คะแนนเพ่ิมก็ได้ยินเพื่อนอีกคนเสริม “ปล่อยมัน เด๋ียวนี้มัน
ออกก�ำลงั กาย รักษาสุขภาพ ต้องเขา้ ใจมันหนอ่ ย อยา่ ไปบบี
บังคับ เดยี๋ วหนหนา้ เอ่ยปากชวน เดีย๋ วมนั ไมม่ า” “มงึ กร็ ู้วา่
มนั ตสิ ศลิ ปนิ จะตาย” จากนนั้ หวั เราะเอกิ้ อกั้ พงุ กระเพอื่ ม ผม
พลอยหวั เราะฮะ่ ฮา่ หวั เราะชอบใจทเ่ี พอื่ นเรม่ิ เขา้ ใจในตวั ผม
ไดย้ นิ เพอื่ นวา่ “เดยี๋ วมงึ กเ็ จรญิ รอยเทา้ เหมอื นญาตกิ ”ู
ผมดกั คอแย้ง “คงไมห่ รอกมง้ั ” เพราะร้ตู ัวเองดี ท่ีว่ิงทกุ วันน้ี
ยังติดข้ีเกียจด้วยซ�้ำ ยังไม่ถึงขั้นหลงรักคลั่งไคล้อย่างที่เพื่อน
วเิ คราะห์สง่ เดช ผมยงั ต่อสู้กบั อารมณ์ ตดั พอ้ กบั เหตแุ ละผล
อกี ไมร่ เู้ ทา่ ไหร่ ผมวา่ คนทต่ี ดิ จรงิ ๆ กจิ กรรมการวงิ่ ของเขา คง
พน้ จากอารมณเ์ กยี จครา้ น การวง่ิ ทตี่ อ้ งรนื่ รมย์ ไมใ่ ชห่ วานอม
ขมกลืนเหมอื นท่ีผมประสบ ตอ้ งวิง่ จนรู้สกึ เปน็ ปกติ ท�ำใหไ้ ด้
เหมือน ก า ร ห า ย ใ จ
สงั เกตไหม ว่าเราหายใจเขา้ ออกจนเป็นปกติ
ปกตจิ นไมร่ สู้ กึ วา่ เปน็ ภาระหรอื เปน็ หนา้ ทท่ี ตี่ อ้ ง ห า ย
ใจ
ชว่ งหนงึ่ เพอื่ นเอย่ “ถามจรงิ ๆ คดิ อที า่ ไหน ถงึ มาวงิ่ เอา
จริงเอาจงั ขนาดน?้ี ” เป็นค�ำถามง่ายๆ หลายหนทเ่ี จอค�ำถาม
250
แบบน้ี ผมใชว้ ิธีถามกลับไป “คิดยงั ไงถงึ ไปด่มื เหลา้ เมายา?”
ต่างกนั ตรงคำ� ถามแรก นา่ จะเปน็ ค�ำถามท่ดี ีต่อสุขภาพ สว่ น
ค�ำถามที่สอง เป็นค�ำถามที่เน้นไปทางเสียสุขภาพ ด่ืมมากๆ
สุขภาพก็เส่ือม ขณะที่ว่ิงออกก�ำลังกาย เข้าใจว่าเล่นให้พอ
งาม ต้ังอยู่ในความไม่ประมาท ไม่หักโหมเกินควร ก็ย่อมส่ง
ผลดีต่อสุขภาพ จบจากวงกินดื่มคืนน้ัน ผมน่ังรถแท็กซ่ีกลับ
บา้ น ประโยคทเี่ พอ่ื นวา่ ดงั กอ้ งในหัว “ระวงั นะมงึ ว่ิงมนั เป็น
โรคติดต่อ ติดแล้วหายยาก” ทีจริงอยากตัดบทบอกเขาดังๆ
“โรคตดิ ตอ่ ชนิดนี้ ตดิ ไดก้ ต็ ิดเถอะ ติดใหเ้ ยอะๆ ตดิ แลว้ ไม่
อยากหาย!”
สามวนั กอ่ นทราบขา่ วพท่ี อ่ี อฟฟศิ ประสบเหตุ ถงึ กบั เขา่
ฟกชำ�้ มีผ้าพนั แผล ขา่ วคราวส่งผ่านไลน์ เท่าที่เห็นภาพ พี่แก
หนักเอาการ ลางานอย่างน้อยก็คงเป็นอาทิตย์ ผมคิดอะไรรู้
ไหม? คิดไปถงึ คำ� วา่ “เดีย๋ ว!” วนั ไหนทีช่ วนแกไปออกก�ำลัง
กาย แกมกั เอย่ คำ� วา่ เดย๋ี วจนตดิ ปาก ผมชวนแกตง้ั แตว่ นั แรกๆ
ท่เี ริม่ ฝึกวิ่ง จนบัดนล้ี ่วงมาหกเดือนเศษ ก็ไม่เคยเห็นแกออก
กำ� ลงั กาย ทนั ทที รี่ วู้ า่ แกประสบอบุ ตั เิ หตุ ตอ้ งเขา้ โรงพยาบาล
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 251
ค�ำถามในหวั “ก่ีความฝันทตี่ อ้ งเกบ็ พบั เพราะค�ำว่า-เดี๋ยว!”
ในวนั ที่ต้องนอนปว่ ยตดิ เตยี ง คงมบี ้างทแ่ี กคิดวา่ ถา้ ได้
ออกกำ� ลงั กายอยบู่ า้ ง รา่ งกายคงแขง็ แรงกวา่ นเ้ี ยอะ ตอ้ งไมล่ มื
ว่าช่วงเวลาท่ีเรานอนป่วยรักษาตัว คือช่วงวัดใจภูมิต้านทาน
นอกจากแขง้ ขาปว่ ยชำ� รดุ หากจดุ อน่ื ออ่ นแอ แนน่ อนวา่ เสรจ็
เชื้อร้ายท่ีรอซ้�ำเติม บางคนได้โรคเพ่ิมก็ช่วงนอนรักษาตัวน่ี
แหละ ผมคดิ เล่นๆ ถ้าแกหมนั่ เพียรออกก�ำลังกายอยูบ่ ้าง วัน
ดคี นื ดเี มอื่ เจบ็ ไขไ้ ดป้ ว่ ย มนั กช็ ว่ ยใหอ้ นุ่ ใจวา่ รา่ งกายสว่ นอนื่ ๆ
กย็ งั มีภมู คิ มุ้ กนั
ค�ำวา่ ‘เด๋ยี วกอ่ น’ ‘รอใหพ้ รอ้ มกวา่ น้’ี สร้างบาดแผล
ให้มนุษย์ผู้ชะล่าใจมานักต่อนัก หนึ่ง-คือเราไม่รู้ว่าอีกก่ีคร้ัง
ที่โลกจะให้โอกาสคุณป่าวประกาศว่า‘เด๋ียวก่อน!’ และสอง
รอใหพ้ รอ้ มกวา่ น้ี ทงั้ ทค่ี วามจรงิ อนั แสนเจบ็ ปวด นนั่ คอื คำ� วา่
พรอ้ มกวา่ น้ี ‘ไม่มีอยจู่ ริง’ คณุ จะรอใหพ้ รอ้ มกวา่ น้ไี ปถึงไหน
ผมว่าถา้ ใจพรอ้ ม เง่อื นไขล้านแปดพนั เกา้ ก็ตอ้ งยอมคุณ ถาม
ว่า-ถ้าเราลองเร่ิมต้นจาก ‘ความไม่พร้อมล่ะ?” ไม่แน่ อาจ
สำ� เร็จ อาจท�ำได้ดีกว่านาทีทีเ่ ราพรอ้ มเสียอีก
252
กระท่ังว่า ไม่มีใครการันตีหรือกล้ายืนยันชัดๆ ถ้าคุณ
พร้อมเมื่อไหร่ จะไมม่ ปี จั จยั อนื่ แทรกแซง สรปุ ได้วา่ ทำ� เถอะ
ทำ� เสยี ตอนน้ี ตอนทค่ี ณุ มขี า้ วของแคส่ องสามอยา่ งนแ่ี หละ ไม่
ตอ้ งรอให้ครบครนั แลว้ คอ่ ย Move on!
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 253
43
ฟางเส้นสุดทา้ ย
เป็นไปตามคาด งานว่ิงฮาฟมาราธอนที่ศิริราชจัด
ชัดเจนแล้วว่าเล่ือนออกไปโดยไม่มีก�ำหนด ผมว่าโลกก�ำลัง
ย่นื บททดสอบ ทต่ี อ้ งปลอบตวั เองยกใหญ่ ในขา่ วคราวความ
เคล่ือนไหวท่ีถาโถมและปนเปไปด้วยพายุข่าว ความเศร้าอัน
ดับตน้ ๆ ของมนษุ ยย์ คุ ข้อมลู ข่าวสาร คือความฉลาดที่ถกู ตดั
ทอน เราจนแต้มและดตู �ำ่ ตอ้ ย ยอมรับเถอะว่า เรามาถึงยคุ ที่
แยกแยะไม่ออก อนั ไหนเทจ็ อันไหนจรงิ อนั ไหนรอด อันไหน
ไมร่ อด
ท่ามกลางร่างแหแห่งหายนะ ผมกลับเห็นด้านมืดของ
มนษุ ยท์ กี่ กั ขฬะ ละโมบและเหน็ แกต่ วั ยง่ิ นานวนั , มนั กย็ ง่ิ เบง่
บานเตม็ บา้ นเตม็ เมอื ง เชอ้ื รา้ ย COVID-19 ทกี่ ำ� ลงั แพรร่ ะบาด
ดา้ นหนง่ึ มนั ชว่ ยขบั เนน้ ความเปน็ มนษุ ยอ์ นั แสนประเสรฐิ ของ
เรา ทเ่ี อาเข้าจริงเราล้วนมเี ช้อื รา้ ยๆ ทีพ่ ร้อมห้ำ� หน่ั กนิ กันเอง
มนุษย์ทไ่ี มไ่ ดว้ ิเศษวโิ สอย่างทค่ี ิด เรากนิ กันแบบไมห่ ว่ัน และ
ท�ำกันราวกับเป็นเรื่องธรรมดา หน้ากากถูกยักย้ายถ่ายเท
254
และลกั ลอบซือ้ ขาย ทา่ มกลางความขาดแคลนทเ่ี ราๆ ท่านๆ
รเู้ ตม็ อก สงครามที่มองเห็นกบั สงครามที่มองไมเ่ หน็ ก�ำลงั ห�ำ้
หัน่ ซง่ึ ๆ หนา้ !
