กำ� ลงั กายบา้ ง” บคุ ลกิ เดมิ นนั่ คอื พยกั หนา้ สอ่ื ผา่ นแววตาดว้ ย
ประโยคเดิมๆ “ขอบคุณครับ”
ระยะเวลา 3 เดือนกบั ผลประกอบการทกี่ ลา้ ฟันธง ได้
ผลจริงๆ ครับ ได้ผลคือป่วยไข้หายเกลี้ยง เกล้ียงจนมีแรง
บันดาลใจไปต่อ ขณะเดียวกันมันให้ความรู้สึกดีกว่าปล่อย
เรอื่ งสขุ ภาพใหเ้ ปน็ ภาระของหมอของพยาบาลฝา่ ยเดยี ว จรงิ
อยา่ งทีห่ มอวา่ คนสว่ นใหญป่ ลอ่ ยใหส้ ุขภาพ และการอยู่รอด
ปลอดภยั เปน็ เรอื่ งของหมอ มเี พอื่ นถาม อะไรคอื แรงบนั ดาลใจ
อนั ดบั ตน้ ๆ ทที่ ำ� ใหค้ นหนา้ รา้ ยๆ ผซู้ งึ่ ใชเ้ วลาเยน็ ๆ นง่ั ดกเหลา้
เข้าปาก หันมาใส่ใจดูแลสุขภาพ ว่ากันตรงๆ คงมาจากฉาก
พีส่ าวเส้นเลอื ดในสมองแตก หมอให้เหตผุ ลแบบไมอ่ อ้ มค้อม
“คนปว่ ยไมด่ แู ลสขุ ภาพ ทำ� ใหม้ ไี ขมนั ไปอดุ ตนั เสน้ เลอื ด” การ
ใชช้ วี ติ งา่ ยๆ ไมใ่ สใ่ จดแู ลตวั เอง นกึ จะใสอ่ ะไรเขา้ ปาก มนั ลาก
คนลงเหวมานกั ตอ่ นัก
มิใช่แค่คุณท่ีลงเหว วิกฤตพ่ีสาวท�ำให้ผมเข้าถึงอะไร
งา่ ยๆ อะไรงา่ ยๆ ทไ่ี มเ่ คยตระหนกั และรบั ผดิ ชอบ โดยเฉพาะ
ไมเ่ คยรับผิดชอบ แม้กระทงั่ ตวั เองด้วยซ�ำ้ ท�ำอะไรลวกๆ ท�ำ
อะไรงา่ ยๆ เขา้ วา่ ประจกั ษพ์ ยานตรงหนา้ คอื พสี่ าว ทกี่ อ่ นหนา้
150
แทบไมค่ ดิ ปกปกั รกั ษาตวั เอง หลงั พสี่ าวหายปว่ ย มนั ชว่ ยลาก
ผมออกจากวงั วนเดิมๆ ไปสูว่ ังวนใหมๆ่
พูดง่ายๆ คุณยืนเป็นจุดศูนย์กลาง แล้วหันไปรอบๆ ใน
รศั มีสองกิโลเมตร แออัดไปด้วยตึกระฟา้ อากาศบางวนั ขมุกขมวั
ทึบแสง เหมือนอาณาจักรเล็กๆ ท่ีถกู ครอบด้วยกระจกสหี ม่น ผม
เคลื่อนตัวมาอยู่ในอาณาจักรแห่งน้ีภายใต้เข็มนาฬิกาที่กระดิก
แตล่ ะครัง้ ไม่ตา่ งจากลมหายใจ ชว่ งเวลาจนั ทร์ถงึ ศกุ ร์ ทกุ วนั จะ
มองเห็นเฉดสีท้องฟ้าท่ีต่างออกไป นานแค่ไหนท่ีโลกเคลื่อนไหว
พร้อมฝุ่นละอองที่มองยังไงกไ็ ม่เหน็ ผมเป็นประชากรอีกคนท่กี ม้
หนา้ สดู ฝนุ่ ละอองอย่างซ่อื สัตย์
สองสามวนั ทีผ่ า่ นมา ถา้ เป็นแต่กอ่ น ผมคงลม้ หมอนนอน
เสอ่ื เพราะมเี สมหะตดิ คอ ขากออกมาสขี นุ่ ขน้ ยงิ่ เมอ่ื เชา้ รสู้ กึ เจบ็
คอ เสยี งแหบ คาดเดาไปเอง คงมาจากเยน็ เมอื่ วานซืน เหมือนที่
ใครๆ ทกั “คดิ ยงั ไงถงึ ออกไปวงิ่ ฝนุ่ ตลบอบอวลไปทว่ั ไมก่ ลวั บา้ ง
เหรอ?” ผมฟัง แต่ไมต่ อบ ไดแ้ ต่ปลอบตัวเองไปวันๆ ทำ� ไงได้ เห็น
ไหมละ่ ชวี ติ ถกู ตอ้ นใหส้ นิ้ ไรไ้ มต้ อกมานกั ตอ่ นกั ในประเทศทคี่ ละ
คลงุ้ ไปดว้ ยละอองฝนุ่ และเขมา่ ควนั มคี นบอกตอ้ งอยกู่ บั มนั ใหไ้ ด้
ใช่ ตอ้ งอยู่กบั มนั ให้ได้ แม้วา่ ไม่อยากอยู่!?!
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 151
26
รงู้ ้ี
การเก็บความเชอื่ ตอ่ เรื่องหน่ึงเรอ่ื งใดให้คงท่ี มิใช่ของ
งา่ ย เพราะระหวา่ งความฝนั ทเ่ี รามงุ่ มน่ั ฟนั ฝา่ มนั มเี หตปุ จั จยั
ใหค้ วามเชอื่ คลอ้ ยเคลม้ิ เคลอ่ื นตวั ตามแรงเหวยี่ ง มหี ลายเรอ่ื ง
เขา้ มาโน้มน้าวจติ ใจ และมีหลายคนคอยฉดุ ย้อื ถ่วงรัง้ ไม่ให้
เราก้าวเดินตรงๆ ตอนลงสนามคลกุ วงในธรุ กิจเครือข่าย คน
สำ� เรจ็ มกั ถา่ ยทอดเคลด็ วชิ า ชนั้ เชงิ รวมถงึ ความคดิ ดๆี ทไ่ี กล
จากวิสัยทศั น์ทีท่ �ำใหเ้ ราคิดลบ
ประโยคสนั้ ๆ “เราท�ำได”้ ฟงุ้ ไปท่วั หัวใจคนทำ� ธรุ กิจ
ไม่เคยหยุดน่ิง ทุกสิ่งอย่างขับเคลื่อนเพื่อให้ความฝันบรรลุ
อะไรกต็ ามทเี่ ขา้ มาแล้วส่งผลใหเ้ ป้าหมายไขวเ้ ขว แนน่ อน ก็
ไมล่ งั เลทจ่ี ะถอยหา่ ง ขวา้ งมนั ทง้ิ ไมม่ คี ำ� วา่ ผอ่ นปรน โอนออ่ น
หรอื หวน่ั ไหว ผมไดแ้ นวคดิ จากธรุ กจิ เครอื ขา่ ยเยอะทเี ดยี ว นำ�
มาปรบั ปรงุ ประยกุ ตใ์ ช้ ไมว่ า่ จะนงั่ ลงเขยี นหรอื ตอนนที้ ก่ี ำ� ลงั
ขยบั ขาออกวงิ่ ลว้ นมฐี านชดุ ความคดิ มาจากธรุ กจิ เครอื ขา่ ยไม่
มากกน็ อ้ ย
152
เมื่อออกวิ่งในแต่ละคร้ัง สิ่งที่คิดและพยายามปฏิบัติ
ให้ได้ คือถ้อยค�ำ “ฉันท�ำได้” ซ่ึงผมรู้สึกว่ามันแจ่มชัด การ
ถ่างตาตนื่ แต่เช้ามืด หากความมุ่งม่ันไมม่ ากพอ กเ็ ข้าใจงา่ ยๆ
คงเคล่ือนตัวห่างจากเตียงล�ำบาก บางจังหวะที่ความขี้เกียจ
เขา้ แทรก พยายามถามตวั เอง “อะไรบา้ งทข่ี เี้ กยี จสนั หลงั ยาว
แล้วชว่ ยใหเ้ ราสำ� เรจ็ ?” ตอบได้เลยว่าไม่มี ทกุ เกียรติยศล้วน
พ้นผา่ นการคืบคลาน รวมถงึ การยนื หยดั อย่างต่อเน่ือง
ผมน่งั เตร่หนา้ ร้านเซเวน่ ตรงปากทางก่อนเข้าหม่บู า้ น
มองผคู้ นทว่ี นเวยี นเขา้ ออกรา้ นสะดวกซอื้ รา้ นซง่ึ คาดวา่ คนถอื
ครองคงรวยเอา้ รวยเอา ขณะท่ีรา้ นขายของช�ำคอ่ ยๆ ลม้ หาย
ตายดับ เห็นดว้ ยไหม โลกยุคใหมเ่ รง่ รัดกวกั มือต้อน กระทั่ง
มัดมือชกอยา่ งถอื วิสาสะ ขา้ งๆ เป็นแผงร้านกาแฟ ผมเดินไป
อุดหนุนลาเต้ร้อน ติดกันเป็นแผงปาท่องโก๋ คนขายยังอยู่ใน
วัยหนมุ่ สาว พวกเขาย้ิมผ่านแววตาทันทีทผี่ มเอย่ “เอากลอ่ ง
หนงึ่ ”
ท้องฟ้ามัวหม่น ครึ้มฟ้าครึ้มฝน ผมวิ่งเสร็จตามระยะ
ทางทค่ี ดิ ไว้ จบิ กาแฟแลว้ ยมิ้ คนเดยี วเงยี บๆ ผมกลายเปน็ คนท่ี
คน้ พบความสขุ งา่ ยขนึ้ ความสขุ ทผี่ ลบิ านจากการวงิ่ กอ่ นหนา้
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 153
น้หี ลายปี ผมตื่นตสี ี่ ตีหา้ เพื่อลุกมาเขียนหนังสือ อา่ นหนังสอื
มงุ่ ม่ันตั้งใจเขยี น ผลประกอบการไม่คอ่ ยเกรกิ กอ้ งกังวานไกล
รางวลั เกียรติยศมักหอมฟุง้ ผมเหมอื นคนหนมุ่ ท่ไี มย่ อมแก่ ผู้
ซง่ึ ชอบแชต่ วั เองอยกู่ บั แรงขบั เคลอ่ื น แรงขบั เคลอื่ นทย่ี ำ�้ เตอื น
ให้รูว้ า่ “เรายังมีชวี ิตและชวี ิตยังอยู่กับเรา”
“...เว้นวรรคการบันทึกไปพักใหญ่ๆ ผมลงใต้วัน
อังคาร เยน็ วันจันทร์ ผมว่งิ ได้ 5 กโิ ลกวา่ ๆ องั คารถงึ พฤหัส
เท้าผมขยับเท้าในความเร็วปกติ แม้มีความรู้สึกอยากวิ่งใจ
จะขาด แต่หนา้ ที่ตรงหนา้ กท็ ำ� อะไรไดไ้ มม่ าก นอกจาก‘ฝาก
ไว้ก่อนเถอะ’ พ่ีสาว-ตัวละครหลักของผมในงานเขียนเล่ม
ล่าสุด อาการดีขึ้นจนเป็นปกติ (หุ้งหาอาหาร ท�ำกับข้าวได้)
ความปว่ ยไขท้ ผี่ า่ นมา ทำ� ให้ผมระแวดระวงั ไม่ตัง้ อย่ใู นความ
ประมาท อยากทำ� ให้ดที ่ีสดุ ไม่อยากสะดุดดว้ ยคำ� วา่ ‘ไม่นา่
เลย รงู้ ี’้ ถามหนอ่ ยเถอะ ก่ีคร้งั ที่ ‘รู้ง’ี้ ท�ำเรากระอกั กระอว่ น
ใจ เจ็บปวดรวดร้าว ไมจ่ บไม่สน้ิ
แมห้ มอจะบอกวา่ ตรงรอยหยกั ในสมองของพสี่ าว มจี ดุ
โปง่ พองไปโผล่ทใี่ หม่ ก็ไม่น่าหว่ ง เป็นจดุ เล็กๆ เล็กกว่าปลาย
154
ปากกา-หมอบอกแบบนัน้ กอ่ นส�ำทับทิ้งท้าย บางคนจะหาย
เอง ขณะท่บี างคนคงอยูแ่ บบนน้ั สรปุ งา่ ยๆ ขน้ึ อยูก่ บั ปัจจยั
หลายอย่าง อาหารการกิน การดูแลสุขภาพ เลยไปถึงความ
เคร่งขรึมตึงเครียด ท่ีต้องมีมาตรการปัดเป่า ป้องกันด้วยตัว
เอง...”
