88 นาง ก จะต้องออมเงินเดือนละ = จำนวนเงินที่ต้องการ ÷ ระยะเวลา (เดือน) = 8,400 ÷ 12 = 700 บาท ดังนั้น แผนการออมของนาง ก ก็คือ จะต้องออมเงินเดือนละ 700 บาทเพื่อให้ได้ซื้อทีวีมูลค่า 8,400 บาทใน อีก 12 เดือนข้างหน้า 5. จัดทำแผนการออม โดยกำหนดแหล่งเงินที่จะใช้เป็นเงินออมในแต่ละเดือน ซึ่งสามารถทำได้ทั้งการเพิ่ม รายรับและลดรายจ่าย โดยพิจารณารายจ่ายจากการบันทึก รายรับ-รายจ่ายว่ามีรายจ่าย ไม่จำเป็นใดที่สามารถลด หรือเลิกแล้วนำมาเป็นเงินออมได้หรือไม่ เช่น ลดค่ากาแฟจากที่ดื่มทุกวันเป็นดื่มวันเว้นวัน หากกาแฟราคา 30 บาท ต่อแก้ว ลดค่ากาแฟ จำนวน 15 วัน จะได้เงิน 450 บาท (30x15)
89 ใบงานครั้งที่ 5 วิชาการเงินเพื่อชีวิต 2 รหัสวิชา สค22016 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่องการวางแผนการเงิน คำชี้แจง ให้ผู้เรียนตอบคำถามต่อไปนี้ให้สมบูรณ์ 1. การตั้งเป้าหมายการเงิน เพื่ออะไร ............................................................................................................................. ............................................................ ......................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ................................................................................................................................ ......................................... ......................................................................................................................................................................... 2. บอกประโยชน์ของการมีเป้าหมายการเงินในชีวิต ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ......................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ 3. ให้ผู้เรียนอธิบายการปรับเป้าหมายที่อาจทำให้ไม่บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ............................................................................................................................. ............................................................ ......................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ................................................................................................................................ ......................................... 4. บอกเป้าหมายการเงินที่ควรมีในชีวิตในด้านรายจ่าย .................................................................................................................................................................... ..................... .............................................................................................................. ........................................... ............................................................................................................................. ............................................ 5. บอกเป้าหมายการเงินที่ควรมีในชีวิตในด้านหนี้สิน ............................................................................................................................. ............................................................ ......................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................
90 แบบทดสอบครั้งที่ 5 วิชาการเงินเพื่อชีวิต 2 รหัสวิชา สค22016 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่องการวางแผนการเงิน คำชี้แจง ให้ผู้เรียนอ่านคำถามแล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว 1. ประโยชน์ของการมีเป้าหมายการเงินมีอะไรบ้าง ก. ทำให้มีสมาธิ ข. ทำให้เกิดความสนุกสนาน ค. ทำให้ตรงตามความมุ่งหมาย ง. ทำให้จัดทำแผนการเงินได้ง่ายขึ้น 2. เป้าหมายการเงินที่ควรมีในชีวิตอย่างไร ก. เป้าหมายด้านรายรับ-รายจ่าย ข. เป้าหมายด้านลงทุน-ด้านกำไร ค. เป้าหมายร่วมกับหน่วยงานอื่น ง. เป้าหมายการเงินที่มีได้ผลประโยชน์ 3. วางแผนการเงินสามารถทำได้อย่างไร ก. ตรงตามความมุ่งหมาย ข. ระบุจำนวนเงินที่ต้องการ ค. ระบุระยะเวลาที่ไม่แน่ชัด ง. เป้าหมายการเงินที่มีได้ผลประโยชน์ 4. เป้าหมายการเงินที่ดีควรเป็นอย่างไร ก. ไม่ได้ระบุจำนวนเงิน ข. เป้าหมายทำไม่สำเร็จ ค. เป้าหมายชัดเจน วัดผลได้ ง. ระบุระยะเวลาที่ไม่ค่อยแน่ชัด 5. ข้อใดคือประเภทของเป้าหมายการเงิน ก. เป้าหมายระยะสั้น เป้าหมายระยะยาว ข. เป้าหมายระยะสั้น เป้าหมายระยะกลาง ค. เป้าหมายระยะกลาง เป้าหมายระยะยาว ง. เป้าหมายระยะสั้น เป้าหมายระยะกลาง เป้าหมายระยะยาว
91 6. การตั้งเป้าหมายการเงินที่ดียึดหลักในข้อใด ก. ตามหลัก PLC ข. ตามหลัก PDCA ค. ตามหลัก SMART ง. ตามหลัก SWOT 7. A Achievable อยู่ในขั้นตอนที่เท่าใด ก. 1 ข. 2 ค. 3 ง. 4 8. ต้องระบุให้ชัดเจนว่าจะทำอะไร เพื่ออะไร อยู่ในขั้นตอนใด ก. S Specific ข. A Achievable ค. M Measurable ง. T Time Bound 9. นาง ก ต้องการซื้อทีวีราคา 8,400 บาทในอีก 12 เดือน นาง กจะต้องออมเงินเดือนละเท่าไร ก. 500 บาท ข. 600 บาท ค. 700 บาท ง. 800 บาท 10. ข้อใดต่อไปนี้เป็นการวางแผนการเงินที่ดีที่สุด ก. อารีนำเงินสดไปซื้อสินค้าในร้านขายของชำ ข. นางมาต้องการซื้อทีวีราคา จำนวน 8,400 บาท จะต้องซื้อได้ทันที ค. เมื่อได้รับค่าจ้าง ให้นำบางส่วนไปเก็บออม ส่วนที่เหลือจึงนำมาใช้จ่าย ง. สีมาให้เงินพี่ชาย จำนวน 5,000 บาท โดยบอกว่าอีก 2 เดือนให้นำเงินมาคืน
92 เฉลยวิชาการเงินเพื่อชีวิต 2 รหัสวิชา สค22016 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่อง การวางแผนทางการเงิน 1. ง. ทำให้จัดทำแผนการเงินได้ง่ายขึ้น 2. ก. เป้าหมายด้านรายรับ-รายจ่าย 3. ข. ระบุจำนวนเงินที่ต้องการ 4. ค. เป้าหมายชัดเจน วัดผลได้ 5. ง. เป้าหมายระยะสั้น เป้าหมายระยะกลาง เป้าหมายระยะยาว 6. ค. ตามหลัก SMART 7. ค. 3 8. ก. S Specific 9. ค. 700 บาท 10 ค. เมื่อได้รับค่าจ้าง ให้นำบางส่วนไปเก็บออม ส่วนที่เหลือจึงนำมาใช้จ่าย
93 แบบสังเกต คำชี้แจง ครูผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียน โดยทำเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับความจริง ที่ ชื่อ - สกุล รายการ สรุปผล การมีส่วนร่วม ทดสอบความรู้ ประเมินผลงาน การประเมิน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน
94 แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครั้งที่ 6
แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชา สาระทักษะการเรีย ระดับมัธยมศึกษาตอนต้ หัวเรื่อง การใช ครั้งที่ วัน/เดือน/ปี ตัวชี้วัด/วัตถุประสงค์ เนื้อหาสาระการเรียนรู้ 6 6 ธ.ค. 2565 การใช้แหล่งเรียนรู้ 1. อธิบายการเข้าถึง สารสนเทศของห้องสมุด ประชาชน 2. อธิบายแหล่งเรียนรู้ หอสมุดแห่งชาติ หอสมุด วิทยาลัย/มหาวิทยาลัย ห้องสมุดเฉพาะ ห้องสมุดโรงเรียน พิพิธภัณฑ์ อุทยาน แห่งชาติ แหล่งเรียนรู้ สำคัญอื่น ๆ ในประเทศ 3. อธิบายและปฏิบัติการ ใช้อินเทอร์เน็ต และการ 1. การเข้าถึงสารสนเทศของห้องสมุด ประชาชน 2. แหล่งเรียนรู้ หอสมุดแห่งชาติ หอสมุ วิทยาลัย/มหาวิทยาลัย ห้องสมุดเฉพาะ ห้องสมุดโรงเรียน พิพิธภัณฑ์ อุทยาน แห่งชาติ แหล่งเรียนรู้สำคัญอื่น ๆ ใน ประเทศ -หน่วยงาน กศน. เช่น ห้องสมุดประชาช ,ศรช., ศูนย์วิทยาศาสตร์ รังสติ -แหล่งเรียนรู้ด้านการศึกษา เช่น องค์กา พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช) หออัครศิลปิน, มหาวิทยาลัยต่าง ๆ -แหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม ประเพณี เช่น วัด, โบราณสถาน,
95 ยนรู้ รายวิชาทักษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร21001 ต้น จำนวน 5 หน่วยกิต ช้แหล่งเรียนรู้ การจัดกระบวนการเรียนรู้ สื่อ/แหล่ง เรียนรู้ เครื่องมือและ การวัดผล ประเมินผล มุด ะ ชน าร ) , ขั้นที่ 1 กำหนดสภาพปัญหา 1) ครูกล่าวทักทายผู้เรียนและพูดคุยกับผู้เรียน เกี่ยวกับความหมายความสำคัญของการใช้ ห้องสมุดอำเภอ เพื่อเป็นแนวทางในการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 2 ขั้นแสวงหาข้อมูล - ครูและผู้เรียนร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ การเข้าถึงสารสนเทศของห้องสมุดประชาชน ว่า ผู้เรียนมีวิธีการเข้าถึงสารสนเทศห้องสมุด ประชาชนได้อย่างไร และช่องทางไหนบ้าง - ครูให้ผู้เรียนศึกษาหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ ต่าง ๆ เช่น ห้องสมุดประชาชน ศรช. วัด ภูมิ ปัญญาท้องถิ่น และอินเตอร์เน็ต - หนังสือเรียน -ใบความรู้ -ใบงาน -อินเตอร์เน็ต -ห้องสมุด กศน. ตำบล -แหล่งเรียนรู้ ชุมชน - แบบทดสอบ ออนไลน์ -การสังเกต -การชักถาม -การมีส่วนร่วม -การตรวจ ผลงาน -บันทึกการ เรียนรู้
เข้าถึงข้อมูลสารสนเทศที่ ต้องการและสนใจ ชุมชนเขมร ส่วย -แหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรกรรม เช่น ศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์, ภูมิปัญญาท้องถิ่น หม้อดิน, ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจ พอเพียง 3. การใช้อินเทอร์เน็ต การเข้าถึงข้อมูล สารสนเทศที่ต้องการและสนใจ
96 น - ให้ผู้เรียนบอกถึงประโยชน์และความสำคัญใน การศึกษาหาความรู้จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่ ได้ศึกษามา ขั้นที่ 3 การปฏิบัตินำไปใช้ - ผู้เรียนสรุปความรู้ที่ได้เป็นแผนผังความคิด - ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้มาทำใบงาน และ แบบทดสอบ - ครูให้ผู้เรียนสรุปเนื้อหาจากหนังสือที่อ่านลงใน สมุดบันทึกการเรียนรู้ - ครูและผู้เรียนสรุปเนื้อหาเป็นแผนผังความคิด แล้วนำเสนอร่วมกัน ขั้นที่ 3 การประเมินผลการเรียนรู้ - ประเมินจากใบงาน - ประเมินจากแบบทดสอบ - บันทึกการเรียนรู้ของผู้เรียน
97 บันทึกหลังการสอน ครั้งที่ .............. วันที่....... เดือน ............................................... พ.ศ. ............. ผลการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………..................................................................................... ............................................................................................................................. ..................……….................................. .............................................................................................................................……….................................................... ............................................................................................................……….............. ....................................................... ...........................................................................................………............................... ....................................................... ...........................................................................................………....................................................................... ............... สภาพปัญหาและอุปสรรค ................................................................................................................................................................………................. ............................................................................................................................. ..................……….................................. ............................................................................................................................. .……...................................................... ...........................................................................................………...................................................................................... แนวทางการแก้ไขปัญหา ..................................................................................................................... ................................................…................. ............................................................................................................................. ..................…………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………….................................................... ...........................................................................................………............................... ....................................................... ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ..................................……….................. ..............................................................................................................................................………................................... ...........................................................................................………............................... ....................................................... ลงชื่อ.............................................................ผู้บันทึก (............................................................) ตำแหน่ง........................................................... ข้อคิดเห็นของผู้อำนวยการสถานศึกษา ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ลงชื่อ.................................................... (นายอำนาจ โตน้ำ) ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย วันที่....... เดือน ........................... พ.ศ.............
