The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by abdulloh.w, 2022-08-10 05:28:42

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดปัตตานี

หลักสูตร pattani heritage 10-8-65

หลกั สูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จังหวัดปตั ตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพ้ืนทีน่ วัตกรรมการศกึ ษาจงั หวดั ปัตตานี 88

ลำดับ ช่อื หนว่ ยการเรยี นรู้ ผลการเรียนรู้ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั
ท่ี (ช่วั โมง) คะแนน

เรื่อง ชุมชนกือดาจิ

นอ

โมดลู ท่ี 2

เรื่อง วัดช้างไห้

โมดลู ที่ 3

เรื่อง พิพิธภณั ฑเ์ จา้

แม่ล้ิมกอเหน่ยี ว

โมดลู ท่ี 4

เร่ือง หาดแฆแฆ

โมดูลท่ี 5

เรือ่ ง หาดตะโละกา

โปร์

โมดลู ท่ี 6

เรื่อง หาดวาสกุ รี

หลกั สูตรโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จงั หวัดปตั ตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพน้ื ทนี่ วตั กรรมการศึกษาจังหวัดปัตตานี 89

คำอธบิ ายรายวชิ า

รายวชิ า ว21201 ของเลน่ เชิงวทิ ยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต

ใช้กรอบหลกั สตู ร PATTANI HERITAGE กรอบที่ 3 ความหลากหลายมรดกทางวัฒนธรรมและกรอบท่ี 4 สบื
สานงานอาชพี จากภมู ิปญั ญาท้องถิ่นปัตตานี ก

รอบ 3 ความหลากหลายมรดกทางวฒั นธรรม

. ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ เรียนรู้มรดกภูมปิ ญั ญาท้องถน่ิ บนความหลากหลายของมรดกทางวัฒนธรรม
เพอ่ื พัฒนาเปน็ นวัตกรรมการศึกษามรดกภูมปิ ัญญาท้องถ่ินจงั หวดั ปัตตานี เพือ่ สืบสานงานอาชพี ดา้ นหัตถศิลป์
และหัตกรรมเพ่ือพัฒนาเปน็ นวัตกรรมการศึกษาสกู่ ารเผยแพร่ในรูปแบบดิจทิ ัล ในการสรา้ งของเลน่ อย่างงา่ ยตาม
แบบทกี่ ำหนดให้ ดัดแปลงหรือ ประดิษฐ์ของเลน่ ทใ่ี ช้เครื่องกลอย่างงา่ ยหรอื หลักการทางไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์
อยา่ งงา่ ย และอธิบายการทำงานของของเล่น ดว้ ยหลักการทางวิทยาศาสตร์ สามารถใช้กระบวนการสืบเสาะหา
ความรทู้ างวทิ ยาศาสตร์ การแก้ปญั หา สามารถสื่อสารส่ิงทเ่ี รยี นรู้ สามารถตดั สนิ ใจ นำความรู้ไปใช้ใน
ชวี ิตประจำวันมีจติ วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรมและค่านยิ มท่ีเหมาะสม

ผลการเรยี นรู้

1. ต้งั คำถามเกยี่ วกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ท่ีสงั เกตได้จากการเลน่ ของเลน่

2. สงั เกตและอธบิ ายหลักการทำงานของเคร่ืองกลอย่างงา่ ย วงจรไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์อยา่ งง่ายท่ีประกอบขึ้น
ในของเล่น

3. ตรวจสอบและแก้ไขข้อบกพรอ่ งของเคร่ืองกลอยา่ งงา่ ย วงจรไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์อย่างงา่ ยท่ปี ระกอบข้ึนใน
ของเลน่ ท่กี ำหนด

4. ออกแบบและประดษิ ฐ์ของเล่นโดยใช้เครอื่ งกลอยา่ งงา่ ย และไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกสอ์ ย่างง่าย

5. มีเจตคติทด่ี ตี ่อหลักการทางวิทยาศาสตร์ในของเลน่

รวมทั้งหมด 5 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จงั หวัดปตั ตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพ้ืนท่นี วตั กรรมการศึกษาจงั หวดั ปัตตานี 90

โครงสรา้ งรายวชิ า

รายวชิ า ว21201 ของเล่นเชิงวทิ ยาศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ช่วั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต

ลำดบั ชื่อหนว่ ยการเรยี นรู้ ผลการเรียนรู้ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั
ท่ี (ชั่วโมง) คะแนน

1 ป๋องแป๋ง 1. ตงั้ คำถามเกีย่ วกับ ป๋องแป๋ง สนั นษิ ฐานว่าเปน็ ของเล่นท่ี 4 10

หลกั การทาง อาจจะเข้ามาในเมืองไทยพร้อมกับชาว

วิทยาศาสตรท์ ี่สังเกต จีนก็เป็นได้ เพราะแตเ่ ดิมน้ันของเล่น

ไดจ้ ากการเลน่ ของเล่น ชนดิ นี้เป็นสญั ลกั ษณข์ องคนจนี ย้อมผ้า

2. สังเกตและอธิบาย ที่หาบปีบย้อมผา้ ไปตามบ้านและก็จะ

หลกั การทำงานของ ถอื กลองหรือปอ๋ งแป๋งนแ้ี กวง่ ไปมา

เคร่ืองกลอยา่ งงา่ ย เพอื่ ให้ รูว้ ่าชา่ งยอ้ มผ้ามาแล้วใครจะ

วงจรไฟฟา้ และ ย้อมผา้ กใ็ หเ้ อาผา้ ออกมา ปอ๋ งแป๋ง เรา

อิเล็กทรอนิกส์อยา่ ง เรยี กชื่อตามเสียงท่ีมนั ดังกไ็ ด้ เมื่อคน

งา่ ยทีป่ ระกอบขึ้นใน จนี ยอ้ มผา้ ไปทใ่ี ดมักจะมีเดก็ ๆ ไปมุงดู

ของเล่น กลองหรือปอ๋ งแปง๋ อยูเ่ สมอ เป็นท่ชี อบ

3. ตรวจสอบและแกไ้ ข ของเดก็ ๆ ผ้ใู หญ่จงึ คิดทำเลยี นแบบ

ข้อบกพรอ่ งของ ขึน้ มาให้เดก็ เล่น เกิดจากการเรยี นรู้

เครอ่ื งกลอยา่ งงา่ ย สามารถอธิบายไดด้ ้วยหลกั การทาง

วงจรไฟฟ้าและ วิทยาศาสตร์

อิเล็กทรอนกิ ส์อยา่ ง

งา่ ยท่ปี ระกอบขึ้นใน

ของเลน่ ท่ีกำหนด

4. ออกแบบและ

ประดษิ ฐข์ องเลน่ โดยใช้

เครื่องกลอยา่ งง่าย

และไฟฟา้ และ

อเิ ล็กทรอนกิ สอ์ ย่าง

งา่ ย

หลักสตู รโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จังหวดั ปัตตานี พุทธศักราช 2565 ในพืน้ ท่ีนวตั กรรมการศกึ ษาจังหวดั ปัตตานี 91

ลำดบั ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ ผลการเรียนรู้ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั
ท่ี (ชวั่ โมง) คะแนน

5. มีเจตคตทิ ดี่ ีตอ่ 5

หลักการทาง

วิทยาศาสตร์ในของ

เลน่

2 ไก่กะตา๊ ก 1. ตั้งคำถามเกย่ี วกับ ไก่กะตา๊ ก” เปน็ ของเล่นทีป่ ระดษิ ฐจ์ าก 4

หลักการทาง แก้วกระดาษและมีเชอื กผกู กลางถ้วย

วิทยาศาสตร์ที่สงั เกต สำหรบั ใชฟ้ องนำ้ ถูใหเ้ กดิ เป็นเสยี งไก่

ได้จากการเลน่ ของเลน่ ขันที่ดังคล้ายเสยี งไก่ร้อง “กะต๊าก”

2. สังเกตและอธบิ าย โดยเสยี งทีเ่ กดิ ขน้ึ น้นั มาจากการ

หลกั การทำงานของ ส่นั สะเทือนของเชือกทถี่ กู ขัดถู ของ

เครอ่ื งกลอย่างง่าย เลน่ ช้ินน้ีอาจจะไมเ่ ห็นบ่อยนกั แต่มี

วงจรไฟฟา้ และ หลกั การทำงา่ ยๆ ทนี่ ำไปสอนเด็กๆ ใน

อิเล็กทรอนกิ สอ์ ย่าง เรอ่ื งการกำเนดิ เสียงได้

งา่ ยที่ประกอบขน้ึ ใน

ของเลน่

3. ตรวจสอบและแก้ไข

ข้อบกพรอ่ งของ

เครอ่ื งกลอย่างง่าย

วงจรไฟฟ้าและ

อิเล็กทรอนิกสอ์ ยา่ ง

งา่ ยท่ปี ระกอบขน้ึ ใน

ของเล่นที่กำหนด

4. ออกแบบและ

ประดษิ ฐ์ของเลน่ โดยใช้

เคร่ืองกลอยา่ งงา่ ย

และไฟฟ้าและ

อิเลก็ ทรอนิกส์อย่าง

งา่ ย

หลกั สตู รโรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จงั หวัดปตั ตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพื้นท่ีนวตั กรรมการศึกษาจังหวดั ปัตตานี 92

ลำดบั ชื่อหนว่ ยการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั
ท่ี (ช่ัวโมง) คะแนน

5. มีเจตคตทิ ด่ี ีตอ่ 4 5

หลกั การทาง

วทิ ยาศาสตรใ์ นของ

เลน่

3 โทรศัพท์มสี าย 1. ตง้ั คำถามเก่ียวกับ - วิวฒั นาการของระบบ

หลักการทาง โทรศัพท์เคลอ่ื นทเ่ี ซลลลู าร์ เดมิ เปน็

วทิ ยาศาสตร์ท่ีสงั เกต ระบบอนาลอ็ ค และพฒั นามาเปน็

ได้จากการเล่นของเลน่ ระบบดิจติ อลจนถงึ ปจั จบุ นั

2. สงั เกตและอธบิ าย - การตดิ ต่อสอื่ สารทมี่ รี ูปแบบและการ

หลักการทำงานของ ใชเ้ ครือ่ งมอื ท่ีแตกต่างกัน เชน่ การ

เครื่องกลอย่างง่าย สอ่ื สารโดยใชเ้ สียงพดู หรอื คำพดู นิยม

วงจรไฟฟ้าและ ใชโ้ ทรศพั ท์เปน็ เคร่อื งมือในการสอื่ สาร

อิเลก็ ทรอนกิ สอ์ ยา่ ง เป็นต้น

งา่ ยทปี่ ระกอบขึน้ ใน

ของเล่น

3. ตรวจสอบและแก้ไข

ข้อบกพร่องของ

เคร่ืองกลอย่างงา่ ย

วงจรไฟฟ้าและ

อิเลก็ ทรอนิกส์อยา่ ง

ง่ายทีป่ ระกอบขึ้นใน

ของเลน่ ทกี่ ำหนด

4. ออกแบบและ

ประดิษฐข์ องเล่นโดยใช้

เคร่อื งกลอย่างงา่ ย

และไฟฟ้าและ

อิเลก็ ทรอนกิ สอ์ ยา่ ง

งา่ ย

หลกั สตู รโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จังหวดั ปัตตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพนื้ ทน่ี วตั กรรมการศกึ ษาจังหวดั ปตั ตานี 93

ลำดบั ชือ่ หนว่ ยการเรยี นรู้ ผลการเรยี นรู้ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนัก
ท่ี (ช่วั โมง) คะแนน

5. มเี จตคติทีด่ ีตอ่ 5

หลกั การทาง

วิทยาศาสตรใ์ นของ

เลน่

4 กงั หันลม 1. ตัง้ คำถามเกีย่ วกบั พลังงานทดแทน หมายถงึ พลังงาน 4

หลักการทาง ทางเลือกเพอื่ ใช้ทดแทนพลังงานท่ี

วทิ ยาศาสตรท์ ี่สงั เกต สิน้ เปลืองหรอื พลังงานเชอ้ื เพลิง

ไดจ้ ากการเลน่ ของเลน่ ฟอสซลิ ท่นี บั วนั จะหมดไป เพื่อใหม้ ี

2. สงั เกตและอธบิ าย พลังงานใช้ตลอดไปโดยไมเ่ กดิ วกิ ฤต

หลักการทำงานของ พลงั งานและไมม่ ีผลกระทบตอ่

เคร่ืองกลอย่างงา่ ย สภาพแวดล้อม พลังงานทดแทน

วงจรไฟฟ้าและ อาจจะเป็นการเตมิ สารที่ได้จาก

อิเล็กทรอนิกสอ์ ย่าง ธรรมชาตใิ ชแ้ ลว้ หมดในเช้อื เพลงิ

งา่ ยทีป่ ระกอบข้นึ ใน ฟอสซิล เพือ่ ให้มีประสิทธิภาพสูงขนึ้

ของเลน่ และราคาถูกลง เชน่ แก๊สโซฮอล์ และดี

3. ตรวจสอบและแกไ้ ข โซฮอล์ เป็นนา้ มันทีเ่ ตมิ เอทานอลหรือ

ข้อบกพร่องของ แอลกอฮอล์ แทนนา้ มนั เบนซลิ และ

เครื่องกลอย่างง่าย ดีเซลหรอื พลงั งานทไ่ี ดจ้ ากแหล่งทไี่ ม่

วงจรไฟฟา้ และ หมด ไดแ้ ก่ น้ามันพืช ไบโอดีเซล ดีเซล

อิเล็กทรอนกิ สอ์ ยา่ ง ปาลม์ บริสุทธิ์ เช้ือเพลิงชวี ภาพ

งา่ ยทป่ี ระกอบข้นึ ใน พลงั งานน้ำพลังงานลม พลังงาน

ของเล่นท่กี ำหนด แสงอาทิตยแ์ ละพลงั งานความรอ้ นใต้

4. ออกแบบและ พิภพ ซง่ึ พลังงานเหล่านเี้ ป็นพลงั งาน

ประดษิ ฐข์ องเล่นโดยใช้ ทางเลอื ก ในขณะทก่ี ำลังใช้พลงั งาน

เครอื่ งกลอย่างงา่ ย เชอื้ เพลงิ อย่างมากมาย ต้องคิดไปด้วย

และไฟฟ้าและ ว่าจะพัฒนาพลงั งานทดแทนใดมาแทน

อเิ ล็กทรอนกิ สอ์ ยา่ ง

ง่าย

หลักสตู รโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จงั หวดั ปัตตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพื้นท่นี วตั กรรมการศึกษาจงั หวัดปัตตานี 94

ลำดบั ช่อื หนว่ ยการเรยี นรู้ ผลการเรยี นรู้ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั
ท่ี (ชวั่ โมง) คะแนน

