The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

จารึกแม่บุญตะวันออก ebook

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mcu pali, 2021-04-27 23:07:10

จารึกแม่บุญตะวันออก ebook

จารึกแม่บุญตะวันออก ebook

Keywords: จารึกแม่บุญตะวันออก ebook

139

140 • จารึกแม่บุญตะวนั ออก

โศลกท่ี 122 อนษุ ฏภ ฉนั ท

†�arINÔ< ivijTyajaE ya=e nju ¢ah t�ु lm!,
... ... ... iÉÚR Ée Ne Ôae m&gaixp>.

[10] drpá taÆríndra[m] v[i] jityajÆ au yo nujagrahÆ a tatkulam |

……………………r bhinnebhendro mrgá adÆ hipahá ||

ทฺฤปฺตารีนทฺ รฺ ํ วิชติ ฺยาเชา โย’นุชคฺราห ตตฺกลุ มฺ |
... ... ... รฺ ภนิ เฺ นเภนทฺ ฺโร มฺฤคาธปิ ะ ||

คําแปล : หลังจากเอาชนะพระราชาผูเปนขาศึกที่หย่ิงผยอง พระองคท รงอนเุ คราะห
แลว ซึ่งตระกลู ของพวกเขา..... เหมอื นราชสหี ผ ูฉ กี เจา แหง โขลงชา งใหเปนช้ิน ฉะนนั้

โศลกที่ 123 อนุษฏภ ฉนั ท

ini�'z! vLlÉ< vÏva gu[y´u EStu maGg[R >E ,

\juiÉYyaeR ivijTyarIn! Éje =e waRn! sd!gu[Eirv.

nistriṅßavallabhamá vaddhavaÆ gunáayuktais tu marÆ gganaá ihá |
rjá ubhir yyo vijityarÆ ín bheje rthaÆn sadgunáair iva ||

นิสฺตฺรงิ ศฺ วลลฺ ภํ วทฺธวา คณุ ยุกฺไตสฺ ตุ มารคฺ คฺ ไณะ |
ฤชภุ ิรฺ ยโฺ ย วิชติ ฺยารนี ฺ เภเช’รฺถานฺ สทคฺ ไุ ณรฺ อวิ ||

คําแปล : พระองคทรงผูกมิตรคือดาบ และทรงทรงชนะศัตรูทั้งหลายดวยลูกศรที่
ประกอบไวกับสายธนูซึ่งยิงตรงดิ่งไปแลวจึงทรงแจกจายทรัพยทั้งหลายดวยคุณธรรมท่ีมีจริง (อัน
ซ่ือตรง) เชน เดียวกนั

โศลกที่ 124 อนุษฏภฉันท

inpIt�Ilk{Qne k{Qal'k! «tye iv;m,!
ivvuxana< ... wRNtu ... Aae ÖaNt< vcaem&tm.!

140

จารกึ แม่บุญตะวนั ออก • 141

[11] nipítan nílakantá áhe[na] kantá há aÆlaṅkrtá aye visaá m |

vivudhaÆna[Æ m]……rthantu…… o dvanÆ tamá vacomrtá am ||

นิปตนฺ นีลกณฺเน กณฺ าลงกฺ ฺฤตเย วิษมฺ |
ววิ ธุ านํา ... รถฺ นฺตุ ...โอ ทวฺ านฺตํ วโจมฺฤตมฺ ||

คาํ แปล : ยาพิษท่ีถูกพระนลี กณั ฐะ (พระศิวะ) ดื่มแลว ก็เพื่อทําใหเปนเครื่องประดับคอ
สว น น้ําอมฤตคอื วาจา ....... โดยนักปราชญ

โศลกท่ี 125 อนษุ ฏภ ฉันท

saNdYE ySR yaXvre xUmE�XvRgru�d¯iòiÉ>,
ìd×! ae=xunaip idGæaNtsE ! SvxYu yEæaRMyte Øuvm!.

sanÆ drair yyasyadÆ hvare dhumÆ air urÆ dhvagaruddhadrástá iá bhihá |
vraddhno dhunapÆ i digbhranÆ tais svadhuryyair bhramÆ yate dhruvam ||

สานไฺ ทรฺ ฺ ยยฺ สฺยาธฺวเร ธไู มรฺ อรู ฺธฺวครุทธฺ ทฤฺ ษฏฺ ภิ ะิ |
วฺรทฺโธนฺ ’ธุนาป ทคิ ฺภฺรานฺไตสฺ สวฺ ธุรยฺ ไฺ ยรฺ ภรฺ ามยฺ เต ธฺรวุ มฺ ||
คําแปล : แมทุกวันน้ี พระสุริยะเทพก็ยังโคจรไปดวยมาของพระองคซ ่ึงมีการเห็นท่ีถูก
บดบงั ดานบน จึงนาํ ทางไปหลงทศิ เพราะควันท้ังหลายอันหนาทึบในการบูชายัญของพระองค ตลอด
กาล

โศลกท่ี 126 อนุษฏภฉันท

s ... y xam ...yae iÖqsimi�s! simNmoe,
A]I[aNdi][a< kIi�< idGiÖj_e ys! smaid;t!.

[12] sa………ya dhaÆma………yo dvitásamidbhis saminmakhe |

[a]ksíá naá nÆ daksiá [naá mÆ ] kírttim di[g]dvijebhyas samadÆ ißat ||

142 • จารึกแม่บญุ ตะวันออก 141

ส ... ย ธาม ...โย ทวฺ ิฏส มทิ ฺภิสฺ สมินฺมเข |
อกฺษณี านฺ ทกษฺ ิณาํ กีรตฺ ตฺ ึ ทคิ ทฺ ฺวเิ ชภยฺ สฺ สมาทิษตฺ ||

คําแปล : ในการบวงสรวงบูชาดวยเช้อื เพลิงคอื ขา ศกึ ทงั้ หลายน้ี พระองคไ ดทรงแสดงให
เห็นถงึ เครอื่ งทักษิณาทไี่ มมีวนั หมดสิน้ คอื พระเกียรตแิ กเหลาพราหมณท่ัวทศิ

โศลกที่ 127 อนษุ ฏภฉันท

iÖ;taNNy�z�a[a< à[amiziwlIk«t,e
capSyvE g[u e ySy ivritnR tu xNivnam.!

dvisaá taÆn nyastraßastranÆ aá mÆ á pranaá mÆ aßithilíkrtá e |
capÆ asyaiva gunáe yasya viratir na tu dhanvinamÆ ||

ทฺวษิ ตานฺ นฺยสฺตรฺ ศสตฺ รฺ าณํา ปรฺ ณามศถิ ิลีกฤฺ เต |
จาปไสยฺ ว คุเณ ยสฺย วิรตริ ฺ น ตุ ธนวฺ นิ ามฺ ||

คาํ แปล : สายธนูของพระองคเทานั้นถูกทําใหหยอน เพราะการนอบนอมเขามาของ
เหลาขา ศกึ ผทู ไ่ี ดทง้ิ อาวุธลงเรียบรอยแลว และจึงวางลง แตไ มใ ชของนายขมังธนู

โศลกท่ี 128 อนุษฏภฉันท

suvÄ& a=e ip sùu dx! &*ae Éujae ySy mhIÉju >,
dù… Rdam! Asùu da� àtIt> sVvdR a r[.e

[13] suvrátto pi suhrdá dhuryo bhujo yasya mahíbhujahá |

durhrdá aÆm asuhrá[damÆ ca] pratítas sarvvadaÆ ranáe ||

สวุ ฺฤตโฺ ต’ป สุหฤฺ ทธฺ ฤฺ ทฺโย ภโุ ช ยสยฺ มหีภุชะ |
ทุรหฺ ฺฤทามฺ อสุหฤฺ ทาํ จ ปฺรตตี สฺ สรวฺ ฺวทา รเณ ||

คําแปล : แขนของพระองคแมจะกลมแตก็โอบอุมหมูมิตรไวไดจึงทรงเปนกษัตริยท่ี
ยง่ิ ใหญ แตใ นสนามรบเปนทีน่ า เกรงขามของเหลาศตั รูและหมูมิตรตลอดเวลา

142

จารึกแมบ่ ญุ ตะวนั ออก • 143

โศลกที่ 129 อนษุ ฏภฉันท

@kÔVyaiït< Éav< }aTva iÖf!jaitÉaivtm! ,
kaMmukR ;e iU ctङ्कMmR sivze;< VyxÄ y> .

ekadravya߯ ritam bhavÆ amá jnaÁ ÆtvaÆ dvidájaÆtibhaÆvitam |
karÆ mmukesuá Æcitamá karmma savißesáamá vyadhatta yahá ||

เอกทรฺ วยฺ าศรฺ ติ ํ ภาวํ ชฺาตวฺ า ทฺวิฑชฺ าตภิ าวติ มฺ |
การฺมฺมเุ กษูจติ งฺ กรมฺ มฺ สวเิ ศษํ วยฺ ธตตฺ ยะ ||

คาํ แปล : พระองคครน้ั ทรงทราบวาการดาํ เนินชีวิตที่ขาศึกไดดําเนินอยูตางอาศัยทรัพย
เพยี งอยา งเดยี ว จึงทรงไดปฏบิ ัตหิ นาท่ีที่เหนือกวาซึง่ ตอ งใชค ันธนูและลูกศรเปนประจํา

โศลกท่ี 130 อนษุ ฏภ ฉันท

zUilnaXyaista< Éi�gMÉIra< ySy ùd!ghu am! ,
tNnÇe anlÉITyve ivivznu aRNydve ta .

[14] ßuÆlinadÆ hyaÆsitamÆ á bhaktigambá híraÆmá yasya hrádguhamÆ |

tannetranÆ alabhítyeva vivißur nanÆ yadevataÆ ||

ศลู ินาธยฺ าสิตาํ ภกฺตคิ มภฺ ีรํา ยสยฺ หฺฤทฺคุหามฺ |
ตนเฺ นตฺรานลภีตเฺ ยว ววิ ิศุรฺ นานฺยเทวตา ||

คําแปล : เทพเจาเหลาอื่นเขาไปยังถ้ําคือหัวใจของพระองคซึ่งมพี ระศิวะอาศยั อยู ที่มี
ความลกึ ลาํ้ ดว ยความภกั ดีไมได ราวกับวา กลวั ลาํ แสงจากพระเนตรของพระศิวะพระองคน ้ัน

โศลกที่ 131 อนษุ ฏภฉันท

rama[a< ùdyarame itòNt< kamtSkrm! ,
àijhI;Ruirva�aNtae yae ivvez mhu …MmuhR >… .

144 • จารึกแม่บญุ ตะวนั ออก 143

ramÆ aÆnaá Æmá hrdá ayaÆ ramÆ e tisátáhantamá kaÆmataskaram |
prajihírsáur iva߯ ranÆ to yo viveßa muhur mmuhuhá ||

รามาณํา หฤฺ ทยาราเม ตษิ ฐฺ นตฺ ํ กามตสกฺ รมฺ |
ปรฺ ชหิ รี ฺษรุ ฺ อวิ าศฺรานโฺ ต โย วิเวศ มุหรุ ฺ มมฺ หุ ุะ ||

คาํ แปล : พระองคท รงเขาจโู จมโจรคือความใคร ท่ีซอนอยูในสวนคือหัวใจของหญิงงาม
ทัง้ หลาย ทรงเหมอื นกบั ไมรูจ กั เหนด็ เหนื่อย เสดจ็ เขา ไป (ในสวนคือหัวใจ) ครั้งแลวคร้ังเลา

โศลกท่ี 132 อนุษฏภฉนั ท

yage a*e ta=e ip y> zaNtaE naMnvE iÖfÉ! y»r>,

dUrai�rajis<hSy gNx< ºaTva iÖpa Ô…ta> .

[15] yogodyato pi yac ßanÆ tau namÆ naiva dvidábhayaṅkarahá |

durÆ adÆ dhi rajÆ asimáhasya gandhamá ghraÆtvaÆ dvipaÆ drutaÆhá ||

. โยโคทยฺ โต’ป ยศฺ ศานเฺ ตา นามไฺ นว ทวฺ ฑิ ภฺ ยงกฺ ระ |
ทรู าทฺ ธิ ราชสหึ สยฺ คนฺธํ ฆรฺ าตวฺ า ทวฺ ิปา ทฺรตุ าะ ||

คําแปล : พระองคแมเปนผูกอปรดวยสมาธิ(อยู)ในความสงบ ก็ทรงเปนผูสรางความ
กลัวใหแกศตั รูได ดว ยเพียงไดยินช่ือเทาน้ัน ธรรมดาวา ชางทั้งหลายไดกล่ินของพระยาราชสีหมา
จากท่ไี กลจึงแลนหนีไป ฉะน้ัน

โศลกท่ี 133 อนุษฏภ ฉันท

mNÇvIYyRàyage aFy! < àPyanNyvrev ym,!

kt« awaR kamda pW& vI krjam�Rma�vR at!.

mantravíryyaprayogadÆ áhyam prapÆ yaÆnanyavareva yam |
krtá arÆ thaÆ kamÆ adaÆ prtá hví karajaÆmarddamarÆ ddavatÆ ||

มนฺตฺรวีรยฺ ฺยปรฺ โยคาฒฺยํ ปรฺ ปฺยานนฺยวเรว ยมฺ |
กฺฤตารถฺ า กามทา ปฤฺ ถฺวี กรชามรฺทฺทมารทฺ ทฺ วาตฺ ||

จารึกแมบ่ ุญตะวนั ออก • 114445

คาํ แปล : แผนดนิ ซึ่งใหส่ิงท่ีปรารถนาได (ทุกอยา ง) คร้ันไดประสบพระองคผ ูมีความม่ัง
คั่งดวยกลยุทธ (มันตระ), ความกลาหาญ (วีรยะ) และการลงมือปฏิบัติ (ประโยคะ) ก็กลับมีความ
ปรารถนาบริบูรณ เหมือนกับผูหญิงท่ีไมตองการสามีอื่น เพราะความออนนุมจากการบีบนวดดวย
พระกร (ของพระองค)

โศลกที่ 134 อนุษฏภฉันท

y…i�retavta Ty�a kaNitrÆe=ip diR zte,

yJjgiCcÄsVvRSvmaùt< yen sVvRda.

[16] yuktir etavÆ ataÆ tyaktaÆ kaÆntiratne pi darßite |

yaj jagaccittasarvvasvam [a]Æ hrtá a[má] yena sarvvadaÆ ||

ยุกตฺ ิรฺ เอตาวตา ตยฺ กฺตา กานตฺ ริ ตฺเน’ป ทรฺศิเต |
ยชฺ ชคจฺจิตฺตสรวฺ ฺวสวฺ มฺ อาหฺฤตํ เยน สรวฺ วฺ ทา ||

คําแปล : พระองคทรงละท้ิงการอยูรวมเห็นเพียงนี้ แมในรัตนะอันงดงามที่เขานํามา
ถวาย (แต) พระองคไดท รงนาํ ซึ่งสมบตั ทิ งั้ มวลทช่ี าวโลกปรารถนามาให ตลอดเวลา

โศลกที่ 135 อนุษฏภฉนั ท

NyStz�ae vne s�u ae hirYyaegR pra=e Pyj>,
kaNtaÏaR'z! xrae ruÔae yi�gI;<u Smrि�v.

nyastaßastro vane supto harir yyogaparo py ajahá |
kanÆ tarÆ ddhaṅÆ ßadharo rudro yanÆ Á jigísuá má smarann iva ||

นฺยสตฺ ศสฺโตรฺ วเน สปุ ฺโต หริรฺ ยฺโยคปโร’ปฺยฺ อชะ |
กานตฺ ารทฺ ฺธางศฺ ธโร รโุ ทฺร ยฺ ชิคษี ุ สมฺ รนนฺ ฺ อวิ ||
คําแปล : พระหริไดทรงทิ้งอาวธุ แลวบรรทมหลับอยูในมหาสมทุ ร177 แมเปนผูไมเกิด
แลวก็ยงั หมกมุน ในโยคะ สวนพระรทุ ระผมู ีรางกายคร่ึงหน่ึงรวมกับพระมเหสี (พระนางอุมา) ราวกับ
วากําลงั ระลกึ ถึงพระองคผ ูต อ งการจะเอาชนะ

177มาจากศัพทวา avana (a ถูกกลืนเสียงดวยอํานาจสนธิ) หมายถึง มหาสมุทร อันเปนที่ประทับประจําของพระหริหรือพระ
นารายณในคราวที่พระพรหมาสรางโลก สวนฉบับเดิมของ มเหศ กุมาร ศรัณ และหลุยส ฟโนต แปลวา ปา (forest, forèt) ดู

146 • จารึกแม่บุญตะวันออก 145

โศลกที่ 136 อนษุ ฏภฉนั ท

S)q… asINdIvr�Str�mXvasvCe Dya,

iÖq!Dr! IÉR¼& Iv b�am ySy daeMradR si�xaE.

[17] sphutáasÆ índívarasrasta-raktamadhvasÆ avecchayaÆ |

dvitcá hrír bhrṅá gíva babhraÆma yasya dormraÆdasannidhau ||

สฺผฏุ าสนี ทฺ ีวรสรฺ สตฺ -รกฺตมธวฺ าสเวจฺฉยา |
ทฺวฏิ ฉรฺ ีรฺ ภฤฺ งฺควี พภฺราม ยสฺย โทรมฺ รฺ าทสนนฺ ิเธา ||

คําแปล : พระศรีของขาศกึ เปนดุจผ้งึ ไดบนิ วนมาใกลแ ขนทอี่ อนนุมของพระองค ดว ย
ความปรารถนาน้าํ หวานคือเลือดทห่ี ลั่งออกมาจากดอกบัวขาบคอื ดาบทเี่ บงบาน (วาบวับ)

โศลกท่ี 137 อนุษฏภฉนั ท

n]Çkl… s<pNn< ÉUtanamvkazkt« ,!
Vyaemevairpru < ySy zBdmaÇe[ li]tm.!
naksaá trakulasampá annamá bhutÆ aÆnamÆ avaka߯ akrtá |
vyomevarÆ ipuramá yasya ßabdamaÆtrenaá laksiá tam ||

นกษฺ ตรฺ กุลสํปนนฺ ํ ภตู านามฺ อวกาศกฤฺ ตฺ |
โวยฺ เมวารปิ ุรํ ยสยฺ ศพฺทมาเตฺรณ ลกษฺ ิตมฺ ||

คําแปล : เมืองของขาศึกซ่งึ เปรียบประดุจทองฟาที่เต็มไปดวยหมูดาว ท่ีถูกกําหนดให
เปน เปาหมายดวยเพียงพระดํารสั คาํ เดียวของพระองค กก็ ลายเปน ทอ่ี ยขู องภตู ผที ง้ั หลาย

โศลกท่ี 138 อนษุ ฏภฉันท

zrakmakR …lae ySy vaihnId…GgsR g< t>,
vne of!gshaya=e ir> sy< Ts<Sw #v Ôut>.

