150 3. ออกแบบการจัดการเรียนรู้ 1. กำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ สาระที่ 1 : การอ่าน มาตรฐาน ท 1.1 : ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหา ในการดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน (1) อ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว และบทร้อยกรองได้ถูกต้อง (3) อ่านเรื่องสั้นๆ อย่างหลากหลาย โดยจับเวลาแล้วถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน (4) แยกข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน สาระที่ 3 : การฟัง การดู และการพูด มาตรฐาน ท 3.1 : สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึก ในโอกาสต่างๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ (3) วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากการฟัง และดูสื่อโฆษณาอย่างมีเหตุผล 2. ความคิดรวบยอด เมื่อเรียนจบหน่วยการเรียนรู้นี้แล้ว นักเรียนจะต้องมีความรู้ความเข้าใจที่คงทน ดังนี้ - เครื่องหมายวรรคตอนเป็นเครื่องหมายที่ใช้เขียนประกอบตัวอักษร ตัวเลข ข้อความ คำ และประโยค - อักษรย่อและคำย่อ เป็นอักษรหรือคำที่ใช้แทนคำเต็ม โดยมีเครื่องหมายกำกับ - ตัวเลขไทย ๐-๙ สามารถใช้แทนจำนวน และใช้แทนวัน เดือน และปีได้ - วรรณกรรมเรื่อง โฆษณาประชาสัมพันธ์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเขียนโฆษณาเชิญชวน ให้เพื่อนมาร่วมกันทบทวนบทเรียนก่อนสอบ - การโฆษณา เป็นการจูงใจให้กระทำตามความต้องการของผู้โฆษณา 3. แก่นสารสำคัญของการเรียนรู้ 1. การเรียนรู้เครื่องหมายวรรคตอน อักษรย่อ คำย่อ และตัวเลขไทย มีประโยชน์ต่อการใช้ภาษา ในชีวิตประจำวันของนักเรียนอย่างไร 2. นักเรียนคิดว่า การที่นักเรียนสามารถวิเคราะห์ข้อเท็จจริง และความน่าเชื่อถือของการโฆษณา สินค้าได้ จะส่งผลดีต่อตัวนักเรียนอย่างไร
151 4. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 4.1 การประเมินก่อนเรียน 1) การใช้คำถามเพื่อประเมินความรู้เดิมของนักเรียน 2) การทำกิจกรรมนำสู่การเรียน - การอ่านบทความ พร้อมกับใส่เครื่องหมายวรรคตอนให้ถูกต้อง 4.2 การประเมินระหว่างเรียน 1) การเขียนชื่อเครื่องหมายวรรคตอนที่กำหนด แล้วเขียนตัวเลข ๑) -๑๒) ลงในช่องว่าง ที่สัมพันธ์กัน 2) การเขียนคำอ่านของข้อความที่กำหนดให้ลงในช่องว่าง 3) การสำรวจและรวบรวมอักษรย่อ และคำย่อจากสื่อต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ อินเทอร์เน็ต ให้ได้มากที่สุด แล้วปฏิบัติตามที่กำหนด 4) การเขียนตัวเลขไทยจากข้อความที่กำหนด 5) การอ่านออกเสียงบทอ่านจนอ่านได้คล่อง และหาความหมายของคำที่กำหนด 6) การอ่านเรื่องที่กำหนด และตอบคำถามจากเรื่องที่อ่าน 7) การอ่านคำโฆษณาที่กำหนดให้ แล้วเขียนวิเคราะห์ข้อเท็จจริง และความน่าเชื่อถือ ลงในช่องว่าง 8) การเขียนโฆษณาสินค้า 1 อย่าง ลงในสมุด โดยกำหนดสินค้าเอง พร้อมวาดรูปประกอบ ให้สวยงาม จากนั้นผลัดกันนำเสนอผลงาน 4.3 การประเมินหลังเรียน - แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ประจำหน่วยที่ 1-5 4.4 การประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้รวบยอด 1. การอ่านข้อความแล้วเขียนบอกว่าควรใช้เครื่องหมายวรรคตอนใด และเขียนข้อความ ที่ใช้เครื่องหมายวรรคตอนแล้ว พร้อมทั้งเขียนคำอ่านลงในสมุด 2. การแต่งประโยคที่มีเครื่องหมายวรรคตอนที่กำหนดให้ประกอบ แล้วเขียนคำอ่าน ของประโยค 3. การสืบค้นคำเต็มของอักษรย่อหรือคำย่อที่พบเห็นในชีวิตประจำวันมา 10 คำ แล้วเขียนบอกคำเต็ม และแต่งประโยคจากคำลงในสมุด 4. การเขียนแผนผังความคิดสรุปเรื่อง อักษรย่อและคำย่อ 5. การหาโฆษณาจากสื่อต่างๆ มาติดลงในกรอบ แล้วเขียนวิเคราะห์ข้อเท็จจริง และความน่าเชื่อถือลงในช่องว่าง 6. การเขียนคำอ่านข้อความที่กำหนดและวิเคราะห์ว่า เป็นการใช้ตัวเลขไทยในลักษณะใด 7. ใบงานที่ 16 เรื่อง จับคู่ รู้คำย่อ
152 8. ใบงานที่ 17 เรื่อง เลขไทย ใช้ดี 9. ใบงานที่ 18 เรื่อง พินิจ คิดโฆษณา 4.5 การประเมินตนเอง - ผลงานนิทานเครื่องหมายวรรคตอน 5. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. สื่อการเรียนรู้ ( ตัวอย่าง : สื่อฯ มมฐ. หลักสูตรแกนกลางฯ ภาษาไทย ป. 6 ) 2. บัตรเครื่องหมายวรรคตอน 3. แถบประโยค 4. เกม วรรคตอน ซ่อนเงื่อน 5. กระเป๋าบัตรคำ 6. ป้ายอักษรย่อและคำย่อ 7. เกม คำย่อ คืออะไร 8. เกม เลขไทย ใช้ดี 9. กิจกรรมโฆษณา น่าสนใจ 10. กิจกรรมโฆษณา ประชาสัมพันธ์ 11. แหล่งการเรียนรู้ เช่น ห้องสมุด อินเทอร์เน็ต
153 1. สาระสำคัญ 2. ตัวชี้วัด / จุดประสงค์การเรียนรู้ 3. สาระการเรียนรู้ รหัสวิชา ท16101 ชื่อรายวิชาภาษาไทย กลุ่มสาระภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เวลา 18 ชั่วโมง ภาคเรียนที่ 1 ผู้สอนนางสาวเบญจรัตน์ เมืองคำ โรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านพุย เครื่องหมายวรรคตอน เป็นเครื่องหมายที่ใช้เขียนประกอบตัวอักษร ตัวเลข คำ วลี ประโยคหรือ ข้อความ เพื่อสื่อความหมายกับผู้อ่านว่า ผู้เขียนต้องการให้ผู้อ่านอ่านข้อความนั้นอย่างไร ส่วนอักษรย่อและคำ ย่อเป็นตัวอักษรและคำที่ใช้แทนคำเต็มโดยมีเครื่องหมายมหัพภาคประกอบ การเรียนรู้เครื่องหมายวรรคตอน อักษรย่อ และคำย่อ จะทำให้อ่านและเขียนสื่อสารได้รวดเร็ว ส่งผลให้ความสามารถในการใช้ภาษามี ประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้การเรียนรู้เกี่ยวการโฆษณา จะทำให้สามารถวิเคราะห์ข้อเท็จจริง และความ น่าเชื่อถือของการโฆษณาได้เป็นอย่างดี 1. อ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว และบทร้อยกรองได้ถูกต้อง (ท 1.1 ป. 6/1) 2. อ่านเรื่องสั้นๆ อย่างหลากหลาย โดยจับเวลาแล้วถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน (ท 1.1 ป. 6/3) 3. แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน (ท 1.1 ป. 6/4) 4. วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากการฟังและดูสื่อโฆษณาอย่างมีเหตุผล (ท 3.1 ป. 6/3) ความรู้ 1. เครื่องหมายวรรคตอน 2. อักษรย่อและคำย่อ 3. ตัวเลขไทย 4. วรรณกรรมเรื่อง โฆษณาประชาสัมพันธ์ 5. การโฆษณา แผนการเรียนรู้ที่ 5 เครื่องหมายวรรคตอน
154 4. กิจกรรมการเรียนรู้ ทักษะ/กระบวนการ 1. การฟังสิ่งที่ครูและเพื่อนพูด 2. การพูดตอบคำถาม และการพูดแสดงความคิด 3. การอ่านออกเสียงสะกดคำ 4. การเขียนสะกดคำ 5. การคิดวิเคราะห์ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1. เห็นคุณค่าของการใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวัน 2. มีความกระตือรือร้น สนใจใฝ่รู้ 3. มีความรับผิดชอบในงานของตน และมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม 4. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด กิจกรรมที่ เครื่องหมายวรรคตอน เวลา 5 ชั่วโมง กระบวนการเรียนภาษา ชั่วโมงที่ 1 1. ครูให้นักเรียนสังเกตบัตรคำเครื่องหมายวรรคตอนบนกระดาน ดังนี้ 2. ครูถามนักเรียนว่า รู้จักเครื่องหมายบนกระดานหรือไม่ แล้วเครื่องหมายดังกล่าวต้องใช้เมื่อใด จากนั้นครูสุ่มเรียกนักเรียน 2 คน ให้ออกมาเลือกบัตรคำเครื่องหมายวรรคตอนไปใส่ลงใน แถบประโยคที่ครูนำมาติดบนกระดานให้ถูกต้อง โดยแถบประโยคที่ใช้ มีดังนี้ คุณชื่ออะไร เอ๊ะ เสียงอะไรน่ะ กิจกรรมนำสู่การเรียน ? ( ) ! ฯ
155 3. ครูและนักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบ จากนั้นครูให้นักเรียนทำกิจกรรมนำสู่การเรียน ในหนังสือเรียน (หน้า 88) โดยอ่านบทความ พร้อมกับใส่เครื่องหมายวรรคตอนให้ถูกต้อง จากนั้น ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยคำตอบของกิจกรรม 1. ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียน (หน้า 89) หัวข้อ เครื่องหมายวรรคตอน แล้วครูอธิบาย ให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับ เครื่องหมายวรรคตอน โดยใช้หนังสือเรียน (หน้า 89-93) ประกอบการ อธิบาย 2. ครูให้นักเรียนเล่นเกม “วรรคตอน ซ่อนเงื่อน” โดยให้นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน แล้วครูให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนกลุ่มมารับชุดบัตรคำ กลุ่มละ 1 ชุด ซึ่งประกอบไปด้วยบัตรคำ และ บัตรเครื่องหมายวรรคตอน จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันเรียงบัตรคำให้เป็นประโยคพร้อมกับใส่ เครื่องหมายวรรคตอนให้ถูกต้อง 3. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาเรียงบัตรคำใส่ในกระเป๋าบัตรคำบนกระดานทีละ 1 ประโยค จากนั้นช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง กลุ่มใดเรียงประโยคและเครื่องหมายวรรคตอนถูกต้องได้ 1 คะแนน กลุ่มที่ได้คะแนนมากที่สุดถือเป็นผู้ชนะ 4. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับ เครื่องหมายวรรคตอน ชั่วโมงที่ 2 5. ครูให้นักเรียนช่วยกันบอกชื่อเครื่องหมายวรรคตอนพร้อมกับบอกว่า ใช้เมื่อใดเพื่อเป็นการทบทวน ความรู้ 6. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 1 ข้อ 1 ในหนังสือเรียน (หน้า 94) โดยให้นักเรียน เขียนชื่อเครื่องหมายวรรคตอนที่กำหนด แล้วเขียนตัวเลขลงช่องสี่เหลี่ยมที่สัมพันธ์กัน 7. ครูและนักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบของกิจกรรม โดยให้นักเรียนเปลี่ยนกันตรวจกับเพื่อน หากผิดให้เพื่อนช่วยแก้ไขคำตอบให้ถูกต้อง ชั่วโมงที่ 3 8. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 1 ข้อ 2 ในหนังสือเรียน (หน้า 95) โดยให้นักเรียน เขียนคำอ่านของข้อความที่กำหนดให้ลงในช่องว่าง 9. ครูและนักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบของกิจกรรม เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้