5. มีเจตคตทิ ่ีดีต่อ 5

หลักการทาง

วิทยาศาสตร์ในของ

เลน่

5 วงลอ้ หลากสี 1. ต้งั คำถามเกีย่ วกับ - วงล้อสีของ Itten คืออะไรและนัก 4

หลักการทาง ออกแบบเลือกสีอย่างไร วงล้อสีเป็น

วทิ ยาศาสตร์ที่สังเกต รูปแบบที่แสดงถึงสีที่แตกต่างกันใน

ได้จากการเลน่ ของเลน่ สเปกตรัมที่มองเห็นได้ พวกมันถูก

2. สังเกตและอธบิ าย จดั เรียงเป็นภาคตามลำดับใกล้เคียงกับ

หลกั การทำงานของ ตำแหน่งของมันในสเปกตรัมสี วงกลม

เครอื่ งกลอย่างงา่ ย ช่วยให้คุณค้นหาชุดสีที่ดีที่สุดสำหรับ

วงจรไฟฟ้าและ การออกแบบของคุณ ตรงกลางมี

อิเล็กทรอนกิ สอ์ ย่าง สามเหลี่ยมของสีหลัก - น้ำเงินเหลือง

ง่ายท่ปี ระกอบขึ้นใน และแดง - โดยการผสมซึง่ คณุ จะได้เฉด

ของเลน่ สีใด ๆ ที่เข้ากับดวงตาของมนุษย์ สี

3. ตรวจสอบและแก้ไข เหล่านี้เรียกอีกอย่างว่าสีหลักในโครง

ข้อบกพร่องของ ร่าง หากคุณผสมสีหลักสองในสามสี

เครอ่ื งกลอย่างง่าย คุณจะได้สีรอง สีเหลืองและสีน้ำเงิน

วงจรไฟฟา้ และ เมื่อผสมกันจะให้สีเขียวเหลืองกับแดง

อิเลก็ ทรอนิกสอ์ ย่าง - สม้ และน้ำเงนิ และแดง - มว่ ง

ง่ายทปี่ ระกอบขน้ึ ใน

ของเลน่ ท่ีกำหนด วงลอ้ สีเปน็ เคร่ืองมอื จบั คู่สที มี่ ี

4. ออกแบบและ ประโยชน์ท่สี ุด มนั ใชง้ านได้

ประดษิ ฐข์ องเล่นโดยใช้ หลากหลาย เหมาะสำหรับทง้ั เสื้อผ้า

เครื่องกลอย่างงา่ ย และภายใน วธิ จี ับคู่สใี ห้ถูกต้อง เรียนรู้

และไฟฟา้ และ การใชว้ งลอ้ สี ในกรณนี คี้ ณุ ไม่

อเิ ลก็ ทรอนิกส์อยา่ ง จำเปน็ ตอ้ งสรา้ งล้อใหม่ สำหรับเราทุก

งา่ ย อยา่ งถูกคิดค้นมาเป็นเวลานาน คณุ

หลักสูตรโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จังหวดั ปตั ตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพืน้ ท่ีนวัตกรรมการศกึ ษาจงั หวัดปตั ตานี 95

ลำดับ ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ ผลการเรียนรู้ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั
ท่ี (ช่ัวโมง) คะแนน

5. มเี จตคตทิ ด่ี ีต่อ จำเปน็ ต้องรูก้ ฎบางประการของวงลอ้ สี 10

หลกั การทาง จากนนั้ ปญั หาเกี่ยวกบั การผสมสีจะ

วทิ ยาศาสตรใ์ นของ หายไปทันที วงล้อสไี ด้รับการออกแบบ

เล่น มาเพ่อื ให้การผสมของสีใด ๆ ท่ีเลือก

จากนั้นดูเข้ากนั ได้ดี การออกแบบ

พน้ื ฐานมหี ลายรปู แบบในชว่ งหลายปีท่ี

ผ่านมา แต่รนุ่ ท่พี บมากท่ีสดุ คอื วงกลม

12 สี

6 สมดลุ โมบาย 1. ตัง้ คำถามเกย่ี วกับ - สภาพสมดุล คือสภาพท่วี ัตถุสามารถ 6

หลกั การทาง รักษาสภาพการเคลื่อนที่ให้คงเดิม

วทิ ยาศาสตรท์ ี่สงั เกต โมเมนต์ของแรงหรอื ทอร์ก มคี ่าเท่ากับ

ได้จากการเลน่ ของเลน่ ผลคูณระหว่างขนาดของแรง กับ

2. สังเกตและอธิบาย ระยะทางจากแกนหมุนที่ตั้งฉากกับ

หลกั การทำงานของ แนวแรง

เครื่องกลอย่างง่าย - สภาพยืดหย่นุ เป็นสมบตั ิของวสั ดทุ ่ี

วงจรไฟฟ้าและ ผิดรูปได้เมื่อถูกแรงกระทาและสามารถ

อิเลก็ ทรอนิกส์อย่าง กลับคืนสู่รปู เดิมไดเ้ มือ่ หมดแรงกระทา

งา่ ยทป่ี ระกอบขน้ึ ใน ความเค้น คอื อัตราสว่ นระหวา่ งแรงดึง

ของเลน่ กบั พน้ื ทภ่ี าคตัดขวางของวัตถทุ ่ีถูกดึง

3. ตรวจสอบและแก้ไข ความเครยี ด คอื อตั ราสว่ นระหว่าง

ขอ้ บกพรอ่ งของ ความยาวทเ่ี พมิ่ ข้นึ กบั ความยาวเดิม

เครอื่ งกลอยา่ งงา่ ย ของวัตถุมอลดลู ัสของยัง คืออัตราส่วน

วงจรไฟฟา้ และ ระหวา่ งความเค้นตามยาวกบั

อิเลก็ ทรอนิกสอ์ ยา่ ง ความเครยี ดตามยาว

ง่ายทีป่ ระกอบข้ึนใน

ของเลน่ ทกี่ ำหนด

4. ออกแบบและ

ประดษิ ฐ์ของเล่นโดยใช้

หลักสตู รโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จงั หวดั ปัตตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพนื้ ทีน่ วัตกรรมการศกึ ษาจงั หวัดปัตตานี 96

ลำดบั ชือ่ หนว่ ยการเรยี นรู้ ผลการเรียนรู้ สาระสำคญั เวลา น้ำหนัก
ท่ี (ช่ัวโมง) คะแนน

เครือ่ งกลอย่างง่าย 10

และไฟฟา้ และ

อิเลก็ ทรอนกิ ส์อย่าง

ง่าย

5. มเี จตคติทดี่ ีต่อ

หลักการทาง

วทิ ยาศาสตรใ์ นของ

เล่น

7 ตุ๊กตาล้มลุก 1. ตงั้ คำถามเก่ียวกบั ศนู ย์กลางมวล (center of mass, 4

หลักการทาง CM) คือ จดุ ทเี่ ปรียบเสมือนเป็น จดุ

วิทยาศาสตร์ท่ีสงั เกต รวมมวลของวตั ถุทงั้ ก้อน ซ่งึ อยู่ประจาํ

ได้จากการเลน่ ของเลน่ ทแี่ น่นอนและไม่ขึ้นกบั สถานทีแ่ ละอาจ

2. สังเกตและอธบิ าย ไม่อยภู่ ายในเนอื้ ของวตั ถุ เช่น

หลกั การทำงานของ ศนู ย์กลางมวลของวงแหวนศนู ย ถ

เครอื่ งกลอย่างง่าย วง (center of gravity, CG) คอื จุดท่ี

วงจรไฟฟ้าและ แรงโน มถ วงของโลกกระทาํ ต

อิเล็กทรอนิกส์อย่าง อวัตถุ

งา่ ยท่ปี ระกอบขน้ึ ใน

ของเลน่

3. ตรวจสอบและแกไ้ ข

ข้อบกพรอ่ งของ

เคร่ืองกลอย่างงา่ ย

วงจรไฟฟา้ และ

อเิ ลก็ ทรอนกิ สอ์ ย่าง

งา่ ยท่ีประกอบขึ้นใน

ของเลน่ ท่ีกำหนด

4. ออกแบบและ

ประดษิ ฐข์ องเลน่ โดยใช้

หลักสูตรโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดปตั ตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพ้ืนท่นี วัตกรรมการศึกษาจังหวัดปตั ตานี 97

ลำดับ ช่อื หนว่ ยการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ สาระสำคญั เวลา น้ำหนัก
ท่ี (ช่วั โมง) คะแนน

เครือ่ งกลอย่างงา่ ย 6 10

และไฟฟา้ และ

อเิ ลก็ ทรอนิกสอ์ ย่าง

ง่าย

5. มีเจตคติท่ดี ีตอ่

หลกั การทาง

วทิ ยาศาสตรใ์ นของ

เลน่

8 วา่ ว 1. ตงั้ คำถามเกีย่ วกับ - สรา้ งแรงบันดาลใจ

หลักการทาง - เร่อื งทอี่ ยากเรยี นรู้

วิทยาศาสตร์ที่สังเกต - สิง่ ที่รูแ้ ล้วสง่ิ ท่อี ยากเรยี นรู้

ได้จากการเลน่ ของเลน่ - Mind Mapping กอ่ นเรยี น

2. สังเกตและอธบิ าย ประวตั คิ วามเป็นมาของวา่ ว/ประเภท

หลักการทำงานของ ของว่าว

เครอื่ งกลอย่างงา่ ย - นำเสนอ Time line ประวัตคิ วาม

วงจรไฟฟา้ และ เปน็ มาของว่าว/ประเภทของวา่ ว

อิเล็กทรอนกิ ส์อยา่ ง กรอบท่ี 3 โมดุลท่ี 1 การทำวา่ วบหุ ลนั

งา่ ยทีป่ ระกอบขึ้นใน กรอบท่ี 4 โมดูลท่ี 6 เร่ือง การทำ

ของเล่น ลวดลายเรือกอและ

3. ตรวจสอบและแกไ้ ข

ข้อบกพรอ่ งของ

เครือ่ งกลอยา่ งงา่ ย

วงจรไฟฟ้าและ

อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์อยา่ ง

ง่ายท่ีประกอบข้ึนใน

ของเลน่ ท่ีกำหนด

4. ออกแบบและ

ประดษิ ฐ์ของเล่นโดยใช้

หลักสูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จงั หวดั ปตั ตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพน้ื ทนี่ วตั กรรมการศึกษาจงั หวัดปตั ตานี 98

ลำดบั ชื่อหนว่ ยการเรยี นรู้ ผลการเรียนรู้ สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั
ท่ี (ชว่ั โมง) คะแนน

เครือ่ งกลอยา่ งงา่ ย 2 10
2 30
และไฟฟา้ และ

อิเลก็ ทรอนิกสอ์ ยา่ ง

ง่าย

5. มีเจตคติทด่ี ีต่อ

หลักการทาง

วทิ ยาศาสตร์ในของ

เล่น

สอบกลางภาค

สอบปลายภาค

หลักสูตรโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จงั หวัดปตั ตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพน้ื ท่นี วตั กรรมการศกึ ษาจงั หวดั ปัตตานี 99

คำอธบิ ายรายวชิ า

รายวิชา ว20103 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 กลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ชัว่ โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกิต

ศกึ ษา ทำความเขา้ ใจสาเหตุ หรือป จจัยทีท่ ําให เกิดการเปลยี่ นแปลงเทคโนโลยี ตลอดจนคาดการณ แนว
โน มเทคโนโลยีในอนาคต และเลือกใช เทคโนโลยีโดยคํานึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต อชีวิต สังคม และสิ่ง
แวดล อม
ประยุกต ใช ความรู ทักษะ และทรัพยากร โดยวเิ คราะห เปรยี บเทยี บ และเลือกข อมูลท่ีจาํ เป นเพ่ือ
ออกแบบวธิ ีการแกป้ ญหาในชุมชนหรือท องถน่ิ ในด านพลังงาน สง่ิ แวดล อม การเกษตรและอาหาร และ
สร างชิ้นงานหรือพัฒนาวิธีการโดยใช กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม นวัตกรรม รวมทั้งเลือกใช วัสดุ
อุปกรณ เคร่ืองมอื ในการแก
ป ญหาได อย างถูกต องเหมาะสม และปลอดภยั
เพ่อื ให้เกดิ การเรยี นร้ทู ่ีมีประสทิ ธิภาพ และเหน็ คุณค่าของการนำความร้ไู ปใช้ให้เกิดประโยชนใ์ นการดำรงชีวติ ดแู ล
สิง่ แวดล้อม มีคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยมที่เหมาะสม เพือ่ การนำมาใช้ประโยชน์อย่างยง่ั ยืนและพฒั นาเปน็
นวัตกรรมการศกึ ษาสกู่ ารเผยแพร่ในรูปแบบดิจิทัล
ตัวชวี้ ัด

ว. 4.1 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

ว 4.1 ม.2/1 คาดการณ์แนวโน้มเทคโนโลยีทจ่ี ะเกดิ ขึ้นโดยพจิ ารณาจากสาเหตุหรือปจั จยั ทส่ี ่งผลตอ่
การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและวเิ คราะห์ เปรียบเทียบตัดสินใจเลอื กใชเ้ ทคโนโลยีโดยคำนงึ ถึงผลกระทบท่ี
เกดิ ขน้ึ ต่อชวี ิต สังคม และส่งิ แวดล้อม
ว 4.1 ม.2/2 ระบปุ ัญหาหรอื ความต้องการในชุมชนหรอื ทอ้ งถิ่น สรปุ กรอบของปญั หา รวบรวม

วิเคราะหข์ อ้ มูลและแนวคดิ ท่เี ก่ียวขอ้ งกับปญั หา
ว 4.1 ม.2/3 ออกแบบวธิ ีการแกป้ ญั หา โดยวเิ คราะห์เปรยี บเทียบ และตัดสนิ ใจเลอื กข้อมูลท่จี ำเป็นภายใต้
เงื่อนไขและทรัพยากรทมี่ อี ยู่ นำเสนอแนวทางการแกป้ ัญหาให้ผู้อน่ื เข้าใจ วางแผนข้นั ตอนการทำงานและ
ดำเนินการแก้ปัญหาอย่างเป็นขน้ั ตอน
ว 4.1 ม.2/4 ทดสอบ ประเมนิ ผล และอธบิ ายปญั หาหรอื ข้อบกพร่องทเี่ กดิ ข้นึ ภายใต้กรอบเง่อื นไข

พรอ้ มทัง้ หาแนวทางการปรบั ปรงุ แก้ไข และนำเสนอผลการแกป้ ญั หา
ว 4.1 ม.2/5 ใชค้ วามรู้ และทักษะเก่ยี วกบั วสั ดุ อปุ กรณ์ เครื่องมือ กลไกไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ ส์

