220 ทางการเงิน ของธนาคารแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่รับเรื่องร้องเรียน อื่น ๆ ขั้นที่ 3 การปฏิบัตินำไปใช้(I) ผู้เรียนสรุปความรู้ที่ได้เป็นแผนผัง ความคิด ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้มาทำใบงาน และ แบบทดสอบ ครูและผู้เรียนสรุปเนื้อหาเป็นแผนผัง ความคิดแล้วนำเสนอร่วมกัน ขั้นที่ 4 การประเมินผลการเรียนรู้(E) ประเมินจากใบงาน ประเมินจากแบบทดสอบ บันทึกการเรียนรู้ของผู้เรียน
221 บันทึกหลังการสอน ครั้งที่ .............. วันที่....... เดือน ............................................... พ.ศ. ............. ผลการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ............................................................ ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ........................................................................................................................................................ ................................. สภาพปัญหาและอุปสรรค ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ แนวทางการแก้ไขปัญหา ......................................................................................................................................... ................................................ ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ............................................................ ....................................................................................................................................................... .................................. ................................................................................................ ......................................................................................... ลงชื่อ.............................................................ผู้บันทึก (............................................................) ตำแหน่ง........................................................... ข้อคิดเห็นของผู้อำนวยการสถานศึกษา ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ลงชื่อ.................................................... (นายอำนาจ โตน้ำ) ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย วันที่....... เดือน ........................... พ.ศ.............
222 ภาคผนวก
223 ใบความรู้ครั้งที่ 14 วิชาการเงินเพื่อชีวิต 2 รหัสวิชา สค22016 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่อง สิทธิและหน้าที่ของ ผู้ใช้บริการทางการเงิน สิทธิและหน้าที่ของ ผู้ใช้บริการทางการเงิน สาระสำคัญ ผู้ใช้บริการทางการเงินมีสิทธิที่พึงตระหนัก 4 ประการเพื่อให้สามารถเลือกใช้บริการทางการเงินได้อย่าง เหมาะสมและตรงกับความต้องการของตนเอง และยังมีหน้าที่ที่ควร ปฏิบัติด้วยความรับผิดชอบอีก 5 ประการเพื่อลด ความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดจากการ ใช้บริการทางการเงิน รวมถึงรู้จักบทบาทหน้าที่ของศูนย์คุ้มครอง ผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) และหน่วยงานที่รับเรื่องร้องเรียนอื่น ๆ 1 การประเมินความเหมาะสมก่อนตัดสินใจก่อหนี้ ปัจจุบันผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินมีความหลากหลาย ซับซ้อน และ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วไปตาม พัฒนาการทางเทคโนโลยี ผู้ใช้บริการทางการเงินจึงควรศึกษา หาความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินต่าง ๆ รวมทั้งสิทธิและหน้าที่ในการเป็น ผู้ใช้บริการทางการเงินเพื่อให้สามารถเลือกใช้บริการอย่างมั่นใจ ตรงกับความ ต้องการ ไม่เสียสิทธิที่พึงได้ และเป็นผู้ใช้บริการทางการเงินที่ทำหน้าที่ได้อย่างเหมาะสมและได้รับประโยชน์สูงสุด โดยผู้ใช้บริการทางการเงินมีสิทธิ 4 ประการ ดังนี้ 1. สิทธิที่จะได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง (right to be informed) ผู้ใช้บริการทาง การเงินมีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลที่ ถูกต้องเกี่ยวกับบริการที่สนใจ โดยเจ้าหน้าที่สถาบันการเงินต้อง อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และเงื่อนไขต่าง ๆ อย่างถูกต้อง ชัดเจน และครบถ้วน เพียงพอต่อการตัดสินใจในการใช้บริการ เช่น ลักษณะสำคัญของผลิตภัณฑ์ ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ความเสี่ยง ค่าปรับ ค่าธรรมเนียม ตลอดจนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเมื่อไม่ท าตาม เงื่อนไข และการใช้สื่อทางการตลาดเพื่อส่งเสริมการขายต้องไม่ชวนเชื่อเกินจริง ไม่ทำให้ผู้ใช้บริการ เข้าใจผิด เมื่อได้รับข้อมูลที่ ถูกต้องและครบถ้วนแล้ว ผู้ใช้บริการทางการเงินก็ควร พิจารณา ตรวจสอบ และสอบถามรายละเอียดให้แน่ใจก่อน ตัดสินใจใช้บริการ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์และบริการที่เหมาะสมและตรงความต้องการของผู้ใช้บริการ 2. สิทธิที่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และบริการได้อย่างอิสระ (right to choose) เจ้าหน้าที่สถาบันการเงินสามารถ นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการอื่น ๆ ควบคู่กับผลิตภัณฑ์ที่ ผู้ใช้บริการทางการเงินต้องการ แต่ผู้ใช้บริการทางการเงิน ควรเลือกผลิตภัณฑ์และบริการทาง การเงินที่ต้องการจริง ๆ เท่านั้น โดยคำนึงถึงความจำเป็น ประโยชน์ที่ได้รับ ความ คุ้มค่า รวมถึง ความสามารถในการรับภาระค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง หากผู้ใช้บริการไม่ต้องการผลิตภัณฑ์และ บริการที่ เจ้าหน้าที่เสนอขาย ก็สามารถปฏิเสธได้ 3. สิทธิที่จะร้องเรียนเพื่อความเป็นธรรม (right to be heard) หาก ผู้ใช้บริการทางการเงินพบว่าตนเอง ได้รับการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องหรือถูกเอาเปรียบ เช่น ได้รับ ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน ถูกบังคับให้ซื้อผลิตภัณฑ์
224 ทางการเงินที่ไม่ต้องการ ถูกทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ คำนวณดอกเบี้ยผิด ก็สามารถร้องเรียนไปยังสถาบัน การเงินที่ใช้บริการ และหากยังไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็สามารถร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่กำกับดูแล 4. สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาค่าชดเชยหากเกิดความเสียหาย (right to redress) ผู้ใช้บริการทางการเงินมี สิทธิได้รับการชดเชยตามความเหมาะสม หากพิสูจน์แล้วว่า เป็นความผิดพลาดของสถาบันการเงิน เช่น ไม่ได้ปฏิบัติ ตามแนวนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการ นำเสนอข้อมูลหรือการเสนอขายผลิตภัณฑ์ทางการเงิน หรือปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง กับการ ให้บริการทางการเงินอย่างไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะจงใจหรือประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้ผู้ใช้บริการได้รับความ เสียหาย เช่น เจ้าหน้าที่ธนาคารขโมยเงินฝากจากบัญชี ระบบไม่ตัดเงิน จากบัญชีทำให้มียอดหนี้ค้างชำระ แต่ ผู้ใช้บริการทางการเงินจะไม่ได้รับการชดเชยหากความ ผิดพลาดนั้นเกิดจากผู้ใช้บริการเอง เช่น ฝากสมุดบัญชีไว้กับ เจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อทำรายการแทน โอนเงินจากเครื่องเอทีเอ็มไปผิดบัญชีหรือใส่ตัวเลขจำนวนเงินผิด 2. หน้าที่ของผู้ใช้บริการทางการเงิน นอกจากสถาบันการเงินต้องให้บริการด้วยความรับผิดชอบแล้ว ผู้ใช้บริการทาง การเงินยังมี “หน้าที่” ที่ควร ปฏิบัติด้วยความรับผิดชอบเพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายที่ อาจเกิดขึ้นจากการใช้บริการทางการเงิน โดยหน้าที่ ของผู้ใช้บริการทางการเงินมีดังนี้ 1. วางแผนการเงิน เพื่อจัดการรายจ่ายให้เหมาะสมกับรายรับ ซึ่งจะทำให้ทราบ ฐานะทางการเงินของตนเอง และหากมีปัญหาทางการเงิน ก็จะสามารถมองเห็นสัญญาณและ วางแผนรับมือกับปัญหาล่วงหน้าได้ 2. ติดตามข้อมูลข่าวสารทางการเงินอย่างสม่ำเสมอ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการ ตัดสินใจเลือกใช้บริการให้ เหมาะสมและตรงกับความต้องการของตนเอง นอกจากข่าวสาร เกี่ยวกับบริการทางการเงินแล้ว ภัยทางการเงินก็เป็น สิ่งหนึ่งที่ผู้ใช้บริการทางการเงินไม่ควร ละเลยเพราะการติดตามข่าวสารจะทำให้เข้าใจและรู้ทันรูปแบบการหลอกลวง ของมิจฉาชีพ และสามารถป้องกันตัวเองจากมิจฉาชีพได้ 3. ศึกษารายละเอียดและเปรียบเทียบข้อมูลก่อนเลือกใช้จะทำให้เข้าใจ ลักษณะของผลิตภัณฑ์และบริการ เงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง ผลประโยชน์ที่จะได้รับ ความเสี่ยง และ ต้องไม่ลืมที่จะเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ที่สนใจจากหลาย ๆ แหล่ง เช่น สถาบันการเงิน ผู้ประกอบ ธุรกิจสินเชื่อที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (non-bank) เพื่อเลือกสิ่งที่เหมาะสมและ ตรงกับความ ต้องการของตนเองมากที่สุด เช่น สอบถามพนักงาน อ่านและทำความเข้าใจหนังสือชี้ชวนหรือ เอกสาร สรุปข้อมูลสำคัญประกอบการเสนอขายผลิตภัณฑ์ (fact sheet) เพื่อเปรียบเทียบ ผลิตภัณฑ์ รู้หรือไม่ว่า fact sheet ช่วยคุณได้อย่างไร fact sheet หรือเอกสารสรุปข้อมูลสำคัญของผลิตภัณฑ์ คือ ข้อมูลที่สถาบัน การเงินจัดทำ ขึ้นเพื่อเปิดเผยให้ลูกค้าได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการทางการเงิน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ทางการเงินบาง ประเภทที่มีความซับซ้อน เช่น สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย บัญชีเงินฝากแบบขั้นบันได
