51
18. แบบประเมนิ ผล
จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 1 อธบิ ายโครงสรา้ งพน้ื ฐานของอะตอมได้
1. วิธกี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เครอ่ื งมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารให้คะแนน : อธิบายโครงสร้างพ้ืนฐานของอะตอมได้ จะได้ 1 คะแนน
จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม ขอ้ ที่ 2 บรรยายวงโคจรของอิเล็กตรอนได้
1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เครอื่ งมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : บรรยายวงโคจรของอเิ ลก็ ตรอนได้ จะได้ 1 คะแนน
จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม ข้อท่ี 3 เปรียบเทียบสารก่ึงตวั นาบรสิ ทุ ธิ์, สารกงึ่ ตวั นาไม่บรสิ ทุ ธิ์,
สารกึง่ ตวั นาชนดิ เอน็ (N-Type), สารก่ึงตัวนาชนดิ พี (P-Type)ได้
1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เครื่องมอื : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารให้คะแนน : เปรยี บเทียบสารกึ่งตวั นาบริสุทธิ์, สารกึ่งตัวนาไม่บริสทุ ธิ์,
สารกึง่ ตวั นาชนิดเอน็ (N-Type), สารกึ่งตัวนาชนิดพี (P-Type)ได้ จะได้ 1 คะแนน
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อท่ี 4 รวบรวมไดโอดได้
1. วิธกี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เครอื่ งมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การใหค้ ะแนน : รวบรวมไดโอดได้ จะได้ 1 คะแนน
52
จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม ข้อท่ี 5 สังเกตลกั ษณะสมบตั ขิ องไดโอดได้
1. วิธกี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องมอื : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารให้คะแนน : สังเกตลักษณะสมบตั ขิ องไดโอดได้ จะได้ 1 คะแนน
จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม ข้อท่ี 6 แสดงกราฟลกั ษณะสมบตั ขิ องไดโอดได้
1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เครื่องมอื : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารให้คะแนน : แสดงกราฟลักษณะสมบตั ิของไดโอดได้ จะได้ 1 คะแนน
จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม ข้อที่ 7 ทดสอบไดโอดด้วยโอห์มมิเตอร์ได้
1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เครอ่ื งมอื : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : ทดสอบไดโอดด้วยโอหม์ มเิ ตอร์ได้ จะได้ 1 คะแนน
จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม ขอ้ ที่ 8 รวบรวมไดโอดได้
1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การให้คะแนน : รวบรวมไดโอดได้ จะได้ 1 คะแนน
จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม ขอ้ ที่ 9 เลือกไบอสั ตรงและไบอสั กลับได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องมอื : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารให้คะแนน : เลือกไบอัสตรงและไบอสั กลบั ได้ จะได้ 1 คะแนน
53
จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม ขอ้ ท่ี 10 ใชเ้ ครือ่ งมือในการทดสอบไดโอดได้อยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม
1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เครอื่ งมอื : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การให้คะแนน : ใช้เครื่องมือในการทดสอบไดโอดได้อย่างถูกตอ้ งเหมาะสม จะได้
1 คะแนน
19. แบบฝึกหดั
1.จงอธิบายโครงสร้างพน้ื ฐานของอะตอม
2. วงโคจรของอิเล็กตรอน คือ
3. สารกง่ึ ตัวนาบริสุทธ์ิ, สารกง่ึ ตัวนาไม่บริสุทธิ์, สารก่งึ ตัวนาชนิดเอ็น (N-Type), สารกงึ่ ตวั นาชนดิ พี (P-
Type) มคี วามแตกต่างกนั หรือไม่อยา่ งไร
4. จงอธิบายความหมายของไดโอด
5. สมบตั ิของไดโอด มีลักษณะอย่างไร
6. กราฟลกั ษณะสมบัตขิ องไดโอด เป็นอย่างไร
7. การทดสอบไดโอดด้วยโอห์มมิเตอร์ทาได้อยา่ งไร
8. จงจาแนกสัญลักษณข์ องไดโอด
9. ไบอัสตรงและไบอัสกลบั เหมือนกันหรือต่างกันหรอื ไม่ อยา่ งไร
54
20. บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรยี นรูแ้ บบม่งุ เนน้ สมรรถนะอาชีพและบูรณาการตามหลัก
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
20.1 สรุปผลการจดั การเรียนรู้
รายการ ระดับการปฏิบตั ิ
54321
ดา้ นการเตรียมการสอน
1.จดั หนว่ ยการเรยี นรูไ้ ดส้ อดคล้องกับวตั ถปุ ระสงค์การเรียนรู้
2. กาหนดเกณฑ์การประเมินครอบคลุมท้ังด้านความรู้ ด้านทกั ษะ และด้านจิตพิสัย
3. เตรยี มวัสดุ-อปุ กรณ์ สอ่ื นวัตกรรม กิจกรรมตามแผนการจดั การเรยี นร้กู ่อนเขา้
สอน
ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
4. มีวธิ ีการนาเข้าสู่บทเรยี นท่ีนา่ สนใจ
5. มีกิจกรรมท่ีหลากหลาย เพ่ือชว่ ยใหผ้ ้เู รยี นเกดิ การเรยี นรู้ ความเข้าใจ
6. จัดกจิ กรรมท่สี ง่ เสริมให้ผเู้ รยี นคน้ คว้าเพ่ือหาคาตอบด้วยตนเอง
7. นกั เรยี นมีส่วนรว่ มในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
8. จดั กิจกรรมที่เน้นกระบวนการคิด ( คิดวิเคราะห์ คิดสงั เคราะห์ คิดสร้างสรรค์ )
9. กระตนุ้ ให้ผ้เู รียนแสดงความคดิ เห็นอย่างเสรี
10. จดั กิจกรรมการเรียนรู้ท่ีเช่ือมโยงกับชีวติ จริงโดยนาภมู ิปญั ญา/บรู ณาการเขา้ มา
มีส่วนร่วม
11. จัดกจิ กรรมโดยสอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรม
12. มกี ารเสรมิ แรงเมอ่ื นักเรียนปฏิบตั ิ หรือตอบถูกต้อง
13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผูเ้ รยี น
14. เอาใจใสด่ แู ลผ้เู รียน อย่างทั่วถึง
15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกบั เวลาทีก่ าหนด
ด้านสอ่ื นวัตกรรม แหล่งการเรียนรู้
16. ใชส้ ื่อที่เหมาะสมกบั กจิ กรรมและศักยภาพของผเู้ รยี น
17. ใชส้ อื่ แหล่งการเรยี นรู้อย่างหลากหลาย เชน่ บคุ คล สถานท่ี ของจริง เอกสาร
ส่ืออเิ ล็กทรอนิกส์ และอินเทอร์เนต็ เป็นต้น
13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผเู้ รียน
14. เอาใจใส่ดูแลผเู้ รียน อยา่ งทัว่ ถึง
55
15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกบั เวลาท่กี าหนด
ดา้ นการวัดและประเมนิ ผล
18. ผ้เู รยี นมีสว่ นรว่ มในการกาหนดเกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผล
19. ประเมนิ ผลอยา่ งหลากหลายและครบทั้งดา้ นความรู้ ทักษะ และจติ พสิ ยั
20. ครู ผู้เรยี น ผู้ปกครอง หรือ ผู้ท่ีเกี่ยวข้องมีส่วนร่วม ในการประเมิน
หมายเหตุ ระดับการปฏบิ ัติ 5 = ปฏบิ ตั ดิ ีเยยี่ ม 4 = ปฏบิ ัตดิ ี 3 = รวม
ปฏบิ ตั ิพอใช้ 2 = ควรปรับปรงุ 1 = ไม่มกี ารปฏิบัติ เฉลยี่
20.2 ปญั หาทีพ่ บ และแนวทางแก้ปญั หา แนวทางแก้ปญั หา
ปญั หาที่พบ
ดา้ นการเตรยี มการสอน
ด้านการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
ด้านส่อื นวตั กรรม แหลง่ การเรียนรู้
ด้านการวดั ประเมินผล
ด้านอนื่ ๆ (โปรดระบเุ ปน็ ขอ้ ๆ)
ลงชื่อ .................................................................... ครผู ้สู อน
( นายศภุ กร ม่งิ คา )
ตาแหนง่ ครพู เิ ศษสอน
............../.................................../....................
21. บันทึกการนิเทศและติดตาม 56
ชอื่ -สกุล ผู้นเิ ทศ ตาแหนง่
วัน-เดอื น- เวลา รายการนเิ ทศและตดิ ตาม
ปี
57
แผนการจดั การเรียนรู้ แบบม่งุ เน้นสมรรถนะอาชพี
และบรู ณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
รหสั วิชา ..... 20104 - 2102...... วชิ า ...................... อุปกรณอ์ เิ ล็กทรอนกิ ส์และวงจร.............................
สปั ดาหท์ ่ี ........2...... ช่ือหน่วย วงจรเรียกกระแสแบบครึ่งคลนื่
ช่อื เร่ือง................วงจรเรียกกระแสแบบคร่งึ คลืน่ …………………….................................จานวน...4...ช่ัวโมง
1. สาระสาคัญ
วงจรเรยี งกระแสแบบครงึ่ คลื่น เป็นวงทท่ี าหนา้ ทแ่ี ปลงไฟกระแสสลบั เปน็ ไฟกระแสตรง (AC to
