๔.๔ ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
ความสามารถในการสื่อสาร : การอ่าน
ความสามารถในการคดิ : การจำแนกประเภท
ความสามารถในการแก้ปัญหา : การนำความรู้ท่ีไดร้ บั ไปประยุกต์ใช้ในชีวิต
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต : ..............................................................
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : ..............................................................
๔.๕ ดา้ นจุดเนน้ การพฒั นาผู้เรยี น
๔.๕.๑ ด้านความสามารถและทักษะตามระดบั ชนั้
ชั้น ม.๑-๓ : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะ
การคิดขน้ั สงู ทักษะชีวติ ทักษะการส่ือสารอย่างสรา้ งสรรค์ตามวยั
ชั้น ม.๔-๖ : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้
ใชภ้ าษาตา่ งประเทศมีทกั ษะการคดิ ขน้ั สงู ทกั ษะชวี ติ ทกั ษะการสอื่ สารอยา่ งสร้างสรรคต์ ามชว่ งวัย
๔.๕.๒ ดา้ นคุณลักษณะตามชว่ งวัย
ม.๑-๓ : เนน้ อยู่อย่างพอเพยี ง
ม.๔-๖ : เน้นมุ่งม่นั ในการศึกษาและการทำงาน
๕. บรู ณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๑. หลกั ความพอประมาณ : ……(กิจกรรม/วิธกี ารสอน)………………….
๒. หลกั ความมเี หตุผล : วิเคราะหแ์ ละจำแนกอย่ามีเหตุผล
๓. หลกั ภูมคิ ุ้มกัน : ……(กจิ กรรม/วิธีการสอน)………………….
๔. เง่ือนไขความรู้ : หลักการสรา้ งคำ
๕. เงอ่ื นไขคุณธรรม : ……(กิจกรรม/วธิ กี ารสอน)………………….
๖. ชน้ิ งาน/ ภาระงาน
๖.๑ สรุปความรลู้ งสมดุ
๗. กิจกรรมการเรยี นการสอน
การเขยี นรายงานโครงงาน ๒ เวลา ๑ ชั่วโมง
ข้นั ที่ ๑ ทบทวนความรู้ ( ๑๐ นาที )
๑. ให้นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คำถาม ดังนี้
-โครงงานหมายถงึ อะไร มกี ่ปี ระเภท อะไรบา้ ง
ขน้ั ท่ี ๒ ทดสอบความรู้ ( ๓๐ นาที )
๒. ใหน้ กั เรยี นศกึ ษารายงานโครงงานเร่ืองตา่ ง ๆ ที่ครูจดั เตรยี มมาเพอ่ื เปน็ แนวทางใน
การจดั ทำโครงงานของตนเอง ต้ังขอ้ สงั เกตและร่วมกันสนทนาเกยี่ วกับการจัดทำโครงงานใหน้ า่ สนใจ
๓. ใหน้ ักเรียนวเิ คราะห์ประโยชนข์ องการจัดทำโครงงานทงั้ ต่อตนเองและผู้อ่นื
๔. ให้นักเรยี นและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้
- โครงงานเป็นการศึกษาเพื่อแสวงหาความรู้หรือสร้างสิ่งประดิษฐ์ใหม่โดยใช้
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การเขียนรายงานโครงงานเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอผล
ของการศกึ ษาคน้ คว้าอยา่ งเปน็ ระบบ
ขน้ั ท่ี ๓ สรุปความรู้ ( ๑๕ นาที )
๕. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั สรุปประโยชนข์ องโครงงานร่วมกันหน้าชัน้ เรียน
๘. กิจกรรมการเรยี นการสอน (หอ้ งเรียนออนไลน)์
๘.๑ ผู้เรียนเข้าเรียนออนไลน์ใน Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ นิทานพื้นบ้าน
เรื่อง การเขยี นรายงานโครงงาน
๘.๒ ให้นักเรียนศึกษาความรู้เกี่ยวกับการเขียนรายงานโครงงานเรื่องต่าง ๆ ผ่านลิ้งก์ใน
Google Classroom เพ่ือเปน็ แนวทางในการจดั ทำโครงงานของตนเอง และตั้งขอ้ สังเกตเกี่ยวกับการ
จดั ทำโครงงานใหน้ ่าสนใจ
๘.๓ ให้นักเรยี นวิเคราะห์ประโยชนข์ องการจดั ทำโครงงานทงั้ ต่อตนเองและผ้อู น่ื
๘.๔ ให้นกั เรยี นรว่ มกันสรุปประโยชน์ของโครงงานลงสมุดและถ่ายรปู ส่งครูในโพสต์ส่งงานใน
Google Classroom
๙. ส่ือ/ วัสดุอปุ กรณ์/ แหลง่ เรยี นรู้
๙.๑ Google Classroom ในรายวชิ า ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑
ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ นิทานพื้นบ้าน เรื่อง การเขียนรายงาน
โครงงาน
๑๐. การวดั ผลและประเมิลผลการเรยี นรู้
วิธีวัด เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
K
๑. วดั จากการสรปุ ความรลู้ งสมดุ ๑. ใบความรู้ เรอ่ื ง การเขียน ๑. ทำได้ถกู ต้อง ๘๐% ขนึ้ ไป ถอื วา่
รายงานโครงงาน ผา่ น
P
๑. วดั จากแบบบนั ทกึ การเขา้ เรยี น ๑. แบบบันทึกการเข้าเรียน ๑. ได้คะแนนในระดบั ๒ ขนึ้ ไป
และการใช้งานและ Google และการใช้งานและ Google
Classroom และความรว่ มมือ Classroom
ในช้ันเรียน
A
๑. วดั การสังเกตความมวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ ๑. แบบประเมินคุณลักษณะ ๑. ได้คะแนนในระดับ ๓ ขนึ้ ไป
และม่งุ ม่นั ในการทำงาน อนั พึงประสงค์
ลงชื่อ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง)
ตำแหนง่ ครูผู้ชว่ ย
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถามในช้ันเรยี น
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน
ที่ ชื่อ-สกุล ความมีวนิ ัย ความมีน้ำใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรง รวม
ของผู้รับ ๔๓๒๑ เออื้ เฟอ้ื ความคดิ เห็น ความคดิ เห็น ตอ่ เวลา ๒๐
การประเมิน เสยี สละ คะแนน
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑
๔๓๒๑
ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................
เกณฑ์การประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถามในชนั้ เรยี น
หวั ข้อเกณฑก์ ารประเมิน คะแนน การปฏบิ ัติ
๑. ความมีวนิ ยั ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒. ความมนี ้ำใจเอื้อเฟ้ือ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
เสียสละ ๑ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
๓. การรบั ฟังความคดิ เหน็ ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
๔. การแสดงความคิดเหน็ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
๑ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
๕. การตรงตอ่ เวลา ๔ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
๑ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
๒ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
๑ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
๒ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
๑ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรับปรุง
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี ๕๔
รหสั วิชา ท๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ๑
ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓
หนว่ ยการเรยี นรู้เรื่อง นทิ านพนื้ บ้าน เวลา ๒๒ ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรียนรยู้ ่อยท่ี ๒ เรื่อง โครงงานสบื สานนทิ านพื้นบ้าน เวลา ๑ ช่วั โมง
ชอื่ ผูส้ อน นางสาวฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙
๑. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๒ การเขยี น
มาตรฐาน ท ๒.๑ : ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน
เรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี
ประสทิ ธิภาพ
ตวั ชี้วัด
ท ๒.๑ ม. ๑/๘ เขยี นรายงานการศึกษาคน้ คว้าและโครงงาน
๒. สาระสำคญั
การจัดทำโครงงานเกี่ยวกับนิทานพื้นบ้านนั้น นอกจากจะได้ความรู้เกี่ยวกับนิทานพื้นบ้าน
เพิ่มเติมแลว้ ยงั เปน็ การช่วยอนุรักษ์และสืบสานนทิ านพ้นื บา้ นอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทยอีก
ดว้ ย
๓. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๓.๑ ผู้เรียนมคี วามร้คู วามเขา้ ใจในการเขียนโครงงาน
๔. สาระการเรียนรู้
๔.๑ ด้านความรู้ (K)
๔.๑.๑ สรปุ ข้ันตอนการเขียนรายงานโครงงาน
๔.๒ ด้านทักษะกระบวนการ (P)
๔.๒.๑ วางแผนการดำเนินงานเพือ่ จัดทำโครงงาน
๔.๓ ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ อยู่อย่างพอเพยี ง ซือ่ สตั ยส์ จุ รติ
มุง่ ม่ันในการทำงาน มวี ินัย รกั ษ์ความเป็นไทย
ใฝเ่ รียนรู้ มีจิตสาธารณะ
๔.๔ ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
ความสามารถในการส่ือสาร : การอ่าน
ความสามารถในการคิด : การจำแนกประเภท
ความสามารถในการแกป้ ัญหา : การนำความรู้ทไี่ ดร้ ับไปประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิต
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ : ..............................................................
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : ..............................................................
๔.๕ ด้านจดุ เนน้ การพัฒนาผเู้ รยี น
๔.๕.๑ ด้านความสามารถและทักษะตามระดับชนั้
ชั้น ม.๑-๓ : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะ
การคดิ ขน้ั สูง ทกั ษะชีวติ ทักษะการสือ่ สารอยา่ งสร้างสรรคต์ ามวัย
ชั้น ม.๔-๖ : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้
ใชภ้ าษาตา่ งประเทศมที กั ษะการคดิ ขั้นสูง ทกั ษะชีวติ ทกั ษะการสอ่ื สารอย่างสร้างสรรค์ตามชว่ งวัย
๔.๕.๒ ดา้ นคุณลักษณะตามชว่ งวัย
ม.๑-๓ : เน้นอยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
ม.๔-๖ : เนน้ มงุ่ มั่นในการศกึ ษาและการทำงาน
๕. บูรณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๑. หลักความพอประมาณ : ……(กจิ กรรม/วธิ ีการสอน)………………….
๒. หลักความมเี หตผุ ล : วเิ คราะหแ์ ละจำแนกอยา่ งมีเหตผุ ล
๓. หลักภูมคิ ุม้ กนั : ……(กจิ กรรม/วิธกี ารสอน)………………….
๔. เงอ่ื นไขความรู้ : หลกั การสรา้ งคำ
๕. เงือ่ นไขคุณธรรม : ……(กิจกรรม/วิธีการสอน)………………….
