เหมือนเกา่ ถามวา่ แลว้ จะเอาอะไรมาลด หลังๆ มานี่ ผมเลย
ยับย้ังช่ังใจ ด้วยการยึดหลักธรรมค�ำสอนโดยเฉพาะหัวข้อ
“โภชเนมตั ตญั ญตุ า” (บรโิ ภคแตพ่ อสมควร) จากทต่ี กั พนู จาน
ก็ลดลงมาหน่อย คิดว่าคงไม่ไหว สุดท้ายก็ไหว มันก็ไปของ
มนั ได้ จงึ คดิ วา่ คนเราเมอ่ื เบนเขม็ มงุ่ มนั่ ตงั้ ใจทำ� อะไรสกั อยา่ ง
หากคดิ เอากับมันจริงๆ ผมวา่ เดี๋ยวมนั จะพาคุณไปเอง สำ� คัญ
คอื ต้องเอาจริงเอาจัง ไม่ใช่โยเยยอกยอ้ น นกึ ถงึ ประโยคหนงึ่
ท่ีได้จากการคลุกวงใน ตอนไปอบรมธุรกิจเครือข่าย “เม่ือ
ความคิดผา่ น เด๋ียววิธีการมันจะมาเอง”
เชา้ ตรวู่ นั อาทติ ยท์ ่ี 8 ธนั วาคม ผมตน่ื สายนดิ ๆ รา่ งกาย
ปวดเมอ่ื ยไปทงั้ ตวั เขา้ ใจได้ เมอื่ วานลยุ หนกั ไปหนอ่ ย ผมพรอ้ ม
จะเจอแบบน้ี ไม่มอี ะไรเกินคาด บทสรปุ ของคนว่งิ ออกกำ� ลงั
กายเกนิ ตวั กม็ ักเป็นแบบน้แี หละ ผมกลายเปน็ มนษุ ย์ทชี่ อบ
ท้ิงตัว ท�ำนองไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน�้ำตา ไม่ว่าจะว่ิงหรือ
จะไหนๆผมชอบโนม้ ไปทงั้ ตวั ทำ� แบบหามรงุ่ หามคำ�่ ไมง่ อ่ ยเปลยี้
เสียขา ก็หน้าด้านท�ำอยู่น่ันแหละ จึงเม่ือออกว่ิง เห็นตัวเอง
กระโจนทุ่มเทหมดใจ ก็ไม่ใช่เร่ืองแปลก ผมคุ้นชินกับนิสัย
100
ห่ามๆ แปลกพิลึกของตัวเองมาแต่ไหนแต่ไร ขึ้นว่าใจชอบ
เหน็ วา่ ใช่ ผมไมล่ ังเลเลยละ่
ผมปลูกฝังจนกลายเป็นสันดานก็ว่าได้ สมัยก่อนตอน
พบว่าตัวเองชอบภาษาอังกฤษ ผมคิดไม่ออกว่าจะฝึกฝน
บ่มเพาะให้เก่งยังไง นอกจากออกไปไล่ล่าหาจับฝรั่งตาม
ชายหาด ผมท�ำหามรุ่งหามค่�ำ ท�ำโดยไม่แคร์แววตาใครๆ
เหมือนโลกใบน้ีมีแต่ผมคนเดียว สมาธิจดจ่ออยู่ตรงนั้น
ท�ำโดยไรค้ ำ� ถาม “ท�ำไป ท�ำไม?” ถงึ บอกไง เมอ่ื เร่ิมตน้ ตรงที่
ใจมันรัก อะไรก็ขวางฉันไม่ได้ ผมเป็นคนประเภทน้ีจริงๆ
แม้บางคร้ังจะชิงชังรังเกียจความดื้อร้ันเอาแต่ใจ โดยไม่ฟัง
เหตุผล (กันบ้างเลย!) ที่เป็นอยู่รู้ชัดทุกวันนี้ ล้วนเกิดจาก
ต้นสายปลายเหตุ จากนิสัยท่ีเอาไม่อยู่แทบท้ังสิ้น พยายาม
บังคับห้ามใจ ฟังอะไรที่มันดีๆ บ้าง อะไรดีๆ ท่ีเขาบอก
แตป่ รับตัวได้ไม่นาน ก็กลบั มาอหี รอบเดมิ
จึงตบกะโหลกบอกตัวเอง จะพยายามปรับนิสัย
ขืนไม่ปรับ ค�ำตอบก็เห็นๆ อยู่น่ีไง นั่งใช้ยาทาหัวเข่าแล้วมา
บน่ งมึ งำ� ‘ฉนั ไมน่ า่ เลย เขด็ แลว้ จา้ ไมเ่ อาอกี แลว้ ’ เปน็ อยา่ งนี้
ทกุ ครงั้ จนคนขา้ งๆ อดไมไ่ ดท้ จี่ ะอวยพร “สมนำ�้ หนา้ !” ตอนริ
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 101
จีบสาวใหมๆ่ ผมเทหมดหน้าตกั มากกวา่ นดี้ ว้ ยซ้ำ� ห�้ำห่นั ชนิด
ท่ีว่าจะเอาให้ได้ ราวกับเธอเป็นนางฟ้าท่ีตั้งใจเกิดมาเพ่ือผม
โดยเฉพาะ ผมกลายเป็นหมาวัดที่จัดองค์ทรงหล่อเพื่อหวัง
ให้เธอชายตาดูบ้าง ก็ท�ำมาไม่รู้เท่าไหร่ ใช่ ตอนด�ำริคิด
จบี สาว ผมกเ็ อาใจลง อะไรทำ� ไมได้ ผมทำ� หมด เงนิ ทองของ
หายาก ไม่มีเหรอ ก็หาวธิ มี ีจนได้ นีไ่ งถงึ บอก “เมื่อใจมนั รัก
ขวากหนามทม่ิ แทงแค่ไหน ก็ไม่แยแส!” ท่แี น่ๆ ผมนา่ จะเป็น
นกั ใชช้ วี ติ โงๆ่ ทท่ี ะลง่ึ ดงึ ทฤษฎจี บี สาว เอามาใชใ้ นสนามนกั วง่ิ !
ใชแ่ คผ่ มทถ่ี บี ตวั ออกวง่ิ พส่ี าวซง่ึ บดั นอี้ าการปว่ ยไขจ้ าก
การฝา่ ตัดสมอง ตอนนั้นไมต่ ่างอะไรกับขอนไม้ผุๆ เจอวิกฤติ
รอบนั้น ค�ำในหัวจึงหนีไม่พ้น ‘ขอให้หาย ขอให้แคล้วคลาด
ทีเถิด’ ใช่ ถ้าหายหรือรอดปลอดภัย จะไม่ท�ำตัวลอยชาย
ใช้ชีวิตแบบเดิมอีก รู้ว่าความโชคดี ไม่ใช่ของที่มีกันง่ายๆ
ในความหวาดกลัวเรามักลนลานขอชีวิต หลังพี่สาวพ้นขีด
อันตราย ผมหายใจโล่ง จากน้ันลากแม่กับพี่สาวมาอยู่ใกล้ๆ
ใชบ้ า้ นเปน็ สวรรค์ บ้านสองช้ันทจี่ า่ ยแบงค์ทกุ เดือน ถูกปรับ
เปลี่ยนใช้จนคุ้ม พื้นท่ีแทบทุกตารางนิ้วอบร�่ำด้วยความรัก
102
รอยย้ิมและเสียงหัวเราะคือส่ิงท่ีผมปรารถนา ได้มาแล้วก็
พยายามสงวนเอาไว้ให้นานๆ อย่างน้อยก็ช่วยตอกย�้ำผมว่า
นาทีร้ายๆ ไม่ใชอ่ ะไรอนื่ นอกจากบททดสอบทเ่ี ขา้ มาวดั ใจ
รู้สึกเบาตัวโล่งอกท่ีเห็นคนรักมาอยู่ใกล้ๆ นี่คือความ
หวังความตั้งใจตอนมุ่งมนั่ สร้างตัว อย่างทเี่ กรน่ิ ไว้แต่ตน้ มิใช่
แค่ผมทีถ่ บี ตวั ออกวง่ิ พ่ีสาวกว็ ง่ิ รอบหมบู่ า้ น เทา่ ทีเ่ อย่ ใหฟ้ งั
กว็ นั ละ 2-3 กโิ ลเมตร พสี่ าวคงเหน็ แจง้ รจู้ รงิ ถา้ ขนื นง่ั นงิ่ ทำ� ตวั
ไม่รู้รอ้ นรหู้ นาว เดี๋ยวงานเขา้ ร่างกายใช่ว่าเรากมุ บงั เหยี นได้
ท้ังหมด ผมบอกพี่เสมอ อย่าคิดว่าความโชคดีจะมีรอบสอง
ทำ� ไดก้ ท็ ำ� เถอะ ออกกำ� ลงั กายไดก้ อ็ อกเถอะ ไมว่ า่ เปลา่ ผมเอา
ตัวเองเข้าแลก เร่ิมแต่งองค์ทรงตัวออกก�ำลังกาย เพ่ือให้
พสี่ าวเหน็ วา่ กอ่ นจะใหห้ มอชว่ ย เราตอ้ งดำ� รคิ ดิ ชว่ ยตวั เองกอ่ น
สว่ นแม,่ ไมม่ อี ะไรตอ้ งหว่ ง เพราะนางชน่ื ชอบการออกกำ� ลงั กาย
อยแู่ ล้ว แมอ่ อกประจ�ำ ตอนอยูต่ า่ งจงั หวัด ก็เหน็ แมจ่ ดั หนัก
ทกุ เชา้ ตรู่ รู้เหน็ กนั ท่วั วา่ แมอ่ ยเู่ ฉยไมไ่ ด้ ตอนน้นั ก็อายๆ ที่แม่
ย�้ำกับผม “หัดออกก�ำลังกายเสียบ้าง โรคภัยไข้เจ็บ จะได้
ไม่ถามหา!”
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 103
รใู้ ชไ่ หมวา่ ผมทำ� ไง? ถกู ครบั ทำ� เปน็ หทู วนลม คงวางตวั
จบิ นำ�้ ชากาแฟ นง่ั จดจอ่ อา่ นหนงั สอื ดว้ ยทา่ ทที ไ่ี มร่ รู้ อ้ นรหู้ นาว
แมจ่ ะเอาตวั อย่างคนโน้นคนนัน้ หยิบมาเลา่ ใหฟ้ งั “ดูสิ มันวิ่ง
ทกุ วนั วนั ละสองสามกโิ ล ไมเ่ หมอื นมงึ ราตบั * ยงั กะหมาขโี้ รค!”
“มึงอย่าทะนงตัว ชะล่าใจว่าแข็งแรง กูเห็นพุงมึงแล้ว ฮาย
บัดสแี ทน!”