156 10. ครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำอ่านของแต่ละข้อในกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 1 ข้อ 2 ในหนังสือเรียน (หน้า 95) พร้อมกัน ชั่วโมงที่ 4 1. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 1 ในหนังสือเรียน (หน้า 107) โดยอ่านข้อความ แล้วเขียนบอกว่า ควรใช้เครื่องหมายวรรคตอนใด และเขียนข้อความที่ใช้เครื่องหมายวรรคตอน แล้ว จากนั้นเขียนคำอ่านลงในสมุดตามตัวอย่าง 2. ครูให้นักเรียนอาสาสมัครหรือสุ่มเรียกนักเรียนให้เฉลยคำตอบเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง หากผิดให้เพื่อนนักเรียนในห้องช่วยกันแก้ไขคำตอบให้ถูกต้อง ชั่วโมงที่ 5 3. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 2 ในหนังสือเรียน (หน้า 107) โดยแต่งประโยค ที่มีเครื่องหมายวรรคตอนที่กำหนดให้ประกอบ แล้วเขียนคำอ่านของประโยคลงในสมุด 4. ครูให้นักเรียนบอกประโยคและเครื่องหมายวรรคตอนที่ตนเองคิดคนละ 1 ประโยค เพื่อเป็นการ ตรวจสอบความถูกต้อง หากผิดให้เพื่อนนักเรียนในห้องช่วยกันแก้ไข 5. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมบูรณาการสร้างสรรค์ในหนังสือเรียน (หน้า 109) โดยให้นักเรียนแต่ง นิทานสั้นๆ โดยใช้เครื่องหมายวรรคตอนที่เรียนมาประกอบ พร้อมวาดรูปประกอบ เรื่องให้ สวยงาม กิจกรรมรวบยอด
157 กระบวนการเรียนภาษา ชั่วโมงที่ 1 1. ครูให้นักเรียนสังเกตป้ายบนกระดาน ดังนี้ วัน ศ. 12 เดือน ก.พ. ปี พ.ศ. 2552 บ้านเลขที่ 87/3 ซ. 9 ถ.งามวงศ์วาน ต. บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี โทร. 02 – 498 – 9999 2. ครูถามนักเรียนว่า ป้ายทั้งหมดเป็นป้ายที่แสดงอะไรบ้าง จากนั้นให้นักเรียนอ่านข้อความบนป้าย พร้อมกัน 3. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า ป้ายดังกล่าวมีการใช้อักษรย่อและคำย่อ ทั้งนี้เพื่อทำให้การเขียน สื่อสารสะดวกรวดเร็วมากขึ้น แต่สำหรับวิธีการอ่านนั้น นักเรียนจะต้องอ่านคำเต็มๆ ของคำ และ นักเรียนมีความจำเป็นต้องเรียนรู้อักษรย่อและคำย่อเพื่อให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพมากขึ้น 1. ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียน (หน้า 96-97) แล้วครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับ การเขียน อักษรย่อและคำย่อ 2. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 16 จับคู่ รู้คำย่อโดยให้นักเรียนลากเส้นจับคู่คำย่อหรืออักษรย่อกับ คำเต็ม 3. ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยคำตอบ จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง อักษรย่อ และ คำย่อ กิจกรรมที่ 2 อักษรย่อและคำย่อ เวลา 3 ชั่วโมง กิจกรรมนำสู่การเรียน กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้
158 4. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 2 ในหนังสือเรียน (หน้า 97) โดยสำรวจ และรวบรวม อักษรย่อและคำย่อจากสื่อต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ อินเทอร์เน็ต ให้ได้มากที่สุด แล้ว ปฏิบัติตามที่กำหนด เป็นการบ้าน 5. ครูให้นักเรียนเล่นเกม “คำย่อ คืออะไร” โดยให้นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน แล้วให้ นักเรียนนำคำย่อที่หามาได้ในกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 2 มารวมกัน เพื่อทำบัตรคำย่อและอักษร ย่อไว้ทายเพื่อนกลุ่มอื่น 6. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มยกบัตรคำย่อและอักษรย่อขึ้น แล้วให้เพื่อนกลุ่มอื่นทายว่า คำเต็ม คืออะไร และอ่านว่าอย่างไร โดยผลัดกันทายไปเรื่อยๆ กลุ่มที่ทายถูกได้ 1 คะแนน กลุ่มที่ได้คะแนน มากที่สุดถือเป็นผู้ชนะ 1. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 4 ในหนังสือเรียน (หน้า 107) โดยให้นักเรียนเขียน แผนผังความคิดสรุปเรื่อง อักษรย่อและคำย่อ ลงในสมุด 2. ครูให้นักเรียนอาสาสมัครหรือสุ่มเรียกนักเรียนออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน จากนั้นครูและ นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง อักษรย่อและคำย่อ 3. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 3 ในหนังสือเรียน (หน้า 107) โดยให้สืบค้นคำเต็มของ อักษรย่อ หรือคำย่อที่พบในชีวิตประจำวันมา 10 คำ แล้วเขียนบอกคำเต็ม และแต่งประโยคจากคำ ลงในสมุด กิจกรรมที่ 3 ตัวเลขไทย เวลา 3 ชั่วโมง กระบวนการเรียนภาษา ชั่วโมงที่ 1 1. ครูสุ่มเรียกนักเรียนให้ออกมาเขียนตัวเลขไทย ๑-๙ และ ๐ บนกระดาน ชั่วโมงที่ 2 ชั่วโมงที่ 3 กิจกรรมนำสู่การเรียน กิจกรรมรวบยอด
159 2. ครูให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นว่า นักเรียนสามารถใช้ตัวเลขไทยแทนอย่างอื่นได้อีกหรือไม่ นอกจากแทนจำนวน 1. ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียน (หน้า 98) หัวข้อ ตัวเลขไทย แล้วครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจ เกี่ยวกับ การใช้ตัวเลขไทยแทนจำนวน และการใช้ตัวเลขไทยแทนวัน และเดือน โดยใช้ตัวอย่างใน หนังสือเรียน (หน้า 98-99) ประกอบการอธิบาย 2. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 3 ในหนังสือเรียน (หน้า 99) โดยให้นักเรียนเขียน ตัวเลขไทยจากข้อความที่กำหนด 3. ครูและนักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบ เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง 4. ครูให้นักเรียนเล่นเกม “เลขไทย ใช้ดี” โดยให้นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน แล้วให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาหน้าชั้นเรียน 5. ครูให้นักเรียนที่เป็นตัวแทนกลุ่มเขียนตัวเลขไทยตามข้อความที่ครูกำหนดบนกระดาน โดยให้เริ่ม เขียนเมื่อครูอ่านข้อความจบ และหากนักเรียนเขียนเสร็จแล้วให้รีบยกมือขึ้น ครูจะสั่งหยุด จากนั้น ให้เพื่อนนักเรียนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของการเขียนตัวเลขไทย กลุ่มใดเขียนเร็วและ ถูกต้องได้ 1 คะแนน กลุ่มที่ได้คะแนนมากที่สุดถือเป็นผู้ชนะ 6. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 17 เลขไทย ใช้ดีโดยให้นักเรียนเขียนตัวเลขไทยจากข้อความที่กำหนด และเขียนคำอ่านตัวเลขไทย 7. ครูสุ่มนักเรียนให้เฉลยคำตอบ หากผิดให้เพื่อนนักเรียนในห้องช่วยกันแก้ไขคำตอบให้ถูกต้อง 8. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง ตัวเลขไทย 1. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 6 ในหนังสือเรียน (หน้า 109) โดยให้นักเรียน เขียนอ่านข้อความที่กำหนด และวิเคราะห์ว่าเป็นการใช้ตัวเลขไทยในลักษณะใด 2. ครูและนักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบของกิจกรรม เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ชั่วโมงที่ 2 ชั่วโมงที่ 3 กิจกรรมรวบยอด กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้
160 กิจกรรมที่ 4 วรรณกรรมเรื่อง โฆษณาประชาสัมพันธ์ เวลา 3 ชั่วโมง กระบวนการปฏิบัติ ชั่วโมงที่ 1 1. ครูให้นักเรียนออกมาแสดงบทบาทสมมติตามบทของวรรณกรรมเรื่อง โฆษณาประชาสัมพันธ์ใน หนังสือเรียน (หน้า 100) 2. ครูให้นักเรียนช่วยกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นว่า การโฆษณาประชาสัมพันธ์คืออะไร และการโฆษณาประชาสัมพันธ์ทำเพื่ออะไร 1. ครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงวรรณกรรมเรื่อง โฆษณาประชาสัมพันธ์ในหนังสือเรียน (หน้า 100-102) พร้อมกัน 2. ครูให้นักเรียนช่วยกันสรุปใจความสำคัญของเรื่องที่อ่าน จากนั้นให้เขียนจับใจความสำคัญของเรื่อง ลงในสมุด 3. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 4 ข้อ 1 ในหนังสือเรียน (หน้า 102) โดยให้นักเรียน หาความหมายของคำที่กำหนด 4. ครูและนักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นครูให้นักเรียนอ่าน ออก เสียงคำที่พิมพ์ด้วยตัวสีฟ้าพร้อมกัน 1. ครูให้นักเรียนช่วยกันเล่าวรรณกรรมเรื่อง โฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อเป็นการทบทวนความรู้ 2. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 4 ข้อ 2 ในหนังสือเรียน (หน้า 102) โดยตอบคำถาม จากเรื่องที่อ่านลงในสมุด 3. ครูให้นักเรียนอาสาสมัครหรือสุ่มเรียกนักเรียนให้ตอบคำถามในกิจกรรม และให้นักเรียนทุกคน นำเสนอข้อความการโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่นักเรียนคิดในข้อย่อยที่ 3 ของกิจกรรมพัฒนาการ เรียนรู้ที่ 4 ข้อ 2 จากนั้นให้เพื่อนนักเรียนในห้องช่วยกันอภิปรายว่า ข้อความโฆษณา ประชาสัมพันธ์ของใครสามารถจูงใจ และโน้มน้าวใจได้ดีที่สุด เพราะเหตุใด ชั่วโมงที่ 2 กิจกรรมนำสู่การเรียน กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ กิจกรรมรวบยอด
