สารคดี
เท้า ความ
ปกาศิต แมนไทยสงค์
เทา้ ความ
ปกาศติ แมนไทยสงค์
พิมพ์ครง้ั ที่ ๑: กรกฎาคม ๒๕๖๓
บรรณาธกิ าร: ปกาศติ แมนไทยสงค์
พิสูจนอ์ ักษร: วโรดม ตรรี ัตนฐากรู
ออกแบบปก: Key Rinchness
รปู เลม่ : Panpakorn Pongsarom
ติดต่อ: 90/88 หมบู่ ้านกฤษณาการ์เด้นโฮม ต.บางกระทึก
อ.สามพราน จ.นครปฐม 73210
โทร. 08 9816 5343 อีเมล: [email protected]
พิมพท์ ี่: XXXXXXXXXXXX
ราคา 200 บาท
ขอ้ มูลทางบรรณานุกรมของหอสมุดแหง่ ชาติ
National Library of Thailand Cataloging in Publication Data
ปกาศิต แมนไทยสงค.์
เทา้ I ความ.-- กรุงเทพฯ : ศลิ ป์สยามบรรจภุ ณั ฑ์และการพิมพ,์ 2563.
212 หนา้ .
1. สารคด.ี I. ช่อื เร่อื ง.
294.3122
ISBN xxxxxxxxxxxx
เร่อื งยากคอื ความทา้ ทาย
เร่อื งงา่ ยคอื การทำ� ลายวินยั ตวั เอง!
(เหิน คลองหาญ)
ความในใจ
เข้าใจตรงกันก่อนว่าหนังสือเล่มนี้มิใช่ต�ำราท่ีว่าด้วย
การวง่ิ แตเ่ ปน็ บทบนั ทกึ สน้ั ๆ ทกี่ ลน่ั กรองมาจากเทา้ ใหมห่ ดั วงิ่
ที่มองมุมไหนกย็ ังไกลหา่ งจากค�ำวา่ เอตทัคคะ ใช่ ครบั ผมแค่
อดตี คนทไ่ี มค่ ดิ จะวงิ่ ไกลหา่ งจากการออกกำ� ลงั กายในทกุ มติ ิ
พดู งา่ ยๆ การวงิ่ ออกกำ� ลงั กายไมเ่ คยอยใู่ นหวั เคยคดิ ถงึ ขน้ั วา่
มนั สนิ้ เปลอื งเวลาโดยใชเ่ หตุ จะใหล้ ากสงั ขารออกไปทเุ รศทรุ งั
ตัง้ หนา้ ว่งิ บอกตรงๆ ไมม่ ีทาง! แต่อยา่ งว่ามนุษยเ์ ราก็มักมี
บทเรียนราคาแพงกันคนละแบบ ผมเจอบทเรียนราคาแพง
ในแบบท่ีไร้ข้อโต้แย้งใดๆ ไม่เคยคิดจะวิ่งก็ต้องออกไปว่ิง
บอกตรงๆ ว่าเป็นบทเรียนราคาแพงมากๆ มากถึงข้ันที่ต้อง
หันกลับมาครุ่นคิด น่ิงๆ เพ่ือส�ำรวจตรวจสอบตัวเอง แน่ล่ะ
ต้องท�ำอะไรสักอย่าง สักอย่างที่มีบทสรุปให้ผมเสร็จสรรพ์
กระทงั่ เปน็ ตวั เลอื กเดยี วทตี่ ะคอกใสห่ นา้ “จะเอาหรอื ไมเ่ อา!?!”
และผมก็กม้ หน้าเอา ทงั้ ๆ ท่ีไมอ่ ยากจะเอา
4
“เท้า I ความ”เล่มนี้จึงเป็นบทบันทึกที่เขียนขึ้นจาก
อารมณ์ของคนที่ต้องถ่างตาต่ืน เพ่ือไปฝืนและฝึกฝนทน
ท�ำอะไรสักอย่างที่ไม่อยากจะท�ำ! การหักล้างสันดานเดิมๆ
ไม่ใช่เร่อื งงา่ ย แหละแนน่ อน ยอ่ มมีข้ออา้ งบานเบอะท่ีเข้ามา
ชว่ ยเหลอื เพอื่ ใหม้ นษุ ยอ์ ยา่ งผมมถี อ้ ยคำ� ตอ่ รองอนั ชอบธรรม
ความไมช่ อบทำ� กลายเปน็ สงิ่ ชอบทำ� ขน้ึ ทนั ที หลงั ใชเ้ วลาพสิ จู น์
8 เดือน ผมก็พบอะไรบางอย่าง โชคดีท่ีชอบบันทึก ผมจึง
คลี่คลายความอึดอัดคับอกออกมาเป็นตัวหนังสือ ลองพลิก
ไปอ่านสิ แล้วคุณจะรู้ว่าเท้าอ่อนหัดอย่างผมก้มหน้าฝึกฝน
ไปเพ่อื อะไร?
ขอบพระคณุ ครบั
ปกาศติ แมนไทยสงค์
23 กรกฎาคม 2563
พุทธมณฑล, นครปฐม
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 5
สารบาญ
1 | เริ่มตน้ จากความไม่เชอ่ื
2 | ขืนไม่ท�ำอะไรสักอย่าง
3 | ระยะทางทีท่ ิ้งห่างออกไป
4 | มือใหม่หัดเหยาะ
5 | เปลือกหนาๆ ทีเ่ คยหอ่ หมุ้
6 | เจา้ ของลมหายใจ
7 | เทา้ ที่ยังออ่ นหัด
8 | เอาต่อหรอื พอแลว้
9 | เคล็ดวิชา
10 | ต้อง’เอาเทา้ เขา้ แลก’
11 | ‘เอาจนได’้
12 | ถ้าวันน้ันล้มเลกิ
13 | สารตกค้าง
14 | พทุ ธมณฑล
15 | ความเชื่อและเหงอื่ ทีไ่ หลล้วนๆ
6
16 | ลองวง่ิ ช้าๆ
17 | โภชเนมัตตญั ญุตา
18 | ยาแก้ปวด
19 | เศษเวลา - ปดั ขนึ้
20 | เกาะเสมด็
21 | ลมใตป้ ีก
22 | รจู้ ัก ‘ป้องกันเถอะ’
23 | ความฝันกบั ความเช่อื
24 | วนั ทอ่ี ยากน่งิ ดดู าย
25 | ระยะสามเดือน
26 | รูง้ ้ี
27 | แรงเหวีย่ ง
28 | ‘วัดสกั ตง้ั ’
29 | ความคิดผา่ น วิธกี ารมาเอง
30 | เวลาที่เหลอื
31 | ขอ้ อ้าง
32 | ดอกบัวใตโ้ คลนตม
33 | ทำ� ตามอ�ำเภอใจ
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 7
34 | นานแคไ่ หนทถ่ี ูกจองจำ�
35 | ลอยเลอ่ื น
36 | เพอ่ื นบา้ น
37 | เสือออกจากถ้�ำ
38 | ปัจจตั ตัง เวทติ พั โพ
39 | เมื่อครั้งแรกกล้าให้อภยั
40 | ฟังความข้างเดียว
41 | ทมี่ ันยากเพราะไมม่ ีใจ
42 | เดยี๋ วกอ่ น | รอใหพ้ รอ้ มกวา่ น้ี
43 | ฟางเส้นสดุ ทา้ ย
44 | ผลประกอบการชวี ติ
45 | การดน้ิ เฮอื กสดุ ทา้ ย
46 | ล้วนหวาดกลวั การเปลี่ยนแปลง
47 | คิดถึงมาตุภูมิ
48 | บทเรยี นราคาแพง
49 | ผ่านไป 8 เดือน 11 วัน
50 | บทสง่ ท้าย
8
อารมั ภบท
การวงิ่ สำ� หรบั ผม เคยเปน็ อะไรทไ่ี รเ้ หตผุ ล ตรงๆ หนอ่ ย
ก็นอกสายตา รู้ว่ามันดี มีประโยชน์ ตอบได้ ก็จะตอบ ใช่
ไม่เถียงว่ามันดี แต่เชิญไปไกลๆ เพราะประโยชน์ท่ีว่าผม
ไม่อยากได้ และไม่ใช่ผมแน่ๆ ที่ออกไปแช่เท้าเคล้าเหงื่อ
ดูตารางแต่ละวันสิ ยาวเฟื้อยจะตายชัก จะเอาอารมณ์ไหน
ไปก้าวขาเหยียบย่าง ผ่อนลมหายใจใส่อากาศเหมือนคุณล่ะ
เสร็จงานก็เหนื่อยล้า ฉากสุดท้ายในแต่ละวัน จึงหนีไม่พ้น
นั่งดกเบียร์เย็นๆ ท�ำตนเป็นผู้เจนโลก น่ังผ่อนคลาย ใช้ชีวิต
ที่ยนื ยันมัน่ เหมาะ “มนั ต้องแบบน!ี้ ”
ผมเริม่ ต้นคิดจะวง่ิ กต็ อนร้สู ึกว่าร่างกายอยุ้ อา้ ย อดึ อัด
กล้ามท้องไม่ต้องพูดถึง พุงพลุ้ย ไขมันค่อยๆ ขยาย เดินข้ึน
บนั ไดสถานีรถไฟฟ้า เหนอื่ ยหอบ ใจสั่น แต่ละข้ัน แต่ละกา้ ว
ราวกับมีอะไรฉุดดึงร้ังขา สภาพผมไม่ต่างอะไรกับหมาขี้โรค
ที่รอวันเฉาตายข้างถนน ผมเห็นคนใกล้ตัว โพสต์ภาพออก
ก�ำลงั กายเป็นว่าเล่น ผมเย็นชา ทำ� เปน็ ไม่เหน็ งา่ ยๆ ว่าไม่รู้
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 9
รอ้ นรูห้ นาว ยิ่งใครวิง่ ได้ 5 กโิ ล 10 กิโล หรือ 20 กโิ ล ได้แต่
อทุ าน “บา้ ไปแลว้ !” “ประสาท!”
