The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับพ.ศ. 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ganogwanwork1, 2022-09-24 13:47:18

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับพ.ศ. 2565

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับพ.ศ. 2565

351

คาอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน

ชื่อวิชา ภาษาองั กฤษ 3 รหัสวิชา อ13101

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาองั กฤษ) ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 3

เวลา 1 ช่ัวโมง/สัปดาห์ รวม 40 ชวั่ โมง/ปกี ารศกึ ษา

ปฏิบัติตามคาสั่งและคาขอร้องท่ีฟังหรืออ่าน อ่านออกเสียงคา สะกดคา อ่านกลุ่มคา ประโยคและบท
พูด เข้าจังหวะง่าย ๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน เลือก ระบุภาพหรือสัญลักษณ์ตรงความหมายของ กลุ่มคาและ
ประโยคท่ีฟัง ตอบคาถามจากการฟังหรืออ่านประโยค บทสนทนา หรือนิทานง่าย ๆ พูดโต้ตอบด้วยคาสั้น ๆ
ง่าย ๆ ในการส่ือสารระหว่างบุคคลตามแบบที่ฟัง ใช้คาส่ังและคาขอร้องง่าย ๆ ตามแบบที่ฟัง บอกความ
ต้องการง่าย ๆ ของตนเองตามแบบท่ีฟัง พูดขอและให้ข้อมูลง่าย ๆ เกี่ยวกับตนเองและเพ่ือนตามแบบที่ฟัง
บอกความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับส่ิงต่าง ๆ ใกล้ตัวและกิจกรรมต่าง ๆ ตามแบบที่ฟัง พูดให้ข้อมูลเก่ียวกับ
ตนเองและเร่ืองใกล้ตัว จัดหมวดหมู่ทาตามประเภทของบุคคล สัตว์ และสิ่งของตามท่ีฟังหรืออ่าน พูดและ
ทาท่าประกอบตามมารยาทสังคม วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา บอกชื่อและคาศัพท์ง่าย ๆ เก่ียวกับเทศกาลวัน
สาคัญ งานฉลองและชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา อ่านออกเสียงคาเกี่ยวกับสีของธงประจาชาติ อาหาร
และเคร่ืองดื่มของประเทศสมาชิกอาเซียน เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับวัย ระบุ
ตัวอักษรและเสียงตัวอักษรของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย บอกคาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการ
เรียนรู้อื่น ฟัง พูดในสถานการณ์ง่าย ๆ ท่ีเกิดข้ึนในห้องเรียน ใช้ภาษาต่างประเทศเพื่อรวบรวมคาศัพท์ที่
เก่ียวข้องใกล้ตัว โดยใช้กระบวนการฟัง ดู พูด อ่าน และเขียน การปฏิบัติ ระบุ เลือก บอก และการรวบรวม

เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ นาไปใช้ประโยชน์ในการเรียนที่สูงขึ้น และในชีวิตประจาวัน มี
คุณลกั ษณะท่ีใฝเ่ รยี นรู้ มงุ่ ม่นั ในการทางาน ซ่ือสัตย์ มีวนิ ยั และมจี ิตสาธารณะ

รหัสตัวชี้วัด
ต 1.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4
ต 1.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5
ต 1.3 ป.3/1, ป.3/2
ต 2.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3
ต 2.2 ป.3/1
ต 3.1 ป.3/1
ต 4.1 ป.3/1
ต 4.2 ป.3/1

รวมทั้งหมด 18 ตัวชว้ี ัด

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านหนองโสน ฉบับพทุ ธศักราช 2565 งานพัฒนาหลกั สูตร ฝา่ ยบริหารวิชาการ

352

คาอธิบายรายวิชาเพมิ่ เติม

ช่อื วิชา ภาษาองั กฤษเพ่ือการส่ือสาร 3 รหัสวชิ า อ13201

กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 3

เวลา 4 ชั่วโมง/สัปดาห์ รวม 160 ชว่ั โมง/ปีการศกึ ษา

อ่านออกเสียงคาและประโยคง่ายๆ ที่เก่ียวกับเรื่องใกล้ตวั บอกความหมายของคา ตอบคาถามจากการ
ฟังหรืออ่านได้ สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารระหว่างบุคคลได้เหมาะสมตามวัยใช้ภาษาในการพูดและ
ทาท่าประกอบตามมารยาทสังคม วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ใช้บทสนทนาการทักทายได้ถูกต้องตามเวลา
และถูกกาลเทศะ แนะนาตนเองได้ ให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเอง บอกลักษณะของบุคคลรอบตัว พูดประโยคบอก
ความชอบ ไม่ชอบ บอกความต้องการของตนเองเก่ียวกับเรื่องกีฬา งานอดิเรก บอกสถานท่ีต่าง ๆ รอบตัวและ
ตาแหน่งของสถานที่ต่าง ๆ โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ เพื่อการสื่อสาร ฝึกการใช้ภาษา เพื่อให้มีความรู้ เข้าใจ
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา มีทักษะทางภาษา เห็นประโยชน์ในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและนาไปใช้ใน
ชีวิตประจาวันได้อยา่ งเหมาะสม

ผลการเรยี นรู้

1. อา่ นออกเสยี งคาและประโยคง่าย ๆ ท่ีเกยี่ วกบั เรอ่ื งใกลต้ วั

2. บอกความหมายของคาและตอบคาถามจากการฟงั หรืออ่านได้

3. ใช้ภาษาอังกฤษในการส่ือสาร สนทนา ทักทาย และแนะนาตนเอง และใช้ภาษาท่าทาง
ประกอบการพูดไดเ้ หมาะสม

4. ให้ขอ้ มลู เกีย่ วกบั ตนเอง และอธบิ ายเกีย่ วกบั ส่ิงตา่ ง ๆ ใกลต้ วั โดยใชภ้ าษาองั กฤษ อยา่ งงา่ ยได้

5. ใชภ้ าษาอังกฤษไดต้ ามมารยาททางสงั คมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา

รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู้

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบบั พุทธศักราช 2565 งานพฒั นาหลกั สตู ร ฝา่ ยบรหิ ารวิชาการ

353

ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับพทุ ธศักราช 2565 งานพัฒนาหลกั สตู ร ฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ

354

คาอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน

ชื่อวิชา ภาษาอังกฤษ 4 รหสั วิชา อ14101

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาองั กฤษ) ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 3

เวลา 2 ช่ัวโมง/สัปดาห์ รวม 80 ชว่ั โมง/ปีการศึกษา

เข้าใจคาส่ัง คาขอร้องและคาแนะนาง่ายๆท่ีฟังหรืออ่าน สะกดคา อ่านออกเสียงคา กลุ่มคา ประโยค

ข้อความง่าย ๆ และบทพดู เข้าจังหวะถกู ตอ้ งตามหลกั การอ่าน เลือก/ระบภุ าพ หรอื สัญลักษณ์ หรอื เครอ่ื งหมาย
ตรงตามความหมายของประโยค และข้อความสั้น ๆ ที่ฟังหรืออ่าน ตอบคาถามจากเร่ืองท่ีฟัง บทสนทนา และ
นิทานง่าย ๆ อ่านออกเสียงคาเก่ียวกับสีของธงประจาชาติ อาหารและเคร่ืองดื่มของประเทศสมาชิก
อาเซียน เข้าใจความแตกต่างของเสียง ตัวอักษร คา กลุ่มคา ประโยค และข้อความของภาษาอังกฤษและ
ภาษาไทย เข้าใจเทศกาล/วันสาคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ง่ายๆของเจ้าของภาษา ความเหมือนและ
ความแตกต่างระหว่างเทศกาล และงานฉลองตามวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษากับของไทย และเข้าร่วมกิจกรรม
ทางภาษาและวัฒนธรรมท่ีเหมาะกับวัย สนทนาทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ พูดแทรกอย่างสุภาพ
แนะนาตนเอง เพ่ือน พร้อมตอบรับ ใช้คาส่ัง คาขอร้อง และคาอนุญาตง่าย ๆ โดยทา ท่าทางประกอบอย่าง
สุภาพตามมารยาทสังคม และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา พูด/เขียนเพื่อแสดงความคิดเห็นง่าย ๆ แสดงความ
ต้องการของตนเอง และขอความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่าง ๆ รวมทั้งให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเอง เพื่อนและ
ครอบครวั เพ่ือแสดงความร้สู ึกของตนเอง เก่ียวกบั เรื่องใกล้ตวั และกจิ กรรมตา่ ง ๆ ระบ/ุ เชือ่ มโยงความสัมพันธ์
ของภาพกับคา หรอื กลมุ่ คา โดยใช้ภาพ แผนภมู ิ แผนภาพและแผนผัง

โดยใช้กระบวนการสอนภาษา กระบวนการกล่มุ และกระบวนการคิด ในการฝกึ ออกเสียง ฟัง พูด อา่ น
และเขียน เพ่ือให้นักเรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษา
และวฒั นธรรม รวมถงึ การรวบรวมความรูแ้ ละแสวงหาความเพลิดเพลนิ จากภาษาองั กฤษ

รหสั ตวั ช้ีวดั งานพัฒนาหลักสตู ร ฝา่ ยบริหารวิชาการ
ต. 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4
ต. 1.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5
ต. 1.3 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3
ต. 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3
ต. 2.2 ป.4/1, ป.4/2
ต. 3.1 ป.4/1
ต. 4.1 ป.4/1
ต. 4.2 ป.4/1

รวมทั้งหมด 20 ตวั ชี้วดั

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านหนองโสน ฉบับพทุ ธศักราช 2565

355

คาอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เติม

ช่ือวิชา ภาษาองั กฤษเพื่อการสือ่ สาร 4 รหสั วิชา อ14201

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาองั กฤษ) ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4

เวลา 1 ช่ัวโมง/สัปดาห์ รวม 40 ช่วั โมง/ปกี ารศกึ ษา

เข้าใจคาส่ัง คาขอรอ้ ง คาแนะนาเรื่องราว บทสนทนา นิทาน สามารถถ่ายโอนเป็นภาพหรือสัญลักษณ์
อ่านออกเสียงคา กลุ่มคา ประโยค ข้อความ บทอ่านได้ถูกต้องตามหลักการออกเสียงและใช้ถ้อยคา น้าเสียงได้
เหมาะสม ใชภ้ าษาอังกฤษในการส่ือสารระหว่างบุคคลใชค้ าส่ัง คาขอรอ้ ง และให้คาแนะนาแสดงความต้องการ
แสดงความรู้สึก แสดงความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธ ในสถานการณ์ง่าย ๆ พูดและเขียนเพื่อขอและให้
ข้อมูลเก่ียวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกล้ตัวซ่ึงอยู่ในท้องถิ่นของตน โดยใช้กระบวนการเรียนรู้เพื่อ
การสื่อสาร ฝึกการใช้ภาษาเพ่ือให้มีความรคู้ วามเข้าใจวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เห็นประโยชนใ์ นการเรียนรู้
ภาษาอังกฤษและนาไปใช้ในชวี ิตประจาวนั ได้อยา่ งเหมาะสม

ผลการเรียนรู้

1. ปฏิบตั ติ ามคาส่ัง คาขอรอ้ ง และคาแนะนางา่ ย ๆ ตามท่ีฟังและอ่านได้ถูกตอ้ ง

2. เข้าใจเรื่องราว บทสนทนา นิทาน สามารถถา่ ยโอนเปน็ ภาพหรือสัญลักษณไ์ ด้

3. พูด/อ่านออกเสยี งคา วลี ประโยค ข้อความส้นั ๆ บทสนทนาไตถ้ กู ตอ้ งตามหลักการออกเสียง

4. ใชภ้ าษาอังกฤษในการส่อื สารระหว่างบคุ คลให้คาแนะนาแสดงความร้สู ึก ตอบรับและปฏิเสธ ใน

สถานการณง์ า่ ย ๆ ขอและใหข้ อ้ มูลเกี่ยวกบั ตนเอง และเรอ่ื งใกลต้ วั

5. ใช้ภาษาอังกฤษไดต้ ามมารยาททางสังคมและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา

รวมทงั้ หมด 5 ผลการเรยี นรู้

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับพุทธศักราช 2565 งานพัฒนาหลกั สตู ร ฝ่ายบรหิ ารวชิ าการ

356

ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับพทุ ธศักราช 2565 งานพัฒนาหลกั สตู ร ฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ

357

คาอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน

ช่อื วิชา ภาษาอังกฤษ 5 รหสั วชิ า อ15101

กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 5

เวลา 2 ช่ัวโมง/สัปดาห์ รวม 80 ชั่วโมง/ปกี ารศกึ ษา

เข้าใจคาสั่ง คาขอร้อง และคาแนะนาง่าย ๆ ที่ฟังหรืออ่าน อ่านออกเสียงประโยค ข้อความ และบท

กลอนส้ัน ๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน ระบุ/วาดภาพ สัญลักษณ์ หรือเคร่ืองหมายตรงตามความหมายของ

ประโยค และข้อความสั้น ๆ ที่ฟังหรืออ่าน ภาษาบอกใจความสาคัญ และตอบคาถามจากเร่ืองที่ฟัง บท

สนทนา และนิทานง่าย ๆ หรือเรื่องส้ัน ๆ เก่ียวกับประเทศสมาชิกอาเซียน พูด/เขียนโต้ตอบในการส่ือสาร

ระหว่างบุคคล ใช้คาส่ัง คาขอร้อง คาขออนุญาต และให้คาแนะนาง่าย ๆ พูด/เขียนแสดงความต้องการ ขอ

ความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ง่าย ๆ พูด/เขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล

เกี่ยวกับตนเอง เพ่ือน ครอบครัว และเรื่องใกล้ตัว พูด/เขียนแสดงความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับเรื่องใกล้

ตวั กจิ กรรมต่าง ๆ พรอ้ มทงั้ ให้เหตผุ ลสัน้ ๆ ประกอบเขียนภาพ แผนผงั และแผนภมู ิ แสดงข้อมูลตา่ ง ๆ ตามท่ี

ฟังหรืออ่าน ใช้ถ้อยคา น้าเสียง และกิริยาท่าทางอย่างสุภาพตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของ

ภาษา ตอบคาถาม/บอกความสาคัญของเทศกาล/วันสาคัญ/งานฉลอง/ชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษาและ

ประเทศสมาชิกอาเซียนและเขา้ ร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ บอกความเหมือน/ความ

แตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่าง ๆ การใช้เคร่ืองหมาย วรรคตอน การลาดับคาตามโครงสร้าง

ประโยคของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย บอกความเหมอื น/ความแตกต่างระหว่างเทศกาล งานฉลอง และ

ประเพณีของเจ้าของภาษา ค้นคว้า รวบรวมคาศัพท์ท่ีเกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน และนาเสนอด้วย

การพดู และการเขียน ใช้ภาษาในการสื่อสารในสถานการณ์ต่าง ๆ ท่ีเกิดขึน้ ในห้องเรียนและสถานศกึ ษา และใช้

ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น รวบรวมข้อมูลโดยใช้กระบวนการสอนภาษา กระบวนการกลุ่ม และ

กระบวนการคิด ในการฝึกออกเสียง ฟัง พูด อ่าน และเขียนเพ่ือให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถ

สอื่ สารสิ่งทเ่ี รยี นรู้ สนใจเขา้ ร่วมกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรม รวมถงึ การรวบรวมความรูแ้ ละแสวงหาความ

เพลิดเพลนิ จากภาษาองั กฤษ

รหัสตวั ชี้วัด

ต 1.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4

ต 1.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5

ต 1.3 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3

ต 2.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3

ต 2.2 ป.5/1, ป.5/2

ต 3.1 ป.5/1

ต 4.1 ป.5/1

ต 4.2 ป.5/1

รวมทั้งหมด 20 ตัวช้ีวดั

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านหนองโสน ฉบับพทุ ธศักราช 2565 งานพัฒนาหลกั สตู ร ฝา่ ยบริหารวิชาการ

358

คาอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม

ชอื่ วิชา ภาษาอังกฤษเพ่ือการส่อื สาร 5 รหสั วชิ า อ15201

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาองั กฤษ) ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5

เวลา 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ รวม 40 ชัว่ โมง/ปกี ารศกึ ษา

เข้าใจคาส่ัง คาขอร้อง คาแนะนา เข้าใจความหมายของคา กลุ่มคา และประโยค รูปประโยคและ

โครงสร้างประโยค โดยสามารถตอบคาถามจากการฟังหรืออ่านข้อความ บทสนทนา เร่ืองสั้น เร่ืองเล่า นิทาน

