50 4. กิจกรรมการเรียนรู้ ทักษะ/กระบวนการ 1. การฟังสิ่งที่ครูและเพื่อนพูด 2. การพูดตอบคำถาม และการพูดแสดงความคิด 3. การอ่านออกเสียงสะกดคำ 4. การเขียนสะกดคำ 5. การคิดวิเคราะห์ 6. การคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด และครึ่งบรรทัด คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1. เห็นคุณค่าของการใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวัน 2. มีความกระตือรือร้น สนใจใฝ่รู้ 3. มีความรับผิดชอบในงานของตน และมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม 4. มีทักษะในการคัดลายมือที่ถูกต้อง และสวยงาม 5. มีมารยาทในการฟัง และการดู กิจกรรมที่ การอ่านออกเสียงคำ เวลา 5 ชั่วโมง กระบวนการเรียนภาษา ชั่วโมงที่ 1 1. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมนำสู่การเรียน ในหนังสือเรียน (หน้า 23) โดยให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำ ที่พิมพ์ตัวสีฟ้า จากนั้นให้หาคำตอบของปริศนา 2. ครูและนักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบ แล้วให้นักเรียนฝึกอ่านออกเสียงคำที่พิมพ์ตัวสีฟ้า จนสามารถอ่านได้คล่อง จากนั้นครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงแถบประโยคบนกระดานพร้อมกัน ดังนี้ ยักษ์ใหญ่ไล่ยักษ์เล็ก ยักษ์เล็กไล่ยักษ์ใหญ่ ชามเขียวคว่ำเช้า ชามขาวคว่ำค่ำ กิจกรรมนำสู่การเรียน
51 3. ครูให้นักเรียนฝึกอ่านประโยคบนกระดาน และสุ่มเรียกนักเรียนให้อ่านออกเสียงประโยค จากนั้น ครูอธิบายให้นักเรียนเห็นความสำคัญในการเรียนรู้ และฝึกอ่านออกเสียงคำให้ถูกต้อง ทั้งคำควบ กล้ำ คำที่มีอักษรนำ และคำที่มีตัวการันต์ เพื่อที่จะสามารถใช้ภาษาไทยได้ถูกต้องต่อไป 1. ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียน (หน้า 24) หัวข้อ การอ่านออกเสียงคำลักษณะต่างๆ หัวข้อย่อย การอ่านออกเสียงคำควบกล้ำ แล้วครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับ การออกเสียงคำควบกล้ำ โดยใช้ตัวอย่างในหนังสือเรียน (หน้า 24) ประกอบการอธิบาย 2. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม “ควบกล้ำ อ่านคล่อง” โดยให้นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน เพื่อฝึกอ่านคำควบกล้ำในใบกิจกรรมที่ 1 ควบกล้ำ อ่านคล่อง ที่ครูแจก 3. ครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำควบกล้ำในใบกิจกรรมที่ 1 ควบกล้ำ อ่านคล่อง พร้อมกัน แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มฝึกอ่านภายในกลุ่มจนสามารถอ่านได้คล่อง จากนั้นให้ออกมาอ่านออก เสียงคำควบกล้ำในใบกิจกรรมที่ 1 ควบกล้ำ อ่านคล่อง ให้ครูฟังทีละกลุ่ม เพื่อเป็นการทดสอบว่า นักเรียนสามารถอ่านคำควบกล้ำได้ถูกต้องและชัดเจน 4. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง การอ่านออกเสียงคำควบกล้ำ ชั่วโมงที่ 2 5. ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียน (หน้า 25) หัวข้อย่อย การอ่านออกเสียงคำที่มีอักษรนำ แล้วครู อธิบายให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับ การออกเสียงคำที่มีอักษรนำ โดยใช้หนังสือเรียน (หน้า 25-26) ประกอบการอธิบาย 6. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม “อักษรนำ อ่านง่ายจัง” โดยให้นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน เพื่อฝึกอ่านคำที่มีอักษรนำในใบกิจกรรมที่ 2 อักษรนำ อ่านง่ายจัง ที่ครูแจก 7. ครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำที่มีอักษรนำในใบกิจกรรมที่ 2 อักษรนำ อ่านง่ายจัง พร้อมกัน แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มฝึกอ่านภายในกลุ่มจนสามารถอ่านได้คล่อง จากนั้นให้ออกมาอ่านออก เสียงคำที่มีอักษรนำในใบกิจกรรมที่ 2 อักษรนำ อ่านง่ายจัง ให้ครูฟังทีละกลุ่ม เพื่อเป็นการ ทดสอบว่านักเรียนสามารถอ่านคำที่มีอักษรนำได้ถูกต้องและชัดเจน 8. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง การอ่านออกเสียงคำที่มีอักษรนำ กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้
52 ชั่วโมงที่ 3 9. ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียน (หน้า 26) หัวข้อย่อย การอ่านออกเสียงคำที่มีตัวการันต์ แล้วครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับ การอ่านออกเสียงคำที่มีตัวการันต์ โดยใช้ตัวอย่างใน หนังสือเรียน (หน้า 26) ประกอบการอธิบาย 10. ครูให้นักเรียนเล่นเกม “การันต์ อ่านสนุก” โดยให้นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน แล้ว ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาหยิบบัตรคำตัวการันต์จากในกล่อง จากนั้นให้คิดคำที่ลง ท้ายด้วยตัวการันต์ในบัตรคำ แล้วเขียนคำบนกระดานพร้อมกับอ่านออกเสียงคำ กลุ่มใดเขียนและ อ่านคำถูกต้องได้ 1 คะแนน กลุ่มที่ได้คะแนนมากที่สุดถือเป็นผู้ชนะ 11. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง การอ่านออกเสียงคำที่มีตัวการันต์ ชั่วโมงที่ 4 12. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 1 ข้อ 1 ในหนังสือเรียน (หน้า 27) โดยรวบรวม ชื่อเพื่อนร่วมชั้นเรียน หรือเพื่อนห้องอื่นๆ จากนั้นเขียนจำแนกเป็นหมวดหมู่ตามที่กำหนด แล้ว เขียนคำอ่านของแต่ละชื่อกำกับลงในสมุดให้ถูกต้อง 13. ครูให้นักเรียนอาสาสมัครหรือสุ่มเรียกนักเรียนให้ออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน โดยครูและ เพื่อนนักเรียนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง 14. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 1 ข้อ 2 ในหนังสือเรียน (หน้า 27) โดยอ่านประโยค แล้วเขียนคำอ่านของคำที่พิมพ์ตัวสีฟ้าลงในช่องว่าง 15. ครูและนักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบของกิจกรรม ชั่วโมงที่ 5 16. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 8 อ่านอย่างไร โดยให้นักเรียนเขียนคำอ่านจากคำที่กำหนด 17. ครูให้นักเรียนอาสาสมัครหรือสุ่มเรียกนักเรียนให้เฉลยคำตอบใบงาน เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง หากผิดให้เพื่อนนักเรียนในห้องช่วยกันแก้ไขคำตอบให้ถูกต้อง
53 1. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 1 ในหนังสือเรียน (หน้า 38) โดยคิดและเขียนคำ ตามหัวข้อที่กำหนด แล้วเขียนคำอ่าน และอ่านออกเสียงคำ 2. ครูให้นักเรียนอาสาสมัครหรือสุ่มเรียกนักเรียนให้เฉลยคำตอบเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง หากผิดให้เพื่อนนักเรียนในห้องช่วยกันแก้ไขคำตอบให้ถูกต้อง 3. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมบูรณาการสร้างสรรค์ในหนังสือเรียน (หน้า 39) โดยอ่านหนังสือ ที่สนใจ แล้วเขียนจำแนกคำควบกล้ำ คำที่มีอักษรนำ และคำที่มีตัวการันต์ จากนั้นเขียนสรุป ใจความสำคัญของเรื่องด้วยตัวบรรจงครึ่งบรรทัด เป็นการบ้าน กระบวนการปฏิบัติ ชั่วโมงที่ 1 1. ครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงวรรณกรรมเรื่อง ดูหนังดูละคร แล้วย้อนดูตัว ในหนังสือเรียน (หน้า 28-29) พร้อมกัน 2. ครูถามนักเรียนว่า ชอบดูภาพยนตร์หรือไม่ และนักเรียนคิดว่า ควรปฏิบัติตัวในการดูภาพยนตร์ อย่างไร 3. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า นักเรียนควรปฏิบัติตนให้เหมาะสมในการชมภาพยนตร์ 1. ครูให้นักเรียนอ่านในใจ โดยอ่านวรรณกรรมเรื่อง ดูหนังดูละคร แล้วย้อนดูตัว ในหนังสือเรียน (หน้า 28-29) 2. ครูให้นักเรียนสรุปใจความสำคัญจากเรื่อง ดูหนังดูละคร แล้วย้อนดูตัว ลงในสมุด กิจกรรมที่ 2 วรรณกรรมเรื่อง ดูหนังดูละคร แล้วย้อนดูตัว เวลา 2 ชั่วโมง กิจกรรมรวบยอด กิจกรรมนำสู่การเรียน กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้
