The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ฟ้าอําพร สิงห์ทอง, 2020-09-24 06:29:37

แผนการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๔๗

รหสั วชิ า ท๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ๑

ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓

หนว่ ยการเรียนรู้เร่ือง นิทานพื้นบา้ น เวลา ๒๒ ชั่วโมง

หนว่ ยการเรียนรู้ย่อยท่ี ๑ เร่อื ง พนิ ิจใช้คำบุพบท ๒ เวลา ๑ ชวั่ โมง

ชอ่ื ผสู้ อน นางสาวฟา้ อำพร สิงห์ทอง ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙

๑. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้

สาระท่ี ๔ หลกั การใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ : เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษา
และพลงั ของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัติของชาติ

ตวั ชีว้ ดั
ท ๔.๑ ม.๑/๓ วเิ คราะห์ชนดิ และหน้าทข่ี องคำในประโยค

๒. สาระสำคญั

คำบุพบท หมายถึง คำที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างคำหรือประโยค เพื่อให้ทราบว่าคำ
หรอื กลุ่มคำทีต่ ามหลังคำบพุ บทน้นั เก่ยี วข้องกบั กลุ่มคำข้างหน้าในประโยคในลกั ษณะใด

๓. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

๓.๑ ผ้เู รยี นมคี วามรคู้ วามเข้าใจชนิดและหนา้ ที่ของคำ

๔. สาระการเรียนรู้

๔.๑ ด้านความรู้ (K)

๔.๑.๑ ผเู้ รียนมคี วามรคู้ วามเข้าใจชนิดและหนา้ ท่ขี องคำ

๔.๒ ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)

๔.๒.๑ ผู้เรียนสามารถจำแนกแยกชนิดของคำได้

๔.๓ ด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)

 รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์  อยอู่ ย่างพอเพยี ง  ซือ่ สตั ยส์ ุจริต
 รกั ษ์ความเป็นไทย
 ม่งุ มนั่ ในการทำงาน  มีวินยั

 ใฝ่เรียนรู้  มจี ิตสาธารณะ

๔.๔ ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน

 ความสามารถในการสอื่ สาร : การอ่าน

 ความสามารถในการคดิ : การวิเคราะห์

 ความสามารถในการแก้ปัญหา : การนำความรู้ทีไ่ ดร้ บั ไปประยุกต์ใชใ้ นชีวิต

 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต : ..............................................................

 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : ..............................................................

๔.๕ ด้านจดุ เนน้ การพัฒนาผ้เู รียน

๔.๕.๑ ด้านความสามารถและทกั ษะตามระดบั ชั้น

 ชั้น ม.๑-๓ : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะ

การคิดขัน้ สูง ทกั ษะชวี ติ ทักษะการส่ือสารอย่างสรา้ งสรรค์ตามวัย

 ชั้น ม.๔-๖ : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้

ใช้ภาษาต่างประเทศมีทกั ษะการคดิ ขั้นสงู ทักษะชวี ติ ทักษะการสื่อสารอย่างสรา้ งสรรคต์ ามช่วงวัย

๔.๕.๒ ด้านคณุ ลกั ษณะตามช่วงวัย

 ม.๑-๓ : เนน้ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง

 ม.๔-๖ : เนน้ มงุ่ มั่นในการศึกษาและการทำงาน

๕. บรู ณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

๑. หลักความพอประมาณ : ……(กจิ กรรม/วิธกี ารสอน)………………….

๒. หลักความมเี หตุผล : วเิ คราะหแ์ ละจำแนกอย่างมีเหตุผล

๓. หลกั ภมู ิค้มุ กนั : ……(กิจกรรม/วิธีการสอน)………………….

๔. เงอื่ นไขความรู้ : ชนดิ และหน้าทีข่ องคำ

๕. เง่ือนไขคุณธรรม : ……(กิจกรรม/วธิ กี ารสอน)………………….

๖. ช้ินงาน/ ภาระงาน

๖.๑ แบบทดสอบหลังเรยี น เร่ือง ชนิดและหนา้ ท่ีของคำ

๗. กิจกรรมการเรียนการสอน

พนิ จิ ใช้คำบพุ บท เวลา ๑ ชว่ั โมง

ขั้นที่ ๑ ทบทวนความรู้ ( ๑๐ นาที )

๑. ผู้เรยี นตอบคำถามจากส่ิงของเคร่ืองใชท้ ี่ครูจำลองให้เห็นในชนั้ เรียน เชน่ แก้วน้ำคว่ำอยู่

บนโต๊ะ ข้างกล่องใส่เอกสาร เป็นต้น จากนั้นนักเรียนร่วมกันสรุปความหมาย และยกตัวอย่างชนิด

ของคำบพุ บทวา่ มอี ะไรบ้าง

ข้นั ที่ ๒ ศกึ ษาความรู้ ( ๑๕ นาที )

๒. ผู้เรียนศึกษาเรือ่ งหน้าที่ของคำบพุ บท จากสื่อ Power Point เรอื่ ง คำบพุ บท เขยี นสรุป
ลงสมดุ

ขั้นที่ ๓ ขยายความรู้ ( ๑๐ นาที )

๓. ผู้เรียนตัวแทนบอกคำบุพบทขึ้นมา ๓ คำ จากนั้นให้เพื่อนในห้องช่วยกันแต่งประโยค
จากคำน้นั แลว้ ชว่ ยกันบอกวา่ คำบุพบทท่ีอยู่ในประโยคนน้ั ทำหนา้ ที่อะไรในประโยค

ขั้นที่ ๔ พัฒนาความรู้ ( ๒๐ นาที )

๔. ผู้เรยี นในหอ้ งชว่ ยกนั แต่งนิทาน ๑ เรือ่ ง โดยต้องใหม้ คี ำบุพบทอย่างน้อย ๕ คำ ความยาว
ประมาณ ๑๐ บรรทัด เมื่อแต่งเรียบร้อยแล้วเขียนลงบนกระดานด้วยตัวอักษรตัวใหญ่ จากน้ัน
วิเคราะห์ประเภท ของคำบุพบทและตำแหน่งของคำว่านำหน้าคำชนิดใด และทำหน้าที่อะไรใน
ประโยค

ขน้ั ท่ี ๔ สรุปความรู้ ( ๕ นาที )

๕. ผู้เรียนรว่ มกันสรุปความรู้เร่ืองหน้าที่ของคำบุพบท

๘. กิจกรรมการเรยี นการสอน (หอ้ งเรียนออนไลน)์

๘.๑ ผู้เรียนเข้าเรียนออนไลน์ใน Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ นิทานพื้นบ้าน
เร่ือง ชนดิ และหน้าที่ของคำ

๘.๒ ผู้เรียนศึกษาเรื่องหน้าที่ของคำบุพบท จากสื่อ Power Point เรื่อง คำบุพบท เขียน
สรุปลงสมดุ

๘.๓ ผู้เรียนแต่งนิทาน ๑ เรื่อง โดยต้องให้มีคำบุพบทอย่างน้อย ๕ คำ ความยาวประมาณ
๑๐ บรรทัด เมื่อแตง่ เรยี บร้อยแล้วเขยี นลงบนกระดานด้วยตัวอักษรตัวใหญ่ จากน้ันวิเคราะห์ประเภท
ของคำบพุ บทและตำแหน่งของคำวา่ นำหน้าคำชนิดใด และทำหน้าทีอ่ ะไรในประโยค

๙. ส่ือ/ วัสดุอุปกรณ/์ แหล่งเรยี นรู้

๙.๑ Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑
ห้องเรยี นของครูฟ้าอำพร สงิ หท์ อง หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ ๔ นิทานพนื้ บ้าน เรื่อง ชนิดและหนา้ ทข่ี องคำ

๙.๒ Power Point เรอื่ ง คำบุพบท
๙.๓ หนงั สอื เรยี นภาษาไทย : หลกั ภาษาไทย ม.๑

๑๐. การวัดผลและประเมลิ ผลการเรียนรู้

วิธวี ดั เครอื่ งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ

K

๑. วัดจากการทดสอบหลังเรยี น ๑. แบบทดสอบหลงั เรียน ๑. ทำไดถ้ กู ต้อง ๘๐% ขนึ้ ไป ถอื วา่

เรื่อง ชนิดและหน้าที่ของคำ ผา่ น

P

๑. วดั จากแบบบันทกึ การเขา้ เรียน ๑. แบบบันทึกการเข้าเรียน ๑. ไดค้ ะแนนในระดบั ๒ ขนึ้ ไป

และการใช้งานและ Google และการใช้งานและ Google

Classroom และความร่วมมือ Classroom

ในชนั้ เรียน

A

๑. วดั การสงั เกตความมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ ๑. แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ ๑. ไดค้ ะแนนในระดับ ๓ ขนึ้ ไป

และมุ่งมนั่ ในการทำงาน อนั พึงประสงค์

ลงชือ่ ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง)
ตำแหน่ง ครผู ้ชู ่วย

บนั ทึกหลังการสอนแผนการจัดก ารเรียนร้ทู ่ี ๔๗

ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙ ใช้เวลา ๑ ช่ัวโมง

๑. ผลการเรียนรู้

ผู้เรียนที่ ผ่าน ตวั ชี้วดั

มจี ำนวน .................................... คน คิดเป็นร้อยละ......................................

ผเู้ รยี นท่ี ไม่ผา่ น ตัวชวี้ ัด

มีจำนวน .................................... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.......................................

• ด้านความรู้ (K)

๑. ผเู้ รียนมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจชนดิ และหน้าท่ขี องคำ

ผู้เรียนทง้ั หมด.……..คน

ผู้เรียนท่ี ผ่านเกณฑ์การประเมนิ : มีจำนวน ........ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ..................

ผเู้ รยี นท่ี ไมผ่ ่านเกณฑก์ ารประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คดิ เป็นร้อยละ..................

• ด้านทักษะกระบวนการ (P)

๑. ผู้เรียนสามารถจำแนกแยกชนิดของคำได้

ผู้เรียนทงั้ หมด.……..คน

ผู้เรียนที่ ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มีจำนวน ........ คน คดิ เป็นรอ้ ยละ..................

ผู้เรียนท่ี ไมผ่ า่ นเกณฑก์ ารประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คดิ เป็นรอ้ ยละ..................

• ด้านเจตคติ (A)

๑. ผูเ้ รยี นมวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้ ซือ่ สัตยส์ ุจรติ และมุ่งมั่นในการทำงาน

ผู้เรยี นทง้ั หมด.……..คน

ผู้เรยี นท่ี ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คิดเป็นร้อยละ..................

ผูเ้ รยี นท่ี ไมผ่ า่ นเกณฑก์ ารประเมิน : มีจำนวน ........ คน คดิ เป็นรอ้ ยละ..................

๒. ปัญหา/ อุปสรรค
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................

๓. วธิ ีการแก้ไขปญั หา
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................

ลงช่ือ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง)
ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถามในช้ันเรยี น
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน

ที่ ชื่อ-สกุล ความมีวนิ ัย ความมีน้ำใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรง รวม
ของผู้รับ ๔๓๒๑ เออื้ เฟอ้ื ความคดิ เห็น ความคดิ เห็น ตอ่ เวลา ๒๐
การประเมิน เสยี สละ คะแนน
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑
๔๓๒๑

ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................