225 มีอะไรอยู่ใน fact sheet 1. ลักษณะสำคัญของผลิตภัณฑ์ เช่น ประเภทของผลิตภัณฑ์ อัตราดอกเบี้ย วิธีคิดดอกเบี้ย 2. ค่าบริการหรือค่าธรรมเนียมที่สถาบันการเงินอาจเรียกเก็บจากการซื้อ ผลิตภัณฑ์หรือใช้บริการเหล่านี้ 3. เงื่อนไขและข้อกำหนดที่ควรทราบ fact sheet จะเป็นตัวช่วยที่ทำให้คุณรู้จักผลิตภัณฑ์นั้น ๆ มากขึ้น และยัง สามารถใช้เปรียบเทียบกับ ผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันของสถาบันการเงินอื่น ๆ จึงช่วยให้คุณ ตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ได้ง่าย และตรงกับความ ต้องการด้วย นอกจากนี้ ก่อนลงนามหรือเซ็นชื่อในสัญญาทำธุรกรรมใด ๆ ผู้ใช้บริการทาง การเงินควรอ่านรายละเอียด สัญญาให้ถี่ถ้วน และต้องเข้าใจเงื่อนไขของสัญญาก่อนลงนำมาหาก ไม่เข้าใจ ให้สอบถามเจ้าหน้าที่ เพื่อป้องกันปัญหา ที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง 4. ตรวจทานความถูกต้องของธุรกรรมทางการเงินทุกครั้ง เพื่อรักษา ผลประโยชน์ของตนเอง โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งข้อมูลที่สำคัญ เช่น ชื่อบัญชี เลขที่บัญชี จำนวนเงิน หากพบว่าไม่ถูกต้อง ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที 5. ชำระหนี้เมื่อเป็นหนี้ก่อนก่อหนี้ให้ดูความสามารถในการชำระหนี้ของตนเอง ซึ่งหากมีความจำเป็นและ สามารถผ่อนชำระไหว ก็สามารถก่อหนี้ได้ และเมื่อเป็นหนี้แล้ว ผู้ใช้บริการทางการเงินมีหน้าที่ที่จะต้องชำระหนี้นั้น หากไม่ชำระหนี้ นอกจากจะทำให้หนี้เพิ่มขึ้นเพราะดอกเบี้ยแล้ว ก็จะทำให้ประวัติเครดิตเสีย และเมื่อต้องการกู้เงิน เพื่อสิ่งจำเป็นใน อนาคต อาจถูกปฏิเสธการขอกู้ได้ บทบาทศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) และหน่วยงานที่รับ เรื่องร้องเรียนอื่น ๆ ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติได้กำหนดให้การคุ้มครอง ผู้ใช้บริการทางการเงินเป็นหนึ่งใน ยุทธศาสตร์สำคัญ โดยจัดตั้งศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการ เงิน (ศคง.) ขึ้นเมื่อเดือนมกราคม 2555 เพื่อให้เป็น ศูนย์กลางในการดำเนินงานด้าน การคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินอย่างเป็นระบบ ผ่านการส่งเสริมความรู้และดูแล เรื่อง ร้องเรียนเกี่ยวกับบริการทางการเงิน เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของประชาชน ได้ดียิ่งขึ้น และ เอื้อต่อการดำเนินการที่สอดประสานกับหน่วยงานภายนอกโดยมีหน้าที่หลัก 3 ประการ คือ 1. ดูแลเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับบริการทางการเงินของผู้ให้บริการ ทางการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับของ ธปท. (ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัท เครดิตฟองซิเอร์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ บริษัทบัตรเครดิต บริษัท สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ บริษัทสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การก ากับ (นาโนไฟแนนซ์) ผู้ ให้บริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ และผู้ประกอบธุรกิจปัจจัยชำระเงินตราต่างประเทศ (เช่น การแลกเปลี่ยน เงินตราต่างประเทศ) รวมทั้งบริการทางการเงินอื่นที่แบงก์ชาติดูแล เช่น ธนบัตร พันธบัตร กฎระเบียบธุรกรรมเงินตรา ต่างประเทศ
226 2. ส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับบริการทางการเงิน เพื่อให้ประชาชนมีความรู้พื้นฐานทางการเงินเพียงพอที่จะดูแล ตนเองได้ ตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนการเงิน การมีวินัยทางการเงิน เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตนเอง สามารถเลือกใช้บริการทางการเงินได้อย่างเหมาะสม และรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมกลโกง 3. ส่งเสริมบทบาทหน้าที่ของ ธปท. ในการกำกับดูแลให้สถาบันการเงิน ให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม โดยการส่งข้อมูลปัญหา ข้อร้องเรียน ข้อเสนอแนะไปยัง หน่วยงานทั้งภายในและภายนอก ธปท. เพื่อนำไปใช้ในการ กำกับดูแลสถาบันการเงินให้ดำเนินการอย่างถูกต้อง เป็นธรรม และคำนึงถึงสิทธิของผู้ใช้บริการทางการเงิน หน่วยงานที่รับเรื่องร้องเรียนอื่น ๆ สำหรับผลิตภัณฑ์และผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ของแบงก์ชาติผู้ใช้บริการ สามารถขอคำแนะนำหรือร้องเรียนได้ดังนี้ 1. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีหน้าที่ให้คำปรึกษา แนะนำรับ เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับบริการของบริษัทหลักทรัพย์ บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน เช่น หุ้นสามัญ กองทุนรวม สัญญาซื้อขายล่วงหน้า โทร. 1207 2. สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีหน้าที่ให้คำปรึกษา แนะนำ รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับบริการของบริษัทประกันภัย เช่น ประกันชีวิต ประกันวินาศภัย โทร. 1186 3. สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) มีหน้าที่ให้คำปรึกษา แนะนำรับเรื่อง ร้องเรียนเกี่ยวกับการเงินนอก ระบบ เช่น หนี้นอกระบบ แชร์ลูกโซ่ โทร. 1359 4. บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) มีหน้าที่ให้คำปรึกษา แนะนำรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับ ข้อมูลประวัติเครดิต โทร. 0 2643 1250 5. สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) มีหน้าที่ให้คำปรึกษา แนะนำร้องเรียนเกี่ยวกับสินค้า และบริการทั่วไป เช่น การโฆษณาเกินจริง การไม่ปฏิบัติตาม สัญญา โทร. 1166 6. หน่วยงานที่รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทวงหนี้อย่างไม่เหมาะสม 1) กรมการปกครอง โทร. 0 2356 9660 2) สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 1359 3) ที่ทำการปกครองจังหวัด 4) กองบัญชาการตำรวจนครบาล โทร. 0 2354 5249 5) สถานีตำรวจ 6) ที่ว่าการอำเภอ ขั้นตอนการร้องเรียนและหลักการเขียนหนังสือร้องเรียน ขั้นตอนการร้องเรียน
227 หากได้รับการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องหรือถูกเอาเปรียบจากสถาบันการเงินหรือ ผู้ให้บริการทางการเงิน เช่น ได้รับ ข้อมูลไม่ถูกต้องทำให้เข้าใจผิดในตัวผลิตภัณฑ์ คำนวณ ดอกเบี้ยผิด ผู้ใช้บริการทางการเงินสามารถร้องเรียนได้ตาม ขั้นตอนดังนี้ 1. ร้องเรียนที่ศูนย์บริการลูกค้า (call center) ของสถาบันการเงินหรือ ผู้ให้บริการทางการเงินนั้น ๆ เพื่อแจ้ง เรื่องร้องเรียนหรือปัญหาที่พบ 2. หากไม่ได้รับการติดต่อกลับภายในระยะเวลาการให้บริการมาตรฐาน 5 หรือไม่ได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสม สามารถขอรับคำปรึกษาหรือร้องเรียนได้ที่ศูนย์คุ้มครอง ผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) โทร. 1213 ในวันจันทร์ - วัน ศุกร์ ระหว่างเวลา 08.30 - 12.00 น. และ 13.00 - 16.30 น. หรือช่องทางอื่น ๆ ดังนี้ 1) จดหมายอิเล็กทรอนิกส์(e-mail) ของ ศคง. [email protected] โดย กรอกข้อมูลตามแบบฟอร์มใน www.1213.or.th6 2) เว็บไซต์ ศคง. www.1213.or.th 3) ร้องเรียนด้วยตนเอง เพื่อติดต่อขอพบเจ้าหน้าที่ตามเวลาราชการ โดยการนัดหมายล่วงหน้า 4) จดหมาย/โทรสาร (fax) ตามที่อยู่หรือหมายเลขโทรสาร ดังนี้ ภาคกลาง ผู้อำนวยการ ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ 273 ถนนสามเสน แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 โทรสาร (fax) 0 2283 6151 ภาคเหนือ ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สนักงานภาคเหนือ 68/3 ถนนโชตนา ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50300 หมายเลข โทรสาร (fax) 0 5393 1103 ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 393 ถนนศรีจันทร์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000 หมายเลขโทรสาร (fax) 0 4324 1045 ภาคใต้ ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้472 ถนนเพชรเกษม อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110 หมายเลขโทรสาร (fax) 0 7423 4701
228 หลักการเขียนหนังสือร้องเรียน ในการร้องเรียน ควรเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน เช่น เอกสารแสดง ตัวตน (สำเนาบัตรประจำตัว ประชาชน/หนังสือเดินทาง) เอกสารประกอบเรื่องร้องเรียน (เช่น สำเนาใบแจ้งหนี้/สัญญา) โดยควรดำเนินการ ดังนี้ เล่าเหตุการณ์สำคัญโดยมีการเรียงลำดับเหตุการณ์ ให้ข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นให้ครบถ้วน แจ้งสิ่งที่ต้องการให้สถาบันการเงินดำเนินการ แจ้งข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ แนบเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน
229 ใบงานครั้งที่ 14 วิชาการเงินเพื่อชีวิต 2 รหัสวิชา สค22016 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่องสิทธิและหน้าที่ของ ผู้ใช้บริการทางการเงิน คำชี้แจง ให้ผู้เรียนตอบคำถามต่อไปนี้ให้สมบูรณ์ 1. บอกสิทธิของผู้ใช้บริการทางการเงิน ..................................................................................................... .................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ 2. ให้ผู้เรียนอธิบายถึงหน้าที่ของผู้ใช้บริการทางการเงิน .............................................................................................................................. ........................................................... ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ........................................................... 3. ให้ผู้เรียนบอกบทบาทหน้าที่ของศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ....................................................................................................................................................... ................................. 4. จงบอกหน่วยงานที่รับเรื่องร้องเรียนอื่น ๆ ................................................................................................................................................................................... ...... ............................................................................................................................. ............................ ............................................................................................................................. ............................................ 5. จงบอกขั้นตอนการร้องเรียนและหลักการเขียนหนังสือร้องเรียน ............................................................................................................................. ............................................................ ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ...........................................................