ทุกวี่วันเมื่อบ่ายหน้าออกจากบ้าน ความรู้สึกเหมือน
กำ� ลงั ไปสสู่ นามรบ ทไ่ี มร่ คู้ อู่ รหิ นา้ ตาเปน็ ยงั ไง? เชอื้ รา้ ยทมี่ อง
ดว้ ยตาเปลา่ ไมเ่ หน็ จๆู่ กพ็ ลนั รสู้ กึ วา่ เรย่ี วแรงแขง้ ขา ไมไ่ ดถ้ กู
สร้างมาเพ่อื การน้ี กาลนท้ี เี่ ปดิ เผยให้รูว้ ่ามนษุ ย์ก็แค่กอ้ นเน้อื
ช้ินเล็กๆ ที่ไม่ประสีประสาอะไรมากนักหรอก แต่เราก็กู่ร้อง
ว่าเราฉลาดล�้ำ ผมนั่งรถไปท�ำงานด้วยความรู้สึกปนเปหลาย
อยา่ ง อปุ กรณป์ อ้ งกนั ตวั ครบครนั หนา้ กากทตี่ อ้ งสวมใส่ ทง้ั ๆ
ท่รี แู้ ก่ใจ คงช่วยอะไรไม่มาก คดิ ถึงค�ำวา่ ฟ า ง เ ส้ น สุ ด ท้
า ย ฟางเส้นสุดทา้ ยท่ชี ว่ ยให้รสู้ กึ วา่ ยงั มเี กราะก�ำบงั ทงั้ ๆ ท่ี
เกราะกำ� บงั พงั ๆ ผๆุ ผา่ นการใชม้ าอยา่ งโชกโชน ไมเ่ ชอ่ื กต็ อ้ ง
เชอ่ื วา่ เรามาถงึ ยคุ ทตี่ อ้ งสวมหนา้ กากเขา้ หากนั มาถงึ ยคุ ทใ่ี คร
มือยาวสาวไดส้ าวเอา ตกั ตวงเอาเปรียบอยา่ งหน้าดา้ นๆ
ผมห่างเหินเลิกเขียน‘เท้า|ความ’ไปนานทีเดียว ความ
รู้สึกมันเหนื่อยหนักบอกไม่ถูก พิษสงโรคร้ายโควิด ขวิดเอา
ความฝันความตั้งใจท่ีเคยสวยงามเลือนหายไปต่อหน้า งาน
วงิ่ ทีส่ มคั รไว้ อย่างน้อยๆ กส็ ามรายการ ร่วงไปแลว้ หน่ึง อีก
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 255
สองรายการก็เดาไม่ถูกว่าจะออกมาอีท่าไหน แต่ไม่ว่าจะ
ออกมายังไง ก็ไม่รู้สึกบ้ึงตึงหรือขึงโกรธคนจัดงานเลยสักนิด
เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าว่ามันยากท่ีจะควบคุม อีกท้ังโรค
ภัยไข้เจ็บท่ีก�ำลังลุกลามอย่างรุนแรง ใจคอคนร่วมงานคง
กระเจิดกระเจิงไปตามๆ กนั บอกกนั ได้ ก็อยากบอกกัน วา่
มันไม่มีกะจติ กะใจเหลอื อย่เู ลย
ย่ิงทุกวันที่ออกไปว่ิงเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมที่ต้อง
ต่อสู้ เราไม่รู้หรอกว่าอากาศท่ีเราสูดหายใจเข้า เราจะเอา
อะไรเขา้ ไป พดู งา่ ยๆ วง่ิ อยใู่ นทา่ มกลางความหวาดระแวง ปริ
วิตก นขี้ นาดการวิ่งทเ่ี รากำ� หนดเอง ยังผะอดื ผะอมจนตรอก
ขนาดนี้ ส�ำมะหาอันใดกับคนท่ีเขาท�ำมาค้าขาย โดยเฉพาะ
โรงแรม ห้างร้าน หรือกิจการท่ีต้องอาศัยคนหมู่มาก เดาได้
ว่าคงกระทบกระเทอื นไปตามๆ กันไมน่ ้อยทเี ดียว (วนั นี้ 19
มีนาคม ก็มีข่าวให้เห็นว่าหลายกิจการเริ่มลด ละ เลิก, ลด
จ�ำนวนพนกั งาน ละ ทิ้งบางสาขา เลิก กจิ การ ถอยทัพ และ
ถอนตัวเป็นทิวแถว พร้อมบาดแผลที่ตอ้ งเยียวยาทาถเู อง)
ตอนนี้ ตี 1.12 นาที ผมเพ่ิงเสร็จงานประชุมกลุ่ม
conference ดว้ ยเวลางานของเรา (บางคร้งั ก็ตอ้ ง) ยึดเวลา
ทอ่ี เมรกิ าเปน็ หลกั ในสถานการณร์ า้ ยๆ แบบนี้ จงึ มขี า่ วคราว
256
แจง้ ใหเ้ จา้ หนา้ ท/่ี พนกั งานทราบเปน็ ระยะ แนน่ อนทท่ี ำ� งานก็
ตอ้ งปรบั เปลยี่ นหรอื ผอ่ นปรนเงอื่ นไข เพอื่ ใหค้ นทำ� งานมคี วาม
ปลอดภยั สงู สดุ จำ� ไดว้ า่ สามอาทติ ยก์ อ่ น, ทกุ คนเรมิ่ ใจคอไมด่ ี
เมอื่ ตกึ ออลซซี นั่ ซง่ึ ตงั้ อยฝู่ ง่ั ตรงขา้ มออกขา่ วยนื ยนั วา่ มคี นตดิ
เชอื้ ทกุ คนจงึ จนิ ตนาการเหมอื นๆ กนั วา่ คนจากออลซซี น่ั ตอ้ ง
ไหลบา่ มาทานขา้ วเทยี่ งทต่ี กึ สนิ ธรแนๆ่ ตกึ สนิ ธรทตี่ ง้ั อยขู่ า้ งๆ
สถานทูต!
เจ้าเชื้อร้ายท่ีแพร่กระจายนอกสถานทูต วันดีคืนดีมัน
ก็เคล่ือนตัวซึมผ่านก�ำแพงหนาๆ ข้ามลวดหนาม ลอยละลิ่ว
ปลิวผ่านหน้าประตูยาม ข้ามหัวภาพถ่ายประธานาธิบดี
โดนัล ทรัมป์ ที่ติดต้ังตรงประตูใหญ่ ในอาคารหินอ่อนไป
อยา่ งงา่ ยดาย ไมน่ านนกั กม็ ขี า่ ววา่ มนั สอยคนวงในไปแลว้ สอง
คน อาวุธยุทโธปกรณ์ใดๆ ในสถานทูตกต็ รวจจบั งับคอมนั ไม่
ได้ เรากลายเปน็ เหยอ่ื อนั โอชะทมี่ นั จะลากตวั ซึมผา่ นเมอ่ื ไหร่
ก็ได้ ในการประชมุ คอนเฟอรเ์ ร้นซข์ ้ามประเทศ คำ� ถามเหมอื
นๆ กนั คอื เราจะฟนั ฝา่ ปราการนย้ี งั ไงดี ปราการทด่ี ๆู แลว้ ไม่
ธรรมดา ในคำ่� คืนทห่ี ลบั ไมล่ ง ผมพมึ พ�ำขณะนอนมองเพดาน
“มนั กลายเปน็ สงครามตัวใหมท่ ีด่ ยู งั ไงก็ไมพ่ รอ้ มประมอื !”
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 257
44
ผลประกอบการชวี ติ
แม้งานวิ่งท่ลี งไวร้ ายการหนึ่งจะถกู ยกเลกิ ผมก็ยงั แข็ง
ขืนยืนยันจะซ้อมว่ิงต่อไป หลังสถานการณ์เช้ือร้ายท่ีรุมเร้า
บนั่ ทอน ผมพบวา่ มติ กิ ารวงิ่ ทอี่ ยากชงิ เหรยี ญ-เขา้ เสน้ ชยั กำ� ลงั
เปลยี่ นไป กลายเปน็ วง่ิ เพอ่ื สรา้ งเกราะกำ� บงั สรา้ งภมู คิ มุ้ กนั ให้
กบั ตวั เอง ทา่ มกลางขา่ วกระจายหนาหวู า่ โรครา้ ย COVID-19
ไม่ได้ยี่หระหรืออินังขังขอบกับร่างกายท่ีแข็งแรงบึกบึนหรอ
กน่ะ จะจริงเท็จแค่ไหนผมไม่รู้
รู้อย่างเดียว ท่ามกลางความง่อยเปล้ียเสียขา อะไรที่
พอเยียวยา ยับย้ัง ก็ไม่ลังเลท่ีจะแกว่งเท้าเข้าหา ท�ำทั้งท่ียัง
ไม่มีค�ำตอบ และท�ำ, แม้จะพบค�ำตอบภายหลังว่าเสียเวลา
เปลา่ แต‘่ คำ� ตอบภายหลงั ’มนั กม็ สี องทางมใิ ชเ่ หรอ? ทางแรก-
เหมอื นค�ำพยากรณ์ ‘อาจเสียเวลาเปลา่ ’ ขณะเดยี วกันทางท่ี
สอง-มนั อาจพาเราไปพบคำ� วา่ ‘ดนี ะ่ ทส่ี งั่ สม บม่ เพาะเอาไว!้ ’
ลานว่ิงท้ังสองที่จึงยังมีผม สวนพุทธเลือกใช้บริการวันเสาร์-
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 259
อาทติ ย์ ขณะสวนลมุ ออกไปวงิ่ ในวนั จันทรถ์ ึงศุกร์ วันไหนไป
ถึงเช้า สักเจ็ดโมงหนอ่ ยๆ กจ็ ะเปล่ยี นชดุ ออกไปวิง่ พยายาม
ฝืนความขี้เกียจท่มี กั บ่งการวา่ อยา่ เลย นั่งไขวข้ าอา่ นหนังสอื
อยอู่ อฟฟศิ ดกี วา่ แตเ่ มอื่ คดิ วา่ สถานการณท์ ก่ี ำ� ลงั กวาดตอ้ นให้
เราจนตรอก ยง่ิ ไมค่ ดิ หาอะไรตอ่ กร กเ็ ทา่ กบั ยนิ ยอมใหม้ นั รมุ
ยำ� ท�ำรา้ ย เศรา้ นะ่ หากชีวติ ทคี่ ิดวา่ ทำ� อะไรได้บ้าง แตก่ ลบั
ไม่ทำ� !
ยงั คงซ้อมวง่ิ อยา่ งตอ่ เน่ือง ตง้ั ใจวง่ิ ทุกวัน แตก่ ็มีเหตใุ ห้
ผ่อนผันเล่ือนออกไป บางทีคิดไว้จะว่ิงเต็มสูบในวันหยุดสุด
สปั ดาห์ แตม่ าเจออาการปวดบริเวณข้อพับ (หวั เขา่ ) เหมอื น
เส้นเอ็นอักเสบ (บ้านผมแถวนาทวี เรียกว่า‘เอ็นเชาะ’)
พยายามใช้ยาทาแก้ปวด แก้อักเสบ (ANALGESIC Pain
relieving cream) หลอดเท่ายาสีฟันขนาดเล็ก (ได้มาจาก
รพ.ศริ ริ าช) กลางคำ�่ กลางคนื เวลานอน เผลอตวั ยดื ขาเมอื่ ไหร่
จะปวดตรงบรเิ วณขอ้ พบั (ด้านใน)
เยน็ วันอาทติ ย์ (22 มีนาคม) ออกไปวิ่งทีส่ วนพุทธ ได้
10 กโิ ลเมตร ใช้เวลา 1 ช่ัวโมง 10 นาที ระยะหลังๆ ต้ังใจ
260
ซ้อมใหไ้ ด้อยา่ งต�่ำสัก 10 กโิ ลเมตรก็พอ กพ็ อ-ทีห่ มายถงึ ‘ต่อ
รอง’จากความขีเ้ กียจ ประมาณฉนั ขอเถอะ ขอวง่ิ สัก 10 กโิ ล
ระยะทางมากได้ แตไ่ มค่ วรตำ่� กวา่ นี้ เทา่ ทจี่ ดจำ� ทำ� สถติ ิ ผมวงิ่
10 กโิ ลเมตรได้ในระยะเวลา 58 นาที / 1 ชั่วโมง 2 นาที / 1
ชวั่ โมง 10 นาที วนเวยี นอยใู่ นเกณฑน์ ีแ่ หละถือวา่ พอใจ
ตอนหลงั ๆ รสู้ กึ วา่ เสน้ ทางวง่ิ ทสี่ วนลุมจะโอเคมากกวา่
สวนพทุ ธ อยา่ งทบ่ี อกสวนพทุ ธพน้ื วง่ิ เปน็ อฐิ ลกู หนอน ไมเ่ รยี บ
ตะปุม่ ตะป�่ำ ท�ำให้ต้องระแวดระวงั เปน็ พิเศษ เม่ือจติ พะวงก็
สง่ ผลใหก้ ารวงิ่ ทค่ี วรรืน่ รมยม์ คี วามสขุ กลบั เปน็ ความทกุ ขข์ น้ึ
มาซ่ะงั้น แต่คิดอีกด้าน การฝึกปรือจะถือเอาแตค่ วามสะดวก
สบายฝา่ ยเดยี วไมไ่ ด้ เหมอื นทผี่ มรทู้ หี ลงั วา่ การซอ้ มวง่ิ แตเ่ ชา้
ตรู่ เพ่ือเลีย่ งแดดร้อนตบั แตก ก็ไมใ่ ช่เร่ืองท่ดี ีนกั เพราะเกม
การแข่งขันจริงๆ คุณไม่มีสิทธ์ิช้ีน้ิวส่ังเอาแต่บรรยากาศที่มัน
สบายใส่ตวั ได้หรอก
คงเหมือนประโยคแนะน�ำท่ีฝร่ังนักว่ิงบอกผม “ยูต้อง
หัดวงิ่ ตอนแดดร้อนเปรี้ยงๆ เสยี บา้ ง ไมใ่ ช่วง่ิ แตเ่ ช้ามืดอย่าง
เดียว!” บางทีกน็ กึ ข�ำตวั เอง หะแรกตอนคิดวิง่ ออกก�ำลังกาย
เป้าหมายเดียวคอื อยากแข็งแรง ไมเ่ จบ็ ไม่ไข้ แตเ่ มื่อผ่านไป
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 261
6 เดอื น กับระยะทางทว่ี ิ่งไป 800 กิโลเมตรกวา่ ๆ น่าพศิ วง
งงงวย ก็ตรงท่ีความป่วยไข้หายเป็นปลิดทิ้ง นอกจากไม่ไข้
ไม่ปว่ ย จ�ำวัด ฉนั ได้ น�ำหนักทไี่ รป้ ระโยชน์ก็ลดฮวบ เนือ้ หนงั
หน้าท้องกแ็ ฟบลง เพอ่ื นพอ้ งน้องพถี่ งึ กบั ทกั “ไปทำ� อะไรมา
ท�ำไมผอมลง?” ประโยคส้ันๆ แคน่ ้ี มแี ตย่ กระดบั ความสขุ ให้
มากขึ้น เม่ือเห็นว่าผลประกอบการชีวิตเร่ิมดีดตัวดีขึ้น มันก็
ไม่ยากทจ่ี ะบรรจุ “การว่ิงเป็นวาระพิเศษ!”