เกณฑ์การประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถามในชนั้ เรยี น

หวั ข้อเกณฑก์ ารประเมิน คะแนน การปฏบิ ัติ
๑. ความมีวนิ ยั ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒. ความมนี ้ำใจเอื้อเฟ้ือ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
เสียสละ ๑ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
๓. การรบั ฟังความคดิ เหน็ ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
๔. การแสดงความคิดเหน็ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
๑ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
๕. การตรงตอ่ เวลา ๔ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
๑ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
๒ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
๑ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
๒ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
๑ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรับปรุง

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๔๘

รหสั วิชา ท๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ๑

ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓

หนว่ ยการเรยี นรู้เร่ือง นทิ านพืน้ บ้าน เวลา ๒๒ ชั่วโมง

หน่วยการเรียนรู้ย่อยท่ี ๑ เรือ่ ง พินิจใช้คำสันธาน เวลา ๑ ช่ัวโมง

ชอื่ ผู้สอน นางสาวฟา้ อำพร สิงห์ทอง ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙

๑. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้

สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ : เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษา
และพลงั ของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ขิ องชาติ

ตัวช้วี ดั
ท ๔.๑ ม.๑/๓ วิเคราะหช์ นิดและหนา้ ทข่ี องคำในประโยค

๒. สาระสำคัญ

คำสันธาน หมายถึง คำที่ใช้เชื่อมประโยคหรือข้อความกับข้อความ เพื่อทำให้ประโยคนั้น
รัดกมุ กระชับและสละสลวย

๓. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

๓.๑ ผู้เรยี นมคี วามรู้ความเขา้ ใจชนิดและหน้าท่ีของคำ

๔. สาระการเรยี นรู้

๔.๑ ด้านความรู้ (K)

๔.๑.๑ ผเู้ รียนมีความรู้ความเขา้ ใจชนดิ และหนา้ ท่ีของคำ

๔.๒ ด้านทักษะกระบวนการ (P)

๔.๒.๑ ผเู้ รยี นสามารถจำแนกแยกชนดิ ของคำได้

๔.๓ ด้านคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)

 รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์  อยอู่ ย่างพอเพยี ง  ซ่ือสตั ยส์ จุ ริต
 รกั ษ์ความเปน็ ไทย
 มุ่งมัน่ ในการทำงาน  มวี ินยั

 ใฝ่เรยี นรู้  มีจิตสาธารณะ

๔.๔ ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน

 ความสามารถในการสอื่ สาร : การอา่ น

 ความสามารถในการคิด : การวเิ คราะห์

 ความสามารถในการแก้ปัญหา : การนำความรู้ที่ไดร้ บั ไปประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิต

 ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ : ..............................................................

 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : ..............................................................

๔.๕ ดา้ นจุดเนน้ การพัฒนาผู้เรยี น

๔.๕.๑ ดา้ นความสามารถและทกั ษะตามระดับชนั้

 ชั้น ม.๑-๓ : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะ

การคดิ ข้นั สูง ทักษะชวี ิต ทกั ษะการสอื่ สารอย่างสรา้ งสรรคต์ ามวยั

 ชั้น ม.๔-๖ : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้

ใช้ภาษาตา่ งประเทศมีทักษะการคดิ ข้ันสูง ทกั ษะชีวิต ทักษะการสือ่ สารอย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย

๔.๕.๒ ด้านคุณลกั ษณะตามชว่ งวยั

 ม.๑-๓ : เน้นอยอู่ ย่างพอเพยี ง

 ม.๔-๖ : เน้นมงุ่ มน่ั ในการศึกษาและการทำงาน

๕. บรู ณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

๑. หลกั ความพอประมาณ : ……(กจิ กรรม/วธิ กี ารสอน)………………….
๒. หลักความมเี หตผุ ล : วเิ คราะหแ์ ละจำแนกอยา่ งมีเหตุผล
๓. หลกั ภูมิคุม้ กนั : ……(กจิ กรรม/วธิ ีการสอน)………………….
๔. เงอ่ื นไขความรู้ : ชนิดและหน้าท่ีของคำ
๕. เงื่อนไขคุณธรรม : ……(กจิ กรรม/วิธกี ารสอน)………………….

๖. ช้นิ งาน/ ภาระงาน

๖.๑ แบบทดสอบหลังเรียน เรอ่ื ง ชนิดและหน้าท่ีของคำ

๗. กจิ กรรมการเรียนการสอน

ลักษณะของคำสันธาน เวลา ๑ ชั่วโมง

ขนั้ ที่ ๑ กระตนุ้ ความคิด ( ๑๐ นาที )

๑. ผู้เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับอาหารที่ชอบรับประทาน แล้วนำข้อมูลที่ได้
มาแตง่ ประโยคเป็นตวั อยา่ งให้ผู้เรียนแต่งตาม เชน่

- ธรี ภทั รและณภัทรชอบรบั ประทานกว๋ ยเตี๋ยว
- วีรัชชัยชอบรบั ประทานไก่ทอดแตเ่ ปยี งชอบรับประทานไขเ่ จยี ว
- สชุ ัญญาชอบรับประทานสลัดผักเพราะมปี ระโยชน์ตอ่ รา่ งกาย
- ศตพรชอบรบั ประทานไอศกรมี หรือขนมเค้ก
๒. ผู้เรยี นสงั เกตคำที่เช่ือมเนื้อความในประโยคให้ต่อเนื่องกนั แลว้ ลองแต่งประโยคเหล่านั้น
ใหม่ โดยไม่ใช้คำเชื่อมเพอื่ เปรียบเทียบกับประโยคเดิม

ข้นั ท่ี ๒ ศึกษาความรู้ ( ๒๕ นาที )

๓. ผู้เรียนศึกษาความรู้เรื่องคำสันธานจากหนังสือเรียน แล้วร่วมกันสนทนาในประเด็น
ตอ่ ไปน้ี

- คำสันธานคืออะไร
- คำสนั ธานมกี ีป่ ระเภทอะไรบา้ ง พร้อมยกตวั อย่างคำ
๔. ผู้เรยี นฟังครอู ธิบายเพิ่มเติม แล้วเขยี นสรุปความรู้ลงสมุด
- คำสันธานที่เชอ่ื มความคล้อยตามกนั
- คำสนั ธานท่ีเช่อื มความขดั แยง้ กนั
- คำสนั ธานทเ่ี ชื่อมข้อความใหเ้ ลอื ก
- คำสนั ธานที่เชอ่ื มความท่เี ป็นเหตุเป็นผล

ข้นั ที่ ๓ ขยายความรู้ ( ๒๐ นาที )

๕. ผู้เรียนแต่งประโยคจากคำสันธานที่ครูกำหนดให้ ๕ คำ พร้อมบอกว่าเป็นคำสันธาน
ประเภทไหน

ข้ันท่ี ๔ สรุปความรู้ ( ๕ นาที )

๖. ผู้เรียนรว่ มกันสรุปความรเู้ รื่องลกั ษณะและชนดิ ของคำสนั ธาน

๘. กิจกรรมการเรียนการสอน (หอ้ งเรยี นออนไลน)์

๘.๑ ผู้เรียนเข้าเรียนออนไลน์ใน Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ นิทานพื้นบ้าน
เร่อื ง ชนดิ และหนา้ ทีข่ องคำ

๘.๒ ผู้เรียนศึกษาความรู้เร่ืองคำสันธานจากหนังสือเรียน แล้วแสดงความคดิ เห็นในประเดน็
ต่อไปน้ี

- คำสนั ธานคอื อะไร

- คำสันธานมีกี่ประเภทอะไรบ้าง พรอ้ มยกตวั อย่างคำ
๘.๓ ผู้เรียนศกึ ษาความรู้เพิม่ เติมจากอนิ เทอร์เนต็ แลว้ เขยี นสรปุ ความรู้ลงสมดุ

- คำสันธานทีเ่ ชือ่ มความคล้อยตามกัน
- คำสนั ธานท่เี ช่อื มความขัดแย้งกัน
- คำสันธานที่เชอื่ มข้อความใหเ้ ลือก
- คำสนั ธานทเี่ ชอ่ื มความท่ีเป็นเหตเุ ปน็ ผล
๘.๔ ผู้เรยี นแต่งประโยคจากคำสนั ธานที่ครูกำหนดให้ ๕ คำ พร้อมบอกวา่ เป็นคำสนั ธาน
ประเภทไหน

๙. สื่อ/ วสั ดุอปุ กรณ/์ แหล่งเรียนรู้
๙.๑ Google Classroom ในรายวชิ า ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๑

หอ้ งเรยี นของครูฟา้ อำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๔ นิทานพ้ืนบ้าน เรอ่ื ง ชนิดและหน้าทข่ี องคำ
๙.๒ อนิ เทอรเ์ น็ต
๙.๓ หนังสือเรยี นภาษาไทย : หลักภาษาไทย ม.๑

๑๐. การวัดผลและประเมลิ ผลการเรยี นรู้

วิธวี ัด เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ

K

๑. วดั จากการทดสอบหลงั เรยี น ๑. แบบทดสอบหลงั เรียน ๑. ทำไดถ้ ูกต้อง ๘๐% ข้ึนไป ถอื ว่า

เรอ่ื ง ชนดิ และหน้าทข่ี องคำ ผา่ น

P

๑. วัดจากแบบบนั ทึกการเขา้ เรยี น ๑. แบบบันทึกการเข้าเรียน ๑. ได้คะแนนในระดับ ๒ ขึน้ ไป

และการใชง้ านและ Google และการใช้งานและ Google

Classroom และความร่วมมอื Classroom

ในชน้ั เรยี น

A

๑. วัดการสงั เกตความมวี ินัย ใฝ่เรียนรู้ ๑. แบบประเมนิ คุณลักษณะ ๑. ไดค้ ะแนนในระดบั ๓ ข้ึนไป

และมุ่งม่นั ในการทำงาน อันพงึ ประสงค์

ลงชอ่ื ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง)
ตำแหนง่ ครผู ู้ชว่ ย

บนั ทกึ หลังการสอนแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๔๘

ใชส้ อนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙ ใชเ้ วลา ๑ ชว่ั โมง

๑. ผลการเรยี นรู้

ผเู้ รยี นที่ ผ่าน ตวั ช้ีวดั

มจี ำนวน .................................... คน คิดเปน็ รอ้ ยละ......................................

ผ้เู รียนที่ ไม่ผ่าน ตัวชีว้ ัด

มจี ำนวน .................................... คน คิดเปน็ รอ้ ยละ.......................................

• ด้านความรู้ (K)

๑. ผูเ้ รียนมคี วามรู้ความเข้าใจชนดิ และหนา้ ท่ีของคำ

ผู้เรียนทง้ั หมด.……..คน

ผเู้ รียนท่ี ผ่านเกณฑ์การประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คิดเป็นรอ้ ยละ..................

ผู้เรยี นที่ ไมผ่ ่านเกณฑ์การประเมนิ : มีจำนวน ........ คน คิดเปน็ ร้อยละ..................

• ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)

๑. ผู้เรยี นสามารถจำแนกแยกชนิดของคำได้

ผู้เรยี นทง้ั หมด.……..คน

ผเู้ รยี นท่ี ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คิดเปน็ ร้อยละ..................

ผเู้ รียนที่ ไมผ่ า่ นเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คิดเป็นรอ้ ยละ..................

• ดา้ นเจตคติ (A)

๑. ผูเ้ รยี นมวี นิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ ซ่อื สตั ย์สุจรติ และมุง่ มัน่ ในการทำงาน

ผู้เรยี นทง้ั หมด.……..คน

ผ้เู รยี นท่ี ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ : มีจำนวน ........ คน คิดเปน็ ร้อยละ..................

ผู้เรยี นท่ี ไมผ่ า่ นเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คิดเป็นรอ้ ยละ..................

๒. ปัญหา/ อุปสรรค

............................................................................................................................. ...................................

................................................................................................ ................................................................

๓. วธิ กี ารแก้ไขปัญหา
............................................................................................................................. ...................................
....................................................................................................................................... .........................

ลงชือ่ ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง)
ตำแหนง่ ครผู ู้ช่วย

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถามในช้ันเรยี น
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน

ที่ ชื่อ-สกุล ความมีวนิ ัย ความมีน้ำใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรง รวม
ของผู้รับ ๔๓๒๑ เออื้ เฟอ้ื ความคดิ เห็น ความคดิ เห็น ตอ่ เวลา ๒๐
การประเมิน เสยี สละ คะแนน
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑
๔๓๒๑

ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................

