๑๐. การวดั ผลและประเมิลผลการเรยี นรู้
วธิ ีวดั เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
K
๑. วัดจากการระบุเหตุและผล ๑. ใบงานที่ ๕ เรื่อง แยก ๑. ทำไดถ้ กู ต้อง ๘๐% ขนึ้ ไป ถอื วา่
ขอ้ เทจ็ จริง และข้อคิดเหน็ ผ่าน
P
๑. วัดจากแบบบันทกึ การเข้าเรียน ๑. แบบบันทึกการเข้าเรียน ๑. ได้คะแนนในระดบั ๒ ขนึ้ ไป
และการใชง้ านและ Google และการใช้งานและ Google
Classroom และความร่วมมือ Classroom
ในชัน้ เรยี น
A
๑. วดั การสังเกตความมวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้ ๑. แบบประเมนิ คุณลักษณะ ๑. ได้คะแนนในระดับ ๓ ขนึ้ ไป
และมุง่ มน่ั ในการทำงาน อนั พึงประสงค์
ลงชื่อ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สิงห์ทอง)
ตำแหนง่ ครูผู้ชว่ ย
บนั ทึกหลังการสอนแผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๒๓
ใชส้ อนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙ ใช้เวลา ๑ ชั่วโมง
๑. ผลการเรยี นรู้
ผูเ้ รยี นที่ ผา่ น ตัวชี้วดั
มจี ำนวน .................................... คน คิดเป็นร้อยละ......................................
ผเู้ รยี นที่ ไม่ผ่าน ตัวชว้ี ดั
มีจำนวน .................................... คน คดิ เปน็ ร้อยละ.......................................
• ด้านความรู้ (K)
๑. ผู้เรียนมีความร้คู วามเขา้ ใจเก่ียวกบั การระบุเหตแุ ละผลและขอ้ เทจ็ จริงกบั ข้อคิดเห็น
ผู้เรียนทัง้ หมด.……..คน
ผูเ้ รยี นที่ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คิดเป็นรอ้ ยละ..................
ผู้เรียนท่ี ไม่ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ..................
• ด้านทักษะกระบวนการ (P)
๑. ผเู้ รียนสามารถระบุเหตุและผลและข้อเทจ็ จริงกับข้อคดิ เห็นได้
ผู้เรียนทงั้ หมด.……..คน
ผู้เรียนท่ี ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คดิ เป็นรอ้ ยละ..................
ผเู้ รยี นที่ ไม่ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ..................
• ดา้ นเจตคติ (A)
๑. ผูเ้ รียนมวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพียง และมุง่ มน่ั ในการทำงาน
ผู้เรียนทงั้ หมด.……..คน
ผู้เรยี นท่ี ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คิดเปน็ ร้อยละ..................
ผู้เรียนที่ ไม่ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คิดเป็นร้อยละ..................
๒. ปัญหา/ อุปสรรค
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
๓. วิธกี ารแกไ้ ขปญั หา
............................................................................................................................. ...................................
....................................................................................................................................... .........................
ลงช่ือ........................................................
(นางสาวฟ้าอำพร สิงหท์ อง)
ตำแหนง่ ครูผู้ช่วย
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถามในช้ันเรยี น
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน
ที่ ชื่อ-สกุล ความมีวนิ ัย ความมีน้ำใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรง รวม
ของผู้รับ ๔๓๒๑ เออื้ เฟอ้ื ความคดิ เห็น ความคดิ เห็น ตอ่ เวลา ๒๐
การประเมิน เสยี สละ คะแนน
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑
๔๓๒๑
ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................
เกณฑ์การประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถามในชนั้ เรยี น
หวั ข้อเกณฑก์ ารประเมิน คะแนน การปฏบิ ัติ
๑. ความมีวนิ ยั ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒. ความมนี ้ำใจเอื้อเฟ้ือ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
เสียสละ ๑ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
๓. การรบั ฟังความคดิ เหน็ ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
๔. การแสดงความคิดเหน็ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
๑ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
๕. การตรงตอ่ เวลา ๔ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
๑ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
๒ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
๑ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
๒ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
๑ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรับปรุง
แบบประเมนิ ใบงาน
ความคดิ
ท่ี ชือ่ -สกุล ความ การลำดบั การใช้ ความ วเิ คราะห์ รวม ๒๐
ถกู ต้อง เนอ้ื หา ภาษา เรียบรอ้ ย /ความ คะแนน
สรา้ งสรรค์
๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑
๑
๒
๓
๔
๕
๖
๗
๘
๙
๑๐
๑๑
๑๒
๑๓
๑๔
๑๕
๑๖
๑๗
๑๘
๑๙
๒๐
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลงชอ่ื .............................................................ผู้ประเมนิ
๔ คะแนน = ดมี าก ............/............./.............
๓ คะแนน = ดี
๒ คะแนน = ปานกลาง เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
๑ คะแนน = ปรบั ปรุง ชว่ งคะแนน ๑๖ – ๒๐ หมายถงึ ดมี าก
๑๑ – ๑๕ หมายถึง ดี
๕ – ๑๐ หมายถึง พอใช้
๐ – ๕ หมายถงึ ปรบั ปรงุ
โรงเรียนพรานกระตา่ ยพิทยาคม จังหวัดกำแพงเพชร หน้า ๑
เอกสารประกอบการเรยี นรายวิชา ท ๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๑
ช่ือ.......................................................................................................................เล ขที่..........ชนั้ ............
ใบงานท่ี ๕
เรอื่ ง แยกข้อเทจ็ จรงิ และข้อคิดเหน็
ตอนที่ ๑
คำชี้แจง ใหน้ ักเรยี นอ่านข้อความที่กำหนด แล้วทำเคร่ืองหมาย ( / ) ลงในตาราง ให้ถูกต้อง (ข้อ ๑ - ๕)
ข้อความ ขอ้ เท็จจรงิ ขอ้ คิดเหน็
๑.๑ ทางมา้ ลายเปน็ ทางที่มไี ว้สำหรับใหค้ นเดนิ ข้ามถนน
๑.๒ ในอนาคตน้ำจะท่วมกรุงเทพมหานคร
๑.๓ การไหว้เป็นวฒั นธรรมไทย
๑.๔ พ่อขุนรามคำแหงเปน็ ผู้ประดษิ ฐ์อักษรไทย
๑.๕ คนเหนือเป็นคนใจเยน็ พูดจาไพเราะ
ตอนที่ ๒
คำช้ีแจง ใหน้ ักเรยี นอ่านข้อความท่กี ำหนด แลว้ เขยี นคำตอบวา่ เป็นข้อเท็จจรงิ หรือข้อคดิ เหน็ พรอ้ ม
กบั เลอื กเหตผุ ลทถ่ี กู ต้อง
ข้อเท็จจรงิ ข้อคิดเห็น
เหตุผล เหตผุ ล
- เป็นไปไดเ้ สมอ - แสดงความร้สู ึก
- เปน็ ความจรงิ - คาดคะเน
- มหี ลกั ฐานพสิ จู น์ได้ - ขอ้ เสนอแนะ
- สมเหตสุ มผล - เปน็ ความคิดเหน็
- เป็นความเชอ่ื ไมส่ มเหตุสมผล
ตัวอย่าง
๐. การออกกำลังกายทำให้เลือดสูบฉีดไดด้ ีขน้ึ
เป็น ขอ้ เทจ็ จริง
เหตผุ ล เป็นความจรงิ
๒.๑ ฉนั ชอบประเทศเกาหลีใต้มาก
เปน็ ____________________________________________________________
เหตุผล __________________________________________________________
๒.๒ ผกั และผลไมม้ ปี ระโยชนต์ ่อรา่ งกาย
เปน็ ____________________________________________________________
เหตผุ ล __________________________________________________________
โรงเรียนพรานกระต่ายพทิ ยาคม จังหวดั กำแพงเพชร หนา้ ๒
เอกสารประกอบการเรียนรายวชิ า ท ๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑ ภาคเรียนที่ ๑
๒.๓ การสูบบหุ รเ่ี ป็นการทำลายสขุ ภาพ
เป็น ____________________________________________________________
เหตุผล __________________________________________________________
๒.๔ การทำลายธรรมชาติก่อให้เกดิ พิบัตภิ ัยธรรมชาติ
เป็น ____________________________________________________________
เหตผุ ล __________________________________________________________
๒.๕ ครอบครัวทีม่ ฐี านะร่ำรวยเปน็ ครอบครวั ท่มี ีความสุข
เป็น ____________________________________________________________
เหตุผล __________________________________________________________
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี ๒๔
รหัสวชิ า ท๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ๑
ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ ๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๓
หนว่ ยการเรียนรู้เรอ่ื ง โคลงโลกนิติ เวลา ๑๗ ชัว่ โมง
หน่วยการเรยี นรูย้ ่อยที่ ๒ เร่ือง การเขยี นจดหมายสว่ นตัว เวลา ๑ ช่ัวโมง
ช่อื ผูส้ อน นางสาวฟ้าอำพร สิงห์ทอง ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙
๑. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระท่ี ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ : ใช้กระบวนการเขยี นเขยี นสอื่ สาร เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความ และเขยี น
เรื่องราวในรูปแบบตา่ ง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นควา้ อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
ตวั ช้วี ัด
ท ๒.๑ ม.๑/๗ เขยี นจดหมายสว่ นตัวและจดหมายกิจธุระ
๒. สาระสำคญั
จดหมายส่วนตัวเป็นการสื่อสารด้วยการเขียนประเภทหนึ่ง จากผู้เขียนซึ่งเป็นผู้ส่งสารไปยัง
ผู้รับสารซึ่งเป็นบุคคลที่มีความใกล้ชิด การเขียนจดหมายมีรูปแบบเฉพาะ และมีคำขึ้นต้น คำลงท้าย
ซง่ึ ตอ้ งเขียนและเลอื กใช้คำให้ถูกต้อง เหมาะสมกับผ้รู บั
จดหมายกิจธุระ เป็นจดหมายระหว่างบุคคลต่อบุคคลที่ติดต่อสื่อสารกันด้วยกิจธุระ เช่น
การตดิ ตอ่ สอบถาม การบอกขายหรือแจ้งรายการสินค่า การเตอื น การทวงถาม การแจง้ ข่าวสาร หากเป็น
จดหมายกิจธุระที่ติดต่อสื่อสารระหว่างบริษัท ห้างร้าน องค์กรต่าง ๆ เรียกว่า จดหมายธุรกิจ
จะใช้ภาษาระดับก่ึงทางการ
๓. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๓.๑ ผู้เรียนสามารถเขียนจดหมายส่วนตวั และจดหมายกจิ ธรุ ะได้
๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ ดา้ นความรู้ (K)
๔.๑.๑ ผู้เรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจเก่ยี วกบั จดหมายสว่ นตวั และจดหมายกจิ ธรุ ะ
๔.๒ ด้านทักษะกระบวนการ (P)
๔.๒.๑ ผ้เู รยี นสามารถเขียนจดหมายสว่ นตัวและจดหมายกจิ ธรุ ะได้
๔.๓ ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ อยูอ่ ย่างพอเพยี ง ซอ่ื สัตยส์ จุ ริต
มุ่งมัน่ ในการทำงาน มีวินัย รักษ์ความเปน็ ไทย
ใฝ่เรียนรู้ มีจติ สาธารณะ
๔.๔ ด้านสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
ความสามารถในการสอ่ื สาร : การเขยี น
ความสามารถในการคิด : ..............................................................