DC) โดยใชไ้ ดโอดเพยี งตวั เดียว อาศัยคุณสัมบัตขิ องโดโอด ตรงท่ีสามารถนากระแสได้ทางเดยี ว แรงดนั
เอาต์พตุ ที่ไดม้ ีลกั ษณะเปน็ พัลส์ ท่ยี ังไมเ่ รียบ แรงดนั นจี้ ะยังไม่สามารถนาไปใชใ้ นวงจรอเิ ลก็ ทรอนิกสไ์ ด้
จะตอ้ งผ่านการกรองให้เรยี บกอ่ น แรงดันเอาต์พดุ ท่ีไดเ้ ม่ือเทียบกบั แรงดันอินพุตยังมีประสิทธภิ าพตา่
2. สมรรถนะประจาหนว่ ยการเรยี นรู้
1. เขียนวงจรเรียงกระแสแบบครง่ึ คลื่นและคานวณหาแรงดันเอาต์พุต
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3.1 จุดประสงคท์ ่ัวไป
1. เพอื่ ให้มีความรู้เกยี่ วกับอธิบายลกั ษณะวงจรกระแสแบบครง่ึ คลื่น (ด้านความร)ู้
2. เพื่อให้มีทกั ษะในการเขยี นวงจรเรียงกระแสแบบครึง่ คลื่น (ด้านทักษะ)
3. เพ่อื ใหม้ ีทักษะในการคานวณหาแรงดนั เอาต์พุต (ดา้ นทักษะ)
4. เพ่ือให้มีเจตคติที่ดีในการจัดลาดับการทางานของวงจรเรียงกระแสแบบครง่ึ คลื่น (ดา้ นจิตพสิ ยั )
5. เพือ่ เขียนวงจรเรยี งกระแสแบบคร่งึ คลนื่ และคานวณหาแรงดันเอาต์พุตด้วยความมเี หตุผลถกู ตอ้ ง
ตามหลกั การ (ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม)
3.2 จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม
1. อธิบายลกั ษณะวงจรกระแสแบบครึง่ คลน่ื ได้ (ด้านความร้)ู
2. เขียนวงจรเรยี งกระแสแบบครงึ่ คลน่ื ได้ (ด้านทักษะ)
3. คานวณหาแรงดนั เอาตพ์ ุตได้ (ดา้ นทกั ษะ)
4. จัดลาดับการทางานของวงจรเรียงกระแสแบบคร่ึงคลน่ื ได้ (ดา้ นจิตพิสยั )
5. เขียนวงจรเรยี งกระแสแบบครึง่ คลนื่ และคานวณหาแรงดนั เอาต์พุตดว้ ยความมีเหตผุ ลถกู ต้องตาม
หลกั การ (ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม)
58
4. เนอ้ื หาสาระการสอน/การเรยี นรู้
4.1 ดา้ นความรู้
4.1.1 ลกั ษณะวงจรเรียงกระแสแบบคร่ึงคล่ืน
4.1.2 การทางานของวงจรเรียงกระแสแบบครงึ่ คลืน่
4.1.3 วงจรเรยี งกระแสครึ่งคล่ืน
4.1.4 วงจรเรียบกระแสครงึ่ คลื่นลบ
4.2 ดา้ นทักษะหรือปฏบิ ัติ
1. การทดลองท่ี 2 วงจรเรียงกระแสแบบครง่ึ คล่ืน
2. แบบทดสอบบทท่ี 2
4.3 ดา้ นคุณธรรม/จรยิ ธรรม/จรรยาบรรณ/บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพียง
เขียนวงจรเรียงกระแสแบบครึ่งคลื่นและคานวณหาแรงดนั เอาตพ์ ุตด้วยความมเี หตุผลถูกตอ้ งตาม
หลกั การ
5. กิจกรรมการเรยี นการสอนหรือการเรียนรู้
ขั้นตอนการสอนหรือกิจกรรมครู ขน้ั ตอนการเรียนหรือกิจกรรมของผู้เรียน
ขั้นเตรียม(จานวน 30 นาที) ข้นั เตรียม (ใช้เวลา 30 นาที)
1. ผ้สู อนให้ผู้เรยี นอ่านเอกสารประกอบการสอนวชิ า 1. ผู้เรียนศกึ ษาเอกสารประกอบการสอนวชิ า
อุปกรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกสแ์ ละวงจร หน่วยท่ี 2 เรอ่ื ง อปุ กรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกสแ์ ละวงจร หน่วยที่ 2
วงจรเรียกกระแสแบบคร่ึงคลนื่ (Half Wave เรื่อง วงจรเรยี กกระแสแบบครง่ึ คล่นื (Half Wave
Rectifier) หนา้ ท่ี 21 ในส่วนของสาระสาคัญ Rectifier) หนา้ ท่ี 21 ในสว่ นของสาระสาคัญ
2. ผสู้ อนแจง้ จดุ ประสงค์การเรยี นของหน่วยที่ 2 2. ผู้เรียนทาความเข้าใจเกยี่ วกบั จุดประสงค์การ
เร่อื ง วงจรเรียกกระแสแบบคร่ึงคลน่ื (Half Wave เรียนของหน่วยเรยี นที่ 2 เรื่อง วงจรเรียกกระแส
Rectifier) แบบครึง่ คลื่น (Half Wave Rectifier)
3. ผสู้ อนให้ผู้เรยี นเขยี นวงจรเรยี งกระแสแบบคร่งึ 3. ผู้เรยี นเขียนวงจรเรยี งกระแสแบบครงึ่ คลน่ื พร้อม
คลื่นพรอ้ มใหเ้ หตุผลประกอบ ให้เหตุผลประกอบ
ข้ันการสอน (จานวน 180 นาที) ขนั้ การสอน (จานวน 180 นาที)
1 .ผสู้ อนให้ผเู้ รียนศึกษาเอกสารประกอบการสอน 1. ผู้เรียนศึกษาเอกสารประกอบการสอน วิชา
วิชา อปุ กรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร หน่วยที่ อุปกรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกส์และวงจร หนว่ ยที่ 2
2 เรื่อง วงจรเรียกกระแสแบบครึง่ คลน่ื (Half เรอ่ื ง วงจรเรยี กกระแสแบบครงึ่ คล่นื (Half Wave
Wave Rectifier) หนา้ ท่ี 22-24 Rectifier) หนา้ ท่ี 22-24 พรอ้ มทาความเขา้ ใจ
59
2. ผสู้ อนเปดิ โอกาส ให้ผู้เรียนถามปัญหา และข้อ 2. ผู้เรยี นถามปัญหา และข้อสงสยั จากเนื้อหา โดย
สงสยั จากเนอ้ื หา โดยครูคานวณหาแรงดนั เอาต์พตุ ครูคานวณหาแรงดันเอาต์พุต พร้อมใหผ้ ูเ้ รียน
พรอ้ มใหผ้ เู้ รยี นช่วยกนั คานวณ ชว่ ยกนั คานวณ
3. ผู้สอนใหผ้ ูเ้ รียนทาการทดลองที่ 2 วงจรเรยี ง 3. ผเู้ รียนทาการทดลองท่ี 2 วงจรเรยี งกระแสแบบ
กระแสแบบครง่ึ คลื่น หน้า 25-29 ครง่ึ คลื่น หนา้ 25-29
4. ผู้สอนให้ผูเ้ รียนสบื ค้นขอ้ มูลจากอนิ เทอร์เนต็ 4. ผู้เรียนสบื คน้ ขอ้ มลู จากอินเทอรเ์ นต็
ขัน้ สรุป(จานวน 30 นาท)ี ข้นั สรปุ (จานวน 30 นาท)ี
1. ผ้สู อนและผเู้ รยี นร่วมกันสรปุ เนื้อหาท่ีได้เรยี นให้มี 1. ผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาท่ีได้เรยี นให้มีความ
ความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกัน เขา้ ใจในทิศทางเดยี วกัน
2. ผสู้ อนใหผ้ ู้เรียนทาแบบทดสอบบทท่ี 2 หน้าท่ี 2. ผเู้ รียนทาแบบทดสอบบทท่ี 2 หนา้ ที่ 30-31
30-31
3. ผสู้ อนให้ผเู้ รยี นศกึ ษาเพมิ่ เติมนอกห้องเรียน ด้วย 3. ผู้เรียนศกึ ษาเพ่ิมเตมิ นอกห้องเรียน ดว้ ย
PowerPoint ที่จดั ทาขึน้ PowerPoint ทจี่ ัดทาข้นึ
รวมเวลาเรียนทงั้ หมด 240 นาที
หรอื 4 ช่ัวโมงเรยี น
6. สือ่ การเรยี นการสอน/การเรียนรู้
6.1 สื่อส่งิ พิมพ์
1) เอกสารประกอบการเรียนวชิ าอปุ กรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์และวงจรของนายชิงชัย ศรีสรุ ัตน์
2) แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยท่ี 2 วงจรเรยี งกระแสแบบครึง่ คล่นื
3) แบบทดสอบหลงั เรยี นหน่วยท่ี 2 วงจรเรียงกระแสแบบคร่งึ คลนื่
4) เอกสารการเรยี นรหู้ นว่ ยท่ี 2 วงจรเรยี งกระแสแบบครึง่ คล่ืน
5) แบบฝึกหดั หน่วยที่ 2 วงจรเรยี งกระแสแบบครึ่งคลืน่
6) เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น แบบทดสอบหลังเรยี น และแบบฝึกหดั ท้ายหน่วย
6.2 สอ่ื โสตทัศน์
1) เครอ่ื งฉายภาพ (projector)
2) งานนาเสนอหน่วยที่ 2 วงจรเรียงกระแสแบบครึง่ คล่นื
60
6.3 สือ่ ของจรงิ
1) อุปกรณ์ประกอบวงจรเรยี งกระแสแบบคร่ึงคลน่ื
7. แหล่งการเรียนการสอน/การเรยี นรู้
7.1 ภายในสถานศึกษา
1. ห้องสมุด
2. ศนู ย์ Internet สมเด็จพระเทพฯ
3. ห้องปฏบิ ตั กิ ารเขยี นแบบเครอื่ งกลด้วยคอมพวิ เตอร์
7.2 ภายนอกสถานศกึ ษา
1. อาคารวทิ ยบริการ วิทยาลัยเทคนคิ สว่างแดนดิน
8. งานที่มอบหมาย
8.1 ก่อนเรียน
1. แบบทดสอบก่อนเรียน
2. ตอบคาถามก่อนเรียน เปน็ การนาเขา้ สู่บทเรียน
8.2 ขณะเรียน
1. ตอบคาถามระหว่างเรยี น
8.3 หลงั เรยี น
1. ทาแบบทดสอบหลงั เรียน
2. ทาแบบฝึกหัดหลังเรียน
3. ทาใบกิจกรรมที่ 2
9. ผลงาน/ชน้ิ งาน ท่ีเกดิ จากการเรยี นรู้ของผ้เู รยี น
การทดลองที่ 2 สารก่งึ ตัวนา, แบบทดสอบบทท่ี 2
10. เอกสารอ้างองิ
1. หนงั สอื เรยี นวชิ าอปุ กรณ์อเิ ล็กทรอนิกส์และวงจรของนายชงิ ชยั ศรีสรุ ตั น์
11. การบูรณาการ/ความสมั พันธก์ ับรายวชิ าอ่นื
1. บูรณาการกบั วิชาชีวิตและวฒั นธรรมไทย ด้านการพดู การอา่ น การเขยี นและการฝกึ ปฏบิ ัติตนทาง
สังคมดา้ นการเตรียมความพร้อม ความรับผดิ ชอบ ความสนใจใฝ่รู้
2. บรู ณาการกับวชิ าหลักเศรษฐศาสตร์ ดา้ นการเลือกใชท้ รัพยากรอย่างประหยัด
61
12. หลักการประเมินผลการเรียน
12.1 ก่อนเรียน
1. ตรวจสอบระดับความรู้ความเข้าใจของผ้เู รยี นก่อนเร่ิมการสอน
12.2 ขณะเรียน
1. ตรวจสอบความสนใจในการเรยี นของผู้เรียนโดยการถาม-ตอบคาถามในระหวา่ งทเ่ี รยี น
12.3 หลังเรียน
1. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียนพรอ้ มกบั เปรียบเทียบแบบทดสอบก่อนเรยี น
2. ตรวจแบบฝกึ หัดหลังเรยี นเพ่ือประเมิลระดับความเขา้ ใจของผู้เรียน
3. ตรวจใบกิจกรรม
13. รายละเอยี ดการประเมินผลการเรียน
จดุ ประสงค์ข้อท่ี 1 การประเมินผลความรคู้ วามเข้าใจของผเู้ รียนกอ่ นเรยี น