บางทกี ค็ ดิ ไปวา่ มนษุ ยเ์ หลา่ นนั้ ทำ� ไดไ้ ง เขาใชห้ ลกั ธรรม
ข้อไหนในการผลักตัวเองออกไปวิ่ง ย่ิงคิดก็ยิ่งประหลาดใจ
มันไมใ่ ชแ่ ค่กโิ ล สองกิโล แต่มันสบิ กโิ ล ย่ีสิบกิโล ท�ำไมจะจำ�
“วนั นน้ั ” วันทีอ่ อกไปว่ิง ยิงยาวๆ ไดห้ นง่ึ กิโลเมตร ผมย้ิมรื่น
ยนื อวดตวั เลขตอ่ หนา้ แมเ่ ปน็ วรรคเปน็ เวร พรอ้ มทบุ ไปทหี่ นา้
ทอ้ ง วงิ่ หนนน้ั ผมทำ� ตัวเองแบบขอไปที ครมึ้ อกครึ้มใจกอ็ อก
ไปสบั ขาทหี นง่ึ ทลี ะกโิ ล พอใหเ้ หงอ่ื ซมึ หนา้ ผาก ลากเทา้ ออก
ไปว่ิงแต่ละที มีแต่ความร้สู กึ อึดอัด ทรมาน คดิ แต่ว่าเมอื่ ไหร่
จะจบ 1 กโิ ลเมตร เมอื่ ไหร่จะวิง่ เสรจ็
ว่ิงออกก�ำลังหนน้ันท�ำได้ไม่ถึงเดือน ผมก็หยุดไปด้ือๆ
รองเทา้ ยห่ี อ้ ดงั วางบนชน้ั มคี ราบฝนุ่ จบั หนาเตอะ มองครงั้ แรก
ก็บอบชำ้� เจบ็ ลึก เพราะซ้ือมาในราคาแพง มันไมค่ วรลงทนุ
แบบน้ี แตน่ แี่ หละนสิ ยั จากบอบชำ้� เจบ็ ลกึ นานวนั เขา้ กก็ ลาย
เป็นเฉยชา ผมกล้าให้อภัยตัวเองง่ายไป จากน้ันรองเท้าว่ิง
ยห่ี อ้ หรู กล็ ดทอนเปน็ แคข่ ยะ บางครงั้ ขวางหขู วางตา ปรากฏ
ว่าตามคาด การห่างหายไม่ว่ิง กลายเป็นส่ิงที่คนใกล้ตัว
หวั เราะเยาะใส่ ผมไดแ้ ตอ่ ายๆ
10
จนมาวันท่ีพ่ีสาวเส้นเลือดในสมองแตก นอนสลบ
คาเตียง โดยมีท่อระโยงระยางมุดปาก เสียบหัว ผมกลัวจน
ตัวสั่น ค�ำส้ันๆ แค่ไม่ก่ีค�ำที่หลุดจากปากหมอ ก่อตัวเงียบๆ
เหมอื นแมก็ มา่ ทเี่ คลอ่ื นตวั ในภเู ขาไฟ รอปะทพุ งุ กระจายออก
มาเป็นลาวา “ถ้าผู้ป่วยหมัน่ ออกก�ำลังกาย โรคร้ายๆ แบบน้ี
กค็ งไมเ่ กดิ เพราะการออกกำ� ลงั กายจะชว่ ยยบั ยง้ั หรอื ปอ้ งกนั
โรคเส้นเลือดในสมองแตก ได้ 90 เปอร์เซ็นต์ ความดัน
เบาหวาน กไ็ มม่ ”ี “อกี 10 เปอรเ์ ซน็ ต์ เปน็ เรอื่ งอาหารการกนิ ”
ค�ำพดู ของหมอยงั กงั วานในห้วงส�ำนึก...
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 11
จะว่าไป, ชีวิตเราๆ ท่านๆ ก็คงคล้ายภาชนะใบ
เขอื่ ง ทีม่ แี ตเ่ รอื่ งไมเ่ ป็นเรือ่ งเตม็ ภาชนะ บางเรือ่ ง,
เราโดยตรงท่ีก่อกรรมท�าเข็ญ ขณะท่ีหลายเร่ือง
เราไมไ่ ดข้ อ้ งแวะแตะมอื แตต่ อ้ งถอื ครองอยกู่ รรม!?!
12
1
เร่ิมต้นจากความไม่เชอ่ื
คำ� ถามทย่ี งั กวนใจ คอื เขาเหลา่ นน้ั ทผี่ มเรยี กวา่ ‘มนษุ ย์
พันธุ์วิ่ง’ เขาว่งิ ไดอ้ ยา่ งไร ว่งิ เป็นสิบๆ กิโลเมตร ใช่ เขาต้อง
เห็นอะไรบางอย่าง บางอย่างที่เข้าใจว่ามันคือเป้าหมาย
ซึ่งมาพร้อมพลังมหัศจรรย์ วิ่งออกก�ำลังกาย-ไม่เถียงว่ามันดี
แต่อะไรเล่าที่ส่งผลอย่างย่ิงยวดให้คนๆ หน่ึง มองทุกปัญหา
กลายเป็นไมใ่ ช่ปญั หา ฉนั ทำ� ไมไ่ ดแ้ น่ๆ กะอแี ค่ลากขาวิ่งรอบ
หมบู่ ้าน ระยะทางกิโลนิดๆ กย็ ังคิดหนกั
ไม่น่าเชื่อ เช้าตรู่วันหนึ่ง ผมผลุนผลันลุกขึ้นล้างหน้า
แตง่ ตวั จากนน้ั ค่อยๆ เหยยี ดขา แต่ละกา้ ว แต่ละนาทที ่ีวง่ิ ไป
เหมือนได้เห็นความจริงอีกด้าน ความจริงที่ก�ำลังข่มขวัญ
ทำ� ใหร้ ู้ว่าการวงิ่ ตอ้ งอาศัยอะไรบางอย่าง อย่างนอ้ ยๆ ก็หัวใจ
ทอี่ ยากชนะ เพราะขณะสบั เทา้ กา้ วขา บางอารมณก์ ห็ วา่ นลอ้ ม
หลอกล่อ พอเถอะ เหน่ือย พักเถอะ หยดุ เถอะ แต่อกี ใจบอก
ไปตอ่
ต้นเดือนตุลาคม ผมเห็นตัวเองฉีกกฎที่ว่าด้วยท�ำไม่ได้
ออกจากใจ ยิ่งช่วงหลังเห็นคนใกล้ๆ ออกวิ่งเป็นบ้าเป็นหลัง
เพ่ือนฝงู ทเ่ี คยเกาะเกยี่ วชงเหลา้ เติมกับแกล้ม คอ่ ยๆ หายหวั
ทลี ะคน ความสงสยั หมดสน้ิ เมอื่ เหน็ พวกเขาตามสนามแขง่ ขนั
ผมถามตัวเอง “มนั เกดิ อะไรกับคนของเรา?” ใช่ คนของเรา
ก็เขาเหล่านน้ั เคยเจอกนั บอ่ ย วงเหล้าคอ่ ยๆ หายไป ไม่มีนดั
รวมกลมุ่ เหมอื นเกา่ สงิ่ ทเี่ กดิ ขน้ึ กลายเปน็ ขา่ วชวนไปวง่ิ ทน่ี นั่
ท่ีโน้นไม่หยุดหย่อน โลกรอบข้างก�ำลังต้อนผมออกจากกลุ่ม
สุดท้ายกลายเป็นผมท่ีนิ่งนอนใจ และกลายเป็นผมท่ีใครๆ
กส็ ่งเสยี งถาม “ไปว่ิงดว้ ยกนั ไหม?”
เยน็ วนั ศกุ รท์ ่ี 11 ตลุ าคม, ผมลองดดี ว้ ยการออกไปวงิ่ ที่
สวนลมุ ครม้ึ อกครม้ึ ใจบอกไมถ่ กู ขา้ งในเหมอื นมเี สยี งกระซบิ
กระซาบ จนรสู้ กึ ไดว้ า่ อยากวงิ่ ใจจะขาด อกี อยา่ ง, อยากรเู้ หลอื
เกนิ วา่ อาการตดิ วง่ิ มนั เปน็ อยา่ งไง ไมน่ า่ เชอ่ื วา่ อาการดงั กลา่ ว
มนั รบกวนจติ ใจให้กระวนกระวาย ผมอยากอยูใ่ ต้อ�ำนาจของ
มนั เต็มแก่ คิดงา่ ยๆ ตดิ วงิ่ น่าจะดีกว่าติดอย่างอ่นื อย่างนอ้ ย
มันย่อมดีต่อสุขภาพ ย่ิงมาเห็นคนใกล้ๆ เป็นอะไรต่อหน้า
ผมยิ่งกงั ขา “แลว้ จะรออะไร?”
14
ผมได้ใจหลังวง่ิ ในหมูบ่ า้ นวันละสองรอบ แม้จะเหนอื่ ย
หอบและจุกเสียดตรงท้องน้อย ก็หอบสังขารผ่านไปด้วยดี
ช่วงเช้าๆ โดยเฉพาะวันหยุด จะมีคนออกมาวิ่งประปราย
บางคนเดิน บางคนวิ่ง ผมอยากสะสมแต้มในหมู่บ้านให้ได้
อย่างน้อยๆ สกั กโิ ล สองกโิ ลกย็ งั ดี ก่อนจะออกไปว่งิ ข้างนอก
หมายตาไวค้ อื พทุ ธมณฑลหรอื ตอ่ ไปจะเรยี กยอ่ ๆ วา่ “สวนพทุ ธ”
เคยไปใหอ้ าหารปลา เหน็ คนพลกุ พลา่ นวง่ิ ออกกำ� ลงั ไมเ่ คยคดิ
ว่าวนั หนึ่ง ผมจะโผล่ไปสวนพทุ ธ ด้วยเหตุผลงา่ ยๆ ‘อยากได้
เหง่อื !’
จากออฟฟิศเดินไปสวนลุมพินีหรือท่ีเรียกส้ันๆ ว่า
“สวนลุม” ใชเ้ วลา 10 นาที ทนั ทที ี่เดนิ ผ่านประตู (ตดิ ถนน
สารสนิ ) บนเสน้ ทางคราครำ่� ไปดว้ ยนกั วงิ่ ทง้ั เดก็ เลก็ หนมุ่ สาว
และผู้สูงวัย บางคนหน้าเปื้อนเหง่ือ บางคนว่ิงผ่านไป ทิ้งให้
ผมฉงนฉงาย ดูสิ การเคลอ่ื นไหวของเขาราวกับกำ� ลังเดนิ เลน่
มันต้องฝึกฝนและพักฟื้นขนาดไหน ถึงจะเคลื่อนไหวโดย
ไม่เหนอ่ื ย ผมกม้ หนา้ วง่ิ โดยไม่สนสงิ่ รอบข้าง ระยะทางรอบ
สวนลุมประมาณ 2.5 กิโลเมตร ตัง้ ใจวงิ่ สองรอบ แต่ดทู ่าคง
ไม่ไหว วงิ่ ไปก็ร�่ำๆ จะถอนใจอยู่หลายครง้ั เหง่ือผุดเตม็ หน้า
จากน้นั ไหลย้อยผ่านโหนกแก้ม ปลายผมก็ชมุ่ โชกด้วยเหง่อื
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 15
จบเกม ผมท�ำสำ� เร็จในระยะทาง 2.5 กิโลเมตร ทันที
ที่ครบรอบ ก็รู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจเหมือนทิ้งของหนักออก
จากบ่า ใบหน้าร้อนผ่าว ราวกับยืนอยู่ข้างกองไฟ จากน้ัน
เดินเตร่ไปมา อยากวิ่งต่ออีกสักรอบ ก็ตอบตัวเองเบาๆ
‘อยา่ เลย’ ตอ่ อีกรอบกค็ งไม่ยาวเหมือนรอบแรก ว่ากนั อย่าง
เปิดอก ผมไม่ชอบค�ำว่าครึ่งๆ กลางๆ ให้กับตัวเองบ่อยนัก
เคยวงิ่ แลว้ ไมค่ รบรอบ เดนิ ออกมาดว้ ยความรสู้ กึ นอ้ ยเนอ้ื ตำ่� ใจ
‘ไมไ่ ดเ้ รื่อง แคน่ กี้ ็ท�ำไมไ่ ด!้ ’
ผมวิ่งสลับเดินกลับออฟฟิศ โชคดีท่ีออฟฟิศมีห้องน�้ำ
สะดวกสบาย อาบนำ้� ชำ� ระคราบเหงอื่ เสรจ็ กร็ สู้ กึ ดบี อกไมถ่ กู
หลังเลิกงานผมขับรถกลับบ้านอย่างมีความสุข ความคิดว่า
นา่ จะทำ� แบบนต้ี งั้ นานแลว้ สวา่ งวาบในหว้ งสำ� นกึ มนษุ ยเ์ ราน่ี
กแ็ ปลก ตอ้ งใหเ้ จอหายนะ ประสบเคราะหก์ รรมอะไรสกั อยา่ ง
ถึงจะตนื่ รตู้ าสว่าง!