เพื่อแกป้ ัญหาหรือพัฒนางานได้อย่างถกู ต้อง เหมาะสม และปลอดภัย
รวม 5 ตวั ช้ีวดั

หลกั สูตรโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จังหวัดปัตตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพนื้ ทนี่ วตั กรรมการศึกษาจังหวดั ปตั ตานี 100

โครงสรา้ งรายวิชา

รายวิชา ว20103 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หน่วยกิต

ท่ี ชื่อหน่วย ผลการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา น้ำหนัก
การเรียนรู้ (ชม) คะแนน

1. มาแกป้ ญั หากัน ว 4.1 ม.2/2 1) ปัญหาหรอื ความตอ้ งการในชมุ ชนหรือท้องถิ่น 8 15

เถอะ มหี ลายอยา่ ง ขึน้ กับบรบิ ทหรอื สถานการณ์ท่ี 15

(กรอบท่ี 2 ประสบ เช่น 15

โมดลู ที่ 1- ด้านพลงั งานสง่ิ แวดล้อม การเกษตร

5 และกรอบที่ การอาหาร เช่น ปัญหาสิง่ แวดลอ้ มและผลผลิตท่ี

4 โมดลู ที่ 7) เกิดขน้ึ ในแหล่งทรพั ยากรตา่ งๆ อุทยาน

แหง่ ชาตินำ้ ตกทรายขาว แมน่ ำ้ ปัตตานี ปา่ ชาย

เลน อา่ วปัตตานี เกาะจอื ลาปี หรือแหลง่ อนื่ ๆ

- 2) การระบปุ ัญหาจำเปน็ ตอ้ งมีการวิเคราะห์

สถานการณ์ของปญั หาเพอื่ สรุปกรอบของ

ปญั หา แลว้ ดำเนินการสบื คน้ รวบรวมข้อมูล

ความรู้จากศาสตร์ต่างๆ ทเ่ี กย่ี วข้อง เพอ่ื

นำไปสกู่ ารออกแบบแนวทางการแกป้ ัญหา

2. ออกแบบกนั ว 4.1 ม.2/3 1) การวเิ คราะห์ เปรียบเทยี บ และตดั สนิ ใจเลอื ก 8

ก่อน ขอ้ มูลทจ่ี ำเปน็ โดยคำนงึ ถงึ เง่อื นไขและ

ทรพั ยากร เช่น งบประมาณเวลา ข้อมลู และ

สารสนเทศ วัสดุ เครอ่ื งมือและอุปกรณ์ ชว่ ยใหไ้ ด้

แนวทางการแกป้ ญั หาท่ีเหมาะสม

2) การออกแบบแนวทางการแกป้ ัญหาทำได้

หลากหลายวธิ ี เช่น การร่างภาพ การเขยี น

แผนภาพ การเขยี นผงั งาน

3. วางแผน ว 4.1 ม.2/3 1) การกำหนดข้ันตอนระยะเวลาในการทำงาน 14

สร้างสรรค์ และ ว 4.1 ม.2/4 ก่อนดำเนนิ การแกป้ ญั หาจะช่วยให้การทำงาน

นำเสนอ ว 4.1 ม.2/5

หลกั สตู รโรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จงั หวดั ปัตตานี พุทธศักราช 2565 ในพน้ื ที่นวตั กรรมการศกึ ษาจังหวัดปตั ตานี 101

ที่ ช่ือหนว่ ย ผลการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา น้ำหนัก
การเรียนรู้ ว 4.1 ม.2/1 (ชม) คะแนน
สำเร็จไดต้ ามเปา้ หมายและลดขอ้ ผิดพลาดของ
4. คาดการณ์ การทำงานท่ีอาจเกิดขน้ึ 8 15
เทคโนโลยใี น 2) การสรา้ งชน้ิ งานอาจใช้ความรู้ เรอื่ งกลไก
อนาคต ไฟฟ้า อิเลก็ ทรอนิกส์ เชน่ LED มอเตอร์ บัซเซอร์
เฟอื ง รอก ล้อ เพลา
3) อปุ กรณ์และเคร่ืองมือในการสรา้ งชิ้นงานหรอื
พฒั นาวิธีการมีหลายประเภท ตอ้ งเลือกใช้ให้
ถูกตอ้ ง เหมาะสม และปลอดภัย รวมท้งั รจู้ ักเก็บ
รกั ษา
4) การทดสอบและประเมินผลเปน็ การตรวจสอบ
ช้นิ งานหรือวธิ กี ารว่าสามารถแกป้ ัญหาได้ตาม
วตั ถปุ ระสงค์ภายใตก้ รอบของปัญหา เพือ่ หา
ขอ้ บกพรอ่ ง และดำเนินการปรับปรงุ ใหส้ ามารถ
แกไ้ ขปญั หาได้
- 5) การนำเสนอผลงานเป็นการถา่ ยทอด

แนวคดิ เพอ่ื ใหผ้ อู้ ื่นเข้าใจเกยี่ วกบั
กระบวนการทำงานและชนิ้ งานหรอื วธิ ีการท่ี
ได้ ซึ่งสามารถทำได้หลายวธิ ี เชน่ การเขียน
รายงาน การทำแผ่นนำเสนอผลงาน การจดั
นิทรรศการ
1) สาเหตหุ รอื ปจั จัยตา่ งๆ เชน่ ความก้าวหน้า
ของศาสตรต์ ่างๆ การเปลยี่ นแปลงทางดา้ น
เศรษฐกิจ สงั คม วฒั นธรรม ทำให้เทคโนโลยีมี
การเปล่ียนแปลงตลอดเวลา
2) เทคโนโลยแี ตล่ ะประเภทมีผลกระทบตอ่ ชีวติ
สังคม และส่งิ แวดลอ้ มท่ีแตกตา่ งกัน จงึ ต้อง
วิเคราะห์เปรยี บเทียบขอ้ ดี ข้อเสยี และตัดสนิ ใจ
เลือกใช้ให้เหมาะสม

หลักสตู รโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวดั ปตั ตานี พุทธศักราช 2565 ในพื้นทนี่ วตั กรรมการศึกษาจงั หวดั ปัตตานี 102

ท่ี ชื่อหน่วย ผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา น้ำหนกั
การเรียนรู้ (ชม) คะแนน
1 10
ตวั ช้ีวัด ว 4.1 ม.2/2 สอบกลางภาค
ตัวชี้วดั ว 4.1 ม.2/3 1 30

ตัวชว้ี ัด ว 4.1 ม.2/1 รวม 40 100

ตวั ชี้วดั ว 4.1 ม.2/3 สอบปลายภาค
ตวั ชี้วดั ว 4.1 ม.2/4

ตัวช้วี ัด ว 4.1 ม.2/5

หลักสตู รโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวดั ปตั ตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพืน้ ทน่ี วตั กรรมการศกึ ษาจังหวัดปัตตานี 103

คำอธิบายรายวิชา

รายวิชา ว22102 วิทยาศาสตร์พน้ื ฐาน 4 กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ช่วั โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ

ศกึ ษา ออกแบบการทดลอง ทดลอง อธบิ าย เปรียบเทียบ วเิ คราะห์ คำนวณ แปลความหมายขอ้ มูล พยากรณ์ งาน

และกำลัง เครอ่ื งกลอยา่ งงา่ ย พลังงานศกั ยโ์ น้มถว่ งและพลังงานจลน์ กฏการอนุรักษพ์ ลังงาน วธิ กี ารแยกสาร การ

นำความรู้เร่อื งการแยกสารไปใช้ในชีวติ ประจำวนั โครงสรา้ งภายในโลก กระบวนการเปลย่ี นแปลงทางธรณวี ทิ ยา

บนผิวโลก ดิน ชนั้ ดินและช้ันหนา้ ตัดดนิ แหลง่ น้ำผิวดนิ และแหล่งนำ้ ใตด้ ิน ภยั ธรรมชาตจิ ากน้ำท่วม แผ่นดนิ ถลม่

และการกัดเซาะชายฝ่งั ภยั ธรรมชาติจากหลุยยุบและแผน่ ดนิ ทรุด เชอื้ เพลงิ ซากดกึ ดำบรรพ์ พลังงานทดแทน และ

มรดกภูมิปญั ญาทอ้ งถนิ่

โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตรแ์ ละจิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การแกป้ ัญหามีความสามารถใน
การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การอภิปราย การคิดวิเคราะห์ การสังเคราะห์ความรู้ที่ดี โดยบูรณาการ
วทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ เทคโนโลยีและวศิ วกรรมศาสตร์ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมและน่าสนใจ

เพื่อให้เกดิ การเรียนรู้ท่มี ีประสิทธภิ าพและเหน็ คุณค่าของการนำความรไู้ ปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์ในการดำรงชีวิตและ
ดูแลสิ่งแวดลอ้ ม มีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่เหมาะสม สืบสานงานอาชีพดา้ นหัตถศิลป์และหัตถกรรม พัฒนา
เป็นนวตั กรรมการศึกษาสู่การเผยแพร่ในรูปแบบดิจทิ ลั

รหสั ตัวช้ีวัด
ว 2.1 ม2/1, ม.2/2, ม.2/3
ว 2.3 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6

ว 3.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7, ม.2/8, ม.2/9,ม.2/10

รวม 19 ตวั ชวี้ ัด

หลักสูตรโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวดั ปตั ตานี พุทธศักราช 2565 ในพ้ืนทีน่ วัตกรรมการศกึ ษาจังหวัดปัตตานี 104

โครงสร้างรายวชิ า

รายวชิ า ว22102 วทิ ยาศาสตรพ์ ้ืนฐาน 4 กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต

ท่ี ช่ือหน่วย ผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา น้ำหนกั
การเรยี นรู้ ว 2.3ม.2/1, ม.2/2, (ชม) คะแนน
- งานและกำลงั 15
1 งานและ ม.2/3, ม.2/4, - เครอ่ื งกลอยา่ งง่าย 20
ม.2/5, ม.2/6 - พลังงานศักยโ์ น้มถว่ งและ 17
พลังงาน 25
ว 2.1 ม2/1, ม.2/2, ม.2/3 พลงั งานจลน์ 20
2 การแยกสาร - กฏการอนรุ ักษ์พลงั งาน 45
ว 3.2 ม.2/1 ม.2/4,ม.2/5, - วธิ กี ารแยกสาร
3 โลกและการ ม.2/6, ม.2/7, ม.2/8, - การนำวความรูเ้ รอ่ื งการ
เปลีย่ นแปลง ม.2/9,ม.2/10
แยกสารไปใชป้ ระโยชน์ใน
ชีวติ ประจำวนั
- สกัดสีจากพชื ให้สใี นท้องถ่นิ
(กรอบที่4โมดุลท่ี3)
- การทำนาเกลือและนำเสนอ
การทำนาแกลือโดยใช้สอ่ื
ดจิ ิทัล (กรอบท่ี4โมดุลที่1)
- โครงสร้างภายในโลก
- กระบวนการเปลย่ี นแปลง
ทางธรณีวิทยาบนผิวโลก
- ดนิ ช้ันดนิ และชนั้ หน้าตดั
ดิน
- แหลง่ น้ำผิวดินและแหล่งนำ้
ใตด้ นิ

หลักสตู รโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จงั หวดั ปัตตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพ้นื ทน่ี วตั กรรมการศกึ ษาจังหวัดปัตตานี 105

ที่ ชื่อหนว่ ย ผลการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา น้ำหนัก
การเรียนรู้ (ชม) คะแนน
- ภัยธรรมชาติจากน้ำท่วม
4 ทรพั ยากร ว 3.2 ม.2/2, ม.2/3 แผน่ ดินถล่มและการกัด 8 10
พลังงาน รวม เซาะชายฝ่งั 60 100

- ภยั ธรรมชาตจิ ากหลุมยุบ
และแผน่ ดนิ ทรุด

- เช้อื เพลงิ ซากดึกดำบรรพ์
- พลังงานทดแทน

หลักสูตรโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จงั หวดั ปัตตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพื้นท่ีนวตั กรรมการศกึ ษาจงั หวดั ปัตตานี 106

คำอธิบายรายวิชา

รายวชิ า ว22201 วิทยาศาสตร์โลกทัง้ ระบบ 1 กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต

ศกึ ษา วิเคราะห์ ทำความเข้าใจ ความสมั พนั ธร์ ะหว่างองค์ประกอบตา่ งๆในสภาพแวดลอ้ มธรรมชาติได้แก่ ดนิ น้ำ
บรรยากาศ สิง่ ท่ีปกคลุมดนิ และส่งิ มชี ีวติ ทรัพยากรธรรมชาตเิ ชงิ พ้นื ทีเ่ พอื่ การนำมาใช้ประโยชนอ์ ย่างยั่งยืน เพอื่
รวมถึงรูปแบบความสัมพันธ์ ปรากฏการณ์ รวมท้ังแนวโนม้ ตา่ งๆทอี่ าจเกิดขนึ้ ซงึ่ จะมีผลตอ่ การเปล่ียนแปลง
สภาพแวดล้อมและมีผลต่อเนอ่ื งมาถึงคุณภาพชีวิตและความเปน็ อยขู่ องมนุษย์ เขา้ ใจมรดกภมู ปิ ัญญาทอ้ งถ่ินเพอ่ื
สืบสาน งานอาชีพ ดา้ นหัตถศลิ ปะ และหัตกรรม โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้
ไดแ้ ก่ การสังเกต การตง้ั คำถามการทดลอง การต้ังสมมติฐาน การวางแผนการการทดลอง และการเขยี นเคา้
โครงโครงงานวทิ ยาศาสตร์ โดยมกี ารพฒั นากระบวนการคดิ วเิ คราะห์และการคดิ อย่างเปน็ ระบบ มคี วามสามารถ
ในการตัดสนิ ใจ การสื่อสาร การทำงานรว่ มกนั เปน็ ทมี เพ่อื พฒั นาเป็นนวตั กรรมการศึกษาสู่การ เผยแพรใ่ น
รูปแบบดิจิทัล และการนำความรูไ้ ปใช้ในชีวิตประจำวนั มีจิตวิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรมและค่านยิ มท่ี
เหมาะสม