ข้างบนคือความในใจท่ีอยากจะเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง แต่
บังเอิญเมื่อวานยุ่งเหยิงสารพัดอย่าง วันหยุดหมดไปกับงาน
คนอื่น น้อยนิดท่ีเป็นงานตัวเอง ความต้ังใจน่ังจิบกาแฟชิวๆ
แล้วเหลอื บตาอ่านหนังสอื กลายเป็นความฝนั ลมๆ แลง้ ๆ ย่ิง
แม่กับพี่สาวมาร่วมชายคาอาศัยด้วย ประโยคค�ำถามจึงวน
เวียนไมก่ ี่ประโยค เชน่ กบั ขา้ วพอไหม ทานอะไรกันรึยัง ‘ดบั
ตัว’* เลยพีส่ าว เด๋ียวไปตลาดกนั ฯลฯ
เช้าวนั นี้ 25 มกราคม ผมเตรยี มตัวเตรียมใจออกไปวิ่ง
ตง้ั แตเ่ มอื่ วาน ฟา้ ไมท่ นั สวา่ ง กเ็ ปลยี่ นชดุ ไมก่ น่ี าทกี เ็ หน็ ตวั เอง
ยนื วอรม์ อัพ อยู่ในสวนพทุ ธ อากาศยามเชา้ สดช่ืน สายลมวบู
ผา่ น อยา่ งทบ่ี อกสวนพทุ ธยงั โลง่ และปลอดภยั กวา่ สวนลมุ ยง่ิ
ช่วงนม้ี ีข่าวฝนุ่ หนาปกคลมุ กรุงเทพฯกลายเปน็ พน้ื ท่เี ส่ยี งภยั
(*ดบั ตัว ภาษาท้องถ่นิ อำ� เภอจะนะ, สงขลา หมายถงึ แตง่ ตวั
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 155
เชา้ ไหนทอี่ อกไปวง่ิ สวนลมุ เพอื่ นฝงู รมุ ถาม “ไมก่ ลวั บา้ งเหรอ
อากาศกำ� ลงั เปน็ พษิ !” ทนั ทที ขี่ ยบั ขาออกวงิ่ รสู้ กึ ไดว้ า่ รา่ งกาย
ชกั หนกั ๆ หา่ งเหนิ จากสนามวง่ิ แคส่ ามสวี่ นั มนั มผี ลถงึ ขนาดน้ี
(เชยี วหรือ) วิ่งไป เหนือ่ ยไป หอบแฮ่กๆ เหมอื นแบกของหนัก
เต็มบา่ กวา่ รา่ งกายกับลมหายใจจะผสานเปน็ หนงึ่ เดยี ว เล่น
เอาแทบถอดใจ แตเ่ มื่อเป้าหมายชดั ก็กดั ฟนั ไปต่อ คดิ ไวเ้ ม่ือ
หลายวนั กอ่ น “อยากวิง่ อย่างนอ้ ยๆ ตอ้ งใหไ้ ด้ 15 กิโลเมตร
(ตอ่ วัน) ”
จากน้ันค่อยๆ ขยับไปท่ี 20 กิโลเมตร และทุกๆ ส้ิน
เดือน อยากวงิ่ ให้จบท่ี 30 กิโลเมตร! รู้ว่าความฝันท่ี 30 กิโลฯ
เป็นของหนัก กระท่ังอาจดูไร้เหตุผล คดิ แล้วตลกตัวเอง พคี่ น
หน่งึ ในออฟฟิศมารู้เหน็ สถิติทีผ่ มวง่ิ ถงึ กับอุทานดังๆ “นี่เธอ
บ้าไปแลว้ รึไง!?!” ใช่ ผมบ้าไปแลว้ จรงิ ๆ บางทนี สิ ัยบ้าๆ แบบ
น้ีกอ็ ยากสงวนเก็บไว้ หลายเรื่องมนั ตอ้ งบ้าบิ่น ต้องโนม้ ตัวเท
ใจใหส้ ดุ ๆ ถงึ ไดผ้ ล คนอยา่ งผม ทำ� ไมจะไมร่ นู้ สิ ยั ตวั เองวา่ เปน็
คนแบบไหน? จะได้อะไรมา “มนั ต้องทุมเทหมดตวั !”
156
27
แรงเหว่ยี ง
มาถงึ ทที่ ำ� งานแตเ่ ชา้ คดิ ไวถ้ า้ อากาศดๆี ไมม่ ฝี นุ่ หนาทบึ
ปกคลมุ อาจเปล่ียนชดุ ออกไปว่ิง อย่างนอ้ ยๆ กส็ กั 7-8 กโิ ล
แตเ่ มอ่ื ขบั รถเขา้ เขตเมอื ง เปดิ วทิ ยฟุ งั บรรยากาศมนั ชวนใหข้ ี้
ขลาด เคยมบี ทเรยี นมาครงั้ หนงึ่ วนั นนั้ มาแตเ่ ชา้ เหมอื นอยา่ ง
นีแ้ หละ ไมด่ ูตามา้ ตาเรือ มาถึงกเ็ ปลีย่ นชุดออกไปเรียกเหง่อื
ไดผ้ ลว่ิงเสรจ็ เทย่ี งวนั นัน้ ลากยาวไปถึงอีกวนั ผมเจบ็ คอ ขาก
เสมหะสขี นุ่ ขน้ ออกมาบอ่ ยครงั้ เลยตงั้ ใจจะไมด่ อ้ื รน้ั ออกไปวงิ่
หากดูแล้วอากาศไม่เปน็ ใจ
ชวี ติ ในเมอื งใหญน่ บั วนั จะเหมอื นหมาจนตรอกไปทกุ ที
มิหนำ� ซำ�้ ยงั กลายเป็นหมาขี้โรค ท่สี อ่ แววตาหวาดระแวง ใน
กระเป๋าทพ่ี กหนังสอื ผมยังมหี น้ากากเอาไว้ปดิ ปาก ปดิ จมูก
อีกสองอัน มันกลายเป็นของจ�ำเป็น เรามาถึงวันนี้เร็วเกิน
คาด-วันท่ที กุ คนตอ้ งใสห่ นา้ กากเขา้ หากัน เรามาถงึ วันท่ีต้อง
ตง้ั คำ� ถาม “คนตรงหนา้ มพี าหะนำ� โรครเึ ปลา่ ?” นา่ อนาถใจใช่
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 157
ไหม ดสู ิ มีแตค่ วามอลหม่านปกคลุมไปทวั่ มันเหมือนว่าโลก
ก�ำลังกวาดต้อนใหค้ นไปกองรวมกนั จากน้นั สอนใหต้ ระหนัก
ว่า “เรากำ� ลังท�ำอะไรกนั อยู่?”
จะว่าโชคดีก็คงไม่ผิด หลังวิกฤตชีวิตพ่ีสาว ผมกลาย
เป็นคนละคน ท่ีผมเองยังไม่เชื่อสายตาว่าจะเปลี่ยนไปขนาด
น้ี ความตายกลายเปน็ เรอ่ื งใกลต้ วั กระทงั่ สงิ่ นา่ กลวั ไมใ่ ชค่ วาม
ตาย แตเ่ ปน็ การหายใจในรา่ งทแี่ นน่ งิ่ นอนตดิ เตยี งตา่ งหาก ผม
เห็นส่ิงน้ันเต็มสองตา นาทีนั้นพลันบรรลุ “ถ้ามึงไม่เปลี่ยน
โลกก็จะเปล่ียนมึง!” รวบรัดตัดความ โลกของผมเปลี่ยน
ไปอย่างสิ้นเชิง ผมเริ่มปฏิเสธการกินด่ืมที่เพื่อนฝูงเช้ือเชิญ
เสียงเรียกร้องอยากเปลยี่ นตัวเองดงั กระหมึ่ ในอก ผมเหมือน
ประเทศหนึ่ง ที่ดิน น้�ำ ลม ไฟในร่างพากันประท้วง ขืนดื้อ
ด้านปฏิเสธ เขตความมัน่ คงปลอดภัยกค็ งถกู ท�ำลายลา้ ง ถาม
วา่ -นานแคไ่ หนทเี่ ราปลอ่ ยใหร้ า่ งกายกลายเปน็ ทางผา่ น‘ของ
อะไรต่อมอิ ะไร’
เสาร์วนั ที่ 1 กมุ ภาพนั ธ์ สถติ ิการวิ่งของผมโชวเ์ ลข 0
กโิ ลเมตร ซึง่ ตา่ งจากวนั ที่ 1 มกราคม ซ่ึงทำ� ได้ 21 กิโลเมตร
แหละน้ันก็เป็นคร้ังแรกและเพียงครั้งเดียวท่ีผมท�ำได้ เว้ากัน
158
ซอื่ ๆ อยู่ท่ีความต้ังใจล้วนๆ ขีดความสามารถเรามี แต่ที่ไม่มี
คือความต้ังใจเด็ดเด่ียว มกราคมทั้งเดือน-ผมเตือนตัวเองว่า
ให้เพลาๆ ลงหน่อย สองสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม ผม
ปวดระบมตรงสะบกั ซ้ายขวา มารเู้ อาตอนปลายเดือนวา่ เกดิ
จาก‘เกมรุก’ท่ีเร่งรัดมากเกินเหตุ 21 กิโลเมตรแรก จึงแลก
กบั บทเรยี นทแี่ สนสาหสั จากคนทแ่ี กวง่ แขนซา้ ยขวาวนั ละไม่
กท่ี ี มาแกว่งเป็นพันทีเพื่อแลกกบั 21 กโิ ลเมตร
เชา้ มืด 1 กุมภาพนั ธ์ไม่ไดอ้ อกว่งิ จงึ เลือกออกไปขยบั ขา
ชว่ งเยน็ วง่ิ ไดแ้ ค่ 2 รอบ ฟา้ สวนพทุ ธกแ็ ผม่ า่ นมดื ปกคลมุ 2 รอบได้
ไป 5 km. ผ้เู ช่ยี วชาญการวิ่งบอกไว้ อยากวงิ่ ไกลๆ โดยไมร่ ู้สึกฝนื
สงั ขาร ควรฝึกฝนซอ้ มวิง่ ใหบ้ ่อยๆ อยา่ ลดละหรอื วางใจ รา่ งกาย
เมอ่ื ถกู เคยี่ วกรำ� มากๆ เขา้ เขาบอกวา่ มนั จะสรา้ งฐานขอ้ มลู ฝงั ลง
ในสมอง เราจะจดจำ� ในสง่ิ ทเ่ี ราทำ� ได้ รวมถงึ สงิ่ ทเี่ ราไดท้ ำ� สง่ิ ทนี่ า่
อศั จรรย์ใจคอื ถา้ ท�ำได้เทา่ ไหร่ พูดยงั ไงดี เพราะไปรมู้ าเหมอื นกัน
เขาว่าก้อนสมองจะส่งต่อไปยงั สามัญสำ� นึก เราจะคึกคกั ท�ำได้แค่
ไหน ก็อยู่ท่ฐี านความเช่ือม่ันทเี่ รยี กกนั วา่ สมองนี่แหละ
ผมซอ้ มวิ่งประจ�ำ ทำ� ได้ไมเ่ คยหา่ งจาก 15-18 กโิ ลเมตร มี
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 159
21 กโิ ลแคค่ รงั้ เดยี ว และ 18 กโิ ลหนง่ึ ครง้ั ซงึ่ สองครงั้ ทว่ี า่ กเ็ กดิ ขนึ้
จากความฮึกเหิม กัดฟัน เอาจรงิ เอาจังกับมัน ไม่ไดเ้ กิดขึน้ ลอยๆ
แหละสองคร้ังที่ว่านั้นก็ดันทะล่ึงสร้างความเชื่อว่าท�ำได้ ผ่าน
จากท�ำได้ 21 กิโลเมตรในวันน้ัน มาบัดน้ีก็ยังหมุนตัวต้วมเตี้ยม
ไมไ่ ปไหน ยงั ปกั หมุดอยู่แค่ 15-18 กโิ ลเมตร แมพ้ ยายามรดี เค้น
เรยี่ วแรงขนาดไหน มนั ก็มีเหตผุ ล‘จนใจจบ’ พบแตฉ่ ากเดิมๆ คน
เก่งๆ ทที่ ำ� ไดใ้ ห้คาถาศกั ด์สิ ิทธ์ิ ซึ่งผมท่องขนึ้ ใจ “ซอ้ ม ซ้อม และ
ซอ้ ม!”