98 ภาคผนวก
99 ใบความรู้ครั้งที่6 วิชาทักษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร21001 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่อง การใช้แหล่งเรียนรู้ ห้องสมุด ห้องสมุด เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญในชุมชน เพราะเป็นแหล่งจัดหา รวบรวมสรรพความรู้ต่าง ๆ ที่มี และเกิดขึ้นในโลกมาจัดระบบในการอำนวยความสะดวกให้ผู้รับบริการได้เข้าถึงสารสนเทศที่ตนเองต้องการ และสนใจ ได้สะดวกรวดเร็ว ตลอดจนจัดกิจกรรมสนับสนุนส่งเสริมการอ่าน การศึกษา ค้นคว้าหาความรู้ เพื่อให้เกิดการใช้ บริการให้มากที่สุด ความหมายของห้องสมุดประชาชน ห้องสมุดประชาชน หมายถึง สถานที่จัดหารวบรวมทรัพยากรสารสนเทศเพื่อการอ่านการศึกษาค้นคว้าทุกชนิด มีการ จัดระบบหมวดหมู่ตามหลักสากลเพื่อการบริการ และจัดบริการอย่างกว้างขวางแก่ประชาชนในชุมชน สังคม ใน ประเทศและต่างประเทศ โดยไม่จำกัดเพศ วัย ความรู้ เชื้อชาติ ศาสนา รวมทั้งการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน โดยรัฐ เป็นผู้สนับสนุนทางการเงิน และมีบุคลากรที่มีความรู้ทางบรรณารักษศาสตร์เป็นผู้ดำเนินการ ห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญในชุมชนที่ใกล้ชิดกับผู้เรียนมากที่สุด แทบทุกอำเภอจะมีห้องสมุดประชาชน สังกัด กศน. ให้บริการได้แก่ ห้องสมุดประชาชนจังหวัด ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” และห้องสมุดประชาชน อำเภอ นอกจากนี้ยังมีห้องสมุดประเภทอื่นอีก ทั้งที่รัฐเป็นผู้สนับสนุนและเอกชนดำเนินการเอง ซึ่งมีวัตถุประสงค์ใน การจัดตั้งแตกต่างกัน อาจจะบริการประชาชนทั่วไปหรือกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถสอบถามได้เป็น แห่งๆไป เช่น ห้องสมุดประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ห้องสมุดประชาชนของกรุงเทพมหานคร ห้องสมุด โรงเรียน เป็นต้น ในที่นี้จะแนะนำห้องสมุดต่าง ๆ ดังนี้ 1. ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” 2. ห้องสมุดโรงเรียน 3. ห้องสมุดมหาวิทยาลัย 4. หอสมุดแห่งชาติ 5. ห้องสมุดเฉพาะ แหล่งเรียนรู้สำคัญในชุมชน นอกจากแหล่งเรียนรู้ประเภทห้องสมุดตามที่กล่าวมาแล้ว ยังมีแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญในชุมชนอีก จำนวนมาก แต่จะขอกล่าวถึงแหล่งเรียนรู้ที่ผู้เรียนควรทราบและศึกษาเพื่อประกอบการเรียนรู้ดังต่อไปนี้ 1. พิพิธภัณฑ์ 2. ศาสนสถาน 3. อินเทอร์เน็ต
100 1. พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์เป็นแหล่งเรียนรู้ที่รวบรวม รักษา ค้นคว้า วิจัย และจัดแสดงหลักฐานวัตถุสิ่งของที่สัมพันธ์ กับมนุษย์และสิ่งแวดล้อม เป็นบริการการศึกษาที่ให้ความรู้ และความเพลิดเพลินแก่ประชาชนทั่วไป เน้นการจัด กิจกรรมการศึกษาที่เอื้อให้ประชาชนสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองอย่างอิสระเป็นสำคัญ พิพิธภัณฑ์มีหลากหลายรูปแบบ มีการจัดแบ่งประเภทแตกต่างกันไป ซึ่งกล่าวโดยสรุปได้ว่าประเภทของพิพิธภัณฑ์สามารถแบ่งออกได้ 6 ประเภท ดังนี้ ก. พิพิธภัณฑ์สถานประเภททั่วไป (Encyclopedia Museum) เป็นสถาบันที่รวมวิชาการ ทุกสาขาเข้า ด้วยกัน โดยจัดเป็นแผนก ๆ ข. พิพิธภัณฑ์สถานศิลปะ (Museum of Arts) เป็นสถาบันที่จัดแสดงงานศิลปะทุกแขนง เช่น พิพิธภัณฑ์ สถานศิลปะการแสดง หอศิลป์ พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ เป็นต้น ค. พิพิธภัณฑ์สถานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Museum of Science and Technology) เป็นสถาบันที่ จัดแสดงวิวัฒนาการทางวิทยาศาสตร์ด้านต่าง ๆ เช่น เครื่องจักรกล โทรคมนาคม ยานอวกาศ และวิวัฒนาการ เกี่ยวกับเครื่องมือการเกษตร เป็นต้น ง. พิพิธภัณฑ์สถานธรรมชาติวิทยา (Natural Science Museum) เป็นสถาบันที่จัดแสดง เรื่องราวของ ธรรมชาติเกี่ยวกับเรื่องของโลก ดิน หิน แร่ สัตว์ พืช รวมทั้งสวนสัตว์ สวนพฤกษชาติ วนอุทยาน และพิพิธภัณฑ์สัตว์ น้ำ และสัตว์บกด้วย จ. พิพิธภัณฑ์สถานประวัติศาสตร์ (Historical Museum) เป็นสถาบันที่จัดแสดงหลักฐาน ทางประวัติศาสตร์ แสดงถึงชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรมและประเพณี พิพิธภัณฑ์ประเภทนี้อาจแยกเฉพาะเรื่องก็ได้ เช่น พิพิธภัณฑ์ที่ รวบรวม และจัดแสดงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเกี่ยวกับการเมือง การทหาร เศรษฐกิจ สังคม หรือการแสดงบ้าน และเมืองประวัติศาสตร์ ทั้งนี้รวมถึงโบราณสถาน อนุสาวรีย์ และสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรม ฉ. พิพิธภัณฑ์สถานชาติพันธุ์วิทยา และประเพณีพื้นเมือง (Museum of Ethnology) และ การจำแนกชาติ พันธุ์ และอาจจัดเฉพาะเรื่องราวของท้องถิ่นใดท้องถิ่นหนึ่ง ซึ่งเรียกว่าพิพิธภัณฑ์สถานพื้นบ้าน และถ้าจัดแสดง กลางแจ้งโดยปลูกโรงเรือน จัดสภาพแวดล้อมให้เหมือนสภาพจริง ก็เรียกว่า พิพิธภัณฑ์สถานกลางแจ้ง (Open-air Museum) 2. ศาสนสถาน วัด โบสถ์ มัสยิด เป็นศาสนสถานที่เป็นรากฐานของวัฒนธรรมในด้านต่าง ๆ เป็น ศูนย์กลางที่สำคัญ ในการทำกิจกรรมทางศาสนาของชุมชน และเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีค่ามากในทุกด้าน เช่น การให้การอบรมตามคำสั่ง สอนของศาสนา การให้การศึกษาด้านศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี พิธีกรรมต่าง ๆ นับว่าเป็นการให้ การศึกษาทางอ้อมแก่ประชาชน เช่น วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการนวดแผนโบราณเพื่อ รักษาโรค ตำรายาสมุนไพร วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านจิตรกรรมฝาผนังเรื่อง รามเกียรติ์ ความ เป็นมา ความสำคัญ สิ่งที่จะเรียนรู้ได้จากวัด โบสถ์ และมัสยิด จัดทำเป็นรายงานส่งครู
101 3. อินเทอร์เน็ต อินเทอร์เน็ต (Internet) คืออะไร อินเทอร์เน็ต เป็นระบบเครือข่ายที่เชื่อมโยงทั่วโลกเข้าด้วยกัน เหมือนใยแมงมุม หรือ world wide web (www.) จึงเป็นแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีข้อมูลทุก ๆ ด้าน ทั้งภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว ให้ผู้สนใจเข้าไปศึกษา ค้นคว้าได้สะดวก รวดเร็ว และง่าย มีคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือ ผู้ที่ใช้เครือข่ายนี้สามารถสื่อสารถึงกันได้หลาย ๆ ทาง เช่น อีเมล์ (E-mail) เว็บบอร์ด (Web board) แชทรูม (Chat room) การสืบค้นข้อมูล และข่าวสารต่าง ๆ รวมทั้ง คัดลอกแฟ้มข้อมูล และโปรแกรมมาใช้ได้ ความสำคัญของอินเทอร์เน็ต หลายประเทศทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) หรือเรียกโดยย่อว่า “ไอที (IT)” ซึ่งหมายถึงความรู้ในวิธีการประมวลผล จัดเก็บ รวบรวม เรียกใช้ และนำเสนอข้อมูล อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างหนึ่งในการประยุกต์ใช้ไอที หากเราจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลข่าวสารในการทำงาน ประจำวัน อินเทอร์เน็ตจะเป็นช่องทางที่ทำให้เราเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร หรือเหตุการณ์ความเป็นไปต่าง ๆ ทั่วโลกที่ เกิดขึ้นได้ในเวลาอันรวดเร็ว ในปัจจุบันสามารถสืบค้นข้อมูลได้ง่ายกว่าสื่ออื่น ๆ อินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูล แหล่งใหญ่ที่สุดของโลก ประวัติความเป็นมาของอินเทอร์เน็ต อินเทอร์เน็ตถือกำเนิดขึ้นครั้งแรก โดยองค์กรทางทหารของสหรัฐอเมริกา ชื่อว่า ยู.เอส.ดีเฟนซ์ (U.s.Defence Department) เป็นผู้คิดค้นระบบขึ้นมา สำหรับประเทศไทยการเชื่อมต่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ต มีจุดกำเนิด มาจากเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระหว่างมหาวิทยาลัย หรือที่เรียกว่า “แคมปัสเน็ตเวิร์ก” (Campus Network) เครือข่ายดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก “ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ” (NECTEC) จนกระทั่งในเดือนสิงหาคม ปี พ.ศ. 2535 ได้เชื่อมเข้าสู่อินเทอร์เน็ตโดยสมบูรณ์ ถ้าจะกล่าวถึงพัฒนาการประเทศไทย ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2530 ได้เริ่มมีการติดต่อกับอินเทอร์เน็ตโดยใช้ E-mail โดยเริ่มที่ “มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยา เขตหาดใหญ่” และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียเป็นแห่งแรก อินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญในโลกปัจจุบัน ที่จริงแล้วอินเทอร์เน็ตเป็นทั้งช่องทางการเรียนรู้สู่แหล่งเรียนรู้อื่นเองด้วย เราสามารถใช้ช่องทางนี้ทำอะไรได้ มากมายโดยที่เราก็คาดไม่ถึง เหตุผลสำคัญที่ทำให้อินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ได้รับความนิยมแพร่หลาย คือ 1. การสื่อสารบนอินเทอร์เน็ตไม่จำกัดระบบปฏิบัติการของเครื่องคอมพิวเตอร์ 2. อินเทอร์เน็ตไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของ
102 ความสำคัญของอินเทอร์เน็ต 1. ความสำคัญของอินเทอร์เน็ตกับงานด้านต่าง ๆ 1.1 ด้านการศึกษา 1) สามารถใช้แหล่งค้นคว้าหาข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลด้านการบันเทิง ด้าน การแพทย์ และอื่น ๆ ที่ น่าสนใจ 2) ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจะทำน่าที่เสมือนเป็นห้องสมุดขนาดใหญ่ 3) ผู้ใช้สามารถใช้อินเทอร์เน็ตติดต่อกับแหล่งเรียนรู้อื่น ๆ เพื่อค้นหาข้อมูลที่กำลังศึกษาอยู่ได้ ทั้งที่ ข้อมูลที่เป็นข้อความ เสียง ภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆ เป็นต้น 1.2 ด้านธุรกิจและการพาณิชย์ 1) ในการดำเนินงานธุรกิจ สามารถค้นหาข้อมูลต่างๆ เพื่อช่วยในการตัดสินใจทาง ธุรกิจ 2) สามารถซื้อขายสินค้าผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 3) บริษัท หรือองค์กรต่าง ๆ ก็สามารถเปิดให้บริการ และสนับสนุนลูกค้าของตนผ่าน ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ เช่น การให้คำแนะนำ สอบถามปัญหาต่าง ๆ ให้แก่ลูกค้า แจกจ่าย ตัวโปรแกรมทดลอง ใช้ (Shareware) หรือโปรแกรมแจกฟรี (Freeware) เป็นต้น 1.3 ด้านการบันเทิง 1) การพักผ่อนหย่อนใจ สันทนาการ เช่น การค้นหาวารสารต่าง ๆ ผ่านระบบ เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ที่เรียกว่า Magazine Online รวมทั้งหนังสือพิมพ์ และข่าวสารอื่น ๆ โดยมีภาพประกอบที่จอคอมพิวเตอร์เหมือนกับ วารสารตามร้านหนังสือทั่ว ๆ ไป 2) สามารถฟังวิทยุผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ 3) สามารถดึงข้อมูล (Download) ภาพยนตร์ตัวอย่าง ทั้งภาพยนตร์ใหม่ และเก่า 2. ความสำคัญของการเรียนรู้ทางอินเทอร์เน็ต 2.1 การจัดเก็บข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตได้ง่าย และสื่อสารได้รวดเร็ว 2.2 ความครบถ้วนของข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต 2.3 ความรวดเร็วของเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 3. การเรียนรู้ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีต้นทุนประหยัด
