The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

สนุกกับการเรียนในศตวรรษที่ 21

f เทคนิคภาพต่อน้ี ใช้ได้ในทุกระดับชั้น ต้ังแต่อนุบาล ถึง
มหาวิทยาลยั

f เทคนิคนี้ใชเ้ วลามาก ครูจึงควรประเมนิ กระบวนการ สำ� หรับน�ำ
มาปรบั ปรงุ การประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคนคิ นใี้ หด้ ขี น้ึ   โดยใชแ้ บบสอบถาม
ความเหน็ จากผ้เู รียนแบบไมเ่ ปิดเผยชื่อ 

f ในการเตรียมท�ำหน้าที่ “ครู”  อาจให้ผู้เรียนซ้อมโดยใช้เทคนิค
   “เขยี นใหม่” (Directed Paraphrase)  
เอกสารคน้ คว้าเพิ่มเตมิ
Angelo TA, Cross KP. (๑๙๙๓). Classroom assessment techniques : a
handbook for col ege teachers (๒nd Ed.). San Francisco : Jossey Bass,
pp. ๒๓๒-๒๓๕.  

๑๕ พ.ย. ๕๕
http://www.gotoknow.org/posts/๕๐๘๘๖๖

วิจาร​ณ พานชิ ​281

๕๔. ประยุกตใชค วามรู (๖)

ทศั นศึกษา

การไปเย่ียมชมสถานทจี่ รงิ ทอ่ี าจเปšนพิพธิ ภัณฑ
หอŒ งปฏิบัติการ โรงพยาบาล นิทรรศการศิลปะ
ศนู ยส่งิ แวดลŒอม สวนพฤกษศาสตร ศูนยธรณวี ทิ ยา
เปšนตŒน ชว‹ ยใหผŒ เŒู รียนเขŒาใจความหมายหรือคุณคา‹ ของ
วิชาทเ่ี รียนตอ‹ ชีวติ จริง ชว‹ ยใหเŒ ขŒาใจว‹าความรูŒเหลา‹ นั้น

มที ่ใี ชใŒ นสถานการณต า‹ งๆ อยา‹ งไรบŒาง
รวมท้งั ชว‹ ยใหŒผูเŒ รยี นไดชŒ ว‹ ยเหลือกัน
เกิดความผกู พันกนั เปนš ชมุ ชนเรียนรูŒ

ในตอนท่ี ๕๔ นี้ ได้จาก Chapter 16 ช่ือ Application and
Performance และเป็นเรอ่ื งของ SET 34 : Field Trips

SET 34 : Field Trips

จุดเน้น  :  ความร่วมมอื กจิ กรรมหลกั  :  เย่ียมชมสถานท่ี
ระยะเวลา  :  ๑ คาบ โอกาสเรยี นออนไลน ์  :  สงู

282 สนกุ กับก​ ารเรียน​ใน​ศตวรรษท​ ​ี่ ๒๑

กลุ่มผู้เรียนไปทัศนศึกษานอกสถานท่ี เพื่อให้ได้สัมผัสตรง หรือ
ค้นควา้ เรือ่ งที่เกี่ยวกบั รายวชิ า ท่ไี มม่ ีใหเ้ รยี นในชน้ั เรยี น 

การไปเย่ยี มชมสถานท่จี รงิ ท่ีอาจเปน็ พพิ ิธภัณฑ์ ห้องปฏบิ ัติการ โรง
พยาบาล นทิ รรศการศลิ ปะ ศนู ยส์ ง่ิ แวดลอ้ ม สวนพฤกษศาสตร์ ศนู ยธ์ รณวี ทิ ยา
เปน็ ตน้   ชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นเขา้ ใจความหมายหรอื คณุ คา่ ของวชิ าทเี่ รยี นตอ่ ชวี ติ จรงิ
ช่วยให้เข้าใจว่าความรู้เหล่านั้นมีที่ใช้ในสถานการณ์ต่างๆ อย่างไรบ้าง 
รวมท้ังชว่ ยให้ผ้เู รียนไดช้ ่วยเหลือกัน เกิดความผูกพนั กนั เป็นชมุ ชนเรยี นรู ้  
ข้นั ตอนด�ำเนินการ
๑. การออกไปทัศนศึกษานอกโรงเรียนมีความเสี่ยงด้านความ

ปลอดภยั หรอื ความรสู้ กึ เปน็ หว่ งของผปู้ กครองเดก็   สถาบนั การ
ศกึ ษาจงึ มกั มขี อ้ กำ� หนด รวมทง้ั ตอ้ งมใี บลงนามยนิ ยอม  ครตู อ้ ง
ตรวจสอบระเบียบข้อบังคับของสถาบันการศึกษาของตนในเรื่อง
นี้ และปฏบิ ตั ิตาม 
๒. วางแผนตามรายละเอียดต่อไปนี้
- ติดต่อสถานท่ีที่จะไปเยี่ยมชม เพื่อทราบข้อก�ำหนดรายละเอียด
ตา่ งๆ รวมทง้ั วธิ ขี อเขา้ ชมสว่ นทตี่ ามปกตไิ มเ่ ปดิ แกค่ นทวั่ ไป  แต่
ผเู้ รยี นน่าจะได้เข้าชม เพราะเก่ียวขอ้ งกบั เรื่องทีเ่ รียน
- หากเป็นไปได้ ครไู ปเยี่ยมส�ำรวจสถานทีล่ ว่ งหน้าด้วยตนเอง เพอ่ื
วางแผนปอ้ งกนั ปญั หาไวล้ ่วงหน้า
- รว่ มกบั เจา้ หน้าท่ขี องสถานที่ ก�ำหนดวันเวลาไปเยย่ี มชม
- เตรยี มผเู้ รยี นเกยี่ วกบั คา่ ใชจ้ า่ ย การแตง่ กาย ขอ้ ปฏบิ ตั ติ วั เปน็ ตน้
- กำ� หนดการเดนิ ทาง จะไปดว้ ยกนั หรอื แยกกนั ไป เดนิ ทางอยา่ งไร

วิจารณ​  พานิช 2​ 83

ฯลฯ  ควรกำ� หนด แบง่ ผู้เรยี นออกเป็นกลมุ่ ๆ มหี วั หน้ากลมุ่ ท�ำ
หนา้ ทีต่ ดิ ต่อกบั ครูทางโทรศพั ท์มอื ถอื
๓. วางแผนกิจกรรมติดตามผล เช่น การอภิปรายในชั้นเรียน การ
เขียนเรียงความ เพื่อให้ผู้เรียนได้ทบทวนสิ่งที่ตนได้เรียนรู้ และ
เชอื่ มโยงเขา้ กบั ชวี ติ จรงิ  
ตวั อย่าง
วิชาสงั คมวทิ ยาเบ้ืองต้น
เป็นรายวิชาในหมวดการศึกษาทั่วไป ของมหาวิทยาลัยมิชิแกน ท่ี
แอนน์ อาร์เบอร์  ครูแบ่งผเู้ รียนเปน็ กลมุ่ ไปทัศนศกึ ษานคร ดที รอยท์ (ซงึ่ ได้
ช่ือว่าเป็นเมืองใหญ่ท่ีมีปัญหาทางสังคมสูงมาก) เพ่ือเรียนรู้สภาพจริงด้าน
สังคม ได้แก่ ดา้ น เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ เพศ กลมุ่ เศรษฐกิจและสงั คม การแบ่ง
แยกชนชน้ั การเคลอ่ื นยา้ ยประชากร ความเป็นชมุ ชน เปน็ ต้น 
วิชามานุษยวทิ ยากับประสบการณ์ชีวติ สมัยใหม่
เป็นรายวิชาที่ศึกษาออนไลน์  ครูจึงจัด “ทัศนศึกษาเสมือน” ให้ผู้
เรยี นเขา้ เยย่ี มชมเวบ็ ไซตข์ องพพิ ธิ ภณั ฑท์ มี่ กี ารจดั แสดงสง่ิ ของสำ� คญั   โดยครู
มี คำ� สงั่ ใหผ้ เู้ รยี นหาขอ้ มลู สำ� คญั ทำ� เปน็ รายงาน  หรอื นำ� ไปเสนอในออนไลน์
discussion group  คำ� สง่ั ของครอู าจเลยจากขอ้ มลู ไปเน้นทก่ี ารเรยี นให้เกดิ
ความคิดสร้างสรรค์ 
วชิ า DNA Sequencing and Bioinformatics
มีเป้าหมายให้ผู้เรียนเรียนรู้เทคนิค DNA Cloning และ DNA
Sequencing  และการใช้เทคนคิ น้ีในการวิจัยและการผลติ  

284 สนุกกับ​การเรียนใ​น​ศตวรรษ​ที่ ๒๑

เน่ืองจากมีศูนย์วิจัยด้านน้ีอยู่ใกล้มหาวิทยาลัย และให้บริการการ
เรียนรู้ในลักษณะ DNA Lenaring Center  ครูจึงจัดให้ผู้เรียนไปฝึกใช้
คอมพิวเตอร์ และข้อมูลชุดจริงท่ีนักวิจัยใช้ เพ่ือให้ผู้เรียนท�ำแบบฝึกหัด
วิเคราะห์จีโนมของ คน พืช แบคทีเรีย และไวรัส  ศึกษาว่าท�ำไมการ
เปลยี่ นแปลงลำ� ดับเบสในดเี อน็ เอจึงทำ� ใหเ้ กิดโรค  ศกึ ษาแนวทางการพัฒนา
 ยา โดยเทคนคิ จโี นมกิ ส์ เป็นต้น 
การประยุกต์ใชอ้ อนไลน์

ใชไ้ ดใ้ นทำ� นองเดยี วกนั กบั การเรยี นแบบ face-to-face  โดยผเู้ รยี น
นดั หมายกันไป “ทศั นศกึ ษาเสมอื น”  และ ลปรร. กันเปน็ กลุม่
การขยายวธิ กี ารหรอื ประโยชน์
​ f ใชป้ ระโยชนข์ องเวบ็ ไซต์ ชอ่ื  Virtual Field Trips   
f ในการไปทัศนศึกษา มอบหมายให้ทีมผู้เรียนท�ำวิจัยหัวข้อท่ี

กำ� หนด  จดั ท�ำ presentation มาเสนอแกเ่ พ่อื นในช้นั    
คำ� แนะนำ�

ทัศนศึกษามักต้องจัดนอกเวลาเรียนตามปกติ จึงอาจจัดเวลายาก 
หากช้ันเรียนใหญ่มาก อาจจัดผู้เรียนเป็นกลุ่มเล็กลง หมุนเวียนเวลาไป
ทศั นศกึ ษา ผู้เรยี นท่ีไปทัศนศึกษาไมไ่ ดจ้ ริงๆ อาจไดร้ ับมอบหมายงานให้ทำ�
อาจมอบหมายใหผ้ ้เู รียนเปน็ ผชู้ ว่ ยครู ในการจัดทศั นศกึ ษา

วิจารณ​  พานชิ 2​ 85

เอกสารค้นคว้าเพ่มิ เตมิ
Wright MC. (๒๐๐๐). Getting more out of less : The benefit of short-term
experiential learning in undergraduate sociology classes. Teaching
Sociology ๒๘(๒) : ๑๑๖-๑๒๖.
คำ� แนะน�ำของผม
ผมบนั ทกึ เรอ่ื งครเู รฟ พาผเู้ รยี นอายุ ๑๐ ขวบไปทศั นศกึ ษาทน่ี ่ี(http://
www.gotoknow.org/posts/๑๙๐๒๑๒)

๑๕ พ.ย. ๕๕
http://www.gotoknow.org/posts/๕๐๘๙๒๘

286 สนกุ กับ​การเรียนใ​นศ​ ตวรรษ​ท่ี ๒๑

๕๕. เจตคตแิ ละคณุ คา (๑)

อตั ตชวี ประวัติ

กิจกรรมนชี้ ว‹ ยใหผŒ Œูเรียนตระหนักวา‹ มิติเชงิ คุณคา‹
เจตคติ ฯลฯ ของตน มปี ระโยชนต ‹อการเรียนรŒูใน
รายวิชาท่กี ําลงั เรียน และการนาํ มิตนิ ีม้ า ลปรร.

ในชัน้ เรียน ชว‹ ยใหŒตนเองเขาŒ ใจตนเองมากข้ึน
เหน็ โอกาสพฒั นาตนเองมากข้นึ

ในตอนที่ ๕๕ น้ี ได้จาก Chapter 17 ชื่อ Attitudes and
Values และเป็นเร่ืองของ SET 35 : Autobiographical Reflections

บทท่ี ๑๗ วา่ ดว้ ยเรื่องการเรยี นรดู้ ้านคณุ ค่าและความหมายในชีวติ
รจู้ กั ตนเอง และพัฒนาการหรือการเปลย่ี นแปลงด้านในของตนเอง ประกอบ
ดว้ ย ๖ เทคนคิ คือ SET 35 - 40 จะน�ามาบันทึก ลปรร. ตอนละ ๑ เทคนคิ

SET 35 : Autobiographical Reflections

จดุ เนน้   :  บคุ คล กจิ กรรมหลกั  :  การเขยี น
ระยะเวลา  :  ๑ คาบ โอกาสเรยี นออนไลน ์  :  สูง

การรู้จักตนเอง เป็นส่วนส�าคัญของการเรียนรู้ เทคนิคเขียน
อตั ตชวี ประวตั เิ ชอื่ มโยงกบั สาระวชิ าทไี่ ดเ้ รยี นรู้ ชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นไดท้ บทวนตนเอง

วิจาร​ณ​พานชิ ​​287

ในเรอื่ งความเชอ่ื เจตคติ คณุ คา่ สง่ิ ทช่ี อบไมช่ อบ พน้ื ความรู้ ปญั หาการเรยี น
อคติ และอน่ื ๆ 

กิจกรรมนชี้ ว่ ยใหผ้ เู้ รียนตระหนกั ว่ามติ เิ ชงิ คณุ ค่า เจตคติ ฯลฯ ของ
ตน มีประโยชน์ต่อการเรียนรู้ในรายวิชาที่ก�ำลังเรียน และการน�ำมิติน้ีมา ล
ปรร. ในชั้นเรยี น ช่วยให้ตนเองเข้าใจตนเองมากขน้ึ  เหน็ โอกาสพัฒนาตนเอง
มากขน้ึ
ขั้นตอนด�ำเนินการ
๑. ครกู ำ� หนดวา่ ตอ้ งการใหผ้ เู้ รยี นเลา่ เรอ่ื งชวี ติ ของตนในแนวใด เพอื่

