The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวบรวมโดย
นายเชิดศักดิ์ หิรัญสิริสมบัติ
อัยการอาวุโส
สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายบริหารจัดการความรู้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kmcenter.ago1, 2021-08-02 21:21:21

รวมแนวคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด พ.ศ. 2542-2563 เรื่อง สัญญาทางปกครอง

รวบรวมโดย
นายเชิดศักดิ์ หิรัญสิริสมบัติ
อัยการอาวุโส
สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายบริหารจัดการความรู้

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสงู สุด เกี่ยวกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๓๓

การที่ผู๎ถูกฟูองคดีลาออกจาก ราชการเพื่อสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา จึงไมํอาจถือวําผู๎ถูก
ฟูองคดีประพฤติผิดสัญญา นอกจากนี้ ข๎อเท็จจริงรับฟังได๎วําภายหลังจากที่ผู๎ถูกฟูองคดีไมํได๎รับ
การเลือกตั้ง ผู๎ถูกฟูองคดี ได๎ยื่นหนังสือขอบรรจุกลับเข๎ารับราชการเม่ือวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๓
ซึ่งเป็นการขอบรรจุกลับเข๎ารับราชการเพื่อนับเวลาที่ขอกลับเข๎ารับราชการเป็นระ ยะเวลาการ
ปฏิบัติราชการชดใช๎ตามสัญญาภายในหกเดือนนับจากวันลาออกตามหลักเกณฑ์ของ
กระทรวงการคลังซึ่งคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๓๕ แตํอธิการบดีฯ
เห็นวําไมํมีอัตราวําง จึงมีคําสั่งไมํบรรจุผู๎ถูกฟูองคดีให๎กลับเข๎ารับราชการ อันเป็นเหตุให๎การขอก
ลับเข๎ารับราชการของผู๎ถูกฟูองคดีเพื่อนับเวลาที่ขอกลับเข๎ารับราชการเป็นระยะเวลาการปฏิบัติ
ราชการชดใช๎ตามสัญญาลํวงพ๎นกําหนดเวลาหกเดือนนับจากวันลาออกตามหลักเกณฑ์ของ
กระทรวงการคลังดังกลําว

จึงเห็นได๎วํา การท่ีผ๎ูถูกฟูองคดีไมํได๎รับการบรรจุกลับเข๎ารับราชการเพื่อนับเวลาที่
ขอกลับเข๎ารับราชการเป็นระยะเวลาการปฏิบัติราชการชดใช๎ตามสัญญา เกิดจากข๎อจํากัดในเรื่อง
กรอบอัตรากําลังของผู๎ฟูองคดีเอง ซึ่งข๎อจํากัดของผู๎ฟูองคดีดังกลําวเป็นเหตุผลที่ขัดแย๎งกับ
วัตถุประสงค์แหํงสัญญาระหวํางผู๎ฟูองคดีกับผู๎ถูกฟูองคดีที่ต๎องการให๎ผู๎ถูกฟูองคดีกลับมา
ดําเนินการหรือมีสํวนรํวมในการดําเนินการบริการสาธารณะ ดังน้ัน การท่ีผู๎ถูกฟูองคดีไมํได๎รับการ
บรรจุกลับเข๎ารับราชการ จึงมิได๎เกิดจากความผิดของผู๎ถูกฟูองคดี และการที่ผู๎ฟูองคดีไมํสามารถ
บรรจุผู๎ถูกฟูองคดีให๎กลับเข๎ารับราชการได๎ก็มีลักษณะเป็นการบอกปัดไมํรับชําระหนี้ เมื่อผู๎ถูกฟูอง
คดีได๎ขอปฏิบัติการชําระหนี้ตํอผู๎ฟูองคดีแล๎ว ผู๎ถูกฟูองคดีจึงมิได๎เป็นฝุายประพฤติผิดสัญญา
อยํางไรก็ตาม ผู๎ถูกฟูองคดียังมีหน๎าท่ีต๎องปฏิบัติราชการชดใช๎ตามสัญญาตํอไป ดังนั้น เมื่อปรากฏ
วําเลขาธิการสภาสถาบันราชภัฏมีคําสั่งบรรจุผู๎ถูกฟูองคดีให๎กลับเข๎ารับราชการตั้งแตํวันที่ ๒๐
กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ และตํอมาผ๎ูถูกฟูองคดีได๎เกษียณอายุราชการ ในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๖ จึง
ถือวํา ผู๎ถูกฟูองคดีได๎รับการบรรจุให๎กลับเข๎ารับราชการเพื่อนับระยะเวลาปฏิบัติราชการชดใช๎ตาม
สัญญาครบถ๎วนแล๎ว แม๎หลังเกษียณอายุราชการ ผู๎ถูกฟูองคดีจะมีระยะเวลาปฏิบัติราชการชดใช๎
ตามสัญญาคงเหลืออีกก็ตาม แตํการปฏิบัติราชการตํอไปยํอมเป็นการพ๎นวิสัยตามมาตรา ๒๑๙
วรรคหนงึ่ แหํงประมวลกฎหมายแพํงและพาณิชย์ ผู๎ถูกฟูองคดจี ึงไมํต๎องชดใช๎เงินตามสัญญาให๎แกํผ๎ู
ฟูองคดี พิพากษายกฟูอง (คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ.๔๑๙/๒๕๕๓)

1.2. ความรับผิดของผู้ค้าประกันเก่ียวกับสัญญาทุนการศึกษา

ความรับผิดของผู๎ค้ําประกันตามสัญญารับทุนการศึกษาสํวนใหญํมีการกําหนดให๎
ผู๎ค้ําประกันต๎องรับผิดอยํางลูกหนี้รํวมกับผู๎รับทุน ซึ่งปัจจุบันตามประมวลกฎหมายแพํงและ
พาณิชย์ ท่ีแก๎ไขใหมํในปัจจุบันได๎เพิ่ม มาตรา ๖๘๑/๑ ซ่ึงบัญญัติวํา “ ข๎อตกลงใดท่ีกําหนดให๎ผู๎คํ้า

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุด เกีย่ วกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๓๔

ประกันต๎องรับผิดอยํางเดียวกับลูกหนี้รํวม หรือในฐานะเป็นลูกหนี้รํวม ข๎อตกลงนั้นเป็นโมฆะ”
ดังน้ันแนวคําวินิจฉัยเดิมจึงอาจมีการเปล่ียนแปลงไป

เม่ือผ๎ูถูกฟูองคดีที่ ๒ ได๎ทําสัญญาคา้ํ ประกันผู๎ถูกฟูองคดีท่ี ๑ ในการลาไปศึกษาจึง
ต๎องผูกพันในการที่จะต๎องชําระหนี้ตามสัญญา หากผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ไมํชําระหนี้ให๎แกํหนํวยงาน
ทางปกครองคูํสัญญา และการท่ีสัญญาค้ําประกันได๎ระบุไว๎วํา ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๒ ขอรํวมรับผิดกับผู๎
ถูกฟูองคดีที่ ๑ ในฐานะลูกหนี้รํวมแล๎ว ผู๎ถูกฟูองคดี ที่ ๒ จึงไมํมีสิทธิที่จะให๎หนํวยงานทาง
ปกครองคูํสัญญาไปบังคับชําระหนี้เอาจาก ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ กํอนได๎ตามมาตรา ๖๙๑ แหํง
ประมวลกฎหมายแพํงและพาณิชย์ (คาํ พิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ.191/2552)

หมายเหตุ ปัจจุบัน ได๎มีการแก๎ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพํงและพาณิชย์ มาตรา ๖๘๑/๑ ซึ่ง
บัญญัติวํา “ ข๎อตกลงใดที่กําหนดให๎ผู๎ค้ําประกันต๎องรับผิดอยํางเดียวกับลูกหนี้รํวมหรือในฐานะ
เป็นลูกหนี้รํวม ข๎อตกลงนั้นเป็นโมฆะ” จึงทําให๎ผลของคําพิพากษานี้ในปัจจุบันอาจเปลี่ยนแปลง
ไปเพราะข๎อกาํ หนดในสัญญาดังกลําว ตามกฎหมายฉบับปัจจุบันนั้นตกเป็นโมฆะ

1.3 การบริหารสัญญาทุนการศึกษา

1.3.1 การกลับมาปฏิบัติงานเพ่ือชาระหน้ีตามสัญญา

กรณีที่ผู๎ลาศึกษาตามสัญญาของข๎าราชการที่ไปศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการ
วิจัย ณ ตํางประเทศ ได๎ขอลาปุวย และตํอมาได๎ยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการเนื่องจากเกิด
ความเครียดจากการที่สํวนราชการต๎นสังกัดไมํอนุมัติให๎ขยายระยะเวลาการลาศึกษาออกไปเพื่อ
จัดทําวิทยานิพนธ์ให๎แล๎วเสร็จ แตํสํวนราชการต๎นสังกัดกลับมีคําสั่งลงโทษไลํผู๎ลาศึกษาออกจาก
ราชการ ซึ่งตํอมาคณะอนุกรรมการ เก่ียวกับการอุทธรณ์ร๎องทุกข์ ละจรรยาบรรณ ทําหน๎าที่แทน
คณะกรรมการ ข๎าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาพิจารณาแล๎วมีมติให๎สํวนราชการต๎นสังกัด
ยกเลิกคําสั่งลงโทษไลํผู๎ลาศึกษาออกจากราชการ และสั่งให๎ผู๎ลาศึกษากลับเข๎ารับราชการ ตํอไป
แตํสํวนราชการต๎นสังกัดกลับมีคําสั่งให๎ผู๎ลาศึกษากลับเข๎ารับราชการจนถึงวันกํอนที่การลาออก
ของผู๎ลาศึกษามีผล จึงเห็นได๎วํา การที่ผ๎ูลาศึกษาไมํอาจกลับมารับราชการเพื่อปฏิบัติงานชดใช๎ตาม
สัญญา มิได๎มีสาเหตุมาจากการกระทําของผู๎ลาศึกษา และยังฟังไมํได๎วําผู๎ลาศึกษาประพฤติผิด
สัญญาโดยการไมํกลับมารับราชการประกอบกับสัญญาพิพาทมีวัตถุประสงค์หลักในการให๎ผู๎ลา
ศึกษากลับมาปฏิบัติราชการเพื่อเป็นกําลังสําคัญในการพัฒนาประเทศ สํวนข๎อกําหนดในสัญญา
เกี่ยวกับการชดใช๎คืนเงิน พร๎อมเบ้ียปรับนั้น เป็นเพียงมาตรการสําหรับทดแทนความเสียหายและ
เป็นหลักประกันในการปูองปรามมิให๎มีการกระทําผิดสัญญา โดยมิได๎ประสงค์จะแสวงประโยชน์
จากการ ผิดสัญญาดังกลําวแตํอยํางใด ดังนั้น เมื่อผู๎ลาศึกษาได๎ขอยกเลิกหนังสือลาออกจาก
ราชการและขอกลับเข๎ารับราชการตํอไป สํวนราชการต๎นสังกัดจึงต๎องดําเนินการให๎เป็นไปตาม
วัตถุประสงค์หลักและข๎อกําหนดในสัญญา โดยการสั่งให๎ผู๎ลาศึกษากลับเข๎ารับราชการพร๎อมกับ
แจ๎งให๎ผู๎ลาศึกษากลับมาปฏิบัติราชการชดใช๎ตามสัญญา ตํอไป (คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี
อ.359/2554)

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุด เกี่ยวกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๓๕

กรณีที่ผู๎ลาศึกษาตํอซึ่งทําสัญญาของข๎าราชการที่ลาไปศึกษา ในสถานศึกษาของ
รัฐโดยได๎รับเงินเดือนเต็มระหวํางลา ได๎ขอลาออกจากราชการ ในระหวํางที่ยังปฏิบัติราชการชดใช๎
ทุนไมํครบกําหนดระยะเวลาตามสัญญา อันถือเป็นการ กระทําผิดสัญญา แตํตํอมาได๎ขอกลับเข๎า
รับราชการเพื่อชดใชท๎ ุน โดยได๎รบั การบรรจุ ให๎เข๎ารับราชการเม่ือเกินหกเดือนนับแตํวันที่ออกจาก
ราชการ น้ัน การขอให๎นับเวลา ที่กลับเข๎ารับราชการใหมํเป็นการปฏิบัติราชการชดใช๎ทุน จึงเป็น
กรณีที่ผู๎ลาศึกษาตํอ ต๎องทําสัญญารับราชการชดใช๎หนี้ตามสัญญากับหนํวยงานต๎นสังกัดขึ้นใหมํ
เมื่อผู๎ลาศึกษาตํอไมํได๎ปฏิบัติให๎เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเง่ือนไขดังกลําว กรณีจึงไมํอาจขอให๎นับ
เวลาที่กลับเข๎ารับราชการใหมํ เป็นการรับราชการชดใช๎หนี้ตามสัญญาได๎ (คําพิพากษาศาล
ปกครองสูงสุดที่ อ.430/2554)

- กรณีผู๎มีอํานาจอนุมัติ ได๎อนุมัติให๎ตนเองเป็นผ๎ูได๎รับทุนการศึกษา

โดยท่ีพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ กําหนดห๎ามมิให๎
เจ๎าหน๎าที่ซ่ึงเป็นคูํกรณีเองทําการพิจารณาทางปกครองเพื่อออกคําสั่ง ทางปกครอง เนื่องจากถือ
เป็นผู๎มีสํวนได๎เสียในเรื่องที่พิจารณาและขัดตํอหลักความเป็นกลาง ดังนั้น กรณีที่นายกองค์การ
บริหารสํวนตําบล ดํารงตําแหนํงประธานกรรมการคัดเลือกผู๎รับทุนการศึกษาขององค์การบริหาร
สํวนท๎องถิ่นได๎เสนอตนเองเป็นผ๎ูรับทุนการศึกษา อันถือเป็นคํูกรณีผู๎อยํูในบังคับหรือจะอยูํในบังคับ
ของคําสั่งทางปกครอง ทําการพิจารณาหรือรํวมพิจารณาคัดเลือกผู๎รับทุนการศึกษาและลงมติ
เห็นชอบให๎ตนเองเป็นผ๎ูรับทุนการศึกษาดังกลําว จึงไมํชอบด๎วยกฎหมายเน่ืองจากขัดตํอหลักความ
เป็นกลางดังที่กลําวไว๎ข๎างต๎น อยํางไรก็ตาม แม๎จะเป็นคําสั่งทางปกครองที่ไมํชอบด๎วยกฎหมาย
แตํเมื่อยังไมํถูกเพิกถอนจึงไมํมีผลตํอความสมบูรณ์ของสัญญา รับทุนการศึกษาที่ได๎จัดทําขึ้นใน
ภายหลังสัญญารับทุนการศกึ ษาดังกลาํ วไมํเป็นโมฆะ ยังคงใช๎บังคับกับคูํสญั ญาได๎ ดังน้ัน เม่ือนายก
องค์การบริหารสวํ นตําบลซึง่ เป็น ผ๎ูรับทุนการศกึ ษาดังกลาํ วกระทําผิดสัญญาโดยการไมํลงทะเบียน
เรียนตามหลักสูตร จึงเป็นผู๎ผิดสัญญา ต๎องรับผิดชดใช๎เงินพร๎อมเบ้ียปรับตามสัญญาให๎แกํองค์การ
บริหารสํวนตําบลผ๎ูให๎ทุน (คาํ พิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ. 57/2555)

1.3.2 การชาระคืนเงินที่ได้รับไปตามสัญญา

๑) การชดใช้เงินเดือนท่ีได้รับไปในระหว่างลาศึกษาพร้อมเบี้ยปรับ

ในกรณีท่ีข๎าราชการย่ืนขออนุมัติลาศึกษาโดยไมํได๎ระบุวํา ขอลาศึกษาตํอโดยไมํรับ
เงินเดือนระหวํางลา ซึ่งปรากฏข๎อเท็จจริงวํา หนํวยงาน ทางปกครองต๎นสังกัดได๎อนุมัติให๎
ข๎าราชการดังกลําวลาศึกษาต้งั แตํวันท่ี ๒๐ กันยายน ๒๕๔๒ และได๎มีการนําเงินเดือนโอนเขา๎ บญั ชี
ธนาคารของข๎าราชการดังกลําวตั้งแตํ เดือนกันยายน ๒๕๕๒ จนถึงเดือนตุลาคม ๒๕๕๓ กรณีถือ
ได๎วําข๎าราชการดังกลําวได๎รับ อนุมัติให๎ลาศึกษาตํอโดยได๎รับเงินเดือนเต็มระหวํางลาแล๎ว แม๎จะ
ปรากฏข๎อเท็จจริงวํา ในเวลาตํอมาหนํวยงานต๎นสังกัดจะมีหนังสือลงวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๓ แจ๎ง
การอนุมัติ ให๎ข๎าราชการดังกลําวลาศึกษาตํอโดยได๎รับเงินเดือนเต็มระหวํางลาอีกครั้ง ก็เป็นเพียง
การยืนยันตามคําสั่งที่ได๎อนุมัติไว๎เดิมเทํานั้น ดังนั้น เมื่อปรากฏวําผู๎ลาศึกษาตํอดังกลําวประพฤติ

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุด เกี่ยวกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๓๖

ผิดสัญญาด๎วยการลาออกจากราชการในระหวํางที่ยังศึกษาไมํสําเร็จ ตามสัญญา จึงต๎องรับผิด
ชดใช๎เงินเดือนที่ได๎รับไปในระหวํางลาศึกษาพร๎อมเบี้ยปรับ ตามสัญญาให๎แกํหนํวยงานทาง
ปกครอง(คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ.๕๕๙/๒๕๕๖)

วัตถุสําคัญในการชําระหนี้ตามสัญญารับเงินอุดหนุน การศึกษาคือการที่ผู๎รับเงิน
อุดหนุนการศึกษาสําเรจ็ การศึกษาตามหลักสูตรทีไ่ ด๎รับ อนุมัติให๎ไปศึกษาและกลับมาปฏิบัติงานใน
หนํวยงานของผู๎ให๎เงินอุดหนุนการศึกษา ตามระยะเวลาที่กําหนดในสัญญา ดังนั้น กรณีที่ผู๎รับ
ทุนอุดหนุนการศึกษาไมํสําเร็จ การศึกษาตามสัญญา แม๎จะผํานการประเมินผลการเรียนไปแล๎ว
ครึ่งหนึ่งของจํานวนวิชา ทั้งหมด และยังคงปฏิบัติหน๎าที่ในสถาบันการศึกษาของผู๎ให๎ทุนอุดหนุน
การศึกษา ก็ไมํถือเป็นการชําระหนี้ตามสัญญาบางสํวนแตํประการใด กรณีถือเป็นการผิดสัญญารับ
เงินอุดหนุนการศึกษา ผู๎รับทุนอุดหนุนการศึกษาจึงต๎องชําระเงินที่ได๎รับไปตามสัญญา คืนให๎แกํ
หนํวยงานผู๎ให๎เงินอุดหนุนดังกลําว (คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ อ.๕๘๖/๒๕๕๖)

๒) การผิดนัด

กรณีที่หนํวยงานทางปกครองผ๎ูให๎ทุนมีหนังสือทวงถาม ให๎ผู๎รับทุนซึ่งผิดสัญญาลา
ศึกษาชดใช๎ทุนพร๎อมเบี้ยปรับตามสัญญา โดยสํงหนังสือทวงถามดังกลําวไปยังที่อยูํอันเป็นสถานท่ี
ทํางานที่ผู๎รับทุนเคยรับราชการและพักอาศัย ในบ๎านพักข๎าราชการกํอนลาออกจากราชการ แม๎
จากหลักฐานไปรษณีย์ตอบรับจะมีผู๎รับหนังสือดังกลําวไว๎แทน แตํเมื่อตํอมาหนํวยงานที่ผู๎รับทุน
เคยรับราชการอยูํข๎างต๎น ได๎สํงหนังสือทวงถามดังกลําวคืนให๎แกํไปรษณีย์ และไปรษณีย์ได๎สํง
หนังสือคืนให๎แกํหนํวยงานทางปกครองผู๎ให๎ทุนในเวลาตํอมา ที่อยูํอันเป็นสถานที่ทํางานเดิมของ
ผู๎รับทุนจึงไมํอาจถือเป็นภูมิลําเนาของผู๎รับทุนตามมาตรา ๓๘ ประกอบกับมาตรา ๔๖ แหํง
ประมวลกฎหมายแพํงและพาณิชย์ และยังถือไมํได๎วําผู๎รับทุนได๎รับหนังสือทวงถาม ให๎ชําระหนี้
แล๎ว ผ๎ูรับทุนจึงยังไมํตกเป็นผู๎ผิดนัดต๎องรับผิดชดใช๎ดอกเบี้ยตั้งแตํวันที่มีผู๎รับหนังสือทวงถาม แตํ
ต๎องถือวํา วันฟูองคดีเป็นวันที่ผู๎รับทุนได๎รับหนังสือบอกกลําว ให๎ชดใช๎ทุนพร๎อมเบี้ยปรับตาม
สัญญา

สําหรับความรับผิดตามสัญญาคํ้าประกันนั้น เมื่อตามสัญญา ค้ําประกันมี
ข๎อกําหนดให๎ผ๎คู ํ้าประกันต๎องรํวมรับผิดอยํางลูกหน้ีรํวมกับผ๎ูรับทุน ผ๎ูคํ้าประกันจึงไมํอาจยกมาตรา
๖๘๘ ประกอบกับมาตรา ๖๘๙ แหํงประมวลกฎหมายแพํงและพาณิชย์ขึ้นกลําวอ๎าง เพื่อขอให๎
หนํวยงานทางปกครองผ๎ูให๎ทุนหักเงินบําเหน็จ ของผ๎ูรับทุนกํอนเรียกให๎ผ๎ูค้ําประกันชดใช๎ทุนพร๎อม
เบ้ียปรับได๎ (คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ.๕๗๔/๒๕๕๕)

หมายเหตุ ในสํวนของข๎อกําหนดให๎ผู๎ค้ําประกันต๎องรํวมรับผิดอยํางลูกหนี้รํวมกับผู๎รับทุน นั้น
ประมวลกฎหมายแพํงและพาณิชย์ มาตรา ๖๘๑/๑ ซึ่งบัญญัติวํา “ ข๎อตกลงใดที่กําหนดให๎ผู๎ค้ํา
ประกันต๎องรับผิดอยํางเดียวกับลูกหนี้รํวม หรือในฐานะเป็นลูกหนี้รํวม ข๎อตกลงนั้นเป็นโมฆะ”
จึงทําให๎ผลของคําพิพากษานี้ในปัจจุบันอาจเปลี่ยนแปลงไปเพราะข๎อกําหนดในสัญญาดังกลําว
ตามกฎหมายฉบับปัจจุบัน นั้นตกเป็นโมฆะ

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสงู สุด เกีย่ วกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๓๗

๓) การหนีราชการโดยมิได้ลากิจให้ถูกต้อง

กรณีที่ผู๎ลาศึกษาตํอในตํางประเทศไมํได๎ลงทะเบียนเข๎ารับการศึกษาในสาขาวิชา
และสถานศึกษาตามที่สัญญากําหนด ถือเป็นการกระทําผิดวัตถุประสงค์หรือสาระสําคัญของ
สัญญา แม๎จะอ๎างวําได๎เข๎ารับการศึกษาในสถานศึกษาอื่น จนสามารถสําเร็จการศึกษาในระดับ
เดียวกันกับที่กําหนดในสัญญาได๎ก็ตาม แตํเมื่อข๎อสัญญากําหนดวํา การเข๎าศึกษาในสาขาวิชาและ
สถานศึกษาอ่ืนใดนอกจากท่ีกําหนดในสัญญาจะต๎องได๎รับอนุมัติจากรัฐมนตรีวําการกระทรวงกํอน
เมื่อไมํปรากฏข๎อเท็จจริงดังกลําว การที่ผู๎ลาศึกษาตํอจะเข๎ารับการศึกษาในสถานศึกษาอื่นตามที่
กลําวอ๎างหรือไมํ จึงไมํมีผลทําให๎กลายเป็นผู๎ประพฤติชอบตามสัญญาแตํอยํางใด

นอกจากนี้ การที่ข๎อสัญญากําหนดให๎ในระหวํางลาศึกษาตํอ ผู๎ลาศึกษาจะต๎อง
ประพฤติตนให๎เรียบร๎อย และปฏิบัติตามกฎ ข๎อบังคับ คําส่ัง ระเบียบ และแบบธรรมเนียมของทาง
ราชการ แตํปรากฏวําผู๎ลาศึกษาตํอเดินทางกลับประเทศไทย โดยมิได๎ลากิจให๎ถูกต๎องตามคําสั่ ง
ของทางราชการ และตํอมาศาลได๎มีคําพิพากษาวํา มีความผิดฐานหนีราชการให๎ลงโทษจําคุก กรณี
ถือเป็นการประพฤติผิดสัญญาเชํนเดียวกัน ผู๎ลาศึกษาตํอจึงต๎องรับผิดชดใช๎เงินเป็นจํานวน ๓ เทํา
ของเงินเดือนและคําใช๎จําย หรือคําเสียหายที่สํวนราชการต๎นสังกัดได๎จํายให๎หรือจําย แทนไปใน
การศึกษาให๎แกํ สํวนราชการต๎นสังกัด

สํวนกรณีที่ผู๎ลาศึกษาตํออ๎างวําได๎เดินทางกลับประเทศไทย เพื่อเข๎ารับราชการที่
สํวนราชการต๎นสังกัดแล๎ว การชดใช๎เงินข๎างต๎นจึงยํอมลดลงตามสํวน โดยต๎องชดใช๎เฉพาะเวลารับ
ราชการที่ยังขาดอยูํนั้น แม๎ข๎อสัญญาจะกําหนดวํา เมื่อผู๎ลาศึกษาตํอต๎องยุติการศึกษาไมํวําด๎วย
กรณีใด ๆ จะต๎องกลับมารายงานตัว และเข๎ารับราชการเป็นเวลาไมํน๎อยกวํา ๒ เทํา ของ
ระยะเวลาท่ไี ด๎รับอนุญาตให๎ลา ไปศึกษาก็ตาม แตํการยุติการศึกษากรณีดังกลําวยํอมหมายถึงกรณี
ที่ผู๎ลาศึกษาตํอ ได๎ลงทะเบียนเข๎ารับการศึกษาตรงตามสาขาวิชาและสถานศึกษาที่ได๎รับอนุญาต
จากสํวนราชการต๎นสังกัด แตํตํอมาปรากฏเหตุขัดข๎องทําให๎ไมํสามารถศึกษาให๎สําเร็จ ตํอไปได๎
โดยผู๎ลาศึกษาตํอได๎รายงานเหตุขัดข๎องดังกลําวให๎สํวนราชการต๎นสังกัด ทราบแล๎ว เม่ือกรณีน้ีผู๎ลา
ศึกษาตํอไมํได๎เข๎ารับการศึกษาในสาขาวิชาและสถานศึกษา ตามที่ได๎รับอนุญาต อันเป็นการผิด
สัญญาต้ังแตํแรก จึงไมํอาจถือวําระยะเวลาตามท่ีผู๎ลาศึกษาตํอกลําวอ๎างเป็นระยะเวลารับราชการ
ชดใช๎ตามที่กําหนดในสัญญา อันจะมีผลทําให๎การชดใช๎เงินลดลงตามสํวนได๎ (คําพิพากษาศาล
ปกครองสูงสุดท่ี อ.๑๒๖๕/๒๕๕๘)

๔) หน่วยงานไม่บรรจุให้เข้ารับตาแหน่งตามสัญญา

เมื่อหนํวยงานทางปกครองผู๎ให๎ทุนและผู๎รับทุนตกลงทํา สัญญารับทุนการศึกษา
ตํอกันตํางฝุายตํางจึงมีหน๎าที่ตามท่ีระบุไว๎ในสัญญา เม่ือข๎อสัญญากาํ หนดให๎หนํวยงานทางปกครอง
ผ๎ูให๎ทุนมีหน๎าท่ีในการบรรจุผ๎ูรับทุนเป็นพนักงานตามตาํ แหนํงและระดับเงินเดือนตามที่หนํวยงาน
ทางปกครองกําหนด แตํหนํวยงานทางปกครองมิได๎ดําเนินการดังกลําว กลับมีประกาศรับสมัคร

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุด เกี่ยวกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๓๘

บุคคลเพ่ือบรรจุและแตํงตั้งเป็นพนักงานจ๎างตามภารกิจแทน เม่ือประกาศรับสมัครบุคคลดังกลําว
ไมํอาจถือได๎วํามีวัตถุประสงค์เพ่ือบังคับหรือเจาะจงให๎ผู๎รับทุนมาสมัครเข๎ารับการคัดเลือกให๎บรรจุ
เป็นพนักงานในสังกัดของหนํวยงานทางปกครองเพื่อปฏิบัติงานชดใช๎ทุนตามสัญญา อีกทั้งไมํมี
ความแนํชัดวําหากผู๎รับทุนสมัครเข๎ารับการคัดเลือก จะเป็นผู๎ได๎รับการบรรจุและแตํงตั้งให๎เป็น
พนักงานจ๎างตามภารกิจดังกลําว นอกจากนี้ ตาํ แหนํงพนักงานจ๎างตามภารกิจข๎างต๎นมิใชํตาํ แหนํง
พนักงานสํวนตําบลตามที่กําหนดไว๎ในสัญญา การที่หนํวยงานทางปกครองไมํจัดให๎ผู๎รับทุนเข๎า
ทํางานเพื่อชําระหนี้ตามเงื่อนไขของสัญญาจึงมีผลทําให๎ผู๎รับทุนหลุดพ๎นจากความรับผิดและข๎อ
ผูกพันตามสัญญา ผู๎รับทุนจึงยํอมไมํมีหน๎าที่ชําระหนี้ตามสัญญาโดยการชําระคําเสียหายให๎แกํ
หนํวยงานทางปกครองและไมํอาจถูกบอกเลิกสัญญาอันจะมีผลทํา ให๎ต๎องคืนเงินที่รับไปทั้งหมด
ให๎แกํหนํวยงานทางปกครอง (คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๔๒๕/๒๕๖๐)

1.3.3 การนับระยะเวลาที่ผู้รับทุนไปปฏิบัติราชการในหน่วยงานทางปกครองอื่นเป็น
ระยะเวลาในการปฏิบัติราชการชดใช้ทุน

โดยที่มูลหนี้อันแท๎จริงตามวัตถุประสงค์ของสัญญาลาศึกษา คือการที่ข๎าราชการ
ผู๎ลาศึกษาหรือฝึกอบรมได๎กลับมาปฏิบัติราชการชดใช๎ให๎กับ หนํวยงานทางปกครองผู๎รับสัญญา
ดังนั้น กรณีที่ข๎าราชการผู๎ลาศึกษาได๎ทําสัญญา ลาศึกษาให๎ไว๎กับหนํวยงานทางปกครองหนึ่ง แตํ
ตํอมาได๎โอนไปรับราชการในสังกัด ของหนํวยงานทางปกครองอื่น และได๎ทําสัญญาลาศึกษากับ
หนํวยงานดังกลําว เป็นอีกฉบับ หากปรากฏตํอมาวําข๎าราชการผู๎ลาศึกษาดังกลําวได๎ลาออกจาก
ราชการ กํอนครบกําหนดระยะเวลาปฏิบัติราชการตามสัญญา หนํวยงานทางปกครองผู๎รับโอน
จึงต๎องรับไปทั้งสิทธิหน๎าที่ที่มีอยูํกับตัวข๎าราชการผู๎ลาศึกษาซึ่งโอนไปรับราชการด๎วย ดังนั้น เมื่อ
ปรากฏตํอมาวํา ข๎าราชการผู๎ลาศึกษาดังกลําวได๎ลาออกจากราชการ กํอนครบกําหนดระยะเวลา
ปฏิบัติราชการตามสัญญา ในการพิจารณาระยะเวลาชดใช๎ทุน จึงต๎องนําระยะเวลาที่ปฏิบัติ
ราชการชดใช๎แล๎วท้ังหมดรวมกัน นําไปหักลบกับระยะเวลา ที่ต๎องปฏิบัติราชการชดใช๎ตามสัญญา
แรกกํอน สํวนที่เหลือจึงนาํ ไปหักชดใช๎ กับระยะเวลาที่ต๎องปฏิบตั ิราชการชดใช๎ตามสัญญาที่เกิดขึน้
ในลําดับตํอ ๆ ไป

สํวนดอกเบี้ยท่ีผถ๎ู ูกฟูองคดีท่ี ๑ จะต๎องรับผิดน้ัน เม่ือปรากฏวํา เหตุขัดข๎องท่ีทําให๎
ผู๎ฟูองคดียังไมํได๎รับชําระหนี้เกิดจากการที่ผู๎ฟูองคดีพิจารณาและคํานวณเงิน ที่ต๎องชดใช๎ตาม
สัญญาผิดพลาดและลําช๎าเป็นเวลานานกวํา ๕ ปี นับถึงวันท่ีผ๎ูฟูองคดีมีหนังสือ แจ๎งให๎ผ๎ูถูกฟูองคดี
ท่ี ๑ นําเงินคําปรับไปชาํ ระให๎กับผ๎ูฟูองคดีตามความเห็นของกรมบัญชีกลาง ซึ่งหากให๎ผ๎ูถูกฟูองคดี
ทั้งสองต๎องรับผิดจากการกระทําของฝุายผ๎ูฟูองคดี ยํอมไมํเป็นธรรม แกํผู๎ถูกฟูองคดีทั้งสอง ดังนั้น
เมื่อปรากฏวําผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ได๎ขอปฏิบัติการการชําระหนี้ โดยชอบครั้งสุดท๎ายเมื่อวันที่ 5
สิงหาคม ๒๕๓๕ ซึ่งเป็นวันที่ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ได๎ชําระเงิน คําปรับให๎แกํผู๎ฟูองคดีตามที่ผู๎ฟูองคดี
แจ๎งให๎ชําระ ความผิดในอันที่จะต๎องชําระดอกเบี้ยตามสัญญา นับตั้งแตํวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๓๕
เป็นต๎นไป จึงเป็นอันปลดเปล้ืองไปตามมาตรา ๓๓๐ แหํงประมวลกฎหมายแพํงและพาณิชย์ ผู๎ถูก
ฟูองคดีทั้งสองจึงไมํต๎องรับผิดชดใช๎ดอกเบี้ย ของเงินจํานวนข๎างต๎นให๎แกํผู๎ฟูองคดี พิพากษาให๎ผู๎

