ขั้นที่ ๒ สำรวจค้นหา ( ๓๐ นาที )
๒. ผเู้ รียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็นว่าคำเหลา่ น้เี กดิ จากการสรา้ งคำประเภทใด (คำประสม)
๓. ผู้เรียนศึกษาเรื่องการสร้างคำประสม จาก Power Point เรื่อง การสร้างคำประสม โดย
ศกึ ษาประเด็นตอ่ ไปนี้
- ความหมายของคำประสม
- ลกั ษณะของคำประสม
- ตวั อย่างการสร้างคำประสม
๔. ผู้เรียนรว่ มกันสนทนาในประเดน็ ต่อไปน้ี
- คำประสมมีลกั ษณะอย่างไร
- คำประสมมีก่ีประเภท อะไรบ้าง พร้อมยกตวั อย่างคำ
- คำประสมที่สรา้ งข้นึ มีความหมายในลกั ษณะใดบ้าง พร้อมยกตวั อย่างคำ
ขน้ั ท่ี ๓ ขยายความเข้าใจ ( ๑๕ นาที )
๕. ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๕ - ๖ คน แข่งขันสร้างคำประสมโดยใชค้ ำที่กำหนดภายในเวลา
ที่กำหนด เช่น รอบละ ๑ นาที ให้ผู้เรียนเขียนคำทีค่ ิดได้ลงในกระดาษท่ีผู้สอนแจก เมื่อหมดเวลาทกุ
คนต้องวางปากกา หากสมาชิกของกลมุ่ ใดไม่ปฏิบตั ติ ามจะถกู ปรับแพใ้ นรอบน้ันทนั ที
จากนั้นทุกกลุ่มจะส่งตัวแทนออกมาหน้าช้ันเรียนเพื่ออา่ นคำท่ีคิดไดใ้ ห้เพื่อนฟัง แล้วร่วมกนั
พิจารณาว่าเป็นคำประสมหรือไม่ คำที่ถูกต้องจะได้คำละ ๑ คะแนน ผู้สอนบันทึกคำประสมของ
นักเรยี นท่ไี มซ่ ำ้ กันไวบ้ นกระดาน รวมคะแนนของแต่ละกลุ่มในรอบนั้น แล้วเรมิ่ การแข่งขันรอบต่อไป
ใช้คำตั้งต้นในการแข่งขนั เชน่ ปาก ลกู ใจ หวั เปน็ ตน้
เมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขัน ทุกกลุ่มรวมคะแนน ผู้สอนชมเชยกลุ่มที่ได้คะแนนมากที่สุด
ตามลำดับ
ขั้นท่ี ๔ สรุปความรู้ ( ๕ นาที )
๖. ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันสรุปความรู้ (คำประสมเกิดจากการนำคำมูลที่มีความหมาย
ต่างกันตั้งแต่ ๒ คำขึ้นไปมารวมกัน แล้วเกิดเป็นคำที่มีความหมายใหม่ หรือยังคงมีเค้าความหมาย
ของคำเดมิ การสรา้ งคำประสมทำใหภ้ าษาไทยมีคำใช้เพิ่มมากข้ึน)
๘. กจิ กรรมการเรียนการสอน (ห้องเรียนออนไลน)์
๘.๑ ผู้เรียนเข้าเรียนออนไลน์ใน Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ โคลงโลกนิติ
เรอ่ื ง สรรคส์ รา้ งคำไทย
๘.๒ ผู้เรยี นศึกษาเรอื่ งการสร้างคำประสม จาก Power Point เรื่อง การสร้างคำประสม โดย
ศึกษาประเด็นต่อไปนี้
- ความหมายของคำประสม
- ลักษณะของคำประสม
- ตัวอย่างการสรา้ งคำประสม
๘.๓ ผเู้ รยี นศึกษาความรเู้ พิม่ เติมจากอนิ เทอรเ์ นต็ จากนั้นตอบคำถามในประเด็นต่อไปนี้
- คำประสมมีลักษณะอยา่ งไร
- คำประสมมีกปี่ ระเภท อะไรบ้าง พรอ้ มยกตัวอย่างคำ
- คำประสมทส่ี ร้างขน้ึ มีความหมายในลกั ษณะใดบา้ ง พรอ้ มยกตวั อยา่ งคำ
๘.๔ ผู้เรียนสรุปความรู้ลงสมุด (คำประสมเกิดจากการนำคำมูลที่มีความหมายต่างกัน
ต้งั แต่ ๒ คำขนึ้ ไปมารวมกัน แลว้ เกดิ เปน็ คำที่มีความหมายใหม่ หรอื ยังคงมีเค้าความหมายของคำเดิม
การสร้างคำประสมทำให้ภาษาไทยมีคำใชเ้ พม่ิ มากขนึ้ )
๙. ส่อื / วสั ดุอปุ กรณ์/ แหล่งเรยี นรู้
๙.๑ Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑
หอ้ งเรยี นของครูฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๓ โคลงโลกนิติ เรอื่ ง สรรคส์ ร้างคำไทย
๙.๒ หนงั สอื เรียนภาษาไทย : หลักภาษาไทย ม.๑
๙.๓ Power Point เร่ือง การสร้างคำประสม
๑๐. การวัดผลและประเมลิ ผลการเรยี นรู้
วิธีวัด เคร่ืองมอื เกณฑ์การประเมิน
K
๑. วัดจากการทดสอบหลงั เรยี น ๑. แบบทดสอบหลงั เรียน ๑. ทำได้ถูกต้อง ๘๐% ข้ึนไป ถอื ว่า
เรอ่ื ง สรรค์สร้างคำไทย ผ่าน
P
๑. วดั จากแบบบันทกึ การเขา้ เรยี น ๑. แบบบันทึกการเข้าเรียน ๑. ไดค้ ะแนนในระดบั ๒ ขนึ้ ไป
และการใชง้ านและ Google และการใช้งานและ Google
Classroom และความรว่ มมือ Classroom
ในชั้นเรยี น
A
๑. วัดการสังเกตความมีวินัย ใฝเ่ รยี นรู้ ๑. แบบประเมนิ คุณลักษณะ ๑. ได้คะแนนในระดับ ๓ ข้นึ ไป
และม่งุ มั่นในการทำงาน อนั พึงประสงค์
ลงชอ่ื ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สิงห์ทอง)
ตำแหนง่ ครผู ู้ช่วย
บันทกึ หลังการสอนแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๓๔
ใชส้ อนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙ ใช้เวลา ๑ ชั่วโมง
๑. ผลการเรยี นรู้
ผู้เรยี นที่ ผา่ น ตัวช้ีวัด
มจี ำนวน .................................... คน คิดเปน็ รอ้ ยละ......................................
ผเู้ รยี นที่ ไมผ่ ่าน ตัวชีว้ ดั
มจี ำนวน .................................... คน คดิ เปน็ ร้อยละ.......................................
• ดา้ นความรู้ (K)
๑. ผเู้ รียนมีความรู้ความเข้าใจในการสรา้ งคำประสม คำซำ้ คำซ้อน และคำพ้อง
ผู้เรยี นท้ังหมด.……..คน
ผู้เรียนที่ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คิดเปน็ ร้อยละ..................
ผเู้ รียนท่ี ไมผ่ ่านเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ..................
• ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
๑. ผเู้ รียนสามารถบอกหรืออธบิ ายคำในภาษาไทยได้ว่าเป็นคำชนดิ ใด
ผู้เรยี นทั้งหมด.……..คน
ผู้เรียนที่ ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มีจำนวน ........ คน คดิ เป็นรอ้ ยละ..................
ผูเ้ รียนท่ี ไมผ่ า่ นเกณฑก์ ารประเมนิ : มีจำนวน ........ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ..................
• ด้านเจตคติ (A)
๑. ผเู้ รยี นมีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ รักษ์ความเป็นไทย และมุ่งมั่นในการทำงาน
ผู้เรยี นทง้ั หมด.……..คน
ผ้เู รียนที่ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ : มีจำนวน ........ คน คิดเป็นร้อยละ..................
ผู้เรียนท่ี ไม่ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คดิ เป็นรอ้ ยละ..................
๒. ปญั หา/ อุปสรรค
.................................................................................................................. ..............................................
............................................................................................................................. ...................................
๓. วิธีการแก้ไขปัญหา
......................................................................................................................................................... .......
............................................................................................................................ ....................................
ลงชื่อ........................................................
(นางสาวฟ้าอำพร สงิ หท์ อง)
ตำแหน่ง ครผู ู้ช่วย
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถามในช้ันเรยี น
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน
ที่ ชื่อ-สกุล ความมีวนิ ัย ความมีน้ำใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรง รวม
ของผู้รับ ๔๓๒๑ เออื้ เฟอ้ื ความคดิ เห็น ความคดิ เห็น ตอ่ เวลา ๒๐
การประเมิน เสยี สละ คะแนน
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑
๔๓๒๑
ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................
เกณฑ์การประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถามในชนั้ เรยี น
หวั ข้อเกณฑก์ ารประเมิน คะแนน การปฏบิ ัติ
๑. ความมีวนิ ยั ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒. ความมนี ้ำใจเอื้อเฟ้ือ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
เสียสละ ๑ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
๓. การรบั ฟังความคดิ เหน็ ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
๔. การแสดงความคิดเหน็ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
๑ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
๕. การตรงตอ่ เวลา ๔ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
๑ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
๒ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
๑ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
๒ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
๑ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรับปรุง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓๕
รหสั วชิ า ท๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ๑
ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
หนว่ ยการเรยี นรู้เร่อื ง โคลงโลกนติ ิ เวลา ๑๗ ชัว่ โมง
หน่วยการเรียนรยู้ ่อยที่ ๗ เรอ่ื ง สรรค์สร้างคำซ้อน เวลา ๑ ชวั่ โมง
ชอื่ ผูส้ อน นางสาวฟ้าอำพร สิงห์ทอง ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙
๑. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ : เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษา
และพลังของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาติ
ตวั ชี้วดั
ท ๔.๑ ม.๑/๒ สร้างคำในภาษาไทย
๒. สาระสำคญั
ภาษาไทยมีการสร้างคำใหม่ ๆ ขึ้นมาตลอดเวลา การสร้างคำนี้ทำให้มีคำประสม คำซ้อน
คำซำ้ และคำพ้องใชใ้ นการสอ่ื สารในชีวติ ประจำวนั เพ่มิ มากขึ้น
๓. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๓.๑ ผเู้ รียนมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจในการสรา้ งคำประสม คำซำ้ คำซอ้ น และคำพอ้ ง
๔. สาระการเรียนรู้
๔.๑ ดา้ นความรู้ (K)
๔.๑.๑ ผ้เู รยี นมคี วามร้คู วามเขา้ ใจในการสรา้ งคำประสม คำซ้ำ คำซ้อน และคำพ้อง
๔.๒ ด้านทักษะกระบวนการ (P)
๔.๒.๑ ผู้เรียนสามารถบอกหรืออธบิ ายคำในภาษาไทยไดว้ ่าเปน็ คำชนดิ ใด
๔.๓ ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ อย่อู ย่างพอเพียง ซือ่ สตั ย์สจุ ริต
มงุ่ มั่นในการทำงาน มีวินัย รกั ษ์ความเปน็ ไทย
ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ
๔.๔ ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
ความสามารถในการสื่อสาร : การอ่าน
ความสามารถในการคดิ : การจำแนกประเภท
ความสามารถในการแกป้ ัญหา : การนำความรทู้ ไ่ี ด้รบั ไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ
ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต : ..............................................................
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : ..............................................................
๔.๕ ดา้ นจดุ เนน้ การพัฒนาผู้เรียน
๔.๕.๑ ด้านความสามารถและทกั ษะตามระดับชั้น
ชั้น ม.๑-๓ : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะ
การคิดขัน้ สูง ทกั ษะชวี ติ ทกั ษะการส่อื สารอยา่ งสรา้ งสรรค์ตามวยั
ชั้น ม.๔-๖ : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้
ใช้ภาษาตา่ งประเทศมีทกั ษะการคิดข้นั สูง ทกั ษะชีวิต ทกั ษะการสือ่ สารอย่างสร้างสรรคต์ ามช่วงวัย
๔.๕.๒ ด้านคุณลักษณะตามช่วงวัย
ม.๑-๓ : เน้นอยู่อย่างพอเพียง
ม.๔-๖ : เน้นมุ่งมั่นในการศึกษาและการทำงาน
๕. บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๑. หลกั ความพอประมาณ : ……(กจิ กรรม/วธิ ีการสอน)………………….
๒. หลกั ความมเี หตผุ ล : วเิ คราะหแ์ ละจำแนกอย่ามีเหตผุ ล
๓. หลกั ภมู ิคมุ้ กนั : ……(กจิ กรรม/วิธกี ารสอน)………………….
๔. เงือ่ นไขความรู้ : หลักการสรา้ งคำ
๕. เงอ่ื นไขคุณธรรม : ……(กิจกรรม/วธิ ีการสอน)………………….