1. วิธกี ารประเมิน : ใหท้ าแบบทดสอบก่อนเรยี น และถามคาถามเพ่ือประเมินระดบั ความรู้ของผูเ้ รยี น
2. เครอ่ื งการประเมิน : แบบทดสอบก่อนเรยี น
3. เกณฑ์การประเมิน : ใชอ้ ้างอิงเปน็ ตัวเปรียบเทยี บกับผลการทดสอบหลงั เรยี น
4. เกณฑ์การผา่ น : นกั เรยี นสามารถทาแบบทดสอบได้ไม่น้อยกวา่ ครึง่ หนึ่งของจานวนข้อของแบบ
ทดสอบท้งั หมด
จดุ ประสงค์ข้อท่ี 2 การประเมินผลความร้คู วามเข้าใจของผู้เรียนหลังเรยี น
1. วิธกี ารประเมนิ : ใหท้ าแบบทดสอบหลังเรียน
2. เครอื่ งการประเมิน : แบบทดสอบหลงั เรียน
3. เกณฑ์การประเมนิ : ใชเ้ ปรียบเทยี บกับผลการทดสอบก่อนเรียน
4. เกณฑ์การผ่าน : นักเรยี นสามารถทาแบบทดสอบได้ไมน่ ้อยกว่าการทาแบบทดสอบก่อนเรียน
62
14. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
สปั ดาหท์ ่ี .....2.....ช่ือหนว่ ยการสอน วงจรเรียงกระแสแบบครง่ึ คล่นื
วตั ถุประสงค์ เพือ่ การประเมินผลความรคู้ วามเข้าใจของผเู้ รยี นกอ่ นเรยี น
ขอ้ คาถาม
คาสง่ั จงเลือกคาตอบให้ถูกต้องท่ีสุดเพียงคาตอบเดยี ว
1. วงจรทแ่ี ปลงไฟกระแสสลับเปน็ ไฟกระแสตรง คอื
ก. Clamping
ข. Rectifier
ค. Clipping
ง. filter
2. คา่ แรงดันไฟตรงท่ไี ด้จากวงจรเรียงกระแสแบบคร่ึงคล่ืน คือข้อใค
ก. Vrms/0.707
ข. Vc X รูท2
ค. 0.318 Vp
ง. 0.636 Vp
3. ขอ้ เสยี ของวงจรเรียงกระแสแบบครึ่งคลืน่ คือข้อใด
ก. หม้อแปลท่จี า่ ยไฟสลบั จะมีค่ากระแสไหลเป็นชว่ งๆ ทาให้ประสทิ ธิภาพของหม้อ
แปลงคา่ ลง
ข. มขี ้อจากดั ในเร่ืองของการจา่ ยกระแสไปยังโหลด
ค. เอาตพ์ ุตของวงจรมีรปิ เปิลต่า
ง. แรงดันทไ่ี ด้มีคา่ สงู
4 เพือ่ ทาใหแ้ รงดนั ไฟตรงท่ีได้จากวงจรเรยี งกระแส มีเรียบพอเพียงกับการนาไปใช้งาน
ตอ้ งใช้วงจรใดชว่ ย
ก. วงจรเรยี งกระแส
ข. วงจรขสบิ
ค. วงจรกรองกระแส
ง. วงจรยกระดบั
5,. วงจรกรองแร่งคนั โดยใช้ตัวเก็บประจุ ข้อใดกล่าวถกู ต้องที่สุด
ค. ค่าความจขุ องตัวเกบ็ ประจุมากจะทาให้กรองแรงดนั ไดเ้ รียบยงิ่ ข้ึน
ข. ค่าความจุของตวั เก็บประอุมากจะทาให้กรองแรงดันเกิดรปิ เปลิ มากข้นึ
ค, ค่าความจุของตัวเกบ็ ประจุนอ้ ยจะทาให้กรองแรงดนั ได้เรียบยิ่งขึ้น
ง, คค่ วามจขุ องตวั เก็บประจนุ ้อยจะทาใหไ้ ด้แรงดันไฟตรงลดลง
63
6. วงจรกรองแรงดนั นิยมใชต้ วั เก็บประจุชนดิ ใด
ก. อิเล็กโทร ไลติค
ข. โพลีโฟรไพลนี
ค. เซรามคิ
ง. โพลีสไตรีน
7. สญั ญาณขา้ และสญั ญาณออกของวงจรเรก็ ติไฟออร์จะตา่ งเฟสกันกี่องศา
ก. 90 องศา
ข. 180 องศา
ค. 270 องศา
ง. 360 องศา
8.การต่อวงจรเรียงกระแสแบบคร่งึ คล่นื บวก สญั ญาณออก Vout เปน็ อย่างไร
ก. จะได้สัญญาณเฉพาะชว่ งบวก
ข. จะไดส้ ัญญาณเฉพาะชว่ งถบ
ค. จะได้สัญญาณทงั้ ช่วงบวกและชว่ งลบ
ง. ไมม่ ขี ้อใดถูก
9. จากรูปเป็นการเรียงกระแสแบบใด
ก. วงจรเรียงกระแสเบบคร่ึงคลื่น
ข. วงจรเรียงกระแสแบบครงึ่ คลน่ื บวก
ค. วงจรเรียงกระแสแบบคร่ึงคลนื่ ลบ
ง. วงจรเร่ียงกระแสแบบเตม็ คล่ืน
64
10. วงจรกรองแรงดนั ถ้ามตี วั เกบ็ ประจมุ าก ๆ เอาต์พุตทไี่ ด้จะเปน็ อยา่ งไร
ก. แรงดันเรียบมากขึน้
ข. แรงดนั มรี ิปเปลิ มากข้ึน
ค. แรงดันสงู ขึน้ ตามคา่ ของตัวเก็บประจุ
ง. แรงดันไมเ่ ปลยี่ นแปลง
15. แบบทดสอบหลงั เรยี น
สปั ดาหท์ ี่ .....2.....ชื่อหนว่ ยการสอน วงจรเรียงกระแสแบบครงึ่ คล่ืน
วตั ถุประสงค์ เพอื่ การประเมินผลความรคู้ วามเข้าใจของผู้เรยี นกอ่ นเรยี น
ขอ้ คาถาม
คาสั่ง จงเลอื กคาตอบใหถ้ ูกต้องที่สดุ เพียงคาตอบเดยี ว
1. วงจรทีแ่ ปลงไฟกระแสสลบั เป็นไฟกระแสตรง คือ
ก. Clamping
ข. Rectifier
ค. Clipping
ง. filter
2. คา่ แรงดันไฟตรงที่ได้จากวงจรเรียงกระแสแบบครงึ่ คลืน่ คือข้อใค
ก. Vrms/0.707
ข. Vc X รูท2
ค. 0.318 Vp
ง. 0.636 Vp
3. ข้อเสียของวงจรเรียงกระแสแบบคร่ึงคลนื่ คือข้อใด
ก. หมอ้ แปลที่จ่ายไฟสลบั จะมีค่ากระแสไหลเป็นชว่ งๆ ทาให้ประสิทธภิ าพของหม้อ
แปลงคา่ ลง
ข. มีข้อจากดั ในเร่ืองของการจ่ายกระแสไปยังโหลด
ค. เอาตพ์ ุตของวงจรมรี ปิ เปิลต่า
ง. แรงดนั ทไี่ ดม้ ีค่าสูง
65
4 เพือ่ ทาให้แรงดันไฟตรงที่ได้จากวงจรเรียงกระแส มีเรียบพอเพยี งกับการนาไปใชง้ าน
ตอ้ งใชว้ งจรใดช่วย
ก. วงจรเรยี งกระแส
ข. วงจรขสบิ
ค. วงจรกรองกระแส
ง. วงจรยกระดับ
5,. วงจรกรองแร่งคนั โดยใช้ตัวเก็บประจุ ข้อใดกล่าวถูกต้องทีส่ ุด
ค. ค่าความจุของตวั เกบ็ ประจุมากจะทาให้กรองแรงดนั ได้เรียบย่งิ ขึน้
ข. ค่าความจขุ องตัวเกบ็ ประอุมากจะทาให้กรองแรงดันเกิดริปเปิลมากขน้ึ
ค, ค่าความจขุ องตวั เก็บประจุนอ้ ยจะทาให้กรองแรงดันไดเ้ รียบย่ิงขน้ึ
ง, ค่ความจขุ องตัวเก็บประจุน้อยจะทาให้ได้แรงดนั ไฟตรงลดลง
6. วงจรกรองแรงดนั นยิ มใชต้ วั เก็บประจุชนดิ ใด
ก. อิเลก็ โทร ไลติค
ข. โพลีโฟรไพลีน
ค. เซรามิค
ง. โพลีสไตรนี
7. สญั ญาณขา้ และสญั ญาณออกของวงจรเรก็ ตไิ ฟออร์จะตา่ งเฟสกนั ก่ีองศา
ก. 90 องศา
ข. 180 องศา
ค. 270 องศา
ง. 360 องศา
8.การตอ่ วงจรเรียงกระแสแบบครึง่ คลื่นบวก สญั ญาณออก Vout เปน็ อยา่ งไร
ก. จะได้สญั ญาณเฉพาะชว่ งบวก
ข. จะไดส้ ญั ญาณเฉพาะช่วงถบ
ค. จะได้สญั ญาณทง้ั ชว่ งบวกและชว่ งลบ
ง. ไม่มีขอ้ ใดถกู
66
9. จากรปู เป็นการเรียงกระแสแบบใด
ก. วงจรเรียงกระแสเบบครง่ึ คลืน่
ข. วงจรเรยี งกระแสแบบครึง่ คลน่ื บวก
ค. วงจรเรยี งกระแสแบบครึ่งคล่ืนลบ
ง. วงจรเร่ียงกระแสแบบเตม็ คลื่น
10. วงจรกรองแรงดนั ถ้ามตี ัวเก็บประจุมาก ๆ เอาตพ์ ตุ ท่ไี ดจ้ ะเปน็ อยา่ งไร
ก. แรงดนั เรียบมากขน้ึ
ข. แรงดันมรี ปิ เปิลมากขนึ้
ค. แรงดนั สงู ขึน้ ตามคา่ ของตัวเกบ็ ประจุ
ง. แรงดนั ไมเ่ ปล่ยี นแปลง
67
16. ใบความร้ทู ี่ ...1.....
สัปดาหท์ ี่ .....2.....ชอ่ื หนว่ ยการสอน วงจรเรยี งกระแสแบบคร่ึงคล่นื
วัตถุประสงค์ เพ่ือ การประเมนิ ผลความร้คู วามเข้าใจของผู้เรยี นก่อนเรียน
16.1 ลกั ษณะวงจรเรยี งกระแสแบบครงึ่ คลื่น
วงจรเรยี งกระแสแบบครึ่งคลื่น จะเปน็ วงจรทีท่ าหน้าท่ตี ัดเอาแรงดนั ไฟสลับท่ีป้อนเขา้ มา อาจเป็นครึ่งบวก
หรอื คร่งึ ลบแลว้ แต่การจดั วงจรไอโอด แรงดนั ที่สง่ ออกเอาต์พุตจะเป็นชว่ งๆ คือ ชว่ งมีแรงดนั และชว่ งไม่มี
แรงดนั สลับกันไป
16.2 การทางานของวงจรเรยี งกระแสแบบครง่ึ คลน่ื
การเรยี งกระแสแบบครึ่งคลื่น (Half Wave Rectifier) การทางานเมื่อจา่ ยแรงเคล่ือนไฟฟ้ากระแสสลับ
220 V เขา้ ทางขดปฐมภมู ิ (Primary) ของหม้อแปลงไฟฟา้ จะเกิดการเหน่ียวนาแรงดันไฟฟา้ มายังขดทตุ ยิ
ภูมิ (Secondary) การเหนย่ี วนาแรงดนั ไฟฟ้าของหม้อแปลง เฟสของสัญญาณเข้ากบั เฟสของสญั ญาณออก
จะต่างเฟสกนั อยู่ 〖"180" 〗^"°" เมอ่ื ขั้วบนของขดปฐมภูมไิ ดร้ บั เฟสลบ ข้ัวลา่ งเทียบได้เฟสบวก จะทา
ให้ขดทุตยิ ภูมิขว้ั บนเป็นเฟสบวก ขาแอโอด (A) ของไดโอดไดร้ ับแรงดนั ซีกบวก ขาแคโถด (K) ไดร้ ับ
แรงดนั ซกี ลบเป็นผลให้ไดโอดได้รบั ไบอสั ตรงไดโอดนากระแส มีกระแสไหลเขา้ ขาแอโอด ออกขาแคโถดผา่ น
โหลด (Load) ครบวงจรทขี่ ้ัวล่างของขดทตุ ิยภูมิ มแี รงดัรซกี บวกตกครอ่ มท่ีโหลด
16.3 วงจรเรยี งกระแสคร่งึ คล่ืน
เปน็ การจดั วงจรไดโอดใหน้ ากระแสเฉพาะซีกบวกของไฟสลับ ทาให้แรงดันท่ีได้จากการเรียงกระแสออกมาที่
เอาต์พุตเพยี งช่วงบวกของไฟสลบั เทา่ นั้น แรงดนั ไฟตรงเฉลยี่ สามารถคานวณหาได้จากสูตร "V" _"DC"
"=0.318 " "V" _"p" หรือ "V" _"DC" "=0.45 " "V" _"AC" แรงดนั ไฟตรงท่ีไดจ้ ะยังไมเ่ รียบ มลี ักษณะ
เป็นพลั ส์ ท่เี รยี กว่าพลั ส์ด.ี ซี (Pulse D.C.)
16.4 วงจรเรยี บกระแสคร่งึ คลืน่ ลบ
เป็นการจดั วงจรไดโอดให้นากระแสเฉพาะซีกลบของไฟสลบั กจ็ ะได้วงจรเรยี กกระแสแบบคลึ่งคลน่ื ลบ เม่ือ
ข้ัวบนของขดทุติยภูมิได้รับเฟสลบ ข้ัวลา่ งเทยี บศักยไ์ ดเ้ ฟสบวก จะทาให้ไดโอดได้รับไปอัสตรง ไดโอด
สามารถนากระแสได้ กระแสจะไหลจากขั้วล่างของหม้อแปลงผ่านโหลดเขา้ ทางขาแอโนด ออกทางแคโถด
ครบวงจรทีข่ ัว้ บนของหม้อแปลง ลักษณะเชน่ นจ้ี ะทาให้ข้วั บนของโหลดมศี ักยเ์ ป็นลบ ข้ัวลา่ งมีศักย์เป็นบวก
68
17. ใบงาน
17 ใบกจิ กรรมท่ี ....2....
