The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by abdulloh.w, 2022-08-10 05:28:42

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดปัตตานี

หลักสูตร pattani heritage 10-8-65

หลักสูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จังหวดั ปัตตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพื้นที่นวตั กรรมการศกึ ษาจงั หวดั ปตั ตานี 38

มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ท 1.1 ม 3/1, 2, 7, 9, 10
ท 2.1 ม 3/1, 2, 4, 5
ท 3.1 ม 3/1, 3, 4, 6
ท 4.1 ม 3/1, 2, 3
ท 5.1 ม 3/1, 2, 3

รวมทั้งหมด 19 ตัวชี้วัด

หลักสตู รโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จังหวัดปตั ตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพื้นทีน่ วัตกรรมการศกึ ษาจงั หวดั ปัตตานี 39

โครงสร้างรายวชิ า

โครงสรา้ งรายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน รหัส ท 23101 ภาคเรียนที่ 1
จำนวน 1.5 หน่วยกิต
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ระดบั ช้ัน ม. 3 เวลา 60 ชั่วโมง

อัตราส่วน 70 : 30

หน่วย ชือ่ หน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนัก
ท่ี เรยี นรู้ เรยี นร/ู้ ตวั ชวี้ ัด (ช่ัวโมง) คะแนน

1 บทละครพดู ท 1.1 การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว 20 20

เร่อื งเห็นแกล่ กู ม.3/1, ม.3/2, นอกจากจะมีมารยาทการอ่านแล้ว
ต้องคำนึงองค์ประกอบต่างๆ เช่น
ม.3/7,ม.3/10 บุคลิกภาพขณะอ่าน อ่านคำได้

ท 2.1 ถูกต้องตามอักขรวิธี อ่านคล่องลื่น
ไหลไม่ตะกุกตะกัก เว้นวรรคถูกต้อง
ม.3/1, ม.3/4 อ ่ า น ไ ม ่ ต ก เ ต ิ ม ห ร ื อ ต ู ่ ตั ว
ท 3.1

ม.3/1

ท 4.1

ม.3/1

ท 5.1

ม.3/1, ม.3/2,

ม.3/3

2 นทิ านคำกลอน ท 1.1 การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง 20 20
เรอ่ื ง พระอภยั ม.3/1 ต้องคำนึงถึงองค์ประกอบตา่ งๆ ได้แก่
มณี ท 2.1 ท่วงทำนองถูกต้องไม่ผิดเพี้ยน ออก
เสียงคำชัดเจน อ่านถูกต้องตาม
ม.3/2 อักขรวิธี เว้นวรรคถูกต้อง และ
ท 3.1 น ้ ำ เ ส ี ย ง ไ พ เ ร า ะ น ่ า ฟั ง
หากอา่ นออกเสยี งเปน็ กล่มุ (หม)ู่ ต้อง
ม.3/3 คำนึงด้านความพร้อมเพรยี งด้วย

ม.3/6

หลักสตู รโรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จังหวัดปัตตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพ้ืนทีน่ วัตกรรมการศกึ ษาจังหวดั ปตั ตานี 40

หน่วย ชื่อหนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนัก
ท่ี เรียนรู้ เรยี นรู/้ ตัวชว้ี ัด (ชวั่ โมง) คะแนน

ท 4.1

ม.3/2

ท 5.1

ม.3/1, ม.3/2,

ม.3/3, ม.3/4

3 พระบรม ท 1.1 การเขียน จดหมายกิจธุระมี 18 18
ราโชวาท กลวิธี ดังนี้ คือ มีข้อความชัดเจน
ม.3/3, ม.3/9 เข้าใจง่าย ถูกต้องตามลักษณะการใช้
ท 2.1 ภาษา และความนิยม มีความสุภาพ
ให้เกียรติผู้รับจดหมาย และมี
ม.3/5 มารยาทอันดีงาม เขียนตาม
ท 3.1 แบบฟอร์มที่ เป็นที่ยอมรับกันทั่วไป
เขียนด้วยลายมือสะอาด ประณีต
ม.3/4 เรียบร้อย ควรใช้กระดาษสีขาว

ท 4.1

ม.3/1, ม.3/3

ท 5.1

ม.3/1, ม.3/2,

ม.3/3

4 เรือ่ ง การทำ ท 3.1 การพูดรายงานจากการศึกษา(โนม้ 2 2
ลวดลายเรอื กอ ม 3/3 น้าวใจให้ผ้ฟู ังมีความสนใจศกึ ษา
และ เกยี่ วกบั เร่ืองการทำลวดลายเรอื กอ
ม 3/6 และ) คน้ ควา้ เกยี่ วกบั ภูมิปัญญา
ทอ้ งถ่ินการทำลวดลายเรือกอและ
เพือ่ สบื สาน งานอาชพี ด้านหัตถศลิ ป์
และหตั กรรม เพือ่ พฒั นาเปน็

หลกั สตู รโรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จังหวดั ปตั ตานี พุทธศักราช 2565 ในพน้ื ท่นี วตั กรรมการศกึ ษาจังหวดั ปัตตานี 41

หนว่ ย ชื่อหน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั
ท่ี เรยี นรู้ เรียนร/ู้ ตวั ชี้วัด (ช่ัวโมง) คะแนน

นวัตกรรมการศกึ ษาสู่การเผยแพร่ใน
รปู แบบดจิ ิทลั

-ชน้ิ งาน

-ศึกษาจากแหล่งเรียนรทู้ ี่ผลิตเรือกอ
และ

-ต่อยอดความคดิ สร้างสรรค์จาก
ลวดลายเรือกอและไปสู่ ผลติ ภัณฑ์
อื่นๆ (ต่อยอดเปน็ แนวคดิ )

-การสอนแบบ โปรเจตเบส

-มีนวตั กรรมมารองรับ เช่น ยูทปู
(เพือ่ พูดโนม้ น้าวให้ผ้ฟู ังมีความสนใจ
ในเรอื กอและในการประกอบอาชพี )

-โน้มนา้ วความเป็นพลเมืองสู่สงั คมยุค
ดจิ ทิ ัล ซิตีเ้ ซนท์ (ลดอคตคิ วามเหลอื่ ม
ล้ำในการประกอบอาชพี )

ท 4.1 ม. 3/1 สอบกลางภาค 2 10

ท 5.1 ม. 3/1, ม. 3/2, ม. 3/3

ท 4.1 ม. 3/1 สอบปลายภาค 2 30
ท 5.1 ม. 3/1, ม. 3/2, ม. 3/3

รวม 60 100

หลกั สูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จงั หวดั ปตั ตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพนื้ ทน่ี วตั กรรมการศึกษาจังหวัดปตั ตานี 42

โครงสรา้ งหลักสตู รกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
โรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จงั หวดั ปตั ตานี

ทีม่ ีการเชื่อมโยงกรอบหลกั สตู ร PATTANI HERITAGE
ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

หลักสูตรโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จังหวัดปตั ตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพ้นื ทนี่ วตั กรรมการศกึ ษาจงั หวดั ปัตตานี 43

คำอธิบายรายวิชา

ท 31101 ภาษาไทย 1 กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย

ระดับช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ช่ัวโมง

จำนวน 1.0 หน่วยกติ

กรอบหลกั สตู ร PATTANI HERITAGE กรอบท่ี 3 ความหลากหลายมรดกทางวัฒนธรรม

คำอธบิ ายรายวชิ า
ฝึกทักษะการอ่าน การฟัง การดู การพูด การเขียน การวิเคราะห์ และการประเมินค่าวรรณคดี

วรรณกรรม โดยศึกษาเกี่ยวกับการอ่านออกเสียง การรับสารและการส่งสารด้วยการอ่านตีความ วิเคราะห์
วิจารณ์เรื่องที่อ่านอย่างมีเหตุผลฝึกทักษะการเขียนบันทึกความรู้ เขียนเรียงความ เขียนรายงานทางวิชาการ
เกี่ยวกับมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นบนความหลากหลายของมรดกวัฒนธรรม ย่อความ จดหมาย เขียนอธิบาย
อธบิ ายธรรมชาติและพลังของภาษา และบอกลักษณะของภาษาไทยไดอ้ ย่างมีหลกั การ

วิเคราะห์และประเมินค่าข้อคิดจากวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน ท่องจำบทอาขยานและบทร้อย
กรอง ทีม่ คี ณุ คา่ ตามทก่ี ำหนดและตามความสนใจ โดยการใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการฟงั การดู และการ
พูด กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร สร้างสรรค์ความรู้และขอ้ คดิ เพ่ือนำไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหาในการดำเนนิ
ชวี ิต เพ่ือใหเ้ ขา้ ใจธรรมชาติของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา แสดงความคิดเหน็ อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์และ
ประเมินค่าวรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็นคุณค่า และนำมาประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตจริง มมี ารยาทในการพูด
การเขียน การอ่าน การฟงั การดู รักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ขิ องชาติ และมีนิสัยรกั การอา่ น

มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชวี้ ัด
ท 1.1 ม 4/1, 3, 6, 8, 9
ท 2.1 ม 4/1, 2, 7, 8
ท 3.1 ม 4/1, 2
ท 4.1 ม 4/3, 5, 6
ท 5.1 ม 4/1, 6

รวมท้ังหมด 16 ตัวชีว้ ัด

หลักสตู รโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวดั ปตั ตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพนื้ ท่ีนวัตกรรมการศกึ ษาจังหวัดปตั ตานี 44

โครงสร้างรายวิชา

รายวชิ า ภาษาไทยพ้ืนฐาน 1 รหสั วชิ า ท 31101 ภาคเรยี นที่ 1 กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย

ระดับช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 4 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต

อตั ราสว่ น 70:30

ใช้กรอบหลกั สตู ร PATTANI HERITAGE กรอบท่ี 3 ความหลากหลายมรดกทางวัฒนธรรม

หนว่ ย ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนัก
ท่ี เรยี นร/ู้ (ชั่วโมง) คะแนน
ตัวชี้วัด

1 นมสั การมาตาปิตุคุณ ท1.1/1/3/6 การอา่ น 10 20

และนมัสการอาจรยิ คุณ ท2.1/3 1.การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง

ท3.1/1/3 2.การวเิ คราะห์วจิ ารณเ์ รอ่ื งทอ่ี ่านใน

ท4.1/1 ทกุ ดา้ นอยา่ งมเี หตุผล

ท5.1/1 3.การตอบคำถามจากการอา่ น

การเขียน

4. เขยี นเรียงความ

การฟังการดูและการพูด

5. สรปุ แนวคดิ และแสดงความ

คิดเห็น

6. ประเมนิ เรอื่ งทฟ่ี ังและดูแลว้

กำหนดแนวทางนำไปประยกุ ต์ใชใ้ น

การดำเนนิ ชีวิต

หลกั การใช้ภาษาไทย

7.ธรรมชาตขิ องภาษา

8.พลงั ของภาษา

วรรณคดีและวรรณกรรม

9.หลกั การวเิ คราะหแ์ ละวิจารณ์

วรรณคดแี ละวรรณกรรมเบื้องต้น

10. บทอาขยานและบทร้อยกรองท่มี ี

คณุ ค่า

2 อเิ หนาตอนศกึ ท1.1/ 1/2/6 การอา่ น 12 30

กะหมงั กหุ นงิ /8 1.การอ่านออกเสียงบทรอ้ ยกรอง

ท2.1/6

หลกั สูตรโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จังหวัดปตั ตานี พุทธศักราช 2565 ในพ้นื ที่นวตั กรรมการศกึ ษาจงั หวัดปตั ตานี 45

หนว่ ย ช่อื หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั
ท่ี เรยี นร้/ู (ชั่วโมง) คะแนน
ตวั ชี้วัด

ท3.1/5/6 2.การอ่านตคี วาม แปลความและ

ท4.1/1 ขยายความจากเรอ่ื งท่ีอ่าน

ท5.1/1/3/4 3.การตอบคำถามจากการอ่าน

4.การสังเคราะห์ความรูจ้ ากการอา่ น

สอ่ื ส่ิงพมิ พส์ ่ืออเิ ล็กทรอนกิ ส์

การเขียน

5.การเขียนรายงานเชงิ วชิ าการ

เก่ียวกับมรดกภูมิปัญญาทอ้ งถนิ่ ของ

จงั หวัดปตั ตานี เช่น ว่าวบุหลัน ดเิ กร์

ฮลู ู ปนั จกั สีลตั วันสารทไทย งาน

สมโภชเจ้าแมล่ มิ้ กอเหน่ียว เทศกาล

อาซูรอ ขา้ วยำ นาซิดาแฆ ตูปะซดู ง

ลกู หยี ละแซ น้ำบูดู ไก่กอและ

และมะตะบะ

การฟงั การดแู ละการพูด

6.การพูดแสดงทรรศนะ

7.มารยาทในการฟัง การดูและการ

พดู

หลกั การใช้ภาษาไทย

8.ลักษณะของภาษา

วรรณคดแี ละวรรณกรรม

9. การวเิ คราะห์และประเมนิ คณุ ค่า

วรรณคดีและวรรณกรรม

ด้านวรรณศิลป์ ดา้ นสงั คมและ

วัฒนธรรม

10. วเิ คราะห์และประเมนิ คุณค่า

ดา้ นวรรณศิลป์ของวรรณคดแี ละ

วรรณกรรมในฐานะทเี่ ปน็ มรดกทาง

วัฒนธรรมของชาติ

หลักสตู รโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จังหวัดปตั ตานี พุทธศักราช 2565 ในพน้ื ท่นี วัตกรรมการศึกษาจังหวัดปัตตานี 46

หนว่ ย ชื่อหน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนัก
ท่ี เรยี นรู้/ (ชัว่ โมง) คะแนน
ตัวชี้วัด

11. สังเคราะหข์ อ้ คิดจากวรรณคดี

และวรรณกรรมเพ่อื นำไปประยกุ ต์ใช้

3 นทิ านเวตาล ท1.1/1/5/6 การอ่าน 10 20
ท2.1/1 1.การอ่านออกเสียงบทรอ้ ยแก้ว
ท3.1/1 2.-การวิเคราะหแ์ ละวิจารณเ์ ร่อื ง
ท4.1/2 นทิ านเวตาลและแสดงความคิดเห็น
ท5.1/1 โต้แย้งและเสนอความคิดใหมอ่ ยา่ งมี
เหตุผล
3.การตอบคำถามจากการอา่ น
การเขยี น
4.การเขยี นอธิบาย
การฟงั การดแู ละการพูด
5.การพูดสรุปแนวคดิ และการแสดง
ความคิดเหน็ จากเรอ่ื งทฟ่ี งั และดู
หลักการใช้ภาษาไทย
6.คำและสำนวน
7. การเรียบเรยี งคำเป็นประโยค
8-การเขียนสะกดคำ
วรรณคดแี ละวรรณกรรม
7.การวิเคราะหแ์ ละวิจารณ์วรรณคดี
เรื่องนทิ านเวตาล