เม่ือเยน็ วนั เสาร์ท�ำไดน้ ้อย เช้าตรู่วันอาทิตยท์ ่ี 2 จงึ ตดั สนิ
ใจท�ำแต้มแตเ่ ช้า ไปถงึ สวนพทุ ธตี 5 ครึ่ง ยนื วอรม์ อพั งอขา หัก
น้ิว บิดตัวอยู่พักใหญ่ๆ เม่ือใกล้เวลาหกโมง ก็ซอยเท้าออกจาก
กโิ ลเมตรท่ี 0 ยังไงๆ วนั นี้อย่างต�ำ่ ตอ้ ง 3 รอบ ถา้ ได้ 5 รอบก็จะดี
เลศิ ประเสรฐิ ศรี ยำ้� ตวั เอง “ตอ้ งไมจ่ อดกอ่ นถงึ ปา้ ยนะ!” พยายาม
วง่ิ เบาๆ เอาใจขา เอาใจเทา้ เพราะตอ้ งอาศยั มนั อกี หลายรอบ ผม
จบ 3 รอบอย่างท่ตี ัง้ ใจไว้ อย่างน้อยๆ ก็มี 8 แตม้ อยูใ่ นมือ ฮึดสู้
อกี รอบ กจ็ ะได้ 10 แตม้ ไวอ้ วดเพอ่ื นฝงู ทนั ทีทจี่ บรอบทส่ี าม ก็
ประเมนิ ได้ว่ารอบที่ 4 พอไหว ดไี มด่ ตี ีกินรอบท่ี 5 แบบสบายๆ
แต่แมเ่ จ้า เอาไปเอามาผมกระทืบเทา้ จบรอบท่ี 6 แบบเทๆ่ รวม
แตม้ ทัง้ สิ้น 16.48 กโิ ลเมตร รวมระยะเวลา 1 ช่วั โมง 50 นาท!ี
เชา้ ตรวู่ นั อาทติ ย์ หลงั วงิ่ เสรจ็ กร็ สู้ กึ โลง่ อก เหมอื นคราบเหงอื่ ชว่ ย
160
ชำ� ระลา้ งความอดึ อดั ไดท้ ำ� สง่ิ ทอี่ ยากทำ� -นบั วา่ เปน็ ความสขุ และ
ยง่ิ ได้ท�ำจนสำ� เรจ็ กย็ ่ิงเปน็ ความสุขมหาศาล การวิ่งที่มาค้นพบ
ช้าเกินไป กระน้นั กย็ งั ดกี วา่ ผ่านไป โดยไม่ค้นพบอะไรเลย...
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 161
28
วดั สักตง้ั
ย้อนไปก่อนหน้าน้ันหลายปี ผมไปหาเขา*ถึงส�ำนักพิมพ์
เขาคอื นกั เขยี นที่เรารจู้ กั จ�ำไดว้ ่าไปกับสามเณรวรากร พลสู วสั ดิ์
(ปัจจุบันเป็น ผศ.ดร.ที่ราชภัฏนครปฐม) คงใช่ที่โลกกลมๆ ใบนี้
อนุญาตให้เราตีตั๋วเพื่อพบปะใครบางคนในเวลาแสนสั้น กระท่ัง
บางคนเราผ่านตาแค่หนเดียว วา่ กนั ตรงๆ ต้องขอบคุณหนงั สือท่ี
ทำ� ใหม้ นษุ ยต์ า่ งสงั กดั จบั พลดั จบั ผลมู าเจอกนั ชนชนั้ วรรณะแทบ
ไมต่ ้องกลา่ วถงึ ในสายตา, เขาเป็นผใู้ หญท่ ีใ่ ครๆ กร็ ู้จัก
กลบั มาปัจจุบนั เยน็ เมอ่ื วาน, เขายนื ตอ่ หนา้ ผม คนๆ หนง่ึ
ที่บัดน้ีมาย�่ำเท้าเคล้าเหง่ือ ท่ีมองยังไงก็ไกลจากคราบหมึกกลิ่น
กระดาษ ทนั ทที เี่ จอหนา้ กย็ กมอื ไหว ตนื่ เตน้ อยใู่ นที นา่ จะเปน็ การ
เจอทเ่ี กดิ จากความตงั้ ใจ ไมใ่ ชห่ ลงทางผา่ นพบโดยบงั เอญิ ตน้ สาย
ปลายเหตเุ กดิ จากเหน็ ผมวงิ่ จากนน้ั เขาเอย่ ปากชวนรว่ มลงขนั วง่ิ
มาราธอน ทงั้ ๆ ทช่ี วี ติ ไมเ่ คยคดิ จะไปไกลขนาดนนั้ ไกลถงึ ขนาดที่
ต้องว่งิ ใหไ้ ด้ 42 กิโลเมตร! อบุ ๊ะ แมเ่ จา้ ?!? ไมผ่ ดิ ครับ ไมไ่ ดค้ ลาด
* คุณขจรฤทธิ์ รกั ษา
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 163
เคลอื่ นแต่ประการใด เขยี นกี่ทีก็ 42 กิโลเมตรครับ ช้ายยย (ลาก
เสียงยาว) ไกล ใชไ่ หมล่ะ?
ไมก่ ีน่ าทตี ่อมา ผมไดค้ วามรู้ใหม่ คอื วิ่งยงั ไงใหเ้ หน่อื ยและ
กินแรงเราน้อยน้อยท่ีสุด ทีจริง, ผมต้ังใจอยากไปหาเขาสักครั้ง
เพือ่ ขอ‘เคลด็ วิชา’ หลังรแู้ นช่ ัดว่าตอ้ งลงสนามมาราธอน นบั จาก
รวู้ า่ ตอ้ งลงมาราธอน เชอื่ หรอื ไม่ ผมกลายเปน็ ผตู้ อ้ งหาทร่ี สู้ กึ รอ้ น
ตัวบอกไมถ่ ูก ร้อนตัวเพราะรูส้ ึกว่ามงึ แพไ้ ม่ได้ คล้ายๆ มีคดแี บบ
ไม่ทันตั้งตัว ต่างกันแต่คดีนี้ผู้นั่งบัลลังก์อ่านค�ำพิพากษาก็คือมึง!
พดู ง่ายๆ จะชนะหรือพ่ายแพ-้ อย่ทู ีม่ ึงล้วนๆ นนี่ บั เป็นขอ้ เสยี ของ
คนที่ชอบความท้าทาย ใครโยนอะไรท่ีมันใกล้เคียงค�ำว่าท้าทาย
เป็นต้องพยักหน้าอ้าแขนรับไปเสียหมด แต่เมื่อช่ังน้�ำหนักวัด
ตวงแล้วมนั มขี ้อดีมากกวา่ ขอ้ เสยี อยา่ งน้อยๆ ถา้ ท�ำไม่ได้ มึงกไ็ ด้
สขุ ภาพดตี ดิ ตวั อยา่ งนอ้ ยๆ มงึ ก‘็ วดั สกั ตง้ั ’กบั มนั แลว้ และอยา่ ง
น้อยๆ ไม่ตอ้ งมางึมงำ� ทีหลงั ท�ำนองวา่ “รู้ง้”ี ให้เจบ็ กระดองใจ
หลายครง้ั หลายคราเรามกั บน่ เจบ็ ใจในสิ่งที่ไม่ได้ท�ำ มากกวา่ สงิ่ ท่ี
ท�ำไปแลว้ เสยี อีก!
ผมไม่อยาก‘รู้งี้’กับโอกาสท่ีมาถึง เม่ือใครใจดีหยิบย่ืน
โอกาสให้ บอกตัวเองเสมอ ไม่เหนอื บา่ กว่าแรงก็รบั ไว้ หากเป็น
เกมกฬี า นน่ี บั เปน็ ครงั้ แรกทผ่ี มมคี รู เราเจอกนั หา้ โมงเยน็ ทกั ทาย
พอหอมปากคอ กเ็ ขา้ คอรส์ สน้ั ๆ กนั เลย เรมิ่ จากสอนทา่ วอรม์ อพั
164
มี 3 ทา่ ท่ผี มไมร่ มู้ ากอ่ น ทา่ ที่วา่ ก็มนี ่ังไขว่ขายองๆ ถา่ งขาแล้วกม้
ตวั ใชน้ ้ิวจับปลายเท้า อีกทา่ คือเอาขาขวาพนั ขาซา้ ย/ขวาแลว้ ก้ม
จับนวิ้ เท้า ท่าน้ผี มคิดถงึ ท่าฤาษดี ัดตน สรปุ ว่ายากทุกทา่ ครับ แน่
ละ่ ไม่เคยหดั เคยท�ำมันก็ยากทุกทา่ แหละ
แต่เม่ืออยากมี (หน้าท้องแบนราบ ไม่พุงพลุ้ย) อยากได้
(สุขภาพดี) อยากเปน็ (คนไมส่ ามวนั ดีสีว่ นั ไข้) มนั ก็ตอ้ งยอม ต้อง
ลงทนุ เมอ่ื คดิ ถงึ ตรงน-ี้ ตรงอยากมี อยากได้ อยากเปน็ ไมม่ ที างอน่ื
นอกขม่ ใจก้มๆ เงยๆ ตามคำ� ช้แี นะ วอร์มอพั ไมน่ าน กล็ องใหว้ ิ่ง
แค่สับขาไม่กกี่ า้ ว ก็ถกู ทกั ท้วงถึงทว่ งท่าท่ีไมถ่ ูกต้อง ไมว่ ่าเปลา่ พี่
เขาทำ� ให้ดู ที่เน้นย�ำ้ ชดั ๆ เหน็ จะเป็นต�ำแหนง่ การวางมือ เลยเถดิ
ถงึ การเชิดตวั ตรงๆ ขณะว่ิง ตอ้ งจ�ำไว้ว่า “การวิง่ ระยะทางไกลๆ
อย่างมาราธอน อะไรเซฟแรงได้ ต้องเซฟ ตรงไหนที่เหว่ียงแขน
แกวง่ ขาแลว้ ทำ� ใหเ้ สยี พลงั กต็ อ้ งหลกี เลยี่ ง” วง่ิ มาสามเดอื นกวา่ ๆ
คงไมเ่ กินเลยหากจะบอกวา่ เม่อื วานคือวันแรกๆ ที่ไปรบั รู้ ‘เคล็ด
ลบั ’ การทำ� คะแนนวชิ าวง่ิ ระยะไกลอยา่ งถกู ตอ้ ง ขอขอบพระคณุ
มากๆ ครบั
เมื่อแต่งตัวออกว่ิง แม่น่าจะพึงใจมากสุด อย่างน้อยๆ
คราบคอเหลา้ คอยาก็หายไป ไม่มีภาพชวนปวดหัวให้แมท่ ุกข์
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 165
รอ้ นคบั อก เอาเขา้ จรงิ ๆ นสิ ยั ผมไมไ่ ดค้ อเหลา้ ยาขนาดนน้ั แต่
แมก่ ค็ อื แม่ กระป๋องเดียวหรือขวดเดียวมันก็ไม่ดี ทำ� นองเม่อื
สรรหาเอามากิน (ทีจ่ รงิ แม่ใชค้ �ำว่า ‘แตกเลอื ด!’*) มันกไ็ มด่ ี
ส�ำหรับมึงอยู่ดี อย่างที่บอก แม่พึงใจเมื่อเห็นผมว่ิง แต่กลับ
ตรงกันขา้ ม เพราะมันคนละอารมณท์ ี่เพ่ือนฝงู สอ่ื สาร คำ� ถาม
ง่ายๆ จงึ กังวานเขา้ หูบอ่ ยๆ “มงึ เป็นอะไรของมึง? ทา่ จะเปน็
เอาหนัก!”