เกณฑ์การประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถามในชนั้ เรยี น

หวั ข้อเกณฑก์ ารประเมิน คะแนน การปฏบิ ัติ
๑. ความมีวนิ ยั ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒. ความมนี ้ำใจเอื้อเฟ้ือ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
เสียสละ ๑ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
๓. การรบั ฟังความคดิ เหน็ ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
๔. การแสดงความคิดเหน็ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
๑ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
๕. การตรงตอ่ เวลา ๔ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
๑ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
๒ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
๑ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
๒ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
๑ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรับปรุง

แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี ๔๙

รหสั วิชา ท๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ๑

ระดับช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี ๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓

หนว่ ยการเรยี นรู้เรือ่ ง นิทานพน้ื บา้ น เวลา ๒๒ ชว่ั โมง

หน่วยการเรยี นร้ยู ่อยที่ ๑ เร่ือง พนิ ิจใช้คำสนั ธาน ๒ เวลา ๑ ช่ัวโมง

ชื่อผูส้ อน นางสาวฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙

๑. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้

สาระท่ี ๔ หลกั การใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ : เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษา
และพลงั ของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัตขิ องชาติ

ตวั ชี้วัด
ท ๔.๑ ม.๑/๓ วเิ คราะหช์ นดิ และหนา้ ทขี่ องคำในประโยค

๒. สาระสำคัญ

คำสันธาน หมายถึง คำที่ใช้เชื่อมประโยคหรือข้อความกับข้อความ เพื่อทำให้ประโยคนั้น
รัดกมุ กระชบั และสละสลวย

๓. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

๓.๑ ผู้เรียนมคี วามร้คู วามเขา้ ใจชนดิ และหน้าท่ีของคำ

๔. สาระการเรยี นรู้

๔.๑ ด้านความรู้ (K)

๔.๑.๑ ผเู้ รยี นมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจชนิดและหนา้ ทขี่ องคำ

๔.๒ ด้านทักษะกระบวนการ (P)

๔.๒.๑ ผเู้ รยี นสามารถจำแนกแยกชนดิ ของคำได้

๔.๓ ด้านคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)

 รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์  อยูอ่ ยา่ งพอเพียง  ซอ่ื สัตย์สุจริต
 รักษ์ความเปน็ ไทย
 มุ่งม่นั ในการทำงาน  มีวินยั

 ใฝเ่ รียนรู้  มจี ติ สาธารณะ

๔.๔ ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น

 ความสามารถในการสื่อสาร : การอ่าน

 ความสามารถในการคดิ : การวิเคราะห์

 ความสามารถในการแก้ปัญหา : การนำความร้ทู ่ไี ดร้ ับไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ

 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ : ..............................................................

 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : ..............................................................

๔.๕ ดา้ นจดุ เนน้ การพัฒนาผ้เู รยี น

๔.๕.๑ ด้านความสามารถและทักษะตามระดบั ชนั้

 ชั้น ม.๑-๓ : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะ

การคิดขน้ั สูง ทกั ษะชวี ิต ทักษะการสอื่ สารอย่างสรา้ งสรรค์ตามวัย

 ชั้น ม.๔-๖ : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้

ใชภ้ าษาตา่ งประเทศมที ักษะการคดิ ขนั้ สงู ทักษะชวี ติ ทักษะการสื่อสารอยา่ งสร้างสรรคต์ ามช่วงวัย

๔.๕.๒ ด้านคณุ ลกั ษณะตามชว่ งวัย

 ม.๑-๓ : เนน้ อย่อู ย่างพอเพียง

 ม.๔-๖ : เน้นมงุ่ ม่นั ในการศึกษาและการทำงาน

๕. บรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

๑. หลักความพอประมาณ : ……(กจิ กรรม/วิธีการสอน)………………….

๒. หลกั ความมีเหตุผล : วิเคราะห์และจำแนกอยา่ งมีเหตผุ ล

๓. หลักภมู ิคุ้มกนั : ……(กจิ กรรม/วธิ กี ารสอน)………………….

๔. เง่ือนไขความรู้ : ชนิดและหน้าท่ขี องคำ

๕. เงอ่ื นไขคุณธรรม : ……(กิจกรรม/วธิ กี ารสอน)………………….

๖. ชนิ้ งาน/ ภาระงาน

๖.๑ แบบทดสอบหลังเรยี น เรอ่ื ง ชนิดและหน้าท่ีของคำ

๗. กิจกรรมการเรยี นการสอน

พนิ ิจใช้คำสันธาน เวลา ๑ ชวั่ โมง

ขัน้ ที่ ๑ กระต้นุ ความคดิ ( ๕ นาที )

๑. ผู้เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นในประเด็น “คำสันธานมีประโยชน์ต่อการสื่อสาร

อย่างไร”

ขั้นที่ ๒ ศึกษาความรู้ ( ๑๕ นาที )

๒. ผู้เรียนศึกษาตัวอย่างประโยค ในหนังสือเรียนว่ามีคำใดเป็นคำสันธาน และบอกชนิด

ของคำสนั ธานว่า เป็นคำสันธานชนดิ ไหน และทำหน้าท่ีอะไร เช่น

- เชือ่ มคำกับคำ

- เช่ือมคำกบั กลมุ่ คำ

- เช่อื มประโยคกับประโยค

ข้ันที่ ๓ ขยายความรู้ ( ๑๐ นาที )

๓. ผู้เรียนฝึกแต่งประโยคตามชนิดของคำสันธานท้งั ๓ หน้าท่ี แล้วให้ผสู้ อนตรวจความ
ถูกต้อง

ขั้นที่ ๔ พัฒนาความรู้ ( ๒๕ นาที )
๔. ผูเ้ รยี นแบ่งกลุ่มตามแถวทนี่ ั่ง ให้เล่นเกม “แต่งประโยค” โดยผูส้ อนกำหนดคำมาให้ แล้ว
ให้ผู้เรยี นแต่ละกลุม่ แต่งประโยคใหส้ มบูรณ์ โดยกำหนดให้ในประโยคจะต้องมีคำสันธาน กลุม่ ใดแต่ง
ไดถ้ ูกตอ้ งและรวดเร็วจะได้รับคะแนน
๕. ผเู้ รียนรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ต้องของประโยค

ขั้นที่ ๕ สรุปความรู้ ( ๕ นาที )
๖. ผเู้ รยี นร่วมกนั สรปุ เรื่องหนา้ ทขี่ องคำสันธาน

๘. กิจกรรมการเรียนการสอน (หอ้ งเรียนออนไลน)์
๘.๑ ผู้เรียนเข้าเรียนออนไลน์ใน Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ นิทานพื้นบ้าน
เรื่อง ชนิดและหนา้ ทข่ี องคำ

๘.๒ ผู้เรยี นแสดงความคิดเหน็ ในประเด็น “คำสันธานมปี ระโยชน์ต่อการสอ่ื สารอย่างไร”
๘.๓ ผู้เรียนศึกษาตัวอย่างประโยค ในหนังสือเรียนว่ามีคำใดเป็นคำสันธาน และบอกชนิด
ของคำสันธานวา่ เป็นคำสนั ธานชนดิ ไหน และทำหน้าทอี่ ะไร เช่น

- เช่อื มคำกบั คำ
- เชอ่ื มคำกับกลุ่มคำ
- เชอื่ มประโยคกับประโยค
จากน้นั ฝกึ แตง่ ประโยคตามชนดิ ของคำสันธานทั้ง ๓ หนา้ ท่ี แลว้ ให้ผสู้ อนตรวจความถกู ต้อง
๘.๔ ผ้เู รยี นรว่ มกนั สรุปเร่ืองหน้าที่ของคำสนั ธานลงสมดุ

๙. สื่อ/ วสั ดุอปุ กรณ์/ แหล่งเรยี นรู้
๙.๑ Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑

หอ้ งเรยี นของครูฟ้าอำพร สงิ หท์ อง หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี ๔ นิทานพืน้ บา้ น เร่ือง ชนิดและหนา้ ที่ของคำ
๙.๒ อนิ เทอร์เน็ต
๙.๓ หนงั สือเรียนภาษาไทย : หลักภาษาไทย ม.๑

๑๐. การวัดผลและประเมลิ ผลการเรียนรู้

วิธวี ดั เครอื่ งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ

K

๑. วัดจากการทดสอบหลังเรยี น ๑. แบบทดสอบหลงั เรียน ๑. ทำไดถ้ กู ต้อง ๘๐% ขนึ้ ไป ถอื วา่

เรื่อง ชนิดและหน้าที่ของคำ ผา่ น

P

๑. วดั จากแบบบันทกึ การเขา้ เรียน ๑. แบบบันทึกการเข้าเรียน ๑. ไดค้ ะแนนในระดบั ๒ ขนึ้ ไป

และการใช้งานและ Google และการใช้งานและ Google

Classroom และความร่วมมือ Classroom

ในชนั้ เรียน

A

๑. วดั การสงั เกตความมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ ๑. แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ ๑. ไดค้ ะแนนในระดับ ๓ ขนึ้ ไป

และมุ่งมนั่ ในการทำงาน อนั พึงประสงค์

ลงชือ่ ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง)
ตำแหน่ง ครผู ้ชู ่วย

บันทึกหลังการสอนแผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๔๙

ใชส้ อนห้อง ๒, ๔, ๖ และ ๘ ใช้เวลา ๑ ชว่ั โมง

๑. ผลการเรียนรู้

ผู้เรยี นท่ี ผา่ น ตวั ชี้วัด

มีจำนวน .................................... คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ......................................

ผู้เรยี นที่ ไม่ผ่าน ตัวชี้วดั

มจี ำนวน .................................... คน คิดเป็นร้อยละ.......................................

• ด้านความรู้ (K)

๑. ผู้เรียนมีความรคู้ วามเขา้ ใจชนดิ และหน้าท่ีของคำ

ผู้เรยี นทัง้ หมด.……..คน

ผู้เรยี นที่ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ : มีจำนวน ........ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ..................

ผู้เรียนที่ ไมผ่ ่านเกณฑก์ ารประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คิดเป็นร้อยละ..................

• ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)

๑. ผ้เู รียนสามารถจำแนกแยกชนดิ ของคำได้

ผู้เรียนทั้งหมด.……..คน

ผเู้ รียนที่ ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คิดเป็นร้อยละ..................

ผเู้ รียนท่ี ไมผ่ า่ นเกณฑ์การประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คดิ เปน็ ร้อยละ..................

• ดา้ นเจตคติ (A)

๑. ผู้เรยี นมีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ ซื่อสตั ยส์ ุจริต และมุง่ ม่นั ในการทำงาน

ผู้เรยี นทัง้ หมด.……..คน

ผ้เู รียนที่ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ : มีจำนวน ........ คน คิดเป็นรอ้ ยละ..................

ผู้เรียนท่ี ไม่ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คิดเป็นรอ้ ยละ..................

๒. ปญั หา/ อุปสรรค

............................................................................................................................. ...................................

................................................................................................ ................................................................

๓. วิธีการแกไ้ ขปญั หา
............................................................................................................................. ...................................
....................................................................................................................................... .........................

ลงชื่อ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สงิ หท์ อง)
ตำแหนง่ ครผู ู้ช่วย

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถามในช้ันเรยี น
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน

ที่ ชื่อ-สกุล ความมีวนิ ัย ความมีน้ำใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรง รวม
ของผู้รับ ๔๓๒๑ เออื้ เฟอ้ื ความคดิ เห็น ความคดิ เห็น ตอ่ เวลา ๒๐
การประเมิน เสยี สละ คะแนน
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑
๔๓๒๑

ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................

เกณฑ์การประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถามในชนั้ เรยี น

หวั ข้อเกณฑก์ ารประเมิน คะแนน การปฏบิ ัติ
๑. ความมีวนิ ยั ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒. ความมนี ้ำใจเอื้อเฟ้ือ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
เสียสละ ๑ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
๓. การรบั ฟังความคดิ เหน็ ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
๔. การแสดงความคิดเหน็ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
๑ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
๕. การตรงตอ่ เวลา ๔ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
๑ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
๒ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
๑ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
๒ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
๑ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรับปรุง

แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี ๕๐

รหสั วชิ า ท๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ๑

ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓

หน่วยการเรยี นรู้เรอื่ ง นิทานพ้ืนบา้ น เวลา ๒๒ ชัว่ โมง

หนว่ ยการเรยี นรยู้ ่อยที่ ๑ เรื่อง พนิ ิจใช้คำอุทาน เวลา ๑ ชวั่ โมง

ชอ่ื ผสู้ อน นางสาวฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙

๑. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้

สาระท่ี ๔ หลักการใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ : เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษา
และพลงั ของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ

ตัวชวี้ ดั
ท ๔.๑ ม.๑/๓ วเิ คราะหช์ นดิ และหน้าทขี่ องคำในประโยค

๒. สาระสำคญั

คำอุทาน หมายถึง คำที่แสดงอารมณ์ของผู้พูดในขณะที่ตกใจ ดีใจ เสียใจ ประหลาดใจ
หรืออาจจะเป็นคำทใี่ ชเ้ สรมิ คำพูด

๓. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

๓.๑ ผู้เรยี นมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจชนิดและหน้าท่ีของคำ

๔. สาระการเรียนรู้

๔.๑ ด้านความรู้ (K)

๔.๑.๑ ผู้เรียนมคี วามรู้ความเขา้ ใจชนดิ และหน้าท่ีของคำ

๔.๒ ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)

๔.๒.๑ ผเู้ รียนสามารถจำแนกแยกชนิดของคำได้

๔.๓ ด้านคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)

 รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์  อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง  ซือ่ สัตยส์ ุจรติ
 รกั ษ์ความเป็นไทย
 มุ่งม่ันในการทำงาน  มวี นิ ัย

 ใฝ่เรยี นรู้  มจี ิตสาธารณะ

๔.๔ ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน

 ความสามารถในการสอ่ื สาร : การอา่ น

 ความสามารถในการคดิ : การวเิ คราะห์

 ความสามารถในการแก้ปัญหา : การนำความร้ทู ี่ไดร้ ับไปประยุกตใ์ ช้ในชีวติ

 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ : ..............................................................