บทกลอนสั้น ๆ อ่านออกเสียงคา กลุ่มคา ประโยค ข้อความ บทอ่านได้ถูกต้องตามหลักการออกเสียง และการ

ใช้ถ้อยคา น้าเสียง การพูดและเขียนโต้ตอบในการส่ือสารระหว่างบุคคล ใช้คาสั่ง คาขอร้อง และให้คาแนะนา

แสดงความต้องการ แสดงความรู้สึก ขอความช่วยเหลือ ตอบรับ และปฏิเสธ ในสถานการณ์ง่าย ๆ พูดและ

เขียน เพื่อขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเร่ืองใกล้ตัวซึ่งอยู่ในท้องถิ่น ของตน โดยใช้

กระบวนการเรียนรู้ เพ่ือการสอื่ สาร ฝึกการใช้ภาษา เพ่ือใหม้ ีความรู้ เขา้ ใจวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา มีทกั ษะ

ทางภาษา เหน็ ประโยชน์ในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ได้อย่างเหมาะสม

ผลการเรียนรู้

1. ปฏิบตั ิตามคาส่งั คาขอรอ้ ง และคาแนะนาง่าย ๆ ตามทฟี่ ังและอา่ นไดถ้ ูกตอ้ ง

2. พูด/อ่านออกเสยี งคา วลี ประโยค ข้อความสนั้ ๆ บทสนทนา บทอา่ น ได้ถกู ตอ้ งตามหลกั การอ่าน

ออกเสยี ง

3. ใชป้ ระโยคภาษาองั กฤษในการสอื่ สารระหว่างบคุ คล และแลกเปลย่ี นขอ้ มลู ต่างๆ ได้ ถกู ตอ้ ง

4. ตอบคาถามจากการฟังหรืออา่ นข้อความ บทสนทนา เรื่องสั้น เร่อื งเลา่ นทิ าน บทกลอนส้นั ๆ ได้

ถูกตอ้ ง

5. ใชภ้ าษาอังกฤษไดต้ ามมารยาททางสงั คมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา

รวมทั้งหมด 5 ผลการเรยี นรู้

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับพทุ ธศักราช 2565 งานพฒั นาหลกั สตู ร ฝ่ายบริหารวิชาการ

359

ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับพทุ ธศักราช 2565 งานพัฒนาหลกั สตู ร ฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ

360

คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน

ชอ่ื วิชา ภาษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ16101

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาองั กฤษ) ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6

เวลา 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ รวม 80 ชัว่ โมง/ปกี ารศกึ ษา

อ่านออกเสียงประโยคข้อความและบทกลอนสั้น ๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน บอกความเหมือน ความ

แตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนดิ ต่าง ๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและการลาดับคาตามโครงสร้าง

ประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย เลือก ระบปุ ระโยคหรอื ข้อความสนั้ ๆ ตรงตามภาพสญั ลกั ษณห์ รือ

เครอื่ งหมายที่อ่าน บอกใจความสาคญั ของเรื่องท่ีอา่ น นิทาน บทสนทนาและเร่อื งเล่าพรอ้ มตอบคาถามจากเรื่อง

ท่ีฟังหรืออ่าน พูด เขียน โต้ตอบเพ่ือขอและให้ข้อมูลแสดงความรู้สึก และความต้องการขอความช่วยเหลือ ตอบ

รับปฏิเสธ การให้ความช่วยเหลือในการขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกล้ตัว

และส่ิงแวดลอ้ ม พูด เขียนเกย่ี วกบั กิจกรรมต่าง ๆ และสถานทที่ อ่ งเท่ยี วในประเทศสมาชกิ อาเซียน พรอ้ มทั้งให้

เหตุผลสั้น ๆ ประกอบ เขียนภาพแผนผัง แผนภูมิและตามรางแสดงข้อมูลต่าง ๆ ตามท่ีฟังหรืออ่าน แสดงความ

คิดเหน็ เกี่ยวกบั เรือ่ งต่าง ๆ ใกลต้ ัว เปรยี บเทียบความเหมือน ความตา่ งระหว่างเทศกาล งานฉลอง และประเพณี

เจ้าของภาษากับของไทย ใช้ถ้อยคาน้าเสียงและกิริยาท่าทางตามมารยาท สังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของ

ภาษาค้นคว้ารวบรวมคาศัพท์ท่เี กยี่ วขอ้ งกับกลุม่ สาระการเรียนรู้อนื่ ๆ จากแหลง่ เรียนร้แู ละนาเสนอด้วยการพูด

และเขยี น ใช้ภาษาต่างประเทศสื่อสารสืบค้น และรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ในสถานการณ์ทีเ่ กดิ ข้ึนในห้องเรียนและ

สถานศึกษา เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการฟัง ดู พูด อ่าน และ

เขียน การปฏิบัติ การจัดลาดับ การแสดงความคิดเห็น ค้นคว้า รวบรวม และการเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อให้เกิด

ความร้คู วามเข้าใจ นาไปใช้ประโยชน์ในการเรียนทสี่ งู ขึน้ และในชวี ติ ประจาวัน มคี ุณลกั ษณะทใ่ี ฝเ่ รียนรู้ มุง่ มนั่

ในการทางาน ซอ่ื สตั ย์ มวี นิ ัย และมจี ติ สาธารณะ

รหัสตัวช้ีวดั
ต 1.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4
ต 1.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5
ต 1.3 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3
ต 2.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3
ต 2.2 ป.6/1, ป.6/2
ต 3.1 ป.6/1
ต 4.1 ป.6/1
ต 4.2 ป.6/1

รวมทั้งหมด 20 ตวั ชว้ี ดั

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบบั พทุ ธศักราช 2565 งานพฒั นาหลกั สูตร ฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ

361

คาอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม

ชือ่ วิชา ภาษาองั กฤษเพ่ือการส่อื สาร 6 รหัสวชิ า อ16201

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 6

เวลา 1 ช่ัวโมง/สัปดาห์ รวม 40 ชวั่ โมง/ปกี ารศกึ ษา

เข้าใจคาสั่ง คาขอร้อง รูปประโยคและโครงสร้างประโยค คา กลุ่มคา และประโยค วิเคราะห์และสรปุ

เร่อื งราว บทอา่ น บทสนทนา เร่อื งส้นั เรื่องเลา่ นิทาน บทกลอนสนั้ ๆ สานวนท่ใี ช้ในเทศกาล การพดู และเขียน

โต้ตอบในการสื่อสารระหว่างบุคคล ใช้คาสั่ง คาขอร้อง และให้คาแนะนา แสดงความต้องการ แสดงความรู้สึก

ขอความช่วยเหลือ ตอบรับ และปฏิเสธ ในสถานการณ์ต่าง ๆ ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพ่ือนครอบครัว

และเรื่องใกล้ตัวซึ่งอยู่ในท้องถิ่นของตน โดยใช้กระบวนการเรียนรู้เพื่อการส่ือสาร ฝึกการใช้ภาษาเพื่อให้มี

ความรู้ เข้าใจวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา มีทักษะทางภาษา เห็นประโยชน์ในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและ

นาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวันไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

ผลการเรยี นรู้
1. วเิ คราะหเ์ ร่ืองและสรปุ ความเรื่องท่ฟี งั และอา่ นได้
2. ใช้ประโยคคาสง่ั คาขอรอ้ ง การขออนุญาต ประโยคบอกเลา่ ประโยคคาถาม ประโยคปฏเิ สธ ตาม
โครงสร้างประโยคได้
3. ใชภ้ าษาองั กฤษในการขอและให้ข้อมูลเก่ียวกบั ตนเอง เพ่ือน ครอบครัว และเรอ่ื งใกล้ ตัวซง่ึ อยู่ใน
ท้องถ่นิ ของตนได้
4. ใช้ภาษาอังกฤษในการพดู และเขียนโต้ตอบและส่ือสารตามสถานการณ์ตา่ ง ๆ ได้อยา่ ง เหมาะสม
5. ใชภ้ าษาได้ตามมารยาททางสงั คมและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา

รวมท้งั หมด 5 ผลการเรียนรู้

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบบั พทุ ธศักราช 2565 งานพฒั นาหลกั สตู ร ฝ่ายบรหิ ารวิชาการ

362

รายวชิ าพืน้ ฐานและเพิ่มเตมิ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ

ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้

รายวชิ าพ้ืนฐาน

ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 จานวน 1.5 หนว่ ยกิต 60 ชั่วโมง/ภาคเรยี น
อ21101 ภาษาองั กฤษ 1 ภาคเรียนที่ 2 จานวน 1.5 หน่วยกิต 60 ชัว่ โมง/ภาคเรียน
อ21102 ภาษาองั กฤษ 2
ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 1 จานวน 1.5 หน่วยกติ 60 ชั่วโมง/ภาคเรยี น
อ22101 ภาษาองั กฤษ 3 ภาคเรียนท่ี 2 จานวน 1.5 หนว่ ยกิต 60 ช่วั โมง/ภาคเรยี น
อ22102 ภาษาองั กฤษ 4
ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรียนที่ 1 จานวน 1.5 หน่วยกติ 60 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น
อ23101 ภาษาองั กฤษ 5 ภาคเรียนที่ 2 จานวน 1.5 หน่วยกิต 60 ชว่ั โมง/ภาคเรียน
อ23102 ภาษาองั กฤษ 6
รายวชิ าเพ่มิ เติม - --
-
--

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับพทุ ธศักราช 2565 งานพฒั นาหลักสูตร ฝ่ายบริหารวิชาการ

363

ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 1

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับพทุ ธศักราช 2565 งานพัฒนาหลกั สตู ร ฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ

364

คาอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน

ชือ่ วิชา ภาษาองั กฤษ 1 รหสั วชิ า อ21101

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1

เวลา 3 ชวั่ โมง/สัปดาห์ จานวน 1.5 หน่วยกิต รวม 60 ช่ัวโมง/ภาคเรียน

ปฏิบัติตามคาส่ัง คาขอร้อง คาแนะนา คาช้ีแจง อ่านออกเสียงข้อความ ประโยค นิทาน บทร้อยกรอง

สั้นๆถูกต้องตามหลักการอ่าน เลือกหรือระบุสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง สนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลเก่ียวกับตนเอง

กิจกรรมและสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจาวัน พูดและเขียนแสดงความตอ้ งการขอความชว่ ยเหลือและตอบ

รับการปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่าง ๆ พูดและเขียนบรรยายเก่ียวกับตนเอง กิจวัตร

ประจาวัน ประสบการณ์ ส่ิงแวดล้อม ใช้ภาษาน้าเสียง ท่าทางตามมารยาทสังคม และวัฒนธรรมของเจ้าของ

ภาษา บอกความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่าง ๆ การใช้เคร่ืองหมายวรรค

ตอน การลาดับโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริงหรือ

จาลองที่เกิดข้ึนในห้องเรียนและสถานศึกษา โดยใช้กระบวนการ ปฏิบัติ ฟัง พูด อ่าน เขียน ใช้ภาษา บรรยาย

แลกเปล่ียนความรู้ เพื่อให้เกิด ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต มุ่งมั่นในการ

ทางาน มจี ิตสาธารณะ ใฝเ่ รยี นรู้ มีความรู้ ความเขา้ ใจ และตระหนกั ในการเป็นประชาคมอาเซียนมากย่งิ ข้นึ

รหัสตวั ช้ีวดั
ต 1.1 ม.1/3, ม.1/4
ต 1.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/4, ม.1/5
ต 1.3 ม.1/1
ต 2.1 ม.1/1, ม.1/3
ต 2.2 ม.1/1, ม.1/2
ต 3.1 ม.1/1
ต 4.1 ม.1/1
ต 4.2 ม.1/1

รวมทัง้ หมด 14 ตวั ชวี้ ดั

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านหนองโสน ฉบบั พทุ ธศักราช 2565 งานพัฒนาหลกั สูตร ฝา่ ยบริหารวิชาการ

365

คาอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน

ชอ่ื วิชา ภาษาองั กฤษ 2 รหสั วชิ า อ211012

กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาองั กฤษ) ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2

เวลา 3 ช่ัวโมง/สัปดาห์ จานวน 1.5 หน่วยกิต รวม 60 ชั่วโมง/ภาคเรยี น

ศึกษาวเิ คราะห์ บทสนทนา นิทาน เร่อื งสั้น ขอ้ มูล แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั เรอื่ งท่ฟี ังหรืออา่ น แสดง

ความรู้สึก แสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกับเร่ืองต่าง ๆ หรอื กจิ กรรมตา่ ง ๆ ทีอ่ ยใู่ กลต้ ัว วเิ คราะหเ์ ร่ืองหรือเหตุการณ์

ที่อยู่ในความสนใจของสังคม เทศกาลวันสาคัญ ประเพณีของเจ้าของภาษา วัฒนธรรม ความเหมือนและความ

แตกต่างระหว่างเทศกาล งานฉลอง วนั สาคญั และชวี ิตความเปน็ อยู่ของเจ้าของภาษากบั ของไทย รวบรวม สรุป

ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระอ่ืนจากแหล่งเรียนรู้ สืบค้นข้อมูลต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและ

ประกอบอาชีพ โดยใช้กระบานการ ฟัง พูด อ่าน เขียน ใช้ภาษา ค้นคว้า บรรยาย เปรียบเทียบ วิเคราะห์ เข้า

ร่วมกิจกรรมเพื่อให้เกิด ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต มุ่งม่ันในการทางาน มี

จติ สาธารณะ ใฝเ่ รียนรู้ มคี วามรู้ ความเข้าใจ และตระหนักในการเป็นประชาคมอาเซียนมากยงิ่ ข้ึน

รหสั ตวั ช้ีวดั
ต 1.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/4
ต 1.2 ม.1/1, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5
ต 1.3 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
ต 2.1 ม.1/2, ม.1/3
ต 2.2 ม.1/1, ม.1/2
ต 3.1 ม.1/1
ต 4.1 ม.1/1

รวมท้ังหมด 16 ตัวชีว้ ดั

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับพทุ ธศักราช 2565 งานพัฒนาหลกั สูตร ฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ

366

ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 2

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับพทุ ธศักราช 2565 งานพัฒนาหลกั สตู ร ฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ

367

คาอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน

ชอื่ วิชา ภาษาองั กฤษ 3 รหัสวิชา อ221011

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1

เวลา 3 ช่วั โมง/สัปดาห์ จานวน 1.5 หน่วยกติ รวม 60 ชั่วโมง/ภาคเรยี น

ศึกษา คาขอร้อง คาแนะนา คาช้ีแจง อ่านออกเสียงข้อความ ข่าว ประกาศ สนทนาแลกเปล่ียนข้อมลู

เกยี่ วกบั ตนเอง และสถานการณ์ในชีวิตประจาวนั พดู และเขยี น แสดงความรูส้ กึ และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับ

กิจกรรม และประสบการณ์ใกล้ตัว การแสดงตามมารยาททางสังคม และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เข้าร่วม

และจัดกิจกรรมทางภาษา ค้นคว้า รวบรวมสรุป ข้อมูลและข้อเท็จจริง สามารถส่ือสารในสถานการณ์จริง และ

จาลองได้โดยใช้กระบวนการ การเรยี นภาษา ฟงั พูด อ่าน เขยี น และการสอ่ื สารเพื่อให้นักเรียนใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ ม่ัน

ในการทางาน มีจิตสาธารณะ มีวินัย ความสามารถในการสื่อสาร การใช้ทักษะชีวิต การคิด และการใช้

เทคโนโลยี มีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนกั ในการเปน็ ประชาคมอาเซียนมากย่ิงขึ้น

รหัสตวั ช้วี ดั
ต 1.1 ม.2/1, ม. 2/2, ม.2/3, ม.2/4
ต 1.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/4
ต 1.3 ม.2/1, ม.2/4
ต 2.1 ม.2/1
ต 2.2 ม.2/1, ม.2/2
ต 3.1 ม.2/1
ต 4.1 ม.2/1
ต 4.2 ม.2/2

รวมทงั้ หมด 15 ตวั ชว้ี ัด

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับพุทธศักราช 2565 งานพัฒนาหลักสตู ร ฝ่ายบริหารวชิ าการ

368

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

ช่อื วิชา ภาษาองั กฤษ 4 รหสั วิชา อ221012

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาองั กฤษ) ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ 2

เวลา 3 ช่ัวโมง/สัปดาห์ จานวน 1.5 หน่วยกติ รวม 60 ชวั่ โมง/ภาคเรยี น

ศึกษา น้าเสียง ท่าทาง ภาษาในการส่ือสาร ข้อมูล คาขอร้อง คาแนะนา ข่าว บทความ บทอ่าน