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสงู สุด เกีย่ วกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๓๙

ถูกฟูองคดีทั้งสองรํวมกันหรือแทนกันชดใช๎เงิน จํานวน ๖,๐๕๗,๖๖๗.๖๒ เยน ให๎แกํผู๎ฟูองคดี
ท้ังน้ี เงินตราตํางประเทศหากชําระเป็นเงินไทย ให๎คํานวณเป็นเงินไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนของ
ธนาคารพาณิชย์ ณ สถานที่ และในเวลาที่ชําระหนี้ ตามคําพิพากษา หากอัตราแลกเปลี่ยนในวัน
ดังกลําวไมํมี ให๎ถือวันสุดท๎ายที่มีอัตราแลกเปลี่ยนกํอนวันที่จะชําระหนี้ตามคําพิพากษา โดยให๎
ชําระให๎แล๎วเสร็จภายใน ๙๐ วัน นับแตํวันที่ศาลมีคําพิพากษา (คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่
อ.๔๙๕/๒๕๕๗)

1.3.4 การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา

กรณีผู๎รับทุนขอให๎หนํวยงานทางปกครองผู๎ให๎ทุนแก๎ไข ข๎อสัญญาเกี่ยวกับ
ระยะเวลาการรับราชการชดใช๎ทุนเพื่อให๎สอดคล๎องกับหลักเกณฑ์ วําด๎วยการให๎ทุนข๎าราชการเพื่อ
การศึกษาของหนํวยงานทางปกครองผู๎ให๎ทุนที่มีการแก๎ไขใหมํ ซึ่งมีกําหนดระยะเวลารับราชการ
ชดใช๎ทุนที่สั้นกวําระยะเวลาตามหลักเกณฑ์เดิมนั้น แม๎สัญญาทุนดังกลําวจะมีข๎อกําหนดให๎
สามารถนําหลักเกณฑ์วําด๎วยการให๎ทุนข๎าราชการฯที่มีการแก๎ไขให มํในภายหลังมาเป็นสํวนหนึ่ง
ของสัญญาได๎ก็ตาม แตํเนื่องจากในการรับราชการชดใช๎ทุนนั้น ข๎อ 3 ของสัญญารับทุน มิได๎
กาํ หนดให๎นาํ หลักเกณฑ์ท่ีประกาศใช๎ภายหลังมาเป็นสวํ นหน่ึงของสัญญาเหมือนดังเชํนท่ีกําหนดใน
ข๎อ ๑ กรณีการให๎ทุนการศึกษา จึงต๎องถือวํา ข๎อกําหนดข๎างต๎นมีผลผูกพันเฉพาะกรณีที่ผู๎รับทุน
ยังอยูํในระหวํางเวลาที่ได๎รับอนุมัติให๎ไปศึกษาเทําน้ัน โดยไมํรวมถึงกรณีท่ีผู๎รับทุนสําเร็จการศึกษา
แล๎วและอยํูระหวํางรับราชการชดใช๎ทุนตามสัญญา ดังนั้นข๎อกําหนดในภายหลังจึงไมํมีผลผูกพัน
หนํวยงานทางปกครองผู๎ให๎ทุนการที่หนํวยงานทางปกครองผู๎ให๎ทุนไมํอนุมัติให๎ผู๎รับทุนซึ่งสําเร็จ
การศึกษาแล๎วแก๎ไขระยะเวลารับราชการชดใช๎ทุนตามสัญญา จึงชอบด๎วยกฎหมายแล๎ว (คํา
พิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ.126/2559)

1.4 การงดหรือลดเบ้ียปรับตามสัญญารับทุนการศึกษา

1.4.1 กรณีท่ีศาลเห็นว่ามีเหตุงดหรือลดเบี้ยปรับ

๑) กรณสี ัญญากาหนดเบี้ยปรับไว้สูงเกินส่วน

เมื่อวัตถุประสงค์ของการกําหนดดอกเบี้ยไว๎ในสัญญาลาศึกษาตํอ มีเพื่อเป็นการ
กําหนดคําเสียหายไว๎ลํวงหน๎า จึงเข๎าลักษณะเป็นเบี้ยปรับตามมาตรา ๓๗๕๓๗ แหํงประมวล
กฎหมายแพํงและพาณิชย์ ซึ่งหากกําหนดไว๎สูงเกินสํวนศาลยํอมใช๎ดุลพินิจลดลงเป็นจํานวน
พอสมควรได๎ โดยต๎องพิเคราะห์ถึงทางได๎เสียของเจ๎าหนี้ทุกอยํางไมํเพียงแตํทางได๎เสียในเชิง
ทรัพย์สินเทํานั้นมาประกอบในการใช๎ดุลพินิจดังกลําว เชํน การพิจารณาถึงสภาวะทางเศรษฐกิจ
อัตราดอกเบี้ยในขณะผิดสัญญากับอัตรา ดอกเบี้ยในปัจจุบัน ซึ่งตามสัญญากําหนดอัตราดอกเบี้ย
ไว๎ร๎อยละ ๑๕ ตํอปี เป็นเบี้ยปรับ ที่กําหนดไว๎สูงเกินสํวน จึงได๎กําหนดดอกเบ้ียใหมํในอัตราร๎อยละ

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสงู สุด เกีย่ วกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๔๐

๒.๕ ตํอปี ถือเป็นการพิเคราะห์ถึงทางได๎เสียของเจ๎าหนี้ทางอื่น มิใชํเพียงแตํทางได๎เสียในเชิง
ทรัพย์สิน (คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๑๘๘/๒๕4๘)

การที่เทศบาลตําบลดําเนินการคัดเลือกผู๎บริหารท๎องถิ่น เจ๎าหน๎าที่ท๎องถิ่น
พนักงานจ๎างหรือลูกจ๎างของตนให๎เป็นผู๎รับทุนการศึกษาก็เพื่อพัฒนาองค์ความรู๎ของผู๎รับทุนให๎มี
ความรู๎ สามารถปฏิบัติงานได๎อยํางมีประสิทธิภาพ อันจะยังผลให๎เทศบาลตําบลผู๎ให๎ทุนเกิดการ
พัฒนาให๎เจริญก๎าวหน๎ายิ่งขึ้น ดังน้ัน การที่ผู๎รับทุนไมํเข๎าปฏิบัติหน๎าที่ในสังกัดของเทศบาลตาํ บล
ตามข๎อผูกพันที่มีอยูํในสัญญาการรับทุน จึงยํอมสํงผลให๎เทศบาลตําบลสูญเสียบุคลากรที่ได๎สร๎าง
ขึ้นมาและสูญเสียเวลาที่จะต๎องจัดหาผู๎รับทุนรายอื่นไปศึกษาแทน อันเป็นหน๎าที่ที่จะต๎อง
ดาํ เนินการตามหลักความตํอเนื่องของการจัดทําบริการสาธารณะ ซึ่งสํงผลกระทบตํอแผนพัฒนา
บุคลากรที่ได๎กําหนดไว๎ อันเป็นความเสียหายที่ไมํอาจคํานวณเป็นเงินได๎ อยํางไรก็ตาม โดยท่ี
ปรากฏข๎อเท็จจริงวํา การที่ผู๎รับทุนลาออกก็เพื่อเข๎ารับราชการในสังกัดสํา นักงานเขตพื้นที่
การศึกษาซึ่งมีลักษณะเป็นการจัดทําบริการสาธารณะให๎กับประชาชนเชํนเดียวกัน อีกทั้ง ใน
ภายหลังผู๎รับทุนได๎ขอโอนกลับเข๎ามารับราชการในสังกัดของเทศบาลตําบล จึงเป็นข๎อบํงชี้ได๎วํา
ผู๎รับทุนมีเจตนาที่จะเยียวยาและบรรเทาความเสียหายบางสํวนที่เทศบาลตํา บลได๎รับจากการ
ประพฤติผิดสัญญาของตน เมื่อคํานึงถึงทางได๎เสียทุกอยํางของเทศบาลตําบลไมํใชํแคํเพียงทางได๎
เสียเฉพาะแตํทางทรัพย์สินเทําน้ัน เบี้ยปรับจํานวนสองเทําของเงินทุนการศึกษาจึงเป็นเบี้ยปรับท่ี
สูงเกินสํวน สมควรลดจํานวนเบี้ยปรับลงเหลือหนึ่งเทําของจํานวนเบี้ยปรับทั้งหมด (คําพิพากษา
ศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๑๕๔๖/๒๕๕๙)

๒) กรณีท่สี ัญญากาหนดเบี้ยปรับไวส้ ูงกว่าระเบียบ ก.พ.

ระเบียบ ก.พ. วําด๎วยการพัฒนาข๎าราชการพลเรือนโดยการให๎ไปศึกษา เพิ่มเติม
ในประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นระเบียบที่ฝุายบริหารออกโดยอาศัยอํานาจตาม พระราชบัญญัติ
ระเบียบข๎าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ ระเบียบดังกลําวจึงมีสถานะเป็น กฎหมายที่สํวนราชการ
ไมํอาจออกระเบียบให๎มาขัดแย๎งได๎ ดังนั้น เมื่อหนํวยงานทางปกครองนําข๎อกําหนดของระเบียบ
ภายในซึ่งกําหนดให๎ผู๎ผิดสัญญาลาศึกษาต๎องรับผิด ชดใช๎ทุนพร๎อมเบี้ยปรับจํานวนส องเทํามา
กําหนดไว๎ในสัญญา ทั้งที่ระเบียบ ก.พ. ซ่ึงเป็นระเบียบที่สํวนราชการต๎องถือปฏิบัติตามและมีผลใช๎
บังคับอยูํกํอน กําหนดให๎ผู๎ผิดสัญญาดังกลําวต๎องชดใช๎ทุนพร๎อมเบี้ยปรับเพียงหนึ่งเทํา ถือเป็น
ข๎อกําหนดที่ไมํชอบด๎วยกฎหมาย สัญญาท่ีจัดทําข้ึนโดยมขี ๎อกําหนดท่ีไมํชอบด๎วยกฎหมายดังกลําว
จึงไมํอาจใช๎ บังคับได๎ ผ๎ูลาศึกษาคงรับผิดเพียงชดใช๎ทุนพร๎อมเบ้ียปรับหน่ึงเทําให๎แกํหนํวยงานทาง
ปกครองผ๎ูให๎ทุน (คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๒๕๑/๒๕๕๐ และ ที่ อ.๒๓๓/๒๕๕๐)

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสงู สุด เกีย่ วกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๔๑

๓) กรณีที่ผู้รับทุนการศึกษาลาออกจากราชการเพื่อไปปฏิบัติราชการใน
หน่วยงานอื่น ซึ่งมีวัตถุประสงค์และภาระหน้าที่ในการสนับสนุนงานของหน่วยงานต้นสังกัด
เดิม

การท่ีผู๎รับทุนการศึกษากลับมาปฏิบัติราชการแล๎วได๎ลาออกจากราชการกํอนครบ
กําหนดระยะเวลาปฏิบัติราชการชดใช๎ทุนเพื่อไปปฏิบัติราชการ ในหนํวยงานอื่น หากปรากฏวํา
หนํวยงานแหํงใหมํน้ันมีวัตถุประสงค์และภาระหน๎าท่ี ในการสนับสนุนงานของหนํวยงานต๎นสังกัด
เดิม ถือได๎วําการลาออกดังกลําวไมํมีผลกระทบตํอภาระหน๎าที่ของหนํวยงานเดิมมากนัก จึงมีเหตุ
อันควรที่จะพิจารณาลดคําปรับแกํผู๎รับทุนได๎ โดยให๎ลดคําปรับลงคงเหลือเพียงร๎อยละ ๒๕ ของ
คําปรับที่เรียกเก็บท้ังหมด (คาํ พิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ.377/2550)

๔) กรณีท่ีหน่วยงานทางปกครองของผู้ให้ทุนมีส่วนตอ้ งร่วมรับผิดในการผิด
สัญญาของผู้รับทุน

กรณีที่ผู๎ทําสัญญารับการฝึกอบรมเป็นแพทย์เฉพาะทางวํา ภายหลังจากสําเร็จ
การศึกษาจะได๎รบั การบรรจุในตําแหนํงอาจารย์แพทย์เฉพาะทางตามโครงการดังกลําว นั้น แตํการ
ที่ผ๎ูฟูองคดีจะบรรจุหรือแตํงต้ังบุคคลหนึ่งบุคคลใดให๎รับราชการหรือดํารงตําแหนํงอาจารย์แพทย์
ได๎นั้น ผู๎ฟูองคดีก็จะต๎องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการที่กําหนดไว๎ อีกทั้ง
จะต๎องคํานึงถึงความเหมาะสม ในตําแหนํงด๎านตําง ๆ ของผ๎ูที่จะเข๎ามารับตําแหนํงอาจารย์แพทย์
เชํน ความประพฤติ ความรู๎ ความสามารถ ตลอดจนจะต๎องพิจารณาถึงกรอบอัตรากําลังหรือ
งบประมาณท่ีจะต๎องบริหาร จัดการตํอไป ดังน้ัน แม๎วําสัญญาดังกลําวจะมีวัตถุประสงค์ให๎ผู๎ที่ผําน
การฝึกอบรมแพทย์ประจําบ๎าน สาขาวิชาประสาทศัลยศาสตร์ มีสิทธิได๎รับการบรรจุเข๎ารับราชการ
ในตําแหนํงอาจารย์แพทย์ สาขาประสาทศัลยศาสตร์ก็ตาม แตํก็มิได๎หมายความวํา ผู๎ฟูองคดี
จะต๎องบรรจุผู๎ที่ผํานการฝึกอบรม ทุกคนให๎ดํารงตําแหนํงอาจารย์แพทย์สาขาประสาทศัลยศาสตร์

เม่ือข๎อเท็จจริงปรากฏวํา เหตุท่ีผู๎ฟูองคดีไมํอาจบรรจุผ๎ูถูกฟูองคดีให๎ดํารงตําแหนํง
อาจารย์แพทย์สาขาวิชาประสาทศัลยศาสตร์ได๎ เนื่องจากภายหลังจากผู๎ถูกฟูองคดีสําเร็จการ
ฝึกอบรมและรับวุฒิบัตรเป็นแพทย์ผู๎เชี่ยวชาญ เฉพาะทางสาขาประสาทศัลยแพทย์แล๎ว ใน
ภาควิชาดังกลําวมีอาจารย์แพทย์ฯ เพียงพอตํอการเรียน การสอนและการให๎บริการทางวิชาการ
แล๎ว ซึ่งคณะแพทยศาสตร์ได๎พยายามแก๎ไขปัญหาดังกลําว โดยการมีคําสั่งให๎ผู๎ถูกฟูองคดีปฏิบัติ
หน๎าที่อาจารย์ในหนํวยประสาทศัลยศาสตร์ เพื่อให๎ผู๎ถูกฟูองคดีมีสิทธิเบิกจํายเงินคําตอบแทนได๎
ตามระเบียบ ซึ่งเป็นการแก๎ไขบรรเทาปัญหา ในระดับหนึ่งอันถือวําเป็นประโยชน์แกํผู๎ถูกฟูองคดี
จึงเห็นได๎วํา การท่ีผ๎ูฟูองคดีไมํบรรจุผู๎ถูกฟูองคดีให๎ดํารงตําแหนํงอาจารย์แพทย์มีเหตุผลพอรับฟัง
ได๎ และผู๎ฟูองคดีมิได๎กระทําผิดวัตถุประสงค์ของสัญญาแตํอยํางใด ทั้งนี้ ผู๎ฟูองคดีกับผู๎ถูกฟูองคดี
ยังคงผูกพันตามวัตถุประสงค์ของสัญญา กลําวคือ หากในสาขาวิชาประสาทศัลยศาสตร์ ภาควิชา
ศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มีตําแหนํงอาจารย์แพทย์วํางลงเมื่อใด ผู๎ฟูองคดีก็มีหน๎าที่ต๎อง

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุด เกี่ยวกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๔๒

พิจารณาบรรจุผู๎ถูกฟูองคดีให๎ ดํารงตําแหนํงดังกลําวตํอไป และผู๎ถูกฟูองคดีก็มีหน๎าที่ต๎องปฏิบัติ
ราชการชดใช๎ตามสัญญา ซ่ึงข๎อ ๔ ของสัญญากําหนดวํา เมื่อผู๎ถูกฟูองคดีสําเร็จการฝึกอบรมแพทย์
ประจําบ๎านแล๎ว ผู๎ถูกฟูองคดี จะรับราชการหรือทํางานตํอไป ณ คณะแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นเวลาไมํน๎อยกวําสองเทําของเวลาที่ได๎รับการฝึกอบรมแพทย์
ประจําบ๎าน แตํปรากฏวํา ภายหลังจากสําเร็จการฝึกอบรมตามสัญญาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล๎ว
ผู๎ทําสัญญารับการฝึกอบรมดังกลําวก็ยังไมํได๎รับการบรรจุให๎เป็นอาจารย์แพทย์ในสาขาที่ได๎รับการ
ฝึกอบรม จนกระทั่งลาออกจากราชการกํอนครบกําหนดระยะเวลาปฏิบัติราชการชดใช๎ทุน กรณี
ดังกลําวถือเป็นความรับผิดของหนํวยงานทางปกครองผู๎ให๎ทุนสํวนหนึ่งด๎วย ดังนั้น เมื่อปรากฏวํา
ผู๎ทําสัญญารับการฝึกอบรมได๎ปฏิบัติราชการเป็นเวลาเกินกึ่งหนึ่งของ ระยะเวลาปฏิบัติราชการ
ชดใช๎ทั้งหมด อีกทั้งข๎อเท็จจริงยังปรากฏวํา อัตรากําลังอาจารย์ แพทย์ในสาขาวิชาที่ฝึกอบรมมี
จํานวนเพียงพอตํอการเรียนการสอน การลาออกจาก ราชการของผู๎ทําสัญญารับการฝึกอบรมจึง
มิได๎กํอให๎เกิดความเสียหายแกํหนํวยงาน ทางปกครองผ๎ูให๎ทุนจนเกินสมควร กรณีจึงมีเหตุอันควร
ให๎ศาลลดเบี้ยปรับตามสัญญา ลงเหลือครึ่งหนึ่งของจํานวนเบี้ยปรับทั้งหมด (คําพิพากษาศาล
ปกครองสูงสุดที่ อ.73/2552)

๕) กรณีท่ผี ู้รับทุนการศึกษาได้กระทาผิดวินัยอย่างรา้ ยแรงและถูกปลดออกจาก
ราชการ

แม๎วําในกรณีท่ีผู๎รับทุนการศึกษาได๎กระทําผิดวินัยอยํางร๎ายแรง และถูกปลดออก
จากราชการ อันเป็นการกระทําผิดตามสัญญารับทุนการศึกษา ซึ่งจะต๎องชดใช๎เงินทุนคืนให๎แกํ
หนํวยงานทางปกครองคูํสัญญาเป็นจํานวนเงิน ๓ เทํา ของเงินทุนที่ได๎รับมาตามข๎อ ๑๑ ของ
สัญญาท่ีพิพาทก็ตาม แตํเมื่อตามมาตรา ๗๘ แหํงพระราชบัญญัติระเบียบข๎าราชการพลเรือน พ.ศ.
๒๕๓๕ กําหนดให๎หนํวยราชการ ต๎องถือปฏิบัติตามระเบียบ ก.พ. ที่ได๎ออกใช๎บังคับ และเมื่อ ก.พ.
ได๎ออกระเบียบ ก.พ. วําด๎วยการพัฒนาข๎าราชการพลเรือน โดยการให๎ไปศึกษาเพิ่มในประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๐ ซ่ึงข๎อ ๑๐ วรรคสอง กําหนดวํา ข๎าราชการผู๎ใดไมํกลับมาปฏิบัติราชการตามสัญญา
ต๎องชดใช๎เงินเดือน ทุนที่ได๎รับระหวํางศึกษาและเงินที่ทางราชการจํายชํวยเหลือ กับให๎ใช๎เงินอีก
จํานวนหนึ่งเทํากับจํานวนเงินเดือน ทุน และเงินที่ทางราชการ จํายชํวยเหลือดังกลําวให๎เป็นเบี้ย
ปรับแกํทางราชการอีกด๎วย ฉะนั้น ข๎อ ๑๑ ของสัญญา พิพาทจึงเป็นข๎อกําหนดที่เกินจาก
ข๎อกําหนดที่กําหนดไว๎ในหลักเกณฑ์ที่ระเบียบ ก.พ. ได๎วางไว๎ อันเป็นการเลือกปฏิบัติและไมํเป็น
ธรรม สมควรนําหลักเกณฑ์ท่ีกําหนดไว๎ ในระเบียบ ก.พ. มาใช๎บังคับแทน คือผู๎รับทุนต๎องชดใช๎ทุน
ท่ีได๎รับระหวํางศึกษากับให๎ใช๎เงินอีกจํานวนหน่ึงเทํากับทุนที่จํายชํวยเหลือดังกลําวให๎เป็นเบี้ยปรับ
แกํหนํวยงานทางปกครองคํูสัญญา (คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๓๕๙/๒๕๕๒)

เมื่อเน้ือหาของสัญญาการเป็นนักศึกษากําหนดให๎ผ๎ูถูกฟูองคดี ต๎องศึกษาให๎สําเร็จ
ตามหลักสูตรท่ีกําหนดไว๎ในสัญญา และหากไมํอาจศึกษาให๎สําเร็จตามหลักสูตรได๎ไมํวําด๎วยสาเหตุ

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสงู สุด เกี่ยวกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๔๓

ของการลาออกจากการเป็นนักศึกษา หรือมีเจตนาจงใจ ละเลย ทอดทิ้ง การศึกษา หรือประพฤติ
ตนไมํสมควร จนเป็นเหตุให๎พ๎นสภาพการเป็นนักศึกษา จะต๎องรับโทษชดใช๎เงินเป็นเบี้ยปรับให๎แกํ
ผู๎ฟูองคดีซึ่งเป็น มหาวิทยาลัยของรัฐผู๎ให๎ทุน ผู๎ถูกฟูองคดีจึงยํอมต๎องทราบดีวําตนเองมีหน๎าที่ ท่ี
จะต๎องประพฤติปฏิบัติตนในฐานะที่เป็นนักศึกษาตามกฎ ระเบียบ ข๎อบังคับ และ คําสั่งตําง ๆ
ของผู๎ฟูองคดีโดยเครํงครัด และยํอมทราบดีวําการกระทําความผิดตามข๎อบังคับของผู๎ฟูองคดีจน
เป็นเหตุให๎ต๎องพ๎นจากสภาพการเป็นนักศึกษา เป็นการกระทําผิดสัญญาการเป็นนักศึกษา ซึ่งต๎อง
รับผิดชดใช๎เงินเป็นเบ้ียปรับให๎แกํ ผ๎ูฟูองคดีด๎วย ดังนั้น การที่ผู๎ถูกฟูองคดีกระทําผิดฐานลักทรัพย์
ของผู๎อื่นอันเป็นความผิดตามข๎อบังคับของผู๎ฟูองคดี เป็นเหตุให๎ถูกลบชื่อออกจากทะเบียน
นักศึกษา จึงเป็นการประพฤติตนไมํสมควรจนเป็นเหตุให๎พ๎นสภาพการเป็นนักศึกษากํอนที่จะ
สําเร็จการศึกษาตามหลักสูตร ซ่ึงต๎องรับผิดชดใช๎เงินเป็นเบ้ียปรับให๎แกํผ๎ูฟูองคดี

แตํโดยที่ผู๎ฟูองคดีเป็นสถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่มีหน๎าที่ ที่ได๎รับ
มอบหมายจากรัฐในการคัดสรรบุคคลเพื่อเข๎าศึกษาโดยใช๎งบประมาณของรัฐ ในการดําเนินการ
รวมทั้งมีหน๎าที่ในการจัดทําบริการสาธารณะด๎านการศึกษาแกํประชาชน โดยมิได๎มุํงหวังในด๎าน
ธุรกิจการค๎า ดังนั้น เมื่อการให๎ทุนการศึกษาในวิชาทันตแพทยศาสตร์ตามสัญญาเป็นการ
ดําเนินการตามหน๎าที่ที่ผู๎ฟูองคดีได๎รับมอบหมาย จากรัฐโดยงบประมาณที่รัฐจัดสรรให๎ จึงเห็นได๎
วําในเชิงทรัพย์สินแล๎ว ผู๎ฟูองคดีมิได๎รับความเสียหายจนถึงขนาดที่ไมํอาจยอมรับได๎หากมิได๎รับ
ชดใช๎เงินเบ้ียปรับเตม็ ตามสัญญา สํวนทางได๎เสียเชิงของช่ือเสียง ความเชื่อถือทสี่ ังคมมีตํอผู๎ฟูองคดี
ในฐานะที่เป็น สถานศึกษาในระดับอุดมศึกษาน้ัน เมื่อการกระทําผิดสัญญาด๎วยการกระทําผิดวินัย
นักศึกษาเป็นความประพฤติสํวนตัวและเป็นเรื่องภายใน มิได๎มีผลไปถึงบุคคลหรือสังคมภายนอก
ประกอบกับผู๎ฟูองคดีได๎ดําเนินการลงโทษด๎วยการลบชอื่ ผู๎ถูกฟูองคดีออกจากทะเบียนนักศึกษา ซ่ึง
มีผลให๎ผู๎ถูกฟูองคดีพ๎นจากสภาพการเป็นนักศึกษาแล๎ว ผู๎ฟูองคดี จึงมิได๎รับความเสียหายในด๎าน
ชื่อเสียงหรือความนําเชื่อถือแตํอยํางใด กรณีสมควร ลดเบ้ียปรับที่ผู๎ถูกฟูองคดีจะต๎องชดใช๎ให๎แกํผ๎ู
ฟูองคดีตามสัญญาลงก่ึงหน่ึง (คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.142/2554)

กรณีที่ผู๎ลาศึกษาตํอประพฤติผิดสัญญาโดยขอลาออกจากราชการ เพ่ือไปศึกษาให๎
สําเร็จตามหลักสูตรกํอนครบกําหนดระยะเวลาปฏิบัติราชการตามสัญญา เนื่องจากหนํวยงานทาง
ปกครองต๎นสังกัดไมํอนุญาตให๎ขยายระยะเวลาลาศึกษาออกไป และภายหลังจากนั้นได๎ขอบรรจุ
กลับเข๎ารับราชการตามเดิม ซึ่งหนํวยงาน ทางปกครองต๎นสังกัดก็ได๎บรรจุผ๎ูลาศึกษาตํอกลับเข๎ารับ
ราชการตามคําขอแล๎ว แม๎จะเป็น กรณีการขอบรรจุกลับเข๎ารับราชการเมื่อพ๎นกําหนดระยะเวลา
หกเดือนนับแตํวันที่ ได๎ลาออกจากราชการ อันเป็นกรณีที่ไมํอาจนับระยะเวลาการกลับเข๎ารับ
ราชการ เป็นระยะเวลาการรับราชการชดใช๎ทุนได๎ก็ตาม แตํการกลับมารับราชการในหนํวยงาน
ทางปกครองต๎นสังกัดเดิมดังกลําว ถือเป็นการชําระหนี้ตามสัญญาบางสํวนและเป็นการ บรรเทา

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสงู สุด เกี่ยวกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๔๔

ความเสียหายให๎แกํหนํวยงานทางปกครองต๎นสังกัดแล๎ว กรณีมีเหตุสมควร ที่จะลดเบี้ยปรับและ
อัตราดอกเบ้ียผิดนัดใหแ๎ กํผ๎ูลาศึกษาตํอข๎างตน๎ (คาํ พิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ. 242/2555)

การกําหนดเบ้ียปรับไว๎ในสัญญาการรับทุนรัฐบาลก็เพื่อเป็นการบังคับและลงโทษ
ผู๎รับทุนที่ไมํปฏิบัติตามสัญญาดังกลําว ดังนั้น หากปรากฏวําผู๎รับทุนได๎กลับมารายงานตัวเพื่อ
ปฏิบัติงานชดใชท๎ ุนแลว๎ แตํด๎วยปัญหาสุขภาพจิตมอี าการของโรคซึมเศร๎าซ่งึ เป็นปัญหาไมํพร๎อมจะ
ทาํ งาน กับทั้งหนํวยงานทางปกครองก็มีคําสั่งอนุญาตให๎ผู๎รับทุนพักรักษาตัวไมํต๎องปฏิบัติราชการ
ชดใช๎ทุนเป็นการชั่วคราวและไมํปรากฏวําผู๎รับทุนกลับมารับราชการเนื่องจากไปทํางานที่อื่น
พฤติการณ์ดงั กลําวจึงมีเหตุอันสมควรท่จี ะลดเบี้ยปรับลงเป็นจํานวนพอสมควรได๎ จึงให๎รับผิดชําระ
เบ้ียปรับเพียงหนึ่งเทําของจํานวนทุนรัฐบาลที่ได๎รับไป

สาํ หรับเหตุผลทศี่ าลคิดคาํ นวณเงินคําใช๎จํายเป็นเงินสกลุ ยูโรน้นั เน่ืองจากประเทศ
สหพันธสาธารณรัฐเยอรมันได๎เปลี่ยนจากเงินสกุลมาร์คเยอรมันเป็นเงินสกุลยูโร ดังนั้น การคิด
คํานวณเงินจึงต๎องเปลี่ยนมาเป็นเงินสกุลยูโร และหากชําระเป็นเงินไทยก็ให๎เปลี่ยนตามอัตรา
แลกเปลี่ยน ณ สถานที่และในเวลาที่ใช๎เงินตามความในมาตรา 196 แหํงประมวลกฎหมายแพํง
และพาณิชย์(คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ.102/2556)

6) การลาออกจากราชการระหว่างชดใช้ทุน

การที่ผ๎ูลาศึกษาจะต๎องชดใช๎ทุนตามสัญญาลาศึกษาหรือไมํ ไมํใชํสาระสําคัญของ
นิติกรรมการลาออกจากราชการ แตํเป็นภาระผูกพันตามสัญญา ลาศึกษาอันเป็นหน๎าที่ตามสัญญา
ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่ผู๎ลาศึกษาได๎รับอนุญาตให๎ลาออก จากราชการกํอนครบกําหนดระยะเวลา
ปฏิบัติราชการชดใช๎ทุน ดังนั้น กรณีที่ผู๎ลาศึกษา ได๎ขอลาออกจากราชการด๎วยใจสมัคร โดยไมํได๎
สําคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสําคัญ แหํงนิติกรรมการลาออกจากราชการ แม๎จะปรากฏวํากํอนการ
ลาออกนั้น เจ๎าหน๎าที่ ของหนํวยงานทางปกครองต๎นสังกัดได๎ให๎การรับรองวําผู๎ลาศึกษาไมํมีข๎อ
ผูกพัน ตามสัญญาลาศึกษาแล๎วก็ตาม ซึ่งการให๎คํารับรองนั้นแม๎จะถือเป็นความผิดพลาด และ
บกพรํองของหนํวยงานทางปกครองต๎นสังกัด แตํก็ไมํถึงขนาดที่ทําให๎คําสั่งอนุญาต ให๎ผู๎ลาศึกษา
ลาออกจากราชการเป็นคําสั่งที่ไมํชอบด๎วยกฎหมาย การลาออกจากราชการ ดังกลําวจึงไมํเป็น
โมฆะ

อยํางไรก็ตาม แม๎การที่ผู๎ลาศึกษาได๎ขอลาออกจากราชการ กํอนครบระยะเวลา
ปฏิบัติราชการชดใช๎ทุนจะถือเป็นกรณีประพฤติผิดสัญญา จําต๎องชดใช๎ทุนพร๎อมเบี้ยปรับตาม
สัญญาให๎แกํหนํวยงานทางปกครองผู๎ให๎ทุนก็ตาม แตํความผิดพลาดและบกพรํองอยํางสําคัญใน
การตรวจสอบภาระผูกพันของผู๎ลาศึกษาตามสัญญาของหนํวยงานทางปกครองต๎นสังกัด ถือเป็น
เหตุให๎นํามาพิจารณา ลดจํานวนเบี้ยปรับที่ผู๎ลาศึกษาจะต๎องรับผิดได๎ ซึ่งเมื่อพิเคราะห์ทางได๎เสีย

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุด เกีย่ วกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๔๕

ของคํูสัญญาท้ังสองฝุายแล๎ว เห็นควรให๎ผ๎ูลาศึกษาชําระเบ้ียปรับเพียงร๎อยละ ๒๐ ของจํานวนเบี้ยปรับ
ที่จะต๎องชดใช๎ตามสัญญา (คาํ พิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ.30/2557)

การที่ผู๎ทําสัญญาการเป็นนักศึกษามีความประสงค์จะรับราชการ จึงลาออกจาก
การปฏิบัติราชการในโรงพยาบาลของรัฐที่ทางราชการกําหนดให๎ชดใช๎ทุน กํอนครบกําหนด
ระยะเวลาตามสัญญา เนื่องจากหากครบกําหนดระยะเวลาชดใช๎ทุนแล๎ว โรงพยาบาลดังกลําวไมํมี
อัตราข๎าราชการรองรับ มีเพียงอัตราพนักงานของรัฐซึ่งมี สิทธิประโยชน์แตกตํางจากข๎าราชการ
โดยภายหลังจากได๎รับอนุญาตให๎ลาออก ผู๎ทําสัญญา การเป็นนักศึกษาได๎ไปปฏิบัติราชการที่
โรงพยาบาลของรัฐแหํงอื่นที่มีตําแหนํงข๎าราชการ รองรับในภายหน๎าจนครบกําหนดระยะเวลา
ชดใช๎ทุน จึงเห็นได๎วําแม๎โรงพยาบาล ดังกลําวจะไมํใชํโรงพยาบาลที่ทางราชการกําหนดให๎เป็น
สถานที่ชดใช๎ทุนตามสัญญา แตํการไปปฏิบัติหน๎าที่ที่โรงพยาบาลของรัฐแหํงอื่นนั้น ก็ยังถือได๎วํา
เป็นประโยชน์ ตํอทางราชการอยูํ หากจะเกิดความเสียหายก็คงเป็นเร่ืองท่ีทําให๎ประโยชน์ของทาง
ราชการ ลดลงไปจากการที่ผู๎ทําสัญญาการเป็นนักศึกษามิได๎ปฏิบัติราชการในโรงพยาบาล ที่ขาด
แคลนแพทย์หรือมีความต๎องการใช๎แพทย์ตามลําดับความจําเป็นที่ทางราชการ กําหนดไว๎เทํานั้น
การจะเรียกให๎ผ๎ูทําสัญญาการเป็นนักศึกษาซ่ึงผิดสัญญาการเป็น นักศึกษาดังกลําวรับผิดชดใช๎ทุน
เต็มจํานวนยํอมไมํเป็นธรรม เห็นสมควรให๎ลดจํานวน เบี้ยปรับลงเหลือเพียง ๑ ใน ๕ สํวน
ของจํานวนเบี้ยปรับที่จะต๎องชดใช๎ตามสัญญา (คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.166/2557)