๖. ชนิ้ งาน/ ภาระงาน
๖.๑ สรปุ ความรู้ลงสมดุ
๗. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
การสร้างคำในภาษาไทย เวลา ๑ ช่วั โมง
ข้นั ที่ ๑ กระตุ้นความสนใจ ( ๑๐ นาที )
๑. ผู้เรียนอ่านคำจากบัตรคำ เช่น เพื่อนเกลอ ใหญ่โต สร้างเสริม จริงจัง อ่อนนุ่ม เป็นต้น
แล้วสงั เกตความหมายของคำแต่ละคำที่นำมารวมกัน และช่วยกันอธบิ าย
ข้นั ท่ี ๒ ศึกษาความรู้ ( ๓๐ นาที )
๒. ผู้เรียนศึกษาเร่ือง คำซ้อน จาก Power Point เรื่องการสร้างคำซ้อน ว่าคำซ้อนมีลักษณะ
เปน็ อย่างไร แลว้ ร่วมสนทนากันในประเดน็ ตอ่ ไปนี้
- คำซอ้ นมลี ักษณะอย่างไร
- คำซอ้ นเพื่อเสียงมีลักษณะอยา่ งไร พร้อมยกตวั อยา่ งคำ
- คำซ้อนเพอ่ื ความหมายมีลกั ษณะอยา่ งไร พร้อมยกตวั อยา่ งคำ
ขัน้ ที่ ๓ ขยายความเข้าใจ ( ๑๕ นาที )
๓. ผู้เรยี นแบ่งกลมุ่ กล่มุ ละ ๕ - ๖ คน แข่งขนั สร้างคำซ้อนจากคำที่ผู้สอนกำหนด โดยผสู้ อน
เปิดบัตรคำให้ทุกกลุ่มดูพร้อมกัน กลุ่มใดยกมือก่อนและหาคำซ้อนได้ถูกต้องจะได้ ๑ คะแนน และถ้า
อธิบายความหมายของคำซ้อนนั้นได้ดว้ ยจะได้อีก ๔ คะแนน
เม่ือจบการแขง่ ขันกลมุ่ ใดได้คะแนนมากทสี่ ุดเป็นฝ่ายชนะส่วนกล่มุ ท่ีได้คะแนนน้อยท่ีสุดต้อง
ออกมาทำตามคำส่งั ของกลุ่มชนะ เชน่ เตน้ ประกอบเพลง
ข้นั ที่ ๔ สรปุ ความรู้ ( ๕ นาที )
๔. ผู้เรียนรว่ มกันสรุปเรื่อง คำซ้อน (คำซ้อนเกิดจากการนำคำมลู ตั้งแต่ ๒ คำข้ึนไปมารวมกัน
ซึ่งแต่ละคำที่นำมารวมกันต้องมีความหมายเหมือนกัน คล้ายคลึงกัน หรือตรงข้ามกัน ทำให้คำท่ี
เกิดขึ้นมีความหมายใหม่ หรือยังคงมีเค้าของความหมายเดิม การสร้างคำซ้อนทำให้ภาษาไทยมีคำใช้
เพ่ิมมากข้ึน)
๘. กิจกรรมการเรยี นการสอน (ห้องเรียนออนไลน)์
๘.๑ ผู้เรียนเข้าเรียนออนไลน์ใน Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ โคลงโลกนิติ
เรื่อง สรรคส์ ร้างคำไทย
๘.๒ ผู้เรียนอ่านคำจากบัตรคำ เช่น เพื่อนเกลอ ใหญ่โต สร้างเสริม จริงจัง อ่อนนุ่ม เป็นต้น
แลว้ สงั เกตความหมายของคำแตล่ ะคำท่นี ำมารวมกัน และอธิบาย
๘.๓ ผู้เรียนศึกษาเรื่อง คำซ้อน จาก Power Point เรื่องการสร้างคำซ้อน ว่าคำซ้อนมี
ลักษณะเป็นอย่างไร แลว้ ร่วมสนทนากนั ในประเด็นตอ่ ไปน้ี
- คำซอ้ นมลี ักษณะอยา่ งไร
- คำซอ้ นเพ่อื เสยี งมีลักษณะอย่างไร พร้อมยกตวั อย่างคำ
- คำซอ้ นเพอ่ื ความหมายมีลักษณะอย่างไร พร้อมยกตวั อยา่ งคำ
๘.๔ ผู้เรยี นรว่ มกนั สรปุ เร่ือง คำซ้อน ลงสมุด (คำซ้อนเกดิ จากการนำคำมูลต้ังแต่ ๒ คำข้ึนไป
มารวมกัน ซึ่งแต่ละคำที่นำมารวมกันต้องมีความหมายเหมือนกัน คล้ายคลึงกัน หรือตรงข้ามกัน
ทำให้คำที่เกิดขึ้นมีความหมายใหม่ หรือยังคงมีเค้าของความหมายเดิม การสร้างคำซ้อนทำให้
ภาษาไทยมคี ำใช้เพ่มิ มากขึ้น)
๙. ส่อื / วสั ดุอุปกรณ/์ แหล่งเรียนรู้
๙.๑ Google Classroom ในรายวชิ า ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๑
หอ้ งเรยี นของครูฟ้าอำพร สงิ ห์ทอง หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๓ โคลงโลกนิติ เรอื่ ง สรรคส์ ร้างคำไทย
๙.๒ หนงั สอื เรยี นภาษาไทย : หลกั ภาษาไทย ม.๑
๙.๓ Power Point เรอื่ ง การสรา้ งคำซ้อน
๙.๔ บตั รคำ
๑๐. การวัดผลและประเมลิ ผลการเรียนรู้
วิธวี ดั เครอื่ งมอื เกณฑ์การประเมิน
K
๑. วดั จากการทดสอบหลงั เรยี น ๑. แบบทดสอบหลังเรยี น ๑. ทำได้ถกู ต้อง ๘๐% ขึ้นไป ถือว่า
เรื่อง สรรค์สรา้ งคำไทย ผ่าน
P
๑. วัดจากแบบบันทกึ การเข้าเรยี น ๑. แบบบันทึกการเข้าเรียน ๑. ไดค้ ะแนนในระดบั ๒ ขนึ้ ไป
และการใช้งานและ Google และการใช้งานและ Google
Classroom และความร่วมมอื Classroom
ในชั้นเรียน
A
๑. วดั การสงั เกตความมีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ ๑. แบบประเมินคุณลักษณะ ๑. ไดค้ ะแนนในระดับ ๓ ขน้ึ ไป
และมงุ่ มนั่ ในการทำงาน อนั พึงประสงค์
ลงชอ่ื ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง)
ตำแหนง่ ครผู ้ชู ว่ ย
บันทกึ หลังการสอนแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๓๕
ใชส้ อนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙ ใช้เวลา ๑ ชั่วโมง
๑. ผลการเรยี นรู้
ผู้เรยี นที่ ผา่ น ตวั ชี้วดั
มจี ำนวน .................................... คน คิดเปน็ ร้อยละ......................................
ผเู้ รยี นท่ี ไม่ผา่ น ตัวชีว้ ัด
มจี ำนวน .................................... คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ.......................................
• ดา้ นความรู้ (K)
๑. ผเู้ รียนมีความรคู้ วามเขา้ ใจในการสรา้ งคำประสม คำซ้ำ คำซอ้ น และคำพ้อง
ผู้เรยี นท้ังหมด.……..คน
ผู้เรียนท่ี ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คดิ เป็นร้อยละ..................
ผเู้ รียนท่ี ไม่ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มีจำนวน ........ คน คดิ เปน็ ร้อยละ..................
• ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
๑. ผเู้ รยี นสามารถบอกหรืออธบิ ายคำในภาษาไทยไดว้ า่ เป็นคำชนิดใด
ผู้เรยี นทั้งหมด.……..คน
ผู้เรียนท่ี ผ่านเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คดิ เป็นร้อยละ..................
ผูเ้ รียนที่ ไมผ่ ่านเกณฑก์ ารประเมนิ : มีจำนวน ........ คน คิดเป็นร้อยละ..................
• ด้านเจตคติ (A)
๑. ผเู้ รียนมีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ รักษค์ วามเป็นไทย และมงุ่ ม่ันในการทำงาน
ผู้เรยี นทง้ั หมด.……..คน
ผ้เู รียนที่ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คิดเป็นร้อยละ..................
ผู้เรียนที่ ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ..................
๒. ปญั หา/ อุปสรรค
.................................................................................................................. ..............................................
............................................................................................................................. ...................................
๓. วิธีการแก้ไขปัญหา
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
ลงชื่อ........................................................
(นางสาวฟ้าอำพร สิงห์ทอง)
ตำแหน่ง ครผู ู้ชว่ ย
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถามในช้ันเรยี น
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน
ที่ ชื่อ-สกุล ความมีวนิ ัย ความมีน้ำใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรง รวม
ของผู้รับ ๔๓๒๑ เออื้ เฟอ้ื ความคดิ เห็น ความคิดเห็น ตอ่ เวลา ๒๐
การประเมิน เสยี สละ คะแนน
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑
๔๓๒๑
ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................
เกณฑ์การประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถามในชนั้ เรยี น
หวั ข้อเกณฑก์ ารประเมิน คะแนน การปฏบิ ัติ
๑. ความมีวนิ ยั ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒. ความมนี ้ำใจเอื้อเฟ้ือ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
เสียสละ ๑ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
๓. การรบั ฟังความคดิ เหน็ ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
๔. การแสดงความคิดเหน็ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
๑ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
๕. การตรงตอ่ เวลา ๔ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
๑ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
๒ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
๑ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
๒ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
๑ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรับปรุง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓๖
รหสั วชิ า ท๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ๑
ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
หนว่ ยการเรยี นรู้เร่อื ง โคลงโลกนติ ิ เวลา ๑๗ ชัว่ โมง
หน่วยการเรียนรยู้ ่อยที่ ๗ เรอ่ื ง สรรค์สร้างคำซ้อน เวลา ๑ ชวั่ โมง
ชอื่ ผูส้ อน นางสาวฟ้าอำพร สิงห์ทอง ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙
๑. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ : เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษา
และพลังของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาติ
ตวั ชี้วดั
ท ๔.๑ ม.๑/๒ สร้างคำในภาษาไทย
๒. สาระสำคญั
ภาษาไทยมีการสร้างคำใหม่ ๆ ขึ้นมาตลอดเวลา การสร้างคำนี้ทำให้มีคำประสม คำซ้อน
คำซำ้ และคำพ้องใชใ้ นการสอ่ื สารในชีวติ ประจำวนั เพ่มิ มากขึ้น
๓. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๓.๑ ผเู้ รียนมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจในการสรา้ งคำประสม คำซำ้ คำซอ้ น และคำพอ้ ง
๔. สาระการเรียนรู้
๔.๑ ดา้ นความรู้ (K)
๔.๑.๑ ผ้เู รยี นมคี วามร้คู วามเขา้ ใจในการสรา้ งคำประสม คำซ้ำ คำซ้อน และคำพ้อง
๔.๒ ด้านทักษะกระบวนการ (P)
๔.๒.๑ ผู้เรียนสามารถบอกหรืออธบิ ายคำในภาษาไทยไดว้ ่าเปน็ คำชนดิ ใด
๔.๓ ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ อย่อู ย่างพอเพียง ซือ่ สตั ย์สจุ ริต
มงุ่ มั่นในการทำงาน มีวินัย รกั ษ์ความเปน็ ไทย
ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ
๔.๔ ด้านสมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน
ความสามารถในการสอื่ สาร : การอ่าน
ความสามารถในการคดิ : การจำแนกประเภท
ความสามารถในการแก้ปัญหา : การนำความรู้ท่ีได้รบั ไปประยุกต์ใช้ในชีวติ
ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต : ..............................................................
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : ..............................................................
๔.๕ ดา้ นจุดเนน้ การพัฒนาผเู้ รยี น
๔.๕.๑ ดา้ นความสามารถและทกั ษะตามระดบั ช้ัน
ชั้น ม.๑-๓ : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะ
การคิดข้ันสงู ทักษะชวี ติ ทกั ษะการสอ่ื สารอยา่ งสร้างสรรคต์ ามวยั
ชั้น ม.๔-๖ : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้
ใช้ภาษาตา่ งประเทศมที กั ษะการคิดขั้นสูง ทกั ษะชีวติ ทกั ษะการสอื่ สารอย่างสร้างสรรคต์ ามชว่ งวัย
๔.๕.๒ ด้านคณุ ลกั ษณะตามชว่ งวยั
ม.๑-๓ : เน้นอยอู่ ย่างพอเพยี ง
ม.๔-๖ : เนน้ มงุ่ มนั่ ในการศึกษาและการทำงาน
๕. บูรณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๑. หลักความพอประมาณ : ……(กิจกรรม/วิธีการสอน)………………….
๒. หลักความมีเหตุผล : วิเคราะห์และจำแนกอยา่ มเี หตุผล
๓. หลกั ภมู ิคุ้มกัน : ……(กจิ กรรม/วธิ ีการสอน)………………….
๔. เงือ่ นไขความรู้ : หลกั การสร้างคำ
๕. เงอ่ื นไขคุณธรรม : ……(กิจกรรม/วิธกี ารสอน)………………….