[18] ßarakÆ armakulo yasya vahÆ inídurggasamágatahá |

vane khadgá asahayÆ o ris samyá atsamsá tha iva drutahá ||

Mahesh Kumar Sharan, Select Cambodian Inscriptions (The Mebon And Pre Rup Inscriptions of
Rajendravarman II ), 86; and L. Finot, Inscriptions d’Angkor, 345 .

จารึกแมบ่ ุญตะวันออก • 114467

ศรากรฺมากุโล ยสยฺ วาหินที ุรคฺ คฺ สํคตะ |
วเน ขฑคฺ สหาโย’รสิ ฺ สํยตฺสํสฺถ อิว ทฺรตุ ะ ||

คําแปล : ขาศึกถึงแมจะมีกองทัพและปอมปราการที่แข็งแรง กลับมีความโกลาหล
เพราะลูกศรของพระองคท่ียิงมา ก็เปนเหมือนอยทู ามกลางสนามรบ มีเพียงดาบเปนเพื่อนไดหนีเขา
ปาไปแลว

โศลกที่ 139 อนษุ ฏภฉนั ท

viE r[ae Xyaninrta vItraga ghu azya>,

ySyze Sya'i! ºyaegne ivna nal< ivm�u y.e
vairináo dhyanÆ anirataÆ vítaragÆ aÆ guhaÆßayahÆ á |
yasyeßasyaṅÆ ghriyogena vinaÆ nalÆ amá vimuktaye ||

ไวรโิ ณ ธยฺ านนริ ตา วีตราคา คุหาศยาะ |
ยสเฺ ยศสยฺ างฺฆฺรโิ ยเคน วินา นาลํ วิมุกฺตเย ||

คาํ แปล : ขาศึกทง้ั หลายพอใจในอาการเฉ่ือยชา ไรสีสัน นั่งหลบอยูในถ้ํา (ถอดใจ) ก็ไม
สามารถจะพนไปได หากปราศจากการทาํ สมาธทิ ีแ่ ทบเทาของพระองคผ ูเปน ใหญ178

โศลกท่ี 140 อนษุ ฏภ ฉันท

kah< ÉÄrR a pirTy�a �apd>E SwatumuTshe,
#tIvairpurI ySy àaivzd! davpavkm!.

[19] kaÆhamá bharttraÆ parityaktaÆ ßvapÆ adais sthatÆ um utsahe |

itivarÆ ipurí yasya pravÆ ißad daÆvapaÆvakam ||

กาหํ ภรฺตตฺ รฺ า ปรติ ฺยกตฺ า ศฺวาปไทะ สฺถาตุมฺ อตุ ฺสเห |
อิตวี ารปิ รุ ี ยสยฺ ปรฺ าวิศทฺ ทาวปาวกมฺ ||

คําแปล : เมืองของศตั รูของพระองค โดดเขากองไฟ เหมือนกับคิดวา ฉันนี้หรอื ถูกสามี
ทอดทิ้งแลว ยงั จะสามารถตา นทานเหลาสัตวดรุ ายได

178โศลกนีแ้ สดงอรรถะไดอีกนัยหนึ่ง ความวา “คนผูมีความเพียร(วีรบุรุษ) ผูยินดีในสมาธิ ปราศจากราคะ เขาไปอาศัยอยูในถ้ํา ก็ไม
สามารถจะหลดุ พนได หากปราศจากการบาํ เพ็ญสมาธ(ิ ปฏบิ ัตโิ ยคะ)ท่แี ทบเทาของพระผเู ปน เจา ”

148 • จารึกแมบ่ ญุ ตะวันออก 147

โศลกท่ี 141 อนษุ ฏภ ฉนั ท

ySy sTvvtae vIYyR < r[e †òva iÖ;d!g[>,

sTvPe syve ish< aidy�u mNvvs�nm!.

yasya satvavato víryyamá raneá drsá tá vá aÆ dvisáadganaá há |
satvepsayeva simáhadÆ iyuktam anvavasad vanam ||

ยสฺย สตวฺ วโต วรี ยฺ ฺยํ รเณ ทฺฤษฺฏว า ทฺวษิ ทคฺ ณะ |
สตเฺ วปสฺ เยว สึหาทิยกุ ตฺ มฺ อนฺววสทฺ วนมฺ ||

คําแปล : หมูแหงขาศึก ครั้นเห็นแลวซ่ึงความกลาหาญในการรบของพระองคผูเปน
นกั รบ จงึ ไดห ลบล้ีเขาไปอยปู า ซ่งึ เตม็ ไปดวยสัตวรายมสี ีหะเปนตน ราวกับวาตองการมีชีวิตอยู (หรือ
ตองการสัตวปา)

โศลกท่ี 142 อนุษฏภ ฉนั ท

mdaeNmÄae=ip tu¼a=e ip inyaJe yae xMmsR axne,

#tIÉeNÔg[ae yne iÖje_ya=e daiy ÉiU rz>.

[20] madonmatto pi tuṅgo pi niyojyo dharmmasadÆ hane |

itíbhendraganáo yena dvijebhyo dayÆ i bhurÆ ißahá ||

มโทนมฺ ตฺโต’ป ตุงโฺ ค’ป นิโยโชฺย ธรมฺ ฺมสาธเน |
อติ ีเภนฺทรฺ คโณ เยน ทฺวเิ ชโภยฺ ’ทายิ ภรู ิศะ ||

คําแปล : พระองคก็ไดพระราชทานแลวแกพวกพราหมณเปนอันมาก ดวยคิดวา โขลง
ชา งจาฝูง ถึงแมก ําลงั ตกมนั ทั้งเปนสตั วส งู สง ก็ยังเหมาะทจ่ี ะใชในการทาํ หนาท่ี (ธรรมะ) ใหส ําเร็จ

โศลกที่ 143 อนษุ ฏภฉันท

ivÉi�àkt« Ina< y> s�xa ivdxt! pd,e
tiÏtawRpr�asIdagmaOyatk«Tyivd.!
vibhaktiprakrtá ínamÆ á yas saptadhaÆ vidadhaÆt pade |
taddhitarÆ thaparaß caÆsíd agÆ amaÆkhyaÆtakrtá yavit ||

148

จารึกแม่บุญตะวนั ออก • 149

วิภกตฺ ปิ รฺ กฤฺ ตนี าํ ยสฺ สปฺตธา วิทธตฺ ปเท |
ตทฺธติ ารฺถปรศฺ จาสที ฺ อาคมาขฺยาตกฺฤตฺยวทิ ฺ ||

คําแปล : พระองคทรงเขาใจคําพูดทั้งหลายเปน 7 ประการ คือ วิภักติ 1, ปรกฤติ 1,
ตทั ธติ 1, อรรถะ 1, อาคม 1, อาขยาต 1, กฤตยะ 1

โศลกที่ 144 อนุษฏภฉนั ท

àtapanlsNt�a z»e dahaiÉz»ya,
AaPlaivtask«d! xaÇI yne danaMvuvi& òiÉ>.

[21] prataÆpaÆnalasantaptaÆ ßaṅke dahÆ aÆbhißaṅkayaÆ |

aÆplavÆ itasÆ akrád dhatÆ rí yena danÆ aÆmvuvrsá átáibhihá ||

ปฺรตาปานลสนฺตปฺตา ศงเฺ ก ทาหาภศิ งกฺ ยา |
อาปลฺ าวติ าสกฤฺ ทฺ ธาตรฺ ี เยน ทานามวฺ วุ ฤฺ ษฺฏิภะิ ||

คําแปล : ดเู หมือนวา แผนดินถูกไฟคอื พระเดชอันรอ นแรงแผดเผา เพราะกลัววาไฟจะ
ลุกไหมเผาผลาญ พระองคจงึ ใชนํา้ ฝนคอื การบริจาคทานราดลดลงในทนั ที

โศลกที่ 145 อนุษฏภฉนั ท

smu naehair[I ySy g[u vE RvÏa ivkaisnI,
laekÇyiïya�aip kIi�mR ala xt& aixkm!.
sumanohaÆrináí yasya gunáair vvad[dh]aÆ vikaÆsiní |
lokatrayaßriyaÆdyapÆ i kírttimalÆ aÆ dhrátadÆ hikam ||

สุมโนหารณิ ี ยสยฺ คุไณรฺ ววทธฺ า วกิ าสนิ ี |
โลกตฺรยศฺรยิ าทฺยาป กรี ตฺ ฺติมาลา ธฺฤตาธิกมฺ ||

คําแปล : พระองคท รงสวมพวงมาลาแหงเกียรติยศอยางมากมาย ซ่ึงดึงดูดใจ รอยดว ย
คุณความดีท้ังหลาย อนั เบง บานเปน ศรแี กสามโลก แมจนทุกวันน้ี

150 • จารกึ แม่บุญตะวนั ออก 149

โศลกท่ี 146 อนุษฏภฉันท

ySy sagrgMÉIrpiroa ÉSmsaTkt« a,

cMpaixrajngrI vIrrE a}anukairiÉ>.

[22] yasya sagÆ aragamábhíra-parikhaÆ bhasmasaÆtkrátaÆ |

campaÆdhirajÆ anagarí vírair aÆjnaÁ nÆ ukarÆ ibhihá ||

ยสฺย สาครคมฺภีร-ปรขิ า ภสมฺ สาตฺกฺฤตา |
จมฺปาธิราชนครี วีไรรฺ อาชฺานุการภิ ะิ ||

คําแปล : เมืองของกษัตริยจัมปามีคูเมืองที่ลึกคือทะเล ถูกทาํ ลายลงเปนเถาถาน โดย
เหลานกั รบผทู ําตามคาํ บญั ชาของพระองค ผูก ลาหาญ

โศลกที่ 147 อนุษฏภฉนั ท

ivv{[aER cr[aE ySy np& maEilmi[Tiv;a,

sVvRvR{[anur�a tu inMmlR aeVvIR Éju aedx! t& a.
vivarnná aá u caranaá u yasya nrpá amaulimaniá tvisaá Æ |
sarvvavarnná aá nÆ uraktaÆ tu nirmmalorvví bhujoddhrtá aÆ ||

ววิ รฺณฺเณา จรเณา ยสยฺ นฤฺ ปเมาลมิ ณติ วฺ ิษา |
สรวฺ ฺววรฺณณฺ านุรกฺตา ตุ นริ ฺมมฺ โลรวฺ ฺวี ภโุ ชทธฺ ฤฺ ตา ||

คําแปล : พระบาททง้ั คูของพระองคเปล่ียนสีไป ดวยแสงแวววาวของแกวมณีบนพระ
เมาลีของกษตั รยิ  สว น แผนดินท่ไี รม ลทนิ ทรงแบกรับไวดวยพระพาหา ชนทกุ วรรณะตา งชน่ื ชม

โศลกท่ี 148 อนุษฏภฉันท

kilrke aNtvamae=ip di][ae ySy zasn,e

Ôt… arInndu Ô… av tje ane lÉyaidv.

[23] kalir ekanÆ atavamÆ o pi daksiá náo yasya ßasÆ ane |

drutarÆ ín anududravÆ a tejonalabhayadÆ iva ||

จารกึ แมบ่ ุญตะวนั ออก •115501

กลริ ฺ เอกานตฺ วาโม’ป ทกษฺ ิโณ ยสยฺ ศาสเฺ น |
ทฺรุตารนี ฺ อนุทุทฺราว เตโชนลภยาทฺ อวิ ||
คําแปล : กลิ179 แมวาจะคดโกงโดยสวนเดียว (แต) กลับซื่อตรงในยุคสมัยของพระองค
วงิ่ หนตี ามเหลา ขาศกึ ทีแ่ หลบตกพายหนี เหมือนกลวั ตอ ลําแสงอนั ลกุ โชนแหง พระเดช (ของพระองค)

โศลกท่ี 149 อนุษฏภฉนั ท

twa nIrinxeyyeRn ]a[e I in:k{qkIkt« a,
na�aip Soilta kIi�yR RwEka sVvtR ae gta.

tathaÆ níranidher yyena ksoá níá nisákanátáakí krtá aÆ |
naÆdyapÆ i skhalitaÆ kírttir yathaikaÆ sarvvato gataÆ ||

ตถา นีรนเิ ธรฺ ยเยน โกฺษณี นิษกฺ ณฺฏกี กฺฤตา |
นาทฺยาป สฺขลติ า กรี ฺตฺติรฺ ยไถกา สรวฺ วฺ โต คตา ||

คําแปล : พระเกียรติคุณอันเอกอุแผไปทั่วทุกทิศ ไมติดขัด ตามเทาทุกวันน้ี ฉันใด
พระองคก ท็ ําผนื แผนดินใหราบเรียบ (ไรเ ส้ียนหนาม-ขา ศกึ ) ไปจนจดมหาสมุทร ฉันน้นั

โศลกที่ 150 อนุษฏภ ฉนั ท

gu[e;u mOu yya v&�यa ga{E ya ÔVy:e vvÄRt,
g[aip mt< ySy kaZypIymnuJHt>.

[24] gunáesáu mukhyayaÆ vráttyaÆ gaunáyaÆ dravyesáv avarttata |

ganáanapÆ i matamá yasya kaÆßyapíyam anujjhatahá ||

คเุ ณษุ มุขยฺ ยา วฤฺ ตฺตยฺ า เคาณยฺ า ทรฺ วเฺ ยษฺวฺ อวรฺตตฺ ต |
คณนาป มตํ ยสฺย กาศยฺ ปยมฺ อนชุ ฺฌตะ ||

179เทพฝา ยชวั่ รา ย เปนบุตรของกัศยปประชาบดี, เจาแหงกลียุค (Kaliyuga) ชวงเวลา 1 มหายุคแบงออกเปน 4 ยุค คือ 1.กฤตยุค
(สตั ยยคุ ) ยุคแหง สจั จธรรมมัน่ คง 2.เตรตายุค ยคุ ท่สี จั จธรรมเส่ือมลง 1 ใน 4 สวน 3.ทวาปรยุค ยุคที่สัจจธรรมเสื่อมลงเหลือ 2 ใน 4
สว น 4.กลียุค ยุคน้ี (ยุคปจ จบนั ) สจั จธรรมเหลือ 1 ใน 3 สว น ดู Vettam Mani, PuraÆniá c Encyclopaedia , 373-374.

151

152 • จารกึ แมบ่ ญุ ตะวนั ออก

คาํ แปล : ดว ยการดําเนนิ ไปอยา งสําคญั ในคณุ ท้ังหลาย สงิ่ ทเี่ กยี่ วเนอื่ งดว ยคุณจึงเปนไป
ในทรัพยทัง้ หลายได แมก ารคาํ นวณกไ็ มสามารถทราบถึงความรูเ ร่ืองลัทธิกาศยปะ180ของพระองคได

โศลกที่ 151 อนุษฏภ ฉนั ท

ywakamn! iÖ;d!kam> � inlILyae nu inÉyR m,!

yd! ySy yane xUiliÉ> saNxkarIk«ta idz>.

yathakÆ aÆmamá dvisaá dkaÆmahá kva nilílyo nu nirbhayam |
yad yasya yanÆ e dhulÆ ibhis sanÆ dhakaÆríkrtá aÆ dißahá ||

ยถากามนฺ ทฺวิษทกฺ ามะ กวฺ นลิ ีลฺโย นุ นริ ฺภยมฺ |
ยทฺ ยสยฺ ยาเน ธูลภิ ะิ สานธฺ การีกฤฺ ตา ทิศะ ||

คาํ แปล : ต้งั แตท ศิ ท้ังหลายถูกทําใหมืดมนอนธการแลว ดวยฝุนธุลีจากการเดินทัพของ
พระองค กามเทพของขาศกึ จะไปหลบซอนไดต ามความพอใจนะท่ีไหน โดยไมมภี ยั เลา

โศลกที่ 152 อนุษฏภ ฉนั ท

àaXv< kt« a sda àMe na ivdGxixymTu sku a,
n inraSwt y�atu rajiv*a kula¼na.

[25] pradÆ hvamá krtá aÆ sadaÆ premnaÆ vidagdhadhiyam utsukaÆ |

na [n]irasÆ thata yanÁ jaÆtu rajÆ avidyaÆ kulaṅÆ ganaÆ ||

ปฺราธฺวํ กฤฺ ตา สทา เปรฺ มฺนา วิทคฺธทฺธยิ มฺ อตุ สฺ กุ า |
น นริ าสฺถต ยฺ ชาตุ ราชวทิ ยฺ า กุลางฺคนา ||

คําแปล : กุลสตรีผูมีความรูเกี่ยวกับราชประเพณี ซ่ึงถูกกันใหไกลจากความรักตลอด
กาล ขวนขวายหาความรูท ี่เฉยี บแหลม จะไมส นใจพระองคเลยก็หาไม

180เปนอีกนามหน่ึงของทานกณาทะผูใหกําเนิดลัทธิไวเศษิกะ ดู ราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรมศัพทศาสนาสากล องั กฤษ-ไทย,
550.