๖. ช้นิ งาน/ ภาระงาน
๖.๑ การเขยี นรายงานโครงงานนิทานพื้นบา้ น
๗. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
โครงงานสบื สานนทิ านพ้ืนบ้าน เวลา ๑ ช่ัวโมง
ข้ันท่ี ๑ ทบทวนความรู้ ( ๑๐ นาที )
๑. ให้นักเรียนร่วมกันอธิบายถึงการเขียนรายงานโครงงานพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน
อยา่ งไร
ขน้ั ท่ี ๒ ทดสอบความรู้ ( ๓๐ นาที )
๒. ให้นกั เรียนทีเ่ คยทำโครงงานออกมาเล่าประสบการณ์ใหเ้ พื่อนฟังหนา้ ชนั้ เรียน
๓. ใหน้ ักเรียนร่วมกนั ทบทวนความรู้เรือ่ ง การเขียนรายงานโครงงาน
๔. ใหน้ ักเรยี นแบ่งกลุม่ ๖ กลมุ่ จบั ฉลากเพือ่ เลอื กกจิ กรรมตอ่ ไปนี้
กลมุ่ ที่ ๑ จดั ทำนทิ านพ้ืนบ้านทีก่ ล่าวไวใ้ นหนังสอื เรียนเป็นหนังสือเลม่ เล็ก โดย
มเี นอ้ื เร่ืองยอ่ ของนทิ านเรอ่ื งนน้ั ๆ ไวเ้ ปน็ สำคญั หากนกั เรียนสามารถ
คน้ ควา้ เร่ืองราวท่ีเก่ยี วกับนิทานเรอื่ งนน้ั เพ่มิ เติมได้ ก็ควรจะบันทึกไว้ดว้ ย
จะได้มคี ณุ ค่ามากขนึ้ ใหว้ างผลงานทที่ ำขน้ึ นี้ไวท้ ีม่ ุมหนังสือในชั้นเรยี น
เพ่ือใหเ้ พ่ือน ๆ ไดอ้ ่านโดยท่ัวถึงกัน
กลมุ่ ท่ี ๒ นกั เรียนควรจดั รายการนทิ านพ้นื บ้านทางวิทยุโรงเรียนและผลัดกนั ไป
เล่านิทานเหลา่ นี้ให้นักเรียนท้งั โรงเรยี นไดฟ้ ังกนั
กล่มุ ที่ ๓ จดั ทำหนงั สอื การ์ตนู นทิ านพื้นบ้านให้เพ่อื น ๆ ได้อา่ น
กลุ่มท่ี ๔ จดั ป้ายนเิ ทศเกี่ยวกบั คุณคา่ ของนทิ านพ้นื บ้านในช้นั เรียน
กลมุ่ ท่ี ๕ ถ้าโรงเรยี นของนักเรยี นอย่ใู นทอ้ งถนิ่ ที่เป็นชมุ ชนเก่าแก่ และมี
นทิ านพืน้ บ้านอ่ืน ๆ ทีไ่ ม่ได้กลา่ วไว้ในหนงั สือเรียน นักเรยี นควรชว่ ยกนั
สอบถามผู้รูใ้ นท้องถิน่ และจดบันทกึ ไว้ จดั ปา้ ยนิเทศนำมาเลา่ ใน
รายการวิทยโุ รงเรียน และจดั ทำเปน็ รปู เลม่ เพิ่มเตมิ จากที่ทำไวแ้ ลว้
กลมุ่ ที่ ๖ นำนิทานพน้ื บ้านมาเขยี นเป็นบทสนทนา แล้วนำมาฝกึ ซอ้ มและ
แสดงบทบาทสมมตุ หิ น้าชัน้ เรียน
๕. ให้นกั เรยี นแต่ละกลุม่ วางแผนการจดั ทำโครงงาน และมอบหมายหนา้ ท่ใี ห้สมาชิกในกล่มุ
๖. ให้นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ ดำเนนิ งานตามแผนงานท่ีกำหนด และเขียนรายงานโครงงาน
ข้ันที่ ๓ สรุปความรู้ ( ๑๕ นาที )
๗. ให้นกั เรยี นและครูร่วมกันสรปุ ความรู้ ดังน้ี
- การจัดทำโครงงานเกี่ยวกับนิทานพื้นบ้านนั้น นอกจากจะได้ความรู้เกี่ยวกับนิทาน
พื้นบ้านเพิ่มเติมแล้ว ยังเป็นการช่วยอนุรักษ์และสืบสานนิทานพื้นบ้านอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรม
ของไทยอกี ดว้ ย
๘. กิจกรรมการเรียนการสอน (หอ้ งเรยี นออนไลน์)
๘.๑ ผู้เรียนเข้าเรียนออนไลน์ใน Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ นิทานพื้นบ้าน
เร่อื ง โครงงานสบื สานนิทานพ้นื บา้ น
๘.๒ นกั เรยี นแบง่ กลุ่ม ๖ กลมุ่ ตามรายชอื่ ที่ครจู บั ให้ เพ่ือเลอื กกจิ กรรมต่อไปน้ี
กลุ่มที่ ๑ จัดทำนทิ านพ้ืนบ้านท่ีกล่าวไวใ้ นหนงั สือเรยี นเป็นหนงั สอื เลม่ เล็ก โดย
มเี นอื้ เร่อื งย่อของนิทานเรอ่ื งน้นั ๆ ไว้เป็นสำคัญ หากนักเรยี นสามารถ
คน้ คว้าเรอ่ื งราวท่ีเกย่ี วกับนทิ านเรอ่ื งนั้นเพ่ิมเตมิ ได้ ก็ควรจะบันทกึ ไว้ด้วย
จะได้มีคณุ คา่ มากขน้ึ ใหว้ างผลงานที่ทำขนึ้ นไ้ี วท้ ม่ี ุมหนังสือในชนั้ เรยี น
เพอื่ ใหเ้ พื่อน ๆ ไดอ้ ่านโดยทวั่ ถงึ กนั
กลุ่มท่ี ๒ นักเรียนควรจัดรายการนทิ านพน้ื บา้ นทางวิทยุโรงเรยี นและผลัดกันไป
เล่านทิ านเหลา่ นี้ให้นักเรียนทง้ั โรงเรยี นได้ฟังกนั
กลุ่มที่ ๓ จดั ทำหนังสอื การต์ นู นทิ านพื้นบ้านให้เพื่อน ๆ ได้อา่ น
กลมุ่ ที่ ๔ จดั ป้ายนิเทศเก่ียวกบั คณุ คา่ ของนิทานพืน้ บา้ นในชั้นเรียน
กลมุ่ ท่ี ๕ ถ้าโรงเรยี นของนักเรียนอยใู่ นท้องถ่ินที่เป็นชมุ ชนเกา่ แก่ และมี
นทิ านพนื้ บ้านอนื่ ๆ ที่ไม่ไดก้ ลา่ วไวใ้ นหนังสอื เรยี น นักเรียนควรช่วยกัน
สอบถามผรู้ ู้ในท้องถ่นิ และจดบนั ทกึ ไว้ จัดป้ายนิเทศนำมาเล่าใน
รายการวิทยุโรงเรยี น และจัดทำเปน็ รูปเลม่ เพิ่มเตมิ จากทีท่ ำไว้แล้ว
กลุ่มท่ี ๖ นำนิทานพืน้ บา้ นมาเขยี นเปน็ บทสนทนา แล้วนำมาฝึกซอ้ มและ
แสดงบทบาทสมมตุ ิหน้าชนั้ เรียน
๘.๓ ให้นกั เรียนแต่ละกลุม่ วางแผนการจดั ทำโครงงาน และมอบหมายหนา้ ทใ่ี ห้สมาชกิ ในกลมุ่
๘.๔ ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มดำเนินงานตามแผนงานที่กำหนด และเขียนรายงานโครงงานและ
ถ่ายรูปสง่ ครใู นโพสต์สง่ งานใน Google Classroom
๙. สื่อ/ วสั ดุอปุ กรณ์/ แหล่งเรียนรู้
๙.๑ Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑
ห้องเรยี นของครูฟ้าอำพร สงิ หท์ อง หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๔ นิทานพ้ืนบ้าน เร่ือง โครงงานสืบสานนิทาน
พ้นื บ้าน
๑๐. การวดั ผลและประเมิลผลการเรยี นรู้
วิธีวัด เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
K
๑. วดั จากการสรปุ ความรลู้ งสมดุ ๑. ใบความรู้ เรอ่ื ง การเขียน ๑. ทำได้ถกู ต้อง ๘๐% ขนึ้ ไป ถอื วา่
รายงานโครงงาน ผา่ น
P
๑. วดั จากแบบบนั ทกึ การเขา้ เรยี น ๑. แบบบันทึกการเข้าเรียน ๑. ได้คะแนนในระดบั ๒ ขนึ้ ไป
และการใช้งานและ Google และการใช้งานและ Google
Classroom และความรว่ มมือ Classroom
ในช้ันเรียน
A
๑. วดั การสังเกตความมวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ ๑. แบบประเมินคุณลักษณะ ๑. ได้คะแนนในระดับ ๓ ขนึ้ ไป
และม่งุ ม่นั ในการทำงาน อนั พึงประสงค์
ลงชื่อ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง)
ตำแหนง่ ครูผู้ชว่ ย
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถามในช้ันเรยี น
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน
ที่ ชื่อ-สกุล ความมีวนิ ัย ความมีน้ำใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรง รวม
ของผู้รับ ๔๓๒๑ เออื้ เฟอ้ื ความคดิ เห็น ความคดิ เห็น ตอ่ เวลา ๒๐
การประเมิน เสยี สละ คะแนน
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑
๔๓๒๑
ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................
เกณฑ์การประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถามในชนั้ เรยี น
หวั ข้อเกณฑก์ ารประเมิน คะแนน การปฏบิ ัติ
๑. ความมีวนิ ยั ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒. ความมนี ้ำใจเอื้อเฟ้ือ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
เสียสละ ๑ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
๓. การรบั ฟังความคดิ เหน็ ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
๔. การแสดงความคิดเหน็ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
๑ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
๕. การตรงตอ่ เวลา ๔ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
๑ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
๒ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
๑ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
๒ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
๑ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรับปรุง
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี ๕๕
รหสั วชิ า ท๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ๑
ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓
หนว่ ยการเรียนรู้เร่อื ง นทิ านพน้ื บ้าน เวลา ๒๒ ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรยี นรูย้ ่อยที่ ๒ เร่อื ง โครงงานสบื สานนทิ านพื้นบา้ น ๒ เวลา ๑ ชัว่ โมง
ชื่อผู้สอน นางสาวฟ้าอำพร สิงห์ทอง ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙
๑. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๒ การเขยี น
มาตรฐาน ท ๒.๑ : ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน
เรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี
ประสิทธิภาพ
ตวั ชี้วัด
ท ๒.๑ ม. ๑/๘ เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าและโครงงาน
๒. สาระสำคัญ
การนำเสนอโครงงานไม่ว่าจะเป็นการเขียนรายงานโครงงานหรือการจัดแสดงโครงงาน
เป็นการนำผลการปฏิบัติงานจากการทำโครงงานมาเผยแพร่ให้ผู้อื่นรับทราบ เพื่อเพิ่มพูนความรู้
ความคดิ และเป็นแนวทางในการจัดทำโครงงานตอ่ ไป
๓. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๓.๑ ผเู้ รียนมคี วามร้คู วามเข้าใจในการการนำเสนอโครงงานเกี่ยวกับนิทานพนื้ บ้าน
๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ ดา้ นความรู้ (K)
๔.๑.๑ สรุปความร้แู ละประโยชน์ทีไ่ ดจ้ ากการทำโครงงาน
๔.๒ ด้านทักษะกระบวนการ (P)
๔.๒.๑ นำเสนอโครงงานหนา้ ช้ันเรยี น
๔.๓ ดา้ นคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ อยอู่ ยา่ งพอเพียง ซือ่ สัตยส์ ุจรติ
รักษ์ความเป็นไทย
มุ่งมนั่ ในการทำงาน มีวินัย
ใฝเ่ รยี นรู้ มจี ติ สาธารณะ
๔.๔ ด้านสมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
ความสามารถในการสื่อสาร : การอา่ น
ความสามารถในการคดิ : การจำแนกประเภท
ความสามารถในการแกป้ ัญหา : การนำความรทู้ ่ไี ด้รบั ไปประยุกต์ใช้ในชวี ติ
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ : ..............................................................
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : ..............................................................
๔.๕ ดา้ นจดุ เนน้ การพฒั นาผเู้ รยี น
๔.๕.๑ ดา้ นความสามารถและทักษะตามระดับช้นั
ชั้น ม.๑-๓ : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะ
การคดิ ขัน้ สงู ทกั ษะชวี ติ ทักษะการส่ือสารอยา่ งสรา้ งสรรค์ตามวัย
ชั้น ม.๔-๖ : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้
ใชภ้ าษาต่างประเทศมที ักษะการคดิ ขน้ั สูง ทักษะชวี ิต ทักษะการสอ่ื สารอยา่ งสร้างสรรค์ตามช่วงวัย
๔.๕.๒ ดา้ นคณุ ลักษณะตามช่วงวัย
ม.๑-๓ : เน้นอยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง
ม.๔-๖ : เนน้ มุ่งมนั่ ในการศกึ ษาและการทำงาน
๕. บรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๑. หลักความพอประมาณ : ……(กจิ กรรม/วธิ กี ารสอน)………………….
๒. หลักความมีเหตผุ ล : วเิ คราะหแ์ ละจำแนกอย่ามีเหตผุ ล
๓. หลกั ภมู คิ ้มุ กนั : ……(กิจกรรม/วิธกี ารสอน)………………….
๔. เงอ่ื นไขความรู้ : หลักการสรา้ งคำ
๕. เงื่อนไขคุณธรรม : ……(กจิ กรรม/วธิ กี ารสอน)………………….