ผลการเรียนรู้

1. อธิบายถงึ องคป์ ระกอบหลกั ของโลก ความสมั พนั ธก์ ันขององค์ประกอบตา่ งๆของโลก และการเปลยี่ นแปลง
สภาวะโลก
2. สำรวจและสังเกตสภาพแวดลอ้ มธรรมชาติ และอธบิ ายปญั หาและผลกระทบทม่ี ีตอ่ ทรพั ยากรธรรมชาติและ
ส่งิ แวดล้อมตลอดจนบอกแนวทางในการอนุรกั ษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละการแก้ไขปัญหาสงิ่ แวดล้อมรวมทั้งนํา
ความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์
3. อธิบายความหมายของทกั ษะการสังเกตพร้อมทงั้ นำทกั ษะการสงั เกตไปใชใ้ นการแกป้ ญั หา
4. กำหนดปัญหา วิเคราะห์ ตัง้ คำถามการทดลอง และเลือกคำถามการทดลองจากผลการสำรวจสภาพแวดลอ้ ม
ธรรมชาติเพอ่ื ทำการศกึ ษาได้
5. กำหนดสมมติฐาน ตัวแปรที่เก่ียวขอ้ งและวตั ถุประสงค์เพือ่ ไปส่กู ารวางแผนการการทดลองได้
6. สืบคน้ ข้อมูลรวบรวมความรทู้ เ่ี กีย่ วขอ้ งเพ่ือไปสกู่ ารวางแผนการการทดลอง
7. เลอื กใช้เคร่อื งมอื ในการตรวจวัด หาขอ้ มูลหรือใหค้ วามหมายแกต่ วั แปรอยา่ งชัดเจนเพยี งพอ และมีความ
เฉพาะเจาะจง เพื่อสามารถบ่งชีป้ รากฏการณร์ ปู ธรรมได้
8. เลือกเครอื่ งมอื และใช้เครื่องมอื ในการตรวจวดั ส่งิ แวดล้อมไดถ้ ูกต้องและสอดคล้องกับโครงงานวิทยาศาสตร์
9. วางแผนทำงานทดลองตามข้อคำถามท่ตี ้องการหาคำตอบของโครงงานวทิ ยาศาสตร์ได้

หลักสตู รโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จงั หวัดปตั ตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพืน้ ทีน่ วัตกรรมการศกึ ษาจงั หวัดปัตตานี 107

10. เขยี นเคา้ โครงงานวทิ ยาศาสตรต์ ามแบบท่กี ำหนดได้ถูกต้องครอบคลมุ ครบถ้วนตามแบบแผนและเขยี นปฏทิ ิน
ในการดำเนินงานการทำโครงงานวทิ ยาศาสตรไ์ ด้
11. นำเสนอเคา้ โครงงานโครงงานวทิ ยาศาสตร์ อธบิ ายเก่ียวกับแนวคิด กระบวนการทใี่ ช้ในการดำเนนิ งานการ
ทดลองให้ผูอ้ ่นื เขา้ ใจ
รวม 11 ผลการเรียนรู้

หลักสูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จังหวดั ปตั ตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพนื้ ทีน่ วตั กรรมการศกึ ษาจงั หวัดปัตตานี 108

โครงสรา้ งรายวชิ า

รายวิชา ว22201 วิทยาศาสตร์โลกทงั้ ระบบ 1 กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต

ที่ ชือ่ หน่วย ผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา นำ้ หนกั
การเรยี นรู้ (ชม) คะแนน

1 มารจู้ ักโลกทงั้ 1. อธิบายถึงองคป์ ระกอบหลัก - ชีวภาค 5 10

ระบบ ของโลก ความ สัมพันธ์กันของ - อทุ กภาค

องค์ประกอบตา่ งๆ - ธรณีภาค

ของโลก และการเปลย่ี นแปลง - บรรยากาศ

สภาวะโลก - การเปลี่ยนแปลงสภาวะโลก

2 เรียนรู้ 2. สำรวจและสังเกต - ปัญหาหรอื สิ่งที่สนใจที่ 6 15

สิ่งแวดลอ้ มใน สภาพแวดล้อมธรรมชาติ และ เก่ยี วข้องกบั ทรัพยากร

ท้องถน่ิ ( กรอบ อธิบายปญั หาและผลกระทบทม่ี ี ธรรมชาติ และสง่ิ แวดลอ้ มใน

ท่ี 2 โมดูลที่ 1- ตอ่ ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ ท้องถน่ิ เชน่ อทุ ยานแห่งชาติ

5 และกรอบท่ี สิ่งแวดล้อมตลอดจนบอก น้ำตกทรายขาว แมน่ ำ้ ปตั ตานี

4 โมดูลท่ี 1 แนวทางในการอนรุ กั ษ์ ปา่ ชายเลน อา่ วปัตตานี

และ 3 ทรพั ยากรธรรมชาติและการ เกาะจอื ลาปี หรือแหลง่ อื่นๆ

แก้ไขปัญหาสิง่ แวดล้อมรวมทง้ั - แนวทางในการอนุรักษ์

นาํ ความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ ทรพั ยากรธรรมชาติและการ

3.อธิบายความหมายของทักษะ แก้ไขปญั หาสิง่ แวดล้อมใน

สังเกตพรอ้ มทั้งนำทักษะการ ท้องถน่ิ

สงั เกตไปใชใ้ นการแกป้ ญั หา - การสำรวจและสงั เกต

ส่งิ แวดล้อมในท้องถ่ินเพ่ือ

แกป้ ญั หา หรอื ศกึ ษาภมู ิปญั ญา

ท้องถน่ิ เพ่อื สบื สาน งานอาชีพ

เช่น การทำนาเกลือ การทำผ้า

จวนตานี เปน็ ตน้ แลว้ นำมา

สร้างหรอื พฒั นาเป็นนวตกรรม

หลกั สูตรโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จงั หวดั ปัตตานี พุทธศักราช 2565 ในพนื้ ท่ีนวัตกรรมการศึกษาจงั หวดั ปตั ตานี 109

ท่ี ชื่อหน่วย ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา นำ้ หนกั
การเรยี นรู้ (ชม) คะแนน
เวลา น้ำหนัก
ที่ ช่ือหน่วย ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ (ชม) คะแนน
การเรยี นรู้ 4
10
3 การวเิ คราะห์ 4. กำหนดปัญหา วเิ คราะห์ ตั้ง - การต้ังคำถามแต่ละระดับ
คำถามการทดลอง และเลือก - การต้ังคำถามจาก
และเลือก คำถามการทดลองจากผลการ สิง่ แวดล้อมเพ่อื กำหนดเปน็
สำรวจสภาพแวดล้อมธรรมชาติ คำถามการทดลอง
คำถาม เพือ่ ทำการศึกษาได้

4 การวางแผนการ 5. กำหนดสมมติฐาน ตัวแปรท่ี - การต้งั สมติฐาน 20 50

ทำโครงงาน เกี่ยวขอ้ งและวตั ถปุ ระสงค์เพ่อื - การกำหนดและควบคมุ ตัว

วิทยาศาสตร์ ไปสกู่ ารวางแผนการการทดลอง แปร

ได้6. สืบคน้ ข้อมลู รวบรวม - การกำหนดวตั ถปุ ระสงค์

ความร้ทู ี่เกยี่ วขอ้ งเพ่อื ไปสูก่ าร - การกำหนดและให้

วางแผนการการทดลอง ความหมายนยิ ามเชงิ

7. เลอื กใช้เคร่ืองมอื ในการ ปฏบิ ตั กิ าร

ตรวจวัด หาขอ้ มูลหรือให้ - การกำหนดขอบเขต

ความหมายแกต่ วั แปรอย่าง การศกึ ษา

ชัดเจนเพียงพอ และมีความ - การกำหนดอุปกรณใ์ นการ
เฉพาะเจาะจง เพื่อสามารถบ่งช้ี ทดลอง
ปรากฏการณ์รูปธรรมได้
8.เลือกเครื่องมือ และใช้ - การวางแผนบอกลำดบั
เครือ่ งมอื ในการตรวจวัด ข้ันตอนการทำโครงงาน
สง่ิ แวดล้อมได้ถกู ต้องและ วทิ ยาศาสตร์

สอดคลอ้ งกบั โครงงาน

วทิ ยาศาสตร์

9. วางแผนทำงานทดลองตาม

ขอ้ คำถามท่ีต้องการหาคำตอบ

ของโครงงานวิทยาศาสตรไ์ ด้

หลักสูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จังหวดั ปัตตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพื้นที่นวตั กรรมการศึกษาจงั หวัดปัตตานี 110

ท่ี ชือ่ หนว่ ย ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา นำ้ หนัก
การเรียนรู้ (ชว่ั โมง) คะแนน
10.เขยี นเค้าโครงงาน
5 การนำเสนอเค้า วิทยาศาสตร์ตามแบบที่ - การออกแบบวางแผนการ 5 15
โครงโครงงาน กำหนดได้ถกู ตอ้ ง บันทึกผลการทดลองเพ่อื สื่อ
วิทยาศาสตร์ ครอบคลุมและครบถ้วน ความหมายขอ้ มูลของ
ตามแบบแผน โครงงานวิทยาศาสตร์
11.นำเสนอเคา้ โครงงาน
โครงงานวทิ ยาศาสตร์ - การเขยี นปฏทิ ินในการ
อธบิ ายเกีย่ วกับแนวคิด ดำเนนิ งานการทำโครงงาน
กระบวนการทีใ่ ช้ในการ วทิ ยาศาสตร์
ดำเนินงานการทดลองให้
ผอู้ นื่ เข้าใจ - รปู แบบการเขียนเค้าโครง
โครงงานวิทยาศาสตร์

- รูปเลม่ เค้าโครงโครงงาน
วิทยาศาสตร์

หลักสูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จังหวดั ปัตตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพ้ืนท่นี วตั กรรมการศกึ ษาจงั หวดั ปตั ตานี 111

คำอธบิ ายรายวชิ า

รายวิชา ว22202 วิทยาศาสตรโ์ ลกทัง้ ระบบ 2 กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต

สบื คน้ ขอ้ มูล ปฏบิ ตั ิการ ทดลอง สำรวจตรวจสอบสมมุตฐิ าน ดำเนินการตรวจวดั สภาพแวดล้อมในท้องถิน่ ทำ
ความเข้าใจทรัพยากรธรรมชาตเิ ชิงพ้ืนที่เพ่อื การนำมาใช้ประโยชนอ์ ย่างย่ังยืน เขา้ ใจมรดกภูมปิ ัญญาท้องถ่ินเพอื่
สืบสาน งานอาชพี ดา้ นหตั ถศลิ ปะ และหตั กรรม โดยการวิเคราะห์และแปลความหมายข้อมลู โดยใชเ้ ทคโนโลยี
สารสนเทศ การลงขอ้ สรุป การเขยี นรายงานและการนำเสนองานวจิ ยั ด้วยกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ เพื่อ
พฒั นากระบวนการคิด การสบื เสาะหาความรู้ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ สามารถสือ่ สารสิง่ ท่ีเรียนรู้ เพ่ือ
พัฒนาเปน็ นวตั กรรมการศึกษาสู่การ เผยแพร่ในรูปแบบดิจทิ ลั และนำความรไู้ ปประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจำวนั
ตลอดจนมีจิตวทิ ยาศาสตร์ มีคุณธรรม ค่านิยม และความตระหนกั ทถ่ี ูกต้องและเหมาะสม

ผลการเรียนรู้
1. กำหนดประเดน็ หรือตวั แปรที่สำคัญในการสำรวจตรวจสอบหรอื ศึกษาค้นควา้ เรื่องที่สนใจได้อย่างครอบคลมุ และ
เชอ่ื ถือไดเ้ พ่ือนำไปสู่การออกแบบวิธีการบนั ทกึ ผลทีเ่ หมาะกบั การทดลอง
2. สรา้ งสมมตุ ิฐานทส่ี ามารถตรวจสอบได้และวางแผนการสำรวจตรวจสอบหลากหลายวธิ ี สามารถหาวิธีแกป้ ัญหา
ทีเ่ กดิ จากการทดลองได้
3. เลอื กเทคนิควิธกี ารสำรวจตรวจสอบทง้ั เชิงปริมาณและเชงิ คุณภาพทไ่ี ด้ผลเทย่ี งตรงและปลอดภัยโดยใชว้ สั ดแุ ละ
เคร่อื งมอื ทีเ่ หมาะสม
4. รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และจัดกระทำขอ้ มลู เชิงปริมาณและคุณภาพ
5. บันทกึ และอธิบายผลการสำรวจตรวจสอบคน้ คว้าเพิม่ เตมิ จากแหล่งความรู้ตา่ งๆ ใหไ้ ดข้ อ้ มูลท่ีเชื่อถอื ได้ และ
ยอมรับการเปลยี่ นแปลงความรู้ท่คี ้นพบเม่อื มีข้อมูลและประจกั ษ์พยานใหม่ เพม่ิ ข้ึนหรือโต้แยง้ จากเดมิ
6. จัดแสดงผลงาน เขียนรายงาน และ หรือ อธิบายเกีย่ วกบั แนวคิดกระบวนการและผลของโครงงานหรือชนิ้ งาน
ให้ผู้อื่นเข้าใจ
รวม 6 ผลการเรยี นรู้

หลักสตู รโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จังหวัดปัตตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพน้ื ท่ีนวัตกรรมการศึกษาจงั หวดั ปตั ตานี 112

โครงสรา้ งรายวิชา

รายวชิ า ว22202 วทิ ยาศาสตรโ์ ลกท้ังระบบ 2 กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และ

เทคโนโลยี

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หน่วยกติ

ท่ี ช่อื หนว่ ย ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา นำ้ หนกั
การเรียนรู้ (ชม) คะแนน

1 ทบทวนเคา้ 1. กำหนดประเดน็ หรือตวั แปร - การออกแบบการทดลอง 6 20

โครงงานวิจัย ทส่ี ำคัญในการสำรวจตรวจสอบ - ออกแบบวิธกี ารบันทึกผล 60

หรอื ศกึ ษาคน้ ควา้ เรอ่ื งที่สนใจ การทดลอง

ไดอ้ ย่างครอบคลมุ และเชื่อถอื

ได้ เพอ่ื นำไปสกู่ ารออกแบบ

วิธีการบันทกึ ผลทเ่ี หมาะกบั การ

ทดลอง

2 ลงมอื ปฏบิ ตั กิ าร 2. สรา้ งสมมุตฐิ านทสี่ ามารถ - ปฏบิ ัติการทดลอง 22

ทดลองโครงงาน ตรวจสอบไดแ้ ละวางแผนการ - เลือกใช้เครอ่ื งมอื ในการ

วิทยาศาสตร์ สำรวจตรวจสอบหลากหลายวธิ ี ทดลองเหมาะสมกบั

( กรอบที่ 2 สามารถหาวิธีแก้ปญั หาท่ีเกิด วตั ถปุ ระสงค์

โมดูลที่ 1-5 จากการทดลองได้ - บนั ทกึ ผลการทดลองท้งั เชงิ

และกรอบท่ี 4 3. เลือกเทคนิควธิ กี ารสำรวจ คุณภาพและเชงิ ปรมิ าณ

โมดลู ที่ 1 และ ตรวจสอบทัง้ เชิงปริมาณและ อย่างเทยี่ งตรง

3) เชงิ คุณภาพทีไ่ ด้ผลเท่ียงตรง - วเิ คราะห์ และจดั กระทำสื่อ

และปลอดภัยโดยใช้วัสดแุ ละ ความหมายขอ้ มูล

เครอื่ งมือทเ่ี หมาะสม - อธบิ ายผลการสำรวจ

4 รวบรวมขอ้ มูล วิเคราะห์ และ ตรวจสอบคน้ ควา้ เพม่ิ เตมิ

จดั กระทำขอ้ มูลเชิงปรมิ าณและ จากแหล่งความรู้ต่างๆ เชน่

คุณภาพ อุทยานแหง่ ชาตนิ ้ำตก

5.บนั ทึกและอธบิ ายผลการ ทรายขาว แมน่ ้ำปัตตานี

สำรวจตรวจสอบคน้ คว้า ปา่ ชายเลน อา่ วปัตตานี

เพมิ่ เตมิ จากแหล่งความรู้ต่างๆ เกาะจอื ลาปี การทำนาเกลอื

หลักสูตรโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จังหวดั ปัตตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพ้ืนที่นวตั กรรมการศกึ ษาจงั หวดั ปตั ตานี 113

