The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอน ม.ต้น 2-65

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nan Phatchari, 2023-03-23 05:57:54

แผนการสอน ม.ต้น 2-65

แผนการสอน ม.ต้น 2-65

132 1. สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย เป็นสินเชื่อที่สถาบันการเงินให้แก่บุคคลธรรมดา กู้ยืมเพื่อใช้ในการจัดหาที่อยู่อาศัย เช่น ซื้อที่ดินและสร้างที่อยู่อาศัย ซื้อที่ดินพร้อมที่อยู่อาศัย ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ซื้อห้องชุด เป็นสินเชื่อที่ให้วงเงินกู้สูง ดังนั้น ระยะเวลาผ่อนชำระจึงนานกว่า สินเชื่อประเภทอื่น ลักษณะของสินเชื่อที่อยู่อาศัย 1) วงเงิน โดยทั่วไปสถาบันการเงินจะให้สินเชื่อประมาณ 80% ของมูลค่า หลักประกัน (เช่น ที่ดินพร้อมสิ่ง ปลูกสร้าง ห้องชุด) 2) อัตราดอกเบี้ย สถาบันการเงินแต่ละแห่งจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยแตกต่าง กันไป แต่ส่วนใหญ่มักจะใช้ อัตราดอกเบี้ยคงที่ และอัตราดอกเบี้ยลอยตัว อัตราดอกเบี้ยคงที่ (fixed rate) คือ อัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้เป็นตัวเลข คงที่ในช่วงเวลาที่กำหนด เช่น ดอกเบี้ยคงที่ 5% ต่อปีเป็นระยะเวลา 3 ปี ดอกเบี้ยคงที่ 5% ต่อปีตลอดอายุสัญญา อัตราดอกเบี้ยลอยตัว (floating rate) คือ อัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลงไป ตามต้นทุนของสถาบันการเงิน อัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่เห็นได้บ่อย คือ อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของ ธนาคารพาณิชย์ เช่น MLR MOR MRR ตัวอย่าง ธนาคาร A กำหนดอัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ดังนี้ - ปีที่ 1 - 3 คิดอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ 2.5% ต่อปี - ปีที่ 4 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย MRR - 1% ต่อปีหากในปีที่ 4 ธนาคาร A ประกาศอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของธนาคาร โดย MLR เท่ากับ 4% MOR เท่ากับ 5% และ MRR เท่ากับ 6% ธนาคารจะคิดอัตราดอกเบี้ย เท่ากับ 5% ต่อปี (6% - 1%) ทั้งนี้ ผู้ขอสินเชื่อสามารถดูประกาศอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงได้ ซึ่งจะ ติดประกาศไว้ ณ ที่ทำการ หรือในเว็บไซต์ ของสถาบันการเงิน 3) วิธีการคิดดอกเบี้ย คิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (effective rate) ซึ่งเป็น การคิดดอกเบี้ยจากฐานเงิน ต้นที่ลดลง กล่าวคือ เมื่อเงินต้นลดดอกเบี้ยก็จะลดลงด้วย ถ้าผู้ให้สินเชื่อกำหนดให้ต้องผ่อนงวดละเท่า ๆ กัน จะต้อง คิดดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายงวดนั้นก่อน จากนั้น จึงน าค่างวดที่ผ่อนชำระหักด้วยดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย ก็จะได้จำนวนเงินต้น แล้วนำมาหักออกจาก เงินต้นที่ยังมีอยู่ทั้งหมด ก็จะได้เงินต้นคงเหลือเพื่อนำไปใช้คำนวณดอกเบี้ยในงวดถัดไป โดยมี หลักการคำนวณดังนี้ ขั้นที่ 1 คำนวณดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในงวดนั้น โดยมีสูตรคำนวณ ดังนี้


133 *จำนวนวันใน 1 ปี สถาบันการเงินอาจใช้ 360 วัน หรือ 365 วัน หรือ 366 วันก็ได้ แต่ไม่ว่าจะกำหนด จำนวนวันเป็น เท่าใดก็ตาม สถาบันการเงินจะต้องใช้จำนวนวันเดียวกันสำหรับการคำนวณทั้งดอกเบี้ยจ่าย เช่น เงินฝาก และดอกเบี้ย รับ เช่น สินเชื่อ ขั้นที่ 2 คำนวณเงินต้นที่ลดลงในงวดนั้น ขั้นตอนนี้ให้นำเงินค่างวดที่ต้อง จ่ายในงวดนั้น หักออกด้วยดอกเบี้ย จ่ายที่คำนวณได้จากในขั้นที่ 1 ยอดที่ได้ก็คือ เงินต้นที่ได้จ่าย ไปในงวดนั้น ขั้นที่ 3 คำนวณเงินต้นคงเหลือ ขั้นตอนนี้เพื่อหาเงินต้นคงเหลือเพื่อใช้ใน การคำนวณดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายใน งวดถัดไป ทั้งนี้ หากเป็นการผ่อนชำระด้วยจำนวนเงินต้นเท่ากันทุกเดือน หรือมีการ กำหนดจำนวนเงินต้นที่ต้องจ่ายไว้ แน่นอน ก็สามารถใช้สูตรในขั้นที่ 1 คำนวณหาดอกเบี้ยที่ต้อง จ่ายได้เช่นกัน 4) การผ่อนชำระ ให้ระยะเวลาผ่อนนาน แต่ไม่เกิน 30 ปีก่อนตัดสินใจซื้อหรือสร้างบ้านด้วยการขอสินเชื่อ ควรต้องสำรวจ ความพร้อมของตัวเอง ดังนี้ - เลือกบ้านที่ไม่เกินความสามารถในการผ่อนชำระหนี้และมั่นใจว่า จะสามารถผ่อนนานได้ตลอดรอดฝั่ง - ศึกษาและเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อนชำระ ค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อ เลือกธนาคารที่ให้เงื่อนไขที่รับได้ - ควรมีเงินอย่างน้อย 20% ของราคาที่อยู่อาศัยเพื่อเป็นเงินดาวน์(เงินดาวน์ คือ เงินส่วนหนึ่งที่ผู้จะซื้อบ้าน จ่ายให้โครงการที่อยู่อาศัยก่อนที่จะจ่ายเงินก้อนใหญ่ เพื่อชำระค่าบ้านทั้งหมด ซึ่งโครงการที่อยู่อาศัยอาจให้ชำระเป็น ก้อนเดียว หรือทยอยผ่อนชำระ เป็นรายงวด โดยมักกำหนดเงินดาวน์ไว้ประมาณ 15 - 20% ของราคาที่อยู่อาศัย) - เตรียมเอกสารเพื่อทำเรื่องขอกู้ให้พร้อม - ตั้งเป้าหมายเก็บเงิน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต (นอกจาก เงินดาวน์และค่าผ่อนบ้าน) เช่น


134 1) ค่าประเมินหลักประกัน เป็นค่าใช้จ่ายส าหรับการประเมินว่าบ้าน หรือหลักประกันมีมูลค่าเท่าไร ซึ่ง ธนาคารจะใช้เป็นตัวกำหนดวงเงินกู้ให้แก่ผู้ขอสินเชื่อ 2) ค่าจดจำนองและค่าอากรแสตมป์ซึ่งต้องจ่ายให้แก่ส่วนราชการหรือ สำนักงานที่ดิน 3) ค่าประกันภัย เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงให้กับผู้ขอสินเชื่อ เช่น การทำประกันอัคคีภัย ซึ่งหากเกิด ความเสียหายกับที่อยู่อาศัยก็ยังมีเงินก้อนหนึ่ง จากการประกันภัยมาจ่ายค่าบ้าน ช่วยลดภาระแก่ผู้ขอสินเชื่อ (ศึกษา รายละเอียดเรื่อง ประกันภัย ได้จากหน่วยการเรียนรู้ที่ 1) อย่างไรก็ดี ธนาคารไม่สามารถบังคับให้ผู้ขอสินเชื่อ ทำ ประกันภัยกับบริษัทใดบริษัทหนึ่งโดยเฉพาะ เพราะผู้ขอสินเชื่อมีสิทธิที่จะเลือกทำประกันภัย ได้อย่างอิสระ 4) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เกี่ยวกับบ้าน เช่น ค่าตกแต่ง ค่าปั๊มน้ำ ค่าน้ำค่าไฟ และค่าส่วนกลาง (ถ้าอยู่ในหมู่บ้าน จัดสรรหรือคอนโดมิเนียม) 2.การเช่าซื้อ (Hire Purchase) มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ โดยผู้เช่าซื้อท าสัญญากับผู้ให้เช่าซื้อว่าจะชำะ ค่าสินค้าเป็นงวด ๆ ตามจำนวน เงินและระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งระหว่างนั้นผู้เช่าซื้อสามารถนำทรัพย์สินที่เช่าซื้อมาใช้งานได้ก่อน โดยที่กรรมสิทธิ์ใน ทรัพย์สินยังเป็นของผู้ให้เช่าซื้อจนกว่า จะจ่ายเงินครบตามสัญญาจึงจะโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นมาเป็นของผู้เช่า ซื้อ เช่น การเช่า ซื้อรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ การเช่าซื้อรถ ในปัจจุบัน รถถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เดินทางได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น และยังเป็นเครื่องมือในการ ประกอบ อาชีพของคนบางคนด้วย ซึ่งปัจจุบัน มีบริการให้เช่าซื้อรถ ทั้งรถใหม่ และรถที่ใช้แล้วให้เลือกใช้บริการ ลักษณะของการเช่าซื้อรถ 1) วงเงิน กรณีให้เช่าซื้อรถใหม่ประมาณ 75 - 80% กรณีรถใช้แล้ว จะขึ้นอยู่กับสภาพรถและราคา ประเมินรถ 2) ระยะเวลาการผ่อนชำระ ประมาณ 12 - 72 เดือน 3) อัตราดอกเบี้ย ส่วนใหญ่จะกำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ (fixed rate) ตลอดอายุสัญญา 4) วิธีการคิดดอกเบี้ย ส่วนใหญ่คิดดอกเบี้ยแบบเงินต้นคงที่ (flat rate) คือ คิดดอกเบี้ยจากเงินต้นทั้ง จำนวนและระยะเวลาในการผ่อนชำระทั้งหมด จากนั้นผู้ให้เช่าซื้อ จะนำดอกเบี้ยที่คำนวณได้มารวมกับเงินต้น แล้ว หารด้วยจำนวนงวดที่จะผ่อนชำระ ซึ่งเงิน ที่ผ่อนชำระจะเท่ากันทุกงวด โดยมีหลักการคำนวณ ดังนี้


135 ก่อนตัดสินใจเช่าซื้อรถสักคัน ควรสำรวจความพร้อมของตนเอง ดังนี้ - ความสามารถในการผ่อนช าระกับรายได้ตนเอง ภาระผ่อนหนี้เมื่อรวมกับ หนี้อื่นที่มีทั้งหมดแล้วไม่ควรเกิน 1 ใน 3 (33%) ของรายได้ต่อเดือน และมีความสามารถในการ จ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จะตามมาจากการเช่าซื้อรถ - มีเงินออมเพื่อจ่ายเงินดาวน์ให้ได้มากที่สุด ซึ่งจะช่วยลดภาระดอกเบี้ย ที่ต้องจ่ายลงไปได้อีกมาก - ศึกษาและเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อนช าระ และเงื่อนไข อื่น ๆ ของผู้ให้เช่าซื้อหลาย ๆ แห่ง และต้องดูว่าอัตราดอกเบี้ยที่เสนอให้นั้นเป็นอัตราดอกเบี้ย ต่อเดือนหรือต่อปี - เลือกระยะเวลาผ่อนที่สั้นลง จะช่วยให้ประหยัดดอกเบี้ยลงไปได้ 3. สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ หรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน เป็นการให้กู้เพื่อนำไปใช้จ่าย เพื่อการอุปโภคบริโภค แต่ไม่รวมถึงการให้เช่าซื้อและลีสซิ่งรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ สินเชื่อเพื่อการศึกษา สินเชื่อ เพื่อการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ สินเชื่อเพื่อรักษาพยาบาล สินเชื่อเพื่อสวัสดิการพนักงาน ในปัจจุบันสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ มี 3 รูปแบบ คือ 1) เช่าซื้อสินค้ารายชิ้น ผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลจะออกบัตรสมาชิกให้หรือที่มักเรียกกันว่า “บัตรผ่อน สินค้า” เพื่อนำไปใช้เมื่อต้องการซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้า ร่วมรายการ เช่น ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า จากนั้นทยอย ชำระคืนเป็นรายเดือน โดยมีระยะเวลาผ่อน ชำระค่อนข้างหลากหลายแล้วแต่ผู้ให้บริการกำหนด 2) รับเงินสดทั้งก้อน แล้วทยอยผ่อนชำระคืนเป็นรายเดือน เหมาะกับผู้ที่ต้องการเงินไปใช้จ่ายเป็นก้อน 3) วงเงินสำรองพร้อมใช้ผ่านบัตรกดเงินสด หลังจากที่ได้รับอนุมัติวงเงิน สินเชื่อแล้ว ผู้ถือบัตรสามารถเบิก ถอนเงินออกมาใช้ได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนารูปแบบให้สามารถเช่าซื้อสินค้ารายชิ้นและ กดเงินสดจากวงเงินสำรองพร้อมใช้ได้ ในบัตรใบเดียว ผู้ใช้บริการจึงควรศึกษารูปแบบ อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขให้เข้าใจ เพื่อให้สามารถเลือกได้ตรงกับ ความต้องการ


