มากกวา่ แน่นอนทีนีเป็นการทาํ ใหเ้ พลงสดุดี 22:7,8,11-13; 109:25 สาํ เร็จ มนั เป็นเรืองตลกที
พวกยวิ ทีเนน้ ขอ้ เชือเดิมจนถึงทุกวนั นีกย็ งั ผงกศีรษะขนึ ลงขณะทีพวกเขาอธิษฐานอยเู่ หมือนเดิม
อยา่ งไรกต็ าม เห็นไดช้ ดั วา่ พวกเขาทาํ เช่นนีเพอื ทีจะเยาะเยย้ พระเยซู
มธ 27:40 การเยาะเยย้ ของพวกเขาดาํ เนินต่อไปในรูปของคาํ พดู บา้ ง กล่าวว่า "เจ้าผู้
จะทาํ ลายพระวหิ ารและสร้างขนึ ในสามวนั น่ะ จงช่วยตวั เองให้รอด พวกปฏิปักษข์ องพระองค์
อา้ งอิงยอ้ นกลบั ไปยงั เหตุการณ์ในยอห์น 2:18-21 อยา่ งไรกต็ าม ตอนนนั พระเยซูทรงบรรยายถึง
การทีพระองคจ์ ะทรงเป็นขนึ จากตายในอีกสามวนั ต่อมา พวกเขาจึงเยาะเยย้ พระองคม์ ากขนึ ไป
อีกโดยยใุ หพ้ ระองคช์ ่วยตวั เองใหร้ อด
นอกจากนีพวกเขากล่าวต่อไปวา่ ถ้าเจ้าเป็ นบุตรของพระเจ้า จงลงมาจากกางเขนเถดิ "
แน่นอนทีคาํ พดู ตรงนีสอดคลอ้ งกบั การทดลองของซาตานทีมีต่อพระเยซูในตอนตน้ ของการรับ
ใชข้ องพระองค์ (มทั ธิว 4:3) ในตอนนนั มนั พยายามทาํ ใหพ้ ระเยซูสงสัยเกียวกบั ตวั ตนทีแทจ้ ริง
ของพระองค์ พญามารกด็ ลใจพวกปฏิปักษข์ องพระเยซูขณะทีพวกเขาพดู ประโยคนีกบั พระเยซู
นอกจากนีการทีพวกเขายใุ หพ้ ระองคเ์ สดจ็ ลงมาจากกางเขนกเ็ ป็นการเยย้ หยนั อยา่ งเห็นไดช้ ดั
มนั มีแต่จะเผยใหเ้ ห็นถึงความเสือมทรามของมนุษยข์ ณะทีพระผชู้ ่วยใหร้ อดของโลกนีกาํ ลงั จะ
สินพระชนมเ์ พอื ความบาปของพวกเขาอยใู่ นขณะนนั
มธ 27:41-43 สมาชิกหลายคนของสภาซานเฮดรินทีอยตู่ รงนนั กผ็ ลดั เปลียนกนั มา
เหน็บแนมและเยาะเยย้ พระองค์ พวกปโุ รหติ ใหญ่กบั พวกธรรมาจารย์และพวกผู้ใหญ่กเ็ ยาะเย้ย
พระองค์เช่นกนั ว่า 42 "เขาช่วยคนอนื ให้รอดได้ แต่ช่วยตัวเองให้รอดไม่ได้ ถ้าเขาเป็ นกษตั ริย์
ของชาติอสิ ราเอล ให้เขาลงมาจากกางเขนเดยี วนีเถดิ และเราจะเชือเขา 43 เขาไว้ใจในพระเจ้า ถ้า
พระองค์พอพระทยั ในเขากใ็ ห้พระองค์ทรงช่วยเขาให้รอดเดียวนีเถิด ด้วยเขาได้กล่าวว่า `เราเป็ น
พระบุตรของพระเจ้า'"
ช่างเป็นคาํ พดู ทีชวั ร้ายอะไรเช่นนีทีพ่นออกมาจากปากของผนู้ าํ ทางศาสนาเหล่านี! เป็น