161 4. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม “โฆษณา น่าสนใจ” โดยให้นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน เพื่อช่วยกันคิด และเขียนข้อความโฆษณาประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้เพื่อนๆ เข้าร่วมชมการแสดง ละครเวทีของนักเรียน โดยให้นักเรียนจัดทำป้ายโฆษณาให้สวยงาม 5. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน จากนั้นให้เพื่อนนักเรียนใน ห้องช่วยกันตัดสินว่า กลุ่มใดสามารถคิดข้อความโฆษณาประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้เข้าร่วมชมการ แสดงละครเวทีได้ดีที่สุด กิจกรรมที่ การโฆษณา เวลา 4 ชั่วโมง กระบวนการปฏิบัติ ชั่วโมงที่ 1 1. ครูให้นักเรียนอ่านตัวอย่างโฆษณา ในหนังสือเรียน (หน้า 103) จากนั้นให้นักเรียนช่วยกัน พิจารณาว่า โฆษณาดังกล่าวน่าเชื่อถือหรือไม่ และนักเรียนจะตัดสินใจซื้อสินค้าที่โฆษณาหรือไม่ เพราะเหตุใด 2. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า นักเรียนจำเป็นต้องพิจารณาข้อเท็จจริง และความน่าเชื่อถือของ คำ โฆษณาเพื่อที่จะได้สินค้าที่มีคุณภาพ 1. ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียน (หน้า 103) แล้วครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจ เกี่ยวกับวิธีการ พิจารณาข้อเท็จจริงจากโฆษณา โดยใช้ตัวอย่างในหนังสือเรียน (หน้า 103-104) ประกอบการ อธิบาย 2. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 5 ข้อ 1 ในหนังสือเรียน (หน้า 106) โดยให้นักเรียน อ่านคำโฆษณาที่กำหนดให้ แล้วเขียนวิเคราะห์ข้อเท็จจริง และความน่าเชื่อถือ 3. ครูและนักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบของกิจกรรม จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง การพิจารณาข้อเท็จจริงจากโฆษณา ชั่วโมงที่ 3 กิจกรรมนำสู่การเรียน กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้
162 4. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 18 พินิจ คิดโฆษณา โดยให้นักเรียนจับคู่กันเพื่อเขียนพิจารณา ข้อเท็จจริงจากโฆษณาที่อยู่ในหนังสือเรียน (หน้า 104-105) 5. ครูให้นักเรียนอาสาสมัครหรือสุ่มเรียกนักเรียนออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน โดยครู และเพื่อนนักเรียนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง 6. ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียน (หน้า 104) แล้วครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการเขียน โฆษณา โดยใช้ตัวอย่างในหนังสือเรียน (หน้า 104-105) ประกอบการอธิบาย 7. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 5 ข้อ 2 ในหนังสือเรียน (หน้า 106) โดยเขียน โฆษณาสินค้า 1 อย่าง ลงในสมุด โดยกำหนดสินค้าเอง พร้อมวาดรูปประกอบให้สวยงาม จากนั้น ให้นักเรียนออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน โดยครูและเพื่อนนักเรียนช่วยกันตรวจสอบ ความถูกต้อง และแสดงความคิดเห็น 8. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม “โฆษณา ประชาสัมพันธ์” โดยให้นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4- 5 คน แล้วให้นักเรียนสมมติว่า ตนเองเป็นผู้บริหารของบริษัทแห่งหนึ่ง และต้องทำการโฆษณา สินค้าชนิดหนึ่งในบริษัทของตน 9. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มจัดทำป้ายโฆษณาสินค้าของตนเอง จากนั้นให้นักเรียนออกมานำเสนอ ผลงานหน้าชั้นเรียน โดยนักเรียนคนอื่นจะต้องเขียนพิจารณาข้อเท็จจริงจากคำโฆษณา และความ น่าเชื่อถือของโฆษณาสินค้าที่เพื่อนนำเสนอลงในสมุดตามแบบการพิจารณา ในหนังสือเรียน (หน้า 104) 10. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายว่า การโฆษณาของกลุ่มใดดี และน่าเชื่อถือมากที่สุด เพราะ เหตุใด จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ ชั่วโมงที่ 2 ชั่วโมงที่ 3 ชั่วโมงที่ 4
163 5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 6. การวัดและประเมินผล 1. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 5 ในหนังสือเรียน (หน้า 108) โดยให้นักเรียนหา โฆษณาจากสื่อต่างๆ มาติดลงในกรอบ แล้วเขียนวิเคราะห์ข้อเท็จจริง และความน่าเชื่อถือ ลงในช่องว่างเป็นการบ้าน 2. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบที่ 5 ในหนังสือเรียน (หน้า 110) เพื่อทบทวนความรู้ที่เรียนมา 1. สื่อการเรียนรู้ (ตัวอย่าง : สื่อฯ มมฐ. หลักสูตรแกนกลางฯ ภาษาไทย ป. 6) 2. บัตรเครื่องหมายวรรคตอน 3. แถบประโยค 4. เกม วรรคตอน ซ่อนเงื่อน 5. กระเป๋าบัตรคำ 6. ป้ายอักษรย่อและคำย่อ 7. เกม คำย่อ คืออะไร 8. เกม เลขไทย ใช้ดี 9. กิจกรรมโฆษณา น่าสนใจ 10. กิจกรรมโฆษณา ประชาสัมพันธ์ 11. แหล่งการเรียนรู้อื่น เช่น ห้องสมุด อินเทอร์เน็ต 6.1 หลักฐานการเรียนรู้(ชิ้นงานสุดท้ายที่แสดงพฤติกรรมการเรียนรู้รวบยอด) 1. กิจกรรมพัฒนาความคิด ข้อ 1-6 2. ใบงานที่ 16 เรื่อง จับคู่ รู้คำย่อ 3. ใบงานที่ 17 เรื่อง เลขไทย ใช้ดี 4. ใบงานที่ 18 เรื่อง พินิจ คิดโฆษณา 5. ผลงานนิทานเครื่องหมายวรรคตอน 6.2 วิธีการวัดและประเมินผล 1. ตรวจการทำกิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 1-6 2. ตรวจการทำใบงานที่ 16 เรื่อง จับคู่ รู้คำย่อ 3. ตรวจการทำใบงานที่ 17 เรื่อง เลขไทย ใช้ดี 4. ตรวจการทำใบงานที่ 18 เรื่อง พินิจ คิดโฆษณา กิจกรรมรวบยอด
164 7. กิจกรรมเสนอแนะ 5. ประเมินผลงานนิทานเครื่องหมายวรรคตอน 6. สังเกตทักษะการอ่าน การพูด และการเขียน 7. สังเกตพฤติกรรมในขณะปฏิบัติกิจกรรม 6.3 เครื่องมือวัดและประเมินผล และเกณฑ์ 1. กิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 1-6 2. ใบงานที่ 16 เรื่อง จับคู่ รู้คำย่อ 3. ใบงานที่ 17 เรื่อง เลขไทย ใช้ดี 4. ใบงานที่ 18 เรื่อง พินิจ คิดโฆษณา 5. แบบประเมินทักษะการอ่านออกเสียง 6. แบบประเมินทักษะการเขียน 7. แบบประเมินทักษะการพูด 8. แบบประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์ 9. แบบประเมินผลงาน 10. แบบประเมินสมรรถนะผู้เรียน 5 ด้าน 11. แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ด้าน ............................................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................................................................................................... (ร้ อยละ 70 ผ่านเกณฑ์) (ดูเกณฑ์ในแบบประเมิน)
165 1. ผลการเรียนรู้ 1.1 ผู้เรียนที่ผ่าน ตัวชี้วัด มีจำนวน ........................................................ คน คิดเป็นร้อยละ............................................... 1.2 ผู้เรียนที่ ไม่ผ่าน ตัวชี้วัด มีจำนวน ........................................................ คน คิดเป็นร้อยละ............................................... 1) ................................................................สาเหตุ (ถ้าทราบ) ................................................... 2) ................................................................สาเหตุ ....................................................................... แนวทางแก้ปัญหา .......................................................................................................................... ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ 1.3 ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ ได้แก่ 1) ........................................................................ 2) .................................................................... แนวทางการพัฒนา / ส่งเสริม ...................................................................................................... ก ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ 1.4 ผู้เรียนได้รับความรู้ (K)………..................................................................................................... 1.5 ผู้เรียนเกิดทักษะกระบวนการ (P)…………................................................................................ 1.6 ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม (A)…................................................................................ 2. ปัญหาอุปสรรค (ถ้ามี) .......................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... 3. ข้อเสนอแนะ (ถ้ามี) .............................................................................................................................. ................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.......................................................... (.........................................................) 8. บันทึกผลการสอน