เมื่อข๎อกําหนดตามสัญญาลาศึกษาตํอไมํได๎มีข๎อผูกมัดวํา หนํวยงานทางปกครอง
ต๎นสังกัดจะต๎องจัดทําโครงการหรือแผนงานใดไว๎เป็นการเฉพาะ เพื่อให๎ผู๎ลาศึกษาตํอกลับมาปฏิบัติ
ภายหลังจากสําเร็จการศึกษาตามสัญญา ประกอบกับ ทุนการศึกษาที่ผู๎ลาศึกษาตํอได๎รับก็เป็นทุน
จากหนํวยงานภายนอกท่ีผู๎ลาศึกษาตํอ สมัครด๎วยตนเอง ซึ่งหนํวยงานภายนอกดังกลําวก็ไมํได๎ระบุ
โครงการหรือแผนงานใด ให๎ผู๎ลาศึกษาตํอกลับมาปฏิบัติโดยชัดแจ๎งเชํนเดียวกัน การที่ภายหลัง
สําเร็จการศึกษา หนํวยงานทางปกครองต๎นสังกัดไมํได๎จัดทําโครงการหรือแผนงานไว๎รองรับผู๎ลา
ศึกษาตํอ แตํให๎ผู๎ลาศึกษาตํอปฏิบัติหน๎าที่เชํนเดียวกับเจ๎าหน๎าที่ทั่วไป เป็นเหตุให๎ผู๎ลาศึกษาตํอ
ลาออกจากราชการกํอนครบกําหนดระยะเวลาปฏิบัติราชการชดใช๎ทุน จึงถือวํา ผ๎ูลาศึกษาตํอเป็น
ฝุายผิดสัญญา ต๎องชดใช๎ทุนพร๎อมเบ้ียปรับจํานวนสองเทําตามสัญญา ให๎แกํหนํวยงานทางปกครอง
ต๎นสังกัด

อยํางไรก็ตาม โดยที่สัญญาลาศึกษาตํอมีวัตถุประสงค์ เพ่ือให๎ผู๎ลาศึกษาตํอกลับมา
ปฏิบัติราชการเพ่ือให๎ภารกิจการจัดทําบริการสาธารณะ ของหนํวยงานทางปกครองต๎นสังกัดบรรลุ
วัตถุประสงค์ ซึ่งการกําหนดจํานวนเบี้ยปรับ ไว๎สองเทําก็เพื่อเป็นการบังคับให๎ผู๎ลาศึกษาตํอต๎อง
กลับมาปฏิบัติราชการไมํให๎เกิด ความเสียหายแกํการบริการสาธารณะ ดังนั้น การที่ผู๎ลาศึกษาตํอ
ได๎กลับมาปฏิบัติ หน๎าที่ราชการในหนํวยงานต๎นสังกัดทันทีที่สําเร็จการศึกษาเป็นระยะเวลาหนึ่ง

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุด เกี่ยวกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๔๖

ถือเป็น การนําความรู๎มาใช๎ในการพัฒนาองค์กร ทําให๎เกิดประโยชน์แกํองค์กรและราชการ
บางสํวนแล๎ว กรณีจึงสมควรลดเบี้ยปรับลงเหลือเพียงร๎อยละ 10 ของจํานวนเงินเบี้ยปรับท้ังหมด

สําหรับดอกเบี้ยผิดนัดนั้น เมื่อตามสัญญากําหนดไว๎เป็นอัตรา ร๎อยละ ๑๕
คูํสัญญาจึงต๎องผูกพันกันตามข๎อกําหนดของสัญญาดังกลําว อยํางไรก็ตาม ข๎อเท็จจริง ปรากฏวํา
ในการแจ๎งหนังสือให๎ชดใช๎เงิน ผู๎ฟูองคดีได๎สํงเป็นหนังสือไปยังภูมิลําเนาของผู๎ถูกฟูองคดี ที่ ๑ แตํ
ยังไมํมีการรับหนังสือไว๎ จึงยังไมํอาจถือได๎วําผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ได๎รับหนังสือแจ๎งดังกลําว ไว๎แล๎ว
และเมื่อผู๎ฟูองคดีไมํได๎ดําเนินการสํงใหมํด๎วยวิธีอื่น จึงยังไมํอาจถือได๎วําผู๎ถูกฟูองคดีทั้งสี่ ตกเป็นผู๎
ผิดนัด ผู๎ฟูองคดีจึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยผิดนัดจากผู๎ถูกฟูองคดีทั้งสี่ได๎ตั้งแตํวันยื่นฟูองคดีจนถึงวันที่ผู๎
ถูกฟูองคดีท้ังส่ีชําระเสร็จสิ้น (คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๒๓๖/๒๕๕๕)

เม่ือสถาบันอุดมศึกษาได๎รับมอบหมายจากรัฐในการคัดสรรบุคคลเพ่ือเข๎าศึกษาใน
สาขาวิชาทันตแพทยศาสตร์ โดยใช๎งบประมาณของรัฐ ในการดําเนินการ อีกทั้งการให๎
ทุนการศึกษาในสาขาวิชาดังกลําวเป็นหน๎าที่ในการจัดทําบริการสาธารณะด๎านการศึกษาให๎แกํ
ประชาชนมิใชํการมุํงหวังผลกําไร ในเชิงธุรกิจ ดังนั้น แม๎การที่ผู๎ทําสัญญาการเป็นนักศึกษาจะ
ประพฤติผิดสัญญาด๎วยการลาออกจากการเป็นนักศึกษากํอนสําเร็จการศึกษาตามหลักสูตรที่
กําหนด แตํเมื่อในเชิงทรัพย์สินแล๎ว สถาบันอุดมศึกษาดังกลําวมิได๎รับความเสียหายจนถึงขนาดท่ี
ไมํอาจยอมรับได๎ หากมิได๎รับการชดใช๎เงินเบ้ียปรับเต็มจํานวนตามสัญญา อีกทั้ง การประพฤติผิด
สัญญาดังกลําวไมํได๎มีผลตํอชื่อเสียงและความเชื่อถือทางสังคม ของสถาบันอุดมศึกษาแตํอยํางใด
ประกอบกับผู๎ทําสัญญาการเป็นนักศึกษามีสภาพ การเป็นนักศึกษาเพียง ๙ วัน และยังไมํได๎ใช๎
งบประมาณจากสถาบันการศึกษาดังกลําว การลดจํานวนเบี้ยปรับตามสัญญาลงโดยคํานวณตาม
สํวนเฉลี่ยเป็นรายวันที่ได๎ใช๎ไปในการศึกษา จึงเหมาะสมและเป็นธรรมแล๎ว (คําพิพากษาศาล
ปกครองสูงสุดที่ อ. 38/2559)

เมื่อสัญญาอนุญาตให๎อาจารย์ประจําไปศึกษาตํอภายในประเทศ อันเป็นสัญญา
ทางปกครอง มีวัตถุประสงค์เพื่อให๎ผ๎ูลาศึกษาตํอนําความรู๎ที่ได๎ภายหลังสําเร็จการศึกษามาพัฒนา
งานสอนในสถานศกึ ษาซ่ึงเป็นการจัดทําบริการสาธารณะอยํางหนึ่งของรัฐ มูลหน้ีตามวัตถุประสงค์
ของสัญญาดังกลําวจึงได๎แกํการกลับมาปฏิบัติราชการชดใช๎ตามสัญญา โดยในการพิจารณาถึงข๎อ
ผูกพันของคูํสัญญานั้น ต๎องพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ในการจัดทําสัญญาทางปกครองดังกลําว
ประกอบกับถ๎อยคําที่ปรากฏตามสัญญาด๎วย ดังนั้น การที่ผู๎ลาศึกษาตํอขอลาออกจากหนํวยงาน
ต๎นสังกัดในระหวํางระยะเวลาที่ยังศึกษาอยูํ และหนํวยงานต๎นสังกัดมีคําสั่งอนุญาตให๎ลาออกได๎
ตามความประสงค์ แสดงให๎เห็นวํา ผู๎ลาศึกษาตํอมีเจตนาที่จะไมํเข๎าปฏิบัติหน๎าที่ในสังกัดของ
หนํวยงานต๎นสังกัดอีกตํอไป จึงถือวําผู๎ลาศึกษาตํอเป็นผู๎ผิดสัญญาดังกลําว

อยํางไรก็ตาม เมื่อปรากฏข๎อเท็จจริงวํา ในระหวํางการลาศึกษานั้นผู๎ลาศึกษา
ยังคงมาปฏิบัติงานสอนและเป็นกรรมการท่ีปรึกษางานวิจัยของนักศึกษาตามท่ีหนํวยงานต๎นสังกัด

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุด เกี่ยวกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๔๗

มอบหมายเป็นครั้งคราว ประกอบกับผู๎ลาศึกษาเป็นอาจารย์ประจําตามสัญญาจ๎างซึ่งมีการตํอ
สัญญาจ๎างเป็นระยะเวลาปีตํอปี หากสาํ เร็จการศึกษาก็ไมํอาจนาํ ความรู๎ท่ีได๎รับมาปฏิบัติงานให๎แกํ
หนํวยงานต๎นสังกัดได๎เกินกวําระยะเวลาที่กาํ หนดไว๎ในสัญญาจ๎าง ดังน้ัน เมื่อการกระทําผิดสัญญา
ดังกลําวไมํได๎กํอให๎เกิดความเสียหายหรือมีผลกระทบตํอการดําเนินการบริการสาธารณะของ
หนํวยงานต๎นสังกัดเป็นอยํางมากประกอบกับหนํวยงานต๎นสังกัดเดิมและหนํวยงานต๎นสังกัดใหมํ ก็
จัดอยูํในกลุํมมหาวิทยาลัยราชภัฏเชํนเดียวกัน อีกทั้งยังสามารถจ๎างบุคคลอื่นมาปฏิบัติงานแทนผู๎
ลาศึกษาได๎ จึงสมควรลดเบี้ยปรับตามสัญญาเหลือเพียงร๎อยละ ๑๐ ของจํานวนเงินคําจ๎างที่ผู๎ลา
ศึกษาได๎รับในระหวํางลา รวมถึงดอกเบี้ยผิดนัดที่กําหนดไว๎ในสัญญาอันถือเป็นสํวนหนึ่งของเบ้ียปรับ
ตามมาตรา ๓๗๙ แหํงประมวลกฎหมายแพํงและพาณิชย์ เห็นควรลดจากอัตราร๎อยละ ๑๕ ตํอปี
ให๎เหลือเพียงอัตราร๎อยละ ๗.๕ ตํอปี ทั้งนี้ ตามนัยมาตรา ๓๘๓ แหํงประมวลกฎหมายเดียวกัน
(คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ.๓๐๘/๒๕๖๒)

กรณีข๎าราชการกองทัพบกได๎ขอลาออกจากราชการในระหวํางท่ียังศึกษาไมํสํา เร็จ
ต า ม ส ัญ ญ า สํ า ห ร ับ ข ๎า ร า ช ก า ร ก อ ง ท ัพ บ ก ที ่เ ข ๎า ร ับ ก า ร ศ ึก ษ า แ พ ท ย ์ป ร ะ จํ า บ ๎า น ใ น ส ัง ก ัด
กระทรวงกลาโหม โดยระบุเหตุผลของการขอลาออกจากราชการดังกลําววําเพื่อไปประกอบอาชีพ
สํวนตัว จึงต๎องฟังวําขณะท่ียื่นหนังสือขอลาออกจากราชการมีเหตุผลเนื่องมาจากต๎องการออกไป
ประกอบอาชีพสํวนตัว มิใชํสาเหตุที่เกิดจากความเจ็บปุวยซึ่งกลําวอ๎างในภายหลัง ซึ่งหาก
ข๎าราชการดังกลําวเห็นวําตนเองมีอาการเจ็บปุวยอยํางรุนแรงถึงขนาดที่ไมํสามารถเข๎ารับ
การศึกษาหรือปฏิบัติราชการได๎แตํยังคงมีภาระผูกพันตามสัญญาอยูํ ตามปกติวิสัยยํอมจะต๎องใช๎
สิทธิลาปุวยตามระเบียบกองทัพบกวําด๎วยการลา ดังนั้น เมื่อตํอมาผู๎มีอํานาจได๎อนุมัติให๎
ข๎าราชการข๎างต๎นลาออกจากราชการตามที่ขอ ซึ่งเป็นการลาออกในระหวํางเข๎ารับการศึกษาตาม
สัญญา ข๎าราชการผู๎นั้นจึงตกเป็นผู๎ผิดสัญญา ต๎องชดใช๎เงินเดือน คําจ๎างและเงินเพิ่มพิเศษอื่น ๆ
ที่ทางราชการจํายให๎ในระหวํางศึกษา พร๎อมเบี้ยปรับจํานวนสามเทําตามสัญญาให๎แกํทางราชการ
โดยที่การขอลาออกกํอนสําเร็จการศึกษาตามสัญญาข๎างต๎น ทําให๎ทางราชการเสียประโยชน์จาก
การที่จะนําความรู๎และความชํานาญของข๎าราชการดังกลําวมาใช๎ในกิจการที่อยูํในอํานาจหน๎าท่ี
ดังน้ัน การที่จะต๎องชดใช๎เบ้ียปรับเป็นจํานวนสามเทําของเงินเดือน คําจ๎างและเงินเพ่ิมพิเศษอื่น ๆ
ที่ทางราชการจํายให๎ในระหวํางศึกษาทั้งหมด จึงมิใชํคําปรับที่สูงเกินสํวน (คําพิพากษาศาล
ปกครองสูงสุดท่ี อ.๓๓๕/๒๕๖๒)

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุด เกี่ยวกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๔๘

1.4.2 กรณีท่ีศาลเห็นว่าไม่มีเหตุงดหรือลดเบ้ียปรับ

๑) กรณีท่ผี ู้รับทุนลาออกจากราชการโดยไม่ครบกาหนดเวลา

การที่ผู๎รับทุนลาออกจากราชการตามโครงการเปลี่ยนเส๎นทางชีวิตเกษียณกํอน
กําหนด โดยที่ยังปฏิบัติราชการชดใช๎ทุนไมํครบกําหนดเวลาตามสัญญาลาศึกษา เมื่อโครงการ
ดังกลําวไมํได๎มีข๎อยกเว๎นให๎ผ๎ูรับทุนไมํต๎องชดใช๎ทุนใหค๎ รบตามสัญญา ผู๎รับทุนจึงยังไมํพ๎นจากความ
รับผิดที่จะต๎องชดใช๎ทุนและเบี้ยปรับให๎แกํทางราชการตามสัญญาดังกลําว และไมํใชํหน๎าที่ของ
ผ๎ูบังคับบัญชาท่ีจะต๎องแจ๎งเตือนใหเข๎าราชการผ๎ุลาออกทราบวํา การลาออกตามโครงการดังกลําว
ข๎างต๎นไมํทาํ ให๎ข๎าราชการผู๎ลาออกพ๎นจากความรับผิดตามสัญญา ผ๎ูรับทุนไมํอาจกลําวอ๎างเพื่อให๎
ตนพ๎นจากความรับผิดตามสัญญาหรือให๎ได๎ลดเบี้ยปรับวํา สํวนราชการซึ่งอนุมัติให๎ลาออกรวมทั้ง
ผู๎บังคับบัญชาของผู๎รับทุนไมํได๎แจ๎งกรณีที่ผู๎รับทุนยังต๎องรับผิดตามสัญญาให๎ทราบ (คําพิพากษา
ศาลปกครองสูงสุดท่ี อ.326/2550 และ ที่ อ. 330/2550)

๒) กรณีผู้รับทุนการศึกษามีพฤติการณ์อันเป็นการจงใจทุจริตเพื่อให้พ้นจาก
สภาพการเป็นนักศึกษา

การที่ผู๎รับทุนการศึกษาเปลี่ยนแปลงสาขาวิชาเอกโดยมิได๎รับความยินยอมจาก
สํวนราชการผ๎ูให๎ทุน ถือเป็นการจงใจทุจริตเพื่อให๎พ๎นจากสภาพการเป็นนักศึกษา ประกอบกับการ
ที่ผู๎รับทุนต๎องพ๎นสภาพจากการเป็นนักศึกษากํอนสําเร็จการศึกษา กํอให๎เกิดความเสียหายแกํ
โครงการของสํวนราชการผู๎ให๎ทุน เน่ืองจากทําให๎การผลิตบุคลากรไมํเป็นไปตามแผนงานที่กําหนด
ไว๎อันเป็นการสูญเสียทั้งทางด๎านเศรษฐกิจและนโยบายด๎านการศึกษา จึงไมํมีเหตุที่จะงดหรือลด
เบ้ียปรับให๎แกํผ๎ูรับทุน (คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๓๔๔/๒๕๔๙)

เบี้ยปรับตามสัญญาเป็นมาตรการลงโทษเพื่อปูองกันไมํให๎ลูกหนี้ทําผิดสัญญาอัน
จะทําให๎เจ๎าหนี้ได๎รับความเสียหาย ซึ่งกฎหมายให๎อํานาจแกํเจ๎าหนี้กําหนดเบี้ยปรับกรณีลูกหนี้ไมํ
ชําระหนี้ตามสัญญาได๎โดยไมํจําเป็นต๎องคํานึงถึงความเสียหายอันแท๎จริงที่เจ๎าหนี้จะได๎รับ และ
แม๎วําจะไมํได๎รับความเสียหายใดๆ เลย เจ๎าหนี้ก็มีสิทธิเรียกเบี้ยปรับที่กําหนดไว๎ได๎ต ามนัยมาตรา
๓๘๑ แหํงประมวลกฎหมายแพํงและพาณิชย์ อยํางไรก็ตาม ถ๎าเบี้ยปรับนั้นสูงเกินสํวนศาลจะ
ลดลงเป็นจํานวนพอสมควรก็ได๎ ซึ่งในการวินิจฉัยจํานวนเบี้ยปรับวําพอสมควรเพียงใดนั้น ต๎อง
พิเคราะห์ ถึงทางได๎เสียของเจ๎าหนี้ทุกอยํางอันชอบด๎วยกฎหมาย ไมํใชํเพียงทางได๎เสียในเชิง
ทรัพย์สินเทํานั้น ทั้งนี้ ตามมาตรา ๓๔๓ แหํงประมวลกฎหมายเดียวกัน เมื่อข๎อเท็จจริง ฟังได๎วํา
การกระทําของผ๎ูถูกฟูองคดีซ่งึ เป็นลกู หนี้ตามสัญญาเป็นการจงใจกระทําผิดสัญญา เม่ือข๎อเท็จจริง
ในคดีน้ีปรากฏวํา การที่ผ๎ูฟูองคดีอนุมัติให๎ผู๎ถูกฟูองคดีไปศึกษายังตํางประเทศก็เพ่ือให๎ผ๎ูถูกฟูองคดี
นําความร๎ู และประสบการณ์จากการไปศึกษามาสอนแกํนักศึกษา แตํผ๎ูถูกฟูองคดีกลับมีหนังสือขอ
ลาออกจากการเป็นนักเรียนทุนรัฐบาล โดยขอชดใช๎เป็นเงินทดแทนแกํรัฐบาล เนื่องจากมีโครงการ
ท่ีจะแตํงงานกับบุคคลซึ่งมิได๎มีสัญชาติไทยและตั้งรกรากอยูํ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา การกระทํา
ของผ๎ูถูกฟูองคดีจึงเป็นการจงใจกระทําผิดสัญญาที่จะไมํกลับเข๎าปฏิบัติราชการ ชดใช๎ทุนอีกตํอไป

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสงู สุด เกี่ยวกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๔๙

และแม๎ผู๎ถูกฟูองคดีจะอ๎างถึงสาเหตุที่ต๎องลาออกจากการรับทุน ด๎วยวําเพราะต๎องการทํางานหา
เงินมารักษาพยาบาลมารดาซึ่งปุวยเป็นโรคหลายโรค กรณี ก็ไมํอาจรับฟังเป็นเหตุให๎ลดเบี้ยปรับ
จึงไมํมีเหตุท่ีจะลดเบี้ยปรับให๎แกํผ๎ูถูกฟูองคดี (คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๘๓/๒๕๕๓)

เมื่อภายหลังการทําสัญญารับทุนการศึกษา กระทรวงสาธารณสุขได๎กําหนด
ระเบียบวําด๎วยการรับสมัครบุคคลเพื่อรับทุนเข๎าศึกษาหลักสูตรตําง ๆ ของกระทรวงสาธารณสุข
ซึ่งข๎อกําหนดของระเบียบดังกลําวกําหนดให๎ผ๎ูรับทุนต๎องปฏิบัติราชการชดใช๎ทุนเทํากับระยะเวลา
ที่ใช๎ในการศึกษา แตํตามสัญญารับทุนการศึกษากําหนดให๎ผู๎รับทุนต๎องปฏิบัติราชการชดใช๎ทุน
อยํางน๎อยไมํต่ํากวําสองเทําของเวลาที่ใช๎ในการศึกษา กรณีจึงเป็นข๎อกําหนดที่ขัดหรือแย๎งกับ
ระเบียบดังกลาํ ว เมื่อผ๎ูฟูองคดี ซึ่งเป็นหนํวยงานภายในของกระทรวงสาธารณสุขไมํแก๎ไขสัญญาให๎
เป็นไปตามระเบียบ จึงต๎องถือเอาข๎อกาํ หนดของระเบียบดังกลําวเป็นข๎อกําหนดของสัญญา โดยท่ี
เงินเบี้ยปรับตามสัญญาถือเป็นเงินคําทดแทนความเสียหายที่คูํสัญญาฝุายผู๎ฟูองคดีได๎ กําหนดไว๎
ลํวงหน๎า และการที่สัญญารับทุนการศึกษากําหนดเบี้ยปรับไว๎สูงถึงสองเทําก็เพื่อเป็นหลักประกัน
และปูองปรามมิให๎ผู๎รับทุนกระทําผิดสัญญา การที่ผู๎รับทุนปฏิบัติราชการชดใช๎ทุนไมํครบกําหนด
ระยะเวลาตามสัญญา ยํอมทําให๎ ผู๎ฟูองคดีสูญเสียงบประมาณคําใช๎จํายในการศึกษาและสูญเสีย
โอกาสท่ีจะได๎มาซึ่ง บุคลากรในการให๎บริการทางด๎านสาธารณสุขแกํประชาชน หากมีการลดเบี้ย
ปรับให๎แกํผู๎รับทุนอาจสํงผลให๎ผู๎ที่กําลังปฏิบัติราชการชดใช๎ทุนอยูํจงใจกระทําผิดสัญญา แล๎วนํา
คดีมาฟูองตํอศาลเพื่อขอให๎ศาลลดเบี้ยปรับ ซึ่งเป็นแนวทางที่ทําให๎ราชการ ได๎รับความเสียหาย
เมื่อพิเคราะห์ประโยชน์ได๎เสียของผู๎ฟูองคดีทุกอยํางแล๎วเห็นวํา จํานวนเบี้ยปรับจํานวนสองเทํา
ตามสัญญามิได๎เป็นเบ้ียปรับที่สูงเกินสํวนตามมาตรา ๓๔๓ วรรคหนึ่ง แหํงประมวลกฎหมายแพํง
และพาณิชย์ (คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ.๒๐๗/๒๕๕๓)

คําข อผํอน ชําร ะห นี้ทุนการศึกษาของผู๎รับทุนมีลักษณะเป็นคําเสนอ
ขอเปลี่ยนแปลงวิธีการชดใช๎เงิน ซึ่งจะต๎องมีการสนองรับโดยคูํสัญญาเพื่อให๎เกิดผล ผูกพันกันตาม
เจตนา ดังนั้น ในกรณีที่ผู๎รับทุนแสดงความประสงค์ขอผํอนชําระหนี้ไปยัง ผู๎ให๎ทุน แตํผู๎ให๎ทุนไมํ
อนุมัติให๎มีการผํอนชําระหนี้ดังกลําว จึงเป็นการที่ผู๎ให๎ทุนไมํได๎ แสดงเจตนาสนองรับคําเสนอขอ
ผํอนชําระเงินของผู๎รับทุน อันไมํกํอให๎เกิดผลผูกพัน ระหวํางผู๎ให๎ทุนกับผู๎รับทุน จึงไมํอาจถือวํา
ผู๎รับทุนไมํมีเจตนาผิดนัดชําระหนี้ได๎

และเมื่อพิจารณาวัตถุประสงค์ของการให๎ทุนการศึกษาที่มุํงผลิต และพัฒนา
บุคลากรให๎มีความรู๎ความสามารถเข๎ารับราชการหรือทํางานในมหาวิทยาลัย หรือหนํวยงานอื่น
ตามที่ผู๎ให๎ทุนกําหนด การที่ผู๎รับทุนศึกษาไมํสําเร็จตามสัญญา ยํอมทําให๎ผู๎ให๎ทุนสูญเสียบุคลากร
และงบประมาณคําใช๎จํายในการศึกษา สํงผลกระทบตํอแผนพัฒนาบุคลากรของผู๎ให๎ทุนตามที่ได๎
วางเปูาหมายไว๎ ดังนั้น เมื่อพิเคราะห์ถึง ทางได๎เสียของผ๎ูให๎ทุนทุกอยํางอันชอบด๎วยกฎหมาย ไมํใชํ
แตํเพียงทางได๎เสียในเชิง ทรัพย์สินเทํานั้นแล๎ว การที่สัญญารับทุนการศึกษากําหนดให๎ผู๎ประพฤติ
ผิดสัญญา ต๎องชดใช๎เงินทุนพร๎อมเบี้ยปรับอีกหนึ่งเทํา จึงเป็นคําเสียหายที่เป็นธรรมแกํผู๎รับทุนซึ่ง
ประพฤติผิดสัญญาแล๎ว (คาํ พิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.317/2554)

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสงู สุด เกี่ยวกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๕๐

ก า ร ที่ผู๎ร ับ ทุน ยื่น ใ บ ส มัค ร เ ข ๎า ทํา ง า น กับ ก า ร ไ ฟฟูา ฝ ุา ย ผ ลิต แ หํง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย
และการไฟฟูาฯ ได๎บรรจุผู๎รับทุนเป็นพนักงาน รวมทั้งการที่ผู๎รับทุน ทําสัญญารับทุนการศึกษา
ระดับปริญญาโทตํางประเทศกับการไฟฟูาฯ เป็นการปฏิบัติ ตามเงื่อนไขและข๎อผูกพันตามท่ี
กําหนดในประกาศการให๎ทุนการศึกษาระดับปริญญาโท ศึกษา ณ ตํางประเทศ ที่อนุมัติ
ทุนการศึกษาให๎แกํนิสิต นักศึกษา ที่กําลังศึกษาในระดับ ปริญญาตรีชั้นปีสุดท๎ายใน
สถาบันการศึกษาของรัฐไปศึกษาตํอระดบั ปริญญาโท ณ ตํางประเทศ ในสาขาที่กําหนด ดังน้ัน แม๎
ผู๎รับทุนจะทําสัญญาการรับทุนการศึกษา ภายหลังจากที่การไฟฟูาฯ มีคําสั่งบรรจุผู๎รับทุนเป็น
พนักงานแล๎วก็ตาม แตํก็ไมํอาจถือได๎วํา สัญญาดังกลําวเป็นสัญญาที่พนักงานของการไฟฟูาฯลา
ศึกษาตํอโดยทุนของการไฟฟูาฯ อันอยํูในบังคับของข๎อบังคับและคําสั่งของการไฟฟูาฯ ที่จะสํงผล
ให๎ระยะเวลาที่ต๎อง ปฏิบัติงานชดใช๎ทุน รวมทั้งจํานวนเบี้ยปรับลดลงจากที่กําหนดในสัญญาแตํ
อยํางใด

นอกจากน้ี เม่ือพิจารณาวัตถุประสงคใ์ นการจัดตั้งของการไฟฟูาฯ แล๎วเห็นได๎วํา มี
วัตถุประสงค์ในการผลิต จัดให๎ได๎มาจัดสํงหรือจําหนําย ซึ่งพลังงานไฟฟูาให๎แกํผู๎ใช๎ไฟฟูา อันเป็น
การจัดทําบริการสาธารณะที่จําเป็นตํอชีวิตประจําวันของประชาชนทั่วไป การที่การไฟฟูาฯ
ดําเนินการประกาศโครงการใหท๎ ุนการศึกษาและสัญญากับผู๎รับทุน ก็เพ่ือจัดหาบุคลากรท่ีมีความรู๎
ความสามารถมาปฏิบัติงาน ให๎เป็นไปตามวัตถุประสงค์ดังกลําว และเป็นการเตรียมรับการพัฒนา
ทางเทคโนโลยี และสร๎างบุคลากรรองรับสําหรับตําแหนํงบริหารในอนาคต การที่ผู๎รับทุนไมํยอม
ปฏิบัติงานชดใช๎ทุนให๎ครบตามระยะเวลาที่กําหนดในสัญญา จึงทําให๎การไฟฟูาฯ สูญเสียบุคลากร
ที่ได๎สร๎างขึ้นมาและสูญเสียเวลาที่จะต๎องจัดหาผู๎รับทุนรายอื่นไปศึกษาแทน อันสํงผลกระทบตํอ
แผนพัฒนาบุคลากรที่ได๎วางเปูาหมายไว๎ ซึ่งเป็นความเสียหายที่ไมํอาจคํานวณเป็นเงินได๎ การที่
สัญญามีข๎อกําหนดให๎ผู๎รบั ทุนต๎องปฏิบัตงิ านชดใช๎ทุน เป็นระยะเวลา ๓ เทํา ของระยะเวลาท่ีลาไป
ศึกษา และหากผิดสัญญาต๎องชดใช๎เบี้ยปรับ จํานวน ๒ เทํา จึงมิได๎เป็นการกําหนดระยะเวลา
ปฏิบัติงานชดใช๎ทุนและเบ้ียปรับท่ีสูงเกินสํวน(คาํ พิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ.533/2554)

การกําหนดเบ้ียปรับเป็นคําสินไหมทดแทนความเสียหาย ไว๎ลํวงหน๎าในอัตราที่สูง
ในสัญญารับทุนการศึกษาอันเป็นสัญญาทางปกครอง ถือเป็น มาตรการอยํางหนึ่งเพื่อบรรลุ
วัตถุประสงค์ของสัญญาที่ต๎องการให๎ผู๎รับทุนนําความรู๎ และความชํานาญที่ได๎รับจากการศึกษามา
รับราชการให๎เกิดประโยชน์แกํประเทศชาติ อันเป็นประโยชน์สาธารณะ เบี้ยปรับจึงเป็นการปูอง
ปรามมิให๎คูํสัญญาปฏิบัติผิดสัญญา ไมํยอมเข๎ารับราชการหรือรับราชการไมํครบระยะเวลาตาม
สัญญา ดังนั้น เม่ือปรากฏวํา ผ๎ูรับทุนได๎ลาออกจากราชการในขณะที่ยังปฏิบัติราชการชดใช๎ทุนไมํ
ครบกําหนด ระยะเวลาตามสัญญา ด๎วยเหตุผลเพื่อประโยชน์สํวนตัว เป็นเหตุให๎ห นํวยงานทาง
ปกครอง ผู๎ให๎ทุนต๎องสูญเสียงบประมาณใช๎จํายในการศึกษาของผู๎รับทุนและสูญเสียเวลา ในการ
จัดหาผู๎รับทุนรายอื่นไปศึกษาแทน ซึ่งสํงผลกระทบตํอแผนพัฒนาบุคลากร ของหนํวยงานทาง
ปกครองผู๎ให๎ทุน เบี้ยปรับจํานวนสองเทําที่กําหนดไว๎ในสัญญา กรณีผู๎รับทุนประพฤติผิดสัญญา
จึงไมํใชํเบ้ียปรับที่สูงเกินสํวน (คาํ พิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ.880/2556)

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสงู สุด เกี่ยวกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๕๑

การกําหนดคําปรับหรือเบี้ยปรับในสัญญาให๎ทุนการศึกษา ซึ่งเป็นสัญญาทาง
ปกครองนั้น มีเจตนาเพื่อบังคับให๎ผู๎รับทุนการศึกษาตั้งใจศึกษาจนสําเร็จการศึกษา และเข๎า
ปฏิบัติงานในหนํวยงานราชการตามที่หนํวยงานทางปกครองผู๎ให๎ทุนกําหนด โดยถือเป็นสํวนหนึ่ง
ของคําทดแทนความเสียหายท่ีกําหนดไว๎ลํวงหน๎าเพื่อเป็น หลักประกันและปูองปรามมิให๎คูํสัญญา
กระทําผิดสัญญา และเป็นความเสยี หาย ท่ีกําหนดไว๎ในสัญญาท่ศี าลจะลดลงเป็นจํานวนพอสมควร
ได๎โดยพิเคราะห์ถึงทางได๎เสีย ของคูํสัญญาฝุายที่เสียหายทุกอยํางอันชอบด๎วยกฎหมาย ไมํใชํแตํ
เพียงทางได๎เสีย ในเชิงทรัพย์สินเทํานั้น เมื่อการกระทําผิดสัญญารับทุนการศึกษาเกิดจาก
พฤติการณ์ ของผู๎รับทุนที่ไมํอาจสําเร็จการศึกษาได๎ตามหลักสูตรที่รับทุนโดยเป็นผลมาจากการ
กระทํา และการประพฤตขิ องผู๎รับทุนเอง หากศาลลดเบ้ียปรับลงยํอมเป็นการสํงเสริมให๎ผ๎ูรับทุน ท่ี
กําลังศึกษาอยํูไมํสนใจในการศึกษา และมีเจตนากระทําผิดสัญญาแล๎วรอให๎ศาล ลดเบ้ียปรับ ซึ่งไมํ
เป็นแนวทางที่ราชการประสงค์ให๎เกิดขึ้น อีกทั้ง จํานวนเบี้ยปรับ ตามสัญญาที่กําหนดไว๎เป็น
จํานวนสองเทําของจํานวนเงินที่ผ๎ูรับทุนได๎รับไปในระหวําง การศึกษาไมํเป็นเบ้ียปรับท่ีสูงเกินสํวน
จึงไมํมีเหตุท่ีศาลจะลดเบ้ียปรับให๎แกํผ๎ูรับทุน (คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ.44/2557)

