อาจเรียนผสมกบั เคร่อื งมือชนิดอ่ืน เชน่ SET ๒๐ : Poster Session (ยงั
บนั ทกึ ไม่ถึง) หรือร่วมกับเทคนิค รายงานต่อเพ่อื นรว่ มชัน้ เช่นตัวอย่าง
f ทีมรายงาน : ผู้เรียนผลัดกันน�ำเสนอต่อเพื่อร่วมช้ัน แล้ว
ตอบคำ� ถามจากผู้ฟงั
f ทีมเวียน : ทีม ก ไปน�ำเสนอให้ทมี ข ฟงั และตอบ
คำ� ถาม แลว้ เปลยี่ นให้ทมี ข น�ำเสนอ
f เกม ๓ อย่ ู ๑ ไป : สมาชกิ ทีม ก ๑ คน ไปจากกลุ่ม ไป
น�ำเสนอตอ่ ทมี ข ในขณะท่ีสมาชกิ ทีม ก ที่เหลอื รับฟงั
การนำ� เสนอจากสมาชิกจากทีม ค ๑ คน ทีม่ านำ� เสนอ
ครตู อ้ งทำ� ความเขา้ ใจกบั ผเู้ รยี นวา่ แตล่ ะคนตอ้ งพฒั นาทกั ษะทห่ี ลาก
หลายในด้านการวเิ คราะห์ เพ่ือประโยชนใ์ นชวี ติ ของตน เพอื่ ใหผ้ ้เู รียนเต็มใจ
ออกมาจาก comfort zone ออกมาทำ� หน้าทแ่ี สดงบท (เพ่อื ฝึกหัด) ทักษะให้
ไ ดค้ รบทกุ บทบาท
เอกสารค้นควา้ เพ่มิ เติม
Barkley EF, Cross KP, Major CH. (๒๐๐๕). Collaborative learning
techniques: A handbook for colege faculty. San Francisco : Jossey-
Bass.
๑๙ ต.ค. ๕๕
http://www.gotoknow.org/posts/๕๐๖๒๔๘
วิจารณ พานิช 1 81
๓๔. เทคนคิ ดึงความสนใจผูเรียน (๑๔)
สโมสรหนงั สอื
โดยการเลือกอานหนังสือทค่ี รกู ําหนด
แลวนาํ มาอภิปรายกับเพือ่ นๆ
ในทมี (สโมสร) ตามคําถามทคี่ รกู ําหนด หรือจะใหผ ู
เรยี นรว มกันกําหนดประเดน็ คําถามก็ได
การอภปิ รายอาจทาํ ในเวลาเรยี น นอกชั้นเรยี น
หรอื ออนไลน ก็ได
ในตอนที่ ๓๔ น้ี ไดจ้ าก Chapter 13 ช่ือ Analysis and Critical
Thinking และเป็นเรอ่ื งของ SET 14 : Book Club
SET 14 สโมสรหนังสอื
จดุ เนน้ : ความร่วมมือ กจิ กรรมหลัก : อา่ น, อภปิ ราย, น�าเสนอ
ระยะเวลา : หลายคาบ โอกาสเรยี นออนไลน ์ : สูง
เป็นเครอื่ งมอื ฝกึ ผู้เรียนใหม้ ที ักษะด้าน การอ่าน การอภิปราย และ
การน�าเสนอ โดยการเลือกอ่านหนังสือที่ครูก�าหนด แล้วน�ามาอภิปรายกับ
เพือ่ นๆ ในทมี (สโมสร) ตามคา� ถามทค่ี รกู �าหนด หรอื จะให้ผู้เรียนร่วมกัน
ก�าหนดประเด็นค�าถามก็ได้ การอภิปรายอาจท�าในเวลาเรียน นอกช้ัน
เรยี น หรือออนไลน์ ก็ได้
182 สนุกกบั การเรียนในศ ตวรรษท ่ี ๒๑
เมอื่ จบ แต่ละสโมสรน�ำเสนออย่างเป็นทางการตอ่ เพอื่ นรว่ มชัน้ เพ่ือ
เสนอผลการสงั เคราะหส์ ่ิงท่ไี ด้เรียนรู้ตามประเดน็ ที่ก�ำหนด
ขั้นตอนดำ� เนนิ การ
๑. ครูหาหนังสือ ๓ - ๕ เลม่ ทใี่ ห้มุมมองที่แตกตา่ งกันตามเนื้อหา
ในรายวชิ า และกำ� หนดค�ำถามเป็นแนวทางอภิปราย
๒. กำ� หนดปฏทิ นิ เพื่อแบง่ เวลาเปน็ ช่วงๆ สำ� หรับการอา่ นและการ
อภปิ ราย ในแตล่ ะ “สโมสร”
๓. เขียนแนวทางด�ำเนินการสโมสรหนังสือ และก�ำหนดการต่างๆ
แจกผู้เรียน
๔. เขยี นสรปุ ยอ่ สาระของหนงั สอื แตล่ ะเลม่ ระบวุ า่ มปี ระโยชนต์ อ่ เปา้
หมายการเรยี นรใู้ นรายวชิ านนั้ อยา่ งไร มคี วามนา่ สนใจตอ่ ผเู้ รยี น
อย่างไร และท�ำใบลงชื่อสมัครเพื่อให้ได้สมาชิกของสโมสรน้ัน
๕ - ๗ คน โดยอาจมมี ากกวา่ ๑ สโมสร ทอี่ า่ นหนงั สอื เลม่ เดยี วกนั
๕. ด�ำเนินการลงทะเบยี นสมาชกิ ของแต่ละสโมสร
๖. ผ้เู รยี น สมาชกิ อา่ นและนัดพบกนั เพ่ืออภปิ ราย ลปรร. และเมอ่ื
จบกเ็ ตรียมนำ� เสนอดว้ ยวาจาต่อชั้น
ตัวอย่าง
วชิ ารฐั บาลและการเมอื งอเมรกิ ันเบอื้ งต้น
ศาสตราจารย์ผู้สอนวิชานี้ต้องการให้ผู้เรียนมีความเข้าใจในมิติท่ีลึก
และมติ ชิ วี ติ สว่ นตวั ของประธานาธบิ ดอี เมรกิ นั จงึ เลอื กหนงั สอื ชวี ประวตั ขิ อง
ประธานาธิบดอี เมริกนั ในชว่ งต่างๆ กนั แล้วเขยี นแนวทางการอ่าน เพ่อื ให้ผู้
เรียนพุ่งเป้าไปท่ีความสัมพันธ์ระหว่างชีวิตส่วนตัวของประธานาธิบดี (เช่น
ครอบครวั การศกึ ษา ความสมั พนั ธก์ บั ผคู้ น ฯลฯ) กบั นโยบาย และการออก
กฎหมายในช่วงท่ีผู้น้ันเป็นประธานาธิบดี กับผลกระทบต่อตัวประธานาธิบดี
วจิ ารณ พานิช 183
ทีต่ อ้ งอดทนตอ่ แรงกดดนั ด้านต่างๆ ผูเ้ รียนจะเป็นสมาชกิ ของสโมสรใด เปน็
เรื่องของใครสมัครก่อนได้กอ่ น เมอ่ื เตม็ จำ� นวนกป็ ดิ รบั
ครูจัดเวลาเรียนคาบแรกเพื่อการจัดการให้เกิดสโมสร และให้แต่ละ
สโมสรกำ� หนดเวลาอภปิ รายกนั นอกเวลาเรยี น โดยใหเ้ วลาสปั ดาหล์ ะ ๑๐ นาที
ในการปรึกษาเพื่อแกป้ ัญหาของการดำ� เนินการสโมสร
ในสัปดาหส์ ดุ ทา้ ยของภาคเรยี น แต่ละสโมสรน�ำเสนอตอ่ ช้ัน โดยใช้
เ วลา ๑๕ นาที นำ� เสนอข้อสงั เคราะหต์ อบค�ำถามท่ีก�ำหนด
การปรบั ใช้กบั การเรียนออนไลน์
ใช้ได้สะดวกมาก คล้ายออนไลน์ group discussion ใน SET ก่อนๆ
การขยายวธิ ีการ หรือประโยชน์
f แทนท่ีจะให้ต่างสโมสรอ่านหนังสือต่างเล่ม อาจให้ผู้เรียนโหวต
เลือกหนังสือ ๑ เล่ม ทุกสโมสรอ่านและอภิปรายหนังสือเล่ม
เดยี วกัน
f อาจใช้เรียนภาษาต่างประเทศ ให้อ่านหนังสือตามระดับความ
ยากทพ่ี อเหมาะ
f อาจใช้ บลอ็ ก เป็นเครอื่ งมือ ลปรร. ของแตล่ ะสโมสร
คำ� แนะน�ำ
ในการเลอื กหนงั สอื ใหเ้ ลอื กหนงั สอื ทอ่ี ยใู่ นแนวเดยี วกนั โดยอาจเนน้
ประเภท (เช่น ชวี ประวัติ นวนิยายอิงประวตั ิศาสตร์ เป็นต้น) หรอื เน้นน�ำ
เสนอมมุ มองท่ีหลากหลายในเรือ่ งเดียวกัน (เชน่ เพือ่ พฒั นาขีดความสามารถ
หลายวัฒนธรรม)
184 สนกุ กบั การเรยี นในศ ตวรรษที่ ๒๑
บางวิทยาลัยใน สรอ. มีโปรแกรมหนังสือน่าอ่าน หรือมีรายการ
หนังสือที่ได้รับการบริจาคสนับสนุน หากเลือกหนังสืออ่านจากรายการเหล่า
น้ี ก็อาจเป็นแนวทางเช่ือมโยงผู้เรียนเข้ากับขบวนการส่งเสริมการอ่านของ
วิทยาลยั หรอื ของสังคมวงกวา้ งได้
ผูเ้ รียน อาจหมนุ เวยี นกันท�ำหน้าท่ใี นสโมสร เช่น เป็น “คณุ อำ� นวย”
(facilitator) “คุณลิขิต” (recorder) “คุณประสานแผน” (planning
coordinator) เป็นตน้
เอกสารค้นควา้ เพิม่ เติม
www.literaturecircles.com
๒๐ ต.ค. ๕๕
http://www.gotoknow.org/posts/๕๐๖๓๔๖
วจิ ารณ พานชิ 185
๓๕. เทคนคิ ดงึ ความสนใจผูเรยี น (๑๕)
ติวกลมุ ยอย
การติวกลมุ ยอย มีมิตขิ องปฏิสัมพนั ธระหวา งบุคคลสูง
ซ่งึ ครูตอ งฝก ทกั ษะนี้ ตอ งให feedback ท่ชี ัดเจน
แตระวงั อยาทําแรงจนผเู รียนพยายามตอสูปองกนั
ตนเอง
ในตอนท่ี ๓๕ นี้ ได้จาก Chapter 13 ชื่อ Analysis and Critical
Thinking และเป็นเร่ืองของ SET 15 : Smal Group Tutorials
SET 15 Smal Group Tutorials
จดุ เนน้ : ส่วนบุคล และความรว่ มมอื กจิ กรรมหลัก : การเขยี น
ระยะเวลา : หนง่ึ หรือหลายคาบ โอกาสเรียนออนไลน์ : ต่�า
เปน็ เครอื่ งมอื ฝกึ การเขยี น และทกั ษะชนั้ สงู แกผ่ เู้ รยี น โดยครตู วิ ให้
อยา่ งใกล้ชดิ แบบการเรยี นรใู้ นมหาวทิ ยาลัยองั กฤษเก่าแก่ โดยการตวิ ทา� ใน
กล่มุ ผเู้ รียนกลุ่มยอ่ ย ๔ - ๖ คน หลังจากผเู้ รียนเขียนเรยี งความ กน็ า� มาเขา้
กลุ่มติว โดยอ่านบทเรยี งความของตน ครูจะใหผ้ ู้เรียนหยุดเป็นระยะๆ เพอ่ื
ซักถาม ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ทั้งจากการติวของตน และจากการฟังอาจารย์ติว
เพ่อื นในกลมุ่
186 สนุกกับก ารเรยี นในศ ตวรรษท ี่๒๑
นอกจากไดร้ บั การตวิ วิชาการแลว้ ผ้เู รียนจะไดใ้ กลช้ ิดกบั ครู
ขน้ั ตอนด�ำเนนิ การ
๑. กอ่ นเปดิ เทอมครวู างแผนการสอนแบบตวิ กลมุ่ ยอ่ ยน ้ี โดยกำ� หนด
ว่าจะติวบ่อยแค่ไหน แต่ละคร้ังใช้เวลานานเท่าไร กลุ่มละก่ี
คน รวมทง้ั วางแผนกจิ กรรมแตล่ ะครง้ั
๒. ภายในสปั ดาห์แรกของเทอม ก�ำหนดผู้เรียนเขา้ กลมุ่ กำ� หนดวัน
เวลา สถานที่ ของการตวิ กลมุ่ แตล่ ะกลมุ่
๓. กำ� หนดประเดน็ ใหเ้ ขยี น เตรยี มเอกสารแจก และขอ้ กำ� หนดใหท้ ำ�
๔. ในวันติว จัดเก้าอ้ีเป็นวงกลม และก�ำหนดว่าจะให้ใครอ่านใน
ล�ำดับก่อน-หลัง ระหวา่ งท่ีผูเ้ รยี นอ่าน ครขู ดั จงั หวะเพือ่ ซักถาม
หรอื ใหข้ ้อแนะน�ำเปน็ ระยะๆ เม่อื จบ ให้ขอ้ สรปุ บทเรียนรู้ และ
ขอ้ เสนอแนะใหป้ รบั ปรุง โดยอาจเช้ือเชิญผูเ้ รียนคนอน่ื ๆ ให้ร่วม
แสดงขอ้ คิดเห็นดว้ ย
ตวั อย่าง
วชิ าปรชั ญาเบื้องต้น
ศาสตราจารยผ์ สู้ อนวชิ านี้ ตดั สนิ ใจใชก้ ารตวิ กลมุ่ ยอ่ ยเปน็ feedback
ให้แก่ผู้เรียนในช่วงที่ผู้เรียนก�ำลังอยู่ระหว่างเขียนรายงานตอนใกล้จบเทอม
ครูจัดกลุ่มผู้เรียน และก�ำหนดเวลาให้แต่ละกลุ่มได้รับการติวกลุ่มย่อย ๑
ชว่ั โมง ๒ - ๓ สปั ดาหก์ อ่ นกำ� หนดสง่ รายงาน โดยใชเ้ วลาเรยี นตามปกต ิ โดย
ผู้เรียนได้รับค�ำถามล่วงหน้าว่า ความแตกต่างระหว่างสิ่งที่เห็นกับความจริง
เปน็ อยา่ งไร และใหเ้ ลอื กนักปรชั ญาทศ่ี กึ ษาในภาคเรียนนนั้ มา ๑ คน แล้ว
เขยี นเรียงความวา่ นกั ปรัชญาทา่ นนัน้ ไดศ้ ึกษาและมคี วามเห็นเกย่ี วกับเรื่องนี้
อย่างไร
วจิ ารณ พานชิ 1 87
ระหว่างที่ผู้เรียนแต่ละคนอ่านเรียงความของตน ครูให้ค�ำวิพากษ์
และค�ำแนะนำ� ส่ิงทค่ี รตู วิ นอกจากประเด็นตามสาระแล้ว ยังเน้นทกั ษะการ
คดิ อย่างมีวิจารณญาณ ซึง่ ผเู้ รียนทกุ คนในกล่มุ จะไดร้ ับประโยชน ์
ผู้เรียน ได้รับค�ำแนะน�ำให้ปรับปรุงเรียงความหลงั ชัว่ โมงติว และส่ง
ค รทู ัง้ รา่ งแรก และรายงานสดุ ท้าย
การปรบั ใช้กับการเรียนออนไลน์
เทคนคิ นมี้ คี ณุ คา่ ตรงท่ี ครกู บั ผเู้ รยี นมปี ฏสิ มั พนั ธก์ นั เดย๋ี วนนั้ ดงั นน้ั
หากจะใช้ในการเรียนออนไลน์ ก็ตอ้ งใช้เครอื่ งมือท่ใี หป้ ฏิสัมพนั ธต์ รงตัว เช่น
teleconference และ chat ทีส่ ามารถเขยี นโต้ตอบกนั ได้ดว้ ย
การขยายวธิ ีการ หรอื ประโยชน์
f แทนทจ่ี ะใชก้ บั เรยี งความ อาจใชก้ ารตวิ กบั โครงงาน การเรยี นดว้ ย
ตนเอง การวจิ ยั และการอา่ นโดยมีครเู ป็นพเี่ ลย้ี ง
f อาจให้ผู้เรียนช่วย feedback แก่เพ่ือนในกลุ่ม โดยมีการฝึกวิธี
feedback อยา่ งสร้างสรรค์
f อาจใช้ TA ชว่ ยลดภาระของคร ู
คำ� แนะน�ำ
ความทา้ ทายคอื ความพอด ี ตอ้ งไม่ตวิ แบบเลยเถดิ ชว่ ยอุม้ ผเู้ รยี น
จนผู้เรียนขาดโอกาสดนิ้ รนช่วยเหลือตนเอง
การตวิ กลมุ่ ยอ่ ย มมี ติ ขิ องปฏสิ มั พนั ธร์ ะหวา่ งบคุ คลสงู ซงึ่ ครตู อ้ งฝกึ
ทักษะน้ี ตอ้ งให้ feedback ท่ชี ดั เจน แต่ระวังอยา่ ทำ� แรงจนผ้เู รียนพยายาม
ตอ่ สปู้ อ้ งกนั ตนเอง ตอ้ งใหค้ ำ� แนะนำ� แตอ่ ยา่ ใหผ้ เู้ รยี นมงุ่ แตจ่ ะพงึ่ ครู ไมเ่ นน้
188 สนุกกบั ก ารเรยี นในศ ตวรรษท่ี ๒๑
พ่ึงตนเอง คือครูตอ้ งชัดเจนวา่ มงุ่ ใหผ้ เู้ รยี นเรยี นอย่างอสิ ระ พ่ึงตนเอง แตก่ ็
มีครูคอยแนะเมอื่ ตอ้ งการ
ต้องระวังอย่าให้ผู้เรียนบางคนท่ีพูดมาก ชักจูงกลุ่มไปในเร่ืองนอก
เรือ่ ง เวลามนี อ้ ย ต้องพุ่งอยู่ทป่ี ระเดน็ หลกั ผเู้ รยี นพงึ ไดเ้ รยี นร้วู ธิ ใี ช้เวลาที่
มีจ�ำกดั ให้เกิดประโยชน์สงู สดุ
ผู้เรียน หรือครูบางคนอาจไม่ชอบเทคนิคน้ี แต่ชอบปฏิสัมพันธ์ท่ีมี
ระยะห่างมากกว่าการตวิ กล่มุ ย่อย
เอกสารค้นควา้ เพิ่มเตมิ
Lowman J. (๑๙๙๕). Mastering the techniques of teaching. San
Francisco : Jossey-Bass, pp. ๒๑๖-๒๑๙.