166 ชื่อ – นามสกุล.......................................................................... ชั้น ป. 6 / ............ เลขที่ ............ ลากเส ้ นจับคู่คา ย่อหร ื ออกัษรย่อกบัคา เตม็ ให ้ สัมพนัธ ์ กนั ชุด ใบงานที่ 16 จับคู่รู้ค าย่อ ........................................... ๊ ค าสั่ง ร.ฟ.ท. หม่อมเจา ้ ม.จ. มกราคม ก. รถไฟไทย ม.ร.ว. บรรณาธิการ บ.ก. กริยา ม.ค. หม่อมราชวงศ ์ อ. ปัจฉิมลิขิต ป.ล. อ าเภอ การประเมินผลงาน : ระบายสีในสัญลักษณ์รูปใบหน้าตามความเป็ นจริง ตนเอง ☺ ดี พอใช้ ควรปรับปรุง เพื่อน ☺ ผู้ปกครอง ☺ ดี พอใช้ ควรปรับปรุง คุณครู ☺
167 ชื่อ – นามสกุล.......................................................................... ชั้น ป. 6 / ............ เลขที่ ............ ค าสั่ง เขียนเลขไทย และค าอ่านจากข้อความที่ก าหนด ใบงานที่ 17 เลขไทย ใช้ดี 2 r ........................................... 1. วันจันทร์ เดือนเก้า แรม 7 ค ่า ________________________ 2. ห้าล้านสองแสนสี่หมื่นหกร้อยสามสิบเอ็ด ________________________ 3. วนัพุธเดือนอา้ยข้ึนหา้ค่า ________________________ 4. วันอังคารเดือนยี่ แรมแปดค ่า ________________________ 5. วันที่สองเดือนมีนาคมพุทธศักราชสองพันห้าร้อยยี่สิบสอง ___________________________________________ 6. ๔๓,๒๓๑ _________________________________________ 7. ๒๔ /๘ /๕๒ 8. ๕ ฯ ๖ _________________________________________ 9. ๒ ฯ ๘ _________________________________________ 10. ๗ ฯ ๔ _________________________________________ การประเมินผลงาน : ระบายสีในสัญลักษณ์รูปใบหน้าตามความเป็ นจริง ตนเอง ☺ ดี พอใช้ ควรปรับปรุง เพื่อน ☺ ผู้ปกครอง ☺ ดี พอใช้ ควรปรับปรุง คุณครู ☺ ๒ ๕ ๖
168 ชื่อ – นามสกุล.......................................................................... ชั้น ป. 6 / ............ เลขที่ ............ เขียนวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและความน่าเชื่อถือของโฆษณา ชุด ใบงานที่ 18 พินิจ คิดโฆษณา ........................................... ๊ 1. โฆษณาสอนเตรียมทหารบ้านนายพล ข้อเท็จจริง ความน่าเชื่อถือ 2. โฆษณามูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ข้อเท็จจริง ความน่าเชื่อถือ ค าสั่ง
169 การประเมินผลงาน :ระบายสีในสัญลักษณ์รูปใบหน้าตามความเป็ นจริง ตนเอง ☺ ดี พอใช้ ควรปรับปรุง เพื่อน ☺ ผู้ปกครอง ☺ ดี พอใช้ ควรปรับปรุง คุณครู ☺ 3. โฆษณาของเล่นใหม่ ข้อเท็จจริง ความน่าเชื่อถือ 4. โฆษณาเครื่องครัว ข้อเท็จจริง ความน่าเชื่อถือ
170 เกณฑ์ประเมินชิ้นงาน กิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 1 ( 10 คะแนน ) 1. การเลือกใช้เครื่องหมายวรรคตอน ( 5 คะแนน ) - เลือกใช้เครื่องหมายวรรคตอนได้ถูกต้อง 9-10 ข้อ = 5 คะแนน - เลือกใช้เครื่องหมายวรรคตอนได้ถูกต้อง 7-8 ข้อ = 4 คะแนน - เลือกใช้เครื่องหมายวรรคตอนได้ถูกต้อง 5-6 ข้อ = 3 คะแนน - เลือกใช้เครื่องหมายวรรคตอนได้ถูกต้อง 3-4 ข้อ = 2 คะแนน - เลือกใช้เครื่องหมายวรรคตอนได้ถูกต้อง 1-2 ข้อ = 1 คะแนน - เลือกใช้เครื่องหมายวรรคตอนผิดทุกข้อ = ไม่มีคะแนน 2. การเขียนคำอ่าน ( 5 คะแนน ) - เขียนคำอ่านได้ถูกต้อง 9-10 ข้อ = 5 คะแนน - เขียนคำอ่านได้ถูกต้อง 7-8 ข้อ = 4 คะแนน - เขียนคำอ่านได้ถูกต้อง 5-6 ข้อ = 3 คะแนน - เขียนคำอ่านได้ถูกต้อง 3-4 ข้อ = 2 คะแนน - เขียนคำอ่านได้ถูกต้อง 1-2 ข้อ = 1 คะแนน - เขียนคำอ่านผิดทุกข้อ = ไม่มีคะแนน
171 เกณฑ์ประเมินชิ้นงาน กิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 2 ( 10 คะแนน ) 1. การแต่งประโยคที่มีเครื่องหมายวรรคตอนประกอบ ( 5 คะแนน ) - แต่งประโยคได้ถูกต้อง 9-10 ประโยค = 5 คะแนน - แต่งประโยคได้ถูกต้อง 7-8 ประโยค = 4 คะแนน - แต่งประโยคได้ถูกต้อง 5-6 ประโยค = 3 คะแนน - แต่งประโยคได้ถูกต้อง 3-4 ประโยค = 2 คะแนน - แต่งประโยคได้ถูกต้อง 1-2 ประโยค = 1 คะแนน - แต่งประโยคผิดทุกประโยค = ไม่มีคะแนน 2. การเขียนคำอ่าน ( 5 คะแนน ) - เขียนคำอ่านได้ถูกต้อง 9-10 ประโยค = 5 คะแนน - เขียนคำอ่านได้ถูกต้อง 7-8 ประโยค = 4 คะแนน - เขียนคำอ่านได้ถูกต้อง 5- 6 ประโยค = 3 คะแนน - เขียนคำอ่านได้ถูกต้อง 3- 4 ประโยค = 2 คะแนน - เขียนคำอ่านได้ถูกต้อง 1-2 ประโยค = 1 คะแนน - เขียนคำอ่านผิดทุกประโยค = ไม่มีคะแนน
172 เกณฑ์ประเมินชิ้นงาน กิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 3 ( 10 คะแนน ) 1. การเขียนบอกคำเต็มของอักษรย่อหรือคำย่อ ( 5 คะแนน ) - เขียนบอกคำเต็มได้ถูกต้อง 9-10 ข้อ = 5 คะแนน - เขียนบอกคำเต็มได้ถูกต้อง 7-8 ข้อ = 4 คะแนน - เขียนบอกคำเต็มได้ถูกต้อง 5-6 ข้อ = 3 คะแนน - เขียนบอกคำเต็มได้ถูกต้อง 3-4 ข้อ = 2 คะแนน - เขียนบอกคำเต็มได้ถูกต้อง 1-2 ข้อ = 1 คะแนน - เขียนบอกคำเต็มผิดทุกข้อ = ไม่มีคะแนน 2. การแต่งประโยคจากอักษรย่อหรือคำย่อ ( 5 คะแนน) - แต่งประโยคได้ถูกต้อง 9-10 ประโยค = 5 คะแนน - แต่งประโยคได้ถูกต้อง 7-8 ประโยค = 4 คะแนน - แต่งประโยคได้ถูกต้อง 5-6 ประโยค = 3 คะแนน - แต่งประโยคได้ถูกต้อง 3-4 ประโยค = 2 คะแนน - แต่งประโยคได้ถูกต้อง 1-2 ประโยค = 1 คะแนน - แต่งประโยคผิดทุกประโยค = ไม่มีคะแนน
173 เกณฑ์ประเมินชิ้นงาน กิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 4 (5 คะแนน ) การเขียนแผนผังความคิดสรุปเรื่อง ( 5 คะแนน ) - เขียนแผนผังความคิดสรุปเรื่องได้ตรงประเด็นมากที่สุด = 5 คะแนน - เขียนแผนผังความคิดสรุปเรื่องได้ตรงประเด็นมาก = 4 คะแนน - เขียนแผนผังความคิดสรุปเรื่องได้ตรงประเด็นปานกลาง = 3 คะแนน - เขียนแผนผังความคิดสรุปเรื่องได้ตรงประเด็นน้อย = 2 คะแนน - เขียนแผนผังความคิดสรุปเรื่องได้ตรงประเด็นน้อยมาก = 1 คะแนน - เขียนแผนผังความคิดสรุปเรื่องไม่ตรงประเด็น = ไม่มีคะแนน กิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 5 (10 คะแนน ) 1. การเขียนวิเคราะห์ข้อเท็จจริงจากโฆษณา ( 5 คะแนน ) - วิเคราะห์ข้อเท็จจริงได้สมเหตุผลมากที่สุด = 5 คะแนน - วิเคราะห์ข้อเท็จจริงได้สมเหตุผลมาก = 4 คะแนน - วิเคราะห์ข้อเท็จจริงได้สมเหตุผลปานกลาง = 3 คะแนน - วิเคราะห์ข้อเท็จจริงได้สมเหตุผลน้อย = 2 คะแนน - วิเคราะห์ข้อเท็จจริงได้สมเหตุผลน้อยมาก = 1 คะแนน - วิเคราะห์ข้อเท็จจริงไม่สมเหตุผล = ไม่มีคะแนน 2. การเขียนวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากโฆษณา ( 5 คะแนน ) - วิเคราะห์ความน่าเชื่อถืออย่างมีเหตุผลมากที่สุด = 5 คะแนน - วิเคราะห์ความน่าเชื่อถืออย่างมีเหตุผลมาก = 4 คะแนน - วิเคราะห์ความน่าเชื่อถืออย่างมีเหตุผลปานกลาง = 3 คะแนน - วิเคราะห์ความน่าเชื่อถืออย่างมีเหตุผลน้อย = 2 คะแนน - วิเคราะห์ความน่าเชื่อถืออย่างมีเหตุผลน้อยมาก = 1 คะแนน - วิเคราะห์ความน่าเชื่อถืออย่างไม่มีเหตุผล = ไม่มีคะแนน
174 เกณฑ์ประเมินชิ้นงาน กิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 6 (10 คะแนน ) 1. การเขียนคำอ่านจากข้อความที่กำหนด ( 5 คะแนน ) - เขียนคำอ่านได้ถูกต้อง 8 ข้อ = 5 คะแนน - เขียนคำอ่านได้ถูกต้อง 6-7 ข้อ = 4 คะแนน - เขียนคำอ่านได้ถูกต้อง 4-5 ข้อ = 3 คะแนน - เขียนคำอ่านได้ถูกต้อง 2-3 ข้อ = 2 คะแนน - เขียนคำอ่านได้ถูกต้อง 1 ข้อ = 1 คะแนน - เขียนคำอ่านผิดทุกข้อ = ไม่มีคะแนน 2. การวิเคราะห์ลักษณะการใช้ตัวเลขไทย ( 5 คะแนน ) - วิเคราะห์ลักษณะการใช้ได้ถูกต้อง 8 ข้อ = 5 คะแนน - วิเคราะห์ลักษณะการใช้ได้ถูกต้อง 6-7 ข้อ = 4 คะแนน - วิเคราะห์ลักษณะการใช้ได้ถูกต้อง 4-5 ข้อ = 3 คะแนน - วิเคราะห์ลักษณะการใช้ได้ถูกต้อง 2-3 ข้อ = 2 คะแนน - วิเคราะห์ลักษณะการใช้ได้ถูกต้อง 1 ข้อ = 1 คะแนน - วิเคราะห์ลักษณะการใช้ผิดทุกข้อ = ไม่มีคะแนน
175 ประเมิน ทักษะการอ่านออกเสียง หน่วยการเรียนรู้ที่ ...................................................................……………………………….…….…………………………………………....กิจกรรม ……………….…………………………………………………………………………………………………………………………….... คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตการใช้ทักษะการอ่านออกเสียงของผู้เรียนในขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยเขียนระดับ คะแนนลงในตารางที่ตรงกับความสามารถของผู้เรียน เกณฑ์การให้คะแนน 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ควรปรับปรุง เลขที่ ชื่อ – นามสกุล รายการประเมิน รวม คะแนน สรุปผล การประเมิน บอกชื่อและ อ่านออกเสียง อักษรไทย อ่านออกเสียง สะกดคำหรือ ข้อความ ผ่าน ✓ ไม่ ผ่าน ลงชื่อ ................................................................................. ผู้ประเมิน เกณฑ์การประเมิน : นักเรียนได้ 4 คะแนนขึ้นไป ถือว่า ผ่านเกณฑ์ประเมิน แบบประเมิน
