาแนวทางแกป้ ัญหาดว้ ยวธิ กี ารตา่ ง ๆ
3) ลงมอื ปฏิบัติจรงิ สรุปสงิ่ ท่ไี ด้เรียนรู้ด้วยตนเอง และนำความร้ไู ปประยกุ ตใ์ ช้ในสถานการณ์
ต่าง ๆ
4) มีปฏสิ ัมพนั ธ์ ทำงาน ทากิจกรรมร่วมกบั กล่มุ และครู
5) ประเมนิ และพัฒนากระบวนการเรยี นรู้ของตนเองอยา่ งตอ่ เนือ่ ง
5. ส่ือการเรียนรู้
สอ่ื การเรียนร้เู ปน็ เคร่ืองมอื ส่งเสรมิ สนบั สนนุ การจดั การกระบวนการเรียนรู้ ให้ผเู้ รียนเขา้ ถึงความรู้ ทักษะ
กระบวนการ และคุณลักษณะตามมาตรฐานของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพสื่อการเรียนรู้มีหลากหลาย
ประเภท ทั้งสื่อธรรมชาติ สื่อสิ่งพมิ พ์ สื่อเทคโนโลยี และเครือข่ายการเรยี นรูต้ ่าง ๆ ที่มีในท้องถิ่น การเลือกใชส้ อ่ื
ควรเลือกให้มีความเหมาะสมกบั ระดับพัฒนาการและลลี าการเรียนรู้ทหี่ ลากหลายของผ้เู รยี น
การจัดหาสื่อการเรียนรู้ ผู้เรียน และผู้สอนสามารถจดั ทำ และพัฒนาขึ้นเอง หรือปรับปรุงเลือกใช้อย่างมคี ุณภาพ
จากสอ่ื ต่าง ๆ ทม่ี ีอยู่รอบตวั เพอ่ื นำมาใช้ประกอบในการจัดการเรยี นรู้ท่ีสามารถส่งเสรมิ และสื่อสารให้ผู้เรียนเกิด
การเรียนรู้ โดยสถานศกึ ษาควรจัดให้มอี ย่างพอเพยี ง เพือ่ พัฒนาใหผ้ ู้เรียนเกิดการเรยี นรู้อย่างแท้จริง สถานศึกษา
เขตพืน้ ทกี่ ารศึกษา หนว่ ยงานที่เกย่ี วขอ้ ง และผมู้ หี นา้ ทจ่ี ดั การศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน ควรดำเนินการดงั น้ี
1. จัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ ศูนย์สื่อการเรียนรู้ ระบบสารสนเทศการเรียนรู้ และเครือข่าย การเรียนรูท้ ีม่ ี
ประสิทธิภาพท้ังในสถานศึกษา และในชุมชน เพื่อการศกึ ษาค้นคว้า และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้
ระหว่างสถานศกึ ษา ทอ้ งถิ่น ชมุ ชน สังคมโลก
2. จัดทำ และจดั หาสอ่ื การเรยี นรู้สาหรับการศึกษาค้นควา้ ของผเู้ รียน เสริมความร้ใู ห้ผู้สอน รวมท้ังจัดหา
ส่ิงท่ีมีอยู่ในทอ้ งถนิ่ มาประยุกต์ใชเ้ ป็นส่ือการเรยี นรู้
หลกั สตู รโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จังหวดั ปตั ตานี พุทธศักราช 2565 ในพ้นื ทน่ี วตั กรรมการศึกษาจงั หวดั ปตั ตานี 15
3. เลอื ก และใชส้ ่ือการเรียนรทู้ ่ีมีคณุ ภาพ มีความเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคลอ้ งกบั วธิ ีการเรียนรู้
ธรรมชาตขิ องสาระการเรียนรู้ และความแตกตา่ งระหว่างบุคคลของผ้เู รยี น
4. ประเมนิ คุณภาพของสือ่ การเรียนรูท้ ่เี ลือกใช้อย่างเป็นระบบ
5. ศกึ ษาคน้ คว้า วิจัย เพ่ือพฒั นาสือ่ การเรยี นร้ใู ห้สอดคลอ้ งกับกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรยี น
6. จัดใหม้ กี ารกากบั ตดิ ตาม ประเมนิ คณุ ภาพ และประสิทธิภาพเกี่ยวกบั ส่ือ และการใช้ สื่อการเรยี นรเู้ ปน็
ระยะ ๆ และสมำ่ เสมอ
ในการจดั ทำ การเลอื กใช้ และการประเมินคุณภาพส่ือการเรยี นรทู้ ่ีใช้ในสถานศกึ ษา ควรคำนงึ ถงึ หลักการ
สำคัญของสื่อการเรียนรู้ เช่น ความสอดคล้องกับหลักสูตร วัตถุประสงค์การเรียนรู้ การออกแบบกิจกรรมการ
เรียนรู้ การจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียน เนื้อหามีความถูกตอ้ งและทันสมัย ไม่กระทบความมัน่ คงของชาติ ไม่ขัดต่อ
ศีลธรรม มีการใช้ภาษาทีถ่ ูกต้อง รปู แบบการนำเสนอที่เข้าใจง่าย และน่าสนใจ
หลกั สตู รโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จงั หวดั ปัตตานี พุทธศักราช 2565 ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจงั หวดั ปตั ตานี 16
โครงสรา้ งเวลาเรยี น
หลกั สูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จังหวดั ปตั ตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพื้นท่นี วัตกรรมการศกึ ษาจงั หวดั ปตั ตานี 17
หลักสตู รโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จงั หวดั ปตั ตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพน้ื ทนี่ วัตกรรมการศกึ ษาจงั หวดั ปัตตานี 18
กรอบหลักสูตร PATTANI HERITAGE
กรอบที่ 1 กรอบที่ 2 กรอบท่ี 3 กรอบที่ 4 กรอบที่ 5
เปดิ ประตูสเู่ มอื งปตั ตานี ความหลากหลายทาง ความหลากหลายมรดก สบื สานงานอาชีพจาก ท่องเทีย่ วไทย
ชวี ภาพและระบบนิเวศ ภมู ิปัญญาท้องถิน่ ปัตตานี วิถชี าวปัตตานี
รัฐลังกาสกุ ะ ทางวฒั นธรรม
ทาํ ความเข้าใจ เขา้ ใจมรดกภูมปิ ญั ญาท้องถิ่น ทาํ ความเขา้ ใจด้านการ
เรยี นร้ปู ระวัตศิ าสตร์ความ ทรพั ยากรธรรมชาติ เชิงพ้ืนที่ เรยี นรู้มรดกภูมิปัญญาท้องถ่นิ บน เพือ่ สบื สานงานอาชีพ ด้าน ทอ่ งเทย่ี ว เชิงสร้างสรรค์
เป็นมาของเมอื งปตั ตานรี ัฐ เพอื่ การนาํ มาใช้ประโยชน์ ความหลากหลายของมรดกทาง หตั ถศลิ ป์ และหตั กรรม เพอ่ื วฒั นธรรม และเชงิ นิเวศ
ลงั กาสุกะ รวมถึงวิถีชุมชนเพอ่ื อยา่ งยงั่ ยนื เพื่อพัฒนาเป็น ตลอดจนวถิ ีชวี ติ ชมุ ชน เพื่อ
พัฒนาเป็นนวัตกรรมการศกึ ษา นวตั กรรม การศกึ ษาสกู่ าร วฒั นธรรมเพอ่ื พัฒนาเปน็ พฒั นาเปน็ นวตั กรรม พัฒนาเป็นนวตั กรรมการศกึ ษา
ส่กู ารเผยแพร่ในรปู แบบดจิ ิทลั เผยแพรใ่ น รปู แบบดิจทิ ัล นวัตกรรม การศึกษาสกู่ าร การศึกษาสู่การเผยแพรใ่น สู่ การเผยแพร่ในรปู แบบดิจทิ ัล
เผยแพรใ่ น รปู แบบดิจทิ ลั
1.1 โมดลู ท่ี 1 เรื่อง ประวัติ 2.1 โมดลู ท่ี 1 เรอ่ื งอทุ ยาน รปู แบบดิจทิ ัล 5.1 โมดลู ท่ี 1 ชุมชนเก่ากือดา
