The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wonchai890, 2022-02-18 01:56:38

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

ตอบพระราชปุจฉา

เหตกุ ารณท์ ถ่ี กู บนั ทกึ ไวเ้ ปน็ เกยี รตปิ ระวตั ขิ องวดั บรู พาราม จงั หวดั สรุ นิ ทร์ และ
ของหลวงปใู่ นทนี่ กี้ ค็ อื เมอื่ วนั ท่ี ๑๘ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๒๒ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ฯ
เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ พรอ้ มดว้ ยสมเดจ็ พระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ นี าถ สมเดจ็ พระบรม-
โอรสาธริ าชฯ สยามมกฎุ ราชกมุ าร สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจฬุ าภรณวลัยลกั ษณ์ อัครราชกมุ ารี พระเจ้าวรวงศเ์ ธอ
พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายาฯ (พระยศในขณะน้ัน) พระเจ้าหลานเธอ
พระองคเ์ จา้ พัชรกติ ิยาภา มาทรงนมสั การหลวงปู่ท่ีวดั ในเวลา ๑๘.๔๐-๑๙.๓๐ น.

หลังจากตรัสถามถึงสขุ ภาพพลานามยั ของหลวงปู่แลว้ ทรงอาราธนาให้หลวงปู่
แสดงพระธรรมเทศนาและทรงอดั เทปไวด้ ว้ ย เมอื่ หลวงปแู่ สดงพระธรรมเทศนายอ่ ๆ
ถวายจบแลว้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู ัวฯ ได้ตรสั ถามหลวงป่วู ่า

“หลวงปู่ การท่ีจะละกเิ ลสใหไ้ ดน้ ั้น ควรจะละกเิ ลสอะไรกอ่ น”
หลวงปู่ถวายวสิ ัชนาวา่
“กเิ ลสทง้ั หมดเกดิ รวมอยทู่ จ่ี ติ ใหเ้ พง่ มองดทู จี่ ติ อนั ไหนเกดิ กอ่ น ใหล้ ะอนั นน้ั
ก่อน”

194

ครนั้ มพี ระราชปจุ ฉาในธรรมขอ้ อน่ื ๆ พอสมควรแกเ่ วลาแลว้ ทรงถวายจตปุ จั จยั
แด่หลวงปู่ กอ่ นจะเสดจ็ พระราชดำ� เนินกลบั มีพระราชดำ� รสั ว่า “ขออาราธนาหลวงปู่
ให้ด�ำรงขันธ์อยู่ให้นานต่อไปอีกเกินร้อยปี เพ่ือเป็นท่ีเคารพนับถือของปวงชนท่ัวไป
หลวงป่จู ะรบั ได้ไหม”

ทง้ั ๆ ทพี่ ระราชดำ� รสั นเี้ ปน็ สมั มาวจกี รรม พระราชทานพรแดห่ ลวงปโู่ ดยพระราช-
อัธยาศัย หลวงปู่ก็ไม่กล้ารับและไม่อาจฝืนสังขาร จึงถวายพระพรว่า “อาตมภาพ
รบั ไมไ่ ดห้ รอก แลว้ แตส่ งั ขารเขาจะเปน็ ไปของเขาเอง จะอยไู่ ดน้ านอกี เทา่ ไรไมท่ ราบ”

ตอ่ จากนน้ั จงึ เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ กลบั แตใ่ นการเสดจ็ ฯ กลบั นน้ั ทรงไดร้ บั ความ
ล�ำบากพอสมควร เนือ่ งจากประชาชนได้ไปเฝา้ ชนื่ ชมพระบารมที ุกพระองคก์ นั อยา่ ง
เนอื งแนน่

195

อาพาธหนกั คร้ังท่ีสอง

หลงั จากทห่ี ลวงปเู่ คยเขา้ รกั ษาอาพาธในโรงพยาบาลครงั้ แรกเมอื่ พ.ศ. ๒๕๐๘
หลังจากนนั้ อีก ๑๘ ปี เมอื่ ทา่ นเจริญขันธ์มาจนถึง ๙๕ ปี ทา่ นจึงมอี าการผิดปกติ
ดา้ นสขุ ภาพอีกครง้ั หน่งึ

เมอื่ วันที่ ๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๖ หลวงปเู่ รมิ่ มีอาการปวดชาตง้ั แต่บ้นั เอว
ลงไปถงึ ปลายเทา้ เรมิ่ เปน็ ดา้ นซา้ ยขา้ งเดยี วกอ่ น ความจรงิ เคยเปน็ เลก็ นอ้ ยมานานแลว้
เคยนวดถวายท่านก็สังเกตเห็นได้ว่าชีพจรเดินเบามาก ต่อมาอาการอย่างนี้ก็ลามมา
ทข่ี าขา้ งขวา ทา่ นบอกวา่ รสู้ กึ เหมอื นจะปวดหนกั ปวดเบาอยตู่ ลอดเวลา พาไปเขา้ หอ้ งนำ�้
กถ็ า่ ยไมอ่ อกท้งั หนกั และเบา แถมยังมอี าการเดี๋ยวหนาวเดีย๋ วรอ้ นระคนกัน

จะใหค้ นไปตามหมอ ท่านก็หา้ มบอกว่า “ไมจ่ ำ� เป็น” ความจรงิ ทา่ นไม่เคยเรียก
หาหมอ หรอื ใชใ้ หใ้ ครไปตามหมอ ตลอดจนไมเ่ คยบอกใหใ้ ครพาไปโรงพยาบาล เทา่ ท่ี
เคยมหี มอมารกั ษาพยาบาล หรอื เคยเขา้ ไปรกั ษาในโรงพยาบาลนนั้ ลว้ นเปน็ เรอ่ื งของ
ลกู ศิษย์ลกู หาเป็นหว่ งและขอร้องท่านทง้ั ส้ิน

ในคนื นั้น ถ้าไมส่ ังเกตใหล้ ึกจะไม่ร้เู ลยว่าท่านอาพาธอยา่ งรนุ แรง ใบหน้าและ
ผิวพรรณดูเปน็ ปกติ สงบเย็น ไม่มคี วามวิตกกังวล เหมอื นท่านไมไ่ ดเ้ ป็นอะไรเลย
ผู้รักษาดูแลท่านอย่างใกล้ชิดมาตลอดจะรู้สึกว่าหลวงปู่มีอาการอ่อนเพลียมาก

196

ในคนื นน้ั และแสดงวา่ ออ่ นเพลยี มากขนึ้ ทกุ ที จงึ ตอ้ งตดั สนิ ใจพาทา่ นไปเขา้ โรงพยาบาล
สรุ ินทร์ เมื่อเวลาประมาณ ๐๔.๐๐ น.

ตง้ั แตไ่ ปถงึ จนถงึ ๐๘.๓๐ น. ของเชา้ มดื วนั ที่ ๒๘ มกราคม หมอไดใ้ หน้ ำ�้ เกลอื
และสวนปสั สาวะออก แตอ่ าการของหลวงปยู่ งั ไมด่ ขี น้ึ ถงึ กระนน้ั ทา่ นกร็ บเรา้ ขอใหพ้ า
ออกจากโรงพยาบาล ไมม่ ใี ครกลา้ ทดั ทาน จงึ ตอ้ งนำ� ทา่ นกลบั วดั เมอ่ื เวลา ๑๕.๔๐ น.
วนั เดียวกนั เมอ่ื กลับถงึ วัด คณะศิษยไ์ ดป้ รกึ ษาหารือกนั และตกลงจะนำ� หลวงปเู่ ข้า
กรุงเทพฯ ครั้งแรกจะไปรกั ษาทโ่ี รงพยาบาลธนบุรี ตั้งใจจะออกเดนิ ทางเชา้ วนั ที่ ๒๙
มกราคม เวลา ๐๙.๐๐ น.

ตลอดคนื ทผี่ า่ นมา สงั เกตดอู าการปว่ ยของหลวงปหู่ นกั ขนึ้ ทง้ั อากาศกห็ นาวจดั
อีกดว้ ย ตอนเช้าถวายอาหารท่าน ทา่ นกฉ็ นั ไดเ้ พียงเลก็ น้อย เมอ่ื ใกลจ้ ะถงึ เวลาออก
เดนิ ทาง ทา่ นพระครนู นั ทปญั ญาภรณก์ ำ� ลงั ยนื ดแู ลความเรยี บรอ้ ยอยนู่ อกกฏุ หิ ลวงปู่
มีพระภิกษุบางท่านเข้ามาคัดค้านแสดงความไม่เห็นด้วยท่ีจะน�ำหลวงปู่เข้ากรุงเทพฯ
โดยเหตวุ า่ “หลวงปอู่ อ่ นเพลยี มากแลว้ ไมค่ วรนำ� ทา่ นไป ขนื ไปกค็ งไมถ่ งึ กรงุ เทพฯ แน”่

ท่านพระครูฯ จึงพูดกบั ทา่ นเหล่านนั้ ว่า “เทา่ ทท่ี า่ นแสดงความเหน็ มานี้ นับวา่
เปน็ การถกู ตอ้ งแลว้ ในฐานะทเี่ ปน็ ศษิ ยย์ อ่ มมสี ทิ ธเ์ิ ตม็ ทที่ จ่ี ะคดั คา้ นได้ แตผ่ มเหน็ วา่
ถา้ ไมไ่ ปกม็ ที างเดยี ว คอื หลวงปหู่ มดลมแน่ แตถ่ า้ ไปยงั มสี องทาง เพราะฉะนนั้ ตอ้ งไป”
และกอ่ นออกเดนิ ทางนน้ั เอง คณุ หมอทวสี นิ สง่ ขา่ วใหท้ ราบวา่ ไดต้ ดิ ตอ่ ประสานงานท่ี
โรงพยาบาลจฬุ าฯ ใหแ้ ลว้ จึงขอใหเ้ ปลยี่ นจากโรงพยาบาลธนบรุ ไี ปเป็นโรงพยาบาล
จฬุ าฯ แทน

ตง้ั แต่รถพยาบาลเคลือ่ นออกจากวัด หลวงปู่นอนสงบนงิ่ ตลอด จนกระท่ังถึง
อ�ำเภอนางรอง จังหวดั บุรีรมั ย์ เวลา ๑๑.๐๐ น. จึงหยุดรถเพ่ือถวายเพลหลวงปู่
โดยไปจอดหนา้ รา้ นอาหารแหง่ หนง่ึ เจา้ ของรา้ นตนื่ เตน้ ดใี จมาก เพราะหลวงปเู่ คยมา
ทำ� พิธีเปิดร้านให้ เปน็ การแวะมาจอดโดยบงั เอิญ เขาจัดแจงถวายอาหารเป็นอยา่ งดี
แตห่ ลวงปฉู่ นั ขา้ วตม้ ไดเ้ พียงเล็กน้อย

197

ระยะทางจากสรุ นิ ทรถ์ งึ กรงุ เทพฯ รถวง่ิ ตามปกตใิ ชเ้ วลา ๖-๗ ชว่ั โมง แตว่ นั นนั้
ขอไมใ่ ห้ว่งิ เรว็ เพราะเกรงหลวงปู่จะกระเทอื น จึงใช้เวลาถงึ ๙ ชัว่ โมง ตลอดระยะ
การเดินทาง หลวงป่นู อนสงบเงียบ ไม่มเี หตุอะไรให้นา่ วิตกตลอดการเดนิ ทาง

ถงึ โรงพยาบาลจุฬาฯ เวลา ๑๗.๔๐ น. ต้องพาหลวงปเู่ ข้ารักษาทีต่ ึกฉุกเฉนิ
เนอื่ งจากเปน็ วนั เสารแ์ ละนอกเวลาราชการ ในตอนนลี้ กู ศษิ ยล์ กู หาตา่ งทกุ ขก์ งั วลทเี่ หน็
อาการของหลวงปหู่ นกั มาก แถมยงั ลำ� บากตอ้ งเดนิ ทางไกล และยงั ตอ้ งรอเวลาใหห้ มอ
ตรวจเปน็ เวลานาน หมอสอบถามขอ้ มลู หลายอยา่ งและฉายเอกซเรยด์ ว้ ย เสรจ็ เรยี บรอ้ ย
แลว้ จึงได้พาหลวงปูเ่ ข้าพกั ทหี่ อ้ งพักพเิ ศษ ตึกวชิราวุธ ช้ัน ๒ หมายเลขหอ้ ง ๒๒

198

ความโกลาหล

เพราะเหตทุ มี่ าถงึ โรงพยาบาลนอกเวลาราชการ หลวงปจู่ งึ ตอ้ งเขา้ ตกึ คนไขฉ้ กุ เฉนิ
เสยี กอ่ น ไมใ่ ชห่ อ้ ง ไอ.ซ.ี ย.ู ตามทบี่ างทา่ นเขา้ ใจ หลวงปเู่ ขา้ พกั ไดป้ ระมาณ ๒ ชวั่ โมงกวา่
คณุ หมอจรสั กบั คณะ กม็ าตรวจอาการแลว้ บอกวา่ ตอ้ งเอาหลวงปเู่ ขา้ หอ้ งเอกซเรยอ์ กี
เพราะมคี วามจำ� เปน็ มาก แมจ้ ะเหน็ หลวงปอู่ อ่ นเพลยี มากกต็ อ้ งทำ� ตอนนนั้ เวลา ๕ ทมุ่
แล้ว หลวงปู่นอนสงบนิ่ง จนบางท่านคิดว่าท่านคงจะมรณภาพละท้ิงสังขารไปแล้ว
ตอ้ งใสท่ ่อออกซิเจนช่วยหายใจนานนับ ๕ ช่ัวโมง การทำ� งานของหมอจงึ แลว้ เสรจ็
แต่การวนิ ิจฉยั ของหมอในคืนน้ันไม่ได้รบั ผลอะไรเลย

เมื่อยกหลวงป่ขู นึ้ นอนบนแทน่ ฉายในหอ้ งเอกซเรยแ์ ลว้ เจา้ หนา้ ท่กี ็ลงมือฉาย
๒ ชงั่ โมงกวา่ กย็ งั ไมเ่ สรจ็ สงสยั วา่ เครอ่ื งฉายเสยี หรอื ฟลิ ม์ หมดอายุ เพราะปรากฏวา่
ฟลิ ์มที่ออกมาแตล่ ะแผ่นดำ� สนิท มองไมเ่ ห็นอะไรเลย ทา่ นพระครนู นั ทปัญญาภรณ์
(พระโพธนิ นั ทมนุ )ี บนั ทกึ ไวว้ า่ ใชฟ้ ลิ ม์ เอกซเรยห์ ลายแผน่ หนาเกอื บครง่ึ คบื กไ็ มไ่ ด้
ผลเลย ทงั้ จอภาพกไ็ มป่ รากฏภาพใหเ้ หน็ ไดต้ ลอด มเี หน็ บา้ งไมเ่ หน็ บา้ ง ตอ้ งฉายแลว้
ฉายอกี ตั้งหลายครง้ั หลวงปคู่ งต้องอดทนอยา่ งมาก เหน็ ทา่ นนอนหลับตานง่ิ ไม่ไหว
ตงิ เลย

พยาบาลจะฉีดยาจะให้น�้ำเกลือ ก็ท�ำไม่สะดวก บางคร้ังก็แทงเข็มไม่เข้าบ้าง
จนหมอบอกวา่ รา่ งกายของทา่ นไมร่ บั ทางหมอเองกท็ อ้ ใจและแปลกใจ คณุ หมอสตรี