262
45
การดนิ้ เฮอื กครัง้ สดุ ทา้ ย
หลังวิกฤติ COVID ระบาด ทางสถานทูตประกาศให้
แผนกต่างๆ คดิ หาวิธปี ้องกัน และยำ้� แบบ 100% ว่า ถ้าไมม่ ี
อะไรจ�ำเป็นหรือเร่งด่วนก็ควรอยู่บ้าน ให้ดีก็ Tele work
แผนกท่ีผมสังกัดจัดสรรวางคนท�ำงาน (ให้เข้าออฟฟิศ) เป็น
2 ชดุ ชุดแรก จนั ทร์ พธุ ศกุ ร์ ชุดที่สอง ก็ องั คาร พฤหัส
แต่เมื่อสถานการณ์มันด่ิงลงเหว เพียงช่ัวข้ามคืนผู้มี
อำ� นาจกส็ ง่ ขอ้ ความผา่ นมอื ถอื ใหเ้ ขา้ ออฟฟศิ อาทติ ยล์ ะวนั ให้
อิสระวา่ จะเข้าวนั ไหน เลอื กเอา บางคนไมม่ คี วามจำ� เป็นต้อง
เข้า ก็ใช้คอมฯส่งอีเมล์ท่ีบ้านเลย ส่วนผมตั้งแต่ยืดอกรับผิด
ชอบงานแอดมินทัง้ ระบบ พูดยน่ ยอ่ สากกะเบือยนั เรอื รบ รถ
เสยี แบตเตอรร์ เ่ี สอื่ มจนถงึ ทำ� บญั ชรี ายจา่ ย เรยี นรเู้ รอ่ื ง Ariba
กรอกขอ้ มลู Fundcite ลงในระบบ ลูกแมพ่ นั ธ์หลานยายชุ่ม
กต็ อ้ งมีเอย่ี วรบั ผิดชอบ จึงกลายเปน็ มนษุ ย์อนั ดบั ต้นๆ ทีถ่ ูก
ร้องขอ “ยตู ้องเข้าออฟฟศิ แอดลีส อาทติ ย์ละวัน!” กลวั โรค
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 263
264
ระบาดจนขวญั หนดี ฝี ่อ แต่เม่ือเบง่ิ ตาไปรอบๆ ยังนับวา่ โชคดี
เปน็ ไหนๆ ทย่ี งั มอี ะไรใหท้ ำ� ทา่ มกลางสภาวะทก่ี ลนื ไมเ่ ขา้ คาย
ไม่ออก เห็นหลายคนกระเซอะกระเซิง หอบของพะรุงพะรัง
ปดิ ปากปดิ จมูกกลบั ตา่ งจังหวดั ทำ� ไมจะไม่รู้สกึ รสู้ า
คนบ้านนอกคอกวัว ที่คลกุ คลขี ้เี ลนมาแต่เล็กๆ ถีบตวั
มาอยเู่ มอื งใหญ่ ปนี ปา่ ยกอ่ รา่ งสรา้ งตวั มาเจอแบบนท้ี ไี่ มใ่ ชแ่ ค่
หอบบาดแผลกลบั รงั แตย่ งั มอี ะไรรา้ ยๆ ทมี่ องไมเ่ หน็ เลด็ ลอด
ติดเน้อื ตดิ ตัวตามไปด้วย เห็นผคู้ นที่แหแ่ หนคืนรัง มันเหมอื น
ฉากหนีสงครามท่ีเคยเห็นในหนัง ต่างกันก็ตรงท่ีเบื้องหน้า
คอื เรอื่ งจริง! คิดไมถ่ งึ วา่ ในชวี ิตจะโคจรมาเจอกบั อะไรแบบน้ี
อะไรที่เรียกว่าหายนะ อะไรท่ีเรียกว่าวิกฤตมนุษยชาติ เห็น
การปิดประเทศ เห็นทุกขเวทนาท่ีฟูมฟายผ่านส่ือ เห็นการ
ยอ้ื แยง่ แข่งเวลา เหน็ นาทีที่รู้วา่ เราพลาดไป และเห็นความไม่
แนใ่ จว่าตัวเองปว่ ยไข้ด้วยรึเปล่า?
“รา่ งกายแขง็ แรง ออกกำ� ลงั กายทกุ วัน ก็ใชว่ ่าจะช่วย
ได้” ใครบางคนบอก ก่อนพูดทิ้งท้าย “ท่ีส�ำคัญโรคโคโควิด
ชนิดนี้ มันไม่แสดงอาการด้วยซ้�ำ” ผมคิดไปเอง น่ันก็หมาย
ถึงเห็นกันอยู่ดีๆ ไม่มีอาการหวัด ไอ จาม หรือปวดหัวเป็น
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 265
ไข้ ก็ใช่ว่าจะไว้วางใจ ไอ้โควิดอาจแทรกซึมชอนไชอยู่ในร่าง
กเ็ ป็นได้ ค�ำถามคาใจ “น่ีเรามาถึงยคุ ท่ีความป่วยไข้ไกลจาก
ประสาทสมั ผสั กนั แล้วเหรอ?”
10 โมงเช้า ผมเข้าโปรแกรม ZOOM เพ่ือเข้ากลุ่ม
ประชุม ผู้ใหญ่ในสถานทูตทักทายผ่านหน้าจอสองสาม
ประโยค ก่อนรีบเข้าประเด็น สีหน้าแต่ละคนดูตึงเครียด
แน่นอนสิ่งแรกๆ ที่ถูกหยิบยกคือสถานการณ์เชื้อร้ายโควิด
ที่ก�ำลังระบาด จากน้ันก็ว่ากันที่เรื่องงาน ซึ่งแต่ละคนต้อง
รายงานความคืบหน้า งานบัญชีท่ีก�ำลังท�ำอยู่ ผมเงี่ยหูฟัง
อย่างต้งั ใจ บางค�ำ บางประโยคราวกบั ภาษาต่างด้าว ท่ีแทบ
ไม่กระดิกหู หลังเสร็จสิ้นการประชุม สิบห้านาทีต่อมา ก็มี
ขอ้ ความเข้า ผมรีบกดปมุ่ จากนน้ั ค่อยๆ อา่ นทลี ะค�ำ “สถาน
ทูตมคี นติดเชื้อเพิ่มขึน้ อีก 2 ราย!?!”
วนั ไหนไมไ่ ดอ้ อกไปยดื แขนแกว่งขา รู้สึกว่าวนั น้ัน, มัน
มีบางอยา่ งท่ขี าดหายไป นับเปน็ ‘ค ว า ม บ ก พ ร่ อ ง โ ด
ย สุ จ ริ ต’ ผมคิดเอง เออเอง กวา่ จะจบี ว่ิงตดิ จนเรามีใจให้
กนั และกนั ไมใ่ ชข่ องงา่ ย ตอ้ งผา่ นการพสิ จู นต์ วั ตนจนเหงอ่ื อาบ
266
หนา้ -มาไมร่ ้เู ทา่ ไหร่ พดู ยน่ ย่อ พอตซี ้ีสนิทชดิ เชอื้ กบั วง่ิ ถงึ ข้นั
ว่ิง 5-10 กิโลเมตรแบบเอาอยู่ จู่ๆ จะมาขี้เกยี จ ข่มใจบิดตัว
นอน โดยไม่รูส้ ึกรู้สาว่าตอ้ งออกไปว่งิ มนั กก็ ระไรอยู่ ย่งิ นาที
น้ีที่รู้กนั วา่ โลกก�ำลังปนั่ ป่วน ครงึ่ ผคี รง่ึ คน โรคห่าเหวทีไ่ ม่เคย
พบเหน็ กเ็ ลด็ ลอดออกมาไลล่ า่ ฆ่าคน บางประเทศคนล้มตาย
ราวกบั ใบไม้รว่ ง
นักคิดนักเขียนฝีมือคมคายย่านพุทธมณฑล ข่มใจ
เรียกมันว่า “สงครามร้อน” ท่ีคืบคลานแบบไร้ตัวตน แพร่
เช้ือกระจัดกระจายอย่างรวดเร็ว จนบางประเทศแทบหมด
เน้ือหมดตัว ค�ำถามท่ีลอยคว้างกลางอากาศ “เรามาถึงจุด
นีไ้ ด้อย่างไร?” จดุ ที่เรียกว่าสงครามร้อน มองไปทางไหนกม็ ี
แต่ข่าวคราวร้อนอกร้อนใจ ร้อน-เพราะยังไร้หยูกยาสกัดก้ัน
รอ้ น-เพราะไมร่ ใู้ ครบา้ งทต่ี ดิ เชอื้ และรอ้ น-เพราะไมร่ วู้ า่ จะมา
ถงึ เราเมอ่ื ไหร่? ในความอดึ อัดคบั แค้นใจ ผมวา่ ระหวา่ งนงั่ รอ
‘ก า ฬ ม า เ ยื อ น’ ออกไปยืดเสน้ ยืดสาย ฝกึ กลา้ มเนอ้ื
ออกก�ำลงั กายน่าจะดี อยา่ งนอ้ ยๆ กน็ า่ จะเป็น “ก า ร ด้ิ น
เ ฮื อ ก ค ร้ั ง สุ ด ท้ า ย!”