152

จารกึ แม่บญุ ตะวันออก • 153

โศลกท่ี 153 อนุษฏภฉนั ท

sa]at! àjapitd]R ae di][][mi][aet,!
skl< skl»< y> kilda;e akr< kt« I.
saÆksaá tÆ prajaÆpatir daksáo daksiá náaksáanaá m aksáináot |
sakalamá sakalaṅkamá yahá kalidosaá kÆ aramá krátí ||

สากฺษาตฺปฺรชาปติรฺ ทกฺโษ ทกฺษณิ กฺษณมฺ อกฺษิโณตฺ |
สกลํ สกลงฺกํ ยะ กลโิ ทษากรํ กฺฤตี ||

คําแปล : พระองคทรงเปน ทาวทักษะประชาบดี181ดวยพระองคเ อง ทรงเปนผูกระทํา
บอเกิดแหงความผิดพลาดของกลิ พรอมท้ังจุดดางพรอยทั้งส้ิน ไดทรงผานพนขณะแหงทักษิณา
(ฤกษง ามยามดี)

โศลกท่ี 154 อนุษฏภ ฉนั ท

sda kt« e mozte ySttxE mRU nIrdE>,
zr�ip nÉ�³e àav&;Iv mlImsm.!

[26] [sa]daÆ krtá e makhaßate yas tatair dhuÆmaníradaihá |

ßaradyapi nabhaß cakre pravÆ rsá íá va malímasam ||

สทา กฺฤเต มขศเต ยสฺ ตไตรฺ ธูมนีรไทะ |
ศรทยฺ ฺ อป นภศฺ จเกรฺ ปรฺ าวฺฤษีว มลีมสมฺ ||

คําแปล : เมื่อพระองคทรงทําการบูชายัญเปนรอยครั้งตลอดกาล แมในศรัทกาล
พระองคก ไ็ ดท รงทาํ ใหเ กดิ เมฆ ดว ยเมฆท่ีเกดิ จากควันซ่ึงแผกระจายไป เหมอื นเมฆคร้ึมดาํ ในฤดูฝน

181ทักษะประชาบดี จัดเปนเทพพระสสุระ (เทพพอตา) เพราะมีพระธิดามากมาย ธิดาของทาวทักษะประชาบดีน้ันไปเปนมเหสีและ
ชายาของเทพช้ันผูใหญหลายองค เชน พระศิวะ พระจันทร พระกัศยปเทพบิดร เปนตน สวน หลุยส ฟโนต กลาววาหมายถึงพระ
พรหมา (habil comme le Créateur) ดู Vettam Mani, PuraÆnáic Encyclopaedia , 192-194; and L. Finot, Inscriptions

d’Angkor , 346.

154 • จารึกแม่บุญตะวนั ออก 153

โศลกท่ี 155 อนษุ ฏภ ฉันท

pr�Iivmou ae ya=e ip sdacarivc][>,

kenaPyajaE prïI[a< pai[¢hivix< Vyxat!.

parastrívimukho yo pi sadacÆ aÆravicaksáanáahá |
kenapÆ y ajÆ au paraßrínáamÆ á paÆnáigrahavidhimá vyadhatÆ ||

ปรสตฺ รวี มิ โุ ข โย’ป สทาจารวิจกษฺ ณะ |
เกนาปฺยฺ อาเชา ปรศรฺ ณี าํ ปาณคิ รฺ หวธิ ึ วยฺ ธาตฺ ||

คําแปล : แมพระองคท รงดําเนินตามพระจริยาวัตรทง่ี ดงาม จึงทรงเมินพระพักตรห นี
จากภรรยาของคนอ่ืน อยางไรก็ตาม ในสงครามพระองคทรงเขาพิธีแตงงานกับพระศรีของขาศึก
ทั้งหลาย

โศลกท่ี 156 อนษุ ฏภ ฉนั ท

ySyne Syaytje a<is tejsa jytade y,e

nnU maEVvanR lae=*aip lInae SpiÏtR yaMvxu a.E

[27] yasyenasyaÆnyatejaÆmsá i tejasaÆ jayatodaye |

nuÆnamÆ aurvvanÆ alo dyaÆpi líno spharddhitayaÆmvudhau ||

ยสฺเยนสฺยานฺยเตชําสิ เตชสา ชยโตทเย |
นูนมฺ อารฺววฺ านโล’ทยฺ าป ลโี น สปฺ รทฺ ฺธติ ยามวฺ ุเธา ||

คําแปล : ในเวลาอทุ ยั พระองคท รงชนะพระเดชของคนเหลาอน่ื ดว ยพระเดชของ
พระองค แนนอนวา แมจ นทุกวันน้ี ไฟชอ่ื เอารวะ182 ยงั ไดหลบซอ นอยูในทะเล เพราะความริษยา

โศลกที่ 157 อนษุ ฏภ ฉันท

vÏa ivxaÇahINÔe[ irÄa nUnimyNxra,

yen SvkIiÄrR Æen prU iyTva v;& ai»ta.
vaddhaÆ vidhatÆ rahÆ índrenáa riktaÆ nuÆnam iyan dharaÆ |
yena svakírttiratnena purÆ ayitvaÆ vrsá áaÆnkæ itaÆ ||

182ไฟใตม หาสมทุ ร ดู Monier Williams, Sanskrit-English Dictionary , 239.

154

จารึกแมบ่ ุญตะวันออก • 155

วทฺธา วิธาตรฺ าหีนเฺ ทรฺ ณ รกิ ตฺ า นูนมฺ อิยนฺ ธรา |
เยน สวฺ กีรตฺ ตฺ ิรตฺเนน ปูรยิตวฺ า วฺฤษางกฺ ติ า ||
คําแปล : แผนดินนี้ถูกพระพรหมาสรางขึ้นมา กลับวางเปลาเพราะพญางู (แต) ถูก
พระองคท ําใหเ ต็มดว ยรตั นะคอื พระเกียรตยิ ศของพระองค ถกู ทําใหเ ปน เครอื่ งหมายคุณงามความดี

โศลกที่ 158 อนษุ ฏภ ฉันท

iÉÚÉe kuMÉinmR �uR a m�u a yen r[a¼[e,
reijre ivxvairïIva:panaimv ivNdv>.

[28] bhinnebhakumbhanirmuktaÆ muktaÆ yena ranáaṅÆ ganeá |

rejire vidhavarÆ ißrívasÆ pá anÆ áamÆ iva vindavahá ||

ภนิ ฺเนภกมุ ฺภนิรมฺ กุ ตฺ า มุกตฺ า เยน รณางฺคเณ |
เรชิเร วิธวารศิ รฺ วี าษปฺ านามฺ อิว วนิ ฺทวะ ||

คําแปล : แกวมุกดาซ่ึงหล่ังออกมาจากกระพองชา งทถี่ ูกพระองคทําลายแลวในสนามรบ สอง
ประกาย เหมอื นหยดนา้ํ ตาแหง พระศรขี องศตั รูที่เปนหมาย

โศลกท่ี 159 อนษุ ฏภ ฉนั ท

kIiÄRnadaMvdu Xvan... ... ,
n! iÇÉvu n]Çe e XMmvR IjmvÏyR n.!

kírttinadÆ aÆmvudadhvanÆ a …………………………. |
………n tribhuvanakseá tre dharmmavíjam avarddhayan ||

กรี ตตฺ ินาทามฺวทุ ธวฺ าน ... ... |
...นฺ ตรฺ ิภวุ นเกษฺ เตฺร ธรฺมมฺ วีชมฺ อวรฺทฺธยนฺ ||

คาํ แปล : เสยี งกอ นเมฆดังกึกกองด่ังพระเกียรติยศ (ของพระองค) ทาํ เมล็ดพนั ธุแหง
ธรรมใหงอกงาม ในทุงเกษตรทั้งสามโลก

156 • จารึกแมบ่ ญุ ตะวันออก 156

โศลกท่ี 160 อนษุ ฏภฉนั ท

ish< ne naepmanahaeR ySy zaEYyR[e sy< gu ,e

twa ih yiyaraitrXyzet guha< hr>e .

[29] simáhena nopamaÆnaÆrho yasya ßauryyenaá samáyuge |

tathaÆ hi yadbhiyarÆ aÆtir adhyaßeta guhamÆ á harehá ||

สเึ หน โนปมานารฺโห ยสฺย เศารฺยเฺ ยณ สยํ ุเค |
ตถา หิ ยทฺภิยาราตริ ฺ อธยฺ เศต คุหาํ หเระ ||

คาํ แปล : ไมค วรจะเปรียบเทียบความกลาหาญของพระองคในสงครามกบั สหี ะ
เพราะวา ขาศกึ ผูหวาดกลัวพระองค เขา ไปหลบซอ นยังถา้ํ ของสหี ะ

โศลกที่ 161 อนุษฏภ ฉนั ท

vainrajIv raja<zc... ... ... ... ,
... ... sraejain inYyaRNit muom{flat!.

vanÆ irajÆ ívarajÆ aṅÆ ßc…………………… |
…………[sa]rojanÆ i niryyaÆnti mukhamanádaá laÆt ||

วานริ าชีว ราชางฺศฺจ ... ... ... ... |
... ... สโรชานิ นริ ยฺ ยฺ านฺติ มุขมณฺฑลาตฺ ||

คาํ แปล : ... ซง่ึ เหลา พระราชาแหง ดอกไมคอื คาํ สรรเสริญ...... ดอกบัวท้งั หลายออกมา
จากดวงหนา...

โศลกท่ี 162 อนุษฏภ ฉันท

... ... ... ... ... tejane ls<gta,

kil< NyKkV… vtR I ySy raJyïIdmR yNTyÉtU !.

[30] …………………………….….. tejonalasamgá ataÆ |

kali[m] nyak[ku]rv[v]atí yasya rajÆ yaßrír damayanty abhutÆ ||

... ... ... ... ... เตโชนลสคํ ตา |
กลึ นฺยกกฺ รุ วฺ วฺ ตี ยสฺย ราชฺยศฺรรี ฺ ทมยนตฺ ยฺ ฺ อภูตฺ ||

จารึกแมบ่ ุญตะวนั ออก • 115567

คําแปล : ... พระศรีแหงความเปน พระราชา รวมกันดว ยลําแสงแหง พระราชอํานาจของ
พระองค, เปนดง่ั ทมยันตี183 มองลงมายังกลิ

โศลกที่ 163 อนุษฏภฉันท

yzaie vStas<i]�a i]itYySR y ... ... ... ,
... ... ... ... ... ... ... .

yaßov[i]starÆ asa[mæ]ksáíptaÆ ksiá ti[r] yya[s]ya…….…… |
…………………………………………...……………… ||

ยโศวิสตฺ ารสํกฺษปิ ตฺ า กษฺ ิติรฺ ยยฺ สยฺ ... ... ... |
... ... ... ... ... ... ... ||
คาํ แปล : แผดินแคบลงแลว จากการแผขยายไปแหงพระเกียรติยศของพระองค………

โศลกท่ี 164 อนษุ ฏภ ฉันท

... ... ... ... ymekmittje sm!,
nUnmu‘eiotSTvòra æmmarae=PyÉaSkr>.

[31] …………………………yam ekam atitejasam |

nuÆnam ullekhitas tvastá áraÆ bhramamarÆ o py abhaÆskarahá ||

... ... ... ... ยมฺ เอกมฺ อตเิ ตชสมฺ |
นูนมฺ อลุ ฺเลขติ สฺ ตฺวษฺฏรา ภฺรมมาโร’ปฺยฺ อภาสกฺ ระ ||

คําแปล : ... มีเดชอยางย่ิงเพียงผูเดียว ... แมมารผูมึนงงไมสองสวาง (ไมมีความเบิก
บาน) ก็ถกู ลิขิตขึ้นโดยตวัษฏฤ184 อยา งแนนอน

183ทมยันตี เปน พระธิดาของพระเจา ภีมราช พระราชาแหงวิทรภฺ ะ สวนพระนลเปนเจาชายเมืองนษิ ธะ เม่ือพระเจาภีมราชไดประกาศ
พิธีสยุมพรของพระนางทมยันตีข้ึน นางจึงไดเลอื กพระนลเปนสวามี ทวา กลิ และ ทวาประ ซ่ึงจะมางานน้ีแตทราบวานางไดเลือก
พระนลไปแลว ก็โกรธเคืองสัญญาวาจะทําลายความรักของท้ังคูและจะทําใหแตกแยกและพลัดพรากจากกันใหได ซึ่งเปนเหตุให
พระนลกับนางทมยันตีตองพบพานกับอุปสรรคนานัปการ และนางทมยันตียังเปนสัญลักณณข องสตรีท่ีซื่อสัตยอีกดวย ดู Vettam

Mani, PuraÆnáic Encyclopaedia , 196-199.

158

158 • จารกึ แมบ่ ุญตะวนั ออก

โศลกที่ 165 อนุษฏภฉนั ท

... ... ... ... ................................. ,
yaGe y< vr< ymasa* mÄRylake .e .. ... ....
... ... ... ... ........................................................................ ... ... ||
yogyamá varamá yam asÆ aÆdya marttyaloke…… |

……………………………………………….. ||
โยคยฺ ํ วรํ ยมฺ อาสาทยฺ มรฺตฺตฺยโลเก ... ... ... |

คําแปล : .... คร้นั ไดพ บสามที ่ีคคู วร ในโลกแหง ผคู น....

โศลกที่ 166 อนษุ ฏภ ฉนั ท

tariyÇI ittI;[RU a< gMÉIrapNmhandIm,!

vde Vyasa su;vu e ySy vak! sTyvTyip.

[32] [taÆra]y[i]trí titírsuá nÆ aá Æ[má] gambhírapÆ anmahanÆ adím |

vedavyaÆsanÆ na susáuve yasya vakÆ satyavaty api ||

ตารยติ รฺ ี ติตีรษฺ ูณํา คมฺภีราปนฺมหานทีมฺ |
เวทวฺยาสานฺ น สุษุเว ยสฺย วากฺ สตยฺ วสยฺ ฺ อป ||

คําแปล : พระดํารัสของพระองค แมจะเปนความสัตย ก็ไมกอใหเกิดฤษีเวทวยาส185
หลายคนได แตช วยใหผ ทู ตี่ อ งการจะขามฝงสามารถขามมหานทีท่ีมีน้ําลกึ ได

184ตวัษฏฤ เปนช่ือเทพผูเปนสถบดี (ชางกอสราง) หรือศิลปนของเทวดา ดู Monier Williams, Sanskrit-English Dictionary ,

464.

185ฤษีเวทวยาส หรือ ฤษีวยาส เปนโอรสของนางสัตยวดีกับฤษีปราศร และคลอดตรงบริเวณเกาะกลางแมนํ้ายมุนาจึงมีช่ือเต็มวา
กฤษณะ ทไวปายณะ แปลวา ผูมผี วิ คลา้ํ เกิดบนเกาะ ตอ มานางสัตยวดผี ูเปน มารดาไดใหไปทํานิโยคกับมเหสีมายของวิจิตรวีรยะผูเปน
นองชายตางบิดา จึงตองหลับนอนกับมเหสีมายท้ังสองและนางกํานัลอีก1 คน จนมีโอรสคือ ทาวธฤตราษฎร ทาวปาณฑุและทาว
วิทูร ตอมาโอรสของทาวธฤตราษฎรและทาวปาณฑุ แยงบัลลังกกันและมีผูคนลมตายเปนจํานวนมาก ทานฤษีเกิดความรันทดจึง
ตอ งการบอกเลาเร่ืองราวของลกู หลานที่ฆา ฟนกันเองจึงเชิญคเณศมาเขียนเร่งื ราว อันเปนที่มาของมหากาพยมหาภารตะ นอกจากน้ี
ทานไดเปนผูรวบรวมเรียบเรียงคัมภีรท้ังสอง คือ พระเวท และ ปุราณะ อีกดวย ดู Monier Williams, Sanskrit-English

Dictionary , 1035; and Vettam Mani, PuranÆ iá c Encyclopaedia , 885-888.

จารกึ แมบ่ ญุ ตะวันออก • 115589

โศลกที่ 167 อนุษฏภ ฉนั ท

\jvae gu[s<pŠaRdapda< àit"atka>,
... ... ... ... ... ... ... .

rájavo gunáasamáparkkadÆ apÆ adaÆmá pratighaÆ [takahÆ á] |
…………………………………………………….. ||

ฤชโว คุณสํปรกฺ กฺ าทฺ อาปทํา ปรฺ ติฆาตกาะ |
... ... ... ... ... ... ... ||

คําแปล : ผมู ีความซอื่ ตรง เปนผขู จัดหายนะ ดว ยความสมบูรณแ หงคณุ ธรรม………

โศลกที่ 168 อนษุ ฏภฉันท

jI{[ahR INÔ[e ivx&ta saclye �lie dit,
yiU n nUn< Nyxad! vexa yTÇahIne vsNu xram!.

[33] jírnná aá hÆ índrenáa vidhrtá aÆ sacÆ aleyan caled iti |

yunÆ i nunÆ am nyadhadÆ vedhaÆ yatraÆhíne vasundharamÆ ||

ชรี ณฺ ณฺ าหีนเฺ ทรฺ ณ วธิ ฺฤตา สาจเลยฺ จเลทฺ อิติ |
ยูนิ นูนํ นยฺ ธาทฺ เวธา ยตฺตฺราหีเน วสนุ ธฺ รามฺ ||

คําแปล : แผน ดินเกานี้นนั้ ถูกปกครองโดยพระเจาแผนดินผชู ่ัวรายประดุจงูพิษ จึงส่ัน
ไหวแลว เพราะเหตุนั้น พระผูสรา ง (พระพรหมา) มั่นใจจึงไดมอบแผนดินไวกับพระองคผยู ังหนุม
และสมบรู ณแบบ

โศลกท่ี 169 อนษุ ฏภ ฉนั ท

iv-iU t> -UtpVRU vaip ra}a|! c gu[s<hit>,

... ... ... ... ... ... ... ||

vibhutÆ ir bhutÆ apuÆrvvapÆ i rajÆ naÁ nÁ ca gunáasamáha[tihá] |
……………………………………………………. ||

วภิ ูตริ ฺ ภูตปรู ฺวฺวาป ราชฺ าฺ จ คุณสํหตะิ |
... ... ... ... ... ... ... ||
คาํ แปล : .. อํานาจแมมอี ยแู ตเกา กอน และการรวมอยูแหงคณุ ธรรมของเหลากษัตรยิ . ...

160 • จารกึ แมบ่ ญุ ตะวันออก 159

โศลกท่ี 170 อนษุ ฏภ ฉนั ท

s<Ét& a> ]maÉ&ta< l]mIravaLyad! kNyka #v,

ywakalmupayEYyaRe inrpayE�payt.

