หลวงปขู่ าว อนาลโย แหง่ ส�ำนักวดั ถำ�้ กลองเพล อำ� เภอหนองบัวล�ำภู จังหวัด
อดุ รธานี เปน็ เพอื่ นสหธรรมกิ ทส่ี นทิ สนมคนุ้ เคยในฐานะทเ่ี ฝา้ ตดิ ตามศกึ ษาธรรมกบั
พระอาจารย์ใหญ่ร่วมกัน และร่วมกันออกธุดงค์ในป่าเขาแถบจังหวัดสกลนคร
หนองคาย และอดุ รธานี โดยเฉพาะการธดุ งคบ์ รเิ วณถำ้� กลองเพล และหลวงปขู่ าวกไ็ ด้
ยดึ สถานทนี่ เ้ี ปน็ ทพ่ี ำ� นกั ประจำ� สบื มา จนกระทง่ั ทา่ นมรณภาพเมอ่ื วนั ท่ี ๑๖ พฤษภาคม
พ.ศ. ๒๕๒๖ ก่อนการมรณภาพของหลวงปเู่ พียง ๖ เดือน แม้ทงั้ ๒ องค์ จะมีอายุ
รนุ่ ราวคราวเดยี วกนั คอื เกดิ ปเี ดยี วกนั แตห่ ลวงปขู่ าวกอ็ อ่ นพรรษากวา่ เพราะทา่ นบวช
หลังหลวงปู่ถึง ๙ ปี
ยังมีสหธรรมิกรุ่นหลังหลวงปู่อีกจ�ำนวนมากท่ีเป็นที่เคารพศรัทธาและรู้จัก
กวา้ งขวางได้แก่
หลวงปู่แหวน สุจิณโฺ ณ วดั ดอยแมป่ ั๋ง อ�ำเภอพรา้ ว จงั หวัดเชียงใหม่
พระราชนิโรธรงั สีคมั ภรี ปญั ญาวศิ ษิ ฏ์ (หลวงปู่เทสก์ เทสฺรสํ )ี วัดหนิ หมากเปง้
อ�ำเภอศรเี ชยี งใหม่ จังหวดั หนองคาย
หลวงปหู่ ลยุ จนฺทสาโร วัดถ�้ำผาบิง้ อ�ำเภอวังสะพงุ จงั หวัดเลย
พระธรรมวสิ ทุ ธมิ งคล (หลวงตามหาบวั าณสมปฺ นโฺ น) วดั ปา่ บา้ นตาด จงั หวดั
อุดรธานี เป็นลูกศิษย์ผู้อุปัฏฐากใกล้ชิดพระอาจารย์ใหญ่มั่น ภูริทตฺโต ได้ร่วม
ปฏบิ ตั ธิ รรมกบั หลวงปบู่ า้ ง ซงึ่ ทา่ นมคี วามสนทิ สนมกนั พอสมควร ในชว่ งหลงั ๆ หลวงปู่
ได้ส่งลูกศิษย์หลายองค์ไปอยู่ศึกษาด้านสมาธิภาวนากับองค์หลวงตาฯ หลังจาก
พระอาจารย์ใหญ่มรณภาพแล้ว องค์หลวงตาบัวได้ปฏิบัติหน้าท่ีรักษามรดกธรรม
คลา้ ยๆ กบั องคแ์ ทนของพระอาจารยใ์ หญ่ ซง่ึ ครบู าอาจารยร์ นุ่ อาวโุ สบางทา่ นไดแ้ นะนำ�
วา่ “ถา้ อยากรวู้ า่ พระอาจารยใ์ หญท่ า่ นเปน็ อยา่ งไร ใหไ้ ปดไู ดท้ ว่ี ดั หลวงตา วดั บา้ นตาด
แล้วจะเข้าใจ”
244
ลูกศิษย์ของหลวงปู่
ลกู ศษิ ยผ์ ู้สืบทอดมรดกธรรมของหลวงปู่มหี ลายยคุ หลายร่นุ พอล�ำดับไดด้ ังน้ี
รนุ่ แรกสดุ ในสมยั ทห่ี ลวงปยู่ งั ทอ่ งธดุ งคอ์ ยแู่ ถบภาคอสี านตอนบน หลวงปไู่ ด้
สร้างพทุ ธบตุ รให้แก่วงการพระศาสนาฝา่ ยอรัญวาสีจำ� นวนไมน่ อ้ ย ทเ่ี ป็นทร่ี ู้จักอยา่ ง
กว้างขวางมี ๒ รูป คอื
๑. หลวงปฝู่ นั้ อาจาโร วดั ปา่ อดุ มสมพร อำ� เภอพรรณานิคม จงั หวัดสกลนคร
ได้พบและฝากตัวเป็นศิษย์ปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่สมัยเป็นพระหนุ่ม เม่ือหลวงปู่ไป
จำ� พรรษาทว่ี ดั มว่ งไข่ บา้ นกดุ กอ้ ม อำ� เภอพรรณานคิ ม จงั หวดั สกลนคร ในปี พ.ศ. ๒๔๖๓
ครง้ั นน้ั ถอื เปน็ เหตกุ ารณพ์ ลกิ แผน่ ดนิ ของวดั มว่ งไข่ คอื หลงั ออกพรรษาปนี นั้ พระเณร
ทงั้ วดั สละท้ิงวดั แลว้ ออกธุดงค์ตามหลวงป่ไู ปทั้งหมดจนปล่อยใหว้ ดั ร้าง หลวงปูฝ่ ้ัน
ซ่ึงยงั เปน็ พระหน่มุ อยู่ใกล้กันนน้ั กอ็ อกตดิ ตามไปปฏบิ ตั ิธรรมตามหลวงป่ดู ว้ ย แลว้
หลวงปไู่ ดน้ ำ� ไปถวายเปน็ ศษิ ยป์ ฏบิ ตั ธิ รรมกบั พระอาจารยใ์ หญใ่ นเวลาตอ่ มา ดงั ปรากฏ
หลกั ฐานภาพปน้ั ทซ่ี มุ้ ประวตั ซิ มุ้ ที่ ๗ ทเี่ จดยี พ์ พิ ธิ ภณั ฑห์ ลวงปฝู่ น้ั อาจาโร ศษิ ยร์ นุ่ หลงั ๆ
ของหลวงปดู่ ลู ย์ทีส่ นใจดา้ นปฏบิ ตั ิภาวนา ถูกส่งตวั มาใหอ้ ยู่ฝึกปฏิบตั ิกับหลวงป่ฝู ้ัน
จำ� นวนหลายรนุ่ หลวงปฝู่ น้ั มรณภาพเมอ่ื วนั ท่ี ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๐ กอ่ นหลวงปู่
๖ ปี
245
๒. หลวงปอู่ อ่ น ญาณสริ ิ วดั ปา่ นโิ ครธาราม อำ� เภอหนองววั ซอ จงั หวดั อดุ รธานี
ปวารณาตวั เปน็ ศษิ ยต์ ดิ ตามหลวงปตู่ ง้ั แตส่ มยั ยงั เปน็ เณรอยวู่ ดั มว่ งไข่ แลว้ ไดไ้ ปปฏบิ ตั ิ
ธรรมอยู่กับหลวงปู่มน่ั อยรู่ ะยะหน่งึ แล้วทอ่ งธดุ งคก์ ัมมัฏฐานจนมคี ณุ ธรรมแกก่ ลา้
ได้รบั มรรคผลจนมชี ื่อเสยี งขจรขจาย
สานศุ ษิ ยเ์ ม่อื คร้งั ทหี่ ลวงปมู่ าอยู่สรุ นิ ทร์ และร่วมในกองทัพธรรมแห่งอสี านใต้
ในช่วงที่หลวงปู่มาพักที่วัดนาสาม เสนาสนะป่าบ้านหนองเสม็ด และวัดบูรพาราม
รวมเวลาทง้ั สิ้น ๖๐ ปีเศษ ไดส้ รา้ งพทุ ธบุตรไวป้ ระดบั วงการสงฆฝ์ ่ายวปิ สั สนาธุระ
มากมาย จำ� นวนนับดว้ ยเรอื นพัน
ลกู ศษิ ยอ์ าวโุ ส ซงึ่ ไดก้ ลา่ วถงึ บอ่ ยในประวตั ชิ วี ติ ของทา่ นทน่ี ำ� เสนอขา้ งตน้ ไดแ้ ก่
๑. พระเทพสทุ ธาจารย์ (โชติ คุณสมปฺ นฺโน) วดั วชริ าลงกรณวราราม อำ� เภอ
ปากชอ่ ง จงั หวัดนครราชสมี า มรณภาพเมอื่ วนั ท่ี ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๗
๒. หลวงปสู่ าม อกญิ จฺ โน วดั ปา่ ไตรวเิ วก ตำ� บลนาบวั อำ� เภอเมอื ง จงั หวดั สรุ นิ ทร์
มรณภาพเมื่อวันท่ี ๑ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔ อายุ ๙๑ ปีเศษ
๓. พระมหาพลอย อปุ สโม ป.ธ.๖ จากวดั สมั พนั ธวงศาราม กรงุ เทพฯ เมอื่ คณะสงฆ์
มณฑลนครราชสมี า ไดส้ ถาปนาวดั บรู พารามขนึ้ มาเปน็ วดั ธรรมยตุ แหง่ แรกของจงั หวดั
สุรนิ ทร์ เมอ่ื ปี พ.ศ. ๒๔๗๖ แล้ว จงึ มบี ัญชาให้พระมหาพลอยเดินทางมาฟ้ืนฟู
การศึกษาฝา่ ยพระปรยิ ตั ิธรรม และไดล้ าสกิ ขาออกมาใชช้ ีวิตฆราวาสในภายหลงั
๔. พระราชวสิ ทุ ธธิ รรมรงั ษี (เปลยี่ น โอภาโส) อดตี เจา้ อาวาสวดั ปา่ โยธาประสทิ ธ์ิ
ต่อมาได้พ�ำนักอยู่ท่ีวัดบูรพาราม เป็นศิษย์ผู้ร่วมงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับหลวงปู่
มาตลอด มรณภาพเม่อื วนั ที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๓
๕. พระราชปญั ญาวสิ ารทั (เหลอื ง ฉนทฺ าคโม) เจา้ อาวาสวดั กระดงึ ทอง อำ� เภอเมอื ง
จังหวดั บุรรี ัมย์ อดตี เจา้ คณะจังหวดั บรุ ีรัมย์ ฝา่ ยธรรมยตุ
246
๖. พระรตั นากรวสิ ุทธิ์ (เสถียร สถิโร) สมณศกั ดิ์เดิมท่ี พระครสู ถติ สารคุณ
เจา้ อาวาสวดั บูรพาราม สบื ตอ่ จากหลวงปู่ (มรณภาพ)
๗. พระครเู ขมคณุ โสภณ (จนั ทรแ์ รม เขมสริ )ิ วดั ปา่ สาลวนั อำ� เภอเมอื ง จงั หวดั
นครราชสมี า ต่อมาได้เปน็ เจา้ อาวาสวดั ระหาน (เกาะแกว้ ธุดงคสถาน) อ.บา้ นด่าน
จ.บรุ ีรัมย์ มรณภาพเมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
๘. หลวงพอ่ สวุ จั น์ สวุ โจ วดั ถำ้� ศรแี กว้ อำ� เภอกดุ บาก จงั หวดั สกลนคร ซงึ่ ตอ่ มา
ไดเ้ ปน็ เจา้ อาวาสวดั ปา่ เขานอ้ ย ตำ� บลเสมด็ อำ� เภอเมอื ง จงั หวดั บรุ รี มั ย์ มรณภาพเมอ่ื
วันท่ี ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๕
ลกู ศษิ ย์รุ่นกลาง ที่พอจะนึกช่ือได้ มีดงั น้ี
๑. พระโพธนิ นั ทมนุ ี (สมศกั ด์ิ ปณฑฺ โิ ต) อดตี พระครนู นั ทปญั ญาภรณ์ อปุ ฏั ฐาก
ใกล้ชิดหลวงปู่มาต้ังแต่บวชเป็นสามเณร ติดต่อมาจนกระทั่งหลวงปู่มรณภาพเป็น
เวลา ๔๐ ปี
๒. พระวสิ ทุ ธนิ ายก (บญุ เอยี ด พทุ ธฺ วโํ ส) เจา้ อาวาสวดั ไตรรตั นาราม อำ� เภอเมอื ง
จังหวดั สุรินทร์ เจา้ คณะจังหวัดสรุ ินทร์ ฝ่ายธรรมยุต (มรณภาพ)
๓. พระครพู นมศลี คณุ (สวน สารธมโฺ ม) เจา้ อาวาสวดั พนมศลิ าราม (เขาสวาย)
อำ� เภอเมอื ง จงั หวดั สุรนิ ทร์ สถานทีจ่ ัดพธิ ีพระราชทานเพลงิ ศพ และทปี่ ระดิษฐาน
พระธาตุเจดียข์ องหลวงปู่ (มรณภาพ)
๔. พระครญู าณกจิ ไพศาล (ใหญ่ ญาณวโี ร) เจา้ อาวาสวดั ปา่ ตาเตน อำ� เภอเมอื ง
จงั หวดั สุรินทร์
๕. พระครปู ยิ ธรรมโสภณ (หนื ) วดั ปา่ ไพศาล อำ� เภอประโคนชยั จงั หวดั บรุ รี มั ย์
๖. พระครวู รี ากรณ์วสิ ุทธิ์ (เดน่ ) วัดปา่ ชยั มงคล จงั หวดั สุรนิ ทร์
247
ลกู ศษิ ยร์ ่นุ หลังๆ เทา่ ท่พี อนกึ ได้ มีดงั น้ี
๑. พระพศิ าลศาสนกจิ (เยอื้ น ขนตฺ พิ โล) วดั เขาศาลาอตลุ ฐานะจาโร อำ� เภอบวั เชด
จงั หวัดสุรนิ ทร์
๒. พระครภู าวนาวสิ ทุ ธิ์ (ตรคี ณู ) วดั ปา่ ประโคนชยั อำ� เภอประโคนชยั จงั หวดั
บรุ ีรมั ย์
๓. พระครเู กษตรคุณารกั ษ์ (เคล็ม) วดั ปา่ อดุ มธรรม อำ� เภอกระสัง จงั หวัด
บุรรี ัมย์
๔. พระครธู รรมประเวที วดั ท่งุ โพธ์ิ อ�ำเภอเมือง จงั หวัดบุรรี มั ย์
๕. พระครบู ริรักษ์พฒั นา (เสวย) วัดบรุ รี ัมยร์ ัตนารมย์ อ�ำเภอเมอื ง จังหวดั
บรุ รี มั ย์
๖. หลวงพ่อกมิ ทปี ธมฺโม วัดปา่ ดงคู อ�ำเภอลำ� ดวน จังหวดั สรุ นิ ทร์ มีชื่อเสยี ง
ในด้านจิตภาวนา (มรณภาพ)
๗. พระอาจารยค์ นื ปสนโฺ น วดั บวรสงั ฆาราม ตงั้ อยหู่ นา้ เรอื นจำ� จงั หวดั สรุ นิ ทร์
ตำ� บลนอกเมือง อำ� เภอเมอื ง จังหวดั สรุ นิ ทร์ (มรณภาพ)
๘. พระอาจารย์สพุ ร วัดปราสาทจอมพระ อำ� เภอจอมพระ จงั หวดั สรุ ินทร์
๙. พระอาจารยว์ สันต์ วงฺคีโส วดั ป่าเขาโตะ๊ อ�ำเภอพนมดงรัก จังหวดั สรุ ินทร์
๑๐. พระเทพสทิ ธญิ าณรงั สี (จนั ทร์ คเวสโก) หรอื “หลวงตาจนั ทร”์ วดั ปา่ ชยั รงั สี
อ�ำเภอเมือง จงั หวดั สมุทรสาคร (ลาสิกขา)
๑๑. พระครูสถติ ปญั ญาคุณ (พิรณุ คีรีปณุ โฺ ณ) วดั ปรอื เกียน อำ� เภอเมอื ง
จังหวัดสุรนิ ทร์
248
๑๒. พระครูบุญเล้ียง วัดวอชิงตันวราราม กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศ
สหรฐั อเมรกิ า
๑๓. พระอาจารย์ทองยอ้ ย วัดธรรมรังสี นครซดิ นีย์ ประเทศออสเตรเลยี
๑๔. พระอาจารย์จำ� เรญิ วัดปารสี นครปารสี ประเทศฝร่ังเศส
๑๕. พระอาจารยส์ จุ นิ ต์ สจุ ณิ โฺ ณ วดั พทุ ธเบญจพล ประเทศเยอรมนี (พ.ศ. ๒๕๕๘
พ�ำนักอยทู่ ีว่ ดั หนองน้�ำเขยี ว ตำ� บลแม่กุ อ�ำเภอแม่สอด จังหวดั ตาก)
