เฝ้าไข้อยู่ข้างเตียงแม่ เขาเหมือนคิดอะไรได้ ก็เร่ิมเคาะแป้น
พิมพ์ใส่โน้ตบุ้คอยขู่ า้ งเตียงแม่ แลว้ นยิ ายที่เขาเขียนเพอ่ื แม่ก็
เรมิ่ ตน้ ขึ้น เขาเขียนอย่างมคี วามสุข วาดหวังถึงวันทแี่ มฟ่ ้ืนไข้
จากอาการป่วย ก็จะได้อ่านนิยายที่ลูกเขียนถึงแม่ ทุกคร้ังท่ี
แม่ทรุด แมจ้ ะหนกั ขนาดไหน แมก่ จ็ ะฟื้นตื่นขน้ึ มาเดินเหนิ ได้
แตค่ ราวนแ้ี มห่ ลับชว่ั นริ นั ดร์ แม่ไม่ฟื้นเหมือนแต่ก่อน นยิ าย
ที่เขาเขียนเสร็จแม่ไม่ได้อ่าน เขาตั้งช่ือนิยายเล่มน้ันว่า
“เมื่อแม่ตื่น” เพราะคาดหวังว่าหากแม่ตื่นจากการป่วยไข้
เขาจะยนื่ นิยายเลม่ น้ีให้แมอ่ ่านเป็นคนแรกๆ มนั คือความสขุ
ของคนเป็นลูก ลูกท่ีได้เขยี นเร่อื งราวของแม ่
50
8
เอาตอ่ หรอื พอแล้ว
สารภาพตามตรงคงรักมันแล้วล่ะ ไม่แน่ใจว่าเต็มร้อย
รเึ ปล่า แต่ความรูส้ ึกว่าวงิ่ เปน็ กีฬาชนดิ แรกๆ และชนดิ เดยี ว
ที่ผมเกถิบตัวเข้าใกล้มากสุด กีฬาย่ีห้ออื่นๆ แทบไม่รู้
รายละเอียด แม้แต่ฟุตบอลท่ีคนค่อนโลกคลั่งไคล้ ก็ไม่รู้ว่า
กองหน้า กองกลาง และกองหลังท�ำหน้าที่อะไร เคยเล่น
ฟุตบอลตอนอยู่ ป.5 แต่ลลี าไมเ่ ขา้ ตาครู เลยถกู คัดออกจาก
สนาม น่ีนา่ จะเปน็ ‘หลกั จารกึ แรกๆ’ ทเี่ ม่ือนกึ ยอ้ นไปตอน
ไหน ก็ให้รู้สกึ ว่ากีฬากบั ผมคงไร้วาสนาต่อกนั
เช้าเมื่อวาน ผมขับรถไปสวนพุทธ จอดรถเสร็จก็นั่งดู
คน ทว่ี งิ่ ผา่ นไปมาพลางพมึ พำ� “ไมน่ า่ เลย” ใช่ ไมน่ า่ เลย กำ� ลงั
ไปได้สวยก็มาตายน้�ำต้ืน วิ่งแค่เดือนสองเดือนก็มาเจ็บเข่า
(เข่าอักเสบ) จะโดยชะล่าใจ ประมาทเลินเล่อหรือเผลอเรอ
มองขา้ มคำ� แนะนำ� กแ็ กล้ ำ� อะไรไม่ไดแ้ ลว้ ล่ะ ตอนนี้รกั ษาเข่า
ใหห้ าย จากนน้ั คอ่ ยว่ากนั ใหม่ กระนนั้ กย็ ังเปรยกบั คนใกล้ตัว
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 51
โชคดีท่ีการบาดเจ็บมันพ้นจุดนั้นมาแล้ว จุดที่ผมเรียกว่า
ระหวา่ งความเปน็ ไปได้กบั ความเปน็ ไปไม่ได้
พอเป็นไปได้ การว่ิงกลายเป็นส่ิงที่ชอบ ระยะเริ่มต้น
อาจยากสักหน่อย พดู ง่ายๆ กเ็ กือบท้อเหมือนกัน ท�ำไมจะจำ�
นาทแี รกๆ ไมไ่ ด้ วงิ่ แคค่ รง่ึ กโิ ลเมตร กป็ วดเหมอ่ื ยเคลด็ ขดั ยอก
วิ่งหอบตัวโยน จนมาถึงวันท่ีว่ิงโดยไม่เหน่ือยมาก เม่ือวาน,
ความรู้สึกข้าวใหม่ปลามัน ยังตามย่ัวยวน จึงข่มใจลงว่ิงช้าๆ
ได้ 3 กิโล รูว้ า่ มันไม่ควร แต่กอ็ ดใจไมไ่ ด้จรงิ ๆ นแ่ี หละถึงกลา้
เขยี นบรรทดั แรกๆ “... สารภาพตามตรง คงรักมันแล้วละ่ ...”
นักเขียนที่คาดว่าน่าจะดัง (ห๋ึย?!?) เดินกะโผลกกะเผลก
เข้าห้องตรวจ หมอหนุ่มถาม “ไปโดนอะไรมา?” ผมเล่าไป
ตามจรงิ “วง่ิ ครบั หมอ” วง่ิ นานยงั หมอถาม ไมน่ านครบั เรมิ่ จรงิ ๆ
ก็กลางเดือนตุลาคม ลงหนักๆ ก็ปลายเดือน หมอมองหน้า
ผมวา่ ต่อ “ลงวง่ิ แทบทกุ วนั วันละสี่ห้ากโิ ล มากสดุ สิบสองกิโล”
หมอครางโหต้ าลกุ วาว พลางเออ้ื มมือมาจับหวั เข่า กดนว้ิ ชีแ้ รงๆ
แล้วถาม “ตรงน้ีเจ็บไหม?” ผมพยักหน้า ตรงนี้ล่ะ? ผมลังเล
หมอเลอ่ื นนว้ิ แลว้ ถามตำ� แหนง่ ใชๆ่ ตรงนแ้ี หละ ผมยนื ยนั จากนนั้
52
หมอเล่าว่า สาเหตุเบื้องต้นคนเจ็บเข่า มีหลายสาเหตุ ว่ิงก็เป็น
เหตุผลหนึ่ง ออกจากหอ้ งตรวจ มานั่งรอรบั ยา ถอนหายใจเฮือก
นึกถงึ ประโยค “อยดู่ ีไมว่ า่ ดี มงึ กเ็ ปน็ ซะ่ อยา่ งนีแ้ หละ” เพ่ือนเคย
วา่ “นกึ จะท�ำอะไร ก็เทใจจริงจงั ไปเสียหมด!”
ยังอยู่ในช่วง “ซ่อมบ�ำรุง” ค�่ำวาน, คุยกับพ่ีขจรฤทธ์ิ
อดตี นกั มวยทหี่ นั มาวงิ่ ชวี ติ วยั กลางคนของแกมอี ะไรใหน้ า่ ตดิ ตาม
ผมแวะไปอา่ นงานวงิ่ ของแกไมข่ าด จนปรารถนาลกึ ๆ สกั วนั จะวง่ิ
ให้ได้ ไม่น่าเชอ่ื สกั วันจะใชเ้ วลานานเหลือเกิน กะอีแค่วง่ิ คำ� สั้นๆ
แต่มันเรียกร้องเร่ยี วแรงมหึมา กว่าผมจะออกว่ิงตอ้ งมสี ง่ิ ผลักดนั
หลักๆ 3 ข้อ (ขอย้�ำอีกหน คนอ่านอย่าเพ่ิงเบื่อน่ะ) ข้อแรก
เสอ้ื ผา้ ใสแ่ ลว้ อดึ อดั คบั เนอ้ื สอง เปน็ โรคหวดั โรคไอบอ่ ยเหลอื เกนิ
เรยี กไดว้ า่ เปน็ ประจำ� นา่ รำ� คาญ เปน็ ทกุ เดอื น! ไมเ่ ชอ่ื กเ็ ชค็ ประวตั ิ
จากโรงพยาบาลได้เลย มีแตโ่ รคไอ โรคหวดั ยาวเฟ้อื ย
และสุดทา้ ย สาม เพราะพ่ีสาวมาล้มป่วยด้วยสาเหตงุ า่ ยๆ
นน่ั คอื ไขมัน ความดนั และเสน้ เลือดตีบตัน (จนแตก!) เม่ือสำ� รวจ
ตรวจสอบ ผมไมก่ ลา้ ปลอบตวั เอง “เอานา่ ไดอ้ ย”ู่ ยงิ่ เมอ่ื รวู้ า่ การ
วิ่งมันช่วยบรรเทาโรครา้ ยๆ เหลา่ นนั้ ได้ ง่ายๆ ครับ “แล้วจะรอ
อะไร?” ความกลวั กลายเป็นพายุบแุ คมท่ที รงพลัง ทำ� ได้ ท�ำเลย
ดกี วา่ จะรอใหซ้ วนเซเขา่ ทรดุ แลว้ คอ่ ยตนื่ ตวั อกสน่ั มนั คงไมด่ แี น่
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 53
นับจากน้ันผมก็ถีบตัวออกวิ่ง ค�ำว่านับจากน้ันฟังดูเหมือนนาน
เปล่าครับ ผมตัดสนิ ใจฉับพลันเอาเม่ือตน้ เดอื นตุลาคมนเ่ี อง
วงิ่ ดว้ ยความแค้นลว้ นๆ แคน้ ไขมัน แค้นความอดึ อดั มีแต่
คำ� วา่ ต้องเปล่ียนแปลงตวั เองใหไ้ ด้ ความแค้นเผาไหม้ ควันโขมง
เหนอื่ ยลา้ ตอนไหน กใ็ ชม้ อื ตบพงุ พงุ ยอ้ ยรปู ทรงกน้ กระทะ ทำ� ลาย
ความสง่าไปเยอะทีเดียว จึงแม่นม่ัน วิ่งเท่านั้นท่ีจะช่วยให้หาย
จากการตื่นกลัว หวั ใจผมชุ่มโชกไปด้วยความหวัง จากน้ันเหน็ ตวั
เองซ้อมวิ่งทุกวัน ย่ิงมารู้เห็นว่าการวิ่งเป็นพฤติกรรมท่ีท�ำบ่อยๆ
แล้วติดน่ะ ใครหลายคนว่าไว้ จริงเท็จไม่รู้ ผมลงมือพิสูจน์เลย
ได้แตค่ ดิ “เอาใหต้ ดิ ให้ได!้ ” จัดระเบยี บว่งิ ให้เหมอื นการตามตอ้ื
จบี สาว ต้องหมั่นเทียวมาเทยี วไป
ได้ผลแฮะ ข้ามเดือนแค่สามสี่วัน ผมเข่าทรุดทันตาเห็น
(ฮา!) เขา่ ทรดุ บอบช�้ำ กลายเปน็ ค�ำสอนที่ทรงพลงั เพ่ือนฝูงเห็น
ผมว่ิงแล้วตกใจ ส่งเสียงทัก ห้ามปรามพลวัน ว่าให้เพลาๆ อายุ
ก็ใช่น้อยๆ แล้วน่ะ ผมรับฟัง แต่ความเคียดแค้นต่อไขมัน มันมี
มากกวา่ นาทที ผี่ มทะยานผา่ นเสน้ แบง่ ระหวา่ งเอาตอ่ หรอื พอแลว้
เป็นชนวนชวนให้ผมฮึกเหิมคึกคัก ราวกับค้นพบเคล็ดวิชาการ
ท�ำลายล้าง ผมจะล้างให้หมด! ล้างไขมัน! ล้างความป่วยไข้!
ล้างค�ำว่าเจา้ เนื้อ! ล้างคำ� วา่ ไมม่ ีทางท�ำได้! แตล่ ะก้าวมันจึงพสิ ูจน์
54
ค�ำว่าเอาจริงรึเปล่า ผมจึงทุ่มเทเต็มฝีเท้า เพื่อให้ก้าวแต่ละก้าว
เปน็ ตัวยืนยนั “ฉนั ทำ� ได!้ ”
แค่ประโยคส้ันๆ ที่อดีตนักมวยคนตรงเมืองตรังแวะมา
ทักทาย “เข่าหายดีรึยัง?” ถึงกับท�ำให้เช้าวันนี้ ผมน่ังถามเข่า
เงยี บๆ “มึงพรอ้ มรึยงั !?!”