[34] sambá hrátahÆ á ksámabÆ hrátamÆ á laksámír abÆ alÆ yatÆ kanyakaÆ iva |

yathakÆ alÆ am upayÆ air yyo nirapayÆ air upayÆ ata |

สํภฤฺ ตาะ กฺษมาภฺฤตํา ลกฺษฺมีรฺ อาวาลยฺ าทฺ กนฺยกา อิว |
ยถากาลมฺ อปุ าไยรฺ ยฺโย นริ ปาไยรฺ อุปายต ||

คําแปล : ความโชคดีท่เี หลา พระเจา แผนดินส่ังสมไวแ ลว เปน เชนกับเดก็ สาวทโ่ี ตมาจาก
ความเปน เด็ก (มาเปนสาว) พระองคไดเขามาหาตามเวลาที่เหมาะสม โดยอุบายท่ีไรข อตําหนิ

โศลกท่ี 171 อนุษฏภ ฉันท

zBdza�=e PyxItI yae ivna iÖVvcR n< gurae>,

... ... ... ... ... ... ... .
ßabdaßasÆ tre py adhítí yo vinaÆ dvirvvacanam gurohá |
……………………………………………………. ||

ศพฺทศาสเฺ ตฺร’ปฺยฺ อธตี ี โย วินา ทฺวริ ฺวฺวจนํ คโุ ระ |
... ... ... ... ... ... ... ||

คาํ แปล : แมใ นศพั ทศาสตร พระองคก ็ทรงเฉลียวฉลาดมาก ครไู มตอ งกลาวซาํ้ เปน ครัง้
ทส่ี อง

โศลกท่ี 172 อนุษฏภฉันท

ySyape man< s�atn! n ikiÁcd! g[u ivStr>E ,

vuÏva vaEÏ< mt< men=e NytIRwRrE ip naNywa.

[35] yasyopamanÆ amá sanjÁ atÆ an na kincÁ id gunaá vistaraihá |

vuddhvaÆ vauddhamá matamá mane nyatírthair api nanÆ yathaÆ ||

ยสโฺ ยปมานํ สฺชาตนฺ น กิ ฺจทิ ฺ คุณวิสฺตไระ |
วทุ ฺธฺวา เวาทฺธํ มตํ เมเน’นฺยตีรฺไถรฺ อป นานฺยถา ||

จารึกแมบ่ ญุ ตะวนั ออก • 116601

คําแปล : ไมมีอะไรท่ีจะเปรียบเทียบไดกับคุณธรรมที่กวางใหญไพศาลของพระองค
พระองคท รงเขา ใจหลักคําสอนทางพทุ ธศาสนา (แต) ไมทรงผนั แปรเปน อืน่ แมภ ายใตเ จา ลัทธอิ นื่

โศลกที่ 173 อนุษฏภฉันท

kaldae;aMvuxaE m�a dG… gRe gMÉIrÉI;[,e
... ... ... ... ... ... ... .

kalÆ adosáamÆ vudhau magnaÆ durgge gamábhírabhísáaneá |
……………………………………………………. ||

กาลโทษามวฺ ุเธา มคฺนา ทรุ คฺ ฺเค คมภฺ รี ภษี เณ |
... ... ... ... ... ... ... ||
คาํ แปล : จมอยใู นทะเลแหงความชว่ั รายของกาลเวลาทล่ี กึ และนาสะพรงึ กลัวอันขา ม
พน ไดย าก ………

โศลกที่ 174 อนุษฏภฉันท

zÉu < zuÉ<yuna ynU a mnuvTmanR vu iÄnR a,
rsayn< ivna Éaiv yne v;IyR sajrm!.

[36] ßubhamá ßubhamáyunaÆ yuÆnaÆ manuvartmaÆnuvarttinaÆ |

rasayÆ anamá vinaÆ bhavÆ i yena varsáíyasajÆ aram ||

ศภุ ํ ศุภยํ นุ า ยูนา มนุวรตฺ มฺ านุวรตฺ ฺตินา |
รสายนํ วินา ภาวิ เยน วรษฺ ยี สาชรมฺ ||
คําแปล : พระองคมีความงามเหนือกวาความงาม (ท้ังมวล) ทรงเปนหนุมตามที่พระ
มน1ุ 86ดาํ เนินไว เหนือกวาความหนุม (ทงั้ มวล) ทรงอยเู หนอื ความชราโดยไมต อ งใชยาอายวุ ัฒนะ

186โอรสของพระพรหมา หรือ สากษาตพรหมเอง, บิดาแหงมนุษยชาติ ดู Monier Williams, Sanskrit-English Dictionary ,

784.

162 • จารึกแม่บุญตะวนั ออก 161

โศลกที่ 175 อนุษฏภฉนั ท

iv:vGivkI{[YE yRu gpd! ySy tejaei�JJvl>E ,
... ... ... ... ... ... ... .
visávagvikírnná áair yyugapad yasya tejobhir ujjvalaihá |
………………………………………………………. ||

วิษวฺ ควฺ ิกีรณฺ ฺไณรฺ ยฺยุคปทฺ ยสฺย เตโชภริ ฺ อุชชฺ ฺวไละ |
... ... ... ... ... ... ... ||

คาํ แปล : พระองคทรงพระเดชรงุ เรือ่ งแผไปทกุ ท่ีพรอมๆ กัน..................

โศลกท่ี 176 อนุษฏภ ฉนั ท

ra}a< kT« yimit }aTva ySy dG… gsR maïy>,
n danvÉyadBixmixzte e irpMu mRxae>.

[37] rajÆ nÁamÆ á krtá yam iti jnaÁ tÆ vaÆ yasya durggasama߯ rayahá |

na danÆ avabhayadÆ abdhim abhißete ripur mmadhohá ||

ราชฺ ำ กฺฤตฺยมฺ อิติ ชฺาตวฺ า ยสฺย ทุรฺคคฺ สมาศฺรยะ |
น ทานวภยาทฺ อพธฺ ิมฺ อธเิ ศเต ริปุรฺ มมฺ โธะ ||

คาํ แปล : พระองคทรงประทับส่งั การอยูบนปอมปราการเอง เพราะรูวา นเ่ี ปน หนา ที่
ของเหลา กษัตริย หาใช (เปน เหมอื น) ศัตรขู องมธุ187(พระวษิ ณุ) ทบี่ รรทมสนิ ธุเพราะกลัวพวก
ทานพ188

187มธกุ ็คอื พวกรากษส ในรามายณะยุทธขัณฑก ลาววา คร้งั หนง่ึ พระวษิ ณไุ ดส่ังให“มธุ”และ “ไกฏภะ” รากษสผอู อกมาจากพระกรรณ
ของพระวิษณุ ไปแกลงหยอกพระพรหมซ่งึ หลับใหลอยูหลังจากสรางโลกเสร็จใหตกใจต่ืน เม่ือท้ังสองไดทํากิจสําเร็จแลว ทําใหพระ
วษิ ณพุ อใจจึงประทานรางวัลให แตท้ังสองตอ งการใหพระวิษณุฆาตนใหตายเพราะพวกตนลาํ บากตอ งทําภาระหนาทห่ี นักไมรูจกั จบสน้ิ
พระวิษณจุ ึงไดท าํ ตามที่ทัง้ สองขอ และใหท้ังสองไดเ กดิ ใหมมนี ามวา “ขระ” และ “อติกายะ” นจ่ี ึงเปน สาเหตุท่ีพระวิษณุไดช่ือวาศัตรู
ของพวกมธุ ดู Vettam Mani, PuraÆnáic Encyclopaedia , 73.
188ทานพ คอื อสรู พวกหน่งึ ที่เกิดจากฤษีกัศยปะกับนางทนุ มกั เขารวมกับไทตยะซึง่ เปน อสรู ที่สืบเช้ือสายมาจากฤษีกัศยปะกับนางทิติ
ทําสงครามกับพวกเทพมาโดยตลอด ดู Vettam Mani, PuraÆnáic Encyclopaedia , 67.

จารึกแม่บญุ ตะวนั ออก •161263

โศลกที่ 177 อนษุ ฏภ ฉันท

Aip kamadyae dae;as! Swane yne inyaeijta>,
g.u . ... ... ... ... ... ....

api kamÆ adÆ ayo dosáasÆ sthanÆ e yena niyojitahÆ á |
gu ……………………………………………. ||

อป กามาทโย โทษาสฺ สฺถาเน เยน นิโยชิตาะ |
คุ.. ... ... ... ... ... ... ||
คําแปล : ขอบกพรองทั้งหลายมีกามะ (ความรัก, ความอยาก) เปนตน พระองคทรง
นํามาใชอยางเหมาะสม…………

โศลกที่ 178 อนษุ ฏภ ฉันท

mnIi;iÉMmRnaehTy ipvi�ícirtamt& m,!
Aitpanaidvaedg! I{[R < ySy kaVyEi�jR >E sh.

[38] manísáibhir mmanohatya pivadbhisá caritamÆ rátam |

atipanÆ adÆ ivodgírnánaá má yasya kavÆ yair nnijais saha ||

มนษี ิภิรฺ มมฺ โนหตยฺ ปวทภฺ ศิ ฺ จริตามฤฺ ตมฺ |
อติปานาทิโวทคฺ ีรณฺ ฺณมฺ ยสยฺ กาวฺไยรฺนฺนไิ ชะ สห ||

คําแปล : ชีวประวัติที่เปนอมตะของพระองค ถูกพร่ําพรรณนาดวยบทกวีเปน นิตยโ ดย
เหลานักปราชญร าชกวผี มู ักด่มื เครอ่ื งดืม่ ยอ มใจ แตดเู หมอื นวาจะดม่ื เกินไป

โศลกที่ 179 อนุษฏภฉันท

da;e aNxkarvh…l�gJjat< ywa ywa,
ySy ... ... ... ... ... ... .
dosaá ÆndhakaÆravahulamá jagaj jatÆ amá yathaÆ yathaÆ |
yasya…………………………………………….. ||

โทษานธฺ การวหลุ ฺ ชคชฺ ชาตํ ยถา ยถา |
ยสยฺ ... ... ... ... ... ... ||

164 • จารกึ แมบ่ ญุ ตะวนั ออก 163

คําแปล : โลกเต็มไปดวยความมืดมนอนธกาลอันเกิดจากขอบกพรอ ง เปนธรรมดา....
(แต) สาํ หรับพระองค. ...

โศลกที่ 180 อนุษฏภ ฉันท

xMmR[e s<SttU ana< yae ini;�yjgtamip,
ivnazhte u�atSwe ][¼àsi¼tam.!

[39] dharmmenaá samsá tutÆ aÆnaÆmá yo nisáiddhya jagataÆm api |

vina߯ ahetun natÆ asthe ksáanaá bhaṅgaprasaṅgitam ||

ธรมฺ เฺ มณ สสํ ฺตตู านํา โย นษิ ิทฺธฺยชคตามป |
วินาศเหตุนฺ นาตสเฺ ถ กษฺ ณภงฺคปรฺ สงฺคิตามฺ ||

คําแปล : พระองคทรงหามและไมยอมรับเหตแุ หงความพินาศซ่ึงจะตองแตกสลายไป
อยางรวดเร็ว สําหรับชาวโลกแมมีผูยกยอ ง เพราะคณุ งามความดี

โศลกท่ี 181 อนุษฏภฉนั ท

Anek³turPyCu cE> pdae gape itrPygat,!
A³axe nSy ... ... ... ... ....
anekakratur apy uccaih-á pado gopatir apy agaÆt |
akrodhana[s]ya…………………………………. ||

อเนกกฺรตรุ ฺ อปฺยฺ อจุ ไฺ จะ-ปโท โคปตริ ฺ อปฺยฺ อคาตฺ |
อโกฺรธนสฺย ... ... ... ... ... ||

คําแปล : เจาแหงโค (พระอินทร) ถึงแมจะทรงมีเครื่องบวงสรวงมากมาย มีทางไปอัน
สูงสง กไ็ ดไปยงั .... ของพระองคผ ูไมเ คยพิโรธ

โศลกที่ 182 อนุษฏภ ฉันท

É&gmu aÇmip àaPy vह्न>e àitht< pura,
tje STvxa]Id! ySyaip mhaNt< vaihnIpitm.!

จารกึ แม่บญุ ตะวนั ออก •116645

[40] bhrágumatÆ ram api prapÆ ya vahnehá pratihatamá puraÆ |

tejas tv adhakÆ sáíd yasyaÆpi mahanÆ tamá vaÆhinípatim ||

ภฤฺ คมุ าตฺรมฺ อป ปรฺ าปยฺ วหฺเนะ ปฺรตหิ ตํ ปรุ า |
เตชสฺ ตฺวฺ อธากฺษที ฺ ยสฺยาป มหานตฺ ํ วาหินีปติมฺ ||
คําแปล : ในกาลกอนคร้ันไดพบภฤคุ189เทาน้ัน แมความรอ นแหงไฟก็ดับลงได แตพระ
เดชของพระองคไ ดเผาแลว แมซ ่ึงหัวหนา ของกองทัพทย่ี ่ิงใหญ

โศลกที่ 183 อนุษฏภ ฉนั ท

vdaNy> Sviïy�³e suùTsaxar[Im! hirm!,
v]aie ni]Ýl]mI ... ... ... ....
vadanyas svaßriyanÁ cakre suhrtá sadÆ haÆraniá má harim |
vaksáoniksáiptalaksámí………………………………. ||

. วทานฺยสฺ สฺวศฺรยี ฺ จเกฺร สุหฤฺ ตฺสาธารณีมฺ หริมฺ |
วโกษฺ นิกฺษิปตฺ ลกฺษมฺ ี ... ... ... ... ||

คาํ แปล : พระองคทรงเปนผูมีนํ้าใจ ไดทรงแบงปนราชสมบตั อิ ันรุง เรืองของพระองคให
เปน สาธารณะแกเหลาพระสหาย.... พระหรทิ มี่ ีพระนางลักษมนี อนแนบอกอยู

โศลกท่ี 184 อนษุ ฏภฉันท

t;aRe h;[Re sà< aPy VynIyt vnIpk>E ,

y< mhaNt< �dimv àsNn< S)…qpu:krm!.

[41] tarsáo harseá naá sampá rapÆ ya vyatanyata vanípakaihá |

yamá mahanÆ tamá hradam iva prasannamá sphutáapusákaram ||

ตรฺโษ หรฺเษณ สํปรฺ าปฺย วฺยนียต วนีปไกะ |
ยํ มหานตฺ ํ หฺรทมฺ อิว ปรฺ สนฺนํ สผฺ ฏุ ปษุ กฺ รมฺ ||

189ครัง้ หน่งึ ภฤคฤุ ษีโกรธพระอัคนีจึงสาปพระอัคนีใหเปนผบู ริโภคทุกส่ิงในโลก พระอัคนีจึงตองหนีไปซอ นตัว การหายตัวไปของพระ
อคั นีสรางความโกลาหลวุนวายใหแกท ้ังสามโลก ตอมาพระพรหมาทรงชว ยแกใหพระอัคนถี กู สิง่ ใดสิง่ นนั้ จะเปน สงิ่ ท่บี รสิ ทุ ธ์ิหมดจด ดู

Vettam Mani, PuraÆnáic Encyclopaedia , 12.

166 • จารกึ แมบ่ ุญตะวนั ออก 165

คําแปล : เหลาขอทานคร้ันไดพบพระองคผูเหมือนทะเลสาบใหญมีนํ้าใสสะอาดมี
ดอกบวั เบงบานแลว ความกระหายก็ถูกทาํ ใหด ับลงพรอมกับความราเริงยนิ ดี

โศลกที่ 185 อนุษฏภ ฉนั ท

AsYU ymR pZyms�u T�IvKÇkm… udakrm!,

%CcESsk< aecyamas ... ... ... .
asuÆryyapaßyam asuhrtá -strívaktrakumudakÆ aram |
uccais saṅkocayamÆ aÆsa………………………. ||

อสูรฺยยฺ มปศฺยมฺ อสหุ ฺฤตฺ-สฺตฺรีวกฺตฺรกุมุทากรมฺ |
อจุ ฺไจสฺ สํโกจยามฺ อาส ... ... ... ||

คําแปล : พระองคทรงบดบังชอดอกบัวคอื ใบหนาแหงภรรยาเหลาขาศึก ไมใหเห็นแสง
ตะวนั จากเบอ้ื งบน....

โศลกท่ี 186 อนุษฏภ ฉันท

ptiCDlImoU CDayaCDNniÖf!vdnaMvuj,e

rraj rajh<sae y�rn! r[mha�de.

[42] patacchilímuÆkhacchaÆya-Æ cchannadvidvá adanaÆmbuje |

rarajÆ a rajÆ ahamsá o yaß caran ranáamahahÆ rade ||

ปตจฺฉลิ ีมูขจฺฉายา-จฺฉนนฺ ทวฺ ิฑฺวทนามวฺ ุเช |
รราช ราชหํโส ยศฺ จรนฺ รณมหาหฺรเท ||

คําแปล : พระองคท รงเรืองรอง(ดจุ )พญาหงส ทองเท่ียวไปในทะเลสาบใหญคือสนาม
รบท่เี ตม็ ไปดว ยดอกบวั คอื ใบหนาของขาศกึ ท่ีถกู บดบังแลว ดว ยเงาแหงแหงลกู ศรที่ตกลงมา

โศลกที่ 187 อนุษฏภฉันท

s<muoInae r[mou e ySy nasIdsIdt>,
àŒe TSvofg! s<³aNt< à… ....

จารกึ แม่บุญตะวนั ออก •116667

samámukhíno ranaá mukhe yasya nasÆ íd asídatahá |
preṅkhatsvakhadágasamká ranÆ tam [p]ra…………. ||

สมํ ขุ โี น รณมุเข ยสฺย นาสีทฺ อสที ตะ |
เปฺรงฺขตสฺ วฺ ขฑคฺ สํกฺรานฺตํ ปรฺ ... ... ||

คําแปล : ในสนามรบ ผูที่ประจันหนา กับพระองคแลวไมพายแพ มิไดมีแลว....... กาว
ผานดาบของพระองคท ่กี วดั แกวง แลว

โศลกท่ี 188 อนุษฏภ ฉันท

xn�u zR nR maÇe[ tIwXR v'!]a iÖ;ae Ôt… a>,
kam< purae n ySyajaE Éuj¼airrip iSwt>.

