๒. ผู้เรียนร่วมกันสังเกตตัวอักษรที่มีความคล้ายคลึงกัน เช่น ตัวอักษรหัวเข้าหัวออก ข กับ บ
ค กบั ด และสงั เกตตวั อักษรทค่ี วรระมัดระวังในการเขียนคัดลายมือ เชน่ อักษร พ ผู้เรียนจะต้องเขยี น
ใหเ้ สมอกนั กับเส้นคร่ึงบรรทดั
ข้ันที่ ๒ ฝกึ ปฏิบตั ิ (๓๕ นาท)ี
๑. ผู้เรยี นเขยี นคดั ลายมือตามเสน้ ประใบงานท่ี ๒ การคัดลายมือ
ขน้ั ท่ี ๓ สรุปความรู้ (๕ นาที)
๑. ผู้เรยี นรว่ มกนั สรุปเป็นความรเู้ กี่ยวกับหลักการเขียนคัดลายมอื และข้อควรระวังในการเขียน
๘. กจิ กรรมการเรยี นการสอน (หอ้ งเรยี นออนไลน)์
๘.๑ ผู้เรียนเข้าเรียนออนไลน์ใน Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ นิราศภูเขา
ทอง เรอื่ ง คัดลายมอื
๘.๒ ผู้เรียนดูแบบตัวอักษรไทยตามแบบกระทรวงศึกษาธิการว่ามีเอกลักษณ์แบบใด เช่น
ตัวอักษรหัวเข้าหวั ออก ข กบั บ ค กบั ด และสงั เกตตวั อักษรท่คี วรระมัดระวังในการเขยี นคัดลายมือ
เชน่ อักษร พ ผู้เรียนจะตอ้ งเขยี นใหเ้ สมอกนั กับเสน้ ครึ่งบรรทดั
๘.๓ ผู้เรยี นทำใบงานที่ ๒ การคดั ลายมอื
๙. สอ่ื / วัสดุอุปกรณ์/ แหล่งเรยี นรู้
๙.๑ Google Classroom ในรายวชิ า ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑
ห้องเรยี นของครูฟ้าอำพร สิงหท์ อง หน่วยการเรียนร้ทู ่ี ๑ นริ าศภูเขาทอง เรอื่ ง คัดลายมอื
๙.๒ แบบตัวอกั ษรไทยตามแบบกระทรวงศึกษาธิการ
๙.๓ ใบงานท่ี ๒ การคัดลายมือ
๑๐. การวัดผลและประเมิลผลการเรยี นรู้
วิธวี ดั เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
K
๑. วัดจากการใบงานที่ ๒ ๑. ใบงานที่ ๒ การคดั ลายมือ ๑. อา่ นได้ถูกต้อง ๗๕% ข้ึนไปถอื
การคดั ลายมือ วา่ ผ่าน
P
๑. ไดค้ ะแนนในระดบั ๒ ขน้ึ ไป
๑. วดั จากแบบบนั ทึกการเข้าเรียน ๑. แบบบันทึกการเข้าเรียน
และการใชง้ านและ Google และการใช้งานและ Google
Classroom Classroom
A ๑. ได้คะแนนในระดบั ๓ ข้ึนไป
๑. วัดการสังเกตความมวี ินยั ใฝเ่ รยี นรู้ ๑. แบบประเมนิ คุณลักษณะ
รักษค์ วามเป็นไทย และมุ่งมน่ั ในการ อันพงึ ประสงค์
ทำงาน
ลงชอื่ ........................................................
(นางสาวฟ้าอำพร สงิ ห์ทอง)
ตำแหน่ง ครูผชู้ ่วย
บนั ทกึ หลังการสอนแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๕
ใชส้ อนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙ ใช้เวลา ๑ ช่วั โมง
๑. ผลการเรียนรู้
ผูเ้ รียนที่ ผา่ น ตัวช้ีวดั
มีจำนวน .................................... คน คิดเปน็ ร้อยละ......................................
ผู้เรียนท่ี ไม่ผ่าน ตัวช้ีวดั
มจี ำนวน .................................... คน คดิ เป็นร้อยละ.......................................
• ด้านความรู้ (K)
๑. ผู้เรยี นมคี วามร้คู วามเขา้ ใจเกย่ี วกับการคดั ลายมือตามรูปแบบการเขียนตวั อกั ษรไทย
กระทรวงศกึ ษาธิการ
ผู้เรียนทงั้ หมด.……..คน
ผูเ้ รยี นที่ ผ่านเกณฑ์การประเมิน : มีจำนวน ........ คน คดิ เป็นร้อยละ..................
ผู้เรียนที่ ไม่ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ..................
• ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
๑. ผู้เรียนสามารถคัดลายมือตามรปู แบบการเขยี นตวั อักษรไทยกระทรวงศึกษาธิการ
ผู้เรยี นทั้งหมด.……..คน
ผเู้ รียนที่ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ..................
ผ้เู รียนท่ี ไม่ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มีจำนวน ........ คน คดิ เป็นร้อยละ..................
• ด้านเจตคติ (A)
๑. ผู้เรยี นมวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้ รักษ์ความเปน็ ไทย และมุ่งมน่ั ในการทำงาน
ผู้เรยี นทั้งหมด.……..คน
ผู้เรียนท่ี ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ..................
ผเู้ รียนท่ี ไม่ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ..................
๒. ปญั หา/ อุปสรรค
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
๓. วิธกี ารแก้ไขปัญหา
............................................................................................................................. ...................................
....................................................................................................................................... .........................
ลงช่ือ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง)
ตำแหนง่ ครูผชู้ ่วย
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถามในช้ันเรยี น
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน
ที่ ชื่อ-สกุล ความมีวนิ ัย ความมีน้ำใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรง รวม
ของผู้รับ ๔๓๒๑ เออื้ เฟอ้ื ความคดิ เห็น ความคดิ เห็น ตอ่ เวลา ๒๐
การประเมิน เสยี สละ คะแนน
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑
๔๓๒๑
ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................
เกณฑ์การประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถามในชนั้ เรยี น
หวั ข้อเกณฑก์ ารประเมิน คะแนน การปฏบิ ัติ
๑. ความมีวนิ ยั ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒. ความมนี ้ำใจเอื้อเฟ้ือ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
เสียสละ ๑ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
๓. การรบั ฟังความคดิ เหน็ ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
๔. การแสดงความคิดเหน็ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
๑ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
๕. การตรงตอ่ เวลา ๔ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
๑ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
๒ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
๑ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
๒ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
๑ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรับปรุง
แบบประเมินใบงานการคดั ลายมอื
คำชีแ้ จง : ประเมินจากการผลงานจรงิ ของนักเรยี น โดยให้ระดบั คะแนนที่ตรงกับผลงานของนักเรยี น
เกณฑ์การให้คะแนน ๓ = ดี ๒ = พอใช้ ๑ = ควรปรับปรงุ
คุณลักษณะ
เลขท่ี ช่อื -สกุล ๑. ความถูก ้ตองของงาน
๒. ความรับ ิผดชอบ
๓. ความ ั้ตงใจ
๔. ความสะอาดเรียบร้อย
๕. การวาง ัตว ัอกษรและ ่ชองไฟ
คะแนน ๑๕ คะแนน
เกณ ์ฑการประเ ิมน (ผ่าน/ไ ่ม ่ผาน)
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนใบงาน การคัดลายมอื
ระดบั ความสามารถ
ข้อ รายการประเมิน ๓ ๒๑
๑ ความถูกต้องของงาน (ดี)
๒ ความรับผิดชอบ ทำงานครบถ้วน ถูกต้อง (ปานกลาง) (ควรปรบั ปรงุ )
๓ ความตง้ั ใจในการทำงาน ร้อยละ ๑๐๐
๔ ความสะอาดเรยี บรอ้ ย ทำงานถูกตอ้ งร้อยละ ทำงานถูกต้องน้อยกวา่
สง่ งานตรงเวลาและ
๕ การวางตัวอกั ษรและช่องไฟ ครบถ้วน ๗๐ ร้อยละ ๕๐
ตั้งใจทำงานที่ไดร้ บั สง่ งานล่าช้าเกนิ กำหนด ส่งงานล่าชา้ เกนิ กำหนด
มอบหมาย ๑ วัน และส่งงานครบ ๒ วนั ขน้ึ ไปและส่งงาน
ผลงานสะอาดเรียบร้อย ไมค่ รบ
เขยี นเปน็ ระเบยี บ
สวยงาม ตัง้ ใจทำงาน ไมส่ นใจงานท่ีไดร้ ับ
วางตัวอกั ษร สระ
วรรณยกุ ต์ถกู ต้อง ร้อย บางครั้ง มอบหมาย
ละ ๑๐๐ มกี ารเว้น
ช่องไฟและเว้นวรรค ผลงานมรี อยลบบา้ ง ผลงานไม่สะอาด
ถกู ต้อง รอ้ ยละ ๑๐๐ เลก็ น้อย ไมเ่ รียบร้อย
ไมเ่ ปน็ ระเบียบ
วางตัวอกั ษร สระ วางตัวอักษร สระ
วรรณยกุ ตถ์ กู ต้อง ร้อย วรรณยุกตไ์ ม่ถกู ต้อง
ละ ๗๐ มกี ารเว้น เวน้ ช่องไฟและเวน้ วรรค
ช่องไฟและเว้นวรรค ไม่ถูกต้อง
ถกู ต้อง รอ้ ยละ ๗๐
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ หมายถงึ ดีเยยี่ ม = ๑๓ – ๑๕ คะแนน
หมายถงึ ดี = ๙ – ๑๒ คะแนน
ระดบั คะแนน ๔ หมายถงึ พอใช้ = ๕ –๘ คะแนน
ระดบั คะแนน ๓ หมายถึง ปรบั ปรุง = ๐ –๔ คะแนน
ระดับคะแนน ๒
ระดับคะแนน ๑
เอกสารประกอบการสอนรายวชิ า ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ภาคเรียนท๑่ี ปีการศึกษา ๒๕๖๓
โรงเรียนพรานกระต่ายพิทยาคม
ช่อื .................................................................................................................ชั้น.... .........เลขที่..............
ใบงานท่ี ๒ การคัดลายมือ
คำชี้แจง: ใหน้ ักเรียนคดั ลายมอื ตัวบรรจงครึ่งบรรทัดตามเส้นประ
ข้อท่ี ข้อความ
๑.
๒.
๓.
