The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

สนุกกับการเรียนในศตวรรษที่ 21

ถกู ตอ้ งดงั ต่อไปน้ี
​f พุ่งเป้าผลการเรียนจากการทำ� กจิ กรรม  มากกว่าที่ตัวกจิ กรรม
f พุ่งเปา้ ที่ผลการเรียนท่ีสำ� คัญ  ไม่ใชผ่ ลเล็กๆ นอ้ ยๆ
f พุ่งเป้าทท่ี ักษะหรอื ความสามารถหลกั ของวชิ า
f มีความกว้างพอที่จะท�ำให้เกิดการเรียนรู้ท่ีส�ำคัญ  และจ�ำเพาะ

เพียงพอที่จะให้วัดผลได้
f พ่งุ เป้าทกี่ ารเรยี นรู้ทีน่ ำ� ไปสกู่ ารพฒั นาและถาวร
เอกสารค้นคว้าเพ่มิ เติม
Angelo TA, Cross KP. (๑๙๙๓). Classroom assessment techniques. San
Francisco : Jossey-Bass, pp. ๒๙๐-๒๙๔.

๒๖ พ.ย. ๕๕
http://www.gotoknow.org/posts/๕๑๐๑๗๕

วจิ าร​ณ พานชิ ​331

๖๔. มสี ตอิ ยกู ับการเรยี น (๔)

วเิ คราะหผ ลสอบ

เนอ่ื งจากเทคนิคน้ีมเี ปา‡ หมาย
เพื่อเตรียมตวั เพ่ิมทกั ษะการสอบของผเูŒ รยี น

จงึ ควรเร่มิ ใชŒตั้งแตต‹ อนตนŒ ๆ เทอม
จึงจะมปี ระโยชนตอ‹ ผูเŒ รยี นไดจŒ รงิ

ในตอนที่ ๖๔ น้ี ได้จาก Chapter 18 ชื่อ Self-Awareness as
Learners และเป็นเรือ่ งของ SET 44 : Post-test Analysis
SET ๔๔ : Post-test Analysis
จุดเน้น  :  รายบคุ คล กจิ กรรมหลัก :  การเขียน, การวิเคราะห์
ระยะเวลา  : คาบเดยี ว โอกาสเรยี นออนไลน ์  :  สูง

เปน็ เทคนคิ ทช่ี ว่ ยใหผ้ เู้ รยี นมที กั ษะในการเตรยี มสอบ และในการสอบ
เทคนคิ นปี้ ระกอบดว้ ย ๒ ชว่ ง ชว่ งแรกทา� กอ่ นผเู้ รยี นสง่ คา� ตอบ ชว่ ง
หลงั ท�าหลงั จากผเู้ รียนไดร้ ับผลการสอบ
ช่วงแรก เมื่อผู้เรียนท�าข้อสอบเสร็จ แต่ยังไม่ส่งค�าตอบ ให้ผู้เรียน
ทา� นายผลคะแนน เขยี นรายการยทุ ธศาสตรก์ ารเรยี นของตน บอกระดบั ความ

332 สนุกกับ​การเรียนใ​นศ​ ตวรรษท​ ​่ี ๒๑

พยายามของตน และระบุสว่ นทยี่ ากทีส่ ุด และส่วนท่งี ่ายท่สี ดุ ในขอ้ สอบ 
กระบวนการในช่วงแรกช่วยให้ผู้เรียนรู้จักประเมินความสัมพันธ์

ระหวา่ งความพยายามกบั ผลการเรยี น  และรวู้ า่ วธิ กี ารเรยี นแบบไหนทชี่ ว่ ยให้
ตนมีความพร้อมตอ่ การสอบ 

ช่วงท่ีสอง หลังจากผู้เรียนได้รับผลคะแนนสอบ ให้ผู้เรียนเขียน
บรรยายอารมณร์ สู้ กึ เมอื่ ทราบผลคะแนน  เปรยี บเทยี บคะแนนทไ่ี ดก้ บั คะแนน
ทตี่ นคาดหมายไว ้ แลว้ อา่ นขอ้ สอบทลี ะขอ้ เพอื่ ทำ� ความเขา้ ใจวา่ ขอ้ สอบแตล่ ะ
ขอ้ ตอ้ งการทกั ษะการคดิ ระดบั ไหน (เชน่ ความจำ�  การประยกุ ต์ การวเิ คราะห)์  
และขอ้ สอบมาจากไหน (เช่น จากหนงั สือ  การบรรยาย  การบ้าน) 

ช่วงทีส่ องนี้ ช่วยให้ผู้เรียนทำ� ความเขา้ ใจทกั ษะการคดิ ระดบั ต่างๆ 
ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเอง ช่วยให้ผู้เรียนปรับปรุง
ตนเองใหท้ �ำขอ้ สอบเก่งขน้ึ ได้ 

หลงั จากนนั้ จงึ ใหผ้ เู้ รยี นสะทอ้ นความคดิ วา่ ในการเตรยี มสอบครง้ั ตอ่
ไปตนเองจะปรบั ปรงุ อยา่ งไรบา้ ง   
ข้ันตอนด�ำเนินการ
๑. ครเู ลอื กใชว้ ธิ จี ำ� แนกระดบั ทกั ษะทเ่ี หมาะสมตอ่ รายวชิ า  เชน่ อาจ

ใชข้ อง Bloom, ของ Anderson, ของ Fink, ของ Shulman เปน็ ตน้  
๒. ตอนออกขอ้ สอบ ใหอ้ อกขอ้ สอบทมี่ งุ่ ทดสอบระดบั การเรยี นรคู้ รบ

ทกุ ระดบั และระบไุ วด้ ว้ ยวา่ ขอ้ นน้ั ทดสอบระดบั ไหน (เชน่ apply,
analyze, evaluate, etc.)  รวมท้ังระบุแหล่งความรู้ (เช่น
หนังสือ การบรรยาย การบ้าน เป็นต้น) ส�ำหรับครูเอาไว้ใช้เอง
เพอื่ ตรวจสอบกบั ขอ้ วเิ คราะหข์ องผู้เรยี น

วิจารณ​  พานิช 3​ 33

๓. ในช่วงท่ีผู้เรียนท�ำข้อสอบเสร็จ  ด�ำเนินการตามช่วงที่ ๑ ของ
เทคนคิ  คอื มใี บงานใหผ้ ้เู รยี นดังตอ่ ไปนี้

หลงั จากผู้เรยี นทำ� ขอ้ สอบเสรจ็ แตย่ งั ไม่สง่ ค�ำตอบ ขอใหผ้ ้เู รียนทำ�
สิง่ ต่อไปนี้
ก. ท�ำนายคะแนนสอบของตน
ข. ให้คะแนนความพยายามในการเรยี นวชิ าน้ี จาก ๑ (ตำ่� สุด) ถงึ

๑๐ (สูงสุด)
ค. ระบุรายการยุทธศาสตร์การเรียนที่ผู้เรียนใช้เตรียมสอบ (เช่น

ท่องจ�ำนิยามด้วย flash cards, เขียนโน้ตย่อจากบันทึกจาก
เลกเช่อร,์ ทำ� รายการย่อจากหนงั สือที่ครูส่งั ใหอ้ า่ น, เป็นตน้ )
ง. ระบวุ า่ ข้อสอบขอ้ ไหนง่ายท่ีสุด  ขอ้ ไหนยากท่สี ุด  เพราะอะไร
ชว่ งที่ ๒ ของเทคนคิ ดำ� เนนิ การหลงั จากผเู้ รยี นไดร้ บั ผลคะแนนสอบ 
โดยท�ำทันทีในห้องเรียน หรือกลับไปท�ำที่บ้านก็ได้ โดยครูจัดท�ำใบงานที่มี
รายการระดบั ของการเรยี นรู้ และขนั้ ตอนขา้ งลา่ ง เมอ่ื ผเู้ รยี นทำ� เสรจ็ กใ็ หแ้ นบ
ค�ำตอบใบงานกบั กระดาษคำ� ตอบข้อสอบสง่ ครู
ผเู้ รยี น ไดร้ บั กระดาษคำ� ตอบพรอ้ มคะแนนเรยี บรอ้ ยแลว้ โปรดดำ� เนนิ
การต่อไปน้ี
ก. เขยี นบอกอารมณค์ วามรสู้ กึ ของตนเองตอ่ คะแนนทไี่ ด้ (เชน่ แปลก
ใจ ผดิ หวัง โล่งใจ เป็นต้น)
ข. เปรยี บเทียบคะแนนที่ได้  กับทที่ ำ� นายไว้
ค. ตรวจสอบขอ้ สอบแต่ละข้อ และระบุวา่ เป็นการสอบระดับใดของ
การเรียนรู้

334 สนุกกบั ​การเรียน​ในศ​ ตวรรษ​ที่ ๒๑

ง. ค�ำนวณว่า ในแต่ละระดับของการคิดหรือการเรียนรู้ผู้เรียนท�ำ
ขอ้ สอบถกู เป็นสัดส่วนเท่าใด

จ. ตรวจสอบท่มี าของความรใู้ นขอ้ สอบแต่ละข้อ (เช่น จากหนังสอื  
การบรรยายของครู การบา้ น เป็นต้น)

ฉ. ทบทวนตนเองและสะท้อนความคิด ว่าตนเองจะปรับปรุงการ
เตรยี มตวั สอบคราวหนา้ อยา่ งไรบา้ ง

ช. เสนอแนะว่าครูและเพื่อนผู้เรียนจะช่วยให้ตัวผู้เรียนผู้ตอบใบงาน
พัฒนาความสามารถในการตอบขอ้ สอบได้อยา่ งไรบ้าง