๖. ช้ินงาน/ ภาระงาน
๖.๑ สรุปความรู้ลงสมุด
๗. กิจกรรมการเรยี นการสอน
การสร้างคำในภาษาไทย เวลา ๑ ช่วั โมง
ขั้นที่ ๑ กระตุน้ ความสนใจ ( ๑๕ นาที )
๑. ผู้เรียนร่วมกันตอบคำถาม “นักเรียนคิดว่าคำซ้อน และคำซ้ำ แตกต่างกันไหม และ
แตกต่างกนั อย่างไร”
๒. ผู้เรยี นฟังเพลง “คนมเี สน่ห์” แลว้ ช่วยกนั สงั เกตเนื้อเพลงวา่ มคี ำซ้ำปรากฏ และเป็นคำซ้ำ
ลักษณะใด เช่น “คนอะไรดำ๊ ดำ ทำไมแบน๊ แบน”
ข้ันท่ี ๒ ศึกษาความรู้ ( ๓๐ นาที )
๓. ผู้เรียนศึกษาเรื่อง คำซ้ำ จาก Power Point เรื่อง การสร้างคำซ้ำ และตอบคำถาม เพื่อ
ทบทวนส่ิงท่ีนักเรียนศึกษา
- คำอะไรนำมาซ้ำเสียงกนั (นำคำมูลมาซ้ำเสียง)
- คำท่นี ำมาซำ้ เสียงมักมีกพ่ี ยางค์ (คำทน่ี ำมาซำ้ เสยี งมักมีพยางคเ์ ดียว)
- มีการซ้ำเสยี งเพ่อื อะไร (ซ้ำเสยี งเพ่อื ให้เกดิ คำใหม)่
- ความหมายของคำซ้ำจะเป็นอย่างไร (ความหมายของคำซ้ำเปลี่ยนไปบ้างอาจหนักขึ้น
หรอื เบาลงหรอื เปล่ียนไปจากเดมิ )
ข้นั ที่ ๓ ขยายความเข้าใจ ( ๑๕ นาที )
๔. ผู้เรียนจบั คูค่ ิดคำซ้ำคู่ละ ๑ คำ และคิดท่าทางเพ่ือใบ้คำนนั้ ใหเ้ พ่ือนทาย เมื่อผู้สอนเรียก
คู่ใดให้ทั้งสองคนออกไปแสดงท่าทาง หลังจากเพื่อนทายแล้วให้เฉลยคำตอบทุกคน ตรวจสอบ
ความถกู ต้องของคำและการแสดงทา่ ทางเพื่อส่อื ความหมาย
ขน้ั ที่ ๔ สรปุ ความรู้ ( ๕ นาที )
๕. ผู้เรียนร่วมกันสรุปเรื่อง คำซ้ำ (คำซำ้ เกิดจากการนำคำมลู คำเดิมมากลา่ วหรือเขียนซ้ำอีก
ครั้งหนึ่ง แล้วเกิดเป็นคำที่มีความหมายใหม่ หรือยังคงมีเค้าของความหมายเดิม ในการเขียนจะใช้
ไม้ยมก ( ๆ ) แทนคำซำ้ การสร้างคำซำ้ ทำใหภ้ าษาไทยมคี ำใช้เพ่ิมมากขึน้ )
๘. กจิ กรรมการเรียนการสอน (หอ้ งเรยี นออนไลน)์
๘.๑ ผู้เรียนเข้าเรียนออนไลน์ใน Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ โคลงโลกนิติ
เรือ่ ง สรรคส์ ร้างคำไทย
๘.๒ ผู้เรยี นตอบคำถาม “นกั เรียนคดิ ว่าคำซ้อน และคำซำ้ แตกตา่ งกนั ไหม และแตกต่างกัน
อย่างไร”
๘.๓ ผู้เรียนฟังเพลง “คนมีเสน่ห์” แล้วช่วยกนั สังเกตเน้ือเพลงว่ามีคำซำ้ ปรากฏ และเป็นคำ
ซ้ำลักษณะใด เชน่ “คนอะไรดำ๊ ดำ ทำไมแบน๊ แบน”
๘.๔ ผู้เรียนศึกษาเรื่อง คำซ้ำ จาก Power Point เรื่อง การสร้างคำซ้ำ และตอบคำถาม
เพอ่ื ทบทวนสง่ิ ทีน่ กั เรียนศกึ ษา
- คำอะไรนำมาซ้ำเสียงกัน (นำคำมลู มาซำ้ เสียง)
- คำทีน่ ำมาซ้ำเสียงมักมกี ่พี ยางค์ (คำที่นำมาซำ้ เสียงมักมพี ยางคเ์ ดียว)
- มีการซำ้ เสียงเพ่ืออะไร (ซำ้ เสยี งเพอ่ื ใหเ้ กดิ คำใหม่)
- ความหมายของคำซ้ำจะเป็นอย่างไร (ความหมายของคำซ้ำเปลี่ยนไปบ้างอาจหนักข้ึน
หรอื เบาลงหรอื เปลยี่ นไปจากเดิม)
๘.๕ ผู้เรียนสรุปเรื่อง คำซ้ำ ลงสมุด (คำซ้ำเกิดจากการนำคำมูลคำเดิมมากล่าวหรือเขียนซ้ำ
อีกคร้ังหนึ่ง แล้วเกิดเป็นคำที่มีความหมายใหม่ หรือยังคงมีเค้าของความหมายเดิม ในการเขียนจะใช้
ไมย้ มก ( ๆ ) แทนคำซำ้ การสร้างคำซำ้ ทำใหภ้ าษาไทยมีคำใชเ้ พม่ิ มากข้นึ )
๙. ส่ือ/ วัสดุอปุ กรณ/์ แหล่งเรียนรู้
๙.๑ Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๑
ห้องเรยี นของครูฟ้าอำพร สงิ หท์ อง หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๓ โคลงโลกนิติ เร่อื ง สรรค์สรา้ งคำไทย
๙.๒ หนังสือเรียนภาษาไทย : หลกั ภาษาไทย ม.๑
๙.๓ Power Point เรอ่ื ง การสร้างคำซ้ำ
๙.๔ เพลง คนมีเสน่ห์
๑๐. การวัดผลและประเมลิ ผลการเรียนรู้
วิธีวดั เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
K
๑. วดั จากการทดสอบหลังเรียน ๑. แบบทดสอบหลงั เรียน ๑. ทำไดถ้ ูกต้อง ๘๐% ขน้ึ ไป ถอื ว่า
เรือ่ ง สรรค์สร้างคำไทย ผ่าน
P
๑. วัดจากแบบบันทกึ การเขา้ เรียน ๑. แบบบันทึกการเข้าเรียน ๑. ได้คะแนนในระดับ ๒ ขน้ึ ไป
และการใช้งานและ Google และการใช้งานและ Google
Classroom และความร่วมมอื Classroom
ในชั้นเรยี น
A
๑. วดั การสังเกตความมวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้ ๑. แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ ๑. ไดค้ ะแนนในระดบั ๓ ขนึ้ ไป
และมุง่ ม่นั ในการทำงาน อนั พึงประสงค์
ลงช่ือ........................................................
(นางสาวฟ้าอำพร สงิ ห์ทอง)
ตำแหนง่ ครูผู้ชว่ ย
บันทกึ หลังการสอนแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๓๖
ใชส้ อนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙ ใช้เวลา ๑ ชั่วโมง
๑. ผลการเรยี นรู้
ผู้เรยี นที่ ผา่ น ตวั ชี้วดั
มจี ำนวน .................................... คน คิดเปน็ ร้อยละ......................................
ผเู้ รยี นท่ี ไม่ผา่ น ตัวชีว้ ัด
มจี ำนวน .................................... คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ.......................................
• ดา้ นความรู้ (K)
๑. ผเู้ รียนมีความรคู้ วามเขา้ ใจในการสรา้ งคำประสม คำซ้ำ คำซอ้ น และคำพ้อง
ผู้เรยี นท้ังหมด.……..คน
ผู้เรียนท่ี ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คดิ เป็นร้อยละ..................
ผเู้ รียนท่ี ไม่ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มีจำนวน ........ คน คดิ เปน็ ร้อยละ..................
• ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
๑. ผเู้ รยี นสามารถบอกหรืออธบิ ายคำในภาษาไทยไดว้ า่ เป็นคำชนิดใด
ผู้เรยี นทั้งหมด.……..คน
ผู้เรียนท่ี ผ่านเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คดิ เป็นร้อยละ..................
ผูเ้ รียนที่ ไมผ่ ่านเกณฑก์ ารประเมนิ : มีจำนวน ........ คน คิดเป็นร้อยละ..................
• ด้านเจตคติ (A)
๑. ผเู้ รียนมีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ รักษค์ วามเป็นไทย และมงุ่ ม่ันในการทำงาน
ผู้เรยี นทง้ั หมด.……..คน
ผ้เู รียนที่ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คิดเป็นร้อยละ..................
ผู้เรียนที่ ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ..................
๒. ปญั หา/ อุปสรรค
.................................................................................................................. ..............................................
............................................................................................................................. ...................................
๓. วิธีการแก้ไขปัญหา
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
ลงชื่อ........................................................
(นางสาวฟ้าอำพร สิงห์ทอง)
ตำแหน่ง ครผู ู้ชว่ ย
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถามในช้ันเรยี น
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน
ที่ ชื่อ-สกุล ความมีวนิ ัย ความมีน้ำใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรง รวม
ของผู้รับ ๔๓๒๑ เออื้ เฟอ้ื ความคดิ เห็น ความคดิ เห็น ตอ่ เวลา ๒๐
การประเมิน เสยี สละ คะแนน
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑
๔๓๒๑
ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................
เกณฑ์การประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถามในชนั้ เรยี น
หวั ข้อเกณฑก์ ารประเมิน คะแนน การปฏบิ ัติ
๑. ความมีวนิ ยั ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒. ความมนี ้ำใจเอื้อเฟ้ือ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
เสียสละ ๑ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
๓. การรบั ฟังความคดิ เหน็ ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
๔. การแสดงความคิดเหน็ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
๑ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
๕. การตรงตอ่ เวลา ๔ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
๑ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
๒ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
๑ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
๒ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
๑ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรับปรุง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๗
รหสั วิชา ท๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ๑
ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓
หน่วยการเรยี นรู้เร่อื ง โคลงโลกนิติ เวลา ๑๗ ช่ัวโมง
หน่วยการเรยี นร้ยู ่อยท่ี ๗ เรือ่ ง สนุกหรรษา ปรศิ นาคำพ้อง เวลา ๑ ช่ัวโมง
ช่ือผูส้ อน นางสาวฟา้ อำพร สิงห์ทอง ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙
๑. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ : เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษา
และพลังของภาษา ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ิของชาติ
ตวั ช้วี ัด
ท ๔.๑ ม.๑/๒ สร้างคำในภาษาไทย
๒. สาระสำคัญ
ภาษาไทยมีการสร้างคำใหม่ ๆ ขึ้นมาตลอดเวลา การสร้างคำนี้ทำให้มีคำประสม คำซ้อน
คำซ้ำ และคำพ้องใช้ในการสอ่ื สารในชวี ิตประจำวันเพิม่ มากขนึ้
๓. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๓.๑ ผเู้ รยี นมคี วามร้คู วามเขา้ ใจในการสร้างคำประสม คำซ้ำ คำซ้อน และคำพอ้ ง
๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ ดา้ นความรู้ (K)
๔.๑.๑ ผูเ้ รียนมีความรคู้ วามเขา้ ใจในการสร้างคำประสม คำซำ้ คำซ้อน และคำพ้อง
๔.๒ ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
๔.๒.๑ ผ้เู รียนสามารถบอกหรืออธบิ ายคำในภาษาไทยได้วา่ เปน็ คำชนดิ ใด
๔.๓ ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ อยู่อยา่ งพอเพยี ง ซือ่ สัตย์สจุ ริต
มงุ่ มั่นในการทำงาน มวี นิ ัย รกั ษ์ความเป็นไทย
ใฝ่เรยี นรู้ มีจิตสาธารณะ
๔.๔ ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น
ความสามารถในการสอ่ื สาร : การอา่ น
ความสามารถในการคิด : การจำแนกประเภท
ความสามารถในการแกป้ ัญหา : การนำความรทู้ ไี่ ด้รบั ไปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิต
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ : ..............................................................
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : ..............................................................
๔.๕ ดา้ นจดุ เนน้ การพฒั นาผเู้ รียน
๔.๕.๑ ดา้ นความสามารถและทกั ษะตามระดับชัน้
ชั้น ม.๑-๓ : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะ
การคิดขัน้ สงู ทกั ษะชีวิต ทักษะการสอื่ สารอย่างสรา้ งสรรคต์ ามวยั
ชั้น ม.๔-๖ : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้
ใชภ้ าษาต่างประเทศมีทกั ษะการคิดขน้ั สงู ทักษะชีวติ ทักษะการส่อื สารอย่างสร้างสรรคต์ ามชว่ งวัย
๔.๕.๒ ดา้ นคุณลักษณะตามช่วงวัย
ม.๑-๓ : เน้นอยูอ่ ย่างพอเพียง
ม.๔-๖ : เน้นม่งุ มน่ั ในการศกึ ษาและการทำงาน
๕. บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๑. หลักความพอประมาณ : ……(กิจกรรม/วธิ กี ารสอน)………………….