ใหเ้ ชอ่ื มโยงกบั วชิ าทก่ี ำ� ลงั เรยี น  เชน่ ประสบการณใ์ นชวี ติ ทที่ ำ� ให้
ชอบหรอื ไม่ชอบวชิ าน้นั   การได้เรียนวิชาอนื่ มากอ่ น ท�ำให้เรียน
วิชาปัจจุบันได้สนุกและน่าสนใจ  ประสบการณ์ท�ำกิจกรรม ท่ี
ท�ำให้ได้เรียนรู้ทักษะหรือความรูท้ ีเ่ ชื่อมโยงกบั วิชานนั้ เปน็ ตน้
๒. กำ� หนดการเขยี นเลา่ ชวี ประวตั ใิ หแ้ คบเขา้  เชน่ เอาเฉพาะชว่ งเวลา
๓ ปที ผี่ ่านมา เอาเฉพาะเรอ่ื งในครอบครวั   เอาเฉพาะเร่ืองงาน
๓. เพ่ือไม่ให้ผู้เรียนเขียนเล่าออกนอกเรื่อง หรือน้�ำท่วมทุ่ง  ครู
กำ� หนดความยาว ค�ำถาม หรอื กรอบประเด็น
ตัวอยา่ ง
วชิ าพชี คณติ เบ้อื งตน้
ครใู ช้ข้อมูลของวัตถุประสงค์ของวชิ า และผลการทดสอบพื้นความรู้
คณิตศาสตร์ของผู้เรียน  ให้ผู้เรียนทำ� งานตามคำ� สง่ั ดังน ้ี “ใหผ้ ู้เรียนใชเ้ วลา
๑๕ นาท ี เขยี นเรยี งความความยาวไมเ่ กนิ ๑ หนา้ กระดาษ บอกประสบการณ์
ประทบั ใจทส่ี ดุ ในการเรยี นวชิ าคณติ ศาสตร ์ หากเปน็ ประสบการณท์ เี่ ปน็ บวก

288 สนุกกบั ก​ ารเรียนใ​นศ​ ตวรรษ​ท่ี ๒๑

ใหอ้ ธบิ ายวา่ ทำ� ไมจงึ เปน็ เชน่ นน้ั  หากประสบการณเ์ ปน็ ลบ ใหอ้ ธบิ ายวา่ ทำ� ไม
จึงเป็นประสบการณ์ไม่ดี และให้แนะวิธีด�ำเนินการท่ีแตกต่าง ท่ีจะท�ำให้เป็น
ประสบการณท์ ด่ี  ี โดยผดู้ ำ� เนนิ การอาจเปน็ ครู ตวั ผเู้ รยี นเอง หรอื เพอื่ นผเู้ รยี น
ก็ได”้  

กอ่ นใหผ้ เู้ รยี นสง่ เรยี งความ ครใู หผ้ เู้ รยี นจบั คแู่ ลกเปลย่ี นประสบการณ์
กัน แล้วให้ผู้เรียนทั้งช้ันช่วยกันท�ำรายการว่า พฤติกรรมใดบ้างของตัว
ผู้เรียน และของตัวครู ที่จะช่วยให้การเรียนของผู้เรียนสนุกและประสบความ
สำ� เร็จในการเรียนรู้
วชิ าดนตรพี หวุ ฒั นธรรมของอเมริกา

เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเช่ือมโยงประสบการณ์ส่วนตัวเข้ากับเนื้อหาในวิชา
และใหต้ ระหนกั อทิ ธพิ ลของประวตั ศิ าสตร์ วฒั นธรรม และสงั คม ทม่ี ตี อ่ ความ
ชอบไม่ชอบชนดิ ของดนตรี  ครจู ึงมอบงานแก่ผเู้ รยี นในช่วงต้นเทอม ดงั นี้

“ใหเ้ ขียนอัตตชวี ประวตั ิ ๑,๐๐๐ คำ�  เชอื่ มโยงพืน้ ฐานทางครอบครวั
ของตนเองกบั รสนยิ มดา้ นดนตรขี องตวั ผเู้ รยี นเอง  แบง่ ขอ้ เขยี นออกเปน็ ชว่ งๆ
ตามชว่ งชวี ติ ของผู้เรยี นดงั น้ี
f กอ่ นคลอด  มีอะไรเกดิ ขนึ้ กับครอบครวั ของคุณ และเกิดขน้ึ ใน

โลก ในชว่ ง ๒๕ ปี กอ่ นคณุ เกดิ   พอ่ แมแ่ ละปยู่ า่ ยตายายของคณุ
ฟงั ดนตรีชนดิ ไหน
f อายุ ๐ - ๕ ป ี เลา่ ประสบการณด์ นตรี ทไี่ ดฟ้ งั ตอนปน็ เดก็   เพลง
กลอ่ มเดก็ เพลงลูกทงุ่ (folk song) ชนดิ ไหนทจี่ ำ� ได้  ชาติพนั ธ์ุ
และเชอื้ ชาตมิ อี ทิ ธพิ ลแคไ่ หนตอ่ ประสบการณเ์ หลา่ น ี้ เลา่ ประสบ
การณอ์ ื่นๆ ท่ีมผี ลต่อรสนิยมดนตรีของคณุ

วิจารณ​  พานิช 2​ 89

f อายุ ๖ - ๑๒ ป ี คณุ ฟงั ดนตรีอะไรในช่วงน้ี  เลา่ ประสบการณ์
ดนตรที ี่ส�ำคัญ เช่น การเรยี น/ฝกึ ดนตรใี นโรงเรียน  การเลน่ /
ฟังดนตรีในงานเทศกาล  การมพี ี่/น้อง เล่นดนตรี

f อายุ ๑๓ - ๒๑ ปี  เล่าเหตุการณ์สำ� คัญท่ีมผี ลตอ่ รสนิยมดนตรี
ของคณุ   เวลานค้ี ณุ ชอบ/ไมช่ อบ ดนตรีแบบไหน  รสนิยมนีเ้ กิด
จากอะไร  มกี ารเปลย่ี นรสนยิ มไหม  การเปลยี่ นนนั้ เกดิ จากอะไร

f ถ้าผู้เรียนอายุเกิน ๒๑ ปี  คณุ มีประสบการณด์ นตรอี ยา่ งไรบ้าง
หลงั อายุ ๒๑ ปี  รสนิยมเปลีย่ นไปอย่างไรบา้ ง  เพราะอะไร

f ทบทวนประสบการณช์ ีวิตดา้ นดนตรีในภาพรวม  เวลานคี้ ณุ อายุ
เท่าไร เลา่ สภาพแวดลอ้ มในชวี ติ คุณคิดว่าประสบการณ์ชวี ติ ที่
ส�ำคัญทส่ี ุดที่ก�ำหนดรสนยิ มดา้ นดนตรขี องคุณคอื อะไร  เปรยี บ
เทียบกับผ้เู รยี นคนอ่นื ๆ ทีใ่ กล้เคียงกันในดา้ นอายุ เพศ เชอ้ื ชาติ
ชาตพิ ันธุ์ ฯลฯ รสนิยมดนตรแี ตกต่างกนั อยา่ งไร”  

การประยกุ ต์ใช้ออนไลน์
ใชไ้ ดง้ า่ ย  โดยกำ� หนดใหผ้ เู้ รยี นแตล่ ะคนจดั ทำ� เวบ็ เพจอตั ตชวี ประวตั ิ

ของตน ใสภ่ าพ คลปิ เสียง หรือคลิปวดี ิทัศน์
การขยายวธิ ีการหรือประโยชน์
f เพื่อเพม่ิ ความรูจ้ ักตนเอง  ก�ำหนดใหผ้ เู้ รียนใคร่ครวญและเขียน

อธบิ ายวา่ ทำ� ไมเหตกุ ารณท์ เ่ี ขยี นจงึ มคี วามหมายตอ่ รสนยิ มดนตรี
ของตน
f ใหใ้ ส่ มลั ติมีเดียลงในเรียงความ เพื่อเพ่มิ สสี นั
f เกบ็ เรยี งความไว ้ ตอนปลายเทอมสง่ คนื ผเู้ รยี น  ใหเ้ ขยี นเลา่ เพม่ิ

290 สนุกกับ​การเรียน​ในศ​ ตวรรษ​ที่ ๒๑

ว่ารสนิยมและความเห็นต่อดนตรีของตนเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
บา้ ง ในระหว่างเรียนวชิ าน ี้
ค�ำแนะนำ�
  ในวิชาระดับเบ้ืองต้น  การเน้นท�ำความเข้าใจทัศนคติต่อการเรียน
สาระวิชา จะช่วยลดความเครยี ดหรือวิตกกงั วลตอ่ วชิ าทผี่ ้เู รียนเลอื่ งลือกันว่า
เรียนยาก เช่นคณิตศาสตร์ สถติ ิ การพดู ในทส่ี าธารณะ เปน็ ตน้   รวมท้ังชว่ ย
ใหค้ รูทำ� ความเขา้ ใจพ้ืนความรู้ของผูเ้ รียนดว้ ย
เมื่อผู้เรียนทำ� ความเขา้ ใจ หรือเรียนรู้ตนเอง ก็จะเรยี นร้เู รอ่ื งราวของ
เพ่อื นด้วย  เทคนิคนจ้ี งึ ช่วยใหเ้ กิดการเรยี นรู้เชิงสังคม เช่นเกิดความเห็นอก
เหน็ ใจคนอ่ืน  ความสามารถมีปฏิสัมพันธ์เชงิ บวกกบั คนอ่ืน โดยเฉพาะคนที่
มผี วิ และเช้อื ชาตแิ ตกต่างกัน  เกดิ ทักษะเชิงพหุวฒั นธรรม
หากครูอ่านอัตตชีวประวัติพบว่าผู้เรียนจ�ำนวนมากมีความกังวลต่อ
การเรียนวิชานนั้   ใหบ้ อกเรื่องนีแ้ ก่ชน้ั เรยี น  เพ่อื ใหผ้ ู้เรยี นใจช้นื วา่ มเี พอ่ื นอีก
หลายคนทีต่ กอยู่ในสภาพเดียวกัน
ผเู้ รยี นบางคนไมส่ บายใจทจ่ี ะบอกเรอ่ื งสว่ นตวั ของตน อยา่ บงั คบั   ให้
อธบิ ายวา่ การเรยี นดว้ ยเทคนคิ นจี้ ะชว่ ยการเรยี นรอู้ ยา่ งไร  แตห่ ากยงั มผี เู้ รยี น
ท่ีไม่สบายใจที่จะเขยี น  กใ็ ห้ผเู้ รยี นคนนนั้ ทำ� อยา่ งอนื่ แทน
การเขยี นอตั ตชวี ประวตั ใิ ชเ้ วลา  ครจู งึ ควรใสข่ อ้ จ�ำกดั เพอื่ ท�ำใหเ้ ปน็
ขอ้ เขยี นท่ีสั้น และครูตอ้ งอา่ นและตอบสนอง
ข้อเขียนเหล่าน้ี ช่วยให้ครูปรับการจัดการเรียนการสอนแก่ช้ันให้
เหมาะสมแก่ผู้เรียนกลุ่มนั้นย่ิงข้ึน  และอาจค้นพบผู้เรียนพิเศษ ส�ำหรับท�ำ
หนา้ ที่ช่วยครู หรอื เชิญใหแ้ สดงหรอื นำ� เสนอแก่ชนั้ เรียน 

วจิ าร​ณ พานชิ ​291

เอกสารคน้ ควา้ เพม่ิ เติม
Angelo TA, Cross KP. (๑๙๙๓). Focused autobiographical
sketches. Classroom assessment techniques. San Francisco : Jossey-
Bass, pp. ๒๘๑-๒๘๔. 

๑๗ พ.ย. ๕๕
http://www.gotoknow.org/posts/๕๐๙๐๑๘

292 สนกุ กับ​การเรยี นใ​น​ศตวรรษท​ ี่ ๒๑

๕๖. เจตคติและคุณคา (๒)

สมั ภาษณ

การสมั ภาษณ หรือผลัดกันถามผลดั กันตอบ
โดยผŒูเรยี นสองต‹อสอง ทําใหŒรŒสู กึ เปนš กันเอง และมี
โอกาสเผยความในใจไดŒมาก การสัมภาษณจ งึ ช‹วยเชื่อม
โยงมิติดŒานในของผูŒเรียนเขาŒ กบั วิชาท่ีเรียนไดŒมาก

ในตอนท่ี ๕๖ น้ี ได้จาก Chapter 17 ชื่อ Attitudes and Values
และเป็นเรื่องของ SET 36 : Dyadic Interviews

SET 36 : Dyadic Interviews

จดุ เน้น  :  ความร่วมมอื กิจกรรมหลกั  :  การอภิปราย
ระยะเวลา  :  ๑ คาบ โอกาสเรียนออนไลน์  :  สูง

ผเู้ รียนจบั คู่ผลดั กนั เปน็ ผ้สู ัมภาษณ์ และผใู้ ห้สัมภาษณ์ เร่ืองเกีย่ วกบั
เจตคติ ความเชอื่ และการใหค้ ณุ คา่ ตอ่ สง่ิ ตา่ งๆ รวมทง้ั ประสบการณช์ วี ติ ที่
เชื่อมโยงกบั วิชาทีเ่ รียน หรอื เป้าหมายการเรยี นรู้

การสมั ภาษณ์ หรอื ผลัดกนั ถามผลดั กนั ตอบ โดยผเู้ รียนสองตอ่ สอง
ท�าให้รู้สึกเป็นกันเอง และมีโอกาสเผยความในใจได้มาก การสัมภาษณ์จึง
ช่วยเชอ่ื มโยงมิติด้านในของผเู้ รยี นเข้ากบั วิชาที่เรียนไดม้ าก

วจิ าร​ณ​ พานิช​​293

ขน้ั ตอนดำ� เนินการ
๑. ครูก�ำหนดรายการคำ� ถามสำ� หรบั สัมภาษณไ์ วล้ ว่ งหน้า
๒.  จัดผูเ้ รียนเป็นคู่
๓. อธิบายวิธกี าร ดังน้ี
-  ย�ำ้ ว่าผ้เู รียน ก สัมภาษณ์ผเู้ รียน ข เปน็ ระยะเวลาหน่งึ (เช่น ๑๐

นาท)ี จนครสู ง่ั วา่ “สบั ขา้ ง”  แลว้ จงึ ใหผ้ เู้ รยี น ข เปน็ ผสู้ มั ภาษณ์
ผู้เรยี น ก บา้ ง ในเวลาเทา่ กนั
- บอกใหช้ ดั เจนวา่ หนา้ ท่ขี องผู้สมั ภาษณค์ ือ ตงั้ คำ� ถาม ฟงั และ
ถามเพมิ่ เพื่อใหไ้ ด้ข้อมลู ทช่ี ัดเจน  แตไ่ ม่ประเมนิ หรอื โต้แย้งโดย
เอาความคดิ เห็นของตนเป็นฐาน
- แจ้งให้ทราบว่าผู้เรียนจะต้องเขียนเรียงความ สรุปผลการ
สมั ภาษณ์เพื่อน
๔. ผู้เรียนสัมภาษณ์ซึ่งกันและกัน สับข้างเมื่อครูบอก แล้วเขียน
รายงานสรุปผลการสมั ภาษณ ์
ตัวอย่าง
วิชาวรรณคดสี มัยใหมเ่ บ้อื งต้น
ครูต้องการใช้การสัมภาษณ์ซึ่งกันและกันเป็นเครื่องมือให้ผู้เรียน
ตระหนักในคุณค่าของการอ่านอย่างไตร่ตรอง  และเช่ือมโยงสาระที่อ่านกับ
ชีวิตสว่ นตวั ของตน  ครูจึงมอบรายชอื่ หนงั สืออ่านใหผ้ เู้ รยี นไปอา่ นล่วงหนา้  
โดยบอกวา่ ผเู้ รยี นจะตอ้ งเตรยี มมาแลกเปลยี่ นเรยี นรเู้ ชงิ ลกึ กบั เพอื่ น ๑ คน ใน
ประเด็นใด 
เช่น เมอื่ ครมู อบหมายให้อ่านเรือ่ งส้นั ของ Tim O’Brien เรอ่ื ง “The
Things They Carried”  ผู้เรียน รลู้ ่วงหน้าวา่ จะต้องตอบคำ� ถาม “สิ่งของท่ี

294 สนกุ กบั ก​ ารเรียนใ​น​ศตวรรษ​ท่ี ๒๑

ทหารจะตอ้ งขน ทคี่ ณุ แปลกใจทส่ี ดุ คอื อะไร ท�ำไมจึงแปลกใจ”  และ “หาก
คณุ คือคนหน่ึงที่ต้องแบกสงิ่ ของนัน้ คณุ รสู้ กึ อย่างไร” 

ครพู บวา่ เนือ่ งจากในการคุยกัน ๒ คน  บรรยากาศเป็นกนั เอง งา่ ย
ต่อการเปิดเผยความเห็นส่วนตัว  ดังนั้นการผลัดกันสัมภาษณ์จึงช่วยให้เมื่อ
อภิปรายกันทงั้ ช้ัน  จงึ มเี รือ่ งราวมาอภปิ รายกนั อยา่ งกวา้ งขวางยงิ่ ขนึ้    
วิชาอนามัยช่องปาก

ครูตอ้ งการเตรียมผเู้ รยี นออกไปฝกึ งานด้านบรกิ ารทนั ตกรรม  ใหผ้ ู้
เรียนฝึกตอบค�ำถามและเผชิญสถานการณ์ที่อาจพบในชีวิตจริง ครูจึงเตรียม
รายการคำ� ถาม ทคี่ ดิ ขน้ึ จากประสบการณข์ องตน โดยใชค้ ำ� ถามหลกั “คณุ จะ
ทำ� อย่างไร หาก ....”