ความจริงทีใจเตม็ ดว้ ยอะไรปากกพ็ ดู ออกมาอยา่ งนนั พวกเขากาํ ลงั สนุกแบบชวั ๆกบั การใชค้ าํ
ตรัสจากการรับใชข้ องพระองคม์ าเล่นงานพระองค์ พวกเขาเกือบเป็นเหมือนกบั พวกผีปี ศาจที
เตน้ โลดอยใู่ ตก้ างเขนของพระองค์ ไม่ตอ้ งสงสยั เลยวา่ คาํ พดู เยาะเยย้ ทีหยาบคายเหล่านีมีแรง
บนั ดาลใจมาจากนรกและออกมาจากปากของพวกผนู้ าํ ยวิ ทีเกลียดชงั พระคริสตเ์ หล่านนั
“เขาช่วยคนอืนใหร้ อดได้ แต่ช่วยตวั เองใหร้ อดไม่ได"้ คาํ พดู เหน็บแนมของพวกเขาเป็น
ความจริงอยา่ งน่าตลก หากพระองคท์ รงช่วยตวั เองใหร้ อดในตอนนนั พระองคก์ ค็ งช่วยใครให้
รอดไม่ไดเ้ ลย สาํ หรับคาํ กล่าวอา้ งของพวกเขาทีวา่ ถา้ พระองคเ์ สดจ็ ลงมาจากกางเขนพวกเขาก็
จะเชือพระองค์ พวกเขากแ็ สดงใหเ้ ห็นถึงการตีสองหนา้ ของตวั เอง เพราะวา่ เมือพระเยซูเสดจ็ ลง
มาจากกางเขนจริงๆในรูปของการฟื นคืนพระชนมใ์ นอีกสามวนั ต่อมา พวกเขากไ็ ม่ยอมเชือ
พระองคแ์ ละพยายามทาํ ทุกอยา่ งเพอื ปกปิ ดเรืองนี
พวกเขาเยาะเยย้ และดูถูกพระองคต์ ่อไปโดยยกคาํ พดู จากเพลงสดุดี 22:8 มาแบบผดิ ๆ
พวกเขายงั กล่าวคาํ หยาบคายต่อพระองคต์ ่อไปโดยบอกเป็นนยั วา่ แมแ้ ต่พระเจา้ กย็ งั ไม่เอา
พระองคเ์ ลยตอนนี เราควรหมายเหตุไวว้ า่ พวกผนู้ าํ ทางศาสนาของยวิ เป็นพวกหลกั ทีกล่าวคาํ ดู
หมินและเยย้ หยนั พระองค์ เป็นความจริงทีพระองคเ์ สดจ็ มาหาพรรคพวกของพระองค์ แต่พรรค
พวกของพระองคห์ าไดต้ อ้ นรับพระองคไ์ ม่ พวกผใู้ หญ่ของอิสราเอลไดป้ ฏิเสธพระมหากษตั ริย์
ของตนอยา่ งสินเชิงและไม่ลดละจริงๆ
มธ 27:44 ในตอนแรก แมแ้ ต่โจรทถี ูกตรึงไว้กบั พระองค์กย็ งั กล่าวคาํ หยาบช้าต่อ
พระองค์เหมอื นกนั ความเกลียดชงั และความโกรธเคืองของพวกเขากถ็ ูกสือออกมาทางคาํ พดู นี
อยา่ งไรกต็ าม โจรคนหนึงกก็ ลบั ใจใหม่และตอ้ นรับพระเยซูเมือเขาเห็นเหตุการณ์ต่างๆทีกาํ ลงั
เกิดขึนตามทีบนั ทึกของลูกาไดก้ ล่าวไว้
มธ 27:45 มทั ธิวจึงบนั ทึกวา่ แล้วกบ็ งั เกดิ ความมดื ทวั ทงั แผ่นดิน ตงั แต่เวลาเทยี งวนั