คาอธิบาย เคร่ืองหมาย กราฟ แผนภูมิ แผนผัง ตารางที่ใช้การเปรียบเทียบ คาศัพท์โรงเรียน อาหาร เคร่ืองดื่ม

สุขภาพ และสภาพอากาศ เร่ืองส้ันเก่ียวกับประสบการณ์ตนเอง ประวัติความสาคัญของประเพณีต่าง ๆ ส่ือ

ส่ิงพมิ พท์ ้งั ทเี่ ปน็ ความเรยี งและไม่เป็นความเรียง รวมท้ังวฒั นธรรมไทย และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา โดยใช้

กระบวนการ การเรยี นภาษา ฟงั พดู อ่าน เขยี น กระบวนการปฏิบตั ิ การเผยแพร่ และ กระบวนการสร้างเสริม

คณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ เพ่ือใหเ้ กดิ ทศั นคติท่ดี ีต่อการเรยี นภาษา ทาให้เกดิ การพฒั นาความสามารถในการคิด

การส่ือสาร ใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่ันการทางาน มีจิตสาธารณะในการแสวงหาความรู้เพ่ิมเติมเพ่ือเป็นพื้นฐานการเรียน

ภาษาตลอดจน มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ และตระหนักในการเป็นประชาคมอาเซยี นมากยงิ่ ขึ้น

รหัสตัวชี้วดั
ต 1.1 ม.2/2, ม.2/4
ต 1.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5
ต 1.3 ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4
ต 2.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3
ต 2.2 ม.2/1, ม.2/2
ต 3.1 ม.2/1
ต 4.1 ม.2/1
ต 4.2 ม.2/1

รวมทั้งหมด 18 ตวั ชี้วดั

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านหนองโสน ฉบบั พุทธศักราช 2565 งานพฒั นาหลักสตู ร ฝ่ายบรหิ ารวิชาการ

369

ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับพทุ ธศักราช 2565 งานพัฒนาหลกั สตู ร ฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ

370

คาอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน

ชือ่ วิชา ภาษาอังกฤษ 5 รหสั วิชา อ231011

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นที่ 1

เวลา 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ จานวน 1.5 หนว่ ยกติ รวม 60 ชัว่ โมง/ภาคเรียน

ศึกษา วิเคราะห์ คาส่ัง คาขอร้อง คาแนะนา คาช้ีแจง คาบรรยาย ภาษาท่าทาง ประโยคผสมและ

ประโยคซับซ้อน ข้อความส้ัน ๆ บทสนทนา เรื่องส้ัน เรื่องเล่า นิทาน อ่านและออกเสียงคา ข้อความและบทอ่าน

ได้ถูกต้องตามหลักการอ่าน ตีความ วิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวสาร บทความ สารคดี บันเทิง

คดี สื่อทเี่ ป็นความเรียงและไมใ่ ชค่ วามเรยี งในรปู แบบตา่ ง ๆ ใช้ภาษาในการส่อื สารอยา่ งเหมาะสมในสถานการณ์

ต่าง ๆ เกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สิ่งแวดล้อม อาหาร เครื่องดื่ม วัฒนธรรม ประเพณี

ความสัมพันธ์กับบุคคล เวลาว่างและนันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ การซ้ือขาย ลมฟ้าอากาศ การศึกษา

และอาชีพ การเดินทางท่องเที่ยว การบริการ สถานท่ี วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แสดงความต้องการของตน

แลกเปลี่ยนความคิดเห็น การเสนอบริการ และการวางแผน นาเสนอความคิดรวบยอดจากบทเพลง บทกวี บท

ละคร ขอ้ มลู จากส่อื ต่าง ๆ

โดยใช้กระบวนการ การเรียนภาษาเพ่ือการสื่อสาร กระบวนการปฏิบัติ การนาเสนอผลงาน และ

กระบวนการสร้างเสริมคณุ ลักษณะทีพ่ ึงประสงค์

เพ่ือให้มี นิสัยรักการฟัง พูด อ่าน เขียน มีระเบียบวินัย ความซื่อสัตย์ ความขยันหมั่นเพียร ความอดทน
รักการค้นคว้า สามารถปฏิบัติงานร่วมกับผู้อ่ืน มีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษแสวงหาความเพลิดเพลิน
และความรู้ท่ีเก่ียวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน ๆ เพ่ิมเติมอย่างต่อเน่ือง เป็นพ้ืนฐานในการศึกษาต่อและ
ประกอบอาชีพ เปน็ การประยุกต์ใช้ภาษาในการพัฒนาตนเอง ครอบครวั ชมุ ชนและสงั คม รวมท้ังมคี วามรู้ความ
เข้าใจในเรื่องราวและวฒั นธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี อันหลากหลายของประชาคมโลก มีความภาคภูมิใจ
ในความเปน็ ไทย และสามารถถ่ายทอดความคิด และวฒั นธรรมไทยไปยังสงั คมโลกได้อย่างสร้างสรรค์ ตลอดจน
มคี วามรู้ ความเข้าใจ และตระหนกั ในการเป็นประชาคมอาเซยี นมากย่ิงข้ึน

รหสั ตัวชวี้ ัด
ต 1.1 ม.3/2, ม.3/4
ต 1.2 ม.3/1, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5
ต 1.3 ม.3/2, ม.3/3
ต 2.1 ม.3/1, ม.3/3
ต 2.2 ม.3/1, ม.3/2
ต 3.1 ม.3/1
ต 4.1 ม.3/1
ต 4.2 ม.3/1, ม.3/2

รวมทัง้ หมด 16 ตวั ช้ีวัด

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับพทุ ธศักราช 2565 งานพฒั นาหลักสูตร ฝา่ ยบรหิ ารวิชาการ

371

คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน

ช่ือวิชา ภาษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ231012

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 2

เวลา 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ จานวน 1.5 หน่วยกติ รวม 60 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น

ศึกษา วิเคราะห์ คาส่ัง คาขอร้อง คาแนะนา คาช้ีแจง คาบรรยาย ภาษาท่าทาง ประโยคผสมและ

ประโยคซับซ้อน ข้อความส้ัน ๆ บทสนทนา เรื่องสั้น เรื่องเล่า นิทาน อ่านและออกเสียงคา ข้อความและบทอ่าน

ได้ถูกต้องตามหลักการอ่าน ตีความ วิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับข่าวสาร บทความ สารคดี บันเทิง

คดี สื่อทีเ่ ปน็ ความเรียงและไม่ใชค่ วามเรยี งในรปู แบบต่าง ๆ ใชภ้ าษาในการสื่อสารอย่างเหมาะสมในสถานการณ์

ต่าง ๆ เกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน ส่ิงแวดล้อม อาหาร เครื่องด่ืม วัฒนธรรม ประเพณี

ความสัมพันธ์กับบุคคล เวลาว่างและนันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ การซื้อขาย ลมฟ้าอากาศ การศึกษา

และอาชีพ การเดินทางท่องเที่ยว การบริการ สถานที่ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แสดงความต้องการของตน

แลกเปลี่ยนความคิดเห็น การเสนอบริการ และการวางแผน นาเสนอความคิดรวบยอดจากบทเพลง บทกวี บท

ละคร ข้อมลู จากส่อื ตา่ ง ๆ

โดยใช้กระบวนการ การเรียนภาษาเพื่อการส่ือสาร กระบวนการปฏิบัติ การนาเสนอผลงาน และ

กระบวนการสรา้ งเสริมคณุ ลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์

เพ่ือให้มี นิสัยรักการฟัง พูด อ่าน เขียน มีระเบียบวินัย ความซื่อสัตย์ ความขยันหม่ันเพียร ความอดทน

รักการค้นคว้า สามารถปฏิบัติงานร่วมกับผู้อื่น มีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษแสวงหาความเพลิดเพลิน

และความรู้ท่ีเกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน ๆ เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เป็นพ้ืนฐานในการศึกษาต่อและ

ประกอบอาชีพ เปน็ การประยกุ ต์ใชภ้ าษาในการพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชนและสังคม รวมทงั้ มคี วามรู้ความ

เข้าใจในเรื่องราวและวฒั นธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี อันหลากหลายของประชาคมโลก มีความภาคภูมิใจ

ในความเป็นไทย และสามารถถ่ายทอดความคิด และวัฒนธรรมไทยไปยังสงั คมโลกได้อย่างสร้างสรรค์ตลอดจน

มีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักในการเปน็ ประชาคมอาเซียนมากยงิ่ ข้นึ

รหสั ตัวช้ีวดั
ต 1.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4
ต 1.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/4, ม.3/5
ต 1.3 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3
ต 2.1 ม.3/1, ม.3/2 ม.3/3
ต 2.2 ม.3/1, ม.3/2
ต 3.1 ม.3/1
ต 4.1 ม.3/1
ต 4.2 ม.3/1

รวมท้ังหมด 19 ตัวชี้วัด

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านหนองโสน ฉบับพุทธศักราช 2565 งานพฒั นาหลักสตู ร ฝ่ายบรหิ ารวิชาการ

372

กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับพทุ ธศักราช 2565 งานพัฒนาหลกั สตู ร ฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ

373

กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง
2560) หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2565 มุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนตาม
ศักยภาพและความถนัด ทั้ง 3 ลักษณะ คือ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน และกิจกรรมเพ่ือสังคมและ
สาธารณประโยชน์ เมื่อผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมแล้วนาไปสู่เป้าหมายเพ่ือเสริมสร้างสมรรถนะ คุณลักษณะอัน
พึงประสงค์ของผ้เู รียน มคี วามเชือ่ มโยงกัน ดงั ภาพ

เสริมสรา้ งสมรรถนะ และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ของผูเ้ รียน

หลกั การ

กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี นมหี ลกั การสาคญั ดังน้ี
1. มเี ปา้ หมายของการจดั กจิ กรรมทีช่ ัดเจน เป็นรูปธรรม และครอบคลมุ ผู้เรยี นทุกคน
2. เป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองอย่างรอบด้านเต็มตามศักยภาพตามความสนใจ ความถนัด

ความต้องการ เหมาะสมกับวยั และวุฒภิ าวะ
3. เป็นกิจกรรมที่ปลูกฝังและส่งเสริมจิตสานึกในการบาเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมในลักษณะ

ตา่ ง ๆ ท่ีสอดคล้องกบั วิถีชวี ติ ประเพณีและวัฒนธรรมอย่างตอ่ เนอ่ื งและสมา่ เสมอ
4. เป็นกิจกรรมท่ียึดหลักการมีส่วนร่วม โดยเปิดโอกาสให้ครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้นาชุมชน ปราชญ์

ชาวบ้าน องคก์ ร และหนว่ ยงานอื่น มสี ่วนรว่ มในการจดั กิจกรรม

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับพทุ ธศักราช 2565 งานพัฒนาหลกั สตู ร ฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ

374

ความสาคัญของกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2565 ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) มุ่งให้ผู้เรียนพัฒนาตนเอง
ตามศักยภาพ พัฒนาอย่างรอบด้าน เพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ท้ังร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม
เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝังและสร้างจิตสานึกของการทาประโยชน์เพื่อ
สังคม สามารถจัดการตนเองได้ และอยู่รว่ มกับผ้อู ่นื อย่างมีความสขุ กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียนมงุ่ พฒั นาผู้เรียนให้ใช้
องค์ความรู้ ทักษะและเจตคติจากการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และประสบการณ์ของผู้เรียนมาปฏิบัติ
กิจกรรม เพ่ือช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสาคัญ ได้แก่ ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต และความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ซ่ึงจะ
ส่งผลในการพัฒนาผูเ้ รยี นใหม้ ีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ไดแ้ ก่ รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซอื่ สัตย์ สจุ ริต มวี นิ ัย ใฝ่
เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นใน การทางาน รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ เกิดทักษะการทางาน และ
อย่รู ่วมกบั ผู้อื่นในสังคมไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ ในฐานะเป็นพลเมอื งไทยและพลเมอื งโลก

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 หลักสูตร
สถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2565 ประกอบด้วยกจิ กรรม 3 ลกั ษณะ

1. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รูจ้ กั ส่ิงแวดลอ้ ม สามารถคิดตดั สินใจ
คิดแก้ปัญหา กาหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตทั้งด้านการเรียนและอาชีพ สามารถปรับตนได้อย่างเหมาะสม
นอกจากน้ียังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียนทั้งยังเป็นกิจกรรมท่ีช่วยเหลือ และให้คาปรึกษาแก่ผู้ปกครอง ใน
การมสี ่วนร่วมพฒั นาผู้เรยี น

2. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัยความเป็นผู้นา ผู้ตามท่ีดี ความ
รับผิดชอบ การทางานร่วมกนั การรู้จกั แก้ปัญหา การตดั สินใจทเี่ หมาะสม ความมเี หตผุ ล การชว่ ยเหลือแบ่งปัน
เอ้ืออาทรและสมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน ให้ได้
ปฏิบัติด้วยตนเองในทุกข้ันตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัตติ ามแผน ประเมิน และปรบั ปรุงการ
ทางาน เน้นการทางานร่วมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียนและบริบท
ของสถานศึกษาและทอ้ งถิน่ กิจกรรมนกั เรยี นประกอบด้วย

2.1 กิจกรรมลูกเสอื เนตรนารี ผูบ้ าเพ็ญประโยชน์
2.2 กจิ กรรมชุมนุม
3. กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมท่ีสง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รียนบาเพ็ญตนให้ประโยชน์
ต่อสังคม ชุมชน และท้องถิ่น ตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม
ความเสยี สละตอ่ สังคม และการมจี ิตสาธารณะ เชน่ กิจกรรมอาสาพัฒนาต่าง ๆ กิจกรรมสรา้ งสรรคส์ ังคม

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบบั พทุ ธศักราช 2565 งานพฒั นาหลักสตู ร ฝ่ายบรหิ ารวชิ าการ

375

แนวทางการจดั กจิ กรรม

โรงเรยี นบา้ นหนองโสนจดั ให้ผ้เู รียนเขา้ ร่วมกิจกรรม โดยมีแนวการจดั กจิ กรรม ดงั นี้
1. ให้ผเู้ รียนปฏบิ ัติกจิ กรรมตามความสนใจ
2. ให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมผ่านประสบการณ์ที่หลากหลาย ฝึกการทางานท่ีสอดคล้องกับชีวิตจริง
ตลอดจนสะทอ้ นความรู้ ทกั ษะและประสบการณข์ องผเู้ รียน
3. จัดกิจกรรมอย่างสมดุลทั้ง 3 ลักษณะ คือ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน และกิจกรรมเพ่ือ
สังคมและสาธารณประโยชน์ โดยจัดกิจกรรมรายบุคคล กิจกรรมกลุ่ม ทั้งในและนอกสถานศึกษาอย่าง
สม่าเสมอและตอ่ เนอื่ ง
4. จดั กจิ กรรมให้ผูเ้ รียนได้ดาเนินการ โดยการศกึ ษาและใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนอย่างเปน็ ระบบ
เนน้ การคดิ วเิ คราะหแ์ ละใช้ความคิดสรา้ งสรรคใ์ นการดาเนินกจิ กรรม
5. ใช้กระบวนการมีส่วนร่วมและการเรียนรู้แบบรว่ มมือ มากกว่าการแข่งขันบนพ้ืนฐานการปฏิบัติตาม
วิถปี ระชาธปิ ไตย
6. จดั ให้มีการแลกเปลย่ี นเรยี นรู้และเผยแพรก่ จิ กรรม

ขอบข่ายการจดั กิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน

การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับ
ปรับปรุง 2560) หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2565 ท้ัง 3 ลักษณะคือ
กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียนและกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ โดยสามารถจัดกิจกรรม
พฒั นาผูเ้ รียนไดห้ ลากหลายรปู แบบและวิธกี าร โดยมขี อบข่าย ดังน้ี

1. เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ให้กว้างขวาง ลึกซึ้งย่ิงข้ึน ในลักษณะเป็น
กระบวนการเชิงบูรณาการโดยยึดหลักคุณธรรมจริยธรรมตลอดจนสามารถบูรณาการระหว่างกิจกรรม
แนะแนว กิจกรรมนกั เรยี นและกจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์

2. เป็นกิจกรรมท่ีตอบสนองความสนใจ ความถนัด และความต้องการของผู้เรียนตามความแตกต่าง
ของบุคคล เน้นการให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าของวิชาความรู้ อาชีพ และการดาเนินชีวิตที่ดีงาม ตลอดจนเห็น
แนวทางในการศกึ ษาต่อและการประกอบอาชพี