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 55
9
เคลด็ วิชา
คิดๆ ดู ผมว่าชีวิตมันมชี ว่ ง มันมจี งั หวะ มนั มีฤดกู าล
จ�ำเพาะให้เราเคราะห์หามยามร้ายกันอย่างเท่าเทียม ผมคิด
จากวงจรชีวิตท่ีจู่ๆ วันหนึ่งก็หักดิบพฤติกรรมเดิมๆ จากนั้น
ออกไปว่ิง ถึงขั้นเดียดฉนั ทก์ ารผลดั วันประกันพรุ่งขึ้นมาดือ้ ๆ
หลังพักรักษาเขา่ สามสปั ดาห์ เว้าซ่ือๆ วา่ เจ็บกระดองใจ ท่มี า
พลาดทา่ ปราชยั ใหก้ บั การปวดเขา่ เจบ็ ขา มนั ไมน่ า่ เกดิ ใช่ มนั
ไมน่ า่ เลย เหตกุ ารณค์ รง้ั นมี้ บี ทสรปุ งา่ ยๆ เกดิ จากความมกั งา่ ย
ล้วนๆ มักง่ายเพราะคิดไปว่า กะอีแค่การวิ่งมันคงไม่มีอะไร
สลบั ซบั ซอ้ นซอ่ นเงื่อน
เชา้ วนั อาทติ ยท์ ี่ 17 พฤศจกิ ายน ผมตดั สนิ ใจไปสวนพทุ ธ
จอดรถเสร็จ ก็ออกมายืนเตร่ดูคนออกก�ำลังกาย หลายคน
ก�ำลังสับขาว่ิงผ่านไป อากาศปลอดโปร่ง แสงแรกก�ำลังแต้ม
ขอบฟา้ สวนพุทธกำ� ลังเปน็ ท่ีรองรับ ผรู้ ู้ ผู้ต่ืน ผ้เู บิกบาน ดูสิ
แตล่ ะคนเหมอื นกำ� ลงั เขา้ ถงึ ความเปน็ พทุ ธะ ใบหนา้ แตล่ ะคน
56
มีแต่ความเบิกบาน ผมใช้มือลูบหวั เข่า ตบเบาๆ อาการปวดๆ
เสียวๆ ยังมีให้เห็น ผมมีค�ำถามคาใจ ไอ้การปวดแปลบ
เสียวเข่า เอาจริงๆ มันเกิดจากกระบวนการปรับร่างกายท่ี
เมื่อคนใดคนหนึ่งออกมายืดเส้นยืดสาย ก็ต้องได้ ‘บทเรียน’
กลบั ไป ไมม่ ากก็นอ้ ย
สง่ิ ใหมๆ่ เกดิ ขนึ้ นน่ั คอื ผมใชเ้ วลาสบิ กวา่ นาทเี พอื่ วอรม์
ร่างกาย เริ่มเคร่งครัดกับการวอร์มอัพมากขึ้น ตอนหยุดพัก
รกั ษาเขา่ ผมใชเ้ วลาวา่ งๆ ดคู ลปิ จากยทู ปู ทถ่ี า่ ยทอดเรอ่ื งราว
การวิง่ ข้นั ตอนพน้ื ฐาน การวอรม์ รา่ งกายท่ีถูกตอ้ ง ตลอดจน
ท่าวิง่ ทค่ี วรวางเทา้ ประมาณไหน ถึงจะเหมาะ รวมถึงน�ำ้ หนกั
การทง้ิ ตวั ระยะการดดี ขอ้ เทา้ ทช่ี ว่ ยใหเ้ ซฟแรง ฯลฯ เมอ่ื ลงลกึ
ก็เห็นรายละเอียดปลีกย่อย ท่ีนักว่ิงเท้าใหม่ควรตระหนัก
แหละนน่ั กท็ ำ� ใหร้ วู้ า่ ทผ่ี า่ นมาผมพลาดพรอ่ งตรงไหน แมค้ ลปิ
วงิ่ จากยทู ปู จะกำ� ชบั วา่ ทว่ งทา่ และวธิ กี ารวงิ่ ของแตล่ ะคนแตก
ตา่ งกนั แตห่ ลกั สำ� คญั ขน้ั พน้ื ฐานลว้ นคลา้ ยๆ กนั ไมป่ ฏเิ สธวา่
ช่ัวโมงน้ีผมเร่ิมรชู้ ัน้ เชิงเคล็ดวชิ ามากข้นึ
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 57
เชา้ วนั อาทติ ยท์ ผ่ี า่ นมา หลงั วง่ิ จบรอบแรก 2 กโิ ลเมตรกวา่ ๆ
ก็ช่ังใจจะเอาต่ออีกรอบ, ดีไหม ผมกลายเป็นมนุษย์ท่ีชอบ
ตั้งคำ� ถาม ไม่รู้วา่ คนอน่ื ๆ จะรู้สกึ เหมือนกนั รเึ ปลา่ คอื ถา้ วิง่ ก็ต้อง
ลากขาใหค้ รบรอบ จะมาโยนผ้าขาวถอดใจระหวา่ งทาง มันไมใ่ ช่
สวนพุทธบน google map แสดงให้เห็นเส้นทางวิ่งเป็น
รปู วงกลม ผมวงิ่ พลางคดิ ถา้ ไปตอ่ กต็ อ้ งเอาใหจ้ บ เอาแคค่ รงึ่ ทาง
ทำ� คาราคาซงั มนั คาใจ สดุ ทา้ ยไดข้ อ้ สรปุ – ไปตอ่ หวั เขา่ เจา้ กรรม
ยังมีเสียวๆ อยู่บ้าง เคยถามพี่ขจรฤทธิ์ถึงอาการปวดเข่า แกว่า
อย่าหักโหมให้มาก ก่อนเปรยทิ้งท้าย “อาการปวดแสบเจ็บเข่า
พี่เจอมาหมดแล้ว” มันช่วยให้เข้าใจอะไรง่ายข้ึน อย่างน้อยๆ
ทุกการเปลยี่ นแปลง ทุกการเปล่ียนผ่าน ย่อมมี ‘งานเข้า’ อยา่ ง
ไม่ต้องสงสัย อยู่ท่เี ราจะรบั มือผ่อนปรน แก้ไขหรือเปล่า?
อุปสรรคถ้าจะว่าไป มันก็เหมือน‘ตัวช่วย’ คือช่วยตรวจ
สอบว่าเราชอบส่ิงนนั้ จริงรเึ ปล่า ถ้าแค่วูบวาบหวนั่ ไหว มันกง็ ่าย
ที่จะสลัดท้ิง แล้วหันหลังหมดใจ การพุงเป้ามุ่งมั่นไปข้างหน้า
ก�ำลังบอกผมว่า “มึงเอาจริง!” ไม่ใช่แฟชั่นหลอกตาระยะส้ันๆ
กลับมาว่ิงรอบนี้ ผมเหมือนเด็กดื้อที่ได้บทเรียนราคาแพง หา่ งไป
สามอาทติ ย์ ทำ� เอาหอบเหมอื นกนั สำ� หรบั ผม, ระยะวดั ใจมกั เปน็
กโิ ลเมตรท่ี 1-2 หากขม่ ใจผา่ นได้ ระยะท่เี หลอื ไม่ใชป่ ัญหา
58
เมอื่ ผ่านรอบแรกไปได้ โดยไม่รู้สกึ วา่ แข้งขาอ่อนแรง หรือ
เจ็บเข่าให้ระบมอมทุกข์ ผมก็ ‘จัดทรง’ให้เข้าที่เข้าทาง ‘ทรง’
ที่ว่าก็คือ ลมหายใจต้องสอดรับกับจังหวะการเคลื่อนตัว
หลังทดลองทุกรูปแบบ (ซึ่งการทดลอง ผมว่ามันจ�ำเป็นส�ำหรับ
เทา้ ใหมห่ ดั วงิ่ เพราะคณุ ตอ้ งศกึ ษาจงั หวะจะโคน ไมม่ ที างทรี่ ะบบ
ร่างกายของคุณจะเหมือนของเขาหรือของใคร พูดให้ชัด คือหา
จังหวะตัวเองให้เจอ เจอเร็วก็ช่วยให้ผลประกอบการวิ่งของคุณ
เคล่ือนไหวกระฉับกระเฉง ซึ่งแน่นอน มันก็ช่วยให้ระยะการวิ่ง
เป็นส่ิงรื่นรมย์ ไม่ขมฝาดบาดคออีกต่อไป แหละเช้าวันอาทิตย์
ท่ี 17 ผมมว้ นขาจบเกมด้วยระยะเวลา 53.28 นาที กนิ ไป 7.64
กโิ ลเมตร เปน็ การกลบั มาทนี่ า่ ทงึ่ พงึ ใจ อยา่ งนอ้ ยๆ อาการปวดเขา่
กไ็ มก่ ำ� เริบเสบิ สาน
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 59
เย็นวันจันทร์ ผมดันร่างอวบๆ ให้พุ่งทะยานไป
ข้างหน้าส�าเร็จ และเก็บผลประกอบการท่ีโชว์
‘รายรับ’ 7.35 กโิ ลเมตรเขา้ กระเป๋า รายรบั ที่ไม่ได้
ลอยมาจากอากาศ แต่เป็น ‘ร า ย รั บ’ ทีต่ ้องเอา
‘เท้าเข้าแลก!’
60
10
ตอ้ ง ’เอาเท้าเข้าแลก’
เย็นวันจันทร์-หลังเลิกงาน, ถึงบ้านยามโพล้เพล้
ไม่ได้คิดอยากว่ิง ท�ำงานมาก็เหนื่อย ห้อยโหนรถเมล์มาก็ล้า
แต่เหมือนมีแรงส่งเสริมอยู่ภายใน การวิ่งกลายเป็นเหรียญ
กลา้ หาญ ทเ่ี มอ่ื ไดว้ ง่ิ และหากยง่ิ จบตามระยะทางทก่ี ำ� หนดไว้
มันกลายเป็นความภูมิใจ ซึ่งแน่ล่ะ กว่าจะได้มาก็ต้องห�้ำห่ัน
เสียเหงื่อไม่รู้เท่าไหร่ โดยเฉพาะคนอย่างผม ท่ียังเท้าใหม่
หดั วง่ิ จรงิ ๆ คอื ยงั ไมป่ ระสปี ระสาดว้ ยซำ�้ แตก่ ลา้ บอกเพอ่ื นๆ
โดยเฉพาะ‘คนที่ยังลังเล’ การวิ่งเป็นอะไรท่ีต้องใช้ความ
กลา้ หาญ ผมผ่านความขขี้ ลาดตาขาวมานกั ตอ่ นัก มันเหมือน
หลักประหาร เหมือนปราการขวางก้ันที่ท�ำให้ขวัญดีๆ
กระเจิดกระเจิง นานแล้วท่ีเคยออกว่ิง เหยาะแหยะนิดๆ
หน่อยๆ ก็เหนื่อยหอบ จากน้ันเดนิ คอตกเขา้ บ้าน
การวงิ่ ของผมทคี่ นขา้ งๆ โดยเฉพาะแมท่ ชี่ อบเสยี ดแทง
ตรงๆ “ไอ้พวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ” ไม่ได้รู้ความหมายลึกซ้ึง
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 61
ตอ่ ประโยคทแี่ มว่ า่ แตเ่ ชอื่ มน่ั มนั ตอ้ งหมายถงึ ‘มงึ ไมเ่ อาไหน!’
จำ� ไดว้ า่ วนั แรกๆ ทเี่ รม่ิ วง่ิ ผมเรยี กมนั วา่ ระยะฟกั ตวั บอกตรงๆ
โคตรทรมาน ปากแห้ง ใจสั่น ขาล้า อ่อนแรง เหน่ือยหอบ
ทุกอย่างประเดประดัง ชวนให้ล่าถอยวางมือ จึงบอกไงว่า
การวิ่ง (ส�ำหรับผม) ต้องใช้ความกล้าในระดับที่มากพอ
เพราะขืนไม่มากพอก็อย่าหวังถึงความส�ำเร็จ! พอพ้นระยะ
ฟักตัว ซ่ึงกว่าจะผ่านมาได้ แม่เจ้าประคุณเอ๋ย ความรู้สึก
ณ ตอนนั้นแทบส�ำลัก กี่เหตุผลก่ีแรงฮึด ท่ีผมเอามาหักล้าง
การใฝ่ต�่ำ วางมือเถอะ ยอมเถอะ ถอยออกมา แล้วกลับไป
ทีน่ น่ั ร้านกินดมื่ บรรยากาศดๆี มีของงามๆ ให้ชม้ายชายตา
เยน็ วนั จนั ทร์ ผมดนั รา่ งอวบๆ ใหพ้ งุ่ ทะยานไปขา้ งหนา้
สำ� เรจ็ และเกบ็ ผลประกอบการทโ่ี ชว‘์ รายรบั ’ 7.35 กโิ ลเมตร
เขา้ กระเปา๋ รายรบั ทไี่ มไ่ ดล้ อยมาจากอากาศแตเ่ ปน็ ‘ร า ย รั บ’
ทตี่ ้องเอา‘เท้าเข้าแลก!’
“ไม่แน่ใจว่ามันเกี่ยวข้องกันรึเปล่า?” เท่าท่ีสังเกต
พบว่ามีเพื่อนหลายคนถาม “วิ่งเร็วไปรึเปล่า?” ผมเองก็ไม่รู้
หรอกว่าวิ่งเร็วหรือช้ามันดูตรงไหน แต่เอาเป็นว่าทุกคนห่วง
62
รวมความแล้วคือช้าๆ หน่อย เร็ว แรง มากไป เด๋ียวก็เด้ียง
หรอก คนห่วง คนรกั ใครบา้ งไมช่ อบ เห็นคนทักทว้ งแบบนี้
ก็มบี ้างท่ีตง้ั คำ� ถาม ประมาณไหนถึงจะเรยี กว่าชา้ ?