 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : ..............................................................

๔.๕ ด้านจุดเนน้ การพฒั นาผู้เรียน

๔.๕.๑ ดา้ นความสามารถและทักษะตามระดับช้ัน

 ชั้น ม.๑-๓ : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะ

การคิดข้ันสูง ทักษะชีวติ ทกั ษะการสือ่ สารอยา่ งสรา้ งสรรค์ตามวยั

 ชั้น ม.๔-๖ : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้

ใช้ภาษาตา่ งประเทศมที ักษะการคดิ ขั้นสูง ทักษะชีวติ ทักษะการส่ือสารอยา่ งสร้างสรรคต์ ามช่วงวัย

๔.๕.๒ ดา้ นคุณลักษณะตามชว่ งวยั

 ม.๑-๓ : เน้นอยูอ่ ยา่ งพอเพียง

 ม.๔-๖ : เนน้ ม่งุ มัน่ ในการศกึ ษาและการทำงาน

๕. บูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

๑. หลกั ความพอประมาณ : ……(กิจกรรม/วิธกี ารสอน)………………….
๒. หลักความมีเหตุผล : วิเคราะห์และจำแนกอย่างมีเหตผุ ล
๓. หลักภูมคิ ้มุ กัน : ……(กจิ กรรม/วิธกี ารสอน)………………….
๔. เงอื่ นไขความรู้ : ชนดิ และหนา้ ทีข่ องคำ
๕. เง่ือนไขคุณธรรม : ……(กจิ กรรม/วธิ ีการสอน)………………….

๖. ชนิ้ งาน/ ภาระงาน

๖.๑ แบบทดสอบหลังเรียน เร่อื ง ชนดิ และหนา้ ท่ีของคำ

๗. กจิ กรรมการเรยี นการสอน

พนิ ิจใช้คำอุทาน เวลา ๑ ช่วั โมง

ข้นั ท่ี ๑ เรา้ ความสนใจ ( ๑๕ นาที )

๑. ผู้เรียนสนทนาเกี่ยวกบั สงิ่ แวดลอ้ มในช้ันเรยี น โดยใชป้ ระโยคที่มีคำอุทาน เชน่
โอโ้ ฮ! วนั น้ที อ้ งฟา้ สดใส อุ๊ย! เธอตัดผมใหม่หรือจ๊ะ เป็นต้น

๒. ผู้เรียนช่วยกันคิดคำอุทานในปัจจุบันที่ผู้เรียนรู้จักหรือเคยใช้ เช่น คำว่า อุ๊ต๊ะ! หรือคำ
อทุ านในภาษาท้องถนิ่

ขน้ั ที่ ๒ ศกึ ษาความรู้ ( ๒๐ นาที )

๓. ผู้เรียนศึกษาความรู้เรื่อง คำอุทาน จากหนังสือเรียน และสื่อ Power Point แล้วเขียน
สรปุ ความรลู้ งสมุด จากนั้นรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี

- คำอทุ านคอื อะไร
- คำอทุ านมกี ี่ประเภท อะไรบ้าง พรอ้ มยกตัวอย่างคำ

ขน้ั ท่ี ๓ ขยายความรู้ ( ๒๐ นาที )

๔. ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๕ - ๖ คน เพื่อออกมาแสดงบทบาทสมมติหรือยกตัวอย่าง
สถานการณม์ ีการใชค้ ำอุทาน โดยใหเ้ วลาคิดและเตรยี มตัว ๕ นาที

๕. แต่ละกลมุ่ ออกมานำเสนอคำอุทานหนา้ ชน้ั เรียน โดยแต่ละกลุ่ม เมื่อเพอ่ื น ๆ นำเสนอแล้ว
ช่วยกันวิเคราะห์ว่าคำอุทานที่อยู่ในประโยคเป็นคำอุทานประเภทใด และสื่ออารมณ์และความรู้สึก
อยา่ งไร จากน้นั เจา้ ของกลุ่มเฉลยวา่ ทเ่ี พอื่ นตอบถูกหรอื ไม่

ขนั้ ท่ี ๔ สรปุ ความรู้ ( ๕ นาที )

๖. ผู้เรียนรว่ มกันสรปุ ความรเู้ รือ่ งคำอุทาน

๘. กจิ กรรมการเรียนการสอน (ห้องเรียนออนไลน์)

๘.๑ ผู้เรียนเข้าเรียนออนไลน์ใน Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ นิทานพื้นบ้าน
เร่อื ง ชนดิ และหนา้ ทขี่ องคำ

๘.๒ ผู้เรียนศกึ ษาความรู้เรือ่ ง คำอทุ าน จากหนังสือเรยี น และสอ่ื Power Point แลว้ เขียน
สรปุ ความร้ลู งสมุด จากน้นั รว่ มกันแสดงความคดิ เห็นในประเดน็ ต่อไปนี้

- คำอทุ านคืออะไร
- คำอทุ านมกี ป่ี ระเภท อะไรบา้ ง พรอ้ มยกตัวอย่างคำ

๙. สื่อ/ วัสดุอปุ กรณ/์ แหล่งเรียนรู้

๙.๑ Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑
หอ้ งเรยี นของครูฟา้ อำพร สิงหท์ อง หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๔ นทิ านพ้ืนบา้ น เรื่อง ชนิดและหน้าท่ขี องคำ

๙.๒ Power Point เร่อื ง คำอุทาน
๙.๓ หนังสอื เรียนภาษาไทย : หลักภาษาไทย ม.๑

๑๐. การวัดผลและประเมลิ ผลการเรียนรู้

วิธวี ดั เครอื่ งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ

K

๑. วัดจากการทดสอบหลังเรยี น ๑. แบบทดสอบหลงั เรียน ๑. ทำไดถ้ กู ต้อง ๘๐% ขนึ้ ไป ถอื วา่

เรื่อง ชนิดและหน้าที่ของคำ ผา่ น

P

๑. วดั จากแบบบันทกึ การเขา้ เรียน ๑. แบบบันทึกการเข้าเรียน ๑. ไดค้ ะแนนในระดบั ๒ ขนึ้ ไป

และการใช้งานและ Google และการใช้งานและ Google

Classroom และความร่วมมือ Classroom

ในชนั้ เรียน

A

๑. วดั การสงั เกตความมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ ๑. แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ ๑. ไดค้ ะแนนในระดับ ๓ ขนึ้ ไป

และมุ่งมนั่ ในการทำงาน อนั พึงประสงค์

ลงชือ่ ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง)
ตำแหน่ง ครผู ้ชู ่วย

บันทึกหลังการสอนแผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี ๕๐

ใชส้ อนห้อง ๒, ๔, ๖ และ ๘ ใช้เวลา ๑ ชว่ั โมง

๑. ผลการเรียนรู้

ผู้เรยี นท่ี ผา่ น ตวั ชี้วัด

มีจำนวน .................................... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ......................................

ผู้เรยี นที่ ไม่ผ่าน ตัวช้วี ดั

มจี ำนวน .................................... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.......................................

• ด้านความรู้ (K)

๑. ผู้เรียนมีความรู้ความเขา้ ใจชนิดและหนา้ ที่ของคำ

ผู้เรยี นทัง้ หมด.……..คน

ผู้เรยี นที่ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ : มีจำนวน ........ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ..................

ผู้เรียนที่ ไมผ่ ่านเกณฑก์ ารประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คิดเป็นร้อยละ..................

• ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)

๑. ผ้เู รียนสามารถจำแนกแยกชนิดของคำได้

ผู้เรียนทั้งหมด.……..คน

ผเู้ รียนที่ ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มีจำนวน ........ คน คิดเปน็ ร้อยละ..................

ผเู้ รียนท่ี ไมผ่ า่ นเกณฑก์ ารประเมิน : มีจำนวน ........ คน คิดเปน็ ร้อยละ..................

• ดา้ นเจตคติ (A)

๑. ผู้เรยี นมีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ ซ่ือสัตยส์ จุ ริต และมงุ่ ม่ันในการทำงาน

ผู้เรยี นทัง้ หมด.……..คน

ผ้เู รียนที่ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ : มีจำนวน ........ คน คดิ เป็นร้อยละ..................

ผู้เรียนท่ี ไม่ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน : มีจำนวน ........ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ..................

๒. ปญั หา/ อุปสรรค

............................................................................................................................. ...................................

................................................................................................ ................................................................

๓. วิธีการแกไ้ ขปญั หา
............................................................................................................................. ...................................
....................................................................................................................................... .........................

ลงชอ่ื ........................................................
(นางสาวฟ้าอำพร สงิ หท์ อง)
ตำแหนง่ ครผู ู้ช่วย

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถามในช้ันเรยี น
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน

ที่ ชื่อ-สกุล ความมีวนิ ัย ความมีน้ำใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรง รวม
ของผู้รับ ๔๓๒๑ เออื้ เฟอ้ื ความคดิ เห็น ความคดิ เห็น ตอ่ เวลา ๒๐
การประเมิน เสยี สละ คะแนน
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑
๔๓๒๑

ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................

เกณฑ์การประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถามในชนั้ เรยี น

หวั ข้อเกณฑก์ ารประเมิน คะแนน การปฏบิ ัติ
๑. ความมีวนิ ยั ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒. ความมนี ้ำใจเอื้อเฟ้ือ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
เสียสละ ๑ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
๓. การรบั ฟังความคดิ เหน็ ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
๔. การแสดงความคิดเหน็ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
๑ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
๕. การตรงตอ่ เวลา ๔ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
๑ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
๒ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
๑ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
๒ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
๑ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรับปรุง

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี ๕๑

รหสั วชิ า ท๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ๑

ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี ๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓

หน่วยการเรยี นรู้เรอ่ื ง นทิ านพื้นบ้าน เวลา ๒๒ ชัว่ โมง

หนว่ ยการเรยี นรู้ย่อยที่ ๑ เรอื่ ง ทดสอบพินจิ คำไทย เวลา ๑ ชวั่ โมง

ชอ่ื ผสู้ อน นางสาวฟ้าอำพร สิงห์ทอง ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙

๑. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้

สาระที่ ๔ หลักการใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ : เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษา
และพลงั ของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ

ตัวช้ีวัด
ท ๔.๑ ม.๑/๓ วิเคราะหช์ นิดและหนา้ ทขี่ องคำในประโยค

๒. สาระสำคัญ

คำอุทาน หมายถึง คำที่แสดงอารมณ์ของผู้พูดในขณะที่ตกใจ ดีใจ เสียใจ ประหลาดใจ
หรืออาจจะเป็นคำทใี่ ช้เสริมคำพดู

๓. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

๓.๑ ผู้เรยี นมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจชนดิ และหนา้ ที่ของคำ

๔. สาระการเรียนรู้

๔.๑ ดา้ นความรู้ (K)

๔.๑.๑ ผู้เรียนมีความรูค้ วามเขา้ ใจชนดิ และหน้าท่ีของคำ

๔.๒ ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)

๔.๒.๑ ผเู้ รียนสามารถจำแนกแยกชนิดของคำได้

๔.๓ ด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)

 รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์  อยอู่ ย่างพอเพยี ง  ซือ่ สัตยส์ ุจรติ
 รกั ษ์ความเป็นไทย
 มุ่งมน่ั ในการทำงาน  มีวนิ ัย

 ใฝ่เรยี นรู้  มจี ิตสาธารณะ

๔.๔ ด้านสมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน

 ความสามารถในการสื่อสาร : การอา่ น

 ความสามารถในการคดิ : การวเิ คราะห์

 ความสามารถในการแกป้ ัญหา : การนำความรทู้ ่ีได้รบั ไปประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ

 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ : ..............................................................