199

ทา่ นหนงึ่ ออกมาถามคณะศษิ ยว์ า่ “ทำ� ไมถงึ เปน็ อยา่ งน”้ี ตา่ งคนตา่ งกไ็ มท่ ราบ และไมม่ ี
ใครกลา้ ตอบ

เมอื่ มาคดิ ดโู ดยลกั ษณะนอ้ี าจเปน็ วา่ หลวงปคู่ งจะเขา้ สมาธสิ ว่ นลกึ และละเอยี ด
เพอ่ื ระงบั ทกุ ขเวนา เพราะเวลา ๑๔ ชวั่ โมงที่ผา่ นมา ทา่ นหลบั ตาอยอู่ ยา่ งน้นั โดย
ไมไ่ หวติงเลย ตลอดเวลาเขา้ หอ้ งฉกุ เฉนิ ตรวจรา่ งกาย ฉายเอกซเรย์ ตลอดจนเขา้
หอ้ งพกั แล้วกลับไปห้องเอกซเรยอ์ ีก

เมอื่ ไดเ้ ห็นภาพหลวงปู่นอนสงบอยบู่ นเตยี งพยาบาล ไดร้ ับการดแู ลรกั ษาดว้ ย
การแพทยส์ มยั ใหม่ มกี ารใหอ้ อกซเิ จนชว่ ยหายใจ ใหน้ ำ้� เกลอื และใหอ้ าหารทางสายยาง
เปน็ ที่เรียบร้อยพอวางใจได้แลว้ ความวิตกกังวล ความเคร่งเครียด กระวนกระวาย
ทมี่ อี ยใู่ นหวั สมองของผเู้ ขยี น (พระครนู นั ทปญั ญาภรณ)์ เปน็ เวลานาน นบั ตง้ั แตอ่ อก
เดนิ ทางจากจงั หวดั สรุ นิ ทรม์ า กไ็ ดบ้ รรเทาเบาบางลงและรสู้ กึ โลง่ ใจ เกดิ ความมนั่ ใจวา่
หลวงปจู่ ะต้องหายได้ในคร้ังน้อี ยา่ งแน่นอน

ครั้นเวลาตี ๓ ลว่ งแล้ว หมอกลบั ไปหมดแลว้ หลวงปูจ่ งึ ลืมตาข้นึ พร้อมกับ
คำ� ถามประโยคแรกวา่ “หมอตรวจเสรจ็ แลว้ หรอื ” ไดก้ ราบเรยี นทา่ นวา่ “เสรจ็ แลว้ ครบั ”
ทา่ นกส็ งั่ วา่ “ใหก้ ลบั เดยี๋ วน”้ี หมายถงึ ใหพ้ ากลบั วดั ตอ้ งคอ่ ยพดู อธบิ ายใหท้ า่ นทราบวา่
ทา่ นยงั กลับไมไ่ ด้ ต้องอยู่พักรกั ษาทโี่ รงพยาบาลอกี หลายวนั พรอ้ มทงั้ เล่าเหตุการณ์
ท่ีผา่ นมาใหท้ ่านทราบโดยตลอด ทา่ นก็ฟงั เฉยโดยไม่วา่ อะไร

ในวนั นน้ั คณะศษิ ยไ์ ดก้ ราบเรยี นทา่ นเจา้ ประคณุ สมเดจ็ พระญาณสงั วรฯ๑ ใหท้ รง
ทราบ ท่านเจา้ ประคุณสมเดจ็ ฯ จึงเจรญิ พรไปยังส�ำนักพระราชวงั ต่อไป

๑ สมเดจ็ พระญาณสังวร สมเด็จพระสงั ฆราช สกลมหาสังฆปรณิ ายก (เจรญิ สุวฑฺฒโน)

200

เหนือเอกซเรย์

ตรงน้ีขอแทรกเรื่องเบาสมองสักเล็กน้อย ข้อเขียนต่อไปนี้เป็นบันทึกของ
คุณบำ� รุงศักดิ์ กองสุข ทน่ี ่าสนใจไวเ้ ป็นอทุ าหรณ์ ดังน้ี คุณจ�ำนงค์ พันธุ์พงศ์ เลา่ ให้
ผเู้ ขยี นฟงั ถงึ เมอื่ ครงั้ หลวงปดู่ ลู ย์ อตโุ ล อาพาธหนกั พระครนู นั ทปญั ญาภรณ์ เปน็ ผู้
นำ� หลวงปู่เข้ากรงุ เทพฯ ให้แพทยต์ รวจอาการ ณ โรงพยาบาลจฬุ าฯ

เม่ือน�ำหลวงปู่เข้าห้องเอกซเรย์ พนักงานคนหน่ึงก็พูดกับคุณจ�ำนงค์ว่า
“อ้อ คนแก่ๆ แบบนี้ เอกซเรย์งา่ ยสบายมาก” คุณจำ� นงคน์ กึ ในใจว่า “ประเด๋ยี วก็รู้
เลน่ พดู กับหลวงป่แู บบนี้”

พอยกหลวงปขู่ น้ึ เตยี งเลอ่ื นไฟฟา้ เตยี งไมเ่ ลอ่ื นเขา้ ที่ เมอื่ คณุ จำ� นงคก์ ม้ กระซบิ
กราบขออนญุ าตหลวงปู่ เตยี งกเ็ ลอ่ื นเขา้ ทไ่ี ด้ เจา้ หนา้ ทถี่ า่ ยเอกซเรยอ์ ยนู่ านถงึ ๒ ชว่ั โมง
ขณะถ่ายก็ไม่มีภาพปรากฏบนจอทีวี หมดฟิล์มไปเป็นจ�ำนวนมาก พอล้างออก
ฟิล์มทุกใบดำ� หมด คณุ หมอมากราบขออนญุ าตกับหลวงปู่ คณุ จ�ำนงคป์ ลกุ หลวงปู่
พอใหร้ สู้ กึ ตวั แลว้ กราบเรยี นทา่ นวา่ “หลวงปคู่ รบั อยา่ เขา้ สมาธิ เขาถา่ ยเอกซเรยไ์ มต่ ดิ ”
หลวงปู่ว่า “อ้อ อย่างนั้นรึ”

หลงั จากนนั้ จงึ มภี าพปรากฏบนจอทวี ี และฟลิ ม์ เอกซเรยก์ ไ็ ดภ้ าพตามตอ้ งการ

201

ถกู ตวั หลวงปไู่ ดไ้ หม

รงุ่ ขนึ้ วนั ที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๖ หลวงปมู่ อี าการดขี นึ้ พอทจี่ ะประคองให้
นงั่ บา้ ง นอนบา้ ง หลวงปพู่ ดู เสยี งชดั เจนดี เกดิ เหตขุ ดั ขอ้ งทางผรู้ กั ษาพยาบาลนดิ หนอ่ ย
เพราะลว้ นแตเ่ ปน็ สภุ าพสตรี เมอื่ จะตอ้ งทำ� หนา้ ท่ี มกั จะถามทา่ นพระครนู นั ทปญั ญาภรณ์
ซงึ่ เฝา้ ไขอ้ ยทู่ ่นี นั้ วา่

“หนูถูกตอ้ งหลวงปู่ไดไ้ หมคะ”
ท่านพระครฯู ตอบ “ไมไ่ ด้ เจรญิ พร”
“อ้าว แล้วจะให้หนทู ำ� อยา่ งไร”
“ไม่ทราบ เจริญพร”
ทา่ นพระครฯู บอกวา่ อยากจะใหพ้ วกเขาเขา้ ใจคำ� พดู ของทา่ นเอาเอง เขากไ็ มเ่ ขา้ ใจ
งงอยู่อย่างน้ันเอง ท่านจึงต้องอธิบายว่า “คุณเป็นผู้หญิง หลวงปู่และอาตมาเป็น
พระสงฆ์ เมอื่ คณุ ถามวา่ ถกู ตอ้ งตวั หลวงปไู่ ดไ้ หม จะใหอ้ าตมาตอบวา่ ได้ อยา่ งนไี้ มส่ มควร
ผดิ สมณวนิ ัย ใครมหี นา้ ท่อี ย่างไรพงึ ทำ� ไปตามหนา้ ท่ขี องตน”
พวกเขาเข้าใจ และท�ำตามหน้าท่ีของตนด้วยความระมัดระวังและอ่อนน้อม
น่าชมเชย ต่อมาจึงขอให้มีบุรุษพยาบาลจากตึกสงฆ์มาท�ำหน้าท่ีแทนตลอดเวลาที่
หลวงปอู่ ยู่ในโรงพยาบาล ปัญหาขัดขอ้ งตา่ งๆ จงึ หมดไปดว้ ยดี

202

ผลวนิ จิ ฉัยโรค

เชา้ วนั ท่ี ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๖ คณะแพทยไ์ ดเ้ ขา้ ตรวจรา่ งกายของหลวงปู่
อกี ครงั้ หนงึ่ คณุ หมอยกมอื นมสั การขอพรและขออภยั แลว้ กท็ ำ� การตรวจ เหตกุ ารณ์
ทกุ อยา่ งเปลยี่ นแปลงไปจากวนั กอ่ น ผลการตรวจทกุ อยา่ งชดั เจนดี จากการถา่ ยฟลิ ม์
เอกซเรยม์ า ๖ แผน่ เม่ือนำ� มาวินจิ ฉยั ปรากฏว่าหลวงปู่มอี าการหนกั อยู่ ๓ อยา่ ง
คือ เกย่ี วกบั กระดูก ปอด และสมอง ซึง่ จะตอ้ งใช้เวลาอยรู่ ักษานานเป็นเดือนขึน้ ไป

ปญั หาทม่ี ใี นขณะน้ี กเ็ นอื่ งจากระเบยี บของตกึ แหง่ น้ี คอื ไมใ่ หผ้ อู้ ยเู่ ฝา้ พยาบาล
ในหอ้ งเกนิ ๒ คน ทา่ นพระครนู นั ทปญั ญาภรณ์ จงึ ตอ้ งไปคา้ งคนื ทว่ี ดั บวรนเิ วศฯ เมอื่
เขา้ กราบเรยี นทา่ นเจา้ ประคณุ สมเดจ็ พระญาณสงั วรฯ เพอ่ื กราบทลู ใหท้ ราบถงึ อาการ
ของหลวงปู่ สมเดจ็ ฯ ทา่ นแนะนำ� วา่ ถา้ มอี ะไรขดั ขอ้ งใหต้ ดิ ตอ่ พระมหาวรี ะ ซง่ึ เปน็ เลขาฯ
และอปุ ฏั ฐากของท่านเจา้ คุณ พระญาณวโรดม รองสมเดจ็ ฯ

ทา่ นมหาวรี ะไดต้ ดิ ตอ่ ไปทค่ี ณุ หญงิ สมรกั ษ์ เพอื่ ใหห้ ลวงปไู่ ดย้ า้ ยจากตกึ วชริ าวธุ
มาพักทตี่ กึ จงกลนี วัฒนวงศ์ ณ ห้องพระราชทาน บนช้ันท่ี ๓ ของตกึ จึงเป็นอันวา่
หลวงปู่ไดย้ ้ายมาอยูห่ ้องพระราชทาน ตกึ จงกลนี วัฒนวงศ์ เม่อื วนั ที่ ๑ กุมภาพนั ธ์
พ.ศ. ๒๕๒๖ เวลาบา่ ยสองโมงเศษ

นบั วา่ เปน็ พระมหากรณุ าธคิ ณุ เปน็ อยา่ งยง่ิ เพราะทนี่ มี่ คี วามกวา้ งขวาง สะดวก
ที่จะให้ลูกศิษย์ลูกหาและผู้มีศรัทธาในหลวงปู่ได้เข้าเยี่ยมไข้และเข้ากราบหลวงปู่
เนื่องจากในแต่ละวันมีญาติโยมมาเยี่ยมหลวงปู่จ�ำนวนมาก ห้องพักเดิมคับแคบ
จงึ รู้สกึ หนักใจและเกรงใจทางโรงพยาบาลเปน็ อย่างมาก

203

หอ้ งพระราชทาน

นบั เปน็ พระมหากรณุ าธคิ ณุ อยา่ งลน้ พน้ ทพี่ ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ฯ ไดท้ รง
พระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับหลวงปู่ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และพระราชทาน
แพทยห์ ลวงมาท�ำการรักษาเป็นพเิ ศษ

สำ� หรับห้องพระราชทานนี้ ภายในแบ่งเปน็ ๓ ห้อง ดา้ นซ้ายมือเป็นหอ้ งผูป้ ว่ ย
ตอนกลางเปน็ หอ้ งโถงใหญส่ ำ� หรบั แขกหรอื เปน็ ทป่ี ระชมุ ดา้ นขวามอื เปน็ หอ้ งจดั เตรยี ม
อาหาร มเี คร่อื งสุขภณั ฑพ์ รอ้ มมูล ที่เรยี กวา่ ห้องพระราชทานนนั้ กเ็ พราะทรงมไี ว้
พระราชทานเพอ่ื ความสะดวกแกเ่ จา้ นายชน้ั ผใู้ หญ่ หรอื พระเถระชนั้ ผใู้ หญ่ หรอื ผอู้ นื่ ใด
ตามพระราชอธั ยาศัย

ก�ำลังปล้ืมปีติว่าหลวงปู่ได้อยู่ห้องพระราชทาน ในขณะเดียวกันความกังวล
ความหนักใจก็เกิดข้ึนมา ทั้งนี้เนื่องจากส�ำนึกตนว่าเป็นผู้มีสติปัญญาน้อย มีความ
สามารถนอ้ ย ไมร่ ธู้ รรมเนยี มและระเบยี บปฏบิ ตั ขิ องหอ้ งพเิ ศษเชน่ นี้ อกี ประการหนง่ึ
ไม่ทราบว่าตนเองจะสามารถรับผิดชอบในการดูแลรักษาพยาบาลหลวงปู่ รวมทั้ง
ตอ้ นรบั บคุ คลทจี่ ะมานมสั การเยย่ี มหลวงปอู่ ยา่ งมากมายไดห้ รอื ไม่ ตลอดถงึ อาจตอ้ ง
รบั เสดจ็ ด้วย

นอกจากน้ี ควรจะแนะน�ำลูกน้องของเราท่ีจะมาอยู่ช่วยอุปัฏฐากหลวงปู่ให้
ประพฤติและวางตัวอย่างไรจึงจะเหมาะสม ทั้งหมดน้ีล้วนแต่เป็นสิ่งที่ต้องคิดต้อง
เตรยี มการไว้ จงึ ไดพ้ ยายามศกึ ษาและสอบถามเจ้าหน้าทพี่ ยาบาล และผูส้ ันทัดกรณี
คนอ่ืนๆ ตามสมควร

204

อาการไขข้ องหลวงปู่

ดงั ไดก้ ลา่ วแลว้ วา่ การอาพาธของหลวงปู่ คอื กระดกู และปอดมจี ดุ ดำ� แลว้ ลามไป
ถงึ สมอง การรกั ษาจงึ หนกั ไปในการบำ� รงุ และพกั ผอ่ นใหม้ ากทสี่ ดุ ทงั้ ยงั ตอ้ งอาศยั เวลา
นานอกี ดว้ ย ลกั ษณะอาการของโรคดงั กลา่ ว แสดงออกใหเ้ หน็ ไดโ้ ดยอาการ ๓ อยา่ ง คอื
เบอื่ อาหาร ออ่ นเพลยี เปน็ เวลานานๆ ปวดเมอ่ื ยทว่ั สรรพางคก์ าย นอกจากนกี้ ม็ อี าการ
กระสบั กระส่าย นอนหลับยาก