๖. ชน้ิ งาน/ ภาระงาน
๖.๑ การเขียนรายงานโครงงานนิทานพืน้ บ้าน
๗. กิจกรรมการเรยี นการสอน
โครงงานสบื สานนทิ านพน้ื บา้ น ๒ เวลา ๑ ชว่ั โมง
ขัน้ ที่ ๑ ทบทวนความรู้ ( ๑๐ นาที )
๑. ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั อภิปรายวา่ มแี นวทางอนรุ กั ษน์ ทิ านพน้ื บา้ นใหค้ งอยู่ได้อย่างไร
ขน้ั ที่ ๒ ทดสอบความรู้ ( ๓๐ นาที )
๒. ครูมอบหมายให้นักเรียนแตล่ ะกล่มุ จัดป้ายนิเทศโครงงานนอกเวลาเรียนเพื่อใช้
ประกอบการนำเสนอโครงงานหน้าชนั้ เรยี น
๓. ใหน้ กั เรียนออกมาพดู นำเสนอผลการจดั ทำโครงงานหน้าชั้นเรยี นทีละกลมุ่
นกั เรียนกลุ่มอ่ืนสามารถแสดงความคดิ เห็นและซกั ถามขอ้ สงสยั เพ่มิ เติมได้
๔. เมอื่ ทกุ กลุม่ นำเสนอโครงงานเรียบรอ้ ยแลว้ ให้ช่วยกันนำป้ายนเิ ทศโครงงาน
ไปจัดแสดงในบรเิ วณช้ันเรยี นเพอื่ ใหน้ กั เรยี นทุกคนได้ช่ืนชมผลงานอีกครง้ั
๕. ให้นกั เรียนรว่ มกนั พิจารณาให้คะแนนการจดั ทำและนำเสนอโครงงานของกลุ่มตา่ ง ๆ
๖. ครูสรุปผลการใหค้ ะแนนแลว้ จดั ลำดบั ผลงานกลมุ่ ของนักเรยี น เรยี งลำดับคะแนน ๑-๖
๗. ครอู ธบิ ายเสนอแนะการจัดทำและการเขียนรายงานโครงงานของนกั เรยี นแต่ละกลุ่ม
เพม่ิ เติมเพ่ือปรบั ปรุงแกไ้ ข
๘. ใหน้ ักเรยี นและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั นี้
-การนำเสนอโครงงานไม่ว่าจะเปน็ การเขยี นรายงานโครงงานหรอื การจัดแสดง
โครงงาน เปน็ การนำผลการปฏบิ ัติงานจากการทำโครงงานมาเผยแพร่ให้ผู้อน่ื รับทราบ เพอ่ื
เพมิ่ พูนความรู้ ความคิด และเปน็ แนวทางในการจัดทำโครงงานตอ่ ไป
๙. ใหน้ กั เรียนรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คำถาม ดังน้ี
- นกั เรยี นมีแนวทางอนุรกั ษ์นิทานพน้ื บา้ นใหค้ งอยู่ได้อย่างไร
ข้ันที่ ๓ สรปุ ความรู้ ( ๑๕ นาที )
๑๐. ให้นักเรียนนำเสนอผลงานที่เกิดจากความสามารถและการร่วมแรงร่วมใจของกลุ่ม
ร่วมกันประเมินคา่ และเสนอแนะเพอ่ื เป็นแนวทางให้สามารถพฒั นาการทำงานในคร้ังตอ่ ไป
๘. กจิ กรรมการเรียนการสอน (ห้องเรยี นออนไลน)์
๘.๑ ผู้เรียนเข้าเรียนออนไลน์ใน Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ นิทานพื้นบ้าน
เรื่อง โครงงานสืบสานนิทานพน้ื บา้ น ๒
๘.๒ ใหน้ ักเรยี นสรปุ ความรู้ ดังนี้
-การนำเสนอโครงงานไม่ว่าจะเปน็ การเขียนรายงานโครงงานหรือการจัดแสดงโครงงาน เป็น
การนำผลการปฏบิ ัติงานจากการทำโครงงานมาเผยแพร่ให้ผู้อื่นรับทราบ เพ่อื เพม่ิ พูนความรู้ ความคิด
และเปน็ แนวทางในการจดั ทำโครงงานตอ่ ไป
๘.๓ ให้นักเรียนรว่ มกันพิจารณาให้คะแนนการจัดทำและนำเสนอโครงงานของกลุม่ ตา่ ง ๆ ที่
อัพโหลดไว้ที่หน้าโพสตใ์ น Google Classroom
๘.๔ ใหน้ กั เรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค้ ำถาม ดังนี้
- นักเรียนมีแนวทางอนรุ ักษ์นทิ านพื้นบ้านให้คงอยู่ได้อย่างไร สรุปลงสมุดและถา่ ยรูปส่งครูใน
โพสตส์ ่งงานใน Google Classroom
๙. สือ่ / วสั ดอุ ปุ กรณ์/ แหล่งเรยี นรู้
๙.๑ Google Classroom ในรายวชิ า ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๑
หอ้ งเรยี นของครูฟา้ อำพร สิงหท์ อง หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๔ นิทานพื้นบา้ น เรอ่ื ง โครงงานสืบสานนิทาน
พ้นื บา้ น ๒
๑๐. การวดั ผลและประเมิลผลการเรยี นรู้
วิธวี ดั เครื่องมือ เกณฑ์การประเมนิ
K
๑. วัดจากการสรุปความรูล้ งสมดุ ๑. ใบความรู้ เรอื่ ง การเขียน ๑. ทำไดถ้ ูกต้อง ๘๐% ข้ึนไป ถอื วา่
รายงานโครงงาน ผ่าน
P
๑. วัดจากแบบบันทกึ การเข้าเรยี น ๑. แบบบันทึกการเข้าเรียน ๑. ได้คะแนนในระดับ ๒ ขนึ้ ไป
และการใช้งานและ Google และการใช้งานและ Google
Classroom และความรว่ มมอื Classroom
ในชัน้ เรียน
A
๑. วัดการสังเกตความมีวนิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ ๑. แบบประเมินคุณลกั ษณะ ๑. ไดค้ ะแนนในระดับ ๓ ขึ้นไป
และม่งุ มน่ั ในการทำงาน อันพึงประสงค์
ลงชอ่ื ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สิงหท์ อง)
ตำแหน่ง ครูผชู้ ่วย
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถามในช้ันเรยี น
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน
ที่ ชื่อ-สกุล ความมีวนิ ัย ความมีน้ำใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรง รวม
ของผู้รับ ๔๓๒๑ เออื้ เฟอ้ื ความคดิ เห็น ความคดิ เห็น ตอ่ เวลา ๒๐
การประเมิน เสยี สละ คะแนน
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑
๔๓๒๑
ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................
เกณฑ์การประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถามในชนั้ เรยี น
หวั ข้อเกณฑก์ ารประเมิน คะแนน การปฏบิ ัติ
๑. ความมีวนิ ยั ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒. ความมนี ้ำใจเอื้อเฟ้ือ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
เสียสละ ๑ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
๓. การรบั ฟังความคดิ เหน็ ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
๔. การแสดงความคิดเหน็ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
๑ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
๕. การตรงตอ่ เวลา ๔ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
๑ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
๒ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
๑ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
๒ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
๑ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรับปรุง
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๕๖
รหัสวชิ า ท๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ๑
ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๓
หนว่ ยการเรียนรู้เรอ่ื ง นทิ านพื้นบ้าน เวลา ๒๒ ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรียนร้ยู ่อยที่ ๓ เรอ่ื ง ยอ้ นคิดถึงนิทานพื้นบ้าน เวลา ๑ ช่ัวโมง
ชื่อผสู้ อน นางสาวฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙
๑. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระท่ี ๒ การเขยี น
มาตรฐาน ท ๓.๑ : สามารถเลอื กฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคดิ
และความร้สู ึกในโอกาสต่าง ๆ อยา่ งมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์
ตัวชี้วดั
ท ๓.๑ ม. ๑/๒ เลา่ เรอื่ งยอ่ จากเรือ่ งทฟ่ี งั และดู
๒. สาระสำคญั
การนำประสบการณ์จากการฟังและดนู ิทานพ้ืนบา้ นมาเขียนเปน็ เร่ืองยอ่ ทำใหเ้ กิดความรู้
ความเขา้ ใจในเน้อื หานิทานพนื้ บา้ นเรือ่ งนั้น ๆ ชัดเจนขน้ึ
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๓.๑ ผเู้ รยี นมีความรคู้ วามเขา้ ใจในการเขียนเรอ่ื งยอ่ นทิ านพืน้ บ้านจากการฟังและดู
๔. สาระการเรียนรู้
๔.๑ ดา้ นความรู้ (K)
๔.๑.๑ อธบิ ายลักษณะของนิทานพื้นบา้ น
๔.๒ ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
๔.๒.๑ เขียนเรอื่ งยอ่ นทิ านพ้ืนบา้ นจากการฟงั และดู
๔.๓ ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยอู่ ย่างพอเพียง ซอ่ื สัตยส์ ุจริต
รกั ษ์ความเปน็ ไทย
มงุ่ มั่นในการทำงาน มวี นิ ัย
ใฝ่เรยี นรู้ มีจิตสาธารณะ
๔.๔ ด้านสมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
ความสามารถในการส่อื สาร : การอ่าน
ความสามารถในการคดิ : การจำแนกประเภท
ความสามารถในการแก้ปัญหา : การนำความร้ทู ีไ่ ดร้ ับไปประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิต
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต : ..............................................................
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : ..............................................................
๔.๕ ด้านจดุ เนน้ การพฒั นาผูเ้ รยี น
๔.๕.๑ ดา้ นความสามารถและทกั ษะตามระดบั ช้ัน
ชั้น ม.๑-๓ : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะ
การคดิ ขน้ั สูง ทักษะชีวิต ทกั ษะการสือ่ สารอยา่ งสรา้ งสรรคต์ ามวยั
ชั้น ม.๔-๖ : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้
ใชภ้ าษาตา่ งประเทศมที ักษะการคดิ ขน้ั สงู ทักษะชวี ิต ทักษะการสอ่ื สารอยา่ งสร้างสรรคต์ ามชว่ งวัย
๔.๕.๒ ดา้ นคณุ ลกั ษณะตามชว่ งวยั
ม.๑-๓ : เน้นอยู่อย่างพอเพยี ง
ม.๔-๖ : เน้นมุ่งม่ันในการศกึ ษาและการทำงาน
๕. บรู ณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๑. หลักความพอประมาณ : ……(กิจกรรม/วิธีการสอน)………………….
๒. หลกั ความมีเหตุผล : วเิ คราะหแ์ ละจำแนกอย่ามีเหตผุ ล
๓. หลกั ภูมิคุม้ กนั : ……(กจิ กรรม/วธิ ีการสอน)………………….
๔. เงอ่ื นไขความรู้ : หลกั การสรา้ งคำ
๕. เง่ือนไขคุณธรรม : ……(กิจกรรม/วิธีการสอน)………………….