 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : ..............................................................

๔.๕ ด้านจุดเนน้ การพัฒนาผเู้ รียน

๔.๕.๑ ดา้ นความสามารถและทักษะตามระดับช้นั

 ชั้น ม.๑-๓ : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะ

การคิดขั้นสูง ทักษะชวี ิต ทกั ษะการสอื่ สารอยา่ งสรา้ งสรรค์ตามวยั

 ชั้น ม.๔-๖ : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้

ใชภ้ าษาต่างประเทศมที กั ษะการคิดขัน้ สงู ทักษะชวี ติ ทกั ษะการส่ือสารอยา่ งสรา้ งสรรค์ตามชว่ งวัย

๔.๕.๒ ด้านคณุ ลกั ษณะตามช่วงวยั

 ม.๑-๓ : เนน้ อยู่อย่างพอเพยี ง

 ม.๔-๖ : เนน้ มงุ่ มั่นในการศกึ ษาและการทำงาน

๕. บรู ณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

๑. หลักความพอประมาณ : ……(กิจกรรม/วธิ กี ารสอน)………………….

๒. หลักความมเี หตุผล : วิเคราะหแ์ ละจำแนกอยา่ งมีเหตุผล

๓. หลกั ภมู ิค้มุ กนั : ……(กิจกรรม/วิธีการสอน)………………….

๔. เงื่อนไขความรู้ : ชนดิ และหน้าทีข่ องคำ

๕. เงอื่ นไขคุณธรรม : ……(กจิ กรรม/วิธีการสอน)………………….

๖. ชนิ้ งาน/ ภาระงาน

๖.๑ แบบทดสอบหลงั เรียน เร่อื ง ชนิดและหนา้ ที่ของคำ

๗. กจิ กรรมการเรยี นการสอน

ทดสอบวัดความรู้เรอ่ื งการพินจิ และใชค้ ำไทย เวลา ๑ ชัว่ โมง

ขน้ั ท่ี ๑ ทบทวนความรู้ ( ๕ นาที )

๑. ผู้เรียนสนทนาร่วมกันในเรอ่ื งชนดิ และหนา้ ทขี่ องคำบพุ บท คำสนั ธาน และคำอทุ าน

ขนั้ ที่ ๒ ทำแบบทดสอบ ( ๓๕ นาที )

๒. ผู้เรียนทำแบบทดสอบวัดความรู้เรื่องชนิดและหน้าที่ของคำบุพบท คำสันธาน และคำ
อทุ าน

ข้ันที่ ๓ เฉลยแบบทดสอบ ( ๒๐ นาที )
๓. ผูส้ อนและผเู้ รยี นร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง โดยผ้เู รียนสลับกนั ตรวจแบบทดสอบกัน

๘. กิจกรรมการเรียนการสอน (หอ้ งเรยี นออนไลน์)

๘.๑ ผู้เรียนเข้าเรียนออนไลน์ใน Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ นิทานพื้นบ้าน
เรือ่ ง ชนิดและหนา้ ทข่ี องคำ

๘.๒ ผู้เรียนทำแบบทดสอบวัดความรู้เรื่องชนิดและหน้าที่ของคำบุพบท คำสันธาน
และคำอุทาน

๙. ส่ือ/ วัสดุอปุ กรณ/์ แหล่งเรยี นรู้

๙.๑ Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๑
ห้องเรยี นของครูฟ้าอำพร สิงหท์ อง หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๔ นทิ านพื้นบา้ น เรื่อง ชนดิ และหนา้ ทข่ี องคำ

๙.๒ แบบทดสอบวดั ความรู้เรื่องชนิดและหน้าท่ขี องคำบพุ บท คำสันธาน และคำอทุ าน

๑๐. การวัดผลและประเมิลผลการเรยี นรู้

วิธวี ดั เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารประเมิน

K

๑. วดั จากการทดสอบหลังเรยี น ๑. แบบทดสอบหลังเรยี น ๑. ทำได้ถูกต้อง ๘๐% ขึน้ ไป ถือวา่

เรือ่ ง ชนิดและหนา้ ที่ของคำ ผา่ น

P

๑. วดั จากแบบบนั ทึกการเข้าเรยี น ๑. แบบบันทึกการเข้าเรียน ๑. ไดค้ ะแนนในระดับ ๒ ขน้ึ ไป

และการใช้งานและ Google และการใช้งานและ Google

Classroom และความรว่ มมอื Classroom

ในชน้ั เรยี น

A

๑. วัดการสังเกตความมวี ินัย ใฝ่เรียนรู้ ๑. แบบประเมินคุณลกั ษณะ ๑. ได้คะแนนในระดบั ๓ ขึ้นไป

และม่งุ มนั่ ในการทำงาน อันพึงประสงค์

ลงชอ่ื ........................................................
(นางสาวฟ้าอำพร สิงหท์ อง)
ตำแหน่ง ครผู ชู้ ว่ ย

บันทึกหลังการสอนแผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๕๑

ใชส้ อนห้อง ๒, ๔, ๖ และ ๘ ใช้เวลา ๑ ชว่ั โมง

๑. ผลการเรียนรู้

ผู้เรยี นท่ี ผา่ น ตวั ชี้วัด

มีจำนวน .................................... คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ......................................

ผู้เรยี นที่ ไม่ผ่าน ตัวชี้วดั

มจี ำนวน .................................... คน คิดเป็นร้อยละ.......................................

• ด้านความรู้ (K)

๑. ผู้เรียนมีความรคู้ วามเขา้ ใจชนดิ และหน้าท่ีของคำ

ผู้เรยี นทัง้ หมด.……..คน

ผู้เรยี นที่ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ : มีจำนวน ........ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ..................

ผู้เรียนที่ ไมผ่ ่านเกณฑก์ ารประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คิดเป็นร้อยละ..................

• ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)

๑. ผ้เู รียนสามารถจำแนกแยกชนดิ ของคำได้

ผู้เรียนทั้งหมด.……..คน

ผเู้ รียนที่ ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คิดเป็นร้อยละ..................

ผเู้ รียนท่ี ไมผ่ า่ นเกณฑ์การประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คดิ เปน็ ร้อยละ..................

• ดา้ นเจตคติ (A)

๑. ผู้เรยี นมีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ ซื่อสตั ยส์ ุจริต และมุง่ ม่นั ในการทำงาน

ผู้เรยี นทัง้ หมด.……..คน

ผ้เู รียนที่ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ : มีจำนวน ........ คน คิดเป็นรอ้ ยละ..................

ผู้เรียนท่ี ไม่ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คิดเป็นรอ้ ยละ..................

๒. ปญั หา/ อุปสรรค

............................................................................................................................. ...................................

................................................................................................ ................................................................

๓. วิธีการแกไ้ ขปญั หา
............................................................................................................................. ...................................
....................................................................................................................................... .........................

ลงชื่อ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สงิ หท์ อง)
ตำแหนง่ ครผู ู้ช่วย

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถามในช้ันเรยี น
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน

ที่ ชื่อ-สกุล ความมีวนิ ัย ความมีน้ำใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรง รวม
ของผู้รับ ๔๓๒๑ เออื้ เฟอ้ื ความคดิ เห็น ความคดิ เห็น ตอ่ เวลา ๒๐
การประเมิน เสยี สละ คะแนน
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑
๔๓๒๑

ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................

เกณฑ์การประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถามในชนั้ เรยี น

หวั ข้อเกณฑก์ ารประเมิน คะแนน การปฏบิ ัติ
๑. ความมีวนิ ยั ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒. ความมนี ้ำใจเอื้อเฟ้ือ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
เสียสละ ๑ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
๓. การรบั ฟังความคดิ เหน็ ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
๔. การแสดงความคิดเหน็ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
๑ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
๕. การตรงตอ่ เวลา ๔ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
๑ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
๒ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
๑ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
๒ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
๑ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรับปรุง

โรงเรียนพรานกระตา่ ยพิทยาคม จังหวดั กำแพงเพชร หนา้ ๑
ภาคเรยี นที่ ๑
แบบทดสอบวดั ความรู้ ท ๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๑

แบบทดสอบวัดความรู้ เรื่อง คำบุพบท คำสันธาน และคำอุทาน

ตอนท่ี ๑ จงเติมคำบพุ บทลงในชอ่ งวา่ งใหไ้ ด้ใจความ

๑. ฉันเห็น.................ตาทเี ดยี ว เธอเป็นคนหยิบปากกา......................นายแดงไป

๒. จำเลยใหก้ าร.......................ศาล........................ ความเป็นจริง

๓. เขาทำงานหนัก.....................ลูก

๔. เสอ้ื ตัวน้เี หมาะ.....................รูปร่างของเธอ

๕. ควรเรยี นวธิ รี ับประทานอาหาร......................ชอ้ นสอ้ ม

ตอนที่ ๒ จงเติมคำสันธานลงในชอ่ งว่างให้ไดใ้ จความ

๖. ฉนั วนเขาแล้ว..................เขาไม่ไป

๗. ...................เขาประมาท เขา.................ขบั รถชนเดก็

๘. เขาไวใ้ จให้เราทำเร่ืองนี้ให้เสรจ็ .........................เราจะเหลวไหลไม่ได้

๙. เธอจะไปรบั เงินเอง.......................เธอจะมอบฉันทะใหใ้ ครไปแทน

๑๐. .................รถของเขาไปถึงทะเลบางแสน ฝน.......................ตก

ตอนที่ ๓ จงเลือกคำตอบที่ถกู ต้องที่สดุ เพยี งคำตอบเดียว

๑๑. “นายจ้างใหข้ องขวัญ......ลูกจ้าง” คำทเ่ี ว้นไวค้ ือข้อใด

ก. แด่ ข. แก่ ค. เพือ่ ง. ต่อ

๑๒. คำวา่ “ใต้” ในข้อใดเป็นคำบุพบท ข. พายุพัดมาจากทางใต้
ก. เพอื่ นฉันเปน็ คนใต้ ง. มีรังมดอยู่ใตเ้ ตียง
ค. ใครจะไปใต้บ้าง

๑๓. “ท”ี่ ในข้อใดไม่ใช่คำบุพบท ข. ร้านคา้ ทส่ี ะอาดมักขายดี
ก. ฉันพกั ทีบ่ ้านคุณป้า ง. คุณแมท่ ำงานทีเ่ ชียงใหม่
ค. เรานัดกันทีว่ ัด

๑๔. ข้อใดไม่มีคำบุพบท ข. สวรรคใ์ นอก นรกในใจ
ก. น้ำรอ้ นปลาเป็น นำ้ เย็นปลาตาย ง. ตนื่ แตด่ ึก สกึ แต่หนุ่ม
ค. เลือกท่ีรกั มักท่ีชงั

๑๕. ประโยคใดละบพุ บทแล้วความหมายไม่เปล่ียนไป ข. เธอต้องทำตามกฎหมาย
ก. ผมพกั อยู่ทห่ี อ้ ง ๓๒๕ ง. นอ้ งยนื บนโต๊ะ
ค. แม่สบั หมดู ว้ ยมดี โต้

โรงเรียนพรานกระต่ายพทิ ยาคม จงั หวดั กำแพงเพชร หน้า ๒
ภาคเรียนที่ ๑
แบบทดสอบวัดความรู้ ท ๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๑

๑๖. ขอ้ ใดมิใช่หนา้ ที่ของคำสันธาน

ก. เชอ่ื มคำกับคำ ข. เชอ่ื มประโยกับประโยค

ค. นำหนา้ บท ง. เชอื่ มวลกี บั วลี

๑๗. ข้อใดไม่ใช่คำสนั ธาน

ก. เขารอ้ งไหเ้ พราะเธอทอดท้งิ ข. น้ำทว่ มเพราะฝนตกหนัก

ค. เพราะอยากไดค้ ะแนนฉนั จงึ ขยัน ง. นักร้องคนน้นั ร้องเพลงเพาะจบั ใจ

๑๘. “..............ลกู เกียจครา้ น แม่...........ตีลกู ” ควรเตมิ คำสนั ธานใดจงึ จะเหมาะสมที่สดุ