4 นิราศนรินทรค์ ำโคลง ท1.1/1/2/6 การอา่ น 8 20
/7 1. การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง
ท2.1/7 2.การอ่านตคี วาม แปลความและ
ท3.1/1 ขยายความจากเรื่องทีอ่ า่ น
ท4.1/4 3.การตอบคำถามจากการอา่ น
ท5.1/1/3 4.การอา่ นเรอ่ื งแล้วเขยี นกรอบ
แนวคดิ

หลกั สูตรโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จงั หวัดปตั ตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพืน้ ท่ีนวตั กรรมการศกึ ษาจังหวัดปตั ตานี 47

หน่วย ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั
ท่ี เรียนรู้/ (ช่วั โมง) คะแนน
ตวั ชวี้ ัด
20
การเขียน 30
100
การเขยี นบนั ทกึ ความรู้

การฟงั การดูและการพดู

5. การพดู สรปุ แนวคดิ จากเรื่องนิราศ

นรินทร์

หลกั การใช้ภาษาไทย

6.หลักการแตง่ คำประพนั ธป์ ระเภท

โคลง

วรรณคดีและวรรณกรรม

7.การวิเคราะหแ์ ละวจิ ารณ์วรรณคดี

และวรรณกรรมเบอ้ื งต้น

8.การวิเคราะห์และประเมินคุณคา่

วรรณคดแี ละวรรณกรรม

-ดา้ นวรรณศิลป์

-ดา้ นสังคมและวฒั นธรรม

ท1.1/3/8 ท4.1/1 ท4.1/2 สอบกลางภาค 2
ท1.1/3/8 ท4.1/1 ท4.1/2
สอบปลายภาค 2

รวม 40

หลักสูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จังหวัดปตั ตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพื้นท่ีนวตั กรรมการศึกษาจังหวดั ปัตตานี 48

คำอธิบายรายวิชา

ท 32101 ภาษาไทย 3 กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย

ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง

จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ

กรอบหลกั สตู ร Pattani Heritage ทีม่ ีการเชือ่ มโยง กรอบที่ 5 ท่องเท่ียวไทย วถิ ชี าวปตั ตานี

คำอธิบายรายวิชา
ศึกษาหลักการอ่านออกเสียงร้อยแก้วและร้อยกรอง การอ่านตีความ แปลความและขยายความเรื่องที่อ่าน
การวิเคราะห์วิจารณ์ คาดคะเนเหตุการณ์ และประเมินค่าเรื่องที่อ่านเพื่อนำความรู้ ความคิดไปใช้ตัดสินใจ
แก้ปัญหาในการดำเนนิ ชีวิต การเขียนเรียงความ การเขยี นย่อความงานเขียนท่ีมรี ปู แบบและเน้อื หาหลากหลาย
การเขียนเรื่องสัน้ การสรุปแนวคิด และแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่ฟังและดู มีวิจารณญาณในการเลือก
เรื่องที่ฟังและดู การพูดในโอกาสต่าง ๆ การพูดแสดงทรรศนะ โต้แย้ง โน้มน้าวใจ อธิบายธรรมชาติของ
ภาษา ลักษณะของภาษาและพลังของภาษา การใช้คำและกลุ่มคำสร้างประโยค อธิบายและวิเคราะห์
หลกั การสร้างคำในภาษาไทย การวิเคราะห์และประเมินการใชภ้ าษาจากสือ่ ส่ิงพิมพ์และอิเล็กทรอนิกส์ การ
วเิ คราะหว์ ิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรม ประเมินค่าดา้ นวรรณศิลปข์ องวรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะท่ี
เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ การสังเคราะหข์ ้อคิดจากวรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อนำไปประยุกตใ์ ช้ใน
ชีวิตจริง รวบรวมวรรณกรรมพ้ืนบ้านและภูมิปัญญาทางภาษาทางภาษา ท่องจำและบอกคุณค่าบทอาขยาน
และบทรอ้ ยกรองท่ีมีคณุ ค่าสามารถนำไปใชอ้ า้ งองิ

เพื่อให้ผู้เรยี นเกิดความรู้ มที กั ษะดา้ นภาษา มเี หตุผล มจี ติ สำนกึ ทีด่ ี มมี ารยาทในการอา่ น การฟังดู
พูด และการผลิตงานเขียนในรูปแบบต่างๆ เช่น การเขียนสารคดี เพื่อทำความเข้าใจด้านการท่องเที่ยวเชิง
สรา้ งสรรค์ วัฒนธรรม และเชงิ นิเวศ ตลอดจนวถิ ชี ีวิตชมุ ชน สามารถนำไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ ประจำวันได้ และ
มีคุณลกั ษณะทีด่ ี รกั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซอื่ สตั ย์ มีวินยั ใฝเ่ รยี นรู้ มั่งมัน่ ในการทำงาน รักความเป็น
ไทย อยู่อย่างพอเพยี งและมจี ติ สาธารณะ

มาตรฐาน/ตัวชี้วดั
ท1.1 ม4-6/1 , 2, 4, 5
ท2.1 ม4-6/2, 3 ,4
ท3.1 ม4-6/1, 3, 4, 5
ท4.1 ม4-6/1, 2, 6, 7
ท5.1 ม4-6/1, 2,3, 4, 5, 6

รวมทง้ั หมด 21 ตัวช้วี ัด

หลักสตู รโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จงั หวัดปตั ตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพน้ื ทน่ี วัตกรรมการศกึ ษาจงั หวดั ปตั ตานี 49

โครงสรา้ งรายวิชา

รายวชิ า ภาษาไทยพืน้ ฐาน 3 รหัสวชิ า ท32101 ภาคเรียนท่ี 1 กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย

ระดับชันมัธยมศกึ ษาปีที่ 5 เวลา 40 ช่วั โมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต อัตราสว่ น 70 : 30

ใชก้ รอบหลักสูตร PATTANI HERITAGE กรอบท่ี 5 ทอ่ งเทีย่ วไทย วถิ ชี าวปตั ตานี

หนว่ ยท่ี ชอ่ื หน่วย มาตรฐาน สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั
การเรียนรู้ การเรยี นร้/ู (ชั่วโมง) คะแนน

ตวั ชี้วัด

1 หลัก ท 4.1 สาระที่ 4 หลักการใช้ภาษา 8 10

ภาษาไทย ม.4-6/1 1. ธรรมชาตขิ องภาษา

- พลังของภาษา

- ลักษณะของภาษา

- เสยี งในภาษา

- องค์ประกอบของพยางคแ์ ละคำ

ม.4-6/2 2. การใช้คำและกล่มุ คำสร้างประโยค

- คำและสำนวน

- การรอ้ ยเรียงประโยค

- การเพ่มิ คำ

- การใช้คำ

- การเขยี นสะกดคำ

ม.4-6/6 3. หลกั การสร้างคำในภาษาไทย

- คำประสม

- คำซ้อน

- คำซ้ำ

- คำสมาส/สนธิ

2 สารคดี ท 1.1 สาระที่ 1 การอา่ น 8 15

ม.4-6/1 1. การอา่ นออกเสยี งรอ้ ยแก้ว

ม.4-6/2 2. การอ่านจับใจความ

ม.4-6/5 3. การแสดงความคดิ เห็น โต้แย้งเก่ียวกับ

เรื่องท่ีอ่าน

ท 2.1 สาระท่ี 2 การเขียน

หลักสูตรโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จงั หวัดปัตตานี พุทธศักราช 2565 ในพืน้ ที่นวตั กรรมการศกึ ษาจงั หวดั ปัตตานี 50

หนว่ ยท่ี ช่ือหน่วย มาตรฐาน สาระสำคญั เวลา น้ำหนัก
3 การเรียนรู้ การเรยี นรู/้ (ชั่วโมง) คะแนน
1. การผลติ งานเขยี นในรปู แบบสารคดตี า่ ง
มหา ตวั ชวี้ ัด ๆ เช่น สารคดีแหลง่ ท่องเทย่ี วต่างๆในจังหวดั 12 20
เวสสันดร ม.4-6/4 ปตั ตานีที่ไดร้ บั ความสนใจจากนักทอ่ งเท่ียว เช่น
ชาดก ม.4-6/5 ชมุ ชนเกา่ กอื ดาจินอ,วดั ช้างให้ ,พพิ ธิ ภัณฑเ์ จ้า
กัณฑม์ ทั รี แมล่ ิม้ กอเหนย่ี ว, หาดแฆแฆ, หาดตะโละกาโปร์
ท 3.1 , หาดวาสกุ รี เป็นต้น
ม.4-6/5
2. การประเมินงานเขยี น
ท 4.1 สาระที่ 3 การฟงั การดู การพูด
ม.4-6/7
การพดู ในโอกาสตา่ ง ๆ
ท 5.1 - การพดู โน้มนา้ วใจ
ม.4-6/5 - การพูดโฆษณา
สาระที่ 4 หลักการใช้ภาษา
ท 1.1
ม.4-6/1 - การใช้ภาษาจากส่อื สิ่งพิมพ์และสื่อ
ม.4-6/2 อเิ ลก็ ทรอนิกส์
สาระที่ 5 วรรณคดแี ละวรรณกรรม
ท 2.1
ม.4-6/2 - รวบรวมวรรณกรรมพื้นบ้าน และอธบิ าย
ภมู ิปญั ญาทางภาษา
ม.4-6/8 สาระที่ 1 การอา่ น
ท 3.1
1. การอา่ นออกเสียงบทรอ้ ยกรองประเภท
ม.4-6/1 รา่ ยยาวสภุ าพ

2. การอา่ นแปลความ ตีความ ขยายความ
สาระท่ี 2 การเขียน

1. การเขยี นเรยี งความ
2. มารยาทในการเขยี น
สาระที่ 3 การฟัง การดู การพดู
- การพดู สรุปแนวคดิ และการเสดงความ
คดิ เหน็ จากเรอื่ งทีฟ่ งั และดู

หลักสูตรโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวดั ปตั ตานี พุทธศักราช 2565 ในพน้ื ท่ีนวตั กรรมการศกึ ษาจงั หวัดปตั ตานี 51

หนว่ ยที่ ชอ่ื หนว่ ย มาตรฐาน สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั
การเรียนรู้ การเรยี นรู/้ (ช่ัวโมง) คะแนน

ตวั ชวี้ ัด 12 15

สาระที่ 4 หลักการใช้ภาษา

ท 4.1 - การแต่งบทรอ้ ยกรอง ประเภทร่าย

ม.4-6/4

สาระท่ี 5 วรรณคดแี ละวรรณกรรม

ท 5.1 1. การวิเคราะหแ์ ละวจิ ารณว์ รรณคดีและ

ม.4-6/1 วรรณกรรมตามหลักการวจิ ารณ์เบื้องต้น

ม.4-6/3 2. การวเิ คราะหล์ ักษณะเดน่ ของวรรณคดี

ม.4-6/4 เชอื่ มโยงกับการเรียนรู้ทางประวัตศิ าสตร์และ

วิถชี ีวิตของสังคมในอดีต

3. การวิเคราะห์และประเมนิ คณุ ค่าดา้ น

วรรณศลิ ปข์ องวรรณคดแี ละวรรณกรรม

4. การสังเคราะหข์ อ้ คิดจากวรรณคดีและ

วรรณกรรมเพื่อนำไปประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตจรงิ

6. การท่องจำบทอาขยาน

4 บทละครพูด ท 1.1 สาระท่ี 1 การอา่ น

คำฉนั ท์ ม.4-6/1 1. การอ่านออกเสียงบทรอ้ ยกรอง ประเภท

เรือ่ ง ฉันท์

มทั นะพาธา

ท 2.1 สาระท่ี 2 การเขียน

ม.4-6/3 1. การเขยี นยอ่ ความ

ม.4-6/7 2. การเขยี นบนั ทกึ จากการอา่ น

ท 3.1 สาระท่ี 3 การฟัง การดู การพดู
ม.4-6/3 การประเมนิ เรื่องท่ีฟังและดู

ท 4.1 สาระที่ 4 หลักการใชภ้ าษา
ม.4-6/4 1.การแต่งบทร้อยกรอง ประเภทฉนั ท์

หลกั สตู รโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จงั หวดั ปัตตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพืน้ ทนี่ วตั กรรมการศึกษาจงั หวดั ปัตตานี 52

หนว่ ยท่ี ชื่อหนว่ ย มาตรฐาน สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั
การเรียนรู้ การเรยี นรู้/ (ช่วั โมง) คะแนน

ตัวช้ีวัด 2 10
2 30
ม.4-6/7 2. การประเมินค่าการใชภ้ าษาจากสื่อและ 40 100

ส่ิงพิมพ์

สาระที่ 5 วรรณคดีและวรรณกรรม

1. วเิ คราะหแ์ ละวิจารณ์วรรณคดแี ละ

ท 5.1 วรรณกรรมตามหลกั การวจิ ารณ์เบอื้ งต้น

ม.4-6/1 2. การวเิ คราะห์และประเมินคุณค่าดา้ น

ม.4-6/3 วรรณศลิ ป์ของวรรณคดีและวรรณกรรม

ม.4-6/4 3. การสงั เคราะห์ข้อคิดจากวรรณคดีและ

วรรณกรรมเพอ่ื นำไปประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ จรงิ

ตัวชว้ี ัด สอบกลางภาค

ท 1.1 ม.4-6/1,2

ท 2.1 ม.4-6/2,8

ท 3.1 ม.4-6/1

ท 4.1 ม.4-6/ 1, 2, 4, 6

ท 5.1 ม.4-6/1,3,4

ตัวชวี้ ัด สอบปลายภาค

ท 1.1 ม.4-6/1,2,5

ท 2.1 ม.4-6/3,4,5,7

ท 3.1 ม.4-6/3,5

ท 4.1 ม.4-6/4, 7

ท 5.1 ม.4-6/1,3,4,5

รวม

หลักสตู รโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จงั หวดั ปัตตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพื้นทนี่ วัตกรรมการศกึ ษาจงั หวดั ปตั ตานี 53

โครงสร้างหลักสูตรกลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
โรงเรยี นเบญจมราชทู ศิ จงั หวดั ปตั ตานี

ที่มีการเช่อื มโยงกรอบหลกั สตู ร PATTANI HERITAGE ม.ต้น

หลกั สูตรโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จงั หวดั ปัตตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพน้ื ที่นวตั กรรมการศึกษาจงั หวดั ปตั ตานี 54

คำอธบิ ายรายวชิ า

รายวิชา คณติ ศาสตรพ์ ้นื ฐาน 1 รหัสวชิ า ค21101 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1

เวลา 3 คาบ/สัปดาห์ 60 คาบ/ภาคเรียน ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ

กรอบหลักสูตร Pattani Heritage ทมี่ ีการเช่อื มโยง กรอบท่ี 1 เปิดประตูสเู่ มอื งปัตตานี รัฐลงั กาสุกะ

ศึกษาความรพู้ ้นื ฐานเบ้ืองต้น ฝกึ ทกั ษะการคดิ คำนวณ การให้เหตุผล และฝกึ การแก้ปัญหาในเร่ือง
ต่อไปน้ี

จำนวนเตม็ การบวกจำนวนเตม็ การลบจำนวนเต็ม การคูณจำนวนเต็ม การหารจำนวนเต็ม และสมบตั ิ
ของการบวกและการคณู จำนวนเต็ม