ตัวอยา่ ง
วชิ าชวี วทิ ยาเบอ้ื งต้น

ครูสังเกตว่าผู้เรียนถอนการเรียนวิชาน้ี และสอบตกกันมาก จึงใช้
เทคนคิ “วิเคราะหผ์ ลสอบ” ชว่ ยใหผ้ เู้ รียนได้มีส่วนรว่ มปรบั ปรุงการเรียนการ
สอนวชิ าน้ี  ครูได้ใชเ้ ทคนคิ น้ใี นชว่ งการสอบกลางเทอม ๒ คร้งั   และพบว่า
ชว่ ยใหผ้ ้เู รียนพัฒนาทักษะการเตรยี มตัวสอบ และการทำ� ขอ้ สอบไดด้ ีขน้ึ มาก
การประยกุ ต์ใชอ้ อนไลน์

 ใช้ออนไลน์ ไดเ้ หมือนกับในชน้ั เรียน face-to-face
การขยายหรอื ปรับปรุงวธิ ีการ
​ f ยุคนี้มีปัญหาผู้เรียนถอนวิชาเรียน หรือสอบตกกันมาก จึงมี

สถาบันการศึกษาท่ีใช้เทคนิคนี้กับผู้เรียนกลุ่มเส่ียง เช่นผู้เรียนปี
๑  หรอื ผเู้ รียนท่ีตดิ โปร  และพบวา่ ช่วยทง้ั ผู้เรยี นและครู ในการ
ปรบั ปรงุ การเรียน และการสอน 

วิจารณ​  พานิช 3​ 35

f ใช้เทคนคิ นี้กับการเรยี นแบบโครงงาน  หรอื ในการท�ำการบา้ น
f ครูน่าจะพิจารณาใช้ผลการประเมินการเรียนการสอนรายวิชาใน

ตอนปลายเทอม เปน็ เครือ่ งประกอบการตัดเกรด
f ใหผ้ เู้ รยี นตง้ั เปา้ หลงั ใชเ้ ทคนคิ นี้ วา่ ในวชิ าตอ่ ไปตนจะตง้ั เปา้ หมาย

การเรยี นอยา่ งไร แลว้ ตรวจสอบวา่ ผลเปน็ อยา่ งไร  คอื ยใุ หผ้ เู้ รยี น
เอาเทคนคิ น้ไี ปใช้เอง  เพื่อปรบั ปรงุ วิธกี ารเรยี นดว้ ยตนเอง
คำ� แนะนำ� เพ่มิ เติม
เทคนิคนใ้ี ช้เวลาและความพยายามของครมู าก 
เนอื่ งจากเทคนคิ นม้ี เี ปา้ หมายเพอื่ เตรยี มตวั เพม่ิ ทกั ษะการสอบของผู้
เรยี นจึงควรเร่ิมใชต้ ้ังแตต่ อนตน้ ๆ เทอม  จงึ จะมปี ระโยชนต์ อ่ ผเู้ รยี นไดจ้ ริง
เอกสารคน้ คว้าเพิ่มเติม
Achacoso MV. (๒๐๐๔). Post-test analysis : A tool for developing
students’ metacognitive awareness and self-regulation. In MV
Achacoso & MD Svinicki (Eds.) Alternative strategies for evaluating
student learning.  San Francisco : Jossey-Bass, pp. 115-119.

๒๘ พ.ย. ๕๕
http://www.gotoknow.org/posts/๕๑๐๓๕๖

336 สนุกกับ​การเรียนใ​นศ​ ตวรรษท​ ี่ ๒๑

๖๕. ทกั ษะการเรียน (๑)
แฟมงาน

เปนš เทคนิคทชี่ ‹วยใหŒผูเŒ รยี นมสี มาธจิ ดจอ‹ อยก‹ู บั การเรียน
ในช‹วงการเรยี นแบบ face-to-face ในชั้นเรยี น
ทําใหŒผŒเู รยี นตัง้ ใจฟ˜งการบรรยาย ตงั้ ใจจดบันทึก
คาํ บรรยาย และการอภปิ รายในชน้ั เรยี น
รวมท้ังตั้งใจร‹วมการอภิปรายในกลมุ‹ ย‹อย
และฝƒกคดิ อยา‹ งลกึ ตอ‹ โจทยข องครทู ใี่ หŒในชั้นเรียน
เพราะจะตŒองสรุปลงแฟ‡มงาน

ในตอนที่ ๖๕ น้ี ไดจ้ าก Chapter 19 ช่อื Learning and Study
Skils และเปน็ เรื่องของ SET 45 : In-class Portfolio

บทที่ ๑๙ วา่ ด้วยเร่อื งการพฒั นาทกั ษะการเรียน ไดแ้ ก่ การวางแผน
การเรยี น การจดเลกเชอร์ การคน้ ความรเู้ พมิ่ เตมิ การเตรยี มตวั สอบ การ
รว่ มอภิปรายในช้ัน การรว่ มทา� งานในกล่มุ ยอ่ ย เป็นต้น

บทท่ี ๑๙ นี้ ประกอบด้วย ๖ เทคนคิ คือ SET ๔๕– ๕๐ จะน�ามา
เสนอในบนั ทกึ ชุดน้ตี อนละ ๑ เทคนิค

วิจารณ​ ​พานชิ ​​337

SET ๔๕  :  In-class Portfolio กจิ กรรมหลกั :  การจดบนั ทกึ
โอกาสเรยี นออนไลน์  :  ต�ำ่
จุดเน้น  :  รายบคุ คล
ระยะเวลา  : หลายคาบ

ผู้เรียนจัดท�ำบันทึกจากการฟังครูบรรยาย เรียงความตอบโจทย์
ระหวา่ งเรยี นในชนั้   ขอ้ สรปุ จากการอภปิ รายทงั้ ชน้ั หรอื ในกลมุ่ ยอ่ ย ขอ้ สะทอ้ น
การเรียนรู้ของตน ฯลฯ  น�ำมาจัดหมวดหมู่ เข้าแฟ้ม ส่งให้ครูประเมินให้
คะแนน ๒ - ๓ ครั้งต่อเทอม  

เป็นเทคนิคที่ช่วยให้ผู้เรียนมีสมาธิจดจ่ออยู่กับการเรียนในช่วงการ
เรยี นแบบ face-to-face ในชนั้ เรยี น ทำ� ใหผ้ เู้ รยี นตง้ั ใจฟงั การบรรยาย ตงั้ ใจ
จดบันทึกค�ำบรรยาย และการอภิปรายในชั้นเรียน รวมท้ังต้ังใจร่วมการ
อภปิ รายในกลมุ่ ยอ่ ย และฝกึ คดิ อยา่ งลกึ ตอ่ โจทยข์ องครทู ใี่ หใ้ นชน้ั เรยี น เพราะ
จะต้องสรปุ ลงแฟม้ งาน 
ข้นั ตอนด�ำเนินการ
๑. ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในรายวิชา ให้มีกิจกรรมที่หลากหลาย

นอกเหนือจากการบรรยาย เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกท�ำกิจกรรมอีก
หลายอย่าง นอกเหนือจากการฟังค�ำบรรยาย และดูการสาธิต 
ทำ� ให้ผูเ้ รียนได้ลงมือทำ� โดยการบูรณาการความรู้ และประยกุ ต์
ความรู้ น�ำมาเขยี น อภิปราย และแก้ปญั หา
๒. กำ� หนดองคป์ ระกอบของแฟม้ งาน (กำ� หนดสง่ งาน  รปู แบบ  และ
ขนาดของช้นิ งาน เปน็ ต้น)
๓. ก�ำหนดเกณฑ์ประเมิน  และเขียน rubrics ของการใหค้ ะแนน

338 สนกุ กับก​ ารเรียนใ​นศ​ ตวรรษ​ท่ี ๒๑

๔. ออกแบบหนา้ ปกของแฟม้ งาน  แจกผเู้ รยี น  และอธบิ ายเปา้ หมาย
วธิ ที ำ� งาน และความหมายตอ่ การเรยี นรขู้ องผเู้ รยี นใหผ้ เู้ รยี นเขา้ ใจ 

ตัวอยา่ ง
วชิ าจติ วิทยาทั่วไป 

ครูจดั กิจกรรมเรยี นรแู้ บบ face-to-face
ให้มีกิจกรรมท่ีหลากหลายได้แก่การบรรยาย สาธิต กิจกรรมกลุ่ม
ย่อย การอภิปรายทัง้ ชนั้  ฯลฯ  เพ่อื ใหผ้ ู้เรยี นตง้ั ใจเรยี นในทุกกิจกรรม ครจู งึ
กำ� หนดใหผ้ เู้ รยี นตอ้ งจดั ทำ� บนั ทกึ สรปุ การบรรยาย และเขยี นสะทอ้ นความคดิ
(reflection)  และเขยี นสรปุ แบบอภปิ รายผล ตอ่ กจิ กรรมการเรยี นรอู้ น่ื ๆ  จดั
รวบรวมเปน็ แฟม้ งานส่งครูตอนกลางเทอมและปลายเทอม
แต่เน่ืองจากช้ันเรียนนี้ใหญ่มาก ครูไม่สามารถอ่านแฟ้มงานของผู้
เรยี นทกุ คนได ้ จงึ ใชก้ ระบวนการ peer review process ใหผ้ เู้ รยี นจำ� นวนหนงึ่
อ่านและรว่ มกนั ใหค้ ะแนนแฟม้ งานของเพ่ือน  โดยครมู แี บบฟอร์มและเกณฑ์
ในการให้คะแนนมอบให้ รวมทั้งเปิดโอกาสให้เจ้าของผลงานอุทธรณ์คะแนน
ไดด้ ้วยหากไม่พอใจคะแนนทไ่ี ด ้
ครพู บวา่ เทคนคิ ดังกลา่ ว ช่วยเพ่ิมความตง้ั ใจเรยี นของผเู้ รยี นอย่าง
ชัดเจน ช่วยใหผ้ ู้เรียนพัฒนาทกั ษะการเรียน โดยเฉพาะดา้ นการจดั การ และ
ดา้ นการเขียนบันทกึ  
การขยายหรอื ปรับปรุงวธิ ีการ
f ครอู าจพจิ ารณาใหค้ ะแนนเพ่มิ หากผู้เรยี นไปค้นคว้าเพมิ่ เติมจาก