และปลายปี 2562 ผมก็มีของขวัญช้ินใหญ่ให้ตัวเอง
ผมบอกใครๆ แบบไม่เบื่อ เกี่ยวกับของขวัญล�้ำค่าช้ินนั้น
ผังชีวิตของผมเปล่ียนไป ว่ิงกลายเป็นปรากฎการณ์ที่เหนือ
ความคาดหมาย อยา่ งทบ่ี อก มนั ไมเ่ คยแพรเ่ ชอื้ ในหวั จะรอ้ ยวนั
พันนาที บอกได้ค�ำเดียว ไม่เคยมีครับ เข้าใจได้ว่าน่าจะถึง
จุดวิกฤติแล้วจริงๆ จึงถีบตัวออกมาจากวังวนเดิมๆ วังวนท่ี
ประกอบสรา้ งอยไู่ มก่ อี่ ยา่ ง วนุ่ กบั งาน นง่ั อา่ นหนงั สอื ถอื ครอง
ของเมา ครึม้ อกครึ้มใจก็สะพายเป้ออกเดนิ ทาง เมือ่ ถอยหา่ ง
จากวัฎจกั รตรงนั้นได้ จึงไมร่ อชา้ ที่จะหาอะไรเร่งเตมิ ถมหลมุ
ลึกๆ ด้วยเชื่อว่าแรงเสียดทานหว่านล้อมของมันหนักหน่วง
ขืนชะล่าใจเดี๋ยวมันลากคอผมไปอีก หลีกมาได้ก็เหมือน
พระเทวทัตกลับใจ จนไดด้ วงตาเหน็ ธรรม
* ราตับ หมายถึงขีเ้ กยี จ
104
18
ยาแกป้ วด
ตง้ั ใจบนั ทกึ วนั ตอ่ วนั แตอ่ ยา่ งทบ่ี อก บางวนั เหมอื นเรา
ไม่ใช่เจ้าของชีวิตอย่างแท้จริง คิดท�ำอะไรก็มักมีอุปสรรคมา
ค่ันกลางเสมอ วันน้ีจะพาคุณผู้อ่านถอยกลับไปยังเช้า
วนั องั คารท่ี 10 ธนั วาคม วนั ทผ่ี มอยากบนั ทกึ วา่ ‘เปน็ ครงั้ แรก
ท่ีวิ่งไม่ครบรอบ ก็เซถลาเหมือนนกปกี หัก’ เหน็ ความผดิ ปกติ
ที่หัวเข่า จากน้ันมันลดระดับลงไปท่ีข้อเท้า (ซ้าย) เจ็บจี๊ด
เหมือนมีเข็มแหลมๆ ท่ิมแทง พยายามฝืนวิ่ง แต่ก็ท�ำไม่ได้
สุดท้ายเปลี่ยนจากว่ิงเป็นเดิน พยายามไตร่ตรอง ตกลงมัน
เกิดจากอะไร
มนั กลายเปน็ คำ� ถามทเ่ี ฝา้ ถามตวั เอง “หรอื ทายาแกป้ วด
กอ่ นวงิ่ มากเกนิ ไป?” เหมอื นจะคนุ้ ๆ วา่ เคยอา่ นเจอทไ่ี หนสกั แหง่
ท่ีนกั ว่ิงคนหนง่ึ ละเลงทายากันปวดเอาไว้กอ่ น จากนน้ั แกเลา่
ว่า มีอาการเหน็บชาเป็นตะควิ จ�ำได้ลางๆ ประมาณนแี่ หละ
รำ่� ๆจะถอดใจเดนิ ออกจากสวนลมุ กห็ ลายรอบดว้ ยหวนั่ ใจลกึ ๆ
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 105
ถ้าขืนว่ิงต่อ ดีไม่ดีอาการเจ็บขาปวดตาตุ่ม มันจะบานปลาย
แตค่ วามคดิ หนงึ่ กแ็ ยง้ ขนึ้ “หรอื เราเกรง็ เพราะตง้ั ใจวงิ่ มากไป
หรือเปลา่ ?” เลยเถดิ ถึงเม่ือคืนทายาทีห่ ัวเข่าแล้วใสป่ ลอกผา้
ไอ้ปลอกผ้าสองอันที่ซื้อมา มันรัดแน่นไปหรือเปล่า ผมนอน
หลับลืม กว่าจะรสู้ ึกตวั อีกทกี ็ตสี กี่ ว่าๆ ท้ังๆ ทีต่ อนใส่ ตงั้ ใจ
ใสส่ กั ประเดย๋ี วกถ็ อดออก เมอื่ ใสป่ ลอกเขา่ ทง้ั คนื เลอื ดลมมนั
คงไหลเวียนติดขัด น่ีหรือเปล่าคือสาเหตุอันดับตน้ ๆ ทที่ ำ� ให้
เจ็บจ๊ีด เสียวแปล๊บที่ตาตุ่ม เช้าวันนี้ออกตัวยังไม่ถึงรอบ
อาการเสียวตาตุ่ม ก็ฉุดรั้งให้หยุดครั้งแล้วคร้ังเล่า มันเกิด
อะไรขึน้ กบั ขา
เดินไปคิดไป หรือภายในมันระบมจนเผยตัวออกมา
ให้เห็น ใช่ เวลาของคุณหมดแล้ว ความร่ืนรมย์บนเส้นทาง
การวงิ่ กำ� ลงั จะจบ จบแบบไมส่ วยอกี ตา่ งหาก นไี่ ง ความดอ้ื รนั้
หัวแข็ง มันก�ำลังส�ำแดงให้รู้ว่าอย่าอวดดีไปนักเลย พยายาม
ข่มใจวิ่งเหยาะๆ ลากรา่ งทรี่ าวกบั วา่ หนกั กว่าวันไหนๆ ยังไง
กอ็ ยากใหค้ รบรอบ ออกมาแล้วก็อยากไดเ้ หงื่อ แต่เมอื่ ความ
มงุ่ มนั่ ตง้ั ใจถกู สน่ั คลอน ผมจงึ รอ้ นตวั บอกไมถ่ กู รอ้ นตวั ทชี่ วน
ใหอ้ ดึ อดั ใจ อารมณเ์ หมอื นเดก็ ไมส่ มหวงั แตเ่ พราะความดอื้ รน้ั
จึงยังเช่ือว่าไปได้ พอลากร่างครบรอบแรก ผมข่มใจไปต่อ
106
อยากดูอาการเจ็บ ร้าว เสียวแปล๊บว่ามันลากยาวไปถึงไหน
ไมอ่ ยากยอมอะไรงา่ ยๆ จงึ ยนื กรา้ นดอ้ื เพง่ ละเลงสบั ขาไปเรอื่ ยๆ
พอจบรอบสองอาการเจบ็ เสยี ว จด๊ี กค็ ่อยๆ บรรเทา สวนลมุ
สองรอบก็ 5 กโิ ลกวา่ ๆ เมอ่ื ความปวดทเุ ลา ผมกห็ ยามใจไปตอ่
คิดถึงตัวเลขสวยๆ 8 กิโลดีไหม? เมื่อคิดถึง 8 กิโล
กม็ ีค�ำถามวาบขึ้นมา ทำ� ไมไม่เอา 10 กิโลไปเลยละ่ ? ห่างกัน
แค่ 2 กโิ ลเอง เลข 10 เลขสวยจะตาย ดกี ว่าเลข 8 เป็นไหนๆ
ปรากฏวา่ -เชา้ วนั ที่ 10 ธนั วาคม ซงึ่ เรม่ิ ตน้ ไมค่ อ่ ยจะดี จนแลว้
จนรอดผมก็จอดป้ายตรงหลกั กโิ ลเมตรท่ี 11 นิดๆ ชนิดท่ีวา่
ไม่เคยประสบพบเจออะไรแบบน้ีมาก่อน บทเรียนสอนใจ
ค่อยๆ เปดิ เผยทลี ะหน้า อยา่ งนอ้ ยๆ หลงั จากวันนน้ั ผมพลนั
หยุดทายาหรือฉีดสเปรย์แก้ปวดสะเปะสะปะ หยุดสวม
ปลอกเข่าท่ีเข้าใจวา่ มันชว่ ยบรรเทาอาการปวด เรม่ิ ตระหนัก
ถงึ ความพอดี ถอยหา่ งจากยาทาไปโดยปรยิ าย มาถงึ วนั น้ี 2 วนั
แลว้ ท่หี า่ งว่ิง คิดถงึ กลิน่ ตัวที่ได้จากการว่ิง วันน้ี 12 ธนั วาคม
ตง้ั ใจจะออกไปว่ิง อตุ ส่าห์มาถงึ ออฟฟศิ แตเ่ ช้ามดื แต่เมื่อจับ
หัวเข่าก็เหมือนเราสื่อสารถึงกัน “เอาไว้ก่อนดีกว่า อย่าเพิ่ง
ออกไปวิ่งเลย” “เชือ่ ผมสิ” เขา่ กระซบิ กระซาบ
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 107
เอาเรอ่ื งเจบ็ เขา่ มาเปน็ ขอ้ อา้ งอนั ชอบธรรม ความขเ้ี กยี จ
ชักบานปลาย นึกแล้วว่ายังมีอะไรอีกบานเบอะท่ีสถิตย์
ตรงข้ามความขยัน ตรงข้ามการออกไปวิ่ง ต่ืนมาเช้าน้ีเร่ิม
มีเหตุผลงามๆ เพ่ือไม่ออกไปว่ิง เช่น อยากอ่านหนังสือจิบ
กาแฟตอนเช้าๆ อยากปริ้นต้นฉบับท่ีผ่านการแก้ไขจนแล้ว
เสรจ็ อยากหยบิ มาอ่านอีกรอบ อยากจปิ าถะทล่ี ว้ นไกลโพ้น
จากค�ำว่า ‘อยากวิ่ง’ เลยเถิดไม่อยากเจ็บเข่าตอนแก่ๆ ถึง
บอกไง ว่าอย่าชะล่าใจ ถึงบอกไงว่า อย่าคิดน่ะว่าเคยว่ิงได้
10 กิโล 16 กโิ ล แล้วจะโอ้โห โล่งใจ มันไม่มอี ะไรบง่ ชถ้ี งึ การ
บรรลุ ไม่มหี รอกคำ� ว่าติดลม!
มคี นถาม อยา่ งน้อยสองคน “จะลงแขง่ เหรอ? เหน็ จดั
หนักทุกเช้า” ผมตอบตรงๆ “ไม่คิดเลย” อีกอย่าง, อาจจะ
เป็นไปได้ว่ากว่าจะได้อะไรมา ไม่ใช่ไล่คว้าเอาง่ายๆ แม่เจ้า
พระคณุ เอ๋ย เส้นเอ็นต้องปูดโปน จึงไมป่ ักใจเช่ือว่าซอ้ มว่งิ แค่
ครึง่ ปี แลว้ อุตรติ ตี วั๋ เข้าแขง่ ขนั เชอ่ื ไหมว่าชีวติ ไม่เคยได้อะไร
งา่ ยๆ แบบนนั้ หรอก มนั งา่ ยไป อยา่ งผมตอ้ งวง่ิ งมโขง่ ตงั้ รับ
ปรบั เทา้ อกี เยอะ อยา่ งตำ่� ๆ กป็ ีกวา่ โน่นแหละ
108
วิ่งเสร็จรู้สึกโล่งอก เหมือนก่อนหน้าน้ันมันมีค�ำว่า “แน่
หรือเปล่า?” “ไหวไหม?” เข้ามากวนใจไม่จบ ถึงบอก วิ่งเสร็จ
จึงปลอดโปร่งโล่งใจ ยิ่งว่ิงได้ในระยะทางท่ีมากกว่าคิดไว้ ก็ให้
รสู้ กึ ดี มใิ ชว่ งิ่ สง่ เดชแลว้ จบ วางไว้ 8 กโิ ล ลอ่ ไป 11 กโิ ล ผมสมควร
มคี วามสขุ กบั ผลประกอบการ หยดุ ไป 5 วนั ลกุ มาปดั แขง้ แกวง่ ขา
รสู้ กึ ยงั เปน็ ทา่ ยากสำ� หรบั เทา้ ใหม่ จงึ กลา้ บอกใครๆ วา่ ยงั อยใู่ นขน้ั
ฝึกปรือ ซึ่งถือว่ามีโอกาสพลิกความคาดหมาย พูดง่ายๆ ระยะ
ถอนตวั กบั เอาจรงิ ยงั วงิ่ ตคี กู่ นั อยู่ ผมเลอื่ นสายตาไปอา่ นขอ้ ความ
ทบ่ี นั ทึกไวเ้ มื่อคนื …
“วิ่ง 11.30 km. คร้ังล่าสุดที่สวนลุม จ�ำได้ว่าวันจันทร์
หลงั จากน้ัน องั คาร พุธ พฤหัส ศุกร์ รวมถึงเสาร์วันน้ี กไ็ มไ่ ด้ว่งิ
สง่ิ ท่เี หน็ คอื ร่างกายคอ่ ยๆ ระบม จากองั คารที่ปวดเมื่อยตามเนอ้ื
ตามตวั แค่นดิ ๆ คอ่ ยๆ ขยายวงกวา้ งมากขน้ึ ค�ำถามทีว่ าบในหวั
หยดุ ว่ิงนานๆ นานในทีน่ ี้ (ของผม) คือ 5 วนั ติดกนั มันมผี ลต่อ
ร่างกายเยอะทเี ดียว เขา้ ใจไปเองวา่ เนอื้ หนงั มงั สาท่คี ่อยๆ ปรบั
สภาพเป็นคนวิ่ง พอหยุดวิ่งติดต่อกัน (ซึ่งเข้าใจว่านานเกินไป)
ร่างกายก็รวนเอาเรื่อง เหมือนมันงงกับเจ้าของร่าง ประมาณว่า
“จะเอายงั ไงกนั แน่ อตุ สา่ หป์ รบั รา่ งใหม้ ภี มู ติ า้ นทาน เธอกม็ าหยดุ
เอาซะ่ งั้น! ตกลงจะให้ฉันท�ำยังไงกับเธอดี!?!”
เชา้ ตรวู่ นั ที่ 15 ธนั วาคม ผมตงั้ นาฬกิ าตี 5 ตรง กวา่ จะฝนื ตวั
ลุกจากเตียงยากเอาการ ยิ่งวนั หยุดทคี่ วรหลบั พักผอ่ น นอนอา่ น
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 109
หนังสอื -จิบกาแฟ ห่างวง่ิ มาหลายวนั มนั จึงยากสักหนอ่ ย เหมอื น
มแี รงถว่ งฉดุ ให้หยดุ แคค่ วามคิด ใชห่ รอื ไม่วา่ คดิ -เป็นอะไรท่ีงา่ ย
‘ธงิ ค์ วทิ เอา้ แอคชนั่ ’ (think without action) คิด-ทีป่ ราศจาก
การลงมอื กไ็ มต่ า่ งอะไรกบั อากาศ ทไี่ ลค่ วา้ จบั ตอ้ งไมไ่ ด้ หลายครงั้
ที่เราเสียเวลากับการ ‘นั่งคิด นอนคิด’ จนความคิดหลายช้ิน
แปลงคา่ เปน็ ขยะ ทนี่ า่ เจบ็ ใจหลายชนิ้ กองพะเนนิ เทนิ ทกึ หมกั หมม
เน่าเตม็ หวั
ถงึ สวนพทุ ธ 06.15 นาที ยนื วอรม์ อพั ยกแขง้ งอเขา่ บดิ ขา
พับขาอยู่พักใหญ่ๆ เห็นนักว่ิงแทบทุกรุ่น พุงทะยานผ่านไป
คนเฒ่าคนแก่ท่ีหยัดยืนฝืนร่างกายไม่ไหว ก็น่ังรถเข็น ให้ลูกๆ
หลานๆ ชว่ ยเข็น จ่ๆู ภาพแมก่ ็สวา่ งวาบในหว้ งค�ำนึง แม่อายุ 80
กว่าๆ เดินเหินต้องใช้ไม้เท้าค�้ำยัน ทุกวันแม่ยังคงเดินออกก�ำลัง
นิดๆ หน่อยๆ แม่ต้องออก ดีหน่อยท่ีหมู่บ้านหนทางกว้างขวาง
รถราก็ไม่แออัดพลุกพล่าน การออกก�ำลังกายของแม่จึงปลอด
โปร่งโล่งใจ อย่างน้อยๆ ก็ไม่ต้องระวังซ้ายแลขวา ส�ำหรับผม
6 วันท่ีไม่ลงวิ่ง ถือว่านานพอท่ีจะวัดใจและมีค�ำถาม “จะวิ่งต่อ
หรือพอแล้ว?” พอแล้ว-ท่ีหมายถึงวิ่งออกก�ำลังอาทิตย์ละคร้ัง,
ก็พอมั้ง เช้าวันน้ีจึงเหมือนเช้าวัดใจ “จะได้สักก่ีน้�ำกันเชียว?”