การสรา้ งทางเรขาคณติ รูปเรขาคณิตพ้นื ฐาน การสร้างพื้นฐานทางเรขาคณิต การสร้างรปู เรขาคณิต
เลขยกกำลัง ความหมายของเลขยกกำลงั การคณู และการหารเลขยกกำลงั สัญกรณว์ ทิ ยาศาสตร์
ทศนิยมและเศษส่วน ทศนิยมและการเปรียบเทยี บทศนิยม การบวกและการลบทศนิยม การคณู และการ
หารทศนิยม เศษสว่ นและการเปรียบเทยี บเศษสว่ น การบวกและการลบเศษสว่ น การคูณและการหารเศษสว่ น
ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งทศนยิ มและเศษส่วน
รปู เรขาคณิตสองมติ แิ ละสามมิติ หน้าตัดและรูปเรขาคณิตสามมิติ ภาพดา้ นหนา้ ภาพดา้ นขา้ ง ภาพ
ดา้ นบนของรปู เรขาคณิตสามมติ ิ หรือโจทยป์ ญั หาคณิตศาสตรเ์ กยี่ วกบั เปดิ ประตูสเู่ มืองปตั ตานีรัฐลงั กาสุกะ
โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ในชีวติ ประจำวนั ท่ใี กลต้ ัวให้ผู้เรียนไดศ้ ึกษา คน้ ควา้ โดยปฏิบัติ
จรงิ ทดลอง สรปุ รายงานเพ่ือพฒั นาทักษะกระบวนการในการคำนวณ การแก้ปญั หาโดยใช้เหตุผล การสื่อ
ความหมายทางคณติ ศาสตร์ และนำประสบการณด์ ้านความรู้ ความคิด ทักษะกระบวนการทไี่ ดไ้ ปใช้ในการเรียนรู้
สิ่งตา่ ง ๆ และใชใ้ นชวี ติ ประจำวันอย่างสรา้ งสรรค์ รวมทั้งเห็นคณุ ค่าและมีเจตคติท่ีดีตอ่ คณิตศาสตร์ สามารถ
ทำงานอยา่ งเปน็ ระบบ ระเบียบ มคี วามรอบคอบ รบั ผิดชอบ มีวจิ ารณญาณ และมคี วามเช่ือมั่นในตนเอง โดยใช้
วธิ กี ารวดั และการประเมินผลใช้วิธีการหลากหลายตามสภาพความเปน็ จรงิ ของเน้อื หา และทักษะทตี่ ้องการวัด

ตวั ชี้วัด

ค 1.1 ม. 1/1, ม. 1/2

ค 2.2 ม. 1/1, ม. 1/2

รวม 4 ตวั ชี้วัด

หลกั สตู รโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวดั ปัตตานี พุทธศักราช 2565 ในพ้นื ทนี่ วตั กรรมการศกึ ษาจังหวัดปตั ตานี 55

โครงสร้างหนว่ ยการเรยี นรู้

รายวชิ า คณิตศาสตร์พืน้ ฐาน 1 รหัส ค21101 ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1
ภาคเรยี นปที ่ี 1 1.5 หน่วยกิต
อตั ราส่วน 70:30 3 คาบ/สัปดาห์ 60 คาบ/ภาคเรียน

ท่ี ชือ่ หน่วย มาตรฐานการเรียนร/ู้ สาระการเรียนรู้ เวลา คะแนน
(ช่วั โมง) 29
การเรยี นรู้ ตวั ชว้ี ัด
18
1 จำนวนเตม็ ค 1.1 ม.1/1 - การบวกจำนวนเต็ม 17 15
- การลบจำนวนเตม็ 11 28
2 การสร้างทาง ค 2.2 ม.1/1 - การคณู จำนวนเตม็ 9
เรขาคณติ - การหารจำนวนเตม็ 17 10
- สมบัติของการบวกและการคณู จำนวนเต็ม
3 เลขยกกำลัง ค 1.1 ม.1/2 - รูปเรขาคณิตพ้นื ฐาน 6
- การสรา้ งพ้นื ฐานทางเรขาคณติ
4 ทศนยิ มและ ค 1.1 ม.1/2 - การสร้างรูปเรขาคณิต
เศษสว่ น - ความหมายของเลขยกกำลงั
- การคณู และการหารเลขยกกำลงั
5 รูปเรขาคณิต ค 2.2 ม.1/2 - สัญกรณว์ ิทยาศาสตร์
สองมิติและ - ทศนิยมและการเปรยี บเทียบทศนยิ ม
สามมิติ - การบวกและการลบทศนยิ ม
- การคูณและการหารทศนยิ ม
- เศษสว่ นและการเปรียบเทียบเศษส่วน
- การบวกและการลบเศษสว่ น
- การคูณและการหารเศษส่วน
- ความสมั พันธ์ระหวา่ งทศนยิ มและเศษสว่ น
- หนา้ ตัดและรปู เรขาคณติ สามมติ ิ
- ภาพด้านหน้า ภาพด้านข้าง และภาพ
ดา้ นบนของรปู เรขาคณิตสามมติ ิ

รวม 60 100

หลักสตู รโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จังหวัดปัตตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพนื้ ทนี่ วัตกรรมการศึกษาจังหวดั ปตั ตานี 56

คำอธบิ ายรายวชิ า

รายวชิ า คณิตศาสตร์พื้นฐาน 2 รหัสวชิ า ค21102 ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1

เวลา 3 คาบ/สปั ดาห์ 60 คาบ/ภาคเรียน ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 1.5 หน่วยกิต

กรอบหลักสตู ร Pattani Heritage ทมี่ กี ารเช่ือมโยง กรอบที่ 1 เปดิ ประตูสูเ่ มอื งปตั ตานีรฐั ลงั กาสกุ ะ

กรอบท่ี 2 ความหลากหลายทางชวี ภาพและระบบนิเวศ

กรอบที่ 3 ความหลากหลายมรดกทางวัฒนธรรม

กรอบท่ี 4 สืบสานงานอาชพี จากภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ปัตตานี

ศึกษาความร้พู ้นื ฐานเบอ้ื งตน้ ฝึกทกั ษะการคิดคำนวณ การให้เหตุผล และฝกึ การแกป้ ัญหาในเรอ่ื ง ต่อไปน้ี
สมการเชงิ เสน้ ตัวแปรเดยี ว เกยี่ วกบั การเตรยี มความพร้อมกอ่ นรู้จักสมการ สมการและคำ ตอบของ
สมการการแกส้ มการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว และโจทยป์ ญั หาเก่ียวกบั สมการเชิงเส้นตวั แปรเดยี วและนำความรู้เร่อื ง
สมการเชงิ เส้นตัวแปรเดยี วไปใช้ในการแก้ปัญหาคณติ ศาสตร์ท่ัวไปหรือโจทย์ปัญหาคณติ ศาสตร์เก่ยี วกบั สืบสานงาน
อาชพี จากภมู ปิ ัญญาท้องถน่ิ ปัตตานี หรือเปดิ ประตูสู่เมืองปตั ตานีรฐั ลังกาสกุ ะ
อตั ราส่วน สดั ส่วน และรอ้ ยละ เกย่ี วกับ อตั ราส่วน สัดสว่ น ร้อยละ บทประยกุ ต์และการนำความรู้
เกยี่ วกบั อัตราสว่ น สดั ส่วน และรอ้ ยละ ใช้ในการแก้ปญั หาคณติ ศาสตร์ทั่วไปหรือโจทยป์ ัญหาคณิตศาสตร์เก่ยี วกบั
ความหลากหลายมรดกทางวัฒนธรรมและความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ
กราฟและความสัมพนั ธ์เชงิ เส้น เกย่ี วกบั คู่อนั ดบั และกราฟของคู่อนั ดับ กราฟและการนำไปใช้
ความสัมพนั ธเ์ ชิงเสน้ นำความรูไ้ ปใชใ้ นการเขยี นกราฟแสดงความสัมพันธเ์ ก่ียวกับความหลากหลายทางชวี ภาพ
และระบบนิเวศเก่ียวกับแมน่ ำ้ ปัตตานี
สถิติ เกย่ี วกับ คำถามทางสถิติ การเก็บรวบรวมขอ้ มลู การนำเสนอข้อมูลและการแปลความหมาย
ข้อมูล นำความรไู้ ปใชน้ ำเสนอขอ้ มูลเกี่ยวกบั ความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนเิ วศ ความหลากหลายมรดก
วัฒนธรรมเกยี่ วกับอาหาร และการสืบสานงานอาชพี จากภมู ปิ ญั ญาท้องถนิ่ ปตั ตานี
โดยจดั ประสบการณ์หรอื สรา้ งสถานการณ์ในชีวิตประจำวันท่ใี กลต้ วั ให้ผูเ้ รยี นได้ศึกษา คน้ ควา้ โดยปฏิบตั ิ
จรงิ ทดลอง สรปุ รายงานเพ่ือพฒั นาทกั ษะกระบวนการในการคำนวณ การแกป้ ัญหาโดยใช้เหตุผล การสอ่ื
ความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะกระบวนการท่ไี ด้ไปใชใ้ นการเรยี นรู้
สง่ิ ต่าง ๆ และใช้ในชีวิตประจำวันอย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งเหน็ คณุ ค่าและมีเจตคติทดี่ ตี ่อคณิตศาสตร์ สามารถ
ทำงานอยา่ งเปน็ ระบบ ระเบียบ มคี วามรอบคอบ รบั ผิดชอบ มีวจิ ารณญาณ และมคี วามเช่ือม่นั ในตนเอง โดยใช้
วิธีการวดั และการประเมินผลใช้วธิ กี ารหลากหลายตามสภาพความเป็นจรงิ ของเน้อื หา และทกั ษะที่ต้องการวัด

ตัวช้วี ัด
ค 1.1 ม. 1/3 ,ค 1.3 ม. 1/1, ม. 1/2, ม. 1/3 ,ค3.1 ม. 1/1

รวม 5 ตวั ช้ีวดั

หลกั สตู รโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จังหวัดปัตตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพ้นื ทน่ี วตั กรรมการศึกษาจงั หวัดปตั ตานี 57

โครงสร้างหน่วยการเรยี นรู้

รายวชิ า คณิตศาสตรพ์ ้นื ฐาน 2 รหัส ค21102 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1
จำนวน 1.5 หน่วยกิต
อัตราส่วน 70:30 เวลา 3 คาบ/สัปดาห์ 60 คาบ/ภาคเรียน ภาคเรยี นปที ่ี 2

ท่ี ช่อื หน่วย มาตรฐานการ สาระการเรียนรู้ เวลา คะแนน
(ชั่วโมง)
การเรียนรู้ เรียนรู้/ • การเตรยี มความพรอ้ มกอ่ นรู้จกั สมการ สมการ
และคำตอบสมการ 18 30
ตวั ชว้ี ัด • การแกส้ มการเชิงเส้นตัวแปรเดียว 21 35
• โจทยป์ ญั หาเก่ียวกบั สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว
1 สมการเชิงเส้นตัว ค 1.3 ม.1/1 • อัตราสว่ น 10 17
แปรเดยี ว • อัตราสว่ นทีเ่ ทา่ กัน
• อตั ราส่วนของจำนวนหลาย ๆ จำนวน
2 อัตราส่วน สัดส่วน ค 1.1 ม.1/3 • สัดสว่ น
และร้อยละ • รอ้ ยละ
บทประยุกต์เกยี่ วกบั อัตราส่วน สัดส่วนและรอ้ ยละ
3 กราฟและ ค 1.3 ม.1/2
ความสมั พันธ์เชิง ค 1.3 ม.1/3 • คอู่ นั ดบั และกราฟของค่อู ันดับ
เสน้ • กราฟและการนำไปใช้
• ความสัมพนั ธ์เชงิ เสน้

4 สถติ ิ ค 3.1 ม.1/1 • การต้ังคำถามทางสถติ ิ 11 18
• การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู 60 100
การนำเสนอขอ้ มลู และการแปลความหมายข้อมลู

รวม

หลักสูตรโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดปัตตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพื้นที่นวตั กรรมการศกึ ษาจังหวัดปัตตานี 58

คำอธบิ ายรายวชิ า

รายวิชา คณิตศาสตรพ์ ืน้ ฐาน3 รหสั วชิ า ค22101 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2
จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
เวลา 3 คาบ/สัปดาห์ 60 คาบ/ภาคเรยี น ภาคเรยี นท่ี 1

กรอบหลักสูตร Pattani Heritage ทีม่ กี ารเชอ่ื มโยง

กรอบที่ 4 สบื สานงานอาชพี จากภูมิปญั ญาทอ้ งถน่ิ ปัตตานี

ศึกษาความรู้พ้ืนฐานเบ้อื งตน้ ฝกึ ทกั ษะการคิดคำนวณ การใหเ้ หตุผล และฝึกการแก้ปัญหาในเรอื่ งตอ่ ไปน้ี
ศกึ ษาฝกึ ทักษะกระบวนการในสาระตอ่ ไปน้ี

สมบัติเลขยกกำลงั ทม่ี ีเลขชีก้ ำลงั เปน็ จำนวนเต็ม การนำความรเู้ กยี่ วกบั เลขยกกำลังไปใช้ในการ
แก้ปญั หา

ทฤษฎีบทพีทาโกรสั ทฤษฎบี ทพีทาโกรัสและบทกลบั นำความรเู้ ก่ียวกับทฤษฎบี ทพีทาโกรัสและบท
กลบั ไปใชใ้ นชีวิตจรงิ

ความร้เู บื้องตน้ เกยี่ วกบั จำนวนจรงิ จำนวนอตรรกยะ จำนวนจรงิ รากท่สี องและรากท่สี ามของจำนวน
ตรรกยะ การนำความรู้เกีย่ วกับจำนวนจริงไปใช้

ปรซิ มึ และทรงกระบอก การหาพ้ืนทผี่ ิวของปรซิ ึมและทรงกระบอก การนำความรูเ้ กี่ยวกับพน้ื ทีผ่ วิ ของ
ปริซมึ และทรงกระบอกไปใช้ในการแก้ปญั หา การหาปริมาตรของปริซึมและทรงกระบอก การนำความรู้เกยี่ วกบั
ปรมิ าตรของปริซมึ และทรงกระบอกไปใชใ้ นการแกป้ ัญหา

การแปลงทางเรขาคณิต การเลื่อนขนาน การสะท้อน การหมนุ การนำความรู้เกยี่ วการแปลงทาง
เรขาคณิตไปใช้ในการแกป้ ญั หาหรอื ใชใ้ นการออกแบบลวดลายสืบสานงานอาชพี จากภมู ิปญั ญาท้องถน่ิ ปัตตานี

พหนุ าม การบวก การลบ และการคูณของพหุนาม การหารพหุนามด้วยเอกนามทม่ี ผี ลหารเปน็ พหุ
นาม