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 267
ผมซอ้ื นาฬกิ ายห่ี อ้ กามนิ นานนบั เดอื น แตใ่ ชไ้ มเ่ ปน็ เปน็ คน
ประหลาดตรงทไี่ มถ่ กู จรติ กบั การเรยี นรผู้ า่ นปมุ่ เลก็ ๆ สองสามวนั
ก่อนพี่ขจรฤทธิ์ แวะมาว่ิงที่สวนพุทธ แกคงตกใจท่ีผมใช้นาฬิกา
ราคาเรอื นหมนื่ มาสวมใสม่ อื เฉยๆ วนั นนั้ วงิ่ เสรจ็ , แกกวกั มอื เรยี ก
“มาๆ เด๋ยี วสอนวธิ ีใชใ้ ห”้ จากนนั้ คอ่ ยๆ อธบิ าย แกถามตอนซือ้
เขาไม่แนะน�ำเหรอ? ผมตอบ เปล่า ยน่ื มาใหท้ ง้ั กล่อง พร้อมพดู
สั้นๆ ถงึ วิธีเชอ่ื มต่อกบั มอื ถือ มาถงึ บา้ น ผมเปดิ ยทู ูปดูเอา ท�ำไป
ตามขนั้ ตอนที่คลิปบอก
เอาไปใชว้ ันแรกผิดๆ ถกู ๆ จนรู้สึกรำ� คาญ จากน้นั นาฬกิ า
เรือนหม่นื กับผมเหมอื นคนไมถ่ กู โฉลก เบอื่ ขหี้ นา้ ข้ึนมาดอ้ื ๆ บน่
งมึ ง�ำ ไมน่ ่าซอื้ มาเลย หลังพ่ขี จรฤทธิ์แนะนำ� ฟงั ดเู หมือนงา่ ย เชา้
วันรุ่งข้ึน ผมออกไปวิ่ง คิดถึงวิธีการใช้ท่ีพ่ีเขาบอกไว้ ว่ิงไป 11
กิโลเมตร แต่ตอนวิ่งผา่ นไป 7 กิโลเมตร ผมแวะด่มื น้ำ� เลยกดป่มุ
หยดุ ชวั่ คราว พอจะวง่ิ ตอ่ ไมร่ กู้ ดอที า่ ไหนมนั ใหบ้ นั ทกึ เลย ผมสา่ ย
หน้า-ช่างมัน จากน้ันวิ่งต่อ ดีน่ะ ที่ผมใช้มือถือช่วยบันทึกเอาไว้
ด้วย ไมง่ ั้น คงไมม่ สี ถิติมาอวดเพือ่ นๆ
268
[บนั ทกึ ส้ันๆ ทีเ่ ขียนเกบ็ ไว้]
26 มีนาคม 2563
ดิ้นได้ 10.01 กิโลเมตร
ระยะเวลาดิ้น 1 ชั่วโมง 1 นาที
เพซเฉลย่ี 6.07 @ สวนพุทธมณฑล
เชา้ วนั ศุกรท์ ี่ 27 มนี าคม 2563 @ พุทธมณฑล
• ระยะทาง 10.10 กโิ ลเมตร
• ระยะเวลา 59 นาที 51 วนิ าที
• เพซเฉลย่ี 5.56
เช้าวันท่ี 28 มนี าคม วิ่งเสร็จน่งั พักอารมณ์
มคี นบอก 4 อ. แลว้ ผมกเ็ ชือ่
• อากาศ
• อาหาร
• อารมณ์
• ออกกำ� ลงั กาย
29 มีนาคม 2563
เชา้ 10 กิโลเมตร
เย็น 15 กโิ ลเมตร
วนั นว้ี ิ่งไป 25 กโิ ลเมตร
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 269
หมายเหตุ
หลังโรคโควดิ ระบาด สวนสาธารณะทกุ ที่ปดิ หมด รวม
ถงึ พทุ ธมณฑลกม็ ปี า้ ยไวนลิ แจง้ เหตผุ ล ผมอา่ นขอ้ ความซำ้� ไป
ซำ�้ มา “...งดใชส้ ถานทใี่ นการออกกำ� ลงั กาย ในชว่ งการแพร่
ระบาดของโรค COVID–19 ตง้ั แตว่ ันที่ 30 มีนาคมเปน็ ต้น
ไป จนกวา่ สถานการณจ์ ะเขา้ สภู่ าวะปกต.ิ ..” จากนน้ั ผมยา้ ย
มาวิ่งออกกำ� ลงั กายในหมู่บ้านแทน
270
สงครามโลกยคุ ใหม่ เปลยี่ นมาเปน็ ส ง ค ร า ม โ ร ค
สงครามท่ีคืบคลาน ไร้สุ่มเสียง สงครามท่ีน่า
หวาดหว่ันขลาดกลัว แต่ละวันท่ีถูกกักตัวในบ้าน
เหม่อมองผ่านหน้าจอทีวีท่ีมีค�าว่า “อยู่บ้าน หยุด
เชอ้ื เพื่อชาต”ิ ตา่ งคนกถ็ กู ลา้ งตาเปา่ หู ดว้ ยขอ้ มลู
ท่ีสื่อหลากแขนงพากันรายงาน ตัวเลขของผู้ติด
เชื้อ ทแ่ี ต่ละวันขยบั ตัวสูงขึ้นวนั ละสิบ ก็กลายเป็น
วนั ละรอ้ ย เราคอ่ ยๆ เปน็ มนษุ ยจ์ ติ ตก นง่ั งอเขา่ เปน็
กงั วล ยงิ่ รขู้ า่ ววา่ เชอื้ รา้ ยโควดิ มไิ ดม้ อี าการส�าแดง
เหมือนโรคร้ายอื่นๆ บางคนร่างกายแข็งแรง ยัง
พลาดเผลอเจอแจ็คพอร์ต กลายเป็นคนติดเชื้อ
ไปดื้อๆ สงครามยคุ เก่า ใชด้ าบ หอก กระบอกปืน
รกุ ราน เขน่ ฆา่ ขณะทส่ี งครามยคุ ใหม่กลับเคลอ่ื น
ไหวเงยี บๆ ไรต้ วั ตน ทน่ี า่ เจบ็ ปวดและเลอื ดเยน็ ยง่ิ
กว่าคือมันใชค้ นข้างๆ ฆ่าคณุ !
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 271
46
ล้วนหวาดกลัวการเปล่ยี นแปลง
ถนนตรงหนา้ โลง่ ไมใ่ ชภ่ าพคนุ้ ตา ตามปกตจิ ากบา้ นถงึ ท่ี
ท�ำงานใชเ้ วลา 45 นาที ขากลับอีกสองช่ัวโมง เดาออกกนั ใช่
ไหมวา่ รถตดิ แต่วนั นีแ้ คค่ รง่ึ ชวั่ โมงก็มาถงึ ที่ทำ� งาน ลานจอด
รถทุกช้ันเงียบเชียบ รถจอดน้อยจนน่าใจหาย หลายคนเร่ิม
เกบ็ ตวั อยบู่ า้ น สถานการณเ์ รม่ิ เลวรา้ ยลงเรอื่ ยๆ เหมอื นหลอด
ไฟบนผนงั ทกี่ ำ� ลงั สอ่ งแสงมวั หมน่ อาคารแหง่ นเี้ ปน็ อาคารเกา่
สูงยี่สิบหา้ ชนั้ ทีท่ ำ� งานอยชู่ น้ั 14 จอดรถเสรจ็ ผมน่ังเหมอ่ อยู่
ในรถนานทีเดียว
มองดขู ้าวของบนเบาะข้างๆ หนังสือสองเล่มยังอา่ นไม่
จบ เอกสารทหี่ นีบรวมกันเป็นปึกๆ กระเป๋าสะพาย กระเป๋า
ตงั ค์ ปากกา ดินสอ และเครอื่ งคิดเลข ใชค่ รบั เครื่องคดิ เลข
ทกี่ ลายเปน็ เครอื่ งมอื หากนิ แตไ่ มม่ อี ะไรสะดดุ ตาเทา่ หนา้ กาก
ตงั้ แตม่ เี ชอ้ื รา้ ยคบื คลานขยายตวั ตอนมขี า่ วทเ่ี มอื งจนี ยงั รสู้ กึ
ว่ามันไกลตัว แต่พอแพร่เช้ือถึงเมืองไทย หัวใจเร่ิมหว่ันไหว
272
อะไรๆ ก็ดูยุ่งเหยงิ ตดิ ขัด มนั เหมือนควนั พิษลอยอบอวลปะ
จมกู สูดดมไปมีแตต่ ายกับตาย
สิ่งปอ้ งกนั ที่เรยี กว่าหน้ากาก หายากยิ่งกวา่ อะไร โชค
ดีที่หน่วยงานสั่งซ้ือหน้ากากมาได้ จากนั้นแจกจ่ายคนละอัน
สองอนั ผมใชซ้ ำ�้ ๆ ใชเ้ สร็จกเ็ อาไปท�ำความสะอาด ลา้ งนำ�้ ถู
เบาๆ จากนน้ั แชน่ ำ�้ ร้อนที่เดอื ดปดุ ๆ จินตนาไปวา่ โรคร้ายคง
ตายดับ ไมม่ วี ธิ กี ารอื่นทีด่ ีกวา่ นี้ จะซ้ือหาใหม่กย็ ากเหลือเกิน
คิดก่ีคร้ังก็ยังไม่เช่ือตาตัวเอง น่ีเรามาถึงยุคท่ีต้องใส่หน้ากาก
เข้าหากัน ในประเทศท่ีความหวังก็แค่ค�ำสวยๆ ความหวังที่
ท�ำให้หลายคนเปน็ บา้ !
ผมออกจากบา้ นแตเ่ ชา้ มืด แวะส่งคนรักที่โรงพยาบาล
เธอเป็นพยาบาลที่ต้องเข้ากะเข้าเวร เม่ือคืนกว่าจะถึงบ้านก็
ตีหนึ่ง ก่อนถ่างตาต่ืนอีกทีตอนตีห้า บางวันผมเหมือนสารถี
ทก่ี ำ� ลงั พาซากชวี ติ ไปสง่ ซากชวี ติ ทน่ี งั่ สะลมึ สะลอื เหมอื นเพงิ่
ฟน้ื ไข้ ซากชวี ติ ทก่ี ำ� ลงั ลากสงั ขารออกไปดแู ลคนอนื่ บางอยา่ ง
ที่ไม่อยากเข้าใจก็ต้องยอมรับให้ได้ จากเจ็ดโมงเช้าท่ีต้องเข้า
งาน ไปเลกิ เอาตอนหา้ ทุ่ม ถงึ บ้านก็ตีหน่ึง วงล้อของเธอท่ีไม่
เคยไปไหนไกล บา้ น – ทีท่ �ำงาน ท่ีทำ� งาน – บา้ น ช่วงหนงึ่ ผม
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 273
หนั ไปถาม
“คนไขเ้ ยอะไหม?”
“เยอะอย”ู่
“เป็นโควิด มีรึเปลา่ ?”
“ม”ี
ผมกลนื นำ้� ลาย กลัน้ ใจถาม “มีกคี่ น?”