ความสามารถในการแกป้ ัญหา : การใชก้ ารสื่อสารเพ่ือการแกไ้ ขปัญหา
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต : การใช้การสื่อสารเพ่ือการแก้ไขปัญหา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : ..............................................................
๔.๕ ดา้ นจดุ เนน้ การพฒั นาผู้เรยี น
๔.๕.๑ ด้านความสามารถและทักษะตามระดบั ช้นั
ชั้น ม.๑-๓ : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะ
การคิดข้ันสงู ทกั ษะชวี ิต ทกั ษะการสือ่ สารอยา่ งสร้างสรรค์ตามวัย
ชั้น ม.๔-๖ : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้
ใช้ภาษาต่างประเทศมีทกั ษะการคิดขัน้ สูง ทกั ษะชีวติ ทกั ษะการสื่อสารอย่างสรา้ งสรรค์ตามช่วงวัย
๔.๕.๒ ด้านคุณลกั ษณะตามช่วงวัย
ม.๑-๓ : เน้นอยอู่ ยา่ งพอเพียง
ม.๔-๖ : เนน้ มุ่งมน่ั ในการศึกษาและการทำงาน
๕. บรู ณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
๑. หลกั ความพอประมาณ : ……(กิจกรรม/วธิ ีการสอน)………………….
๒. หลกั ความมเี หตุผล : การระบเุ หตุและผลเพื่อขอความชว่ ยเหลอื หรอื การสนบั สนนุ
๓. หลกั ภมู คิ ้มุ กนั : การนำความรูท้ ่ไี ด้ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดำเนนิ ชวี ติ ประจำวนั
๔. เงอ่ื นไขความรู้ : การเขยี นจดหมายสว่ นตวั และกจิ ธุระ
๕. เงือ่ นไขคุณธรรม : ……(กจิ กรรม/วธิ กี ารสอน)………………….
๖. ชนิ้ งาน/ ภาระงาน
๖.๑ เขยี นจดหมายส่วนตัว
๗. กจิ กรรมการเรียนการสอน
จดหมายส่วนตัว ๑ ชวั่ โมง
ข้ันที่ ๑ เรา้ ความสนใจ ( ๑๐ นาที )
๑. ผู้เรยี นดตู วั อย่างการเขียนจดหมายขอความชว่ ยเหลือ
ขั้นท่ี ๒ ศกึ ษาความรู้ ( ๑๕ นาที )
๒. ผู้เรียนศึกษาหลักการเขียนจดหมาย เช่น การใช้ภาษา สิ่งที่ต้องระบุลงในจดหมาย
และสังเกตตัวอยา่ งจดหมายขอความช่วยเหลอื ในหนังสือเรียน
ขัน้ ที่ ๓ นำเสนอความรู้ ( ๕ นาที )
๓. ผู้เรยี นตวั แทนบอกลกั ษณะหลักการเขียนของจดหมายขอความช่วยเหลือที่ถกู ต้อง
ขั้นที่ ๓ ฝกึ ปฏิบัติ ( ๓๐ นาที )
๔. ผู้เรียนเขียนจดหมายขอความช่วยเหลือในเรื่อง “ขอความช่วยเหลือจากครูที่ปรึกษา
เรื่อง เรยี นไม่ทัน ขอใหค้ รชู ่วยสอนเสรมิ ”
๘. กจิ กรรมการเรยี นการสอน (หอ้ งเรยี นออนไลน)์
๘.๑ ผู้เรียนเข้าเรียนออนไลน์ใน Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ โคลงโลกนิติ
เรอ่ื ง การเขยี นจดหมายส่วนตวั
๘.๒ ผู้เรยี นดูตวั อยา่ งการเขยี นจดหมายขอความชว่ ยเหลอื
๘.๓ ผู้เรียนเขียนจดหมายขอความช่วยเหลือในเรื่อง “ขอความช่วยเหลือจากครูที่ปรึกษา
เรอื่ ง เรยี นไมท่ ัน ขอใหค้ รชู ่วยสอนเสริม”
๙. สื่อ/ วสั ดอุ ปุ กรณ์/ แหลง่ เรยี นรู้
๙.๑ Google Classroom ในรายวชิ า ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑
หอ้ งเรยี นของครูฟ้าอำพร สงิ ห์ทอง หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๓ โคลงโลกนิติ เรื่อง การเขยี นจดหมายส่วนตัว
๙.๒ ตวั อยา่ งการเขยี นจดหมายขอความช่วยเหลอื
๙.๓ หนงั สือเรียนภาษาไทย : หลกั ภาษาไทย ม.๑
๑๐. การวดั ผลและประเมลิ ผลการเรยี นรู้
วธิ ีวดั เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
K
๑. วดั จากการเขียนจดหมายสว่ นตัว ๑. ชิ้นงานการเขียนจดหมาย ๑. ทำไดถ้ กู ต้อง ๗๐% ขนึ้ ไป ถอื ว่า
สว่ นตวั ผ่าน
P
๑. วดั จากแบบบนั ทกึ การเข้าเรียน ๑. แบบบันทึกการเข้าเรียน ๑. ได้คะแนนในระดบั ๒ ข้นึ ไป
และการใชง้ านและ Google และการใช้งานและ Google
Classroom และความรว่ มมือ Classroom
ในชั้นเรยี น
A
๑. วัดการสงั เกตความมีวินัย ใฝเ่ รียนรู้ ๑. แบบประเมินคุณลักษณะ ๑. ไดค้ ะแนนในระดับ ๓ ข้นึ ไป
และมงุ่ ม่นั ในการทำงาน อันพงึ ประสงค์
ลงชื่อ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง)
ตำแหนง่ ครผู ้ชู ว่ ย
บนั ทึกหลังการสอนแผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๒๔
ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙ ใช้เวลา ๑ ช่วั โมง
๑. ผลการเรยี นรู้
ผ้เู รียนที่ ผ่าน ตวั ชี้วัด
มีจำนวน .................................... คน คดิ เปน็ ร้อยละ......................................
ผเู้ รียนที่ ไมผ่ า่ น ตัวชว้ี ดั
มจี ำนวน .................................... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.......................................
• ดา้ นความรู้ (K)
๑. ผู้เรียนมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเก่ียวกบั จดหมายส่วนตวั และจดหมายกิจธรุ ะ
ผู้เรยี นท้ังหมด.……..คน
ผเู้ รยี นที่ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ..................
ผู้เรยี นที่ ไมผ่ ่านเกณฑก์ ารประเมิน : มีจำนวน ........ คน คดิ เปน็ ร้อยละ..................
• ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
๑. ผู้เรียนสามารถเขียนจดหมายส่วนตัวและจดหมายกจิ ธุระได้
ผู้เรียนทง้ั หมด.……..คน
ผเู้ รยี นท่ี ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มีจำนวน ........ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ..................
ผเู้ รยี นที่ ไมผ่ ่านเกณฑ์การประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คิดเป็นร้อยละ..................
• ด้านเจตคติ (A)
๑. ผ้เู รยี นมวี นิ ัย ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ มน่ั ในการทำงาน
ผู้เรยี นทง้ั หมด.……..คน
ผู้เรียนท่ี ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ : มีจำนวน ........ คน คิดเป็นรอ้ ยละ..................
ผเู้ รยี นที่ ไม่ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คดิ เปน็ ร้อยละ..................
๒. ปญั หา/ อุปสรรค
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................... .............................
๓. วิธกี ารแก้ไขปัญหา
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
ลงชือ่ ........................................................
(นางสาวฟ้าอำพร สิงห์ทอง)
ตำแหน่ง ครผู ชู้ ว่ ย
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถามในช้ันเรยี น
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน
ที่ ชื่อ-สกุล ความมีวนิ ัย ความมีน้ำใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรง รวม
ของผู้รับ ๔๓๒๑ เออื้ เฟอ้ื ความคดิ เห็น ความคดิ เห็น ตอ่ เวลา ๒๐
การประเมิน เสยี สละ คะแนน
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑
๔๓๒๑
ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................
เกณฑ์การประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถามในชนั้ เรยี น
หวั ข้อเกณฑก์ ารประเมิน คะแนน การปฏบิ ัติ
๑. ความมีวนิ ยั ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒. ความมนี ้ำใจเอื้อเฟ้ือ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
เสียสละ ๑ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
๓. การรบั ฟังความคดิ เหน็ ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
๔. การแสดงความคิดเหน็ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
๑ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
๕. การตรงตอ่ เวลา ๔ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
๑ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
๒ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
๑ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
๒ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
๑ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรับปรุง
แบบประเมินการเขียนจดหมาย
ช่ือ...................................................................................................... ชั้น......................เลขที่......................
คำชีแ้ จง เขยี นเครือ่ งหมาย ✓ ลงในช่องตามความเป็นจรงิ ท่ีนกั เรียนปฏบิ ตั ิ
รายการประเมิน ดมี าก ดี พอใช้ ควร
(๔) (๓) (๒) ปรบั ปรุง
๑. เนือ้ หาสาระ (๑)
๒. รูปแบบ
๓. การใชภ้ าษา
๔. การสะกดคำ
๕. ความเปน็ ระเบียบ
ลงช่ือ........................................................ผปู้ ระเมนิ
วนั ท.่ี .................... เดือน........................................ พ.ศ.............