16
2
ขืนไมท่ �ำอะไรสักอย่าง
เปน็ คร้งั แรกจริงๆ ทเ่ี ดินทางไปตา่ งจังหวดั แลว้ ซุกเสื้อ
กางเกงส�ำหรับวิ่งใส่เป้ ส่วนรองเท้าใส่ที่ใช้วิ่งไปเลย รู้สึก
กระปรี้กระเปร่ากับการวิ่งขึ้นมาด้ือๆ ผลพวงท่ีว่ิงได้ 8.49
กิโลเมตร เมือ่ วันท่ี 23 ตลุ าคม รวมถึงอีก 5 กโิ ลเมตรในวัน
ท่ี 22 บอกกับผมอย่างหนึ่ง “มึงท�ำได้นี่หว่า” กระน้ันก็ยัง
ไม่ปักใจเช่ือว่าอารมณ์การว่ิงมันสตาร์ทติดแล้ว ยังไม่กล้า
กระหยิ่มยิ้มย่องหรือล�ำพองขนาดนั้น ตั้งแต่วันแรกท่ีบอก
ตัวเอง “เอาล่ะ เร่ิมวิ่งเสียที!” จากนั้นก็เปล่ียนเสื้อผ้าใส่
รองเทา้ แลว้ ขยบั ขา ไมท่ นั ไรกเ็ หงอ่ื โซม วงิ่ ไปกย็ งั ไมเ่ ชอ่ื สายตา
ว่าวนั หนึ่งจะออกมาว่ิง ยังจำ� นาทีจุกเสยี ด แนน่ ทอ้ ง คอแห้ง
หายใจติดขัด พูดอย่างไม่อาย วิ่งไป หยุดไป เหนื่อย หอบ
ใจสั่น จะถอนตัวท้อใจก็หลายคร้ัง หน้าท้องท่ีย่ืนออกมา
เหมอื นกน้ กระทะ ฟอ้ งใหร้ วู้ า่ ถา้ ขนื ไมท่ ำ� อะไรสกั อยา่ ง มงึ มสี ทิ ธ์ิ
โดนโรคร้ายรุมแทะอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน
ความดนั หรือไขมันทะลกั !
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 17
ถามตวั เองเบาๆ เลอื กเอา จะนอนปว่ ยตดิ เตยี ง ฟงั เสยี ง
ตดั พอ้ ตวั เอง “นถี่ า้ ป้องกนั หดั ออกกำ� ลังกาย มันก็คงไมเ่ ป็น
แบบนห้ี รอก!” ผมไมอ่ ยากเจบ็ ใจในคำ� วา่ “ไมน่ า่ เลย” บอ่ ยครง้ั
ทเ่ี ราเอย่ คำ� น้ี ดว้ ยอารมณข์ นุ่ ขอ้ งหมองใจ แนน่ อน, สว่ นใหญ่
เราไม่ได้ท�ำ เลยเถิดไม่น�ำพาใส่ใจ กระทั่งเจอของแข็งทุบหัว
ทันทีท่ีทรุดกองกับพื้น น่ันแหละเราจึงได้บทเรียนราคาแพง
แสงสว่างค่อยๆ แจม่ ชัด ความมดื ค่อยๆ จางหาย
เรากลายเป็นผู้บรรลุธรรมขึ้นมาดื้อๆ บาดแผลที่มา
พร้อมบทเรียนมักมีค่า อยู่ที่ว่าเราจะตระหนักได้แค่ไหน
บางคนพอแผลหาย ก็กลายเป็นคนขี้หลงขี้ลืม แต่คืนร้ายๆ
คืนนั้น ยังไงผมก็ไม่ลืม คืนท่ีพ่ีสาวลิ้นจุกปากฟุบหมดสติ
ตอ่ หนา้ คำ� ว่าถ้ารอดไม่พิกลพิการ ก็เปน็ เจ้าหญงิ นทิ รานอน
ติดเตียง! เชื่อหรือไม่ว่า มันยังส่งเสียงก้องกังวานในโพรง
กะโหลก โลกของผมเปลี่ยนไปนับจากนาทนี น้ั !
จากบ้านไอ้ฝน ผมว่ิงไปสวนสาธารณะไม่ไกลมาก
มีชาวบา้ นออกมาวิ่งประปราย ว่ิงวนสวน 8 รอบ ได้ 3 กโิ ล
เมตรกว่าๆ จากนน้ั ว่ิงออกถนนใหญ่เส้นร้องกวาง-แพร่ ถา้ ข้ึน
เหนอื กไ็ ปนา่ น ลงใตก้ ไ็ ปแพร่ นานๆ ถงึ จะมรี ถวงิ่ ใหเ้ หน็ สกั คนั
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 19
บรรยากาศยามเชา้ อากาศกำ� ลงั ดี ผมวง่ิ ตามถนนก่อนจะไป
ยูเทิร์นที่หน้าปั้ม ปตท. แล้ววกกลับเข้าอ�ำเภอร้องกวาง
ถงึ ที่พักก็ 8.49 กโิ ลเมตร รอบน้ีผมวิ่งยาวโดยไมห่ ยดุ มบี า้ ง
ทชี่ ะลอตวั ผอ่ นลมหายใจลึกๆ การหายใจช้าๆ ชว่ ยบรรเทา
ความเหนอื่ ยไดด้ ี อาการหอู อื้ (เพง่ิ ปรากฎ) อาการปวดหวั เขา่
(เรม่ิ ให้รู้สกึ )
ผลประกอบการวงิ่ วนั นี้ ดกี วา่ 8.49 กโิ ลเมตร ทเ่ี คยวง่ิ ได้
เปน็ ครงั้ แรกเมอ่ื 23 ตลุ าคม (ทสี่ วนพทุ ธ) สงิ่ ทเ่ี พม่ิ ขนึ้ คอื ความ
มน่ั ใจ อยากวงิ่ ตอ่ ใหไ้ ดส้ กั 10 กโิ ลเมตร แตก่ ก็ ลวั ๆ เพราะเทา่
ทอ่ี า่ นหนงั สอื ตดิ ตามขา่ วคนวงิ่ บางคนเขา่ พงั เพราะความโลภ
ขึ้นชื่อวา่ ความโลภ ไมว่ ่าอะไร หากไมบ่ นั ยะบันยงั พงั ทุกราย
สายกลางดที ส่ี ดุ วนั นจี้ บ 8.49 กโิ ลเมตรไปแบบสบาย มคี วาม
รู้สึกท่ีบอกไม่ถูก ดีใจที่ตัวเองท�ำได้ก็ส่วนหนึ่ง อีกส่วนคือ
ยังประหลาดใจกับการเปล่ียนแปลงครั้งน้ี ที่เรียกได้ว่า
พลิกผันขนานใหญ่
ค�ำถามคอื มันเปน็ ไปไดอ้ ย่างไร หลงั ว่งิ ได้ 8 กิโลเมตร
ที่สวนพุทธ ผมรู้สึกถูกชะตากับความรู้สึกน้ีมากๆ ความรู้สึก
ของการได้ทำ� ซึ่งทำ� ใหร้ ู้ว่าเราทำ� ได้ กอ่ นหน้านี้มหี ลายอย่าง
20
ท่ีเราไม่ได้ท�ำ เพราะรู้สึกว่าเราท�ำมันไม่ได้หรอก จากน้ัน
ความสำ� เรจ็ กลายเปน็ สง่ิ ไกลตวั การวงิ่ ทผ่ี มบรรจคุ วามเชอื่ วา่
ไม่มีทางท�ำได้มาแต่ไหนแต่ไร เม่ือก้าวข้ามความเช่ือที่เคยฝัง
คราบลึกออกไปได้ มันจึงกลายเป็นชัยชนะเล็กๆ ท่ีค่อยๆ
สะสมเปน็ ชัยชนะทีย่ งิ่ ใหญ่ เป็นชยั ชนะท่ตี ้องอาศยั ใจล้วนๆ
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 21
3
ระยะทางท่ที ิ้งห่างออกไป
เดือนตุลาคม น่าจะเป็นเดือนแห่งการเปลี่ยนแปลง
จรงิ ๆ คนขา้ งๆ หนั มาถาม “ไปโดนอะไรมาถงึ ออกวงิ่ เปน็ วรรค
เปน็ เวร?” วนั หยดุ ทไี รกค็ ดิ แตจ่ ะวง่ิ จะวง่ิ มากวงิ่ นอ้ ย กข็ อใหว้ งิ่
จ�ำได้วันที่ 23 ซึ่งเป็นวันปิยะมหาราช ผมขับรถไปสวนพุทธ
แตเ่ ช้ามดื อากาศกำ� ลังดี มคี นวงิ่ หนาตา เพราะเป็นวันหยดุ
ทนั ทที จ่ี อดรถลอ็ คประตู จากนน้ั เดนิ ขา้ มถนนเสน้ นอก ไปยนื
สะบัดมือ ยืดขาดีดส้นริมถนนสายใน ใครไปสวนพุทธก็พอ
มองออก
ถนนเส้นนอกลาดยางมะตอยมรี ถพลกุ พล่าน จกั รยาน
กโ็ ฉบเฉยี่ วไปมา สว่ นเสน้ ในเวน้ ทใ่ี หท้ างสำ� หรบั คนเดนิ คนวงิ่
เปน็ เสน้ ทางทปี่ ดู ว้ ยอฐิ ลกู หนอนขรขุ ระเอาการบางคนลยุ เดยี่ ว
ขณะที่บางคนมาเป็นคู่ ดูน่ารักไปอีกแบบ รักกัน ชอบกัน
ก็ควรหาอะไรท�ำที่มันสร้างสรรค์มากกว่าห�้ำห่ันคิดท�ำลาย
ผมกวาดตาส�ำรวจไปทั่ว หัวใจสั่นๆ ตื่นตระหนกบอกไม่ถูก
มันเหมือนเด็กตื่นเวที ที่ไม่รู้ว่าจะบิดแขนแกว่งขาท่าไหนดี
22
ค�ำว่าวอร์มร่างกายเป็นแบบไหน ผมไม่รู้จริงๆ หมายถึงไม่รู้
รายละเอียดเชิงลึกตามหลักการออกก�ำลังกาย นึกท่าไหนได้
กเ็ อาเลย
ส่วนใหญเ่ ดนิ ช้าๆ สะบัดมอื นดิ ๆ หนอ่ ยๆ จากนนั้ กล็ ยุ
เส้นทางท่ีว่ิงไปไม่รู้ด้วยซ�้ำว่ามันไกลกี่กิโลเมตร ไม่อยากกะ
เกณฑ์อะไรมาก ท�ำไปก่อน ว่ิงไปก่อน เอาให้ครบรอบก็ดี
ถมเถ แค่กา้ วฉบั ๆ สับขาแค่ไมก่ ีก่ ้าว เหงื่อก็แตกพลั่ก หายใจ
ไมเ่ ปน็ จงั หวะ ตอ้ งอาศยั หายใจทางปาก ผมวง่ิ กม้ หนา้ เพราะ