โดยจดั ประสบการณ์ หรอื สรา้ งสถานการณใ์ นชีวิตประจำวันทใี่ กลต้ วั ให้ผูเ้ รียน ได้ศกึ ษาคน้ ควา้ โดยปฏบิ ตั ิ
จรงิ ทดลอง สรุป รายงานเพอ่ื พฒั นาทักษะกระบวนการในการคดิ คำนวณ การแกป้ ัญหาโดยใช้เหตุผลการสือ่ สาร
ความหมายทางคณติ ศาสตร์ และนำประสบการณ์ด้านความรู้ ความคดิ ทกั ษะกระบวนการที่ไดไ้ ปใชใ้ นการเรยี นรู้
ส่งิ ตา่ งๆและใชใ้ นชีวติ ประจำวนั อย่างสรา้ งสรรค์ รวมทง้ั เหน็ คณุ คา่ และมเี จตคติที่ดีตอ่ คณิตศาสตร์ สามารถทำงาน
อย่างเปน็ ระบบ ระเบยี บ มคี วามรอบคอบ รับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมีความเชอ่ื มัน่ ในตนเอง

ตวั ช้วี ัด ค 2.2 ม.2/3,ม.2/5
ค 1.1 ม.2/1, ม.2/2 ค 1.2 ม.2/1 ค 2.1 ม. 2/1, ม. 2/2
รวม 7 ตัวช้ีวัด

หลกั สตู รโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จังหวดั ปตั ตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพน้ื ทนี่ วตั กรรมการศึกษาจังหวัดปัตตานี 59

โครงสรา้ งหนว่ ยการเรยี นรู้

รายวชิ า คณติ ศาสตร์พ้ืนฐาน 3 รหสั ค22101 ภาคเรยี นปที ี่ 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
จำนวน 1.5 หน่วยกติ
อัตราส่วน 70:30 เวลา 3 คาบ/สัปดาห์ 60 คาบ/ภาคเรียน

ลำดบั ช่ือหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา คะแนน
ท่ี เรียนร้/ู ตัวช้ีวัด (ช่ัวโมง) 15
ค 1.1 ม.2/1 - เลขยกกำลังที่มีเลขชี้กำลังเป็น 15
1 สมบตั ขิ องเลขยก จำนวนเตม็ 9
- การนำความรู้เกี่ยวกับเลขยก 25
กำลงั กำลงั ไปใชใ้ นการแก้ปัญหา 9
- ทฤษฎีบทพีทาโกรสั และ 17
2 ทฤษฎบี ทพีทาโกรสั ค 2.2 ม 2/5 บทกลับ 15
- การนำความร้เู กี่ยวกับ
3 ความรู้เบือ้ งตน้ ค 1.1 ม.2/2 ทฤษฎบี ทพที าโกรสั และบท 10
เก่ียวกบั จำนวนจริง กลับไปใชใ้ นชีวติ จรงิ
- จำนวนอตรรกยะ
4 ปริซึมและ ค 2.1 ม. 2/1, - จำนวนจริงรากที่สองและรากที่
ทรงกระบอก ม. 2/2 สามของจำนวนตรรกยะ
- การนำความรเู้ กย่ี วกบั จำ
นวนจรงิ ไปใช้
- การหาพื้นที่ผิวของปริซึมและ
ทรงกระบอก
- การนำความรู้เกี่ยวกับพื้นที่ผิว
ของปริซึมและทรงกระบอกไปใช้
ในการแกป้ ัญหา
- การหาปริมาตรของปริซึมและ
ทรงกระบอก

หลักสูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จงั หวัดปัตตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพื้นทน่ี วตั กรรมการศึกษาจังหวัดปตั ตานี 60

ลำดับ ชอื่ หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา คะแนน
ท่ี เรียนร/ู้ ตัวชีว้ ัด (ช่ัวโมง) 15
- การนำความรู้เกี่ยวกับปริมาตร 13
5 การแปลงทางเรขา ค 2.2 ม.2/3 ของปริซึมและทรงกระบอกไปใช้ 9
คณติ ในการแกป้ ัญหา
- การเลือ่ นขนาน 8
6 พหุนาม ค 1.2 ม.2/1 - การสะทอ้ น
- การหมุน
- การนำความร้เู กยี่ วการแปลงทาง
เรขาคณิตไปใชใ้ นการแกป้ ัญหา
- การบวก การลบ และการคูณ
ของพหนุ าม
- การหารพหนุ ามด้วยเอก
นามทม่ี ีผลหารเปน็ พหนุ าม

รวม 60 100

หลกั สูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จังหวดั ปตั ตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพ้ืนทน่ี วัตกรรมการศกึ ษาจงั หวดั ปัตตานี 61

โครงสร้างหลกั สูตรกล่มุ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
โรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จงั หวดั ปตั ตานี

กรอบหลกั สูตร PATTANI HERITAGE ม.ปลาย

หลักสตู รโรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จังหวดั ปัตตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพน้ื ทนี่ วัตกรรมการศึกษาจังหวดั ปัตตานี 62

คำอธิบายรายวชิ า

รายวิชา คณติ ศาสตร์พื้นฐาน 4 รหสั วิชา ค22102 ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 2

เวลา 3 คาบ/สปั ดาห์ 60 คาบ/ภาคเรยี น จำนวน 1.5 หน่วยกติ ภาคเรยี นท่ี 2

กรอบหลักสตู ร Pattani Heritage ที่มีการเชอ่ื มโยง กรอบท่ี 5 ทอ่ งเทยี่ วไทย วถิ ีชาวปตั ตานี

ศึกษาความรพู้ ื้นฐานเบ้อื งต้น ฝึกทักษะการคิดคำนวณ การให้เหตุผล และฝึกการแกป้ ัญหาในเรือ่ ง
ตอ่ ไปน้ี

การแยกตัวประกอบพหนุ ามดกี รสี อง โดยใชส้ มบัตกิ ารแจกแจง กำลงั สองสมบรู ณ์และ
ผลตา่ งของกำลังสอง

ความเท่ากันทุกประการ ความเท่ากันทุกประการของรูปสามเหลี่ยม การนำความรู้เกี่ยวกับความ
เทา่ กนั ทกุ ประการไปใชใ้ นการแก้ปญั หา

เส้นขนาน สมบัตเิ กีย่ วกับเส้นขนานและรูปสามเหลีย่ ม
การให้หตุผลทางเรขาคณิต ความรู้พื้นฐานเกีย่ วกบั การใหเ้ หตุผลทางเราขาคณิต การสร้างและการ
ใหเ้ หตุผลเกี่ยวกับการสร้าง การให้เหตุผลเกีย่ วกบั รปู สามเหลย่ี มและรูปสเี่ หลย่ี ม การนำความรูเ้ กย่ี วกับการสรา้ ง
ทางเรขาคณิตไปใชใ้ นชวี ติ
สถิติ การนำเสนอและวิเคราะห์ข้อมูล แผนภาพจุด แผนภาพต้น – ใบ ฮลิ โทแกรม คา่ กลางของข้อมูล
การแปลความหมายของผลลัพธ์ การนำสถิติไปใช้ในชีวิตจริงหรือที่เกี่ยวข้องกับแหล่งท่องเที่ยวไทยวิถีชาว
ปตั ตานี
โดยจดั ประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ในชวี ิตประจำวนั ทใ่ี กลต้ วั ให้ผเู้ รยี นได้ศึกษา คน้ ควา้ โดย
ปฏิบตั จิ ริง ทดลอง สรุปรายงานเพอ่ื พัฒนาทกั ษะกระบวนการในการคำนวณ การแก้ปัญหาโดยใช้เหตผุ ล การ
สื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณด์ า้ นความรู้ ความคิด ทักษะกระบวนการทไี่ ด้ไปใช้ในการ
เรยี นรสู้ ิ่งต่าง ๆ และใช้ในชีวิตประจำวันอย่างสรา้ งสรรค์ รวมทงั้ เห็นคณุ ค่าและมีเจตคติทด่ี ตี อ่ คณิตศาสตร์
สามารถทำงานอยา่ งเป็นระบบ ระเบียบ มีความรอบคอบ รับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมคี วามเช่ือมน่ั ใน
ตนเอง
ตัวช้วี ัด
ค 1.2 ม. 2/2
ค 2.2 ม.2/1 ,ม. 2/2, ม. 2/4
ค 3.1 ม. 2/1
รวม 5 ตัวช้ีวดั

หลกั สตู รโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จงั หวดั ปตั ตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพนื้ ทีน่ วัตกรรมการศกึ ษาจงั หวดั ปัตตานี 63

โครงสรา้ งหน่วยการเรียนรู้

รายวชิ า คณติ ศาสตรพ์ ้นื ฐาน 2 รหัส ค22102 ภาคเรยี นปีที่ 2 ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 2
จำนวน 1.5 หน่วยกติ
อตั ราสว่ น 70:30 เวลา 3 คาบ/สปั ดาห์ 60 คาบ/ภาคเรยี น

ท่ี ช่อื หนว่ ย มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระการเรียนรู้ เวลา คะแนน
การเรียนรู้ ตวั ชว้ี ัด (ชว่ั โมง) 25
- การแยกตวั ประกอบของพหนุ าม 20
1 แยกตวั ประกอบ ค 1.2 ม. 2/2 ดีกรีสอง โดยใช้สมบตั กิ ารแจกแจง 15 18
พหนุ าม ค 2.2 ม. 2/4 กำลังสองสมบรู ณ์ และผลต่างของ 12 17
ค 2.2 ม. 2/2 กำลงั สอง 10
2 ความเทา่ กันทุก ค 2.2 ม.2/1 - ความเท่ากันทุกประการของรปู 10 20
ประการ สามเหล่ียม
ค 3.1 ม. 2/1 - การนำความรู้เกี่ยวกับความเท่ากัน 13 100
3 เส้นขนาน ทุกประการไปใชใ้ นการแกป้ ญั หา
4 การสรา้ งทาง รวม - สมบัติเกย่ี วกับเสน้ ขนานและรปู 60
สามเหลยี่ ม
เรขาคณิต - ความรูพ้ ื้นฐานเก่ียวกบั การให้
เหตผุ ลทางเรขาคณิต
5 สถิติ - การสร้างและการใหเ้ หตุผลเกีย่ วกบั
การสรา้ ง
- การให้เหตผุ ลเก่ียวกับรูปสามเหล่ียม
และรูปสเ่ี หลี่ยม
- การนำเสนอและวิเคราะหข์ ้อมูล
- แผนภาพจดุ
- แผนภาพตน้ – ใบ
- ฮิลโทแกรม
- คา่ กลางของข้อมลู
- การแปลความหมายของผลลพั ธ์
- การนำสถิตไิ ปใชใ้ นชีวติ จริง

หลกั สูตรโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวดั ปตั ตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพ้ืนที่นวัตกรรมการศึกษาจงั หวัดปตั ตานี 64

คำอธิบายรายวชิ า

รายวิชา คณิตศาสตร์พ้นื ฐาน 5 รหัสวิชา ค23101 ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 3

เวลา 3 คาบ/สปั ดาห์ 60 คาบ/ภาคเรยี น จำนวน 1.5 หน่วยกติ ภาคเรยี นที่ 1

กรอบหลกั สูตร Pattani Heritage ท่ีมีการเช่อื มโยง กรอบที่ 1 เปดิ ประตสู เู่ มืองปัตตานรี ฐั ลงั กาสกุ ะ

ศึกษาความรูพ้ ืน้ ฐานเบ้ืองตน้ ฝกึ ทกั ษะการคิดคำนวณ การให้เหตุผล และฝึกการแกป้ ญั หาในเร่อื ง
ตอ่ ไปน้ี ศึกษาฝึกทกั ษะกระบวนการในสาระต่อไปน้ี

อสมการเชิงเส้นตวั แปรเดียว การแก้อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว โจทยป์ ัญหาเก่ียวกับอสมการเชงิ
เส้นตวั แปรเดยี ว

การแยกตัวประกอบของพหุนามดกี รสี งู กวา่ สอง
สมการกำลังสองตวั แปรเดียว การแกส้ มการกำลังสองตวั แปรเดียว การนำความร้เู กยี่ วกบั สมการกำลัง
สองตัวแปรเดียวไปใช้ในการแก้ปัญหา
ความคล้าย รูปสามเหล่ียมคล้ายกัน การนำความรู้เกย่ี วกับความคล้ายไปใชใ้ นการแกป้ ัญหา
ฟงั ก์ชนั กำลงั สอง กราฟฟังกช์ นั กำลังสอง การนำความรู้เกยี่ วกับฟังก์ชนั กำลงั สองไปใช้ในการแกป้ ญั หา
สถติ ิ ข้อมูลและการวเิ คราะหข์ ้อมูล แผนภาพกล่อง การแปลความหมายผลลพั ธ์ การนำสถิติไปใช้ใน
ชีวิตจรงิ โดยศกึ ษาสถิตกิ ารทอ่ งเทีย่ วในจงั หวดั
โดยจดั ประสบการณ์หรอื สถานการณ์ในชีวิตประจำวนั ทใ่ี กลต้ วั ใหก้ ับผเู้ รียนไดศ้ กึ ษาคน้ คว้าและสร้างองค์
ความรู้(Research and Knowledge Formation) ผเู้ รียนได้ปฏิบตั ิจริง ทดลอง สรุปรายงาน สื่อสารและ
นำเสนอ(Communication and Presentation) อยา่ งเป็นลำดับขนั้ ตอน เพ่อื พัฒนาทกั ษะ/กระบวนการทาง
คณติ ศาสตร์ นำประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะ/กระบวนการทไ่ี ด้ไปใชใ้ นการเรยี นรู้สง่ิ ตา่ งๆรวมท้ัง
เห็นคณุ ค่าและมีเจตคติที่ดีตอ่ คณิตศาสตร์ สามารถทำงานอยา่ งเปน็ ระบบ ระเบยี บ มีความรอบคอบ มีความ
รบั ผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณ และมคี วามเชือ่ มน่ั ในตนเอง ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
การวัดและประเมินผลใช้วิธกี ารทห่ี ลากหลายตามสภาพจรงิ ให้สอดคล้องกบั เนอ้ื หา ทกั ษะทีต่ ้องการวดั และ
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

รหัสมาตรฐาน/ตัวช้ีวดั

ค 1.3 ม.3/1 ค 1.2 ม.3/1 ค 1.33 ม.3/2 ค 2.2 ม.3/1

ค 1.2 ม.3/2 ค 3.1 ม.3/1

รวมทงั้ หมด 6 ตวั ชว้ี ดั

หลกั สูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จังหวดั ปัตตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพน้ื ทน่ี วัตกรรมการศกึ ษาจังหวดั ปตั ตานี 65

โครงสรา้ งหน่วยการเรยี นรู้

รายวชิ า คณิตศาสตร์พื้นฐาน 5 รหสั ค23101 ภาคเรียนปีท่ี 1 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3
จำนวน 1.5 หน่วยกติ
อตั ราส่วน 70:30 เวลา 3 คาบ/สัปดาห์ 60 คาบ/ภาคเรียน

ท่ี ชื่อหน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู/้ สาระการเรียนรู้ เวลา น้ำหนัก
1 อสมการ ตวั ชวี้ ัด (ช่ัวโมง) คะแนน