ความเป็นมาของจงั หวัด แหง่ ชาตนิ ำ้ ตกทรายขาว 3.1 โมดูลที่ 1 เรื่อง วา่ วบหุ ลัน จินอ
ปตั ตานี อาณาจกั รหรือรฐั 2.2 โมดูลที่ 2 เรอ่ื ง แม่นำ้ 3.2 โมดูลท่ี 2 เรื่อง ดเิ กรฮ์ ูลู 4.1 โมดลู ที่ 1 เร่อื งการทำนา 5.2 โมดูลท่ี 2 เรอ่ื ง วดั ช้างไห้
ลงั กาสกุ ะ ปตั ตานี 3.3 โมดูลท่ี 3 เรอื่ ง ปันจักสลี ตั เกลือ 5.3 โมดูลที่ 3 เรอ่ื งพิพิธภณั ฑ์
1.2 โมดลู ท่ี 2 เร่ือง บคุ คล 2.3 โมดูลที่ 3 เรื่องปา่ ชายเลน 3.4 โมดูลที่ 4 เรอ่ื ง วนั สารทไทย 4.2 โมดูลที่ 2 เรื่อง การทำ เจา้ แม่ลิม้ กอเหน่ียว
สำคัญของจงั หวัดปตั ตานี 2.4 โมดูลท่ี 4 เรือ่ ง อ่าว 3.5 โมดลู ท่ี 5 เรอ่ื ง งานสมโภช หมวกกะปิเยาะ 5.4 โมดลู ท่ี 4 เรอ่ื ง หาดแฆแฆ
1.3 โมดลู ท่ี 3 เรื่องสญั ลกั ษณ์ ปตั ตานี เจ้าแม่ล้มิ กอ่ เหนีย่ ว 4.3 โมดลู ที่ 3 เรื่อง การทำผา้ 5.5 โมดูลท่ี 5 เร่ือง หาดตะ
ประจำจงั หวดั 2.5 โมดลู ท่ี 5 เรื่อง เกาะจือ 3.6 โมดูลท่ี 6 เรื่อง เทศกาลอาซู จวนตานี โละกาโปร์
1.4 โมดลู ท่ี 4 เรื่องการเมอื ง ลาปิ รอ 4.4 โมดูลท่ี 4 เรื่อง การตกี ริช 5.6 โมดลู ที่ 6 เรื่อง หาด
การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม 3.7 โมดลู ท่ี 7 เรอ่ื ง ข้าวยำ 4.5 โมดูลท่ี 5 เร่ือง การทำ วาสกุ รี
และวฒั นธรรม 3.8 โมดูลท่ี 8 เร่อื ง นาซิดาแฆ ปาลอกือโป๊ะ
1.5 โมดลู ที่ 5 เร่อื ง มสั ยดิ 3.9 โมดูลท่ี 9 เร่อื ง ตปู ะซูตง 4.6 โมดูลท่ี 6 เรื่อง กาทำ
กลางจงั หวดั ปตั ตานี 3.10 โมดลู ที่ 10 เรอื่ ง ลกู หยี ลวดลายเรอื กอและ
1.6 โมดลู ท่ี 6 เรอ่ื ง ศาลเจา้ แม่ 3.11 โมดูลท่ี 11 เรื่อง ละแซ 4.7 โมดลู ที่ 7 เรอื่ ง การ
ลิม้ กอเหนยี่ ว 3.12 โมดลู ท่ี 12 เรื่อง บดู ู ประมง
1.7 โมดูลท่ี 7 เร่อื ง มสั ยิดกรอื 3.13 โมดลู ท่ี 13 เรื่อง ไกก่ อและ
เซะ 3.14 โมดูลที่ 14 เร่ือง มะตะบะ
หลกั สูตรโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จังหวดั ปัตตานี พุทธศักราช 2565 ในพน้ื ทีน่ วัตกรรมการศกึ ษาจงั หวัดปตั ตานี 19
การใชก้ รอบหลกั สูตร Pattani Heritage ของสถานศกึ ษา
กรอบหลกั สตู ร Pattani Heritage จำนวนรายวชิ าที่ใช้
กรอบหลกั สูตรฯ
กรอบท่ี 1 เปิดประตสู ู่เมืองปัตตานี รัฐลงั กาสกุ ะ 11
กรอบที่ 2 ความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ 11
กรอบท่ี 3 ความหลากหลายมรดกทางวฒั นธรรม 31
กรอบท่ี 4 สืบสานงานอาชีพจากภมู ิปญั ญาท้องถิ่นปตั ตานี 13
กรอบที่ 5 ท่องเทีย่ วไทยวถิ ีชาวปตั ตานี 12
รวม 78
หลกั สตู รโรงเรยี
1. การเชือ่ มโยงกรอบหลักสูตร Pattani Heritage กบั รายวิชาในกล่มุ สาระก
ที่ รหสั วิชา ช่อื วชิ า ชน้ั ภาค กรอบหลักสูตร Pattani
1 ท 31101 ภาษาไทย เรียน
ม.4 1 กรอบท่ี 3 ความหลากหล
2 ท21102 ภาษาไทย ม.1 2 กรอบที่ 5 ทอ่ งเท่ยี วไทยว
3 ท22102 ภาษาไทย ม.2 2 กรอบที่ 5 ท่องเท่ยี วไทยว
4 ท22102 ภาษาไทย ม.2 2 กรอบที่ 5 ทอ่ งเทย่ี วไทยว
5 ท23101 ภาษาไทย ม.3 1 กรอบที่ 4 สบื สานงานอาช
6 ท23102 ภาษาไทย ม.3 2 กรอบที่ 4 สบื สานงานอาช
7 ท31101 ภาษาไทย ม.4 1 กรอบที่ 3 ความหลากหล
8 ท31210 ภาษาไทยจากสือ่ มวลชน ม.4 2 กรอบท่ี 4 สบื สานงานอาช
9 ท32101 ภาษาไทย ม.5 1 กรอบที่ 5 ท่องเทย่ี วไทยว
10 ท32101 ภาษาไทย ม.5 1 กรอบที่ 5 ทอ่ งเท่ียวไทยว
ยนเบญจมราชูทศิ จงั หวัดปัตตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพืน้ ท่นี วัตกรรมการศึกษาจังหวดั ปัตตานี 20
การเรยี นรภู้ าษาไทย
Heritage กระบวนการการจัดการเรยี นรู้รูปแบบ Active
ลายมรดกทางวัฒนธรรม Learning
การเรียนร้แู บบรว่ มมอื (Co-operative learning)
วิถชี าวปตั ตานี การเรียนรแู้ บบร่วมมอื (Co-operative learning)
วิถีชาวปัตตานี การเรยี นรแู้ บบร่วมมอื (Co-operative learning)
วิถชี าวปตั ตานี การเรยี นรแู้ บบร่วมมือ (Co-operative learning)
ชพี จากภมู ิปญั ญาท้องถ่ินปัตตานี การเรยี นร้แู บบรว่ มมอื (Co-operative learning)
ชพี จากภมู ปิ ัญญาท้องถ่ินปัตตานี การเรยี นรแู้ บบรว่ มมอื (Co-operative learning)
ลายมรดกทางวฒั นธรรม การเรียนรูแ้ บบร่วมมือ (Co-operative learning)
ชีพจากภมู ปิ ัญญาท้องถิน่ ปัตตานี การเรียนรแู้ บบร่วมมือ (Co-operative learning)
วถิ ีชาวปัตตานี การเรียนรู้แบบรว่ มมอื (Co-operative learning)
วิถชี าวปตั ตานี การเรียนร้แู บบร่วมมือ (Co-operative learning)
หลกั สูตรโรงเรีย
2. การเชื่อมโยงกรอบหลกั สูตร Pattani Heritage กบั รายวชิ าในกลมุ่ สาระก
ท่ี รหสั วชิ า ชื่อวิชา ชน้ั ภาค กรอบหลกั สตู ร Pattani
เรยี น
1 ค21101 คณติ ศาสตรพ์ นื้ ฐาน 1 ม.1 1 กรอบท่ี 4 สืบสานงานอาช
2 ค21102 คณติ ศาสตรพ์ ื้นฐาน 2 ม.1 2 กรอบท่ี 4 สืบสานงานอาช
3 ค22101 คณติ ศาสตร์พน้ื ฐาน 3 ม.2 1 กรอบที่ 5 ท่องเท่ยี วไทยว
4 ค22102 คณติ ศาสตร์พน้ื ฐาน 4 ม.2 2 กรอบท่ี 1 เปดิ ประตูสู่เมอื
5 ค23101 คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน 5 ม.3 1 กรอบที่ 3 ความหลากหล
6 ค23102 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 6 ม.3 2 กรอบที่ 3 ความหลากหล
7 ค33101 คณิตศาสตร์พนื้ ฐาน 5 ม.6 1 กรอบที่ 3 ความหลากหล
8 ค33201 คณิตศาสตร์พน้ื ฐาน 1 ม.4 1 กรอบท่ี 3 ความหลากหล