176 ประเมิน ทักษะการเขียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ...................................................................……………………………….…….………………………………………….... กิจกรรม ……………….…………………………………………………………………………………………………………………………….... คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตการใช้ทักษะการเขียนของผู้เรียนในขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยเขียนระดับคะแนน ลง ในตารางที่ตรงกับความสามารถของผู้เรียน เกณฑ์การให้คะแนน 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ควรปรับปรุง เลขที่ ชื่อ – นามสกุล รายการประเมิน รวม คะแนน สรุปผล การประเมิน เขียน สะกดคำ ถูกต้อง เขียนด้วย ลายมือที่ สวยงาม ความ สะอาด เรียบร้อย ผ่าน ✓ ไม่ ผ่าน ลงชื่อ ................................................................................. ผู้ประเมิน เกณฑ์การประเมิน : นักเรียนได้ 6 คะแนนขึ้นไป ถือว่า ผ่านเกณฑ์ประเมิน แบบประเมิน
177 ทักษะการพูด ชั้น ป. 6/…………………....หน่วยที่ ...................................................................……………………………….…….………….......................... กิจกรรม ………..……….…………………………………………………………………………………………………………...………………….... คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตการใช้ทักษะการพูดของผู้เรียนในขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยเขียนระดับคะแนน ลงในตารางที่ตรงกับความสามารถของผู้เรียน เกณฑ์การให้คะแนน 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ควรปรับปรุง เลขที่ ชื่อ – นามสกุล รายการประเมิน รวม คะแนน สรุปผล การประเมิน พูดได้ คล่องแคล่ว การลำดับ เนื้อหาสาระ ในการพูด มีมารยาท ในการพูด ผ่าน ✓ ไม่ ผ่าน ลงชื่อ ................................................................................. ผู้ประเมิน เกณฑ์การประเมิน : นักเรียนได้ 6 คะแนนขึ้นไป ถือว่า ผ่านเกณฑ์ประเมิน แบบประเมิน
178 ประเมิน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ ชั้น ป. 6/ ................................ วิชา ………….………………………………………………………………………………………………….... คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมการทำงาน การปฏิบัติงานของนักเรียนว่ามีการปฏิบัติหรือไม่ ถ้ามีการปฏิบัติในรายการใดให้ขีด ✓ ถ้าไม่มีให้เว้นว่าง เลขที่ ชื่อ - นามสกุล รายการประเมิน รวม สรุปผล การประเมิน เห็นคุณค่าของการใช้ภาษาไทยใน ชีวิตประจำวัน มีความกระตือรือร้นและสนใจใฝ่รู้ มีความรับผิดชอบ การมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม การมีนิสัยรักการอ่านและเขียน ผ่าน ✓ ไม่ ผ่าน ลงชื่อ ................................................................................. ผู้ประเมิน เกณฑ์การประเมิน : นักเรียนมีการปฏิบัติ 3 รายการขึ้นไป ถือว่า ผ่านเกณฑ์ประเมิน แบบประเมิน
179 ประเมิน ผลงาน ชื่อ - นามสกุล .............................................................................................. ชั้น ป. 6 / …………….... เลขที่ ……………………… หน่วยการเรียนรู้ที่ .................................................................... กิจกรรม ……………….………………………………………….... คำชี้แจง : ให้ผู้ประเมินขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน (ดูเกณฑ์การให้คะแนนผลงานในหน้าถัดไป) รายการประเมิน ผู้ประเมิน ตนเอง เพื่อน ครู 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 1. ตรงจุดประสงค์ที่กำหนด 2. มีความถูกต้องสมบูรณ์ 3. มีความคิดสร้างสรรค์ 4. มีความเป็นระเบียบ 5. เสร็จตามเวลาที่กำหนด รวม รวมทุกรายการ เฉลี่ย ผู้ประเมิน ................................................................................. (ตนเอง) ผู้ประเมิน ................................................................................. (เพื่อน) ผู้ประเมิน ................................................................................. (ครู) แบบประเมิน
180 เกณฑ์การให้คะแนนผลงาน ประเด็นที่ประเมิน คะแนน 4 3 2 1 1. ผลงานตรงกับ จุดประสงค์ที่กำหนด ผลงานที่ทำ สอดคล้อง กับจุดประสงค์ ทุกประเด็น ผลงานที่ทำ สอดคล้อง กับจุดประสงค์ เป็นส่วนใหญ่ ผลงานที่ทำ สอดคล้อง กับจุดประสงค์ บางประเด็น ผลงานที่ทำ ไม่สอดคล้อง กับจุดประสงค์ 2. ผลงานมีความถูกต้อง สมบูรณ์ เนื้อหาสาระของ ผลงานถูกต้อง ครบถ้วน เนื้อหาสาระของ ผลงานถูกต้อง เป็นส่วนใหญ่ เนื้อหาสาระของ ผลงานถูกต้องเป็น บางส่วน เนื้อหาสาระของ ผลงานไม่ถูกต้อง เป็นส่วนใหญ่ 3. ผลงานมีความคิด สร้างสรรค์ ผลงานแสดงออก ถึงความคิด สร้างสรรค์ แปลกใหม่ และเป็นระบบ ผลงานมีแนวคิด แปลกใหม่แต่ยัง ไม่เป็นระบบ ผลงานมีความ น่าสนใจ แต่ยัง ไม่ มีแนวคิด แปลกใหม่ ผลงานไม่แสดง แนวคิดใหม่ 4. ผลงานมีความเป็น ระเบียบ ผลงานมีความเป็น ระเบียบ แสดงออก ถึงความประณีต ตั้งใจ ผลงานส่วนใหญ่มี ความเป็น ระเบียบแต่ยังมี ข้อบกพร่อง เล็กน้อย ผลงานมีความ เป็นระเบียบแต่มี ข้อบกพร่อง ค่อนข้างมาก ผลงานส่วนใหญ่ ไม่เป็นระเบียบ และมีข้อ บกพร่องมาก 5. ผลงานเสร็จตามเวลา ที่กำหนด ส่งผลงานตามเวลา ที่กำหนด ส่งผลงานช้ากว่า เวลาที่กำหนด 1-2 วัน ส่งผลงานช้ากว่า เวลาที่กำหนด 3-5 วัน ส่งผลงานช้ากว่า เวลาที่กำหนดเกิน กว่า 5 วัน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 17-20 ดีมาก 12-16 ดี 8-11 ปานกลาง 5-7 ปรับปรุง เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
181 ประเมิน สมรรถนะผู้เรียน 5 ด้าน คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่อง ที่ตรงกับระดับคะแนน สมรรถนะที่ประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1. ความสามารถในการสื่อสาร 1.1 มีความสามารถในการรับ – ส่งสาร 1.2 มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความเข้าใจของตนเอง โดยใช้ภาษา อย่างเหมาะสม 1.3 ใช้วิธีการสื่อสารที่เหมาะสม 2. ความสามารถในการคิด 2.1 มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์เพื่อการสร้างองค์ความรู้ 2.2 มีความสามารถในการคิดเป็นระบบ เพื่อการสร้างองค์ความรู้ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 3.1 แก้ปัญหาโดยใช้เหตุผล 3.2 แสวงหาความรู้มาใช้ในการแก้ปัญหา 3.3 ตัดสินใจโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4.1 ทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยความสัมพันธ์อันดี 4.2 มีวิธีแก้ไขความขัดแย้งอย่างเหมาะสม 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5.1 เลือกใช้ข้อมูลในการพัฒนาตนเองอย่างเหมาะสม 5.2 เลือกใช้ข้อมูลในการทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเหมาะสม ลงชื่อ ................................................................................. ผู้ประเมิน ......................../........................./............................. เกณฑ์การให้คะแนน : - พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน แบบประเมิน
182 ประเมิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ด้าน คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่อง ที่ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ด้าน รายการที่ประเมิน ระดับ คะแนน 3 2 1 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1 มีความรักและภูมิใจในความเป็นชาติ 1.2 ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของศาสนา 1.3 แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต 2.1 ปฏิบัติตามระเบียบการสอนและไม่ลอกการบ้าน 2.2 ประพฤติ ปฏิบัติ ตรงต่อความเป็นจริงต่อตนเอง 2.3 ประพฤติ ปฏิบัติ ตรงต่อความเป็นจริงต่อผู้อื่น 3. มีวินัย 3.1 เข้าเรียนตรงเวลา 3.2 แต่งกายเรียบร้อยเหมาะสมกับกาลเทศะ 3.3 ปฏิบัติตามกฎระเบียบของห้องและของโรงเรียน 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ 4.2 มีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ 4.3 สรุปความรู้ได้อย่างมีเหตุผล 5. อยู่อย่างพอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด 5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า 5.3 ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย 6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรค เพื่อให้งานสำเร็จ แบบประเมิน
183 ประเมิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ด้าน (ต่อ) คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่อง ที่ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ด้าน รายการที่ประเมิน ระดับ คะแนน 3 2 1 7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จักการให้เพื่อส่วนรวมและเพื่อผู้อื่น 8.2 แสดงออกถึงการมีน้ำใจหรือการให้ความช่วยเหลือผู้อื่น 8.3 เข้าร่วมกิจกรรมบำเพ็ญตนเพื่อส่วนรวมเมื่อมีโอกาส ลงชื่อ ................................................................................. ผู้ประเมิน ........................./........................./............................. เกณฑ์การให้คะแนน : - พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน แบบประเมิน