๑๖. พระอาจารยท์ นงศกั ดิ์ วัดป่าธรรมชาติ จงั หวดั เชียงใหม่
๑๗. พระมหาเหรียญ วัดป่าธรรมชาติ ลองบีช แคลิฟอร์เนีย ประเทศ
สหรัฐอเมริกา
๑๘. พระอาจารยเ์ จิม วัดนรนาถสนุ ทริการาม กรงุ เทพฯ
๑๙. พระอาจารย์ทอง วัดญาณสงั วราราม จังหวัดชลบรุ ี
๒๐. พระครลู บี าลอง วัดอโศการาม กรงุ นวิ เดลี ประเทศอนิ เดีย
ยงั มพี ระภิกษุสามเณรอีกเป็นจ�ำนวนมากที่เป็นลูกศษิ ยห์ ลวงปชู่ ่วงหลงั ๆ ตอ้ ง
กราบขออภยั ด้วยท่ไี มส่ ามารถกล่าวนามได้หมด ณ ท่นี ี้
249
งานของคณะสงฆ์และสมณศกั ดขิ์ องหลวงปู่
หลวงปดู่ ลู ย์ อตโุ ล มาอยปู่ ระจำ� ทว่ี ดั บรู พาราม จงั หวดั สรุ นิ ทร์ ตง้ั แตว่ นั ที่ ๒๔
กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๗๗ เมอื่ ทา่ นอายุ ๔๖ ปี พรรษา ๒๔ หลงั จากวดั บรู พารามไดร้ บั
การสถาปนาเปน็ วัดปา่ ธรรมยุตในปี พ.ศ. ๒๔๗๖
งานของคณะสงฆแ์ ละสมณศกั ด์ิของหลวงปู่ มตี ามล�ำดบั ดังน้ี
พ.ศ. ๒๔๗๘
- ได้รบั แต่งต้งั เป็นเจา้ คณะอำ� เภอรัตนบรุ ี
พ.ศ. ๒๔๗๙
- เรมิ่ ลงมอื กอ่ สรา้ งโบสถว์ ดั บรู พาราม แลว้ เสรจ็ ปี พ.ศ. ๒๔๙๓ รวมเวลากอ่ สรา้ ง
๑๔ ปี
๑ มนี าคม พ.ศ. ๒๔๗๙
- ไดร้ บั แตง่ ตงั้ เปน็ พระครสู ญั ญาบตั ร เจา้ คณะอำ� เภอรตั นบรุ ี โดยมสี มณศกั ดิ์
ที่ พระครรู ตั นากรวิสุทธ์ิ
๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๐
- ไดร้ ับแตง่ ตั้งเปน็ พระอุปัชฌายส์ ามัญ ฝา่ ยธรรมยุติกนิกาย
250
๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๐
- เป็นประธานสงฆ์ในการหล่อพระพุทธชินราชจ�ำลอง เพ่ือเป็นพระประธาน
ประดิษฐานในอุโบสถ
พ.ศ. ๒๔๙๔
- ไดร้ ับแตง่ ต้งั เป็นเจ้าคณะอ�ำเภอเมอื งสุรนิ ทร์ ฝ่ายธรรมยุติกนกิ าย
๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๑
- ได้รับแตง่ ต้ังเปน็ เจ้าคณะจังหวดั สุรินทร์ ฝ่ายธรรมยตุ ิกนิกาย
พ.ศ. ๒๕๐๔
- ได้รบั แต่งตงั้ เปน็ พระราชาคณะชนั้ สามญั ทพ่ี ระรตั นากรวิสทุ ธิ์
พ.ศ. ๒๕๐๘
- ปฏิสังขรณ์มณฑปหลวงพอ่ พระชวี ์ เปลี่ยนจากอาคารไม้เป็นอาคารจตุรมขุ
คอนกรตี เสริมเหลก็
พ.ศ. ๒๕๑๑
- กรมการศาสนาประกาศให้วดั บูรพารามเป็นวดั พัฒนาตวั อย่าง
๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๐
- ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกวัดบูรพารามเป็นพระอารามหลวงช้ันตรี
ประเภทสามัญ
พ.ศ. ๒๕๒๐
- ไดส้ รา้ งศาลาการเปรยี ญ “ศาลาอตลุ เถระ” ขนาด ๑๖x๔๖ เมตร มลู คา่ ประมาณ
๑.๘ ลา้ นบาทเศษ
251
พ.ศ. ๒๕๒๒
- สรา้ งโรงเรยี นพระปรยิ ตั ธิ รรม “ราชบรู พา” เปน็ ตกึ ๒ ชน้ั ๘ หอ้ งเรยี น มลู คา่
ประมาณ ๑.๒ ลา้ นบาทเศษ
๒ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๒๒
- ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ พระราชทานสมณศกั ดเ์ิ ป็นพระราชาคณะชนั้ ราช
ที่ พระราชวุฒาจารย์ ศาสนภาระธรุ กจิ ยติคณสิ สร บวรสังฆาราม คามวาสี
๑๘ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๒๒
- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชด�ำเนินพร้อมด้วยสมเด็จ
พระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ ีนาถ และพระบรมวงศานวุ งศ์ ทรงมานมัสการหลวงปทู่ ่ี
วัดบรู พาราม หลวงปู่ได้แสดงพระธรรมเทศนาถวาย
๒๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๖
- เวลา ๑๖.๐๐ น. ออกรบั แขกเพอ่ื การสง่ั ลาครงั้ สดุ ทา้ ยตามธรรมเนยี ม ทงั้ พระสงฆ์
และประชาชนเขา้ กราบ เวลา ๒๒.๐๐ น. เรมิ่ แสดงธรรมบทสดุ ทา้ ย ออกมาลาสถานที่
ด้วยองคท์ า่ นเอง
๓๐ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๒๖
- เวลา ๐๒.๐๐ น. เทศนบ์ ทสดุ ทา้ ย เรอ่ื งลกั ษณาการปรนิ พิ พานของพระพทุ ธองค์
เวลา ๔ นาฬกิ าเศษ แสดงความเปน็ “ตถตา” คอื แสดงใหเ้ หน็ ความเปน็ ธรรมดาแก่
ชาวโลก ดว้ ยการละสังขาร เหลือไวแ้ ตม่ รดกธรรมใหช้ าวโลกถือเปน็ อทุ าหรณ์
๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๘
- งานพระราชทานเพลิงศพ จัดข้ึนท่ีเมรุช่ัวคราว ณ วนอุทยานแห่งชาติ
เขาพนมสวาย ตำ� บลนาบวั อำ� เภอเมอื ง จงั หวดั สรุ นิ ทร์ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ฯ
เสด็จพระราชด�ำเนินมาในการพระราชทานเพลิงศพ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชนิ นี าถ สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี สมเดจ็ พระเจา้
ลกู เธอ เจ้าฟา้ จฬุ าภรณ์วลยั ลกั ษณ์ และ น.อ. วรี ะยทุ ธ ดิษยะศริน
252
ปฏปิ ทาพระเถระ
นบั ตง้ั แตป่ ี ๒๔๗๗ เมอ่ื อายุ ๔๖ ปี จนถงึ วาระสดุ ทา้ ยเมอื่ อายุ ๙๖ ปี กบั ๒๖ วนั
หลวงป่ดู ลู ย์ อตุโล มิได้ไปจำ� พรรษาทไ่ี หนอกี เลย ด้วยความซือ่ สัตย์มั่นคงต่อภาระ
หนา้ ทท่ี ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ทา่ นไดบ้ ากบน่ั เอาชนะอปุ สรรคนานาประการดว้ ยความอดทน
และทมุ่ เท ตอ้ งบรหิ ารงานคณะสงฆ์ ทง้ั ดา้ นการปกครอง การศกึ ษา การเผยแผ่ และ
สาธารณปู การ รวมทงั้ การกอ่ สรา้ งปฏสิ งั ขรณ์ แผข่ ยายสงั ฆมณฑล สรา้ งวดั ใหมท่ ง้ั ฝา่ ย
คามวาสีและอรัญวาสีอย่างมากมายทั้งในจังหวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์ ศิษยานุศิษย์
กเ็ พิ่มทวีคณู ขนึ้ เปน็ ลำ� ดบั
แมห้ ลวงปจู่ ะอยใู่ นปจั ฉมิ วยั กต็ าม ทา่ นกย็ งั มสี ขุ ภาพพลานามยั แขง็ แรง เปน็ ผู้
ท่ีสมบูรณ์ด้วยพรหมวิหารธรรมเป็นนิจ ผู้ใดใคร่จะได้เข้าไปพบนมัสการเวลาไหน
ไม่มีจำ� กัด ไม่มพี ิธรี ีตองให้ต้องยุ่งยากล�ำบากหรอื อดึ อัดใจ พรอ้ มจะสงเคราะหใ์ น
กิจนมิ นตข์ องพทุ ธศานกิ ชนโดยไมเ่ ลือกช้ันวรรณะ ใครจะเอารถมารบั ก็ได้ ไมม่ ารบั
กเ็ ดนิ ไปดว้ ยระยะทางนบั สบิ ๆ กโิ ลเมตร ทา่ นกย็ นิ ดไี ปสงเคราะหไ์ ด้ โดยไมม่ กี ารบน่
หรอื เกยี่ งงอนอะไรกบั ใคร ไมว่ า่ จะเปน็ สถานทห่ี รอื จงั หวดั ไกลๆ ถา้ มผี ศู้ รทั ธานมิ นต์
ทา่ นก็ยนิ ดีสงเคราะหเ์ สมอ
อนึง่ แมว้ ่าทา่ นจะมิได้ออกธุดงค์ตามเจตนาเดมิ กต็ าม ท่านกย็ ังถอื ธดุ งควัตร
เปน็ นสิ ยั ตลอดมา ผลทที่ า่ นเคยประพฤตปิ ฏบิ ตั มิ า ทำ� ใหท้ า่ นมชี วี ติ ทบ่ี รสิ ทุ ธงิ์ ดงามใน
สมณวสิ ยั พอสรปุ ลกั ษณะเด่นๆ ท่ีปรากฏในองค์ท่านได้ดงั น้ี
253
บำ� เพญ็ เพยี รทางจิตเปน็ ปกติ ไม่ขาดสาย ไม่เคยบกพรอ่ ง กลางคืนจะพักผอ่ น
เพียง ๒ ชวั่ โมงเท่านัน้
สงบเสงย่ี มเยอื กเย็น ไมห่ วน่ั ไหวแปรปรวน หรอื ตน่ื เตน้ ตามเหตกุ ารณ์
มีใบหนา้ สงบราบเรยี บ ผิวพรรณผอ่ งใส โดยเฉพาะวนั โกน หลังปลงผมเสร็จ
จะดูผอ่ งใสงดงามเปน็ พิเศษ
มอี ุเบกขาต่อความลำ� บาก ไมเ่ คยบน่ เรอ่ื งอาหาร ที่อยู่ และความสะดวกสบาย
ทงั้ หลาย
มีความเป็นอยู่ง่าย เมื่อขาดไม่ด้ินรนแสวงหา เมื่อมีไม่สั่งสม เป็นอยู่ตามมี
ตามได้
ฉนั มอ้ื เดยี วตลอดมา เวน้ แตเ่ มอื่ มกี จิ นมิ นต์ จงึ อนโุ ลมฉนั ๒ มอื้ บา้ ง และลกู ศษิ ย์
ออ้ นวอนขอใหฉ้ ัน ๒ มื้อ เมือ่ อาพาธและชราภาพมากแล้ว
มโี รคนอ้ ย สุขภาพแข็งแรงดี พลานามยั ดี
มีสัจจะ พดู อะไรตอ้ งทำ� อยา่ งนน้ั ตัง้ ใจท�ำอะไรต้องทำ� ใหส้ �ำเร็จ
มปี ฏภิ าณไหวพรบิ ดี ชขี้ อ้ ธรรมะไดถ้ กู ตอ้ งชดั เจน สนั้ และงา่ ย แนะแนวทางปฏบิ ตั ิ
ไดต้ ลอดสาย
“สลลฺ หกุ วตุ ตฺ ”ิ เปน็ ผมู้ คี วามประพฤตเิ บาพรอ้ มเปน็ ปกติ กระฉบั กระเฉง วอ่ งไว
เดนิ ตวั ตรงและเรว็ ไมม่ อี าการหลงลมื หงำ� เหงอะเลอะเลอื น ไมม่ ใี ครเคยเหน็ ทา่ นแสดง
อาการงัวเงียง่วงเหงา เมื่อต่ืนนอนจะลุกขึ้นทันที สีหน้าไม่เหมือนคนผ่านการนอน
เหมอื นคนทต่ี น่ื เตม็ ทีเ่ สมอ
ไม่เคยปรากฏแววหมองคล�้ำอิดโรยหลังจากผ่านงานกลางแจ้งมาอย่างหนัก
นอกจากอาการอ่อนเพลยี ทางรา่ งกายบา้ งเลก็ น้อย ไมม่ เี หง่อื ไคลไหลโทรม
254
นิยมการท�ำตัววางตัวง่ายๆ ไม่มีพิธีรีตอง มักต�ำหนิผู้ที่เจ้าบทเจ้าบาทมาก
เกนิ ควร
บทสวดมนตท์ โี่ ปรดปราน “อรญเฺ ญ รกุ ขฺ มเู ล วา สญุ ญฺ าคาเรว ภกิ ขฺ โว” เปน็ ตน้
แสดงถงึ จติ ใจทใ่ี ฝว่ ิเวกของท่าน
ศษิ ยานศุ ษิ ยท์ กุ คนใหค้ วามรกั เคารพและยำ� เกรงอยา่ งสดุ ซงึ้ ประหนงึ่ ทา่ นเปน็
บดิ าบงั เกิดเกลา้ เพราะจรยิ าวัตรของทา่ นเปี่ยมพร้อมไปด้วยพรหมวหิ ารธรรมอยา่ ง
แท้จริง ทุกคนเรยี กหลวงพอ่ หลวงปู่ ไดอ้ ยา่ งสนทิ ปากสนิทใจ
คติธรรมประจำ� ใจทีส่ อนผูอ้ ื่น “อย่าสง่ จิตออกนอก” พร้อมทงั้ ปรศิ นาธรรมวา่
“คิดเท่าไรกไ็ ม่รู้ ต่อเมอ่ื หยดุ คิดจึงรู้ แต่ต้องอาศัยคดิ ”
คำ� สอนทีส่ ้นั ทีส่ ดุ “หยุดคิดหยุดนึก” หรือหยุดกริ ิยาจติ ในกายยาววาหนาคบื นี้
นมิ ิตในคำ� สอนของท่านมี ๒ คือ รูปนิมิต กับ นามนิมติ สิง่ ทีถ่ กู รู้และถูกเห็น
ทงั้ สนิ้ เรยี กวา่ รปู นมิ ติ ญาณทง้ั หลายมปี พุ เพนวิ าสานสุ ตญิ าณ จตุ ปู ปาตญาณ เปน็ ตน้
ชือ่ ว่านามนมิ ิต นมิ ิตท้งั สองไมค่ วรใส่ใจทัง้ สนิ้
สรปุ หลกั ธรรมของทา่ นในแนวอริยสัจ ๔ คอื
“จติ ท่ีสง่ ออกนอก เป็นสมุทัย
ผลอันเกิดจากจติ ทส่ี ง่ ออกนอก เป็นทุกข์
จติ เหน็ จิต เปน็ มรรค
ผลอันเกดิ จากจิตเห็นจิต เป็นนิโรธ”
255
เหรยี ญและวัตถมุ งคลของหลวงปู่