230 แบบทดสอบครั้งที่ 14 วิชาการเงินเพื่อชีวิต 2 รหัสวิชา สค22016 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่องสิทธิและหน้าที่ของ ผู้ใช้บริการทางการเงิน **************************************************************************************** คำชี้แจง ให้ผู้เรียนอ่านคำถามแล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว 1. การประเมินความเหมาะสมก่อนตัดสินใจก่อหนี้คือข้อใด ก. สิทธิที่จะร้องเรียนเพื่อความเป็นธรรม ข. เข้าใจหน้าที่ในการเป็นผู้ใช้บริการทางการเงิน ค. เข้าใจสิทธิที่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ได้อย่างอิสระ ง. ติดตามข้อมูลข่าวสารทางการเงินอย่างสม่ำเสมอ 2. ผู้ใช้บริการทางการเงินมีสิทธิกี่ประการ ก. 1 ประการ ข. 2 ประการ ค. 3 ประการ ง. 4 ประการ 3. พบว่าตนเองได้รับการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องหรือถูกเอาเปรียบ มีสิทธิ์เรียกร้องหรือไม่ ก. มี แต่ไม่ร้องเรียนสิทธิ ข. ไม่มี แต่ไม่ร้องเรียนความเป็นธรรม ค. มีสิทธิที่จะร้องเรียนเพื่อความเป็นธรรม ง. ไม่มี สิทธิที่จะร้องเรียนเพื่อความเป็นธรรม 4. ใครมีสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาค่าชดเชยหากเกิดความเสียหาย ก. เป็นความผิดพลาดขององค์กร ข. เป็นความผิดพลาดของหน่วยงาน ค. เป็นความผิดพลาดของสถาบันการเงิน ง. เป็นความผิดพลาดของสถาบันต้นสังกัด 5. หน้าที่ของผู้ใช้บริการทางการเงิน ควรปฏิบัติอย่างไร ก. เพื่อลดความผิดพลาดของผู้รับบริการ ข. เพื่อลดความผิดพลาดของสถาบันต้นสังกัด ค. เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายของผู้นำ ง. เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายของผัใช้บริการ
231 6. หน้าที่ของผู้ใช้บริการทางการเงินมีอะไรบ้าง ก. ให้บริการอย่างเป็นระบบ ข. ติดตามให้บริการอย่างเป็นธรรม ค. ติดตามข้อมูลข่าวสารทางการเงิน ง. ติดตามค่าชดเชยหากเกิดความเสียหาย 7. fact sheet อะไร ก. เข้าใจสิทธิที่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ได้อย่างอิสระ ข. ติดตามข้อมูลข่าวสารทางการเงินอย่างสม่ำเสมอ ค. ติดตามข้อมูลข่าวสารทางผลิตภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ ง. เปิดเผยให้ลูกค้าได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการทางการเงิน 8. ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน มีชื่อย่ออะไร ก. ศคง. ข. กศน. ค. ธปท. ง. ก.ล.ต. 9. บทบาทศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินมีอะไรบ้าง ก. ติดตามค่าชดเชยหากเกิดความเสียหาย ข. ค่าบริการหรือค่าธรรมเนียมที่สถาบันการเงิน ค. ตรวจทานความถูกต้องของธุรกรรมทางการเงิน ง. ร้องเรียนเกี่ยวข้องกับบริการทางการเงินของผู้ให้บริการ 10. ขั้นตอนการร้องเรียน มีกี่ขั้นตอน ก. 2 ขั้นตอน ข. 3 ขั้นตอน ค. 4 ขั้นตอน ง. 5 ขั้นตอน
232 เฉลยวิชาการเงินเพื่อชีวิต 2 รหัสวิชา สค22016 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่อง สิทธิและหน้าที่ของ ผู้ใช้บริการทางการเงิน 1. ข. เข้าใจหน้าที่ในการเป็นผู้ใช้บริการทางการเงิน 2. ง. 4 ประการ 3. ค. มีสิทธิที่จะร้องเรียนเพื่อความเป็นธรรม 4. ค. เป็นความผิดพลาดของสถาบันการเงิน 5. ง. เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายของผัใช้บริการ 6. ค. ติดตามข้อมูลข่าวสารทางการเงิน 7. ง. เปิดเผยให้ลูกค้าได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการทางการเงิน 8. ก. ศคง. 9. ง. ร้องเรียนเกี่ยวข้องกับบริการทางการเงินของผู้ให้บริการ 10 ก. 2 ขั้นตอน
233 แบบสังเกต คำชี้แจง ครูผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียน โดยทำเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับความจริง ที่ ชื่อ - สกุล รายการ สรุปผล การมีส่วนร่วม ทดสอบความรู้ ประเมินผลงาน การประเมิน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน
234 แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครั้งที่ 15
แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชา สาระทักษะการเรีย ระดับมัธยมศึกษาตอนต้ หัวเรื่อง ความหมาย ครั้งที่ วัน/เดือน/ปี ตัวชี้วัด/ วัตถุประสงค์ เนื้อหาสาระการเรียนรู้ 15 14 ก.พ. 2566 หัวเรื่อง การคิดเป็น ตัวชี้วัด 1. อธิบายได้ถึงความ เชื่อพื้นฐานทาง การศึกษาผู้ใหญ่/ การศึกษานอกระบบ และเชื่อมโยงมาสู่ กระบวนการคิดเป็น และระบบคิด การแก้ ปัญหาอย่างคนคิด เป็น 2. อธิบายลักษณะ ของข้อมูลวิชาการ ตนเอง และสังคม 1. ความเชื่อพื้นฐานทาง การศึกษาผู้ใหญ่/การศึกษานอก ระบบ 5 ประการโดยสรุป 2. ปรัชญาการคิดเป็น 2.1 ความหมาย/ความสำคัญ 2.2 ศัพท์เฉพาะ 2.3 การเชื่อมโยงของความเชื่อ พื้นฐานทางการศึกษาผู้ใหญ่/ กศน. สู่ปรัชญาคิดเป็น 3. ลักษณะของข้อมูล 3 ด้าน ที่ จะนำมาใช้ประกอบการคิดใน การตัดสินใจ คือ ข้อมูลทาง วิชาการ ตนเอง และสังคม ขั้นที่ 1 กำ ให้ผู้เรียนไ ในแง่มุมต สนทนาธร บันทึกการ แบบเรียน ไม่ถูกต้อง ให้ผู้เรียนล ว่า คิดเป็น ถูกต้อง ขั้นที่ 2 แ ผู้เรียนหา แง่มุมต่าง ธรรม ฟังวิ
235 ยนรู้ รายวิชาทักษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร21001 ต้น จำนวน 5 หน่วยกิต ของปรัชญา คิดเป็น การจัดกระบวนการเรียนรู้ สื่อ/แหล่งเรียนรู้ เครื่องมือและ การวัดผล ประเมินผล กำหนดสภาพปัญหา ไปหาความหมายของคำว่า คิดเป็น ต่าง ๆ ทั้งโดยการอ่านหนังสือ รรม ฟังวิทยุ คุยกับเพื่อน ฯลฯ แล้ว รคิดดังกล่าวลงในหน้าว่างของ นนี้อย่างสั้น ๆ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะ ลองให้ความเห็นของผู้เรียนเองบ้าง นคืออะไร โดยไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ แสวงหาความรู้ ความหมายของคำว่า คิดเป็นใน ๆ ทั้งโดยการอ่านหนังสือ สนทนา วิทยุ คุยกับเพื่อน ฯลฯ แล้วบันทึก 1.หนังสือเรียนรายวิชา ทักษะการเรียนรู้ บท การใช้แหล่งเรียนรู้ 2.ใบงาน / แบบฝึก กิจกรรม 3.ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ 4.ผู้รู้ /ภูมิปัญญาท้องถิ่น 5.สืบค้นข้อมูลจาก อินเทอร์เน็ต 6.สื่อวีดิทัศน์ 7.หนังสือ /เอกสาร -การสังเกต -การชักถาม -การมีส่วน ร่วม -การตรวจ ผลงาน -บันทึกการ เรียนรู้
สิ่งแวดล้อม โดย เปรียบเทียบให้เห็น ความแตกต่างของ ข้อมูลทั้ง 3 ประการ สิ่งแวดล้อม รวมถึงการ เปรียบเทียบเพื่อให้ เห็นความแตกต่างของข้อมูล ทั้ง 3 ประการดังกล่าว การคิดดัง อย่างสั้น ผู้เรียนลอ คิดเป็นคือ ถูกต้อง ให้ครูและ การตัดสิน ร่วมกันรว ในแบบฟอ ขั้นที่ 3 ก ผู้เรียนนำ คิดเป็น ใน ว่า ท่านมี เพียงใด ค ละคน ขั้นที่ 4 ก- ครูวัดผล มอบหมาย งาน ชิ้นงา
236 งกล่าวลงในหน้าว่างของแบบเรียนนี้ ๆ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ถูกต้อง งให้ความเห็นของผู้เรียนเองบ้างว่า ออะไร โดยไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ ะผู้เรียนร่วมกันเสนอกรณีตัวอย่าง นใจด้วยกระบวนการคิดเป็น และ วบรวมข้อมูลทั้ง 3 ด้าน บันทึกลงไว้ อร์มจำแนกข้อมูล การปฏิบัตินำไปใช้ บันทึกความเข้าใจที่ได้ศึกษาเรื่อง นกิจกรรมที่ 1 และ 2 ไปปรึกษาครู ความเข้าใจเรื่องคิดเป็นมากน้อย ครูประเมินความเข้าใจของผู้เรียนแต่ การประเมินผลการเรียนรู้ ลการเรียนรู้ของผู้เรียนจากที่ครู ยงานให้กับผู้เรียนเช่นใบความรู้ ใบ านที่มอบหมาย
- ครูสังเก เช่นความ ความรับผิ
237 ตพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน สนใจ การร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ผิดชอบ เป็นต้น
238 บันทึกหลังการสอน ครั้งที่ .............. วันที่....... เดือน ............................................... พ.ศ. ............. ผลการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ............................................................ ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ สภาพปัญหาและอุปสรรค .................................................................................................................................. ....................................................... ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ แนวทางการแก้ไขปัญหา ....................................................................................................................................... .................................................. ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ............................................................ ....................................................................................................................................................... .................................. ........................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ลงชื่อ.............................................................ผู้บันทึก (............................................................) ตำแหน่ง........................................................... ข้อคิดเห็นของผู้อำนวยการสถานศึกษา .............................................................................................................................. ........................................................... .......................................................................................................................................................................... ............... .................................................................................................................... ..................................................................... ลงชื่อ.................................................... (นายอำนาจ โตน้ำ) ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย วันที่....... เดือน ........................... พ.ศ.............