ค�ำตอบคอื 4 น�้ำ 11 กิโลเศษๆ 4 น�ำ้ หมายถงึ 4 รอบสวนพทุ ธ
เอาไปเอามาผมก็ทำ� ได้
110
เวลาว่ิงแล้วรู้สึกเหนื่อยล้าตอนไหน ชอบนึกถึง
ค�าสอนหลวงพ่อที่วัดท่าทาง “ดอกบัวท่ีเอามาใส่
แจกันบูชาพระ ล้วนมาจากโคลนตมแทบท้ังส้ิน”
จงึ วงิ่ ไปคดิ ไป รา่ งกายผมคอื ดอกบวั ทกี่ า� ลงั เบยี ดตวั
แทรกโคลนหนาเตอะ แหละสักวันร่างกายนี้จะ
ปลอดโปร่ง เบาหวิว ไรก้ ล่นิ โคลน สาบไขมนั !
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 111
19
เศษเวลา - ปดั ขน้ึ
ตกเย็น 15 ธันวาคม คิดอะไรไม่รู้ ผมวิง่ อีกรอบ ทั้งๆ ที่
ปวดเข่า เมื่อยขบตามเน้ือตามตัว ระบมตรงสะบักซ้ายยัง
รังควานไม่เลิก ผมผดิ เอง หลายสปั ดาหก์ ่อนว่ิงเสร็จ ผมเอยี ง
ตวั เกาะราวสะพานจากนน้ั วดิ พนื้ ขน้ึ ลงยส่ี บิ ครง้ั วนั นนั้ ไมเ่ จบ็
มันมาส่อให้เห็นเอาวันที่สาม ต่อจากนั้นมันก็ลากยาวมาถึง
วันนี้ ทายาก็ยังไม่หาย น่ีแหละ หมาบ้าบ่ินอย่างผม ลงว่า
ได้ท�ำอะไร ไม่มีหรอกท่ีจะสายกลาง มันต้องได้แผลแถมมา
เสมอ มากบา้ งน้อยบา้ งก็วา่ กันไป
ยอ้ นไปเม่อื เชา้ วิ่งไป 11 กโิ ลกว่าๆ มีอะไรจะบอก คอื
ผมพบ (อกี ) วา่ (และนา่ จะเปน็ ขอ้ วนิ จิ ฉยั สว่ นตวั ทอี่ าจถกู หรอื
ผิดก็ได้ อยา่ เพง่ิ ปลงใจเชอ่ื ) คอื งี้ พอเร่มิ ว่ิง มนั ก็เหมือนเดิม
คือเจ็บบริเวณเข่า เอาไปเอามา ก็ไม่รู้ว่าอาการเจ็บเข่าที่คน
ในวงการวง่ิ สะกดิ บอกใหพ้ งึ สงั วร ใหร้ ะแวดระวงั (เอาไวบ้ า้ ง)
มันใช่อาการปวดเข่าที่ผมก�ำลังประสบพบพานอยู่รึเปล่า
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 113
วินิจฉัยไปเอง คงไม่น่าใช่ น่าจะเป็นอาการปวดท่ัวไป ก็ดูสิ
ตอนเร่ิมขยับขาวง่ิ เอาแล้ว ปวดไปท่วั เข่า พอจดั ไปหนง่ึ กิโล
อาการปวดก็ค่อยๆ หาย คือคิดไปเอง ถ้ามันปวดเข่าซ่ึงเกิด
จากสาเหตุท่ีเซียนวิ่งฟันธง มันก็คงก�ำเริบมากขึ้น หรืออาจ
จะเป็นไปได้ว่าผมยังไม่ถึงขั้นน้ัน ขั้นท่ีเจอแจ็คพอร์ตเข้าให้
แล้ว แจ็คพอร์ตที่ว่าคือเข่าอักเสบจริงๆ อักเสบเพราะว่ิงท่ี
ไมบ่ ันยะบันยงั ทำ� นองออกก�ำลังโดยไมด่ สู งั ขาร!!
จึงกล้าวินิจฉัยได้ว่า น่าจะเป็นเท้าใหม่หัดว่ิง ที่ง้างขา
แกวง่ แขนแรงไปหนอ่ ย สงั ขารจงึ ลงขนั ใหบ้ ทเรยี น บทเรยี นนี้
ถึงกับจุกที่เดียว ต้อนความหวั่นไหวมาให้ผมหลายขนาน
สร้างความสะพรึงกลัวหวั ใจสนั่ ๆ อยา่ งนอ้ ยๆ กแ็ ทบทกุ ไฟต์
ท่ีถีบตัวออกไปวิ่ง มีให้คิด ให้วิตกตลอด คิดเป็นตุเป็นตะ
เปน็ อะไรมากไหมเนย่ี ? กลวั เพอ่ื นสพั ยอก “สมนำ้� หนา้ !” กก็ ลวั
กลัวเข่าจะพงั ตอนแกๆ่ กก็ ลวั ฮื่อออ
ท่ีเกร่ินไว้แต่ต้นว่ามีอะไรจะบอก น่ันคือเช้าวันท่ี 15
ธันวาคม หลังวิ่งจบรอบแรก ผมเลิกจ�ำนนต่อค�ำบอกที่ว่าวิ่ง
ช้าๆ หน่อย ช่วงครงึ่ กิโลแรกผมลองว่งิ เหยาะๆ เอาใจขาท่ีมนั
สอ่ื สารถงึ ผม“เบาๆหนอ่ ยกเู จบ็ เดยี๋ วเถอะมงึ !”พอเขา้ ครงึ่ กโิ ล
หลังผมสับขาเร่ง ความเรว็ ท่ีเคยอยรู่ ะดบั 7.30 ลดระดบั ไป
114
อยู่ที่ 6.10 แหละนน่ั กท็ �ำให้ผมพบวา่ แท้ทีจ่ รงิ แลว้ ผมชอบ
ความเร็วในระดับน้ีต่างหาก คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยอ่าน
เจอทไ่ี หนสกั เลม่ “วงิ่ ในระดบั ทตี่ วั เองวง่ิ แลว้ ไมเ่ หนอื่ ย ไมห่ อ
บ วง่ิ แลว้ มคี วามสขุ ” ผมวงิ่ ไปกป็ ระเมนิ ไป ระหวา่ งวงิ่ เหยาะๆ
กบั วงิ่ ทเี่ รว็ กวา่ เหยาะๆ (ในระดบั ความเรว็ ทเี่ ปน็ ปกติ กพ็ บวา่
อาการปวดขา เจ็บเข่าจะลดลงน่ะ) เมื่อได้ข้อสรุป ผมเลย
ปล่อยเท้าเท่าท่ีใจอยากปล่อย โดยไม่มัวเอาใจจดจ่อกับช้า
หรอื เรว็ อกี ตอ่ ไป เลอื กเอาทวี่ งิ่ แลว้ มคี วามสขุ เปน็ ทตี่ งั้ แลว้ ผม
ก็ตบเท้าเข้า 11 กิโลแบบสบายๆ ตกเย็นก็ตามเก็บแต้มให้
ตวั เองอีก 4 กโิ ล
ผมว่าสิ่งหน่ึงที่ส�ำคัญ คือการจัดสรรเวลาให้ลงตัว
งานประจ�ำท่ีเร่งรัดมัดมือ เลยเถิดถึงบ้านช่องห้องหอ ซ่ึงยุบยับ
ไปดว้ ยเรือ่ งราวรอ้ ยแปด เดย๋ี วแอร์เสยี เดี๋ยวนำ�้ ไม่ไหล เด๋ียวทีวี
ดูไม่ได้ ตอ้ งตามเช็ดตามแก้ และหากทันกต็ ้องกลบั ไปทานมือ้ ค�ำ่
กับคนที่บ้าน บางวันเดินลอยหน้าลอยตาเที่ยวห้างก่อนเข้าบ้าน
เพ่ือจะกลับมาพบว่าแม่กับพ่ีสาวรอทานม้ือค่�ำ ส�ำนึกผิดเกิดขึ้น
ตง้ั แตว่ นั นน้ั จงึ ยำ้� กบั ตวั เองเสมอ ทำ� ไดก้ ค็ วรทำ� ของลำ้� คา่ บางชนดิ
มันไม่ได้รอเรา keep in touch ตลอดไปหรอก
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 115
ความทชี่ อบหาอะไรใสต่ วั จนเปน็ นสิ ยั คดิ ถงึ ขนาดวา่ วนั ไหน
ขับรถไปท�ำงาน เป็นอีกวันท่ีขาดทุน เพราะระหว่างเดินทาง
ผมท�ำอะไรไม่ได้เลย แต่หากใช้บริการรถเมล์ เรือด่วน หรือใช้
รถไฟฟ้า วันแบบนั้นผมจะได้อะไรเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่อ่าน
หนังสอื กห็ ยบิ มือถอื มาเขยี นโพสตเ์ อาไว้ มคี นถาม “เอาเวลาไหน
ไปเขยี น?” พลางพมึ พำ� ‘ไหนจะงานประจำ� ไหนจะงานอสิ ระ ไหน
จะแม่ท่ีตอ้ งดูแล และไหนจะว่ิง?’
ผมตอบเขาตรงๆชอบมนั จรงิ ๆหรอื เปลา่ ละ่ ถา้ ชอบมนั จรงิ ๆ
คุณกจ็ ดั สรรวนั เวลาให้มนั ได้ จะมากจะนอ้ ยกอ็ กี เร่ือง ส�ำคญั คือ
ต้องชอบมันจริงๆ เพราะถ้าชอบจริงๆ เช่ือหรือไม่ คุณจะยอม
ทิ้งทุกอย่างเพื่อมัน! ยอมท้ิงรายการทีวีท่ีคับคั่งด้วยเร่ืองเล่าซ�้ำๆ
ซากๆ ยอมทิ้งความหม่นเศร้าทางการเมอื ง ท่จี นปา่ นนี้ก็ยงั ขงึ ขงั
สันดานเดิม เม่ือท้ิงได้เบ็ดเสร็จ คุณจะได้เวลาเพ่ิมขึ้น‘เป็นกอบ
เป็นก�ำ’ เวลาเหล่าน้ันแหละที่ผมเอามา ‘ปัดขึ้น’ เพื่อท�ำอะไร
ต่อมิอะไรได้ตัง้ เยอะ
กลบั กนั ,ถา้ ไมช่ อบเสยี อยา่ งมวล‘มหาขอ้ อา้ ง’ทงั้ หลายแหล่
กจ็ ะกระหนำ�่ ใหก้ ระเซอะกระเซงิ เมอ่ื ใจคอไมไ่ ดจ้ ดจอ่ ตอ่ มนั จรงิ ๆ
มันก็งา่ ยท่จี ะปลดิ ปลวิ กระเจดิ กระเจงิ ยงิ่ แคแ่ ตะมอื เบาๆ หาก
ไมไ่ ดก้ ำ� แนน่ ๆ มนั กง็ า่ ยทคี่ วามตง้ั ใจจะสลายในพรบิ ตา วนั กอ่ นคยุ
กับนักเขียนดัง ที่หันมาท�ำธุรกิจค้าขายเสื้อผ้า หลายค�ำผ่านหู
116
ไมก่ ระทบใจเทา่ ประโยค “เรอ่ื งบางเรื่อง มันไมใ่ ชเ่ รอื่ งของเรา...
ถงึ ไปยดึ โยงเขา้ จดั การ มนั กเ็ หนอื อำ� นาจของเรา” ใช่ เรอื่ งบางเรอื่ ง
มนั ไมใ่ ช่เรอ่ื งของเรา
อย่างท่ีทราบ ผมมาจาก“เด็กควน”ที่ไร้โอกาสทางการ
ศึกษา มาจากค�ำศัพท์ท่ีครูบรรจุไว้ในสมุดประจ�ำตัวนักเรียน
“ฐานะยากจน พ่อแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน พ่อบวชพระ แม่ชาวสวน
อาชพี กรดี ยาง คุณแมแ่ ละลกู ๆ อาศยั ใตถ้ ุนบา้ นยายชมุ่ ” เม่ือโต
พอรคู้ วาม ค�ำว่าโอกาสจงึ เป็นของลำ�้ ค่าสูงสง่ ผมโกนหัวและเดนิ
ตรงด่ิงเข้าวัดก็เพื่อหาโอกาสทางการศึกษา ด้ันด้นมาเมืองหลวง
ก็ไม่พน้ ค�ำวา่ เพ่อื ไขว่ควา้ หาโอกาส
งานเขียนชิน้ แรกท่‘ี อาจารย์เสมอ กลน่ิ หอม’ (ขุน ร�ำยอง)
พิจารณาตีพิมพ์คือบทกวี (ในนิตยสารมาตุภูมิ) และ ‘อารี
แทน่ คำ� ’ ทพี่ จิ ารณาตพี มิ พท์ งั้ บทความและเรอื่ งสนั้ ในจดุ ประกาย
วรรณกรรม ยังจ�ำความสขุ ท่เี หน็ งาน “การเดนิ ทางของสามเณร
ไรชอื่ ” ไดด้ ี เหมอื นเพง่ิ เกดิ ขน้ึ เมอ่ื วาน รวมถงึ ยงั จำ� วนั ทไี่ ดร้ างวลั
ชนะเลศิ “นายอนิ ทรอ์ ะวอรด์ ” ทกุ อยา่ งทก่ี ลา่ วมาลว้ นเปน็ โอกาส
ที่ต้องเดินเข้าหา ไม่มีสักโอกาสท่ีลอยหน้าลอยตามาให้ผมแบบ
ง่ายๆ ไม่มหี รอก!