เร่ืองที่มีผู้สอบถามกันมาก ได้แก่เรื่องเหรียญและวัตถุมงคลของหลวงปู่
มีหลายท่านปรารถนาและมีเจตนาอยากรวบรวมเป็นท�ำเนียบเป็นหลักฐานว่ามีก่ีรุ่น
รุ่นไหนมีความหมายความดังอย่างไร อยากได้ไว้เป็นประวัติส�ำหรับศึกษาค้นคว้า
อะไรท�ำนองน้ัน ซึ่งก็น่าจะเป็นอย่างนั้น ตามความเป็นจริงเมื่อพูดถึงเหรียญหรือ
วัตถุมงคลของหลวงปู่ อาตมภาพ (พระโพธินันทมุน)ี ก็มคี วามล�ำบากใจ และก็ไม่
สบายใจอยู่หลายข้อ เนื่องจากหลวงปู่ท่านไม่เคยใส่ใจและไม่สนใจเกี่ยวกับเรื่อง
วัตถุมงคล เรอ่ื งเหล่านี้ไม่มีอย่ใู นความสนใจของทา่ น
จากประวตั แิ ละปฏปิ ทาของหลวงปทู่ กี่ ลา่ วมาทงั้ หมดแตต่ น้ จะเปน็ ขอ้ ยนื ยนั ไดว้ า่
ถ้าพูดถงึ เรอื่ งสิง่ ศกั ดส์ิ ิทธ์ิ อทิ ธิฤทธ์ิ ส่งิ อาถรรพ์ลึกลับ หรอื เรอ่ื งภายนอกการปฏิบัติ
ธรรมแล้ว หลวงปู่ไมส่ นใจและไม่ใสใ่ จเลย ไมเ่ คยช้ชี วนให้ใครเชอ่ื หรอื ใหเ้ กิดความ
รสู้ กึ โนม้ เอียงไปในทางท่ีเหน็ ความสำ� คัญของสิง่ เหล่านนั้
แมแ้ ตม่ ใี ครมาขอใหห้ ลวงปชู่ ว่ ยกำ� หนดฤกษย์ าม เชน่ หาวนั ดที จ่ี ะบวช หาฤกษด์ ี
ที่จะท�ำงานมงคล วันไหนควรหรือไม่ควรท�ำกิจกรรมเช่นไร หลวงปู่มักบอกว่า
“วันไหนก็ได้ วันไหนก็ดี” นิดเดียวท่านก็ไม่เคยบอกว่าวันน้ันวันน้ีดีแบบหมอดู
ฤกษย์ ามท่วั ไป
256
ในเรอื่ งไสยศาสตรต์ า่ งๆ ทา่ นกไ็ มเ่ คยสนบั สนนุ ใครถามหรอื ชวนคยุ ทา่ นกต็ ดั บท
ออกไป ไมต่ ่อความยาวสาวความยดื ในท�ำนองวา่ ทา่ นไมเ่ คยเห็นแลว้ ก็ไม่ได้ใส่ใจ
ในเรื่องเหล่านั้น
ทีน้ีมาพูดเร่ืองเหรียญของหลวงปู่ จุดก�ำเนิดอยู่ตรงที่ว่า สมัยหน่ึงเมื่อ
ชาวกรุงเทพฯ และคนในจงั หวัดต่างๆ มีการไปมาหาสู่กันในรปู ทศั นาจร หรือจัดพา
คณะไปกราบครบู าอาจารยพ์ ระกัมมฏั ฐาน โดยเฉพาะอย่างย่งิ ทางภาคอีสาน รวมท้งั
ไปเทย่ี วงานใหญๆ่ เชน่ งานชา้ ง รวมทง้ั มเี หตกุ ารณส์ งครามแถบชายแดนของประเทศ
เป็นต้น ภาวการณ์เหล่าน้ีได้ท�ำให้มีผู้มากราบนมัสการหลวงปู่มากขึ้น แต่ละคน
แตล่ ะคณะมกั จะถามหาวตั ถมุ งคลของหลวงปู่ ปกตหิ ลวงปพู่ ดู นอ้ ยอยแู่ ลว้ ทา่ นกพ็ ดู
เพยี งวา่ “อาตมาไมม่ ี อาตมาไมเ่ คยทำ� ” ทา่ นปฏเิ สธอยา่ งนเี้ สมอมา แมค้ นจะรบกวน
ถามทา่ นเร่อื ยๆ สงั เกตดกู ็ไม่เห็นท่านหวนั่ ไหวอะไร
เรื่องท�ำเหรียญน้ี ต้องโทษท่ีอาตมภาพ (พระโพธินันทมุนี) ซ่ึงได้ตริตรอง
พอสมควร เห็นว่าหลวงปจู่ ะต้องกล่าวปฏิเสธคนไปเรอื่ ยๆ เกรงทา่ นจะลำ� บาก ก็เลย
กราบเรยี นทา่ นวา่ “นา่ จะไดจ้ ดั ทำ� เหรยี ญทร่ี ะลกึ ของหลวงปสู่ กั ครงั้ หนงึ่ สำ� หรบั แจกคน
ทเี่ ขาสนใจ” ทา่ นกบ็ อกวา่ “ไมต่ อ้ ง ไมจ่ ำ� เปน็ และกไ็ มใ่ หส้ รา้ ง” อาตมาจงึ เงยี บเฉยไป
เป็นปี คนกม็ าขอเหรยี ญหลวงปอู่ ยา่ งนีเ้ ร่อื ยๆ ไป
อาตมาก็กราบเรียนหลวงปู่เป็นครั้งท่ี ๒ โดยยกตัวอย่างพระเถระองค์อื่นๆ
ทางฝา่ ยกมั มฏั ฐาน สานุศษิ ยก์ ็สร้างเหรยี ญถวายเพ่อื ใหท้ า่ นแจกเปน็ ท่รี ะลกึ สำ� หรับ
คนทเี่ ขายงั มภี าวะจติ วา่ ตอ้ งมวี ตั ถไุ วเ้ ปน็ ทย่ี ดึ เหนยี่ ว ไมว่ า่ ทา่ นอาจารยฝ์ น้ั หลวงปแู่ หวน
ท่านกม็ มี านาน
การมเี หรยี ญทร่ี ะลกึ กไ็ มไ่ ดม้ เี จตนาเพอ่ื สงิ่ อน่ื ใด เพยี งชว่ ยหลวงปไู่ มต่ อ้ งอธบิ าย
ไมต่ อ้ งปฏเิ สธ ถา้ ใครถามหากย็ นื่ ใหเ้ ขาไปหนง่ึ เหรยี ญ คงจะทำ� ใหห้ ลวงปสู่ ะดวกใจขนึ้
คนทมี่ าขอเขากจ็ ะไม่รู้สึกผิดหวงั พยายามเรยี นทา่ นอย่างนี้ ทา่ นกพ็ ดู วา่ “เออ ท�ำ
กท็ ำ� ซิ”
257
เมอื่ หลวงปอู่ นญุ าตแลว้ อาตมากจ็ ดั ทำ� ขนึ้ เปน็ รนุ่ แรก ทำ� เสรจ็ แลว้ กถ็ วายหลวงปู่
ไวต้ ลอดพรรษา ชว่ งนน้ั เปน็ ชว่ งทก่ี ำ� ลงั พฒั นาปฏสิ งั ขรณว์ ดั ดว้ ย กม็ ผี ลประโยชนจ์ าก
การท�ำบุญเอามาพัฒนาวัดบ้างตามที่มีคนศรัทธา เหรียญรุ่นน้ันไม่มีการตั้งราคาแต่
อยา่ งใด
เมอ่ื เหรยี ญรนุ่ แรกออกมา กม็ คี นฮอื ฮาพอสมควร แลว้ กม็ ลี กู ศษิ ยล์ กู หาทงั้ ฝา่ ย
คฤหสั ถบ์ า้ ง ฝา่ ยสงฆบ์ า้ ง เรมิ่ เขา้ หาหลวงปขู่ ออนญุ าตสรา้ งเหรยี ญสรา้ งวตั ถมุ งคลกนั
ตอ่ มาเรอื่ ยๆ ตามความเปน็ จรงิ ทางวดั ไมเ่ คยมโี ครงการ ไมม่ เี ปา้ หมาย หรอื จดั ระเบยี บ
ในการจดั สรา้ งวตั ถมุ งคลแตอ่ ยา่ งใดเลย เมอ่ื มคี นมาขอ บางทอี าตมากพ็ าไปพบหลวงปู่
ซึง่ มขี า้ ราชการผู้ใหญ่บ้าง ทางกองทพั แม่ทัพบา้ ง เมือ่ เขาบอกเจตนาแล้ว หลวงปู่
กอ็ นญุ าตใหเ้ ขาทำ� ทางวดั ไมเ่ คยมโี ครงการ จงึ ไมเ่ คยมที ำ� เนยี บมรี นุ่ ไมเ่ คยมกี ารจดั
ระเบยี บเรอ่ื งนแ้ี ตอ่ ยา่ งใด คนทที่ ราบเรอ่ื งเหลา่ นด้ี ที สี่ ดุ กค็ อื อาตมานแ่ี หละ คอื รวู้ า่ มใี คร
มาขอ มาสร้าง แล้วก็ช่วยเหลือสงเคราะห์เขาไปตามควร
แตข่ อยนื ยนั วา่ เหรยี ญและวตั ถมุ งคลทที่ ำ� จากวดั เองสำ� หรบั แจกเปน็ ทรี่ ะลกึ นน้ั
ไมม่ โี อกาสออกไปขา้ งนอก กแ็ จกกนั หมดภายในวดั นน้ั เอง ไมม่ กี ารออกประกาศเรอื่ ง
การพุทธาภเิ ษก การให้สงั่ จอง และประกาศประชาสัมพันธต์ า่ งๆ รบั รองว่าไม่เคยมี
เด็ดขาด
การกระทำ� อยา่ งนนั้ ทางวดั เรารสู้ กึ ไมโ่ ปรง่ ใจ ไมส่ บายใจ เรอื่ งเหลา่ นเ้ี ราไมถ่ นดั
พดู ง่ายๆ คอื สงิ่ เหลา่ นห้ี ลวงปไู่ ม่ชอบนนั่ เอง แต่ทที่ างเราท�ำขน้ึ บา้ งกเ็ พอ่ื สนองความ
ต้องการโดยท่หี ลวงปไู่ มต่ ้องปฏิเสธไม่ต้องอธบิ าย
ชว่ งหลงั ๆ มผี มู้ าขอสรา้ งขอทำ� กนั หลายพวก หลายคน หลายรนุ่ จนไมท่ ราบวา่
ใครทำ� รนุ่ ไหน เมอ่ื ไร ไม่มีการรวบรวมเปน็ ท�ำเนยี บ อย่างไรกต็ าม ถา้ จะมาบงั คบั ให้
อาตมาบอกว่ามีกี่รุ่น อาตมาก็จัดรนุ่ จัดระเบยี บตามแบบฉบบั ของอาตมาเอง ใครจะ
เห็นอยา่ งไรก็แล้วแต่ อาตมาจดั ออกเปน็ ๘ รุ่น คอื “รนุ่ วางเฉย รุ่นใส่ใจ รุ่นดใี จ
รุ่นสะดวกใจ รุน่ ลำ� บากใจ รุน่ ตื๊อ และรุ่นปลอมอย่างแทจ้ รงิ ”
258
เหรยี ญและวตั ถมุ งคลของหลวงปคู่ งจดั ไดใ้ นลกั ษณะนี้ ทตี่ อ้ งจดั อยา่ งนเี้ พราะ
เร่ืองมันมีอยู่อย่างน้ันจริง คนที่มาขออนุญาตสร้างเหรียญหรือประธานการจัดสร้าง
แตล่ ะรนุ่ นน้ั เขาไดร้ บั ความรสู้ กึ อยา่ งนน้ั จรงิ ทา่ นสรา้ งแลว้ กป็ ลมื้ ใจ บางทา่ นกส็ บายใจ
บางทา่ นกไ็ มค่ อ่ ยสบายใจเท่าใดนัก
การสรา้ งเหรยี ญรนุ่ แรก คอื “รนุ่ ๐๘” รนุ่ นเี้ ปน็ การรเิ รมิ่ ของนายอำ� เภอ พศิ าล
มูลศาสตรสาทร ในสมัยน้ันจัดท�ำมาเสร็จเรียบร้อยแล้วก็มาถวายไว้ท่ีหลวงปู่
หลวงปกู่ อ็ อื ออไปตามเรอื่ ง ใหเ้ ขาเกบ็ ไวท้ กี่ ฏุ ิ เมอ่ื นานพอสมควรแลว้ เจา้ ของเหรยี ญ
ก็มารับไป และแบง่ ถวายวดั ไว้บางส่วนไว้ให้หลวงปู่แจกใหค้ นทีม่ าท�ำบญุ สร้างอะไร
ต่ออะไร ใครมาขอกแ็ จกใหท้ ุกคน
รนุ่ แรกนจี้ ำ� ไดด้ เี พราะเกดิ ขน้ึ ครง้ั แรก ในปี พ.ศ. ๒๕๐๘ มจี ำ� นวน ๓,๐๐๐ เหรยี ญ
เทา่ น้ันเอง ใช้เวลาแจก ๑๐ ปี กย็ ังไม่หมด ใครทำ� บญุ ๕ บาท ก็ใหไ้ ป ไมร่ ู้ว่าเขา
สนใจหรอื เปลา่ หรอื ใครขอกใ็ ห้ รนุ่ นจี้ งึ เรยี กวา่ “รนุ่ วางเฉย” คอื ไมไ่ ดใ้ สใ่ จวา่ สำ� คญั
หรือไมส่ ำ� คญั ทงั้ หลวงปู่ ท้ังอาตมา รวมไปถึงคนทีไ่ ด้รับกเ็ ช่นกนั นี่คือ “รุ่น ๐๘”
สรา้ งเมือ่ หลวงปู่อายุ ๘๔ ปี
เหตกุ ารณ์ผ่านมาอกี ๑๐ ปี จนถึง พ.ศ. ๒๕๑๘ เมื่ออาตมาได้ขอรอ้ งท่านเปน็
ครงั้ ท่ี ๒ แลว้ ทา่ นอนญุ าต อาตมาจงึ ทำ� เหรยี ญของทา่ น ๑ หมนื่ เหรยี ญ และเหรยี ญ
หลวงพอ่ พระชีว์ อกี ๑ หม่นื เหรียญ รุ่นนีจ้ ดั เปน็ รุ่นที่ ๒ เป็น “ร่นุ ใสใ่ จ” เพราะ
หลวงปู่อนุญาตให้ท�ำ แล้วท่านก็ให้คาถาด้วย คาถาที่อยู่ในเหรียญเป็นภาษาขอม
ทา่ นก็เขียนให้ สรา้ งเสร็จก็นำ� มาถวายหลวงปู่ เกบ็ ไวใ้ นกุฏขิ องท่านจนตลอดพรรษา
ตงั้ ใจวา่ ออกพรรษาแลว้ จะเอามาแจกจา่ ย ประกอบกบั ทางวดั มภี าระในการพฒั นาและ
ปฏิสงั ขรณห์ ลายอย่าง จงึ กำ� หนดราคาค่าบูชาเหรียญละ ๒๐ บาท เพอ่ื ความเป็น
ระเบยี บ
ชว่ งนนั้ ทางวดั ไดเ้ หน็ ตวั อยา่ งการทำ� พธิ พี ทุ ธาภเิ ษก พระกรง่ิ จอมสรุ นิ ทร์ ทท่ี าง
ผ้จู ดั สร้างไดม้ าอาศัยสถานท่ขี องวัดท�ำพิธีพุทธาภิเษก ขอทำ� ความเข้าใจว่า พระกรงิ่
259
จอมสรุ นิ ทรน์ น้ั ทำ� พธิ พี ทุ ธาภเิ ษกทว่ี ดั บรู พาราม แตไ่ มใ่ ชเ่ ปน็ ของวดั ชว่ งนน้ั หลวงปู่
ยงั วางเฉยในเร่ืองน้ี เพยี งแต่ตอนน้ัน ท่านผู้ว่าฯ วเิ ชียร ศรมี ันตร์ (พล.ต.ต. วเิ ชยี ร
ศรีมันตร์ ผวู้ ่าราชการจังหวดั สรุ นิ ทร์ ในสมยั นัน้ ) ปรารภสรา้ งพระกริ่งจอมสุรนิ ทร์
เพอื่ ใหค้ นบชู า แลว้ นำ� ปจั จยั ไปสรา้ งพระประธานทเ่ี ขาพนมสวาย และสรา้ งถาวรวตั ถทุ ี่
วดั หนองบัว
ในการสร้างได้ต้ังคณะกรรมการขึ้น แล้วได้จัดพิธีพุทธาภิเษกที่วัดบูรพาราม
ทางวดั เพียงเออ้ื เฟือ้ สถานท่เี ทา่ นนั้ พระกริ่งเปน็ ของคณะกรรมการ เขาแบ่งพระทอง
ใหห้ ลวงปูอ่ งค์หนง่ึ แลว้ ก็ให้พระเงินอาตมาองค์หนง่ึ ทราบเรอ่ื งเพียงแคน่ ้ี
ทีนี้เมื่อเห็นตัวอย่างการจัดพิธีพุทธาภิเษกขึ้น ทางวัดก็มีด�ำริจัดขึ้นด้วย แต่
เหรยี ญหลวงปดู่ ูลย์ ๑๐,๐๐๐ เหรียญ กบั เหรยี ญหลวงพอ่ พระชวี ์ ๑๐,๐๐๐ เหรยี ญ
ท่ีท�ำไว้เดิมคงไม่พอแจก จึงขอให้ทางโรงงานท�ำเพิ่มอีกอย่างละ ๑ หม่ืนเหรียญ
รวมเปน็ อยา่ งละ ๒ หมน่ื เหรยี ญ ๑ หมน่ื เหรยี ญแรก เกบ็ ไวก้ บั หลวงปตู่ ลอดพรรษา