ยนเบญจมราชูทิศ จังหวดั ปัตตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพืน้ ทน่ี วตั กรรมการศกึ ษาจังหวดั ปตั ตานี 21
การเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์
Heritage กระบวนการการจดั การเรียนรรู้ ปู แบบ Active
Learning
ชีพจากภมู ิปัญญาทอ้ งถน่ิ ปัตตานี การเรียนร้โู ดยการใชแ้ ผนผังมโนทัศน์ (Concept
mapping)
ชีพจากภมู ิปัญญาทอ้ งถิน่ ปัตตานี การเรียนรแู้ บบระดมพลงั สมอง (Brainstorming)
วถิ ีชาวปัตตานี การเรยี นร้แู บบระดมพลงั สมอง (Brainstorming)
องปัตตานี รฐั ลังกาสุกะ
ลายมรดกทางวฒั นธรรม การเรยี นรูแ้ บบแลกเปลี่ยนความคดิ (Think-Pair-
ลายมรดกทางวฒั นธรรม Share)
ลายมรดกทางวัฒนธรรม การเรียนรแู้ บบแลกเปลยี่ นความคิด (Think-Pair-
ลายมรดกทางวฒั นธรรม Share)
การเรียนรู้แบบแลกเปลีย่ นความคดิ (Think-Pair-
Share)
การเรียนรู้แบบโครงงาน (Project Method)
การเรยี นรแู้ บบแลกเปลี่ยนความคดิ (Think-Pair-
Share)
หลกั สตู รโรงเรีย
3. การเชอื่ มโยงกรอบหลักสูตร Pattani Heritage กับรายวชิ าในกลุ่มสาระก
ที่ รหสั วชิ า ช่อื วิชา ชน้ั ภาค กรอบหลกั สูตร Pattani
เรียน
1 ว20101 การออกแบบและ ม.1 1 กรอบท่ี 1 เปิดประตูสู่เมือ
2 ว20103 เทคโนโลยี 1
3 ว20105 การออกแบบและ ม.2 1 กรอบที่ 2 ความหลากหล
เทคโนโลยี 2
การออกแบบและ ม.3 1 กรอบท่ี 2 ความหลากหล
เทคโนโลยี 5
4 ว21101 วทิ ยาศาสตร์พน้ื ฐาน 1 ม.1 1 กรอบที่ 2 ความหลากหล
5 ว21201 ของเล่นเชิงวิทยาศาสตร์ ม.1 1 กรอบท่ี 3 ความหลากหล
6 ว22102 วิทยาศาสตร์พน้ื ฐาน 4 ม.2 2 กรอบที่ 4 สืบสานงานอาช
7 ว22201 โครงงานโลกทง้ั ระบบ1 ม.2 1 กรอบท่ี 2 ความหลากหล
8 ว22202 โครงงานโลกทง้ั ระบบ2 ม.2 2 กรอบท่ี 2 ความหลากหล
9 ว23101 วิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน 5 ม.3 1 กรอบที่ 2 ความหลากหล
10 ว23102 วิทยาศาสตรพ์ ้นื ฐาน 6 ม.3 2 กรอบท่ี 2 ความหลากหล
11 ว23203 พลงั งานทดแทนกับการ ม.3 2 กรอบที่ 4 สืบสานงานอาช
ใช้ประโยชน์
ยนเบญจมราชูทศิ จงั หวัดปตั ตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพน้ื ทน่ี วตั กรรมการศึกษาจังหวัดปตั ตานี 22
การเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
Heritage กระบวนการการจดั การเรยี นรู้รปู แบบ Active
องปตั ตานี รัฐลงั กาสกุ ะ Learning
ลายทางชีวภาพและระบบนเิ วศ การเรียนรูแ้ บบแลกเปลย่ี นความคิด (Think-Pair-
ลายทางชวี ภาพและระบบนิเวศ Share)
ลายทางชวี ภาพและระบบนเิ วศ การเรยี นรแู้ บบแลกเปลย่ี นความคดิ (Think-Pair-
ลายมรดกทางวฒั นธรรม Share)
การเรยี นรู้แบบแลกเปลย่ี นความคดิ (Think-Pair-
Share)
การเรียนรู้แบบแลกเปลย่ี นความคิด (Think-Pair-
Share)
การเรียนรแู้ บบโครงงาน (Project Method)
ชพี จากภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถิ่นปัตตานี ลงมอื ปฏิบัติ
ลายทางชวี ภาพและระบบนเิ วศ การเรียนรโู้ ดยใชป้ ญั หาเปน็ ฐาน (Problem–
ลายทางชวี ภาพและระบบนเิ วศ based Learning: PBL)
ลายทางชวี ภาพและระบบนิเวศ การเรียนรโู้ ดยใชป้ ัญหาเป็นฐาน (Problem–
ลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ based Learning: PBL)
ชพี จากภูมปิ ัญญาทอ้ งถิน่ ปัตตานี การเรยี นรู้แบบแลกเปล่ยี นความคดิ (Think-Pair-
Share)
การเรียนรแู้ บบแลกเปลย่ี นความคดิ (Think-Pair-
Share)
การเรยี นรู้แบบแลกเปลี่ยนความคดิ (Think-Pair-
Share)
หลกั สตู รโรงเรีย
ท่ี รหัสวชิ า ชือ่ วชิ า ชน้ั ภาค กรอบหลกั สูตร Pattani
เรยี น
12 ว30103 วทิ ยาศาสตรพ์ ้ืนฐาน ม.5 1 กรอบท่ี 5 ท่องเท่ยี วไทยว
13 ว30106 (ฟสิ กิ ส1์ )
วิทยาศาสตร์โลกและ ม.6 2 กรอบที่ 4 สืบสานงานอาช
อวกาศ 2
14 ว31221 เคมี 1 ม.4 1 กรอบท่ี 5 ท่องเทย่ี วไทยว
15 ว33242 ชวี วิทยา 6 ม.6 2 กรอบท่ี 2 ความหลากหล
4. การเชอื่ มโยงกรอบหลกั สตู ร Pattani Heritage กบั รายวิชาในกล่มุ สาระส
ท่ี รหสั วิชา ชอ่ื วชิ า ชน้ั ภาค กรอบหลกั สตู ร Pattani
เรียน
1 ส21101 สงั คมศึกษา1 ม.1 1 กรอบท่ี 1 เปดิ ประตูสเู่ มือ
2 ส21203 อิสลามศึกษา1 ม.1 1 กรอบที่ 5 ท่องเท่ียวไทยว
3 ส22101 สังคมศึกษา 3 ม.2 1 กรอบท่ี 3 ความหลากหล
4 ส22101 สังคมศกึ ษา 3 ม.2 1 กรอบท่ี 3 ความหลากหล
ยนเบญจมราชูทศิ จงั หวดั ปัตตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพ้ืนท่นี วตั กรรมการศกึ ษาจงั หวัดปตั ตานี 23
Heritage กระบวนการการจัดการเรียนรรู้ ูปแบบ Active
วถิ ีชาวปัตตานี Learning
ชีพจากภมู ิปัญญาท้องถิน่ ปัตตานี การเรียนรูแ้ บบแลกเปลย่ี นความคดิ (Think-Pair-
วถิ ีชาวปตั ตานี Share)
ลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ การเรยี นรู้แบบแลกเปลย่ี นความคดิ (Think-Pair-
Share)
การเรียนรู้แบบแลกเปลี่ยนความคิด (Think-Pair-
Share)
การเรียนรแู้ บบแลกเปลย่ี นความคิด (Think-Pair-
Share)
สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
Heritage กระบวนการการจดั การเรยี นรรู้ ปู แบบ Active
องปัตตานี รัฐลังกาสกุ ะ Learning
วิถชี าวปตั ตานี การเรยี นรูแ้ บบแลกเปลย่ี นความคดิ (Think-Pair-
ลายมรดกทางวัฒนธรรม Share)
ลายมรดกทางวัฒนธรรม การเรยี นรแู้ บบแลกเปลย่ี นความคดิ (Think-Pair-
Share)
การเรียนรแู้ บบแลกเปลี่ยนความคิด (Think-Pair-
Share)