เกณฑ์การประเมิน ๑๗ - ๒๐ คะแนน แสดงว่าผลงานนักเรยี นอยู่ในเกณฑ์ ดีมาก
นกั เรียนได้คะแนนรวม ๑๓ - ๑๖ คะแนน แสดงว่าผลงานนักเรียนอยู่ในเกณฑ์ ดี
นักเรียนได้คะแนนรวม ๙ - ๑๒ คะแนน แสดงว่าผลงานนักเรยี นอยู่ในเกณฑ์ พอใช้
นกั เรยี นได้คะแนนรวม ๕-๘ คะแนน แสดงว่าผลงานนกั เรียนอยู่ในเกณฑ์ ควรปรับปรงุ
นกั เรยี นได้คะแนนรวม
ข้อสงั เกต
๑. เน้ือหาสาระ ตรงตามสถานการณ์ที่กำหนด เนื้อหาใจความสำคญั ส่ือได้ตามต้องการ ตรงจดุ ประสงค์
หากมขี ้อบกพร่องลดระดับคุณภาพตามสภาพจรงิ ท่ปี รากฏ
๒. รูปแบบ ถูกต้องตามรูปแบบของจดหมาย หากมขี ้อบกพรอ่ งกล็ ดระดับคุณภาพตามสภาพจริง
๓. การใช้ภาษา ใชภ้ าษากระชบั รัดกุม ชัดเจน ส่ือสารได้ตรงจดุ มุง่ หมาย หากมขี ้อบกพรอ่ งลดระดับ
คุณภาพตามสภาพจรงิ ท่ีเหน็
๔. การสะกดคำ สะกดคำถูกต้อง เช่น ชื่อเฉพาะต่าง ๆ ได้ถูกต้อง หากมีข้อบกพร่องลดระดับคณุ ภาพ
ตามสภาพจริงทปี่ รากฏ
๕. ความเปน็ ระเบียบ สะอาด เรียบรอ้ ย ไม่มีรอยขดู ขดี ฆา่ ลบเลอะเทอะ หากมีข้อบกพร่องลดระดับ
คณุ ภาพตามสภาพจรงิ
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๒๕
รหสั วชิ า ท๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ๑
ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๓
หน่วยการเรียนรู้เรอื่ ง โคลงโลกนติ ิ เวลา ๑๗ ชั่วโมง
หนว่ ยการเรยี นรยู้ ่อยท่ี ๓ เรอื่ ง การเขียนจดหมายกจิ ธุระ เวลา ๑ ช่ัวโมง
ชอ่ื ผู้สอน นางสาวฟา้ อำพร สิงห์ทอง ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙
๑. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ : ใช้กระบวนการเขยี นเขยี นสื่อสาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขียน
เร่ืองราวในรปู แบบตา่ ง ๆ เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
ตวั ชี้วัด
ท ๒.๑ ม.๑/๗ เขยี นจดหมายสว่ นตวั และจดหมายกจิ ธรุ ะ
๒. สาระสำคญั
จดหมายกิจธุระ เป็นจดหมายระหว่างบุคคลต่อบุคคลที่ติดต่อสื่อสารกันด้วยกิจธุระ เช่น
การติดต่อสอบถาม การบอกขายหรือแจง้ รายการสนิ ค่า การเตอื น การทวงถาม การแจง้ ขา่ วสาร หากเป็น
จดหมายกิจธุระที่ติดต่อสื่อสารระหว่างบริษัท ห้างร้าน องค์กรต่าง ๆ เรียกว่า จดหมายธุรกิจ
จะใช้ภาษาระดบั กึ่งทางการ
๓. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๓.๑ ผูเ้ รียนสามารถเขยี นจดหมายสว่ นตัวและจดหมายกิจธุระได้
๔. สาระการเรียนรู้
๔.๑ ดา้ นความรู้ (K)
๔.๑.๑ ผู้เรียนมีความรคู้ วามเขา้ ใจเก่ียวกบั จดหมายสว่ นตวั และจดหมายกจิ ธรุ ะ
๔.๒ ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
๔.๒.๑ ผูเ้ รียนสามารถเขียนจดหมายส่วนตัวและจดหมายกจิ ธุระได้
๔.๓ ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซือ่ สัตยส์ จุ รติ
ม่งุ ม่ันในการทำงาน มีวนิ ัย รักษ์ความเป็นไทย
ใฝ่เรียนรู้ มจี ิตสาธารณะ
๔.๔ ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน
ความสามารถในการสอ่ื สาร : การเขียน
ความสามารถในการคดิ : ..............................................................
ความสามารถในการแก้ปัญหา : การใชก้ ารสื่อสารเพ่ือการแกไ้ ขปัญหา
ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต : การใช้การสือ่ สารเพ่ือการแกไ้ ขปัญหา
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : ..............................................................
๔.๕ ด้านจดุ เนน้ การพัฒนาผเู้ รียน
๔.๕.๑ ด้านความสามารถและทักษะตามระดบั ชน้ั
ชั้น ม.๑-๓ : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะ
การคดิ ขัน้ สงู ทักษะชีวติ ทักษะการสอ่ื สารอย่างสร้างสรรคต์ ามวยั
ชั้น ม.๔-๖ : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้
ใช้ภาษาตา่ งประเทศมที กั ษะการคดิ ข้ันสูง ทักษะชวี ิต ทกั ษะการส่ือสารอย่างสร้างสรรคต์ ามช่วงวัย
๔.๕.๒ ด้านคณุ ลกั ษณะตามช่วงวยั
ม.๑-๓ : เนน้ อยู่อย่างพอเพียง
ม.๔-๖ : เนน้ มุง่ มั่นในการศกึ ษาและการทำงาน
๕. บรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๑. หลกั ความพอประมาณ : ……(กจิ กรรม/วธิ กี ารสอน)………………….
๒. หลักความมเี หตุผล : การระบุเหตแุ ละผลเพ่ือขอความชว่ ยเหลอื หรอื การสนับสนนุ
๓. หลักภูมิคุ้มกัน : การนำความร้ทู ีไ่ ด้ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดำเนินชวี ิตประจำวัน
๔. เงื่อนไขความรู้ : การเขยี นจดหมายส่วนตัวและกิจธรุ ะ
๕. เง่อื นไขคุณธรรม : ……(กจิ กรรม/วิธกี ารสอน)………………….
๖. ชิ้นงาน/ ภาระงาน
๖.๑ เขียนจดหมายกิจธรุ ะ
๗. กจิ กรรมการเรียนการสอน
จดหมายกจิ ธุระ ๑ ชั่วโมง
ขั้นท่ี ๑ กระตนุ้ ความคดิ ( ๑๐ นาที )
๑. ผู้เรียนดูตัวอย่างของการเขียนจดหมายกิจธุระ และร่วมแสดงความคิดเห็นในประเด็น
“จดหมายกิจธรุ ะแตกตา่ งกบั จดหมายสว่ นตัวอย่างไร”
ขั้นที่ ๒ ศึกษาความรู้ ( ๑๐ นาที )
๒. ผู้เรยี นศึกษาความรู้ เร่อื ง การเขียนจดหมายกจิ ธรุ ะ จากหนงั สอื เรยี น
ขัน้ ท่ี ๓ ฝกึ ปฏบิ ตั ิ ( ๓๐ นาที )
๓. ผู้เรยี นจับสลากชอ่ื เพื่อนในห้อง เพ่ือเขยี นจดหมายสอบถามขอ้ มูลไปถึงเพื่อนคนนนั้ เรือ่ ง
การสอบถามเก่ียวกบั หนงั สือทีไ่ ม่มีวางจำหนา่ ยหนา้ รา้ น โดยนกั เรียนต้องสมมติใหเ้ พื่อนเป็นเจ้าของ
ร้านขายหนงั สือ
ขนั้ ท่ี ๔ สรปุ ความรู้ ( ๕ นาที )
๔. ผเู้ รียนสรปุ หลักการเขยี นจดหมายสอบถามข้อมลู
๘. กจิ กรรมการเรยี นการสอน (ห้องเรยี นออนไลน)์
๘.๑ ผู้เรียนเข้าเรียนออนไลน์ใน Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ โคลงโลกนิติ
เรอ่ื ง การเขยี นจดหมายกิจธรุ ะ
๘.๒ ผู้เรียนดูตัวอย่างของการเขียนจดหมายกิจธุระ และร่วมแสดงความคิดเห็นในประเด็น
“จดหมายกจิ ธุระแตกตา่ งกับจดหมายสว่ นตัวอย่างไร”
๘.๓ ผู้เรียนศกึ ษาความรู้ เรือ่ ง การเขียนจดหมายกจิ ธรุ ะ จากหนังสอื เรียน
๘.๔ ผู้เรียนเขียนจดหมายสอบถามข้อมูลในเรื่องการสอบถามเกี่ยวกับหนังสือที่ไม่มีวาง
จำหน่ายหนา้ รา้ น โดยนกั เรยี นตอ้ งสมมตใิ หเ้ พอ่ื นเป็นเจ้าของรา้ นขายหนงั สือ
๙. สอ่ื / วสั ดอุ ปุ กรณ/์ แหล่งเรียนรู้
๙.๑ Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๑
ห้องเรยี นของครูฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ โคลงโลกนติ ิ เรือ่ ง การเขยี นจดหมายกจิ ธุระ
๙.๒ หนังสอื เรียนภาษาไทย : หลักภาษาไทย ม.๑
๙.๓ ตวั อย่างของการเขียนจดหมายกิจธุระ
๑๐. การวดั ผลและประเมลิ ผลการเรยี นรู้
วธิ ีวดั เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
K
๑. วดั จากการเขียนจดหมายสว่ นตัว ๑. ชิ้นงานการเขียนจดหมาย ๑. ทำไดถ้ กู ต้อง ๘๐% ขนึ้ ไป ถอื ว่า
กจิ ธรุ ะ ผ่าน
P
๑. วดั จากแบบบนั ทกึ การเข้าเรียน ๑. แบบบันทึกการเข้าเรียน ๑. ได้คะแนนในระดบั ๒ ข้นึ ไป
และการใชง้ านและ Google และการใช้งานและ Google
Classroom และความรว่ มมือ Classroom
ในชั้นเรยี น
A
๑. วัดการสงั เกตความมีวินัย ใฝเ่ รียนรู้ ๑. แบบประเมินคุณลักษณะ ๑. ไดค้ ะแนนในระดับ ๓ ข้นึ ไป
และมงุ่ ม่นั ในการทำงาน อนั พึงประสงค์
ลงชื่อ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง)
ตำแหนง่ ครผู ้ชู ว่ ย
บนั ทึกหลังการสอนแผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ๒๕
ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙ ใช้เวลา ๑ ช่ัวโมง
๑. ผลการเรยี นรู้
ผ้เู รียนที่ ผ่าน ตวั ชี้วัด
มีจำนวน .................................... คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ......................................
ผเู้ รียนที่ ไมผ่ า่ น ตัวชว้ี ดั
มจี ำนวน .................................... คน คิดเป็นรอ้ ยละ.......................................
• ดา้ นความรู้ (K)
๑. ผู้เรียนมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกีย่ วกับจดหมายส่วนตัวและจดหมายกิจธุระ
ผู้เรยี นท้ังหมด.……..คน
ผเู้ รยี นที่ ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คิดเป็นรอ้ ยละ..................
ผู้เรยี นที่ ไมผ่ ่านเกณฑก์ ารประเมิน : มีจำนวน ........ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ..................
• ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
๑. ผู้เรียนสามารถเขยี นจดหมายส่วนตัวและจดหมายกิจธุระได้
ผู้เรียนทง้ั หมด.……..คน
ผเู้ รยี นท่ี ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มีจำนวน ........ คน คดิ เปน็ ร้อยละ..................
ผเู้ รยี นที่ ไมผ่ ่านเกณฑก์ ารประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ..................
• ด้านเจตคติ (A)
๑. ผ้เู รยี นมวี นิ ัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมัน่ ในการทำงาน
ผู้เรยี นทง้ั หมด.……..คน
ผู้เรียนท่ี ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ : มีจำนวน ........ คน คดิ เป็นร้อยละ..................