3. เป็นกิจกรรมที่ปลูกฝังและส่งเสริมจิตสานึกการทาประโยชน์ต่อสังคมในลักษณะต่าง ๆ สนับสนุน
ค่านิยมทด่ี งี ามและเสริมสรา้ งคุณลักษณะอันพึงประสงค์

4. เป็นกิจกรรมท่ีฝึกการทางานและการให้บริการด้านต่าง ๆ ทั้งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและต่อ
ส่วนรวม เพ่ือเสริมสร้างความมีน้าใจ ความเอื้ออาทร ความเป็นพลเมืองท่ีดี และความรับผิดชอบต่อตนเอง
ครอบครัว และสังคม

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านหนองโสน ฉบับพทุ ธศักราช 2565 งานพัฒนาหลักสตู ร ฝ่ายบรหิ ารวิชาการ

376

โครงสร้างเวลาการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช
2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นหนองโสน ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2565

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง
2560) หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2565 กาหนดโครงสร้างเวลาในการจัด
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีละ 120 ชั่วโมง เป็นเวลาสาหรับปฏิบัติ
กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนกั เรียน กจิ กรรมชมุ นุม ดงั น้ี

ประถมศกึ ษา มัธยมศกึ ษา

กจิ กรรม ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6 ม.1 ม.2 ม.3

1. กิจกรรมแนะแนว 40 40 40 40 40 40 40 40 40

2. กิจกรรมนกั เรยี น

2.1 กิจกรรมลูกเสือเนตรนารี 40 40 40 40 40 40 40 40 40

กิจกรรมผ้บู าเพ็ญประโยชน์ และ

กิจกรรมนักศึกษา

2.2 กจิ กรรมชุมนุม 40 40 40 40 40 40 40 40 40

3. กจิ กรรมเพื่อสังคมและ 60 ชวั่ โมง 45 ชวั่ โมง
สาธารณประโยชน์

เวลาเรียนรวม 120 120 120 120 120 120 120 120 120

และกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ ซ่ึงสถานศึกษาได้จัดเวลาให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรม

ดงั นี้

ระดับประถมศกึ ษา (ป.1 – ป.6) รวม 6 ปี จานวน 60 ชวั่ โมง

ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น (ม.1 – ม.3) รวม 3 ปี จานวน 45 ชั่วโมง

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านหนองโสน ฉบบั พุทธศักราช 2565 งานพัฒนาหลกั สูตร ฝ่ายบริหารวชิ าการ

377

การประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน
การประเมินการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช

2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2565 เป็นการ
ประเมินผู้เรียนต้องมีเวลาร่วมกิจกรรม ปฏิบัติกิจกรรมและภาระงาน/ ผลงาน / ชิ้นงาน / คุณลักษณะผ่าน
ประเมินตามเกณฑ์ทส่ี ถานศกึ ษากาหนด

หลักการ
การประเมินกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นของหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นหนองโสน ฉบับปรับปรุง พ.ศ.

2565 ตามหลักสตู รสถานศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ 2560) เป็นการประเมินการปฏิบัติ
กิจกรรมหรือภาระงาน/ ผลงาน / ชิ้นงาน / คุณลักษณะของผู้เรียนเป็นระยะอย่างต่อเน่ือง มุ่งเน้นให้ผู้เรียน
คน้ หาศกั ยภาพของตน สะทอ้ นแนวคดิ จาก การปฏิบัตกิ ิจกรรม การทางานกลุ่ม และการมีจติ สาธารณะ โดยให้
ทุกฝ่ายมสี ่วนรว่ มในการประเมนิ

แนวทางการประเมิน
การประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น มแี นวทางในการประเมนิ ตามแผนภาพ ดงั น้ี

กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน

กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนกั เรยี น กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและ
สาธารณประโยชน์

ซอ่ มเสริม ประเมนิ เกณฑก์ ารประเมนิ
ไม่ผ่าน 1. เวลาเข้ารว่ มกิจกรรม
ไม่ตามเกณฑ์ 2. การประเมนิ สมรรถนะในการปฏิบตั งิ านของ
ตามเกณฑ์ ผู้เรยี น (ภาระงาน/ ผลงาน /ชิ้นงาน )
3. การประเมินคณุ ลกั ษณะในการปฏบิ ตั งิ านของ
ผา่ น ผู้เรยี น

ผลการจัดกจิ กรรม

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านหนองโสน ฉบับพทุ ธศักราช 2565 งานพฒั นาหลกั สูตร ฝา่ ยบรหิ ารวิชาการ

378

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง
2560) หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านหนองโสน ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2565 กาหนดแนวทางที่ชัดเจนในการ
ประเมินกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น 2 ประการ คือ การประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี นรายกจิ กรรม และการประเมิน
กจิ กรรมเพ่ือพัฒนาผูเ้ รยี นเพือ่ การตดั สนิ

1. การประเมินกจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียนรายกจิ กรรมมแี นวปฏิบัติ ดงั นี้
1.1 ตรวจสอบเวลาเข้าร่วมกิจกรรมของผู้เรียนให้เป็นไปตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษากาหนด คือ

เวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนแต่ละกิจกรรม สาหรับกิจกรรมเพ่ือสังคมสาธารณประโยชน์
ผู้เรยี นต้องปฏิบตั ิกจิ กรรมครบตามโครงสรา้ งทีก่ าหนดไว้ในเวลาเรียน

1.2 ประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียนจากการปฏบิ ัติกจิ กรรมหรือภาระงาน/ ผลงาน / ช้ินงาน /
คุณลักษณะตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกาหนดด้วยวิธีการที่หลากหลาย เน้นการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องในการ
ปฏิบัตกิ จิ กรรม โดยอาจจดั ให้ผูเ้ รียนแสดงผลงาน แฟ้มสะสมผลงาน หรือจัดนทิ รรศการ

1.3 ผู้เรียนที่มีเวลาเข้าร่วมกิจกรรม มีการปฏิบัติกิจกรรม และภาระงาน/ ผลงาน / ชิ้นงาน /
คุณลักษณะตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากาหนด เป็นผู้ผ่านการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนรายกิจกรรม และนา
ผลการประเมนิ ไปบนั ทึกในระเบียนแสดงผลการเรยี น

1.4 ผู้เรียนท่ีมีผลการประเมินไม่ผ่านในเกณฑ์เวลาเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรม และ
ภาระงาน/ ผลงาน / ช้นิ งาน / คุณลกั ษณะตามทีโ่ รงเรียนกาหนด ครูหรือผู้รบั ผิดชอบต้องดาเนินการซ่อมเสริม
และประเมินจนผ่าน ทั้งนี้จะดาเนินให้เสร็จส้ินในปีการศึกษาน้ัน ๆ ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัยให้อยู่ในดุลพินิจของ
สถานศกึ ษา

2. การประเมินกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียนเพอื่ การตัดสิน
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเพื่อตัดสินเล่ือนช้ันและจบระดับการศึกษา เป็นการประเมิน

การผา่ นกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียนเป็นรายปี / รายภาค เพ่ือสรุปผลการผ่านในแตล่ ะกจิ กรรม สรปุ ผลเพอ่ื เลื่อนช้ัน
และประมวลผลรวมในปีสุดท้าย เพื่อการจบแต่ละระดับการศึกษา โดยการดาเนินการดังกล่าวมีแนวปฏิบัติ
ดังนี้

2.1 กาหนดให้มผี ู้รบั ผดิ ชอบในการรวบรวมขอ้ มลู เกีย่ วกับการรว่ มกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
ของผ้เู รยี นทุกคนทุกระดบั การศกึ ษา

2.2 ผู้รับผิดชอบและตัดสินผลการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผู้เรียนเป็นรายบุคคลตามเกณฑ์ท่ี
โรงเรียนกาหนด เกณฑ์การจบแต่ละระดับการศึกษาที่โรงเรียนกาหนดน้ัน ผู้เรียนจะต้องผ่านกิจกรรม 3
กจิ กรรมสาคญั ดงั น้ี

1.2.1 กจิ กรรมแนะแนว
1.2.2 กจิ กรรมนกั เรียน ได้แก่

- กิจกรรมลูกเสอื เนตรนารี ผบู้ าเพ็ญประโยชน์ โดยเลอื กเพยี ง 1 กจิ กรรม
- กจิ กรรมชุมนุม
1.2.3 กิจกรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านหนองโสน ฉบบั พทุ ธศักราช 2565 งานพฒั นาหลกั สตู ร ฝา่ ยบรหิ ารวิชาการ

379

เกณฑก์ ารตดั สิน
ผู้เรียนจะต้องได้รับการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและผ่านเกณฑ์ตามที่สถานศึกษากาหนด โดย

กาหนด โดยกาหนดเกณฑ์ในการประเมนิ อยา่ งเหมาะสม ดงั นี้
1. กาหนดคุณภาพหรือเกณฑ์ในการประเมินตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กาหนดไว้

2 ระดบั คือ ผ่าน และไม่ผา่ น
2. กาหนดประเด็นการประเมินให้สอดคล้องตามวัตถุประสงค์ในแต่ละกิจกรรม และกาหนดเกณฑ์

การประเมิน ดังนี้
2.1 เกณฑก์ ารตัดสินผลการประเมินรายกิจกรรม
ผ่าน หมายถงึ ผ้เู รยี นมเี วลาเข้ารว่ มกิจกรรมครบตามเกณฑ์ ปฏบิ ัติกิจกรรม และมภี าระงาน/ ผลงาน /

ชิน้ งาน / คุณลักษณะตามเกณฑท์ ีส่ ถานศึกษากาหนด
ไม่ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมไม่ครบตามเกณฑ์ ไม่ผ่านการปฏิบัติกิจกรรม หรือไม่มี

ภาระงาน/ ผลงาน / ชนิ้ งาน / คุณลักษณะไมเ่ ปน็ ไปตามเกณฑท์ ี่สถานศกึ ษากาหนด
2.2 เกณฑ์การตดั สนิ ผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนรายปี / รายภาค
ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนมีผลการประเมินระดับ “ผ่าน” ในกิจกรรมสาคัญทั้ง 3 ลักษณะ คือ กิจกรรม

แนะแนว กิจกรรมนกั เรียน และกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์
ไม่ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนมีผลการประเมินระดับ “ไม่ผ่าน” ในกิจกรรมสาคัญท้ัง 3 ลักษณะ คือ

กจิ กรรมแนะแนว กจิ กรรมนักเรยี น และกจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์
2.3 เกณฑ์การตัดสินผลการประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียนเพื่อจบระดับการศึกษา
ผ่าน หมายถึง ผเู้ รียนมผี ลการประเมินระดับ “ผา่ น” ทุกชั้นปใี นระดับการศึกษานน้ั
ไม่ผา่ น หมายถึง ผู้เรียนมีผลการประเมินระดับ “ไมผ่ ่าน” บางชนั้ ปใี นระดับการศกึ ษานัน้

กจิ กรรมแนะแนว

กิจกรรมแนะแนวเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้จักส่ิงแวดล้อม สามารถคิด
ตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา กาหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตท้ังในด้านการเรียนและอาชีพ สามารถปรับตนได้อย่าง
เหมาะสม นอกจากน้ียังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ท้ังยังเป็นกิจกรรมท่ีช่วยเหลือและให้คาปรึกษาแก่
ผปู้ กครองในการมสี ว่ นรว่ มพฒั นาผเู้ รียน

หลกั การ
การจัดกิจกรรมแนะแนวต้องส่งเสริมและสนับสนุนเพ่ือพัฒนาผู้เรียน ให้เกิดการเรียนรู้อันจะนาไปสู่

สมรรถนะสาคัญที่สาคัญ 5 ประการ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ โดยนาไปบูรณาการในการจัด
กิจกรรมตามลักษณะของกิจกรรมแนะแนวท่ีระบุไว้ในหลักสูตรแกนกลางข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับ
ปรบั ปรุง 2560) อกี ทั้งยงั ตอ้ งส่งเสริมและพัฒนาผู้เรยี นใหม้ ีทักษะชวี ิต โดยมุ่งจัดกิจกรรมให้สอดคลอ้ งกบั สภาพ

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบบั พุทธศักราช 2565 งานพฒั นาหลักสูตร ฝ่ายบริหารวิชาการ

380

ปัญหา ความต้องการ ความสนใจ ธรรมชาติของผู้เรียนและวิสัยทัศน์ของสถานศึกษา ที่ตอบสนองจุดมุ่งหมาย
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) ให้ครอบคลุมท้ังด้าน
การศึกษา ด้านอาชีพ รวมทั้งด้านส่วนตัวและสังคม เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ โดยผู้เรียนมีอิสระในการคิดและ
ตัดสินใจด้วยตนเอง เรียนรดู้ ้วยตนเอง ด้วยการปฏบิ ัติจนกระท่ังเกดิ ทกั ษะชวี ติ

วัตถปุ ระสงค์
1. เพ่ือใหผ้ ูเ้ รียนรจู้ กั เขา้ ใจ รัก และเห็นคุณค่าในตนเองของผู้อืน่
2. เพอ่ื ให้ผเู้ รียนสามารถวางแผนการเรียน อาชพี รวมทง้ั การดาเนินชีวติ และสังคม
3. เพอ่ื ใหผ้ ู้เรยี นสามารถปรบั ตัวไดอ้ ยา่ งเหมาะสม และอยู่รว่ มกับผูอ้ ่นื ได้อย่างมีความสุข

ขอบขา่ ยการจัดกจิ กรรมแนะแนว
การจัดกิจกรรมแนะแนว มีองคป์ ระกอบ 3 ดา้ น ดังนี้
1. ด้านการศึกษา ให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองในด้านการเรียนอย่างเต็มศักยภาพ รู้จักแสวงหาและใช้

ขอ้ มูลประกอบการวางแผนการเรยี นหรือการศึกษาได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ มีนิสยั ใฝเ่ รียนรู้ มวี ิธีการเรียนรู้ และ
สามารถวางแผนการเรยี นหรือการศึกษาตอ่ ได้อยา่ งเหมาะสม

2. ด้านอาชีพ ให้ผู้เรียนได้รู้จักตนเองในทุกด้าน รู้และเข้าใจโลกของงานอาชีพอย่างหลากหลาย มี
เจตคติท่ีดีต่ออาชีพสุจริต มีการเตรียมตัวสู่อาชีพ สามารถวางแผนเพื่อประกอบอาชีพตามที่ตนเองมีความถนัด
และสนใจ

3. ด้านส่วนตัวและสังคม ให้ผู้เรียนรู้จักและเข้าใจตนเอง รักและเห็นคุณค่าของตนเองและผู้อื่น รักษ์
สิ่งแวดล้อม มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ มีเจตคติท่ีดีต่อการมีชีวิตที่ดีมีคุณภาพ มีทักษะชีวิต และสามารถปรับตัว
ดารงชวี ติ อยใู่ นสังคมไดอ้ ยา่ งมีความสขุ

แนวทางการจัดกิจกรรมแนะแนว
โรงเรยี นบา้ นหนองโสน ได้จดั กิจกรรมแนะแนวเพื่อช่วยเหลอื และพัฒนาผูเ้ รยี น ดังนี้
1. งานบริการสารวจและเก็บข้อมูลนักเรียน (Inventory Service) เป็นการศึกษา สารวจและ

รวบรวมข้อมูลท่ีเกี่ยวกับตัวผู้เรียนด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การสังเกต การสัมภาษณ์ การใช้แบบสอบถาม การ
ทดสอบ การศึกษารายกรณี การใช้หลักสูตร ID Plan (Individual Developemtn Plan) เพื่อส่งเสริมการ
ค้นพบศักยภาพและความถนัดของตนเอง ในการศึกษาต่อและอาชีพ รวมไปถึงจัดเก็บข้อมูลผู้เรียนเป็น
รายบุคคล ในระบบดูแลชว่ ยเหลือนักเรียนท้งั น้เี พ่ือเป็นการส่งต่อข้อมูลนักเรียนและครู ท้ังยงั เปน็ การช่วยเหลือ
ตดิ ตามระหวา่ งบ้านกบั โรงเรียนอย่างต่อเนือ่ ง ฯลฯ