๒๑ ต.ค. ๕๕
http://www.gotoknow.org/posts/๕๐๖๔๔๙
วิจารณ พานชิ 1 89
๓๖. เรยี นสงั เคราะหและคดิ สรา งสรรค (๑)
กลุมทาํ แผนทค่ี วามคดิ
เปนเครือ่ งมือฝกการเขียนแผนภาพ ซงึ่ จะชวยเปลย่ี น
สารสนเทศที่ ซบั ซอ นไปเปน สงิ่ ที่เหน็ ดวยตา และเขา ใจ
ในตอนท่ี ๓๖ น้ี ไดจ้ าก Chapter 14 ชื่อ Synthesis and Creative
Thinking และเปน็ เร่ืองของ SET 16 : Team Concept Maps
บทที่ ๑๔ วา่ ดว้ ยเรอื่ งการสงั เคราะหแ์ ละคดิ สรา้ งสรรค์ ประกอบดว้ ย
๗ เทคนคิ คือ SET 16 - 22 จะน�ามาบันทึก ลปรร. ตอนละ ๑ เทคนิค
เทคนิคเหลา่ นี้ ชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นฝกึ ความสร้างสรรค์ ซึง่ หมายถงึ ทกั ษะ
ในการเชื่อมโยงส่ิงท่ีตนรู้อยู่แล้ว กับสิ่งท่ีเรียนรู้ใหม่หรือที่พบโดยไม่คาด
ฝนั เกดิ สง่ิ ใหมท่ ่ีกระตุ้นความสนใจ หรือเกิดการสร้างสรรค์ส่งิ ใหม่ที่ไม่เคย
มีมาก่อน และผู้เรียนได้ฝึกทักษะสังเคราะห์ ซ่ึงหมายถึงการน�าเอาส่ิงที่รู้อยู่
แลว้ กับสิง่ ท่ีเรียนร้ใู หม่ มาผสมกันเป็นส่ิงใหมท่ ีเ่ ป็นภาพรวมใหม่
SET 16 : กลมุ่ ท�าแผนท่ีความคิด
จุดเน้น : ความร่วมมอื กจิ กรรมหลกั : การเขยี นไดอะแกรม
ระยะเวลา : หนึง่ คาบ โอกาสเรียนออนไลน์ : ต�่า
เป็นเคร่ืองมือฝึกการเขียนแผนภาพ ซ่ึงจะช่วยเปลี่ยนสารสนเทศที่
ซับซอ้ นไปเปน็ สิ่งท่เี หน็ ดว้ ยตา และเขา้ ใจง่าย ผเู้ รียนตอ้ งวเิ คราะห์เรือ่ งราว
190 สนกุ กบั การเรียนในศตวรรษที่๒๑
ทซ่ี บั ซอ้ น และสงั เคราะหเ์ ปน็ ขน้ั ตอน หรอื เปน็ ชน้ิ สว่ น ทเี่ ขา้ ใจงา่ ยเมอ่ื นำ� เสนอ
เป็นไดอะแกรม หรือแผนผงั
การเขียนถ้อยค�ำ แนวความคิด หลักการ หรอื กจิ กรรม ออกมาเป็น
ไดอะแกรม นนั้ ตวั ไดอะแกรมอาจเรยี กไดห้ ลายชอ่ื ไดแ้ ก่ Word Web, Mind
Map,Cognitive Map ในทน่ี ใี้ ชช้ อื่ ConceptMap เพอ่ื ใหเ้ ปน็ คำ� กลางๆ ให้
ผ ้เู รยี นใช้ความคดิ สร้างสรรค์ได้เต็มที ่ ว่าจะจดั ทำ� กราฟกิ แบบไหน
ขั้นตอนดำ� เนินการ
๑. เพื่อให้ผู้เรียนรู้จักแผนท่ีแนวความคิด ครูเลือกเรื่องที่เป็นหลัก
การ หรอื กระบวนการ ทมี่ คี วามส�ำคญั ในรายวชิ า สำ� หรบั ทดลอง
ทำ� แผนทแ่ี นวความคดิ เรอ่ื งทเ่ี ลอื กควรมคี วามสมั พนั ธ์ หรอื ความ
เชอื่ มโยงมากๆ
๒. ระดมความคิดเร่ืองน้ันสักครู่ ครูเขียนค�ำส�ำคัญ หรือประโยค
ส�ำคัญ ที่สะท้อนเร่ืองราวหรือประเด็น หรือองค์ประกอบส�ำคัญ
ลงบนกระดานหรอื กระดาษ
๓. เลือกแบบแผนผงั (ไดอะแกรม) ที่จะแสดงภาพความสมั พนั ธ์ได้
ดที สี่ ดุ เชน่ flowchart, spokedwheel, networktree, fishbone,
mind map แล้วครูจัดท�ำตัวอย่างไดอะแกรมแสดงแผนที่แนว
ความคดิ ใหผ้ ูเ้ รียนดู
๔. ท�ำตัวอย่างแผนที่แบบอ่ืน ให้ผู้เรียนได้เห็นว่า สามารถใช้ความ
คดิ สร้างสรรค์ทำ� แผนทคี่ วามคิดไดห้ ลากหลายแบบ
๕. จดั ใหม้ พี น้ื ทเี่ ขยี นรว่ มกนั ในหอ้ งหรอื ในกลมุ่ เชน่ flip chart, white
board เปน็ ตน้ รวมทั้งปากกาเมจกิ หรอื สีเครยอง หลากสี
วิจารณ พานชิ 1 91
๖. จดั ทมี พรอ้ มทง้ั เครอื่ งใชส้ ำ� หรบั ระดมความคดิ ในกลมุ่ และเขยี น
แผนทแี่ นวความคิด พร้อมท้ังมอบโจทย์
๗. มอบหมายใหก้ ลมุ่ ผเู้ รยี นเขยี นคำ� หลกั ประโยคหลกั แลว้ ลากเสน้
เช่ือมโยง เพ่ือเป็นร่างความคิด ร่วมกันตัดสินใจว่าจะเขียน
ไดอะแกรมแบบไหน แลว้ จงึ เขยี นแผนทคี่ วามคดิ นำ� เสนอตอ่ ชน้ั
ตวั อย่าง
วชิ าไฟฟา้ สถติ
ศาสตราจารย์ผู้สอนวิชานี้ ต้องการใช้เทคนิค “ทีมท�ำแผนท่ี
ความคดิ ” สำ� หรบั เรยี นรวู้ ชิ าไฟฟา้ สถติ เรม่ิ จากครบู รรยายโดยฉายภาพดว้ ย
เครอ่ื งฉายภาพขา้ มศรี ษะประกอบ และแบง่ ผเู้ รยี นออกเปน็ กลมุ่ ๓ คน แจก
เครื่องใช้ในการระดมความคิดและเขียนแผนท่ีความคิด หลังจากให้เวลาท�ำ
๑๐ นาที ให้แต่ละกลมุ่ ก�ำหนดผู้น�ำเสนอ ทำ� หน้าท่ีน�ำเสนอตอ่ เพอ่ื นทง้ั ชน้ั
วชิ าประวัตศิ าสตร์ของสหรฐั อเมรกิ า ต้ังแตป่ ี ค.ศ. ๑๘๗๗
ศาสตราจารยผ์ ู้สอนวชิ าน้ีแก่ผเู้ รยี นปี ๑ ตอ้ งการใหผ้ ูเ้ รียนเขา้ ใจวา่
สงครามโลกครง้ั ที่ ๒ มผี ลกระทบอยา่ งซบั ซอ้ นตอ่ ประเทศสหรฐั อเมรกิ าอยา่ งไร
บ้าง จงึ ตง้ั ประเดน็ “ผลของสงครามโลกครง้ั ทสี่ องตอ่ ประเทศสหรัฐอเมรกิ า
สว่ นทอ่ี ยใู่ นทวีปอเมริกา” และแบ่งกล่มุ ผเู้ รยี นเป็นกลมุ่ ละ ๔ คน ให้ระดม
ความคิดและน�ำเสนอเป็นแผนผังความสัมพันธ์ ผู้เรียน กลุ่มหน่ึงให้เน้นที่ผู้
หญงิ การศกึ ษา และเศรษฐกจิ มอบปากกาสปี ระจ�ำตวั ผูเ้ รียนแต่ละคน ส่งิ
ทเี่ ขยี นจงึ สะทอ้ นความคดิ และบทบาทของผเู้ รยี นแตล่ ะคน และเมอื่ สง่ กระดาษ
ผ งั ความคิด ครูจึงสามารถใหค้ ะแนนแก่ผู้เรยี นแต่ละคนได ้
192 สนุกกับการเรียนในศ ตวรรษท่ี ๒๑
วชิ าการออกแบบ ๒ มติ ิ เบ้อื งตน้
เป็นวิชาเบื้องต้นให้ผู้เรียนเรียนหลักการออกแบบ และการประยุกต์
อาจารยผ์ สู้ อนใชเ้ ทคนคิ “กลมุ่ ทำ� แผนทแี่ นวความคดิ ” กระจายอยตู่ ลอดภาค
การศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจมิติที่ซับซ้อนของการออกแบบ การน�ำเสนอ
ความคิดออกมาเป็นแผนภาพ ท่ีครบถ้วนและเข้าใจง่าย อาจารย์สามารถใช้
ผลงานแตล่ ะชว่ งประเมนิ ความกา้ วหนา้ ของการเรยี นรขู้ องผเู้ รยี นได้ วา่ มคี วาม
เขา้ ใจและมีทกั ษะทีซ่ บั ซอ้ น เชือ่ มโยง และครบถว้ น มากขนึ้ เพียงใด
การปรบั ใช้กบั การเรียนออนไลน์
เทคนิคน้ีมีคุณค่าที่ปฏิสัมพันธ์ทันใดหรือเดี๋ยวน้ัน ดังนั้นหากจะใช้
ใ นการเรียนออนไลน์ ก็ตอ้ งมี software ช่วย เช่น Inspiration
การขยายวธิ ีการ หรือประโยชน์
f ใช้กราฟกิ ต่างแบบ เพอื่ แสดงความสัมพนั ธท์ แ่ี ตกต่างกนั
f ใช้กราฟกิ “เหตกุ ารณ์ตอ่ เน่ือง” (series of event chain) เพอื่
บอกข้ันตอนการก่อตัว หรอื ความคลค่ี ลายของเหตุการณห์ นงึ่
f ใช้ Spider Map เพือ่ แสดงภาพความสัมพันธห์ ลายช้นั กบั แนวค
วามคิดแกนกลาง
f ใช ้ Network Tree เพือ่ แสดงชดุ ความสมั พันธ์หลายชัน้
f ใช ้ Fishbone Map บอกความสมั พนั ธ์เชงิ สาเหตุและผลลพั ธ์
f อาจค้น ซอฟทแ์ วร์ ช่วยท�ำกราฟกิ ไดท้ ่ี http://www.graphic.