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 117
20
เกาะเสม็ด
ไม่รู้จะเริ่มต้นชงค�ำแรกยังไงดี? เท่าที่นึกออก นี่คือ
คร้ังแรกท่ีผมออกมาว่ิงบนเกาะ ไม่เท่าน้ัน ยังเป็นครั้งแรก
ทห่ี อบรา่ งอวบๆ ออกวงิ่ ไตต่ ว้ มเตี้ยมไปตามเนิน สูงๆ ตำ�่ ๆ
บางกิโลกส็ ูงชนั ทดี่ นั ทะล่งึ ไปเจอเอากิโลปลายๆ ถ้าเป็นกิโล
ตน้ ๆ ยงั พอทน ผมถามชาวบา้ นในพนื้ ทถ่ี งึ ระยะทางรอบเกาะ
วา่ ทง้ั หมดกกี่ โิ ล ไดค้ ำ� ตอบวา่ เกาะเสมด็ เสน้ ทางยงั ไมร่ อบเกาะ
จากตน้ ทางฝง่ั ใตไ้ ปจบปลายทางฝง่ั เหนอื ระยะทาง (ทชี่ าวบา้ น
บอก 8 กโิ ลเมตร) เอาเข้าจริง 10 กโิ ลกวา่ ๆ
เดินออกจากที่พักแถวท่าเรือ ตรงน้ีเป็นแหล่งชุมชน
มีร้านเซเว่น ร้านข้าวแดงแกงร้อน ซ่อนตัวทุกซอกทุกมุม
ราคาบาดคอร้อนกระเป๋า ออกจากที่พักเดินย้อนไปทาง
ตน้ หาดฝั่งใต้ มีคนบอกวา่ 2 กโิ ลเศษ ผมเดนิ สำ� รวจเสน้ ทาง
ด้วยความต่ืนเต้น เห็นอะไรที่ไกลจากความเคยชิน มันท�ำ
ให้เรากระชุ่มกระชวย นึกขอบคุณตัวเองที่เลือกเดินทางมา
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 119
ตวั เลอื กของชายสนิ้ ทา่ ไม่มชี อ้ ยใหเ้ ลอื กมากนักหรอก ไมเ่ คย
มาเกาะเสม็ด เกาะทรี่ �ำ่ ลือกันนักกันหนา ใครไปใครมา ‘ต้อง
เสรจ็ ทุกราย!’
หมุดหมายภายในนาทีนี้ พูดตรงๆ “ผมอยากเสร็จ!”
อย่างน้อยๆ ก็อยากว่ิงรอบเกาะให้ส�ำเร็จ! ผมเดินลัดเลาะ
ตามทางคดเค้ียว พลางกวาดตาไปรอบๆ เหมือนนักส�ำรวจ
จะวา่ ไป, เกาะเสมด็ เหมอื นสาวงามหนา้ ใส ทด่ี ยู งั ไงกไ็ รเ้ ดยี งสา
ทว่าน่าเสียดายที่ความใสซื่อของเธอ ถูกรุกราน ผ่านมือ
หยาบกรา้ นอยา่ งไมม่ คี วามยำ้� เกรง แนน่ อน, จงึ เหน็ การขม่ เหง
และรกุ ลำ้� เหน็ กองขยะทเ่ี รย่ี ราดระเกะระกะ ราวกบั เธอเปน็ ลกู
ไม่มีพ่อแม่ ท่ีมนุษย์กักขฬะหน้าไหนๆ ก็ตาโตเข้ากวาดต้อน
ปยู้ ป่ี ยู้ ำ� ยงิ่ มาเหน็ นำ้� ใสๆ เหน็ ปลาดาวขยบั เคลอ่ื นตวั ตรงหนา้
กย็ ง่ิ ชวนใหก้ งั ขาวา่ มนั จะอยใู่ หเ้ ราเหน็ อกี นานไหม (สรปุ วนั นี้
1 ชัว่ โมงกบั 44 นาที กับระยะทาง 11.59 กิโลเมตร)
เขา้ ใจวา่ คงเปน็ ผลพวงไปวง่ิ ทเี่ กาะเสมด็ เจอทางลาดชนั
เนนิ สงู ลาดตำ�่ นบั เปน็ ไฟตบ์ บี หวั ใจ ในขณะเดยี วกนั กท็ า้ ทาย
รำ�่ ๆ จะถอดใจกห็ ลายครงั้ แตก่ ล็ ากขาจนจบเกม รวมระยะทาง
120
11 กิโลกว่าๆ ว่ิงบนเกาะคราวน้ัน รู้ทันทีว่าหัวใจเต้นแรง
(มากกวา่ เสน้ ทางปกต)ิ และดเู หมอื นวา่ รา่ งกายกบั ความอยาก
ไปต่อ คลา้ ยจะสวนทางกนั
เชา้ วันนีจ้ งึ รู้สึกได้ว่าวง่ิ สบายขน้ึ เยอะ รอบแรกผ่านไป
รอบสองก็ยังชิวๆ จบรอบสามก็ยังไม่เหน่ือย ตัดสินใจลุยต่อ
จบรอบทสี่ ่ดี ้วยความรูส้ ึกชัก (จะ) ชา้ ทนั ทีที่จบรอบ 4 ผม
บอกตวั เอง “เอานา่ ขออกี รอบ” ดว้ ยเปา้ หมายทวี่ างไว้ ภายใน
เดอื นมกราคม ผมอยากวงิ่ ใหถ้ งึ 20 กโิ ล จงึ คดิ วา่ การไตร่ ะดบั
จดั แตม้ (ระยะกิโล) ใหส้ งู กว่าเดมิ เปน็ เร่อื งควรท�ำ สมการที่
คิดเอง เออเอง มนั จึงยุให้ไปต่อ สุดทา้ ยก็ได้รอบท่ี 5 สมใจ
อยาก จบ 13.26 กโิ ลเมตร แบบไม่ปวดเนือ้ เจ็บตัวอะไรมาก
มีเพ่ือนฝูงหลายคนงงเป็นไก่ตาแตกท่ีเห็นผมออกวิ่ง
แม้กระทั่งคุณโบว์ ก็ยังเอ่ยส้ันๆ “หนูไม่อยากเชื่อว่าพ่ีจะวิ่ง
ไม่อยากเช่ือสายตาว่าพี่จะจริงจังขนาดน้ี ยอมใจพี่เลย”
ไม่เฉพาะคนไกล คนใกล้ๆ ท่ีหากไล่รายช่ือ ก็มีแต่พึมพ�ำ
“ถามจรงิ ๆ ผอี ะไรเขา้ สงิ ?” ใช่ ผมเขา้ ใจถงึ ความรสู้ กึ พวกเขา
เพราะการวง่ิ เปน็ อะไรทไี่ กลตวั กระทง่ั ไมใ่ ชก่ จิ กรรมทเ่ี ราคนุ้ ชนิ
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 121
เหมอื นกบั แมน-เพอื่ นรว่ มชน้ั มหาวทิ ยาลยั บา้ นอยสู่ าย3
เมื่อเช้าผม line ไปบอก กำ� ลังจะออกไปวง่ิ ชวั่ อึดใจ เขาตอบ
กลับเป็นประโยคค�ำถาม “อะไรคือแรงบันดาลใจในการวงิ่ ?”
มนั เปน็ ประโยคคำ� ถามทด่ี นี ะ่ ผมนกึ คำ� ตอบเดด็ ๆ อยหู่ ลายเดด็
แต่สุดท้ายเด็ดท้ิง ด้วยเช่ือว่าคนถามเองก็น่าจะรู้แก่ใจ
ว่าแรงบันดาลในการว่ิง หรือในการท�ำอะไรก็ตาม คงมีไม่
กี่อย่างหรอก ถ้าสรุปจริงๆ กห็ นีไมพ่ น้ (หนึ่ง) เพื่อตวั เอง และ
(สอง) เพื่อคนอืน่
เชา้ วนั นีผ้ มวิง่ ได้ 15.49 กิโลเมตร ด้วยเวลา 1 ช่วั โมง
56 นาที มากกวา่ เมอื่ วานที่วงิ่ ได้ 13.26 กโิ ลเมตร ด้วยเวลา
1 ชัว่ โมง 34 นาที ที่ส�ำคญั เมื่อวาน 5 รอบ วนั นล้ี ่อไป 6 รอบ
ถึงบรรทัดนผ้ี มกล้าฟันธง หนึง่ รอบสวนพทุ ธ ทร่ี วมระยะทาง
2.65 กิโล ผมสามารถว่ิงได้โดยไม่หยุดพัก ว่ิงแบบสบายๆ
ได้เลยคอื 4 รอบ แต่ถา้ ขน้ึ รอบที่ 5 จะรู้สึกว่าได้อยู่ แตอ่ อก
จะล้าๆ ผมจบรอบท่ี 5 ในลกั ษณะทรงตวั สวยๆ เขา้ เส้นชัย
ทว่า, เช้าน้ีผมลองก้าวขาออกไปอีก ประมาณว่าขอ
ลองอกี สักรอบ ถ้าลองแล้วจบ กเ็ ปน็ อันว่าทำ� ส�ำเรจ็ ประเมิน
ตัวเลขคร่าวๆ คงราวๆ 15 กิโล แต่พอวิ่งออกไปครึ่งทาง
122
ผมแทบง้างขาก้าวต่อไม่ไหว มันเหน่ือยล้า พยายามฝืนใจ
บอกตวั เอง “ตอ้ งเอาใหจ้ บ!” หวิ นำ้� คอแหง้ นถี่ า้ ไดน้ ำ้� ลา้ งคอ
สักหน่อยก็คงดี ตั้งแต่ไหนแต่ไร ผมไม่เคยด่ืมน้�ำระหว่างว่ิง
คดิ จะดมื่ นำ�้ ดบั กระหาย กไ็ มไ่ ดถ้ อื มา อกี นดิ ...อกี นดิ ... กระซบิ
กระซาบบอกตวั เอง สดุ ทา้ ยกจ็ บรอบที่ 6 แบบบรบิ รู ณ์ โลง่ อก
ท่ีท�ำส�ำเร็จ เป็นความส�ำเร็จท่ีคาดว่าน่าจะเป็นไฟต์ทิ้งท้าย
ก่อนสน้ิ ปี 2562
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 123
21
ลมใตป้ กี
(บันทึกท่ีบ้าน กอ่ นออกไปว่ิง)
เวลาบนหน้าปัด ตี 04.15 นาที ดใี จที่มลี มหายใจผา่ น
จมูกถึงปีน้ี และดีใจที่คนรักยังอยู่ครบ-ทุกคนยังพร้อมหน้า
พรอ้ มตา หลังรอื้ ผงั รา่ งกายตัวเอง ไมน่ ่าเชื่อว่าผมจะถอยห่าง
จากของเมา (อยา่ งจรงิ จงั ) ไดข้ นาดนี้ อยา่ งนอ้ ยๆ วาระพเิ ศษ
ทค่ี นทวั่ โลกด่ืมด�่ำ เต้นรำ� เฉลิมฉลอง ผมกลบั จ้องมองเคลื่อน
ผ่านอย่างเย็นชา น่าประหลาดใจที่ไร้ของเมาเทเข้าปาก
เม่ือตั้งใจก็ต้องเอาให้ได้ ผมเตรียมพร้อมส�ำหรับการเร่ิมต้น
ออกว่งิ ในเช้าตรู่วันที่ 1 มกราคม 2563 อยา่ งใจจดจ่อ
ขืนดื่มด่�ำคร้ืนเครง ก็เกรงว่าความพร้อมมันจะพร่อง
ไม่เต็มที่ แล้วผมกผ็ า่ นราตรที ี่ย่ัวยวนชวนใหห้ ยวนๆ มาแบบ
ใจหายใจคว�่ำ ผมตอ้ งชนะใหข้ าด ตอ้ งเบ็ดเสรจ็ เปน็ เอกฉันท์
ไมอ่ ยากไดย้ นิ ประโยคแกม้ อื เกอื บยสี่ บิ ปที จ่ี ารกิ เรยี นรแู้ ตก่ าร
เดินจงกรม นั่งกรรมฐาน การออกมาว่ิงในวัยท่ีอะไหล่หลาย
ช้ินไม่เอ้ือ มันจึงมีปราการหลายชั้นที่ต้องดันตัวเองออกไป
124
ซึ่งแน่นอน, นอกจากปัจจัยภายนอกสะระตะท่ีต้องข่มใจเอา
ใหอ้ ยู่ ปัจจยั ภายในทเี่ รยี กวา่ หัวใจก็เต็งหนงึ่ ไมแ่ พ้กนั !