239 ภาคผนวก
240 ใบความรู้ครั้งที่ 15 วิชาทักษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร21001 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่อง ความหมายของปรัชญา คิดเป็น ความหมายของ“คิดเป็น” “คิดเป็น”มีความเชื่อว่า มนุษย์ทุกคนต้องการความสุข แต่ความสุขของแต่ละคนแตกต่างกันเนื่องจากมนุษย์มี ความแตกต่างกันในด้านต่างๆ เช่น เพศ วัย สภาพสังคมสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต ซึ่งทำให้ความต้องการและความสุขของ แต่ละคนไม่เหมือนกันการ “คิดเป็น” เป็นการคิดเพื่อแก้ปัญหา คือ มีจุดเริ่มต้นที่ปัญหาแล้วพิจารณาย้อนไตร่ตรองถึง ข้อมูล 3 ประเภท คือ ข้อมูลด้านตนเอง ชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม และข้อมูลวิชาการ ต่อจากนั้นก็ลงมือกระทำ ถ้า หากสามารถทำให้ปัญหาหายไป กระบวนการก็ยุติลง แต่หากบุคคลยังไม่พอใจแสดงว่ายังมีปัญหาอยู่ บุคคลก็จะเริ่ม กระบวนการพิจารณาทางเลือกใหม่อีกครั้ง และกระบวนการนี้ยุติลงเมื่อบุคคลพอใจและมีความสุขความเชื่อพื้นฐาน ของปรัชญา “คิดเป็น” 1. คนมีความแตกต่างกันอย่างหลากหลาย ความต้องการของคนก็ไม่เหมือนกัน 2. แต่ทุกคนต้องการความสุข 3. ความสุขของแต่ละคนจึงแตกต่างกัน 4. ความสุขของแต่ละคนจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อ มนุษย์ กับสภาวะแวดล้อมที่เป็นวิถีชีวิตของตนสามารถปรับเข้า หากันอย่างผสมกลมกลืนจนเกิดความพอดี และพอใจ 5. แต่สภาวะแวดล้อมในสังคมเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ก่อให้เกิดปัญหา ก่อให้เกิดความทุกข์ความไม่สบาย ใจ ไม่สบายกายเกิดขึ้นได้เสมอ 6. คนคิดเป็นเชื่อว่า ทุกข์ หรือปัญหาเป็นเรื่องธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นได้ สามารถแก้ไขได้ถ้ารู้จักแสวงหาข้อมูล หลายๆ ด้าน รู้จักวิเคราะห์ข้อมูล รู้จักใช้ข้อมูลในการตัดสินใจอย่างน้อย 3 ประการคือข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูล เกี่ยวกับสภาวะแวดล้อมทางสังคมในวิถีชีวิต วิถีวัฒนธรรม ประเพณีและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ซึ่งครอบคลุมถึง การพึ่งพาตนเอง และความพอเพียงด้วย 7. เมื่อได้พัฒนาทักษะการตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการวิเคราะห์ข้อมูล และไตร่ตรองข้อมูลอย่างรอบคอบ ทั้ง 3 ด้าน จนมีความพอใจแล้ว ก็พร้อมจะรับผิดชอบการตัดสินใจนั้นอย่างสมเหตุสมผลเกิดความพอดี ความสมดุลระหว่าง ชีวิต กับธรรมชาติอย่างสันติสุข 8. อย่างไรก็ตามสังคมในยุคโลกาภิวัฒน์ เป็นสังคมแห่งการเปลี่ยนแปลง ที่รวดเร็วและรุนแรงปัญหาก็ เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทุกข์ก็เกิดขึ้น ดำรงอยู่ และดับไป เปลี่ยนโฉมหน้าไปตามกาลสมัยกระบวนทัศน์ในการดับ
241 ทุกข์ก็ต้องพัฒนารูปแบบ ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น อยู่ตลอดเวลาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ด้วย 9. กระบวนการตอบทุกข์หรือ การแก้ปัญหาจึงหมุนเวียนมาจนกว่าจะพอใจอีกเป็นเช่นนี้อยู่อย่างต่อเนื่อง ตลอดชีวิตการสอนแบบคิดเป็นจึงไม่มีการสอนแบบสำเร็จรูป ว่าอะไรถูก อะไรผิด ขึ้นอยู่กับบริบทและสิ่งแวดล้อมแต่ ละคนจะมีบริบทไม่เหมือนกัน แต่เมื่อนำมาถกเถียงกัน นำมาอภิปราย ถกเถียงกันจะเกิดความรู้แตกฉานยิ่งขึ้น กระบวนการแก้ปัญหาของการคิดเป็น 1. ขั้นสำรวจปัญหา เมื่อเกิดปัญหา ย่อมต้องเกิดกระบวนการคิดแก้ปัญหา 2. ขั้นหาสาเหตุของปัญหา เป็นการหาข้อมูลมาวิเคราะห์ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น เกิดขึ้นได้อย่างไรมีอะไรเป็น องค์ประกอบของปัญหาบ้าง - สาเหตุจากตนเอง พื้นฐานของชีวิต ครอบครัว อาชีพการปฏิบัติตน คุณธรรม ฯลฯ - สาเหตุจากสังคม บุคคลที่อยู่แวดล้อม ตลอดจนความเชื่อ ประเพณี ฯลฯ - สาเหตุจากการขาดวิชาการความรู้ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหา 3. ขั้นวิเคราะห์ปัญหา หาทางแก้ไขปัญหา เป็นการวิเคราะห์ทางเลือกในการแก้ปัญหาโดยใช้ข้อมูลด้านตนเอง สังคม วิชาการ มาประกอบในการวิเคราะห์ 4. ขั้นตัดสินใจ เมื่อได้ทางเลือกแล้วจึงตัดสินใจเลือกแก้ปัญหาในทางที่มีข้อมูลต่าง ๆ พร้อม 5. ขั้นตัดสินใจไปสู่การปฏิบัติ เมื่อตัดสินใจเลือกทางใดแล้ว ต้องยอมรับว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในข้อมูล เท่าที่มีขณะนั้น ในกาละนั้น และในเทศะนั้น 6. ขั้นปฏิบัติในการแก้ปัญหา ในขั้นนี้เป็นการประเมินผลพร้อมกันไปด้วย ถ้าผลที่ - พอใจ ก็ถือว่าพบความสุข เรียกว่า “คิดเป็น” - ไม่พอใจ หรือผลออกมาไม่ได้เป็นไปตามที่คิดไว้ หรือข้อมูลเปลี่ยนต้องเริ่มต้นกระบวนการคิดแก้ปัญหาใหม่ ลักษณะของคนคิดเป็น 8 ประการ 1. เชื่อในความแตกต่างหลากหลายของคน 2. เชื่อในลักษณะการเปลี่ยนแปลงของชีวิตและสังคมที่มีเกิด ดำรงอยู่ และดับไปเป็นธรรมดา 3. เชื่อมั่นในความพอเพียง พอประมาณ พอดี และรู้จักพึ่งพาตนเอง 4. เชื่อในหลักของอริยสัจ 4 5. เชื่อว่าทุกข์หรือปัญหาใด ๆ ย่อมมีอยู่ในธรรมชาติเป็นของธรรมดา และสามารถแก้ไขได้เสมอ
242 6. เชื่อมั่นว่าข้อมูลทั้งหลายเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาการตัดสินใจแก้ปัญหาที่ดีต้องรู้จักใช้ รู้จักวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลที่หลากหลายเพียงพอ และครอบคลุมข้อมูลที่เกี่ยวกับตนเองคือรู้จักตนเองอย่างถ่องแท้ ข้อมูลที่ เกี่ยวข้องกับวิชาการที่จะเป็นบ่อเกิดของปัญหา และข้อมูลที่เกี่ยวกับสังคมสิ่งแวดล้อม ธรรมเนียมประเพณี 7. เผชิญกับปัญหาอย่างรู้เท่าทัน มีสติ ไตร่ตรองอย่างละเอียดรอบคอบ เมื่อตัดสินใจแล้วมีความพอใจและ เต็มใจรับผิดชอบกับผลการตัดสินใจเช่นนั้นจนกว่าจะมีข้อมูลใหม่เพิ่มเติมหรือมีข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงไป 8. เชื่อมั่นและมั่นใจในการเรียนรู้ตลอดชีวิตกระบวนการเรียนรู้การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยตามปรัชญา “คิดเป็น” นี้ผู้เรียนถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ผู้สอนจะเป็นผู้จัดโอกาส จัดกระบวนการ จัดระบบ ข้อมูลและแหล่งเรียนรู้รวมทั้งจัดบรรยากาศที่เหมาะสมในการเรียนรู้ขึ้น กิจกรรมในการเรียนรู้อาจมีแนวทางดังน 1. กระตุ้นให้ผู้เรียนคิดวิเคราะห์จากปัญหาและความต้องการของตนเองและชุมชน 2. ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ 3. ผู้เรียนเรียนรู้จากการอภิปราย ถกเถียงในประเด็นที่เป็นปัญหา 4. ผู้เรียนเรียนรู้จากกระบวนการกลุ่ม มีการใช้ข้อมูลหลาย ๆ ด้าน 5. ผู้เรียนเรียนรู้จากวิถีชีวิต วิถีการทำงาน วิถีชุมชน และภูมิปัญญา 6. ผู้เรียนเรียนรู้จากการทำโครงงาน การเข้าค่าย การศึกษาดูงาน 7. ผู้เรียนเรียนรู้จากการศึกษาวิจัย ศึกษากรณีตัวอย่างที่หลากหลาย 8. ผู้เรียนได้ฝึกการตัดสินใจด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลที่ลึกซึ้งเพียงพอและเชื่อถือได้ 9. ผู้เรียนรู้จักการใช้เทคนิคกระบวนการต่าง ๆ เช่น การนำเวทีชาวบ้านมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการศึกษาปัญหาและ คิดแก้ปัญหาของตนเองและชุมชน 10. ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รู้จักการตัดสินใจในการแก้ปัญหาบนพื้นฐานของข้อมูลที่เพียงพอทั้งข้อมูลตนเอง วิชาการ และ สังคมสิ่งแวดล้อม และนำไปสู่การปฏิบัติได้ ความสำคัญของการคิด การคิดเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่สำคัญที่สุดจะมีผลและรากฐานของการเปลี่ยนแปลงในชีวิตแต่ละบุคคลใน การดำเนินงานของสังคม ถ้าคนแต่ละคนคิดดี คิดถูกต้อง คิดเหมาะสม การดำเนินชีวิตของคนและความเป็นไปของ สังคมก็จะดำเนินไปอย่างมีคุณค่าสูง การคิดจึงเป็นเรื่องสำคัญของมนุษย์การคิดเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตใน สังคมที่ซับซ้อน สังคมจะก้าวหน้าต่อไปได้ก็เมื่อบุคคลในสังคมมีความคิด รู้จักคิดป้องกันหรือคิดแก้ปัญหาใน ชีวิตประจำวันและพัฒนาปรับปรุงภาวะต่างๆ ให้ดีขึ้นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเด็กจึงต้องช่วยพัฒนาความสามารถในการ คิดให้แก่เด็กอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เป็นคนที่มีความคิดกว้างไกล สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างราบรื่น คนต้องคิด เป็น คนที่ไม่ชอบคิดหรือคิดไม่เป็นย่อมตกเป็นเหยื่อของคนช่างคิดคนต้องงอาศัยความคิดเป็นสิ่งนำไปสู่การดำเนินชีวิต