103 ใบงานที่ 6 วิชาทักษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร21001 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่อง การใช้แหล่งเรียนรู้ ************************************************************************************************ คำชี้แจง ใหผู้เรียนจับคู่ข้อความให้ถูกต้อง 1. ห้องสมุดที่เก็บรวบรวมทรัพยากรสารสนเทศ ๐ ๐ Keyword ที่มีเนื้อหาเฉพาะวิชา ๐ วรรณกรรมสำหรับเด็ก ๐ ห้องสมุดเฉพาะ 2. ถ้านักศึกษาต้องการรู้เกี่ยวกับโลกและดวงดาว ๐ ๐ ห้องสมุดประชาชน ควรไปใช้บริการแหล่งเรียนรู้ใด ๐ ห้องสมุดมารวย ๐ Password 3. หนังสือประเภทใดที่ห้ามยืมออกนอกห้องสมุด ๐ ๐ การเชื่อมโยงของข้อมูลในเว็บเพจ ๐ หนังสืออ้างอิง 4. ห้องสมุดประเภทใดให้บริการทุกเพศ วัย ๐ ๐ นวนิยาย ๐ ผู้ดูแลและผู้ใช้ในเว็บเพจ 5. กลุ่มคำ ที่ใช้ในการค้นหาข้อมูลเรียกว่าอะไร ๐ ๐ สื่อสารได้หลายช่องทาง ๐ ห้องสมุดโรงเรียน 6. ลิงค์ (Link) ในอินเตอร์เน็ตหมายถึงอะไร ๐ ๐ ท้องฟ้าจำลอง
104 แบบทดสอบครั้งที่ 6 วิชาทักษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร21001 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่อง การใช้แหล่งเรียนรู้ คำชี้แจง ให้ผู้เรียนอ่านคำถามแล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว 1. ข้อใดเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลสารสนเทศ มากที่สุด ก. ห้องสมุด ข. อินเทอร์เน็ต ค. สวนสาธารณะ ง. อุทยานแห่งชาติ 2. ห้องสมุดประเภทใดที่เก็บรวบรวมทรัพยากร สารสนเทศที่มีเนื้อหาเฉพาะวิชา ก. ห้องสมุดประชาชน”เฉลิมราชกุมารี” ข. ห้องสมุดโรงเรียนสวนกุหลาบ ค. ห้องสมุดมารวย ง. ห้องสมุดอำเภอ 3. แหล่งเรียนรู้ หมายถึงข้อใด ก. สถานที่ให้ความรู้ตามอัธยาศัย ข. แหล่งค้นคว้าเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาตนเอง ค. แหล่งรวบรวมความรู้และข้อมูลเฉพาะสาขาวิชาใด วิชาหนึ่ง ง. แหล่งข้อมูลและประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียน แสวงหาความรู้และเรียนรู้ด้วยตนเอง 4. ถ้านักศึกษาต้องการรู้เกี่ยวกับโลกและดวงดาวควร ไปใช้บริการแหล่งเรียนรู้ใด ก. ท้องฟ้าจำลอง ข. เมืองโบราณ ค. พิพิธภัณฑ์ ง. ห้องสมุด 5. หนังสือประเภทใดที่ห้ามยืมออกนอกห้องสมุด ก. เรื่องแปล ข. นวนิยาย ค. หนังสืออ้างอิง ง. วรรณกรรมสำหรับเด็ก 6. เหตุใดห้องสมุดจึงต้องกำหนดระเบียบและข้อปฏิบัติ ในการเข้าใช้บริการ ก. เพื่ออำนวยความสะดวกต่อผู้ใช้บริการ ข. เพื่อสนองความต้องการแก่ผู้ใช้บริการทุกคน ค. เพื่อให้การบริหารงานห้องสมุดเป็นไปอย่างเรียบร้อย ง. เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและความเสมอภาคแก่ ผู้ใช้บริการ 7. ห้องสมุดประเภทใดให้บริการทุกเพศ วัย ก. ห้องสมุดเฉพาะ ข. ห้องสมุดโรงเรียน ค. ห้องสมุดประชาชน ง. ห้องสมุดมหาวิทยาลัย 8. ข้อใดเป็นประโยชน์ของอินเทอร์เน็ต ก. สะดวก รวดเร็ว ข. สื่อสารได้หลายช่องทาง ค. มีภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ง. ถูกทุกข้อ 9. กลุ่มคำ ที่ใช้ในการค้นหาข้อมูลเรียกว่าอะไร ก. Password ข. Keyword ค. word ง. Microsoft word 10. ลิงค์ (Link)ในอินเตอร์เน็ทหมายถึงอะไร ก. การขาดหายของข้อมูลในเว็บเพจ ข. การเชื่อมโยงของข้อมูลในเว็บเพจ ค. การค้นหาข้อมูลในเว็บเพจ ง. ผู้ดูแลและผู้ใช้ในเว็บเพจ
105 เฉลยใบงานครั้งที่ 6 วิชาทักษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร21001 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่อง การใช้แหล่งเรียนรู้ ************************************************************************************************ เฉลยใบงาน คำชี้แจง ใหผู้เรียนจับคู่ข้อความให้ถูกต้อง 1. ห้องสมุดที่เก็บรวบรวมทรัพยากรสารสนเทศ ๐ ๐ Keyword ที่มีเนื้อหาเฉพาะวิชา ๐ วรรณกรรมสำหรับเด็ก ๐ ห้องสมุดเฉพาะ 2. ถ้านักศึกษาต้องการรู้เกี่ยวกับโลกและดวงดาว ๐ ๐ ห้องสมุดประชาชน ควรไปใช้บริการแหล่งเรียนรู้ใด ๐ ห้องสมุดมารวย ๐ Password 3. หนังสือประเภทใดที่ห้ามยืมออกนอกห้องสมุด ๐ ๐ การเชื่อมโยงของข้อมูลในเว็บเพจ ๐ หนังสืออ้างอิง 4. ห้องสมุดประเภทใดให้บริการทุกเพศ วัย ๐ ๐ นวนิยาย ๐ ผู้ดูแลและผู้ใช้ในเว็บเพจ 5. กลุ่มคำ ที่ใช้ในการค้นหาข้อมูลเรียกว่าอะไร ๐ ๐ สื่อสารได้หลายช่องทาง ๐ ห้องสมุดโรงเรียน 6. ลิงค์ (Link) ในอินเตอร์เน็ตหมายถึงอะไร ๐ ๐ ท้องฟ้าจำลอง เฉลยแบบทดสอบ 1.ข 2.ค 3.ง 4.ก 5.ค 6.ง 7.ค 8.ง 9.ข 10.ข
106 แบบสังเกต คำชี้แจง ครูผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียน โดยทำเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับความจริง ที่ ชื่อ - สกุล รายการ สรุปผล การมีส่วนร่วม ทดสอบความรู้ ประเมินผลงาน การประเมิน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน
107 แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครั้งที่ 7
แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชา สาระการประกอบอาชีพ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน ๔ หน่วยกิต หัวเรื่องการ ครั้งที่ วัน/เดือน/ปี ตัวชี้วัด/วัตถุประสงค์ เนื้อหาสาระการเรียนรู้ 7 13 ธ.ค. 2565 หัวเรื่อง ๒.การทำแผนธุรกิจ เพื่อการ พัฒนาอาชีพ 1.วิเคราะห์ชุมชนโดยการระดม ความคิดเห็นของคนในชุมชน และ กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ รายได้ ค่านิยมของชุมชน เป้าหมาย และ กลยุทธ์ตามแนวคิดปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง หัวเรื่อง ๓. การจัดการความเสี่ยง 1.วิเคราะห์ศักยภาพ และจัดการ เกี่ยวกับผลการดำเนินการในอดีตที่ ผ่านมา 2-3 ปี จนถึงปัจจุบัน 1.การวิเคราะห์ชุมชน - จุดแข็ง - จุดอ่อน - โอกาส - อุปสรรค 2.กำหนดวิสัยทัศน์ พันธ กิจ เป้าหมาย และกล ยุทธ์ในการกำหนดแผน ธุรกิจของชุมชน 1.การวิเคราะห์ศักยภาพ และการจัดการความ เสี่ยงกับผลการ ดำเนินงาน - ประเภทสินค้า - ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ
108 พ รายวิชาทักษะการพัฒนาอาชีพ รหัสวิชา อช21002 รทำแผนธุรกิจ เพื่อการพัฒนาอาชีพ,การจัดการความเสี่ยง การจัดกระบวนการเรียนรู้ สื่อ/แหล่งเรียนรู้ เครื่องมือและการ วัดผลประเมินผล ขั้นที่ ๑ กำหนดสภาพปัญหา (O) - ครูกล่าวทักทายผู้เรียนทบทวน เนื้อหาจากสัปดาห์ที่แล้ว นำเข้าสู่ บทเรียนพูดคุยกับผู้เรียนเกี่ยวกับเรื่อง การทำแผนเพื่อพัฒนาอาชีพ และการ จัดการความเสี่ยง - ครูแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เรียน เกี่ยวกับเนื้อหาบทเรียนทั้งสองหัวข้อ ขั้นที่ ๒ ขั้นแสวงหาข้อมูล(N) - ครูและผู้เรียนร่วมอภิปรายเกี่ยวกับ การจำเป็นในการทำแผนธุรกิจเพื่อการ พัฒนาอาชีพและการจัดการความเสี่ยง - ครูให้ผู้เรียนศึกษาและเรียนรู้ เกี่ยวกับ จำเป็นในการแผนธุรกิจเพื่อ การพัฒนาอาชีพและการจัดการความ เสี่ยง - หนังสือเรียน - ใบความรู้ - ใบงาน - อินเตอร์เน็ต - ห้องสมุด กศน. ตำบล - แหล่งเรียนรู้ชุมชน - แบบทดสอบ ออนไลน์ - แบบทดสอบ - การสังเกต - การชักถาม - การมีส่วนร่วม - การตรวจผลงาน - บันทึกการเรียนรู้
2. อธิบายวิธีแก้ปัญหาความเสี่ยง เพื่อความมั่นคงของอาชีพ 3. สามารถวางแผนปฏิบัติการ - ผลกำไร- คู่แข่งขัน- ส่วนครองตลาด- สมรรถนะของธุรกิจ- สภาวะแวดล้อมภายใน จุดแข็ง จุดอ่อน- สภาวะแวดล้อม ภายนอก ด้านโอกาส และอุปสรรค 2. การแก้ปัญหาความ เสี่ยง 3.การวางแผนปฏิบัติการ
109 ขั้นที่ ๓ การปฏิบัตินำไปใช้ (I) - ผู้เรียนสรุปความรู้ที่ได้เป็นแผนผัง ความคิด - ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้มาทำใบงาน และ แบบทดสอบ - ครูและผู้เรียนสรุปเนื้อหาเป็นแผนผัง ความคิดแล้วนำเสนอร่วมกัน ขั้นที่ ๔ การประเมินผลการเรียนรู้ (E) - ประเมินจากใบงาน - ประเมินจากแบบทดสอบ - บันทึกการเรียนรู้ของผู้เรียน
110 บันทึกหลังการสอน ครั้งที่ .............. วันที่....... เดือน ............................................... พ.ศ. ............. ผลการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... สภาพปัญหาและอุปสรรค .............................................................................................................................. .................................. ................................................................................................ ................................................................ ............................................................................................................................. ................................... แนวทางการแก้ไขปัญหา ...................................................................................................................................... .......................... ........................................................................................................ ........................................................ ............................................................................................................................. ................................... ข้อเสนอแนะ ........................................................................................................................................................ ........ .......................................................................................................................... ...................................... ............................................................................................................................. ................................... ลงชื่อ.............................................................ผู้บันทึก (............................................................) ตำแหน่ง........................................................... ข้อคิดเห็นของผู้อำนวยการสถานศึกษา ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ลงชื่อ.................................................... (นายอำนาจ โตน้ำ) ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย วันที่....... เดือน ........................... พ.ศ.............