54 3. ครูให้นักเรียนช่วยกันเล่าเรื่อง ดูหนังดูละคร แล้วย้อนดูตัว เพื่อเป็นการทบทวน จากนั้นให้นักเรียน ทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 2 ข้อ 1 ในหนังสือเรียน (หน้า 29) โดยให้นักเรียนฝึกอ่านบทอ่าน จากนั้นหาความหมายของคำที่กำหนด 1. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 2 ข้อ 2 ในหนังสือเรียน (หน้า 29) โดยตอบคำถาม จากเรื่อง ดูหนังดูละคร แล้วย้อนดูตัว ลงในสมุด 2. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง ดูหนังดูละคร แล้วย้อนดูตัว กิจกรรมที่ 3 การฟังและการดู เวลา 3 ชั่วโมง กระบวนการปฏิบัติ ชั่วโมงที่ 1 1. ครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงกรอบคำพูดสีเขียว ในหนังสือเรียน (หน้า 30) หัวข้อ การฟัง และการดู 2. ครูให้นักเรียนช่วยกันบอกหลักหรือข้อควรปฏิบัติในการฟังและการดูที่ดี เพื่อเป็นการทดสอบ ความรู้เดิมก่อนเรียน 3. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า นักเรียนควรปฏิบัติตนให้เป็นผู้ฟังและผู้ดูที่ดี มีมารยาทในการฟัง และการดู 1. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม “โรงละครแห่งการเรียนรู้” โดยให้นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 6- 7 คน แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเข้าศึกษาในโรงละครแห่งการเรียนรู้ 4 โรงละคร เพื่อให้นักเรียน กลายเป็นผู้ฟังและผู้ดูที่ดี จากนั้นให้นักเรียนเขียนแผนผังความคิดสรุปความรู้ที่ได้รับจากโรงละคร ทั้ง 4 โรง ลงในสมุด และระบายสีให้สวยงาม โดยโรงละครแห่งการเรียนรู้ได้แก่ (อาจจัดทำฉากหรือป้ายนิเทศประกอบเพื่อความน่าสนใจ) โรงละครที่ 1 : ศึกษาความหมายของการฟัง และการดู ชั่วโมงที่ 2 กิจกรรมรวบยอด กิจกรรมนำสู่การเรียน กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้
55 โรงละครที่ 2 : ศึกษาปัจจัยที่จะทำให้การฟัง และการดูเกิดประสิทธิภาพ โรงละครที่ 3 : ศึกษาลักษณะของผู้ฟัง และผู้ดูที่ดี โรงละครที่ 4 : ศึกษามารยาทในการฟัง และการดู 2. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับ หลักปฏิบัติในการฟังและการดู 3. ครูทบทวนความรู้เดิมของนักเรียน จากนั้นให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 3 ในหนังสือเรียน (หน้า 32) โดยคิดแล้วเขียนข้อควรปฏิบัติจากสถานการณ์ที่กำหนด 4. ครูให้นักเรียนอาสาสมัครหรือสุ่มเรียกนักเรียนให้เฉลยคำตอบของกิจกรรมเพื่อตรวจสอบ ความเข้าใจของนักเรียน 5. ครูให้นักเรียนช่วยกันบอกข้อควรปฏิบัติของการฟัง และการดูที่ดี จากนั้นครูให้นักเรียนดูสารคดี สำรวจโลก แล้วสรุปใจความสำคัญลงในสมุด โดยนักเรียนจะต้องปฏิบัติตนให้เป็นผู้ฟังและผู้ดูที่ เหมาะสม 6. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปใจความสำคัญจากสารคดีสำรวจโลก 1. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 2 ในหนังสือเรียน (หน้า 39) โดยให้นักเรียนอ่านออก เสียงคำประพันธ์ แล้วเขียนบอกมารยาทในการฟังและการพูดที่ปรากฏในคำประพันธ์ 2. ครูและนักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบของกิจกรรม ชั่วโมงที่ 2 ชั่วโมงที่ 3 กิจกรรมรวบยอด
56 กิจกรรมที่ 4 การเขียนและการคัดลายมือ เวลา 4 ชั่วโมง กระบวนการปฏิบัติ ชั่วโมงที่ 1 1. ครูให้นักเรียนดูตัวอย่างการคัดลายมือบนกระดานที่แตกต่างกัน ดังนี้ นักเรียน นกัเรยีน นักเรียน 2. ครูให้นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ตัวอย่างการคัดลายมือว่า ถูกต้อง และมี ความสวยงามหรือไม่ ถ้าไม่ถูกต้องควรแก้ไขอย่างไร 3. ครูอธิบายให้นักเรียนเห็นถึงความสำคัญของการเขียน และการคัดลายมือว่า นักเรียนควรเขียนให้ อ่านง่ายและสวยงาม เพื่อทำให้เกิดประสิทธิภาพในการสื่อสาร 1. ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียน (หน้า33) หัวข้อย่อย การเขียน และการคัดลายมือ ในหนังสือเรียน (หน้า 33) แล้วครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับ หลักในการคัดลายมือ 2. ครูให้นักเรียนฝึกคัดลายมือจากแบบคัดลายมือในใบกิจกรรมที่ 3 แบบคัดลายมือ ที่ครูแจกด้วย ตัวบรรจงเต็มบรรทัด 1 จบ และตัวบรรจงครึ่งบรรทัด 1 จบ ลงในสมุด 3. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง หลักการคัดลายมือ 4. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 4 ข้อ 2 ในหนังสือเรียน (หน้า 37) โดยให้นักเรียนอ่าน บทความที่กำหนด แล้วคัดบทความด้วยตัวบรรจงครึ่งบรรทัด และเขียนตอบคำถามลงในสมุด 5. ครูและนักเรียนช่วยกันตอบคำถามในกิจกรรม และร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง พลังงานทดแทน 6. ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียน (หน้า 34-35) แล้วครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับ หลักการ เขียนทั่วไปให้นักเรียนฟัง โดยใช้ตัวอย่างในหนังสือเรียน (หน้า 34-35) ประกอบการอธิบาย ชั่วโมงที่ 2 กิจกรรมนำสู่การเรียน กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้
57 7. ครูให้นักเรียนเขียนสรุปเกี่ยวกับ หลักการเขียนทั้ง 8 ข้อ ที่ได้เรียนมา โดยเขียนเป็นแผนผังความคิดลง ในสมุด แล้วระบายสีให้สวยงาม 8. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง หลักการเขียนโดยทั่วไป 9. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 9 ภาษาไทย ใช้ถูกต้อง โดยให้นักเรียนพิจารณาประโยคที่กำหนดให้ว่า ถูกต้องตามหลักการเขียนหรือไม่ ถ้าผิดให้นักเรียนแก้ไขให้ถูกต้อง 10. ครูและนักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบในใบงาน 11. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 4 ข้อ 1 ในหนังสือเรียน (หน้า 36) โดยให้นักเรียน เปลี่ยนบทสนทนาให้ถูกต้องตามหลักการเขียน 12. ครูให้นักเรียนอาสาสมัครหรือสุ่มเรียกนักเรียนให้เฉลยคำตอบในกิจกรรมเพื่อตรวจสอบความเข้าใจ 1. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 3 ในหนังสือเรียน (หน้า 39) โดยให้นักเรียน คัดคำประพันธ์ด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด 1 จบ และตัวบรรจงครึ่งบรรทัด 1 จบ ลงในสมุด 2. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับ หลักการคัดลายมือ 3. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 4 ในหนังสือเรียน (หน้า 39) โดยให้นักเรียนคิด และเขียนแผนผังความคิดสรุปความรู้เรื่อง หลักการเขียน ลงในสมุด 4. ครูให้นักเรียนอาสาสมัครหรือสุ่มเรียกนักเรียนให้ออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน จากนั้นครู และนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับ หลักการเขียน 5. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบที่ 2 ในหนังสือเรียน (หน้า 40) เพื่อทบทวนความรู้ที่เรียนมา ชั่วโมงที่ 3 ชั่วโมงที่ 4 กิจกรรมรวบยอด
58 5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 6. การวัดและประเมินผล 1. สื่อการเรียนรู้ (ตัวอย่าง : สื่อฯ มมฐ. หลักสูตรแกนกลางฯ ภาษาไทย ป. 6) 2. แถบประโยคยักษ์ใหญ่ไล่ยักษ์เล็ก ยักษ์เล็กไล่ยักษ์ใหญ่ และชามเขียวคว่ำเช้า ชามขาวคว่ำค่ำ 3. เกม การันต์ อ่านสนุก 4. สารคดีสำรวจโลก 5. ตัวอย่างการคัดลายมือ 6. แหล่งการเรียนรู้ เช่น ห้องสมุด อินเทอร์เน็ต 6.1 หลักฐานการเรียนรู้(ชิ้นงานสุดท้ายที่แสดงพฤติกรรมการเรียนรู้รวบยอด) 1. กิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 1-4 2. ใบงานที่ 8 เรื่อง อ่านอย่างไร 3. ใบงานที่ 9 เรื่อง ภาษาไทย ใช้ถูกต้อง 4. ผลงานจำแนกคำตามหมวดหมู่ 6.2 วิธีการวัดและประเมินผล 1. ตรวจการทำกิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 1-4 2. ตรวจการทำใบงานที่ 1 เรื่อง อ่านอย่างไร 3. ตรวจการทำใบงานที่ 2 เรื่อง ภาษาไทย ใช้ถูกต้อง 4. ประเมินผลงานจำแนกคำตามหมวดหมู่ 5. สังเกตทักษะการอ่าน การพูด และการเขียน 6. สังเกตพฤติกรรมในขณะปฏิบัติกิจกรรม 6.3 เครื่องมือวัดและประเมินผล และเกณฑ์ 1. กิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 1-4 2. ใบงานที่ 1 เรื่อง อ่านอย่างไร 3. ใบงานที่ 2 เรื่อง ภาษาไทย ใช้ถูกต้อง 4. แบบประเมินทักษะการอ่านออกเสียง 5. แบบประเมินทักษะการเขียน 6. แบบประเมินทักษะการพูด 7. แบบประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์ 8. แบบประเมินผลงาน 9. แบบประเมินสมรรถนะผู้เรียน 5 ด้าน (ดูเกณฑ์ในแบบประเมิน (ร้ อยละ 70 ผ่านเกณฑ์) (ดูเกณฑ์ในแบบประเมิน)
59 7. กิจกรรมเสนอแนะ 10. แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ด้าน ............................................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................................... _