๒. หลักความมีเหตผุ ล : วเิ คราะห์และจำแนกอยา่ มเี หตผุ ล
๓. หลักภูมคิ ุ้มกนั : ……(กิจกรรม/วิธีการสอน)………………….
๔. เง่อื นไขความรู้ : หลักการสรา้ งคำ
๕. เง่ือนไขคุณธรรม : ……(กจิ กรรม/วธิ ีการสอน)………………….
๖. ช้นิ งาน/ ภาระงาน
๖.๑ สรปุ ความรู้ลงสมุด
๗. กิจกรรมการเรยี นการสอน
การสร้างคำในภาษาไทย เวลา ๑ ช่ัวโมง
ขนั้ ท่ี ๑ ท้าทายความคดิ ( ๑๐ นาที )
๑. ผู้เรียนร่วมกันตอบคำถาม “นักเรียนคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้นหากเราใช้ภาษาในการส่ือ
ความหมายไม่ถูกต้อง” (เกิดการเข้าใจผิดกันได้ เช่น ตาของฉันเจ็บ อาจหมายถึง ตาที่เป็นอวัยวะ
มีอาการเจ็บ หรือ ตาที่เปน็ ญาติผใู้ หญไ่ ดร้ บั บาดเจ็บ)
ขน้ั ที่ ๒ ศกึ ษาความรู้ ( ๓๐ นาที )
๓. ผู้เรียนศกึ ษาเรื่องคำพ้อง จากหนงั สือเรยี นและแหล่งสารสนเทศจากนนั้ ร่วมกันตอบคำถาม
- คำพ้องมกี ช่ี นิด
- คำพ้องรูปมีลักษณะอยา่ งไร
- คำพ้องเสียงมีลักษณะอย่างไร
- คำพ้องรูป กับคำพ้องเสยี งต่างกันอย่างไร
- คำพอ้ งรูปพ้องเสยี งมลี ักษณะอยา่ งไร พร้อมยกตัวอยา่ ง
- คำพ้องความหมาย มลี ีกษณะอยา่ งไร และมชี ือ่ เรยี กอน่ื ว่าอะไร
๔. ผูเ้ รียนเขียนบันทึกลงสมุด
ขนั้ ที่ ๓ ขยายความเข้าใจ ( ๑๕ นาที )
๔. ผู้เรียนเล่นเกมเชือกวิเศษพัฒนาความรู้เรื่องคำพ้อง โดยผู้เรียนแต่ละกลุ่มนั่งเป็นวงกลม
เพ่ือเล่นเกม จากน้นั ผสู้ อนแจกกระดานเกมให้ผู้เรยี นพร้อมเชอื กตามจำนวนคำ เมือ่ เริ่มเกมให้ผู้เรียน
นำเชือกไปคล้องโยงคำพ้องให้ตรงกับความหมายให้ถูกต้อง เมื่อเสร็จสิ้นการเล่นผู้สอนเฉลยและ
ร่วมกันอธิบายความหมายกบั ผเู้ รียน
ขัน้ ที่ ๔ สรุปความรู้ ( ๕ นาที )
๕. ผู้เรยี นร่วมกนั สรุปเร่อื ง คำพ้อง
๘. กิจกรรมการเรียนการสอน (หอ้ งเรียนออนไลน)์
๘.๑ ผู้เรียนเข้าเรียนออนไลน์ใน Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ โคลงโลกนิติ
เรอ่ื ง สรรคส์ รา้ งคำไทย
๘.๒ ผู้เรยี นตอบคำถาม “นักเรียนคิดว่าอะไรจะเกิดข้ึนหากเราใชภ้ าษาในการสื่อความหมาย
ไม่ถูกต้อง” (เกิดการเข้าใจผิดกันได้ เช่น ตาของฉันเจ็บ อาจหมายถึง ตาที่เป็นอวัยวะมีอาการเจ็บ
หรือ ตาที่เปน็ ญาตผิ ใู้ หญไ่ ด้รบั บาดเจบ็ )
๘.๓ ผู้เรยี นศึกษาเร่อื งคำพ้อง จากหนังสือเรยี นและแหลง่ สารสนเทศจากนนั้ รว่ มกันตอบ
คำถาม
- คำพอ้ งมีกีช่ นดิ
- คำพ้องรูปมีลกั ษณะอย่างไร
- คำพอ้ งเสยี งมลี ักษณะอย่างไร
- คำพ้องรปู กับคำพ้องเสยี งต่างกนั อย่างไร
- คำพอ้ งรปู พ้องเสยี งมลี ักษณะอย่างไร พร้อมยกตวั อย่าง
- คำพอ้ งความหมาย มีลีกษณะอยา่ งไร และมีชอื่ เรียกอืน่ ว่าอะไร
๘.๔ ผู้เรยี นสรุปเรอ่ื ง คำพอ้ ง ลงสมดุ
๙. สอ่ื / วสั ดุอุปกรณ/์ แหล่งเรียนรู้
๙.๑ Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑
หอ้ งเรยี นของครูฟา้ อำพร สิงหท์ อง หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี ๓ โคลงโลกนติ ิ เร่ือง สรรค์สรา้ งคำไทย
๙.๒ หนังสือเรียนภาษาไทย : หลกั ภาษาไทย ม.๑
๙.๓ Power Point เรือ่ ง คำพอ้ ง
๙.๔ อุปกรณ์เกมเชือกวเิ ศษ
๙.๕ แหล่งข้อมลู สารสนเทศ
๑๐. การวดั ผลและประเมลิ ผลการเรียนรู้
วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมิน
K
๑. วดั จากการทดสอบหลังเรยี น ๑. แบบทดสอบหลังเรียน ๑. ทำไดถ้ กู ต้อง ๘๐% ขึน้ ไป ถอื วา่
เรื่อง สรรค์สร้างคำไทย ผา่ น
P
๑. วัดจากแบบบันทึกการเข้าเรยี น ๑. แบบบันทึกการเข้าเรียน ๑. ไดค้ ะแนนในระดบั ๒ ขึ้นไป
และการใชง้ านและ Google และการใช้งานและ Google
Classroom และความร่วมมือ Classroom
ในช้ันเรียน
A
๑. วดั การสงั เกตความมวี ินยั ใฝ่เรียนรู้ ๑. แบบประเมนิ คุณลักษณะ ๑. ได้คะแนนในระดับ ๓ ขึ้นไป
และมงุ่ ม่นั ในการทำงาน อันพึงประสงค์
ลงชือ่ ........................................................
(นางสาวฟ้าอำพร สิงหท์ อง)
ตำแหนง่ ครผู ชู้ ่วย
บันทึกหลังการสอนแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๗
ใชส้ อนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙ ใช้เวลา ๑ ชั่วโมง
๑. ผลการเรยี นรู้
ผู้เรยี นที่ ผา่ น ตวั ชี้วดั
มจี ำนวน .................................... คน คิดเปน็ ร้อยละ......................................
ผเู้ รยี นท่ี ไม่ผา่ น ตวั ช้ีวดั
มจี ำนวน .................................... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.......................................
• ดา้ นความรู้ (K)
๑. ผเู้ รียนมีความรคู้ วามเขา้ ใจในการสร้างคำประสม คำซ้ำ คำซ้อน และคำพ้อง
ผู้เรยี นท้ังหมด.……..คน
ผู้เรียนท่ี ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คิดเปน็ ร้อยละ..................
ผเู้ รียนท่ี ไม่ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คิดเป็นร้อยละ..................
• ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
๑. ผเู้ รยี นสามารถบอกหรืออธิบายคำในภาษาไทยได้วา่ เป็นคำชนิดใด
ผู้เรยี นทั้งหมด.……..คน
ผู้เรียนท่ี ผ่านเกณฑ์การประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ..................
ผูเ้ รียนที่ ไมผ่ ่านเกณฑก์ ารประเมิน : มีจำนวน ........ คน คดิ เปน็ ร้อยละ..................
• ด้านเจตคติ (A)
๑. ผเู้ รียนมีวนิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ รักษค์ วามเปน็ ไทย และม่งุ มัน่ ในการทำงาน
ผู้เรยี นทง้ั หมด.……..คน
ผ้เู รียนที่ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คิดเป็นร้อยละ..................
ผู้เรียนที่ ไม่ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คดิ เป็นร้อยละ..................
๒. ปญั หา/ อุปสรรค
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
๓. วิธีการแก้ไขปัญหา
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ........................................................
(นางสาวฟ้าอำพร สิงห์ทอง)
ตำแหนง่ ครผู ูช้ ่วย
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถามในช้ันเรยี น
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน
ที่ ชื่อ-สกุล ความมีวนิ ัย ความมีน้ำใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรง รวม
ของผู้รับ ๔๓๒๑ เออื้ เฟอ้ื ความคดิ เห็น ความคิดเห็น ตอ่ เวลา ๒๐
การประเมิน เสยี สละ คะแนน
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑
๔๓๒๑
ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................
เกณฑ์การประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถามในชนั้ เรยี น
หวั ข้อเกณฑก์ ารประเมิน คะแนน การปฏบิ ัติ
๑. ความมีวินยั ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒. ความมนี ้ำใจเอื้อเฟ้ือ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
เสียสละ ๑ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
๓. การรบั ฟังความคดิ เหน็ ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
๔. การแสดงความคิดเหน็ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
๑ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
๕. การตรงต่อเวลา ๔ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
๑ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
๒ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
๑ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
๒ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
๑ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรับปรุง
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี ๓๘
รหสั วชิ า ท๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ๑
ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓
หน่วยการเรียนรู้เรือ่ ง โคลงโลกนิติ เวลา ๑๗ ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรยี นร้ยู ่อยที่ ๗ เร่อื ง ทดสอบความรกู้ ารสรา้ งคำ เวลา ๑ ชัว่ โมง
ช่ือผสู้ อน นางสาวฟา้ อำพร สิงห์ทอง ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙
๑. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๔ หลักการใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ : เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษา
และพลงั ของภาษา ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ขิ องชาติ
ตวั ชว้ี ัด
ท ๔.๑ ม.๑/๒ สร้างคำในภาษาไทย
๒. สาระสำคญั
ภาษาไทยมีการสร้างคำใหม่ ๆ ขึ้นมาตลอดเวลา การสร้างคำนี้ทำให้มีคำประสม คำซ้อน
คำซ้ำ และคำพ้องใช้ในการสอ่ื สารในชวี ติ ประจำวันเพิม่ มากข้ึน
๓. จุดประสงค์การเรยี นรู้
๓.๑ ผู้เรียนมคี วามรคู้ วามเข้าใจในการสร้างคำประสม คำซำ้ คำซอ้ น และคำพ้อง
๔. สาระการเรียนรู้
๔.๑ ดา้ นความรู้ (K)
๔.๑.๑ ผเู้ รยี นมีความรคู้ วามเขา้ ใจในการสรา้ งคำประสม คำซ้ำ คำซ้อน และคำพ้อง
๔.๒ ด้านทักษะกระบวนการ (P)
๔.๒.๑ ผ้เู รียนสามารถบอกหรืออธบิ ายคำในภาษาไทยได้วา่ เปน็ คำชนิดใด
๔.๓ ด้านคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อย่อู ยา่ งพอเพียง ซอื่ สัตยส์ ุจริต
มุง่ มั่นในการทำงาน มีวินยั รักษ์ความเปน็ ไทย
ใฝ่เรียนรู้ มีจติ สาธารณะ
๔.๔ ด้านสมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
ความสามารถในการสอื่ สาร : การอา่ น
ความสามารถในการคดิ : การจำแนกประเภท
ความสามารถในการแก้ปัญหา : การนำความรูท้ ีไ่ ดร้ ับไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต : ..............................................................
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : ..............................................................
๔.๕ ดา้ นจุดเนน้ การพฒั นาผเู้ รยี น
๔.๕.๑ ดา้ นความสามารถและทกั ษะตามระดับช้ัน
ชั้น ม.๑-๓ : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะ
การคิดข้ันสงู ทกั ษะชีวิต ทกั ษะการสือ่ สารอยา่ งสรา้ งสรรคต์ ามวัย
ชั้น ม.๔-๖ : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้
ใชภ้ าษาต่างประเทศมที กั ษะการคิดขัน้ สงู ทักษะชีวติ ทักษะการสือ่ สารอยา่ งสรา้ งสรรค์ตามช่วงวัย
๔.๕.๒ ดา้ นคุณลักษณะตามชว่ งวยั
ม.๑-๓ : เน้นอยูอ่ ย่างพอเพียง
ม.๔-๖ : เนน้ มุง่ มัน่ ในการศกึ ษาและการทำงาน
๕. บูรณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๑. หลกั ความพอประมาณ : ……(กิจกรรม/วธิ กี ารสอน)………………….