ทค่ี รสู อน โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ ส่วนทีต่ นยังเขา้ ใจไมช่ ดั เจน 

วิจาร​ณ พานิช ​339

f เพิ่มส่วนที่ผู้เรียนประเมินตนเอง สะท้อนความคิดเรื่องการ
เรยี น หรือให้ feedback แก่ครู 

คำ� แนะน�ำเพ่มิ เติม
ครูควรแนะน�ำวิธีจดบันทึกท่ีดีแก่ผู้เรียน อาจโดยการบรรยายส้ันๆ

มกี ราฟหรอื ตารางแสดงโครงสรา้ งของการบนั ทกึ และในตอนทคี่ รบู รรยายหรอื
นำ� เสนอเรอ่ื งใดๆ กค็ วรทำ� อยา่ งชดั เจนและไมร่ บี เรง่ เพอ่ื ชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นสามารถ
จดบนั ทกึ ไดด้  ี

ตารางให้คะแนน มตี วั อยา่ งในเคล็ดลับ ๒๕ ของบันทึกนี ้ (http://
www.gotoknow.org/posts/๕๐๔๑๕๐)

เนอ่ื งจากการอา่ นและใหค้ ะแนนแฟม้ งานตอ้ งใชเ้ วลามาก ครจู งึ ควร
ใหผ้ ู้เรียนอา่ นและใหค้ ะแนนกันเอง แบบ peer review  ซ่ึงจะชว่ ยให้ผู้เรียน
ไดเ้ รียนรจู้ ากการอา่ นผลงานของเพ่ือน และได้ฝึกกระบวนการ peer review
ดว้ ย โดยครูควรแจ้งผูเ้ รียนว่าจะใชว้ ิธีการน้แี ตเ่ นิน่ ๆ ตอนต้นเทอม 

เนอื่ งจากกระบวนการ peer review มคี วามออ่ นไหว และผเู้ รยี นบาง
คนอาจรูส้ กึ ไมส่ บายใจ  ผเู้ ขยี นหนังสือจึงแนะนำ� ให้ครใู ช้กระบวนการน้อี ยา่ ง
ระมัดระวัง และอย่างมีกระบวนการชัดเจน  คือเป็นการประเมินโดยเพื่อน
ผู้เรียนในลกั ษณะที่มีครูเป็นผู้ก�ำกบั กระบวนการ ดังนี้

ในวันสง่ แฟ้มงาน จัดเวลาประเมนิ แบบ peer review ไว้ ๑ ช่วั โมง 
โดยท�ำความตกลงว่าจะเป็นการให้คะแนนโดยเพ่ือนผู้เรียน ๒ คน แต่หาก
ผูเ้ รยี นคนใดมีเหตุผลทเ่ี หมาะสมจะให้ครเู ปน็ ผ้ใู หค้ ะแนนก็ได้  แต่ก็จะไม่ได้
เขา้ กระบวนการ peer review  ทำ� ใหข้ าดโอกาสเรยี นรจู้ ากการฝกึ ประเมนิ ผล
งานของเพือ่ น  รวมท้ังบอกให้ทราบด้วยวา่ ผเู้ รียนทไ่ี ม่พอใจคะแนนทไี่ ด้ จะมี

340 สนกุ กับก​ ารเรยี นใ​นศ​ ตวรรษท​ ี่ ๒๑

แบบฟอรม์ ใหอ้ ทุ ธรณค์ ะแนนของตนตอ่ ครโู ดยตรง  แตถ่ า้ เปน็ การอทุ ธรณแ์ บบ
ไร้เหตุผล จะมกี ารหกั คะแนนดว้ ย โดยมขี น้ั ตอนของ peer review ดังนี้
๑. ผู้เรยี นแตล่ ะคนเรยี งรายงานตามล�ำดับวนั เรยี น และแนบปก (ซ่งึ

มแี บบฟอรม์ ส�ำหรบั กรอกคะแนนประเมนิ อยูใ่ นนนั้ ) และส่งครู
๒. ครจู ดั ผเู้ รยี นเปน็ ทมี ๒ คน  และแจกรายงานใหท้ มี ละ ๒ รายงาน 

โดยมีวธิ แี จกใหร้ ายงานของคนอ่ืนแกท่ มี   เชน่ ให้ทมี ๒ คนเป็น
เพศเดยี วกนั   แล้วแจกรายงานของผ้ชู ายแก่ทีมเพศหญิง 
๓. ครแู นะนำ� ให้ ทมี ประเมนิ อา่ นรายงานเรยี งตามลำ� ดบั วนั เรยี น  ให้
เวลาทีมประเมินอ่านและให้คะแนนตามแบบฟอร์ม รวมท้ังข้อ
วพิ ากษ์
๔. ครูเก็บใบประเมินและรายงาน และคืนเจ้าของ ให้อ่านคะแนน
และข้อวิพากษ์ ใครไม่พอใจคะแนนก็ให้กรอกใบทักท้วงหรือ
อทุ ธรณ ์
๕. ครูเก็บใบประเมินและรายงานอีกคร้ัง  น�ำมาตรวจหาผู้เรียนท่ี
ทกั ทว้ ง และใหค้ ะแนน  ส่วนผูเ้ รียนที่ไมท่ ักทว้ ง ก็สุ่มตรวจ จด
คะแนน  แล้วส่งใบประเมนิ และรายงานคนื เจ้าของ
เอกสารคน้ ควา้ เพม่ิ เติม
Stevens DD, Levi AJ. (๒๐๐๕). Introduction to rubrics : An assessment
tool to save grading time, convey effective feedback, and promote
student learning. Sterling. VA : Stylus.

๒๘ พ.ย. ๕๕ 
http://www.gotoknow.org/posts/๕๑๐๓๙๐

วจิ ารณ​  พานิช 3​ 41

๖๖. ทักษะการเรียน (๒)
ตามลา หาแหลงความรู

เปนš การฝกƒ ใหŒผŒูเรียนคดิ ถงึ สารสนเทศ
ที่เก่ยี วขŒองกับรายวิชาทีเ่ รยี น มีทกั ษะในการคŒนควŒาหาความรูŒ

ดŒวยตนเอง รŒแู หล‹งตา‹ งๆ ของความรูŒทตี่ อŒ งการ
ในตอนที่ ๖๖ นี้ ไดจ้ าก Chapter 19 ชอ่ื Learning and Study Skils
และเปน็ เร่อื งของ SET 46 : Resource Scavenger Hunt

SET 46 : Resource Scavenger Hunt

จดุ เนน้   :  รายบคุ คล กจิ กรรมหลัก :  การอา่ น  การเขียน
ระยะเวลา  : คาบเดียว โอกาสเรียนออนไลน์  :  สงู

ผู้เรียน ท�าแบบฝึกหัดค้นหาความรู้ น�ามาประมวล ตามแหล่งท่ีครู
ระบุ และคน้ เองจาก อนิ เทอรเ์ น็ต

เปน็ การฝกึ ใหผ้ เู้ รยี นคดิ ถงึ สารสนเทศทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั รายวชิ าทเ่ี รยี น มี
ทกั ษะในการคน้ ควา้ หาความรดู้ ว้ ยตนเอง รแู้ หลง่ ตา่ งๆ ของความรทู้ ต่ี อ้ งการ

342 สนกุ กบั ก​ ารเรยี น​ใน​ศตวรรษท​ ​ี่ ๒๑

ข้นั ตอนดำ� เนินการ
๑. ครจู ดั ท�ำรายการสารานุกรม พจนานกุ รม วารสาร และเวบ็ ไซต์

(ทั้งท่ีเป็นของสาขาวิชา สมาคมวิชาชีพ เว็บเพจตามประเด็น
ฯลฯ) ทผี่ เู้ รยี นควรรจู้ กั ส�ำหรับคน้ คว้าความรู้น�ำมาท�ำการบา้ น
ตามทกี่ �ำหนดในการเรยี นรายวิชา
๒. หาขอ้ ความร้หู น่ึงประเดน็ ในแต่ละแหล่ง ทีจ่ ะมีประโยชน์ต่อการ
เรียนของผู้เรยี น  นำ� มาจัดทำ� เป็นค�ำถาม
๓. เขียนคำ� ถามต่อเนอ่ื งที่ก�ำหนดให้ผู้เรยี นประมวลความรู้
๔. ก�ำหนดค�ำถามสุดท้าย ที่ให้ผู้เรียนประเมินว่าจะใช้ความรู้จาก
แหล่งใดมาใชง้ านท่ีจ�ำเพาะน้นั ๆ
๕. ก�ำหนดใบงานใหผ้ ู้เรยี นท�ำ และแจกผู้เรยี น 
ตวั อย่าง
วิชาประวัตศิ าสตร์ดนตร ี
เปน็ วิชาทีเ่ รยี นออนไลน์ ครูจดั กจิ กรรมเรยี นรู้เพอ่ื ช่วยให้ผ้เู รยี นร้จู กั
คน้ ความรเู้ พมิ่ เตมิ จากความรทู้ คี่ รใู ห้  โดยครกู ำ� หนดคำ� ถามใหผ้ เู้ รยี นตอบ ๒
ค�ำถามต่อแหลง่  เชน่  ใน Music History Laboratory ของ The Internet
Public Library (http://www.ipl.org/div/mushist/)  ใหค้ น้ บทสรปุ ภาพ และ
ไฟล์เสียง ของตัวอย่างดนตรีตะวันตกยุคต่างๆ และในเว็บไซต์เดียวกัน ใน
ส่วนดนตรียุคฟื้นฟูศิลปะวิทยา ให้ค้นหาดนตีท่ีเป็นตัวอย่างของ English
madrigal
และค�ำถามที่สอง ให้ผู้เรียนประมวลสารสนเทศจากแหล่งนั้น เช่น
“ผปู้ ระพันธด์ นตรีของตวั อย่าง madrigal ใช้ tempo และ texture เพ่อื เนน้