ส่วนตัวของหลวงปู่น้ัน ท่านอาศัยสมาธิช่วยในการหลับและพักผ่อนสมอง
ในระยะครึ่งเดอื นแรก เกอื บจะกลา่ วไดว้ า่ อาการของทา่ นทรงๆ อยู่ ไม่มอี ะไรดีข้นึ
วนั หนง่ึ เวลาเชา้ มดื ประมาณ ๐๔.๐๐ น. หลวงปเู่ รยี กใหพ้ ระมาเรยี กผเู้ ขยี นเขา้ ไปพบ
ในหอ้ ง ตกใจนึกว่ามอี ะไรเกดิ ข้นึ กบั หลวงปู่

เมอ่ื เขา้ ใกลแ้ ลว้ ทา่ นปรารภวา่ “เทา่ ทม่ี าอยนู่ ก่ี ห็ ลายวนั แลว้ ไมเ่ หน็ มอี ะไรดขี น้ึ เลย
การเจ็บปวดก็ไม่เห็นทุเลา นอนก็หลับยาก หมอก็ไม่เห็นท�ำอะไรมากนัก มีแต่ให้
ฉนั มากๆ ใหน้ อนมากๆ เท่านนั้ เอง”

ผู้เขียนเข้าใจความหมายของท่านว่าท่านต้องการจะกลับวัดแน่นอน แต่ท่ีท่าน
พดู อยา่ งน้นั เป็นการพูดอย่างเกรงใจลูกศษิ ย์ลูกหา ร้สู กึ สงสารทา่ นอย่างสุดซึ้ง แต่ก็
จำ� เปน็ อยา่ งยิ่งท่จี ะตอ้ งอยูเ่ พ่อื รกั ษาไปกอ่ นจนกว่าหมอจะมคี �ำสัง่ ให้กลบั ได้ จึงไม่มี
อะไรดีกว่าการหาค�ำพูดมาอธิบายและขอร้องให้ท่านเข้าใจ “หลวงปู่ครับ หมอท่ีน่ี
เขาเชี่ยวชาญการรักษาเฉพาะโรคแต่ละสาขา เช่น คุณหมอจรัสมาตรวจกระดูก
คณุ หมอองั คณามาตรวจปอดและสมอง เปน็ ตน้ แลว้ เขากป็ ระชมุ กนั ทกุ วนั เพอื่ วนิ จิ ฉยั

205

หาสมฏุ ฐานของโรค และหาวธิ กี ารบ�ำบัดอยา่ งถูกต้องตามหลักวิชาในการดูแลรกั ษา
หลวงปู่ ขออาราธนานมิ นตห์ ลวงปอู่ ยตู่ อ่ ไปอกี สกั หนอ่ ยเถดิ จะตอ้ งดขี น้ึ อยา่ งแนน่ อน”
หลวงป่กู น็ งิ่ เฉยไมว่ ่าอะไร

เมอ่ื เวลาผา่ นไป ๒ อาทติ ยก์ วา่ อาการของหลวงปคู่ อ่ ยๆ ดขี น้ึ และสามารถปรบั ตวั
ใหช้ นิ กับเครอื่ งปรับอากาศได้ ท่านกไ็ มว่ า่ อะไรอกี

206

ผ้มู าเย่ียมนมัสการหลวงปู่

สงิ่ ทเ่ี คยนกึ กงั วลใจไวล้ ว่ งหนา้ กค็ อ่ ยๆ ปรากฏเปน็ จรงิ ขนึ้ กลา่ วคอื พอขา่ วแพร่
สะพดั ออกไปวา่ หลวงปอู่ าพาธอยทู่ โ่ี รงพยาบาลแหง่ น้ี บรรดาสานศุ ษิ ยแ์ ละผทู้ เ่ี คารพ
นับถอื กไ็ ด้ทยอยกนั มาเยยี่ มนมสั การมากข้ึนทุกที รวมทงั้ ผ้ทู ีเ่ คยพบเคยกราบไหว้
มากอ่ น และผทู้ เ่ี คยไดย้ นิ แตช่ อื่ เสยี งแตไ่ มเ่ หน็ ตวั หลวงปู่ กถ็ อื โอกาสนเ้ี ปน็ สำ� คญั ทจ่ี ะ
ได้มากราบมารจู้ กั ทา่ น

ฝา่ ยทางโรงพยาบาลกแ็ นะนำ� วา่ ขอใหห้ า้ มเยย่ี ม หา้ มรบกวน เพราะตอ้ งการให้
หลวงปไู่ ดพ้ กั ผอ่ นอยา่ งเตม็ ท่ี ผเู้ ขยี นยอมรบั วา่ ไมม่ ปี ญั ญาทจ่ี ะปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บของ
โรงพยาบาลอยา่ งเครง่ ครดั ได้ เพราะบังเอิญเป็นผทู้ ีม่ ีธาตุแหง่ คนใจออ่ น เกรงใจเขา
สงสารเขา เหน็ ใจเขา เขาอตุ สา่ หข์ า้ มบา้ นขา้ มเมอื งมาไกล หวิ้ ขา้ วของถอื เครอื่ งสกั การะ
มาด้วยความศรัทธาเล่ือมใส ต้องการที่จะกราบไหว้หลวงปู่เพื่อเป็นบุญเป็นกุศล
นี่ประการหน่ึง อีกประการหน่ึง เห็นว่าหลวงปู่อาพาธด้วยโรคที่ไม่ใช่ไข้ ยังมีสติ
สมั ปชญั ญะสมบรู ณท์ กุ ประการ หากวา่ หลวงปเู่ ปน็ ทต่ี งั้ แหง่ บญุ กศุ ลอนั ผทู้ ไ่ี ดก้ ราบไหว้
จะพึงไดบ้ ุญไดก้ ุศล กส็ มควรจะอำ� นวยความสะดวก

เพราะคิดอยา่ งนีน้ ่เี อง ชนทุกชั้นวรรณะทีไ่ ปเยย่ี มนมสั การหลวงปู่ จึงไม่มีผใู้ ด
ผิดหวงั เมอื่ ไปถึงแลว้ ทุกคนย่อมมีโอกาสไดก้ ราบไหวห้ ลวงปอู่ ย่างใกล้ชดิ ไม่มาก
กน็ อ้ ย ไม่เร็วกช็ า้ บา้ งก็ไดถ้ า่ ยรปู รว่ มกบั หลวงป่อู ีกด้วย ท้งั น้ี มใิ ช่จะบ่มุ บา่ มหรอื
ขาดกาลเทศะจนเกินไป ทุกอย่างกไ็ ดพ้ ิจารณาแลว้ ว่าควรไม่ควรประการใดดว้ ย

207

สมยั พทุ ธกาล เมอ่ื พระพทุ ธองคท์ รงประชวรหนกั กอ่ นจะปรนิ พิ พาน พระอานนท์
พทุ ธอปุ ฏั ฐาก ไดห้ า้ มมานพผหู้ นงึ่ ซง่ึ รอ้ งขอเขา้ เฝา้ พระพทุ ธเจา้ ในขณะนน้ั แมม้ านพ
ขอรอ้ งถงึ ๓ ครงั้ พระอานนทก์ ไ็ มย่ อมอยา่ งเดด็ ขาด จนกระทง่ั เสยี งขอเสยี งขดั ดงั ถงึ
พระพทุ ธองค์ พระองค์จึงตรัสวา่ “อานนท์ อย่าห้ามมานพนนั้ เลย จงให้เขา้ มาเถดิ ”
เมอ่ื ไดเ้ ขา้ เฝา้ และฟงั พระธรรม มานพกบ็ รรลมุ รรคผล ขอบวชเปน็ พระสาวกองคส์ ดุ ทา้ ย
มนี ามวา่ สภุ ทั ทะ

เมื่อน�ำมาพิจารณาดจู ะเห็นไดว้ า่ พระอานนท์ทา่ นท�ำตามหน้าท่ขี องทา่ นถกู ต้อง
แลว้ ไมม่ คี วามผดิ พลาดอนั ใด สว่ นการทพี่ ระพทุ ธเจา้ ทรงใหม้ านพเขา้ เฝา้ กเ็ ปน็ พระ
มหากรณุ าธิคุณของพระองค์ท่ีทรงมตี อ่ สรรพสัตว์ท้งั หลายไม่มปี ระมาณ

บรรดาพระสาวกรุ่นหลัง ตลอดมาจนถึงพระเถรานุเถระและครูบาอาจารย์
ทง้ั หลาย ทม่ี ีเมตตาธรรมสงู ยอ่ มเป็นท่เี คารพสักการะของชนหมูม่ าก ทา่ นอุทศิ ชวี ิต
เพื่อกิจพระศาสนา ไม่เคยค�ำนึงถึงความชราความอาพาธของท่าน เมื่อเห็นว่าผู้ใด
พึงจะได้ประโยชน์จากการสักการะท่านแล้ว ท่านก็อ�ำนวยประโยชน์น้ันให้แก่เขา
หลวงปู่ท่านมีเมตตาสูงอยู่แล้ว ไม่เคยบ่นหรือเอือมระอาในเรื่องเหล่านี้ ต้อนรับ
ญาติโยมไดโ้ ดยไม่เลอื กชั้นวรรณะ

ดงั นั้น อาศยั ทผ่ี ู้เขียนเคยท�ำหน้าท่นี ี้มานาน จึงไมค่ ่อยลำ� บากใจอะไรนัก จะมี
กแ็ ตล่ ำ� บากกาย เพราะบางวนั ตอ้ งนง่ั รบั แขกตง้ั แต่ ๖ โมงเชา้ ตลอดจนถงึ ๔ ทมุ่ กม็ ี
ต้องต้อนรบั แขกแบบประชาสมั พนั ธ์ ทั้งอธบิ ายธรรม ทง้ั ตอบค�ำถาม เพราะผทู้ ่ีไป
นมสั การหลวงปู่ สว่ นมากเปน็ ผสู้ นใจในธรรมปฏบิ ตั ิ บางทกี ข็ อรอ้ งใหห้ ลวงปอู่ ธบิ าย
ข้อธรรมะและแนะนำ� กมั มัฏฐานใหก้ ็มี

208

ไมม่ ีกล็ �ำบาก มมี ากก็ยงุ่

บรรดาผู้ที่ไปเยี่ยมหลวงปู่เป็นจ�ำนวนมากนั้น ไม่มีผู้ใดไปมือเปล่า ต่างน�ำ
ภตั ตาหารและของขบฉนั อน่ื ๆ ไปดว้ ย ตลอดถงึ เครอ่ื งสกั การะ เชน่ ดอกไม้ ธปู เทยี น
เป็นตน้ โดยเฉพาะอาหารทต่ี ้องฉนั ประจ�ำวนั ในเวลาท่ีจ�ำกดั พอมีมากเกนิ ไปก็เกดิ
ปัญหาเร่ืองภาชนะ ทั้งพระท่ีฉันก็มีน้อยรูป ท้ังปัญหาในการรักษาความสะอาด
กต็ ดิ ตามมา ดงั นน้ั จงึ ตอ้ งนำ� ของกนิ ของใชไ้ ปแจกจา่ ยทำ� บญุ ตอ่ ตามหอ้ งคนไขอ้ นาถา
หลายต่อหลายคร้งั

ตอ่ มา เมอื่ อาการของหลวงปคู่ อ่ ยหายวนั หายคนื ทกุ คนกค็ อ่ ยสบายใจในความ
ปลอดภยั ของหลวงปใู่ นครง้ั น้ี แตห่ มอกย็ งั ไมอ่ นญุ าตใหอ้ อกจากโรงพยาบาล ตอ้ งอยู่
รักษาต่อไปอีก ผู้คนท่ีไปเยี่ยมก็มีมากข้ึนทุกที บรรดาท่านท่ีไปเยี่ยมหลวงปู่นั้น
ไมส่ ามารถคณนาไดว้ า่ มีท่านผู้ใดบา้ ง แตส่ �ำหรบั พระเถระผใู้ หญ่นนั้ มดี งั นี้

สมเด็จพระญาณสังวร วดั บวรนิเวศวหิ าร
สมเดจ็ พระธีรญาณมนุ ี วัดจักรวรรดิราชาธวิ าส
พระธรรมวโรดม วดั ปทุมคงคาราม
พระธรรมบัณฑิต วัดสัมพนั ธวงศาราม
พระพรหมมนุ ี วดั นรนาถสุนทริการาม
พระเทพโสภณ วัดไทยลอสแอนเจลีส สหรัฐอเมริกา

209

พระอาจารย์หนู สุจติ ฺโต วัดดอยแม่ป๋งั เชยี งใหม่
หลวงป่สู าม อกิญจฺ โน วดั ป่าไตรวิเวก สรุ นิ ทร์
พระอาจารย์สวุ ัจน์ สุวโจ วัดถ�้ำศรแี กว้ สกลนคร
ภกิ ษุ สามเณร และช ี วัดสงั ฆทาน นนทบุรี ไปเยย่ี มเปน็ กลมุ่ ๆ

นอกจากนี้ มพี ระเถระและภกิ ษสุ ามเณรอนื่ ๆ อกี มากมาย ซงึ่ มอิ าจระบไุ ดห้ มด
ทไี่ ปนมสั การเยย่ี ม แลว้ ยังไปช่วยผลดั เปลีย่ นรกั ษาพยาบาลหลวงป่ตู ลอดระยะเวลา
ที่อยูใ่ นโรงพยาบาลอีกดว้ ย โดยเฉพาะแพทย์หญิง หม่อมเจา้ พนั ธวุ์ โรภาส เศวตรณุ
ทรงเป็นแขกพิเศษท่ีเสด็จมากราบเยี่ยมและสนทนากับหลวงปู่เสมอๆ พร้อมกับ
คณะแพทยแ์ ละพยาบาลโรงพยาบาลจฬุ าลงกรณ์

210

ทรงเยี่ยมเปน็ การสว่ นพระองค์

เม่ือวันที่ ๕ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๒๖ เวลา ๑๙.๔๕ น. สมเดจ็ พระนางเจ้าฯ
พระบรมราชนิ ีนาถ เสดจ็ พระราชดำ� เนินมาทรงเย่ยี มหลวงปู่ ทรงสนพระทัยไต่ถาม
อาการของหลวงปู่ด้วยพระปริวิตกเกรงว่าหลวงปู่จะไม่ปลอดภัยในครั้งน้ี เมื่อทรง
ทราบวา่ หลวงปมู่ อี าการดขี น้ึ มากแลว้ กท็ รงคลายความเปน็ หว่ ง ทรงสนทนากบั หลวงปู่
พอสมควรแก่เวลา ทรงถวายจตุปัจจัยไทยทานแด่หลวงปู่และพระภิกษุสามเณร
ตลอดจนพระราชทานแก่ศิษย์ที่อยู่รักษาพยาบาลโดยท่ัวหน้ากัน แล้วจึงเสด็จ
พระราชดำ� เนนิ กลับ เมอ่ื เวลา ๒๐.๓๐ น. รวมเวลาเสด็จฯ มาทรงเย่ียมท้ังหมด
๔๕ นาที

วนั ที่ ๑๒ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๒๖ เวลา ๑๘.๑๙ น. พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ฯ
เสด็จพระราชด�ำเนินพรอ้ มด้วยสมเด็จพระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ นี าถ มาทรงเยีย่ ม
หลวงปู่ ท�ำใหผ้ ู้รักษาพยาบาลหลวงปู่ต้องตกตะลึงเป็นอนั มาก เนอ่ื งจากไม่มีผูใ้ ดได้
ทราบมากอ่ น ทราบกต็ อ่ เมื่อพระองคเ์ สดจ็ ฯ มาถงึ หอ้ งหลวงปแู่ ลว้ แตห่ ลวงปูท่ า่ น
นง่ั เตรยี มพร้อมอย่แู ลว้