243 การดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพและสัมฤทธิ์ผล การคิดเป็นกระบวนการทางจิตใจมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ แม้ว่าทุก คนจะมีความคิดแต่ก็มองไม่เห็นได้โดยตรง ต้องอาศัยการสังเกตพฤติกรรม การแสดงออกและการกระทำ กระบวนการของการคิด การคิดเป็นกระบวนการของจิตใจหรือกระบวนการทางสมอง ซึ่งมีความสำคัญต่อการเรียนรู้การคิดไม่มี ขอบเขตจำกัด กระบวนการคิดของมนุษย์เป็นกระบวนการที่มีขั้นตอนที่เริ่มจากสิ่งเร้ามากระตุ้นทำให้จิตใส่ใจกับสิ่งเร้า และสมองนำข้อมูลหรือความรู้ที่มีอยู่มาประมวล เพื่อให้ได้ผลของการคิดออกมาเหตุของการคิด ต้นเหตุของการคิดคือ สิ่งเร้าที่เป็นปัญหา หรือสิ่งเร้าที่เป็นความต้องการหรือสิ่งเร้าที่ชวนสงสัย ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ 1) สิ่งเร้าที่เป็นปัญหา เป็นสิ่งเร้าประเภทสถานการณ์ เหตุการณ์ หรือสภาวะที่มากระทบแล้วจำเป็นต้องคิด ( Have to think) เพื่อกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่จะทำให้ปัญหานั้นลดไปหรือหมดไป 2) สิ่งเร้าที่เป็นความต้องการ เป็นความต้องการสิ่งที่ดีขึ้นกว่าเดิมในแง่ต่าง ๆ เช่น ต้องการลดต้นทุนในการ ผลิตสินค้า ต้องการทำงานโดยใช้เวลาน้อยลง ต้องการความปลอดภัยมากขึ้นจึงต้องการการคิด (Want to think ) มา เพื่อทำให้ความต้องการหมดไป 3) สิ่งเร้าที่ชวนสงสัย เป็นสิ่งเร้าแปลก ๆ ใหม่ ๆ ที่มากระตุ้นให้สงสัย อยากรู้ ซึ่งในสภาพการณ์เดียวกัน สิ่ง เร้าเดียวกัน บางคนอาจไม่อยากรู้ก็ไม่เกิดการคิด แต่บางคนก็อยากรู้ซึ่งอาจเกิดจากบุคลิกภาพประจำตัวที่เป็นคนช่าง คิด ช่างสงสัย ทำให้ต้องการคำตอบเพื่อตอบข้อสงสัย นั้น ๆ ซึ่งลักษณะเช่นนี้ควรได้รับการฝึกฝนและพัฒนาต่อ ๆ ไป ผลของการคิด คือคำตอบหรือวิธีการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปแก้ปัญหาที่พบ หรือเพื่อให้ความต้องการ หรือความ สงสัยลดลงหรือหมดไป ผลของการคิดได้แก่ 1) คำตอบของปัญหาที่พบ หรือคำตอบที่สนองต่อความต้องการของตน ซึ่งรวมไปถึงวิธีการในการแก้ปัญหา ขั้นตอนในการปฏิบัติงานเพื่อให้ได้คำตอบนั้น ๆ 2) แนวคิด ความรู้ ทางเลือก และสิ่งประดิษฐ์ ซึ่งเป็นสิ่งใหม่ ๆ กระบวนการคิดที่กระทรวงศึกษาต้องการ ความสามารถในการคิดที่กระทรวงศึกษาต้องการ คือ คิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ การคิดอย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การคิดอย่างเป็นระบบ 1. การคิดอย่างเป็นระบบ ควรมาก่อน เนื่องจากเป็นกระบวนการคิดทั้งหมด ตัวบ่งชี้การคิดอย่างเป็นระบบ คือ คิดอย่างมีจุดหมาย คิดอย่างเป็นลำดับขั้นตอน คิดด้วยเหตุผล คิดให้เกิดประโยชน์ที่นักการศึกษา (ศรัทธา) ยึดมั่น คือ กระบวนการวิทยาศาสตร์ อาจใช้กับการคิดกับสิ่งที่สัมผัสได้ดีแต่บั่นทอน จินตนาการและสร้างสรรค์) 2. การคิดวิเคราะห์ คือ การนำส่วนรวมมาแยกแยะดู องค์ประกอบแต่ละส่วนลักษณะและคุณสมบัติของ องค์ประกอบ การทำหน้าที่และความสัมพันธ์ขององค์ประกอบที่มีต่อองค์รวม
244 3. การคิดสังเคราะห์ คือ การนำองค์สิ่งที่มีความแตกต่างกันมาประกอบให้เป็นสิ่งใหม่ (ที่จริงแล้วเป็น ความคิดสร้างสรรค์อยู่ด้วย ถ้ามุ่งที่ให้เกิดประโยชน์) 4. การคิดพิจารณา (วิจาร, พิจาร = การตรอง = การเอาจิตเจ้าไปจับแล้วดูลักษณะ องค์ประกอบคุณสมบัติ การเคลื่อนไหว การเปลี่ยนแปลง ฯลฯ) น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการคิดอย่างเป็นลำดับขั้นตอนของการคิดอย่างเป็น ระบบ
245 ใบงานครั้งที่ 15 วิชาทักษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร21001 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่อง ความหมายของปรัชญา คิดเป็น 1. ให้ผู้เรียนหาความหมายของคำว่า คิดเป็นในแง่มุมต่าง ๆ ทั้งโดยการอ่านหนังสือ สนทนาธรรม ฟังวิทยุ คุยกับเพื่อน ฯลฯ แล้วบันทึกการคิดดังกล่าวลงในหน้าว่างของแบบเรียนนี้อย่างสั้น ๆ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ถูกต้อง - คิดเป็น คือ ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................... ................ .................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................... ................ ................................................................................................................. ........................................................ ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................... ................ ................................................................................................................. ........................................................ ............................................................................................................................. ............................................ ............................................................................................................................. ............................................ ๒. ขอให้ผู้เรียนลองให้ความเห็นของผู้เรียนเองบ้างว่า คิดเป็นคืออะไร โดยไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ถูกต้อง คิดเป็น คือ ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................................................ ............................. ...................................................................................................... ................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ........................................................................................................................................................................................ . ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................
246 3. ข้อมูลที่จำแนกทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านวิชาการ ด้านตนเอง และด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ข้อมูลด้านวิชาการ ข้อมูลด้านตนเอง ข้อมูลด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม 4. ทางเลือกที่เสนอเพื่อการพิจารณาตัดสินใจ 1)............................................................................................................................ .......................................................... ......................................................................................................................................................................................... 2)........................................................................................................................... ........................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ 3)...................................................................................................................................................... ................................ ................................................................................................... ...................................................................................... 5. ทางเลือกที่ตัดสินใจแล้วลงมือปฏิบัติ ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ........................................................................................................................................... .............................................. ......................................................................................................................................................................................... .........................................................................................................................................................................................
247 แบบทดสอบครั้งที่ 15 วิชาทักษะการเรียนรู้ ทร 21001 ระดับ ม.ต้น เรื่อง ความหมายของปรัชญา คิดเป็น คำสั่ง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ มีความเกี่ยวข้องกับข้อใด ก. ปรัชญา ข. คิดเป็น ค. การปรับตัว ง. ความเชื่อพื้นฐาน 2. ปรัชญาพื้นฐานของการศึกษานอกโรงเรียน คือข้อใด ก. ทำเป็น ข. ทำได้ ค. คิดเป็น ง. คิดได้ 3. ความเชื่อตามปรัชญาพื้นฐานของการศึกษานอกโรงเรียน คือข้อใด ก. มนุษย์ทุกคนต้องการความสบาย ข. มนุษย์ทุกคนต้องการความอิสระ ค. มนุษย์ทุกคนต้องการความสะดวก ง. มนุษย์ทุกคนต้องการความสุข 4. ข้อมูลตนเอง ข้อมูลสังคมและสิ่งแวดล้อม และข้อมูลวิชาการ มีความเกี่ยวข้องกับข้อใด ก. กระบวนการคิดเป็น ข. กระบวนการตัดสินใจ ค. กระบวนการคิด วิเคราะห์ ง. กระบวนการแสวงหาความรู้ 5. ความหมายของ “คิดเป็น” คือข้อใด ก. การคิดอย่างรอบคอบเพื่อการแก้ปัญหา โดยอาศัยข้อมูลตนเอง ข้อมูลสังคมสิ่งแวดล้อม และข้อมูลวิชาการ ข. การคิดอย่างอย่างมีสติ และใช้เหตุผลเพื่อการปรับตนเองและการตัดสินใจอย่งถูกต้อง ค. การคิดวิเคราะห์ และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้ตนเองเกิดความสุขและความพึงพอใจ ง. การคิดอย่างใคร่ครวญ ไตร่ตรอง เพื่อเลือกปฏิบัติอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม 59