ผเู้ รยี นที่ ไม่ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน : มีจำนวน ........ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ..................
๒. ปญั หา/ อุปสรรค
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................... .............................
๓. วิธกี ารแก้ไขปัญหา
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
ลงช่อื ........................................................
(นางสาวฟ้าอำพร สิงหท์ อง)
ตำแหนง่ ครผู ู้ชว่ ย
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถามในช้ันเรยี น
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน
ที่ ชื่อ-สกุล ความมีวนิ ัย ความมีน้ำใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรง รวม
ของผู้รับ ๔๓๒๑ เออื้ เฟอ้ื ความคดิ เห็น ความคดิ เห็น ตอ่ เวลา ๒๐
การประเมิน เสยี สละ คะแนน
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑
๔๓๒๑
ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................
เกณฑ์การประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถามในชนั้ เรยี น
หวั ข้อเกณฑก์ ารประเมิน คะแนน การปฏบิ ัติ
๑. ความมีวนิ ยั ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒. ความมนี ้ำใจเอื้อเฟ้ือ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
เสียสละ ๑ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
๓. การรบั ฟังความคดิ เหน็ ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
๔. การแสดงความคิดเหน็ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
๑ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
๕. การตรงตอ่ เวลา ๔ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
๑ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
๒ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
๑ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
๒ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
๑ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรับปรุง
แบบประเมนิ การเขยี นจดหมาย
ช่ือ...................................................................................................... ชน้ั ......................เลขท่ี......................
คำชแี้ จง เขยี นเครือ่ งหมาย ✓ ลงในช่องตามความเป็นจรงิ ท่นี ักเรียนปฏบิ ตั ิ
รายการประเมนิ ดีมาก ดี พอใช้ ควร
(๔) (๓) (๒) ปรบั ปรุง
๑. เนือ้ หาสาระ (๑)
๒. รูปแบบ
๓. การใชภ้ าษา
๔. การสะกดคำ
๕. ความเปน็ ระเบยี บ
ลงชอื่ ........................................................ผปู้ ระเมนิ
วันท.ี่ .................... เดือน........................................ พ.ศ.............
เกณฑก์ ารประเมนิ ๑๗ - ๒๐ คะแนน แสดงวา่ ผลงานนกั เรยี นอยู่ในเกณฑ์ ดมี าก
นกั เรยี นได้คะแนนรวม ๑๓ - ๑๖ คะแนน แสดงว่าผลงานนกั เรยี นอยู่ในเกณฑ์ ดี
นักเรยี นได้คะแนนรวม ๙ - ๑๒ คะแนน แสดงว่าผลงานนักเรยี นอยู่ในเกณฑ์ พอใช้
นกั เรียนได้คะแนนรวม ๕-๘ คะแนน แสดงวา่ ผลงานนักเรยี นอยู่ในเกณฑ์ ควรปรบั ปรงุ
นักเรยี นได้คะแนนรวม
ข้อสงั เกต
๑. เน้อื หาสาระ ตรงตามสถานการณ์ที่กำหนด เนื้อหาใจความสำคญั ส่อื ไดต้ ามต้องการ ตรงจดุ ประสงค์
หากมขี ้อบกพร่องลดระดับคุณภาพตามสภาพจรงิ ท่ปี รากฏ
๒. รูปแบบ ถูกต้องตามรูปแบบของจดหมาย หากมขี ้อบกพร่องก็ลดระดับคุณภาพตามสภาพจริง
๓. การใช้ภาษา ใชภ้ าษากระชับ รดั กมุ ชัดเจน สอ่ื สารได้ตรงจุดม่งุ หมาย หากมขี ้อบกพรอ่ งลดระดับ
คุณภาพตามสภาพจรงิ ท่ีเห็น
๔. การสะกดคำ สะกดคำถูกต้อง เช่น ชื่อเฉพาะต่าง ๆ ได้ถูกต้อง หากมีข้อบกพร่องลดระดับคณุ ภาพ
ตามสภาพจริงท่ีปรากฏ
๕. ความเปน็ ระเบียบ สะอาด เรียบรอ้ ย ไม่มรี อยขูด ขดี ฆ่า ลบเลอะเทอะ หากมีข้อบกพร่องลดระดับ
คณุ ภาพตามสภาพจรงิ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๑
รหสั วิชา ท๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ๑
ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓
หน่วยการเรยี นรู้เรอื่ ง โคลงโลกนิติ เวลา ๑๗ ชั่วโมง
หน่วยการเรยี นร้ยู ่อยที่ ๕ เรื่อง พนู คุณค่าโคลงโลกนติ ิ ๒ เวลา ๑ ชัว่ โมง
ชอ่ื ผู้สอน นางสาวฟ้าอำพร สงิ ห์ทอง ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙
๑. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ : เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทย
อย่างเหน็ คุณคา่ และนำมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจริง
ตัวช้วี ัด
ท ๕.๑ ม.๑/๓ อธบิ ายคณุ ค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมท่อี ่าน
๒. สาระสำคญั
การศกึ ษาวรรณกรรมจะต้องวิเคราะห์คุณคา่ และข้อคดิ ที่ได้รบั จากการอ่าน พร้อมยกเหตุผล
ประกอบ เพ่ือใหเ้ ขา้ ใจและซาบซึง้ ในความเปน็ ไทยมากยิ่งขนึ้
๓. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๓.๑ ผู้เรียนสามารถอธิบายลักษณะของเสียงในภาษาไทย เช่น เสียงสระ เสียงพยัญชนะ
และเสยี งวรรณยกุ ต์ได้
๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ ด้านความรู้ (K)
๔.๑.๑ ผู้เรยี นมีความรคู้ วามเขา้ ใจเกีย่ วกบั โคลงโลกนติ ิ
๔.๒ ด้านทักษะกระบวนการ (P)
๔.๒.๑ ผเู้ รยี นสามารถอธิบายคุณคา่ โคลงโลกนติ ิได้
๔.๓ ดา้ นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อยา่ งพอเพยี ง ซื่อสัตยส์ ุจรติ
รักษ์ความเป็นไทย
มุ่งม่ันในการทำงาน มวี นิ ัย
ใฝเ่ รยี นรู้ มจี ิตสาธารณะ
๔.๔ ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
ความสามารถในการสื่อสาร : การอา่ น
ความสามารถในการคิด : การอธบิ ายคุณค่า
ความสามารถในการแก้ปัญหา : ..............................................................
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ : การนำข้อคดิ ไปใช้เพ่ือการแก้ไขปัญหา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : ..............................................................
๔.๕ ดา้ นจุดเนน้ การพฒั นาผเู้ รียน
๔.๕.๑ ดา้ นความสามารถและทักษะตามระดับช้นั
ชั้น ม.๑-๓ : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะ
การคดิ ข้ันสงู ทกั ษะชีวติ ทักษะการส่ือสารอย่างสรา้ งสรรค์ตามวยั
ชั้น ม.๔-๖ : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้
ใช้ภาษาตา่ งประเทศมีทกั ษะการคดิ ขั้นสงู ทักษะชวี ิต ทกั ษะการส่อื สารอย่างสร้างสรรคต์ ามชว่ งวัย
๔.๕.๒ ด้านคณุ ลกั ษณะตามช่วงวยั
ม.๑-๓ : เน้นอยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
ม.๔-๖ : เนน้ มุ่งมัน่ ในการศกึ ษาและการทำงาน
๕. บูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๑. หลักความพอประมาณ : ……(กิจกรรม/วธิ ีการสอน)………………….
๒. หลักความมีเหตุผล : ใช้เหตผุ ลในการอธบิ ายคณุ ค่าของวรรณกรรม
๓. หลักภูมคิ ้มุ กัน : ……(กิจกรรม/วิธีการสอน)………………….
๔. เงือ่ นไขความรู้ : การวเิ คราะหค์ ุณค่าวรรณกรรม
๕. เง่ือนไขคุณธรรม : ……(กิจกรรม/วธิ ีการสอน)………………….
๖. ชนิ้ งาน/ ภาระงาน
๖.๑ แผนผังความคดิ เร่อื งคุณคา่ โคลงโลกนิติ
๗. กิจกรรมการเรยี นการสอน
แผนผงั ความคิด เวลา ๑ ชว่ั โมง
วธิ ีสอนโดยเนน้ กระบวนการ : ทกั ษะกระบวนการแกป้ ญั หา
ขน้ั ท่ี ๑ สงั เกตแบบอยา่ ง ( ๑๐ นาที )
๑. ผู้เรียนร่วมกันค้นหารูปแบบการเขียนแผนผังความคิดจากแหล่งข้อมูลสารสนเทศ
(อินเทอร์เนต็ )
๒. ผู้เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่าแผนผงั ความคิดรูปแบบใดเหมาะสมกับการสรุปเนื้อหา
คณุ ค่า และข้อคิดของวรรณกรรมเร่อื ง โคลงโลกนิติ
ขัน้ ที่ ๒ สรา้ งทางเลอื ก ( ๘ นาที )
๓. ผเู้ รยี นร่วมกนั กำหนดหัวข้อในแผนผงั ความคดิ
- ผแู้ ตง่
- ความเป็นมา
- ลักษณะคำประพันธ์
- คณุ คา่ ดา้ นเนื้อหา
- คณุ คา่ ด้านวรรณศิลป์
๔. ผู้เรียนรว่ มกนั กำหนดระยะเวลาในการทำแผนผังความคดิ สง่ ครผู สู้ อน
ขนั้ ที่ ๓ ปฏบิ ัตติ ามแผน ( ๓๒ นาที )
๕. ผูเ้ รียนแต่ละคนสรา้ งสรรคแ์ ผนผงั ความคิดเรอ่ื งโคลงโลกนติ ิลงในกระดาษเอสี่
ขนั้ ท่ี ๔ พฒั นาความคิด ( ๑๐ นาที )
๖. ตัวแทนผ้เู รียนออกมานำเสนอแผนผังความคิดเร่อื งโคลงโลกนิติของตวั เองหนา้ ชนั้ เรียน
๗. ผู้เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นข้อปรับปรุงแก้ไขชิ้นงานของตัวแทนผู้เรียน จากนั้น
รว่ มกนั สรุปความรู้เรือ่ งโคลงโลกนติ ิ
๘. กจิ กรรมการเรียนการสอน (ห้องเรยี นออนไลน์)
๘.๑ ผู้เรียนเข้าเรียนออนไลน์ใน Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ โคลงโลกนิติ
เร่ือง พูนคุณคา่ โคลงโลกนติ ิ
๘.๒ ผเู้ รียนคน้ หารปู แบบการเขียนแผนผังความคิดจากแหล่งข้อมูลสารสนเทศ (อินเทอร์เน็ต)
๘.๓ ผเู้ รียนทำแผนผงั ความคดิ โดยมีประเด็น ดงั ตอ่ ไปนี้
- ผู้แตง่
- ความเปน็ มา
- ลกั ษณะคำประพันธ์
- คณุ คา่ ด้านเน้ือหา
- คุณคา่ ด้านวรรณศลิ ป์
๙. ส่อื / วสั ดอุ ุปกรณ์/ แหลง่ เรยี นรู้
๙.๑ Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๑
หอ้ งเรยี นของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๓ โคลงโลกนิติ เรอ่ื ง พนู คณุ ค่าโคลงโลกนติ ิ
๙.๒ หนังสอื เรียนภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ม.๑
๑๐. การวดั ผลและประเมลิ ผลการเรียนรู้
วธิ ีวัด เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมนิ
K
๑. วดั จากการตอบคำถาม ๑. แผนผังความคดิ เรื่อง ๑. ทำไดถ้ กู ต้อง ๘๐% ข้ึนไป ถอื ว่า
คณุ ค่าโคลงโลกนติ ิ ผา่ น
P
๑. วดั จากแบบบันทกึ การเขา้ เรยี น ๑. แบบบันทึกการเข้าเรียน ๑. ได้คะแนนในระดบั ๒ ข้นึ ไป
และการใช้งานและ Google และการใช้งานและ Google
Classroom และความร่วมมือ Classroom
ในชน้ั เรยี น
A
๑. วดั การสังเกตความมีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ ๑. แบบประเมินคุณลกั ษณะ ๑. ได้คะแนนในระดับ ๓ ขึน้ ไป
และมงุ่ มั่นในการทำงาน อันพงึ ประสงค์
ลงช่ือ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง)
ตำแหน่ง ครูผูช้ ว่ ย
บนั ทึกหลังการสอนแผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๓๑
ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙ ใช้เวลา ๑ ชัว่ โมง
๑. ผลการเรยี นรู้
ผู้เรยี นที่ ผา่ น ตวั ชี้วัด
มีจำนวน .................................... คน คิดเป็นรอ้ ยละ......................................