เมื่อการที่องค์การบริหารสํวนตําบลเปิดโอกาสให๎พนักงานจ๎าง ตําแหนํงผู๎ชํวยครู
ดูแลเด็กอนุบาลและปฐมวัย รับทุนการศึกษาในระดับปริญญาตรี หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขา
การศึกษาปฐมวัย ก็เพื่อวัตถุประสงค์ในการสํงเสริม และสนับสนุนให๎พนักงานจ๎างดังกลําวได๎
พัฒนาตนเอง เพื่อนําความรู๎และประสบการณ์ ในการศึกษากลับมาพัฒนาการเรียนการสอนให๎เกิด
ประโยชน์แกํนักเรียนและสังคมตํอไป ดังนั้น การที่พนักงานจ๎างผู๎รับทุนดังกลําวได๎ขอลาออกจาก
ราชการในระหวําง รับทุนการศึกษาเพื่อไปประกอบธุรกิจสํวนตัว นอกจากจะสํงผลให๎องค์การ
บริหาร สํวนตําบลต๎องสูญเสียงบประมาณที่ได๎จํายเป็นเงินทุนการศึกษาแล๎ว ยังสูญเสียโอกาส ท่ี
จะได๎มาซึ่งบุคลากรที่มีความรู๎ความสามารถเป็นกําลังสําคัญสําหรับพัฒนาองค์กร ตํอไปด๎วย
ประกอบกับหากศาลใช๎ดุลพินิจลดเบี้ยปรับตามสัญญาให๎แกํพนักงานจ๎าง ผู๎รับทุนดังกลําว อาจ
สํงผลให๎ผู๎ที่อยูํในระหวํางรับทุนการศึกษาหรือกําลังปฏิบัติราชการ ชดใช๎ทุนแกํทางราชการจงใจ
กระทําผิดสัญญา แล๎วนําคดีมาฟูองเพื่อขอให๎ศาลลดจํานวน เบี้ยปรับลงได๎ ซึ่งเป็นแนวทางท่ีทําให๎
ทางราชการได๎รับความเสียหาย อีกทั้ง ข๎อเท็จจริง รับฟังได๎วําพนักงานจ๎างผ๎ูรับทุนได๎ทําหนังสือรับ
สภาพหนี้ยอมรับผิดเป็นจํานวนเงินทุน พร๎อมเบี้ยปรับจํานวนสองเทําตามสัญญาแล๎ว กรณีจึงไมํมี
เหตุท่ีศาลจะลดจํานวนเบ้ียปรับลงแตํอยํางใด (คาํ พิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ.1416/2558)

๓) กรณีท่ผี ู้รับทุนอ้างสาเหตุท่ีทาให้ไมส่ ามารถสาเร็จการศึกษาตามหลักสูตรที่
รับทุนได้วา่ เป็นเพราะมีอาการเจ็บป่วย

กรณีที่ผู๎รับทุนอ๎างสาเหตุท่ีทําให๎ไมํสามารถสําเร็จการศึกษาตามหลักสูตรที่รับทุน

ได๎วําเป็นเพราะมีอาการเจ็บปุวย และตํอมาได๎เสียชีวิตลง น้ัน เม่ือข๎อเท็จจริงรับฟังได๎วํา ภายหลัง
สิ้นสุดปีการศึกษาแรกของการรับทุนตามสัญญา ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ได๎พ๎นสภาพการเป็นนักศึกษา
เนื่องจากคําระดับข้ันเฉลี่ยสะสมต่ํากวําเกณฑ์ ซ่ึงเม่ือผู๎ฟูองคดีมีหนังสือเรียกให๎ผ๎ูถูกฟูองคดีท้ังสอง

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุด เกี่ยวกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๕๒

ชดใช๎เงินตามสัญญา ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ จึงได๎มีหนังสือชี้แจงวํา เหตุที่ไมํอาจศึกษาได๎สําเร็จตาม
หลักสูตรที่รับทุนเนื่องจากมีอาการเจ็บปุวยจนถึงขนาดไมํสามารถเข๎ารับการศึกษาได๎ ไมํได๎จงใจ
หลีกเลี่ยงละเลย หรือทอดท้งิ แตํอยํางใด พร๎อมท้ังยินยอมรับผิดชดใช๎เงินท่ีได๎รับเป็นคําลงทะเบียน
ศึกษาเป็นเงิน ๓๓,๐๐๐ บาท คืนให๎แกํผ๎ูฟูองคดี แตํของดคําปรับ จึงเห็นได๎วํา การมีหนังสือชี้แจง
ดังกลําวเป็นการอ๎างเหตุตํอเมื่อผู๎ฟูองคดีมีหนังสือเรียกให๎รับผิด และเป็นเวลาภายหลังจากพ๎น
สภาพการเป็นนักศึกษามาแล๎วนานกวํา ๔ ปี ประกอบกับข๎อเท็จจริงเกี่ยวกับความเจ็บปุวยของผ๎ู
ถูกฟูองคดีที่ ๑ ตามหลักฐานการเข๎ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ซึ่งคํูกรณีท่ีเข๎าแทนที่ผู๎ถูกฟูอง
คดีที่ ๑ ได๎นํามายื่นตํอศาล ปรากฏวํา ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ เริ่มมีอาการปุวยที่ต๎องเข๎ารับการรักษา
อยํางตํอเนื่องจนเป็นสาเหตุให๎เสียชีวิตเริ่มตั้งแตํเดือนธันวาคม ๒๕๕๒ อันเป็นเวลาหลังจากพ๎น
สภาพการเป็นนักศึกษาแล๎วกวํา ๒ ปี เมื่อการกลําวอ๎างเหตุดังกลําวมีขึ้นภายหลังจากท่ี
หนํวยงานทางปกครองผู๎ให๎ทุนมีหนังสือเรียกให๎รับผิดชดใช๎ทุน และเป็นเวลาภายหลังจากพ๎น
สภาพการเป็นนักศึกษามาแล๎วเป็นเวลานานกวํา ๔ ปี อีกทั้งข๎อเท็จจริงเกี่ยวกับความเจ็บปุวย
ดังกลําวปรากฏตามหลักฐานการเข๎ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลพบวํา ผ๎ูรับทุนเร่ิมมีอาการปุวย
ท่ีต๎องเข๎ารับการรักษาอยํางตํอเนื่องเป็นเวลาภายหลังจากผู๎รับทุนพ๎นจากสภาพการเป็นนักศึกษา
แล๎วกวํา ๒ ปี และอีกหลายปีตํอมาจึงเสียชีวิตด๎วยสาเหตุสมองขาดเลือดประกอบกับในระหวําง
การรักษา แพทย์ผู๎ทําการรักษายังออกใบรับรองแพทย์ให๎แกํผู๎รับทุนเพื่อทําการศึกษาตํอ จึงเป็น
กรณีที่ข๎อเท็จจริงยังไมํเพียงพอที่จะแสดงให๎เห็นวํา การที่ผู๎รับทุนไมํอาจศึกษาได๎สําเร็จตาม
หลักสูตรที่รับทุน มีสาเหตุโดยตรงมาจากอาการปุวยในระหวํางศึกษา กรณีจึงไมํมีเหตุที่จะลดหรือ
งดเบ้ียปรับตามสัญญาให๎แกํผู๎รับทุน (คาํ พิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ.๒๗/๒๕๖๑)

๔) การโอนย้ายไปรบั ราชการที่หน่วยงานอ่ืน

เมื่อตามสัญญารับทุนองค์การบริหารสํวนตําบลประกอบกับประกาศกระทรวง
มหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์วําด๎วยการตั้งงบประมาณเพ่ือให๎ทุนการศึกษาขององค์กรปกครองสํวน
ท๎องถิ่น (ฉบับที่ ๒) ลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๘ กําหนดให๎การนับระยะเวลาปฏิบัติราชการ
ตํอเนื่องจะต๎องมีเหตุจําเป็นต๎องโอนย๎ายไปปฏิบัติหน๎าท่ีท่ีองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่นอื่น หรือกรม
สํงเสริมการปกครองท๎องถิ่น ซึ่งเป็นหนํวยงานองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่นเหมือนกัน จึงจะนับ
ระยะเวลาปฏิบัติราชการตํอเนื่องกันได๎ ดังนั้น เมื่อในระหวํางปฏิบัติราชการชดใช๎ทุนผู๎รับทุนได๎
โอน (ย๎าย) ไปปฏิบัติราชการทอ่ี งค์การบริหารสํวนตาํ บลอ่นื จึงไมํถือวําเป็นการผิดสัญญารับทุนแตํ
การที่ตํอมาผู๎รับทุนได๎โอน (ย๎าย) ไปรับราชการในตําแหนํงปลัดอําเภอ (เจ๎าพนักงานปกครอง
ปฏิบัติการ) แม๎จะเป็นหนํวยงานที่สังกัดกระทรวงมหาดไทยเชํนเดียวกัน แตํเมื่อกรมการปกครอง
เป็นราชการสํวนภูมิภาคตามการแบํงสํวนราชการ มิใชํราชการสวํ นท๎องถ่ิน จึงไมํอาจนับระยะเวลา

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสงู สุด เกีย่ วกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๕๓

ที่ผู๎รับทุนปฏิบัติราชการที่องค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่นรวมกับระยะเวลาปฏิบัติราชการที่กรมการ
ปกครองได๎ กรณีจึงไมํมีเหตุที่จะลดหยํอนจํานวนเงินที่ผู๎รับทุนต๎องชําระคืนให๎แกํองค์การบริหาร
สํวนตาํ บลหรือมีเหตุเปลี่ยนเง่ือนไขการชดใช๎ทุนการศึกษาแตํอยํางใด

นอกจากนี้ เม่ือในขณะท่ีผ๎ูรับทุนทําสัญญารับทุนกับองค์การบริหารสํวนตําบล ยัง
ไมํได๎มีการทักท๎วงจากสํานักงานการตรวจเงินแผํนดินวําประกาศกระทร วงมหาดไทยข๎างต๎นออก
โดยไมํชอบ และยังไมํมีการกลําวอา๎ งโมฆะกรรมของสัญญาองค์การบริหารสวํ นตาํ บลจึงมีอํานาจใน
การทําสัญญากับผู๎รับทุน สัญญาระหวํางองค์การบริหารสํวนตําบลกับผู๎รับทุนจึงเป็นสัญญาที่
สมบูรณ์สามารถใช๎บังคับระหวํางกันได๎ แม๎ตํอมาสํานักงานการตรวจเงินแผํนดินจะทักท๎วงวํา
ประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกลําวไมํชอบก็ตาม แตํก็เป็นเรื่องที่กระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็น
หนํวยงานของรัฐต๎องรับผิดชอบตํอการใช๎จํายงบประมาณของหนํวยงานให๎เป็นไปตามที่กฎหมาย
กําหนดซึ่งเป็นกระบวนการภายในของหนํวยงานของรัฐ ไมํเก่ียวกับสัญญารับทุนการศึกษาท่ีพิพาท
ประกอบกับผู๎รับทุนได๎ใช๎ประโยชน์จากการรับทุนดังกลําวไปแล๎ว กรณี จึงไมํเป็นเหตุให๎ลดหยํอน
เงินทุนท่ีผ๎ูรับทุนจะต๎องชําระคืนให๎แกํองค์การบริหารสํวนตาํ บลเชํนเดียวกัน

อยํางไรก็ตาม เม่ือปรากฏวําผู๎รับทุนไมํได๎ใช๎สิทธิลาศึกษาตามสัญญารับทุนพิพาท
แตํใช๎เวลาศึกษาเฉพาะวันหยุดราชการ (เสาร์-อาทิตย์) องค์การบริหารสํวนตําบลจึงไมํได๎เสีย
อัตรากําลังเจ๎าหน๎าที่หรือต๎องจัดเจ๎าหน๎าที่อื่นมาปฏิบัติหน๎าที่แทนผู๎รับทุน องค์การบริหารสํวน
ตําบลจึงยังคงได๎ประโยชน์จากการปฏิบัติหน๎าที่ของผู๎รับทุนในระหวํางปฏิบัติหน๎าที่อยูํที่องค์การ
บริหารสํวนตาํ บล แตํเมื่อผ๎ูรับทุน โอน (ย๎าย) ไปปฏิบัติหน๎าท่ีในตําแหนํงปลัดอําเภอ (เจ๎าพนักงาน
ปกครองปฏิบัติการ)สังกัดกรมการปกครอง จึงเป็นการที่ผู๎รับทุนปฏิบัติผิดสัญญาต๎องรับผิดชดใช๎
ทุนพร๎อมเบี้ยปรับตามสญั ญา แตํเห็นควรลดจํานวนเบี้ยปรับที่ผู๎รับทุนจะต๎องรับผิดลงเหลือจํานวน
๐.๕ เทํา (คาํ พิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ.๕๑๕/๒๕๖๑)

1.5. การเลิกสัญญา

กรณีที่ข๎อสัญญารับทุนการศึกษาด๎วยเงินงบประมาณขององค์กรปกครองสํวน
ท๎องถิ่นกําหนดเงื่อนไขในการใช๎สิทธิบอกเลิกสัญญาขององค์กรปกครอง สํวนท๎องถิ่นวํา หาก
องค์กรปกครองสํวนท๎องถ่ินพิจารณาแล๎วเห็นวํา ผู๎รับทุนไมํมีทางที่จะสําเร็จการศึกษาภายในเวลา
ที่กําหนด หรือมีเหตุอันไมํสมควรให๎ผู๎รับทุนศึกษาตํอไป ไมํวําด๎วยเหตุใด ๆ องค์กรปกครองสํวน
ท๎องถิ่นมีอํานาจส่ังให๎ผ๎ูรับทุนยุติหรือเลิก การศึกษาได๎ นั้น เหตุอันไมํสมควรดังกลําวต๎องเป็นเหตุ
อันเกี่ยวกับการที่ผู๎รับทุน ไมํปฏิบัติตามระเบียบข๎อบังคับ หรือคําสั่งขององค์กรปกครองสํวน
ท๎องถิ่นที่ได๎กําหนดขึ้น หรือได๎สั่งการในเรื่องที่เกี่ยวกับการควบคุมการศึกษา ความประพฤติใน
การศึกษา หรือ การใช๎จํายเงินทุนการศึกษาของผู๎รับทุนเทําน้ัน โดยองค์กรปกครองสํวนท๎องถ่ินไมํ
อาจ นําเหตุอื่นนอกเหนือจากที่กําหนดไว๎ยกขึ้นเป็นเหตุในการบอกเลิกสัญญาได๎ การที่องค์กร
ปกครองสํวนท๎องถิ่นอ๎างเหตุผลเก่ียวกับความประพฤติสํวนตัวของผู๎รับทุน อันเกี่ยวกับการปฏิบัติ
หน๎าท่ีในฐานะสมาชิกสภาท๎องถิ่นมาเป็นเหตุในการยกเลิกสัญญา รับทุนการศึกษา โดยมิใชํความ

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุด เกีย่ วกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๕๔

ประพฤติอันเก่ียวกับการศึกษา ท้ังที่มหาวิทยาลัยท่ีผ๎ูรับทุนศึกษาอยูํได๎ รับรองความประพฤติและ
ผลการเรียนของผู๎รับทุน จึงเป็นการยกเลิก สัญญารับทุนการศึกษาโดยไมํมีเหตุผลและไมํมีนาํ้ หนัก
เพียงพอ คําสั่งขององค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่นที่ยกเลิกสัญญาให๎ทุนการศึกษาของผู๎รับทุนจึงไมํ
ชอบด๎วยกฎหมาย (คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ.๖๔๑/๒๕๕๔)

ข๎อสัญญาการรับทุนอุดหนุนการศึกษาที่กําหนดวํา เมื่อสําเร็จการศึกษาตาม
สัญญาแล๎วผ๎ูรับทุนต๎องยินยอมเข๎ารับราชการหรือทํางานในหนํวยงาน ของผู๎ให๎ทุนหรือหนํวยงาน
อื่นตามที่ผู๎ให๎ทุนกําหนด เป็นเพียงข๎อสัญญาที่แสดงให๎เห็นถึง สิทธิของผู๎ให๎ทุนที่จะพิจารณารับ
หรือไมํรับผู๎รับทุนเข๎าทํางานในหนํวยงานข๎างต๎น หรือไมํก็ได๎ การไมํรับผู๎รับทุนเข๎าทํางานใน
ตําแหนํงอาจารย์ตามที่ผู๎รับทุนร๎องขอ จึงไมํเป็นการผิดสัญญา อยํางไรก็ตาม การที่ผู๎รับทุนได๎ไป
รายงานตัวเพ่ือขอรับการบรรจุเป็นพนักงานตําแหนํงอาจารย์ในหนํวยงานของผ๎ูให๎ทุนภายหลังจาก
สําเร็จการศึกษาแล๎ว แตํผู๎ให๎ทุนไมํรับผู๎รับทุนเข๎าเป็นพนักงานด๎วยเหตุเกี่ยวกับผลการศึกษา ถือ
เป็นกรณีที่ ผู๎รับทุนขอปฏิบัติการชําระหนี้ตามสัญญาแล๎ว แตํผู๎ให๎ทุนไมํจัดให๎ผู๎รับทุนในฐานะ
ลูกหน้ี เข๎าทํางานเพื่อชําระหน้ีตามเงื่อนไขของสญั ญา ยํอมมีผลทําให๎ผู๎รบั ทุนหลุดพ๎นจาก ความรับ
ผิดและข๎อผูกพันตามสัญญาดังกลําว อันเป็นกรณีสัญญาเลิกกันโดยปริยาย คูํสัญญาแตํละฝุาย
จําต๎องให๎อีกฝุายหนึ่งได๎กลับคืนสูํฐานะเดิม โดยแตํละฝุายจะเรียกร๎องคําเสียหายจากกันไมํได๎
(คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.639/2555)

1.6. ระยะเวลาการฟ้องคดีเกี่ยวกับสัญญารับทุนการศึกษา
เนื่องจากสัญญาท่ีเก่ยี วกับการรับทุนการศึกษาหรือสัญญาลาศึกษาตํอเป็น

สัญญา ทางปกครองอีกประเภทหนึ่งที่มีประเด็นข๎อพิพาทคํอนข๎างหลากหลาย และศาลได๎มีแนว
คําวินิจฉัย เกี่ยวกับระยะเวลาในกรณีตํางๆ ที่นําสนใจหลายกรณี จึงได๎แยกนําเสนอไว๎เป็นอีก
หัวข๎อหน่งึ ตํางหาก โดยอาจจําแนกคําวินิจฉัยเกยี่ วกับระยะเวลาการฟูองคดีตามสัญญาดงั กลําวใน
กรณี ตํางๆ ได๎ ดังน้ี

1.6.1 กรณีที่ผู้รับทุนการศึกษา ไม่สาเร็จการศึกษาหรือยกเลิกการขอรับทุนการศึกษา

๑) การนับระยะเวลาการฟ้องคดีกรณีที่ผู้ให้ทุนฟ้องเรียกให้ผู้รับทุนชดใช้ทุนคืน
แก่ทางราชการอันเนื่องมาจากผู้รับทุนไม่สามารถที่จะพัฒนาภาษาอังกฤษตามเกณฑ์ ท่ี
สานักงาน ก.พ. กาหนดในการเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศได้ ถือว่าผู้ให้ทุนรู้หรือควรรู้ถึง
เหตุแห่งการฟ้องคดีในวันที่บอกเลิกสัญญารับทุน

การที่ผู๎ถูกฟูองคดีซึ่งเป็นผู๎รับทุนตามสัญญารับทุนรัฐบาลเพื่อศึกษาวิชา ใน
ตํางประเทศไมสํ ามารถท่ีจะพัฒนาภาษาอังกฤษตามเกณฑ์ที่ ก.พ. กําหนดในการเดินทางไป ศึกษา
ตํางประเทศได๎ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งเป็นผู๎ให๎ทุน (ผู๎ฟูองคดี) จึงได๎บอก เลิก
สัญญารับทุนของผู๎ถูกฟูองคดีในวันท่ี 9 มีนาคม ๒๕๕๖ ดังน้ี ถือได๎วําผ๎ูฟูองคดีรู๎หรือควรรู๎ถึง เหตุ
แหํงการฟูองคดีเพ่ือขอให๎ผู๎ถูกฟูองคดีชดใช๎ทุนพร๎อมเบี้ยปรับตามสัญญาในวันดังกลําว เมื่อผู๎ฟูอง

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุด เกี่ยวกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๕๕

คดีได๎นําคดีมาฟูองตํอศาลปกครองในวันที่ 4 สิงหาคม ๒๕๕๕ จึงเป็นการฟูองคดีเมื่อพ๎น
ระยะเวลาการฟูองคดีตามมาตรา ๕๑ แหํงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ (คําสั่งศาล
ปกครองสูงสุดท่ี 846/2548)

๒) การนับระยะเวลาการฟ้องคดีกรณีผู้ให้ทุนฟ้องเรียกให้ผู้รับทุนชดใช้ทุน
คืนแก่ทางราชการอันเนื่องมาจากผู้รับทุนไม่สามารถเดินทางไปศึกษาวิชาในต่างประเทศได้
ตามสัญญา ถือว่าผู้ให้ทุนรู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดีนับแต่วันที่การเพิกถอนทุนมีผล

การที่ผู๎ถูกฟูองคดีซึ่งเป็นผู๎รับทุนไมํสามารถเดินทางไปศึกษาวิชาในตํางประเทศ
ได๎ตามสัญญาทุนพัฒนาข๎าราชการตามความต๎องการของสํานักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ เป็น
เหตุให๎กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ผ๎ูฟูองคดี) ซึ่งเป็นผูใ๎ ห๎ทุนเพิกถอนทุนดังกลําว โดยให๎
มีผลตั้งแตํวันที่ 9 มีนาคม ๒๕๕๖ และได๎มีหนังสือลงวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๖ แจ๎งให๎ ผู๎รับทุน
ทราบเกี่ยวกับการเพิกถอนทุนและเรียกให๎ชดใช๎ทุนพร๎อมเบี้ยปรับภายในสามสิบวัน นับแตํวัน
ได๎รับหนังสือ แตํผู๎รับทุนไมํชดใช๎ทุนคืน ผู๎ฟูองคดีจึงนําคดีมาฟูองตํอศาลปกครอง นั้น ถือได๎ วําผู๎
ฟูองคดีรู๎หรือควรรู๎ถึงเหตุแหํงการฟูองคดีตั้งแตํวันที่ 9 มีนาคม ๒๕๕๖ แม๎จะปรากฏวํา ในเวลา
ตํอมาผ๎ูถูกฟูองคดีไดม๎ ีหนังสือลงวันท่ี ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๖ แจ๎งผู๎ฟูองคดีวํายินดีชดใช๎เงิน คืนแกํ
ทางราชการโดยขอผํอนชําระเป็นรายเดือนซึ่งเป็นการรับสภาพหนี้อันมีผลทําให๎อายุความ สะดุด
หยุดลงก็ตาม แตํการที่ผู๎ฟูองคดีนําคดีมาฟูองตํอศาลเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ๒๕๕๕ จึงเป็นการยื่น
ฟูองคดีเมื่อพ๎นกําหนดระยะเวลาการฟูองคดีตามมาตรา ๕๑ แหํงพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาล
ปกครองฯ แล๎ว (คําส่ังศาลปกครองสูงสุดท่ี ๙๖๕/๒๕๕๔)

๓) การนับระยะเวลาการฟ้องคดีกรณีผู้ให้ทุนฟ้องเรียกให้ผู้รับทุนชดใช้เงินคืน
แก่ทางราชการอันเนื่องมาจากผู้รับทุนไม่อาจศึกษาได้ครบตามหลักสูตรที่กาหนด ถือว่า
หน่วยงานผู้ให้ทุนรู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดีในวันท่ีเจ้าหน้าท่ีของผู้ให้ทุน ได้รับหนังสือ
จากมหาวิทยาลัยที่ขอส่งคืนเงินทุนการศึกษาของผู้รับทุน เนื่องจากผู้รับทุนพ้นสภาพการเป็น
นิสิตของมหาวิทยาลัย

กรณีผู๎ถูกฟูองคดีทําสัญญารับทุนเพื่อเข๎าศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์หนังสือ
ลงวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๓๙ ถึงผู๎อํานวยการกองคลัง กรมที่ดิน ขอสํงเงินทุนกรมที่ดินคืน
เน่ืองจากผู๎ถูกฟูองคดีซ่ึงเป็นผู๎รับทุนพ๎นสภาพจากการเป็นนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งกองคลัง
ที่เป็นสํวนราชการระดับกองในสังกัดของผู๎ฟูองคดีได๎รับหนังสือและเช็คเงินทุนการศึกษาที่สํงคืน
ดังกลําวเม่ือวันที่ 4 กรกฎาคม ๒๕๓๙ จึงต๎องถือวํากองคลังได๎รับหนังสือและเงินทุนข๎างต๎น แทน
ผ๎ูฟูองคดี และถือได๎วําวันดังกลําวเป็นวันที่ผู๎ฟูองคดีรู๎หรือควรรู๎ถึงเหตุแหํงการฟูองคดี ที่ผู๎ถูกฟูอง
คดีปฏิบัติผิดสัญญาการรับทุนของผู๎ฟูองคดี เมื่อกรณีดังกลําวเกิดขึ้นกํอนศาลปกครองเปิดทําการ
ผู๎ฟูองคดีก็ชอบที่จะใช๎สิทธิฟูองตํอศาลยุติธรรมซึ่งเป็นศาลที่เปิดทําการ ในขณะนั้น แตํเมื่อผู๎ฟูอง
คดีนําคดีมาฟูองหลักจากที่ศาลปกครองเปิดทําการในวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๔ ซึ่งผู๎ฟูองคดีชอบที่

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุด เกีย่ วกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๕๖

จะยื่นฟูองตํอศาลปกครองได๎ภายในหนึ่งปีนับแตํวันที่ศาลปกครอง เปิดทําการ แตํการที่ผู๎ฟูองคดี
นําคดีมาฟูองตํอศาลปกครองในวันท่ี ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ จึงเป็นการยื่นฟูองคดีเมื่อพ๎นกําหนด
ระยะเวลาหน่งึ ปีนับแตํวันท่ีร๎ูหรือควรร๎ูถึงเหตแุ หํงการ ฟูองคดีตามมาตรา ๕๑ แหํงพระราชบัญญัติ
จัดตั้งศาลปกครองฯ (คําสั่งศาลปกครองสูงสุด ท่ี ๑๒๘/๒๕๕๐)

4) การนับระยะเวลาการฟ้องคดีกรณีฟ้องเรียกให้ผู้ลาศึกษาชดใช้ทุน
อันเนื่องมาจากผู้ลาศึกษาไม่จบการศึกษาและมารายงานตัวเพื่อปฏิบัติราชการตามสัญญา
ล่าช้า ถือว่าผู้ฟ้องคดีรู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดีเพื่อให้ผู้ถูกฟ้องคดีชดใช้ทุน นับแต่วันที่
มีคาสั่งดังกล่าว

กรณีที่ผู๎ลาศึกษา (ผู๎ถูกฟูองคดี) เป็นข๎าราชการในตําแหนํงอาจารย์ ๕ ทําสัญญา
ลาศึกษาหรือฝึกอบรม ณ ตํางประเทศ กับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (ผู๎ฟูองคดี) ตํอมาเมื่อครบ
กําหนดตามสัญญาในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๒ ผู๎ถูกฟูองคดีไมํได๎ไปรายงานตัวเพื่อกลับเข๎า
รับราชการภายใน ๓๐ วัน นับแตํวันดังกลําวตามที่กําหนดไว๎ในสัญญา แตํได๎มารายงานตัวตํอ ผ๎ู
ฟูองคดีเมื่อวันท่ี ๑๘ มกราคม ๒๕๕๓ และผู๎ฟูองคดีได๎ทราบวําผ๎ูถูกฟูองคดีไมํสําเร็จการศึกษา จึง
ได๎ดําเนินการสอบสวนความผิดทางวินัย ซ่ึงตํอมาผ๎ูฟูองคดีได๎มีคําส่ังลงวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๓
ลงโทษไลํผู๎ถูกฟูองคดีออกจากราชการเนื่องจากกระทําผิดวินัยอยํางร๎ายแรงฐานละทิ้งหน๎าที่
ราชการติดตํอกันแกิน ๑๕ วัน โดยไมํมีเหตุอันสมควรและรายงานเท็จตํอผ๎ูบังคับบัญชา น้ัน ถือวํา
ผู๎ฟูองคดีรู๎หรือควรรู๎ถึงเหตุแหํงการฟูองเพื่อเรียกให๎ผู๎ถูกฟูองคดีชดใช๎ทุนพร๎อมเบ้ียปรับตามสัญญา
ลาศึกษานับแตํวันที่มีคําสั่งดังกลําว เมื่อคดีนี้เกิดขึ้นกํอนที่ศาลปกครองเปิดทําการและผู๎ฟูองคดี
ไมํได๎นําคดีไปย่ืนฟูองตํอศาลยุติธรรมซ่ึงเป็นศาลท่ีมีอํานาจพิจารณาพิพากษาอยูํในขณะนั้น อีกทั้ง
เมื่อศาลปกครองเปิดทําการในวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๕ ผู๎ฟูองคดีก็ไมํได๎นําคดีมายื่นฟูองลาศึกษา
นับแตํวันที่มีคําสั่งดังกลําว เมื่อคดีนี้เกิดขนึ้ กํอนที่ศาลปกครองเปิดทําการและผฟ๎ู ูองคดี ไมํได๎นําคดี
ไปยื่นฟูองตํอศาลยุติธรรมซึ่งเป็นศาลที่มีอํานาจพิจารณาพิพากษาอยูํในขณะนั้น อีกทั้ง เมื่อศาล
ปกครองเปิดทําการในวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๕ ผู๎ฟูองคดีก็ไมํได๎นําคดีมายื่นฟูอง ตํอศาลปกครอง
ภายในกําหนดหนึ่งปีนับแตํวันดังกลําวตาม การที่ผู๎ฟูองคดีนําคดีมายื่นฟูองตํอศาลปกครองเมื่อ
วันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๖ จึงเป็นการยื่นฟูองคดีเมื่อพ๎นกําหนดระยะเวลาหนึ่งปีนับแตํวันที่รู๎หรือ
ควรรู๎ถึงเหตุแหํงการ ฟูองคดีตามมาตรา ๕๑ แหํงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ คําสั่งศาล
ปกครองสูงสุดที่ ๖๕๔/๒๕๔๕ (ประชุมใหญํ)

5) การนับระยะเวลาการฟ้องคดีกรณีฟ้องเรียกให้ผู้ลาศึกษาชดใช้ทุน อัน
เนื่องมาจากผู้ลาศึกษาไม่จบการศึกษาและไม่มารายงานตัวเพื่อปฏิบัติราชการ ภายในเวลาท่ี
กาหนด ถือว่าวันที่ครบกาหนดให้มารายงานตัวดังกล่าวเป็นวันที่รู้หรือ ควรรู้ถึงเหตุแห่งการ
ฟ้องคดี

สําหรับการฟูองเรียกให๎ผู๎ค้ําประกันชําระหนี้ตามสัญญาลาศึกษา ข๎างต๎น เมื่อ
ปรากฏวําผ๎ูคา้ํ ประกันมีหนงั สือขอผํอนชําระหน้ีดังกลําวจึงเป็นการรับสภาพหน้ี ซึ่งมีผลทําให๎อายุ

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุด เกีย่ วกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๕๗

ความสะดุดหยุดลงและเริ่มนับใหมํนับแตํวันที่มีการทําหนังสือรับสภาพหนี้นั้น (เริ่มนับวันถัดจาก
วันที่มีหนังสือรับสภาพหนี้) โดยการรับสภาพหนี้ดังกลําว เป็นเรื่องเฉพาะตัวผู๎ค้ําประกันนั้น ไมํมี
ผลกระทบถึงผ๎ูลาศึกษาหรือผ๎ูค้าํ ประกันรายอ่ืน

สัญญาของข๎าราชการท่ีไปศึกษาหรือฝึกอบรม ณ ตํางประเทศ และสัญญา การรับ
ทุนรัฐบาลเพื่อศึกษาวิชาในตํางประเทศระหวํางผู๎ถูกฟูองคดีกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ และ
เทคโนโลยี (ผู๎ฟูองคดี) เป็นสัญญาทางปกครองตามมาตรา ๓ แหํงพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาล
ปกครองฯ สัญญาคํ้าประกันซึ่งเป็นสัญญาอุปกรณ์จึงอยูํในอํานาจพิจารณาพิพากษาของ ศาล
ปกครองเชํนเดียวกัน และการฟูองคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาอุปกรณ์ต๎องถือตามระยะเวลา การ
ฟูองคดีพิพาทเก่ียวกับสัญญาหลัก คือ ภายในหน่ึงปีนับแตํวันที่ร๎ูหรือควรรู๎ถึงเหตุแหํงการ ฟูองคดี
ตามมาตรา ๕ แหํงพระราชบัญญัติดังกลําว เม่ือข๎อเท็จจริงปรากฏวําเม่ือครบระยะเวลา การศึกษา
ตํอตามท่ีผ๎ูฟูองคดีอนุมัติให๎ผู๎ถูกฟูองคดีขยายระยะเวลาการศึกษาตํอแล๎ว ผ๎ูถูกฟูองคดี ซึ่งเป็นผู๎รับ
ทุนตามสัญญายังไมํสําเร็จการศึกษา ผู๎ฟูองคดีจึงมีหนังสือลงวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๓ ถึงผู๎ถูก
ฟูองคดีแจ๎งให๎เดินทางกลบั ประเทศไทยภายในวันท่ี ๒๒ กันยายน ๒๕๕๓ แตํผู๎ถูกฟูองคดี ซ่ึงได๎รับ
หนังสือดังกลําวแล๎วไมํได๎เดินทางกลับประเทศไทย จึงถือวําผู๎ถูกฟูองคดีประพฤติผิดสัญญา และมี
เหตุแหํงการฟูองคดีเกิดขึ้นแล๎วนับแตํวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๔๓ จึงเป็นกรณีที่เหตุ แหํงการฟูอง
คดีเกิดข้ึนกํอนศาลปกครองเปิดทําการ แตํขณะที่ย่ืนฟูองคดีตํอศาลปกครอง อายุความฟูองคดีตํอ
ศาลยุติธรรมยังไมํครบกําหนด จึงเริ่มนับระยะเวลาการฟูองคดีตั้งแตํวันที่ 4 มีนาคม ๒๕๕๔ ซึ่ง
เป็นวันที่ศาลปกครองเปิดทําการเป็นต๎นไป เม่ือผู๎ฟูองคดีนําคดีมาฟูองตํอ ศาลปกครองในวันที่ ๒๒
สิงหาคม ๒๕๕๕ จึงเป็นการฟูองคดีเม่อื พ๎นกําหนดระยะเวลาหน่ึงปี นับแตํวันท่ี ๙ มีนาคม ๒๕๕๔
ซึ่งถือวําเป็นวันท่ีรู๎หรือควรรู๎ถึงเหตุแหํงการฟูองคดี ตามมาตรา ๕ แหํงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาล
ปกครองฯ จึงเป็นการฟูองคดีเมื่อพ๎นกําหนดระยะเวลาการฟูองคดี