ค 1.3 ม.3/1 - อสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว 10 15

- การแกอ้ สมการเชงิ เส้นตวั แปรเดียว

- การนำความรู้เก่ยี วกบั การแก้อสมการ

เชงิ เสน้ ตวั แปรเดียวไปใชใ้ นการแก้ปญั หา

2 การแยกตัวประกอบ ค 1.2 ม.3/1 การแยกตวั ประกอบของพหุนามดกี รีสูง 10 12
ของพหนุ ามดกี รสี ูง ค 1.3 ม.3/2 กวา่ สอง 10 13
กวา่ สอง ค 2.2 ม.3/1 - การแยกตวั ประกอบของพหุนามทีอ่ ยใู่ น 10 20
รปู ผลบวกและผลต่างกำลังสาม
3 สมการกำลังสองตัว -การแยกตัวประกอบของพหุนามที่มดี กี รี
แปรเดียว สูงกว่าสาม
สมการกาํ ลงั สองตวั แปรเดียว
4 ความคล้าย - สมการกาํ ลงั สองตวั แปรเดยี ว
- การแก้สมการกาํ ลงั สองตวั แปรเดียว
- การนาํ ความรู้เกีย่ วกับการแกส้ มการ
กาํ ลังสองตวั แปรเดยี วไปใช้ในการ
แก้ปัญหา
ความคล้าย
- รปู เรขาคณิตท่คี ลา้ ยกัน
- รูปสามเหลีย่ มทีค่ ลา้ ยกัน
- การนาํ ความรู้เกี่ยวกบั ความคลา้ ยไปใช้
ใน
การแกป้ ญั หา

หลักสตู รโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวดั ปตั ตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพน้ื ทน่ี วัตกรรมการศกึ ษาจงั หวดั ปตั ตานี 66

ท่ี ชือ่ หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระการเรียนรู้ เวลา นำ้ หนัก
5 ฟังกช์ ันกำลงั สอง ตวั ชวี้ ัด (ชัว่ โมง) คะแนน

6 สถิติ ค 1.2 ม.3/2 ฟังก์ชนั กาํ ลงั สอง 10 20

- กราฟของฟงั ก์ชันกาํ ลงั สอง

- การนาํ ความรู้เกี่ยวกับฟังกช์ ันกําลงั

สองไปใช้ในการแก้ปญั หา

ค 3.1 ม.3/1 สถติ ิ 10 20

- ขอ้ มูลและการวเิ คราะหข์ อ้ มูล

- แผนภาพกล่อง

- การแปลความหมายผลลัพธ์

- การนํา สถิตไิ ปใช้ในชวี ิตจริง

รวม 60 100

หลกั สูตรโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จงั หวดั ปตั ตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพ้นื ทีน่ วตั กรรมการศึกษาจังหวัดปัตตานี 67

คำอธบิ ายรายวิชา

รายวชิ า คณติ ศาสตรพ์ ื้นฐาน 6 รหัสวิชา ค23102 ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 3

เวลา 3 คาบ/สัปดาห์ 60 คาบ/ภาคเรยี น จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ ภาคเรียนท่ี 2

กรอบหลกั สูตร Pattani Heritage ทม่ี ีการเช่อื มโยง กรอบท่ี 3 ความหลากหลายมรดกทางวัฒนธรรม

ศึกษาความรพู้ น้ื ฐานเบอื้ งต้น ฝกึ ทกั ษะการคิดคำนวณ การใหเ้ หตุผล และฝึกการแกป้ ญั หาในเร่ืองตอ่ ไปนี้
ระบบสมการเชิงเส้นสองตวั แปร การนำความรเู้ ก่ยี วกบั การแก้ระบบสมการเชงิ เสน้ สองตัวแปรไปใช้ในการ
แกป้ ญั หา
วงกลม คอรด์ และเสน้ สัมผัส ทฤษฎบี ทเกี่ยวกบั วงกลม
พรี ะมิด กรวย และทรงกลม การหาพืน้ ที่ผิวและปรมิ าตรของพรี ะมิด กรวยและทรงกลม การนำความรู้
เกย่ี วกับพ้นื ท่ีผิวและปริมาตรของพรี ะมดิ กรวยและทรงกลมไปใชใ้ นการแก้ปญั หา และเรยี นรูม้ รดกภมู ิปญั ญาท้องถิ่น
บนความหลากหลายของมรดกทางวฒั นธรรม
ความน่าจะเป็น เหตุการณ์จากการทดลองสุม่ การนำความรู้เกีย่ วกับความน่าจะเปน็ ไปใช้ในชวี ิตจริง
อัตราส่วนตรโี กณมิติ การนำคา่ อัตราส่วนตรีโกณมิติของมมุ 30 องศา 45 องศา และ 60 องศาไปใชใ้ นการ
แก้ปญั หา
โดยจดั ประสบการณ์หรอื สถานการณ์ในชวี ิตประจำวนั ที่ใกลต้ วั ให้กับผูเ้ รยี นไดศ้ ึกษาค้นคว้าและสรา้ งองค์
ความรู้ (Research and Knowledge Formation) ผเู้ รียนได้ปฏบิ ัติจริง ทดลอง สรปุ รายงาน สื่อสารและนำเสนอ
(Communication and Presentation) อย่างเป็นลำดบั ขั้นตอน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์ นำ
ประสบการณด์ ้านความรู้ ความคิด ทกั ษะ/กระบวนการที่ได้ไปใชใ้ นการเรยี นรสู้ ิง่ ต่างๆ รวมท้งั เห็นคณุ ค่าและมีเจตคติ
ที่ดตี อ่ คณติ ศาสตร์ สามารถทำงานอยา่ งเป็นระบบ ระเบยี บ มีความรอบคอบ มคี วามรับผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณ และมี
ความเชอื่ มัน่ ในตนเอง ตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
การวดั และประเมนิ ผลใชว้ ธิ กี ารทห่ี ลากหลายตามสภาพจริงให้สอดคลอ้ งกับเนือ้ หา ทกั ษะทตี่ อ้ งการวดั และ
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

รหัสมาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั ค 2.2 ม.3/3 ค 2.1 ม.3/1
ค 1.3 ม.3/3 ค 3.2 ม.3/1 ค 2.2 ม.3/2
ค 2.1 ม.3/2

รวมทง้ั หมด 6 ตัวช้วี ัด

หลักสตู รโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จงั หวัดปตั ตานี พุทธศักราช 2565 ในพ้ืนที่นวตั กรรมการศึกษาจงั หวัดปัตตานี 68

โครงสรา้ งหน่วยการเรยี นรู้

รายวชิ า คณติ ศาสตรพ์ น้ื ฐาน 6 รหสั ค23102 ภาคเรยี นปีท่ี 2 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 3
จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต
อัตราสว่ น 70:30 เวลา 3 คาบ/สปั ดาห์ 60 คาบ/ภาคเรยี น

ท่ี ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรยี นรู/้ สาระการเรียนรู้ เวลา น้ำหนกั
ตัวชวี้ ัด (ชวั่ โมง) คะแนน
1 ระบบสมการเชิงเส้น
สองตวั แปร ค 1.3 ม.3/3 ระบบสมการเชิงเสน้ สองตวั แปร 11 20

- ระบบสมการเชงิ เส้นสองตวั แปร

- การแกร้ ะบบสมการเชงิ เสน้ สองตัวแปร

- การนำความรู้เก่ยี วกบั การแก้ระบบสมการเชิง

เสน้ สองตวั แปรไปใชใ้ นการแกป้ ัญหา

2 วงกลม ค 2.2 ม 3/3 วงกลม 15 20
- วงกลม คอรด์ และเสน้ สมั ผัส
3 พรี ะมิด กรวย และทรง ค 2.1 ม 3/1 - ทฤษฎีบทเกีย่ วกบั วงกลม 14 20
กลม ค 2.1 ม 3/2 บทวงกลมน้ี ประกอบด้วยหัวข้อยอ่ ย ดังต่อไปนี้ 10 20
2.1มุมที่จดุ ศูนย์กลางและมมุ ในส่วนโคง้ ของ
4 ความน่าจะเปน็ ค 3.2 ม 3/1 วงกลม
2.2 คอร์ดของวงกลม
2.3 เส้นสัมผัสวงกลม
พีระมิด กรวย และทรงกลม
- ปรมิ าตรและพน้ื ท่ีผวิ ของพรี ะมิด

- ปริมาตรและพ้ืนท่ีผิวของกรวย
- ปริมาตรและพ้ืนทีผ่ วิ ของทรงกลม
ความนา่ จะเป็น
- เหตุการณจ์ ากการทดลองสุ่ม
- ความน่าจะเปน็
- การนำความร้เู ก่ียวกบั ความน่าจะเป็นไปใช้ใน
ชวี ิตจรงิ

หลักสตู รโรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จงั หวดั ปัตตานี พุทธศักราช 2565 ในพ้ืนท่นี วตั กรรมการศกึ ษาจงั หวัดปัตตานี 69

ความน่าจะเป็น ประกอบด้วยหัวขอ้ ยอ่ ย
ดงั ต่อไปน้ี
4.1 โอกาสของเหตุการณ์
4.2 ความนา่ จะเปน็

ท่ี ช่ือหนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ สาระการเรียนรู้ เวลา น้ำหนัก
5 อัตราส่วนตรโี กณมติ ิ ตวั ชว้ี ัด (ชวั่ โมง) 20
ค 2.2 ม.3/2
อตั ราส่วนตรีโกณมิติ 10

- อตั ราส่วนตรโี กณมติ ิ

- การนำค่าอัตราสว่ นตรโี กณมิติของมมุ 30 องศา

45 องศา และ 60 องศาไปใชใ้ นการแกป้ ญั หา

อัตราสว่ นตรโี กณมติ นิ ี้ ประกอบดว้ ยหวั ข้อย่อย

ดังตอ่ ไปน้ี

5.1 ความหมายของอตั ราส่วนตรโี กณมติ ิ

5.2 อัตราสว่ นตรโี กณมติ ิ ของมุมแหลม

5.3 การนำอตั ราส่วนตรีโกณมิตไิ ปใช้ในการ

แก้ปญั หา

รวม 60 100

หลักสตู รโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จงั หวัดปัตตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพ้นื ทนี่ วัตกรรมการศึกษาจงั หวดั ปัตตานี 70

คำอธบิ ายรายวชิ า

รายวชิ า คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 1 รหัสวิชา ค31101 ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4

เวลา 2 คาบ/สัปดาห์ 40 คาบ/ภาคเรียน ภาคเรียนท่ี 1 จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ

กรอบหลกั สูตร Pattani Heritage ทม่ี กี ารเชือ่ มโยง กรอบที่ 3 ความหลากหลายมรดกทางวัฒนธรรม,

กรอบท่ี 4 สบื สานงานอาชพี จากภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่ินปัตตานี และกรอบที่ 5 ทอ่ งเทยี่ วไทย วิถชี าวปตั ตานี

ศึกษาความร้พู ้ืนฐานเบื้องต้น ฝึกทกั ษะการคิดคำนวณ การให้เหตุผล และฝึกการแก้ปัญหาในเร่ือง ต่อไปนี้
ศึกษาเกี่ยวกับเซต เซตจำกัด เซตอนันต์ การเท่ากันของเซต เอกภพสัมพัทธ์ สับเซตและเพาเวอร์ เซต
แผนภาพของเวนน์–ออยเลอร์ การดำเนินการของเซต และจำนวนสมาชิกของเซตจำกัด ตรรกศาสตร์เบื้องต้น
ประพจน์ การเชือ่ มประพจน์ และการหาคา่ ความจรงิ ของรูปแบบของประพจน์
โดยการจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ในชีวิตประจำวันที่ใกล้ตัวให้ผู้เรียน โดยนำเนื้อหาหรือ
สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายมรดกทางวัฒนธรรม สืบสานงานอาชีพจากภูมิปัญญาท้องถิ่นปัตตานี
และทอ่ งเท่ยี ววถิ ีชาวปัตตานี ตามกรอบหลักสูตร Pattani Heritage มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการสรา้ งความรู้ความเข้าใจ
ในเรื่องเซต เปน็ ต้น ไดศ้ ึกษา ฝกึ ทกั ษะ กระบวนการในการคดิ คำนวณ การแกป้ ญั หา การให้เหตุผล การเชือ่ มโยง
ความรู้ การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ นำประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิดทักษะกระบวนการที่ได้ไปใชใ้ น
การเรยี นรู้ สิ่งต่าง ๆ
เห็นคณุ ค่าและมีเจตคติทีด่ ีตอ่ คณิตศาสตร์ สามารถทำงานไดอ้ ยา่ งเปน็ ระบบ มีระเบยี บ รอบคอบ มีความ
รบั ผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณ มีความคิดริเร่ิมสรา้ งสรรค์และมีความเช่ือมัน่ ในตนเอง และสามารถนำไปใช้เป็นพ้ืนฐาน
การเรียนรใู้ นระดับสงู

ตวั ชวี้ ัด
ค 1.1 ม.4/1

รวม 1 ตวั ชี้วัด

หลกั สตู รโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จงั หวดั ปัตตานี พุทธศักราช 2565 ในพน้ื ทนี่ วัตกรรมการศึกษาจงั หวัดปตั ตานี 71

โครงสรา้ งหน่วยการเรยี นรู้

รายวิชา คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 1 รหัส ค31101 ภาคเรียนปที ่ี 1 ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 4
จำนวน 1.0 หน่วยกติ
อัตราส่วน 70:30 เวลา 2 คาบ/สัปดาห์ 40 คาบ/ภาคเรียน

ท่ี ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระการเรยี นรู้ เวลา น้ำหนกั
ตัวชว้ี ัด (ชวั่ โมง) คะแนน

1 เซต ค 1.1 ม.4/1 - ลักษณะของเซต วธิ เี ขยี นเซต เช่น เซตของ 22 45

สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดปัตตานี, เซต

ของอาหารประจำถิ่น, เซตของประเพณี,

เซตของภมู ปิ ัญญาท้องถิน่ เป็นต้น

- สัญลกั ษณแ์ ทนเซต

- เอกภพสัมพัทธ์

- เซตจำกัด เซตอนันต์ เซตวา่ ง

- เซตทเ่ี ท่ากันและเซตท่ีเทียบเท่ากนั

- สบั เซต

- เพาเวอร์เซต

- แผนภาพเวนน์ - ออยเลอร์

- การดำเนนิ การระหว่างเซต

การแกโ้ จทย์ปัญหาโดยเซต

2 ตรรกศาสตร์เบ้อื งต้น ค 1.1 ม.4/1 - ประพจน์ 18 55

- การเชอื่ มประพจน์

- การหาค่าความจริงของ รปู แบบประพจน์

- สรุปบทเรยี น

รวม 40 100

หลกั สตู รโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดปัตตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพ้นื ที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดปตั ตานี 72

คำอธบิ ายรายวิชา

รายวิชา คณิตศาสตร์พื้นฐาน 5 รหัสวชิ า ค33101 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 6

เวลา 2 คาบ/สปั ดาห์ 40 คาบ/ภาคเรยี น ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ

กรอบหลักสูตร Pattani Heritage ทม่ี ีการเชอ่ื มโยง กรอบที่ 1 เปิดประตูสู่เมอื งปัตตานี รัฐลังกาสุกะ