กว๊ นเหลา้ ยาปลาปง้ิ จงึ ไมค่ อ่ ยรน่ื รมยน์ กั ทเ่ี หน็ ผมหนั เห
เทหมดหน้าตกั กบั การว่ิง “จากคนหน่งึ ไปเปน็ อีกคน ท�ำไมมึง
เปลี่ยนได้เร็วขนาดน้ีว่ะ!?!” เพ่ือนคนหน่ึงเคยโยนค�ำถามใน
งานพบปะศษิ ยเ์ กา่ ผมไมค่ ดิ อะไรซบั ซอ้ น กอ่ นตอบทอ่ื ๆ ออก
ไป “เม่อื เจอสงิ่ ท่ีดี สง่ิ ทีใ่ ช่ แล้วจะรออะไร?” ใครบางคนสวน
กลบั “สำ� บดั สำ� นวนนะมงึ !” ผมแทรก “กจ็ รงิ ไหมละ่ เจอสง่ิ ที่
ชอบ พบของทีใ่ ช่ จะไปโอ้เอ้ชกั กะเย่อทำ� ไมอีก พรรษาอายุก็
ใชว่ า่ จะนอ้ ยทไี่ หน ลายพรอ้ ยกนั ทงั้ นน้ั !” จากตน้ เดอื นตลุ าคม
จนจบเดือนมกรา ยงั ไมก่ ลา้ ตอบตัวเองหรือฮกึ เหิมบอกใครๆ
วา่ คลงั่ ไคลห้ รอื หลงรกั การวง่ิ อยา่ งหวั ปกั หวั ปำ� ยงิ่ ไมผ่ า่ นงาน
* ภาษาทอ้ งถ่นิ ปกั ษ์ใต้ ภาคกลางคือ แดก
166
วง่ิ ใดๆ พอใหอ้ วดอา้ ง กย็ ง่ิ มนั่ ใจวา่ ยงั ไมท่ สี่ ดุ จดุ ตดั ของความ
คล่ังไคล้ ไม่รู้ล่ะ ผมว่ามันมีตัววัดหลายอย่าง ชัดสุดต้องว่ิง
สมำ�่ เสมอ รวมถงึ มชี มรม มตี น้ สงั กดั ทค่ี อยผกู มดั ชวนกนั ลาก
เทา้ ไปรว่ มทรปิ แขง่ ขนั โนน้ นน่ั นบี่ อ่ ยๆ ระดบั ขนั้ ทวี่ า่ นน้ั ผมยงั
ไม่ถงึ ไหนเลย พูดใหช้ ดั คือยงั อกี ไกล
มีอยู่อย่าง, ที่อยากเล่าสู่กันฟัง คือช่วงน้ีก�ำลังมีวิกฤต
โรคร้ายโคโรน่าคุกคาม แพร่เช้ือจนน่าหวาดหว่ันขลาดกลัว
ผมก็เหมือนเพือ่ นๆ ทไ่ี มร่ ู้ว่ามันซบร่างฟกั ตัวอยู่ตรงไหน และ
ใครบ้างท่ีมีเช้ือปนเปื้อน ท่ามกลางการระแวดระวัง ผมยัง
อุ่นใจที่ตัวเองหันมาออกก�ำลังกาย อย่างน้อยๆ ก็มีฐานอยู่
บ้าง คิดง่ายๆ ตามประสาคนเรียนน้อย การออกก�ำลังกาย
อย่างสม�่ำเสมอ น่าจะเป็นวัคซีนป้องกันโรคได้ในระดับหนึ่ง
คิดไปเองว่าร่างกายท่ีได้ขยับสับขา แรงปะทะท่ีพายุโรคร้าย
ซัดกระหน่�ำ คงไม่ท�ำให้ทรุดง่ายๆ ต่างกับคนที่ไม่ออก มัน
เหมอื นรา่ งกายไรภ้ มู ติ า้ นทาน แตะอะไรนดิ สะกดิ อะไรหนอ่ ย
ก็โยกเยกสน่ั ไหว
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 167
29
ความคดิ ผ่าน วิธีการมาเอง
อยากเริ่มต้นด้วยประโยค “เมื่อจิตใจจดจ่ออยู่กับส่ิง
ใด ก็ย่อมได้สิ่งน้ัน” ไม่ได้คิดเองแต่เป็นค�ำสอนทางธรรมที่
จำ� ได้ ซึ่งก็จริงดง่ั ว่า เพราะถ้ามุ่งเน้นเฟ้นหาสิง่ ใด ก็ย่อมไดส้ ่ิง
นนั้ วันยงั ค�่ำ ไม่ไดว้ นั น้ี ก็วันหนา้ ถา้ ไมล่ ่ะ ไม่เทท้ิงไปเสยี กอ่ น
ร้กู ันว่ามนั ตอ้ งได้ เพอ่ื นบางคนคลกุ คลีตีมอื ทำ� ธรุ กิจ ก็ไดเ้ งนิ
ไดท้ องหอบกลบั มา ขณะทเ่ี พอื่ นบางคนหลงรกั กลน่ิ สาวๆ แน่
ละ่ เขากจ็ ะมวี ธิ ตี รี นั ฟนั แทง สนทนาครงั้ ใดหนไี มพ่ น้ เรอื่ งราว
เหลา่ นัน้ เหน็ ดว้ ยไหมว่าเรามี‘เร่อื งราวเหลา่ นน้ั ’ทีต่ ้องจดจ่อ
ต่างกนั
หลงั หนั เหแลว้ มาจดจอ่ ขอวง่ิ ทง้ิ หา่ งจากเสน้ ทางเดมิ ๆ
กพ็ ลันพบวา่ ทุกการจดจ่อลว้ นมรี าคาต้องจา่ ย ตอนจดจ่อขอ
เขยี น ผมจา่ ยไมอ่ ั้นกบั หนงั สือทถ่ี อื ครองเป็นกองทัพ ตั้งหนา้
ต้ังตาอ่านดว้ ยการคาดหวงั ลมๆ แลง้ ๆ สักวนั , ฉันจะแจ้งเกดิ
ในบรรณพภิ พ จนแลว้ จนรอดกเ็ ลือกปลอบโยนตัวเองเงยี บๆ
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 169
เป็นซัมวัน (someone) นั้นไม่ง่าย กระนั้นก็ได้อะไรเป็นรูป
เป็นเล่มติดมือกลับมา ซ่ึงท้ายที่สุด, ก็ได้นิสัยชอบบันทึก ท่ี
นึกครั้งใดก็อดขอบคุณกองทัพที่เราเคยปักหลักยึดถือเช่ือม่ัน
ไมไ่ ด้ เห็นด้วยไหมวา่ เรามี‘กองทพั ’กันคนละกอง สองกอง
ประโยคหน่ึงซ่ึงเคยเขียนใน‘เท้า|ความ’ จ�ำไม่ได้ว่า
บทไหน แต่อยากนำ� มาย้�ำอีกรอบวา่ มันจริง ว่ามนั ใช่ น่นั คอื
ประโยค “เม่ือความคิดผ่าน เด๋ียววิธีการมันมาเอง” จริง
ไม่จรงิ อยา่ งไร เพ่อื นๆ ลองใครค่ รวญตรองดู ผมเร่มิ ต้นสอบ
งานเข้าสถานทูตด้วยความคิดล้วนๆ ความคิดท่ีเมื่อส�ำรวจ
ตรวจตรา ก็พบว่าผมแทบไมม่ อี ะไรดีๆ ท่พี ออวดได้ จากนน้ั
จินตนาการไปว่าถ้าท�ำส�ำเรจ็ สง่ิ โนน้ สงิ่ นน้ั ก็จะตามมา (บอก
เลย จนิ ตนาการนโี่ คตรสำ� คญั จรงิ ๆ จนิ ตนาการแคต่ วั เดยี ว มนั
ลากคณุ โบยบนิ ออกไปไหนตอ่ ไหน!) ทกุ เมอ่ื เชอ่ื วนั จงึ พยายาม
ยนื ยนั บอกตัวเอง ถงึ ความคดิ ทีล่ อยวนในกะโหลก วา่ มนั คือ
โลกท่เี ป็นไปได้และมีอย่จู รงิ ๆ
เม่ือความคิดผ่าน โดยรู้สึกว่าอยากได้งานในสถานทูต
จริงๆ ผมก็ดนั้ ดน้ คน้ หา‘วิธีการ’ทจี่ ะได้มา ลงมอื สบื ค้นคนท่ี
เขาสอบได้ อะไรคือจุดเด่นจุดด้อยของเรา ตลอดจนจะเอา
170
อะไรไปต่อกร กองทัพหนงั สอื ทผ่ี มเคยอ่าน ยิง่ ‘สามก๊ก’กย็ ิ่ง
พบกลวิธีตีวงล้อมข้าศึก ท�ำอย่างไรถึงจะ‘ตีวงใน’เข้าไปได้
นอกจากดาบ หอก กระบอกปนื และหวั ใจทไี่ ม่หว่ันเกรงตอ่
ศัตรูค่อู ริ และต้องไมล่ มื วา่ การข่มใจเฝา้ รอโอกาสเหมาะๆ ก็
นบั เป็นองคป์ ระกอบส�ำคัญทท่ี �ำใหก้ ารเคลอื่ นทัพมีชยั
เช้าน้ีผมน่ังมองรองเท้าสีส้มสดใส อุปกรณ์การว่ิงที่ใน
ชีวิตไม่คิดจะเสียเงินกับส่ิงเหล่าน้ี นับเป็นความมหัศจรรย์
พนั ลกึ ทผี่ มเองกค็ าดไมถ่ งึ ถงึ บอกไง “เมอ่ื ความคดิ ผา่ น เดย๋ี ว
วิธกี ารมนั ก็มาเอง” ผ่านแรก-ซอ้ื รองเทา้ ไนกีค้ ่แู รก ผ่านสอง-
จองตวั๋ เครอ่ื งบนิ เพอื่ ไปแขง่ ขนั วงิ่ มาราธอน ผา่ นสาม-เมอื่ วาน
ไปถอยไนกป้ี า้ ยแดงสสี ม้ เปรยี้ วจด๊ี มาอกี ค!ู่ ราคาสพ่ี นั กวา่ บาท
ผมเห็นปกาศติ คนเก่ายืนตะโกนดังๆ “นบั วนั ชกั จะแปลก นี่
มงึ เพี้ยนหรอื ผีรา้ ยเขา้ สิงกันแน่ หา?!?”
สี่ห้าเดือนท่ีเคลื่อนตัวออกว่ิง มีส่ิงปลูกสร้างที่ทุบ
กระเป๋าลงขันดังนี้ 1.รองเท้าไนกี้สีสดสวย ช่วยให้มึงออกไป
ว่ิงลดหน้าท้องสองคู่ 2. ต๋ัวเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพ-ตรัง
3. กางเกง เสือ้ ถุงเทา้ 4. นาฬิกา GARMIN forerunner รุ่น
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 171
245 (ราคา 12,000) ทงั้ หมดทง้ั มวลรวมครา่ วๆ อยทู่ สี่ องหมนื่
กว่าบาท วา้ ว ใจหายใจคว่�ำ พลางอุทานดงั ๆ “ท�ำไปได!้ ” ก็
เพราะไม่ใช่ผมน่ะสิ แม่มัน ต้องผีสางนางไม้ดลใจเหมือนที่
เพื่อนพยากรณ์ส่งเดชแน่ๆ เลยเถิดถึงเม่ือทอดน่องออกเดิน
ห้าง เดี๋ยวน้ีมีแวะร้านขายรองเท้า ซึ่งเป็นร้านที่ร้อยวันพันปี
ไม่เคยคิดแตะ ร้านหนังสือคือท่ีประจ�ำ นอกนั้นก็ร้านกาแฟ
แต่หลงั ผกู มิตรคิดวงิ่ สถานที่สิงสกู่ ลับเปน็ รา้ นรองเทา้ เทียว
ไปเทยี วมา เดินจบั ๆ ลูบคล�ำราวกับเสาะหารหัสลบั ราวกับ
ขา้ วใหม่ปลามันที่หา่ งกันไม่ได้
นอกนั้นยังหันไปติดตามสนามว่ิงอย่างเอาจริงเอาจัง
ยัง ยังไม่จบ ยังพบอีกว่าหนังสือท่ีอ่านอยู่ตอนน้ี และที่เพิ่ง
อ่านจบไปล้วนแต่เป็นผลงานเก่ียวกับการว่ิงท้ังนั้น เล่มก่อน
หน้าก็ของ‘คามิน คมนีย์’ เรื่อง‘เย็นวันเสาร์-เช้าวันอาทิตย์’
และ‘หวั * ใจ* เทา้ ’ ส่วนทอ่ี ่านจบไปหมาดๆ ก็ Homo fin-
ishers ของ ‘น้ิวกลม’ ยอมเลยครบั หมอนเ่ี ขยี นหนังสือดี นา่
อา่ น ใช้ภาษางา่ ยๆ ทค่ี มก็คมจรงิ เด็ดขาดบาดใจ เล่มหนาๆ
สีร่ ้อยกว่าหน้า ผมอ่านสองคืนสามวนั จบ
172
“มาราธอน คือ แหล่งรวมมนุษย์จ�ำพวกหน่ึงเข้าไว้