จนถงึ บ่ายสามโมง ในพระคมั ภีร์ฉบบั คิงเจมส์ภาษาองั กฤษ “ชวั โมงทีหก” กเ็ ป็นเวลาของยวิ วนั
ของพวกเขาเริมตอนหกโมงเชา้ (วนั ของพวกโรม ซึงเป็นพนื ฐานของเวลาแบบชาวตะวนั ตกของ
เรา เริมตอนเทียงคืน) ดงั นนั ความมืดทีวา่ นีจึงเริมตน้ ตอนเทียงวนั และกินเวลาไปจนถึงบ่ายสาม
โมง ผเู้ ขียนเองส่วนตวั แลว้ มีความเห็นวา่ ความมืดนีเป็นมากกวา่ แค่เมฆทีมาบดบงั แสงอาทิตย์
แต่ดวงอาทิตยเ์ องกไ็ ม่อาจสาดแสงแดดทีแผดเผาในยามเทียงวนั ลงบนพระกายทีเปลือยเปล่าของ
องคพ์ ระผสู้ ร้างของมนั ได้ ไม่ตอ้ งสงสัยเลยวา่ พระเจา้ พระบิดาทรงสาํ แดงพระเมตตาต่อพระบุตร
ของพระองคใ์ นการทาํ ใหด้ วงอาทิตยค์ ลายความร้อนในช่วงบ่ายของวนั นนั
มธ 27:46 ครันประมาณบ่ายสามโมงพระเยซูทรงร้องเสียงดงั ว่า "เอลี เอลี ลามา
สะบักธานี" แปลว่า "พระเจ้าของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ไฉนพระองค์ทรงทอดทงิ
ข้าพระองค์เสีย" ดงั นนั พอเวลาประมาณบ่ายสามโมงของวนั นนั พระเยซูกท็ รงร้องขึนวา่ “เอลี
เอลี ลามาสะบกั ธานี” นีเป็นคาํ พดู ทียกมาจากเพลงสดุดี 21:1 คาํ แปลของวลีดงั กล่าวกม็ ีใหต้ รง
ทา้ ยขอ้ นี
ความสินหวงั และความเจบ็ ปวดรวดร้าวขององคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเรากถ็ กู สือออกมา
อยา่ งชดั เจนในคาํ พดู อนั แสนเศร้านี เมือพระผชู้ ่วยใหร้ อดของเราไดก้ ลายเป็นความบาปเพือเรา
ซึงพระองคไ์ ม่ทรงทาํ บาปเลย และความชวั ชา้ ของเราทุกคนถกู วางลงบนพระองค์ พระเจา้ กไ็ ม่
อาจทนดูพระองคไ์ ดอ้ กี ต่อไป ศาสดาพยากรณ์ฮาบากกุ ไดร้ ้องประกาศเมือหลายร้อยปี ก่อนหนา้
นนั วา่ “พระเนตรของพระองคบ์ ริสุทธิเกินทีจะทอดพระเนตรการชวั จะทรงมองดูความชวั ชา้ ก็
ไม่ได”้ (ฮาบากกุ 1:13) ในวนั และโมงอนั น่ากลวั นนั พระเจา้ กม็ ิอาจทรงทนดูพระบุตรองคเ์ ดียว
ทีบงั เกิดมาของพระองคไ์ ดอ้ ีกต่อไป เป็นความจริงทีในช่วงเวลาสนั ๆนนั พระเจา้ ทรงทอดทิง
พระองคจ์ ริงๆ มนั ทาํ ใหพ้ ระทยั อนั บริสุทธิและอ่อนโยนของพระเยซูตอ้ งแตกสลาย พระองคจ์ ึง