การเรียนรู้แบบแลกเปลี่ยนความคดิ (Think-Pair-
Share)
หลกั สตู รโรงเรยี
ท่ี รหสั วชิ า ชอ่ื วิชา ชน้ั ภาค กรอบหลักสตู ร Pattani
เรียน
5 ส22101 สังคมศกึ ษา3 ม.2 1 กรอบที่ 3 ความหลากหล
5 ส23101 สังคมศึกษา ม.3 1 กรอบที่ 1 เปดิ ประตสู เู่ มือ
7 ส23102 สงั คมศึกษา ม.3 2 กรอบที่ 3 ความหลากหล
ม.3 1 กรอบที่ 1 เปิดประตสู ู่เมือ
8 ส23103 ประวัติศาสตร์ ม.3 1 กรอบท่ี 1 เปิดประตูสเู่ มือ
9 ส23103 ประวตั ศิ าสตร์ ม.3 1 กรอบท่ี 3 ความหลากหล
10 ส23201 พระพุทธศาสนา ม.4 1 กรอบท่ี 5 ท่องเท่ียวไทยว
11 ส31101 สงั คมศึกษา ม.4 1 กรอบท่ี 1 เปดิ ประตสู ู่เมือ
12 ส31101
12 ส32101 หนา้ ทพี่ ลเมือง ม.5 1 กรอบที่ 4 สืบสานงานอาช
วัฒนธรรมและการ ม.5 1 กรอบท่ี 1 เปดิ ประตสู ูเ่ มือ
ดำเนนิ ชีวติ ในสงั คม ม.5 1 กรอบที่ 3 ความหลากหล
สงั คมศึกษา
13 ส32103 ประวตั ิศาสตร์ไทย
14 ส32202 อสิ ลามศึกษา
ยนเบญจมราชูทศิ จังหวดั ปัตตานี พุทธศักราช 2565 ในพื้นทน่ี วตั กรรมการศึกษาจังหวัดปัตตานี 24
Heritage กระบวนการการจดั การเรยี นรรู้ ูปแบบ Active
Learning
ลายมรดกทางวฒั นธรรม การเรียนรแู้ บบแลกเปลี่ยนความคดิ (Think-Pair-
Share)
องปตั ตานี รฐั ลังกาสุกะ การเรยี นรแู้ บบแลกเปลย่ี นความคิด (Think-Pair-
Share)
ลายมรดกทางวฒั นธรรม การเรียนร้แู บบแลกเปล่ยี นความคิด (Think-Pair-
องปตั ตานี รฐั ลังกาสุกะ Share)
องปัตตานี รัฐลังกาสุกะ
ลายมรดกทางวัฒนธรรม การเรียนรู้แบบรว่ มมือ (Co-operative learning)
วิถีชาวปตั ตานี
การเรียนรูแ้ บบร่วมมอื (Co-operative learning)
การเรยี นรู้แบบร่วมมอื (Co-operative learning)
การเรยี นรแู้ บบแลกเปลี่ยนความคดิ (Think-Pair-
Share)
องปัตตานี รัฐลงั กาสกุ ะ การเรยี นรแู้ บบรว่ มมอื (Co-operative learning)
ชพี จากภูมิปัญญาท้องถิ่นปัตตานี -การเรยี นรแู้ บบแลกเปลี่ยนเรียนรู้ -การเรียนรูแ้ บบ
ร่วมมือ
องปตั ตานี รัฐลงั กาสกุ ะ การเรียนรแู้ บบรว่ มมือ (Co-operative learning)
ลายมรดกทางวัฒนธรรม การเรยี นรู้แบบแลกเปล่ียนความคดิ (Think-Pair-
Share)
หลักสตู รโรงเรยี
5. การเช่ือมโยงกรอบหลักสูตร Pattani Heritage กบั รายวชิ าในกลมุ่ สาระก
ที่ รหัสวชิ า ช่อื วชิ า ชน้ั ภาค กรอบหลักสูตร Pattani
1 พ20215 ปันจักสลี ตั เรียน
ม.1 2 กรอบท่ี 3 ความหลากหล
6. การเชอ่ื มโยงกรอบหลักสตู ร Pattani Heritage กบั รายวิชาในกลุ่มสาระก
ท่ี รหัสวชิ า ช่อื วิชา ชน้ั ภาค กรอบหลักสตู ร Pattani
1 ง20101 การงานอาชพี 1 เรยี น
ม.1 2 กรอบท่ี 3 ความหลากหล
2 ง20102 การงานอาชีพ 2 ม.2 2 กรอบท่ี 4 สืบสานงานอาช
3 ง20103 การงานอาชีพ 3 ม.3 2 กรอบที่ 3 ความหลากหล
4 ง31201 การงานอาชีพ(เพิ่มเตมิ ) ม.4 1 กรอบที่ 4 สืบสานงานอาช
5 ง33201 การงานอาชีพ(เพมิ่ เตมิ ) ม.6 1 กรอบท่ี 3 ความหลากหล
ยนเบญจมราชูทิศ จังหวดั ปัตตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพ้ืนทนี่ วัตกรรมการศึกษาจังหวดั ปตั ตานี 25
การเรียนรูส้ ขุ ศึกษาและพลศึกษา
Heritage กระบวนการการจัดการเรียนรูร้ ปู แบบ Active
ลายมรดกทางวัฒนธรรม Learning
การเรยี นร้แู บบร่วมมือ (Co-operative learning)
การเรยี นรกู้ ารงานอาชพี
Heritage กระบวนการการจดั การเรยี นรู้รปู แบบ Active
Learning
ลายมรดกทางวัฒนธรรม การเรียนรแู้ บบร่วมมือ (Co-operative learning)
ชพี จากภมู ปิ ญั ญาท้องถน่ิ ปัตตานี การเรียนรู้โดยการใชแ้ ผนผงั มโนทศั น์ (Concept
mapping)
ลายมรดกทางวัฒนธรรม การเรียนรู้แบบร่วมมอื (Co-operative learning)
ชีพจากภูมปิ ัญญาทอ้ งถิน่ ปัตตานี การเรียนรู้แบบใชก้ รณีศกึ ษา (Case Study
Method)
ลายมรดกทางวฒั นธรรม การเรียนรู้แบบรว่ มมอื (Co-operative learning)
หลกั สูตรโรงเรยี
7. การเชอ่ื มโยงกรอบหลกั สูตร Pattani Heritage กับรายวชิ าในกลมุ่ สาระก
ที่ รหัสวชิ า ชื่อวิชา ชน้ั ภาค กรอบหลกั สูตร Pattani
1 ศ21101 รวมวง 5 เรียน
ม.3 1 กรอบที่ 3 ความหลากหล
2 ศ21102 ศลิ ปะ 2 ม.1 2 กรอบที่ 5 ท่องเทีย่ วไทยว
3 ศ22101 ศิลปะ 3 ม.2 1 กรอบท่ี 3 ความหลากหล
4 ศ23101 ศิลปะ 5 ม.3 1 กรอบท่ี 3 ความหลากหล
5 ศ31102 ศิลปะ 2 ม.4 2 กรอบท่ี 3 ความหลากหล
6 ศ32102 ศิลปะ 4 ม.5 2 กรอบท่ี 3 ความหลากหล
7 ศ33101 ศลิ ปะ 5 ม.6 1 กรอบท่ี 3 ความหลากหล
8 ศ33102 ศลิ ปะ 6 ม.6 2 กรอบท่ี 3 ความหลากหล
8. การเชื่อมโยงกรอบหลกั สูตร Pattani Heritage กับรายวิชาในกลมุ่ สาระก
ท่ี รหัสวิชา ชื่อวชิ า ชน้ั ภาค กรอบหลกั สตู ร Pattani
เรียน
1 อ21101 ภาษาอังกฤษ 1 ม.1 1 กรอบท่ี 1 เปิดประตสู ูเ่ มอื
ยนเบญจมราชูทิศ จงั หวดั ปัตตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพ้นื ท่นี วัตกรรมการศกึ ษาจังหวัดปตั ตานี 26
การเรยี นรู้ศลิ ปะ กระบวนการการจดั การเรียนร้รู ปู แบบ Active
Learning
Heritage การเรียนรู้แบบรว่ มมอื (Co-operative learning)
ลายมรดกทางวฒั นธรรม การเรยี นรแู้ บบร่วมมือ (Co-operative learning)
วิถชี าวปตั ตานี การเรียนรู้แบบรว่ มมือ (Co-operative learning)
ลายมรดกทางวัฒนธรรม การเรียนรู้แบบรว่ มมือ (Co-operative learning)
ลายมรดกทางวฒั นธรรม การเรยี นร้แู บบร่วมมือ (Co-operative learning)
ลายมรดกทางวฒั นธรรม การเรยี นรูแ้ บบรว่ มมอื (Co-operative learning)