111 ภาคผนวก
112 ใบความรู้ครั้งที่ 7 ชุดที่ 1 วิชาทักษะพัฒนาชีวิต รหัสวิชา อช21002 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น บทที่ 2 การทำแผนธุรกิจ เพื่อการพัฒนาอาชีพ เรื่องที่ 1 ความหมายและความสำคัญของการจัดการพัฒนาอาชีพ การพัฒนาอาชีพ หมายถึง การดำเนินการ เพื่อใหการประกอบอาชีพมีการพัฒนาก้าวหน้าทั้งด้าน ปริมาณและคุณภาพใหดีขึ้นสอดคลองกับความตองการของตลาดอย่างมีระบบ การพัฒนาอาความสำคัญ สรุปได้ดังนี้ 1. เปนการใชทรัพยากรในชุมชนใหเกิดประโยชนกับทองถิ่น โดยการนํามา ประกอบอาชีพใหมีรายไดมาก ขึ้น 2. เปนการขยายตลาดใหกวางขวางออกไปไดมากขึ้น 3. ชวยเปลี่ยนรูปแบบของผลิตภัณฑหรือพัฒนาผลิตภัณฑออกสูตลาดไดมากยิ่งขึ้น 4. ผูบริโภคสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑตามที่ตนเองตองการไดมากยิ่งขึ้น 5. การพัฒนาผลิตภัณฑชวยเพิ่มปริมาณของผลิตภัณฑ และทําใหการใชแหลงทุน และการดําเนินการดาน การตลาดสามารถดําเนินการไดมากขึ้นดวย 6. ชวยทําใหเศรษฐกิจของชุมชนดีขึ้น 7. เปนการชวยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนใหดีขึ้น และทําใหคนในชุมชน สามารถพึ่งตนเองไดใน ที่สุด การพัฒนาอาชีพจะประสบความสําเร็จมดนอยเพีงใด ขึ้นอยูกับการพัฒนาตนเองเนื่องจากปจจุบัน เทคโนโลยีขาวสารมีความกาวหนา ดังนั้น ผูประกอบการอาชีพจําเปนตองพัฒนาตนเองใหทันกับการ เปลี่ยนแปลงอยูเสมอ โดยฝกใหเปนคนชางสังเกต ชางคิด มีปฏิภาณไหวพริบดี มีความคิดริเริ่มสรางสรรค เปนคนละเอียดถี่ถวน รอบคอบ มีหลักการ เหตุผล ประกอบกับการมีความขยันหมั่นเพียรในการทํางาน มี ความอดทน ใฝหาประสบการณ อุทิศตนเพื่องานอาชีพอยางจริงจัง จึงจะไดชื่อวาเปนผูที่รูจักพัฒนาตนเอง เพื่อความสําเร็จในงานอาชีพ การพัฒนาตนเอง หมายถึง การที่บุคคลกําหนดวัตถุประสงคหรือเปาหมายใน ชีวิตของตนไว ลวงหนา และหาวิธีพัฒนาใหบรรลุเปาหมายที่วางไว เชน กําหนดเปาหมายวาตองการปลูก ขาวใหได ไรละ 100 ถัง ดังนั้น จะตองหาวิธีการดําเนินงานใหไดตามเปาหมาย เชน ใชพันธุขาวที่ใหผลผลิต สูงควบคูกับการ ดูแลรักษาอยางเอาใจใสซึ่งมีประโยชนของการพัฒนาตนเองในการพัฒนาอาชีพ 1. ชวยเพิ่มพูนความรูความสามารถ 2. ชวยใหเกิดความเชื่อมั่นในตนเอง 3. ชวยใหเกิดประสิทธิภาพในการทํางาน 4. ชวยใหมีความสุขในการทํางาน 5. ชวยใหเกิดความคิดสรางสรรคในการสรางผลงาน เรื่องที่ 2 การวิเคราะหชุมชนเพื่อการพัฒนาอาชีพ
113 การพัฒนาอาชีพ เปนการดําเนินงานอาชีพใหมีการพัฒนาและกาวหนายิ่งขึ้น ทั้งดานปริมาณและ คุณภาพ โดยมีความสอดคลองกับความตองการของตลาดอยางมีระบ การพัฒนาอาชีพ จะประสบ ความสําเร็จมากนอยเพียงใด ขึ้นอยูกับการวิเคราะหขอมูลสถานการณ ของชุมชนทั้งภายในและภานอกให ตรงกับสภาพความเปนจริงตามที่มีการเปลี่ยนแปลง เพื่อการสรางควเชื่อมั่นและกําหนดเปาหมายการ พัฒนางานอาชีพที่ชัดเจน ดังนั้น การดําเนินการพัฒนาอาชีพใหประสบความสําเร็จ แมวาผูดําเนินการอาชีพ จะไดมีการ ดําเนินงานอาชีพมาแลว พรอมทั้งไดผานการวิเคราะหความเปนไปได รวมทั้งไดมีการศึกษาขอมูล องค ประกอบที่เกี่ยวของมาแลวก็ตาม ในการพัฒนาอาชีพ จึงมีความจําเปนที่ตองวิเคราะหขอมูลสถานการณของชุมชน ให เหมาะสมสอด คลองกับสภาพบริบทของพื้นที่ ไดแก ทรัพยากรธรรมชาติ ลักษณะภูมิอากาศ ภูมิประเทศ ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต และทรัพยากรมนุษย ดังนั้น เพื่อเปนการสรางความเชื่อมั่นและสามารถกําหนดเปาหมายในการดําเนินงานพัฒนาอาชีพ ไดอยางเหมาะสม จึงควรไดมี การวิเคราะหชุมชนเกี่ยวกับสภาพบริบทของพื้นที่กับงานอาชีพที่ตัดสินใจ จะดําเนินการพัฒนาการดําเนินการวิเคราะหชุมชน โดยทั่วไปนิยมใชเทคนิค SWOT ในการประเมิน เพราะ เปน เทคนิคสําหรับการวิเคราะหสภาพแวดลอมที่มีผลกระทบวา ผลดีหรือผลเสียอยางไรตอสิ่งที่จะกระทํา มีรายละเอียด ดังนี้ S (Strength) จุดแข็ง หมายถึง ความสามารถ หรือสถานการณภายในชุมชนที่เปนเชิงบวกซึ่งสามารถ นํามาใชประโยชนในการทํางาน เพื่อใหงานบรรลุวัตถุประสงค หรือกอใหเกิดประโยชนตอการ ทํางาน สงผล ใหงานที่ทําเกิดความเขมแข็ง W (Weakness) จุดออน หมายถึง สถานการณภายในชุมชนที่เปนเชิงลบ ซึ่งไมสามารถ นํามาใชเป นประโยชนในการทํางาน เพื่อใหงานบรรลุวัตถุประสงค หรือไมกอใหเกิดประโยชนตองานอาจสงผลใหงานที่ ทําเกิดคงวามลมเหลวได O (Oportunity) โอกาส หมายถึง ปจจัยและสถานการณภายนอกชุมชน ที่เอื้อประโยชนใน การ ทํางานใหบรรลุวัตถุประสงค หรือหมายถึง สภาพแวดลอมภายนอกที่เปนประโยชนตอการดําเนินงาน T (Treat) อุปสรรค หมายถึง ปจจัยและสถานการณภายนอกชุมชน ที่ขัดขวางหรือไม สนับสนุนต อการทํางานใหบรรลุวัตถุประสงค หรือหมายถึง สภาพแวดลอมภายนอกที่เปนปญหาตอการดำเนินงาน ในการดําเนินการวิเคราะหชุมชนตามสภาพบริบทของพื้นที่ไดแก ทรัพยากรธรรมชาติ ลักษณะ ภูมิอากาศ ภูมิประเทศ ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต และทรัพยากรมนุษย กับงานอาชีพที่ ตัดสินใจจะ ดําเนินการพัฒนา ดวยเทคนิค SWOT เพื่อการเขาสูอาชีพ มีขั้นตอนการดําเนินงานดังนี้
114 1. กําหนดประเด็นสภาพบริบทของพื้นที่ที่มีความสัมพันธตองานอาชีพที่ตัดสินใจที่จะ ดําเนินการ พัฒนา เพื่อการนํามาวิเคราะห เชน 1.1 กลุมอาชีพเกษตรกรรม ประเด็นสภาพบริบทที่ควรนํามาวิเคราะห ไดแก ทรัพยากรธรรมชาติ ลักษณะภูมิอากาศ ลักษณะภูมิประเทศ และทรัพยากรมนุษย 1.2 กลุมอาชีพอุตสาหกรรม ประเด็นสภาพบริบทที่ควรนํามาวิเคราะห ไดแก ทรัพยากรธรรมชาติ ลักษณะภูมิประเทศ สภาพภูมิอากาศ ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต 1.3 กลุมอาชีพพาณิชยกรรม ประเด็นสภาพบริบทที่ควรนํามาวิเคราะห ไดแก ทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิอากาศ ภูมิประเทศ และทําเลที่ตั้ง 1.4 กลุมอาชีพความคิดสรางสรรค ประเด็นสภาพบริบทที่ควรนํามาวิเคราะห ไดแก ทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากรมนุษย 1.5 กลุมอาชีพอํานวยการและอาชีพเฉพาะทาง ประเด็นสภาพบริบทที่ควรนํามา วิเคราะห ไดแก ทรัพยากรธรรมชาติ ลักษณะภูมิอากาศ ภูมิประเทศ ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีและวิถีชีวิต และทรัพยากรมนุษย 2. กําหนดรายละเอียดยอยที่จะทําการวิเคราะหในแตละประเด็นของสภาพบริบทแตละ ดานกับงาน อาชีพที่กําหนดจะดําเนินการพัฒนา