ก. คร้นั .....ก็ ข. เพราะ.....จึง ค. ถงึ ......ก็ ง. กว่า......ก็

๑๙. ขอ้ ใดเปน็ สันธานเชอื่ มใจความใหเ้ ลือก

ก. พอคุณแมป่ ลุกฉันก็ต่ืนทันที ข. เขาเสียสละมากดังนน้ั ใคร ๆ จึงรกั

ค. ไมห่ วั หน้ากร็ องหัวหน้าต้องไปพบครู ง. พ่อี ยากสวยฉะน้นั พ่จี งึ กินผลไมม้ าก ๆ

๒๐. ขอ้ ใดเป็นสนั ธานเชอ่ื มใจความคลอ้ ยตามกัน

ก. ทงั้ คุณลุงและคุณปา้ เป็นคนใจดี ข. เพราะฝนตกหนักน้ำจงึ ท่วม

ค. เธอควรหางานทำไมก่ เ็ รียนต่อ ง. กว่าจะรู้ตวั ก็สายเกนิ ไป

๒๑. ขอ้ ใด คอื ความหมายของ คำอทุ าน

ก. บอกหมวดหมู่ หรือสงิ่ ทีม่ ีจำนวนมาก

ข. คำชนดิ หน่งึ ท่ีใช้เรยี กชอ่ื คน สตั ว์ สิ่งของ ธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม

ค. เสยี งคำทีเ่ ปลง่ ออกมาเวลาตกใจ ดีใจ เสยี ใจ ของผู้พดู หรือเปน็ คำทใี่ ช้เสริมคำให้สมบูรณย์ ง่ิ ขึ้น

ง. เป็นคำท่แี สดงอารมณ์ ความรสู้ กึ ตา่ ง ๆ ของผพู้ ูด เพ่ือให้ผูร้ ับสารรบั ร้คู วามร้สู กึ และอารมณ์ของผูส้ ่งสาร

๒๒. ข้อใดเป็นความหมาย คำอุทานเสริมบท

ก. เสยี งคำท่ีเปลง่ ออกมาเวลาตกใจ ดใี จ เสยี ใจ ของผูพ้ ดู หรอื เปน็ คำท่ใี ชเ้ สริมคำให้สมบูรณ์ยิ่งข้นึ

ข. คำชนดิ หนึ่งท่ีใชเ้ รียกช่ือ คน สัตว์ สงิ่ ของ ธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม

ค. ใช้เสรมิ กับคำเดิม เพ่อื ให้ความหมายชัดเจนไพเราะ และสละสลวยยงิ่ ข้นึ

ง. บอกหมวดหมู่ หรือส่งิ ทม่ี ีจำนวนมาก

๒๓. คำอทุ านแบ่งออกเป็นกีป่ ระเภท

ก. ๑ ประเภท คำอุทานบอกอาการ

ข. ๒ ประเภท คำอทุ านบอกอาการ คำอทุ านเสริมบท

ค. ๓ ประเภท คำอทุ านบอกอาการ คำอุทานเสริมบท คำอุทานท่วั ไป

ง. ๔ ประเภท คำอุทานบอกอาการ คำอทุ านเสรมิ บท คำอุทานทว่ั ไป คำอทุ านศัพท์นาม

โรงเรียนพรานกระต่ายพิทยาคม จังหวดั กำแพงเพชร หน้า ๓
ภาคเรยี นที่ ๑
แบบทดสอบวัดความรู้ ท ๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๑

๒๔. เคร่อื งหมายที่ใช้กับอุทานบอกอาการเรียกวา่ อะไร

ก. ปรศั นี ข. อศั จรรย์ ค. อศั เจรีย์ ง. วสิ รรชนีย์

๒๕. ขอ้ ใด เป็นคำอทุ านบอกอาการสงสาร ข. อนจิ จา ! พทุ โธ่ ! โถ!
ก. ไชโย! เฮ้ ! ง. โอ้โฮ ! โอ ! แหม !
ค. ชว่ ยด้วย! วา้ ย ! ฮ้า

๒๖. ขอ้ ใด เปน็ คำอุทานบอกอาการดีใจ ข. อนจิ จา ! พทุ โธ่ ! โถ!
ก. ไชโย! เฮ้ ! ง. โอโ้ ฮ ! โอ ! แหม !
ค. ชว่ ยด้วย! ว้าย ! ฮ้า

๒๗. ขอ้ ใดมีคำอทุ านแสดงอาการแปลกใจ ข. พุทโธ่ ! โกหกอะไรได้เจ้าข้า
ก. อนิจจา! ตัวเรากเ็ ทา่ นี้ ง. แหม ! ชา่ งทายใจฉนั แมน่ จรงิ
ค. โอ้ ! เสียแรงเกิดมานิจจาเอ๋ย

๒๘. ทัศนภมู ิรวู้ ่าครูไมพ่ อใจเมือ่ ครูอทุ านคำใดออกมา ค. อา้ ว! ง. ว้าย!
ก. เอ๊ะ! ข. ตายจรงิ !

๒๙. ข้อใดมคี ำอุทาน ข. ใครทำแก้วแตก
ก. ถา้ ได้ไปทำงานกด็ ซี ิ ง. พอ่ แม่ไม่ใช่หัวหลกั หวั ตอนะ
ค. เธอจะสู้หรอื จะยอมแพ้

๓๐. ขอ้ ใดใชค้ ำอุทานไดเ้ หมาะสมทีส่ ดุ ข. โอ้โห! รองเทา้ ฉันหายไปไหน
ก. เย้! ฉันเขา้ ใจท่เี ธอพูดแล้ว ง. อ๋อ! ขอบคณุ ค่ะที่อนุญาตใหห้ นไู ปเท่ยี ว
ค. อนิจจา! ชีวิตนไี้ มม่ คี วามแน่นอน

แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ ๕๒

รหสั วิชา ท๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ๑

ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓

หนว่ ยการเรียนรู้เร่ือง นทิ านพน้ื บ้าน เวลา ๒๒ ชว่ั โมง

หน่วยการเรยี นรู้ย่อยท่ี ๒ เรือ่ ง การเขียนรายงานโครงงาน เวลา ๑ ชั่วโมง

ช่อื ผสู้ อน นางสาวฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙

๑. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้

สาระที่ ๒ การเขยี น

มาตรฐาน ท ๒.๑ : ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน

เรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี

ประสิทธิภาพ

ตัวช้ีวดั

ท ๒.๑ ม. ๑/๘ เขยี นรายงานการศกึ ษาค้นควา้ และโครงงาน

๒. สาระสำคญั

โครงงานเป็นการศึกษาเพื่อแสวงหาความรู้หรือสร้างสิง่ ประดิษฐ์ใหมโ่ ดยใช้กระบวนการทาง

วิทยาศาสตร์ การเขียนรายงานโครงงานเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอผลของการศึกษาค้นคว้าอย่าง

เป็นระบบ

๓. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

๓.๑ ผ้เู รียนมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจในการเขียนโครงงาน

๔. สาระการเรยี นรู้

๔.๑ ดา้ นความรู้ (K)

๔.๑.๑ อธิบายประเภทและขั้นตอนการเขียนรายงานโครงงาน

๔.๒ ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)

๔.๒.๑ วิเคราะห์ประโยชนข์ องโครงงาน

๔.๓ ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)

 รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์  อยู่อยา่ งพอเพยี ง  ซ่ือสัตยส์ จุ ริต

 มงุ่ มนั่ ในการทำงาน  มีวินยั  รักษ์ความเปน็ ไทย

 ใฝ่เรียนรู้  มีจติ สาธารณะ

๔.๔ ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น

 ความสามารถในการส่อื สาร : การอ่าน

 ความสามารถในการคดิ : การจำแนกประเภท

 ความสามารถในการแกป้ ัญหา : การนำความรูท้ ี่ไดร้ บั ไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ

 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต : ..............................................................

 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : ..............................................................

๔.๕ ดา้ นจดุ เนน้ การพฒั นาผู้เรยี น

๔.๕.๑ ด้านความสามารถและทกั ษะตามระดับชนั้

 ชั้น ม.๑-๓ : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะ

การคิดขนั้ สูง ทกั ษะชีวิต ทักษะการสือ่ สารอยา่ งสรา้ งสรรค์ตามวัย

 ชั้น ม.๔-๖ : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้

ใช้ภาษาต่างประเทศมีทักษะการคิดขัน้ สูง ทกั ษะชวี ิต ทักษะการสือ่ สารอย่างสร้างสรรคต์ ามช่วงวัย

๔.๕.๒ ดา้ นคณุ ลักษณะตามชว่ งวัย

 ม.๑-๓ : เนน้ อย่อู ย่างพอเพยี ง

 ม.๔-๖ : เน้นมงุ่ ม่นั ในการศึกษาและการทำงาน

๕. บรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

๑. หลกั ความพอประมาณ : ……(กจิ กรรม/วธิ กี ารสอน)………………….

๒. หลกั ความมีเหตผุ ล : วิเคราะหแ์ ละจำแนกอย่ามีเหตุผล

๓. หลกั ภูมคิ ้มุ กนั : ……(กจิ กรรม/วธิ กี ารสอน)………………….

๔. เงอ่ื นไขความรู้ : หลกั การสร้างคำ

๕. เงอ่ื นไขคุณธรรม : ……(กจิ กรรม/วธิ ีการสอน)………………….

๖. ช้นิ งาน/ ภาระงาน

๖.๑ สรุปความรู้ลงสมดุ

๗. กจิ กรรมการเรียนการสอน

การเขียนรายงานโครงงาน เวลา ๑ ชั่วโมง

ขนั้ ที่ ๑ ทบทวนความรู้ ( ๑๐ นาที )

๑. ให้นักเรยี นร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้คำถาม ดังน้ี

-ในชีวิตประจำวนั ของนักเรยี นมกี จิ กรรมใดบา้ งท่ีกอ่ ใหเ้ กดิ ความรู้

ขน้ั ท่ี ๒ ทดสอบความรู้ ( ๓๐ นาที )

๒. ให้นักเรียนศึกษาความรู้เรื่อง การเขียนรายงานโครงงาน แล้วร่วมกันสนทนาในประเด็น

ตอ่ ไปน้ี

- โครงงานหมายถงึ อะไร

- โครงงานมีกปี่ ระเภท แตล่ ะประเภทเปน็ อย่างไร

- การเขียนรายงานโครงงานมขี ้ันตอนอย่างไร
- การเขยี นรายงานโครงงานกับการเขียนรายงานทวั่ ไปมีความแตกต่างกันอยา่ งไร

ขน้ั ท่ี ๓ สรปุ ความรู้ ( ๑๕ นาที )

๓. ใหน้ กั เรียนรว่ มกันสรปุ ขนั้ ตอนการเขียนรายงานโครงงานเปน็ แผนภาพความคิดลงสมุด

๘. กจิ กรรมการเรยี นการสอน (หอ้ งเรียนออนไลน์)

๘.๑ ผู้เรียนเข้าเรียนออนไลน์ใน Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ นิทานพื้นบ้าน
เรอ่ื ง การเขียนรายงานโครงงาน

๘.๒ ให้นักเรียนศึกษาความรู้เรื่อง การเขียนรายงานโครงงาน ผ่านใบงานจาก Google
Classroom

- โครงงานหมายถงึ อะไร
- โครงงานมกี ี่ประเภท แตล่ ะประเภทเป็นอยา่ งไร
- การเขียนรายงานโครงงานมขี น้ั ตอนอยา่ งไร
- การเขียนรายงานโครงงานกบั การเขียนรายงานท่ัวไปมคี วามแตกต่างกันอยา่ งไร
๘.๓ ให้นักเรียนสรุปขั้นตอนการเขียนรายงานโครงงานเป็นแผนภาพความคิดลงสมุดและ
ถา่ ยรปู สง่ ครูในโพสตส์ ง่ งานใน Google Classroom

๙. สือ่ / วสั ดอุ ุปกรณ/์ แหล่งเรียนรู้

๙.๑ Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๑
ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ นิทานพื้นบ้าน เรื่อง การเขียนรายงาน
โครงงาน

๙.๒ ใบความรู้ เร่อื ง การเขยี นรายงานโครงงาน ใน Google Classroom

๑๐. การวัดผลและประเมลิ ผลการเรียนรู้

วิธวี ัด เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมนิ

K

๑. วัดจากการสรุปความรลู้ งสมดุ ๑. ใบความรู้ เรอื่ ง การเขยี น ๑. ทำได้ถกู ต้อง ๘๐% ขนึ้ ไป ถอื วา่

รายงานโครงงาน ผา่ น

P

๑. วัดจากแบบบนั ทกึ การเข้าเรยี น ๑. แบบบันทึกการเข้าเรียน ๑. ได้คะแนนในระดบั ๒ ขนึ้ ไป

และการใช้งานและ Google และการใช้งานและ Google

Classroom และความร่วมมอื Classroom

ในชน้ั เรียน

A

๑. วดั การสงั เกตความมวี ินัย ใฝ่เรียนรู้ ๑. แบบประเมนิ คุณลักษณะ ๑. ได้คะแนนในระดับ ๓ ขนึ้ ไป

และม่งุ มัน่ ในการทำงาน อนั พงึ ประสงค์

ลงช่อื ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง)
ตำแหนง่ ครูผู้ชว่ ย

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถามในช้ันเรยี น
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน

ที่ ชื่อ-สกุล ความมีวนิ ัย ความมีน้ำใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรง รวม
ของผู้รับ ๔๓๒๑ เออื้ เฟอ้ื ความคดิ เห็น ความคดิ เห็น ตอ่ เวลา ๒๐
การประเมิน เสยี สละ คะแนน
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑
๔๓๒๑

ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................