ดว้ ยกนั นนั่ คือสายพนั ธท์ุ ต่ี ้องการเอาชนะตัวเอง สายพันธ์ุท่ี
ไม่เชื่อในความเปน็ ไปไมไ่ ด้ สายพันธท์ุ ต่ี ง้ั เป้าหมายน่าสะพรึง
แลว้ พงุ่ ไปพชิ ติ มนษุ ยพ์ วกนคี้ อื สายพนั ธเ์ุ ขา้ เสน้ ชยั ” สายพนั ธ์ุ
Finisher (น.311) ”
เล่มนี้ไม่ได้เน้นไปท่ีวิชาการหรือเทคนิคการวิ่ง แต่จะ
เปน็ การเรียนรู้จากความทกุ ข์ยาก จากความยากล�ำบาก และ
มมุ มองใหม่ ๆ เกย่ี วกบั “วนิ ยั ” ผา่ นการบนั ทกึ การวง่ิ ของคณุ
น้ิวกลม ส่ิงที่ได้คิดระหว่างวิ่งโยงไปถึงความหมายของการมี
ชีวิตอยู่ ความงอกงาม ความรุ่มรวยภายในท่ีมนุษย์แสวงหา
อยู่ ข้อคิดที่ได้จากการพูดคุยกับบุคคลท่ีเป็นเหมือนไอดอล
เปน็ คณุ ครใู หก้ บั คณุ นว้ิ กลมในการวงิ่ อา่ นงานของนวิ้ กลม หวั
ไมร่ อ้ น แตต่ นี แมร่ง สนั่ ริกๆ เหมือนโดนไฟลน! มอี กี เยอะที่
เปลี่ยน เดย๋ี ววนั ไหนเลี่ยนๆ จะเล่าใหฟ้ ัง
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 173
ค�าว่า ‘เด๋ยี วกอ่ น’ ‘รอให้พร้อมกว่าน้’ี สร้าง
บาดแผลให้มนุษย์ผู้ชะล่าใจมานักต่อนัก หนึ่ง-
คือเราไม่รู้ว่าอีกกี่คร้ังที่โลกจะให้โอกาสคุณป่าว
ประกาศวา่ ‘เด๋ียวก่อน!’ และสอง รอใหพ้ ร้อมกวา่ นี้
ทั้งที่ความจริงอันแสนเจบ็ ปวด นนั่ คือค�าว่าพร้อม
กวา่ นี้ ‘ไม่มีอยจู่ รงิ ’ คุณจะรอให้พรอ้ มกวา่ นีไ้ ปถงึ
ไหน ผมว่าถ้าใจพร้อม เงื่อนไขล้านแปดพันเก้าก็
ตอ้ งยอมคณุ ถามวา่ -ถา้ เราลองเรมิ่ ตน้ จาก ‘ความ
ไมพ่ รอ้ มละ่ ?” ไมแ่ น่ อาจส�าเรจ็ อาจทา� ไดด้ กี วา่ นาที
ท่ีเราพรอ้ มเสียอีก
174
30
เวลาท่ีเหลอื
พอตื่นเช้าก็เขย่าความรู้สึกให้คึกคัก ให้มัน
กระชุ่มกระชวย คิดถึงแต่ด้านดีๆ อาทิเช่น อยากสุขภาพดี
ก็ต้องขยันออกก�ำลังกาย ไม่ใช่การละเมอเพ้อฝัน แล้วน่ังอยู่
กับที่ ผมออกจากบา้ นดว้ ยความร้สู กึ เตม็ เปีย่ ม ใช!่ เช้านตี้ อ้ ง
ว่ิง คิดถึงวิ่งก็พลันกังวลว่าสวนลุมอากาศจะขมุกขมัวรึเปล่า
อยากวง่ิ แตถ่ า้ อากาศเปน็ พษิ แทนทจี่ ะสขุ ภาพดี กลายเปน็ สขุ
ภาพเสยี มนั กไ็ มค่ มุ้ กนั หรอก ชว่ งขบั รถบนทางคขู่ นานลอยฟา้
เสน้ บรมฯ มองฟ้าเบอ้ื งหน้า ถ้าอากาศดๆี จะมองเห็นตึกใบ
หยก รวมถงึ อาคารสงู ระฟ้าท่ีเรยี งรายเต็มสองตา แต่วนั น้ตี กึ
ใบหยกถกู ปกคลมุ ดว้ ยหมอกหนาทบึ เหมอื นมใี ครเอาสเี ทามา
ปาด จนเมอื่ วง่ิ เขา้ เขตเมอื ง วง่ิ ผา่ นยา่ นชอ้ ปปง้ิ ประตนู ำ้� เลยี้ ว
ขวาขา้ มคลองแสนแสบ ตรงไปกส็ วนลมุ ผมเลย้ี วซา้ ยตรงแยก
สารสิน ฝั่งขวาคือสวนลมุ กวาดตาลวกๆ ก็เห็นคนวิ่งดูบางตา
ไม่เนืองแนน่ เตม็ ถนนเหมือนวนั ปกตทิ ฟ่ี ้าเปิดโลง่
176
เคยตัดพอ้ ใหเ้ พอื่ นฟังเม่อื หลายวนั ก่อน ผมนา่ จะวง่ิ ตง้ั
นานแลว้ ทำ� ไมปลอ่ ยปละละเลยถงึ วนั นี้ แตก่ อ็ กี นนั่ แหละ จะ
ต�ำหนิตวั เองมากไป กไ็ มม่ ีอะไรดขี ึ้น วันเวลาผา่ นไปไม่มีทาง
ยอ้ นคนื กลบั มาหรอก มแี ตป่ ลอบใจตวั เองตา่ งๆ นานา เวลาท่ี
เหลอื ตา่ งหากคอื ทรพั ยส์ นิ มคี า่ ทตี่ อ้ งกอบโกย ไปตโี พยตพี ายก็
เปลืองเปลา่ ไรป้ ระโยชน์ จริงไหมครับ? อย่างที่ทราบ อาทติ ย์
ท่ีแล้วผมนัดกับพ่ีขจรฤทธ์ิ เจอพ่ีเขาในคราบนักวิ่ง ไม่ใช่นัก
เขียนมากฝีมือ ส่วนใหญ่เจอพ่ีเขาในงานหนังสือ จึงเม่ือเจอ
กันในบรรยากาศแบบนี้ มันก็มีบ้างท่ีตื่นเต้น จบซ้อมวิ่งวัน
นั้นพี่ขจรฤทธ์ิใหเ้ สือ้ ท่ีมคี ำ� ว่า ‘ฟนิ ชิ เชอร์’ (finisher) พรอ้ ม
หนงั สอื หนงึ่ เลม่ เปน็ ทร่ี ะลกึ โดยเฉพาะเสอ้ื ทหี่ ากแปลเปน็ ไทย
ก็หมายถงึ “ผู้ส�ำเรจ็ ”
เร่ืองวิ่งผมเพิ่งเร่ิมต้น พูดให้ชัดคือยังต้วมเต้ียม เส้น
ทางการวงิ่ กวา่ จะฝา่ ฟนั ถงึ เปา้ หมาย สำ� หรบั ผมไมใ่ ชเ่ รอื่ งงา่ ย
แตอ่ ะไรกเ็ ปน็ ไปไดเ้ สมอ หากเราเปดิ ใจกลา้ ทดลอง ความคดิ ที่
สอดไสค้ วามเชอ่ื จะทำ� ใหม้ พี ลงั เทา่ ทฝ่ี า่ ฟนั ผา่ นพายอุ ปุ สรรค
มาบ้าง พบว่าแค่ความคิดเพียวๆ จะไม่ส่งผลดลใจอะไรมาก
แต่ตัวฉุกกระชากลากขาให้ลงมือคือความเช่ือ! ความเช่ือที่
เหว่ยี งให้เราไปไกลๆ อกี หลายเทา่ ตัว
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 177
บา่ ยสองครงึ่ บงึ่ รถออกจากทท่ี ำ� งานยา่ นวทิ ยุ คำ� นวณเวลา
น่าจะพอ เย็นนอ้ี ยากว่งิ ท่ีสวนพทุ ธ แตภ่ าพแมส่ าวน้อยสวา่ งวาบ
ในหวั เธอเลิกเรียนสามโมงกวา่ ๆ เรียนพิเศษอกี นิดหน่อย สี่โมง
สิบห้าก็จบ ตัดสินใจหมุนพวงมาลัยไปรับเธอที่โรงเรียน อยากมี
ฉากซ้ึงๆ เซอร์ไพรส์กับเธอบ้าง ผมจ่ายค่ารถรับส่งเทอมหนึ่งๆ
หกพันกวา่ บาท เพราะรู้ว่าขืนเทียวรับ เทยี วสง่ คงไปทำ� งานสาย
ชวี ติ ใตฟ้ ้าเมอื งใหญ่ ไมใ่ หเ้ ราเลอื กมากนัก ไมย่ นิ ดปี รดี ากต็ ้องอ้า
แขนนอ้ มรับ
ครูประจ�ำชั้นท�ำหน้าแปลกใจที่เห็นผู้ปกครองมารับ ใช่
นานๆ คร้ังถึงจะมีโอกาส ภาพนักเรียนนั่งรอผู้ปกครองต้อนให้
ผมเจบ็ ลกึ เดก็ คนไหนทใ่ี ชบ้ รกิ ารรถรบั สง่ กจ็ ะนง่ั เหงาหงอยคอย
เวลาคนขับรถเดินมารับ ระหว่างน้ีเธอจะเห็นภาพเพ่ือนคนอื่นๆ
(บางคน) ที่มีผู้ปกครองมารบั ซึง่ แตล่ ะคนสหี นา้ ทา่ ทางลิงโลด ดี
อกดีใจ หลังทำ� ความเคารพคุณครู ก็ปรี่เข้าไปสวมกอดผ้ปู กครอง
ก�ำลังจะเดินออกจากโรงเรยี น เธอพึมพำ� ว่าอยากไปสนาม
เด็กเล่น “อย่าเล่นนานน่ะ ต้องพาพี่สาวไปซ้ือของท่ีตลาดอีก”
ผมบอก เธอพยักหน้า แต่ทันทีท่ีเธอถอดรองเท้าว่ิงเข้าสนาม
เดก็ เลน่ ผมก็ร้โู ดยทนั ที ท่คี ดิ ๆ ไวจ้ ะไปตลาด จากนน้ั จะรบี กลับ
178
บา้ น เปลยี่ นเสอื้ ผา้ เสรจ็ กก็ ระโจนไปสวนพทุ ธคงยากแลว้ ละ่ นอก
สนามเด็กเล่น ผมนั่งดูเธอวิ่งเล่นในสนาม ส่งเสียงหัวเราะดังลั่น
‘ช่างเถอะ สนามของผมไวว้ นั หนา้ ’ ผมคิดก่อนพงิ พนกั เก้าอ้แี ลว้
หลบั ตา
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 179
31
ข้ออ้าง
เช้าวันเสาร์ท่ี 8 กุมภาพันธ์ ผมตื่นสาย คิดมาหลาย
วันจะวิ่งออกก�ำลังกายแต่เช้า (จันทร์ถึงศุกร์ 3-7 กุมภา ไม่
ได้ออกวิง่ เลย) ผมชอบวิ่งเชา้ มดื ด้วยรสู้ ึกวา่ มนั ท�ำระยะทาง
ได้ วิ่งแดดออกจะเหนอื่ ยง่าย เม่ือเห็นแดดเลด็ ลอดผ่านมา่ น
หน้าตา่ ง ข้ออ้างกพ็ รง่ั พรูในหัวโดยอัตโนมัติ
‘อย่าไปเลย’
‘ไวว้ ันหลังเถอะ’
‘ไปตอนน้กี ว็ ่งิ ไดน้ ้อย เสยี เวลาเปล่าๆ ’
‘เอานา่ ไว้ตอนเย็นกไ็ ดน้ ี’่
‘นอนพักผ่อนเถอะ ต่นื สายเสียบา้ ง’
‘ไมว่ ิ่งสักวนั กไ็ ม่เห็นเป็นไร’
แต่ 8.00 โมงตรง กลบั เห็นตัวเองยืนวอรม์ อัพ บิดแขง้
งอเข่า พับขา อยู่ในสวนพุทธ คนออกก�ำลังกายหลายคน
เหงื่อเปียกชุ่มว่ิงผ่าน ผมน่าจะเป็นเขาหากมาเช้ากว่าน้ี เมื่อ
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 181
วอรม์ อพั พอสมควร กส็ บั ขาออกจากจดุ สตารท์ คดิ ไวร้ อบแรก
ขออนุ่ เครอ่ื งเบาๆ เอาสกั เพซ 7 รอบตอ่ ไปคอ่ ยสบั ขาใหเ้ รว็ ขนึ้
อย่างน้อยๆ ก็ควรอยู่ในระดบั 6 ขณะว่ิงก็นึกถงึ คำ� สอน
“มือแกว่งเบาๆ ให้อยู่ในระดบั สะดอื ”
“เราไม่ใช่คนว่ิงออกก�ำลังกาย แต่จุดหมายเราคือ
มาราธอน”
“ว่งิ ระยะไกลๆ ตัองการความอึด”
“พยายามซ้อมวิ่ง ให้ได้ครั้งละ 2 ชวั่ โมง”
รอบแรกผ่านไป อาการโดยรวมไม่มีอะไรน่าห่วง บาง
