The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Paphangkorn Laoakkharani, 2020-08-05 02:03:19

41 มัทธิว

41 มัทธิว

ข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์
เรียบเรียงโดยท่านมทั ธิว

ทาํ ความเขา้ ใจพระคมั ภีร์
(อธิบายขอ้ พระคมั ภีร์แบบแบพ๊ ติสอิสระ)

โดย ดร. เดวดิ เอช. ซอเรนสนั

นอร์ธสตาร์ มินิสตรีส์
(พนั ธกิจของคริสตจกั รแบพ๊ ติสนอร์ธสตาร์)

1820 ถ. เวสต์ มอร์แกน
ดิวลธั , มินเนโซตา้ 55811

218-726-0209

ปรับปรุงครังทีสอง
สงวนลิขสิทธิ 2007
นอร์ธสตาร์ มินิสตรีส์
1820 ถ. เวสต์ มอร์แกน
ดิวลธั , มินเนโซตา้ 55811

มิชชนั นารีชาวอเมริกนั ควรติดต่อ ดร. เดวดิ ซอเรนสนั
เพือขออนุญาตก่อนใชเ้ นือหาอธิบายขอ้ พระคมั ภีร์นี

[email protected]

ข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์

เรียบเรียงโดยท่านมทั ธิว

บทนําสู่หนังสือมัทธิว: ข่าวประเสริฐทีเรียบเรียงโดยท่านมทั ธิวถกู เขียนโดยอัครสาวก
มทั ธิว ซึงมีอีกชือว่าเลวี วนั ทีหนงั สือนีถกู เขียนขึนไม่เป็นทีทราบแน่ชัด ถึงแม้ว่าบางคนเสนอว่า
น่าจะถกู เขียนขึนในปี ค.ศ. 37 มทั ธิวเป็นหนึงในอคั รสาวกสิบสองคนของพระเยซู และเป็นคน
เกบ็ ภาษีให้กบั ชาวโรมนั ด้วยก่อนทีเขากลบั ใจรับเชือพระคริสต์

ข่าวประเสริฐของท่านมทั ธิวมีความเป็นเอกลกั ษณ์จากกิตติคุณทังสีเล่มตรงทีว่ามนั นาํ
เสนอการรับใช้ของพระคริสต์จากมมุ มองของชนชาติยิว เขาจึงเขียนจากมมุ มองของคนยิวและ
ให้รายละเอียดหลายประการทีคนทีมีความคิดแบบยิวจะเข้าใจได้ มทั ธิวนาํ เสนอพระคริสต์ใน
ฐานะเป็นจอมกษตั ริย์และกล่าวถึงอาณาจักรทีจะมาถึงของพระองค์ด้วย ดงั นนั เนือหาส่วนใหญ่
ของหนังสือเล่มนีจึงจะถกู นาํ เสนอจากมมุ มองของอาณาจักรของพระเจ้า อาณาจักรนนั เป็นสิงที
พวกยิวในสมยั นันโหยหาในการทีจะโยนทิงแอกทรราชของโรมและสถาปนาอาณาจกั รใน
ประวตั ิศาสตร์ของพวกเขาขึนมาใหม่ ซึงถกู ตัดขาดไปนานนับตังแต่การทีพวกเขาถกู จับเป็น
เชลยไปยงั กรุงบาบิโลน อย่างไรกต็ ามพระเยซูทรงบรรยายและนิยามเกียวกบั อาณาจักรทีจะมา
นันในแง่ฝ่ ายวิญญาณ อาณาจักรนันจะถกู ค้นพบในตวั พระองค์ผ้ทู รงเป็นจอมกษตั ริย์ของ
อาณาจักรนนั พระองค์ทรงนาํ เสนอตัวเองแก่ประชาชนของพระองค์ตลอดการรับใช้ของ
พระองค์ อย่างไรกต็ าม คนอิสราเอลส่วนใหญ่กป็ ฏิเสธพระองค์ทันที

หนงั สือมัทธิวจึงเป็นข่าวประเสริฐสาํ หรับชนชาติอิสราเอลโดยเฉพาะ ถึงแม้เป็นเช่นนนั
เพราะมนั เล่าเรืองราวเกียวกบั การสินพระชนม์และการฟื นคืนพระชนม์ของพระคริสต์ มนั จึง
เป็นข่าวประเสริฐสาํ หรับคนทังโลกด้วย

ภาพรวมของมัทธิว 1: บทที 1 บนั ทึกอย่สู องเรือง นนั คือ (1) ลาํ ดบั พงศ์ของโยเซฟ และ
(2) การประสูติของพระเยซูคริสต์

มธ 1:1 หนังสือลาํ ดบั พงศ์พนั ธ์ุของพระเยซูคริสต์ ผู้ทรงเป็ นบุตรของดาวดิ
ผู้ทรงเป็ นบุตรของอบั ราฮัม อคั รสาวกมทั ธิวเริมตน้ ข่าวประเสริฐของเขาดว้ ยความเห็นเกรินนาํ ที
วา่ "หนงั สือลาํ ดบั พงศพ์ นั ธุ์ของพระเยซูคริสต"์ คาํ ทีแปลวา่ ลาํ ดับพงศ์พนั ธ์ุ คอื เกะเนะซิส สิงที
ถูกบนั ทึกไวต้ รงนีจงึ เป็นลาํ ดบั เชือสายและวงศต์ ระกลู (นนั คือ แหล่งกาํ เนิด) ของพระเยซูคริสต์
ในระดบั ธรรมชาติแลว้ มนั คือลาํ ดบั พงศพ์ นั ธุฝ์ ่ ายมนุษยข์ องพระองค์ เราควรหมายเหตุไวว้ า่
มทั ธิวพยายามอยา่ งมากทีจะสืบคน้ ลาํ ดบั พงศพ์ นั ธุ์ฝ่ ายยิวของพระเยซูคริสตผ์ า่ นทางดาวดิ ยอ้ น
กลบั ไปถึงอบั ราฮมั

มทั ธิวจึงกล่าววา่ องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราทรงเป็น "บุตรของดาวดิ ผทู้ รงเป็นบุตรของอบั
ราฮมั " เพราะเหตุทีกลุ่มผอู้ ่านเป้ าหมายของมทั ธิวคือ พวกยวิ เขาจึงพ่งุ ตรงไปทีลาํ ดบั พงศพ์ นั ธุ์
ของพระเยซูคริสต์ จริงๆแลว้ พระองคท์ รงเป็นบุตรของดาวดิ พระองคจ์ ึงทรงเป็นทายาทของ
พนั ธสญั ญาของดาวดิ ทีพระเจา้ ไดท้ รงกระทาํ กบั ชนชาติอสิ ราเอล พระองคจ์ ึงทรงเป็นเชือสาย
กษตั ริยแ์ ละเป็นทายาทสืบราชบลั ลงั กข์ องชนชาติอิสราเอล

นอกจากนี พระเยซูยงั ทรงเป็นบุตรของอบั ราฮมั และเป็นทายาทของพนั ธสัญญาทีทรง
กระทาํ ไวก้ บั อบั ราฮมั ดว้ ย ในฐานะเป็นเชือสายของอบั ราฮมั พระองคจ์ ึงทรงเป็นอนั หนึงอนั
เดียวกนั กบั ยวิ ทุกคนทีจะไดย้ นิ เกียวกบั พระองคส์ ักวนั หนึง พระองคท์ รงเป็นพวกเดียวกบั คน
เหล่านนั ดว้ ยเหตุนีพระองคจ์ งึ ไม่เพยี งเป็นยวิ เท่านนั แต่ยงั เป็นเชือสายกษตั ริยข์ องอิสราเอลดว้ ย

มธ 1:2-5 ตรงนีมทั ธวิ เริมต้นลาํ ดบั พงศ์พนั ธ์ุของพระคริสต์ตังแต่อบั ราฮัมและ
เปลยี นมาพูดถงึ ตระกูลยูดาห์ทนั ที อบั ราฮัมให้กาํ เนิดบุตรชืออสิ อคั อสิ อคั ให้กาํ เนดิ บุตรชือยา
โคบ ยาโคบให้กาํ เนดิ บุตรชือยูดาห์และพนี ้องของเขา 3 ยูดาห์ให้กาํ เนิดบุตรชือเปเรศกบั เศ-ราห์
เกดิ จากนางทามาร์ เปเรศให้กาํ เนิดบุตรชือเฮสโรน เฮสโรนให้กาํ เนิดบุตรชือราม 4 รามให้กาํ เนิด
บุตรชืออมั มนี าดบั อมั มนี าดบั ให้กาํ เนดิ บุตรชือนาโชน นาโชนให้กาํ เนิดบุตรชือสัลโมน 5 สัล
โมนให้กาํ เนิดบุตรชือโบอาสเกดิ จากนางราหบั โบอาสให้กาํ เนิดบุตรชือโอเบดเกดิ จากนางรูธ

โอเบดให้กาํ เนดิ บุตรชือเจสซี เห็นได้ชัดว่าลาํ ดับพงศ์พนั ธ์ุของพระเยซูคริสต์มรี ากเหง้าอยู่ใน
บรรดาพ่อหมู่ของชนชาตอิ สิ ราเอล นันคอื ในอบั ราฮัม อสิ อคั และยาโคบ มทั ธวิ ต้องการทจี ะ
แน่ใจว่าผู้อ่านทเี ป็ นยวิ ของเขานันเข้าใจในเรืองนี

จากนนั เราสงั เกตวา่ ลาํ ดบั พงศข์ องพระเยซูสืบต่อมาผา่ นทางตระกลู ของโบอาสและผา่ น
ทางนางราหบั ผเู้ ป็นหญิงโสเภณี ถึงแมว้ า่ มีช่องวา่ งในดา้ นอายอุ ยบู่ า้ ง แต่เห็นไดช้ ดั วา่ นางราหบั
ผเู้ ป็นหญิงโสเภณีแห่งเมืองเยรีโค เป็นมารดาของโบอาส สุดทา้ ยโบอาสกแ็ ต่งงานกบั นางรูธผใู้ ห้
กาํ เนิดโอเบด เขาเป็นป่ ูของดาวดิ เราอาจกล่าวไดว้ า่ ผหู้ ญิงทงั สามคนในลาํ ดบั พงศน์ ี คอื นางทา
มาร์ นางราหบั และนางรูธ เป็นคนต่างชาติ นนั ไม่ใช่เรืองบงั เอิญ พระเจา้ ทรงวางรากฐานสาํ หรับ
ชนชาติอสิ ราเอลไวต้ งั แต่แรกเพอื ทีจะเตรียมเจา้ สาวต่างชาติไวส้ าํ หรับพระบุตรทีจะเสดจ็ มาของ
พระองค์

มธ 1:6-11 จากนนั ลาํ ดบั พงศข์ องพระคริสตก์ ส็ ืบต่อมาผา่ นทางเชือสายกษตั ริยข์ อง
ดาวดิ เท่านนั จนถึงสมยั ทีพวกยวิ ถูกกวาดตอ้ นไปเป็นเชลยยงั กรุงบาบิโลน เจสซีให้กาํ เนิดบุตร
ชือดาวดิ ผู้เป็ นกษตั ริย์ ดาวดิ ผู้เป็ นกษตั ริย์ให้กาํ เนิดบุตรชือซาโลมอน เกดิ จากนางซึงแต่ก่อนเป็ น
ภรรยาของอรุ ีอาห์ 7 ซาโลมอนให้กาํ เนดิ บุตรชือเรโหโบอมั เรโหโบอมั ให้กาํ เนิดบุตรชืออาบยี าห์
อาบยี าห์ให้กาํ เนิดบุตรชืออาสา 8 อาสาให้กาํ เนิดบุตรชือเยโฮชาฟัท เยโฮชาฟัทให้กาํ เนิดบุตรชือ
โยรัม โยรัมให้กาํ เนิดบุตรชืออุสซียาห์ 9 อสุ ซียาห์ให้กาํ เนิดบุตรชือโยธาม โยธามให้กาํ เนิดบุตร
ชืออาหสั อาหัสให้กาํ เนดิ บุตรชือเฮเซคยี าห์ 10 เฮเซคยี าห์ให้กาํ เนิดบุตรชือมนัสเสห์ มนัสเสห์ให้
กาํ เนิดบุตรชืออาโมน อาโมนให้กาํ เนดิ บุตรชือโยสิยาห์ 11 โยสิยาห์ให้กาํ เนิดบุตรชือเยโคนิยาห์
กบั พวกพนี ้องของเขา เกดิ เมอื คราวพวกเขาต้องถูกกวาดไปเป็ นเชลยยงั กรุงบาบโิ ลน คนเหล่านี
คือกษตั ริยข์ องยดู าห์ตามทีมีบนั ทึกไวใ้ น 2 พงศาวดารไปจนถึงการกวาดตอ้ นไปเป็นเชลยยงั กรุง
บาบิโลนซึงเป็นตอนทีอาณาจกั รของยดู าหถ์ กู ตดั ออกไป ถึงแมว้ า่ เศเดคิยาหเ์ ป็นกษตั ริยอ์ งค์
สุดทา้ ยของยดู าห์ แต่ชือของเขากไ็ ม่ไดถ้ กู เอ่ยถึงทงั ๆทีเขาเป็นพีนอ้ งของเยโคนิยาห์ อยา่ งไร
กต็ าม มทั ธิวกก็ ล่าววา่ “เยโคนิยาห์กบั พวกพนี อ้ งของเขา” ซึงเท่ากบั เขาหมายรวมถึงเยโฮยาคิม
และเศเดคิยาห์ดว้ ย

มธ 1:12-15 จากนนั ลาํ ดบั พงศข์ องพระคริสตก์ ส็ ืบต่อมาทางเชือสายกษตั ริยใ์ นช่วง
การกวาดตอ้ นไปเป็นเชลย การกลบั จากการเป็นเชลย และช่วงระหวา่ งพระคมั ภีร์เดิมและพระ
คมั ภีร์ใหม่ หลงั จากพวกเขาต้องถูกกวาดไปยงั กรุงบาบิโลนแล้ว เยโคนยิ าห์กใ็ ห้กาํ เนดิ บุตรชือ
เชอลั ทเิ อล เชอลั ทเิ อลให้กาํ เนดิ บุตรชือเศรุบบาเบล 13 เศรุบบาเบลให้กาํ เนิดบุตรชืออาบอี ูด อาบี
อูดให้กาํ เนดิ บุตรชือเอลยี าคมิ เอลยี าคมิ ให้กาํ เนิดบุตรชืออาซอร์ 14 อาซอร์ให้กาํ เนิดบุตรชือศา
โดก ศาโดกให้กาํ เนิดบุตรชืออาคมิ อาคมิ ให้กาํ เนิดบุตรชือเอลอี ูด 15 เอลอี ดู ให้กาํ เนดิ บุตรชือเอ
เลอาซาร์ เอเลอาซาร์ให้กาํ เนิดบุตรชือมทั ธาน มทั ธานให้กาํ เนิดบุตรชือยาโคบ

มธ 1:16 จากนนั มทั ธิวกไ็ ล่ลาํ ดบั พงศม์ าจนถึงโยเซฟ ผเู้ ป็นสามขี องนางมารีย์ ยา
โคบให้กาํ เนิดบุตรชือโยเซฟ สามขี องนางมารีย์ พระเยซูทเี รียกว่าพระคริสต์กท็ รงบังเกดิ มาจาก
นางมารีย์ เราควรหมายเหตุไวว้ า่ มีการเปลียนวธิ ีใชค้ าํ พดู ตรงนี โยเซฟไม่ไดใ้ ห้กาํ เนิดพระเยซู
คาํ ทีแปลวา่ ให้กาํ เนิด (เกน็ นาโอ) เป็นคาํ ทีสือถึงบทบาทของผชู้ ายในการสืบพนั ธุ์ มารียเ์ ป็นผู้
คลอดพระเยซู แต่โยเซฟไม่ไดเ้ ป็นผใู้ ห้กาํ เนิดพระเยซู เห็นไดช้ ดั วา่ มทั ธิวกาํ ลงั วางรากฐานความ
จริงเรืองการประสูติจากหญิงพรหมจารีซึงจะถูกเปิ ดเผยในขอ้ 23 กระนนั ขอ้ เทจ็ จริงกย็ งั อยู่
เหมือนเดิมทีวา่ มารียเ์ ป็นผคู้ ลอดพระเยซู แต่โยเซฟไม่ไดเ้ ป็นผใู้ หก้ าํ เนิดพระองค์

ตรงนีคาํ วา่ พระคริสต์ ปรากฏเป็นครัังทีสองในพระคมั ภีร์ ครังแรกอยใู่ นมทั ธิว 1:1 คาํ ที
แปลเช่นนนั (คริสตอส) มคี วามหมายตรงตวั วา่ 'ผไู้ ดร้ ับการเจิม' หรือ 'พระเมสสิยาห์' ในความ
คิดของพวกยวิ แลว้ ผไู้ ดร้ ับการเจิมกค็ ือกษตั ริยข์ องอิสราเอล หรือพระเมสสิยาห์นนั เอง คาํ ๆนี
ชวนใหเ้ รานึกถึงวธิ ีการเจิมกษตั ริยข์ องพวกยวิ เพอื เขา้ รับตาํ แหน่ง ดงั นนั ผไู้ ดร้ ับการเจิมจึงหมาย
ถึงพระเยซูผทู้ รงเป็นกษตั ริยห์ รือพระเมสสิยาห์ ซึงเป็นกษตั ริยข์ องอิสราเอลทีมีคาํ สัญญาไวม้ า
นานวา่ จะเสดจ็ มา มทั ธิวจึงพยายามอยา่ งมากในการเขียนลาํ ดบั พงศพ์ นั ธุ์ยาวเหยยี ดเพอื ทีจะ
แสดงใหเ้ ห็นถึงการเป็นทายาทกษตั ริยข์ องพระเยซูซึงทรงสืบเชือสายมาจากกษตั ริยด์ าวดิ

มธ 1:17 มทั ธิวจึงหมายเหตุไวอ้ ยา่ งน่าสนใจวา่ ดงั นัน ตังแต่อบั ราฮัมลงมาจนถงึ
ดาวดิ จงึ เป็ นสิบสีชัวคน และนับตงั แต่ดาวดิ ลงมาจนถงึ ต้องถูกกวาดไปเป็ นเชลยยงั กรุงบาบิโลน
เป็ นเวลา สิบสีชัวคน และนับตังแต่ต้องถูกกวาดไปเป็ นเชลยยงั กรุงบาบโิ ลนจนถงึ พระคริสต์เป็ น

สิบสี ชัวคน มีสิบสีชวั อายคุ นไล่ตงั แต่อบั ราฮมั จนถึงดาวดิ สิบสีอายคุ นไล่ตงั แต่ดาวดิ จนถึงการก
วาดตอ้ นไปยงั บาบิโลน และสิบสีชวั อายคุ นตงั แต่การกวาดตอ้ นมาจนถึงพระคริสต์ นนั เท่ากบั มี
ทงั หมดสีสิบสองชวั อายคุ น (อ่าน Chronology of the Old Testament ของ Floyd Jones สาํ หรบั
รายละเอียดทางคณิตศาสตร์เพมิ เติมเกียวกบั สีสิบสองชวั อายคุ นทีวา่ นี) ปกตแิ ลว้ พระเจา้ ทรง
กระทาํ กิจตามลาํ ดบั เลขเจด็ ในสีสิบสองชวั อายคุ นนีมีเจด็ อยหู่ กชุด นีอาจสือวา่ เจด็ ชวั อายคุ นชุด
สุดทา้ ยทีเป็นของพระคริสตแ์ ละอาณาจกั รทีจะมาของพระองคน์ นั ยงั มาไม่ถึง นนั อาจมาถึงใน
ช่วงยคุ เจด็ ปี เมือพระเยซูคริสตจ์ ะทรงเป็นกษตั ริยจ์ ริงๆ นีจึงสือวา่ อาจมีคนยวิ เจด็ ชวั อายคุ นในวนั
นนั

มธ 1:18 ตงั แต่ตรงนีไปจนจบบทนี คือ บนั ทึกเกียวกบั การประสูติของพระเยซู
คริสต์ อีกครังทีมนั ถูกเล่าจากมุมมองของคนยวิ และถูกเขียนเพือใหค้ นยวิ ไดอ้ ่าน มทั ธิวจึงเขียน
วา่ เรืองพระกาํ เนิดของพระเยซูคริสต์เป็ นดงั นี คอื มารีย์ผู้เป็ นมารดาของพระเยซูนัน เดมิ โยเซฟ
ได้สู่ขอหมนั กนั ไว้แล้ว ก่อนทจี ะได้อยู่กนิ ด้วยกนั กป็ รากฏว่า มารีย์มคี รรภ์แล้วด้วยเดชพระ
วญิ ญาณบริสุทธิ

เราเห็นวา่ นางมารียไ์ ดถ้ ูก 'สู่ขอหมนั กนั ไว'้ กบั โยเซฟแลว้ ในตอนนนั อยา่ งไรกต็ าม
ธรรมเนียมการหมนั ของพวกยวิ กถ็ ือวา่ ทงั สองคนไดแ้ ต่งงานกนั อยา่ งถูกตอ้ งตามกฎหมายแลว้
แมจ้ ะไม่มีการจดั พิธีสมรสกต็ าม มทั ธิวกล่าวต่อไปวา่ “ก่อนทีจะไดอ้ ยกู่ ินดว้ ยกนั ” ในฐานะที
เป็นคนยวิ ทีชอบธรรมและดาํ เนินตามทางของพระเจา้ พวกเขากไ็ ม่ไดม้ ีเพศสัมพนั ธ์กนั ก่อน
แต่งงาน ถึงแมว้ า่ พวกเขาไดห้ มนั กนั ไวแ้ ลว้ กต็ าม

กระนนั มารียก์ ็ “มีครรภแ์ ลว้ ดว้ ยเดชพระวญิ ญาณบริสุทธิ” มารียม์ ีครรภไ์ ม่ใช่เพราะโย
เซฟ แต่เป็นมาจากพระวญิ ญาณบริสุทธิ ตรงนีเราเห็นชดั เจนถึงการปฏิสนธิอยา่ งมหศั จรรยข์ อง
พระเยซูคริสต์ พระองคท์ รงถูกใหก้ าํ เนิดโดยพระเจา้ คือ พระวญิ ญาณบริสุทธิ

มธ 1:19 ลองคิดดูถึงความตกใจและความสบั สนทีโยเซฟคงมี แต่โยเซฟสามขี อง
เธอเป็ นคนชอบธรรม ไม่พอใจทจี ะแพร่งพรายความเป็ นไปของเธอ หมายจะถอนหมนั เสียลบั ๆ
ก่อนหนา้ นนั เขาคิดวา่ ผทู้ ีจะเป็นเจา้ สาวของเขานนั เป็นคนบริสุทธิและเป็นหญิงพรหมจารี ตอน

นีโยเซฟมารู้วา่ นางตงั ครรภแ์ ลว้ และเดก็ ในทอ้ งไม่ไดเ้ ป็นลูกของเขา ภายใตบ้ ญั ญตั ิของยวิ การ
ถอนหมนั กเ็ ป็นเรืองทีทาํ ไดใ้ นสถานการณ์เช่นนนั อนั ทีจริงแลว้ ภายใตบ้ ญั ญตั ิของยวิ เขา
สามารถพานางไปอยตู่ ่อหนา้ สภาซานเฮดรินและตงั ขอ้ หานางวา่ เล่นชูก้ ไ็ ด้ โทษของนางกค็ ือ
ความตาย (การหมนั กถ็ ือวา่ เป็นการแต่งงานแลว้ ภายใตบ้ ญั ญตั ิของยวิ ) แต่โยเซฟเป็นคนชอบ
ธรรมและนีกส็ ือดว้ ยวา่ เขาเป็นคนมีใจเมตตา แทนทีจะทาํ ใหน้ างไดร้ ับความอปั ยศต่อหนา้
ธารกาํ นลั โดยตงั ขอ้ หานาง เขากลบั คิดทีจะหยา่ นางอยา่ งเงียบๆ เขาคงรู้สึกหนกั ใจและเครียด
อยา่ งมากแน่นอน เราคงไดแ้ ต่จินตนาการบทสนทนาทีเกิดขึนระหวา่ งเขาและมารียใ์ นตอนนนั
มารียท์ ราบแลว้ วา่ เกิดอะไรขึนกบั ตวั เอง (ลูกา 1:30-35) แต่เห็นไดช้ ดั วา่ โยเซฟไม่เชือนาง

มธ 1:20 แต่เมอื โยเซฟยงั คดิ ในเรืองนีอยู่ ดูเถิด มที ูตสวรรค์ขององค์พระผู้เป็ นเจ้า
มาปรากฏแก่โยเซฟในความฝันว่า “โยเซฟ บุตรดาวดิ อย่ากลวั ทจี ะรับมารีย์มาเป็ นภรรยาของ
เจ้าเลย เพราะว่าผู้ซึงปฏสิ นธิในครรภ์ของเธอเป็ นโดยเดชพระวญิ ญาณบริสุทธิ ขณะทีเขากาํ ลงั
ใคร่ครวญเรืองทงั หมดนีอยู่ ทูตสวรรคข์ ององคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ กป็ รากฏแก่เขาในความฝันและ
กล่าววา่ “โยเซฟ บุตรดาวดิ อยา่ กลวั ทีจะรับมารียม์ าเป็นภรรยาของเจา้ เลย เพราะวา่ ผซู้ ึงปฏิสนธิ
ในครรภข์ องเธอเป็นโดยเดชพระวญิ ญาณบริสุทธิ”

คาํ ทีแปลวา่ ปฏสิ นธิ (เกน็ นาโอ) เป็นคาํ กรีกคาํ เดียวกบั ทีถูกแปลเป็น ให้กาํ เนิด ในขอ้ 16
อีกครังทีนีเป็นคาํ ทีสือถึงการปฏิสนธิของผ้ชู าย นางตงั ครรภโ์ ดยพระวญิ ญาณบริสุทธิ ดงั นนั การ
ปฏิสนธิของมารียจ์ ึงเป็นมาโดยพระวญิ ญาณของพระเจา้ ทีน่าสนใจอีกกค็ ือวา่ “ทูตสวรรคข์ อง
องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ” เรียกโยเซฟวา่ “บุตรดาวดิ ” โยเซฟคงไม่เคยคิดถึงตวั เองในแง่นนั บ่อยนกั
อยา่ งไรกต็ าม พระเจา้ คงกาํ ลงั เตือนความจาํ โยเซฟถึงการเป็นเชือสายกษตั ริยข์ องเขาขณะทีเขารู้
วา่ เขาจะไดเ้ ป็นพ่อเลียงของพระบุตรของพระเจา้ ทตู สวรรคท์ ีถูกพดู ถึงตรงนีไม่ปรากฏชือ เขา
อาจเป็นคนเดียวกบั ทีมาแจง้ ข่าวใหน้ างมารียท์ ราบในลกู า 1:26 กไ็ ด้ ซึงกค็ ือ กาเบรียล