เกณฑ์การประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถามในชนั้ เรยี น

หวั ข้อเกณฑก์ ารประเมิน คะแนน การปฏบิ ัติ
๑. ความมีวนิ ยั ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒. ความมนี ้ำใจเอื้อเฟ้ือ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
เสียสละ ๑ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
๓. การรบั ฟังความคดิ เหน็ ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
๔. การแสดงความคิดเหน็ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
๑ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
๕. การตรงตอ่ เวลา ๔ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
๑ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
๒ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
๑ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
๒ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
๑ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรับปรุง

ใบความรู้ เรื่อง หลกั การทำโครงงาน

ความหมายของโครงงาน
โครงงาน (Project Approach) คือ กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ ผู้เรียนได้ทำการศึกษาค้นคว้า

และฝึกปฏิบัติด้วยตนเองตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจ โดยอาศัยกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ หรือกระบวนการอื่น ๆ ไปใช้ในการศึกษาหาคาตอบ โดยมีครูผู้สอนคอยกระตุน้ แนะนำ
และให้คาปรึกษาแกผ่ ู้เรียนอย่างใกลช้ ิด ต้ังแตก่ ารเลือกหวั ข้อที่จะศึกษา คน้ ควา้ ดำเนินงานตามแผน
กำหนดขั้นตอนการดาเนินงานและการนาเสนอผลงาน ซึ่งอาจทาเป็นบุคคลหรือเป็นกลุ่ม โครงงาน
คือ การศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือหลาย ๆ สิ่งที่อยากรู้คาตอบให้ลึกซึ้ง หรือเรียนรู้ใน
เรื่องนั้น ๆ ให้มากขึ้น โดยใช้กระบวนการ วิธีการที่ศึกษาอย่างมีระบบ เป็นขั้นตอน มีการวางแผนใน
การศึกษา อย่างละเอยี ด ปฏบิ ตั ิงานตามแผนทว่ี างไว้ จนได้ข้อสรุปหรือผลสรุปท่ีเป็นคำตอบในเรื่องน้ัน ๆ

หลกั การทำโครงงาน
- เนน้ การแสวงหาความรูด้ ว้ ยตนเอง
- ผ้เู รียนเปน็ ผู้วางแผนในการศึกษาค้นคว้าเอง
- ลงมอื ปฏบิ ตั เิ อง
- นาเสนอโครงงานเอง
- รว่ มกำหนดแนวทางวัดผลและประเมนิ ผล

จุดมุง่ หมายในการทำโครงงาน
- เพือ่ ใหผ้ เู้ รยี นได้ศึกษาข้อมลู จากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ด้วยตนเอง
- เพอ่ื ให้ผเู้ รยี นไดแ้ สดงออกซึ่งความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์
- เพ่ือใหผ้ ้เู รียนเกิดคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ เชน่ รู้จักทางานร่วมกับบคุ คลอื่น มคี วามเชือ่ มัน่

ในตนเอง มีความรับผดิ ชอบฯ
- เพือ่ ให้ผเู้ รียนใช้ความรู้และประสบการณเ์ ลือกทาโครงงานตามความสนใจ

ประเภทโครงงาน
โครงงานแบง่ ออกเปน็ ๒ ประเภท ไดแ้ ก่
๑. โครงงานตามสาระการเรียนรู้ เป็นการใชบ้ ูรณการร่วมกับการเรียนรู้ นำทกั ษะและความรู้

มาเป็นพืน้ ฐานในการกำหนดโครงงานและปฏิบตั ิ
๒. โครงงานตามความสนใจ เป็นโครงงานที่ผู้เรียนกำหนดขั้นตอน ความถนัด ความสนใจ

ความตอ้ งการ โดยใช้ทกั ษะความรู้ จากกล่มุ สาระการเรียนรู้ต่างๆมาบรู ณการเปน็ โครงงานและปฏิบัติ
สามารถแบ่งได้ ๔ รปู แบบ ตามวตั ถุประสงค์

๒.๑ โครงงานท่เี ปน็ การสำรวจ รวบรวมข้อมลู
เป็นโครงงานที่มีวัตถุประสงค์ในการรวบรวมข้อมูล เรื่องใดเรื่องหนึ่ง แล้วนาข้อมูลนั้นมาจำแนกเป็น
หมวดหมู่ ในรูปแบบที่เหมาะสม ข้อมูลที่ได้จะนาไปปรับปรุงพัฒนาผลงาน ส่งเสริมผลผลิตให้มี
คุณภาพดียิ่งขึ้น ข้อมูลดังกล่าว อาจมีผู้จัดทาขึ้นแล้ว แต่มีการเปลี่ยนแปลง จึงต้องมีการจัดทาใหม่
เพื่อให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการของผู้ศึกษาโครงงาน โดยใช้วิธีการเก็บข้อมูลด้วย
แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบบนั ทึก เชน่

- การสำรวจแหล่งเรียนรูใ้ นชมุ ชน
- การสำรวจงานบรกิ ารและสถานประกอบการในท้องถ่ิน
๒.๒ โครงงานทเ่ี ปน็ การศึกษาค้นควา้ ทดลอง
เปน็ โครงงานทม่ี ีวัตถุประสงค์ เพอื่ การศึกษาเรื่องใดเรื่องหน่ึงโดยเฉพาะ โดยศกึ ษาหลักการและ
ออกแบบการคน้ ควา้ ในรูปแบบการทดลองเพื่อยืนยันหลักการ ทฤษฎี เพ่อื ศกึ ษาหาแนวทางในการ
เพ่มิ คุณคา่ และการใช้ประโยชนใ์ ห้มากขน้ึ เชน่
- การปลกู พชื โดยไม่ใชส้ ารเคมี
- การทำขนมอบชนดิ ต่าง ๆ โดยใชว้ ัสดุในทอ้ งถิ่น
- การควบคุมการเจรญิ เตบิ โตของต้นไม้ประเภทเถา
- การศึกษาสูตรเครื่องด่ืมทีผ่ ลิตจากธัญพชื
๒.๓ โครงงานทเ่ี ป็นการศึกษาทฤษฎี หลกั การ หรือแนวคดิ ใหม่ ๆ ในการพฒั นาผลงาน
เป็นโครงงานที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอความรู้ หรือหลักการใหม่ๆ เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ยังไม่มี
ใครเคยคิด หรือคิดขัดแย้ง หรือขยายจากของเดิมที่มีอยู่ จากเนื้อหาวิชาการ หลักการ ทฤษฎีต่าง ๆ
นามาปรบั ปรุง พัฒนา ให้สอดคล้องมคี วามชัดเจน มผี ลงานท่ีเป็นรูปธรรม ซึ่งตอ้ งผ่านการพิสูจน์อย่าง
มีหลกั การและเชอื่ ถือได้ เชน่
- การใชส้ มนุ ไพรในการปราบศตั รูพชื
- การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการถนอมอาหาร และปรุงอาหาร
- เกษตรแบบผสมผสาน
- เทคนคิ การแก้โจทยป์ ญั หา
๒.๔ โครงงานที่เปน็ การสร้างประดิษฐ์ คดิ คน้
เป็นโครงงานที่มีวัตถุประสงค์ คือ การนาความรู้ทฤษฎี หลักการ มาประยุกต์ใช้ โดยประดิษฐ์เป็น
เครื่องมือ เครื่องใช้ต่างๆ เพื่อประโยชน์ต่างๆ หรืออาจเป็นการสร้างสรรค์สิง่ ประดิษฐ์ขึน้ มาใหม่ หรือ
ปรบั ปรุงของเดิมใหด้ ีขนึ้ ใช้ประโยชนไ์ ดม้ ากย่งิ ขึน้ เช่น
- การประดษิ ฐ์เครื่องควบคุมการรดนำ้
- การประดิษฐ์เคร่ืองรับวิทยุ
- การประดิษฐ์ของชำร่วย
- การออกแบบเสื้อผ้า

ขัน้ ตอนการทำโครงงานการทำโครงงานมขี ้ันตอนการปฏิบัติ ดังน้ี
๑. การคิดและการเลือกหวั เรื่อง
ผ้เู รยี นจะต้องคิด และเลอื กหัวเร่ืองของโครงงานดว้ ยตนเองว่าอยากจะศึกษาอะไร ทำไมจึง

อยากศึกษา หัวเร่ืองของโครงงานมกั จะไดม้ าจากปัญหา คำถามหรือความอยากรู้อยากเห็นเก่ียวกับ
เรื่องต่าง ๆ ของผู้เรียนเอง หัวเรื่องของโครงงานควรเฉพาะเจาะจงและชัดเจน เมื่อใครได้อ่านชื่อ
เรื่องแล้วควรเข้าใจและรู้เรื่องว่าโครงงานนี้ทำจากอะไร การกำหนดหัวเร่ืองของโครงงานนั้นมีแหลง่
ที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดความคิดและความสนใจหลายแหล่งด้วยกัน เช่น จากการอ่านหนังสือ
เอกสาร บทความ การเยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ การฟังบรรยายทางวิชาการ การเข้าชมนิทรรศการ
หรืองานประกวดโครงงานทางวิทยาศาสตร์ การสนทนากับบุคคลต่าง ๆ หรือจาการสังเกต
ปรากฏการณต์ ่าง ๆ รอบตวั เปน็ ตน้ นอกจากนีค้ วรคำนึงถึงประเดน็ ต่อไปน้ี