วันมอี าการปวดตรงหัวเข่า ปวดระยะส้ันๆ วิ่งไปสักพกั ก็หาย
บางวันอาการเหล่าน้ีมันจะไปโผล่เอากิโลเมตรท่ี 4 ค่อยๆ
เรียนรู้อาการต่างๆ ของร่างกาย เข้าใจวา่ ทกุ คนต้องเจอ มัน
เหมือนวิชาพ้ืนฐานท่ีต้องผ่านให้ได้ ทางเส้นน้ีไม่มีข้อยกเว้น
เหน็ ออกบอ่ ยทบ่ี างคนสง่ เสยี งหอบดงั ๆ ขณะกา้ วขาวง่ิ บา้ งกส็
ปดี ออกตวั แรง ไมก่ อ่ี ดึ ใจเขากห็ ยดุ ยนื หอบตวั โยน เคยประสบ
เหมือนเขา ตอนวิ่งใหม่ๆ ก็คล้ายพวกเขาไม่มีผิด กระโจน
ออกตัวไม่เท่าไหร่ ก็หอบแฮ่กๆ หายใจแทบไม่ทัน วันแรกๆ
แค่ครึ่งกิโลเมตร ก็ยังเกือบตาย มันเป็นอะไรท่ียาก ต้องฝืน
182
ใจเอาให้อยู่ เจบ็ ปวด ทรมาน แต่เมื่อว่ิงมากครั้งเข้า ก็เริ่มค้นุ
ชนิ เรม่ิ รจู้ งั หวะการหายใจ จนกลายเปน็ กจิ กรรมทส่ี นกุ ผมมา
ถึงจดุ ทพ่ี อแยกแยะออกวา่ ใครเพง่ิ ออกตวั ลงสนาม และใคร
เชยี่ วชาญเจนเวที
รอบแรกผ่านไปดว้ ยดี รอบสองจบโดยไม่มีปัญหา จน
สุดท้ายก็ปิดรอบสามแบบชิวๆ พอข้ึนรอบที่สี่ รู้เลยว่าพละ
ก�ำลังชักแผ่ว แต่เมื่อต้ังใจแน่วแน่จะเอาให้ได้ 10 กิโลเมตร
มันก็ตอ้ งวงิ่ 5 รอบ ผมหอบร่างลากขาจบรอบที่ 4 ไปแบบ
หนดื ๆ แอปทโี่ หลดโปรแกรมวิ่งสง่ เสียง 10 กิโลเมตรหลงั พ้น
รอบที่ 4 ไปครงึ่ สนาม วงิ่ ไปสกั พักตัดสินใจหักขวาออกนอก
เส้นทาง บอกตัวเอง “พอแล้วส�ำหรับเช้าวันนี้” เช้าที่อยาก
เอาชนะขอ้ อ้าง แล้วก็ส�ำเรจ็ ดังหวงั นาทีท่จี บ 10 กิโลเมตร
แล้วค่อยๆ ชะลอเท้า อดคิดถึงยามเช้าท่ีนอนลังเลติดเตียง
ไมไ่ ด้ คิดถงึ นาทีทขี่ ้ออ้างสารพัดอยา่ งพรัง่ พรใู นหวั หากตอน
นั้นยอมจ�ำนนไม่ออกมา ก็ไม่รู้หรอกว่าวิ่งตอนมีแดดมันก็มี
ข้อดี อย่างน้อยๆ มันก็ช่วยเผาไหม้ความข้ีเกียจ เลยเถิดถึง
ข้ออ้างสารพัดที่เม่ือชนะมันได้ คุณจะยืนสบายตัวท่ามกลาง
แดดรอ้ นๆ ตอน 9 โมงนิดๆ
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 183
32
ดอกบัวใตโ้ คลนตม
วนั นว้ี นั มาฆบชู า-สถานทตู ไมไ่ ดห้ ยดุ แตโ่ ชคดที ท่ี ำ� งาน
แค่คร่ึงวัน พอบ่ายโมงผมออกจากที่ท�ำงาน ได้เพื่อนท่ีขับ
แท็กซ่ีโฉบมารับ บงั เอิญผา่ นมาแถวน้ีพอดี และทพ่ี อดียง่ิ กว่า
คอื เขาก�ำลังจะไปท�ำธรุ ะทพี่ ุทธมณฑลสาย 3 เลยไมร่ อช้าขอ
ตดิ รถไปด้วย มาถงึ สาย 3 ดเู วลาแลว้ นา่ จะทนั ออกกำ� ลงั กาย
สกั หน่อยก็ยังดี จากสาย 3 ผมโบกแท็กซกี่ ลับบา้ น จากน้ันกง่ึ
วง่ิ ก่ึงเดนิ จากบ้านไปสวนพุทธ ระยะทาง 4 กิโลเมตร พอเข้า
เขตพทุ ธมณฑลกเ็ ร่มิ สับขา
วิ่งเลาะเส้นสายนอกจนไปถึงพุทธมณฑลสาย 4 จาก
น้ันเลี้ยวซ้ายไปตามฟุตบาท ว่ิงกระย่องกระแย่งเพซเฉล่ียอยู่
ที่ 7 กวา่ ๆ พยายามประคบั ประคองความเร็วให้คงที่ เมอ่ื ถึง
ประตูทางเข้าสวน เหลือบดูเวลาบนหน้าจอมอื ถอื เวลาและ
นาทกี ระดิกเขม็ อย่ทู ่ี 17.05 นาที จากนาทนี ้จี นถึง 18.00 น.
(เวลาปิดสวน) ผมมเี วลาท�ำแต้มแคห่ นง่ึ ชวั่ โมงเศษๆ เส้นทาง
184
บางสว่ นขรขุ ระ จงึ ไมเ่ หมาะทจี่ ะวง่ิ ดมุ่ ๆ ชว่ งมดื คำ�่ หลงั วง่ิ จบ
รอบทส่ี ี่ จงึ ตดั สนิ ใจหยดุ รวมระยะทางทงั้ สน้ิ 13.29 กโิ ลเมตร
มีข้อสังเกตอยู่สองข้อ (หนึ่ง) ระยะทางที่ท�ำได้ (แบบพอดิบ
พอด)ี ไมเ่ หนือ่ ยมาก จะอย่ทู ่ี 10-13 กโิ ลเมตร (สอง) เทา่ ท่ี
ทดลองว่ิง ตง้ั แตว่ นั แรกๆ จนถึงตอนนี้ เคยห้ำ� หนั่ ท�ำได้สูงสุด
21 กิโลเมตร ลดลงมา 18 กโิ ลเมตร แผ่วลงมาอยทู่ ี่ 15 จาก
น้นั ไต่ระดบั ไปอย่ทู ่ี 18 กิโล
จ�ำไดว้ า่ ทำ� แต้ม 15-18 กโิ ล อยู่สามส่ีครัง้ ไมต่ ้องถาม
ถงึ 21 กโิ ล ซง่ึ เปน็ ระยะทางทไ่ี มอ่ ยากเชอ่ื วา่ เคยทำ� ได้ กระทง่ั
ไมร่ วู้ า่ เม่อื ไหรจ่ ะทำ� ได้อกี ว่าก็วา่ เถอะ ทง้ั หมดทัง้ มวลลว้ นชี้
ชัดให้รูแ้ จง้ อย่ขู อ้ หนึ่ง นน่ั คือรากฐานเป็นสง่ิ ส�ำคญั คณุ จะไต่
ระดบั ระยะทางมากแคไ่ หน มนั กอ็ ยไู่ มน่ านหากฐานเดมิ จรงิ ๆ
คณุ ไมม่ ี ยงิ่ ฝนื ใจไตร่ ะดบั มากแคไ่ หน และหลงไหลไปกบั หลกั
กิโลทเ่ี พมิ่ มากขน้ึ กล้ายนื ยนั มีแตเ่ จบ็ กบั เจบ็ !
ใช!่ ‘ชวี ติ ’อยกู่ ารเลอื กจรงิ ๆ ยง่ิ ปจั จบุ นั อยาก’เปน็ -อย-ู่
คอื ’แบบไหน โลกจะอา้ แขนตอ้ นรบั จดั พนื้ ทใี่ หค้ ณุ เตม็ ๆ อยาก
เป็นแบบไหนหรืออยากเก่งกาจอะไร แค่กระดิกเท้าเขา้ หา มี
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 185
สังกดั มชี มรม มกี ลุ่มกอ้ นท่ีชวนให้อบอุ่น อยา่ งนอ้ ยๆ กห็ าก
ลุ่มท่ีชอบ เผ่าพันธุ์ท่ีใช่ไม่ยากนัก ถัดไปจากนั้นมันข้ึนอยู่กับ
คุณแล้วละว่าพื้นที่ตรงน้ัน ที่เราหลวมตัวเดินเข้าหา มันเพ่ิม
มูลค่าด้านใดให้ชีวิต แต่ก็อีกแหละ มูลค่าเป็นเรื่องของใคร
ของมนั กำ� หนดกะเกณฑเ์ ถรตรงไมไ่ ด้ มลู คา่ บางคนอาจสงู สง่
ส�ำหรับเขา แต่กับบางคนอาจธรรมดาสามัญ กระทั่งต�่ำกว่า
เกณฑม์ าตรฐานทีเ่ ขาตกั ตวงชวี้ ัด ระดับมลู คา่ ตา่ งกนั สถานะ
ต่างกัน จึงไม่ใช่เร่ืองประหลาดท่ีเราชี้ขาดส่ิงหนึ่งสิ่งใด แล้ว
โดนคนอืน่ คนไกลรวมถงึ คนใกล้ตวั (อาจ) สา่ ยหวั ไม่เล่นด้วย
ตอนเลอื กขยบั ขาไปฝกึ ภาษาองั กฤษรมิ ชายหาดสมหิ รา
คนใกล้ๆ ไม่มีใครเห็นด้วยกับมูลค่า‘ของ’ที่ผมดิ้นรนค้นหา
และตอนเลือกเคาะแป้นพิมพ์ ริเขียนบทกวี เรื่องสั้น พระ
สงฆอ์ งคเ์ จา้ เลยเถดิ ถงึ เดก็ วดั หนา้ ไหนๆ กล็ ว้ นสา่ ยหนา้ ไมเ่ หน็
ด้วย ยิ่งรู้พ้ืนเพที่มาถึงศาสตร์ทักษะ ภาษาไทยของอาจารย์
บญุ สง่ ยังสอบตก “ยังมหี น้า มาเขียนหนงั สือ” ตอนผมเลือก
เปดิ กะโหลก ออกไปเบงิ่ ตาดโู ลกอกี ใบ ทำ� ตวั ใหเ้ หมอื นนำ�้ ครงึ่
แก้ว ออกไปเรยี นรู้ เพิ่มทกั ษะการขายกับธรุ กิจขายตรง แค่
สองคนทพี่ ยกั หนา้ เหน็ ดว้ ย ทเี่ หลอื ชกั สหี นา้ บน่ พมึ พำ� “อะไร
ของมึง!?!”
186
หลวงพอ่ ทวี่ ดั ทา่ ทาง(วดั หวั ปอ้ มนอก) สอนผม “ดอกบวั
ที่เอามาใส่แจกันบูชาพระ ล้วนมาจากโคลนตมแทบท้ังสิ้น”
ตอนออกไปไล่ลา่ หาจับฝรง่ั ฝกึ ฝนภาษาอังกฤษ คดิ หมายมน่ั
ตัง้ ใจเสมอ ผมคือดอกบวั ท่ีก�ำเนดิ จากปลักโคลนดนิ แฉะ สกั
วนั มนั จะม‘ี มลู คา่ เพมิ่ ’ ไมว่ า่ กฉี่ ากทน่ี งั่ ลงเคาะแปน้ พมิ พ์ และ
ไมว่ า่ กต่ี อนของชวี ติ ทบ่ี ดิ ตวั ออกไปเรยี นรธู้ รุ กจิ การขาย ผมใช้
ชวี ติ ไมต่ า่ งจากดอกบวั ใตโ้ คลน ทเี่ ชอ่ื วา่ สกั วนั จะไดช้ น่ื ชม‘แ ส
ง ต ะ วั น!’
แหละเราก็ไม่มีทางรู้เลยว่า‘ของตรงหน้า’ท่ีเรา
เลือกสรร ปลายทางมันจะพาไปพบส่ิงใด เหมือนท่ีผมเองก็
ไมเ่ คยรวู้ า่ how are you? Where are you going? ที่ผม
ออกไปฝึกฝนกับฝร่ังริมชายหาด ยี่สิบสามปีต่อมามันจะพา
ผมไปจับมือกับประธานาธิบดีบิล คลินตัน พาไปรู้จักกับบา
รกั โอบามา ทนี่ กึ ถงึ ครงั้ ใด กอ็ ยากขอบคณุ ฝรง่ั รมิ ชายหาด ใช่
หรอื ไมว่ า่ ฝรงั่ รมิ ชายหาด-อาจเปน็ โคลนดๆี ทท่ี ำ� ใหด้ อกบวั ใต้
โคลน อวดดอก ชชู อ่ บานสะพรง่ั แตม่ อี ยูอ่ ย่างทกี่ ล้ายืนยนั
คอื ถา้ ไมง่ า้ งขาเปลย่ี นแปลงตวั เอง ปลายทางวนั พรงุ่ นห้ี รอื วนั
ไหนๆ มนั กไ็ มย่ ากทจี่ ะคาดเดา ไม่มหี รอกทเ่ี อวังนงั่ กบั ท่ี แล้ว
โหยหา‘ของดีๆ ’โนน้ น่ัน น่ตี กใส่หวั !