๖. ชิน้ งาน/ ภาระงาน
๖.๑ การเขียนรายงานโครงงานนิทานพ้นื บ้าน
๗. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
ย้อนคดิ ถงึ นิทานพื้นบา้ น เวลา ๑ ชัว่ โมง
ข้นั ท่ี ๑ ทบทวนความรู้ ( ๑๐ นาที )
๑. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค้ ำถามท้าทาย ดังน้ี
-นกั เรยี นเคยฟงั หรือดนู ิทานพื้นบา้ นเรือ่ งใดบ้าง จากแหล่งใด
ข้ันท่ี ๒ ทดสอบความรู้ ( ๓๐ นาที )
๒. ใหน้ ักเรยี นทบทวนความรู้เก่ียวกับแนวทางการสรุปความจากการฟังและดเู พื่อนำมาใช้
เขยี นเรื่องย่อนทิ านพ้ืนบ้าน
๓. ครูนำตวั อย่างการเขียนเร่ืองยอ่ นิทานพื้นบ้านเรือ่ ง อทุ ัยเทวี มาใหน้ กั เรียนร่วมกนั ศึกษา
๔. ใหน้ ักเรยี นเขียนเร่ืองย่อนิทานพ้นื บ้านทีเ่ คยฟงั จากวิทยุ ฟงั จากผูใ้ หญ่เล่าหรือดูจาก
โทรทัศน์ ซ่ึงนกั เรยี นชอบมากท่สี ุดคนละ ๑ เรื่อง
๕. ครูมอบหมายใหน้ ักเรียนเตรียมการเลา่ นทิ านหนา้ ช้นั เรียนให้เพือ่ นฟังในช่ัวโมงถัดไป
ขนั้ ท่ี ๓ สรปุ ความรู้ ( ๑๕ นาที )
๖. ใหน้ ักเรียนและครูรว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดงั น้ี
- การนำประสบการณ์จากการฟังและดูนิทานพื้นบ้านมาเขียนเป็นเร่ืองย่อทำให้เกดิ
ความรู้ ความเข้าใจในเนอ้ื หานทิ านพ้นื บ้านเร่ืองน้ัน ๆ ชดั เจนข้นึ
๘. กจิ กรรมการเรียนการสอน (ห้องเรียนออนไลน์)
๘.๑ ผู้เรียนเข้าเรียนออนไลน์ใน Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ นิทานพื้นบ้าน
เรอ่ื ง ยอ้ นคิดถึงนิทานพืน้ บ้าน
๘.๒ ให้นักเรียนทบทวนความรู้เกี่ยวกับแนวทางการสรุปความจากการฟังและดูเพื่อนำมาใช้
เขียนเรื่องยอ่ นทิ านพ้นื บ้าน
๘.๓ ครูนำตัวอยา่ งการเขยี นเร่ืองย่อนทิ านพนื้ บ้านเร่ือง อุทยั เทวี มาให้นักเรียนร่วมกันศึกษา
โดยอพั โหลดไวท้ ห่ี น้าโพสต์ใน Google Classroom
๘.๔ ให้นักเรียนเขียนเรื่องย่อนิทานพื้นบ้านที่เคยฟังจากวิทยุ ฟังจากผู้ใหญ่เล่าหรือดูจาก
โทรทัศน์ ซึ่งนักเรียนชอบมากที่สุดคนละ ๑ เรื่องและถ่ายรูปส่งครูในโพสต์ส่งงานใน Google
Classroom
๙. ส่ือ/ วสั ดอุ ปุ กรณ/์ แหล่งเรียนรู้
๙.๑ Google Classroom ในรายวชิ า ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑
ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ นิทานพื้นบ้าน เรื่อง ย้อนคิดถึงนิทาน
พน้ื บ้าน
๑๐. การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้
วิธีวดั เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมิน
K
๑. วดั จากการสรุปความรลู้ งสมุด ๑. ใบความรู้ เรือ่ งยอ่ นิทาน ๑. ทำได้ถกู ต้อง ๘๐% ข้ึนไป ถอื ว่า
พื้นบา้ นเรอื่ ง อทุ ยั เทวี ผ่าน
P
๑. วัดจากแบบบนั ทกึ การเขา้ เรียน ๑. แบบบันทึกการเข้าเรียน ๑. ไดค้ ะแนนในระดับ ๒ ขึน้ ไป
และการใช้งานและ Google และการใช้งานและ Google
Classroom และความร่วมมือ Classroom
ในชนั้ เรียน
A
๑. วดั การสงั เกตความมีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ ๑. แบบประเมินคุณลกั ษณะ ๑. ได้คะแนนในระดบั ๓ ข้นึ ไป
และมุง่ มนั่ ในการทำงาน อนั พึงประสงค์
ลงช่อื ........................................................
(นางสาวฟ้าอำพร สงิ หท์ อง)
ตำแหนง่ ครูผชู้ ่วย
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถามในช้ันเรยี น
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน
ที่ ชื่อ-สกุล ความมีวนิ ัย ความมีน้ำใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรง รวม
ของผู้รับ ๔๓๒๑ เออื้ เฟอ้ื ความคดิ เห็น ความคดิ เห็น ตอ่ เวลา ๒๐
การประเมิน เสยี สละ คะแนน
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑
๔๓๒๑
ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................
เกณฑ์การประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถามในชนั้ เรยี น
หวั ข้อเกณฑก์ ารประเมิน คะแนน การปฏบิ ัติ
๑. ความมีวนิ ยั ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒. ความมนี ้ำใจเอื้อเฟ้ือ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
เสียสละ ๑ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
๓. การรบั ฟังความคดิ เหน็ ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
๔. การแสดงความคิดเหน็ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
๑ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
๕. การตรงตอ่ เวลา ๔ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
๑ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
๒ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
๑ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
๒ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
๑ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรับปรุง
ตัวอย่างเร่ืองย่อนทิ านพ้ืนบา้ นเรอ่ื ง อุทัยเทวี
ณ เมืองใต้บาดาลอันเป็นถิ่นที่อยู่ของพญานาคราช พระองค์ทรงมีพระธิดาที่สิริโฉมงดงาม
องค์หนึ่ง นางแอบหนีขึ้นมาเที่ยวบนโลกมนุษย์จึงได้พบรักกับรุกขเทวดาจนตั้งครรภ์ นางกลัวว่า
พระบิดาจะลงโทษจึงสำรอกลูกในทอ้ งออกมาเปน็ ไขฟ่ องหน่ึง แล้วใช้ผ้าห่อนำไปซอ่ นไว้ในพงหญา้ ริม
หนองน้ำพร้อมทั้งมอบแหวนวิเศษให้ไว้ด้วย จากนั้นนางก็กลับเมืองบาดาล คางคกตัวหนึ่งกำลังหิว
เม่ือเห็นไข่ที่พระธิดาพญานาคสำรอกไว้ก็รีบกลืนลงท้องทันที พิษของนาคทำให้คางคกขาดใจตาย
ในขณะเดียวกันนั้นเปลือกไขก่ ็แตกออก ภายในมเี ด็กหญงิ น่ารักงดงามคนหน่ึง เด็กหญิงจึงได้อาศัยอยู่
ในซากคางคก
ที่ชายป่าใกล้หนองน้ำแห่งนั้น มีตายายปลูกกระท่อมอาศัยอยู่ วันหนึ่งตายายไปหาปลา
ในหนองน้ำได้พบซากคางคก คางคกขอให้ตายายนำไปเลี้ยง ตายายสงสารจึงนำกลับไปด้วยเมื่อตา
ยายออกไปหาผักหาปลา เด็กหญิงก็ออกจากซากคางคกมาช่วยทำความสะอาดบ้านและจัดเตรียม
อาหารไว้ให้จนตายายสงสัยและแอบดูจนรู้ความจริง เด็กหญิงอาศัยอยู่ในซากคางคกจนเติบโตเป็น
หญงิ สาวทม่ี ีรปู รา่ งหน้าตางดงาม ผิวขาวผุดผอ่ ง ดังแสงอาทิตยแ์ รกข้ึน ตายายจึงเรียกนางว่า อทุ ยั เทวี
วันหนึ่งนางขอให้ตายายพาไปทำบุญที่วัด และได้พบกับเจ้าชายสุทราชโอรสพระเจ้าการพ
ผู้ครองเมือง เมื่อตายายรู้ว่าเจ้าชายสุทราชรักใคร่ นางอุทัยเทวี จึงบอกให้เจ้าชายสร้างสะพานเงิน
สะพานทองจากวังมาถึงกระท่อมเพื่อสู่ขอนาง พระเจ้าการพทรงพิโรธจึงมีรับสั่งให้ตายายสร้าง
ปราสาทสำหรับรับเสด็จเจ้าชายภายใน ๗ วัน หากทำไม่ไดจ้ ะถูกประหารชีวติ
นางอทุ ัยเทวเี หน็ ตายายตอ้ งเดือดร้อนจงึ เนรมติ ปราสาทภายในช่ัวข้ามคืน และพระอนิ ทร์ก็มา
ช่วยเนรมิตสะพานเงินสะพานทองด้วย พระเจ้าการพจึงจัดพิธีอภิเษกสมรสให้เจ้าชายสุทราชกับนาง
อุทัยเทวี ต่อมาเจ้าชายสุทราชต้องไปอภิเษกสมรสกับเจ้าหญงิ ฉันนาตามสัญญาที่กษัตริย์ทั้งสองเมือง
ตกลงหมั้นหมายกันไว้ เจ้าหญิงฉันนาเกิดริษยาที่เจ้าชายรักนางอุทยั เทวีจึงให้คนไปหลอกนางมาขังไว้
แล้วเฆี่ยนนางจนสลบไปจากนั้นก็นำไปทิ้งแม่น้ำ แต่เมื่อถูกน้ำนางกลับฟื้นเพราะมีเชื้อสายนาค
และมแี ม่ค้าขายขนมมาช่วยไว้ นางจึงแปลงเป็นหญิงชราท่ีมผี มดำไปขายขนมบรเิ วณท่าน้ำพระราชวัง
เจ้าหญิงฉันนาถูกผลกรรมตามสนองทำให้พระเกศาหงอกทั้งพระเศียร นางกำนัลจึงพาหญิงชราขาย
ขนมที่ผมดำสนิทมาช่วยรักษา หญิงชราได้ปลงพระเกศาของเจ้าหญิงออกทั้งหมดนำปลาร้ามาพอก
แล้วใช้หมอ้ ดนิ ครอบไว้ทำใหบ้ าดแผลจากการโกนผมของเจา้ หญิงตดิ เชื้อจนสิน้ พระชนม์
เจ้าชายสทุ ราชจงึ ออกผนวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้เจา้ หญิง เมือ่ ทรงลาผนวชแลว้ พระเจ้าการพ
ได้มอบราชสมบัติให้เจ้าชายสุทราชและนางอุทัยเทวี ทั้งสองก็ปกครองบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองและ
สงบสขุ ตั้งแต่น้นั มา
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๕๗
รหสั วิชา ท๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ๑
ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๓
หนว่ ยการเรียนรู้เร่ือง นทิ านพ้นื บา้ น เวลา ๒๒ ชวั่ โมง
หน่วยการเรียนรยู้ ่อยที่ ๓ เรอื่ ง สืบสานนิทานท้องถนิ่ เวลา ๑ ชวั่ โมง
ชือ่ ผ้สู อน นางสาวฟ้าอำพร สิงห์ทอง ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙
๑. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระท่ี ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๓.๑ : สามารถเลอื กฟงั และดูอยา่ งมวี ิจารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคดิ
และความรูส้ กึ ในโอกาสตา่ ง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์
ตัวช้วี ดั
ท ๓.๑ ม. ๑/๒ เลา่ เรอ่ื งยอ่ จากเรือ่ งท่ฟี ังและดู
๒. สาระสำคญั
การเลา่ นทิ านเปน็ การถ่ายทอดความสนกุ สนานเพลดิ เพลนิ จากนิทานผ่านนำ้ เสียงและลีลา
ทา่ ทางของผ้เู ล่า ซ่งึ อาจใช้อปุ กรณอ์ น่ื ๆ ประกอบเพื่อเพมิ่ ความสนกุ สนานและสง่ เสริมจินตนาการ
แกผ่ ฟู้ งั การเล่านิทานพ้ืนบ้านเปน็ การสบื สานภมู ิปัญญาท้องถิน่ อีกวธิ ีหนึง่
๓. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๓.๑ ผเู้ รยี นมคี วามรูค้ วามเขา้ ใจในการเล่านทิ าน
๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ ด้านความรู้ (K)
๔.๑.๑ บอกวิธกี ารเลา่ นิทาน
๔.๒ ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
๔.๒.๑ เล่านิทานพ้นื บ้าน
๔.๓ ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยอู่ ย่างพอเพยี ง ซือ่ สตั ย์สุจริต
รกั ษ์ความเป็นไทย
มุง่ มนั่ ในการทำงาน มีวินัย
ใฝเ่ รยี นรู้ มจี ติ สาธารณะ
๔.๔ ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
ความสามารถในการส่อื สาร : การอ่าน
ความสามารถในการคิด : การจำแนกประเภท
ความสามารถในการแก้ปัญหา : การนำความร้ทู ี่ไดร้ บั ไปประยุกต์ใช้ในชีวติ
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ : ..............................................................
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : ..............................................................
๔.๕ ด้านจดุ เนน้ การพฒั นาผ้เู รยี น
๔.๕.๑ ดา้ นความสามารถและทักษะตามระดับช้นั
ชั้น ม.๑-๓ : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะ
การคดิ ขนั้ สูง ทักษะชวี ิต ทกั ษะการสื่อสารอย่างสรา้ งสรรค์ตามวัย
ชั้น ม.๔-๖ : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้
ใช้ภาษาต่างประเทศมที กั ษะการคดิ ข้ันสงู ทกั ษะชวี ิต ทกั ษะการส่อื สารอย่างสรา้ งสรรค์ตามชว่ งวัย
๔.๕.๒ ด้านคุณลักษณะตามชว่ งวัย
ม.๑-๓ : เน้นอยอู่ ย่างพอเพียง
ม.๔-๖ : เนน้ มงุ่ มัน่ ในการศึกษาและการทำงาน
๕. บรู ณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๑. หลกั ความพอประมาณ : ……(กิจกรรม/วธิ กี ารสอน)………………….