136 ลักษณะของสินเชื่อบุคคลภายใต้การกำกับ 1) คุณสมบัติผู้สมัคร เป็นบุคคลที่ผู้ให้สินเชื่อพิจารณาแล้วเห็นว่ามีฐานะ ทางการเงินเพียงพอสำหรับการชำระ หนี้ได้ 2) วงเงิน ไม่เกิน 5 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือน หรือของกระแสเงินสด หมุนเวียนในบัญชีเงินฝากเฉลี่ย ย้อนหลังไม่น้อยกว่า 6 เดือน 3) อัตราดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียม รวมกันแล้วไม่เกิน 28% ต่อปี(effective rate) นอกจากนี้ อาจเรียกเก็บค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ผู้ประกอบธุรกิจได้จ่าย ให้แก่บุคคลภายนอก เช่น ค่าใช้จ่ายติดตามทวงถาม หนี้ ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจจะเรียกเก็บได้ไม่เกิน จากที่ได้ประกาศไว้ 4) วิธีการคิดดอกเบี้ยฯ คิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (effective rate) แม้ว่าสินเชื่อประเภทนี้จะของ่ายได้ไว เมื่อเปรียบเทียบกับสินเชื่อประเภทอื่น ๆ แต่อัตราดอกเบี้ยฯ ก็ค่อนข้าง สูงจึงต้องคิดให้ดีว่ารับภาระหนี้ที่เกิดขึ้นไหวหรือไม่ ก่อนตัดสินใจขอสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การก ากับ ควรสำรวจความพร้อม ของตนเองก่อน ดังนี้ - เลือกใช้บริการจากสถาบันการเงินหรือบริษัทที่ได้รับอนุญาต เนื่องจาก มีข้อดีหลายประการ เช่น ได้รับเงินกู้ เต็มจำนวน ดอกเบี้ยถูกกว่าเงินกู้นอกระบบ และมีหน่วยงานทางการกำกับดูแล - ศึกษาและเปรียบเทียบข้อมูลเรื่องอัตราดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ก่อนเลือกใช้ บริการ - ระมัดระวังโฆษณาที่ระบุในท านองว่า “ดอกเบี้ยต่อเดือนน้อยนิด” โดยต้อง ดูว่าอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวใช้ หน่วยอะไร เช่น ถ้าเป็นอัตราดอกเบี้ยต่อเดือน ให้คูณ 12 จึงจะ ได้อัตราดอกเบี้ยต่อปี - อย่าใช้บริการเพียงเพราะต้องการของแถม 4. บัตรเครดิต เป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์หรือผู้ประกอบธุรกิจ บัตรเครดิต (ผู้ออกบัตร) เพื่อให้ ผู้บริโภค (ผู้ถือบัตร) นำไปใช้ชำระค่าสินค้าและบริการแทน เงินสด โดยไม่ต้องพกเงินสดจำนวนมาก หรือทำรายการ ซื้อสินค้าและบริการแบบออนไลน์ผ่าน อินเทอร์เน็ตได้ ซึ่งผู้ออกบัตรจะจ่ายเงินให้กับร้านค้าไปก่อน และผู้ถือบัตร สามารถใช้บัตรเครดิต เบิกถอนเงินสดออกมาใช้ในยามฉุกเฉินได้ด้วย โดยไม่เกินวงเงินที่ผู้ออกบัตรกำหนดไว้ และจะ ถูกเรียกเก็บเงินพร้อมดอกเบี้ย (ถ้ามี) จากผู้ออกบัตรตามระยะเวลาที่กำหนด ลักษณะสำคัญของบัตรเครดิต 1) คุณสมบัติผู้สมัคร มีรายได้ไม่น้อยกว่า 15,000 บาทต่อเดือนหรือมีเงินฝาก หรือสินทรัพย์ตามที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยกำหนด 2) วงเงิน ไม่เกิน 5 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 3) อัตราดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียม รวมกันแล้วไม่เกิน 20% ต่อปี


137 - หากชำระหนี้บัตรเครดิตตรงเวลาและเต็มจำนวน (โดยไม่ได้เบิกถอนเงินสด เลย) จะได้รับระยะเวลา ปลอดดอกเบี้ยประมาณ 45 – 55 วัน – หากชำระหนี้บัตรเครดิตล่าช้า ชำระขั้นต่ำหรือชำระบางส่วน หรือมีการ เบิกถอนเงินสด จะถูกคิดดอกเบี้ย ฯ - กรณีเบิกถอนเงินสดด้วยบัตรเครดิตจะไม่มีช่วงเวลาปลอดดอกเบี้ย และ อาจถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมได้อีก ไม่เกิน 3% ของจำนวนเงินสดที่ถอน และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ของค่าธรรมเนียมการเบิกถอน 4) วิธีการคิดดอกเบี้ยฯ เป็นแบบลดต้นลดดอก (effective rate) โดยจะแยก การคิดเป็นสองช่วง คือ 4.1) ก่อนชำระ 4.2) หลังชำระ (บางส่วนหรือทั้งหมด) ข้อคิดก่อนตัดสินใจมีบัตรเครดิต 1) ทำความเข้าใจเงื่อนไขก่อนสมัคร 2) ใช้บัตรเครดิตเท่าที่จำเป็นและมั่นใจว่าจะสามารถจ่ายคืนได้ 3) ชำระเต็มจำนวน ตรงเวลา หรือจ่ายให้ได้มากที่สุด เพื่อให้จ่ายดอกเบี้ยฯ น้อยที่สุด 4) อย่าทำบัตรเพราะเห็นแก่ของแถม


138 ใบงานครั้งที่ 8 วิชาการเงินเพื่อชีวิต 2 รหัสวิชา สค22016 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่องสินเชื่อ คำชี้แจง ให้ผู้เรียนตอบคำถามต่อไปนี้ให้สมบูรณ์ 1. บอกความหมายของ “หนี้ดี” และ “หนี้พึงระวัง” ............................................................................................................................. ............................................................ ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ........................................................................................................................................................ ................................. 2. ให้ผู้เรียนอธิบายถึงการประเมินความเหมาะสมก่อนตัดสินใจก่อหนี้ .............................................................................................................................................................. ........................... ........................................................................................................ ................................................................................. ............................................................................................................................. ............................................................ 3. ให้ผู้เรียนแบ่งบอกลักษณะของสินเชื่อรายย่อย ............................................................................................................................. ............................................................ .......................................................................................................................................... ............................................... ......................................................................................................................................................................................... 4. จงบอกความหมายการเช่าซื้อ (Hire Purchase) ........................................................................................................... .............................................................................. ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ 5. บอกประเภทและวิธีค านวณดอกเบี้ยเงินกู้ .................................................................................................................................................. ....................................... ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................


139 แบบทดสอบครั้งที่ 8 วิชาการเงินเพื่อชีวิต 2 รหัสวิชา สค22016 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่องสินเชื่อ **************************************************************************************** คำชี้แจง ให้ผู้เรียนอ่านคำถามแล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว 1. หนี้แบ่งออกเป็นกี่ประเภท ก. 2 ประเภทข. ข. ๓ ประเภท ค. ๔ ประเภท ง. ๕ ประเภท 2. หนี้ที่ช่วยสร้างรายได้และสร้างความมั่นคงในอนาคต คือหนี้ข้อใด ก. หนี้ดี ข. หนี้เสีย ค. หนี้ในระบบ ง. หนี้นอกระบบ 3. การประเมินความเหมาะสมก่อนตัดสินใจก่อหนี้ พิจารณาความจำเป็นตามข้อใด ก. พิจารณาความตั้งใจ ข. พิจารณาความจำเป็น ค. พิจารณาจากประโยชน์ ง. พิจารณาความจำเป็นพร้อมกับเรื่องนั้นๆ 4. พิจารณาความเร่งด่วน สามารถพิจารณาอย่างไร ก. พิจารณาจากการแนะนำ ข. พิจารณาความคิดเห็นและแนะนำ ค.พิจารณาความเหมาะสมก่อนตัดสินใจก่อหนี้ ง. หากเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น ให้พิจารณาว่ามีความเร่งด่วน หรือไม่สามารถรอได้หรือไม่ 5. ข้อใดไม่ใช่การแก้ไขปัญหาหนี้ด้วยตนเอง ก. ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ ข. ขายสินทรัพย์ที่ไม่จำเป็น ค. เปลี่ยนความเชื่อเกี่ยวกับหนี้ง. ขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ 6. หนี้ใดต่อไปนี้เป็นหนี้ดี ก. ขอกู้เงินเพื่อมาเปิดอู่รับซ่อมรถยนต์ ข. สมชายขอกู้เงินเพื่อไปเที่ยวเมืองนอก ค. ขอกู้เงินเพื่อมาซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุด ง. มาลีต้องการต่อเติมบ้าน จึงไปขอกู้เงินจากธนาคาร 7. ข้อใดไม่ใช่สินเชื่อรายย่อย ก. บัตร ATM ข. การเช่าซื้อ ค. สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ง. สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ


140 8. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการป้องกันปัญหาหนี้ ก. ชำระหนี้เต็มจำนวนภายในเวลาที่กำหนด ข. แจ้งให้เจ้าหนี้ทราบเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ ค. เมื่อมีหนี้สินหลายก้อน ให้หยุดชำระหนี้บางก้อนได้ ง. ตรวจสอบภาระหนี้ที่ต้องผ่อนต่อเดือนไม่ให้เกิน 1 ใน 3 ของรายได้ 9. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ ก. ใช้สำหรับผ่อนรถยนต์ ข. ใช้ได้เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการ ค. มีการกำหนดวงเงินที่ได้รับอนุมัติ ง. สามารถทยอยผ่อนคืนเป็นรายเดือนได้ 10. ข้อใดคือหน่วยงานที่ให้คำปรึกษาวิธีการแก้ไขปัญหาหนี้ในระบบโดยตรง ก. สายด่วนของรัฐบาล สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี โทร. 1111 ข. ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ กระทรวงการคลัง โทร. 1359 ค. ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย โทร. 1213 ง. กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติโทร. 1135


141 เฉลยวิชาการเงินเพื่อชีวิต 2 รหัสวิชา สค22016 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่อง สินเชื่อ 1. ก. 2 ประเภท 2. ก. หนี้ดี 3. ข. พิจารณาความจำเป็น 4. ง. หากเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น ให้พิจารณาว่ามีความเร่งด่วนหรือไม่สามารถรอได้หรือไม่ 5. ง. ขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ 6. ก. ขอกู้เงินเพื่อมาเปิดอู่รับซ่อมรถยนต์ 7. ก. บัตร ATM 8. ค. เมื่อมีหนี้สินหลายก้อน ให้หยุดชำระหนี้บางก้อนได้ 9. ข. ใช้ได้เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการ 10 ค. ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย โทร. 1213


142 แบบสังเกต คำชี้แจง ครูผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียน โดยทำเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับความจริง ที่ ชื่อ - สกุล รายการ สรุปผล การมีส่วนร่วม ทดสอบความรู้ ประเมินผลงาน การประเมิน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน


143 แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครั้งที่ 9


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชา สาระทักษะการเรีย ระดับมัธยมศึกษาตอนต้ หัวเรื่อง การจั ครั้งที่ วัน/เดือน/ปี ตัวชี้วัด/วัตถุประสงค์ เนื้อหาสาระการเรียนรู้ 9 27 ธ.ค. 2565 การจัดการความรู้ ๒. ปฏิบัติการจัดการ ความรู้ในเนื้อหาที่ สอดคล้องกับความ ต้องการของชุมชน ๓. จัดทำสารสนเทศและ เผยแพร่ความรู้ ๒. การฝึกทักษะ กระบวนการจัดการความรู้ ด้วยตนเอง และ กระบวนการจัดการความรู้ ด้วยการรวมกลุ่มปฏิบัติการ ๓. สรุปองค์ความรู้ของกลุ่ม จัดทำสารสนเทศองค์ความรู้ ในการพัฒนาตนเอง ครอบครัว ขั้นที่ ๑) ครู ผู้เรียน กระบว เพื่อต่อ ความรู้ เผยแพ ขั้นที่ ๒ - ครูแ เกี่ยวกั ความรู้ จัดการ - ครูให และสร


144 ยนรู้ รายวิชาทักษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร21001 ต้น จำนวน 5 หน่วยกิต จัดการความรู้ การจัดกระบวนการเรียนรู้ สื่อ/แหล่งเรียนรู้ เครื่องมือและการ วัดผลประเมินผล ๑ กำหนดสภาพปัญหา กล่าวทักทายผู้เรียนและพูดคุยกับ นเกี่ยวกับความสำคัญ หลักการ วนการจัดการความรู้ การรวมกลุ่ม อยอดความรู้ การพัฒนาขอบข่าย รู้ของกลุ่ม และการจัดทำสารสนเทศ พร่ความรู้ ๒ ขั้นแสวงหาข้อมูล ละผู้เรียนร่วมแสดงความคิดเห็น กับการฝึกทักษะกระบวนการจัดการ รู้ด้วยตนเอง และกระบวนการ รความรู้ด้วยการรวมกลุ่มปฏิบัติการ ห้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มศึกษาหาความรู้ รุปองค์ความรู้ของกลุ่ม จัดทำ - หนังสือเรียน -ใบความรู้ -ใบงาน -อินเตอร์เน็ต -ห้องสมุด กศน. ตำบล -แหล่งเรียนรู้ชุมชน - แบบทดสอบ ออนไลน์ -การสังเกต -การชักถาม -การมีส่วนร่วม -การตรวจผลงาน -บันทึกการเรียนรู้


สารสน ครอบ ขั้นที่ ๓- ผู้เรีย ความคิ- ผู้เรีย แบบท- ครูให อ่านลง- ครูแ ความคิ ขั้นที่ ๔- ประ- ประ- บันทึ


145 นเทศองค์ความรู้ในการพัฒนาตนเอง ครัว ๓ การปฏิบัตินำไปใช้ ยนสรุปความรู้ที่ได้เป็นแผนผัง คิด ยนนำความรู้ที่ได้มาทำใบงาน และ ทดสอบ ห้ผู้เรียนสรุปเนื้อหาจากหนังสือที่ งในสมุดบันทึกการเรียนรู้ ละผู้เรียนสรุปเนื้อหาเป็นแผนผัง คิดแล้วนำเสนอร่วมกัน ๔ การประเมินผลการเรียนรู้ เมินจากใบงาน เมินจากแบบทดสอบ ทึกการเรียนรู้ของผู้เรียน


146 บันทึกหลังการสอน ครั้งที่ .............. วันที่....... เดือน ............................................... พ.ศ. ............. ผลการเรียนรู้............................................................................................................................. ..................................... ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ สภาพปัญหาและอุปสรรค ...................................................................................................................................................... ................................... ................................................................................................ ......................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ แนวทางการแก้ไขปัญหา ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................................................ ............................. ..................................................................................................... .................................................................................... ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ......................................................................................................................................................................... ................ ลงชื่อ.............................................................ผู้บันทึก (............................................................) ตำแหน่ง........................................................... ข้อคิดเห็นของผู้อำนวยการสถานศึกษา ..................................................................................................... .................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ลงชื่อ.................................................... (นายอำนาจ โตน้ำ) ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย วันที่....... เดือน ........................... พ.ศ.............


147 ภาคผนวก


148 ใบความรู้ครั้งที่ 9 วิชาทักษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร21001 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่อง การจัดการความรู้ ความหมายของการจัดการความรู้ การจัดการ (Management) หมายถึงกระบวนการในการเข้าถึงความรู้และการถ่ายทอดความรู้ที่ต้อง ดำเนินการร่วมกันกับผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งอาจเริ่มต้นจากการบ่งชี้ความรู้ที่ ต้องการใช้ การสร้างและแสวงหาความรู้ การ ประมวลเพื่อกลั่นกรองความรู้ การจัดการ ความรู้ให้เป็นระบบการสร้างช่องทางเพื่อการสื่อสารกับผู้เกี่ยวข้อง การ แลกเปลี่ยนความรู้การจัดการสมัยใหม่ใช้กระบวนการทางปัญญาเป็นสิ่งสำคัญในการคิด ตัดสินใจ และส่งผล ให้เกิด การกระทำ การจัดการจึงเน้นไปที่การปฏิบัติ ความรู้ (Knowledge) หมายถึง ความรู้ที่ควบคู่กับการปฏิบัติซึ่งในการปฏิบัติจำเป็นต้องใช้ความรู้ที่หลากหลาย สาขาวิชามาเชื่อมโยงบูรณาการเพื่อการคิดและตัดสินใจ และ ลงมือปฏิบัติ จุดกำเนิดของความรู้คือสมองของคนเป็น ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในสมอง ชี้แจงออก มาเป็นถ้อยคำหรือตัวอักษรได้ยากความรู้นั้นเมื่อนำไปใช้จะไม่หมดไป แต่จะยิ่ง เกิดความรู้เพิ่มพูนมากขึ้นอยู่ในสมองของผู้ปฏิบัติในยุคแรก ๆ มองว่า ความรู้ หรือทุนทางปัญญามาจากการจัดระบบ และการ ตีความสารสนเทศซึ่งสารสนเทศก็มาจากการประมวลข้อมูล ขั้นของการเรียนรู้ เปรียบดังพีระมิดตามรูปแบบ นี้ ความรู้แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ 1. ความรู้เด่นชัด (Explicit Knowledge) เป็นความรู้ที่เป็นเอกสารตำรา คู่มือ ปฏิบัติงาน สื่อต่างๆ กฎเกณฑ์ กติกา ข้อตกลง ตารางการทำงานบันทึกจากการทำงาน ความรู้เด่นชัดจึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ความรู้ใน กระดาษ”


149 2. ความรู้ซ่อนเร้น /ความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge)เป็นความรู้ที่แฝงอยู่ในตัว คน พัฒนาเป็นภูมิปัญญา ฝังอยู่ในความคิดความเชื่อ ค่านิยม ที่คนได้มาจากประสบ การณ์สั่งสมมานาน หรือเป็นพรสวรรค์อันเป็นความสามารถพิเศษเฉพาะตัวที่มีมาแต่กำเนิดหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ความรู้ในคน” แลกเปลี่ยนความรู้กันได้ยากไม่สามารถแลก เปลี่ยนมาเป็นความรู้ที่เปิดเผยได้ทั้งหมด ต้องเกิดจากการเรียนรู้ร่วมกัน ผ่านการเป็นชุมชน เช่น การสังเกตการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างการทำงาน หากเปรียบความรู้เหมือนภูเขาน้ำแข็ง จะ มีลักษณะดังนี้ ส่วนของน้ำแข็งที่ลอยพ้นน้ำ เปรียบเหมือนความรู้ที่เด่นชัดคือความรู้ที่อยู่ใน เอกสาร ตำรา ซีดี วีดีโอ หรือสื่ออื่น ๆ ที่จับต้องได้ความรู้นี้มีเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ ส่วนของน้ำแข็งที่จมอยู่ใต้น้ำเปรียบเหมือนความรู้ที่ยังฝังลึกอยู่ในสมองคน มีความรู้จากสิ่งที่ตนเองได้ปฏิบัติไม่ สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือให้คนอื่นได้รับรู้ได้ความรู้ที่ฝังลึกในตัวคนนี้มีประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ความรู้ 2 ยุค ความรู้ยุคที่ 1 เน้นความรู้ในกระดาษ เน้นความรู้ของคนส่วนน้อยความรู้ที่สร้าง ขึ้นโดยนักวิชาการที่มีความ ชำนาญเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเรามักเรียกคนเหล่านั้นว่า “ผู้มีปัญญา” ซึ่งเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ ไม่มีปัญญา ไม่สนใจที่จะใช้ความรู้ของคนเหล่านั้น โลกทัศน์ในยุคที่ 1เป็นโลกทัศน์ที่คับแคบ ความรู้ยุคที่ 2 เป็นความรู้ในคน หรืออยู่ในความสัมพันธ์ระหว่างคนเป็นการค้น พบ “ภูมิปัญญา” ที่อยู่ในตัว คนทุกคนมีความรู้เพราะทุกคนทำงาน ทุกคนมีสัมพันธ์กับ ผู้อื่นจึงย่อมมีความรู้ที่ฝังลึกในตัวคนที่เกิดจากการทำงาน และการมีความสัมพันธ์กันนั้น เรียกว่า “ความรู้อันเกิดจากประสบการณ์”ซึ่งความรู้ยุคที่ 2 นี้ มีคุณประโยชน์ 2


150 ประการ คือ ประการแรกทำให้เราเคารพซึ่งกันและกันว่าต่างก็มีความรู้ ประการที่ 2 ทำให้หน่วยงานหรือองค์กรที่มี ความเชื่อเช่นนี้สามารถใช้ศักยภาพแฝงของทุกคนในองค์กรมาสร้างผลงานสร้างนวัตกรรมให้กับองค์กร ทำให้องค์กรมี การพัฒนามากขึ้น กระบวนการในการจัดการความรู้ การจัดการความรู้นั้นมีหลายรูปแบบ หรือที่เรียกกันว่า “โมเดล”มีหลากหลาย โมเดล หัวใจของการจัดการ ความรู้คือการจัดการความรู้ที่อยู่ในตัวคน ในฐานะผู้ปฏิบัติ และเป็นผู้มีความรู้การจัดการความรู้ที่ทำให้คนเคารพใน ศักดิ์ศรีของคนอื่น การจัดการความรู้นอกจากการจัดการความรู้ในตนเองเพื่อให้เกิดการพัฒนางานและพัฒนาตนเอง แล้วยังมองรวมถึงการจัดการความรู้ในกลุ่มหรือองค์กรด้วยรูปแบบการจัดการความรู้จึงอยู่บน พื้นฐานของความเชื่อ ที่ว่า ทุกคนมีความรู้ปฏิบัติในระดับความชำนาญที่ต่างกัน เคารพ ความรู้ที่อยู่ในตัวคน ดร.ประพนธ์ ผาสุกยึด ได้คิดค้นรูปแบบการจัดการความรู้ไว้ 2 แบบ คือรูปแบบ ปลาทูหรือที่เรียกว่า “โมเดล ปลาทู” และรูปแบบปลาตะเพียนหรือที่เรียกว่า “โมเดลปลา ตะเพียน”แสดงให้เห็นถึงรูปแบบการจัดการความรู้ใน ภาพรวมของการจัดการที่ครอบคลุม ทั้งความรู้ที่ชัดแจ้ง และความรู้ที่ฝังลึก ดังนี้ โมเดลปลาทู เพื่อให้การจัดการความรู้ หรือ KM เป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายจึงกำหนดให้การจัดการ ความรู้เปรียบ เหมือนกับปลาทูตัวหนึ่งมีสิ่งที่ต้องดำเนินการจัดการความรู้อยู่ 3 ส่วน โดย กำหนดว่า ส่วนหัวคือการกำหนดเป้าหมาย ของการจัดการความรู้ที่ชัดเจน ส่วนตัวปลา คือการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน และส่วนหางปลาคือความรู้ที่ ได้รับจากการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ รูปแบบการจัดการความรู้ตาม “โมเดลปลาทู” ส่วนที่ 1 “หัวปลา” หมายถึง “Knowledge Vision” หรือ KVคือเป้าหมายของ การจัดการความรู้ ผู้ใช้ต้อง รู้ว่าจะจัดการความรู้เพื่อบรรลุเป้าหมายอะไร เกี่ยวข้องหรือสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจและยุทธศาสตร์ขององค์กร อย่างไร เช่นจัดการความรู้เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพของงานจัดการความรู้เพื่อพัฒนาทักษะชีวิตด้านยาเสพติด จัดการ ความรู้เพื่อพัฒนาทักษะชีวิตด้านสิ่งแวดล้อมจัดการความรู้เพื่อพัฒนาทักษะชีวิตด้านชีวิตและทรัพย์สินจัดการความรู้ เพื่อฟื้นฟูขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมของคนในชุมชนเป็นต้น ส่วนที่ 2 “ตัวปลา” หมายถึง “Knowledge Sharing” หรือ KSเป็นการแลก เปลี่ยนเรียนรู้หรือการแบ่งปัน ความรู้ที่ฝังลึกในตัวคนผู้ปฏิบัติเป็นการแลกเปลี่ยนวิธีการ ทำงานที่ประสบผลสำเร็จ ไม่เน้นที่ปัญหา เครื่องมือในการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้มีหลากหลาย แบบ อาทิ การเล่าเรื่องการสนทนาเชิงลึก การชื่นชมหรือการสนทนาในเชิงบวก เพื่อน ช่วย เพื่อนการทบทวนการปฏิบัติงาน การถอดบทเรียน การถอดองค์ความรู้ ส่วนที่ 3 “หางปลา” หมายถึง “Knowledge Assets” หรือ KAเป็นขุมความรู้ ที่ได้จากการแลกเปลี่ยน เรียนรู้มีเครื่องมือในการจัดเก็บความรู้ที่มีชีวิตไม่หยุดนิ่ง คือ นอกจากจัดเก็บความรู้แล้วยังง่ายในการนำความรู้ออกมา ใช้จริงง่ายในการนำความรู้ออกมาต่อ ยอด และง่ายในการปรับข้อมูลไม่ให้ล้าสมัยส่วนนี้จึงไม่ใช่ส่วนที่มีหน้าที่เก็บ ข้อมูลไว้เฉย ๆไม่ใช่ห้องสมุดสำหรับเก็บสะสมข้อมูลที่นำไปใช้จริงได้ยาก ดังนั้นเทคโนโลยีการสื่อสารและ สารสนเทศ จึงเป็นเครื่องมือจัดเก็บความรู้อันทรงพลังยิ่งในกระบวนการจัดการความรู้ ตัวอย่างการจัดการความรู้เรื่อง “พัฒนา กลุ่มวิสาหกิจชุมชน” ในรูปแบบปลาทู