อีก ๑ หมื่นเหรียญ ปั๊มเพ่ิมใช้แบบเดียวกัน เอามาเข้าพิธีพุทธาภิเษกพร้อมกัน
นอกจากนกี้ ม็ พี ระกร่ิงหลวงพอ่ พระชีวร์ นุ่ แรก และรปู เหมอื น ๕ นว้ิ กบั ๙ นว้ิ
จำ� นวนหนงึ่ ดว้ ย เหรยี ญและวตั ถมุ งคลทท่ี ำ� พธิ พี ทุ ธาภเิ ษกในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ น้ี จงึ เรยี กวา่
“รนุ่ ใส่ใจ” ตามที่กลา่ วแล้ว
หลังจากรนุ่ น้ีส�ำเร็จออกมา ก็มรี นุ่ ๒, ๓, ๔ และรนุ่ อนื่ ๆ ตามมา มีท่านผใู้ หญ่
ขออนุญาตท�ำ บางทีทางทหารขอท�ำเพื่อแจกทหารและท่านที่ออกปฏิบัติหน้าท่ีแถว
ชายแดน หนว่ ยงาน องคก์ ารตา่ งๆ ขอทำ� ดว้ ยวตั ถปุ ระสงคอ์ ยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ หลวงปู่
ท่านมีเมตตาอยู่แล้ว ท่านจึงอนุญาตตามประสงค์ หรือไม่ก็เออออไปตามอัธยาศัย
เมือ่ ทำ� เสรจ็ เขาก็นำ� มาถวายท่านให้ทา่ นแผเ่ มตตาจิตแผพ่ ลงั จติ ให้ บางร่นุ ก็เข้าพิธี
พทุ ธาภิเษก ทา่ นก็ให้ความสงเคราะหต์ ามควร
หลงั จาก “รนุ่ วางเฉย” และ “รนุ่ ใสใ่ จ” ผา่ นไปแลว้ ตอ่ มากเ็ ปน็ “รนุ่ สบายใจ” กค็ อื
รนุ่ ทท่ี า่ นทว่ั ๆ ไป และหนว่ ยงานตา่ งๆ ไปกราบเรยี นขออนญุ าต ทา่ นกอ็ นญุ าตใหท้ ำ�
260
แล้วน�ำไปให้ท่านแผ่เมตตาจิต ท่านก็ท�ำให้โดยสมบูรณ์ แต่ละคนแต่ละกลุ่มท่ีท�ำ
ก็สบายใจ อาตมาพูดตามอาการคือ ต่างคนตา่ งกส็ บายใจ
แลว้ รนุ่ ตอ่ มากค็ อื “รนุ่ ดใี จ” กห็ มายความวา่ เมอื่ แตล่ ะคนไปขออนญุ าตจากทา่ น
ทา่ นกอ็ นญุ าตใหเ้ ขาทำ� เขากด็ ใี จ ไมว่ า่ เขาเอาไปถวายใหท้ า่ นแผเ่ มตตาจติ หรอื ขอให้
พระเกจริ ูปอ่นื ทำ� กแ็ ลว้ แต่ เขาก็ดใี จว่าเขาไดพ้ ระจากหลวงปู่
ตอ่ มาก็ “รนุ่ สะดวกใจ” กค็ อื วา่ การดำ� เนนิ เรอื่ งราวของเขาไดร้ บั ความสะดวก ตง้ั แต่
เขาสรา้ ง ตงั้ แตก่ รรมการ เขา้ ไปหาหลวงปขู่ อเมตตาจากทา่ นกส็ ะดวกใจ เมอื่ สะดวกใจ
กเ็ ปน็ โชคของเขาไป
ต่อมาก็มี “ร่นุ ล�ำบากใจ” คอื บางทา่ นทำ� เหรยี ญเสร็จเรียบรอ้ ยแล้ว ก็เกดิ ความ
ล�ำบากใจขึ้นมา คอื เขาไม่ได้รบั อนุญาตจากหลวงปู่ ทำ� ให้เขาเขา้ หาหลวงป่ดู ว้ ยความ
ลำ� บากใจ (คอื ตัวเขาเองล�ำบากใจ แต่หลวงปู่ไมไ่ ด้ลำ� บากใจ)
รนุ่ ตอ่ มาหนกั กวา่ น้ี คอื ไปจดั ทำ� เหรยี ญเรยี บรอ้ ยแลว้ มกี ารโฆษณาและสงั่ จองกนั
แลว้ ทำ� เหรยี ญไดด้ เี ปน็ พเิ ศษดว้ ย บางทที ำ� แลว้ ไมก่ ลา้ เขา้ หาหลวงปู่ เกบ็ ไวเ้ ปน็ ปกี ม็ ี
ในทสี่ ดุ กว็ ง่ิ เขา้ หาคนนนั้ บา้ งคนนบ้ี า้ ง บางทหี ลวงปทู่ ราบขา่ ว ทา่ นกไ็ มเ่ หน็ ดเี หน็ งามดว้ ย
ต้องพยายามไปตื๊อลูกศิษย์ท้ังนอกวัดและในวัด จนกระทั่งมีโอกาสเข้าหาหลวงปู่
เขา้ ไปตอ๊ื หลวงปู่ แตเ่ มอื่ เขาเขา้ หาขอความเมตตาแลว้ ทา่ นกแ็ ผเ่ มตตาจติ ให้ เขากร็ บั ไป
รอดตัวไป นกี่ ็ใชอ้ าการพอสมควร เรยี กว่า “รนุ่ ต๊ือ”
รุ่นลำ� ดบั ถัดมาคือ “ร่นุ ๑๐๐% คอื ปลอมรอ้ ยเปอร์เซ็นต์” คอื จดั ทำ� ขนึ้ มาแล้ว
ก็แจกจ่ายไปเลย จำ� หนา่ ยไปเลย อาศัยชื่อเสียงตา่ งๆ มาท�ำประโยชน์ในการค้าขาย
อนั นก้ี ็เป็นเร่อื งของเขาไป
เพราะฉะนน้ั อาตมาจงึ ตอ้ งขออภยั ทต่ี อ้ งพดู เชน่ นี้ เพอื่ ไมใ่ หเ้ ปน็ การระคายเคอื ง
ความร้สู ึกของทา่ นท่เี ปน็ ประธานการสรา้ งเหรียญแตล่ ะรุ่น กค็ ือเมอ่ื การสรา้ งเหรียญ
ของทา่ นทำ� ใหส้ บายใจ ดใี จ สะดวกใจ และกอ็ นุ่ ใจแลว้ กถ็ อื วา่ เปน็ ของดงี ามดว้ ยกนั
ทงั้ นั้น ถอื ว่าไดร้ บั “พระคณุ ” จากหลวงปเู่ ช่นเดียวกนั
261
ทนี ที้ า่ นผใู้ ดไดร้ บั รนุ่ ไหน รนุ่ อะไร อยากจะพดู วา่ กแ็ ลว้ แตว่ าสนาของทา่ นเถอะ
“สพเฺ พ สตฺตา” แต่ถา้ ท่านบูชาพระคุณของหลวงปู่เสยี อย่างแลว้ เม่อื มีคุณธรรมของ
หลวงปู่ มคี วามเลอ่ื มใส ส่ิงเหล่าน้นั ลว้ นมคี วามหมาย แม้ท่านมไิ ด้รุน่ พิเศษเท่าไหร่
แตถ่ า้ หากวา่ สภาวะทางจติ ใจ ความประพฤติ ความเลอื่ มใส ภมู ใิ จ ไดม้ าดว้ ยจติ บรสิ ทุ ธ์ิ
เพอ่ื สกั การะบชู า ก็ถอื เปน็ เรอ่ื งวิเศษเรื่องมงคลทั้งนั้น ถา้ เปน็ ไปในทางตรงกันข้าม
อานภุ าพกไ็ มม่ เี ชน่ เดยี วกนั อนั นจ้ี งึ เปน็ เรอ่ื งของวาสนา และเรอื่ งของภาวะจติ ใจของ
แตล่ ะคน
262
เหรยี ญรุ่นแรกๆ ยังมอี ยู่ไหม
ไมม่ หี รอก หมด แมแ้ ตเ่ คยเกบ็ ไวอ้ งคส์ ององคไ์ วเ้ ปน็ ทร่ี ะลกึ สว่ นตวั กม็ ผี หู้ ลกั
ผใู้ หญม่ าถามหา กบ็ อกวา่ มเี หรยี ญสองเหรยี ญ เขาบอกขอเถอะๆ กต็ ดั ใจวา่ อยา่ งไรเสยี
อย่ามีเสียเลยก็แล้วกัน อย่าให้มีเลยจะได้ไม่ต้องมามีกังวล ตกลงเด๋ียวน้ีก็ไม่มี
แต่นานๆ บางทีกห็ มุนกลับมาบ้างเหมือนกัน ไปเห็นพระรปู อนื่ ๆ ที่เปน็ ลกู ศิษย์เขามี
มากกวา่ เรา เรากไ็ ปตอ๊ื เขา เขากใ็ หม้ า แลว้ คนอนื่ กม็ าขอตอ่ กห็ มนุ เวยี นอยู่ แตต่ อนนี้
ไม่มี ก็สบายใจไปอยา่ งหนึ่ง
“มคี นมาถามหาบอ่ ยไหม”
“บ่อย” ดังนั้น อาตมาต้องระวงั อารมณพ์ อสมควร มคี นมาถามมาเซ้าซอ้ี ยเู่ รอ่ื ย
ตอ้ งเตอื นสตติ วั เองไมใ่ หโ้ กรธ ตอ้ งระวงั อยา่ งมาก ไมง่ น้ั เกดิ อารมณไ์ มด่ ไี ดเ้ หมอื นกนั
เพราะว่ามันเป็นส่ิงท่ีไม่มีและหายาก แม้แต่รุ่นสร้างหลังๆ เม่ือตอนท่ีหลวงปู่ยังมี
ชีวิตอยู่ แต่พอทา่ นมรณภาพ ระหว่าง ๒-๓ วนั แรก มีอะไรทเี่ กยี่ วกบั หลวงปกู่ ห็ มด
ในวนั นัน้ แหละ คนมาจากใกล้จากไกล เมือ่ เขามาแล้วอะไรๆ ก็มคี วามหมายหมด
ก็สรุปความได้ว่า เหรียญที่สร้างเมื่อสมัยหลวงปู่มีชีวิตอยู่ ก็หมดไปในวันท่ีท่าน
มรณภาพน่ันแหละ
หลังจากท่านมรณภาพแล้วก็มีการสร้างตามหลังเพื่อเป็นที่ระลึก เพราะชาว
ตา่ งจงั หวดั บางทา่ นมารกู้ ติ ตศิ พั ทห์ ลวงปเู่ มอื่ หลงั จากทา่ นมรณภาพแลว้ ทางวดั เหน็ วา่
สร้างไว้เพื่อเป็นท่ีระลึก สร้างแล้วก็จัดพิธีพุทธาภิเษกเองบ้าง เอาไปเข้าพิธีร่วมกับ
263
พธิ ใี หญๆ่ ทท่ี อี่ น่ื จดั บา้ ง เมอ่ื คนเขามาวดั มากราบบารมหี ลวงปู่ แมจ้ ะไดเ้ หรยี ญรนุ่ ใหม่
เขากพ็ อใจ เขารบั ไวเ้ ปน็ ทรี่ ะลกึ หรอื ไวแ้ จกในงานทอดกฐนิ บา้ ง ทอดผา้ ปา่ ตามวดั สาขา
ต่างๆ บ้าง คนทไี่ ด้รบั ไปเขากพ็ อใจ วัตถปุ ระสงค์ก็มแี คน่ ัน้ เท่านัน้ เอง
สรุป ในช่วงที่หลวงปู่ยังมีชีวิตอยู่ ทางวัดบูรพารามเองได้จัดท�ำเหรียญและ
วัตถุมงคล ท้ังสิน้ รวม ๘ รนุ่ ด้วยกัน นอกนั้นคณะและหน่วยงานอ่นื ๆ เป็นผูจ้ ดั ท�ำ
และทม่ี อี ยใู่ นวัดในขณะน้เี ปน็ เหรียญที่จดั ทำ� ข้นึ หลงั จากที่หลวงปู่มรณภาพแล้ว
อนงึ่ จากบนั ทกึ ของคณุ บำ� รงุ ศกั ดิ์ กองสขุ ในหวั ขอ้ “วตั ถมุ งคลกบั จติ ” มดี งั นี้
ในระหวา่ งท่ีหลวงปู่เรมิ่ มลี กู ศิษย์ไปขอให้ทา่ นเมตตาชว่ ยทำ� วัตถมุ งคล ก็มเี พ่ือนนำ�
รูปถ่ายมาอวดกับผเู้ ขยี น ให้ดรู อยเจิมด้านหนา้ แต่ซึมผ่านภาพมาปรากฏด้านหลัง
(ทา่ นเจิมด้วยหมกึ ป๊มั ตรายาง)
สว่ นหลวงพพ่ี ระสมั พนั ธ์ ไดน้ ำ� แผน่ ทองแดง ๒ แผน่ ประกบกนั มาอวด โดยแยก
ออกใหด้ รู อยแปง้ เจมิ ทงั้ ดา้ นหนา้ ดา้ นหลงั รวม ๔ ดา้ น มรี อยแปง้ เจมิ ปรากฏทงั้ ๔ ดา้ น
ตรงกนั พอดี รอยเจมิ ดว้ ยแปง้ ดนิ สอพองน้ี พระสมั พนั ธท์ า่ นบอกวา่ หลวงปทู่ า่ นเจมิ
ให้ด้านหน้าด้านเดยี วเทา่ นนั้
รอยเจิมของหลวงปแู่ พร่ออกไปในหมูศ่ ษิ ย์ ผเู้ ขียน (บำ� รงุ ศกั ดิ)์ เคยสอบถาม
คณุ เอกชยั สบื นุการณ์ ซ่งึ มีรถยนตห์ ลายคัน และชอบใหห้ ลวงปู่เจมิ รถ คณุ เอกชยั
บอกว่า หลวงปเู่ จิมกระโปรงรถแลว้ แปง้ เจิมไปปรากฏอกี ด้านหนงึ่ ดว้ ยเป็นความจรงิ
ผเู้ ขยี นทราบแต่วา่ หลวงปูส่ อนเฉพาะภาวนาเท่านนั้ เมอ่ื มโี อกาสจงึ กราบเรยี น
ถามทา่ นว่า “หลวงปู่ท�ำของแบบน้ี (วัตถุมงคล) เปน็ ดว้ ยหรือขอรบั ” หลวงปูต่ อบว่า
“อันนเ้ี ปน็ วิชาโลกียท์ เี่ คยเรยี นรมู้ า สว่ นเรื่องจติ น้ันเป็นอีกเรื่องต่างหาก”
และเมอื่ ครง้ั หลวงปอู่ าพาธอยโู่ รงพยาบาลจฬุ าลงกรณ์ ไดม้ ผี ขู้ อเกบ็ เศษอาหาร
ทหี่ ลวงปขู่ บฉนั แลว้ คายทง้ิ นยั วา่ เพอื่ นำ� ไปเปน็ ทร่ี ะลกึ และทำ� วตั ถมุ งคล หลวงปทู่ า่ น
กไ็ มข่ ดั แต่ท่านแนะนำ� ว่า “อย่าเอาของสกปรกไปทำ� วัตถุมงคล”
264
หลวงปู่เทสก์พดู ถงึ หลวงป่ดู ลู ย์
265
ผเู้ ขียนไดพ้ บหลวงปดู่ ลู ย์ อตโุ ล (พระราชวฒุ าจารย)์ แต่ครงั้ แรกท่านไปพัก
เรยี นหนงั สอื อยทู่ ว่ี ดั สทุ ศั นาราม อบุ ลราชธานี ในสมยั นนั้ ดเู หมอื นทา่ นได้ ๑๐ พรรษา
ท่านมีเมตตาแก่ผู้เขียนเป็นอันมาก พอเห็นหน้าตาเข้าเรียกร้องให้ไปหา และก็ได้
สัมโมทนยี กถาโดยสภุ าพเรยี บรอ้ ยตามวิสัยของท่าน ผ้มู ีนสิ ยั เชน่ นนั้ เพราะท่านพดู
แตล่ ะคำ� นน้ั ดเู หมอื นกลน่ั กรองแลว้ จงึ คอ่ ยพดู พดู เฉพาะทจ่ี ำ� เปน็ ไมไ่ ดพ้ ดู พรำ�่ เพรอื่
และพูดในสิ่งที่ควรท�ำและท�ำได้ นับว่าเป็นท่ีน่าเล่ือมใสศรัทธาอย่างย่ิง นิสัยอันนี้
นบั ได้ว่าเปน็ ประโยชนอ์ ยา่ งย่งิ ส�ำหรับผู้ท่คี บหาสมาคม
ผู้เขียนก็ได้เข้าไปหาท่านเมื่อท่านเรียกโดยสุภาพเรียบร้อย ฟังโอวาทของท่าน
แลว้ ประทบั ใจจนกระทง่ั บดั นี้ ไมเ่ ฉพาะแตผ่ เู้ ขยี นเทา่ นนั้ ทเี่ หน็ ทา่ นแลว้ เคารพนบั ถอื
พระเณรท้ังวัดก็เคารพนับถือ ถึงแม้ท่านเป็นคณะมหานิกายมาอาศัยเรียนหนังสือ
ชว่ั คราวกต็ าม กิจการงานท่านเป็นหวั หน้าหมใู่ นวัดนนั้ ได้ แมแ้ ตส่ มภารก็ยงั นบั ถือ
ทา่ นวา่ เปน็ ผใู้ หญค่ นหนงึ่ และการสรา้ งพระอโุ บสถ วดั สทุ ศั นฯ์ สมภารยงั นมิ นตท์ า่ น