๒. หลกั ความมีเหตผุ ล : วเิ คราะหแ์ ละจำแนกอยา่ มเี หตผุ ล
๓. หลกั ภูมิคุ้มกัน : ……(กจิ กรรม/วิธีการสอน)………………….
๔. เงือ่ นไขความรู้ : หลักการสร้างคำ
๕. เงอื่ นไขคุณธรรม : ……(กจิ กรรม/วธิ กี ารสอน)………………….
๖. ชิ้นงาน/ ภาระงาน
๖.๑ สรุปความร้ลู งสมดุ
๗. กจิ กรรมการเรียนการสอน
การสร้างคำในภาษาไทย เวลา ๑ ชัว่ โมง
ขั้นที่ ๑ ทบทวนความรู้ ( ๑๐ นาที )
๑. ผู้เรียนร่วมกนั ทบทวนความร้เู ร่อื งการสร้างคำในภาษาไทย
ขน้ั ที่ ๒ ทดสอบความรู้ ( ๓๐ นาที )
๒. ผู้เรียนทำขอ้ สอบวดั ความร้เู รื่องการสรา้ งคำในภาษาไทยจำนวน ๓๐ ข้อผา่ นกูเก้ิลฟอร์ม
ขัน้ ที่ ๓ เฉลยข้อสอบ ( ๑๕ นาที )
๓. ผเู้ รยี นสลบั กนั ตรวจขอ้ สอบ พรอ้ มเขยี นเฉลยที่ถูกต้องลงบนข้อสอบ
ข้นั ท่ี ๔ สรุปความรู้ ( ๕ นาที )
๕. ผู้เรียนรว่ มกันสรุปเรือ่ งการสร้างคำในภาษาไทย
๘. กจิ กรรมการเรยี นการสอน (ห้องเรียนออนไลน)์
๘.๑ ผู้เรียนเข้าเรียนออนไลน์ใน Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ โคลงโลกนิติ
เรอ่ื ง สรรคส์ ร้างคำไทย
๘.๒ ผู้เรียนทำข้อสอบวัดความรู้เรื่องการสร้างคำในภาษาไทยจำนวน ๓๐ ข้อ ผ่านกูเก้ิล
ฟอรม์
๙. สอื่ / วสั ดุอุปกรณ/์ แหล่งเรียนรู้
๙.๑ Google Classroom ในรายวชิ า ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑
หอ้ งเรยี นของครูฟา้ อำพร สิงห์ทอง หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๓ โคลงโลกนิติ เรอ่ื ง สรรค์สร้างคำไทย
๙.๒ แบบทดสอบวัดความรู้เรื่องการสร้างคำในภาษาไทย (Google Form)
๑๐. การวัดผลและประเมลิ ผลการเรยี นรู้
วธิ ีวัด เคร่อื งมอื เกณฑ์การประเมนิ
K
๑. วัดจากการทดสอบหลงั เรยี น ๑. แบบทดสอบหลงั เรยี น ๑. ทำไดถ้ กู ต้อง ๘๐% ขึน้ ไป ถือว่า
เรือ่ ง สรรคส์ รา้ งคำไทย ผา่ น
P
๑. วดั จากแบบบันทึกการเขา้ เรียน ๑. แบบบันทึกการเข้าเรียน ๑. ไดค้ ะแนนในระดับ ๒ ขึ้นไป
และการใช้งานและ Google และการใช้งานและ Google
Classroom และความรว่ มมือ Classroom
ในช้นั เรยี น
A
๑. วัดการสังเกตความมีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ ๑. แบบประเมินคุณลกั ษณะ ๑. ไดค้ ะแนนในระดบั ๓ ขึ้นไป
และมุ่งมน่ั ในการทำงาน อนั พงึ ประสงค์
ลงชือ่ ........................................................
(นางสาวฟ้าอำพร สงิ หท์ อง)
ตำแหน่ง ครูผูช้ ว่ ย
บันทกึ หลังการสอนแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๓๘
ใชส้ อนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙ ใช้เวลา ๑ ชั่วโมง
๑. ผลการเรยี นรู้
ผู้เรยี นที่ ผา่ น ตวั ชี้วดั
มจี ำนวน .................................... คน คิดเปน็ ร้อยละ......................................
ผเู้ รยี นท่ี ไม่ผา่ น ตัวชีว้ ัด
มจี ำนวน .................................... คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ.......................................
• ดา้ นความรู้ (K)
๑. ผเู้ รียนมีความรคู้ วามเขา้ ใจในการสรา้ งคำประสม คำซ้ำ คำซอ้ น และคำพ้อง
ผู้เรยี นท้ังหมด.……..คน
ผู้เรียนท่ี ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คดิ เป็นร้อยละ..................
ผเู้ รียนท่ี ไม่ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มีจำนวน ........ คน คดิ เปน็ ร้อยละ..................
• ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
๑. ผเู้ รยี นสามารถบอกหรืออธบิ ายคำในภาษาไทยไดว้ า่ เป็นคำชนิดใด
ผู้เรยี นทั้งหมด.……..คน
ผู้เรียนท่ี ผ่านเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คดิ เป็นร้อยละ..................
ผูเ้ รียนที่ ไมผ่ ่านเกณฑก์ ารประเมนิ : มีจำนวน ........ คน คิดเป็นร้อยละ..................
• ด้านเจตคติ (A)
๑. ผเู้ รียนมีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ รักษค์ วามเป็นไทย และมงุ่ ม่ันในการทำงาน
ผู้เรยี นทง้ั หมด.……..คน
ผ้เู รียนที่ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คิดเป็นร้อยละ..................
ผู้เรียนที่ ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ..................
๒. ปญั หา/ อุปสรรค
.................................................................................................................. ..............................................
............................................................................................................................. ...................................
๓. วิธีการแก้ไขปัญหา
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
ลงชื่อ........................................................
(นางสาวฟ้าอำพร สิงห์ทอง)
ตำแหน่ง ครผู ู้ชว่ ย
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถามในช้ันเรยี น
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน
ที่ ชื่อ-สกุล ความมีวนิ ัย ความมีน้ำใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรง รวม
ของผู้รับ ๔๓๒๑ เออื้ เฟอ้ื ความคดิ เห็น ความคิดเห็น ตอ่ เวลา ๒๐
การประเมิน เสยี สละ คะแนน
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑
๔๓๒๑
ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................
เกณฑ์การประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถามในชนั้ เรยี น
หวั ข้อเกณฑก์ ารประเมิน คะแนน การปฏบิ ัติ
๑. ความมีวนิ ยั ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒. ความมนี ้ำใจเอื้อเฟ้ือ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
เสียสละ ๑ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
๓. การรบั ฟังความคดิ เหน็ ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
๔. การแสดงความคิดเหน็ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
๑ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
๕. การตรงตอ่ เวลา ๔ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
๑ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
๒ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
๑ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
๒ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
๑ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรับปรุง
โรงเรียนพรานกระต่ายพิทยาคม หนา้ ๑
แบบทดสอบวัดความรู้ เร่อื ง การสร้างคำในภาษาไทย ท ๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑
เฉลยแบบทดสอบวดั ความรู้ วชิ าพ้ืนฐานภาษาไทย ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑
เรอื่ ง การสรา้ งคำในภาษาไทย (คำประสม คำซ้ำ คำซ้อน คำพ้อง)
๑. คำใดท่มี วี ธิ กี ารสร้างคำเหมอื นกันทุกคำ
ก. ดชี ั่ว หมอฟนั ตกใจ ข. เรยี งเบอร์ ข้าวต้ม ที่นอน
ค. เสื่อสาด บ้านเรอื น หา่ งไกล ง. จติ แพทย์ ราชการ วาทศิลป์
๒. ข้อใดเป็นคำประสมทุกคำ
ก. ชาวบ้าน ผลไม้ ข. ตุ๊กตา แม่บา้ น ค. เด็ก ๆ บา้ นเรอื น ง. นกั รอ้ ง น้ำตา
๓. คำที่ขดี เสน้ ใตข้ ้อใดไมใ่ ช่คำประสม
ก. หนูทำการบา้ นเสรจ็ แลว้ ข. หนหู ริ่งแตง่ กายถูกต้องตามระเบียบ
ค. หนูดำอา่ นทำนองเสนาะได้ไพเราะมาก ง. หนเู มอื งซ่อมหลอดไฟในห้องนำ้
๔. “คนเราแต่งกายเพ่ือปกปิดร่างกาย ไมใ่ ห้กระทบความรอ้ น ความเย็นมากเกินไป นกั เรียนจะแต่ง
เคร่อื งแบบเพื่อความเปน็ ระเบียบ” ข้อความนีม้ ีคำประสมทั้งหมดกคี่ ำ
ก. ๓ คำ ข. ๔ คำ ค. ๕ คำ ง. ๖ คำ
๕. คำประสมข้อใดเกิดจากการนำคำกรยิ า คำบุพบท และคำนามมาประสมกัน ตามลำดับ
ก. ขีดเส้นตาย ข. ข้างหลังบ้าน ค. ตที า้ ยครัว ง. ออกจากใจ
๖. ขอ้ ความใดไมม่ ีคำประสม
ก. เขาคงออกไปซือ้ แปรงขัดห้องอันใหม่
ข. เครอ่ื งพิมพ์ดดี เป็นอปุ กรณ์ที่ไม่นยิ มใช้กันแล้ว
ค. คนไทยหลายคนนิยมรบั ประทานอาหารเกาหลี
ง. การพดู และการเขียนเป็นการแสดงออกซ่ึงความคดิ
๗. ขอ้ ใดเป็นคำซ้อนเพอ่ื เสียงทกุ คำ
ก. รูปภาพ เติบโต ข. จุกจิก แจ่มใส ค. เกะกะ จกุ จกิ ง. อว้ นพี
ฮอื ฮา
๘.คำประสมในข้อใดไม่มีความหมายเปรียบเทียบ
ก. หัวสูง ลูกชา้ ง ข. หมาวัด ไข่แดง
ค. กนั สาด เป็นตอ่ ง. มอื สะอาด ตนี กา
๙. ข้อความใดมคี ำซ้อน
ก. ท่านมักจะเก็บถว้ ยโถโอชามไว้ในตู้ ข. คุณยายชอบทานหมากพลูเป็นประจำ
ค. ทา่ นใจดแี ละมกั จะให้ขนมแก่เราเสมอ ๆ ง. วันไหนอารมณ์ดีก็นำมาขัดทำความสะอาด
๑๐. คำซ้อนในข้อใดไม่ได้เกิดจากคำท่ีมคี วามหมายตรงกันขา้ ม
ก. สงู ต่ำดำขาว ข. ตกทุกข์ไดย้ าก ค. รา้ ยดี ง. ทกุ ขส์ ขุ
โรงเรียนพรานกระตา่ ยพทิ ยาคม หน้า ๒
แบบทดสอบวัดความรู้ เรอ่ื ง การสรา้ งคำในภาษาไทย ท ๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑
๑๑. ข้อความต่อไปน้ีมีคำซ้อนกคี่ ำ
“ธรรมชาติสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้มวลมนุษย์ แต่มนุษย์เป็นผู้ทำลายจนโลกเปลี่ยนแปลง จึง
ตอ้ ง ตักเตอื นกัน ใหน้ ำโลกเขา้ สู่สภาพเดมิ โดยเรว็ ไว”
ก. ๒ คำ ข. ๓ คำ ค. ๔ คำ ง. ๕ คำ
๑๒. ข้อใดทคี ำซ้อน ทส่ี ามารถตดั คำหน้าออก แล้วยังได้ใจความเหมอื นเดิม
ก. เดก็ คนนปี้ ากคอไมอ่ ยสู่ ขุ
ข. สถานการณ์ในภาคใตต้ อนนีท้ ำใหฉ้ ันใจคอไม่ดเี ลย
ค. จะบอกอะไรให้นะ คุณตาทเ่ี ราเหน็ วานนดี้ ทู า่ ทางใจดมี ากนะ
ง. เจา้ หนา้ ท่พี ยาบาลกำลงั ทำความสะอาดบาดแผลจากอุบัติเหตุ
๑๓. คำทข่ี ดี เส้นใตใ้ นขอ้ ใดไม่ใช่คำซอ้ นทกุ คำ
ก. มีเรอื่ งหนกั หนาอะไรกข็ อให้หนกั แน่น
ข. พ่อก้าวก่ายเรอ่ื งการเรียนทำให้ลกู ก้าวรา้ ว
ค. จะถกู ผดิ อย่างไร ก็ต้องตดั สนิ ใจให้ถกู ต้อง
ง. เขาตดิ ตอ่ มาว่ายงั ตดิ ขัดเร่ืองการเงินอยู่มาก
๑๔. ข้อใดเปน็ คำประสม และคำซอ้ น ตามลำดับ
ก. ทา่ น้ำ รอท่า ข. นำ้ ท่า ทา่ เทียบเรือ ค. ทา่ มาก ลลี าทา่ ทาง ง. ท่าพระ ท่าราชวรดิษฐ์
จงนำอกั ษรหนา้ ความหมายของคำซำ้ ไปเติมในช่องวา่ งหนา้ ข้อทีถ่ ูกต้อง
ก. ทำให้ความหมายเปน็ พหูพจน์ ข. ทำใหค้ วามหมายเนน้
ค. ทำใหค้ วามหมายไมเ่ จาะจง ง. ทำใหค้ วามหมายอ่อนลง
จ. ทำใหค้ วามหมายแยกเป็นส่วน ๆ ฉ. ทำให้ความหมายต่อเนือ่ งกนั หลายครงั้
......................... ๑๕. เดนิ เรว็ ๆ เดยี๋ วไม่ทนั หรอก
........................ ๑๖. เดก็ ๆ กำลงั อาบน้ำ
........................ ๑๗. ชว่ ยจัดเอกสารให้เปน็ ช่อง ๆ หน่อย
........................ ๑๘. บ้านฉันอยู่แถว ๆ ดอนเมอื ง
........................ ๑๙. นง่ั ๆ นอน ๆ ท้ังวันฉันเริ่มจะเบ่ือแลว้
๒๐. ข้อใดมีคำซ้ำทีแ่ สดงความหมายตา่ งจากข้ออืน่
ก. แมน่ วดแป้งแลว้ ปน้ั เป็นลกู กลม ๆ ข. แยก ๆ กนั ไปกินอาหารจะได้ออกรถเรว็ ขน้ึ
ค. สมพรอยากยา้ ยบ้านไปอยู่ใกล้ ๆ ท่ีทำงาน ง. อายุเกิน ๘๐ แล้วยงั ชอบใส่เสอ้ื ผ้าสีสด ๆ
๒๑. คำพ้องหมายถงึ ข้อใด
ก. คำที่มคี วามหมายเหมือน ข. คำทีเ่ ขยี นเหมือนกนั
ค. คำทอี่ า่ นออกเสียงเหมอื นกัน ง. คำท่มี ีลักษณะอยา่ งใดอย่างหน่งึ เหมอื นกนั
โรงเรยี นพรานกระตา่ ยพิทยาคม หนา้ ๓
แบบทดสอบวดั ความรู้ เรอ่ื ง การสร้างคำในภาษาไทย ท ๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๑
๒๒. “ลุง...................บอกวา่ ผูท้ ี.่ .........จากพระแลว้ ให้เรยี กว่า...................”