กรอบท่ี 2 ความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนเิ วศ

กรอบท่ี 3 ความหลากหลายมรดกทางวฒั นธรรม

กรอบที่ 4 สืบสานงานอาชีพจากภมู ิปัญญาท้องถ่ินปัตตานี

กรอบที่ 5 ทอ่ งเทย่ี วไทย วถิ ชี าวปตั ตานี

ศึกษาความร้พู ื้นฐานเบ้อื งต้น ฝกึ ทกั ษะการคิดคำนวณ การให้เหตผุ ล และ ฝกึ การแกป้ ัญหา ในเร่อื ง สถิติ
เก่ียวกบั ขอ้ มูล การนำเสนอการวิเคราะห์ ขอ้ มูลเชิงคุณภาพ เชงิ ปริมาณ การแปรความหมายทางสถิติ โดยนำ
เนอื้ หาหรือสถานการณต์ ามกรอบหลักสูตรPattani Heritage ตามสิง่ ทนี่ กั เรียนสนใจ เปน็ ส่วนหนึง่ ในการศกึ ษา
กระบวนการทางสถิตติ ้งั แตก่ ารได้มาซงึ่ ข้อมูล การจัดกระทำต่อขอ้ มลู และการนำข้อมลู ไปใช้ประโยชน์

เพือ่ ให้ผู้เรยี นไดศ้ กึ ษาคน้ ควา้ พฒั นาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การแก้ปญั หา
การใหเ้ หตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การนำเสนอ การเชื่อมโยงความรตู้ ่างๆ ทางคณิตศาสตรก์ ับ
ศาสตรอ์ น่ื ๆ และสามารถนำไปใชเ้ ปน็ พนื้ ฐาน การเรียนรูใ้ นระดับสูง และนำไปใช้ในชีวติ ประจำวนั อยา่ งสร้างสรรค์

เห็นคณุ คา่ มเี จตคติทีด่ ีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทำงานอยา่ งเป็นระบบระเบยี บรอบคอบ มีความ
รบั ผดิ ชอบ ใฝเ่ รียนรู้ มีวจิ ารณญาณและความเชื่อมัน่ ในตนเอง โดยใช้วธิ กี ารวัดและประเมินผลท่ีหลากหลายตาม
สภาพความเป็นจรงิ ของสาระการเรยี นร้แู ละทักษะที่ตอ้ งการวดั

ตัวชวี้ ัด
ค 3.1 ม.6/1

รวม 1 ตัวช้ีวดั

หลักสูตรโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จงั หวัดปตั ตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพ้นื ทีน่ วัตกรรมการศกึ ษาจังหวัดปัตตานี 73

โครงสร้างหน่วยการเรียนรู้

รายวิชา คณติ ศาสตร์พน้ื ฐาน 3 รหัส ค33101 ภาคเรียนปีที่ 1 ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 6
จำนวน 1.0 หน่วยกิต
อัตราสว่ น 70:30 เวลา 2 คาบ/สปั ดาห์ 40 คาบ/ภาคเรยี น
เวลา คะแนน
หน่วยการ ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระการเรียนรู้ (ช่วั โมง)

เรียนรู้ที่ เรียนรูแ้ ละ

ตวั ชี้วัด

1 ความหมายของ ค 3.1 ม.1/1 - สถิตศิ าสตร์ 10 30
สถิติศาสตร์และขอ้ มลู - คำสำคัญในสถิตศิ าสตร์
- ประเภทของข้อมลู

2 การวิเคราะห์และนำเสนอ ค 3.1 ม.1/1 - การวิเคราะห์และนำเสนอ 15 35

ขอ้ มลู เชงิ คุณภาพ ขอ้ มลู เชิงคุณภาพดว้ ยตาราง

ความถ่ี

- การวเิ คราะห์และนำเสนอ

ข้อมลู เชิงคุณภาพด้วยตารางถี่

ดว้ ยแผนภาพ

- ศึกษากรอบ Pattani
Heritage เพอ่ื นำไปทำชิ้นงาน

3 การวิเคราะห์และนำเสนอ ค 3.1 ม.1/1 - การวิเคราะห์และนำเสนอ 15 35

ข้อมูลเชงิ ปริมาณ ข้อมูลเชิงปริมาณดว้ ยตาราง

ความถี่

- การวิเคราะหแ์ ละนำเสนอ

ขอ้ มูลเชงิ ปรมิ าณดว้ ยตารางถี่

ดว้ ยแผนภาพ

- ศกึ ษากรอบ Pattani
Heritage เพ่อื นำไปทำชน้ิ งาน

รวม 4 100
หมายเหตุ เมอ่ื เรยี นครบทง้ั 3 หน่วยการเรียนรู้ ให้นักเรยี นทำชน้ิ งานโดยใช้กระบวนการทางสถิตทิ ไี่ ด้จาก
การศกึ ษา ไปประยุกต์ใชก้ บั เน้ือหาหรอื สถานการณต์ ามกรอบหลักสตู ร Pattani Heritage ตามที่นักเรียนสนใจ

หลักสตู รโรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จังหวดั ปตั ตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพ้ืนทน่ี วตั กรรมการศึกษาจังหวัดปตั ตานี 74

โครงสรา้ งหลักสตู รกลุม่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
โรงเรยี นเบญจมราชทู ิศ จงั หวัดปตั ตานี

กรอบหลักสูตร PATTANI HERITAGE ม.ตน้

หลักสูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จงั หวดั ปัตตานี พุทธศักราช 2565 ในพน้ื ท่นี วัตกรรมการศึกษาจังหวดั ปัตตานี 75

คำอธิบายรายวิชา

รายวิชา ว21101 วทิ ยาศาสตร์ 1 กล่มุ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต

ศกึ ษา วเิ คราะห์ ทำความเขา้ ใจ ความหมายของวิทยาศาสตร์กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ลักษณะสําคญั ของ
นักวทิ ยาศาสตรเ์ ครื่องมอื และอปุ กรณว์ ทิ ยาศาสตร์ผลของวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี สมบตั ขิ องสารบรสิ ุทธิ์ จุด
เดอื ด จุดหลอมเหลว ความหนาแนน่ การจำแนกและองคป์ ระกอบของสารบริสุทธิ์ โครงสรา้ งอะตอม การจำแนก
ธาตุ และการใชป้ ระโยชน์ ความร้เู กี่ยวกบั รปู รา่ ง ลักษณะของเซลล์สงิ่ มีชวี ติ เซลล์เดียวและหลายเซลล์
ส่วนประกอบสำคัญและหนา้ ท่สี ว่ นประกอบของเซลลพ์ ืชและเซลล์สัตว์ กระบวนการเคลอื่ นท่ีของสารผา่ นเซลล์
โดยการแพรแ่ ละออสโมซสิ ปัจจยั ท่จี ำเป็นและความสำคัญของกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพชื ต่อส่งิ มีชวี ิต
และสิง่ แวดลอ้ ม กลมุ่ เซลลท์ ่เี กยี่ วขอ้ งกบั การลำเลยี งนำ้ ของพืช ระบบลำเลยี งนำ้ และอาหาร การสบื พนั ธ์ุของพชื
แบบอาศยั เพศและไมอ่ าศยั เพศ โดยใช้สว่ นตา่ ง ๆ ของพืชในการขยายพันธ์ุ พฤตกิ รรมและการตอบสนองของ
พชื ตอ่ ส่งิ เร้า เทคโนโลยชี วี ภาพในการขยายพันธุ์ ปรับปรงุ พนั ธ์ุ เพิ่มผลผลติ ของพชื โดยใช้กระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ และทรพั ยากรธรรมชาตเิ ชิงพ้นื ท่ี การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมลู การอภปิ ราย การ
สบื เสาะหาความรู้ การแก้ปญั หา การแปลความหมายข้อมูล เพื่อการนำมาใชป้ ระโยชนอ์ ยา่ งยัง่ ยนื ใหเ้ กิด
ความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ อย่างเหมาะสม รู้วา่ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาตทิ ่ีเกิดขึ้นส่วนใหญ่ มรี ปู แบบท่ี
แนน่ อน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใต้ขอ้ มูล และเคร่ืองมอื ท่ีมอี ยใู่ นชว่ งเวลานนั้ ๆ เขา้ ใจวา่
วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคม และส่งิ แวดลอ้ ม มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน มีจิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม
คุณธรรม และค่านิยมท่ีดี มีความสามารถในการตดั สินใจ นำความรทู้ ่ไี ด้ทั้งหมดไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ติ ประจำวนั
ตลอดจนสามารถสอ่ื สาร สิง่ ท่เี รียนรู้ ให้เป็นประโยชน์ต่อสงั คม พัฒนาเป็นนวัตกรรมการศึกษาสู่การ เผยแพรใ่ น
รูปแบบดจิ ิทัล

ตวั ชีว้ ัด

ว2.1 ม.1/1 - ว2.1 ม.1/8

ว1.2 ม.1/1 - ว1.2 ม.1/18

รวม 26 ตัวชว้ี ัด

หลกั สูตรโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จังหวัดปตั ตานี พุทธศักราช 2565 ในพนื้ ทีน่ วตั กรรมการศึกษาจังหวัดปัตตานี 76

โครงสรา้ งรายวิชา

รายวชิ า ว21101 วทิ ยาศาสตร์ 1 กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หน่วยกิต

หน่วย ช่อื หน่วย มาตรฐานการเรียนร/ู้ สาระการเรียนรู้ เวลา คะแนน
ท่ี
1 หน่วย ตวั ช้วี ัด/ผลการเรยี นรู้ (คาบ)
พน้ื ฐานของ
สง่ิ มีชวี ิต 1.เปรยี บเทียบรูปร่าง • เซลล์เป็นหนว่ ยพนื้ ฐานของสิง่ มชี ีวติ สิ่งมีชวี ติ 3 8

ลกั ษณะ และโครงสร้าง บางชนิดมีเซลล์เพียงเซลลเ์ ดียว เชน่ อะมบี า

ของเซลล์พืชและเซลลส์ ัตว์ พารามเี ซียม ยสี ต์บางชนิดมหี ลายเซลล์เช่น พชื

รวมทั้งบรรยายหนา้ ท่ี ของ สัตว์

ผนงั เซลลเ์ ยื่อหุ้มเซลล์ไซ • โครงสรา้ งพ้นื ฐานทพี่ บท้ังในเซลล์พืชและเซลล์

โทพลาซมึ นิวเคลยี ส แวคิว สัตว์ และสามารถสังเกตได้ด้วยกล้องจลุ ทรรศน์

โอล ไมโทคอนเดรีย และ ใชแ้ สง ได้แก่ เยือ่ หุม้ เซลล์ไซโทพลาซมึ และ

คลอโร พลาสต์ นิวเคลียส โครงสร้างทพี่ บในเซลล์พืชแต่ไมพ่ บใน

เซลลส์ ัตว์ ได้แก่ผนงั เซลลแ์ ละคลอโรพลาสต์

2.ใชก้ ลอ้ งจุลทรรศน์ใช้แสง • โครงสรา้ งต่างๆของเซลลม์ ีหนา้ ทแี่ ตกตา่ งกนั

ศึกษาเซลล์ และโครงสรา้ ง - ผนังเซลล์ทำหนา้ ที่ให้ความแขง็ แรงแกเ่ ซลล์

ต่าง ๆ ภายในเซลล - เยอ่ื หุ้มเซลล์ทำหนา้ ทหี่ ่อหุ้มเซลล์และควบคุม

การลำเลยี งสารเขา้ และออกจากเซลล์

- นิวเคลยี ส ทำหน้าท่ีควบคุมการทำงานของ

เซลล์ - ไซโทพลาซมึ มีออรแ์ กเนลล์ทท่ี ำหน้าท่ี

แตกตา่ งกนั

- แวควิ โอล ทำหนา้ ทีเ่ กบ็ นำ้ และสารตา่ ง ๆ

- ไมโทคอนเดรีย ทำหนา้ ทเี่ กีย่ วกับการสลายสาร

อาหารเพอื่ ใหไ้ ดพ้ ลงั งานแกเ่ ซลล์

- คลอโรพลาสต์เปน็ แหลง่ ทเี่ กิดการสังเคราะห์

ด้วยแสง

3. อธบิ ายความสมั พันธ์ • เซลล์ของสงิ่ มีชีวติ มรี ูปร่าง ลักษณะ ที่ 23

ระหว่างรปู รา่ ง กบั การทำ หลากหลาย และมคี วามเหมาะสมกับหนา้ ทข่ี อง

หน้าทขี่ องเซลล์ เซลลน์ น้ั เช่น เซลล์ประสาทส่วนใหญ่ มีเส้นใย

หลกั สูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จังหวัดปตั ตานี พุทธศักราช 2565 ในพืน้ ทน่ี วัตกรรมการศึกษาจงั หวัดปัตตานี 77

หนว่ ย ชอ่ื หนว่ ย มาตรฐานการเรยี นรู/้ สาระการเรียนรู้ เวลา คะแนน
ท่ี
ตัวชว้ี ัด/ผลการเรยี นรู้ (คาบ)
2 การ
ดำรงชีวติ ประสาทเปน็ แขนงยาว นำกระแสประสาทไปยงั
ของพืช
เซลลอ์ น่ื ๆ ที่ อยู่ไกลออกไป เซลล์ขนราก เป็น

เซลล์ผิวของราก ที่มผี นงั เซลลแ์ ละเยื่อห้มุ เซลล์

ยนื่ ยาวออกมา ลกั ษณะคล้ายขนเส้นเลก็ ๆ เพื่อ

เพิ่มพืน้ ทผ่ี วิ ใน การดูดน้ำและธาตอุ าหาร

4. อธิบายการจัดระบบของ • พชื และสัตวเ์ ปน็ สิง่ มชี ีวติ หลายเซลลม์ ีการจดั 1 2

สิง่ มชี วี ติ โดยเรมิ่ จาก เซลล์ ระบบ โดยเริ่มจากเซลล์ไปเป็นเนื้อเย่อื อวยั วะ

เน้ือเยอ่ื อวัยวะ ระบบ ระบบอวยั วะและส่งิ มีชวี ติ ตามลำดบั เซลลห์ ลาย

อวยั วะ จนเปน็ ส่ิงมชี วี ติ เซลล์มารวมกันเป็นเน้อื เยื่อ เน้อื เยือ่ หลายชนิด

มา รวมกนั และทำงานร่วมกันเปน็ อวัยวะอวยั วะ

ต่างๆ ทำงานรว่ มกันเปน็ ระบบอวัยวะ ระบบ

อวยั วะ ทุกระบบทำงานรว่ มกนั เปน็ สิ่งมีชีวิต

5. อธบิ ายกระบวนการแพร่ • เซลล์มกี ารนำสารเข้าสเู่ ซลล์เพอ่ื ใชใ้ น 37

และออสโมซสิ จาก กระบวนการ ต่าง ๆ ของเซลลแ์ ละมกี ารขจดั สาร

หลกั ฐานเชิงประจกั ษแ์ ละ บางอย่าง ทเ่ี ซลล์ไมต่ ้องการออกนอกเซลล์การ

ยกตวั อยา่ งการแพร่ และ นำสารเขา้ และออกจากเซลลม์ ีหลายวธิ เี ช่น การ

ออสโมซสิ ในชีวติ ประจำวนั แพร่ เป็นการเคล่อื นท่ีของสารจากบรเิ วณท่ีมี

ความ เขม้ ขน้ ของสารสูงไปสู่บรเิ วณทีม่ ีความ

เขม้ ข้น ของสารต่ำ ส่วนออสโมซสิ เปน็ การแพร่

ของนำ้ ผา่ นเย่อื หุม้ เซลล์จากด้านทมี่ ีความ

เข้มข้นของ สารละลายต่ำไปยังด้านท่มี ีความ

เขม้ ขน้ ของ สารละลายสูงกว่า

6. ระบปุ จั จัยทจ่ี ำเปน็ ใน • กระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ท่ี 35