ทรงถกู ตรึงอยรู่ ะหวา่ งสวรรคแ์ ละแผน่ ดินโลก โดยถูกประชากรของพระองคเ์ องปฏิเสธและถูก
พระบิดาในสวรรคข์ องพระองคท์ อดทิง หากเท่านนั ยงั ไม่พอ ความบาปของคนทงั โลกยงั ถกู วาง
ลงบนพระองคแ์ ละพระองคท์ รงแบกรับภาระอนั แสนเลวร้ายนีขณะทีพระองคท์ รงทนทุกข์
ทรมานและสินพระชนมด์ ว้ ย
มธ 27:47-49 บางคนในพวกทยี นื อยู่ทนี ัน เมอื ได้ยนิ กพ็ ูดว่า "คนนีเรียกเอลยี าห์"
48 ในทนั ใดนัน คนหนงึ ในพวกเขาวงิ ไปเอาฟองนําชุบนําองุ่นเปรียวเสียบปลายไม้อ้อ ส่งให้
พระองค์เสวย 49 แต่คนอนื ร้องว่า "อย่าเพงิ ให้เราคอยดูซิว่าเอลยี าห์จะมาช่วยเขาให้รอดหรือ
ไม่" บางคนเขา้ ใจพระองคผ์ ดิ และคิดวา่ พระองคก์ าํ ลงั เรียกหาเอลียาห์ มีคนหนึงทียนื ดูอยซู่ ึงมีใจ
กรุณาเกิดความสงสาร เขาจึงเอาฟองนาํ ชุบนาํ องุ่นเปรียวยนื ใหพ้ ระองคเ์ พราะพระองคต์ รัสวา่
“เราหิวนาํ ” (ยอหน์ 19:28) เห็นไดช้ ดั วา่ พระองคท์ รงยอมเสวย อยา่ งไรกต็ ามคนอืนทีเหลือทียงั
เยาะเยย้ พระองคด์ ว้ ยความไม่เชือต่อไปกต็ ดั สินใจทีจะดูวา่ เอลียาห์จะปรากฏตวั เพือทีจะช่วย
พระองคใ์ หร้ อดหรือไม่
มธ 27:50 ดงั นนั ฝ่ ายพระเยซู เมอื พระองค์ร้องเสียงดังอกี ครังหนึง กท็ รงปล่อยพระ
วญิ ญาณจติ ออกไป บนั ทึกของมทั ธิวไม่ไดบ้ อกเราวา่ พระเยซูตรัสอะไรตรงนี มนั อาจเป็น
ขอ้ ความทีทรงยกมาจากเพลงสดุดี 31:5 ตามทีมีบอกไวใ้ นลูกา 23:46 กไ็ ดท้ ีวา่ “พระบิดาเจา้ ขา้
ขา้ พระองคฝ์ ากจิตวญิ ญาณของขา้ พระองคไ์ วใ้ นพระหตั ถข์ องพระองค”์ หรือมนั อาจเป็นคาํ พดู ที
พระองคท์ รงร้องออกมาวา่ “สาํ เร็จแลว้ ” ตามทีมีบนั ทึกไวใ้ นยอห์น 19:30 กไ็ ด้ มนั อาจเป็นเสียง
ร้องทีแสดงถึงความเจบ็ ปวดอยา่ งรุนแรงเมือพระทยั ของพระองคฉ์ ีกขาดและแตกสลายจากความ
เจบ็ ปวดแห่งภาระฝ่ ายวญิ ญาณทีพระองคท์ รงแบกรับอยกู่ ไ็ ด้
เพลงสดุดี 69:20 ดูเหมือนจะบอกล่วงหนา้ วา่ สาเหตุแห่งการสินพระชนมข์ องพระเมสสิ
ยาหจ์ ริงๆแลว้ กค็ อื พระทยั ทีแตกสลาย หลกั ฐานทีไดจ้ ากการชนั สูตรศพซึงหาไดใ้ นหนงั สือข่าว
ประเสริฐทงั สีเล่มชีใหเ้ ห็นชดั เจนถึงความปวดร้าวของหวั ใจทีแตกสลายเพราะความโศกเศร้า