ไม่กล้าสู้แววตาใคร โดยเฉพาะคนเฒ่าคนแก่ หรือหนุ่มสาว
ในวัยไล่เลี่ย ซ่ึงต่างวิ่งในท่าที่เงียบสงบ ดูสง่า ไม่มีอาการ
กระหดื กระหอบให้เหน็
อีกนานแค่ไหนถึงจะเป็นอย่างเขา ท่ีวิ่งตีหน้าเฉยเมย
ราวกบั ไมร่ รู้ อ้ นรเู้ หนอ่ื ย เวลาวงิ่ ผา่ นกลมุ่ คนเยอะๆ ผมพยายาม
กลั้นลมหายใจ ใช้เสียงให้น้อยที่สุด ประหนึ่งว่า “ผมก็หน่ึง
ในตองอู” ดูสิ แม้ไม่ไดว้ ิง่ ออกกำ� ลงั กาย แตก่ ไ็ หวน่ะ อยา่ มา
ดูถูกกันง่ายๆ อะไรแบบนี้เป็นต้น พอพ้นคนเหล่าน้ันก็พลัน
ถอนหายใจยาว ผมว่าเส้นทางสวนพุทธจะดีกว่าสวนลุม
คนเกาะกลุ่มว่ิงน้อยกว่า ท่ีส�ำคัญอากาศปลอดโปร่ง มองไป
ตรงไหนก็มแี มกไม้เขียวขจี
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 23
เชา้ วนั ที่ 23 ผมวง่ิ ได้ 5.12 กิโลเมตร เปน็ สถิติทีโ่ คตร
ดีใจ ไม่อยากเชื่อว่าท�ำได้ คิดไว้ว่าแค่มากกว่าระยะทางที่วิ่ง
ในหม่บู า้ นก็พอ บวกลบอยู่ที่ 2 กโิ ลเมตร เมอื่ ระยะทางท่ีสวน
พุทธกระโดดไปที่ 5 กโิ ลเมตรกวา่ ๆ มีหรือทผี่ มจะไม่ปลื้มอก
ปล้ืมใจ ผลงานทปี่ รากฎใหเ้ ห็น นอกจากเป็นสถิติทนี่ า่ จดจำ�
ยงั ทำ� ใหร้ วู้ า่ เอาเขา้ จรงิ , มนษุ ยเ์ รากม็ ศี กั ยภาพมากพอ ซงึ่ หาก
รีดเคน้ บบี คนั้ มันกอ็ อกมาให้เราตลงึ พรึงเพรดิ ได้เหมอื นกนั
วิ่งเสรจ็ เม่ือกลบั ถงึ บ้าน แม่ถาม “ว่ิงได้กก่ี ิโล?” ทันที
ที่อวดตัวเลข แม่ย้ิมระบายเต็มหน้า ก็แม่ยำ�้ ตลอดว่าให้ออก
ก�ำลังกาย ผมก็ยังวางเฉย ท�ำเป็นทองไม่รู้ร้อน แม่ว่าดีแล้ว
“ออกเถอะก�ำลังกาย จะมากจะน้อยก็ออกไปว่ิง ยิ่งหน้าท่ี
การงาน อยตู่ ดิ หอ้ งขอ้ งกบั แอร์ เหงอื่ สกั หยดมงึ กไ็ มม่ ี กเู หน็ มงึ
เจบ็ ไข้ได้ป่วยบ่อยเหลือเกนิ ” ใช่ แม่พูดถกู ผมป่วยกระเสาะ
กระแสะ โดยเฉพาะโรคหวดั โรคไอ ซึ่งเปน็ ไดเ้ ป็นดี เอางา่ ยๆ
ว่าสามวันดีสวี่ นั ไข!้
เมื่อได้วิ่งออกก�ำลัง ก็หวังลึกๆ ว่าโรคหวัด โรคไอจะ
ไม่เบียดเบียนเหมือนเก่า มันเป็นอะไรที่น่าเบ่ือหน่าย หลาย
ครั้งท�ำให้เสียการเสียงาน ยิ่งสถานทูตเป็นหน่วยงานท่ีชิงชัง
24
รังเกียจโรคแบบนี้อย่างออกนอกหน้า เป็นบ่อยคร้ังก็เสีย
แต้มเสียราคา เขาถือว่าคุณไม่ใส่ดูแลสุขภาพ ต้องไม่ลืมว่า
เจา้ หนา้ ทฝี่ รงั่ มภี ารกจิ ตอ้ งเดนิ ทางบอ่ ย การรกั ษาสขุ ภาพใหด้ ี
ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ก็ช่วยให้ภาพพจน์ของคนนั้นๆ ใกล้เคียง
กับคำ� ว่ามืออาชพี
ไมเ่ คยนะ่ ทจี่ ะรสู้ กึ กระวนกระวายใจ บา่ ยแกๆ่ วนั ท่ี 23
ผมพักผ่อนนอนอ่านหนังสือเหมือนไม่มีความสุข สายตาจ้อง
หนังสือ แต่ใจโบยบินไปสวนพุทธ ในห้วงภวังค์ผมมองเห็น
ทางวิง่ เห็นเมด็ เหงอ่ื พราว เหน็ ความท้าทาย เหน็ ความส�ำเรจ็
เหน็ ใจตวั เองทเ่ี ผชญิ หนา้ กบั ความจรงิ เหน็ ระยะทางทที่ งิ้ หา่ ง
ออกไป เย็นวันน้ันทันทีท่ีเข็มนาฬิกาบอกเวลา 16.00 ผมก็
เปลี่ยนชุดใส่รองเท้า จากน้ันโบกมือบอกแม่ ด้วยแววตา
กระตอื รอื ร้น “จะออกไปว่ิงที่สวนพุทธ” แม่พยักหนา้ งงงง
ผมซอยเทา้ ออกจากบา้ น ลดั เลาะไปตามตรอกซอกซอย
ไม่ก่ีอึดใจก็ถึงวัดญาณเวศฯ พอวิ่งข้ามสะพานไปก็เป็นทางท่ี
ทอดตัวรอบสวนพุทธ ผมเลือกวิ่งข้ึนเหนือ เพื่อไปเข้าประตู
หลักท่ีติดกับถนนสาย 4 เมื่อผ่านป้อมยาม ความกระเห้ียน
กระหอื รอื อยากจะวง่ิ (ใจจะขาด) กถ็ กู ปลดปลอ่ ย คอ่ ยๆ ขยบั
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 25
ฝเี ทา้ เรยี นรจู้ งั หวะกา้ วอยา่ งมสี ติ ผวิ ถนนแตล่ ะทแี่ ตกตา่ งกนั
ไมเ่ ชอื่ กต็ อ้ งเชอื่ วา่ เยน็ วนั ที่ 23 ผมสรา้ งสถติ ใิ หมใ่ หต้ วั เองดว้ ย
การแตะ 8.49 กโิ ลเมตร ภายใน 1 ชั่วโมง 10 นาที ตหี า่ งจาก
เม่ือเชา้ เกอื บเท่าตัว!
26
4
มือใหมห่ ัดเหยาะ
เชา้ วนั นอี้ ยากบอกวา่ ไมน่ า่ เชอื่ วา่ การเคาะแปน้ พมิ พด์ ดี
ทีละค�ำ อย่างอดทนมาหลายขวบปี จะสร้างนิสัยให้ผมทน
ต่อระยะการยืนได้นานขนาดน้ี ระยะการยืนที่ไม่ใช่แค่การ
เขียนเท่าน้ัน แต่นิสัยที่ว่าน้ีก�ำลังต่อยอดส่งผลไปถึงการว่ิง
พฤติกรรมตวั ใหม่ทกี่ ำ� ลงั เข้าดา้ ยเขา้ เข็มแนน่ อน, การว่งิ ออก
ก�ำลังกาย ผมใช้วิธีเดียวกับการเขียน เร่ิมต้นยังไงไม่ใช่เรื่อง
ยาก แตท่ ยี่ ากคอื ทำ� ยงั ไงใหม้ นั ตดิ ตวั กลายเปน็ นสิ ยั เมอ่ื กลาย
เปน็ นสิ ยั เขา้ ใจวา่ ทกุ นาทที ล่ี งมอื ทำ� เราจะทำ� อยา่ งมคี วามสขุ
ความสขุ ทเ่ี กดิ จากการมเี ปา้ หมาย แหละคำ� วา่ เปา้ หมายเทา่ ท่ี
รู้มา กต็ อ้ งอาศยั ‘วนิ ยั ’ท่เี ครง่ ครัด
เมอ่ื ตดั สนิ ใจบรรจกุ ารวงิ่ ไวใ้ นตารางชวี ติ ความคดิ แรก
กลับเป็นค�ำถามท่ีต้องตอบให้ได้ “จะเอาเวลาไหนไปเขียน
หนังสือ” วัตรปฏบิ ตั ทิ ีจ่ ัดแจงลงตวั ใช่ครับ ทกุ เชา้ จะจ่อมจม
กบั การเขยี น แวะเวียนอยู่กับการอา่ นอยา่ งสมำ่� เสมอ แตเ่ มือ่
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 27
การวง่ิ เขา้ มาแทรก ผมจงึ แยกเวลาเขียนไปไวช้ ว่ งอนื่ ดว้ ยคิด
แลว้ วา่ ถา้ จดั แจงตารางวง่ิ ใหม้ แี คเ่ สาร-์ อาทติ ย์ คดิ วา่ ไมม่ พี ลงั
มากพอท่ีจะหนุนน�ำ ทำ� ให้ผมหลงรักการว่งิ อย่างหวั ปกั หัวปำ�
จะท�ำอะไร ส�ำหรับผมมันต้องถึงข้ันคล่ังไคล้ ถ้าไม่คลั่งไคล้
มากพอ สว่ นใหญก่ ก็ ระเซอะกระเซงิ โบกมอื พา่ ยแพ้ เพราะฉะนนั้
มนั ตอ้ งการ “การเอาจรงิ ” ทแี่ นๆ่ ตอ้ งมากกวา่ วนั เสาร-์ อาทติ ย์
สรปุ คอื อยากทำ� ทกุ วนั จะมากจะนอ้ ยกต็ อ้ งทำ� ทำ� ใหเ้ ปน็ นสิ ยั
ทำ� ใหเ้ หมอื นการเขยี นหนงั สอื ถา้ บอกไดก้ จ็ ะบอกวา่ การวงิ่ คอื
ความมหศั จรรย์ทที่ �ำใหช้ วี ิต มชี วี ิตจรงิ ๆ มใิ ช่แค่หายใจวันๆ
นอกจากเม็ดเหง่ือที่ผุดตามขุมขน สิ่งท่ีน่าฉงนปน
ประหลาดใจ คอื ไมร่ ู้สกึ โหยหาเหลา้ ยาปลาปง้ิ เหมือนแต่กอ่ น
ผมหยุดเอาด้ือๆ ทั้งที่ก่อนหน้ามักกระเสือกกระสนเอาจนได้