ในระหวา่ งทพี่ ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ วั ฯ ทรงสนทนากับหลวงปูน่ น้ั สมเด็จ
พระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ นี าถ ทรงจัดดอกไมท้ ่ีโตะ๊ หมูบ่ ูชาดว้ ยพระองค์เอง และ
ทรงปรุงน้�ำปานะจากส้มเขียวหวานด้วยฝีพระหัตถ์ แล้วทูลเกล้าฯ ถวายพระบาท-
สมเดจ็ พระเจ้าอย่หู ัวฯ เพ่อื ทรงถวายหลวงปู่

211

หลวงปู่ฉันน�้ำปานะพระราชทานโดยใช้หลอดดูด พระครูนันทปัญญาภรณ์
กราบเรียนหลวงป่วู ่า “ในหลวงถวายแลว้ หลวงปูต่ ้องฉนั ใหห้ มด” หลวงป่ตู อบว่า
“ไมห่ มดหรอก”

พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ฯ แยม้ พระโอษฐ์ แลว้ ทรงสนทนาธรรมกบั หลวงปู่
ต่อไป โดยหลวงปู่ได้แสดงถวายถึงการเข้าฌานเข้าสู่ปรินิพพานขององค์สมเด็จ
พระสัมมาสัมพทุ ธเจา้

ในระหว่างน้นั คณะแพทย์ผ้ใู ห้การรกั ษาไดเ้ ปิดโอกาสใหห้ ลวงปู่พจิ ารณาตาม
อธั ยาศยั วา่ จะกลบั ไปรักษาพยาบาลทีว่ ัดกไ็ ด้ ทา่ นพระครฯู ก�ำหนดว่าจะรับหลวงปู่
กลบั วดั ในวนั ท่ี ๒๒ มนี าคม จงึ ถอื โอกาสถวายพระพรพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ฯ
ใหท้ รงทราบ

พระองคท์ รงยินดี และตรัสว่า “ถ้าหลวงปู่ได้กลับไปก็คงท�ำประโยชนไ์ ดม้ าก”
แล้วทรงปรารภถึงการเดินทางว่า “การไปสุรินทร์ทางไหนจึงจะสะดวก ท่ีสุรินทร์มี
สนามบนิ ไหม ถา้ ไปรถยนตห์ รอื รถไฟใชเ้ วลากช่ี ว่ั โมง” ทา่ นพระครฯู ถวายพระพรวา่
“ถ้าไปรถยนตใ์ ช้เวลา ๖-๗ ชั่วโมง รถไฟ ๘ ชว่ั โมง สำ� หรับสนามบินนน้ั เน่ืองจาก
ไมม่ กี ารบนิ พาณิชย์ จึงยังไมม่ สี นามบนิ คอนกรีต เวลาลงคงจะระวังไดย้ าก จึงถวาย
พระพรขอพาหนะรถยนต์ซ่ึงจะสะดวกกว่า”

พระองค์ทรงเห็นชอบด้วย ตรัสว่าจะพระราชทานยานพาหนะรถยนต์ของ
พระราชสำ� นกั พรอ้ มรถพยาบาล และใหม้ ตี ำ� รวจทางหลวงนำ� ทาง หลงั จากนน้ั ทรงถวาย
จตุปจั จยั แด่หลวงปู่ พร้อมท้ังภกิ ษุสามเณร และพระราชทานแก่ศิษย์ทอ่ี ยู่พยาบาล
หลวงปอู่ นุโมทนาถวายพระพร

กอ่ นเสดจ็ พระราชดำ� เนนิ กลบั ทงั้ สองพระองคพ์ ระราชทานพรหลวงปเู่ หมอื นกบั
คร้ังก่อนว่า “ขอให้หลวงปู่ด�ำรงขันธ์อยู่มากกว่าหน่ึงร้อยปี” หลวงปู่ก็ตอบเหมือน
ครง้ั กอ่ นวา่ “แล้วแต่สังขารเขาจะเปน็ ไปเองของเขาหรอก”

212

เมื่อทรงพระราชด�ำเนินออกจากห้องหลวงปู่ ศิษย์หลวงปู่จ�ำนวนมากเฝ้าฯ
ส่งเสด็จอยู่ ทั้งสองพระองค์พระราชทานโอกาสเข้าเฝ้าฯ ได้โดยใกล้ชิดท่ัวกัน
รวมเวลาเสดจ็ ฯ มาทรงเยีย่ มหลวงปู่ครัง้ นี้ ๑ ช่วั โมง ๕ นาที

วนั ที่ ๑๕ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๒๖ เวลา ๑๗ นาฬกิ าเศษ สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ
สยามบรมราชกมุ ารี เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ มาทรงเยย่ี มหลวงปดู่ ว้ ยเวลาอนั สน้ั เมอ่ื ทรง
ทราบวา่ หลวงปมู่ พี ลานามยั ดขี นึ้ กท็ รงดพี ระทยั และทรงชมวา่ หลวงปแู่ ขง็ แรงดี แลว้ ก็
เสดจ็ ฯ กลบั โดยไดไ้ ปแวะเยยี่ มอาการปว่ ยของศาสตราจารยท์ า่ นหนง่ึ ทอ่ี ยหู่ อ้ งถดั ไป

การทพ่ี ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั สมเดจ็ พระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ นี าถ และ
สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ทรงมพี ระมหากรณุ าธคิ ณุ อนเุ คราะห์
หลวงปู่คร้ังน้ี น�ำความปลาบปล้ืมยินดีแก่บรรดาสานุศิษย์และท่านที่เคารพนับถือ
หลวงปูเ่ ปน็ ลน้ พ้นสดุ ท่ีจะพรรณนา

213

กำ� หนดออกจากโรงพยาบาล

ครั้นมีก�ำหนดการเป็นท่ีแน่นอนแล้วว่าจะเดินทางกลับในวันที่ ๒๒ มีนาคม
พ.ศ. ๒๕๒๖ จึงไดช้ ักชวนสาธุชนทั้งหลายจัดท�ำบญุ เพื่ออุทศิ ส่วนกศุ ลแดบ่ รรพบรุ ษุ
และทา่ นผมู้ ีสว่ นกอ่ สรา้ งโรงพยาบาลจฬุ าลงกรณ์ ตลอดถึงทุกท่านท่ีล่วงลับดับชีวติ
ในการรกั ษาพยาบาลท่นี ่ีและสรรพสัตว์ทงั้ หลายไมม่ ีประมาณ

การทำ� บญุ ไดจ้ ดั ในตอนเชา้ วนั ที่ ๒๐ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๒๖ มกี ารถวายภตั ตาหาร
แด่พระสงฆ์จ�ำนวน ๑๐ รูป มผี มู้ ารว่ มทำ� บญุ กันอยา่ งลน้ หลาม ผเู้ ขียน (พระครู
นนั ทปัญญาภรณ์) ท้งั ร้สู กึ ยนิ ดีทง้ั เกรงใจเจ้าหนา้ ที่โรงพยาบาลเปน็ อย่างมาก เพราะ
เป็นเหตุท�ำให้สถานที่นั้นพลุกพล่านด้วยผู้คนมากมาย แต่ได้รับความร่วมมือจาก
บรรดาเจ้าหน้าทอ่ี ยา่ งดียง่ิ

อนงึ่ จตปุ จั จยั ทที่ า่ นผมู้ จี ติ ศรทั ธาถวายตลอดเวลาทห่ี ลวงปอู่ ยทู่ โ่ี รงพยาบาลนนั้
ได้รวบรวมส่วนท่ีเหลือจากการใช้จ่าย แล้วน�ำไปบริจาคบ�ำรุงโรงพยาบาลเป็นเงิน
๕๐,๐๐๐ บาท

214

ยังมีผู้มีเกียรติและสาธุชนหลายท่าน นอกจากจะได้ไปกราบนมัสการเป็น
ครง้ั คราวแลว้ ยงั ไดส้ ละกำ� ลงั กาย กำ� ลงั ทรพั ย์ และเวลาไปอยเู่ ฝา้ รกั ษาพยาบาลหลวงปู่
ดว้ ย ตลอดเวลาทห่ี ลวงปพู่ กั รกั ษาตวั อยทู่ โี่ รงพยาบาล ไดช้ ว่ ยถวายภตั ตาหาร ตลอดจน
ส่ิงจ�ำเป็นและอ�ำนวยความสะดวกต่างๆ รวมท้ังช่วยอุปัฏฐากรับใช้ทั้งหลวงปู่
ทงั้ พระสงฆท์ ่ีมาอยเู่ ฝ้าพยาบาล นับว่าทา่ นเหลา่ นัน้ ไดม้ กี ศุ ลเจตนาอนั สูงสง่ จนใจท่ี
มอิ าจระบพุ ระนามและนามของท่านทัง้ หลายใหป้ รากฏ ณ ทน่ี ้ไี ด้ จงึ ขอจารกึ ไว้ใน
ความทรงจ�ำ

บุญอันใดท่ีท่านทั้งหลายได้มีกุศลจิตท�ำไปแล้วอย่างไร ขอผลแห่งบุญน้ัน
จงส�ำเรจ็ แห่งคุณงามความดีของทา่ นเถดิ และขออนโุ มทนากุศลโดยทั่วกัน

215

เดินทางกลบั วัด

วนั ที่ ๒๒ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๒๖ เวลา ๑๘.๑๘ น. หลวงปกู่ ไ็ ดอ้ ำ� ลาคณะแพทย์
พยาบาล และเจ้าหนา้ ท่ีผูถ้ วายการรกั ษา แล้วออกจากโรงพยาบาลเพอ่ื เดินทางกลับ
ไปยงั วัดบูรพาราม อำ� เภอเมือง จงั หวัดสรุ ินทร์ คณะแพทย์ พยาบาล เจา้ หน้าที่
ตลอดจนทา่ นผมู้ เี กยี รติ ศษิ ยานศุ ษิ ย์ และทา่ นทเ่ี คารพนบั ถอื ทวั่ ไป ไดพ้ รอ้ มเพรยี งกนั
มาสง่ หลวงป่ทู ีห่ น้าโรงพยาบาลกันอย่างลน้ หลาม

ผแู้ ทนพระองคพ์ ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ฯ ไดม้ าสง่ หลวงปู่ และกราบเรยี น
หลวงปวู่ า่ “หลวงปจู่ ะมถี อ้ ยคำ� อะไรถงึ ในหลวง กระผมจะนำ� ไปกราบทลู ถวายในหลวง
ให้ทรงทราบ” หลวงปตู่ อบวา่ “ขอบคณุ มาก”

ขบวนรถจากพระราชสำ� นกั รถโรงพยาบาล และรถส่วนตัวของลกู ศษิ ยล์ ูกหา
และทา่ นที่เคารพศรทั ธาในหลวงปู่ ได้ตดิ ตามสง่ เรยี งรายเป็นแถวยาวเหยยี ด โดยมี
รถต�ำรวจทางหลวงน�ำหน้าและปิดท้ายขบวนไปตลอดทาง บางท่านได้มาส่งถึงกับ
หลง่ั น�้ำตารำ� พนั วา่ “ไม่อยากให้หลวงปู่หายเร็วๆ เลย อยากให้อยู่โรงพยาบาลนานๆ
จะได้มาทำ� บญุ ถวายทานเป็นประจำ� ”

ตลอดการเดนิ ทาง หลวงปู่อย่ใู นอริ ยิ าบถนอนสงบเงยี บราวกบั หลบั สนิท พอมี
ใครกระซิบถามว่า “หลวงปู่รู้ไหมว่าขณะน้ีถึงไหนแล้ว” หลวงปู่ก็ตอบได้ถูกต้องว่า
ถงึ ท่ีนัน่ ๆ แล้ว โดยไม่ตอ้ งลมื ตาข้นึ ดู

216

ขบวนรถมาส่งหลวงปู่เดินทางถึงวดั บรู พาราม เวลาประมาณ ๑๕.๐๐ น. ไดม้ ี
ลกู ศษิ ย์ลูกหาและญาติโยมพทุ ธบรษิ ทั มารอรบั หลวงปอู่ ยา่ งมากมาย

เปน็ อนั วา่ การทไี่ ดต้ ดั สนิ ใจนำ� หลวงปเู่ ขา้ พกั รกั ษาตวั ทโี่ รงพยาบาลในกรงุ เทพฯ
คร้งั น้ี กป็ ระสบผลสำ� เร็จเป็นทนี่ ่าปล้ืมใจจากทุกฝ่าย กล่าวคือหลวงปูท่ ่านหายจาก
อาพาธหนกั ยงั มีอาการอยู่บา้ งก็เป็นโรคของคนชรา ซง่ึ ถอื เปน็ เรอ่ื งธรรมดาสำ� หรบั
บุคคลทมี่ วี ยั ลว่ งมาถงึ ๙๕ ปีเหมอื นกบั หลวงปู่

ในโอกาสน้ี คณะสงฆ์น�ำโดยพระเถรานุเถระ ตลอดจนญาติโยมพุทธบริษัท
ชาวจังหวัดสุรินทร์ ได้ร่วมกันท�ำบุญประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายกุศลเพื่อ
แสดงกตเวทิตาคุณแด่หลวงปู่ ตอนเช้าร่วมกันท�ำบุญตักบาตรถวายกุศลแด่หลวงปู่
เพอื่ จะได้เจรญิ ด้วยอายุ วรรณะ สขุ ะ พละ เพือ่ เปน็ รม่ โพธิร์ ่มไทรของลูกหลานไป
อีกนานเท่านาน ทุกคนต่างรู้สึกปล้ืมปีติที่หลวงปู่หายจากการอาพาธ และกลับมา
อยู่ท่ีวัดบูรพาราม เพ่ือเป็นศูนย์รวมแห่งความศรัทธาในทางพระพุทธศาสนาของ
เหล่าสานุศิษย์ตอ่ ไป

217

งดกจิ นิมนตน์ อกวดั

ตลอดเวลาทหี่ ลวงป่พู ักฟืน้ อยทู่ ่ีวัดบรู พารามเปน็ เวลา ๘ เดือนกว่า แม้จะอยู่
ในลักษณะโดยนิยมว่าหายจากอาพาธแล้ว แต่ท่านก็ยังมิได้หายโดยเด็ดขาดเลย
ดงั นน้ั จงึ ตอ้ งจดั ให้มกี ารกำ� หนดว่า “งดรบั กจิ นมิ นตน์ อกวดั ” และจำ� กดั เวลาในการ
ตอ้ นรบั แขกไวอ้ ย่างมรี ะเบยี บ

แตโ่ ดยเหตทุ อี่ ปุ นสิ ยั ของหลวงปนู่ น้ั ตา่ งจากคนสงู อายทุ ว่ั ไป ทไี่ มช่ อบนอนจบั เจา่
อยู่กับที่ ถ้าแข็งแรงพอลุกข้ึนไปไหนมาไหนได้ ท่านก็จะออกเดินไปตามจุดต่างๆ
ในบริเวณวัด หยดุ ยืนบา้ ง นงั่ บ้าง ตามทท่ี ่านเห็นว่าสมควร เป็นการพักผอ่ นเปล่ียน
อริ ยิ าบถไปในตวั ดว้ ยเหตนุ ้ี จงึ ยากทจ่ี ะจำ� กดั เวลารบั แขกใหแ้ นน่ อนชดั เจนลงไปได้
เพราะใครเหน็ หลวงปกู่ อ็ ยากจะเขา้ ไปกราบไหวด้ ว้ ยกนั ทง้ั นนั้ สดุ ทใี่ ครจะหา้ มใครได้
และหลวงป่กู ็มใี จเมตตาอย่แู ล้ว