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๖
รหัสวชิ า ท๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ๑
ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
หนว่ ยการเรยี นรู้เรอ่ื ง นริ าศภเู ขาทอง เวลา ๑๑ ช่วั โมง
หนว่ ยการเรียนร้ยู ่อยท่ี ๒ เรือ่ ง การคัดลายมอื ๒ เวลา ๑ ช่วั โมง
ชอื่ ผ้สู อน นางสาวฟา้ อำพร สิงห์ทอง ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙
๑. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๒ การเขยี น
มาตรฐาน ท ๒.๑ : ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน
เรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้า
อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
ตัวช้ีวดั
ท ๒.๑ ม.๑/๑ คดั ลายมอื ตวั บรรจงครง่ึ บรรทดั
๒. สาระสำคญั
การเขียนด้วยลายมือที่สวยงามเป็นระเบียบและถูกต้องตามอักขรวิธี เป็นค่านิยมที่ดีงาม
และเปน็ การอนุรกั ษ์ภาษาไทย
๓. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๓.๑ ผ้เู รียนสามารถคดั ลายมือตัวบรรจงครง่ึ บรรทดั ตามรูปแบบการเขียนตวั อักษรไทย
กระทรวงศึกษาธกิ าร
๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ ดา้ นความรู้ (K)
๔.๑.๑ ผู้เรยี นมคี วามรคู้ วามเข้าใจเก่ยี วกบั การคัดลายมอื ตามรปู แบบการเขยี นตวั
อกั ษรไทยกระทรวงศึกษาธิการ
๔.๒ ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
๔.๒.๑ ผ้เู รียนสามารถคดั ลายมือตามรปู แบบการเขียนตวั อักษรไทยกระทรวงศึกษาธกิ าร
๔.๓ ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อยา่ งพอเพยี ง ซ่อื สตั ยส์ ุจริต
ม่งุ มั่นในการทำงาน มีวนิ ยั รักความเป็นไทย
ใฝเ่ รียนรู้ มีจิตสาธารณะ
๔.๔ ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
ความสามารถในการส่อื สาร : การเขียนคัดลายมือ
ความสามารถในการคดิ : ..............................................................
ความสามารถในการแก้ปัญหา : ..............................................................
ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต : ..............................................................
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : การส่งงานผ่าน Google Classroom
๔.๕ ดา้ นจุดเนน้ การพัฒนาผเู้ รียน
๔.๕.๑ ดา้ นความสามารถและทกั ษะตามระดับช้ัน
ชั้น ม.๑-๓ : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะ
การคิดขนั้ สงู ทักษะชวี ิต ทกั ษะการสอ่ื สารอยา่ งสร้างสรรคต์ ามวยั
ชั้น ม.๔-๖ : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้
ใชภ้ าษาตา่ งประเทศมที ักษะการคิดขนั้ สงู ทักษะชีวติ ทักษะการสอ่ื สารอยา่ งสรา้ งสรรคต์ ามช่วงวัย
๔.๕.๒ ดา้ นคณุ ลกั ษณะตามชว่ งวัย
ม.๑-๓ : เน้นอยู่อย่างพอเพียง
ม.๔-๖ : เน้นมุ่งมนั่ ในการศกึ ษาและการทำงาน
๕. บรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๑. หลกั ความพอประมาณ : ……(กิจกรรม/วธิ กี ารสอน)………………….
๒. หลักความมีเหตุผล : การรว่ มแสดงความคดิ เหน็ ในประเด็นคำถาม
๓. หลักภูมิคุ้มกนั : ……(กิจกรรม/วิธีการสอน)………………….
๔. เงื่อนไขความรู้ : คดั ลายมือตัวบรรจงครึง่ บรรทดั ตามแบบกระทรวงศึกษาธิการ
๕. เงอ่ื นไขคุณธรรม : ……(กจิ กรรม/วิธีการสอน)………………….
๖. ชนิ้ งาน/ ภาระงาน
๖.๑ คดั ลายมือตัวบรรจงครง่ึ บรรทัดตามรปู แบบการเขียนตัวอกั ษรไทยกระทรวงศึกษาธิการ
๗. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
หลักการคัดลายมือ ๑ ช่ัวโมง
ขัน้ ที่ ๑ ทบทวนความรู้ (๕ นาที)
๑. ผู้เรยี นรว่ มกันทบทวนเรือ่ ง หลกั การคัดลายมือตัวบรรจงครึง่ บรรทดั
ข้ันท่ี ๒ ฝึกให้ชำนาญ (๔๕ นาที)
๑. ผูเ้ รียนฝึกคดั ลายมอื ตามแบบอักษรหัวกลมของกระทรวงศึกษาธกิ าร จากบทอาขยาน
นริ าศภเู ขาทอง
ข้ันที่ ๓ สรุปความรู้ (๕ นาที)
๑. ผู้เรยี นรว่ มกันสรปุ ประโยชน์ของการคดั ลายมือ
๘. กจิ กรรมการเรยี นการสอน (ห้องเรยี นออนไลน)์
๘.๑ ผู้เรียนเข้าเรียนออนไลน์ใน Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ นิราศภูเขา
ทอง เรือ่ ง คดั ลายมือ
๘.๒ ผู้เรียนดูบทอาขยานบทหลักจากเรื่องนิราศภูเขาทองจากนั้นเขียนคัดลายมือลงกระดาษ
ถา่ ยรปู แลว้ อัปโหลดงานในชนั้ เรียนของครใู น Google Classroom
๙. สอ่ื / วสั ดุอปุ กรณ/์ แหลง่ เรยี นรู้
๙.๑ Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑
ห้องเรยี นของครูฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๑ นิราศภเู ขาทอง เรอ่ื ง คัดลายมือ
๙.๒ แบบตวั อกั ษรไทยตามแบบกระทรวงศึกษาธิการ
๙.๓ บทอาขยานบทหลักจากเร่ืองนริ าศภเู ขาทอง
๑๐. การวดั ผลและประเมลิ ผลการเรียนรู้
วิธวี ัด เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
K
๑. วัดจากการคัดลายมือตัวบรรจงครงึ่ ๑. คัดลายมือตวั บรรจงครงึ่ ๑. เขยี นได้ถกู ต้อง ๗๕% ขน้ึ ไป
บรรทดั ตามแบบกระทรวงศึกษาธิการ บรรทัดตามแบบ ถอื วา่ ผา่ น
กระทรวงศกึ ษาธิการ
P
๑. วดั จากแบบบันทึกการเข้าเรยี น ๑. แบบบันทึกการเข้าเรียน ๑. ไดค้ ะแนนในระดบั ๒ ขน้ึ ไป
และการใช้งานและ Google และการใช้งานและ Google
Classroom Classroom
A
๑. ได้คะแนนในระดับ ๓ ข้ึนไป
๑. วดั การสังเกตความมวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ ๑. แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ
รกั ษค์ วามเป็นไทย และมุง่ ม่นั ในการ อันพึงประสงค์
ทำงาน
ลงชอ่ื ........................................................
(นางสาวฟ้าอำพร สงิ หท์ อง)
ตำแหน่ง ครผู ูช้ ่วย
บนั ทกึ หลังการสอนแผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี ๖
ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙ ใช้เวลา ๑ ช่วั โมง
๑. ผลการเรยี นรู้
ผู้เรียนท่ี ผ่าน ตัวช้ีวดั
มจี ำนวน .................................... คน คิดเปน็ ร้อยละ......................................
ผเู้ รยี นท่ี ไมผ่ า่ น ตัวชวี้ ดั
มจี ำนวน .................................... คน คดิ เป็นร้อยละ.......................................
• ด้านความรู้ (K)
๑. ผู้เรียนมีความร้คู วามเขา้ ใจเกย่ี วกับการคดั ลายมือตามรูปแบบการเขียนตัวอกั ษรไทย
กระทรวงศึกษาธกิ าร
ผู้เรียนทงั้ หมด.……..คน
ผูเ้ รียนที่ ผ่านเกณฑ์การประเมิน : มีจำนวน ........ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ..................
ผู้เรียนที่ ไมผ่ ่านเกณฑก์ ารประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คดิ เป็นร้อยละ..................
• ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
๑. ผู้เรียนสามารถคัดลายมือตามรปู แบบการเขียนตัวอักษรไทยกระทรวงศึกษาธกิ าร
ผู้เรียนทง้ั หมด.……..คน
ผู้เรียนที่ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คิดเปน็ ร้อยละ..................
ผ้เู รียนที่ ไม่ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มีจำนวน ........ คน คิดเป็นรอ้ ยละ..................
• ดา้ นเจตคติ (A)
๑. ผู้เรยี นมีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ รักษ์ความเปน็ ไทย และมุง่ มน่ั ในการทำงาน
ผู้เรียนทง้ั หมด.……..คน
ผู้เรยี นท่ี ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คดิ เปน็ ร้อยละ..................
ผเู้ รยี นที่ ไมผ่ ่านเกณฑก์ ารประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ..................
๒. ปญั หา/ อุปสรรค
............................................................................................................................. ...................................
........................................................................................ ........................................................................
๓. วิธกี ารแก้ไขปญั หา
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................... .................................
ลงช่ือ........................................................
(นางสาวฟ้าอำพร สงิ ห์ทอง)
ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถามในช้ันเรยี น
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน
ที่ ชื่อ-สกุล ความมีวนิ ัย ความมีน้ำใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรง รวม
ของผู้รับ ๔๓๒๑ เออื้ เฟอ้ื ความคดิ เห็น ความคดิ เห็น ตอ่ เวลา ๒๐
การประเมิน เสยี สละ คะแนน
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑
๔๓๒๑
ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................