ท่ี ชื่อหน่วย ผลการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา นำ้ หนกั
การเรยี นรู้ (ชม) คะแนน

ใหไ้ ด้ขอ้ มลู ที่เชื่อถือได้ และ การทำผ้าจวนตานี หรอื

ยอมรบั การเปลีย่ นแปลงความรู้ อ่ืนๆ ให้ได้ขอ้ มลู ท่ีเชื่อถือ

ที่ค้นพบเม่อื มีข้อมูลและ ได้

ประจักษพ์ ยานใหม่ เพม่ิ ข้นึ หรือ

โตแ้ ยง้ จากเดิม

3 นำเสนอ 6.จดั แสดงผลงาน เขียนรายงาน - นำเสนอรูปเล่มรายงาน 12 20
โครงงาน และ หรือ อธบิ ายเก่ียวกับ - นำเสนอเปน็ แผน่ พับ
วทิ ยาศาสตร์ แนวคดิ กระบวนการและผลของ - นำเสนอเปน็ บอร์ดโครงงาน
ระดับ โครงงานหรอื ช้นิ งานใหผ้ ้อู นื่ - - จัดแสดงผลงานแบบ
หอ้ งเรียน/ เขา้ ใจ นทิ รรศการ นำเสนอดว้ ย
โรงเรยี น
วาจา พร้อมทั้งมี รปู เลม่
รายงาน แผน่ พับ บอรด์
และวัสดอุ ปุ กรณ์ในการทำ
โครงงานวทิ ยาศาสตร์

หลกั สตู รโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดปตั ตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพื้นท่ีนวัตกรรมการศกึ ษาจังหวัดปตั ตานี 114

คำอธบิ ายรายวิชา

รายวิชา ว23101 วิทยาศาสตร์พน้ื ฐาน 5 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และ

เทคโนโลยี

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ช่วั โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ

ศึกษา เข้าใจ วเิ คราะห์ สืบค้นขอ้ มูล และอธบิ ายเก่ียวกบั ความสมั พนั ธ์ระหว่างยนี ดเี อ็นเอ และโครโมโซม การ

ถา่ ยทอดลักษณะทางพันธุกรรม การเกิดจโี นไทปแ์ ละฟโี นไทปใ์ นรนุ่ ลกู ความสําคญั ของการแบง่ เซลล์แบบ

ไมโทซิสและไมโอซิส โรคทางพนั ธุกรรม ประโยชน์ ผลกระทบของส่งิ มชี ีวติ ดัดแปรพันธุกรรมทดลอง และ

ทรพั ยากรธรรมชาติเชิงพนื้ ท่ี วิเคราะห์ และอธิบายการเกดิ คลนื่ และสว่ นประกอบของคลื่น คลน่ื แมเ่ หล็กไฟฟ้าและ

สเปกตรัมของคล่นื แม่เหลก็ ไฟฟา้ ประโยชน์และอันตรายของคลนื่ แม่เหล็กไฟฟ้า ปรากฏการณ์เกย่ี วกับแสง การ

สะท้อนของแสงและการหักเหของแสง การทํางานของทัศนอุปกรณ์ความสว่างและการมองเห็น

สบื คน้ ข้อมูลและอธิบายปรากฏการณ์ทีเ่ กิดจากการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ด้วยแรงโนม้ ถว่ ง การเกิด

ฤดู การเคลื่อนที่ปรากฏของดวงอาทติ ย์ การเกดิ ข้างขึ้น ข้างแรม การเปลีย่ นแปลงเวลาขึ้นและตกของดวงจนั ทร์

การเกิดนำ้ ขน้ึ น้ำลง เทคโนโลยอี วกาศ โครงการสาํ รวจอวกาศ

โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การพฒั นาทักษะกระบวนการ

ทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละทกั ษะในศตวรรษที่ 21 การสืบคน้ ข้อมลู บันทกึ จัดกลุ่มข้อมูล และการอภิปราย เพอ่ื ให้เกดิ

ความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ สามารถนำเสนอส่อื สารส่งิ ทเี่ รียนรู้ มคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจ เห็นคุณคา่ ของ

การนำไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวิตประจำวัน มจี ิตวิทยาศาสตร์ คณุ ธรรมจริยธรรม ค่านยิ มทเี่ หมาะสม การนำมาใช้

ประโยชนอ์ ย่างยง่ั ยนื และพัฒนาเป็นนวัฒกรรม การศกึ ษาสกู่ ารเผยแพรใ่ นรปู แบบดิจิทัล

รหัสตวั ช้ีวัด
ว 1.3 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7 ม.3/8
ว 2.3 ม.3/10 ม.3/11 ม.3/12 ม.3/13 ม.3/14 ม.3/15 ม.3/16 ม.3/17 ม.3/18 ม.3/19 ม.3/20 ม.3/21
ว 3.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4
รวม 24 ตัวช้ีวัด
มาตรฐานและตวั ชีว้ ัด

ว 1.3 ม.3/1 อธบิ ายความสมั พนั ธร์ ะหว่างยีน ดเี อ็นเอ และโครโมโซม โดยใช้แบบจำลอง
ว 1.3 ม.3/2 อธบิ ายการถ่ายทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมจากการผสมโดยพิจารณาลักษณะเดยี วทแ่ี อล

ลีลเด่นข่มแอลลลี ดอ้ ยอย่างสมบรู ณ์
ว 1.3 ม.3/3 อธิบายการเกดิ จีโนไทปแ์ ละฟีโนไทป์ของลูกและคำนวณอัตราส่วนการเกดิ จโี นไทป์และฟีโน
ไทป์ของรุ่นลูก

หลกั สูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จงั หวัดปตั ตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพน้ื ที่นวตั กรรมการศึกษาจงั หวัดปัตตานี 115

ว 1.3 ม.3/4 อธบิ ายความแตกต่างของการแบ่งเซลล์แบบไมโทซสิ และไมโอซิส
ว 1.3 ม.3/5 บอกได้ว่าการเปล่ยี นแปลงของยนี หรอื โครโมโซมอาจทำให้เกิดโรคทางพนั ธุกรรม พร้อมทั้ง
ยกตวั อยา่ งโรคทางพันธกุ รรม
ว 1.3 ม.3/6 ตระหนักถงึ ประโยชนข์ องความรูเ้ รอ่ื งโรคทางพนั ธุกรรม โดยร้วู ่ากอ่ นแตง่ งานควรปรกึ ษาแพทย์เพอื่
ตรวจและวินจิ ฉยั ภาวะเสี่ยงของลูกทอ่ี าจเกิดโรคทางพันธกุ รรม
ว 1.3 ม.3/7 อธิบายการใช้ประโยชน์จากสิ่งมีชวี ิตดัดแปรพันธุกรรม และผลกระทบท่อี าจมตี อ่ มนุษย์และ
สงิ่ แวดล้อม โดยใชข้ ้อมูลทร่ี วบรวมได้
ว 1.3 ม.3/8 ตระหนักถงึ ประโยชน์และผลกระทบของสิ่งมชี ีวิตดดั แปรพนั ธกุ รรมทีอ่ าจมีต่อมนษุ ย์และสง่ิ แวดล้อม
โดยการเผยแพรค่ วามรู้ทไี่ ด้จากการโตแ้ ยง้ ทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีขอ้ มูลสนับสนนุ
ว 2.3 ม.3/10 สรา้ งแบบจำลองท่อี ธบิ ายการเกิดคลนื่ และบรรยายสว่ นประกอบของคลน่ื
ว 2.3 ม.3/11 อธิบายคลนื่ แม่เหลก็ ไฟฟ้าและสเปกตรมั ของคลื่นแม่เหลก็ ไฟฟ้าจากข้อมูลทรี่ วบรวมได้
ว 2.3 ม.3/12 ตระหนักถงึ ประโยชนแ์ ละอนั ตรายจากคลืน่ แมเ่ หลก็ ไฟฟ้าโดยนำเสนอการใช้ประโยชน์ในดา้ นต่าง ๆ
และอนั ตรายจากคล่นื แม่เหล็กไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน
ว 2.3 ม.3/13 ออกแบบการทดลองและดำเนนิ การทดลองด้วยวิธที ีเ่ หมาะสม ในการอธิบายกฎการสะท้อนของแสง
ว 2.3 ม.3/14 เขยี นแผนภาพการเคลอ่ื นท่ีของแสง แสดงการเกิดภาพจากกระจกเงา
ว 2.3 ม.3/15 อธบิ ายการหกั เหของแสงเมอื่ ผ่านตัวกลางโปรง่ ใสท่ีแตกต่างกัน และอธบิ ายการกระจายแสงของแสง
ขาวเมื่อผ่านปรซิ ึมจากหลกั ฐานเชิงประจักษ์
ว 2.3 ม.3/16 เขียนแผนภาพการเคลอ่ื นที่ของแสงแสดงการเกดิ ภาพจากเลนส์บาง
ว 2.3 ม.3/17 อธิบายปรากฏการณท์ ่เี ก่ยี วกบั แสง และการทำงานของทัศนอุปกรณจ์ ากข้อมลู ท่รี วบรวมได้
ว 2.3 ม.3/18 เขยี นแผนภาพการเคลื่อนท่ีของแสง แสดงการเกิดภาพของทัศนอุปกรณ์และเลนส์ตา
ว 2.3 ม.3/19 อธิบายผลของความสว่างทีม่ ีตอ่ ดวงตาจากข้อมลู ท่ไี ด้จากการสืบค้น
ว 2.3 ม.3/20 วัดความสว่างของแสงโดยใช้อุปกรณว์ ดั ความสวา่ งของแสง
ว 2.3 ม.3/21 ตระหนกั ในคณุ ค่าของความรเู้ รือ่ ง ความสวา่ งของแสงทีม่ ีต่อดวงตา โดยวิเคราะห์สถานการณ์ปญั หา
และเสนอแนะการจัดความสวา่ งให้เหมาะสมในการทำกิจกรรมตา่ ง ๆ
ว 3.1 ม.3/1 อธิบายการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ดว้ ยแรงโน้มถ่วงจากสมการ F = (Gm1m2)/r2
ว 3.1 ม.3/2 สรา้ งแบบจำลองที่อธิบายการเกิดฤดู และการเคล่ือนที่ปรากฏของดวงอาทติ ย์
ว 3.1 ม.3/3 สร้างแบบจำลองท่อี ธบิ ายการเกิดข้างขนึ้ ข้างแรม การเปล่ียนแปลงเวลาการขึน้ และตกของดวงจันทร์
และการเกดิ น้ำขึ้นนำ้ ลง
ว 3.1 ม.3/4 อธิบายการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกาศ และยกตวั อย่างความกา้ วหนา้ ของโครงการสำรวจ
อวกาศ จากขอ้ มูลทรี่ วบรวมได้

หลักสตู รโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จังหวดั ปัตตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพน้ื ทนี่ วตั กรรมการศึกษาจงั หวัดปตั ตานี 116

โครงสรา้ งรายวชิ า

รายวิชา ว23101 วทิ ยาศาสตรพ์ ้ืนฐาน 5 กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หน่วยกิต

ท่ี ช่อื หนว่ ย ผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา นำ้ หนัก
การเรยี นรู้ (ชม) คะแนน

1 พนั ธศุ าสตร์ ว 1.3 ม.3/1 ม.3/2 - โครงสรา้ งทีเ่ ก่ยี วข้องกับการ 20 30

(กรอบที่ 2 ม.3/3 ม.3/4 ถ่ายทอดทางพนั ธุกรรม

โมดูลท่ี 2 ,3, 4) ม.3/5 ม.3/6 - หน่วยท่ีกำหนดลกั ษณะทาง

ม.3/7 ม.3/8 พันธกุ รรม

- คำนวณการเข้าคูข่ องแอลลีล

- อัตราสว่ นการเกดิ จโี นไทป์และฟี

โนไทป์

- โครโมโซมในเซลลร์ ่างกายของ

มนุษย์

- เปรียบเทยี บจำนวนโครโมโซมของ

ส่ิงมชี ีวิตในแม่นำ้ ปัตตานี ป่าชาย

เลน อา่ วปตั ตานี และนำเสนอใน

รูปแบบดจิ ิทัล

- ความแตกตา่ งของการแบ่งเซลล์

ของสิง่ มีชีวติ

- การเปลีย่ นแปลงท่มี ีผลใหเ้ กดิ โรค

ทางพันธุกรรม

- โอกาสในการเกิดโรคทาง

พันธกุ รรม

- ประโยชน์และผลกระทบของ

สง่ิ มชี ีวิตดดั แปรพันธุกรรม

- กจิ กรรมทา้ ยบท จรยิ ธรรมดา้ น

พันธศุ าสตร์ของนักเรยี น

หลกั สตู รโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จังหวดั ปัตตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพน้ื ที่นวัตกรรมการศกึ ษาจังหวดั ปตั ตานี 117

ท่ี ชอ่ื หนว่ ย ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา นำ้ หนกั
การเรียนรู้ (ชม) คะแนน

2 คลื่นและแสง ว 2.3 ม.3/10 ม.3/11 - คลน่ื กล 25 40

ม.3/12 ม.3/13 - คล่ืนแมเ่ หลก็ ไฟฟ้า

ม.3/14 ม.3/15 - กจิ กรรมท้ายบท สรา้ งเคร่ืองมือ

ม.3/16 ม.3/17 ตรวจสอบสเปกตรัมของตัวเอง

ม.3/18 ม.3/19 - การสะทอ้ นของแสง
ม.3/20 ม.3/21 - ภาพท่เี กิดจากแผ่นสะทอ้ นแสงผิว

ราบ

- การสะทอ้ นแสงจากแผ่นสะทอ้ น

แสงผิวโค้ง

- ภาพที่เกดิ จากกระจกเงาโคง้

- ความสมั พันธ์ระหว่างมุมหกั เห

และมุมตกกระทบ

- การสะท้อนกลับหมดของแสง

- การกระจายของแสง

- การหกั เหของแสงขนานเมื่อผ่าน

เลนส์

- ภาพทเี่ กดิ จากเลนสน์ นู

- ความสวา่ ง

- กิจกรรมท้ายบท สร้างโพรเจก

เตอรอ์ ยา่ งงา่ ยดว้ ยตัวเอง

3 ระบบสรุ ยิ ะของ ว 3.1 ม.3/1 ม.3/2 - ขนาดของแรงโนม้ ถว่ ง 15 30

เรา ม.3/3 ม.3/4 - การเกดิ ฤดูของโลก

- การเคลอื่ นทปี่ รากฏของดวง

อาทติ ย์

- การเกดิ ขา้ งข้ึน ข้างแรม

- การเกดิ น้ำข้ึน นำ้ ลง

- เทคโนโลยีอวกาศ

- ประโยชน์ของดาวเทียม

หลกั สูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จงั หวดั ปัตตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพนื้ ท่ีนวัตกรรมการศกึ ษาจงั หวดั ปตั ตานี 118