วิจาร​ณ พานชิ 3​ 43

สาระในคำ� กลอนอย่างไร” (ผมไมเ่ ข้าใจศพั ทด์ นตรี จึงใช้วธิ ที ับศพั ท์)
หลังจากนั้น ครูจึงให้ผู้เรียนใช้ความรู้ท้ังหมดบอกว่า เว็บไซต์ใด

เหมาะสมตอ่ วตั ถุประสงคเ์ ฉพาะอยา่ งมากทส่ี ดุ อย่างไร เชน่ “หากตอ้ งการดู
ดนตรี English madrigal เทยี บกบั การฟงั   แหลง่ คน้ ควา้ แหลง่ ใดใน ๑๐ แหลง่
ทีจ่ ะให้สารสนเทศน้ันไดด้ ที ่สี ดุ ” 

สดุ ทา้ ย ครูใหผ้ ูเ้ รยี นคน้ หาและระบุ แหลง่ สารสนเทศบนเว็บอกี ๓
แหล่ง นำ� มา โพสต์ บน discussion board  
การประยกุ ต์ใชอ้ อนไลน์

ใชเ้ หมอื นในกรณี face to face
การขยายหรอื ปรบั ปรงุ วิธีการ
f ใหผ้ เู้ รยี นคน้ หาแหลง่ ความรตู้ ามโจทยท์ เี่ พอ่ื นผเู้ รยี นกำ� หนด โดย

อาจท�ำงานคนเดียวหรือท�ำเป็นทีมก็ได้ แล้วน�ำไปโพสต์ตอบ
คำ� ถามของเพ่ือนผ้เู รียน
เอกสารค้นคว้าเพมิ่ เติม
Watkins R. (๒๐๐๕). ๗๕ eLearning activities : Makingออนไลน์ learning
interactive. San Francisco : Pfeiffer, pp. ๑๔๗-๑๔๙.

๒๙ พ.ย. ๕๕
http://www.gotoknow.org/posts/๕๑๐๔๘๖

344 สนุกกบั ก​ ารเรยี น​ในศ​ ตวรรษ​ที่ ๒๑

๖๗. ทักษะการเรียน (๓)
ซอ มทดสอบ

เปšนเทคนคิ ฝกƒ ใหผŒ Œูเรยี นใชคŒ วามรŒทู ่ีไดŒเรียน
ในการอภิปรายกบั เพื่อน โดยมคี าํ ถามของครเู ปนš โจทย
กระตŒนุ เนอ่ื งจากครเู ฉลยคําตอบทนั ที และใหโŒ อกาส

ถามหรอื อภิปรายแลกเปลย่ี นในชั้น จึงช‹วยใหŒ
ผูŒเรยี น ท่ีเขาŒ ใจผดิ ไดแŒ กคŒ วามเขŒาใจในทันที

ในตอนที่ ๖๖ น้ี ไดจ้ าก Chapter 19 ชอื่ Learning and Study Skils
และเป็นเร่ืองของ SET 47 : Formative Quiz

SET 47 : Formative Quiz

จุดเน้น  :  รายบุคคล หรือความรว่ มมือ กจิ กรรมหลกั  :  การอภิปราย

ระยะเวลา  : คาบเดยี ว โอกาสเรยี นออนไลน ์  :  ต่�า

ครูฉายโจทย์ทดสอบ (ที่คล้ายคลึงกับข้อสอบจริง) บนจอ ให้เวลา
ผู้เรียนคิดค�าตอบคนเดียว แล้วจึงให้ปรึกษาแลกเปล่ียนความรู้กับเพ่ือน ๒
คน เป็นกลุ่มย่อย หรือในชั้นเรียน แล้วครูเฉลยค�าตอบ และให้ผู้เรียนถาม
ค�าถาม หรืออภิปรายในช้ัน

วจิ าร​ณ​ พานชิ ​​345

เป็นเทคนิคฝึกให้ผู้เรียนใช้ความรู้ที่ได้เรียน ในการอภิปรายกับ
เพื่อน โดยมีค�ำถามของครูเป็นโจทย์กระตุ้น  เน่ืองจากครูเฉลยค�ำตอบทันที
และใหโ้ อกาสถามหรอื อภปิ รายแลกเปลยี่ นในชนั้   จงึ ชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นทเ่ี ขา้ ใจผดิ
ไดแ้ กค้ วามเขา้ ใจในทันท ี
เทคนิคนี้จะชว่ ยลดความวติ กกังวลในเร่อื งการสอบแก่ผ้เู รยี น 
ข้นั ตอนด�ำเนินการ
๑. ครูจดั ท�ำรายการค�ำถามทคี่ ลา้ ยคลึงกบั ข้อสอบจริง
๒. น�ำค�ำถามมาจัดท�ำเป็น PowerPoint เป็นข้อๆ ตามด้วยเฉลย

เป็นค่ๆู  
๓. ก�ำหนดว่าจะให้ผู้เรียนตอบคนเดียว หรือเป็นกลุ่ม หรือท้ังช้ัน 

ตอบปากเปล่าหรอื เขยี นตอบ
๔. อธิบายวิธีการแก่ผู้เรียน  และตอบค�ำถาม  แล้วจึงฉายค�ำถาม

ขน้ึ จอทลี ะค�ำถาม  ให้ผเู้ รยี นคดิ คำ� ตอบดว้ ยตนเอง
๕. ให้ผู้เรยี นและเปลี่ยนค�ำตอบกับเพอ่ื น เปน็ กลมุ่  หรอื ทงั้ ช้นั
๖. ฉายเฉลยค�ำตอบ ให้ค�ำอธิบายค�ำตอบท่ีถูกต้อง และค�ำตอบที่

ผิด และตอบค�ำถามของผเู้ รยี น  ก่อนจะฉายค�ำถามข้อต่อไป 
ตัวอยา่ ง
วชิ ารงั สเี ทคนคิ เตรยี มสอบ สเตท บอร์ด

เป็นรายวิชาที่ช่วยเตรียมความพร้อมแก่ผู้เรียนท่ีเรียนหลักสูตรรังสี
เทคนคิ จบแล้ว ก�ำลงั เตรียมสอบ สเตท บอรด์

ครจู ดั ข้อสอบ ๑๐ - ๑๕ ขอ้ แบบเดยี วกบั ข้อสอบจริง ใหผ้ ูเ้ รียนแตล่ ะ
คนท�ำ แล้วให้จับกลุ่ม ๕ คน อภิปรายแลกเปล่ียนความรู้ในกลุ่ม จัดท�ำค�ำ
ตอบของกลมุ่  แลว้ ครเู ฉลยและตอบคำ� ถามหรอื อภปิ รายในชนั้  ใหต้ า่ งทมี ตรวจ

346 สนุกกับ​การเรียน​ในศ​ ตวรรษ​ที่ ๒๑

ค�ำตอบและให้คะแนนของทีมอื่น ทีมที่ตอบถูกหมดได้คะแนนเพ่ิม มีการจด
คะแนนเกบ็ บนกระดานหนา้ ชัน้
วิชาพีชคณิตเบอื้ งตน้

ครแู จกกระดาษสี ๓ แผ่น (เขียว เหลอื ง น�้ำเงิน) แกผ่ ู้เรยี นแตล่ ะ
คน แล้วฉายค�ำถามขึ้นจอ ให้เวลาผู้เรียนคิดค�ำตอบ แล้วครูฉายค�ำตอบ ๓
ค�ำตอบ  ให้ผู้เรียนแตล่ ะคนโหวตค�ำตอบด้วยกระดาษส ี ข้อ ก (เขียว)  ข้อ ข
(เหลือง)  ขอ้ ค (นำ้� เงนิ )  ครูบนั ทกึ ค�ำตอบ 

แล้วใหผ้ ้เู รยี นจบั คู ่ และตอบคำ� ตอบของคู่  ครูบันทกึ คำ� ตอบ แลว้
จึงฉายค�ำตอบทถี่ ูกตอ้ ง และใหค้ ำ� อธบิ าย พร้อมตอบคำ� ถาม

เทคนิคน้ีผู้เรียนชอบมาก เพราะช่วยเตรียมความพร้อมในการสอบ
ใ หค้ วามมน่ั ใจในการสอบแกผ่ เู้ รยี น  และครกู ไ็ ดร้ วู้ า่ ผเู้ รยี นเรยี นรเู้ รอ่ื งแคไ่ หน
การประยุกต์ใช้ออนไลน์

ใชไ้ ด้ไม่ดนี กั   อาจใหผ้ ูเ้ รียนซ้อมตอบข้อสอบออนไลน์ และผ้เู รียนรู้
คะแนนของการซอ้ มแตล่ ะครง้ั ของตน  โดยไมบ่ นั ทกึ คะแนนอยา่ งเปน็ ทางการ
การขยายหรอื ปรับปรงุ วธิ กี าร

ชนิดของข้อสอบที่เหมาะสมต่อการน้ีคือข้อสอบท่ีค�ำตอบสั้นๆ หรือ
ข้อสอบที่มีค�ำตอบ ถูก-ผิด หรือมีตัวเลือก หรือกรอกค�ำตอบในช่อง
วา่ ง ลักษณะของข้อสอบแบบนที้ ี่เปน็ ข้อสอบทีด่ ไี ด้แก่
f โจทย์ควรส้นั กระชับ และมีเน้อื หาครบถว้ น ก่อนถึงคำ� ตอบตัว

เลอื ก ประโยคคำ� ตอบควรมนี ยั ยะเชงิ บวก ไมใ่ ชเ่ ชงิ ลบหรอื ปฏเิ สธ
f ให้ผู้เรียนเลือกค�ำตอบที่เหมาะสมท่ีสุด ไม่ใช่ค�ำตอบที่ถูก และ