2. งานบริการขา่ วสาร (Information Service) ใหบ้ ริการขอ้ มูลขา่ วสาร ความรทู้ ่ีจาเป็นในการตัดสิน
สาหรับผู้เรียน เช่น ความรู้ด้านสุขภาพอาชีพ คุณธรรม จริยธรรม ฯลฯ โดยนาเสนอเป็นรูปแบบต่าง ๆ เช่น
บรรยาย อภิปราย เอกสารแผ่นพับ ป้ายนิเทศ นิทรรศการ ทัศนศึกษา การพานักเรียนเย่ียมชมคณะตาม
ความสนใจของผูเ้ รียน การฝึกปฏิบัตงิ านโรงพยาบาล ฯลฯ

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบบั พุทธศักราช 2565 งานพัฒนาหลักสตู ร ฝา่ ยบริหารวชิ าการ

381

3. งานบริการให้คาปรึกษา (Counseling Service) ให้บริการผู้เรียนด้านการศึกษา อาชีพ ชีวิตและ
สงั คม ใหร้ ู้และเขา้ ใจตนเองในการแก้ปญั หา ปรบั ตัว พัฒนา ตดั สนิ ใจและความรบั ผดิ ชอบ

4. งานบริการจัดวางตัวบุคคล (Placement Service) หรืองานป้องกัน ส่งเสริม พัฒนา ช่วยเหลือ
โดยฝ่ายกิจการและฝ่ายวิชาการ การช่วยเหลือนักเรียนด้านอาชีพ ทุนการศึกษา และการเลือกศึกษาต่อตาม
ความถนดั และความสนใจผู้เรยี น

5. งานบริการตดิ ตามผล (Follow up service) ติดตามตัวนักเรียนท่ีใช้บริการแนะแนวอย่างต่อเนอ่ื ง
การติดตามนักเรียนท่ีจบการศึกษาแต่ละชั้นปี เพื่อศึกษาและเก็บรวมรวมข้อมูล ทีจะนาไปสู่การวางแผน
การบริหารจดั การงานแนะแนวใหม้ ปี ระสิทธภิ าพ

กิจกรรมนกั เรยี น

เป็นกิจกรรมท่ีมุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้นา ผู้ตามท่ีดี ความรับผิดชอบ การทางาน
ร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจท่ีเหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปัน เอื้ออาทรและ
สมานฉนั ท์ โดยจดั ให้สอดคลอ้ งกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน ให้ไดป้ ฏบิ ตั ดิ ้วยตนเอง
ในทุกข้ันตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมิน และปรับปรุง การทางาน เน้นการ
ทางานร่วมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียนและบริบทของสถานศึกษา
และท้องถ่ิน

หลกั การ
กิจกรรมนักเรียนเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เข้าร่วมกิจกรรมตามความถนัด และความสนใจ

โดยเน้นเรื่องคุณธรรม ความมีระเบียบวินัย การไม่เห็นแก่ตัว ความเป็นผู้นาผู้ตามที่ดี ความรับผิดชอบ
การทางานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจ ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันกัน และความเอ้ือ
อาทรและสมานฉนั ท์

การจัดกจิ กรรมนักเรียนควรดาเนินการ ดังนี้
1. จดั ใหส้ อดคล้องกบั ความสามารถและความสนใจของผ้เู รยี น
2. เน้นใหผ้ เู้ รียนไดป้ ฏิบตั ิดว้ ยตนเองในทุกข้นั ตอน
3. เนน้ การทางานร่วมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒภิ าวะของผู้เรียน ตลอดจน

บริบทของสถานศึกษาและทอ้ งถ่นิ

วัตถุประสงค์
1. เพ่อื พฒั นาผเู้ รยี นให้มีระเบียบวินยั มีความเป็นผนู้ าผ้ตู ามทีด่ ี และมีความรบั ผดิ ชอบ

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านหนองโสน ฉบบั พุทธศักราช 2565 งานพัฒนาหลกั สูตร ฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ

382

2. เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะการทางานร่วมกัน รู้จักการแก้ปัญหา มีเหตุผล มีการตัดสินใจท่ี
เหมาะสม ชว่ ยเหลือ แบง่ ปัน และเอื้ออาทรและสมานฉันท์

3. ส่งเสริม สนบั สนุนให้ผ้เู รียนมีคุณธรรมจรยิ ธรรม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
4. สง่ เสริม สนับสนุนใหผ้ เู้ รียนได้ปฏิบตั ติ ามความถนดั และความสนใจ

ขอบขา่ ยการจดั กิจกรรมนักเรยี น
กิจกรรมนกั เรียน ประกอบดว้ ย
1. กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ผู้บาเพ็ญประโยชน์ สถานศึกษาให้ผู้เรียนเลือกกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง

ตามความถนัด และความสนใจของผู้เรียนให้สอดคลอ้ งกับบริบทของสถานศึกษาและครบตามหลกั สูตรของแต่
ละกิจกรรม

2. กิจกรรมชุมนุม สถานศึกษาส่งเสริมให้ผู้เรียนจัดกิจกรรมอย่างหลากหลายและเข้าร่วมกิจกรรมตาม
ความถนดั และความสนใจ

การจัดกิจกรรมนักเรียนสาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นจะต้องเข้าร่วม
กิจกรรมท้ังในข้อ 1 และ 2 สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายสามารถเลือกเข้าร่วมกิจกรรมในข้อ 1
หรอื 2 กจิ กรรมใดกจิ กรรมหนง่ึ

กจิ กรรมลูกเสอื เนตรนารี

กระบวนการลูกเสือ คือ กระบวนการพัฒนาเยาวชน มีวัตถุประสงค์เพ่ือฝึกอบรม ให้การศึกษาและ
พัฒนาเยาวชนให้เป็นพลเมืองดี โดยไม่คานึงถึงเช้ือชาติ ศาสนา ซ่ึงเป็นไปตามความมุ่งประสงค์ หลักการ และ
วธิ กี าร ซง่ึ ลูกเสอื โลกไดก้ าหนดไว้

ปัจจุบันกระบวนการลูกเสือถือเป็นกระบวนการทางการศึกษาส่วนหนึ่ง ซ่ึงมุ่งพัฒนาสมรรถภาพของ
บุคคลท้ังทางสมอง ร่างกาย จิตใจ และศีลธรรม เพื่อให้เป็นบุคคลท่ีมีความประพฤติดีงาม ไม่กระทาตนเป็น
ปัญหาต่อสังคม และดารงชีวติ อยา่ งมีความหมายและสุขสบาย
หลักการ

กระบวนการลูกเสอื มหี ลกั การสาคัญ ดังน้ี
1. มีศาสนาเปน็ หลกั ยึดเหนยี่ วทางจิตใจ จงรกั ภกั ดตี อ่ ศาสนาทตี่ นเคารพนับถือ และพงึ ปฏิบัตศิ าสนกิจ
ดว้ ยความจรงิ ใจ
2. จงรักภกั ดตี อ่ พระมหากษัตริย์และประเทศชาติของตน พรอ้ มด้วยการสง่ เสริมและสนับสนุนสันติสุข
และสันติภาพ ความเข้าใจท่ีดีซ่ึงกันและกัน และความร่วมมือซึ่งกันและกันต้ังแต่ระดับท้องถ่ิน ระดับชาติ และ
ระดบั นานาชาติ

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบบั พทุ ธศักราช 2565 งานพฒั นาหลักสตู ร ฝา่ ยบริหารวิชาการ

383

3. เข้าร่วมพัฒนาสังคม ยอมรับและให้ความเคารพในเกียรติและศักดิ์ศรีของผู้อื่นและเพ่ือนมนุษย์
ทุกคน รวมทั้งธรรมชาติและสรรพสิง่ ทั้งหลายในโลก

4. มคี วามรบั ผดิ ชอบต่อการพัฒนาตนเองอยา่ งต่อเนื่อง
5. ลกู เสอื ทกุ คนต้องยึดมัน่ ในคาปฏิญาณและกฎของลกู เสอื
วตั ถปุ ระสงค์
พระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2551 มาตรา 8 ได้กาหนดวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรมลูกเสือเพื่อ
พัฒนาลูกเสือท้ังทางกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรม ให้เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ และช่วย
สร้างสรรค์สังคมให้เกิดความสามัคคีและมีความเจริญก้าวหน้า ทั้งนี้เพื่อความสงบสุขและความม่ันคงของ
ประเทศชาตติ ามแนวทางดังต่อไปน้ี
1. ให้มีนสิ ัยการสังเกต จดจา เชือ่ ฟัง และพึ่งตนเอง
2. ใหม้ ีความซ่ือสัตย์สจุ ริต มีระเบียบวนิ ยั และเห็นอกเหน็ ใจผูอ้ ื่น
3. ให้รูจ้ ักบาเพ็ญตนเพือ่ สาธารณประโยชน์
4. ให้รูจ้ กั ทาการฝีมือและฝึกฝนการทากจิ กรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม
5. ให้รจู้ ักรกั ษาและส่งเสรมิ จารตี ประเพณี วฒั นธรรม และความม่ันคงของประเทศชาติ

ขอบข่ายการจัดกิจกรรมลกู เสอื เนตรนารี

กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี เป็นกิจกรรมท่ีมุ่งปลูกฝังระเบียบวินัยและกฎเกณฑ์ เพื่อการอยู่ร่วมกัน ให้

รู้จักการเสียสละและบาเพ็ญประโยชน์แก่สังคมและวิถีชีวิตในระบอบประชาธิปไตย ซ่ึงการจัดกิจกรรมลูกเสือ

เนตรนารี ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสานักงานลูกเสือแห่งชาติ รวมท้ังให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง

การศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง 2560) โดยกาหนดหลกั สตู รเปน็ 3 ประเภท ดงั น้ี

1. ลูกเสือสารอง ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 1 – 3

2. ลกู เสอื สามัญ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 – 6

3. ลูกเสอื สามัญรุ่นใหญ่ ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 1 – 3

แนวทางการจัดกิจกรรมลกู เสือ เนตรนารี
การจัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี มีแนวทางการจัดกิจกรรมตามวิธกี ารลูกเสอื (Scout Method) ซ่ึงมี

องคป์ ระกอบ 7 ประการ คือ
1. คาปฏิญาณและกฎ ถอื เป็นหลกั เกณฑ์ทล่ี ูกเสอื ทุกคนใหค้ ามนั่ สัญญาว่าจะปฏิบัตติ ามกฎของลูกเสือ

กฎของลูกเสือมีไว้ให้ลูกเสือเป็นหลักในการปฏิบัติไม่ได้ “ห้าม” ทา หรือ “บังคับ” ให้ทา แต่ถ้า “ทา” ก็จะให้
เกิดผลดีแก่ตวั เอง เปน็ คนดี ไดร้ ับการยกยอ่ งวา่ เป็นผู้มเี กียรติเช่ือถอื ได้ ฯลฯ

2. เรียนรู้จากการกระทา เป็นการพัฒนาส่วนบุคคล ความสาเร็จหรือไม่สาเร็จของผลงานอยู่ที่
การกระทาของตนเอง ทาให้มีความรู้ท่ีชัดเจนและสามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ด้วยตนเองได้และท้าทาย
ความสามารถของตนเอง

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านหนองโสน ฉบบั พุทธศักราช 2565 งานพัฒนาหลักสตู ร ฝา่ ยบริหารวชิ าการ

384

3. ระบบหมู่ เป็นรากฐานอันแท้จริงของการลูกเสือ เป็นพื้นฐานในการอยู่ร่วมกัน การยอมรับซ่ึงกัน
และกัน การแบ่งหน้าท่ีความรับผิดชอบ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นการเรียนรู้ การใช้ประชาธิปไตย
เบือ้ งต้น

4. การใช้สัญลกั ษณ์ร่วมกัน ฝึกให้มีความเป็นหนึ่งเดียวในการเป็นสมาชกิ ลูกเสอื เนตรนารี ด้วยการใช้
สญั ลกั ษณร์ ่วมกัน ได้แก่ เครอื่ งแบบ เครอ่ื งหมาย การทาความเคารพ รหัส คาปฏญิ าณ กฎ คติพจน์ คาขวญั ธง
เป็นต้น วิธีการน้ีจะช่วยให้ผู้เรียนตระหนักและภาคภูมิใจในการเป็นสมาชิกขององค์กรลูกเสือโลก ซึ่งมีสมาชิก
อย่ทู ั่วโลกและเป็นองคก์ รทมี่ จี านวนสมาชิกมากทสี่ ุดในโลก

5. การศึกษาธรรมชาติ คือ ส่ิงสาคัญอันดับหนึ่งในกิจกรรมลกู เสือ ธรรมชาติอันโปร่งใสตามชนบท ป่า
เขา ป่าละเมาะ และพุ่มไม้ เป็นท่ีปรารถนาอย่างยิ่งในการไปทากิจกรรมกับธรรมชาติ การปีนเขา ตั้งค่ายพัก
แรมในสุดสัปดาห์หรือตามวาระของการอยู่ค่ายพักแรมตามกฎระเบียบ เป็นท่ีเสน่ห์หาแก่เด็กทุกคน ซ่ึงถ้าขาด
ส่งิ นแ้ี ลว้ ก็ไมเ่ รียกวา่ ใช้ชวี ติ แบบลกู เสือ

6. ความก้าวหน้าในการเข้าร่วมกิจกรรม กิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดให้เด็กทาต้องให้มีความก้าวหน้าและ
ดึงดดู ใจ สรา้ งใหเ้ กิดความกระตือรือร้นอยากที่จะทา และวัตถปุ ระสงคใ์ นการจดั แต่ละอย่างให้สมั พนั ธ์กับความ
หลากหลายในการพฒั นาตนเอง เกมการเล่นทส่ี นุกสนาน การแขง่ ขนั กเ็ ป็นสิ่งท่ีดึงดดู ใจและเปน็ การจูงใจทด่ี ี

7. การสนับสนุนโดยผู้ใหญ่ ผใู้ หญเ่ ป็นผทู้ ชี่ ้แี นะหนทางทีถ่ ูกต้องให้แก่เด็ก เพอื่ ให้เข้าเกดิ ความม่ันใจใน
การทจ่ี ะตดั สนิ กระทาส่ิงใดลงไป ทัง้ คู่มคี วามต้องการซ่ึงกันและกัน เดก็ ก็ตอ้ งการให้ผู้ใหญช่ ว่ ยช้ีนา ผใู้ หญ่เองก็
ตอ้ งการนาพาใหไ้ ปสหู่ นทางทดี่ ี ใหไ้ ดไ้ ปรับการพัฒนาอยา่ งถูกตอ้ งและดที ่สี ุด จึงเป็นการร่วมมอื ทง้ั สองฝา่ ย

ภาพการจัดกิจกรรมตามวิธีการลกู เสือ

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านหนองโสน ฉบบั พุทธศักราช 2565 งานพัฒนาหลักสูตร ฝ่ายบริหารวิชาการ

385

กิจกรรมบาเพญ็ ประโยชน์

กจิ กรรมผ้บู าเพญ็ ประโยชนเ์ ป็นกจิ กรรมอาสาสมัครนานาชาติสาหรบั เดก็ ผู้หญิงและสตรีทสี่ นใจ โดยไม่
จากัดเชื้อชาติ วรรณะ และศาสนา มีเป้าหมายเพ่ือฝึกเด็กผู้หญิงให้เป็นพลเมืองท่ีดีมีประโยชน์ต่อสังคม ตาม
หลักการท่ี Lord Baden Powell ผกู้ อ่ ตง้ั กจิ กรรมลูกเสอื และผู้บาเพ็ญประโยชน์ได้กาหนดไว้ โดยการฝกึ ทักษะ
ต่าง ๆ ให้มีความพร้อมทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม และคุณธรรม มีคาปฏิญาณและกฎ 10 ข้อ
เป็นเคร่ืองยึดเหนี่ยวให้ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองเป็นพลเมืองดี โดยมีการจัดองค์กร การบริหารข้อบังคับ และ
นโยบายขององคก์ ารผู้บาเพญ็ ประโยชน์แหง่ โลก (The World Association of Guides and Girl Scouts)

หลกั การ
กิจกรรมผู้บาเพ็ญประโยชน์เป็นกระบวนการในการทางานเพ่ือใหผ้ ู้เรยี นที่เปน็ ผู้หญิงมีโอกาสเทียบเทา่

กันในการพัฒนาตนเองให้เต็มตามศักยภาพ โดยในการฝึกจะต้องให้สมาชิกได้รับการพัฒนาตนเองให้เต็ม
ศักยภาพและครบถ้วนทง้ั 6 ดา้ น คือรา่ งกาย อารมณ์ สงั คม สติปัญญา จติ ใจและคณุ ธรรม