มธ 1:21 ทูตสวรรคอ์ งคน์ ีจึงประกาศวา่ และเธอจะประสูตบิ ุตรชาย และเจ้าจะ
เรียกนามของท่านว่า เยซู ชือ เยซู จริงๆแลว้ แปลวา่ 'ผชู้ ่วยใหร้ อด' อยา่ งไรกต็ าม กม็ คี วามหมาย
ตรงตวั วา่ 'พระเยโฮวาห์ทรงเป็นพระผชู้ ่วยใหร้ อด' หรือ 'องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ทรงเป็นความรอด'

มนั มีทีมาจากคาํ ในพระคมั ภีร์เดิมวา่ เยโฮชูวา ซึงปกติแลว้ แปลวา่ 'โยชูวา' (นีสือชดั เจนวา่ พระ
เยซูคริสตท์ รงเป็นองคเ์ ดียวกบั พระเยโฮวาหใ์ นพระคมั ภีร์เดิม) ทูตสวรรคอ์ งคน์ ีกล่าวต่อไปอีกวา่
"เพราะว่าท่านจะโปรดช่วยชนชาติของท่านให้รอดจากความผดิ บาปของเขาทงั หลาย” จุด
ประสงคข์ องการเสด็จมาของพระคริสตก์ ถ็ ูกแสดงในการแจง้ ข่าวเกียวกบั การปฏิสนธิของ
พระองคใ์ หโ้ ยเซฟทราบ พระองคเ์ สดจ็ มาเพอื แสวงหาและช่วยผทู้ ีหลงหายใหร้ อด เราสงั เกต
เห็นอีกวา่ ทูตสวรรคอ์ งคน์ ีสังใหโ้ ยเซฟตงั ชือบุตรของมารีย์ ในฐานะเป็นหวั หนา้ ครอบครัวใหม่
นี โยเซฟกท็ าํ ตามทีถกู สงั ดู ขอ้ 25

มธ 1:22-23 ตรงนีเรากม็ าถึงทีหนึงจากหลายทีในหนงั สือมทั ธิวทีเขายกคาํ พดู จากพระ
คมั ภีร์เดิมโดยตรง (ในหนงั สือมทั ธิว มีการยกขอ้ ความจากพระคมั ภีร์เดิมโดยเฉลียแลว้ คือ หนึง
ครังต่อหนึงบท) บดั นีบรรดาสิงเหล่านีเกดิ ขนึ เพอื จะให้สําเร็จตามคาํ ตรัสขององค์พระผู้เป็ นเจ้า
โดยศาสดาพยากรณ์ว่า 23 ‘ดูเถดิ หญงิ พรหมจารีคนหนึงจะตงั ครรภ์ และจะคลอดบุตรชายคน
หนงึ และเขาจะเรียกนามของท่านว่า อมิ มานูเอล ซึงแปลว่า พระเจ้าทรงอยู่กบั เรา’ ขอ้ ความนียก
มาจากอิสยาห์ 7:14

อิสยาห์พยากรณ์ไวว้ า่ สกั วนั หนึงหญิงพรหมจารีคนหนึงจะคลอดพระเมสสิยาห์ นี
เป็นการทาํ ใหค้ าํ พยากรณ์นนั สาํ เร็จจริงๆ การปฏิเสธคาํ สอนเรืองการประสูติจากหญิงพรหมจารี
ของพระเยซูคริสต(์ เหมอื นอยา่ งทีพวกแนวคดิ เสรีส่วนใหญ่กระทาํ ) กเ็ ท่ากบั เป็นการปฏิเสธคาํ
กล่าวทีชดั เจนของพระวจนะของพระเจา้ รวมถึงหลกั ฐานแวดลอ้ มอืนๆดว้ ยซึงสนบั สนุนเรืองดงั
กล่าว

ขอ้ พระคมั ภีร์ทียกมานีกล่าวล่วงหนา้ ถึงการที “เขาจะเรียกนามของท่านวา่ อิมมานูเอล”
เราควรหมายเหตุไวว้ า่ มารียแ์ ละโยเซฟไม่ไดถ้ กู สังใหต้ งั ชือพระองคว์ า่ อิมมานูเอล แต่พวกเขาได้
รับคาํ สังใหต้ งั ชือพระองคว์ า่ เยซู แต่คนอืนๆจะเรียกพระองคว์ า่ อิมมานูเอลเพอื ทาํ ใหค้ าํ พยากรณ์
ในพระคมั ภีร์เดิมสาํ เร็จ ชืออิมมานเู อล ในภาษาฮีบรูมีความหมายตรงตวั วา่ “พระเจา้ ทรงอยกู่ บั
เรา” เหมือนทีมทั ธิวไดเ้ ขียนไวแ้ ลว้

มธ 1:24-25 ดว้ ยเหตุนี ครันโยเซฟตนื ขนึ กก็ ระทาํ ตามคาํ ซึงทูตสวรรค์ขององค์พระผู้

เป็ นเจ้าสังเขานัน คอื ได้รับมารีย์มาเป็ นภรรยา โยเซฟไม่เสียเวลาเลย เขาทาํ ตามทีถกู สงั ใหท้ าํ
และรับนางมาเป็นภรรยาของเขา เพอื รักษาความจริงแทข้ องการประสูติจากหญิงพรหมจารีของ
พระคริสต์ 25 แต่มไิ ด้ร่วมรู้กบั เธอจนประสูติบุตรชายหวั ปี แล้ว กล่าวง่ายๆกค็ อื โยเซฟไม่ไดร้ ่วม
หลบั นอนกบั มารียจ์ นกวา่ นางคลอดพระเยซูแลว้ และโยเซฟเรียกนามของบุตรนันว่า เยซู ตามที
ทตู สวรรคอ์ งคน์ นั สัง เห็นไดช้ ดั วา่ โยเซฟเป็นคนชอบธรรมและดาํ เนินตามทางของพระเจา้ จริงๆ
โดยเห็นไดจ้ ากการทีเขาเชือฟังคาํ บญั ชาต่างๆของพระเจา้

******
ภาพรวมของมทั ธิว 2: บททีเราคุ้นเคยนีเป็นเรืองทีมกั เล่าในเทศกาลคริสตมาส มนั มี
เนือหาเกียวกบั การมาของพวกนกั ปราชญ์ การทีเฮโรดสังประหารเดก็ และการทีครอบครัวของ
พระเยซูหนีเข้าไปในอียิปต์ ประเดน็ หลกั ของบทนีคือ การเสดจ็ มาของกษตั ริย์ของพวกยิว เฮ
โรดเข้าใจเรืองนีดีเขาจึงรีบลงมือ
มธ 2:1 ครันพระเยซูได้ทรงบังเกดิ ทบี ้านเบธเลเฮมแคว้นยูเดยี ในรัชกาลของ
กษตั ริย์เฮ โรด ดูเถดิ มพี วกนักปราชญ์จากทศิ ตะวนั ออกมายงั กรุงเยรูซาเลม็ พระเยซูทรงประสู
ติในเบธเลเฮมในช่วงปี หลงั ๆของรัชกาลของเฮโรดมหาราช เฮโรดเป็นผนู้ าํ ทีมีอาํ นาจมากและ
เหียมโหดซึงปกครองแควน้ ยเู ดียซึงตกอยใู่ นอาํ นาจของโรม และเป็นไปไดท้ ีวา่ เฮโรดเสียชีวติ
หลงั จากทีพระเยซูประสูตไิ ดไ้ ม่นาน มทั ธิวกล่าวถึง “พวกนกั ปราชญจ์ ากทิศตะวนั ออก” คน
เหล่านีน่าจะเป็นผทู้ ีชาวบาบิโลนถือวา่ เป็นพวกนกั ดาราศาสตร์ แพทย์ หรือธรรมาจารย์ เพราะคาํ
ทีแปลวา่ พวกนักปราชญ์ (มากอส) เป็นคาํ ของบาบิโลนหรือไม่กข็ องเปอร์เซีย มนั จึงเป็นไปได้
วา่ คนเหล่านีมาจากดินแดนดงั กล่าว นนั เป็นไปไดเ้ พราะวา่ พวกเขาน่าจะรู้จกั พระคมั ภีร์ของคน
ฮีบรู พวกยวิ จาํ นวนมหาศาลเคยอยใู่ นพืนทีดงั กล่าวเป็นเวลาหลายร้อยปี ซึงเป็นผลสืบเนืองจาก
การถูกกวาดตอ้ นไปเป็นเชลยยงั กรุงบาบิโลน
มีการคาดเดาไปต่างๆนานาเกียวกบั วา่ นกั ปราชญเ์ หล่านีเห็นดาวนนั ตอนไหน บางคนคิด
วา่ มนั เป็นเวลาหลายปี ก่อนหนา้ นนั เพราะระยะเวลาทีพวกเขาตอ้ งใชใ้ นการเดินทางมายงั ประเทศ
อิสราเอล อยา่ งไรกต็ าม พวกเขาคงใชเ้ วลาแค่หนึงเดือนหรือประมาณนนั เพอื ทีจะเดินทางจาก

บริเวณอ่าวเปอร์เซียมาจนถึงกรุงเยรูซาเลม็ ถึงแมพ้ วกเขาจะเดินเทา้ มากต็ าม อีกเบาะแสหนึงกค็ ือ
การประหารเดก็ ทารกตงั แต่อายสุ องขวบลงมา ตามทีมีบอกไวใ้ น 2:16 อาจเป็นไปไดว้ า่ นกั
ปราชญเ์ หล่านีเห็นดาวดวงนนั ก่อนการมาถึงยงั กรุงเยรูซาเลม็ ของพวกเขาเป็นเวลาสองปี พวก
คนสมยั โบราณเป็นนกั ดาราศาสตร์ทีชาํ ชองและคุน้ เคยกบั ทอ้ งฟ้ ายามคาํ คืนเป็นอยา่ งดี ดาวดวง
ใหม่ทีส่องสวา่ งจึงเป็นอะไรทีควรค่าแก่การตรวจสอบ พวกเขาคงพนิ ิจพิจารณาดาวดวงนนั และ
สืบสาวเกียวกบั มนั จนไดข้ อ้ สรุปวา่ มนั เป็นการทาํ ใหก้ นั ดารวถิ ี 24:17 สาํ เร็จ ดว้ ยเหตุนีเราจึงอาจ
สรุปไดว้ า่ พระเยซูคงมีอายไุ ดส้ องปี ตอนทีพวกเขามาถงึ

มธ 2:2 ใหเ้ ราสงั เกตวา่ พวกเขาถามว่า “กมุ ารทบี งั เกดิ มาเป็ นกษตั ริย์ของชนชาติ
ยวิ นันอยู่ทไี หน เราได้เห็นดาวของท่านปรากฏขนึ ในทศิ ตะวนั ออก เราจงึ มาหวงั จะนมสั การ
ท่าน” เห็นไดช้ ดั วา่ พวกเขารู้จกั คาํ พยากรณ์ในกนั ดารวถิ ี 24:17 ในขอ้ นนั มีคาํ พยากรณ์ไวว้ า่ สกั
วนั หนึงกษตั ริยผ์ ยู้ งิ ใหญ่จะปรากฏตวั จากชนชาติอิสราเอล ผซู้ ึงจะไม่เพียงตีโมอบั เท่านนั แต่จะตี
พวกลูกหลานของเสทดว้ ย เสทกค็ ือบุตรชายคนทีสามของอาดมั และเป็นผใู้ หก้ าํ เนิดวงศว์ านที
ดาํ เนินตามทางของพระเจา้ ในสมยั โบราณ เห็นไดช้ ดั วา่ คาํ พยากรณ์ในกนั ดารวถิ ีนีกล่าววา่
กษตั ริยข์ องอิสราเอลทีจะเสดจ็ มานนั จะครอบครองมนุษยชาติทงั ปวง (นนั คือ โลก) โดยยกชู
บรรดาคนทีดาํ เนินตามทางของพระเจา้ และทาํ ลายบรรดาคนทีไม่เอาพระเจา้ นนั จะเกิดขึนจริง
ในยคุ พนั ปี

สญั ลกั ษณ์ทีแสดงวา่ คาํ พยากรณ์นีจะเกิดขึนจริงกค็ ือ ดาวดวงหนึงทีปรากฏขนึ ออกมา
จากยาโคบ (ดินแดนของอิสราเอล) พวกนกั ดาราศาสตร์และพวกโหราจารยใ์ นดินแดนตะวนั
ออกกลางสมยั โบราณรู้จกั เกียวกบั ดวงดาวในทอ้ งฟ้ าเป็นอยา่ งดี พวกเขาไดท้ าํ แผนทีดวงดาวมา
เป็นเวลาหลายร้อยปี และศกึ ษาเกียวกบั ดวงดาวอยา่ งขมีขมนั เมือดาวอนั แปลกประหลาดดวงนี
(ซึงคงมขี นาดใหญ่โตมหึมาอยา่ งแน่นอน) ปรากฏขึนทางทิศตะวนั ตก พวกเขากต็ กใจมากๆ
พระเจา้ ทรงทาํ ใหแ้ น่ใจวา่ มีนกั ปราชญบ์ างคนในพวกเขาทีรู้จกั คาํ พยากรณ์ดงั กล่าวในหนงั สือ
กนั ดารวถิ ี พวกเขาเห็นวา่ พระองคผ์ ทู้ รงเป็นจอมกษตั ริยไ์ ดท้ รงประสูติแลว้ พวกเขาจึงเริมออก
เดินทางไปยงั กรุงเยรูซาเลม็ เพือทีจะนมสั การพระองค์

มธ 2:3 นีเป็นข่าวสาํ หรับเฮโรด กษตั ริยผ์ ทู้ รงอาํ นาจซึงรกั ษาการแทนชาวโรมนั
ครันกษตั ริย์เฮโรดได้ยนิ ดังนันแล้ว ท่านกว็ ุ่นวายพระทยั ทงั ชาวกรุงเยรูซาเลม็ กพ็ ลอยวุ่นวายใจ
ไปกบั ท่านด้วย แต่แหล่งขอ้ มลู ทีน่าเชือถือกส็ นบั สนุนสิงทีเขาไดย้ นิ มนั จงึ ทาํ ใหเ้ ฮโรดตอ้ งใส่ใจ
เรืองนีอยา่ งจริงจงั

มธ 2:4 แล้วท่านให้ประชุมบรรดาปโุ รหิตใหญ่กบั พวกธรรมาจารย์ของประชาชน
ตรัสถามเขาว่า พระคริสต์นันจะบังเกดิ แห่งใด เฮโรดจึง “ใหป้ ระชุมบรรดาปุโรหิตใหญ่กบั พวก
ธรรมาจารยข์ องประชาชน ถามเขาวา่ พระคริสตน์ นั จะบงั เกิดแห่งใด” นีบ่งบอกวา่ เขาน่าจะรู้วา่ ผู้
ทีทรงประสูติมานีจะก่อใหเ้ กิดผลกระทบอะไรต่อเขาบา้ ง

มธ 2:5-6 ปุโรหิตและพวกธรรมาจารยจ์ ึงบอกเขาวา่ เขาทูลท่านว่า “ทบี ้านเบธเล
เฮมแคว้นยูเดีย เพราะว่าศาสดาพยากรณ์ได้เขยี นไว้ดังนีว่า 6 ‘บ้านเบธเลเฮมในแผ่นดนิ ยูเดีย จะ
เป็ นบ้านเลก็ น้อยทสี ุดท่ามกลางบรรดาผู้ครอบครองของยูเดยี กห็ ามไิ ด้ เพราะว่าเจ้านายคนหนึง
จะออกมาจากท่าน ผู้ซึงจะปกครองอสิ ราเอลชนชาตขิ องเรา’” ใหเ้ ราสงั เกตคาํ พดู ทีวา่ “เขียนไว้
ดงั นีวา่ ” (วลีนีแปลจาก เกะกราพไท และอยใู่ นรูปบุรุษทีสาม สมบรู ณ์กาล และประธานถูก
กระทาํ นีสือวา่ คาํ พดู ทีถกู ยกมานีไดถ้ กู เขียนไวแ้ ลว้ และยงั ถกู เขียนต่อไป ซึงสือถึงการเกบ็ รักษา
พระวจนะของพระเจา้ ) มนั เป็นขอ้ ทียกมาจากพระคมั ภีร์เดิมอกี ขอ้ หนึง เราจะพบเห็นการยกขอ้
พระคมั ภีร์จากพระคมั ภีร์เดิมแบบนีหลายครังตลอดหนงั สือมทั ธิว มทั ธิวตงั ใจทีจะจูงใจผอู้ ่านที
เป็นยวิ ใหเ้ ชือวา่ พระคมั ภีร์ของพวกเขานนั สาํ เร็จแลว้ เกียวกบั ตวั ตนของพระเยซูคริสต์ ขอ้ ทียกมา
นีมาจากมคี าห์ 5:2

มธ 2:7 ดว้ ยเหตุนี แล้วเฮโรดจงึ เชิญพวกนักปราชญ์เข้ามาเป็ นการลบั สอบถาม
เขาอย่างถ้วนถถี งึ เวลาทดี าวนันได้ปรากฏขนึ การทีเฮโรดถามพวกเขาวา่ ดาวนนั ปรากฏเมือไร
เมือนาํ มาพิจารณาร่วมกบั คาํ สังของเขาทีใหฆ้ ่าเดก็ ทุกคนอายตุ งั แต่สองขวบลงมาในเบธเลเฮม ก็
บ่งชีวา่ นกั ปราชญพ์ วกนีอาจไดเ้ ห็นดาวนนั เป็นครังแรกเมือสองปี ก่อนหนา้ นนั เราทาํ ไดเ้ พียง
คาดเดาวา่ ดาวนนั ปรากฏขึนในตอนทีพระคริสตป์ ระสูติหรือไม่ หรือพระเจา้ ทรงใหด้ าวนนั
ปรากฏขึนบนทอ้ งฟ้ าก่อนการประสูติของพระองคเ์ พอื ประกาศถึงการเสดจ็ มาของพระองค์ ไม่

วา่ จะในกรณีใด นกั ปราชญเ์ หล่านีกใ็ คร่ครวญเกียวกบั เรืองนีมาพกั ใหญ่ๆแลว้ พวกเขาจึงเดิน
ทางมายงั กรุงเยรูซาเลม็ ดูเหมือนวา่ ช่วงเวลาทงั หมดนีจะกินเวลาหลายปี ทีเดียว

มธ 2:8 เฮโรดจึงได้ให้พวกนักปราชญ์ไปยงั บ้านเบธเลเฮมสังว่า “จงไปค้นหา
กมุ ารนันอย่างถีถ้วนกนั เถดิ เมือพบแล้วจงกลบั มาแจ้งแก่เรา เพอื เราจะได้ไปนมสั การท่านด้วย”
เราเห็นไดช้ ดั ถึงการตีสองหนา้ และความขีอิจฉาของเฮโรด ถึงแมว้ า่ เขาเป็นผใู้ หญ่ทีสูงอายแุ ลว้
แต่เขากข็ ีอิจฉาเหลือเกิน นอกจากนี ตามทีขอ้ พระคมั ภีร์จะเปิ ดเผยใหเ้ ห็น เฮโรดไม่มีความ
กระดากใจเลยในการทีจะกาํ จดั พระเยซู ววิ รณ์ 12:3-4 กล่าวชดั เจนวา่ จริงๆแลว้ ซาตานกอ็ ยเู่ บือง
หลงั การกระทาํ อนั ชวั ร้ายนี นอกจากนี พญามารเองกด็ ูเหมือนพรอ้ มทีจะกาํ จดั พระคริสตผ์ ทู้ รง
เป็นทารกทนั ทีทพี ระองคป์ ระสูติ ตามทีววิ รณ์ 12:4 ไดก้ ล่าวไว้

มธ 2:9-10 ดงั นนั เมอื พวกนกั ปราชญไ์ ดฟ้ ังกษตั ริยแ์ ลว้ เขากไ็ ด้ลาไป และดูเถดิ ดาว
ซึงเขาได้เหน็ ในทศิ ตะวนั ออกนันกไ็ ด้นําหน้าเขาไป จนมาหยุดอยู่เหนือสถานทที ีกมุ ารอยู่นัน 10
เมอื พวกนักปราชญ์ได้เห็นดาวนันแล้ว เขากม็ คี วามชืนชมยนิ ดียงิ นัก

นีเป็นการอศั จรรยท์ ีปรากฏชดั เจนของพระเจา้ ดูเหมือนวา่ เดิมทีดาวนนั กป็ รากฏใน
ทอ้ งฟ้ าเหมือนกบั ดาวอืนๆทวั ไป แต่พอถึงตอนนี เมือพวกนกั ปราชญเ์ ดินทางระยะสนั ๆจากกรุง
เยรูซาเลม็ ไปยงั บา้ นเบธเลเฮม ดาวนนั กป็ รากฏอีกครัง โดยน่าจะอยรู่ ะดบั ยอดตน้ ไมแ้ ละนาํ พา
พวกเขาไปยงั สถานทีๆกุมารอยนู่ นั น่าสังเกตวา่ คาํ ทีแปลวา่ กมุ าร คือ ไพดีออน มนั ไม่ใช่คาํ ที
ปกติแลว้ แปลวา่ ‘ทารก’ หรือ ‘เดก็ อ่อน’ (บเระฟอส) เหมือนกบั ใน ลูกา 2:12 นีสือวา่ เมือนกั
ปราชญเ์ หล่านนั ไปถึงทีนนั พระเยซูกไ็ ม่ไดเ้ ป็นเด็กทารกแรกเกิดอีกต่อไปแลว้

มธ 2:11 ใหเ้ ราสงั เกตวา่ ครันพวกเขาเข้าไปในบ้านกพ็ บกมุ ารกบั นางมารีย์มารดา
จงึ กราบถวายนมสั การกมุ ารนัน แล้วเปิ ดหีบหยบิ ทรัพย์ของเขาออกมาถวายแด่กมุ ารเป็ นเครือง
บรรณาการ คอื ทองคาํ กาํ ยาน และมดยอบ เห็นไดช้ ดั วา่ เมือนกั ปราชญเ์ หล่านนั มาถึงครอบครัว
ทีบริสุทธินี ตอนนีพวกเขาอยใู่ นบา้ นและไม่ไดอ้ ยใู่ นคอกสตั วแ์ ลว้ เพราะรู้วา่ พวกเขาไดม้ าพบ
เจอใคร พวกเขาก็ “กราบถวายนมสั การกมุ ารนนั ” ถึงแมพ้ ระคมั ภีร์ไม่ไดบ้ อกเราวา่ มีนกั ปราชญ์
กีคนทีมานนั แต่เพราะมีการถวายเครืองบรรณาการสามอยา่ ง คนจงึ สันนิษฐานกนั วา่ มีนกั

ปราชญส์ ามคน อยา่ งไรกต็ าม นนั กเ็ ป็นเพียงการสันนิษฐาน เราควรหมายเหตุดว้ ยวา่ การถวายแด่
พระองคผ์ เู้ ป็นกษตั ริยก์ เ็ ป็นส่วนทีเกียวขอ้ งกบั การนมสั การของพวกเขาโดยตรง

มีการคาดเดาไปต่างๆนานาเกียวกบั ความหมายของเครืองบรรณาการทงั สาม ทองคาํ มีค่า
มากอยา่ งชดั เจนและเป็นสกุลเงินสาํ หรับเหล่ากษตั ริย์ กาํ ยาน เป็นเครืองหอมทีมีราคาแพง มนั ใช้
ในการนมสั การทีพระวหิ ารของพวกยวิ (เลวนี ิติ 24:7) มนั จึงมีความสมั พนั ธก์ บั ตาํ แหน่งปุโรหิต
มดยอบ เป็นนาํ หอมราคาแพงทีคนใชก้ นั ในตะวนั ออกกลาง ในพระคมั ภีร์เดิม มนั เป็นส่วนผสม
หลกั ในนาํ มนั เจิมอนั บริสุทธิซึงมสี งั ไวใ้ นอพยพ 30:23-25 นาํ มนั ดงั กล่าวถูกใชเ้ พือเจิมบรรดาผู้
พยากรณ์ ดงั นนั เราจึงอาจสรุปไดว้ า่ เครืองบรรณาการทงั สามนีเป็นสัญลกั ษณ์แสดงถึงหนา้ ที
สามประการของพระคริสตใ์ นฐานะผพู้ ยากรณ์ ปุโรหิต และกษตั ริย์ มดยอบยงั เป็นส่วนผสม
หนึงทีพวกยวิ ใชเ้ พืออาบศพคนตายดว้ ย ดงั นนั มนั จึงอาจสือความหมายในเชิงพยากรณ์ถึงการ
สินพระชนมข์ องพระคริสต์ (ยอห์น 19:39)

มธ 2:12 มทั ธิวเขียนต่อไปวา่ และพวกนักปราชญ์ได้ยนิ คาํ เตือนจากพระเจ้าใน
ความฝัน มใิ ห้กลบั ไปเฝ้ าเฮโรด เขาจึงกลบั ไปยงั บ้านเมอื งของตนทางอนื พระเจา้ ทรงเตือนนกั
ปราชญเ์ หล่านีใหท้ ราบถึงความโหดร้ายทีจะเกิดขึนของเฮโรด พวกเขาจงึ กลบั ไปบา้ นเมืองของ
ตนทางอนื