ลายมรดกทางวัฒนธรรม การเรยี นรแู้ บบรว่ มมือ (Co-operative learning)
ลายมรดกทางวฒั นธรรม การเรยี นรูแ้ บบรว่ มมอื (Co-operative learning)
ลายมรดกทางวฒั นธรรม
การเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ
i Heritage กระบวนการการจดั การเรยี นรู้รปู แบบ Active
องปัตตานี รัฐลงั กาสุกะ Learning
รปู แบบการสอนภาษาเพอ่ื สือ่ สารตามธรรมชาติ
(PPP Model)
หลักสูตรโรงเรยี
ท่ี รหัสวิชา ชือ่ วิชา ชน้ั ภาค กรอบหลกั สูตร Pattani
เรียน
2 อ21102 ภาษาอังกฤษ 2 ม.1 2 กรอบที่ 4 สบื สานงานอา
ปัตตานี
3 อ22101 ภาษาองั กฤษ 4 ม.2 1 กรอบท่ี 2 ความหลากหล
4 อ22102 ภาษาอังกฤษ 4 ม.2 2 กรอบที่ 2 ความหลากหล
5 อ23101 ภาษาองั กฤษ 5
6 อ23102 ภาษาองั กฤษ 6 ม.3 1 กรอบที่ 3 ความหลากหล
7 อ31101 ภาษาองั กฤษ 1
ม.3 2 กรอบท่ี 5 ทอ่ งเที่ยวไทยว
ม.4 1 กรอบที่ 3 ความหลากหล
8 อ31102 ภาษาองั กฤษ 2 ม.4 2 กรอบท่ี 4 สบื สานงานอา
ปัตตานี
9 อ32101 ภาษาองั กฤษ 3 ม.5 1 กรอบที่ 3 ความหลากหล
10 อ32102 ภาษาอังกฤษ 4 ม.5 1 กรอบท่ี 3 ความหลากหล
11 อ33101 ภาษาองั กฤษ 5 ม.6 1 กรอบท่ี 1 เปิดประตสู ่เู มือ
12 อ33102 ภาษาอังกฤษ 6 ม.6 2 กรอบท่ี 3 ความหลากหล
13 จ32201 ภาษาจนี 4 ม.5 2 กรอบที่ 2 ความหลากหล
14 จ32202 ภาษาจนี 4 ม.5 2 กรอบท่ี 3 ความหลากหล
ยนเบญจมราชูทศิ จังหวัดปัตตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพนื้ ทีน่ วตั กรรมการศึกษาจังหวัดปัตตานี 27
i Heritage กระบวนการการจัดการเรียนรู้รปู แบบ Active
าชพี จากภมู ิปญั ญาทอ้ งถนิ่ Learning
จัดการเรยี นร้โู ดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้
ลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ (inquiry process)
ลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ การเรยี นร้เู นน้ ทักษะกระบวนการคิด (Thinking
ลายมรดกทางวัฒนธรรม Based Learning)
วิถีชาวปัตตานี
ลายมรดกทางวัฒนธรรม การเรียนรแู้ บบร่วมมือ (Co-operative learning)
าชพี จากภูมปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ
การเรียนรูแ้ บบรว่ มมอื (Co-operative learning)
ลายมรดกทางวัฒนธรรม
การเรยี นรู้แบบร่วมมอื (Co-operative learning)
ลายมรดกทางวฒั นธรรม
การเรียนรู้แบบร่วมมือ (Co-operative learning)
องปตั ตานี รฐั ลงั กาสกุ ะ
ลายมรดกทางวัฒนธรรม จัดการเรยี นรูโ้ ดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้
ลายทางชวี ภาพและระบบนเิ วศ (inquiry process)
ลายมรดกทางวัฒนธรรม การเรยี นรเู้ ชงิ ประสบการณ์ (Experiential
Learning)
การเรยี นรเู้ ชงิ ประสบการณ์ (Experiential
Learning)
จัดการเรยี นรู้โดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้
(inquiry process)
การเรียนร้แู บบรว่ มมือ (Co-operative learning)
การเรียนร้แู บบรว่ มมอื (Co-operative learning)
การเรยี นรแู้ บบรว่ มมือ (Co-operative learning)
หลกั สตู รโรงเรยี
ที่ รหัสวิชา ช่ือวชิ า ชน้ั ภาค กรอบหลักสตู ร Pattani
15 ญ33201 ภาษาญปี่ ุน่ 5 เรยี น
16 ต31201 ภาษาเกาหลี 1
ม.6 1 กรอบท่ี 1 เปิดประตสู ูเ่ มอื
ม.4 1 กรอบที่ 3 ความหลากหล
9. การเชอ่ื มโยงกรอบหลกั สตู ร Pattani Heritage กับรายวิชาในกิจกรรมแน
ท่ี รหัสวิชา ชอ่ื วชิ า ชัน้ ภาค กรอบหลักสูตร Patt
เรียน
1 ก33902 แนะแนว
2 ก33902 แนะแนว กรอบที่ 4 สบื สานงาน
3 ก33902 แนะแนว
ม.6 1 ท้องถนิ่ ปัตตานี
กรอบท่ี 4 สืบสานงาน
ม.5 1 ทอ้ งถน่ิ ปัตตานี
กรอบที่ 4 สืบสานงาน
ม.3 1 ทอ้ งถิ่นปัตตานี
ยนเบญจมราชูทศิ จงั หวัดปตั ตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพืน้ ทน่ี วตั กรรมการศกึ ษาจงั หวดั ปตั ตานี 28
i Heritage กระบวนการการจัดการเรียนรูร้ ปู แบบ Active
องปตั ตานี รฐั ลังกาสุกะ Learning
ลายมรดกทางวฒั นธรรม การเรยี นรู้แบบรว่ มมือ (Co-operative learning)
การเรียนรูแ้ บบรว่ มมอื (Co-operative learning)
นะแนว กระบวนการการจัดการเรยี นรู้รปู แบบ
tani Heritage Active Learning
นอาชีพจากภูมิปญั ญา การเรยี นรู้แบบทบทวนโดยผเู้ รียน
นอาชพี จากภมู ปิ ญั ญา (Student-led Review Sessions)
นอาชีพจากภูมิปญั ญา การเรยี นรแู้ บบทบทวนโดยผ้เู รียน
(Student-led Review Sessions)
การเรยี นร้แู บบทบทวนโดยผู้เรียน
(Student-led Review Sessions)
หลักสตู รโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จงั หวดั ปัตตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพื้นท่ีนวัตกรรมการศึกษาจงั หวดั ปตั ตานี 29
โครงสร้างหลกั สูตรกลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
โรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จงั หวัดปัตตานี
ท่มี กี ารเช่ือมโยงกรอบหลกั สตู ร PATTANI HERITAGE ม.ต้น
หลกั สตู รโรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จงั หวัดปัตตานี พุทธศักราช 2565 ในพืน้ ทนี่ วัตกรรมการศกึ ษาจงั หวัดปัตตานี 30
คำอธบิ ายรายวิชา
ท 21102 ภาษาไทย 2 กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ชั่วโมง
จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
กรอบหลกั สูตร Pattani Heritage ทม่ี ีการเช่ือมโยง กรอบท่ี 5 ทอ่ งเทยี่ วไทย วิถชี าวปตั ตานี
คำอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษาและฝึกอา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ และบทร้อยกรองได้ถูกต้องเหมาะสมกับเร่ืองท่อี ่านจับใจความ
สำคัญจากเรื่องที่อ่าน ระบุเหตุและผล และข้อเท็จจริงกับข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน ระบุและอธิบายคำ
เปรียบเทยี บและคำที่มหี ลายความหมายในบรบิ ทต่าง ๆ จากการอา่ น วเิ คราะห์คุณค่าทไ่ี ดร้ ับจากการอ่านงาน
เขียนอยา่ งหลากหลายเพ่อื นำไปใช้แกป้ ญั หาในชวี ติ มมี ารยาทในการอ่าน
เขียนสื่อสารโดยใช้ถ้อยคำถกู ต้อง ชัดเจน เหมาะสมและสละสลวย เขียนบรรยาย ประสบการณ์โดย
ระบุสาระสำคัญและรายละเอียดสนับสนุน เขียนเรียงความ เขียนย่อความจากเรื่องที่อ่าน เขียนแสดงความ
คิดเหน็ เก่ียวกับสาระจากสื่อท่ไี ดร้ บั เขยี นจดหมายสว่ นตวั และจดหมายกิจธุระ เขยี นรายงานการศึกษาค้นคว้า
และโครงงาน มมี ารยาทในการเขียน
พูดสรุปใจความสำคัญของเรื่องที่ฟังและดู พูดแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์เกี่ยวกับเรื่องที่ฟงั
และดู พูดรายงานเร่ืองหรอื ประเด็นทีศ่ ึกษาค้นควา้ จากการฟัง การดูและการสนทนา มมี ารยาทในการฟังการดู
และการพดู
อธิบายลักษณะของเสียงในภาษาไทย สร้างคำในภาษาไทย วิเคราะหค์ วามแตกต่างของภาษาพูดและ
ภาษาเขยี น แตง่ บทรอ้ ยกรองแนะนำการทอ่ งเท่ยี วไทยวถิ ปี ตั ตานีพพิ ิธภัณฑเ์ จ้าแม่ลิม้ กอเหนี่ยว จำแนกและใช้
สำนวนท่ีเปน็ คำพงั เพยและสภุ าษติ
สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอ่าน วิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรมที่อา่ นพร้อมยกเหตุผล
ประกอบ อธบิ ายคุณคา่ ของวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอ่าน สรปุ ความรแู้ ละขอ้ คดิ จากการอ่านเพื่อประยุกต์ใช้
ในชวี ิตจรงิ ทอ่ งจำบทอาขยานตามทก่ี ำหนดและบทร้อยกรองท่ีมีคณุ ค่าตามความสนใจ
ทั้งนี้เพื่อให้นักเรียนมีสมรรถนะด้านความสามารถในการสื่อสาร การคิด การใช้ทักษะชีวิตการ
แก้ปัญหา และการใช้เทคโนโลยี รวมทั้งคุณลักษณะอันพึ่งประสงค์ด้านความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์
สจุ รติ มวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ อยอู่ ย่างพอเพียง มุ่งม่นั ในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย และมีจติ สาธารณะ
มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ท1.1 ม.1/2,3,4,8
ท2.1 ม.1/1,2,3,5,9
ท3.1 ม.1/1,3
ท4.1 ม.1/1,2,6
ท5.1 ม.1/1,2,3,4
รวมท้งั หมด 18 ตัวชี้วัด
หลักสตู รโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จังหวัดปตั ตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพืน้ ท่นี วัตกรรมการศึกษาจงั หวดั ปตั ตานี 31
โครงสร้างรายวิชา
โครงสร้างรายวชิ าภาษาไทยพน้ื ฐาน รหสั วชิ า ท 21102 ภาคเรยี นที่ 2
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 1 เวลา 60 ชัว่ โมง จำนวน 1.5 หน่วยกติ
อตั ราส่วน 70:30
มาตรฐาน เวลา นำ้ หนกั
หนว่ ย ชื่อหน่วย การเรยี นรู้/ สาระสำคญั (คาบ) คะแนน
ท่ี ตัวชว้ี ัด/ผล
การเรียนรู้
1. ราชาธิราช ท1.1 ราชาธิราชเปน็ พงศาวดารของมอญ ไทย 20 20
ม.1/1,ม.1/2 นำมาแปลในสมัยรัชกาลท่ี 1 มีเร่อื งราว
ม.1/4,ม.1/9 เก่ียวกบั การทำสงครามระหวา่ งมอญและพมา่ มี
ท2.1 เนอื้ ความให้ขอ้ คิดและโวหารสละสลวยเปน็
ม.1/1,ม.1/2 แบบฉบบั การเขียนรอ้ ยแกว้ ทด่ี ี
ม.1/3,ม.1/5
ม.1/9
ท3.1
ม.1/1,ม.1/3
ท4.1
ม.1/3,ม.1/4
ท5.1
ม.1/1,ม.1/2
ม.1/3,ม.1/4
ม.1/5
2. กาพยเ์ หช่ ม ท1.1 กาพยเ์ ห่ชมเครือ่ งคาวหวานเปน็ บทพระราช 20 20
เคร่อื งคาว ม.1/1,ม.1/2 นพิ นธใ์ นพระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหลา้
หวาน ม.1/4,ม.1/5 นภาลยั ซงึ่ พรรณนาเก่ียวกบั อาหารที่สามารถ
ม.1/8 สรา้ งสีสันและรสชาติไดอ้ ย่างน่าลิ้มลอง
ท2.1 สะท้อนวัฒนธรรมด้านอาหารไทยได้เปน็ อย่างดี
ม.1/2,ม.1/6 แสดงถงึ พระปรีชา สามารถของพระองค์ในการ
ท3.1 พรรณนาให้ได้อรรถรส วรรณคดเี รอ่ื งนี้จงึ มักจะ
ม.1/5,ม.1/6 ถกู นำมากลา่ วอ้างองิ ในตำราอาหารไทยอยู่
ท4.1 เสมอ
ม.1/1,
หลักสูตรโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จงั หวัดปตั ตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพื้นทน่ี วัตกรรมการศึกษาจังหวัดปตั ตานี 32
มาตรฐาน เวลา นำ้ หนัก
หนว่ ย ชื่อหน่วย การเรียนร/ู้ สาระสำคญั (คาบ) คะแนน
ท่ี ตัวช้ีวัด/ผล
การเรียนรู้
ท5.1
ม.1/3,ม.1/4
ม.1/5
3. นทิ าน ท1.1 นิทานพื้นบา้ นเปน็ ภมู ปิ ญั ญาทางภาษาอย่าง 20 20
พ้ืนบา้ น
ม.1/1,ม.1/2 หนง่ึ ทีเ่ ลา่ สืบต่อกันมาในทอ้ งถิน่ โดยมี
ม.1/3 จดุ ประสงคเ์ พือ่ ความเพลิดเพลนิ เปน็ หลัก
ท2.1 นทิ านพ้นื บ่บ้านจะสอดแทรกวิถชี ีวติ ความเชอื่
ม.1/1,ม.1/3 ขนบธรรมเนียม ประเพณีต่างๆ ของท้องถ่ิน
ม.1/5 นั้นๆ ซง่ึ ทำให้นทิ านพ้นื บ้านของแตล่ ะทอ้ งถ่ิน
ท3.1 มีเอกลกั ษณ์เฉพาะถนิ่ โดยการแต่งบทรอ้ ย
ม.1/4 กรองแนะนำการท่องเทีย่ วไทยวถิ ปี ัตตานี
ท4.1 พพิ ิธภณั ฑเ์ จ้าแม่ลิม้ กอเหน่ยี ว
ม.1/2,ม.1/5
ม.1/6
ท5.1
ม.1/2,ม.1/3
ม.1/4
ท1.1 ม.1/2 สอบกลางภาค 2 10
ท4.1 ม.1/6
สอบปลายภาค 2 30
ท1.1 ม.1/2,3,4,8
ท4.1 ม.1/1,2,6
ท5.1 ม.1/1,2,3,4
รวม 60 100