ครมู อบ ๑ คำ� ถามแกช่ นั้ โดยใหผ้ เู้ รยี นจบั คแู่ ลกเปลย่ี นความเหน็ กนั  
แลว้ รวมเปน็ ๓ คู่ ๖ คน  เพอื่ ใหผ้ เู้ รียนแตล่ ะคนบอกกลุ่มวา่ เพอื่ นทเี่ ป็นคมู่ ี
ความเหน็ อยา่ งไร แลว้ ใหก้ ลมุ่ (๖ คน) เลอื กประเดน็ หรอื ปญั หาทก่ี งั วลใจทส่ี ดุ  
แลว้ ใหแ้ ลกเปลย่ี นเรยี นรกู้ นั ทงั้ ชน้ั  กจิ กรรมนช้ี ว่ ยเตรยี มความพรอ้ มแกผ่ เู้ รยี น
ตอนปฏบิ ตั ิจรงิ ได้ดมี าก   
การประยกุ ต์ใชอ้ อนไลน์

น่าจะใช้เทคนิคนี้ เป็นเคร่ืองมือให้เกิดความสนิทสนมเป็นชุมชน
ออนไลน์ ได้ดยี ิ่งขึ้น  โดยครกู �ำหนดให้ผเู้ รียนจับคู่กัน ลปรร. หรอื สัมภาษณ์
ซง่ึ กนั และกนั ออนไลน ์ แลว้ จงึ นำ� ผล หรอื ความรทู้ ไี่ ดม้ า ลปรร. ในกลมุ่ ใหญ ่
เคลด็ ลบั สำ� คญั คอื ใหค้ สู่ มั ภาษณเ์ ปน็ ผบู้ อกความรู้ ความคดิ และประสบการณ์
ของเพ่ือน  ไมใ่ ชใ่ ห้เจา้ ตวั เปน็ ผู้บอก 

หลงั จากนน้ั จงึ เปน็ การอภปิ รายทัง้ ชั้นเรยี น

วจิ าร​ณ พานิช ​295

การขยายวธิ ีการหรือประโยชน์
f ใหผ้ ้เู รยี นรว่ มกนั ตั้งค�ำถามหรือโจทย์เอง
f ใช้การสัมภาษณ์เป็นเคร่ืองมืออุ่นเครื่องสู่การอภิปรายท้ัง

ชนั้  เพราะผเู้ รยี นจะรสู้ กึ สบายใจทจี่ ะเผยความในใจตอ่ เพอื่ นสอง
ตอ่ สองมากกว่า 
f ใหผ้ เู้ รยี นบนั ทกึ เสยี งการสมั ภาษณแ์ ลว้ ถอดเทป  และผเู้ รยี นเขยี น
ชวี ประวตั ขิ องเพอื่ นคสู่ มั ภาษณ ์ เพอื่ ฝกึ เขยี นรายงานวชิ าการให้
มรี ปู แบบท่ดี ี  หรือฝกึ เขียนบทความสง่ ไปลงหนงั สือพิมพ ์
f ขยายกิจกรรมให้จรงิ จังหรอื ลึกซึ้งยิ่งขน้ึ   โดยใหค้ ู่ผู้เรียนใช้เวลา
เต็มช่วั โมง ดม่ื กาแฟคุยกนั   หรอื ไปเดินเล่นดว้ ยกัน  เพอื่ คยุ กนั
ใหไ้ ดม้ ติ ดิ า้ นในทล่ี กึ ยงิ่ ขน้ึ   เพอื่ เขยี นบทความทย่ี งิ่ นา่ สนใจ  รวม
ทงั้ อาจทำ� ใหเ้ กดิ ความสมั พนั ธท์ แ่ี นน่ แฟน้ ระยะยาวหรอื ตลอดชวี ติ
ระหวา่ งคูผ่ เู้ รียน
f อาจขยายสู่กิจกรรม “สัมภาษณ์ ๓ ขั้นตอน” (Three-Step
Interview)  ซึ่งมีผลใหเ้ กิดการ ลปรร. ในหมูผ่ ูเ้ รียน ๔ คน  โดย
มีขน้ั ตอนคอื (๑)ผู้เรยี น ก สัมภาษณ์ผู้เรยี น ข  (๒)ผเู้ รียน ข
สัมภาษณ์​ผู้เรียน ก  (๓) ผู้เรียน ก และ ข รายงานผลการ
สัมภาษณต์ ่อผเู้ รยี น ค และ ง  และผ้เู รยี น ค และ ง ก็รายงาน
ผลการสมั ภาษณ์ของตน ต่อผู้เรียนก และ ข ดว้ ย   
f ให้ทีมผ้สู ัมภาษณ์ ๓ คน ชว่ ยกนั สมั ภาษณ์ผ้เู รียน ๑ คน (เรียก
ว่า “ทีมสัมภาษณ”์ ) 
f อาจให้ผู้เรียนสัมภาษณ์ผู้อ่ืน ท่ีไม่ใช่ผู้เรียน ที่อาจเป็นคนใน
ครอบครัว เพอ่ื นบ้าน เพอ่ื นรว่ มงาน  โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ คนท่ี

296 สนกุ กบั ​การเรยี นใ​นศ​ ตวรรษท​ ่ี ๒๑

คาดว่าจะมีความเช่ือ หรือเจตคติแตกต่างจากกลุ่มผู้เรียนมาก
 ลักษณะท่ีบ่งชโี้ อกาสแตกตา่ งคอื เช้อื ชาติ ชาติพันธ ุ์ วยั หรอื รนุ่
(generation) ศาสนา ประเทศแดนเกดิ เปน็ ตน้  จะทำ� ใหผ้ เู้ รยี น
เขา้ ใจมติ ดิ า้ นเจตคติ ความเชอื่ และมติ ดิ า้ นในของคนทแี่ ตกตา่ ง
หลากหลายได้ดียงิ่ ข้นึ
ค�ำแนะน�ำ
  การสัมภาษณ์ช่วยให้ผู้เรียนรู้จักกันย่ิงขึ้น น�ำไปสู่ความเป็นชุมชนที่
แนน่ แฟน้ ขึน้
การสมั ภาษณ์สองตอ่ สอง ชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นแลกเปลี่ยนข้อมูลสว่ นตัวได้
สะดวกใจงา่ ยขนึ้   การผลดั กนั พูด ผลัดกนั ฟงั กช็ ่วยใหไ้ ด้ข้อมูลเชิงลึกตดิ ตอ่
กันดีย่งิ ขนึ้  
จะได้ผลดยี ง่ิ ขน้ึ หากครชู ่วยจับคู่ผ้เู รียนหรือกลุม่ ผู้เรยี น ที่ยงั ไม่รจู้ ัก
กนั  ผู้เขยี นแนะนำ� วิธีจบั คู่แบบสมุ่ ดงั ตอ่ ไปน ้ี
f วธิ ี “ค-่ี ค”ู่  ครเู ดนิ ไปตามทางเดนิ กลางหอ้ งและขานผเู้ รยี นแตล่ ะ
แถวหนา้ กระดาน “คี่” “ค่”ู “ค”ี่ “ค่”ู ไปเรื่อยๆ  แลว้ ใหผ้ ู้เรยี น
ค่ี จับคูก่ ับผู้เรียนคู่ ทีน่ ่ังข้างหลัง 
​ f วธิ ีแจกไพ ่ แจกไพช่ ดุ ๔ ใบ เชน่ ส่ี A, ส่คี ิง, ส่ีควนี , ฯลฯ  ให้
ผเู้ รยี นทไี่ ด้ไพ่ระดบั เดียวกนั รวมตวั เป็นกลุ่ม ๔ คน  ซ่งึ อาจแบ่ง
ย่อยเป็นกล่มุ ๒ คนโดยแยกดว้ ยสี   
f วธิ แี จกบตั รตา่ งสี เชน่ สเี ขยี วกบั ชมพ ู แตล่ ะบตั รเขยี นหมายเลข
เช่น A-๑, A-๒, …; B-๑, B-๒, …, etc  ให้ผเู้ รยี นท่ไี ดห้ มายเลข
เดียวกันต่างสีจับคู่กัน

วิจารณ​  พานชิ 2​ 97

f วิธตี ้งั แถว ตามลำ� ดับอะไรกไ็ ด ้ เช่นล�ำดับความสูง  ล�ำดบั ตัว
อักษรของชอื่   แลว้ ใหน้ บั ๑, ๒; ๑, ๒; … เพ่ือให้ ๑ จบั คกู่ ับ ๒
ทอ่ี ยู่ติดกัน  หรอื นับ ๑, ๒, ๓, ๔; ๑, ๒, ๓, ๔; …. เพ่ือจับกลมุ่
๔ คน เป็นต้น   

อาจจับคู่ผู้เรียนแบบจงใจ เพ่ือให้คนท่ีต่างกันมากๆ จับคู่กัน หรือ
เพือ่ หลกี เลยี่ งไม่ใหค้ นท่รี จู้ กั กันดีอยู่แล้วจับคกู่ ัน 
เอกสารค้นควา้ เพ่มิ เติม
Barkley EF, Cross KP, Major CH. (๒๐๐๕). Collaborative learning
techniques : A handbook for colege faculty. San Francisco : Jossey-
Bass, pp. ๒๔๖-๒๕๐. 
คำ� แนะน�ำของผม 

ควรใช้เครอ่ื งมอื “การจัดการความรู”้ ท่เี รียกวา่ “เพ่ือนช่วยเพื่อน”
(peer assist)  ชว่ ยดว้ ย  โดยเชญิ ผเู้ รยี นรนุ่ พท่ี ผี่ า่ นประสบการณน์ ม้ี าแลว้  มา
ฟงั การอภปิ รายทง้ั ชนั้ ในชว่ งสดุ ทา้ ย  แลว้ บอกผเู้ รยี นรนุ่ นอ้ งทงั้ ชนั้ เรยี นวา่ สง่ิ
ที่นอ้ งๆ เตรยี มเผชญิ สงิ่ ใดบ้างทตี่ รงตามทรี่ นุ่ พไ่ี ดพ้ บ สงิ่ ใดบ้างทร่ี ุน่ พ่ไี มพ่ บ
และสิ่งใดบ้างท่ีรุ่นน้องไม่ได้เอ่ยถึง แต่รุ่นพี่ต้องเผชิญ และรุ่นพ่ีเผชิญปัญหา
เหลา่ น้นั อย่างไรบา้ ง ผลเป็นอย่างไร ฯลฯ

๑๘ พ.ย. ๕๕
http://www.gotoknow.org/posts/๕๐๙๑๔๖

298 สนุกกบั ก​ ารเรียน​ในศ​ ตวรรษท​ ี่ ๒๑

๕๗. เจตคติและคณุ คา (๓)

เวียนกนั ตอบ

เปšนเทคนิคฝƒกใหŒผเŒู รยี นฟ˜งคนอน่ื อย‹างต้ังใจ
และเคารพ แลวŒ นาํ สง่ิ ทไี่ ดฟŒ ˜งมาบรู ณาการกับความรŒู
ของตน ไดŒเปนš ความรใูŒ หม‹ หรอื แนวความคิดใหม‹

ในตอนท่ี ๕๗ น้ี ได้จาก Chapter 17 ช่ือ Attitudes and
Values และเป็นเรือ่ งของ SET 37 : Circular Response
SET 37 : Circular Response

จุดเนน้   :  ความรว่ มมอื กิจกรรมหลัก :  การอภิปราย
ระยะเวลา  :  ๑ คาบ โอกาสเรียนออนไลน ์  :  สูง

เปน็ เทคนคิ ฝกึ ใหผ้ เู้ รยี นฟงั คนอน่ื อยา่ งตงั้ ใจ และเคารพ แลว้ นา� สง่ิ ที่
ไดฟ้ งั มาบรู ณาการกบั ความรขู้ องตน ไดเ้ ปน็ ความรใู้ หม่ หรอื แนวความคดิ ใหม่
การหมนุ เวยี นกันตอบ ท�าให้ทุกคนมีโอกาสตอบเท่าเทียมกัน

วิธีการคอื ครูบอกงาน หรือค�าถามใหท้ ีมผ้เู รียนตอบ โดยคนแรก
พดู แลว้ คนท่ี ๒ พดู แตค่ นท่ี ๒ ตอ้ งสรปุ คา� พดู ของคนท่ี ๑ สน้ั ๆ เสยี กอ่ น แลว้
จงึ ใช้แนวคดิ ของคนท่ี ๑ นา� ไปส่ขู ้อคดิ เห็นของตน ทา� เชน่ น้จี นเวียนมาท่คี น
ที่ ๑ ใหม่

วิจาร​ณ​ พานชิ ​​299

ขนั้ ตอนด�ำเนนิ การ
๑. ครูกำ� หนดค�ำถามทนี่ า่ สนใจ และมีไดห้ ลายค�ำตอบ  โดยครูลอง

ตอบเอง และปรับปรงุ ใหค้ ำ� ถามเหมาะสมย่งิ ข้นึ
๒. ตดั สินในว่าครจู ะบอกค�ำถามอย่างไร  เชน่ เขียนเป็นใบงาน  ท�ำ

เปน็ PowerPoint  หรือเขียนบน White Board  
๓. บอกผู้เรียนยกเก้าอี้มาน่ังเป็นวงกลม  หรือถ้าเป็นช้ันใหญ่มาก