เกณฑ์การประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถามในชนั้ เรยี น
หวั ข้อเกณฑก์ ารประเมิน คะแนน การปฏบิ ัติ
๑. ความมีวนิ ยั ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒. ความมนี ้ำใจเอื้อเฟ้ือ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
เสียสละ ๑ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
๓. การรบั ฟังความคดิ เหน็ ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
๔. การแสดงความคิดเหน็ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
๑ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
๕. การตรงตอ่ เวลา ๔ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
๑ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
๒ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
๑ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
๒ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
๑ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรับปรุง
แบบประเมินใบงานการคดั ลายมอื
คำชีแ้ จง : ประเมินจากการผลงานจรงิ ของนักเรยี น โดยให้ระดบั คะแนนที่ตรงกับผลงานของนักเรยี น
เกณฑ์การให้คะแนน ๓ = ดี ๒ = พอใช้ ๑ = ควรปรับปรงุ
คุณลักษณะ
เลขท่ี ช่อื -สกุล ๑. ความถูก ้ตองของงาน
๒. ความรับ ิผดชอบ
๓. ความ ั้ตงใจ
๔. ความสะอาดเรียบร้อย
๕. การวาง ัตว ัอกษรและ ่ชองไฟ
คะแนน ๑๕ คะแนน
เกณ ์ฑการประเ ิมน (ผ่าน/ไ ่ม ่ผาน)
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนใบงาน การคัดลายมอื
ระดบั ความสามารถ
ข้อ รายการประเมิน ๓ ๒๑
๑ ความถูกต้องของงาน (ดี)
๒ ความรับผิดชอบ ทำงานครบถ้วน ถูกต้อง (ปานกลาง) (ควรปรบั ปรงุ )
๓ ความตง้ั ใจในการทำงาน ร้อยละ ๑๐๐
๔ ความสะอาดเรยี บรอ้ ย ทำงานถูกตอ้ งร้อยละ ทำงานถูกต้องน้อยกวา่
สง่ งานตรงเวลาและ
๕ การวางตัวอกั ษรและช่องไฟ ครบถ้วน ๗๐ ร้อยละ ๕๐
ตั้งใจทำงานที่ไดร้ บั สง่ งานล่าช้าเกนิ กำหนด ส่งงานล่าชา้ เกนิ กำหนด
มอบหมาย ๑ วัน และส่งงานครบ ๒ วนั ขน้ึ ไปและส่งงาน
ผลงานสะอาดเรียบร้อย ไมค่ รบ
เขยี นเปน็ ระเบยี บ
สวยงาม ตัง้ ใจทำงาน ไมส่ นใจงานท่ีไดร้ ับ
วางตัวอกั ษร สระ
วรรณยกุ ต์ถกู ต้อง ร้อย บางครั้ง มอบหมาย
ละ ๑๐๐ มกี ารเว้น
ช่องไฟและเว้นวรรค ผลงานมรี อยลบบา้ ง ผลงานไม่สะอาด
ถกู ต้อง รอ้ ยละ ๑๐๐ เลก็ น้อย ไมเ่ รียบร้อย
ไมเ่ ปน็ ระเบียบ
วางตัวอกั ษร สระ วางตัวอักษร สระ
วรรณยกุ ตถ์ กู ต้อง ร้อย วรรณยุกตไ์ ม่ถกู ต้อง
ละ ๗๐ มกี ารเว้น เวน้ ช่องไฟและเวน้ วรรค
ช่องไฟและเว้นวรรค ไม่ถูกต้อง
ถกู ต้อง รอ้ ยละ ๗๐
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ หมายถงึ ดีเยยี่ ม = ๑๓ – ๑๕ คะแนน
หมายถงึ ดี = ๙ – ๑๒ คะแนน
ระดบั คะแนน ๔ หมายถงึ พอใช้ = ๕ –๘ คะแนน
ระดบั คะแนน ๓ หมายถึง ปรบั ปรุง = ๐ –๔ คะแนน
ระดับคะแนน ๒
ระดับคะแนน ๑
บทอาขยานบทหลกั เรอื่ งนริ าศภเู ขาทอง
มาถึงบางธรณีทวีโศก ยามวิโยคยากใจให้สะอืน้
โอส้ ธุ าหนาแนน่ เป็นแผน่ พืน้ ถงึ สหี่ มน่ื สองแสนท้ังแดนไตร
เมอ่ื เคราะห์ร้ายกายเรากเ็ ท่าน้ี ไม่มีทพี่ สุธาจะอาศัย
ลว้ นหนามเหน็บเจ็บแสบคบั แคบใจ เหมือนนกไร้รงั เร่อยู่เอกาฯ
ถึงเกรด็ ยา่ นบ้านมอญแต่ก่อนเกา่ ผู้หญงิ เกลา้ มวยงามตามภาษา
เดย๋ี วน้มี อญถอนไรจกุ เหมือนตกุ๊ ตา ทง้ั ผัดหนา้ จบั เขม่าเหมือนชาวไทย
โอ้สามัญผันแปรไม่แทเ้ ที่ยง เหมอื นอยา่ งเยยี่ งชายหญิงทิ้งวสิ ัย
นี่หรือจติ คิดหมายมหี ลายใจ ที่จติ ใครจะเป็นหนึง่ อย่าพึงคดิ ฯ
มคี นรกั รสถ้อยอร่อยจติ
ถึงบางพดู พูดดเี ปน็ ศรีศกั ด์ิ จะชอบผดิ ในมนุษยเ์ พราะพดู จาฯ
แม้นพดู ชัว่ ตัวตายทำลายมิตร
สุนทรโวหาร (ภู่)
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๗
รหัสวิชา ท๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ๑
ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๓
หนว่ ยการเรยี นรู้เร่อื ง นริ าศภูเขาทอง เวลา ๑๑ ชวั่ โมง
หน่วยการเรียนรยู้ ่อยที่ ๓ เรอ่ื ง การเขยี นแนะนำตนเอง เวลา ๑ ช่ัวโมง
ช่ือผ้สู อน นางสาวฟา้ อำพร สิงห์ทอง ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙
๑. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ ๒ การเขยี น
มาตรฐาน ท ๒.๑ : ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน
เรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้า
อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
ตัวช้วี ดั
ท ๒.๑ ม.๑/๒ เขยี นสือ่ สารโดยใช้ถ้อยคำถกู ตอ้ ง ชดั เจน เหมาะสมและสละสลวย
๒. สาระสำคญั
การเขยี นแนะนำตนเองเป็นการนำเสนอข้อมลู เกยี่ วกบั ตนเองใหผ้ ู้อืน่ รับทราบเพอื่ ประโยชน์
อย่างใดอย่างหน่งึ ซ่ึงข้อมูลท้ังหมดต้องเป็นความจริง
๓. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๓.๑ ผเู้ รยี นสามารถเขียนแนะนาํ ตนเองได้
๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ ด้านความรู้ (K)
๔.๑.๑ ผ้เู รยี นรแู้ ละเข าใจหลกั การเขยี นแนะนําตนเอง
๔.๒ ด้านทักษะกระบวนการ (P)
๔.๒.๑ ผ้เู รยี นสามารถเขยี นแนะนาํ ตนเองได้
๔.๓ ดา้ นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซ่อื สตั ยส์ ุจรติ
รกั ความเป็นไทย
มุ่งม่ันในการทำงาน มีวนิ ัย
ใฝเ่ รยี นรู้ มีจติ สาธารณะ
๔.๔ ด้านสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
ความสามารถในการสอื่ สาร : การเขียนแนะนำตนเอง
ความสามารถในการคดิ : การสังเกต
ความสามารถในการแก้ปัญหา : ..............................................................
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ : การเข้าสงั คมเร่ิมตน้ ดว้ ยการแนะนำตนเอง
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : ..............................................................
๔.๕ ดา้ นจดุ เนน้ การพัฒนาผู้เรียน
๔.๕.๑ ด้านความสามารถและทักษะตามระดับช้ัน
ชั้น ม.๑-๓ : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะ
การคดิ ขน้ั สูง ทักษะชวี ติ ทักษะการสอ่ื สารอยา่ งสรา้ งสรรคต์ ามวัย
ชั้น ม.๔-๖ : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้
ใชภ้ าษาต่างประเทศมีทักษะการคดิ ข้ันสงู ทักษะชวี ติ ทกั ษะการสอื่ สารอย่างสรา้ งสรรค์ตามชว่ งวัย
๔.๕.๒ ด้านคุณลกั ษณะตามชว่ งวยั
ม.๑-๓ : เน้นอยู่อย่างพอเพียง
ม.๔-๖ : เนน้ ม่งุ ม่นั ในการศึกษาและการทำงาน
๕. บูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๑. หลกั ความพอประมาณ : ……(กิจกรรม/วธิ ีการสอน)………………….
๒. หลกั ความมีเหตุผล : การรว่ มแสดงความคดิ เหน็ ในประเดน็ คำถาม
๓. หลกั ภมู คิ ้มุ กนั : ……(กจิ กรรม/วิธีการสอน)………………….
๔. เงอื่ นไขความรู้ : การเขยี นแนะนำตนเอง
๕. เงื่อนไขคุณธรรม : ……(กิจกรรม/วธิ ีการสอน)………………….
๖. ชน้ิ งาน/ ภาระงาน
๖.๑ เขียนแนะนำตนเอง
๗. กิจกรรมการเรียนการสอน ๑ ช่วั โมง
เขียนแนะนำตนเอง
ข้ันที่ ๑ เรา้ ความสนใจ (๑๐ นาที)
๑. ผเู้ รยี นทำกิจกรรมแนะนําตวั โดยจะตองสงปากกาสี พรอมกับรองเพลง
“ชื่อของเธอฉันไม่รูจัก ครูถามทักนักเรียนเขาใหม่ ชื่อของเธอฉันจำไม่ได้ ชื่ออะไรขอให
บอกที” เมือ่ เพลงจบแลวปากกาสอี ยู่ทีใ่ ครใหผเู้ รยี นคนนน้ั แนะนาํ ตัว
๒. ผู้เรียนรว่ มกนั ตอบคําถามวา “การแนะนาํ ตนเองจำเป็นตองระบุสิ่งใดบา้ ง”
ขนั้ ท่ี ๒ ศึกษาความรู้ (๑๐ นาท)ี
๑. ผู้เรียนรว่ มกันสนทนาความรเู้ รื่องการเขียนแนะนำตนเอง ในประเดน็ วัตถปุ ระสงค์ โอกาส
และหลกั การเขียนแนะนำตนเอง
๒. ผูเ้ รยี นร่วมกันศกึ ษาเรื่องการเขียนแนะนําตนเองจากใบความร้แู ละในหนังสอื เรียน
ข้ันที่ ๓ เขยี นแนะนำตนเอง (๓๐ นาที)
๑. ผเู้ รยี นเขียนแนะนาํ ตนเองตามหลักการเขยี น และฝึกปฏบิ ตั แิ นะนําตนเองรายบุคคลลงในสมดุ
๒. ผเู้ รยี นอาสาสมัครออกมานาํ เสนอผลงานการเขียนแนะนําตนเอง
๓. ผู้เรยี นนำผลงานการเขยี นแนะนำตนเองท่เี ขยี นใส่สมุดและได้รบั การตรวจสอบแกไ้ ข
เรียบรอ้ ยแลว้ เขยี นลงในกระดาษและตกแต่งให้สวยงาม ส่งครูในคาบถดั ไป
ข้นั ท่ี ๔ สรุปความรู้ (๕ นาท)ี
๑. ผู้เรยี นร่วมกันสรุปเป็นความร้เู กี่ยวกับหลักการเขยี นแนะนำตนเอง
๘. กจิ กรรมการเรียนการสอน (ห้องเรียนออนไลน)์
๘.๑ ผู้เรียนเข้าเรียนออนไลน์ใน Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ นิราศภูเขา
ทอง เร่ือง การเขยี นแนะนำตนเอง
๘.๒ ผู้เรียนศึกษาความรู้จากใบความรู้ที่ ๑ เรื่อง การเขียนแนะนำตนเอง จากนั้นฝึกเขียน
แนะนำตนเองลงในสมุด
๘.๓ เมื่อผู้เรียนเขียนแนะนำตนเองลงในสมุดแล้ว ข้อมูลครบถ้วน ผ่านการตรวจสอบและ
แก้ไขเรียบร้อยแลว้ เขียนแนะนำตนเองลงในกระดาษและตกแตง่ ให้สวยงาม ส่งครูในคาบถดั ไป
๙. ส่อื / วัสดอุ ปุ กรณ/์ แหลง่ เรียนรู้
๙.๑ Google Classroom ในรายวชิ า ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑
ห้องเรยี นของครฟู ้าอำพร สิงหท์ อง หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๑ นริ าศภเู ขาทอง เร่อื ง การเขยี นแนะนำตนเอง
๙.๒ ใบความรทู้ ่ี ๑ เรือ่ ง การเขียนแนะนำตนเอง
๑๐. การวัดผลและประเมิลผลการเรยี นรู้
วิธีวดั เคร่ืองมอื เกณฑ์การประเมนิ
K
๑. วัดจากการเขยี นแนะนำตนเอง ๑. เขียนแนะนำตนเอง ๑. เขียนไดถ้ ูกต้อง ๗๕% ข้ึนไป
ถอื วา่ ผ่าน
P
๑. วัดจากแบบบนั ทึกการเข้าเรยี น ๑. แบบบันทึกการเข้าเรียน ๑. ได้คะแนนในระดบั ๒ ขน้ึ ไป
และการใชง้ านและ Google และการใช้งานและ Google
Classroom และความร่วมมือในชน้ั Classroom
เรียน
A
๑. วัดการสงั เกตความมวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ ๑. แบบประเมินคุณลักษณะ ๑. ได้คะแนนในระดับ ๓ ขึน้ ไป
รักษค์ วามเป็นไทย และมงุ่ มนั่ ในการ อนั พึงประสงค์
ทำงาน
ลงช่อื ........................................................