ผมเรมิ่ ตน้ โปรยประโยคแรกวา่ “ไมแ่ นใ่ จวา่ มนั เกยี่ วขอ้ ง
กนั รเึ ปลา่ ?” ดว้ ยผมเปน็ คนเดนิ เรว็ ตงั้ แตไ่ หนแตไ่ ร พฤตกิ รรม
เดินเรว็ คงได้รบั อทิ ธพิ ลจากแม่ ในวัยที่เพงิ่ ผ่านค�ำว่าแบเบาะ
มาหยกๆ กพ็ บตวั เองเดินตามหลงั แม่ไป ‘ควน’ บางคืนต้อง
ตน่ื ตสี อง ตีสาม เพอื่ ตามไปกรีดยาง ความอตั คัดขัดสนทำ� ให้
แม่ไมม่ ยี านพาหนะเหมือนคนอื่นๆ ไม่มรี ถถบี ไม่มรี ถเคร่อื ง
เราจงึ เดนิ เทา้ เขา้ ปา่ ฝา่ ดง ตรงนมี้ งั้ ทที่ ำ� ใหผ้ มกลายเปน็
คนเดนิ เรว็ เดนิ เรว็ เพอื่ ใหท้ นั แม่ บอ่ ยครง้ั ทเ่ี หมอื นกง่ึ เดนิ กง่ึ วงิ่
ยง่ิ มดื ๆ คำ�่ ๆ กย็ งิ่ ทำ� ใหก้ ลวั ผสี างนางไม้ มนั จงึ ไมม่ เี หตผุ ลทจี่ ะ
เออ้ ระเหยเดนิ ช้า ระยะทางจากบ้านไปสวนยาง 4 กโิ ลเมตร
กวา่ ๆ ถนนลกู รงั ทหี่ นิ บางกอ้ นกแ็ หลมคมจนตอ้ งระแวดระวงั
แสง ‘ตะเกียงฉอด’ เหนือหัวแม่ก็สว่างไม่มาก ผมเดินตาม
หลังแม่ต้อยๆ ตามอยู่แบบนี้ไม่ใช่แค่วันสองวัน แต่เป็นปีๆ
คร่าวๆ ก็ห้าปีกว่า นี่รึเปล่าที่ท�ำให้เด็กชายคนหนึ่ง ได้รับ
เน้อื เย่อื ทเี่ อือ้ ให้ร่างกายกลายเป็นคนเดินช้าไม่เป็น!?!
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 63
อีกเหตุผลง่ายๆ ท่ีออกว่ิง คืออ่านเจอข้อเขียนคุณ
อาณรุ กั ษ์ ยอ้ ยชว่ ง แกวา่ ตงั้ แตว่ งิ่ จรงิ ๆ จงั ๆ โรคภยั ไขเ้ จบ็ หาย
เกลยี้ ง โดยเฉพาะไขห้ วดั ไอ เจบ็ คอ (อา่ นจบกง็ มึ งำ� ใหม้ นั จรงิ
ทเี ถดิ ) เคยบอกกนั แลว้ จำ� ไดใ้ ชไ่ หม ผมไขห้ วดั ไอ ออดๆ แอดๆ
มาตลอด ชนิดท่ีเดือนชนเดือนกันเลยทีเดียว เริ่มใจช่ืนเมื่อ
พบวา่ ตงั้ แตต่ ลุ าคมจนถงึ วนั นี้ ยงั ไมม่ อี าการสำ� ออยหรอื เจบ็ ไข้
ไดป้ ่วยใหเ้ ห็น วนั แรกๆ ทเ่ี ปล่ยี นเสื้อผา้ สวมรองเท้าเพ่อื ออก
ไปวิ่ง เป็นอะไรที่ยาก ย่ิงคนที่กีฬาทุกประเภทไม่เคยแตะ
ว่งิ เบาๆ แค่ซอยนัน้ ทะลซุ อยน้ี ไม่ก่นี าทกี ็เหนอ่ื ยหอบ
วันนีม้ าวง่ิ ที่สวนพทุ ธ ต้ังใจแค่ 8 กโิ ลเมตร เพราะ 8
กิโลเมตร จะใช้เวลาประมาณ 45-50 นาที อย่างที่รู้ว่าการ
ออกก�ำลังกาย ถ้าจะให้เห็นผลผู้เชี่ยวชาญบอกว่าอย่างต่�ำ
ตอ้ ง 45 นาที จงึ คำ� นวณง่ายๆ ด้วยการประเมินระยะทางว่า
สวนพุทธ หากว่ิงเปน็ รปู วงกลมก็จะ 2 กิโลเมตรกว่าๆ คดิ ต่อ
ไปอกี วา่ แล้วรอบหนงึ่ ๆ ใช้เวลากนี่ าที ผมคอ่ ยๆ ว่งิ ไมเ่ ร่งรบี
อะไรมาก เคลอื่ นไหวแบบสบายๆ คำ� แนะนำ� บางคนทบี่ อกวา่
พยายามวงิ่ ใหม้ คี วามสขุ อยา่ วงิ่ ทร่ี สู้ กึ ทกุ ขห์ รอื ทรมาน มนั จะ
64
ไมส่ นกุ วันพฤหัสที่ผ่านมา ผมวิ่งที่สวนลุมได้ 8 กิโลเมตรเศษ
ต้องว่ิง 3 รอบจึงจะได้ตามก�ำหนด เรียกได้ว่าทั้งระยะเวลา
ทัง้ ระยะทางจะพอดบิ พอดี วนั น้ีจึงตงั้ ใจ อยา่ งน้อยๆ ขอสกั
8 กิโลเมตร
แต่เม่อื วงิ่ ไป ระยะทางท่ีสวนพุทธ มนั ตอ้ งวนรอบที่ 4
ถึงจะได้ 8 กโิ ลเมตร กวา่ จะแตะ 8 กิโลเมตรก็ลอ่ ไปเกือบครึง่
จงึ คดิ วา่ ไหนๆ กไ็ หนๆ ไปตอ่ ใหค้ รบรอบดกี วา่ นน่ั คอื ทมี่ าของ
ระยะทาง 10.32 กโิ ลเมตร ในเวลา 1 ชวั่ โมงกับอกี 10 นาที
32 วนิ าที เมือ่ จบภารกจิ ขณะพกั เหนือ่ ย ผมถามตัวเองเบาๆ
มาถึงตอนนี้ถือว่าติดลมบนรึยัง? ยังไม่กล้าฟันธงถึงข้ันนั้น
ข้นั ท่ีวา่ ‘ติดว่ิงแลว้ จริงๆ ’
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 65
11
‘เอาจนได’้
จบว่ิงทุกครั้ง หากได้ตามเป้า ยืนนั่งก็อ่ิมอกอิ่มใจ
ราวกบั ไดท้ ำ� ภารกิจยิ่งใหญ่ส�ำเร็จ เหมอื นผา่ นอะไรยากๆ มา
อยา่ งเฉยี ดฉวิ ถงึ ตอนนกี้ ย็ งั บอกใครตอ่ ใคร วา่ ไมเ่ ชอื่ ในสง่ิ ทเ่ี หน็
เป็นไปได้ไงท่ีรูปช่ัวตัวด�ำอย่างผมจะออกมาวิ่ง ส�ำหรับผม,
กฬี าทกุ ประเภทเปน็ ของสงู อาจเปน็ ไปไดว้ า่ วงจรชวี ติ ทผี่ า่ นมา
ประวัติศาสตร์หน้าไหนๆ ก็ไม่มีหลักฐานยืนยันเกี่ยวกับการ
กีฬาเอาไว้เลย ผมเสียเหง่ือให้กับการเล่นท่ีเรียกว่าเกมกีฬา
แค่หนเดียว จากน้ันทุกอย่างก็ว่างเปล่า หนเดียวท่ีว่าก็คือ
เล่นฟุตบอล ตอนเรียน ป.6 ครูเรียกลงสนาม ผมวิ่งไม่ทัน
เสยี เหงอื่ แตะบอลไดแ้ คส่ องสามครงั้ ครกู ก็ วกั มอื เรยี ก จากนน้ั
เห็นตัวเองน่ังตาละห้อยอยู่ขอบสนาม ดูคนอ่ืนๆ เขาละเลง
ฝเี ทา้ เลน่ กนั
หลังจากนั้นชะตากรรมก็ผลักไสให้เดินห่างจากสนาม
และการละเลน่ ทค่ี รน้ื เครงเรยี กเหงอื่ หลงั จบ ป.6 โลกอกี ใบก็
บบี รดั มดั ผมใหจ้ มอยกู่ บั ความสงบเสงย่ี ม ชวี ติ ทางธรรมทำ� ให้
66
คำ� วา่ กฬี าคอ่ ยๆ เลอื นหาย จากนนั้ มคี ำ� วา่ เดนิ จงกรม พจิ ารณา
อสุภะมาแทนท่ี มิใช่แค่ปีสองปีท่ีผูกมัดรัดตรึง แต่ยึดโยงอยู่
ในกฎระเบียบท่ีเคร่งครัดต้ังคร่ึงค่อนคน ผมออกจากวัดหลัง
สึกหาลาเพศ ยี่สบิ กวา่ ปีทีอ่ าศยั วัดรำ�่ เรยี นเขยี นอ่าน ออกมา
อีกทีแขนขาก็ไม่คุ้นชนิ เดนิ เหนิ ไปไหนก็ยงั ตดิ สำ� รวม แขนก็
ยังงอเหมือนมีย่ามคล้องอยู่ จากน้ันวงโคจรก็โอนเอนไปตาม
แรงเหวยี่ ง ทำ� งานหามรงุ่ หามคำ่� อาชพี แรกเปน็ ยาม คอยโบก
รถทัวร์หน้าโรงแรม จากน้ันเล่ือนไปเป็น security ที่คอย
ดกั จบั “ผเี สอื้ ราตร”ี ทลี่ กั ลอบเขา้ โรงแรมโดยไมย่ อมแลกบตั ร
โรงแรมที่มีระดับล้วนเข้มงวดกวดขัน ความปลอดภัย
ของแขกหรือผู้เข้าพักต้องเป็นท่ีหนึ่งเสมอ จึงเป็นธรรมดา
อยูด่ ีท่ี ‘ผเี สอื้ ราตร’ี หรือ ‘joiner’ (จอยเนอร)์ หรือบางทกี ็
เรยี กวา่ นอ้ งจอย จะขนึ้ ไปกบั แขก ไมว่ า่ จะมนึ เมามาขนาดไหน
ทันทที ่แี ขกคลอเคลียเกย่ี วแขนเธอเข้าโรงแรม กต็ อ้ งยนื่ บตั ร
ประชาชน เพราะเป็นกฎเข้มงวดทแ่ี จง้ ใหแ้ ขกรบั ทราบตั้งแต่
check in ภารกิจที่ยุ่งเหยิง สาละวนกับปากท้อง ต้อนให้
เดนิ หา่ งจากคำ� วา่ ออกก�ำลังกายอยา่ งสิ้นเชิง เพิ่งมาตระหนกั
ผูกพนั กบั ค�ำว่าสุขภาพและการเสียเหงื่อ เม่ือไมก่ เ่ี ดอื นน่เี อง
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 67
เหมือนทกุ วัน ผมไปถงึ ท่ีท�ำงานแตเ่ ชา้ อาการปวดเขา่
กวนใจพอสมควร ท�ำให้ลังเล แต่สุดท้ายตัดสินใจเด็ดขาด
ออกไปวิ่งดกี ว่า ตั้งใจไวส้ องกิโล พดู ย่นยอ่ ก็หนึง่ รอบสวนลุม
ผมว่าการว่ิงมันช่วยขับสารพิษได้ดีนักแล สารพิษในรูปแบบ
ตา่ งๆ ความเหนอื่ ยหนา่ ยส้นิ หวงั รวมถึงความบงึ ตึงขึงเครียด
เดนิ จากออฟฟศิ สบิ นาทตี อ่ มากถ็ งึ สวนลมุ รสู้ กึ ปวดเขา่
รำ่� ๆ อยากจะถอยหลังกลบั แตค่ ิดอกี ที เอานา่ สกั รอบกย็ งั ดี
อยากไดส้ ขุ ภาพดกี ต็ อ้ งแลก ยนื วอรม์ ครใู่ หญๆ่ ไมก่ นี่ าทกี เ็ หน็
ตวั เองคอ่ ยๆ ขยบั ขา แตล่ ะกา้ วเหมอื นยาวนาน กวา่ จะครบรอบ
อกี นานแคไ่ หน ดสู ิ ใจลอ่ งลอยอกี แลว้ เมอื่ รสู้ กึ ตวั กด็ งึ มนั กลบั
จากนั้นมาอยู่กับปัจจุบันขณะ วิ่งหนอ ยกหนอ ย่างหนอ
เยยี บหนอ พอวิง่ ไปสกั พัก ผ่านกโิ ลเมตรแรก อาการปวดเข่า
ก็ค่อยๆ เลือนหาย ออกว่ิงครั้งใด ก็มีข้อสังเกตอยู่ไม่กี่เรื่อง
หนง่ึ -จากวนั แรกๆทเ่ี รม่ิ ตน้ ออกวงิ่ มาถงึ วนั นคี้ วามเหนอ่ื ยหอบ
ลดลงรเึ ปลา่ พบวา่ ลดลง ทำ� รอบกไ็ มเ่ หนอ่ื ยมากนกั อยา่ งนอ้ ยๆ
สวนลมุ รอบแรก กผ็ ่อนคลาย ผา่ นไปแบบสบายๆ รอบท่ีสอง