สําหรับกรณีที่ผู๎คํ้าประกันของผู๎รับทุน เมื่อปรากฏวําผู๎ค้ําประกันได๎มี หนังสือลง
วันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงผ๎ูฟูองคดีเพื่อขอผํอนชําระหนี้ทุนการศึกษา จึงถือได๎วํา ผู๎คํ้าประกัน
รับสภาพหน้ีตํอผู๎ฟูองคดีตามสิทธิเรียกร๎องโดยทําเป็นหนังสือรับสภาพหนี้ มีผลทําให๎อายุความใน
การฟูองคดีสะดุดหยุดลงตามมาตรา ๑๙๓๑๔ (๑) และเริ่มนับอายุความใหมํ ตั้งแตํเวลานั้น ตาม
มาตรา ๑๙๓/๑๕ วรรคสอง แหํงประมวลกฎหมายแพํงและพาณิชย์ ดังนั้น เมื่อผู๎ค้ําประกันทํา
หนังสือรับสภาพหนี้ตํอผู๎ฟูองคดีเมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๔ สิทธิเรียกร๎องของผู๎ฟูองคดียํอม
เกิดขึ้นใหมํนับแตํวันที่ผู๎ค้ําประกันมีหนังสือรับสภาพหนี้ดังกลําว ฉะนั้น ระยะเวลาการฟูองคดี
เฉพาะในหนี้เงินจํานวนดังกลําวจึงต๎องนับต้ังแตํวันท่ี ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๔ เม่ือผ๎ูฟูองคดีนําคดีมา
ฟูองผ๎ูคํ้าประกันตํอศาลปกครองในวันท่ี ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๕ จึงเป็น การย่ืนฟูองภายในหน่ึงปีนับ
แตํวันที่ร๎ูหรือควรรู๎ถึงเหตุแหํงการฟูองคดีตามมาตรา ๕๑ แหํงพระราชบัญญัติจัดต้ังศาลปกครองฯ
โดยการรับสภาพหนี้เป็นเรื่องเฉพาะตัวผู๎คํ้าประกัน ไมํมีผลกระทบถึงผู๎ลาศึกษาหรือผู๎คํ้าประกัน
รายอ่ืน (คําสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ๑๐๔/๒๕๕๐)

กรณีกองทัพอากาศฟูองขอให๎ศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งให๎ผู๎ถูกฟูองคดี ทั้งสอง
ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของผู๎ค้ําประกันซึ่งเสียชีวิตลงแล๎ว รํวมกันรับผิดชดใช๎เงิน ตามสัญญาคํ้า

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสงู สุด เกี่ยวกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๕๘

ประกันกรณีที่ นาย ธ. ประพฤติผิดสัญญาของผู๎เข๎ารับการศึกษาเป็นนักเรียน จําอากาศ
ข๎อเท็จจริงรับฟังได๎วํา นาย ธ. ขอลาออกจากโรงเรียนจําอากาศกํอนสําเร็จการศึกษา และผู๎ฟูอง
คดีได๎มีคําสั่งลงวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๐ ให๎นาย ธ. พ๎นสภาพความเป็นนักเรียน โดยอนุญาตให๎
ลาออกได๎ต้งั แตํวนั ท่ี ๑ ตุลาคม ๒๕๕๐ ตามความประสงค์ของนาย ธ. กับให๎ กรมยุทธศึกษาทหาร
อากาศ กองบัญชาการฝึกศึกษาทหารอากาศ ดําเนินการเรียกเก็บ เงินคําปรับชดใช๎กรณีผิดสัญญา
การศึกษาให๎แกํทางราชการ ซึ่งหากผู๎ฟูองคดีเห็นวํามีข๎อโต๎แย๎ง เกี่ยวกับข๎อสัญญาของผู๎เข๎ารับ
การศึกษาเป็นนักเรียนจําอากาศ อันเป็นสัญญาประธาน ผู๎ฟูองคดี ยํอมมีสิทธิฟูองคดีเพื่อยุติข๎อ
โต๎แย๎งนั้นได๎ตั้งแตํวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๐ โดยต๎องย่ืนฟูอง ภายในห๎าปีนับแตํวันดังกลําว ซึ่งเป็น
วันที่ผู๎ฟูองคดีรู๎หรือควรร๎ูถึงเหตุแหํงการฟูองคดี สําหรับ การยื่นฟูองขอให๎ผู๎คํ้าประกันรับผิดชดใช๎
เงินตามสัญญาคํ้าประกัน อันเป็นสัญญาอุปกรณ์ ที่คํ้าประกันความรับผิดของนาย ธ. ก็ยํอมต๎อง
ฟูองศาลภายในระยะเวลาเดียวกับสัญญาประธาน การที่ผู๎ฟูองคดีนําคดีมาฟูองตํอศาลเมื่อวันที่ 4
เมษายน ๒๕๕๗ จึงเป็นการยื่นฟูองคดี เมื่อพ๎นกําหนดระยะเวลาห๎าปีนับแตํวันที่รู๎หรือควรรู๎ถึงเหตุ
แหํงการฟูองคดี ตามมาตรา ๔๑ แหํงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ (คําสั่งศาลปกครอง
สูงสุดที่ ๒8๕/๒๕๕๘)

1.6.2 กรณีผู้สาเร็จการศึกษาไม่ไปรายงานตัวเพื่อปฏิบัติราชการตามสัญญา

การนับระยะเวลาการฟูองคดีกรณีฟูองเรียกให๎ผู๎สําเร็จการศึกษาชดใช๎เงินตาม
สัญญาอันเนื่องมาจากผู๎สําเร็จการศึกษาไมํไปรายงานตัวเพื่อเลือกสถานที่ปฏิบัติราชการตาม
สัญญา ถือวําวันท่ีหนํวยงานที่ทําหน๎าท่แี ทนหนํวยงานคูํสัญญาในการดําเนินการตําง ๆ ท่ีเกี่ยวข๎อง
กับสัญญาได๎รับหนังสือลาออกเป็นวันที่หนํวยงานคูํสัญญารู๎ หรือควรรู๎ถึงเหตุแหํงการฟูองคดี
เนื่องจากวันดังกลําวเป็นวันที่มีการกระทําผิดสัญญา จึงถือวําเป็นวันที่รู๎ถึงเหตุแหํงการฟูองคดี
แท๎จริง

ในคดีที่ผู๎ถูกฟูองคดีที่๑ ทําสัญญาการเป็นนักศึกษาเพื่อศึกษาในหลักสูตรวิชา
พยาบาลศาสตรบัณฑิตกับมหาวิทยาลัยมหิดล (ผู๎ฟูองคดี) โดยมีผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๒ เป็นผู๎ทําสัญญา
คํ้าประกัน สัญญาดังกลําวมีข๎อกําหนดวํา ภายหลังจากผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ สําเร็จ การศึกษาแล๎ว
จะต๎องกลับมารับราชการชดใช๎ทุนแกํผู๎ฟูองคดี หากไมํดําเนินการดังกลําวจะต๎อง ชดใช๎เงิ นแกํผู๎
ฟูองคดี แตํภายหลังจากที่ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ สําเร็จการศึกษา กลับไมํปฏิบัติ ราชการชดใช๎ทุนตาม
สัญญา และย่ืนหนังสือขอลาออกโดยไมํปฏิบัติงานชดใช๎ทุนและยินยอม ชดใช๎เงินให๎แกํผ๎ูฟูองคดี ผู๎
ฟูองคดีจึงมีหนังสือแจ๎งให๎ผ๎ูถูกฟูองคดีทั้งสองนําเงินมาชดใช๎ ตํอผู๎ฟูองคดีภายในเวลาท่ีกําหนด แตํ
ผู๎ถูกฟูองคดีท้ังสองเพิกเฉย ผู๎ฟูองคดีจึงนําคดีมายื่นฟูอง ตํอศาลปกครองเพื่อขอให๎ผู๎ถูกฟูองคดีทั้ง
สองชดใช๎เงินตามสัญญานั้น การที่ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ มีหนังสือลงวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ถึง
คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เรื่อง ขอลาออกโดยไมํปฏิบัติงานชดใช๎ทุนและยินยอม
ชดใช๎เงิน ถือวําผ๎ูถูกฟูองคดีท่ี ๑ ประพฤติ ผิดสัญญาและมีเหตุแหํงการฟูองคดีเกิดขึ้นแล๎วตั้งแตํวัน
ดังกลําว เมื่อคณะแพทย์ศาสตร์ฯ ได๎รับ หนังสือดังกลําวเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ และได๎

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุด เกีย่ วกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๕๙

เสนอหนังสือดังกลําวตํอผู๎ฟูองคดี ตามลําดับช้ันการบังคับบัญชา ซึ่งเจ๎าหน๎าที่ธุรการของผู๎ฟูองคดี
ได๎ลงวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙ รับหนังสือดังกลําวไว๎ และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาล
รามาธิบดีได๎ลงนามเสนอ หนังสือขอลาออกของผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ดังกลําวตํออธิการบดีเพื่อเพื่อ
โปรดพิจารณาเมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙ กรณีจึงถือวําคณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
เป็นหนํวยงาน ที่ทําหน๎าที่แทนผู๎ฟูองคดีในการดําเนินการตํางๆ เกี่ยวข๎องกับสัญญา เมื่อ
คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ได๎ทราบถึงการกระทําผิดสัญญาของผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑
อันเป็นเหตุ แหํงการฟูองคดีปกครองแล๎ว จึงถือได๎วําผู๎ฟูองคดีได๎รู๎หรือควรร๎ูถึงเหตุแหํงการฟูองคดี
แล๎ว ต้ังแตํวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ หรืออยํางช๎าที่สุดในวันที่ 6 มีนาคม ๒๕๕๙ การที่ผู๎ฟูอง
คดี นําคดีนี้มายื่นฟูองตํอศาลปกครองในวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๐ จึงเป็นการยื่นฟูองคดีเมื่อพัน
ระยะเวลาหน่ึงปีนับแตํวันที่รู๎หรือควรรู๎ถึงเหตุแหํงการฟูองคดีตามมาตรา ๕๑ แหํงพระราชบัญญัติ
จัดตั้งศาลปกครองฯ สําหรับกรณีที่ผู๎ฟูองคดีอ๎างวํา ผู๎ฟูองคดีรู๎หรือควรรู๎ถึงเหตุแหํงการฟูองคดีนี้
เมื่อผู๎ฟูองคดีมีหนังสือลงวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๙ แจ๎งไปยังผ๎ูถูกฟูองคดีทั้งสองให๎นําเงิน มาชําระ
แกํผ๎ูฟูองคดีน้ัน เห็นวํา กรณีน้ีเป็นกรณีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ซึ่งผู๎ถูกฟูองคดี ท่ี ๑ ได๎
ทําผิดสัญญาท่จี ะต๎องเข๎ารับราชการหรอื ทํางานในสํวนราชการหรือองค์การของรัฐบาล ดังน้ัน เหตุ
แหํงการฟูองคดีจะต๎องพิจารณาถึงการท่ีผ๎ูถูกฟูองคดีท่ี ๑ ได๎ทําผิดสัญญาและ ผ๎ูฟูองคดีร๎ูถึงการผิด
สัญญานั้น เป็นวันที่เริ่มต๎นที่ผู๎ฟูองคดีรู๎หรือควรรู๎เหตุแหํงการฟูองคดี และมีสิทธินําคดีมาฟูองตํอ
ศาลปกครอง มิใชํนับจากวันที่ผู๎ฟูองคดีเรียกให๎ผู๎ถูกฟูองคดีทั้งสอง ชําระเงิน ซึ่งเป็นขั้นตอนการ
บังคับชําระหนี้ผิดสัญญาและเปน็ ข้ันตอนตํอเน่ืองจากเหตุที่ ผ๎ูถูกฟูองคดีท่ี ๑ กระทําผิดสัญญา อัน
เป็นเหตุแหํงการฟูองคดีปกครองที่แท๎จริง (คําส่ังศาลปกครองสูงสุดท่ี ๕๒๔/๒๕๕๐)

1.6.3 กรณีที่ผู้รับทุนการศึกษาปฏิบัติราชการไม่ครบกาหนดระยะเวลาชดใช้
ทุนตามสัญญา

(1.) กรณีผู้รับทุนลาออกจากราชการ

(1.1) ในกรณีที่ผู้รับทุนการศึกษาปฏิบัติราชการไม่ครบกาหนดระยะเวลา
ชดใช้ทุนตามสัญญา เนื่องจากผู้รับทุนลาออกจากราชการ ถือว่าวันที่ที่ผู้รับทุนระบุให้ มีผล
เป็นการพ้นจากการรับการเป็นวันที่หน่วยงานคู่สัญญารู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี

สัญญาอนุญาตให๎ข๎าราชการลาศึกษาภายในประเทศระหวํางสํานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน (ผ๎ูฟูองคดี) กับผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ เป็นสัญญาทางปกครอง ตาม
มาตรา ๓ แหํงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาดังกลําว จึงเป็นคดี
พิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ซ่ึงอยํูในอํานาจพิจารณาพิพากษาของศาล ปกครองตามมาตรา
๙ วรรคหนึ่ง (๕) แหํงพระราชบัญญัติดังกลําว ซึ่งการฟูองคดีพิพาท เกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง
ต๎องยื่นฟูองภายในหนึ่งปีนับแตํวันที่รู๎ถึงเหตุแหํงการฟูองคดี แตํไมํเกินสิบปีนับแตํวันที่มีเหตุแหํง
การฟูองคดีตามมาตรา ๕๑ แหํงพระราชบัญญัติเดียวกัน เมื่อผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ สําเร็จการศึกษา
แล๎วได๎ขอลาออกจากราชการเพ่ือไปประกอบอาชีพอื่น ตั้งแตํวันท่ี 5 กรกฎาคม ๒๕๕๐ จึงถือวําผ๎ู

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุด เกี่ยวกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๖๐

ถูกฟูองคดีท่ี ๑ ประพฤติผิดสัญญาและมีเหตุแหํงการ ฟูองคดีเกิดข้ึนแล๎วต้ังแตํวันดังกลําว ซึ่งเป็น
กรณีเหตุแหํงการฟูองคดีเกิดข้ึนกํอนศาลปกครอง เปิดทําการ ผู๎ฟูองคดีชอบที่จะนําคดีมายื่นฟูอง
ตํอศาลปกครองได๎ภายในหน่งึ ปีนบั แตํวันท่ี ๙ มีนาคม ๒๕๕๔ ซึ่งเป็นวันท่ีศาลปกครองเปิดทําการ
แตํผู๎ฟูองคดีมิได๎นําคดีมายื่นฟูองตํอศาล ปกครองภายในระยะเวลาดังกลําว การท่ีผ๎ูถูกฟูองคดีท่ี ๑
มีหนังสือลงวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๗ ขอผํอนผันและยึดระยะเวลาการใช๎หนี้ทุนตามสัญญาลา
ศึกษาตํอนั้นข๎อพิพาทเกี่ยวกับสัญญา ดังกลําวได๎พ๎นกําหนดระยะเวลาการฟูองคดีไปแล๎ว ดังนั้น
หนังสือดังกลําวจึงเป็นการรับสภาพ ความรับผิดโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือตามมาตรา ๑๙๓/๒๔
วรรคสอง แหํงประมวลกฎหมาย แพํงและพาณิชย์ และเนื่องจากบทบัญญัติดังกลําวเป็นหลัก
กฎหมายทั่วไป เมื่อพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒
มิได๎บัญญัติหลักเกณฑ์ดังกลําวไว๎ จึงสามารถนําบทบัญญัติมาตรา ๑๙๓/๒๔ วรรคสอง แหํง
ประมวลกฎหมายแพํงและพาณิชย์ มาใช๎บังคับกับคดีปกครองได๎ โดยสิทธิเรียกร๎องที่เกิดขึ้นจาก
การท่ีผู๎ฟูองคดีรับสภาพความรับผิด ดังกลําวให๎มีกําหนดระยะเวลาฟูองคดีหนึ่งปีนับแตํวันที่ได๎รับ
สภาพความรับผิด ท้ังนี้ ตามบทบัญญัติ มาตรา ๕๑ แหํงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ เมื่อ
ข๎อเท็จจริงฟังได๎วําผู๎ถูกฟูองคดีที่ 6 มีหนังสือลงวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๕ ขอผํอนผันและยึด
ระยะเวลาการใช๎หนี้ทุนถือวําผู๎ถูกฟูองคดี ที่ ๑ ได๎รับสภาพความรับผิดโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือ
แล๎วตั้งแตํวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๗ การที่ผู๎ฟูองคดีนําคดีมายื่นฟูองผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ตํอศาล
จังหวัดนนทบุรีเมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ จึงเป็นการฟูองคดีภายในระยะเวลาการฟูองคดี
ตามมาตรา ๕ แหํงพระราชบัญญัติดังกลําว สํวนผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๒ และผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๓ ในฐานะผ๎ู
คํ้าประกันของผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ มิได๎ มีสํวนรู๎เห็นหรือยินยอมให๎ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ทําหนังสือรับ
สภาพความรับผิดในหน้ีดังกลําว จะอาศัยเหตุที่ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ รับสภาพความรับผิดซึ่งเป็นเรื่อง
เฉพาะผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ขึ้นเป็นโทษแกํผ๎ูถูกฟูองคดีท่ี ๒ และผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๓ ในฐานะผู๎คํ้าประกัน
ไมํได๎ (คําสั่งศาลปกครองสูงสุดท่ี ๕๔๕/๒๕๕๐ และที่ 8๒๑/๒๕๕๐ วินิจฉัยแนวทางเดียวกัน)

(1.2) กรณีท่ีถือว่าหน่วยงานคู่สัญญาซึ่งเป็นผู้ให้ทุนรู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการ
ฟ้องคดีอย่างช้าในวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากหน่วยงานในสังกัดซึ่งผู้รับทุน ปฏิบัติงานอยู่ว่า
ผู้รับทุนผิดสัญญา

กรณีที่ผู๎รับทุน (ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑) ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ในสังกัดของ
สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (ผู๎ฟูองคดีที่ ๒) ทําสัญญารับทุนรัฐบาล เพื่อศึกษาวิชาใน
ตํางประเทศกับผู๎ฟูองคดีที่ ๒ โดยเมื่อสําเร็จการศึกษาแล๎ว ผู๎ถูกฟูองคดีที่ 1 ได๎มาปฏิบัติราชการ
เป็นพนักงานของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีและมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นหนํวยงานในสังกัด
ของผู๎ฟูองคดีท่ี ๒ อันเป็นการปฏิบัติงานชดใช๎ทุน แตํตํอมาปรากฏวํา ผู๎ถูกฟูองคดีท่ี ๑ ได๎ขอลาไป
ทํางานในตํางประเทศโดยไมํประสงค์จะตํอสัญญาการเป็นพนักงาน มหาวิทยาลัยกับ
มหาวิทยาลัยมหิดลและไมํขอทําสัญญาผูกพันกลับมาปฏิบัติงานชดใช๎ทุนอีก สัญญาการเป็น
พนักงานมหาวิทยาลัยของผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ จึงสิ้นสุดลง ทําให๎มหาวิทยาลัยมหิดล ไมํสามารถ
ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานชดใช๎ทุนของผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ได๎ กรณีจึงเป็นการผิดสัญญาการรับทุน

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสงู สุด เกี่ยวกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๖๑

รัฐบาลซึ่งผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ต๎องรับผิดชดใช๎ทุนพร๎อมเบี้ยปรับตามสัญญาดังกลําว เมื่อปรากฏวํา
มหาวิทยาลัยมหิดลมีหนังสือลงวันที่ 6 ตุลาคม ๒๕๕๔ แจ๎งให๎ผู๎ฟูองคดีที่ ๒ ทราบถึงกรณีการ
ลาออกจากการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยของผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ โดยผู๎ฟูองคดี ที่ ๒ ได๎รับหนังสือ
ดังกลําวในวันท่ี ๔ ตุลาคม ๒๕๕๔ จึงถือวําผู๎ฟูองคดีที่ ๒ รู๎ถึงการผิดสัญญา และร๎ูหรือควรรู๎ถึงเหตุ
แหํงการฟูองคดีเพื่อเรียกให๎ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ชดใช๎ทุนพร๎อมเบี้ยปรับ ตามสัญญาตั้งแตํวันที่ได๎รับ
แจ๎งหนังสือดังกลําวเป็นอยํางช๎า การท่ีผ๎ูฟูองคดีท่ี ๒ นําคดีมาฟูอง ตํอศาลในวันที่ ๒๐ กรกฎาคม
๒๕๕๖ จึงเป็นการฟูองเมื่อพ๎นกําหนดระยะเวลาการฟูองคดีตาม มาตรา ๕๑ แหํงพระราชบัญญัติ
จัดต้ังศาลปกครองฯ (คําสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ๕๓๓/๒๕๕๐)

หมายเหตุ

แตํหากไมํปรากฏวําหนํวยงานคูํสัญญาซึ่งเป็นผู๎ให๎ทุนได๎ทราบถึงการลาออกจาก
ราชการของผู๎รับทุนจากหนํวยงานในสังกัดในวันใด ถือวําผู๎ให๎ทุนรู๎หรือ ควรรู๎ถึงเหตุแหํงการฟูอง
คดีอยํางช๎าที่สุดในวันที่หนํวยงานคูํสัญญามีหนังสือเรียกให๎ ผู๎รับทุนชดใช๎ทุนพร๎อมเบี้ยปรับตาม
สัญญา

กรณีที่ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ซึ่งเป็นผู๎รับทุนตามสัญญาของข๎าราชการที่ไปศึกษา หรือ
ฝึกอบรม ณ ตํางประเทศ ที่ทําไว๎กับกรมประมง (ผ๎ูฟูองคดี) กระทําผิดสัญญาดังกลําว เนื่องจากได๎
ขอลาออกจากราชการเพื่อไปประกอบอาชีพอ่ืน สํานักงานคณะกรรมการสํงเสริม การลงทุนซ่งึ เป็น
หนํวยงานในสังกัดของผ๎ูฟูองคดีที่ผ๎ูถูกฟูองคดีท่ี ๑ ปฏิบัติงานอยูํ จึงมีคําสั่ง ลงวันท่ี ๗ พฤศจิกายน
๒๕๓๙ อนุญาตให๎ผู๎ถูกฟูองคดีท่ี ๑ ลาออกจากราชการตั้งแตํวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๓๙ จึงถือวํา
ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ประพฤติผิดสัญญาและมีเหตุแหํงการฟูองคดี เกิดขึ้นแล๎วตั้งแตํวันที่ ๗
พฤศจิกายน ๒๕๕๓๕ โดยผู๎ฟูองคดีจะรู๎หรือควรรู๎ถึงเหตุแหํงการฟูองคดีนี้ เพื่อบังคับให๎ผู๎ถูกฟูอง
คดีที่ ๑ ชดใช๎ทุนพร๎อมดอกเบี้ยตามสัญญาได๎ตํอเมื่อสํานักงาน คณะกรรมการสํงเสริมการลงทุนได๎
แจ๎งให๎ผู๎ฟูองคดีทราบถึงการอนุญาตให๎ผู๎ถูกฟูองคดี ที่ ๑ ลาออกจากราชการ เมื่อไมํปรากฏ
ข๎อเท็จจริงวําผู๎ฟูองคดีได๎รับทราบถึงการลาออกจากราชการ ของผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ เมื่อใด แตํ
ปรากฏวําผู๎ฟูองคดีมีหนังสือลงวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๒ แจ๎งให๎ ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ชดใช๎เงินตาม
สัญญา ซึ่งผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ได๎รับหนังสือแจ๎งดังกลําวแล๎ว แตํเพิกเฉยไมํชําระ จึงต๎องถือวําผู๎ฟูอง
คดีได๎ร๎ูหรือควรร๎ูถงึ เหตุแหํงการฟูองคดีอยํางช๎าที่สุด ในวันที่ผ๎ูฟูองคดีมีหนังสือเรียกให๎ผู๎ถูกฟูองคดี
ท่ี ๑ ชดใช๎เงินตามสัญญา คือ วันที่ ๒ กันยายน

(1.3) กรณีที่ถือว่าผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นผู้ให้ทุนรู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี
อย่างช้าท่ีสุดภายในเดือนท่ีหน่วยงานซึ่งผู้รับทุนปฏิบัติงานอยู่มีหนังสือแจ้งถึง การลาออกจาก
ราชการของผู้รับทุน

กรณีที่ผ๎ูถูกฟูองคดีที่ ๑ ซึ่งเป็นผ๎ูรับทุนตามสัญญาของผู๎ได๎รับอนุมัติให๎ลาไปศึกษา
หรือฝึกอบรมภายในประเทศโดยได๎รับเงินเดือนเต็มระหวํางลาซ่ึงทําไว๎กับสํานักงานปลัดกระทรวง
สาธารณสุข (ผู๎ฟูองคดี) กระทําผิดสัญญาเนื่องจากได๎ลาออกจากราชการกํอนครบ กําหนด

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุด เกีย่ วกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๖๒

ระยะเวลาปฏิบัติราชการตามสัญญา ผู๎ฟูองคดีจึงนําคดีมาฟูองตํอศาลขอให๎ผู๎ถูกฟูองคดี ที่ ๑ และ
ผ๎ูถูกฟูองคดีท่ี ๒ ซึ่งเป็นผู๎คํา้ ประกันการปฏิบัติตามสัญญา รํวมกันหรือแทนกันชดใช๎ ทุนพร๎อมเบ้ีย
ปรับตามสัญญา นั้น เมื่อปรากฏวํา ภายหลังจากสําเร็จการศึกษา ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ได๎รายงานตัว
เพ่ือปฏิบัติงาน ณ สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และตํอมา ผู๎วําราชการจังหวัด
มีคําสั่งลงวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๕ อนุญาตให๎ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ลาออกจาก ราชการตั้งแตํวันท่ี
๑๕ เมษายน ๒๕๕๔ และจังหวัดได๎มีหนังสือลงวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๔ แจ๎งให๎ผู๎ฟูองคดี
เลขาธิการ ก.พ. และอธิบดีกรมบัญชีกลางทราบกรณีการลาออกดังกลําว จึงถือได๎วําอยํางช๎าที่สุด
ภายในเดือนเมษายน ๒๕๕๔ เป็นวันท่ีผ๎ูฟูองคดีรู๎หรือควรรู๎ถึงเหตุ แหํงการฟูองคดี การที่ผู๎ฟูองคดี
นําคดีมาฟูองตํอศาลเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๖ จึงเป็นการ ยื่นฟูองคดีเมื่อพ๎นกําหนด
ระยะเวลาหน่งึ ปีนับแตวํ ันที่ร๎ูหรือควรร๎ูถึงเหตุแหํงการฟูองคดีตาม มาตรา ๕๑ แหํงพระราชบัญญัติ
จัดต้ังศาลปกครองฯ (คําสั่งศาลปกครองสูงสุดท่ี ๖๙๖/๒๕๕๐)

(1.4) กรณีที่ถือว่าวันที่ที่หน่วยงานคู่สัญญาระบุให้ผู้รับทุนพ้นจากการรับ
ราชการตามคาส่ังอนุญาตให้ลาออกจากราชการเป็นวันท่ีรู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี

สัญญาของผู๎ได๎รับทุนของกรมตํารวจ (ผู๎ฟูองคดี) เพื่อเข๎าศึกษาหลักสูตร นักบิน
พาณิชย์ตรี (ปีกติด) ระหวํางผู๎ฟูองคดีกับผู๎ถูกฟูองคดีท่ี ๑ และสัญญาคํ้าประกันของผู๎ถูกฟูองคดีที่
๒ เป็นสัญญาทางปกครองและสัญญาอุปกรณ์ของสัญญาทางปกครอง เมื่อผู๎ถูกฟูองคดีท่ี ๑ สําเร็จ
การศึกษาแล๎วเข๎ารับราชการไมํครบระยะเวลา ๕ ปี ตามข๎อสัญญา โดยผู๎ฟูองคดีมีคําสั่งลงวันที่
๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ อนุญาตให๎ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ลาออกจากราชการตั้งแตํวันที่ 9 มีนาคม
๒๕๕๔

ผู๎ฟูองคดีจึงอาจบังคับสิทธิเรียกร๎องให๎ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ชดใช๎เงินให๎แกํทางราชการนับแตํวันที่ผู๎ถูก
ฟูองคดีที่ ๑ ได๎พ๎นจากสถานภาพการเป็นข๎าราชการ เป็นต๎นไป จึงถือวําผู๎ฟูองคดีรู๎หรือควรรู๎ถึง
เหตุแหํงการฟูองคดีตั้งแตํวันที่ 9 มีนาคม ๒๕๕๔ เมื่อในขณะนั้นยังมิได๎มีการเปิดทําการศาล
ปกครอง และผ๎ูฟูองคดีไมํได๎นําคดีไปฟูองตํอศาล มีนาคม ๒๕๕๔ ผู๎ฟูองคดีจึงอาจนําคดีมายื่นฟูอง
ตํอศาลปกครองได๎ภายในหน่งึ ปีนับจากวัน เปิดทําการศาลปกครอง ปรากฏวําผู๎ฟูองคดีได๎นําคดีมา
ย่ืนฟูองตํอศาลปกครองเม่ือวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ จึงพ๎นกําหนดระยะเวลาการฟูองคดีภายใน
หนึ่งปีนับแตํวันที่ผ๎ูฟูองคดี รู๎ถึงเหตุแหํงการฟูองคดีตามมาตรา ๕๑ แหํงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาล
ปกครองฯ (คําสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 9๙/๒๕๕๐ ที่๑๐1/๒๕๕๐ ที่ ๑๔๓/๒๕๕๐ ที่ ๔๑8/
๒๕๕๐ และท่ี ๕๓๒/๒๕๕๐ วินิจฉัยแนวทางเดียวกัน)

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุด เกี่ยวกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๖๓

(2) กรณีผู้รับทุนถูกไล่ออกหรือปลดออกจากราชการ

(2.1) ในกรณีที่ผู้รับทุนการศึกษาปฏิบัติราชการไม่ครบกาหนดระยะเวลา
ชดใช้ทุนตามสัญญา เนื่องจากหน่วยงานต้นสังกัดซึ่งเป็นคู่สัญญามีคาสั่งไล่ผู้รับทุน ออกจาก
ราชการ ถือว่าวันที่ที่ออกหนังสืออันเป็นคาสั่งไล่ผู้รับทุนออกจากราชการ เป็นวันที่หน่วยงาน
คู่สัญญารู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี

สัญญาเข๎าศึกษาวิชาผู๎ชํวยพยาบาล โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
มีมหาวิทยาลัยมหิดล (ผู๎ฟูองคดี) เป็นคูํสัญญาและเป็นหนํวยงานทางปกครอง สัญญาดังกลําวมี
วัตถุประสงค์ให๎ผู๎ถูกฟูองคดีซึ่งเป็นคูํสัญญาอีกฝุายหนึ่งได๎กลับมาทํางานราชการ กับผู๎ฟูองคดีอัน
เป็นบริการสาธารณะ ถือวํามีลักษณะเป็นสัญญาที่ให๎จัดทําบริการสาธารณะ จึงเป็นสัญญาทาง
ปกครองตามมาตรา ๓ แหํงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ เมื่อผ๎ูถูกฟูองคดี ได๎กระทําผิดวินัย
อยํางร๎ายแรงกรณีละท้ิงหน๎าที่ราชการติดตํอกันในคราวเดียวกันเกินกวํา ๑๕ วันโดยไมํมีเหตุผลอัน
สมควร จนเป็นเหตุให๎ผู๎ฟูองคดีมีคําส่ังลงวนั ท่ี ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๒ ลงโทษไลํผ๎ูถูกฟูองคดีออกจาก
ราชการ จึงต๎องถือวําผู๎ฟูองคดีรู๎หรือควรรู๎ถึงเหตุแหํงการฟูองคดี เพื่อให๎ผู๎ถูกฟูองคดีรับผิดตาม
สัญญาน้ีต้ังแตํวันดังกลําว หากผ๎ูฟูองคดีเห็นวําผู๎ถูกฟูองคดี ประพฤติผิดสัญญาทําให๎ผ๎ูฟูองคดีได๎รับ
ความเสียหาย ก็ชอบท่ีจะใช๎สิทธิฟูองคดีตํอศาลยุติธรรมซึ่งเป็นศาลที่มีอํานาจพิจารณาพิพากษาใน
ขณะนั้นภายในกําหนดอายุความสิบปี แตํผู๎ฟูองคดี มิได๎นําคดีไปฟูองตํอศาลยุติธรรม ตํอมา
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ มีผลใช๎บังคับ และขณะที่ศาลปกครองชั้นต๎นเปิดทําการใน
วันท่ี ๔ มีนาคม ๒๕๕๕ อายุความฟูองร๎องคดีน้ี ตํอศาลยุติธรรมยังไมํครบกําหนด กรณีเชํนนี้เพื่อ
ประโยชน์แหํงความเป็นธรรม ให๎ระยะเวลา การฟูองคดีเริ่มนับแตํวันที่ 8 มีนาคม ๒๕๕๕ ซึ่งเป็น
วันที่ศาลปกครองเปิดทําการเป็นต๎นไป เมื่อผู๎ฟูองคดีนําคดีนี้มาฟูองตํอศาลปกครองวันที่ ๑๕
ธันวาคม ๒๕๕๕ จึงเป็นการยื่นฟูองคดี เมื่อพ๎นระยะเวลาการฟูองคดี 5 ปี ตามมาตรา ๕๑ แหํง
พระราชบัญญัติดังกลําว (คําส่ังศาลปกครองสูงสุดที่ ๕๑1/๒๕๕๐ ท่ี ๓๐/๒๕๕๐ ที่ ๒๐๒/๒๕๕๐
และท่ี ๒8๕/๒๕๕๐ วินิจฉัยแนวทางเดียวกัน)

กรณีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสาํ นักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีแหงํ ชาติ (ผู๎ฟูองคดีท่ี ๑ และท่ี ๒ ตามลาํ ดับ) ฟูองวํา ผู๎ถูกฟูองคดีท่ี ๑ ผิดสัญญาการรับ
ทุนรัฐบาล (กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน) เพื่อศึกษาวิชาในตํางประเทศ
สัญญาเลขที่ ๕๙๕ ลงวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕ และสัญญาการให๎พนักงานไปศึกษา ฝึกอบรมดู
งานและปฏิบัติการวิจัย สัญญาเลขที่ ๒๒/๒๕๔๕ ลงวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๔๕ ที่ทําไว๎กับผู๎ฟูอง
คดีทั้งสอง ขอให๎ศาลมีคาํ พิพากษาหรือคาํ สั่งให๎ผู๎ถูกฟูองคดีทั้งสี่ชดใช๎เงินให๎แกํผู๎ฟูองคดีท้ังสอง นั้น
เม่ือคดีนี้ผู๎ฟูองคดีที่ ๒ มีคําสั่งลงโทษทางวินัยปลดผ๎ูถูกฟูองคดีที่ ๑ ออกจากการเป็นพนักงานของ
ผ๎ูฟูองคดีที่ ๒ ตามคําส่ังที่ ๐๑๓/๒๕๕๕ ลงวันที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕ จึงถือวํา ผู๎ฟูองคดีทั้ง
สองรู๎หรือควรรู๎ถึงเหตุแหํงการฟูองคดีนับแตํวันที่ผู๎ฟูองคดีมีคําสั่งปลดผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ออกจาก
ราชการ คือ วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๕ เมื่อผู๎ฟูองคดีทั้งสองนําคดีมาฟูองตํอศาลในวันที่ ๓๐

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสงู สุด เกีย่ วกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๖๔

พฤศจิกายน ๒๕๖๐ จึงเป็นคําฟูองท่ีย่ืนเม่ือพ๎นกาํ หนดระยะเวลาการฟูองคดีตามมาตรา ๕๑ แหํง
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ (คําสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ๑๗๒/๒๕๖๑)

กรณีฟูองวํา เดิมผ๎ูถูกฟูองคดเี ป็นพนักงานสํวนตาํ บล ตําแหนํงเจ๎าพนักงานการเงิน
และบัญชี สังกัดเทศบาลตําบลแพด (ผู๎ฟูองคดี) ผู๎ฟูองคดีได๎มีคําสั่งอนุญาตให๎ผู๎ถูกฟูองคดี ศึกษา
ตํอในระดับปริญญาโท หลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท๎องถิ่น
มหาวิทยาลัยรามคําแหง โดยผู๎ถูกฟูองคดีได๎ทําสัญญารับทุนการศึกษา ลงวันที่ ๙ พฤศจิกายน
๒๕๕๒ ให๎ไว๎กับผ๎ูฟูองคดี และใช๎เวลาราชการบางสํวนในการศึกษา ตํอมา ผู๎ถูกฟูองคดี ได๎กระทํา
ผิดวินัยอยํางร๎ายแรงโดยละท้ิงหน๎าที่ราชการติดตํอกันในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกวําสิบห๎าวัน
โดยไมํมีเหตุผลอันสมควร ผู๎ฟูองคดีจึงมีคําสั่งลงโทษไลํผู๎ฟูองคดีออกจากราชการและได๎มีหนังสือ
ถึงมหาวิทยาลัยรามคําแหงเพื่อตรวจสอบคุณวุฒิการศึกษาของผู๎ถูกฟูองคดีซึ่งมหาวิทยาลัย
รามคําแหงแจ๎งผลการตรวจสอบวําผู๎ถูกฟูองคดีไมํสําเร็จการศึกษาตามหลักสูตรและได๎พ๎นสภาพ
การเป็นนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาเนื่องจากขาดการติดตํอกับมหาวิทยาลัย เกิน ๒ ภาค
การศึกษาติดตํอกัน ผู๎ฟูองคดีจึงได๎มีหนังสือแจ๎งให๎ผู๎ถูกฟูองคดีชดใช๎เงินตามสัญญารับ
ทุนการศึกษา แตํผู๎ถูกฟูองคดีเพิกเฉย ผู๎ฟูองคดีจึงนําคดีมาฟูองขอให๎ศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่ง
ให๎ผ๎ูถูกฟูองคดีชดใช๎ทุนพร๎อมเบ้ียปรับและดอกเบ้ียให๎แกํผู๎ฟูองคดี น้ัน

เม่ือข๎อเท็จจริง ปรากฏวําผ๎ูฟูองคดีได๎มีคําส่ังลงวันท่ี ๒๑ กันยายน ๒๕๕๔ ลงโทษ
ไลํผ๎ูถูกฟูองคดีออกจากราชการซึ่งมีผลทาํ ให๎ผู๎ถูกฟูองคดีไมํอาจรับราชการเพื่อชดใช๎ทุนตามสัญญา
รับทุนการศึกษาได๎ ผู๎ฟูองคดีจึงมีสิทธิฟูองให๎ผู๎ถูกฟูองคดีชดใช๎เงินทุนที่รับไปให๎แกํผู๎ฟูองคดีได๎
ตั้งแตํวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๔ เป็นต๎นไป ดังนั้น วันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๔ จึงถือเป็นวันที่ผ๎ู
ฟูองคดีรู๎หรือควรรู๎ถึงเหตุแหํงการฟูองคดี ซึ่งผู๎ฟูองคดีจะต๎องยื่นฟูองตํอศาลภายในวันที่ ๒๑
กันยายน ๒๕๕๙ การที่ผ๎ูฟูองคดีนาํ คดีมาฟูองตํอศาลในวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๑ จึงเป็นการยื่น
ฟูองคดีเมื่อพ๎นกําหนดระยะเวลาการฟูองคดีตามมาตรา ๕๑ แหํงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาล
ปกครองฯ (คาํ สั่งศาลปกครองสูงสุดท่ี ๓๔๒/๒๕๖๑)

(2.2) ในกรณีที่ผู้สมัครเข้าเป็นนักเรียนจ่าทหารเรือปฏิบัติราชการไม่ครบ
กาหนดระยะเวลาชดใช้ทุนตามสัญญา เนื่องจากถูกหน่วยงานต้นสังกัดซึ่งเป็นคู่สัญญา มีคาสั่ง
ปลดออกจากราชการ ถือว่าวันที่ที่ออกหนังสืออันเป็นคาสั่งปลดผู้รับทุนออกจาก ราชการเป็น
วันที่หน่วยงานคู่สัญญารู้หรือควรรูถ้ ึงเหตุแห่งการฟ้องคดี ทั้งนี้ แม้จะระบุในหนังสือดังกล่าวให้
มีผลเป็นการปลดออกย้อนหลัง

สัญญาของผ๎สู มัครเข๎าเป็นนักเรียนจําทหารเรือเป็นสัญญาที่คํูสัญญาอยํางน๎อยฝุาย
หนึ่งเป็นหนํวยงานทางปกครองและมีลักษณะเป็นสัญญาที่ให๎จัดทําบริการสาธารณะ สัญญา

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุด เกี่ยวกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๖๕

ดังกลําวจึงเป็นสัญญาทางปกครองตามมาตรา ๓ แหํงพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองฯ เมื่อ
กองทัพเรือ (ผู๎ฟูองคดี) ได๎มีคําสั่งปลดผู๎ถูกฟูองคดีออกจากราชการและ ถอดยศเมื่อวันที่ ๑๑
มกราคม ๒๕๕๔ โดยกําหนดให๎มีผลย๎อนหลังไปถึงวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๔๓ อันเป็นวันกํอนที่มี
คําสั่ง จึงต๎องถือวําผู๎ฟูองคดีได๎รู๎หรือควรรู๎ถึงเหตุแหํงการฟูองคดีนี้ เพื่อให๎ผู๎ถูกฟูองคดีรับผิดตาม
สัญญาเมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๕๔ โดยในขณะนั้นศาลปกครอง ยังไมํเปิดทําการ ผู๎ฟูองคดีจึง
อาจใช๎สิทธิเรียกร๎องให๎ผ๎ูถูกฟูองคดีชําระหนี้ตํอศาลยุติธรรม ภายในสิบปีนับแตํวันที่ ๑๑ มกราคม
๒๕๕๕ อันเป็นวันที่อาจบังคับสิทธิเรียกร๎องดังกลําวได๎ ตามมาตรา ๑๙๓/๑๒ ประกอบกับมาตรา
๑๙ ๓๐ แหํงประมวลกฎหมายแพํงและพาณิชย์ แตํผู๎ฟูองคดีมิได๎ฟูองคดีตํอศาลยุติธรรม ดังนั้น
เมื่อศาลปกครองเปิดทําการ (วันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๔) ผู๎ฟูองคดีต๎องใช๎สิทธิเรียกร๎องให๎ผ๎ูถูกฟูองคดี
ชําระหนี้ภายในหน่ึงปีนับแตํวันที่ ศาลปกครองเปิดทําการ การที่ผู๎ฟูองคดียื่นคําฟูองเมื่อวันที่ ๑๔
สิงหาคม ๒๕๕๖ จึงเป็นการ ฟูองคดีเมื่อพ๎นระยะเวลาตามมาตรา ๕๑ แหํงพระราชบัญญัติจัดตั้ง
ศาลปกครองฯ (คําส่ังศาลปกครองสูงสุดที่ ๔๐๐/๒๕๕๐)

(2.๓) กรณีที่ผู้รับทุนพ้นสภาพจากการเป็นนักศึกษาก่อนสาเร็จการศึกษา
ตามหลักสูตรถือว่าวันที่มหาวิทยาลัยมีคาสั่งให้ผู้รับทุนพ้นสถานภาพการเป็นนิสิต ในปี ๒๕๕๓
เป็นวันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี

กรณีที่ผู๎ถูกฟูองคดีผิดสัญญารับทุนเพื่อศึกษาวิชาในประเทศ ภาควิชาวิศวกรรม
สํารวจ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งทําไว๎กับกรมที่ดิน (ผู๎ฟูองคดี) นั้น เมื่อข๎อเท็จจริงปรากฏวํา
กองการเจ๎าหน๎าท่ีและสํานักบริหารโครงการพัฒนากรมที่ดินซึ่งเป็นหนํวยงาน ในสังกัดของผู๎ฟูอง
คดีได๎รับทราบถึงการพันสถานภาพนิสิตของผ๎ูถูกฟูองคดีเป็นการภายในแล๎ว ตั้งแตํปี พ.ศ. ๒๕๔๒
ถึงแม๎วันท่ีรับทราบดังกลําวคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะยังมิได๎มีคําสั่งให๎ผู๎
ถูกฟูองคดีซ่งึ เป็นผ๎ูรบั ทุนพ๎นสถานภาพนิสิตก็ตาม แตํผู๎ฟูองคดีซ่ึงเป็นเจ๎าของทุนกลับไมํติดตามผล
ก า ร ศึก ษ า ข อ ง ผู ๎ถูก ฟ ูอ ง ค ด ีซึ ่ง เ ป็น ผู ๎รับ ท ุน เ พื่อ ด ํา เ นิน ก า ร ต า ม สัญ ญ า ก ลับ ป ลํอ ย ป ล ะ ล ะ เ ล ย
จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ จึงได๎มีการสอบถามและได๎ทราบวําคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย สั่งให๎ผู๎ถูกฟูองคดีพ๎นสถานภาพนิสิตไปแล๎วตั้งแตํวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๓ กรณีจึง
ถือได๎วําผู๎ฟูองคดีร๎ูหรือควรรู๎ถึงเหตุแหํงการฟูองคดี ต้ังแตํวันท่ี ๕ ธันวาคม ๒๕๕๕๓ ซึ่งเป็นวันที่ผ๎ู
ถูกฟูองคดีถูกสั่งให๎พ๎นสถานภาพนิสิต อันถือเป็นวัน ผิดสัญญา และผู๎ฟูองคดีไมํได๎ยื่นฟูองคดีตํอ
ศาลยุติธรรมซึ่งมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ ในขณะเวลาดังกลําว จนกระทั่งศาลปกครองเปิด
ทําการในวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๔ ผู๎ฟูองคดี ก็มิได๎ย่ืนฟูองภายในระยะเวลาหน่ึงปีนับแตํวันดังกลําว
กรณีจึงเป็นการยื่นฟูองคดีเมื่อพ๎น ระยะเวลาหนึ่งปีนับแตํวันที่รู๎หรือควรรู๎ถึงเหตุแหํงการฟูองคดี
ตามมาตรา ๕๑ แหํงพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลปกครองฯ (คําสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ๓๒๑/
๒๕๕๐)

กรณีที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (ผ๎ูฟูองคดี) ฟูองวํา ผู๎ถูกฟูองคดี
ที่ ๑ ได๎ทําผิดสัญญารับทุนการศึกษาภายในประเทศ ภาคนอกเวลา ตามสัญญาลงวันที่ ๒๙
กันยายน ๒๕๕๒ ที่ทําไว๎กับผู๎ฟูองคดี โดยมีผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๒ ทําสัญญาค้ําประกันการปฏิบัติตาม

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสงู สุด เกี่ยวกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๖๖

สัญญาของผูถ๎ ูกฟูองคดีที่ ๑ ขอให๎ศาลมีคาํ พิพากษาหรือคําสั่งให๎ผู๎ถูกฟูองคดีทั้งสองชดใช๎เงินให๎แกํ
ผ๎ูฟูองคดี นั้น เม่ือข๎อเท็จจริงปรากฏวําผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ไมํสามารถสําเร็จการศึกษาตามหลักสูตร
ปริญญาโท สาขาวิชานวตั กรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษาภายในระยะเวลา ๕ ปีการศึกษา ตาม
ข๎อ ๑๐.๒ ของระเบียบมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครวําด๎วยการศึกษาระดับ
บัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๙ ผ๎ูฟูองคดีจึงมีประกาศลงวันที่ ๓๐ กันยายน๒๕๕๗ ให๎ผ๎ูถูกฟูองคดีที่ ๑
พ๎นสภาพการเป็นนักศึกษาในภาคการศึกษาท่ี ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๗ ผ๎ูถูกฟูองคดีท่ี ๑ จึงเป็นผ๎ู
ผิดสัญญานับแตํวันที่มีประกาศพ๎นสภาพการเป็นนักศึกษา ผู๎ฟูองคดียํอมมีสิทธิที่จะเรียกให๎ผู๎ถูก
ฟูองคดีที่ ๑ ชดใช๎ทุนการศึกษาตามข๎อ ๑ และข๎อ ๑๐ ของสัญญา ซึ่งผู๎ฟูองคดีสามารถใช๎สิทธิ
ฟูองคดีตํอศาลได๎ทันทโี ดยมิพักต๎องบอกกลําวตามข๎อ ๑๓ ของสัญญา และถือวํา ผู๎ฟูองคดีร๎ูหรือ
ควรรู๎ถึงเหตุแหํงการฟูองคดีตั้งแตํวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๗ การที่ผู๎ฟูองคดียื่นฟูองผู๎ถูกฟูอง
คดีท่ี ๑ ในวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๖๐ จึงเป็นการยื่นฟูองภายในกาํ หนดห๎าปีนับแตํวันที่ร๎ูหรือควรรู๎ถึง
เหตุแหํงการฟูองคดีตามมาตรา ๕๑ แหํงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ และเมื่อการฟูองคดี
เก่ียวกับสัญญารับทุนการศึกษาในประเทศ ภาคนอกเวลาระหวํางผู๎ฟูองคดีกับผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ซึ่ง
เป็นสัญญาประธานได๎นํามาฟูองคดีภายในกําหนดระยะเวลาการฟูองคดีแล๎ว การฟูองผู๎ถูกฟูองคดี
ที่ ๒ ให๎รับผิดตามสัญญาคํ้าประกันซึ่งเป็นสัญญาอุปกรณ์ชอบที่จะฟูองตํอศาลปกครองภายใน
ระยะเวลาเดียวกันกับสัญญาประธานตามมาตรา ๑๙๓/๒๖ แหํงประมวลกฎหมายแพํงและ
พาณิชย์ การฟูองผ๎ูถูกฟูองคดีที่ ๒ ในคราวเดยี วกันจึงเป็นการย่ืนฟูองภายในกาํ หนดระยะเวลาการ
ฟูองคดีด๎วยเชํนกัน (คําส่ังศาลปกครองสูงสุดที่ ๑๕/๒๕๖๒)

(2.4) กรณีที่ถือว่าผู้รับทุนลาออกจากการเป็นนักศึกษา ถือว่าวันที่ส่วนราชการใน
ระดับจังหวัดได้รับแจ้งถึงการลาออกดังกล่าวจากหน่วยงานที่ผู้รับทุนปฏิบัติราชการชดใช้ทุน
เป็นวันท่ีหน่วยงานต้นสังกัด (หน่วยงาน คู่สัญญา) ได้รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี

กรณีที่สํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (ผู๎ฟูองคดี) ฟูองเรียกให๎ ผู๎ถูกฟูองคดีท่ี
๑ ซึ่งเป็นผ๎ูรับทุนตามสัญญารับทุนเพื่อศึกษาวิชาพยาบาลศาสตร์ (๔ ปี) ชดใช๎ ทุนพร๎อมเบี้ยปรับ
ตามสัญญาเนื่องจากลาออกจากการเป็นนักศึกษากํอนสําเร็จการศึกษา ตามหลักสูตร นั้น เมื่อ
ปรากฏวําผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ได๎มีหนังสือลงวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๒ ถึงผู๎อํานวยการวิทยาลัย
พยาบาลบรมราชชนนี นพรัตน์วชิระ ขอลาออกจากการเป็นนักศึกษา ตั้งแตํวันที่ ๓๐ กรกฎาคม
๒๕๕๒ และผ๎ูอํานวยการสถาบันพระบรมราชชนกได๎มีคําส่ังเม่ือวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๒ อนุมัติให๎
ผ๎ูถูกฟูองคดีท่ี ๑ ลาออกจากการเป็นนักศึกษาตั้งแตํวันท่ี ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๔๒ จึงถือวําวันท่ี ๓๐
กรกฎาคม ๒๕๕๒ เป็นวันที่ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ผิดสัญญา และเป็นวันที่มีเหตุแหํงการฟูองคดีน้ี
ตํอมาผู๎อํานวยการวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นพรัตน์วชิระ ได๎มีหนังสือถึงนายแพทย์
สาธารณสุขจังหวัดนครปฐมแจ๎งให๎ทราบวําสถาบัน พระบรมราชชนกได๎อนุมัติให๎ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑
ลาออกจากการเป็นนักศึกษาตั้งแตํวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๒ โดยสํานักงานสาธารณสุขจังหวัด
นครปฐมได๎รับหนังสือดังกลําวเมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๒ จึงต๎องถือวําผู๎ฟูองคดีได๎รู๎หรือควรรู๎ถึง
เหตุแหํงการฟูองคดีในวันดังกลําว แตํโดยท่ีขณะน้ันศาลปกครองยังไมํเปิดทําการ ผู๎ฟูองคดีจึงต๎อง

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสงู สุด เกีย่ วกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๖๗

นําคดีไปย่ืนฟูองตํอศาลยุติธรรม ภายในสิบปีนับแตํวันท่ี ๔ ตุลาคม ๒๕๔๒ อันเป็นวันที่อาจบังคับ
สิทธิเรียกร๎องได๎เป็นต๎นไป แตํปรากฏวําผู๎ฟูองคดีไมํได๎ใช๎สิทธิฟูองคดีตํอศาลยุติธรรม แตํได๎นําคดี
มาฟูองตํอศาลปกครอง ในวันท่ี ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๖ ซึ่งเป็นการยื่นฟูองคดีเมื่อพ๎นกําหนดหนึ่งปี
นับแตํวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๔ อันเป็นวันท่ีศาลปกครองเปิดทําการ กรณีจึงเป็นการฟูองคดีเม่ือพ๎น
ระยะเวลา การฟูองคดีตามมาตรา ๕๑ แหํงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ (คําสั่ง
ศาลปกครองสูงสุดท่ี ๑๑/๒๕๕๐)

เมื่อข๎อเท็จจริงปรากฏวํา ผู๎ฟูองคดีได๎เบิกจํายเงินทุนการศึกษาให๎แกํผู๎ถูกฟูองคดี
งวดแรกจํานวน ๔๐,๐๐๐ บาท และผู๎ถูกฟูองคดีเข๎ารับการศึกษาตามหลักสูตรดังกลําว ๑ ภาค
เรียนแล๎ว หลังจากนั้น ผ๎ูถูกฟูองคดียื่นหนังสือขอลาออกจากการเป็นพนักงานจ๎างตามภารกิจเพื่อ
ไปประกอบอาชีพอื่น ผู๎ฟูองคดีจึงได๎มีคําสั่งลงวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๕ ตามมติคณะกรรมการ
พนักงานเทศบาลจังหวัดตาก (ก.ท.จ. ตาก) ให๎ผู๎ถูกฟูองคดีพ๎นจากการปฏิบัติหน๎าที่ตั้งแตํวันที่ ๑
ตุลาคม ๒๕๕๕ เป็นต๎นไป ตามความประสงค์ของผู๎ถูกฟูองคดี จากนั้น ผู๎ฟูองคดีมีหนังสือลงวันท่ี
๑๐ มีนาคม ๒๕๕๙ และลงวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๙ ทวงถามผู๎ถูกฟูองคดีเพื่อให๎ชําระเงิน
ทุนการศึกษาจํานวน ๔๐,๐๐๐ บาท พร๎อมเบี้ยปรับจํานวน ๘๐,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น
๑๒๐,๐๐๐ บาท แตํผู๎ถูกฟูองคดี มิได๎ดําเนินการชดใช๎ทุนพร๎อมทั้งเบี้ยปรับให๎แกํผู๎ฟูองคดี ดังนั้น
วันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๕ จึงถือเป็นวันที่ผู๎ฟูองคดีรู๎หรือควรรู๎ถึงเหตุแหํงการฟูองคดีแล๎ว การที่ผู๎
ฟูองคดียื่นฟูองคดีตํอศาลเมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๐ จึงเป็นการยื่นฟูองภายในระยะเวลาการ
ฟูองคดีตามมาตรา ๕๑ แหํงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ (คําสั่งศาลปกครองสูงสุดท่ี
๑๖๕/๒๕๖๑)

กรณีฟูองวํา ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ทําสัญญากับสํานักงานคณะกรรมการข๎าราชการ
พลเรือน (ผู๎ฟูองคดี) เพื่อไปศึกษาระดับปริญญาตรี-ปริญญาโท หรือประกาศนียบัตรเฉพาะด๎าน
สาขาวิชาที่สนับสนุนการศึกษาของคนพิการ ณ สหราชอาณาจักร (สาขาวิชาการเมืองและ
การพัฒนาสังคมศาสตร์) ตามสัญญาการรับทุน ก.พ. เพื่อศึกษาวิชาในตํางประเทศลงวันที่ ๑๔
มิถุนายน ๒๕๔๕ โดยมีผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๒ ทําสัญญาคํ้าประกันยอมรับผิดรํวมกับผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑
ปรากฏวํา เมื่อครบกําหนดระยะเวลาการศึกษาที่ได๎รับอนุมัติแล๎ว ผู๎ฟูองคดีแจ๎งให๎สํานักงาน
ผ๎ูดูแลนักเรียนในประเทศอังกฤษติดตามความก๎าวหน๎าของผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ แตํสํานักงานผู๎ดูแล
นักเรียนในประเทศอังกฤษมีหนังสือลงวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๔ แจ๎งวํา ไมํสามารถติดตํอผู๎ถูก
ฟูองคดีที่ ๑ ได๎ เนื่องจากผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ลาออกจากการเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยตั้งแตํ
เดือนมิถุนายน ๒๕๕๓ และเดินทางกลับประเทศไทยแล๎วตั้งแตํกลางปีพ.ศ. ๒๕๕๓ โดยผู๎ฟูองคดี
ได๎รับหนังสือฉบับดังกลําว เม่ือวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๔ การที่ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ลาออกจากการ
เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยและเดินทางกลับมาประเทศไทยถือเป็นการยุติหรือเลิกการศึกษา

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุด เกีย่ วกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๖๘

กํอนผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ จะสําเร็จการศึกษา อันเป็นการไมํปฏิบัติตามข๎อ ๖ ของสัญญาการรับทุน
ก.พ. เพื่อศึกษาวิชาในตํางประเทศ ลงวันท่ี ๑๔ มิถุนายน ๒๕๔๕ ผ๎ูถูกฟูองคดีท่ี ๑ จึงมีหน๎าที่ต๎อง
รับผิดชดใช๎ทุนที่ผู๎ฟูองคดีได๎จํายไปแล๎วทั้งสิ้นกับใช๎เงินอีกสองเทํา ของจํานวนทุนดังกลําวให๎เป็น
เบี้ยปรับแกํผู๎ฟูองคดีด๎วยทันทีตามข๎อ ๗ วรรคสอง ของสัญญาฉบับเดียวกัน และถือวําวันที่ ๓๐
มิถุนายน ๒๕๕๔ ซ่ึงเป็นวันท่ผี ู๎ฟูองคดีได๎รับหนังสือจากสาํ นักงานผ๎ูดูแลนักเรียนในประเทศอังกฤษ
เป็นวันที่ผู๎ฟูองคดีรู๎หรือควรรู๎วําผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ประพฤติผิดสัญญา ผู๎ฟูองคดีจึงต๎องยื่นฟูอง
ภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๙ การท่ีผู๎ฟูองคดียื่นฟูองตํอศาลในวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๖๑ จึง
เป็นการย่ืนฟูองเมื่อพ๎นกาํ หนดระยะเวลาตามท่ีบัญญัติไว๎ในมาตรา ๕๑ แหํงพระราชบัญญัติจัดตั้ง
ศาลปกครองฯ (คาํ สั่งศาลปกครองสูงสุดท่ี ๘๑/๒๕๖๒)

(2.5) กรณีผู้รับทุนฟ้องเรียกให้ผู้ให้ทุนคืนเงินเบี้ยปรับพร้อมดอกเบี้ยที่ชาระไว้
เกินให้แก่ผู้รับทุน ถือว่าวันท่ีผู้รับทุนนาเงินตามจานวนที่ผู้ให้ทุนทวงถามไปชาระให้แก่ผู้ให้ทุน
เป็นวันท่ีผู้รับทุนรู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี

การที่ผู๎ฟูองคดีซึ่งเป็นข๎าราชการผู๎ลาศึกษาตามสัญญาของผู๎ได๎รับอนุมัติให๎ ลาไป
ศึกษาหรือฝึกอบรมภายในประเทศโดยได๎รับเงินเดือนเต็มระหวํางลา กระทําผิดสัญญา เนื่องจาก
ลาออกจากราชการกํอนครบกําหนดระยะเวลาปฏิบัติราชการตามสัญญา สํานักงาน ปลัดกระทรวง
สาธารณสุข (ผู๎ถูกฟูองคดี) ซึ่งเป็นหนํวยงานทางปกครองคูํสัญญาจึงมีหนังสือ แจ๎งให๎ผู๎ฟูองคดี
ชดใช๎ทุนพร๎อมเบี้ยปรับสองเทําตามสัญญา ซึ่งผู๎ฟูองคดีได๎นําเงินตามจํานวน ที่ผู๎ถูกฟูองคดีทวง
ถามไปชําระให๎แกํผู๎ถูกฟูองคดีเมื่อวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๕ เนื่องจาก เชื่อโดยสุจริตวํามีภาระ
ผูกพันที่จะต๎องชดใช๎เงินจํานวนดังกลําวตามสัญญา แตํตํอมาในเดือน เมษายน ๒๕๕๔ ผู๎ฟูองคดี
ทราบข๎อมูลจากผู๎ที่ได๎รับอนุมัติให๎ลาศึกษาหรือฝึกอบรมรุํนเดียวกัน วํา การคํานวณเบี้ยปรับของผู๎
ถูกฟูองคดีไมํถูกต๎อง เนื่องจากแบบของสัญญาที่ผู๎ถูกฟูองคดี นํามาใช๎ขัดตํอระเบียบ ก.พ. วําด๎วย
การพัฒนาข๎าราชการพลเรือน โดยการให๎ไปศึกษาเพ่ิมเติม ในประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งกําหนดให๎
กรณีที่ข๎าราชการลาศึกษาไมํกลับมาปฏิบัติราชการตาม สัญญาต๎องชดใช๎เงินเดือนกับให๎ใช๎เงินอีก
จํานวนหนึ่งเทําของเงินเดือนดังกลําวให๎เป็นเบ้ียปรับ แกํทางราชการ ผู๎ฟูองคดีจึงมีหนังสือลงวันที่
๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๘ ขอให๎ผู๎ถูกฟูองคดีชําระเงิน ที่เรียกไปเกินคืนให๎แกํผู๎ฟูองคดี แตํผู๎ถูกฟูองคดี
เพิกเฉยไมํชําระ น้ัน ถือวําวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๕ ซึ่งเป็นวันที่ผู๎ฟูองคดีนําเงินตามจํานวนที่ผู๎ถูก
ฟูองคดีทวงถามไปชําระให๎แกํผ๎ูถูกฟูองคดี เป็นวันที่ผู๎ฟูองคดีควรรู๎ถึงเหตุแหํงการฟูองคดีนี้ ดังนั้น
เมื่อผู๎ฟูองคดีนําคดีมาฟูองตํอศาล ในวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๙ จึงเป็นการฟูองเมื่อพ๎นกําหนด
ระยะเวลาการฟูองคดีตามมาตรา ๕๑ แหํงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ (คําสั่งศาล
ปกครองสูงสุดท่ี ๓๕๔/๒๕๕๐)

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสงู สุด เกีย่ วกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๖๙

(2.6) กรณีฟ้องเรียกให้ผู้รับทุนชดใช้ทุนคืน อันเนื่องมาจากผู้รับทุนปฏิบัติ
ราชการชดใช้ทุนไม่ครบกาหนดระยะเวลาตามสัญญา ถือว่าวันที่ที่หน่วยงานคู่สัญญาระบุให้
ผู้รับทุนพ้นจากการรับราชการตามคาส่ังอนุญาต ให้ลาออกจากราชการเป็นวันที่รู้หรือควรรู้ถึง
เหตุแห่งการฟ้องคดี

กรณีกรมเชอื้ เพลิงธรรมชาติฟูองขอให๎ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ซึ่งเป็นผู๎รับทุน ตามสัญญา
ลาไปศึกษาหรือฝึกอบรมในประเทศและตํางประเทศ และผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๒ ซึ่งเป็น ผู๎ค้ําประกัน
รํวมกันรับผิดชดใช๎เงินตามสัญญา เนื่องจากผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ได๎ขอลาออกจาก ราชการกํอนครบ
กําหนดระยะเวลาชดใช๎ทุน นั้น เมื่อปรากฏวํากรมเชื้อเพลิงธรรมชาติมีคําสั่ง อนุญาตให๎ผู๎ถูกฟูอง
คดีที่ 9 ลาออกจากราชการตั้งแตํวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๕๕ จึงถือวํา กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติร๎ู
หรือควรร๎ูถึงเหตุแหํงการฟูองคดีต้ังแตํวันดังกลําว การท่ีกรมเชื้อเพลิง ธรรมชาติยื่นฟูองคดีตํอศาล
ปกครองชั้นต๎นเมื่อวันท่ี ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑ จึงเป็นการ ฟูองคดีเมื่อพ๎นกําหนดห๎าปีนับแตํวันที่
รู๎หรือควรรู๎ถึงเหตุแหํงการฟูองคดีตามมาตรา ๕๑ แหํงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ
ซ่ึงแกไ๎ ขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบญั ญตั ฯิ (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ (คําสงั่ ศาลปกครองสูงสดุ ที่ ๑๒/๒๕๕๒)