หลีกเลีย่ งค�ำว่า เสมอ (always), ไม่เคย (never), ทั้งหมด (al),
หรอื ไม่ใช่ทงั้ หมด (none)

วิจาร​ณ พานชิ 3​ 47

f คำ� ตอบทเ่ี ปน็ ตวั เลอื ก (และตวั ลวง) ควรสนั้ ทส่ี ดุ และใชค้ ำ� พนื้ ๆ 
หลกี เลยี่ งการให้สญั ญาณเทยี มตอ่ ค�ำตอบท่ถี ูกต้อง (เชน่ เป็นค�ำ
ตอบทยี่ าวท่ีสุด หรือสัน้ ท่ีสุด)

f ใช้ค�ำตอบลวงที่เหมาะสม ทีผ่ ้เู รยี นมักเข้าใจผิดบอ่ ยๆ  เป็นตัว
ลวงทีต่ ้องใช้ความพยายามแยกแยะ

เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจเรื่องส�ำคัญอย่างแท้จริง  ควรใช้
ขอ้ สอบหลายข้อตอ่ หนงึ่ เร่อื ง (เชน่ ๓ ขอ้ ตอ่ เนอื่ งกนั )  แต่ใช้ถอ้ ยคำ� ทแี่ ตก
ตา่ งกันในตา่ งข้อ

สถาบันใดมีเคร่ือง “คลิกเก้อร์” ก็จะสะดวกต่อการทดสอบซ้อมน้ี 
 และมีระบบท่ีวิเคราะห์การกระจายผลค�ำตอบและฉายข้ึนจอได้ทันที  ครู
สามารถน�ำผลมาใช้ในการ ลปรร. ว่า คนท่ีเลือกค�ำตอบแต่ละข้อมีเหตุผล
อยา่ งไร  เพ่ือเรยี นรู้ว่าเหตผุ ลหรือความคิดน้นั ๆ มจี ดุ แขง็ จุดออ่ นอยา่ งไร 

ในกรณไี ม่มรี ะบบ “คลิกเก้อร”์ กใ็ ช้วิธีแจกกระดาษสีให้ยก และนบั
คะแนนได้  
เอกสารคน้ ควา้ เพม่ิ เติม
Bonwel CC. (๑๙๖๖). Enhancing the lecture : Revitalizing a traditional
format. In TE Sutherland & CC Bonwel. (Eds.),Using active learning in
colege classes : A range of options for faculty. San Francisco : Jossey-
Bass, pp. ๓๕-๓๖.

๓๐ พ.ย. ๕๕
http://www.gotoknow.org/posts/๕๑๐๕๙๓

348 สนุกกับ​การเรยี นใ​น​ศตวรรษท​ ี่ ๒๑

๖๘. ทกั ษะการเรยี น (๔)
บตั รโครงเรอื่ ง

เปนš การซŒอมใหŒผูŒเรียนตอบโจทยยากๆ
ทต่ี อŒ งตอบแบบเขียนตอบเปšนเรยี งความ
ซ่ึงเปšนการทดสอบคนละแบบกับขŒอสอบในตอนทแี่ ลŒว
นอกจากซอŒ มเขยี นคาํ ตอบแลวŒ ใหผŒ ŒูเรียนเขียนโนตŒ ย‹อ
โครงเรือ่ งของคาํ ตอบของแต‹ละคาํ ถาม ลงบนการดาษ
index card ขนาด ๓x๕ นิว้ เอาเขŒาหŒองสอบไดŒ

ในตอนที่ ๖๖ นี้ ได้จาก Chapter 19 ชอ่ื Learning and Study
Skils และเปน็ เรื่องของ SET 48 : Crib Cards

SET 48 : Crib Cards

จุดเนน้   :  รายบคุ คล กจิ กรรมหลกั  :  การเขยี น

ระยะเวลา  : คาบเดยี ว  หรือหลายคาบ โอกาสเรียนออนไลน ์  :  ตา่�

เปน็ การซอ้ มใหผ้ เู้ รยี นตอบโจทยย์ ากๆ ทตี่ อ้ งตอบแบบเขยี นตอบเปน็
เรียงความ ซ่ึงเป็นการทดสอบคนละแบบกับข้อสอบในตอนที่แล้ว นอกจาก
ซ้อมเขียนค�าตอบแล้ว ให้ผู้เรียนเขียนโน้ตย่อโครงเรื่องของค�าตอบของแต่ละ

วิจารณ​ ​ พานิช​​349

ค�ำถาม ลงบนการดาษ index card ขนาด ๓X๕ นิ้ว เอาเข้าหอ้ งสอบได้  
โจทย์ส�ำหรับซ้อมเหล่านี้ เอามาจากคลังข้อสอบนั่นเอง และบางข้อ

จะเอาไปออกขอ้ สอบจรงิ ๆ แต่ผู้เรียนจะได้ซอ้ มมากข้อกว่าท่อี อกข้อสอบ 
ในวนั สอบ ผเู้ รยี นเอาบตั รโครงเรอ่ื งทต่ี นเปน็ ผทู้ ำ� (ลายมอื ของตนเอง)

เข้าห้องสอบได้ และสง่ บัตรเหล่านีท้ ้งั หมดพรอ้ มกระดาษค�ำตอบ
ข้ันตอนดำ� เนนิ การ
๑. ครูจัดท�ำรายการค�ำถาม ท่ีทดสอบการคิดระดับสูง (ประยุกต์

สงั เคราะห์ ประเมิน ฯลฯ)  ไมใ่ ช่ทดสอบความจ�ำ
๒. ครูทดลองตอบค�ำถามด้วยตนเอง พร้อมจับเวลา เพ่ือจะได้

ประเมนิ ไดว้ ่าผเู้ รียนจะใชเ้ วลาเท่าไร (ตามปกติ ๒ - ๓ เท่าของ
คร)ู  
๓. แกไ้ ขปรบั ปรุงค�ำถาม และทำ� เช่นเดียวกนั ตอ่ คำ� ถามอ่ืนๆ
๔. กำ� หนดแนวทางใหค้ ะแนน แลว้ จดั ทำ� ใบงาน ทบี่ อกคำ� สง่ั  รายการ
คำ� ถาม และตารางให้คะแนน
๕. ครูจดั ท�ำบตั รโครงเร่อื งตัวอยา่ ง ท่แี สดงสไตล์การเขยี นท่ีมีหลาย
แบบ (เชน่ โครงเรอ่ื ง รายการหวั ขอ้ หลกั แผนผงั ความคดิ ขอ้ มลู
สนับสนุนแนวทางหรือขอ้ โตแ้ ยง้ ฯลฯ)
๖. มอบใบงานตอนตน้ เทอม ใบงานประกอบดว้ ย คำ� สงั่  คำ� ถาม และ
ตารางใหค้ ะแนน
๗. อธิบายกระบวนการ แนะน�ำวิธีเขียนบัตรโครงเรื่อง และติด
ประกาศตวั อยา่ งบตั รโครงเรื่องท่คี รเู ขยี น
๘. ในวันสอบ เก็บบัตรโครงเรื่องทั้งหมดพร้อมกับกระดาษค�ำ
ตอบ บัตรโครงเร่ืองของเรอ่ื งที่ไมอ่ อกข้อสอบก็เก็บด้วย 

350 สนกุ กบั ​การเรยี น​ในศ​ ตวรรษท​ ี่ ๒๑

ตวั อย่าง
วชิ าสงั คมวิทยาเบอ้ื งต้น

ครตู อ้ งการใหผ้ เู้ รยี นเรยี นรหู้ ลกั การทเ่ี ปน็ หวั ใจของสงั คมวทิ ยา ไมใ่ ช่
แค่ร้แู บบท่องจำ�   ครจู งึ ทดสอบผเู้ รียนด้วยขอ้ สอบท่ตี อบแบบเรียงความ ทผ่ี ู้
เรียนต้องคดิ อยา่ งเปน็ นามธรรม ไม่เดา และไม่เข้าใจผิด  ครสู ังเกตเห็นวา่ ผู้
เรยี นต้องใชเ้ วลานานมาก และท�ำขอ้ ทดสอบไมค่ อ่ ยได้ จงึ ใชเ้ ทคนคิ “ บัตร
โครงเรอื่ ง” ชว่ ยการเรยี นและการเตรยี มสอบของผเู้ รยี น  และพบวา่ ไดผ้ ลดใี น
การสอบปลายเทอม
การประยุกต์ใชอ้ อนไลน์

หากการสอบเป็นการสอบในหอ้ งสอบทม่ี คี นคมุ สอบ  การใชเ้ ทคนิค
นี้ออนไลน์ ท�ำได้ตามท่ีแนะนำ� ไปแล้ว  แต่ถา้ สอบแบบออนไลน์ ดว้ ย เทคนิค
นีใ้ ช้ไม่ได้
การขยายหรอื ปรับปรงุ วิธีการ
f บันทึกเอกสารเตรียมตัวสอบ เป็นเคร่ืองมืออีกอย่างหนึ่งที่น่าจะ

ชว่ ยการเตรยี มตวั สอบของผเู้ รียน  โดยเมอื่ เรม่ิ ต้นเทอม ครูแจก
รายการขอ้ สอบชนดิ เรยี งความ ทจ่ี ะเลอื กสว่ นหนงึ่ มาเปน็ ขอ้ สอบ
กลางเทอม และปลายเทอม  ให้ผู้เรียนเขียนเอกสารเตรียมตัว
สอบแยกเป็นตอนๆ  แต่ละตอนส�ำหรับหนึ่งข้อสอบ ที่ผู้เรียน
ค่อยๆ เขียนเพิ่มขึ้นตามความก้าวหน้าของการเรียนโดยการฟัง
การบรรยาย การอ่านต�ำรา และการค้นจาก อินเทอร์เน็ต 
ประกอบด้วยข้อเท็จจริง และแนวความคิดของผู้เรียนที่เกิดขึ้น
 ในวันสอบอาจอนุญาตใหผ้ ้เู รยี นเอาบันทึกเข้าหอ้ งสอบได้  และ