บอกใหน้ งั่ หลายวง วงละ ๖ - ๙ คน  กำ� หนดผูเ้ รยี น ๑ คนใน
กลมุ่ ทำ� หนา้ ท่ี “คณุ สงั เกต” ทำ� หนา้ ทสี่ งั เกตกระบวนการในกลมุ่  
๔. อธิบายเปา้ หมายของกิจกรรม และกระบวนการ ดงั ตวั อย่าง
ผู้เรียน จะตอบค�ำถามเวียนตามเข็มนาฬิกา  เร่ิมจากการสรุป
ประเดน็ ของเพอ่ื นคนกอ่ นหนา้  แลว้ เชอ่ื มโยงขอ้ คดิ เหน็ ของตนกบั
ของเพื่อนคนก่อนๆ  ใช้เวลาเรียบเรียงค�ำพูดเพ่ือความชัดเจน 
อยา่ พดู แซงควิ  และถา้ ผเู้ รยี นใชเ้ วลามากเกนิ ไป ครจู ะใหส้ ญั ญาณ
๕. บอกให้ผู้เรียนคนหนึง่ ในกลุ่มเปน็ ผูเ้ ร่ิมตน้ ตอบค�ำถามท่ใี ห้  
ตวั อย่าง
วิชาวรรณคดอี เมริกัน
ในวิชานี้ผู้เรียนเรียนตัวอย่างของวรรณคดีอเมริกันในช่วง ก่อน
สงครามกลางเมอื ง ถงึ ชว่ งเรมิ่ สงครามโลกครง้ั ท่ี ๑  ซง่ึ เปน็ ชว่ งทหี่ า่ งไกลชวี ติ
จรงิ ของผู้เรียน  ครจู งึ หาทางเชื่อมโยงกบั ชวี ิตผ้เู รียนดว้ ยกิจกรรม “เวียนกนั
ตอบ”  ตอบคำ� ถามดงั ตวั อย่าง “คณุ รู้สึกว่าตวั ละครเปน็ จริงหรอื ไม”่   “คุณ
เกย่ี วขอ้ งกบั เรอ่ื งราวเหลา่ นอี้ ยา่ งไร”  “เรอ่ื งราวเหลา่ นที้ �ำใหค้ ณุ นกึ ถงึ คนรจู้ กั
บางคนอยา่ งไร” 

300 สนกุ กับ​การเรยี นใ​นศ​ ตวรรษท​ ี่ ๒๑

เนอื่ งจากผเู้ รยี นตอ้ งเรมิ่ พดู โดยสรปุ คำ� พดู ของเพอ่ื นคนกอ่ น  กจิ กรรม
นจี้ งึ ช่วยให้ผูเ้ รยี นตัง้ ใจอยูก่ ับสาระวชิ าทเ่ี รยี น
วชิ าภาษาฝร่ังเศสระดับกลาง

ครูต้องการใช้เทคนิค “เวียนกันตอบ” เป็นเคร่ืองมือฝึกพูดและ
ท�ำความเข้าใจภาษาฝรั่งเศส  ครูจึงก�ำหนดให้ผู้เรียนพูดเวียนเพ่ือสร้างเรื่อง
ราวต่อกัน จากประโยคเร่มิ ต้นของครู (เป็นภาษาฝร่ังเศส)  คือ  “เม่อื เช้าฉัน
ต่นื ขึ้นมา พบวา่ เป็นวันทอ่ี ากาศดี  ทอ้ งฟา้ สคี ราม และพระอาทิตยส์ ่องแสง
เจดิ จา้   ฉนั จงึ เดนิ ไปทรี่ า้ นกาแฟ เพอ่ื กนิ อาหารเชา้ ” ผเู้ รยี นคนถดั ไปยอ่ มตอ้ ง
ทำ� ความเขา้ ใจเรอ่ื งทค่ี รเู รมิ่ ตน้   และอาจพดู ตอ่ (เปน็ ภาษาฝรง่ั เศส) วา่ “ขณะ
ทฉ่ี นั กำ� ลงั เดนิ ไปทร่ี า้ นกาแฟ ฉนั กว็ างแผนสง่ั อาหารเชา้  ฉนั อยากดมื่ กาแฟใส่
นม แตก่ ย็ งั ไมแ่ นใ่ จวา่ อยากกนิ อาหารทหี่ นกั กวา่ หรอื ไม่ เชน่ ไขค่ น หรอื เพยี ง
กนิ ขนมปงั ครวั ซอง” ผเู้ รยี นจะรสู้ กึ สนกุ และไดฝ้ กึ ภาษาฝรง่ั เศสในสภาพคลา้ ย
กบั ในชวี ิตจรงิ    
การขยายวิธกี ารหรือประโยชน์
f อาจใช้เทคนิคนี้ฝึกความสร้างสรรค์แก่ผู้เรียน โดยก�ำหนดให้ผู้

เรยี นสรา้ งเรอ่ื งขนึ้ มาตอบคำ� เรมิ่ ตน้ ของคร ู แลว้ สรา้ งเรอื่ งราวตอ่
เนื่องกนั ไป
​ f มผี คู้ ดิ วธิ ีการ “Circle of Voices” ให้ผเู้ รียนทีอ่ ยใู่ นฐานะ “เสยี ง
ส่วนน้อย” ได้พดู   ในเร่อื งทีก่ �ำลงั อภิปรายกัน กำ� หนดใหผ้ เู้ รียน
๔​- ๕ คน นงั่ เป็นวงกลมในช้นั และใหเ้ วลาคดิ ชว่ งเวลาหนง่ึ  
แล้วจึงให้ผู้เรียนในวงพูดอย่างอิสระตามช่วงเวลาที่ก�ำหนดให้ 

วิจาร​ณ พานิช ​301

เวียนตามล�ำดับ โดยผเู้ รียนทั้งชัน้ ฟังอยา่ งสงบ  เหมาะต่อกรณีมี
ผู้เรยี นทเี่ ปน็ ชนสว่ นนอ้ ยในชัน้  
เอกสารค้นควา้ เพิ่มเติม
Brookfield SD, Preskil S. (๑๙๙๙). Discussion as a way of teaching :
Tools and techniques for democratic collaborative learning
classrooms. San Francisco : Jossey-Bass, pp. ๗๙-๘๑. 

๑๘ พ.ย. ๕๕
http://www.gotoknow.org/posts/๕๐๙๑๙๕

302 สนกุ กบั ​การเรยี นใ​นศ​ ตวรรษ​ท่ี ๒๑

๕๘. เจตคตแิ ละคณุ คา (๔)

ขอ โตแ ยง เชงิ จรยิ ธรรม

เปšนเทคนคิ ฝƒกใหผŒ เŒู รียนคิดดวŒ ยชุดจริยธรรมที่ตนยดึ ถือ
ในท‹ามกลางความเปนš จรงิ ของสังคม
และในสถานการณของวิชาท่เี รียน

ในตอนท่ี ๕๘ นี้ ได้จาก Chapter 17 ช่อื Attitudes and Values
และเปน็ เรือ่ งของ SET 38 : Ethical Dilemmas
SET 38 : Ethical Dilemmas

จดุ เน้น  :  ความรว่ มมือ กิจกรรมหลัก :  การอภปิ ราย
ระยะเวลา  :  ๑ คาบ โอกาสเรยี นออนไลน์  :  สงู

เปน็ เทคนคิ ฝกึ ใหผ้ เู้ รยี นคดิ ดว้ ยชดุ จรยิ ธรรมทต่ี นยดึ ถอื ในทา่ มกลาง
ความเปน็ จรงิ ของสังคม และในสถานการณข์ องวชิ าทีเ่ รียน

ผู้เรยี นได้รบั เรอื่ งราวของสถานการณ์ (ทเ่ี กย่ี วกบั วชิ าทีเ่ รียน) ทผี่ คู้ น
ตอ้ งเผชิญ และต้องตัดสินใจเลือกด�าเนนิ การทางใดทางหนึ่ง ใน ๒ - ๓ ทาง
เลอื ก ทแี่ ตกต่างกนั ดา้ นการยึดถือความมั่นคงเชงิ จรยิ ธรรม

ผเู้ รยี นมเี วลาคดิ ไตรต่ รองเงยี บๆ ระยะเวลาหนง่ึ เพอ่ื เลอื กทางเลอื ก
ของตนอย่างอิสระ และโดยไม่เปิดเผยว่าตนเลือกแนวทางใด ครูใช้ผลของ

วิจาร​ณ​พานชิ ​​303

การกระจายทางเลือกในชั้นเปน็ แนวทางอภปิ รายแลกเปลีย่ นเรียนรู้ ส�ำหรบั
ใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ ขา้ ใจทางเลอื กตดั สนิ ใจเชงิ จรยิ ธรรม วา่ มปี จั จยั เกย่ี วขอ้ งอยา่ งไร
บา้ ง สำ� หรบั ส่งั สมประสบการณ์ไว้ใชใ้ นชวี ิตขา้ งหนา้
ขัน้ ตอนดำ� เนนิ การ
๑. ครกู ำ� หนดประเดน็ เชงิ จรยิ ธรรม สำ� หรบั เปน็ ประเดน็ เรยี นร ู้ เชอื่ ม

โยงกบั วชิ าที่เรียน
๒. กำ� หนดกรณตี วั อยา่ งหรอื กรณศี กึ ษา ทม่ี ขี อ้ โตแ้ ยง้ ทเี่ ปน็ จรงิ หรอื

สมจริง
๓. เขยี นค�ำถาม ๒ - ๓ คำ� ถามให้ผู้เรียนแสดงจุดยนื ทางจรยิ ธรรม

และอธิบายว่าทำ� ไมจงึ เลอื กทางเลือกน้ัน
๔. ให้ผู้เรียนเขียนค�ำตอบอย่างซ่ือสัตย์ตรงไปตรงมา โดยไม่ต้อง

ลงชื่อ
๕. ให้เวลาผูเ้ รียนเขยี น หรอื ให้กลับไปท�ำเปน็ การบ้าน
ตวั อยา่ ง

วิชาสัมมนาสำ� หรับผูเ้ รียนปี ๑ : ทักษะในการเรยี น และการพฒั นา
ตนเอง

วชิ าสหวทิ ยาการนมี้ เี ปา้ หมายหลายอยา่ ง ไดแ้ ก่ แนะนำ� ใหผ้ เู้ รยี นได้
เข้าใจค่านิยม และมาตรฐาน ของชมุ ชนวิชาการ  ครตู อ้ งการให้ผู้เรียนเข้าใจ
ความมนั่ คง (integrity) ตอ่ จรยิ ธรรมทางวชิ าการ  ครจู งึ เขยี นเรอ่ื งของผเู้ รยี น๒
คน คอื แอนน์ กบั เพ่ือนรว่ มหอ้ งช่อื บารบ์ ารา่  บารบ์ าร่า บอก แอนน์ วา่ ตน
วางแผนเขา้ สอบแทนเพอ่ื นชายในวชิ าวทิ ยาศาสตร์ ซง่ึ แอนนก์ เ็ รยี นวชิ านด้ี ว้ ย 
ครกู ำ� หนดใหผ้ เู้ รยี นแตล่ ะคนเขยี นคำ� ตอบสนั้ ๆ ครง่ึ หนา้ ตอ่ คำ� ถาม  (๑) แอนน์

304 สนุกกบั ​การเรยี น​ในศ​ ตวรรษท​ ่ี ๒๑

ควรท�ำอย่างไร เกี่ยวกับการที่ บาร์บารา่ กบั แฟนจะโกงการสอบ  (๒) ตามคำ�
ตอบข้อ ๑  จงบอกเหตุผลท่ีแอนน์ควรท�ำหรอื ไม่ควรท�ำตามข้อ ๑

ครใู หเ้ วลาผเู้ รยี นเขยี นค�ำตอบ ๑๐ นาที แลว้ เกบ็ กระดาษค�ำตอบ นำ�
ไปอา่ นหลงั จบชน้ั เรยี น และแปลกใจมากทผ่ี เู้ รยี นประมาณรอ้ ยละ ๖๐ บอกวา่
แอนน์ไม่ควรท�ำอะไร แต่ให้เหตุผลต่างๆ กัน  โดยส่วนใหญ่เน้นความเป็น
เพ่อื นระหว่างแอนน์ กับ บารบ์ ารา่   หนงึ่ ในส่ีของผเู้ รียนบอกวา่ แอนน์ควรโต้
แย้งหา้ มปราม บาร์บารา่ วา่ ไมค่ วรโกงการสอบ  มสี องสามคนบอกว่า แอนน์
ควรแจ้งผ้รู บั ผดิ ชอบการสอบของมหาวทิ ยาลัย 

ครนู ำ� ผลมาอภปิ ราย ลปรร. ในชนั้ เรยี น และใหผ้ เู้ รยี นบอกวา่ คา่ นยิ ม
ที่เป็นฐานของค�ำตอบแต่ละแบบเป็นอย่างไร  มีการอภิปรายกันอย่างกว้าง
ขวาง และสะทอ้ นว่าผู้เรยี นไดเ้ ขา้ ใจหลกั การของ academic integrity
วิชา  Microcontroler Programming

วิชานี้เป็นวิชาเชิงเทคนิค คือการเขียน software  ครูต้องการให้
ผเู้ รยี นไดเ้ รยี นรปู้ ระเดน็ เชงิ สงั คม และเชงิ จรยิ ธรรม  จงึ เขยี นฉากสถานการณ์
ต่อไปนี้

“ทา่ นเปน็ software engineer ในบริษทั start-up ขนาดเล็ก ทีท่ �ำ
หนา้ ทพ่ี ฒั นา โคด้ สำ� หรบั embedded microcontroler ส�ำหรับใช้ในเคร่ือง
มอื ชว่ ยชวี ติ ผปู้ ว่ ย ในหอผปู้ ว่ ยวกิ ฤต ิ software ทก่ี ำ� ลงั เขยี นนี้ เปน็ ความเปน็
ความตายของบรษิ ทั   หากท�ำไมส่ ำ� เรจ็ บรษิ ัทอาจลม้   ท่านจะตกงาน  และ
เวลานเี้ ปน็ ชว่ งทเ่ี ศรษฐกจิ ไมด่ ี หางานยาก  มกี ารกำ� หนดวนั สง่ มอบผลงานไว้
ลว่ งหน้าแล้ว  และจะมพี ิธีแถลงขา่ วและสาธิตการท�ำงานของผลติ ภัณฑ ์ แต่
เม่อื ทา่ นนำ� software ใสล่ งผลติ ภณั ฑ์ ก็พบขอ้ บกพร่อง (bug) ท่ี software

วิจาร​ณ พานชิ ​305

อาจท�ำให้เครื่องหยุดท�ำงาน แต่โอกาสเกิดก็มีน้อยมาก และก�ำหนดปรับปรุง
software คือ ๓ เดือนหลังสง่ มอบ  และทา่ นรูว้ ่าหวั หน้าจะไม่ยอมใหม้ ีการ
แก้ไขในเบอ้ื งต้น  คุณจะทำ� อยา่ งไร”

ครฉู ายทางเลอื ก ๒ ทางขน้ึ จอ คือ (๑) ส่งมอบผลิตภัณฑโ์ ดยไม่บอก
อะไร  (๒) รายงานให้รู้วา่ มีขอ้ บกพรอ่ ง 

แล้วใหเ้ วลาผู้เรียนคิดครหู่ นึง่ จงึ ตอบโดยใช้ clicker กอ่ นแจ้งผล ครู
ใหผ้ เู้ รยี นเดาวา่ ผเู้ รยี นสว่ นใหญจ่ ะตอบวา่ อยา่ งไร เพราะอะไร  และใหผ้ เู้ รยี น
จบั คูแ่ ลกเปลย่ี นข้อคดิ เหน็ กนั  แลว้ จึงอภปิ รายท้งั ชนั้  
วิชาสถิติ

เพ่ือให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ประเด็นทางจริยธรรมเก่ียวกับสถิติ  จึงเล่า
เร่ืองท่ตี นประสบสมัยเป็นผเู้ รยี นระดบั บัณฑิตศึกษา 