(นางสาวฟ้าอำพร สิงห์ทอง)
ตำแหนง่ ครูผ้ชู ว่ ย
บนั ทึกหลังการสอนแผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ๗
ใชส้ อนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙ ใช้เวลา ๑ ชว่ั โมง
๑. ผลการเรยี นรู้
ผเู้ รยี นที่ ผ่าน ตวั ช้ีวัด
มีจำนวน .................................... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ......................................
ผู้เรียนท่ี ไมผ่ า่ น ตวั ช้วี ัด
มจี ำนวน .................................... คน คดิ เปน็ ร้อยละ.......................................
• ดา้ นความรู้ (K)
๑. ผู้เรยี นรแู้ ละเข าใจหลักการเขียนแนะนําตนเอง
ผู้เรียนทั้งหมด.……..คน
ผู้เรียนท่ี ผ่านเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คดิ เป็นรอ้ ยละ..................
ผ้เู รยี นที่ ไม่ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ..................
• ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
๑. ผเู้ รยี นสามารถเขยี นแนะนำตนเองได้
ผู้เรยี นทงั้ หมด.……..คน
ผเู้ รียนท่ี ผ่านเกณฑ์การประเมิน : มีจำนวน ........ คน คดิ เป็นรอ้ ยละ..................
ผเู้ รียนที่ ไม่ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คิดเปน็ ร้อยละ..................
• ด้านเจตคติ (A)
๑. ผู้เรียนมวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมุง่ มัน่ ในการทำงาน
ผู้เรยี นทั้งหมด.……..คน
ผเู้ รียนที่ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คดิ เปน็ ร้อยละ..................
ผเู้ รยี นท่ี ไม่ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ..................
๒. ปัญหา/ อุปสรรค
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
๓. วิธีการแกไ้ ขปัญหา
........................................................................................................................ ........................................
............................................................................................................................. ...................................
ลงช่อื ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง)
ตำแหน่ง ครผู ูช้ ว่ ย
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถามในช้ันเรยี น
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน
ที่ ชื่อ-สกุล ความมีวนิ ัย ความมีน้ำใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรง รวม
ของผู้รับ ๔๓๒๑ เออื้ เฟอ้ื ความคดิ เห็น ความคดิ เห็น ตอ่ เวลา ๒๐
การประเมิน เสยี สละ คะแนน
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑
๔๓๒๑
ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................
เกณฑ์การประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถามในชนั้ เรยี น
หวั ข้อเกณฑก์ ารประเมิน คะแนน การปฏบิ ัติ
๑. ความมีวนิ ยั ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒. ความมนี ้ำใจเอื้อเฟ้ือ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
เสียสละ ๑ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
๓. การรบั ฟังความคดิ เหน็ ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
๔. การแสดงความคิดเหน็ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
๑ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
๕. การตรงตอ่ เวลา ๔ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
๑ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
๒ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
๑ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
๒ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
๑ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรับปรุง
แบบประเมนิ การเขียนแนะนำตัว
ระดบั คะแนน ๔ ๓๒๑
(๙ คะแนน) (๗ – ๘ คะแนน) (๕ – ๖ คะแนน)
เกณฑก์ ารประเมิน (๑๐ คะแนน)
การเขียน เขียนแนะนำตนเอง เขยี นแนะนำตนเอง เขยี น เขียน
แนะนำตนเอง โดยให้ข้อมูลถูกต้อง โดยใหข้ ้อมลู แนะนำตนเอง แนะนำตนเอง
ครบถ้วน และ ถูกต้อง ครบถว้ น โดยใหข้ ้อมลู โดยให้ขอ้ มูล
เขียนได้นา่ เช่ือถือ และ ถกู ต้อง ครบถ้วน ถูกต้อง ครบถ้วน
กลวิธีการนำเสนอ เขียนไดน้ า่ เช่ือถือ วธิ ีการนำเสนอ แต่เป็นการเขียน
นา่ สนใจ มวี ธิ ีนำเสนอทด่ี ี ใชไ้ ด้ แตต่ ้อง ธรรมดา
การลำดับความคดิ การลำดับความคดิ ปรบั ปรงุ
และใช้ภาษาดีมาก ดีมาก เร่อื งการลำดับ
และใช้ภาษาดี ความคดิ
และการใชภ้ าษา
ใบความรูท้ ่ี ๑
เรือ่ ง การเขียนแนะนำตนเอง
การเขียนแนะนำตนเอง คือ การเขียนวิธีหนึ่งที่ใช้บอกความเป็นตัวตนของเรา หรือเป็นการแนะนำ
ตนเองใหเ้ ป็นท่รี ู้จกั แกบ่ ุคคลอื่น ๆ
หลักการเขยี นแนะนำตนเอง
๑. การขนึ้ ตน้ ใหป้ ระทบั ใจ เชน่ บทกลอน หรอื บทเพลงทีเ่ ราชนื่ ชอบ หรือบอกความเป็น
ตวั ตนของเรา
๒. อธบิ ายขอ้ มูลท่ีเกี่ยวกบั ตัวเราใหช้ ัดเจน โดยขอ้ มลู สำคัญท่ีควรบอก เช่น
๒.๑ ช่ือ– นามสกุล ชือ่ เลน่ หรือฉายาตา่ ง ๆ
๒.๒ วนั เดือน ปี ทเ่ี ราเกดิ
๒.๓ ภูมิลำเนา หรอื ทีอ่ ยู่ปจั จุบัน
๒.๔ สถานภาพทางครอบครัว หรอื สมาชกิ ในครอบครัว
๒.๕ การศึกษา
๒.๖ ประสบการณ์การทำงาน หรือประสบการณ์การท่องเทีย่ ว
๒.๗ ส่ิงที่สนใจเป็นพิเศษ หรอื สง่ิ ท่ีชำนาญ หรืองานอดิเรก
๒.๘ ขอ้ มลู อนื่ ๆ ของเราทตี่ ้องการให้ผูอ้ ื่นทราบ
๓. การลงท้ายให้ประทับใจ เช่น การลงท้ายด้วยคติประจำใจ หรือแนวเพลงที่ชื่นชอบ
ซึง่ บอกความเป็นตวั ตนของเรา ตวั อย่างการเขียนแนะนำตนเอง
ตวั อยา่ งการเขยี นแนะนำตนเอง
สวัสดีครับ ผมนี้ ช่ือว่าตง
ไมไ่ ด้หลง ตวั เอง มากเลยหนา
แค่ผมหลอ่ กวา่ ใคร ในโลกา
แคฮ่ าฮา อย่าเครยี ด ซีเรยี สเลย
สวสั ดีครับ ผมชอื่ คนดี มวี ินยั ชื่อเลน่ ตง อายุ ๑๓ ปี เกิดเมือ่ วันท่ี ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙
เป็นคนจงั หวดั ลพบุรีโดยกำเนิด คุณพ่อของผมช่ือ ประหยัด มีวินยั เป็นทันตแพทย์ และมคี ลนิ ิกเป็น
ของตัวเอง สว่ นคุณแมน่ ั้นเปน็ แม่บ้าน รักความสะอาด ทำอาหารอร่อย ทา่ นชื่อระเบียบ มวี นิ ยั ทงั้
สองทา่ นนัน้ รักกนั มา นานเกือบ ๓๐ ปี ผมมีพี่ชายอกี หน่ึงคน ซ่งึ ตอนนก้ี ำลงั ศึกษาอยู่ที่
มหาวิทยาลยั เชียงใหม่ ชือ่ พ่ี ดุล นายสมดลุ มีวินัย
ผมเป็นคนขยนั รักสงบ ไม่ชอบความวนุ่ วาย ตั้งใจเรยี น ทสี่ ำคญั ผมหลอ่ เหมือนคุณพ่อ
ตอนนี้ผมศึกษาอย่ทู ี่โรงเรยี นลพบุรีรชั สมโภช ตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมอื ง จงั หวดั ลพบุรี
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ๘
รหสั วชิ า ท๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ๑
ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓
หนว่ ยการเรยี นรู้เรื่อง นิราศภเู ขาทอง เวลา ๑๑ ช่วั โมง
หน่วยการเรยี นรยู้ ่อยท่ี ๔ เรื่อง การจบั ใจความสำคัญ เวลา ๑ ช่วั โมง
ชื่อผสู้ อน นางสาวฟ้าอำพร สิงห์ทอง ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙
๑. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ : การใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ
แก้ปญั หาในการดำเนินชวี ิตและมนี ิสยั รกั การอา่ น
ตัวช้ีวัด
ท ๑.๑ ม.๑/๒ อ่านจับใจความสำคัญ สรปุ ความและอธบิ ายรายละเอียดจากเรือ่ งท่ีอา่ น
ท ๑.๑ ม.๑/๘ มมี ารยาทในการอ่าน
๒. สาระสำคญั
การอ่านจับใจความสำคัญ เป็นการอ่านเพื่อค้นหาสาระสำคัญของเรื่องที่ผู้เขียนต้องการส่ือ
การอ่านจบั ใจความสำคัญเป็นทักษะการอา่ นขนั้ พน้ื ฐานก่อนทจ่ี ะพัฒนาไปสู่การอา่ นในระดบั อน่ื ๆ
๓. จุดประสงค์การเรยี นรู้
๓.๑ ผเู้ รยี นสามารถจบั ใจความสำคญั จากเรื่องทอ่ี า่ นได้
๔. สาระการเรียนรู้
๔.๑ ด้านความรู้ (K)
๔.๑.๑ ผู้เรยี นสามารถบอกหลักการอ่านจับใจความสำคัญได้
๔.๒ ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
๔.๒.๑ ผ้เู รียนสามารถจบั ใจความสำคญั จากเรื่องที่อ่านได้
๔.๓ ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยู่อยา่ งพอเพียง ซอ่ื สัตย์สจุ ริต
รักความเปน็ ไทย
มุง่ มัน่ ในการทำงาน มวี นิ ยั
ใฝเ่ รียนรู้ มีจิตสาธารณะ
๔.๔ ด้านสมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
ความสามารถในการส่อื สาร : การอ่านจับใจความสำคญั
ความสามารถในการคดิ : การตคี วาม แปลความ ขยายความ
ความสามารถในการแก้ปัญหา : ..............................................................