วจิ ารณ​  พานิช 3​ 51

ให้ส่งครูพร้อมกระดาษค�ำตอบ ครูให้คะแนนเพ่ิมหากบันทึก
เตรยี มตัวสอบทำ� ได้ดมี าก  
f แทนท่จี ะใช้บตั รโครงเรือ่ งกับขอ้ สอบแบบเรยี งความ ใชก้ บั วิชาที่
ข้อสอบมีลักษณะแก้ปัญหา เช่นคณิตศาสตร์  เศรษฐศาสตร์ 
วทิ ยาศาสตร ์ ใหผ้ ู้เรียนเขยี นสตู ร ทฤษฎี หรอื ข้อมูลตวั เลข ลง
กระดาษ index card  
คำ� แนะน�ำเพ่มิ เตมิ
“บัตรโครงเรื่อง” ช่วยให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะในการเรียน
(metacognitive skils) โดยฝึกการคิดและวางแผนค�ำตอบต่อคำ� ถาม ชว่ ยให้
ผเู้ รยี นฝกึ คดิ ใหช้ ดั หาหลกั ฐานมาประกอบ พฒั นาทกั ษะในการโตแ้ ยง้  พฒั นา
ทกั ษะในการแสดงจุดยนื ของตนในสถานการณ์ที่ซบั ซอ้ น
เอกสารค้นควา้ เพม่ิ เติม
Bean JC. (๑๙๙๖). Engaging ideas : The professors’ guide to integrating
writing, critical thinking, and active learning in the classroom. San
Francisco : Jossey-Bass, p. ๑๙๐.

๒ ธ.ค. ๕๕
http://www.gotoknow.org/posts/๕๑๐๗๒๒

352 สนุกกับ​การเรียนใ​นศ​ ตวรรษ​ที่ ๒๑

๖๙. ทกั ษะการเรียน (๕)

ตารางใหค ะแนน จดั ทาํ โดยผเู รียน

เปšนเคร่ืองมอื ใหŒผูŒเรียนเรยี นรŒคู ณุ สมบตั ขิ องผลงาน
ท่มี คี ุณภาพสูง และเรยี นรคŒู วามหมายของ “มาตรฐาน”

และนํามาใชŒในการทําการบาŒ นหรอื ทําขŒอสอบ

ในตอนท่ี ๖๖ น้ี ไดจ้ าก Chapter 19 ชือ่ Learning and Study
Skils และเปน็ เรือ่ งของ SET 49 : Student-Generated Rubrics

SET 49 : Student-Generated Rubrics

จุดเน้น  :  ความรว่ มมือ กิจกรรมหลกั  :  การอภปิ ราย
ระยะเวลา  : คาบเดยี ว  โอกาสเรยี นออนไลน์  :  ต่�า

ครใู หต้ วั อยา่ งขอ้ สอบทดี่ เี ยย่ี มแกผ่ เู้ รยี น ๓ ตวั อยา่ ง เชน่ เรยี งความ
รายงานการวจิ ยั การประพนั ธเ์ พลง ขอ้ พสิ จู นท์ างคณติ ศาสตร์ หรอื รายงาน
ผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์ แบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่ม ให้วิเคราะห์
คุณสมบัติของค�าตอบข้อสอบ และจัดท�าแบบฟอร์มตารางให้คะแนน ท่ี
ประกอบดว้ ย คณุ สมบัตสิ า� คญั และสเกลคะแนน แลว้ ครจู ดั ใหม้ ีการอภิปราย
ท้ังช้ัน เพื่อบรรลุฉันทามติ จัดท�าเป็นตารางให้คะแนนที่จะใช้ในการตรวจ
ขอ้ สอบ

วจิ าร​ณ​ พานชิ ​​353

เป็นเครื่องมือให้ผู้เรียนเรียนรู้คุณสมบัติของผลงานที่มีคุณภาพสูง
และเรียนรู้ความหมายของ “มาตรฐาน”  และน�ำมาใชใ้ นการท�ำการบา้ นหรอื
ท�ำขอ้ สอบ
ขัน้ ตอนด�ำเนินการ
๑. ครูจัดท�ำรายการวตั ถปุ ระสงคข์ องรายวชิ า และไตรต่ รองอย่างดี

เพ่อื เขียนค�ำถามทเ่ี ป็นการบา้ น ใหผ้ ู้เรยี นได้ฝกึ คิดในระดบั ทซี่ ับ
ซอ้ น
๒. ครหู าตวั อยา่ งคำ� ตอบทดี่ เี ลศิ โดยผเู้ รยี นรนุ่ กอ่ นๆ ผเู้ รยี นปสี งู ขน้ึ
ไป หรอื ผูเ้ รยี นของเพือ่ นครู หรือของคนในวิชาชพี นน้ั ๆ  เขยี น
บนั ทึกไวว้ ่า ทำ� ไมค�ำตอบเหลา่ นนั้ จงึ ดเี ลิศ
๓. ครูจัดท�ำตารางให้คะแนนด้วยตนเอง  จดคุณสมบัติส�ำคัญท่ีนึก
ขน้ึ ได้ไว้ เอาไว้ใช้ปรบั ปรงุ ใบงาน
๔. จดั ท�ำใบงาน เปน็ แนวทางใหผ้ ้เู รยี นเขยี นตารางใหค้ ะแนน เช่น
ตวั อยา่ ง
ให้ผเู้ รยี นอา่ นตัวอย่างคำ� ตอบขอ้ สอบทง้ั ๓  และ
ก. หาคณุ ลกั ษณะของค�ำตอบทด่ี ี และเขยี นเปน็ รายการ  สำ� หรบั

ขอ้ สอบแตล่ ะแบบ  (เชน่ คำ� ตอบระบหุ ลกั คดิ ทช่ี ดั เจน คำ� ตอบ
อา่ นงา่ ย จดั สว่ นต่างๆ อยา่ งเป็นระเบยี บ ฯลฯ)
ข. จากรายการท้งั สาม  จงเลอื กคุณลักษณะร่วม ๕ ประการของ
ค�ำตอบทด่ี ี สำ� หรับข้อสอบท้ัง ๓ แบบ
ค. จงระบคุ ณุ ลกั ษณะทที่ ำ� ให้เปน็ คำ� ตอบทด่ี ีเยยี่ ม (เช่น คำ� ตอบ
ชดั เจนอา่ นง่าย  มขี อบเขตจ�ำกัดชัดเจน  สังเคราะหน์ �ำเสนอ
เปน็ แนวคิดของตนเอง  เป็นต้น)

354 สนุกกบั ​การเรยี น​ในศ​ ตวรรษ​ที่ ๒๑

๕. ถ่ายสำ� เนาใบงานใหม้ ีจำ� นวนเพียงพอตอ่ จ�ำนวนกลุ่มของผ้เู รียน
๖. แจง้ ผเู้ รยี นวา่ ครจู ะมอบตวั อยา่ งคำ� ตอบขอ้ สอบแบบเขยี นตอบท่ี

ดที สี่ ดุ ทค่ี รพู บ ใหท้ มี ผเู้ รยี นอา่ นและคน้ หาคณุ ลกั ษณะของคำ� ตอบ
ขอ้ สอบที่ดี
๗. แจกใบงาน อธบิ าย และตอบคำ� ถาม
๘. ใหผ้ เู้ รยี นแบง่ เปน็ กลุม่ ๔ - ๖ คน  และแจกตัวอย่างคำ� ตอบยอด
เยี่ยม  แนะให้ผูเ้ รยี นแบ่งหนา้ ท่ีกันในกลุ่ม เชน่ เปน็ ผจู้ ดบนั ทึก,
ผรู้ ายงาน, วิทยากรกระบวนการ เป็นตน้  
๙. ผู้เรยี นจดั ทำ� ตารางประเมินผลอย่างงา่ ยๆ
๑๐.ให้แต่ละกลุ่มรายงานต่อชั้น  ใช้กระดานหน้าชั้นเขียนประเด็น
ส�ำคัญ  และต่อด้วยการอภิปรายทั้งช้ันว่าคุณลักษณะส�ำคญั ของ
ค�ำตอบท่ีดีคืออะไรบ้าง
๑๑. ครใู ชเ้ รอื่ งราวจากการอภปิ รายในชนั้ เรยี น จดั ทำ� ตารางใหค้ ะแนน
ทคี่ รจู ะใชใ้ หค้ ะแนนคำ� ตอบของผเู้ รยี น  หรอื รวบรวมคำ� ตอบของ
ผเู้ รยี นทกุ กลมุ่ เอาไปจดั ทำ� ตารางใหค้ ะแนนทคี่ รจู ะใชใ้ นภายหลงั
ตัวอย่าง
วิชาหลกั การของการตลาด  
ในโครงงานสุดท้ายของรายวิชา ครูแบ่งผู้เรียนเป็นกลุ่ม ให้เลือก
พัฒนายุทธศาสตร์การตลาดส�ำหรับผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่ง เพื่อให้ดูสมจริง จึง
ก�ำหนดให้แต่ละทีมน�ำเสนอแผนยุทธศาสตร์การตลาดแก่ช้ัน โดยสมมติว่า
เป็นการน�ำเสนอตอ่ ผูจ้ ดั การธรุ กิจกลุม่ หน่งึ  