ผเู้ รยี นท่ี ไม่ผา่ น ตวั ช้ีวดั
มจี ำนวน .................................... คน คดิ เป็นร้อยละ.......................................
• ดา้ นความรู้ (K)
๑. ผู้เรยี นมคี วามรูค้ วามเขา้ ใจเก่ยี วกบั โคลงโลกนติ ิ
ผู้เรยี นท้ังหมด.……..คน
ผู้เรยี นท่ี ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ : มีจำนวน ........ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ..................
ผูเ้ รยี นท่ี ไม่ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน : มีจำนวน ........ คน คดิ เป็นรอ้ ยละ..................
• ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
๑. ผู้เรยี นสามารถอธบิ ายคณุ คา่ โคลงโลกนิติได้
ผู้เรยี นทัง้ หมด.……..คน
ผู้เรียนท่ี ผ่านเกณฑ์การประเมนิ : มีจำนวน ........ คน คดิ เปน็ ร้อยละ..................
ผู้เรียนที่ ไมผ่ ่านเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คดิ เป็นรอ้ ยละ..................
• ดา้ นเจตคติ (A)
๑. ผู้เรียนมีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งม่นั ในการทำงาน
ผู้เรียนท้งั หมด.……..คน
ผูเ้ รียนท่ี ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มีจำนวน ........ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ..................
ผเู้ รียนที่ ไมผ่ ่านเกณฑ์การประเมนิ : มีจำนวน ........ คน คิดเปน็ ร้อยละ..................
๒. ปญั หา/ อุปสรรค
............................................................................................................................. ................................................
................................................................................................................................................... ..........................
๓. วิธีการแก้ไขปญั หา
............................................................................................................................. ................................................
.............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ........................................................
(นางสาวฟ้าอำพร สิงหท์ อง)
ตำแหน่ง ครผู ชู้ ่วย
แบบสงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถามในช้นั เรยี น
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดับคะแนน
ที่ ชอ่ื -สกุล ความมีวนิ ยั ความมีนำ้ ใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรง รวม
ของผู้รับ ๔๓๒๑ เอือ้ เฟ้อื ความคดิ เหน็ ความคดิ เห็น ตอ่ เวลา ๒๐
การประเมนิ เสียสละ คะแนน
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑
๔๓๒๑
ลงชือ่ ...................................................ผูป้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารประเมินสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถามในชนั้ เรยี น
หวั ข้อเกณฑก์ ารประเมนิ คะแนน การปฏบิ ตั ิ
๑. ความมีวนิ ยั ๔ ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
๒. ความมีนำ้ ใจเออ้ื เฟ้ือ ๒ ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
เสียสละ ๑ ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครง้ั
๓. การรับฟังความคิดเห็น ๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครั้ง
๔. การแสดงความคิดเห็น ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
๑ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง
๕. การตรงตอ่ เวลา ๔ ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒ ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครั้ง
๑ ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
๔ ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครงั้
๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครั้ง
๑ ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง
๔ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้
๒ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
๑ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมน้อยคร้งั
เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ต่ำกวา่ ๑๐ ปรบั ปรุง
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี ๓๒
รหสั วชิ า ท๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ๑
ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓
หน่วยการเรยี นรู้เร่ือง โคลงโลกนติ ิ เวลา ๑๗ ชั่วโมง
หน่วยการเรยี นรยู้ ่อยท่ี ๖ เรอ่ื ง ท่องจำบทอาขยาน เวลา ๑ ช่วั โมง
ชื่อผู้สอน นางสาวฟ้าอำพร สิงห์ทอง ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙
๑. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ : เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทย
อยา่ งเห็นคณุ ค่า และนำมาประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตจรงิ
ตวั ช้วี ัด
ท ๕.๑ ม.๑/๕ ทอ่ งจำบทอาขยานตามที่กำหนด และบทร้อยกรองทีม่ ีคุณคา่ ตามความสนใจ
๒. สาระสำคัญ
การทอ่ งจำบทร้อยกรองตามความสนใจ ควรเลอื กบทท่ีมคี ุณคา่ มาทอ่ งจำ
๓. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๓.๑ ผเู้ รียนสามารถท่องจำบทอาขยานบทร้อยกรองจากเร่ืองโคลงโลกนติ ิได้
๔. สาระการเรียนรู้
๔.๑ ดา้ นความรู้ (K)
๔.๑.๑ ผู้เรยี นมีความรูค้ วามเข้าใจเก่ียวกับโคลงโลกนติ ิ
๔.๒ ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
๔.๒.๑ ผเู้ รียนสามารถสามารถทอ่ งจำบทอาขยานบทรอ้ ยกรองจากเรื่องโคลงโลกนิติได้
๔.๓ ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ อย่อู ย่างพอเพยี ง ซอื่ สตั ยส์ จุ ริต
มุง่ มัน่ ในการทำงาน มีวนิ ยั รกั ษ์ความเปน็ ไทย
ใฝเ่ รยี นรู้ มจี ิตสาธารณะ
๔.๔ ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน
ความสามารถในการสือ่ สาร : การอ่านออกเสยี ง
ความสามารถในการคิด : ..............................................................
ความสามารถในการแกป้ ัญหา : การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ : ..............................................................
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : ..............................................................
๔.๕ ด้านจดุ เนน้ การพฒั นาผู้เรียน
๔.๕.๑ ด้านความสามารถและทกั ษะตามระดับชนั้
ชั้น ม.๑-๓ : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะ
การคิดขน้ั สงู ทกั ษะชีวติ ทักษะการสอื่ สารอย่างสร้างสรรค์ตามวยั
ชั้น ม.๔-๖ : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้
ใชภ้ าษาตา่ งประเทศมที กั ษะการคดิ ข้นั สงู ทักษะชวี ติ ทกั ษะการส่ือสารอย่างสรา้ งสรรคต์ ามช่วงวัย
๔.๕.๒ ด้านคุณลักษณะตามชว่ งวยั
ม.๑-๓ : เนน้ อยู่อยา่ งพอเพยี ง
ม.๔-๖ : เนน้ มุง่ มั่นในการศกึ ษาและการทำงาน
๕. บูรณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๑. หลกั ความพอประมาณ : ……(กจิ กรรม/วธิ ีการสอน)………………….
๒. หลกั ความมเี หตผุ ล : ……(กิจกรรม/วธิ กี ารสอน)………………….
๓. หลกั ภมู ิคมุ้ กนั : ……(กิจกรรม/วิธกี ารสอน)………………….
๔. เงอ่ื นไขความรู้ : หลักการท่องจำ
๕. เงื่อนไขคุณธรรม : ……(กจิ กรรม/วิธกี ารสอน)………………….