ตารางหลงั เลกิ งานมกั พบตวั เองโฉบเขา้ รา้ นสะดวกซอื้ ถอื เบยี ร์
ออกมาวนั ละกระปอ๋ ง ไมก่ น็ ง่ั เทๆ่ ในรา้ นกนิ ดมื่ แตห่ ลงั ยน่ื ขา
แตะขอบสนาม เหมือนมีบางอย่างตามสะกิด คอยกระทุ้ง
ให้รู้เท่าทัน ผมพลันบรรลุง่ายๆ ถ้าขืนปล่อยตัวไร้เป้าหมาย
ค�ำว่าลดพุงคงอีกไกล ไม่ใช่ไกลธรรมดา แต่โคตรไกลเลยล่ะ
เม่อื อยากได้อะไรใหม่ๆ ใช่หรือไม่ กต็ ้องกล้าหาญหกั ดบิ แตท่ ี่
กระแทกกระท้ันท�ำให้ไม่คิดถึง‘มัน’อีก ก็คงเป็นภาพความ
28
เจบ็ ปวด ทกุ ข์ ทรมาน หยาดเหงอ่ื และการโถมแรง ‘ฝา่ ดา่ น
ความเชื่อ’ ที่เสียดสีสู้กัน ระหว่างท�ำได้กับท�ำไม่ได้ กว่าจะ
ไดก้ โิ ลสองกิโล เลอื ดตาแทบกระเด็น มันจึงง่ายไป หากจะวก
กลบั ไปหา “เหลา้ ยาปลาปง้ิ ” อกี
สง่ิ หนงึ่ ทน่ี า่ สงั เกตคอื ทรปิ ตอนไปรอ้ งกวาง (จงั หวดั แพร)่
หนึ่ง-ผมหอบชุดวิ่งไปด้วย ความตั้งม่ัน‘ฉันต้องว่ิง!’ สอง-
ตกเยน็ เจา้ บา้ นทำ� อาหารตอ้ นรบั กบั ขา้ วคาวหวานทำ� กนั งา่ ยๆ
แต่ที่ไม่ง่ายคือเบียร์เย็นๆ หน่ึงลัง มันล่อและยั่วยวนใจบอก
ไมถ่ กู จๆู่ กค็ อแหง้ ถา้ ยกแกว้ ขน้ึ ดมื่ จะรน่ื รมยม์ โหฬาร ไมต่ อ้ ง
คิดนานหรอก หากย้อนไปเดอื นก่อน วางใหเ้ หน็ แบบนี้ มหี รอื
จะพลาด แตค่ วามประหลาดใจกเ็ ผยใหเ้ หน็ ท่าทีผมเฉยมาก
ไมร่ ู้สึกกระหายหรือรู้สึกอดอยากปากแหง้ เหมอื นแต่ก่อน
เจา้ บา้ นรนิ ใสแ่ กว้ จากนน้ั เอย่ เสยี งดงั “เอา้ ดม่ื !” ผมจบิ
แบบขอไปที ยังถามตัวเอง ‘นี่มันเกิดอะไรขึ้น?’ ท�ำไมการ
ว่ิงท่ียังอยู่ในช่วง‘ข้าวใหม่ปลามัน’ มันถึงมีพลังขนาดนี้ มิใช่
ว่าปลดเปล้ืองตัดขาดได้ แต่ความต้ังใจท่ีจะลดพุงขจัดไขมัน
กลายเป็นก้างขวางคอ ผมได้ค�ำตอบง่ายๆ หากท้อถอยโยน
ผ้าขาว เรื่องราวความตั้งใจก็จะกลายเป็นแค่ ‘เรื่องเล่า’
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 29
ท่ีเผยอปากอวดใครก็ไม่เต็มปาก เหตุการณ์ความเย็นชาที่
ร้องกวาง ท�ำให้รู้ว่าการท้าทายได้เริ่มต้นข้ึนแล้ว เกมการ
แขง่ ขนั ระหวา่ งมนั กบั ผม แนน่ อน, ครงั้ นผ้ี มชนะใสๆ ไมน่ า่ เชอื่
วา่ จะหกั หา้ มใจได้ นกึ ถงึ คำ� พระ “ใจเปน็ นาย กายเปน็ บา่ ว”
ของมนึ เมากลายเปน็ ของไรค้ า่ ผมไดน้ ายกลบั มาแลว้ กระนน้ั
ก็ยังไม่กล้าน่ิงนอนใจถึงชัยชนะ ด้วยเชื่อว่ายังมีของล่อตา
ย่ัวใจอีกไม่น้อย จะว่ิงตรงหรือเดินลงข้างทาง อนาคตจะ
จดั สรรคัดเกรดให้รเู้ อง...
30
5
เปลอื กหนาๆ ท่เี คยหอ่ หมุ้
30 ตลุ าคม น่าจะเป็นอีกวันทต่ี ้องจดจำ� ส่งิ ทีเ่ กดิ ข้นึ ย�ำ้
ใหร้ วู้ า่ ไมม่ อี ะไรยาก หากพยายามมากพอ ตอนกา้ วเทา้ ออกไป
ยอมรบั วา่ หวน่ั ๆ ดว้ ยไมร่ วู้ า่ สภาพรา่ งกายจะฝา่ ฝนื ยนื ตา้ นได้
ขนาดไหน คดิ ไว้ ขอเจยี มๆ สกั 6 กิโลเมตร อยา่ งนอ้ ยก็ดีกว่า
เมื่อวานที่ท�ำไว้ 5.39 กิโลเมตร ผมฝึกวิ่งยังไม่ถึงเดือน
วงิ่ เอาจรงิ เอาจงั กห็ ลงั วนั ที่ 10 ตลุ าคม วนั แรกๆ เหงอ่ื โซมรา่ ง
เหนอ่ื ยหอบ ตอ้ งอา้ ปากวง่ิ ทำ� ไดแ้ คก่ โิ ลเศษๆ กเ็ ดนิ คอตกเขา้
บ้าน น่ังพักพอหายเหน่ือย ก็อาบน้�ำช�ำระคราบเหงอื่ ดสู ภาพ
ตอนนน้ั ไม่มีความม่ันใจใดๆ ทีช่ ว่ ยยนื ยนั ถงึ การ “เอาต่อ”
ระยะทางรอบสวนลุม วัดตามเส้นสายหลักรอบสวน
เอาเข้าจริงไม่ใช่ 2.5 กิโลเมตรอย่างท่ีหลายคนว่า แต่มัน
ยาวเกือบ 3 กิโลเมตร ตอนสตารท์ ก็ปลอบตัวเอง ขอใหร้ อด
ปลอดโปร่งทีเถอะ อย่าได้จุกเสียดท้องแข็ง อย่าได้ถอดใจ
ระหวา่ งทาง ผมเบอื่ ความไมเ่ อาไหนใจเสาะของตวั เองเตม็ ทน
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 31
วันน้ีคิดไว้สัก 8 กิโลเมตร แม้จะดูแสนไกล และยิ่งเข้าใจว่า
ไมใ่ ช่ 5 กโิ ลเมตรทเ่ี คยลากสงั ขารไปได้ ประวตั ศิ าสตรท์ ผี่ า่ นมา
8 กโิ ลเมตรเคยทำ� ไดส้ องครง้ั ครงั้ แรกวงิ่ จากบา้ นไปสวนพทุ ธ
ครั้งทส่ี องไปว่ิงที่รอ้ งกวาง จังหวดั แพร่
แมส้ ำ� เรจ็ มาแลว้ สองครง้ั แตใ่ หถ้ งึ ขน้ั ไวว้ างใจ บอกตรงๆ
ว่าไม่มี ยังไม่กล้ากระหยิ่มย้ิมย่องหรือล�ำพองว่าเอาอยู่
ไมเ่ ลยครบั ทกุ ครงั้ ทอี่ อกวง่ิ ยงั นกึ เสมอวา่ ‘มอื ใหมห่ ดั เหยาะ’
เมอ่ื คดิ ไว้ ขอสกั 8 กโิ ลเมตร ผมเซต็ mind map โดยคดิ งา่ ยๆ
รอบสวนลุม 2.5 กิโลเมตร ว่ิงไปคิดไป สองรอบก็ 5 กิโล
เพราะฉะนน้ั ฟนั ธงงา่ ยๆ ฮดึ กดั ฟนั วงิ่ 4 รอบ กเ็ กนิ 8 กโิ ลเมตร
แลว้ ละ่ เกอื บ 10 กโิ ลดว้ ยซำ้� รอบแรกผา่ นไปดว้ ยดี พอใจสถติ ิ
ไมเ่ หนอื่ ยมาก อยใู่ นระยะ “เอาอย”ู่
แตพ่ อขึ้นรอบสองไปถึงคร่ึงทาง ชักอาการไมด่ ี มคี วาม
รู้สึกว่าเหน่ือยโคตรๆ ท่ีเคยว่ิงได้ 8 กิโลเมตรมาสองคร้ัง
ไมเ่ หน็ จะเหนอื่ ยเหมอื นวนั นี้ อย่างทบ่ี อก 8 กโิ ลเมตรหนแรก
กเ็ หนอ่ื ยอยู่ หนทสี่ องไมม่ อี าการใจสนั่ หรอื หวน่ั วติ กอะไรมาก
จบแบบชวิ ๆ พอใจกบั 8 กโิ ลเมตรทรี่ อ้ งกวางมากๆ มนั เหมอื น
เราคุมอยู่ เม่ือคุมได้จึงกลายเป็นว่าจะวิ่ง 8 กิโลคราวต่อไป
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 33
คงไมม่ อี ะไรนา่ หว่ ง คราวนน้ั ผมมอง 10 กโิ ลเมตรอยใู่ นเออ้ื มมอื
เหมอื นเสอื เฒา่ กระหยมิ่ ยมิ้ ยอ่ งมองเหยอ่ื ในรศั มที พ่ี รอ้ มจโู่ จม
แบบไม่เสียกำ� ลัง!
วิ่งจบรอบ 2 เหลือบมองคนข้างๆ ต้ังค�ำถามในใจ
“ใครบ้างท่ีส่ออาการร่อแร่เหมือนผม?” ปรากฎว่าไม่มีเลย
พระเจา้ สรา้ งบรรยากาศขา้ งๆ มาฆา่ ผมชดั ๆ ดสู ิ ทกุ คนวง่ิ ตหี นา้
เรียบเฉย ผมคิดว่าคนวิ่งที่สวนลุมมีสองจ�ำพวก พวกแรกคือ
มืออาชีพ พวกที่สองมือใหม่หัดวิ่ง คงไม่ต้องบอกว่าชาย
อกสามศอกอย่างผมอยู่กลุ่มไหน อย่าพิเรนท์ผลักผมไปอยู่
กลุ่มแรกล่ะ ตอนจบรอบสอง ร่ำ� ๆ จะถอดใจไม่เอาตอ่ แตก่ ็
อดถามตัวเองไมไ่ ด้ ถา้ ขนื สำ� ออยเหยาะแหยะแบบนี้ เมอ่ื ไหร่
จะมีโอกาสชนื่ ชม 10 กิโล 20 กโิ ลล่ะ?