มาชว่ ยควบคุมการก่อสร้าง
ทา่ นไดญ้ ตั ตเิ ปน็ ธรรมยตุ กอ่ นเขา้ พรรษา หรอื ออกพรรษาแลว้ ผเู้ ขยี นชกั จะลมื
เสยี แลว้ แตถ่ งึ อยา่ งไรกด็ ี เมอ่ื ออกพรรษาแลว้ ทา่ นอาจารยส์ งิ หอ์ อกจากอบุ ลราชธานี
ไปเท่ียววิเวกขึ้นมาทางจังหวัดสกลนคร-อุดรธานี-หนองคาย ท่านก็ได้ติดตาม
ท่านอาจารย์สงิ หไ์ ปดว้ ย จากนั้นหลายปี ผเู้ ขยี นก�ำลังเรยี นหนงั สอื ไม่ไดต้ ิดตามขา่ ว
ของท่าน
จนกระทง่ั ผเู้ ขยี นไดบ้ วชเปน็ พระ เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๖๖ เพราะเวลานนั้ ทา่ นอาจารยส์ งิ ห์
กลบั คนื อบุ ลราชธานอี กี ไดข้ า่ ววา่ หลวงปดู่ ลู ยก์ ก็ ลบั ไปดว้ ย แตไ่ มไ่ ดไ้ ปอบุ ลราชธานี
ทา่ นแยกไปทางจงั หวดั สรุ นิ ทร์ เลยไมไ่ ดพ้ บทา่ น ไดข้ า่ ววา่ เมอื่ ทา่ นกลบั ไปทางจงั หวดั
สรุ นิ ทรแ์ ลว้ กไ็ มไ่ ดก้ ลบั ไปทางจงั หวดั สกลนคร-อดุ รธานี หนองคาย อกี ทา่ นคงเทยี่ วอยู่
แถวจังหวัดสุรินทร์ บ้านเดมิ ของท่าน
เมอ่ื งานศพหลวงปฝู่ น้ั ทอ่ี ำ� เภอพรรณานคิ ม จงั หวดั สกลนคร จงึ ไดพ้ บทา่ นอกี
ท่านยังได้แสดงความเมตตาปรารถนาหวังดีต่อผู้เขียนอย่างยิ่ง ในท่ีประชุม
266
พระเถรานเุ ถระเป็นอันมาก ทา่ นยงั อุตส่าห์มาทกั ทายปราศรัยกับผู้เขียน แล้วก็พูด
ธรรมะทล่ี ะเอยี ดลกึ ซง้ึ สขุ มุ ทเ่ี ปน็ แนวปฏบิ ตั ทิ งั้ นน้ั ทา่ นมกั พดู แตเ่ รอ่ื งจติ คอื เรยี กวา่
จติ คอื พุทธะ และจิตทส่ี ่งออกไปภายนอกเรยี กวา่ สมุทัย อันเป็นเหตุนำ� ทุกขม์ าให้
ทา่ นพดู อยา่ งนบ้ี อ่ ยๆ ทา่ นพดู กบั ผเู้ ขยี นอยนู่ าน คลา้ ยๆ กบั วา่ ทา่ นจะเมตตากบั ผเู้ ขยี น
โดยเฉพาะ ท่านพูดแต่ในทางปฏิบตั ิ เห็นว่าผ้เู ขยี นเป็นผู้ปฏบิ ตั ิ คล้ายๆ กบั วา่ จะมี
ความรูส้ ูงในด้านปฏิบตั ิ แตแ่ ท้จรงิ แล้วเปลา่ ก็พระเทสก์ธรรมดาๆ นีเ่ อง
ต่อมาคร้ังสุดท้าย ท่านได้ไปวางศิลาฤกษ์อุโบสถวัดหนึ่งท่ีอ�ำเภอผือ จังหวัด
อดุ รธานี แลว้ ทา่ นไปนอนคา้ งทว่ี ดั ของผเู้ ขยี นคนื หนง่ึ ทา่ นกพ็ ดู อยา่ งเกา่ รสู้ กึ วา่ ทา่ น
กระฉบั กระเฉงแข็งแรงมาก ชราภาพถงึ ขนาดนัน้ แล้ว รูปร่างลักษณะของทา่ นยงั ไม่
เปลย่ี นแปลงไปนกั และทา่ นไมเ่ คยถอื ไมเ้ ท้าเลย
ในโอวาทของทา่ นที่ทา่ นพดู ว่า จิต คอื พทุ ธะ ในตอนนีผ้ ู้เขียนขออธิบายวา่
พทุ ธะ คือ ความร้ทู ่ัวไป ไม่ไดห้ มายถงึ สมั มาสมั พุทธะ พทุ ธะ คือ ผรู้ ้ทู ่วั ไป หรือ
ธาตรุ ้กู ็วา่
แลว้ กอ็ กี คำ� หนง่ึ ทา่ นวา่ จติ สง่ ออกนอกเปน็ ตวั สมทุ ยั มนั กแ็ นท่ เี ดยี ว ถา้ จติ สง่ แลว้
มนั เป็นตัวสมทุ ัย โดยความเขา้ ใจของผ้เู ขียน จติ คือ ผคู้ ิด ผูน้ ึก ผสู้ ง่ ผูป้ รุงแตง่
ผ้จู ด ผจู้ �ำ เปน็ อาการวุ่นวายของจิตทั้งหมด คร้นั มาเหน็ โทษเหน็ ภยั เหน็ เช่นน้ันแล้ว
ถอนเสียจากความยุ่งความวนุ่ วายแล้ว เขา้ มาหาตวั เดิม คอื ใจ แล้วไมม่ ีคิดไมม่ ีนึก
ไม่มีสง่ ไมม่ ีสา่ ย ไม่มีจดไม่มีจ�ำอะไรท้งั หมด คอื เปน็ กลางๆ อย่เู ฉยๆ น่ีละ ผ้เู ขียน
เรยี กว่า ใจ คอื อยู่กลางๆ ของความดคี วามชั่ว ความปรงุ ความแต่ง อดีตอนาคต
ปลอ่ ยวางหมด จงึ กลบั มาเป็นใจ จติ คือ พุทธะ ทา่ นคงหมายเอาตอนน้ี
ผใู้ คร่อยากรู้ใจแท้ ถึงแมย้ งั ไมเ่ ป็นสาวกพุทธะ ปัจเจกพุทธะ สมั มาสัมพทุ ธะ
กต็ าม ขอใหศ้ กึ ษาพอเปน็ สตุ พทุ ธะเสยี กอ่ น คอื จงกลน้ั ลมหายใจไปสกั พกั หนง่ึ ลองดู
ในท่นี ั่นจะไมม่ อี ะไรทัง้ หมด นอกจากความรูเ้ ฉยๆ ความร้วู ่าเฉยนั่นแหละเป็นตัวใจ
พุทธะท้ังสี่จะมีข้ึนมาได้ก็เพราะมีใจ ดังน้ี ถ้าหาไม่แล้ว พุทธะทั้งส่ีจะมีไม่ได้เลย
เดด็ ขาด
267
แทจ้ ริง จติ กบั ใจก็อันเดียวกนั นนั่ เอง พระสมั มาสมั พุทธเจา้ พระองค์ตรัสไวว้ า่
จิตอนั ใด ใจกอ็ นั นนั้ แต่ผู้เขยี นมาแยกออกเพ่อื ใหผ้ ู้ฟงั เขา้ ใจงา่ ยตามภาษาบา้ นเรา
เท่านน้ั เมือ่ พูดถึงใจแลว้ ต้องหมายความของกลาง อยา่ งใจมือ ใจเทา้ หรอื ใจไม้
แมแ้ ตใ่ จของคน กช็ ้เี ข้าตรงทีท่ า่ มกลางอกนัน่ เอง แตค่ วามจริงแล้วใจไม่ไดอ้ ย่ทู ่นี ่ัน
ใจยอ่ มอยใู่ นทท่ี ว่ั ไป สดุ แทแ้ ต่จะเอาไปเพง่ ไว้ตรงไหน แม้แต่ฝาผนงั ตึก หรือต้นไม้
เมอ่ื เอาใจไปไวต้ รงนัน้ ใจก็ยอ่ มปรากฏอยู่ ณ ท่นี นั้
คำ� พดู ของหลวงปดู่ ลู ยท์ ว่ี า่ จติ คอื พทุ ธะ ยอ่ มเขา้ กบั คำ� อธบิ ายของผเู้ ขยี นทว่ี า่
ใจ คอื ความเปน็ กลาง นงิ่ เฉย ไมป่ รงุ แตง่ ไมน่ กึ ไมค่ ดิ ไมม่ อี ดตี อนาคต ลงเปน็ กลาง
มแี ตร่ ตู้ วั วา่ นงิ่ เฉยเทา่ นนั้ เมอ่ื ออกมาจากใจแลว้ จงึ รคู้ ดิ นกึ ปรงุ แตง่ สารพดั วชิ าทง้ั ปวง
เกดิ จากจิตน้ีทงั้ สิน้
นกั ปฏบิ ตั ทิ งั้ หลายจงึ ตอ้ งควบคมุ จติ ของตน ดว้ ยตง้ั สตริ กั ษาจติ อยตู่ ลอดเวลา
ถา้ จติ แสส่ า่ ยไปในกามโลก รปู โลก อรปู โลก รวู้ า่ เปน็ ไปเพอ่ื กอ่ แลว้ รบี ดงึ กลบั มาใหเ้ ขา้ ใจ
นบั วา่ ใชไ้ ดแ้ ตย่ งั ไมด่ ี ตอ้ งเพยี รพยายามฝกึ หดั ตอ่ ไปอกี จนกระทง่ั ใจนกึ คดิ ปรงุ แตง่
ไปในกามโลก รปู โลก อรปู โลก กร็ เู้ ทา่ ทนั ทกุ ขณะ อยา่ ไปตามรหู้ รอื รตู้ าม จะไมม่ เี วลา
ตามทนั เลยสกั ที เหมอื นคนตามรอยโคไมเ่ หน็ ตวั มนั จงึ ตามรอยมนั รเู้ ทา่ คอื เหน็ ตวั มนั
แลว้ ผกู มดั เอาตวั มนั เลย แลว้ ฝกึ หดั จนกระทงั่ มนั เชอ่ื ง แลว้ จะปลอ่ ยใหม้ นั อยอู่ ยา่ งไร
กต็ าม ไม่ตอ้ งตามหามันอีก นับว่าใช้ไดด้ ี
ถ้าตามใจของตนไม่ทัน หรอื ไม่เหน็ ใจตน มนั จะไปหรืออยู่ หรอื มนั จะคิดดี
คดิ รา้ ยอยา่ งไร ก็ไมร่ ู้เรือ่ งของมนั นน้ั ใชไ้ มไ่ ดเ้ ลย จมดิ่งลงกามภพโดยแท้
เราขอตักเตือนเพื่อนสหธรรมิก ผู้บวชมาหวังความบริสุทธ์ิเจริญก้าวหน้าใน
พทุ ธศาสนาวา่ การกระทำ� สงิ่ ใดดว้ ยกาย วาจา และใจ อนั เปน็ ไปเพอ่ื โลก เมอื่ ถามตนเอง
กร็ อู้ ยู่ และโลกมนษุ ยท์ งั้ หลายกร็ อู้ ยู่ สงิ่ นนั้ ผดิ วสิ ยั ของสมณะ จงละเสยี อยา่ กระทำ�
จงศึกษาแต่ธรรมวินัยและข้อวัตรปฏิบัติให้เข้าใจถ่องแท้และปฏิบัติตามให้ถูก
ทกุ ประการ อนั จะนำ� มาซงึ่ ความเยน็ ใจแกต่ น และเปน็ เหตใุ หค้ นอนื่ เกดิ ความเลอ่ื มใส
ศรัทธา เปน็ เหตใุ หพ้ ทุ ธศาสนาจรี ังถาวรสบื ไป
268
หลวงปดู่ ลู ย์ อตโุ ล (พระราชวฒุ าจารย์) ได้สละท้ิงร่างกายอนั กอปรดว้ ยของ
ปฏิกูลโสโครกทนได้ยาก พร้อมทั้งญาติโยมและสานุศิษย์จ�ำนวนมากไปแล้ว แต่
เมตตาธรรมทที่ า่ นไดป้ ระสาทไวแ้ กส่ านศุ ษิ ยท์ งั้ หลายยงั เหลอื อยู่ คณุ ธรรมดงั กลา่ วแลว้
ประทบั จติ ใจของทกุ ๆ คนไมล่ มื หาย กระผม พระเทสรงั สี พรอ้ มดว้ ยอบุ าสกอบุ าสกิ า
และสานศุ ษิ ยพ์ ระภกิ ษสุ ามเณรทงั้ หลาย ขอนอ้ มถวายความเคารพดว้ ยกายวาจาและใจ
ในทท่ี กุ สถาน ทกุ กาล ทุกเมอื่
พระนิโรธรงั สี คัมภีรปญั ญาจารย์
(เทสก์ เทสรงั สี)
๙ มีนาคม ๒๕๒๘
วัดหินหมากเป้ง อำ� เภอศรเี ชยี งใหม่ จังหวดั หนองคาย
269
ธรรม
และ
คำ� สอน
พระราชวฒุ าจารย์ (หลวงป่ดู ลู ย์ อตโุ ล)
271
เนอื้ หาในภาคธรรมและค�ำสอนน้ี
บางส่วนมาจากการรวบรวมและเรยี บเรยี งข้ึน
โดยลกู ศิษยท์ ่เี คยได้รบั การถา่ ยทอดธรรมะจากหลวงปดู่ ูลย์โดยตรง
ซึง่ ได้เรียบเรียงขน้ึ จากความทรงจ�ำ ความเห็น
และความเขา้ ใจของลกู ศิษย์หลวงปูใ่ นวาระต่างๆ
ทั้งน้ี ดว้ ยมงุ่ หวงั ให้เกรด็ ธรรม
และแนวทางการปฏิบตั ิตา่ งๆ ของหลวงปู่
ไดม้ กี ารรวบรวมสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น และเพือ่ เป็นแนวทาง
ใหแ้ ก่ผู้สนใจปฏิบัติธรรมรุน่ หลงั ต่อไป
272
หลวงปฝู่ ากไว้
บนั ทึกคตธิ รรมและธรรมเทศนาของ
พระราชวุฒาจารย์ (หลวงปดู่ ลู ย์ อตุโล)
วดั บูรพาราม อำ� เภอเมือง จังหวัดสุรินทร์
รวบรวมบันทึกไว้
โดย
พระโพธินนั ทมนุ ี (อดีตพระครนู ันทปัญญาภรณ)์
273
คำ� ชวนอา่ น
หลายท่านได้เรียกร้องถามหาถึงพระธรรมเทศนาของหลวงปู่ฯ ใคร่อยากจะ
ได้ฟังได้อ่าน อาตมภาพขอสารภาพตามความเป็นจริงว่า ธรรมเทศนาหรือโอวาท
ของหลวงปู่นั้น เป็นส่ิงท่ีหาได้ยากยิ่ง ท้ังนี้เนื่องจากท่านไม่เคยเทศน์เป็นกัณฑ์ๆ
หรือแสดงเป็นเรื่องราวยาวๆ เพียงแต่เม่ือสอนภาวนาหรือกล่าวตักเตือนลูกศิษย์
หรอื ตอบคำ� ถาม ตลอดถงึ สนทนากบั พระเถระอน่ื ๆ หลวงปกู่ จ็ ะกลา่ วอยา่ งสนั้ ๆ ดว้ ย
ความระมดั ระวัง ยกข้อธรรมะมากล่าวอยา่ งยอ่ ๆ เท่าน้นั เอง นอกจากน้ที า่ นไมเ่ คย
แสดงในพิธีการงานใดอีกเลย
เพื่อเป็นการสนองความต้องการแก่ทา่ นที่สนใจในคติธรรมค�ำสอนของหลวงปู่
อาตมภาพจงึ พยายามรวบรวมธรรมะสนั้ ๆ ทงั้ ทเี่ ปน็ สจั ธรรมลว้ น หรอื คำ� สอนคำ� เตอื น
และธรรมท่ีท่านกล่าวตอบค�ำถามของผู้ถาม ตลอดจนถึงพระพุทธพจน์บางตอน
จากพระไตรปิฎกทีห่ ลวงปู่ชอบยกขนึ้ มาปรารภใหฟ้ ังเสมอๆ เพราะไดอ้ ยกู่ บั หลวงปู่
มาเป็นเวลายาวนานตลอดอายุขัยของท่าน จากที่เคยบันทึกไว้บ้าง หรือจ�ำไว้บ้าง
พรอ้ มเลา่ ถึงเหตุการณ์ สถานท่ี และบคุ คลที่เก่ียวข้อง เพอื่ เขา้ ใจได้ง่ายหรอื ชวนอา่ น
274
ไดบ้ า้ ง รวมไวใ้ นหนงั สอื เลม่ นเี้ ปน็ ครงั้ แรก สงิ่ ทสี่ งั เกตและนา่ อศั จรรยอ์ ยา่ งหนงึ่ คอื
หลวงปมู่ ปี กตเิ ปน็ ผไู้ มพ่ ดู หรอื พดู นอ้ ยทส่ี ดุ แตม่ ปี ฏภิ าณไหวพรบิ เรว็ ฉบั ไวมาก และ