หลกั สตู รโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จงั หวดั ปตั ตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพืน้ ท่ีนวัตกรรมการศึกษาจงั หวดั ปตั ตานี 33
คำอธิบายรายวชิ า
ท 22102 ภาษาไทย 4 กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ช่ัวโมง
จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต
กรอบหลักสูตร Pattani Heritage ทีม่ ีการเช่ือมโยง กรอบที่ 5 ท่องเที่ยวไทย วิถชี าวปตั ตานี
คำอธบิ ายรายวิชา
ศึกษาร้อยแก้ว ร้อยกรอง การจับใจความ การสรุปความ การอธิบายเรื่อง การเขียน ผังความคิด
อภิปรายแสดงขอ้ คดิ เห็นและโต้แยง้ การวิเคราะห์ขอ้ เท็จจรงิ ขอ้ คิดจากบทความ การวิเคราะหค์ วามน่าเชื่อถือ
ของข่าวสาร การระบุข้อสงั เกตการณ์ชวนเช่ือ การโน้มนา้ วหรือความสมเหตุสมผลของงานเขียน การประเมิน
คุณค่าหรือแนวคิดของเรื่อง การคัดลายมือการเขียนบรรยายหรือพรรณนา การเขียนเรียงความ การทำ
โครงงาน การเขียนวิเคราะหว์ จิ ารณ์ การเขยี นแสดงความคดิ เห็นและโตแ้ ย้ง การพดู สรปุ ใจความสำคญั การพูด
วิเคราะห์วิจารณ์ การพูดรายงาน การพูดอวยพร ประโยคความรวมและประโยคความซ้อน การแต่งกลอน
สุภาพ รวบรวมและอธิบายคำภาษาต่างประเทศ สรุปเนื้อหาวรรณคดี อธิบายคุณค่า สรุปข้อคิด ท่องจำบท
อาขยาน นำไปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตประจำวนั
โดยใช้ทักษะกระบวนการทางภาษา ฟัง ดู อ่าน เขียนเพื่อฝึกทักษะการอ่านออกเสียง จับใจความ
สำคัญ วิเคราะห์ อภิปรายแสดงความคิดเห็น โต้แย้ง จำแนก ระบุข้อสังเกตและความสมเหตุสมผล เขียน
บรรยาย เขียนพรรณนา เขียนเรียงความ เขียนจดหมายกิจธุระ พูดในโอกาสต่าง ๆ เช่น พูดโน้มน้าวเก่ียวกับ
การท่องเที่ยวไทย วิถีชาวปัตตานี พูดอวยพร พูดโฆษณา วิเคราะห์ประโยค รวบรวมและอธิบายความหมาย
ของคำภาษาต่างประเทศที่ใชใ้ นภาษาไทย การสรุปเนื้อหาวรรณคดี การวิเคราะห์คุณค่าและการนำความรู้ไป
ใชใ้ นชีวิตประจำวัน
เพื่อใหเ้ กิดความรู้ ความเข้าใจทกั ษะกระบวนการทางภาษาไดอ้ ยา่ งถูกต้องเหมาะสม อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ มี
นสิ ัยรักการอ่าน มมี ารยาทในการอ่าน การเขยี น การฟงั ดแู ละการพูดและเหน็ คุณค่าของวรรณคดีวรรณกรรม
ไทย เกิดความสามารถในการคดิ ความสามารถในการสอ่ื สาร ความสามารถในการแก้ปญั หา ความสามารถใน
การใชเ้ ทคโนโลยี และความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ ได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วดั
ท 1.1 ม.2/1,2,3,4,5,6,7,8
ท.2.1 ม.2/1,2,3,5,8
ท.3.1 ม.2/1,2,3,4,5,6
ท.4.1 ม.2/2,3,4,5
ท.5.1 ม.2/1,2,3,4,5
รวม 29 ตัวชวี้ ัด
หลักสูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จังหวดั ปัตตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพ้ืนทนี่ วัตกรรมการศกึ ษาจงั หวดั ปัตตานี 34
โครงสรา้ งรายวชิ า
โครงสรา้ งรายวิชาภาษาไทยพ้นื ฐาน รหสั ท 22102 ภาคเรยี นที่ 2
กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ระดบั ชนั้ ม. 2 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
อัตราสว่ น 70 : 30
กรอบหลักสูตร Pattani Heritage ทม่ี กี ารเชอื่ มโยงกรอบที่ 5 ทอ่ งเทย่ี วไทยวิถีชาวปตั ตานี
หนว่ ย ชื่อหน่วย มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด สาระสำคัญ เวลา น้ำหนัก
ท่ี การเรียนรู้ ช่วั โมง คะแนน
1 กาพย์ห่อโคลง
ประพาสธาร ท 1.1 ม.2/1,7,8 กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดงเป็นพระ 20 20
ทองแดง
ท 2.1 ม.2/1,8 นิพนธ์ของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศรไชยเชษฐ์สุริยวงศ์ ธาร
ท 3.1 ม.2/1,2,3,6 ทองแดงเป็นชื่อสถานที่ซึ่งใช้เป็นที่ประทับอยู่ใน
ท 4.1 ม.2/1 จังหวดั สระบรุ ี วรรณคดเี รื่องน้ีแต่งโดยใช้คำประพันธ์
ท 5.1 ม.2/1,2,3,4 ประเภทกาพย์ห่อโคลง โดยใช้กาพย์ยานี 1 บท เป็น
บทต้น แล้วแต่ง โคลงสี่สุภาพ 1 บท ให้เนื้อความ
เหมือน กาพย์ยานี เนื้อเรื่องมลี ักษณะเหมือนสารคดี
ชีวิตสัตว์และธรรมชาติ กอปรไปด้วยความงาม ทาง
ภาษาที่ยากจะหาเรื่องอ่ืนมาทดั เทียมได้
สาระการเรยี นรู้
- การอ่านออกเสียงบทรอ้ ยกรองในวรรณคดี
- ฉนั ทลกั ษณก์ าพย์ยานี 11 และโคลงสี่สุภาพ
ลกั ษณะของกาพย์หอ่ โคลง
- สรปุ เน้ือหาวรรณคดี
- วเิ คราะห์คณุ ค่าวรรณคดี
- สรปุ ความรูแ้ ละขอ้ คิดจากการอ่านเพ่อื ประยุกต์ใช้
ในชีวิตจริง
หลกั สูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จงั หวัดปตั ตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพืน้ ทน่ี วตั กรรมการศกึ ษาจังหวดั ปัตตานี 35
หนว่ ย ชอ่ื หน่วย มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั
ท่ี การเรียนรู้ ชั่วโมง คะแนน
2 โคลงสภุ าษิตพระ ท 1.1 ม.2/1,7,8 โคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์ โคลงสุภาษิต 20 20
ราชนิพนธ์ ท 2.1 ม.2/2,8 นฤทุมนาการและโคลงสุภาษิตอิศปปกรณำ เปน็ พระ
พระบาทสมเด็จ ท 3.1 ม.2/1,2,3,6 ราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
พระจลุ จอมเกล้า ท 4.1 ม.2/1 เจ้าอยู่หัว เนื้อหาของโคลงสุภาษิต ทั้ง 3 เรื่อง
เจา้ อยหู่ ัว ท 5.1 ม.2/1,2,3 เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต ซึ่ง นักเรียนสามารถ
นำไปใช้ประโยชน์ในชีวติ จริงได้เป็นอย่างดี ถ้อยคำท่ี