เริ่มคล่องขา ถ้าเป็นแต่ก่อน สมัยสถานทูตจัดวิ่งท่ีสวนลุม
68
จ�ำไม่ลืม ผมว่ิงหยุด ว่ิงหยุด กว่าจะครบรอบ แม่เจ้า ท�ำไม
มันเหนื่อยหนักอะไรอยา่ งน้ี สองกโิ ล สามกิโล มันไกลเหมอื น
สิบกิโล ยส่ี บิ กโิ ล
พอรอบสองจบลง ดูเวลาวิ่ง 38 นาที ก็ยังไม่แล้วใจ
อย่างท่ีรู้กันจะให้เห็นผล ระดับท่ีช่วยล้างไขมัน ขับส่วนเกิน
ออกจากร่างกาย มนั ตอ้ ง 45 นาที จงึ ฝนื ใจไปตอ่ การไมย่ อม
และลองฝืน มันท�ำให้เรามองเห็น‘วิธีเอาจนได้’ ร่างกาย
ไม่เทา่ ไหร่ ใจตา่ งหากที่ส�ำคัญ เวลาเหนอื่ ยๆ ใจจะเรม่ิ งอแง
ไดย้ นิ เสยี งวา่ ถอยเถอะ หยดุ เถอะ อย่รู �ำ่ ไป ผมใชว้ ธิ ีหลอ่ เล้ยี ง
ความเชื่อ ลากความตั้งใจด้วยการจินตนาการถึงปลายทาง
ความส�ำเรจ็ ตั้งค�ำถามง่ายๆ “ถ้าหยดุ อยแู่ ค่น้ี หยดุ ตรงคำ� ว่า
กลางคัน กับการไปต่อให้ถึงจุดหมาย อย่างไหนกันท�ำให้มี
ความสุข มีความอิ่มอกอิ่มใจ อยากเห็นความเกลี้ยงเกลา
ไม่มีอะไรติดค้าง ไม่อยากได้ยินค�ำว่า ไรว่ะ แค่นี้ก็ท�ำไม่ได้
การวิ่งเป็นเกมท่ีต้องแข่งขันกับตัวเองอย่างแท้จริง ได้เห็น
ตัวเอง ได้อยู่กับตัวเอง คงจะจริงตามหลักธรรมท่ีเคยท่อง
สมัยบวชเรยี น “ชนะใจตวั เองได้ น่นั แหละดี”
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 69
12
ถ้าวันนัน้ ลม้ เลิก
ผมตน่ื แตเ่ ชา้ มดื ยงั ไมต่ สี ดี่ ว้ ยซำ้� ตน่ื มากน็ งั่ อา่ นตน้ ฉบบั
อ่านไปก็ใช้มือลูบหัวเข่า ออกไปวิ่งดีไหม หรือค่อยว่ิงเย็น
วันศกุ ร์ เชา้ เม่อื วานกว็ ่ิงท่ีสวนลุม ลอ่ ไป 8 กโิ ลเมตรกวา่ ๆ
แต่อีกใจก็ทักท้วงให้นึกเสียดาย วันหยุดสวนพุทธคงโล่ง
ดีออก จะได้ไม่มีใครคอยไล่หลัง ดักหน้า เม่ือได้ข้อสรุป
จึงเก็บต้นฉบับ จากนั้นเดินเข้าห้องน�้ำ ล้างหน้าแปรงฟัน
เปลย่ี นเสอื้ ผา้ เสรจ็ กเ็ ดนิ ออกจากบา้ น ฝา่ ความมดื สลวั อยา่ งไม่
ลงั เล มหี ลายเรอื่ งทต่ี กี นั ในหวั ระยะทางจากบา้ นไปสวนพทุ ธ
4 กิโลเมตร กว่าจะถึงถนนใหญ่ก็ต้องวัดใจกับหมาเกเรแถว
บ้านทรงไทย ที่มักเห่าขรมไม่เลือกหนา้ จรงิ ดงั คาด หมาหมู่
มันรุกคืบ เดินแยกเขี้ยวคำ� รามมาท่ผี ม ประสบการณ์ทะเลาะ
กบั หมาก็พอมีบา้ ง
ผมหยุด ถอยร่นชิดขอบทาง จากนั้นกวาดตาหาไม้
เหมาะมอื จงั หวะลากทอ่ นไมจ้ ากพงหญา้ ไอห้ มาหมอู่ นั ธพาล
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 71
กก็ ระโดดตวั หนี เดาไมผ่ ดิ วา่ ตอ้ งเจอกบั อะไรแบบนี้ มดื ๆ คำ�่ ๆ
หากเดินเข้าหมู่บ้าน ก็ต้องผ่านดงนักเลงบ้านทรงไทย
คิดดีๆ หนอ่ ย ก็ถือเสียวา่ หมาหมเู่ หลา่ นีค้ อื มารทฟ่ี ้าดนิ ส่งมา
ทดสอบถึงความชอบของเรา ชอบจริงก็ไม่มีอะไรขวางเรา
ไดห้ รอก เดนิ มาถงึ ถนนใหญ่ ทจ่ี รงิ มนั มที างลดั ไปสวนพทุ ธได้
แตท่ ย่ี ากคอื ทางลดั มนั มหี มาจรจดั ไอห้ มาจรจดั พวกนไี้ มค่ อ่ ย
กลัวตายเสียด้วย ผมจึงเดินเลี่ยงไปตามถนนใหญ่ แม้จะ
ออ้ มหนอ่ ยกป็ ลอดภยั จากปากเทา้ เขา้ หมบู่ า้ นทเ่ี ชอื่ มกบั ถนน
สาย 5 เดนิ ไปเกอื บกโิ ลกเ็ ป็นถนนเส้นปนิ่ เกล้า - นครชยั ศรี
ผมเล้ียวขวา พอเดินไปถึงหน้าวัดหทัยนเรศ ก็ตัดสินใจ
วงิ่ เหยาะๆ เหมือนวอรม์ ร่างกายไปในตัว
จากหน้าวัดหทัยนเรศถึงปากทางเข้าสวนพุทธ คว้าไป
แล้ว 2 กโิ ลเมตร รู้สึกติดลม จึงว่งิ ไปเรอื่ ยๆ จุดหมายคือทาง
วิ่งสายหลักท่ีทอดผ่านองค์พระ ระยะทางหากวิ่งครบรอบก็
2.8 กโิ ลเมตร เมอื่ ถงึ เสน้ สายหลกั ฟา้ ยงั มดื ดเู วลาตี 5.35 นาที
มีคนวิ่งประปราย รถราก็ทยอยตามกันมา ผมก้มหน้าวิ่ง
รวบรวมสมาธิ จิตตงั้ มน่ั กบั การวง่ิ เหงอื่ เรมิ่ ผดุ ตามแผน่ หลัง
ใบหนา้ อาบดว้ ยหยาดเหงอ่ื ยงั ไมท่ นั ครบรอบ ผมมแี ตม้ สะสม
4 กิโลเมตรกวา่ ๆ
72
จบ 2 รอบ ผมควา้ 8 กโิ ลเมตรไปแบบสวยๆ ดว้ ยเวลา
45 นาที เช็คสภาพร่างกาย ยังไปได้อยู่ ก็เลยลองเหยาะๆ
ไปต่อ ในหัวค�ำนวณระยะทาง หากถีบขาลุยอีกรอบ ตัวเลข
กลมๆ คงอยู่ท่ี 10 กิโลเมตร สุดท้ายก็ลากขามาบรรจบกับ
ตน้ ทาง (ที่เร่ิมออกตวั ) สรปุ ได้ 3 รอบจบท่ี 11.15 กิโลเมตร
ค่อยๆ ชะลอผ่อนลมหายใจ จากนั้นก็เดินเข้าข้างทาง
ยนื บดิ แข้งบิดขา รำ�่ ๆ จะเอาให้ถงึ 12 กิโล เหมือนคิดอะไรได้
กต็ วาดด่าตัวเอง “ดสู ิ ใจหนอใจ ไดค้ บื จะเอาศอก!?!”
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะว่ิงไปถึงไหน กี่เร่ืองราวท่ีเข้ามา
ในชีวิต ก็คิดตอบบอกใครไม่ได้ ว่าปลายทางจะลงเอยท่ีใด
ย้อนไปหลายปีก่อน ตอนเริ่มฝึกฝนภาษาอังกฤษ ผมก็ดุ่ยๆ
ลยุ ดะแบบนแ้ี หละ ฝกึ ปรอื ไปเรอื่ ย หดั คยุ กบั ฝรง่ั โดยไมร่ วู้ า่ จะ
ก่อประโยชนต์ อนไหน ฝกึ ฝนจนเพ่ือนถาม “ถามจริงๆ เถอะ
จะฝึกไปถึงไหน?” “เห็นพูดแต่ประโยคเดิมๆ ทุกว่ีวัน!”
ความท่ีคุยแต่ฝร่ังแบกเป้ ซ่ึงร่อนเร่อาศัยตามบังกะโล ไม่ใช่
โรงแรมหรๆู เพอ่ื นร่วมชน้ั จึงรวมหัวตั้งฉายาเรียกผม “ไอฝ้ รัง่
ข้นี ก!”
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 73
ตอนเรม่ิ เคาะแปน้ พมิ พ์ รเิ ขยี นหนงั สอื ผมไมส่ นั ทดั เสยี ง
การันต์ วรรณยกุ ตห์ รอื เสียงสงู เสยี งต่ำ� อะไรเลย ดุ่ยๆ เขยี น
พากเพียรตามมีตามเกิด หัดเขียนบทกวี จ�ำนวนช้ินท่ีได้ตี
พิมพ์มีไม่ถึง 20 ขณะท่ีจ�ำนวนถูกโล๊ะล่อไปเกือบร้อย จนมี
เสยี งเหนอ่ื ยหนา่ ยจากเพอ่ื นฝงู เลกิ เถอะ เขยี นไปไมเ่ หน็ ไดเ้ รอื่ ง
กจ็ ริงของเขา ผมทำ� โดยไม่ไดเ้ ร่อื งจรงิ ๆ ไมม่ ีเร่อื งเลา่ ถึงความ
ส�ำเร็จเล็ดลอดเข้าหู เมื่อบทกวีเอาไม่อยู่ ผมก็หันไปเคาะ
แป้นพิมพ์ ผลิตเรื่องเล่าในท่วงท�ำนองอื่นๆ ส่วนใหญ่เป็น
เรื่องส้ัน และส่วนใหญเ่ หมือนกนั ท่ีมันไมไ่ ด้เรื่อง หลายคนบน่
ทง้ั ตอ่ หนา้ และลบั หลงั งานของผมไมม่ คี วามเปน็ เรอ่ื งสนั้ ไมม่ ี
ช้นั เชิง ไกลห่างจากวรรณศิลป์
ผมเร่ิมต้นงานขาย ลีลาก็ละม้ายคล้ายคลึงกับการฝึก
ปรือภาษาอังกฤษ รวมถึงคล้ายคลึงกับการเขียน ดุ่ยๆ ไป
ตามยะถา ไมม่ คี รอู าจารยม์ าชนี้ ำ� สงั่ สอน ดน้ั ดน้ คน้ หาเหมอื น
มวยวดั เดินสะเปะสะปะ ทย่ี ืนยนั ไปต่อกเ็ พราะคำ� ๆ เดยี วคอื
คำ� วา่ ความเชอ่ื ความเชอ่ื ทเ่ี ขา้ มาปลกุ ปลำ้� ทำ� ใหผ้ มเหน็ วา่ การ
ตะบี้ตะบันอย่างไม่ลดละ แม้ไม่เห็นถึง “ผลประกอบการ”
แต่ก�ำรี้ก�ำไรที่ท�ำให้รู้ซึ้งภายหลังนั่นคือวินัย รวมถึงการกัด
ไมป่ ล่อย
74
วินัยแค่ตัวเดียว ท�ำให้พบค�ำว่าต่อเนื่อง กัดไม่ปล่อย
ทำ� ใหร้ วู้ า่ ไอฝ้ รง่ั มงั คา่ ทเี่ คยไลล่ า่ ออกจบั มนั กลบั สง่ ผลถงึ วนั น้ี
ถา้ วนั นนั้ ลม้ เลกิ กลางคนั เพราะไปฟงั คำ� ถากถาง สถานทตู กค็ ง
ไม่มีผมในวนั น้ี มีอยู่อย่างที่อยากบอกกนั นนั่ คือความพรอ้ ม
ที่ต้องสร้างส่ังสมเก็บไว้ เพราะเม่ือปัจจัยถึงพร้อม โอกาสก็
ย่อมไหลบ่าไปหาคนท่ีพร้อมเท่านั้น งานเขียนท่ีเฝ้าฟูมฟักก็
ไม่อยากเชื่อว่าวันหนึ่ง มันจะส่งเสริมและผลักดันให้พานพบ
สบตากับอะไรหลายอย่าง บางทีการวิ่งกเ็ หมอื นกนั ไมก่ งั ขา
เลยครับ ว่าสกั วนั มันจะเอือ้ อ�ำนวยช่วยให้ค้นพบคำ� ว่า “ดนี ะ่
ท่ีกูวิ่ง ไมอ่ ยา่ งงน้ั ...”