เสียใจ หากเป็นเช่นนนั จริง เสียงร้องสุดทา้ ยของพระองคบ์ นกางเขนกอ็ าจเป็นเสียงร้องเพราะ
ความเจบ็ ปวดเมอื หวั ใจของพระองคฉ์ ีกขาดและพระองคก์ ส็ ินลม
มธ 27:51 และดูเถดิ ม่านในพระวหิ ารกข็ าดออกเป็ นสองท่อนตงั แต่บนตลอดล่าง
แผ่นดินกไ็ หว ศิลากแ็ ตกออกจากกนั เมือพระบุตรของพระเจา้ สินพระชนม์ พระเจา้ กท็ รงใช้
หมายสาํ คญั หลายประการทีทาํ ใหเ้ ห็นภาพชดั เจน บางทีภาพทีชดั เจนทีสุดกค็ ือม่านทีขาดเป็น
สองตอน ในพระวหิ ารตามทีบญั ญตั ิของโมเสสไดก้ าํ หนดไว้ ม่านใหญ่ผนื หนึงถกู แขวนไวเ้ พือ
กนั ระหวา่ งหอ้ งใหญ่กวา่ ทีเรียกวา่ ทีบริสุทธิกบั หอ้ งเลก็ กวา่ ทีเรียกวา่ ทีบริสุทธิทีสุด พวกปุโรหิต
เขา้ ไปในทีบริสุทธิเป็นประจาํ ทุกวนั แต่มหาปุโรหิตจะไดเ้ ขา้ ไปในทีบริสุทธิทีสุดในวนั ลบ
มลทินแค่ปี ละครังเท่านนั ม่านดงั กล่าวเป็นเหมือนกาํ แพงทีขวางกนั ปุโรหิตจากสง่าราศเี ชคีนาห์
ซึงเป็นการสถิตอยดู่ ว้ ยของพระเจา้ บนโลกนีบนพระทีนงั กรุณาในทบี ริสุทธิทีสุด
ม่านดงั กล่าวเชือกนั วา่ มีขนาดมหึมาโดยมีความสูง 60 ฟุตและกวา้ ง 35 ฟุต มคี นประเมิน
วา่ มนั หนาถึงสีนิวเลยทีเดียว ม่านนีจึงมีนาํ หนกั มากและแรงทีจะฉีกมนั ขาดไดน้ นั กต็ อ้ งมหาศาล
มากๆ เมือม่านผนื นีขาด มนั กข็ าดจากบนลงล่างซึงแสดงใหเ้ ห็นวา่ ไม่ไดเ้ กิดจากฝี มือมนุษย์ ดงั
นนั อีกวธิ ีเดียวทีเป็นไปไดก้ ค็ ือ พระเจา้ ทรงเป็นผทู้ ีฉีกมนั ขาด และพระองคก์ ท็ รงทาํ เช่นนนั
จริงๆ
การทีม่านขาดนนั กม็ ีความหมายลกึ ซึงมากๆ พระวหิ ารไม่เพียงใชก้ ารไม่ไดแ้ ลว้ เท่านนั
ทงั ในทางปฏิบตั ิและการปรนนิบตั ิในนนั แต่บดั นีทีบริสุทธิยงั ถกู เผยใหเ้ ห็นแลว้ ดว้ ย ซึงแสดง
ใหเ้ ห็นวา่ พระเจา้ ไดท้ รงเอาพระพรและพระราชกิจของพระองคไ์ ปจากพระวหิ ารแลว้ การสถิต
อยดู่ ว้ ยของพระเจา้ บนแผน่ ดินโลก คือ สง่าราศีเชคีนาห์ จึงไม่อยทู่ ่ามกลางมนุษยอ์ ีกต่อไปแมแ้ ต่
ในทางทฤษฎีกต็ าม ดงั นนั เครืองถวายบูชาแห่งพระวหิ ารทงั สินจึงไม่มีผลอกี แลว้