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ : การสรปุ ความ
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : ..............................................................
๔.๕ ดา้ นจดุ เนน้ การพฒั นาผู้เรยี น
๔.๕.๑ ด้านความสามารถและทักษะตามระดับชัน้
ชั้น ม.๑-๓ : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะ
การคิดข้นั สงู ทกั ษะชีวติ ทกั ษะการสอื่ สารอยา่ งสรา้ งสรรคต์ ามวัย
ชั้น ม.๔-๖ : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้
ใชภ้ าษาต่างประเทศมที กั ษะการคดิ ข้นั สูง ทักษะชีวิต ทกั ษะการสือ่ สารอยา่ งสรา้ งสรรคต์ ามช่วงวัย
๔.๕.๒ ด้านคุณลักษณะตามชว่ งวยั
ม.๑-๓ : เนน้ อยอู่ ยา่ งพอเพียง
ม.๔-๖ : เน้นม่งุ ม่ันในการศึกษาและการทำงาน
๕. บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๑. หลักความพอประมาณ : ……(กจิ กรรม/วธิ ีการสอน)………………….
๒. หลักความมเี หตผุ ล : การรว่ มแสดงความคิดเห็นในประเดน็ คำถาม
๓. หลกั ภูมคิ ุ้มกนั : ……(กจิ กรรม/วิธกี ารสอน)………………….
๔. เงื่อนไขความรู้ : การจบั ใจความสำคัญ
๕. เงอ่ื นไขคุณธรรม : ……(กจิ กรรม/วิธีการสอน)………………….
๖. ช้ินงาน/ ภาระงาน
๖.๑ การตอบคำถามในประเด็นที่กำหนด
๗. กิจกรรมการเรยี นการสอน
หลักการอ่านจบั ใจความสำคญั ๑ ช่วั โมง
จดั การเรยี นรโู้ ดยใชเ้ ทคนิค ๕w๑H
ข้ันที่ ๑ กระตุน้ ความสนใจ (๑๕ นาท)ี
๑. ผู้เรยี นอาสาสมคั ร ๒-๓ คน เลา่ เร่ืองจากหนังสือทผ่ี ูเ้ รยี นอา่ นเล่มลา่ สุดให้เพ่ือนฟงั
๒. ครูถามผู้เรียนว่าผู้เรียนชอบหรือสนใจเรื่องราวจากหนังสือเล่มใดที่เพื่อนเล่าให้ฟัง
เพราะเหตุใดจงึ ชอบ
๓. ครูอธบิ ายให้ผ้เู รียนเขา้ ใจว่าการอ่านแล้วจับใจความสำคัญได้จะชว่ ยใหผ้ ูอ้ ่านเลา่ เรอ่ื งราว
ไดน้ ่าสนใจเพราะจะเลอื กเล่าเฉพาะใจความทสี่ ำคัญหรือนา่ สนใจของเร่ือง
ข้ันท่ี ๒ อธิบายความรู้ (๑๐ นาที)
๑. ครูอธบิ ายหลกั การอ่านจบั ใจความสำคญั พรอ้ มยกตัวอย่างจากในหนงั สือเรียนและให้
ผู้เรียนบันทึกลงในสมดุ
ขัน้ ท่ี ๓ ขยายความรู้ (๒๐ นาที)
๑. ผู้เรยี นทำกจิ กรรม “จบั กลุ่มจบั ใจความ” โดยมีกตกิ าดังนี้
- ครูแจกเอกสารนิทาน เรื่อง กระต่ายเจา้ เลห่ ์ ให้ผู้เรียนทุกคนอ่านภายในเวลา ๕ นาที
- ครูแจกบัตรข้อความเกี่ยวกบั เนื้อเร่ืองที่แบง่ ตามหลัก ๕w๑H ได้แก่ ใคร ทำอะไร
ทไ่ี หน เม่ือใด ทำไม และผลของเหตกุ ารณ์เปน็ อยา่ งไร ซงึ่ แตล่ ะบตั รจะมีรูปสนิ คา้ ติดอยู่ ให้กับผู้เรียน
ทกุ คน คนละ ๑ บัตร แตล่ ะคนจะได้รับบัตรขอ้ ความทัง้ ทเ่ี หมือนและต่างกัน
- ครูกำหนดรายการสินค้าที่ต้องรวมกันให้ครบ หลังจากนั้นให้ทุกคนจับกลุ่มกันให้
ครบตามรายการสินค้าที่ครูกำหนดโดยไมม่ ีคนซำ้ กนั ในกลมุ่ (ผู้เรียนจะจับกลมุ่ ได้ ๗ กลมุ่ กลมุ่ ละ ๖ คน)
- เมื่อจับกลุ่มแล้วให้ติดบัตรข้อความลงบนกระดานข้อความให้เรียบร้อย ช่วยกันสรุป
ใจความสำคัญและข้อคิดจากเรื่องที่อ่านและเขียนลงในช่องว่าง ภายในเวลา ๕ นาที กลุ่มไหนเสร็จ
กอ่ นให้ออกมาอา่ นใจความสำคัญและข้อคิดทสี่ รุปได้
- ทีมที่ชนะ คือทีมที่ได้รับคะแนนรวมสูงท่ีสุดจากคะแนนความรวดเร็ว และคะแนน
ความถกู ต้อง เป็นผชู้ นะไดร้ บั คำชมเชย
ขั้นที่ ๔ สรุปความรู้ (๕ นาท)ี
๑. ผู้เรียนร่วมกันบอกหลักการจบั ใจความสำคญั
๘. กจิ กรรมการเรียนการสอน (หอ้ งเรียนออนไลน)์
๘.๑ ผู้เรียนเข้าเรียนออนไลน์ใน Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ นิราศภูเขา
ทอง เร่อื ง การจบั ใจความสำคญั
๘.๒ ผูเ้ รยี นอ่านนิทาน เร่ือง กระต่ายเจา้ เลห่ ์ แล้วเขยี นตอบในประเดน็
- ใคร
- ทำอะไร
- ท่ไี หน
- เมื่อใด
- ทำไม
- ผลของเหตกุ ารณเ์ ป็นอย่างไร
๙. สื่อ/ วัสดอุ ปุ กรณ/์ แหลง่ เรียนรู้
๙.๑ Google Classroom ในรายวชิ า ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑
ห้องเรยี นของครูฟา้ อำพร สิงห์ทอง หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๑ นิราศภเู ขาทอง เร่ือง การจบั ใจความสำคญั
๙.๒ นทิ าน เรอ่ื ง กระต่ายเจา้ เล่ห์
๙.๓ หนงั สือเรยี นภาษาไทย : หลักภาษาไทย ม.๑
๑๐. การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้
วธิ ีวดั เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมิน
K
๑. วดั จากการจบั ใจความสำคัญ ๑. การตอบคำถามในประเด็น ๑. เขยี นไดถ้ กู ต้อง ๗๕% ขน้ึ ไป
ที่กำหนด ถือว่าผา่ น
P
๑. วดั จากแบบบนั ทึกการเข้าเรยี น ๑. แบบบันทึกการเข้าเรียน ๑. ได้คะแนนในระดบั ๒ ขึน้ ไป
และการใชง้ านและ Google และการใช้งานและ Google
Classroom และความรว่ มมือในชั้น Classroom
เรยี น
A
๑. วัดการสังเกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ ๑. แบบประเมินคุณลักษณะ ๑. ไดค้ ะแนนในระดบั ๓ ขึน้ ไป
และมุ่งมั่นในการทำงาน อนั พงึ ประสงค์
ลงชอื่ ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สงิ หท์ อง)
ตำแหนง่ ครผู ชู้ ่วย
บนั ทึกหลังการสอนแผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๘
ใชส้ อนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙ ใช้เวลา ๑ ชว่ั โมง
๑. ผลการเรยี นรู้
ผ้เู รยี นที่ ผา่ น ตวั ชี้วดั
มจี ำนวน .................................... คน คดิ เป็นร้อยละ......................................
ผู้เรียนที่ ไมผ่ ่าน ตัวชว้ี ดั
มีจำนวน .................................... คน คดิ เปน็ ร้อยละ.......................................
• ด้านความรู้ (K)
๑. ผู้เรียนสามารถบอกหลักการอา่ นจับใจความสำคญั ได้
ผู้เรยี นทัง้ หมด.……..คน
ผู้เรยี นที่ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คดิ เป็นร้อยละ..................
ผ้เู รยี นท่ี ไมผ่ า่ นเกณฑก์ ารประเมิน : มีจำนวน ........ คน คิดเป็นรอ้ ยละ..................
• ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
๑. ผเู้ รียนสามารถจบั ใจความสำคญั ได้
ผู้เรยี นทง้ั หมด.……..คน
ผูเ้ รียนท่ี ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คิดเปน็ ร้อยละ..................
ผเู้ รียนท่ี ไมผ่ ่านเกณฑก์ ารประเมิน : มีจำนวน ........ คน คดิ เปน็ ร้อยละ..................
• ดา้ นเจตคติ (A)
๑. ผเู้ รยี นมีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ และมุง่ มั่นในการทำงาน
ผู้เรียนทั้งหมด.……..คน
ผเู้ รียนที่ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คิดเป็นร้อยละ..................
ผ้เู รยี นที่ ไม่ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คิดเป็นรอ้ ยละ..................
๒. ปัญหา/ อุปสรรค
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................... .............................
๓. วธิ กี ารแกไ้ ขปญั หา
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
ลงชือ่ ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สงิ หท์ อง)
ตำแหนง่ ครูผูช้ ว่ ย
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถามในช้ันเรยี น
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน
ที่ ชื่อ-สกุล ความมีวนิ ัย ความมีน้ำใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรง รวม
ของผู้รับ ๔๓๒๑ เออื้ เฟอ้ื ความคดิ เห็น ความคดิ เห็น ตอ่ เวลา ๒๐
การประเมิน เสยี สละ คะแนน
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑
๔๓๒๑
ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................