org/goindex.html หรอื คน้ ใน อนิ เทอรเ์ นต็ ดว้ ยคำ� วา่ “graphic
organizer” + “teach”
วจิ ารณ พานิช 1 93
f นอกจากให้ผู้เรียนท�ำรายการค�ำหลักหรือประโยคหลัก อาจให้
รายการค�ำหลัก และวลีหรือประโยคหลัก แล้วให้ผู้เรียนจัดท�ำ
กราฟกิ บอกความสัมพันธ์ โดยผเู้ รียนอาจเพม่ิ เตมิ แนวความคดิ
เสริมประกอบการท�ำ กราฟิก ได้
ค�ำแนะนำ�
การให้ผู้เรียนจัดท�ำแผนท่ีความคิด เท่ากับเป็นการให้ผู้เรียนฝึกฝน
การท�ำผังเครือข่ายองค์ความรู้ (schemata network) หรือ conceptual
network ท่เี คยลงบันทึกไวแ้ ล้ว น่นั เอง (ดูเร่อื ง schema ได้ทีน่ ่ี http://www.
gotoknow.org/posts/๕๐๒๘๕๒)
ผเู้ รยี นทถ่ี นดั เรยี นดว้ ยจกั ษสุ มั ผสั จะชอบเทคนคิ น ้ี ในขณะทผี่ เู้ รยี น
ท่ถี นัดเรียนด้วยโสตสัมผัสอาจไม่ชอบ
ผเู้ รยี นบางคนอาจรสู้ กึ วา่ การทำ� รายการแนวคดิ และจดั ระดบั แนวคดิ
เปน็ เรอื่ งยาก และการทำ� ความเขา้ ใจความสมั พนั ธย์ งิ่ ยากกวา่ ครจู งึ ควรอดทน
ใช้เวลาแสดงตัวอยา่ ง จนผู้เรยี นเข้าใจ
การเปรยี บเทยี บแผนทแ่ี นวความคดิ ของผเู้ รยี นตา่ งกลมุ่ ทำ� ไดย้ าก
ยกเว้นจะมีการก�ำหนดรายการค�ำหลักหรือประโยคหลักไว้ภายในขอบเขต
หนึ่ง แตก่ ารกระท�ำดังกลา่ วกม็ ีขอ้ เสยี ตรงที่จะลดทอนความคิดสร้างสรรค์
ความเช่ือมโยงกว้างขวาง และความลกึ ซ้งึ ในการทำ� งานของผ้เู รียน
Nilson LB. (๒๐๐๗). The graphic sylabus and the outcomes map
: Communicating your course. San Francisco : Jossey-Bass. อธิบายการ
ใชก้ ราฟกิ เพอื่ การเรยี นรโู้ ดยละเอยี ด และบอกความแตกตา่ งระหวา่ ง concept
map กบั mind map
194 สนกุ กับการเรียนในศตวรรษท ี่ ๒๑
กจิ กรรม “ทมี ทำ� แผนท่ีแนวความคิด” นี้ มกั ใช้เป็นจดุ เริ่มตน้ สำ� หรบั
กิจกรรมต่อเน่ือง ทีล่ กึ ซึ้งย่ิงข้ึน เช่น ตอ่ ด้วย SET 33 : Jigsaw หรอื ตอ่ ด้วย
SET 19 : Role Play หรืออาจใช้เป็นเคร่ืองมือน�ำไปสู่การอภิปรายทั้ง
ชนั้ โดยกำ� หนดตวั ผนู้ ำ� เสนอของแตล่ ะทมี หรอื อาจกำ� หนดใหเ้ ขยี นแผนทแ่ี นว
ความคิดส่งครู หากให้ผู้เรียนใช้ปากกาคนละสี ครูก็จะประเมินบทบาทของ
ผ ู้เรียนแต่ละคนได้
เอกสารค้นควา้ เพิม่ เตมิ
Angelo TA, Cross KP. (๑๙๙๓). Classroom assessment techniques. San
Francisco : Jossey-Bass, pp. ๑๙๗-๒๐๒.
๒๒ ต.ค. ๕๕
http://www.gotoknow.org/posts/๕๐๖๕๗๓
วจิ ารณ พานชิ 195
๓๗. เรียนสงั เคราะหแ ละคิดสรางสรรค (๒)
เปลย่ี นแปลง
ผูเรียนที่ไมชอบสรางสรรคอาจไมช อบกิจกรรมนี้
ครูควรอธิบายวาความรเิ ริม่ สรา งสรรคเปน กิจกรรมทม่ี ี
ความเสย่ี งสูง ผเู รียนไมค วรกังวลเรื่องถูก-ผดิ ดี-ไมด ี
การทําแบบฝก หัดนก้ี ็เพื่อฝก ฝนเรียนรู
ในตอนท่ี ๓๗ นี้ ได้จาก Chapter 14 ช่ือ Synthesis and Creative
Thinking และเป็นเรื่องของ SET 17 : Variations
SET 17 : เปล่ียนแปลง กจิ กรรมหลกั : แตกตา่ งหลากหลาย
จุดเน้น : ตวั บุคคล โอกาสเรียนออนไลน์ : สูง
ระยะเวลา : หนึ่งคาบ
เปน็ เครอื่ งมอื ฝกึ ความคดิ สรา้ งสรรคด์ ว้ ยการจนิ ตนาการแนวทางใหม่
ของเรื่องใดเรื่องหน่ึง เพื่อสร้างสรรค์ส่ิงใหม่ เช่น เขียนตอนจบของนวนิยาย
หรอื ประวตั ศิ าสตรเ์ สยี ใหม่ แตง่ เพลงทมี่ ชี อื่ เสยี งทอ่ นสดุ ทา้ ยใหม่ หรอื สา� เนา
ภาพวาดท่ีมีช่อื เสียงมาวาดบางสว่ นเสยี ใหม่
ข้ันตอนด�ำเนินกำร
๑. ครเู ลอื กส่ิงที่จะใหผ้ ู้เรียนใชเ้ ป็นจดุ เรมิ่ ตน้ หรือตัวกระตุ้น
196 สนุกกับก ารเรยี นในศ ตวรรษท ่ี ๒๑
๒. ครูทดลองคิดด้วยตนเอง ว่ามีแนวความคิดอะไรบ้างที่จะสร้าง
ความเปล่ียนแปลงในเรื่องนั้นๆ ตรวจสอบกระบวนการคิด
ของตน รวมทั้งท�ำความเข้าใจปัญหาที่ตนพบในกระบวนการ
ทดลองน้ี
๓. ใชข้ ้อมูลตามขอ้ ๒ ในการเขยี นใบงานใหแ้ กผ่ ูเ้ รียน
๔. อธิบายกิจกรรมแก่ผู้เรียน อาจใช้การทดลองของครูเองเป็น
ตัวอยา่ ง ตอบค�ำถามของผู้เรียน
๕. ผู้เรียน ลงมือท�ำงานสรา้ งสรรค์ และส่งผลงาน
ตวั อย่าง
วิชาทฤษฎีดนตรแี ละการแต่งเพลง
ในตอนท้ายของวิชาศาสตราจารย์ผู้สอนวิชานี้ ใช้เทคนิค
“ เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ” ส� ำ ห รั บ สั ง เ ค ร า ะ ห ์ ค ว า ม เ ข ้ า ใ จ ส ไ ต ล ์ ด น ต รี ใ น
ประวตั ิศาสตร ์ ครูจึงเลือกทำ� นองใน folk song ทีร่ จู้ กั กนั ด ี ใหผ้ ้เู รยี นเรยี บ
เรียงเสียงตามสไตล์ของนักแต่งเพลงต่อไปน้ี Bach, Mozart, Beethoven,
Chopin, Debussy, Bartok, หรอื Ives
วิชาประวตั ิศาสตร์ความคิดในศาสนาคริสต์และประวัตศิ าสตรศ์ าสนาครสิ ต์
ศาสตราจารยผ์ สู้ อนวชิ าน้ี ตอ้ งการใหผ้ เู้ รยี นเขา้ ใจความแตกตา่ ง ใน
ความคดิ เชงิ เทววทิ ยาในศาสนาครสิ ต ์ จงึ เลอื กเหตกุ ารณส์ ำ� คญั ในชว่ งเวลา ๒
พนั ปี ของศาสนาคริสต ์ เชน่ the Council of Nicaea, the coronation of
Charlemagne, the schism between East and West, the Reformation ให้
ผู้เรียนศึกษาเรื่องราวของเหตุการณ์เหล่านี้จนเข้าใจดีแล้ว จึงจัดผู้เรียนเป็น
กลุ่มละ ๕ คน ใหแ้ ต่ละกลุม่ อภปิ รายกันว่า ประวตั ศิ าสตรศ์ าสนาครสิ ตจ์ ะ
วจิ ารณ พานิช 197
เปล่ียนไปอย่างไร หากเหตุการณ์แต่ละเหตุการณ์เปลี่ยนไป เช่นในเร่ือง
Reformation ครูต้งั ค�ำถามวา่ จะเกิดอะไรขนึ้ หาก Martin Luther ไมถ่ กู ขับ
ออกจากศาสนาครสิ ตใ์ นขอ้ หาประพฤตนิ อกรตี การใหผ้ เู้ รยี นลองจนิ ตนาการ
เหตกุ ารณท์ แ่ี ตกตา่ งเชน่ น ้ี จะชว่ ยใหเ้ ขา้ ใจความสำ� คญั ของแตล่ ะเหตกุ ารณใ์ น
อดีต
การปรับใช้กบั การเรียนออนไลน์
เทคนคิ นปี้ รบั ใชอ้ อนไลน์ ไดง้ า่ ย โดยมอบเปน็ งานใหผ้ เู้ รยี นทำ� โดย
นอกจากให้เปล่ียนแปลงข้อความแล้ว ยังอาจให้เปลี่ยนแปลงสิ่งท่ีเป็นกราฟิก
ก็ได ้ หรอื แมก้ ระท่งั โมเดล ๓ มติ ิ โดยให้สง่ ช้นิ งานทางไปรษณยี ์กไ็ ด้
การขยายวิธีการ หรอื ประโยชน์
f อาจให้ผเู้ รียนทำ� งานเป็นทมี ๒ คน หรือกล่มุ ย่อย
f อาจใหโ้ จทย์ใหผ้ เู้ รยี นเปล่ียนแปลงหลายตอน
f อาจให้ผู้เรียนน�ำเสนอผลงานในชั้น หรือเอาขึ้นเว็บ หรือท�ำเป็น
โปสเตอรน์ ทิ รรศการ (SET 20) หรอื ทำ� เปน็ หนงั สอื ของชน้ั (SET 21)
f แทนท่ีจะให้เปลี่ยนแปลง อาจให้ผู้เรียนเสนอมุมมองต่อเรื่องใด
เร่ืองหน่ึงจากหลากหลายมุมมอง เช่นใช้กระบวนการท่ีเรียกว่า
“Cubing” คอื มองดว้ ย ๖ มมุ มอง ไดแ้ ก่ (๑) อธบิ าย (๒) เปรยี บ
เทยี บ (๓) เชือ่ มโยง (๔) วิเคราะห ์ (๕) ประยกุ ต ์ (๖) โตแ้ ยง้
คำ� แนะนำ�
ผู้เรียนที่ไม่ชอบสร้างสรรค์อาจไม่ชอบกิจกรรมนี้ ครูควรอธิบายว่า
ความริเร่ิมสร้างสรรค์เป็นกิจกรรมที่มีความเส่ียงสูง ผู้เรียนไม่ควรกังวลเรื่อง
ถกู -ผิด ดี-ไม่ดี การท�ำแบบฝกึ หัดนี้ก็เพอื่ ฝึกฝนเรียนรู้
198 สนกุ กบั ก ารเรยี นในศ ตวรรษที่ ๒๑
ใช้การระดมความคดิ เพือ่ สร้างแนวความคดิ เพือ่ การเปลย่ี นแปลง
อาจเริ่มดว้ ยแบบฝึกหดั สน้ั ๆ ง่ายๆ กอ่ น
เอกสารค้นควา้ เพ่ิมเติม
www.unc.edu/depts/wcweb/handouts/brainstorming
๒๓ ต.ค. ๕๕
http://www.gotoknow.org/posts/๕๐๖๖๑๘
วิจารณ พานชิ 1 99
๓๘. เรยี นสงั เคราะหแ ละคดิ สรา งสรรค (๓)
จดหมาย
เปน เทคนิคใหผูเ รียนได “เรยี นรูโดยลงมอื ทาํ ”
และไดมีโอกาสทาํ อยา งสรา งสรรค
ไดฝ กทกั ษะการคิดในมิตทิ ีซ่ ับซอน
ในตอนท่ี ๓๘ น้ี ได้จาก Chapter 14 ชอ่ื Synthesis and Creative
Thinking และเปน็ เรื่องของ SET 18 : Letters
SET 18 : จดหมาย
จุดเน้น : ตัวบุคคล กิจกรรมหลัก : อา่ น, เขยี น
ระยะเวลา : หนึ่งคาบ โอกาสเรียนออนไลน ์ : สงู
เปน็ เคร่อื งมือฝึกความคดิ สรา้ งสรรค์ ดว้ ยการจินตนาการ และเขยี น
จดหมายโต้ตอบระหว่างบุคคลสมมติ ๒ คน ด้วยเร่อื งที่ครสู มมตขิ นึ้ หรอื ยก
เอาจากเร่ืองราวในประวัติศาสตร์ หรืออาจให้เขียนโต้ตอบระหว่างคนในต่าง
ยคุ ของประวตั ศิ าสตร์
ผเู้ รยี นจะตอ้ งฝกึ เรยี นรเู้ รอ่ื งราวในประวตั ศิ าสตร์ เรยี นรลู้ กึ เขา้ ไปถงึ
บุคลิกและวิธีคิดของบุคคลที่จะเป็นเจ้าของจดหมาย รวมท้ังของบุคคลท่ีจะ
เขยี นถึง แลว้ นา� มาสังเคราะหเ์ ป็นถ้อยคา� ในจดหมาย
200 สนกุ กับการเรียนในศ ตวรรษที่ ๒๑
ขั้นตอนด�ำเนินการ
๑. ครเู ลือกประเดน็ ทฤษฎี การตัดสินใจ หรอื ชดุ ความเชื่อ ในสาขา
วชิ า ทีถ่ ือวา่ เป็นเร่ืองใหญ่ และมีความส�ำคัญ ในรายวิชา
๒. ครเู ลอื กบคุ คลสำ� คัญ ๒ คน ที่มีบคุ ลิกหรอื ความเชอ่ื ตา่ งกัน และ
ทำ� รายการลักษณะพเิ ศษ ท่สี ะทอ้ นมุมมองทต่ี ่าง ของแต่ละคน
๓. ครเู ลอื ก ๑ บคุ ลกิ หรอื ความเชอ่ื นำ� มาเขยี นจดหมายเพอื่ สะทอ้ น
มมุ มองหรอื ความเชือ่ นน้ั โดยในตอนต้นของจดหมาย ใหร้ ะบุข้อ
สรปุ ของแนวความคดิ ของผรู้ บั จดหมาย การทค่ี รทู ำ� “การบา้ น”
ของตนก่อนเช่นน้ี จะช่วยให้ครูเข้าใจว่า งานที่มอบหมายให้ผู้
เรยี นทำ� น้ี อาจมขี อ้ ขดั ขอ้ งหรอื สว่ นทที่ ำ� ยากสำ� หรบั ผเู้ รยี นอยา่ งไร
บ้าง รวมทง้ั ชว่ ยให้ครูมเี กณฑ์ในการประเมินผลงานของผู้เรียน
๔. จัดท�ำใบงานให้แก่ผู้เรียนท่ีระบุงานท่ีมอบหมาย และเกณฑ์ใน
การประเมินผล
๕. แจกใบงานใหผ้ ้เู รยี นต้ังค�ำถาม และท�ำความเขา้ ใจกบั ผ้เู รียน
ตวั อย่าง
วชิ าสมั มนาวทิ ยาศาสตร์ส�ำหรบั ผู้เรยี นเกยี รตินิยม
วชิ านจี้ ดั สำ� หรบั ผเู้ รยี นทม่ี คี วามสามารถพเิ ศษดา้ นวทิ ยาศาสตร ์ ครู