ว่ิงเม่ือเช้า, จบที่ 10 กิโล เหลืออีกกิโลก็จะครบรอบ
จากกิโลที่ 10 ถึง 11 ความอ่อนแรงเหน่ือยล้าก็ถาโถมเป็น
ระลอก ทบ่ี อกไดค้ อื อยากใหถ้ งึ ‘ตรงนน้ั เรว็ ๆ’ ตรงนน้ั ทท่ี ำ� ให้
‘รอบ’ จบบรบิ รู ณ์ ผมพยงุ รา่ งกายทช่ี กั เหนอ่ื ยลา้ ขยบั เขยอ้ื น
ไปขา้ งหนา้ กย็ ากเยน็ เหน็ คำ� วา่ ยอมเถอะ โดดเดน่ ในหวั 12 กโิ ล
หรือ 15 กิโลทคี่ ดิ ไว้ ดูจะไกลเกินเอือ้ ม พูดใหถ้ กู ผมต้องฝึก
เค่ยี วกรำ� ให้มากกวา่ น้ี
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 75
หากเอาวิ่งเป็นตัววัด ผมว่าในชีวิตก็คงไม่มีอะไรยาก
หมายถึงถา้ เราเอาจริง ทุม่ เทเปน็ บ้าเป็นหลัง สำ� คญั คือความ
ต่อเน่ือง พยายามว่ิงสม�่ำเสมอ อยากเอาชนะขีดจ�ำกัดของ
ร่างกาย ไม่กลา้ ชะล่าใจพักยาวๆ ดว้ ยรูว้ ่าความข้ีเกียจมนั เลง็
ผมอยู่ หยดุ ขยนั เม่อื ไหร่ เป็นต้องมเี หตผุ ลรอ้ ยแปดเรยี งหน้า
เข้ามา จึงรู้ดีว่าควรเบรกหรือหยุดพักกี่วันถึงจะไม่สุ่มเส่ียง
ผมยังกลัวเพล่ียงพล�้ำติดกับดักความขี้เกียจ ไม่เจ็บปวดเข่า
พอวง่ิ ไดก้ อ็ ยากวงิ่ นอกจากอาการปวดเขา่ ตรงบา่ ลามยาวไป
ถึงขา้ งหลงั มันปวดหนึบๆ มาหลายวนั แลว้ พยายามใช้ยาทา
กย็ ังไมด่ ขี ้นึ ปวดทบ่ี ่าพอหาสาเหตเุ จอ กช็ ว่ งแรกๆ ทีว่ ่ิงออก
กำ� ลัง วันหนงึ่ วง่ิ เสร็จ เหมือนม้าศึกท่กี ำ� ลังคึกคัก เรี่ยวแรงยงั
เต็มรอ้ ย ผมอวดดีดว้ ยการวิดพ้ืนสามสบิ ครง้ั ไมต่ า่ งอะไรกับ
ทหารหนุม่ ที่วดิ พน้ื โชว์ครฝู ึก
ไดผ้ ล รงุ่ เชา้ อกี วนั สะบกั ปวดระบม จนวนั นก้ี ย็ งั ไมห่ าย
คนใกล้ตัวแซวแรงๆ “ไงล่ะพ่อหนุ่ม ท�ำอะไรก็หัดดูสังขาร
ตัวเองบา้ ง!”
76
13
สารตกค้าง
“วง่ิ ” ค�ำส้ันๆ ไม่นา่ เชื่อว่า (มนั ) ชว่ ยให้หลงลมื ได้จริง
ลืมไปเลยว่าตอ้ งดื่มทกุ เย็น เสน้ ทางสายเกา่ ค่อยๆ เลอื นหา่ ง
รา้ นประจำ� ทชี่ อบฝงั ตวั สงั่ กบั แกลม้ สองสามอยา่ ง นงั่ จบิ เบยี ร์
เยน็ ๆ พอหนา้ ตงึ ๆ กโ็ บกมอื เชค็ บลิ มอื้ มนึ ๆ แตล่ ะมอ้ื อยา่ งตำ่�
สามสี่ร้อยบาท ผมควักจ่ายให้กับของเหล่าน้ีมาไม่รู้เท่าไหร่
ของเหล่านี้ที่แม่เองก็เอ่ยซ�้ำๆ น้�ำเสียงเป็นห่วง “เพลาๆ
เสียบ้าง อยา่ กนิ ให้มันเยอะ อายุมึงกไ็ มใ่ ชน่ อ้ ยๆ แล้ว” ลกึ ต้ืน
หนาบางไม่รู้จริงๆ ใช่ ไม่รู้จริงๆ ว่าท่ีด่ืมด�่ำคว่�ำแก้ว ท�ำไป
เพ่ือ.. ความเหงาก็ไม่น่าใช่ แต่เป็นอะไรท่ีต้องขยับตัวเข้าหา
หากให้ตอบสกั ขอ้ กค็ งหนไี มพ่ ้นชว่ งจังหวะด่ืม มนั ช่วยรอื้ ฟื้น
ความทรงจ�ำ ขณะเดียวกันมันช่วยกวาดล้าง ‘สารตกค้าง’
ทหี่ มกั หมมในหวั และชว่ั ขณะดม่ื กลา้ ยนื ยนั วา่ หวั เราะงา่ ยขน้ึ
เอาจรงิ ๆ กไ็ มค่ มุ้ กนั หรอกกบั การเอาของเมาเขา้ ปาก เพอื่ แลก
กบั เสยี งหัวเราะ ทีว่ า่ ไปก็แค่ ‘เสียงหัวเราะเลก็ ๆ ’
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 77
ในบรรดาขาเมา ขอย้�ำก่อนว่าขาเมาสังกัดผม ไม่ใช่
ขาเมาแบบหัวราน�้ำ เรามันประเภทชายผ่านโบสถ์ มีศีล
(บางขอ้ ) คำ�้ คออยบู่ า้ ง จงึ ยกดม่ื กลนื กบั แกลม้ กนั แบบพอเพยี ง
แบบบนั ยะบนั ยงั ไมไ่ ด้เยอะแยะอะไรมากมาย สว่ นใหญน่ ดั
พบปะปรบั ทกุ ขก์ นั มากกวา่ เรามนั ลกู ชาวนา หลกี เรน้ มาอาศยั
ในเมอื งอ้ฟู ู่ บกพรอ่ ง ผิดหวงั พล้งั พา่ ย กลายเป็นเรื่องที่เรา
เข้าใจ หนักหนาสาหัสก็โทรหากัน เมื่อพร้อมหน้าพร้อมตา
ก็หาอะไรมาเปิดปุ่มความคับแค้นแน่นอก แน่ละ เคร่ืองดอง
ของเมาก็ช่วยให้เราเปิดปากง่ายข้ึน อย่างน้อยๆ ก็ลดทอน
ความเขินอาย ซึ่งหากอยู่ดีๆ ก็ใช่เร่ืองจะปริปากบอกกัน
ประโยคคลาสสิคที่ว่าด้วยน้�ำเมาผมยกให้โกวเล้ง “สุราก็
เหมือนไม้กวาด อย่างน้อยๆ มันก็ช่วยปัดกวาดขยะที่รกสุม
อยูข่ ้างในได้ดี”
เมื่อร้สู ึกว่าหา่ ง ‘มนั ’ มาได้ แบบไม่ทุรนทรุ าย ผู้ชาย
คนหน่ึงก็สว่างวาบในหัว บอกชื่อกันก่อน เด๋ียวลืม ผู้ชาย
คนที่วา่ ชอื่ “พนสั คำ� หงษา” ไมใ่ ชใ่ ครอื่น เพอื่ นร่วมชน้ั เรียน
สมัยอยู่ปี 1 ปี 2 ผมกับพนัสเราออกไล่ล่าหาจับฝรั่งท่ี
วัดชนะสงครามด้วยกัน ก็เราเรยี นเอกองั กฤษ อยา่ งน้อยๆ ก็
ตอ้ งโตต้ อบกบั ฝรงั่ ไดบ้ า้ ง เราไมเ่ คยเปลอื งเงนิ ใหก้ บั ศนู ยภ์ าษา
78
อย่างดกี ซ็ ื้อตำ� รา STANDARD ENGLISH GRAMMAR ของ
“ส�ำราญ ค�ำยิ่ง” มาอ่าน จากนั้นออกไปจับฝร่ัง ยืนฝึกทุก
เช้าค่�ำเหมือนคนคลั่งลัทธิ! พนัสก็คอดื่มน่ะ จากน้ันเขาก็
เงยี บไป แตท่ ตี่ น่ื ตาตกตลงึ คอื ทราบขา่ ววา่ เขาหนั ไปวงิ่ จรงิ จงั
ถึงข้ันลงสนามแข่งขัน ส่วนผม, ช่วงเวลาน้ันยังเป็นเจ้าชาย
สายด่ืม อารมณ์คิดถึง ก็โทรหาเขาทีหนึ่ง ชักชวนก่ีคร้ัง
แมเ้ อย่ ปากมาสิ มีไวนด์ ๆี จากเมืองนอก เขาบอก “เออ เออ
ดูก่อน” ทุกทีไป สุดท้ายก็ไม่มา เคยพึมพ�ำต่อหน้าเพื่อนๆ
เป็นอะไรของมัน แหม วิ่งแค่นี้ ท�ำเป็นไม่ว่าง ท�ำมาเออๆ
ดกู ่อน บ้าวิง่ จนลืมเพ่อื นลมื ฝูงเลยนะมึง!