“มีเพ่ือนผู้เรียนก�ำลังจะจบปริญญาเอก (สมมติว่าชื่อ จอร์จ) และ
ก�ำลังท�ำงานเป็นผู้ช่วยวิจัยของอาจารย์ท่ีทำ� หน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการ
ตัดสินผลงานวิทยานิพนธ์  อาจารย์ท่านน้ีได้รับการว่าจ้างท�ำวิจัยจากบริษัท
ยาใหญแ่ หง่ หนง่ึ  ใหว้ เิ คราะหท์ างสถติ เิ กย่ี วกบั ผลติ ภณั ฑอ์ ยา่ งหนง่ึ ของบรษิ ทั  
ครูสง่ ขอ้ มูลใหแ้ ก่ จอร์จ และพดู ว่า ‘นคี่ ือข้อมูล  จดั การให้ผลออกมาเปน็
เชงิ บวก’”

ครใู หเ้ วลาผเู้ รยี นคดิ ครหู่ นง่ึ วา่ หากตนเปน็ จอรจ์ จะทำ� อยา่ งไร แลว้
ใหเ้ ขยี นค�ำตอบสนั้ ๆ แลว้ ครเู กบ็ ค�ำตอบ  แลว้ ใหจ้ บั กลมุ่ ๕ คน เพอื่ อภปิ ราย
กนั   เนน้ ใหค้ ุยกนั เร่อื งความท้าทายที่คนเราตอ้ งเผชิญ เมื่อตอ้ งท�ำในส่งิ ท่ีถูก
ต้องเชงิ จรยิ ธรรม  ระหว่างท่ีผเู้ รยี นก�ำลังอภปิ รายกลมุ่ ครูตรวจคำ� ตอบ แล้ว
เสนอผลต่อชั้น  และเล่าเร่ืองการท�ำผิดจริยธรรมในวงการสถิติ  จบลงด้วย

306 สนกุ กับก​ ารเรยี นใ​น​ศตวรรษ​ท่ี ๒๑

การให้การบ้านไปศึกษาและเขียนรายงาน จาก American Statistical
Association’s Ethical Guidelines for Statistical Practice
การประยุกต์ใช้ออนไลน์

การตอบค�ำถามเชงิ จรยิ ธรรมต้องทำ� แบบไม่แสดงตวั   ดังนนั้ หากจะ
ใหต้ อบคำ� ถามออนไลน์ ตอ้ งมเี ครอ่ื งมอื ทเี่ ปดิ โอกาสใหผ้ เู้ รยี นตอบแบบไมแ่ สดง
ต วั   แลว้ ครูใช้ผลจากค�ำตอบเป็นเคร่อื งน�ำการอภิปรายใน discussion group
การขยายวิธกี ารหรอื ประโยชน์
​ f ให้ผู้เรียนค้นหาเร่ืองราวท่ีเป็นข้อโต้แย้งเชิงจริยธรรม  ที่เหมาะ

สมสำ� หรับน�ำมาเป็นกรณศี ึกษา
​ f อาจใช้เทคนิค เล่นละคร (role-play) ส�ำหรบั ท�ำความเขา้ ใจข้อ

โต้แย้งต่างแนวคิด
เอกสารค้นควา้ เพม่ิ เติม
Angelo TA, Cross KP. (๑๙๙๓). Classroon assessment techniques. San
Francisco : Jossey-Bass, pp. ๒๗๑-๒๗๔. 

๑๙ พ.ย. ๕๕
http://www.gotoknow.org/posts/๕๐๙๓๒๔

วจิ ารณ​  พานิช ​307

๕๙. เจตคตแิ ละคณุ คา (๕)

เชือ่ มชุมชน

เปา‡ หมายคอื ขยายโลกทัศนของผŒูเรียนใหŒกวาŒ งข้นึ
ไดŒรับรคŒู วามรŒทู เ่ี ชอ่ื มโยงกับชีวิตจริง
ในหลากหลายรูปแบบ

หรอื ไดเŒ ชื่อมโยงความรŒูในวชิ าที่เรยี นกบั วชิ าอนื่

ในตอนท่ี ๕๙ นี้ ได้จาก Chapter 17 ชื่อ Attitudes and
Values และเป็นเรอ่ื งของ SET 39 : Connected Communities
SET 39 : Connected Communities

จุดเน้น  :  ความรว่ มมือ กิจกรรมหลัก :  การอภปิ ราย
ระยะเวลา  :  หลาย คาบ โอกาสเรียนออนไลน์  :  สูง

ผูเ้ รียน จากหลายรายวิชาทเ่ี กยี่ วข้องกัน รวมตัวกนั เปน็ ชุมชนเรยี นรู้
โดยผู้เรียนต่างชั้นเรียนท่ีมารวมตัวกัน ลปรร. น้ี อาจมาจากมหาวิทยาลัย
(โรงเรยี น) เดยี วกนั หรอื มาจากตา่ งสถาบนั กไ็ ด้ หรอื อาจอยหู่ า่ งไกลกนั คนละ
ประเทศคนละซีกโลกก็ได้

308 สนกุ กบั ก​ ารเรยี นใ​นศ​ ตวรรษท​ ่ี​๒๑

เป้าหมายคอื ขยายโลกทศั น์ของผเู้ รียนให้กวา้ งข้ึน  ไดร้ บั รู้ความรทู้ ี่
เช่ือมโยงกับชีวิตจริงในหลากหลายรูปแบบ  หรือได้เช่ือมโยงความรู้ในวิชาท่ี
เรยี นกับวชิ าอ่ืน
ขัน้ ตอนด�ำเนินการ
๑. ครกู �ำหนดประเด็นการเรียนรู้ ท่ผี ู้เรยี นจะเรยี นรูไ้ ดเ้ พ่มิ ขนึ้ จาก
การมปี ฏิสัมพันธก์ บั เพอ่ื นในช้ันเรียนอื่น นอกช้ันเรียนของตน
๒. ก�ำหนดรปู แบบของปฏิสมั พันธ์ เชน่ คยุ กนั ครัง้ เดียวหรือหลาย
ครง้ั   เพยี งการอภปิ รายหรือมกี ารท�ำโครงกรร่วมกนั   มกี ารพบ
หน้ากันหรอื เปน็ virtual community
๓. ก�ำหนดกลมุ่ ผู้เรียนอ่ืนท่ีตอ้ งการใหผ้ ้เู รียนในชนั้ ไปมีปฏสิ ัมพันธ์
ด้วย และท�ำงานร่วมกับผ้นู �ำ (อาจารย์) ของผูเ้ รยี นกล่มุ นน้ั ใน
การวางแผนเชื่อมชมุ ชนผเู้ รยี นทั้งสองชมุ ชน 
ตวั อย่าง
วชิ าประวัติศาสตรต์ ะวนั ออกกลางและศาสนาเปรียบเทียบของโลก

ครูของวิชาประวัติศาสตร์ตะวันออกกลาง และครูของวิชาศาสนา
เปรยี บเทยี บของโลก มเี ปา้ หมายตรงกนั ทตี่ อ้ งการใหผ้ เู้ รยี นของตนไดเ้ รยี นขา้ ม
สาขาวชิ า และเหน็ วา่ หากใหผ้ เู้ รยี นของทง้ั สองวชิ าไดเ้ รยี นสาระดา้ นวฒั นธรรม
และการเมอื งมสุ ลมิ รว่ มกนั ผา่ นการคน้ ควา้ และอภปิ รายแลกเปลยี่ น โดยหลงั
จากผู้เรียนในวิชาทั้งสองได้เรียนพ้ืนความรู้ในวิชาพอสมควรแล้ว ครูท้ังสอง
ร่วมกันก�ำหนดโจทย์ส�ำหรับค้นคว้าและอภิปรายแลกเปล่ียนเรียนรู้ ว่าคนใน
ภมู ภิ าคตะวนั ออกกลางไดต้ อ่ สแู้ ละเกดิ ผลอยา่ งไรบา้ ง เพอื่ อำ� นาจของศาสนา
บทบาทของเพศ ความเปน็ พลเมือง ประชาสงั คม และ ประชาธปิ ไตย  โดย

วจิ ารณ​  พานชิ 3​ 09

ให้ผู้เรียนน�ำพื้นความรู้ด้านประวัติศาสตร์ และด้านปรัชญา จากรายวิชาท้ัง
สองมาเป็นพื้นฐาน 
วิชาภาษาฝร่งั เศสระดบั กลาง

ผู้เรียนวิชาภาษาฝรั่งเศสระดับกลางในมหาวิทยาลัยอเมริกัน เรียนรู้
ร่วมกันกบั ผู้เรยี นระดบั บัณฑิตศกึ ษา ในวิชาสอนภาษาฝรั่งเศสในฐานะภาษา
ทสี่ อง ในมหาวยิ าลัยที่เมอื ง Lyon ประเทศฝร่ังเศส โดยอภิปรายแลกเปลี่ยน
กนั ผา่ น videoconference  และผ่านการ chat โดยการเขยี นโต้ตอบ เพื่อ
เรยี นรู้ตามโมดูลการเรียนร้ทู ค่ี รขู องทงั้ สองฝ่ายก�ำหนดรว่ มกัน

ชมุ ชนเรยี นรู้ ๓ สาขาวชิ า : จติ วทิ ยาในฐานะวทิ ยาศาสตรธ์ รรมชาต,ิ
มานุษยวิทยาเบ้อื งต้น, และ การเขียนเรยี งความดา้ นประเดน็ ทางสังคม

หวั ใจของการเรยี นรคู้ อื พฤตกิ รรมของมนษุ ย ์ ทางมหาวทิ ยาลยั จงึ สง่
เสรมิ ใหม้ ีกลุม่ สนใจส�ำหรบั ผเู้ รียน​ปี ๑ ทีเ่ รียน ๓ วิชาน ้ี โดยผ้เู รียนทีเ่ ปน็
สมาชกิ ต้องลงทะเบยี นเรยี นทั้ง ๓ วชิ า  ครูประจ�ำวิชาสอนแยกกนั   แต่รว่ ม
กนั กำ� หนดเปา้ หมายของวชิ าและการมอบหมายงาน 

ผเู้ รยี น ทง้ั หมดประชมุ กนั ๓ ครงั้ ใน ๑ ภาคการศกึ ษา เพอ่ื ทำ� ความ
เข้าใจวชิ าท่ีเรยี น ติดตามความกา้ วหนา้  และประเมินการจดั การเรียนรู้
การขยายวิธีการหรอื ประโยชน์
​ f ใหผ้ ้เู รียนเชอ่ื มโยงเร่ืองราวในรายวิชาเขา้ กบั ชีวติ จริง หรอื เข้ากับ

กล่มุ วชิ าชีพทีเ่ กี่ยวข้อง
​ f หากวิชาที่เรียนเป็นส่วนหน่ึงของรายวิชาหลักของหลักสูตร ให้

ผู้เรียนเชื่อมโยงสาระของวิชาน้นั เขา้ กบั วชิ าท่เี รียนมาแลว้  

310 สนกุ กับ​การเรียน​ในศ​ ตวรรษ​ที่ ๒๑

ค�ำแนะนำ� เพมิ่ เตมิ
ทจี่ รงิ การจดั การเรยี นแบบเชอื่ มวชิ า หรอื เชอ่ื มผเู้ รยี นในตา่ งวชิ าไมใ่ ช่

เรอื่ งงา่ ย ตอ้ งการโครงสรา้ งพน้ื ฐานของการจดั การการเรยี นรทู้ ย่ี ดื หยนุ่ และเออื้
ตอ่ การจดั การเรยี นการสอนทแ่ี หวกแนว  ครอู าจไดเ้ พอื่ นครคู หู่ ทู จี่ ะเชอื่ มชมุ ชน
ผ้เู รยี นจากการเขา้ ร่วมกิจกรรมร่วมกัน 

ในสหรัฐอเมริกา ครูทีอ่ ยากได้เพอ่ื นครคู ู่คดิ คูจ่ ดั กิจกรรมเรียนรูแ้ บบ
เช่อื มชุมชน อาจใชป้ ระโยชน ์ Learning Communities National Resource
Center  

ครทู ใี่ ชเ้ ทคนคิ น้ี อาจรสู้ กึ ดี ทไี่ ดพ้ บเพอ่ื นคคู่ ดิ ในการพฒั นาการเรยี น
รขู้ องศิษย์

พลัง ICT ช่วยให้ใช้เทคนิคน้ีได้โดยง่าย แต่ก็เกิดความท้าทาย ๒
ประการ  (๑) ดา้ นเทคนคิ   ทม่ี าตรฐานของเครอ่ื งมอื สอื่ สารแตกตา่ งกนั ทำ� ให้
เชอ่ื มตอ่ กนั ยาก  (๒) ความเป็นชมุ ชนตอ้ งการ “การมองตากัน”  เทคโนโลยี
ให้ส่งิ นี้ได้อยา่ งจำ� กดั   ไม่ได้พลงั ของการ “มองตากร็ ใู้ จ”   
เอกสารคน้ คว้าเพิม่ เติม
http://www.evergreen.edu/washcenter/resources/lchour/lchour.htm

๒๐ พ.ย. ๕๕
http://www.gotoknow.org/posts/๕๐๙๔๖๙

วจิ าร​ณ พานชิ ​311

๖๐. เจตคตแิ ละคุณคา (๖)

ยนื ทจี่ ดุ ยนื

ผเŒู รยี น ทาํ การบาŒ นโดยอ‹านเรยี งความ ๒ เรยี งความ
ทข่ี ดั แยงŒ กนั ในเร่ืองใดเรอ่ื งหน่ึง ในหŒองเรยี น ครูอ‹าน
เรอื่ งราวท่สี ะทอŒ นความคิดดาŒ นใดดŒานหน่ึงใน ๒ ดาŒ น
น้นั ใหผŒ Œเู รียนพจิ ารณาดŒวยตนเองวา‹ ตนเห็นดŒวยหรอื ไม‹
เหน็ ดวŒ ย และเขยี นเหตุผลของตน และผเูŒ รยี นไปยืนท่ี

ตาํ แหน‹งใดตาํ แหน‹งหนึ่งใน ๔ ตําแหนง‹ ที่ครูทํา
เครอ่ื งหมายไวŒในหŒอง (เหน็ ดŒวยอยา‹ งย่ิง, เห็นดวŒ ย,
ไม‹เห็นดŒวย, ไมเ‹ ห็นดŒวยอย‹างย่ิง) แลวŒ ผŒูเรียนผลัดกัน

บอกเหตผุ ลของตน หลงั จากนนั้ ใหผŒ ูŒเรียน
เปลยี่ นจดุ ยนื ไดŒ หากการไดŒฟง˜ ความเห็นของเพือ่ นทําใหŒ

ตนเปลีย่ นความคดิ

ในตอนท่ี ๖๐ นี้ ไดจ้ าก Chapter 17 ชือ่ Attitudes and Values
และเป็นเรื่องของ SET 40 : Stand Where You Stand

312 สนุกกบั ก​ ารเรียน​ในศ​ ตวรรษ​ท่ี​๒๑

SET 40  :  Stand Where You Stand

จุดเน้น  :  ความรว่ มมอื กจิ กรรมหลัก :  การอภิปราย
ระยะเวลา  :  ๑ คาบ โอกาสเรยี นออนไลน์  :  สงู