เกณฑ์การประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถามในชนั้ เรยี น
หวั ข้อเกณฑก์ ารประเมิน คะแนน การปฏบิ ัติ
๑. ความมีวนิ ยั ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒. ความมนี ้ำใจเอื้อเฟ้ือ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
เสียสละ ๑ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
๓. การรบั ฟังความคดิ เหน็ ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
๔. การแสดงความคิดเหน็ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
๑ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
๕. การตรงตอ่ เวลา ๔ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
๑ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
๒ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
๑ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
๒ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
๑ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรับปรุง
นิทานเรือ่ ง กระต่ายเจา้ เล่ห์
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า มีกระต่ายอยู่ตัวหนึ่ง มีความเฉลียวฉลาดมาก
อยู่มาในวันหนึ่งกระต่ายตัวนี้เห็นยายแก่คนหนึ่งเอาข้าวไปถวายพระที่วัด พร้อมกับมีกล้วยอยู่หวีหนึ่งใส่ไว้
ในกระเชอทูนไว้บนหวั กระตา่ ยตัวน้ันอยากกินกล้วยมากจึงใช้อบุ ายหลอกยายเพ่ือที่ตนจะได้กนิ กล้วยของยาย
จึงรีบวิ่งไปดักที่กลางทาง และแกล้งล้มลงนอนตายอยู่ เมื่อยายเดินมาเห็นกระต่ายนอนตายอยู่ก็ได้แต่แปลก
ใจ จึงจับข้ึนมาดเู ห็นตัวยังอุ่นๆอยู่จงึ จับใสก่ ระเชอแลว้ ก็ทูนหัวต่อไป
ฝ่ายกระต่ายเมื่อได้ลงไปในกระเชอของยายสมตามความตั้งใจก็ลุกขึ้นมาปลอกกล้วยกินและได้ท้ิง
เปลือกไปข้างหลงั ส่วนยายนน้ั เมื่อได้ยินเสยี งทิง้ เปลอื กกลว้ ยก็หันกลบั ไปดู แต่กไ็ ม่เหน็ มีอะไร ได้เหน็ แตเ่ ปลือก
กลว้ ย ก็บงั เกดิ ความสงสัยขึน้ มาว่าใครนะเดนิ ทางไปก่อนตน เมือ่ ยายหันไปข้างหลัง กระตา่ ยก็ทิ้งเปลือกกล้วย
ไปข้างหนา้ เมือ่ ยายหนั หนา้ เพื่อท่ีจะเดินต่อไปก็เห็นเปลือกกล้วยอีกแล้วก็กลา่ วว่า เปลือกกล้วยนี้ยังคงใหม่อยู่
เลยคงจะต้องมีใครสักคนอยู่ข้างหน้าใกล้ ๆ นี้แหละ และคงจะเดินไปกินกล้วยไปด้วย ยายจึงรีบก้าวเดินไป
เพ่อื ที่จะให้ทัน แม้ยายคนนน้ั จะรีบเดินมากเทา่ ไรก็ตามไม่ทันเสียที จนกระทงั่ ยายเหน่อื ยจงึ หยุดพักเอากระเชอ
วางลง ก็ได้เห็นกระต่ายกินกล้วยของตนจนหมดหวี เม่อื เหน็ ดงั นั้นแลว้ ก็โกรธมาก กระต่ายก็กระโดดออกวิ่งไป
ยายกร็ ีบว่งิ ตามไปเพอื่ หมายทจ่ี ะตีกระต่ายตัวนน้ั
กระต่ายก็วิ่งขึ้นไปอยู่บนต้นคลุ้ม ยายตีไม่ได้จึงได้เอากรรไกรที่มีไว้ผ่าหมากตัดต้นคลุ้มน้ันกระต่ายได้
เห็นดังนั้นกต็ กใจเป็นอันมาก ด้วยความที่ฉลาดและมีไหวพริบดี จึงกล่าวกับยายว่า“ยายเอ๋ยถา้ ยายเอากรรไกร
นั้นตัดต้นคลุ้มน้ี กรรไกรของยายจะหักเอาเสียเปล่า ๆ เพราะต้นคลุ้มนั้นมันแข็งมาก ถ้ายายไม่เชื่อยายก็ลอง
เอากรรไกรขูดดูแก่นของมันซี แก่นของมันจะมีสีแดงแจ๋ทีเดยี ว”
ยายกส็ งสยั จึงเอากรรไกรขดู ต้นคลุ้มดู เมอื่ เอาเปลือกด้านนอกออกก็เหน็ ดา้ นในกเ็ ป็นสแี ดง ยายก็คิด
ว่าเป็นแก่นจริง ๆ จึงไม่กล้าตัด จึงไปหาเอามีดมา เมื่อยายไปแล้วกระต่ายก็วิ่งไปอยู่ในโพรงของต้นไม้
ยายก็จบั ตีไม่ไดอ้ ีก ยายจงึ คดิ อา่ นเอาบว่ งมาดักไวท้ ่ีปากโพรงตน้ ไม้ หากกระต่ายออกมาจะไดต้ ิดบว่ ง
เมือ่ ยายดกั บ่วงเสร็จกระต่ายกค็ ิดว่าหากตนออกไปต้องติดบ่วงตายเป็นแน่แท้ จึงคดิ หลอกยายอีกคร้ัง
แล้วก็บอกกล่าวกับยายอีกว่า “ยายเอ๋ยทำบ่วงดักฉันอย่างนั้นนะไม่มีวันที่ได้ตัวฉันหรอกน่ายาย เพราะบ่วง
อย่างนั้นมันไม่รูด ถ้ายายไม่เชื่อยายก็ลองเอาขาของยายใส่ลงดูก่อนก็ได้นะ” ฝ่ายยายก็สงสัยว่าเป็นจริงอีก
จึงเอาขาใส่ลงไปในบ่วงดูคันของบ่วงก็ยกขึ้น ตอนนี้บ่วงติดขาของยายเสียแล้ว ทำให้ยายต้องห้อยโตงเตงอยู่
อย่างนั้น กระต่ายก็ออกจากโพรงไปได้ แล้วก็หัวเราะเยาะยายว่า “ยายหน้าโง่ติดบ่วงไปเถิดข้าไปก่อนหละ”
ว่าแลว้ กระต่ายก็จากไป
จับใจความสำคัญดว้ ยเทคนคิ ๕W๑H
นทิ านเรอ่ื ง กระตา่ ยเจ้าเล่ห์
Who (ใคร): กระตา่ ย ยาย
What (ทำอะไร): กระต่ายใชเ้ ล่ห์กลหลอกกินกล้วยของยาย
Where (ทไ่ี หน): ระหวา่ งทางเดินไปวดั
When (เม่อื ใร): ไมร่ ะบเุ วลา
Why (ทำไม): กระตา่ ยอยากกินกลว้ ยในกระเชอของยาย
How (อยา่ งไร):
เหตุการณท์ ่ี ๑ กระตา่ ยแกล้งตายขวางทางไว้ ยายจบั กระตา่ ยใสก่ ระเชอ ทำใหก้ ระต่ายได้
กนิ กลว้ ยสมใจ
เหตุการณท์ ี่ ๒ กระต่ายโยนเปลอื กกลว้ ย ไปขา้ งหนา้ ทำให้ยายรบี เดนิ ตามจนเหนื่อยและ
หยุดพัก กระตา่ ยจึงได้ว่งิ หนไี ปข้ึนต้นคลุ้ม
เหตุการณท์ ี่ ๓ ยายจะเอากรรไกรตดั ตน้ คลมุ้ กระตา่ ยกห็ ลอกว่าตดั ไม่ได้ ยายหลงเชื่อจงึ ไป
หามดี แต่ระหวา่ งนั้นกระต่ายกห็ นีเข้าไปในโพรงต้นไม้อีก
เหตุการณ์ท่ี ๔ ยายเอาบว่ งมาดกั ไวท้ ีโ่ พรง กระต่ายกห็ ลอกวา่ บ่วงไมร่ ูดใหย้ ายลองเอาขาใส่
บ่วงกอ่ น ยายกเ็ ช่ือยายติดบ่วง และกระตา่ ยก็หนีไปได้สำเร็จ
สรุปใจความสำคัญ
กระตา่ ยอยากกินกลว้ ยในกระเชอของยาย จงึ ใช้เลห่ ์กลคดิ หาอุบายต่าง ๆ ด้วยการแกล้งตาย
ให้ยายจบั ใสก่ ระเชอ โยนเปลือกกลว้ ยไปขา้ งหนา้ ใหย้ ายว่งิ ตามจนเหน่อื ยแล้วหยดุ พกั และหลอกยาย
จนทำใหข้ ายายติดบว่ ง กระต่ายไดก้ ินกลว้ ยและหนเี อาตัวรอดไปไดส้ ำเร็จ
ขอ้ คดิ ทไี่ ด้จากเร่อื ง
คนโงย่ ่อมเปน็ เหยื่อของคนฉลาด ดงั น้นั เราตอ้ งรู้เท่าทนั และระวงั เลห่ ์เหล่ียมของผู้อนื่ ใหด้ ี
กอ่ นจะเชอ่ื อะไรต้องรูจ้ ักคิดไตรต่ รองใหด้ ีกอ่ น และท่ีสำคัญยงั สอนใหร้ ้วู า่ คนเจา้ เล่หเ์ ป็นคนไมด่ ี เรา
ไม่ควรใชค้ วามฉลาดในทางท่ีผิดจนทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ ๙
รหัสวชิ า ท๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ๑
ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
หน่วยการเรยี นรู้เร่อื ง นิราศภูเขาทอง เวลา ๑๑ ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรยี นรยู้ ่อยที่ ๔ เร่ือง การจบั ใจความสำคัญ ๒ เวลา ๑ ชั่วโมง
ชื่อผูส้ อน นางสาวฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙
๑. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ : การใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ
แก้ปัญหาในการดำเนินชวี ิตและมีนสิ ัยรกั การอ่าน
ตวั ช้วี ดั
ท ๑.๑ ม.๑/๒ อา่ นจบั ใจความสำคญั สรปุ ความและอธบิ ายรายละเอยี ดจากเร่อื งที่อา่ น
ท ๑.๑ ม.๑/๘ มีมารยาทในการอ่าน
๒. สาระสำคญั
การอ่านจับใจความสำคัญ เป็นการอ่านเพื่อค้นหาสาระสำคัญของเรื่องที่ผู้เขียนต้องการส่ือ
การอ่านจับใจความสำคัญเปน็ ทักษะการอา่ นขั้นพน้ื ฐานก่อนทจ่ี ะพัฒนาไปสู่การอ่านในระดบั อื่น ๆ
๓. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๓.๑ ผเู้ รียนสามารถจบั ใจความสำคัญจากเรื่องท่อี า่ นได้
๔. สาระการเรียนรู้
๔.๑ ดา้ นความรู้ (K)
๔.๑.๑ ผเู้ รียนสามารถบอกหลกั การอ่านจบั ใจความสำคัญได้
๔.๒ ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
๔.๒.๑ ผู้เรียนสามารถจบั ใจความสำคญั จากเร่ืองท่ีอา่ นได้
๔.๓ ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ อยู่อย่างพอเพยี ง ซอื่ สตั ยส์ ุจรติ
รักความเปน็ ไทย
มุ่งมนั่ ในการทำงาน มีวินยั
ใฝ่เรยี นรู้ มีจติ สาธารณะ
๔.๔ ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
ความสามารถในการสือ่ สาร : การอา่ นจบั ใจความสำคัญ
ความสามารถในการคิด : การตีความ แปลความ ขยายความ
ความสามารถในการแก้ปัญหา : ..............................................................
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ : การสรปุ ความ
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : ..............................................................