115 ใบความรู้ครั้งที่ 7 ชุดที่ 2 วิชาทักษะพัฒนาชีวิต รหัสวิชา อช21002 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น บทที่ 3 การจัดการความเสี่ยง เรื่องที่ 1 ความหมายของความเสี่ยงและการจัดการความเสี่ยง ความเสี่ยง หมายถึง เหตุการณหรือการกระทําใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นภายในสถานการณที่ไม แนนอน และสงผลกระทบหรือสรางความเสียหายหรือความลมเหลว หรือการลดโอกาสที่จะบรรลุเปาหมาย และ วัตถุประสงค เชน การลงทุนใดที่มีความไมแนนอนในอัตราผลตอบแทนสูงความเสี่ยงก็จะสูงตาม ดังนั้น จึง อาจกลาวไดวา ความเสี่ยง คือ อัตราของความไมแนนอน การจัดการความเสี่ยง หมายถึง กระบวนการใน การวิเคราะห ประเมิน ดูแล ตรวจสอบ และควบคุมความเสี่ยงที่สัมพันธกับกิจกรรมหนาที่และกระบวนการ ทํางาน เพื่อใหงานลดความเสียหายจาก ความเสี่ยงมากที่สุด อันเนื่องมาจากภัยที่ตองเผชิญในชวงเวลาใด เวลาหนึ่ง หรือเรียกวา อุบัติภัยที่ยากจะหยั่งรูวาจะเกิดขึ้นเมื่อใด ความสําคัญของความเสี่ยง ในการบริหาร จัดการทั่วไป จะตองดําเนินงานตามวัตถุประสงคและเปาหมายโดยเฉพาะที่ จะเกี่ยวของกับการควบคุมเพื่อ ใหไดผลสัมฤทธิ์ตามเปาหมายนั้น สิ่งที่ตองเนนคือ การตรวจสอบภายใน การควบคุมภายใน การบริหาร จัดการความเสี่ยง ผลกระทบจากความเสี่ยง ผลของความเสี่ยงอาจสงผลกระทบถึงองคการได ดังนี้ 1. ความเสี่ยงตอการดําเนินการที่ขาดทุน ผลการดําเนินงานที่ขาดทุนขององคการแสวงหา กําไรที่เกิด จากการตัดสินใจผิดพลาดของผูบริหาร หรือเกิดจากภัยธรรมชาติที่ไมคาดฝน อาจนําไปสูความลม สลาย ขององคการได สวนองคการทางการศึกษาถึงแมไมไดเปนองคการแสวงหาผลกําไร หากผูบริหาร ตัดสินใจ ผิดพลาดยอมสงผลถึงความชะงักงันหรือลมเหลวไดเชนกัน 2. ความเสี่ยงตอความลมเหลวของนโยบายหรือโครงการ หากผิดพลาดในนโยบาย ยอม สงผลต อทิศทางการพัฒนา หากเปนระดับโครงการก็จะสงผลถึงความสูญเปลาของโครงการ จากการไมได ศึกษา ความเปนไปได ไมไดคํานึงจุดคุมทุน หรือมีการทุจริตคอรัปชั่น โดยเฉพาะโครงการของภาครัฐที่ ประสบ ความลมเหลว 3. ความเสี่ยงตอความเชื่อถือไววางใจ ความสําเร็จหรือความลมเหลวของผูบริหาร จะสั่งสม ถึงกระแส นิยมและความไววางใจของสาธารณชน ทําไมจึงตองปองกันความเสี่ยง ทุกคนเห็นความสําคัญของการปอง กันความเสี่ยงโดยการลดความเสี่ยงอยูแลว เชน ในชีวิต จริงการทําประกันภัยรถยนต การทําประกันชีวิต หรือประกันสุขภาพ เหลานี้เปนการปองกันความเสี่ยงสวน บุคคล สวนการปองกันความเสี่ยงจากองคการ เพื่อลดความเสี่ยงในองคการนั่นเอง จึงพอสรุปได ดังนี้
116 1. เพื่อใหผลดําเนินงานของหนวยงานเปนไปตามเปาหมายและวัตถุประสงคที่วางไว 2. เพื่อสงเสริมความมั่นคง และลดความผันผวนของรายไดอันจะทําใหองคการเติบโตอยางมีเสถียรภาพ เรื่องที่ 2 การวิเคราะหศักยภาพและการจัดการความเสี่ยงกับผลการดําเนินงาน ผูประกอบการตองทําการศึกษาวาธุรกิจของตนเปนอยางไรมีปจจัยอะไรที่มีผลกระทบตอ ความ เสี่ยง การจําแนกความเสี่ยงเพื่อประโยชนในการบริหารจัดการ เชน ความเสี่ยงทั่วไป และความเสี่ยง เฉพาะพื้นที่ ในแตละประเภทมีรายละเอียดแตกตางกันบางอยางสามารถปองกันได การศึกษาความเสี่ยง เฉพาะพื้นที่ในสถานศึกษา นอกจากจะศึกษาปจจัยภายในที่มากระทบกับความเสี่ยงแลว ยังตองพิจารณาถึง ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดจากการบริหารทรัพยากรมนุษย การเงิน การบริหารจัดการทรัพยสิน การพัสดุครุ ภัณฑ และนวัตกรรม เทคโนโลยีการเขาใจระบบและตัวแบบ เพื่อนํามาจัดทําการบริหารความเสี่ยง การศึกษาวงจรความเสี่ยง ทําใหผูบริหารไดเห็นภาพรวมของความเสี่ยงทั้งหมด เพื่อประโยชนในการวาง มาตรฐานระบบการควบคุม ภายใน การคนหา การระบุ การวิเคราะหความเสี่ยง และการจัดลําดับความ เสี่ยง วงจรความเสี่ยง ที่ฝายบริหาร จัดการความเสี่ยงจะตองศึกษา เพื่อนํามาบริหารวามีวิธีใดบาง เชน ใช การถายโอนความเสี่ยงหรือการควบคุม ภายใน เปนตน ในการวิเคราะหศักยภาพและการจัดการความเสี่ยง กับผลการดําเนินงาน ประกอบดวยปจจัย สําคัญ ดังตอไปนี้ 1. สินคา หมายถึง สิ่งที่มีตัวตน เชน เสื้อ รองเทา หรือไมมีตัวตน เชน แกส ซื้อขายได และ สรางความพึง พอใจใหกับผูบริโภคได 2. ประเภทสินคาแบงตามลักษณะการซื้อหรือการบริโภค แบงไดเปน 2 ประเภท คือ 1) สินคาอุปโภค บริโภค หมายถึง สินคาหรือบริการที่ผูซื้อซื้อไปเพื่อใชเอง หรือ เพื่อใชในครอบครัว สินค าอุปโภค บริโภค แบงออกเปน 3 ประเภท คือ (1) สินคาสะดวกซื้อ เปนสินคาที่ผูซื้อหาซื้อไดงาย ซื้อบอยครั้งใชเวลาในการซื้อ นอย ราคาสินคาจะถูก การ ซื้อมักจะมีการระบุยี่หอ เพราะผูซื้อคุนเคยกับสินคานั้น เชน ยาสีฟน ยาสระผม สบูผงซักฟอก เปนตน (2) สินคาจับจายหรือสินคาเลือกซื้อ เปนสินคาที่ผูซื้อเปรียบเทียบคุณภาพ ราคา รูปแบบ สี กอนการ ตัดสินใจจะเดินดูหลาย ๆ รานกอน เชน เสื้อผา รองเทา เครื่องประดับ เปนตน (3) สินคาพิเศษ เปนสินคาที่มีคุณสมบัติพิเศษ ราคาแพง เชน รถยนต บาน ผูซื้อจะ คัดเลือกอยางละเอียด เปรียบเทียบราคาสินคาและคุณภาพของสินคา 2) สินคาอุตสาหกรรม หมายถึง สินคาที่ซื้อมาเพื่อนํามาใชผลิตเปนสินคาอื่นตอไปหรือ เพื่อใชในการ ดําเนินงานของธุรกิจ เชน วัตถุดิบ อุปกรณเครื่องจักร เครื่องมือ สิ่งกอสราง เปนตน 3. คาใชจายตาง ๆ หมายถึง ตนทุนสวนที่หักออกจากรายไดในรอบระยะเวลาที่ดําเนินการ งานหนึ่งๆ คาใช จายสามารถแบงไดเปน 3 ประเภท ดังนี้