ผมวิ่งมาสักระยะแล้วล่ะ ไม่เคยเข้าลู่การแข่งขัน
แต่วันน้ีกล้ายืนยันว่าการว่ิง ท�ำให้ผมหลงลืม ‘มัน’ จริงๆ
หลงลืมชนิดท่ีว่าไม่น่าลืมได้ขนาดน้ี จะว่าไปคงเป็นอาการ
เดียวกันทเ่ี พือ่ นผม คนชือ่ พนัสหลงลมื น่นั แหละ
เช้าตรู่วันเสาร์ท่ี 30 พฤศจิกายน 2562 ตอนแรกก็
มืดมนอยู่หรอก เพราะไม่รู้จะหาหัวข้อหรือประเด็นอะไรมา
เขยี นดี แมจ้ ะมใี นหวั อยหู่ ลายประเดน็ แตเ่ หน็ วา่ บางประเดน็
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 79
ควรฮบุ ไวก้ อ่ น เชา้ วนั นจี้ งึ เหมอื นโชคชว่ ย ขณะทกี่ ำ� ลงั ผกู เชอื ก
รองเท้า ยายก�ำลังสาละวนกับกองผ้าในกะละมัง หันมาถาม
“จะออกไปวิ่งเหรอ?” ผมว่าครับ ก็ได้ยินยายพึมพ�ำ “เออ
ต้ังแตว่ ิง่ น่ี ไม่ได้ยนิ เสยี งกรนเลยนะ่ ”
ผมซ้ือบ้านสองช้ัน สามห้องนอน สองห้องน้�ำ ชั้นบน
ฝัง่ ซ้ายตดิ บา้ นลุง ถกู ดดั แปลงเป็นห้องหนังสอื มีหนังสอื เก่า
เก็บต้ังแต่มัธยมจนถึงวันน้ีก็แปดพันกว่าเล่ม (เคยตรวจนับ
เมื่อสองปีก่อน) บางเล่มอ่านจบ บางเล่มก็อ่านค้างแค่ครึ่ง
เลม่ รูส้ กึ เคย้ี วไมอ่ รอ่ ย หนอนอยา่ งผมก็เป็นหนอนชา่ งเลอื ก
เลม่ ไหนทอี่ า่ นสนกุ ถกู โฉลกกห็ ยบิ มาอา่ นซำ้� ๆ อำ� นาจการอา่ น
มีอยู่จริง อย่างน้อยๆ ก็ผมคนหนึ่งท่ีรู้สึกว่า ท่ีช่างกล้าเขียน
อะไรไดเ้ ป็นวรรคเปน็ เวร ก็ดว้ ยอิทธพิ ลจากการอ่านน่แี หละ
อ่านเยอะๆ ได้เลยคือมุมมอง รองลงมาคือชั้นเชิง
การเล่า อย่างที่บอกว่าชั้นสองมีสามห้องนอน อธิบายง่ายๆ
โครงสร้างบ้านจัดสรร น่าจะคล้ายคลึงกัน ห้องนอนใหญ่จะ
อยู่หน้าบ้าน มีระเบียงหน้าห้อง หากยืนในห้องนอนใหญ่
แล้วหันกลับมา ซ้ายมือคือห้องน้�ำ ตรงไปก็เป็นห้องนอน
สองหอ้ ง ซา้ ยมอื , เปน็ หอ้ งหนงั สอื ขวามอื กห็ อ้ งยาย ทผ่ี า่ นมา
80
รเู้ ลยวา่ นอนกรน แมก่ เ็ คยบน่ ๆ “มงึ นก่ี รนหนกั เลยนะ่ กรนดงั
เสียด้วย” ในบ้านไม่เท่าไหร่ รู้สึกเฉยๆ ก็บ้านเราเองจะไป
ถอื สาหาความอะไร คนในบา้ นทกั กแ็ คร่ บั ฟงั ทจี่ ะบอกตอ่ ไปนี้
คือเหตุการณ์ข้างนอก เรียกได้ว่าเพิ่งเกิดสดๆ ร้อนๆ วันน้ัน
น่ังรถทัวร์กลับจากแพร่ แม่เจ้า คงกรนเสียงดัง คนนั่งข้างๆ
เอื้อมมือมาเขย่าแขน ผมงัวเงียลืมตา ยังจ�ำประโยค “พี่ๆ
เบาเสียงหน่อยครับ” ผมผงะตกใจต่ืน รู้สึกอายบอกไม่ถูก
รีบขอโทษขอโพย แม้จะรู้ว่าอาการนอนกรน มันคุมไม่ได้
กจ็ ะให้ทำ� ไงละ่ ? อาการกรนกลายเป็นปัญหาเร้อื รัง ทผี่ มเอง
กช็ ิงชงั ไม่แพค้ นอน่ื
เคยเห็น เคยได้ยินคนนอนกรน พูดตรงๆ น่าร�ำคาญ
“มนุษย์นอนกรน” กลายเป็นคนสร้างมลภาวะให้กับคนอ่ืน
อย่างร้ายกาจ จึงเมื่อได้ยินยายว่า “เด๋ียวน้ีไม่ค่อยได้ยิน
เสียงกรน” ผมจึงมีความสขุ มันคอื ผลลัพธ์จากการวง่ิ ที่คอ่ ยๆ
ผลิดอกออกผล เคยคิดจะรักษาหาหมอ แต่กลัวค่าใช้จ่าย
ซง่ึ ไมน่ า่ ใชห่ มนื่ -สองหมนื่ เมอื่ วงิ่ ทต่ี งั้ เปา้ เพอ่ื ตอ้ งการลดไขมนั
หากยงั ชว่ ยให้หายกรน ถามหน่อยสิ ใครบา้ งไมด่ ใี จ
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 81
14
พุ ทธมณฑล
พ่ีออน สาวสวยผิวขาววยั สสี่ บิ เศษๆ ตอนนล้ี าออกจาก
งานเป็นท่ีเรียบร้อยแล้ว พ่ีแกชอบวิ่ง พอเลิกงานก็เปลี่ยน
เส้ือผ้าไปฟิตเนส มีโค้ชฝึกสอนเป็นกิจลักษณะ วันไหนออก
วิ่งแกจะหันมาถาม “ศิต ไปออกก�ำลังกายไหม?” เมื่อผม
ส่ายหน้า แกก็พึมพ�ำน้�ำเสียงเป็นห่วง “ออกก�ำลังกายบ้าง
น่ะเอ็ง” ผมตอบครับๆ แบบขอไปที แค่คิดก็เหน่ือยแล้ว
อีกอยา่ งผมร้สู ึกวา่ การออกก�ำลังกาย ใช่ มนั ดี มันมีประโยชน์
แตผ่ มมนั มนษุ ยต์ ระหนเี่ วลา นา่ เสยี ดายถา้ ออกไปวง่ิ นง่ั เขยี น
หนังสอื หรอื ท�ำอะไรไดต้ ั้งเยอะแยะ เคยคิดอยา่ งน้จี ริงๆ
หลังพี่ออนออกไม่ก่ีวัน ผีวิ่งก็เข้าสิงผม ไม่รู้อะไรมา
ลากขา จ่ๆู ก็ออกวง่ิ เฉยเลย วิง่ เสรจ็ เหมอื นคิดอะไรได้ กส็ ่ง
สถิติไปอวดพ่ีออน ประมาณของมันต้องโชว์ เรามันประเภท
มีอะไรก็ต้องอวด พ่ีออนส่งภาพท่ีบอกถึงความประหลาดใจ
ตอบกลับมา ใช่ ไม่เฉพาะพ่ีออน ใครหน้าไหนๆ ก็งงเป็นไก่
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 83
ตาทะลัก ทันทีที่เห็นคนน่ารักอย่างผมออกวิ่ง (หึ๋ย! ไอ้คน
น่ารัก! @#$&! ) ฝรั่งที่สถานทูตอดไม่ไหวถึงกับอุทานดังๆ
“Wow, What the wrong with you guy?” เช้าวันน้ี
พอวิ่งเสร็จ เช่นเคยผมส่งข้อความไปหาพี่ออน “ว่ิง 4 รอบ
@ พุทธมณฑล ว่ิงโดยไม่หยุดพัก วิ่งเร่ือยๆ วิ่งเอาทน
รวมทัง้ สิ้น 13.21 กโิ ลเมตร ระยะเวลา 1.35 นาท”ี
ตอนแรกท่ีไปวิ่งคิดว่า ขอสัก 2 กิโลพอ แต่พอว่ิงจบ
2 กิโลแรก อาการปวดเข่าก็หาย ผมเลยได้ใจ ค่อยๆ ไปตอ่
จนจบที่ 13.21 กโิ ลเมตร นกึ ขน้ึ ไดว้ า่ วนั นสี้ น้ิ เดอื นพฤศจกิ ายน
กอ็ ดนกึ ถงึ วนั แรกๆ ไมไ่ ด้ มาถงึ วนั นกี้ ็ 2 เดอื น ผลประกอบการ
วงิ่ ถอื วา่ อยู่ในเกณฑด์ ี กำ� ไรสุทธิวันนี้ขยบั มาท่ี 13 กิโลกว่าๆ
ถอื ว่าโอเค เทียบกับวันแรกๆ แตกตา่ งอยา่ งสนิ้ เชงิ ไม่วา่ จะ
เปน็ สวนลมุ หรือสวนพุทธ กว่าจะว่ิงครบรอบ ต้องผ่านความ
เหนอ่ื ยหอบไมร่ เู้ ทา่ ไหร่ หลายครง้ั หยดุ กลางคนั เพอ่ื พกั เอาแรง
แล้วค่อยเชดิ หนา้ ว่งิ ต่อ ไม่ใชล่ ุยมว้ นเดยี วจบเหมอื นตอนนี้
วันน้ีมาถึงสวนพุทธสายหน่อย เพราะต่ืนมาแล้ว
ดันตดิ ลมนัง่ แกต้ ้นฉบบั จากตีสีแ่ ตะตหี ้า จากนั้นก็หกโมงเช้า
ผมไปถึงสวนพุทธ ก็จริงดังคาดเพราะเห็นคนวิ่งพลุกพล่าน
84
เต็มถนน รู้สึกปวดเข่า จึงตระหนักโดยพลันว่าค่อยๆ ว่ิง
เหน็ คนวงิ่ ทกุ รนุ่ พงุ่ ทะยานไปขา้ งหนา้ คนแลว้ คนเลา่ ผมกม้ หนา้
วงิ่ เออ่ื ยๆ พรอ้ มกบั สงั เกตแขง้ ขาไปในตวั เพอ่ื นฝงู ตกั เตอื นวา่
ใหร้ ะวงั ดื้อรน้ั ยืนกรานวิ่ง ทง้ั ๆ ทีเ่ ขา่ ยังปวด ยงั ไมห่ ายขาด
ระวังมันจะปวดเรื้อรัง ผมจ�ำใส่กะโหลก แต่ก็ใจชื้นที่อาการ
ปวดมนั ทุเลาเบาบาง คาดวา่ อาการปวดคงเกิดจากช่วงแรกๆ
ที่ลุยหนักไปหน่อย แต่อีกสาเหตุท่ีตัดไม่ขาด น่าจะเกิดจาก
ร่างกายก�ำลังเล่นแร่แปรธาตุ ผมปลอบใจตัวเองด้วยค�ำงา่ ยๆ
‘เดย๋ี วมนั ก็ดขี ึน้ ’ รำ� ลกึ เสมอจะไม่ประมาท พยายามประคับ
ประคองเอาเท่าท่ีว่ิงได้ ไม่ไหวก็หยุด ทุกวันนี้พอประเมิน
‘ขุมก�ำลงั ’ ของตวั เองได้วา่ อยรู่ ะดบั ไหน
ไมน่ า่ เชอ่ื วา่ สนิ้ เดอื นพฤศจกิ ายน กท็ ำ� สถติ ใิ หต้ วั เองใหม่
ได้ไป 13.21 กิโลเมตร ชักชอบเกมแข่งขันแบบน้ีเข้าแล้วสิ
เกมทน่ี ำ� ความภูมิใจเล็กๆ มาให้ กลายเป็นว่ามนษุ ยอ์ ยา่ งผม
(ท่ีบังเอิญ) ค้นพบความงามในนามการว่ิง ช่วงขณะพักฟื้น
ยืนเตร่ ผมกวาดตาไปรอบๆ ไม่เชื่อก็ต้องเช่ือ ท�ำไมชีวิตจึง
ผูกพันกับท่ีเดิมๆ เดินไปไหนก็ไม่ห่าง หลังเรียนจบเรามารับ
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 85
ปรญิ ญากนั ทน่ี ี่ ภาพเกา่ ๆ ยงั แจม่ ชดั ในหว้ งสำ� นกึ ผมตดั สนิ ใจ
เลือกซ้ือบ้านย่านนี้ พูดตรงๆ ตอนซื้อ คิดแต่ว่ามันอยู่ใกล้
พทุ ธมณฑล อากาศคงดี ทส่ี ำ� คญั , ผมหาขอ้ ดใี หก้ บั การตดั สนิ ใจ
คอื คดิ ไปวา่ ถา้ วนั หนงึ่ มคี รอบครวั เกดิ ทะเลาะเบาะแวง้ แชง่ ชกั
หกั กระดกู ผมจะถอื หมอนหอบเสอ่ื มาทนี่ ี่อยา่ งนอ้ ยพทุ ธมณฑล
คงชว่ ยปดั เปา่ ทุกขเวทนาผมไดแ้ น่ๆ
86
ผมตนื่ ตสี ามครง่ึ นงั่ อา่ นหนงั สือทเ่ี ตม็ ไปดว้ ยความ
ลงั เล สองจติ สองใจ ออกไปวงิ่ ดไี หมหรอื เอาไวก้ อ่ น
แตอ่ ากาศดีๆ แบบน้ี มันก็หายากนะ่ ยิ่งในประเทศ
ทอี่ ดุ มสมบรู ณไ์ ปดว้ ยทรพั ยากรธรรมชาติ รฐั บาล
ก็เป็นผู้ถือศีลครองธรรม เศรษฐกจิ ทีโ่ ตเอ้าโตเอา
จนประเทศเพ่ือนบ้านพากันอิจฉาตาร้อน จบไว้
ตรงนก้ี อ่ นดกี วา่ คงไมว่ า่ กนั ทผ่ี มมอี าการปลาบปลม้ื
ประเทศจนออกนอกหน้าและนา่ หมั่นไส้พิลึก
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 87
15
ความเช่อื และเหง่อื ท่ไี หลลว้ นๆ
คิดถึงสวนพุทธเหลือเกิน เช้าวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน
เปน็ อกี วนั ทวี่ งิ่ แลว้ มคี วามสขุ ผมวงิ่ 4รอบ(สวนพทุ ธ)รวมระยะทาง
13 กิโลเมตรกว่าๆ ท�ำแต้มท้ิงท้ายเดือนพฤศจิกาอย่างน่าพอใจ
ไม่รู้คนอื่นจะใช้วิธีหว่านล้อมต้อนขาตัวเองยังไง ส�ำหรับผม,
ออกว่งิ ทหี นง่ึ ก็มักคิดงา่ ยๆ คือใช้รอบเปน็ ตวั ตั้ง อย่างสวนพทุ ธ
ตงั้ หมดุ เอาไวเ้ ลย วนั นขี้ อ 3 รอบ จะกกี่ โิ ลกช็ า่ ง 3 รอบ มนั ไมม่ าก
จนดลู น้ และไมน่ อ้ ยจนนา่ ใจหาย รอบแรก-จบแบบชวิ ๆ รอบสอง-
เริ่มมีเหง่ือให้ปาด รอบที่สาม เร่ิมถามตัวเอง ไหวน่ะ ทันทีท่ีว่ิง
เกอื บครบรอบ 3 ความรสู้ กึ หน่ึงก็จะวาบในหวั ถา้ จะล่ออีกรอบ
“ไหวไหม?” วนั เสารท์ ่ผี ่านมา หลงั จบรอบ 3 กถ็ ามตวั เองแบบ
นแี้ หละ “ไหวไหมถ้าไปต่ออีกรอบ?”