ตอ้ งการจัดการเรยี นรทู้ ีส่ นุก นา่ สนใจ และทา้ ทายใหผ้ ู้เรยี นเรยี นรทู้ ักษะการ
คิดอย่างซับซอ้ น ครูจงึ ใหผ้ ู้เรยี นเสนอช่ือนักวทิ ยาศาสตรท์ ่มี ีชอ่ื เสยี ง ๒ คน
ทมี่ คี วามคดิ หรอื ทฤษฎขี ดั แยง้ กนั แลว้ ใหเ้ ขยี นจดหมายสะทอ้ นความคดิ ของ
หน่ึงคน ยกตัวอย่างเช่น ให้คนหน่ึงท�ำตัวเป็น Lamarck เขียนจดหมายถึง
Charles Darwin ยืนยันทฤษฎี transmutation ของตน เพ่ือโต้แย้งทฤษฎี
gradualism ของ Darwin
วจิ ารณ พานชิ 2 01
เมอื่ ผเู้ รยี นเขยี นเสรจ็ ใหแ้ บง่ กลมุ่ ยอ่ ย ใหผ้ เู้ รยี นแตล่ ะคนถา่ ยสำ� เนา
จดหมายของตนแจกเพื่อนทุกคน และแต่ละคนอ่านจดหมายของตน และ
อธิบายวิธีคิด และผลงานค้นคว้าของตนท่ีสะท้อนออกมาในจดหมาย และ
ต อบคำ� ถามของเพือ่ น เกีย่ วกบั มุมมองของนกั วทิ ยาศาสตร์ทา่ นนน้ั
วิชาประวัตศิ าสตรข์ องกฎหมายรัฐธรรมนูญ
ศาสตราจารย์ผู้สอนวิชาน้ี ต้องการให้ผู้เรียนเข้าใจความเห็นท่ีแตก
ตา่ งกนั ในเรอื่ งพฒั นาการของกฎหมายรฐั ธรรมนญู จงึ ใหผ้ เู้ รยี นจบั คู่ รว่ มกนั
คน้ ควา้ หาค�ำตัดสินของศาล เกีย่ วกบั กฎหมายรฐั ธรรมนญู ทีย่ ังไม่ไดเ้ รยี นใน
ชนั้ ใหผ้ เู้ รียนกล่มุ ก เขียนจดหมายถงึ บรรณาธกิ ารนิตยสารข่าว เชน่ Time
หรอื Newsweek ในฐานะผกู้ ลา่ วหา ใหผ้ เู้ รยี นกลมุ่ ข เขยี นจดหมายในฐานะ
ฝา่ ยป้องกนั
เมื่อผ้เู รยี นเขียนจดหมายเสรจ็ ใหร้ วมกลมุ่ ๘ - ๑๐ คน ใหแ้ ตล่ ะคู่
ผลัดกันอ่านจดหมายให้เพ่ือนฟังและตอบข้อซักถามของเพ่ือน และให้กลุ่ม
เลือกจดหมายท่ีน่าสนใจและจูงใจได้ดีมาคู่หน่ึง ให้แต่ละคู่อ่านให้เพ่ือนท้ัง
ชั้นฟงั
ครูพบว่าวิธีนี้ช่วยสร้างความสนใจแก่ผู้เรียน และช่วยให้จดจ�ำสาระ
ส�ำคญั ของกฎหมายรัฐธรรมนญู ได้ดีมาก
การปรับใช้กับการเรียนออนไลน์
เทคนิคนี้ปรับใช้ออนไลน์ ได้ง่าย โดยจับคู่ผู้เรียนให้คนหน่ึงเขียน
จดหมายถึง อีกคนเขียนจดหมายตอบ แลว้ ให้ผเู้ รียนคู่ ก เขยี นจดหมายถึง
ผู้เรยี นคู่ ข เปน็ e-mail attachment ตามกำ� หนดเวลา แล้วให้ผเู้ รยี นคู่ ข
เขียนจดหมายตอบ ตามก�ำหนดเวลา แล้วส่งจดหมายท้ังหมดให้ครูเพื่อ
ประเมิน
202 สนุกกับการเรยี นในศตวรรษท่ี ๒๑
การขยายวธิ กี าร หรือประโยชน์
f แบง่ ผเู้ รยี นออกเปน็ ๒ ฟาก และใหจ้ บั คู่ โดยคนหนงึ่ สวมบทบาท
ความเชอื่ สมมตหิ นงึ่ และเขยี นจดหมายถงึ ผเู้ รยี นอกี คนหนง่ึ สวม
อกี บาทบาทความเช่ือหนงึ่ และเขยี นจดหมายตอบ
f แทนทจ่ี ะเขยี นจดหมาย อาจใหผ้ เู้ รยี นเขยี นคำ� สนทนาระหวา่ ง ๒
คน โดยใช้คำ� พดู (quotes) จากแหลง่ ตน้ ตอ เอามาปะตดิ ปะต่อ
กนั เป็นเรื่องราว หรือผู้เรยี นจะคดิ ถ้อยค�ำข้นึ เองก็ได้ เชน่ เขยี น
คำ� สนทนาระหวา่ งคนทเี่ ชอ่ื ในการเลกิ ทาส กบั คนมที าส ใน สรอ.
ในปี ค.ศ. ๑๘๕๕ หรืออาจเขียนค�ำสนทนาระหว่าง พระเจา้ อ
เลก็ ซานเดอร,์ จเู ลยี ส ซซี าร,์ และ จกั รพรรดนิ โปเลยี น เรอ่ื งทกั ษะ
ภาวะผูน้ ำ� เพอื่ พชิ ิตอาณาจกั ร และด�ำรงรักษาไว้
คำ� แนะน�ำ
เป็นเทคนิคที่ช่วยให้ครูประเมินว่าผู้เรียนเข้าใจหลักการพื้นฐานของ
ทฤษฎีที่แตกต่างกัน, ยุคสมยั แห่งประวัติศาสตร์, แบบแผนของศิลปะ, ฯลฯ
หรอื ไมเ่ พียงใด
เปน็ เทคนคิ ใหผ้ เู้ รยี นได้ “เรยี นรโู้ ดยลงมอื ทำ� ” และไดม้ โี อกาสทำ� อยา่ ง
สรา้ งสรรค ์ ไดฝ้ ึกทักษะการคิดในมิตทิ ีซ่ บั ซอ้ น
แตผ่ เู้ รยี นบางคน ทข่ี าดความสร้างสรรคอ์ าจไม่ชอบ
เอกสารคน้ ควา้ เพม่ิ เตมิ
Angelo TA, Cross KP. (๑๙๙๓). Classroom assessment techniques : A
handbook for col ege teachers (๒nd Ed.). San Francisco : Jossey-Bass,
pp. ๒๐๓-๒๐๗.
๒๕ ต.ค. ๕๕
http://www.gotoknow.org/posts/๕๐๖๗๑๘
วิจารณ พานิช 2 03
๓๙. เรยี นสงั เคราะหแ ละคิดสรางสรรค (๔)
เลนบทจําลอง
การรว มกัน AAR หรือ reflection
หลงั กจิ กรรมเลนบทจําลอง สําคัญมาก
ในตอนที่ ๓๘ นี้ ไดจ้ าก Chapter 14 ชอ่ื Synthesis and Creative
Thinking และเปน็ เร่อื งของ SET 19 : Role Plays
SET 19 : เลน่ บทจ�าลอง
จดุ เน้น : ความร่วมมอื กจิ กรรมหลกั : การแสดง
ระยะเวลา : หนงึ่ คาบ โอกาสเรียนออนไลน์ : ปานกลาง
ผู้เรียนประยุกต์หลักการส�าคัญในรายวิชา โดยอาจสมมติตัว
ละคร หรือสมมติให้ตนเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์แปลกประหลาด แล้ว
แสดงบทเพ่ือประยกุ ต์ใช้ความรู้ ทักษะ และความเข้าใจ โดยแสดงบทจากมุม
มองท่ีกา� หนด ในสถานการณส์ มมติในจินตนาการ
ข้นั ตอนดำ� เนนิ กำร
๑. ครูต้องใช้เวลาไตร่ตรองอย่างระมัดระวัง เพ่ือสมมติเร่ืองราวใน
การแสดงบทจ�าลอง ให้มีปฏิสัมพันธ์จากหลากหลายมุมมอง
204 สนุกกับก ารเรียนในศ ตวรรษท ี่๒๑
ระหวา่ งตัวแสดง ครจู งึ ตอ้ งก�ำหนดภาพทศั นใ์ ห้ชดั กำ� หนดตวั
ละครและบคุ ลกิ ของตวั ละครแตล่ ะตวั และกำ� หนดกรอบบทบาท
ของตวั ละครแต่ละตวั
๒. อาจกำ� หนดให้มผี ู้เรียนท�ำหน้าท่ชี ่วยเสรมิ กระบวนการกลุ่ม เชน่
พิธีกร ท�ำหน้าท่ีขัดจังหวะหากตัวละครออกนอกบท, ผู้ชม ท�ำ
หน้าทีว่ ิพากษ์การแสดง เป็นตน้
๓. น่าจะเริ่มการแสดงด้วยเหตุการณ์ส�ำคัญ ท่ีตัวแสดงต้องตอบ
สนอง เช่น มีตัวแสดงคนหน่ึงวิพากษ์วิจารณ์ หรือเริ่มจาก
เหตกุ ารณ์จริงทเี่ พงิ่ เกดิ ข้ึน
๔. กำ� หนดทรพั ยากรทจี่ ะใชใ้ นการแสดง โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ เวลา วา่
จะใช้เวลานานเท่าไร จะจบลงอย่างไร หรือจะปล่อยให้เร่ือง
คลี่คลายหรอื จบลงเองอยา่ งเป็นธรรมชาติ
๕. ใหผ้ ้เู รียนจัดทมี ทมี่ จี ำ� นวนเพียงพอในการท�ำหน้าท่ตี ัวแสดง
๖. ครูน�ำเสนอเรื่องสมมติ ให้เวลาผู้เรียนระดมความคิด และตั้ง
คำ� ถามต่อคร ู จนเขา้ ใจชัดเจน
๗. กำ� หนดตวั แสดงแตล่ ะบทบาท หรอื ใหผ้ เู้ รยี นกำ� หนดกนั เอง หาก
มีผู้เรียนท�ำหน้าที่ช่วยเสริมกระบวนการ ต้องซักซ้อมบทบาทให้
เขา้ ใจชัดเจน
๘. แจง้ กำ� หนดเวลาเลกิ กจิ กรรม หรอื แจง้ วา่ เมอ่ื เหตกุ ารณด์ ำ� เนนิ ถงึ
จุดใด ก็เลิกกิจกรรมได้ ตามปกติกิจกรรมจะด�ำเนินไปจนเกิด
ความเข้าใจบทบาท หรือพฤติกรรม หรือได้ฝึกทักษะที่ต้องการ
อย่างเพยี งพอ
วจิ ารณ พานชิ 205
๙. หลงั จบการแสดง ใหม้ กี ารระดมความคดิ ในกลุม่ ยอ่ ย หรือในช้นั
ใหญ่ เพื่อตีความแต่ละบทบาท แรงจูงใจให้แสดงบทบาท และ
ผลจากการทำ� บทบาทนั้น
ตวั อยา่ ง
วชิ าจติ วิทยาแหง่ อคติ
วิชาน้ีมีเป้าหมายให้ผู้เรียนเข้าใจกระบวนการทางจิตใจท่ีซับซ้อนใน
กลมุ่ ชนทีเ่ ป็นชนส่วนใหญ ่ และทเี่ ปน็ ชนส่วนน้อย ท่ีเป็นผลจากการแบ่งแยก
ชนช้นั ทั้งท่จี งใจและทไ่ี ม่จงใจ
เพอื่ ใหผ้ เู้ รยี นเขา้ ใจความซบั ซอ้ นน ี้ ครเู ลอื กเทคนคิ “เลน่ บทจำ� ลอง”
บ่อยๆ ในชั้นเรียนวิชาน้ี โดยจัดผู้เรียนเป็นกลุ่ม ๓ คน ให้แต่ละคนเล่น
บทบาทใดบทบาทหน่ึงใน ๓ บทบาท คือ ผู้พูดท่ีมีอคติ ผู้โต้แย้ง และ
ผสู้ ังเกตการณท์ างสงั คม
ตลอดระยะเวลาของรายวชิ า ครูสร้างสถานการณจ์ ำ� ลองเพอ่ื สะท้อน
อคตติ ่อ เชื้อชาติ เพศ กลมุ่ ชาตพิ ันธ์ุ พืน้ ฐานทางเศรษฐกจิ และสงั คม และ
ความพกิ ารทางรา่ งกาย เชน่ เหตกุ ารณส์ มมตหิ นงึ่ เปน็ การประชมุ ทางธรุ กจิ ที่
ผู้พูดท่ีมีอคติเป็นผู้จัดการ พูดถ้อยค�ำไม่เหมาะสมด้านอคติต่อเชื้อชาติ
ผู้โต้แย้งเป็นลูกน้องท่ีมีเชื้อชาติท่ีถูกเหยียดหยาม ต้องหาวิธีพูดตอบที่เหมาะ
สม และผสู้ งั เกตการณท์ ำ� หนา้ ทสี่ ะทอ้ นความรสู้ กึ ของตนเมอ่ื ประสบเหตกุ ารณ์
นั้น
เมอื่ จบกจิ กรรมเลน่ บทจำ� ลองผเู้ รยี นแลกเปลย่ี นเรยี นรคู้ วามเขา้ ใจตอ่
ค วามรู้สกึ ทซ่ี บั ซ้อนนี้ รวมท้งั วิพากษ์วจิ ารณเ์ หตกุ ารณท์ เี่ กิดขึ้น
206 สนุกกบั ก ารเรยี นในศ ตวรรษที่ ๒๑
วิชาทกั ษะการสอื่ สารดว้ ยวาจาเบอ้ื งต้น
ศาสตราจารย์ผสู้ อนวิชา “ภาษาองั กฤษในฐานะภาษาทส่ี อง” เขา้ ใจ
ดีวา่ ผเู้ รยี นต้องการฝึกพดู ท้งั เพื่อการส่ือสารในชีวิตประจ�ำวัน เพอื่ เพิม่ คลงั
ค�ำศพั ทข์ องตน เพือ่ เรียนรู้ไวยากรณ์ และเพ่ือฝกึ ส�ำเนยี งใหถ้ กู ต้อง
ครูจงึ ให้ผู้เรียนฝกึ พดู ในสถานการณ์จำ� ลอง เลียนสถานการณจ์ ริงใน
ชวี ติ ประจำ� วนั ไดแ้ ก่ การสงั่ อาหารในภตั ตาคาร การถามเสน้ ทางไปยงั อาคาร
หอสมุด ฯลฯ โดยจัดกลุ่มย่อย ให้ผู้เรียนได้ฝึก ซ่ึงจะช่วยให้ผู้เรียนไม่รู้สึก
ล �ำบากใจที่จะฝึกพดู
การปรับใช้กบั การเรียนออนไลน์
เทคนิคน้ีปรับใช้ออนไลน์ ได้โดยการ chat หรือใช้ VRE (Virtual
Reality Environment - ซอฟท์แวร์ชว่ ยการแสดงบทจำ� ลองออนไลน์) หรอื
ใช้ ซอฟท์แวร์ตวั อ่ืน ทีค่ ้นได้โดยคำ� ว่า “role play” + “teaching”
การขยายวิธีการ หรอื ประโยชน์
f ให้ผู้เรียนร่วมกันก�ำหนดเหตุการณ์ ระบุตัวละคร และก�ำหนด
บทบาทของตวั ละครแต่ละตวั
f ใหผ้ เู้ รยี นแตล่ ะกลมุ่ ซอ้ ม แลว้ มาแสดงตอ่ เพอ่ื นทง้ั ชนั้ อาจมกี าร
แสดงของหลายกลุ่ม หรือก�ำหนดให้แสดงกลุ่มเดียวต่อหนึ่ง
เรอื่ ง กำ� หนดให้ “ผชู้ ม” มีหน้าทเ่ี สวนาแลกเปล่ียนตคี วามเพอ่ื
การเรยี นรู้
f หลังจากการแสดงแรกจบ ให้แสดงใหม่ โดยหมุนเวียนผู้แสดง
หรอื เปล่ยี นเหตกุ ารณ์สมมติ
วิจารณ พานชิ 207
f ใช้เทคนิคน้ีร่วมกับเทคนิค “fish bowl” ดังระบุใน บันทึกนี้
(ตอนที่ ๒๘ เทคนคิ ดงึ ความสนใจผเู้ รยี น http://www.gotoknow.