ไมม่ ผี ดิ พลาด พดู สน้ั ยอ่ แตอ่ มความหมายไวอ้ ยา่ งสมบรู ณ์ คำ� พดู ของทา่ นแตล่ ะประโยค
มีความหมายและเน้ือหาจบลงโดยสิ้นเชิง เหมือนหน่ึงสะกดจิตผู้ฟังหรือผู้ถาม
ให้ฉกุ คดิ อยเู่ ป็นเวลานาน แลว้ ก็ตอ้ งใช้ความตรติ รองดว้ ยปัญญาอย่างลกึ ซงึ้
อนึ่ง ท่านผู้อ่านอาจสงสัยว่าข้อธรรมะของหลวงปู่ในเล่มน้ี เห็นมีท้ังธรรมะ
แบบธรรมดากม็ ี แบบชวนขบขนั กม็ ี และแบบสจั ธรรมลว้ นกม็ ี ทำ� ไมจงึ ไมเ่ รยี งลำ� ดบั
ใหผ้ อู้ า่ นไดอ้ า่ นจากงา่ ยไปหายาก หรอื จากตำ่� ไปหาสงู เปน็ ตน้ ทไ่ี มไ่ ดเ้ รยี งลำ� ดบั ไวน้ น้ั
ก็เพราะว่าข้อความของธรรมแต่ละเร่ืองน้ันมีใจความจบลงเฉพาะหน้าแต่ละหน้า
อยแู่ ลว้ และถอื วา่ เปน็ การเปลย่ี นบรรยากาศทางความคดิ ไปในตัวดว้ ย หรอื หากเปน็
การไม่เหมาะสมประการใด โดยเป็นการบังอาจเกินควร หรือผิดพลาดบกพร่อง
ประการใด ขอท่านผูค้ งแกเ่ รียนทงั้ หลายได้เมตตาอภัยแก่อาตมา ผู้มสี ติปญั ญาอนั
น้อยนิดนด้ี ้วยเถิด
พระครนู นั ทปญั ญาภรณ์
๑ กรกฎาคม ๒๕๒๘
275
ธรรมะปฏิสนั ถาร
เมอ่ื วนั ที่ ๑๘ ธนั วาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๒๒ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ฯ เสดจ็
พระราชดำ� เนนิ พรอ้ มดว้ ยสมเดจ็ พระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ นี าถ มาทรงเยย่ี มหลวงปู่
เปน็ การส่วนพระองค์ เมื่อสองพระองค์ตรสั ถามถงึ สขุ ภาพอนามัยและการอย่สู ำ� ราญ
แห่งอริ ยิ าบถของหลวงปู่แลว้ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั ฯ ทรงมีพระราชปุจฉาว่า
“หลวงปู่ การละกเิ ลสน้ันควรละกเิ ลสอะไรกอ่ น”
หลวงปู่ถวายวสิ ชั นาว่า
“กิเลสท้ังหมดเกิดรวมอยู่ที่จิต ให้เพ่งมองดูที่จิต อันไหนเกิดก่อน ให้ละ
อนั นน้ั ก่อน”
หลวงป่ไู ม่ฝนื สังขาร
ทกุ ครงั้ ท่ี พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ฯ และ สมเดจ็ พระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ นี าถ
เสดจ็ ฯ มาทรงเยย่ี มหลวงปู่ หลงั จากเสรจ็ พระราชกรณยี กจิ ในการเย่ยี มแล้ว เม่ือจะ
เสดจ็ ฯ กลบั ทรงมพี ระราชดำ� รสั คำ� สดุ ทา้ ยวา่ “ขออาราธนาหลวงปใู่ หด้ ำ� รงขนั ธอ์ ยเู่ กนิ
รอ้ ยปี เพื่อเปน็ ที่เคารพนบั ถอื ของปวงชนท่ัวไป หลวงปรู่ บั ได้ไหม”
ทง้ั ๆ ทพี่ ระราชดำ� รสั นเ้ี ปน็ สมั มาวจกี รรม พระราชทานพรแกห่ ลวงปโู่ ดยพระราช-
อัธยาศัย หลวงปู่ก็ไม่กล้ารับและไม่อาจฝืนสังขาร จึงถวายพระพรว่า “อาตมภาพ
รบั ไมไ่ ด้หรอก แลว้ แตส่ งั ขารเขาจะเปน็ ไปของเขาเอง”
276
ปรารภธรรมะเรอื่ งอรยิ สัจ ๔
พระเถระฝา่ ยกมั มฏั ฐานเขา้ ถวายสกั การะหลวงปใู่ นวนั เขา้ พรรษา ปี พ.ศ. ๒๔๙๙
หลงั ฟังโอวาทและข้อธรรมอนั ลึกซึ้งข้ออนื่ ๆ แลว้ หลวงปูส่ รปุ ใจความอริยสจั ๔ ให้
ฟังว่า
“จติ ทีส่ ่งออกนอก เป็นสมทุ ยั
ผลอันเกิดจากจติ ทีส่ ่งออกนอก เปน็ ทุกข์
จติ เห็นจิต เป็นมรรค
ผลอันเกดิ จากจิตเหน็ จติ เปน็ นิโรธ”
สิ่งท่อี ยเู่ หนอื คำ� พูด
อบุ าสกผคู้ งแกเ่ รยี นคนหนง่ึ สนทนากบั หลวงปวู่ า่ “กระผมเชอ่ื วา่ แมใ้ นปจั จบุ นั
พระผู้ปฏิบัติถึงข้ันได้บรรลุมรรคผลนิพพานก็คงมีอยู่ไม่น้อย เหตุใดท่านเหล่าน้ัน
จึงไม่แสดงตนให้ปรากฏเพื่อให้ผู้สนใจปฏิบัติทราบว่าท่านได้บรรลุถึงคุณธรรมนั้นๆ
แล้ว เขาจะได้มีก�ำลังใจและมีความหวังเพื่อเป็นพลังเร่งความเพียรในทางปฏิบัติให้
เตม็ ที”่
หลวงปู่กล่าวว่า
“ผทู้ เ่ี ขาตรสั รแู้ ลว้ เขาไมพ่ ดู วา่ เขารแู้ ลว้ ซงึ่ อะไร เพราะสงิ่ นน้ั มนั อยเู่ หนอื คำ� พดู
ท้ังหมด”
277
หลวงปเู่ ตอื นพระผ้ปู ระมาท
ภกิ ษผุ ้อู ยู่ดว้ ยความประมาท คอยนับจ�ำนวนศลี ของตนแต่ในตำ� รา คือมคี วาม
พอใจภูมิใจกบั จำ� นวนศลี ทมี่ ีอยู่ในคมั ภีรว์ า่ ตนนนั้ มศี ลี ถงึ ๒๒๗ ขอ้
“ส่วนท่ตี ง้ั ใจปฏบิ ัตใิ หไ้ ดน้ นั้ จะมสี กั กข่ี อ้ ”
จริง แตไ่ มจ่ รงิ
ผปู้ ฏบิ ตั กิ มั มฏั ฐานทำ� สมาธภิ าวนา เมอื่ ปรากฏผลออกมาในรปู แบบตา่ งๆ ยอ่ ม
เกิดความสงสยั ขึ้นเป็นธรรมดา เช่น เหน็ นิมติ ในรูปแบบทีไ่ มต่ รงกนั บา้ ง ปรากฏใน
อวัยวะรา่ งกายของตนเองบ้าง ส่วนมากมากราบเรียนหลวงปู่เพอ่ื ใหช้ ว่ ยแก้ไข หรือ
แนะอบุ ายปฏบิ ตั ติ อ่ ไปอกี มจี ำ� นวนมากทถี่ ามวา่ ภาวนาแลว้ กเ็ หน็ นรก สวรรค์ วมิ าน
เทวดา หรอื ไมก่ เ็ ปน็ องคพ์ ระพทุ ธรปู ปรากฏอยใู่ นตวั เรา สง่ิ ทเี่ หน็ เหลา่ นเ้ี ปน็ จรงิ หรอื
หลวงป่บู อกว่า
“ท่ีเห็นนนั้ เขาเห็นจรงิ แตส่ ิง่ ทถ่ี กู เหน็ ไม่จรงิ ”
แนะวธิ ีละนมิ ติ
ถามหลวงปู่ตอ่ อีกวา่ นิมติ ทั้งหลายแหล่ หลวงป่บู อกวา่ ยังเปน็ ของภายนอก
ทง้ั หมด จะเอามาทำ� อะไรยงั ไมไ่ ด้ ถา้ ตดิ อยใู่ นนมิ ติ นนั้ กย็ งั อยแู่ คน่ นั้ ไมก่ า้ วตอ่ ไปอกี
จะเปน็ ดว้ ยเหตทุ ก่ี ระผมอยใู่ นนมิ ติ นมี้ านานหรอื อยา่ งไร จงึ หลกี ไมพ่ น้ นงั่ ภาวนาทไี ร
พอจิตจะรวมสงบก็เข้าถึงภาวะน้ันทันที หลวงปู่โปรดได้แนะวิธีละนิมิตด้วยว่า
ทำ� อยา่ งไรจงึ จะไดผ้ ล
278
หลวงปพู่ ดู วา่
“เออ นมิ ติ บางอยา่ งมันก็สนุกดี น่าเพลิดเพลนิ อยู่หรอก แตถ่ ้าติดอย่แู ค่นัน้
มันก็เสียเวลาเปล่า วิธีละได้ง่ายๆ ก็คือ อย่าไปดูสิ่งท่ีถูกเห็นเหล่านั้น ให้ดูผู้เห็น
แลว้ สิง่ ท่ีไม่อยากเหน็ น้ันก็จะหายไปเอง”
เป็นของภายนอก
เมอ่ื วนั ที่ ๑๐ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๒๔ หลวงปอู่ ยใู่ นงานประจำ� ปวี ดั ธรรมมงคล
สขุ มุ วทิ กรงุ เทพฯ มแี มช่ พี ราหมณห์ ลายคนจากวทิ ยาลยั ครู พากนั เขา้ มาถามทำ� นอง
รายงานผลของการปฏิบัติวิปัสสนาให้หลวงปู่ฟังว่า เขาน่ังวิปัสสนาจิตสงบแล้ว
เห็นองค์พระพทุ ธรูปอยใู่ นหวั ใจเขา บางคนวา่ ไดเ้ หน็ สวรรค์เหน็ วิมานของตวั เองบ้าง
บางคนวา่ เหน็ พระจฬุ ามณเี จดยี ส์ ถานบา้ ง พรอ้ มทง้ั ภมู ใิ จวา่ เขาวาสนาดี ทำ� วปิ สั สนา
ได้ส�ำเร็จ
หลวงป่อู ธิบายวา่
“สงิ่ ทปี่ รากฏเหน็ ท้ังหมดนัน้ ยังเปน็ ของภายนอกทงั้ ส้นิ จะนำ� เอามาเปน็ สาระ
ที่พ่ึงอะไรยังไมไ่ ดห้ รอก”
279
หยดุ เพื่อรู้
เมอ่ื เดอื นมนี าคม พ.ศ. ๒๕๐๗ มพี ระสงฆห์ ลายรปู ทง้ั ฝา่ ยปรยิ ตั แิ ละฝา่ ยปฏบิ ตั ิ
ได้เข้ากราบหลวงปู่เพ่ือรับโอวาทและรับฟังการแนะแนวทางธรรมะท่ีจะพากันออก
เผยแผ่ธรรมทูตคร้ังแรก หลวงปู่แนะวิธีอธบิ ายธรรมะขั้นปรมัตถ์ ทั้งเพือ่ สอนผ้อู ืน่
แลเพื่อปฏิบัติตนเองให้เข้าถึงสัจธรรมน้ันด้วย ลงท้ายหลวงปู่ได้กล่าวปรัชญาธรรม
ไว้ใหค้ ดิ ดว้ ยวา่
“คิดเทา่ ไรๆ กไ็ มร่ ู้
ต่อเมอื่ หยุดคิดไดจ้ งึ รู้
แต่ต้องอาศัยความคดิ น่นั แหละจงึ ร”ู้
ท้งั สง่ เสรมิ ท้ังทำ� ลาย
กาลครง้ั นน้ั หลวงปไู่ ดใ้ หโ้ อวาทเตอื นพระธรรมทตู ครง้ั แรก มใี จความตอนหนง่ึ
ว่า
“ท่านทัง้ หลาย การที่จะออกไปจารกิ เพ่ือเผยแผป่ ระกาศพระศาสนานัน้ เป็นได้
ทงั้ สง่ เสรมิ พระศาสนาและทำ� ลายพระศาสนา ทวี่ ่าเช่นนเ้ี พราะองคธ์ รรมทตู นัน่ แหละ
ตวั ส�ำคญั คือเม่ือไปแลว้ ประพฤติตัวเหมาะสม มสี มณสัญญาจรยิ าวตั รงดงามตาม
สมณวสิ ยั ผทู้ ไ่ี ดพ้ บเหน็ หากยงั ไมเ่ ลอ่ื มใส กจ็ ะเกดิ ความเลอ่ื มใสขน้ึ สว่ นผทู้ เ่ี ลอ่ื มใสแลว้
ก็ย่ิงเพ่ิมความเลื่อมใสมากขึ้นเข้าไปอีก ส่วนองค์ท่ีมีความประพฤติและวางตัว
ตรงกนั ขา้ มน้ี ยอ่ มทำ� ลายผทู้ เี่ ลอื่ มใสแลว้ ใหถ้ อยศรทั ธาลง สำ� หรบั ผทู้ ยี่ งั ไมเ่ ลอื่ มใสเลย
ก็ย่ิงถอยห่างออกไปอีก จึงขอให้ทุกท่านจงเป็นผู้พร้อมไปด้วยความรู้และความ
ประพฤตไิ ม่ประมาท สอนเขาอยา่ งไร ตนเองตอ้ งท�ำอยา่ งนนั้ ให้ได้เปน็ ตวั อยา่ งดว้ ย”
280
เมอื่ ถงึ ปรมตั ถแ์ ลว้ ไม่ต้องการ
กอ่ นเขา้ พรรษาปี พ.ศ. ๒๔๙๖ หลวงพอ่ เถาะ ซงึ่ เปน็ ญาตขิ องหลวงปู่ และบวช
เมอื่ วยั ชราแลว้ ไดอ้ อกธดุ งคต์ ดิ ตามทา่ นอาจารยเ์ ทสก์ ทา่ นอาจารยส์ าม ไปอยจู่ งั หวดั
พงั งาหลายปี กลบั มาเยย่ี มนมสั การหลวงปเู่ พอื่ ศกึ ษาขอ้ ปฏบิ ตั ทิ างกมั มฏั ฐานตอ่ ไปอกี
จนเปน็ ทพี่ อใจแล้ว หลวงพอ่ เถาะพดู ตามประสาความคนุ้ เคยว่า “หลวงปสู่ รา้ งโบสถ์
ศาลาไดใ้ หญ่โตสวยงามอยา่ งนี้ คงได้บุญไดก้ ุศลอยา่ งใหญ่โตทีเดียว”
หลวงปกู่ ลา่ ววา่
“ท่ีเราสร้างนี่ กส็ รา้ งเพือ่ ประโยชนส์ ว่ นรวม ประโยชนส์ ำ� หรบั โลก ส�ำหรบั วดั วา
ศาสนาเทา่ นนั้ แหละ ถา้ พูดถงึ เอาบญุ เราจะมาเอาบุญอะไรอย่างน”้ี
เป็นการดัดนสิ ัยหรอื เปลา่
เมอ่ื สงครามโลกครงั้ ทส่ี องผา่ นพน้ ไปแลว้ เปน็ เวลา ๖ ปี ผลไดท้ สี่ งครามฝากไวใ้ ห้
กค็ อื ความยากจนขน้ แคน้ แสนเขญ็ ดว้ ยความขาดแคลนเครอ่ื งอปุ โภคบรโิ ภค ไดแ้ ผ่
ปกคลุมไปแลว้ ทกุ หยอ่ มหญ้า โดยเฉพาะเครอื่ งนุ่งหม่ ขาดแคลนอย่างยง่ิ พระเณร
ในวดั ตา่ งๆ มสี บงจีวรชุดเดยี วก็บุญนักหนาแลว้ พวกเราเป็นสามเณรอยกู่ ับหลวงปู่
หลายรปู
วนั หน่งึ สามเณรพรม ซ่งึ เปน็ หลานหลวงป่รู ูปหนง่ึ ด้วย เขาเห็นสามเณรชุมพล
หม่ จวี รใหมแ่ ละสวย จงึ ถามวา่ “จวี รนท้ี า่ นไดแ้ ตไ่ หนมา” เณรชมุ พลตอบวา่ “เราเขา้ ไป
ท�ำวาระถวายหลวงปู่ หลวงปู่เห็นของเราขาด ทา่ นจงึ ประทานให้มาผนื หนึง่ ”
เมอ่ื ถงึ วาระเณรพรม จงึ หม่ จวี รขาดเขา้ ไปนวดเทา้ หลวงปู่ ดว้ ยคดิ วา่ จะไดอ้ ยา่ ง