ทรงใช้ในบทโคลงเป็น ถ้อยคำง่าย ๆ ที่มีความหมาย
ชัดเจน ซึ่งนักเรียนสามารถเข้าใจความหมายของ
โคลงไดต้ ามวยั และความสามารถในการอา่ น
สาระการเรียนรู้
- การอ่านออกเสียงบทร้อยกรองในวรรณคดี
- สรปุ เนอ้ื หาวรรณคดจี ากเรื่อง โคลงสภุ าษิต
- อธิบายคณุ ค่าวรรณคดี
- สรุปความร้แู ละข้อคิดจากการอ่านเพ่ือประยกุ ต์ใช้
ในชีวิตจริง
- วิเคราะห์เรือ่ งทฟี่ ังและดูนำขอ้ คิดมาใชใ้ น
ชีวติ ประจำวัน
3 กลอนดอกสรอ้ ย ท 1.1 ม.2/1,2,8 กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า เป็นงาน 20 20
รำพึงในปา่ ช้า ท 2.1 ม.2/5 ประพันธ์ของพระยาอุปกิตศิลปสาร ซึ่งท่านได้เรียบ
ท 3.1 ม.2/3 เรียงจากบทกวีนิพนธ์ภาษาอังกฤษเรื่อง Elegy
ท 4.1 ม.2/2 Written in a Country Churchyard ข อ ง ท อ มัส
ท 5.1 ม.2/1,4 เกรย์ เนื้อหาของเรื่องแสดงปรัชญาชีวิต เรื่องความ
ตาย ซึ่งพระยาอุปกิตศิลปสาร สามารถถ่ายทอดบท
กวีดังกล่าวให้สอดคล้องกับธรรมเนียมไทยได้อย่างดี
ย่ิง
สาระการเรยี นรู้
- ประโยคสามัญ
- ประโยครวม
- ประโยคซ้อน
หลักสตู รโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวดั ปตั ตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพื้นทีน่ วัตกรรมการศึกษาจงั หวัดปัตตานี 36
หนว่ ย ชอ่ื หน่วย มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั
ท่ี การเรียนรู้ ชว่ั โมง คะแนน
- การพูดในโอกาสต่าง ๆ
- การพูดโน้มน้าว ทำความเข้าใจด้านการ
ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และเชิงนิเวศ
ตลอดจนวิถชี ีวิตชมุ ชน ไดแ้ ก่ ชมุ ชนเกา่ กอื ดาจนิ อ วัด
ช้างให้ พิพิธภัณฑ์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว หาดแฆแฆ
หาดตะโละกาโปร์ หาดวาสุกรี เพื่อพัฒนาเป็น
นวัตกรรมการศึกษาสู่การเผยแพร่ในรูปแบบดิจิตัล
(TikTok ,YouTube, Facebook และ Video)
- การพูดอวยพร
- การพดู แสดงความยนิ ดี
- การแตง่ กลอนดอกสรอ้ ย
- สรปุ เน้อื หาวรรณคดี
- วเิ คราะห์เน้ือหาวรรณคดี
- วิเคราะห์คุณค่าท่ไี ด้จากการอา่ นอยา่ งหลากหลาย
เพอ่ื นำไปใช้ในชีวติ ประจำวนั
- สรุปความร้แู ละขอ้ คิดจากการอา่ น
เพื่อประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง
สอบกลางภาค 2 10
สอบปลายภาค 2 30
รวม 60 100
หลักสตู รโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จังหวัดปัตตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพ้นื ทีน่ วัตกรรมการศึกษาจงั หวัดปตั ตานี 37
คำอธบิ ายรายวชิ า
ท23101 ภาษาไทย 5 กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ระดับช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ช่ัวโมง
จำนวน 1.5 หน่วยกิต
กรอบหลักสูตร Pattani Heritage กรอบท่ี 4 สืบสานงานอาชีพจากภูมิปญั ญาทอ้ งถ่ินปัตตานี
คำอธิบายรายวิชา
อ่านออกเสียงบทรอ้ ยแก้วและบทรอ้ ยกรองเป็นทำนองเสนาะไดถ้ กู ต้อง เขา้ ใจความหมายโดยตรงและ
ความหมายโดยนยั จับใจความสำคัญและรายละเอยี ดของสิ่งที่อ่าน แสดงความคิดเหน็ และข้อโต้แยง้ เกี่ยวกับ
เร่ืองทีอ่ า่ น และเขยี นกรอบแนวความคิด ผังความคดิ ยอ่ ความ เขียนรายงานจากสิง่ ท่ีอ่านได้ วิเคราะห์ วิจารณ์
อยา่ งมีเหตผุ ล ลำดบั ความอย่างมีข้ันตอนและความเปน็ ไปได้ของเรื่องท่ีอ่าน รวมทั้งประเมนิ ความถูกต้องของ
ข้อมูลที่ใช้สนับสนุนจากเรื่องที่อ่าน โดยใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสิน
แก้ปัญหาในการดำเนนิ ชีวิต และมนี สิ ยั รกั การอา่ น
เขียนส่ือสารดว้ ยลายมือท่ีอ่านง่าย ชัดเจน ใช้ถ้อยคำได้ถกู ตอ้ งเหมาะสมตามระดับภาษา ตา่ งๆ เขียนย่อความ
จดหมายกิจธุระ เขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความรู้ ความคิด หรือโต้แย้งอย่างมีเหตุผล เขียนรายงาน
การศึกษาค้นคว้าและเขียนโครงงานโดยใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียง ย่อความ และเขียน
เรอ่ื งราวในรูปแบบต่างๆ เขยี นรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นควา้ อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
พูดแสดงความคิดเห็น วิเคราะห์ วิจารณ์ ประเมินสิ่งที่ได้จากการฟังและการดู นำข้อคิดไปประยุกต์ใช้ใน
ชีวติ ประจำวัน พูดรายงานเร่อื งจากการศกึ ษาค้นคว้าสืบสานงานอาชพี จากภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่ินหรือประเด็นท่ีได้
จากการศึกษาค้นควา้ อย่างเปน็ ระบบมีศิลปะในการพูด พดู ในโอกาสต่างๆ ไดต้ รงตามวัตถปุ ระสงค์
จำแนกและใช้คำภาษาต่างประเทศที่ใช้ในภาษาไทย วิเคราะห์ความแตกต่างในภาษาพูด ภาษาเขียน
โครงสร้างของประโยครวม ประโยคซ้อน ลักษณะภาษาที่เป็นทางการ กึ่งทางการ และไม่เป็นทางการ โดย
เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทาง
ภาษา และรักษาภาษาไวเ้ ป็นสมบตั ขิ องชาติ
สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน วิเคราะห์ตัวละครสำคัญ วิถีชีวิตไทย และคุณค่าที่ได้รับจาก
วรรณคดี วรรณกรรม และบทอาขยาน พร้อมทง้ั สรปุ ความรู้ ข้อคดิ เพอ่ื นำไปประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตจริง
ทั้งนี้เพื่อให้นักเรียนมีคุณลักษณะประสงค์ด้านความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้
อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการทำงาน รกั ความเป็นไทย และมจี ิตสาธารณะ