ก. กำนัน สึก ทิด ข. กำนลั สกึ ทดิ
ค. กำนนั ศึก ทิตย์ ง. กำนัล ศึก ทศิ
๒๓. “เขากำลงั ขันนอตให้เข้าที”่ คำวา่ ขัน หมายถงึ ข้อใด
ก. ภาชนะ ข. ทำให้แนน่ ค. หวั เราะ ง. ส่งเสยี งร้องอย่างไพเราะ
๒๔. ขอ้ ใดมีความหมายว่า “ภเู ขา” ทุกคำ ข. ปฐพี บรรพต
ก. ภผู า ศขิ ร ง. พนม ไพรวลั ย์
ค. นครา บุปผา
๒๕ “หลวงตาน่งั ขดั สมาธิอยู่ใต้ต้นไม้ใกลเ้ จดยี ท์ ี่ปรักหักพงั ” คำที่ขีดเสน้ ใต้ อ่านวา่ อยา่ งไร
ก. สะ-มา-ทิ , ปฺรัก ข. สะ-มา-ทิ , ปะ-หรกั
ค. สะ-หมาด , ปฺรัก ง. สะ-หมาด , ปะ-หรกั
๒๖. “ดอกกุหลาบ เปน็ ดอกไมท้ มี่ ีหลากหลาย..............” ขอ้ ใดเติมลงในข้อความได้ถูกต้อง
ก. พัน ข. พนั ธุ์ ค. พรรณ ง. ภัณฑ์
อ่านข้อความต่อไปนแ้ี ล้วตอบคำถามขอ้ ที่ ๒๗ - ๒๙
“วันเสาร์ สมชายไปเข้าวัดที่เมืองกาญจน์ ตอนทำวัตรเย็นพระเทศน์สอนธรรมะ โดยสอน
เรื่อง การทำตัวให้เป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ เมื่อกลับบ้านสมชายจึงช่วยพ่อซ่อมหลังคา
และซ่อมเสาบา้ น”
๒๗. จากขอ้ ความข้างต้นมีคำพ้องรูปก่คี ำ
ก. ๑ คำ ข. ๒ คำ ค. ๓ คำ ง. ไมม่ ี
๒๘. จากข้อความข้างต้นมีคำพ้องเสยี งกค่ี ำ
ก. ๔ คำ ข. ๓ คำ ค. ๒ คำ ง. ไมม่ ี
๒๙. จากขอ้ ความ “ซ่อมหลงั คา และซ่อมเสาบา้ น” คำวา่ ซอ่ มเป็นคำชนิดใด
ก. คำประสม ข. คำพ้องรูป ค. คำซำ้ ง. คำซอ้ น
๓๐. “ขดั ” ในขอ้ ใดมีความหมายต่างจากขอ้ อ่ืน ข. คณุ ตาขัดมดี ไว้ข้างฝาเมื่อเลิกใช้แล้ว
ก. เมือ่ ใส่เสือ้ ควรขัดกระดุมใหเ้ รียบรอ้ ย ง. แมค่ รัวขดั กระทะแล้วนำไปผ่งึ แดด
ค. เรือนไทยสมัยโบราณเขาจะใช้ไม้ขัดประตู
เฉลยแบบทดสอบวัดความรู้ วชิ าพืน้ ฐานภาษาไทย ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๑
เรื่อง การสรา้ งคำในภาษาไทย (คำประสม คำซำ้ คำซ้อน คำพอ้ ง)
๑. คำใดท่มี วี ิธีการสรา้ งคำเหมือนกนั ทุกคำ ข. เรียงเบอร์ ข้าวต้ม ทน่ี อน
ก. ดีชั่ว หมอฟนั ตกใจ ง. จติ แพทย์ ราชการ วาทศิลป์
ค. เส่ือสาด บา้ นเรือน หา่ งไกล
๒. ขอ้ ใดเป็นคำประสมทุกคำ ค. เดก็ ๆ บ้านเรอื น ง. นักร้อง นำ้ ตา
ก. ชาวบา้ น ผลไม้ ข. ตกุ๊ ตา แม่บา้ น
๓. คำที่ขดี เสน้ ใตข้ ้อใดไม่ใช่คำประสม ข. หนูหรงิ่ แตง่ กายถกู ต้องตามระเบียบ
ก. หนูทำการบา้ นเสร็จแล้ว ง. หนเู มืองซ่อมหลอดไฟในห้องน้ำ
ค. หนดู ำอ่านทำนองเสนาะได้ไพเราะมาก
๔. “คนเราแตง่ กายเพื่อปกปดิ ร่างกาย ไม่ใหก้ ระทบความรอ้ น ความเยน็ มากเกินไป นักเรียนจะแตง่
เครื่องแบบเพื่อความเป็นระเบียบ” ขอ้ ความนมี้ ีคำประสมทั้งหมดกค่ี ำ
ก. ๓ คำ ข. ๔ คำ ค. ๕ คำ ง. ๖ คำ
๕. คำประสมข้อใดเกิดจากการนำคำกริยา คำบพุ บท และคำนามมาประสมกนั ตามลำดับ
ก. ขดี เส้นตาย ข. ขา้ งหลงั บา้ น ค. ตที ้ายครัว ง. ออกจากใจ
๖. ข้อความใดไมม่ ีคำประสม
ก. เขาคงออกไปซอ้ื แปรงขดั ห้องอันใหม่
ข. เคร่ืองพิมพด์ ีดเป็นอปุ กรณ์ทไ่ี ม่นยิ มใช้กนั แล้ว
ค. คนไทยหลายคนนยิ มรบั ประทานอาหารเกาหลี
ง. การพูดและการเขยี นเปน็ การแสดงออกซ่ึงความคิด
๗. ขอ้ ใดเปน็ คำซ้อนเพื่อเสียงทุกคำ ค. เกะกะ จกุ จิก ง. อว้ นพี ฮอื ฮา
ข. รูปภาพ เติบโต ข. จุกจกิ แจ่มใส
๘.คำประสมในข้อใดไมม่ ีความหมายเปรยี บเทยี บ ข. หมาวดั ไขแ่ ดง
ก. หัวสูง ลูกช้าง ง. มอื สะอาด ตนี กา
ค. กันสาด เป็นตอ่
๙. ขอ้ ความใดมคี ำซ้อน ข. คุณยายชอบทานหมากพลูเปน็ ประจำ
ก. ทา่ นมักจะเก็บถว้ ยโถโอชามไว้ในตู้ ง. วันไหนอารมณด์ ีก็นำมาขดั ทำความสะอาด
ค. ทา่ นใจดแี ละมกั จะใหข้ นมแกเ่ ราเสมอ ๆ
๑๐. คำซ้อนในข้อใดไม่ได้เกิดจากคำที่มคี วามหมายตรงกนั ข้าม
ก. สูงต่ำดำขาว ข. ตกทุกขไ์ ดย้ าก ค. ร้ายดี ง. ทกุ ข์สขุ
๑๑. ขอ้ ความต่อไปนี้มีคำซ้อนกีค่ ำ
“ธรรมชาติสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้มวลมนุษย์ แต่มนุษย์เป็นผู้ทำลายจนโลกเปลี่ยนแปลง จึง
ตอ้ ง ตกั เตอื นกนั ใหน้ ำโลกเขา้ สสู่ ภาพเดิมโดยเร็วไว”
ก. ๒ คำ ข. ๓ คำ ค. ๔ คำ ง. ๕ คำ
๑๒. ขอ้ ใดทคี ำซอ้ น ทีส่ ามารถตดั คำหนา้ ออก แล้วยงั ได้ใจความเหมือนเดมิ
ก. เดก็ คนนี้ปากคอไม่อยูส่ ขุ
ข. สถานการณ์ในภาคใตต้ อนนที้ ำให้ฉนั ใจคอไมด่ เี ลย
ค. จะบอกอะไรใหน้ ะ คุณตาทเ่ี ราเหน็ วานน้ดี ทู า่ ทางใจดีมากนะ
ง. เจา้ หน้าทีพ่ ยาบาลกำลังทำความสะอาดบาดแผลจากอุบัติเหตุ
๑๓. คำท่ีขีดเส้นใตใ้ นขอ้ ใดไม่ใช่คำซอ้ นทกุ คำ
ก. มเี รื่องหนกั หนาอะไรก็ขอให้หนักแนน่
ข. พ่อก้าวก่ายเรือ่ งการเรียนทำให้ลกู ก้าวรา้ ว
ค. จะถกู ผิดอยา่ งไร ก็ต้องตัดสนิ ใจให้ถกู ต้อง
ง. เขาตดิ ตอ่ มาว่ายงั ติดขัดเร่อื งการเงนิ อยู่มาก
๑๔. ข้อใดเป็นคำประสม และคำซ้อน ตามลำดบั
ก. ท่านำ้ รอทา่ ข. นำ้ ทา่ ท่าเทยี บเรือ ค. ทา่ มาก ลลี าทา่ ทาง ง. ทา่ พระ ทา่ ราชวรดษิ ฐ์
จงนำอกั ษรหน้าความหมายของคำซำ้ ไปเติมในช่องวา่ งหนา้ ข้อท่ถี ูกต้อง
ข. ทำให้ความหมายเป็นพหูพจน์ ข. ทำใหค้ วามหมายเนน้
ค. ทำให้ความหมายไมเ่ จาะจง ง. ทำใหค้ วามหมายอ่อนลง
จ. ทำใหค้ วามหมายแยกเป็นส่วน ๆ ฉ. ทำให้ความหมายต่อเนอื่ งกนั หลายคร้งั
.............ข.......... ๑๕. เดนิ เรว็ ๆ เด๋ยี วไม่ทันหรอก
.............ก........... ๑๖. เดก็ ๆ กำลงั อาบน้ำ
.............จ........... ๑๗. ชว่ ยจดั เอกสารให้เปน็ ช่อง ๆ หน่อย
.............ค,ง........ ๑๘. บ้านฉนั อยู่แถว ๆ ดอนเมือง
..............ฉ.......... ๑๙. น่งั ๆ นอน ๆ ทง้ั วนั ฉนั เรม่ิ จะเบื่อแล้ว
๒๐. ข้อใดมคี ำซ้ำทแี่ สดงความหมายตา่ งจากข้ออน่ื ข. แยก ๆ กนั ไปกนิ อาหารจะไดอ้ อกรถเร็วขึ้น
ก. แมน่ วดแป้งแล้วปน้ั เป็นลูกกลม ๆ ง. อายเุ กนิ ๘๐ แล้วยังชอบใส่เสือ้ ผ้าสสี ด ๆ
ค. สมพรอยากย้ายบา้ นไปอยู่ใกล้ ๆ ที่ทำงาน
๒๑. คำพ้องหมายถึงขอ้ ใด ข. คำท่เี ขยี นเหมือนกัน
ก. คำทมี่ ีความหมายเหมือน ง. คำทม่ี ีลักษณะอยา่ งใดอย่างหน่ึงเหมือนกนั
ค. คำทอ่ี า่ นออกเสียงเหมือนกัน
๒๒. “ลุง...................บอกว่า ผทู้ ี.่ .........จากพระแล้วใหเ้ รียกว่า...................”