การรักษาพยาบาลในระยะนี้ไม่มีอะไรพิเศษ นอกจากถวายยาฉันตามที่
โรงพยาบาลจดั ไวใ้ ห้ และรายงานอาการให้แพทย์ประจำ� ทราบโดยสม่�ำเสมอ

ในส่วนตัวของหลวงปู่น้ัน ตามปกติไม่เคยท�ำความล�ำบากใจให้ใครอยู่แล้ว
ท่านวางตนเป็นผู้สุขสบายทุกกรณี จึงท�ำให้ศิษยานุศิษย์และบุคคลท่ัวไปเห็นว่า
ทา่ นมสี ขุ ภาพอนามยั แขง็ แรงดีเป็นปกติ

218

โดยแทจ้ รงิ แลว้ ผเู้ ขยี น (พระครนู นั ทปญั ญาภรณ)์ ในฐานะทอ่ี ยอู่ ปุ ฏั ฐากใกลช้ ดิ
เห็นว่าหลวงป่ไู ม่ไดห้ ายจากอาพาธโดยสนิ้ เชงิ เลย แตท่ ่ที ่านอยูอ่ ย่างมีปกตสิ ภาพนั้น
กด็ ว้ ยอำ� นาจแหง่ ขนั ตธิ รรม และดว้ ยบญุ บารมสี ว่ นตวั ของทา่ น ตลอดจนดว้ ยคณุ ธรรม
อันเกิดจากสมาธิภาวนาท่ีท่านฝึกฝนอบรมมานานต่างหาก คุณธรรมเหล่านี้เองท่ี
ชว่ ยให้ท่านดำ� รงขันธส์ ืบตอ่ มาได้อกี ถงึ เกือบหนึ่งปี หลงั จากออกจากโรงพยาบาลใน
ครั้งน้นั

จะมีใครต้ังข้อสังเกตบ้างไหมว่า ในช่วงระยะหลังนี้หลวงปู่ใช้เวลาให้หมดไป
ดว้ ยการกลา่ วธรรม ทา่ นจะเทศนห์ รอื อธบิ ายธรรมแกภ่ กิ ษสุ ามเณร และทา่ นทม่ี ากราบ
นมัสการท่าน ส่วนมากเป็นข้อธรรมที่เป็นข้อปฏิบัติภายใน ไม่เคยปรารภถึงงาน
กอ่ สรา้ งหรอื การคณะสงฆอ์ กี เลย บางครง้ั กเ็ รยี กศษิ ยฝ์ า่ ยกมั มฏั ฐานมาสนทนาธรรม
และช้ีแจงขอ้ ปฏิบตั ิ ซง่ึ ผู้เขยี นเองกพ็ ยายามใช้เวลาอยู่กบั หลวงปูใ่ หม้ ากท่สี ุด

219

ก�ำหนดงานฉลองอายุ ๘ รอบ

หลวงปยู่ งั คงดำ� รงอยใู่ นปกตสิ ภาพเชน่ นม้ี าจนถงึ เดอื นตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๒๖ ซง่ึ
เปน็ เดอื นท่หี ลวงปูไ่ ดด้ �ำรงขันธม์ าถงึ ๘ รอบ มอี ายุ ๙๖ ปี บริบูรณ์ นับเป็นโอกาส
ที่หายากอยา่ งย่ิงท่ีจะมคี นอายยุ นื ยาวถึงขนาดน้ี

ทางคณะศษิ ยจ์ งึ ตกลงกนั จะจดั งานฉลองใหแ้ กห่ ลวงปเู่ ปน็ กรณพี เิ ศษ ดว้ ยถอื
เป็นอภิลกั ขติ กาล ประกอบกับการท่ีหลวงปู่ได้หายจากการอาพาธ อันเปน็ เร่อื งทีน่ ำ�
ความปลาบปลม้ื ยนิ ดมี าสเู่ หลา่ สานศุ ษิ ยแ์ ละผมู้ จี ติ ศรทั ธา ทกุ ฝา่ ยจงึ พรอ้ มใจกนั คดิ
ทจ่ี ะจดั งานใหเ้ ปน็ พเิ ศษกวา่ ทกุ ครงั้ ทผ่ี า่ นมา โดยไดอ้ าราธนาพระเถระทง้ั ฝา่ ยคามวาสี
และอรญั วาสี ตลอดจนสานุศษิ ย์ทุกสารทศิ ไดม้ าร่วมงานถวายมทุ ติ าจิตแดห่ ลวงปู่
และท่ีส�ำคัญคือทางคณะศิษย์จะจัดให้มีพิธีพุทธาภิเษกเหรียญรุ่นพิเศษในโอกาส
น้ีดว้ ย

การเตรียมงานและการประชาสัมพันธ์ด�ำเนินไปอย่างแข็งขัน สานุศิษย์และ
ผศู้ รทั ธาหลวงปทู่ อี่ ยใู่ นจงั หวดั ตา่ งๆ โดยเฉพาะในกรงุ เทพฯ ไดม้ หี ลายคณะหลายกลมุ่
แสดงความจำ� นงมาทางวดั บางกลมุ่ จะจดั โรงครวั ทานถวาย บางกลมุ่ จะนำ� ผา้ ปา่ มาทอด
แตล่ ะกลมุ่ แสดงเจตนาจดั งานบญุ กศุ ลในครง้ั นดี้ ว้ ยกจิ กรรมทแ่ี ตกตา่ งกนั จงึ หวงั ไดว้ า่
จะเป็นงานฉลองอายุครง้ั ยิง่ ใหญ่ท่สี ุดในชีวิตหลวงปู่

220

กำ� หนดงานจะเปน็ วนั ที่ ๒๙-๓๑ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๒๖ ตา่ งฝา่ ยตา่ งตงั้ ใจรองานน้ี
ดว้ ยโอกาสทจ่ี ะไดร้ ว่ มงานบญุ ครง้ั ใหญเ่ หมอื นทเี่ คยจดั มาเปน็ ประจำ� ปที กุ ๆ ปี ตงั้ แต่
พ.ศ. ๒๕๒๐ เปน็ ต้นมา

ทางฝ่ายหลวงปู่ท่านรับทราบการจัดงานด้วยอาการสงบเฉยตามปกติ ท่านไม่
แสดงอาการคดั คา้ นหรอื สนบั สนนุ แตอ่ ยา่ งใด เพราะเปน็ เรอ่ื งทลี่ กู ศษิ ยล์ กู หาประสงค์
จะจดั ขน้ึ ดว้ ยเจตนาอันดี โดยปรารภเหตุครบรอบวนั เกิดของหลวงปู่เปน็ โอกาสร่วม
ชมุ นมุ เพอื่ ทำ� บญุ ในคร้ังนี้

221

อาการผดิ ปกตเิ รมิ่ ปรากฏ

วนั ท่ี ๒๘ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๒๖ กอ่ นงานเรม่ิ เพยี งวนั เดยี ว หลวงปเู่ รมิ่ มอี าการ
ผดิ ปกตมิ าตง้ั แตเ่ วลาประมาณ ๐๔.๐๐ น. คอื ทา่ นมอี าการออ่ นเพลยี ปวดเมอ่ื ยตาม
รา่ งกาย แล้วก็กระสบั กระส่ายตวั รอ้ นคล้ายจะมไี ข้ แตไ่ มป่ วดศีรษะ อาการทุกอยา่ ง
คลา้ ยคลงึ กบั เมอ่ื กอ่ นเขา้ โรงพยาบาลครงั้ ทแี่ ลว้ ไมม่ ผี ดิ พระผเู้ ฝา้ พยาบาลไดช้ ว่ ยกนั
ทานำ�้ มนั แลว้ ถวายนวดไปตามทีร่ ู้สกึ ปวดเมือ่ ย อาการคอ่ ยทเุ ลาลงบ้างเลก็ นอ้ ย

ครงั้ ถงึ เวลา ๐๗.๐๐ น. ตามปกติ หลวงปจู่ ะออกมารบั ถวายภตั ตาหารเชา้ และ
ต้อนรบั แขก แตว่ นั นท้ี า่ นไม่ออกจากห้องพัก จงึ ไดน้ �ำภตั ตาหารไปถวายทา่ นขา้ งใน
หลวงปสู่ ามารถลกุ ข้นึ มานงั่ ฉนั บนเกา้ อี้ได้ และฉนั ได้เกือบเหมือนปกติ

หลังจากน้ันได้เชิญคุณหมอมนูญมาตรวจร่างกายท่าน คุณหมอรายงานว่า
ความดนั ข้ึนสงู หน่อย แตห่ ลวงปบู่ อกว่าไมป่ วดศีรษะเลย แล้วท่านกฉ็ ันยาทห่ี มอให้
จากน้ันก็นอนหลบั ไปช่ัวโมงกว่าๆ ร่างกายรูส้ กึ ว่าดูเป็นปกติ แต่ยงั เพลียอยู่

พอถงึ เวลาเพล ทา่ นกล็ กุ ขนึ้ มานงั่ บนเกา้ อี้ แตไ่ มย่ อมฉนั เมอื่ ลกู ศษิ ยค์ ะยน้ั คะยอ
ทา่ นกฉ็ นั ขา้ วตม้ ให้ ๔ ชอ้ น และของหวานอกี เลก็ นอ้ ย หลงั จากนน้ั ทา่ นกน็ อนพกั ผอ่ น
ดผู วิ พรรณทา่ นผดุ ผอ่ งดี เวน้ แตอ่ าการเปลย่ี นแปลงเรว็ มากระหวา่ งกระปรก้ี ระเปรา่ กบั
อ่อนเพลยี จะเป็นไปทกุ ๔๐ หรือ ๔๕ นาที

ตลอดท้ังวันที่สานุศิษย์ฝ่ายกัมมัฏฐานมาอยู่เฝ้าท่านหลายรูป ท่านใช้เวลา
สว่ นใหญใ่ นการอธบิ ายธรรมใหฟ้ งั สตสิ มั ปชญั ญะของทา่ นยงั สมบรู ณด์ มี าก สามารถ

222

ล�ำดบั ธรรมเปน็ กระแสที่ชดั เจน และตอบคำ� ถามขอ้ ปฏบิ ตั ขิ น้ั ปรมัตถไ์ ดอ้ ย่างดดี ว้ ย
น้ำ� เสยี งชดั เจนแจม่ ใส ท�ำใหค้ ณะศษิ ยอ์ นุ่ ใจวา่ หลวงปู่คงไม่เป็นอะไร

ครน้ั เวลา ๕ โมงเยน็ ถวายนำ�้ สรงทา่ นตามปกติเสร็จแล้ว หลวงปู่ก็นง่ั บนเกา้ อี้
ในหอ้ ง ดกู ริ ยิ าทา่ ทางของทา่ นเปน็ ปกตดิ ี เหมอื นกบั ไมไ่ ดไ้ ขไ้ มไ่ ดเ้ จบ็ อะไร ดทู า่ นสดใส
ดมี าก ต่อมาสักครู่ ท่านปรารภธรรมให้ฟังวา่

“ในทางโลกเขามสี ิ่งที่มี แตใ่ นทางธรรมมสี ิง่ ท่ีไมม่ ”ี

เมอื่ ถามถงึ ความหมาย ท่านก็พดู ว่า

“คนในโลกนตี้ อ้ งมสี งิ่ ทมี่ ี เพอื่ อาศยั สงิ่ นนั้ เปน็ อยู่ สว่ นผปู้ ฏบิ ตั ธิ รรมตอ้ งปฏบิ ตั ิ
จนถึงส่งิ ทีไ่ ม่มี และอยูก่ ับสิ่งที่ไม่ม”ี

เมื่อเห็นว่าหลวงปู่ท่านรู้สึกอ่อนเพลีย จึงขอให้ท่านพักผ่อน เพราะอาการ
ออ่ นเพลยี เพมิ่ มากขนึ้ แตท่ า่ นกน็ อนพดู ธรรมใหฟ้ งั ตอ่ ไปอกี ขณะนนั้ ฝนตกหนกั มาก
ผเู้ ขยี นอยเู่ ฝา้ หลวงปถู่ งึ ๕ ทมุ่ กวา่ สงั เกตเหน็ วา่ หลวงปมู่ กั จะพดู ธรรมะชนั้ สงู เกย่ี วกบั
การปฏิบัติเรื่องการเข้าฌาน ออกฌาน บางช่วงท่านก็อยู่เฉยๆ คล้ายกับเข้าสมาธิ
หรอื พจิ ารณากมั มฏั ฐานขอ้ ใดขอ้ หนงึ่ พอทา่ นนงิ่ ไปสกั พกั หนงึ่ แลว้ กป็ รารภธรรมบทใด
บทหนึง่ ตอ่ ทนั ที

ท่านพระครนู ันทปัญญาภรณ์ ถามวา่ “หลวงปเู่ ชือ่ ความศกั ด์ิสทิ ธไ์ิ หม”

หลวงปูต่ อบวา่ “ความศักด์ิสิทธ์ิไม่เคยมี มแี ต่พลังและความสามารถของจติ ”

มตี อนหนง่ึ ทา่ นพระครูฯ ไดเ้ รียนถามแบบทีเล่นทจี รงิ ว่า “ตามต�ำราบอกว่า
เทวดามาฟังธรรมะของพระพุทธเจ้าคร้ังละหลายโกฏิน้ัน จะมีศาลาโรงธรรมท่ีไหน
ใหฟ้ งั ได้หมด”

ทุกคนตา่ งรู้สกึ งงงวยกนั มาก เพราะไมเ่ คยไดย้ นิ ไดฟ้ งั และไม่เคยพบในต�ำรา
ทไี่ หนมาก่อน เมือ่ หลวงปตู่ อบวา่ “ในเน้ือทีห่ นึง่ ปรมาณู เทวดาอยไู่ ด้ ๘ องค์”

223

นไี่ มใ่ ชค่ รง้ั กอ่ น

ยา่ งเขา้ วนั ท่ี ๒๙ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๒๖ ซง่ึ เปน็ วนั เรมิ่ งานพธิ ฉี ลองอายหุ ลวงปู่
เปน็ วนั แรก หลวงปมู่ อี าการกระสบั กระสา่ ยเลก็ นอ้ ย และปวดทางเทา้ ซา้ ยขน้ึ มาจนถงึ
บนั้ เอว พรอ้ มทงั้ มอี าการไขข้ น้ึ เลก็ นอ้ ย ชพี จรมอี าการเตน้ ผดิ ปกตจิ นถงึ เวลา ๖ โมงเชา้
อาการเปลีย่ นไปมาแบบทรงๆ ทรดุ ๆ

เมอื่ เหน็ อาการของหลวงปเู่ ปน็ เชน่ นี้ ทา่ นพระครนู นั ทปญั ญาภรณ์ จงึ ไดโ้ ทรศพั ท์
ทางไกลเข้ากรุงเทพฯ กราบเรียนอาการท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวรให้
ทรงทราบ

ทางดา้ นอาจารยพ์ วงทองไดโ้ ทรศพั ท์ไปบอกคุณหมอชฉู ตั ร กำ� ภู ณ อยธุ ยา
ทที่ างพระราชส�ำนักมอบหมายให้ดูแลหลวงปู่ และเปน็ ผ้นู ำ� หลวงปูเ่ ดนิ ทางกลับจาก
โรงพยาบาลจฬุ าลงกรณ์ มาพกั ทีว่ ดั เมอ่ื ครัง้ ไปรับการรกั ษาเมอ่ื คราวก่อน