๒. หลกั ความมเี หตผุ ล : วิเคราะห์และจำแนกอย่ามีเหตผุ ล
๓. หลกั ภูมิคุ้มกนั : ……(กิจกรรม/วิธีการสอน)………………….
๔. เงอ่ื นไขความรู้ : หลักการสรา้ งคำ
๕. เง่อื นไขคุณธรรม : ……(กิจกรรม/วธิ กี ารสอน)………………….
๖. ช้ินงาน/ ภาระงาน
๖.๑ การเขยี นรายงานโครงงานนทิ านพ้นื บา้ น
๗. กจิ กรรมการเรียนการสอน
สืบสานนิทานท้องถิ่น เวลา ๑ ชั่วโมง
ข้ันที่ ๑ ทบทวนความรู้ ( ๑๐ นาที )
๑. ให้นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใชค้ ำถาม ดังน้ี
-การเป็นนักเล่านิทานทดี่ ีตอ้ งมีคุณสมบตั อิ ยา่ งไร
ข้ันท่ี ๒ ทดสอบความรู้ ( ๓๐ นาที )
๒. ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั สนทนาเกี่ยวกบั วธิ ีการเล่านิทานให้นา่ สนใจโดยใชก้ ารเรียนรจู้ าก
ประสบการณ์ที่เคยปฏิบัติ
๓. ให้นกั เรียนออกมาเล่านทิ านพืน้ บ้านทเ่ี ขียนบนั ทึกไว้ใหเ้ พื่อนฟังหน้าชน้ั เรียนโดยใช้ท่าทาง
และนำ้ เสยี งให้สอดคลอ้ งกบั เรอ่ื ง บางคนอาจใช้อุปกรณ์ประกอบการเล่านิทานตามความเหมาะสม
๔. ให้นักเรียนฟังการเล่านิทาน จับใจความ และสังเกตวิธีการเล่าของเพื่อนแต่ละคน
เพือ่ ประเมนิ ผล
๕. เมอ่ื ฟังนิทานแต่ละเร่ืองจบให้นักเรยี นบันทึกข้อคิดที่ได้เกบ็ ไวส้ ำหรับใช้อภิปรายในช่ัวโมง
ถดั ไป
๖. ให้นักเรียนร่วมกันคัดเลือกผู้ที่เล่านิทานได้ดี ทำให้ผู้ฟังสนใจ สนุกสนานและเกิดอารมณ์
คล้อยตามไปกบั เนื้อเร่อื ง โดยสามารถให้เหตผุ ลและวิจารณ์ได้
๗. ครูให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการเล่านิทานของนักเรียนเพิ่มเติม รวมทั้งกล่าวชื่นชมและให้
กำลงั ใจ
ขน้ั ที่ ๓ สรุปความรู้ ( ๑๕ นาที )
๘. ใหน้ กั เรียนและครรู ่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี
- การเล่านิทานเป็นการถ่ายทอดความสนุกสนานเพลิดเพลินจากนิทานผ่านน้ำเสียง
และลีลาท่าทางของผู้เล่า ซึ่งอาจใช้อุปกรณ์อื่น ๆ ประกอบเพื่อเพิ่มความสนุกสนานและ
ส่งเสริมจนิ ตนาการแกผ่ ้ฟู งั การเลา่ นทิ านพ้ืนบ้านเปน็ การสืบสานภูมปิ ัญญาท้องถน่ิ อีกวิธีหนงึ่
๘. กิจกรรมการเรียนการสอน (หอ้ งเรียนออนไลน)์
๘.๑ ผู้เรียนเข้าเรียนออนไลน์ใน Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ นิทานพื้นบ้าน
เรอื่ ง สบื สานนทิ านท้องถิ่น
๘.๒. ให้นกั เรียนศกึ ษาเกย่ี วกับวธิ กี ารเลา่ นทิ านให้นา่ สนใจโดยใช้การเรยี นรจู้ ากประสบการณ์
ท่เี คยปฏบิ ตั ิ
๘.๓. ให้นักเรียนอัดคลิปเล่านิทานพื้นบ้านที่เขียนบันทึกไว้ให้เพื่อนฟังโดยใช้ท่าทาง
และน้ำเสียงให้สอดคล้องกับเรื่อง บางคนอาจใช้อุปกรณ์ประกอบการเล่านิทานตามความเหมาะสม
แลว้ โพสตล์ ง Google Classroom
๘.๔. ให้นักเรียนฟังการเล่านิทาน จับใจความ และสังเกตวิธีการเล่าของเพื่อนแต่ละคนเพื่อ
ประเมนิ ผล จากคลิปใน Google Classroom
๘.๕. เมื่อฟังนิทานแต่ละเรื่องจบให้นักเรียนบันทึกข้อคิดที่ได้เก็บไว้สำหรับใช้อภิปราย
ในช่ัวโมงถัดไป
๘.๖. ให้นักเรียนรว่ มกันคัดเลือกผ้ทู ี่เลา่ นิทานไดด้ ี ทำให้ผูฟ้ งั สนใจ สนุกสนานและเกิดอารมณ์
คลอ้ ยตามไปกบั เนอื้ เรื่อง โดยสามารถให้เหตผุ ลและวจิ ารณ์ได้
๙. สือ่ / วสั ดอุ ุปกรณ/์ แหลง่ เรยี นรู้
๙.๑ Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๑
หอ้ งเรยี นของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๔ นิทานพนื้ บา้ น เรื่อง สบื สานนทิ านท้องถิ่น
๑๐. การวดั ผลและประเมลิ ผลการเรียนรู้
วธิ ีวัด เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
K
๑. วัดจากการสรุปความรูล้ งสมุด ๑. ใบความรู้ เร่อื งยอ่ นิทาน ๑. ทำได้ถกู ต้อง ๘๐% ขน้ึ ไป
พื้นบา้ น ถอื วา่ ผา่ น
P
๑. วดั จากแบบบนั ทกึ การเขา้ เรียน ๑. แบบบันทึกการเข้าเรียน ๑. ได้คะแนนในระดบั ๒ ข้ึนไป
และการใช้งานและ Google และการใช้งานและ Google
Classroom และความร่วมมอื Classroom
ในช้ันเรยี น
A
๑. วดั การสังเกตความมวี ินยั ๑. แบบประเมินคุณลักษณะ ๑. ได้คะแนนในระดับ ๓ ขึน้ ไป
ใฝ่เรียนรู้ และมุง่ ม่ันในการทำงาน อนั พึงประสงค์
ลงชือ่ ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง)
ตำแหนง่ ครูผชู้ ว่ ย
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถามในช้ันเรยี น
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน
ที่ ชื่อ-สกุล ความมีวนิ ัย ความมีน้ำใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรง รวม
ของผู้รับ ๔๓๒๑ เออื้ เฟอ้ื ความคดิ เห็น ความคดิ เห็น ตอ่ เวลา ๒๐
การประเมิน เสยี สละ คะแนน
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑
๔๓๒๑
ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................
เกณฑ์การประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถามในชนั้ เรยี น
หวั ข้อเกณฑก์ ารประเมิน คะแนน การปฏบิ ัติ
๑. ความมีวนิ ยั ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒. ความมนี ้ำใจเอื้อเฟ้ือ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
เสียสละ ๑ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
๓. การรบั ฟังความคดิ เหน็ ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
๔. การแสดงความคิดเหน็ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
๑ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
๕. การตรงตอ่ เวลา ๔ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
๑ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
๒ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
๑ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
๒ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
๑ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรับปรุง
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี ๕๘
รหสั วิชา ท๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ๑
ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๓
หนว่ ยการเรยี นรู้เร่อื ง นทิ านพ้นื บ้าน เวลา ๒๒ ช่วั โมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ย่อยท่ี ๓ เรอื่ ง อภิปรายข้อคดิ จากนิทานท้องถิน่ เวลา ๑ ช่วั โมง
ชือ่ ผ้สู อน นางสาวฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙
๑. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๓.๑ : สามารถเลอื กฟังและดอู ยา่ งมีวจิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคดิ
และความรสู้ กึ ในโอกาสต่าง ๆ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์
ตวั ชี้วัด
ม.๑/๕ พูดรายงานเรอื่ งหรือประเดน็ ที่ศึกษาคน้ ควา้ จากการฟัง การดู และการสนทนา
๒. สาระสำคญั
นทิ านพนื้ บา้ นแต่ละเรื่องให้ข้อคดิ ที่เปน็ ประโยชนซ์ ่งึ สามารถนำมาสอนใจและประยกุ ตใ์ ชใ้ น
ชวี ติ ประจำวันได้
๓. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๓.๑ ผูเ้ รียนมีความรคู้ วามเขา้ ใจในข้อคดิ จากนทิ านพ้นื บ้าน
๔. สาระการเรียนรู้
๔.๑ ดา้ นความรู้ (K)
๔.๑.๑ อธิบายข้อคิดท่ีได้จากการฟงั นิทานพืน้ บ้าน
๔.๒ ด้านทักษะกระบวนการ (P)
๔.๒.๑ อภปิ รายแนวทางการนำขอ้ คดิ จากนิทานพ้ืนบ้านไปใช้ในชีวิตจริง
๔.๓ ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยู่อย่างพอเพยี ง ซ่อื สตั ย์สุจรติ
มุ่งมน่ั ในการทำงาน มวี ินยั รักษ์ความเป็นไทย
ใฝเ่ รยี นรู้ มจี ิตสาธารณะ
๔.๔ ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
ความสามารถในการสอื่ สาร : การอ่าน
ความสามารถในการคิด : การจำแนกประเภท
ความสามารถในการแก้ปัญหา : การนำความรู้ทไ่ี ด้รบั ไปประยุกต์ใช้ในชีวติ
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ : ..............................................................
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : ..............................................................
๔.๕ ด้านจุดเนน้ การพัฒนาผู้เรียน
๔.๕.๑ ด้านความสามารถและทักษะตามระดับชัน้
ชั้น ม.๑-๓ : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะ
การคดิ ขนั้ สงู ทกั ษะชวี ติ ทักษะการสื่อสารอยา่ งสร้างสรรคต์ ามวยั
ชั้น ม.๔-๖ : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้
ใช้ภาษาต่างประเทศมที ักษะการคิดข้นั สงู ทักษะชวี ิต ทักษะการสอ่ื สารอยา่ งสร้างสรรคต์ ามช่วงวัย
๔.๕.๒ ดา้ นคุณลักษณะตามช่วงวัย
ม.๑-๓ : เน้นอยอู่ ย่างพอเพยี ง
ม.๔-๖ : เน้นมงุ่ มั่นในการศึกษาและการทำงาน
๕. บูรณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๑. หลักความพอประมาณ : ……(กจิ กรรม/วิธีการสอน)…………………. เวลา ๑ ช่วั โมง
๒. หลักความมเี หตุผล : วิเคราะห์และจำแนกอย่ามเี หตุผล
๓. หลกั ภมู คิ ุม้ กนั : ……(กจิ กรรม/วิธีการสอน)………………….
๔. เงอื่ นไขความรู้ : หลักการสร้างคำ
๕. เงื่อนไขคุณธรรม : ……(กิจกรรม/วธิ กี ารสอน)………………….