org/posts/๕๐๕๗๕๘)
f อาจก�ำหนดให้ผูเ้ รียนบางคนทำ� หน้าท่ี “ตัวป่วน” หรอื ทำ� หน้าที่
“ผู้เลา่ เร่ือง” เพ่อื สร้างเหตุการณใ์ หต้ ัวละครแสดงในทันใด อา่ น
รายละเอียดของเทคนิคจากเว็บไซต์ได้ ท่ีน่ี (http://www.goo.
gl/vbshnl)
ค�ำแนะนำ�
กอ่ นการแสดง ตอ้ งใชเ้ วลาใหผ้ เู้ รียนท�ำความเขา้ ใจวตั ถปุ ระสงคข์ อง
กจิ กรรมใหถ้ อ่ งแทเ้ สยี ก่อน เพ่อื ไม่ให้หลงทาง หรอื ไมไ่ ดป้ ระโยชน์
ผเู้ รียนต้องทำ� ความเขา้ ใจบคุ ลิก ความเชือ่ ของตวั ละครทต่ี นแสดง
อยา่ งถอ่ งแท้ อาจตอ้ งใหผ้ เู้ รยี นคน้ ควา้ มาล่วงหนา้
ผู้เรียนบางคนอาจไม่สบายใจท่ีจะเล่นบทจ�ำลอง การจัดกิจกรรม
ละลายพฤตกิ รรมตอนตน้ เทอมอาจชว่ ยลดปญั หาน้ี (ดตู อนท่ี ๑๕ ทนี่ ี่ http://
www.gotoknow.org/posts/๕๐๔๒๕๕)
บอกผู้เรียนให้ชัดเจนว่าเป้าหมายไม่ใช่การหัดเล่นละคร แต่เป็นการ
ใช้การเล่นละครเพ่ือเรียนรู้ความรู้สึกและอารมณ์ท่ีซับซ้อน คนท่ีไม่ชอบ
กิจกรรมนี้ อาจมอบบท “ผสู้ ังเกตการณ์” ให้
การรว่ มกนั AAR หรือ reflection หลงั กจิ กรรมเลน่ บทจ�ำลอง สำ� คญั
มาก อย่าหวังวา่ การเล่นบทจำ� ลองเพียง ๒ - ๓ ครั้งจะใหผ้ ล จะได้ผลตอ่
เม่ือผู้เรียนได้เรียนรู้แบบซาบซึ้งเข้าไปในใจและอารมณ์ของตน เกี่ยวกับหลัก
การส�ำคัญของรายวิชา จากการท่ีตนได้ทดลองแสดงบทที่ต่างจากความ
208 สนุกกบั ก ารเรยี นในศ ตวรรษท่ี ๒๑
เคยชนิ ดังน้นั ในการท�ำ AAR ครตู อ้ งชกั ชวนใหผ้ ู้เรียนเช่อื มโยงประเด็นเขา้
สูช่ วี ติ จรงิ ของตน
การให้คะแนนอาจท�ำโดยบันทึกวีดิทัศน์ เอามาอภิปรายตีความ
กนั หรืออาจให้เขยี นเรยี งความสงั เคราะหข์ ้อสังเกตจากการดวู ีดิทศั น์ส่งครู
เอกสารค้นคว้าเพิม่ เตมิ
Barkley EF, Cross KP, Major CH. Collaborative learning
techniques : A handbook for colege faculty. San Francisco : Jossey-
Bass, pp. ๑๕๐-๑๕๕.
๒๕ ต.ค. ๕๕
http://www.gotoknow.org/posts/๕๐๖๘๑๒
วจิ ารณ พานชิ 209
๔๐. เรียนสงั เคราะหแ ละคดิ สรางสรรค (๕)
โปสเตอรน ทิ รรศการ
ผูเรียนฝกประยุกตความรสู าํ คญั ในรายวิชา
โดยจัดทาํ เปนโปสเตอรน ิทรรศการ สาํ หรบั จดั แสดงใน
“วนั นทิ รรศการ” ท่แี บงผูเรยี นออกเปน ครง่ึ ผลดั กัน
ทําหนา ท่ี “ผูชม” และ “ผูอธิบาย และตอบคําถาม”
ในตอนที่ ๔๐ น้ี ได้จาก Chapter 14 ชอ่ื Synthesis and Creative
Thinking และเปน็ เรื่องของ SET 20 : Poster Sessions
SET 20 : โปสเตอรน์ ทิ รรศการ
จดุ เนน้ : ตวั บคุ คล กจิ กรรมหลกั : หลากหลาย
ระยะเวลา : หลายคาบ โอกาสเรยี นออนไลน์ : สงู
ผู้เรียนฝึกประยุกต์ความรู้ส�าคัญในรายวิชา โดยจัดท�าเป็นโปสเตอร์
นิทรรศการ ส�าหรับจัดแสดงใน “วันนิทรรศการ” ที่แบ่งผู้เรียนออกเป็นครึ่ง
ผลัดกนั ทา� หน้าที่ “ผู้ชม” และ “ผู้อธบิ าย และตอบคา� ถาม”
กระบวนการเรียนรู้ที่เกิดแก่ผู้เรียนมีความหลากหลาย และมีหลาย
ระดบั ไดแ้ ก่ (๑) ผลติ สิ่งของ (เชน่ โมเดล โปสเตอร์) ที่ดีพอที่จะน�ามาจัด
แสดง (๒) ความสร้างสรรค์ ในการคิดแนวทาง หลากหลายแนวทาง เพอ่ื น�า
210 สนุกกับการเรยี นในศ ตวรรษท่ี๒๑
เสนอความคิด หรอื ผลติ ภณั ฑ์ของตน (๓) ประเมนิ แนวทางเหลา่ น้นั และ
เลอื กแบบจดั นทิ รรศการทด่ี ที สี่ ดุ (๔) คดิ วางแผนด�ำเนนิ การ (๕) ดำ� เนนิ การ
ตามแผน และสรา้ งนทิ รรศการ (๖) ทบทวน (reflect) ว่าตนไดเ้ รยี นรู้อะไร
บ้าง เพื่อสังเคราะห์และสรปุ บทเรียน น�ำไป ลปรร. กบั เพ่อื นในช้นั เท่ากับ
ผู้เรียนและครูได้พ้นความจ�ำเจของรายงานโดยการเขียน และท่ีส�ำคัญที่สุด
เ ป็นกระบวนการเรียนรู้ท่ที �ำใหเ้ รยี นได้ลึก เม่ือน�ำมา ลปรร. กบั เพ่อื นๆ
ขน้ั ตอนดำ� เนนิ การ
๑. ครูก�ำหนดประเด็นเรื่อง เน้ือหา และแนวทางของการจัด
นทิ รรศการ
๒. กำ� หนดวันนทิ รรศการ (วนั เดยี ว หรือหลายวัน) หากนทิ รรศการ
มีความซับซ้อนหลากหลายมาก ครูต้องวางแผนย้อนหลัง เพื่อ
เตรียมการณใ์ ห้พรอ้ ม ไม่มจี ดุ ท่ีละเลย และท�ำใหย้ ุง่ ยากตอนวัน
งาน และเพ่ือใช้โครงของแผนงานเป็นแนวทางให้ผู้เรียนคิดแผน
ของตนส่งครู
๓. ท�ำใบงาน ท่บี อกแนวทางท�ำงาน และแนวทางประเมินผล
๔. ให้ผูเ้ รียนระดมความคดิ ตงั้ ชือ่ นิทรรศการ และแนวทางกว้างๆ
๒ - ๓ แนวทางส่งครู เพื่อให้ครไู ด้ตรวจสอบ ว่าแนวทางใดจะ
ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่ลึกและเช่ือมโยงท่ีสุด ตาม
วตั ถปุ ระสงคข์ องรายวิชา
๕. ตรวจสอบข้อเสนอ และคัดเลอื ก ๑ แนวทางรว่ มกบั ผู้เรียน
๖. ปรึกษาหารือแนวทางออกแบบ และการเตรียมการสู่วันจัด
นิทรรศการกับผเู้ รยี น
๗. ใหเ้ วลาผเู้ รยี นทำ� งานอยา่ งมรี ะบบ มแี ผนการดำ� เนนิ งานทชี่ ดั เจน
เปน็ ลายลกั ษณอ์ กั ษร ระบกุ ำ� หนดเวลาและขน้ั ตอนตา่ งๆ รวมทง้ั
วจิ ารณ พานชิ 2 11
สงิ่ ของทจี่ �ำเปน็ ตอ้ งใช้
๘. กำ� หนดกจิ กรรมในวนั แสดงนทิ รรศการ โดยในชว่ งแรกใหผ้ เู้ รยี น
ครง่ึ หนงึ่ เปน็ ผจู้ ดั แสดง อกี ครง่ึ หนง่ึ เปน็ ผชู้ ม แลว้ สลบั บทบาทใน
ครง่ึ หลงั
ตัวอย่าง
วชิ าเครื่องเคลอื บดนิ เผาขนั้ สูง
วิชาน้ีมีเป้าหมายให้ผู้เรียนเข้าใจและมีความสามารถในการส่ือสาร
ศลิ ปะ ความคดิ สรา้ งสรรค์ และเทคนิค ด้านการป้ัน การป่นั แปน้ หมนุ การ
เคลือบ และการบรู ณาการรูปทรง ครูจึงกำ� หนดให้ผู้เรยี นจดั นิทรรศการเปน็
ระยะๆ ในภาคการศึกษา เพ่อื ให้ผู้เรียนเลอื ก ๒ - ๓ ตัวอย่าง ทีแ่ สดงความ
สำ� เรจ็ หรอื ความลม้ เหลว ในการผลติ เครอ่ื งเคลอื บโดยใชเ้ ทคนคิ ดงั กลา่ ว นำ�
ม า ลปรร. กับเพอื่ นๆ
วิชาฟิสิกส์เบ้ืองตน้
ศาสตราจารย์ผู้สอน ตอ้ งการใหผ้ เู้ รยี นเรียนรู้เขา้ ใจหลักของโรงโนม้
ถว่ งอยา่ งลึกซ้งึ จึงจดั ผูเ้ รยี นเป็นทมี ๕ คน ให้ออกแบบบอลลูนท่ลี อยด้วย
อากาศรอ้ น (hot-air baloon) จากกระดาษธรรมดา ก�ำหนดใหน้ ทิ รรศการมี
ส่วนตา่ งๆ ดังนี้
การออกแบบ แสดงสมการ ทีใ่ ช้คำ� นวณ : ขนาด ปรมิ าตร พ้นื
ผิว เชื่อมโยงกับวัสดุท่ีใช้ และความสามารถรับน้�ำหนักบรรทุกของบอลลูน
เปน็ ตน้
การสร้าง แสดงข้ันตอนการสร้างลูกกลม รวมทั้งการสร้างแบบ
จำ� ลองในขนั้ แรก
212 สนุกกบั ก ารเรียนในศ ตวรรษท่ี ๒๑
การทดสอบและวเิ คราะห ์ โดยมขี อ้ มลู ความดนั อากาศในวนั ปลอ่ ย
บอลลูน ขอ้ ท�ำนายการลอยจากสมการ buoyancy equation และ gas laws
รวมท้งั อุณหภมู สิ ุดท้าย (ทงั้ ภายใน และภายนอกบอลลูน) รายงานสิง่ ทเ่ี กิด
จรงิ ในการปลอ่ ย พรอ้ มคำ� อธบิ ายหากไดผ้ ลตามทที่ ำ� นายโดยสมการ หรอื หาก
ไมไ่ ดผ้ ล รวมทงั้ เตรยี มสารสนเทศอนื่ ๆ ทค่ี ดิ วา่ มปี ระโยชนต์ อ่ การ ลปรร. กบั
เพอื่ นๆ ในวันนทิ รรศการ
ในวนั นทิ รรศการผเู้ รยี นแตล่ ะทมี ไดร้ บั พน้ื ทนี่ ทิ รรศการ และใหผ้ เู้ รยี น
แตล่ ะทมี ผลัดกันเป็นผอู้ ธบิ าย และผ้ชู ม (ของทมี อื่น) เพือ่ เรยี นรู้ซกั ถาม วา่
บอลลนู ตามแบบทอี่ อกมขี อ้ ดขี อ้ เสยี อยา่ งไร หากทำ� ใหม่ จะปรบั ปรงุ อยา่ งไร
บา้ ง
การปรบั ใช้กบั การเรยี นออนไลน์
เทคนิคน้ีปรับใช้ออนไลน์ ได้โดยจดั ให้มี เวบ็ ไซต์ เพื่อการเรียนแบบ
ออนไลน์ โดยทมี ผู้เรยี นจดั นทิ รรศการ บนเว็บไซต์ แบบทล่ี งรูป เสยี ง วดี ิ
ท ศั น ์ และลง้ิ คไ์ ปเวบ็ อนื่ ได ้ และใหเ้ พอื่ นผเู้ รยี นทเี่ ขา้ ชม ลงขอ้ คดิ เหน็ ได ้
การขยายวธิ ีการ หรอื ประโยชน์
สามารถขยายเป็นโครงการวิจัยเล็กๆ โดยให้ทีมผู้เรียนร่วมกันตั้ง
โจทยว์ ิจยั ดำ� เนินการวจิ ยั แล้วนำ� มาจัดนทิ รรศการ
ค�ำแนะน�ำ
นิทรรศการแตกต่างจากการน�ำเสนอแบบอื่น ท่ีผู้เรียนฝึกท�ำในช้ัน
เรยี น คือ (๑) เป็นการน�ำเสนอในเวลาเดยี วกัน หรือพร้อมหัน ไมใ่ ช่ผลัดกนั
น�ำเสนอ ช่วยให้ประหยัดเวลา (๒) เป็นกิจกรรมที่ไม่เป็นทางการ ท�ำให้
วิจารณ พานิช 213
ผเู้ รยี นไมเ่ กร็ง เกิดการ ลปรร. อย่างเป็นธรรมชาต ิ ส�ำหรับน�ำมา AAR รว่ ม
กนั ในช้นั เรียน
นทิ รรศการอาจจัดแบบง่ายๆ ไมต่ ้องใช้พน้ื ทีพ่ เิ ศษ คือเขียนลงบน
กระดาษ ๑ แผ่น แปะขา้ งฝา หรอื ท�ำเปน็ โมเดล ๓ มติ ิ วางบนโตะ๊ เรียน
เอกสารคน้ คว้าเพิ่มเตมิ
เอกสารแนะนำ� ของ Colorado State University ทนี่ ี่ (http://writing.