รอบสามวิ่งไปเกือบครึ่งทาง ก็พลันรู้สึกเสียวจ๊ีดท่ีหัว
เขา่ ซา้ ย ผมชะลอความเรว็ กา้ วเทา้ แตล่ ะทเี จบ็ แปลบ๊ ทหี่ วั เขา่
“เอาแล้วมึง!?! เจอดีเข้าแล้ว เป็นไงล่ะ บอกแล้วว่าอย่า
หักโหม!” วง่ิ พลางด่าตวั เองไปพลาง ไม่นา่ โลภเลย สองรอบก็
5 กโิ ลเมตรเขา้ ไปแลว้ ทะลงึ่ จะเอาตอ่ ไมช่ ะโงกดสู งั ขารตวั เอง
นกึ อยากเอาชนะอยา่ งเดยี ว เดย๋ี วเขา่ พงั แลว้ จะรสู้ กึ กนู แี่ หละ
34
จะหัวเราะสมน้�ำหน้ามึง!?! นึกถึงค�ำพูดพี่ๆ ที่ออฟฟิศ “ศิต
อย่าหักโหมให้มาก เดี๋ยวก็เป็นเร่ืองหรอก” “ย่ิงใกล้ๆ นี้
จะวีไอพีมาประชมุ อาซียน ซัมมิท” “อยา่ ประมาทนะ่ ”
สดุ ท้ายตดั สนิ ใจหยุดพกั คอ่ ยๆ ชะลอเท้าชิดขอบทาง
ผมไม่ชอบคนวิ่งท่ียืนเกะกะขวางถนน ส่งผลให้คนอื่นๆ
เสียจังหวะ ต้องหลบหลีกให้กับ‘สิ่งกีดขวาง’ไม่รู้เท่าไหร่
จึงตระหนักทุกครั้งที่ออกวิ่ง ระวังอย่าไปขวางทางคนอ่ืน
ผมยนื นวดหวั เขา่ นกึ ตำ� หนทิ ไ่ี มย่ อมซอื้ ยาทาแกป้ วดพกตดิ ตวั
สักตลบั เม่อื ดแู ล้วพอไหวก็ขยบั เทา้ ไปตอ่ ชยั ชนะมนั หอมฟุ้ง
เย้ายวนใจบอกไม่ถูก ถ้าเป็นเม่ือก่อนผมคงถอนตัวถอยทัพ
ย่ิงปวดเข่าแบบน้ี ย่ิงมีเหตุผล “สมควรอนุมัติตามค�ำขอ”
อย่างไม่ต้องสงสยั ใครถามกต็ อบไดเ้ ตม็ ปากว่าปวดเขา่
พอทุเลาก็โขยกเขยก กัดฟนั ขม่ ใจ ไปทลี ะนิด คดิ ถงึ
แตค่ �ำว่า ‘พยายาม อยา่ ยอม เอาน่า’ จะกา้ วข้ามความคนุ้ ชิน
รู้เลยว่าไม่ใช่เรื่องง่าย มันเหมือนเปลือกหนาๆ ที่ค่อยๆ
กระเทาะออก ลิมิตหรือศักยภาพที่ร่างกายท�ำได้กับส�ำออย
ใจเสาะ เหยาะแยะอะไรงา่ ยๆ คลา้ ยอยตู่ ดิ กนั ยงั ไมก่ ลา้ ฟนั ธง
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 35
ตกลงผมอยใู่ นภาวะแบบไหน อาการปวดเขา่ มกั เกดิ กบั คนใหมๆ่
ที่เพิ่งวิ่งใช่หรือเปล่า หรือเข้าใจไปเองว่าอาการปวดเข่าจะ
ไมเ่ กิดกับคนใหม่ๆ ที่เขาหรอื เธอไม่ทะนงตรงด่ิงมากเกนิ ไป
กลวั เขา่ พงั กอ่ นกาลกก็ ลวั กลวั โรคภยั ไขเ้ จบ็ ทเี่ คลอื บแฝง
สอดไส้มากับความอ้วน ท่ีแต่ละโรคล้วนข้ึนช่ือลือชาท้ังน้ัน
ไมว่ า่ จะเบาหวาน ความดนั หรอื ไขมนั ในเสน้ เลอื ด ทเ่ี ชอื ดเฉอื น
ใครๆ มานักต่อนัก ล้มหายตายดับต่อหน้าต่อตาก็ไม่น้อย
พูดจริงๆ ความตายผมไม่กลัว เพราะยังไงๆ บ้ันปลายชีวิต
ล้วนคบื คลานไปในทิศทางเดยี วกนั แตท่ หี่ วาดหวน่ั ขลาดกลัว
คือนอนซมช่วยเหลอื ตวั เองไม่ได้ นตี่ ่างหากท่นี ่าชงิ ชังรังเกยี จ
ยงิ่ ควานหาสาเหตแุ ลว้ จบดว้ ยคำ� วนิ จิ ฉยั “เพราะคนไขไ้ มอ่ อก
ก�ำลังกาย ทานอาหารไม่เลือก!” หากเปน็ แบบน้ีจนิ ตนาการ
ไมย่ าก ระหวา่ งปอ้ งกนั กบั นอนเยยี วยา เลอื กเอาส!ิ เลอื กเอาวา่
จะยดึ โยงโขกหมากชวี ติ ไปทป่ี อ้ งกนั บรรเทา หรอื นอนซมึ เศรา้
บนเตยี ง กระพรบิ ตาฟงั เสยี งหมอสอบถามอาการ-วนั แลว้ วนั เลา่
เชอื่ ผมไหม? วา่ ความเศร้าปอ้ งกันได้ ถามวา่ ท�ำไมตอ้ ง
ให้เศร้าเกิดขึ้นก่อน แล้วมาฟูมฟายทีหลัง “ฉันไม่น่าเลย!”
กเ็ พราะกระจา่ งชดั ตอ่ คำ� วา่ ไ ม่ น่ า เ ล ย นแ่ี หละ ผมจงึ ดดี ตวั
36
ออกว่ิงอย่างเอาเป็นเอาตาย ชนิดท่ีคนใกล้ๆ ก็โพล่งดังๆ
“ไปกินอะไรมา?” “ผเี ข้ารึเปล่า?”
ว่ิงโขยกเขยกไปสกั พกั อาการปวดเข่ากบ็ รรเทา ผมจบ
รอบสามอย่างทุลักทุเล สวนลุมเหมือนจะยืดระยะทางไกล
มากขน้ึ ยิง่ ว่งิ เหมอื นย่ิงไกล ใจหน่ึงสง่ เสียงวา่ พอเถอะ หยุด
ได้แล้ว แต่อีกใจก็ค�ำราม อย่าไปยอม ลองให้ถึงที่สุดก่อน
แล้วค่อยหยุด ดูสิว่าถ้าไปต่ออีกสักหน่อยสองหน่อย จะเป็น
อะไรไหมเรยี่ วแรงเหมอื นถกู ดดู ออกไปแขง้ ขากค็ อ่ ยๆออ่ นแรง
ผมอยากเรียนรูน้ าทีท่ีใจสองใจกำ� ลงั ต่อกร อยทู่ ีผ่ มแลว้ ล่ะว่า
จะเลอื กเชยี รฝ์ ง่ั ไหน
พอจบรอบสามอยา่ งหดื ขนึ้ คอ ผมขอผอ่ นปรนดว้ ยการ
เดนิ 200 เมตร ระหวา่ งเดนิ กถ็ ามใจ “จะลยุ ตอ่ หรอื พอแลว้ ?”
เมอื่ พยักหนา้ ว่าลุยต่อ ก็ค่อยๆ เร่งฝีเทา้ ก้าวทลี ะกา้ วพร้อม
งึมง�ำ “ฮยุ้ เล ฮุ้ย!” ใจเสาะตอนไหนก็เอามือไปแตะหน้าทอ้ ง
ไดผ้ ล! เน้อื ก้นกระทะหน้าท้องฟอ้ งเหน็ ๆ หากไม่เขน็ หรือกล้า
ขัดขืน ไอ้ท้องย้อยหยาดเยิ้มของมึง ก็ยังผึงผายเหมือนเดิม
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 37
คดิ ถึงเสื้อ คิดถึงกางเกงทซี่ อื้ มาไมท่ ันขวบปี ก็เทอะทะคับตว้ิ
บอกตรงๆ วา่ อดึ อดั สน้ิ ดี คดิ ถงึ ความอดึ อดั คบั แคน้ ใจ กพ็ ลอย
ใหม้ ีพลงั ไปตอ่
รอบท่ีสี่ ล่อไปคร่ึงทาง สารภาพแบบไม่อาย ต้องวิ่ง
แหงนหน้ามองฟ้า มองก่ิงไม้ จากน้ันอ้าปากหายใจพะงาบๆ
เหมอื นดำ� นำ้� นานๆ แลว้ ทะลงึ่ โผลพ่ น้ ผวิ นำ้� เพอื่ หายใจ นนั่ แหละ
ภาพผมจะออกมาประมาณนน้ั หากนบั จำ� นวนกโิ ลเมตร ผมมา
เกิน 8 กโิ ลเมตรตามท่ีตั้งใจไว้ ตอนกา้ วขาเริ่มรอบ 4 มีความ
รู้สึกไกลจากความกดดัน เหมือนวิ่งเพ่ือทดสอบพละก�ำลัง
มากกว่า ก่อนหน้านี้ผมเค้นเอาแรงเพื่อพิชิต 8 กิโลเมตร
แต่พอแตะรอบที่ 4 มนั มีนมิ ิตหมายอยา่ งอื่นเข้ามาเกีย่ ว
นิมิตที่เรียกว่าความท้าทาย นิมิตหมายท่ีไกลจาก
เสน้ รอบวงทเ่ี รากำ� หนดไว้ จๆู่ กร็ สู้ กึ โลง่ รา่ งกายกลายเปน็ วตั ถุ
เบาหววิ บางทกี ค็ ลางแคลงใจ เกดิ สงสยั ขน้ึ มาดอื้ ๆ หรอื ความ
เหน่ือยล้าจากการว่ิง มันมีปราการให้เราฟันฝ่า ประมาณว่า
ถ้ามีน�้ำอดน�้ำทนมาถึง “ตรงน้ี” ฟ้าดินก็จะมี “ของก�ำนัล
ลำ�้ ค่าให”้ นี่ไงก�ำลงั ไดร้ บั ผมสิ้นสดุ รอบที่ 4 ด้วยความรู้สึก
ยากจะเอ่ย ไม่เคยพบเคยเห็น ก็ได้พบได้เห็น ถ้าไม่ฝืนยืน
38
ต้าน ‘สวรรค์หลังปราการ’ ก็คงหมดโอกาสชื่นชม สวรรค์
หลังปราการท่ตี ้องเอาเหงื่อเข้าแลก!