151 จากโมเดล “ปลาทู” ตัวเดียวมาสู่โมเดล “ปลาตะเพียน” ที่เป็นฝูงโดยเปรียบ แม่ปลา “ปลาตัวใหญ่” ได้กับ วิสัยทัศน์ พันธกิจ ขององค์กรใหญ่ในขณะที่ปลาตัวเล็ก หลาย ๆ ตัวเปรียบได้กับเป้าหมายของการจัดการความรู้ที่ต้อง ไปตอบสนองเป้าหมายใหญ่ ขององค์กร จึงเป็นปลาทั้งฝูงเหมือน “โมบายปลาตะเพียน”ของเล่นเด็กไทยสมัยโบราณที่ ผู้ใหญ่สานเอาไว้แขวนเหนือเปลเด็กเป็นฝูงปลาที่หันหน้าไปในทิศทางเดียวกัน และมีความเพียรพยายามที่จะว่ายไปใน กระแสน้ำที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาปลาใหญ่อาจเปรียบเหมือนการพัฒนาอาชีพตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงในชุมชน ซึ่งการพัฒนาอาชีพดังกล่าวต้องมีการแก้ปัญหาและพัฒนาร่วมกันไปทั้งระบบ เกิดกลุ่มต่าง ๆขึ้นใน ชุมชน เพื่อการเรียนรู้ร่วมกัน ทั้งการทำบัญชีครัวเรือนการทำเกษตรอินทรีย์ การทำปุ๋ยหมัก การเลี้ยงปลา การเลี้ยง กบการแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ ในครอบครัวหรือจำหน่ายเพื่อเพิ่มรายได้เป็นต้น เหล่านี้ถือเป็นปลาตัวเล็ก หากการ แก้ปัญหาที่ปลาตัวเล็กประสบผลสำเร็จจะส่งผลให้ปลาตัวใหญ่หรือเป้าหมายในระดับชุมชนประสบผลสำเร็จด้วย เช่นกันนั่นคือปลาว่ายไปข้างหน้าอย่างพร้อมเพรียงกันที่สำคัญปลาแต่ละตัวไม่จำเป็นต้องมีรูปร่างและขนาดเหมือนกัน เพราะการจัดการความรู้ของแต่ละเรื่อง มีสภาพของความยากง่ายในการแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน รูปแบบของการ จัดการความรู้ของแต่ละหน่วยย่อย จึงสามารถสร้างสรรค์ปรับให้เข้ากับแต่ละที่ได้อย่าง เหมาะสม ปลาบางตัวอาจมี ท้องใหญ่เพราะอาจมีส่วนของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้มากบางตัวอาจเป็นปลาที่หางใหญ่เด่นในเรื่องของการจัดระบบ คลังความรู้เพื่อใช้ในการปฏิบัติมากแต่ทุกตัวต้องมีหัวและตาที่มองเห็นเป้าหมายที่จะไปอย่างชัดเจ


152 การจัดการความรู้ได้ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ที่เกิดจากการปฏิบัติจริงเป็นการ เรียนรู้ในทุกขั้นตอนของการทำงาน เช่น ก่อนเริ่มงานจะต้องมีการศึกษาทำความเข้าใจในสิ่ง ที่กำลังจะทำจะเป็นการเรียนรู้ด้วยตนเองหรืออาศัยความ ช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงาน มีการศึกษาวิธีการและเทคนิคต่าง ๆ ที่ใช้ได้ผลพร้อมทั้งค้นหาเหตุผลด้วยว่าเป็นเพราะ อะไรและจะสามารถนำสิ่งที่ได้เรียนรู้นั้นมาใช้งานที่กำลังจะทำนี้ได้อย่างไรในระหว่างที่ทำงานอยู่ เช่นกัน จะต้องมีการ ทบทวนการทำงานอยู่ตลอดเวลาเรียกได้ว่าเป็นการเรียนรู้ที่ได้จากการ ทบทวนกิจกรรมย่อยในทุก ๆ ขั้นตอนหมั่น ตรวจสอบอยู่เสมอว่าจุดมุ่งหมายของงานที่ทำอยู่ นี้คืออะไรกำลังเดินไปถูกทางหรือไม่เพราะเหตุใด ปัญหาคืออะไร จะต้องทำอะไรให้แตกต่าง ไปจากเดิมหรือไม่ และนอกจากนั้นเมื่อเสร็จสิ้นการทำงานหรือเมื่อจบโครงการ ก็จะต้องมี การทบทวนสิ่งต่าง ๆที่ได้มาแล้วว่ามีอะไรบ้างที่ทำได้ดี มีอะไรบ้างที่ต้องปรับปรุงแก้ไขหรือรับไว้เป็นบทเรียน ซึ่งการ เรียนรู้ตามรูปแบบปลาทูนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการเรียนรู้ที่เป็นวงจรอยู่ส่วนกลางของรูปแบบการจัดการ ความรู้นั่นเอง การจัดการความรู้ การจัดการความรู้ (Knowledge Management) หมายถึงการจัดการกับความรู้ และประสบการณ์ที่มีอยู่ใน ตัวคน และความรู้เด่นชัดนำมาแบ่งปันให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง และองค์กรด้วยการผสมผสานความสามารถของคน เข้าด้วยกันอย่างเหมาะสมมีเป้าหมาย เพื่อการพัฒนางาน พัฒนาคนและพัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ในปัจจุบันและในอนาคตโลกจะปรับตัวเข้าสู่การเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ซึ่งความรู้กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการ พัฒนาคนทำให้คนจำเป็นต้องสามารถแสวงหาความรู้ พัฒนาและสร้างองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำพาตนเองสู่ความสำเร็จและนำพาประเทศชาติไปสู่การพัฒนา มีความเจริญก้าวหน้าและสามารถแข่งขันกับ ต่างประเทศได้คนทุกคนมีการจัดการความรู้ในตนเอง แต่ยังไม่เป็นระบบการจัดการความรู้เกิด ขึ้นได้ในครอบครัวที่มี การเรียนรู้ตามอัธยาศัยพ่อแม่สอนลูก ปู่ย่า ตายาย ถ่ายทอดความรู้และภูมิปัญญาให้แก่ลูกหลานในครอบครัว ทำกัน มาหลายชั่วอายุคนโดยใช้วิธีธรรมชาติ เช่น พูดคุย สั่งสอน จดจำไม่มีกระบวนการที่เป็นระบบแต่อย่างใด วิธีการ


153 ดังกล่าวถือเป็นการจัดการความรู้รูปแบบหนึ่ง แต่อย่างไร ก็ตามโลกในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่าง รวดเร็วใน ด้านต่าง ๆการใช้วิธีการจัดการความรู้แบบธรรมชาติ อาจก้าวตามโลกไม่ทันจึงจำเป็นต้องมีกระบวนการที่เป็นระบบ เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถทำให้บุคคลได้ใช้ความรู้ตามที่ต้องการได้ทันเวลา ซึ่งเป็นกระบวนการพัฒนาคนให้มี ศักยภาพโดยการสร้างและใช้ความรู้ ในการปฏิบัติงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ดีขึ้นกว่าเดิมการจัดการความรู้หากไม่ปฏิบัติจะ ไม่เข้าใจ เรื่องการจัดการความรู้ นั่นคือ“ไม่ทำ ไม่รู้” การจัดการความรู้จึงเป็นกิจกรรมของนักปฏิบัติ กระบวนการจัดการความรู้จึงมีลักษณะเป็นวงจรเรียนรู้ที่ต่อเนื่องสม่ำเสมอเป้าหมายคือการพัฒนางานและ พัฒนาคน การจัดการความรู้ที่แท้จริงเป็นการจัดการความรู้โดยกลุ่มผู้ ปฏิบัติงานเป็นการดำเนินกิจกรรมร่วมกันใน กลุ่มผู้ทำงาน เพื่อช่วยกันดึง“ความรู้ในคน” และคว้าความรู้ภายนอกมาใช้ในการทำงานทำให้ได้รับความรู้มากขึ้น ซึ่ง ถือเป็นการยก ระดับความรู้และนำความรู้ที่ได้รับการยกระดับไปใช้ในการทำงานเป็นวงจรต่อเนื่องไม่จบสิ้น การ จัดการความรู้จึงต้องร่วมมือกันทำหลายคนความคิดเห็นที่แตกต่างในแต่ละบุคคลจะก่อให้เกิดการสร้างสรรค์ด้วยการ ใช้กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้มีปณิธานมุ่งมั่นที่จะทำงาน ให้ประสบผลสำเร็จดีขึ้นกว่าเดิมเมื่อดำเนินการจัดการ ความรู้แล้วจะเกิดนวัตกรรมในการทำงานนั่นคือเกิดการต่อยอดความรู้ และมีองค์ความรู้เฉพาะเพื่อใช้ในการ ปฏิบัติงานของ ตนเองการจัดการความรู้มิใช่การเอาความรู้ที่มีอยู่ในตำราหรือจากผู้เชี่ยวชาญมากองรวมกัน และจัด หมวดหมู่ เผยแพร่แต่เป็นการดึงเอาความรู้เฉพาะส่วนที่ใช้ในงานมาจัดการให้เกิดประโยชน์กับตนเอง กลุ่ม หรือชุมชน การจัดการความรู้เป็นการเรียนรู้จากการปฏิบัตินำผลจากการปฏิบัติมาแลก เปลี่ยนเรียนรู้กัน เสริมพลังของการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยการชื่นชมทำให้เป็นกระบวนการแห่งความสุขความภูมิใจและการเคารพเห็นคุณค่าซึ่งกันและ กัน ทักษะเหล่านี้ นำไปสู่การสร้างนิสัยคิดบวกทำบวกมองโลกในแง่ดีและสร้างวัฒนธรรมในองค์กรที่ผู้คนสัมพันธ์กัน ด้วยเรื่องราวดี ๆด้วยการแบ่งปันความรู้และแลกเปลี่ยนความรู้จาก ประสบการณ์ซึ่งกันและกันโดยที่กิจกรรมเหล่านี้ สอดคล้องแทรกอยู่ในการทำงานประจำทุกเรื่องทุกเวลา ความสำคัญของการจัดการความรู้ หัวใจของการจัดการความรู้คือ การจัดการความรู้ที่มีอยู่ในตัวบุคคลโดยเฉพาะ บุคคลที่มีประสบการณ์ในการ ปฏิบัติงานจนงานประสบผลสำเร็จกระบวนการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ระหว่างคนกับคน หรือกลุ่มกับกลุ่ม จะก่อให้เกิดการยกระดับความรู้ที่ส่งผลต่อเป้าหมายของการทำงานนั่นคือเกิดการพัฒนาประสิทธิภาพของงาน คนเกิด การพัฒนา และส่งผลต่อเนื่องไปถึงองค์กร เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ผลที่เกิดขึ้นกับการจัดการความรู้ จึงถือว่ามี ความสำคัญต่อการพัฒนาบุคลากรในองค์กรซึ่งประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อบุคคล กลุ่ม หรือองค์กร มีอย่างน้อย 3 ประการ คือ 1. ผลสัมฤทธิ์ของงาน หากมีการจัดการความรู้ในตนเองหรือในหน่วยงาน องค์กร จะเกิดผลสำเร็จที่รวดเร็ว ยิ่งขึ้นเนื่องจากความรู้เพื่อใช้ในการพัฒนางานนั้น เป็นความรู้ที่ได้จากผู้ที่ผ่านการปฏิบัติโดยตรง จึงสามารถนำมาใช้ใน การพัฒนางานได้ทันทีและเกิด นวัตกรรมใหม่ในการทำงาน ทั้งผลงานที่เกิดขึ้นใหม่และวัฒนธรรมการทำงานร่วมกัน ของ คนในองค์กรที่มีความเอื้ออาทรต่อกัน