ท่ี ชือ่ หนว่ ย ผลการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา น้ำหนกั
การเรียนรู้ (ชม) คะแนน

- ความกา้ วหน้าของโครงการสำรวจ

อวกาศ

- กจิ กรรมทา้ ยบท ดดู าววนั ไหนกัน

ดี

60 100

หลักสูตรโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จังหวัดปตั ตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพน้ื ท่ีนวตั กรรมการศกึ ษาจงั หวดั ปตั ตานี 119

คำอธิบายรายวิชา

รายวิชา ว23102 วิทยาศาสตร์พืน้ ฐาน 6 กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ช่วั โมง จำนวน 1.5 หน่วยกติ

ศึกษา เข้าใจ วเิ คราะห์ สบื คน้ ข้อมูล และอธบิ ายปฏสิ ัมพนั ธข์ ององค์ประกอบของระบบนิเวศ รปู แบบความสมั พนั ธ์
ของสิ่งมีชีวิต สายใยอาหาร การสะสมสารพิษในโซ่อาหาร ความหลากหลายทางชีวภาพ สมบัติทางกายภาพและ
การใช้ประโยชน์จากวัสดุประเภทพอลิเมอร์ เซรามิก และวัสดผุ สม การเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี การเขยี นสมการข้อความ
กฎทรงมวล การเปลี่ยนแปลงพลังงานความร้อนของปฏิกิริยา ปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจําวัน ประโยชน์และโทษ
ของปฏิกิริยาเคมีที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม แนวทางการแก้ปัญหาที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมี และ
ทรัพยากรธรรมชาตเิ ชิงพ้นื ที่

ศึกษา วิเคราะห์ สืบค้นข้อมูล และอธิบายการวัดปริมาณทางไฟฟ้า ความสัมพันธ์ระหว่างความต่าง
ศักย์ไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า และความต้านทานไฟฟ้า วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรมและขนาน การทํางานของชิ้นส่วน
อเิ ล็กทรอนิกส์พ้ืนฐาน พลังงานไฟฟ้าและกาํ ลงั ไฟฟ้า ค่าไฟฟ้า การใชเ้ ครอื่ งใชไ้ ฟฟ้าอย่างประหยดั และปลอดภัย

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การพัฒนาทักษะ
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละทกั ษะในศตวรรษที่ 21 การสืบคน้ ขอ้ มูล บนั ทึก จัดกล่มุ ข้อมูล และการอภิปราย
เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถนำเสนอส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ เห็น
คุณค่าของการนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ คุณธรรมจริยธรรม ค่านิยมทีเ่ หมาะสม การ
นำมาใช้ประโยชน์อยา่ งย่งั ยนื และพัฒนาเป็นนวตั กรรมการศึกษาสู่การเผยแพร่ในรปู แบบดจิ ทิ ัล

ตวั ชีว้ ัด

ว 1.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6

ว 1.3 ม.3/9 ม.3/10 ม.3/11

ว 2.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7 ม.3/8

ว 2.3 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7 ม.3/8 ม.3/9

รวม 26 ตัวชว้ี ดั

หลกั สูตรโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จงั หวดั ปตั ตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพื้นทนี่ วัตกรรมการศึกษาจงั หวัดปัตตานี 120

มาตรฐานและตัวช้วี ัด ผสมโดย
ว 2.1 ม.3/1 ระบุสมบตั ทิ างกายภาพและการใช้ประโยชนว์ ัสดปุ ระเภทพอลิเมอร์ เซรามิก และวัสดุ
ใช้หลักฐานเชิงประจกั ษ์และสารสนเทศ

ว 2.1 ม.3/2 ตระหนกั ถงึ คณุ คา่ ของการใชว้ ัสดุประเภทพอลเิ มอร์ เซรามิก และวัสดผสุ ม โดย เสนอแนะแนวทาง
การใชว้ ัสดอุ ย่างประหยัดและคุ้มค่า

ว 2.1 ม.3/3 อธิบายการเกิดปฏกิ ริ ิยาเคมี รวมถงึ การจดั เรียงตัวใหม่ของอะตอมเมอ่ื เกิดปฏิกิรยิ าเคมีโดยใช้
แบบจำลองและสมการข้อความ

ว 2.1 ม.3/4 อธบิ ายกฎทรงมวล โดยใชห้ ลกัฐานเชิงประจกั ษ์

ว 2.1 ม.3/5 วเิ คราะหป์ ฏิกริ ยิ าดดู ความร้อน และปฏกิ ิรยาิ คายความร้อน จากการเปลีย่ นแปลงพลังงานความรอ้ น
ของปฏิกริ ยิ า

ว 2.1 ม.3/6 อธิบายปฏกิ ิรยิ าการเกิดสนิมของเหลก็ ปฏิกริ ิยาของกรดกับโลหะ ปฏกิ ริ ยิ าของกรดกับเบส และ
ปฏิกรยิ าของเบสกบั โลหะ โดยใช้หลักฐานเชงิ ประจกั ษ์และอธิบายปฏิกริ ยิ าการเผาไหม้ การเกดิ ฝนกรด การ
สังเคราะห์ด้วยแสงโดยใชส้ ารสนเทศ รวมท้ังเขยี นสมการขอ้ ความแสดงปฏกิ ิรยิ าดังกลา่ ว

ว 2.1 ม.3/7 ระบุประโยชนแ์ ละโทษของปฏกิ ิริยาเคมที ี่มีตอ่ สิ่งมีชีวติ และสิ่งแวดล้อมและยกตัวอย่างวธิ กี ารปอ้ งกนั
และแก้ปัญหาที่เกดิ จากปฏิกริ ิยาเคมที ี่พบในชวี ติ ประจำวัน จากการสืบคน้ ขอ้ มูล

ว 2.1 ม.3/8 ออกแบบวิธแี ก้ปญั หาในชวี ิตประจำวนั โดยใชค้ วามรู้เกี่ยวกับปฏิกริ ิยาเคมี โดยบูรณาการ
วิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตรเ์ ทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์

ว 2.3 ม.3/1 วเิ คราะหค์ วามสมั พนั ธ์ระหว่างความตา่ งศักย์ กระแสไฟฟา้ และความต้านทาน และคำ นวณปริมาณ
ท่เี กย่ี วข้อง โดยใช้สมการ V = IR จากหลักฐานเชิงประจักษ์

ว 2.3 ม.3/2 เขียนกราฟความสมั พนั ธ์ระหวา่ งกระแสไฟฟา้ และความตา่ งศกั ย์ไฟฟา้

ว 2.3 ม.3/3 ใชโ้ วลต์มิเตอร์ แอมมิเตอร์ในการวดั ปริมาณทางไฟฟา้

ว 2.3 ม.3/4 วเิ คราะหค์ วามตา่ งศกั ย์ไฟฟา้ และกระแสไฟฟา้ ในวงจรไฟฟา้ เมอ่ื ตอ่ ตวั ตา้ นทานหลายตัวแบบอนกุ รม
และแบบขนานจากหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์

ว 2.3 ม.3/5 เขยี นแผนภาพวงจรไฟฟา้ แสดงการต่อตัวตา้ นทานแบบอนุกรมและแบบขนาน

ว 2.3 ม.3/6 บรรยายการท างานของช้ินสว่ นอิเล็กทรอนิกส์อยา่ งง่ายในวงจรจากขอ้ มลู ทร่ี วบรวมได้

หลักสูตรโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จงั หวดั ปัตตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพื้นท่นี วตั กรรมการศกึ ษาจังหวดั ปตั ตานี 121

ว 2.3 ม.3/7 เขยี นแผนภาพและต่อชน้ิ ส่วนอเิ ลก็ ทรอนกิ สอ์ยา่ งง่ายในวงจรไฟฟา้

ว 2.3 ม.3/8 อธิบายและคำนวณพลงั งานไฟฟา้ โดยใช้สมการ W = Pt รวมท้งั คำนวณค่าไฟฟา้ ของเครอื่ งใชไ้ ฟฟา้
ในบ้าน
ว 2.3 ม.3/9 ตระหนักในคณุ คา่ ของการเลือกใช้เครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้าโดยนำเสนอวิธีการใช้เครอื่ งใช้ไฟฟ้าอยา่ งประหยัด
และปลอดภัย

ว 1.1 ม.3/1 อธบิ ายปฏิสัมพันธ์ขององคป์ ระกอบของระบบนิเวศที่ได้จากการสำรวจ

ว 1.1 ม.3/2 อธบิ ายรูปแบบความสมั พันธร์ ะหว่างส่งิ มีชีวติ กับสิง่ มชี วี ติ รปู แบบต่าง ๆในแหล่งที่อยเู่ ดียวกนั ทีไ่ ดจ้ าก
การสำรวจ
ว 1.1 ม.3/3 สร้างแบบจำลองในการอธิบายการถ่ายทอดพลงั งานในสายใยอาหาร

ว 1.1 ม.3/4 อธิบายความสมั พันธข์ องผผู้ ลิตผู้บรโิ ภค และผ้ยู ่อยสลายสารอนิ ทรยี ใ์ นระบบนิเวศ

ว 1.1 ม.3/5 อธบิ ายการสะสมสารพิษในสง่ิ มชี วี ติ ในโซ่อาหาร

ว 1.1 ม.3/6 ตระหนักถึงความสมั พันธข์ องส่งิ มีชีวติ และสิ่งแวดลอ้ มในระบบนิเวศ โดยไมท่ ำลายสมดุลของระบบ
นิเวศ
ว 1.3 ม.3/9 เปรียบเทียบความหลากหลายทางชีวภาพในระดับชนดิ สิ่งมชี วี ิตในระบบนิเวศต่าง ๆ

ว 1.3 ม.3/10 อธบิ ายความสำคัญของความหลากหลายทางชวี ภาพทีม่ ีตอ่ การรกั ษาสมดลุของระบบนเิ วศและตอ่
มนษุ ย์

ว 1.3 ม.3/11 แสดงความตระหนักในคณุ คา่ และความสำคญั ของความหลากหลายทางชวี ภาพ โดยมีสว่ นรว่ มใน
การดูแลรกั ษา ความหลากหลายทางชวี ภาพ

หลักสูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จังหวดั ปัตตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพน้ื ท่ีนวัตกรรมการศกึ ษาจงั หวดั ปัตตานี 122

โครงสร้างรายวชิ า

รายวชิ า ว23102 วทิ ยาศาสตร์พนื้ ฐาน 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หน่วยกติ

กรอบที่ 2 ความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ โมดลุ ที่ 1 , 3 , 4

ท่ี ชือ่ หน่วย ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา นำ้ หนัก
การเรียนรู้ (ชม) คะแนน

1 การเกดิ ปฏิกิริยาเคมี ว 2.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 - การเกิดปฏกิ ริ ิยาเคมี 17 30

และวสั ดุใน ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 - มวลรวมของสารกอ่ นและหลัง
ชวี ิตประจำวัน เกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี
ม.3/7 ม.3/8
- การถา่ ยโอนความร้อนของ

ปฏิกริ ิยาเคมี

- ปฏกิ ริ ิยาของกรดกับเบส

- ปฏิกริ ยิ าของกรดกบั โลหะและเบส

กบั โลหะ

- ปฏกิ ริ ยิ าการเกิดสนมิ เหลก็

- ปฏกิ ริ ยิ าเคมมี ผี ลตอ่ สิง่ มีชีวติ และ

ส่งิ ต่าง ๆ รอบตวั

- ออกแบบวิธกี ารลดปรมิ าณแกส๊

เรอื นกระจก

- สมบตั ิของพอลเิ มอร์ เซรามิก และ

โลหะ

- สมบัติของวสั ดุผสม

- การใชว้ ัสดุในชีวติ ประจำวนั

อยา่ งไรใหป้ ระหยดั และคมุ้ ค่า

2 ไฟฟ้า ว 2.3 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 - กระแสไฟฟา้ 22 40

ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 - ความตา่ งศกั ย์ไฟฟ้า
- ความสมั พันธ์ระหวา่ งความต่าง

ม.3/7 ม.3/8 ม.3/9 ศักย์ กระแสไฟฟ้าและความ

ตา้ นทาน

หลกั สตู รโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จงั หวดั ปัตตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพื้นที่นวตั กรรมการศึกษาจังหวดั ปัตตานี 123

ท่ี ชอื่ หน่วย ผลการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา นำ้ หนกั
การเรยี นรู้ (ชม) คะแนน

- วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม

- วงจรไฟฟ้าแบบขนาน

- ออกแบบวงจรไฟฟา้ ในหอ้ ง

- คำนวณพลงั งานไฟฟ้าของ

เครือ่ งใชไ้ ฟฟา้

- การใช้เครื่องใชไ้ ฟฟ้าอยา่ ง

ประหยัดและปลอดภัย

- ตัวตา้ นทานไฟฟ้า

- ไดโอด

- ตัวเกบ็ ประจุ

- ทรานซสิ เตอร์

- ออกแบบ Smart Farming

3 ระบบนเิ วศและความ ว 1.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 - องค์ประกอบของสภาพแวดล้อม 15 30

หลากหลายทาง ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ในทอ้ งถ่นิ
ชีวภาพ(กรอบท่ี 2 เชน่ ป่าชายเลน น้ำตกทรายขาว อา่ ว
โมดุลที่ 1, 3, 4)
ว 1.3 ม.3/9 ม.3/10 ปตั ตานี แหล่งอื่นๆและนำเสนอใน

ม.3/11 รปู แบบดจิ ิทัล
- สรา้ งแบบจำลองสายใยอาหาร

- การสะสมสารพิษในส่ิงมีชวี ิต

- การอยรู่ ว่ มกันของส่ิงมชี วี ิต

- ความสมั พนั ธข์ องสง่ิ มีชวี ิตใน

ระบบนเิ วศ

- เราจะดแู ลรกั ษาระบบนิเวศใน

ท้องถ่นิ ให้สมดุล

- ชนิดของส่งิ มชี วี ิตในแตล่ ะระบบ

นเิ วศ

- ความหลากหลายทางชีวภาพกับ

การรกั ษาสมดุลของระบบนเิ วศ

หลักสตู รโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จังหวัดปัตตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพนื้ ท่นี วัตกรรมการศึกษาจังหวัดปตั ตานี 124