248 6. หลักการของการคิดเป็น คือข้อใด ก. สังคมเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ความต้องการของมนุษย์ก็เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ข. มนุษย์มีความต้องการต่างกัน จึงต้องรู้จักวิธีปรับตัวเพื่อให้ตนเองมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข ค. การคิด วิเคราะห์ เพื่อการแก้ปัญหา มนุษย์ต้องรู้จักวิธีการรวบรวมข้อมูลประกอบการคิด ง. สังคมเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การคิดตัดสินใจอาจจะต้องเปลี่ยนแปลงปรับปรุงใหม่ให้ เหมาะสมกับสภาพและสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป 7. ข้อมูลด้านตนเอง ตรงกับข้อใด ก. สภาพแวดล้อม สังคม วัฒนธรรม ความเชื่อ และ ประเพณี ข. การเงิน สุขภาพอนามัย บุคลิกภาพ ความรู้ อายุ และวัย ค. ความรู้ด้านวิชาการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ต้องคิด และตัดสินใจ ง. เพื่อนร่วมงาน ชุมชน ภูมิประเทศและสถานที่ปฏิบัติงาน 8. ข้อมูลด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ตรงกับข้อใด ก เพื่อนร่วมงาน ชุมชน ภูมิประเทศและสถานที่ปฏิบัติงาน ข สุขภาพอนามัย บุคลิกภาพ อุปนิสัย สภาพจิตใจ และ ความรู้ ค ความรู้ด้านวิชาการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ต้องตัดสินใจ และปฏิบัติ ง สภาพแวดล้อมครอบครัว สังคม วัฒนธรรม ความเชื่อ ประเพณี ค่านิยมตลอดจน กรอบคุณธรรม จริยธรรม 9. ข้อมูลด้านวิชาการตรงกับข้อใด ก ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ต้องคิด ตัดสินใจและปฏิบัติ ข เพื่อนร่วมงาน ชุมชน ภูมิประเทศและสถานที่ปฏิบัติงาน ค ความรู้ สุขภาพอนามัย บุคลิกภาพ อุปนิสัย และสภาพจิตใจ ง วัฒนธรรม ความเชื่อ ประเพณี ค่านิยมตลอดจนกรอบคุณธรรม จริยธรรม 10. ลักษณะของคนคิดเป็น คือข้อใด ก ตัดสินใจแก้ปัญหาโดยใช้ข้อมูลที่อยู่รอบ ๆ ตนเอง ข รู้ว่าการกระทำของตนเองมีผลดีและถูกต้องเสมอ ค ทำแล้ว ตัดสินใจแล้ว สบายใจ และเต็มใจรับผิดชอบ ง เชื่อว่าปัญหาเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาและต้องแก้ไขอย่างเป็นระบบ
249 เฉลยใบงานครั้งที่ 15 เฉลยใบงาน 1. ให้ผู้เรียนหาความหมายของคำว่า คิดเป็นในแง่มุมต่าง ๆ ทั้งโดยการอ่านหนังสือ สนทนาธรรม ฟังวิทยุ คุยกับเพื่อน ฯลฯ แล้วบันทึกการคิดดังกล่าวลงในหน้าว่างของแบบเรียนนี้อย่างสั้น ๆ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ถูกต้อง - คิดเป็น คือ……………………………………………………………………………………………………………………………… เฉลย ตามความเข้าใจของนักศึกษา 2. ขอให้ผู้เรียนลองให้ความเห็นของผู้เรียนเองบ้างว่า คิดเป็นคืออะไร โดยไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ถูกต้อง เฉลย “คิดเป็น”มีความเชื่อว่า มนุษย์ทุกคนต้องการความสุข แต่ความสุขของแต่ละคนแตกต่างกันเนื่องจากมนุษย์มี ความแตกต่างกันในด้านต่างๆ เช่น เพศ วัย สภาพสังคมสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต ซึ่งทำให้ความต้องการและความสุขของ แต่ละคนไม่เหมือนกันการ “คิดเป็น” เป็นการคิดเพื่อแก้ปัญหา คือ มีจุดเริ่มต้นที่ปัญหาแล้วพิจารณาย้อนไตร่ตรองถึง ข้อมูล 3 ประเภท คือ ข้อมูลด้านตนเอง ชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม และข้อมูลวิชาการ ต่อจากนั้นก็ลงมือกระทำ ถ้า หากสามารถทำให้ปัญหาหายไป กระบวนการก็ยุติลง แต่หากบุคคลยังไม่พอใจแสดงว่ายังมีปัญหาอยู่ บุคคลก็จะเริ่ม กระบวนการพิจารณาทางเลือกใหม่อีกครั้ง และกระบวนการนี้ยุติลงเมื่อบุคคลพอใจและมีความสุขความเชื่อพื้นฐาน ของปรัชญา “คิดเป็น” 3. ข้อมูลที่จำแนกทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านวิชาการ ด้านตนเอง และด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เฉลย ข้อมูลด้านวิชาการ ข้อมูลด้านตนเอง ข้อมูลด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่ อยู่รอบ ๆ ตัวปัญหา สภาพสังคม ของแต่ละบุคคล ตั้งแต่ครอบครัว ชุมชนและสังคมทั้งในแง่ เศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ ค่านิยม เป็นต้น ข้อมูลเกี่ยวกับตัวบุคคล ซึ่งจะ เป็นผู้ตัดสินใจ เป็นข้อมูลทั้ง ทางด้านกายภาพ ความพร้อมทั้ง ทางอารมณ์ จิตใจ เป็นต้น ข้อมูลด้านความรู้ในเชิงวิชาการ ที่จะช่วยสนับสนุนในการคิดการ ดำเนินงาน 4. ทางเลือกที่เสนอเพื่อการพิจารณาตัดสินใจ เฉลย 1) Maximize - เลือกทางที่ดีที่สุด จากทางเลือกที่มีอยู่ทั้งหมด โดยพิจารณาแต่ละทางเลือกอย่างระมัดระวัง และนำทางเลือกมาเปรียบเทียบกัน 1) Satisfice - การตัดสินใจเลือกทางที่มีผลลัพธ์พอที่จะยอมรับกันได้ แม้ว่าจะไม่ดีที่สุด เมื่อพอใจแล้วก็ไม่ต้องเทียบ กับทางเลือกอื่นอีก 3) Optimizing – การตัดสินใจเลือกทางที่สมดุลกับเป้าหมายหลาย ๆ ประการ
250 5. ทางเลือกที่ตัดสินใจแล้วลงมือปฏิบัติ เฉลย 1. เก็บข้อมูลว่าการตัดสินใจสำเร็จหรือไม่อย่างไร 2. การประเมินผลเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าผลจะออกมาดีหรือไม่ดี 3. หากการตัดสินใจได้ผลออกมาไม่ดีเท่าที่ควร กระบวนการควรย้อนกลับไปเริ่มต้นใหม่ 4.. ไม่มีใครสามารถรับรองได้ว่า เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุด เฉลยแบบทดสอบ 1. ข 2. ค 3. ง 4. ก 5. ก 6. ง 7. ข 8. ง 9. ก 10. ค
251 แบบสังเกต คำชี้แจง ครูผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียน โดยทำเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับความจริง ที่ ชื่อ - สกุล รายการ สรุปผล การมีส่วนร่วม ทดสอบความรู้ ประเมินผลงาน การประเมิน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน
252 แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครั้งที่ 16
แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชา สาระการประกอบอาชีพ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 4 หน่ว ครั้งที่ วัน/เดือน/ปี ตัวชี้วัด/วัตถุประสงค์ เนื้อหาสาระการเรียนรู้ 16 21 ก.พ. 2566 หัวเรื่อง โครงการพัฒนาอาชีพ 1. อธิบายความสำคัญของการทำ โครงการพัฒนาอาชีพ 2. เขียนโครงการ 3. เขียนแผนปฏิบัติการ 4. ตรวจสอบโครงการได้ถูกต้อง และเหมาะสม 1. ความสำคัญของ โครงการพัฒนาอาชีพ 2. ขั้นตอนการเขียน โครงการ 3. การเขียนแผนปฏิบัติ การ 4. การตรวจสอบ โครงการ
253 พ รายวิชาทักษะการพัฒนาอาชีพ รหัสวิชา อช21002 วยกิต หัวเรื่อง ที่5 โครงการพัฒนาอาชีพ การจัดกระบวนการเรียนรู้ สื่อ/แหล่งเรียนรู้ เครื่องมือและการ วัดผลประเมินผล ขั้นที่ ๑ กำหนดสภาพปัญหา (O) - ครูกล่าวทักทายผู้เรียนและนำเข้าสู่ บทเรียน พูดคุยกับผู้เรียนเกี่ยวกับการ เขียนโครงการพัฒนาอาชีพ - ครูแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เรียนว่าการ เขียนโครงการพัฒนาอาชีพมี ความสำคัญอย่างไร ขั้นที่ ๒ ขั้นแสวงหาข้อมูล(N) - ครูและผู้เรียนร่วมอภิปรายเกี่ยวกับ ความจำเป็นในการโครงการพัฒนา อาชีพ การเขียนโครงการ เขียน แผนปฏิบัติการ และการตรวจสอบ โครงการ - ครูให้ผู้เรียนศึกษาและเรียนรู้ เกี่ยวกับความจำเป็นในการเขียน - หนังสือเรียน - ใบความรู้ - ใบงาน - อินเตอร์เน็ต - ห้องสมุด กศน. ตำบล - แหล่งเรียนรู้ชุมชน - แบบทดสอบ ออนไลน์ - แบบทดสอบ - การสังเกต - การชักถาม - การมีส่วนร่วม - การตรวจผลงาน - บันทึกการเรียนรู้
254 โครงการพัฒนาอาชีพ และเขียน แผนปฏิบัติการ ได้ถูกต้องและ เหมาะสม ขั้นที่ ๓ การปฏิบัตินำไปใช้ (I) - ผู้เรียนสรุปความรู้ที่ได้เป็นแผนผัง ความคิด - ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้มาทำใบงาน และ แบบทดสอบ - ครูและผู้เรียนสรุปเนื้อหาเป็นแผนผัง ความคิดแล้วนำเสนอร่วมกัน ขั้นที่ ๔ การประเมินผลการเรียนรู้ (E) - ประเมินจากใบงาน - ประเมินจากแบบทดสอบ - บันทึกการเรียนรู้ของผู้เรียน
255 บันทึกหลังการสอน ครั้งที่ .............. วันที่....... เดือน ............................................... พ.ศ. ............. ผลการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ................................................................................................................................................................... ...................... ............................................................................................................ ............................................................................ สภาพปัญหาและอุปสรรค ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ........................................................................................................................................................................ ................. แนวทางการแก้ไขปัญหา ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ข้อเสนอแนะ .............................................................................................................................................................. ........................... ....................................................................................................... .................................................................................. ............................................................................................................................. ............................................................ ลงชื่อ.............................................................ผู้บันทึก (............................................................) ตำแหน่ง........................................................... ข้อคิดเห็นของผู้อำนวยการสถานศึกษา ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ................................................................................................................................................................... ...................... ลงชื่อ.................................................... (นายอำนาจ โตน้ำ) ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย วันที่....... เดือน ........................... พ.ศ.............