มธ 2:13-14 พระเจา้ จึงทรงพิทกั ษร์ ักษาพระบุตรของพระองคโ์ ดยการเตือนพวกเขาให้
หนีไปยงั อียปิ ต์ ครันเขาไปแล้ว ดูเถดิ ทูตสวรรค์ขององค์พระผู้เป็ นเจ้าได้มาปรากฏแก่โยเซฟใน
ความฝันแล้วบอกว่า "จงลุกขนึ พากมุ ารกบั มารดาหนีไปประเทศอยี ปิ ต์ และคอยอยู่ทนี ันจนกว่า
เราจะบอกเจ้า เพราะว่าเฮโรดจะแสวงหากมุ ารเพอื จะประหารชีวติ เสีย" 14 ในเวลากลางคนื โย
เซฟจงึ ลุกขนึ พากมุ ารกบั มารดาไปยงั ประเทศอยี ปิ ต์ ประวตั ิศาสตร์ของเฮโรดมหาราชแสดงให้
เห็นวา่ เขาเป็นคนวติ กจริต เขาไดก้ า้ วขึนเรืองอาํ นาจโดยการเหยยี บยาํ ศพของเหล่าคู่อริ คู่แข่ง
และครอบครัวของเขา เขาถึงขนาดฆ่าภรรยาของตวั เองดว้ ยซาํ เพราะเชือวา่ นางคิดร้ายต่อเขา เขา
จึงมีความกลวั ตลอดเวลาวา่ จะถกู ทรยศและถกู โค่นอาํ นาจโดยทุกคนทีอยรู่ อบขา้ งเขา ดงั นนั จึง

ไม่แปลกทีเขาจะสงั ฆ่าเดก็ ทารกทุกคนทีอยใู่ นและรอบๆเบธเลเฮมถา้ เขาเชือวา่ คู่แข่งไดถ้ ือ
กาํ เนิดขนึ มาแลว้

พระเจา้ จึงทรงเตือนโยเซฟและมารียผ์ า่ นทางทตู สวรรคอ์ งคห์ นึงในความฝันใหห้ นีไปยงั
อียปิ ตพ์ ร้อมกบั กมุ ารนนั เราเห็นถึงความเร่งด่วนตรงทีวา่ พวกเขาออกเดินทางตอนกลางคืน โดย
เห็นไดช้ ดั วา่ ในคืนนนั เลย

มธ 2:15 และได้อยู่ทนี ันจนเฮโรดสินพระชนม์ ทงั นีเกดิ ขนึ เพอื จะให้สําเร็จตามพ
ระวจนะขององค์พระผู้เป็ นเจ้าซึงได้ตรัสไว้โดยศาสดาพยากรณ์ว่า `เราได้เรียกบุตรชายของเรา
ออกมาจากประเทศอยี ปิ ต์' ครอบครัวใหม่นีจึง “อยทู่ ีนนั จนเฮโรดสินพระชนม”์ อีกครังทีพระ
คมั ภีร์สาํ เร็จและถูกกล่าวเช่นนนั นีเป็นการทาํ ใหโ้ ฮเชยา 11:1 สาํ เร็จทีวา่ “ทงั นีเกิดขึนเพอื จะให้
สาํ เร็จตามพระวจนะขององคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ซึงไดต้ รัสไวโ้ ดยศาสดาพยากรณ์วา่ `เราไดเ้ รียกบุตร
ชายของเราออกมาจากประเทศอียปิ ต'์ ” ดูเหมือนจะปรากฏชดั เจนวา่ การทีพระเจา้ ทรงช่วย
อิสราเอลใหพ้ น้ จากอียปิ ตต์ ามทีมีบนั ทึกไวใ้ นหนงั สืออพยพนนั เป็นแบบทีแสดงถึงพระคริสต์
โฮเชยา 11:1 กล่าวชดั เจนถึงอิสราเอลในบริบทของมนั อยา่ งไรกต็ าม พระวญิ ญาณบริสุทธิกท็ รง
เปิ ดเผยใหม้ ทั ธิวทราบวา่ พระเยซูทรงเป็นผทู้ ีทาํ ใหค้ าํ พยากรณ์นนั ในพระคมั ภีร์เดิมสาํ เร็จ ดว้ ย
เหตุนี คาํ พยากรณ์อีกขอ้ เกียวกบั องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราจึงสาํ เร็จ แมก้ ระทงั ในขณะทีพระองค์
ยงั ทรงเป็นเด็กทารกกต็ าม

มธ 2:16 มทั ธิวกล่าวต่อไปวา่ ครันเฮโรดเหน็ ว่าพวกนักปราชญ์หลอกท่าน กก็ ริว
โกรธยงิ นัก จงึ ใช้คนไปฆ่าเด็กทังหมดในบ้านเบธเลเฮมและทใี กล้เคยี งทงั สิน ตงั แต่อายุสองขวบ
ลงมา ซึงพอดกี บั เวลาทที ่านได้ถามพวกนักปราชญ์อย่างถ้วนถีนัน การทีเฮโรดสังประหารเดก็ ๆ
อายตุ งั แต่สองขวบลงมากบ็ อกเป็นนยั วา่ พวกนกั ปราชญน์ นั ไดเ้ ห็นดาวนนั เป็นครังแรกเมือสอง
ปี ก่อนหนา้ นนั เราไม่ทราบแน่ชดั วา่ นีเป็นเวลาทพี ระเยซูประสูติหรือไม่ อยา่ งไรกต็ าม ดูเหมอื น
มนั จะสนบั สนุนความเชือดงั กล่าว ดงั นนั นีจึงดูเหมือนวา่ พระเยซูน่าจะมีอายไุ ดป้ ระมาณสอง
ขวบแลว้

เฮโรดจึงสังฆ่าเดก็ ผชู้ ายอายตุ งั แต่สองขวบลงมาทุกคนทงั ในและรอบเบธเลเฮม ถึงแมว้ า่
พระคมั ภีร์ฉบบั คิงเจมส์ใชค้ าํ วา่ เดก็ แต่คาํ ทีแปลเช่นนนั (ไพดาส) กเ็ ป็นคาํ นามเพศชายและสือ
ชดั เจนถึงเด็กผชู้ ายเลก็ ๆ ความโหดเหียมของเฮโรดนนั อยใู่ นระดบั เป็นตาํ นาน ซีซาร์ออกสั ตสั
เคยกล่าวไวว้ า่ เขาขอเป็นสุนขั ของเฮโรดมากกวา่ ทีจะเป็นบุตรชายของเฮโรด

มธ 2:17-18 กระนนั ขอ้ พระคมั ภีร์กส็ าํ เร็จอกี ครัง ครังนันกส็ ําเร็จตามพระวจนะที
ตรัสโดยเยเรมยี ์ศาสดาพยากรณ์ว่า 18 `ได้ยนิ เสียงในหมู่บ้านรามาห์ เป็ นเสียงโอดครวญและ
ร้องไห้และรําไห้เป็ นอนั มาก คอื นางราเชลร้องไห้เพราะบุตรทงั หลายของตน นางไม่รับฟังคาํ
เล้าโลม เพราะว่าบุตรทงั หลายนันไม่มแี ล้ว'

ตรงนีมทั ธิวยกขอ้ พระคมั ภีร์จากเยเรมีย์ 31:15 แน่นอนทีนางราเชลเป็นมารดาของเบนยา
มินและรามาห์เป็นส่วนหนึงของอาณาเขตของเบนยามินในสมยั โบราณ โดยอยไู่ ม่ห่างจากเบธเล
เฮมบนพรมแดนสมยั โบราณระหวา่ งยดู าหแ์ ละเบนยามิน (ในปัจจุบนั มนั ถกู เรียกวา่ รามาลาห์
และเป็นกองบญั ชาการใหญ่ของปาเลสไตน์ มาโดยตลอด) สิงสาํ คญั กค็ ือวา่ คาํ พยากรณ์ในพระ
คมั ภีร์เดิมอีกเรืองเกียวกบั พระเยซูกส็ าํ เร็จขณะทีพระองคย์ งั ทรงเป็นเดก็ เลก็ ๆ มทั ธิวจะกล่าวถึง
คาํ พยากรณ์ทุกขอ้ ทีสาํ เร็จเกียวกบั พระเยซูบ่อยๆ เพอื ใหค้ นยวิ ไดเ้ ห็น พวกเขาเชือพระคมั ภีร์เดิม
และพวกเขากเ็ ป็นผทู้ ีมทั ธิวพยายามทีจะชกั จูงใหเ้ ชือ

มธ 2:19-22 พระเจา้ ทรงเตือนโยเซฟผา่ นทางทตู สวรรคอ์ งคห์ นึงอีกครัง ครันเฮโรด
สินพระชนม์แล้ว ดูเถดิ ทูตสวรรค์องค์หนึงขององค์พระผู้เป็ นเจ้า มาปรากฏในความฝันแก่โย
เซฟทปี ระเทศอยี ปิ ต์ 20 สังว่า "จงลกุ ขนึ พากมุ ารกบั มารดามายงั แผ่นดนิ อสิ ราเอล เพราะคน
เหล่านันทแี สวงหาชีวติ ของกุมารนันตายแล้ว" 21 โยเซฟจงึ ลกุ ขนึ พากมุ ารกบั มารดามายงั แผ่น
ดินอสิ ราเอล

เห็นไดช้ ดั วา่ โยเซฟรู้วา่ ตวั เองเป็นคนหลบหนีตอนทีเขาหนีเขา้ ไปในเบธเลเฮมก่อนหนา้
นนั ทงั ๆทีเฮโรดตายแลว้ แต่เขากห็ ลีกเลียงทีจะไปทีนนั อยดู่ ี เพราะกลวั อารเคลาอสั โอรสของเฮ
โรด โยเซฟจึงตดั สินใจไม่กลบั ไปยงั แควน้ ยเู ดีย แต่เดินทางไปยงั แควน้ กาลิลีบา้ นเกิดของเขา

แทน 22 แต่เมอื ได้ยนิ ว่า อารเคลาอสั ครอบครองแคว้นยูเดยี แทนเฮโรดผู้เป็ นบดิ า จะไปทนี ันก็
กลวั และเมอื ได้ทราบการเตือนจากพระเจ้าในความฝัน จงึ เลยี งไปยงั บริเวณแคว้นกาลลิ ี

มธ 2:23 อีกครังทีคาํ พยากรณ์กส็ าํ เร็จในการทีพระเยซูทรงเติบโตมาในเมืองนาซา
เร็ธ ไปอาศัยในเมอื งหนึงชือนาซาเร็ธ เพอื จะสําเร็จตามพระวจนะซึงตรัสโดยพวกศาสดา
พยากรณ์ว่า `เขาจะเรียกท่านว่าชาวนาซาเร็ธ' คาํ วา่ ชาวนาซาเร็ธ (Nazarene) หมายถึง คนทีมา
จากเมืองนาซาเร็ธ ความหมายตรงตวั ของคาํ ๆนีคือ นาศีร์ (Nazarite) ตามทีมีบรรยายไวใ้ น
กนั ดารวถิ ี 6 มนั มีความหมายวา่ 'ผทู้ ีถกู แยกไว'้ พระเยซูทรง "แยกจากคนบาปทงั ปวง" จริงๆ
(ฮีบรู 7:26) ไม่มีผพู้ ยากรณ์คนใดทีประกาศชดั เจนวา่ พระองคจ์ ะไดช้ ือวา่ เป็นชาวนาซาเร็ธ
อยา่ งไรกต็ าม พวกนาศีร์ ซึงแซมสันกเ็ ป็นหนึงในนนั กถ็ ือวา่ เป็นแบบทีแสดงถึงพระคริสต์ การ
ทีเมืองนาซาเร็ธถูกดูหมินและเหยยี ดหยามกเ็ ป็นคาํ พยากรณ์ในตวั เองถึงพระองคผ์ ทู้ รงถูกคน "ดู
หมินและปฏิเสธ" ดู อิสยาห์ 11:1, 53:3, เยเรมีย์ 23:5, 33:15 และเศคาริยาห์ 3:8, 6:12

******
ภาพรวมของมัทธิว 3: มทั ธิว 3 มีเนือหาเกียวกบั การรับใช้ของยอห์นผ้ใู ห้บพั ติศมา ซึง
สาํ เร็จในการให้บพั ติศมาพระเยซู คาํ พืนฐานของพระคัมภีร์ใหม่หลายคาํ ถกู ใช้เป็นครังแรกตรง
นี
มธ 3:1-2 ก่อนการรับใชข้ องพระเยซูคริสต์ ยอหน์ ผใู้ หบ้ พั ติศมากเ็ ป็นผนู้ าํ ทางที
พระเจา้ ทรงใชม้ าเพือจดั เตรียมทางไวส้ าํ หรับการรับใชข้ องพระคริสต์ มทั ธิวจึงเขียนวา่ คราวนัน
ยอห์นผู้ให้รับบพั ตศิ มา มาประกาศในถนิ ทุรกนั ดารแคว้นยูเดยี 2 กล่าวว่า "ท่านทงั หลายจงกลบั
ใจเสียใหม่ เพราะว่าอาณาจกั รแห่งสวรรค์มาใกล้แล้ว" การรับใชข้ องยอห์นเริมตน้ ขนึ โดยการ
ประกาศในพนื ทีถินทุรกนั ดารของแควน้ ยเู ดีย ซึงอยทู่ างใตข้ องกรุงเยรูซาเลม็ การรับใชข้ องเขามี
พวกยวิ เป็นเป้ าหมายหลกั โดยมีจุดประสงคเ์ พอื เตรียมตวั พวกเขาใหพ้ ร้อมสาํ หรับพระเมสสิยาห์
ของพวกเขา
ขอ้ ความทีเขามีประกาศมีสองเรือง นนั คือ (1) “จงกลบั ใจเสียใหม่” และ (2) “อาณาจกั ร
แห่งสวรรคม์ าใกลแ้ ลว้ ” ขนั ตอนแรกสาํ หรับพวกยวิ ในตอนนนั (และสาํ หรับคนต่างชาติในตอน

นี) คือ การกลบั ใจใหม่ มนั ไม่เพียงสือถึงการเสียใจต่อความบาปเท่านนั แต่สือถึงความเตม็ ใจทีจะ
เปลียนแปลงดว้ ย จริงๆแลว้ มนั กค็ ือ การหนั กลบั จากทางของเราเองและความบาปและหนั มาหา
พระเจา้ นนั เอง การกลบั ใจใหม่เป็นส่วนสาํ คญั ของความเชือทีช่วยใหร้ อด (กิจการ 20:21) และ
เป็นขนั ตอนแรกของมนั ดว้ ย หากผใู้ ดไม่เตม็ ใจทีจะหนั กลบั จากทางของตนและหนั มาพึง
พระเจา้ เขากไ็ ม่พร้อมทีจะวางใจพระองค์

อาณาจักรแห่งสวรรค์เป็นคาํ ทีน่าสนใจ ก่อนอืนเลยกค็ ือ คาํ ๆนีปรากฏในกิตติคุณขอ
งมทั ธิวเท่านัน มนั จึงสือความหมายแบบยวิ อยา่ งชดั เจน ประการทีสอง ในทางการใชง้ านแลว้
คาํ ๆนีกเ็ ป็นคาํ เหมือนของคาํ วา่ อาณาจกั รของพระเจา้ ประการทีสาม มนั เป็นคาํ ทีมคี วามหมาย
เจาะจงถึงอาณาจกั รของพวกยวิ ทีพวกเขารอคอยมานาน อาณาจกั รแห่งสวรรค์ (หรือของ
พระเจา้ ) จะมาโดยทางพวกยวิ และกษตั ริยอ์ งคน์ นั กย็ อ่ มมีลกั ษณะเฉพาะตวั แบบยวิ ดว้ ย

ส่วนหนึงแลว้ อาณาจกั รแห่งสวรรคก์ ห็ มายถึง อาณาจกั รจริงๆทีพระเยซูคริสตผ์ ทู้ รงเป็น
กษตั ริยจ์ ะทรงสถาปนาขนึ เมือพระองคเ์ สดจ็ กลบั มาหลงั ยคุ เจด็ ปี มนั ไม่เกียวขอ้ งกบั คริสตจกั ร
โดยตรงและตอนนีมนั กย็ งั มาไม่ถึงในความหมายทีครบถว้ นของมนั เพราะเหตุทีกษตั ริยอ์ งคน์ นั
ปรากฏในตวั ตนของพระเยซู อาณาจกั รนนั จึงปรากฏในตอนนนั ดว้ ย แต่อาณาจกั รนนั จะไม่ถูก
สถาปนาขึนจริงๆจนกวา่ พระเยซูจะเสดจ็ กลบั มา กระนนั อาณาจกั รของพระเจา้ กอ็ ยภู่ ายในเรา
(ลกู า 17:21) ผา่ นทางการสถิตอยภู่ ายในของพระวญิ ญาณบริสุทธิและธรรมชาติใหม่ทีพระเจา้
ทรงโปรดประทานใหใ้ นตอนทีเราบงั เกิดใหม่ นอกจากนี คริสตจกั รทอ้ งถินกถ็ กู พดู ถึงในเชิง
อุปมาอุปไมยบางครังวา่ เป็นอาณาจกั รนนั ดว้ ยในจดหมายฝากหลายฉบบั ในพระคมั ภีร์ใหม่ ค
ริสตจกั รทีเชือพระคมั ภีร์ทงั หลายจึงเป็นเกาะแห่งแบบอยา่ งของพระเจา้ ทีอยทู่ ่ามกลางทะเลแห่ง
โลก คริสตจกั รต่างๆจึงเป็นตวั แทนฝ่ ายวญิ ญาณของอาณาจกั รของพระเจา้ ในยคุ นี แต่อาณาจกั ร
ทีวา่ นนั จริงๆแลว้ กย็ งั มาไม่ถึง มนั เป็นอาณาจกั รทียอห์นประกาศ

อาณาจกั รนนั ถูกสญั ญาไวแ้ ก่ชนชาติอิสราเอลผา่ นทางดาวดิ ในพนั ธสญั ญาทีทรงกระทาํ
ไวก้ บั ดาวดิ ใน 2 ซามเู อล 7 พระเจา้ ทรงยนื ยนั พนั ธสญั ญานนั ผา่ นทางดาเนียล (ดาเนียล 2:34-36,
44; 7:23-27) และทรงบรรยายถึงอาณาจกั รนนั ในหนงั สือผพู้ ยากรณ์ต่างๆตงั แต่อิสยาหไ์ ปจนถึง
มาลาคี พวกยวิ ในสมยั พระคริสตก์ ส็ นใจเกียวกบั เรืองดงั กล่าวเป็นอยา่ งมาก พวกเขาจึงเฝ้ าคอย

การเสดจ็ มาของพระเมสสิยาหผ์ ทู้ รงเป็นกษตั ริยข์ องพวกเขา ในตอนนนั พวกเขาเป็นประชาชนที
ถูกพิชิตและครอบงาํ ภายใตก้ ารปกครองของโรม เรืองน่าเศร้ากค็ ือวา่ พอกษตั ริยข์ องพวกเขา
เสดจ็ มา พวกเขากป็ ฏิเสธพระองคเ์ สีย (ยอห์น 1:10-11)

ขอ้ ความทียอหน์ ประกาศแก่ชนชาติอิสราเอลกค็ ือวา่ อาณาจกั รนนั ทีทรงสญั ญาไวต้ งั
นานแลว้ กใ็ กลเ้ ขา้ มาแลว้ เพราะวา่ กษตั ริยไ์ ดเ้ สดจ็ มาถึงแลว้ น่าเศร้าทีคนส่วนใหญ่ไม่สนใจหรือ
ปฏิเสธขอ้ ความทียอห์นประกาศ

มธ 3:3 อีกครังมทั ธิวอา้ งสิทธิอาํ นาจของพระคมั ภีร์เดิมโดยยกขอ้ ความจากอสิ
ยาห์ 40:3 ยอห์นผู้นีแหละซึงตรัสถงึ โดยอสิ ยาห์ศาสดาพยากรณ์ว่า `เสียงผู้ร้องในถนิ ทุรกนั ดาร
ว่า ท่านจงเตรียมมรรคาขององค์พระผู้เป็ นเจ้า จงกระทาํ หนทางของพระองค์ให้ตรงไป'
ขอ้ ความและการรับใชข้ องยอห์นกค็ ือ การจดั เตรียมสาํ หรับการเสดจ็ มาของกษตั ริยพ์ ระองคน์ นั
การรับใชข้ องยอห์นเริมตน้ ในถินทุรกนั ดารแควน้ ยเู ดีย (เยชิโมน) และเป็นบริเวณทีรกร้างวา่ ง
เปล่า แน่นอนทีมนั เป็นแบบทีแสดงถึงสภาพฝ่ ายวญิ ญาณของชนชาติอิสราเอลในขณะนนั การ
"กระทาํ หนทางของพระองคใ์ หต้ รงไป" กห็ มายถึงการจดั เตรียมทุกสิงใหเ้ หมาะสมสาํ หรับ
กษตั ริยอ์ งคน์ นั ทีจะเสดจ็ มา คาํ ทีแปลวา่ ตรง (เอะอูธุส) มีความหมายตรงตวั วา่ 'ตรง', 'ราบ',
'เทียงตรง', 'จริง' หรือ 'จริงใจ' นีไม่ไดห้ มายถึงสภาพของถนน แต่หมายถึงสภาพของจิตใจฝ่ าย
วญิ ญาณของชนชาติอสิ ราเอลมากกวา่ พระเจา้ ทรงแสวงหาใจทีจริงแท้ เทียงตรง และชอบธรรม
มาโดยตลอด นอกจากนีใจทีพระองคแ์ สวงหาตอ้ งราบเรียบ ไม่คดงอ หรือคดโกงดว้ ย

มธ 3:4 ยอหน์ มีวถิ ีชีวติ แบบเรียบง่าย เสือผ้าของยอห์นผู้นีทาํ ด้วยขนอูฐ และท่าน
ใช้หนังสัตว์คาดเอว อาหารของท่านคอื ตักแตนและนําผงึ ป่ า ยอห์นใชช้ ีวติ แบบธรรมชาติและ
แต่งกายดว้ ยเสือผา้ ชนบทแบบง่ายๆ เสือผา้ ขนอฐู เป็นเครืองแต่งกายของพวกร่อนเร่ทีอยงู่ ่ายกิน
ง่ายในภมู ิภาคนนั เขม็ ขดั หนงั สัตวก์ เ็ ป็นของทีพวกกรรมกรในสมยั นนั ใช้ บญั ญตั ิของคนเลวี
อนุญาตใหร้ ับประทานตกั แตนได้ (เลวนี ิติ 11:22) ความหมายตรงนีกค็ อื เขาอยโู่ ดยใชข้ องจาก
ธรรมชาติ โดยรับประทานนาํ ผงึ ป่ าทีเขาหาไดใ้ นภมู ิภาคนนั ดว้ ย นีสือใหเ้ ห็นวา่ เขาไม่ไดร้ ับ
อิทธิพลหรือแปดเปื อนจากวฒั นธรรมทีเสือมทรามของสมยั นนั เลย

มธ 3:5 ดงั นนั ยอห์นจึงเป็นคนทีน่าแปลก เขาสวมชุดและมีรัศมีของผพู้ ยากรณ์
สมยั พระคมั ภีร์เดิมและหลายคนกอ็ าจถือวา่ เขาเป็นผพู้ ยากรณ์ดว้ ย ดว้ ยเหตุนีขณะนันชาวกรุง
เยรูซาเลม็ และคนทวั แคว้นยูเดยี และคนทวั บริเวณรอบแม่นําจอร์แดน กอ็ อกไปหายอห์น คน
มากมายจากทวั แควน้ ยเู ดีย กรุงเยรูซาเลม็ และหุบเขาบริเวณแม่นาํ จอร์แดนต่างพากนั ออกไปฟัง
เขาเทศนา

มธ 3:6 นอกจากนี คนมากมายกไ็ ด้รับบัพตศิ มาจากยอห์นในแม่นําจอร์แดน ด้วย
การสารภาพความผดิ บาปของตน บพั ติศมาของยอห์นเป็นบพั ติศมาของพวกยวิ และไม่ใช่บพั ติศ
มาของคริสเตียนอยา่ งทีเรารู้จกั ดู กิจการ 19:3-5 เขาประกาศใหผ้ คู้ นกลบั ใจเสียใหม่เพราะวา่
กษตั ริยอ์ งคน์ นั กาํ ลงั จะเสดจ็ มาแลว้ บพั ติศมาของยอหน์ จึงเป็นการแสดงออกใหผ้ คู้ นเห็นถึง
การกลบั ใจใหม่ของผฟู้ ังชาวยวิ มนั มีลกั ษณะคลา้ ยกบั บพั ติศมาของคริสเตียนตรงทีวา่ มนั ใชว้ ธิ ี
การจุ่มลงในนาํ และมนั เป็นการแสดงออกภายนอกถึงการตดั สินใจฝ่ ายวญิ ญาณทีอยภู่ ายใน พวก
ลทั ธิยวิ ทีชือวา่ พวกเอสเซนส์ (Essenes) ซึงอยตู่ ามแนวชายฝังทะเลตายทีคุมราน (Qumran) กม็ ี
พิธีจุ่มลงในนาํ เช่นกนั ซึงเป็นพธิ ีทีพวกเขาจุ่มลงในนาํ เพือชาํ ระตวั นอกจากนี ศาสนายวิ ของพวก
รับบีในสมยั นนั กส็ นบั สนุนการจุ่มลงในนาํ เพอื เป็นพิธีชาํ ระตวั เช่นกนั ซึงมีชือวา่ มิคเว (หรือ
มคิ วาห์) ประเดน็ กค็ ือวา่ การบพั ติศมาโดยใชว้ ธิ ีจุ่มลงในนาํ เป็นเรืองปกติสาํ หรับพวกยวิ ในสมยั
นนั มนั สือถึงการเป็นพวกเดียวกบั ผนู้ าํ สารหรือเห็นดว้ ยกบั สารนนั โดยเป็นสัญลกั ษณ์แสดงถึง
การชาํ ระใหส้ ะอาดดว้ ย

มธ 3:7 แน่นอนทีเหตุการณ์อนั แปลกประหลาดครังนีไดย้ นิ ไปถึงหูพวกฟาริสี
และพวกสะดูสีดว้ ย ซึงพวกเขาประจาํ การอยทู่ ีกรุงเยรูซาเลม็ คนสองกลุ่มนีเป็นสองนิกายหลกั
ในศาสนายวิ ในสมยั นนั และเป็นพวกชนชนั สูงในกรุงเยรูซาเลม็ พวกเขาจึงมาดูการใหบ้ พั ติศมา
ของยอห์น ครันยอห์นเหน็ พวกฟาริสีและพวกสะดูสีพากนั มาเป็ นอนั มากเพอื จะรับบัพตศิ มา
ท่านจงึ กล่าวแก่เขาว่า "โอ เจ้าชาติงูร้าย ใครได้เตอื นเจ้าให้หนีจากพระอาชญาซึงจะมาถึงนัน