วง่ิ ออกกำ� ลงั กายเสรจ็ กอ็ าบนำ้� แตง่ ตวั ในหวั มเี รอ่ื งหนงึ่
ที่อยากท�ำ วันน้ีพร้อมแล้ว ผมเดินไปหาแม่แล้วยื่นเงินใส่มือ
แมส่ ่ายหน้าพลางว่า “กูไม่เอา! ค่าใช้จา่ ยมึงเยอะ เกบ็ ไว้เถอะ
กูไมไ่ ดจ้ ่ายอะไร!” ผมคะยัน้ คะยอ “รับไว้เถอะ เป็นของขวญั
เล็กๆ ท่ีตงั้ ใจให้ เผอื อยากซื้อหาอะไรให้หลานๆ” แมม่ องเงิน
ในมือ “แต่ท�ำไมให้กูเยอะขนาดน้ี มาอยู่กับมึง ก็รบกวนมึง
เยอะแลว้ ” ผมตดั บท “เกบ็ ไวเ้ ถอะ ไมต่ อ้ งคดิ มาก เดยี๋ ววนั หนา้
ถา้ ผมไม่มี จะมาหยบิ ยมื ” ได้ยินแม่พมึ พำ� “เออๆ แล้วแตม่ ึง
ฝากไว้ท่ีกูก่อนก็ได้ วันไหนมึงไม่มี มาเอาที่กู” แม่ว่าพลาง
เอาเงินไปไวใ้ ต้หมอน
เหมือนนึกอะไรได้ ผมสัพยอก “อะไรรับเงินญาติโยม
ไปแล้ว ไม่คิดข้ึนยถา สวดสัพพี อวยพรให้ญาติโยมบ้าง
เลยเหรอ?” แม่ยิ้มแก้มปริอย่างรู้ทัน แววตาเป็นประกาย
“เอาๆ ก็ขอให้มึงเจริญ คิดการสิ่งใดก็ให้สมปรารถนา”
สน้ิ คำ� แม่ ผมขอกอด กอ่ นถอยมาแลว้ กม้ ลงกราบ พส่ี าวนงั่ ยม้ิ
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 125
อยู่บนโซฟา ผมเดินไปหาแล้วยื่นซองใส่เงิน พ่ีสาวตาค้าง
โบกมือปฏิเสธพลวัน “บา่ วไมต่ อ้ งมาใหพ้ ี่ เก็บไวเ้ ถอะ เกบ็ ไว้
ใหไ้ อจ้ นู ไอเ้ นยี รม์ นั เอาไวใ้ หล้ กู เถอะ” ผมพดู เบาๆ “พเ่ี กบ็ ไว้
เผือต้องออกไปตลาด อยากซอื้ อะไรให้หลานๆ จะไดส้ ะดวก
เอาน่า อยา่ ไปคิดอะไรมาก พชี่ ว่ ยดูแลแม่ ช่วยหงุ หาอาหาร
ทำ� น้ำ� ชบุ ทำ� กบั ข้าวให้กนิ ตัง้ เยอะ ถอื เสียว่าเงินในซอง นอ้ ง
ใหเ้ พอ่ื ขอบคุณพลี่ ะกนั ”
ผมหยดุ งานหลายวนั กจิ กรรมวนั หยดุ นอกจากพาลกู ๆ
ออกไปเทย่ี ว ทำ� อาหารกนิ กนั แดดรม่ ลมตกกอ็ อกไปตแี บดกบั
ลกู ๆ เพราะทนเสยี งคะยน้ั คะยอไมไ่ หว หนา้ บา้ นเปน็ ถนนสอง
เลนส์ รถวิ่งสวนไปมาได้ นานๆ ถึงจะมีรถโผล่ให้เห็นสักคัน
นับเป็นข้อดีท่ีตัดสินใจซ้ือบ้านเด่ียว เพราะมันได้ตรงน้ีไง
ไดค้ วามเป็นสว่ นตวั ผูค้ นกไ็ มจ่ อแจ บ้านตรงขา้ มกใ็ จดี มีแกง
มีอะไรก็หยิบย่ืนส่งให้กัน หลังบ้านก็พี่ต๊ัก ได้รับของกิน
ของอรอ่ ยจากแกบอ่ ยครง้ั
เชา้ นผ้ี มสง่ ขอ้ ความแจง้ ฝา่ ยบคุ คลเรอ่ื งขอยกเลกิ วนั ลา
ความตั้งใจที่ลางานยาวๆ เพราะอยากเหวี่ยงเป้ไปเท่ียว
เลง็ ๆ ไวค้ อื หลวงพระบาง จะเขา้ ทางจงั หวดั นา่ น เมอ่ื คดิ จะไป
126
ทางนน้ั มนั กต็ อ้ งผา่ นแพร่ ผา่ นรอ้ งกวาง ไมห่ ยดุ แวะทกั ไอฝ้ น
ที่นับถือเหมือนญาติโกโหติกาก็น่าเกลียดอีก สรุปสุดท้าย
คอื ไมไ่ ดไ้ ป เพราะขลกุ ขลกั เรอื่ งต๋ัว มีแต่รถเสริม ตว๋ั ขากลบั
ก็ไม่ชัวร์ว่ามีรึเปล่า แผนการณ์ท้ังหมดจึงถูกพับเก็บ คิดดูสิ
ผมหยดุ ยาวตงั้ แตว่ นั ที่ 28 ธนั วาคม ถงึ 6 มกราคม มากพอทจี่ ะ
ท่องทะยานออกไปไหนตอ่ ไหน น่าจะเปน็ ครง้ั แรกทข่ี ลกุ ขลกั
‘ชักกะแดว๋ ’ อยู่กบั ท่ี
จึงหาด้านดีๆ มากลบฝังความเศร้า ไม่ได้ไปเที่ยวก็
ไมเ่ ป็นไร ดเี หมอื นกันจะไดอ้ ยกู่ บั แมก่ บั พีส่ าว ดีเหมือนกนั จะ
ไดอ้ ยกู่ บั ลกู ๆ ดเี หมอื นกนั ไมเ่ ปลอื งเงนิ เปลอื งทอง ดเี หมอื นกนั
จะได้ฉลองปีใหม่อยู่ที่บ้าน และแน่นอน, ถ้าออกไปเที่ยว
ตามแผน ความส�ำเร็จวิ่งได้ 21 กิโลเมตรก็ยังไม่เกิด จึงได้
อย่างเสียอย่าง ช่วงก่อนวันส้ินปีตียาวถึงวันท่ี 1 มกราคม
ผมไดเ้ หน็ ภาพแม่ พสี่ าว ลกู ๆ หลานๆ สง่ เสยี งเจย๊ี วจา๊ วลนั่ บา้ น
เหน็ อาหารทว่ี างเตม็ โตะ๊ เหน็ กจิ กรรม ‘ทำ� อะไรกนิ กนั ’ มาคดิ
อีกทีในความโชคร้ายไม่มีตั๋วเดินทาง ความอับโชคกลับมอบ
ของขวัญท่ีมันเดินทางมาให้ถึงท่ี ของขวัญท่ีไม่มีทางค้นพบ
ที่หลวงพระบาง
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 127
ก่อนออกไปท�ำงาน ผมเห็นยายสาละวนในครัว
เปน็ ภาพคุ้นตาแสนสามัญ ยายจะเปน็ คนแรกๆ ที่ตื่นมาแล้ว
เดนิ เข้าครัว หุงหาอาหาร เตรยี มกับขา้ วใหแ้ มเ่ สือรา้ ยสองตัว
แม่เสือร้ายท่ีกลายเป็นหัวใจ กลายเป็นอวัยวะส่วนส�ำคัญ
ท่ีท�ำให้รู้ว่า ไม่มีนาทีไหนท่ีผมไร้เป้าหมาย และกลายเป็นว่า
แม่เสือร้ายสองตัว ช่วยให้ผมค้นพบ ‘หัวใจผู้บังเกิดเกล้า’
อยา่ งนอ้ ยๆ เวลาเหน็ ลกู เหมอื นไดเ้ หน็ สง่ิ ปลกู สรา้ งในรา่ งผม
ที่แม่เคยประพรม รดน�้ำ พรวนดิน เหมือนทุกคร้ังเวลาออก
ไปท�ำงาน ผมจะเดินไปบอกทุกคน ตั้งแต่คนรัก ลูกๆ ไล่ไป
ถงึ แม่ พส่ี าว และคนสดุ ทา้ ยคอื ยาย ไมเ่ คยเบอ่ื ทจ่ี ะเอย่ ประโยค
เดมิ ๆ “ไปท�ำงานกอ่ นน่ะ” ด้วยลกึ ๆ ไม่เคยปักใจเช่ือวา่ ชวี ติ
เปน็ ของเราทง้ั หมด ส่วนหน่งึ อยใู่ นกำ� มือฟา้ ดนิ หลังผา่ นโลก
มาแล้วช่วงหน่ึง คนอ่ืนไม่รู้ ส�ำหรับผมตระหนักอยู่เสมอ
‘เราอาจตายไดท้ ุกนาท!ี ’
เมื่อคิดแบบน้ี จึงมีข้อสรุปอยากท�ำอะไร-ท�ำ อยากให้
อะไรใคร-ให้ ใครจะไปรวู้ า่ อยถู่ งึ พรงุ่ นหี้ รอื เปลา่ ผมจงึ ไดน้ สิ ยั
‘ไ ม่ อ ย า ก ป ร ะ ม า ท’ หลังไดย้ นิ “ไปทำ� งานก่อนน่ะ”
เหมอื นเดมิ ยายหนั มาขานรบั แตเ่ ชา้ วนั นผี้ มเดนิ เขา้ ไปยกมอื
ไหว้ รวมถึงถือโอกาสอวยพรปีใหม่ ขอบคุณยายที่ช่วยพยุง
128
แบง่ เบาภาระดแู ลหลานๆ จากนน้ั ยนื่ ซองของขวญั ยายคงรวู้ า่
มนั คอื อะไร จงึ เอย่ เบาๆ “ไมต่ อ้ งกไ็ ด”้ “เกบ็ ไวใ้ หจ้ นู ใหเ้ นยี ร์
มันเถอะ” ผมพยักหน้าพลางตอบกลับ “รับไว้เถอะยาย”
ตอนขบั รถไปทำ� งาน ชว่ งหนงึ่ ทร่ี ถวง่ิ บนทางยกระดบั เสน้ บรมฯ
เหน็ นกตวั หนงึ่ กระพอื ปกี โฉบผา่ น ชวี ติ ผมกค็ งเหมอื นนกตวั น้ี
ท่ีกว่าจะบินได้ไม่ใช่แค่มีแรงกระพือปีก แต่ยังมีลมใต้ปีกท่ี
ช่วยหนนุ ส่ง ผมคงบนิ ไมส่ ูงหรอก หากไม่มลี มใต้ปกี ช่วยผลกั
ดันสนับสนนุ
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 129
22
‘ปอ้ งกนั เถอะ’
อยา่ งนอ้ ยกแ็ มค่ นหนงึ่ ทย่ี มิ้ ระรนื่ ออกหนา้ ออกตา ทนั ที
ท่เี หน็ ลกู ชายตัวดี เรมิ่ มนี ิสัยหัดออกกำ� ลังกาย ภาพกอ่ นหน้า
มีแต่หมกมุ่นเมามาย ร่างกายมีแต่เสื่อมถอยวิบัติ แต่ทันทีที่
พลกิ โฉม หะแรกทเ่ี หน็ , แมไ่ มเ่ ชอื่ สายตาสกั เทา่ ไหร่ คงเหมอื น
คนอ่ืนท่ีพึมพ�ำเบาๆ “จะได้สักก่ีน�้ำ?” มาถึงวันนี้แม่คงนับ
น้�ำไมถ่ กู จนแมเ่ ลกิ ลังเลและเริ่มเทใจออกเสยี งเชียร์ “ดีๆ ”
“เอาเลย!” ออกกำ� ลงั กายกลายเปน็ ของใหมท่ เ่ี ขา้ มามบี ทบาท
จะเดนิ เหนิ ท�ำอะไร มกั ให้คิดแตช่ ว่ งเช้ามดื ทเ่ี ห็นตวั เองออก
ไปว่ิง ติดใจระยะกิโล ท่ีลุ้นว่าแต่ละครั้งจะท�ำได้ขนาดไหน
มันต้องมากกวา่ วันนน้ั มนั ต้องดีกว่าเม่อื วาน การวง่ิ มิใชเ่ รียก
เหงอ่ื ออกจากร่าง แต่ยงั สรา้ งคำ� วา่ รอคอยสลกั ในหัว ใช่ ต้อง
รอคอยเปน็ เหน็ ไหม ว่ิงไปแต่ละก้าว แม้จะกา้ วสน้ั ๆ แต่มนั ก็
ช่วยให้จุดหมายปลายทางเป็นเร่ืองท่ีเป็นไปได้ ทุกอย่างล้วน
ก�ำเนดิ จากกา้ วแรกเสมอ
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 131
หลังวิ่งได้ 21 กิโลเมตร ในวันแรกของปี 2563 ผมก็
พักเท้ายาว ร่างกายคล้ายจะต้ังรับไม่ทัน มีบ้างที่ส่ออาการ