“โรงพยาบาลไมไ่ ดเ้ ปดิ เผย” เธอสารภาพนำ้� เสยี งแหบ
พรา่ จากนนั้ ตา่ งคนตา่ งเงยี บไปชว่ั ขณะ เปน็ ความเงยี บทช่ี วน
อดึ อัด กอ่ นลงจากรถ ผมเห็นเธอหยบิ หนา้ กากใส่กระเป๋า เรา
โบกมอื บายๆ พลางยิม้ ให้กัน ผมขบั รถออกจากโรงพยาบาล
พรอ้ มคำ� ถามทลี่ อยควา้ งกลางอากาศ “ทำ� ไมไมเ่ ปดิ เผย อยา่ ง
นอ้ ยๆ คนทำ� งานจะไดร้ ะมดั ระวงั ผนู้ ำ� ประเทศ...” ผมกลนื คำ�
วา่ ‘เฮงซวย!’ ลงคอ
ผมสลดั ความคดิ แลว้ เกบ็ เอกสารทมี่ ดั รวมเปน็ ปกึ ๆ สว่ น
ใหญเ่ ปน็ เอกสารเกยี่ วกบั รายจา่ ยของออฟฟศิ ตงั้ แตม่ คี ำ� สงั่ ให้
274
ท�ำงานท่ีบ้าน และอนุญาตให้เข้าออฟฟิศอาทิตย์ละคร้ังสอง
คร้ัง ผมกห็ อบเอกสารสว่ นหน่ึงไปทำ� ทบ่ี า้ น หลังพี่อีกคนท่ีรบั
ผิดชอบลาออก เนอ้ื งานสว่ นใหญ่ก็ไหลบ่าตกถึงผม ย่ิงหนว่ ย
งานไมร่ บั คนเพมิ่ ตำ� แหนง่ น้ันๆ ก็ถูกโละ๊ ทิ้ง สถานการณแ์ บบ
นไี้ มม่ อี ะไรดไี ปกวา่ พยายามมองดา้ นดๆี เขา้ ไว้ อยา่ งนอ้ ยมนั
ก็ช่วยใหเ้ ราขับเคล่อื นไปข้างหน้า พรอ้ มๆ กบั การคน้ หาศักย
ภาพใหมๆ่ ท่ีเคยพรางตวั หลบซอ่ น แตไ่ หนแตไ่ ร ไม่เคยเชอ่ื
วา่ ท�ำได้ แลว้ วนั หนึ่ง เรากท็ �ำได้ เอาเขา้ จริงค�ำวา่ จนตรอกมัน
บอกอะไรบางอย่าง ชัดสุดคือไม่มีสิทธ์ถิ อย
เหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึนมันช่วยเคาะกะโหลก โลกก�ำลัง
เปล่ยี นไป ในความเป็นจริงมนั เปล่ยี นแปลงทกุ วนั แหละ เรา
ต่างหากท่ีดื้อด้านฉุดร้ังมันไว้ แล้วสร้างความเชื่อมาห่อหุ้ม
ความกลัวท่ีซ่อนตัวอยู่ลึกๆ ใช่หรือไม่ว่า เราหวาดกลัวการ
เปลย่ี นแปลง ทงั้ ๆ ทก่ี ารเปลยี่ นแปลงเปน็ เงอ่ื นไขหรอื ขอ้ ตกลง
ของชีวิต บทสรุปสุดท้ายของการเปล่ียนแปลงอาจหมายถึง
งอกเงยจนงดงาม หรืออาจลม้ คว่ำ� คะมำ� หงาย กระนนั้ หลาย
คนกลบั ติดหลม่ จมอยู่กบั ค�ำถามที่วนเวยี นซ้ำ� ๆ ซากๆ “แลว้
ถ้าลม้ ควำ�่ คะม�ำหงายล่ะ?”
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 275
เราหาเหตผุ ลรอ้ ยแปดพนั เกา้ เพอื่ ซบั พอรต์ การอยกู่ บั ที่
พรอ้ มๆ กบั หาเหตผุ ลประดามที จ่ี ะไมผ่ ละตวั ไปจากวงลอ้ ม ที่
เรายดึ มนั่ วา่ มนั อบอนุ่ ปลอดภยั ผมคดิ ถงึ ประโยคทส่ี ตั บรุ ษุ วา่
ไว้ “คุณจะเปล่ียนแปลงสถานการณ์ตรงหนา้ ดว้ ยตวั เอง หรือ
จะรอใหว้ กิ ฤตบิ บี คนั้ ใหค้ ณุ เปลยี่ นแปลง!” ใหเ้ ดาใจใครหลาย
คน ผมวา่ ความเปลี่ยนแปลงไมใ่ ชส่ ง่ิ นา่ กลัวหรอก ทว่าสง่ิ น่า
กลัวกลับเป็นบทสุดท้ายของการเปลี่ยนแปลงต่างหาก หลัง
จากท่ีเราเสียเหง่ือลงแรงตะแคงตีนเดิน ถ้าเสียเหง่ือแล้วได้
บวก ผลประกอบการชวี ติ ดีดตวั ดขี ้ึน เราก็โพลง่ เต็มปากเต็ม
ค�ำ “คิดถูกทเี่ ปล่ยี นแปลง!”
ค�ำถามท่ีไม่น่าถาม “แล้วถ้าเสียเหง่ือ แต่ผลประกอบ
การชีวิตติดลบ ออกมาย�่ำแย่ แผลบานเบอะล่ะ?” ก็คงนั่ง
เป่าสากเงียบๆ พร้อมความคิดที่เฉียบแหลมตกผลึก “กูไม่
น่าเปลยี่ นเลย้ อยู่กับทีด่ ๆี กไ็ ม่ชอบ รนหาเรอ่ื งใสต่ ัวชดั ๆ ”
สถานการณ์โควิดที่ก�ำลังแพร่กระจาย สอนให้รู้ว่า-ค�ำว่าอยู่
ดีๆ -มันหมายถึงสิ่งนั้นคงม่ันนิรันดร ต้องไม่มีเหตุปัจจัยอ่ืน
แทรกแซง บางทีเราก็เผลอเรอลืมคิดไปว่า ค�ำว่าแน่นอนคือ
ความไมแ่ น่นอน ซ่ึงยังศักด์ิสทิ ธแ์ ละเที่ยงแทเ้ สมอ!
ตี ๓ : ๑๕ นาที | ศกุ ร์ ๓ เมษายน
276
47
คิดถึงมาตภุ ูมิ
เดินหอบเอกสารมาถงึ หน้าลฟิ ต์ ท่องไว้ไม่ลืมนอกจาก
หน้ากากท่ีต้องสวมใส่ เจลแอลกอฮอล์ขวดเล็กๆ ท่ีซ้ือพก
ติดตัว ก็ต้องตรวจตราว่ายังอยู่ในถุงกางเกงรึเปล่า ผมใช้ทิช
ชู่รองน้ิวเพื่อกดปุ่มลิฟต์ ดูสิ ชีวิตเร่ิมอยู่ยากข้ึนทุกวัน ย่ิงมี
ขา่ วเชอ้ื ร้ายก�ำลงั กลายพนั ธ์ุ แฝงตัวกระจดั กระจายไปท่วั ใน
ลิฟต์ ในอากาศ นับวันยิ่งเหมือนใครมาบีบหัวใจ มาเขย่าให้
ตน่ื ตระหนก ขนื ด้อื ด้านไม่ปฎบิ ัติ อาจสมุ่ เส่ียงเพล่ยี งพล�้ำตดิ
เชือ้ เอาง่ายๆ
บางวบู อดคดิ ถึงทอ้ งนาปา่ ยาง (พารา) ไมไ่ ด้ คิดถงึ ทาง
ลูกรังที่ทอดตัวยาวไปถึงโค้งถนน คิดถึงอากาศที่ปลอดโปร่ง
คดิ ถงึ สายลมทพ่ี ดั ขา้ วในนาใหเ้ อนลตู่ ามลม ทง้ั สายฝนพรำ่� ฉำ่�
เยน็ ทตี่ อ้ นเด็กๆ ให้ออกไปรา่ ยร�่ำคกึ คะนอง คดิ ถึงคลองหลงั
บา้ นแมเ่ ฒา่ คดิ ถงึ สายนำ�้ ใสเยน็ ทแ่ี ลเหน็ ฝงู ปลาแหวกวา่ ย ทง้ั
ปลาเขม็ ปลาแกม้ ชำ�้ ปลาลายเสอื ละลานตา จรงิ ๆ นะ่ รสู้ กึ วา่
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 277
นาฬกิ าชวี ติ ค่อยๆ กระดกิ เขม็ หมุนกลับ พร้อมคำ� เฉลยทเี่ คย
ถามตวั เองเมื่อสามสบิ ปกี ่อน...
๓๐ ปกี อ่ นทห่ี นว่ ยกา้ นชวี ติ ยงั ออ่ นหดั พอจบชน้ั ป.3 ก็
ยา้ ยไปเรยี นตอ่ ในเมอื ง สลดั ทงิ้ กลนิ่ โคลนสาบววั หอบหวั ใจไร้
เดยี งสา บ่ายหนา้ ไปบากบั่นเพอื่ ใหเ้ ปน็ ‘เจา้ คนนายคน’ แทบ
ไมร่ ตู้ วั เลยวา่ กวา่ จะเกบ็ หนว่ ยกติ จนจบหลกั สตู ร‘เจา้ คนนาย
คน’ในระหว่างน้ันได้ท�ำอะไรหล่นหายไปบ้าง อย่างน้อยวัย
เยาว์ทคี่ วรอบร�่ำอยกู่ บั ธรรมชาติ คลุกคลอี ยูก่ ับผืนนา ป่า เขา
กค็ อ่ ยๆ เลือนหาย ผมกลายเปน็ คนเมืองทลี ะนดิ ทง้ั ความคิด
ทง้ั พฤตกิ รรมทส่ี อดรบั เพอื่ เชอื่ มโยงไปสโู่ ลกใบใหม่ ทไ่ี กลจาก
ความแหง้ แล้งและดักดาน
พอหมายเลข 14 สวา่ งวาบ ประตูลิฟตก์ เ็ ปิด ผมสลัด
ความฟุ้งซ่าน จากน้ันเดินหอบเอกสารปึกใหญ่เข้าออฟฟิศ
บนผนังข้างๆ ประตูทางเข้า สูงจากพื้นประมาณหน่ึงเมตร
มีอุปกรณ์ที่เช่ือมต่อสัญญาณกันขโมยติดตั้งอยู่ เป็นกล่อง
สี่เหลี่ยมเท่าฝ่ามือ มุมห้องเหนือศรีษะก็มีกล้องวงจรปิด ผม
ดงึ ทชิ ชมู่ าเชด็ ถแู ผงตวั เลขทงั้ สบิ ตวั จากนน้ั กดปมุ่ เลขสตี่ วั ซงึ่
เป็นรหัสเข้าออฟฟศิ เมือ่ รหสั ผ่านถกู ตอ้ งประตูเหล็กหนาๆ ก็
278
อา้ ออก ตรงหนา้ มโี ตะ๊ เลก็ ๆ วางชดิ ผนงั บนโตะ๊ มนี ำ้� ยาฆา่ เชอ้ื
มีทิชชู่ มอี ปุ กรณว์ ัดไขเ้ หมือนกระบอกไฟฉายอันเลก็ ๆ
ผมหยิบอุปกรณ์วัดไข้แล้วหันปลายกระบอกจ่อหน้า
ผากตวั เอง ตรงปลายกระบอกจะมีดวงไฟเทา่ หัวไม้ขดี ได้ยิน
เสียงต๊ีดดังหนึ่งครั้ง ก็วางอุปกรณ์วัดไข้ลง มองดูตัวเลขบน
จอเลก็ ๆ จงึ ร้วู ่าอุณหภมู ิรา่ งกายอยู่ท่ี 36 องศาเซลเซียส โลง่
ใจทไ่ี มใ่ ช่เลข 38 จากนนั้ หันไปหยิบยาฆา่ เชอื้ หยอดใสฝ่ ่ามอื
ค่อยๆ ชโลมทว่ั ฝ่ามือ ตามง่ามนิ้ว หลงั มอื พลางนกึ ถงึ คลิปผู้
เช่ียวชาญท่ีออกมาแนะน�ำวิธีล้างมือให้สะอาด เมื่อเสร็จข้ัน
ตอนทเี่ ชอ่ื วา่ ฆา่ เชอื้ แลว้ กร็ สู้ กึ ราวกบั เพงิ่ ผา่ นการลา้ งบาปมา
หยกๆ
ผมทิง้ ตวั นั่งบนเก้าอ้ี ครุน่ คิดอะไรเร่อื ยเปอ่ื ย จากเรอื่ ง
งานแล้วหมุนวนไปเร่ืองอ่ืนๆ ก่อนวกกลับมาที่วิกฤตเชื้อร้าย
ทก่ี �ำลงั ระบาด นาฬิกาชวี ิตกำ� ลังย้อนกลบั ไปเม่ือ ๓๐ ปีก่อน
พรอ้ มค�ำถามกอ้ งหู “หากรูว้ ่า ๓๐ ปีต่อมา จะต้องประสบ
เคราะห์กรรมสวมหน้ากาก ยืน เหิน เดิน น่ัง อย่างวิตก
หวาดระแวง ท่ามกลางอากาศเป็นพษิ รวมถงึ ตอ้ งใชช้ ีวติ
สมุ่ เส่ยี งโดยไมร่ ู้วา่ คนขา้ งๆ จะมีเชื้อรา้ ยปนเป้อื นบา้ งหรอื
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 279
ไม่ หากมีญาณหยั่งรู้ บอกตามตรง คงขอดกั ดานท่ามกลาง
ความแหง้ แลง้ อดๆ อยากๆ อยู่กลางผืนนาป่ายางดกี ว่า!”