60 1. ผลการเรียนรู้ 1.1 ผู้เรียนที่ผ่าน ตัวชี้วัด มีจำนวน ........................................................ คน คิดเป็นร้อยละ............................................... 1.2 ผู้เรียนที่ ไม่ผ่าน ตัวชี้วัด มีจำนวน ........................................................ คน คิดเป็นร้อยละ............................................... 1) ................................................................สาเหตุ (ถ้าทราบ) ................................................... 2) ................................................................สาเหตุ ....................................................................... แนวทางแก้ปัญหา .......................................................................................................................... ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ 1.3 ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ ได้แก่ 1) ........................................................................ 2) .................................................................... แนวทางการพัฒนา / ส่งเสริม ...................................................................................................... ก ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ 1.4 ผู้เรียนได้รับความรู้ (K)………..................................................................................................... 1.5 ผู้เรียนเกิดทักษะกระบวนการ (P)…………................................................................................ 1.6 ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม (A)…................................................................................ 2. ปัญหาอุปสรรค (ถ้ามี) .......................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... 3. ข้อเสนอแนะ (ถ้ามี) .............................................................................................................................. ................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.......................................................... (.........................................................) 8. บันทึกผลการสอน
61 ฝึ กอ่านออกเสียงค าควบกล ้า ใบกิจกรรมที่ 1 ควบกล ้า อ่านคล่อง แ ค าสั่ง กราด กราว ไกร เกร้ียว กราย กรัม กร่อน กรอง โกรธ กรอบ เกลา กล่อม เกล้ีย กลม กลอง แกลบ กล้า กล้นั กลับ กลาย ขวาน ขวัญ ขวา ไขว่ขวาง ขลาด ขลัง ขลุ่ย ขรึม ขรัว ความ ควาย แคว เครื่อง คราบ ใคร ครู คล่อง คลุม คลาน กวาง กว้าง เกวียน แกวง่ ไกว กว้าน กวา่ง กวา่กวาด กวัก แทรก ทรัพย์ ทราย ทรง ทรวง ทราม โทรม ทรุด ไทร ทรวดทรง สร้าง เสริม เสร็จ สรง สรวล แสร้ง สรวง สรวม สรง สร่าง
62 ฝึ กอ่านออกเสียงค าที่มีอักษรน า ใบกิจกรรมที่ 2 อักษรน า อ่านง่ายจัง แ ค าสั่ง ขนม ขนุน ขยาย แขยง เขนย ขนาด ขนอบ ขมับ ขยะ ขยัน ฉงน ฉลาม ไฉน ฉมวก ฉลาด เฉวียน ฉลอง เฉลี่ย ฉลู โฉนด ถล า ถวาย ถลน ถล่ม ถนอม ถวิล ถนัด ไถล ถนน ถลอก ผนัง ผลิต เผยอ ผวา ผลึก ผงก ผงะ ผงาด ผนวก แผนก สมุด สวาย สมอ สนับ สนนั่ เสงี่ยม สง่า สลับ สนิท สมาน หมู หมวก หมี หงาย แหล่ง หนาม เหรียญ เหยือก เหงือก หลอด อยา่อยู่อยา่ง อยาก
63 คัดบทอ่านด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด 1 จบ และตัวบรรจง ครึ่งบรรทัด 1 จบ ใบกิจกรรมที่ 3 แบบคัดลายมือ แ ค าสั่ง สา นวนตีนถีบปากกดัหมายถึง มานะพยายามทา งาน ทุกอยา่ง เพื่อปากทอ ้ งโดยไม่เห ็ นแก่ความเหนื่อยยาก ในนิราศเมืองแกลงของสุนทรภู่ความตอนหน่ึง ที่เกี่ยวขอ ้ งกบัคา ในสา นวนน้ีเป็ นคา อธิบายใหเ ้ ห ็ นภาพวา่ “อนัพวกเขาชาวประมงไม่โหยง่หยบิ ลว ้ นตีนถีบปากกดัขดัเขมร จะไดก ้ินขา ้ วเชา ้ ก ็ ราวเพล ดูจัดเจนโลดโผนในโคลนตม” สา หรับที่มาคงจะนา มาจากสภาพการต่อยตีสู้ รบ การ เขา ้ ต่อสู้ แยง่ชิงกนัชนิดไม่คิดชีวิต และใชอ ้ วยัวะทุกส่วน ของร่างกายไม่วา่จะเป็ นมือเป็ นเทา ้ กระทงั่ใชป้ ากกดั อะไรก ็ไดท ้ี่จะทา ใหไ้ ด ้โดยไม่ยอ่ทอ ้ ต่อความยากลา บาก (ที่มา : บ่อเกิดส านวนไทย เล่ม 2)
64 ชื่อ – นามสกุล.......................................................................... ชั้น ป. 6 / ............ เลขที่ ............ เขียนค าอ่านจากค าที่ก าหนดให้ ชุด ใบงานที่ 8 อ่านอย่างไร ........................................... ๊ ค าสั่ง 1. สวิง อ่านวา่ 2. พระอินทร์ อ่านวา่ 3. แขยง อ่านวา่ 4. สวา่น อ่านวา่ 5. ภาพยนตร์ อ่านวา่ 6. ไถล อ่านวา่ 7. ยานัตถุ์ อ่านวา่ 8. พราหมณ์ อ่านวา่
65 การประเมินผลงาน :ระบายสีในสัญลักษณ์รูปใบหน้าตามความเป็ นจริง ตนเอง ☺ ดี พอใช้ ควรปรับปรุง เพื่อน ☺ ผู้ปกครอง ☺ ดี พอใช้ ควรปรับปรุง คุณครู ☺ 9. อาจารย์ อ่านวา่ 10. แผนก อ่านวา่ 11. พันธุ์ อ่านวา่ 12. สมาธิ อ่านวา่ 13. วาสนา อ่านวา่ 14. สมาชิก อ่านวา่ 15. ประโยชน์ อ่านวา่
66 ชื่อ – นามสกุล.......................................................................... ชั้น ป. 6 / ............ เลขที่ ............ ค าสั่ง แก ้ไขประโยคให ้ ถูกต ้ องตามหลกัการเข ี ยน ใบงานที่9 ภาษาไทยใช้ถูกต้อง 2 r ........................................... ๊ 1. ฉนัชอบข้ึนรถแท ๊ กซี่มากกวา่รถเมล ์ แกเ ้ป็ น ____________________________________________________ 2. พวกขาโจ๋ชอบขบัรถซิ่ง แกเ ้ป็ น ____________________________________________________ 3. ไพลินชอบไปชอ ้ ปปิ้งมาก แกเ ้ป็ น ____________________________________________________ 4. นกัเรียนที่ทา ผิดพลาดจะถูกครูดุด่าวา่กล่าวตกัเตือน แกเ ้ป็ น ____________________________________________________ 5. น้องเตะกระโถนหก แกเ ้ป็ น ____________________________________________________
67 การประเมินผลงาน :ระบายสีในสัญลักษณ์รูปใบหน้าตามความเป็ นจริง ตนเอง ☺ ดี พอใช้ ควรปรับปรุง เพื่อน ☺ ผู้ปกครอง ☺ ดี พอใช้ ควรปรับปรุง คุณครู ☺ 6. คุณครูให้นักเรียนโน้ตค าส าคัญลงในชีท แกเ ้ป็ น ____________________________________________________ 7. ผรู้้ ายโดนตา รวจวิสามญัถึงแก่ความตายแลว ้ แกเ ้ป็ น ____________________________________________________ 8. หวานเดินไปเหยยีบแกว ้ แตก แกเ ้ป็ น ____________________________________________________ 9. ฉันชอบไปเที่ยวเขาเพราะมันชิลล์ดี แกเ ้ป็ น ____________________________________________________ 10. เซอร์ไพส์จริงๆ แต๊งค์มากนะส าหรับของขวัญ แกเ ้ป็ น ____________________________________________________
68 เกณฑ์ประเมินชิ้นงาน กิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 1 ( 10 คะแนน ) 1. การคิดและเขียนคำตามหัวข้อที่กำหนด ( 5 คะแนน ) - คิดและเขียนคำได้ถูกต้อง 13-15 คำ = 5 คะแนน - คิดและเขียนคำได้ถูกต้อง 10-12 คำ = 4 คะแนน - คิดและเขียนคำได้ถูกต้อง 7-9 คำ = 3 คะแนน - คิดและเขียนคำได้ถูกต้อง 4-6 คำ = 2 คะแนน - คิดและเขียนคำได้ถูกต้อง 1-3 คำ = 1 คะแนน - คิดและเขียนคำผิดทุกคำ = ไม่มีคะแนน 2. การเขียนคำอ่าน ( 5 คะแนน) - เขียนคำอ่านได้ถูกต้อง 13-15 คำ = 5 คะแนน - เขียนคำอ่านได้ถูกต้อง 10-12 คำ = 4 คะแนน - เขียนคำอ่านได้ถูกต้อง 7- 9 คำ = 3 คะแนน - เขียนคำอ่านได้ถูกต้อง 4- 6 คำ = 2 คะแนน - เขียนคำอ่านได้ถูกต้อง 1- 3 คำ = 1 คะแนน - เขียนคำอ่านผิดทุกคำ = ไม่มีคะแนน