ออ่ นเพลยี ใหเ้ หน็ สะบกั สองขา้ งปวดระบม คงเกิดจากบกุ ลุย
สมบุกสมบันมากเกินเหตุ ช่างเถอะ ทเี รื่องเลวๆ เทเหลา้ เข้า
ปาก อดหลบั อดนอน เรายงั กล้าแลก กล้าลยุ ทงั้ ๆ ทม่ี ันไม่
เอ้อื ประโยชนใ์ ดๆ เลยสักนิด เรายังไมค่ ดิ อะไร ทถี บี เทา้ ออก
วิ่ง ท�ำไมต้องสรา้ งเง่อื นไขร้อยแปดพันอยา่ ง มากางกัน้ ให้เรา
ยึกยักลังเล
เชา้ ตรู่วันน้ี ขับรถมาสวนพทุ ธ อากาศเย็นสบาย สดชน่ื
สายลมโชยพัดผ่าน ถนนรอบสวนพุทธ มีคนออกก�ำลังกาย
เหมอื นเชน่ ทกุ วนั บางคนเพงิ่ มาถงึ บา้ งกก็ ำ� ลงั วอรม์ อพั บา้ งก็
ยนื สรวลเสเฮฮา ผมรสู้ กึ ขเี้ กยี จบอกไมถ่ กู ทำ� ไมอารมณอ์ ยาก
ว่งิ มันจงึ สงบเสงย่ี ม ไมต่ ืน่ เตน้ เหมือนแต่กอ่ น ทกุ ครัง้ จะสนกุ
กบั มัน แตว่ ันน้รี ู้สกึ เฉยๆ บอกตัวเอง ไหนๆ กม็ าแล้ว สกั รอบ
กย็ ังดี อย่างนอ้ ยๆ ก็ 2.56 กิโลเมตร ขณะสับขาวงิ่ ผมคดิ ถงึ
ประโยคที่นักว่ิงบางคนว่าไว้ “กิโลเมตรแรก มันเหนื่อยกว่า
กิโลเมตรทีส่ อง ทีส่ ามน่ะ” บางคนว่าถ้าผ่านกิโลเมตรแรกไป
ได้ กโิ ลตอ่ ไปกไ็ มใ่ ชเ่ รอ่ื งยาก ไหนละ่ ? ใครบอกวา่ ผมเสพยต์ ดิ
การวง่ิ ถา้ เสพยต์ ดิ จรงิ ๆ ตอ้ งไมใ่ ชแ่ บบน้ี แบบทรี่ สู้ กึ ซงั กะตาย
132
ไมอ่ ยากวงิ่ ผมพยายามกดั ฟนั ใหจ้ บกโิ ลแรก เมอ่ื ผา่ นกโิ ลเมตร
แรก ก็พึมพ�ำ เอานา่ เอาอกี นิด ว่ิงใหค้ รบรอบ แล้วผมกจ็ บ
รอบแรก มี 2.56 กโิ ลเอาไว้อวดเพ่ือน‘เรยี บรอ้ ยหอยเสียบ’
จากรอบแรก ผมฮึดไปตอ่ วง่ิ ไปคิดไป จะจบรอบแรก
ยนื เฉลมิ ฉลองแค่ 2 กโิ ลเมตรเศษๆ กร็ สู้ กึ บดั สวี นั ท่ี 1 ซง่ึ ทำ� ได้
21 กโิ ล คดิ จะพอแค่ 2 กโิ ล พลนั ไดย้ นิ อกี ใจคำ� รามลน่ั “อะไร
ของมงึ !?! จะมาว่ิงแค่ 2 กโิ ลน่ีน่ะ?!?” แลว้ ผมกจ็ บรอบ 2 (
5.10 km.) จากนน้ั กล็ ุยต่อ ร้สู กึ เครื่องเรม่ิ ติด ไม่ก่อี ึดใจกจ็ บ
รอบ 3 ตามมาดว้ ยรอบที่ 4 ที่เม่ือรวมระยะทางทงั้ สน้ิ 10.31
กิโลเมตร ใชเ้ วลา 1 ชั่วโมง 10 นาที ทนั ทที ่ีจบ 4 รอบ 10
กิโลกว่าๆ ก็รู้สึกว่าพอสมน้�ำสมเน้ือหน่อย อย่างน้อยๆ ก็ไม่
อายสถติ ิวันท่ี 1
ผมวงิ่ จบรอบท่ี 4 ดว้ ยระยะทาง 10.11 กโิ ลเมตร นกึ ถงึ
ประโยคกำ� ชบั ทเ่ี พอ่ื นๆ คอมเมนทใ์ น Facebook วา่ ใหห้ านำ้�
หยอดลงคอบา้ ง ขนื ดอื้ รน้ั วงิ่ ตอ่ มนั จะเสย่ี ง โนน้ นนั่ น่ี ผมอา่ น
คอมเมนทแ์ ลว้ หวนั่ ไหวบอกไมถ่ กู จงึ เมอ่ื ได้ 10.11 กโิ ลฯ กเ็ ลย
แวะซอื้ นำ้� ดม่ื ซดไดค้ รง่ึ ขวดกโ็ ยนทงิ้ แลว้ วง่ิ ตอ่ เมอื่ ไดน้ ำ้� รอบ
ที่ 5 จึงผา่ นไปแบบสบายๆ สว่ นรอบท่ี 6 เล่นเอาหอบแฮ่กๆ
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 133
แตล่ ากขาเอาจนจบรอบ รวมแลว้ วนั นที้ ำ� ไดด้ ี มผี ลงานทอ่ี ยาก
อวดดังนี้
วนั อาทิตย์ ที่ 5 มกราคม 2563
ระยะทาง : 15.51 กโิ ลเมตร
ระยะเวลา : 1 ชั่วโมง 47 นาที 28 วนิ าที
เพซเฉลี่ย : 6.56
สถานทีบ่ �ำบดั : พุทธมณฑล, นครปฐม
วา่ จะบอกนานแลว้ แตล่ มื อยากบอกวา่ ระยะหลงั ๆ มา
นี่ ผมเลกิ ใช้ยาทาแก้ฟกชำ�้ สเปรยก์ ็เลิกฉีดอย่างสิ้นเชิง ดว้ ยมี
เพอื่ นๆ ตกั เตอื นวา่ มนั ไมด่ ี ฟงั คำ� อธบิ าย ผมกเ็ หน็ ดว้ ยนะ่ ตอน
วงิ่ ใหม่ๆ พอปวดหัวเขา่ วิง่ เสร็จก็ทายา เอาอกเอาใจ‘เขา่ ’ยงั
กะลกู ในไส้ ตอนนน้ั ไมร่ คู้ ดิ อะไร ถงึ ใชว้ ธิ ‘ี ชโลมทายา’แกป้ วด
ก่อนวิง่ บางทกี ็ฉดี สเปรยอ์ กี รอบ ชะรอยวา่ เอาสิ ความปวด
เห็นไหม ปวดดีนัก ทายาดักเอาไว้เลย คิดว่ามันคงช่วยสกัด
ความเจบ็ ปวด กลายเปน็ การเขา้ ใจผิด เพราะย่งิ ทา ยงิ่ ฉีด ก็
ยงิ่ กดขม่ ความเจบ็ ปวดไว้ ผมเองกส็ งั เกต “ทำ� ไมมนั ไมห่ าย?”
มิหนำ� ซำ้� บางทีมีอาการเหนบ็ ชาตรงตาตมุ่ เสียวแปล๊บท่หี น่อ
134
ง หลายหนต้องโขยกเขยกว่ิง
เมื่อพบว่าการทายาสะเปะสะปะ ไม่ได้ช่วยบรรเทา
อาการปวดก็เลยเลิก แล้วหันมาใช้วิธีธรรมชาติ น่ันคือว่ิงวัน
เว้นสามวนั ส่วนเสาร-์ อาทิตย์ จะเลอื กวง่ิ แคว่ ันเดยี ว อีกวนั
ก็หยุดพัก ท�ำแบบนี้อย่างต่อเน่ือง ไม่บุ่มบ่ามใจร้อน ขณะ
เดียวกันก็ค่อยๆ ค้นหา‘กระบวนท่า’ของตัวเอง ต้องท้ิงเท้า
เหยียบส้น หรือดีดปลายเท้าประมาณไหนถึงจะโอเค เลย
เถิดถึงความเร็วทที่ ำ� ให้วิง่ -น่งิ -นาน การเพิ่มความเร็ว การลด
ความเร็ว รวมถึงการวิง่ แตเ่ ช้าตรู่ ทรี่ ู้สึกวา่ ดีกวา่ วิง่ ตอนเยน็ ๆ
หลงั เลกิ ทายา ร่างกายก็คอ่ ยๆ ปรับตัว สุดท้ายมนั กไ็ ป
ของมนั ได้ ทกุ วนั นผี้ มวง่ิ แบบสบายๆ สบายทห่ี มายถงึ รชู้ นั้ เชงิ
‘รู้เทา่ ทนั ’อาการปวดเข่า วา่ ออ้ ปวดแบบนเี้ ดี๋ยวมนั กห็ าย วา่
ออ้ เสียวตรงนี้ ชะลอเทา้ สกั พักกไ็ ปตอ่ ได้ ถา้ เป็นชว่ งเรม่ิ ต้น
จะวิตกตา่ งๆ นานา มากสดุ กลวั เขา่ อกั เสบ แตเ่ ม่อื วง่ิ มากครั้ง
เข้า กเ็ รม่ิ เขา้ ใจวิธีรกุ คบื เลยเถิดถงึ วธิ ีต้งั รับ บอกได,้ กอ็ ยาก
บอกเทา้ ใหมๆ่ โคช้ ไหนๆ กไ็ มเ่ ทา่ ลงมอื ทำ� ทำ� เทา่ นนั้ ทจี่ ะเผย
เคลด็ ลบั ทมี่ นั ‘ลั บ เ ฉ พ า ะ’ใหค้ ณุ ทราบ รา่ งกาย ระบบการ
หายใจ ไมม่ ีใครรู้เทา่ เรา ผมวา่ โคช้ คือผูเ้ ชยี่ วชาญดา้ นศาสตร์
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 135
และศลิ ปะการว่งิ ซงึ่ ใช่ หลายขอ้ คดิ หลายค�ำแนะนำ� มนั ช่วย
ชี้ชัดปัดเป่าให้คนที่ก�ำลังวิ่งได้ แต่การรู้เห็นลมปราณภายใน
ใช่หรือไม่วา่ มนั ควรเป็นหน้าที่เรา ต่อใหค้ ุณมคี รหู รอื โคช้ มอื
หนึ่ง ซ่ึงเชี่ยวชาญช�ำนาญชัวร์ แต่คุณกลับไม่ขยับเท้า มันก็
เปลา่ ประโยชน!์
นอนเอกเขนก พักผ่อนหย่อนใจ วันอาทิตย์ที่ไม่รู้จะ
ไปไหน หลับไปหน่ึงตื่น ตั้งแต่ว่ิงอย่างเอาเป็นเอาตาย ที่ได้
ประโยชน์แบบเห็นๆ นอกจากไม่เป็นหวัด โก่งคอไอ ขาก
เสมหะ สังเกตได้คืออ่อนเพลียและง่วงหาวนอน หิวก็บ่อย
กระหายนำ้� กด็ ว้ ย รสู้ ึกรา่ งกายกระฉบั กระเฉง ทะมดั ทะแมง
มากขนึ้ หยบิ ฉวยอะไรกร็ วดเรว็ ทนั ใจ ไมอ่ ดื อาดยดื ยาดเหมอื น
แต่ก่อน การวิ่งออกก�ำลังกายเรียกวัยหนุ่มกลับมาจริงๆ ท่ี
น่าประหลาดใจย่ิงกว่าคือรู้สึกว่าร่างกายในวัยส่ีสิบปลายๆ
ดูแกร่งกล้า แข็งแรงกว่าวัยหนุ่มเน้ือแน่น คิดย้อนไป ไม่น่า
ปล่อยให้วัยหนุ่มถูกรุมเร้าด้วยโรคภัยไข้เจ็บคร้ังแล้วครั้งเล่า
แตล่ ะครัง้ ก็อาศัยหยกู ยาจากโรงพยาบาล ทำ� งานท�ำการก็ไม่
ปลอดโปรง่ โลง่ ใจ
136
คนรอบขา้ งอยา่ งพสี่ าวหายปว่ ยแลว้ ละ่ ดดู ขี น้ึ ผมนำ�้ ตา
ซึมเมอื่ ได้ยนิ แกว่า “อาการเจบ็ ตรงนน้ั ตรงนี้ หายเป็นปลดิ
ทง้ิ แตก่ อ่ นนัง่ รถเสียวหลังบอกไม่ถูก ปวดหลัง ระบมหนบึ ๆ
” น้�ำตาซึมเพราะไม่นกึ วา่ จะชว่ ยแกได้ ผมแทรก “แลว้ ตอน
น้ลี ะ่ ?” พี่สาวพึมพ�ำ “หายเกลยี้ ง” ดสู หี น้าและฟงั จากเสยี ง
กค็ งจรงิ ดงั่ แกวา่ ผา่ ตดั สมองรอบนเี้ หมอื นพไี่ ดช้ วี ติ ใหมค่ นื มา
ไม่ใชแ่ คผ่ มทป่ี ลาบปลม้ื ปีติ แมก่ ็มคี วามสขุ อย่างเหน็ ไดช้ ดั พ่ี
สาวมนี ดั พบหมออกี ครง้ั วนั ท่ี 22 มกราคม แนน่ อน ผมตอ้ งลา