256 ภาคผนวก
257 ใบความรู้ครั้งที่ 16 วิชาทักษะการพัฒนาอาชีพ รหัสวิชา อช21002 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น หน่วยที่5 เรื่อง โครงการพัฒนาอาชีพ โครงการพัฒนาอาชีพ เรื่องที่ 1 ความสําคัญของโครงการพัฒนาอาชีพ 1. ความหมายของโครงการพัฒนาอาชีพ จากแผนปฏิบัติการ เพื่อการพัฒนาอาชีพที่กําหนดไวแลวนั้น การนําแผนสู การปฏิบัติเพื่อใหมีทิศทางและขอบเขตการดําเนินงานที่ชัดเจนจะตองมีการจัดทําโครงการปฏิบัติการควบคุมการ ดําเนินงานไว โครงการ หมายถึง งานที่กําหนดจะทําในระยะหนึ่ง เพื่อแกปญหาหรือตอบสนองความ ตองการที่เกิดขึ้น โดยระบุวาจะทําอะไร เมื่อไร ใชปจจัยอะไร เทาไร และมีวิธีการดําเนินงานอยางไร เมื่อ สิ้นสุดระยะเวลา ปญหาหรือ ความตองการนั้น ไดรับการตอบสนองจะถือวาโครงการนั้นสิ้นสุด การดําเนินงานในรูปโครงการเปนวิธีการบริหาร จัดการที่ดี เพราะทําใหเกิดความชัดเจน มีเหตุผล เกิดความเขาใจที่ถูกตองตรงกัน และสามารถขยายผลการ ดําเนินงานไดเพื่อพัฒนากิจกรรมหรืองาน นั้นใหมีความเจริญกาวหนาตอไป 2. ลักษณะของโครงการที่ดีโครงการที่ดีจะตองกําหนดรายละเอียดในโครงการใหชัดเจนและมีความสัมพันธกันวา ใคร ทําอะไร ที่ไหน อยางไร เมื่อไร เทาไร ทําไม และหวังผลอะไร โดยลักษณะของโครงการที่ดีสรุปได ดังนี้ 1. ตองกําหนดวัตถุประสงคใหชัดเจนและเขาใจงาย โดยเนนการกําหนดสิ่งที่ตองการใหเกิด เมื่อโครงการ สิ้นสุดลง เชน สามารถจัดทําบัญชีครัวเรือนไดถูกตองและสามารถลดคาใชจายไดอยางนอย รอย ละ 10 ของรายได ทั้งหมด 2. สามารถนําไปปฏิบัติงานไดจริง ไมเปนโครงการที่เลื่อนลอย เพอฝน สวยหรู 3. สอดคลองกับสภาพความเปนจริงทางสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการเมือง ตอบสนองตอความตอง การและความสําคัญของกลุมเปาหมาย และไมเกินความรูความสามารถของผูปฏิบัติ 4. มีรายละเอียดของสิ่งตาง ๆ ที่เปนองคประกอบของโครงการ เชน วิธีการปฏิบัติระยะเวลาที่แนนอนตั้งแต เวลาเริ่มตนและสิ้นสุดโครงการเพื่อเปนประโยชนตอการกําหนดคาใชจาย และทรัพยากร 5. ระบุทรัพยากรและแหลงทรัพยากร ที่จําเปนตองใชอยางชัดเจนตลอดจนงบประมาณและ แหลงเงินทุนที่ต องใชในการดําเนินงาน 6. ผลที่คาดวาจะไดรับตองสอดคลองกับเปาหมายและวัตถุประสงคของโครงการที่กําหนด ไว 3. การเตรียมการเขียนโครงการ การประกอบอาชีพสามารถแบงออกได 2 ประเภทใหญ ๆ ไดแก อาชีพที่ประกอบการ เอง กับอาชีพรับจาง ในการเขียนโครงการจําเปนที่ผูเรียนตองรูวาไมวาจะเปนอาชีพประเภทใด ตองมีการเตรียม ข อมูลใหพรอมกอนการเขียนโครงการมีรายละเอียดดังนี้ 1) แนวทางการเตรียมขอมูลกอนการเขียนโครงการสําหรับอาชีพที่ประกอบการเอง
258 (1) พิจารณาเรื่องทุน การดําเนินงานอาชีพใหประสบความสําเร็จตองศึกษาขอมูล วาอาชีพนั้นตองใชทุน มากนอยเพียงไร ในเรื่องอะไรบาง มีทุนพอหรือไม ถาไมพอจะหาไดจากแหลงทุนที่ ใดบาง การคิดอัตราดอกเบี้ยของ แหลงทุนเปนอยางไร ตองใชหลักประกันอะไร แลวมีหลักประกันหรือไม เงื่อนไขการกูเงินเปนอยางไร ประเด็น รายละเอียดเหลานี้ตองพิจารณาใหรอบคอบ เพื่อใหสามารถคํานวณทุน ในการดําเนินงานไดเหมาะสมและไมกอให เกิดปญหาระหวางดําเนินงานโครงการ (2) พิจารณาเรื่องแรงงาน การประกอบการเองตองใชแรงงาน ผูประกอบการตอง คิดวาใชแรงงานมากหรือนอย เพียงไรควรเปนแรงงานเพศหญิงหรือเพศชาย ใชแรงงานเองในครอบครัวหรือ ตองใชแรงงานจากภายนอก ถาตองใช แรงงานจากภายนอกครอบครัวจะหาแรงงานไดในชุมชนหรือตองหา จากที่อื่น หากเปนแรงงานในชุมชนอาจมาทํางาน เชากลับเย็นไมตองเตรียมที่พัก หากมาจากภายนอกชุมชน ตองเตรียมที่พักใหผูประกอบการตองพิจารณาใหรอบคอบ และยอนกลับไปคิดเรื่องทุนดวย (3) พิจารณาเรื่องการตลาด ซึ่งการตลาดนี้ตองพิจารณาวาอาชีพที่ดําเนินการอยูนั้น เปนที่ตองการของคนในชุมชน หรือแหลงใกลเคียงเพียงใด มีคูแขงหรือไม เพราะอาชีพที่ประสบความสําเร็จ มากที่สุด คือ อาชีพที่ปราศจากคูแขง นอกจากนี้ ตองพิจารณาถึงนิสัยการใชจายของคนในชุมชนตลอดจน กําลังซื้อดวยวาจะเปนอยางไร (4) พิจารณาเรื่องการจัดการ การจัดการเปนหัวใจสําคัญของการประกอบอาชีพ อิสระ หลายคนมีทุน มีแรงงาน ตลาดมีความตองการ แตดําเนินงานอาชีพไมประสบความสําเร็จเนื่องจาก จัดการอาชีพไมเปน จึงจําเปนที่ผูประกอบ การตองมีความรูในเรื่องการจัดการอาชีพ ในอาชีพที่ประกอบการ ใหมากที่สุด การจัดการที่วานี้ไดแก การบริหารเรื่อง การลงทุนทําอยางไรจึงจะใหการลงทุนทุกบาททุก สตางคไดผลคุมคา การบริหารการทํางานใหมีการทํางานอยางมี ระบบ การบริหารดานการตลาดใหมีคนรูจัก สินคาเกิดความประทับใจในสินคา (5) พิจารณาความถนัดของตนเอง สิ่งสําคัญเหนือสิ่งอื่นใดในการดําเนินงานอาชีพ คือ ความถนัด ความสามารถ อุปนิสัย ความพรอมของผูประกอบการในการประกอบอาชีพวาชอบหรือไม ถนัดหรือไม ทําไดหรือไม ถาทําไดก็ พิจารณาสิ่งประกอบอื่น ๆ ดังที่ไดกลาวมาแลว (6) พิจารณาอาชีพที่ดําเนินการวามีความสอดคลองกับชุมชนหรือไม หากเปน อาชีพที่ตองใชน้ํา มีแหลงน้ําพอเพียง หรือไม เสนทางคมนาคมและการติดตอกับชุมชนอื่นมีสภาพอยางไร คนในชุมชนมีความเชื่อ หรือขนบธรรมเนียม ประเพณีเปนอยางไร บางอาชีพอาจไปขัดกับความเชื่อของคน ในชุมชนเปนสวนมากหรือไม เชน ตัดสินใจเลี้ยงหมูใน ขณะที่คนในชุมชนสวนใหญนับถือศาสนาอิสลาม หรือขุดบอเลี้ยงปลาในบริเวณใกลวัด 2) แนวทางการเตรียมขอมูลกอนการเขียนโครงการสําหรับอาชีพรับจาง (1) คาจางแรงงานมากหรือนอย การพิจารณาวาคาจางมากหรือนอยนั้นจะพิจารณา จากตัวเงินที่ไดรับอยาง เดียวไมถูกตอง ตองเปรียบเทียบกับเวลาที่ตองทํางานดวยวากี่ชั่วโมง เพราะบางสถาน ประกอบการใหเงินเดือนมา กกวาสถานประกอบการอื่น แตใหทํางานตั้งแตเชาเลิกค่ําเวลาพักผอนไมมีรายไดจากงานที่ทําจะคุมกับสุขภาพรางกาย ของเราหรือไม ดังนั้นการพิจารณาคาจางแรงงานจึงตองพิจารณา ใหรอบดาน
259 (2) สถานประกอบการหลายแหงตองการผูที่มีความรูความสามารถเฉพาะในแตละ สาขา ตองพิจารณาวามีความรู ความถนัดตรงกับงานนั้นหรือไม (3) ความกาวหนาในอาชีพ ควรพิจารณาวาถาเขาไปทํางานรับจางในสถาน ประกอบการแลว จะมีโอกาสกาวหนาได อยางไร บางสถานประกอบการสนับสนุนใหบุคลากรมีความกาวหนาโดยการใหมีการฝกอบรมเพิ่มเติมความรูสงไป ศึกษาดูงาน แตบางสถานประกอบการไมมีการ พัฒนาบุคลากรหรือสถานประกอบการบางแหงจายคาแรงงานตาม จํานวนชิ้นงานที่ทําได ไมมีการพัฒนา ความรูแตอยางใด เรื่องที่ 2 ขั้นตอนการเขียนโครงการพัฒนาอาชีพ ขอมูลที่ตองใชในการเขียนโครงการพัฒนาอาชีพ 1. ขอมูลที่นํามาใชกําหนดโครงการพัฒนาอาชีพ จะคลายกับการจัดทําแผนแตจะมีรายละเอียดของ แตละกิจกรรม มากกวาขอมูลที่จําเปนเหลานี้ไดแก 1. ความตองการของตลาด กอนที่จะเลือกการประกอบอาชีพใด ๆ จะตองมีการสํารวจ สภาพและความตองการ ของชุมชนที่จะใชเปนแหลงประกอบอาชีพ เชน จํานวนปะชากรในชุมชน มีเด็ก ผูใหญ ผูหญิง คนสูงอายุประกอบ อาชีพอะไร มีฐานะอยางไร มีรายไดโดยเฉลี่ย สภาพความเปนอยูความ นิยมสินคาหรือบริการในลักษณะใด ซึ่งสินคา หรือบริการที่ตัดสินใจจะผลิตนั้นมีผูดําเนินการอยูหรือไม หรือ มีอยูแลว ไมเพียงพอหรือไมมีคุณภาพ สวนของเรานั้น จะพัฒนาใหแตกตางจากสินคาของผูอื่นอยางไร การ สํารวจความตองการนี้อาจมีวิธีการสอบถาม การสังเกต สถิติจาก หนวยงานของภาครัฐและเอกชน เพื่อทราบ ปริมาณความตองการของตลาดวาผลิตสินคาไปแลวคุมทุนหรือไม 2. ความพรอมในการประกอบอาชีพ เมื่อตัดสินใจเลือกอาชีพแลว จะตองพิจารณาความ พรอมดานตาง ๆ ขอ อาชีพนั้น ๆ วามีมากนอยพียงใด ไดแก 2.1 ความรูความสามารถเกี่ยวกับอาชีพ โดยพิจารณาวาจะตองใชความรูความสามารถดานใดบาง ผู ประกอบการมีพื้นความรูมากนอยเพียงใด ความรูที่ยังขาดอยูจะสามารถศึกษา ความรูเพิ่มเติมดวยวิธีใด 2.2 สถานที่ที่จะใชประกอบการก็มีความสําคัญที่จะตองพิจารณา การประกอบ อาชีพบางอยางขึ้นอยูกับการ ใชสถานที่ดวย เชน ใชเนื้อที่มากสําหรับการประกอบอาชีพเกษตร สถานที่ตอง อยูในแหลงชุมชนสําหรับอาชีพคาขาย เปนตน 2.3 เงินทุน ตองใชเงินทุนเทาใดสําหรับอาชีพที่ประกอบการ มีเงินทุนหรือยัง หาก ยังไมมีจะจัดหาอยางไร ที่ ใด 2.4 วัสดุอุปกรณจะตองใชวัสดุอุปกรณอะไรบางและมีหรือยัง หากยังไมมี มิธีการ ที่จัดหาไดอยางไร แหลงซื้ ออยูที่ใด 2.5 ผูรวมงาน ตองพิจารณาผูรวมงานวามีความจําเปนตองมีกี่คน ใครบาง แตละคน มีความรูความสามารถดา นใดบาง หรือควรมอบหมายงานดานใดใหรับผิดชอบ