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 187
วนั แรกๆ ทเี่ รม่ิ ตน้ ออกวงิ่ มนั เหมอื นของใหมส่ ำ� หรบั ผม
ซงึ่ แนน่ อน, แทบเดาไมอ่ อกวา่ ปลายทางขา้ งหนา้ มนั จะพาผม
ไปเจออะไร แต่ไมว่ ่าจะเจออะไร ผดิ หวงั แพ้พ่าย ไม่ถึงเป้า
หมาย ผมกไ็ ดม้ ลู คา่ เพม่ิ ใสต่ วั อยา่ งนอ้ ยๆ ไขมนั หนา้ ทอ้ งกล็ ด
ลง อยา่ งนอ้ ยๆ กเ็ หน็ ตวั เองอกี ดา้ น ดา้ นทไี่ มเ่ คยคดิ จะไดเ้ หน็
และอย่างน้อยๆ บางเรือ่ งทค่ี ดิ ว่า‘ทำ� ไม่ได้’ ผมกไ็ ดท้ ำ� เวลา
วง่ิ แลว้ รสู้ กึ เหนอ่ื ยลา้ ตอนไหน ชอบนกึ ถงึ คำ� สอนหลวงพอ่ ทว่ี ดั
ท่าทาง “ดอกบวั ทเ่ี อามาใสแ่ จกนั บชู าพระ ล้วนมาจากโคลน
ตมแทบท้ังส้ิน” จึงวิ่งไปคิดไป ร่างกายผมคือดอกบัวที่ก�ำลัง
เบยี ดตวั แทรกโคลนหนาเตอะ แหละสกั วนั รา่ งกายนจ้ี ะปลอด
โปรง่ เบาหววิ ไร้กลิ่นโคลน สาบไขมนั !
น�้ำเสียงพ่ีขจรฤทธ์ิก้องในหัว “ถ้าพร้อม ก็ลงฮาฟ
มาราธอนสักงานสิ” เว้าซื่อๆ ไม่รู้ว่าพร้อมมันดูตรงไหน ย่ิง
กายภาพภายนอก แทบไม่มีหลักฐานช้ีชัดถึงความพร้อมเลย
สกั นิด กลา้ มโตๆ ก็ยงั ไม่มี นอ่ งขาก็ยงั เท่าเดมิ ซ้อมวง่ิ แต่ละ
คราวก็ทำ� แต้มเตาะแตะต�่ำเต้ยี ไม่ 13 กโิ ลเมตร กจ็ บที่ 15
กโิ ล วง่ิ ฮาฟมันตอ้ ง 21 กโิ ลเมตร แต่อยา่ งท่ีบอก ความพรอ้ ม
188
ไม่รวู้ ัดตรงไหน แต่ถา้ ถามใจ “เอารยึ งั ?” “พร้อมไหม?”
ตอบดังๆ เลยว่า “เอา!”
ตอบชดั ๆ เลยวา่ “พร้อมครับ!”
ผมสมัครเป็นแฟนเพจเกี่ยวกับงานว่ิงอยู่เพจหน่ึง เฝ้า
ติดตามอย่างสมำ่� เสมอ ดูว่าเมื่อไหร่จะมีงานวิ่งโดนใจสักงาน
อยา่ งนอ้ ยๆ กค็ วรอยใู่ กลร้ ศั มถี น่ิ อาศยั ไมอ่ ยากเดนิ ทางไกลๆ
เกินเหตุอันควร ยอ้ นหลงั ไปหา้ หกปกี อ่ น จำ� ไดว้ า่ เคยเหน็ งาน
วง่ิ บนเส้นบรมคขู่ นาน ตอนน้ันขบั รถไปบ่นไป แม่มนั ไม่มที ี่
วง่ิ แลว้ เหรอ? ทำ� ไมตอ้ งมาเบยี ดทเี่ วน้ ชอ่ งใหค้ นวงิ่ จนุ้ จา้ นบน
ถนนด้วย ท�ำให้คนใช้รถใช้ถนนเพ่ิมความระมัดระวังมากข้ึน
แต่เหมือนกรรมมีจริง ใครท�ำกรรมใดไว้ ไม่ชาติน้ีก็ชาติหน้า
กต็ อ้ งรับผลกรรม ค�ำโบราณว่าไวท้ ่าจะจริง เพราะผ่านไปไม่
นาน ฟา้ ดินกส็ าบสง่ ให้คนขับรถ (อารมณเ์ สีย) คนน้ัน (มอี นั
ต้อง) ออกมาวงิ่ !
เมอ่ื คดิ จะวง่ิ ฮาฟมาราธอนสกั งาน ไมร่ ทู้ ำ� ไมภาพคนวง่ิ
บนทางคขู่ นานลอยฟา้ สวา่ งวาบในหวั ขนึ้ มาทนั ที ผมชอบถนน
เสน้ บรมนะ่ ดมู นั ปลอดโปรง่ จงึ เฝา้ ตดิ ตามขา่ ววา่ เมอื่ ไหรจ่ ะมี
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 189
งานว่งิ บนทางคู่ขนาน สดุ ท้ายกส็ มใจอยาก แหละเปน็ เมือ่ คืน
นี้เองท่ีเพิ่งทราบว่า งานว่ิงบนทางคู่ขนานมันคืองาน Siriraj
Walk & Run ซ่งึ คร้ังนเ้ี ปน็ ครัง้ ท่ี 14 ยงิ่ ดูแผนผังเส้นทางการ
ว่งิ กย็ ง่ิ ใช่ เมือ่ คนื ชว่ งห้าทุ่ม ผมนอนอา่ นข้อมลู Siriraj Walk
& Run อยา่ งสนใจ ไมเ่ คยสมคั รหรอื ยนื มองขอ้ งแวะกบั งานวงิ่
ใดๆ มาก่อน รายละเอยี ดสน้ั ๆ งานคร้ังนจ้ี ดั วงิ่ 3 ระยะ (หนงึ่ )
Half Marathon 21 km. (สอง) Mini Marathon 11 km.
และ (สาม) Fun Run 4 km. และจะเปดิ ใหบ้ คุ คลทั่วไปย่ืนใบ
สมัครและช�ำระเงนิ ในวนั ท่ี 15-16 กุมภาพนั ธ์ สว่ นวนั วิ่ง 26
เมษายนโน้น มเี วลาเตรียมตวั อกี 2 เดอื น
อา่ นจบกป็ ดิ ไฟ เหน็ ตวั เองนอนชง่ั ใจในความมดื จะเอา
มินมิ าราธอนดี หรอื ลงฮาฟมาราธอนไปเลย ใช่ จดั หนักๆ สัก
ดอก เมอ่ื สรปุ วา่ จะเอามาราธอน กย็ อ้ นถามตวั เอง “มงึ ซอ้ มถงึ
20 กโิ ลเมตรไปกี่ครัง้ ?” “ไหวแน่น่ะ?” “ไม่ไหว ไปแพ้กลาง
ทาง อายเขาตายเลยนะมงึ ” “ชา่ งมันเถอะ ยงั ไงกต็ อ้ งลอง”
ผมพมึ พำ� ในความมดื มดื เหมอื นความหวงั ทย่ี งั ไมร่ วู้ า่ จะวงิ่ ได้
สักกี่น�ำ้ คิดกี่ทีก็ข�ำ ต่นื ตี 3 “เพ่อื ออกไปวิ่ง (เนย่ี นะ่ !?!) ” ขอ
อนญุ าตถามตอ่ “ไปตดิ ใจอะไรกบั วง่ิ ถงึ ขนาดยอมจา่ ยเงนิ คา่
สมคั รเปน็ รอ้ ย เปน็ พนั !” “บา้ รเึ ปลา่ ?” “ถนนหนทาง สนามวง่ิ
190
ออกจะบานเบอะ ไปสิ ไปว่ิงใหห้ ายคันเทา้ !” คนไม่ชอบวิง่ อกี
คนอาจตัดบทดังๆ “นัน่ นะ่ สิ จะบ้าบอคอแตก ไปจา่ ยสตางค์
ใหเ้ ขาทำ� ไม!” หากขา้ งตน้ เปน็ เรอื่ งนา่ ขำ� และดไู รเ้ หตผุ ล ถาม
หน่อยสิ ในชวี ิตจริง เรามเี ร่อื ง‘ไม่สมประกอบ’และไรเ้ หตผุ ล
อยู่ก่ีมากน้อย บางเร่ืองมีข้อเสียเรียงร้อยยาวเหมือนหางว่าว
มองมมุ ไหนกไ็ มส่ ง่ เสรมิ ใหช้ วี ติ ดขี น้ึ ใชห่ รอื เปลา่ เรากย็ งั จอ่ ม
จมก้มหนา้ ผกู มิตร
ตอนไปศกึ ษาธรุ กจิ เครอื ขา่ ยขายตรง ผมชอบคำ� แนะนำ�
ท่ีว่า “อยากเป็นอะไร ก่อนอ่ืนเลย ต้องดันตวั เองไปตรงพนื้ ที่
ทช่ี ่วยใหเ้ ราเปน็ ตอ้ งเขา้ หาบรรยากาศ ไปคลกุ คลีกับกลมุ่ คน
ที่เขาเหล่านั้นมีความฝัน มีความต้ังใจ มีจุดมุ่งหมายคล้ายๆ
กนั บรรยากาศเปน็ สง่ิ สำ� คัญ เปน็ ตัวกระตุน้ คอยส่งเสรมิ ให้
เราเดินต่อ” ก่อนสรุปท้ิงท้าย “ขืนอาศัยความเช่ือฝ่ายเดียว
เด๋ียวสักวันมันต้องมี ที่ความเช่ือจืดจางหายไป จะไม่เข้มข้น
ขึงขังเหมือนวันเก่าๆ การเอาตัวเองไปอยู่ในบรรยากาศ จึง
เป็นหลักการเบอ้ื งตน้ ของคนประสบความส�ำเร็จ”
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 191
33
ท�ำตามอ�ำเภอใจ
ซ้อมวิง่ half marathon 21 km. ส�ำเร็จ!
(เป็นคร้งั ท่ี 2 | ครั้งแรก 1 มกราคม)
วันน้ีว่งิ รวดเดยี วจบ! 8 รอบสวนลุมพินี
ระยะทาง 21.23 กโิ ลเมตร
ระยะเวลา 2 ช่ัวโมง 20 นาที
เพซเฉลี่ย 6.37
วันท่ี 13 กมุ ภาพันธ์ 2563
อยากจารกึ เป็นลายลกั ษณอ์ กั ษร จะจารึกเปน็ อื่นไมไ่ ด้
นอกจาก “พฤหสั ที่ 13 ผมซอ้ มวงิ่ ฮาฟมาราธอนสำ� เรจ็ นบั เปน็
ความสำ� เรจ็ ครง้ั ทสี่ อง” ซง่ึ หา่ งจากครงั้ แรก (1 มกราคม) ทที่ ำ�
สำ� เรจ็ -นบั เวลา หนึง่ เดือน 13 วนั ! (แบบหดื ขน้ึ คอ!?!) เม่ือท�ำ
สำ� เร็จ จึงเวน้ ว่างใหร้ ่างกายพกั (วันศุกร)์ หน่งึ วัน แมใ้ จจรงิ
อยากลงซ้อมว่ิงใจจะขาด แต่ยับยั้งชั่งใจด้วยไม่รู้ว่าเข่า น่อง
ขา จะเอาด้วยรเึ ปล่า บทเรยี นเก่าๆ ท�ำเอาขยาด คราวทีล่ ง
สนามใหม่ๆ จำ� ได้ใชไ่ หม ถงึ ข้นั ต้องบากหนา้ ไปหาหมอ ก็จะ
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 193
อะไรอกี หากไมใ่ ชเ่ พราะดอื้ ดา้ น หกั โหม ไมบ่ นั ยะบนั ยงั บาด
เจบ็ รอบนัน้ มนั ก็มีขอ้ ดี อย่างน้อยๆ ก็สอนให้ชายหน้าเซ่อไม่
กลา้ ผลผี ลามท�ำอะไรลวกๆ อีก!