184 กิจกรรมทบทวน การประเมินหลังเรียน 1 ชั่วโมง 1. ครูทบทวนสาระสำคัญของหน่วยการเรียนรู้ที่ 1-5 ให้นักเรียนเข้าใจ 2. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนผ่านไปแล้ว แต่นักเรียนยังไม่เข้าใจหรือมีข้อสงสัย 3. ครูแจกแบบบันทึกประสบการณ์การเรียนรู้ให้นักเรียนทุกคนบันทึกข้อมูลตามความเป็นจริง และ ส่งคืนครู เพื่อใช้เป็นหลักฐานร่องรอยประกอบการประเมินผล 1. ครูจัดทดสอบเพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนประจำหน่วย โดยให้นักเรียนทำแบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ประจำหน่วยที่ 1-5 ในหนังสือเรียน (หน้า 112-120) (หมายเหตุ : การจัดเวลาทดสอบขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของครูผู้สอน) 1) ให้นักเรียนนั่งสมาธิประมาณ 1-2 นาที หลังจากนั้นครูอธิบายการทำแบบทดสอบวัดผล สัมฤทธิ์ของหน่วยนี้ 2) ครูแนะนำให้นักเรียนวางแผนการทำแบบทดสอบ โดยศึกษาแบบทดสอบและเลือกทำใน ส่ ว น ที่สามารถทำได้ก่อน เพื่อให้เสร็จทันตามกำหนดเวลา 3) นักเรียนทุกคนทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ในหนังสือเรียน มมฐ. ภาษาไทย ป.6 (หน้า 112-120) 2. ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยแบบทดสอบ หากใครมีข้อสงสัยเกี่ยวกับคำตอบ ให้ครูอธิบายให้นักเรียน เข้าใจถูกต้อง จากนั้นรวบรวมหนังสือส่งครูตรวจอีกครั้งหนึ่ง 3. ครูตรวจให้คะแนนการทำแบบทดสอบเป็นรายบุคคล เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งในการวัดและประเมินผลการ เรียน
185 คำชี้แจง : 1. ครูให้นักเรียนบันทึกผลการเรียนรู้ของตนเองเมื่อเรียนจบในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ 2. ครูเก็บเป็นหลักฐานเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการวินิจฉัยความรู้ ความสามารถ และเพื่อซ่อมเสริม ผู้เรียนให้พัฒนาความรู้ ความสามารถ และทักษะกระบวนการเรียนรู้ได้เต็มศักยภาพเป็นรายบุคคล หมายเหตุ : ให้ครูถ่ายเอกสารในหน้านี้แจกนักเรียน หรือให้นักเรียนบันทึกการเรียนรู้ตามแบบ ความรู้ใหม่ที่ได้จากบทเรียน ......................................................... ......................................................... ......................................................... ......................................................... ......................................................... ......................................................... ............ เรื่องที่ต้องการให้ครูอธิบายเพมิ่เติม ......................................................... ......................................................... ......................................................... ......................................................... ......................................................... ......................................................... ............ กิจกรรมที่ชอบท า ........................................... ........................................... ........................................... ........................................... ........................................... ........................................... ............................................ ............................................ ........ ผลงานที่พอใจและต้องการ เก็บเป็ นหลักฐานแสดงความ ก้าวหน้า .............................. ............................................. ............................................. ............................................. ............................................. ประโยชน์ที่ได้จากการน า ผลการเรียนรู้เรื่องนีไ้ปใช้ ในชีวิตประจ าวัน .............. .......................................... .......................................... .......................................... .......................................... หน่วยการเรียนรู้ที่............. เรื่อง ............................................ แบบบันทึกประสบการณ์การเรียนรู้
186 การวางแผนการจัดการเร ี ยนร ู้หน่วยที่ 6 1. วิเคราะห์สาระมาตรฐานและขอบข่ายการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ประโยค สาระสำคัญตามมาตรฐาน การเรียนรู้ที่ ท 1.1 / ท 2.1 / ท 3.1 / ท 4.1 ลำดับแผนการจัดการเรียนรู้ - แผนการเรียนรู้ที่ 6 กิจกรรมที่ 1. ประโยค เวลา 6 ชั่วโมง 2. การใช้ประโยคในการสื่อสาร เวลา 5 ชั่วโมง 3. วรรณกรรมเรื่อง สนุกสนานกับการละเล่น ไทย เวลา 3 ชั่วโมง 4. การเขียนรายงาน และการพูดรายงาน เวลา 3 ชั่วโมง กระบวนการเรียนรู้หลัก - กระบวนการเรียนภาษา - กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเรียนรู้บูรณาการ - บูรณาการสู่การคิด โดยให้นักเรียนค้นคว้าข้อมูลเรื่อง ประโยค เพิ่มเติม แล้วเขียนเป็นรายงานเรื่อง “ประโยคน่ารู้” และเก็บ รวบรวม เป็นสมุดบันทึกความรู้ประจำห้อง 1. วรรณกรรมเรื่อง สนุกสนานกับการละเล่นไทย 2. การเขียนรายงาน 3. การพูดรายงาน 4. ประโยค
187 2. กำหนดเป้าหมายการจัดการเรียนรู้ ประจำหน่วยที่ 6 ด้านความรู้(K) 1. วรรณกรรมเรื่อง สนุกสนาน กับการละเล่นไทย 2. การเขียนรายงาน 3. การพูดรายงาน 4. ประโยค ด้านทักษะกระบวนการ(P) 1. การฟังสิ่งที่ครูและเพื่อนพูด 2. การพูดตอบค าถาม และการพูด แสดงความคิด 3. การอ่านออกเสียงสะกดค า 4. การเขียนสะกดค า 5. การคิดวิเคราะห์ เป้าหมายการเรียนรู้ หลักฐานการเรียนรู้ ภาระงานที่ปฏิบัติระหว่างเรียน - ฝึ กกระบวนการเรียนรู้โดยการ อ่าน เขียน และคิดจากกิจกรรม พัฒนาการเรียนรู้ (จ านวน 9 ชิ้น) ผลงานการเรียนรู้รวบยอด - ฝึ กกระบวนการคิดวิเคราะห์ จากกิจกรรมพัฒนาการคิด และใบงาน (จ านวน 11 ชิ้น) ผลงานการประเมินตนเอง - ผลงานประโยคน่ารู้ ประโยค ด้านคุณลักษณะที่พงึประสงค์(A) 1. เห็นคุณค่าของการใช้ภาษาไทย ในชีวิตประจ าวัน 2. มีความกระตือรือร้น สนใจใฝ่ รู้ 3. มีความรับผิดชอบในงานของตน และมีส่วนร่วมในการท ากิจกรรม 4. มีมารยาทในการอ่าน และการ เขียน
188 3. ออกแบบการจัดการเรียนรู้ 1. กำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ สาระที่ 1 : การอ่าน มาตรฐาน ท 1.1 : ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนิน ชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน (3) อ่านเรื่องสั้นๆ อย่างหลากหลาย โดยจับเวลาแล้วถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน (8) อ่านหนังสือตามความสนใจและอธิบายคุณค่าที่ได้รับ (9) มีมารยาทในการอ่าน สาระที่ 2 : การเขียน มาตรฐาน ท 2.1 : ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบ ต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ (2) เขียนสื่อสารโดยใช้คำได้ถูกต้องชัดเจน และเหมาะสม (9) มีมารยาทในการเขียน สาระที่ 3 : การฟัง การดู และการพูด มาตรฐาน ท 3.1 : สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึกใน โอกาสต่างๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ (4) พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดู และการสนทนา สาระที่ 4 : หลักการใช้ภาษาไทย มาตรฐาน ท 4.1 : เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ (4) ระบุลักษณะของประโยค
189 2. ความคิดรวบยอด เมื่อเรียนจบหน่วยการเรียนรู้นี้แล้ว นักเรียนจะต้องมีความรู้ความเข้าใจที่คงทน ดังนี้ - วรรณกรรมเรื่อง สนุกสนานกับการละเล่นไทย เป็นเรื่องเกี่ยวกับการละเล่นของเด็กไทยในอดีต - การเขียนรายงาน เป็นการเขียนสิ่งที่ศึกษาค้นคว้าจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ในรูปแบบของรายงาน - การพูดรายงาน เป็นการพูดนำเสนอข้อมูลที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าให้ผู้อื่นทราบ โดยลำดับ ขั้นตอนการปฏิบัติงานหรือลำดับเหตุการณ์ - ประโยค คือ คำที่เรียงต่อกันแล้วได้ใจความสมบูรณ์ว่า ใคร ทำอะไร 3. แก่นสารสำคัญของการเรียนรู้ 1. การเรียนรู้ประโยค การใช้ประโยคในการสื่อสาร มีประโยชน์ต่อการใช้ภาษาในชีวิตประจำวันของ นักเรียนอย่างไร 2. นักเรียนคิดว่า การเรียนรู้การเขียนรายงาน และการพูดรายงานส่งผลดีต่อตัวนักเรียนในอนาคต อย่างไร 4. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 4.1 การประเมินก่อนเรียน 1) การใช้คำถามเพื่อประเมินความรู้เดิมของนักเรียน 2) การทำกิจกรรมนำสู่การเรียน - การวงรอบคำในตารางให้เป็นประโยคต่างๆ ที่สมบูรณ์ แล้วเขียนประโยคลงในสมุด 4.2 การประเมินระหว่างเรียน 1) การแต่งประโยคตามหัวข้อประโยคที่กำหนด หัวข้อละ 5 ประโยค ลงในสมุดโดยใช้คำที่ กำหนดให้ 2) การบอกลักษณะของประโยคที่กำหนด โดยเขียนพยัญชนะลงในช่องว่างหน้าประโยคที่ถูกต้อง 3) การเขียนบอกประเภทของประโยคที่กำหนด 4) การนำคำที่กำหนดมาแต่งประโยค ประเภทละ 2 ประโยค และเขียนบอกว่าเป็นประโยค ประเภทใด 5) การอ่านออกเสียงบทอ่าน และหาความหมายของคำที่กำหนด 6) การตอบคำถามจากเรื่องที่อ่าน 7) การศึกษาเรื่อง การละเล่นของเด็กไทย จากหนังสือต่างๆ เพิ่มเติมตามความสนใจ จากนั้น รายงานผลการศึกษา และสาธิตวิธีการเล่น 8) การเขียนรายงาน เรื่อง การละเล่นของเด็กไทยในอดีต 9) การพูดนำเสนอรายงาน เรื่อง การละเล่นของเด็กไทยในอดีต