งานวันที่ 21 จนถงึ 23 เดนิ ทางด้วยรถไฟชน้ั 2 (นอน) รถไฟ
ถงึ หาดใหญ่ ตอนเชา้ 7 โมงตรง นดั หมอไว้ 9 โมงเชา้ เสรจ็
เท่ียงๆ ตกเย็นก็เดินทางกลับด้วยรถไฟขบวนเดิม ออกจาก
หาดใหญเ่ วลา 18.45 นาที ถงึ ศาลายา 09.30 น. เทา่ ทคี่ ยุ
กับพี่สาวเก่ียวกับอาการป่วย น้�ำเสียงเน้นย�้ำพร้อมพยักหน้า
กท็ ำ� ใหร้ วู้ า่ พกี่ ลบั มาปกตแิ ลว้ จรงิ ๆ ผมแคอ่ ยากเชค็ และอยาก
ซกั ซ้อมให้ชัวรๆ์ เพราะหากมีอะไรท่ียังค้างคาใจ เจอหมอวนั
ที่ 22 กอ็ ยากให้พ่ีบอกหมอไปตรงๆ พ่สี าวมนี ิสัยออ้ มแอม้ ไม่
คอ่ ยกลา้ คยุ กบั หมอ ถา้ ไมส่ นทิ กนั พจี่ ะเปน็ คนถามคำ� ตอบคำ�
บางครง้ั ผมตอบแทนพ่ี จนหมอเหลอื บตาพลางสพั ยอก “หมอ
ถามผ้ปู ่วยครับ”
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 137
อยา่ งทีเ่ คยบอก ใชแ่ คผ่ มทีว่ ่งิ ออกกำ� ลังกาย แม่ พี่สาว
ก็ออกเหมอื นกนั พีส่ าววิง่ เหยาะๆ ต้ังแต่ตี 5 ครึง่ วนั หน่ึงๆ ก็
2-3 กโิ ล สว่ นแมก่ เ็ ดนิ ถอื ไมเ้ ทา้ คำ�้ ยนั ไปตามซอย ออกซอยนน้ั
ทะลซุ อยนี้ บ้านไหนคนใต้ แมก่ ส็ ง่ เสียงทักภาษาใต้ แมจ่ ะเลา่
ใหฟ้ งั ว่าเดนิ ไปเจอใครบ้าง เหน็ แม่กับพี่สาวออกก�ำลงั กาย ก็
คงคล้ายแมท่ ี่เห็นผมวงิ่ ออกก�ำลงั คอื มคี วามสขุ โลง่ อกเบาใจ
อยา่ งนอ้ ยๆ กต็ ่นื ตัว ไม่ประมาท มีแต่แมเ่ ทา่ น้นั ทผ่ี มก�ำชบั
“อย่าเดนิ ไปไกลๆ นะแม่”
“เดินใกล้ๆ พอเหงอื่ ออกกพ็ อ”
แม่อายุปูนนี้แล้ว จะมามทุ ะลุ ทะมัดทะแมงเหมือนคน
หนมุ่ เด็กสาว มนั กไ็ มใ่ ช่ หลังผา่ นพ้นห้วงวิกฤต เราคิดตรงกนั
“ป้องกนั ได้ ก็ปอ้ งกนั เถอะ อยา่ ประมาท”
138
23
ความฝนั กับความเช่อื
‘ออกไปค้นหาศักยภาพ’ นานแล้วที่ประโยคน้ีหายไป
จากหัว จนเม่อื ออกวงิ่ กย็ ิง่ ทำ� ให้คดิ ถงึ ประโยคเกา่ ๆ ประโยค
ทเ่ี คยใชผ้ ลกั ดนั ดงึ ตวั เองใหอ้ อกไปทำ� อะไรตอ่ มอิ ะไร ตอนนนั้
ไม่รู้ว่าการออกไปไล่ล่าหาจับฝรั่งแถวชายหาดสมิหราคือการ
ค้นหาศกั ยภาพ พดู ใหต้ รง, ผมเอาความรักน�ำทาง รักท่ีจะรู้
รกั ทจ่ี ะฝกึ ฝน มารทู้ หี ลงั ไอส้ ง่ิ ทที่ ำ� ไปคอื การเสาะหาศกั ยภาพ
อยา่ งแทจ้ รงิ ผมเหมอื นเดก็ นอ้ ยวยั สบิ สองขวบทก่ี ระหายใคร่
รตู้ ลอดเวลา กระหายวชิ าภาษาองั กฤษ คดิ อยา่ งเดยี ว ทำ� ไงให้
เกง่ ภาษาองั กฤษ คิดถงึ วนั ว่าง ว่างเมอ่ื ไหรก่ ไ็ ปชายหาด กอ่ น
ไป, กเ็ ตรยี มพร้อมท่องศพั ทใ์ ห้ตดิ ปาก
จดจ�ำประโยคท่ีจะเอาไปพูดกับฝร่ัง บางศัพท์จดใส่
ฝ่ามอื เจอฝรงั่ ก็กระโจนเขา้ หา แรกๆ ก็ปากซดี ใจสั่น ขี้ขลาด
ตาขาว แต่เมอื่ ต้ังเป้าวา่ อยากเกง่ อยากพดู ได้ กไ็ มร่ อมชอม
ออมแรง ผมเทใจใส่ไม่ย้ัง แม้ไม่เก่งกาจเหมือนคนจบจาก
อเมริกา แต่ผมได้มูลค่าเพิ่มจากตรงน้ันไม่น้อย ท่ีเลี้ยงลม
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 139
หายใจได้ดูแลคนข้างๆ โดยไม่อดอยากปากซีด ล้วนมาจาก
อดีตท่ฟี มู ฟกั ปกั ใจเชื่อนแี่ หละ
เป็นความเชื่อที่ไม่เคยลังเล แม้ระหว่างน้ันจะมีเพื่อน
ฝงู พูดดกั คออยู่บ่อยๆ “จะเรียนรู้ ฝกึ ฝนไปทำ� ไม? จบ ม.3 ก็
ออกไปเก็บขีย้ างขาย ทำ� ไร่ ไถ่นา ฯลฯ” มาตระหนักกระจ่าง
ตาทีหลัง การมีความฝันมันต้องใช้ความเช่ือ แต่ท้ังความฝัน
และความเช่ือ ล้วนเปน็ เรื่องทต่ี อ้ งเดมิ พันเทใจ ยิ่งอาศยั ใกล้
คนหมมู่ ากทแ่ี หง้ แลง้ ความฝนั ละทงิ้ ความเชอื่ กย็ งิ่ มแี รงเสยี ด
ทานเข้าปะทะ แหละคลา้ ยกบั ว่าโลกใบน้ไี มเ่ คยปล่อยให้ใคร
ฝันและเช่ืออะไรง่ายๆ ใช่หรือไม่ว่า ไม่อย่างก็อย่างท่ีเข้ามา
ค่ันกลางเป็นมารผจญ
แหละตอนน้ันก็ไม่รู้หรอกว่า การหาซ้ือหนังสือท่ี
เพื่อนแนะน�ำมาอ่าน และการเดินตามหลังเพ่ือนไปสมัคร
เข้าชมรม‘กลุ่มวรรณกรรมพิราบเหลือง’ จะเป็นการค้นหา
ศักยภาพ รปู ร่างหน้าตาและเกรดเฉลี่ยทีร่ ัง้ ท้ายๆ กลายเปน็
ขอ้ ดที ท่ี ำ� ใหผ้ มเดนิ ตรงๆ ไปไหนกไ็ ด้ ใครชวนทำ� อะไร ถา้ หมดุ
หมายปลายทางชว่ ยเพมิ่ พนู สตปิ ญั ญา หรอื ดมู คี ณุ คา่ ในสายตา
เพื่อนๆ ข้นึ มาบ้าง สรปุ งา่ ยๆ “ผมท�ำ” และลงมอื ท�ำแบบไม่
ลังเล!
140
ดึกดื่นคนื น้ี ผมนอนบดิ ตวั ไปมา อาการปวดระบมตรง
สะบกั ยงั ไมห่ าย บางคนื ตอ้ งใหพ้ ส่ี าวใชศ้ อกทมิ่ ตรงสะบกั พอ
บรรเทาได้บ้าง เดาไม่ถูกจริงๆ วา่ เกิดจากอะไร คะเนว่านา่ จะ
มาจากย่ีสิบกิโลเมตรแรกที่พิชิตได้ ย่ีสิบกิโล-มิใช่น้อยๆ นึก
ภาพดูสิ ต้องเหวี่ยงแขนไปมาก่ีร้อยครั้ง คนเคยว่ิงระยะทาง
นอ้ ยๆ ดนั ทะลง่ึ สดุ ตง่ิ วงิ่ ซะ่ ยส่ี บิ กโิ ล กระดกู กระเดย้ี วแทบปน่ั
ป่วน ผมงวั เงียปรือตา เวลาขณะน้ี ตี 01.15 นาที นอนคิดใน
ความมดื ตง้ั นาน จะขม่ ใจนอนตอ่ กไ็ มห่ ลบั จๆู่ กใ็ หค้ ดิ ถงึ สอง
ที่ทอ่ี ยากลุกไปหามนั หน่ึง สวนลมุ และสอง สวนพุทธ ชวี ิต
ชกั จะประหลาดมากข้ึน ต่นื มาดกึ ๆ ดนื่ ๆ แลว้ คดิ ถึงสนามว่งิ
(ตะโกนถามตวั เอง ‘น่ีมงึ เป็นไรมากไหมน่ี?’) เหมอื นคิดอะไร
ได้ จงึ เปิดมือถอื พมิ พ์ค�ำว่า “สวนพุทธ เปดิ ปิดก่ีโมง?” เมอื่
นอนตอ่ กไ็ มห่ ลับ จึงอยากขยบั ตัวออกไปวงิ่
เสรชิ ยงั ไงกไ็ มเ่ จอขอ้ มลู จงึ ไมร่ วู้ า่ สวนพทุ ธ ตี 1 ตี 2 เขา
อนญุ าตใหเ้ ขา้ ไปวงิ่ ไดไ้ หม? เจบ็ ใจทไี่ มเ่ คยถาม เดนิ ผา่ นตยู้ าม
ทสี่ วนพทุ ธออกบอ่ ย แตถ่ งึ จะใหเ้ ขา้ ได้ ดกึ ๆ ดน่ื ๆ เสน้ ทางรอบ
องคพ์ ระจะมไี ฟสวา่ งรึเปล่า นั่นสิ ปรวิ ิตกไปเสยี หมด เกดิ ไป
วง่ิ แล้วเจอสงิ่ รา้ ยๆ จะใหท้ �ำไง เช่น ผสี างนางไม้ พทุ ธมณฑล
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 141
เดมิ ทเี ปน็ ทฝี่ งั ศพ รนุ่ ผมตอนไปปฎบิ ตั ธิ รรม เคยนงั่ เขย่ี ๆ แลว้
เจอหัวกะโหลกมาแล้ว เหตุการณค์ ราวนน้ั ไม่ธรรมดา เพราะ
ตำ� รวจมาดทู ี่เกิดเหตุ หวั กะโหลกยังมีเศษเน้ือ เศษผมติดอยู่
สรุปเป็นคดีฆาตกรรม มีคนฆ่าตัดหัว แล้วน�ำหัวมาฝังใต้โคน
ไม้ ผมน่งั ปฎบิ ัติธรรมขา้ งเพ่ือน จงั หวะลืมตาเพื่อรอเรยี กเข้า
ศาลา จำ� ไดว้ า่ เพอื่ นนงั่ เขย่ี ดนิ เลน่ ๆ เขย่ี ไมเ่ ทา่ ไหรก่ เ็ จอเศษขน
ตอนแรกคดิ วา่ เปน็ ขนหมา คดิ ไปวา่ นา่ จะเปน็ หมาทอ่ี าจมใี คร
เอามาฝงั แตเ่ มอ่ื ขดุ ลกึ ลงไป กแ็ ทบตาถลน ดดี ตวั ออกมาแทบ
ไมท่ นั ยิง่ คุ้ยเข่ยี ก็ยง่ิ เจอเศษผมยาวๆ ติดปลายไม้ออกมา
คิดไปถึงเหตุการณ์ครั้งน้ัน ความฝันอยากออกไปว่ิงที่
สวนพทุ ธตอนตี 1 ตี 2 ก็ชะงกั หันมาถามตวั เองเบาๆ “ตอ่
ให้เขาเปิดบริการ กล้าไปว่ิงไหมล่ะ?” นึกภาพตัวเองที่ก�ำลัง
วง่ิ คนเดยี ว บนเส้นทางเปลีย่ วๆ สลวั ๆ ว่งิ ไป กลวั ไป จิตใจคง
ไมม่ คี วามสขุ สวนพทุ ธกวา้ งจะตายชกั ตดั สวนพทุ ธทงิ้ ไป เอา
ตัวเองไปวง่ิ รมิ ถนน คนเมาขบั รถขบั รามาเฉ่ียวชน มนั จะตาย
เอางา่ ยๆ ตวั อยา่ งกเ็ ยอะแยะ ดไี มด่ ี ไมใ่ ชแ่ คห่ ลงั ทป่ี วด มนั จะ
ไปท้ังรา่ งนะส!ิ นั่งจ้ิมนวิ้ หน้าจอมือถอื มาช่วั โมงกวา่ ๆ ยงั ไมร่ ู้
ว่าจะออกไปวง่ิ ท่ีไหนดี ท่เี หมาะส�ำหรับการวิง่ ตอน‘ตี 2.19
นาที?!?’