ใครก็ตามท่ีวิ่งแซงผมไป หรือใครก็ตามท่ีว่ิงข้างหน้า
ผมชอบดูท่าวง่ิ ของเขา ดูส,ิ บางคนสงา่ งามราวกับพญาหงษ์
ท่าทางไม่เก้งก้าง ผู้หญิงบางคนช่วงขาเรียวพองาม ย้�ำเท้า
แตะพืน้ อยา่ งมจี ังหวะ ระยะก้าวดมู ั่นคง ลมหายใจเงียบกรบิ
เส้นผมที่มัดรวมกันสะบัดไปมา บางคนสับขาผ่านไปอย่าง
น่าท่ึง บางคนเหยาะๆ ก่งึ วงิ่ กง่ึ เดิน เหมือนผมท่ีก�ำลงั เหยาะๆ
ไม่น่าเช่ือว่าวันหน่ึงเด็กบ้านนอกคอกนาจะออกมาสับขาวิ่ง
กิจกรรมท่ีไม่เคยอยู่ในหัว โถ ก็ดูสิ คนบ้านนอกร้อยทั้งร้อย
ลว้ นเตบิ โตมากบั การออกแรงปนี ปา่ ย ไมต่ อ้ งถามถงึ หยาดเหงอื่
เพราะได้เหง่ือทุกวัน ขึ้นควนลงห้วย เหวี่ยงพร้าสับขอน
ถอนหญา้ ขดุ หลมุ พรวนดนิ วถิ ชี วี ติ ทตี่ อ้ งเดนิ แตะนำ�้ คา้ งยอด
หญ้าทุกเม่ือเช่ือวัน ใครจะไปหยั่งรู้ว่าวันหน่ึง เด็กบ้านนอก
คนนนั้ จะมาบากบน่ั คลกุ ฝนุ่ อยตู่ รงนี้ และทข่ี ำ� ไมห่ ายกต็ รงมา
วง่ิ เพอ่ื ใหเ้ หงื่อไหลน่ีแหละ
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 39
วันน้ี, 1 พฤศจิกายน ผมออกจากออฟฟิศด้วยท่าทาง
กระฉับกระเฉง รอคอยนาทีน้ีมาทั้งวัน วันท้ังวันที่ก้มหน้า
สะสางสารพดั อยา่ ง ทง้ั งาน ASEAN Summit ทงั้ งาน Dip Note
ท่ีต้องกรอกข้อมูลให้เจ้าหน้าท่ีท่ีต้องเดินทางไปต่างประเทศ
ในภูมิภาคเอเชีย มีสามประเทศท่ีท�ำงานด้วยกันแล้วยุ่งยาก
หนงึ่ เวยี ตนาม สอง จนี สาม พมา่ การยนื่ วซี า่ สำ� หรบั นกั การทตู
ตอ้ งมเี อกสารสำ� คญั ๆ แนบประกอบ เช่น ดเี ทลไฟล์บิน ทพี่ กั
ระยะเวลาอยู่อาศยั ใบรับรองจากสถานทตู เปน็ ต้น
ท้ายสุดที่ต้องมีคือ Approve Number Visa (ANV)
ซ่ึงสถานทูตในประเทศนั้นๆ ต้องติดต่อประสานงานกับ
เจา้ ของประเทศ ใหเ้ ปน็ ผอู้ นมุ ตั ิ ANV การอนมุ ตั ใิ ชว่ า่ จะใหก้ นั
งา่ ยๆ แมจ้ ะมสี นธสิ ัญญาทางการทตู กเ็ ถอะ การเข้าประเทศ
เวียตนาม จนี พม่า ต้องระบชุ ัดๆ วา่ ไปปฏิบัติหนา้ ท่ดี ้วยเร่ือง
อะไร ไปกว่ี ัน ไปกี่คน และรัฐบาลสหรฐั รบั ร้กู ารเดนิ ทางของ
คณุ หรอื ไม่ ทง้ั สามประเทศทวี่ า่ กลวั สายลบั กลวั การสอดแนม
จงึ เขม้ งวดกวดขนั เพราะฉะนน้ั การท�ำ Dip Note จึงเหมือน
การว่งิ ระยะไกลท่ตี ้องอาศัยน�้ำอดน้ำ� ทน!
เย็นนี้อากาศดี ให้ความรู้สึกผ่อนคลายบอกไม่ถูก
ผมยงั ปวดเขา่ ซา้ ยอยนู่ ดิ ๆ ไอเ้ รอื่ งการปวดเขา่ เขา้ ใจวา่ กน็ า่ ปวด
40
รอ้ ยวันพนั ชาติ (คณุ ชาย) ไมเ่ คยแกวง่ ขาออกกำ� ลัง จๆู่ ก็มา
สับขา หน้าไหนๆ ก็คงเจ็บ คิดอีกทีไม่อยากเจ็บ ก็กลับไป
พบั ขางอเขา่ อยา่ งเดิมสิ กลับไปเดนิ ยืน นัง่ แลว้ กราบกราน
สงิ่ ศกั ดส์ิ ทิ ธ์ิ ใหช้ ว่ ยปกปกั รกั ษาแขนขาและหนา้ ทอ้ ง (ดไี หม?)
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 41
6
เจ้าของลมหายใจ
เดอื นนผ้ี า่ นมาสว่ี นั ผมวง่ิ ไดส้ องวนั วนั แรก 8 กโิ ลเมตร
วันน้ีก็ 8 กิโลเมตร วันนี้ลองวิ่งเช้า ปรากฎท�ำได้ดีกว่าวิ่ง
ช่วงเย็น คนออกมาวิ่งน้อยมาก ถนนโล่ง ต่างจากช่วงเย็น
ที่พลุกพล่าน สองสามวันก่อนบ่นว่าเจ็บเข่า มีเพื่อนๆ ลิงค์
ข้อมูลมาให้อ่าน ต้ังแต่บ้าบ่ินออกว่ิงโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย มีคน
เข้ามาคุยอะไรใหฟ้ ังเยอะทเี ดยี ว ส่วนใหญป่ รามๆ เชน่ อยา่
หักโหมมากเกินไป ว่ิงเท่าที่ก�ำลังมันไหว อย่าใจเร็วด่วนได้
เท้าใหม่ต้องค่อยเป็นค่อยไป ไม่ง้ันมันจะส่งผลเสียมากกว่า
ผลดี ทุกความหวังดีมีหรือทีผ่ มจะไมน่ อ้ มรับ
พ่ีคนหน่ึงโชกโชนสายวิ่ง เล่นกันระดับ 30 กิโลเมตร
แกแวะมาบอก ประโยคหนึ่งที่กระแทกใจผมมากคือให้เอา
ระยะเวลา อยา่ ไปเอาระยะทาง เพราะถา้ เอาระยะทางมันจะ
เหนอื่ ย มนั จะไมส่ นกุ กอ่ นแนะนำ� ทง้ิ ทา้ ย ใหว้ งิ่ ชา้ ๆ ตามกำ� ลงั
อย่าไปฝืนให้มาก วิ่งวันละ 30-40 นาทีก็พอ เอาให้แขนขา
42
กลา้ แกรง่ ก่อน แลว้ คอ่ ยขยบั Step ต่อไป ท�ำไปกอ่ น ท�ำให้
สม่�ำเสมอ พอพื้นฐานแกร่งกล้าก็ค่อยไปที่ระยะทาง คุยกัน
เสรจ็ ผมน่ังคดิ เออ จริงของแก อย่าเพิ่งไปไกลถงึ สถติ ิ เด๋ยี ว
ร่างกายจะบอบช�้ำเสียกอ่ น
นึกถึงหวั เขา่ ข้ึนมาตะหงิด คดิ ไม่ถึงว่ามันจะสำ� แดงเร็ว
เกนิ คาด เชา้ วนั นผ้ี มยนื วอรม์ รา่ งกายดว้ ยทา่ ประจำ� สองสามทา่
จากนั้นก็เร่ิมขยับเท้า ค่อยๆ เพิ่มความเร็ว พยายามสังเกต
อาการเหนื่อยหอบ ลอบจับลมหายใจ เม่ือมีสติก็ก�ำหนด
ลมหายใจ พยายามสูดลมเข้าปอดลึกๆ ผ่อนลมหายใจช้าๆ
ท�ำถี่ๆ ลืมตัววิ่งเร็วเมื่อไหร่ เม่ือรู้เท่าทันก็ผ่อนฝีเท้าให้ช้าลง
ผ่านรอบแรกด้วยดี แต่ทันทีท่ีข้ึนรอบสองไปครึ่งทาง ก็ชวน
ใหใ้ จเสาะขึ้นมาดือ้ ๆ เด๋ยี วมาเล่าใหฟ้ งั ...
เจบ็ เขา่ ซา้ ย (ฝง่ั ใน) ตบุ ๆ ตงั้ แตเ่ รมิ่ กโิ ลแรกๆ อยากเรยี นรู้
ว่ามันเกิดจากอะไร มือใหม่ใจร้อน หรือสังขารมีสารเร่งเร้า
ให้เรารู้ว่าอย่าฝืนให้มาก ควรว่ิงกิโลหรือสองกิโลพอแล้ว
แต่อยากสบื ค้นลว้ งลกึ ถึงความเจบ็ ปวด วนั นต้ี ้ังพันธะสญั ญา
ว่าอยากได้ 10 กิโลเมตร จะได้ไหม ก็ลองว่ิงดู ก่อนอื่นไม่
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 43
ต้องไปคดิ ถึง 10 กิโลเมตร พูดงา่ ยๆ เอา 8 กโิ ลเมตรให้รอด
กอ่ นเถอะ พอพน้ รอบที่ 3 ผมเร่ิมมน่ั ใจว่าไปรอด บอกอะไร
ใหอ้ ย่าง ได้ท�ำอะไรท่ที า้ ทาย ยิง่ ทา้ ทายความเคยชนิ ออกมา
จากกรอบเดิมๆ คุณจะรสู้ ึกถึงชยั ชนะท่ยี ิ่งใหญ่
อาการปวดเข่ายังคุกคาม แต่ผมห้ามใจไม่อยู่ การว่ิง
เหมอื นสาวผวิ สวยทเ่ี พงิ่ พานพบ แลว้ รสู้ กึ ถกู ชะตา นบั จากนนั้
กห็ าวธิ ตี ซี ้ี มคี วามคดิ เดยี วตอ้ งจบี ใหต้ ดิ ! ทำ� นองรกั จรงิ หวงั แตง่
มีคนบอกว่าสาวงามคนน้ี ตีซ้ีบ่อยๆ เด๋ียวก็ติด มาถึงวันนี้
หลายเดอื นแลว้ ทเี่ ทยี วมาเทยี วไป เสยี เหงอ่ื ไปกบั เธอ ตอ้ งตน่ื
มาหวา่ นลอ้ ม ขบั เคยี่ ว เขน็ รา่ งอวบๆ ออกไปวงิ่ วนั แลว้ วนั เลา่
แตก่ ย็ ังจีบไมต่ ิด! วนั นีป้ รับวธิ ีว่ิงใหม่ วิ่งช้าลง เพ่ือให้เห็นภาพ
ช้าในแบบท่ีว่าไม่ว่ิงแซงใครเลย ชายชราท่ีว่ิงช้าสุดก็ยังแซง
ผมไป นอกจากว่ิงชา้ ผมเปลี่ยนวิธใี ช้ปลายเท้าดีดตัวออกไป
ไม่รู้ใครบอกว่าอย่าใช้ส้นเท้าในการว่ิง พยายามใช้ปลายเท้า
แตเ่ อาเถอะผมยงั ใหม่ ผมวา่ ศาสตรห์ รอื ทกั ษะการวงิ่ ตอ้ งเคน้
หาดว้ ยตวั เอง คงไมต่ า่ งจากเพลงดาบหรอื การเขยี น ทเ่ี มอ่ื คลกุ
วงในก็ตอ้ งใชว้ ธิ สี บื เสาะ หาความถนดั ให้เจอ
10.70 กโิ ลเมตรทีท่ �ำได้ กับว่งิ 4 รอบยาวๆ โดยไม่พกั
การปรับเปลี่ยนลีลาท่าวิ่งท�ำให้รู้ว่า ท่ีผ่านมาท�ำไมผมต้อง
44
เบรกต้องพัก ค�ำตอบท่ีพออวดได้ ส�ำหรับเท้าใหม่หัดว่ิง
คือต้องเรียนรู้ให้ได้ว่าระบบการหายใจมันอยู่ประมาณไหน
ลองหายใจเข้าลึกๆ กล้ันหายใจแป๊บหนึ่ง จากน้ันผ่อน
ลมหายใจยาวๆ ลองสงั เกตความแตกตา่ งระหวา่ งหายใจปกติ
กับการฝึกกล้ันหายใจ กลเม็ดเด็ดพรายเหล่าน้ี ช่วยให้คุณ
สับขาว่ิงโดยไม่เหน่ือย จังหวะการหายใจก็เป็นอะไรที่
คนภายนอกไมม่ ใี ครรหู้ รอก นอกจาก “เจา้ ของลมหายใจ”
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 45
7
เทา้ ท่ยี ังออ่ นหดั
จริงดังคาด, ผมกะโผลกกะเผลกมาสองวันเต็มๆ
หลังวิ่งได้ 10.70 กม. ความเจบ็ ปวดร้าวระบมก็รุกคืบกวนใจ
หัวเขา่ ด้านในกับน่องคอื ต�ำแหน่งท่ีระบมมากสดุ แต่ไมถ่ ึงกับ
ทรุดฮวบเขาอ่อน ยังทรงตัวเดินได้ เข่าพอเข้าใจว่าบอบช้�ำ
เพราะอ�ำนาจความโลภ ซึ่งตอนน้นั คดิ แต่ว่า‘เอาอีก เอาอีก!’