190 4.3 การประเมินหลังเรียน - แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ประจำหน่วยที่ 6 - 10 4.4 การประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้รวบยอด 1. การเติมข้อความที่กำหนดให้ลงในช่องว่าง เพื่อบอกหน้าที่ของคำในประโยคที่กำหนด 2. การแต่งประโยคความรวมและความซ้อนจากประโยคความเดียวที่กำหนด 3. การคิดคำและแต่งประโยคความรวมและความซ้อนจากคำที่คิด แล้วเขียนบอกว่าเป็น ประโยคชนิดใด 4. การเขียนรายงานหัวข้อที่สนใจแล้วออกไปพูดนำเสนอรายงานที่หน้าชั้นเรียน 5. ใบงานที่ 19 เรื่อง เรียงร้อย ถ้อยคำ 6. ใบงานที่ 20 เรื่อง แบ่งส่วน แบ่งประโยค 7. ใบงานที่ 21 เรื่อง รวมความ รวมประโยค 8. ใบงานที่ 22 เรื่อง แจ้งให้ทราบ ทำอะไร 9. ใบงานที่ 23 เรื่อง มาแต่งประโยคกัน 10. ใบงานที่ 24 เรื่อง ตั้งใจเรียน เขียนรายงาน 11. ใบงานที่ 25 เรื่อง การพูดรายงาน 4.5 การประเมินตนเอง - ผลงานประโยคน่ารู้ 5. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. สื่อการเรียนรู้ (ตัวอย่าง : สื่อฯ มมฐ. หลักสูตรแกนกลาง ภาษาไทย ป. 6) 2. กิจกรรมเรียงร้อย ถ้อยคำ 3. แถบประโยคความเดียว และประโยคความรวม 4. เกม คำซ้อน ความซ้อน 5. แถบประโยคในการสื่อสาร 6. เกม แจ้งให้ทราบ ทำอะไร 7. แถบประโยคถามให้ตอบ 8. เกม ถามมา ตอบไป 9. แถบประโยคบอกให้ทำ 10. กิจกรรมละคร ฮาเฮ 11. เพลงประกอบการละเล่นไทย 12. กิจกรรมการละเล่นไทย แสนสนุก 13. กิจกรรมตั้งใจเรียน เขียนรายงาน 14. แหล่งการเรียนรู้ เช่น ห้องสมุด อินเทอร์เน็ต
191 1. สาระสำคัญ 2. ตัวชี้วัด / จุดประสงค์การเรียนรู้ รหัสวิชา / ชื่อรายวิชาภาษาไทย กลุ่มสาระภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เวลา 17 ชั่วโมง ภาคเรียนที่ 2 ผู้สอนนางสาวเบญจรัตน์ เมืองคำ โรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านพุย ประโยค คือ คำหรือกลุ่มคำที่เรียงต่อกันแล้วได้ใจความสมบูรณ์ว่า ใคร ทำอะไร ซึ่งประกอบไปด้วย ภาคประธานและภาคแสดง ประโยคแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะใหญ่ๆ คือ ประโยคความเดียว ประโยคความรวม และประโยคความซ้อน เมื่อมีการใช้ประโยคในการสื่อสารจะสามารถแบ่งประโยคออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่ ประโยคแจ้งให้ทราบ ประโยคถามให้ตอบ และประโยคบอกให้ทำ ดังนั้นการเรียนรู้เกี่ยวกับประโยค จะทำให้ สามารถเรียบเรียงคำได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสม ส่งผลให้การใช้ภาษาในการสื่อสารมีประสิทธิภาพมากขึ้น การเขียนรายงาน เป็นการเขียนสิ่งที่ศึกษาค้นคว้าในเรื่องใดเรื่องหนึ่งจากแหล่งข้อมูลต่างๆ และการพูดรายงาน เป็นการพูดต่อหน้าชุมชนแบบหนึ่ง ซึ่งต้องนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจน เพื่อให้สามารถเผยแพร่ความรู้หรือ ข้อมูลให้กับผู้อื่นได้และเป็นประโยชน์ต่อบุคคลอื่นต่อไป 1. อ่านเรื่องสั้นๆ อย่างหลากหลาย โดยจับเวลาแล้วถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน (ท 1.1 ป. 6/3) 2. อ่านหนังสือตามความสนใจและอธิบายคุณค่าที่ได้รับ (ท 1.1 ป. 6/8) 3. มีมารยาทในการอ่าน (ท 1.1 ป. 6/9) 4. เขียนสื่อสารโดยใช้คำได้ถูกต้องชัดเจน และเหมาะสม (ท 2.1 ป. 6/2) 5. มีมารยาทในการเขียน (ท 2.1 ป. 6/9) 6. พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดู และการสนทนา (ท 3.1 ป. 6/4) 7. ระบุลักษณะของประโยค (ท 4.1 ป. 6/4) แผนการเรียนรู้ที่ 6 ประโยค
192 3. สาระการเรียนรู้ 4. กิจกรรมการเรียนรู้ ความรู้ 1. วรรณกรรมเรื่อง สนุกสนานกับการละเล่นไทย 2. การเขียนรายงาน 3. การพูดรายงาน 4. ประโยค ทักษะ/กระบวนการ 1. การฟังสิ่งที่ครูและเพื่อนพูด 2. การพูดตอบคำถาม และการพูดแสดงความคิด 3. การอ่านออกเสียงสะกดคำ 4. การเขียนสะกดคำ 5. การคิดวิเคราะห์ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1. เห็นคุณค่าของการใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวัน 2. มีความกระตือรือร้น สนใจใฝ่รู้ 3. มีความรับผิดชอบในงานของตน และมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม 4. มีมารยาทในการอ่านและการเขียน กิจกรรมที่ ประโยค เวลา 6 ชั่วโมง กระบวนการเรียนภาษา ชั่วโมงที่ 1 1. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมนำสู่การเรียน ในหนังสือเรียน (หน้า 122) โดยให้นักเรียนวงรอบคำใน ตารางให้เป็นประโยคต่างๆ ที่สมบูรณ์ จากนั้นเขียนประโยคที่ได้ลงในสมุด 2. ครูและนักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบของกิจกรรม เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง กิจกรรมนำสู่การเรียน
193 3. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า ประโยค ประกอบไปด้วยภาคประธาน และภาคแสดง นอกจากนี้ ประโยคในภาษาไทยแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะใหญ่ๆ ได้แก่ ประโยคความเดียว ประโยคความรวม และประโยคความซ้อนซึ่งนักเรียนจะได้เรียนรู้ต่อไป 1. ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียน (หน้า 123) จากนั้นครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับ ส่วนประกอบของประโยค โดยใช้ตัวอย่างในหนังสือเรียน (หน้า 123) ประกอบการอธิบาย 2. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม “เรียงร้อย ถ้อยคำ” โดยให้นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน จากนั้นให้นักเรียนส่งตัวแทนออกมารับชุดบัตรคำจากครูกลุ่มละ 1 ชุด 3. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันเรียงคำให้ได้ใจความเป็นประโยคทั้งหมด 5 ประโยค จากนั้นเขียน ประโยคและวิเคราะห์ภาคประธาน และภาคแสดงลงในใบงานที่ 19 เรียงร้อย ถ้อยคำ 4. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานที่หน้าชั้นเรียน โดยครูและเพื่อนนักเรียนช่วยกัน ตรวจสอบความถูกต้อง 5. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง ประโยคและส่วนประกอบของประโยค ชั่วโมงที่ 2 6. ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียน (หน้า 124) หัวข้อ ประโยคความเดียว แล้วครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจ เกี่ยวกับ ประโยคความเดียว โดยใช้ตัวอย่างในหนังสือเรียน (หน้า 124) ประกอบการอธิบาย 7. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 20 แบ่งส่วน แบ่งประโยค โดยให้นักเรียนแต่งประโยค จากนั้นวิเคราะห์ ส่วนประกอบของประโยคทั้งภาคประธาน และภาคแสดงของประโยคให้ถูกต้อง 8. ครูให้นักเรียนอาสาสมัครหรือสุ่มเรียกนักเรียนให้เฉลยคำตอบในใบงาน หากตอบผิดให้เพื่อน นักเรียนช่วยกันแก้ไขคำตอบให้ถูกต้อง 9. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง ประโยคความเดียว ชั่วโมงที่ 3 10. ครูให้นักเรียนอ่านแถบประโยคบนกระดาน ดังนี้ ฉันชอบสีแดง ฉันชอบสีแดง แต่ น้องชอบสีเขียว กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้
194 11. ครูให้นักเรียนสังเกตความแตกต่างระหว่าง 2 ประโยค จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันบอกความ แตกต่างของประโยคทั้งสอง 12. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า ทั้ง 2 ประโยคนี้แตกต่างกัน ประโยคที่ 1 เป็นประโยคความเดียวแต่ ประโยคที่ 2 เป็นประโยคความรวม เนื่องจากมีการนำประโยคความเดียวตั้งแต่ 2 ประโยคขึ้นไป มารวมกัน โดยมีคำสันธาน “แต่” เป็นตัวเชื่อมประโยค 13. ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียน (หน้า 124) หัวข้อย่อย ประโยคความรวม แล้วครูอธิบายให้ นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับ ประโยคความรวม โดยใช้ตัวอย่างในหนังสือเรียน (หน้า 124 -125) ประกอบการอธิบาย 14. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 21 รวมความ รวมประโยค โดยให้นักเรียนแต่งประโยคความรวม และ ใช้คำสันธานที่กำหนดเป็นตัวเชื่อมประโยค 15. ครูสุ่มเรียกนักเรียนให้บอกประโยคความรวมที่ตนเองแต่ง คนละ 1 ประโยค เพื่อตรวจสอบความ เข้าใจของนักเรียน หากผิดให้เพื่อนในชั้นเรียนช่วยกันแก้ไขให้ถูกต้อง 16. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง ประโยคความรวม ชั่วโมงที่ 4 17. ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียน (หน้า 125) หัวข้อย่อย ประโยคความซ้อน แล้วครูอธิบายให้ นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับ ประโยคความซ้อน โดยใช้ตัวอย่างในหนังสือเรียน (หน้า 125-126) ประกอบการอธิบาย 18. ครูให้นักเรียนเล่นเกม “คำซ้อน ความซ้อน” โดยให้นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน แล้วให้นักเรียนตัวแทนออกมาหยิบบัตรคำจากในกล่อง จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันแต่ง ประโยคโดยใช้คำเชื่อมตรงกับในบัตรคำ 19. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มผลัดกันออกมาหยิบบัตรคำไปเรื่อยๆ กลุ่มที่แต่งประโยคได้ถูกต้อง ได้ 1 คะแนน กลุ่มที่ได้คะแนนมากที่สุดถือเป็นผู้ชนะ 20. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง ประโยคความซ้อน ชั่วโมงที่ 5 21. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 1 ข้อ 1 ในหนังสือเรียน (หน้า 126) โดยให้นักเรียน แต่งประโยคตามหัวข้อที่กำหนด หัวข้อละ 5 ประโยค โดยใช้คำที่กำหนดให้ประกอบ 22. ครูให้นักเรียนอาสาสมัครหรือสุ่มเรียกนักเรียนให้บอกประโยคที่ตนเองแต่ง คนละ 4 ประโยค ได้แก่ ประโยคความเดียว 2 ส่วน ประโยคความเดียว 3 ส่วน ประโยคความรวม และประโยค ความซ้อนเพื่อทดสอบความเข้าใจ หากผิดให้เพื่อนนักเรียนช่วยกันแก้ไขคำตอบให้ถูกต้อง