ทันทีท่ีท�ำส�ำเร็จ ก็ส่งข่าวบอกญาติโยมคนรู้จัก
(เหตกุ ารณเ์ หมอื นยงั สดๆ ร้อนๆ ) ก่อนวันความรกั 1 วัน ผม
ออกจากบ้านตี 4.15 นาที เปา้ หมายภายในชัดเหลอื เกิน มัน
เกดิ ขน้ึ หลงั ตกลงปลงใจวิ่ง half marathon ว่งิ ที่ว่าตอ้ งจ่าย
เงิน มีระเบยี บเคร่งครดั ใช้บตั รประชาชนสมคั ร จ่ายเงินตาม
ระยะทาง พดู จรงิ ๆ อดีตเดก็ บ้านนอกอยา่ งผม อดประหลาด
ใจไม่หาย อะไรกนั ? กจิ กรรมการว่งิ มดี ว้ ยเหรอทต่ี ้องเสียเงนิ
เสยี ทองใหก้ บั ของแบบนี้ ของทเี่ ดก็ บา้ นนอกคนุ้ ชนิ มาแตไ่ หน
แต่ไร คุน้ ชนิ ว่าไมม่ หี รอก ท่อี อกไปวง่ิ แล้วต้องจา่ ยเงนิ
แมว้ ันวง่ิ ระบุเดอื นเมษายน แต่ผมกลัวจะท�ำไมไ่ ด้ กลัว
อะไรต่างๆ ท่ียังไม่เกิด เมื่อความหวาดกลัวกุมชีวิต มนุษย์ขี้
หวาดกลัวอย่างผมก็ต้องลนลานหาทางออก ผมคิดทางออก
แคท่ างเดียวคือตอ้ งเตรยี มตัวใหพ้ รอ้ ม เตรียมตัวทว่ี า่ คือออก
ไปซอ้ มวงิ่ อยา่ น่งิ นอนใจ ท่จี รงิ แล้วถงึ คุณจะวิ่งไม่เปน็ โล้เปน็
พาย หรือร้งั ทา้ ยพ่ายแพ้ ได้ต�ำแหนง่ โหลๆ เดินหมดแรงออก
194
จากสนาม กไ็ มม่ ใี ครวา่ คณุ หรอก และคณุ กม็ เี สยี งโตก้ ลบั “มนั
เรื่องของฉนั มายงุ่ อะไรด้วย!”
ทตี่ อ้ งซอ้ มเพราะงานวงิ่ ทวี่ า่ น้ี มนั เปน็ ไฟตท์ ตี่ อ้ งแขง่ กบั
ตัวเอง ไมไ่ ด้แข่งกับใคร ใช่ ต้องแข่งกับตวั เองเทา่ น้นั มันอาจ
เปน็ ไฟตท์ ่ีต้อง‘ผิดใจกบั ตวั เอง’อยา่ งจัง วนั ทคี่ ุณจะได้เห็นใจ
ตวั เองแบบแจม่ แจง้ แดงแจ๋ เหน็ ใจทมี่ นั บอกใหค้ ณุ ถอนขาออก
จากสนาม หรอื อาจเหน็ ใจทมี่ นั ตะโกนลน่ั “สบั ขาไปตอ่ ส!ิ ตอ้ ง
ให้จบ! ต้องทำ� ใหไ้ ด!้ ” ผมไมเ่ คยลงสนามแข่งขันจรงิ ๆ ไม่วา่
จะระดบั ไหน กระนัน้ กม็ น่ั ใจว่าทกุ การแขง่ ขันลว้ นบ่งบอกถึง
บารมี บารมีท่เี กิดจากการเค่ียวกรำ� ไมใ่ ช่เกดิ จาก – ท�ำตาม
อ�ำเภอใจ!
ออกจากบ้านพุทธมณฑล ตี 4.15 นาที ขบั รถมาถึงท่ี
ทำ� งานย่านถนนวทิ ยุตี 5.40 นาที กวาดตาไปรอบๆ เหน็ แสง
ไฟสาดส่อง กวาดตามองยังไงก็ดูเหงาๆ ราวกับเมืองร้างที่
บงั เอิญเดินหลงเขา้ มา ริมฟตุ บาทหา่ งออฟฟิศไม่มาก คนหา
เช้ากนิ ค�่ำ ก�ำลงั ลากรถเขน็ มาต้งั แผงวางขา้ วของ สองชวั่ โมง
ข้างหน้าเมืองร้างแห่งน้ีจะแออัดไปด้วยผู้คน ถนนหนทางจะ
เนอื งแนน่ ไปด้วยรถราทีส่ วนกนั ขวกั ไขว่
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 195
ผมขายแรงใช้ชีวิตอยู่แถวน้ีมากกว่าสิบปี ท�ำให้เห็น
ความเปลยี่ นแปลงอะไรหลายอยา่ ง ผมมาถงึ ทท่ี ำ� งานประมาณ
หกโมงเช้าทุกวัน พอหกโมงเย็นก็เข็นร่างกายที่ราวกับง่อย
เปล้ียเสยี ขากลบั รงั ยา่ นศาลายา ซึ่งหา่ งออกไป 58 กโิ ลเมตร
พอเห็นว่าการว่ิงช่วยให้ผ่อนคลายหายใจคล่อง ผมก็มอง
เหมอื นกจิ กรรม‘ก า ล จ า ริ ก’ แนล่ ะ ขณะวงิ่ กไ็ ดค้ ดิ ทบทวน
ซึ่งก่อนหน้าน้ีแทบไม่มีนาทีว่างๆ ให้ตระหนัก นอกจากนั่ง
หกั โหม หามรงุ่ หามค่ำ� ซ้อมวิง่ เชา้ วันนี้ ถ้าเปน็ ไปได้ อยากให้
มากและนานกว่าทุกคร้ัง ซ้อมล่าสุดก็วันอาทิตย์ท่ีสวนพุทธ
อยากเห็นตัวเองว่ิงนานอีกหน่อย เพราะเวลาเฉลี่ยทุกวันน้ี
อยูท่ ่ี 1 ช่วั โมง เมอื่ อยากวง่ิ ฮาฟมาราธอน มันตอ้ งวิง่ ให้ไดใ้ น
ระยะเวลาทยี่ าวกวา่ นี้ มิใช่แค่ชว่ั โมงหรอื สองชั่วโมง ขืนไมฝ่ กึ
ซอ้ มให้ถงึ 2 ช่วั โมง วันแข่งขันอาจบาดเจบ็ เอางา่ ยๆ “ไม่ร้ลู ่ะ
วันนีต้ ้องลากขาให้ถึงสองช่ัวโมง!” ผมบอกตัวเอง
เทา่ ทสี่ งั เกต พบวา่ ระหวา่ งกโิ ลเมตรแรกจนถงึ กโิ ลเมตร
ทส่ี อง อาการปวดเขา่ ปวดนอ่ ง เหมอื นจิ๊กโกป๋ ากซอยท่ชี อบ
โผล่หัวออกมาข่มขวัญชาวบ้าน หาเรื่องก่อเหตุไม่หยุด แต่
เม่ือยืนกรานไม่ยอม ผ่านไปสองกิโลเมตร ก็พบว่าอาการดัง
กล่าวหายไป จากนั้นวิ่งได้นิ่งและเงียบมาก ไม่มีอาการโยเย
196
ให้เห็น วิ่งไปก็อดถามตัวเองไม่ได้ ท�ำไมบางเช้าจึงวิ่งได้ไม่
ราบรื่น ไมน่ ิ่งเงียบ เหนื่อยหน่ายบอกไม่ถูก แต่กับบางเชา้ มนั
เหมือน‘เข้าขากัน’ ท้ังบรรยากาศ ทั้งร่างกาย ทั้งลมหายใจ
เหมอื นมนั ปรองดองสามคั คกี ันดีเหลอื เกิน
เชน่ กนั เหมอื นเชา้ วนั นี้ เชา้ ทรี่ สู้ กึ วา่ รา่ งกายเคลอื่ นไหว
งา่ ยจงั หลังผา่ นสิบกโิ ลเมตร ผมไมร่ ู้สกึ เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า
วง่ิ แบบสบายๆ จนเมื่อครบ 21 กโิ ลเมตร ท่ผี มรสู้ ึกว่ารา่ งกาย
ไดส้ ำ� แดงใหเ้ หน็ แลว้ มนั ทำ� ได้ มนั ไปของมนั ได้ ความสำ� เรจ็ วนั
นี้มันช่วยเพ่ิมมูลค่าทางใจ อย่างน้อยๆ ที่เคยหวั่นไหวคิดว่า
ท�ำไม่ได้ มันก็ถูกตัดทอนออกจากใจ ผมเดินออกจากสวนลุ
มด้วยความเพลิดเพลินเจรญิ ใจ ภายในเต็มไปด้วยความสวา่ ง
สะอาดและสงบ อย่างทไ่ี ม่เคยพบมากอ่ น ราวกบั เดนิ ออกมา
จากลานปฎิบัติธรรมที่น่ังขัดสมาธิหลับตามาสองช่ัวโมงยี่สิบ
นาที ขอบคุณเชา้ วนั น้-ี ขอบคุณครบั
หลังซ้อมวิ่งฮาฟมาราธอน 21 กิโลเมตรท่ีสวนลุมลุ
ล่วง ผมห่วงแค่บ่ากับสะบัก เพราะหนแรกท่ีไปลองดีว่ิง 21
กิโลเมตร (ที่สวนพุทธ) จ�ำไม่ลืมว่าคืนน้ันสะบักทั้งสองข้าง
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 197
ปวดระบม ตอนนนั้ ยงั มหี นา้ โทษปต่ี ำ� หนขิ ลยุ่ คงไปลยุ ยกของ
หนกั แนๆ่ มนั จงึ ปวดรา้ วไปทว่ั โดยเฉพาะสะบกั ทง้ั สองขา้ ง หา
หยกู ยามาทากไ็ มห่ าย ให้พส่ี าวเอาศอกทมิ่ เบาๆ ตรงสะบักก็
ไม่บรรเทา ชว่ งน้นั ผมหยุดซ้อมวง่ิ เกอื บสองอาทิตย์
เมอ่ื สองอาทติ ยผ์ า่ นไป จนวนั หนง่ึ รสู้ กึ อดึ อดั ทนไมไ่ หว
จงึ ออกไปวงิ่ ทส่ี วนพทุ ธ จำ� ไมไ่ ดว้ า่ กร่ี อบ แตต่ อ้ งขอบใจตวั เอง
ทีอ่ อกไปว่งิ เพราะคืนนัน้ ขณะล้มตัวนอน รู้สึกวา่ ระดับความ
เจบ็ ปวดลดลง สะบกั ทเ่ี คยปวดหนบึ ๆ กล็ ดลง วนั รงุ่ ขน้ึ อาการ
ปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัวก็หายขาด ผมตาสว่างได้ค�ำตอบ
ทนั ที ทเ่ี หน็ และเปน็ อยเู่ กดิ จากการวง่ิ หกั โหมมากเกนิ ไปจรงิ ๆ
วงิ่ จบ 21 กโิ ลเมตรเม่อื วนั พฤหสั มาถงึ วันนแี้ ทบไมม่ อี าการ
ปวดเมื่อยตามบ่าตามแขนเหมือนคร้ังที่แล้ว ร่างกายทรงตัว
ได้มากกว่าครัง้ กอ่ นๆ วนั น้อี ยากจะวิ่งตอ่ อีกเช้า แต่รู้สกึ ปวด
แขง้ เจบ็ เขา่ เลยปลอบตวั เอง “เอาไวก้ อ่ น อยา่ เพง่ิ ตะกละรบี
รอ้ น” “ใจเรว็ ดว่ นได้ เดย๋ี วเครอ่ื งกพ็ งั หรอก” นกึ ถงึ พรงุ่ นแี้ ลว้
อุ่นใจ เพราะพรุง่ นเี้ ป็นวันเสาร์ วนั ที่ผมหมายม่นั ปั้นมือ “จะ
ออกไปวง่ิ แตเ่ ช้า เอา 21 กโิ ลเมตรอีกสักทีส!ิ ”
ผมรู้สึกว่ามันเป็นความสุข ท่ีได้ลุกข้ึนมาท�ำอะไรที่เรา
198
ตงั้ หลักปกั หมุดไวแ้ ต่ตน้ แม้ลึกๆ จะรู้สกึ วา่ “ยากจัง ท�ำไม่ได้
หรอก” ใชห่ รอื ไม่ สว่ นใหญ่ “ท�ำไม่ได้หรอก” เกิดจาก “ยัง
ไมไ่ ดท้ ำ� ” หากสืบคน้ ลกึ ลงไป ไอ้ท่ีวา่ ‘ท�ำไม่ไดห้ รอก!’ อาจ
เกดิ จากความข้เี กียจ ไมก่ ็ยอมรบั ความพา่ ยแพเ้ สียแต่แรก จงึ
เมอ่ื เหน็ ใครลงมอื บากบนั่ ขนั ตอ่ อะไรสกั อยา่ ง ผมนบั ถอื เขานะ่
นบั ถือทเ่ี ขามองขาด ไม่หมกมนุ่ หรอื กังวลกับค�ำง่ายๆ ทใ่ี ชด้ ัก
ทางคนบางคน คนบางคนทห่ี ลงติดค�ำวา่ “ฉนั ท�ำไม่ได้!”
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 199