[43] dhanurddarßanamaÆtrenaá tírthadhvaṅksaá Æ dvisáo drutahÆ á |

kaÆmamá puro na yasyajÆ au bhujaṅgaÆrir api sthitahá ||

ธนรุ ฺททฺ รศฺ นมาเตฺรณ ตีรถฺ ธวฺ งกฺ ษฺ า ทฺวิโษ ทรฺ ตุ าะ |
กามํ ปโุ ร น ยสฺยาเชา ภุชงคฺ ารริ ฺ อป สถฺ ิตะ ||

คําแปล : เพียงแคเห็นธนูของพระองคเทานั้น เหลาขาศึกก็ว่ิงหนีเหมือนกาแตกฝูง
แมก ระท่งั ศตั รขู องนาค (ครฑุ ) ก็ไมส ามารถดาํ รงอยไู ดตอหนาพระองคอ ยา งแนนอน

โศลกที่ 189 อนษุ ฏภฉันท

salkannrMya< y> S)q… p:u pizlImoU a<,
Ôt… _e y> pqvI< iÖf!_yae yaÏe ¨d!_yae ....
saÆlakanÆ anaramyamÆ á yahá sphutáapuspá aßilímuÆkhaÆmá |
drutebhyahá pataá vímá dvidbá hyo yoddhrdá bhyo…… ||

สาลกานนรมฺยํา ยะ สผฺ ฏุ ปุษฺปศิลมี ขู าํ |
ทฺรุเตภฺยะ ปฏวี̊ ทวฺ ิฑภฺ ฺโย โยทฺธฺฤทโฺ ภยฺ ... ||

คําแปล : พระองค(ทรงยิง)ลกู ศรดอกไมท ี่เบงบานแลว ท่ีงดงามเมื่อประดบั ประดาบน
ใบหนา ไปท่ีเหลา นกั รบขาศึกทแี่ ตกพา ย อยา งชํานาญ

168 • จารกึ แมบ่ ญุ ตะวนั ออก 167

โศลกที่ 190 อนษุ ฏภฉนั ท

àaLe lstk! Ickzta k»aidiÉ�paiïta,
zNU yaPyirpru I yne ivraqngrI k«ta.

[44] prollasat-kícakaßataÆ kaṅkaÆdibhir upa߯ ritaÆ |

ßunÆ yaÆpy aripurí yena viratÆ áanagarí krátaÆ ||

โปฺรลลฺ สต-ฺ กจี กศตา กงฺกาทิภริ ฺ อุปาศฺรติ า |
ศูนฺยาปยฺ ฺ อรปิ ุรี เยน วริ าฏนครี กฤฺ ตา ||

คาํ แปล : เมืองของขาศึกมีตน ไผนับรอยตนท่ีเสยี ดสีกันจนโชนแสง มีนกยางเปนตนเขา
ไปอาศยั แลว แมก ลายเปน เมืองทีร่ กรางวา งเปลาก็ถูกกระทาํ ใหเปนวริ าฏนคร190โดยพระองค

โศลกที่ 191 อนษุ ฏภ ฉนั ท

kve l< rajnagana< vIYyR < mNÇ #vahrt,!

yae na*Untya àa[an! i]pn! ta]yR #vabÉaE.

kevalamá rajÆ anaÆganÆ aÆmá víryyamá mantra ivahÆ arat |
yo naÆdyuÆnatayaÆ praÆnáanÆ ksiá pan tarÆ ksyá a i[vabÆ abhau] ||

เกวลํ ราชนาคานาํ วีรฺยฺยํ มนตฺ ฺร อิวาหรตฺ |
โย นาทฺยนู ตยา ปฺราณานฺ กษฺ ิปนฺ ตารกฺ ฺษย อิวาพเภา ||
คําแปล : พระองคไ ดทรงนํามาซึ่งความกลาหาญของเหลาพญานาค191เพียงอยา งเดียว
เหมอื นพระวษิ ณุ (มันตระ) จะไดท รงทาํ ลายชีวติ ท้งั หลายดวยความละโมบ เหมือนพญาครฑุ กห็ ามิได

190ในมหากาพยมหาภารตะ วิราฏบรรพ กลา ววา วริ าฏนครเปน เมืองหลวงของแควน มตั สยะ มที า ววริ าฏเปน ผูปกครองซึ่งไดช ือ่ วาเปน
พระราชาท่ตี ้งั อยูในทศพธิ ราชธรรมมพี ระทัยโอบออมอารี ดู กรณุ า-เรอื งอุไร กุศลาสัย, มหาภารตยุทธ, 122-123.
191 ในมหากาพยมหาภารตะ อาทิบรรพ ไดกลาวถึงกําเนิดของนาคและครุฑไวอยางละเอียดความวา พระกัศยปประชาบดีมีชายา
หลายคนในจาํ นวนน้นั มพี ่ีนองกันสองคนซึง่ เปนที่โปรดปราน คนพช่ี ือ่ วินตาสว นคนนองชื่อกัทรซุ ง่ึ เปนธิดาของทาวทักษะ ท้ังสองไดขอ
พรตอพระกัศยปประชาบดี โดยนางกัทรุไดขอพรใหมีโอรสเปนนาคพันตัวใหมีฤทธิ์รายแรงและสามารถแปลงกายไดทุกอยางท่ี
ปรารถนา สว นนางวินตาไดข อใหมโี อรสเกงกลา สองคนและมชี ยั ตอ บรรดานาคทั้งหลายทกุ เมอื่ ภายหลังจงึ ใหกําเนิดพระอรุณเทพบตุ ร
และครุฑ นาคและครุฑเปน คูผผู กู เวรจองเวรตอกันมาชา แตเ ม่ือตอสูกันแลวนาคไมสามารถจะชนะครฑุ ไดเลยซึ่งเปนไปตามพรที่นาง
วินตาไดขอไว ครุฑจึงเปนท่ีหวาดกลัวตอนาค สวนพญาอนันตนาคราชเปนใหญเหนือบาดาลและเปนบัลลงั กท่ีบรรทมพักของพระ
นารายณใ นระหวางสรา งโลก มีหนง่ึ พนั เศียร ดู Vettam Mani, PuranÆ iá c Encyclopaedia , 281-284; และ ศานติ ภักดีคาํ . ครุฑ,
2556.

จารกึ แมบ่ ุญตะวนั ออก •161869

โศลกท่ี 192 อนษุ ฏภฉนั ท

†:Tva ySyaXvr< z�yzaeiv�<zz»ya,
xmU SpzCR Dlan! nUnmudïnu yna zcI.

[45] drsá tá vaÆ yasyadÆ hvaramá ßakrayaßovibhramßá aßaṅkayaÆ |

dhumÆ asparßacchalaÆn nuÆnam udaßrunayanaÆ ßací ||

ทฺฤษตฺ ฺวา ยสยฺ าธฺวรํ ศกร-ยโศวิภรฺ ศํ ศงฺกยา |
ธมู สฺปรฺศจฉฺ ลานฺ นนู มฺ อทุ ศฺรุนยนา ศจี ||

คาํ แปล : นางศจี192 คร้ันเห็นการบูชายัญของพระองค เพราะกลัววาพระอินทรจะความ
เสอื่ มจากตําแหนง จงึ ทาํ เปนมีน้ําตานองหนา จรงิ ๆ โดยแสรงสมั ผัสควนั

โศลกท่ี 193 อนุษฏภฉนั ท

ruÏaNytejsae ySy padCDayamiziïyn!,
meraie rvle apty> istCDaÇTyja=e in'km!.

ruddhanÆ yatejaso yasya padÆ acchayÆ amÆ aßißriyan |
meror ivelaÆpatayas sitacchatratyajo nißam ||

รุทธฺ านฺยเตชโส ยสฺย ปาทจฉฺ ายามฺ อศศิ ฺริยนฺ |
เมโรรฺ อเิ วลาปตยะ สิตจฺฉาตฺรตยฺ โช’นศิ มฺ ||
คาํ แปล : กษัตรยิ ทงั้ หลายไดล ะทิง้ เศวตฉตั รเขา ไปพึ่งรม เงาแหงพระบาทของพระองคผู
ทรงบดบงั พระเดชของเหลากษัตริยอ ืน่ ผเู ปรยี บประดจุ ดังเขาเมรุ อยา งไมขาดสาย

โศลกที่ 194 อนุษฏภ ฉนั ท

s&òaE cN�aŠyR axe aRtanadraidv iÉNnya>e ,
ymekn! tpnaह्लadsmwRmsm< Vyxat.!

192นางศจเี ทวี เปนธดิ าของอสูรช่อื ปุโลมา บางครง้ั จงึ เรยี กวา “เปาโลม”ี และเปน พระชายาของพระอินทร จึงไดชื่อวา “อินทราณี” ดู

Vettam Mani, PuranÆ iá c Encyclopaedia , 330.

170 • จารกึ แมบ่ ุญตะวันออก 169

[46] srástá aá u candraÆrkkayor dhatÆ anÆ adÆ araÆd iva bhinnayohá |

yam ekan tapanahÆ laÆda-samarthamá asamam vyadhatÆ ||

สฺฤเษฏฺ า จนทฺ รารกฺ ฺกโยรฺ ธาตานาทราทฺ อิว ภนิ ฺนโยะ |
ยมฺ เอกนฺ ตปนาหฺลาท-สมรฺถมฺ อสมํ วยฺ ธาตฺ ||

คําแปล : พระพรหมา (ผูสราง) คราวสรางพระจันทรกับพระอาทิตยกับทรงสรางให
แยกกัน เหมอื นมไิ ดทรงใสใ จ แตทรงสรางพระองคน ี้ใหเปนหน่ึงเดียวไรผูเสมอเหมือน สามารถใหได
ทง้ั ความอบอุน และความสดชื่น

โศลกที่ 195 อนุษฏภฉันท

%paNtseva< vaÁDNTyae yTpadNtIìtejsm!,

maEilrÆàÉaMÉaie Éris�n! ÉpU p»ty>.
upanÆ tasevamÆ á vanÆ cÁ hantyo yatpadÆ an tívratejasam |
mauliratnaprabhamÆ bhobhir asincÁ an bhupÆ apaṅktayahá ||

อุปานตฺ เสวํา วาฺฉนตฺ โฺ ย ยตฺปาทนฺ ตีวฺรเตชสมฺ |
เมาลริ ตฺนปฺรภามโฺ ภภิรฺ อสิฺจนฺ ภปู ปงกฺ ตฺ ยะ ||

คําแปล : แถวแหงพระราชาท้ังหลาย ผูมีความปรารถนาเพ่ือจะเขาไปรับใช ไดราดรด
แลวซ่ึงพระบาทของพระองค ที่มีพระรัศมีแรงกลาดวยนํ้าคือแสงจากรัตนะท่ีประดับบนพระเศียร
(ของตน)

โศลกที่ 196 อนษุ ฏภฉันท

nv< iàymhae laeke yi�hay xnus! Smr>,

%NMmawa¼naicÄ< ykaNTyanupmanya.

[47] navamá priyam aho loke yad vihayÆ a dhanus smarahá |

unmamatÆ haṅÆ ganacÆ ittamá yatkanÆ tyanÆ upamanÆ ayaÆ ||

นวํ ปรฺ ิยมฺ อโห โลเก ยทฺ วิหาย ธนสุ ฺ สฺมระ |
อนุ มฺ ฺมาถางฺคนาจิตตฺ ํ ยกานฺตยฺ านปุ มานยา ||

จารึกแม่บุญตะวนั ออก • 117701

คําแปล : โอ ! พระองคท รงเปนส่ิงทีน่ าหลงไหลใหมในโลก พระสมระ193ละทิ้งแลวซึ่ง
คันธนู ไปปน ปว นจิตใจของหญิงสาวดว ยความงามของพระองคอนั หาทเี่ ปรยี บมไิ ด

โศลกท่ี 197 อนุษฏภฉนั ท

S)…qaòidk! àaNtdle hme zlE ae�ki{[Rke,
yzae gNxayt ySy ÉuvnEksrae�h,e
sphutáasÆ tá áadikpraÆntadale hemaßailorukarnná iá ke |
yaßo gandhaÆyata yasya bhuvanaikasaroruhe ||

สผฺ ฏุ าษฏฺ ทกิ ฺปฺรานตฺ ทเล เหมไศโลรุกรฺณณฺ เิ ก |
ยโศ คนธฺ ายต ยสยฺ ภวุ ไนกสโรรเุ ห ||

คําแปล : พระเกยี รติยศของพระองคม ีกล่ินหอมหวนไป ในดอกบัวท่ีเปนหน่ึงในโลก ซึ่ง
มีกลีบขอบ (ภายนอก) มแี ปดจุดท่ีสําคญั ผายออก อนั เปนเปลือกใหญของภูเขาเมรุ

โศลกท่ี 198 อนษุ ฏภ ฉนั ท

%ÖaNtraga> S)i… rta ySya'!iºnorZmy>
ASpÏRNt ntaVe vINR ÔmaEilrÆmrIiciÉ>.

[48] udvanÆ taragÆ ahÆ á sphuritaÆ yasyaṅÆ ghrinakharaßmayahá |

asparddhanta natorvvíndra-mauliratnamarícibhihá ||

อุทวฺ านฺตราคาะ สผฺ รุ ติ า ยสฺยางฆฺ ฺรนิ ขรศฺมยะ |
อสฺปรฺทธฺ นตฺ นโตรวฺ ฺวีนทฺ ฺร-เมาลริ ตฺนมรจี ภิ ิะ ||

คําแปล : รัศมีจากพระนขา (เลบ็ เทา ) ของพระองคไดแผขยายเปลงสีแสงออกไปแลว
แขง กับรัศมขี องรตั นะบนพระเศียรของเหลากษัตรยิ ท หี่ มอบลงแลว

193เปน ช่อื หนึ่งของกามเทพ ดู Monier Williams, Sanskrit-English Dictionary, 1272.

172 • จารกึ แมบ่ ุญตะวนั ออก 171

โศลกที่ 199 อนุษฏภฉนั ท

ANv�Ïyt ySya}a< )làsvs<pd,e
AajNmvNXyz! ctU ae=ip vizòSy idlIpvt!.

anvaruddhyata yasyajÆ nÁaÆm phalaprasavasamápade |
aÆjanmavandhya߯ cutÆ o pi vaßistá há asya dilípavat ||

อนฺวรุทธฺ ยฺ ต ยสฺยาชฺ ำ ผลปฺรสวสํปเท |
อาชนมฺ วนธฺ ยฺ ศฺ จโู ต’ป วศิษฺฐสยฺ ทิลีปวตฺ ||

คําแปล : แมตนมะมวงซ่ึงเปนหมันต้ังแตแรกเกิดเช่ือฟงคาํ ส่ังของพระองคก ็ออกผลได
เหมือนพระเจาทลิ ีปะ194 เชือ่ ฟง คาํ ส่ังของฤษีวศษิ ฐะ195 (จึงมที ายาทได)

โศลกที่ 200 อนษุ ฏภฉนั ท

sh�mou s<kIÄyR < gMÉIr< g[u ivStrm,!

ySy Éa:yimv àaPy VyaOyaioÚaip xImtam.!

[49] sahasramukhasamákírttyamá gamábhíram gunáavistaram |

yasya bhasÆ áyam iva prapÆ ya vyakÆ hyaÆ khinnapÆ i dhímataÆm ||

สหสฺรมขุ สกํ ีรตฺ ตฺ ฺยํ คมฺภีรํ คณุ วสิ ฺตรมฺ |
ยสยฺ ภาษฺยมฺ อิว ปฺราปยฺ วฺยาขฺยาขนิ นฺ าป ธีมตามฺ ||

คําแปล : พระคุณอันไพศาลของพระองค ลึกซึ้งแผกระจายไปปากตอปากนับพัน
เหมอื นกลายเปนอรรถกถาทน่ี กั ปราชญทงั้ หลายพูดอธิบายกันอยา งไมขาดสาย

194ทิลีปะ เปน ชอื่ ของพระราชาผูย ง่ิ ใหญผูม ชี ่อื เสยี งพระองคห นง่ึ ในราชวงศอีกษวากมุ ีพระมเหสีชื่อสทุ ักษิณาเมื่อทรงอภิเษกสมรสแลว
ก็ไมมีผูสืบสกุล เนื่องจากตอ งคําสาปจากแมโคกามเธนุซ่ึงเปนโควิเศษสามารถดลบันดาลสิ่งท่ีปรารถนาไดทุกอยาง เพราะคร้ังหน่ึง
หลังจากพระเจาทลี ีปะกลับจากเขาเฝาพระอินทรแ ลวเดนิ ทางผานท่แี มโ คกามเธนุซงึ่ พักผอนอยใู ตร มตนกัลปพฤกษ แตไ มไ ดใ สใจไมให
ความสําคัญเดินผานเลยไป แมโคกามเธนุไมพอใจจึงสาปไมใหมีทายาทสืบสกุล แตภายหลังไดรับคําแนะนําจากฤษีวศิษฐะจึงกลับมี
ทายาทได กลา วกันวาพระองคเปนบรรพบุรษุ ของพระราม ดู Vettam Mani, PuraÆniá c Encyclopaedia , 241-242.
195ฤษีวศิษฐะ หรือ ฤษีวสิฏฐะ มีกําเนิดถึงสามคร้ัง คร้ังแรกเปนโอรสของพระพรหมาโดยเกิดจากลมปราณ มีชายาช่ืออรุนธตี เปน
พรหมฤษีผมู ชี ่อื เสยี งอยางมากในปุราณะ ดู Vettam Mani, PuraÆniá c Encyclopaedia , 834-837.

จารกึ แมบ่ ญุ ตะวันออก •117723

โศลกท่ี 201 อนุษฏภ ฉันท

ïImti! sÏZe vr< il¼< isÏizvpru e igraE ,
vÏRyamas yae ÉaegrE àVU v>ER izivkaidiÉ>.