น่าสงั เกตวา่ ไม่มีการพดู ถึงอะไรเลยวา่ พวกผนู้ าํ ทางศาสนาเหล่านีมาเพอื รับบพั ติศมาจาก
ยอห์น พวกฟาริสีเป็นคณะทีถือเคร่งในศาสนายวิ ซึงชือฟาริสีมคี วามหมายตรงตวั วา่ 'ผทู้ ีถูกแยก

ไว'้ (ในประวตั ิศาสตร์ยวิ สมยั หลงั พวกเขาเป็นทีรู้จกั ในชือ ฟารูชิม (ผตู้ คี วาม) เพราะการทีพวก
เขาเนน้ การตีความพระบญั ญตั ิจนเกินพอดี) พวกฟาริสีนีเองทีเป็นผทู้ ีเริมการถ่ายทอดศาสนายวิ
แบบรับบีโดยการเล่าสืบต่อกนั มา ในช่วงระหวา่ งและหลงั จากการถูกกวาดตอ้ นไปยงั กรุงบาบิ
โลน โดยวธิ ีนียงั คงปฏิบตั ิต่อมาจนถึงทุกวนั นี

ประเพณีทีเล่าสืบต่อกนั มาของการตีความและขยายความพระราชบญั ญตั ิของโมเสสเริม
มีความน่าเชือถือพอๆกบั พระราชบญั ญตั ิและบ่อยครังกม็ ีความสาํ คญั มากกวา่ พระราชบญั ญตั ิเอง
ดว้ ยซาํ ในส่วนทีเกียวขอ้ งกบั หลกั ปฏิบตั ิในความคิดของพวกยวิ จาํ นวนมาก นอกจากนี พวกเขาก็
เชือดว้ ยวา่ พระเจา้ ทรงสือสารคาํ อธิบายพระราชบญั ญตั ิของพวกเขาผา่ นทางโมเสสดว้ ย ดว้ ยเหตุ
นี คาํ อธิบายของพวกเขา (ประเพณีต่างๆ) ทีพวกเขายดึ มนั เหลือเกินจึงมีนาํ หนกั เทียบเท่ากบั พระ
ราชบญั ญตั ิของโมเสสในความคิดของพวกเขา

พวกฟาริสีเป็นผทู้ ีช่วยพฒั นาระบบธรรมศาลาในช่วงทีพวกยวิ กระจดั กระจายไปทวั โลก
และไดก้ ลายมาเป็นผดู้ แู ลธรรมศาลา พวกเขาเป็นผทู้ ีถกู ตอ้ ง มีศีลธรรม ร้อนรน และปฏิเสธตวั
เอง แต่พวกเขากเ็ ป็นคนทีคิดวา่ ตวั เองชอบธรรมและมองวา่ ตวั เองไม่จาํ เป็นตอ้ งกลบั ใจใหม่ดว้ ย
พวกเขาเป็นพวกถือบญั ญตั ิตรงทีวา่ พวกเขาเชือวา่ การถือรกั ษาตามตวั อกั ษรของพระราชบญั ญตั ิ
(โดยเฉพาะตามทีพวกเขาตคี วามมนั ) พวกเขากจ็ ะกลายเป็นคนชอบธรรมจาํ เพาะพระเจา้

พวกสะดูสีเป็นพวกนกั ศาสนาแบบเสรีนิยมในสมยั นนั พวกเขาปฏิเสธหรือสงสัยอะไร
กต็ ามทีเป็นเรืองเหนือธรรมชาติ เช่น ทูตสวรรค์ การอศั จรรย์ และโดยเฉพาะอยา่ งยงิ การเป็นขึน
จากตาย ในสมยั พระเยซูคนเหล่านีทาํ หนา้ ทีปุโรหิตและเป็นสมาชิกสภาซานเฮดริน (ทาํ หนา้ ที
ปกครอง) พวกเขาจึงควบคุมบริเวณพระวหิ าร

ยอห์นทาํ ใหค้ นสองกลุ่มนีเดือดดาล เขาเรียกคนพวกนีทุกคนวา่ เป็นชาติงรู ้าย เขาจึงถาม
เหน็บคนเหล่านีวา่ “ใครไดเ้ ตือนเจา้ ใหห้ นีจากพระอาชญาซึงจะมาถึงนนั ” คาํ ถามนีเจือไปดว้ ย
การถากถาง ความหมายกค็ ือ 'ใครเตือนพวกเจา้ บรรดาผนู้ าํ ทีเยอ่ หยงิ และหลงคิดวา่ ตวั ชอบธรรม
ใหห้ นีจากการพพิ ากษาทีจะมานนั ขา้ คิดวา่ พวกเจา้ ไม่จาํ เป็นตอ้ งกลบั ใจเสียใหม่เพราะพวกเจา้
ไม่มีบาปเสียอีก'

มธ 3:8 ในทางกลบั กนั ยอห์นประกาศแก่พวกเขาวา่ เหตุฉะนันจงพสิ ูจน์การกลบั
ใจของเจ้าด้วยผลทเี กดิ ขนึ กล่าวอีกนยั หนึงกค็ ือ การกลบั ใจใหม่จะแสดงผลของมนั ออกมา
การกลบั ใจใหม่ทีแทจ้ ริงจะแสดงผลออกมาเป็นชีวติ ทีถูกเปลียนแปลง นีสือวา่ พวกผนู้ าํ ทาง
ศาสนาในสมยั นนั จาํ เป็นตอ้ งกลบั ใจใหม่จริงๆ

มธ 3:9 ยอห์นยงั ฉีกหนา้ พวกเขาต่อไปอีกวา่ อย่านึกเหมาเอาในใจว่า เรามีอบั รา
ฮัมเป็ นบิดา เพราะเราบอกเจ้าทงั หลายว่า พระเจ้าทรงฤทธิสามารถจะให้บุตรเกดิ ขนึ แก่อบั ราฮัม
จากก้อนหินเหล่านีได้ พวกฟาริสีและพวกสะดูสีภาคภมู ิใจในการทีตวั เองเป็นลูกหลานของอบั รา
ฮมั ยอห์นประกาศเสียงดงั วา่ พระเจา้ ทรงสามารถใหบ้ ุตรเกิดขึนแก่อบั ราฮมั จากกอ้ นหินเหล่านี
ได้ (ดินแดนอิสราเอลอุดมไปดว้ ยกอ้ นหิน พวกมนั มีอยเู่ กลือนกลาดเหมือนทีอเมริกามีหญา้ อยู่
เตม็ ไปหมด) อยา่ งไรกต็ าม พระเจา้ ทรงใหล้ ูกหลานเกิดแก่อบั ราฮมั จากพวกคนต่างชาติในพระ
คริสตซ์ ึงพวกยวิ ถือวา่ เป็นกอ้ นหินทีกองอยเู่ กลือนกลาดตามพนื ดิน (คาํ วา่ คนต่างชาติ ในความ
คิดของพวกยวิ กม็ ีความหมายวา่ 'พวกสามญั ธรรมดา')

มธ 3:10 ยอห์นเตือนวา่ การพพิ ากษาของพระเจา้ กาํ ลงั จะมาถึงหากไม่มีผลอนั ดี
ของการกลบั ใจใหม่ในชนชาติอิสราเอล บดั นีขวานวางไว้ทโี คนต้นไม้แล้ว ดงั นันทุกต้นทไี ม่เกดิ
ผลดีจะต้องตดั แล้วโยนทงิ ในกองไฟ มีการเล่นคาํ ตรงนีซึงพวกยวิ บางคนเขา้ ใจอยา่ งไม่ตอ้ งสงสยั
ในอิสยาห์ 5 ชนชาติอิสราเอลเปรียบเหมือนเถาองุ่นทีพระเจา้ ทรงปลกู ไวใ้ นแผน่ ดิน ยอห์นบอก
วา่ พระเจา้ กาํ ลงั จะโค่นมนั ทิงแลว้ หากตน้ ไมท้ ีควรออกผลไม่ออกผลดี มนั กถ็ ูกตดั ทิงเพือใชเ้ ป็น
ฟื น ผลดีทีพระเจา้ ทรงแสวงหานนั จะเกิดจากการกลบั ใจใหม่ในส่วนของชนชาติอิสราเอล น่า
เศร้าทีชนชาติอิสราเอลส่วนใหญ่นนั ไม่ไดอ้ อกผลดงั กล่าว ในอีกชวั อายคุ นต่อมา เถาองุ่นของ
อิสราเอลซึงแสดงเป็นแบบในกรุงเยรูซาเลม็ กจ็ ะถูกโค่นลงและโยนทิงในกองไฟแห่งการ
พพิ ากษาของโรมภายใตท้ ิตสั

มธ 3:11 ยอหน์ กล่าวอีกครังถึงการทีบพั ติศมาของเขาเกียวขอ้ งกบั การกลบั ใจใหม่
เราให้เจ้าทงั หลายรับบัพตศิ มาด้วยนํา แสดงว่ากลบั ใจใหม่กจ็ ริง แต่พระองค์ผู้จะมาภายหลงั เรา

ทรงมอี ทิ ธิฤทธิยงิ กว่าเราอกี ซึงเราไม่คู่ควรแม้จะถอื ฉลองพระบาทของพระองค์ พระองค์จะ
ทรงให้เจ้าทงั หลายรับบพั ตศิ มาด้วยพระวญิ ญาณบริสุทธิและด้วยไฟ

แต่คราวนียอห์นพดู ถงึ พระองคผ์ ทู้ ีจะเสดจ็ มาภายหลงั เขา เขากล่าวอยา่ งถ่อมใจวา่ ตวั เขา
เองไม่สมควรทีจะถือรองพระบาทของพระองคด์ ว้ ยซาํ นอกจากนี เขากพ็ ยากรณ์วา่ พระคริสตจ์ ะ
ทรงใหบ้ พั ติศมาดว้ ยไฟและดว้ ยพระวญิ ญาณบริสุทธิ การบพั ติศมาของพระวญิ ญาณบริสุทธิจะ
เกิดขึนในวนั เพน็ เทคอสตป์ ระมาณอีกสามปี นบั จากนนั การบพั ติศมาดว้ ยไฟทีถกู พดู ถึงตรงนีไม่
ไดเ้ กียวขอ้ งกบั กิจการ 2 แต่เป็นคาํ พยากรณ์เกียวกบั การพพิ ากษาเมือกรุงเยรูซาเลม็ จะถูกทิตสั
ทาํ ลายในปี ค.ศ. 70 ใหเ้ ราสงั เกตวา่ การพดู ถึงบพั ติศมาดว้ ยไฟนีอยใู่ นบริบทของการตาํ หนิพวก
ฟาริสีและพวกฟาริสีอยา่ งรุนแรง และกม็ าก่อนคาํ พยากรณ์เกียวกบั การพิพากษาทีจะมาในขอ้ ต่อ
ไปดว้ ย

มธ 3:12 มีคาํ พยากรณ์อนั โดดเด่นตรงนี พระหตั ถ์ของพระองค์ถอื พลวั พร้อมแล้ว
และจะทรงชําระลานข้าวของพระองค์ให้ทวั พระองค์จะทรงเกบ็ ข้าวของพระองค์ไว้ในย้งุ ฉาง
แต่พระองค์จะทรงเผาแกลบด้วยไฟทไี ม่รู้ดับ”

ยอห์นพยากรณ์วา่ วนั นนั กาํ ลงั จะมาถึงเมือพระเมสสิยาหจ์ ะทรงฝัดร่อน (โดยใชพ้ ลวั )
ขา้ วสาลีออกจากแกลบ ในสมยั โบราณ ขา้ วสาลีจะถกู ฝัดร่อนหรือถกู คดั แยกออกจากแกลบ ตอน
แรกกโ็ ดยการยาํ บนลานนวดขา้ ว จากนนั กโ็ ยนขา้ วสาลีขนึ ไปในลมเบาๆ ขา้ วสาลีกจ็ ะตกลงมา
ในผา้ ทีเตรียมไวร้ องรับ แต่แกลบจะถูกพดั ลอยไปกบั สายลม หลงั จากเสร็จกระบวนการนีแลว้
แกลบกจ็ ะถกู รวบรวมบนลานนวดขา้ วและเอาไปเผาไฟ นีหมายถึงการพพิ ากษาชนชาติ
อิสราเอลทีกาํ ลงั จะมาถึง

ขณะทีคริสตจกั รเริมก่อตวั ขึน บรรดาผเู้ ชือกถ็ ูกแยกออกจากพวกยวิ ส่วนใหญ่และถูก
ละเวน้ เสียจากการถูกพพิ ากษาทีมาถึงในปี ค.ศ. 70 ในตอนนนั กรุงเยรูซาเลม็ กถ็ ูกทาํ ลายและชาว
ยวิ นบั ลา้ นคนเสียชีวติ นอกจากนี นีอาจเป็นคาํ พยากรณ์แฝงถึงการทีคริสตจกั รจะถูกพาออกไป
ในการถูกรับขึนก่อนทีไฟแห่งการพิพากษาจะตกลงมาในยคุ เจด็ ปี ดู มาลาคี 3:2-4 และ 2 เธสะ
โลนิกา 1:7-10

มธ 3:13-14 หลงั จากนนั พระเยซูกเ็ สดจ็ มายงั แม่นาํ จอร์แดนเพอื รับบพั ติศมาจาก
ยอห์น แล้วพระเยซูเสดจ็ จากแคว้นกาลลิ มี าหายอห์นทแี ม่นําจอร์แดน เพอื จะรับบพั ตศิ มาจาก
ท่าน 14 แต่ยอห์นทูลห้ามพระองค์ว่า "ข้าพระองค์ต้องการจะรับบพั ติศมาจากพระองค์ ควร
หรือทพี ระองค์จะเสด็จมาหาข้าพระองค์" ไม่มีหลกั ฐานทีพสิ ูจนว์ า่ ยอห์นเคยเจอพระเยซูมาก่อน
หนา้ นนั หรือไม่ ถึงแมว้ า่ ทงั สองเป็นญาติกนั ผา่ นทางมารดาของทงั คู่กต็ าม กระนนั เห็นไดช้ ดั วา่
ยอห์นรับรู้เลยวา่ พระเยซูทรงเป็นผใู้ ด เรืองนีปรากฏชดั จากยอห์น 1:29 นีน่าจะเกิดขึนผา่ น
ทางการรับใชข้ องพระวญิ ญาณบริสุทธิในตวั ของยอห์น ดู ยอห์น 1:33

มธ 3:15 ถึงแมว้ า่ ยอห์นคดั คา้ น แต่พระเยซูกท็ รงขอใหย้ อห์นใหบ้ พั ติศมาพระองค์
และพระเยซูตรัสตอบยอห์นว่า "บดั นีจงยอมเถดิ เพราะสมควรทเี ราทงั หลายจะกระทาํ ตามสิง
ชอบธรรมทุกประการ" แล้วท่านกย็ อมทาํ ตามพระองค์ คาํ ทีแปลวา่ ยอม (อาฟี เอมิ) ในบริบทนีมี
ความหมายวา่ ‘อนุญาต’ หรือ ‘ยนิ ยอม’ บพั ติศมาของพระเยซูเป็นการทาํ ใหค้ วามชอบธรรม
สาํ เร็จ นนั คอื มนั เป็นการทาํ สิงทีถกู ตอ้ ง ถึงแมว้ า่ พระเยซูไม่ทรงมีบาปใหต้ อ้ งกลบั ใจเสียใหม่
แต่พระองคก์ ท็ รงทาํ สิงทีควรกระทาํ และทรงวางแบบอยา่ งโดยการกระทาํ เช่นนนั พระเยซูจึง
ทรงแสดงตวั วา่ เป็นพวกเดียวกบั พระบิดาในสวรรคข์ องพระองค์ นอกจากนีในการรับบพั ติศมา
จากยอห์น พระองคก์ ท็ รงใหก้ ารรับรองของพระเจา้ แก่การรับใชข้ องยอห์นดว้ ย ถึงแมว้ า่ ในตอน
นนั ยอหน์ อาจไม่ไดเ้ ห็นเช่นนนั แต่เมือมองยอ้ นกลบั ไป บพั ติศมาของพระเยซูกใ็ หก้ ารรับรอง
การรับใชข้ องยอห์นอยา่ งชดั เจน

มธ 3:16 และพระเยซูเมอื พระองค์ทรงรับบพั ตศิ มาแล้ว ในทนั ใดนันกเ็ สดจ็ ขนึ
จากนํา และดูเถดิ ท้องฟ้ ากแ็ หวกออก และพระองค์ได้ทอดพระเนตรเหน็ พระวญิ ญาณของ
พระเจ้าเสดจ็ ลงมาดุจนกเขาและสถติ อยู่บนพระองค์ คาํ ทีแปลวา่ บพั ตศิ มา (บพั ติดโซ) มีความ
หมายตรงตวั วา่ ‘จุ่มลง’ นอกจากนี ยงั มีหลกั ฐานเพิมเติมทีสนบั สนุนวธิ ีการบพั ติศมาทีเหมาะสม
ดว้ ยในการทีพระเยซู “ในทนั ใดนนั กเ็ สดจ็ ขึนจากนาํ ” หากยอหน์ ประพรมนาํ หรือเทนาํ บนพระ
เยซู พระองคก์ ไ็ ม่จาํ เป็นตอ้ งลงไปในแม่นาํ จอร์แดน (มาระโก 1:9) และจากนนั กเ็ สดจ็ ขึนมาจาก

นาํ ตามทีมกี ล่าวไวต้ รงนี การประพรมนาํ สามารถกระทาํ ทีไหนกไ็ ดท้ ีมีนาํ ในปริมาณเพยี งเลก็
นอ้ ย

หลงั จากทีพระเยซูทรงรับบพั ติศมาแลว้ พระวญิ ญาณของพระเจา้ กเ็ สดจ็ ลงมาดจุ นกเขา
พระวญิ ญาณบริสุทธิไม่ไดเ้ สดจ็ ลงมาเป็นนกเขา แต่ดจุ นกเขามากกวา่ ประเดน็ สาํ คญั กวา่ กค็ ือวา่
การสถิตทีมองเห็นไดข้ องพระเจา้ ไดล้ งมาเหนือพระองค์ อนั บ่งบอกถงึ พระพรและความเห็น
ชอบของพระเจา้ การใชส้ ัญลกั ษณ์นกเขาในปัจจุบนั เพอื แสดงถึงพระวญิ ญาณบริสุทธิกเ็ ป็นสิงที
ใชเ้ ยอะไป การรับใชข้ องพระวญิ ญาณบริสุทธิในตอนอนื ๆกไ็ ม่ไดถ้ ูกเปรียบวา่ เป็นเหมือน
นกเขาแต่อยา่ งใด

มธ 3:17 พระเจา้ ไม่เพยี งใหก้ ารรับรองบพั ติศมาของพระเยซูเป็นภาพเท่านนั แต่ยงั
ทรงใหก้ ารรับรองดว้ ยพระพรทีเป็นเสียงดว้ ย และดูเถดิ มพี ระสุรเสียงตรัสจากฟ้ าสวรรค์ว่า
"ท่านผู้นีเป็ นบุตรทรี ักของเรา เราชอบใจท่านมาก" พระพรเดียวกนั นียงั ทรงประทานใหท้ ีภูเขา
จาํ แลงพระกายดว้ ย (มทั ธิว 17:5) เห็นไดช้ ดั วา่ พระเจา้ ทรงอวยพรบพั ติศมาครังนีและการเริมการ
รับใชข้ องพระเยซูดว้ ย คาํ พดู เดียวกนั นียงั ถกู พบในเพลงสดุดี 2:7 ซึงเห็นไดช้ ดั วา่ อยใู่ นบริบท
ของพระเมสสิยาห์ ถึงแมว้ า่ นอ้ ยคนนกั เขา้ ใจถึงความหมายนีในตอนนนั แต่พระเจา้ กท็ รงแต่งตงั
พระเยซูใหเ้ ป็นทงั (1) พระบุตรของพระองค์ และ (2) พระเมสสิยาห์ของพระองคด์ ว้ ย พระเจา้
ทรงพอพระทยั ในความเชือฟังของพระบตุ รของพระองค์ จะวา่ ไปแลว้ พระเจา้ กอ็ าจตรัสแบบ
เดียวกนั เวลาทีบตุ รคนใหม่แต่ละคนดาํ เนินตามองคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ในการรับบพั ติศมาดว้ ยนาํ

*****
ภาพรวมของมัทธิว 4: บทที 4 ของมทั ธิวบ่งบอกถึงการเริมต้นการรับใช้ประชาชนของ
พระเยซูคริสต์ บพั ติศมาของพระองค์ในบทที 3 เริมต้นการรับใช้นีและในบทที 4 พญามารกร็ ีบ
มาท้าทายพระองค์ ต่อไปในบทนีเราจะเห็นบนั ทึกเกียวกบั คาํ ตรัสแรกๆของพระเยซูและการ
ทรงเรียกสาวกพวกแรกของพระองค์
มธ 4:1 บทนีเริมตน้ ดว้ ยการทีมทั ธิวเขียนวา่ ครังนันพระวญิ ญาณทรงนําพระเยซู
เข้าไปในถนิ ทุรกนั ดาร เพอื พญามารจะได้มาทดลอง เห็นไดช้ ดั วา่ พระเจา้ โดยพระวญิ ญาณ

บริสุทธิไม่เพยี งทรงอนุญาตใหก้ ารทดลองนีเกิดขึนเท่านนั แต่ยงั ทรงนาํ พระเยซูเขา้ สู่การทดลอง
นีดว้ ย นนั เป็นพระประสงคข์ องพระเจา้ ทีจะใหพ้ ระองคท์ รงถูกทดลองเหมือนเราทุกประการ
กระนนั กแ็ สดงใหเ้ ห็นวา่ พระองคท์ รงปราศจากบาป ดู ฮีบรู 4:15 อยา่ งไรกต็ าม ผทู้ ีทดลอง
พระองคก์ ค็ ือ พญามาร หาใช่พระเจา้ ไม่ คาํ ทีแปลวา่ ทดลอง (เพะอีราโซ) ในบริบทนีหมายความ
วา่ ‘ชกั ชวนใหก้ ระทาํ ผดิ ’ ซาตานเป็นแหล่งทีมาของการกระทาํ ผดิ จริงๆ เมือพระเยซูทรงเริมการ
รับใชข้ องพระองค์ น่าสังเกตวา่ ซาตานกโ็ จมตีพระองคท์ นั ที นีเป็นบทเรียนสาํ หรับเราดว้ ย เมือ
เรากา้ วออกไปเพอื ทีจะรับใชอ้ งคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ เรากค็ าดหวงั ไดเ้ ลยวา่ จะเจอกบั การต่อตา้ นจาก
ซาตาน พระคมั ภีร์ไม่ไดก้ ล่าวชดั เจนวา่ พระเยซูทรงเขา้ ไปในถนิ ทุรกนั ดารใด เดิมทีผคู้ นเชือกนั
วา่ ดินแดนทางทิศตะวนั ออกหรือใตข้ องกรุงเยรูซาเลม็ คอื ถินทุรกนั ดารดงั กล่าว มนั เป็นถนิ
ทุรกนั ดารและรกร้างวา่ งเปล่าจริงๆ อยา่ งไรกต็ าม ขอ้ พระคมั ภีร์กไ็ ม่ไดใ้ หเ้ บาะแสอะไร

มธ 4:2 และเมอื พระองค์ทรงอดพระกระยาหารสีสิบวนั สีสิบคนื แล้ว ภายหลงั
พระองค์กท็ รงอยากพระกระยาหาร มีการอดอาหารหลายระดบั ในพระคมั ภีร์ ในกรณีของการ
อดอาหารเป็นเวลาหนึงวนั ปกติแลว้ มนั กค็ ือการไม่รับประทานอาหารและอาจไม่ดืมนาํ ดว้ ย
หากการอดอาหารกินเวลามากกวา่ หนึงวนั มนั กอ็ าจหมายถึงการไม่รับประทานอาหารโปรด
หรืออาหารทีรับประทานเป็นประจาํ กล่าวอีกนยั หนึงกค็ ือ การอดอาหารทุกแบบกใ็ ชไ้ ดห้ มด เรา
ไม่ทราบวา่ พระเยซูทรงอดอาหารแบบใด แต่ไม่วา่ ในกรณีใด พระองคก์ ท็ รงไม่ทรงรับประทาน
อาหารทีปกติรับประทานเพอื ทีจะถ่อมพระองคล์ งจาํ เพาะพระเจา้ และเพือทีจะมีใจจดจ่อในเรือง
ฝ่ ายวญิ ญาณมากขึนดว้ ย เห็นไดช้ ดั วา่ หลงั จากนนั พระองคก์ ท็ รงหิว

มธ 4:3 ตรงนีซาตานถกู เรียกวา่ ‘ผทู้ ดลอง’ เมอื ผู้ทดลองมาหาพระองค์ มนั กท็ ูล
ว่า "ถ้าท่านเป็ นพระบุตรของพระเจ้า จงสังก้อนหินเหล่านีให้กลายเป็ นพระกระยาหาร" ใหเ้ รา
สังเกตวา่ พญามารเขา้ หาพระเยซูดว้ ยคาํ ถามทีแสดงถึงความสงสัย “ถา้ ท่านเป็นพระบุตรของ
พระเจา้ ” มนั เขา้ หาเอวาในรูปแบบเดียวกนั ในสวนเอเดนและถามวา่ “จริงหรือทีพระเจา้ ตรัสวา่ ”
ซาตานเป็นผกู้ ่อใหเ้ กิดความสงสยั มนั เป็นกลยทุ ธทีมนั ใชม้ าตลอดตงั แต่วนั แรก

สีสิบวนั ก่อนหนา้ นนั พระเจา้ ไดท้ รงอวยพรพระเยซูตอนทีพระองคร์ ับบพั ติศมาและทรง
เรียกพระองคว์ า่ พระบุตรผเู้ ป็นทีรักของพระองค์ บดั นีซาตานตงั คาํ ถามในเรืองดงั กล่าว นีเท่ากบั