ตี ๕ : ๒๔ นาที | ๓ เมษายน
280
48
บทเรียนราคาแพง
เป็นวันอังคารที่เงียบสงบ มองผ่านกระจกใสช้ัน 14
ฟา้ กระจ่าง เมฆเกาะกล่มุ ลอยคว้าง ถนนหลังสวนท่ีเชื่อมต่อ
จากเซ็นทรัลชิดลม ถนนโล่ง นานๆ ถึงจะมีรถว่ิงผ่าน ร้าน
รวงปดิ ตัวเงียบเชยี บ แผงขายอาหารตามฟตุ บาททเ่ี คยแออดั
เอิกเกรกิ กเ็ ร้นหายกลายเป็นความแปลกตา โลกกำ� ลังให้บท
เรยี นทแ่ี สนสาหสั การเหยยี บยำ่� ทำ� ลายธรรมชาติ การตะกละ
ตะกลามสวาปามอะไรไมเ่ ลอื ก สดุ ทา้ ยผลกรรมกต็ อกยำ�้ อยา่ ง
เทา่ เทียม!
เ ด็ ด ด อ ก ไ ม้ ส ะ เ ทื อ น ถึ ง ด ว ง ด า ว
เ ด็ ด ปี ก ค้ า ง ค า ว ร้ า ว ทั้ ง ป ฐ พี!
ไมว่ า่ หน้าไหนๆ จะเตบิ โตมาจากเวียงวงั รโหฐาน หรือ
จะคืบคลานหายใจในเพิงสลัมใต้ทางด่วน ล้วนมีสิทธิ์ติดเชื้อ
เทา่ ๆ กัน สงครามโลกทค่ี นรุ่นผมเกิดไมท่ นั รับรผู้ า่ นหนงั สือ
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 281
ท่บี นบรรทัดลว้ นบรรยายให้เห็นความอัตคัด ขดั สน แรน้ แคน้
กลมุ่ ควันทพ่ี วยพงุ่ ถนนหนทางทีร่ ้างไร้คนสัญจร ตกึ รามบ้าน
ชอ่ งทกี่ ลายเป็นวัตถวุ า่ งเปล่า ความเศร้าที่ฉายชดั เต็มสองตา
ทกุ ถิน่ ฐานย่านทา่ มแี ตซ่ ากปรักหักพงั ที่ยงั มีชีวติ ก็เงอะงะงก
เง่นิ หวาดระแวง ขวัญเสยี
สงครามโลกยคุ ใหม่ เปลย่ี นมาเปน็ ส ง ค ร า ม โ ร ค
สงครามที่คืบคลาน ไร้สุ่มเสียง สงครามทน่ี ่าหวาดหวัน่ ขลาด
กลวั แตล่ ะวนั ทถี่ กู กักตวั ในบ้าน เหม่อมองผา่ นหนา้ จอทีวที ม่ี ี
ค�ำว่า “อยู่บา้ น หยดุ เชื้อ เพ่ือชาติ” ตา่ งคนกถ็ ูกล้างตาเป่าหู
ดว้ ยขอ้ มลู ทส่ี อื่ หลากแขนงพากนั รายงาน ตวั เลขของผตู้ ดิ เชอื้
ท่แี ตล่ ะวนั ขยับตัวสูงขน้ึ วนั ละสิบ ก็กลายเปน็ วนั ละรอ้ ย เรา
คอ่ ยๆ เปน็ มนษุ ยจ์ ติ ตก นง่ั งอเขา่ เปน็ กงั วล ยงิ่ รขู้ า่ ววา่ เชอื้ รา้ ย
โควดิ มิไดม้ ีอาการสำ� แดงเหมอื นโรครา้ ยอืน่ ๆ บางคนร่างกาย
แขง็ แรง ยงั พลาดเผลอเจอแจ็คพอร์ต กลายเป็นคนติดเช้ือไป
ดอื้ ๆ สงครามยคุ เกา่ ใชด้ าบ หอก กระบอกปนื รกุ ราน เขน่ ฆา่
ขณะทส่ี งครามยคุ ใหมก่ ลบั เคลอ่ื นไหวเงยี บๆ ไรต้ วั ตน ทนี่ า่
เจ็บปวดและเลือดเยน็ ยิง่ กว่าคือมันใช้คนขา้ งๆ ฆา่ คณุ !
282
[บันทึกส้ันๆ ที่เขยี นเก็บไว้]
5 เมษายน เย็นวนั น้ี 10.11 กิโลเมตร @ ในหมบู่ ้าน
นง่ั ฟุง้ ซา่ นอยกู่ บั ที่ หรอื ออกไปขยคี้ วามฟุง้ ซา่ น อยู่
ท่ีเรา!
6 เมษายน ชอบวง่ิ ตรงทส่ี อนใหเ้ ราดงิ่ ไปขา้ งหนา้ !
7 เมษายน “วงิ่ -เปน็ กจิ กรรมทมี่ ปี ระโยชนแ์ ละอสิ ระ
ซงึ่ ตอ้ งอาศัยวนิ ยั อนั เครง่ ครดั เพราะไมม่ ใี ครบบี บงั คบั ให้
คณุ ออกไปวง่ิ ได”้
8 เมษายน 2563 บนแผงหนา้ จอระบุเวลา 23.03
นาที ย้อนไปเม่อื 20.00 นาฬิกา ส่ือทุกแขนงรายงาน
ตรงกัน รฐั บาลประกาศเคอร์ฟวิ “22.00 - 04.00 ห้าม
ออกจากบ้าน เว้นแต่เหตุอันควร” ในชีวิตเจอะเจอค�ำ
ว่าเคอร์ฟวิ ก็หลายครั้ง ส่วนใหญ่ค่อนไปทางทหารยึด
ประเทศ การเมอื งสั่นคลอน ยึดเสรจ็ ก็ประกาศเคอร์ฟวิ
เพื่อง่ายต่อการควบคุม หนนี้น่าจะเป็นครั้งแรกที่รัฐบาล
ชุดนี้ประกาศเคอร์ฟวิ ด้วยเหตุผลเพราะจนแต้มคุมโรค
ร้ายไม่อยู่ ถนนหนทางในเวลาห้าทุ่มจึงดูร้างว่างเปล่า
ราวกบั เมอื งน้ถี ูกปีศาจร้ายเข้ายดึ ครอง!
284
เช้าน้ี 7.18 กิโลเมตร | 9 เมษา 63
นอ้ ยบ้าง มากบา้ ง ขอใหอ้ อกไปว่ิง
9 เมษายน | เยน็ ๆ 10.31 กโิ ลเมตร
10 เมษายน ต้ังใจฝกึ วิง่ ทุกวัน
เช้า 10 km.
เย็น 10 km.
ทำ� ซ�ำ้ ๆ ทำ� บ่อยๆ
ท�ำเพ่ือใหม้ ันรกั
ท�ำเพ่ือให้มวี นิ ยั
ท�ำเพ่ือก้าวขา้ มความเคยชนิ !
ออกลุยแต่เชา้ มดื วันนีว้ อรม์ อัพ 10 นาที
ทดลองวิ่งในความเรว็ เพซ 5.40-5.55 (คือตัง้ ไว้
ไม่เกิน 6)
ผลการทดลองดว้ ยความเร็ว ทีเ่ รว็ กว่าทุกวัน
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 285
13 เมษา 63 ปีใหม่ไทยท่เี งียบสนิท วันนเี้ ริ่มจาก
วง่ิ ช้าๆ ก่อนขยบั ขารวั เร็วในกิโลเมตรที่ 7-10 (กรณีที่
ตั้งไว้ 10 กโิ ลเมตร) ปรากฎว่าวนั นี้พอจบท่ี 5 กโิ ลเมตร
รสู้ ึกเหนือ่ ยล้า ไม่อยากฝนื ไปต่อ ขณะบางวันผมตียาว
จบ 10 กโิ ลเมตรแบบเรว็ รวั ไดใ้ นระยะเวลาไมถ่ งึ 1 ชวั่ โมง
(ซง่ึ สรปุ ไดว้ า่ นา่ จะฟลคุ๊ ) เพราะฉะนน้ั ถา้ อยากวง่ิ ไดเ้ รว็ ไม่
เหน่อื ย และทรงตัวยนื ระยะไดน้ านจนจบเกม ผมวา่ ต้อง
ซ้อมใหห้ นัก ให้นาน และควรสรา้ งฐานให้มากกวา่ นี้ @
หมบู่ า้ น
15 เมษายน สองคนแล้วที่ถามเหมือนกัน “เห้ย
ท�ำไมผอมจัง ใบหนา้ กต็ อบ ลองดกู ระจกสิ” “เป็นโรคอะ
ไรรึเปลา่ ?” อธบิ ายครา่ วๆ แลว้ เดินจากมา คิดเอง เออ
เอง “ก็เลน่ วิง่ ทุกวัน วันละ 10-15 กโิ ลเมตร จะไม่ผอม
ไดไ้ ง ขา้ วกต็ ักใส่จาน ปรมิ าณลดลง” ผมควรดใี จหรอื
เสียใจกบั ค�ำถามท่ีพวกเขาถามดคี รับ?
286
49
ผา่ นไป 8 เดือน 11 วัน
ทง้ิ หา่ งการบนั ทกึ “เทา้ /ความ” ไปนานทเ่ี ดยี ว จะยงั ไง
กค็ ดิ ถงึ โหยหาชว่ งเวลาเหลา่ น้นั ช่วงเวลาทีพ่ าตวั เองออกไป
รีดเค้น ฝกึ ฝนตบะ ไดร้ ู้จักและใกล้ชดิ กบั คำ� วา่ พอเถอะ ยอม
แพ้ มงึ กแ็ น่ ไปตอ่ สิ หลงั เอาตวั มาพวั พนั ความทรงจำ� ทงั้ มวลก็
เหมอื นจะหยดุ อยกู่ บั ที่ หยดุ ตรงนาทที ตี่ ะวนั กำ� ลงั โผลพ่ น้ เสน้
ขอบฟ้าและนาทีที่ตะวนั ก�ำลงั ลาลับอับแสง
ว่าก็ว่าเถอะ บ่อยครั้งท่ีเราร่วมเป็นสักขีพยานการดับ
สูญแบบไม่รู้ตัว วิ่งท่ีต้องเคลื่อนไหวใช้ความเร็ว แต่กระนั้น
มนั กท็ ำ� ใหจ้ มอยกู่ บั โมงยามทเ่ี คยมองขา้ มไป ไดก้ ลบั มาอยกู่ บั
นาที อยกู่ บั ลมหายใจทเ่ี หมอื นจะขาดรอนๆ จากความเหนอ่ื ย
หอบ อ่อนล้า ค่อยๆ พฒั นาไต่ระดบั จาก 500 เมตร เป็น 1
กิโลเมตร เปน็ 10 กโิ ลเมตร ผมพบวา่ การต้งั เปา้ เป็นสิ่งสำ� คัญ
เพราะมนั คอื ตวั ชว่ ยใหค้ ณุ เหน็ ฝง่ั และใหค้ ณุ ตง้ั หนา้ ฝา่ ไปโดย
ไมเ่ หนือ่ ย ท่ามกลางฝีเท้าทีเ่ ราก้าวไป หากไรเ้ ป้าหมาย มันก็
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 287
เหมือนน่ังพายเรือกลางมหาสมุทร โดยไม่รู้ว่าหมุดหมายอยู่
ตรงไหน
8 เดือน 11 วัน ทป่ี รอื ตาต่นื ผละจากทีน่ อน เดนิ เข้า
ห้องน้�ำ จากน้ันเปล่ียนชุดใส่กางเกง ท่ามกลางเสียงดูแคลน
ท่ีก้องในหัว “จะคอยดู ไม่มีทางท�ำได้หรอก” จึงอย่างต่�ำๆ
ก็ชั่วโมง ที่ยึดโยงเคี่ยวกร�่ำกับการว่ิง 6 เดือนท่ีผมขบกราม
กัดฟัน ข่มใจ เอาจริงเอาจัง เดิมพันและตั้งเป้า พุงป่องต้อง
หาย นำ�้ หนกั ตอ้ งลด ผมคดิ เอง ในเมอื่ คนอว้ นๆ หลายคนออก
ไปวงิ่ แลว้ เหน็ ผล กลายเปน็ คนผอมเพรยี ว เปลย่ี นไปคนละคน
ถามตวั เอง - แลว้ (มงึ ) จะรออะไร?