การสงั เคราะห์ด้วยแสง เกิดขึ้น ในคลอโรพลาสต์จำเปน็ ต้องใช้แสงแก๊ส

และผลผลิตที่เกดิ ข้นึ จาก คาร์บอนไดออกไซด์คลอโรฟิลล์และนำ้ ผลผลิตท่ี

การสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง ได้จาก การสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง ไดแ้ ก่ นำ้ ตาล

โดยใช้หลักฐานเชงิ และ แก๊สออกซเิ จน

ประจักษ์

หลักสตู รโรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จงั หวดั ปัตตานี พุทธศักราช 2565 ในพน้ื ทนี่ วัตกรรมการศึกษาจังหวัดปตั ตานี 78

หน่วย ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการเรียนรู้/ สาระการเรยี นรู้ เวลา คะแนน

ท่ี ตัวช้วี ัด/ผลการเรียนรู้ (คาบ)

7. อธิบายความสำคัญของ • การสังเคราะหด์ ว้ ยแสง เป็นกระบวนการท่ี 35

การสังเคราะหด์ ว้ ยแสง สำคัญ ตอ่ สิง่ มชี ีวติ เพราะเปน็ กระบวนการเดียว

ของพืชต่อส่งิ มีชวี ติ และ ทส่ี ามารถนำพลงั งานแสงมาเปลี่ยนเปน็ พลังงาน

ส่ิงแวดลอ้ ม ในรูปสารประกอบอินทรียแ์ ละเกบ็ สะสมใน

8. ตระหนักในคณุ คา่ ของ รปู แบบ ต่าง ๆ ในโครงสรา้ งของพชื พชื จงึ เป็น

พชื ท่มี ีตอ่ ส่ิงมชี ีวิตและ แหลง่ อาหารและพลังงานทส่ี ำคญั ของส่ิงมีชวี ติ

สิ่งแวดลอ้ ม โดยการรว่ มกนั อ่ืน นอกจากนก้ี ระบวนการสังเคราะหด์ ว้ ยแสง

ปลกู และดแู ลรักษา ต้นไม้ ยังเปน็ กระบวนการหลกั ในการสร้างแกส๊

ในโรงเรยี นและชมุ ชน ออกซิเจนให้กบั บรรยากาศเพื่อให้สิ่งมีชีวติ อน่ื

ใชใ้ นกระบวนการ หายใจ

9. บรรยายลกั ษณะและ • พชื มีไซเลม็ และโฟลเอ็ม ซ่งึ เป็นเนอ้ื เย่อื มี 35

หน้าท่ีของไซเล็มและ โฟล ลักษณะคล้ายทอ่ เรียงตัวกันเปน็ กลุม่ เฉพาะที่

เอ็ม โดยไซเลม็ ทำหนา้ ท่ีลำเลยี งนำ้ และธาตุอาหาร มี

10. เขียนแผนภาพท่ี ทิศทางลำเลียงจากรากไปสลู่ ำต้น ใบ และ สว่ น

บรรยายทศิ ทาง การ ต่างๆของพืชเพือ่ ใช้ในการสังเคราะห์ด้วยแสง

ลำเลยี งสารในไซเล็ม รวมถงึ กระบวนการอ่ืน ๆส่วนโฟลเอม็ ทำหนา้ ท่ี

และโฟลเอ็ม ของพชื ลำเลียงอาหารท่ีไดจ้ ากการสงั เคราะหด์ ้วยแสง มี

ทศิ ทางลำเลยี งจากบริเวณท่ีมีการสงั เคราะห์ดว้ ย

แสงไปสู่สว่ นต่าง ๆ ของพืช

11. อธิบายการสืบพนั ธ์ุ • พชื ดอกทกุ ชนิดสามารถสบื พันธ์แุ บบอาศัยเพศ 6 15

แบบอาศัยเพศ และ ไม่ ได้ และบางชนิดสามารถสืบพันธ์ุแบบไม่อาศัย

อาศัยเพศของพชื ดอก เพศได้

12. อธบิ ายลักษณะ • การสืบพนั ธุแ์ บบอาศยั เพศเป็นการสบื พันธทุ์ ่มี ี

โครงสร้างของดอกท่มี สี ่วน การ ผสมกนั ของสเปริ ์มกับเซลลไ์ ข่การสืบพนั ธ์ุ

ทำให้เกิดการถ่ายเรณู แบบอาศยั เพศของพืชดอกเกิดขึ้นที่ดอกโดย

รวมทัง้ บรรยาย การ ภายใน อบั เรณขู องสว่ นเกสรเพศผู้มีเรณซู ง่ึ ทำ

ปฏสิ นธิของพืชดอก การ หน้าที่ สรา้ งสเปริ ์ม ภายในออวุลของสว่ นเกสร

เกดิ ผลและเมล็ด เพศเมยี มถี ุงเอ็มบรโิ อ ทำหนา้ ที่สร้างเซลล์ไข่

หลักสูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จังหวัดปตั ตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพ้นื ท่ีนวตั กรรมการศึกษาจังหวัดปัตตานี 79

หนว่ ย ชือ่ หนว่ ย มาตรฐานการเรยี นร/ู้ สาระการเรียนรู้ เวลา คะแนน

ท่ี ตัวชวี้ ัด/ผลการเรยี นรู้ (คาบ)

การกระจายเมล็ด และการ • การสืบพนั ธุ์แบบไมอ่ าศัยเพศเป็นการสืบพันธทุ์ ี่

งอกของเมลด็ พชื ต้นใหม่ไม่ไดเ้ กิดจากการปฏิสนธิระหว่าง

13. ตระหนกั ถึง สเปิร์ม กับเซลลไ์ ขแ่ ต่เกิดจากสว่ นตา่ ง ๆ ของพชื

ความสำคญั ของสตั ว์ทชี่ ่วย เชน่ ราก ลำตน้ ใบ มกี ารเจรญิ เติบโตและ

ในการ ถา่ ยเรณูของพืช พฒั นาขึ้นมา เป็นตน้ ใหม่ได้

ดอก โดยการไม่ทำลายชีวิต • การถ่ายเรณูคอื การเคลอื่ นย้ายของเรณูจาก

ของสัตว์ทีช่ ่วยในการถ่าย อับเรณูไปยงั ยอดเกสรเพศเมยี ซงึ่ เก่ียวข้องกบั

เรณู ลกั ษณะและโครงสรา้ งของดอก เช่น สีของ กลีบ

ดอก ตำแหนง่ ของเกสรเพศผู้และเกสรเพศ เมีย

โดยมีสิง่ ท่ีชว่ ยในการถ่ายเรณเู ช่น แมลง ลม

• การถา่ ยเรณูจะนำไปส่กู ารปฏิสนธซิ งึ่ จะเกิดขึ้น

ที่ ถุงเอ็มบริโอภายในออวุล หลงั การปฏิสนธิจะ

ได้ ไซโกต และเอนโดสเปิรม์ ไซโกตจะพัฒนา

ต่อไป เปน็ เอ็มบริโอ ออวลุ พฒั นาไปเปน็ เมลด็

และรังไข่ พัฒนาไปเป็นผล

• ผลและเมล็ดมีการกระจายออกจากตน้ เดิม

โดย วิธีการตา่ ง ๆ เมือ่ เมล็ดไปตกใน

สภาพแวดล้อมท่ี เหมาะสมจะเกิดการงอกของ

เมลด็ โดยเอม็ บริโอ ภายในเมลด็ จะเจรญิ ออกมา

โดยระยะแรก จะอาศัยอาหารทส่ี ะสมภายใน

เมล็ด จนกระท่งั ใบแท้พัฒนา จนสามารถ

สงั เคราะหด์ ว้ ยแสงได้ เต็มทแ่ี ละสร้างอาหารได้

เองตามปกติ

14. อธิบายความสำคัญของ • พชื ต้องการธาตุอาหารท่ีจำเปน็ หลายชนดิ ใน 3 5

ธาตอุ าหาร บางชนดิ ทีม่ ีผล การ เจริญเตบิ โตและการดำรงชีวิต

ตอ่ การเจรญิ เตบิ โต และ • พืชตอ้ งการธาตุอาหารบางชนิดในปรมิ าณมาก

การดำรงชวี ติ ของพืช ไดแ้ ก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซยี ม

แคลเซียม แมกนีเซียม และกำมะถนั ซ่งึ ในดนิ

หลกั สตู รโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จงั หวัดปัตตานี พุทธศักราช 2565 ในพ้ืนทีน่ วัตกรรมการศึกษาจังหวดั ปัตตานี 80

หนว่ ย ชื่อหนว่ ย มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระการเรียนรู้ เวลา คะแนน

ท่ี ตวั ช้ีวัด/ผลการเรียนรู้ (คาบ)

15. เลือกใช้ป๋ยุ ทม่ี ีธาตุ อาจมีไม่เพยี งพอ สำหรับการเจริญเตบิ โตของพชื

อาหารเหมาะสมกับพืชใน จึงต้องมกี ารให้ ธาตอุ าหารในรปู ของปุ๋ยกับพืช

สถานการณท์ ่กี ำหนด อยา่ งเหมาะสม

16. เลือกวธิ ีการขยายพันธ์ุ • มนษุ ย์สามารถนำความร้เู รอื่ งการสืบพันธุ์ แบบ 6 15

พชื ใหเ้ หมาะสมกับ ความ อาศยั เพศและไม่อาศยั เพศ มาใช้ในการ

ต้องการของมนุษยโ์ ดยใช้ ขยายพันธ์เุ พอ่ื เพิม่ จำนวนพชื เชน่ การใชเ้ มล็ด

ความรู้ เกี่ยวกบั การ ท่ไี ด้จากการสืบพนั ธุ์แบบอาศัยเพศมาเพาะเล้ยี ง

สืบพนั ธ์ขุ องพืช วิธีการนจี้ ะได้พชื ในปรมิ าณมาก แต่อาจมี

17. อธิบายความสำคัญของ ลักษณะ ทแ่ี ตกตา่ งไปจากพ่อแมส่ ว่ นการตอนกง่ิ

เทคโนโลยี การเพาะเล้ียง การปักชำ การตอ่ กิง่ การติดตา การทาบกิง่ การ

เนื้อเย่อื พชื ในการใช้ เพาะเลย้ี ง เน้ือเย่อื เป็นการนำความรเู้ รื่องการ

ประโยชน์ ด้านตา่ ง ๆ สืบพันธุ์แบบ ไมอ่ าศยั เพศของพชื มาใช้ในการ

18. ตระหนกั ถงึ ประโยชน์ ขยายพันธุ์ เพื่อให้ไดพ้ ชื ทีม่ ีลักษณะเหมอื นต้น

ของการขยายพันธ์พุ ชื โดย เดมิ ซึ่งการขยายพนั ธุ์ แตล่ ะวิธีมขี ัน้ ตอน

การนำความร้ไู ปใชใ้ น แตกต่างกนั จึงควรเลือกให้ เหมาะสมกับความ

ชวี ติ ประจำวัน ต้องการของมนุษย์โดยตอ้ ง คำนงึ ถึงชนดิ ของพชื

และลักษณะการสืบพนั ธ์ุ ของพืช และเลือก

วิธกี ารขยายพนั ธุ์ทเ่ี หมาะสมกบั ทุเรยี น

หมอนทองทรายขาว นำเสนอในรูปแบบดจิ ิทัล

(กรอบท่ี 2 โมดูลท่ี1)

• เทคโนโลยีการเพาะเลยี้ งเน้อื เย่ือพชื เปน็ การ
นำ ความรู้เกีย่ วกับปจั จัยท่ีจำเป็นต่อการ
เจรญิ เตบิ โต ของพืชมาใช้ในการเพ่มิ จำนวนพชื
และทำใหพ้ ืช สามารถเจริญเติบโตไดใ้ นหลอด
ทดลอง ซ่งึ จะได้ พืชจำนวนมากในระยะเวลาส้ัน
และสามารถนำ เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนอื้ เย่ือ
มาประยุกต์ เพือ่ การอนรุ ักษ์พันธกุ รรมพืช

หลกั สตู รโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จงั หวัดปตั ตานี พุทธศักราช 2565 ในพื้นท่นี วัตกรรมการศึกษาจังหวัดปัตตานี 81

หนว่ ย ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระการเรียนรู้ เวลา คะแนน
ท่ี
ตวั ชวี้ ัด/ผลการเรยี นรู้ (คาบ)
3 สารบริสุทธ์ิ
ปรับปรุงพนั ธ์ุพืช ท่มี ีความสำคัญทางเศรษฐกจิ

การผลติ ยาและ สารสำคญั ในพชื และอื่น ๆ

1. อธบิ ายสมบตั ิทาง • ธาตแุ ต่ละชนิดมีสมบัติเฉพาะตวั และมีสมบตั ิ 6 7

กายภาพบางประการของ ทางกายภาพบางประการเหมอื นกันและ บาง

ธาตโุ ลหะ อโลหะ และกึ่ง ประการต่างกัน ซึ่งสามารถนำมาจัดกลมุ่ ธาตุ

โลหะ โดยใช้หลกั ฐาน เชงิ เปน็ โลหะอโลหะและก่ึงโลหะธาตโุ ลหะมจี ุดเดือด

ประจกั ษ์ทไ่ี ดจ้ ากการ จดุ หลอมเหลวสงู มีผิวมนั วาว นำความรอ้ น นำ

สังเกตและการทดสอบ ไฟฟา้ ดึงเป็นเสน้ หรือตเี ป็นแผ่นบางๆได้และ มี

และใชส้ ารสนเทศท่ีได้จาก ความหนาแนน่ ท้งั สงู และตำ่ ธาตอุ โลหะ มจี ุด

แหล่งขอ้ มลู ต่าง ๆ รวมท้ัง เดือด จุดหลอมเหลวต่ำ มีผวิ ไมม่ ันวาว ไมน่ ำ

จัดกลมุ่ ธาตุเป็นโลหะ ความรอ้ น ไมน่ ำไฟฟา้ เปราะ แตกหักง่าย และมี

อโลหะ และ กงึ่ โลหะ ความหนาแนน่ ต่ำ ธาตุก่ึงโลหะมสี มบัติ บาง

ประการเหมอื นโลหะ และสมบตั ิบางประการ

เหมือนอโลหะ

2. วเิ คราะหผ์ ลจากการใช้ • ธาตโุ ลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ ท่ีสามารถแผ่