สัปดาหท์ ่ี .....2.....ช่อื หนว่ ยการสอน วงจรเรียงกระแสแบบคร่ึงคลื่น
จุดประสงค์ เพื่อ
1. วิเคราะห์และตคี วามหมาย
2. ตั้งคาถาม
3. อภิปรายแสดงความคดิ เหน็ ระดมสมอง
4. การประยุกตค์ วามรสู้ ู่งานอาชีพ
สมรรถนะการปฏบิ ัติงานอาชีพ
1. เขียนวงจรเรียงกระแสแบบครึง่ คลน่ื และคานวณหาแรงดนั เอาตพ์ ตุ
สมรรถนะการขยายผล
ความสอดคล้อง
จากการเรียน เร่อื ง วงจรเรียกกระแสแบบคร่งึ คลืน่ (Half Wave Rectifier) ทาให้ผู้เรยี นมี
ความรูเ้ พิ่มเกย่ี วกับวงจรเรียงกระแสแบบครึ่งคลน่ื เปน็ วงที่ทาหน้าทีแ่ ปลงไฟกระแสสลบั เป็นไฟ
กระแสตรง (AC to DC) โดยใช้ไดโอดเพยี งตวั เดยี ว อาศยั คุณสมั บัติของโดโอด ตรงทส่ี ามารถ
นากระแสได้ทางเดยี ว แรงดันเอาตพ์ ตุ ที่ได้มลี ักษณะเป็นพัลส์ ที่ยงั ไมเ่ รียบ แรงดันนจ้ี ะยังไม่
สามารถนาไปใช้ในวงจรอเิ ล็กทรอนิกสไ์ ด้ จะตอ้ งผา่ นการกรองให้เรียบกอ่ น แรงดันเอาต์พุดที่ได้
เม่อื เทียบกบั แรงดนั อินพุตยังมีประสทิ ธิภาพต่า
69
18. แบบประเมินผล
จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม ข้อที่ 1 อธบิ ายลกั ษณะวงจรกระแสแบบครึ่งคล่ืนได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เคร่ืองมอื : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การใหค้ ะแนน : อธิบายลักษณะวงจรกระแสแบบครง่ึ คลืน่ ได้ ได้ 2 คะแนน
จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรม ขอ้ ท่ี 2 เขยี นวงจรเรียงกระแสแบบครึง่ คล่นื ได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เคร่ืองมอื : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การให้คะแนน : เขยี นวงจรเรียงกระแสแบบคร่งึ คลื่นได้ จะได้ 2 คะแนน
จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ข้อท่ี 3 คานวณหาแรงดนั เอาต์พตุ ได้
1. วิธกี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การให้คะแนน : คานวณหาแรงดันเอาต์พุตได้ จะได้ 2 คะแนน
จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม ข้อที่ 4 จดั ลาดับการทางานของวงจรเรียงกระแสแบบครึง่ คลืน่
ได้
1. วิธกี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เคร่ืองมอื : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารให้คะแนน : จัดลาดบั การทางานของวงจรเรยี งกระแสแบบครงึ่ คลน่ื ได้
จะได้ 2 คะแนน
70
จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 5 เขยี นวงจรเรียงกระแสแบบคร่งึ คล่ืนและคานวณหาแรงดนั
เอาตพ์ ุตด้วยความมเี หตุผลถกู ต้องตามหลักการ
1. วธิ ีการประเมิน : ตรวจผลงาน
2. เครอ่ื งมือ : แบบประเมนิ กระบวนการทางานกลมุ่
3. เกณฑก์ ารให้คะแนน : เขียนวงจรเรียงกระแสแบบครงึ่ คล่ืนและคานวณหา
แรงดันเอาต์พุตดว้ ยความมเี หตุผลถูกต้องตามหลักการ จะได้ 2 คะแนน
19. แบบฝกึ หัด
1. จงอธบิ ายลักษณะวงจรกระแสแบบคร่ึงคลนื่
2. การเขยี นวงจรเรยี งกระแสแบบครง่ึ คลน่ื มหี ลกั การเขยี นอยา่ งไร
3. จงคานวณหาแรงดันเอาต์พตุ
4. การทางานของวงจรเรยี งกระแสแบบครึ่งคลื่นมีลักษณะการทางานอย่างไร
71
20. บันทึกผลหลงั การจดั การเรยี นรู้แบบม่งุ เนน้ สมรรถนะอาชีพและบูรณาการตามหลัก
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
20.1 สรุปผลการจดั การเรียนรู้
รายการ ระดับการปฏิบตั ิ
54321
ดา้ นการเตรียมการสอน
1.จดั หนว่ ยการเรียนรูไ้ ดส้ อดคล้องกับวตั ถปุ ระสงค์การเรียนรู้
2. กาหนดเกณฑ์การประเมินครอบคลุมท้ังด้านความรู้ ด้านทกั ษะ และด้านจิตพิสัย
3. เตรยี มวัสดุ-อปุ กรณ์ สอื่ นวัตกรรม กิจกรรมตามแผนการจดั การเรยี นร้กู ่อนเขา้
สอน
ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
4. มวี ธิ ีการนาเข้าสู่บทเรยี นท่ีนา่ สนใจ
5. มกี ิจกรรมท่ีหลากหลาย เพ่ือชว่ ยใหผ้ ้เู รยี นเกดิ การเรยี นรู้ ความเข้าใจ
6. จัดกจิ กรรมท่สี ง่ เสริมใหผ้ เู้ รียนคน้ คว้าเพ่ือหาคาตอบด้วยตนเอง
7. นกั เรยี นมีส่วนรว่ มในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
8. จดั กิจกรรมทเี่ น้นกระบวนการคิด ( คิดวิเคราะห์ คิดสงั เคราะห์ คิดสร้างสรรค์ )
9. กระตนุ้ ให้ผ้เู รียนแสดงความคดิ เห็นอย่างเสรี
10. จดั กิจกรรมการเรียนรูท้ ่ีเช่ือมโยงกับชีวิตจริงโดยนาภมู ิปญั ญา/บรู ณาการเขา้ มา
มีส่วนร่วม
11. จัดกจิ กรรมโดยสอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรม
12. มกี ารเสรมิ แรงเมอ่ื นักเรียนปฏิบตั ิ หรือตอบถูกต้อง
13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผูเ้ รยี น
14. เอาใจใสด่ แู ลผ้เู รียน อย่างทั่วถึง
15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกบั เวลาทีก่ าหนด
ด้านสอ่ื นวัตกรรม แหลง่ การเรียนรู้
16. ใชส้ ่ือที่เหมาะสมกบั กจิ กรรมและศักยภาพของผเู้ รยี น
17. ใชส้ อ่ื แหล่งการเรยี นรู้อย่างหลากหลาย เชน่ บคุ คล สถานท่ี ของจริง เอกสาร
ส่ืออิเล็กทรอนิกส์ และอินเทอร์เนต็ เป็นต้น
13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผเู้ รียน
14. เอาใจใส่ดูแลผเู้ รียน อย่างทัว่ ถึง
72
15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกบั เวลาท่กี าหนด
ดา้ นการวัดและประเมนิ ผล
18. ผ้เู รยี นมีสว่ นรว่ มในการกาหนดเกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผล
19. ประเมนิ ผลอยา่ งหลากหลายและครบทั้งดา้ นความรู้ ทักษะ และจิตพสิ ยั
20. ครู ผู้เรยี น ผู้ปกครอง หรือ ผู้ท่เี กี่ยวข้องมีส่วนร่วม ในการประเมิน
หมายเหตุ ระดับการปฏบิ ัติ 5 = ปฏบิ ตั ดิ ีเยยี่ ม 4 = ปฏบิ ัตดิ ี 3 = รวม
ปฏบิ ตั ิพอใช้ 2 = ควรปรับปรงุ 1 = ไม่มกี ารปฏิบัติ เฉลยี่
20.2 ปญั หาทีพ่ บ และแนวทางแก้ปญั หา แนวทางแก้ปัญหา
ปญั หาที่พบ
ดา้ นการเตรยี มการสอน
ด้านการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
ด้านส่อื นวตั กรรม แหลง่ การเรียนรู้
ด้านการวดั ประเมินผล
ด้านอนื่ ๆ (โปรดระบเุ ปน็ ขอ้ ๆ)
ลงชื่อ .................................................................... ครผู ้สู อน
( นายศภุ กร ม่งิ คา )
ตาแหนง่ ครพู เิ ศษสอน
............../.................................../....................
21. บันทึกการนิเทศและติดตาม 73
ชอื่ -สกุล ผู้นเิ ทศ ตาแหนง่
วัน-เดอื น- เวลา รายการนเิ ทศและตดิ ตาม
ปี
74
แผนการจัดการเรยี นรู้ แบบมงุ่ เนน้ สมรรถนะอาชพี
และบรู ณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
รหสั วชิ า ..... 20104 - 2102...... วิชา ...................... อุปกรณอ์ เิ ล็กทรอนิกสแ์ ละวงจร.............................
สัปดาหท์ ่ี ........3...... ช่ือหน่วย วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลนื่
ชื่อเรอื่ ง................วงจรเรียงกระแสแบบเตม็ คล่ืน…………………….................................จานวน...4...ช่ัวโมง
1. สาระสาคัญ
วงจรเรยี งกระแสแบบเตม็ คลื่น จะใชไ้ ดโอด 2 ตวั ในการเรียงกระแสโดยใชห้ ม้อแปลงแบบมแี ทปกลาง
เป็นตัวแบง่ เฟสให้ไดโอด โดยไดโอดจะนากระแสคร้งั ละตัวในแตล่ ะคร่ึงของไฟสลับทีเ่ ขา้ มา ทาใหไ้ ด้แรงดันท่ี
เอาต์พทุ ตลอดชว่ งของแรงดนั ไฟสลับท่เี ขา้ มา วงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคล่ืนมีสองแบบ คือ แบบท่ใี ช้หมอ้
แปลงมแี ทปกลางร่วมกบั ไดโอด 2 ตวั และแบบทม่ี ีไดโอดบริดจ์ 4 ตวั และหมอ้ แปลงไม่จาเปน็ ต้องมแี ทปกลาง
ก็ได้ แรงดนั เอาต์พทุ ทไ่ี ดจ้ ะสูงขนึ้ กว่าแบบเรียงกระแสแบบคร่ึงคลน่ื เปน็ สองเทา่
2. สมรรถนะประจาหนว่ ยการเรยี นรู้
1.แสดงความรู้เกีย่ วกับวงจรเรยี งกระแสแบบเตม็ คล่นื
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 จุดประสงคท์ ั่วไป
1. เพ่อื ใหม้ ีความรูเ้ กยี่ วกับการอธบิ ายลักษณะวงจรเรียงการ เตม็ คล่ืนแบบใช้หม้อแปลงมแี ท็ปกลาง
(ดา้ นความรู)้
2. เพอ่ื ให้มีทักษะในการผลิตวงจรกรองแบบตวั เกบ็ ประจุ (ด้านทักษะ)
3. เพื่อใหม้ ีเจตคติที่ดใี นติดตามการทางานวงจรเรยี งกระแสเตม็ คลนื่ แบบใชห้ ม้อแปลงมแี ท็ปกลาง
(ดา้ นจิตพิสัย)
4. เพื่อใชห้ ม้อแปลงแบบตา่ งๆ ในวงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคลื่นได้อย่างถูกต้องเหมาะสม (ดา้ นดา้ น
คณุ ธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง))
3.2 จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. อธบิ ายลกั ษณะวงจรเรยี งการ เต็มคล่ืนแบบใช้หม้อแปลงมแี ท็ปกลางได้ (ดา้ นความรู้)
2. ผลติ วงจรกรองแบบตัวเกบ็ ประจไุ ด้ (ด้านทักษะ)
3. ติดตามการทางานวงจรเรยี งกระแสเต็มคลน่ื แบบใชห้ มอ้ แปลงมแี ทป็ กลางได้ (ดา้ นจิตพสิ ยั )
4. เพอ่ื ใช้หม้อแปลงแบบต่างๆ ในวงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลน่ื ได้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสม (ด้านดา้ น
คณุ ธรรม จริยธรรม/บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพียง)
75
4. เนือ้ หาสาระการสอน/การเรยี นรู้
4.1 ด้านความรู้
4.1.1 วงจรเรียงกระแสเต็มคล่ืนแบบใช้หมอ้ แปลงมแี ทปกลาง
4.1.2 การทางานวงจรเรยี งกระแสเต็มคลน่ื แบบใช้แบบหม้อแปลงมเี ทปกลาง
4.1.3 วงจรกรอบแบบใชต้ ัวเก็บประจุ (Capacitor Filter)
4.2 ด้านทักษะหรือปฏบิ ัติ
1. การทดลองที่ 3 วงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคล่นื
2. แบบทดสอบบทท่ี 3
4.3 ดา้ นคุณธรรม/จรยิ ธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพียง
1. ใช้หมอ้ แปลงแบบต่างๆ ในวงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคล่นื ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
5. กจิ กรรมการเรียนการสอนหรอื การเรียนรู้