117 1) ตนทุนขาย หมายถึง ตนทุนของสินคาที่ขายหรือบริการที่ให กลาวคือในกิจการซื้อเพื่อ ขาย ตนทุนของสิ นคาที่ขายจะรวมราคาซื้อและคาใชจายอื่นๆ ที่จําเปน เพื่อใหสินคาอยูในสภาพพรอมที่จะ ขาย สวนใน กิจการผลิตเพื่อขาย ตนทุนของสินคาที่ขายคือ ตนทุนการผลิตของสินคานั้น ซึ่งประกอบดวย คา วัตถุดิบคา แรงงานและโสหุยการผลิต 2) คาใชจายในการดําเนินงาน หมายถึง คาใชจายที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการขายสินคา หรือบริการ และค าใชจายที่เกิดขึ้นเนื่องจากการบริหารกิจการอันเปนสวนรวมของการดําเนินงาน 3) คาใชจายอื่นๆ หมายถึง คาใชจายนอกเหนือจากที่จัดเขาเปนตนทุนขายและคาใชจาย ในการดําเนินงาน เชนดอกเบี้ยจายภาษีเงินได คาใชจายสําหรับธุรกิจขายสินคา จะประกอบดวย ตนทุนขาย คาใชจายในการ ดําเนินงาน และคาใชจายอื่นๆ สําหรับธุรกิจขายบริการคาใชจายจะประกอบไปดวยคาใชจายในการ ดําเนินงานและ คาใชจายอื่นเทานั้น 4. ผลกําไรคือผลตอบแทนที่กิจการไดรับจากการขายสินคาหรือบริการ จากการประกอบ ธุรกิจ หรือเกิด จากการดําเนินงาน รวมทั้งกิจกรรมอื่นซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการประกอบธุรกิจหรือการดําเนินงาน 5. คูแขงขัน การมีคูแขงขันทางธุรกิจ เปรียบเสมือนมียาชูกําลังที่จะทําใหกิจการและ พนักงานขาย ตาง ๆ มีความเขมแข็งและอดทนที่จะดําเนินการตอไปอยางมีประสิทธิภาพ มีความ กระตือรือรน สรางสรรคและ พัฒนาตนเองใหมีคุณภาพอยางตอเนื่อง ถึงจะแขงขันกับคูแขงขันในตลาด ธุรกิจไดอยางแทจริง คูแขงขัน หมายถึง บุคคลกลุมบุคคลหรือสถาบันที่ดําเนินกิจการดานธุรกิจอยางเดียวกัน หรือใกลเคียงกัน ซึ่งสามารถ ใชแทนกันได โดยตองแขงขันกันดานการขาย การผลิตทั้งปริมาณและ คุณภาพ เพื่อเปนกิจการที่ยึดครอง ตลาดใหมากที่สุด นอกจากนี้การแขงขันของกิจกรรมทางธุรกิจยังมีความสําคัญตอประชาชนทั้งระบบ เศรษฐกิจดังนี้ 1) มีสินคาใหเลือกหลากหลายมากขึ้น เมื่อธุรกิจตางแขงขันกันมากก็จะตองมีสินคาและ บริการเพิ่มมากขึ้น เปนผลดีแกประชาชนที่จะมีโอกาสเลือกใชสินคาไดตามความตองการ 2) สินคามีคุณภาพสูงขึ้น การแขงขันเพื่อครองสวนแบงของตลาดใหไดมากที่สุดและนาน ที่สุด สินคาจะตอง มีคุณภาพมากที่สุดเพราะเปนแรงจูงใจสําคัญของลูกคา 3) ราคาสินคาถูกลง สินคาชนิดใดก็ตามเมื่อมีจํานวนมากโอกาสในการเลือกมีสูงคูแขงขัน ธุรกิจจะใชกล ยุทธจูงใจลูกคาดวยการลดราคา หรือใหสิทธิพิเศษตาง ๆ เพราะปริมาณสินคาที่มีอยูในทอง ตลาดคอนขา งมาก 4) มีการพัฒนาสินคาแปลกใหมขึ้นเรื่อย ๆ กิจการตาง ๆ ที่ดําเนินกิจกรรมทางธุรกิจที่มีคูแขงขัน มากจะตองคิดคนวิธีการผลิตที่จะทําใหสินคามีคุณภาพสูงขึ้น รวมทั้งคิดคนประดิษฐปรับปรุงสินคา อยู ตลอดเวลาเพื่อใหเปนที่ตองการของผูบริโภค
118 เรื่องที่ 3 การแกปญหาความเสี่ยง การแกไขปญหาความเสี่ยง หมายถึง การทําใหเกิดสภาพการณที่เรา คาดหวัง การที่คน จํานวนมากไมสามารถแกไขปญหาตนเอง หรือผูบริหารไมสามารถจะแกปญหาหนวย งานของตนได ถึงแม จะรูสภาพหรือเปาหมายอยูแลว แตก็ไมสามารถไปสูเปาหมายได ทั้งนี้ เพราะปญหา อาจมีมาก รุนแรง มีความ สลับซับซอน คลุมเครือ และแฝงไวดวยปญหาอื่น ๆ เปนตน การแกปญหาความ เสี่ยงมี 4 ขั้นตอน ดังนี้ 1.ขั้นระบุปญหา 2. ขั้นสาเหตุของปัญหา 3. ขั้นการกําหนด จุดมุงหมายในการ แกปญหา 4. ขั้นกําหนดแนว ทางแกไขปญหา 1. ขั้นระบุปญหา เปนขั้นแรกที่มีความสําคัญ เพราะถาเราไมทราบปญหาเราก็ไมมีทางแก ปญหาได จําเป นตองหาสาเหตุแหงปญหาแลวจะนําสาเหตุนั้นมาเรียงลําดับความสําคัญอะไรเปนเหตุเปนผล 2. ขั้นสาเหตุของปญหาการหาสาเหตุของปญหาไมถูกตองจะทําใหการแกปญหาผิดไป ซึ่ง ตามปกติคนเรา มักจะยึดติดกับแนวคิด หรือความรูเดิม ๆ ทําใหมองเห็นปญหาแตเพียงดานที่สัมพันธ สอดคลองกับแนวคิด นั้น ๆ อีกประการ ผูที่รูถึงสาเหตุที่แทจริงแลวรีบดวนสรุปโดยไมพยายามคนหาสาเหตุอื่น ๆ 3. ขั้นการกําหนดจุดมุงหมายในการแกปญหา การคัดเลือกสาเหตุที่กอใหเกิดปญหาแลว นําไปหาแนวทาง แกไขจะทําใหปญหานั้นไดรับการแกไข เชน ปญหาอัตราการเพิ่มของประชากรสูงมาจาก สาเหตุอะไร คน เกิดมาก คนตายนอย หรือคนอพยพเขามามาก เปนตน 4. ขั้นกําหนดแนวทางแกไขปญหา การกําหนดทางเลือกในการแกไขปญหาซึ่งอาจจะเปน ทางเลือกที่ สามารถนําไปใชแกปญหาไดจริง ไมใชเปนเพียงอุดมการณหรืออุดมคติ หรือทางเลือกนั้น สามารถนํามา เปรียบเทียบกันได ทั้งที่วัดเปนตัวเงินไดและไมสามารถวัดเปนตัวเงินได การเลือกวิธีที่ดีที่สุดในการแกไขป ญหานั้น ควรมีการเปรียบเทียบตัวเลือกทั้งหมดที่ไดดวย วิธีตาง ๆ โดยประเมินตัวเลือกแตละตัว แลวจึง ตัดสินใจเลือกวิธีแกปญหาที่ดีที่สุด หรือหาวิธีใหม ปลอยให ปญหาคลี่คลายไปเองโดยไมตองทําอะไร
119 ใบงานที่ 7 ชุดที่ 1 กิจกรรมที่ 1 การวิเคราะหศักยภาพและการจัดการความเสี่ยงในองคการ ใหผูเรียนแบงกลุม ๆ ละ 5 คน เลือกประธาน ผูนําเสนอและเลขาแลวรวมกันพิจารณาตาม ประเด็น ดังตอไปนี้ 1. อาชีพ ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ........................................... 2. ขั้นระบุปัญหา ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ........................................... 3. ขั้นหาสาเหตุของปัญหา ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ........................................... 4. ขั้นกำหนดแนวทางแนวทางแก้ปัญหา ............................................................................................................................. ............................................ ............................................................................................................................................................ ............. ...................................................................................................................... ................................................... ............................................................................................................................. ............................................