จงึ ปดิ ทกุ ทางออก งดรบั ทกุ ตวั ชว่ ย จากนนั้ ลงมอื พสิ จู น์
สูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ผ่อนลมออกราวกับแบกของหนักๆ
จะปล่อยมือโยนท้ิงก็ง่าย แต่มันใช่เหรอ จินตนาการไม่ยาก
หลงั โยนของหนกั ๆ ออกไป ความภูมใิ จคงลดลง คนดูแคลน
ที่เคยเหยียดหยามตราหน้าก็คงหัวเราะร่าท้องกระเพื่อม “กู
ว่าแล้ว!” เมื่อจบแบบน้ันผมไม่ชอบ ผมจึงหอบร่างกายท่ี
หนาและหนกั วันละ 10-15 กโิ ลเมตร ส�ำออย ใจเสาะตอน
ไหน ก็นึกถงึ หน้าคนดูถูก รวมถึงคดิ ถึงโรครา้ ยๆ ทีร่ อคุกคาม
คนอ้วนๆ
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 289
เลือกเอาจะนอนพิการบนเตียง เคลื่อนไหวล�ำบาก
ฝากผีฝากไข้ ปล่อยให้หมอฉีด เจาะ เฉือนเน้ือ หรอื จะลงทนุ
แลกเหงอื่ เพอ่ื ไมต่ ้องนอนงึมง�ำบนเตียง แลว้ ส่งเสยี งแหบพรา่
ทำ� ตาเศรา้ ๆ “รู้งี้” หลังต้ังสัจจะกบั ตัวเอง จะว่ิงทกุ วัน อย่าง
น้อยๆ วันละ 10 กิโลเมตร ผา่ นไป 8 เดือน 11 วัน โลกก็มอบ
เหรยี ญรางวลั ลำ้� คา่ ให้ หลายวนั ทผี่ า่ นมาใครพบปะเจอหนา้ ก็
มแี ตส่ ง่ เสยี งทกั กวกั มอื เรยี ก “ไปทำ� อะไรมา? ทำ� ไมผอมจงั ?”
“ดหู น้าสิ ตอบลงไปเยอะทเี ดียว” “ไมส่ บายรึเปล่า?” ผา่ นไป
6 เดอื น 11 วนั โลกกม็ อบเหรยี ญรางวลั ลำ้� คา่ ให้ เหรยี ญรางวลั
ท่ีต้องม่งุ มัน่ ใช้เหง่อื แลก!
กอ่ นวงิ่ คดิ ไวข้ อสกั 3 km. (เพราะรสู้ กึ ขเี้ กยี จ) พอเรมิ่ วง่ิ ไป
หนอ่ ยหนง่ึ ยงั ไมถ่ งึ กโิ ลเมตร ความขเ้ี กยี จจะสง่ ขอ้ ความถงึ จติ ไม่
ตอ้ งถงึ 3 กโิ ลเมตรกไ็ ด้ สกั รอบหมบู่ า้ นกพ็ อ (มง้ั ?) พอวง่ิ ไป คดิ ไป
ไหนๆ ก็ตั้งใจ 3 กโิ ลเมตร กต็ อ้ งให้ได้ 3 กโิ ลเมตรสิ ถ้าไมไ่ ดต้ าม
เป้า คร้ังต่อไปก็จะใช้วธิ ีคิดแบบนอ้ี กี มันจะกลายเป็นนสิ ยั ความ
ตัง้ ใจกลายเปน็ ของไม่ศักดส์ิ ิทธิ์ คดิ แล้วไม่เครง่ ครัด ลม้ เลิกงา่ ยๆ
มนั จะกลายเปน็ ผลรา้ ยมากกว่าผลดนี ่ะมงึ
290
เมือ่ คดิ ได้แบบนี้ กเ็ ลยขม่ ใจไปต่อ เอาล่ะ 3 กิโลเมตรก็ 3
กโิ ลเมตร ตอ้ งใหจ้ บ ตอ้ งทำ� ใหไ้ ด้ มนั จะมแี รงฮดึ ขน้ึ มาดอ้ื ๆ หวั ใจ
ที่เคยอิดออด ส�ำออย ก็พลอยตืน่ เตน้ กระชมุ่ กระชวย จรงิ อย่างที่
พทุ ธศาสนาสอนไว้ “ใจเปน็ นายกายเปน็ บา่ ว” ทนั ทที ใ่ี จสง่ั ใหล้ ยุ
ต่อ เอาใหจ้ บ 3 กโิ ลเมตร ผมเหน็ ภาพความสามคั คี ความกลม
เกลียวที่ร่างกายกับหัวใจช่วยกัน‘พายเรือชีวิต’ล�ำน้ีไปถึงเส้นชัย
เมือ่ จบ 3 กิโลเมตรกค็ ิดตอ่ เอาง้ดี ไี หม? ไปต่ออีกหน่อย เอาสกั
5 กิโล เลขสวยนะมงึ อีกอยา่ ง 5 กโิ ลเมตร อยา่ งน้อยๆ มันก็ครงึ่
ของ 10 กิโล มงึ ประกาศ ปากดีไว้ไมใ่ ช่เหรอ? ว่าจะว่ิงให้ได้ 10
กโิ ลเมตรทกุ วนั ทำ� ไมไ่ ด้ 10 กโิ ลอยา่ งทโี่ มไ้ ว้ ไดส้ กั ครง่ึ 5 กโิ ลเมตร
กค็ งไมม่ ใี ครวา่ มาก อยา่ งนอ้ ยๆ เขากเ็ หน็ ความพยายามมงึ คดิ ได้
แบบน้ี ผมก็ไปตอ่ ถ่อสงั ขารใหจ้ บ 5 กิโลเมตร
คดิ ไวพ้ อจบ 5 กโิ ลเมตร กจ็ ะพอแลว้ จรงิ ๆ รอยตอ่ ระหวา่ ง
3 ถงึ 5 กิโลเมตร จึงเป็นอะไรท่ีทา้ ทายหน่อยๆ มันหา่ งกนั แค่ 2
กิโลก็จริง แต่ขณะทงิ้ เทา้ ไปข้างหนา้ ผมก็ตรวจสอบลมหายใจ ไถ่
ถามตวั เอง “มงึ เหนอ่ื ยไหม?” ถา้ จบ 5 กโิ ลเมตรแลว้ ลยุ ตอ่ ละ่ ? จะ
ไหวรเึ ปลา่ ? เอาสัก 10 กิโล อย่างนอ้ ยๆ เย็นเม่อื วานก็ 10 เช้าวัน
นี้ก็ 10 มันจะเป็นสถติ ิทีส่ วยหรู เริด เลยน่ะมงึ คดิ ดดู ีๆ เหน็ ความ
ลงั เลกำ� ลงั อวดตวั พอจะจบ 5 กโิ ลเมตร ผมกล็ ดเปา้ หมาย ตอ่ รอง
หวั ใจตัวเอง งัน้ เอาสกั 8 กโิ ลก็พอ น่า เอาหน่อยสิ จาก 5 ไป 8
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 291
แค่ 3 กโิ ลเอง กแ็ ค่กัดฟัน สับเท้ารอบหม่บู า้ น 3 รอบ ท�ำไดก้ ช็ นะ
ใสๆ ท�ำไม่ได้ก็ไม่เหน็ เปน็ ไร ลองดูกอ่ นเถอะ เอาเปน็ วา่ เหน่ือยล้า
ตรงไหน กจ็ บตรงน้ัน สัญญา มาจบั มอื กนั แบบลูกผชู้ าย จากน้ัน
ผมพยกั หนา้ แลว้ ไปตอ่ !
จากกิโลเมตรท่ี 5 ถงึ 8 รสู้ กึ เหมือนวิง่ ไป พร้อมกบั คำ� ว่า
“ท�ำไม่ได้เป็นถ่าน ท�ำผ่านเป็นเพชร” นั่นแหละ ผมก�ำลังอยู่ใน
ช่วงวัดใจ จะเอายังไงดี จะเป็นถ่านหรือเพชรดี คงไม่ต้องบอก
หรอกมั้งว่าเพชรกบั ถา่ นต่างกันอยา่ งไร หรอื สมี ันแบบไหน ราคา
ต่างกันเทา่ ใด? ยังไมท่ ันจบ 8 กโิ ลเมตร ผมตดั สนิ ใจไปตอ่ เอาว่ะ
วันน้จี บที่ 10 km.! ให้ได้ แล้วผมก็ท�ำไดจ้ ริงๆ ตกลงวนั นผ้ี มเป็น
เพชรอีกวัน ทำ� ได้ 10.11 กโิ ลเมตร | 1 ชวั่ โมง 4 นาที @ 12 เมษา
2563
292
50
บทสง่ ท้าย
ต้ังแต่วันแรก ปลายกันยาท่ีเร่ิมขยับขาออกว่ิง ว่ิงโดย
ไรค้ วามเชอื่ ม่ันวา่ มนั จะเปล่ยี นแปลงชวี ติ คดิ เสมอวา่ จะวิ่งได้
สกั กนี่ ำ�้ ? การวง่ิ เปน็ อะไรทย่ี าก สงู เกนิ ไขวค่ วา้ และสน้ิ เปลอื ง
เวลาโดยใช่เหตุ กระท่ังตอบตัวเองได้ว่าถ้าคิดจะออกเหง่ือ
“มันมีอะไรใหท้ ำ� บานเบอะ ไปไหนกเ็ ดนิ ไปสิ! ไมก่ ็จัดบ้าน ถู
บา้ น กเ็ หงอื่ บานนะ่ มงึ จะไปวงิ่ ทำ� ไมใหเ้ สยี เวลา อยากไดเ้ หงอ่ื
ไม่ใช่เรอะ?”