colostate.edu/guides/guide.cfm?guideid=๗๘)
ข้อคดิ เห็นของผม
ในบริบทไทย ครูต้องหมั่นเตือนสติผู้เรียนว่าต้องไม่หลงประเด็นของ
การเรียนรู้ ผู้เรียนต้องเน้น เรียนรู้สาระและทักษะเกี่ยวกับวิชาท่ีเรียน ไม่ใช่
หลงไปเนน้ เรยี นวชิ าจดั นิทรรศการ หลงอวดกนั วา่ ใครจัดนทิ รรศการไดฟ้ ฟู่ ่า
กวา่ กัน
ตัวอย่างวิชาฟิสิกส์เบ้ืองต้นเรื่องบอลลูนอากาศร้อน น่าสนใจ
มาก โปรดอา่ นตวั อยา่ งขา้ งบนอยา่ งละเอยี ด จะเหน็ วา่ ในทางปฏบิ ตั ทิ จี่ ะทำ� ให้
บอลลูนลอยได้ไม่ยากเลย นี่คือโคมลอยของบ้านเรา แต่จุดท่ีส�ำคัญคือการ
เรยี นคำ� นวณ เพอื่ ทำ� ความเขา้ ใจแรงโนม้ ถว่ งในระดบั ทว่ี ดั ได้ คำ� นวณได ้ เอา
มาสร้างบอลลูนทบ่ี รรทกุ นำ้� หนักได้ แบบทีค่ ำ� นวณน�้ำหนักบรรทกุ ลว่ งหน้าได้
๒๗ ต.ค. ๕๕
http://www.gotoknow.org/posts/๕๐๖๙๑๗
214 สนกุ กับก ารเรยี นในศ ตวรรษท ่ี ๒๑
๔๑. เรยี นสงั เคราะหและคิดสรางสรรค (๖)
สมุดประจาํ ชัน้
เมอื่ ใกลเรยี นจบรายวิชาผเู รยี นแตละคน
เขยี นรายงาน “ผลงานท่มี คี ณุ ภาพสูงสุด” ของตนในรายวิชา
สง ใหครู เพือ่ คัดเลอื ก นําไปเย็บรวมเปนเลม เรียกวา “สมุด
ประจาํ ชั้น” ของรายวิชาน้ันของผูเ รียนเทอมนัน้ หรือปน น้ั เก็บ
ไวเปน เกียรตปิ ระวัติของผลงานคณุ ภาพสูง และสาํ หรับเปน
ตัวอยาง และสรางแรงบนั ดาลใจ
ในการสรางผลงานคุณภาพสูง แกผูเรยี นรุนหลงั
ในตอนที่ ๔๑ นี้ ได้จาก Chapter 14 ชอ่ื Synthesis and Creative
Thinking และเปน็ เรอื่ งของ SET 21 : Class Book
SET 21 : สมุดประจ�าชนั้
จุดเนน้ : ตัวบุคคล กิจกรรมหลกั : การเขยี น
ระยะเวลา : แตกตา่ งหลากหลาย โอกาสเรยี นออนไลน์ : สูง
เมือ่ ใกล้เรยี นจบรายวชิ าผูเ้ รยี นแตล่ ะคน เขยี นรายงาน “ผลงานทีม่ ี
คุณภาพสงู สดุ ” ของตนในรายวิชา สง่ ใหค้ รู เพ่อื คัดเลือก นา� ไปเย็บรวมเปน็
เลม่ เรยี กวา่ “สมดุ ประจา� ชน้ั ” ของรายวชิ านนั้ ของผเู้ รยี นเทอมนนั้ หรอื ปนี นั้
วิจารณ พานิช215
เกบ็ ไวเ้ ป็นเกยี รติประวัติของผลงานคณุ ภาพสงู และสำ� หรับเป็นตวั อย่าง และ
สรา้ งแรงบนั ดาลใจในการสรา้ งผลงานคุณภาพสงู แก่ผเู้ รยี นร่นุ หลงั
ข้ันตอนดำ� เนินการ
๑. ครกู ำ� หนด วา่ งานชนดิ ใดทผี่ เู้ รยี นทำ� ทจ่ี ะไดร้ บั การคดั เลอื กบรรจุ
ลง “สมุดประจ�ำชน้ั ” รวมท้งั กำ� หนดวิธสี ่งผลงานเขา้ รับการคดั
เลือก และเกณฑ์การคัดเลือก ไดแ้ ก่ เน้ือหา รปู แบบ และระดับ
ของคณุ ภาพ
๒. ก�ำหนดรูปลักษณ์ของ “สมุดประจ�ำช้ัน” ว่าจะเป็นสมุดที่เย็บ
รายงานและเข้าปกอย่างง่ายๆ หรือจะจัดท�ำเป็นรูปเล่ม
สวยงาม ครจู ะท�ำเอง หรือมอบหมายใหผ้ เู้ รยี นต้งั ทีมทำ�
๓. ก�ำหนดช่วงเวลาจัดท�ำ “สมุดประจ�ำช้ัน” ให้พอเหมาะ คือให้
เวลาของเทอมผา่ นไปนานพอทจี่ ะมผี ลงานจากหลากหลายชน้ิ งาน
ทคี่ รมู อบหมาย ใหผ้ เู้ รยี นเลอื กสง่ เขา้ รบั การคดั เลอื ก และในขณะ
เดยี วกนั กม็ เี วลาจดั ทำ� “สมดุ ประจำ� ชน้ั ” ใหเ้ สรจ็ เมอ่ื จบเทอม
ตวั อย่าง
วิชาเรียงความ การอ่าน และการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ
วิชาน้ีมีเป้าหมายให้ผู้เรียนมีทักษะในการเขียนโต้แย้ง จากการอ่าน
และคิดอย่างมีวิจารณญาณ ต่อข้อเขียนท่ีไม่ใช่นวนิยาย ครูใช้วิธีเรียนแบบ
รว่ มมอื กัน เพอ่ื สร้างชุมชนเรยี นร้ ู และเพ่ือใหเ้ กดิ การเรยี นรู้ทล่ี กึ เพื่อกระตุ้น
ใหผ้ เู้ รยี นต้งั ใจเรยี นและผลิตผลงานทด่ี ที ีส่ ดุ ในวนั แรกของวิชา ครจู งึ บอก
ว่า ๒ สัปดาห์ก่อนจบเทอม ครูจะให้ผู้เรียนคัดเลือกช้ินงานที่ตนคิดว่ามี
คุณภาพสูงสุดของตน ส่งเข้ารับการคัดเลือก ส�ำหรับน�ำมาเข้าเล่มในช่ือ
216 สนกุ กบั ก ารเรียนในศ ตวรรษท ี่ ๒๑
“Showcase” เก็บไว้เป็นอนุสรณ์แห่งความภูมิใจ และเป็นตัวอย่างแก่ผู้เรียน
รุ่นหลงั
ครูรับสมัครผู้เรียนท�ำหน้าที่เป็น “ทีมผู้ผลิต” (ได้คะแนน) ด�ำเนิน
การรวบรวม บรรณาธิการ และจดั พิมพ์
ผูเ้ รียนรุน่ แรกๆ จดั ทำ� หนังสือแบบงา่ ยๆ เยบ็ เลม่ ด้วยสนั พลาสติก
แตผ่ เู้ รยี นรนุ่ ตอ่ ๆ มา จดั ทำ� แบบ desktop publishing เปน็ เลม่ สวยงาม สาระ
ด ี ตง้ั โชวไ์ ว้ที่สำ� นักงานภาควิชา
การปรับใชก้ บั การเรียนออนไลน์
เทคนคิ นีป้ รบั ใชอ้ อนไลน์ ไดง้ า่ ย โดยให้ผ้เู รยี นสง่ รายงานเป็น pdf
file เปน็ e-mail attachment แลว้ จัดท�ำเป็นออนไลน์ magazine ซง่ึ เรียก
ช่ือได้หลายชือ่ เช่น zine, ezine, webzine, cyberzine โดยมี ซอฟท์แวร์ ให้
ใช้ คน้ หาไดด้ ้วยค�ำวา่ “ezine publishing”
การขยายวิธีการ หรือประโยชน์
f ใหผ้ เู้ รยี นอาสา หรอื โหวตเลอื กกนั ทำ� หนา้ ทกี่ องบรรณาธกิ าร (ได้
คะแนน)
f ให้ผู้เรียนจัดท�ำบันทึกความทรงจ�ำของช้ัน ส�ำหรับเป็น
ค�ำน�ำ สะท้อนภาพของกระบวนการเรียนรู้ในชั้นเรียน การเป็น
ชมุ ชนการเรียนรูข้ องชน้ั และข้อแนะนำ� วิธีเรยี นทีด่ ี ตอ่ ผเู้ รยี นรุ่น
ถัดๆ ไป
f แทนทจ่ี ะใหจ้ ัดทำ� “สมุดประจ�ำช้ัน” เปน็ รูปเล่มหนังสือ ให้ท�ำ
เป็น web-based magazine เป็น series ของแตล่ ะช้นั ต่อเน่อื ง
f ในกรณีของวิชาจิตรกรรม หรือการแสดง ท�ำได้โดยให้แนบ
รปู คลปิ หรอื เสยี งทบ่ี นั ทึกใน DVD
วจิ ารณ พานชิ 2 17
f นอกจากให้ผู้เรียนส่งช้ินงานเข้ารับการคัดเลือก ให้เขียนค�ำ
อธบิ ายยาวไมเ่ กิน ๑ หนา้ กระดาษ ว่าท�ำไมตนจึงคดิ ว่าผลงาน
ชน้ิ นนั้ มคี ณุ ภาพสงู รวมทง้ั ขอ้ เรยี นรขู้ องตนในการผลติ ผลงานชน้ิ
น้ัน
f ใหผ้ เู้ รยี นแตล่ ะคนจดั ทำ� แฟม้ รวบรวมผลงานของตน จากผลงาน
ช้นิ เยี่ยมที่สุดในแต่ละรายวชิ า
ค�ำแนะน�ำ
ครพู งึ ยำ้� วา่ จดุ เนน้ คอื คณุ ภาพของขอ้ เขยี นหรอื ผลงาน และการเรยี น
ร จู้ ากการคดั เลอื กผลงานเหล่านนั้ ไมใ่ ชค่ วามสวยงามของหนงั สอื
เอกสารค้นควา้ เพ่ิมเตมิ
Watkins R. (๒๐๐๕). ๗๕ e-Learning activities : Makingออนไลน์ learning
interactive. San Francisco : Pfeiffer, pp. ๑๙๘-๒๐๐.