260 2. ขอมูลเพื่อเขียนโครงการพัฒนาอาชีพ การใหไดขอมูลเพื่อการเขียนโครงการพัฒนาอาชีพ มีหลายวิธี ซึ่งผูเรียนอาจ ใชวิธีเดียวหรือ หลายวิธีประกอบกันก็ได วิธีการเหลานี้ ไดแก 1. จากเอกสาร หนังสือ ไดแก หนังสือทั่วไปหนังสือรายปหนังสืออางอิง หนังสือพิมพเอกสารรายงานตาง ๆ 2. จากสื่อทางไกลตาง ๆ เชน จากรายการโทรทัศน วิทยุ 3. จากหนวยงานตาง ๆ การดําเนินงานของหนวยงานจะมีขอมูลที่นาสนใจ เชน ราคาขายสง ขายปลีกในรอบป ปริมาณการผลิต ลักษณะของสินคาที่ตลาดตองการ หนวยงานเหลานี้ เชน กรมสงเสริม การเกษตร พิชยจังหวัด กรมส งเสริมอุตสาหกรรม 4. ผูรูในชุมชน โดยการสอบถามผูรูในชุมชน เชน ผูนําในหมูบาน ครู อาจารย นักวิชาการ 5. จากการสํารวจ เราสามารถดําเนินการสํารวจภายในชุมชนดวนตนเอง เพื่อใหไดขอมูลที่ชัดเจนและถูกตอง เชน สํารวจราคาของสินคา เราอาจสอบถามจากผูขายไดโดยตรงหลาย ๆ คน 6.จากการสังเกต อาจใชวิธีการสังเกตก็ได เชน สังเกตวิธีการขายของผูประกอบการบางคน ที่ทําใหสินคาขายดีกวาผู อื่น 7. การสัมภาษณใชวิธีนี้เพื่อใหไดขอมูลที่มีรายละเอียด เชน วิธีและเทคนิคการทําขนมจีบ เราอาจจะตองใชเวลา สัมภาษณนานกวาวิธีอื่น ๆ ซึ่งจะตองจดหัวขอไปลวงหนากอน เพื่อใหไดขอมูลที่ครบถวนสมบูรณ 3.การเขียนโครงการพัฒนาอาชีพ โครงการเปนการกําหนดรายละเอียดในสิ่งที่จะทําอยางมีความสัมพันธ เพื่อใชใน การควบคุมการ ดําเนินงานอาชีพใหดําเนินไปอยางเปนระบบ การเขียนโครงการพัฒนาอาชีพ มีรายการที่ตองจัดทําข อมูลและรายละเอียด ดังนี้ 1) ชื่อโครงการ ชื่อโครงการจะตองมีความชัดเจน เฉพาะเจาะจงเขาใจงายวาจะกระทําสิ่งใด เชน โครงการเลี้ยงไก เนื้อ โครงการปลูกกลวยน้ําวา 2) หลักการและเหตุผล การเขียนหลักการและเหตุผล เปนการนําเสนอขอมูลที่แสดงใหเห็นถึงเหตุผลและความ จํา เปนหรือความสําคัญและที่มาของโครงการ โดยผูเขียนจะตองระบุถึงสภาพปญหา เหตุผลความจําเปน พรอมจัดหาข อมูลมาสนับสนุนใหชัดเจน เชน สถิติขอมูลจากหนวยงานภาครัฐ สภาพปญหาของชุมชนที่ผาน การประชุมประชาคม หรือนโยบายภาครัฐจากสวนกลาง สวนทองถิ่นซึ่งจะตองแสดงใหเห็นถึงความ สอดคลอง และชี้ใหเห็นถึงขอดีของการ ดําเนินงานโครงการและขอเสียหากไมมีการดําเนินงานโครงการ 3)วัตถุประสงค วัตถุประสงคเปนขอความที่แสดงถึงความตองการหรือผลของการกระทําสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ ชัดเจน สามารถปฏิบัติวัดและประเมินผลได โครงการหนึ่ง อาจจะมีวัตถุประสงคเพียงขอเดียวหรือหลาย ขอก็ได 4) เปาหมาย เปาหมาย เปนการกําหนดผลงานตามโครงการไวลวงหนาวา เมื่อดําเนินงานตามโครงการ ไปแลวจะได ผลอะไร อยางไร การกําหนดเปาหมาย จะมีการกําหนดใน 2 ลักษณะ คือ
261 (1) เปาหมายเชิงปริมาณ เปนการกําหนดผลงานในดานปริมาณวาจะไดงาน กี่ชิ้น กี่คน กี่ เลม กี่ชุด กี่ตําบล กี่แหง ฯลฯ (2) เปาหมายเชิงคุณภาพ เปนการกําหนดคุณภาพของผลงานที่ระบุไวในเชิงปริมาณวางาน ที่ไดจากโครงการนั้นดีอย างไร มีคุณคาอยางไร เกิดประโยชนอยางไร ฯลฯ 5) วิธีดําเนินการ วิธีดําเนินการ เปนการเขียนขั้นตอนรายละเอียดภารกิจที่จะตองปฏิบัติ เพื่อใหงานบรรลุตาม วัตถุ ประสงคของโครงการ ดังนั้น ในการเขียนวิธีดําเนินงานจึงควรคํานึงถึงประเด็นตอไปนี้ (1) จําแนกเปนกิจกรรมยอยหลาย ๆ กิจกรรมเรียงตามลําดับ ตั้งแตเริ่มตนการดําเนินงาน จนกระทั่งเสร็จสิ้นโครงการ ใหชัดเจน (2) กิจกรรมแตละกิจกรรมจะตองกําหนดระยะเวลา โดยกําหนดเปนปฏิทินปฏิบัติงาน 6) ระยะเวลาในการดําเนินงานโครงการ การกําหนดระยะเวลาดําเนินกิจกรรมตามโครงการใหระบุการเริ่มตนกิจกรรม จนกระทั่ง สิ้นสุด เชน ตั้งแต 1 มกราคม 2553ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2553 7) งบประมาณ การกําหนดงบประมาณเปนการแสดงขอมูลในรูปของตัวเงินหรือสิ่งของที่ตีคาเปนเงิน โดย จะตองแจก แจงใหชัดเจนวาจะใชเงินในรายการใดบาง เชน คาแรงงาน คาขนสง คาวัสดุอุปกรณ ในแตละ รายการจะกําหนดใช งบประมาณเทาไร ถาจะใหสมบูรณควรประมาณรายไดที่คาดวาจะไดรับไวดวย เพื่อจะ ไดนําไปใชในการจัดการงาน อาชีพ ใหมีความคลองตัวและใชในการปรับงบประมาณ คาใชจาย เพื่อใหเกิด ความสมดุล หรือผลกําไรในการ ดําเนินงานอาชีพ ดังตัวอยางตอไป 8) เครือขาย เครือขาย หมายถึง หนวยงานทั้งภาครัฐและเอกชน กลุมบุคคล ชุมชนและแหลงวิทยาการที่ มีสวนรวมส งเสริม สนับสนุน ประสานงานและมีการจัดกิจกรรมเชื่อมโยงและเกื้อหนุนกัน ในการระบุ เครือขายจึงตองกําหนดให ชัดเจนวา เครือขายมีหนวยงานหรือบุคคลใดบาง และมีสวนเกี่ยวของกับการ ดําเนินงานโครงการนี้อยางไร 9) การประเมินผลและรายงานผลโครงการพัฒนาอาชีพ การประเมินผลและรายงานผลโครงการพัฒนาอาชีพ เปนการ ระบุวาการดําเนินงาน โครงการนี้กําหนดจะประเมินผลโครงการนี้อยางไร ดวยวิธีการใด การประเมินโครงงานนี้สามารถ แบงเปน 3 ระยะ คือ 1. ประเมินผลกอนดําเนินโครงการเปนการตรวจสอบความพรอมของปจจัยตาง ๆ ที่ตองใช ไดแก เงินลงทุน วัสดุ อุป กรณ แรงงาน ตลาด ระบบการจัดการ ความถนัด ความสอดคลองของอาชีพกับ ชุมชน เพื่อไมใหเกิดความผิดพลาดใน ระยะเริ่มตนโครงงาน 2. ประเมินผลระหวางดําเนินโครงการ เปนการประเมินระหวางการดําเนินงานเพื่อทราบ ความกาวหนาของงาน แนวโน มความสําเร็จของโครงการ และมีปญหาอุปสรรคอะไรบางเพื่อหาวิธีแกไข 3. ประเมินผลเมื่อสิ้นสุดโครงการเปนการประเมินผลเพื่อหาขอสรุปเมื่อสิ้นสุดโครงการ แลววา ประสบผลสําเร็จตาม วัตถุประสงคและเปาหมายหรือไม เพราะเหตุใด มีปญหาอุปสรรคอยางไรและมีวิธีแกไขอยางไร วิธีการประเมินผลมี หลายวิธี อาจใชหลาย ๆ วิธีประกอบกันก็ได เชน แบบประเมิน การ อภิปราย โดยดําเนินการเมื่อโครงการสิ้นสุดลงตาม
262 ระยะเวลาที่กําหนด จากนั้น ประมวลขอมูลการ ดําเนินงานสรุปเปนรายงานทุกครั้ง เพื่อใชเปนขอมูลในการดําเนินงาน ครั้งตอไป หรือรายงานใหเจาของ กิจการอาชีพทราบ 10) ผูรับผิดชอบโครงงานพัฒนาอาชีพ กําหนดระบุชื่อผูรับผิดชอบโครงการพัฒนาอาชีพ ในกรณีที่เปนโครงการที่มีผูรวม งาน หลายคน ใหระบุไวดวยวามีกี่คน ใครบาง รับผิดชอบการดําเนินงานดานใดของโครงการพัฒนาอาชีพนั้น ๆ 11) ความสัมพันธกับโครงงานอื่น การระบุความสัมพันธกับโครงการอื่น เปนการระบุวาโครงการที่ดําเนินงานนี้เอื้อ ประ โยชนตอเนื่องหรือประสานงานกับโครงการอื่นอยางไร นอกจากนี้ยังเปนการตรวจสอบดวยวาโครงการ ตาง ๆ ที่ระบุ ดําเนินงานมีความสัมพันธกัน หรือมีความซ้ําซอนกันหรือไม 12) ผลที่คาดวาจะไดรับ ผลที่คาดวาจะไดรับ เปนการกําหนดผลผลิตในดานตางๆ ที่จะเกิดขึ้นทันทีเมื่อสิ้นสุด โครงการ พัฒนาอาชีพรวมถึงผลลัพธ ในดานตางๆ ที่คาดวาจะเกิดขึ้นในอนาคต
263 กิจกรรมที่ 2 การเขียนโครงการพัฒนาอาชีพ ใหผูเรียนเขียนโครงการพัฒนาอาชีพ ตามที่ผูเรียนสนใจ คนละ 1 โครงการ ตามหัวขอตอไปนี้ 1. ชื่อโครงการ 2. หลักการและเหตุผล 3. วัตถุประสงค 4. เปาหมาย 5. วิธีดําเนินการ 6. ระยะเวลาในการดําเนินงานโครงการ 7. งบประมาณ 8. เครือขาย 9. การประเมินผลและรายงานผลโครงการ 10. ผูรับผิดชอบโครงการ 11. ความสัมพันธกับโครงการอื่น 12. ผลที่คาดวาจะไดรับ
264 เรื่องที่ 3 การเขียนแผนปฏิบัติการ การดําเนินงานอาชีพ เมื่อจัดทําโครงการเรียบรอยแลว เพื่อใหการปฏิบัติงานเปนไปอยางมีระบบ ผูดําเนินงาน โครงการควรตองจัดทําแผนปฏิบัติการโดยนําขั้นตอนที่ระบุไวในวิธีดําเนินการมาจัดทํา รายละเอียดตามแบบฟอรม กิจกรรม หลัก วัตถุประสงค ก ลุ ม เป้าหมาย เปาหมาย พื้นที่ดําเนินการ ระยะเวลา งบประมาณ หมู่บ้าน ตําบล อําเภอ