69 เกณฑ์ประเมินชิ้นงาน กิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 2 ( 5 คะแนน ) การเขียนบอกมารยาทในการฟังและพูดจากคำประพันธ์( 5 คะแนน ) - บอกมารยาทในการฟังและพูดถูกต้อง 9-10 ข้อ = 5 คะแนน - บอกมารยาทในการฟังและพูดถูกต้อง 7-8 ข้อ = 4 คะแนน - บอกมารยาทในการฟังและพูดถูกต้อง 5-6 ข้อ = 3 คะแนน - บอกมารยาทในการฟังและพูดถูกต้อง 3-4 ข้อ = 2 คะแนน - บอกมารยาทในการฟังและพูดถูกต้อง 1-2 ข้อ = 1 คะแนน - บอกมารยาทในการฟังและพูดผิดทุกข้อ = ไม่มีคะแนน กิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 3 ( 5 คะแนน ) การคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด ( 5 คะแนน ) - เขียนด้วยลายมือที่อ่านง่าย และมีความสวยงามมากที่สุด = 5 คะแนน - เขียนด้วยลายมือที่อ่านง่าย และมีความสวยงามมาก = 4 คะแนน - เขียนด้วยลายมือที่อ่านง่าย และมีความสวยงามปานกลาง = 3 คะแนน - เขียนด้วยลายมือที่อ่านง่าย และมีความสวยงามน้อย = 2 คะแนน - เขียนด้วยลายมือที่อ่านง่าย และมีความสวยงามน้อยที่สุด = 1 คะแนน - เขียนด้วยลายมือที่อ่านไม่ง่าย และไม่มีความสวยงาม = ไม่มีคะแนน
70 เกณฑ์ประเมินชิ้นงาน กิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 4 ( 10 คะแนน ) 1. การคิดและเขียนแผนผังความคิดสรุปเรื่องหลักการเขียน ( 5 คะแนน ) - เขียนแผนผังความคิดโดยสรุปได้ตรงประเด็นมากที่สุด = 5 คะแนน - เขียนแผนผังความคิดโดยสรุปได้ตรงประเด็นมาก = 4 คะแนน - เขียนแผนผังความคิดโดยสรุปได้ตรงประเด็นปานกลาง = 3 คะแนน - เขียนแผนผังความคิดโดยสรุปได้ตรงประเด็นน้อย = 2 คะแนน - เขียนแผนผังความคิดโดยสรุปได้ตรงประเด็นน้อยมาก = 1 คะแนน - เขียนแผนผังความคิดโดยสรุปไม่ตรงประเด็น = ไม่มีคะแนน 2. การเขียนคำถูกต้องตามหลักภาษาไทย ( 5 คะแนน ) - เขียนคำถูกต้องตามหลักภาษาไทยทุกคำ = 5 คะแนน - เขียนคำผิดหลักภาษาไทย 1 คำ = 4 คะแนน - เขียนคำผิดหลักภาษาไทย 2 คำ = 3 คะแนน - เขียนคำผิดหลักภาษาไทย 3 คำ = 2 คะแนน - เขียนคำผิดหลักภาษาไทย 4 คำ = 1 คะแนน - เขียนคำผิดหลักภาษาไทยมากกว่า 5 คำ = ไม่มีคะแนน
71 ประเมิน ทักษะการอ่านออกเสียง หน่วยการเรียนรู้ที่ ...................................................................……………………………….…….…………………………………………....กิจกรรม ……………….…………………………………………………………………………………………………………………………….... คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตการใช้ทักษะการอ่านออกเสียงของผู้เรียนในขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยเขียนระดับคะแนนลงในตารางที่ตรงกับความสามารถของผู้เรียน เกณฑ์การให้คะแนน 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ควรปรับปรุง เลขที่ ชื่อ – นามสกุล รายการประเมิน รวม คะแนน สรุปผล การประเมิน บอกชื่อและ อ่านออกเสียง อักษรไทย การอ่านออกเสียง สะกดคำหรือ ข้อความ ผ่าน ✓ ไม่ ผ่าน ลงชื่อ ................................................................................. ผู้ประเมิน เกณฑ์การประเมิน : นักเรียนได้ 4 คะแนนขึ้นไป ถือว่า ผ่านเกณฑ์ประเมิน แบบประเมิน
72 ประเมิน ทักษะการเขียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ...................................................................……………………………….…….………………………………………….... กิจกรรม ……………….…………………………………………………………………………………………………………………………….... คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตการใช้ทักษะการเขียนของผู้เรียนในขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยเขียนระดับคะแนน ลง ในตารางที่ตรงกับความสามารถของผู้เรียน เกณฑ์การให้คะแนน 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ควรปรับปรุง เลขที่ ชื่อ – นามสกุล รายการประเมิน รวม คะแนน สรุปผล การประเมิน เขียน สะกดคำ ถูกต้อง เขียนด้วย ลายมือที่ สวยงาม ความ สะอาด เรียบร้อย ผ่าน ✓ ไม่ ผ่าน ลงชื่อ ................................................................................. ผู้ประเมิน เกณฑ์การประเมิน : นักเรียนได้ 6 คะแนนขึ้นไป ถือว่า ผ่านเกณฑ์ประเมิน แบบประเมิน
73 ทักษะการพูด ชั้น ป. 6/…………………....หน่วยที่ ...................................................................……………………………….…….………….......................... กิจกรรม ………..……….…………………………………………………………………………………………………………...………………….... คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตการใช้ทักษะการพูดของผู้เรียนในขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยเขียนระดับคะแนน ลงในตารางที่ตรงกับความสามารถของผู้เรียน เกณฑ์การให้คะแนน 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ควรปรับปรุง เลขที่ ชื่อ – นามสกุล รายการประเมิน รวม คะแนน สรุปผล การประเมิน พูดได้ คล่องแคล่ว การลำดับ เนื้อหาสาระ ในการพูด มีมารยาท ในการพูด ผ่าน ✓ ไม่ ผ่าน ลงชื่อ ................................................................................. ผู้ประเมิน เกณฑ์การประเมิน : นักเรียนได้ 6 คะแนนขึ้นไป ถือว่า ผ่านเกณฑ์ประเมิน แบบประเมิน
74 ประเมิน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ ชั้น ป. 6/ ...................................... วิชา ………….……………………………………………………………………………………………….... คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมการทำงาน การปฏิบัติงานของนักเรียนว่ามีการปฏิบัติหรือไม่ ถ้ามีการปฏิบัติในรายการใดให้ขีด ✓ ถ้าไม่มีให้เว้นว่าง เลขที่ ชื่อ - นามสกุล รายการประเมิน รวม สรุปผล การประเมิน เห็นคุณค่าของการใช้ภาษาไทย ในชีวิตประจำวัน มีความกระตือรือร้นและสนใจใฝ่รู้ มีความรับผิดชอบ การมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม การมีนิสัยรักการอ่านและเขียน ผ่าน ✓ ไม่ ผ่าน ลงชื่อ ................................................................................. ผู้ประเมิน เกณฑ์การประเมิน : นักเรียนมีการปฏิบัติ 3 รายการขึ้นไป ถือว่า ผ่านเกณฑ์ประเมิน แบบประเมิน
75 ประเมิน ผลงาน ชื่อ - นามสกุล .............................................................................................. ชั้น ป. 6 / …………….... เลขที่ ……………………… หน่วยการเรียนรู้ที่ .................................................................... กิจกรรม ……………….………………………………………….... คำชี้แจง : ให้ผู้ประเมินขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน (ดูเกณฑ์การให้คะแนนผลงานในหน้าถัดไป) รายการประเมิน ผู้ประเมิน ตนเอง เพื่อน ครู 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 1. ตรงจุดประสงค์ที่กำหนด 2. มีความถูกต้องสมบูรณ์ 3. มีความคิดสร้างสรรค์ 4. มีความเป็นระเบียบ 5. เสร็จตามเวลาที่กำหนด รวม รวมทุกรายการ เฉลี่ย ผู้ประเมิน ................................................................................. (ตนเอง) ผู้ประเมิน ................................................................................. (เพื่อน) ผู้ประเมิน ................................................................................. (ครู) แบบประเมิน
76 เกณฑ์การให้คะแนนผลงาน ประเด็นที่ประเมิน คะแนน 4 3 2 1 1. ผลงานตรงกับ จุดประสงค์ที่กำหนด ผลงานที่ทำ สอดคล้อง กับจุดประสงค์ ทุกประเด็น ผลงานที่ทำ สอดคล้อง กับจุดประสงค์ เป็นส่วนใหญ่ ผลงานที่ทำ สอดคล้อง กับจุดประสงค์ บางประเด็น ผลงานที่ทำ ไม่สอดคล้องกับ จุดประสงค์ 2. ผลงานมีความถูกต้อง สมบูรณ์ เนื้อหาสาระของ ผลงานถูกต้อง ครบถ้วน เนื้อหาสาระของ ผลงานถูกต้อง เป็นส่วนใหญ่ เนื้อหาสาระของ ผลงานถูกต้องเป็น บางส่วน เนื้อหาสาระของ ผลงานไม่ถูกต้อง เป็นส่วนใหญ่ 3. ผลงานมีความคิด สร้างสรรค์ ผลงานแสดงออก ถึงความคิด สร้างสรรค์ แปลกใหม่ และเป็นระบบ ผลงานมีแนวคิด แปลกใหม่แต่ยัง ไม่เป็นระบบ ผลงานมีความ น่าสนใจ แต่ยัง ไม่ มีแนวคิด แปลกใหม่ ผลงานไม่แสดง แนวคิดใหม่ 4. ผลงานมีความเป็น ระเบียบ ผลงานมีความเป็น ระเบียบ แสดงออก ถึงความประณีต ตั้งใจ ผลงานส่วนใหญ่มี ความเป็น ระเบียบแต่ยังมี ข้อบกพร่อง เล็กน้อย ผลงานมีความ เป็นระเบียบแต่มี ข้อบกพร่อง ค่อนข้างมาก ผลงานส่วนใหญ่ ไม่เป็นระเบียบ และมีข้อบกพร่อง มาก 5. ผลงานเสร็จตามเวลา ที่กำหนด ส่งผลงานตามเวลา ที่กำหนด ส่งผลงานช้ากว่า เวลาที่กำหนด 1-2 วัน ส่งผลงานช้ากว่า เวลาที่กำหนด 3-5 วัน ส่งผลงานช้ากว่า เวลาที่กำหนดเกิน กว่า 5 วัน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 17 - 20 ดีมาก 12 - 16 ดี 8 - 11 ปานกลาง 5 - 7 ปรับปรุง เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