วิจารณ​  พานชิ 3​ 55

เพอื่ ใหผ้ เู้ รยี นเรยี นรวู้ ธิ นี ำ� เสนอทด่ี  ี ครจู งึ ใชเ้ ทคนคิ “ตารางใหค้ ะแนน
จัดท�ำโดยผู้เรียน” ช่วย  โดยแบง่ ผู้เรียนเปน็ กลุ่ม ๕ คน  ให้ดูวิดที ศั น์การน�ำ
เสนอท่ีดี ของผ้เู รยี นรุ่นกอ่ นๆ ๓ เรอ่ื ง  ใหก้ ลมุ่ บนั ทกึ คณุ สมบตั ขิ องการน�ำ
เสนอท่ีดี แล้วอภิปรายกลุ่ม หาคุณสมบัติที่เห็นพ้องกัน เช่น “สบตาผู้ฟัง” 
“น�ำเสนอค�ำข้ึนต้นชัดเจน ท�ำให้ผู้ฟังเข้าใจเน้ือเร่ืองท่ีตามมาเข้าใจง่าย” 
“เสยี งดัง ฟงั ชดั จงั หวะและจดุ เน้นด”ี   ครเู ขียนข้อสรุปขนึ้ กระดาน จัดเปน็
หมวดหม ู่ และแจง้ ตอ่ ผเู้ รยี นวา่ จะนำ� ไปทำ� เปน็ ตารางใหค้ ะแนน ใหผ้ เู้ รยี นใช้
ในการให้คะแนนน�ำเสนอของเพอื่ น 
การประยกุ ต์ใชอ้ อนไลน์

เทคนคิ นไ้ี ด้ผลดีเมอ่ื ผเู้ รียนได้สงั เกตตวั อยา่ ง แลว้ บันทกึ คุณสมบตั ทิ ่ี
ดี  ดังน้นั หากจะใชอ้ อนไลน์ ก็ตอ้ งใหด้ ูตัวอยา่ งแลว้ อภปิ รายคุณสมบตั ิทดี่ ี
ของตัวอย่างทันทีในออนไลน์ discussion group  ท�ำเช่นน้ีกับตัวอย่าง ๓
ตวั อยา่ ง แลว้ รวบรวมคณุ สมบตั ทิ ด่ี เี อามาจดั หมวดหมทู่ ำ� เปน็ ตารางใหค้ ะแนน
การขยายหรือปรับปรงุ วธิ กี าร
แทนท่จี ะใหด้ ู ๓ ตัวอย่างทีด่ ีเลศิ  ให้ดูตวั อยา่ งท่ีมีคณุ ภาพ ๓ ระดับ
คือ พอใช ้ ด ี และดเี ลศิ   ใหผ้ เู้ รียนเปรียบเทียบความแตกต่าง 
เอกสารคน้ คว้าเพมิ่ เตมิ
Stevens DD, Levi A. (๒๐๐๕). Introduction to rubrics : An assessment
tool to save grading time, convey effective feedback, and promote
student learning. Sterling , VA : Stylus.

๒ ธ.ค. ๕๕
http://www.gotoknow.org/posts/๕๑๐๗๖๙

356 สนกุ กบั ก​ ารเรยี น​ในศ​ ตวรรษ​ท่ี ๒๑

๗๐. ทกั ษะการเรยี น (๖)
ฟง ๓ คน

เทคนิคนเ้ี ปšนการฝƒกใหŒผูŒเรยี นคุนŒ เคยกับการเรียน
จากการอภิปรายกลุ‹มยอ‹ ย คือใหŒมที กั ษะในการฟง˜

และมีทกั ษะในการพดู

ในตอนท่ี ๗๐ นี้ ไดจ้ าก Chapter 19 ช่อื Learning and Study
Skils และเปน็ เร่ืองของ SET 50 : Triad Listening

SET 50 : Triad Listening

จุดเนน้   :  ความรว่ มมอื กิจกรรมหลัก :  การอภปิ ราย
ระยะเวลา  : คาบเดียว โอกาสเรยี นออนไลน ์  :  ต�่า

เทคนิคน้ีเป็นการฝึกให้ผู้เรียนคุ้นเคยกับการเรียนจากการอภิปราย
กล่มุ ยอ่ ย คอื ให้มที กั ษะในการฟงั และมีทกั ษะในการพูด
ข้นั ตอนดำ� เนนิ กำร

๑. ครใู ชเ้ วลาบอกผเู้ รยี นวา่ ทกั ษะในการสอ่ื สารสา� คญั ตอ่ การเรยี นรู้
วิชาน้นั อย่างไร

๒. เขียนใบงาน บอกบทบาทและข้นั ตอนในกจิ กรรม
๓. แจกใบงาน และอธบิ ายบทบาทและขน้ั ตอน

วจิ าร​ณ​ พานิช​​357

๔. จัดแบ่งผเู้ รยี นเป็นกลุ่ม ๓ คน  ให้ผลัดกนั แสดงบท “ผู้พูด”  “ผู้
ฟังอย่างสะท้อนความคิด” (reflective listener) และ “ผู้เป็น
กรรมการ”

๕. ครบู อกคำ� สั่ง
๖. ผู้พดู พูดตามค�ำสงั่
๗. ผู้ฟัง พูดสือ่ สาระทไ่ี ด้จากผู้พูดในถอ้ ยค�ำใหม่
๘. กรรมการสงั เกตกระบวนการท่ีเกิดขึ้น
๙. หมนุ เวียนบทบาทกันในกลุม่ โดยครูบอกคำ� สัง่ ใหม่ 
ตวั อย่าง
วิชาการส่ือสาร/การพูด ข้ามวัฒนธรรม

เป็นวิชาท่ีเรียนพลวัตของการส่ือสารข้ามวัฒนธรรม  ครูใช้เทคนิค
“ฟงั ๓ คน” ใหผ้ เู้ รยี นทำ� ความเขา้ ใจหลกั การของแตล่ ะวฒั นธรรม สไตลข์ อง
ภาษามมุ มองของแตล่ ะชาตพิ นั ธ์ุ และภาพลกั ษณท์ างสงั คม ทส่ี ง่ เสรมิ หรอื ขดั
ขวางการสื่อสารท้ังทางภาษาพูด และการสื่อสารผ่านท่าทาง ในการส่ือสาร
ข้ามวฒั นธรรม
การประยกุ ต์ใช้ออนไลน์ ทำ� ไมไ่ ด ้
การขยายหรือปรบั ปรุงวธิ ีการ

เตรียมผู้เรียนเข้าสู่ทักษะนี้ โดยให้อ่านและอภิปรายหลักการการ
สอื่ สารอยา่ งไดผ้ ลด ี ศกึ ษาผลของอารมณ ์ รวมทงั้ การตอบสนองของผฟู้ งั ทม่ี ี
ผลต่อการพูดของผู้พูด  ตัวอย่างของการพูดโดยใช้การกระตุ้นอารมณ์ของผู้
ฟัง

358 สนุกกบั ​การเรยี นใ​น​ศตวรรษ​ท่ี ๒๑

f สงั่ การ / เรยี กรอ้ ง  “เราตอ้ งพยายามตอ่ ไป”  “คณุ ตอ้ งหยดุ ….”
f ชกั ชวน / โตแ้ ยง้   “คณุ ตระหนกั ไหมวา่ ....”  “ความเปน็ จรงิ คอื ….”
f ตำ� หนิ/ ไมเ่ หน็ ดว้ ย  “คณุ ไมไ่ ดค้ ดิ ไตรต่ รองเรอื่ งนอี้ ยา่ งรอบคอบ” 
f ให้ความมั่นใจ / เหน็ ใจ  “ไมต่ อ้ งห่วง”  “คุณจะสบายใจขนึ้ ”
f ตคี วาม/ วนิ จิ ฉยั   “สง่ื ทค่ี ณุ ตอ้ งการคอื ...”  “ปญั หาของคณุ คอื …”
f ลอ้ เลียน / เสยี ดส ี  “คณุ ดขู ่าวบ้างหรือเปลา่ ”  “คณุ ยายของผม

กค็ ดิ อยา่ งน้ี” (ล้อเลยี นวา่ โบราณครำ่� ครึ)
ผเู้ รยี นบางคนอาจไมศ่ รทั ธาเทคนคิ น้ี และแสดงทา่ ทวี า่ ตนไมม่ คี วาม
จ�ำเป็นต้องฝึกทักษะการส่ือสาร  ครูอาจป้องกันโดยบอกผู้เรียนให้เข้าใจ
“พฤตกิ รรมหนปี ญั หา” (flight behavior)  เพอ่ื หลกี เลยี่ งจากสถานการณท์ ตี่ น
ไม่ต้องการเผชิญ ท�ำให้ตนเองขาดโอกาสในการเรียนรู้  พฤติกรรมนี้มี ๑๒
ประเภท ตอ่ ไปนค้ี ือตัวอยา่ งของ “พฤติกรรมหนปี ัญหา” ๔ ประเภท 
๑. ความเบ่ือหน่าย  คนที่เบื่อรู้สึกว่าตนตกเป็นเหยื่อของ

สถานการณ ์ แตจ่ รงิ ๆ แลว้ เปน็ คนทด่ี ถู กู ตวั เอง ไมก่ ลา้ รเิ รมิ่  ยอม
เป็นผู้ถูกกระท�ำ คนเช่นนี้เป็นภาระของผู้อื่น เป็นคนที่ไม่ร่วมมือ
หรอื เปน็ คนรบกวนสมาธขิ องผอู้ น่ื  คอื ในทสี่ ดุ คนอน่ื จะสงั เกตเหน็
และตอ้ งหาทางจดั การ ซ่งึ จรงิ ๆ แล้ว คนที่เบ่อื หนา่ ยควรตอ้ งรบั
ผิดชอบพฤตกิ รรมของตนเอง
​ ๒. คนทไ่ี มต่ อ้ งการฝกึ ทกั ษะ  อา้ งวา่ ตนมที กั ษะนนั้ แลว้  จรงิ ๆ แลว้
คนเราทกุ คนควรตรวจสอบทกั ษะของตนเองนานๆ ครงั้ และควร
เสรมิ ทกั ษะทไี่ ม่ค่อยได้ใชน้ นั้ เป็นครง้ั คราว

วจิ ารณ​  พานิช ​359

๓. อารมณ์ขัน  เป็นดาบสองคม คือในด้านบวก อาจใช้ลดความ
ตงึ เครยี ด แตใ่ นดา้ นลบอาจใชเ้ ปน็ เครอื่ งมอื หนปี ญั หา จรงิ ๆ แลว้
การมคี วามตงึ เครยี ดในระดบั หนง่ึ ไมใ่ ชเ่ รอ่ื งเสยี หาย กลบั จะเปน็
ตัวขบั เคลอ่ื นความกา้ วหน้าดว้ ยซำ้�

๔. การมุ่งร้าย  เป็นอาการของความรุนแรง เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข
และท�ำความเข้าใจ เพราะการมุ่งร้ายอาจเป็นอาการของส่ิงอื่นท่ี
รา้ ยกวา่   โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ตอ่ การเปน็ ชมุ ชนแหง่ การเรยี นร ู้  

เอกสารค้นคว้าเพ่มิ เตมิ
Luotto JA, Stol EL. (๑๙๙๖). Communication skils for colaborative
learning. Dubuque, IA : Kendal/Hunt, pp. ๓๕-๓๙.