ท่ี ชอ่ื หนว่ ย ผลการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา น้ำหนกั
การเรียนรู้ (ชม) คะแนน

- ความสำคัญของความหลากหลาย

ทางชีวภาพ

สอบกลางภาค 3

สอบปลายภาค 3

รวม 60 100

หลักสูตรโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวดั ปตั ตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพนื้ ที่นวตั กรรมการศกึ ษาจงั หวดั ปตั ตานี 125

คำอธบิ ายรายวชิ า

รายวิชา ว20105 การออกแบบและเทคโนโลยี 5 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกิต

ศกึ ษา ทำความเข้าใจสาเหตุ หรอื ปัจจยั ทท่ี ําให้เกิดการเปล่ียนแปลงเทคโนโลยี และความสมั พันธ์ของ
เทคโนโลยกี ับศาสตรอ์ ื่น ประยกุ ตใ์ ช้ความรู้ ทักษะ และทรัพยากร โดยวเิ คราะห์สถานการณ์เพ่ือสรปุ กรอบของ
ปัญหา เปรียบเทียบและเลอื กข้อมลู ท่จี ําเป็นโดยคํานึงถึงทรัพย์สนิ ทางปญั ญา เพอ่ื ออกแบบวธิ ีการแก้ปญั หาใน
งานอาชีพด้านการเกษตร อาหาร พลังงาน และขนส่ง โดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม นวตั กรรม
รวมท้ังเลอื กใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ เครอ่ื งมอื กลไก ไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์ในการแกป้ ัญหาไดอ้ ยา่ งถูกต้อง เหมาะสม
และ ปลอดภยั เพื่อพฒั นาเปน็ นวัตกรรมการศกึ ษาสูก่ ารเผยแพรใ่ นรูปแบบดิจิทัล เทคโนโลยี

ตัวช้วี ัด
ว 4.1 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

ว 4.1 ม.3/1 วิเคราะหส์ าเหตุ หรอื ปัจจยั ท่ีส่งผลต่อการเปล่ยี นแปลงของเทคโนโลยี และความสมั พันธ์
ของ

เทคโนโลยกี ับศาสตรอ์ ่ืน โดยเฉพาะวทิ ยาศาสตร์ หรือคณติ ศาสตร์ เพอื่ เป็นแนวทางการ
แกป้ ัญหา หรอื พฒั นางาน
ว 4.1 ม.3/2 ระบปุ ญั หาหรือความต้องการของชุมชนหรอื ท้องถนิ่ เพอื่ พัฒนางานอาชีพ สรปุ กรอบ
ของ ปัญหา รวบรวม วเิ คราะห์ข้อมลู และแนวคดิ ที่เก่ียวขอ้ งกบั ปัญหา โดยคาํ นึงถึงความ
ถกู ต้อง ด้านทรพั ยส์ ินทางปัญญา
ว 4.1 ม.3/3 ออกแบบวิธกี ารแก้ปญั หา โดยวเิ คราะห์ เปรยี บเทียบ และตดั สินใจเลือกข้อมลู ท่ีจาํ เป็น
ภายใต้ เง่ือนไขและทรัพยากรที่มอี ยู่ นาํ เสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้ผอู้ ื่นเข้าใจดว้ ย
เทคนคิ หรอื วิธีการที่หลากหลาย วางแผนขั้นตอนการทาํ งานและดําเนนิ การแกป้ ัญหาอยา่ งเป็น
ข้ันตอน
ว 4.1 ม.3/4 ทดสอบ ประเมินผล วิเคราะห์ และใหเ้ หตุผลของปัญหาหรอื ขอ้ บกพรอ่ งทเ่ี กดิ ข้ึนภายใต้
กรอบเง่ือนไข พร้อมท้ังหาแนวทางการปรบั ปรงุ แกไ้ ข และนาํ เสนอผลการแกป้ ญั หา
ว 4.1 ม.3/5 ใชค้ วามรู้ และทกั ษะเกีย่ วกบั วัสดุ อุปกรณ์ เครอื่ งมือ กลไก ไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ให้
ถกู ตอ้ งกบั ลักษณะของงาน และปลอดภยั เพือ่ แกป้ ัญหาหรอื พฒั นางาน
รวมทงั้ หมด 5 ตวั ช้วี ัด

หลักสตู รโรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จงั หวัดปตั ตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพ้นื ท่นี วตั กรรมการศึกษาจงั หวัดปัตตานี 126

โครงสร้างรายวิชา

รายวิชา ว20105 การออกแบบและเทคโนโลยี 5 กลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกิต

ที่ ชอื่ หน่วย ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา น้ำหนกั
การเรยี นรู้ (ชม) คะแนน
- เทคโนโลยมี ีการเปลย่ี นแปลงตลอดเวลา 12
1 เทคโนโลยีเปลยี่ นโลก ว 4.1 ม.3/1 ตงั้ แตอ่ ดตี จนถึงปจั จุบัน ซ่งึ มีสาเหตหุ รือ 30
ปจั จยั มาจากหลายด้าน เชน่ ปัญหาหรือความ 20
2 เทคโนโลยีแกป้ ญั หา ว 4.1 ม.3/2 ตอ้ งการของมนษุ ย์ ความก้าวหนา้ ของศาสตร์ 40
ตา่ ง ๆ การเปลยี่ นแปลงทางด้านเศรษฐกจิ
(กรอบท่ี 2 โมดูลท่ี ว 4.1 ม.3/3 สงั คมวฒั นธรรม สิง่ แวดลอ้ ม
- เทคโนโลยีมคี วามสมั พันธ์กับศาสตร์อน่ื
1-5 และกรอบที่ 4 ว 4.1 ม.3/4 โดยเฉพาะวทิ ยาศาสตร์ โดยวิทยาศาสตรเ์ ปน็
พนื้ ฐานความรู้ท่นี ำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยี
โมดูลที่ 7) ว 4.1 ม.3/5 และเทคโนโลยีทไ่ี ด้สามารถเปน็ เคร่ืองมือท่ใี ช้
ในการศึกษา คน้ ควา้ เพ่อื ให้ได้มาซ่งึ องค์
ความรูใ้ หม่

- ปญั หาหรอื ความต้องการอาจพบได้ในงานอาชพี
ของชมุ ชนหรอื ทอ้ งถ่นิ ซงึ่ อาจมหี ลายด้าน เช่น
ด้านพลงั งานสง่ิ แวดล้อม การเกษตร การอาหาร
เชน่ ปัญหาส่ิงแวดลอ้ มและผลผลิตท่ีเกิดขนึ้ ใน
แหล่งทรพั ยากรต่างๆ อทุ ยานแหง่ ชาตนิ ้ำตก
ทรายขาว แมน่ ำ้ ปัตตานี ป่าชายเลน อ่าวปตั ตานี
เกาะจอื ลาปี หรือแหลง่ อ่ืนๆ
- การวิเคราะห์สถานการณ์ปญั หาชว่ ยใหเ้ ข้าใจ
เงอ่ื นไขและกรอบของปญั หาไดช้ ดั เจน จากนน้ั
ดำเนินการสืบค้นรวบรวมข้อมูล ความรูจ้ าก
ศาสตร์ต่าง ๆ ที่เกยี่ วขอ้ ง

หลกั สตู รโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดปัตตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพน้ื ท่ีนวตั กรรมการศึกษาจงั หวดั ปตั ตานี 127

ท่ี ช่อื หน่วย ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา น้ำหนกั
การเรียนรู้ (ชม) คะแนน

เพื่อนำไปสกู่ ารออกแบบแนวทางการแก้ปญั หา

- การวิเคราะห์ เปรยี บเทยี บ และตดั สินใจเลือก

ข้อมลู ทจ่ี ำเปน็ โดยคำนึงถงึ ทรัพยส์ ินทางปญั ญา

เง่อื นไขและทรพั ยากรเช่น งบประมาณ เวลา

ข้อมูลและสารสนเทศ วสั ดุ เครอ่ื งมอื และอปุ กรณ์

ชว่ ยใหไ้ ดแ้ นวทางการแก้ปญั หาท่เี หมาะสม

- การออกแบบแนวทางการแก้ปัญหาทำได้

หลากหลายวธิ เี ช่น การร่างภาพ การเขียน

แผนภาพ การเขยี นผังงาน

- เทคนคิ หรือวิธกี ารในการน าเสนอแนวทางการ

แก้ปญั หามหี ลากหลาย เช่น การใช้แผนภมู ิ

ตาราง ภาพเคลอื่ นไหว

- การกำหนดข้นั ตอนและระยะเวลาในการทำงาน

ก่อนดำเนนิ การแกป้ ัญหาจะช่วยให้การทำงาน

สำเร็จไดต้ ามเปา้ หมาย และลดขอ้ ผดิ พลาดของ

การทำงานทอ่ี าจเกดิ ข้ึน

- การทดสอบและประเมินผลเป็นการตรวจสอบ

ชนิ้ งานหรือวิธกี ารวา่ สามารถแก้ปญั หาไดต้ าม

วตั ถุประสงค์ภายใตก้ รอบของปัญหา เพือ่ หา

ขอ้ บกพร่อง และดำเนินการปรบั ปรุง โดยอาจ

ทดสอบซ้ำเพ่อื ให้สามารถแกไ้ ขปัญหาได้

- การนำเสนอผลงานเปน็ การถ่ายทอดแนวคิด

เพื่อใหผ้ ูอ้ ื่นเขา้ ใจเกย่ี วกับกระบวนการทำงาน

และชนิ้ งานหรือวิธีการทไ่ี ด้ ซึ่งสามารถทำได้

หลายวิธี เช่น การเขียนรายงานการทำแผ่น

นำเสนอผลงาน การจัดนิทรรศการ การนำเสนอ

ผา่ นสื่อออนไลน์

หลกั สตู รโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวดั ปตั ตานี พุทธศักราช 2565 ในพ้นื ทน่ี วัตกรรมการศกึ ษาจงั หวัดปตั ตานี 128

ท่ี ชอื่ หน่วย ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา น้ำหนกั
การเรยี นรู้ (ชม) คะแนน
- วสั ดแุ ตล่ ะประเภทมีสมบตั แิ ตกต่างกนั เชน่ ไม้
3 เทคโนโลยเี พิ่มมูลค่า ว 4.1 ม.3/2 โลหะ พลาสตกิ เซรามิก จงึ ต้องมีการวเิ คราะห์ 8 30
(กรอบท่ี 2 โมดูลที่ สมบัติเพอื่ เลอื กใช้ให้เหมาะสมกับลกั ษณะของ
1-5 และกรอบที่ 4 งาน
โมดูลท่ี 7) - การสร้างช้นิ งานอาจใช้ความรู้ เรื่องกลไก ไฟฟา้
รวม อเิ ล็กทรอนกิ ส์ เชน่ LED LDR มอเตอร์ เฟอื ง
คาน รอกลอ้ เพลา
-อุปกรณ์และเคร่ืองมือในการสรา้ งชน้ิ งานหรอื
พฒั นาวิธีการมีหลายประเภท ต้องเลือกใช้ให้
ถกู ต้อง เหมาะสม และปลอดภัย รวมท้งั รู้จกั เกบ็
รกั ษา
- ปัญหาหรอื ความตอ้ งการอาจพบได้ในงานอาชีพ
ของชมุ ชนหรือทอ้ งถนิ่ ซ่ึงอาจมหี ลายด้าน เช่น
ด้านพลงั งานสงิ่ แวดลอ้ ม การเกษตร การอาหาร
เช่น ปญั หาสง่ิ แวดล้อมและผลผลติ ที่เกิดขึ้นใน
แหลง่ ทรพั ยากรตา่ งๆ อุทยานแหง่ ชาตนิ ำ้ ตก
ทรายขาว แม่น้ำปัตตานี ป่าชายเลน อา่ วปัตตานี
เกาะจือลาปี หรอื แหลง่ อื่นๆ
- การวิเคราะห์สถานการณ์ปญั หาช่วยให้เข้าใจ
เง่ือนไขและกรอบของปัญหาไดช้ ดั เจน จากนนั้
ดำเนนิ การสบื คน้ รวบรวมข้อมูล ความรูจ้ าก
ศาสตร์ต่าง ๆ ทเ่ี กย่ี วข้อง
เพื่อน าไปส่กู ารออกแบบแนวทางการแก้ปญั หา

รวม 40 100

หลักสูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จงั หวดั ปตั ตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพ้ืนที่นวตั กรรมการศึกษาจงั หวัดปตั ตานี 129

คำอธบิ ายรายวิชา

รายวิชา ว23203 พลงั งานทดแทนกับการใช้ประโยชน์ กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หน่วยกติ

ศกึ ษา วเิ คราะห์ ทดลอง ตรวจสอบ เก่ยี วกบั พลงั งานนำ้ พลังงานลม พลงั งานแสงอาทิตย์ พลังงานชวี มวลและ
พลงั งานนิวเคลียร์ เพอ่ื ใหม้ คี วามรคู้ วามเขา้ ใจเก่ยี วกับหลักการทางวทิ ยาศาสตรข์ องพลังงาน และทำความเข้าใจ
ทรัพยากรธรรมชาติเชงิ พื้นทีเ่ พื่อนำมาใช้ประโยชน์เปน็ พลังงานทดแทนอยา่ งย่ังยืน เพ่อื พฒั นาเป็นนวัตกรรม
การศึกษาสกู่ ารเผยแพรใ่ นรปู แบบดิจิทัล ตระหนกั ถงึ ความสำคญั บทบาท และผลกระทบของพลังงานเหลา่ นน้ั ทม่ี ี
ต่อมนุษย์และสงิ่ แวดล้อม โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
สามารถสอ่ื สารส่งิ ท่ีเรยี นรู้ มคี วามสามารถในการตัดสินใจ นำความรไู้ ปใช้ในชีวิตประจำวัน มจี ติ วทิ ยาศาสตร์
จรยิ ธรรม และคา่ นิยมท่ีเหมาะสม

ผลการเรยี นรู้
1. เขยี นบรรยายและยกตวั อย่างความสำคญั ของพลังงานทดแทน
2. เขยี นสรุปหลักการทางวิทยาศาสตร์ ในการนำพลงั งานน้ำ พลังงานลม พลงั งานแสงอาทิตย์ พลงั งานชีว

มวลและพลังงานนวิ เคลียร์ ไปใชป้ ระโยชน์
3. เขียนบรรยายและยกตัวอยา่ งการใช้ประโยชนพ์ ลงั งานนำ้ พลงั งานลม พลงั งานแสงอาทิตย์ พลงั งานชีว