วตั ถุประสงค์
1. เพอ่ื ให้ผเู้ รียนมีอุปนิสัยทดี่ ตี ามแนวทางของคาปฏิญาณและกฎ
2. เพอื่ เตรียมผู้เรียนให้มีทักษะชีวิตท่เี หมาะสมกบั สังคมปัจจุบนั
3. เพือ่ สร้างโอกาสใหผ้ เู้ รียนไดฝ้ กึ ทกั ษะการเป็นผู้นาและผู้ตามที่ดี
4. เพือ่ สรา้ งโอกาสใหผ้ เู้ รยี นไดร้ ูจ้ กั ช่วยเหลอื ผอู้ น่ื และบาเพญ็ ตนใหเ้ ปน็ ประโยชนต์ อ่ สงั คม

เยาวสมาชิกผ้บู าเพ็ญประโยชน์
การจัดกิจกรรมผู้บาเพ็ญประโยชน์มีขอบข่ายท่ีประกอบด้วยข้อกาหนด จุดประสงค์ สาระกิจกรรม

กระบวนการฝึก หลักสูตรพ้ืนฐาน พิธีการ และเคร่ืองแบบ โดยจาแนกประเภทของสมาชิกผู้บาเพ็ญประโยชน์
ซง่ึ ประกอบด้วย สมาชกิ ผบู้ าเพ็ญประโยชน์ท่เี รยี กว่า เยาวสมาชิกผู้บาเพญ็ ประโยชนม์ ที ัง้ หมด 4 รนุ่ คอื

รนุ่ ที่ 1 นกนอ้ ย ได้แก่ เด็กหญิงอายปุ ระมาณ 4 – 6 ปี เรยี นอยู่ช้นั อนุบาล 1 – 3
รุ่นท่ี 2 นกสีฟ้า ไดแ้ ก่ เด็กหญิงอายปุ ระมาณ 7 – 11 ปี เรยี นอยู่ในระดบั ประถมศกึ ษา (ป.1 – ป.6)
รุน่ ท่ี 3 ผบู้ าเพญ็ ประโยชนร์ ่นุ กลาง ได้แกเ่ ยาวสตรีอายุประมาณ 12 – 15 ปี เรียนอยูช่ ั้นมธั ยมศกึ ษา
ตอนต้น (ม.1 –ม.3)
ซ่ึงในการจัดกิจกรรมบาเพ็ญประโยชน์ให้แก่ผู้เรียนของโรงเรียนบ้านหนองโสนนั้น ในระดับประถม
ศึกษาสถานศึกษาจัดให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ บูรณาการในกิจกรรมลูกเสือ
เนตรนารี จานวน 10 ชั่วโมง โดยในจานวน 40 ชั่วโมงนั้นผู้เรียนจะต้องร่วมทาความสะอาดบริเวณโรงเรียน 4
ช่ัวโมง และดูแลรักษาตน้ ไม้ในโรงเรยี น 6 ชั่วโมง

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบบั พทุ ธศักราช 2565 งานพัฒนาหลกั สตู ร ฝา่ ยบริหารวชิ าการ

386

แนวทางการจดั กิจกรรมบาเพ็ญประโยชน์
กิจกรรมบาเพญ็ ประโยชน์ มแี นวการจดั กจิ กรรมเฉพาะ 9 ขอ้ ดงั นี้
1. ให้ยึดมั่นและปฏิบัติตามคาปฏญิ าณและกฎของกิจกรรมผบู้ าเพ็ญประโยชน์ (Promise and Laws)

วิธีการน้ีจะช่วยสร้างอุปนิสัยที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมท่ีพึงประสงค์ และตระหนักในหน้าที่ของตนที่มี
ต่อชมุ ชนและประเทศชาติ

2. ระบบหมู่ (Patrol System) ฝึกการทางานร่วมกันเป็นทีมที่เรียกว่า ระบบหมู่ โดยให้ทางานร่วมกัน
เป็นหมู่เล็ก ๆ 6 – 8 คน ฝึกความเป็นผู้นาและผู้ตามในการปกครองตนเอง วิธีการน้ีจะช่วยพัฒนาทักษะ
ความเป็นประชาธปิ ไตยของผู้เรียน

3. เรียนรู้โดยการปฏิบัติจริง วิธีน้ีจะช่วยให้ผู้เรียนได้รู้ถึงความสนใจ ความสามารถและความต้องการ
ของตนเอง

4. ฝึกพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้า (Progressive Development) ให้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเอง
รู้จักสร้างโอกาวในการทาส่ิงใหม่ๆ ที่ท้าทายความสามารถด้วยตนเอง วิธีการน้ีจะช่วยใหผ้ ู้เรียนพัฒนาความคิด
ริเร่ิมสร้างสรรค์ พัฒนาความสนใจและความสามารถของตนยิง่ ขึ้น

5. ให้มีความร่วมมืออย่างจริงจงั ระหวา่ งเด็กและผู้ใหญ่ (Active Co – operation between Youths
and Adults) เปน็ ความร่วมมือด้านการคดิ การวางแผน การตดั สนิ ใจ การดาเนนิ กิจกรรม และการประเมินผล
ร่วมกัน ความร่วมมือน้ีตั้งอยู่บนพ้ืนฐานของการส่งเสริมให้คนรุ่นเยาว์ได้พัฒนาตนเองและมีความรับผิดชอบ
วิธีการนจี้ ะช่วยสรา้ งความสัมพนั ธท์ ่ดี รี ะหวา่ งเดก็ และได้เห็นแบบอย่างที่ดีของผใู้ หญด่ ว้ ย

6. การใช้สัญลักษณ์ร่วมกัน (Symbolism) ฝึกให้มีความเป็นหนึ่งเดียวกันในการเป็นสมาชิกผู้บาเพ็ญ
ประโยชน์ด้วยการใช้สัญลักษณ์ร่วมกัน ได้แก่ เคร่ืองแบบ เคร่ืองหมาย การทาความเคารพ รหัส คาปฏิญาณ
กฎ คติพจน์ คาขวัญ ธง วิธีการนี้จะช่วยให้ผู้เรียนตระหนักและภาคภูมิใจในการท่ีเป็นสมาชิกขององค์การ ผู้
บาเพญ็ ประโยชนแ์ ห่งโลก ซ่ึงมสี มาชกิ อยู่ท่วั โลกและเปน็ องค์กรสตรที ี่มีจานวนมากทส่ี ุดในโลก

7. กิจกรรมกลางแจ้ง (Outdoor Activities) ฝึกการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นและฝึกการเตรียมพร้อมเสมอ
ดว้ ยการใชก้ จิ กรรมกลางแจง้ และการอยคู่ า่ ยพักแรม วิธีการน้ชี ว่ ยใหผ้ เู้ รียนมีความพรอ้ มในการดาเนนิ ชีวติ

8. ฝึกให้บาเพ็ญประโยชน์ต่อชุมชน (Community Service) วิธีการน้ีช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกนิสัยการ
บาเพ็ญประโยชน์ และมีความรับผิดชอบในการช่วยเหลอื ผอู้ นื่ ชุมชน ประเทศชาติและสังคมโลก

9. เรียนรู้เก่ียวกับนานาชาติ (International Experience) ท้ังทางด้านวัฒนธรรมศาสนา และวิถีชีวิต
วิธีการน้ีช่วยใหผ้ เู้ รียนยอมรบั ความแตกตา่ งของบคุ คลในชาติและสงั คมโลก เพ่ือลดความขัดแย้งและรจู้ ักพ่ึงพา
อาศัยกันเป็นการสรา้ งสันตสิ ขุ ในโลก

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านหนองโสน ฉบับพุทธศักราช 2565 งานพัฒนาหลกั สูตร ฝ่ายบริหารวิชาการ

387

โปรแกรมการจัดกจิ กรรมผูบ้ าเพ็ญประโยชน์
กิจกรรมผู้บาเพ็ญประโยชน์ มสี าระของกิจกรรม 10 โปรแกรม ดงั นี้
1. การบาเพ็ญประโยชน์ (Giving Service)
โปรแกรมนจ้ี ะชว่ ยส่งเสรมิ และสนบั สนุนใหผ้ ้เู รียนได้เรียนรู้เกีย่ วกับกิจกรรมบาเพญ็ ประโยชน์ ได้ฝึกฝน

ทักษะต่าง ๆ ให้เป็นที่ช่วยเหลือผู้อ่ืนเสมอ แสดงความเมตตากรุณา เพื่อให้ไปบาเพ็ญประโยชน์ต่อครอบครัว
ชุมชน และสงั คม

2. การเปน็ พลเมอื งดี (Citizenship)
โปรแกรมนี้จะช่วยใหผ้ ู้เรียนไดฝ้ ึกฝนตนเองเป็นพลเมืองที่ดี มคี วามรบั ผิดชอบ โดยการปฏบิ ตั ิหน้าท่ีต่อ
ตนเอง ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน ประเทศชาติด้วยความเต็มใจ ปฏิบัติตามคาปฏิญาณและกฎของผู้บาเพ็ญ
ประโยชน์
3. วฒั นธรรมและมรดกชาติ (Culture and Heritage)
โปรแกรมนี้จะช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ความภาคภูมิใจในวัฒนธรรม ประเพณี ความเช่ือ
และมรดกของชาติ พร้อมทีจ่ ะอนรุ กั ษ์และช่วยเผยแพรส่ ่งิ ท่ีดีงามนแ้ี ก่ผู้อน่ื
4. สิง่ แวดล้อม (Environment)
โปรแกรมน้ีจะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้ผ้เู รียนได้รู้ เข้าใจและตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งแวดล้อมได้
ทากิจกรรมต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องกับการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการนาไปใช้ให้เกิดประโยชน์
อยา่ งเหมาะสม
5. การอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ่นื (Relationships)
โปรแกรมน้ีจะช่วยให้ผู้เรียนได้รู้จักตนเองและรู้จักผู้อ่ืนด้วยการเป็นมิตร และเรียนรู้การทางานร่วม
ผอู้ ื่นโดยกระบวนการของระบบหมู่
6. สุขภาพ (Health)
โปรแกรมนี้จะช่วยให้ผู้เรียนมีสติปัญญา มีอารมณ์ ม่ันคง และรู้จักปรับตวั เข้ากับผู้อ่ืนและสงั คมไดเ้ ปน็
อย่างดี
7. ประสบการณ์นานาชาติ (International Understanding)
โปรแกรมนี้จัดข้ึนเพื่อให้ผู้เรียนได้มีความรู้ ความเข้าใจอันดีระหว่างชาติ และยอมรับความแตกต่าง
ระหว่างบุคคลซ่ึงมีพื้นฐานวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันโดยกาส่งเสริมและสนับสนุนให้ทางานร่วมกันได้
อย่างสันติ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เก่ียวกับวัฒนธรรมนานนาชาติ ภาษาต่างประเทศและกิจกรรมบาเพ็ญประโยชน์
ของประเทศต่าง ๆ เรื่องเกี่ยวกับองค์การผู้บาเพ็ญประโยชน์แห่งโลก ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และสายใยแห่ง
ความสมั พันธ์ของสมาชิกผูบ้ าเพญ็ ประโยชน์โลก
8. เทคโนโลยี (Technology)
โปรแกรมนี้จะช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี มีทักษะและสามารถนาเทคโนโลยีมาใช้ใน
ชวี ิตประจาวันไดอ้ ย่างเหมาะสม
9. ครอบครัว (Family Life)

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับพทุ ธศักราช 2565 งานพัฒนาหลกั สูตร ฝา่ ยบริหารวิชาการ

388

โปรแกรมนจี้ ะชว่ ยให้ผเู้ รียนรู้และเข้าใจบทบาทความรับผิดชอบและหน้าที่ของตนเองที่มีต่อครอบครัว
เกิดความภาคภมู ใิ จในการเป็นสว่ นหนงึ่ ของครอบครัวและมีพ้นื บานในการสรา้ งครอบครัวในอนาคต

10. วสิ ยั ทศั น์ (My Vision)
โปรแกรมนจ้ี ดั ข้นึ ใหผ้ ู้เรยี นได้มีโอกาสคน้ หาความต้องการ ความสามารถ ความสนใจและวสิ ัยทศั น์ของ
ตนเอง ได้เรยี นร้ทู กั ษะใหมๆ่ เพอื่ เตรียมตวั เองให้สามารถตดั สินใจที่จะเลือกอาชพี ที่ถนัดและสนใจในอนาคต
เมื่อผู้เรียนรวมกลุ่มปฏิบัติกิจกรรมผู้บาเพ็ญประโยชน์ตามโปรแกรมทั้ง 10 แล้ว ผู้เรียนแต่ละคน
สามารถเลือกทาเคร่ืองหมายแสดงความสามารถ (Efficiency Badges) ท่ีตนเองสนใจและถนัดได้ เป็นการ
ประเมินผลข้ันสุท้ายของสมาชิกแตล่ ะระดบั

กิจกรรมชมุ นมุ

กิจกรรมชุมนุม เป็นกิจกรรมท่ีสถานศึกษาสนับสนุนใหผ้ ู้เรียนรวมกลุ่มกันจดั ข้ึนตามความสนใจ ความ
ถนดั ความสามารถของผเู้ รยี น เพอ่ื เตมิ เตม็ ศักยภาพของผู้เรยี น

ชุมนุม หมายถึง การรวมกลุ่มของผู้เรียนท่ีมีความสนใจ ความถนัดในเรื่องเดียวกันและร่วมมือปฏิบัติ
กจิ กรรมใหบ้ รรลุวัตถปุ ระสงค์ เพื่อพฒั นาความรู้ ทักษะ ประสบการณข์ องตนเองให้เตม็ ตามศกั ยภาพ ตลอดจน
ปลกู ฝงั จติ สานึกในการทาประโยชน์ตอ่ ตนเองและสังคม

หลักการ
กจิ กรรมชมุ นุม มีหลกั การทส่ี าคัญ ดงั นี้
1. เปน็ กจิ กรรมทีเ่ กดิ จากการสรา้ งสรรค์และออกแบบกิจกรรมของผู้เรียนตามความสมคั รใจ
2. เป็นกิจกรรมท่ีผู้เรยี นรว่ มกันทางานเป็นทีม ช่วยกนั คดิ ชว่ ยกนั ทา และชว่ ยกนั แก้ปัญหา
3. เปน็ กิจกรรมทส่ี ่งเสริมและพัฒนาศกั ยภาพของผเู้ รยี น
4. เป็นกจิ กรรมท่เี หมาะสมกับวยั และวุฒิภาวะของผเู้ รยี น รวมทั้งบริบทของสถานศกึ ษาและทอ้ งถนิ่

วัตถปุ ระสงค์
1. เพื่อให้ผ้เู รยี นปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตามความสนใจ ความถนัด และความตอ้ งการของตน
2. เพอ่ื ให้ผู้เรียนได้พัฒนาความรู้ ความสามารถดา้ นการคดิ วเิ คราะห์ สังเคราะหใ์ หเ้ กิดประสบการณ์ท้ัง

ทางวิชาการและวิชาชีพตามศกั ยภาพ
3. เพอื่ ส่งเสรมิ ใหผ้ ู้เรยี นใชเ้ วลาให้เกิดประโยชนต์ อ่ ตนเองและสว่ นรวม
4. เพ่อื ให้ผเู้ รียนทางานรว่ มกบั ผู้อ่ืนไดต้ ามวิถีประชาธิปไตย

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบบั พทุ ธศักราช 2565 งานพัฒนาหลักสตู ร ฝ่ายบริหารวิชาการ

389

ขอบข่ายการจดั กจิ กรรมชุมนุม
กิจกรรมชุมนุมมีขอบข่าย ดังน้ี
1. เป็นกจิ กรรมท่ีเกือ้ กลู ส่งเสรมิ การเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ให้กว้างขวางลึกซ้ึงยิง่ ขึน้
2. เปน็ กจิ กรรมจัดตามความสนใจของผู้เรยี น
3. เป็นกจิ กรรมท่ีสามารถจัดได้ท้งั ในและนอกสถานศกึ ษา และทงั้ ในและนอกเวลาเรยี น

แนวทางการจัดกจิ กรรมชมุ นุม
1. การจัดกจิ กรรมชมุ นมุ สถานศกึ ษาไดจ้ ัดกจิ กรรมออกเป็น 3 ดังนี้
1.1 ชุมนมุ เพ่ือสง่ เสริมและพัฒนาผเู้ รยี นตามกลมุ่ สาระการเรียนรูท้ ั้ง 8 กลุม่ สาระการเรียนรู้
1.2 ชุมนมุ พฒั นาผูเ้ รยี น เพ่ือพฒั นาผู้เรียนในด้านต่าง ๆ ตามความสนใจ
1.3 ชมุ นมุ เพอื่ สง่ เสรมิ ผเู้ รียนในด้านศิลปะ ดนตรีและกีฬา
2. ในระดบั ประถมศึกษาครูผสู้ อนจะเป็นผทู้ จ่ี ัดต้งั ชุมนมุ และผูเ้ รียนจะเลือกชุมนุมตามทต่ี นเองถนัด