ผเู้ รียนท�ำการบ้านโดยอ่านเรียงความ ๒ เรียงความทีข่ ัดแยง้ กัน ใน
เร่ืองใดเรื่องหน่ึงในห้องเรียน ครูอ่านเรื่องราวที่สะท้อนความคิดด้านใดด้าน
หนึ่งใน ๒ ด้านนั้น ให้ผู้เรียนพิจารณาด้วยตนเองว่าตนเห็นด้วยหรือไม่เห็น
ด้วย และเขียนเหตุผลของตน และผู้เรียนไปยืนท่ีต�ำแหน่งใดต�ำแหน่งหนึ่งใน
๔ ตำ� แหน่งทค่ี รูท�ำเครอ่ื งหมายไวใ้ นหอ้ ง (เห็นด้วยอยา่ งยิ่ง, เหน็ ด้วย, ไมเ่ ห็น
ด้วย, ไม่เหน็ ด้วยอย่างยง่ิ )  แลว้ ผ้เู รียนผลัดกันบอกเหตุผลของตน  หลงั จาก
นน้ั ใหผ้ เู้ รยี นเปลยี่ นจดุ ยนื ได้ หากการไดฟ้ งั ความเหน็ ของเพอ่ื นทำ� ใหต้ นเปลยี่ น
ความคิด 

เปน็ การฝึกใหผ้ ู้เรียนคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณ  และฝึกแสดงเหตุผล 
ขน้ั ตอนด�ำเนนิ การ
๑. ครูก�ำหนดประเด็นท่ีมีข้อขัดแย้ง ท่ีสอดคล้องกับเรื่องราวใน

รายวชิ า  และหาบทความหรือข้อเขยี นทส่ี ะทอ้ นความเชอื่ แตล่ ะ
ดา้ นของขอ้ ขดั แยง้
๒. ถ่ายส�ำเนาแต่ละบทความให้เพียงพอต่อจ�ำนวนผู้เรียนแจกให้ไป
อา่ นที่บ้าน
๓. ในวนั เรียนกจิ กรรมน้ี ครูท�ำเครื่องหมายต�ำแหนง่ ยืน (จดุ ยนื ) ท่ี
๔ มุมของห้อง ระบตุ �ำแหนง่ “เหน็ ดว้ ยอยา่ งยิ่ง”  “เห็นดว้ ย” 
“ไมเ่ ห็นด้วย”  “ไม่เห็นด้วยอย่างยิง่ ”

วิจารณ​  พานชิ ​313

๔. ครอู า่ นบทความเรอ่ื งหนงึ่ ทสี่ ะทอ้ นขอ้ คดิ เหน็ ดา้ นใดดา้ นหนง่ึ ใน
ประเด็นดงั กล่าว  แลว้ ใหผ้ เู้ รียนเขียนเรยี งความสัน้ ๆ วา่ ตนเห็น
ดว้ ยหรอื ไมเ่ หน็ ดว้ ย  และใหเ้ หตผุ ล หรอื หลกั ฐานประกอบขอ้ คดิ
เหน็ ของตน 

๕. ใหผ้ เู้ รยี นเดนิ ไปยนื ทต่ี ำ� แหนง่ ทต่ี นคดิ วา่ ตรงกบั ขอ้ คดิ เหน็ ของตน
๖. ใหผ้ เู้ รียนผลดั กันอา่ นขอ้ คดิ เหน็ ทต่ี นเขียนไวด้ ังๆ ให้เพอื่ นฟัง
๗. เชญิ ชวนใหผ้ เู้ รยี นเปลยี่ น “จดุ ยนื ”  หลงั จากไดฟ้ งั ความเหน็ ของ

เพือ่ น
๘. สรุปการเรยี นด้วยการอภปิ รายทัง้ ชัน้  ท�ำความเขา้ ใจมมุ มองของ

ตน และของเพื่อน และเหตุผลที่มุมมองของตนเปล่ียนหรือไม่
เปลยี่ นหลังจากแลกเปลี่ยนมมุ มองกับเพ่ือน
ตวั อยา่ ง
วชิ าสงั คมวทิ ยาเบ้ืองต้น
ครูใช้เทคนิค “ยืนท่ีจุดยืน” ช่วยให้ผู้เรียนท�ำความเข้าใจเรื่อง
ครอบครวั เด่ียว (nuclear family) ในมติ ขิ อง แนวคิด คา่ นยิ ม ความเช่อื เก่ียว
กบั การเล้ียงลกู บุญธรรมโดยคสู่ มรสเพศเดียวกนั เริ่มจากครูค้นหาบทความท่ี
เห็นด้วยหรือสนับสนุน และบทความท่ีไม่เห็นด้วย มอบให้ผู้เรียนไปอ่าน
เป็นการบา้ น 
ในชนั้ เรยี น ครใู หผ้ เู้ รยี นไปยนื ทจ่ี ดุ ใดจดุ หนง่ึ ใน ๔ จดุ ตามความเหน็
ดว้ ย-ไม่เหน็ ดว้ ย  ต่อข้อความวา่ “คสู่ มรสท่เี ปน็ เกย์ ควรมสี ิทธติ ามกฎหมาย
เหมือนกบั คสู่ มรสต่างเพศ ในการเลย้ี งดูบตุ รบุญธรรม”  แลว้ ใหผ้ เู้ รยี นแต่ละ
คนบอกเหตผุ ลของตน  ระหวา่ งนนั้ ครเู ขยี นรายการเหตผุ ลดา้ นเหน็ ดว้ ย และ

314 สนกุ กับ​การเรียน​ในศ​ ตวรรษ​ที่ ๒๑

ด้านไม่เห็นด้วยบนกระดาน  เม่ือผู้เรียนทุกคนบอกเหตุผลของตนครบแล้ว 
ครเู ชิญชวนให้ผเู้ รยี นเปลี่ยนจดุ ยนื หากความคิดเปล่ยี นไป 

หลังจากน้ัน ให้ผู้เรียนไปน่ังท่ีและอภิปรายเหตุผล เพ่ือเรียนรู้เชิง
เจตคติและคุณค่าท้ังชั้น  และสรุปประเด็นเรียนรู้ตามหลักทฤษฎีในวิชา
สงั คมวิทยา  
การขยายวิธกี ารหรอื ประโยชน์
​ f ให้ผู้เรยี นกล่าวสนุ ทรพจน์ (เปน็ รายคน หรอื เปน็ ทมี ) สนบั สนุน

หรือคดั ค้านแนวคดิ   หรือเขียนจดหมายถึงบรรณาธิการ นสพ. 
โดยอาจให้ผเู้ รยี นจบั คใู่ ห้ feedback แกข่ อ้ เขยี นของกนั และกนั
เอกสารค้นคว้าเพ่ิมเติม
Brookfield SD, Preskil S. (๑๙๙๙). Discussion as a way of teaching :
Tools and techniques for democratic classrooms.San Francisco : Jossey-
Bass, pp. ๑๑๗-๑๑๘.

๒๒ พ.ย. ๕๕
http://www.gotoknow.org/posts/๕๐๙๖๕๙

วิจาร​ณ พานชิ 3​ 15

๖๑. มสี ตอิ ยกู ับการเรยี น (๑)
บนั ทกึ การเรียน

การเขียนบันทกึ ใชเŒ วลา ครูจึงตอŒ งพยายามอยา‹ งมาก
ท่ีจะแสดงใหผŒ เŒู รยี นเหน็ ประโยชน ครูตอŒ งคิดคําถาม
อย‹างประณีต และใหŒเห็นชัดเจนว‹าเชื่อมโยงกับวิชาท่ี
เรยี น และตŒองอธบิ ายคณุ ค‹าของการเขียนบันทึก

ใหŒผเูŒ รียนเขŒาใจชัดเจน

ในตอนท่ี ๖๑ นี้ ได้จาก Chapter 18 ชอ่ื Self-Awareness as
Learners และเปน็ เรือ่ งของ SET 41 : Learning Logs

บทที่ ๑๘ วา่ ดว้ ยเร่ืองการมสี ติอยู่กับการเรียน เปน็ เทคนิคที่ชว่ ยให้
ผู้เรียนไตร่ตรองทบทวนการเรียนของตน เกิดความเข้าใจตนเองในเรื่องการ
เรยี น วา่ มสี ไตลก์ ารเรยี นอยา่ งไร ชอบ-ไมช่ อบอะไร เขา้ ใจพฒั นาการในทกั ษะ
การเรยี นรขู้ องตน ผมคิดวา่ บทนี้เน้นที่ Learning How To Learn หรอื การ
พฒั นาทักษะการเรียนรู้ (Learning Skils) น่นั เอง

บทที่ ๑๘ น้ี ประกอบดว้ ย ๕ เทคนิค คอื SET 41 - 44 จะนา� มา
บันทึก ลปรร. ตอนละ ๑ เทคนคิ

316 สนกุ กบั ​การเรยี น​ในศ​ ตวรรษท​ ี​่ ๒๑

SET 41  :  Learning Logs กจิ กรรมหลัก :  การเขียน
โอกาสเรียนออนไลน์  :  สูง
จุดเน้น  :  รายบคุ คล
ระยะเวลา  :  หลายคาบ

ครใู หใ้ บงานชดุ หนง่ึ ใหผ้ เู้ รยี นสะทอ้ นความคดิ เกยี่ วกบั การเรยี นของ
ตนในหลากหลายรูปแบบตลอดเทอม โดยเขยี นเปน็ รายงานสง่ ครู ถือเป็นการ
ทำ� งานในรายวชิ า และมีคะแนน

บันทกึ การเรียน เป็นเคร่อื งมอื ให้ผู้เรียนท�ำความเขา้ ใจตนเอง เกี่ยว
กบั วธิ ีเรียน และสไตล์การเรยี นรู้  การมเี วลาไตร่ตรองเพือ่ ตอบโจทย์เก่ยี วกับ
การเรียนของตน และเขียนบันทึก ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจรูปแบบการเรียนของ
ตน วนิ จิ ฉัยข้อเดน่ และข้อด้อย ในการเรียนของตน และหาทางแก้ปัญหาการ
เรยี นของตน ชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นพฒั นาทกั ษะการเรยี น  สกู่ ารเปน็ ผทู้ ก่ี ำ� กบั ดแู ลการ
เรียนของตนเองได ้ รวมทง้ั ได้ทำ� ความเขา้ ใจวา่ ตนเองได้อยู่ในสภาพท่เี รียน
อยา่ งได้รบั ความท้าทายเหมาะสมแล้ว เพ่ือประสทิ ธิภาพสงู สุดของการเรียน
ขัน้ ตอนด�ำเนนิ การ
๑. ครกู ำ� หนดประเด็นในบันทกึ ว่าจะใหบ้ นั ทึกเรอื่ งอะไร ตอ้ งการให้

ผู้เรียนสะท้อนความคิดเกี่ยวกับทักษะ หรือความรู้ในลักษณะ
ใด แล้วจึงเขียนค�ำสั่ง หรือแนวทางการเขียนบันทึกของผู้เรียน 
โดยครูอาจเขียนวัตถุประสงค์ของรายวิชาลงไปก่อน  แล้วต้ัง
คำ� ถาม เชน่ “ผเู้ รยี น ไดบ้ รรลเุ ปา้ หมายเหลา่ นแี้ คไ่ หน”  “ผเู้ รยี น
ใชย้ ทุ ธศาสตร์ และความพยายามอยา่ งไรบา้ ง เพอื่ บรรลเุ ปา้ หมาย
นี้” หรืออาจต้ังค�ำถามเกี่ยวกับกิจกรรมบางกิจกรรม เช่น “ใน
กจิ กรรมน้ี สว่ นไหนของกจิ กรรมทท่ี ำ� ใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ รยี นรมู้ ากทส่ี ดุ  

วจิ าร​ณ พานิช ​317

เพราะอะไร”  “ส่วนไหนของกจิ กรรมทีผ่ ู้เรียนจะทำ� แตกต่างออก
ไปในคราวหนา้  เพราะอะไร”  “ถา้ มีเวลามากกวา่ น้ี จะท�ำอะไร
อีก”  “ส่ิงท่ีการเรียนวันน้ี ต่อยอดจากความรู้ท่ีได้เมื่อวาน คือ
อะไร”  ความเหน็ ของผม  ครอู าจฝกึ ใหผ้ เู้ รยี นทำ�  BAR และAAR
เป็น  แล้วให้ผูเ้ รยี นเขียนบนั ทกึ แบบ BAR ละ AAR
๒. เขยี นใบงาน  ทบี่ อกเปา้ หมายของการเขยี นบนั ทกึ   บอกขอ้ ตกลง
ความถข่ี องการเขยี นบนั ทกึ แนวทางเขยี นบนั ทกึ และใหต้ วั อยา่ ง
ตัวอย่าง
วชิ าสมั มนาส�ำหรบั ผเู้ รยี นปี ๑
ครทู ส่ี อนวชิ านร้ี ว่ มกนั หลายคนเหน็ พอ้ งกนั วา่ ควรใชเ้ ทคนคิ “บนั ทกึ
การเรยี น” ชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นประสบความส�ำเรจ็ ในการเรยี นมากขน้ึ  จงึ ทำ� กระดาษ
ตารางใหผ้ เู้ รยี นแตล่ ะคนกรอกเปน็ รายสปั ดาห ์ วา่ ตนใชเ้ วลาเทา่ ไรในการเรยี น
แตล่ ะวชิ า  เรยี นดว้ ยกจิ กรรมอะไรบา้ ง ไดร้ บั เกรดเทา่ ไรจากการบา้ น เปน็ ตน้  
และผเู้ รยี นพบกับอาจารย์ทปี่ รึกษาอย่างสมำ�่ เสมอ เพอื่ รว่ มกันประเมินบันทกึ
การเรยี น  และหาทางช่วยใหผ้ เู้ รยี นประสบความส�ำเรจ็ ในการเรยี นดยี ่ิงข้ึน
วิชาสอื่ สารด้วยวาจา
ครูกำ� หนดค�ำถาม ๒๒ ขอ้ เพอ่ื ให้ผู้เรยี นท่ีลงเรยี นวิชาน้ีตอบตลอด
ภาคการศึกษา  หนังสือยกตัวอย่าง ๓ ข้อแรก ดังนี้
f ขอ้ ๑  จงกำ� หนดแผนการท�ำงาน วา่ ผเู้ รยี นจะท�ำการบา้ นขอ้ ไหน
บ้าง ท�ำไมจึงเลือกข้อน้ัน ผู้เรียนคิดว่าการเลือกนี้สะท้อนความ
ชอบการเรยี นแบบไหน  ทำ� ไมผู้เรยี นจงึ คดิ ว่า ครูควรมที างเลือก
การบ้านให้แก่ผู้เรียน ผู้เรียนคิดว่าแนวทางเช่นนี้จะมีผลต่อการ
เรียนของผู้เรยี นหรือไม่ เพราะอะไร