– ความเหมาะสมของระดับความรู้ ความสามารถของผเู้ รียน
– วสั ดุ อปุ กรณ์ ที่ใช้
– งบประมาณ
– ระยะเวลา
– ความปลอดภยั
– แหล่งความรู้
๒. การวางแผน
การวางแผนการทำโครงงาน จะรวมถึงการเขียนเค้าโครงของโครงงาน ซงึ่ ต้องมีการวางแผน
ไว้ลว่ งหนา้ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอยา่ งรัดกมุ และรอบคอบ ไมส่ บั สน แล้วนำเสนอต่อผ้สู อนหรือ
ครทู ีป่ รกึ ษาเพื่อขอความเหน็ ชอบก่อนดำเนนิ การขั้นต่อไป
การเขียนเค้าโครงของโครงงานโดยทั่วไป เขียนเพื่อแสดงแนวคิด แผนงาน และขั้นตอนการ
ทำโครงงาน ซึ่งควรประกอบด้วยหวั ขอ้ ตอ่ ไปนี้
๑) ชื่อโครงงาน ควรเป็นข้อความท่ีกะทดั รดั ชดั เจน สื่อความหมายได้ตรง
๒) ชื่อผทู้ ำโครงงาน
๓) ชอื่ ทป่ี รกึ ษาโครงงาน
๔) หลักการและเหตุผลของโครงงาน เป็นการอธิบายว่าเหตุใดจึงเลือกทำโครงงานเรื่องน้ี
มีความสำคัญอยา่ งไร มีหลกั การหรือทฤษฎีอะไรท่เี ก่ียวข้อง เร่อื งท่ีทำเป็นเร่ืองใหมห่ รอื มีผู้อนื่ ได้ศึกษา
ค้นคว้าเรื่องนี้ไว้บ้างแล้ว ถ้ามีได้ผลอย่างไร เรื่องที่ทำได้ขยายเพิ่มเติม ปรับปรุงจากเรื่องที่ผู้อื่นทำไว้
อย่างไร หรือเป็นการทำซำ้ เพอ่ื ตรวจสอบผล
๕) จุดมุ่งหมายหรือวตั ถุประสงค์ควรมคี วามเฉพาะเจาะจง และสามารถวัดได้ เป็นการบอก
ขอบเขตของงานทจ่ี ะทำได้ชดั เจนขน้ึ
๖) สมมติฐานของการศึกษาค้นคว้า (ถ้ามี) สมมติฐานเป็นคำตอบหรือคำอธิบายที่คาดไว้
ลว่ งหนา้ ซ่งึ อาจจะถกู หรอื ไม่กไ็ ด้ การเขียนสมมติฐานควรมเี หตุมีผลมีทฤษฎหี รือหลักการรองรบั และ

ที่สำคัญ คือ เป็นข้อความที่มองเห็นแนวทางในการดำเนินการทดสอบได้ นอกจากนี้ควรมี
ความสมั พันธร์ ะหว่างตวั แปรอสิ ระและตวั แปรตามด้วย

๗) วิธีดำเนนิ งานและขั้นตอนการดำเนินงาน จะตอ้ งอธิบายว่า จะออกแบบการทดลองอะไร
อยา่ งไร จะเก็บข้อมลู อะไรบ้างรวมทัง้ ระบวุ สั ดุอุปกรณ์ท่จี ำเป็นต้องใช้ มีอะไรบ้าง

๘) แผนปฏิบตั งิ าน อธบิ ายเกี่ยวกับกำหนดเวลาตง้ั แตเ่ ร่ิมต้นจนเสรจ็ สนิ้ การดำเนินงานในแต่
ละขั้นตอน

๙) ผลทีค่ าดวา่ จะได้รบั
๑๐) เอกสารอ้างอิง

๓. การดำเนนิ งาน
เมื่อที่ปรึกษาโครงงานให้ความเห็นชอบเค้าโครงของโครงงานแล้ว ต่อไปก็เป็นขั้นลงมือ
ปฏิบัติงานตามขั้นตอนที่ระบุไว้ ผู้เรียนต้องพยายามทำตามแผนงานที่วางไว้ เตรียมวัสดุอุปกรณ์และ
สถานที่ให้พร้อมปฏิบัติงานด้วยความละเอียดรอบคอบ คำนึงถึงความประหยัดและปลอดภัยในการ
ทำงานตลอดจนการบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ว่าได้ทำอะไรไปบ้าง ได้ผลอย่างไร มีปัญหาและข้อคิดเห็น
อยา่ งไร พยายามบนั ทกึ ให้เป็นระเบียบและครบถ้วน

๔. การเขยี นรายงาน
การเขียนรายงานเกี่ยวกับโครงงาน เป็นวิธีสื่อความหมายวิธีหนึ่งที่จะให้ผู้อื่นได้เข้าใจถึง
แนวคิด วิธีการดำเนินงาน ผลที่ได้ ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับโครงงานน้ัน
การเขียนโครงงานควรใช้ภาษาที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย ชัดเจนและครอบคลุมประเด็นสำคัญ ๆ ทั้งหมด
ของโครงงาน

๕. การนำเสนอผลงาน
การนำเสนอผลงาน เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทำโครงงานและเข้าใจถึงผลงานนั้น
การนำเสนอผลงานอาจทำได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมต่อประเภทของโครงงาน เนื้อหา
เวลา ระดับของผู้เรียน เช่น การแสดงบทบาทสมมติ การเล่าเรื่อง การเขียนรายงาน สถานการณ์
จำลอง การสาธิต การจัดนิทรรศการ ซึ่งอาจมีทั้งการจัดแสดงและการอธิบายด้วยคำพูด
หรือการรายงานปากเปล่า การบรรยาย สิ่งสำคัญคือ พยายามทำให้การแสดงผลงานนั้นดึงดูด
ความสนใจของผ้ชู ม มคี วามชดั เจน เขา้ ใจง่าย และมคี วามถกู ตอ้ งของเนื้อหา

การเขยี นรายงานโครงงาน
การเขียนรายงานโครงงานเป็นรูปแบบหนึ่งของการนำเสนอผลงานของโครงงานที่ผู้เรียนได้

ศึกษาค้นคว้าตั้งแต่ต้นจนจบ การกำหนดหัวข้อในการเขียนรายงานโครงงานอาจไม่ระบุตายตัว
เหมือนกันทุกโครงงาน ส่วนประกอบของหัวข้อในรายงานต้องเหมาะสมกับประเภทของโครงงาน
และระดบั ชนั้ ของผเู้ รียน องค์ประกอบของการเขยี นรายงานโครงงาน แบ่งกว้างๆ เป็น ๓ สว่ น ดงั นี้

๑. ส่วนปกและสว่ นตน้ สว่ นปกและส่วนตน้ ประกอบดว้ ย
๑) ช่อื โครงงาน
๒) ชื่อผู้ทำโครงงาน ชนั้ โรงเรยี น และวันเดอื นปีท่ีจัดทำ
๓) ชอ่ื อาจารยท์ ่ีปรึกษา
๔) คำนำ
๕) สารบัญ
๖) สารบัญตาราง หรอื ภาพประกอบ (ถา้ ม)ี
๗) บทคัดย่อส้นั ๆ ทบี่ อกเคา้ โครงอยา่ งย่อๆ ซ่งึ ประกอบด้วย เรือ่ ง วัตถุประสงค์ วิธกี ารศกึ ษา

ระยะเวลา และสรุปผล
๘) กิตตกิ รรมประกาศ เพ่ือแสดงความขอบคุณบุคคล หรือหนว่ ยงานที่ให้ความช่วยเหลือหรือ

มสี ่วนเกย่ี วขอ้ ง

๒. ส่วนเนื้อเรือ่ ง ประกอบด้วย
๑) บทนำ บอกความเปน็ มา ความสำคญั ของโครงงาน บอกเหตุผล หรือเหตุจูงใจในการ

เลือกหัวข้อโครงงาน
๒) วตั ถปุ ระสงค์ของโครงงาน
๓) สมมตฐิ านของการศึกษาค้นคว้า
๔) การดำเนินงาน อาจเขียนเป็นตาราง แผนผังโครงงานเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตาม

หัวข้อเรื่อง ตรงตามวัตถุประสงคข์ องโครงงาน และพิสูจน์คำตอบ (สมมติฐาน) ตามประเด็นที่กำหนด
ดังตวั อย่างการเขียนแผนผังโครงงานต่อไปน้ี

ในแผนผังโครงงานทำให้เห็นระบบการทำงานอย่างมีเป้าหมาย มีการวางแผนการทำงาน
จะเห็นได้ว่าสิ่งที่ต้องการทราบ คือ หัวข้อย่อย หรือคำถามย่อยของหัวข้อโครงงาน ถ้ามีมาก ๑ ข้อ
ก็จะเรียงลำดับทีละหัวข้อ พร้อมทั้งบอกสมมติฐาน วิธีศึกษา และแหล่งศึกษาค้นคว้าตามแผนผังให้
ครบทุกข้อ ส่ิงทตี่ อ้ งการทราบ สมมติฐาน วิธีการศกึ ษา แหลง่ ศึกษา/แหล่งข้อมลู หัวข้อยอ่ ยจากหวั ข้อ
เรื่องของโครงงานที่ต้องการหาคำตอบ การตอบคำถามล่วงหน้า ค้นคว้า สอบถาม สัมภาษณ์ สังเกต
ศกึ ษาโดยการดู-ฟัง จากสือ่ ชนิดตา่ งๆ – เอกสาร หนงั สอื – สถานท่ี บคุ คล

๕) สรุปผลการศึกษา เป็นการอธิบายคำตอบที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า ตามหัวข้อย่อยที่
ต้องการทราบ ว่าเป็นไปตามสมมติฐานหรอื ไม่

๖) อภิปรายผล บอกประโยชน์ หรือคุณค่าของผลงานที่ได้ และบอกข้อจำกัดหรือปัญหา
อุปสรรค (ถา้ ม)ี พรอ้ มทงั้ บอกขอ้ เสนอแนะในการศึกษาคน้ ควา้ โครงงานลกั ษณะใกล้เคยี งกัน

๓. สว่ นทา้ ย ประกอบดว้ ย
๑) บรรณานุกรม หรือ เอกสารอ้างอิง หรือเอกสารที่ใช้ค้นคว้า ซึ่งมีหลายประเภท เช่น

หนงั สือ ตำรา บทความ หรอื คอลมั น์ ซ่ึงจะมวี ิธีการเขียนบรรณานกุ รมต่างกัน เชน่
อา้ งอิงจากหนังสือ
ชอื่ นามสกลุ . (ปที พ่ี ิมพ์). ช่ือหนงั สือ. สถานที่พมิ พ์ : สำนักพิมพ์.
อา้ งอิงจากบทความในวารสาร
ช่ือผูเ้ ขียน. “ชือ่ บทความ” ชอื่ วารสาร. ปที หี่ รอื เล่มท่ี : หน้า; วนั เดือน ป.ี
อา้ งอิงจากคอลมั นจ์ ากหนังสอื พิมพ์
ชอ่ื ผู้เขียน. “ชื่อคอลมั น์ : ชอ่ื เรื่องในคอลมั น”์ ชอื่ หนงั สือพิมพ.์ วัน เดอื น ปี. หนา้ .

๒) ภาคผนวก เช่น โครงร่างโครงงาน ภาพกจิ กรรม แบบสอบถาม บทสัมภาษณ์

แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ ๕๓

รหัสวิชา ท๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ๑

ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓

หน่วยการเรียนรู้เรอื่ ง นทิ านพื้นบ้าน เวลา ๒๒ ชวั่ โมง

หน่วยการเรยี นรู้ย่อยที่ ๒ เรื่อง การเขียนรายงานโครงงาน ๒ เวลา ๑ ชั่วโมง

ช่ือผูส้ อน นางสาวฟ้าอำพร สิงห์ทอง ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙

๑. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้

สาระที่ ๒ การเขยี น
มาตรฐาน ท ๒.๑ : ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน
เรื่องราวในรปู แบบต่าง ๆ เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ

ตัวชว้ี ดั
ท ๒.๑ ม. ๑/๘ เขียนรายงานการศึกษาค้นควา้ และโครงงาน

๒. สาระสำคญั

โครงงานเป็นการศึกษาเพื่อแสวงหาความรู้หรือสร้างสิ่งประดิษฐ์ใหม่โดยใช้กระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์ การเขียนรายงานโครงงานเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอผลของการศึกษาค้นคว้า
อย่างเปน็ ระบบ

๓. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

๓.๑ ผู้เรียนมีความรู้ความเขา้ ใจในการเขียนโครงงาน

๔. สาระการเรียนรู้

๔.๑ ดา้ นความรู้ (K)

๔.๑.๑ อธิบายประเภทและขั้นตอนการเขียนรายงานโครงงาน

๔.๒ ด้านทักษะกระบวนการ (P)

๔.๒.๑ วิเคราะหป์ ระโยชน์ของโครงงาน

๔.๓ ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)

 รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์  อยอู่ ย่างพอเพยี ง  ซอื่ สตั ยส์ จุ รติ
 รกั ษ์ความเป็นไทย
 มงุ่ มัน่ ในการทำงาน  มวี นิ ัย

 ใฝ่เรียนรู้  มจี ิตสาธารณะ


Click to View FlipBook Version