ขอ้ คดิ เห็นของผม
ในภาคไทย อาจเรยี ก “สมุดประจำ� ชัน้ ” วา่ “สมดุ แห่งเกียรตยิ ศ”
ประจ�ำชน้ั ในรายวิชานนั้ ๆ ในท�ำนองเดยี วกันกับ หอเกยี รตยิ ศ (Hal of
Fame) ของสถาบันต่างๆ โดยเป้าหมายส�ำคญั คือ การสร้างแรงบนั ดาลใจ
ใหผ้ ู้เรียนมุ่งม่ันเรียนและทำ� งานเพ่ือความเปน็ เลิศ ไมใ่ ชเ่ รียนแคพ่ อสอบผา่ น
๒๗ ต.ค. ๕๕
http://www.gotoknow.org/posts/๕๐๖๙๘๔
218 สนุกกบั ก ารเรียนในศ ตวรรษท่ี ๒๑
๔๒. เรยี นสังเคราะหและคดิ สรา งสรรค (๗)
ตอบโจทยจากเวบ็
WebQuests เปนกจิ กรรมท่ีเอื้อใหผ เู รียน
เรยี นรูวิธีคนขอมลู จาก เว็บ นํามาวิเคราะหตรวจสอบ
ความนาเช่ือถอื และเลือกใช ไมใชเ ม่อื หาไดกด็ วนเชอื่
และนํามาสงั เคราะหใชง านทันที เปน กิจกรรมทีจ่ าํ ลอง
มาจากชวี ิตจรงิ ของผูใหญ จงึ ชว ยใหผ เู รียนเชอื่ มโยงบท
เรียนเขากบั ชีวิตจริง ในโลกแหง ความเปนจริง
ในตอนท่ี ๔๒ น้ี ไดจ้ าก Chapter 14 ชอื่ Synthesis and Creative
Thinking และเป็นเรอ่ื งของ SET 22 : WebQuests
SET 22 : ตอบโจทย์จากเว็บ
จุดเนน้ : ความรว่ มมอื กจิ กรรมหลกั : การอา่ น การเขยี น การนา� เสนอ
ระยะเวลา : หลายคาบ โอกาสเรยี นออนไลน ์ : ปานกลาง
เป็นกจิ กรรมตอบโจทยป์ ลายเปิด โดยใช้ข้อมลู ทคี่ ้นจากเวบ็ ที่มรี ะบุ
ไว้ ใหท้ มี ผเู้ รยี นดา� เนนิ การกระบวนการกลมุ่ ตามทก่ี า� หนดไว้ เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี น
สงั เคราะห์ความรู้ และประยกุ ตใ์ ช้ในงานทเี่ ลยี นแบบชวี ิตจรงิ
วิจารณ พานชิ 219
WebQuests เปน็ กจิ กรรมทเ่ี ออ้ื ใหผ้ เู้ รยี นเรยี นรวู้ ธิ คี น้ ขอ้ มลู จาก เวบ็
นำ� มาวิเคราะหต์ รวจสอบความน่าเช่อื ถือ และเลอื กใช ้ ไมใ่ ชเ่ มือ่ หาได้กด็ ่วน
เชือ่ และนำ� มาสงั เคราะห์ใช้งานทนั ที เปน็ กิจกรรมที่จ�ำลองมาจากชีวิตจริง
ของผใู้ หญ ่ จงึ ชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นเชอ่ื มโยงบทเรยี นเขา้ กบั ชวี ติ จรงิ ในโลกแหง่ ความ
เป็นจรงิ
ขั้นตอนด�ำเนนิ การ
๑. ครูก�ำหนดหัวเรื่องท่ีเชื่อมโยงสาระในรายวิชาเข้ากับเหตุการณ์
ปจั จุบนั หรอื เขา้ กบั เรอ่ื งราวท่ีไม่มีเขยี นไวใ้ นตำ� รา
๒. ออกแบบกจิ กรรม ท่ใี ชส้ าระสนเทศจากเว็บ เพือ่ ปฏิบัติภารกจิ ที่
ก�ำหนด ดังตัวอย่างภารกิจที่นี่ (http://webquest.sdsu.edu/
designpatterns/al.htm) เชน่ กลมุ่ กจิ กรรม “วเิ คราะหห์ าอคต”ิ
ผู้เรยี นวเิ คราะหข์ อ้ มูลท่คี ้นไดจ้ ากเว็บ เพ่ือหาอคติ น�ำเสนอเปน็
ความเหน็ ของผเู้ รียนและยกตวั อยา่ งผลทเี่ กดิ ขน้ึ ตวั อย่างหัวข้อ
คือ “โบท็อกซ์ : ผล ความเสยี่ ง และความจรงิ กลุ่มกิจกรรม
“แคปซูลเวลา” (Time Capsule) ผเู้ รียนคน้ ควา้ ประเมิน และ
เลือกวัตถุจ�ำนวนหนึ่งในประวัติศาสตร์ น�ำมาสะท้อนความคิด
เร่ืองใดเรอ่ื งหนงึ่ เช่น หวั ข้อ “ขบวนการสิทธมิ นุษยชนในช่วง
ทศวรรษท่ี ๕๐ : ความขดั แยง้ ระหวา่ งอดุ มการณอ์ เมริกันกบั การ
แบ่งแยกเช้ือชาต”ิ
๓. กำ� หนดบทบาทตา่ งๆ ทผ่ี ูเ้ รยี นต้องท�ำ ขัน้ ตอนการทำ� งาน จน
ส�ำเรจ็
220 สนุกกบั ก ารเรยี นในศตวรรษท ่ี ๒๑
๔. เลอื กแหล่งข้อมลู ออนไลน์ ท่ีเหมาะสมท่สี ุดจ�ำนวนหน่ึง (ในด้าน
ความทนั สมยั แมน่ ยำ� นา่ สนใจ และตรงกบั งานทจี่ ะทำ� ) สำ� หรบั
ใหผ้ เู้ รยี นคน้ ควา้ เพอ่ื ทำ� งาน เวบ็ ตวั ชว่ ยคน้ หาแหลง่ ขอ้ มลู สำ� หรบั
อาจารยม์ หาวิทยาลัยใน สรอ. คือ http://webquest.sdsu.edu/
searching/fournets.htm
๕. กำ� หนดวธิ ใี หค้ ะแนน มตี วั อยา่ งอยทู่ ี่ http://webquest.sdsu.edu/
webquestrubric.html
๖. เขยี นรายละเอยี ดใบงาน พมิ พแ์ จกผเู้ รยี น หรอื เอาไวบ้ น เวบ็ ไซต ์
ตัวอย่าง
วิชาเคมีอินทรีย์
เพื่อให้ผู้เรียนที่ลงทะเบียนเรียนวิชาน้ี ได้มองเห็นโอกาสสร้างสรรค์
จากการใชค้ วามรดู้ า้ นเคมอี นิ ทรยี ์ ในบรบิ ทโลก ครหู าทางกระตนุ้ ผเู้ รยี นดว้ ย
การเรยี นแบบ WebQuest ชอ่ื “เคมอี นิ ทรยี ใ์ นขา่ ว”
ครมู อบ “จดหมาย” จากบรรณาธกิ าร นสพ. ทอ้ งถน่ิ ใหผ้ เู้ รยี นอา่ น
จดหมายบอกว่า บก. ได้รับคำ� ถามมากมายใน ๔ เรื่อง (๑) โครงการสรา้ ง
ทอ่ แกส๊ ธรรมชาต ิ (๒) trihalomethanes ในนำ�้ ประปา (๓) สงครามเคม ี (๔)
การใช้สารเคมีอินทรีย์ท่ีมนุษย์สร้างข้ึน (โปรดสังเกตว่า ในบริบทไทย ครู
ดัดแปลงหัวข้อให้เขา้ กบั ปญั หาท้องถิ่นไดไ้ ม่ยาก)
ครบู อกผเู้ รียนวา่ บก. วทิ ยาศาสตร์ ยงุ่ อย่กู ับโครงการอ่นื จึงขอใหผ้ ู้
เรียนแบ่งกลุ่มกันท�ำหน้าท่ี บก. วิทยาศาสตร์ ท�ำการค้นคว้าและเขียน
บทบรรณาธกิ ารในแตล่ ะประเดน็ โดยการคน้ ควา้ จะทำ� ผา่ น อนิ เทอรเ์ นต็ และ
การทดลองในหอ้ งปฏิบัติการดว้ ย หากจำ� เปน็
วจิ ารณ พานิช 221
ครูแบ่งผู้เรียนเป็นทมี ทำ� หนา้ ทที่ มี ละ ๑ เรื่อง โดยใหร้ ะดมความ
คดิ ลงบนกระดาษทีแ่ บ่งเป็น ๒ ขา้ ง ขา้ งหนง่ึ เปน็ รายการสิ่งท่ีรแู้ ลว้ ในเรือ่ ง
น้ัน อีกข้างหนึ่งเป็นรายการส่ิงที่ไม่รู้ หรือไม่แน่ใจ แล้วน�ำรายการเหล่านั้น
มาอภปิ รายกนั ในกลมุ่ และแบง่ หนา้ ทก่ี นั ในทมี เชน่ นกั ขา่ ว บรรณาธกิ าร เจา้
หน้าทีห่ ้องปฏิบัติการ นักเขยี นภาพกราฟกิ เป็นตน้
ผูเ้ รียนไดร้ ับรายช่ือ เวบ็ ไซต์ ๖ - ๘ ไซต์ เพื่อค้นคว้า ผลของการ
คน้ ควา้ น�ำเสนอในรปู ของเรียงความส�ำหรบั เปน็ บทบรรณาธกิ าร
วิชาภาษาสเปนชั้นสูง
ครจู ดั ผเู้ รยี นเปน็ กลมุ่ ๕ คน ใหท้ ำ� กจิ กรรม WebQuest เรอื่ ง “ควิ บา
ท่ามกลางวกิ ฤติ” ในสถานการณส์ มมติท่ี ฟิเดล คาสโตร ถึงแก่อสญั กรรม
และราอูล คาสโตรถกู ลอบฆ่า
ครใู หใ้ บงานสถานการณส์ มมตวิ า่ ในสถานการณด์ งั กลา่ ว นสพ. ฉบบั
หนึ่งต้องการออกฉบับพเิ ศษเกี่ยวกับคิวบา เพ่ือบอกรายละเอียดเบ้อื งลึกเกี่ยว
กับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งก็ต้องเกริ่นด้วยเร่ืองราวในประวัติศาสตร์ โยงมาสู่
ปญั หาทีเ่ กดิ ขึน้ ในปจั จบุ ัน และทำ� นายอนาคตของคิวบา
โครงการน้ีใช้เวลา ๒ สัปดาห ์ โดยใช้เวลา ๑ สัปดาห์รวบรวมขอ้ มูล
และอกี ๑ สปั ดาหส์ งั เคราะห์ และนำ� เสนอตอ่ เพอ่ื นรว่ มชน้ั โดยทำ� งานเปน็ ขนั้
ตอนดังนี้
๑. การอภิปรายในช้ัน ผู้เรียนในชั้นเรียนทั้งหมดอ่านเรื่องราวเก่ียว
กบั ควิ บา นำ� มาอภปิ รายในชนั้ ดว้ ยภาษาสเปน เพอื่ ทำ� ความเขา้ ใจ
มมุ มองทั้งดา้ นบวกและดา้ นลบ ของการปกครองโดยคาสโตร
๒. ผู้เชยี่ วชาญ ผเู้ รียนแต่ละคนในทมี ๕ คน แบง่ หนา้ ท่คี นละด้าน
222 สนกุ กับการเรียนในศตวรรษท่ี ๒๑
ใน ๕ ดา้ น คอื ประวตั ศิ าสตร์ การเมือง เศรษฐกิจ สิทธิมนษุ ย
ชน และความเหน็ ของสาธารณชน
๓. วิจยั ทมี งานเลอื กอ่านจากรายการเว็บไซต์ท่ีครูมอบให้ เพื่อคน้
ความรู้ตามแต่ละด้านท่ีตนได้รับมอบหมาย และค้นจากแหล่ง
อ่ืนด้วย รวมทั้งจากแหล่งรวบรวมบันทึกเสียงค�ำปราศรัยของ
ฟเิ ดล คาสโตร ผเู้ รยี นแตล่ ะคนตอ้ งอา่ นบทความอยา่ งนอ้ ยคนละ
๓ บทความ โดยเปน็ บทความภาษาองั กฤษเพยี ง ๑ บทความ
๔. บทความเฉพาะบุคคล ผู้เรียนแต่ละคน เขียนบทความสรุปของ
ตน นำ� สง่ ครู และให้แก่ผู้เรียนกล่มุ อ่ืนๆ
๕. การอภปิ รายกลมุ่ ผเู้ รยี นแตล่ ะกลมุ่ ประชมุ และใชข้ อ้ มลู สรปุ ของ
ตนและของกลมุ่ อนื่ นำ� มาอภปิ รายหาขอ้ สรปุ เกย่ี วกบั อนาคตของ
ประเทศควิ บา
๖. การน�ำเสนอผลงานกลุ่ม ผู้เรียนแต่ละกลุ่มน�ำเสนอผลงานของ
กลมุ่ ตอ่ เพอ่ื นในชนั้ โดยใชภ้ าษาสเปน โดยอาจใชว้ ธิ กี ารนำ� เสนอ
ท่สี รา้ งสรรคไ์ ด้ แตม่ ีเงื่อนไขว่า สมาชิกในทมี ทกุ คนต้องได้พดู
นำ� เสนอ โดยแบง่ หน้าท่ีกนั เชน่ ผรู้ ายงานข่าว (ด้านบวก) ผู้
รายงานข่าว (ดา้ นลบ) ผู้อำ� นวยการดา้ นศลิ ป ์ ผเู้ ช่ยี วชาญดา้ น
วสั ด ุ โดยแตล่ ะกลุ่มต้องมีเอกสารแจกแกเ่ พ่ือนๆ
๗. รายงานสะทอ้ นความคดิ (reflection paper) ผเู้ รยี นแตล่ ะคนเ
ขียนเรียงความสะท้อนความคิด ว่าความคิดของตนเปลี่ยนไป
อย่างไร ตั้งแต่เร่ิมต้นโครงการ ไปจนถึงจบโครงการ รวมทั้ง
ประเมนิ ตนเองวา่ มบี ทบาทอยา่ งไรบ้างในงานของกลมุ่ ดา้ นการ
รวบรวมข้อมูล การอภปิ รายในกลุ่ม และการนำ� เสนอต่อช้ัน
วจิ ารณ พานชิ 2 23
ผเู้ รยี นแตล่ ะคนไดร้ บั ผลคะแนนการประเมนิ แบบ rubric ทบี่ อกราย
ละเอยี ดเกณฑก์ ารประเมนิ ผลงานแต่ละขน้ั ตอน
การปรับใช้กับการเรยี นออนไลน์
หากจะใช้เทคนิคนี้ออนไลน์ ต้องก�ำหนดโครงสร้างวิธีการอย่าง
ชัดเจน ก�ำหนดความรับผิดชอบของผเู้ รียนแตล่ ะคนใหช้ ัด แบง่ งานออกเป็น
ช่วงๆ มีก�ำหนดเวลาของแต่ละช่วงอย่างชัดเจน ตอนอภิปรายกลุ่ม ให้
ผเู้ รยี นของแตล่ ะกลมุ่ ไดอ้ ภปิ รายแลกเปลย่ี นกนั เฉพาะภายในกลมุ่ แตเ่ มอ่ื สง่
รายงานใหส้ ง่ รายงานในเวบ็ ไซตท์ ผี่ เู้ รยี นทกุ คนเขา้ ไปอา่ นได ้ กอ่ นจบกจิ กรรม
ควรกำ� หนดงานใหผ้ เู้ รยี นทำ� สง่ โดยตอ้ งเขา้ ไปอา่ นผลงานของเพอื่ นๆ ทกุ คน
การขยายวิธีการ หรือประโยชน์
f WebQuest เป็นกิจกรรมที่ซับซ้อนมาก ครูจึงควรช่วยหาทางลด
ความซับซ้อนลง เช่น มีตัวอย่างที่ครูไม่ก�ำหนดให้ผู้เรียนในกลุ่มท�ำ
หน้าทต่ี ่างกัน แต่ให้ “สวมแวน่ ความคิด” มองประเด็นจากต่างมมุ
มอง เชน่ ในหวั ขอ้ “ความสามารถดา้ นอา่ นออกเขยี นไดข้ องบคุ คล”
ใหผ้ ้เู รยี นสมาชิกกลุม่ คนหนง่ึ สวมแว่นมมุ มองจากวิชา เมตาฟสิ ิกส์
อีกคนหน่ึงสวมแว่นวิชา มานุษยวิทยา อีกคนหน่ึงสวมแว่นวิชา
จติ วิทยา, สงั คมวทิ ยา, และวชิ าปรัชญา
ค�ำแนะนำ�
WebQuest เปน็ ผลงานวจิ ัยของ Bernie Dodge และ Tom March
แหง่ มหาวทิ ยาลยั San Diego State University มรี ายละเอยี ดทเ่ี วบ็ ไซต ์ www.