มวลและพลงั งานนวิ เคลียร์ ในประเทศไทย
4. เขียนสรปุ ขอ้ ดี ขอ้ จำกัดและแนวทางการพัฒนาในการนำพลังงานน้ำ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์

พลังงานชวี มวลและพลงั งานนวิ เคลียร์ ไปใชป้ ระโยชน์

รวมทัง้ หมด 4 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรียนเบญจมราชูทศิ จงั หวัดปตั ตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพนื้ ทน่ี วตั กรรมการศกึ ษาจังหวดั ปัตตานี 130

โครงสร้างรายวิชา

รายวชิ า ว23203 พลังงานทดแทนกับการใชป้ ระโยชน์ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ช่วั โมง จำนวน 1.0 หน่วยกติ

ที่ ชือ่ หนว่ ย ผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา นำ้ หนัก
การเรยี นรู้ (ชม) คะแนน
8
1 พลังงานนำ้ 1. เขียนบรรยายและยกตัวอย่าง - การไหลของน้ำ น้ำไหลจากท่ี 10
6
ความสำคญั ของพลังงานทดแทน สงู ลงสู่ท่ตี ำ่ เชน่ การไหลของน้ำ 10

2. เขยี นสรุปหลกั การทางวิทยาศาสตร์ ใน ของอุทยานแห่งชาตนิ ำ้ ตก

การนำพลงั งานน้ำ พลังงานลม พลังงาน ทรายขาว (กรอบที่ 4 โมดุลท่ี 1)

แสงอาทติ ย์ พลงั งานชวี มวลและพลังงาน - การกระทำของพลังงานนำ้

นิวเคลียร์ ไปใชป้ ระโยชน์ จากแหล่งนำ้ ตา่ ง เช่น แมน่ ำ้

3. เขยี นบรรยายและยกตัวอยา่ งการใช้ ปัตตานี ปา่ ชายเลน อ่าวปตั ตานี

ประโยชน์พลังงานนำ้ พลังงานลม เกาะจือลาปี

พลังงานแสงอาทติ ย์ พลงั งานชวี มวลและ - พลงั งานน้ำกับการเปลย่ี นเปน็

พลงั งานนิวเคลยี ร์ ในประเทศไทย พลังงานไฟฟา้

4. เขียนสรุปขอ้ ดี ข้อจำกัดและแนว - ประโยชนข์ องพลังงานน้ำ

ทางการพัฒนาในการนำพลงั งานน้ำ - - ขอ้ ดี ข้อจำกัดและแนว

พลงั งานลม พลังงานแสงอาทิตย์ พลงั งาน ทางการพัฒนาพลังงานน้ำ

ชีวมวลและพลงั งานนิวเคลียร์ไปใช้

ประโยชน์

2 พลงั งานลม 1. เขียนบรรยายและยกตัวอยา่ ง - การกระทำของพลังงานลม

ความสำคัญของพลงั งานทดแทน - พลังงานลมกับการเปลีย่ นเป็น

2. เขยี นสรุปหลกั การทางวิทยาศาสตร์ ใน พลงั งานไฟฟ้า

การนำพลังงานนำ้ พลงั งานลม พลงั งาน - ประโยชนข์ องพลงั งานลม

แสงอาทติ ย์ พลังงานชวี มวลและพลังงาน - ข้อดี ขอ้ จำกัดและแนว

นวิ เคลยี ร์ ไปใช้ประโยชน์ ทางการพฒั นาพลังงานลม

3. เขยี นบรรยายและยกตัวอยา่ งการใช้

ประโยชน์ พลังงานนำ้ พลงั งานลม

หลกั สตู รโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จงั หวัดปตั ตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพืน้ ทีน่ วัตกรรมการศึกษาจงั หวัดปัตตานี 131

ที่ ช่อื หนว่ ย ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา นำ้ หนกั
การเรียนรู้ (ชม) คะแนน

พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานชวี มวลและ

พลงั งานนวิ เคลียร์ ในประเทศไทย

4. เขียนสรปุ ข้อดี ขอ้ จำกัดและแนว

ทางการพัฒนาในการนำพลังงานนำ้

พลงั งานลม พลงั งานแสงอาทิตย์ พลงั งาน

ชวี มวลและพลงั งานนิวเคลยี ร์ ไปใช้

ประโยชน์

3 พลังงาน 1. เขยี นบรรยายและยกตวั อยา่ ง - พลังงานแสงอาทติ ย์กบั การ 9 10

แสงอาทติ ย์ ความสำคญั ของพลงั งานทดแทน เปลี่ยนเป็นพลงั งานไฟฟา้

2. เขยี นสรุปหลักการทางวิทยาศาสตร์ ใน - ประโยชน์ของพลงั งาน

การนำ พลงั งานน้ำ พลงั งานลม พลงั งาน แสงอาทติ ย์

แสงอาทิตย์ พลงั งานชีวมวลและพลังงาน - ขอ้ ดี ข้อจำกัดและแนว

นวิ เคลียร์ ไปใช้ประโยชน์ ทางการพัฒนาพลังงาน

3. เขียนบรรยายและยกตัวอยา่ งการใช้ แสงอาทิตย์

ประโยชน์ พลงั งานน้ำ พลงั งานลม

พลงั งานแสงอาทติ ย์ พลังงานชีวมวลและ

พลังงานนิวเคลียร์ ในประเทศไทย

4. เขยี นสรปุ ขอ้ ดี ขอ้ จำกัดและแนว

ทางการพฒั นาในการนำพลงั งานนำ้

พลังงานลม พลงั งานแสงอาทิตย์ พลังงาน

ชวี มวลและพลงั งานนิวเคลยี ร์ ไปใช้

ประโยชน์

4 พลังงานชีว 1. เขยี นบรรยายและยกตวั อยา่ ง - องค์ประกอบพืน้ ฐานของชีว 6 15

มวล ความสำคญั ของพลังงานทดแทน มวล

2. เขียนสรปุ หลักการทางวิทยาศาสตร์ ใน - พลังงานชีวมลกบั การ

การพลังงานนำ้ พลังงานลม พลงั งาน เปลย่ี นเป็นพลังงานไฟฟา้

แสงอาทติ ย์ พลงั งานชวี มวลและพลังงาน - ประโยชน์ของพลังงานชีวมวล

นิวเคลยี ร์ ไปใชป้ ระโยชน์

หลักสูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จงั หวดั ปัตตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพ้ืนท่นี วัตกรรมการศกึ ษาจังหวัดปัตตานี 132

ท่ี ชื่อหนว่ ย ผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา นำ้ หนกั
การเรียนรู้ (ชม) คะแนน

3. เขยี นบรรยายและยกตัวอย่างการใช้ - ข้อดี ขอ้ จำกดั และแนว

ประโยชน์ พลังงานนำ้ พลงั งานลม ทางการพัฒนาพลงั งานชีวมวล

พลังงานแสงอาทติ ย์ พลังงานชีวมวลและ

พลังงานนิวเคลยี ร์ ในประเทศไทย

4. เขยี นสรุปขอ้ ดี ข้อจำกัดและแนว

ทางการพฒั นาในการนำพลังงานน้ำ

พลงั งานลม พลงั งานแสงอาทติ ย์ พลังงาน

ชีวมวลและพลังงานนวิ เคลียร์ ไปใช้

ประโยชน์

5 พลังงาน 1. เขยี นบรรยายและยกตวั อย่าง - พลังงานนวิ เคลยี รม์ าใชใ้ นการ 11 15

นิวเคลียร์ ความสำคญั ของพลังงานทดแทน ผลติ กระแสไฟฟา้

2. เขยี นสรุปหลักการทางวทิ ยาศาสตร์ ใน - ประโยชนข์ องพลงั งาน

การนนำพลังงานน้ำ พลงั งานลม พลงั งาน นวิ เคลยี ร์

แสงอาทติ ย์ พลงั งานชีวมวลและพลังงาน - ข้อดี ข้อจำกดั และแนว

นิวเคลยี ร์ ไปใชป้ ระโยชน์ ทางการพฒั นาพลงั งาน

3. เขยี นบรรยายและยกตัวอย่างการใช้ นิวเคลยี ร์

ประโยชน์พลงั งานนำ้ พลังงานลม

พลงั งานแสงอาทิตย์ พลงั งานชวี มวลและ

พลังงานนิวเคลยี ร์ ในประเทศไทย

4. เขยี นสรปุ ข้อดี ข้อจำกัดและแนว

ทางการพฒั นาในการพลังงานนำ้ พลังงาน

ลม พลังงานแสงอาทติ ย์ พลงั งานชวี มวล

และพลังงานนวิ เคลียร์ ไปใช้ประโยชน์

รวม 40 60

ปลายปี ทดสอบระหว่างเรียน 10

ทดสอบปลายภาค 30

หลกั สูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จังหวดั ปัตตานี พทุ ธศักราช 2565 ในพน้ื ท่ีนวตั กรรมการศึกษาจังหวัดปตั ตานี 133

ท่ี ช่อื หน่วย ผลการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา น้ำหนัก
การเรียนรู้ รวม (ชม) คะแนน

100

หลกั สูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จังหวดั ปัตตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพ้นื ท่นี วัตกรรมการศกึ ษาจงั หวัดปตั ตานี 134

หลักสูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จังหวดั ปัตตานี พุทธศกั ราช 2565 ในพืน้ ท่ีนวตั กรรมการศกึ ษาจงั หวัดปัตตานี 135

โครงสร้างหลักสตู รกลุ่มสาระการเรยี นรูก้ ารงานอาชีพ
โรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จงั หวัดปตั ตานี

กรอบหลกั สูตร PATTANI HERITAGE ม.ต้น

หลกั สูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จังหวัดปัตตานี พทุ ธศกั ราช 2565 ในพ้นื ที่นวัตกรรมการศึกษาจงั หวัดปัตตานี 136

คำอธิบายรายวชิ า

ง20101 การงานอาชีพ 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ

ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หน่วยกติ

กรอบหลกั สูตร PATTANI HERITAGE ท่ีมกี ารเช่ือมโยง กรอบท่ี 3 ความหลากหลายทางวฒั นธรรม

ศกึ ษาเรยี นรู้กระบวนการทำงาน เกีย่ วกบั การวเิ คราะหก์ ารทำงาน กระบวนการกล่มุ ในการทำงาน การ

แก้ปัญหาในการทำงานอย่างมีเหตผุ ล ลักษณะนสิ ัยในการทำงานดว้ ยความเสียสละและปลอดภัย แนวทาง

ในการเลอื กอาชีพ เจตคตทิ ีด่ ตี อ่ การประกอบอาชีพ และความสำคัญของการสรา้ งอาชีพ

วิเคราะห์และวางแผนปฏิบัติงาน ทำงานตามกระบวนการทำงานในชีวิตประจำวันเกี่ยวกับการดูแลรักษา

บา้ น การเลือกซอ้ื อาหาร การเตรียมวตั ถุดบิ อุปกรณ์ เคร่ืองใช้ในการประกอบอาหาร การประกอบอาหารและขนม

จงั หวดั ปตั ตานี การจัดตกแต่งอาหาร การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร การประดษิ ฐ์ของใช้ ของตกแต่งจากวัสดุ

ในท้องถิน่ เพอื่ เป็นแนวทางในการประกอบอาชีพในอนาคต

เพือ่ ใหเ้ กิดความรู้ ความเข้าใจเกย่ี วกับขนั้ ตอนการทำงาน กระบวนการทำงาน การจัดการอย่างมีระบบ และ

การแก้ปัญหาไดอ้ ยา่ งมเี หตุผล เนน้ การใชท้ รัพยากรอยา่ งคุ้มค่า ปลูกฝังคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม มีเจตคติ

ที่ดีต่อการทำงานที่เป็นพื้นฐานต่อการทำงาน การประกอบอาชีพ และเรียนรู้มรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นบนความ

หลากหลายของมรดกทางวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาเป็นนวัตกรรมการศึกษาสู่การเผยแพร่ ในรูปแบบ

ดจิ ิทลั

ตัวชี้วัด

มาตรฐาน ง 1.1
ม 1/1 1/2 1/3

มาตรฐาน ง 2.1
ม 1/1 1/2 1/3

รวมท้งั หมด 6 ตัวชี้วัด

หลักสูตรโรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จังหวดั ปตั ตานี พุทธศักราช 2565 ในพืน้ ทน่ี วตั กรรมการศึกษาจงั หวดั ปัตตานี 137

โครงสรา้ งรายวชิ า

ง20101 การงานอาชีพ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต

กรอบหลกั สูตร PATTANI HERITAGE ทม่ี ีการเชื่อมโยง กรอบที่ 3 ความหลากหลายทางวฒั นธรรม

ลำดับ ช่ือหน่วยการเรียนรู้ ตวั ชว้ี ัด สาระสำคญั เวลา น้ำหนัก
ท่ี (ชัว่ โมง) คะแนน

1 กระบวนการทำงาน ตัวชว้ี ัด ง1.1 ม.1/1 ในการทำงานให้ประสบความสำเร็จอย่าง 8 10

ม.1/2 ม.1/3 มีคุณภาพนั้น นอกจากจะต้องมีความรู้ใน

งานที่ทำ มีวัสดุที่จะใช้ อุปกรณ์ที่

จำเป็นต้องใช้งาน ตลอดจนมีใจรักในการ

ทำงานแล้ว ยังต้องมีทักษะกระบวนการ

ทำงาน รู้จักเลือกใช้ทักษะการทำงานต่าง ๆ

ได้อยา่ งเหมาะสม ขณะเดยี วกันการทำงานให้

บรรลเุ ป้าหมายจะตอ้ งรู้ข้นั ตอนการทำงาน

รู้จักวางแผน คิดวิเคราะห์แก้ปัญหาและ

ประเมนิ ผลการปฏิบัตงิ าน

2 การดแู ลรักษาบา้ น ตวั ชีว้ ดั ง1.1 ม.1/1 บ้านเป็นสถานที่อยูอ่ าศัยและเป็นศนู ย์ 8 10
ม.1/2 ม.1/3 รวมของสมาชิกในครอบครัวที่จะใชช้ ีวิตอยู่
ร่วมกัน ไม่ว่าจะหลังใหญ่หรือเล็ก สมาชิก
ในบ้านกอ็ ยูร่ ่วมกันอยา่ งมคี วามสุขได้ ความ
รัก ความสามัคคี เอื้ออาทรต่อกันของ
สมาชิกในครอบครัวเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด
แต่อย่างไรก็ตาม อีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้
บ้านน่าอยู่ คือ บ้านมีความสะอาด ถูก
สุขอนามัย มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย
โดยสมาชิกในครอบครัวทกุ คนตอ้ งให้ความ
ร่วมมือและช่วยกันดูแลรักษาบ้านใหน้ ่าอยู่
ไม่ทรุดโทรม


Click to View FlipBook Version