ßrímat-siddheßvaramá liṅgamá siddhaßivapure girau |
varddhayamÆ aÆsa yo bhogair apuÆrvvaihá ßivakadÆ ibhihá ||

ศฺรีมต-ฺ สิทเฺ ธศวฺ รํ ลงิ คฺ ํ สทิ ธฺ ศิวปเุ ร คเิ รา |
วรฺทธฺ ยามฺ อาส โย โภไครฺ อปูรฺวฺไวะ ศิวกิ าทิภิะ ||

คําแปล : พระองคท รงถวายเคร่อื งใชสอยท้ังหลายที่ยังไมเ คยมี เชน ศวิ กิ า (เสลี่ยง) เปน
ตน เพ่มิ มากขึ้นแดศ วิ ลึงคชอ่ื สทิ เธศวรอันศักดส์ิ ทิ ธ์ิ บนภูเขาที่เมืองสิทธศิวปรุ ะ

โศลกที่ 202 อนุษฏภ ฉันท

tÇaip il¼< zVvSR y zVvaR[Iàitme zmu e,

ys! sMyk! Swapyamas ipt[& an! xMmRv&Ïye.

[50] tatrapÆ i liṅgamá ßarvvasya ßarvvanÆ áípratime ßubhe |

yas samyak sthapÆ ayamÆ asÆ a pitrná áanÆ dharmmavrdá dhaye ||

ตตรฺ าป ลงิ คฺ ํ ศรวฺ วฺ สฺย ศรฺวฺวาณีปฺรติเม ศุเภ |
ยสฺ สมฺยกฺ สฺถาปยามฺ อาส ปต ฺฤณานฺ ธรฺมฺมวฤฺ ทฺธเย ||

คําแปล : แมในท่ีนั้น พระองคก็ไดทรงใหสรางศิวลึงค และรูปประติมาของศรวาณี
(พระอุมา) สององคอนั งดงาม อยา งถกู ตอ ง เพอื่ เพ่มิ พนู บญุ กุศลแกบรรพบุรุษ

โศลกท่ี 203 อนษุ ฏภฉนั ท

ydpu ³mmasve ïIÉÔeñrzUiln>,
Éage aNe yÇaip dve an! y> pjU aiÉ�dmIimlt!.
yadupakramamaÆseva ßríbhadreßvaraßuÆlinahá |
bhogo nyatrapÆ i devanÆ yahá pujÆ aÆbhir udamímilat ||

174 • จารกึ แม่บญุ ตะวันออก 173

ยทุปกฺรมมาเสว ศรฺ -ี ภเทรฺ ศวฺ รศลู ินะ |
โภโค นยฺ ตฺราป เทวานฺ ยะ ปูชาภริ ฺ อทุ มีมิลตฺ ||

คําแปล : ในเดือนแหงการสถาปนาพระศิวะพระนามวาศรีภัทเรศวระนั่นเอง นอกจาก
เครื่องใชสอยแลว พระองคผูเปนพระเจาแผนดินทรงทําพิธีเบิกพระเนตรเทวรปู ท้ังหลาย ทัง้ ในที่อื่น
ดว ย พรอ มดว ยของบชู าอีกหลายอยา ง

โศลกท่ี 204 อนษุ ฏภ ฉนั ท

ivv&iÏ< xMmiR sNxUna< ïINÔvMmaRidÉÉU &tam!,

Svm{flSy c sm< y�³e np& cNÔma>.

[51] vivrdá dhim dharmmasindhunÆ amÆ á ßríndravarmmadibhuÆbhrtá amÆ |

svamandá áalasya ca samamá yaß cakre nrápacandramaÆhá ||

วิวฺฤทธฺ ึ ธรฺมมฺ สนิ ธฺ นู าํ ศรฺ ีนฺทฺรวรฺมฺมาทภิ ูภฺฤตามฺ |
สวฺ มณฑฺ ลสยฺ จ สมํ ยศฺ จเกฺร นฺฤปจนทฺ ฺรมาะ ||

คําแปล : พระองคผูเปนเหมือนดวงจันทรของพระราชา (ผูเปนราชาแหงแมน้ํา) ทรง
เพิ่มพูนมหาสมุทรแหงการบุญ แกพระเจาแผนดินท้ังหลายมีพระเจาศรอี ินทรวรมันเปนตน และได
ทรงทาํ ใหเ สมอกบั อาณาเขตของพระองค

โศลกที่ 205 อนุษฏภฉันท

yzxe rtqakSy di][enaip di][>
y> zaiE rgaErIzinma> zMÉaei‘¼R mitiòpt.!
yaßodharatataá Ækasya daksáineá napÆ i daksáinaá há |
yaß ßaurigauríßanimahá ßambhor llinægam atistá áipat ||

ยโศธรตฏากสยฺ ทกษฺ เิ ณนาป ทกฺษณิ ะ |
ยศฺ เศาริเคารีศนิมาะ ศมโฺ ภรฺ ลลฺ งิ คฺ มฺ อติษฏฺ ิปตฺ ||
คาํ แปล : พระองคท รงเปนผูเชยี่ วชาญ ไดทรงประดษิ ฐานเสาหลักพระเศาริ196 พระนาง
เคารี พระอศี วร (ศิวะ)197 (และ) ศัมภลุ งึ ค แมโ ดยทางทิศใตของยโศธรตฏากะ (บารายตะวันออก)

196พระนามพระวษิ ณุ ดู Monier Williams, Sanskrit-English Dictionary , 1093.

174

จารกึ แมบ่ ญุ ตะวนั ออก • 175

โศลกที่ 206 ตรษิ ฏภ ฉันท

s saemv<zaMvrÉaSkrz! ïI-

rajNe ÔvMmaR tiddn! n&pNe Ô>,

SvGgapR vGgaRixgmSy il¼<

il¼< àitòaiptvan! Smrare>.

[52] sa somavaṅßamÆ varabhaÆskaraß ßri-

rajÆ endravarammaÆ tad idan nrpá endrahá |
svarggapÆ avarggadÆ higamasya liṅgamá
liṅgam pratistá áhapÆ itavanÆ smaraÆrehá ||

ส โสมวศํ ามวฺ รภาสฺกรศฺ ศรฺ ี-
ราเชนฺทฺรวรมมฺ า ตทฺ อทิ นฺ นฤฺ เปนทฺ รฺ ะ |
สวฺ รคฺ คฺ าปวรฺคคฺ าธิคมสยฺ ลงิ ฺคํ
ลงิ คฺ ํ ปฺรติษฺฐาปตวานฺ สฺมราเระ ||
คําแปล : พระเจาราเชนทรวรมันนี้นน้ั ทรงเปนใหญเหนือพระเจาแผนดิน เปนประดุจ
ดวงอาทิตยบ นทองฟาแหงโสมวงศ ไดทรงสรางศวิ ลึงคอันเปนเครื่องหมายแหงผูบรรลุถึงสวรรคและ
ดินแดนท่ีปลอดภัย

โศลกที่ 207 ตรษิ ฏภฉันท

sà< a�ya>e àa�yzas! Sviptae-

Éuv> pits! Sa=e ip Évae�ven ,

sS< wanta< Swaiptvan! iSwit}ae

inme #me Öe izvyaez! izvay .

197ผูวิจัยไดเพ่ิมพระอีศวร (ศวิ ะ) เขามาอีกพระนามหนึ่งโดยดูจากรูปศัพทและจารึก ซึ่งปราสาททางทิศใตของยโศธรตฏากะ ก็คือ
ปราสาทแปรรูป จารึกปราสาทแปรรปู โศลกท่ี 277 ไดกลาววา “ ในปแหงพระราชาของชาวศกะ ท่ีทําดวยไฟ รางกาย และเทพวสุ
พระองคไ ดส รา งลึงคสําคัญชื่อวา ศรีราเชนทรภัทเรศวรนี้ ไวใ นท่ีนี้ พรอมกับเทวรปู เคารี เศารแิ ละพระอีศวร รวมเปน สีท่ ี่เปลง ประกาย
งดงามนี้” (sa śrí-rajÆ endrabhadreśvara iti viditamá liṅgamatreradamagryamá guaríśuaríśvaranÆ aá ÆnÁ catasrbá hir
abhiraÆmabÆ hir arccaÆbhir abÆ hih) สว นฉบบั เดิมของ มเหศ กุมาร ศรัณ และหลุยส ฟโนต แปลวา พระเศารแิ ละพระนางเคารี
(ßauri and gaurí, ßauri et ed gaurí) ดู Mahesh Kumar Sharan, Select Cambodian Inscriptions (The

Mebon And Pre Rup Inscriptions of Rajendravarman II ), 92; and L. Finot, Inscriptions d’Angkor, 351 .

176 • จารึกแม่บุญตะวันออก 175

sampá rapÆ tayohá prapÆ tayaßaÆs svapitror
bhuvahá patis so pi bhavodbhavena |
sa[m]á sthanÆ atamÆ á sthapÆ itavanÆ sthitijnÁo
nime ime dve ßivayoß ßivayÆ a ||

สปํ ฺราปฺตโยะ ปฺราปตฺ ยศาสฺ สวฺ ปโตฺร-
ภวุ ะ ปติส’ฺ โส ป ภโวทภฺ เวน |
สสํ ฺถานตาํ สถฺ าปตวานฺ สฺถติ ชิ ฺโ
นเิ ม อิเม เทวฺ ศวิ โยศฺ ศิวาย ||

คาํ แปล : พระองคท รงไดรับเกยี รตยิ ศจากพระราชบิดาและพระราชมารดาของพระองค
ผูบรบิ รู ณ แมเปนพระเจาแผนดิน ก็ทรงเปนผูรูขอบเขตแหงศีลธรรม ไดท รงสรางพระศิวะและปารว
ตีทง้ั สองเหลานี้ เพื่อความรมเย็นของพระราชบิดาและพระราชมารดาของพระองค พรอมกับพระภ
โวทภวะ (พระศิวะ)

โศลกที่ 208 ตรษิ ฏภฉนั ท

mhaÉju s! sae ip ctuÉjRu Sy

inmainmamvujjNmn� ,
Aitiòpi�iòtrajk«Tyae
il¼aNywaòavip caòmUTt>Re .

[53] mahabÆ hujas so pi caturbhujasya

nimanÆ imaÆm amvujajanmanaß ca |
atistá áipan nistá áhitaraÆjakrtá yo
liṅganÆ yathasÆ tá aá vÆ api caÆsátáamuÆrttehá ||

มหาภชุ สฺ โส ป จตุรฺภชุ สฺย
นิมานฺ อมิ ามฺ อวุชชนฺมนศฺ จ |
อติษฺฐิปนฺ นษิ ฺฐติ ราชกฺฤตฺโย
ลิงคฺ านฺ ยถาษฺฏาวฺ อป จาษฏฺ มรู ตฺ เฺ ตะ ||

คําแปล : พระองคท รงทําราชกจิ ทุกอยา งสําเรจ็ แลว แมมีแขนกาํ ยาํ ก็ไดท รงประดิษฐาน
เสาหลักเหลานี้ ของพระผูมีสก่ี ร (วิษณุ) และผูเกิดจากดอกบัว (พระพรหมา) ดวย เชนเดียวกับลึงค
8 รูปของพระผูมีแปดรปู

จารึกแม่บุญตะวนั ออก • 117767

โศลกท่ี 209 ตรษิ ฏภ ฉนั ท

rÆa‘e s�aegsh�dI�<
s caPyhIn< Ôiv[Sy raizm,!

Az;e mPy:e vidtve z;e m!

deve;u dve Ne ÔsmanvIYy>R .

ratnollasadbhogasahasradíptamá
sa capÆ y ahínamá dravináasya ra߯ imá |
aßesaá m apy esáv aditeva ßesáamá
devesáu devendrasamaÆnavíryyahá ||

รตโฺ นลฺลสทโฺ ภคสหสฺรทีปตฺ ํ
ส จาปยฺ ฺ อหีนํ ทฺรวิณสฺย ราศมิ ฺ |
อเศษมฺ อปฺยฺ เอษฺวฺ อทเิ ตว เศษมฺ
เทเวษุ เทเวนฺทรฺ สมานวรี ฺยยฺ ะ ||

คําแปล : พระองคผ ูมีความกลาหาญเสมอดวยจอมเทพ ไดถวายแลวซ่ึงกองแหงทรัพย
สมบตั ิอันบริบรู ณท งั้ มวลทส่ี องประกายดวยโภคะนับพนั อนั เจดิ จา จากรตั นะ ในเทพเหลา นั้น

โศลกท่ี 210 ตรษิ ฏภ ฉันท

s kLpyamas mhNe ÔkLps!

sda sdacarivix< ivxeym!,

zaEvïuitSmT& yuidta< spYyaR <

pYyaR�masaimh dve tanam.!

[54] sa kalpayamÆ asÆ a mahendrakalpas

sadaÆ sadacÆ aÆravidhimá vidheyam |
ßaivaßrutismrtá yudita[Æ m]á saparyyamÆ á
paryyaÆptamasÆ amÆ iha devataÆnamÆ ||

ส กลปฺ ยามฺ อาส มเหนฺทฺรกลฺปสฺ
สทา สทาจารวธิ ึ วเิ ธยมฺ |
ไศวศรฺ ุตสิ มฺ ฤฺ ตยฺ ุทิตํา สปรฺยยฺ ํา
ปรฺยยฺ าปตฺ มาสามฺ อหิ เทวตานามฺ ||

178 • จารึกแม่บุญตะวนั ออก 177

คําแปล : พระองคทรงเปนเหมือนมเหนทระ ทรงปฏิบัติตามแนวทางของคนดีอัน
เหมาะสมตลอดเวลา และทรงทําการบชู าซึ่งระบุไวในคัมภีรศรตุ ิ198และคัมภีรสมฤติ199ของไศวนิกาย
แดเ หลาเทพทงั้ หลายในท่นี ี้ ตลอดท้งั เดอื น

โศลกที่ 211 ตรษิ ฏภ ฉนั ท

s caip vacSpitxIs! sxu Ir-

NxMmanR ugn! xMmRÉt& a< purage >,

tan! Éaivnae ÉaivtrajxMma-R

ind< vca=e vaect kMvujeNÔan! .

sa capÆ i vacÆ aspatidhís s[u]dhíran
dharmmaÆnugan dharmmabhrátaÆmá purogahá |
tanÆ bhavÆ ino bhavÆ itarajÆ adharmmanÆ
idamá vaco vocata kamvujendraÆn ||

ส จาป วาจสฺปติธีสฺ สธุ ีรนฺ
ธรฺมฺมานุคนฺ ธรมฺ ฺมภฺฤตํา ปโุ รคะ |
ตานฺ ภาวิโน ภาวติ ราชธรฺมมานฺ
อิทํ วโจ’โวจต กมฺวเุ ชนฺทรฺ านฺ ||
คําแปล : และพระองคท รงเปน ผฉู ลาดด่ังวาจัสปติ200 ทรงเปนผูนําของเหลาผูทรงธรรม
ทงั้ หลาย ไดตรสั แลว ซ่งึ พระดาํ รสั นี้ ทีเ่ ปนไปตามธรรมอันเปน ของนกั ปราชญ กะพระเจาแผนดินแหง
กัมพชุ ทัง้ หลายในอนาคต ผมู ีราชธรรมทท่ี รงไดร ับการอบรมไวแลว เหลานัน้

198ศรตุ ิ หมายถงึ สิง่ ท่ไี ดร ับฟง มาหรอื สง่ิ ทีถ่ ูกเปด เผยใหรู เปนความรูทางศาสนาและปรัชญาท่ีฤษีท้ังหลายผูเปนบุรพาจารยไดสดับมา
จากพระพรหมาโดยตรง เปนชื่อหนึง่ ของพระเวทท้ังสี่ อนั ประกอบดวย 1.ฤคเวท พระเวทที่เกี่ยวกับการสรรเสริญเทพเจา 2.ยชุรเวท
พระเวททเี่ กยี่ วกับสูตรซ่ึงตอ งบริกรรมดว ยเสียงทุมต่าํ เบาๆ พรอมกับการทํายัชญพิธี 3.สามเวท พระเวทท่ีเก่ียวกับเพลงขับสรรเสริญ
เทพเจา หรือบทเหก ลอมบชู าเทพเจา 4.อถรวเวท รวบรวมเรอ่ื งราวเกี่ยวกับคาถาอาคมหรือเวทมนตร และส่งิ ล้ีลับ ดู จําลอง สารพัด
นึก, ประวัติวรรณคดสี นั สกฤต 1, 7; และ ราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรมศัพทศาสนาสากล องั กฤษ-ไทย, 563-564.
199คัมภีรใ นศาสนาพราหมณ-ฮินดู แบงเปน 2 สวน คือ 1.ศรุติ ไดแ ก คัมภีรพระเวทท้ังส่ี แตละเลมแบงเปนสามตอนคือ สังหิตา(มัน
ตระ), พราหมณะ, อารณั ยกะและอุปนิษัท, 2.สมฤติ เปนคัมภีรข น้ั สองเปน ส่งิ ทถ่ี า ยทอดกนั สบื มา มีการแตง ตาํ ราประกอบขึ้นเพื่อชวย
สนับสนุนใหเขาใจในการศึกษาคัมภีรพระเวทงา ยขึ้น เรียกวา คัมภีรเวทางคศาสตร ดู Monier Williams, Sanskrit-English

Dictionary, 1272.

จารกึ แม่บญุ ตะวนั ออก • 117789

โศลกท่ี 212 ตรษิ ฏภ ฉันท

r]ySy s<r][< ... ...yt!
s ]ÇxMmaRe ividtae yda v>,

p{u yNtdte t! pirr]tie t

iv}apna saxytIv isÏm!.