77 ประเมิน สมรรถนะผู้เรียน 5 ด้าน คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน สมรรถนะที่ประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1. ความสามารถในการสื่อสาร 1.1 มีความสามารถในการรับ – ส่งสาร 1.2 มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความเข้าใจของตนเอง โดยใช้ภาษา อย่างเหมาะสม 1.3 ใช้วิธีการสื่อสารที่เหมาะสม 2. ความสามารถในการคิด 2.1 มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์เพื่อการสร้างองค์ความรู้ 2.2 มีความสามารถในการคิดเป็นระบบ เพื่อการสร้างองค์ความรู้ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 3.1 แก้ปัญหาโดยใช้เหตุผล 3.2 แสวงหาความรู้มาใช้ในการแก้ปัญหา 3.3 ตัดสินใจโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4.1 ทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยความสัมพันธ์อันดี 4.2 มีวิธีแก้ไขความขัดแย้งอย่างเหมาะสม 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5.1 เลือกใช้ข้อมูลในการพัฒนาตนเองอย่างเหมาะสม 5.2 เลือกใช้ข้อมูลในการทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเหมาะสม ลงชื่อ ................................................................................. ผู้ประเมิน ......................../........................./............................. เกณฑ์การให้คะแนน : - พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน แบบประเมิน
78 ประเมิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ด้าน คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่อง ที่ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ด้าน รายการที่ประเมิน ระดับ คะแนน 3 2 1 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1 มีความรักและภูมิใจในความเป็นชาติ 1.2 ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของศาสนา 1.3 แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต 2.1 ปฏิบัติตามระเบียบการสอนและไม่ลอกการบ้าน 2.2 ประพฤติ ปฏิบัติ ตรงต่อความเป็นจริงต่อตนเอง 2.3 ประพฤติ ปฏิบัติ ตรงต่อความเป็นจริงต่อผู้อื่น 3. มีวินัย 3.1 เข้าเรียนตรงเวลา 3.2 แต่งกายเรียบร้อยเหมาะสมกับกาลเทศะ 3.3 ปฏิบัติตามกฎระเบียบของห้องและของโรงเรียน 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ 4.2 มีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ 4.3 สรุปความรู้ได้อย่างมีเหตุผล 5. อยู่อย่างพอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด 5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า 5.3 ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย 6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรค เพื่อให้งานสำเร็จ แบบประเมิน
79 ประเมิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ด้าน(ต่อ) คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่อง ที่ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ด้าน รายการที่ประเมิน ระดับ คะแนน 3 2 1 7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จักการให้เพื่อส่วนรวมและเพื่อผู้อื่น 8.2 แสดงออกถึงการมีน้ำใจหรือการให้ความช่วยเหลือผู้อื่น 8.3 เข้าร่วมกิจกรรมบำเพ็ญตนเพื่อส่วนรวมเมื่อมีโอกาส ลงชื่อ ................................................................................. ผู้ประเมิน ........................./........................./............................. เกณฑ์การให้คะแนน : - พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน แบบประเมิน
80 การวางแผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ 3 1. วิเคราะห์สาระมาตรฐานและขอบข่ายการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ คำภาษาต่างประเทศ สาระสำคัญตามมาตรฐาน การเรียนรู้ที่ ท 1.1 / ท 2.1 / ท 4.1 / ท 5.1 1. วรรณกรรมเรื่อง แม่โพสพ 2. การเขียนย่อความ 3. คำที่มาจากภาษาต่างประเทศ ลำดับแผนการจัดการเรียนรู้ - แผนการเรียนรู้ที่ 3 กิจกรรมที่ 1. คำที่มาจากภาษาต่างประเทศ เวลา 9 ชั่วโมง 2. วรรณกรรมเรื่อง แม่โพสพ เวลา 4 ชั่วโมง 3. การเขียนย่อความ เวลา 6 ชั่วโมง กระบวนการเรียนรู้หลัก - กระบวนการเรียนภาษา - กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเรียนรู้บูรณาการ - บูรณาการสู่การคิด โดยให้นักเรียนรวบรวมคำที่ยืมมาจาก ภาษาต่างประเทศที่มีใช้ในภาษาไทยจากสื่อต่างๆ ให้ได้มากที่สุด พร้อมทั้งหาความหมายของคำ แล้วจัดทำเป็นพจนานุกรมคำที่ยืม มาจากภาษาต่างประเทศที่มีใช้ในภาษาไทย
81 2. กำหนดเป้าหมายการจัดการเรียนรู้ ประจำหน่วยที่ 3 ค ำภำษำต่ำงประเทศ ด้ำนควำมรู้(K) 1. วรรณกรรมเรื่อง แม่โพสพ 2. การเขียนย่อความ 3. ค าที่มาจากภาษาต่างประเทศ ด้ำนทักษะกระบวนกำร(P) 1. การฟังสิ่งที่ครูและเพื่อนพูด 2. การพูดตอบค าถาม และ การพูดแสดงความคิด 3. การอ่านออกเสียงสะกดค า 4. การเขียนสะกดค า 5. การคิดวิเคราะห์ ด้ำนคุณลักษณะ ที่พึงประสงค์(A) 1. เห็นคุณค่าของการใช้ภาษาไทย ในชีวิตประจ าวัน 2. มีความกระตือรือร้น สนใจใฝ่ รู้ 3. มีความรับผิดชอบในงานของตน และมีส่วนร่วมในการท ากิจกรรม 4. มีทักษะในการเขียนย่อความ 5. เข้าใจความหมายของค า ภาษาต่างประเทศในภาษาไทย และน าไปใช้ได้อย่างเหมาะสม เป้ำหมำยกำรเรียนรู้ หลักฐำนกำรเรียนรู้ ภำระงำนที่ปฏิบัติระหว่ำงเรียน - ฝึ กกระบวนการเรียนรู้โดยการ อ่าน เขียน และคิดจากกิจกรรม พัฒนาการเรียนรู้ (จ านวน 6 ชิ้น) ผลงำนกำรเรียนรู้รวบยอด - ฝึ กกระบวนการคิดวิเคราะห์ จากกิจกรรมพัฒนาการคิด (จ านวน 6 ชิ้น) ผลงำนกำรประเมินตนเอง - ผลงานพจนานุกรมค ายืม
82 3. ออกแบบการจัดการเรียนรู้ 1. กำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ สาระที่ 1 : การอ่าน มาตรฐาน ท 1.1 : ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหา ในการดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน (1) อ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว และบทร้อยกรองได้ถูกต้อง (3) อ่านเรื่องสั้นๆ อย่างหลากหลาย โดยจับเวลาแล้วถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน สาระที่ 2 : การเขียน มาตรฐาน ท 2.1 : ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบ ต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ (5) เขียนย่อความจากเรื่องที่อ่าน สาระที่ 4 : หลักการใช้ภาษาไทย มาตรฐาน ท 4.1 : เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ (3) รวบรวมและบอกความหมายของคำภาษาต่างประเทศที่ใช้ในภาษาไทย สาระที่ 5 : วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท 5.1 : เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่า และนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง (1) แสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อ่าน
83 2. ความคิดรวบยอด เมื่อเรียนจบหน่วยการเรียนรู้นี้แล้ว นักเรียนจะต้องมีความรู้ความเข้าใจที่คงทน ดังนี้ - วรรณกรรมเรื่อง แม่โพสพ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับตำนานของเมล็ดข้าว และตำนานพิธีทำ ขวัญข้าว - การเขียนย่อความ เป็นการเขียนสรุปใจความสำคัญของเรื่องที่อ่านหรือฟังตามรูปแบบของ การย่อความแต่ละประเภท - คำที่มาจากภาษาต่างประเทศส่วนใหญ่ มักมีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา มีหลายพยางค์ และมีตัวการันต์ 3. แก่นสารสำคัญของการเรียนรู้ 1. การเรียนรู้คำที่ยืมมาจากภาษาต่างประเทศ มีประโยชน์ต่อการใช้ภาษาในชีวิตประจำวัน ของนักเรียนอย่างไร 2. นักเรียนคิดว่า ถ้านักเรียนไม่สามารถเขียนย่อความได้ จะเกิดผลเสียกับตัวนักเรียนอย่างไร 4. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 4.1 การประเมินก่อนเรียน 1) การใช้คำถามเพื่อประเมินความรู้เดิมของนักเรียน 2) การทำกิจกรรมนำสู่การเรียน - การหาคำที่มาจากภาษาต่างประเทศ จากตารางอักษรปริศนาในแนวตั้ง และแนวนอน แล้วเขียนลงในช่องว่าง 4.2 การประเมินระหว่างเรียน 1) การเขียนจำแนกคำที่กำหนดว่ามาจากภาษาใด และเขียนคำอ่านของคำลงในสมุด 2) การหาคำที่ยืมมาจากภาษาต่างๆ จากพจนานุกรม แล้วเขียนคำและความหมายลงในตาราง 3) การอ่านออกเสียงบทอ่านจนอ่านได้คล่อง และหาความหมายของคำ 4) การตอบคำถามจากเรื่องที่อ่าน 5) การสืบค้นตำนานเรื่อง ข้าว เพิ่มเติมจากสื่อต่างๆ แล้วผลัดกันเล่าให้เพื่อนฟัง 6) การเขียนย่อความจากเรื่องที่กำหนดลงในสมุด โดยเขียนรูปแบบให้ถูกต้อง 4.3 การประเมินหลังเรียน - แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ประจำหน่วยที่ 1-5 4.4 การประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้รวบยอด 1. การคิดแล้วเขียนคำยืมจากภาษาต่างๆ 12 คำ แล้วแต่งประโยคจากคำลงในสมุด 2. การแต่งนิทานสั้นๆ ตามจินตนาการลงในสมุด โดยใช้คำที่ยืมมาจากภาษาต่างๆ ที่กำหนดให้ ประกอบ