154 2. บุคลากรการจัดการความรู้ในตนเองจะส่งผลให้คนในองค์กรเกิดการพัฒนา ตนเองและส่งผลรวมถึงองค์กร กระบวนการเรียนรู้จากการแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกันจะทำให้บุคลากรเกิดความมั่นใจในตนเองเกิดความเป็นชุมชนใน หมู่เพื่อนร่วมงาน บุคลากรเป็นบุคคลเรียนรู้และส่งผลให้องค์กรเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อีกด้วย 3. ยกระดับความรู้ของบุคลากรและองค์กร การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จะทำให้ บุคลากรมีความรู้เพิ่มขึ้นจากเดิม เห็นแนวทางในการพัฒนางานที่ชัดเจนมากขึ้น และเมื่อนำไปปฏิบัติจะทำให้บุคคลและองค์กรมีองค์ความรู้เพื่อใช้ใน การปฏิบัติงานในเรื่องที่สามารถ นำไปปฏิบัติได้ มีองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการใช้งานและจัดระบบให้อยู่ในสภาพพร้อม ใช้การที่เรามีการจัดการความรู้ในตัวเองจะพบว่าความรู้ในตัวเราที่คิดว่าเรามี เยอะแล้วนั้น จริง ๆ แล้วยังน้อยมากเมื่อ เทียบกับบุคคลอื่น และหากเรามีการแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้กับบุคคลอื่นจะพบว่ามีความรู้บางอย่างเกิดขึ้นโดยที่ เราคาดไม่ถึงและหากเราเห็นแนวทางมีความรู้แล้วไม่นำไปปฏิบัติความรู้นั้นก็จะไม่มีคุณค่าอะไร เลย หากนำความรู้ นั้นไปแลกเปลี่ยนและนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นวงจรต่อเนื่องไม่รู้จบจะเกิดความรู้เพิ่มขึ้นอย่างมาก หรือที่เรียกว่า “ยิ่ง ให้ ยิ่งได้รับหลักการของการจัดการความรู้ การจัดการความรู้ไม่มีสูตรสำเร็จในวิธีการของการจัดการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่ขึ้นอยู่ กับปณิธานความมุ่งมั่นที่จะทำงานของตนหรือกิจกรรมของกลุ่มตนให้ดีขึ้นกว่าเดิมแล้วใช้วิธีการจัดการความรู้เป็น เครื่องมือหนึ่งในการพัฒนางานหรือสร้างนวัตกรรมในงาน มีหลักการสำคัญ 4 ประการ ดังนี้ 1. ให้คนหลากหลายทัศนะ หลากหลายวิถีชีวิตทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์การจัดการความรู้ที่มีพลังต้อง ทำโดยคนที่มีพื้นฐานแตกต่างกันมีความเชื่อหรือวิธีคิดแตกต่างกัน (แต่มีจุดรวมพลัง คือมีเป้าหมายอยู่ที่งานด้วยกัน)ถ้า กลุ่มที่ดำเนินการจัดการความรู้ประกอบด้วยคนที่คิดเหมือน ๆ กันการจัดการความรู้จะไม่มีพลังในการจัดการความรู้ ความแตกต่างหลากหลาย มีคุณค่ามากกว่าความเหมือน 2. ร่วมกันพัฒนาวิธีการทำงานในรูปแบบใหม่ ๆเพื่อบรรลุประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่กำหนดไว้ ประสิทธิผลประกอบด้วยองค์ประกอบ 4 ประการ คือ 2.1 การตอบสนองความต้องการซึ่งอาจเป็นความต้องการของตนเอง ผู้รับบริการ ความต้องการของสังคมหรือความต้องการที่กำหนดโดยผู้นำองค์กร 2.2 นวัตกรรม ซึ่งอาจเป็นนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆหรือวิธีการใหม่ ๆก็ได้ 3.3 ประสิทธิภาพในการทำงาน 3. ทดลองและการเรียนรู้ เนื่องจากกิจกรรมการจัดการความรู้เป็นกิจกรรมที่ สร้างสรรค์ จึงต้องทดลองทำ เพียงน้อย ๆซึ่งถ้าล้มเหลวก็ก่อผลเสียหายไม่มากนัก ถ้าได้ผล ไม่ดีก็ยกเลิกความคิดนั้นถ้าได้ผลดีจึงขยายการทดลอง คือปฏิบัติมากขึ้น จนในที่สุดขยายเป็นวิธีทำงานแบบใหม่ หรือที่เรียกว่า ได้วิธีการปฏิบัติที่ส่งผลเป็นเลิศ (bestpractice) ใหม่ นั่นเอง 4. นำเข้าความรู้จากภายนอกอย่างเหมาะสมโดยต้องถือว่าความรู้จากภายนอก ยังเป็นความรู้ที่ “ดิบ” อยู่ ต้องเอามาทำให้“สุก” ให้พร้อมใช้ตามสภาพของเราโดยการเติมความรู้ที่มีตามสภาพของเราลงไปจึงจะเกิดความรู้ที่ เหมาะสมกับที่เราต้องการใช้หลักการของการจัดการความรู้ จึงมุ่งเน้นไปที่การจัดการที่มีประสิทธิภาพเพราะการ จัดการความรู้เป็นเครื่องมือระดมความรู้ในคนและความรู้ในกระดาษทั้งที่เป็นความรู้จากภายนอกและความรู้ของกลุ่ม ผู้ร่วมงาน เอามาใช้และยกระดับความรู้ของบุคคล ของผู้ร่วมงานและขององค์กร ทำให้งานมีคุณภาพสูงขึ้น คนเป็น บุคคลเรียนรู้และองค์กรเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ การจัดการความรู้จึงเป็นทักษะสิบส่วนเป็นความรู้เชิงทฤษฎีเพียง ส่วนเดียว การจัดการความรู้จึงอยู่ในลักษณะ “ไม่ทำ-ไม่รู้”


155 ใบงานครั้งที่ 9 วิชาทักษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร21001 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่อง การจัดการความรู้ ************************************************************************************************ คำชี้แจง ใหตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องสมบูรณ์ 1. ให้อธิบายความหมายของ “การจัดการความรู้” มาพอสังเขป ............................................................................................................................. ............................................................ ................................................................................................................................................. ........................................ ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ 2. ให้อธิบายความสำคัญของ “การจัดการความรู้” มาพอสังเขป ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ 3. ให้อธิบายหลักการของ “การจัดการความรู้” มาพอสังเขป ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ................................................................................................................................................................ ......................... ......................................................................................................... ................................................................................ 4. รูปแบบการจัดการความรู้ตาม “โมเดลปลาทู” มีกี่ส่วนอะไรบ้าง ................................................................................................................... ...................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ .............................................................................................................................. ........................................................... ......................................................................................................................................................................................... 5. จงอธิบายหัวใจของการจัดการความรู้ ......................................................................................................... ................................................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ .........................................................................................................................................................................................


156 แบบทดสอบครั้งที่ 9 วิชาทักษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร21001 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่อง การจัดการความรู้ คำชี้แจง ให้ผู้เรียนอ่านคำถามแล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว 1. ข้อใดเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลสารสนเทศ มากที่สุด ก. ห้องสมุด ข. อินเทอร์เน็ต ค. สวนสาธารณะ ง. อุทยานแห่งชาติ 2. ห้องสมุดประเภทใดที่เก็บรวบรวมทรัพยากร สารสนเทศที่มีเนื้อหาเฉพาะวิชา ก. ห้องสมุดประชาชน”เฉลิมราชกุมารี” ข. ห้องสมุดโรงเรียนสวนกุหลาบ ค. ห้องสมุดมารวย ง. ห้องสมุดอำเภอ 3. แหล่งเรียนรู้ หมายถึงข้อใด ก. สถานที่ให้ความรู้ตามอัธยาศัย ข. แหล่งค้นคว้าเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาตนเอง ค. แหล่งรวบรวมความรู้และข้อมูลเฉพาะสาขาวิชาใด วิชาหนึ่ง ง. แหล่งข้อมูลและประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียน แสวงหาความรู้และเรียนรู้ด้วยตนเอง 4. ถ้านักศึกษาต้องการรู้เกี่ยวกับโลกและดวงดาวควร ไปใช้บริการแหล่งเรียนรู้ใด ก. ท้องฟ้าจำลอง ข. เมืองโบราณ ค. พิพิธภัณฑ์ ง. ห้องสมุด 5. หนังสือประเภทใดที่ห้ามยืมออกนอกห้องสมุด ก. เรื่องแปล ข. นวนิยาย ค. หนังสืออ้างอิง ง. วรรณกรรมสำหรับเด็ก 6. เหตุใดห้องสมุดจึงต้องกำหนดระเบียบและข้อปฏิบัติ ในการเข้าใช้บริการ ก. เพื่ออำนวยความสะดวกต่อผู้ใช้บริการ ข. เพื่อสนองความต้องการแก่ผู้ใช้บริการทุกคน ค. เพื่อให้การบริหารงานห้องสมุดเป็นไปอย่างเรียบร้อย ง. เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและความเสมอภาคแก่ ผู้ใช้บริการ 7. ห้องสมุดประเภทใดให้บริการทุกเพศ วัย ก. ห้องสมุดเฉพาะ ข. ห้องสมุดโรงเรียน ค. ห้องสมุดประชาชน ง. ห้องสมุดมหาวิทยาลัย 8. ข้อใดเป็นประโยชน์ของอินเทอร์เน็ต ก. สะดวก รวดเร็ว ข. สื่อสารได้หลายช่องทาง ค. มีภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ง. ถูกทุกข้อ 9. กลุ่มคำ ที่ใช้ในการค้นหาข้อมูลเรียกว่าอะไร ก. Password ข. Keyword ค. word ง. Microsoft word 10.ลิงค์ (Link)ในอินเตอร์เน็ตหมายถึงอะไร ก. การขาดหายของข้อมูลในเว็บเพจ ข. การเชื่อมโยงของข้อมูลในเว็บเพจ ค. การค้นหาข้อมูลในเว็บเพจ ง. ผู้ดูแลและผู้ใช้ในเว็บเพจ