คณุ หมอชฉู ตั รแนะนำ� ใหร้ บี นำ� หลวงปเู่ ขา้ ไปรกั ษาอาการทก่ี รงุ เทพฯ แตย่ งั ไมเ่ ปน็
ทีต่ กลงกนั วา่ จะเอาอยา่ งไรกนั แน่

๐๖.๓๐ น. หลวงปอู่ อกจากหอ้ งได้ นง่ั ฉนั ภตั ตาหารขา้ งนอกตามปกติ เสรจ็ แลว้
นงั่ พกั ประมาณ ๑๐ นาที แล้วเขา้ ไปพักผอ่ นในห้อง

224

๐๗.๒๐ น. หมอมาตรวจอาการอีก วัดความดนั ดยู งั อยู่ในระดบั ปกติ หมอได้
ฉดี ยานอนหลบั ถวายเพอื่ ใหห้ ลวงปไู่ ดพ้ กั ผอ่ นมากๆ ในการฉดี ยาแตล่ ะครง้ั หลวงปู่
มกั จะหา้ มไวไ้ มใ่ หฉ้ ดี แตส่ ว่ นใหญจ่ ำ� เปน็ ตอ้ งฝนื ฉดี ให้ หมอไดถ้ วายนำ้� เกลอื เขา้ เสน้
แตห่ ลวงป่ไู มย่ อมรบั ท่านสั่งใหเ้ อาสายออก ท่านบอกว่าขออย่เู ฉยๆ ดีกวา่

ขณะน้ันเห็นว่าเป็นจังหวะดี ท่านพระครูนันทปัญญาภรณ์จึงได้กราบเรียน
หลวงป่วู า่ “จะน�ำหลวงปไู่ ปรกั ษาท่ีโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ อีก”

ทา่ นรีบตอบปฏิเสธ “ไมต่ ้องเอาไปหรอก”
และหา้ มตอ่ ไปว่า “ห้ามไม่ใหพ้ าไป”
ถามทา่ นว่า “ทำ� ไมหลวงป่จู ึงไม่ไป”
หลวงปตู่ อบว่า “ถงึ ไปกไ็ มห่ าย”
“ครงั้ กอ่ นหลวงปหู่ นกั กวา่ นย้ี งั หายได้ ครง้ั นไี้ มห่ นกั เหมอื นแตก่ อ่ น ตอ้ งหายแนๆ่ ”
ทา่ นพระครฯู ชีแ้ จง หลวงปูว่ า่ “นัน่ มนั คร้งั ก่อน นีม่ นั ไมใ่ ช่ครัง้ ก่อน” ทา่ นพระครฯู
ยอมรับว่าครั้งน้ีมีความลังเลใจอย่างยิ่ง ตรงกันข้ามกับคร้ังก่อนท่ีสามารถตัดสินใจ
ได้อย่างเด็ดขาด

225

เรารออย่างนี้อยู่แล้ว

ขณะที่การแสดงพระธรรมเทศนาก�ำลังด�ำเนินอยู่ ก็มีพระมากระซิบบอก
ท่านพระครนู นั ทปัญญาภรณ์ว่า “หลวงป่เู รยี กใหไ้ ปพบ” ทา่ นพระครฯู รสู้ กึ ตกใจ
เลก็ นอ้ ย รบี ไปหาหลวงปู่ พอไปถงึ เหน็ ทา่ นนอนหงายหนนุ หมอนสงู อยู่ ดอู าการทา่ น
ยงั สดใสเปน็ ปกติ เมอื่ เขา้ ใกล้ หลวงปกู่ ถ็ ามถงึ การจดั งานวา่ เปน็ อยา่ งไร ฟงั เสยี งทา่ น
คลา้ ยกับปากคอแหง้ ไม่มีน้�ำลาย

ท่านพระครฯู รายงานท่านให้ทราบวา่ “งานทกุ อย่างเป็นไปดว้ ยความเรียบร้อย
ตามทก่ี ำ� หนดไว้ ปนี ม้ี ผี มู้ าบวชเปน็ แมช่ พี ราหมณม์ ากกวา่ ทกุ ครง้ั จนศาลาใหมเ่ ตม็ หมด
ทั้งชนั้ บนและช้นั ล่าง”

หลวงปจู่ งึ ถามถงึ ศษิ ยฝ์ า่ ยสงฆว์ า่ “ครบหมดทกุ องคแ์ ลว้ หรอื ยงั ” ทา่ นพระครฯู
กราบเรยี นวา่ “มาแลว้ แต่กำ� ลงั อย่ใู นพิธีแสดงพระธรรมเทศนาอยู่บนศาลา เมือ่ จบ
พธิ แี สดงธรรมแลว้ ทกุ องคจ์ ะเข้ามานมัสการถวายสักการะหลวงปูใ่ นท่นี ี้”

หลวงปู่พูดว่า “เออ เรารออย่างน้อี ยู่แลว้ ”

ตอ่ จากนน้ั หลวงปพู่ ดู อะไรกไ็ มท่ ราบ เพราะทา่ นพดู เบามาก ทา่ นพระครนู นั ท-
ปญั ญาภรณ์ เอยี งหไู ปฟงั ชดิ กบั ทา่ นมาก ทา่ นจบั แขนไวแ้ ลว้ นงิ่ เฉย ทา่ นพระครฯู สะดงุ้
ตกใจ นกึ วา่ หลวงปสู่ น้ิ ลมแลว้ เมอ่ื พจิ ารณาดโู ดยละเอยี ดเหน็ วา่ หลวงปหู่ ายใจเปน็ ปกติ

226

แตแ่ ผว่ เบามาก เหน็ ทา่ นอยใู่ นอาการสงบนงิ่ จงึ แนใ่ จวา่ ทา่ นไมเ่ ปน็ ไร ไดผ้ ละหา่ งจาก
ท่านเล็กน้อย หลวงปู่นง่ิ เฉยอยู่ค่อนข้างนาน เข้าใจว่าท่านคงเข้าสมาธอิ ยู่

เมอื่ หลวงป่ลู มื ตาข้ึนมา เหน็ วา่ มอี าการผอ่ งใสสดชนื่ เป็นพเิ ศษ ท่านพระครฯู
จึงปรารภเรื่องงานให้หลวงปู่ฟังเพ่ือท่านจะได้ไม่ต้องเป็นกังวล ต่อมาได้เรียนถาม
ท่านวา่ “หลวงป่หู ลบั หรือเขา้ สมาธิขอรบั ” หลวงปตู่ อบว่า “พิจารณาลำ� ดบั ฌานอย่”ู

พอดจี งั หวะนน้ั มศี ษิ ยอ์ าวโุ สหลายองคเ์ ขา้ มานมสั การหลวงปู่ บางองคส์ งสยั ใน
ข้อปฏบิ ตั ิ กไ็ ดก้ ราบเรยี นถามทา่ น ทา่ นอธิบายลำ� ดบั ขอ้ ปฏบิ ตั ธิ รรมใหฟ้ งั ตลอดสาย
อย่างชัดเจน ไม่ติดขัด เม่ือเหน็ เหตุการณเ์ ปน็ ดงั นี้ ท่านพระครูฯ ค่อยร้สู กึ เบาใจ
จงึ ผละจากหลวงปอู่ อกไปทงี่ านบนศาลา ซง่ึ มญี าตโิ ยมสนใจมาบำ� เพญ็ กศุ ลบวชเปน็ ชี
อยา่ งมากมาย

227

สวดมนต์ให้ฟงั

ครน้ั ๔ โมงเยน็ ลว่ งแลว้ หลวงปสู่ ามารถออกมานง่ั รบั แขกขา้ งนอกได้ ญาตโิ ยม
จำ� นวนมากไดถ้ ือโอกาสรบี มากราบหลวงปู่ สักครใู่ หญต่ ่อมา หลวงปกู่ ็กลับเขา้ หอ้ ง
พระเณรถวายน�ำ้ สรงแดท่ า่ น เชด็ ตัว และนงุ่ ห่มเรียบรอ้ ย กถ็ วายน�ำ้ ผงึ้ ผสมมะนาว
และสมอต�ำละเอยี ด ทา่ นฉันน้ำ� ผ้ึงอยา่ งเดียว ไมฉ่ ันสมอ

แล้วหลวงปู่นอนพักผ่อนท่ามกลางสงฆ์ฝ่ายอรัญวาสี ซ่ึงน่ังห้อมล้อมเป็น
จำ� นวนมาก อยใู่ นอริ ยิ าบถนอนหงายหนนุ หมอนสงู หลบั ตาลง ดสู ผี วิ ของทา่ นเปลง่ ปลง่ั
ผิดธรรมดา ท่านพระครูนันทปัญญาภรณ์บอกว่า ช่วงน้ันท�ำให้ท่านคิดสังหรณ์ใจ
ไปต่างๆ นานา แทนท่ีจะรู้สึกสบายใจเหมือนกับคนอ่ืนๆ พระลูกศิษย์ทุกรูปท่ีน่ัง
อยู่ ณ ท่นี ัน้ เหน็ หลวงป่นู อนเฉยอยู่ ก็พากันเงียบกริบไมม่ ีการพดู จากันแตอ่ ยา่ งใด

228

หน่ึงทุ่มผ่านไป หลวงปู่ลืมตาขึ้น มองไปตรงช่องวา่ งที่เป็นกระจกท่ีมีผ้าม่าน
ปดิ อยู่ ทา่ นยกแขนขวาขน้ึ บอกทา่ ทางใหร้ ดู มา่ นออก สกั ครตู่ อ่ มาทา่ นบอกใหพ้ ระเณร
ออกจากหอ้ งไปได้ ยงั เหลอื พระคอยดแู ลรบั ใช้ ๘-๙ องค์ หลงั จากนนั้ สกั พกั ทา่ นกส็ งั่
ใหพ้ ระทอ่ี ยสู่ วดมนตใ์ หท้ า่ นฟงั ดสู หี นา้ ของพระเหลา่ นนั้ เรมิ่ ฉงนสนเทห่ ใ์ จ พรอ้ มใจกนั
สวดมนตเ์ จ็ดต�ำนานให้หลวงปู่ฟังจนจบ

แลว้ หลวงปบู่ อกใหส้ วดเฉพาะโพชฌงคสูตร อยา่ งเดยี ว ๓ จบ แล้วใหส้ วด
ปฏจิ จสมปุ บาท อกี ๓ รอบ พอสวดจบ หมอกเ็ ขา้ ไปตรวจอาการ ตอนน้ันเป็นเวลา
๔ ทมุ่ ล่วงแลว้ หมอและพยาบาลคงรสู้ ึกถงึ บรรยากาศเปลย่ี นแปลงบางอย่าง ทุกคน
ตา่ งอยใู่ นอาการสงบนง่ิ ไมม่ ใี ครพดู อะไร ทกุ คนทอ่ี ยใู่ นทน่ี น่ั ตา่ งประจกั ษช์ ดั ดว้ ยกนั
วา่ อะไรจะเกิดขน้ึ หมอกก็ ราบลาหลวงป่กู ลบั ออกไป เชอื่ วา่ เป็นการกราบลาหลวงปู่
เป็นคร้งั สดุ ทา้ ย บรรยากาศ ณ ท่ีน้นั อยู่ในความสงบน่งิ ไมม่ ใี ครปริปากพูดอะไร

229

สวดมหาสตปิ ัฏฐานสตู ร

หลังจากหมอกลับออกไปแล้ว หลวงปู่ลืมตาข้ึน บอกให้พระสวดมหา-
สตปิ ฏั ฐานสตู รใหฟ้ งั ปรากฏวา่ พระทอ่ี ยู่ ณ ทนี่ น้ั ๘-๙ องค์ ไมม่ ใี ครสวดได้ เพราะ
เป็นพระสตู รท่ยี าวกว่าสตู รอน่ื ๆ ทง้ั หมด

หลวงปบู่ อกใหเ้ ปดิ หนงั สอื สวด เผอญิ หนงั สอื กไ็ มม่ อี กี พอดพี ระอาจารยพ์ นู ศกั ดิ์
ซึ่งเฝ้ารักษาหลวงปู่มาโดยตลอด มีหนังสือสวดมนต์ฉบับหลวงเล่มใหญ่ติดมาด้วย
จึงหยิบมาเปดิ คน้ หาพระสูตรนนั้ ก�ำลงั พลิกไปพลิกมาเปดิ หาอยู่

หลวงปสู่ ่ังวา่ “เอามาน่ี” พระอาจารย์พูนศักด์ริ บี ยื่นถวายหลวงปู่ หลวงป่รู บั ไป
แล้วเปดิ หนงั สอื ข้ึนโดยไมต่ ้องดู บอกวา่ “สวดตรงนี”้ ทกุ องคท์ ่อี ยู่ในทน่ี ่นั ต่างตะลึง
เพราะหนา้ ทีห่ ลวงป่เู ปิดเปน็ หนา้ ที่ ๑๗๒ เปน็ บทสวดมหาสตปิ ฏั ฐานสตู รพอดี

พระอาจารย์พนู ศักด์ริ บั หนงั สอื จากหลวงปนู่ ง่ั สวดองค์เดียว หลวงปู่นอนโดย
ตะแคงขา้ งขวา อย่ใู นอาการสงบน่ิง พระสตู รนม้ี ีความยาวถงึ ๔๑ หนา้ ใชเ้ วลาสวด
เกอื บ ๒ ชว่ั โมง เพราะหลวงปบู่ อกใหส้ วดแบบชา้ ๆ ระหวา่ งนนั้ พระบางองคท์ ยอยออก
ไปบ้าง

230

หลงั จากทส่ี วดมหาสตปิ ฏั ฐานสตู รจบลง หลวงปอู่ ยใู่ นอาการปกติ ทา่ นพดู ธรรมะ
กบั พระทเ่ี ฝ้าอย่เู ปน็ คร้ังคราว ลกุ ขน้ึ นงั่ บนเก้าอี้บา้ ง นอนบา้ ง มีตอนหนึง่ หลวงปใู่ ห้
พาออกไปนอกห้องและออกไปนอกกุฏิเพ่ือสูดอากาศบริสุทธ์ิภายนอก หลวงปู่เพ่ง
มองไปท่ีศาลาท่ีอยู่ตรงหน้ากุฏิของท่าน ซ่ึงในขณะน้ันทั้งพระเณรและฆราวาสเป็น
จำ� นวนมากตา่ งชมุ นมุ ปฏบิ ตั ธิ รรมกนั อยู่ มกี ารสวดมนต์ ฟงั เทศน์ ปฏบิ ตั สิ มาธภิ าวนา
กนั อยู่

อากัปกิริยาท่ีหลวงปู่ออกมานอกกุฏินี้ ท่านได้กวาดสายตามองดูไปรอบๆ
บรเิ วณวัด ไมม่ ใี ครทราบว่าเปน็ การมองดูคร้ังสุดท้าย คลา้ ยกับเปน็ การให้ศลี ใหพ้ ร
และเปน็ การลาสถานทีแ่ ละสานุศษิ ย์ของทา่ นทกุ คน ไมม่ ใี ครเฉลยี วใจ เพราะเหน็ ว่า
ทา่ นยงั มอี าการเปน็ ธรรมดา มสี ตสิ มั ปชญั ญะบรบิ รู ณ์ และพดู ธรรมปฏบิ ตั ใิ หพ้ ระเณร
ฟังไดอ้ ยา่ งชัดเจน