๖. ชนิ้ งาน/ ภาระงาน
-
๗. กจิ กรรมการเรียนการสอน
อภปิ รายข้อคิดจากนิทานท้องถ่ิน
ขนั้ ท่ี ๑ ทบทวนความรู้ ( ๑๐ นาที )
๑. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใชค้ ำถาม ดังน้ี
-การอภิปรายทำใหน้ ักเรียนไดม้ ุมมองใหม่เพ่ิมขึ้นอย่างไร
ข้นั ท่ี ๒ ทดสอบความรู้ ( ๓๐ นาที )
๒. ให้นกั เรียนอา่ นข้อความบนกระดาน ดงั น้ี
ทำดีไดด้ ี ทำชว่ั ไดช้ วั่
คนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไมไ่ หม้
แลว้ รว่ มกนั สนทนาเก่ยี วกบั แนวคดิ หลกั ของนิทานพนื้ บา้ นซง่ึ สัมพันธ์กับสำนวนดงั กล่าว
๓. ให้นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๕-๖ คน จดั อภปิ รายกลุม่ ย่อยโดยร่วมกันพจิ ารณาและแสดง
ความคดิ เหน็ ในประเดน็ ต่อไปน้ี
- ข้อคดิ ท่ีไดจ้ ากนทิ านพืน้ บ้าน (นำข้อคิดทีแ่ ตล่ ะคนบนั ทึกไวใ้ นชัว่ โมงทผ่ี า่ นมา
มารว่ มกันอภิปรายสรปุ และบันทึกเป็นแผนภาพความคิดสำหรบั นำเสนอหนา้ ช้นั เรยี น)
- การนำข้อคดิ ที่ไดไ้ ปประยุกต์ใช้ในชวี ติ จริงตามสถานการณ์ท่เี หมาะสม
- เปรยี บเทียบความเหมือนและความแตกตา่ งของนทิ านพน้ื บ้านหรอื ข้อน่าสงั เกตอื่น ๆ
ทน่ี ักเรยี นสนใจ
๔. ใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่มสง่ ตัวแทนออกมานำเสนอผลการอภปิ รายหนา้ ชน้ั เรยี นแลว้ รว่ มกนั
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
๕. ใหน้ กั เรยี นและครูร่วมกนั สรปุ ความรู้ ดังนี้
- นทิ านพน้ื บา้ นแตล่ ะเรอ่ื งให้ข้อคิดทีเ่ ปน็ ประโยชนซ์ ึ่งสามารถนำมาสอนใจและ
ประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ ประจำวันได้
ขน้ั ท่ี ๓ สรุปความรู้ ( ๑๕ นาที )
๖. ใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น โดยครใู ช้คำถาม ดังนี้
- การอภปิ รายทำใหน้ ักเรยี นไดม้ มุ มองใหม่เพิม่ ขนึ้ อย่างไร
๘. กิจกรรมการเรยี นการสอน (หอ้ งเรยี นออนไลน)์
๘.๑ ผู้เรียนเข้าเรียนออนไลน์ใน Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑
ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี ๑ หอ้ งเรยี นของครูอารวรี ์ อดิเรก หน่วยการเรียนรูท้ ่ี ๔ นิทานพ้ืนบ้าน เร่ือง
อภปิ รายขอ้ คดิ จากนทิ านทอ้ งถ่ิน
๘.๒. ใหน้ ักเรียนอา่ นขอ้ ความบนโพสต์ ดงั นี้
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ช่วั
คนดีตกนำ้ ไม่ไหล ตกไฟไมไ่ หม้
แล้วอธิบายเกี่ยวกบั แนวคิดหลกั ของนิทานพ้ืนบ้านซึ่งสมั พนั ธ์กับสำนวนดังกลา่ ว
๘.๓. ให้นักเรียนสรปุ ในประเด็นตอ่ ไปน้ี
- ขอ้ คิดที่ไดจ้ ากนทิ านพื้นบา้ น (นำข้อคิดท่ีแต่ละคนบนั ทึกไวใ้ นช่วั โมงที่ผ่านมา
มาร่วมกันอภิปรายสรุปและบนั ทึกเปน็ แผนภาพความคิดสำหรบั นำเสนอหน้าชนั้ เรยี น)
- การนำข้อคิดที่ได้ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จรงิ ตามสถานการณท์ ี่เหมาะสม
- เปรียบเทยี บความเหมอื นและความแตกต่างของนิทานพ้ืนบ้านหรอื ข้อนา่ สงั เกต
อ่นื ๆ ท่นี กั เรยี นสนใจ
๘.๔. ใหน้ ักเรยี นสรุปความรู้ ดงั น้ี
- นิทานพื้นบ้านแต่ละเรื่องให้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์ซึ่งสามารถนำมาสอนใจและ
ประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตประจำวันได้ แล้วโสต์สง่ งานใน Google Classroom
๙. สอื่ / วสั ดุอปุ กรณ์/ แหลง่ เรยี นรู้
๙.๑ Google Classroom ในรายวชิ า ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑
ห้องเรียนของครูอารวีร์ อดิเรก หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ นิทานพื้นบ้าน เรื่อง อภิปรายข้อคิดจากนิทาน
ทอ้ งถ่ิน
๑๐. การวัดผลและประเมลิ ผลการเรียนรู้
วิธีวดั เครือ่ งมือ เกณฑ์การประเมิน
K
๑. วัดจากการสรปุ ความรลู้ งสมดุ ๑. ใบความรู้ เรื่องยอ่ นิทาน ๑. ทำไดถ้ ูกต้อง ๘๐% ข้ึนไป ถือวา่
พืน้ บา้ น ผา่ น
P
๑. วดั จากแบบบนั ทกึ การเขา้ เรียน ๑. แบบบันทึกการเข้าเรียน ๑. ไดค้ ะแนนในระดับ ๒ ขนึ้ ไป
และการใช้งานและ Google และการใช้งานและ Google
Classroom และความร่วมมอื Classroom
ในชัน้ เรียน
A
๑. วัดการสังเกตความมีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ ๑. แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ ๑. ได้คะแนนในระดบั ๓ ขน้ึ ไป
และม่งุ มั่นในการทำงาน อนั พงึ ประสงค์
ลงชื่อ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สิงห์ทอง)
ตำแหนง่ ครูผูช้ ่วย
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถามในช้ันเรยี น
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน
ที่ ชื่อ-สกุล ความมีวนิ ัย ความมีน้ำใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรง รวม
ของผู้รับ ๔๓๒๑ เออื้ เฟอ้ื ความคดิ เห็น ความคดิ เห็น ตอ่ เวลา ๒๐
การประเมิน เสยี สละ คะแนน
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑
๔๓๒๑
ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................
เกณฑ์การประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถามในชนั้ เรยี น
หวั ข้อเกณฑก์ ารประเมิน คะแนน การปฏบิ ัติ
๑. ความมีวนิ ยั ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒. ความมนี ้ำใจเอื้อเฟ้ือ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
เสียสละ ๑ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
๓. การรบั ฟังความคดิ เหน็ ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
๔. การแสดงความคิดเหน็ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
๑ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
๕. การตรงตอ่ เวลา ๔ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
๑ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
๒ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
๑ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
๒ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
๑ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรับปรุง
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี ๕๙
รหสั วชิ า ท๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ๑
ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓
หน่วยการเรียนรู้เรื่อง นิทานพนื้ บา้ น เวลา ๒๒ ช่วั โมง
หน่วยการเรยี นรยู้ ่อยที่ ๔ เร่ือง สรปุ นิทานพน้ื บา้ น เวลา ๑ ชวั่ โมง
ช่อื ผ้สู อน นางสาวฟา้ อำพร สิงห์ทอง ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙
๑. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระท่ี ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๕.๑ : เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
อยา่ งเห็นคุณคา่ และนำมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจรงิ
ตวั ชว้ี ัด
ม.๑/๔ สรุปความรแู้ ละขอ้ คดิ จากการอ่าน เพื่อประยุกต์ใช้ในชีวติ จรงิ
๒. สาระสำคญั
นิทานพื้นบ้านภาคกลางหลายเรื่องเป็นที่รู้จักกันดีเนื่องจากได้รับการนำมาสร้างเป็นการ์ตูน
หรือละครโทรทศั นแ์ ละบางเรือ่ งกม็ กี ารนำมาแตง่ เป็นวรรณคดดี ้วย
๓. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๓.๑ ผเู้ รยี นมคี วามรูค้ วามเข้าใจในการนำข้อคดิ จากนิทานพ้ืนบ้านไปใชใ้ นชวี ิตประจำวัน
๔. สาระการเรียนรู้
๔.๑ ด้านความรู้ (K)
๔.๑.๑ สรปุ เน้อื เรอ่ื งนิทานพื้นบ้านท่ีอา่ น
๔.๒ ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
๔.๒.๑ วิเคราะหส์ ภาพสงั คม วฒั นธรรม และขอ้ คิดทไ่ี ด้จากนิทานพ้นื บา้ น
๔.๓ ด้านคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง ซื่อสตั ยส์ ุจรติ
มุ่งมั่นในการทำงาน มวี ินัย รักษ์ความเป็นไทย
ใฝ่เรยี นรู้ มจี ติ สาธารณะ
๔.๔ ด้านสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
ความสามารถในการสื่อสาร : การอ่าน
ความสามารถในการคิด : การจำแนกประเภท
ความสามารถในการแกป้ ัญหา : การนำความรู้ท่ไี ดร้ บั ไปประยุกตใ์ ช้ในชวี ิต
ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต : ..............................................................
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : ..............................................................
๔.๕ ดา้ นจุดเนน้ การพฒั นาผเู้ รียน
๔.๕.๑ ดา้ นความสามารถและทักษะตามระดบั ชัน้
ชั้น ม.๑-๓ : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะ
การคดิ ขน้ั สูง ทักษะชีวติ ทกั ษะการส่ือสารอยา่ งสรา้ งสรรคต์ ามวัย
ชั้น ม.๔-๖ : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้
ใช้ภาษาตา่ งประเทศมีทักษะการคิดขัน้ สงู ทกั ษะชวี ิต ทกั ษะการสอ่ื สารอย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย
๔.๕.๒ ด้านคณุ ลกั ษณะตามช่วงวัย
ม.๑-๓ : เน้นอยูอ่ ยา่ งพอเพียง
ม.๔-๖ : เนน้ มุง่ ม่นั ในการศึกษาและการทำงาน
๕. บูรณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๑. หลักความพอประมาณ : ……(กิจกรรม/วธิ กี ารสอน)………………….
๒. หลักความมีเหตผุ ล : วิเคราะหแ์ ละจำแนกอย่ามีเหตผุ ล
๓. หลกั ภมู คิ มุ้ กนั : ……(กจิ กรรม/วิธกี ารสอน)………………….
๔. เง่อื นไขความรู้ : หลักการสรา้ งคำ
๕. เงื่อนไขคุณธรรม : ……(กิจกรรม/วธิ กี ารสอน)………………….