มนั พดู วา่ “หากท่านเป็นพระบุตรของพระเจา้ จริงๆ ทาํ ไมท่านไม่เปลียนกอ้ นหินพวกนีใหก้ ลาย
เป็ นขนมปังและรับประทานเสี ยหน่อยล่ะ’

มธ 4:4 ใหเ้ ราสังเกตวธิ ีทีพระเยซูทรงปัดป้ องการโจมตีของซาตาน ฝ่ ายพระองค์
ตรัสตอบว่า "มพี ระคมั ภรี ์เขยี นไว้ว่า `มนุษย์จะบาํ รุงชีวติ ด้วยอาหารสิงเดยี วหามไิ ด้ แต่บาํ รุง
ด้วยพระวจนะทุกคาํ ซึงออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า'" ในการทดลองแต่ละครังของซาตาน
พระเยซูทรงยกขอ้ ความจากหนงั สือพระราชบญั ญตั ิ ตรงนีขอ้ ความทียกมานนั มาจากพระราช
บญั ญตั ิ 8:3 “มนุษยจ์ ะบาํ รุงชีวติ ดว้ ยอาหารสิงเดียวหามิได้ แต่บาํ รุงดว้ ยพระวจนะทุกคาํ ซึงออก
มาจากพระโอษฐข์ องพระเจา้ '” ชีวติ เรานนั มีอะไรมากกวา่ ร่างกาย สิงสาํ คญั ในชีวติ จริงๆแลว้ ก็
คือเรืองฝ่ ายวญิ ญาณ สิงทีเราตอ้ งการมากกวา่ อาหารฝ่ ายร่างกายกค็ ือพระวจนะของพระเจา้ ใน
ชีวติ ของเรา

น่าสงั เกตวา่ พระเยซูไม่ไดต้ รัสวา่ ‘แต่โดยพระวจนะของพระเจา้ ’ สิงทีพระองคต์ รัสกค็ ือ
‘โดยพระวจนะทุกคาํ ของพระเจา้ ’ พระเยซูทรงหมายถึงบรรดาถ้อยคาํ ต่างๆของพระคมั ภีร์
นอกจากนีคาํ ทีแปลวา่ มพี ระคมั ภีร์เขยี นไว้ว่า (เกะกราพไท) ตามทีมีบอกไวใ้ นมทั ธิว 2:5 ถูกผนั
ใหอ้ ยใู่ นรูปสมบูรณ์กาลและประธานถกู กระทาํ ดงั นนั ความหมายกค็ ือวา่ ‘มีเขียนไวแ้ ลว้ และยงั
มีเขียนไวต้ ่อไป’ นีสือชดั เจนวา่ พระวจนะทุกคาํ ของพระเจา้ ไม่เพยี งไดร้ ับการดลใจเท่านนั (การ
ดลใจดา้ นถอ้ ยคาํ ) แต่สือดว้ ยวา่ พระวจนะทุกคาํ ของพระเจา้ ไดถ้ กู เกบ็ รักษาไว้ (การเกบ็ รักษา
ดา้ นถอ้ ยคาํ ) บางคนตงั คาํ ถามวา่ มีหลกั คาํ สอนเรืองการเกบ็ รักษาไวด้ ว้ ยหรือ บางคนกป็ ฏิเสธ
วา่ การเกบ็ รักษาไวน้ นั หมายรวมถึงถอ้ ยคาํ ต่างๆของพระเจา้ ดว้ ย กระนนั ตรงนีพระเยซูกท็ รงสือ
ชดั เจนวา่ ถอ้ ยคาํ ต่างๆของพระเจา้ ไดถ้ ูกเกบ็ รักษาไวแ้ ลว้ วลที ีวา่ “มีเขียนไวว้ า่ ” ตามทีบรรยายไว้
ขา้ งบนปรากฏหกสิบสามครังในพระคมั ภีร์ใหม่

มธ 4:5-6 ซาตานทดลองพระเยซูอีกครังโดยพาพระองคข์ ึนไปบนยอดพระวหิ าร
แล้วพญามารกน็ ําพระองค์ขนึ ไปยงั นครบริสุทธิ และให้พระองค์ประทบั ทยี อดหลงั คาพระวหิ าร
ยอดหลงั คาพระวหิ ารถูกเชือกนั วา่ เป็นยอดพระวหิ ารทางหวั มุมดา้ นทิศตะวนั ออกเฉียงใตข้ อง
พระวหิ าร ตรงนนั ยกพนื ของพระวหิ ารและกาํ แพงกต็ งั ตระหง่านสูงถงึ 300 ฟุตเหนือฐานของ

มนั ทีอยใู่ นหุบเขาดา้ นล่าง หากคาํ นวณถึงส่วนลึกสุดของหุบเขาขิดโรนทีอยเู่ บืองล่าง ระยะตก
ทงั หมดกค็ งมากถึง 450 ฟตุ เลยทีเดียว

อีกครังทีพญามารพยายามทีจะหวา่ นเมลด็ พนั ธุแ์ ห่งความสงสยั โดยการตงั คาํ ถามอีกวา่
พระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจา้ หรือไม่ 6 แล้วทูลพระองค์ว่า "ถ้าท่านเป็ นพระบุตรของ
พระเจ้า จงโจนลงไปเถิด เพราะพระคมั ภรี ์มเี ขยี นไว้ว่า `พระองค์จะรับสังให้เหล่าทูตสวรรค์ของ
พระองค์ในเรืองท่าน และเหล่าทูตสวรรค์จะเอามอื ประคองชูท่านไว้ เกรงว่าในเวลาหนึงเวลาใด
เท้าของท่านจะกระแทกหนิ '" หนึงในกลยทุ ธหลกั ของซาตานตลอดทุกยคุ สมยั กค็ ือ การโจมตีที
ตวั บุคคลของพระเยซูคริสต์ ตรงนีมนั ขอใหพ้ ระเยซูกระโจนลงไป จากนนั มนั กย็ กเพลงสดุดี
91:11-12 มาอยา่ งผดิ ๆ ลทั ธิเทียมเทจ็ ต่างๆจะใชข้ อ้ พระคมั ภีร์บ่อยๆ แต่ส่วนใหญ่แลว้ พวกเขาก็
จะยกมาแบบนอกบริบทหรือไม่กย็ กมาแบบตดั ตอนบางส่วนออกไป

มธ 4:7 พระเยซูทรงยกขอ้ พระคมั ภีร์อกี ครัง (พระราชบญั ญตั ิ 6:16) เพือปัดป้ อง
การทดลองของซาตาน พระเยซูจงึ ตรัสตอบมนั ว่า "พระคมั ภรี ์มเี ขยี นไว้อกี ว่า `อย่าทดลององค์
พระผู้เป็ นเจ้าผู้เป็ นพระเจ้าของท่าน'" พระเยซูมิไดท้ รงโตเ้ ถียงกบั พญามาร พระองคแ์ ค่ยกขอ้
พระคมั ภีร์ใหม้ นั ไดฟ้ ังและตรัสวา่ สิงทีพญามารเสนอแนะมานนั เป็นสิงทีพระเจา้ ไม่ทรงอนุญาต

มธ 4:8-9 พญามารทดลองพระคริสตอ์ ีกครังโดยแสดงใหพ้ ระองคเ์ ห็นอาณาจกั รทงั
สินของโลก (คอสมอส) ในชวั ขณะหนึง อกี ครังหนึงพญามารได้นําพระองค์ขนึ ไปบนภูเขาอนั
สูงยงิ นัก และได้แสดงบรรดาราชอาณาจกั รในโลก ทงั ความรุ่งเรืองของราชอาณาจกั รเหล่านันให้
พระองค์ทอดพระเนตร แน่นอนทีพระคมั ภีร์ไม่ไดบ้ อกวา่ ภเู ขาทพี ระองคท์ รงถูกทดลองนีคือ
ภเู ขาใด ประเพณีอา้ งวา่ มนั คือยอดเขาทีอยทู่ างทิศตะวนั ตกของเมืองเยรีโคโดยมองลงไปยงั
หุบเขาของแม่นาํ จอร์แดน อยา่ งไรกต็ าม มนั กไ็ ม่มีการบ่งบอกเช่นนนั ในพระคมั ภีร์ น่าสงั เกต
ดว้ ยวา่ ซาตานไม่ไดแ้ สดงใหพ้ ระเยซูเห็นอาณาจกั รทงั ปวงของแผ่นดินโลกนี อยา่ งไรกต็ าม
อาณาจกั รของโลกนีกเ็ ป็นของมนั เพราะวา่ มนั เป็นพระและเป็นเจา้ แห่งโลกนี

ไม่วา่ จะเป็นทีใด พญามารกเ็ สนอ “บรรดาราชอาณาจกั รในโลก ทงั ความรุ่งเรืองของราช
อาณาจกั รเหล่านนั ” ใหแ้ ก่พระเยซู หากพระองคจ์ ะทรงยอมกราบลงนมสั การมนั มนั กล่าวต่อไป

วา่ 9 แล้วได้ทูลพระองค์ว่า "ถ้าท่านจะกราบลงนมสั การเรา เราจะให้สิงทงั ปวงเหล่านีแก่ท่าน"
ตรงนีซาตานใชล้ ูกไมอ้ ีกอนั เพือทดลองพระองคแ์ ละนนั กค็ ือ การหลอกลวง พญามารเป็นพระ
แห่งโลกนีเพยี งเพราะวา่ พระเจา้ ทรงอนุญาต อาณาจกั รต่างๆของแผ่นดินโลกนีไม่ไดเ้ ป็นของมนั
ทีจะยกใหผ้ ใู้ ด อยา่ งไรกต็ าม อาณาจกั รของโลกนีกเ็ ป็นของมนั กระนนั มนั กแ็ สร้งทาํ เป็นสือถึง
อาณาจกั รทงั ปวงของแผน่ ดินโลก เจด็ ครังในหนงั สือววิ รณ์มนั ถกู เรียกวา่ ผหู้ ลอกลวง ในยอห์น
8:44 พระเยซูทรงเรียกมนั วา่ ผมู้ ุสา และเป็นพ่อของการมุสา ใหเ้ ราสงั เกตดว้ ยถึงการสนใจแต่ตวั
เองของพญามาร มนั ขอใหพ้ ระเยซูกม้ ลงกราบนมสั การ “เรา” นีทาํ ใหเ้ ราเห็นถึงคนชวั อายนุ ีที
สนใจแต่ตวั เอง มนั ไม่ใช่เรืองใหม่แต่อยา่ งใด ซาตานส่งเสริมใหค้ นสนใจแต่ตวั เองมาตงั แต่ไหน
แต่ไรแลว้ มนั เป็นผใู้ หก้ าํ เนิดแนวคิดทีเนน้ การสนใจตวั เองเป็นหลกั

มธ 4:10 อีกครังทีพระเยซูทรงปัดป้ องการโจมตีของพญามารโดยการยกขอ้ ความ
จากพระราชบญั ญตั ิ 6:13 ใหม้ นั ฟัง พระเยซูจึงตรัสตอบมนั ว่า "อ้ายซาตาน จงไปเสียให้พ้น
เพราะพระคมั ภรี ์มเี ขยี นไว้ว่า `จงนมสั การองค์พระผู้เป็ นเจ้าผู้เป็ นพระเจ้าของท่าน และ
ปรนนิบตั พิ ระองค์แต่ผู้เดียว'" พระเยซูไม่เพียงยกขอ้ พระคมั ภีร์เพือเอาชนะพญามารเท่านนั แต่
พระองคย์ งั ทรงขดั ขืนมนั ดว้ ย ยากอบ 4:7 สอนวา่ “จงต่อสูพ้ ญามาร และมนั จะหนีไปจากท่าน”
พระเยซูกท็ รงทาํ เช่นนนั ใหเ้ ราสงั เกตวา่ พระเยซูตรัสถึงขอ้ พระคมั ภีร์ทียกมาวา่ “มีเขียนไวว้ า่ ” ดู
คาํ อธิบายเกียวกบั เรืองนีไดใ้ น 4:4

มธ 4:11 ดว้ ยเหตุนี แล้วพญามารจงึ ละพระองค์ไป และดูเถิด มเี หล่าทูตสวรรค์มา
ปรนนิบตั พิ ระองค์ พระเยซูทรงต่อสูซ้ าตานดว้ ยใจหนกั แน่นมนั คง นอกจากนีพระองคย์ งั ทรง
ขดั ขวางความพยายามของซาตานทีจะทดลองพระองคโ์ ดยใชพ้ ระวจนะของพระเจา้ ดว้ ย เราจึง
เห็นเหตุผลอีกประการทีเราควรเชียวชาญในพระคมั ภีร์ มนั เป็นดาบทีไวใ้ ชป้ ้ องกนั และปัดป้ อง
การโจมตีทุกอยา่ งของมนั ผชู้ วั ร้ายนนั ในฐานะมนุษย์ พระเยซูยอ่ มทรงหมดแรงอยแู่ ลว้ หลงั จาก
อดอาหารมาเป็นเวลาสีสิบวนั และยงั เผชิญกบั การทดลองของพญามารอีก ดว้ ยพระเมตตาพระเจา้
จึงทรงใชพ้ วกทูตสวรรคม์ าปรนนิบตั ิพระองค์ คาํ ทีใชค้ ือ ดิอาคอเนะโอ ซึงมีความหมายตรงตวั
วา่ เอาอาหารมาเสิร์ฟ นีสือวา่ พวกทูตสวรรคน์ าํ อาหารมาถวายพระองคใ์ หร้ ับประทานเพอื ทีจะ

ไดม้ ีแรง พวกเขาคงเสริมกาํ ลงั ฝ่ ายวญิ ญาณและใหก้ าํ ลงั ใจพระองคด์ ว้ ยเป็นแน่ พระเจา้ ทรงดูแล
คนของพระองคจ์ ริงๆ!

มธ 4:12-13 พอไดย้ นิ วา่ ยอห์นถูกข่มเหง พระเยซูกท็ รงเดินทางกลบั ไปยงั แควน้ กาลิลี
ครันพระเยซูทรงได้ยนิ ว่ายอห์นถูกขงั ไว้อยู่ในเรือนจํา พระองค์กเ็ สดจ็ ไปยงั แคว้นกาลลิ ี 13 เมอื
เสดจ็ ออกจากเมอื งนาซาเร็ธแล้ว พระองค์กม็ าประทบั ทเี มอื งคาเปอรนาอมุ ซึงอยู่ริมทะเลทเี ขต
แดนเศบูลนุ และนัฟทาลี

เห็นไดช้ ดั วา่ พระองคเ์ สดจ็ กลบั ไปยงั เมืองนาซาเร็ธซึงเป็นทีๆพระองคท์ รงถกู เลียงดูจน
เติบโต จากนนั พระองคก์ ็ “มาประทบั ทีเมอื งคาเปอรนาอุม” นีสือวา่ พระองคท์ รงประทบั ทีนนั แค่
ชวั คราว เมืองคาเปอรนาอมุ ตงั อยบู่ นชายฝังทางตอนเหนือของแควน้ กาลิลี ในสมยั พระเยซู เมือง
นีอาจเป็นเมืองทีโดดเด่นและมงั คงั มากทีสุดในแควน้ กาลิลี โดยตงั อยบู่ นเสน้ ทางการคา้ สาย
สาํ คญั ซึงนาํ พวกพ่อคา้ สญั จรผา่ นเขา้ ออกเมือง จนถึงทุกวนั นีเมืองคาเปอรนาอุมกย็ งั อวดตวั วา่
เป็น ‘เมอื งของพระเยซู’ อยู่

เห็นไดช้ ดั วา่ มทั ธิวชีใหเ้ ห็นวา่ เมืองคาเปอรนาอุมตงั อยบู่ นชายแดนสมยั โบราณซึงแยก
ตระกลู เศบูลุนและตระกลู นฟั ทาลีออกจากกนั คาเปอรนาอุมอาจเป็นเมืองของผพู้ ยากรณ์ทีมีชือ
เดียวกนั ชือ คาเปอรนาอุม ในภาษาฮีบรูมคี วามหมายตรงตวั วา่ ‘หมู่บา้ นแห่งการปลอบประโลม’
เมืองนีตงั อยบู่ นชายฝังทางตอนเหนือของแควน้ กาลิลี สายลมเยน็ ๆจากทิศใตจ้ ึงพดั ผา่ นเมืองนีใน
ช่วงฤดูร้อน จึงทาํ ใหเ้ มืองนีกลายเป็นทีพกั ตากอากาศสาํ หรับนกั ท่องเทียว พระเยซูทรงใชเ้ วลา
ส่วนใหญ่ของพระองคท์ ีเมืองนีเอง

มธ 4:14-16 อีกครังทีพระคมั ภีร์เดิมถูกกล่าววา่ สาํ เร็จในชีวติ ของพระคริสต์ เพอื จะ
สําเร็จตามพระวจนะซึงตรัสไว้โดยอสิ ยาห์ศาสดาพยากรณ์ว่า 15 `แคว้นเศบูลนุ และแคว้นนัฟทา
ลที างข้างทะเลฟากแม่นําจอร์แดนข้างโน้น คอื กาลลิ แี ห่งบรรดาประชาชาติ 16 ประชาชนผู้นงั อยู่
ในความมดื ได้เหน็ ความสว่างยงิ ใหญ่ และผู้ทนี ังอยู่ในแดนและเงาแห่งความตาย กม็ คี วามสว่าง
ขนึ ส่องถงึ เขาแล้ว' ตรงนีมทั ธิวยกขอ้ ความจากอิสยาห์ 9:1-2 ตอนทีพระเยซูทรงอยใู่ นเมืองคาเป

อรนาอุม พระองคก์ ท็ รงทาํ ใหค้ าํ พยากรณ์สาํ เร็จทีวา่ ความสวา่ งของพระเมสสิยาหจ์ ะสาดส่องใน
ตระกุลเศบูลุนและตระกลู นฟั ทาลีซึงตงั อยทู่ างเหนือสุด

เพราะวา่ แควน้ กาลิลีอยหู่ ่างไกลจากอิทธิพลของศาสนายวิ ในกรุงเยรูซาเลม็ มนั จึงเป็น
แควน้ ทีอยใู่ นความมดื ฝ่ ายวญิ ญาณมากกวา่ มาตลอดหลายร้อยปี แควน้ นีมกั ตกเป็นเป้ าหมายของ
การโจมตีทางทหารจากผรู้ ุกรานชาวต่างชาติไล่ตงั แต่อสั ซีเรียไปจนถึงโรม นนั น่าจะเป็นความ
หมายของการนงั อยู่ “ในแดนและเงาแห่งความตาย” กระนนั ในแควน้ ทีอยหู่ ่างไกลของอิสราเอล
นี ความสวา่ งของพระเมสสิยาห์กส็ าดส่องมาถึงพวกเขาเป็นพวกแรกตามทีมีพยากรณ์ไวใ้ น
หนงั สืออิสยาห์

มธ 4:17 ตงั แต่นันมาพระเยซูได้ทรงตังต้นประกาศว่า "จงกลบั ใจเสียใหม่ เพราะ
ว่าอาณาจกั รแห่งสวรรค์มาใกล้แล้ว" ขอ้ ความแรกทีพระเยซูคริสตท์ รงประกาศแก่ชนชาติ
อิสราเอลกเ็ ป็นแบบเดียวกบั ของยอหน์ “จงกลบั ใจเสียใหม่ เพราะวา่ อาณาจกั รแห่งสวรรคม์ าใกล้
แลว้ ” ดูคาํ อธิบายเกียวกบั อาณาจกั รแห่งสวรรคไ์ ดใ้ นมทั ธิว 3:2 การรับใชเ้ บืองตน้ ของพระเยซูก็
คือ การเสนอพระองคเ์ องแก่ชนชาติอิสราเอลในฐานะพระเมสสิยาห์-กษตั ริยท์ ีพวกเขารอคอยมา
นาน กระนนั เพราะสภาพฝ่ ายวญิ ญาณของพวกเขา พวกเขาจึงจาํ เป็นตอ้ งกลบั ใจเสียใหม่ก่อน
การกลบั ใจใหม่ยงั คงเป็นส่วนสาํ คญั ของความเชือทีช่วยใหร้ อดและจริงๆแลว้ กเ็ ป็นส่วนแรก
ของมนั ดว้ ย ก่อนทชี นชาติอิสราเอลจะเชือในพระเมสสิยาห์ของพวกเขาได้ พวกเขาจาํ เป็นตอ้ ง
หนั มาหาพระองคก์ ่อน นนั คือการกลบั ใจใหม่ การรับใชเ้ บืองตน้ ของพระเยซูอยใู่ นบริบทของ
อาณาจกั รนนั น่าเศร้าทีพวกเขาและชาวโลกในทุกวนั นีต่างหนั ไปหาทางของตวั เองแทนทีจะ
กลบั ใจมาหาพระเจา้ และพระคริสต์

ในตอนนนั ชนชาติอิสราเอลตกอยใู่ ตอ้ าํ นาจของโรมทีไม่เอาพระเจา้ พวกเขาโหยหา
อิสรภาพทางการเมืองและการกลบั คืนสู่อาณาจกั รกษตั ริยส์ มยั โบราณทีเริมตน้ ทีดาวดิ และถูกตดั
ออกไปในตอนทีพวกเขาถกู กวาดตอ้ นไปเป็นเชลยยงั กรุงบาบิโลน พวกยวิ ส่วนใหญ่ต่างรู้ดีถึงคาํ
พยากรณ์ต่างๆทีวา่ พระเมสสิยาหจ์ ะทรงนาํ สง่าราศใี หญ่ยงิ ความโดดเด่นท่ามกลางประชาชาติ
ต่างๆ และความเจริญรุ่งเรืองมาสู่อิสราเอล พวกเขาจึงรอคอยผนู้ าํ ทางทหารและเป็นผนู้ าํ ทางการ

เมืองทีจะปลดแอกของพวกโรมทิงไป และนาํ ความเจริญรุ่งเรืองและความเป็นใหญ่มาสู่
อิสราเอล

ขอ้ ความทีพระเยซูทรงประกาศแก่อิสราเอลนนั แตกต่างไปอยา่ งสินเชิง พระองคเ์ สดจ็ มา
ประกาศเรืองการกลบั ใจใหม่ นนั ไม่ใช่สิงทีพวกเขาอยากไดย้ นิ อนั ทีจริงแลว้ สาํ หรับพวกยวิ
จาํ นวนมาก ขอ้ ความดงั กล่าวกไ็ ม่เกียวกนั เลย พวกเขาคิดแต่เรืองความเจริญรุ่งเรือง สิทธิมนุษย
ชน และเรืองการเมือง ‘คืนดีกบั พระเจา้ เนียนะ? ใครจะไปสน!’ แต่อาณาจกั รแห่งสวรรคก์ เ็ ขา้ มา
ใกลแ้ ลว้ เพราะวา่ กษตั ริยอ์ งคน์ นั ไดเ้ สดจ็ มาแลว้ นอ้ ยคนนกั ทีตระหนกั ถึงเรืองนี

มธ 4:18-20 คราวนีมทั ธิวบนั ทึกเกียวกบั การทรงเรียกสาวกพวกแรกของพระเยซู
ขณะทพี ระเยซูทรงดาํ เนินอยู่ตามชายทะเลกาลลิ ี กท็ อดพระเนตรเหน็ พนี ้องสองคน คอื ซีโมนที
เรียกว่าเปโตร กบั อนั ดรูว์น้องชายของเขา กาํ ลงั ทอดอวนอยู่ทที ะเล เพราะเขาเป็ นชาวประมง
ทะเลกาลิลีเป็ นทะเลสาบสวยงามในตอนเหนือของอิสราเอลโดยมีขนาดยาวประมาณสิบสาม
ไมลแ์ ละกวา้ งหกไมล์ ทางทิศตะวนั ออก ทีราบสูงโกลาน (หรือ กาดารา) กท็ อดยาวโดยมเี นินเขา
สูงๆแบบเดียวกนั บนชายฝังตะวนั ตก แม่นาํ จอร์แดนไหลลงไปในทะเลสาบนีจากทิศเหนือซึง
เป็นทีๆสภาพภมู ิประเทศไม่ขรุขระเท่า แม่นาํ นีไหลออกไปทางใตเ้ หมือนกนั สู่สภาพภมู ิประเทศ
ทีราบเรียบกว่า

การทรงเรียกพวกสาวกของพระเยซูกค็ ือ 19 พระองค์ตรัสกบั เขาว่า "จงตามเรามาเถดิ
และเราจะตงั ท่านให้เป็ นผู้หาคนดงั หาปลา" หากเราตอ้ งการเป็นสาวกของพระเยซูคริสต์ เราก็
ตอ้ งเป็นผหู้ าคนดงั หาปลาเช่นกนั มทั ธิวบนั ทึกวา่ 20 เขาทงั สองได้ละอวนตามพระองค์ไปทนั ที
คาํ ทีแปลวา่ ทนั ที (เอะอูเธะโอส) มีความหมายวา่ ‘ในทนั ที’ น่าสนใจทีคาํ ตรัสแรกและสุดทา้ ย
ของพระเยซูทีตรัสแก่เปโตรกค็ ือ “จงตามเรามาเถิด” (ดู ยอห์น 21:22) การทรงเรียกทีเราไดร้ ับก็
คือ ใหเ้ ราตามพระองคไ์ ป เช่นกนั นนั คือแก่นแทข้ องการเป็นสาวก

มธ 4:21-22 มทั ธิวเล่าต่อไปวา่ ครันพระองค์เสด็จต่อไป กท็ อดพระเนตรเห็นพนี ้อง
อกี สองคน คอื ยากอบบุตรชายเศเบดกี บั ยอห์นน้องชายของเขา กาํ ลงั ชุนอวนอยู่ในเรือกบั เศเบดี
บิดาของเขา พระองค์ได้ทรงเรียกเขา พระเยซูทรงเรียกสาวกอีกสองคนเช่นกนั คือ ยากอบและ