142
เพ่ือประกันความเสี่ยง จึงสรุปว่าอะไรที่ไม่ได้ส่ง
เสรมิ หรือช่วยเพิ่มพลงั ใหถ้ งึ เป้าหมาย ผมใช้ ‘วชิ า
ปดิ ทกุ ชอ่ งทาง’ ปดิ ขา่ วการเมอื งเนา่ ๆ ทท่ี า� ใหช้ วี ติ
คิดอะไรไมอ่ อก บอกตัวเองเสมอ “พอเถอะมงึ ! ถงึ
รู้มาก ฉลาดมาก ถึงคาดการณ์โฉ๊ะๆ ถูกทุกข้อ
ผคู้ นสรรเสรญิ เยนิ ยอวา่ มงึ เกง่ เปน็ เซยี นการเมอื ง
ปราดเปรอ่ื งหาตวั จับยาก แตถ่ ามหนอ่ ยเถอะ มนั
ชว่ ยให้ชีวติ มึง ไมอ่ ดอยากปากแหง้ มีกินมใี ช้ ข้นึ
บา้ งรเึ ปลา่ ?” “มงึ กย็ งั ลอ่ นจอ้ น ‘จอ่ มจม’ จน้ -จน
ไม่มีจะฉันเหมอื นเดิม!”
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 143
24
วันท่อี ยากนิง่ ดดู าย
วันนี้วนั ศกุ ร์, เชา้ ตรู่ผมออกวง่ิ ท่สี วนลมุ ลุยไป 10 กโิ ล
จากน้ันเดินกลับออฟฟิศ อาบน�้ำปะแป้งแต่งตัวท�ำงาน วันนี้
13 มกราคม เอาเข้าจริงสิ่งที่ตัง้ ใจยงั ไม่ถึงไหน ผมวิง่ ไดแ้ ค่ 2
วนั เอง (รวม 31 กโิ ลเมตร) ถอื วา่ นอ้ ยมาก หา่ งจากความตงั้ ใจ
ไวเ้ ยอะท่เี ดยี ว (ตง้ั ใจวิ่งวันเว้นวัน) สืบเนอ่ื งจากวันท่ี 1 ผมลุย
หนกั ไปหนอ่ ย จนรา่ งกายตง้ั รบั ไมท่ นั สงั เกตเหน็ งา่ ยๆ อยา่ งท่ี
บอกระบมหลังไปทัง้ แผง โดยเฉพาะสะบักท้ังสองข้าง นาทนี ้ี
ผมมีเรื่องจะบอก หลังวงิ่ ออกก�ำลังกายในเชา้ มืดวันท่ี 10 รุ่ง
ขนึ้ วนั ที่ 11 อาการปวดเรอื้ รงั จากวนั แรกๆ ของเดอื น กค็ อ่ ยๆ
บรรเทา จากนน้ั สงั เกตวา่ วนั ที่ 12 อาการปวดกห็ าย เหมอื นไม่
เคยเกดิ ขน้ึ มากอ่ น แนน่ อน, สรา้ งความประหลาดใจไมน่ อ้ ยท่ี
เดยี ว จงึ มน่ั ใจวา่ อาการปวดรา้ วตรงสะบกั เกดิ จากการหกั โหม
เกนิ พกิ ดั ซง่ึ เมื่อบวกลบคณู หาร วง่ิ แตล่ ะคร้งั ‘ไ ม่ ค ว ร เ กิ
น สิ บ กิ โ ล’
144
เสาร์และอาทิตยท์ ่ีผ่านมาไม่ไดอ้ อกไปวิง่ ทีจรงิ ควรวง่ิ
ใช่หรือเปล่า แต่ผมเลือกนอนติดเตียง นอนฟังเสียงหัวใจตัว
เองท่ีก�ำลังมีความสุข ด้วยข้างผมเป็นสาวน้อยวัยแบเบาะท่ี
ก�ำลังหลับปุย๋ วันธรรมดาจันทร์ถึงศกุ ร์ ผมถูกรุกรานด้วยคำ�
ว่า‘ต้องออกไปท�ำมาหากิน’ ต้องกินต้องใช้แทบทุกวัน แม่
สาวน้อยกับผม, เราจึงอยู่ในเส้นวงกลม ท่ีดูยังไงก็คนละเส้น
เชา้ วนั หยดุ บางวนั พลนั รสู้ กึ วา่ เมอื่ มเี สน้ วงกลมแคว่ งเดยี ว ยง่ิ
ภายในเสน้ วงกลม ผมเห็นตัวเองนอนโอบกอดแมส่ าวนอ้ ย ก็
ยงิ่ รสู้ ึกวา่ อยากนง่ิ ดดู ายโลกภายนอกทก่ี ำ� ลังกวักมอื เรยี ก
ช่วงเย็น เหลือเวลาชั่วโมงคร่ึง สวนพุทธจึงจะปิด จ�ำ
ได้วา่ พอวิง่ ถงึ 7.35 กโิ ลเมตร ร้สู ึกจุกท้องน้อย เลยชะลอเท้า
คอ่ ยๆ ว่ิง สักพักก็หายจกุ เสียด พยายามหายใจลกึ ๆ ตัง้ ใจจะ
เอา 10 กโิ ลใหไ้ ด้ แต่พอกิโลท่ี 8 ฟ้ากเ็ รม่ิ มดื เหง่ือตรงหนา้
ผากทไ่ี หลยอ้ ยผา่ นคว้ิ ซมึ เขา้ ตา กลายเปน็ อปุ สรรค ทำ� ใหเ้ สยี
สมาธิ พอความมืดปกคลมุ คนวง่ิ กค็ ่อยๆ หายไปทลี ะคน เส้น
ทางรา้ งคนกช็ ว่ ยใหว้ งิ่ งา่ ยขนึ้ วาดเปา้ หมายไว้ ยงั ไงตอ้ งได้ 10
กโิ ลอยา่ งตำ่� แลว้ กท็ ำ� ไดอ้ ยา่ งทค่ี ดิ จบท่ี 11.11 กโิ ลเมตร เลข
สวยเชยี ว
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 145
ช่วงกิโลเมตรท่ี 8 ผมลองถอดเสื้อว่ิง แล้วใช้เส้ือคาด
หัว เออ ดีแฮะ ไดอ้ ารมณไ์ ปอกี แบบ เบาโลง่ สบายดี ที่ส�ำคญั
มันช่วยซับเหง่ือไม่ให้ย้อยเข้าตา ต้องไม่ลืมว่าทุกแม็ทการวิ่ง
ผมต้องก�ำมือถือพร้อมแบตเตอรี่ไปด้วยทุกคร้ัง ทุลักทุเลพอ
สมควร ทำ� ไงได้ ไมม่ ที างอนื่ ทดี่ กี วา่ น้ี มอื ถอื เปน็ ตวั ชว่ ยบนั ทกึ
สถิติ มีแอปท่ีคอยบอกเวลา ปัญหาคือมือถือแบตเตอรี่เสื่อม
เด๋ยี วๆ หมด เดี๋ยวๆ หมด กต็ อ้ งแก้โดยการหอบท้งั มอื ถือ ถือ
ทั้งแบตเตอร่ไี ปพรอ้ มๆ กัน เห็นไหม ว่าเบอ้ื งหลงั กว่าจะออก
มาเป็นบันทึก เป็นอะไรท่ีฉุกละหุกพอสมควร ก�ำลังมองหา
นาฬกิ าสักเรือน ทมี่ สี รรพคุณช่วยบนั ทึกสถิติการวง่ิ
ในชีวิตมีอะไรหลายอย่างที่เข้ามาท้าทาย หลายอย่างคุณ
รบั คำ� ทา้ แมร้ วู้ า่ มนั จะลากคอลงเหว หลายคนไมอ่ นิ งั ขงั ขอบ กลบั
ลยุ ดะประมอื กบั มัน คำ� ๆ เดียวที่ลากเราออกไปคอื ค�ำวา่ ‘ยอมไม่
ได’้ คิดกลบั กัน, ถ้าการ‘ยอมไมไ่ ด้’กล่ันตัวมาจาก‘อยากเอาชนะ
อปุ สรรคประดาม’ี กน็ า่ จะเปน็ อะไรดๆี ทช่ี ว่ ยใหช้ วี ติ เดนิ หา่ งจาก
หบุ เหว คงจริงอย่างคำ� พระ “ชนะศึกภายนอกไมย่ ิ่งใหญเ่ ท่าชนะ
ศกึ ภายใน”
146
จรงิ เทจ็ ไมก่ ลา้ ฟนั ธง แตผ่ มวา่ การวงิ่ เปน็ บททดสอบ อยา่ ง
นอ้ ยๆ ก่อนว่งิ มันจะมีคำ� ถาม ‘ถงึ ความเปน็ คุณ’วา่ แน่จรงิ รึเปลา่
ในกระบวนศาสตรข์ องการวง่ิ ผมสรปุ เองวา่ ‘จบทใี่ จตวั เดยี ว!’ ไมม่ ี
ใจ กไ็ มถ่ งึ เป้าหมาย ชัยชนะดา้ นอื่น อาจมตี ัวชว่ ยคอยยื่นมือค้�ำ
พยงุ แตก่ ารว่งิ กลบั พุงเป้าไปทคี่ ณุ เพยี วๆ ไมม่ ‘ี ตวั ชว่ ย’ มีแต่‘ตัว
เชยี ร’์ หา่ งจากเสยี งเชยี ร์ กม็ แี ตใ่ จเทา่ นน้ั ทบ่ี อกใหค้ ณุ ไปตอ่ หรอื
พอเถอะ-หยดุ ได้แลว้ !
ย่ิงมืดค�่ำ ทางข้างหน้าก็ย่ิงขมุกขมัว สวนพุทธปิดหนึ่งทุ่ม
คดิ เขา้ ข้างตัวเอง กว่ารถทยอยออกหมดกค็ งสองสามทมุ่ จงึ พอมี
เวลาทจ่ี ะเกบ็ อกี รอบ (2.56 km.) หากวงิ่ จบอกี รอบ ผมจะไดต้ าม
ความอยาก ดไี ม่ดี 11 กโิ ลดว้ ยซำ�้ ขณะกำ� ลังสับขาว่งิ บรรยากาศ
ที่โอบลอ้ มสองขา้ งทาง ก็ยง่ิ บีบรัดให้เร่งรีบ ผมมแี สงไฟจากหน้า
จอมือถอื คอยส่องทาง จะหยุดกลางคนั กด็ ูขัดกับความรู้สกึ กลวั
มองหน้าตัวเองในกระจกแล้วเกิดค�ำถาม “อะไรว่ะมึง? แค่ 10
กิโล ก็ยงั ทำ� ไม่ได้ เจอมืดนิด มืดหนอ่ ย ก็ปอดแหก ตาขาว!?!” จงึ
เป็นอีกไฟต์ท่ีได้เห็นการห�้ำห่ันระหว่างไปต่อกับพอเถอะ ไปต่อก็
ไมม่ ใี ครเห็น หยุดกอ่ นเสน้ ก�ำหนดกไ็ มม่ ใี ครวา่ แตน่ ่นั แหละ วตั ถุ
หรอื อุปกรณท์ ่ีจะบันทกึ ความล้มเหลว ไม่ใชใ่ ครที่ไหน แตเ่ ปน็ ใจ
ตัวเองทีบ่ ันทกึ เก็บไว้ “ไอ้คนข้ีแพ้!”
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 147
25
ระยะสามเดอื น
บอกได้ว่าหายขาด ในระยะสามเดือนที่ออกวิ่ง พอ
ประเมินได้ว่า อาการปวดกะโหลก (ปวดหนึบๆ แทบทุกวัน
ตอ้ งใชย้ าพาราเซตามอลระงบั วันละ 1-2 เมด็ ) และเจ็บตรง
ทา้ ยทอย (อาทิตย์ละครง้ั -สองครง้ั ) โรคหวดั โรคไอ ทเี่ ปน็ จน
เบอ่ื (อย่างทบ่ี อก) เดอื นละ 2 ครง้ั ผมไปโรงพยาบาลด้วยอา
การเดิมๆ ประวัตกิ ารรักษาใช้ภาษาเขยี น อ่านไดใ้ จความว่า
“มอี าการไอ เจบ็ คอ เสยี งแหบ มเี สมหะ” หลงั วง่ิ มาสามเดอื น
ตุลา พฤศจกิ า ธันวา อาการป่วยโง่ๆ กระเสาะกระแสะ หาย
เป็นปลดิ ท้งิ ได้ยินมากอ่ นหน้า ออกกำ� ลังกายสิ ช่วยไดน้ ่ะ แต่
หู ตา บอดใบ้ อะไรผ่านเขา้ หู ไม่เคยเอะใจนกึ ไตร่ตรอง ในหัว
ไมเ่ คยร้สู ึกวา่ ต้องวง่ิ ออกกำ� ลงั คุน้ ชินกบั รูปแบบเดมิ ๆ ปว่ ยก็
ไปหาหมอขอยามากนิ ตดั สนิ งา่ ยๆ ‘ทำ� งานเยอะ พกั ผอ่ นนอ้ ย
(ไปมัง้ ?) ’ เพอ่ื นฝูง คนรอบข้างทกึ ทักประโยคเดมิ ๆ พักผ่อน
บา้ ง บางคนเทา่ นนั้ ทกี่ ำ� ชบั เบาๆ เหมอื นละเมอ “หาเวลาออก
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 149