เขาบา้ ง พอเสรจ็ วาระกำ� ลงั จะออกมา หลวงปเู่ หน็ จวี รขาด คงจะสงสารหลานอยา่ งจบั ใจ
จงึ ลกุ ไปเปดิ ตู้หยิบเอาของมายนื่ ให้ พร้อมกับสง่ั วา่
281
“นี่ เอาไปเย็บใหด้ ี อยา่ ห่มทง้ั ทข่ี าดอย่างน้”ี
สามเณรพรม ตอ้ งจำ� ใจรบั ดา้ ยกบั เขม็ จากหลวงปอู่ ยา่ งรวดเรว็ ดว้ ยความผดิ หวงั
ทกุ ข์เพราะอะไร
สภุ าพสตรวี ยั เลยกลางคนผหู้ นง่ึ เขา้ ไปนมสั การหลวงปู่ พรรณนาถงึ ฐานะของตน
วา่ อยใู่ นฐานะที่ดี ไมเ่ คยขาดแคลนส่งิ ใดเลย มาเสียใจกับลูกชายที่สอนไม่ได้ ไม่อยู่
ในระเบยี บแบบแผนท่ีดี ตกอย่ภู ายใตอ้ ำ� นาจอบายมขุ ทุกอยา่ ง ท�ำลายทรพั ยส์ มบัติ
และจิตใจของพ่อแม่จนเหลือที่จะทนได้ ขอความกรุณาหลวงปู่ให้ช่วยแนะอุบาย
บรรเทาทุกข์ และแกไ้ ขใหล้ ูกชายพน้ จากอบายมขุ นนั้ ด้วย
หลวงปู่ก็แนะน�ำสั่งสอนไปตามเร่ืองราวนั้นๆ ตลอดถึงแนะอุบายท�ำใจให้สงบ
รจู้ ักปล่อยวางให้เป็น
เมอ่ื สุภาพสตรนี ั้นกลับไปแลว้ หลวงปู่ปรารภธรรมให้ฟังวา่
“คนสมัยน้ี เขาเป็นทกุ ขเ์ พราะความคิด”
อุทานธรรม
หลวงปู่ยังกลา่ วธรรมกถาต่อมาอีกว่า สมบัติพัสถานท้ังหลายมันมีประจ�ำอยู่
ในโลกนมี้ าแลว้ อยา่ งสมบรู ณ์ ผทู้ ข่ี าดปญั ญาและไรค้ วามสามารถ กไ็ มอ่ าจจะแสวงหา
เพ่ือยึดครองสมบัติเหล่านั้นได้ ย่อมครองตนอยู่ด้วยความฝืดเคืองและล�ำบากขันธ์
ส่วนผูท้ ีม่ ปี ัญญามคี วามสามารถ ยอ่ มแสวงหายึดสมบตั ิของโลกไว้ได้อย่างมากมาย
อำ� นวยความสะดวกแกต่ นไดท้ กุ รณี สว่ นพระอรยิ เจา้ ทงั้ หลาย ทา่ นพยายามดำ� เนนิ ตน
เพ่ือออกจากสิง่ เหล่านีท้ ัง้ หมด ไปสภู่ าวะแห่งความไมม่ อี ะไรเลย เพราะวา่
“ในทางโลก มี สง่ิ ที่ มี ส่วนในทางธรรมมี สิ่งท่ี ไมม่ ี”
282
อุทานธรรมตอ่ มา
เม่อื แยกพนั ธะแหง่ ความเก่ยี วเนอ่ื งจติ กบั สรรพสิ่งทั้งปวงแลว้ จิตก็หมดพนั ธะ
กบั เรอื่ งโลก รปู เสยี ง กลนิ่ รส สมั ผสั จะดหี รอื เลว มนั ขนึ้ อยกู่ บั จติ ทอ่ี อกไปปรงุ แตง่
ทั้งนน้ั แล้วจติ ทข่ี าดปัญญายอ่ มเข้าใจผิด เมือ่ เข้าใจผิด ก็หลงอยภู่ ายใตอ้ ำ� นาจของ
เครอ่ื งรอ้ ยรดั ทง้ั หลาย ทงั้ ทางกายและทางใจ อนั โทษทณั ฑท์ างกาย อาจมคี นอน่ื ชว่ ย
ปลดปลอ่ ยไดบ้ า้ ง สว่ นโทษทางใจ มกี เิ ลสตณั หาเปน็ เครอ่ื งรงึ รดั ไวน้ น้ั ตอ้ งรจู้ กั ปลด
ปล่อยตนดว้ ยตนเอง
“พระอริยเจ้าทง้ั หลาย ทา่ นพ้นแลว้ จากโทษทัง้ สองทาง ความทุกข์จึงครอบง�ำ
ไม่ได”้
อุทานธรรมขอ้ ตอ่ มา
เมอ่ื บคุ คลปลงผม หนวด เครา ออกหมดแล้ว และไดค้ รองผ้ากาสาวพสั ตร์
เรยี บรอ้ ยแล้ว กน็ ับวา่ เปน็ สัญลักษณ์แหง่ ความเป็นภิกษไุ ด้ แต่ยงั เป็นไปไดแ้ ตเ่ พียง
ภายนอกเท่าน้นั ต่อเม่ือเขาสามารถปลงส่ิงทร่ี กรุงรงั ทางใจ อันได้แก่ อารมณ์ตกต่�ำ
ทางใจได้แล้ว ก็ชื่อว่าเปน็ ภกิ ษุในภายในได้
ศรี ษะทป่ี ลงผมหมดแลว้ สตั วเ์ ลอื้ ยคลานเลก็ นอ้ ย เชน่ เหา ยอ่ มอาศยั อยไู่ มไ่ ด้
ฉันใด จิตท่ีพ้นจากอารมณ์ขาดจากการปรุงแต่งแล้ว ทุกข์ก็อาศัยอยู่ไม่ได้ฉันน้ัน
ผ้มู ีปกตเิ ปน็ อยู่อย่างนี้ ควรเรยี กเอาวา่ “เปน็ ภกิ ษุแท้”
283
พทุ โธเปน็ อยา่ งไร
หลวงปไู่ ดร้ บั นมิ นตไ์ ปโปรดญาตโิ ยมทก่ี รงุ เทพฯ เมอ่ื ๓๑ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๒๑
ในช่วงสนทนาธรรม ญาตโิ ยมสงสยั วา่ พทุ โธ เป็นอย่างไร หลวงปเู่ มตตาตอบวา่
“เวลาภาวนา อยา่ สง่ จติ ออกนอก ความรอู้ ะไรทงั้ หลายทง้ั ปวงอยา่ ไปยดึ ความรู้
ทีเ่ ราเรียนกับต�ำรบั ตำ� รา หรือจากครูบาอาจารย์ อยา่ เอามายงุ่ เลย ใหต้ ดั อารมณอ์ อก
ให้หมด แล้วก็เวลาภาวนาไปให้มันรู้จากจิตของเราน่ันแหละ เมื่อจิตของเราสงบ
เราจะรเู้ อง ตอ้ งภาวนาใหม้ ากๆ เขา้ เวลามนั จะเปน็ จะเปน็ ของมนั เอง ความรอู้ ะไรๆ
ให้มันออกจากจิตของเรา
ความรทู้ อี่ อกจากจติ ทส่ี งบนนั่ แหละ เปน็ ความรทู้ ล่ี กึ ซง้ึ ถงึ ทส่ี ดุ ใหม้ นั รอู้ อกจาก
จติ เองนน่ั แหละมนั ดี คอื จติ มนั สงบ ทำ� จติ ใหเ้ กดิ อารมณอ์ นั เดยี ว อยา่ สง่ จติ ออกนอก
ใหจ้ ติ อยใู่ นจติ แลว้ ใหจ้ ติ ภาวนาเอาเอง ใหจ้ ติ เปน็ ผบู้ รกิ รรม พทุ โธ พทุ โธ อยนู่ น่ั แหละ
แลว้ พทุ โธ นนั่ แหละ จะผดุ ขนึ้ ในจติ ของเรา เราจะไดร้ จู้ กั วา่ พทุ โธ นน้ั เปน็ อยา่ งไร
แล้วรเู้ อง....เทา่ นน้ั แหละ ไมม่ ีอะไรมากมาย”
อยากได้ของดี
เมอ่ื ตน้ เดอื นกนั ยายน พ.ศ. ๒๕๒๖ คณะแมบ่ า้ นมหาดไทย โดยมคี ณุ หญงิ จวบ
จริ โรจน์ เปน็ หวั หนา้ คณะ ไดน้ ำ� คณะแมบ่ า้ นมหาดไทยไปบำ� เพญ็ สงั คมสงเคราะหท์ าง
ภาคอสี าน ได้ถอื โอกาสแวะนมสั การหลวงปู่ เมอ่ื เวลา ๑๘.๒๐ น.
หลงั จากกราบนมสั การและถามถงึ อาการสขุ สบายของหลวงปู่ และรบั วตั ถมุ งคล
เปน็ ทร่ี ะลกึ จากหลวงปแู่ ลว้ เหน็ วา่ หลวงปไู่ มค่ อ่ ยสบายกร็ บี ออกมา แตก่ ย็ งั มสี ภุ าพสตรี
ทา่ นหนงึ่ ถอื โอกาสพเิ ศษกราบหลวงปวู่ า่ “ดฉิ นั ขอของดจี ากหลวงปดู่ ว้ ยเถอะเจา้ คะ่ ”
284
หลวงปจู่ งึ เจรญิ พรวา่ “ของดกี ต็ อ้ งภาวนาเอาจงึ จะได้ เมอ่ื ภาวนาแลว้ ใจกส็ งบ
กายวาจาก็สงบ แลว้ กายก็ดี วาจาใจกด็ ี เราก็อยู่ดมี ีสขุ เท่าน้ันเอง”
“ดิฉันมีภาระมาก ไม่มีเวลาจะนั่งภาวนาได้ งานราชการเด๋ียวนี้รัดตัวมาก
เหลือเกิน มีเวลาท่ไี หนมาภาวนาได้คะ”
หลวงปจู่ ึงตอ้ งอธิบายใหฟ้ งั วา่
“การภาวนาตอ้ งกำ� หนดดทู ี่ลมหายใจ”
“ถา้ มเี วลาสำ� หรับหายใจ ก็ต้องมเี วลาส�ำหรับการภาวนา”
มี แต่ไมเ่ อา
ปี พ.ศ. ๒๕๒๒ หลวงปู่ไปพกั ผ่อนและเยย่ี มพระอาจารยส์ มชาย ทีว่ ดั เขาสกุ มิ
จงั หวดั จนั ทบรุ ี ขณะเดยี วกนั กม็ พี ระเถระอาวโุ สรปู หนงึ่ จากกรงุ เทพฯ คอื พระธรรม-
วราลงั การ วดั บุปผาราม เจ้าคณะภาคทางภาคใต้ ไปอยู่ฝกึ กรรมฐานเมือ่ วัยชราแลว้
เพราะมีอายอุ อ่ นกวา่ หลวงปเู่ พยี งปีเดียว
เม่อื ท่านทราบวา่ หลวงปู่เป็นพระฝา่ ยกรรมฐานอยแู่ ลว้ ท่านจึงสนใจและศกึ ษา
ถามถงึ ผลของการปฏบิ ตั ทิ ำ� นองสนทนาธรรมกนั เปน็ เวลานาน และกลา่ วถงึ ภาระของ
ท่านว่ามัวแต่ศึกษาและบริหารงานการคณะสงฆ์มาตลอดวัยชรา แล้วก็สนทนาข้อ
กมั มฏั ฐานกบั หลวงปเู่ ปน็ เวลานาน ลงทา้ ยถามหลวงปสู่ น้ั ๆ วา่ “ทา่ นยงั มโี กรธอยไู่ หม”
หลวงป่ตู อบเร็วว่า
“มี แตไ่ ม่เอา”
285
รู้ใหพ้ ร้อม
ระหว่างท่ีหลวงปู่อยู่รักษาพยาบาลท่ีโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์นั้น มีผู้ไปกราบ
นมสั การและฟงั ธรรมเปน็ จำ� นวนมาก คณุ บำ� รงุ ศกั ด์ิ กองสขุ เปน็ ผหู้ นงึ่ ทสี่ นใจในการ
ปฏบิ ตั สิ มาธภิ าวนา นยั วา่ เปน็ ลกู ศษิ ยห์ ลวงพอ่ สนอง กตปญุ โฺ แหง่ วดั สงั ฆทาน จงั หวดั
นนทบุรี ซ่งึ เปน็ วดั ปฏิบตั ิทเี่ ครง่ ครดั ฝา่ ยธดุ งคกัมมฏั ฐานในยคุ ปัจจุบัน ไดป้ รารภ
การปฏิบัติธรรมกับหลวงปถู่ ึงเร่ืองการละกิเลสว่า “หลวงปู่ครบั ท�ำอย่างไรจึงจะตัด
ความโกรธให้ขาดได้”
หลวงป่ตู อบวา่
“ไม่มีใครตดั ใหข้ าดได้หรอก มีแตร่ ้ทู นั เมื่อรู้ทนั มนั กด็ บั ไปเอง”
ไมต่ ามใจผ้ถู าม
ผทู้ อี่ ยรู่ กั ษาพยาบาลหลวงปู่ ทโ่ี รงพยาบาลจฬุ าฯ ในรอบดกึ มจี ำ� นวนหลายทา่ น
ด้วยกัน เขาเหล่านั้นมีความสงสัยและอัศจรรย์ใจอย่างย่ิง โดยที่สังเกตว่าบางวัน
พอเวลาดึกสงัด ตีหน่ึงผ่านไปแล้ว ได้ยินหลวงปู่อธิบายธรรมะนานประมาณ
สบิ กวา่ นาที แลว้ สวดยถาใหพ้ ร ทำ� เหมอื นหนง่ึ มผี มู้ ารบั ฟงั อยเู่ ฉพาะหนา้ เปน็ จำ� นวนมาก
ครั้นจะถามประพฤติการท่ีหลวงปู่ท�ำเช่นน้ันก็ไม่กล้าถาม ต่อเมื่อเห็นหลวงปู่ท�ำ
เช่นนัน้ หลายคร้งั กท็ นสงสัยต่อไปไมไ่ ด้ จงึ พากนั ถามหลวงปู่ตามลักษณาการนั้น
หลวงปู่จึงบอกว่า
“ความสงสยั และค�ำถามเหลา่ น้ี ไมใ่ ช่เป็นแนวทางปฏบิ ัตธิ รรม”
286
ประหยดั ค�ำพดู
คณะปฏบิ ตั ธิ รรมจากจงั หวดั บรุ รี มั ยห์ ลายทา่ น มรี อ้ ยตำ� รวจเอก บลุ ชยั สคุ นธมตั
อยั การจงั หวดั เปน็ หวั หนา้ มากราบหลวงปเู่ พอื่ ฟงั ขอ้ ปฏบิ ตั ธิ รรม และเรยี นถามถงึ วธิ ี
ปฏบิ ตั ยิ ง่ิ ๆ ขนึ้ ไปอกี ซงึ่ สว่ นมากกเ็ คยปฏบิ ตั กิ บั ครบู าอาจารยแ์ ตล่ ะองคม์ าแลว้ และ
มแี นวทางปฏิบตั ิที่ไม่คอ่ ยตรงกัน เป็นเหตุให้เกดิ ความสงสัยยิง่ ขนึ้ จงึ ขอกราบเรียน
หลวงปู่โปรดช่วยแนะแนวปฏิบัติที่ถูกต้องและท�ำได้ง่ายท่ีสุด เพราะหาเวลาปฏิบัติ
ธรรมไดย้ าก หากไดว้ ิธีทง่ี า่ ยๆ แลว้ ก็จะเปน็ การดอี ยา่ งยงิ่
หลวงปู่บอกวา่
“ให้ดูจติ ท่จี ติ ”
ง่าย แตท่ ำ� ได้ยาก
คณะของคุณดวงพร ธารฉี ัตร จากสถานีวิทยุทหารอากาศ ๐๑ บางซือ่ น�ำโดย
คณุ อาคม ทนั นเิ ทศ เดนิ ทางไปถวายผา้ ปา่ และกราบนมสั การครบู าอาจารยต์ ามสำ� นกั
ตา่ งๆ ทางภาคอสี าน ไดแ้ วะกราบนมสั การหลวงปู่ หลงั จากถวายผา้ ปา่ ถวายจตปุ จั จยั
ไทยทานแด่หลวงปู่ และรบั วัตถมุ งคลเป็นท่ีระลกึ จากท่านแลว้ ต่างคนตา่ งกอ็ อกไป
ตลาดบา้ ง พักผอ่ นตามอธั ยาศัยบ้าง
มกี ลมุ่ หนง่ึ ประมาณสห่ี า้ คนเขา้ ไปกราบขอใหห้ ลวงปแู่ นะนำ� วธิ ปี ฏบิ ตั งิ า่ ยๆ เพอ่ื
แกไ้ ขความทกุ ขค์ วามกลมุ้ ใจ ซงึ่ มกั จะเกดิ ขน้ึ เปน็ ประจำ� วา่ ควรปฏบิ ตั อิ ยา่ งไรจงึ ไดผ้ ล
เรว็ ท่ีสุด
หลวงปูบ่ อกว่า
“อยา่ สง่ จิตออกนอก”
287
ทิ้งเสยี
สุภาพสตรีท่านหนึ่งเป็นชนช้ันครูบาอาจารย์ เม่ือฟังธรรมปฏิบัติจากหลวงปู่