[55] raksyá asya samáraksaá naá m……[ya]t

sa ksaá tradharmmo vidito yadaÆ vahá |
punáyan tad etat pariraksaá teti
vijnÁaÆpanaÆ saÆdhayatíva siddham ||

รกฺษฺยสยฺ สํรกฺษณํ ... ...ยตฺ
ส กษฺ ตรฺ ธรมฺ โฺ ม วทิ โิ ต ยทา วะ |
ปุณฺยนฺ ตทฺ เอตตฺ ปรริ กษฺ เตติ
วิชฺาปนา สาธยตวี สิทธฺ มฺ ||

คาํ แปล : การปกครองผูใ ตการปกครอง.... เปนหนาที่ของกษัตรยิ ท่พี วกทานจะตองทรง
รู ขอพวกทา นจงรกั ษาซ่งึ บุญน้ีไว การประกาศ (ใหร ับรอู ยางน)ี้ ยอ มใหส าํ เรจ็ สิ่งทต่ี องการไดแ นนอน

โศลกที่ 213 ตรษิ ฏภฉนั ท

xMmaeR ygu =e simn! iSwrmke pat! s

kw< smSwaSyt suiSwta=e ym! ,

Évadz¯ a< za�dz¯ a< s nae cen!

mhaÉju StMÉmpu aïiy:yt!.

dharmmo yuge’smin sthiram ekapatÆ sa
kathamá samasthaÆsyata susthito yam |
bhavadÆ rßá amÆ á ßasÆ tradráßamÆ sa no cen
mahabÆ hujastambham upaÆßrayisyá at ||

200วาจัสปติ แปลวา เจาแหงคําพูด นอกจากนี้ยังหมายถึงพระพฤหัสบดี ผูมีความออนนอมและเสียสละ ซ่ึงถือวาเปนครูของเทวดา
ทั้งหลาย พระพฤหัสบดีนี้บางก็วาเปนฤษี บางก็วาเปนเทวดา และทําหนาท่ีเปนที่ปรึกษาทางวิชาการของพระอินทรมาตั้งแตสมัย
อริยกะ ซ่ึงสมัยนั้นพระอินทรใหญมาก มาในสมัยพระเวท พระพฤหัสบดีไดรับยกยองมากขึ้น ไดเปนทูตของสวรรค นําความดี
ความชอบของมนุษยไปแจงแกสวรรค สมัยพราหมณะก็ไดเปนอาจารยของเทพเจาท้ังหลาย ดู Monier Williams, Sanskrit-

English Dictionary, 937; and Vettam Mani, PuranÆ iá c Encyclopaedia , 162-164.

180 • จารกึ แมบ่ ุญตะวันออก 179

ธรฺมโฺ ม ยุเค สมินฺ สถฺ ิรมฺ เอกปาตฺ ส
กถํ สมสถฺ าสฺยต สุสถฺ ิโต’ยมฺ |
ภวาทฤฺ ศํา ศาสตฺ ฺรทฤฺ ศํา ส โน เจนฺ
มหาภุชสฺตมภฺ มฺ อุปาศรฺ ยิษฺยตฺ ||

คําแปล : ในยุคนี้ ธรรมมีเพียงเทาเดียวคอยคํ้าชู ธรรมนี้จะดํารงอยูอยางมั่นคงได
อยา งไร ถาหากวาธรรมน้ันไมไดเขาไปอาศัยแลวซง่ึ เสาหลักคือพระราชาผูยิ่งใหญ ผูเปนเชน กับทา น
ผูรูศาสตร

โศลกท่ี 214 ตรษิ ฏภฉนั ท

xMmaRpds! saxu ... ...kaip

lJjet kÄaR ikmut Svy�,

r]aixkarI n&pitiVvzR e;ad!

#it àtIitm! ÉvtaimdNtt.!

[56] dharmmapÆ adas sadÆ hu…kapÆ i

lajjeta karttaÆ kim uta svayanÁ ca |
raksáadÆ hikaÆrí nrpá atir vvißesáaÆd
iti pratítam bhavatamÆ idan tat ||

ธรมฺ มฺ าปทสฺ สาธุ ... ... กาป
ลชเฺ ชต กรตฺ ฺตา กมิ ฺ อตุ สฺวยฺ จ |
รกฺษาธิการี นฤฺ ปตริ ฺ ววฺ เิ ศษาทฺ
อิติ ปรฺ ตตี มฺ ภวตามฺ อทิ นฺ ตตฺ ||

คาํ แปล : แมนกั บวชไมเขาใจธรรม (หนา ท)่ี กจ็ ะเปนความอัปยศ (นา ละอาย) ไมจําตอง
กลาวถึงผทู ีต่ องปฏิบัตหิ นาทีน่ ้ันดว ยตนเอง และโดยเฉพาะอยางยิ่ง กษัตริยซึง่ เปนผูมีหนาที่ปกครอง
เพราะเหตดุ งั นนี้ น้ั น่ันจึงเปน สิง่ ทคี่ วรรูของทานทงั้ หลาย

จารึกแม่บุญตะวันออก •118801

โศลกท่ี 215 ตรษิ ฏภฉนั ท

sNtae yzaexMmRxna n va�<
xn< xnayeyiu rhaTmna=e ip,
àagev dve aidxn< sta< vae
ivin�yae yn! nnu vÏmlU >.

santo yaßodharmmadhanaÆ na vahÆ yamá
dhanamá dhanayÆ eyur ihaÆtmano pi |
pragÆ eva devaÆdidhanamá sataÆmá vo
vinißcayo yan nanu vaddhamuÆlahá ||

สนฺโต ยโศธรฺมฺมธนา น วาหยํ
ธนํ ธนาเยยรุ ฺ อหิ าตฺมโน’ป |
ปฺราคฺ เอว เทวาทธิ นํ สตาํ โว
วินิศจฺ โย ยนฺ นนุ วทฺธมลู ะ ||

คําแปล : เหลาคนดีท้ังหลาย ผูมีทั้งเกียรติยศและคุณธรรมเปนทรัพย ไมไดแสวงหา
ทรัพยภายนอกสําหรับตวั เองในโลกน้ี ไมจําเปนตองพูดถึงทรพั ยของเทวดาเปนตนเลย สําหรับพวก
ทานซ่งึ เปน คนดี ตดั สินใจแนวแนแ ลว มใิ ชหรือ

โศลกที่ 216 ตรษิ ฏภฉันท

twaip ÉyU   yaim yu:ma<-

Std]t< r]t pu{ymett!,

ma haòR dve Svimit àkaz<

n xMmhR eta>e pun��da;e >.

[57] tathapÆ i bhuyÆ a   yaÆmi yusmá amÆ s

tad aksáatamá raksáata punyá am etat |
maÆ harÆ sátáa devasvam iti prakaÆßamá
na dharmmahetohá punaruktadosaá h ||

ตถาป ภูย   ยามิ ยษุ มฺ าํ สฺ
ตทฺ อกษฺ ตํ รกฺษต ปณุ ยฺ มฺ เอตตฺ |
มา หารษฺ ฏ เทวสวฺ มฺ อิติ ปฺรกาศํ
น ธรฺมฺมเหโตะ ปุนรุกตฺ โทษะ ||

182 • จารกึ แมบ่ ุญตะวันออก 181

คําแปล : อีกประการหน่ึง ขาพเจาขอรองพวกทานใหยิ่งไปอีกวา ขอพวกทานจงรักษา
บญุ อนั นี้ไวอยาใหเสือ่ มสน้ิ ไป ขอพวกทานจงอยาไดเคล่ือนยายประกาศอันเปนของทวยเทพ (สมมติ
เทพ) ดงั นี้ เพราะเหตแุ หงหนาท่ี โทษดงั กลาวมาน้ีเปน อนั ไมมอี ีกตอ ไป

โศลกที่ 217 ตรษิ ฏภ ฉันท

A_yiwtR a=e snU ip s<àyCDne
mhaNmihMna ikmtu SvkT« ym,!
At� iv�MÉvlàgLÉa
vak! àawRnaÉ'g! ÉyaeiJHt;E a.

abhyarthito suÆn api samáprayacchen

mahanÆ mahimnaÆ kim uta svakrtá yamá |

ataß ca visrambhavalapragalbhaÆ

vaÆk praÆrthanabÆ hangæ abhayojjhitaísaá Æ ||

อภยฺ รถฺ ิโต’สูนฺ อป สํปฺรยจฺเฉน
มหานฺ มหิมฺนา กิมฺ อตุ สวฺ กฤฺ ตยฺ มฺ |
อตศฺ จ วสิ ฺรมภฺ วลปฺรคลภฺ า
วากฺ ปรฺ ารถฺ นาภงฺคภโยชฌฺ ไิ ตษา ||

คาํ แปล : ผยู ่งิ ใหญกลายเปน คนไมดไี ด กเ็ พราะถูกเช้อื เชิญดวยการเสนอรางวลั กอน
ใหญให หรือเปนคนไมด ีดว ยสนั ดานของตนเอง ดังนัน้ คาํ พูดทน่ี า เชอ่ื ถือทรงพลงั และมคี วามหนัก
แนน นี้ กย็ งั ถูกละท้ิงไดเ พราะกลัววา ความปรารถนาจะพงั ทะลาย

โศลกที่ 218 สรคั ธราฉันท

zakaBde g{ymane k«tngvsiu Éma"R masSy p{u ye
zKu lSykE adzahe inim;mip Éve yait v;aÏR RimNda,E
ACcaiR Éz! zaEirgaErIigirzkjÉuva< saÏRmÏReNdmu alE ze !
ïIrajNe Ô�e raoy< iSwitmkt« pra< il'!gmÇde maiÉ>.

จารึกแมบ่ ญุ ตะวนั ออก • 118823

[58] ßakabÆ de ganyá amanÆ e krtá anagavasubhir maÆghamasÆ asya punáya

ßuklasyaikadÆ aßahÆ e nimisaá m api bhave yatÆ i varsaá Ærddham indau |
arccabÆ hiß ßaurigaurígirißakajabhuvamÆ sarÆ ddham arddhendumauleß
ßrí-raÆjendreßvarakÆ hyamá sthitim akrtá a paramÆ á liṅgam atredam aÆbhihá ||

ศากาพฺเท คณยฺ มาเน กฺฤตนควสุภิรฺ มาฆมาสสฺย ปุเณฺย
ศกุ ลฺ สฺไยกาทศาเห นิมษิ มฺ อป ภเว ยาติ วรฺษารฺทธฺ มฺ อนิ ฺเทา |
อรฺจจฺ าภิศฺ เศาริเคารคี ริ ิศกชภุวํา สารทฺ ฺธมฺ อรฺทฺเธนฺทเุ มาเลศฺ
ศรฺ -ี ราเชนเฺ ทรฺ ศฺวราขยํ สถฺ ิตมิ ฺ อกฤฺ ต ปรํา ลงิ คฺ มฺ อเตรฺ ทมฺ อาภะิ ||
คําแปล : ในปแหงพระราชาของชาวศกะที่ถูกนับแลวดวยลูกเตาภูเขาและเทพวสุ
(874201) ในวันข้ึน 11 คํ่า เดือนมาฆะ (เดือน 3) อันเปนมงคล เมื่อพระจันทรอยูในนักษัตรท่ี 11
(ภวะ) ช่ัวขณะหนึ่ง แลวเคล่ือนไปสูราศรีพฤษภคร่ึงหน่ึง ลึงคที่ชื่อวาศรีราเชนทเรศวระนี้ถูกทําให
มั่นคงอยางย่ิงในท่ีน้ี พรอมดวยรูปเคารพท้ังหลายเหลานี้ ของพระเศาริ (พระวษิ ณุ), พระแมเคารี,
พระศวิ ะ และพระพรหมา

201จารึกภาษาสันสกฤตในดนิ แดนกัมพูชาและประเทศใกลเคียงท่ีมีอายุราวพุทธศตวรรท่ี 11-15 มักเปนศักราชที่ใชตามปครองราชย
ของ พระเจากนิษกะ กษัตริยท่ีปกครองอาณาจักรกุษาณะ ปมหาศักราชน้ันในหนังสือไทยจะอางถึงปท่ีเริ่มครองราชยคือ พ.ศ.
621 (ค.ศ.78) นักปราชญราชกวีแตโบราณาไดใ ชภมู ิปญาญาอนั ล้ําลกึ กําหนดศัพทสัญลักษณท่ีใชแทนเลขศักราชข้ึนใช โดยอาศัยการ
ตีความ ความหมายของศัพท และสรางศัพทบอกศักราชดวยการสมาส–สนธิอยางวิจิตรบรรจง ท้ังเลือกศัพทใหตรงหลักเกณฑของ
คณะฉันทที่กวีใชแตง ศัพทสัญลักษณท ่ีใชบอกศักราชในโศลกน้ีคือ kráta (ลูกเตา) = 4, naga (ภูเขา) =7 vasu (เทพวสุ) = 8
ตามทท่ี า นกาํ หนดไวเรม่ิ จากตัวเลขดา นหลังไปดานหนา เทา กับมหาศักราช 874 เมือ่ ตอ งการทราบเปน ปพุทธศักราชก็นาํ ไปบวกกับเลข
621 ในท่ีนจ้ี ึงเทา กับ พ.ศ.1495 (ค.ศ.952)

184

184 • จารึกแม่บุญตะวนั ออก

s same v<zaMvrÉaSkrz! ïI-

rajeNÔvMmaR tiddn! np& eNÔ>,

SvGgapR vGgaiR xgmSy il¼<

il¼< àitòaiptvan! Smrare>.

“พระเจา ราเชนทรวรมนั นนี้ ั้นทรงเปน ใหญ
เหนอื พระเจาแผนดิน เปน ประดุจดวงอาทติ ย
บนทองฟา แหงโสมวงศ ไดทรงสรา งศิวลึงคอันเปน เครอ่ื งหมาย
แหง ผูบรรลุถึงสวรรคและดินแดนที่ปลอดภยั ”

183

จารึกแมบ่ ุญตะวันออก • 185

บทที่ 4
ภาพสะทอนในจารกึ แมบ ญุ ตะวันออก

รองรอยแหงจารกึ นับวาเปนสว นหน่งึ ของอารยธรรมเขมรหรือกัมพูชาที่สามารถสะทอน
ใหเห็นถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวกัมพูชาในสมัยโบราณทุกแงมุม ไมวาจะเปนดานสังคม
การเมืองการปกครอง การนับถือศาสนา ฯลฯ โดยเนื้อหาในบทน้ีผูวิจัยจะทําการศกึ ษาภาพสะทอน
ทปี่ รากฏในจารึก จากการแปล วเิ คราะห และตคี วามขอความรอ ยกรองของจารกึ การศกึ ษาในครั้งนี้
เลือกกลุมขอมูลปฐมภูมิ (Primary source) คือการเขียนบันทึกประวัติศาสตรโดยอางอิงจาก
หลักฐานจารึกอันเปนขอมูลท่ีมีความนาเช่ือถือในทางมนุษยศาสตร เพราะหลักฐานดานปฐมภูมิ
ไดรับการยอมรับวา มีความถูกตองของวิชาการมากที่สุด202 โดยจะศึกษาวิเคราะหจากจารึกแมบุญ
ตะวนั ออกเพียงหลกั เดยี ว แมอ นั ท่ีจรงิ มอิ าจจะสะทอนถึงภาพรวมทางการเมืองการปกครอง ศาสนา
ความเชื่อ และประเพณีวัฒนธรรมไดทุกแงมุมของอาณาจักรกัมพูชาในชวงเวลาที่จารึกหลักน้ีถูก
สรางข้นึ ไดอยา งครบถว น แตถงึ กระน้นั กเ็ ปน การสะทอนรายละเอียดของเหตุการณและสภาพการณ
ในชว งระยะเวลานนั้ ไดในสวนหนึ่งโดยสาระสาํ คัญทางประวัติศาสตรในจารึกแมบุญตะวันออกถือวา
เปนอีกกลุมขอมูล ที่สะทอนบริบททางประวัติศาสตรไดเปนอยา งดีผูเรียบเรียงจะแบงหัวขอในการ
อภิปรายเปนสามสวนจะเริม่ จาก (1) การเมอื ง การปกครอง (2) ศาสนา และความเช่ือ (3)
ประเพณีวัฒนธรรม

แตกอนท่ีจะกลาวถึงภาพสะทอนที่พบในจารึกแมบุญตะวันออกผูวิจัยจะเสนอขอมูล
พระราชประวัติของพระเจาราเชนทรวรมันท่ี 2 ในบางสวนเพ่ือจะเช่ือมโยงไปยังบทวิเคราะหภาพ
สะทอ นทางประวตั ิศาสตรในจารึกอนั จะทําใหเ หน็ รายละเอียดทางประวตั ศิ าสตรไดช ัดเจน

มเหศ กุมาร ศรัณ นกั วิชาการทส่ี นใจภาษาสันสกฤตท่ีพบในประเทศกัมพูชาเห็นไดจาก
ผลงานทางวิชาการคือ Select Cambodian Inscriptions (The Mebon And Pre Rup
Inscriptions of Rajendravarman II) ไดใหความเห็นวาพระเจาราเชนทรวรมันท่ี 2 ข้ึนครองราชย

202นยิ ะดา เหลา สุนทร, วัตนาการของแบบเรยี นภาษาไทย (กรงุ เทพฯ: ลายคํา, 2552), 17.