๔.๕ ด้านจุดเนน้ การพัฒนาผูเ้ รียน
๔.๕.๑ ดา้ นความสามารถและทักษะตามระดบั ช้ัน
ชั้น ม.๑-๓ : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะ
การคดิ ขน้ั สูง ทกั ษะชวี ติ ทกั ษะการสือ่ สารอย่างสร้างสรรคต์ ามวัย
ชั้น ม.๔-๖ : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้
ใชภ้ าษาต่างประเทศมที กั ษะการคิดข้นั สงู ทกั ษะชวี ิต ทกั ษะการส่อื สารอยา่ งสร้างสรรคต์ ามช่วงวัย
๔.๕.๒ ดา้ นคณุ ลกั ษณะตามชว่ งวัย
ม.๑-๓ : เนน้ อยู่อยา่ งพอเพียง
ม.๔-๖ : เนน้ มุง่ มนั่ ในการศกึ ษาและการทำงาน
๕. บูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๑. หลักความพอประมาณ : ……(กิจกรรม/วิธีการสอน)………………….
๒. หลักความมีเหตุผล : การรว่ มแสดงความคดิ เหน็ ในประเด็นคำถาม
๓. หลกั ภมู คิ มุ้ กัน : ……(กิจกรรม/วิธกี ารสอน)………………….
๔. เงอื่ นไขความรู้ : การจบั ใจความสำคัญ
๕. เง่อื นไขคุณธรรม : ……(กจิ กรรม/วธิ กี ารสอน)………………….
๖. ชิ้นงาน/ ภาระงาน
๖.๑ ใบงานที่ ๒ พิจารณาตำแหนง่
๗. กิจกรรมการเรียนการสอน
หลักการอา่ นจับใจความสำคญั ๑ ชัว่ โมง
จดั การเรยี นร้โู ดยใช้เทคนิค ๕w๑H
ข้ันท่ี ๑ ทบทวนความรู้ (๕ นาท)ี
๑. ผู้เรียนทบทวนความรู้เดมิ โดยชว่ ยกันบอกหลกั การอา่ นจบั ใจความสำคัญตามหลกั ๕W๑H
ขั้นท่ี ๒ ศึกษาความรู้ (๑๐ นาที)
๑. ผู้เรยี นศกึ ษาวธิ ีการจบั ใจความสำคัญโดยการพจิ ารณาหาตำแหน่งของประโยคใจความ
สำคัญ จากใบความรู้ที่ ๒ เรอื่ ง การพิจารณาตำแหนง่ ใจความสำคัญ โดยการพจิ ารณาหาตำแหน่งของ
ประโยคใจความสำคญั
ข้นั ท่ี ๓ อธบิ ายความรู้ (๕ นาท)ี
๑. ครแู ละผู้เรียนร่วมกันอธิบายความรู้เพิ่มเตมิ
ขัน้ ท่ี ๔ ขยายความรู้ (๓๐ นาที)
๑. ผู้เรียนทำใบงานที่ ๒ พจิ ารณาหาตำแหนง่
๒. ผู้เรียนและครรู ่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
ข้นั ท่ี ๔ สรุปความรู้ (๕ นาที)
๑. ผ้เู รยี นรว่ มกนั บอกหลักการจบั ใจความสำคัญ
๘. กจิ กรรมการเรยี นการสอน (ห้องเรียนออนไลน)์
๘.๑ ผู้เรียนเข้าเรียนออนไลน์ใน Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ นิราศภูเขา
ทอง เรือ่ ง การจับใจความสำคญั
๘.๒ ผู้เรียนศึกษาวิธีการจับใจความสำคัญโดยการพิจารณาหาตำแหน่งของประโยคใจความ
สำคัญ จากใบความรู้ที่ ๒ เรื่อง การพิจารณาตำแหน่งใจความสำคัญ โดยการพิจารณาหาตำแหน่ง
ของประโยคใจความสำคัญ
๘.๓ ผู้เรียนทำใบงานท่ี ๒ พจิ ารณาหาตำแหน่ง จากนน้ั สง่ ครูตามเวลาทก่ี ำหนด
๙. สอ่ื / วัสดอุ ุปกรณ/์ แหล่งเรียนรู้
๙.๑ Google Classroom ในรายวชิ า ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑
ห้องเรยี นของครฟู า้ อำพร สิงหท์ อง หน่วยการเรียนรูท้ ่ี ๑ นิราศภูเขาทอง เรือ่ ง การจับใจความสำคัญ
๙.๒ ใบความรทู้ ี่ ๒ เร่ือง การพจิ ารณาตำแหนง่ ใจความสำคญั
๙.๓ ใบงานที่ ๒ พจิ ารณาหาตำแหนง่
๑๐. การวดั ผลและประเมลิ ผลการเรยี นรู้
วธิ วี ดั เครือ่ งมอื เกณฑ์การประเมิน
K
๑. วดั จากการจับใจความสำคัญ ๑. ใบงานที่ ๒ พจิ ารณาหา ๑. เขยี นได้ถกู ต้อง ๗๕% ข้นึ ไป
ตำแหนง่ ถอื วา่ ผา่ น
P
๑. วัดจากแบบบนั ทึกการเขา้ เรียน ๑. แบบบันทึกการเข้าเรียน ๑. ไดค้ ะแนนในระดบั ๒ ขนึ้ ไป
และการใช้งานและ Google และการใช้งานและ Google
Classroom และความรว่ มมือในชนั้ Classroom
เรียน
A
๑. วดั การสังเกตความมีวินยั ใฝเ่ รยี นรู้ ๑. แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ ๑. ได้คะแนนในระดบั ๓ ขึ้นไป
และมงุ่ ม่นั ในการทำงาน อันพงึ ประสงค์
ลงช่อื ........................................................
(นางสาวฟ้าอำพร สิงหท์ อง)
ตำแหนง่ ครผู ู้ช่วย
บนั ทกึ หลังการสอนแผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ ๙
ใชส้ อนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙ ใช้เวลา ๑ ชวั่ โมง
๑. ผลการเรียนรู้
ผ้เู รยี นท่ี ผา่ น ตัวช้ีวัด
มจี ำนวน .................................... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ......................................
ผู้เรยี นท่ี ไมผ่ ่าน ตวั ชี้วัด
มจี ำนวน .................................... คน คิดเป็นรอ้ ยละ.......................................
• ด้านความรู้ (K)
๑. ผูเ้ รียนสามารถบอกหลกั การอา่ นจบั ใจความสำคัญได้
ผู้เรยี นท้ังหมด.……..คน
ผู้เรยี นที่ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ : มีจำนวน ........ คน คิดเปน็ ร้อยละ..................
ผเู้ รยี นท่ี ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ..................
• ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
๑. ผเู้ รียนสามารถจบั ใจความสำคญั ได้
ผู้เรียนท้งั หมด.……..คน
ผูเ้ รยี นที่ ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คดิ เป็นร้อยละ..................
ผูเ้ รยี นที่ ไม่ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คิดเปน็ ร้อยละ..................
• ดา้ นเจตคติ (A)
๑. ผูเ้ รียนมีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งมัน่ ในการทำงาน
ผู้เรียนทงั้ หมด.……..คน
ผ้เู รียนที่ ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มีจำนวน ........ คน คดิ เป็นร้อยละ..................
ผเู้ รียนที่ ไมผ่ า่ นเกณฑ์การประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คิดเป็นรอ้ ยละ..................
๒. ปัญหา/ อุปสรรค
.................................................................................................................. ..............................................
............................................................................................................................. ...................................
๓. วธิ ีการแก้ไขปัญหา
......................................................................................................................................................... .......
............................................................................................................................ ....................................
ลงชอ่ื ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง)
ตำแหนง่ ครูผชู้ ่วย
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถามในช้ันเรยี น
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน
ที่ ชื่อ-สกุล ความมีวนิ ัย ความมีน้ำใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรง รวม
ของผู้รับ ๔๓๒๑ เออื้ เฟอ้ื ความคดิ เห็น ความคดิ เห็น ตอ่ เวลา ๒๐
การประเมิน เสยี สละ คะแนน
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑
๔๓๒๑
ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................
เกณฑ์การประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถามในชนั้ เรยี น
หวั ข้อเกณฑก์ ารประเมิน คะแนน การปฏบิ ัติ
๑. ความมีวนิ ยั ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒. ความมนี ้ำใจเอื้อเฟ้ือ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
เสียสละ ๑ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
๓. การรบั ฟังความคดิ เหน็ ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
๔. การแสดงความคิดเหน็ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
๑ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
๕. การตรงตอ่ เวลา ๔ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
๑ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
๒ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
๑ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
๒ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
๑ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรับปรุง
แบบประเมินใบงานการจบั ใจความสำคัญตามหลัก ๕W๑H
รายการประเมิน ๕ ๔ ระดับคะแนน ๒ ๑
ตอบคำถามได้ ตอบคำถามผิด ๓ ตอบคำถามผดิ ตอบคำถามผิด
๑. การตอบคำถาม ถกู ต้องทุกข้อ ๑ ขอ้ ๓ ข้อ มากกว่า
จากเรอ่ื งทอี่ า่ น ตอบคำถามผดิ ๓ ข้อ
เรยี บเรยี ง ๒ ข้อ เรียบเรยี ง เรียบเรียง
๒. การสรปุ ใจความ เรียบเรยี ง ใจความสำคญั ใจความสำคญั ใจความสำคัญ
สำคญั ใจความสำคญั ของเร่ืองท่ี เรยี บเรยี ง ของเรื่องไม่ ของเรื่องไม่
รวบรวมได้ ใจความสำคัญ ค่อยดีไม่ ถกู ต้อง
ของเรื่องท่ี แตย่ งั ไม่ค่อย ของเรื่องท่ี ครบถ้วน
รวบรวมได้ สมบรู ณ์ รวบรวมได้ สมบูรณ์
ครบถว้ น บางสว่ น
สมบูรณ์
เกณฑก์ ารประเมนิ ระดับคะแนน ๑๐ คะแนน คณุ ภาพดีมาก
ระดบั คะแนน ๙ คะแนน คณุ ภาพดี
ระดบั คะแนน ๗ - ๘ คะแนน คุณภาพพอใช้
ระดับคะแนน ๕ - ๖ คะแนน คุณภาพควรปรบั ปรุง
ใบความรู้ที่ ๒
เร่อื ง การพจิ ารณาตำแหน่งใจความสำคญั
เอกสารประกอบการสอนรายวชิ า ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ภาคเรยี นที๑่ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
โรงเรียนพรานกระต่ายพิทยาคม
ชอื่ .................................................................................................................ช้ัน.... .........เลขท่.ี .............