ยงั จำ� กา้ วแรกทข่ี ยบั ขาออกจากโลกใบเกา่ แอบถามตวั
เอง “มึงเอาจริงน่ะ?” วูบแรกรู้สึกอายชาวบ้านนิดๆ เพราะ
ชีวติ ผมไมเ่ คยขยบั ขาออกวิ่ง เห็นแต่คนอน่ื ๆ ท่ีเขาวิง่ กนั คณุ
ชำ� นาญ-บา้ นตดิ ๆ กว็ ง่ิ พ่ศี ุภชยั -บา้ นตรงข้ามกว็ ง่ิ ย่ิงพี่ล้ิมไม่
ต้องสาธยาย เพราะคนซอย 9 จะเห็นชายวัยกลางคนอย่างพี่
ลมิ้ ว่งิ เหยาะๆ ทุกวนั เปน็ ทกุ วนั ทผ่ี มหาคำ� ตอบไม่เจอ ว่าแก
294
จะเผลอตัวออกไปวิง่ ท�ำไม-ไดท้ ุกวนั เยอะไปไหม? ขณะที่แม่
เองกเ็ อย่ ชมไมข่ าดปาก ประโยคคนุ้ หู “มงึ ดนู า้ ลม้ิ สิ ขยนั วงิ่ ทกุ
วนั ” จากนน้ั หนั มาดผู มพลางสา่ ยหวั ใหเ้ หน็ จะจะ บางครง้ั กพ็ มึ
พ�ำซง่ึ ๆ หนา้ “มึงมันราตับ!” (*ราตับ หมายถึงขเี้ กียจ ภาษา
ทอ้ งถนิ่ แถวอ�ำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา)
ไม่ต้องมีใครบอกก็รู้เองโดยชอบ นับวันร่างกายย่ิง
เทอะทะ อวบหนา หน้าท้องโค้งงอเหมือนหลังเต่า เสื้อผ้า
อาภรณใ์ สแ่ ลว้ อดึ อดั คบั ตว้ิ ชว่ งไหนทหี่ อบสงั ขารผา่ นสาวๆ ใน
ตกึ กต็ อ้ งขม่ ใจแขมว่ พงุ เวลายนื เดยี วๆ ในลฟิ ต์ จะเพง่ มองตวั
เองผา่ นกระจกก็อดสะทา้ นใจไมไ่ ด้ ‘ดสู ารรูปมึงสิ!’ ถ้ายังด้ือ
ด้านอวดดี ไมค่ ดิ ทำ� อะไรสกั อยา่ ง เชอื่ เถอะวา่ เบาหวานตาม
มาแน่ๆ ไหนจะเสน้ เลอื ดอุดตัน ไหนจะไขมนั ทก่ี �ำลงั พอกตัว
เพิม่ พนู แคค่ ิดก็เสียววาบ จินตนาการเห็นตัวเองลม้ คว�่ำหมด
สติ หัวกระแทกโถสว้ ม
จากนนั้ เหน็ ตวั เองเหมอื นทอ่ นไมไ้ รค้ า่ ทนี่ อนลมื ตาคา้ ง
บนเตยี งในโรงพยาบาล และภาพสดุ ทา้ ยเหน็ คนขา้ งๆ กลุ กี จุ อ
คอยประคบประหงม ทด่ี ยู งั ไงกเ็ หมอื นทอ่ นไมไ้ รช้ วี ติ เอาจรงิ ๆ
ครับคือชักหวาดกลวั กับผลพวงทตี่ ามมา แม้ว่ายังไมเ่ กดิ และ
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 295
แมไ้ มร่ ู้ว่ามันจะเกดิ กับเรารเึ ปล่า? แตเ่ พ่ือนฝูงคนแลว้ คนเลา่
รวมถงึ พสี่ าวรว่ มสายเลอื ด ทต่ี อ้ งเขน็ รา่ งเขา้ โรงพยาบาลเจาะ
กะโหลก ผา่ ตัด เชื่อผมเถอะ มนั ช่างทรมาน
พี่นักวิ่งคนหน่ึงเคยถาม “คิดยังไงถึงออกมาวิ่ง?” ผม
ตอบไปตามความจรงิ เหน็ พ่สี าวปว่ ย ไขมนั อดุ ตัน เสน้ เลือด
แตกในสมอง ต้นสายปลายเหตุมาจากปล่อยปละละเลย ไม่
เคยดูด�ำดูแดงกับสุขภาพตัวเอง เหตุการณ์วันน้ันท�ำให้ผม
‘ตนื่ ’ทันที ตนื่ จากการหลับใหล ต่ืนจากความคดิ วา่ ยังไกลตัว
การเผชญิ หนา้ กับมันตรงๆ สง่ ผลให้ความชะล่าใจหายไปจาก
ชีวิต ผมคิดต้ังแต่นั่งเฝ้าพ่ีสาวข้างเตียงในโรงพยาบาล ถ้าพี่
สาวหายเปน็ ปกติ ซง่ึ ตอนนนั้ หมอบอกวา่ โอกาสหายแทบศนู ย์
เปอร์เซ็นต์ อธิบายง่ายๆ ถ้าหายก็กลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา
ชว่ ยเหลือตัวเองไมไ่ ด้
ได้ยนิ ประโยค “เจ้าหญงิ นทิ รา ชว่ ยเหลอื ตวั เองไม่ได”้
บอกตามตรง เหมือนของมีคมทิ่มแทงหัวใจ นึกภาพอะไรไม่
ออก นอกจากภาพพสี่ าวเป็นเจา้ หญิงนทิ รา โดยมีแม่วัย 80
คอยเช็ดขี้เช็ดเยี่ยว ผมเองคงปรับผังชีวิตขนานใหญ่ หน้าท่ี
การงานก็ตอ้ งครุน่ คดิ หาทางออก บอ่ ยครง้ั ที่นงั่ ส่ายหวั หัวใจ
296
เหมือนโดนบบี นอกจากฝากผีฝากไขไ้ ว้กับหมอ ผมเหลอื ทาง
เลือกสุดท้ายด้วยการคุกเข่ากราบไหว้สิ่งศักด์ิสิทธิ์ ใบหน้า
หมองคล�้ำ เคร่งเครียด ไม่เหลือรูปทรงมวลสารการเป็นเจ้า
หน้าท่ีสถานทูต สารรูปตอนนั้นไม่ต่างอะไรกับคนจรหมอน
หม่ิน หมอว่าน้อยคนนักที่จะกลับมาเป็นปกติ หนึ่งในล้านก็
วา่ ได้ สดุ ทา้ ยฟ้าดนิ ยงั เข้าขา้ ง พส่ี าวผมคือหนงึ่ ในลา้ นที่กลับ
มาเดินเหนิ เหมอื นคนปกติ
บางคนรอด บางคนพิกลพกิ าร ขณะที่บางคนเสียชวี ติ
บรรลุโดยพลันและเริม่ ตั้งค�ำถามใสค่ นในกระจก เม่ือรแู้ นแ่ ก่
ใจถึงผลพวงบ่วงกรรม ถา้ ยงั พิศวาสแนน่ หนักรกั ตัวเอง ก็ควร
ใชป้ ญั ญาไตรต่ รองและหดั ตอบตวั เองชดั ๆ รบั ไดไ้ หมกบั สภาพ
งอ่ ยเปลยี้ เสียแรงแบบนน้ั รบั ไดไ้ หมกบั สภาพนอนน่งิ เหมอื น
ขอนไมไ้ รค้ า่ และรบั ไดไ้ หมกบั รอ้ ยปญั หาทต่ี ามมาตดิ ๆ จรงิ ๆ
น่ะ บางทกี อ็ ดประหลาดใจไม่ได้ ประหลาดใจทเ่ี ราๆ ท่านๆ
เลือกใช้ชวี ิตสมุ่ เส่ยี ง ปล่อยใหช้ วี ิตเพล้ยี งพล�้ำ ขาดการยับยง้ั
ช่ังใจจนคำ� วา่ สายเกนิ ไปกอ้ งในหัว
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 297
นบั เวลาก็ปาเข้าไป 7 เดอื นกวา่ ที่ผมก้าวขาออกจาก
โลกใบเก่า โลกที่เคยปักหลักยึดม่ันถือม่ันว่ามึงไม่มีทางท�ำได้
โดยเฉพาะการสับขาออกไปวิ่งอย่างท่ีชาวบ้านเขาท�ำกัน
เพราะมนั เหนอื่ ยลา้ จะตายชกั ! ไมม่ วี นั ทจ่ี ะทำ� แบบนน้ั แน่ และ
เป็นโลกใบเก่าท่ีเอาแต่ลากสังขารผ่านประตูโรงพยาบาลเป็น
ว่าเล่น ผ่านเคาน์เตอร์ยื่นบัตร ผ่านการช่ังน�้ำหนัก ผ่านการ
ซักประวตั ิ ผ่านฉากเดิมๆ ที่เดนิ เข้าหอ้ ง ยกมือสวัสดีคุณหมอ
ผา่ นการรอรับยาหลากสที ่ีบรรจใุ นซองพลาสตคิ
เม่ือมองย้อนกลับไปอีกทีก็มีแต่ค�ำถาม “ผมปล่อยให้
ความเจ็บไข้ได้ป่วยชนิดน้ัน มารุมเร้าแทะสังขารขนาดนั้น
ได้อย่างไร?” เป็นค�ำถามที่เกิดขึ้นในวันท่ีผมเลือกยืนหยัดใน
โลกใบใหม่ โลกท่ีท�ำให้โรคภัยไข้เจ็บออดๆ แอดๆ หายเป็น
ปลิดทิ้ง 7 เดือนกว่าท่ีโรคภัยไข้เจ็บไม่เคยกร�ำกรายถามหา
อยากขอบคณุ เยน็ วนั นน้ั ทคี่ ดิ ขยบั ขาออกไปวงิ่ ไมอ่ ยากเชอ่ื วา่
กา้ วแรกทข่ี ยบั ไปขา้ งหน้า จะพาผมไปสูโ่ ลกใบใหม่ ไปสมั ผสั
กับอะไรบางอย่างท่ีท�ำให้รู้ว่า การออกก�ำลังกายไม่ใช่แค่รีด
เหงอ่ื ใหอ้ อกจากรา่ ง มนั แตกตา่ งและหา่ งชน้ั กวา่ นนั้ เยอะ โดย
เฉพาะหา่ งชน้ั จากความคดิ ทเี่ คยคดิ วา่ ถา้ อยากไดเ้ หงอื่ “...มนั
มอี ะไรใหท้ ำ� บานเบอะ ไปไหนก็เดินไปส!ิ ไม่กจ็ ดั บา้ น ถูบ้าน
298
ก็เหงอื่ บานน่ะมงึ ...จะไปว่ิงทำ� ไมให้เสียเวลา...”
มาถึงวันน้ี ไม่ต้องออกว่ิงชิงเหรียญ ผมก็ได้เหรียญ
รางวลั มาห้อยคออยู่ 2 เหรยี ญ เหรียญแรก, หนา้ ทอ้ งพงุ พลุ้ย
ยุบหาย กับเหรียญที่สอง, ป่วยไข้หายเกล้ียง ขอบคุณหัวใจ
ดวงที่ชื่อว่าท�ำได้ ที่มันไม่ยอมหลงเชื่อใจอีกดวงท่ีชื่อว่าท�ำ
ไม่ได้ การว่ิงสอนให้รู้ว่าในร่างกายคนเรา มีสองข้ัวอยู่ในร่าง
เสมอ อยู่ที่เราจะเลือกคบหาระหว่างขั้วที่บอกกับเราว่ามัน
ต้องเปล่ยี นได้สิ! กบั ขัว้ ท่ที �ำให้เราเชื่อวา่ ไมม่ ีทางเปล่ียนได้!
ผมเรมิ่ ตน้ ขยบั ขาออกวงิ่ ดว้ ยความรสู้ กึ วา่ จะทำ� ไดส้ กั กี่
นำ้� แตเ่ อาเถอะ สกั นำ้� กย็ งั ดี ขเี้ กยี จตอนไหน กค็ ดิ ถงึ ความปว่ ย
ไข้ที่รอเขมอื บ ร่างกายใช่วา่ เราควบคมุ มนั ไดท้ ั้งหมด รา่ งแห
แห่งหายนะรอเราอยู่เสมอ เผลอเม่ือไหร่อาจล้มคว�่ำหมดสติ
ตอกยำ้� ตวั เองบอ่ ยๆ ‘อว้ นคอื โรครา้ ยชนดิ หนงึ่ ’ การตนื่ รชู้ ว่ ย
ให้เราไมป่ ระมาท มีคนเคยแย้ง “อะไรจะเกิด มันกต็ ้องเกดิ ”
ใช่ อะไรจะเกดิ กต็ อ้ งเกิด ผมไมป่ ฏิเสธ แต่ใชห่ รอื เปลา่ วา่ เรา
ปดิ หรือระงับการเกดิ สิ่งนนั้ ได้
ของบางอยา่ ง ถามหน่อยสิ, ท�ำไมต้องปล่อยใหม้ นั เกดิ
ควบคมุ ได้ ทำ� ไมไมค่ วบคมุ คดิ ถงึ ประโยคหนงึ่ “ปอ้ งกนั ทำ� งา่ ย
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 299