แม้จะมีคนทักดักคอให้ระวัง หน้าใหม่ๆ เท้าที่ยังอ่อนหัด
ไม่ควรผลีผลามข้ามข้ันหรือไว้วางใจว่าต้องได้ ไอ้ได้ เช่ือว่า
ท�ำได้อยู่ แต่ร่างกายซ่ึงหากไม่มีแต้มสะสม ไม่ได้ฝึกฝน
สม่�ำเสมอ ก็ต้องเจออะไรแบบนี้ แบบที่ผมก�ำลังประสบอยู่
นแ่ี หละ พงึ ระวังครับ
สว่ นนอ่ งทแี่ นน่ ตงึ เหมอื นกำ� ลงั บงึ้ ตงึ ขงึ โกรธ กเ็ กดิ จาก
ผมนแ่ี หละท่ีหันไปใช้ปลายเท้าวง่ิ ด้วยรู้เห็นอ่านมา ไมแ่ น่ใจ
ถูกหรือผิด ซ่ึงเนื้อหาบอกว่าต้องใช้ปลายเท้าดีดตัว และ
หลกี เลย่ี งใชส้ น้ เทา้ ว่งิ เม่อื เจบ็ หัวเขา่ จงึ ลองเอาทฤษฎีนม้ี าใช้
เผ่ืออาการปวดเขา่ จะบรรเทา คำ� ตอบ ณ ตอนนม้ี นั ยงั ไม่หาย
46
แตผ่ มไดอ้ ะไรบวกๆ กลบั มา บวกทวี่ า่ คอื เหน็ นอ่ งเปน็ มดั ๆ เลย
มคี วามคดิ วา่ วนั หน้าจะใช้ท่าวง่ิ แบบน้อี กี อย่างน้อยๆ มนั ก็
ช่วยเพิ่มพนู นอ่ งใหเ้ ตง่ ตึง วงิ่ ตามหลงั คนอ่ืนนอกจากชอบท่า
ว่งิ ท่สี ง่า กย็ งั ผกู ใจจ�ำ‘สักวันนอ่ งต้องเปน็ มัดๆ อยา่ งเขา!’
ตอนนห้ี ากถามใจ ไม่โกหก ผมคดิ ถึงการว่ิงตลอดเวลา
จะว่าติดก็ไม่กล้าฟันธง ขอพิสูจน์สักหกเดือน ถ้าหกเดือน
ยังออกไปวิ่งสม่�ำเสมอ ก็กล้า‘ให้ปากค�ำ’ว่าหลงรักการว่ิงจน
โงหวั ไมข่ นึ้ ตอ้ งตามดกู นั ตอ่ เมอื่ วนั เสารอ์ อกไปวงิ่ 8 กโิ ลเมตร
จากน้ันวันอาทิตย์ก็ว่ิงอีก 10 กิโลเมตร ผมเร่ิมเห็นสัจธรรม
มากข้ึน อย่างน้อยๆ ก็เห็นว่าถ้าเราต้ังใจ อะไรที่คิดว่าไม่มี
ทางบรรลุ มนั กไ็ ปตอ่ ของมนั ได้ เวลาทวี่ ง่ิ แลว้ เหนอ่ื ยแทบถอด
ใจ มีส่ิงเดยี วทคี่ อยกระตนุ้ คอื ภาพความป่วยไข้นอนติดเตียง
บางวันว่ิงไปคิดไป ประวัติศาสตร์ส่วนตัวของเด็กชายตัวด�ำ
ร่างเล็ก ที่แม่คิดว่าถ้าอยู่รอดปลอดภัยก็บุญโขแล้ว แม่เล่า
ให้ฟังว่าตอนเกิด ผมป่วยกระเสาะกระแสะ ไม่น่าเช่ือว่า
รอดมาได้ รอดมาเป็นผู้เป็นคนท่ีวันหนึ่งออกมาแกว่งเท้า
หาเสย้ี นไม่รู้จบ!
ประวัติศาสตร์การกีฬา จ�ำได้ว่าเคยถูกเรียกลงสนาม
กฬี าสีของโรงเรยี น เพอ่ื คดั ตวั เป็นนักวิง่ แลว้ ผมกร็ ้ังตำ� แหนง่
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 47
ท้ายสุด นับจากน้นั อะไรๆ ก็หลดุ หาย มใิ ช่แคเ่ กมว่ิงท่พี า่ ยแพ้
แตค่ วามใฝฝ่ นั ทางกฬี าประเภทอน่ื กแ็ หวง่ วนิ่ สน้ิ ทา่ นบั จากนน้ั
เดก็ ชายตวั ดำ� รา่ งเลก็ กไ็ มเ่ คยขอ้ งแวะแตะมอื กบั กฬี าอะไรอกี
เลย เดก็ บา้ นนอกอยา่ งผมไดเ้ หงอ่ื กบั เรอื่ งแบบอนื่ เสยี มากกวา่
เชน่ แบกไมฟ้ น้ื จากชายปา่ เดนิ ตามหลงั แมท่ ที่ นู กระสอบขยี้ าง
ไม่ก็หวดพร้าฟันหญ้ารกๆ รวมถึงขุดดินยกร่องท�ำแปลงผัก
หาบกลา้ จวกคนั นา กิจกรรมเด็กบ้านนอก บอกไปกเ็ หมือน
เอามะพร้าวไปขายสวน พล่ามไปก็เปลืองค�ำเปล่าๆ ก็ดูสิ
เพอ่ื นแตล่ ะคนล้วนซมซานมาจากบ้านป่าดนิ เถื่อนทงั้ น้นั
จากน้ันร่อนเร่มาคลุกฝุ่นใต้ถุนกุฎิท่ีวัดท่าทาง
รับต�ำแหน่งเด็กวัดตั้งแต่ ป.4 เด็กวัดท่ีมักได้ยินเพ่ือนๆ เอ่ย
ตรงหน้า “ไอ้หมาวัด!” พอจบ ป.6 ก็โกนหัวบวชเรียน
เดินต้วมเต้ียมออกไต่เต้าตามยะถา ชะตากรรมซัดเหวี่ยง
ปลวิ ว่อนราวกับวตั ถุไร้นำ้� หนัก จบ ม.6 ทางพระ กอ็ อกจาริก
ในเมอื งใหญ่ เมอื งทรี่ ถเมลท์ กุ สายเรยี กเราวา่ “ไอเ้ สอื เหลอื ง!”
จะวา่ ไป, ชีวิตเราๆ ทา่ นๆ กค็ งคล้ายภาชนะใบเขอ่ื ง ทม่ี แี ต่
เรือ่ งไม่เปน็ เรื่องเต็มภาชนะ บางเรอ่ื ง, เราโดยตรงท่กี อ่ กรรม
ท�ำเข็ญ ขณะท่ีหลายเร่ืองเราไม่ได้ข้องแวะแตะมือ แต่ต้อง
ถอื ครองอยกู่ รรม!?!
48
เช้าวันนี้ผมเลอื กส่งข้อความเขา้ สถานทตู I will take
leave half day แล้วขับรถออกมาหากาแฟร้อน น่ังอ่าน
หนังสือ ‘เย็นวันเสาร์~เช้าวันอาทิตย์’ หนังสือท่ีเคยอ่าน
ตอนไม่คิดจะวิ่ง จู่ๆ วันดีคืนดีเม่ือมีเหตุผลให้คนไม่คิดจะว่ิง
กลบั ทะลง่ึ ตึงตงั ออกมาวิ่ง จึงอยากอา่ น‘เย็นวนั เสาร์~เชา้ วัน
อาทิตย์’อีกรอบ แน่นอน, อ่านรอบนี้มีความหมายกว่ารอบ
ไหนๆ นอกจาก ‘เยน็ วนั เสาร~์ เช้าวันอาทิตย’์ คามนิ คมนยี ์
ยังเขียนเร่ืองวิ่งอีกเรื่อง คือ “หัว ใจ เท้า” แต่ที่เอาความ
เศร้าความผูกพันระหว่างแม่กับลูก มาบอกเล่าได้ถึงอารมณ์
ผมยกให้ “เมื่อแม่ต่ืน” คนรักแม่หรอื มองแม่รกหรู กตา ขอยำ�้
ว่าต้องหามาอ่าน หนังสือ” เมื่อแม่ต่ืน” เขียนถึงแม่ที่ก�ำลัง
ป่วยหนกั เขาเปน็ นกั เขยี นมีชอ่ื แมจ่ ะตามอ่านงานเขยี นของ
เขาแทบทุกเรอื่ ง
จนวันหน่ึงแม่เอ่ยว่าหากไม่มีอะไรเขียน ก็เขียนเก่ียว
กับแม่สิ (เผ่ือมีเงินให้พอใช้จ่าย) จนแล้วจนรอดก็เขียนไม่ได้
ผมเขา้ ใจว่างานเขียนมันตอ้ งมีอารมณ์ มนั ต้องมวี ัตถดุ บิ จึงจะ
เขยี นได้ จนเมือ่ แม่ล้มปว่ ย แม่เปน็ มะเรง็ ระยะสุดท้าย ขณะ
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 49