ข้นั ตอนการสอนหรอื กิจกรรมครู ขนั้ ตอนการเรียนหรือกจิ กรรมของผู้เรียน
ขั้นเตรียม(จานวน 30 นาที) ขน้ั เตรียม (ใช้เวลา 30 นาท)ี
1. ผสู้ อนต้ังคาถามวา่ วงจรเรียงกระแสเต็มคลน่ื ต่าง 1. ผู้เรยี นชว่ ยกันตอบคาถามตามความเข้าใจ ของ
กบั วงจรกระแสครึ่งคลืน่ อย่างไร พร้อมอธิบาย แต่ละคน
เหตผุ ลประกอบ 2. ผเู้ รยี นทาความเขา้ ใจเกี่ยวกบั จดุ ประสงคก์ าร
2. ผูส้ อนแจ้งจดุ ประสงค์การเรียนของหนว่ ยที่ 3 เรยี นหน่วยท่ี 3 เร่อื ง วงจรเรยี งกระแสแบบเต็ม
เร่อื ง วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลื่น (Full Wave คลื่น (Full Wave Rectifier)
Rectifier) 3. ผู้เรยี นระดมความคิด อธบิ ายลกั ษณะวงจรเรียง
3. ผ้สู อนใหผ้ ูเ้ รยี นระดมความคิดอธิบายลกั ษณะ กระแสเต็มคลืน่ แบบใช้หมอ้ แปลงมแี ท็ปกลาง
วงจรเรยี งกระแสเต็มคล่นื แบบใชห้ มอ้ แปลงมแี ทป็ ก
ลาง ข้ันการสอน (จานวน 180 นาท)ี
ขน้ั การสอน (จานวน 180 นาที) 1. ผเู้ รียนเปดิ PowerPoint หนว่ ยท่ี 3 เรื่อง
1. ผู้สอนให้ผู้เรียนเปดิ PowerPoint หนว่ ยท่ี 3 วงจรเรยี งกระแสแบบเตม็ คล่ืน (Full Wave
เร่ือง วงจรเรียงกระแสแบบเตม็ คล่นื (Full Wave Rectifier)และใหผ้ ูเ้ รยี นศึกษาเอกสารประกอบการ
Rectifier)และให้ผู้เรยี นศึกษาเอกสารประกอบการ สอน วชิ า อุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์และวงจรหน้าที่
สอน วิชา อปุ กรณ์อิเลก็ ทรอนิกสแ์ ละวงจรหน้าที่ 34-37 โดยผู้สอนสอนทลี ะหนา้
34-37 โดยผสู้ อนสอนทีละหน้า 2. ผู้เรียนฟงั คาอธบิ ายและชว่ ยกันติดตามการ
2. ผู้สอนอธบิ ายความรเู้ พม่ิ เติม และใหผ้ เู้ รยี น ทางานวงจรเรยี งกระแสเตม็ คลนื่ แบบใชห้ ม้อแปลง
ช่วยกันติดตามการทางานวงจรเรียงกระแสเต็มคลื่น มแี ท็ปกลาง
แบบใช้หม้อแปลงมีแท็ปกลาง
76
3. ผู้สอนเปดิ โอกาส ให้ผู้เรยี นถามปญั หา และข้อ 3. ผ้เู รียนซักถามข้อสงสยั ท่ีเกิดข้ึน
สงสัยจากเนอื้ หา โดยครเู ป็นผู้ตอบปัญหาท่ีเกดิ ขน้ึ 4. ผู้เรียนทาการทดลองที่ 3 วงจรเรยี งกระแสแบบ
ระหวา่ งการเรียนการสอน เต็มคลนื่ หน้า 38-43
4. ผู้สอนให้ผเู้ รยี นทาการทดลองท่ี 3 วงจรเรยี ง 5. ผู้เรยี นสบื ค้นขอ้ มูลจากอนิ เทอรเ์ นต็
กระแสแบบเตม็ คล่นื หน้า 38-43
5. ผ้สู อนใหผ้ เู้ รียนสืบคน้ ข้อมูลจากอนิ เทอร์เน็ต
ข้นั สรุป(จานวน 30 นาท)ี ขน้ั สรปุ (จานวน 30 นาที)
1. ผู้สอนและผ้เู รยี นรว่ มกันสรปุ เน้ือหาที่ได้เรยี นใหม้ ี 1. ผู้เรยี นรว่ มกนั สรปุ เนอื้ หาท่ีได้เรยี นใหม้ ีความ
ความเขา้ ใจในทศิ ทางเดยี วกนั เขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั
2. ผู้สอนให้ผเู้ รยี นทาแบบฝึกหัดหนว่ ยท่ี 3 หนา้ ที่ 2. ผ้เู รียนแบบฝึกหดั หนว่ ยท่ี 3 หนา้ ที่ 44-45
44-45 3. ผเู้ รียนศึกษาเพิ่มเตมิ นอกหอ้ งเรียน ดว้ ย
3. ผ้สู อนให้ผู้เรยี นศึกษาเพม่ิ เตมิ นอกหอ้ งเรยี น ดว้ ย PowerPoint ที่จัดทาข้ึน
PowerPoint ที่จดั ทาขึ้น
รวมเวลาเรยี นทงั้ หมด 240 นาที
หรือ 4 ช่ัวโมงเรยี น
6. ส่อื การเรยี นการสอน/การเรยี นรู้
6.1 สือ่ สิง่ พิมพ์
1) เอกสารประกอบการเรยี นวิชาอุปกรณ์อเิ ล็กทรอนิกส์และวงจรของนายชงิ ชยั ศรสี รุ ัตน์
2) แบบทดสอบก่อนเรยี นหน่วยท่ี 3 วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลน่ื
3) แบบทดสอบหลงั เรียนหนว่ ยที่ 3 วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลน่ื
4) เอกสารการเรียนรหู้ นว่ ยท่ี 3 วงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคลนื่
5) แบบฝกึ หดั หน่วยที่ 3 วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลน่ื
6) เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น แบบทดสอบหลงั เรยี น และแบบฝกึ หดั ท้ายหนว่ ย
77
6.2 สอื่ โสตทศั น์
1) เคร่อื งฉายภาพ (projector)
2) งานนาเสนอหนว่ ยที่ 3 วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลื่น
6.3 สือ่ ของจริง
1) อปุ กรณป์ ระกอบวงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคลน่ื
7. แหลง่ การเรยี นการสอน/การเรียนรู้
7.1 ภายในสถานศกึ ษา
1. ห้องสมดุ
2. ศูนย์ Internet สมเดจ็ พระเทพฯ
3. ห้องปฏิบตั กิ ารเขียนแบบเครื่องกลดว้ ยคอมพิวเตอร์
7.2 ภายนอกสถานศึกษา
1. อาคารวทิ ยบรกิ าร วทิ ยาลัยเทคนคิ สวา่ งแดนดนิ
8. งานทีม่ อบหมาย
8.1 ก่อนเรยี น
1. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
2. ตอบคาถามก่อนเรยี น เปน็ การนาเขา้ สู่บทเรยี น
8.2 ขณะเรยี น
1. ตอบคาถามระหวา่ งเรยี น
8.3 หลังเรยี น
1. ทาแบบทดสอบหลังเรยี น
2. ทาแบบฝึกหดั หลังเรียน
3. ทาใบกิจกรรมท่ี 3
9. ผลงาน/ช้ินงาน ที่เกิดจากการเรียนรู้ของผู้เรยี น
การทดลองที่ 3 วงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคลืน่ แบบทดสอบบทที่ 3
10. เอกสารอา้ งอิง
1. หนงั สือเรยี นวิชาอุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกสแ์ ละวงจรของนายชงิ ชัย ศรีสรุ ตั น์
78
11. การบูรณาการ/ความสมั พันธ์กบั รายวชิ าอน่ื
1. บูรณาการกับวชิ าชีวิตและวฒั นธรรมไทย ด้านการพูด การอา่ น การเขยี นและการฝกึ ปฏบิ ตั ติ นทาง
สังคมด้านการเตรยี มความพร้อม ความรับผดิ ชอบ ความสนใจใฝร่ ู้
2. บูรณาการกับวิชาหลักเศรษฐศาสตร์ ด้านการเลือกใช้ทรพั ยากรอยา่ งประหยดั
12. หลกั การประเมนิ ผลการเรียน
12.1 ก่อนเรียน
1. ตรวจสอบระดบั ความร้คู วามเข้าใจของผเู้ รียนก่อนเร่ิมการสอน
12.2 ขณะเรยี น
1. ตรวจสอบความสนใจในการเรียนของผเู้ รียนโดยการถาม-ตอบคาถามในระหว่างที่เรียน
12.3 หลังเรียน
1. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียนพรอ้ มกบั เปรยี บเทียบแบบทดสอบก่อนเรียน
2. ตรวจแบบฝึกหดั หลังเรยี นเพือ่ ประเมิลระดบั ความเข้าใจของผู้เรยี น
3. ตรวจใบกจิ กรรม
13. รายละเอยี ดการประเมนิ ผลการเรียน
จดุ ประสงคข์ ้อท่ี 1 การประเมินผลความรู้ความเข้าใจของผู้เรียนก่อนเรียน
1. วิธกี ารประเมิน : ใหท้ าแบบทดสอบก่อนเรยี น และถามคาถามเพื่อประเมินระดับความรู้ของผู้เรยี น
2. เคร่ืองการประเมนิ : แบบทดสอบก่อนเรียน
3. เกณฑ์การประเมนิ : ใช้อา้ งองิ เป็นตัวเปรยี บเทียบกบั ผลการทดสอบหลงั เรียน
4. เกณฑ์การผ่าน : นกั เรยี นสามารถทาแบบทดสอบได้ไมน่ ้อยกวา่ ครึ่งหน่ึงของจานวนข้อของแบบ
ทดสอบทง้ั หมด
จุดประสงคข์ ้อท่ี 2 การประเมินผลความรคู้ วามเข้าใจของผเู้ รียนหลงั เรียน
1. วิธีการประเมนิ : ให้ทาแบบทดสอบหลังเรยี น
2. เครื่องการประเมนิ : แบบทดสอบหลงั เรียน
3. เกณฑ์การประเมิน : ใชเ้ ปรียบเทียบกบั ผลการทดสอบก่อนเรียน
4. เกณฑ์การผา่ น : นกั เรียนสามารถทาแบบทดสอบได้ไม่น้อยกวา่ การทาแบบทดสอบก่อนเรียน
79
14. แบบทดสอบก่อนเรยี น
สัปดาหท์ ่ี .....3.....ช่อื หน่วยการสอน วงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคล่ืน
วตั ถปุ ระสงค์ เพอื่ การประเมนิ ผลความรู้ความเข้าใจของผู้เรียนก่อนเรยี น
ข้อคาถาม
คาสั่ง จงเลอื กคาตอบให้ถูกต้องทส่ี ุดเพยี งคาตอบเดียว
1. วงจรท่ีแปลงไฟกระแสสลับเปน็ ไฟกระตรงคือ
ก. วงจรเรียงกระแส
ค. วงจรกรองกระแส
ข. วงจรขลิบแรงดนั
ง. วงจรยกระดับแรงดัน
จากรปู จงตอบคาถามข้อ 2- 4
2. จากรูปวงจร เรียกว่าวงจรอะไร
ก. วงจรเรียงกระแสแบบครง่ึ คลื่น
ค. วงจรเรียงกระแสแบบบริดจ์
ข. วงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคล่นื
ง.วงจรกรองกระแส
3. จากรูปวงจรเอาตพ์ ตุ ที่ไดจ้ ะเป็นอยา่ งไร
ก. ข.
ค. ง.
80
4. สญั ญาณทีไ่ ด้ทางเอาต์พุตจะต่างเฟสกนั กอี่ งศา
ก. 90 องศา
ข. 160 องศา
ค, 180 องศา
ง. 360 องศา
5. คา่ แรงดนั ไฟตรงท่ไี ด้จะเป็นเท่าใด
ก. 0.707 Vp
ข. 2.Vp
ค. 0.318 Vp
ง. 0.636 Vp
6. ทาไมวงจรเรยี งกระแสแบบเตม็ คลื่นจงึ ตอ้ งใช้ไดโอด 2 ตวั
ก. เพ่อื ให้ไดโอดสลับกันทางาน
ข. เพือ่ รักษาระดับแรงดนั
ค. เพ่ือให้แรงดนั สงู ขนึ้ เป็น 2 เทา่
ง. เพ่ือให้กรองกระแสให้เรียบ
7. วงจรกรองแรง่ ดันทาหน้าทอ่ี ะไรในวงจร
ก. เพ่ือกรองแรงดนั ให้เรียบ
ข. เพอื่ จากดั กระแส
ค. เพอื่ ไม่ใหก้ ระแสไหลมายังโหลดมากเกินไป
ง. เพ่อื ลดแรงดนั ใหต้ ่าลง
8. วงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคลืต่ ่างจากแบบครึง่ คล่นื อยา่ งไร
ก. วงจรใช้ไดโอดตัวเดยี ว
ข. จา่ ยแรงดนั เอาตพ์ ตุ เปน็ ชว่ ง ๆ
ค. ประสิทธิภาพตา่
ง. แรงดันเอาต์พุตจะสงู กว่า 2 เท่า
81
9. เพราะเหตุใดหมอ้ แปลงที่ใช้ในวงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคล่นื จึงตอ้ งมีแทป็ คลาง
ก. เพราะทาใหแ้ รงดันเพิ่มข้นึ
ข. เพอ่ื ทาให้กระแสเพมิ่ ข้ึน
ค. เพ่ือให้มคี วามทนทานมากขน้ึ
ง. เพอื่ แยกเฟสแรงดนั จย่ ใหไ้ ดโอคท้ังซีกบวกและซีกลบ
10. ข้อดขี องวงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคล่นื คือข้อใด
ก. มคี วามราบเรียบของสัญญาณ
ข. สามารถจา่ ยแรงดนั และกระแสใหก้ ับวงจรไดส้ ูง
ค. ประสทิ ธิภาพสูง
ง. ถูกทุกข้อ
15. แบบทดสอบหลงั เรยี น
สัปดาหท์ ี่ .....3.....ชือ่ หน่วยการสอน วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลื่น
วตั ถปุ ระสงค์ เพื่อ การประเมนิ ผลความร้คู วามเข้าใจของผ้เู รียนกอ่ นเรียน
ข้อคาถาม
คาสง่ั จงเลือกคาตอบให้ถูกต้องที่สุดเพยี งคาตอบเดยี ว
1. วงจรท่แี ปลงไฟกระแสสลับเปน็ ไฟกระตรงคอื
ก. วงจรเรยี งกระแส
ค. วงจรกรองกระแส
ข. วงจรขลิบแรงดนั
ง. วงจรยกระดบั แรงดัน
82
จากรูปจงตอบคาถามข้อ 2- 4
2. จากรปู วงจร เรียกว่าวงจรอะไร
ก. วงจรเรยี งกระแสแบบครึง่ คล่นื
ค. วงจรเรียงกระแสแบบบรดิ จ์
ข. วงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคลน่ื
ง.วงจรกรองกระแส
3. จากรูปวงจรเอาตพ์ ตุ ที่ได้จะเปน็ อยา่ งไร
ก. ข.