195 23. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 1 ข้อ 2 ในหนังสือเรียน (หน้า 127) โดยให้นักเรียน บอกลักษณะของประโยคที่กำหนดให้ โดยเขียนพยัญชนะลงในช่องว่างให้เป็นประโยคที่ถูกต้อง 24. ครูและนักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบของกิจกรรม เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ชั่วโมงที่ 6 1. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 1-2 ในหนังสือเรียน (หน้า 146) โดยเติมข้อความที่ กำหนดให้ลงในช่องว่าง เพื่อบอกหน้าที่ของคำหรือกลุ่มคำในประโยคให้ถูกต้อง และแต่งประโยค ความรวมและความซ้อนจากประโยคความเดียวที่กำหนดลงในสมุด 2. ครูสุ่มเรียกนักเรียนให้เฉลยคำตอบเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง หากผิดให้เพื่อนนักเรียนในห้อง ช่วยกันแก้ไขคำตอบให้ถูกต้อง 3. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการคิด ข้อ 3 ในหนังสือเรียน (หน้า 147) โดยคิดคำแล้วแต่ง ประโยคความรวมและความซ้อนจากคำที่คิด พร้อมกับเขียนบอกว่าเป็นประโยคชนิดใด 4. ครูให้นักเรียนบอกประโยคความรวมและความซ้อนที่ตนเองคิด คนละ 2 ประโยค เพื่อเป็นการ ตรวจสอบความถูกต้อง หากตอบผิดให้เพื่อนนักเรียนในห้องช่วยกันแก้ไขคำตอบให้ถูกต้อง 5. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง ประโยค กระบวนการเรียนภาษา ชั่วโมงที่ 1 1. ครูให้นักเรียนอ่านแถบประโยคบนกระดานพร้อมกัน ดังนี้ ฉันชอบเรียนวิชาภาษาไทย ทำไมเธอไม่มาโรงเรียน กิจกรรมที่ 2 การใช้ประโยคในการสื่อสาร เวลา 5 ชั่วโมง กิจกรรมรวบยอด กิจกรรมนำสู่การเรียน
196 ห้ามเดินลัดสนาม 2. ครูให้นักเรียนสังเกตว่า ประโยคทั้ง 3 ประโยค มีความแตกต่างกันหรือไม่ และช่วยกันบอกว่า แตกต่างกันอย่างไร 3. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า ทั้ง 3 ประโยคมีความแตกต่างกันในการสื่อสารโดยประโยคแรกเป็น ประโยคแจ้งให้ทราบ ประโยคที่สอง เป็นประโยคถามให้ตอบ และประโยคสุดท้าย เป็นประโยค บอกให้ทำ 1. ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียน (หน้า 128-129) อธิบายให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับ การสื่อสารและ ประโยคแจ้งให้ทราบ โดยใช้ตัวอย่างในหนังสือเรียน (หน้า 129) ประกอบการอธิบาย 2. ครูให้นักเรียนเล่นเกม “แจ้งให้ทราบ ทำอะไร” โดยให้นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน จากนั้น ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเล่นต่อประโยคกัน โดยประโยคที่จะนำมาต่อต้องเป็นลักษณะของประโยคแจ้งให้ ทราบที่เพื่อนกลุ่มก่อนหน้าเป็นผู้กำหนด กลุ่มใดแต่งประโยคถูกต้องได้ 1 คะแนน กลุ่มที่ได้คะแนนมาก ที่สุดถือเป็นผู้ชนะ 3. ครูให้นักเรียนกลุ่มแรกเริ่มต่อประโยคจากลักษณะประโยคที่ครูกำหนดก่อน โดยผู้กำหนดลักษณะ ประโยคต้องพูดคำว่า “แจ้งให้ทราบ” ก่อนหน้าทุกครั้ง ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มที่ 1 : “แมวขโมยปลาย่าง” “แจ้งให้ทราบ บอกเล่า ทำอะไร” กลุ่มที่ 2 : “ฉันกำลังอ่านหนังสือ” “แจ้งให้ทราบ ปฏิเสธ ทำไม่ได้” กลุ่มที่ 3 : “เขาไม่ได้ทำการบ้าน” “แจ้งให้ทราบ ...........” 4. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 22 แจ้งให้ทราบ ทำอะไร เป็นการบ้าน โดยให้นักเรียนแต่งประโยคแจ้ง ให้ทราบทั้งประโยคบอกเล่า และประโยคปฏิเสธอย่างละ 5 ประโยค 5. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง ประโยคแจ้งให้ทราบ กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้
197 6. ครูให้นักเรียนสังเกตประโยคบนกระดาน ดังนี้ เขาชอบสีอะไร เธอจะไปกับฉันไหม เธอจะกินข้าวหรือว่าก๋วยเตี๋ยว นี่รู้อะไรไหม ฉันสอบได้ที่ 1 ล่ะ 7. ครูถามนักเรียนว่า ประโยคบนกระดานเป็นประโยคลักษณะใด และประโยคใดที่แตกต่างจาก ประโยคอื่น 8. ครูชี้แจงให้นักเรียนเข้าใจว่า ทั้ง 4 ประโยค เป็นประโยคถามให้ตอบ หมายถึง ประโยคที่มีการ แสดงการถามอยู่ในประโยค และผู้ส่งสารมีเจตนาให้ผู้รับสารตอบ และประโยคสุดท้ายเป็นประโยค ที่มีความแตกต่างจากประโยคอื่นตรงที่เป็นประโยคคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ 9. ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียน (หน้า 129) หัวข้อ ประโยคถามให้ตอบ แล้วครูอธิบายให้นักเรียน เข้าใจเกี่ยวกับ ลักษณะของประโยคถามให้ตอบ โดยใช้ตัวอย่างในหนังสือเรียน (หน้า 129-131) ประกอบการอธิบาย 10. ครูให้นักเรียนเล่นเกม “ถามมา ตอบไป” โดยให้นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน แล้ว ให้แต่ละกลุ่มช่วยกันคิดประโยคถามให้ตอบตามลักษณะของประโยคถามให้ตอบที่ครูกำหนด ภายในเวลา 20 วินาที เมื่อคิดได้แล้วให้ส่งตัวแทนออกมาเขียนประโยคบนกระดาน จากนั้นครูให้ นักเรียนช่วยกันตรวจสอบประโยคของแต่ละกลุ่มว่าถูกต้องหรือไม่ กลุ่มที่แต่งประโยคถูกต้องได้ 1 คะแนน กลุ่มที่ได้คะแนนมากที่สุดถือเป็นผู้ชนะ 11. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับ ประโยคถามให้ตอบ 12. ครูให้นักเรียนสังเกตประโยคบนกระดาน ดังนี้ นั่งลงเถอะ นั่งลงเดี๋ยวนี้ ชั่วโมงที่ 2 ชั่วโมงที่ 3
198 13. ครูถามนักเรียนว่า ประโยคทั้ง 2 ประโยค มีความแตกต่างกันอย่างไร และถ้านักเรียนเป็นผู้รับสาร นักเรียนชอบประโยคใดมากกว่ากัน 14. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า ประโยคทั้ง 2 ประโยค เป็นประโยคบอกให้ทำเป็นประโยคที่ ผู้รับ สารเข้าใจว่า ตนจะต้องทำอะไร โดยประโยคแรกเป็นประโยคคำสั่ง และประโยคที่สอง เป็น ประโยคขอร้อง 15. ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียน (หน้า 131-132) หัวข้อย่อย ประโยคบอกให้ทำแล้วครูอธิบาย ให้ นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะของประโยคบอกให้ทำ โดยใช้ตัวอย่างในหนังสือเรียน (หน้า 131-132) ประกอบการอธิบาย 16. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 23 มาแต่งประโยคกัน โดยให้นักเรียนแต่งประโยคบอกให้ทำทั้งประโยค คำสั่งและประโยคขอร้อง อย่างละ 5 ประโยค จากนั้นครูและนักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบเพื่อ ตรวจสอบความถูกต้อง 17. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 2 ข้อ 1-2 ในหนังสือเรียน (หน้า 133) โดยให้เขียน บอกประเภทของประโยคที่กำหนดให้ลงในช่องว่างให้ถูกต้อง และนำคำที่กำหนดมาแต่งเป็น ประโยคบอกเล่า คำถาม ปฏิเสธ ขอร้อง และคำสั่ง ประเภทละ 2 ประโยค พร้อมกับเขียนบอกว่า เป็นประโยคประเภทใดลงในสมุด 1. ครูให้นักเรียนช่วยกันอธิบายประโยคในลักษณะต่างๆ เพื่อเป็นการทบทวนความรู้เดิมของนักเรียน จากนั้นให้นักเรียนทำกิจกรรม “ละคร ฮาเฮ” โดยครูให้นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 6-7 คน จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันคิดบทสนทนาโดยใช้ประโยคสื่อสารในลักษณะต่างๆ ที่ได้เรียน มา พร้อมกับบอกชนิดของประโยคสื่อสารในบทสนทนาลงในสมุด 2. ครูให้นักเรียนออกมาแสดงบทบาทสมมติที่หน้าชั้นเรียน โดยครูและนักเรียนช่วยกันตรวจสอบ ความถูกต้อง 3. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง ประโยคที่ใช้ในการสื่อสาร ชั่วโมงที่ 4 ชั่วโมงที่ 5 กิจกรรมรวบยอด
199 กิจกรรมที่ 3 วรรณกรรมเรื่อง สนุกสนานกับการละเล่นไทย เวลา 3 ชั่วโมง กระบวนการปฏิบัติ ชั่วโมงที่ 1 1. ครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงเพลงประกอบการละเล่นไทยบนกระดานพร้อมกัน ดังนี้ มอญซ่อนผ้า ตุ๊กตาอยู่ข้างหลัง ไว้โน่น ไว้นี่ ฉันจะตีก้นเธอ แมงมุมขยุ้มหลังคา แมวกินปลาหมากัดกระพุ้งก้น ไอ้เข้ไอ้โขง มะโรงไม้สัก ไอ้เข้ฟันหัก กัดคนไม่เข้า 2. ครูให้นักเรียนทายว่า เพลงประกอบการละเล่นดังกล่าวเป็นเพลงประกอบของการละเล่นไทยอะไร จากนั้นครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า เพลงแรก เป็นเพลงประกอบการละเล่นมอญซ่อนผ้า เพลงที่ สอง เป็นเพลงประกอบการละเล่นแมงมุม และเพลงที่สาม เป็นเพลงประกอบการละเล่นไอ้เข้ไอ้ โขง 1. ครูให้นักเรียนผลัดกันอ่านออกเสียงวรรณกรรมเรื่อง สนุกสนานกับการละเล่นไทย ในหนังสือเรียน (หน้า 134-136) 2. ครูให้นักเรียนเขียนย่อความจากวรรณกรรมเรื่อง สนุกสนานกับการละเล่นไทย ในหนังสือเรียน (หน้า 134-136) ลงในสมุด โดยครูเป็นผู้สังเกตการณ์ 3. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเรื่อง สนุกสนานกับการละเล่นไทย 4. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม “การละเล่นไทย แสนสนุก” โดยครูแบ่งนักเรียนออกเป็นทั้งหมด 4 กลุ่ม กลุ่มละเท่าๆ กัน โดยให้นักเรียนนับเลขเรียงกัน 1-4 พอถึงคนที่ 5 ก็ให้เริ่มนับ 1-4 ใหม่ ชั่วโมงที่ 2 กิจกรรมนำสู่การเรียน กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้