ยอหน์ (ผซู้ ึงต่อมากลายเป็นอคั รสาวกยอห์น) สองคนนีเป็นบุตรของเศเบดี พวกเขากต็ ิดตาม
พระองคไ์ ปทันทีเช่นกนั ยอห์น 1:35-51 ใหร้ ายละเอยี ดทีสอดคลอ้ งกนั ถึงแมแ้ ตกต่างอยบู่ า้ ง
เกียวกบั การทรงเรียกสาวกพวกแรกของพระเยซู เราเห็นถึงพระคุณของพระองคใ์ นการที
พระองคท์ รงเรียกพวกเขาฝ่ ายเดียว นอกจากนี เราอาจสรุปไดว้ า่ พระองคท์ รงเห็นอุปนิสัย การ
ดาํ เนินตามทางของพระเจา้ อยภู่ ายใน และความซือตรงในตวั ชายหนุ่มพวกนีซึงจาํ เป็นสาํ หรับ
การรับใชท้ ีพระองคท์ รงทราบวา่ รอคอยอยเู่ บืองหนา้ มนั คงเป็นสิทธิพเิ ศษเหลือเกินกบั การถูก
เลือกโดยพระผชู้ ่วยใหร้ อด กระนนั เมือพดู ถึงการทรงเรียกในขอบเขตทีใหญ่กวา่ เรากถ็ กู เลือก
ในพระองคแ์ ลว้ ในฐานะเป็นพระกายของพระคริสตแ์ มก้ ระทงั ในปัจจุบนั นี

ชายหนุ่มชาวแควน้ กาลิลีทีถ่อมใจเหล่านีคงไม่ตระหนกั ถึงพระพรและการข่มเหงใน
อนาคตทีพวกเขาจะไดร้ ับ กระนนั 22 ในทนั ใดนันเขาทงั สองกล็ ะเรือและลาบิดาของเขาตามพ
ระองค์ไป พวกเขาไม่เพยี งกลบั ใจมารับเชือพระเยซูคริสตแ์ ละติดตามพระองคไ์ ปเท่านนั แต่พวก
เขายงั ทิงวถิ ีชีวติ ของตวั เองและทิงครอบครัวของตวั เองดว้ ย เราเห็นถึงการอุทิศตวั ของพวกเขาแม้
กระทงั ในระยะแรกๆนี พวกเขาอาจรู้จกั พระเยซูแลว้ และอาจเป็นผเู้ ชือแลว้ กไ็ ดก้ ่อนทีพระองค์
ทรงเรียกพวกเขาใหม้ ารับใช้

มธ 4:23 พระเยซูได้เสด็จไปทวั แคว้นกาลลิ ี ทรงสังสอนในธรรมศาลาของเขา ทรง
ประกาศข่าวประเสริฐแห่งอาณาจกั รนัน และทรงรักษาโรคภยั ไข้เจบ็ ทุกอย่างของชาวเมอื งให้
หาย ข่าวประเสริฐแห่งอาณาจกั รนนั จริงๆแลว้ กค็ ือ การทีกษตั ริยอ์ งคน์ นั ไดเ้ สดจ็ มาแลว้ และจะ
รือฟื นอาณาจกั รแห่งอิสราเอลภายใตพ้ ระเจา้ หากพวกเขายอมกลบั ใจจากวถิ ีอนั บาปหนาต่างๆ
ของตวั เอง น่าเศร้าทีวา่ พวกเขาไม่ยอม น่าสนใจตรงทีวา่ การรับใชส้ าธารณชนของพระองคน์ นั
รวมทงั การเทศนาและการสังสอน เหมือนกบั หนา้ ทีรับใชข้ องศิษยาภิบาลจนถึงปัจจุบนั นี
นอกจากนี พระเยซูยงั ทรงรักษาคนเหล่านนั ทีเจบ็ ป่ วยและเป็นโรคอีกดว้ ย ส่วนหนึงแลว้ การ
รักษาโรคของพระองคก์ เ็ ป็นวธิ ีหนึงในการรับรองพระองคเ์ องต่อบรรดาคนขสี งสยั และคนทีไม่
เชือ อีกส่วนหนึงมนั กเ็ ป็นมาจากพระทยั อนั เปี ยมพระกรุณาของพระองคท์ ีจะตอบสนองความ
จาํ เป็นต่างๆของบรรดาคนทีอยรู่ อบตวั พระองคด์ ว้ ย

มธ 4:24 ชือเสียงของพระองคก์ ข็ จรขจายไปถึงแควน้ ใกลเ้ คียงดว้ ย กติ ติศัพท์ของ
พระองค์กเ็ ลอื งลอื ไปทวั ประเทศซีเรีย เขาจงึ พาบรรดาคนป่ วยเป็ นโรคต่างๆ คนทที นทุกข์เวทนา
คนผเี ข้า คนบ้า และคนเป็ นอมั พาตมาหาพระองค์ พระองค์กท็ รงรักษาเขาให้หาย น่าสนใจทีวา่
กิตติศพั ทเ์ รืองพระองคไ์ ดเ้ ลืองลือไปถึงประเทศซีเรียไปทางทิศเหนือและตะวนั ออกดว้ ย คน
เหล่านีเป็นคนต่างชาติและพวกเขากฟ็ ังพระองคด์ ว้ ยความยนิ ดี พระองคท์ รงรักษาความเจบ็ ป่ วย
ของพวกเขาใหห้ ายและทรงขบั ผอี อกจากบรรดาคนทีถกู ผเี ขา้ คาํ ทีแปลวา่ คนบ้า (เสะเลนีอา
ซอไม) หมายถึงคนเหล่านนั ทีเป็นโรคลมชกั และ “อมั พาต” กห็ มายถึงคนทีเป็นอมั พาต คาํ ที
แปลวา่ คนผเี ข้า (ไดมอนิซอไม) มีความหมายตรงตวั วา่ ‘ถกู ผสี ิง’ หรือตกอยใู่ ตอ้ าํ นาจของผี
ปี ศาจ

มธ 4:25 นอกจากนี คนหม่ใู หญ่กต็ ิดตามพระองคม์ าจากอิสราเอลและจากแควน้
ต่างๆของคนต่างชาติทีอยใู่ กลเ้ คียง และมคี นหมู่ใหญ่มาจากแคว้นกาลลิ ี และแคว้นทศบุรี และ
กรุงเยรูซาเลม็ และแคว้นยูเดีย และแม่นําจอร์แดนฟากข้างโน้น ตดิ ตามพระองค์ไป แควน้ กาลิลี
ในสมยั นนั จริงๆแลว้ กป็ ระกอบไปดว้ ยคนยวิ เสียเป็นส่วนใหญ่ อยา่ งไรกต็ าม แควน้ ทศบุรีใน
ตอนนนั กป็ ระกอบไปดว้ ยสิบเมืองซึงในภูมิศาสตร์ปัจจุบนั กค็ งเป็นจอร์แดนทางตอนเหนือและ
ซีเรียทางตอนใต้ ถึงแมว้ า่ มีพวกยวิ อยทู่ ีนนั ในตอนนนั แต่มนั กเ็ ป็นแควน้ ของคนต่างชาติเป็น
หลกั นอกจากนีฝงู ชนกเ็ ดินทางขึนเหนือจากกรุงเยรูซาเลม็ และจากแควน้ ยเู ดียทางใตแ้ ละจาก
บริเวณแม่นาํ จอร์แดนซึงอยไู่ ปทางทิศตะวนั ออกเฉียงใต้ พระเยซูทรงกลายเป็นผทู้ ีมีชือเสียงโด่ง
ดงั จริงๆโดยเฉพาะในสมยั ทีการติดต่อสือสารเป็นไปอยา่ งจาํ กดั เช่นนนั

*****
ภาพรวมของมทั ธิว 5: บททีห้าของหนงั สือมทั ธิวเริมต้นด้วยคาํ เทศนาบนภเู ขา ทีถกู
เรียกเช่นนีเพราะว่าพระเยซูเสดจ็ ขึนบนภเู ขา (หรือเนินเขา) เพือสังสอนและเทศนา คาํ เทศนานี
ดาํ เนินต่อไปจนจบบทที 7 คาํ เทศนาบนภเู ขานีไม่มีอย่ใู นหนังสือมาระโกหรือหนังสือยอห์น
และมนั อย่ใู นรูปแบบย่อในหนงั สือลกู า เมือเรานึกถึงบริบทของบทก่อนๆในหนังสือมทั ธิว เราก็
เห็นถึงการเน้นยาํ เรืองกษัตริย์องค์นันและอาณาจักรของพระองค์ทีจะมา

บางคนเรียกคาํ เทศนาบนภเู ขานีว่ารัฐธรรมนญู แห่งอาณาจักรนัน นนั คือ มนั ให้ราย
ละเอียดเกียวกับสภาพฝ่ ายวิญญาณและศีลธรรมทีจะมีอย่เู มือกษตั ริย์องค์นนั ประทับบน
พระทีนงั ของพระองค์ในกรุงเยรูซาเลม็ ในทีสุด ในฐานะทีเป็นส่วนทีได้รับการดลใจของพระ
คัมภีร์ คาํ เทศนาบนภเู ขานีย่อมมีคุณค่าสาํ หรับเราในคริสตจักรในปัจจุบนั นีด้วย อย่างไรกต็ าม
การประยกุ ต์ใช้แบบเตม็ ทีของมนั จะเกิดขึนในอาณาจักรทีจะมาถึงนัน ขณะทีคาํ เทศนาบนภูเขา
นีดาํ เนินต่อไป พระเยซูกท็ รงใช้คาํ เปรียบหลายประการเพือหมายถึงประชาชนของพระเจ้า จาก
นนั พระองค์กท็ รงเริมเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างบญั ญตั ิของโมเสสกบั คาํ สอนของ
พระองค์ ซึงในแต่ละกรณีกท็ าํ ให้พระราชบญั ญตั ิสาํ เร็จ

ขณะทีคาํ เทศนาบนภเู ขาดาํ เนินต่อไป พระเยซูกท็ รงบรรยายต่อไปว่าพระองค์และคาํ
สอนของพระองค์ทาํ ให้บญั ญตั ิของโมเสสในพระคัมภีร์เดิมสาํ เร็จ พระเยซูทรงชีให้เห็นหลาย
ครังว่า “ท่านทังหลายได้ยินทีคนสมยั ก่อนกล่าวไว้” นีหมายถึงบญั ญตั ิของโมเสส จากนัน
พระองค์กต็ รัสว่า “แต่เราขอบอกท่านทังหลาย” พระองค์มิได้ทรงตรัสแย้งพระบญั ญตั ิ แต่ทรง
ไปเกินกว่าพระบญั ญตั ิในแต่ละกรณี พระเยซูจึงทรงทาํ ให้พระบญั ญตั ิสาํ เร็จและทาํ มากยิงกว่า
นนั อีก อีกครังทีนีเป็นส่วนหนึงของ ‘รัฐธรรมนญู แห่งอาณาจักรนนั ’ หลกั การเหล่านีจะเป็น
แบบฉบบั ของสภาพต่างๆทีชอบธรรมในอาณาจักรของพระองค์ กระนนั หลกั การเหล่านีกเ็ ป็น
บทเรียนและเป้ าหมายสาํ หรับพวกเราในทุกวนั นีด้วย

มธ 5:1-2 ครันทอดพระเนตรเห็นคนมากดงั นัน พระองค์กเ็ สดจ็ ขนึ ไปบนภูเขา และ
เมอื ประทบั แล้ว เหล่าสาวกของพระองค์มาเฝ้ าพระองค์ พระเยซูเสดจ็ ขึนภูเขาแห่งหนึงซึงไม่ได้
ระบุวา่ เป็นภเู ขาใด พระคมั ภีร์ไม่ไดบ้ อกวา่ เป็นลูกใด แต่คนกเ็ ชือกนั วา่ มนั เป็นแนวขา้ งเขาซึง
มองลงไปเห็นทะเลกาลิลีทางดา้ นตะวนั ตกเฉียงเหนือ มีการเอ่ยถึงฝงู ชน แต่มแี ต่พวกสาวกของ
พระองคเ์ ท่านนั ทีถูกกล่าวถึงวา่ ฟังพระองค์ ฝงู ชนมาฟังพระองคด์ ว้ ยไหมนนั กเ็ ป็นเรืองทีถกเถียง
กนั อยู่ ในมทั ธิว 8:1 ซึงเกิดขึนต่อจากคาํ เทศนานีเลย มีการเอ่ยถึงฝงู ชนหมู่ใหญ่ทีติดตาม
พระองคไ์ ปต่อไป เราจึงสันนิษฐานไดว้ า่ พวกเขากไ็ ดย้ นิ คาํ เทศนานีดว้ ยเหมือนกนั ดงั นนั
2 “พระองค์ทรงเอ่ยพระโอษฐ์ตรัสสอนเขาว่า”

มธ 5:3 ขอ้ 3 ถึง 12 ถูกคนเรียกวา่ ความเป็นสุขต่างๆ (Beatitudes) นีเป็นพระพร
เกา้ ประการทีพระเยซูตรัสถึง พระพรเหล่านีน่าจะกลายเป็นจริงในอาณาจกั รของพระเจา้ (นนั คือ
ยคุ พนั ปี ) ถึงแมว้ า่ มนั มีการประยกุ ตใ์ ชฝ้ ่ ายวญิ ญาณต่างๆของคาํ สอนแต่ละอนั เช่นกนั แมก้ ระทงั
ในยคุ นีกต็ าม นีน่าจะเป็นส่วนหนึงของข่าวประเสริฐเรืองอาณาจกั รนนั แต่ละเรืองกม็ ีคาํ วา่
เป็นสุข คาํ ทีแปลเช่นนนั (มาคาริออส) มคี วามหมายวา่ (1) ไดร้ ับพระพรจากพระเจา้ และ (2) มี
ความสุขเป็นผลทีตามมา พระพรของพระเจา้ ก่อใหเ้ กิดความสุขจริงๆ ชาวโลกไม่มีวนั พบความ
สุขทีแทจ้ ริงเพราะวา่ พวกเขาไม่เคยไดร้ ับพระพรจากพระเจา้ จริงๆ

ดว้ ยเหตุนี พระเยซูจึงทรงสอนวา่ "บุคคลผู้ใดรู้สึกบกพร่องฝ่ ายจติ วญิ ญาณ ผู้นันเป็ นสุข
ความบกพร่องทีถูกพดู ถึงตรงนีไม่ใช่เรืองเงินทอง แต่เป็นเรืองของจิตวญิ ญาณ มนั สือถึงการมี
จิตใจทีถ่อมซึงตรงขา้ มกบั ความเยอ่ หยงิ ความจองหอง และการอวดตวั

สาํ หรับคนเช่นนนั พระเยซูทรงสญั ญาวา่ เพราะอาณาจกั รแห่งสวรรค์เป็ นของเขา อีก
ครังทีอาณาจกั รแห่งสวรรคห์ มายถึงอาณาจกั รทีพระเยซูคริสตจ์ ะทรงสถาปนาขึนเมือพระองค์
เสดจ็ กลบั มายงั แผน่ ดินโลกนี (มนั ยงั ถกู เรียกโดยทวั ไปวา่ ยคุ พนั ปี ดว้ ย จริงๆแลว้ อาณาจกั รนีก็
สืบต่อไปถึงอาณาจกั รนิรันดร์นนั ซึงจะคงอยตู่ ลอดไปเป็นนิตย)์ นีหมายความวา่ คนเหล่านนั ทีมี
ใจถ่อมจะไดอ้ ยใู่ นอาณาจกั รนนั ดู 1 เปโตร 5:5-6 และยากอบ 4:6-7 กระนนั คนทงั หลายทีถ่อม
ใจจริงๆในชีวติ นีกจ็ ะพบพระพรของพระเจา้ และความสุขอนั เป็นผลทีตามมา

มธ 5:4 พระเยซูประกาศต่อไปวา่ บุคคลผู้ใดโศกเศร้า ผู้นันเป็ นสุข นีอาจหมายถึง
ความโศกเศร้าเพราะความบาป ดู ยากอบ 4:9 และ 2 โครินธ์ 7:9-11 เพราะว่าเขาจะได้รับการ
ทรงปลอบประโลม ในฐานะทีทรงเป็นพระเจา้ แห่งการปลอบประโลมใจทุกอยา่ ง พระองคจ์ ึง
ทรงปลอบประโลมคนทีทุกขใ์ จ (2 โครินธ์ 1:3) อีกทรรศนะหนึงกเ็ ชือวา่ คนของพระเจา้ ทีโศก
เศร้าเพราะเจอกบั โศกนาฏกรรมหรือความสูญเสียกจ็ ะไดร้ ับการปลอบประโลมจากพระองค์ ใน
ขอ้ พระคมั ภีร์อา้ งองิ ไขวท้ ียกมานนั เราเห็นชดั เจนวา่ พระเจา้ จะทรงเสริมกาํ ลงั และปลอบ
ประโลมอิสราเอลเมือพวกเขาถูกนาํ กลบั คืนสู่ดินแดนของตนในอาณาจกั รทีจะมานนั ดู เพลง
สดุดี 40:1, อิสยาห์ 12:1, 25:8, 35:10, 51:11, ววิ รณ์ 21:4 คาํ ทีแปลวา่ ได้รับการทรงปลอบ

ประโลม (พาราคาเละโอ) อาจเป็นทีเขา้ ใจในความหมายปัจจุบนั วา่ ‘การใหก้ าํ ลงั ใจ’ พระเจา้ ทรง
เป็นแหล่งทีมาแห่งการใหก้ าํ ลงั ใจอยา่ งแทจ้ ริง โดยเฉพาะในช่วงเวลาแห่งความสูญเสียและความ
โศกเศร้า

มธ 5:5 ความเป็นสุขอยา่ งทีสามกค็ ือ บุคคลผู้ใดมใี จอ่อนโยน ผู้นันเป็ นสุข คาํ ที
แปลวา่ มใี จอ่อนโยน (พราอุส) ในพระคมั ภีร์ใหม่มกั ถูกเขา้ ใจผดิ บ่อยๆ มนั ไม่ไดส้ ือถึงการ
เหนียมอายหรือความอ่อนแอ แต่มนั หมายถึงความอ่อนโยนของจิตวญิ ญาณเพราะวา่ จิตวญิ ญาณ
ของผนู้ นั ถูกกาํ กบั ควบคุมโดยความชอบธรรมต่างหาก ในพระคมั ภีร์เดิม มนั หมายถึงคนเหล่า
นนั ทีพึงพาพระเจา้ อยา่ งสุดจิตสุดใจเพอื ทีจะใหพ้ ระองคป์ กป้ องพวกเขา ดงั นนั ในบริบทนี มนั
หมายถึงคนเหล่านนั ทีเป็นคนมีใจชอบธรรม โดยวางใจองคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ในทางปฏิบตั ิแลว้ การ
มใี จอ่อนสุภาพกห็ มายถึง การมีวนิ ยั ในอารมณ์ รู้จกั ควบคุมโทสะ ลิน และทศั นคติ ผลที
แสดงออกมากค็ ือ การมสี ภาพอารมณ์ทีคงทีหรือมใี จสงบนนั เอง นอกจากนี มนั ยงั เป็นส่วนหนึง
ของผลของพระวญิ ญาณตามทีมีบอกไวใ้ นกาลาเทีย 5:23 ดว้ ย องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเรายงั ทรง
บรรยายถึงพระองคเ์ องวา่ ทรงมีใจอ่อนสุภาพดว้ ยในมทั ธิว 11:29

พระเยซูทรงสญั ญาวา่ เพราะว่าเขาจะได้รับแผ่นดนิ โลกเป็ นมรดก พระเจา้ มิไดท้ รง
สญั ญาวา่ จะใหม้ รดกในอาณาจกั รของพระองคแ์ ก่คนเหล่านนั ทียกตวั เองหรือคนทีมีใจเยอ่ หยงิ
คนทีมีใจอ่อนสุภาพ จะไม่เพยี งไดร้ ับแผน่ ดินโลกในอาณาจกั รของพระเจา้ เป็นมรดกเท่านนั แต่
ยงั จะไดอ้ าศยั อยใู่ นนนั ดว้ ย คาํ ทีแปลวา่ แผ่นดินโลก ตรงนีคอื คาํ กรีก เก คนเหล่านนั ทีถือลทั ธินิว
เอจและพวกนกั สิงแวดลอ้ มหวั รุนแรงทงั หลายต่างบูชาแผน่ ดินโลกนี (เก) ไม่ในระดบั ใดกร็ ะดบั
หนึง นอกจากนี มนั ไม่ใช่เรืองบงั เอิญเลยทีกระแสรักร่วมเพศจะเรียกตวั เองวา่ ‘เกย’์ แน่นอนที
การเล่นคาํ ตรงนีไม่น่าใช่เรืองบงั เอิญ เรืองตลกกค็ ือวา่ พวกถือลทั ธินิวเอจ พวกนกั สิงแวดลอ้ ม
หวั รุนแรง และ ‘พวกเกย’์ ทงั หลายจะไม่ไดร้ ับแผน่ ดินโลกทีพวกเขาบูชานกั หนาเป็นมรดก แต่
คนทีมีใจอ่อนสุภาพจะไดร้ ับมนั เป็นมรดกในสกั วนั หนึงในอาณาจกั รของพระเจา้

มธ 5:6 ความเป็นสุขอยา่ งทีสีกค็ ือ บุคคลผู้ใดหิวกระหายความชอบธรรม ผู้นัน
เป็ นสุข รูปกาลของคาํ กริยาตรงนีอาจแปลไดว้ า่ ‘บุคคลผใู้ ดทีกาํ ลงั หิวและกาํ ลงั กระหายความ

ชอบธรรม ผนู้ นั เป็นสุข’ แมก้ ระทงั ในโลกทีชวั ร้ายนี พระเจา้ กจ็ ะทรงอวยพรคนเหล่านนั ทีกาํ ลงั
กระหายหาความชอบธรรม แต่ในอาณาจกั รของพระองค์ “ทีซึงความชอบธรรมดาํ รงอย”ู่ (2 เป
โตร 3:13) เขาจะได้อมิ บริบูรณ์ น่าสนใจตรงทีวา่ เราอ่านเจอในหนงั สืออิสยาหว์ า่ ความชอบ
ธรรมจะมีอยอู่ ยา่ งบริบูรณ์ในอาณาจกั รของพระองค์ ดู อิสยาห์ 11:4,5; 59:17; 61:3; 61:10; 62:2
ฯลฯ อยา่ งไรกต็ าม ความชอบธรรมทีครบบริบูรณ์จะไม่มีบนแผน่ ดินโลกนีจนกวา่ กษตั ริยแ์ ห่ง
ความชอบธรรมจะทรงขนึ ครอบครอง

มธ 5:7 ในความเป็นสุขทีหา้ พระเยซูตรัสวา่ บุคคลผู้ใดมใี จกรุณา ผู้นันเป็ นสุข
ในโลกทีชวั ร้ายนี ความเมตตากรุณามกั ถูกมองขา้ มหรือถกู มองวา่ เป็นเครืองหมายของความ
อ่อนแอ แต่ในตอนนนั บุคคลทีมีใจกรุณาจะได้รับพระกรุณา ดู อิสยาห์ 57:1

มธ 5:8 ความเป็นสุขทีหกคือ บุคคลผู้ใดมใี จบริสุทธิ ผู้นันเป็ นสุข ใจบริสุทธิก็
เป็นความบริสุทธิจริงๆ ฮีบรู 12:14 กล่าววา่ หากปราศจากความบริสุทธิแลว้ จะไม่มผี ใู้ ดไดเ้ ห็น
พระเจา้ เลย การเป็นคนบริสุทธิเป็นขอ้ กาํ หนดแรกของการเขา้ เฝ้ าพระเจา้ ขอบคุณพระเจา้ ทีใน
พระคริสตเ์ ราไดถ้ ูกทาํ ใหเ้ ป็นคนบริสุทธิและชอบธรรมแลว้ โดยพระองค์ ดงั นนั ในการดาํ เนิน
ชีวติ แต่ละวนั ประชาชนของพระเจา้ ควรพากเพียรทีจะบรรลุถงึ ความบริสุทธิ ในทีสุดแลว้ เขาจะ
ได้เหน็ พระเจ้า ดู เพลงสดุดี 119:1, เพลงสดุดี 15:1-4, 24:3-5 และอิสยาห์ 33:14-17 ในขอ้ พระ
คมั ภีร์เดิมแต่ละตอนเหล่านี ผทู้ ีจะเขา้ เฝ้ าจอมกษตั ริยใ์ นอาณาจกั รของพระองคไ์ ดน้ นั จะตอ้ งมี
ชีวติ ทีบริสุทธิ

มธ 5:9 ความเป็นสุขทีเจด็ คือ บุคคลผู้ใดสร้างสันติ ผู้นันเป็ นสุข พระเจา้ ทรงพอ
พระทยั เมือประชาชนของพระองคแ์ สวงหาทีจะสร้างสนั ติสุข ทวั พระคมั ภีร์ตลอดทงั เล่ม เราได้
รับการเตือนสติใหด้ าํ เนินชีวติ ในสนั ติสุข ดู เพลงสดุดี 34:12-14, โรม 12:18, เอเฟซสั 4:1-3,
โคโลสี 3:13, 2 ทิโมธี 2:22, ฮีบรู 12:14 ฯลฯ เพราะว่าจะได้เรียกเขาว่าเป็ นบุตรของพระเจ้า
พระเจา้ ทรงไดร้ ับการขนานนามวา่ พระเจา้ แห่งสนั ติสุขในโรม 15:33 พระเยซูทรงเป็นองคส์ ันติ
ราช (อิสยาห์ 9:6) นอกจากนี ส่วนหนึงของผลของพระวญิ ญาณกค็ ือ สนั ติสุข ดงั ทีมีบอกไวใ้ น

กาลาเทีย 5:22 นอกจากนีแลว้ ผลของความชอบธรรมกค็ ือสันติภาพ (อิสยาห์ 32:17) ดงั นนั
ประชาชนของพระเจา้ จึงควรเป็นผสู้ ร้างสนั ติ

มธ 5:10 ในความเป็นสุขทีแปดนี พระเยซูตรัสวา่ บุคคลผู้ใดต้องถูกข่มเหงเพราะ
เหตุความชอบธรรม ผู้นันเป็ นสุข ตลอดหลายยคุ สมยั ประชาชนของพระเจา้ ลว้ นถูกข่มเหง
เพราะทาํ สิงทีถูกตอ้ ง ยกตวั อยา่ งเช่น ดูสิวา่ เกิดอะไรขึนกบั โยเซฟในหนงั สือปฐมกาล หรือดา
เนียล หรือผพู้ ยากรณ์คนอนื ๆเช่น เยเรมีย์ เป็นตน้ พวกเขาถกู ข่มเหงอยา่ งรุนแรงเพราะวา่ พวกเขา
ทาํ สิงทีถูกตอ้ ง เมือพระคริสตเ์ สดจ็ กลบั มา สาํ หรับคนเหล่านนั ทีถูกข่มเหงเพราะเหตุดงั กล่าว
อาณาจักรแห่งสวรรค์เป็ นของเขา เราอาจอนุมานไดด้ ว้ ยวา่ พวกเขาจะไดร้ ับบาํ เหนจ็ ใหญ่ยงิ ใน
วนั นนั ดู 5:12