ค. ง.
4. สัญญาณท่ไี ดท้ างเอาตพ์ ุตจะต่างเฟสกันก่อี งศา
ก. 90 องศา
ข. 160 องศา
ค, 180 องศา
ง. 360 องศา
5. ค่าแรงดันไฟตรงทไ่ี ดจ้ ะเปน็ เทา่ ใด
ก. 0.707 Vp
ข. 2.Vp
ค. 0.318 Vp
ง. 0.636 Vp
83
6. ทาไมวงจรเรียงกระแสแบบเตม็ คลนื่ จงึ ตอ้ งใช้ไดโอด 2 ตัว
ก. เพ่ือใหไ้ ดโอดสลับกนั ทางาน
ข. เพอ่ื รกั ษาระดับแรงดัน
ค. เพ่ือใหแ้ รงดนั สูงข้ึนเปน็ 2 เท่า
ง. เพอ่ื ให้กรองกระแสให้เรียบ
7. วงจรกรองแรง่ ดันทาหน้าทอ่ี ะไรในวงจร
ก. เพื่อกรองแรงดนั ใหเ้ รียบ
ข. เพื่อจากดั กระแส
ค. เพื่อไม่ให้กระแสไหลมายังโหลดมากเกินไป
ง. เพอ่ื ลดแรงดันใหต้ ่าลง
8. วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคล่ตื ่างจากแบบครึ่งคลื่นอย่างไร
ก. วงจรใชไ้ ดโอดตวั เดยี ว
ข. จ่ายแรงดนั เอาต์พุตเปน็ ช่วง ๆ
ค. ประสทิ ธภิ าพตา่
ง. แรงดนั เอาตพ์ ุตจะสูงกว่า 2 เท่า
9. เพราะเหตุใดหมอ้ แปลงที่ใชใ้ นวงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลื่นจึงต้องมแี ทป็ กลาง
ก. เพราะทาใหแ้ รงดันเพิ่มขึ้น
ข. เพอ่ื ทาใหก้ ระแสเพมิ่ ข้ึน
ค. เพื่อให้มคี วามทนทานมากขน้ึ
ง. เพอื่ แยกเฟสแรงดันจ่ายให้ไดโอดทั้งซกี บวกและซกี ลบ
10. ขอ้ ดีของวงจรเรียงกระแสแบบเตม็ คลน่ื คือขอ้ ใด
ก. มคี วามราบเรยี บของสัญญาณ
ข. สามารถจา่ ยแรงดันและกระแสใหก้ บั วงจรไดส้ ูง
ค. ประสทิ ธิภาพสูง
ง. ถกู ทกุ ข้อ
84
16. ใบความรู้ที่ ...3.....
สปั ดาหท์ ่ี .....3.....ชอ่ื หนว่ ยการสอน วงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคลน่ื
วตั ถุประสงค์ เพอ่ื การประเมนิ ผลความรูค้ วามเข้าใจของผู้เรียนก่อนเรียน
16.1 วงจรเรยี งกระแสเต็มคล่ืนแบบใช้หม้อแปลงมแี ทปกลางวงจรเรียงกระแสเต็มคลืน่ จะสามารถ
เรียงดนั ไฟสลับให้ออกเอาต์พุตไดท้ ้งั ชว่ งบวกและชว่ งลบของแรงดันไฟสลบั ทป่ี ้อนเข้ามาทอี่ นิ พตุ ของวงจร
โดยไมม่ สี ่วนใดของแรงดนั ไปสลบั ถูกตดั ทง้ิ ไป ลักษณะของวงจรจะใช้ไดโอด 2 ทาหน้าท่แี ปลงสญั ญาณไฟ
สลับเปน็ สัญญาณไฟตรงโดยมีหม้อแปลงไฟฟา้ แบบมีแท็บกลาง ทาหน้าทีแ่ บง่ เฟสให้เกิดการต่างเฟสกัน 〖
"180" 〗^"°" ระหวา่ งสัญญาณจากสว่ นบย และสว่ นล่างของขดทุติยภมู ิของหม้อแปลง เพ่ือให้ไดโอดท้ัง
สองตวั สลับกันทางาน ดังนัน้ วงจรจงึ สามารถจ่ายแสงได้เรียบและสูงกว่าวงจรเรียบกระแสแบบคร่งึ คล่นื
16.2 การทางานวงจรเรยี งกระแสเตม็ คลืน่ แบบใชแ้ บบหม้อแปลงมีเทปกลาง
เม่ือมีแรงดันไฟสลบั "V" _"IN" ป้อนเข้าขดปฐมภูมิของหม้อแปลง จะเกดิ แรงดันไฟสลบั ขึ้นท่ีขัว้ บนและข้ัว
ลา่ งของขดทตุ ยิ ภมู ิ ท่ีแทป็ กลางของหมอ้ แปลงจะกาหนดใหม้ แี รงดนั 0 โวลต์ ดงั นัน้ แรงดันครงึ่ หนึง่ จงึ เกดิ
ทแ่ี ทป็ กลางกับขั้วด้านบนของหมอ้ แปลง และอีกครงึ่ หน่งึ จะเกดิ ขึน้ ท่ีแท็ปกลางกบั ขั้วดา้ นล่างของหมอ้ แปลง
โดยแรงดนั ระหวา่ งขวั้ ด้านบนและขัว้ ล่างจะมีเฟสต่างกนั 180 องศา การทางานของวจรเมอ่ื ขว้ั บนของขด
ทุติยภูมิมีคา่ แรงดนั เป็นบวก ขว้ั ลา่ งมีแรงดันเป็นลบไดโอด "D" _"1" จะไดร้ บั ไบอสั ตรง นากระแสมีกระแส
ไหลผ่านไดโอด ผา่ นโหลด "R" _"L" ไปครบวงจรที่ขว้ั แท็ป ทาใหเ้ กดิ แรงดันตกครอ่ มทโี่ หลด "R" _"L"
เปน็ คล่ืนรูปไซน์คร่ึงคล่นื
16.3 วงจรกรอบแบบใชต้ วั เก็บประจุ (Capacitor Filter)
แรงดนั ท่ีไดจ้ ากวงจรเรยี กกระแสแบบเตม็ คล่ืน ยังมรี ะลอกคลืน่ ปนอยู่ปริมาณสงู ไมเ่ หมาะที่จะนาไปใช้งาน
จะตอ้ งนาแรงดันน้ผี ่านวงจรกรอง ก่อนทจ่ี ะนาไปใชง้ าน วงจรกรอบแบบท่ีงา่ ยและนยิ มใชท้ ีส่ ดุ คอื วงจร
กรองแบบใชต้ ัวเก็บประจุ
85
17. ใบงาน
17 ใบกิจกรรมที่ ....3....
สัปดาห์ท่ี .....3.....ชื่อหน่วยการสอน วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลน่ื
จดุ ประสงค์ เพ่ือ
1. วิเคราะห์และตีความหมาย
2. ต้ังคาถาม
3. อภิปรายแสดงความคิดเห็นระดมสมอง
4. การประยุกต์ความร้สู ู่งานอาชีพ
สมรรถนะการปฏบิ ัตงิ านอาชีพ
1. แสดงความรเู้ ก่ียวกับวงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลืน่
สมรรถนะการขยายผล
ความสอดคลอ้ ง
จากการเรยี น เรอ่ื ง วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคล่นื (Full Wave Rectifier) ทาให้
ผูเ้ รียนเขา้ ใจวงจรเรยี งกระแสแบบเตม็ คลน่ื จะใชไ้ ดโอด 2 ตัวในการเรียงกระแสโดยใชห้ มอ้ แปลง
แบบมแี ทปกลางเป็นตวั แบ่งเฟสให้ไดโอด โดยไดโอดจะนากระแสครงั้ ละตัวในแตล่ ะคร่ึงของไฟ
สลบั ทีเ่ ข้ามา ทาใหไ้ ด้แรงดนั ที่เอาตพ์ ทุ ตลอดชว่ งของแรงดนั ไฟสลบั ท่เี ข้ามา วงจรเรียงกระแส
แบบเต็มคล่ืนมสี องแบบ คือ แบบทใ่ี ช้หมอ้ แปลงมแี ทปกลางร่วมกบั ไดโอด 2 ตัว และแบบที่มี
ไดโอดบริดจ์ 4 ตัวและหมอ้ แปลงไมจ่ าเป็นต้องมีแทปกลางกไ็ ด้ แรงดันเอาต์พุทท่ีได้จะสูงขน้ึ กวา่
แบบเรียงกระแสแบบครง่ึ คลืน่ เปน็ สองเท่า
86
18. แบบประเมินผล
จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม ขอ้ ท่ี 1 อธิบายลักษณะวงจรเรียงกระแสเตม็ คล่ืนแบบใชห้ มอ้
แปลงมแี ท็ปกลางได้
1. วิธกี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารให้คะแนน : อธบิ ายลกั ษณะวงจรเรยี งกระแสเตม็ คลน่ื แบบใชห้ มอ้ แปลง
มแี ทป็ กลางได้ จะได้ 2 คะแนน
จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม ข้อท่ี 2 ผลติ วงจรกรองแบบตวั เก็บประจุได้
1. วิธกี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เครอ่ื งมอื : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การใหค้ ะแนน : ผลติ วงจรกรองแบบตวั เกบ็ ประจไุ ด้ จะได้ 2 คะแนน
จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 3 ติดตามการทางานวงจรเรียงกระแสเต็มคลน่ื แบบใชห้ ม้อ
แปลงมีแทป็ กลางได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เคร่อื งมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารให้คะแนน : ติดตามการทางานวงจรเรียงกระแสเตม็ คลื่นแบบใชห้ ม้อแปลง
มแี ทป็ กลางได้ จะได้ 3 คะแนน
จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม ข้อท่ี 4 ใชห้ มอ้ แปลงแบบต่างๆ ในวงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลื่น
ไดอ้ ย่างถกู ต้องเหมาะสม
1. วิธกี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เครือ่ งมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การใหค้ ะแนน : ใช้หม้อแปลงแบบต่างๆ ในวงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคล่ืนได้
อยา่ งถกู ต้องเหมาะสม ได้จะได้ 3 คะแนน
87
19. แบบฝกึ หดั
1. จงอธบิ ายลกั ษณะวงจรกระแสแบบคร่ึงคลื่น
2. การเขียนวงจรเรียงกระแสแบบคร่งึ คลนื่ มหี ลกั การเขยี นอยา่ งไร
3. จงคานวณหาแรงดนั เอาต์พุต
4. การทางานของวงจรเรยี งกระแสแบบคร่ึงคลน่ื มีลักษณะการทางานอย่างไร
88
20. บันทึกผลหลงั การจดั การเรียนรู้แบบม่งุ เนน้ สมรรถนะอาชพี และบูรณาการตามหลัก
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
20.1 สรุปผลการจัดการเรยี นรู้
รายการ ระดับการปฏิบตั ิ
54321
ดา้ นการเตรียมการสอน
1.จดั หนว่ ยการเรยี นรูไ้ ดส้ อดคลอ้ งกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้
2. กาหนดเกณฑ์การประเมินครอบคลุมทง้ั ด้านความรู้ ด้านทกั ษะ และด้านจิตพิสัย
3. เตรยี มวัสดุ-อปุ กรณ์ สอื่ นวัตกรรม กิจกรรมตามแผนการจดั การเรียนรู้ก่อนเขา้
สอน
ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
4. มวี ธิ ีการนาเข้าสู่บทเรยี นท่ีน่าสนใจ
5. มีกิจกรรมท่ีหลากหลาย เพื่อชว่ ยให้ผเู้ รยี นเกดิ การเรยี นรู้ ความเขา้ ใจ
6. จัดกจิ กรรมท่สี ง่ เสรมิ ใหผ้ ้เู รยี นคน้ ควา้ เพ่ือหาคาตอบด้วยตนเอง
7. นกั เรยี นมีส่วนรว่ มในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
8. จดั กิจกรรมทีเ่ น้นกระบวนการคิด ( คิดวิเคราะห์ คิดสงั เคราะห์ คดิ สร้างสรรค์ )
9. กระตนุ้ ให้ผ้เู รียนแสดงความคิดเหน็ อย่างเสรี
10. จดั กิจกรรมการเรียนรูท้ ่ีเชือ่ มโยงกบั ชวี ติ จริงโดยนาภูมิปญั ญา/บรู ณาการเขา้ มา
มีส่วนร่วม
11. จัดกจิ กรรมโดยสอดแทรกคณุ ธรรม จรยิ ธรรม
12. มกี ารเสรมิ แรงเมอ่ื นักเรียนปฏิบตั ิ หรอื ตอบถูกต้อง
13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผูเ้ รยี น
14. เอาใจใสด่ แู ลผ้เู รียน อย่างทว่ั ถึง
15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกบั เวลาทีก่ าหนด
ด้านสอ่ื นวัตกรรม แหลง่ การเรยี นรู้
16. ใชส้ ือ่ ที่เหมาะสมกบั กจิ กรรมและศักยภาพของผเู้ รยี น
17. ใชส้ อ่ื แหล่งการเรียนรู้อย่างหลากหลาย เชน่ บคุ คล สถานท่ี ของจริง เอกสาร
ส่ืออิเล็กทรอนิกส์ และอินเทอร์เนต็ เป็นตน้
13. มอบหมายงานใหเ้ หมาะสมตามศักยภาพของผเู้ รียน
14. เอาใจใส่ดูแลผเู้ รียน อยา่ งท่ัวถึง
89
15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกบั เวลาท่กี าหนด
ดา้ นการวัดและประเมนิ ผล
18. ผ้เู รยี นมีสว่ นรว่ มในการกาหนดเกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผล
19. ประเมนิ ผลอยา่ งหลากหลายและครบทั้งดา้ นความรู้ ทักษะ และจิตพสิ ยั
20. ครู ผู้เรยี น ผู้ปกครอง หรือ ผู้ท่เี กี่ยวข้องมีส่วนร่วม ในการประเมิน
หมายเหตุ ระดับการปฏิบัติ 5 = ปฏบิ ตั ดิ ีเยยี่ ม 4 = ปฏบิ ตั ดิ ี 3 = รวม
ปฏบิ ตั ิพอใช้ 2 = ควรปรบั ปรงุ 1 = ไม่มกี ารปฏิบัติ เฉลยี่
20.2 ปญั หาทีพ่ บ และแนวทางแก้ปญั หา แนวทางแก้ปัญหา
ปญั หาที่พบ
ดา้ นการเตรยี มการสอน
ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ด้านส่อื นวตั กรรม แหล่งการเรียนรู้
ด้านการวดั ประเมินผล
ด้านอนื่ ๆ (โปรดระบเุ ปน็ ข้อ ๆ)
ลงชื่อ .................................................................... ครผู ้สู อน
( นายศภุ กร ม่งิ คา )
ตาแหนง่ ครพู เิ ศษสอน
............../.................................../....................