84 3. การเขียนย่อความ 4. ใบงานที่ 10 เรื่อง คำบาลี-สันสกฤต เพลิดเพลิน 5. ใบงานที่ 11 เรื่อง คำยืมเขมร แสนสนุก 6. ใบงานที่ 12 เรื่อง ย่อเรื่อง ย่อความ 4.5 การประเมินตนเอง - ผลงานพจนานุกรมคำยืม 5. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. สื่อการเรียนรู้ (ตัวอย่าง : สื่อฯ มมฐ. หลักสูตรแกนกลางฯ ภาษาไทย ป. 6) 2. คำกลอนคำยืมเขมร 3. คำกลอนคำยืมจีน 4. เกม ไทยยืมจีน 5. คำกลอนคำยืมอังกฤษ 6. เกม คำยืมอังกฤษ มีมากหลาย 7. กิจกรรมสืบสานตำนานเรื่องข้าว 8. แหล่งการเรียนรู้ เช่น ห้องสมุด อินเทอร์เน็ต
85 1. สาระสำคัญ 2. ตัวชี้วัด / จุดประสงค์การเรียนรู้ 3. สาระการเรียนรู้ รหัสวิชา ท16101 ชื่อรายวิชาภาษาไทย กลุ่มสาระภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เวลา 19 ชั่วโมง ภาคเรียนที่ 1 ผู้สอนนางสาวเบญจรัตน์ เมืองคำ โรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านพุย การยืมคำจากภาษาต่างประเทศมาใช้ ทำให้ภาษาไทยมีคำใช้ในการสื่อสารมากขึ้น โดยส่วนใหญ่ คำ ที่ยืมมาจากภาษาต่างประเทศ มักมีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา มีหลายพยางค์ และมีตัวการันต์ การเรียนรู้คำ ยืมดังกล่าว จะทำให้นักเรียนสามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้การเรียนรู้การ เขียนย่อความที่เป็นการเขียนสรุปใจความสำคัญของเรื่องที่อ่านหรือฟังตามรูปแบบของการเขียนย่อความแต่ละ ประเภท จะทำให้นักเรียนสามารถสรุปใจความสำคัญ และบันทึกเรื่องราวจากเรื่องที่อ่านหรือฟัง เพื่อนำไปใช้ ประโยชน์ในโอกาสต่างๆ และสามารถถ่ายทอดเรื่องราวไปยังผู้อื่นได้ 1. อ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว และบทร้อยกรองได้ถูกต้อง (ท 1.1 ป. 6/1) 2. อ่านเรื่องสั้นๆ อย่างหลากหลาย โดยจับเวลาแล้วถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน (ท 1.1 ป. 6/3) 3. เขียนย่อความจากเรื่องที่อ่าน (ท 2.1 ป. 6/5) 4. รวบรวมและบอกความหมายของคำภาษาต่างประเทศที่ใช้ในภาษาไทย (ท 4.1 ป. 6/3) 5. แสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อ่าน (ท 5.1 ป. 6/1) ความรู้ 1. วรรณกรรมเรื่อง แม่โพสพ 2. การเขียนย่อความ 3. คำที่มาจากภาษาต่างประเทศ แผนการเรียนรู้ที่ 3 คำภาษาต่างประเทศ
86 4. กิจกรรมการเรียนรู้ ทักษะ/กระบวนการ 1. การฟังสิ่งที่ครูและเพื่อนพูด 2. การพูดตอบคำถาม และการพูดแสดงความคิด 3. การอ่านออกเสียงสะกดคำ 4. การเขียนสะกดคำ 5. การคิดวิเคราะห์ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1. เห็นคุณค่าของการใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวัน 2. มีความกระตือรือร้น สนใจใฝ่รู้ 3. มีความรับผิดชอบในงานของตน และมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม 4. มีทักษะในการเขียนย่อความ 5. เข้าใจความหมายของคำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย และนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสม กิจกรรมที่ คำที่มาจากภาษาต่างประเทศ เวลา 9 ชั่วโมง กระบวนการเรียนภาษา ชั่วโมงที่ 1 1. ครูให้นักเรียนอาสาสมัครหรือสุ่มเรียกนักเรียนออกมาแสดงบทบาทสมมติตามบทที่ครูกำหนด ดังนี้ นักเรียน 1 : ไฮ! เพื่อนเลิฟ จะไปไหนน่ะ? นักเรียน 2 : ไปช็อปปิ้งจ้ะ จะไปซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ 2. ครูถามนักเรียนเกี่ยวกับบทสนทนาว่า บทสนทนาดังกล่าวเป็นคำที่มีอยู่ในภาษาไทยหรือไม่ ถ้า ไม่ เป็นคำที่มาจากภาษาอะไร 3. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า คำในบทสนทนาส่วนใหญ่เป็นคำที่ยืมมาจากภาษาต่างประเทศคือ ภาษาอังกฤษ และในภาษาไทยยังมีการใช้คำที่ยืมมาจากภาษาต่างประเทศอีก เช่น คำยืม ภาษา บาลี – สันสกฤต คำยืมภาษาเขมร หรือคำยืมภาษาจีน เป็นต้น กิจกรรมนำสู่การเรียน
87 4. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมนำสู่การเรียน ในหนังสือเรียน (หน้า 43) โดยหาคำที่มาจาก ภาษาต่างประเทศ จากตารางอักษรปริศนาในแนวตั้ง และแนวนอน แล้วเขียนลงในช่องว่าง จากนั้นครูและนักเรียนเฉลยคำตอบร่วมกัน 1. ครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงกรอบคำพูดสีเขียว ในหนังสือเรียน (หน้า 44) พร้อมกัน จากนั้นครูให้ นักเรียนช่วยกันอภิปรายเกี่ยวกับคำถามดังกล่าว 2. ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียน (หน้า 44) หัวข้อ คำที่มาจากภาษาต่างประเทศ หัวข้อย่อย คำยืม ที่มาจากภาษาบาลี-สันสกฤต แล้วครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับ คำยืมที่มาจากภาษา บาลี-สันสกฤต โดยใช้ตัวอย่างในหนังสือเรียน (หน้า 44) ประกอบการอธิบาย 3. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 10 บาลี- สันสกฤต เพลิดเพลิน โดยให้นักเรียนค้นหาคำที่ยืมมาจาก ภาษาบาลี-สันสกฤต พร้อมกับบอกด้วยว่า คำที่ยืมนั้นมีลักษณะอย่างไร 4. ครูและนักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบ จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง คำที่ยืมมา จากภาษาบาลี-สันสกฤต ชั่วโมงที่ 2 5. ครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำกลอน “คำยืมเขมร” พร้อมกัน ดังนี้ บังเกิด บันดาล บำเพ็ญ บังคม คำนับ บรรทม จำเริญ ชำนาญ กำเนิด ตำรวจ ดำเนิน บรรหาร สนุกสนานท่องจำคำยืมเขมรเอย 6. ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียน (หน้า 45) หัวข้อย่อย คำที่ยืมมาจากภาษาเขมร แล้วครูอธิบายให้ นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับ คำที่ยืมมาจากภาษาเขมร โดยใช้ตัวอย่างในหนังสือเรียน (หน้า 45) ประกอบการอธิบาย 7. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 11 คำยืมเขมร แสนสนุก โดยให้นักเรียนคิดและเขียนคำยืมในภาษา เขมรมาทั้งหมด 10 คำ 8. ครูให้นักเรียนอาสาสมัครหรือสุ่มเรียกนักเรียนให้เฉลยคำตอบเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้น ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง คำที่ยืมมาจากภาษาเขมร กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้
88 ชั่วโมงที่ 3 9. ครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำกลอน “คำยืมจีน” พร้อมกัน ดังนี้ ก๋วยเตี๋ยว ก๋วยจั๊บ แป๊ะซะ เกาเหลา อาหารจีนขึ้นเหลาเชิญชิมได้ พะโล้ แฮ่กึ๋น เต้าส่วน ช่างล่อใจ ช้าอยู่ใยอาหารจีนล้วนน่ากิน 10. ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียน (หน้า 45) หัวข้อย่อย คำที่ยืมมาจากภาษาจีน แล้วครูอธิบายให้ นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับ คำที่ยืมมาจากภาษาจีน โดยใช้ตัวอย่างในหนังสือเรียน (หน้า 45) ประกอบการอธิบาย 11. ครูให้นักเรียนเล่นเกม “ไทยยืมจีน” โดยให้นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน แล้วให้ นักเรียนช่วยกันคิดคำที่ยืมมาจากภาษาจีนเพื่อเล่นต่อคำกับเพื่อนกลุ่มอื่น กลุ่มใดต่อไม่ได้ให้บอก ผ่าน กลุ่มที่ต่อได้ถูกต้องได้ 1 คะแนน กลุ่มที่ได้คะแนนมากที่สุด เป็นผู้ชนะ 12. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง คำที่ยืมมาจากภาษาจีน ชั่วโมงที่ 4 13. ครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำกลอน “คำยืมอังกฤษ” พร้อมกัน ดังนี้ เว็บบอร์ด เว็บไซต์ ช็อปปิ้ง อิงลิช คำภาษาอังกฤษเรายืมเขามาหนา ไอศกรีม แท็กซี่ อินเทอร์เน็ตนี้มีที่มา ยืมภาษาเป็นศัพท์ไทยมาใช้ แทน 14. ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียน (หน้า 46) หัวข้อย่อย คำที่ยืมมาจากภาษาอังกฤษ แล้วครูอธิบาย ให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับ คำที่ยืมมาจากภาษาอังกฤษ โดยใช้ตัวอย่างในหนังสือเรียน (หน้า 46) ประกอบการอธิบาย 15. ครูให้นักเรียนเล่นเกม “คำยืมอังกฤษ มีมากหลาย” โดยให้นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน แล้วครูให้นักเรียนช่วยกันคิดคำที่ยืมมาจากภาษาอังกฤษให้ได้มากที่สุด แล้วส่งตัวแทน ออกมาเขียนบนกระดาน กลุ่มใดคิดและเขียนคำยืมได้ถูกต้องมากที่สุด เป็นผู้ชนะ 16. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง คำที่ยืมมาจากภาษาอังกฤษ