ธาตุโลหะ อโลหะ กึ่งโลหะ รงั สีได้ จัดเป็นธาตุกมั มนั ตรงั สี

และธาตกุ มั มนั ตรงั สที มี่ ีตอ่

สง่ิ มีชวี ิต ส่งิ แวดลอ้ ม

เศรษฐกจิ และสงั คม จาก

ข้อมลู ทรี่ วบรวมได้

3. ตระหนักถงึ คุณค่าของ • ธาตุมที งั้ ประโยชนแ์ ละโทษ การใชธ้ าตุโลหะ

การใชธ้ าตุโลหะ อโลหะ กึง่ อโลหะ กึง่ โลหะ ธาตุกัมมนั ตรงั สคี วรคำนงึ ถึง

โลหะ ธาตกุ มั มนั ตรงั สโี ดย ผลกระทบตอ่ สงิ่ มชี วี ติ ส่งิ แวดล้อม เศรษฐกจิ

เสนอแนวทาง การใชธ้ าตุ และสงั คม

อยา่ งปลอดภัย คุ้มค่า

หลกั สตู รโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จงั หวัดปตั ตานี พุทธศักราช 2565 ในพน้ื ทน่ี วัตกรรมการศึกษาจงั หวดั ปตั ตานี 82

หน่วย ชอื่ หน่วย มาตรฐานการเรยี นร/ู้ สาระการเรียนรู้ เวลา คะแนน

ท่ี ตวั ชว้ี ัด/ผลการเรยี นรู้ (คาบ)

4. เปรยี บเทียบจดุ เดอื ดจุด • สารบริสทุ ธ์ิ และสารผสม โดยการวดั อณุ หภูมิ 6 8

หลอมเหลวของสารบริสทุ ธ์ิ เขียนกราฟ แปลความหมายขอ้ มลู จากกราฟ หรือ

และสารผสม โดยการวัด สารสนเทศ • สารบรสิ ุทธป์ิ ระกอบด้วยสารเพียง

อณุ หภมู ิเขียนกราฟ แปล ชนิดเดียว ส่วนสารผสมประกอบดว้ ยสารตัง้ แต่ 2

ความหมายข้อมลู จากกราฟ ชนดิ ข้ึนไป สารบรสิ ทุ ธิ์แตล่ ะชนิดมสี มบตั ิบาง

หรือสารสนเทศ ประการ ท่ีเปน็ ค่าเฉพาะตัว เชน่ จดุ เดอื ดและ จดุ

หลอมเหลวคงท่ีแต่สารผสมมจี ดุ เดอื ด และจุด

หลอมเหลวไมค่ งท่ีขึน้ อยู่กับชนิดและ สดั สว่ นของ

สารที่ผสมอยูด่ ้วยกนั

5. อธบิ ายและเปรยี บเทียบ • สารบริสทุ ธ์ิแต่ละชนิดมคี วามหนาแนน่ หรือ 35

ความหนาแนน่ ของ สาร มวลต่อหนึ่งหน่วยปรมิ าตรคงที่ เปน็ คา่ เฉพาะ ของ

บริสทุ ธิแ์ ละสารผสม สารนนั้ ณ สถานะและอุณหภูมิหนง่ึ แตส่ ารผสมมี

6. ใชเ้ ครื่องมอื เพอื่ วัดมวล ความหนาแนน่ ไม่คงทข่ี ้นึ อยกู่ ับชนดิ และสดั สว่ น

และปริมาตรของ สาร ของสารทีผ่ สมอยูด่ ้วยกนั

บรสิ ุทธิแ์ ละสารผสม

7. อธบิ ายเก่ียวกบั • สารบริสทุ ธแิ์ บ่งออกเป็นธาตุและสารประกอบ 3 5

ความสมั พนั ธ์ระหวา่ ง ธาตุประกอบด้วยอนภุ าคทเ่ี ล็กทสี่ ดุ ท่ียังแสดง

อะตอม ธาตแุ ละ สมบตั ขิ องธาตนุ น้ั เรียกวา่ อะตอม ธาตแุ ตล่ ะชนดิ

สารประกอบ โดยใช้ ประกอบดว้ ยอะตอมเพียงชนิดเดยี วและไม่

แบบจำลอง และสารสนเทศ สามารถแยกสลายเปน็ สารอน่ื ไดด้ ้วยวิธีทางเคมี

ธาตเุ ขยี นแทนด้วยสัญลกั ษณธ์ าตุสารประกอบ

เกดิ จากอะตอมของธาตตุ ง้ั แต่ 2 ชนิดขึน้ ไป

รวมตวั กันทางเคมใี นอตั ราสว่ นคงท่ี มสี มบตั ิ

แตกตา่ งจากธาตทุ ี่เปน็ องคป์ ระกอบ สามารถ แยก

เป็นธาตุไดด้ ว้ ยวธิ ที างเคมีธาตแุ ละ สารประกอบ

สามารถเขยี นแทนได้ดว้ ยสตู รเคมี

หลักสูตรโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดปัตตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพ้ืนท่ีนวตั กรรมการศกึ ษาจงั หวดั ปัตตานี 83

หน่วย ชือ่ หน่วย มาตรฐานการเรียนร้/ู สาระการเรยี นรู้ เวลา คะแนน

ท่ี ตวั ช้ีวัด/ผลการเรยี นรู้ (คาบ)

8. อธิบายโครงสรา้ งอะตอม • อะตอมประกอบด้วยโปรตอน นิวตรอน และ 35

ทีป่ ระกอบดว้ ย โปรตอน อิเล็กตรอน โปรตอนมีประจไุ ฟฟ้าบวก ธาตุ ชนดิ

นิวตรอน และอิเลก็ ตรอน เดียวกนั มจี ำนวนโปรตอนเทา่ กนั และเปน็ คา่

โดยใช้ แบบจำลอง เฉพาะของธาตนุ ั้น นิวตรอนเป็นกลางทางไฟฟา้

ส่วนอเิ ลก็ ตรอนมีประจไุ ฟฟา้ ลบ เม่ืออะตอม มี

จำนวนโปรตอนเทา่ กับจำนวนอิเล็กตรอน จะเป็น

กลางทางไฟฟา้ โปรตอนและนวิ ตรอน รวมกนั ตรง

กลางอะตอมเรียกวา่ นวิ เคลียส สว่ นอิเลก็ ตรอน

เคล่อื นทอี่ ยใู่ นทว่ี า่ งรอบนวิ เคลยี ส

สอบปลายภาค

รวม 60 คาบ

หลักสูตรโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวดั ปตั ตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพน้ื ทีน่ วตั กรรมการศึกษาจังหวดั ปัตตานี 84

คำอธบิ ายรายวิชา

รายวิชา ว20101 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละ

เทคโนโลยี

ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หน่วยกิต

ศกึ ษา อธิบายความหมายของเทคโนโลยี เรยี นรู้ประวตั ิศาสตรค์ วามเปน็ มาของเมืองปตั ตานีรฐั ลังกาสุกะ รวมถงึ วถิ ี
ชมุ ชน วิเคราะหส์ าเหตุหรอื ปัจจยั ที่ส่งผลตอ่ การเปลยี่ นแปลงการทำงานของระบบทางเทคโนโลยี
ความรู้ ทกั ษะ และทรพั ยากร โดยวิเคราะห์ เปรยี บเทียบและเลอื กข้อมูลทจี่ ำเปน็ เพ่อื ออกแบบวิธกี ารแก้ปญั หาใน
ชีวติ ประจำวัน เรยี นรแู้ ละเข้าใจมรดกภมู ิปญั ญาท้องถ่นิ บนความหลากหลายของมรดกทางวฒั นธรรม เพ่ือสืบสาน
งานอาชพี ดา้ นหัตถ์ศิลป์ และหัตถกรรม รวมท้งั ในดา้ นการเกษตรและอาหาร ทำความเขา้ ใจทรัพยากรธรรมชาติ
เชิงพ้นื ทเ่ี พอื่ การนำมาใชป้ ระโยชน์อย่างยง่ั ยนื รวมไปถงึ ด้านการท่องเท่ียวเชิงสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และเชงิ นิเวศ
ตลอดจนวิถชี ุมชน และสรา้ งชิน้ งานหรือพัฒนาวธิ กี ารโดยใชก้ ระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม รวมทัง้ เลือกใช้
วสั ดุ อปุ กรณ์ เครื่องมือในการแก้ปญั หาไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสม และปลอดภยั เพอ่ื พัฒนาเป็นนวตั กรรม
การศึกษาสู่การเผยแพรใ่ นรูปแบบดิจทิ ลั เทคโนโลยี

รหสั ตัวชี้วัด
ว 4.1 ม.1/1,ม.1/2,ม.1/3,ม.1/4,ม.1/5

รวม 5 ตวั ชีว้ ัด

หลกั สูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จงั หวัดปัตตานี พุทธศักราช 2565 ในพน้ื ท่ีนวตั กรรมการศึกษาจังหวดั ปตั ตานี 85

โครงสรา้ งรายวชิ า

รายวิชา ว20101 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละ

เทคโนโลยี

ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ชัว่ โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกิต

ลำดับ ชื่อหนว่ ยการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั
ท่ี (ชั่วโมง) คะแนน

1 เทคโนโลยี มาตรฐานการเรยี นรู้ - เทคโนโลยรี อบตัว 5 20

กรอบท่ี1 - ว 4.1 - สาเหตุและปจั จัยทที่ ำใหเ้ กิดการ

เปิดประตสู ู่เมือง ตัวชวี้ ัด เปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

ปัตตานีรฐั ลงั กาสกุ ะ - ม.1/1 - การเมอื ง การปกครอง เศรษฐกจิ

โมดูลท่ี 4 สมรรถนะผเู้ รยี น สังคม และวัฒนธรรม

เร่ือง การเมอื ง การ - การคิดขั้นสูง และ - ระบบทางเทคโนโลยี

ปกครอง เศรษฐกิจ การเรียนรู้ - อุทยานแหง่ ชาตนิ ้ำตก

สังคม และวฒั นธรรม - การสอื่ สารด้วย ทรายขาว

กรอบท่ี 2 ภาษา - แม่นำ้ ปัตตานี

ความหลากหลาย - การจัดการและ - ปา่ ชายเลน

ทางชวี ภาพและระบบ การทำงานเป็นทีม - อ่าวปัตตานี

นเิ วศ - การเปน็ พลเมืองที่ - เกาะจือลาปี

โมดลู ท่ี 1 เขม้ แขง็ - เทคโนโลยใี นงานอาชพี

เรื่อง อุทยาน - การอย่รู ่วมกบั - การทำนาเกลือ

แหง่ ชาตนิ ำ้ ตก ธรรมชาตแิ ละ - การทำหมวกกะปิเยาะ

ทรายขาว วทิ ยาการอยา่ งยง่ั ยืน - การทำผา้ จวนตานี

โมดูลท่ี 2 - การประมง

เร่อื ง แม่น้ำปัตตานี

โมดลู ท่ี 3

เรอื่ ง ปา่ ชายเลน

โมดลู ท่ี 4

เรอ่ื ง อา่ วปัตตานี

โมดูลที่ 5

เร่ือง เกาะจอื ลาปี

หลกั สตู รโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวดั ปัตตานี พุทธศักราช 2565 ในพ้นื ทนี่ วัตกรรมการศกึ ษาจงั หวัดปัตตานี 86

ลำดับ ช่ือหนว่ ยการเรยี นรู้ ผลการเรยี นรู้ สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั
ท่ี (ช่ัวโมง) คะแนน

กรอบที่4

สืบสานงานอาชีพ

จากภูมปิ ญั หาทอ้ งถน่ิ

ปตั ตานี

โมดูลท่ี 1

เรื่อง การทำนา

เกลอื

โมดูลท่ี 2

เรื่อง การทำหมวก

กะปเิ ยาะ

โมดูลที่ 3

เร่ือง การทำผา้ จวน

ตานี

โมดลู ที่ 7

เรื่อง การประมง

2 วสั ดุ เครอื่ งมอื กลไก มาตรฐานการเรียนรู้ - วสั ดุและเครอ่ื งมือพน้ื ฐาน 5 20

ไฟฟ้า และ - ว 4.1 - ว่าวบุหลนั

อิเลก็ ทรอนกิ ส์ ตวั ชีว้ ัด - การตกี ริช

กรอบที่3 - ม.1/5

ความหลากหลาย สมรรถนะผู้เรยี น - กลไก ไฟฟ้า และอเิ ลก็ ทรอนิกส์

มรดกทางวฒั นธรรรม - การคิดขนั้ สูง และ เบื้องต้น

โมดลู ที่ 1 การเรียนรู้

เรอ่ื ง วา่ วบุหลนั - การสือ่ สารดว้ ย

กรอบที่4 ภาษา

สืบสานงานอาชพี - การจดั การและ

จากภูมิปัญหาทอ้ งถน่ิ การทำงานเป็นทีม

ปตั ตานี

หลกั สตู รโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จงั หวดั ปตั ตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพืน้ ท่ีนวัตกรรมการศกึ ษาจงั หวดั ปัตตานี 87

ลำดับ ชือ่ หนว่ ยการเรยี นรู้ ผลการเรยี นรู้ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนัก
ท่ี (ช่ัวโมง) คะแนน
- การเป็นพลเมืองท่ี
โมดลู ท่ี 4 เข้มแขง็

เรือ่ ง การตีกรชิ - การอยรู่ ่วมกับ
ธรรมชาตแิ ละ
วทิ ยาการอย่างยั่งยืน

3 การออกแบบเชงิ มาตรฐานการเรยี นรู้ - - กระบวนการออกแบบเชงิ 10 60

วิศวกรรม - ว 4.1 วศิ วกรรม

กรอบท่ี3 ตวั ชว้ี ัด - ข้าวยำ

ความหลากหลาย - ม.1/2 - ลกู หยี

มรดกทางวัฒนธรรรม - ม.1/3 - น้ำบูดู

โมดูลท่ี 7 - ม.1/4 - การทำปาลอกอื โปะ๊

เรอื่ ง ข้าวยำ สมรรถนะผู้เรียน -กรณศี ึกษาการทำงานตาม

โมดลู ท่ี 9 - การคดิ ขั้นสูง และ กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม

เร่ือง ลูกหยี การเรยี นรู้ - ชมุ ชนกอื ดาจินอ

โมดลู ที่ 12 - การส่ือสารด้วย - วดั ชา้ งไห้

เรอ่ื ง นำ้ บดู ู ภาษา - พพิ ธิ ภัณฑเ์ จา้ แม่ล้มิ กอเหนี่ยว

กรอบที่4 - การจดั การและ - หาดแฆแฆ

สืบสานงานอาชีพ การทำงานเป็นทมี - หาดตะโละกาโปร์

จากภูมิปัญหาท้องถ่นิ - การเปน็ พลเมอื งที่ - หาดวาสกุ รี

ปตั ตานี เขม้ แขง็

โมดลู ที่ 5 - การอยรู่ ว่ มกับ

เรอื่ ง การทำปาลอกือ ธรรมชาติและ

โป๊ะ วทิ ยาการอยา่ งยงั่ ยนื

กรอบท่ี 5

ท่องเทยี่ วไทยวถิ ีชาว

ปัตตานี

โมดูลที่ 1


Click to View FlipBook Version