157 เฉลยใบงานครั้งที่ 9 วิชาทักษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร21001 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่อง การจัดการความรู้ ************************************************************************************************ เฉลยใบงาน คำชี้แจง ใหตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องสมบูรณ์ 1. ให้อธิบายความหมายของ “การจัดการความรู้” มาพอสังเขป กระบวนการในการเข้าถึงความรู้และการถ่ายทอดความรู้ที่ต้องดำเนินการร่วมกันกับผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งอาจเริ่มต้นจาก การบ่งชี้ความรู้ที่ ต้องการใช้ การสร้างและแสวงหาความรู้การประมวลเพื่อกลั่นกรองความรู้ การจัดการ ความรู้ให้ เป็นระบบการสร้างช่องทางเพื่อการสื่อสารกับผู้เกี่ยวข้อง การแลกเปลี่ยนความรู้การจัดการสมัยใหม่ใช้กระบวนการ ทางปัญญาเป็นสิ่งสำคัญในการคิด ตัดสินใจ และส่งผล ให้เกิดการกระทำ การจัดการจึงเน้นไปที่การปฏิบัติ 2. ให้อธิบายความสำคัญของ “การจัดการความรู้” มาพอสังเขป หัวใจของการจัดการความรู้คือ การจัดการความรู้ที่มีอยู่ในตัวบุคคลโดยเฉพาะ บุคคลที่มีประสบการณ์ในการ ปฏิบัติงานจนงานประสบผลสำเร็จกระบวนการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ระหว่างคนกับคน หรือกลุ่มกับกลุ่มจะก่อให้เกิดการ ยกระดับความรู้ที่ส่งผลต่อเป้าหมายของการทำงาน 3. ให้อธิบายหลักการของ “การจัดการความรู้” มาพอสังเขป มีหลักการสำคัญ 4 ประการ ดังนี้ 1. ให้คนหลากหลายทัศนะ หลากหลายวิถีชีวิตทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์การจัดการความรู้ที่มีพลัง 2. ร่วมกันพัฒนาวิธีการทำงานในรูปแบบใหม่ ๆเพื่อบรรลุประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลที่กำหนดไว้ 3. ทดลองและการเรียนรู้ เนื่องจากกิจกรรมการจัดการความรู้เป็นกิจกรรมที่ สร้างสรรค์ จึงต้องทดลองทำเพียงน้อย ๆ 4. นำเข้าความรู้จากภายนอกอย่างเหมาะสม 4. รูปแบบการจัดการความรู้ตาม “โมเดลปลาทู” มีกี่ส่วนอะไรบ้าง มี 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 “หัวปลา” หมายถึง “Knowledge Vision” หรือ KV คือเป้าหมายของ การจัดการความรู้ ส่วนที่ 2 “ตัวปลา” หมายถึง “Knowledge Sharing” หรือ KS เป็นการแลก เปลี่ยนเรียนรู้หรือการแบ่งปันความรู้ ส่วนที่ 3 “หางปลา” หมายถึง “Knowledge Assets” หรือ KAเป็นขุมความรู้ ที่ได้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้มี เครื่องมือในการจัดเก็บความรู้ที่มีชีวิตไม่หยุดนิ่ง


158 5. จงอธิบายหัวใจของการจัดการความรู้ หัวใจของการจัดการความรู้ คือ การจัดการความรู้ที่มีอยู่ในตัวบุคคลโดยเฉพาะ บุคคลที่มีประสบการณ์ในการ ปฏิบัติงานจนงานประสบผลสำเร็จกระบวนการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ระหว่างคนกับคน หรือกลุ่มกับกลุ่มจะก่อให้เกิดการ ยกระดับความรู้ที่ส่งผลต่อเป้าหมายของการทำงาน เฉลยแบบทดสอบ 1.ข 2.ค 3.ง 4.ก 5.ค 6.ง 7.ค 8.ง 9.ข 10.ข


159 แบบสังเกต คำชี้แจง ครูผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียน โดยทำเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับความจริง ที่ ชื่อ - สกุล รายการ สรุปผล การมีส่วนร่วม ทดสอบความรู้ ประเมินผลงาน การประเมิน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน


160 แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครั้งที่ 10


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชา สาระการประกอบอาชีพ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 4 หน ครั้งที่ วัน/เดือน/ปี ตัวชี้วัด/วัตถุประสงค์ เนื้อหาสาระการ เรียนรู้ 10 31 ม.ค 2566 หัวเรื่อง การจัดการ การผลิตหรือการ บริการ 1.การจัดการเกี่ยวกับการควบคุม คุณภาพ 2.อธิบายวิธีการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีในการผลิต 3.อธิบายขั้นตอนการลดต้นทุนการ ผลิตหรือการบริการ 4.จัดทำแผนการผลิตหรือการ บริการ การจัดการการตลาด 1.จัดการการตลาดเพื่อนำผลผลิต เข้าสู่ตลาด 2.ความสามารถจัดทำแผนการ จัดการการตลาด 1.การจัดการ เกี่ยวกับการ ควบคุมคุณภาพ 2.การใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี ในการผลิต 3.การลดต้นทุน การผลิตหรือการ บริการ 4.การจัดทำ แผนปฏิบัติ 1.การจัดการ การตลาด -การโฆษณา -การ ประชาสัมพันธ์


161 พ รายวิชาทักษะการพัฒนาอาชีพ รหัสวิชา อช21002 น่วยกิต หัวเรื่อง ทักษะการพัฒนาอาชีพ การจัดกระบวนการเรียนรู้ สื่อ/แหล่งเรียนรู้ เครื่องมือและการ วัดผลประเมินผล ขั้นที่ ๑ กำหนดสภาพปัญหา (O) - ครูกล่าวทักทายผู้เรียน ทบทวน เนื้อหาบทเรียนจากสัปดาห์ที่แล้ว นำเข้าสู่บทเรียน พูดคุยกับผู้เรียน เกี่ยวกับการผลิตการบริการและการ จัดการตลาด - ครูแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เรียนว่า การผลิตการบริการและการจัดการ ตลาด ขั้นที่ ๒ ขั้นแสวงหาข้อมูล(N) - ครูและผู้เรียนร่วมอภิปรายเกี่ยวกับ การจำเป็นการผลิตการบริการและ การจัดการตลาด - ครูให้ผู้เรียนศึกษาและเรียนรู้ เกี่ยวกับ จำเป็นในการการผลิตการ บริการและการจัดการตลาด - หนังสือเรียน - ใบความรู้ - ใบงาน - อินเตอร์เน็ต - ห้องสมุด กศน. ตำบล - แหล่งเรียนรู้ ชุมชน - แบบทดสอบ ออนไลน์ - แบบทดสอบ - การสังเกต - การชักถาม - การมีส่วนร่วม - การตรวจผลงาน - บันทึกการเรียนรู้


-การวิจัยตลาด-การส่งเสริมการ ขาย-การทำข้อมูลฐาน ลูกค้า-การกระจายสินค้า 2.การจัดทำ แผนปฏิบัติการ


162 ขั้นที่ ๓ การปฏิบัตินำไปใช้ (I) - ผู้เรียนสรุปความรู้ที่ได้เป็นแผนผัง ความคิด - ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้มาทำใบงาน และ แบบทดสอบ - ครูและผู้เรียนสรุปเนื้อหาเป็น แผนผัง ความคิดแล้วนำเสนอร่วมกัน ขั้นที่ ๔ การประเมินผลการเรียนรู้ (E) - ประเมินจากใบงาน - ประเมินจากแบบทดสอบ - บันทึกการเรียนรู้ของผู้เรียน


163 บันทึกหลังการสอน ครั้งที่ .............. วันที่....... เดือน ............................................... พ.ศ. ............. ผลการเรียนรู้............................................................................................................................. ...................................... ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ สภาพปัญหาและอุปสรรค . ..................................................................................................................................................... .................................... ........................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ แนวทางการแก้ไขปัญหา ............................................................................................................................. ........................................................... ........................................................................................................................................................... .............................. ข้อเสนอแนะ ........................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ลงชื่อ.............................................................ผู้บันทึก (............................................................) ตำแหน่ง........................................................... ข้อคิดเห็นของผู้อำนวยการสถานศึกษา ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ลงชื่อ.................................................... (นายอำนาจ โตน้ำ) ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย วันที่....... เดือน ........................... พ.ศ.............


164 ภาคผนวก


165 ใบความรู้ครั้งที่ 10 วิชาทักษะการพัฒนาอาชีพ รหัสวิชา อช21002 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น บทที่ 4 เรื่อง การจัดการการผลิตและการบริการ เรื่องที่ 1การจัดการเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพการผลิตหรือการบริการ 1. ความหมายการจัดการเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพการผลิตหรือการบริการ การประกอบการอาชีพใหมีความ เจริญกาวหนานั้น จําเปนที่ผูประกอบการอาชีพ ตองมีความรูความ เขาใจ ในเรื่องการจัดการ การผลิตและการบริการ เปนอยางดี การจัดการการผลิตหรือการบริการมีความหมาย สรุปไดดังนี้การจัดการ หมายถึง กระบวนการที่ ดําเนินงานตามขั้นตอนตาง ๆ อยางตอเนื่องและมีการ ประสานงานกัน เพื่อใหบรรลุเปาหมายขององคกรหรือกิจการ การผลิต หมายถึง การจัดทํา การประกอบ หรือสรางสินคาหรือผลิตภัณฑโดยผาน กระบวนการแปรสภาพจากวัตถุดิบ การบริการ หมายถึง การบริการที่ดีแกลูกคา หรือการทําใหลูกคาไดรับความพึงพอใจ มีความสุขและไดรับผลประโย ชนอยางเต็มที่การควบคุมคุณภาพ หมายถึง การจัดกิจกรรมตาง ๆ เพื่อใหผลิตภัณฑตอบสนองความ ตองการและ สามารถสรางความพึงพอใจใหกับลูกคาบนแนวคิดพื้นฐานวา เมื่อกระบวนการดี ผลลัพธที่ออกมาก็จะดีตาม 2. วัตถุประสงคการจัดการเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพการผลิตหรือการบริการ การควบคุมคุณภาพนั้น มีวัตถุประ สงคเพื่อใหสินคาหรือผลิตภัณฑหรือการบริการบรรลุจุดมุงหมาย ดังตอไปนี้ 1) สินคาที่สั่งซื้อหรือสั่งผลิตมีคุณภาพตรงตามขอตกลงหรือเงื่อนไขในสัญญา 2)กระบวนการผลิตดําเนินไปอยางถูกตองเหมาะสม 3)การวางแผนการผลิตเปนไปตามที่กําหนดไว 4)การบรรจุหีบหอดีและเหมาะสม หมายถึง สามารถนําสงวัสดุยังจุดหมายปลายทางใน สภาพดีนอกจากนี้การ ควบคุมคุณภาพยังกอใหเกิดประโยชนตอการผลิต คือ 1) เพื่อใหเสียคาใชจายหรือตนทุนต่ําที่สุด โดยการใชปจจัยการผลิตและวิธีการผลิตที่ เหมาะสม 2) เพื่อใหไดปริมาณสินคาตรงตามความตองการของตลาดไมมาก และไมนอยเกินไป จน ไมสามารถตอบสนอง ความตองการของตลาดได 3) เพื่อใหไดสินคาตรงตามเวลาที่ลูกคาตองการ 4) เพื่อใหไดคุณภาพสินคาตรงตามที่ลูกคาตองการ ไมมีจุดบกพรองหรือเนาเสีย 3. ขั้นตอนการควบคุมคุณภาพการผลิต แบงออกเปน 4 ขั้นตอน คือ 1) ขั้นการกําหนดนโยบายในขั้นนี้จะเปนการกําหนดวัตถุประสงคกวาง ๆ เชน ระดับสินคา ขนาดของตลาด วิธีการจําหนาย ตลอดถึงการรับประกัน ขอกําหนดเหลานี้จะเปนเครื่องชี้นําวากิจการจะตอง ทําอะไรบางเพื่อใหบรรลุ วัตถุประสงคที่ไดวางเอาไว้