89 ชั่วโมงที่ 5 17. ครูและนักเรียนช่วยกันทบทวนความรู้เกี่ยวกับ คำที่ยืมมาจากภาษาต่างประเทศ ที่ได้เรียนมา 18. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 1 ข้อ 1 ในหนังสือเรียน (หน้า 46) โดยเขียนจำแนก คำที่กำหนดว่ามาจากภาษาใด พร้อมกับเขียนคำอ่านของคำลงในสมุด 19. ครูและนักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบของกิจกรรมเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ชั่วโมงที่ 6 20. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 1 ข้อ 2 ในหนังสือเรียน (หน้า 47) โดยหาคำที่ยืมมา จากภาษาต่างประเทศจากพจนานุกรม แล้วเขียนคำและความหมายลงในตาราง 21. ครูให้นักเรียนอาสาสมัครหรือสุ่มเรียกนักเรียนให้เฉลยคำตอบของกิจกรรม โดยครูและเพื่อน นักเรียนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง ชั่วโมงที่ 7 1. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 1 ในหนังสือเรียน (หน้า 58) โดยคิดและเขียนคำ ที่ยืมมาจากภาษาต่างประเทศ แล้วแต่งประโยคจากคำลงในสมุด 2. ครูให้นักเรียนอาสาสมัครหรือสุ่มเรียกนักเรียนให้เฉลยคำตอบเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง หากผิดให้เพื่อนนักเรียนในห้องช่วยกันแก้ไขคำตอบให้ถูกต้อง ชั่วโมงที่ 8 3. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 2 ในหนังสือเรียน (หน้า 58) โดยให้นักเรียนแต่งนิทาน สั้นๆ ตามจินตนาการโดยใช้คำที่ยืมมาจากภาษาต่างๆ ที่กำหนดให้ประกอบลงในสมุด 4. ครูให้นักเรียนออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน โดยครูและเพื่อนนักเรียนช่วยกันตรวจสอบ ความถูกต้อง กิจกรรมรวบยอด
90 ชั่วโมงที่ 9 5. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมบูรณาการสร้างสรรค์ในหนังสือเรียน (หน้า 58) โดยให้นักเรียนรวบรวม คำที่ยืมมาจากภาษาต่างประเทศที่มีใช้ในภาษาไทยให้ได้มากที่สุด พร้อมทั้งหาความหมายของคำ แล้วจัดทำเป็นพจนานุกรมคำที่ยืมมาจากภาษาต่างประเทศที่มีใช้ในภาษาไทย กระบวนการปฏิบัติ ชั่วโมงที่ 1 1. ครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงวรรณกรรมเรื่อง แม่โพสพ ในหนังสือเรียน (หน้า 48) แล้วครูให้ นักเรียนอาสาสมัครหรือสุ่มเรียกนักเรียนออกมาแสดงบทบาทสมมติตามบทในวรรณกรรม เรื่อง แม่โพสพ ในหนังสือเรียน (หน้า 48) 2. ครูให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ การกระทำของมดว่า ทำเหมาะสมหรือไม่ และถาม นักเรียนว่า แม่โพสพ คือใคร 1. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม “สืบสานตำนานเรื่องข้าว” โดยครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ เท่าๆ กัน เพื่ออ่านตำนานของเมล็ดข้าวแต่ละเรื่อง แล้วจับใจความสำคัญของเรื่องที่อ่านลงในสมุด จากนั้นออกมานำเสนอให้เพื่อนกลุ่มอื่นฟังที่หน้าชั้นเรียน ดังนี้ กลุ่มที่ 1 : อ่านตำนานกำเนิดแม่โพสพ ในหนังสือเรียน (หน้า 49) กลุ่มที่ 2 : อ่านตำนานเมล็ดข้าว ในหนังสือเรียน (หน้า 49) กลุ่มที่ 3 : อ่านตำนานเมล็ดข้าว ในหนังสือเรียน (หน้า 50) กลุ่มที่ 4 : อ่านตำนานพิธีทำขวัญข้าว ในหนังสือเรียน (หน้า 51) 2. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน โดยเพื่อนนักเรียนกลุ่มอื่นจะต้อง จด บันทึกใจความสำคัญเกี่ยวกับ ตำนานของเมล็ดข้าวแต่ละเรื่องของเพื่อนกลุ่มอื่นลงในสมุด 3. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง แม่โพสพ กิจกรรมที่ 2 วรรณกรรมเรื่อง แม่โพสพ เวลา 4 ชั่วโมง กิจกรรมนำสู่การเรียน กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้
91 4. ครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงตำนานของวรรณกรรมเรื่อง แม่โพสพ ในหนังสือเรียน (หน้า 49-51) พร้อมกัน โดยครูเป็นผู้สังเกตการณ์ 5. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 2 ข้อ 1 ในหนังสือเรียน (หน้า 52) โดยฝึกอ่าน ออกเสียงบทอ่านจนอ่านได้คล่อง และหาความหมายของคำที่กำหนด 6. ครูและนักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบของกิจกรรมเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง 1. ครูให้นักเรียนช่วยกันเล่าสรุปเรื่อง แม่โพสพ เพื่อทบทวนความรู้ที่เรียนมา 2. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 2 ข้อ 2 ในหนังสือเรียน (หน้า 52) โดยให้ ตอบคำถามจากวรรณกรรมเรื่อง แม่โพสพ 3. ครูสุ่มเรียกนักเรียนให้ตอบคำถามแสดงความคิดเห็นในกิจกรรม 4. ครูให้นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5- 6 คน เพื่อทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 2 ข้อ 3 ในหนังสือเรียน (หน้า 52) โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นตำนานเรื่องข้าวเพิ่มเติมจากสื่อต่างๆ แล้วมานำเสนอในชั่วโมงถัดไป 5. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน โดยให้นักเรียนกลุ่มอื่นจดบันทึก ใจความสำคัญลงในสมุดด้วย 6. ครูสุ่มเรียกนักเรียนให้พูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการนำเสนอของเพื่อน จากนั้นครูและนักเรียน ร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับตำนานเรื่อง ข้าว ชั่วโมงที่ 2 ชั่วโมงที่ 3 ชั่วโมงที่ 4 กิจกรรมรวบยอด
92 กิจกรรมที่ 3 การเขียนย่อความ เวลา 6 ชั่วโมง กระบวนการปฏิบัติ ชั่วโมงที่ 1 1. ครูให้นักเรียนช่วยกันบอกหลักหรือข้อควรปฏิบัติในการย่อความ เพื่อเป็นการทดสอบความรู้เดิม ก่อนเรียน 2. ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียน (หน้า 53) หัวข้อ การเขียนย่อความ แล้วครูให้นักเรียนอ่าน ออกเสียงหลักปฏิบัติในการเขียนย่อความ ในหนังสือเรียน (หน้า 53) พร้อมกัน 1. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับ การย่อความและหลักปฏิบัติในการย่อความ โดยใช้ตัวอย่างใน หนังสือเรียน (หน้า 53) ประกอบการอธิบาย 2. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 12 ย่อเรื่อง ย่อความ โดยให้นักเรียนอ่านเรื่องและฝึกเขียนย่อความ จากเรื่องที่อ่าน 3. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปใจความสำคัญจากเรื่องที่อ่าน จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันสรุป ความรู้เกี่ยวกับ หลักปฏิบัติในการย่อความ 4. ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียน (หน้า 54) หัวข้อย่อย การย่อเรื่องประเภทร้อยแก้ว แล้วครูอธิบาย ให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับ รูปแบบของการเขียนย่อเรื่องประเภทร้อยแก้ว โดยใช้ตัวอย่างในหนังสือ เรียน (หน้า 54) ประกอบการอธิบาย 5. ครูให้นักเรียนอ่านเรื่อง “นกอีแพรด” ในหนังสือเรียน (หน้า 55) และให้นักเรียนเขียนย่อความ จากเรื่องที่อ่านลงในสมุด โดยห้ามเปิดดูเฉลยในหนังสือเรียน (หน้า 56) 6. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง การย่อเรื่องประเภทร้อยแก้ว ชั่วโมงที่ 2 กิจกรรมนำสู่การเรียน กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้