224 สนกุ กบั ก ารเรียนในศ ตวรรษท ่ี ๒๑
webquest.org โดยเนน้ การประยกุ ตใ์ ชใ้ นการเรยี นการสอนระดบั อนบุ าลถงึ
เกรด ๑๒
เอกสารค้นคว้าเพิ่มเติม
http://webquest.sddu.edu
๔ พ.ย. ๕๕
http://www.gotoknow.org/posts/๕๐๗๕๖๗
วิจารณ พานิช 2 25
๔๓. เรยี นแกปญหา (๑)
กาํ หนดปญหา
ในชีวิตจรงิ ปญ หาตางๆ มีความซับซอน
ดงั น้นั หากครตู องการใหผูเรยี นไดฝกทักษะในการ
กําหนดปญหา ครูตองทาํ ใหปญ หาตวั อยา งลดความซับ
ซอ นลง เพ่อื ใหความแตกตางระหวางกลุมปญ หาแตละ
ชนิดมคี วามชดั เจนขน้ึ โดยตองยา้ํ กบั ผูเ รยี นวา นเ่ี ปน
แบบฝกหดั ทท่ี าํ ใหงายข้ึน ในชีวิตจรงิ จะไมง า ยอยา งนี้
ในตอนที่ ๔๓ นี้ ได้จาก Chapter 15 ชอ่ื Problem Solving และ
เป็นเรือ่ งของ SET 23 : What’s the Problem?
บทที่ ๑๕ ว่าดว้ ยเรือ่ งการแกป้ ัญหา ประกอบดว้ ย ๖ เทคนิค คือ SET
23 - 28 จะน�ามาบันทกึ ลปรร. ตอนละ ๑ เทคนิค เทคนิคเหลา่ นี้ ชว่ ยให้
ผเู้ รยี นฝกึ เรียนรดู้ ว้ ยการแก้ปญั หา
ทกั ษะในการแกป้ ญั หาเปน็ ทกั ษะสา� คญั ทท่ี กุ คนตอ้ งฝกึ วงการศกึ ษา
กลา่ วถงึ เรอ่ื งนม้ี าตลอด แตไ่ มค่ อ่ ยมวี ธิ กี ารดา� เนนิ การใหผ้ เู้ รยี นไดฝ้ กึ อยา่ งเปน็
ระบบ บนั ทกึ ตอ่ ไปนจ้ี ะชว่ ยใหก้ ารเรยี นแกป้ ญั หาเปน็ ระบบมากขน้ึ โดยทคี่ รู
ตอ้ งตระหนกั วา่ คา� วา่ “ปญั หา” มคี วามหมายกวา้ งและหลากหลาย แตกตา่ ง
กันตามรายวิชา และตามบรบิ ทในชวี ิตจรงิ เชน่ ปญั หาทางคณิตศาสตร์ กม็ ี
226 สนุกกับก ารเรียนในศ ตวรรษท ี่ ๒๑
ธรรมชาตแิ บบหน่ึง ปัญหาด้านสงั คม กม็ ีธรรมชาตอิ ย่างหนึ่ง คอื เรานกึ ถงึ
ปญั หาความยากจน ความรนุ แรง ความอยตุ ิธรรม หรอื การแบง่ แยก ในบาง
กรณปี ัญหามีความชดั เจน และมีค�ำตอบถกู -ผิดชัดเจน แตใ่ นบางกรณีกไ็ ม่
ชัดเจน และไมม่ ีถกู -ผดิ ขาว-ด�ำ
SET 23 : ก�ำหนดปญั หา
จดุ เนน้ : บคุ คล กิจกรรมหลัก : การอ่าน การเขยี น
ระยะเวลา : ๑ คาบ โอกาสเรียนออนไลน์ : สงู
เปน็ กจิ กรรมฝกึ กำ� หนดชนดิ ของปญั หา เพอื่ นำ� ไปสกู่ ารฝกึ ทกั ษะการ
แกป้ ญั หาทเี่ หมาะสมตอ่ ปญั หาชนดิ นน้ั ๆ เพอ่ื เรยี นรหู้ ลกั การ และเทคนคิ ของ
การแกป้ ญั หา โดยผเู้ รยี นตอ้ งฝึกมองทะลุผิวไปสู่เบอ้ื งลึกของปญั หา ใหเ้ ห็น
ความแตกตา่ งของปัญหาท่มี องผิวเผนิ แลว้ เหมือนๆ กัน โดยผู้เรียนฝึกเปน็ คู่
เพ่ือแยกแยะชนิดของปัญหาจากตัวอย่างหน่ึงๆ และเรียนรู้วิธีจับกลุ่มหรือ
ชนิดของปญั หา
ขัน้ ตอนด�ำเนินการ
๑. ครกู ำ� หนดปญั หา ๒ กลุ่ม (หรือมากกวา่ ) ทผ่ี เู้ รยี นแยกความแตก
ต่างระหว่างกันไดย้ าก
๒. เลอื ก หรอื สรา้ งตัวอย่างปญั หาในแตล่ ะกลมุ่
๓. ก�ำหนดระดับความยากหรือซับซ้อนให้เหมาะสมแก่ผู้เรียน(นร.)
เชน่ จะบอกชอื่ กลมุ่ ปญั หา แลว้ ใหผ้ เู้ รยี นจดั ปญั หาเขา้ กลมุ่ หรอื
จะให้ผเู้ รียนระบชุ อ่ื กลุม่ ปัญหาเอง
วิจารณ พานิช 227
๔. ทดสอบใหผ้ เู้ รยี นในช้ันเรียนที่สูงกวา่ ลองจัดกล่มุ หรืออาจลอง
กบั เพอ่ื นคร ู เพอ่ื ประเมนิ ระดบั ความยากงา่ ยของโจทย ์ และเวลา
ทต่ี อ้ งการสำ� หรบั ตอบโจทย์ และปรบั ใหเ้ หมาะสม ตามปกตเิ วลา
ที่ผ้เู รียนต้องการ คอื ประมาณ๓ เทา่ ของผูม้ ีความช�ำนาญ
๕. จดั ท�ำใบงานแกผ่ ู้เรียน หรอื presentation เพอ่ื แนะน�ำตัวอย่าง
กลุม่ ชนดิ ปัญหา แก่ผูเ้ รยี น
๖. จดั คผู่ ้เู รียน อธิบายงาน และให้เวลาทำ� งาน
๗. ผูเ้ รยี นทำ� งาน จัดกลุ่มชนดิ ของปัญหา
ตัวอยา่ ง
วิชาการอา่ นและคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ
เพอื่ ใหผ้ เู้ รยี นรจู้ กั อา่ นอยา่ งมวี จิ ารณญาณ (ไมด่ ว่ นเชอ่ื ) ครตู อ้ งการ
ให้ผู้เรยี นได้เรยี นรทู้ ักษะในการตรวจหาจุดบกพร่องหรอื ผดิ พลาด หรือความ
เช่ือผิดๆ (มายา) ในข้อถกเถียง โดยต้ังเป้าว่า เมื่อจบรายวิชาผู้เรียนจะ
สามารถระบุชนิดของขอ้ ผดิ พลาดได้ ๒๐ กลมุ่
โดยเริ่มจากกลมุ่ ชนดิ ท่เี ขา้ ใจงา่ ย ๕ กลุ่มก่อน ได้แก่ (๑) สบั สน
ระหวา่ งเหตแุ ละผล (๒) red herring (๓) straw man (๔) ad hominem
(๕) post hoc แล้วครูจัดท�ำสไลด์ตัวอย่างถ้อยค�ำท่ีแสดงมายา ฉายให้ผู้
เรยี นอ่านและรว่ มกนั ทำ� ความเขา้ ใจว่าเป็นมายาในกล่มุ ใด หลงั จากน้ันฉาย
ข้อความแล้วให้ผู้เรียนจับคู่ปรึกษากัน หลังจากนั้นหากผู้เรียนคนใดน�ำ
ขอ้ ความจาก นสพ. หรอื แหลง่ อน่ื ทแ่ี สดงมายากลมุ่ ใดกลมุ่ หนง่ึ มาเสนอ และ
บอกกลุ่มถูก กจ็ ะได้คะแนนเพิ่ม
๒ - ๓ สปั ดาห์ต่อมา ครูน�ำเสนอมายาอีก ๕ กลมุ่ ต่อผเู้ รยี น ทำ� เชน่
น้ตี อ่ ไปจนไดค้ รบ ๒๐ กลมุ่ มายา โดยส่งเสรมิ ใหผ้ ้เู รียนท�ำความรจู้ ักมายา
จากชีวิตประจ�ำวนั ผเู้ รยี นจะสนกุ มากกบั บทเรียนน ้ี
228 สนุกกับก ารเรียนในศ ตวรรษท ่ี ๒๑
วชิ าทฤษฎีดนตรแี ละการแตง่ เพลง
ผมอ่านตัวอย่างน้ีไม่รเู้ รื่อง เดาไดเ้ ลาๆ ว่า ผู้เรยี นมกั จะแต่งผิด
หลกั การทง้ั ๆ ทร่ี ทู้ ฤษฎี ครจู งึ หาวธิ ใี หผ้ เู้ รยี นฝกึ หาจดุ ทผี่ ดิ จากตวั อยา่ ง โดย
ใหผ้ ูเ้ รยี นจับคู่กนั ทำ� งาน
จากตวั อยา่ งน้ี ผมจงึ คดิ วา่ ในทกุ วชิ า มปี ระเดน็ ทผี่ เู้ รยี นหรอื คนทว่ั ไป
มักเข้าใจผิด การหาวธิ ีใหผ้ เู้ รียนฝกึ หาท่ผี ดิ จากตวั อย่างทั่วๆ ไป จะไดผ้ ลใน
ลักษณะ “ยิงกระสุนนัดเดยี วไดน้ กสองตัว” คือได้ทัง้ ความร้เู ชงิ สาระ และได้
ทกั ษะการค้นหามายา
การปรับใช้กับการเรยี นออนไลน์
เทคโนโลยีสื่อสารสองทาง (หรือหลายทาง) ในเวลาเดียวกัน เช่น
teleconference chat ท่ีมีทีเ่ ขยี นโต้ตอบหรอื อธบิ ายด้วย มีประโยชนม์ ากต่อ
การเรยี นบทเรยี นนี้
หรืออาจก�ำหนดให้ผู้เรียนจับคู่เป็นทีมท�ำงาน ให้คุยเร่ืองน้ีทาง
โทรศพั ท์ หรือ SMS หรอื ครูมอบหมายตัวอย่างปญั หาใหผ้ ้เู รียนแต่ละคนคดิ
จดั กลมุ่ ชนดิ ปญั หาคนเดยี วกอ่ น แลว้ จงึ ปรกึ ษากนั และสง่ ผลงานตอ่ ครู เปน็
ผลงานร่วมกัน
การขยายวิธีการ หรอื ประโยชน์
f ใหผ้ ู้เรียนหาตัวอยา่ งมายาแต่ละกลุ่มชนดิ เอง
f ให้ผู้เรียนอธิบายลักษณะของมายาแต่ละกลุ่มชนิด และบอก
ลักษณะจ�ำเพาะของแต่ละกลุ่ม
f เมอ่ื ผเู้ รยี นบอกมายาแตล่ ะกลมุ่ ชนดิ ไดค้ ลอ่ งแคลว่ แลว้ ใหผ้ เู้ รยี น
ฝกึ ใช้เทคนคิ นร้ี ว่ มกบั เทคนิคท่ี ๒๕ Think-Aloud-Pair-Problem
Solving
วิจารณ พานิช 229
ค�ำแนะนำ�
เทคนิคนี้เน้นท่ีรายวิชาที่ปัญหามีค�ำตอบถูกผิดชัดเจน แต่ยังมีวิชา
หรอื ปญั หาภายในวชิ า ทม่ี คี วามซบั ซอ้ น หรอื มที งั้ ปจั จยั ทร่ี แู้ ลว้ และทยี่ งั ไมร่ ู้
จงึ ไมม่ ีค�ำตอบถูกผิดที่ชดั เจน หากครูใช้ปญั หาชนิดน้ี ครตู ้องบอกผเู้ รียนให้
ชดั เจนวา่ เรอ่ื งนนั้ ไม่มีค�ำตอบที่ถกู เพยี งคำ� ตอบเดียว ใหผ้ ้เู รยี นเลอื กค�ำตอบ
ที่ตนคิดว่าถูกต้องท่สี ุด พร้อมทั้งบอกเหตุผล
ในชีวติ จรงิ ปญั หาต่างๆ มีความซบั ซอ้ น ดังนน้ั หากครูตอ้ งการให้
ผเู้ รียนไดฝ้ ึกทักษะในการกำ� หนดปญั หา ครตู ้องทำ� ให้ปัญหาตัวอย่างลดความ
ซบั ซอ้ นลง เพอ่ื ใหค้ วามแตกตา่ งระหวา่ งกลมุ่ ปญั หาแตล่ ะชนดิ มคี วามชดั เจน
ขึน้ โดยตอ้ งย้ำ� กับผูเ้ รยี นวา่ นี่เป็นแบบฝึกหดั ท่ีท�ำให้งา่ ยขึน้ ในชีวติ จรงิ จะ
ไมง่ ่ายอย่างนี้
เอกสารคน้ คว้าเพ่มิ เตมิ
Angelo TA, Cross KP. (๑๙๙๓). Classroom assessment techniques. San
Francisco : Jossey-Bass, pp. ๒๑๔-๒๑๗.
๔ พ.ย. ๕๕
http://www.gotoknow.org/posts/๕๐๗๖๒๙
230 สนกุ กับการเรยี นในศ ตวรรษที่ ๒๑