๖. ช้นิ งาน/ ภาระงาน
๖.๑ ทอ่ งจำบทอาขยานจากเรอ่ื งโคลงโลกนิติ
๗. กิจกรรมการเรยี นการสอน
วิธสี อนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏบิ ัติ เวลา ๑ ช่ัวโมง
ขัน้ ที่ ๑ สงั เกต รับรู้ ( ๑๐ นาที )
๑. ผเู้ รยี นฟังการอา่ นทำนองเสนาะบทหลกั จากเรอ่ื งโคลงโลกนิติจากคลปิ เสยี ง
๒. ผเู้ รียนสงั เกตนำ้ เสยี ง การใช้เสียงสงู ตำ่ การเวน้ วรรค และอารมณข์ องการอ่านทำนองเสนาะ
บทหลกั จากเรอ่ื งโคลงโลกนิติผา่ นการฟังคลิปเสยี ง และการดูบทอา่ นจากหนงั สือเรียน
ข้ันท่ี ๒ ศึกษาหลักการ ( ๕ นาที )
๓. ผู้เรียนศึกษาความรู้เรื่อง “หลักการอ่านทำนองเสนาะ” จากใบความรู้ที่ ๑ เรื่อง
การทอ่ งจำอาขยาน
ข้นั ที่ ๓ ทำตามแบบ ( ๕ นาที )
๔. ผู้เรยี นอา่ นทำนองเสนาะบทหลักจากเรื่องโคลงโลกนติ ิพร้อมกับคลิปเสียง ( โดยสามารถดูบท
อ่านจากหนังสอื เรยี นได้ )
๕. ผู้เรียนท่องจำทำนองเสนาะบทหลักจากเรื่องโคลงโลกนิติพร้อมกับคลิปเสียง ( โดยไม่ดู
บทอา่ นจากหนงั สอื เรยี น )
ขน้ั ท่ี ๔ ฝึกทำใหช้ ำนาญ ( ๑๕ นาที )
๖. ผู้เรียนแต่ละคนฝกึ ทอ่ งจำทำนองเสนาะดว้ ยตวั เอง
๗. ครสู ังเกตการฝึกอา่ นของผู้เรียน หากมีข้อบกพรอ่ งให้เสนอแนะให้อ่านแก้ไขให้ถกู ตอ้ ง
ขนั้ ที่ ๕ แสดงความสามารถ ( ๑๕ นาที )
๘. ผู้เรียนสอบท่องจำทำนองเสนาะกบั ครูเป็นรายบุคคล
๘. กจิ กรรมการเรยี นการสอน (หอ้ งเรียนออนไลน์)
๘.๑ ผู้เรียนเข้าเรียนออนไลน์ใน Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ โคลงโลกนิติ
เรอื่ ง ทอ่ งจำบทอาขยาน
๘.๒ ผเู้ รยี นฟังการอา่ นทำนองเสนาะบทหลกั จากเร่อื งโคลงโลกนิตจิ ากคลิปเสียง
๘.๓ ผู้เรียนสังเกตน้ำเสียง การใช้เสียงสูงต่ำ การเว้นวรรค และอารมณ์ของการอ่านทำนอง
เสนาะบทหลกั จากเร่ืองโคลงโลกนติ ผิ ่านการฟงั คลปิ เสียง และการดูบทอ่านจากหนงั สือเรียน
๘.๔ ผู้เรียนศึกษาความรู้เรื่อง “หลักการอ่านทำนองเสนาะ” จากใบความรู้ที่ ๑ เรื่อง
การทอ่ งจำอาขยาน
๘.๕ ผู้เรียนอ่านทำนองเสนาะบทหลักจากเร่ืองโคลงโลกนิติพร้อมกับคลิปเสียง ( โดยสามารถดู
บทอ่านจากหนังสือเรียนได้ ) จากนั้นผูเ้ รียนทอ่ งจำทำนองเสนาะบทหลักจากเรือ่ งโคลงโลกนิติพร้อม
กบั คลปิ เสียง ( โดยไม่ดูบทอา่ นจากหนังสือเรยี น )
๘.๖ ผู้เรียนแต่ละคนฝึกท่องจำทำนองเสนาะด้วยตัวเอง จากนั้นมาสอบท่องจำอาขยานกับ
ครนู อกเวลาเรยี น
๙. สอื่ / วัสดุอุปกรณ์/ แหลง่ เรยี นรู้
๙.๑ Google Classroom ในรายวชิ า ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑
ห้องเรยี นของครูฟ้าอำพร สิงหท์ อง หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๓ โคลงโลกนติ ิ เรอื่ ง ทอ่ งจำบทอาขยาน
๙.๒ หนงั สอื เรยี นภาษาไทย : หลักภาษาไทย ม.๑
๙.๓ คลปิ เสยี งทำนองเสนาะโคลงโลกนติ ิ
๙.๔ ใบความรทู้ ี่ ๑ เร่ือง การท่องจำอาขยาน
๑๐. การวดั ผลและประเมิลผลการเรียนรู้
วธิ ีวัด เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมิน
K
๑. วัดจากการท่องจำบทอาขยาน ๑. ทอ่ งจำบทอาขยาน ๑. ทำไดถ้ ูกต้อง ๘๐% ขึ้นไป ถอื ว่า
ผ่าน
P
๑. วัดจากแบบบันทึกการเข้าเรยี น ๑. แบบบันทึกการเข้าเรียน ๑. ได้คะแนนในระดับ ๒ ขึน้ ไป
และการใชง้ านและ Google และการใช้งานและ Google
Classroom และความร่วมมือ Classroom
ในชน้ั เรยี น
A
๑. วัดการสังเกตความมีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ ๑. แบบประเมินคุณลกั ษณะ ๑. ไดค้ ะแนนในระดบั ๓ ขึ้นไป
และมงุ่ มั่นในการทำงาน อนั พงึ ประสงค์
ลงชอ่ื ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สิงห์ทอง)
ตำแหนง่ ครูผ้ชู ่วย
บันทึกหลังการสอนแผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี ๓๒
ใชส้ อนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙ ใช้เวลา ๑ ชั่วโมง
๑. ผลการเรียนรู้
ผู้เรยี นท่ี ผา่ น ตวั ช้ีวัด
มีจำนวน .................................... คน คิดเป็นรอ้ ยละ......................................
ผู้เรียนที่ ไมผ่ า่ น ตวั ชีว้ ดั
มีจำนวน .................................... คน คิดเปน็ รอ้ ยละ.......................................
• ดา้ นความรู้ (K)
๑. ผู้เรยี นมีความรคู้ วามเข้าใจเก่ียวกับโคลงโลกนติ ิ
ผู้เรยี นทง้ั หมด.……..คน
ผเู้ รียนที่ ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คดิ เปน็ ร้อยละ..................
ผเู้ รียนท่ี ไม่ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน : มีจำนวน ........ คน คดิ เปน็ ร้อยละ..................
• ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
๑. ผูเ้ รยี นสามารถสามารถท่องจำบทอาขยานบทร้อยกรองจากเร่อื งโคลงโลกนติ ิได้
ผู้เรียนทง้ั หมด.……..คน
ผู้เรียนท่ี ผ่านเกณฑ์การประเมิน : มีจำนวน ........ คน คดิ เปน็ ร้อยละ..................
ผเู้ รยี นท่ี ไมผ่ ่านเกณฑ์การประเมิน : มีจำนวน ........ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ..................
• ดา้ นเจตคติ (A)
๑. ผู้เรยี นมวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้ รักษ์ความเปน็ ไทย และมุ่งมัน่ ในการทำงาน
ผู้เรียนทงั้ หมด.……..คน
ผ้เู รียนท่ี ผ่านเกณฑ์การประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ..................
ผู้เรียนท่ี ไมผ่ ่านเกณฑก์ ารประเมนิ : มีจำนวน ........ คน คดิ เปน็ ร้อยละ..................
๒. ปญั หา/ อุปสรรค
.................................................................................................................. ..............................................
............................................................................................................................. ...................................
๓. วธิ ีการแก้ไขปัญหา
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
ลงชื่อ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง)
ตำแหนง่ ครผู ูช้ ว่ ย
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถามในช้ันเรยี น
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน
ที่ ชื่อ-สกุล ความมีวนิ ัย ความมีน้ำใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรง รวม
ของผู้รับ ๔๓๒๑ เออื้ เฟอ้ื ความคดิ เห็น ความคดิ เห็น ตอ่ เวลา ๒๐
การประเมิน เสยี สละ คะแนน
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑
๔๓๒๑
ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................
เกณฑ์การประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถามในชนั้ เรยี น
หวั ข้อเกณฑก์ ารประเมิน คะแนน การปฏบิ ัติ
๑. ความมีวนิ ยั ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒. ความมนี ้ำใจเอื้อเฟ้ือ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
เสียสละ ๑ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
๓. การรบั ฟังความคดิ เหน็ ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
๔. การแสดงความคิดเหน็ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
๑ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
๕. การตรงตอ่ เวลา ๔ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
๑ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
๒ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
๑ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
๒ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
๑ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรับปรุง
แบบประเมนิ การท่องจำบทร้อยกรอง
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤตกิ รรมการท่องอาขยานของนักเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในช่องทีต่ รงกบั ระดับ
คะแนน
ช่ือ-สกุล ถกู ตอ้ งตามหลกั การแบง่ ออกเสียงชัดเจน ความถูกต้องของ รวม
ที่ ของผู้รับการ คำประพนั ธ์ วรรคตอน บทท่องจำ ๒๐
ประเมิน ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ คะแนน
ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน คะแนน
๕
ระดบั คณุ ภาพ ๔