ทีสาํ คญั ยงิ กวา่ นนั กค็ ือ ตามทีหนงั สือฮีบรูไดก้ ล่าวไวช้ ดั เจน แผนการและวาระทงั หมด
ของพระเจา้ ทีทรงมีสาํ หรับมนุษยช์ าตินนั ไดเ้ ปลียนแปลงไปแลว้ พระราชบญั ญตั ิไดส้ าํ เร็จแลว้
เครืองถวายบชู าเพอื ลา้ งบาปไดถ้ กู ถวายเรียบร้อยแลว้ ระบบเครืองถวายบูชาแห่งพระคมั ภีร์เดิม
ทงั หมด พร้อมกบั ระบอบปุโรหิต พระวหิ าร และบญั ญตั ิต่างๆไดถ้ ูกยกเลิกไปแลว้ ระบอบใหม่
พนั ธกิจใหม่ คนกลุ่มใหม่และพนั ธสัญญาใหม่กอ็ ยใู่ กลแ้ ลว้ ดู ฮีบรู 10:19-20
ช่วงเวลาทีสาํ คญั ดงั กล่าว ซึงเปลียนจุดเปลียนของประวตั ิศาสตร์ไดม้ าพร้อมกบั หมาย
สาํ คญั ต่างๆอนั เหมาะสมในธรรมชาติดว้ ย “แผน่ ดินกไ็ หว ศลิ ากแ็ ตกออกจากกนั ” คาํ ทีแปลวา่
แตกออกจากกนั (สคิโซ) มีความหมายวา่ ปริออก ความหมายทีน่าจะเป็นไปไดก้ ค็ อื วา่ ชนั หิน
ตามธรรมชาติไดแ้ ยกออกจากกนั เพราะแรงของแผน่ ดินไหว เมือพระผสู้ ร้างทรงสินพระชนม์
สิงทรงสร้างกส็ ันสะทา้ นและหวนั ไหวจริงๆ
มธ 27:52-53 นอกจากนีอโุ มงค์ฝังศพกเ็ ปิ ดออก ศพของพวกวิสุทธชิ นหลายคนทลี ่วง
หลบั ไปแล้วได้เป็ นขนึ มา 53 ภายหลงั ทพี ระองค์ทรงเป็ นขนึ มาแล้ว เขาทงั หลายกอ็ อกจากอโุ มงค์
พากนั เข้าไปในนครบริสุทธิปรากฏแก่คนเป็ นอนั มาก เมือแผน่ ดินโลกสันไหว ไม่เพียงอุโมงคฝ์ ัง
ศพแตกออกเท่านนั แต่ยงั มีการคืนชีพของวิสุทธิชนหลายคนทีตายไปแลว้ ดว้ ย คาํ ทีแปลวา่ วิ
สุทธิชนหลายคน (ฮากิออส) มีความหมายตรงตวั วา่ 'บรรดาผบู้ ริสุทธิ'
ไม่ตอ้ งสงสัยเลยวา่ คนเหล่านีเป็นคนทงั หลายทีไดร้ ับการไถ่จากสมยั พระคมั ภีร์เดิมซึง
พระเจา้ ทรงนาํ ออกมาอยา่ งน่าอศั จรรยห์ ลงั การฟื นคืนพระชนมข์ องพระเยซู พระเยซูทรงเป็นผู้
แรกทีเป็นขึนจากตายจริงๆ เราเห็นชดั เจนวา่ วสิ ุทธิชนสมยั พระคมั ภีร์เดิมเหล่านีไดถ้ ูกชุบใหเ้ ป็น
ขึนมาจากเมอื งบรมสุขเกษมและไดร้ ับอนุญาตใหเ้ ขา้ สู่กรุงเยรูซาเลม็ แต่เราไม่ทราบชดั เจนวา่
หลงั จากนนั แลว้ เกิดอะไรขึนกบั คนเหล่านี
ไม่มกี ารบ่งบอกในพระคมั ภีร์เลยวา่ พวกเขาเสียชีวติ อีกทีในเวลาต่อมา และถา้ พวกเขาได้