93 7. ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียน (หน้า 54) หัวข้อย่อย การย่อเรื่องประเภทร้อยกรอง แล้วครู อธิบายให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับ รูปแบบของการเขียนย่อเรื่องประเภทร้อยกรอง โดยใช้ตัวอย่าง ในหนังสือเรียน (หน้า 54, 56-57) ประกอบการอธิบาย 8. ครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง ในหนังสือเรียน (หน้า 56) พร้อมกัน จากนั้นให้นักเรียน เขียนย่อความลงในสมุด โดยห้ามเปิดดูเฉลยในหนังสือเรียน (หน้า 57) 9. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง การย่อเรื่องประเภทร้อยกรอง 10. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 3 ข้อ 1) ย่อย ในหนังสือเรียน (หน้า 57) โดยให้อ่าน ตำนานเมล็ดข้าว จากวรรณกรรมเรื่อง แม่โพสพ แล้วเขียนย่อความลงในสมุด 11. ครูและนักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบของกิจกรรม เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง 12. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 3 ข้อ 2) ย่อย ในหนังสือเรียน (หน้า 57) โดยให้ นักเรียนอ่านโคลงโลกนิติแล้วเขียนย่อความลงในสมุด 13. ครูและนักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบของกิจกรรม เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง 1. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 3 ในหนังสือเรียน (หน้า 58) โดยให้นักเรียนเขียน ย่อ ความจากเรื่องที่สนใจที่เป็นร้อยแก้วและร้อยกรองอย่างละ 1 เรื่อง 2. ครูให้นักเรียนออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนโดยครูและเพื่อนนักเรียนช่วยกันตรวจสอบ ความถูกต้อง 3. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง การเขียนย่อความ 4. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบที่ 3 ในหนังสือเรียน (หน้า 59) เพื่อทบทวนความรู้ที่เรียนมา ชั่วโมงที่ 3 ชั่วโมงที่ 4 ชั่วโมงที่ 5 ชั่วโมงที่ 6 กิจกรรมรวบยอด
94 5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 6. การวัดและประเมินผล 1. สื่อการเรียนรู้ (ตัวอย่าง : สื่อฯ มมฐ. หลักสูตรแกนกลางฯ ภาษาไทย ป. 6) 2. คำกลอนคำยืมเขมร 3. คำกลอนคำยืมจีน 4. เกม ไทยยืมจีน 5. คำกลอนคำยืมอังกฤษ 6. เกม คำยืมอังกฤษ มีมากหลาย 7. กิจกรรมสืบสานตำนานเรื่องข้าว 8. แหล่งการเรียนรู้ เช่น ห้องสมุด อินเทอร์เน็ต 6.1 หลักฐานการเรียนรู้(ชิ้นงานสุดท้ายที่แสดงพฤติกรรมการเรียนรู้รวบยอด) 1. กิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 1-3 2. ใบงานที่ 10 เรื่อง คำบาลี-สันสกฤต เพลิดเพลิน 3. ใบงานที่ 11 เรื่อง คำยืมเขมร แสนสนุก 4. ใบงานที่ 12 เรื่อง ย่อเรื่อง ย่อความ 5.ผลงานพจนานุกรมคำยืม 6.2 วิธีการวัดและประเมินผล 1. ตรวจการทำกิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 1-3 2. ตรวจใบงานที่ 10 เรื่อง คำบาลี-สันสกฤต เพลิดเพลิน 3. ตรวจใบงานที่ 11 เรื่อง คำยืมเขมร แสนสนุก 4. ตรวจใบงานที่ 12 เรื่อง ย่อเรื่อง ย่อความ 5. ประเมินผลงานพจนานุกรมคำยืม 6. สังเกตทักษะการอ่าน การพูด และการเขียน 7. สังเกตพฤติกรรมในขณะปฏิบัติกิจกรรม 6.3 เครื่องมือวัดและประเมินผล และเกณฑ์ 1. กิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 1-3 2. ใบงานที่ 10 เรื่อง คำบาลี-สันสกฤต เพลิดเพลิน 3. ใบงานที่ 11 เรื่อง คำยืมเขมร แสนสนุก 4. ใบงานที่ 12 เรื่อง ย่อเรื่อง ย่อความ 5. แบบประเมินทักษะการอ่านออกเสียง (ร้ อยละ 70 ผ่านเกณฑ์)
95 7. กิจกรรมเสนอแนะ 6. แบบประเมินทักษะการเขียน 7. แบบประเมินทักษะการพูด 8. แบบประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์ 9. แบบประเมินผลงาน 10. แบบประเมินสมรรถนะผู้เรียน 5 ด้าน 11. แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ด้าน ............................................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................................... (ดูเกณฑ์ในแบบประเมิน) _
96 1. ผลการเรียนรู้ 1.1 ผู้เรียนที่ผ่าน ตัวชี้วัด มีจำนวน ........................................................ คน คิดเป็นร้อยละ............................................... 1.2 ผู้เรียนที่ ไม่ผ่าน ตัวชี้วัด มีจำนวน ........................................................ คน คิดเป็นร้อยละ............................................... 1) ................................................................สาเหตุ (ถ้าทราบ) ................................................... 2) ................................................................สาเหตุ ....................................................................... แนวทางแก้ปัญหา .......................................................................................................................... ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ 1.3 ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ ได้แก่ 1) ........................................................................ 2) .................................................................... แนวทางการพัฒนา / ส่งเสริม ...................................................................................................... ก ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ 1.4 ผู้เรียนได้รับความรู้ (K)………..................................................................................................... 1.5 ผู้เรียนเกิดทักษะกระบวนการ (P)…………................................................................................ 1.6 ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม (A)…................................................................................ 2. ปัญหาอุปสรรค (ถ้ามี) .......................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... 3. ข้อเสนอแนะ (ถ้ามี) .............................................................................................................................. ................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.......................................................... (.........................................................) 8. บันทึกผลการสอน
97 ชื่อ – นำมสกุล.......................................................................... ชั้น ป. 6 / ............ เลขที่ ............ หำค ำที่มำจำกภำษำบำลี-สันสกฤต พร้อมกับบอกลักษณะ ของค ำ ชุด ใบงำนที่ 10 ค ำบำลี-สันสกฤต เพลิดเพลิน ........................................... ๊ ค ำสั่ง ม ค้ า ข า ย วุ ฒิ ก รุ ณ า ย ส้ ม เ น ต ร ภู มิ ว บ ศ า ส น า จั น ท น์ ก ษ า ป ณ์ น ร รั ฐ พั ก ต ร์ บุ ต ร 1. ________________ มีลักษณะ ___________________________________ 2. ________________ มีลักษณะ ___________________________________ 3. ________________ มีลักษณะ ___________________________________
98 กำรประเมินผลงำน :ระบายสีในสัญลักษณ์รูปใบหน้าตามความเป็ นจริง ตนเอง ☺ ดี พอใช้ ควรปรับปรุง เพื่อน ☺ ผู้ปกครอง ☺ ดี พอใช้ ควรปรับปรุง คุณครู ☺ 4. ________________ มีลักษณะ ___________________________________ 5. ________________ มีลักษณะ ___________________________________ 6. ________________ มีลักษณะ ___________________________________ 7. ________________ มีลักษณะ ___________________________________ 8. ________________ มีลักษณะ ___________________________________ 9. ________________ มีลักษณะ ___________________________________ 10. ________________ มีลักษณะ ___________________________________
99 ชื่อ – นำมสกุล.......................................................................... ชั้น ป. 6 / ............ เลขที่ ............ ค ำสั่ง คิดและเขียนค ำที่ยืมมำจำกภำษำเขมรมำ 10 ค ำ ใบงำนที่11 ค ำยืมเขมรแสนสนุก 2 r ........................................... 1. _________________________ 2. _________________________ 3. _________________________ 4. _________________________ 5. _________________________ 6. _________________________ 7. _________________________ 8. _________________________ 9. _________________________ 10. _________________________ กำรประเมินผลงำน : ระบายสีในสัญลักษณ์รูปใบหน้าตามความเป็ นจริง ตนเอง ☺ ดี พอใช้ ควรปรับปรุง เพื่อน ☺ ผู้ปกครอง ☺ ดี พอใช้ ควรปรับปรุง คุณครู ☺