๓ ธ.ค. ๕๕
http://www.gotoknow.org/posts/๕๑๐๘๘๔

360 สนกุ กับ​การเรยี นใ​นศ​ ตวรรษ​ที่ ๒๑

71. ARR

ผมลงแรงไปกบั การตคี วามเขียนบนั ทึก
จากหนังสือเล‹มนม้ี าก ดŒวยความเช่อื วา‹
จะเปนš ประโยชนต ‹อคร/ู อาจารย ในภาคปฏบิ ตั ิ
ใหเŒ หน็ วา‹ เร่อื งปญ˜ หาตา‹ งๆ ท่ตี ัวผูŒเรยี นทเ่ี ราบน‹ กนั นั้น
ครชู ‹วยไดŒท้งั ส้นิ ถือเปนš ส‹วนหนง่ึ ของกระบวนการเรียนรูŒ
ทคี่ รูจดั ใหŒแกศ‹ ิษยไดŒทั้งสน้ิ รวมท้งั ปญ˜ หา
ผŒูเรยี น ไม‹ตัง้ ใจเรียน ไม‹มแี รงบนั ดาลใจใดๆ
ตอ‹ ความสําเรจ็ ในการเรยี น ไม‹มคี วามเพียรพยายาม
เหล‹านคี้ ือความทาŒ ทาย ท่คี รจู ะไดคŒ ดิ คŒนทดลองหา
เทคนคิ ใหŒศษิ ยประสบผลสําเร็จในการเรยี นรูŒ

ในตอนที่ ๗๑ นี้ เป็นการสะท้อนความคิดในภาพรวม หรือการท�า
AAR หลงั อ่านและท�าบนั ทกึ สรุปความและตีความหนังสือเล่มนท้ี ลี ะบท

ผมตีความว่าหนังสือเล่มน้ีเป็นผลงานวิชาการประเภท Scholarship
of Learning และ Scholarship of Instruction เปน็ หนังสือที่เช่ือมโยงทฤษฎี
ดา้ นการเรยี นรสู้ กู่ ารปฏบิ ตั ิ เปน็ คมู่ อื ใหค้ รมู เี ทคนคิ ดงึ ดดู ความสนใจของศษิ ย์

วจิ าร​ณ​พานชิ ​​361

อยกู่ ับการเรยี น และเปน็ คมู่ อื ให้ครมู วี ิธกี ารสรา้ งทกั ษะการเรยี นร้ใู ห้แก่ศษิ ย์ 
ครู/อาจารย์ ท่ีมีลูกศิษย์ที่ไม่ต้ังใจเรียน หรือเรียนอ่อน ควรอ่าน

หนงั สอื เล่มน ี้ และหยิบเอาเทคนิคทเี่ หมาะสมไปใช้ 
อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วผมได้โจทย์วิจัยประเภท translational /

implementation research ด้านการจดั การเรียนร้มู ากมาย ทำ� ใหเ้ ห็นโอกาส
ท�ำงานวิชาการประเภท Scholarship of Instruction ในบริบทไทย ทงั้ ผทู้ ่สี อน
ในสาขาศกึ ษาศาสตร/์ ครศุ าสตร์ และในสาขาอืน่ ๆ   

และเมื่ออ่านหนังสือเล่มน้ีแล้ว ผู้ที่เป็นครู/อาจารย์สอน จะสามารถ
คดิ ประดษิ ฐว์ ธิ กี ารดงึ ดดู ความสนใจในรปู แบบใหมๆ่ ใหแ้ กผ่ เู้ รยี น  รวมทง้ั วธิ ี
ฝกึ ฝนทกั ษะการเรยี นรรู้ ปู แบบใหมๆ่ ทยี่ งั ไมม่ ใี นหนงั สอื เลม่ น ี้ หรอื ทต่ี อ้ งการ
ในบรบิ ทของผเู้ รยี นไทย  ผมเชอ่ื วา่ การสรา้ งสรรคแ์ นวนมี้ ไี ดไ้ มม่ ขี อบเขตจำ� กดั  
เป็นพื้นท่ีของการสรา้ งสรรคท์ ี่อดุ มสมบรู ณ์จรงิ ๆ 

โจทย์ที่ส�ำคัญอย่างหนึ่งคือ เทคนิคการสร้างแรงบันดาลใจต่อการ
เรยี นรู้ ท่เี หมาะสมต่อผเู้ รียนไทย  เป็นเร่อื งทส่ี ังคมไทยต้องการอย่างยิง่

อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ผมบอกตัวเองว่า อาจถือว่าเป็นหนังสือภาค
ปฏบิ ตั ิ สำ� หรบั 21st Century Teacher กไ็ ด ้ คอื หากจะใหศ้ ษิ ย์ได้ 21stCentury
Skils ครตู อ้ งจดั การเรยี นร้โู ดยประยกุ ต์ใชเ้ ทคนคิ เหล่าน้ตี ามความเหมาะสม 

ผมประทบั ใจวา่ หากครใู ชเ้ ทคนคิ ตา่ งๆ ในหนงั สอื เลม่ นี้ กเ็ ทา่ กบั วา่
ครูไม่มีอะไรท่ีปิดบังจากศิษย์เลย  ไม่มีการเก็บเรื่องบางเรื่องไว้เป็นความลับ
ส�ำหรับให้ครูเป็นเบ้ียบน และศิษย์เป็นเบ้ียล่าง  ตรงกับหลักการของการวัด
และประเมินผลใน 21st Century Learning  ที่ระบุว่า การสอบต้องไม่เป็น
ความลบั

362 สนุกกับ​การเรียนใ​นศ​ ตวรรษท​ ี่ ๒๑

ผมลงแรงไปกับการตีความเขียนบันทึกจากหนังสือเล่มน้ีมาก ด้วย
ความเช่ือว่า จะเป็นประโยชน์ต่อครู/อาจารย์ ในภาคปฏิบัติ ให้เห็นว่าเร่ือง
ปญั หาตา่ งๆ ทีต่ ัวผเู้ รียนท่ีเราบน่ กันนนั้ ครชู ว่ ยไดท้ ั้งส้นิ ถือเป็นสว่ นหน่งึ ของ
กระบวนการเรียนรู้ ท่ีครูจดั ใหแ้ กศ่ ษิ ยไ์ ดท้ ั้งสิ้น รวมทั้งปัญหาผเู้ รียนไมต่ ัง้ ใจ
เรียน ไม่มแี รงบันดาลใจใดๆ ตอ่ ความส�าเร็จในการเรยี น ไมม่ คี วามเพียร
พยายาม เหลา่ น้คี ือความท้าทาย ทีค่ รจู ะได้คดิ ค้นทดลองหาเทคนคิ ใหศ้ ษิ ย์
ประสบผลส�าเร็จในการเรียนรู้

๔ ธ.ค. ๕๕
http://www.gotoknow.org/posts/๕๑๐๙๙๐

วจิ าร​ณ​พานิช​​363

บนั ทกึ ชดุ น้ี ไดจ้ ากการถอดความ ตคี วาม และสะทอ้ นความคดิ    
จากการอา่ นหนงั สอื  Student Engagement Techniques : A Handbook
for Colege Faculty เขียนโดย ศาสตราจารย์ Elizabeth F. Barkley

364 สนกุ กับก​ ารเรยี นใ​นศ​ ตวรรษ​ท่ี ๒๑

หนงั สอื นาอาน

การศกึ ษาไทย ๒๕๕๒ - ๒๕๕๓ บนเส้นทางแห่งอาจารยิ
บชู า ‘ครูเพอื่ ศิษย’์ ”
วิจารณ์ พานิช

พิมพ์ครั้งแรกปลายปี ๒๕๕๒ โดย สถาบันส่งเสริมการ
จัดการความรู้เพ่ือสังคม (สคส.) ดาวน์โหลดหนังสือเล่มนี้ได้ท่ี
http://www.kmi.or.th/attachments/TFSBook2553_Final.pdf

ครูเพอ่ื ศษิ ย์ เตมิ หัวใจใหก้ ารศกึ ษา

วจิ ารณ์ พานิช
จัดพิมพ์โดย
ศนู ยจ์ ิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล

วถิ สี รา้ งการเรยี นรเู้ พอื่ ศษิ ยใ์ นศตวรรษที่ ๒๑

วิจารณ์ พานิช
จดั พิมพ์โดย
มลู นธิ ิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์

ส่งความสขุ สคู่ ณุ ภาพการศึกษา ๒๕๕๖

วิจารณ์ พานิช
จดั พิมพ์โดย
มลู นิธิสถาบันการส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม


Click to View FlipBook Version