318 สนกุ กบั ​การเรยี นใ​นศ​ ตวรรษท​ ่ี ๒๑

f ข้อ ๒ ทำ� ไมมหาวิทยาลัยจึงก�ำหนดให้วชิ าสือ่ สารดว้ ยวาจาเป็น
วชิ าบังคบั   ถ้าไมบ่ ังคับผ้เู รยี นจะลงเรียนไหม  ทำ� ไมไมล่ ง  ใน
ภาพรวมผู้เรียนประเมินทักษะด้านการสื่อสารของตนเองเป็น
อย่างไร  ใหอ้ า่ นหนังสอื หนา้ … และตง้ั เป้าหมาย ๑ อยา่ ง ที่
ตนเองจะได้จากช้ันเรยี นน้ี

f ขอ้ ๓  เขียนเรอ่ื งราวของตนเอง เร่ืองการท�ำงานเปน็ ทมี   ปจั จยั
อะไรท่ีทำ� ใหป้ ระสบการณ์นไ้ี ดผ้ ลดี หรอื ไดผ้ ลไมด่ ี  เม่อื ท�ำงาน
กลมุ่ สมาชกิ กลมุ่ แตล่ ะคนมคี วามรบั ผดิ ชอบอยา่ งไร  สมาชกิ คน
หน่ึงจะมีทางส่งเสริมให้สมาชิกอีกคนหนึ่งมีความรับผิดชอบได้
อย่างไร 

การประยุกต์ใช้ออนไลน์
  กำ� หนดให้เขยี น บล็อก ได้งา่ ย โดยครูตอ้ งระวังอย่าก�ำหนดใหเ้ ขียน
เรื่องทีผ่ ู้เรียนไมอ่ ยากเปิดเผย  การเขียน บลอ็ ก แลกเปลี่ยนเรยี นรคู้ วามคิด
ซ่งึ กันและกันระหวา่ งผูเ้ รียนมีประโยชน์มาก
การขยายวธิ กี ารหรอื ประโยชน์
​ f ใหผ้ เู้ รยี นเขยี น “บนั ทกึ สานเสวนา” (Dialogue Journal) ระหวา่ ง

คผู่ เู้ รยี น  ใหค้ นหนง่ึ เขยี นบนั ทกึ ครงึ่ ซา้ ยของหนา้   คเู่ สวนาเขยี น
เสวนาที่คร่งึ ขวา
​ f แทนทจ่ี ะกำ� หนดคำ� ถามใหเ้ ขยี นตอบ  ครใู หร้ ายการประโยคทคี่ รู
เขยี นขนึ้ ต้น ให้ผเู้ รยี นเขียนเติม  เช่น
​ f วันนก้ี ารเรียนของฉันไดผ้ ลดี (ไม่ได้ผลดี) เพราะ ....
​​ f วนั นฉี้ นั มปี ญั หาในการทำ� .... พรงุ่ นฉ้ี นั จะทำ� ใหมใ่ หไ้ ดผ้ ลดี โดย...

วจิ าร​ณ พานิช ​319

​ f วันน้ีฉันเรียนรู้ไดม้ าก เพราะ .....
​ f วันน้กี ารเรียนของฉนั ก้าวหน้ามาก เพราะ....
​ f ส่วนท่ีง่ายท่สี ุดใน ชนั้ เรยี น / โครงการ / การบา้ น คือ ....
​ f ฉนั ตอ้ งการความชว่ ยเหลอื เรอื่ ง... ดงั นน้ั พรงุ่ นี้(หรอื คนื น)้ี ฉนั จะ....
​ f วันนี้ฉนั ภมู ใิ จตัวเองมาก เพราะ ....
​ f วันนีฉ้ นั เปลี่ยนวธิ ี .... เพราะ ....
​ f สง่ิ ทฉ่ี นั ไดเ้ รยี นร้เู กี่ยวกบั วิธเี รียนของฉนั ในวนั นค้ี อื ....
​ f วนั นีฉ้ นั ใชเ้ วลาได้ดมี าก เพราะ ....
 ​ f ฉันตอ้ งทำ� .... ใหด้ ีขนึ้ ในชน้ั เรียนคร้งั ตอ่ ไป เพราะ ....
ค�ำแนะนำ� เพ่มิ เติม

การเขยี นบนั ทกึ ใชเ้ วลา ครจู งึ ตอ้ งพยายามอยา่ งมาก ทจี่ ะแสดงใหผ้ ู้
เรยี นเหน็ ประโยชน ์ ครตู อ้ งคดิ คำ� ถามอยา่ งประณตี และใหเ้ หน็ ชดั เจนวา่ เชอ่ื ม
โยงกับวิชาท่ีเรียน และต้องอธิบายคุณค่าของการเขียนบันทึกให้ผู้เรียนเข้าใจ
ชัดเจน  อย่าใหผ้ ูเ้ รยี นคดิ วา่ เป็นวิธที ่ีครูหาทางทำ� ให้ผ้เู รยี นมีงานย่งุ

ครูต้องเข้าไปอ่านบันทึกอย่างสม่�ำเสมอ และตอบสนอง หรือใช้
ข้อความในบันทึกตอบสนองผู้เรียน  เพ่ือให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าของการเขียน
บันทึก
เอกสารค้นคว้าเพ่มิ เตมิ
Weimer M. (๒๐๐๒). Learner-centered teaching : Five key changes to
practice. San Francisco : Jossey-Bass, pp. ๒๐๗-๒๐๘.

๒๒ พ.ย. ๕๕

http://www.gotoknow.org/posts/๕๐๙๗๐๕

320 สนุกกบั ก​ ารเรียนใ​นศ​ ตวรรษท​ ี่ ๒๑

๖๒. มสี ติอยกู บั การเรียน (๒)
บนั ทกึ การเรียน

CIQ จะช‹วยสราŒ งความใส‹ใจ และความเขาŒ ใจตนเอง
ในบริบทของการเรียนรŒู และใหผŒ Œูเรยี นพยายามรว‹ ม
สรŒางบรรยากาศของชัน้ เรียนใหเŒ อ้ือตอ‹ การเรยี นรŒยู ่ิงข้นึ
และชว‹ ย feedback แก‹ครู ใหŒเขาŒ ใจปจ˜ จยั ที่มผี ลต‹อ
บรรยากาศการเรยี นรูŒ และหาทางสรŒางบรรยากาศที่ดี

ในตอนท่ี ๖๒ น้ี ไดจ้ าก Chapter 18 ชือ่ Self-Awareness as
Learners และเปน็ เรื่องของ SET 42 : Critical Incident Questionnaire (CIQ)
SET 42 : Critical Incident Questionnaire (CIQ)

จดุ เน้น  :  รายบุคคล กิจกรรมหลัก :  การเขียน

ระยะเวลา  : คาบเดยี ว หรอื  หลายคาบ โอกาสเรยี นออนไลน ์  :  สงู

ครจู ัดท�าแบบสอบถาม ๕ ข้อ เกย่ี วกบั สถานการณ์ท่ีส่งเสรมิ หรือขดั
ขวางการเรยี นรขู้ องผเู้ รยี น ใหผ้ เู้ รยี นกรอกเปน็ ระยะๆ โดยแบบสอบถามเปน็
กระดาษ ๒ แผน่ ซอ้ นกนั เมอื่ เขยี นแผน่ หนา้ กจ็ ะมสี า� เนาตดิ ทแ่ี ผน่ หลงั ดว้ ย ผู้
เรยี นสง่ แผน่ หนา้ ใหค้ รู ตนเองเกบ็ แผน่ หลงั ไว้ เอาไวเ้ ปรยี บเทยี บความกา้ วหนา้
ของตนเอง และเอาไว้ท�าความเข้าใจว่าพฤติกรรมใดของเพ่ือนร่วมชั้น หรือ

วิจาร​ณ​ พานชิ ​​321

ของตนเอง มผี ลดี/ผลเสยี ตอ่ การเรยี นของตน 
CIQ จะชว่ ยสรา้ งความใสใ่ จ และความเขา้ ใจตนเองในบรบิ ทของการ

เรียนรู้ และให้ผู้เรียนพยายามร่วมสร้างบรรยากาศของช้ันเรียนให้เอ้ือต่อการ
เรยี นร้ยู ิ่งข้นึ  และชว่ ย feedback แกค่ รู ให้เข้าใจปจั จยั ท่มี ีผลตอ่ บรรยากาศ
การเรยี นร้ ู และหาทางสร้างบรรยากาศทด่ี ี
ข้ันตอนด�ำเนินการ
๑. ครจู ดั ทำ� แบบฟอรม์ ทมี่ คี ำ� ถามจำ� นวนหนงึ่  และมที วี่ า่ งใหผ้ เู้ รยี น

กรอกคำ� ตอบ เชน่
​ f ชว่ งเวลาใดในสปั ดาหน์ ้ี ในชนั้ เรียน หรอื ตอนท�ำการบา้ น ที่

ผู้เรียนรสู้ กึ มีสมาธิอยู่กับการเรียนมากที่สดุ
f ช่วงเวลาใด ทผี่ เู้ รียนรสู้ กึ ห่างเหนิ การเรียนมากทีส่ ดุ
f พฤติกรรมใดของคนในชนั้ ในสัปดาหน์ ้ี ที่ช่วยการเรียนของ

ผเู้ รียนมากทสี่ ุด
f พฤติกรรมใด ท่กี ่อความสบั สนในการเรียนมากที่สุด
f สงิ่ ทกี่ อ่ ความแปลกใจแกผ่ เู้ รยี นมากทสี่ ดุ ในสปั ดาหน์ ค้ี อื อะไร
๒. กำ� หนดว่าจะแจกแบบสอบถามบอ่ ยแค่ไหน  และเตรยี มจัดพมิ พ์

แบบสอบถามใหเ้ พยี งพอ
๓. กำ� หนดรายละเอยี ดอน่ื ๆ เชน่ จะใหผ้ เู้ รยี นสง่ แบบสอบถามทไี่ หน

เมอ่ื ไร จะใหผ้ ูเ้ รยี นลงชอ่ื หรือไม่ เป็นต้น
๔. ตอนตน้ เทอม อธิบายเป้าหมายของ CIQ แกผ่ ู้เรยี น  ย้ำ� วา่ CIQ

จะชว่ ยการเรยี นของผเู้ รยี นและชว่ ยใหค้ รจู ดั การชนั้ เรยี นใหเ้ หมาะ
ต่อการเรยี นของผูเ้ รียนมากทสี่ ุด  รวมท้งั แจง้ รายละเอียดอน่ื ๆ
๕. ในวนั ทกี่ ำ� หนด แจกแบบสอบถาม ใหเ้ วลาผเู้ รยี นกรอก  เมอ่ื เสรจ็
แลว้ ผู้เรยี นแยกกระดาษช้นิ บนเอาไปวางบนโตะ๊ ครู ควำ�่ หน้าลง

322 สนุกกับก​ ารเรยี น​ในศ​ ตวรรษ​ท่ี ๒๑

๖. แจ้งผลของสัปดาห์ท่ีแล้วตอนต้นของสัปดาห์ถัดไป เน้นที่ความ
กา้ วหนา้ ของผเู้ รยี นในความเขา้ ใจทกั ษะการเรยี นร/ู้ ความสามารถ
ในการเรียนร้/ู นิสัยด้านการเรียนรู้ ของตน  และเน้นพฤตกิ รรมที่
เป็นปญั หา เชน่ ผ้เู รียนทีพ่ ดู มากเกนิ ไป  ความไม่เออื้ เฟ้ือระหวา่ ง
กนั เป็นต้น 

ตัวอย่าง
วชิ าจติ วิทยาทัว่ ไป

เปน็ วชิ าการศกึ ษาทวั่ ไป ทช่ี นั้ เรยี นใหญม่ าก และครพู บวา่ ในปกี อ่ นๆ
มีปัญหาในช้ันเรียนมาก ได้แก่ การพูดคุยท�ำเสียงดังระหว่างเวลาเรียน ไป
จนถงึ ทะเลาะววิ าทหรอื มขี อ้ โตแ้ ยง้ กนั รนุ แรงระหวา่ งการอภปิ รายในชนั้  ครจู งึ
เพิ่มค�ำถามลงในแบบสอบถามผู้เรียน ท่ีให้ผู้เรียนกรอกในวันแรกของช้ัน
เรียน ว่า “ในทัศนะของผู้เรียนบรรยากาศในชั้นเรียนท่ีเอ้ือต่อการเรียนเป็น
อยา่ งไรบา้ ง”  ไดค้ �ำตอบตอ่ ไปนี้ “ต้ังใจฟงั การบรรยาย”  “อภปิ รายกนั อยา่ ง
เขม้ ขน้ ”  “ผเู้ รยี นเตรยี มตวั กอ่ นเขา้ ชน้ั เรยี น”  “เคารพความเหน็ ทตี่ า่ ง”  “รว่ ม
กิจกรรม” “ความไว้วางใจระหวา่ งผู้เรียนและระหวา่ งผ้เู รียนกบั คร”ู   เปน็ ต้น

ในวนั ตอ่ มา ครแู จง้ ผลของการกรอกแบบสอบถาม และบอกวา่ ครเู หน็
ด้วยกับความเห็นของผู้เรียน  และยินดีร่วมกับผู้เรียนในการสร้างสภาพ
ห้องเรียนทผ่ี ้เู รียนต้องการ แลว้ จึงอธบิ ายว่าครูจะใชเ้ คร่อื งมือ CIQ ช่วยการ
ติดตามตรวจสอบผลการสรา้ งบรรยากาศท่ผี เู้ รยี นต้องการ   
วชิ าจุลชีววทิ ยา

ครตู อ้ งการชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นประเมนิ พฤตกิ รรมของตนเองระหวา่ งฟงั การ
บรรยาย วา่ ชว่ ยใหเ้ กดิ การเรยี นรทู้ ด่ี เี พยี งใด จงึ ใช้ CIQ ทมี่ คี ำ� ถามตอ่ ไปน ้ี  

วิจาร​ณ พานิช ​323

๑. ผูเ้ รยี นมีสมาธอิ ยู่กับการบรรยายแคไ่ หนระหว่างการบรรยาย ๒๐
นาที  ใจวอกแวกบ้างไหม ดึงความสนใจกลับมาอย่างไร

๒. ผูเ้ รยี นจดบนั ทึกอย่างไร จดไดด้ ีไหม
๓. ผเู้ รียนเชอ่ื มโยงความรใู้ หม่ กับความรู้เก่าอยา่ งไร
๔. ผเู้ รยี นคาดหวังอะไร ในการบรรยายครงั้ ต่อไป  ท�ำไม
๕. ผู้เรียนจะเพ่ิมผลการเรียนจากวิชาน้ีได้อย่างไร  มีค�ำแนะน�ำครู

ให้ปรบั ปรงุ การบรรยายอย่างไร 
ในช่วงตน้ ๆ ของรายวชิ า ระหวา่ งการบรรยาย ครูหยดุ บรรยาย และ
ขอให้ผู้เรียนแต่ละคนไตร่ตรองพฤติกรรมของตนเองระหว่างท่ีครูบรรยาย ให้
เวลาคิด ๒ นาที แล้วครแู จกแบบสอบถาม CIQ  เมื่อผเู้ รยี นกรอกเสร็จ ก็ให้
ผู้เรียนจับคู่กับเพื่อนที่น่ังข้างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในการเพ่ิม
ประสทิ ธภิ าพการฟงั และจดการบรรยาย และการมสี มาธเิ พอ่ื ใหเ้ รยี นรไู้ ดด้ ขี นึ้  
ครจู ดั กจิ กรรมเชน่ นอี้ กี ๒ ครง้ั คอื ชว่ งกลางเทอม กบั ชว่ งปลายเทอม  ในชว่ ง
ปลายเทอม ครถู ามผูเ้ รยี นว่า พฤตกิ รรมการฟังการบรรยายเปลย่ี นไปหรือไม่
ถ้าเปลย่ี น เปลีย่ นไปอยา่ งไร
การประยกุ ต์ใชอ้ อนไลน์
 ถา้ software ของรายวชิ ามเี ครอื่ งมอื สอบถามแบบไมเ่ ปดิ เผยชอื่  ครู
ควรใชใ้ หผ้ เู้ รยี นตอบแบบสอบถาม แลว้ นำ� ผลมาแจกแจงเปน็ การกระจายทาง
สถติ ิ และแจง้ ใหผ้ ูเ้ รียนทราบ และรว่ มกันอภิปรายผล
คำ� แนะนำ� เพิ่มเติม
การจัดเวลาให้กรอกแบบสอบถามที่เหมาะสม ที่จะให้ผู้เรียนต้ังใจ
ตอบ มีความส�ำคัญ

324 สนกุ กับ​การเรยี น​ใน​ศตวรรษท​ ่ี ๒๑

การให้ผู้เรียนกรอกโดยไม่ระบุชื่อ มีความส�ำคัญต่อการได้ค�ำตอบท่ี
จริงใจ ไม่เกรงใจ แต่การรู้ชื่อผู้เรียนท่ีกรอก ก็จะช่วยให้ครูประเมินความ
ก้าวหน้าของผู้เรียนได้  ครูต้องการเน้นประโยชน์ส่วนไหนเป็นหลัก ต้อง
พิจารณาเอาเอง 
เอกสารค้นคว้าเพิ่มเตมิ
Brookfield SD, Preskil S. (๑๙๙๙). Discussion as a way of teaching :
Tools and techniques for democratic classrooms.San Francisco : Jossey-
Bass, pp. ๔๘-๕๐.