ปฏิบัติไดถ้ ูกต้องดมี ากเปน็ แบบอยา่ งได้ ๓
ปฏบิ ตั ิได้ถกู ต้อง ๒
ปฏบิ ตั ิมขี อ้ บกพร่องเล็กน้อย ๑
ปฏบิ ตั ิมขี อ้ บกพร่องปานกลาง
ปฏบิ ัติมีขอ้ บกพร่องมาก
ช่วงคะแนน เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
๑๘ - ๒๐
๑๔ - ๑๗ ระดับคุณภาพ
๑๐ - ๑๓ ดมี าก
ตำ่ กวา่ ๑๐ ดี
พอใช้
ปรับปรงุ
โรงเรียนพรานกระตา่ ยพทิ ยาคม จงั หวัดกำแพงเพชร หน้า ๑
การทอ่ งจำบทอาขยาน ท ๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๑
ใบความรู้ที่ ๒
เร่ือง การท่องจำบทอาขยาน
ความหมายของบทร้อยกรอง (บทอาขยาน)
บทร้อยกรอง หมายถึง ถ้อยคำที่เรียบเรียงให้เป็นระเบียบตามบัญญัติแห่งฉันทลักษณ์ โดยมีกำหนด
ข้อบังคับต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความคึกครื้น และมีความไพเราะแตกต่างไปจากถ้อยคำธรรมดา ในการอ่าน
บทร้อยกรองนน้ั เราเรยี กวา่ “การอา่ นทำนองเสนาะ”
การอา่ นออกเสียงบทรอ้ ยกรอง
การอ่านออกเสียงร้อยกรอง เป็นการอ่านที่มุ่งให้เกิดความเพลิดเพลินซาบซึ้งในรสของคำประพันธ์
ซึ่งจะต้องอ่านอย่างมีจังหวะ ลีลา และท่วงทำนองตามลักษณะคำประพันธ์แต่ละชนิด การอ่านบทร้อยกรอง
อา่ นได้ ๒ แบบ ดังน้ี
๑. อ่านออกเสียงธรรมดา เป็นการอ่านออกเสียงพูด ตามปกติเหมือนกับอ่านร้อยแก้ว แต่มีจังหวะ
วรรคตอน
๒. อ่านเป็นทำนองเสนาะ เป็นการอ่านมีสำเนียงสูง ต่ำ หนัก เบา ยาว สั้นเป็นทำนองเหมือน
เสียงดนตรี มีการเอื้อนเสียง เน้นสัมผัส ตามจังหวะ ลีลาและท่วงทำนองตามลักษณะบังคับของบทประพันธ์
ใหช้ ดั เจนและเหมาะสม
หลักการการอา่ นออกเสียงร้อยกรอง
๑. ศกึ ษาลกั ษณะบังคับของคำประพนั ธ์ เช่น การแบง่ จังหวะจำนวนคำสมั ผสั เสียง วรรณยุกต์
เสยี งหนักเบา เปน็ ต้น โดยตอ้ งระวงั ในเรอื่ งความหมายของคำด้วย เพราะคำบางคำอ่านแยกคำกันไมไ่ ด้ เชน่
“สร้อยคอขนมยรุ ะ ยูงงาม” อา่ นว่า ขน-มยรุ ะ, ขนม-ยุระ
“หวนหว่ งม่วงหมอนทอง อีกอกร่องรสโอชา” อา่ นวา่ อกี -อก-ร่อง, อ-ี กอ-กร่อง
“ดุเหว่าจับเตา่ ร้างร้อง เหมอื นจากหอ้ งมาหยารัศมี” อ่านว่า จับ-เต่า-รา้ ง, จบั -เต่า
“แรงเหมือนมดอดเหมือนกา กล้าเหมอื นหญิง” อ่านวา่ เหมือน-มด, เหมือน-มด-อด
๒. อา่ นให้ถกู ต้องตามลักษณะบงั คับของคำประพนั ธ์ อา่ นใหถ้ ูกจงั หวะ คำประพนั ธแ์ ต่ละประเภท
มีจังหวะแตกต่างกัน ต้องอ่านใหถ้ ูกวรรคตอนตามแบบแผนของคำประพันธน์ น้ั ๆ เช่น มทุ ิงคนาฉันท์ ( ๒-๒-๓ )
“ปะ๊ โทน / ปะ๊ โทน / ป๊ะโทน่ โท่น บรุ ุษ / สโิ อน / สะเอวไหว
อนงค์ / นำเคล่ือน / เขยื้อนไป สะบัด / สไบ / วิไลตา
๓. อา่ นออกเสยี ง ร ล และคำควบกล้ำให้ชดั เจน
๔. อ่านออกเสยี งดังใหผ้ ู้ฟังได้ยนิ ท่วั ถงึ ไม่ดังหรอื คอ่ ยจนเกินไป
๕. คำที่รับสัมผัสกันต้องอ่านเน้นเสียงให้ชัดเจน ถ้าเป็นสัมผัสนอกต้องทอดเสียงให้มีจังหวะยาวกว่า
ธรรมดา
โรงเรียนพรานกระตา่ ยพิทยาคม จงั หวัดกำแพงเพชร หนา้ ๒
การทอ่ งจำบทอาขยาน ท ๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรียนที่ ๑
๖. มีศิลปะในการใช้เสียง เอื้อนเสียง และทอดจังหวะให้ช้าจนจบบท อ่านให้เอื้อสัมผัส เรียกว่า
คำแปรเสยี ง เพ่ือให้เกดิ เสียงสมั ผัสทไี่ พเราะ เชน่
“พระสมทุ รสุดลึกล้น คณนา” อ่านว่า พระ-สะ-หมุด-สุด-ลึก-ล้น คน-นะ-นา
๗. เวลาอา่ นอย่าใหเ้ สยี งขาดเป็นชว่ ง ๆ ตอ้ งใหเ้ สียงตดิ ต่อกันตลอด เชน่
“วนั จันทร์ มดี ารากร เป็นบรวิ าร เหน็ สน้ิ ฟ้า ในป่าทา่ ธาร มาลีคลบ่ี าน ในกา้ นอรชร”
เวลาจบให้ทอดเสยี งช้า ๆ
๘. ระวงั ๓ ต. อย่าให้ตกหลน่ อย่าตอ่ เตมิ และอยา่ ตู่ตวั
๙. ผู้อ่านต้องใส่อารมณ์ตามรสความของบทประพันธ์นั้น ๆ รสรัก โศก ตื่นเต้น ขบขัน โกรธ
แล้วใส่น้ำเสียงให้สอดคล้องกับรสหรืออารมณ์ต่าง ๆ เหล่านั้น พิจารณาบทที่จะอ่าน เพื่อตัดสินใจ เลือกใส่
อารมณใ์ นบทอา่ นให้เหมาะสมสอดคล้องกับเนื้อความ
วิธีการอ่านทำนองประเภทโคลงส่ีสภุ าพ
๑. การใส่ทำนอง ในการอ่านโคลงสี่สุภาพ นิยมอ่านบทที่หนึง่ ที่สอง และที่สี่ให้มีเสยี งขึ้นลง สูงต่ำ
ตามเสียงวรรณยุกต์ แล้วอ่านบาทที่สามวรรคแรกให้มีเสียงสูงขึ้นกว่าทุกบาท โดยเฉพาะท้ายวรรคอ่าน
ให้มเี สยี งจตั วาปนอย่ดู ้วย โดยทอดเสยี งวรรณยกุ ต์
สำหรับการอ่าน โคลงกระทู้ที่มีคำกระทู้อยู่ต้นวรรคทุกวรรคนั้นมีหลักการอ่านอยู่ว่าให้การอ่าน กระทู้
เรียงลงมาด้วยเสียงธรรมดาแบบอ่านร้อยแกว้ เสียก่อน เพื่อให้ผูฟ้ ังทราบเก่ียวกับกระทูน้ ั้นก่อนว่า กล่าวถึงอะไร
แลว้ จงึ อ่านทำนองเชน่ เดยี วกับโคลงสสี่ ภุ าพ (นันทา ขนุ ภักดี ๒๕๓๖ : ๕)
ตวั อย่างโคลงกระทู้
เพือ่ นกิน //สิ้นทรพั ยแ์ ล้ว แหนงหนี
หางา่ ย //หลายหม่ืนมี มากได้
เพ่อื นตาย /ถ่ายแทนชี- วาอาตม์
หายาก /ฝากผไี ข้ ยากแท้/จักหา
๒. การใส่อารมณ์ การใส่อารมณ์ ในการอ่านโคลงสี่สุภาพ ควรใส่อารมณ์สอดแทรกลงไปในบทที่อ่าน
ให้เหมาะสมกับเนื้อเรื่องและบรรยากาศ โดยอาศัยการตีความตัวบทที่จะอ่านให้ถ่องแท้เสียก่อน แล้วอ่านทอด
อารมณอ์ อกมาเปน็ ทว่ งทำนองใหน้ ่าฟัง
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี ๓๓
รหัสวิชา ท๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ๑
ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓
หน่วยการเรยี นรู้เรอ่ื ง โคลงโลกนติ ิ เวลา ๑๗ ชวั่ โมง
หน่วยการเรียนรู้ย่อยที่ ๗ เรื่อง สรรคส์ รา้ งคำไทย เวลา ๑ ช่วั โมง
ช่ือผสู้ อน นางสาวฟ้าอำพร สิงห์ทอง ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙
๑. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี ๔ หลักการใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ : เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษา
และพลงั ของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชาติ
ตัวชีว้ ดั
ท ๔.๑ ม.๑/๒ สรา้ งคำในภาษาไทย
๒. สาระสำคัญ
ภาษาไทยมีการสร้างคำใหม่ ๆ ขึ้นมาตลอดเวลา การสร้างคำนี้ทำให้มีคำประสม คำซ้อน
คำซ้ำ และคำพ้องใชใ้ นการสื่อสารในชีวติ ประจำวันเพิ่มมากขน้ึ
๓. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๓.๑ ผู้เรียนมีความรคู้ วามเขา้ ใจในการสรา้ งคำประสม คำซ้ำ คำซอ้ น และคำพอ้ ง
๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ ด้านความรู้ (K)
๔.๑.๑ ผู้เรียนมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจในการสร้างคำประสม คำซ้ำ คำซ้อน และคำพ้อง
๔.๒ ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
๔.๒.๑ ผูเ้ รียนสามารถบอกหรืออธิบายคำในภาษาไทยได้วา่ เป็นคำชนิดใด
๔.๓ ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อย่อู ย่างพอเพียง ซื่อสตั ยส์ จุ รติ
มงุ่ มั่นในการทำงาน มวี ินัย รกั ษ์ความเป็นไทย
ใฝเ่ รียนรู้ มีจติ สาธารณะ
๔.๔ ด้านสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
ความสามารถในการสอ่ื สาร : การอ่าน
ความสามารถในการคดิ : การจำแนกประเภท
ความสามารถในการแก้ปัญหา : การนำความรู้ที่ได้รับไปประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิต
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ : ..............................................................
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : ..............................................................
๔.๕ ดา้ นจุดเนน้ การพฒั นาผเู้ รยี น
๔.๕.๑ ดา้ นความสามารถและทักษะตามระดบั ชนั้
ชั้น ม.๑-๓ : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะ
การคิดขนั้ สงู ทักษะชวี ติ ทกั ษะการส่ือสารอยา่ งสร้างสรรคต์ ามวัย
ชั้น ม.๔-๖ : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้
ใช้ภาษาตา่ งประเทศมที ักษะการคดิ ขั้นสงู ทกั ษะชวี ติ ทักษะการสอ่ื สารอยา่ งสร้างสรรคต์ ามชว่ งวัย
๔.๕.๒ ดา้ นคณุ ลกั ษณะตามช่วงวัย
ม.๑-๓ : เน้นอย่อู ย่างพอเพยี ง
ม.๔-๖ : เน้นมุ่งม่ันในการศึกษาและการทำงาน
๕. บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๑. หลักความพอประมาณ : ……(กจิ กรรม/วธิ กี ารสอน)………………….
๒. หลกั ความมเี หตุผล : วิเคราะห์และจำแนกอยา่ มีเหตผุ ล
๓. หลกั ภูมิคุ้มกัน : ……(กิจกรรม/วิธกี ารสอน)………………….
๔. เงื่อนไขความรู้ : หลกั การสรา้ งคำ
๕. เงื่อนไขคุณธรรม : ……(กจิ กรรม/วธิ กี ารสอน)………………….