รับร่างกายใหม่ซึงไดร้ ับสง่าราศแี ลว้ จริงๆ พวกเขากต็ ายอีกไม่ไดเ้ ลย อาจเป็นไดว้ า่ พวกเขา
เขา้ ไปในสวรรคพ์ ร้อมกบั พระเยซูเมือพระองคท์ รงเสด็จขึนสู่เบืองสูงตามทีเอเฟซสั 4:8-10 ได้
กล่าวไว้ นีเป็นหนึงในขอ้ ลึกลบั หลายประการในพระคมั ภีร์ใหม่อยา่ งแทจ้ ริง
ไม่วา่ จะในกรณีใด พวกวสิ ุทธิชนทีเป็นขึนจากตายเหล่านีก็ “เขา้ ไปในนครบริสุทธิ
ปรากฏแก่คนเป็นอนั มาก” นีเป็นอีกครังทีพระเจา้ ทรงใหภ้ าพประกอบชดั เจนทีแสดงถึง
เหตุการณ์สาํ คญั ทีเพงิ เกิดขึนไป
มธ 27:54 บดั นี เมอื นายร้อยและทหารทเี ฝ้ าพระเยซูอยู่ด้วยกนั ได้เห็นแผ่นดนิ ไหว
และเหตุการณ์เหล่านันซึงบังเกดิ ขนึ กพ็ ากนั ครันคร้ามยงิ นัก จงึ พดู กนั ว่า "แท้จริงท่านผู้นีเป็ น
พระบุตรของพระเจ้า" เห็นไดช้ ดั วา่ นายร้อยทีวา่ นีเป็นนายทหารทีมีหนา้ ทีบงั คบั บญั ชาพวก
ทหารโรมทีไดร้ ับมอบหมายใหต้ รึงกางเขนนกั โทษ ประเพณีเล่าวา่ เขามีชือวา่ เปโตรเนียส เขา
เป็นประจกั ษพ์ ยานทไี ดเ้ ห็นเหตุการณ์ต่างๆทีเกิดขึนทีกลโกธาทงั ก่อนและหลงั การตรึงพระเยซู
ทีกางเขน เขาอาจอยใู่ นเหตุการณ์ตอนทีมีการพิจารณาคดีพระเยซูต่อหนา้ ปี ลาตดว้ ย ดงั นนั เขา
เลยไดย้ นิ คาํ กล่าวยอมรับของพระเยซูทีวา่ ทรงเป็นพระบุตรของพระเจา้
เมือพวกเขาไดเ้ ห็นแผน่ ดินไหว ดวงอาทิตยท์ ีมืดมิด และเหตุการณ์ต่างๆทีเกียวขอ้ งเหล่า
นนั พวกเขากอ็ อกปากยอมรับวา่ “แทจ้ ริงท่านพดู นีเป็นพระบุตรของพระเจา้ ” มีคนเชือกนั วา่ นาย
ร้อยชาวโรมผนู้ ีจึงอาจไดร้ ับความรอดจริงๆ โดยกล่าวยอมรับดว้ ยปากของตนวา่ พระเยซูทรง
เป็นองคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ หากเป็นเช่นนนั จริง จึงมิไดม้ ีเพยี งโจรทีถูกตรึงบนกางเขนเท่านนั แต่เขาก็
เช่นกนั ทีตกอยใู่ ตฤ้ ทธิเดชแห่งการฟ้ องใจของกางเขน ฤทธิเดชแห่งกางเขนจึงเริมทาํ งานแลว้
มธ 27:55-56 ขณะทีเหตุการณ์สาํ คญั เหล่านีไดบ้ รรลุถึงขีดสุด พวกผหู้ ญิงทีเชือหลาย
คนทไี ดต้ ิดตามพระองคม์ าจากแควน้ กาลิลีกม็ องดูเหตุการณ์เหล่านีอยแู่ ต่ไกล ทนี ันมหี ญงิ หลาย