จบแลว้ กอ็ ยากทราบถงึ วธิ ไี วท้ กุ ขท์ ถี่ กู ตอ้ งตามธรรมเนยี ม เขาจงึ พดู ปรารภตอ่ ไปอกี วา่
“คนสมัยน้ไี ว้ทุกขไ์ มค่ อ่ ยจะถูกตอ้ งและตรงกนั ทั้งๆ ที่สมยั ร.๖ ท่านทำ� ไวเ้ ป็นแบบ
อย่างดีอยู่แล้ว เช่น เม่ือมีญาติพี่น้องหรือญาติผู้ใหญ่ถึงแก่กรรมลง ก็ให้ไว้ทุกข์
๗ วนั บา้ ง ๕๐ วนั บา้ ง ๑๐๐ วนั บา้ ง แตป่ รากฏวา่ คนทกุ วนั นท้ี ำ� อะไรรสู้ กึ วา่ ลกั ลน่ั กนั
ไมเ่ ปน็ ระเบยี บ ดฉิ นั จงึ ขอเรยี นถามหลวงปวู่ า่ การไวท้ กุ ขท์ ถ่ี กู ตอ้ งนนั้ ควรไวอ้ ยา่ งไร
เจ้าคะ”
หลวงปบู่ อกว่า
“ทุกข์ ตอ้ งกำ� หนดรู้ เมือ่ รแู้ ล้วให้ละเสยี ไปไว้มนั ท�ำไม”
จริงตามความเปน็ จรงิ
สภุ าพสตรชี าวจนี คนหนง่ึ ถวายสกั การะแดห่ ลวงปแู่ ลว้ เขากราบเรยี นวา่ “ดฉิ นั
จะตอ้ งไปอยทู่ อ่ี ำ� เภอประโคนชยั จงั หวดั บรุ รี มั ย์ เพอื่ ทำ� มาคา้ ขายอยใู่ กลญ้ าตทิ างโนน้
ทนี บี้ รรดาญาตๆิ กเ็ สนอแนะวา่ ควรจะขายของชนดิ นนั้ บา้ ง ชนดิ นบ้ี า้ ง ตามแตเ่ ขาจะ
เหน็ ดวี า่ อะไรขายดี ดฉิ นั ยงั มคี วามลงั เลใจตดั สนิ เอาเองไมไ่ ดว้ า่ จะเลอื กขายของอะไร
จงึ ใหห้ ลวงปชู่ ว่ ยแนะนำ� ดว้ ยวา่ จะใหด้ ิฉันขายอะไรจึงจะดเี จ้าคะ”
“ขายอะไรก็ดที ง้ั นัน้ แหละ ถ้ามคี นซื้อ”
288
ไม่ไดต้ ้งั จุดหมายไว้
เมือ่ วนั ท่ี ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะนายทหารประมาณสบิ กว่านาย
เขา้ นมสั การหลวงปเู่ มอ่ื เวลาคำ่� แลว้ กจ็ ะเดนิ ทางตอ่ เขา้ กรงุ เทพฯ ในคณะของนายทหาร
เหลา่ นน้ั มยี ศพลโทสองทา่ น หลงั จากสนทนากบั หลวงปเู่ ปน็ เวลาพอสมควรแลว้ กถ็ อด
เอาพระเคร่ืองจากคอของแต่ละท่านรวมใส่ในพานถวายให้หลวงปู่ช่วยอธิษฐาน
แผ่เมตตาพลังจติ ให้ ท่านกอ็ นุโลมตามความประสงค์ แล้วก็มอบใหค้ นื ไป นายพล
ทา่ นหนง่ึ ถามว่า “ทราบว่ามเี หรยี ญหลวงปอู่ อกมาหลายรนุ่ แลว้ อยากถามหลวงปู่วา่
มีรนุ่ ไหนดังบา้ ง”
หลวงป่ตู อบว่า “ไม่มดี งั ”
คนละเรื่อง
มชี ายหนมุ่ จากตา่ งจงั หวดั ไกลสามสคี่ นเขา้ ไปหาหลวงปู่ ขณะทท่ี า่ นนง่ั พกั ผอ่ น
อยู่ที่มุขศาลาการเปรียญ ดูอากัปกิริยาของเขาแล้วคงคุ้นเคยกับพระนักเลงองค์ใด
องค์หน่ึงมาก่อนแล้ว สังเกตจากการน่ัง การพูด เขาน่ังตามสบาย พูดตามถนัด
ยงิ่ กวา่ น้ัน เขาคงเข้าใจวา่ หลวงปู่นคี้ งสนใจกบั เรือ่ งเครือ่ งรางของขลงั อย่างดี เขาพูด
ถงึ ชอ่ื เกจอิ าจารยอ์ น่ื ๆ วา่ ใหข้ องดขี องวเิ ศษแกต่ นหลายอยา่ ง ในทส่ี ดุ กง็ ดั เอาของมา
อวดกนั เองตอ่ หนา้ หลวงปู่ คนหนงึ่ มเี ขย้ี วหมตู นั คนหนงึ่ มเี ขยี้ วเสอื อกี คนมนี อแรด
ต่างคนต่างอวดอ้างว่าของตนดีวิเศษอย่างน้ันอย่างน้ี มีคนหน่ึงเอ่ยว่า “หลวงปู่ฮะ
อย่างไหนแน่ดีวิเศษกวา่ กนั ฮะ”
หลวงปู่ก็อารมณร์ นื่ เป็นพิเศษ ยิ้มๆ แล้ววา่
“ไม่มดี ี ไมม่ วี ิเศษอะไรหรอก เปน็ ของสัตว์เดรัจฉานเหมือนกนั ”
289
ปรารภธรรมะใหฟ้ งั
คราวหนึ่งหลวงปู่กล่าวปรารภพระธรรมให้ฟังว่า เราเคยตั้งสัจจะอ่าน
พระไตรปฎิ กจนจบ ในพรรษาปี ๒๔๙๕ เพอื่ สำ� รวจดวู า่ จดุ จบของพระพทุ ธศาสนาอยู่
ตรงไหน ทส่ี ดุ แหง่ สจั ธรรมหรอื ทสี่ ดุ แหง่ ทกุ ขน์ นั้ อยตู่ รงไหน พระพทุ ธองคท์ รงกลา่ ว
สรุปไว้ว่าอย่างไร คร้ันอ่านไปตริตรองไปกระทั่งถึงจบ ก็ไม่เห็นตรงไหนที่มีสัมผัส
อันลกึ ซึง้ ถงึ จติ ของเราใหต้ ดั สนิ ได้วา่ นีค่ ือท่สี ิ้นสุดแห่งทกุ ข์ ท่ีสดุ แห่งมรรคผล หรอื
ท่ีเรยี กว่านพิ พาน
มอี ยตู่ อนหนงึ่ คอื ครง้ั นน้ั พระสารบี ตุ รออกจากนโิ รธสมาบตั ใิ หมๆ่ พระพทุ ธเจา้
ตรสั ถามเชงิ สนทนาธรรมวา่ “สารบี ตุ ร สผี วิ ของเธอผอ่ งใสยงิ่ นกั วรรณะของเธอหมดจด
ผดุ ผอ่ งยง่ิ นกั อะไรเปน็ วหิ ารธรรมของเธอ” พระสารบี ตุ รกราบทลู วา่ “ความวา่ งเปลา่
เปน็ วหิ ารธรรมของขา้ พระองค์” (สญุ ญตา)
“ก็เห็นมอี ยเู่ พียงเทา่ น้แี หละ ท่ีมาสัมผัสจติ ของเรา”
แนะน�ำตามวิทยฐานะ
พระอาจารย์สุจินต์ สุจิณฺโณ จบเศรษฐศาสตร์จากธรรมศาสตร์นานแล้ว
มีความเลื่อมใสในทางปฏิบัติธรรม เคยไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์หลวงปู่หลุยเป็นเวลา
หลายปี ตอ่ มาเมอ่ื ไดย้ นิ กติ ตศิ พั ทห์ ลวงปดู่ ลู ย์ จงึ ลาหลวงปหู่ ลยุ มาปฏบิ ตั กิ บั หลวงปู่
ตลอดถงึ ขอบรรพชาอปุ สมบทอยตู่ ลอดมา อยกู่ บั หลวงปพู่ อสมควรแกค่ วามตอ้ งการ
แล้ว จึงกราบลาเพ่ือเดนิ ทางธุดงคว์ ิเวกต่อไป
หลวงปแู่ นะน�ำว่า “สว่ นเรือ่ งของพระวินยั นนั้ ให้ศกึ ษาอา่ นต�ำรบั ต�ำราใหเ้ ขา้ ใจ
ใหถ้ กู ตอ้ งทกุ ขอ้ มลู เพอื่ ปฏบิ ตั ไิ มใ่ หผ้ ดิ สว่ นธรรมะนนั้ ถา้ อา่ นมากกจ็ ะมวี ติ กวจิ ารมาก
จงึ ไมต่ อ้ งอา่ นกไ็ ด้ ขอให้ตง้ั ใจปฏิบัติเอาเพียงอย่างเดียวก็พอ”
290
แนะน�ำหลวงตาแนน
หลวงตาแนน บวชเม่ือวัยเลยกลางคนไปแล้ว หนังสือก็อ่านไม่ออกสักตัว
ภาษากลางก็พูดไม่ได้สักค�ำ ดีอย่างเดียว คือเป็นคนต้ังใจดี ขยันปฏิบัติกิจวัตร
ไมข่ าดตกบกพร่อง วา่ งา่ ยสอนงา่ ย เมื่อเหน็ พระรปู อน่ื เขาออกไปธดุ งค์ หรอื อยกู่ ับ
ส�ำนักปฏบิ ัตกิ บั ครูบาอาจารย์อืน่ ๆ ก็อยากจะไปกบั เขาดว้ ย
จงึ ไปลาหลวงปู่ เมอ่ื หลวงปอู่ นญุ าตแลว้ หลวงตาแนนกลบั วติ กวา่ “กระผมไมร่ ู้
หนงั สือ ไมร่ ภู้ าษาพดู เขา จะปฏิบตั ิกะเขาไดอ้ ย่างไร”
หลวงปู่แนะน�ำว่า
“การปฏบิ ตั ิ ไมไ่ ดเ้ กย่ี วกบั อกั ขระพยญั ชนะหรอื คำ� พดู อะไรหรอก ทร่ี วู้ า่ ตนไมร่ ู้
กด็ แี ลว้ วธิ ปี ฏบิ ตั ใิ นสว่ นวนิ ยั นน้ั ใหพ้ ยายามดแู บบอยา่ งเขา แบบอยา่ งครบู าอาจารยผ์ นู้ ำ�
อยา่ ท�ำใหผ้ ดิ แผกจากทา่ น ส่วนธรรมะใหด้ ูทีจ่ ิตของตัวเอง ปฏิบัตทิ ่ีจิต เม่อื เขา้ ใจ
จิตแลว้ อย่างอื่นก็เขา้ ใจไดเ้ อง”
ภาระและปัญหาประจำ�
การปกครองและการบริหารหมู่คณะใหญ่ นอกจากจะต้องแก้ปัญหาเล็กใหญ่
อยา่ งอนื่ แลว้ มปี ญั หาขาดแคลนพระเจา้ อาวาส เราเคยไดย้ นิ แตก่ ารแยง่ เปน็ สมภารกนั
แต่ลูกศิษย์หลวงปู่นั้น ต้องปลอบต้องบังคับให้ไปเป็นสมภาร ไม่เว้นแต่ละปีท่ีมี
ญาตโิ ยมยกขบวนมาขอใหห้ ลวงปสู่ ง่ พระไปเปน็ เจา้ อาวาส เมอื่ หลวงปเู่ หน็ วา่ องคไ์ หน
สมควรไปก็ขอร้องให้ไป ส่วนมากเม่ือไม่อยากไปก็มักจะอ้างว่า กระผมก่อสร้าง
ไม่เก่ง อบรมไมเ่ ปน็ เทศนไ์ มไ่ ด้ ประชาสมั พันธ์หรือรบั แขกไมค่ ลอ่ ง เป็นตน้ จึงยัง
ไมอ่ ยากจะไป
291
หลวงปู่กส็ อนว่า
“สงิ่ เหลา่ นนั้ ไมจ่ ำ� เปน็ เทา่ ไรหรอก เรามหี นา้ ทป่ี ฏบิ ตั กิ จิ วตั รเทา่ นน้ั เอง บณิ ฑบาต
ฉัน แล้วก็นง่ั ภาวนา เดินจงกรม ท�ำความสะอาดลานวดั เครง่ ครดั ตามธรรมวนิ ยั
แค่นี้ก็พอแล้ว การก่อสร้างอะไรๆ มันแล้วแต่ญาติโยม เขาจะท�ำหรือไม่ท�ำ
กแ็ ล้วแต่เขา”
ปรารภธรรมะใหฟ้ งั
หลวงปู่สรงน�้ำวันละหนึ่งครัง้ เวลาบ่ายหา้ โมง เฉพาะน�้ำร้อนทีผ่ สมใหอ้ นุ่ แลว้
กระท�ำอยู่อย่างนี้จนตลอดอายุขัยของท่าน โดยมีพระเณรผู้อยู่รับใช้ช่วยสรงน้�ำ
ถวายทา่ น หลงั จากเชด็ ตวั แหง้ ดี จติ ใจปลอดโปรง่ แลว้ ทา่ นมกั จะปรารภธรรมะใหฟ้ งั
แล้วแต่จะมธี รรมะข้อใดปรากฏข้นึ ในขณะนั้น เช่นครัง้ หน่ึงทา่ นปรารภว่า
“ภิกษุเรา ถ้าปลูกความยินดีในเพศภาวะของตนได้แล้ว ก็จะมีแต่ความสุข
เยอื กเยน็ ถา้ ตวั เองอยใู่ นเพศภิกษุ แตก่ ลับไปยินดีในเพศอื่น ภาวะอน่ื ความทุกข์
ก็จะทับถมอยรู่ �ำ่ ไป หยุดกระหาย หยดุ แสวงหาได้ น่ันคอื ภิกษภุ าวะโดยแท้ ความ
เป็นพระนนั้ ย่งิ จนยงิ่ มคี วามสุข”
ปรารภธรรมะใหฟ้ ัง
“จบพระไตรปฎิ กหมดแล้ว จำ� พระธรรมได้มากหลาย พูดเก่ง อธบิ ายไดอ้ ย่าง
ลึกซง้ึ มคี นเคารพนบั ถอื มาก ทำ� การก่อสร้างวัตถุไวไ้ ด้อยา่ งมากมาย หรือสามารถ
อธบิ ายถึง อนิจจัง ทุกขัง อนตั ตา ได้อยา่ งละเอียดแคไ่ หนก็ตาม ถ้ายังประมาทอยู่
กน็ บั วา่ ยงั ไมไ่ ดร้ ับรสชาตขิ องพระศาสนาแตป่ ระการใดเลย เพราะสิ่งเหล่านนั้ ยังเป็น
292
ของภายนอกทง้ั น้นั เม่ือพูดถึงประโยชน์ ก็เปน็ ประโยชนภ์ ายนอก คอื เป็นไปเพื่อ
สงเคราะหส์ งั คม เพอ่ื สงเคราะหผ์ อู้ นื่ เพอื่ สงเคราะหอ์ นชุ นรนุ่ หลงั หรอื เปน็ สญั ลกั ษณ์
ทางศาสนวตั ถุ สว่ นประโยชนข์ องตนทแ่ี ทน้ นั้ คอื ความพน้ ทกุ ข์ จะพน้ ทกุ ขไ์ ดก้ ต็ อ่ เมอ่ื
รจู้ ติ หน่ึง”
คดิ ไมถ่ งึ
ส�ำนักปฏิบัติแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสาขาของหลวงปู่นั่นเอง อยู่ด้วยกันเฉพาะพระ
ประมาณห้าหกรูป อยากจะเคร่งครัดเป็นพิเศษ ถึงข้ันสมาทานไม่พูดจากันตลอด
พรรษา คือไม่ให้มีเสียงเป็นค�ำพูดออกจากปากใคร ยกเว้นการสวดมนต์ท�ำวัตร
หรอื สวดปาฏโิ มกขเ์ ทา่ นนั้ ครนั้ ออกพรรษาแลว้ พากนั ไปกราบหลวงปู่ เลา่ ถงึ การปฏบิ ตั ิ
อยา่ งเครง่ ของพวกตนวา่ นอกจากปฏบิ ตั ขิ อ้ วตั รอยา่ งอนื่ แลว้ สามารถหยดุ พดู ไดต้ ลอด
พรรษาอีกด้วย
หลวงปฟู่ ังแลว้ ย้มิ หนอ่ ยหนงึ่ พูดวา่
“ดีเหมือนกัน เม่ือไม่พูดก็ไม่มีโทษทางวาจา แต่ท่ีว่าหยุดพูดได้น้ัน เป็นไป
ไมไ่ ดห้ รอก นอกจากพระอริยบุคคลผเู้ ขา้ นโิ รธสมาบัติข้ันละเอยี ด ดบั สัญญาเวทนา
เทา่ นน้ั แหละทไ่ี มพ่ ดู ได้ นอกนนั้ พดู ทง้ั วนั ทง้ั คนื ยงิ่ พวกทต่ี งั้ ปฏญิ าณวา่ ไมพ่ ดู นนั่ แหละ
ยิง่ พูดมากกว่าคนอ่นื เพยี งแต่ไมอ่ อกเสียงใหค้ นอ่นื ได้ยนิ เท่านั้นเอง”
293