231

แสดงธรรมคร้งั สดุ ท้าย

ผา่ นเขา้ มาถงึ ตี ๒ ของวนั ที่ ๓๐ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๒๖ หลวงปไู่ ดแ้ สดงธรรมแก่
ลูกศิษย์ลูกหาที่อยู่ในห้องน้ันได้รับฟังธรรม ท่ีหลวงปู่แสดงเป็นธรรมว่าด้วย
ลกั ษณาการแหง่ พทุ ธปรนิ พิ พาน ทา่ นแสดงดว้ ยนำ้� เสยี งปกตธิ รรมดา และในอริ ยิ าบถ
นอนหงาย มีเนือ้ หาดังน้ี

“เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสร้างพระพุทธศาสนาให้ก่อเกิดเป็นชีวิตอย่าง
บรบิ รู ณด์ งั ประสงคแ์ ลว้ พระองคจ์ งึ ไดล้ ะวภิ วตณั หานน้ั เสดจ็ เขา้ สอู่ นปุ าทเิ สสนพิ พาน
คอื เปน็ ผหู้ มดสนิ้ ทกุ ตณั หา เปน็ ผดู้ บั รอบโดยลกั ษณาการแหง่ อนปุ าทเิ สสนพิ พานของ
พระองค์

ลำ� ดบั แรกก็เจรญิ ฌาน ดิง่ สนทิ ไปจนสัญญาเวทยิตนิโรธ หมายความว่า เขา้ ไป
ลกึ สดุ อยเู่ หนอื รปู ฌาน ในวาระแรกนนั้ พระองคย์ งั มไิ ดด้ บั ขนั ธต์ า่ งๆ ใหส้ นิ้ สนทิ เดด็ ขาด
แต่อยา่ งใด เพียงเขา้ ไปเพื่อทรงกระบวนการแหง่ การเขา้ ส่นู พิ พาน หรือนิโรธ เปน็
ครงั้ สดุ ทา้ ยแหง่ ชวี ติ พดู งา่ ยๆ กค็ อื สสู่ ง่ิ ทพี่ ระองคไ์ ดพ้ ากเพยี รกอ่ เปน็ ทางเปน็ แบบอยา่ ง
ไว้ครั้งสุดท้ายเสียหน่อย ซึ่งเรียกได้ว่าส่ิงอันเกิดจากการที่พระองค์ได้ยอมอยู่กับ
ธุลีทุกข์ อันเป็นธุลีทุกข์ท่ีมนุษย์ธรรมดามีจิตหยาบเกินกว่าที่จะสัมผัสได้ว่ามัน
เป็นทกุ ข์

232

นแ่ี หละ กระบวนการกระทำ� จติ ตนใหถ้ งึ สญั ญาเวทยติ นโิ รธ เปน็ กระบวนการท่ี
พระอนตุ รสมั มาสมั พทุ ธเจ้า ผ้เู ป็นยอดศาสดาในโลกเทา่ น้นั ท่ที รงคน้ พบ ทรงนำ� มา
ตีเผยแผ่แจง้ ออกสโู่ ลกใหพ้ งึ ปฏบิ ตั ิตาม

เมอ่ื ทรงสงิ่ สดุ ทา้ ยนแ้ี ลว้ จงึ ไดถ้ อยกลบั มาสภู่ าวะตน้ คอื ปฐมฌาน แลว้ ตดั สนิ
พระทัยคร้ังสุดท้ายเสด็จดับขันธ์ต่างๆ ไปทีละขันธ์ วิญญาณขันธ์แห่งชีวิตและ
ร่างกายนั้นได้ดับไปเสียตั้งแต่ก่อนจะเข้าสู่ปฐมฌานนานแล้ว เพราะต้องการดับ
สงั ขารขนั ธ์ หรอื สงั ขารธรรมขนั้ แรกกอ่ น วญิ ญาณขนั ธจ์ งึ ไดด้ บั ดงั นนั้ จงึ ไมม่ เี ชอื้ ใด
เหลอื อยแู่ หง่ วิญญาณขันธท์ ่ีหยาบนั้น

พระองค์เริ่มดับสังขารขันธ์ หรือสังขารธรรมช้ันในสุด อันจะส่งผลให้ก่อ
วิภวตัณหาได้ชั้นหน่ึงเสียก่อน แล้วจึงเลื่อนเข้าสู่ทุติยฌาน แล้วจึงดับสัญญาขันธ์
เลอื่ นเข้าสตู่ ตยิ ฌาน เมอ่ื พระองค์ทรงดับสงั ขารขันธ์ หรอื สังขารธรรมชน้ั ในสุดอกี ที
กเ็ ปน็ อนั เลอ่ื นขนึ้ สจู่ ตตุ ถฌาน คงมเี วทนาขนั ธส์ ดุ ทา้ ยแหง่ ชวี ติ นน่ั แลคอื ลกั ษณาการ
แหง่ ขั้นสดุ ท้ายของการจะดับสน้ิ ไมเ่ หลอื

เมอื่ พระองคด์ บั สงั ขารขนั ธ์ หรอื สงั ขารธรรมใหญส่ ดุ ทา้ ยทม่ี ที งั้ สนิ้ แลว้ กม็ าดบั
เวทนาขันธ์ เปน็ จติ ขนั ธ์ หรือนามขนั ธท์ ่ีในจติ สว่ นใน คอื ภวังคจิตเสียกอ่ น แล้วจงึ
ไดอ้ อกจากจตุตถฌาน พร้อมท้งั มาดับจิตขนั ธ์หรือนามขนั ธส์ ุดท้ายจรงิ ๆ ที่ตรงนี้

พระองค์ไม่ไดเ้ ข้าสู่พระนพิ พานในฌานสมาบตั อิ ะไรที่ไหนหรอก เม่อื พระองค์
ออกจากจตตุ ถฌานแลว้ จติ ขนั ธห์ รอื นามขนั ธก์ ด็ บั พรอ้ มไมม่ อี ะไรเหลอื ไมถ่ กู ภาวะ
อ่นื ใดมาครอบงำ� อำ� พรางใหห้ ลงใหลใดๆ ทั้งสน้ิ เป็นภาวะแหง่ ตนเองอย่างบรบิ รู ณ์
ภาวะอนั นนั้ จะเรยี กวา่ “มหาสญุ ญตา” หรอื “จกั รวาลเดมิ ” หรอื วา่ เรยี ก “พระนพิ พาน”
อย่างใดอยา่ งหนง่ึ กไ็ ด้ เราปฏบิ ตั ิมากเ็ พอ่ื ถึงภาวะอันน้”ี

วจีสงั ขารหรอื วาจาของ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล ส้ินสุดลงเพยี งแค่นี้ หลังจากน้ัน
ไม่มวี าจาใดออกมาจากทา่ นอกี เลย

233

หลวงปลู่ ะทิ้งสงั ขาร

เวลาผา่ นเลยตี ๓ ของวนั ที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๖ หลวงป่นู อนสงบนิง่
หายใจเบาๆ ดอู าการเปน็ ปกตคิ ลา้ ยนอนหลบั ตามธรรมดา สงั เกตเหน็ ลมหายใจทา่ น
เบาลงมาก ทุกคนปลอ่ ยให้ท่านอยขู่ องท่าน ไมม่ กี ารรบกวน รูส้ กึ จะเห็นตรงกนั ว่า
ถา้ หากหลวงปจู่ ะปลอ่ ยวางสงั ขาร กใ็ หท้ า่ นปลอ่ ยวางตามสบาย ไมค่ วรทำ� ใหท้ า่ นตอ้ ง
ลำ� บากจากการชว่ ยเหลอื ของแพทยห์ รอื พยาบาล หลวงปอู่ ยใู่ นอาการสงบนงิ่ ไมม่ ใี คร
แน่ใจวา่ ท่านปล่อยวางสังขารในชว่ งวนิ าทใี ด

ผู้ท่เี ฝ้าพยาบาลอยดู่ า้ นซ้ายเชอ่ื วา่ หลวงปหู่ ยุดการหายใจเมอ่ื เวลา ๐๔.๑๓ น.
สำ� หรบั ผทู้ เี่ ฝา้ อยทู่ างดา้ นขวา เขา้ ใจวา่ เมอื่ เวลา ๐๔.๔๓ น. (ทางวดั ตกลงไมถ่ อื เวลาท่ี
แนน่ อน) ความรสู้ กึ ของศษิ ยท์ งั้ สองฝา่ ยตา่ งกนั ถงึ ๓๐ นาที ไมม่ ใี ครทนั สงั เกตเหน็ ได้
เพราะหลวงปมู่ ไิ ดห้ ายใจแรงใหเ้ ราไดร้ วู้ า่ เฮอื กใดเปน็ ลมหายใจเฮอื กสดุ ทา้ ยของทา่ น

นบั เปน็ ลกั ษณาการมรณภาพทไ่ี มป่ รากฏรอ่ งรอย เปน็ ความงดงามบรสิ ทุ ธ์ิ และ
สงบเยน็ อย่างสนิ้ เชิง สังขารธรรมที่อุบตั ิขึน้ เมอ่ื วนั ที่ ๔ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๔๓๑ ณ
บา้ นปราสาท ตำ� บลเฉนยี ง อำ� เภอเมอื ง จงั หวดั สรุ นิ ทร์ ไดพ้ ฒั นามาโดยลำ� ดบั รงุ่ เรอื ง
สดใส มั่นคง และบริสทุ ธิ์ ปราศจากละอองธุลอี ย่างแท้จริง ไดท้ ่องเท่ียวไปทั่วแดน
แห่งพุทธจักรจนรแู้ จง้ เหน็ ธรรมอยา่ ง “ไม่มผี ้ใู ดเทยี บ”

234

ตรงตามฉายา “อตุโล” ของทา่ น บำ� เพ็ญประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อ่นื อยา่ ง
มหาศาล เผยแผด่ วงประทีปแก่ชาวโลกเปน็ เวลายาวนาน ก็ดบั ลงแลว้ ด้วยการยก
ชวี ติ สงั ขารของทา่ นสอนคนใหร้ ถู้ งึ ความเปน็ จรงิ แหง่ ชวี ติ ซง่ึ ทา่ นชอบใชค้ ำ� วา่ “ยงั งน้ั
ยังงั้นแหละ”

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล ละทง้ิ สงั ขาร มรณภาพเมอ่ื วนั ที่ ๓๐ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๒๖
เวลา ๔ นาฬกิ าเศษ รวมอายุได้ ๙๖ ปี กับ ๒๖ วัน พรรษา ๗๔

สาธุ ศษิ ยท์ กุ คนกราบแทบเทา้ ขอขมากรรมหลวงปู่ ธรรมะใดทหี่ ลวงปเู่ ขา้ ถงึ แลว้
ขอใหล้ ูกศิษย์ทกุ คนไดเ้ ข้าถงึ ธรรมะน้ัน และได้ดวงตาเห็นธรรมด้วยเถดิ

235

ไมม่ ีวิบากของสงั ขาร

บรรดาศิษย์เพ่ิงทราบความหมายที่หลวงปู่เคยพูดเสมอว่า ท่านไม่มีวิบากของ
สงั ขาร ซง่ึ หมายถงึ เมอื่ คราวจะตอ้ งละสงั ขารจรงิ ๆ แลว้ ทา่ นกล็ ะไปเลย โดยไมต่ อ้ งทง้ิ
ความอ่อนแอ ความเจบ็ ไขไ้ ด้ป่วยใหป้ รากฏ เปน็ การทรมานทง้ั แกต่ นเอง และสรา้ ง
ความล�ำบากยุ่งยากให้แก่ผู้อ่ืน อันเนื่องมาจากสังขารเป็นเหตุ รวมไปถึงการท่ีต้อง
เปลอื งหมอเปลอื งยา ทำ� ใหไ้ ดร้ บั ความลำ� บากกายลำ� บากใจ สรา้ งความวติ กกงั วลและ
ความเป็นห่วงใหแ้ กบ่ ุคคลท่อี ยภู่ ายหลงั

เมอ่ื หลวงปดู่ ำ� รงขนั ธจ์ นยา่ งเขา้ ปจั ฉมิ วยั จะเขา้ สรู่ อ้ ยปกี ต็ าม สขุ ภาพพลานามยั
ของทา่ นยงั อยใู่ นเกณฑแ์ ขง็ แรง ทง้ั สงั ขารรา่ งกายทง้ั สตสิ มั ปชญั ญะสมั พนั ธก์ นั อยา่ ง
สมบูรณ์ เมือ่ คราวทจี่ ะต้องละทิง้ สงั ขารไปจริงๆ ความไมม่ ีวบิ ากของสงั ขารของทา่ น
จึงปรากฏออกมาให้ทุกคนได้ประจักษ์อย่างชัดเจน คือท่านปล่อยวางสังขารใน
ทา่ มกลางความมสี ตสิ มั ปชญั ญะทสี่ มบรู ณ์ ดา้ นสขุ ภาพรา่ งกายกแ็ ขง็ แรงสมบรู ณต์ าม
สภาพของวัย ซึง่ นบั วา่ เป็นเรอื่ งท่ีหายากอย่างยิ่งส�ำหรบั คนทั่วไป

ท่ีน่าคิดประการหนึ่งคือเสมือนหนึ่งว่าหลวงปู่ก�ำหนดวาระการปล่อยวางสังขาร
ในระหวา่ งทม่ี กี ารเตรยี มงานพรอ้ มมลู อยแู่ ลว้ คอื งานทสี่ านศุ ษิ ยจ์ ดั ขนึ้ เปน็ พเิ ศษเพอ่ื
เป็นการฉลองการหายอาพาธ และท�ำบุญฉลองครบรอบถวายท่าน ในระหว่างวันท่ี
๒๙-๓๑ ตลุ าคม ๒๕๒๖

236

สานศุ ษิ ยฝ์ า่ ยบรรพชติ ทงั้ ฝา่ ยคามวาสี และอรญั วาสี มาประชมุ กนั พรอ้ มเพรยี ง
เพอ่ื เปดิ โอกาสใหม้ กี ารสนทนาวสิ าสะ รบั สกั การบชู า ตลอดถงึ ตอบปญั หาขอ้ วตั รปฏบิ ตั ิ
ให้แก่สานุศิษย์ของท่านได้ฟังอย่างครบถ้วนบริบูรณ์ เสมือนหนึ่งเป็นการทบทวน
ขอ้ วตั รปฏบิ ตั อิ นั เปน็ คณุ สมบตั ทิ ท่ี า่ นรกั ษามาตลอดอายขุ ยั ใหส้ มบรู ณ์ เปน็ ทอ่ี บอนุ่ ใจ
สบายใจของทุกฝา่ ย

ลักษณาการแห่งการสิ้นสุดสังขารขันธ์ของหลวงปู่คร้ังนี้ ยังความอัศจรรย์ใจ
ระคนกับความเศร้าโศกอาลัยอาวรณ์ในบรรยากาศของการท�ำบุญครบรอบของท่าน
เท่ากับว่าศาสนิกชนทั่วไปมาในงานเดียวได้สองงาน ได้มาร่วมงานสิริมงคลอายุ
ครบรอบ พร้อมกับได้มารับรู้การละสังขารของท่านในช่วงเวลาเดียวกัน นับเป็น
เหตุการณ์ที่น่าอัศจรรย์และเกดิ ขึ้นไดย้ ากยง่ิ