มธ 5:11 ในความเป็นสุขอนั ทีสิบและเป็นอนั สุดทา้ ยนี คาํ กริยาเปลียนรูปกาลไป
จนถึงตอนนี มีการใชร้ ูปกาลปัจจุบนั หรือไม่กส็ มบูรณ์กาลอนั บ่งบอกถึงภาระต่างๆทีคนชอบ
ธรรมไดส้ ู้ทนมาแลว้ ในอดีตหรือไม่กก็ าํ ลงั สู้ทนอยตู่ อนนี แต่คราวนี ความหมายนนั บ่งชีถึง
อนาคตแทน เมอื เขาจะตเิ ตยี นข่มเหงและนินทาว่าร้ายท่านทงั หลายเป็ นความเทจ็ เพราะเรา พระ
เยซูทรงชีใหพ้ วกสาวกของพระองคค์ ิดถึงสิงทีรอคอยพวกเขาอยใู่ นภายหนา้ ประชาชนของ
พระเจา้ ตลอดทกุ ยคุ สมยั ลว้ นถูกติเตียน ข่มเหง และวา่ ร้ายเพราะพวกเขาปรนนิบตั ิพระองค์ บดั นี
พระเยซูทรงเตือนพวกสาวกวา่ พวกเขากจ็ ะสู้ทนสิงเหล่านีแบบเดียวกนั เพราะเห็นแก่พระองค์
แต่พระองคก์ ต็ รัสวา่ ท่านกเ็ ป็ นสุข

มธ 5:12 ในทางกลบั กนั จงชืนชมยนิ ดอี ย่างเหลอื ล้น เพราะว่าบําเหน็จของท่านมี
บริบูรณ์ในสวรรค์ องคก์ ษตั ริยจ์ ะไม่ทรงลืมคนเหล่านนั ทีไดป้ รนนิบตั ิพระองคแ์ ละทนทุกข์
เพราะการทาํ เช่นนนั (ววิ รณ์ 22:12) เราอยใู่ นกลุ่มคนทีไดร้ ับเกียรติ เพราะเขาได้ข่มเหงศาสดา
พยากรณ์ทงั หลายทอี ยู่ก่อนท่านเหมอื นกนั ดู เยเรมีย์ 26:21, 2 พงศาวดาร 36:16, เนหะมีย์ 9:26,
2 พงศาวดาร 24:22 และ 1 พงศก์ ษตั ริย์ 22:27 แน่นอนทีมพี ระพรสาํ หรับคนอยา่ งโยเซฟ ดาเนียล
หรืออบั ราฮมั เพราะวา่ พวกเขาทาํ สิงทีถูกตอ้ งจาํ เพาะพระเจา้ มีบาํ เหน็จสาํ หรับคนชอบธรรม
จริงๆ (เพลงสดุดี 58:11)

มธ 5:13 ขณะทพี ระเยซูตรัสคาํ เทศนาบนภูเขาต่อไป คราวนีพระองคก์ เ็ ปลียนมา
ตรัสคาํ เปรียบหลายประการบา้ ง ท่านทงั หลายเป็ นเกลอื แห่งโลก ในสมยั โบราณ เกลือถกู ใชเ้ พือ
ชะลอการบูดเน่าเสียของอาหาร ดงั นนั อาหารหลายอยา่ งจึงถูกเคลา้ ดว้ ยเกลือ (ตงั แต่ปลาเคม็ ไป
จนถึงผกั ดอง) เมือเกลือสูญเสียคุณสมบตั ิในเรือง ‘ความเคม็ ’ ของมนั ไป มนั กห็ มดประโยชน์ แต่
ถ้าเกลอื นันหมดรสเคม็ ไปแล้ว จะทาํ ให้กลบั เคม็ อกี อย่างไรได้ แต่นันไปกไ็ ม่เป็ นประโยชน์อะไร
มแี ต่จะทงิ เสียสําหรับคนเหยยี บยาํ พระเยซูทรงเปรียบประชาชนของพระเจา้ วา่ เป็นเหมือนกบั
เกลอื เมือเราหมดความสามารถทีจะชะลอความบาปและความเสือมทรามทีอยรู่ อบตวั เรา เราก็
สูญเสียคุณค่าของเราไปแลว้ ดงั นนั เกลือจึงกลายเป็นสัญลกั ษณ์ทีแสดงถึงความชอบธรรม

มธ 5:14 พระเยซูตรัสคาํ เปรียบอีกประการเกียวกบั ชีวติ คริสเตียน ท่านทงั หลาย
เป็ นความสว่างของโลก ในยอหน์ 8:12 พระเยซูตรัสวา่ “เราเป็นความสวา่ งของโลก” ขณะทีพระ
เยซูเสดจ็ ดาํ เนินอยบู่ นแผน่ ดินโลกนี พระองคก์ ท็ รงเป็นความสว่างของโลก อยา่ งไรกต็ าม เมอื
พระองคไ์ ม่อยแู่ ลว้ บดั นีเราจึงเป็นความสวา่ งของโลกแทน เพราะวา่ พระคริสตท์ รงสถติ อยใู่ น
เราและทรงส่องสวา่ งผา่ นตวั เรา เราจึงกลายเป็นความสวา่ งของโลกในยามทีพระองคไ์ ม่อยแู่ ลว้
ชาวโลกทีอยรู่ อบตวั เราตกอยใู่ นความมดื ฝ่ ายวญิ ญาณ ส่วนหนึงของหนา้ ทีเราในฐานะคริสเตียน
กค็ ือ การเป็นปริซึมทแี สงแห่งข่าวประเสริฐจะส่องผา่ นสู่โลกทีมืดมิดได้

นครซึงอยู่บนภูเขาจะปิ ดบงั ไว้ไม่ได้ เพราะพระเยซูทรงเทศนาจากภเู ขาแห่งความเป็นสุข
ทงั หลาย เมืองทิเบเรียสจึงปรากฏชดั เจนตามแนวเขาดา้ นขา้ งทีหนั หนา้ สู่ทิศใต้ เมืองทิเบเรียสตงั
อยบู่ นเนินเขา (ภูเขา) สูงซึงทอดยาวตลอดแนวชายฝังดา้ นตะวนั ตกเฉียงใตข้ องแควน้ กาลิลี เมือง
นีจึงเห็นไดช้ ดั เมือมองจากภเู ขาแห่งความเป็นสุขต่างๆในตอนกลางวนั ตอนกลางคนื แสงไฟที
ส่องออกมาจากเมืองนีจึงเป็นเหมือนประภาคาร ใครๆกม็ องเห็นเมืองนี พระเจา้ จึงทรงเรียกเรา
ใหเ้ ป็นประภาคารทีส่องสวา่ งแก่ชาวโลกทีกาํ ลงั จะพินาศ

มธ 5:15 พระเยซูจึงทรงตรัสคาํ สุภาษิตอีกประการทีเป็นความจริง ไม่มผี ู้ใดจุด
เทยี นแล้วนําไปวางไว้ในถัง ความโง่เขลาของคาํ เปรียบนีกป็ รากฏชดั เจน ไม่วา่ มนั จะเป็นเทียน
คนสมยั ก่อนเผอื ไวใ้ ชห้ รือจะเป็นหลอดไฟแบบในปัจจุบนั กไ็ ม่มีใครเปิ ดไฟหรือจุดไฟแลว้ เอา

อะไรมาปิ ดบงั มนั ไว้ นอกจากนี ในสมยั โบราณ ถงั กเ็ ป็นเครืองตวงของแหง้ อยา่ งหนึงทีปกตแิ ลว้
กถ็ กู ใส่อยใู่ นตะกร้า การเอาเทียนไปใส่ไวใ้ ตถ้ งั จะทาํ ใหเ้ ทียนดบั หรือไม่กท็ าํ ใหต้ ะกร้าไหม้ การ
ทาํ แบบนนั ยอ่ มไม่เขา้ กนั อยา่ งสินเชิง

ประภาคารสปลิทร็อค (The Split Rock Lighthouse) ทีตงั อยทู่ างชายฝังตอนเหนือของ
ทะเลสาบซูพเี รีย (Lake Superior) มีทีบงั แดดอยตู่ รงบานกระจกหนา้ ต่างของเลนส์ของ
ประภาคาร ทีบงั แดดเหล่านีมีไวเ้ พอื บงั ความร้อนของดวงอาทิตยใ์ นช่วงกลางวนั เพือทีวา่ คนจะ
ไดท้ าํ ความสะอาดและบาํ รุงรักษาเลนส์ประภาคารไดส้ ะดวกๆ อยา่ งไรกต็ าม มนั กเ็ ป็นเรืองโง่ที
จะดึงทีบงั แดดลงตอนกลางคืนในเมือแสงจากประภาคารควรส่องออกไปเพอื เตือนนกั เดินเรือให้
ระวงั กอ้ นหินต่างๆทีอยเู่ บืองล่าง กระนนั คริสเตียนมากมายกม็ กั ดึงทีบงั แดดลงเป็นประจาํ ใน
ประภาคารของตวั เองและไม่เคยเป็นพยานเรืองข่าวประเสริฐของพระคริสตเ์ ลย ดู 2 โครินธ์ 4:3

มธ 5:16 พระเยซูจึงทรงสังวา่ จงให้ความสว่างของท่านส่องไปต่อหน้าคนทงั ปวง
อย่างนัน พระเจา้ ทรงเรียกเราใหส้ าดส่องความสวา่ งแห่งข่าวประเสริฐออกไป นอกจากนี พระ
เยซูยงั ทรงสอนพวกสาวกของพระองคด์ ว้ ยวา่ ชีวติ ของพวกเขาตอ้ งมีลกั ษณะเช่นนนั เพอื ว่าเขา
ได้เหน็ ความดีทที ่านทาํ และจะได้สรรเสริญพระบิดาของท่านผู้ทรงอยู่ในสวรรค์ คาํ ทีแปลวา่
ความดี (คาลอส) ตรงนีบางครังกแ็ ปลวา่ ‘ซือตรง’ มีไม่กีสิงทีสอดคลอ้ งในฝ่ ายวญิ ญาณกบั ความ
สวา่ งมากไปกวา่ ความซือตรง ผลลพั ธ์กค็ อื วา่ พระบิดาในสวรรคข์ องเราจะทรงไดร้ ับเกียรติ
เพราะความซือตรงหรือการกระทาํ ดีอืนๆทีสะทอ้ นใหเ้ ห็นถึงความสวา่ งแห่งข่าวประเสริฐ

มธ 5:17 พระเยซูตรัสต่อไปอีกวา่ พระองคม์ ิไดเ้ สดจ็ มาเพอื ทาํ ลาย (หรือลม้ ลา้ ง)
“พระราชบญั ญตั ิหรือคาํ ของศาสดาพยากรณ์” คาํ นีหมายถึงพระคมั ภีร์เดิมทงั เล่ม การรับใชข้ อง
พระองคก์ ค็ ือ เพือทาํ ใหม้ นั สาํ เร็จหรือสมบูรณ์ พระองคเ์ องทรงเป็นการทาํ ใหพ้ ระราชบญั ญตั ิ
สาํ เร็จ มนั ชีถึงพระองคแ์ ละจริงๆแลว้ กเ็ ป็นการเตรียมพร้อมสาํ หรับการเสดจ็ มาของพระองค์
ดว้ ยเหตุนี พระองคจ์ ึงทรงประกาศวา่ อย่าคดิ ว่าเรามาเพอื จะทาํ ลายพระราชบัญญตั ิหรือคาํ ของ
ศาสดาพยากรณ์เสีย เรามไิ ด้มาเพอื จะทาํ ลาย แต่มาเพอื จะให้สําเร็จ การทีพระเยซูตรัสถึง ‘พระ
ราชบญั ญตั ิหรือคาํ ของศาสดาพยากรณ์’ กเ็ ป็นวธิ ีหนึงทีพวกยวิ ในสมยั นนั ใชเ้ รียกพระคมั ภีร์เดิม

พระองคม์ ิไดเ้ สดจ็ มาเพอื ลม้ ลา้ งพระราชบญั ญตั ิทีพวกยวิ ยกยอ่ งบูชาเหลือเกิน แต่พระองคเ์ สดจ็
มาเพอื ทาํ ใหม้ นั สาํ เร็จต่างหาก

มธ 5:18 ตงั แต่ตรงนีไปจนจบบทนี พระเยซูทรงขยายความหลกั การทีวา่ พระองค์
เสดจ็ มาเพอื ทาํ ใหบ้ ญั ญตั ิของโมเสสสาํ เร็จ รูปแบบสาํ หรับเนือหาส่วนทีเหลือของบทนีกค็ ือ
พระเยซูทรงยกขอ้ ความจากบญั ญตั ิของโมเสสหรือไม่กท็ รงออกความเห็นเกียวกบั มนั อยา่ งไร
กต็ ามพระองคก์ ม็ กั แยง้ วา่ “แต่เราบอกท่านทงั หลาย” ดงั นนั พระองคจ์ ึงกาํ ลงั นาํ เสนอสิงทีต่อไป
จะถกู เรียกวา่ บญั ญตั ิของพระคริสต์ บญั ญตั ินีนาํ เสนอสภาพฝ่ ายศีลธรรมและฝ่ ายวญิ ญาณทีจะมี
อยใู่ นอาณาจกั รทีจะมานนั เมือพระองคท์ รงเป็นพระมหากษตั ริย์

พระเยซูทรงรับรองและยกชูพระราชบญั ญตั ิ แต่นีกร็ วมถึงพระคมั ภีร์ทงั เล่มเองดว้ ย
เพราะเราบอกความจริงแก่ท่านทงั หลายว่า ถงึ ฟ้ าและดินจะล่วงไป แม้อกั ษรหนึงหรือจุดๆหนึงก็
จะไม่สูญไปจากพระราชบัญญัติ จนกว่าจะสําเร็จทงั สิน อักษร (หรือ ยอดท์) คือ ตวั อกั ษรขนาด
เลก็ ทีสุดในพยญั ชนะฮีบรู จุด กเ็ ป็นส่วนประกอบของตวั อกั ษรฮีบรูบางตวั มนั กเ็ หมือนกบั การ
ขีดเสน้ ขวางในตวั อกั ษร ‘t’ ในภาษาองั กฤษนนั เอง ความหมายกค็ ือวา่ แมแ้ ต่ส่วนทีเลก็ นอ้ ยทีสุด
ของพระวจนะของพระเจา้ กจ็ ะสาํ เร็จ ถอ้ ยคาํ ต่างๆของพระเจา้ ไม่เพยี งถกู เกบ็ รักษาไวเ้ ท่านนั แต่
ส่วนทีเลก็ นอ้ ยทีสุดของมนั กถ็ กู เกบ็ รักษาไวด้ ว้ ย หากแมแ้ ต่อกั ษรและจุดของพระวจนะของ
พระเจา้ จะสาํ เร็จ ถ้อยคาํ ต่างๆ ซึงไดร้ ับการดลใจและถกู เกบ็ รักษาไวโ้ ดยพระเจา้ จะสาํ คญั มากยงิ
กวา่ ขนาดไหน

มธ 5:19 พระเยซูตรัสเตือนต่อไปวา่ ผใู้ ดละเมิดบญั ญตั ิขอ้ เลก็ นอ้ ยทีสุดและส่ง
เสริมใหค้ นอืนทาํ เช่นนนั ดว้ ย ผนู้ นั กจ็ ะเป็นคนเลก็ นอ้ ยทีสุดในอาณาจกั รทีจะมานนั เหตุฉะนัน
ผู้ใดได้ทาํ ให้ข้อเลก็ น้อยสักข้อหนึงในพระบัญญตั นิ ีเบาลง ทงั สอนคนอนื ให้ทาํ อย่างนันด้วย ผู้
นันจะได้ชือว่า เป็ นผู้น้อยทสี ุดในอาณาจกั รแห่งสวรรค์ แต่ผู้ใดทปี ระพฤตแิ ละสอนตามพระ
บัญญัติ ผู้นันจะได้ชือว่า เป็ นใหญ่ในอาณาจกั รแห่งสวรรค์ ผใู้ ดระมดั ระวงั ในการรักษาราย
ละเอียดทุกอยา่ งของพระวจนะของพระเจา้ จะไดช้ ือวา่ เป็นใหญ่ในวนั นนั ปัญหาของศาสนายวิ
ของพวกรับบีซึงถูกแสดงออกในพวกฟาริสีกค็ ือวา่ พวกเขาไดแ้ ทนทีพระวจนะของพระเจา้ ดว้ ย

ประเพณีทีเล่าสืบต่อกนั มาของพวกเขา โดยใหค้ วามสาํ คญั ต่อประเพณีเหล่านนั มากกวา่ สิงที
พระเจา้ ไดท้ รงเขียนไว้ ถึงแมพ้ วกเขาจะเป็นเช่นนนั แต่การตงั ใจเชือฟังพระวจนะของพระเจา้ ก็
ยงั เป็นหนา้ ทีหลกั ของประชาชนของพระเจา้ จนถึงทุกวนั นี

มธ 5:20 นีเป็นหนึงใจเจด็ คาํ ตอบของพระเยซู มนั ไม่เพยี งเป็นการทาํ ใหพ้ ระราช
บญั ญตั ิสาํ เร็จเท่านนั แต่จริงๆแลว้ ยงั เป็นการเสริมเพมิ เขา้ กบั พระราชบญั ญตั ิดว้ ย ต่อไปนีจะเป็น
สภาพต่างๆในอาณาจกั รนนั

เพราะเราบอกท่านทงั หลายว่า ถ้าความชอบธรรมของท่านไม่ยงิ กว่าความชอบธรรมของ
พวกธรรมาจารย์และพวกฟาริสี ท่านจะไม่มวี นั ได้เข้าในอาณาจกั รแห่งสวรรค์ พวกธรรมาจารย์
และพวกฟาริสีเป็นพวกผนู้ าํ ทางศาสนาทีเคร่งมากๆ พวกเขาเชือวา่ ผใู้ ดถือรักษาประเพณีของรับ
บี 613 ขอ้ ซึงเป็นการขยายความพระราชบญั ญตั ิของพระเจา้ จะทาํ ใหค้ นๆนนั เป็น ‘คนชอบ
ธรรม’ พระเยซูตรัสวา่ ความชอบธรรมของคนๆหนึงจะตอ้ งเป็นมากกวา่ ของเขา เขาถึงจะเขา้ ใน
อาณาจกั รแห่งสวรรคไ์ ด้

แน่นอนทีสิงทีพระเยซูกาํ ลงั ตรัสถงึ นีกค็ ือ ขอ้ เทจ็ จริงทีวา่ นอกจากจะถกู ประกาศวา่ เป็น
คนชอบธรรมในพระคริสต(์ การทาํ ใหเ้ ป็นคนชอบธรรม) แลว้ ไม่มีผใู้ ดสามารถไปสวรรคไ์ ด้
หรือเขา้ ในอาณาจกั รแห่งสวรรคน์ นั ได้ ความชอบธรรมทงั สินของเราเป็นเหมือนผา้ ขีริวสก
ปรกๆตามทีอิสยาห์ 64:6 ไดก้ ล่าวไว้ มีแต่ความชอบธรรมของพระคริสตเ์ ท่านนั ทีพระเจา้ จะทรง
ยอมรับ พวกฟาริสีและพวกธรรมาจารยค์ ิดวา่ หากพวกเขาถือรักษาขอ้ ปลีกยอ่ ยของประเพณีรับบี
ทงั 613 ขอ้ พวกเขากจ็ ะเป็นคนชอบธรรม พวกเขาแสรง้ ทาํ ตวั วา่ เป็นคนเคร่งศาสนาสุดๆ พระ
เยซูทรงเห็นทะลุเปลือกนอกของคนเหล่านี

มธ 5:21-22 พระเยซูจึงทรงตรัสถึงประเดน็ ทีน่าคุน้ เคยของพระราชบญั ญตั ิ โดยกล่าว
วา่ ท่านทงั หลายได้ยนิ ว่ามคี าํ กล่าวในครังโบราณว่า `อย่าฆ่าคน' ถ้าผู้ใดฆ่าคน ผู้นันจะต้องถูก
พพิ ากษาลงโทษ พระองคท์ รงอา้ งอิงถึงอพยพ 20:13 และพระราชบญั ญตั ิ 5:17 (“คาํ กล่าวในครัง
โบราณ”) นอกจากนี ใครกต็ ามทีถูกกล่าวหาวา่ มีความผดิ ในเรืองนีกจ็ ะถูกนาํ ตวั ไปอยตู่ ่อหนา้
ระบบศาลยตุ ิธรรมซึงมีอยทู่ วั ดินแดนอิสราเอล

อยา่ งไรกต็ าม พระเยซูทรงเสริมต่อไปวา่ 22 ฝ่ ายเราบอกท่านทงั หลายว่า ผู้ใดโกรธพนี ้อง
ของตนโดยไม่มเี หตุ ผู้นันจะต้องถูกพพิ ากษาลงโทษ ถ้าผู้ใดจะพูดกบั พนี ้องว่า `อ้ายบ้า' ผู้นัน
ต้องถูกนําไปทศี าลสูงให้พพิ ากษาลงโทษ และผู้ใดจะว่า `อ้ายโง่' ผู้นันจะมโี ทษถงึ ไฟนรก
อยา่ งไรกต็ าม ในอาณาจกั รทีจะมานนั แมแ้ ต่การโกรธคนอนื โดยไม่มีเหตุอนั ควรกจ็ ะทาํ ใหเ้ รามี
ความผดิ ถึงขนั โดนพพิ ากษาไดแ้ ลว้

นอกจากนี ในวนั นนั หากผใู้ ดเรียกพนี อ้ งของตนวา่ ‘อา้ ยบา้ ’ เขากจ็ ะเจอปัญหาใหญ่ คาํ
วา่ ‘อา้ ยบา้ ’ แปลมาจากคาํ วา่ รากา และใชเ้ ป็นคาํ พดู ดูถูกเหยยี ดหยามในสมยั พระคมั ภีร์ใหม่ มนั
มคี วามหมายตรงตวั เท่ากบั การเรียกใครสักคนวา่ ‘สมองกลวง’ ในอาณาจกั รนนั สกั วนั หนึง การ
พดู ดูถกู ใครสักคนเช่นนนั จะทาํ ใหค้ นพดู ถกู นาํ ตวั ไปทีศาลสู
คาํ ทีแปลเช่นนนั (ซูเนะดริออน หรือเรียกอีกแบบวา่ ซานเฮดริน) นอกจากจะหมายถึงคณะทีมี
ทาํ หนา้ ทีทางนิติบญั ญตั ิ/ยตุ ิธรรมในประเทศอิสราเอลสมยั พระเยซูแลว้ ยงั หมายถึงสภาทอ้ งถิน
ประจาํ เมืองดว้ ย นนั น่าจะใช่ความหมายตรงนี ความหมายสาํ คญั กค็ ือวา่ ในอาณาจกั รของ
พระเจา้ ทีจะมานนั แมแ้ ต่การออกความเห็นดว้ ยคาํ พดู ทีแลง้ นาํ ใจเช่นนนั กไ็ ม่อาจกระทาํ ไดเ้ ลย
ความชอบธรรมแบบเดด็ ขาดจะถกู บงั คบั ใชใ้ นวนั นนั แมแ้ ต่การพดู จาดูถูกคนอืนกเ็ ป็นสิงทีหา้ ม
กระทาํ เดด็ ขาด

อยา่ งไรกต็ าม หากผใู้ ดในวนั นนั จะแสดงนิสยั หยาบคายและถึงกบั เรียกคนอืนวา่ อ้ายโง่
(โมรอส หรือภาษาองั กฤษ ‘moron’) ผนู้ นั กจ็ ะมีโทษถึงไฟนรก (เกะเฮน็ นา) ประเดน็ ของพระ
เยซูกค็ ือวา่ ในอาณาจกั รทีจะมานนั การกระทาํ ทีแสดงถึงความอธรรมทงั หลาย เช่น การมีใจ
ขมขืนหรือการดูถูกคนอืน จะไม่ไดร้ ับอนุญาตใหก้ ระทาํ ไดเ้ ลย

คาํ ทีแปลวา่ นรก ตรงนี (เกะเฮ็นนา) หมายถึงหุบเขาแห่งฮินโนม คาํ ภาษาฮีบรูเดิมกค็ อื
เกฮินโนม และคาํ นีในภาษากรีกกก็ ลายเป็น เกะเฮ็นนา มนั คือทีทิงขยะในหุบเขาลึกซึงอยตู่ าํ กวา่
กาํ แพงดา้ นตะวนั ตกเฉียงใตข้ องกรุงเยรูซาเลม็ เดิม มนั มีไฟลุกไหมอ้ ยเู่ สมอจากการติดไฟขนึ เอง
มนั จึงกลายมาเป็นคาํ พดู เปรียบเปรยเพือหมายถึงไฟทีลุกไหมอ้ ยเู่ ป็นนิตย์ ในสมยั โบราณ การถกู
โยนทิงลงไปทีนนั กค็ ือ การถูกโยนออกไปนอกเมืองนนั เอง บางครัง คาํ เปรียบนีกห็ มายถึงนรก

จริงๆตามทีมสี ือไวใ้ นพระคมั ภีร์ฉบบั แปลภาษาองั กฤษ อยา่ งไรกต็ าม ตรงนีมนั น่าจะเป็นความ
หมายในบริบทของการถูกโยนทิงออกไปนอกเมอื ง โดยถกู ปล่อยทิงไวใ้ หค้ ุย้ เขียหาเศษอาหาร
กินเองตามกองขยะ

ประเดน็ ทีพระเยซูทรงตอ้ งการสือกค็ ือวา่ ในอาณาจกั รของพระองค์ การแสดงโทสะ การ
ตงั ฉายาใหก้ นั และการดูถูกคนอืน จะไม่ไดร้ ับอนุญาตใหก้ ระทาํ เลยเดด็ ขาด กล่าวอีกนยั หนึงก็
คือ ความชอบธรรมอยา่ งแทจ้ ริงจะมีชยั แมก้ ระทงั ในรายละเอียดเลก็ นอ้ ยทีสุดของชีวติ ส่วนตวั