120 ใบงานที่7 ชุดที่ 2 การกําหนดวิสัยทัศน พันธกิจ เปาหมายและกลยุทธในการวางแผนพัฒนาอาชีพธุรกิจของชุมชน 1. ใหผูเรียนรวมกับครู และผูนําชุมชนรวมกันกําหนดความมุงหวังในลักษณะของคําตอบใน เรื่องเปา หมายและทิศทางของชุมชน ซึ่งเรียกวา “วิสัยทัศน” ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ 2. ใหผูเรียนกําหนด “พันธกิจ” ที่เปนภาระของชุมชนที่จะทําใหการดําเนินงานบรรลุสูวิสัยทัศน ที่ กําหนด ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 3. ใหผูเรียนกําหนด “เปาหมาย” จะทําใหเห็นทิศทางของการทํางานและลักษณะของ ความสําเร็จ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ . 4. ใหผูเรียนกําหนด “แผนกลยุทธ” วิธีการที่เปนหลักสําคัญที่จะนําไปสูความสําเร็จ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………..
121 แบบทดสอบ วิชาทักษะการพัฒนาอาชีพ รหัสวิชา อช 21002 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่องการทําแผนธุรกิจเพื่อการพัฒนาอาชีพ ************************************************************************************************ คำชี้แจง ให้ผู้เรียนอ่านคำถามแล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว ข้อที่ 1. การพัฒนาอาชีพ หมายถึง ก.เพื่อให้การประกอบอาชีพมีการพัฒนาก้าวหน้า ข.เพื่อให้การประกอบอาชีพ ค. คุณภาพให้ดีขึ้น ง.การดําเนินการ เพื่อให้การประกอบอาชีพมี การพัฒนาก้าวหน้า ทั้ง ด้านปริมาณและคุณภาพให้ดีขึ้น ข้อที่ 2. การพัฒนาอาชีพมีความสําคัญ สรุปได้ ดังนี้ ยกเว้นข้อใด ก.เทคโนโลยีข่าวสารมีความก้าวหน้า ข.ช่วยทําให้เศรษฐกิจของชุมชนดีขึ้น ค. เป็นการขยายตลาดให้กว้างขวางออกไปได้มากขึ้น ง.ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ตามที่ตนเองต้องการได้มากยิ่งขึ้น ข้อที่ 3. ข้อใดคือประโยชน์ของการพัฒนาตนเองในการพัฒนาอาชีพ ก.การที่บุคคลกําหนดวัตถุประสงค์ ข.ช่วยเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ ค. เพื่อความสําเร็จในงานอาชีพ ง.เป้าหมายในชีวิตของตนไว้ล้วงหน้า ข้อที่ 4. เทคนิค SWOT ..... ตัว S (Strength) แปลว่าอะไร ก.จุดแข็ง ข.จุดอ่อน ค. อุปสรรค ง. โอกาส ข้อที่ 5. เทคนิค SWOT ..... ตัว T (Treat) แปลว่าอะไร ก.จุดแข็ง ข.จุดอ่อน ค. อุปสรรค ง. โอกาส ข้อที่ 6.ข้อใดไม่ในอยู่ใน ขั้นตอนของกระบวนการวางแผนในการพัฒนาธุรกิจของชุมชน
122 ก.ขั้นการการวางแผนกลยุทธ์จะช่วยสร้างความเป็นผู้นํา ข.ขั้นการกําหนดขั้นตอนการทํางาน เป็นการคิดไว้ก่อนว่าจะทํากิจกรรมอะไรก่อน ค. ขั้นการกําหนดวัตถุประสงค์ต้องให้ชัดเจน ง.ขั้นปฏิบัติกิจกรรมตามแผน ซึ่งจะต้องดําเนินการอย่างต่อเนื่องจึงจะได้ผล ข้อที่ 7. ข้อใดไม่ในอยู่ใน หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ก.ความพอประมาณ ข.ความมีเหตุผล ค. ภูมิคุ้มกัน ง.ความไม่ประมาท ข้อที่ 8. การวางแผนปฏิบัติการ (Operational Planning) หมายถึงเป็นการจัดทําแผนระยะสั้นกี่ปี ก.ระยะสั้น1-3 ปี ข.ระยะสั้น 2-3 ปี ค. ระยะสั้น1-2 ปี ง.ระยะสั้น1-4 ปี ข้อที่ 9. เศรษฐกิจพอเพียง คือ การยึดหลัก กี่ ประการ ก.2 ประการ ข.3 ประการ ค. 4 ประการ ง.5 ประการ ข้อที่ 10. พันธกิจ หมายความว่าอย่างไร ก.ภาระงานที่ผู้ประกอบการจะต้องดําเนินการให้เกิดผลสําเร็จตามวิสัยทัศน์ที่กําหนด ไว้ให้ได้ ข.การบอกให้ทราบว่าสถาน ประกอบการนั้นสามารถทําอะไรได้ ค. เป็นการวางแผนกลยุทธ์ในการพัฒนาอาชีพหรือธุรกิจนั้น ๆ ให้สําเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ง.กําหนดภาพในการประกอบอาชีพในอนาคต
123 เฉลยแบบทดสอบ บทที่ 2 1. ง.การดําเนินการ เพื่อให้การประกอบอาชีพมีการพัฒนาก้าวหน้า ทั้ง ด้านปริมาณและคุณภาพให้ดีขึ้น 2. ก.เทคโนโลยีข่าวสารมีความก้าวหน้า 3.ข.ช่วยเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ 4. ก.จุดแข็ง 5.ง. โอกาส 6.ก.ขั้นการการวางแผนกลยุทธ์จะช่วยสร้างความเป็นผู้นํา 7.ง.ความไม่ประมาท 8. ค. ระยะสั้น1-2 ปี 9.ง.5 ประการ 10. ก.ภาระงานที่ผู้ประกอบการจะต้องดําเนินการให้เกิดผลสําเร็จตามวิสัยทัศน์ที่กําหนด ไว้ให้ได้
124 แบบสังเกต คำชี้แจง ครูผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียน โดยทำเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับความจริง ที่ ชื่อ - สกุล รายการ สรุปผล การมีส่วนร่วม ทดสอบความรู้ ประเมินผลงาน การประเมิน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน
125 แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครั้งที่ 8
แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชา สาระพัฒนาสังคม ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนว ครั้งที่ วัน/เดือน/ปี ตัวชี้วัด/วัตถุประสงค์ เนื้อหาสาระการเรียนรู้ 8 20 ธ.ค. 2565 หัวเรื่อง สินเชื่อ 1. บอกลักษณะที่สำคัญของ สินเชื่อประเภทต่าง ๆ 2. บอกประเภทและวิธี คำนวณ ดอกเบี้ยเงินกู้ 3. บอกความหมาย บทบาท หน้าที่ และข้อมูลต่าง ๆ ที่ สำคัญ เกี่ยวกับเครดิตบูโร 1. การประเมินความ เหมาะสมก่อนตัดสินใจ ก่อหนี้ 2. ลักษณะของสินเชื่อ ประเภทต่าง ๆ และการ คำนวณดอกเบี้ย 3. เครดิตบูโร 4. วิธีการป้องกันปัญหา หนี้
126 ม รายวิชาการเงินเพื่อชีวิต 2 รหัสวิชา สค22016 วน 3 หน่วยกิต หัวเรื่อง สินเชื่อ การจัดกระบวนการเรียนรู้ สื่อ/แหล่งเรียนรู้ เครื่องมือและการ วัดผลประเมินผล ขั้นที่ 1 กำหนดสภาพปัญหา (O) - ครูกล่าวทักทายผู้เรียนและพูดคุยกับ ผู้เรียนเกี่ยวกับการวางแผนการเงิน - ครูแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เรียนว่าการ ตั้งเป้าหมายการเงินและการวางแผน การเงินที่ดีในชีวิต -ครูกับผู้เรียนสนทนาการปฏิบัติตน เกี่ยวกับการออมเงินที่ดี ขั้นที่ 2 ขั้นแสวงหาข้อมูล(N) - ครูและผู้เรียนร่วมอภิปรายเกี่ยวกับ การบอกลักษณะที่สำคัญของสินเชื่อ ประเภทต่าง ๆ - ครูให้ผู้เรียนศึกษาและเรียนรู้ เกี่ยวกับ ประเภทและวิธีคำนวณ ดอกเบี้ยเงินกู้ - หนังสือเรียน - ใบความรู้ - ใบงาน - อินเตอร์เน็ต - ห้องสมุด กศน. ตำบล - แหล่งเรียนรู้ ชุมชน - แบบทดสอบ ออนไลน์ - แบบทดสอบ - การสังเกต - การชักถาม - การมีส่วนร่วม - การตรวจผลงาน - บันทึกการเรียนรู้
127 ขั้นที่ 3 การปฏิบัตินำไปใช้ (I) - ผู้เรียนสรุปความรู้ที่ได้เป็นแผนผัง ความคิด - ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้มาทำใบงาน และ แบบทดสอบ - ครูและผู้เรียนสรุปเนื้อหาเป็นแผนผัง ความคิดแล้วนำเสนอร่วมกัน ขั้นที่ 4 การประเมินผลการเรียนรู้ (E) - ประเมินจากใบงาน - ประเมินจากแบบทดสอบ - บันทึกการเรียนรู้ของผู้เรียน
128 บันทึกหลังการสอน ครั้งที่ .............. วันที่....... เดือน ............................................... พ.ศ. ................... ผลการเรียนรู้................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ...................................................................................................................................... .......................... ........................................................................................................ ........................................................ สภาพ ปัญหาและอุปสรรค ............................................................................................................................. ................................... ....................................................................................................................................... ......................... ......................................................................................................... ....................................................... แนวทางการแก้ไขปัญหา ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................................... ................. ข้อเสนอแนะ ...................................................................................................... .......................................................... ............................................................................................................................. ................................... ลงชื่อ.............................................................ผู้บันทึก (............................................................) ตำแหน่ง........................................................... ข้อคิดเห็นของผู้อำนวยการสถานศึกษา ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ลงชื่อ.................................................... (นายอำนาจ โตน้ำ) ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย วันที่....... เดือน ........................... พ.ศ.............