สุดท้าย ใช้วิธี “ยอน” (ภาษาใต้ แปลว่า ยุยง) เอาน่า
ไปตอ่ เถอะ ไมไ่ หวกห็ ยดุ เลยจากรอบ 3 ไปแลว้ ถอื วา่ กำ� ไร ทำ� มาก
ท�ำน้อย ก็มีชัยชนะอยู่ในมือ ผมจึงดื้อรั้นว่ิงไปเรื่อยๆ จนจบ
รอบที่ 4 หยิบชัยชนะ 13 กิโลเมตรไปอย่างใสๆ ไม่มีชิ้นเน้ือ
88
สว่ นไหนบอบชำ้� ทนั ทที ค่ี วา้ ชยั ชนะเปน็ ผลสำ� เร็จ มนษุ ยอ์ ยา่ งผม
ที่ไม่มีอะไรซับซ้อน ก็ค้นพบความสุขแบบง่ายๆ ยืนย้ิมพออก
พอใจ ความสขุ ทกี่ วา่ จะได้ กต็ อ้ งปะทะกบั ความรสู้ กึ วางมอื กอ่ นถงึ
เส้นชัยไม่รู้กี่คร้ัง ทันทีท่ีรู้สึกเหน่ือยอ่อนล้า ใจฝ่ายต�่ำก็จะหา
เหตผุ ล (เอา) จนได้ วา่ พอแลว้ หยดุ เถอะ ซง่ึ ถา้ หยดุ กจ็ บ แตก่ รณี
ไปต่อ ผมใช้วิธี ‘ผ่อนปรน’ ตัวเอง ด้วยการร้ังขาให้ช้าลง
พรอ้ มคน้ หาความถนดั ระหวา่ งใชป้ ลายเทา้ ดดี ตวั วงิ่ กบั ทงิ้ สน้ เทา้
เหยียบย่าง อย่างไหนจะ ‘เข้าขา’ สะดวกสบายมากกว่ากัน
หาความถนดั ใหเ้ จอ เรว็ เทา่ ไหรย่ ง่ิ ดี เพราะมผี ลตอ่ การไปตอ่ ดว้ ย
ความรสู้ กึ ไมฝ่ นื ใจตวั เองมากไป แนน่ อน ถา้ ไปตอ่ ดว้ ยความรสู้ กึ ฝนื
มันก็ไปด้วยอารมณ์ที่ไกลจากความสุข เม่ือไกลจากความสุข
ความร้สู ึกก็จะ save memory เอาไว้ กลายเป็นความทกุ ขท์ ี่
ถาโถมทว่ มทน้ จนอาจเบอ่ื หนา่ ยการวงิ่ ไปโดยปรยิ าย ผมวา่ อะไร
กต็ ามที่มันทอดสะพานให้เราไปหา แลว้ รู้ว่าตรงน้ันมันมคี วามสขุ
รออยู่ ถามหนอ่ ยสิ ใครบ้างจะไมข่ ้ามไป
เรม่ิ ตน้ จากความไมเ่ ชอ่ื วา่ ทำ� ได้ คอ่ ยสงั่ สมความเชอื่ มนั่
ทีละนิด คิดอย่างเดียวต้องท�ำให้ได้ ไม่ได้คิดจะวิ่งติดต่อกัน
ทุกวนั หรอก เม่ือวานล่อไป 13 กโิ ล กถ็ ือวา่ เยอะ 5 รอบสวน
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 89
ลมุ พนิ ี ว่ิงกค่ี ร้ังกย็ งั ไม่ชิน ผมใช้วิธบี อกตัวเอง ขอ 2 รอบพอ
(น้ำ� เสียงเจยี มๆ) เพราะจบั ทางฮดึ ของตวั เองถูก สวนลมุ รอบ
สองรอบ ผมเอาอยู่ รอบละ 2.70 สองรอบก็ 5.4 กโิ ลเมตร
ระยะทาง 5.4 หรือ 2 รอบสวนลุม จะเปน็ ตวั บ่งบอกอนาคต
ไดด้ ี หมายถงึ จะมโี อกาสไปตอ่ ไดม้ ากน้อยแค่ไหน
หลายคร้ัง, แม้กระท่ังวันน้ี อาการกลัวก็ยังมีให้เห็น
บางทีพอเริ่มเหยาะๆ เอาแล้ว เข่าเริ่มส่ออาการปวดขึ้นมา
ดอ้ื ๆ ผมขม่ ใจ ทำ� เปน็ มองไมเ่ หน็ เปน็ ปญั หา คดิ เสยี วา่ มารผจญ
บางทีว่ิงไป 3 รอบ อารมณ์ก�ำลังสบายๆ คิดว่าเอาอยู่ ก็มี
เหมอื นกนั ทพี่ ลนั หมดแรงขน้ึ มาดอ้ื ๆ เพราะฉะนน้ั ไมค่ วรฟนั ธง
คดิ ห่ามใจกบั เกมสองขา อยา่ คดิ น่ะวา่ เม่อื วานฉนั ทำ� ได้เทา่ น้ี
กโิ ล เทา่ นน้ั กโิ ล แลว้ วนั นมี้ นั จะไดเ้ ทา่ เดมิ หรอื มากกวา่ คนอน่ื
ไม่รู้ ส�ำหรับผม, ไม่กลา้ บอกใครได้เต็มค�ำว่าเอาอยู่ พดู ตรงๆ
ก็คือยังครับ อารมณ์บนทางว่ิงมันจะมีตัวแปรมาวัดใจ
อยูเ่ นอื่ งๆ
เมอื่ วานไปตดั ผมทร่ี า้ นประจำ� (ในสถานทตู ) ชา่ งตดั ผม
ชื่อมาโนช แกสายว่ิง เรียกได้ว่าวิ่งประจ�ำ เลิกงานปิดร้านก็
เดนิ อาดๆ ไปสวนลมุ แกทำ� แบบนน้ี านแลว้ ไปตดั ผม ใชบ้ รกิ าร
90
รา้ นแก ขาประจำ� ทแี่ วะไปนงั่ สรวลเสเฮฮา สว่ นใหญเ่ ปน็ ขาวง่ิ
ไมก่ เ็ ปน็ นกั ปน่ั นอ่ งเหลก็ คยุ กนั แตเ่ รอื่ งวง่ิ เรอ่ื งออกกำ� ลงั กาย
แน่นอน ผมถูกทาบทาม ชักชวนให้ออกไปวิ่ง (เสียบ้างสิ!)
เดาออกใชไ่ หม วา่ ตอบยงั ไง ใชค่ รบั หนงึ่ -งานยงุ่ สอง-ไมม่ เี วลา
สาม-เด๋ียววา่ งวันไหน ไปวิง่ แน่ๆ ครับพ่ี คราวนเี้ จอพี่มาโนช
ผมไม่พูดพร่�ำท�ำเพลง “พ่ี ตอนน้ีผมว่ิงแล้วน่ะ” แกหันขวับ
เดนิ ถอยหลงั ยนื สงั เกต กอ่ นยมิ้ ระบายเตม็ ใบหนา้ พลางพมึ พำ�
“ดีๆ ” ไมท่ นั ให้แกถาม ผมอวดตอ่ เหมอื นเดก็ ท่ีเกเรแล้วจู่ๆ
ก็ปรับปรุงตัวเอง กลายเป็นเด็กดี ขยันอ่านหนังสือ เมื่อเจอ
ผู้ใหญใ่ จดที ่เี คยพรำ�่ สอน มนั จึงต้องอวดกนั หน่อย
“วงิ่ กก่ี ิโล?” พี่มาโนชถาม ผมตอบเสยี งดัง “13 กิโล
ครบั พ่”ี ไดย้ ินแกอุทาน “โห้ ใช้ได้เลย” ผมเงียบ ยิม้ น้อยย้มิ
ใหญ่ ไดย้ ินพม่ี าโนชพมึ พำ� “5 รอบสวนลมุ เลยนะ่ ” ผมพยกั
หนา้ จากนนั้ เรากค็ ยุ แตเ่ รอื่ งวงิ่ ซง่ึ แนน่ อนประโยคหนง่ึ ทพ่ี มี่ า
โนชย�ำ้ เหมอื นเชน่ ทกุ คร้ัง “วง่ิ ออกกำ� ลงั กายดีจะตาย ช่วยให้
สขุ ภาพแขง็ แรง โรคไอ โรคหวดั เนย่ี หายเปน็ ปลดิ ทง้ิ ไมม่ ายงุ่
เลยน่ะ” จากนัน้ แกกต็ ัดบททง้ิ ท้าย “พยายามวงิ่ สม�่ำเสมอ”
ชว่ งหนงึ่ ผมถามพมี่ าโนช “พี่ ถา้ พรงุ่ นม้ี แี รงมกี ำ� ลงั ออกวง่ิ อกี
ไ ด ้ ไ ห ม ? ” ที่ ถ า ม เ พ ร า ะ เ ค ย อ ่ า น
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 91
เ จ อ ค� ำ แ น ะ น� ำ ไ ม ่ ค ว ร ว่ิ ง ติ ด ต ่ อ กั น
ทกุ วัน ทำ� นองวา่ ควรพกั ผอ่ น พกั เข่าบา้ ง อย่าหักโหมวง่ิ ออก
ก�ำลงั เยอะเกนิ ไป เดี๋ยวเขา่ จะบอบชำ้� พีม่ าโนชว่ามนั ก็ถูก แต่
ถา้ เราว่ิงธรรมดา ไมไ่ ด้ว่ิงปนี เขา ยำ่� เทา้ ไปบนทางขรุขระ มัน
ก็ไม่น่าจะเป็นอะไรมากหรอก แต่ทั้งหมดท้ังมวล คนว่ิงควร
ประเมนิ พละกำ� ลังของตวั เองได้
ผมมาถงึ สวนลมุ ตอนตี 5 ตง้ั ใจจะวง่ิ ใหม้ ากกวา่ เมอ่ื วาน
วางไว้ 15 กโิ ล เมือ่ วานได้ 13 กิโล พอ 7 โมงกว่ากช็ ะลอเท้า
ค่อยๆ ชิดขอบทาง ร่างกายชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ 5 รอบคร่ึง
สวนลมุ กลายเปน็ สถติ ใิ หมท่ มี่ าพรอ้ มคำ� ตอบ “แลว้ คณุ กท็ ำ� ได้
อยา่ งทใี่ จคดิ ไว”้ ผมวิ่งได้ 15 กิโลจรงิ ๆ จึงเปน็ อีกเช้าทีท่ ำ� ให้
รวู้ า่ ผมมาถงึ จดุ น้ี ไมใ่ ชเ่ พราะโชคชว่ ย แตถ่ งึ ดว้ ยความเชอื่
และเหงอื่ ทไี่ หลลว้ นๆ !
92
16
ลองวง่ิ ช้า
หลงั เกบ็ 15.23 กโิ ลเมตร ดว้ ยเวลา 01.42 ระยะทาง
5 รอบครงึ่ สวนลุม ผมพักเขา่ สองวนั เหมือนให้รางวลั ตวั เอง
ชว่ งนอ้ี ากาศเยน็ สายลมหอบความหนาวมาปะทะรา่ ง (สมใจ
อยาก) ผมหาเส้ือกันหนาวให้แม่หนึ่งตัว เม่ือเช้านี้ก็เอาให้พ่ี
สาวอกี ตัว เส้ือกนั หนาวในตู้ ผมซ้อื เก็บไว้หลายตัว ดว้ ยกลัว
ว่า‘ศาลายาจะมีหิมะตก!’ เมื่อวานวันพ่อ หยุดงานหนึ่งวัน
แถวพทุ ธมณฑลอากาศดี วา่ จะออกไปวงิ่ ทส่ี วนพทุ ธ แตบ่ งั เอญิ
ติดแก้ไขต้นฉบับ ผมหอบต้นฉบับหนา 200 หน้าไปๆ มาๆ
ระหวา่ งบ้านกบั ท่ที ำ� งาน ไม่ตา่ งอะไรกับคนบา้ หอบฟาง เช้า
มืดเม่อื วานทกุ อยา่ งดลู งตวั เลยสะสางไลอ่ ่าน ลยุ แก้จนเสรจ็
สมบูรณ์ จากน้ันติดต่อคนรับชว่ งตอ่ สง่ ภาพถ่ายให้เขาสภี่ าพ
ผลงานเลม่ นใ้ี กลค้ ลอดเตม็ แก่ และเปน็ เลม่ แรกทท่ี ำ� คลอดกบั
มือ
เช้าวันน้ี, มาถึงท่ีท�ำงานช้ากว่าก�ำหนด ที่จริง 06.45
ผมควรถึงแล้ว แต่วันนี้เดินทางต่อรถ ต่อเรือ กว่าจะถึงที่
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 93
ท�ำงานก็ 07.15 นาที เหมอื นคิดอะไรได้รีบเปลีย่ นชุด จากน้ัน
เดินทอดน่องออกจากสถานทูต จุดหมายคือสวนลุม หากไม่
ออกไปว่ิง ก็น่ังจิบกาแฟอ่านหนังสือก่อนถึงเวลาท�ำงาน
อากาศทสี่ วนลมุ สดชนื่ รสู้ กึ ขเี้ กยี จบอกไมถ่ กู วงิ่ ไปยงั ไมถ่ งึ กโิ ล
อยากบอกว่าทุกคร้ังท่ีออกว่ิง ไม่มีหรอกท่ีไม่เหน่ือย รู้สึกว่า
ตอ้ งสกู้ บั อารมณท์ ่ีไมค่ งท่ี มแี ต่ใหถ้ อย ใหพ้ อแล้ว ซ้ำ� ๆ ซากๆ
ผมรู้สึกว่าต้องเร่ิมต้นใหม่เสมอ ไม่มีครั้งไหนท่ีชวนให้
ปลอดโปร่งโล่งใจ มันตอ้ งมที ร่ี ู้สึกวา่ ไหวรเึ ปล่า? ‘ไหวรเึ ปลา่ ’
กลายเป็นประโยคที่เข้ามารบกวนจิตใจ แต่ละรอบเหมือน
ระยะทางมันยืดยาวออกไป ว่ิงแต่ละครั้งเผยให้รู้ว่าระยะพัน
เมตรแรก เป็นอะไรท่ที า้ ทายเสมอ ผมเจอใจตัวเองให้วางมอื
กอ็ อกบ่อย และไม่นอ้ ยทเ่ี จอค�ำว่าไมถ่ อย-ดังกระหม่ึ !