21. บันทึกการนิเทศและติดตาม 90
ชอื่ -สกุล ผู้นเิ ทศ ตาแหนง่
วัน-เดอื น- เวลา รายการนเิ ทศและตดิ ตาม
ปี
91
แผนการจัดการเรียนรู้ แบบมุ่งเนน้ สมรรถนะอาชีพ
และบูรณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
รหัสวชิ า ..... 20104 - 2102...... วชิ า ...................... อุปกรณอ์ เิ ล็กทรอนกิ ส์และวงจร.............................
สปั ดาหท์ ี่ ........4...... ช่ือหน่วย วงจรเรียงกระแสเต็มคลื่นแบบบรดิ จ์
ชือ่ เรอื่ ง................วงจรเรยี งกระแสเตม็ คลน่ื แบบบริดจ์ ……………………................จานวน...4...ช่วั โมง
1. สาระสาคัญ
วงจรเรยี งกระแสเต็มคล่ืนแบบบริดจ์เปน็ วงจรท่แี ก้ไขจดุ ออ่ นของวงจรเรียงกระแสเต็มคลื่นแบบใช้
หม้อแปลงท่ีมีเซนเตอรแ์ ท็ปซ่ึงมรี าคาแพง ไดโอดจะนากระแสครั้งละตัวทาใหท้ างานหนัก ส่วนวงจรเรยี ง
กระแสเต็มคลื่นแบบบรดิ จ์ ไม่จาเปน็ ต้องใชห้ ม้อแปลงเซน็ เตอร์แทปทาให้ประหยัดขนึ้ และไดโอดจะนากระแส
ครั้งละ 2 ตัว ทาให้ไดโอดทนแรงดนั สูงขน้ึ เอาต์พุทของวงจร ตลอดจนรูปร่างจะมลี ักษณะเหมือนกบั วงจรเรียง
กระแสเต็มคลนื่ ทุกอยา่ ง
2. สมรรถนะประจาหน่วยการเรียนรู้
1.แสดงความรู้เกีย่ วกับวงจรเรียงกระแสแบบบริดจ์
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3.1 จุดประสงค์ทั่วไป
1. เพื่อให้มีความรเู้ กีย่ วกบั การบรรยายลักษณะวงจรเรียงกระแสเต็มคลน่ื แบบบริดจ์ (ด้านความรู้)
2. เพื่อใหม้ ีความร้เู ก่ยี วกับการสรปุ การทางานของวงจรเรยี งกระแสเต็มคลื่นแบบบรดิ จ์ (ดา้ นความร)ู้
3. เพ่อื ให้มีทักษะในการสังเกตไดโอดบริดจแ์ บบตา่ งๆ (ด้านทกั ษะ)
4. เพอ่ื ให้มีทกั ษะในการฝึกคานวณหาแรงดันสูงสุดดา้ นกลบั (ดา้ นทกั ษะ)
5. เพื่อให้มีเจตคติทด่ี ใี นการยอมรบั แรงดนั เอาต์พุตของวงจรและแรงดนั สงู สุดด้านกลบั (ด้านจติ พสิ ยั )
6. เพือ่ คานวณหาแรงดนั สูงสุดด้านกลบั ได้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสม (ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม/บรู ณา
การเศรษฐกจิ พอเพยี ง)
3.2 จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรม
1.บรรยายลักษณะวงจรเรียงกระแสเต็มคลื่นแบบบริดจ์ได้ (ด้านความรู)้
2.สรปุ การทางานของวงจรเรียงกระแสเต็มคลื่นแบบบริดจไ์ ด้ (ด้านความร)ู้
3.สังเกตไดโอดบริดจ์แบบตา่ งๆได้ (ดา้ นทักษะ)
4.ฝึกคานวณหาแรงดันสงู สุดด้านกลบั ได้ (ด้านทักษะ)
5.ยอมรบั แรงดันเอาต์พุตของวงจรและแรงดนั สูงสดุ ดา้ นกลับได้ (ดา้ นจติ พิสยั )
6.คานวณหาแรงดันสูงสดุ ดา้ นกลบั ได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม (ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม/บูรณาการ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง)
92
4. เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้
4.1 ดา้ นความรู้
4.1.1 วงจรเรยี งกระแสเตม็ คลนื่ แบบบริดจ์ (Bridge Rectifier)
4.1.2 การทางานวงจรเรียงกระแสเตม็ คลืน่ แบบบรดิ จ์
4.1.3 แรงดันเอาต์พุตของวงจร
4.1.4 แรงดนั สูงสดุ ด้านกลบั (Peak inverse Voltage)
4.1.5 ไดโอดบรดิ จแ์ บบต่างๆ
4.2 ดา้ นทักษะหรือปฏิบัติ
1. การทดลองที่ 4 วงจรเรยี งกระแสแบบบริดจ์
2. แบบทดสอบบทที่ 4
4.3 ดา้ นคณุ ธรรม/จรยิ ธรรม/จรรยาบรรณ/บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพียง
1. คานวณหาแรงดนั สูงสดุ ดา้ นกลับได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
5. กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรยี นรู้
ข้ันตอนการสอนหรือกิจกรรมครู ขัน้ ตอนการเรียนหรือกิจกรรมของผู้เรียน
ขั้นเตรยี ม(จานวน 30 นาที) ข้นั เตรียม (ใช้เวลา 30 นาท)ี
1.ผสู้ อนใหผ้ ้เู รยี นออกมาบรรยายลกั ษณะวงจรเรียง 1.ผู้เรยี นออกมาบรรยายลักษณะวงจรเรียงกระแส
กระแสเต็มคล่นื แบบบริดจ์ตามความเข้าใจของตนอง เตม็ คลืน่ แบบบริดจ์ตามความเขา้ ใจของตนอง
2.ผูส้ อนแจ้งจุดประสงคก์ ารเรียนของหน่วยที่ 4 2.ผเู้ รยี นทาความเข้าใจเกี่ยวกับจุดประสงค์การเรยี น
เรอื่ ง วงจรเรยี งกระแสเต็มคลืน่ แบบบริดจ์ (Full ของหนว่ ยท่ี 4 เร่อื ง วงจรเรียงกระแสเต็มคลน่ื
Wave Bridge Rectifier) แบบบริดจ์ (Full Wave Bridge Rectifier)
3.ผสู้ อนใหผ้ ู้เรยี นสรปุ การทางานของวงจรเรยี ง 3.ผเู้ รยี นสรปุ การทางานของวงจรเรยี งกระแสเตม็
กระแสเต็มคล่ืนแบบบรดิ จ์โดยใหผ้ เู้ รยี นระดม คล่นื แบบบรดิ จ์โดยให้ผู้เรยี นระดมความคิดร่วมกัน
ความคิดรว่ มกัน และนาเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น และนาเสนอหนา้ ชั้นเรียน
ข้นั การสอน (จานวน 180 นาที) ขัน้ การสอน (จานวน 180 นาท)ี
1.ผู้สอนใหผ้ ู้เรยี นเปดิ หนังสือ วชิ า อปุ กรณ์ 1.ผู้เรียนเปดิ หนังสือ วิชา อุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์
อเิ ล็กทรอนกิ ส์และวงจร เร่ือง วงจรเรยี งกระแสเตม็ และวงจร เรือ่ ง วงจรเรียงกระแสเตม็ คลืน่ แบบ
คลน่ื แบบบริดจ์ (Full Wave Bridge Rectifier) บริดจ์ (Full Wave Bridge Rectifier)
(Entrepreneurship) หน่วยท่ี 4 หน้าท่ี 48-51 (Entrepreneurship) หนว่ ยที่ 4 หนา้ ท่ี 48-51
พรอ้ มจดบันทกึ เน้อื หาท่สี าคัญ
93
2.ผสู้ อนใหผ้ ูเ้ รยี นสงั เกตไดโอดบรดิ จแ์ บบตา่ งๆตามท่ี 2.ผเู้ รยี นสงั เกตไดโอดบริดจ์แบบตา่ งๆตามที่ได้
ไดศ้ ึกษาจากหนงั สอื และให้ผู้เรยี นฝึกคานวณหา ศึกษาจากหนังสือ และให้ผู้เรียนฝกึ คานวณหา
แรงดันสูงสุดด้านกลบั แรงดนั สงู สดุ ด้านกลบั
3.ผูส้ อนตรวจการคานวณหาแรงดนั สงู สดุ ดา้ นกลับ 3.ผู้เรียนแกไ้ ขขอ้ ผดิ พลาดท่ีเกิดขนึ้ ระหว่างการเรยี น
การสอน
ข้นั สรปุ (จานวน 30 นาที) ขนั้ สรปุ (จานวน 30 นาที)
1. ผู้สอนให้ผเู้ รยี นทาการทดลองที่ 4 วงจร 1. ผเู้ รียนรว่ มกนั สรุปเน้ือหาท่ีไดเ้ รียนให้มีความ
เรยี งกระแสเต็มคล่นื แบบบริดจ์ หนา้ 52-57 เขา้ ใจในทิศทางเดียวกัน
2. ผสู้ อนให้ผเู้ รยี นสบื ค้นข้อมูลจาก 2. ผู้เรยี นแบบฝกึ หดั หนว่ ยที่ 3 หนา้ ที่ 44-45
อนิ เทอร์เนต็ 3. ผู้เรยี นศกึ ษาเพิ่มเติมนอกห้องเรยี น ด้วย
3.ผสู้ อนและผู้เรียนร่วมกันสรุปเนอ้ื หาที่ไดเ้ รยี นให้มี PowerPoint ท่จี ัดทาขนึ้
ความเข้าใจในทิศทางเดียวกัน 3.ผู้เรียนรว่ มกันสรปุ เนื้อหาท่ีไดเ้ รียนให้มีความ
4.ผู้สอนให้ผเู้ รยี นทาแบบฝกึ หัดหนว่ ยที่ 4 หน้าท่ี เข้าใจในทิศทางเดยี วกัน
58-59.ผสู้ อนให้ผเู้ รียนศึกษาเพิม่ เตมิ นอกหอ้ งเรยี น 4.ผู้เรยี นแบบฝึกหัดหน่วยท่ี 3 หน้าท่ี 58-59
ดว้ ย PowerPoint ท่ีจดั ทาขึ้น 5.ผู้เรยี นศกึ ษาเพ่มิ เติมนอกห้องเรยี น ดว้ ย
PowerPoint ที่จดั ทาขน้ึ
รวมเวลาเรยี นท้ังหมด 240 นาที
หรอื 4 ชั่วโมงเรียน
6. ส่อื การเรียนการสอน/การเรยี นรู้
6.1 สอ่ื สง่ิ พิมพ์
1) เอกสารประกอบการเรยี นวิชาอปุ กรณ์อเิ ล็กทรอนกิ ส์และวงจรของนายชิงชยั ศรสี รุ ัตน์
2) แบบทดสอบก่อนเรยี นหน่วยท่ี 4 วงจรเรียงกระแสเตม็ คลนื่ แบบบรดิ จ์
3) แบบทดสอบหลงั เรยี นหน่วยท่ี 4 วงจรเรียงกระแสเต็มคล่นื แบบบริดจ์
4) เอกสารการเรยี นรูห้ น่วยที่ 4 วงจรเรียงกระแสเต็มคลืน่ แบบบริดจ์
5) แบบฝึกหัดหนว่ ยท่ี 4 วงจรเรยี งกระแสเต็มคลน่ื แบบบรดิ จ์
6) เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น แบบทดสอบหลังเรียน และแบบฝึกหัดทา้ ยหน่วย
94
6.2 สอื่ โสตทัศน์
1) เครือ่ งฉายภาพ (projector)
2) งานนาเสนอหนว่ ยที่ 4 วงจรเรียงกระแสเต็มคล่นื แบบบรดิ จ์
6.3 สอ่ื ของจรงิ
1) อปุ กรณป์ ระกอบวงจรเรียงกระแสเต็มคล่ืนแบบบรดิ จ์
7. แหลง่ การเรยี นการสอน/การเรยี นรู้
7.1 ภายในสถานศกึ ษา
1. ห้องสมุด
2. ศนู ย์ Internet สมเด็จพระเทพฯ
3. ห้องปฏบิ ัติการเขียนแบบเคร่ืองกลดว้ ยคอมพวิ เตอร์
7.2 ภายนอกสถานศกึ ษา
1. อาคารวทิ ยบริการ วิทยาลัยเทคนิคสวา่ งแดนดนิ
8. งานที่มอบหมาย
8.1 กอ่ นเรยี น
1. แบบทดสอบก่อนเรียน
2. ตอบคาถามก่อนเรียน เปน็ การนาเข้าส่บู ทเรียน
8.2 ขณะเรยี น
1. ตอบคาถามระหวา่ งเรยี น
8.3 หลงั เรียน
1. ทาแบบทดสอบหลังเรียน
2. ทาแบบฝึกหัดหลงั เรยี น
3. ทาใบกจิ กรรมท่ี 3
9. ผลงาน/ชิ้นงาน ทเี่ กดิ จากการเรียนรขู้ องผเู้ รยี น
การทดลองท่ี 3 วงจรเรียงกระแสเตม็ คลน่ื แบบบรดิ จ์ แบบทดสอบบทท่ี 4
10. เอกสารอ้างอิง
1. หนงั สือเรียนวิชาอปุ กรณ์อเิ ล็กทรอนิกส์และวงจรของนายชิงชยั ศรีสุรตั น์
95
11. การบูรณาการ/ความสมั พนั ธก์ ับรายวชิ าอื่น
1. บูรณาการกับวิชาชีวิตและวัฒนธรรมไทย ด้านการพูด การอา่ น การเขียนและการฝกึ ปฏบิ ตั ติ นทาง
สังคมด้านการเตรียมความพร้อม ความรบั ผิดชอบ ความสนใจใฝร่ ู้
2. บูรณาการกับวิชาหลกั เศรษฐศาสตร์ ดา้ นการเลือกใช้ทรพั ยากรอย่างประหยดั
12. หลกั การประเมนิ ผลการเรียน
12.1 ก่อนเรียน
1. ตรวจสอบระดบั ความรคู้ วามเข้าใจของผู้เรียนกอ่ นเร่ิมการสอน
12.2 ขณะเรยี น
1. ตรวจสอบความสนใจในการเรียนของผู้เรยี นโดยการถาม-ตอบคาถามในระหว่างที่เรียน
12.3 หลังเรียน
1. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียนพร้อมกับเปรยี บเทียบแบบทดสอบก่อนเรยี น
2. ตรวจแบบฝึกหดั หลังเรยี นเพอ่ื ประเมิลระดบั ความเข้าใจของผเู้ รียน
3. ตรวจใบกจิ กรรม
13. รายละเอยี ดการประเมนิ ผลการเรยี น
จดุ ประสงคข์ ้อท่ี 1 การประเมินผลความรู้ความเข้าใจของผู้เรียนก่อนเรยี น
1. วิธกี ารประเมิน : ใหท้ าแบบทดสอบก่อนเรยี น และถามคาถามเพื่อประเมนิ ระดบั ความรู้ของผู้เรยี น
2. เคร่ืองการประเมนิ : แบบทดสอบก่อนเรียน
3. เกณฑ์การประเมนิ : ใช้อา้ งองิ เป็นตัวเปรียบเทยี บกับผลการทดสอบหลังเรยี น
4. เกณฑ์การผา่ น : นกั เรยี นสามารถทาแบบทดสอบได้ไมน่ ้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจานวนข้อของแบบ
ทดสอบทง้ั หมด
จุดประสงคข์ ้อที่ 2 การประเมินผลความรคู้ วามเข้าใจของผู้เรียนหลงั เรยี น
1. วิธีการประเมิน : ให้ทาแบบทดสอบหลังเรียน
2. เครื่องการประเมนิ : แบบทดสอบหลงั เรยี น
3. เกณฑ์การประเมนิ : ใชเ้ ปรียบเทยี บกับผลการทดสอบกอ่ นเรียน
4. เกณฑ์การผ่าน : นกั เรียนสามารถทาแบบทดสอบได้ไมน่ ้อยกวา่ การทาแบบทดสอบก่อนเรียน
96
14. แบบทดสอบก่อนเรียน
สัปดาหท์ ่ี .....4.....ชอ่ื หน่วยการสอน วงจรเรยี งกระแสเต็มคลน่ื แบบบรดิ จ์
วตั ถุประสงค์ เพอื่ การประเมินผลความรู้ความเข้าใจของผู้เรียนก่อนเรียน
ข้อคาถาม
คาสั่ง จงเลือกคาตอบใหถ้ ูกต้องทส่ี ดุ เพียงคาตอบเดียว
1. วงจรเรียงกระแสแบบบริดจ์วงจรประกอบด้วยใชไ้ ดโอดกี่ตัว
ก. 1 ตวั
ข. 2 ตวั
ค. 3 ตัว
ง. 4 ตวั
2. วงจรเรียงกระแสเต็มคล่ืนแบบบริดจต์ ่างจกวงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคลืน่ อยา่ งไร
ก. วงจรเรยี งกระแสแบบบรดิ จส์ ามารถใช้หม้อแปลงไดท้ ั้งแบบมแี ทป็ กลางและ ไมม่ ีแทป็
กลาง
ข. วงจรเรยี งกระแสแบบบริดจใ์ ชไ้ ดโอด 4 ตวั
ค. วงจรเรียงกระแสแบบบริดจ์ ทางานที่ความถี่สงู
ง. ถูกทง้ั ข้อ ก. และ ข.
3. วงจรเรยี งกระแสแบบบริดจ์ใช้หม้อแปลงแบบมแี ท็ปกลางเพือ่ อะไร
ก. เพ่อื ให้แรงดนั ทีเ่ อาศัพตท่ีสงู ขนึ้
ข. เพ่ือให้แรงดันเอาตพ์ ุต บวก กราวด์และลบ
ค. เพ่อื ยกระดบั แรงคนั
ง. ถูกทง้ั ข้อ ก และ ข
4. วงจรเรยี งกระแสเตม็ คลน่ื แบบบริดจ์ ดีกว่าวงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลืน่ อย่างไร
ก. สามารถทวีคูณแรงดันเปน็ 2 เทา่ ได้
ข. สามารถใช้กับหม้อแปลงแบบมีแทป็ และไม่มีแทป็
ค. สามารถจ่ายแรงดนั ไดท้ ้งั บวกและลบในวงจรเคียว
ง. ถูกทกุ ขอ้
5. เอาต์พตุ ของวงจรเรียงกระแสเต็มคลน่ื แบบบรดิ จจ์ ะเหมอื นกับเอาตพ์ ุตของวงจรเรียง
กระแส แบบใด
ก. วงจรเรียงกระแสคร่ึงคล่ืน
ข. วงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคลืน่
ค. วงจรเรยี งกระแสไปหน้า
ง. วงจรยกระดบั แรงดัน
97
6. PIV มคี วามหมายวา่ อยา่ งไร
ก. แรงดันสูงสดุ ด้านกลบั
ข. แรงดันต่าสดุ ดา้ นกลับ
ค. แรงดันในชว่ งบวก
ง. แรงดนั ในชว่ งลบ
7. จากวงจรทด แรงดนั V3 จะเป็นอยา่ งไร
ก. จะเปน็ 2เทา่ ของ Vin
ค. จะเปน็ 2เทา่ ของ V1
ข. จะเปน็ 2เทา่ ของ V2
ง. จะเปน็ ผลรวมของ V1 และ V2
8. จากรปู ข้างลา่ ง เป็นสญั ลักษณ์ของบริดจ์ชนดิ ใด
ก. ไดโอดบริดจ์ 5 ขา
ข. ไดโอดซงิ เกลิ บริดจ์
ค. ไดโอดบรดิ จซ์ งิ เกลิ เฟส
ง. ไดโอดบรดิ จ์ 3 เฟส
98
9. อะไรเป็นข้อสังเกตวงจรเรียงกระแสแบบบริดจ์
ก. ข้ัว AC จะต่อเข้ากับขว้ั แอโนดและแคโทดของไดโอค 2 ตวั
ข. ข้วั บวกของบรดิ จจ์ ะต่อข้ากับขัว้ แอโนดของไดโอค 2 ตวั
ค. ขัว้ ลบของบริดจจ์ ะต่อเขก้ ับข้ัวแคโทดของไดโอด 2 ตวั
ง. ถูกทุกข้อ
10. จากรปู ไดโอดกใู่ ดจะทางานพรอ้ มกัน
ก. D1 และ D2
ค. D2 และ D3
ข. D3 และ D4
ง. D4 และ D1
99
15. แบบทดสอบหลงั เรียน
สัปดาหท์ ่ี .....4.....ชอื่ หน่วยการสอน วงจรเรยี งกระแสเต็มคล่ืนแบบบริดจ์
วัตถุประสงค์ เพอื่ การประเมนิ ผลความรูค้ วามเข้าใจของผูเ้ รยี นกอ่ นเรยี น
ข้อคาถาม
คาสงั่ จงเลือกคาตอบให้ถูกต้องทส่ี ุดเพยี งคาตอบเดยี ว
1. วงจรเรยี งกระแสแบบบริดจ์วงจรประกอบด้วยใชไ้ ดโอดก่ีตวั
ก. 1 ตวั
ข. 2 ตัว
ค. 3 ตวั
ง. 4 ตัว
2. วงจรเรยี งกระแสเต็มคลน่ื แบบบรดิ จ์ต่างจกวงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลืน่ อยา่ งไร
ก. วงจรเรยี งกระแสแบบบริดจ์สามารถใช้หม้อแปลงไดท้ ้ังแบบมแี ทป็ กลางและ ไม่มีแทป็
กลาง
ข. วงจรเรียงกระแสแบบบริดจ์ใชไ้ ดโอด 4 ตัว
ค. วงจรเรียงกระแสแบบบรดิ จ์ ทางานที่ความถีส่ ูง
ง. ถูกทง้ั ข้อ ก. และ ข.
3. วงจรเรยี งกระแสแบบบริดจ์ใชห้ ม้อแปลงแบบมีแท็ปกลางเพ่อื อะไร
ก. เพอื่ ให้แรงดันที่เอาศัพตทีส่ งู ขน้ึ
ข. เพ่อื ให้แรงดนั เอาต์พุต บวก กราวด์และลบ
ค. เพ่อื ยกระดับแรงคัน
ง. ถกู ท้ังข้อ ก และ ข
4. วงจรเรยี งกระแสเตม็ คลืน่ แบบบริดจ์ ดีกว่าวงจรเรียงกระแสแบบเตม็ คลน่ื อยา่ งไร
ก. สามารถทวคี ูณแรงดนั เปน็ 2 เท่าได้
ข. สามารถใชก้ บั หมอ้ แปลงแบบมีแทป็ และไม่มีแท็ป
ค. สามารถจา่ ยแรงดนั ได้ทั้งบวกและลบในวงจรเคยี ว
ง. ถกู ทกุ ข้อ
100
5. เอาต์พุตของวงจรเรียงกระแสเตม็ คล่นื แบบบริดจ์จะเหมอื นกับเอาต์พตุ ของวงจรเรียง
กระแส แบบใด
ก. วงจรเรียงกระแสครึ่งคลน่ื
ข. วงจรเรยี งกระแสแบบเตม็ คลน่ื
ค. วงจรเรยี งกระแสไปหน้า
ง. วงจรยกระดับแรงดนั
6. PIV มีความหมายวา่ อย่างไร
ก. แรงดันสงู สุดดา้ นกลบั
ข. แรงดันต่าสดุ ด้านกลบั
ค. แรงดนั ในชว่ งบวก
ง. แรงดนั ในช่วงลบ
7. จากวงจรทด แรงดัน V3 จะเปน็ อย่างไร
ก. จะเปน็ 2เทา่ ของ Vin
ค. จะเป็น 2เทา่ ของ V1
ข. จะเป็น2เท่าของ V2
ง. จะเป็นผลรวมของ V1 และ V2