และสนใจ
3. ในระดับมธั ยมศกึ ษาผเู้ รียนจะเปน็ ผจู้ ดั ตงั้ ชุมนุมตามท่ผี ู้เรียนสนใจและถนดั และเชญิ ครมู าเป็นท่ี

ปรกึ ษา โดยรว่ มกันดาเนนิ กจิ กรรมชมุ นมุ ตามระเบยี บปฏิบตั ิที่สถานศึกษากาหนด
4. การจัดกิจกรรมชมุ นุม ผูเ้ รียนจะเขา้ ชุมนมุ ที่ตนเองสนใจและถนดั สัปดาหล์ ะ 1 คาบเรยี นตลอดปี

การศกึ ษา
5. ครูท่ีปรกึ ษากระตุน้ และสง่ เสริมใหผ้ ู้เรยี นถอดประสบการณ์แลกเปล่ยี นเรียนรู้
6. สถานศกึ ษาจะเปดิ โอกาสให้ผเู้ รยี นไดแ้ สดงออก โดยจัดวันให้ผ้เู รียนได้แสดงผลงานเพอ่ื แสดง

ความสามารถตามศกั ยภาพของผู้เรยี นในแตล่ ะชมุ นุม ภาคเรียนละ 1 ครั้ง
7. ครูทีป่ รกึ ษาชมุ นมุ ประเมินผเู้ รยี นตามหลกั เกณฑ์การประเมนิ ผลของกิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น

กิจกรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์

กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมให้ผู้เรียนบาเพ็ญตนใหเ้ ป็นประโยชน์
ต่อครอบครวั ชมุ ชน สังคม และประเทศชาตใิ นลักษณะอาสาสมัคร เพอื่ ช่วยขัดเกลาจติ ใจของผู้เรยี นให้มีความ
เมตตากรณุ า มคี วามเสยี สละ และมจี ติ สาธารณะ เพ่ือชว่ ยสร้างสรรคส์ ังคมใหอ้ ยรู่ ่วมกนั อยา่ งมีความสขุ

หลกั การ
กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมท่ีต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเอง

ตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ โดยคานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมอง เน้นให้
ความสาคญั ทงั้ ความร้แู ละคุณธรรม จดั กจิ กรรมโดยใหผ้ ู้เรยี นคดิ สร้างสรรค์ออกแบบกจิ กรรมสาธารณประโยชน์
อยา่ งหลากหลายรูปแบบ เพ่อื แสดงถึงความรบั ผิดชอบตอ่ สงั คมในลกั ษณะจิตอาสา

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านหนองโสน ฉบบั พทุ ธศักราช 2565 งานพฒั นาหลักสูตร ฝา่ ยบรหิ ารวิชาการ

390

วัตถปุ ระสงค์
1. เพือ่ ปลกู ฝังและสร้างจิตสานึกให้แก่ผู้เรียนในการบาเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครวั โรงเรียน

ชุมชน สงั คมและประเทศชาติ
2. เพ่ือให้ผู้เรียนมีความคิดสร้างสรรค์ในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ตาม

ความถนดั และความสนใจในลกั ษณะอาสาสมคั ร
3. เพื่อให้ผเู้ รยี นมีความรู้ คณุ ธรรม จริยธรรมตามคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
4. เพือ่ ให้ผเู้ รียนมจี ิตสาธารณะและใช้เวลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์

ขอบขา่ ยการจัดกิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์
เป็นกระบวนการจัดกิจกรรมในลักษณะกิจกรรมบาเพ็ญประโยชน์ กิจกรรมอาสาพัฒนา หรือกิจกรรม

สร้างสรรค์สังคม โดยผู้เรียนดาเนินการดว้ ยตนเองในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดี
งาม ความเสยี สละต่อสงั คม และมีจิตสาธารณะ

แนวทางจดั กิจกรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์
การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เน้นให้ผู้เรียนร่วมกันสารวจและวิเคราะห์สภาพ

ปัญหา รว่ มกันออกแบบกิจกรรม วางแผนการจัดกจิ กรรม ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตามแผน รว่ มกันสรุปและประเมินผล
การจัดกจิ กรรม ร่วมรายงานผล พรอ้ มทั้งประชาสมั พนั ธ์และเผยแพรก่ ิจกรรม
การจัดกิจกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ ผู้เรยี นสามารถเลอื กจัดกิจกรรมหรือเข้ารว่ มกิจกรรมได้ ดงั นี้

1. จัดกิจกรรมภายในโรงเรียน (กิจกรรมในวิถีชีวิตโรงเรียนเพ่ือปลูกฝังจิตอาสา) เป็นกิจกรรมท่ีผู้เรียน
และครูที่ปรึกษากิจกรรมร่วมกันวางแผนปฏิบัติกิจกรรมอาสา ในวิถีชีวิตของช้ันเรียนและโรงเรียนจนเกิดเป็น
นิสัยในการสมัครใจทางานต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ซ่ึงงานเหล่าน้ีจะขยายขอบเขตจากใกล้ตัวไปสู่
สังคมทอ่ี ยูภ่ ายนอกได้

2. จัดกิจกรรมภายนอกโรงเรียน (กิจกรรมอาสาสมัครเพ่ือสังคม) เป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนได้รับการ
สนับสนุนตามแผนการจัดกิจกรรม โดยให้ทากิจกรรมด้วยความอาสาสมัครใจท่ีเป็นประโยชน์แก่ชุมชนและ
สังคมโดยรวม
แนวการจัดกจิ กรรมเพอื่ สงั คมสาธารณประโยชน์ มแี นวทางการจัด ดงั นี้
1. จดั กจิ กรรมในลักษณะบูรณาการใน 8 กลุม่ สาระการเรยี นรู้ โดยผ้เู รียนสามารถจดั กจิ กรรมตาม องค์ความรู้ที่
ได้จากการเรียนรขู้ องแต่ละกลมุ่ สาระการเรียนรูต้ ามความเหมาะสม
2. จัดกิจกรรมลักษณะโครงการ / โครงงาน / กิจกรรม หมายถึง กิจกรรมที่สถานศึกษาจัดข้ึนและใหผ้ ้เู รียนที่มี
ความสนใจ และมีจติ อาสาปฏบิ ตั ิกจิ กรรมทง้ั ภายในและภายนอกสถานศกึ ษา
3. จัดกิจกรรมร่วมกับองค์กรอื่น เป็นกิจกรรมท่ีผู้เรียนอาสาสมัครเข้าร่วมกิจกรรมกับหน่วยงานหรือองค์กร
อื่น ๆ ท่ีจัดกิจกรรมในลักษณะเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ โดยผู้เรียนสามารถเลือกเข้าร่วมกิจกรรมได้
ดังน้ี
- รว่ มกับหนว่ ยงานอื่นทีเ่ ข้ามาจัดกิจกรรมในโรงเรียน
- รว่ มกบั หน่วยงานอื่นทีจ่ ดั กิจกรรมนอกโรงเรยี น

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านหนองโสน ฉบับพุทธศักราช 2565 งานพัฒนาหลกั สูตร ฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ

391

การจดั การเรียนรู้และการสง่ เสริมการเรยี นรู้
การจดั การเรยี นรเู้ ปน็ กระบวนการสาคญั ในการนาหลกั สูตรสูก่ ารปฏบิ ัติ เป็นหลักสูตรทมี่ มี าตรฐานการ

เรียนรู้ สมรรถนะสาคัญและคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผเู้ รียน เป็นเป้าหมายสาหรบั พฒั นาเดก็ และเยาวชน
ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณสมบัติตามเป้าหมายหลักสูตร ผู้สอนพยายามคัดสรรกระบวนการเรียนรู้

จัดการเรียนรู้โดยช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ผ่านสาระท่ีกาหนดไว้ในหลักสูตร 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมท้ังปลูกฝัง
เสริมสรา้ งคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ พฒั นาทกั ษะตา่ ง ๆ อนั เป็นสมรรถนะสาคัญให้ผูเ้ รยี นบรรลุตามเป้าหมาย

หลกั การจัดการเรยี นรู้

การจัดการเรียนรู้กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2565 ยึด
หลักการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่เน้นผู้เรียนมี
ความสาคัญท่ีสุด เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยึดประโยชน์ท่ีเกิดกับผู้เรียน โดยมี
เป้าหมายให้ผู้เรียนเป็นคนดี เก่ง มีความเป็นไทย และทางานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ในกลุ่มสาระการ
เรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มสาระ กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็ม
ตามศักยภาพ คานงึ ถงึ ความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมอง เน้นให้ความสาคัญทัง้ ความรู้ และ
คุณธรรม คิดเป็นองค์รวม และร่วมมือกันพัฒนาสังคมไทย การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้
ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสาคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามท่ีกาหนดไว้ใน
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตาม
ธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ คานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมอง เน้นให้
ความสาคญั ท้ังความรู้ และคณุ ธรรม การจดั การเรียนรู้กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับ
ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2565 จึงไดก้ าหนดแนวดาเนินการเพ่ือให้การจดั การเรียนรู้ตามหลกั สูตรประสบความสาเร็จตาม
จุดมงุ่ หมาย ดงั น้ี

1. จัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยยึดหลักการพัฒนาผู้เรียนให้ถึงศักยภาพสูงสุด คือ ผู้เรียนได้ พัฒนา
ตนเอง ทัง้ ร่างกาย สตปิ ญั ญา อารมณ์ และสงั คม มีความรสู้ กึ ทีด่ เี กย่ี วกับตนเอง ภาคภูมิใจในผลการปฏิบตั ิ

2. จัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยยึดชีวิตจริงของผู้เรียนเป็นหลัก เน้นให้ผู้เรียนมีศักยภาพในการคิด
เชิงระบบ และคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณ มรี ูปแบบการคดิ ของตนเอง คน้ พบตนเอง

3. จัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยยึดหลักความแตกต่างระหว่างบุคคล และหลักการเรียนรู้ในเชิงพหุ
ปญั ญา และใช้กระบวนการวิจัยในการแก้ปญั หาและพฒั นาผูเ้ รียน

4. จัดประสบการณ์โดยใช้คุณธรรมนาความรู้ บูรณาการคุณธรรมในการจัดประสบการณ์ทุกกลุ่มสาระ
การเรียนรู้ และทุกข้ันตอนในการจัดการเรียนรู้ ถือว่าครูทุกคนมีหน้าท่ีพัฒนาผู้เรียนให้ประพฤติตนยึดหลัก
คุณธรรม และพัฒนาตนให้มีค่านยิ มอนั พงึ ประสงค์

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับพทุ ธศักราช 2565 งานพัฒนาหลกั สตู ร ฝ่ายบริหารวิชาการ

392

5. จัดบรรยากาศให้เอื้อต่อการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง มีอิสระในการคิด ได้ลงมือปฏิบัติจริง ครู
พร้อมให้คาปรึกษา ให้กาลังใจ เสริมแรงให้ผู้เรียนมีความเช่ือม่ันว่าตนเองมีศักยภาพในการเรียนรู้ในเชิงพหุ
ปญั ญา ไม่ด้านใดกด็ า้ นหนึ่งหรอื หลายด้านพรอ้ มกนั

6. จัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้มีความสัมพันธ์ เชื่อมโยง หรือบูรณาการท้ังภายในกลุ่มสาระการ
เรียนรู้ และระหว่างกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ให้มากท่ีสดุ

7. จัดประสบการณ์การเรยี นร้ใู หย้ ืดหยุ่นตามเหตุการณ์ และสภาพทอ้ งถิ่น โดยใชแ้ หล่งการเรียนรู้และ
ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดการเรียนรตู้ ามความเหมาะสม

8. จัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยมุ่งเน้นกระบวนการเรียนรู้ กระบวนการคิดอย่างมีเหตุผล และ
สร้างสรรค์ กระบวนการกลมุ่

การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ ผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เป็น
เครื่องมือท่ีจะนาพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ท่ีจาเป็นสาหรับผู้เรียน อาทิ
กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม
กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติ
ลงมือทาจริง กระบวนการจัดการ กระบวนการวิจัย กระบวนการเรียนรู้ การเรียนรู้ของตนเอง
กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสยั

กระบวนการเหล่าน้ีเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ท่ีผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝน พัฒนา เพราะจะ
สามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี บรรลุเป้าหมายของหลักสูตร ดังน้ัน ผู้สอนจึงจาเป็นต้องศึกษา
ทาความเข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ เพ่ือให้สามารถเลือกใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพ

การออกแบบการจัดการเรียนรู้

ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวัด สมรรถนะสาคัญของ
ผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน แล้วจึงพิจารณาออกแบบ
การจัดการเรียนรู้โดยเลือกใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน ส่ือ / แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เพ่ือให้
ผเู้ รียนไดพ้ ฒั นาเต็มตามศกั ยภาพและบรรลุตามเป้าหมายท่ีกาหนด
1. บทบาทของผู้สอนและผู้เรยี น

การจัดการเรียนรเู้ พ่ือใหผ้ ู้เรยี นมีคณุ ภาพตามเปา้ หมายของหลกั สูตร ทัง้ ผู้สอนและผู้เรยี นควรมบี ทบาท
ดงั น้ี

1.1 บทบาทของผ้สู อน
1. ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล แล้วนาข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการจัดการเรียนรู้ ท่ี
ท้าทายความสามารถของผู้เรียน

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านหนองโสน ฉบบั พทุ ธศักราช 2565 งานพัฒนาหลกั สูตร ฝ่ายบรหิ ารวิชาการ

393

2. กาหนดเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดข้ึนกับผู้เรียน ด้านความรู้และทักษะกระบวนการ ท่ีเป็นความคิด
รวบยอด หลักการและความสัมพนั ธ์ รวมท้งั คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

3. ออกแบบการเรียนรู้และจดั การเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล และพัฒนาการทาง
สมอง เพ่ือนาผ้เู รยี นไปสูเ่ ปา้ หมาย

4. จดั บรรยากาศท่ีเอือ้ ตอ่ การเรียนรู้ และดูแลช่วยเหลือผเู้ รียนใหเ้ กดิ การเรียนรู้
5. จัดเตรียมและเลือกใช้สื่อดิจิทัลให้เหมาะสมกับกิจกรรม นาภูมิปัญญาท้องถ่ินท่ีเหมาะสมมา
ประยกุ ต์ใชใ้ นการจัดการเรียนการสอน
6. ประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาติของวิชาและ
ระดบั พัฒนาการของผเู้ รยี น
7. วิเคราะห์ผลการประเมินมาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน รวมท้ังปรับปรุงการจัดการเรียน
การสอนของตนเอง

1.2 บทบาทของผเู้ รยี น
1. กาหนดเปา้ หมาย วางแผน และรบั ผดิ ชอบการเรียนร้ขู องตนเอง
2. เสาะแสวงหาความรู้ เขา้ ถงึ แหล่งการเรียนรู้ วิเคราะห์ สงั เคราะหข์ อ้ ความรู้ ตั้งคาถาม คิดหาคาตอบหรือ
หาแนวทางแก้ปญั หาดว้ ยวิธกี ารตา่ ง ๆ
3. ลงมือปฏิบัตจิ รงิ สรุปสิง่ ท่ีไดเ้ รยี นรู้ด้วยตนเอง และนาความร้ไู ปประยกุ ต์ใช้ในสถานการณต์ ่าง ๆ
4. มปี ฏิสัมพันธ์ ทางาน ทากิจกรรมรว่ มกับกลุ่มและครู
5. ประเมินและพฒั นากระบวนการเรยี นรขู้ องตนเองอยา่ งตอ่ เนอื่ ง

การวดั ผลประเมินผลการเรยี นรู้

จดุ มุ่งหมาย
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียนตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน

พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับปรับปรุง พ.ศ.
2565 ต้องอยูบ่ นพื้นฐานสองประการ คอื