129 ภาคผนวก
130 ใบความรู้ครั้งที่ 8 วิชาการเงินเพื่อชีวิต 2 รหัสวิชา สค22016 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่อง สินเชื่อ สินเชื่อ สาระสำคัญ เมื่อเจอสถานการณ์ที่จำเป็นต้องใช้เงิน แต่เงินที่เก็บออมมีไม่เพียงพอ อาจ ทำให้ต้องไปใช้ทางเลือกอื่น ๆ ซึ่ง ส่วนใหญ่มักเลือกการก่อหนี้ ทำให้เกิดเป็นภาระหนี้ดังนั้น ควรไตร่ตรองถึงความจำเป็นก่อนก่อหนี้ ซึ่งหนี้ที่จะก่อนั้น ควรเป็นหนี้ที่ดี คือเป็นหนี้ที่ช่วยสร้างรายได้ และประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของตนเองด้วยว่าสามารถ ชำระหนี้ได้หรือไม่ และเมื่อพร้อมที่จะก่อหนี้แล้ว ก็ควรมีความรู้ในเรื่องสินเชื่อ เพื่อให้สามารถเลือก สินเชื่อที่ตรงตาม ความต้องการ เมื่อได้รับอนุมัติสินเชื่อแล้ว ก็ควรมีวินัยทางการเงิน เพื่อให้จ่ายคืนได้ตรงเวลา เต็มจำนวน และมีประวัติ เครดิตดี หรือหากเกิดปัญหาไม่สามารถชำระหนี้ได้ ก็ควรรู้วิธีในการ แก้ไขปัญหาหนี้ด้วยตนเอง หรือขอคำปรึกษาจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเป็นหนี้ไม่สร้างปัญหาต่อการดำรงชีวิตประจำวัน 1 การประเมินความเหมาะสมก่อนตัดสินใจก่อหนี้ ความสุขในชีวิตอย่างหนึ่งของคนเราคือการไม่เป็นหนี้ แต่ใช่ว่าเมื่อเป็นหนี้แล้ว จะมีความสุขไม่ได้ ถ้าหากเรา รู้จักก่อหนี้เพื่อสิ่งจำเป็น และไม่เกินความสามารถในการชำระหนี้คืน แต่หากเป็นหนี้ เพื่อสิ่งไม่จำเป็นหรือเกินกำลังวัน หนึ่งอาจจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในชีวิตได้ หนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามประโยชน์ที่จะได้รับดังนี้ 1. หนี้ดี คือ หนี้ที่ช่วยสร้างรายได้และสร้างความมั่นคงในอนาคต เช่น หนี้เพื่อ การศึกษา หนี้เพื่อการ ประกอบอาชีพ หนี้เพื่อที่อยู่อาศัย 2. หนี้พึงระวัง คือ หนี้ที่เกิดจากการนำเงินไปซื้อของที่ไม่จำเป็นหรือ ของฟุ่มเฟือย และไม่สร้างรายได้ใน อนาคต เช่น หนี้ที่เกิดจากการซื้อของใช้ราคาแพงเกินฐานะ หนี้ที่เกิดจากการพนัน
131 ประเมินความเหมาะสมก่อนตัดสินใจก่อหนี้ เมื่อพูดถึงหนี้ เชื่อว่าหลายคนคงไม่อยากมี แต่อาจมีความจำเป็นของชีวิตหรือ ถูกกระตุ้นจากสิ่งล่อใจ ภายนอก ดังนั้น ก่อนจะคิดเป็นหนี้ควรไตร่ตรองให้ดี โดยมีหลักในการจัดลำดับ การตัดสินใจก่อนเป็นหนี้ ดังนี้ 1. พิจารณาความจำเป็น 1.1 สิ่งที่จำเป็น คือ สิ่งที่ต้องใช้ในการดำรงชีวิต เช่น ปัจจัยสี่ (ที่อยู่อาศัย เสื้อผ้า อาหาร และยารักษา โรค) 1.2 สิ่งที่ไม่จำเป็น คือ สิ่งที่หากไม่มีก็ยังสามารถดำรงชีวิตอยู่ต่อไปได้หรือมีสิ่งอื่นทดแทนกันได้ เช่น ต้องการมีโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุด ทั้งที่เครื่องเดิมยังใช้ได้อยู่ 2. พิจารณาความเร่งด่วน ไตร่ตรองดูว่าสามารถรอได้หรือไม่ มีความเร่งด่วน มากน้อยแค่ไหน 2.1 หากเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น ให้พิจารณาว่ามีความเร่งด่วนหรือไม่สามารถรอได้หรือไม่ - หากรอได้ก็ค่อยวางแผนทยอยเก็บเงินจนครบแล้วค่อยซื้อ - หากรอไม่ได้ก็ควรเลือกนำเงินออมเผื่อฉุกเฉินออกมาใช้ แล้วรีบเก็บ เงินเติมเข้าไปใหม่ หากไม่ เพียงพอจึงค่อยกู้ยืม 2.2 หากเป็นสิ่งไม่จำเป็น ก็ควรตัดใจไม่ซื้อ หรือหากจะซื้อ ก็ควรเป็น การเก็บเงินเพื่อซื้อแทนการก่อหนี้ 3. ประเมินความสามารถในการชำระหนี้ นอกจากพิจารณาตามความจำเป็น และความเร่งด่วนแล้ว ควรต้องประเมิน ความสามารถในการชำระหนี้ ด้วย โดยภาระหนี้ที่ต้องผ่อนต่อเดือน (หนี้เก่าบวกหนี้ใหม่) ไม่ควรเกิน 1 ใน 3 (33%) ของรายได้ต่อเดือน ตัวอย่าง หากได้รับเงินเดือน 15,000 บาท ภาระหนี้ที่ต้องจ่ายก็ไม่ควรเกิน 5,000 บาท ต่อเดือน (15,000 ÷ 3) เพื่อให้สามารถชำระหนี้ได้โดยไม่กระทบกับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และทำให้สุขภาพจิตของตนเองดี ไม่ต้อง เครียดว่าจะมีเงินพอใช้ตลอดทั้งเดือนหรือไม่ นอกจากนี้ หากเรามีหนี้มากในขณะที่ภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันก็มี มากอยู่แล้ว อาจทำให้เรามีปัญหาการเงินและต้องไปก่อหนี้เพิ่มขึ้นอีก 2 ลักษณะของสินเชื่อรายย่อยและการคำนวณดอกเบี้ย สินเชื่อเป็นบริการทางการเงินของสถาบันการเงินที่สำคัญอย่างหนึ่งในระบบ เศรษฐกิจของประเทศ เพราะ เป็นแหล่งเงินทุนที่สำคัญ ทั้งสำหรับผู้บริโภครายย่อยที่ต้องการ เงินเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค เช่น สินเชื่อบ้าน สินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล หรือ ทั้งสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจที่ต้องการเงินทุนไปขยายกิจการ ในบทเรียน นี้จะกล่าวถึงสินเชื่อ รายย่อย เนื่องจากเป็นสินเชื่อที่ใกล้ตัวและเกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันของประชาชน ทำความรู้จักสินเชื่อรายย่อย สินเชื่อรายย่อยเป็นสินเชื่อที่ให้แก่บุคคลธรรมดา เพื่อนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น ซื้อบ้าน เช่าซื้อรถ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะไม่ได้นำไปใช้ในการประกอบธุรกิจ ในที่นี้ขอกล่าวถึงสินเชื่อรายย่อยและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ช่วยให้ ผู้ใช้บริการได้รับสินค้าและบริการก่อน โดยยังไม่ต้องจ่ายเงินทั้งก้อนในทันที ดังนี้