๖. ชนิ้ งาน/ ภาระงาน
-
๗. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
สรุปนิทานพื้นบ้าน เวลา ๑ ชวั่ โมง
ข้ันที่ ๑ ทบทวนความรู้ ( ๑๐ นาที )
๑. ให้นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คำถาม ดงั น้ี
- ละครท่มี าจากนทิ านพืน้ บ้านหรือละครจกั ร ๆ วงศ์ ๆ ตา่ งจากละครทั่วไปอยา่ งไร
ขน้ั ที่ ๒ ทดสอบความรู้ ( ๓๐ นาที )
๒. ให้นักเรยี นเลือกชอ่ื นิทานพน้ื บา้ นเพ่ืออา่ นศึกษา ดงั นี้
- เร่ือง พระรถ-เมรี (นางสบิ สอง)
- เรื่อง กบลิ พรหม (ทา้ วมหาสงกรานต)์
๓. ให้นักเรียนแตล่ ะคนอา่ นนิทานทตี่ นเองเลอื กเพ่ือจบั ใจความและชว่ ยกันสรปุ เน้อื เรื่อง
จากนั้นประชุมกลุ่มเพื่อวางแผนการแสดงบทบาทสมมุติประกอบการเล่านิทาน โดยคัดเลือกผู้เล่า
นิทาน ๑-๒ คน และผู้แสดงบทบาทสมมุติตามตัวละครในเรื่อง ผู้แสดงสามารถแสดงสีหน้าท่าทางได้
แต่ห้ามพูด ส่วนผู้เล่าจะต้องเล่าให้สัมพันธ์กับการแสดง (ครูอาจมอบหมายให้นักเรียนฝึกซ้อมการ
แสดงนอกเวลาเรียน)
ขน้ั ที่ ๓ สรปุ ความรู้ ( ๑๕ นาที )
๔. ให้นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเห็น โดยครใู ช้คำถาม ดังนี้
- นทิ านพ้ืนบา้ นสอดล้องกบั การดำเนนิ ชีวิตอย่างไร
๘. กจิ กรรมการเรียนการสอน (หอ้ งเรียนออนไลน)์
๘.๑ ผู้เรียนเข้าเรียนออนไลน์ใน Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ นิทานพื้นบ้าน
เรื่อง สรปุ นิทานพ้นื บา้ น
๘.๒. ให้นักเรียนเลอื กช่ือนิทานพน้ื บ้านเพอ่ื อา่ นศึกษา ดงั นี้
- เร่อื ง พระรถ-เมรี (นางสิบสอง)
- เรือ่ ง กบลิ พรหม (ท้าวมหาสงกรานต)์
ตามทใ่ี บความรูเ้ ร่ืองย่อทค่ี รูอัพใหใ้ น Google Classroom
๘.๓. ให้นักเรียนแต่ละคนอ่านนิทานที่ตนเองเลือกเพื่อจับใจความและช่วยกันสรุปเน้ือเรื่อง
จากนั้นประชุมกลุ่มเพื่อวางแผนการแสดงบทบาทสมมุติประกอบการเล่านิทาน โดยคัดเลือกผู้เล่า
นทิ าน ๑-๒ คน และผู้แสดงบทบาทสมมตุ ิตามตัวละครในเร่ืองผู้แสดงสามารถแสดงสหี น้าท่าทางได้แต่
ห้ามพูด ส่วนผู้เล่าจะต้องเล่าให้สัมพันธ์กับการแสดง (ครูอาจมอบหมายให้นักเรียนฝึกซ้อมการแสดง
นอกเวลาเรียน) เตรยี มตัวมาแสดงในอาทติ ย์ตอ่ ไปที่เดนิ ทางสลบั มาโรงเรยี น
๙. สอ่ื / วัสดอุ ปุ กรณ/์ แหลง่ เรยี นรู้
๙.๑ Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๑
หอ้ งเรยี นของครูฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๔ นิทานพืน้ บ้าน เรือ่ ง สรุปนิทานพ้ืนบ้าน
๑๐. การวดั ผลและประเมลิ ผลการเรยี นรู้
วิธีวดั เครอื่ งมือ เกณฑ์การประเมิน
K
๑. วดั จากการสรปุ ความรู้ลงสมุด ๑. ใบความรู้ เรอ่ื งย่อนิทาน ๑. ทำได้ถูกต้อง ๘๐% ขึ้นไป
พน้ื บา้ น ถือว่าผ่าน
P
๑. วดั จากแบบบันทกึ การเข้า ๑. แบบบันทึกการเข้าเรียน ๑. ได้คะแนนในระดบั ๒ ขึ้นไป
เรยี นและการใช้งานและ Google และการใช้งานและ Google
Classroom และความรว่ มมอื Classroom
ในชน้ั เรยี น
A
๑. วัดการสังเกตความมีวนิ ยั ๑. แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ ๑. ได้คะแนนในระดับ ๓ ขน้ึ ไป
ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งมัน่ ในการทำงาน อนั พงึ ประสงค์
ลงช่อื ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สิงหท์ อง)
ตำแหน่ง ครูผชู้ ่วย
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถามในช้ันเรยี น
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน
ที่ ชื่อ-สกุล ความมีวนิ ัย ความมีน้ำใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรง รวม
ของผู้รับ ๔๓๒๑ เออื้ เฟอ้ื ความคดิ เห็น ความคดิ เห็น ตอ่ เวลา ๒๐
การประเมิน เสยี สละ คะแนน
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑
๔๓๒๑
ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................
เกณฑ์การประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถามในชนั้ เรยี น
หวั ข้อเกณฑก์ ารประเมิน คะแนน การปฏบิ ัติ
๑. ความมีวนิ ยั ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒. ความมนี ้ำใจเอื้อเฟ้ือ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
เสียสละ ๑ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
๓. การรบั ฟังความคดิ เหน็ ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
๔. การแสดงความคิดเหน็ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
๑ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
๕. การตรงตอ่ เวลา ๔ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
๑ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
๒ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
๑ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
๒ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
๑ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรับปรุง
พระรถ-เมรี (นางสิบสอง)
ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเศรษฐีสามีภรรยาคู่หนึ่ง อยู่ด้วยกันมาหลายปีก็ยังไม่มีบุตรจึงไปขอ
บุตรจากเทวดา หลังจากนัน้ ภรรยาก็ตง้ั ครรภ์และให้กำเนิดบุตรสาวถงึ ๑๒ คน ทำใหฐ้ านะของเศรษฐี
ยากจนลงจนไม่มีจะกิน ต้องเอาลกู ไปปล่อยในป่าลกึ
นางทงั้ สบิ สองคนจึงหลงทางจนไปถงึ ที่อยู่ของนางยักษ์ นางยักษ์เห็นเดก็ เดินร้องไหม้ าก็นึกรัก
จึงแปลงร่างเป็นมนุษย์ แล้วพานางสิบสองไปยังเมืองยักษ์เพื่อเลี้ยงไว้เป็นบุตรและกำชับให้บริวาร
ทั้งหลายแปลงร่างเป็นมนุษย์เพื่อไม่ให้ นางสิบสองรู้ว่าพวกตนเป็นยักษ์เมื่อถึงกำหนดออกป่าหา
อาหาร นางยักษ์จึงบอกนางสบิ สองว่า จะไปจำศลี
เม่ือนางยักษไ์ มอ่ ยู่ นางสิบสองกเ็ ท่ยี วเลน่ ไปจนถึงสถานที่แห่งหนง่ึ ในเมอื งยกั ษเ์ มื่อปีนขึ้นไปดู
ก็เห็นคนร้องครวญคราง คนเหล่านั้นบอกว่าถูกยักษ์จับมาขังไว้เพื่อกินเป็นอาหาร นางสิบสองจึงคิด
หนีจากนางยักษ์ เมื่อนางยักษ์กลับมา นางสิบสองจึงทำอุบายว่าจะออกไปป่า นางยักษ์รักลูก ก็ให้ไป
นางสิบสองหนีมาจนได้เป็นมเหสีของพระเจ้าแผ่นดินเมืองหนึ่ง นางยักษ์รู้ข่าวก็แค้นใจ จึงแปลงร่าง
เป็นสาวสวยนั่งอยู่ริมสระสาวใช้ที่มาตักน้ำเห็นนางยักษ์แปลงมีรูปร่างหน้าตางดงาม จึงไปกราบทูล
พระเจา้ แผน่ ดนิ พระองคจ์ งึ ให้มารับนางยักษ์แปลงไปอยู่ในวัง นางสิบสองร้กู ็มาต่อวา่ พระองค์จึงรับสั่ง
ให้นำไปประหารเสยี แต่ขณะนั้นนางสบิ สองมคี รรภ์ จึงให้ขังคุกเอาไวก้ ่อน ต่อมานางยักษ์ก็สัง่ ให้ควกั
ดวงตาของนางสบิ สองออกทงั้ สองขา้ ง แต่นางคนสุดท้องถูกควักเพยี งข้างเดียว นางท้งั สบิ สองอยู่ในคุก
อย่างอดอยากเมื่อลูกของสิบเอ็ดคนแรกออกมา จึงถูกนางทั้งสิบเอ็ดคนกินเป็นอาหาร แต่ลูกของนาง
คนทีส่ ิบสองนน้ั นางเอาไปซ่อนไว้ได้ และเลยี้ งจนเติบใหญใ่ ห้ช่อื วา่ พระรถ
วันหนึ่งนางยักษ์แปลงรู้ว่า ยังเหลือลูกของนางสิบสองอยู่อีกคนหนึ่ง จึงต้องการ จะฆ่าเสีย
จึงใช้ให้พระรถไปเมืองลูกสาวของตน เพื่อนำมะม่วงหาวมะนาวโห่มาให้นาง แล้วเขียนจดหมายไปถึง
ลูกสาวตนว่าให้ฆ่าพระรถเสีย แต่ระหว่างทาง พระรถไปพบฤๅษี ฤๅษีสงสารจึงเปลี่ยนเนื้อความ
ในจดหมายเสยี ใหมว่ ่า พระรถเป็นคนที่นางยักษส์ ่งมาแต่งงานกบั นางเมรี ลูกสาวนางยักษ์ เม่ือพระรถ
ไปถงึ เมอื งยักษ์จงึ ไดแ้ ตง่ งานกบั นางเมรี
วันหนึ่ง พระรถมอมเหล้านางเมรีจนได้มะม่วงหาวมะนาวโห่ แล้วจึงหนีออกจากเมือง
นางเมรีตามมาทันจึงขอให้พระรถกลับ แต่พระรถไม่กลับ นางเมรีจึงกลั้นใจตาย พระรถรีบมาพบแม่
เมื่อนางยักษ์เห็นพระรถกลับมาก็โกรธ และจะฆ่าพระรถ แต่ก็กลับถูกพระรถฆ่าเสีย ในที่สุดนางสิบสอง
กก็ ลบั มาเปน็ มเหสขี องพระเจ้าแผน่ ดินดงั เดิม
เอกสารอ้างอิง
ศลิ ปากร, กรม. นิทานชาวบา้ นของจงั หวดั นนทบรุ .ี กรงุ เทพฯ : อมรการพิมพ์, ๒๕๑๔.
ปรมินท์ จารวุ ร เรียบเรยี ง
ท่มี า : สารานกุ รมวัฒนธรรมไทย ภาคกลาง
กบลิ พรหม
กบิลพรหม หรือ ท้าวมหาสงกรานต์ คือ พรหมที่ปรากฏในตำนานสงกรานต์ ผู้เป็นบิดา
ของนางสงกรานต์ทั้ง ๗ เรื่องมีอยู่ว่า ท้าวกบิลพรหมไปท้าพนันลูกเศรษฐีชื่อ ธรรมบาล ซึ่งได้ชื่อว่า
มีปัญญาเลิศ เรยี นจบคมั ภรี ไ์ ตรเพท เมอื่ อายไุ ด้ ๗ ขวบ กบิลพรหมพนันถามปญั หา ๓ ข้อใหธ้ รรมบาล
ตอบ ถ้าตอบไมไ่ ดจ้ ะตดั เศยี รธรรมบาล แต่ถ้าตอบได้จะตัดเศียรตนเอง ธรรมบาลตอบไม่ได้ ขอผลดั ไป
๗ วัน บังเอญิ ไปนอนอยู่ใต้ต้นไม้ได้ยนิ นกอนิ ทรี ๒ ตวั คุยกัน จงึ สามารถตอบปัญหาได้ ปัญหาของท้าว
กบิลพรหมมวี า่
“เชา้ กลางวนั เยน็ ราศีอยทู่ ี่ไหน” คำตอบกค็ ือ
เช้า ราศีอย่ทู ี่หน้า จงึ ตอ้ งเอาน้ำลูบหน้าเม่อื ต่นื นอน
กลางวัน ราศอี ยู่ที่อก กลางวันจงึ เอานำ้ ลบู อก
เย็น ราศอี ยทู่ เ่ี ท้า ก่อนนอนจึงตอ้ งล้างเท้า
ท้าวกบิลพรหมจึงต้องตัดเศียรตนเอง แต่เศียรท้าวกบิลพรหมนั้นมีพิษร้ายแรง ถ้าตั้งไว้
บนแผ่นดินจะเกิดไฟไหม้ทั่วโลก ถ้าโยนขึ้นบนอากาศฝนก็จะแล้ง และถ้าทิ้งในมหาสมุทรน้ำก็จะแห้ง
เหือด ธิดาทั้ง ๗ ของท้าวกบิลพรหมจึงต้องเอาพานมารบั เศียรไปประดิษฐานในมณฑป ณ ถ้ำคันธธุลี
ที่เขาไกรลาส เมื่อถึงวันปีใหม่สงกรานต์ นางทั้ง ๗ จะผลัดเวรกันอัญเชิญเศียรท้าวกบิลพรหมออกมา