1. การวัดผลและประเมินผลเพื่อพัฒนาผู้เรียน โดยเก็บรวบรวมข้อมูลเก่ียวกับผลการเรียนรู้ของ
ผู้เรียนในระหว่างการเรียนการสอนอย่างต่อเน่ือง บันทึก วิเคราะห์ แปลความหมายข้อมูล แล้วนามาใช้ในการ
ส่งเสริมหรือปรับปรุงแก้ไขการเรียนรู้ของผู้เรียนและการสอนของครู การวัดผลและประเมินผลกับการสอนจึง
เป็นเร่ืองสัมพันธ์กัน หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งการเรียนการสอนก็ขาดประสิทธิภาพ การประเมินระหว่างการเรียน
การสอนเพ่ือพัฒนาการเรียนรู้เช่นนี้เป็นการวัดผลและประเมนิ ผลย่อย (Formative Assessment) ที่เกิดขึ้นใน
ห้องเรยี นทกุ วนั เปน็ การประเมนิ เพื่อให้รู้จดุ เด่น จดุ ทตี่ ้องปรบั ปรุง จึงเปน็ ข้อมูลเพื่อใช้ในการพฒั นาในการเก็บ
ข้อมูล สิ่งที่สาคัญท่ีสุดในการประเมินเพ่ือพัฒนา คือ การให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้เรียนในลักษณะคาแนะนาท่ี

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านหนองโสน ฉบบั พทุ ธศักราช 2565 งานพฒั นาหลกั สูตร ฝา่ ยบริหารวชิ าการ

394

เช่ือมโยงความรู้เดิมกับความรู้ใหม่ ให้การเรียนรู้เพ่ิมพูน แก้ไขความคิด ความเข้าใจเดิมท่ีไม่ถูกต้อง ตลอดจน
การใหผ้ ้เู รียนสามารถตัง้ เปา้ หมายและพัฒนาตนได้

2. การวัดผลเพ่อื ตดั สนิ ผลการเรยี น เป็นการประเมนิ สรปุ ผลการเรยี นรู้ (Summative Assessment)
ซ่ึงมีหลายระดับ ได้แก่ เมื่อเรียนจบหน่วยการเรียน จบรายวิชาเพ่ือตัดสินให้คะแนน หรือให้ระดับผลการเรียน
ให้การรับรองความรู้ ความสามารถของผู้เรียนว่าผ่านรายวิชาหรือไม่ ควรได้รับการเล่ือนชั้นหรือไม่ หรือ
สามารถจบหลักสูตรหรือไม่ ในการประเมินเพื่อตัดสินผลการเรียนท่ีดีต้องให้โอกาสผู้เรียนแสดงความสามารถ
ด้วยวิธกี ารทีห่ ลากหลายและพิจารณาตัดสินบนพ้ืนฐานของเกณฑ์ผลการปฏิบัตมิ ากกวา่ ใชเ้ ปรยี บเทียบระหว่าง
ผ้เู รยี น
หลักการ

การวดั ผลและประเมินผลการเรยี นรูก้ ิจกรรมพัฒนาผ้เู รียนตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน
พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับปรับปรุง พ.ศ.
2565 เปน็ กระบวนการเกบ็ รวบรวม ตรวจสอบ ตีความผลการเรียนรู้ และพฒั นาการดา้ นต่าง ๆ ของผเู้ รียนตาม
มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ชว้ี ดั ของหลกั สตู ร นาผลไปปรับปรงุ พฒั นาการจดั การเรยี นรแู้ ละใช้เปน็ ข้อมูลสาหรับ
การตัดสินผลการเรียน สถานศึกษามีกระบวนการจัดการที่เป็นระบบ เพื่อให้การดาเนินการวัดผลและ
ประเมินผลการเรียนรู้เป็นไปอย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ และให้ผลการประเมินที่ตรงตามความรู้
ความสามารถท่ีแม้จริงของผู้เรียน ถูกต้องตามหลักการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ รวมทั้งสามารถรองรับ
การประเมินภายในและภายนอกตามระบบการประกันคุณภาพการศึกษาได้ สถานศึกษาจึงกาหนดหลักการ
วัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ เพ่ือเป็นแนวทางในการตัดสินใจเกี่ยวกับการวัดผลและประเมินผลตาม
หลกั สูตรสถานศึกษา ดังน้ี

1. สถานศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยเปิดโอกาสให้ผู้ท่ี
เกยี่ วข้องมสี ว่ นร่วม

2. การวัดผลและการประเมนิ ผลการเรยี นรู้ มีจุดมุ่งหมายเพอ่ื พัฒนาผูเ้ รยี นและตดั สนิ ผลการเรียน
3. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ต้องสอดคล้องและครอบคลุมมาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวช้ีวัดตาม
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ท่ีกาหนดในหลักสูตรสถานศึกษา และจดั ใหม้ ีการประเมินการอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขียน
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ตลอดจนกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น
4. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการเรียนการสอน ต้อง
ดาเนินการด้วยเทคนิควิธีท่ีหลากหลาย เพ่ือให้สารถวัดและประเมินผลผู้เรียนได้อย่างรอบด้านท้ังด้านความรู้
ความคิด กระบวนการ พฤติกรรม และเจตคติ เหมาะสมกับส่ิงที่ต้องการวัด ธรรมชาติวิชา และระดับชั้นของ
ผเู้ รียน โดยตงั้ อยูบ่ นพนื้ ฐานของความเทย่ี งตรง ยุตธิ รรมและเช่อื ถอื ได้
5. การประเมินผูเ้ รียนพจิ ารณาจากากรพฒั นาการของผ้เู รยี น ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการ
เรียนรู้ การร่วมกิจกรรม และการทดสอบ ควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอนตามความเหมาะสมของแต่ละ
ระดบั และรูปแบบการศึกษา
6. เปดิ โอกาสใหผ้ ้เู รียนและผู้ที่มีส่วนรว่ มเกย่ี วขอ้ งตรวจสอบผลการประเมนิ การเรยี นรู้
7. มีการเทียบโอนผลการเรียนระหวา่ งสถานศกึ ษาและระหวา่ งรปู แบบการศึกษาต่าง ๆ

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับพทุ ธศักราช 2565 งานพัฒนาหลกั สูตร ฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ

395

8. จัดทาและออกเอกสารหลักฐานการศึกษา เพื่อเป็นหลักฐานการประเมินผลการเรียนรู้ รายงานผล
การเรียน แสดงวฒุ ิการศึกษาและรับรองผลการเรยี นรขู้ องผ้เู รียน

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับพุทธศักราช 2565 งานพฒั นาหลกั สตู ร ฝา่ ยบรหิ ารวิชาการ

396

การวดั ผลประเมนิ ผลการเรยี นรู้

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านหนองโสน ฉบับพุทธศักราช 2565 งานพัฒนาหลกั สูตร ฝ่ายบรหิ ารวชิ าการ

397

การวดั ผลประเมินผลการเรียนรู้

องค์ประกอบของการวดั ผลและประเมนิ ผล

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้กาหนดจุดหมาย สมรรถนะสาคัญของ
ผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และมาตรฐานการเรียนรู้ เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนา
ผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีคุณภาพชีวิตท่ีดี และมีขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีระดับโลก กาหนด
ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามมาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัดท่ีกาหนดในสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระ มีความสามารถใน
การอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขยี น มคี ุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์และเขา้ รว่ มกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น

แผนภาพที่ 1.1 แสดงความสมั พันธข์ ององคป์ ระกอบการวัดผลและประเมินผลการเรยี นรู้

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขต
พนื้ ท่กี ารศึกษา และระดบั ชาติ มรี ายละเอยี ด ดังนี้

1. การประเมินระดับช้ันเรียน เป็นการวัดและประเมินผลท่ีอยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ผู้สอน
ดาเนินการเป็นปกติและสม่าเสมอในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย เช่น
การซกั ถาม การสงั เกต การตรวจการบา้ น การประเมินโครงงาน การประเมนิ ช้นิ งาน/ภาระงาน แฟม้ สะสมงาน
การใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองเปิดโอกาสให้ผู้เรียนประเมินตนเอง เพื่อประเมินเพื่อน
ผปู้ กครองรว่ มประเมนิ

การประเมินระดับช้ันเรยี นเป็นการตรวจสอบว่าผ้เู รยี นมีพัฒนาการความก้าวหน้าในการเรียนรอู้ ันเปน็
ผลมาจากการจดั กิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่และมากน้อยเพียงใด มสี ิ่งที่จะต้องได้รบั การพัฒนาปรับปรุง
และส่งเสริมในด้านใด นอกจากน้ียังเป็นข้อมูลให้ผู้สอนใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนของตนด้วย ทั้งนี้โดย
สอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชีว้ ัด

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านหนองโสน ฉบบั พุทธศักราช 2565 งานพัฒนาหลกั สูตร ฝ่ายบริหารวิชาการ

398

2. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการตรวจสอบผลการเรียนของผ้เู รยี นเป็นรายปี / รายภาค ผล
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และเป็น
การประเมินเก่ียวกับการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่
ผู้เรียนมีสิ่งท่ีต้องการพัฒนาในด้านใด รวมท้ังสามารถนาผลการเรียนของผู้เรียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับ
เกณฑ์ระดับชาติและระดับเขตพ้ืนที่การศึกษา ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและสารสนเทศ
เพ่ือการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพ่ือจัดทาแผนพัฒนา
คุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและ การรายงานผลการจัด
การศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา สานักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน ผู้ปกครองและชมุ ชน

3. การประเมินระดับเขตพ้ืนที่การศึกษา เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพ้ืนที่การศึกษา
ตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพ้ืนฐานในการพัฒนา
คุณภาพการศึกษาของเขตพื้นท่ีการศึกษาตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดาเนินการโดยประเมินคุณภาพ
ผู้เรียนด้วยวิธีการและเคร่ืองมือท่ีเป็นมาตรฐานที่จัดทาและดาเนินการโดยเขตพ้ืนท่ีการศึกษา หรือด้วย
ความร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่เก่ียวข้อง นอกจากนี้ยังได้จากการตรวจสอบทบทวนข้อมลู
จากการประเมนิ ระดับสถานศกึ ษาในเขตพ้นื ท่ีการศึกษา

4. การประเมินระดับชาติ เป็นการประเมินคุณภาพผูเ้ รยี นในระดับชาตติ ามมาตรฐานการเรยี นรู้ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนที่เรียน ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 เข้ารบั การประเมินผลจากการประเมินใชเ้ ป็นข้อมูลในการเทียบเคยี งคุณภาพการศกึ ษาใน
ระดับต่าง ๆ เพื่อนาไปใช้ในการวางแผนยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาตลอดจนเป็นข้อมูลสนับสนุนการ
ตดั สนิ ใจในระดับนโยบายของประเทศ

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบบั พุทธศักราช 2565 งานพฒั นาหลักสตู ร ฝ่ายบริหารวิชาการ

399

เกณฑ์การวดั ผลประเมนิ ผลการเรยี นรู้

1. การตัดสิน การใหร้ ะดับ และการรายงานผลการเรียน

1.1 การตัดสินผลการเรยี น
หลักเกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียนรู้กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับ
ปรบั ปรุง พ.ศ. 2565 เพ่อื ตัดสนิ ผลการเรียนรูข้ องผ้เู รยี น มดี งั น้ี
ระดบั ประถมศึกษา
1. ผู้เรยี น มเี วลาไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ 80 ของเวลาเรยี นทัง้ หมด
2. ผู้เรียนต้องได้รับการประเมนิ ทุกตัวชี้วดั และผ่านตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษากาหนด
3. ผู้เรียนต้องไดร้ บั การตดั สนิ ทกุ รายวชิ า
4. ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษากาหนดในการอ่าน
คิด วเิ คราะห์และเขยี น คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ และกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น
ระดบั มัธยมศกึ ษา
1. ตัดสินผลการเรียนเป็นรายวิชา ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนตลอดภาคเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของ
เวลาเรียนทงั้ หมดในรายวิชานน้ั ๆ
2. ผู้เรียนตอ้ งไดร้ ับการประเมินทุกตัวช้วี ัดและผ่านตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษากาหนด
3. ผเู้ รยี นต้องได้รบั การตัดสินทกุ รายวิชา
4. ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากาหนดในการอ่าน
คิด วเิ คราะห์และเขียน คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
การตัดสินผลการเรียน ตัดสินเป็นรายวิชา โดยใช้ผลการประเมินระหว่างปีและปลายปีตามสัดส่วน
คะแนนท่ีสถานศึกษากาหนด ทุกรายวิชาต้องได้รับการตัดสินให้ผลการเรียนตามแนวทางการให้ระดับคะแนน
ตามท่ีสถานศึกษากาหนด และผเู้ รยี นต้องผ่านทุกรายวชิ าพ้นื ฐาน
1.2 เกณฑ์การให้ระดบั ผลการเรยี น
ระดับประถมศกึ ษา
การตัดสินเพื่อให้ระดับผลการเรียนรายวิชา หลักสูตรสถานศึกษาได้ให้ระดับผลการเรียน หรือระดับ
คุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียนเป็นระบบตัวเลข ระบบตัวอักษร ระบบร้อยละ และระบบท่ีใช้คาสาคัญสะท้อน
มาตรฐาน
การประเมนิ การอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงคน์ ัน้ ให้ผลการประเมินเป็น
ผ่านและไม่ผ่าน กรณที ่ผี า่ นใหร้ ะดับผลการเรยี นประเมินเป็นดเี ยย่ี ม ดี และผ่าน
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาท้ังเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรม
และผลงานของผ้เู รียนตามเกณฑ์ท่สี ถานศึกษากาหนด และให้ผลประเมนิ เป็นผ่านและไม่ผ่าน

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองโสน ฉบับพทุ ธศักราช 2565 งานพัฒนาหลักสตู ร ฝา่ ยบริหารวชิ าการ

400

ระดับมธั ยมศึกษา
การตัดสินเพื่อให้ระดบั ผลการเรียนเป็นรายวิชา ให้ใชต้ วั เลขแสดงระดับผลการเรียนเป็น 8 ระดับ
การประเมินการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงคน์ ้ันใหผ้ ลการประเมินเป็น
ผา่ นและไม่ผ่าน กรณีท่ผี ่านให้ระดับผลการเรยี นประเมนิ เป็นดเี ย่ยี ม ดี และผ่าน
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรม
และผลงานของผูเ้ รยี นตามเกณฑ์ทส่ี ถานศกึ ษากาหนด และให้ผลประเมินเป็นผ่านและไมผ่ ่าน
1.3 การรายงานผลการเรยี น
การรายงานผลการเรียนเป็นการสื่อสารให้ผู้ปกครองและผู้เรียนรับทราบความก้าวหน้าในการเรียนรู้
ของผู้เรียน ซึ่งสถานศึกษาได้สรุปผลการประเมินและจัดทาเอกสาร รายงานผลให้ผู้ปกครองทราบเป็นระยะ ๆ
หรืออย่างนอ้ ยภาคเรียนละ 1 ครั้ง

2. เกณฑ์การจบการศึกษา

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 หลักสูตร
สถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองโสน พุทธศักราช 2565 ได้กาหนดเกณฑ์การจบการศึกษาเป็น 3 ระดับ คือ
ระดับประถมศกึ ษา ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น และระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย

ระดบั ประถมศกึ ษา
1. ผเู้ รียนรายวิชาพื้นฐานและรายวชิ าเพ่มิ เติม ตามโครงสรา้ งเวลาเรยี นท่หี ลกั สูตรสถานศึกษากาหนด
2. ผเู้ รยี นมีผลการประเมินรายวชิ าพืน้ ฐานผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ตามทสี่ ถานศึกษากาหนด
3. ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี
สถานศึกษากาหนด
4. ผู้เรียนเขา้ รว่ มกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี นและมผี ลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามทีส่ ถานศึกษา
กาหนด
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้
1. ผู้เรียนเรียนรายวชิ าพ้ืนฐานและเพิ่มเติมไม่เกิน 81 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพ้ืนฐาน 66 หน่วยกติ
และรายวิชาเพ่มิ เตมิ ตามที่สถานศึกษากาหนด
2. ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิจตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วย
กติ และรายวชิ าเพ่มิ เตมิ 11 หน่วยกติ
3. ผู้เรียนมีผลประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี
สถานศกึ ษากาหนด
4. ผเู้ รียนมีผลการประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมนิ ตามทสี่ ถานศึกษา
กาหนด
5. ผู้เรียนร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษา
กาหนด

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านหนองโสน ฉบบั พุทธศักราช 2565 งานพฒั นาหลกั สตู ร ฝ่ายบริหารวชิ าการ


Click to View FlipBook Version