๖. ชิ้นงาน/ ภาระงาน
๖.๑ -
๗. กิจกรรมการเรยี นการสอน
การสร้างคำในภาษาไทย เวลา ๑ ชวั่ โมง
การสอนโดยเนน้ กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด
ขนั้ ที่ ๑ กระตุน้ ความสนใจ ( ๒๐ นาที )
๑. ผู้เรียนแบง่ กลุม่ ตามแถวท่นี ั่ง เพื่อเล่นเกมต่อคำ โดยคำแรกผสู้ อนกำหนดให้แล้วผู้เรียนแต่
ละกลมุ่ นำคำท้ายของแต่ละคำมาเปน็ ตน้ คำของคำต่อไป ห้ามซ้ำกัน (คำทนี่ ำมาต่อเมื่ออา่ นแล้วจะต้อง
เปน็ คำทีม่ ีความหมาย) เชน่ กลุ่มที่ ๑ มือกาว
กลุ่มท่ี ๒ กาวใจ
กลมุ่ ที่ ๓ ใจดี
กลุ่มที่ ๔ ดีชัว่
ขั้นท่ี ๒ สังเกตขอ้ มูล ( ๑๐ นาที )
๒. ผู้เรียนสงั เกตคำที่ปรากฏในหนังสือเรยี นจากหน้าทค่ี รูกำหนดให้
ขน้ั ที่ ๓ จำแนกความแตกต่างและหาลกั ษณะร่วม ( ๑๕ นาที )
๓. ผู้เรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นว่าคำแตล่ ะคำในหนงั สือเรียนนนั้ ผูเ้ รยี นคดิ ว่าคำไหนมี
วธิ กี ารสรา้ งคำเหมอื นกัน หรือแตกตา่ งกัน โดยให้เหตุผลประกอบ
ขน้ั ท่ี ๔ สร้างความเข้าใจรว่ มกนั ( ๑๕ นาที )
๔. ผู้เรียนร่วมกันอภิปรายในหัวขอ้ “เพราะเหตุใด จงึ มีการสรา้ งคำในภาษาไทย”
(แนวคำตอบ : เพราะคำไทยแทท้ ่ีมีอยเู่ ดิมไม่พอใช้ จึงสร้างคำข้ึนมาเพ่ิม)
๕. ผู้เรยี นร่วมกันอภปิ รายร่วมกนั วา่ การสรา้ งคำในภาษาไทยมีก่ีประเภท อะไรบ้าง
(แนวคำตอบ : มี ๔ ประเภท ได้แก่ คำประสม คำซอ้ น คำซำ้ และคำพ้อง)
๘. กจิ กรรมการเรยี นการสอน (หอ้ งเรยี นออนไลน์)
๘.๑ ผู้เรียนเข้าเรียนออนไลน์ใน Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ห้องเรียนของครูฟ้าอำพร สิงห์ทอง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ โคลงโลกนิติ
เรอ่ื ง สรรค์สรา้ งคำไทย
๘.๒ ผู้เรียนแสดงความคิดเห็นว่าคำแต่ละคำในหนังสือเรียนนั้นผู้เรียนคิดว่าคำไหนมีวิธีการ
สร้างคำเหมอื นกนั หรือแตกต่างกนั โดยให้เหตุผลประกอบ
๘.๓ ผู้เรยี นอภปิ รายในหวั ขอ้ “เพราะเหตใุ ด จงึ มีการสรา้ งคำในภาษาไทย”
(แนวคำตอบ : เพราะคำไทยแท้ที่มีอยู่เดิมไม่พอใช้ จึงสรา้ งคำขึ้นมาเพิ่ม)
๘.๔ ผู้เรียนอภปิ รายร่วมกนั วา่ การสร้างคำในภาษาไทยมีกี่ประเภท อะไรบ้าง
(แนวคำตอบ : มี ๔ ประเภท ไดแ้ ก่ คำประสม คำซอ้ น คำซำ้ และคำพอ้ ง)
๙. สื่อ/ วสั ดอุ ุปกรณ/์ แหลง่ เรียนรู้
๙.๑ Google Classroom ในรายวิชา ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑
หอ้ งเรยี นของครูฟา้ อำพร สิงห์ทอง หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๓ โคลงโลกนิติ เรื่อง สรรค์สร้างคำไทย
๙.๒ หนังสอื เรยี นภาษาไทย : หลกั ภาษาไทย ม.๑
๑๐. การวัดผลและประเมลิ ผลการเรยี นรู้
วธิ ีวดั เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
K
๑. วัดจากการทดสอบหลงั เรยี น ๑. แบบทดสอบหลงั เรียน ๑. ทำได้ถกู ต้อง ๘๐% ขนึ้ ไป ถอื วา่
เรอ่ื ง สรรค์สร้างคำไทย ผา่ น
P
๑. วดั จากแบบบันทกึ การเข้าเรียน ๑. แบบบันทึกการเข้าเรียน ๑. ได้คะแนนในระดบั ๒ ขนึ้ ไป
และการใช้งานและ Google และการใช้งานและ Google
Classroom และความร่วมมอื Classroom
ในชน้ั เรยี น
A
๑. วัดการสังเกตความมวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ ๑. แบบประเมินคุณลักษณะ ๑. ได้คะแนนในระดับ ๓ ขนึ้ ไป
และมุ่งมน่ั ในการทำงาน อนั พงึ ประสงค์
ลงช่ือ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สงิ ห์ทอง)
ตำแหนง่ ครูผู้ชว่ ย
บนั ทกึ หลังการสอนแผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๓๓
ใช้สอนห้อง ๒, ๔, ๖ และ ๘ ใชเ้ วลา ๑ ชว่ั โมง
๑. ผลการเรียนรู้
ผ้เู รยี นท่ี ผ่าน ตัวชี้วัด
มีจำนวน .................................... คน คิดเป็นร้อยละ......................................
ผเู้ รยี นที่ ไม่ผ่าน ตวั ชวี้ ดั
มจี ำนวน .................................... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.......................................
• ด้านความรู้ (K)
๑. ผู้เรียนมคี วามรูค้ วามเขา้ ใจในการสร้างคำประสม คำซ้ำ คำซ้อน และคำพ้อง
ผู้เรยี นทั้งหมด.……..คน
ผเู้ รียนที่ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คดิ เป็นรอ้ ยละ..................
ผู้เรียนท่ี ไมผ่ า่ นเกณฑก์ ารประเมนิ : มีจำนวน ........ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ..................
• ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
๑. ผูเ้ รียนสามารถบอกหรืออธบิ ายคำในภาษาไทยได้ว่าเป็นคำชนิดใด
ผู้เรยี นท้ังหมด.……..คน
ผู้เรยี นท่ี ผา่ นเกณฑ์การประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คิดเป็นรอ้ ยละ..................
ผ้เู รียนท่ี ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน : มจี ำนวน ........ คน คิดเป็นรอ้ ยละ..................
• ด้านเจตคติ (A)
๑. ผเู้ รยี นมีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ รกั ษ์ความเปน็ ไทย และมุง่ มน่ั ในการทำงาน
ผู้เรียนทัง้ หมด.……..คน
ผูเ้ รียนท่ี ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คิดเปน็ ร้อยละ..................
ผเู้ รยี นท่ี ไมผ่ ่านเกณฑ์การประเมนิ : มจี ำนวน ........ คน คดิ เป็นรอ้ ยละ..................
๒. ปัญหา/ อุปสรรค
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
๓. วธิ ีการแกไ้ ขปญั หา
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
ลงชอ่ื ........................................................
(นางสาวฟา้ อำพร สิงห์ทอง)
ตำแหนง่ ครผู ้ชู ว่ ย
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถามในช้ันเรยี น
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน
ที่ ชื่อ-สกุล ความมีวนิ ัย ความมีน้ำใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรง รวม
ของผู้รับ ๔๓๒๑ เออื้ เฟอ้ื ความคดิ เห็น ความคดิ เห็น ตอ่ เวลา ๒๐
การประเมิน เสยี สละ คะแนน
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑
๔๓๒๑
ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................
เกณฑ์การประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถามในชนั้ เรยี น
หวั ข้อเกณฑก์ ารประเมิน คะแนน การปฏบิ ัติ
๑. ความมีวนิ ยั ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒. ความมนี ้ำใจเอื้อเฟ้ือ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
เสียสละ ๑ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
๓. การรบั ฟังความคดิ เหน็ ๔ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
๔. การแสดงความคิดเหน็ ๒ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
๑ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
๕. การตรงตอ่ เวลา ๔ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
๒ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
๑ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ
๓ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
๒ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
๑ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้
๔ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๓ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
๒ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
๑ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรับปรุง
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๓๔
รหัสวิชา ท๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ๑
ระดบั ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
หนว่ ยการเรยี นรู้เร่อื ง โคลงโลกนิติ เวลา ๑๗ ชัว่ โมง
หน่วยการเรียนรู้ย่อยท่ี ๗ เร่อื ง สรรคส์ ร้างคำประสม เวลา ๑ ชวั่ โมง
ช่อื ผู้สอน นางสาวฟ้าอำพร สงิ ห์ทอง ใช้สอนห้อง ๑, ๓, ๕, ๗ และ ๙
๑. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๔ หลักการใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ : เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษา
และพลังของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาติ
ตวั ช้วี ดั
ท ๔.๑ ม.๑/๒ สรา้ งคำในภาษาไทย
๒. สาระสำคญั
ภาษาไทยมีการสร้างคำใหม่ ๆ ขึ้นมาตลอดเวลา การสร้างคำนี้ทำให้มีคำประสม คำซ้อน
คำซำ้ และคำพอ้ งใช้ในการส่อื สารในชีวติ ประจำวนั เพ่มิ มากขึ้น
๓. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๓.๑ ผ้เู รียนมีความรคู้ วามเข้าใจในการสร้างคำประสม คำซำ้ คำซอ้ น และคำพอ้ ง
๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ ด้านความรู้ (K)
๔.๑.๑ ผู้เรียนมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจในการสรา้ งคำประสม คำซ้ำ คำซ้อน และคำพ้อง
๔.๒ ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
๔.๒.๑ ผู้เรยี นสามารถบอกหรืออธบิ ายคำในภาษาไทยไดว้ ่าเปน็ คำชนดิ ใด
๔.๓ ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซือ่ สตั ย์สจุ ริต
มุ่งมั่นในการทำงาน มีวินยั รกั ษ์ความเปน็ ไทย
ใฝ่เรยี นรู้ มจี ิตสาธารณะ
๔.๔ ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
ความสามารถในการสอื่ สาร : การอ่าน
ความสามารถในการคดิ : การจำแนกประเภท
ความสามารถในการแก้ปัญหา : การนำความร้ทู ่ไี ด้รับไปประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ : ..............................................................
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : ..............................................................
๔.๕ ดา้ นจดุ เนน้ การพฒั นาผู้เรียน
๔.๕.๑ ดา้ นความสามารถและทกั ษะตามระดบั ชัน้
ชั้น ม.๑-๓ : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะ
การคิดขนั้ สูง ทกั ษะชวี ติ ทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรคต์ ามวยั
ชั้น ม.๔-๖ : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้
ใชภ้ าษาตา่ งประเทศมที กั ษะการคดิ ขนั้ สงู ทักษะชีวติ ทกั ษะการสอื่ สารอยา่ งสรา้ งสรรคต์ ามชว่ งวัย
๔.๕.๒ ดา้ นคณุ ลกั ษณะตามชว่ งวัย
ม.๑-๓ : เนน้ อยู่อย่างพอเพยี ง
ม.๔-๖ : เนน้ มุง่ ม่ันในการศกึ ษาและการทำงาน
๕. บรู ณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๑. หลักความพอประมาณ : ……(กจิ กรรม/วธิ กี ารสอน)………………….
๒. หลักความมีเหตุผล : วเิ คราะห์และจำแนกอย่ามีเหตผุ ล
๓. หลักภูมคิ มุ้ กัน : ……(กิจกรรม/วิธกี ารสอน)………………….
๔. เงอื่ นไขความรู้ : หลกั การสรา้ งคำ
๕. เงือ่ นไขคุณธรรม : ……(กจิ กรรม/วธิ กี ารสอน)………………….
๖. ชิน้ งาน/ ภาระงาน
๖.๑ สรุปความรู้ลงสมดุ
๗. กิจกรรมการเรยี นการสอน
การสร้างคำในภาษาไทย เวลา ๑ ชั่วโมง
การสอนโดยวธิ ีสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Method : ๕E)
ขั้นที่ ๑ สงั เกต ( ๑๐ นาที )
๑. ผู้เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น โดยใหผ้ เู้ รียนสงั เกต แยกคำ และวเิ คราะห์ความหมาย
ของคำจากบตั รคำ ซง่ึ มคี ำวา่ ม้านำ้ รถไฟ มอื ถอื กันชน เปรีย้ วปาก และพัดลม และเมื่อแยกคำ
แล้วมคี วามหมายเหมอื นคำเดมิ หรือไม่