166 2) ขั้นการออกแบบผลิตภัณฑการออกแบบผลิตภัณฑในที่นี้ หมายถึง การกําหนด คุณลักษณะของผลิตภัณฑ เชน วิทยุที่จะทําการผลิตขึ้นนี้มีขนาดกี่วัตตสามารถรับไดกี่ชวงความถี่ และมีระบบตัดคลื่นรบกวนหรือไม เปนตน ขอควร คํานึงถึงสําหรับการออกแบบผลิตภัณฑนี้คือ จะตองรูวา ฝายผลิตมีขีดความสามารถมากนอยเพียงใด การออกแบบ ผลิตภัณฑ จึงตองมีความสัมพันธกับระบบการผลิต 3) ขั้นตอนการควบคุมคุณภาพของการผลิต การควบคุมคุณภาพการผลิต แบงออกเปน ขั้นตอนยอย 3 ขั้น คือ การ ตรวจสอบคุณภาพของชิ้นสวน การควบคุมกระบวนการผลิตและการตรวจสอบ คุณภาพของผลิตภัณฑ โดยในการ ตรวจสอบทั้ง 3 ขั้นนี้ สวนใหญจะใชเทคนิคการสุมตัวอยาง เพราะ ผลิตภัณฑที่ผลิตไดนั้นมีจํานวนมากไมอาจจะทํา การตรวจสอบไดอยางทั่วถึงภายในเวลาจํากัด 4) ขั้นการจําหนาย การควบคุมคุณภาพ จะมีลักษณะเปนการใหบริการหลังการขาย ซึ่งใน ระบบการตลาดสมัยใหม ถือวาเปนเรื่องสําคัญมาก เพราะสินคาบางชนิดโดยเฉพาะอยางยิ่งสินคาประเภท เครื่องมือ เครื่องจักรหรืออุปกรณ ทางอิเล็กทรอนิกสซึ่งมีวิธีการใชและการดูแลรักษาที่คอนขางยุงยาก ผูผลิต หรือผูขายจะตองคอยดูแลเพื่อใหบริการ หลังการขายแกผูซื้ออยูเสมอ เพื่อสรางความพึงพอใจ ซึ่งจะมีผลตอ ความเชื่อมั่นและความกาวหนาทางธุรกิจใน อนาคต เรื่องที่ 2การใชนวัตกรรมและเทคโนโลยีในการผลิต 1. ความหมายของการใชนวัตกรรมและเทคโนโลยีในการผลิต การใชนวัตกรรมและเทคโนโลยีในการผลิต เปนการ พัฒนาความสามารถในการผลิต ผลิตภัณฑของมนุษย ชวยในการแกปญหาและสนองความตองการของมนุษยอยางสร างสรรค โดยนําความรูมาใชกับกระบวนการเทคโนโลยีเพื่อสรางและใชสิ่งของ เครื่องใช วิธีการใหการดํารงชีวิตมี คุณภาพดียิ่งขึ้น นวัตกรรมและเทคโนโลยีสามารถอธิบายไดดังนี้ 1) นวัตกรรม หมายถึง ความคิด การปฏิบัติ หรือสิ่งประดิษฐใหม ที่ยังไมเคยมีใชมากอน หรือเปนการพัฒนาดัดแปลง มาจากของเดิมที่มีอยูแลว 2) เทคโนโลยี หมายถึง สิ่งที่มนุษยพัฒนาขึ้น เพื่อชวยในการทํางานหรือแกปญหาตาง ๆ เชน อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องจักร วัสดุ หรือแมกระทั่งสิ่งที่ไมไดเปนสิ่งของที่จับตองไดหรืออาจเปนระบบ หรือกระบวนการตาง ๆ เพื่อใหการ ทํางานบรรลุผลเปาหมายและครอบคลุมถึงเรื่อง ดังตอไปนี้ (1)คน เปนแหลงทรัพยากรที่สําคัญ ไดแก เจาของกิจการ แรงงานคนภายนอกที่ จางมาทํางาน เปนตน (2)วัสดุและ เครื่องมือ ไดแก วัสดุอุปกรณตาง ๆ (3) เทคนิควิธีการไดแก ความรูที่ไดจากการศึกษาคนควาดวยตนเอง (4) สถานที่ไดแก ไรนา ฟารม ภูเขา แมน้ํา ทะเล สถานประกอบการตาง ๆ 2. ประโยชนและผลกระทบของเทคโนโลยีจากการนําเทคโนโลยีไปใชในชีวิตประจําวันของมนุษย ทั้งนี้จากการนํา เทคโนโลยีมาใช อยางแพรหลาย ทําใหเกิดทั้งประโยชนและผลกระทบตอการดํารงชีวิต สรุปไดดังนี้1) ประโยชนและ ผลกระทบของเทคโนโลยีตอการศึกษา นักศึกษาสามารถเรียนไดจากที่ บานโดยไมตองเดินทางไป เชน การเรียนการ


167 สอนทางไกลผานอินเทอรเน็ต ทั้งภายในและภายนอกประเทศ รวมทั้งการศึกษาคนควาขอมูลจากอินเทอรเน็ตที่มีไม จํากัด และการศึกษาเรียนรูจากสื่อประเภทตาง ๆ เชน วิทยุ โทรทัศน วีดิโอและคอมพิวเตอร เปนตน จากการนํา เทคโนโลยีมาใชในการเรียนการสอน ทําใหเกิด ปญหาขาดปฏิสัมพันธที่ดีตอกันระหวางผูเรียนกับครู เพราะการเรียนรู โดยผานสื่อเทคโนโลยีทําใหครูซึ่ง เปนผูถายทอดความรูมีบทบาทลดนอยลง 2) ประโยชนและผลกระทบของเทคโนโลยีตอสิ่งแวดลอม เทคโนโลยีเขามามีบทบาทใน การปรับปรุงคุณภาพของดิน น้ําและอากาศ รวมทั้งมีการนําของเหลือใชที่ผานกระบวนการทางเทคโนโลยีแลวกลับมาใชใหมโดยไมตองใช ทรัพยากรหลัก เทคโนโลยีจะกอใหเกิดมลพิษตอสิ่งแวดลอม เพราะมนุษย นําเทคโนโลยีมาใชอยางผิดวิธี เพื่อมุงแต ประโยชนสวนตน จนหลงลืมผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช เทคโนโลยีของตน 3) ประโยชนและผลกระทบของเทคโนโลยีตอสังคม เทคโนโลยีกับสังคมเปนของคูกัน เมื่อ เทคโนโลยีเขามามีบทบาท เปรียบเสมือนยอโลกใหเล็กลง เนื่องจากความสะดวกในการติดตอขาวสารขอมูล ทําใหธุรกิจติดตอไดอยางรวดเร็ว มี ประสิทธิภาพ มีผลใหเศรษฐกิจเจริญกาวหนาอยางรวดเร็ว จาก 69 ความเจริญกาวหนาของเทคโนโลยีกอใหเกิดป ญหาการวางงานของแรงงาน เนื่องจากมีการนําเครื่องจักรมา ใชแทนแรงงานคน และปญหาจากการปรับตัวของผูไมรู ในเรื่องของการใชเทคโนโลยีสมัยใหม จึงกอใหเกิด ปญหาการนําเทคโนโลยีไปใชอยางไมถูกตอง 4) ประโยชนและผลกระทบของเทคโนโลยีตอสุขภาพ เนื่องดวยเทคโนโลยีมุงสรางสิ่ง อํานวยความสะดวกตอมนุษย โดยเฉพาะดานสุขภาพ มีเครื่องออกกําลังกายภายในบาน มีวิทยุโทรทัศนและ แหลงบันเทิง เพื่อเสริมสรางสุขภาพ ทั้ง ทางรางกายและทางจิตใจ ทั้งนี้ในวงการแพทยมีความกาวหนาในการ รักษามากขึ้นและมีขอมูลทางการแพทยเผยแพร ผานทางอินเตอรเน็ตทําใหแพทยทั่วโลกสามารถรวมมือใน การปฏิบัติงานรวมกันได นอกจากนั้นเทคโนโลยีทางดานค อมพิวเตอรมีผลทําใหเยาวชนขาดความสนใจการ เรียน มุงแตการเลนเกมคอมพิวเตอร ไมมีเวลาออกกําลังกาย มี พฤติกรรมที่กาวราวชอบการตอสูสมาธิสั้น อารมณรุนแรง ไมไดรับการพักผอนอยางเพียงพอ ทําใหเกิดความเครียด สายตาสั้นเร็วกอนเวลาอันควร สรุปไดวาเทคโนโลยีจะมีประโยชนอยางมาก เมื่อผูใชมีการนําไปใชไดอยางถูกวิธีและ เหมาะสม และจะเกิดผลกระทบอยางมากมาย เมื่อผูใชนําเทคโนโลยีไปใชแบบผิด ๆดวยความไมรูหรือใช เทคโนโลยี มากเกินกวาความจําเปน 3.กระบวนการเทคโนโลยีในการผลิต กระบวนการเทคโนโลยีเปนกระบวนการที่เกี่ยวของกับการแกปญหา โดยการใช ความคิด ริเริ่มอยางสรางสรรคและรอบคอบ เพื่อสรางผลิตภัณฑที่กอใหเกิดประโยชนตามความตองการของมนุษย อย างมีประสิทธิภาพ 4.การใชกลยุทธในการเพิ่มและพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ ปจจุบันเทคโนโลยีเขามามีบทบาทอยางมากในการดํารงชีวิต ของมนุษย ไมวาจะเปนการ ผลิตในภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรมหรือการบริการ ลวนแตนําเทคโนโลยีเขามาใชใน กิจกรรมตาง ๆ ทั้งสิ้น เพราะการนําเทคโนโลยีเขามาใชในกิจกรรมตาง ๆ จะเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตใหดีขึ้น เชน สามารถ ทํางานไดเร็วขึ้น ไดปริมาณมากขึ้น งานมีคุณภาพมากขึ้น ลดเวลาในการทํางาน ลดคาใชจายในการใช แรงงานคน และที่สําคัญถาเปนภาคอุตสาหกรรมหรือภาคเกษตรกรรมซึ่งตองมีการแขงขันในทางธุรกิจ ใคร นํา


168 เทคโนโลยีมาใชกอนคนอื่นถือวาเปนกลยุทธอยางหนึ่งที่จะทําใหประสบความสําเร็จกอนคูแขง ซึ่งคําวา กลยุทธ หมายถึง วิธีปฏิบัติ หรือแนวทางในการปฏิบัติงานที่จะทําใหแผนงานประสบผลสําเร็จ ขณะจัดทํากล ยุทธจะตองมีการ ตรวจสอบดูวามีจุดออนในกิจกรรมใดหรือมีจุดแข็งในกิจกรรมใดหรือคูแขงมีจุดออนใน กิจกรรมใด จุดแข็งในกิจกรรม ใด แลวนํามาเปรียบเทียบกับของเรา เพื่อทําการปรับกลยุทธตอไป 5.การเลือกใชเทคโนโลยีอยางสรางสรรค การเลือกใชเทคโนโลยีอยางสรางสรรคตอชีวิต สังคม สิ่งแวดลอม และงานอาชีพ มีหลักการ ดังตอไปนี้ 1) การวิเคราะหเปรียบเทียบผลิตภัณฑหรือวิธีการที่ไดจากเทคโนโลยีตาง ๆ ทั้งทางดาน คุณภาพ รูปแบบ วัสดุ ความ สะดวกในการใช ความคุมคา โดยกอนที่จะตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีใดมาใชนั้น ผูประกอบการหรือเจาของกิจการ ควร นําคุณลักษณะทั่วไป คุณลักษณะเฉพาะของเทคโนโลยีมาศึกษา เปรียบเทียบกอนการตัดสินใจเลือก 2) เมื่อมีการเลือกใชเทคโนโลยีสําหรับการสรางและพัฒนาผลิตภัณฑ เพื่อสนองตอความ ตองการของมนุษยแลว ย อมตองมีผลกระทบตอสังคมและสิ่งแวดลอมตามมาดวย ดังนั้นผูประกอบการหรือ เจาของกิจการตองศึกษาทบทวนวา เทคโนโลยีที่กําหนดเลือกใชนั้นมี ขอดี ขอเสียและผลตอสังคมและ สิ่งแวดลอมที่จะไดรับนั้นเปนอยางไร 3) ตัดสินใจเลือกและใชเทคโนโลยีมีผลตอชีวิตที่มีผลดีตอสังคมและสิ่งแวดลอมในทาง สรางสรรคมากที่สุด เรื่องที่ 3การลดตนทุนการผลิตหรือการบริการ 1.แนวคิดในการลดและควบคุมตนทุนการผลิต การดําเนินงานธุรกิจทุกประเภท ใหสามารถดํารงอยูไดอยางมั่นคง จํา เปนที่ผูประกอบการ หรือเจาของธุรกิจตองหาวิธีการลดตนทุนการผลิตและการบริการโดยแนวคิดในการลดและ ควบคุมตนทุน การผลิตนั้น มีหลักการ ดังนี้ 1. ศึกษาวิเคราะหและสํารวจสถานภาพปจจุบันของการผลิต คือ แรงงานวัตถุดิบ ตนทุนการผลิตเมื่อรูปจจัยการผลิต แลวทําใหสามารถหาขอบกพรองและหาวิธีลดตนทุนได 2. วิเคราะหหาสาเหตุของตนทุนสูญเปลาที่เกิดขึ้นจากการผลิตสินคา และการบริการ หมายถึง การเสียคาใชจายแต ไมไดกอใหเกิดประโยชนตอธุรกิจ 3. ปฏิบัติการลดและควบคุมตนทุนการผลิตในสวนของคาใชจายที่ไรประสิทธิภาพ มีความ สูญเปลา โดยดําเนินการต อเนื่องใหบรรลุผลสําเร็จ การดําเนินธุรกิจตองเผชิญกับขอจํากัดหลายอยางที่เปนอุปสรรคและเปนเหตุใหตนทุนการ ผลิตสูงขึ้น จากหลายปจจัย คือ ตนทุนแรงงานมีแนวโนมสูงขึ้น ตนทุนวัตถุดิบแพงขึ้น โดยเฉพาะการนํา วัตถุดิบจาก ภายนอกเขามา ทําใหตนทุนการผลิตสูงขึ้น เชน คาน้ํามัน คาน้ํา คาไฟฟา คูแขงขันมีมากขึ้นและ ทวีความรุนแรงมาก ขึ้น จําเปนที่ผูประกอบการหรือเจาของธุรกิจตองลดตนทุนการผลิตตอหนวยสินคาที่ผลิต จะมีผลใหได กําไรมากขึ้น ดังนั้นผูประกอบการตองปรับวิธีการทําธุรกิจ เพื่อลดตนทุนการผลิตใหต่ําลง โดย กําหนดเปาหมายการผลิตให เหมาะสมเพื่อความอยูรอด มีการปรับปรุงโครงสรางในการประกอบธุรกิจ พัฒนาระบบการสงเสริมการขาย ซึ่งเป นกุญแจสําคัญสูความสําเร็จ 2ปจจัยในการลด ควบคุมตนทุนการผลิต ในการผลิตสินคาตนทุนการผลิตจะสูงหรือต่ํา นั้น ขึ้นอยูกับปจจัยตาง ๆ