นกึ ถึงประโยคหนง่ึ คุณต้องบงั คับตัวเองให้ทำ� สงิ่ ท่ีควร
ท�ำในเวลาท่ีต้องท�ำ ไม่ว่าคุณจะรู้สึกอยากท�ำหรือไม่ก็ตาม
ผมจบรอบสองไปอย่างล้าๆ ได้ไป 5 กโิ ลกว่าๆ เชค็ ใจยงั ไดอ้ ยู่
เหลอื บดูมอื ถือ สองรอบอยู่ที่ 40 นาที ขอสักช่วั โมง ไหนๆ
ก็มาถึงน้ีแล้ว เลยไปต่ออีกรอบ มีผู้หญิงคนหน่ึงผลัดกันน�ำ
ผลัดกันตาม เธอมาหยุดวิ่งเม่ือผมลุยรอบสามไปเกือบกิโล
สวนลมุ บางเช้ากม็ ีคนวง่ิ เยอะ บางเช้าคนบางตา บรรยากาศ
94
สองข้างทางจะมีกล่มุ คนเฒ่าคนแก่ ส่วนใหญ่เปน็ คนจีนทีย่ นื
เรียงแถวร�ำไทเก๊ก โดยเปิดเพลงประกอบท่วงท่า บนทาง
ท่ีวิ่งผ่าน ภาพจ�ำเจท่ีเห็นประจ�ำคือคนป่วยท่ีนั่งรถเข็นโดย
มีคนช่วยเข็น รวมถึงภาพคนอ้วนพุงพลุ้ยท่ีพยายามจ้�ำอ้าว
อยา่ งอยุ้ อา้ ย เชอื่ งชา้ ผมกบั พวกเขาเราคลา้ ยกนั อยสู่ องอยา่ ง
หนงึ่ อยากเปลยี่ นแปลงรปู ทรงมวลสาร และสอง เชอ่ื มน่ั ลกึ ๆ
วา่ เราท�ำได้!
อากาศหนาวจนไม่ต้องเปิดแอร์ ผมต่ืนตีสามคร่ึง
นงั่ อ่านหนังสือท่ีเต็มไปดว้ ยความลังเล สองจติ สองใจ ออกไป
วงิ่ ดีไหมหรอื เอาไวก้ อ่ น แตอ่ ากาศดๆี แบบนี้ มันกห็ ายากน่ะ
ย่ิงในประเทศท่ีอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ
รัฐบาลก็เป็นผู้ถือศีลครองธรรม เศรษฐกิจที่โตเอ้าโตเอา จน
ประเทศเพือ่ นบ้านพากันอิจฉาตาร้อน จบไว้ตรงน้กี ่อนดกี ว่า
คงไมว่ ่ากนั ทผี่ มมีอาการปลาบปล้มื ประเทศจนออกนอกหน้า
และนา่ หมน่ั ไส้พิลึก ผมปดิ หนังสอื จากน้นั ขบั รถไปสวนพุทธ
ด้วยความรู้สึกที่เต็มไปความฝันว่าจะว่ิงอย่างมีความสุข
ทา่ มกลางอากาศทแี่ สนปลอดโปรง่ แนน่ อน, คงหายใจไดเ้ ตม็ ปอด
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 95
เม่ือวานว่ิงได้ 13 กิโลนิดๆ คิดไว้ว่าจะงดวิ่งสักวันสองวัน
แตบ่ รรยากาศทโี่ อบลอ้ มกช็ วนใหล้ งั เล ขนื ขม่ ใจไมว่ ง่ิ กเ็ ทา่ กบั
ทง้ิ ส่ิงดีไปเฉยๆ อยากเหน็ ตัวเองวงิ่ ฝ่าความหนาว
มาถึงสวนพุทธตั้งแตเ่ ช้ามืด มีรถจอดรมิ ทางไม่มากนัก
คนออกกำ� ลงั กายกำ� ลงั ทยอยกนั มา พทุ ธมณฑลคงไกลสำ� หรบั
หลายคน ส่วนผมโชคดีท่ีห่างบ้านไม่มาก เคยเดินวัดฝีเท้า
ระยะทางจากบ้านมาสวนพุทธประมาณ 6 กิโลเมตร เรียก
ว่าพอดบิ พอดสี ำ� หรบั การ warm up จอดรถเสร็จก็วอรม์ อพั
อกี หนอ่ ย ชำ� เลอื งดนู กั วงิ่ นอ้ ยจนไมน่ า่ เชอื่ หรอื อากาศหนาว
แบบนี้ควรหลับอุตุอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา มากกว่าจะออกมาก
ระโดดโลดแลน่ คนว่งิ บางตา นับวา่ เป็นข้อดี อยา่ งนอ้ ยจะได้
มสี มาธิวิ่ง ไม่ตอ้ งกังวลคนจหี้ ลงั ไมต่ ้องระวงั เบย่ี งตวั หลบให้
เสียจังหวะ เมื่อเร่ิมออกตัวก็ปวดหนึบๆ บริเวณเข่า ทั้งสอง
ขา้ งจะมีอาการคลา้ ยๆ กนั เม่อื คนื ทายากอ่ นนอน พอตนื่ มา
อาการปวดกบ็ รรเทา
วันนี้ปรับท่าวิ่งให้ช้าลง พูดง่ายๆ ช้ากว่าทุกคร้ัง
ว่งิ เหยาะๆ เพซเฉลีย่ 7.45 ถงึ 8.20 จากเดมิ ทีเ่ คยวง่ิ ในเพซ
เฉลี่ย 6 กว่าๆ นยั หนง่ึ ท่ีทำ� แบบนเี้ พราะเจ็บเขา่ จงึ อยากลอง
96
ดวู า่ ถา้ วงิ่ ชา้ อาการเจบ็ อาการปวดจะทเุ ลาไหม ปรากฎวา่ ไม่
แต่ระดับความปวดมันก็ไม่ได้มากมาย ยังอยู่ในระดับท่ี
พอประคองไปได้ ผมเคยปวดเข่าเท่ากันน่ีแหละ ก็ค่อยๆ
หายไปเม่ือวิ่งผ่านกิโลเมตรแรก แต่หนนี้อาการปวดเข่ามัน
ลากยาว จบไป 2.60 กโิ ล ซง่ึ เปน็ ระยะ 1 รอบ (สวนพทุ ธ) กย็ งั
รู้สึกปวดหนึบๆ ตรงหัวเข่า ผมเอาต่ออีกรอบหวังว่าจะหาย
มันมาได้ผลเมื่อผ่าน 4 กิโลเมตร และนับจากนั้นก็ว่ิงแบบ
สบายๆ จะเหน็ ได้วา่ การลดความเรว็ จากเพซเฉลยี่ ที่ 6 กวา่ ๆ
มาเป็นเพซเฉลี่ยที่ไต่ระดับอยรู่ ะหว่าง 7.30 ถงึ 8.20 จะชว่ ย
ใหร้ ้สู ึกเหน่ือยชา้ ลง หายใจคลอ่ งขึ้น
จงึ รู้สกึ วา่ ฉันจะเคาะเทา้ ใหอ้ ยใู่ นเพซ 7 ไปถงึ 8 แบบนี้
ต่อไป เม่ือว่ิงช้าลง นอกจากช่วยให้หายใจคล่อง ผมลองว่ิง
โดยใช้ปลายเท้าดีดตัว หยุดใช้ส้นดีดเหมือนทุกครั้ง ก็มีบ้าง
บางจงั หวะทเี่ ผลอตวั กล็ งสน้ เหมอื นเดิม แต่เมอื่ มสี ตกิ ็รีบใช้
ปลายเทา้ ดดี ตวั พอลองเปลย่ี นวธิ ที งิ้ ตวั -ดดี ปลายเทา้ กพ็ บวา่
มันช่วยพยุงให้วิ่งได้นานข้ึน สองเดือนผ่านไปใครจะไปรู้ว่า
วันน้ผี มจะขยับหลกั ชัยไปแตะ 16.30 กโิ ลเมตรได้สำ� เร็จ
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 97
17
โภชเนมัตตัญญุตา
พ่ีๆ ที่ออฟฟิศ อดเปน็ ห่วงผมไมไ่ ด้ เมือ่ เห็นสถติ ิทอ่ี วด
ให้เห็น “ระวังเข่าหน่อยน่ะ” อีกคนว่า “หมกมุ่น จริงจังไป
รึเปลา่ ?” กอ่ นสรปุ ทง้ิ ทา้ ย “ถา้ เอาจรงิ ๆ ศติ ตอ้ งหาโค้ชเกง่ ๆ
ให้เขาแนะน�ำวิธีว่ิงที่ถูกต้อง อย่าวิ่งสะเปะสะปะ” ผมมีแต่
ครับๆ เชอื่ หมดใจทุกค�ำ เพราะไม่ใชแ่ คพ่ ๆ่ี ที่บอก ใครรู้ ใคร
ทราบวา่ ผมวง่ิ แทบทกุ คนจะเอย่ ตรงกนั ไมเ่ คยคดิ รำ� คาญครบั
ทว่าเป็นผมเองท่ีลวกๆ สุกเอาเผากิน คิดอะไรง่ายๆ เข้าว่า
หลายครั้งตั้งใจก่อนสตารท์ จะขอแคร่ อบเดียว สกั สามส่ีกิโล
ก็พอ แต่เม่ือออกตัวก็มักติดพัน เหยาะขาไปเรื่อยๆ มีแค่
สองคร้ังท่ีผมหักห้ามใจได้ นอกนั้นโลภมาก ไม่บันยะบันยัง
ซึ่งขาว่ิงจะรู้ดีว่าจะมีความท้าทายอยู่ในนั้น มันจะเย้ายวนใจ
ใหร้ สู้ กึ อยากไปตอ่ อยา่ งนอ้ ยๆ กค็ วรมากกวา่ สถติ ทิ เี่ คยทำ� ไว้
พยายามแกไ้ ข แตจ่ นแล้วจนรอด กด็ อดกระด๊ึบกระดบึ๊ ตีน่งิ
วงิ่ ไปเรอื่ ย จาก 4 กิโลกลายเป็น 16 กิโล เหมอื นวนั นีแ้ หละ
98
ก็ไม่ร้วู ่าเพราะอะไรเหมือนกัน ทำ� ไมการวิง่ มันจงึ ล่อใจ
คนอน่ื ๆ ผมไม่รู้ ดจู ากตัวเองเปน็ หลัก กด็ สู ิ มีแตห่ ลกั กิโลที่
มากขึ้น บางวันอดต�ำหนิตัวเองไม่ได้ ท�ำไมมาวิ่งเอาตอนน้ี
น่ีถ้าได้วิ่งตอนหนุ่มๆ ที่เน้ือยังแน่นก็คงดี อย่างน้อยโรคหวัด
โรคไอคงไม่ถามหา และอยา่ งนอ้ ยๆ กไ็ มพ่ ุงพลยุ้ อยุ้ อ้ายอย่าง
นแ้ี นๆ่ นแ่ี หละทเ่ี ขาวา่ ‘ดวงตาไมเ่ หน็ ธรรม มนั ตอ้ งเจอวกิ ฤต
จึงคิดได้หมายรู้’ ค�ำถามระยะหลังๆ มักออกไปทาง “ลดได้
ก่ีโล?” เคยทรงตวั ยนื ช่งั น้�ำหนักเมือ่ หลายอาทิตย์ก่อน ลดไป
สี่กิโล ไม่ได้เดือดเน้ือร้อนใจกับสถิติลดกี่กิโล เพราะรู้ดีว่า
วิ่งแค่เดือนสองเดือน จะไปคาดหวังต้ังค่าอะไรได้ เอาง่ายๆ
แคไ่ ดย้ นิ คนในบา้ นพมึ พำ� วา่ เดยี๋ วนไี้ มม่ เี สยี งกรนดงั ลนั่ เหมอื น
แตก่ อ่ น แคน่ ีก้ ็สุขใจ คิดไมผ่ ดิ ทอี่ อกไปว่ิง
แค่สองเดือนท่ีออกว่ิง (อย่างเอาจริงเอาจัง) มันก็ลด
ความป่วยไข้ของผมได้ ไอเจ้าประจ�ำก็หาย อาการกรนก็ลด
เดซิเบลเป็น 0 ถามตัวเองจะเอาอะไรอีก แค่นี้ก็แจ่มแจ๋ว
สดุ เจง๋ เนอ้ื หนงั หนา้ ทอ้ งตอ้ งใชเ้ วลา ตลี วกๆ โนน้ ปหี นงึ่ ถงึ จะ
เหน็ ผล ไอท้ ีเ่ หน็ ผลก็ใชว่ า่ จะลดฮวบฮาบ อย่างดีๆ หน้าทอ้ ง
ก็คงไม่แบนราบ นอกจากหม่ันออกก�ำลังกาย เรื่องอาหาร
การกิน ก็เร่ิมครุ่นคิด ถ้าขืนขบเคี้ยวไม่เลือก ต้ังท่าเขมือบ
ปกาศิต แมนไทยสงค์ 99