แหเ่ วียนประทกั ษิณรอบเขาพระสเุ มรุ นางทงั้ ๗ นี้ คอื นางฟา้ ที่คนไทยเรยี กวา่ นางสงกรานต์นนั่ เอง
นางสงกรานต์ทั้ง ๗ นางที่ผลัดเวรกันมารับหน้าทีเ่ ชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหมออกแห่ในวนั
มหาสงกรานต์ทุก ๆ ปีดังกล่าว เป็นธิดาของท้าวกบิลพรหมคือ นางทุงษ นางรากษส นางโคราค นาง
กริณี นางมณฑา นางกิมิทา นางมโหทร เทพธิดาทัง้ ๗ นางนเ้ี ป็นบาทบริจารกิ าของพระอนิ ทร์
ภายหลังท้าวกบิลพรหมแพ้พนันธรรมบาลกุมาร ต้องตัดเศียรออกบูชาธรรมบาลตามสัญญา
ท้าวกบิลพรหมวิตกว่า พระเศียรของพระองค์จะเกิดเป็นอันตรายแก่โลกธาตุ จึงสั่งให้นางทุงษ
ธดิ าคนโต เอาพานมารบั พระเศียรนำไปประดิษฐานไว้ในถ้ำคนั ธธลุ ี ณ เขาไกรลาส
ครั้นถึงวาระกำหนดครบ ๓๖๕ วัน โลกสมมติว่าปีหนึง่ เปน็ วันมหาสงกรานต์ นางเทพธิดาท้งั
๗ นาง ก็ทรงเทพพาหนะต่าง ๆ ผลัดเวรกันมาเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหมออกแห่ โดยเหตุที่
นางเทพธิดาทง้ั ๗ ของทา้ วกบลิ พรหมปรากฏในวนั มหาสงกรานต์เป็นประจำ จงึ มีสมญาว่า “นางสงกรานต”์
เกณฑ์ในการกำหนดว่านางสงกรานต์นางใด ชื่อใดเป็นเวรที่จะเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหม
ออกแห่ มใี นตำราดงั น้ี ถ้าพระอาทิตย์ยกข้นึ สรู่ าศเี มษในวันใด ให้เป็นเวรของนางเทพธดิ าต่อไปน้ี
๑. วนั อาทติ ย์ นางทงุ ษ ทัดดอกทบั ทิม เครื่องประดับปทั มราค ภักษาหารผลมะเด่อื
หตั ถข์ วาถือจกั ร หตั ถ์ซ้ายถือสังข์ ครฑุ เปน็ พาหนะ
๒. วนั จันทร์ นางโคราค ทัดดอกปีบ เคร่ืองประดับมุกดา ภักษาหารน้ำมัน
หตั ถ์ขวาถือพระขรรค์ หตั ถ์ซา้ ยถือไม้เทา้ เสือเปน็ พาหนะ
๓. วันองั คาร นางรากษส ทัดดอกบวั หลวง เครื่องประดับโมรา ภกั ษาหารโลหติ
หตั ถ์ขวาถือตรศี ลู หตั ถซ์ ้ายถือธนู สุกรเปน็ พาหนะ
๔. วันพธุ นางมณฑา ทัดดอกจำปา เครอ่ื งประดับไพฑรู ย์ ภักษาหารนมเนย
หัตถข์ วาถือเขม็ หัตถซ์ ้ายถือไม้เทา้ ลาเป็นพาหนะ
๕. วนั พฤหสั บดี นางกรณิ ี ทัดดอกมณฑา เครอื่ งประดับมรกต ภักษาหารถั่วงา
หตั ถ์ขวาถือขอช้าง หตั ถ์ซ้ายถือปืน ช้างเปน็ พาหนะ
๖. วันศุกร์ นางกิมทิ า ทดั ดอกจงกลนี เคร่อื งประดบั บุษราคมั ภักษาหารกลว้ ยนำ้ ว้า
หตั ถข์ วาถือพระขรรค์ หัตถซ์ า้ ยถอื พณิ กระบือเปน็ พาหนะ
๗. วันเสาร์ นางมโหทร ทดั ดอกสามหาว เคร่ืองประดบั นิลรัตน์ ภกั ษาหารเนอ้ื ทราย
หตั ถ์ขวาถือจกั ร หัตถ์ซา้ ยถือตรศี ลู นกยูงเป็นพาหนะ
จุลทัศน์ พยาฆรานนท์ เรยี บเรียง
ท่มี า : สารานกุ รมวฒั นธรรมไทย ภาคกลาง
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ ๖๐
รหัสวชิ า ท๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ๑
ระดับช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓
หนว่ ยการเรียนรู้เรื่อง นิทานพน้ื บา้ น เวลา ๒๒ ชว่ั โมง
หน่วยการเรียนรูย้ ่อยที่ ๔ เรอ่ื ง สรุปนิทานพ้นื บา้ น ๒ เวลา ๑ ช่ัวโมง
ชื่อผู้สอน นางสาวฟ้าอำพร สิงห์ทอง ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙
๑. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี ๒ การเขยี น
มาตรฐาน ท ๕.๑ : เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
อย่างเหน็ คณุ ค่า และนำมาประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตจริง
ตัวชีว้ ดั
ม.๑/๔ สรปุ ความรู้และข้อคดิ จากการอา่ น เพ่ือประยุกต์ใช้ในชวี ิตจรงิ
๒. สาระสำคญั
นิทานพื้นบ้านภาคกลางหลายเรื่องเป็นที่รู้จักกันดีเนื่องจากได้รับการนำมาสร้างเป็นการ์ตูน
หรือละครโทรทัศนแ์ ละบางเร่อื งก็มีการนำมาแต่งเปน็ วรรณคดีด้วย
๓. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๓.๑ ผเู้ รยี นมีความรคู้ วามเข้าใจในการนำขอ้ คดิ จากนิทานพืน้ บา้ นไปใช้ในชีวติ ประจำวัน
๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ ดา้ นความรู้ (K)
๔.๑.๑ สรุปเน้อื เรอื่ งนิทานพื้นบ้านท่ีอ่าน
๔.๒ ด้านทักษะกระบวนการ (P)
๔.๒.๑ วิเคราะห์สภาพสังคม วฒั นธรรม และข้อคิดที่ไดจ้ ากนิทานพ้นื บ้าน
๔.๓ ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ อยู่อยา่ งพอเพียง ซื่อสตั ย์สจุ ริต
มุ่งม่ันในการทำงาน มวี ินยั รักษ์ความเป็นไทย
ใฝเ่ รียนรู้ มีจติ สาธารณะ
๔.๔ ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
ความสามารถในการสื่อสาร : การอ่าน
ความสามารถในการคดิ : การจำแนกประเภท
ความสามารถในการแกป้ ัญหา : การนำความรูท้ ี่ไดร้ บั ไปประยุกต์ใชใ้ นชีวิต
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ : ..............................................................
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : ..............................................................
๔.๕ ดา้ นจดุ เนน้ การพัฒนาผ้เู รียน
๔.๕.๑ ดา้ นความสามารถและทกั ษะตามระดบั ชั้น
ชั้น ม.๑-๓ : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะ
การคิดข้นั สูง ทกั ษะชีวิต ทักษะการส่อื สารอยา่ งสรา้ งสรรค์ตามวัย
ชั้น ม.๔-๖ : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้
ใช้ภาษาตา่ งประเทศมที ักษะการคดิ ขั้นสงู ทักษะชวี ติ ทกั ษะการสื่อสารอยา่ งสรา้ งสรรคต์ ามชว่ งวัย
๔.๕.๒ ด้านคุณลักษณะตามชว่ งวยั
ม.๑-๓ : เนน้ อยู่อยา่ งพอเพียง
ม.๔-๖ : เน้นมงุ่ มนั่ ในการศึกษาและการทำงาน
๕. บรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๑. หลักความพอประมาณ : ……(กิจกรรม/วธิ กี ารสอน)…………………. เวลา ๑ ชัว่ โมง
๒. หลักความมีเหตุผล : วิเคราะหแ์ ละจำแนกอยา่ มีเหตุผล
๓. หลักภูมคิ ุ้มกนั : ……(กจิ กรรม/วธิ ีการสอน)………………….
๔. เงอื่ นไขความรู้ : หลกั การสรา้ งคำ
๕. เงื่อนไขคุณธรรม : ……(กิจกรรม/วธิ ีการสอน)………………….
๖. ช้นิ งาน/ ภาระงาน
-
๗. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
สรปุ นทิ านพน้ื บา้ น ๒
ข้ันที่ ๑ ทบทวนความรู้ ( ๑๐ นาที )
๑. ให้นักเรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คำถาม ดงั นี้
- นิทานพืน้ บ้านสอดลอ้ งกับการดำเนินชวี ิตอยา่ งไร
ขน้ั ที่ ๒ ทดสอบความรู้ ( ๓๐ นาที )
๒. จากคาบทีแ่ ล้วที่ใหน้ ักเรียนเมอื่ ฝกึ ซ้อมการแสดงเกยี่ วกับนิทานพ้ืนบา้ นแลว้ ให้นกั เรียน
ออกมาแสดงหน้าช้นั เรียนทีละกลมุ่ กลุ่มที่เปน็ ผูช้ มจบั ใจความเนื้อเร่ืองและร่วมกนั ประเมินการแสดง
ครชู ว่ ยแนะนำเพิ่มเติม
๓. ใหน้ ักเรียนร่วมกนั วิเคราะห์สภาพสังคมและวฒั นธรรมท่ีปรากฏในเนอ้ื เร่ืองแล้วแสดง
ความคดิ เหน็
๔. ให้นักเรียนรว่ มกนั วเิ คราะหข์ ้อคิดท่ีได้จากนทิ านพน้ื บา้ นเรอื่ งต่าง ๆ ทีเ่ ปน็ ประโยชน์ใน
การดำเนินชวี ิต
๕. ให้นกั เรยี นรว่ มกนั สนทนาเกย่ี วกับการชมการต์ ูนหรือละครโทรทศั น์ที่มาจากนิทาน
พืน้ บ้านเรือ่ งตา่ ง ๆ
ขัน้ ท่ี ๓ สรปุ ความรู้ ( ๑๕ นาที )
๖. ให้นกั เรียนและครรู ่วมกนั สรปุ ความรู้ ดงั นี้
- นทิ านพ้ืนบา้ นภาคกลางหลายเรอ่ื งเป็นที่รจู้ ักกันดเี นื่องจากได้รับการนำมาสร้างเป็น
การต์ นู หรอื ละครโทรทัศน์และบางเรื่องก็มีการนำมาแต่งเป็นวรรณคดดี ว้ ย
๘. กิจกรรมการเรียนการสอน (หอ้ งเรียนออนไลน์)
๘.๑ ผู้เรียนเข้าเรียนออนไลน์ใน Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ นิทานพื้นบ้าน
เรอ่ื ง สรุปนิทานพื้นบ้าน ๒
๘.๒. จากคาบทแี่ ล้วทใ่ี หน้ กั เรยี นเม่อื ฝึกซ้อมการแสดงเก่ียวกับนทิ านพ้นื บ้านแลว้ ใหน้ กั เรียน
ออกมาแสดงหน้าช้ันเรียนทีละกลุ่ม กลุ่มที่เป็นผู้ชมจบั ใจความเน้ือเรือ่ งและรว่ มกันประเมนิ การแสดง
ครชู ่วยแนะนำเพม่ิ เติม
๘.๓. ให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์สภาพสังคมและวัฒนธรรมท่ีปรากฏในเนื้อเรื่องแล้วแสดง
ความคดิ เห็น
๘.๔. ให้นักเรยี นร่วมกันวิเคราะห์ข้อคิดท่ีได้จากนิทานพืน้ บ้านเรื่องตา่ ง ๆ ท่ีเป็นประโยชน์ใน
การดำเนินชวี ิต
๘.๕. ให้นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับการชมการ์ตูนหรือละครโทรทัศน์ที่มาจากนิทาน
พ้นื บ้านเรือ่ งตา่ ง ๆ
๙. สื่อ/ วสั ดุอปุ กรณ์/ แหล่งเรียนรู้
๙.๑ Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑
หอ้ งเรยี นของครูฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๔ นิทานพืน้ บา้ น เรอื่ ง สรปุ นทิ านพน้ื บ้าน ๒
๑๐. การวดั ผลและประเมลิ ผลการเรียนรู้
วิธีวดั เคร่อื งมอื เกณฑ์การประเมนิ
K
๑. วดั จากการสรุปความรู้ลงสมดุ ๑. ใบความรู้ เรอ่ื งยอ่ นิทานพ้ืนบ้าน ๑. ทำได้ถูกต้อง ๘๐% ขึ้นไป
ถอื วา่ ผ่าน
P
๑. วดั จากแบบบันทกึ การเขา้ ๑. แบบบันทกึ การเขา้ เรยี นและการ ๑. ไดค้ ะแนนในระดับ ๒ ขึน้
เรยี นและการใชง้ านและ Google ใช้งานและ Google Classroom ไป
Classroom และความร่วมมือ
ในชั้นเรียน
A
๑. วดั การสงั เกตความมีวินัย ๑. แบบประเมินคุณลักษณะ ๑. ไดค้ ะแนนในระดบั ๓ ข้ึน
ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมนั่ ในการทำงาน อันพึงประสงค์ ไป
ลงชอื่ ........................................................
(นางสาวฟ้าอำพร สงิ ห์ทอง)
ตำแหน่ง ครูผชู้ ว่ ย