สัญญารับทุนอุดหนุนการศึกษา สํานักงานปลัดทบวงมหาวิทยาลัย (โครงการผลิต
และพัฒนาอาจารย์) ระหวํางสํานักงานปลัดทบวงมหาวิทยาลัยกับผ๎ถู ูกฟูองคดี ที่ ๑ โดยมีผู๎ถูกฟูอง
คดีที่ ๒ เป็นผู๎ค้ําประกัน มีวัตถุประสงค์เพื่อให๎ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ กลับมา รับราชการตามเวลาท่ี
กําหนดในสัญญา อันเป็นบริการสาธารณะ จึงเป็นสัญญาทางปกครอง ตามมาตรา ๓ แหํง
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ การฟูองคดีเพื่อขอให๎ผู๎ถูกฟูองคดีที่ 9 ชดใช๎เงินเนื่องจากผิด
สัญญาดังกลําว จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔) แหํง
พระราชบัญญัติเดียวกัน ซ่ึงต๎องยื่นฟูองภายในห๎าปีนับแตํวันที่รู๎หรือควรรู๎ ถึงเหตุแหํงการฟูองคดี
แตํไมํเกินสิบปีนับแตํวันที่มีเหตุแหํงการฟูองคดีตามมาตรา ๕) แหํงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาล
ปกครองฯ ซ่ึงแก๎ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ เมื่อปรากฏวํา ผู๎ถูกฟูอง
คดีที่ ๑ ได๎รับอนุญาตให๎ลาออกจากราชการเมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๒ โดยกระทรวงการคลัง
ต รว จ สอบแ ล๎ว เ ห็น วํา ผู๎ถ ูกฟูอง คดีที่ ๑ ต ๎องชด ใช๎เ งิน จําน ว น ๒๑ ๗ ,๑๐๐ บา ท
มหาวิทยาลัยขอนแกํนจึงมีหนังสือแจ๎งให๎ผู๎ถูกฟูองคดีทั้งสองชดใช๎เงินจํานวนดังกลําว ถือได๎วําผ๎ู
ฟูองคดีรู๎หรือควรรู๎ถึงเหตุแหํงการฟูองคดีนับแตํวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๒ ท่ีผ๎ูถูกฟูองคดีท่ี ๑ ได๎รับ
อนุญาตให๎ลาออกจากราชการ ตํอมา วันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๔ ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ นําเงิน
จํานวน ๑๐,000 บาท มาชําระหน้ีบางสํวน จึงถือได๎วํา ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ รับสภาพหนี้ตํอผ๎ูฟูองคดี
ตามสิทธิเรียกร๎องท่ีมีอยูํ มีผลทําให๎ระยะเวลา ในการฟูองคดีสะดุดหยุดลงตามมาตรา ๑๔ ๑๔ (๑)
แหํงประมวลกฎหมายแพํงและพาณิชย์ และเมื่อเหตุที่ทําให๎อายุความสะดุดหยุดลงสิ้นสุดลงเวลา
ใดให๎เริ่มนับอายุความใหมํตั้งแตํ เวลานั้น ตามมาตรา ๑๕๓ ๑๕ วรรคหนึ่งและวรรคสอง แหํง
ประมวลกฎหมายแพํงและพาณิชย์ ดังน้ัน เม่ือปรากฏวําผ๎ูถูกฟูองคดีที่ ๑ นําเงินมาชําระหนี้ให๎แกํ
ผู๎ฟูองคดีบางสํวนเมื่อวันท่ี ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๔ ระยะเวลาสําหรับการย่ืนฟูองคดีน้ีจึงเริ่มนับแตํวัน
ดังกลําว การที่ผู๎ฟูองคดี นําคดีนี้มาฟูองตํอศาลปกครองเมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ซึ่งเป็น
เวลาเกินกวําห๎าปีนับแตํ วันท่ี ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๔ จึงเป็นการยื่นฟูองเมื่อพ๎นระยะเวลาการฟูอง

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุด เกีย่ วกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๗๐

คดีตามมาตรา ๕๑ แหํงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ (คําสั่งศาลปกครองสูงสุด
ท่ี ๕๑๑/๒๕๕๒)

กรณีที่ผู๎ถูกฟูองคดีได๎รับทุนกองทัพอากาศไปศึกษาในระดับปริญญาโท และ
ปริญญาเอก สาขาวิศวกรรมโยธา ณ University of Pittsburgh ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได๎ทํา
สัญญาสําหรับผู๎ที่ทางราชการสํงไปศึกษาและรับโอนเข๎าศึกษาในตํางประเทศให๎ไว๎ กับ
กระทรวงกลาโหมจํานวน 1 ฉบับ ปรากฏวําภายหลังจากสําเร็จการศึกษาผู๎ถูกฟูองคดี ได๎รายงาน
ตัวกลับเข๎ารับราชการที่โรงเรียนนายเรืออากาศ แตํตํอมาผู๎ถูกฟูองคดีได๎ขาดราชการ และมี
พฤติการณ์หนีราชการทหารในเวลาประจําการ กองทัพอากาศจึงมีคําสั่งลงวันที่ ๑๔ ตุลาคม
๒๕๕๖ ให๎ปลดผู๎ถูกฟูองคดีออกจากราชการตั้งแตํวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ อันเป็น วันพ๎น
กําหนดสิบห๎าวันนับแตํวันที่ผู๎ถูกฟูองคดีได๎ขาดราชการ กรณีดังกลําวเป็นการที่ผู๎ถูกฟูองคดี ผิด
สัญญาท่ีทําไว๎กับกระทรวงกลาโหม และถือวําวันท่ีกระทรวงกลาโหมมีคําส่ังปลดผ๎ูถูกฟูองคดี ออก
จากราชการข๎างต๎นเป็นวันท่ีร๎ูหรือควรร๎ูถึงเหตุแหํงการฟูองคดี เม่ือกระทรวงกลาโหม ยื่นฟูองคดีน้ี
ตํอศาลในวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๒ จึงเป็นการยื่นฟูองภายในห๎าปีนับแตํวันที่รู๎ หรือควรรู๎ถึงเหตุ
แหํงการฟูองคดีตามมาตรา ๕๑ แหํงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ ซึ่งแก๎ไขเพิ่มเติมโดย
พระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๑ (คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๓๗8/๒๕๕๓)

กรณีฟูองขอให๎มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชชํวยเหลือในการชดใช๎
ทุนการศึกษาให๎แกํมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรีกํอนที่ผู๎ฟูองคดีจะโอนมาเป็นอาจารย์ ในสังกัด
ของมหาวิทยาลัยฯ เนื่องจากมหาวิทยาลัยฯ เคยตอบรับให๎ความชํวยเหลือในการชดใช๎ทุน แกํผ๎ู
ฟูองคดี แตํตํอมาคณะกรรมการกองทุนอุดหนุนการพัฒนาบุคลากรมีมติไมํอนุมัติเงินทุน ดังกลําว
ให๎แกํผู๎ฟูองคดี นั้น เมื่อข๎อเท็จจริงรับฟังได๎วํา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชได๎มี หนังสือ
แจ๎งมติของคณะกรรมการกองทุนอุดหนุนการพัฒนาบุคลากรที่ไมํอนุมัติเงินทุนชดเชย คําปรับ
การศึกษาตํอใหแ๎ กํผ๎ูฟูองคดี โดยวิธีการสํงหนังสือฉบับดังกลําวไว๎ในต๎ูรับเอกสาร ท่ีมหาวิทยาลัยได๎
จัดไว๎ให๎แกํอาจารย์แตํละคน และผู๎ฟูองคดีได๎ไปรับหนังสือฉบับเดียวกันนี้ เมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม
๒๕๕๒ กรณีจึงต๎องถือวํามีเหตุแหํงการฟูองคดีอันเกิดจากการไมํปฏิบัติ ตามข๎อตกลงและผู๎ฟูองคดี
ได๎รู๎หรือควรรู๎ถึงเหตุแหํงการฟูองคดีนี้แล๎วเมื่อวันท่ี ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๒ ซึ่งผู๎ฟูองคดีชอบที่จะยื่น
ฟูองคดีนี้ภายในห๎าปีนับแตํวันดังกลําว การที่ผู๎ฟูองคดีนําคดีนี้ มาฟูองตํอศาลเมื่อวันที่ ๒๖
พฤศจิกายน ๒๕๕๓ จึงเป็นการยื่นคําฟูองภายในกําหนดระยะเวลา การฟูองคดีตามมาตรา ๕๑
แหํงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ (คําส่ังศาลปกครองสูงสุด ที่ ๒๒๐/๒๕๕๕)

กรณีมหาวิทยาลัยนเรศวรฟูองขอให๎ข๎าราชการรับผิดชดใช๎เงินตามสัญญา
ของข๎าราชการที่ไปศึกษา หรือฝึกอบรม ณ ตํางประเทศ กรณีผิดสัญญาเนื่องจากได๎ขอลาออก
จากราชการกํอนครบกําหนดระยะเวลาตามสัญญา นั้น เมื่อนับตั้งแตํวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๔
(วันที่มหาวิทยาลัยมีคําส่ังอนุญาตให๎ข๎าราชการผ๎ูผิดสัญญาลาออกจากราชการ) ซึ่งถือวําเป็นวันท่ีผู๎
ฟูองคดีรู๎หรือควรรู๎ถึงเหตุแหํงการฟูองคดีนี้ จนถึงวันที่ผู๎ฟูองคดียื่นฟูองคดีตํอศาล เมื่อวันที่ 4
สิงหาคม ๒๕๕๖ กรณีจึงยังไมํพ๎นกําหนดระยะเวลาการฟูองคดีตามมาตร า ๕๑ แหํง

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสงู สุด เกี่ยวกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๗๑

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ ซึ่งแก๎ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.
๒๕๕๑ (คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ.๑๓๗/๒๕๕๕)

สัญญารับทุนการศึกษาภายในประเทศภาคนอกเวลาระหวํางมหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีราชมงคลพระนครกับผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ในฐานะผู๎รับทุน มีวัตถุประสงค์แหํงสัญญา
คือ เมื่อผู๎รับทุนสําเร็จการศึกษาแล๎ว ผู๎รับทุนจะเข๎ารับราชการตามคําสั่งของมหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีราชมงคลพระนครและตามระยะเวลาที่กําหนดไว๎ในสัญญา กรณีจึงเห็นได๎วํา สัญญา
ดังกลําวเป็นสัญญาที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครตกลงให๎การสนับสนุน การศึกษา
แกํผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ โดยมีข๎อผูกพันผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ต๎องทําการสอนในสถานศึกษา อันเป็นการ
จัดทําบริการสาธารณะของรัฐ สัญญาดังกลําวจึงเป็นสัญญาทางปกครองตาม มาตรา ๓ แหํง
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ สํวนสัญญาค้ําประกันระหวํางมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราช
มงคลพระนคร กับผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๒ เป็นสัญญาค้าํ ประกันการปฏิบัติตามสัญญา ของผ๎ูถูกฟูองคดีท่ี
๑ ซ่ึงเป็นสัญญาทางปกครองและเป็นสัญญาประธาน สัญญาคํ้าประกัน ดังกลําวจึงมีลักษณะเป็น
สัญญาอุปกรณ์ เมื่อข๎อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาประธานอยูํในอํานาจ พิจารณาพิพากษาของศาล
ปกครอง ข๎อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาค้ําประกันของผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๒ จึงอยูํในอํานาจพิจารณา
พิพากษาของศาลปกครองเชํนเดียวกัน เมื่อข๎อเท็จจริงในคดีน้ี รับฟังได๎วํา ผ๎ูถูกฟูองคดีที่ ๑ ได๎เข๎า
ทําสัญญากับผ๎ูฟูองคดีตามสัญญารับทุนการศึกษา ในประเทศภาคนอกเวลา ลงวันท่ี ๑๙ กันยายน
๒๕๔๔ โดยมีผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๒ เป็นผู๎คํ้าประกัน การปฏิบัติตามสัญญาของผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ซึ่ง
สัญญาดังกลําวกําหนดให๎ผ๎ูถูกฟูองคดีท่ี ๑ ศึกษาให๎สําเร็จระดับปริญญาโทภายในระยะเวลา ๒ ปี
นับต้ังแตํวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๔๔ แตํปรากฏวําเมื่อครบกําหนดเวลารับทุนการศึกษาตามสัญญา
ในวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๔๖ ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ไมํสามารถศึกษาให๎สําเร็จได๎ และโดยที่ข๎อ 5 ของ
สัญญาดังกลําวกําหนดวํา ผ๎ูถูกฟูองคดีท่ี ๑ จะรายงานตัวตํอมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระ
นครภายใน ๗ วัน กํอนวันสิ้นสุดของสัญญานี้ ถ๎าพ๎นกําหนดอายุสัญญาให๎ถือวําผิดสัญญานับตั้งแตํ
วันถัด จากวันสิ้นสุดของสัญญาเป็นต๎นไป กรณีจึงเห็นได๎วํา การที่ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ไมํสามารถ
สําเร็จการศึกษาตามหลักสูตรภายในระยะเวลาที่กําหนดไว๎ในสัญญาและไมํรายงานตัวตํอ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครผู๎ฟูองคดีภายใน ๗ วัน กํอนวันสิ้นสุดของสัญญา
ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ จึงเป็นผู๎ผิดสัญญา นับแตํวันถัดจากวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๕๖ ซึ่งเป็นวันสิ้นสุด
ของสัญญา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครจึงมีสิทธิเรียกให๎ผู๎ถูกฟูองคดีทั้งสอง ชดใช๎
เงินทุนและเบี้ยปรับได๎ตั้งแตํวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๔๖ เพราะถือวํามหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราช
มงคลพระนครรู๎หรือควรรู๎ถึงเหตุแหํงการฟูองคดีตั้งแตํวันดังกลําว ซึ่งมิใชํวันที่ ๒๙ พฤษภาคม
๒๕๕๐ ซึ่งเป็นวันที่ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ มีหนังสือแจ๎งคณบดีคณะบริหารธุรกิจ ของมหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีราชมงคลพระนครวําไมํสามารถศึกษาให๎สําเร็จตามสัญญาได๎ และมหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีราชมงคลพระนครชอบที่จะนําคดีมาฟูองตํอศาลภายในห๎าปี คือ ภายในวันที่ 9
มิถุนายน ๒๕๕๑ การท่ีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครนําคดีนี้ มาฟูองตํอศาลปกครอง
ในวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๑ จึงเป็นการยื่นฟูองคดีเมื่อพ๎นกําหนดห๎าปี นับแตํวันที่รู๎หรือควรรู๎ถึง
เหตุแหํงการฟูองคดี ตามมาตรา ๕๑ แหํงพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองฯ และเมื่อการฟูอง

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุด เกี่ยวกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๗๒

คดีเกี่ยวกับสัญญารับทุนการศึกษาในประเทศภาคนอกเวลา ระหวํางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช
มงคลพระนครกับผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ซึ่งเป็นสัญญาประธาน ได๎นํามาฟูองคดีเมื่อพ๎นกําหนด
ระยะเวลาการฟูองคดีแล๎ว การฟูองผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๒ ให๎รับผิด ตามสัญญาค้ําประกันซึ่งเป็นสัญญา
อุปกรณ์ ก็ต๎องฟูองตํอศาลปกครองภายในระยะเวลาเดียวกัน กับสัญญาประธาน ตามมาตรา
๑๙๓/๒๖ แหํงประมวลกฎหมายแพํงและพาณิชย์ คําฟูอง ผ๎ูถูกฟูองคดีท่ี ๒ จึงเป็นการฟูองคดีเม่ือ
พ๎นกําหนดระยะเวลาการฟูองคดีด๎วยเชํนกัน สําหรับกรณีที่ในระหวํางการพิจารณาคดีผู๎ถูกฟูองคดี
ที่ ๑ ได๎มีหนังสือลงวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๒ รับสภาพหนี้และขอผํอนผันชําระหนี้กับ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร นั้น เนื่องจากเป็นการกระทําภายหลังสิ้นสุดระยะเวลา
แหํงการฟูองคดี หนังสือดังกลําวจึงเป็นการ รับสภาพความผิดโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือตาม
มาตรา ๑๙๓/๒๔ วรรคสอง แหํงประมวล กฎหมายแพํงและพาณิชย์ ซึ่งมีผลให๎มหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีราชมงคลพระนครสามารถใช๎สิทธิ เรียกร๎องตามมาตรา ๑๙๓/๓๕ แหํงประมวล
กฎหมายแพํงและพาณิชย์ แตํก็หาทําให๎การฟูองคดี ที่ย่ืนเมื่อพ๎นกําหนดเวลาตามมาตรา ๕๑ แหํง
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ เป็นการฟูองคดี ภายในระยะเวลาในภายหลังไมํ (คําพิพากษา
ศาลปกครองสูงสุดท่ี อ.๖๔๓/๒๕๕๕)

สัญญาของผู๎เขา๎ รับการศึกษาเป็นนักเรียนจําอากาศของโรงเรียนจําอากาศ ฉบับลง
วันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๙ ที่นาย ธ. ทําไว๎กับกองทัพอากาศเป็นสัญญาที่คูํสัญญา อยํางน๎อยฝุาย
หนึ่งเป็นหนํวยงานทางปกครอง และมีลักษณะเป็นสัญญาที่ให๎จัดทําบริการสาธารณะ จึง เป็น
สัญญาทางปกครอง สํวนสัญญาค้าํ ประกัน ลงวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๙ ที่พันจําอากาศ อ. ทําไว๎
กับกองทัพอากาศ โดยยอมผูกพันตนตํอกองทัพอากาศเข๎าเป็น ผ๎ูค้ําประกันหน้ีที่นาย ธ. จะพึงต๎อง
ชําระแกํกองทัพอากาศตามสัญญาผู๎เข๎ารับการศึกษา เป็นนักเรียนจําอากาศดังกลําว เป็นสัญญา
อุปกรณ์ของสัญญาทางปกครอง เมื่อคดีนี้กองทัพอากาศ ฟูองวํา ผ๎ูถูกฟูองคดีประพฤติผิดสัญญาคาํ้
ประกัน โดยไมํชําระเงินคําผิดสัญญาการศึกษา ให๎ครบถ๎วนตามจํานวนที่พึงต๎องชดใช๎ตามสัญญา
จากการที่นาย ธ. ประพฤติผิดสัญญาของ ผู๎ได๎รับการศึกษาเป็นนักเรียนจําอากาศ ฉบับลงวันท่ี
๒๐ เมษายน ๒๕๔๙ ขอให๎ศาลพิพากษา ให๎ผู๎ถูกฟูองคดีชําระเงินจํานวน ๑๒๐,๘๐๐ บาท ให๎แกํ
กองทัพอากาศ พร๎อมดอกเบ้ียในอัตรา ร๎อยละ ๗.๕ ตํอปี คดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทาง
ปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔) แหํงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ เมื่อข๎อเท็จจริง
ปรากฏวํา ในระหวํางที่นาย ธ. เป็นนักเรียนจําอากาศ ศึกษาในสาขาวิชาสื่อสาร หลักสูตร
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ นาย ธ. ได๎มีหนังสือลงวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๐ ขอลาออกจากการเป็น
นักเรียนจําอากาศเพื่อไป ศึกษาตํอในสถาบันการศึกษาอื่น ตั้งแตํวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๐ โดยผู๎
ฟูองคดีได๎มีคําส่ังลงวันท่ี ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๐ อนุญาตให๎นาย ธ. ลาออกจากราชการตั้งแตํวันที่ 9
ตุลาคม ๒๕๕๐ เป็นต๎น ไปกับให๎กรมยุทธศึกษาทหารอากาศ กองบัญชาการฝึกศึกษาทหารอากาศ
ดําเนินการ เรียกเก็บเงินคําปรับชดใช๎กรณีผิดสัญญาการศึกษาให๎แกํทางราชการ กรณีเชํนนี้ถือได๎
วํา นาย ธ. ประพฤติผิดสัญญาเข๎ารับการศึกษาเป็นนักเรียนจําอากาศตั้งแตํวันที่นาย ธ. ลาออก
จากการเป็นนักเรียนจําอากาศ คือวันท่ี ๑ ตุลาคม ๒๕๕๐ กองทัพอากาศจึงอาจเรียกร๎องให๎ ผู๎ถูก
ฟูองคดีรับผิดชดใช๎เงินคําปรับจากการผิดสัญญาของนาย ธ. นับแตํวันดังกลําว อันเป็นวันที่

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุด เกีย่ วกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๗๓

กองทัพอากาศอาจบังคับสิทธิเรียกร๎องได๎ และวันดังกลําวถือได๎วําเป็นวันที่มีเหตุแหํงการฟูองคดีน้ี
แตํเมื่อคดีนี้กองทัพอากาศได๎มีคําสั่งลงวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๐ อนุญาตให๎นาย ธ. ลาออกจาก
ราชการ และให๎กรมยุทธศึกษาทหารอากาศ กองบัญชาการฝึกศึกษาทหารอากาศ ดําเนินการเรียก
เก็บเงินคําปรับชดใช๎กรณีผิดสัญญาการศึกษาให๎แกํทางราชการ กรณีจึงต๎อง ถือวํากองทัพอากาศ
ได๎รู๎หรือควรรู๎ถึงเหตุแหํงการฟูองคดีนี้เม่ือวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๐ การที่กองทัพอากาศนําคดีมา
ฟูองตํอศาลเม่ือวันท่ี ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๖ จึงเป็นการยื่นคําฟูอง เมื่อลํวงพ๎นระยะเวลาห๎าปีนับแตํ
วันท่ีรู๎หรือควรร๎ูถงึ เหตุแหํงการฟูองคดีตามนัยมาตรา ๔๑ แหํงพระราชบัญญัติจัดต้ังศาลปกครองฯ
(คําส่ังศาลปกครองสูงสุดท่ี ๓๒๑/๒๕๕๗)

กรณีกองทัพอากาศฟูองขอให๎ศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งให๎ผู๎ถูกฟูองคดี ทั้งสอง
ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของผู๎คํ้าประกันซึ่งเสียชีวิตลงแล๎ว รํวมกันรับผิดชดใช๎เงิน ตามสัญญาค้ํา
ประกันกรณีที่ นาย ธ. ประพฤติผิดสัญญาของผู๎เข๎ารับการศึกษาเป็นนักเรียน จําอากาศ
ข๎อเท็จจริงรับฟังได๎วํา นาย ธ. ขอลาออกจากโรงเรียนจําอากาศกํอนสําเร็จการศึกษา และผู๎ฟูอง
คดีได๎มีคําสั่งลงวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๐ ให๎นาย ธ. พันสภาพความเป็นนักเรียน โดยอนุญาตให๎
ลาออกได๎ต้งั แตํวนั ท่ี 9 ตุลาคม ๒๕๕๐ ตามความประสงค์ของนาย ธ. กับให๎ กรมยุทธศึกษาทหาร
อากาศ กองบัญชาการฝึกศึกษาทหารอากาศ ดําเนินการเรียกเก็บ เงินคําปรับชดใช๎กรณีผิดสัญญา
การศึกษาให๎แกํทางราชการ ซึ่งหากผู๎ฟูองคดีเห็นวํามีข๎อโต๎แย๎ง เกี่ยวกับข๎อสัญญาของผู๎เข๎ารับ
การศึกษาเป็นนักเรียนจําอากาศ อันเป็นสัญญาประธาน ผู๎ฟูองคดี ยํอมมีสิทธิฟูองคดีเพื่อยุติข๎อ
โต๎แย๎งนั้นได๎ต้ังแตํวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๐ โดยต๎องย่ืนฟูอง ภายในห๎าปีนับแตํวันดังกลําว ซ่ึงเป็น
วันที่ผู๎ฟูองคดีร๎ูหรือควรร๎ูถึงเหตุแหํงการฟูองคดี สําหรับ การยื่นฟูองขอให๎ผู๎ค้ําประกันรับผิดชดใช๎
เงินตามสัญญาคํ้าประกัน อันเป็นสัญญาอุปกรณ์ ที่ค้ําประกันความรับผิดของนาย ธ. ก็ยํอมต๎อง
ฟูองศาลภายในระยะเวลาเดียวกับสัญญาประธาน การที่ผู๎ฟูองคดีนําคดีมาฟูองตํอศาลเมื่อวันที่ ๔
เมษายน ๒๕๕๗ จึงเป็นการยื่นฟูองคดี เมื่อพ๎นกําหนดระยะเวลาห๎าปีนับแตํวันท่ีรู๎หรือควรรู๎ถึงเหตุ
แหํงการฟูองคดี ตามมาตรา ๔๑ แหํงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ (คําสั่งศาลปกครอง
สูงสุดท่ี ๒๔๕/๒๕๕๘)

2.7) การนับระยะเวลาการฟ้องคดีกรณีผู้ให้ทุนฟ้องเรียกให้ผู้คา้ ประกัน

๑) กรณีผู้ให้ทุนฟ้องเรียกให้ผู้ค้า ประกัน ให้ชดใช้เงินตามสัญญาอัน
เน่ืองมาจากผู้รับทุนลาออกจากราชการก่อนครบกาหนดระยะเวลาตามสัญญา หน่วยงานทาง
ปกครองผู้ให้ทุนต้องนาคดีมาฟ้องเพื่อขอให้ผู้ค้าประกันชดใช้เงินตามสัญญาภายในหนึ่งปีนับ
แต่วันที่หน่วยงานทางปกครองที่ผู้รับทุนปฏิบัติราชการชดใช้ทุนตามสัญญาได้มีคาสั่ งอนุญาต
ให้ผู้รับทุนลาออกจากราชการอันเป็นวันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี

กรณีนาย อ. ทําสัญญาของผู๎ได๎รับอนุมัติให๎ลาไปศึกษาหรือฝึกอบรม
ภายในประเทศโดยได๎รับเงินเดือนเต็มระหวํางลากับสํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (ผู๎ฟูอง

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุด เกีย่ วกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๗๔

คดี) โดยลาไปศึกษาตํอในระดับปริญญาตรี สาขาวิทยาศาสตรบัณฑิต ณ มหาวิทยาลัยมหิดล
มีกําหนด ๒ ปี และเพ่ือเป็นหลักประกันในการปฏิบัติตามสัญญาดังกลําว ผู๎ถูกฟูองคดีได๎ทําสัญญา
คํ้าประกัน ฉบับลงวันท่ี ๑๒ มีนาคม ๒๕๓๖ ให๎ไว๎ตํอผู๎ฟูองคดี สัญญา ระหวํางผ๎ูฟูองคดีกับนาย อ.
จึงเป็นสัญญาทางปกครองตามมาตรา ๓ แหํงพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองฯ คดีพิพาท
เกี่ยวกับสัญญาดังกลําวจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ซึ่งอยูํในอํานาจพิจารณา
พิพากษาของศาลปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔) แหํงพระราชบัญญัติดังกลําว สํวนสัญญา
ค้ําประกันระหวํางผู๎ฟูองคดีกับผู๎ถูกฟูองคดีเป็นสัญญา อุปกรณ์ ดังนั้น เมื่อข๎อพิพาทเกี่ยวกับ
สัญญาหลักอยูํในอํานาจของศาลปกครอง ข๎อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาอุปกรณ์จึงอยํูในอํานาจของศาล
ปกครองด๎วย และโดยที่การฟูองคดีพิพาท เกี่ยวกับสัญญาทางปกครองต๎องยื่นฟูองภายในหนึ่งปี
นับแตํวันที่รู๎หรือควรรู๎ถึงเหตุแหํงการ ฟูองคดี แตํไมํเกินสิบปีนับแตํวันท่ีมีเหตุแหํงการฟูองคดีตาม
มาตรา ๕๑ แหํงพระราชบัญญัติ เดียวกัน การฟูองคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาอุปกรณ์ต๎องถือตาม
ระยะเวลาการฟูองคดีพิพาท เกี่ยวกับสัญญาทางปกครองซึ่งเป็นสัญญาหลักด๎วย เมื่อข๎อเท็จจริง
ปรากฏวํา ภายหลังจากที่ นาย อ. สําเร็จการศึกษาตามหลักสูตรแล๎วได๎กลับมารายงานตัวเข๎า
ปฏิบัติราชการที่สํานักงาน สาธารณสุขจังหวัดขอนแกํน แตํตํอมาได๎ลาออกจากราชการโดยผู๎วํา
ราชการจังหวัดขอนแกํน ได๎มีคําส่ังลงวันท่ี ๕ เมษายน ๒๕๕๐ เรื่อง อนุญาตให๎ข๎าราชการลาออก
จากราชการ จึงถือวํา นาย อ. ประพฤติผิดสัญญาและมีเหตุแหํงการฟูองคดีเกิดขึ้นแล๎วตั้งแตํวัน
ดังกลําว จึงเป็นกรณีที่ เหตุแหํงการฟูองคดีเกิดขึ้นกํอนศาลปกครองเปิดทําการ แตํผู๎ฟูองคดีมิได๎
นําคดีไปฟูองตํอ ศาลยุติธรรมซ่ึงเป็นศาลที่มีอํานาจพิจารณาพิพากษาในขณะนั้น ตํอมาหลังจากท่ี
ศาลปกครอง เปิดทําการเมื่อวันท่ี ๕ มีนาคม ๒๕๕๔ แล๎ว ผู๎ฟูองคดีจึงยื่นฟูองผู๎ถูกฟูองคดีตํอศาล
ปกครอง โดยขณะที่ย่ืนฟูองคดีตํอศาลปกครองอายุความฟูองคดีตํอศาลยุติธรรมยังไมํครบกําหนด
กรแชํนนี้ให๎เริ่มนับระยะเวลาการฟูองคดีตั้งแตํวันที่ 4 มีนาคม ๒๕๕๔ ซึ่งเป็นวันที่ศาลปกครอง
เปิดทําการเป็นต๎นไป เมื่อผู๎ฟูองคดีนําคดีมาฟูองตํอศาลปกครองเมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๖
เป็นเวลาเกินกวํา ๑ ปี นับแตํวันท่ี ๕ มีนาคม ๒๕๕๕ แหํงพระราชบัญญัติดังกลําว จึงเป็น การย่ืน
ฟูองคดีเมื่อพ๎นกําหนดระยะเวลาการฟูองคดีตามมาตรา ๕๑ แหํงพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาล
ปกครองฯ (คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ.๗๗/๒๕๕๐)

๒) กรณีฟ้องบังคับผู้ค้าประกันซ่ึงถึงแก่ความตาย

กรณีฟูองวํา ผู๎ฟูองคดีกับนาย ส. ได๎ทําสัญญาการเป็นนักศึกษาเพื่อศึกษาวิชา
แพทยศาสตร์ฯ และมีผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๒ เป็นผู๎ทําสัญญาค้ําประกันความรับผิดของนาย ส. ตํอมา
หลังจากสําเร็จการศึกษา นาย ส. ได๎ปฏิบัติหน๎าที่ตําแหนํงนายแพทย์ปฏิบัติการชดใช๎ทุนไปเพียง
๗๖๓ วัน ท้ังที่นาย ส. จําต๎องทํางานชดใช๎ทุนเป็นจาํ นวนท้ังสิ้นไมํน๎อยกวํา ๑,๐๙๕ วัน จึงเป็นการ
ผิดสัญญาดังกลําว ต๎องรับผิดชดใช๎คําปรับพร๎อมดอกเบี้ยให๎แกํผู๎ฟูองคดีตามสัญญาแตํเนื่องจาก
ระหวํางน้ันนาย ส. ได๎ถึงแกํความตาย ผู๎ถูกฟูองคดีที่ ๑ ซ่ึงเป็นทายาทโดยธรรมจึงต๎องรับผิดชดใช๎
เงินดังกลําว ขอให๎ศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งให๎ผู๎ถูกฟูองคดีทั้งสองรํวมกันชดใช๎เงินจํานวน
๑๘๗,๑๑๗.๘๔ บาท พร๎อมดอกเบ้ียในอัตราร๎อยละ ๑๕ ตํอปี น้ัน เม่ือข๎อเท็จจริงปรากฏวํา ผู๎ฟูอง

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุด เกีย่ วกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๗๕

คดีทราบการตายของนาย ส. เม่ือวันท่ี ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ผู๎ฟูองคดีจึงชอบที่จะยื่นฟูองคดีตํอ
ศาลปกครองภายในหน่ึงปีนับแตํเม่ือได๎รู๎หรือควรได๎ร๎ูถึงความตายของนาย ส. คือ ภายในวันที่ ๑๒
กรกฎาคม ๒๕๕๖ ตามนัยมาตรา ๑๗๕๔ วรรคสาม แหํงประมวลกฎหมายแพํงและพาณิชย์ การท่ี
ผู๎ฟูองคดียื่นฟูองคดีน้ีตํอศาลปกครองช้ันต๎นเม่อื วันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘ จึงเป็นการยื่นฟูองคดี
น้ีเมื่อลํวงเลยอายุความฟูองคดีแล๎ว (คาํ ส่ังศาลปกครองสูงสุดที่ ๓๖๕/๒๕๖๐)

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุด เกี่ยวกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๗๖

บทที่ ๗
แนวคาวินิจฉัยศาลปกครองสูงสดุ

เกีย่ วกับสญั ญาสัมปทาน
-------------------------

1. รูปแบบของสัญญาทางปกครองเกย่ี วกบั สมั ปทานและการรว่ มลงทนุ

สัญญาทางปกครองเกี่ยวกับสัญญาสัมปทาน/ สัญญารํวมทุนและสัญญาโครงการ
ขนาดใหญํเป็นสัญญาทางปกครองเก่ียวกับการพัสดุประเภทหน่ึงโดยเป็นสัญญาตํางตอบแทนที่
หนวํ ยงานทางปกครองและเอกชนมสี วํ นในการรํวมให๎บริการสาธารณะในลกั ษณะตําง ๆ เชํน

ก. การทาํ สัญญาจ๎างเอกชนให๎บริหารงาน (Contracting-Out) คือการที่หนํวยงาน
ของรัฐทําสัญญาให๎เอกชนเป็นผ๎ูบริหารงานแทนและจํายคําจ๎างให๎แกํเอกชนตามผลงานหรือเหมาจําย
แตํรัฐยงั คงเป็นเจ๎าของทรัพยส์ นิ นั้น ซง่ึ อาจทําได๎ 2 วธิ ีคอื

1. การจ๎างให๎บริหารงานเฉพาะงาน (Contract-Out) เป็นการจ๎างให๎บริหารงาน
เฉพาะดา๎ นของงานหลกั บางสํวน เชนํ จ๎างซํอมและบํารุงรักษาลิฟต์เป็นรายปี จ๎างเหมาท่ีปรึกษาให๎
ฝึกอบรมพนักงาน เป็นตน๎

2. การจ๎างใหบ๎ รหิ ารกจิ การ (Management Contract)เปน็ การทหี่ นํวยงานของรฐั
ทําสัญญาจ๎างเอกชนที่มีทักษะและความรู๎ความสามารถในเชิงธุรกิจ มาเป็นผ๎ูบริหารงาน โดย
หนํวยงานของรัฐจะทําหน๎าท่ีเป็นผู๎ควบคุมดูแลการบริหารและรับผิดชอบเงินทุนในการดําเนินงาน
รวมถึงภาระหน้สี นิ

ข. การทําสัญญาให๎เอกชนดําเนินการแทนรัฐ (Turn Key)เป็นการท่ีหนํวยงานของ
รัฐให๎เอกชนดําเนินการแทนรัฐ โดยเอกชนเป็นผ๎ูรับภาระคําใช๎จํายในการพัฒนาและกํอสร๎างจน
ทรพั ย์สินออกมาในรูปแบบท่ีตกลงกัน เมือ่ เอกชนดําเนินการทําให๎เกิดรายได๎เป็นระยะเวลาหนึ่ง รัฐ
ในฐานะเป็นเจ๎าของทรพั ยส์ ิน จะได๎คําตอบแทนจาํ นวนหน่งึ โดยอาจเปน็ เงนิ กอ๎ นหรอื เงนิ รายปตี ามที่
ตกลงกัน เมื่อส้ินสุดเวลาตามที่ตกลงกันทรัพย์สินก็จะตกเป็นของรัฐ เชํน โครงการให๎เอกชนเชํา
ลงทุนพัฒนาและประกอบการทําเทียบเรือตู๎สินค๎าทําเทียบเรือB5 ทําเรือแหลมฉบังของการทําเรือ
แหงํ ประเทศไทย เปน็ ตน๎