ก. กำนัน สกึ ทิด ข. กำนลั สึก ทิด
ค. กำนนั ศกึ ทิตย์ ง. กำนลั ศึก ทศิ
๒๓. “เขากำลังขนั นอตให้เขา้ ท”ี่ คำว่า ขัน หมายถงึ ข้อใด
ก. ภาชนะ ข. ทำให้แน่น ค. หัวเราะ ง. สง่ เสยี งร้องอย่างไพเราะ
๒๔. ข้อใดมคี วามหมายวา่ “ภูเขา” ทุกคำ ข. ปฐพี บรรพต
ก. ภูผา ศขิ ร ง. พนม ไพรวัลย์
ค. นครา บปุ ผา
๒๕ “หลวงตานั่งขัดสมาธิอยู่ใตต้ น้ ไมใ้ กล้เจดยี ์ที่ปรักหกั พัง” คำท่ขี ีดเสน้ ใต้ อ่านว่าอยา่ งไร
ก. สะ-มา-ทิ , ปฺรกั ข. สะ-มา-ทิ , ปะ-หรกั
ค. สะ-หมาด , ปฺรัก ง. สะ-หมาด , ปะ-หรัก
๒๖. “ดอกกหุ ลาบ เปน็ ดอกไม้ที่มหี ลากหลาย..............” ขอ้ ใดเติมลงในข้อความไดถ้ ูกต้อง
ก. พัน ข. พันธ์ุ ค. พรรณ ง. ภณั ฑ์
อา่ นข้อความต่อไปน้ีแล้วตอบคำถามขอ้ ที่ ๒๗ - ๒๙
“วันเสาร์ สมชายไปเข้าวัดที่เมืองกาญจน์ ตอนทำวัตรเย็นพระเทศน์สอนธรรมะ โดยสอน
เรื่อง การทำตัวให้เป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ เมื่อกลับบ้านสมชายจึงช่วยพ่อซ่อมหลังคา
และซอ่ มเสาบา้ น”
๒๗. จากข้อความขา้ งตน้ มีคำพอ้ งรูปกค่ี ำ
ก. ๑ คำ ข. ๒ คำ ค. ๓ คำ ง. ไม่มี
๒๘. จากขอ้ ความขา้ งตน้ มีคำพ้องเสียงก่ีคำ
ก. ๔ คำ ข. ๓ คำ ค. ๒ คำ ง. ไม่มี
๒๙. จากข้อความ “ซ่อมหลงั คา และซ่อมเสาบ้าน” คำวา่ ซ่อมเป็นคำชนิดใด
ก. คำประสม ข. คำพ้องรปู ค. คำซำ้ ง. คำซ้อน
๓๐. “ขดั ” ในขอ้ ใดมีความหมายต่างจากข้ออนื่ ข. คุณตาขัดมีดไว้ข้างฝาเมื่อเลกิ ใชแ้ ลว้
ก. เม่ือใสเ่ สื้อควรขดั กระดมุ ใหเ้ รียบร้อย ง. แม่ครัวขดั กระทะแล้วนำไปผึ่งแดด
ค. เรือนไทยสมัยโบราณเขาจะใชไ้ ม้ขดั ประตู
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๓๙
รหสั วชิ า ท๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ๑
ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
หนว่ ยการเรียนรู้เร่อื ง นทิ านพืน้ บา้ น เวลา ๒๒ ช่วั โมง
หน่วยการเรียนรยู้ ่อยท่ี ๑ เร่ือง พนิ จิ ใช้คำนาม เวลา ๑ ชวั่ โมง
ชือ่ ผสู้ อน นางสาวฟ้าอำพร สงิ ห์ทอง ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙
๑. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ : เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษา
และพลงั ของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติ
ตัวชวี้ ดั
ท ๔.๑ ม.๑/๓ วเิ คราะห์ชนดิ และหนา้ ทข่ี องคำในประโยค
๒. สาระสำคญั
คำนาม คือ คำที่มีความหมายถึงบุคคล สัตว์ พืช สิ่งของ ความคิด ความเชื่อ ค่านิยม ทั้งท่ี
สามารถมองเห็นและมองไม่เห็น แบ่งเป็น ๕ ชนิด ได้แก่ วิสามานยนาม สามานยนาม สมุหนาม
ลกั ษณนาม และอาการนาม
๓. จุดประสงค์การเรยี นรู้
๓.๑ ผเู้ รยี นมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจชนิดและหน้าท่ีของคำ
๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ ดา้ นความรู้ (K)
๔.๑.๑ ผู้เรยี นมีความรคู้ วามเขา้ ใจชนิดและหนา้ ทขี่ องคำ
๔.๒ ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
๔.๒.๑ ผู้เรยี นสามารถจำแนกแยกชนดิ ของคำได้
๔.๓ ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยู่อยา่ งพอเพยี ง ซื่อสัตยส์ ุจรติ
รักษ์ความเปน็ ไทย
มุ่งมั่นในการทำงาน มวี ินัย
ใฝ่เรียนรู้ มีจติ สาธารณะ
๔.๔ ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
ความสามารถในการส่ือสาร : การอา่ น
ความสามารถในการคิด : การวเิ คราะห์
ความสามารถในการแกป้ ัญหา : การนำความรทู้ ี่ได้รบั ไปประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต : ..............................................................
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : ..............................................................
๔.๕ ด้านจดุ เนน้ การพฒั นาผู้เรยี น
๔.๕.๑ ดา้ นความสามารถและทกั ษะตามระดบั ช้ัน
ชั้น ม.๑-๓ : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะ
การคดิ ขน้ั สูง ทกั ษะชีวิต ทกั ษะการส่ือสารอย่างสรา้ งสรรคต์ ามวัย
ชั้น ม.๔-๖ : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้
ใช้ภาษาต่างประเทศมที ักษะการคดิ ข้ันสูง ทักษะชีวติ ทกั ษะการสือ่ สารอยา่ งสรา้ งสรรค์ตามชว่ งวัย
๔.๕.๒ ดา้ นคณุ ลักษณะตามช่วงวัย
ม.๑-๓ : เนน้ อยอู่ ย่างพอเพียง
ม.๔-๖ : เนน้ มงุ่ ม่นั ในการศกึ ษาและการทำงาน
๕. บูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๑. หลักความพอประมาณ : ……(กิจกรรม/วธิ กี ารสอน)………………….
๒. หลกั ความมีเหตุผล : วิเคราะหแ์ ละจำแนกอย่างมีเหตผุ ล
๓. หลกั ภูมคิ ุ้มกนั : ……(กจิ กรรม/วธิ กี ารสอน)………………….
๔. เง่ือนไขความรู้ : ชนิดและหนา้ ท่ขี องคำ
๕. เงื่อนไขคุณธรรม : ……(กิจกรรม/วิธกี ารสอน)………………….
๖. ชิน้ งาน/ ภาระงาน
๖.๑ สรปุ ความร้ลู งสมุด
๗. กจิ กรรมการเรียนการสอน
ลักษณะและชนดิ คำนาม เวลา ๑ ชวั่ โมง
ขน้ั ท่ี ๑ กระตุ้นความสนใจ ( ๑๕ นาที )
๑. ผู้เรียนช่วยกันทายรูปภาพว่าคือรูปอะไร ซึ่งเป็นรูปภาพของ สัตว์ สิ่งของ สถานที่ ฯลฯ
หากผู้เรียนในกล่มุ ใดตอบได้จะได้รบั คะแนน
๒. ผู้เรียนตอบคำถามในประเด็น “จากรูปภาพที่ครูนำมาให้ดู เป็นรูปของ คน สัตว์ สิ่งของ
สถานท่ี นักเรียนรู้ไหมวา่ เปน็ ลักษณะของคำชนดิ ใดในภาษาไทย” (คำนาม)
ขนั้ ที่ ๒ ศึกษาความรู้ ( ๒๐ นาที )
๓. ผู้เรียนฟังเพลง “คำนาม” จากนน้ั ตอบคำถามว่า
- คำนามคืออะไร
- นกั เรยี นคดิ ว่าคำนามมกี ี่ชนิด
๔. ผู้เรียนศึกษาเรื่อง ชนิดของคำนาม จาก Power Point เรื่อง คำนาม โดยศึกษาประเด็น
ต่อไปนี้
- คำนามคืออะไร
- คำนามมีก่ีประเภท อะไรบ้าง
- สามญั นามกับวสิ ามญั นามต่างกันอยา่ งไร พร้อมยกตวั อยา่ งประกอบ
- สมหุ นามกบั ลักษณนามต่างกนั อย่างไร พรอ้ มยกตัวอย่างประกอบ
- อาการนามมลี ักษณะอยา่ งไร พร้อมยกตวั อย่างประกอบ
ข้ันท่ี ๓ ขยายความเข้าใจ ( ๒๐ นาที )
๕. ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๓ คน เพื่อเล่มเกม ประเภทของคำนามโดยแต่ละกลุ่มจะได้รับ
ชุดบัตรคำ ให้แต่ละกลุ่มแบ่งประเภทของคำนาม ตามคำที่ได้จากบัตรคำให้ถูกต้อง โดยจดลงใน
กระดาษคำตอบ กลุม่ ไหนทำไดเ้ ร็ว และถูกตอ้ งทสี่ ุดจะเป็นผู้ชนะ
๖. ผู้เรยี นรว่ มกันตรวจสอบของแต่ละกลุ่ม
ขน้ั ท่ี ๔ สรุปความรู้ ( ๕ นาที )
๗. ผูเ้ รยี นรว่ มกนั สรปุ ความร้เู รอ่ื งลักษณะและชนดิ ของคำนาม
๘. กิจกรรมการเรยี นการสอน (หอ้ งเรยี นออนไลน์)
๘.๑ ผู้เรียนเข้าเรียนออนไลน์ใน Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ นิทานพื้นบ้าน
เร่อื ง ชนิดและหนา้ ทข่ี องคำ
๘.๒ ผู้เรยี นฟังเพลง “คำนาม” จากน้ันผู้เรียนตอบคำถามว่า
- คำนามคืออะไร
- นกั เรียนคดิ ว่าคำนามมีกชี่ นิด
๘.๓ ผู้เรยี นศกึ ษาเรื่อง ชนดิ ของคำนาม จาก Power Point เรือ่ ง คำนาม โดยศึกษาประเด็น
ตอ่ ไปน้ี จากน้ันสรปุ ลงสมดุ
- คำนามคอื อะไร
- คำนามมีกป่ี ระเภท อะไรบา้ ง
- สามัญนามกับวสิ ามัญนามตา่ งกันอยา่ งไร พร้อมยกตัวอยา่ งประกอบ
- สมหุ นามกับลกั ษณนามต่างกันอยา่ งไร พร้อมยกตวั อย่างประกอบ
- อาการนามมลี ักษณะอยา่ งไร พรอ้ มยกตัวอย่างประกอบ
๙. สอื่ / วสั ดุอุปกรณ/์ แหล่งเรียนรู้
๙.๑ Google Classroom ในรายวชิ า ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๑
ห้องเรยี นของครูฟ้าอำพร สงิ ห์ทอง หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๔ นทิ านพืน้ บ้าน เรือ่ ง ชนิดและหน้าทขี่ องคำ
๙.๒ Power Point เร่อื ง คำนาม
๙.๓ เพลง คำนาม
๑๐. การวัดผลและประเมลิ ผลการเรียนรู้
วิธวี ัด เครือ่ งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
K
๑. วัดจากการทดสอบหลงั เรยี น ๑. แบบทดสอบหลงั เรยี น ๑. ทำไดถ้ ูกต้อง ๘๐% ข้ึนไป ถือวา่
เรอ่ื ง ชนดิ และหนา้ ทขี่ องคำ ผ่าน
P
๑. วดั จากแบบบันทกึ การเข้าเรยี น ๑. แบบบันทึกการเข้าเรียน ๑. ได้คะแนนในระดบั ๒ ขึ้นไป
และการใช้งานและ Google และการใช้งานและ Google
Classroom และความร่วมมอื Classroom
ในชัน้ เรียน
A
๑. วดั การสังเกตความมีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ ๑. แบบประเมนิ คุณลักษณะ ๑. ได้คะแนนในระดับ ๓ ขน้ึ ไป
และมงุ่ มั่นในการทำงาน อันพึงประสงค์
ลงช่ือ........................................................
(นางสาวฟ้าอำพร สงิ ห์ทอง)
ตำแหนง่ ครผู ูช้ ว่ ย
บันทึกหลังการสอนแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๓๙
ใชส้ อนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙ ใช้เวลา ๑ ช่ัวโมง
๑. ผลการเรยี นรู้
ผเู้ รยี นที่ ผ่าน ตวั ช้ีวัด
มจี ำนวน .................................... คน คิดเปน็ ร้อยละ......................................
ผ้เู รียนที่ ไม่ผ่าน ตวั ชวี้ ัด
มจี ำนวน .................................... คน คิดเป็นรอ้ ยละ.......................................