มธ 5:23-26 ไม่ตอ้ งสงสยั เลยวา่ นีจะเป็นกฎหมายของแผน่ ดินนนั (อยา่ งนอ้ ยกใ็ น
ประเทศอสิ ราเอล) ในอาณาจกั รนนั ดงั นนั พระเยซูทรงใหค้ าํ แนะนาํ เพมิ เติมเกียวกบั วธิ ีการ
ดาํ เนินชีวติ ในตอนนนั เหตุฉะนัน ถ้าท่านนําเครืองบูชามาถงึ แท่นบูชาแล้ว และระลกึ ขนึ ได้ว่า พี
น้องมเี หตุขดั เคอื งข้อหนึงข้อใดกบั ท่าน 24 จงวางเครืองบูชาไว้ทหี น้าแท่นบูชา กลบั ไปคนื ดีกบั
พนี ้องผู้นันเสียก่อน แล้วจงึ ค่อยมาถวายเครืองบูชาของท่าน ในอาณาจกั รนนั จะมีการรือฟื น
ระบบการถวายเครืองบูชาต่างๆในพระวหิ าร พระเยซูจงึ ตรัสวา่ ก่อนทีคุณจะมาถวายเครืองบชู า
คุณตอ้ งคืนดีกบั พนี อ้ งเสียก่อน

25 จงปรองดองกบั คู่ความโดยเร็วขณะทีพากนั ไป เกลอื กว่าในเวลาหนึงเวลาใดคู่ความ
นันจะมอบท่านไว้กบั ผู้พพิ ากษา แล้วผู้พพิ ากษาจะมอบท่านไว้กบั ผู้คุม และท่านจะต้องถูกขงั ไว้
ในเรือนจํา 26 เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ท่านจะออกจากทนี ันไม่ได้กว่าท่านจะได้ใช้หนีจน
ครบ นอกจากนี ความหมายกค็ ือ จงใชห้ นีทุกอยา่ งตรงเวลา เกรงวา่ คู่ความตามกฎหมายของคุณ
(ผทู้ ีคุณติดหนีอย)ู่ จะพาคุณไปขึนศาล หลกั การสาํ คญั ทีพระเยซูทรงสอนกค็ ือวา่ ในวนั นนั เรา
ตอ้ งระวงั ทีจะทาํ สิงทีถูกตอ้ งต่อคนทีอยรู่ อบขา้ งเรา ไม่วา่ จะดว้ ยคาํ พดู ของเราหรือในการทาํ
ธุรกิจของเราดว้ ย หลกั การเหล่านียอ่ มเป็นประโยชนแ์ มก้ ระทงั ในปัจจุบนั นีดว้ ย การมีใจกรุณา
ต่อผใู้ ดกต็ ามรวมถึงการมีความซือตรงและตรงเวลาในการทาํ กิจธุระต่างๆยอ่ มเป็นสิงทีชอบ
ธรรม ในวนั นนั ความไม่ชอบธรรมแมใ้ นเรืองเลก็ นอ้ ยทีสุดของชีวติ กเ็ ป็นสิงทีไม่ไดร้ ับอนุญาต
ใหก้ ระทาํ เลย นีอาจเป็นภาพประกอบทีแสดงถึงการครอบครองของพระเยซูในวนั นนั วา่ เป็นการ

ครอบครองดว้ ยคทาเหลก็ ดู เพลงสดุดี 2:9, ววิ รณ์ 2:27 และ 12:5 ความบาปแมจ้ ะดูเหมือนเลก็
นอ้ ยสักปานใดกจ็ ะไม่เป็นสิงทียอมใหก้ ระทาํ ไดเ้ ลย

มธ 5:27-28 พระเยซูทรงใชร้ ูปแบบประโยคทีวา่ “ท่านทงั หลายไดย้ นิ วา่ มีคาํ กล่าวใน
ครังโบราณวา่ ” อีกครัง “ท่านทงั หลายได้ยนิ ว่ามคี าํ กล่าวในครังโบราณว่า `อย่าล่วงประเวณผี วั
เมยี เขา' 28 ฝ่ ายเราบอกท่านทงั หลายว่า ผู้ใดมองผู้หญงิ เพอื ให้เกดิ ใจกาํ หนัดในหญงิ นัน ผู้นันได้
ล่วงประเวณใี นใจกบั หญงิ นันแล้ว ตรงนีพระองคต์ รัสถึงบญั ญตั ิขอ้ ทีเจด็ ของบญั ญตั ิสิบประการ
ทีวา่ “อยา่ ล่วงประเวณีผวั เมียเขา” แต่พระองคก์ ท็ รงไปไกลกวา่ นนั อีกขนั พระองคต์ รัสวา่ การ
มองผหู้ ญิงเพอื ใหเ้ กิดใจกาํ หนดั ในหญิงนันกเ็ ป็นการล่วงประเวณีในใจกบั หญิงนนั แลว้

เราเห็นไดช้ ดั ถึงความเห็นอนื ๆหลายประการ (1) การมองผหู้ ญิงสวยๆและชืนชมเธอนนั
ไม่ใช่การล่วงประเวณี มนั คือการมองดว้ ยใจกาํ หนดั ในหญิงนนั ต่างหากทีเป็นการล่วงประเวณี
มนั มีความแตกต่างอยู่ (2) เราจาํ ไดว้ า่ การล่วงประเวณีผวั เมียเขานนั ออกมาจากใจ (มทั ธิว 15:19)
นอกจากนี ความคิดของเรากน็ าํ ไปสู่การกระทาํ ของเรา (3) ชาวโลกทุกวนั นีเสนอวา่ การมี
จินตนาการเพอ้ ฝันในเรืองเพศนนั เป็นเรืองไม่อนั ตรายและเป็นสิงทีน่ารัก คาํ สอนของพระเยซูก็
บอกวา่ นนั กเ็ ป็นการล่วงประเวณีในใจแลว้ (4) ผชู้ ายทงั หลายจาํ เป็นตอ้ งฝึ กวนิ ยั สายตาและความ
คิดของตวั เองเพอื ทีจะทาํ สิงทีถูกตอ้ งยามทผี หู้ ญิงสวยๆปรากฏตวั (5) ผหู้ ญิงทงั หลายตอ้ งแต่ง
กายสุภาพเรียบร้อยและระมดั ระวงั เกรงวา่ พวกเธอจะกระตุน้ ใหผ้ ชู้ ายเกิดความคิดทีไม่ดีไม่งาม
(และคาํ สงั นีสาํ หรับผหู้ ญิงกเ็ ช่นเดียวกนั คือ อยา่ มีใจกาํ หนดั ในตวั ผชู้ าย)

ประเดน็ สาํ คญั กค็ ือวา่ ขณะทีบญั ญตั ิในพระคมั ภีร์เดิมนิยามวา่ การล่วงประเวณีผวั เมียเขา
เป็นการกระทาํ อยา่ งหนึง พระเยซูทรงนิยามมนั วา่ เป็นความคิดทีประกอบดว้ ยใจกาํ หนดั ดว้ ย นนั
จะเป็นหลกั การทใี ชใ้ นอาณาจกั รของพระเจา้ ถึงแมม้ นั ไม่ไดถ้ กู มองวา่ เป็นบญั ญตั ิในตอนนี แต่
หลกั การกใ็ ชไ้ ดก้ บั ในสมยั นีดว้ ยอยา่ งแน่นอน นอกจากนีในวนั นนั พระเยซูผทู้ รงทราบความคิด
และความมุ่งหมายต่างๆในจิตใจกจ็ ะทรงเป็นผพู้ พิ ากษาจิตใจมนุษยท์ งั ปวง เห็นไดช้ ดั วา่ ความ
สุภาพเรียบร้อยและการมศี ีลธรรมจะมีชยั เมือวนั อนั เปี ยมสุขนนั มาถึง

มธ 5:29-30 ในแบบเดียวกนั พระเยซูทรงเตือนอีกวา่ หากอวยั วะบางส่วนของร่างกาย
เรา (เช่น ตาของเราหรือมอื ของเรา) จะทาํ ใหเ้ ราทาํ ผดิ เรากค็ วรอยโู่ ดยไม่มีมนั ดีกวา่ ทีจะทุกข์

ทรมานในนรกเพราะการทีอวยั วะเหล่านนั ทาํ บาป คาํ เตือนนีอยใู่ นบริบทของคาํ ตรัสก่อนหนา้
นนั ทีวา่ “ฝ่ ายเราบอกท่านทงั หลายวา่ ” ซึงเตือนใหร้ ะวงั การมองผอู้ ืนดว้ ยใจกาํ หนดั ถ้าตาข้าง
ขวาของท่านทาํ ให้ท่านหลงผดิ จงควกั ออกและโยนมนั ทงิ เสียจากท่าน เพราะว่าจะเป็ นประโยชน์
แก่ท่านมากกว่าทจี ะเสียอวยั วะไปอย่างหนงึ แต่ทงั ตัวของท่านไม่ต้องถูกทงิ ลงในนรก 30 และถ้า
มอื ข้างขวาของท่านทาํ ให้ท่านหลงผดิ จงตดั ออกและโยนมนั ทงิ เสียจากท่าน เพราะว่าจะเป็ น
ประโยชน์แก่ท่านมากกว่าทีจะเสียอวยั วะไปอย่างหนึง แต่ทงั ตวั ของท่านไม่ต้องถูกทงิ ลงในนรก

ดวงตาทีมกั แอบมองดว้ ยใจกาํ หนดั ควรถกู ควกั ออกมาดีกวา่ ทีจะตอ้ งทนทุกขก์ บั การ
พพิ ากษาของพระเจา้ เพราะเหตุดงั กล่าว หลกั การเดียวกนั นียงั ประยกุ ตใ์ ชก้ บั มือทีชอบทาํ บาป
ดว้ ย นีสือดว้ ยวา่ เวลาทีคนไม่รอดถกู ทิงลงนรก พวกเขากถ็ ูกทิงพร้อมกบั ร่างกาย ไม่ใช่แค่จิต
วญิ ญาณของพวกเขาเท่านนั ทีตอ้ งตกนรกแต่ร่างกายทีเปี ยมดว้ ยบาปกต็ อ้ งถูกทิงลงนรกดว้ ย เมือ
เราคิดถึงความเจบ็ ปวดและความไม่สบายต่างๆทีมีอยแู่ ลว้ ในร่างกายมนุษย์ การทุกขท์ รมานของ
ร่างกายนีในนรกกย็ งิ เป็นสิงทีเจบ็ ปวดมากยงิ กวา่ สกั เท่าใด

มธ 5:31-32 คราวนีพระเยซูเริมตรัสถึงเรืองทีละเอียดอ่อนบา้ งคือ เรืองการหยา่ ร้าง
และการแต่งงานใหม่ ยงั มคี าํ กล่าวไว้ว่า `ผู้ใดจะหย่าภรรยา กใ็ ห้เขาทาํ หนังสือหย่าให้แก่ภรรยา
นัน’ องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราทรงอา้ งอิงถงึ พระราชบญั ญตั ิ 24:1 ภายใตบ้ ญั ญตั ิขอ้ นีของพระ
คมั ภีร์เดิม ผหู้ ญิงสักคนจะถูกยนื ใบหยา่ ไดห้ ากนางแสดงใหเ้ ห็นวา่ เป็นคนไร้ศีลธรรม (นนั คือ
เป็นมลทิน) นอกจากนีตามที พระราชบญั ญตั ิ 24:2 ไดก้ ล่าวไว้ นางกม็ ีอสิ ระทีจะแต่งงานใหม่ได้
ดว้ ยหลงั จากนนั

อยา่ งไรกต็ าม พระเยซูทรงไปไกลกวา่ นนั อีกกา้ ว 32 ฝ่ ายเราบอกท่านทงั หลายว่า ผู้ใดจะ
หย่าภรรยา เพราะเหตุอนื นอกจากการเล่นชู้ กเ็ ท่ากบั ว่าผู้นันทาํ ให้หญิงนันล่วงประเวณี และถ้าผู้
ใดจะรับหญงิ ซึงหย่าแล้วเช่นนันมาเป็ นภรรยา ผู้นันกล็ ่วงประเวณดี ้วย พระเยซูทรงกล่าวยาํ หลกั
การนีของพระราชบญั ญตั ิทีวา่ การทาํ ผดิ ศลี ธรรมเป็นมูลเหตุใหห้ ยา่ ร้างได้ (ถึงแมพ้ ระองคม์ ไิ ด้
ทรงบญั ชากต็ าม) อยา่ งไรกต็ าม พระเยซูทรงไปไกลกวา่ นนั อีกและตรัสวา่ หากผหู้ ญิงทีเล่นชูภ้ าย
ใต้เงือนไขเหล่านีหยา่ และไปแต่งงานใหม่ นางกย็ งั อยใู่ นการล่วงประเวณีผวั เมียเขาต่อไป

ตรงนีเราพดู ถึงพระราชบญั ญตั ิของพระเจา้ และหลกั การเกียวกบั ชีวติ สมรส นาํ พระทยั ที
สมบรู ณ์แบบของพระเจา้ กค็ ือ ชีวติ สมรสนนั ตอ้ งอยถู่ าวร ดู มทั ธิว 19:3-8 อยา่ งไรกต็ าม มีหลกั
ฐานมากมายในพระราชบญั ญตั ิ 24 ตรงนี มทั ธิว 19 และ 1 โครินธ์ 7 ทีวา่ นาํ พระทยั ทีทรง
อนญุ าตของพระเจา้ กอ็ นุญาตใหท้ าํ การหยา่ ร้างได้ อนั ทีจริงพระองคก์ ไ็ ดท้ รงตงั กฎระเบียบต่างๆ
ไวแ้ ลว้ สาํ หรับควบคุมการหยา่ ร้าง อยา่ งไรกต็ าม นาํ พระทยั ทีสมบูรณ์แบบของพระเจา้ เสมอมาก็
คือ ทีจะใหช้ ีวติ คู่ดาํ รงอยถู่ าวรและมคี วามสัตยซ์ ือต่อกนั นนั เป็นเช่นนนั เสมอ อยา่ งไรกต็ าม เมือ
ไดก้ ล่าวเช่นนนั แลว้ พระเจา้ กท็ รงอนุญาตใหห้ ยา่ ร้างไดเ้ พราะพระองคท์ รงเห็นวา่ เราเป็นสิงทรง
สร้างทีอ่อนแอและบกพร่อง แต่การหยา่ ร้างกไ็ ม่เคยเป็นนาํ พระทยั ทีสมบรู ณ์แบบของพระเจา้
เลย ดูคาํ อธิบายเกียวกบั เรืองนีในมทั ธิว 19:3-8

มธ 5:33-37 องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราตรัสต่อไปถึงอีกขอ้ ในพระราชบญั ญตั ิของพระ
คมั ภีร์เดิมและทรงเสริมเขา้ ไปกบั ขอ้ นนั ดว้ ย อกี ประการหนึง ท่านทงั หลายได้ยนิ ว่ามคี าํ กล่าวใน
ครังโบราณว่า `อย่าเสียคาํ สัตย์ปฏญิ าณ แต่จงปฏบิ ัตติ ามคาํ สัตย์ปฏญิ าณของท่านต่อองค์พระผู้
เป็ นเจ้า' 34 ฝ่ ายเราบอกท่านทงั หลายว่า อย่าปฏญิ าณเลย จะอ้างถงึ สวรรค์กด็ ี เพราะสวรรค์เป็ น
บัลลงั ก์ของพระเจ้า 35 หรือจะอ้างถึงแผ่นดินโลกกด็ ี เพราะแผ่นดนิ โลกเป็ นทรี องพระบาทของ
พระองค์ หรือจะอ้างถงึ กรุงเยรูซาเลม็ กด็ ี เพราะกรุงเยรูซาเลม็ เป็ นราชธานีของพระมหากษตั ริย์
36 อย่าปฏญิ าณโดยอ้างถงึ ศีรษะของตน เพราะท่านจะกระทาํ ให้ผมขาวหรือดาํ ไปสักเส้นหนึงก็
ไม่ได้ 37 จริงกจ็ งว่าจริง ไม่กว็ ่าไม่ พูดแต่เพยี งนีกพ็ อ คาํ พูดเกนิ นีไปมาจากความชัว

ตรงนีพระเยซูทรงอา้ งถึงเลวนี ิติ 19:12 ในขอ้ นนั มนุษยถ์ ูกกาํ ชบั มิใหส้ าบานพล่อยๆ หาก
ผใู้ ดถวายคาํ สัตยป์ ฏิญาณไวแ้ ลว้ ผนู้ นั กต็ อ้ งกระทาํ ตามทีไดป้ ฏิญาณไว้ แต่พระเยซูทรงไปไกล
กวา่ นนั อีกกา้ ว พระองคจ์ ึงตรัสวา่ อยา่ สาบานเลย (มคี วามแตกต่างระหวา่ งการใหค้ าํ สตั ยอ์ ยา่ ง
เป็นทางการในศาลพจิ ารณาคดีทีคนๆหนึงปฏิญาณวา่ จะพดู แต่ความจริง อยา่ งไรกต็ าม ในชีวติ
ปกติประจาํ วนั ผคู้ นกม็ กั กล่าวคาํ สาบานหรือใหค้ าํ สตั ยแ์ บบพล่อยๆ นีเป็นทีพระเยซูทรงหมาย
ถึงตรงนี)

พวกยวิ ในสมยั พระเยซูทราบดีวา่ พวกเขาไม่ควรปฏิญาณดว้ ยพระนามของพระเจา้ มนั
ถือวา่ เป็นการพดู หมินประมาทพระเจา้ และถือวา่ เป็นการกระทาํ ผดิ อยา่ งร้ายแรงในประเทศ
อิสราเอลในศตวรรษแรก น่าเสียดายทีทุกวนั นีคนไม่เชือพระเจา้ ส่วนใหญ่ไม่ไดร้ ู้จกั บงั คบั ปาก
ของตวั เองเช่นนนั แต่กระนนั พระเยซูกต็ รัสต่อไปวา่ อยา่ สาบานโดยอา้ งถึงแผน่ ดินโลก หรือ
โดยอา้ งถึงกรุงเยรูซาเลม็ (เมืองหลวง) หรือโดยอา้ งคนอืนๆ อนั ทีจริงแลว้ พระเยซูทรงสอนวา่ คาํ
พดู ของเราควรเป็นคาํ พดู ทีซือตรง ไม่ใช่ ‘ใช่’ หรือ ‘ไม่ใช่’ แบบงนั ๆขอไปที เหมอื นทีชาวโลก
มกั กระทาํ กนั พระเยซูตรัสวา่ เมือเรายกสิงอืนๆมาเสริม สิงทีเกินมานีกล็ ว้ นมาจากพญามารทงั
สิน ใหเ้ ราสงั เกตวา่ ไม่เคยมีใครเคยพดู สบถสาบานโดยอา้ งนามของซาตานเลย แต่ผคู้ นมกั แช่งด่า
กนั โดยใชพ้ ระนามของพระเจา้ หรือพระนามของพระเยซูคริสต์ เราเลยเห็นวา่ ใครอยเู่ บืองหลงั
การพดู หมินประมาทเช่นนนั

คริสเตียนทงั หลายควรหลีกเลียงการเทียวพดู วา่ ‘ฉนั ขอยก…มาเป็นพยานเลยวา่ ฉนั ...’ ดู
ยากอบ 5:12 ทีแยบยลกวา่ นนั กค็ ือ การสบถโดยคาํ ใชพ้ ดู แบบเปลียนแปลงเลก็ นอ้ ย เช่น ‘บร๊ะ
เจา้ ’ ‘พระเจา้ จอร์จ’ ฯลฯ ทงั หมดนีลว้ นมาจากการสบถโดยใชพ้ ระนามต่างๆของพระเจา้ แมจ้ ะ
เป็นการสบถในรูปทีเปลียนแปลงเลก็ นอ้ ยกต็ าม

มธ 5:38-42 ในอพยพ 21:24 พระราชบญั ญตั ิสอนวา่ คนสามารถแกแ้ คน้ ไดต้ ามการ
ร้ายทีเขาไดร้ ับ ถึงแมว้ า่ มนั เป็นสิงทีรุนแรง แต่มนั กย็ ตุ ิธรรม ท่านทงั หลายเคยได้ยนิ คาํ ซึงกล่าว
ไว้ว่า `ตาแทนตา และฟันแทนฟัน' 39 ฝ่ ายเราบอกท่านว่า อย่าต่อสู้คนชัว ถ้าผู้ใดตบแก้มขวาของ
ท่าน กจ็ งหนั แก้มอกี ข้างหนึงให้เขาด้วย 40 ถ้าผู้ใดอยากจะฟ้ องศาลเพอื จะริบเอาเสือของท่าน ก็
จงให้เสือคลมุ แก่เขาด้วย 41 ถ้าผู้ใดจะเกณฑ์ท่านให้เดนิ ทางไปหนึงกโิ ลเมตร กใ็ ห้เลยไปกบั เขา
ถงึ สองกโิ ลเมตร 42 ถ้าเขาจะขอสิงใดจากท่านกจ็ งให้ อย่าเมนิ หน้าจากผู้ทอี ยากขอยมื จากท่าน
อยา่ งไรกต็ าม ตรงนีพระเยซูตรัสวา่ จงลืมเรืองการแกแ้ คน้ ไปเลย

หลกั การสาํ คญั ทีพระเยซูทรงสอนตรงนีไม่ใช่วา่ คริสเตียนควรเป็นพรมเชด็ เทา้ หนา้
ประตแู ละยอมใหช้ าวโลกเหยยี บยาํ เราไดต้ ามใจชอบ แต่หลกั การตรงนีกค็ ือ ใหเ้ ราเป็นคนมีใจ
กรุณา อดทน เอือเฟื อเผอื แผ่ และยอมรับสิงใดกต็ ามทีเกิดขึนโดยไม่แกเ้ ผด็ แทนทีจะหาวธิ ีแก้

แคน้ จงแสดงความกรุณากลบั ไป แทนทีจะเอาคนื จงแสดงความเอือเฟื อ การทาํ เช่นนนั อาจต่อสู้
กบั เนือหนงั ของเรา แต่มนั กส็ อดคลอ้ งกบั ผลของพระวญิ ญาณ มนั แสดงออกถึงใจทีอ่อนหวาน
และเป็นตามทางของพระเจา้ ซึงตรงขา้ มกบั ใจทีขมขืน น่าเกลียด และอาฆาตพยาบาท ใจแบบ
แรกบ่งบอกถึงมนุษยใ์ หม่ในพระคริสต์ ใจแบบหลงั กส็ ือถึงมนุษยเ์ ก่า แน่นอนทีการดาํ เนินชีวติ
เช่นนนั เป็นส่วนหนึงของบญั ญตั ิของพระคริสต์ ถา้ มนั ไม่ใช่ส่วนหนึงของข่าวประเสริฐแห่ง
อาณาจกั รนนั กต็ าม แน่นอนทีมนั เป็นหลกั การหนึงสาํ หรับการดาํ เนินชีวติ คริสเตียนในปัจจุบนั
ในอาณาจกั รทีจะมานนั มนั กน็ ่าจะเป็นกฎหมายของแผน่ ดินนนั ดว้ ย

มธ 5:43-47 พระเยซูทรงอา้ งถึงเลวนี ิติ 19:18 ท่านทงั หลายเคยได้ยนิ คาํ ซึงกล่าวไว้ว่า
`จงรักเพอื นบ้าน และเกลยี ดชังศัตรู' 44 ฝ่ ายเราบอกท่านว่า จงรักศัตรูของท่าน จงอวยพรแก่ผู้ที
สาปแช่งท่าน จงทาํ ดแี ก่ผู้ทเี กลยี ดชังท่าน และจงอธิษฐานเพอื ผู้ทปี ฏบิ ตั ิต่อท่านอย่างเหยยี ด
หยามและข่มเหงท่าน 45 จงทาํ ดงั นีเพอื ท่านทงั หลายจะเป็ นบุตรของพระบิดาของท่านผู้ทรง
สถติ ในสวรรค์ เพราะว่าพระองค์ทรงให้ดวงอาทติ ย์ของพระองค์ขนึ ส่องสว่างแก่คนดแี ละคนชัว
และให้ฝนตกแก่คนชอบธรรมและแก่คนอธรรม

อยา่ งไรกต็ าม พระเยซูทรงยกขอ้ ความเหล่านีมาในแบบทีพวกรับบีตีความมนั ประเพณี
ของพวกรับบีสอนวา่ คนเราควรรักคนทีเป็นเพอื นบา้ นหรือคนทีมีบา้ นเรือนอยตู่ ิดกนั แต่มนั
ไม่ใช่เรืองเสียหายทีจะเกลียดชงั ศตั รูของคุณ เช่น พวกคนสะมาเรีย ผซู้ ึงจริงๆแลว้ กอ็ ยถู่ ดั จาก
แควน้ ยเู ดีย

อยา่ งไรกต็ าม พระเยซูทรงตาํ หนิการบิดเบือนพระราชบญั ญตั ิแบบนีและทรงไปไกลกวา่
นนั พระองคท์ รงบญั ชาใหเ้ รารักศตั รูของเรา จงอวยพรคนเหล่านนั ทีแช่งด่าเรา จงทาํ ดีต่อคนที
เกลียดชงั เรา จงอธิษฐานเผอื คนเหล่านนั ทีเอาเปรียบเราหรือข่มเหงเรา พระเยซูทรงทาํ แบบนนั
จริงๆบนกางเขน พระเจา้ พระบิดากท็ รงทาํ แบบนนั ดว้ ยในการทีพระองคท์ รงใหฝ้ นตกแก่คน
อธรรม

พระเยซูตรัสต่อไปวา่ 46 แม้ว่าท่านรักผู้ทรี ักท่าน ท่านจะได้บาํ เหน็จอะไร ถงึ พวกเกบ็
ภาษีกก็ ระทาํ อย่างนันมใิ ช่หรือ 47 ถ้าท่านทกั ทายแต่พนี ้องของตนฝ่ ายเดยี ว ท่านได้กระทาํ อะไร


Click to View FlipBook Version