169 3. การควบคุมการจัดการการผลิตหรือการบริการ การดําเนินงานธุรกิจใหมีการพัฒนาอยางตอเนื่อง เพื่อใหธุรกิจมี ความมั่นคงนั้น ผูประกอบการหรือเจาของธุรกิจตองมีระบบควบคุม การจัดการการผลิตและการบริการ ระบบการ ควบคุมที่ นิยมใชมาก ไดแกวงจรควบคุม PDCA (Deming Cycle) มีรายละเอียด ดังนี้ 1) P (Planing) การวางแผน หมายถึง การวางแผนวามีโครงการกิจกรรมหรือวิธีการอะไร ในการบริหารจัดการการ ผลิตหรือการบริการ 2) D (Do)การปฏิบัติ หมายถึง การดําเนินงานตามแผนที่กําหนดไว 3) C (Check) การตรวจสอบ หมายถึง การตรวจสอบผลที่เกิดจากการปฏิบัติวา มีผล เปนไปตามเปาหมายหรือวัตถุ ประสงคที่กําหนดไว ในการวางแผนหรือไมอยางไร 4) A (Action) การปรับปรุงแกไขและตั้งมาตรฐานในการทํางาน หมายถึง การกําหนด แนวทาง วิธีการใหมเพื่อแก ไขปญหาขอบกพรองที่พบจากการตรวจสอบ วงจรการควบคุม PDCA (Deming Cycle) ตองมีการดําเนินการอยางตอเนื่อง เมื่อเสร็จสิ้น แลวตองเริ่มทําใหมเพื่อให เกิดการปรับปรุงและพัฒนาอยางตอเนื่องโดยไมหยุดนิ่ง


170 ใบงานที่ 10 กิจกรรมที่ 1 การวิเคราะหการจัดการการผลิตหรือการบริการ ใหผูเรียนสรุปขอมูลความรูเรื่องการจัดการการผลิตหรือการบริการ ตามหัวขอตอไปนี้ 1. จากขอมูลทั้งหมด สรุปไดขอมูลดังนี้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………(ไมเกิน 5 บรรทัด) 2. การจัดการการผลิตและการบริการ มีวิธีการดังนี้ 2.1………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.2……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 2.3……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 3. หากผูเรียนเปนเจาของธุรกิจหนึ่ง ผูเรียนจะมีวิธีการจัดการการผลิตหรือการบริการดานใด เพราะ อะไร 1.1 ด าน…………………………….เพราะ………………………………………………......................................................... 1.2 ดาน……………………………เพราะ………………………………………………………………………………………………… 1.3 ดาน……………………………เพราะ………………………………………………........................................................ 4. หากผูเรียนตองเลือกการจัดการการผลิตหรือการบริการเรงดวน ผูเรียนจะเลือกดําเนินการในดานใด เพราะอะไร ด าน………………………………………………………………………………...……………………........................ เพราะ……………………………………………………………………………………………………......................


171 แบบทดสอบ ครั้งที่ 10 วิชาทักษะการพัฒนาอาชีพ รหัสวิชา อช 21002 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น บทที่ 4 เรื่อง การจัดการการผลิตและการบริการ ************************************************************************************************ คำชี้แจง ให้ผู้เรียนอ่านคำถามแล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว ข้อที่ 1. การจัดการการผลิต หมายถึง ข. กระบวนการผลิตสินค้าตามขั้นตอนต่างๆ ข.การกำหนดคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ ค. กระบวนการที่เน้นการให้บริการ ง. ถูกทุกข้อ ข้อที่ 2. การจัดการเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพ มีกี่คุณภาพ ค. คุณภาพที่บอกกล่าว (Stated quality) ข.คุณภาพที่โฆษณา (Advised quality) ค. คุณภาพที่แท้จริง (Real quality) ง. ถูกทุกข้อ ข้อที่ 3. ส่วนประกอบที่สำคัญที่ทำให้เกิดผลผลิตที่ดีคือ ง. คน ข.เครื่องจักร ค. วัตถุดิบ ง. ถูกทุกข้อ ข้อที่ 4. ความหมายของการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการผลิต คือข้อใด ก. การตรวจสอบคุณภาพของชิ้นส่วน การควบคุมกระบวนการผลิตและการตรวจสอบคุณภาพของ ผลิตภัณฑ์ ข. การพัฒนาความสามารถในการผลิตผลิตภัณฑ์ของมนุษย์ ช่วยในการแก้ปัญหาและสนองความต้องการ ของมนุษย์อย่างสร้างสรรค์ ค. ความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีก่อให้เกิดปัญหาการว่างงานของแรงงาน ง. ถูกทุกข้อ ข้อที่ 5. การควบคุมการจัดการการผลิตหรือการบริการ มีอะไรบ้าง ก. P (Planing) การวางแผน /D (Do) การปฏิบัติ ข. ข. A (Action) การปรับปรุงแก้ไขและตั้งมาตรฐานในการทำงาน ค. C (Check) การตรวจสอบ ง. ถูกทุกข้อ


172 ข้อที่ 6 . ข้อใดเป็นปัจจัยในการลด ควบคุมต้นทุนการผลิต ก. ผู้บริหารต้องมีนโยบายและโครงการเพื่อลดต้นทุนการผลิตอย่างจริงจังและชัดเจน ข. สร้างจิตสำนึกพนักงาน ให้มีจิตสำนึกที่ดีต่อโครงการลดต้นทุนการผลิต ค. มีมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของการบริหารจัดการธุรกิจอย่างจริงจัง ง. ถูกทุกข้อ ข้อที่ 7 ในการบริหารจัดการการผลิต ควรกำหนดเป้าหมายในเรื่องใดบ้าง. ก. คุณภาพสินค้าและบริการ ข. มีมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของการบริหารจัดการ ค. ปฏิบัติการลดและควบคุมต้นทุนการผลิต ง. ศึกษาวิเคราะห์และสำรวจสถานภาพปัจจุบันของการผลิต ข้อที่ 8 การเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์มีอะไรบ้าง ก. การวิเคราะห์เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์หรือวิธีการที่ได้จากเทคโนโลยีต่าง ๆ ข. ตัดสินใจเลือกและใช้เทคโนโลยีมีผลต่อชีวิตที่มีผลดีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในทางสร้างสรรค์ ค. ข้อ ก. และ ข้อ ข. ถูก ง. ไม่มีข้อใดถูก ข้อที่ 9 การระบุวัตถุประสงค์ทางการตลาด เป็นข้อความที่ระบุเป้าหมายที่องค์กรต้องการบรรลุ โดยใช้กิจกรรมทาง การตลาด วัตถุประสงค์ที่ดี ควรมีลักษณะที่เรียกว่า “SMART” คืออะไรบ้าง ก. เจาะจง (Specifie) คือ มีความเฉพาะเจาะจง ข. บรรลุได้(Achievable) คือ มีลักษณะจูงใจ ค. ระบุเวลา(Time-bound) คือ องค์กรต้องบอกว่ากิจกรรมนั้นจะเริ่มและสิ้นสุดเวลาใด ง. ถูกทุกข้อ ข้อที่ 10 การตัดสินใจซื้อ ผู้ประกอบการต้องศึกษาถึงกระบวนการตัดสินใจในการซื้อของผู้บริโภคซึ่งจะต้องผ่าน กระบวนการมี กี่ขั้นตอน ก. ๕ ขั้นตอน ข. ๔ ขั้นตอน ค. ๓ ขั้นตอน ง. ๒ ขั้นตอน


173 แบบสังเกต คำชี้แจง ครูผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียน โดยทำเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับความจริง ที่ ชื่อ - สกุล รายการ สรุปผล การมีส่วนร่วม ทดสอบความรู้ ประเมินผลงาน การประเมิน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน


174 แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครั้งที่ 11


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชา สาระการประกอบอาชีพ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 2 หน่ว ครั้งที่ วัน/เดือน/ปี ตัวชี้วัด/วัตถุประสงค์ เนื้อหาสาระการ เรียนรู้ 11 17 ม.ค. 2566 หัวเรื่อง ช่องทางการพัฒนาอาชีพ 3.กำหนดวิธีการและขั้นตอนการ ประกอบอาชีพโดยพิจารณาความเป็นไป ได้ของการพัฒนาอาชีพ และจัดลำดับ พร้อมทั้งให้เหตุผลในการลำดับการ พัฒนาอาชีพที่กำหนด 3.การกำหนด วิธีการพัฒนา อาชีพพร้อมให้ เหตุผล


175 รายวิชาช่องทางการพัฒนาอาชีพ รหัสวิชา อช 21001 วยกิต หัวเรื่อง ช่องทางการพัฒนาอาชีพ การจัดกระบวนการเรียนรู้ สื่อ/แหล่งเรียนรู้ เครื่องมือและการ วัดผลประเมินผล ขั้นที่ 1 กำหนดสภาพปัญหา (O) 1.ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยการชวนผู้เรียน พูดคุยอภิปรายแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับอาชีพ ของคนในชุมชนอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม 2.ครูให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน 3.ครูตั้งคำถาม “การประกอบอาชีพใดๆใน กระบวนการผลิต จำเป็นต้องมีความเขาใจ และสามารถจัดระบบการบริหารจัดการ อย่างไรบ้าง เพื่อให้งานมีประสิทธิภาพ” ครูให้ผู้เรียน ขั้นที่ 2 แสวงหาความรู้(N) 1. ครูให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน ให้เลือกอาชีพที่ผู้เรียนสนใจ แล้ว อภิปรายแนวทางการจัดการผลิตใน อาชีพนั้นๆ - หนังสือเรียน - ใบความรู้ - ใบงาน - อินเตอร์เน็ต - ห้องสมุด กศน. ตำบล - แหล่งเรียนรู้ ชุมชน - แบบทดสอบ - แบบทดสอบ - การสังเกต - การชักถาม - การมีส่วนร่วม - การตรวจผลงาน - บันทึกการเรียนรู้


ครั้งที่ วัน/เดือน/ปี ตัวชี้วัด/วัตถุประสงค์ เนื้อหาสาระ การเรียนรู้


Click to View FlipBook Version