• ด้านความรู้ (K)
๑. ผูเ้ รียนมคี วามรคู้ วามเข้าใจชนิดและหนา้ ท่ีของคำ
ผู้เรียนทง้ั หมด.……..คน
ผเู้ รียนท่ี ผ่านเกณฑ์การประเมนิ : มีจำนวน ........ คน คดิ เป็นร้อยละ..................
ผู้เรยี นที่ ไมผ่ ่านเกณฑก์ ารประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คิดเป็นร้อยละ..................
• ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
๑. ผู้เรยี นสามารถจำแนกแยกชนดิ ของคำได้
ผู้เรยี นทง้ั หมด.……..คน
ผเู้ รยี นท่ี ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มีจำนวน ........ คน คิดเป็นรอ้ ยละ..................
ผเู้ รียนที่ ไมผ่ า่ นเกณฑก์ ารประเมนิ : มีจำนวน ........ คน คิดเป็นรอ้ ยละ..................
• ดา้ นเจตคติ (A)
๑. ผูเ้ รยี นมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ ซ่ือสตั ย์สุจริต และมงุ่ มน่ั ในการทำงาน
ผู้เรยี นทง้ั หมด.……..คน
ผ้เู รยี นท่ี ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มีจำนวน ........ คน คดิ เป็นร้อยละ..................
ผู้เรยี นท่ี ไมผ่ า่ นเกณฑก์ ารประเมิน : มีจำนวน ........ คน คิดเป็นรอ้ ยละ..................
๒. ปัญหา/ อุปสรรค
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
๓. วธิ กี ารแก้ไขปัญหา
............................................................................................................................. ...................................
....................................................................................................................................... .........................
ลงช่ือ........................................................
(นางสาวฟ้าอำพร สงิ หท์ อง)
ตำแหน่ง ครผู ู้ชว่ ย
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถามในช้ันเรยี น
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน
ที่ ชื่อ-สกุล ความมีวนิ ัย ความมีน้ำใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรง รวม
ของผู้รับ ๔๓๒๑ เออื้ เฟอ้ื ความคดิ เห็น ความคดิ เห็น ตอ่ เวลา ๒๐
การประเมิน เสยี สละ คะแนน
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑
๔๓๒๑
ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................
เกณฑ์การประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถามในชนั้ เรยี น
หวั ข้อเกณฑก์ ารประเมิน คะแนน การปฏบิ ัติ
๑. ความมีวนิ ยั ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒. ความมนี ้ำใจเอื้อเฟ้ือ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
เสียสละ ๑ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
๓. การรบั ฟังความคดิ เหน็ ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
๔. การแสดงความคิดเหน็ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
๑ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
๕. การตรงตอ่ เวลา ๔ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
๑ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
๒ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
๑ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
๒ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
๑ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรับปรุง
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๔๐
รหสั วชิ า ท๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ๑
ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
หนว่ ยการเรียนรู้เร่อื ง นทิ านพืน้ บา้ น เวลา ๒๒ ช่วั โมง
หน่วยการเรียนรยู้ ่อยท่ี ๑ เร่ือง พนิ จิ ใชค้ ำนาม เวลา ๑ ชวั่ โมง
ชือ่ ผสู้ อน นางสาวฟ้าอำพร สงิ ห์ทอง ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙
๑. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ : เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษา
และพลงั ของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติ
ตัวชวี้ ดั
ท ๔.๑ ม.๑/๓ วเิ คราะห์ชนดิ และหนา้ ทข่ี องคำในประโยค
๒. สาระสำคญั
คำนาม คือ คำที่มีความหมายถึงบุคคล สัตว์ พืช สิ่งของ ความคิด ความเชื่อ ค่านิยม ทั้งท่ี
สามารถมองเห็นและมองไม่เห็น แบ่งเป็น ๕ ชนิด ได้แก่ วิสามานยนาม สามานยนาม สมุหนาม
ลกั ษณนาม และอาการนาม
๓. จุดประสงค์การเรยี นรู้
๓.๑ ผเู้ รยี นมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจชนิดและหน้าท่ีของคำ
๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ ดา้ นความรู้ (K)
๔.๑.๑ ผู้เรยี นมีความรคู้ วามเขา้ ใจชนิดและหนา้ ทขี่ องคำ
๔.๒ ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
๔.๒.๑ ผู้เรยี นสามารถจำแนกแยกชนดิ ของคำได้
๔.๓ ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยู่อยา่ งพอเพยี ง ซื่อสัตยส์ ุจรติ
รักษ์ความเปน็ ไทย
มุ่งมั่นในการทำงาน มวี ินัย
ใฝ่เรียนรู้ มีจติ สาธารณะ
๔.๔ ด้านสมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
ความสามารถในการสอ่ื สาร : การอ่าน
ความสามารถในการคิด : การวเิ คราะห์
ความสามารถในการแก้ปัญหา : การนำความรทู้ ี่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิต
ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ : ..............................................................
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : ..............................................................
๔.๕ ด้านจุดเนน้ การพัฒนาผเู้ รียน
๔.๕.๑ ดา้ นความสามารถและทักษะตามระดับชั้น
ชั้น ม.๑-๓ : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะ
การคดิ ขน้ั สงู ทักษะชีวติ ทกั ษะการสือ่ สารอยา่ งสร้างสรรค์ตามวัย
ชั้น ม.๔-๖ : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้
ใชภ้ าษาต่างประเทศมีทกั ษะการคิดขั้นสงู ทักษะชีวติ ทักษะการส่ือสารอยา่ งสรา้ งสรรคต์ ามชว่ งวัย
๔.๕.๒ ด้านคณุ ลกั ษณะตามช่วงวยั
ม.๑-๓ : เน้นอยอู่ ย่างพอเพยี ง
ม.๔-๖ : เนน้ มงุ่ มัน่ ในการศึกษาและการทำงาน
๕. บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๑. หลักความพอประมาณ : ……(กิจกรรม/วิธีการสอน)………………….
๒. หลกั ความมเี หตุผล : วิเคราะหแ์ ละจำแนกอย่างมีเหตุผล
๓. หลักภมู คิ ุม้ กนั : ……(กิจกรรม/วธิ กี ารสอน)………………….
๔. เงื่อนไขความรู้ : ชนดิ และหนา้ ท่ีของคำ
๕. เงอ่ื นไขคุณธรรม : ……(กิจกรรม/วธิ กี ารสอน)………………….
๖. ชิ้นงาน/ ภาระงาน
๖.๑ สรุปความร้ลู งสมดุ
๗. กิจกรรมการเรยี นการสอน
พนิ ิจใช้คำนาม เวลา ๑ ชว่ั โมง
ขั้นท่ี ๑ ทบทวนความรู้ ( ๕ นาที )
๑. ผู้เรยี นตอบคำถามจากบัตรคำว่าเป็นคำนามชนดิ ใด เพื่อทบทวนความรู้จากคาบท่แี ลว้
ขน้ั ท่ี ๒ สงั เกตความรู้ ( ๑๐ นาที )
๒. ผูเ้ รียนสงั เกตประโยคบนกระดานว่าคำใดเปน็ คำนามบ้าง และมีหน้าทีอ่ ะไร เชน่ แม่ทำอา
หาคำนาม คอื แม่ และอาหาร แม่ ทำหนา้ ที่ ประธาน อาหาร ทำหน้าท่ี กรรม
ขั้นที่ ๓ ศกึ ษาความรู้ ( ๒๐ นาที )
๓. ผู้เรียนศึกษาเรื่องหน้าที่ของคำนาม จากผู้สอนอธิบายในสื่อ Power Point เรื่อง คำนาม
และจากหนังสือเรยี น แลว้ เขยี นสรุปลงสมุด
๔. ผู้เรียนแต่งประโยคตามหน้าที่ของคำนามให้ครบ เช่น คำนามที่ทำหน้าที่เป็นประธาน
“ฉันชอบอยูท่ ่ีบ้าน” คำนามท่ที ำหนา้ ทเี่ ป็นส่วนขยาย “แมเ่ ป็นคร”ู เป็นตน้
ขนั้ ท่ี ๔ สรุปความรู้ ( ๕ นาที )
๕. ผเู้ รยี นรว่ มกนั สรุปความรู้เรือ่ งชนดิ และหน้าทีข่ องคำนาม
๘. กจิ กรรมการเรยี นการสอน (หอ้ งเรยี นออนไลน)์
๘.๑ ผู้เรียนเข้าเรียนออนไลน์ใน Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ นิทานพื้นบ้าน
เรอื่ ง ชนิดและหน้าทีข่ องคำ
๘.๒ ผเู้ รยี นสังเกตประโยคบนกระดานว่าคำใดเป็นคำนามบ้าง และมหี น้าที่อะไร เช่น แม่ทำ
อาหาคำนาม คือ แม่ และอาหาร แม่ ทำหนา้ ที่ ประธาน อาหาร ทำหนา้ ท่ี กรรม
๘.๓ ผ้เู รียนศกึ ษาเรอื่ งหน้าที่ของคำนาม จากผู้สอนอธบิ ายในส่ือ Power Point เรือ่ ง คำนาม
และจากหนังสือเรยี น แล้วเขียนสรปุ ลงสมุด
๘.๔ ผู้เรียนแตง่ ประโยคตามหน้าท่ีของคำนามให้ครบ เช่น คำนามที่ทำหนา้ ท่เี ปน็ ประธาน
“ฉันชอบอยูท่ ี่บา้ น” คำนามท่ีทำหนา้ ท่ีเปน็ สว่ นขยาย “แมเ่ ปน็ คร”ู เป็นต้น
๙. สื่อ/ วัสดุอปุ กรณ์/ แหล่งเรยี นรู้
๙.๑ Google Classroom ในรายวชิ า ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑
ห้องเรยี นของครูฟา้ อำพร สิงหท์ อง หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๔ นทิ านพน้ื บา้ น เรือ่ ง ชนิดและหนา้ ทข่ี องคำ
๙.๒ Power Point เร่ือง คำนาม
๙.๓ บตั รคำ
๙.๔ หนังสือเรียนภาษาไทย : หลักภาษาไทย ม.๑
๑๐. การวัดผลและประเมลิ ผลการเรียนรู้
วิธวี ดั เครอื่ งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
K
๑. วัดจากการทดสอบหลังเรยี น ๑. แบบทดสอบหลงั เรียน ๑. ทำไดถ้ กู ต้อง ๘๐% ขนึ้ ไป ถอื วา่
เรื่อง ชนิดและหน้าที่ของคำ ผา่ น
P
๑. วดั จากแบบบันทกึ การเขา้ เรียน ๑. แบบบันทึกการเข้าเรียน ๑. ไดค้ ะแนนในระดบั ๒ ขนึ้ ไป
และการใช้งานและ Google และการใช้งานและ Google
Classroom และความร่วมมือ Classroom
ในชนั้ เรียน
A
๑. วดั การสงั เกตความมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ ๑. แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ ๑. ไดค้ ะแนนในระดับ ๓ ขนึ้ ไป
และมุ่งมนั่ ในการทำงาน อนั พึงประสงค์
ลงชือ่ ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง)
ตำแหน่ง ครผู ้ชู ่วย
บันทกึ หลังการสอนแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๔๐
ใชส้ อนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙ ใช้เวลา ๑ ชวั่ โมง
๑. ผลการเรียนรู้
ผเู้ รยี นที่ ผ่าน ตัวช้ีวัด
มจี ำนวน .................................... คน คิดเปน็ ร้อยละ......................................
ผ้เู รยี นท่ี ไมผ่ ่าน ตวั ชว้ี ดั
มจี ำนวน .................................... คน คิดเปน็ รอ้ ยละ.......................................
• ดา้ นความรู้ (K)
๑. ผเู้ รยี นมีความรคู้ วามเขา้ ใจชนิดและหน้าทข่ี องคำ
ผู้เรียนทง้ั หมด.……..คน
ผูเ้ รยี นท่ี ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คดิ เป็นร้อยละ..................
ผู้เรียนท่ี ไมผ่ ่านเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คิดเปน็ ร้อยละ..................
• ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
๑. ผู้เรยี นสามารถจำแนกแยกชนิดของคำได้
ผู้เรยี นท้งั หมด.……..คน
ผเู้ รยี นท่ี ผ่านเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คิดเป็นร้อยละ..................
ผเู้ รียนที่ ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ..................
• ดา้ นเจตคติ (A)
๑. ผ้เู รียนมวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ ซื่อสตั ยส์ ุจรติ และม่งุ มน่ั ในการทำงาน
ผู้เรียนทง้ั หมด.……..คน
ผู้เรียนท่ี ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คิดเป็นร้อยละ..................
ผู้เรียนที่ ไม่ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มีจำนวน ........ คน คดิ เปน็ ร้อยละ..................
๒. ปัญหา/ อุปสรรค
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
๓. วิธกี ารแกไ้ ขปญั หา
........................................................................................................................ ........................................
............................................................................................................................. ...................................
ลงชือ่ ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง)
ตำแหน่ง ครผู ู้ช่วย