186 • จารึกแม่บุญตะวันออก 184

ในปค.ศ.944 พระองคสถาปนาตนเองข้ึนเปนกษัตริยโดยใชกําลังความรุนแรงยึดครองราชยบังลังก
จากพระมหากษัตริยองคกอน203 ถึงแมหลักฐานในสวนน้ีอาจเปนเพียงการสันนิษฐานยังไมมีความ
ชัดเจนแตสิ่งท่ีเห็นตรงกันสําหรับนักวิชาการสวนมากคือพระเจาราเชนทรวรมันที่ 2 ทรงเปน
พระมหากษัตรยิ ท่ีมีความยิ่งใหญและพระองคไ ดรับความเคารพจากพระมหากษัตริยท้ังหลาย มเหศ
กุมาร ศรัณ ยงั กลาวตอไปอกี วา พระองคมีความยิง่ ใหญเทียบไดก ับพระเจายโศวรมันท่ี 1 (ค.ศ.889-
910)204 ซงึ่ เปน ผสู รางเมอื งพระนคร

ในหนังสือ Encyclopedia of Ancient Asian CiviIizations ใหขอมูลวาพระเจา
ราเชนทรวรมนั ท่ี 2 ขน้ึ ครองราชยต ง้ั แตใ นปค.ศ.944-968 ทรงเปนพระมหากษัตริยกัมพูชาแหงเมือง
พระนครในขณะข้ึนครองราชยทรงครองเมืองยโศธรปุระหลังจากชวงเวลาที่พระองคอยูที่เมือง
ลิงคปรุ ะภายใตก ารปกครองของพระอนชุ าคอื พระเจาชยั วรมนั ที่ 4205

อไุ รศรี วระศรนิ นักวิชาการไทยทเี่ ชย่ี วชาญดานเขมรศกึ ษากลา วถึงพระเจาราเชนทรวร
มันท่ี 2 ไววาพระองคท รงขึ้นครองราชยตอจากพระญาติซึ่งขอมูลจารึกสวนหน่ึงระบุรายละเอียดวา
พระเจาราเชนทรวรมันที่ 2 เปนพระโอรสของพระขนิษฐาองคหน่ึงของพระเจายโศวรมัน สวนพระ
ราชบิดาของพระองคก็มีเช้ือสายราชวงศภวปุระดังนั้นพระเจาราเชนทรวรมันท่ี 2 จึงมีเชื้อสาย
ราชวงศภ วปุระแหงเจนละบกทางฝายพระราชบิดาของพระองค2 06

ตําราทางประวัติศาสตรเขียนขอมูลเก่ียวกับพระเจาราเชนทรวรมันที่ 2 ใหเห็น
สถานภาพของพระองความีเช้ือสายเกี่ยวของกับพระเจาชัยวรมันท่ี 4 และพระเจายโศวรมัน
นอกจากน้พี ระเจาราเชนทรวรมันท่ี 2 ยงั เปนพระญาติของพระเจาหรรษวรมันที่ 2 ภายหลังพระเจา
หรรษวรมันที่ 2 สิ้นพระชนมจึงทําใหเจาชายราเชนทรวรมันซ่ึงขณะนั้นยังทรงพระเยาวอยูก็ไดขึ้น
ครองราชยลําดบั ตอ มา207

อยา งไรกด็ ีรายละเอียดเกยี่ วกบั พระเจา ราเชนทรวรมันที่ 2 ที่ใหขอมูลไดชัดเจนท่ีสุดคือ
เนอ้ื หาท่บี ันทึกในจารึก แมจ ารกึ หลายหลักในรัชสมัยพระเจาราเชนทรวรมันท่ี 2 จะแตงดวยรูปแบบ
กวีนพิ นธคอื มคี วามงดงามไพเราะในเชิงวรรณคดแี ตก ็สะทอนชวี ประวตั ิและบริบททางในชวงเวลาน้ัน
เนอ้ื หาในจารึกแมบ ุญตะวันออกโศลกท่ี 21 กวีกลาวถึงพระเจาราเชนทรวรมันท่ี 2 วา “พระองคไ ด

203Mahesh Kumar Sharan, Select Cambodian Inscriptions (The Mebon And Pre Rup Inscriptions of

Rajendravarman II ) (New Delhi: S.N. Publications, 1981), 26.
204Ibid.

205Charles F.W. Higham, Encyclopedia of ancient Asian civilizations (New York: Facts On File, 2004), 279.

206อุไรศรี วรศะริน, ประชุมอรรถบทเขมร รวมบทความวิชาการของศาสตราจารยเกียรติคุณ ดร. อุไรศรี วรศะริน (กรุงเทพฯ:
อมรินทรพร้ินติ้งแอนดพับลิชชิ่ง, 2545. จัดพิมพเน่ืองในงานพระราชทานเพลิงศพศาสตราจารยเกียรตคิ ุณ ดร.อุไรศรี วรศะริน 8
ตุลาคม 2545), 73.
207หมอมเจาสุภัทรดิศ ดิศกลุ , ประวัตเิ อเชียอาคเนย ถงึ พ.ศ.2000, พมิ พครงั้ ที่ 4 (กรงุ เทพฯ: สามลดา, 2549), 117.

จารกึ แม่บุญตะวนั ออก • 118857

ทําใหธนูที่เปนเจา(ยอด)ในการยิงที่เกิดแลวในตระกูลไมไผที่ดี และทําตระกูลนักรบ(กษัตริย) ท่ี
ยิ่งใหญท่ีสูงสงใหนอมลงมาเสมอดวยกันแลวดวยความความรู ดวยคุณสมบัติมากมายที่ถูกขยาย
ออกไป เปน ท่ีรูจักกันอยา งกวางขวาง” โศลกน้ีแสดงใหเห็นวา ผูท่ีจะเปนกษัตริยป กครองแผนดินได
ตองถือกําเนิดจากตะกูลท่ีดีและตองมีความรูความสามารถมีคุณสมบัติท่ีดีหลายอยางประกอบเขา
ดว ยกนั จึงมีสิทธเ์ิ ปน กษตั ริยผ ูยงิ่ ใหญไดโดยไมจ ําเปนตองมาจากการสืบสันตตวิ งศ และโศลกที่ 118
วา “พระองคแมไมไดเกิดข้ึนในวงศของพระราชา (แต) ก็ทรงเปนผูมีความแข็งแรง เปนผูท่ีไมอาจ
เอาชนะได ทง้ั เปนผูสูงสง ดวยกําลงั อันไมมีที่สิ้นสุดในการทําลายอยางถอนรากถอนโคน” ขอน้ีให
ความหมายวา พระเจาราเชนทรวรมนั ท่ี 2 แมไมไดเกิดในวงศของพระราชาพระองคก อนซ่ึงควรจะ
ไดร ับการสืบราชบัลลังกตอ มา แตพ ระองคกท็ รงถือกําเนิดจากวงคตระกูลทสี่ ูงสงทั้งมีพลานุภาพและ
มีความสามารถจึงใชก ําลังและความรุนแรงเขายึดครองโคนลมพระราชอํานาจกษตั รยิ องคกอนแลว
สถาปนาตนเองขึ้นเปนกษัตยิ ป กครองแผน ดนิ และในสมัยนัน้ คงมผี ูคนครหาถงึ การใชกําลังและความ
รุนแรงเขายึดและขึ้นครองราชยของพระองค โศลกที่ 170 จึงไดกลาวแกความเห็นในขอน้ีวา “ความ
โชคดีที่เหลาพระเจาแผนดินสั่งสมไวแลว เปนเชนกับเด็กสาวท่ีโตมาจากความเปนเด็ก (มาเปนสาว)
พระองคไดเขามาหาตามเวลาที่เหมาะสม โดยอุบายท่ีไรขอตําหนิ” อยางไรก็ตาม พระเจาราเชน
ทรวรมันท่ี 2 ก็ทรงเปนพระมหากษัตริยที่มีอํานาจย่ิงใหญในทุกดานทั้งการปกครอง การรบ ความ
รอบรใู นการศกึ ษาเลาเรียนและรปู ลักษณ พรอมทั้งพระราชอํานาจอันย่ิงใหญ ดังมีรายละเอียดที่จะ
กลา วถงึ จากการศึกษาตามขอ มูลทีป่ รากฏในจารกึ ดงั ตอ ไปน้ี

การเมืองการปกครอง

แตละสงั คมยอมประกอบดวยสวนตา งๆ ท่ีทําหนา ท่ีเปนโครงสรางของระบบสังคม เชน
โครงสรางทางการเมืองการปกครอง โครงสรางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ลักษณะทางการเมือง
การปกครองเปนระบบยอยท่ีสําคัญของระบบทั้งหมดท่ีทําใหรัฐดํารงอยูได ซึ่งในทางปฏิบัติแลวแต
ละระบบตางมีปฏิสัมพันธตอกันและมีผลกระทบตอกันอยางหลีกเลี่ยงไมได หากมีโครงสรางและ
ระบบท่ีสมบูรณมีประสิทธิภาพก็ทําใหเกิดภาวะที่สมดุล รัฐจึงมีความเขมแข็งและดํารงอยูได จาก
การศกึ ษาเนื้อหาจารึกแมบ ุญตะวันออกพบวากวีแสดงภาพพระเจาราเชนทรวรมันท่ี 2 วามีเชือ้ สาย
ทจ่ี ะขึ้นครองราชยได และในขณะท่ีพระองคป กครองแผนดินกวีกลาวถงึ พระเจาราเชนทรวรมันที่ 2
เปนพระเจาจักรพรรดทิ ่อี ยเู หนือพระราชาองคอนื่ ๆ พระองคปกครองอาณาจักรทําใหแผนดินมีความ

188 • จารกึ แมบ่ ุญตะวันออก 186

รุงเรือง การขยายอาณาจักรเกิดจากความสามารถดานการรบของพระองค ในหัวขอนี้จะกลาวถึง
รายละเอียดตา งๆ ทส่ี ะทอนประวัตศิ าสตรดา นการเมืองการปกครองในสมัยพระเจาราเชนทรวรมนั ท่ี
2 ดงั นี้

ประวัติและลาํ ดับวงศข องพระเจาราเชนทรวรมนั ที่ 2
เน้อื หาจารึกแมบุญตะวนั ออกโศลกท่ี 8-12 ไดกลา วถึงประวัตแิ ละสายสกุลของพระเจา

ราเชนทรวรมันที่2 วา เปนพระราชโอรสของพระเจามเหนทรวรมันผูเปนพระราชโอรสของพระเจา
แผน ดนิ ..... (bhasÆ vadvaṅßa  −  −   puradÆ híßavÆ aníßatÆ majo) ซงึ่ เปน ที่นาเสียดายที่จารึก
ทอนนี้ลบเลือนไปจึงทําใหไมทราบวาพระเจามเหนทรวรมันนั้นทรงเปนพระราชโอรสของกษัตริย
พระองคใดปกครองอยูท่ีเมืองใด ดานหนาทอนท่ีหายไปยังกลาวถึงสูริยวงศอีกดวย208 ซ่ึงตรงกับ
จารึกปราสาทแปรรูปโศลกท่ี 16 นักวิชาการทั้งหลาย เชน มาดแลน จิโต209 ไดกลาววา “เปน
เจาชายแหงแควนภวปุระต้ังอยูทางทิศใตในประเทศลาวปจจุบันซึ่งตอมาไดกลายเปนอาณาจักร
จําปาศักดิ์” และนกั วิชาการสวนมากก็เชื่อวาพระราชบิดาของพระเจาราเชนทรวรมันที่ 2 มีเชื้อสาย
กษัตรยิ ต รงกับการที่จารกึ แมบ ญุ ตะวันออกไดกลาวอางสิทธิ์ความชอบธรรมทางเช้ือสายของพระเจา
ราเชนทรวรมันที่ 2 วาพระองคเหมาะสมทจ่ี ะเปน ผปู กครองอาณาจกั รเพราะมีเชือ้ สายของกษัตริยใ น
อดีต ทรงไดรับมรดกเมืองภวปุระจากพระราชบิดาของพระองค210 เนื้อหาท่ีลบเลือนไปในจารึกแม
บญุ ตะวันออกโศลกที่ 12 กวีบันทึกชอื่ มเหนทรเทวแี ละมเหนทรวรมันผมู ีพระโอรสคือพระเจาราเชน
ทรวรมันที่ 2 ปรากฏดงั น้ี

พระนางน้ันแมเปนเพียงพระธิดาของพระเจาแผนดินผูมีอิสริยยศยิ่งใหญก็เปนดุจ
เทพธิดามีคําสดุดีที่ถูกขับกลอมหลายครั้งโดยนางฟาทั้งหลายจึงถูกขนานพระนามวา
“มเหนทรเทว”ี พระราชาพระนามวา“มเหนทรวรมัน” ผเู ปนพระโอรสของพระเจาแผนดิน
ผูเปนเจาแหงเมือง.......... หลังจากไดรับ (อภิเษกสมรส) ซ่ึงพระนางนั้นแลวไดทรงไวซึ่ง
ความย่งิ ใหญพรอมดว ยทรัพยสมบตั ิ (12)

208ตามความเหน็ ของนกั วชิ าการทง้ั หลายเหน็ ตรงกนั วา พระเจามเหนทรวรมันครองเมืองภวปุระ สวนในจารึกปราสาทแปรรูปโศลกที่

16 ชวงทายของบาทท่ี 2 กลาววาพระเจาราเชนทรวรมัน ทรงเปนผูรุงเรืองในสูริยวงศของพระราชบิดา (-piturbhaÆsvadkule

bhasÆ vatahá) ดังนั้น พระเจาราเชนทรวรมันที่ 2 จึงมีเชื้อสายกษัตริยในจันทรวงศ (โสมวงศ) ทางฝายพระราชมารดา มีเช้ือสาย

พราหมณ- กษตั รยิ ทสี่ ืบมาทางฝา ยพระราชบิดาในสูรยิ วงศ
209มาดแลน จโิ ต, ประวัติเมอื งพระนครของขอม, แปลจาก Histoire d’Angkor, แปลโดย หมอ มเจา สภุ ัทรดิศ ดิศกุล, พมิ พครงั้ ที่ 4
(กรงุ เทพฯ: มตชิ น, 2552), 25.
210หมอมเจาสภุ ทั รดิศ ดิศกุล, ประวตั เิ อเชียอาคเนย ถงึ พ.ศ.2000, 117.

จารกึ แม่บุญตะวันออก • 118879

จารึกแมบุญตะวนั ออกโศลกท่ี 8-11 แสดงขอความวาพระเจาราเชนทรวรมนั ท่ี 2 เกิด
จากวงศท่ีบริสุทธิ์ฝายพระมารดาเริ่มตนจาก “พระนางสรัสวด”ี ซ่ึงเปนพระราชนัดดา (หลานสาว)
ของพระเจาพาลาทิตยะผูครองสิริราชสมบัติที่เมืองอนินทิตปุระผูมีช่ือเสียงระบือขจรไปไกลเปน
นักรบที่เกงกาจและเปนท่ีเกรงขามแกเหลาขาศึกไดรับการยอมรับและสวามิภักด์ิจากเหลากษัตริย
ทั้งหลาย พระองคท รงสถาปนาศิวลงึ ค ณ เมือง“สวรคทวารบุรี”แมจะทรงพระนามวาพาลาทิตยะ
(พระอาทิตยท อแสงออ น) แตก ็ทรงเปน ดังพระจนั ทรเ ตม็ ดวง (จนั ทรวงศ) ทรงสืบวงศมาจากพระนาง
โสมาและเกาณฑินยะ พระนางสรัสวดีเปนสตรีผูซื่อสัตยสืบตอวงศอันบริสุทธ์ิโดยพราหมณและ
กษตั ริยไดรบั การยกยอ งวาเปน “ชคัตปาวน”ี (ผูชําระลางโลก) ผูเปนดจุ พระลักษมีองคท่ี 2 ภายหลัง
ไดแตง งานกับพระสวามีชือ่ “วศิ วรูปะ” ผูถือกําเนิดในตระกูลพราหมณซึ่งเปนผูค งแกเรียนไดรับการ
ยกยองวาเปนผูรอบรูบทสวดในคัมภีรตางๆ เน้ือหาจารึกในโศลกที่ 8 มีคําที่ตองพิจารณาคือเมือ
งอนนิ ทติ ปุระ ซง่ึ คาํ น้ีปรากฏในจารึกสดกกอกธม 2 วา

ตอ ไปนีค้ อื ประวัติสายสกุลดังกลาวซึ่งแตเดิมสกุลน้ีไดอาศยั อยูในหมูบา นศตครามเมือ
งอนนิ ทติ ปุระพระเจาแผนดินเมืองภวปุระไดพระราชทานท่ดี ินท่ีวิษัยอินทรปุระวงศว านของ
คนนนั้ ไดส รา งหมูบ านช่ือวา ภัทรโยคพิ ํานักอยูท่ีนนั่ และไดส รางพระศิวลึงคท น่ี นั่ 211

อนินทิตปุระหรือพาลาทิตยปุระเปนแควนเกาซ่ึงตามจารึกวาท่ีเมืองนี้มีผูปกครองเชื้อ
สายจันทรวงศหรือเกาณฑินยะ-โสมา อยูปลายสุดทางดานทิศตะวันออกของทะเลสาบเลยไปทาง
เหนือเปนที่ตงั้ แหงกลุมของเมืองสําคัญ เชน สมโบรไพรกุก (ปจจุบันอยูในจังหวัดกําปงธมประเทศ
กมั พชู า) และอังกอบอเรย (Angor Borei) (ปจจบุ ันอยูในจังหวัดตาแกวประเทศกัมพูชา) ซึง่ รวมอยู
กับอาณาจักรเจนละตั้งแตสมัยพระเจาอีศานวรมันตอจากกลุมพวกอนินทิตปุระทางตะวันออกของ
ทะเลสาบคือพวกศัมภูปุระ (ßambhuÆpura) ซึ่งมีความเกี่ยวดองทางเครือญาติกับอนินทิตปุระ212
เปนดินแดนที่ลุมน้ําของเหลาอธิราชผูตั้งเมืองเล็กเมืองนอยมีลักษณะคลายสหพันธรัฐของเหลา
อธริ าชในสมัยกอ นเมอื งพระนครชวงสมัยแตกแยกเปนเจนละบกเจนละนํ้า สวน ดี.จี.อี. ฮอลล213 ได
กลาววา เจาชายที่สืบเชือ้ สายเกาณฑินยะ-โสมา ทรงพระนามวาพาลาทิตยะ ไดมาต้ังรัฐอิสระอยูที่
บริเวณลุมนํ้าสตึงเสน ในตอนแรกๆ รัฐนี้นามวา “พาลาทิตยปุระ” ในสมัยตอมารูจักในนามของ

211หอสมุดแหงชาติ กรมศลิ ปากร, จารึกในประเทศไทย เลม 3 อกั ษรขอมพทุ ธศตวรรษท่ี 15-16 (กรุงเทพฯ: หอสมุดแหงชาติ กรม
ศิลปากร, 2529), 195.
212ธดิ า สาระยา, อาณาจักรเจนละ ประวัติศาสตรอ สี านโบราณ (กรุงเทพฯ: พิฆเณศพริน้ ทต ้ิง, 2546), 61, 69.
213ด.ี จี.อ.ี ฮอลล, ประวตั ิศาสตรเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต สุวรรณภมู ิ-อุษาคเนยภ าคพสิ ดาร, แปลจาก A history of South-East
Asia, ชาญวทิ ย เกษตรศริ ิ, บรรณาธกิ าร, พิมพครั้งที่ 3 (กรุงเทพฯ: มูลนิธิโตโยตา ประเทศไทย, 2549), 100.


Click to View FlipBook Version