ค. การให๎เอกชนรํวมลงทุน(Joint-Venture)เป็นกรณีที่รัฐให๎สิทธิเอกชนเป็น
ผ๎รู ับผดิ ชอบด๎านการลงทุน การจัดการและการปฏบิ ัติงานในกิจการของรัฐ ตามพระราชบัญญัติการ
ให๎เอกชนรํวมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 โดยพระราชบัญญัติดังกลําวให๎คํานิยามคําวํา
“รํวมลงทุน” หมายความวํา รํวมลงทุนกับเอกชนไมํวําโดยวิธีใดหรือมอบให๎เอกชนลงทุนแตํฝุาย
เดยี วโดยวิธกี ารอนุญาตหรอื ใหส๎ ัมปทานหรือให๎สิทธไิ มวํ าํ ในลักษณะใด

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสงู สุด เกีย่ วกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๗๗

ทั้งน้ี ตามพระราชบัญญัติการให๎เอกชนรํวมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556
มาตรา ๒๓ บัญญัติวํา “โครงการท่ีมีมูลคําต้ังแตํหนึ่งพันล๎านบาทข้ึนไปหรือมูลคําที่กําหนดเพ่ิมข้ึน
โดยกฎกระทรวงตอ๎ งดาํ เนนิ การตามหลกั เกณฑแ์ ละข้นั ตอนท่กี ําหนดไวใ๎ นพระราชบญั ญตั ิน้ี” เชนํ

- มาตรา ๒๔ ในการเสนอโครงการ หนํวยงานเจ๎าของโครงการต๎องเสนอผล
การศึกษาและวเิ คราะห์โครงการตามรายละเอียดทคี่ ณะกรรมการประกาศกาํ หนด

- มาตรา ๒๕ หนํวยงานเจ๎าของโครงการต๎องวําจ๎างที่ปรึกษาเพ่ือจัดทํารายงานผล
การศึกษาและวเิ คราะหโ์ ครงการ

- มาตรา ๒๖ ให๎หนํวยงานเจ๎าของโครงการเสนอผลการศึกษาและวิเคราะห์
โครงการตํอรัฐมนตรกี ระทรวงเจา๎ สังกดั เพอื่ พิจารณาใหค๎ วามเหน็ ชอบ

- มาตรา ๒๘ หากโครงการใดจะต๎องมีการใช๎จํายงบประมาณรายจํายของแผํนดิน
หรอื งบประมาณของหนวํ ยงานเจา๎ ของโครงการหรอื จะต๎องมีการกํอหนโ้ี ดยการกห๎ู รือการคํ้าประกัน
โดยกระทรวงการคลังเพอื่ ใชจ๎ าํ ยในการดาํ เนินโครงการเมอื่ คณะกรรมการให๎ความเห็นชอบหลักการ
ของโครงการแล๎ว ให๎เสนอโครงการนั้นตํอคณะรัฐมนตรีเพ่ือพิจารณาอนุมัติโครงการและวงเงิน
งบประมาณรายจํายหรือวงเงินท่ีจะใช๎ในการกํอหน้ีของโครงการน้ัน ท้ังน้ี ให๎ถือวําการอนุมัติของ
คณะรัฐมนตรีเป็นการอนุมัติตามกฎหมายวาํ ด๎วยวธิ ีการงบประมาณ กฎหมายวําด๎วยการพัฒนาการ
เศรษฐกิจและสังคมแหํงชาติ หรือกฎหมายวําด๎วยการบริหารหนี้สาธารณะ ในสํวนที่เก่ียวข๎อง
แล๎วแตกํ รณี

ง. การให๎สัมปทาน (Concession or Franchising) เป็นกรณีที่รัฐให๎สิทธิเอกชน
เป็นผู๎รับผิดชอบด๎านการลงทุน การจัดการและการปฏิบัติงานในทรัพย์สินที่รัฐให๎สัมปทาน โดยมี
เอกสิทธ์ิผูกขาดในการผลิตหรือการให๎บริการสาธารณะหรือส่ิงอันเป็นสาธารณูปโภคแทนรัฐและ
จดั เกบ็ คําบรกิ ารได๎โดยตรงจากผรู๎ บั บรกิ ารและเม่ือทรพั ย์สนิ ท่ีจดั หาหรือกํอสร๎างตกเป็นของรัฐตาม
เงื่อนไขท่ีตกลง เชํน แบบ BOT (Build-Operate-Transfer) หรือ BTO (Build-Transfer-Operate)
เชํน การลงทุนโครงการทางดวํ นข้นั ท่ี 2 ในรูปแบบ BTO ซงึ่ หากมีการลงทนุ โครงการท่ีมีมลู คําต้งั แตํ
หนึ่งพันล๎านบาทขนึ้ ไป ถอื เป็นการรํวมลงทนุ ตามพระราชบญั ญตั ิการให๎เอกชนรํวมลงทุนในกิจการ
ของรฐั พ.ศ.2556

2. ลกั ษณะของสัญญาสัมปทาน ประกอบดว๎ ยลกั ษณะสาํ คญั 4 ประการคอื

ก. เป็นสัญญาทางปกครองท่ีหนํวยงานของรัฐอนุญาตให๎เอกชนจัดทําบริการ
สาธารณะอยํางใดอยํางหน่ึงโดยทุนของเอกชนเอง ภายใต๎ข๎อกําหนดและเงื่อนไขที่หนํวยงานทาง
ปกครองกําหนดให๎ปฏิบัติเพื่อประโยชน์สาธารณะ

ข. ทรพั ย์สนิ ทผี่ ู๎รับสมั ปทานนาํ มาใช๎ในการจดั ทําบริการสาธารณะถอื เปน็ ทรัพยส์ นิ
ของเอกชน จงึ ไมไํ ดร๎ ับความคม๎ุ ครองเปน็ พิเศษ

ค. หนวํ ยงานทางปกครองมอี าํ นาจควบคมุ กจิ การทีใ่ ห๎สมั ปทาน เนอื่ งจากกจิ การ
ดังกลาํ วยงั เปน็ บริการสาธารณะที่อยูํในความรับผดิ ชอบของหนวํ ยงานทางปกครอง

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุด เกี่ยวกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๗๘

ง. บรกิ ารสาธารณะทหี่ นวํ ยงานทางปกครองใหเ๎ อกชนไปทาํ นนั้ จะต๎องไมํเปน็
กจิ การทเ่ี กยี่ วกบั ความมัน่ คงหรอื ความปลอดภยั แหงํ ชาติ โดยสวํ นใหญเํ ป็นบรกิ ารอันเปน็
สาธารณปู โภค เชนํ การโทรศพั ท์เปน็ ต๎น

2.1. สทิ ธแิ ละหนา้ ที่ของผใู้ ห้สมั ปทาน โดยท่วั ไปมี 3 ประการ คอื

ก. สิทธใิ นการกากับดูแลและบังคับให้เปน็ ไปตามสญั ญาสัมปทาน

เชนํ การดําเนินการท่ีตํอเน่ือง การไมํปฏิบัติหรือฝุาฝืนข๎อกําหนดตามสัญญา เป็นต๎น
วธิ ีการที่ใชก๎ ํากบั ควบคมุ ดแู ลโดยทวั่ ไป ได๎แกํ

1) การให๎เจ๎าพนักงานเข๎าควบคุมตรวจตรากิจการและผู๎รับสัมปทานต๎อง
ปฏบิ ัติตามคาํ สง่ั ของเจ๎าหนา๎ ที่ชอบด๎วยกฎหมายและข๎อสญั ญา

2) การกําหนดให๎ผ๎ูรับสัมปทานต๎องรายงานผลการดําเนินงานตาม
ระยะเวลาทก่ี าํ หนด

3) กําหนดวิธีการบังคับลงโทษตํางๆ เชํน การปรับหรือการเพิกถอน
สมั ปทาน เป็นตน๎

ข. สทิ ธใิ นการยกเลิกหรือแก้ไขข้อกาหนดในสญั ญาแต่ฝ่ายเดยี ว

เป็นเอกสิทธ์ิของสัญญาทางปกครองท่ีอาจยกเลิกหรือแก๎ไขสัญญาได๎แตํฝุายเดียว
แตกํ ็ตอ๎ งใช๎เอกสิทธนิ์ เี้ มื่อมีเหตุจาํ เปน็ เทาํ น้นั เชนํ ต๎องมีเหตจุ ําเป็นทีต่ อ๎ งแกไ๎ ขเพื่อให๎สอดคล๎องกับ
ประโยชน์ของมหาชนหรือการเปล่ียนแปลงต๎องไมํเกินขนาดท่ีเป็นการเพิ่มภาระให๎แกํเอกชน
คํูสญั ญา เปน็ ตน๎ จะใชเ๎ อกสทิ ธเ์ิ พือ่ แก๎ไขเรื่องผลประโยชน์ตอบแทนของคํสู ัญญาไมไํ ด๎เชํน

คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ. ๑๔๘/๒๕๕๔ การที่สัญญาทางปกครองมี
ลักษณะพิเศษที่ให๎อํานาจคูํสัญญาฝุายปกครองสามารถแก๎ไขสัญญาได๎แตํเพียงฝุายเดียวโดยไมํ
จําต๎องได๎รับความยินยอมจากคํูสัญญาอีกฝุายหน่ึงด๎วยน้ัน เป็นข๎อกําหนดท่ีแสดงให๎เห็นถึงอํานาจ
ของคํูสญั ญาฝุายปกครองในอันท่ีจะแก๎ไขเพม่ิ เติมได๎แตเํ พียงฝาุ ยเดียว ซง่ึ เป็นลักษณะพิเศษประการ
หน่ึงของสัญญาทางปกครอง แตํการใชส๎ ทิ ธิของผู๎วําจา๎ งดังกลําวต๎องอยํูบนพ้ืนฐานหลักความจําเป็น
และความเป็นธรรมตอํ คํสู ญั ญาดว๎ ย กลาํ วคือ โดยหลักแลว๎ คสูํ ัญญาตอ๎ งเคารพตอํ เจตนาของคสูํ ญั ญา
ท่มี ีการกําหนดไวใ๎ นขอ๎ สญั ญา ทค่ี สูํ ัญญาทั้งสองฝุายไดต๎ กลงกันข้ึน ตํอเม่ือมีความจําเป็นเพ่ือให๎การ
บรกิ ารสาธารณะสามารถดาํ เนินการได๎อยาํ งตอํ เนอ่ื งหรือมิให๎ประโยชน์สาธารณะต๎องเสียไปเทํานั้น
คํูสัญญาฝุายปกครองจึงจะมีสทิ ธแิ กไ๎ ขสญั ญาแตํเพยี งฝาุ ยเดยี วไดแ๎ ละการแก๎ไขสัญญาดังกลําว ต๎อง
คาํ นึงถงึ ดลุ ยภาพทางการเงินหรอื ความเป็นธรรมตํอคสูํ ัญญาอีกฝุายหนง่ึ ด๎วย

ค. หนา้ ทใี่ หค้ วามช่วยเหลอื เอกชนในการจัดทาบริการสาธารณะ

เชนํ การติดตํอกบั หนวํ ยงานท่เี กย่ี วขอ๎ งเพ่ือขออนญุ าตประกอบกิจการโทรคมนาคม
เปน็ ตน๎

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสงู สุด เกีย่ วกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๗๙

2.2. สิทธิและหนา้ ทีข่ องผรู้ ับสมั ปทาน

โดยทว่ั ไป ได๎แกํ

ก. หนา๎ ทจ่ี ะต๎องปฏิบตั ติ ามสัญญาด๎วยตนเอง เวน๎ แตจํ ะได๎รบั ความยนิ ยอมจาก
คสํู ัญญาหรอื ตามขอ๎ กาํ หนดในสญั ญา

ข. สิทธขิ องเอกชนคสํู ญั ญาในการจดั ทาํ บริการสาธารณะ เชนํ สิทธอิ นั เกยี่ วเนือ่ งกับ
การจัดทําบริการสาธารณะ เชํน สิทธิครอบครองและการใช๎ประโยชน์ที่ดินและทรัพย์สินของรัฐท่ี
จัดหาให๎และสิทธิที่จะได๎รับเงินทดแทนพิเศษกรณีหนํวยงานทางปกครองไมํปฏิบัติตามสัญญาเป็น
ตน๎

2.3. การส้นิ สุดของสญั ญาสัมปทาน

สญั ญายอํ มสน้ิ สดุ เมอ่ื ครบกาํ หนดเวลาท่ีสัมปทาน และการเลกิ สมั ปทาน ซ่ึงอาจมี
ไดห๎ ลายกรณี คอื

ก. การบอกเลกิ สัญญาโดยคสู่ ญั ญาฝ่ายรฐั

หนํวยงานของรัฐมีเอกสิทธิ์ในการบอกเลิกสัญญาถือเป็นสิทธิฝุายเดียวของ
หนํวยงานทางปกครอง ท่ีอาจบอกเลิกสัญญาทางปกครองได๎ แม๎จะปรากฏวํา คูํสัญญาฝุายเอกชน
จะมิไดป๎ ระพฤติผดิ สัญญา แตหํ นํวยงานทางปกครองก็ตอ๎ งชดใช๎ความเสียหายท่ีเป็นธรรมให๎แกํฝุาย
เอกชน เชํน

คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ.292/2552 บันทึกข๎อตกลงที่พิพาทเป็น
กรณีที่หนํวยงานทางปกครองตกลงมอบหมายให๎ผู๎ฟูองคดีจัดทําบริการสาธารณะเกี่ยวกับการ
ใหบ๎ รกิ ารทําเทียบเรือโดยมีวัตถปุ ระสงค์เพ่อื การคมนาคมและการทอํ งเทีย่ ว บนั ทึกขอ๎ ตกลงทพี่ ิพาท
จงึ มีลักษณะเป็นสัญญาทางปกครองตามนิยามของมาตรา 3 แหํงพระราชบัญญัติจัดต้งั ศาลปกครอง
และวธิ พี ิจารณาคดปี กครอง พ.ศ. 2542 และข๎อกําหนดในสัญญาที่กลําวถึงสิทธแิ จง๎ เลิกการบริหาร
จัดการทําเทียบเรือตํามะลังชั่วคราวโดยมิได๎กําหนดเง่ือนไขใดๆ ในการแจ๎งเลิกข๎อตกลงไว๎และ
กําหนดวําผฟ๎ู อู งคดใี นฐานะคูํสัญญาฝาุ ยเอกชนจะฟูองรอ๎ งเรยี กคาํ เสยี หายใดๆ ไมํได๎นั้น เป็นกรณีท่ี
คํูสัญญาได๎รับรองถึงการใช๎เอกสิทธิ์แกํคํูสัญญาฝุายปกครองที่จะยกเลิกสัญญาฝุายเดียวโดยที่
คูํสัญญาฝุายเอกชนมิได๎ประพฤติผิดสัญญา อันเป็นอํานาจที่สืบเนื่องมาจากหลักการปรับเปลี่ยนได๎
ของบริการสาธารณะซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได๎ตามความต๎องการของประชาชนหรือเพ่ือประโยชน์
สาธารณะ โดยหลักการนี้ถือเป็นหลักกฎหมายปกครองทั่วไปเกี่ยวกับการจัดทําบริการสาธารณะ
และเพอื่ ให๎เป็นไปตามหลกั การดังกลําวคูํสัญญาฝุายปกครองอาจใช๎เอกสิทธ์ิในการแก๎ไขสัญญาฝุาย
เดยี วรวมไปถงึ การใช๎เอกสทิ ธ์ิยกเลิกสัญญาฝุายเดียวโดยท่ีคูํสัญญาฝุายเอกชนมิได๎ผิดสัญญา ดังน้ัน
ในการใช๎เอกสิทธ์ิยกเลิกสัญญาฝุายเดียว ฝุายปกครองไมํอาจใช๎อํานาจนี้ได๎ตามอําเภอใจแตํจะ
กระทําได๎ก็ด๎วยเหตุผลในการปรับปรุงบริการสาธารณะให๎มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นหรือเพื่อประโยชน์
สาธารณะเทําน้นั และเม่ือพจิ ารณาจากเหตุผลของผถ๎ู กู ฟอู งคดีที่ 1 ในการบอกเลิกข๎อตกลงดังกลําว

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสงู สุด เกี่ยวกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๘๐

แล๎วเห็นวําเป็นไปเพื่อการปรับปรุงบริการสาธารณะให๎เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและเพื่อประโยชน์
สาธารณะกรณีจึงมีเหตุผลเพยี งพอทจ่ี ะใช๎เอกสิทธ์ิของฝุายปกครองบอกเลกิ สญั ญาได๎แตฝํ ุายเดยี ว

คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.429/2556 การที่ผ๎ูถูกฟูองคดีได๎มีหนังสือ
บอกเลิกสญั ญากับผู๎ฟอู งคดี โดยใหเ๎ หตผุ ลวําเนือ่ งจากผ๎ถู กู ฟูองคดีไมสํ ามารถสํงมอบพ้ืนท่ีได๎น้ันเห็น
วํา การบอกเลิกสัญญาดังกลําวเป็นการบอกเลิกสัญญาโดยไมํเป็นไปตามเง่ือนไขในสัญญา เพราะ
ไมไํ ดเ๎ กิดจากความผดิ ของผู๎รับจ๎าง แตผํ ถู๎ กู ฟูองคดสี ามารถบอกเลิกสญั ญากบั ผู๎ฟูองคดีได๎ เพราะเปน็
เอกสทิ ธิ์ของฝุายปกครองที่สามารถกระทําไดเ๎ พอ่ื ประโยชน์สาธารณะ แม๎จะไมํเป็นไปตามเง่ือนไขท่ี
กําหนดไว๎ในสัญญากต็ าม เมอ่ื ผ๎ูฟูองคดไี ดร๎ บั หนังสือบอกเลกิ สญั ญาจากผถ๎ู ูกฟูองคดีแล๎ว สัญญาจ๎าง
ระหวํางผู๎ฟูองคดีกับผู๎ถูกฟูองคดี จึงเป็นอันเลิกกันแล๎วตามมาตรา 386 วรรคหนึ่งแหํงประมวล
กฎหมายแพํงและพาณิชย์ ข๎อเทจ็ จรงิ ปรากฏตํอมาวํา เมื่อผฟู๎ อู งคดไี ดร๎ บั หนงั สือบอกเลิกสญั ญาจาก
ผ๎ูถูกฟูองคดีแล๎ว ผู๎ฟูองคดีได๎มีหนังสือลงวันท่ี 16 มกราคม 2546 เรียกร๎องคําเสียหายจากผู๎ถูก
ฟูองคดี เป็นเงิน 407,525 บาท แตํผู๎ถูกฟูองคดีปฏิเสธความรับผิดดังกลําว จึงมีประเด็น ที่ต๎อง
พิจารณาตํอมาเกี่ยวกับสิทธิและหน๎าที่ของคํูสัญญาหลังการบอกเลิกสัญญา ซ่ึงตามสัญญาจ๎าง
กอํ สร๎างดงั กลาํ ว ผฟ๎ู ูองคดมี หี น๎าทีก่ ํอสรา๎ งประปาชนบทและผถ๎ู กู ฟอู งคดีมีหน๎าท่ีจํายเงินคํากํอสร๎าง
ให๎แกํผู๎ฟูองคดี ข๎อเท็จจริงปรากฏวําผู๎ฟูองคดีได๎เตรียมการกํอสร๎างไปบางสํวนแล๎ว ซ่ึงการ
เตรียมการกํอสร๎างดังกลําวถือเป็นการงานที่ผ๎ูฟูองคดีทําให๎แกํผ๎ูถูกฟูองคดีตามสัญญา ผ๎ูถูกฟูองคดี
จงึ มีหน๎าทีต่ ๎องให๎ผฟู๎ อู งคดกี ลบั คนื สฐํู านะเดมิ ด๎วยการใช๎เงินตามคําแหงํ การงานของผูฟ๎ ูองคดี เม่ือคํา
ซอ้ื เอกสารประกวดราคาและคําเดินทางมาซอ้ื รปู แบบรายการกํอสร๎างนัน้ เป็นคําใช๎จํายกํอนสัญญา
เกิดข้ึน ผู๎ถูกฟูองคดีจึงไมํมีหน๎าที่จะต๎องรับผิดตํอผู๎ฟูองคดีในสํวนนี้ สํวนคําคํานวณแบบและตรวจ
สถานท่ีกํอสรา๎ ง และคําทดสอบชน้ั ดนิ 3 ครงั้ ครั้งละ 14,000 บาท น้ัน เป็นคาํ ใช๎จํายจากการงาน
ทผ่ี ๎ูฟอู งคดี ไดท๎ ําให๎แกํผู๎ถูกฟูองคดีหลังจากที่ได๎ทําสัญญากันแล๎ว ผ๎ูถูกฟูองคดีจึงมีหน๎าท่ีต๎องใช๎เงิน
คาํ การงานดังกลําวใหแ๎ กํผูฟ๎ อู งคดี

คําพิพากษาศาลปกครองสงู สดุ ท่ี อ. ๓๑๔/๒๕๕๔ สญั ญาจา๎ งขดุ เจาะบํอนา้ํ บาดาล
และต้ังเคร่ืองสูบนํ้าซัมเมอร์ซิเบิ้ลเป็นสัญญาท่ีมีคํูสัญญาฝุายหนึ่งเป็นหนํวยงานทางปกครองโดยมี
วัตถุประสงค์ให๎ผู๎ฟูองคดีทําการขุดเจาะบํอน้ําบาดาลและติดตั้งเครื่องสูบน้ําซัมเมอร์ซิเบิ้ล อันเป็น
ทรัพย์สินท่ีผ๎ูถูกฟูองคดีในฐานะหนํวยงานทางปกครองใช๎เป็นเครื่องมือโดยตรงในการจัดทําบริการ
สาธารณะเพื่อประโยชนแ์ กํประชาชนไดใ๎ ช๎ในสิง่ อปุ โภคทจี่ าํ เป็นตอํ การดําเนินชีวิต จึงเป็นสัญญาจัด
ใหม๎ สี ิ่งสาธารณปู โภค อนั มลี กั ษณะเปน็ สญั ญาทางปกครองตามมาตรา ๓ แหงํ พระราชบัญญัติจัดต้ัง
ศาลปกครองและวิธีพจิ ารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งการปฏิบัติตามสัญญาทางปกครองเพ่ือให๎
การบริการสาธารณะบรรลุผล คูํสัญญาฝุายปกครองจะมีอํานาจพิเศษหรือเอกสิทธ์ิเหนือคูํสัญญา
ฝาุ ยเอกชนหลายประการ โดยเอกชนคสํู ญั ญาต๎องยอมรบั อํานาจพิเศษหรือเอกสทิ ธข์ิ องฝุายปกครอง
สําหรับการบอกเลิกสัญญาทางปกครองน้ัน แม๎คํูสัญญาฝุายปกครองจะมีเอกสิทธ์ิเหนือคํูสัญญาอีก
ฝุายหนึ่งท่ีจะบอกเลิกสัญญาได๎ฝุายเดียว ก็เนื่องมาจากฝุายปกครองมีภาระหน๎าที่ในการจัดทํา
บริการสาธารณะเพอ่ื ตอบสนองตํอความต๎องการของประชาชนเป็นหลักและการคุ๎มครองประโยชน์
ของมหาชนหรือประโยชน์สํวนรวมในการปฏิบัติตามสัญญาทางปกครองจะอยูํเหนือประโยชน์ของ

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุด เกีย่ วกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๘๑

ปัจเจกบุคคลเสมอ แตํหากการบอกเลิกสัญญากํอให๎เกิดความเสียหายแกํคูํสัญญาฝุายเอกชน
คูํสัญญาฝุายเอกชนก็มีสิทธิเรียกร๎องให๎ฝุายปกครองชดใช๎เยียวยาความเสียหายท่ีเกิดข้ึนได๎
เพราะฉะนั้น การบอกเลิกสัญญาทางปกครองของคํูสัญญาฝุายเอกชนซึ่งจะทําให๎การบริการ
สาธารณะต๎องหยุดชะงักไมํบรรลุวัตถุประสงค์จึงไมํอาจกระทําได๎และตามหลักกฎหมายทั่วไป
เกีย่ วกบั การสน้ิ สุดของสัญญาทางปกครอง สัญญาทางปกครองอาจสิ้นสุดลงได๎ด๎วยเงื่อนไขอยํางใด
อยาํ งหน่ึงใน ๒ ประการ ประการแรก ส้ินสุดลงตามปกติเมื่อคูํสัญญาบรรลุวัตถุประสงค์ของสัญญา
และประการท่ีสอง ส้ินสุดลงด๎วยการเลิกสัญญา ซ่ึงเกิดขึ้นได๎ใน ๔ กรณีคือ (๑) โดยความยินยอม
ของคํสู ัญญาท้ังสองฝุาย (๒) เมอื่ สญั ญาเลิกกนั โดยปริยาย เชํน มีเหตุสุดวิสัยทําให๎วัตถุประสงค์ของ
สัญญาหมดไป (๓) เม่ือศาลมคี าํ พพิ ากษาหรอื คาํ ส่ังให๎เลิกสัญญาและ (๔) โดยคูํสัญญาฝุายปกครอง
เลิกสัญญาฝุายเดียว ดังนั้น การเลิกสัญญาทางปกครองจึงไมํตกอยูํภายใต๎บังคับมาตรา ๓๘๙ แหํง
ประมวลกฎหมายแพงํ และพาณิชย์ เม่ือสัญญาจ๎างขดุ เจาะบํอน้ําบาดาลมไิ ดม๎ ขี อ๎ กําหนดให๎ผู๎ฟูองคดี
มีสิทธิบอกเลิกสัญญาและผู๎ฟูองคดีไมํอาจอ๎างบทบัญญัติมาตรา ๓๘๙ แหํงประมวลกฎหมายแพํง
และพาณิชย์ได๎ เนื่องจากหลักกฎหมายทั่วไปเก่ียวกับสัญญาทางปกครองกําหนดให๎ฝุายปกครองมี
สทิ ธบิ อกเลกิ สญั ญาไดฝ๎ าุ ยเดยี ว ดังนน้ั การกลาํ วอ๎างเหตุทจี่ ะไมํดาํ เนินการขุดเจาะบํอบาดาลตํอไป
เนอื่ งจากผ๎ูถกู ฟูองคดีไมํสามารถแสดงใบอนุญาตใหข๎ ุดเจาะบํอนํ้าบาดาลโดยถือสิทธิตามบทบัญญัติ
แหํงประมวลกฎหมายแพํงและพาณิชย์ จึงไมํชอบด๎วยข๎อกําหนดในสัญญาและหลักกฎหมายท่ัวไป
เก่ยี วกับสัญญาทางปกครองและผ๎ูฟูองคดีประกอบกิจการเกี่ยวกับการขุดเจาะบํอน้ําบาดาลมานาน
ยํอมมีความเข๎าใจเก่ียวกับหลักเกณฑ์ในการขุดเจาะบํอนํ้าบาดาลตามพระราชบัญญัตินํ้าบาดาล
พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็นอยํางดี หากจะกลําวอ๎างเหตุดังกลําวเพื่อไมํต๎องปฏิบัติตามสัญญา ยํอมท่ีจะต๎อง
กลําวอ๎างเสียต้ังแตํกํอนเข๎าทําสัญญาหรือปฏิเสธที่จะเข๎าทําสัญญาเสียตั้งแตํต๎น และกรณีดังกลําว
เป็นกรณีที่สามารถแก๎ไขให๎ถูกต๎องโดยการยื่นขอรับใบอนุญาตจากผ๎ูมีอํานาจได๎ ผ๎ูฟูองคดีจึงไมํอาจ
ถือเป็นเหตุทจี่ ะไมปํ ฏบิ ตั ิตามสัญญาและบอกเลิกสญั ญาได๎

ข. การเลิกสัญญาโดยฝุายเอกชนไมํปฏิบัติตามข๎อกําหนดในสัญญาสัมปทานและ
ศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งให๎เลิกสัญญาเป็นกรณีการใช๎สิทธิในการกํากับกิจการและการลงโทษ
เอกชนทไี่ ด๎รับสมั ปทาน

ค. การเลิกสญั ญาโดยความยินยอมของคสูํ ญั ญาทั้งสองฝุาย เปน็ ไปตามหลกั เจตนา
ของคูสํ ญั ญา

ง. การเลกิ สญั ญาโดยปรยิ ายเชนํ มเี หตุสุดวสิ ยั ทําใหว๎ ัตถปุ ระสงคข์ องสญั ญาหมดไป

จ. การถอนคืนหรือยกเลิกสัมปทาน เชํน เมื่อรัฐเห็นสมควรที่จะต๎องเข๎าทํากิจการ
สาธารณะนั้นเสยี เองหรือการเวนคืนสัมปทานภายใตข๎ ๎อกาํ หนดในสญั ญาสัมปทาน เปน็ ต๎น

แนวคำพิพำกษำศำลปกครองสงู สุด เกีย่ วกบั สญั ญำทำงปกครอง |๒๘๒

3. แนวคาวินิจฉยั ศาลปกครองเก่ยี วกบั สัญญาสัมปทาน

3.1. กรณีท่ีศาลปกครองวินิฉัยว่าเป็นสัญญาสัมปทานตามมาตรา ๓ แห่ง พระราชบัญญัติ
จัดตงั้ ศาลปกครองฯ

สัญญาสัมปทานทําไม๎ปุาชายเลน เป็นสัญญาทางปกครองตามมาตรา ๓
แหํงพระราชบัญญัติจัดต้งั ศาลปกครองฯ (คําส่ังศาลปกครองสูงสุดท่ี ๑๑๗/๒๕๕๖ ท่ี ๑๐๘/๒๕๕๗
ท่ี ๒๕๐/๒๕๕๗ ท่ี ๒๕๒-๒๖๓/๒๕๔๒ ท่ี ๒๔๐/๒๕๔๗ ท่ี ๓๑๙/๒๕๔๒ ท่ี ๓ ๒๔/๒๕๔๗ ท่ี ๓๖๘/
๒๕๕๗ ท่ี ๕๖๑/๒๕๕๗ ท่ี ๔๖๖/๒๕๕๗ ท่ี ๒๙๓/๒๕๔๒ ที่ ๔๑๘๒๕๕๗ ท่ี ๓๕๔๒๕๕๘ ท่ี ๓๖๕/
๒๕๕๙ ท่ี ๓๗๗/๒๕๔๙ และที่ ๒๒๗/๒๕๕๐)

สัญญาสัมปทานจัดเก็บรังนกอีแอํนระหวํางเอกชน (ผู๎ฟูองคดี) กับ คณะกรรมการ
พิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอํนจังหวัดชุมพร (ผู๎ถูกฟูองคดี) เป็นสัญญาสัมปทานที่ อนุญาตให๎
เอกชนเข๎ามาแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ อันมีลักษณะเป็นสัญญาทางปกครอง ตาม
มาตรา ๓ แหํงพระราชบญั ญัติจดั ตงั้ ศาลปกครองฯ (คําสงั่ ศาลปกครองสงู สุดที่ ๒๐๓/๒๕๕๐)

สญั ญารํวมการงานและรวํ มลงทนุ เพ่อื ขยายบรกิ ารโทรศัพทใ์ นเขต โทรศัพทภ์ ูมิภาค
ระหวํางบรษิ ัท ทที ีแอนดท์ ี จํากดั (มหาชน) กับบริษทั ทโี อที จาํ กัด (มหาชน) (องค์การโทรศพั ทแ์ หํง
ประเทศไทยเดมิ ) มีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทานท่ีรัฐอนุญาตให๎บริษัท ทีทีแอนด์ที จํากัด (มหาชน)
เข๎ารํวมการงานและรํวมลงทุนในกิจการโทรคมนาคมประเภทโทรศัพท์ พ้ืนฐานกับบริษัท ทีโอที
จํากัด (มหาชน) ตามพระราชบญั ญัติองค์การโทรศัพท์แหํงประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๗ จึงเป็นสัญญา
ทางปกครองตามมาตรา ๓ แหํงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ (คําสั่งศาลปกครองสูงสุดท่ี
๑๖๕๙/๒๕๕๑)

บริษัท กสท โทรคมนาคม จํากัด (มหาชน) ได๎จดทะเบียนเป็นบริษัท ตาม
พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจํากัด พ.ศ. ๒๕๓๕ มีวัตถุประสงค์ท่ีสําคัญในการประกอบกิจการ
โทรคมนาคมและใหบ๎ ริการทางด๎านโทรคมนาคมทกุ ลักษณะ ประกอบกิจการกระจาย เสียง กิจการ
ดาวเทียมส่ือสาร และให๎บริการตําง ๆ ท่ีเกี่ยวกับการส่ือสาร สัญญาให๎ดําเนินการ ให๎บริการวิทยุ
คมนาคมระบบเซลลูลาํ ระหวํางบรษิ ทั กสท โทรคมนาคม จํากัด (มหาชน) กับ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส
คอมมูนิเคชั่น จํากัด (มหาชน) เป็นสัญญาท่ีบริษัท กสท โทรคมนาคม จํากัด (มหาชน) ตกลงให๎
บริษัท โทเท่ิล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จํากัด (มหาชน) ดําเนินการจัดให๎มีขยายและดําเนินการ
ใหบ๎ ริการวิทยุคมนาคมระบบเซลลลู าํ ในพน้ื ที่ตําง ๆ ไดท๎ ว่ั ประเทศ ตามท่ี กาํ หนดไวใ๎ นสญั ญา ตามที่
ไดร๎ บั อนุญาตจากบรษิ ัท กสท โทรคมนาคม จํากัด (มหาชน) และ ภายใต๎กํากับดแู ลของบรษิ ทั กสท
โทรคมนาคม จาํ กดั (มหาชน) โดยบริษัท โทเท่ิล แอ็คเซ็สคอมมูนิเคช่ัน จํากัด (มหาชน) ต๎องจัดหา
เคร่ืองและอุปกรณ์ทั้งหมด ซึ่งเคร่ืองและอุปกรณ์ ดังกลําวจะตกเป็นกรรมสิทธ์ิของบริษัท กสท
โทรคมนาคม จํากัด (มหาชน) สํวนบริษัท โทเทิล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จํากัด (มหาชน) จะมี


Click to View FlipBook Version