๒๓ พ.ย. ๕๕
http://www.gotoknow.org/posts/๕๐๙๘๒๗

วิจาร​ณ พานชิ ​325

๖๓. มีสติอยูกบั การเรียน (๓)

สูเปา หมาย

ผลการวิจัยดาŒ น Goal Theory บอกวา‹
ควรกาํ หนด “เป‡าหมายการเรยี น” (learning goals)

มากกว‹า
“เปา‡ หมายขีดความสามารถ” (performance goals)

ในตอนท่ี ๖๓น้ี ได้จาก Chapter 18 ชื่อ Self-Awareness as
Learners และเปน็ เรอ่ื งของ SET 43 : Go for the Goal

SET 43 : Go for the Goal

จดุ เนน้   :  รายบุคคล กิจกรรมหลกั  :  การเขียน

ระยะเวลา  : คาบเดยี ว หรอื  หลายคาบ โอกาสเรียนออนไลน ์  :  สูง

การมีเป้าหมายท่ีแจ่มชัด ช่วยให้ต้ังใจและพยายามเรียน เทคนิคน้ี
ก�าหนดให้ผู้เรียนก�าหนดรายการเป้าหมายการเรียนของตน ในช่วงต้น
เทอม เพ่ือช่วยให้ผู้เรียนต้ังเป้าหมายของตนเอง ซ่ึงจะช่วยให้ผู้เรียนมีสมาธิ
จดจอ่ อยกู่ บั การเรียน ใชเ้ วลา ความพยายาม และอื่นๆ เพื่อบรรลุเปา้ หมาย
น้ัน

326 สนกุ กบั ก​ ารเรียน​ในศ​ ตวรรษ​ที่​๒๑

และชว่ ยให้ผ้เู รยี นมบี นั ทกึ ไวต้ รวจสอบตนเอง ว่าการเรียนรู้ก้าวหน้า
ไปถงึ ไหนแลว้  จะบรรลเุ ปา้ ทก่ี ำ� หนดไวห้ รอื ไม ่ หากผเู้ รยี นถกู ดงึ ดดู ความสนใจ
ไปทเ่ี รอ่ื งอนื่ จะไดม้ สี ตดิ งึ ตนเองกลบั มาทำ� งานเพอ่ื เปา้ หมายการเรยี นทตี่ นเอง
ก�ำหนดไว้  
ข้นั ตอนดำ� เนินการ
๑. ครใู ชเ้ วลาไตรต่ รองและเขยี นเปา้ หมายการเรยี นรทู้ ตี่ นตอ้ งการให้

ผเู้ รยี นบรรลุ ในรายวชิ าทตี่ นสอน เอาไวเ้ ปรยี บเทยี บกบั เปา้ หมาย
ของผู้เรียน  เพอ่ื จะได้พจิ ารณาตัดสนิ ใจวา่ ครูจะปรบั เป้าหมาย
ของตนให้สอดคลอ้ งกบั เปา้ หมายของผูเ้ รียนหรือไม่ เพียงไร 
๒. ครตู ัดสนิ ใจวา่ จะใช้เทคนคิ น้ีในระดบั รายวิชา หรือรายกจิ กรรม
หรอื จะใชห้ ลายๆ ครงั้ ในเทอม  รวมทง้ั ตดั สนิ ใจวธิ ตี ดิ ตามความ
ก้าวหนา้ โดยครู และโดยผู้เรยี นเป็นผูต้ ิดตาม
๓. เขยี นคำ� แนะนำ� แนวทางการเขยี นเปา้ หมายการเรยี นรู้ สำ� หรบั แจก
ผู้เรยี น (ดูทหี่ ัวขอ้ ค�ำแนะนำ� เพ่ิมเตมิ )   
ตวั อยา่ ง
วิชาสถิตเิ บือ้ งตน้
ครูสังเกตว่า ผเู้ รียนกลวั วชิ านี้ และมกั ตัง้ เป้าเรียนเพยี งผวิ เผนิ พอให้
สอบได้ มผี ลใหผ้ ูเ้ รียนไมไ่ ด้เรียนรู้หลกั การท่ีแท้จรงิ ของวชิ าสถติ ิ ที่จะตดิ ตัว
ไปทำ� ประโยชน์แกช่ ีวิตในภายหนา้  
ครจู งึ ดำ� เนนิ การเพอื่ ใหผ้ เู้ รยี นมที ศั นคตเิ ชงิ บวกตอ่ วชิ าน ้ี และพฒั นา
เปา้ หมายของการเรยี นเพอื่ การเรยี นรทู้ ลี่ กึ ซง้ึ  โดยในชวั่ โมงแรกของวชิ า ครใู ห้
ผเู้ รยี นจบั กลมุ่ อภปิ รายกนั วา่ ผเู้ รยี นจะรว่ มมอื ชว่ ยเหลอื กนั ใหบ้ รรลเุ ปา้ หมาย

วจิ าร​ณ พานชิ ​327

การเรียนรู้วิชาน้ีได้อย่างไร แล้วให้อภิปรายทั้งชั้น  โดยครูต้ังใจฟังและเสนอ
แนะเป็นช่วงๆ ว่าครจู ะปรบั กระบวนการเรียนการสอน เพ่อื ช่วยใหบ้ รรลุเปา้
หมายน้ันๆ ได้อย่างไรบา้ ง   
การประยุกต์ใชอ้ อนไลน์

ใชอ้ อนไลน์ ไดง้ า่ ย โดยตอนตน้ เทอม ใหผ้ เู้ รยี นแตล่ ะคนคดิ เปา้ หมาย
ของตน และเรยี งล�ำดบั ความส�ำคัญไว้ แลว้ ลงเปา้ หมายตวั แรก (หรือตวั ที่ ๒)
บนออนไลน์ discussion forum ของวชิ า โดยกำ� หนดให้ลงเฉพาะที่ไมซ่ ้�ำกับ
ของเพอ่ื น และครกู ต็ อบสนองรายการเปา้ หมายของผเู้ รยี นโดยลงรายการของ
ครู เพอื่ ใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ ปรยี บเทยี บ  วธิ นี จ้ี ะชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ ขา้ ใจเปา้ หมายของ
วชิ า และของตนเอง ได้ชดั ขน้ึ

ครูอาจใช้เทคนิคน้ีช่วยให้ผู้เรียนติดตามความก้าวหน้าในการเรียน
ของตนเอง  ครูอาจก�ำหนดให้ผู้เรียนแต่ละคนเขยี นรายการเปา้ หมายไว ้ แลว้
เขยี นบันทึกจากการท�ำ AAR/reflection การบรรลุเปา้ หมาย เปน็ ระยะๆ 
การขยายหรอื ปรบั ปรงุ วิธีการ
f ใช้เทคนิคน้ีเพ่ือช่วยให้ผู้เรียนตรวจสอบการบรรลุ “เป้าหมาย

รายทาง” ในการเรยี นของตนตามทต่ี งั้ เปา้ หมายไว ้ วา่ ตนไดเ้ รยี น
มาถกู ทาง หรอื เพอ่ื ใหค้ รไู ด้ feedback ชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นทเี่ ฉไฉ กลบั
มาเดนิ ตรงทาง
f ให้ผู้เรียนจัดเรียงล�ำดับเป้าหมายตามความส�ำคัญ แล้วให้เรียง
ใหม่ตามเกณฑ์อ่ืน เช่นตามความยาก ตามเวลาท่ีต้องใช้เพื่อ
บรรลุเป้าหมาย เป็นต้น
f ให้ผูเ้ รียนเขียนอธบิ ายแตล่ ะเปา้ หมาย เพ่อื ตอบคำ� ถามทีก่ ำ� หนด

328 สนุกกบั ก​ ารเรียน​ใน​ศตวรรษ​ที่ ๒๑

เช่น “ท�ำไมฉันจึงต้องการบรรลุเป้าหมายน้ี” “ฉันต้องการการ
สนบั สนนุ อะไรบา้ งเพ่ือบรรลุเปา้ หมายนี้ (เช่น คน สงิ่ ของ สถาน
ท่)ี ”
f ให้ผู้เรียนแตกเป้าหมายใหญ่เป็นเป้าหมายย่อยๆ (เป้าหมาย
รายทาง) ที่ผูเ้ รยี นสามารถบรรลไุ ดท้ ีละข้นั
f ใชร้ ว่ มกบั เครอ่ื งมอื อนื่ เชน่ “กระดานตวั เลอื ก” (Choice Boards)
เพ่ือหนุนให้ผู้เรียนเป็นตัวของตัวเอง “กระดานตัวเลือก” อาจมี
ลักษณะเปน็ ตาราง ๓x๓  ท่ีมตี วั เลือกเปา้ หมาย  และตวั เลือก
ระดบั ความลึกซงึ้ ของการบรรลเุ ปา้ หมาย เชน่ การบรรลุความรู้
และทกั ษะ สงั เคราะหค์ วามเขา้ ใจ ไปจนถงึ สามารถสะทอ้ นความ
คดิ ประเดน็ สำ� คญั  ผเู้ รยี น คนหนงึ่ อาจเลอื ก (๑) มหี วั ขอ้ วจิ ยั ใน
พนื้ ทข่ี องท้องถน่ิ (เลอื ก ๑ ใน ๓ พ้นื ท่)ี   (๒) ท�ำงานวจิ ยั น้คี น
เดียว, รว่ มกับเพื่อน ๑ คน หรือ เป็นทีม ๓ - ๕ คน  (๓) สื่อสาร
ความรทู้ ี่ได้ โดยเขยี นบทความวจิ ัยตามปกติ สร้างเว็บเพจ หรือ
นำ� เสนอเปน็ presentation ในห้องเรียน
จัดให้มีกิจกรรมในตอนท้ายของเทอม เพ่ือให้ผู้เรียนท�ำความเข้าใจ
ความส�ำเร็จของตน และเฉลมิ ฉลองความสำ� เร็จ   
ค�ำแนะนำ� เพ่มิ เติม
ผเู้ รยี นสว่ นใหญต่ อ้ งการตวั ชว่ ยในการกำ� หนดเปา้ หมายการเรยี น  ครู
อาจช่วยโดยจัดรายการของเป้าหมาย ส�ำหรับเป็นแนวทางในการยกร่างเป้า
หมายการเรยี นวชิ านน้ั ของตนเอง โดยครอู าจศกึ ษาจาก TGI (TeachingGoals
Inventory)  ซง่ึ มีเป้าหมายตวั อย่าง ๕๒ ตัวอยา่ ง จดั กลมุ่ เปน็ ๖ กลมุ่ คือ

วิจาร​ณ พานิช 3​ 29

(๑) ทกั ษะการคดิ ระดบั สงู   (๒) ทกั ษะในการบรรลเุ ปา้ หมายทางวชิ าการเบอื้ ง
ตน้  (๓) ความรแู้ ละทกั ษะทจ่ี �ำเพาะตอ่ สาขาวชิ า  (๔) วชิ าศลิ ปะวทิ ยาศาสตร์
กับคณุ คา่ ทางวชิ าการ  (๕) การเตรียมตวั สทู่ ำ� งานและอาชพี   (๖) การพฒั นา
ตนเอง 

แตห่ ลักการทแี่ นะน�ำไวใ้ น TGI เปน็ แนวทางกว้างๆ  ต้องเอามาปรับ
ให้เหมาะสมต่อแต่ละรายวิชา (และแต่ละบริบทสังคมของผู้เรียน เช่น
ประเทศไทย - ผมเสนอแนะเอง)

ผลการวจิ ยั ดา้ น Goal Theory บอกว่า ควรก�ำหนด “เป้าหมายการ
เรยี น” (learning goals) มากกวา่ “เปา้ หมายขดี ความสามารถ” (performance
goals) ผเู้ รยี นทีม่ ่งุ เรียนเพอ่ื บรรลุขีดความสามารถ จะมองกิจกรรมการเรียน
เป็นการทดสอบความสามารถของตน เป้าหมายแรกคือเพ่ือยกระดับตัวตน
และช่ือเสยี งของตนในทา่ มกลางเพอ่ื นๆ และครู วา่ เปน็ คนเก่ง ตอ้ งการความ
เปน็ คนเกง่ เป็นเปา้ หมายหลัก จึงหลกี เล่ยี งบทเรยี นยากๆ ละทิง้ บทเรียนทีจ่ ะ
ทำ� ใหต้ นเสยี ฐานะคนเกง่ เขา้ ไปเนน้ การเรยี นแบบผวิ เผนิ ทจี่ ะทำ� ใหไ้ ดผ้ ลเรยี น
ดีโดยง่าย 

แตผ่ เู้ รยี นทเ่ี นน้ ทผี่ ลการเรยี นร ู้ จะเนน้ ทผ่ี ล ความรู้ ทกั ษะ และ ความ
เข้าใจ ตามเป้าหมายของวิชา ผู้เรียนท่ีมีเป้าหมายแบบน้ี จะเผชิญอุปสรรค
หรือความยากลำ� บากในการเรียนด้วยความเขา้ ใจวา่ น่ันคอื สว่ นหนึ่งของการ
เรียนรู้ ผู้เรียนกลุ่มนี้จะใช้เทคนิคการเรียนท่ีช่วยให้เข้าใจลึก เช่น การเขียน
หรอื กลา่ วใหมต่ ามความเขา้ ใจของตนเอง (paraphrasing) ซง่ึ จะชว่ ยเชอ่ื มโยง
ความรใู้ หมเ่ ขา้ กบั ความรู้เดมิ

แนวทางแนะแนวผู้เรียนให้ก�ำหนดเปา้ หมายการเรยี นทถ่ี กู ต้อง มีอยู่
ในเอกสารเก่ียวกับ learning outcome  โดยมลี ักษณะของเปา้ หมายที่ดี ที่

330 สนุกกับก​ ารเรยี นใ​น​ศตวรรษท​ ่ี ๒๑


Click to View FlipBook Version