237

การบ�ำเพ็ญพระราชกุศลงานศพหลวงปู่

ชว่ั เพยี งไมก่ น่ี าที ขา่ วมรณภาพของ หลวงปดู่ ลู ย์ อตโุ ล กแ็ พรส่ ะพดั ไปทวั่ จงั หวดั
สุรินทร์และทั่วประเทศ สาธุชนและสานุศษิ ย์จากทกุ สารทิศหลง่ั ไหลมานมสั การและ
สรงนำ้� สรรี ะของหลวงปูจ่ ำ� นวนมากเหลือคณานบั ตลอดวันที่ ๓๐ และ ๓๑ ตุลาคม
๒๕๒๖ มีประชาชนเบียดเสียดกันมาอย่างคลาคล�่ำเพ่ือถวายน้�ำสรงสรีระหลวงปู่
ทุกคนที่ศรัทธาในหลวงปู่เมือ่ รู้ข่าวกเ็ รง่ รีบมาโดยทไี่ มต่ ้องมีการประกาศเชญิ ชวน

ซาบซงึ้ ในพระมหากรณุ าธคิ ณุ เปน็ ลน้ พน้ เนอ่ื งจากหลวงปเู่ ปน็ พระเถระชนั้ ผใู้ หญ่
ฝ่ายวิปัสสนา ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชนิ นี าถ ทรงเคารพนบั ถอื ทรงใหก้ ารสงเคราะหห์ ลวงปมู่ าตลอด ทงั้ ยามปกติ
และยามอาพาธ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ พระราชทานหอ้ งพเิ ศษ และพระราชทาน
แพทย์หลวงเพื่อท�ำการรักษาพยาบาลหลวงปู่ เม่ือคราวหลวงปู่อาพาธท่ีโรงพยาบาล
จฬุ าลงกรณ์ และเสดจ็ พระราชดำ� เนนิ มาทรงเยยี่ มอาการอาพาธเปน็ การสว่ นพระองค์

คร้ันเม่ือหลวงปู่มรณภาพลง พระองค์ท่านได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
พระราชทานน�ำ้ สรงศพ พร้อมทง้ั พระราชทานโกศโถฉัตรเบญจาตั้งประดับ และทรง
พระมหากรุณาโปรดบ�ำเพญ็ พระราชกุศล ดังนี้

238

ทรงพระมหากรณุ าโปรดเกล้าฯ บำ� เพญ็ พระราชกศุ ล ๗ วัน ในวันที่ ๕-๖
พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๒๖

ทรงพระมหากรณุ าโปรดเกลา้ ฯ บำ� เพญ็ พระราชกศุ ล ๕๐ วนั ในวนั ที่ ๑๘-๑๙
ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๖

ทรงพระมหากรณุ าโปรดเกลา้ ฯ บำ� เพญ็ พระราชกุศล ๑๐๐ วนั ในวันท่ี ๖-๗
กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๗

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาท่ีสุดมิได้ ที่พระองค์ท่านได้ทรงเมตตา
ต่อหลวงปู่และพสกนิกรชาวสุรินทร์ ตลอดจนสานุศิษย์และสาธุชนผู้เคารพศรัทธา
ในหลวงปู่

239

งานพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่

ศพของหลวงปไู่ ดต้ ง้ั บำ� เพญ็ กศุ ล และใหป้ ระชาชนกราบสกั การะทว่ี ดั บรู พาราม
อำ� เภอเมอื ง จงั หวดั สรุ นิ ทร์ ตงั้ แตว่ นั มรณภาพ คอื วนั ท่ี ๓๐ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๒๖ จนถงึ
วนั พระราชทานเพลงิ วนั ที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๘ เปน็ เวลาเกอื บ ๒ ปี ภายหลงั
การมรณภาพละทิง้ สงั ขารของหลวงปู่

ในงานพระราชทานเพลิงศพของหลวงปู่นี้ ได้จัดให้มีข้ึนที่วนอุทยานแห่งชาติ
เขาพนมสวาย ซึ่งอยู่ห่างจากจังหวัดสุรินทร์ไปทางทิศใต้ประมาณ ๒๒ กิโลเมตร
พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ฯ และสมเดจ็ พระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ นี าถ ไดเ้ สดจ็
พระราชด�ำเนินพรอ้ มด้วยสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี สมเดจ็
พระเจา้ ลกู เธอ เจา้ ฟา้ จฬุ าภรณวลยั ลกั ษณ์ อคั รราชกมุ ารี และ น.อ. วรี ยทุ ธ ดษิ ยะศรนิ
ไปในการพระราชทานเพลงิ ศพ ยงั ความปลาบปลม้ื แกส่ านศุ ษิ ยห์ ลวงปู่ และชาวสรุ นิ ทร์
อยา่ งล้นพ้น

แมส้ ถานทจ่ี ัดงานพระราชทานเพลิงศพจะอย่หู ่างไกลจากตวั เมอื งสรุ ินทร์ ๒๒
กิโลเมตร กม็ ีผู้ไปร่วมงานอยา่ งล้นหลามคลาคล�่ำไปด้วยพระเถรานเุ ถระ พระภิกษุ
สามเณร นกั บวชชพี ราหมณ์ ขา้ ราชการทกุ หมเู่ หลา่ และพอ่ คา้ ประชาชนจากทวั่ สารทศิ
ทุกคนที่ไปร่วมงานต่างก็ปล้ืมใจท่ีมาร่วมแสดงกตัญญุตาคุณในงานมลายขันธ์ของ
หลวงปคู่ ร้ังน้ัน

240

ครบู าอาจารย์ของหลวงปู่

นอกจากบิดามารดา ญาตสิ นทิ ทา่ นเจา้ เมอื งสรุ ินทร์ ท่ีให้ความอุปการะ และ
เพอ่ื นรว่ มคณะละครทห่ี ลวงปสู่ งั กดั อยู่ ทใี่ หก้ ารสนบั สนนุ และชว่ ยเหลอื หลวงปตู่ ลอด
๒๒ ปี ในการใชช้ วี ติ ฆราวาสแลว้ ก็มีครูบาอาจารยใ์ นทางธรรมทเี่ ป็นผมู้ ีพระคุณแก่
หลวงปใู่ นฐานะผ้รู ่วมสรา้ งสมให้หลวงปไู่ ดพ้ บความส�ำเร็จในทางธรรม มดี ังน้ี

๑. พระครวู มิ ลศลี พรต (ทอง) เป็นพระอุปัชฌายใ์ หก้ ารอุปสมบทแกห่ ลวงปู่
ณ พทั ธสมี า วดั จมุ พลสทุ ธาวาส ในเมอื งสรุ นิ ทร์ เมอื่ พ.ศ. ๒๔๕๓ โดยมี พระครบู กึ
เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระครฤู ทธิ์ เป็นพระอนสุ าวนาจารย์

๒. หลงพอ่ แอก เจา้ อาวาสวัดคอโค ต�ำบลคอโค อ�ำเภอเมอื ง จงั หวดั สุรินทร์
นับเป็นพระอาจารย์สอนกัมมัฏฐานองค์แรกแก่หลวงปู่ ซึ่งได้เพียงสอนให้ฝึกหัด
ท่องสวด และฝึกวัตรปฏิบัติท่ีนิยมในสมัยนั้น รวมทั้งฝึกบริกรรมภาวนาโดยวิธี
อัญเชิญปีติทั้ง ๕ ซึ่งหลวงปู่ได้เฝ้าเพียรเดินทางไปรับการอบรมกับหลวงพ่อแอก
อยู่เนืองๆ กอ่ นเดินทางไปศกึ ษาด้านปรยิ ตั ิธรรมที่จงั หวัดอุบลราชธานี

๓. พระมหารัฐ รฏฺฐปาโล พระอปุ ัชฌาย์ เม่อื หลวงปไู่ ด้ญตั ตจิ ากมหานกิ าย
มาอุปสมบทในธรรมยุตกิ นกิ าย เม่อื วนั ท่ี ๑๔ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๔๖๑ ณ พทั ธสมี า
วัดสทุ ัศนาราม อ�ำเภอเมือง จงั หวดั อบุ ลราชธานี โดยมี พระศาสนดิลก เจ้าคณะ
มณฑลอุดรในสมัยน้ัน เป็นพระกรรมวาจาจารย์

241

๔. หลวงปมู่ น่ั ภรู ทิ ตโฺ ต พระอาจารยใ์ หญฝ่ า่ ยอรญั วาสี หรอื ฝา่ ยธดุ งคกมั มฏั ฐาน
เปน็ ครบู าอาจารยท์ ห่ี ลวงปใู่ หค้ วามเคารพศรทั ธามากทส่ี ดุ ในฐานะทเ่ี ปน็ ผใู้ หแ้ นวทาง
การภาวนา และวางแบบอย่างในการถือธุดงควัตร หลวงปู่ได้เป็นก�ำลังส�ำคัญของ
พระอาจารยใ์ หญ่ ในการเผยแผแ่ นวคำ� สอนในฐานะแมท่ พั ธรรมทมี่ คี วามรบั ผดิ ชอบ
ในพ้นื ท่ภี าคอีสานตอนใต้ บริเวณจังหวัดสรุ ินทร์ ศรสี ะเกษ และบรุ ีรัมย์ หลวงปู่มั่น
ภรู ทิ ตโฺ ต จงึ เปน็ ผใู้ หค้ วามงอกงามในทางธรรมแกห่ ลวงปอู่ ยา่ งแทจ้ รงิ ในชว่ งทา้ ยสดุ
หลวงปมู่ น่ั มาพำ� นกั อยปู่ ระจำ� ทวี่ ดั ปา่ บา้ นหนองเผอื อำ� เภอพรรณานคิ ม จงั หวดั สกลนคร
และมรณภาพทว่ี ดั ปา่ สทุ ธาวาส อำ� เภอเมอื ง จงั หวดั สกลนคร เมอื่ วนั ท่ี ๑๑ พฤศจกิ ายน
พ.ศ. ๒๔๙๒

๕. สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส) ในสมัยที่ด�ำรงสมณศักดิ์ท่ี
พระธรรมปาโมกข์ เจา้ คณะมณฑลนครราชสมี า เป็นผู้ให้การอุปการะและสนบั สนุน
การศกึ ษาดา้ นปรยิ ตั แิ กห่ ลวงปใู่ นสมยั ทศ่ี กึ ษาอยทู่ วี่ ดั สทุ ศั นาราม จงั หวดั อบุ ลราชธานี
ทา่ นเปน็ ผวู้ างแผนและสงั่ การใหห้ ลวงปมู่ าพฒั นาวดั บรู พารามใหเ้ ปน็ วดั ธรรมยตุ กิ นกิ าย
เป็นแห่งแรกในภาคอีสานตอนใต้ เป็นเหตุให้หลวงปู่ต้องพ�ำนักประจ�ำท่ีวัดแห่งนี้
ติดตอ่ กนั เป็นเวลา ๕๐ ปี ตัง้ แต่วนั ที่ ๒๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๗๗ จนกระทงั่
มรณภาพ เม่ือวันที่ ๓๐ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๒๖

๖. สมเดจ็ พระญาณสงั วร สมเดจ็ พระสงั ฆราช สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก พระองค์
ทรงสนทิ สนมคนุ้ เคยและทรงตดิ ตอ่ กนั กบั หลวงปเู่ สมอมา ตง้ั แตส่ มยั ดำ� รงสมณศกั ดทิ์ ี่
สมเดจ็ พระญาณสงั วร (เจริญ สุวฑฒฺ โน) เจา้ อาวาสวดั บวรนิเวศวหิ าร พระองคเ์ คย
เสดจ็ ไปรว่ มงานฉลองอายขุ องหลวงปเู่ มอื่ ปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ครน้ั เมอ่ื หลวงปเู่ ขา้ รกั ษาตวั
ทโ่ี รงพยาบาลจฬุ าลงกรณ์ พระองคไ์ ดป้ ระทานความอนเุ คราะหแ์ ละทรงชว่ ยประสาน
งานใหท้ กุ อยา่ ง นอกจากนย้ี งั ไดเ้ สดจ็ ไปเปน็ ประธานฝา่ ยสงฆใ์ นงานพระราชทานเพลงิ
ศพของหลวงปู่ เมอื่ วนั ท่ี ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๘ และทรงเปน็ ประธานบรรจอุ ฐั ธิ าตุ
และเปดิ พิพิธภัณฑก์ มั มัฏฐานของหลวงปู่ เมือ่ วันท่ี ๓๐ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๒๖

242

เพื่อนสหธรรมกิ ของหลวงปู่

ในสว่ นของสหธรรมกิ ของหลวงปนู่ น้ั มมี ากมายเหลอื เกนิ ทงั้ สมยั ทท่ี า่ นอยศู่ กึ ษา
พระปริยัติท่ีจังหวัดอุบลราชธานี สมัยที่ศึกษาด้านปฏิบัติภาวนากับพระอาจารย์ม่ัน
ภรู ทิ ตโฺ ต สมัยที่ออกธุดงคกมั มฏั ฐาน รวมทงั้ ทีส่ นิทสนมคุน้ เคยกันในโอกาสต่างๆ

พระสหธรรมมกิ ของหลวงปนู่ บั ว่ามมี าก ทั้งน้ีเพราะอธั ยาศัยและคณุ ธรรมของ
หลวงปทู่ เี่ ปน็ ทศ่ี รทั ธาและชน่ื ชอบอยา่ งกวา้ งขวาง ดว้ ยทา่ นมจี รยิ าวตั รทง่ี ดงามบรสิ ทุ ธ์ิ
จรงิ ใจ ไมต่ ฉิ นิ นนิ ทาใครทง้ั ตอ่ หนา้ และลบั หลงั อยา่ งไรกต็ าม ในทนี่ จ้ี ะขอยกมาเฉพาะ
พระสหธรรมกิ ทีเ่ ปน็ ศษิ ยร์ ่วมพระอาจารยใ์ หญร่ ุ่นแรกกับหลวงปู่ ซ่ึงไดแ้ ก่

พระอาจารยส์ งิ ห์ ขนตฺ ยาคโม นบั วา่ มคี วามสนทิ สนมคนุ้ เคยกบั หลวงปมู่ ากทส่ี ดุ
ท่านเป็นผู้มีอุปการคุณต่อหลวงปู่ในฐานะสนับสนุนให้หลวงปู่เปล่ียนญัตติมาสู่
ธรรมยุติกนิกาย เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๖๑ รว่ มเปน็ ศษิ ยร์ ุน่ แรกของทา่ นพระอาจารยใ์ หญ่
รว่ มออกธดุ งคด์ ว้ ยกนั ครงั้ แรก และใชช้ วี ติ จำ� พรรษาอยดู่ ว้ ยกนั ในชว่ งออกธดุ งคน์ าน
กวา่ ทุกรปู ในระยะตอ่ มา หลวงปดู่ ลู ย์ได้ส่งลูกศิษย์ของทา่ นใหไ้ ปฝกึ ภาวนาอยูก่ ับ
หลวงปสู่ งิ ห์ ทม่ี ชี อื่ เสยี งและเปน็ ทรี่ จู้ กั กนั ดี คอื หลวงปสู่ าม อกญิ จฺ โน ในชว่ งสดุ ทา้ ย
หลวงปสู่ งิ หท์ า่ นพำ� นกั อยปู่ ระจำ� ทวี่ ดั ปา่ สาลวนั อำ� เภอเมอื ง จงั หวดั นครราชสมี า ดำ� รง
สมณศักดิ์ที่ พระญาณวศิ ิษฏ์สมิทธวิ รี าจารย์ และมรณภาพเมอ่ื วนั ที่ ๘ กันยายน
พ.ศ. ๒๕๐๔ หลวงปสู่ งิ หเ์ ปน็ ผนู้ �ำแห่งกองทัพธรรมในสายของพระอาจารยใ์ หญ่มน่ั
ภูริทตฺโต

243


Click to View FlipBook Version