ใบงานที่ ๒
เรอื่ ง พจิ ารณาหาตำแหนง่
คาํ ช้แี จง ใหนกั เรยี นอ่านข้อความตอไปนแี้ ลวใช้ปากกาแดงขีดเสน้ ใตป้ ระโยคท่เี ปน็ ใจความสำคัญ
๑. ในกิจกรรมที่มนุษย์ต้องกระทำ การฟังเป็นกิจกรรมที่คนทำรองลงมาจากการหายใจ
เท่านั้น การฟังมีความสำคัญต่อความสำเร็จในชีวิตส่วนตัว อาชีพ สังคมและครอบครัว ถ้าคนทำงาน
ไดเ้ รียนรู้ถึงการฟังอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
๒. สงครามอ่าวเปอร์เซียยุติแล้ว ซัดดัมสร้างเซอร์ไพรส์สั่งถอนทหารทั้งหมดออกจากคูเวต
อย่างไมม่ ีเงื่อนไข แตย่ ังปากแข็งอ้างว่าประสบชัยชนะตามเป้าหมาย พนั ธมติ รสุดดื้อด้านได้คืบจะเอาศอก
ยันต์จะทง้ิ ระเบดิ ต่อไปหากข้าศกึ ไมย่ อมท้ิงอาวธุ ทั้งหมด
๓. นำ้ ด่ืมเป็นน้ำใชด้ ม่ื เพื่อแก้กระหาย เปน็ สิง่ จำเป็นแก่ร่างกาย แต่นำ้ ด่มื อีกชนิดหนึง่ เปน็ ของ
ไม่จำเป็น ไม่ได้มีไว้เพื่อแก้กระหาย จึงไม่จำเป็นต้องหัดดื่มน้ำชนิดนี้ ได้แก่ น้ำเมา น้ำเมาที่เป็นของดอง
เรียกว่า เมรยั
๔. ผลการวจิ ยั พบวา่ การรบั ประทานอาหารเช้า ทำใหก้ ารทำงานภายในร่างกายเป็นไปอย่าง
มปี ระสิทธภิ าพ เพราะร่างกายไดร้ บั สารอาหารที่เพียงพอ และมีระดับน้ำตาลในเลอื ดอย่ใู นระดบั ปกติ
๕. ศิลปะแห่งการฟังนั้นไม่ได้หมายถึงการนั่งปล่อยให้ผู้อื่นพูดฝ่ายเดียว การทำเช่นนั้นง่าย
เกินกว่าที่จะนับว่าเป็นศิลปะ ศิลปะการฟังจึงหมายถึง ความสามารถที่จะชักจูงผู้พูดให้หันเข้ามาหา
เร่ืองทเ่ี ขาถนดั คอื แสดงใหเ้ หน็ วา่ ตนกำลงั ฟงั คำพูดของเขาด้วยความตั้งใจ
๖. ประเทศที่พัฒนาแล้วตา่ งตระหนักกันดีว่า ศึกษานั้นเป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศท่ี
ยอดเย่ยี มทีส่ ดุ การเรง่ รดั พฒั นาทางวัตถใุ ด จักล้มเหลวสน้ิ หากประชาชนยังดอ้ ยการศึกษา
๗. ปลาทูจากจงั หวัดสมุทรสงครามหรือแม่กลองกนิ อร่อยกวา่ ปลาทูน่นั น้ำอ่ืน เพราะนวลดิน
และระบบน้ำบริเวณก้นอ่าวไทยแถบจังหวัดสมุทรสาครและสมุทรสงครามโดยเฉพาะบริเวณปากน้ำ
และก้นอ่าวแมก่ ลองจะเปน็ ดนิ เลนรว่ นซุยซึ่งมนี วลดินท่ที ำให้ปลาทูอรอ่ ย
๘. สารอาหารในข้าวกล้อง จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและช่วยป้องกันโรคอ้วน ข้าวกล้องมี
สารเส้นใยมากกว่าข้าวขาว ๘ เท่าข้าวกล้องจะช่วยดูดซับไขมันและน้ำตาลในอาหารแล้วขับออกมา
เปน็ กากอาหาร ทำให้ไขมันและน้ำตาลซมึ เข้ากระแสเลือดน้อยลง
๙. ความสมบูรณ์ของชีวิตมาจากความเข้าใจชีวิตเป็นพื้นฐาน คือ เข้าใจธรรมชาติ เข้าใจ
ความเป็นมนุษย์ และความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลกันระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ มีความรักความเมตตา
ตอ่ เพ่ือนมนุษยแ์ ละธรรมชาติอยา่ งจรงิ ใจ
๑๐. วัดกับคนไทยมีความเกี่ยวพันกันอย่างลึกซึ้งตลอดมา ในสมัยก่อนวัดเป็นทุกส่ิง
ทกุ อย่าง ในชวี ติ ประจำวนั เปน็ โรงเรียนอบรมสัง่ สอนเด็ก เป็นศาลไกลเ่ กลยี่ ข้อขัดแยง้ ของผใู้ หญ่
ใบงานท่ี ๒ พิจารณาหาตำแหน่ง
๑. ในกิจกรรมที่มนุษย์ต้องกระทำ การฟังเป็นกิจกรรมที่คนทำรองลงมาจากการหายใจ
เท่านั้น การฟังมีความสำคัญต่อความสำเร็จในชีวิตส่วนตัว อาชีพ สังคมและครอบครัว ถ้าคนทำงาน
ได้เรียนรถู้ ึงการฟงั อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
๒. สงครามอ่าวเปอร์เซียยุติแล้ว ซัดดัมสร้างเซอร์ไพรส์สั่งถอนทหารทั้งหมดออกจากคูเวต
อย่างไม่มีเงื่อนไข แต่ยังปากแข็งอ้างว่าประสบชยั ชนะตามเป้าหมาย พันธมิตรสุดด้ือดา้ นได้คืบจะเอา
ศอก ยนั ตจ์ ะทิง้ ระเบดิ ตอ่ ไปหากขา้ ศึกไม่ยอมทงิ้ อาวุธท้ังหมด
๓. น้ำดม่ื เป็นน้ำใช้ดม่ื เพ่ือแกก้ ระหาย เปน็ สิ่งจำเปน็ แกร่ า่ งกาย แต่น้ำดม่ื อกี ชนดิ หนงึ่ เปน็ ของ
ไมจ่ ำเป็น ไมไ่ ดม้ ไี วเ้ พื่อแก้กระหาย จึงไม่จำเป็นต้องหัดดื่มน้ำชนิดนี้ ไดแ้ ก่ น้ำเมา น้ำเมาท่ีเป็นของ
ดองเรยี กวา่ เมรัย
๔. ผลการวิจัยพบว่า การรับประทานอาหารเช้า ทำให้การทำงานภายในร่างกายเป็นไป
อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะร่างกายได้รับสารอาหารที่เพียงพอ และมีระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ใน
ระดับปกติ
๕. ศิลปะแห่งการฟังนั้นไม่ได้หมายถึงการนั่งปล่อยให้ผู้อื่นพูดฝ่ายเดียว การทำเช่นนั้นง่าย
เกินกว่าที่จะนับว่าเป็นศิลปะ ศิลปะการฟังจึงหมายถึง ความสามารถที่จะชักจูงผู้พูดให้หันเข้ามา
หาเรื่องที่เขาถนดั คอื แสดงให้เห็นว่า ตนกำลงั ฟังคำพูดของเขาดว้ ยความตง้ั ใจ
๖. ประเทศที่พัฒนาแล้วต่างตระหนักกนั ดีว่า ศึกษานั้นเป็นเครือ่ งมือในการพัฒนาประเทศ
ท่ยี อดเยี่ยมท่ีสุด การเร่งรดั พฒั นาทางวตั ถุใด จกั ลม้ เหลวสิ้นหากประชาชนยังด้อยการศึกษา
๗. ปลาทจู ากจังหวดั สมุทรสงครามหรือแม่กลองกินอร่อยกวา่ ปลาทูน่นั นำ้ อนื่ เพราะนวล
ดินและระบบน้ำบริเวณก้นอ่าวไทยแถบจังหวัดสมุทรสาครและสมุทรสงครามโดยเฉพาะบริเวณ
ปากนำ้ และก้นอ่าวแมก่ ลองจะเปน็ ดนิ เลนร่วนซุยซง่ึ มนี วลดินท่ที ำใหป้ ลาทูอรอ่ ย
๘. สารอาหารในข้าวกล้อง จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและช่วยป้องกนั โรคอ้วน ข้าวกล้อง
มีสารเส้นใยมากกว่าข้าวขาว ๘ เท่าข้าวกล้องจะช่วยดูดซับไขมันและน้ำตาลในอาหารแลว้ ขับออกมา
เป็นกากอาหาร ทำใหไ้ ขมนั และนำ้ ตาลซึมเข้ากระแสเลือดน้อยลง
๙. ความสมบูรณ์ของชีวิตมาจากความเข้าใจชีวิตเป็นพื้นฐาน คือ เข้าใจธรรมชาติ
เข้าใจความเป็นมนุษย์ และความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลกันระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ มีความรักความเมตตา
ตอ่ เพอื่ นมนษุ ย์และธรรมชาติอย่างจรงิ ใจ
๑๐. วัดกับคนไทยมีความเกี่ยวพันกันอย่างลึกซึ้งตลอดมา ในสมัยก่อนวัดเป็นทุกส่ิง
ทุกอยา่ ง ในชวี ติ ประจำวนั เป็นโรงเรียนอบรมส่ังสอนเด็ก เปน็ ศาลไกล่เกล่ียขอ้ ขดั แย้งของผู้ใหญ่
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี ๑๐
รหสั วชิ า ท๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ๑
ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓
หนว่ ยการเรียนรู้เรอ่ื ง นริ าศภูเขาทอง เวลา ๑๑ ชว่ั โมง
หน่วยการเรยี นรยู้ ่อยที่ ๔ เรอ่ื ง การจับใจความสำคัญ ๓ เวลา ๑ ช่วั โมง
ชอ่ื ผู้สอน นางสาวฟ้าอำพร สิงห์ทอง ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙
๑. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระท่ี ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ : การใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ
แกป้ ญั หาในการดำเนินชีวติ และมนี ิสัยรักการอา่ น
ตวั ชี้วดั
ท ๑.๑ ม.๑/๒ อ่านจบั ใจความสำคัญ สรุปความและอธบิ ายรายละเอยี ดจากเรอ่ื งที่อ่าน
ท ๑.๑ ม.๑/๘ มมี ารยาทในการอ่าน
๒. สาระสำคัญ
การอ่านจับใจความสำคัญ เป็นการอ่านเพื่อค้นหาสาระสำคัญของเรื่องที่ผู้เขียนต้องการส่ือ
การอา่ นจบั ใจความสำคัญเป็นทกั ษะการอ่านข้นั พน้ื ฐานก่อนท่ีจะพฒั นาไปสู่การอา่ นในระดบั อ่นื ๆ
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๓.๑ ผเู้ รยี นสามารถจับใจความสำคัญจากเรื่องทีอ่ า่ นได้
๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ ดา้ นความรู้ (K)
๔.๑.๑ ผเู้ รียนสามารถบอกหลกั การอ่านจบั ใจความสำคัญได้
๔.๒ ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
๔.๒.๑ ผเู้ รยี นสามารถจับใจความสำคัญจากเรื่องที่อา่ นได้
๔.๓ ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อย่อู ย่างพอเพียง ซือ่ สตั ย์สุจริต
รักความเป็นไทย
มุง่ มัน่ ในการทำงาน มีวนิ ยั
ใฝเ่ รยี นรู้ มีจิตสาธารณะ