คนทไี ด้ตดิ ตามพระเยซูจากแคว้นกาลลิ เี พอื ปรนนิบัตพิ ระองค์ มองดูอยู่แต่ไกล 56 ในพวกนันมี
มารีย์ชาวมักดาลา มารีย์มารดาของยากอบและโยเสส และมารดาของบุตรเศเบดี
เราควรหมายเหตุไวว้ า่ พวกสาวกทีเป็นผชู้ ายไดท้ ิงพระเยซูและหนีไปแลว้ อยา่ งไรกต็ าม
หญิงทีดาํ เนินตามทางของพระเจา้ เหล่านีไดอ้ ยตู่ ่อจนถึงทีสุด ผทู้ ีถูกเอ่ยชือในทีนีไดแ้ ก่ มารีย์ ชาว
มกั ดาลา มารียม์ ารดาของยากอบและโยเสส (นีน่าจะเป็นมารดาของพระเยซูเพราะวา่ นอ้ งชาย
ของพระองคม์ ีสองคนชือวา่ ยากอบและโยเสส ดู มาระโก 6:3) นอกจากนีมารดาของบุตรเศเบดี
(ยอห์นและยากอบ) ซึงมกั ถูกเรียกวา่ นางสะโลเมกอ็ ยทู่ ีนนั ดว้ ย ดู มาระโก 15:40 หญิงเหล่านี
อาจอยตู่ ่อเพือทีจะยนื เป็นเพอื นมารดาของพระเยซูและราํ ไหไ้ ปกบั นางดว้ ย หญิงกล่มุ เลก็ ๆที
สตั ยซ์ ือเหล่านีไดย้ นื ดูโศกนาฏกรรมทีกาํ ลงั เกิดขึนตามคาํ พยากรณ์ มนั คงเป็นภาพทนี ่าเศร้า
จริงๆทีไดเ้ ห็นพระบุตรของพระเจา้ ถูกแขวนในสภาพสินพระชนมบ์ นกางเขน
มธ 27:57-61 ครันถงึ เวลาพลบคาํ มเี ศรษฐีคนหนงึ มาจากบ้านอาริมาเธียชือโยเซฟ เป็ น
สาวกของพระเยซูด้วย 58 เขาได้เข้าไปหาปี ลาตขอพระศพพระเยซู ปี ลาตจึงสังให้มอบพระศพ
นันให้ 59 เมอื โยเซฟได้รับพระศพมาแล้ว เขากเ็ อาผ้าป่ านทสี ะอาดพนั หุ้มพระศพไว้ 60 แล้ว
เชิญพระศพไปประดิษฐานไว้ทอี โุ มงค์ใหม่ของตน ซึงเขาได้สกดั ไว้ในศิลา เขากก็ ลงิ หนิ ใหญ่
ปิ ดปากอโุ มงค์ไว้แล้วกจ็ ากไป 61 ฝ่ ายมารีย์ชาวมกั ดาลากบั มารีย์อกี คนหนึงนัน กน็ ังอยู่ทนี ันตรง
หน้าอโุ มงค์
ในเยน็ วนั นนั ทีมีการตรึงกางเขน สมาชิกทีราํ รวยคนหนึงของสภาซานเฮดรินชือวา่ โย
เซฟชาวบา้ นอาริมาเธียไดข้ ออภิสิทธิในการฝังพระศพของพระเยซูจากปี ลาต พระคมั ภีร์ตรงนี
บอกวา่ เขาเป็นสาวกคนหนึงของพระเยซู แต่ตามทีหนงั สือยอหน์ บอกไว้ เขากเ็ ป็นสาวกแบบ
ลบั ๆ เขาพร้อมกบั นิโคเดมสั ไดด้ าํ เนินการฝังพระศพของพระองคต์ ามธรรมเนียมของพวกยวิ
ปกตแิ ลว้ พวกยวิ ในสมยั นนั จะห่อศพในผา้ ป่ านและเอาเศษผา้ มาพนั รอบศพทีห่อหุม้ ดว้ ย
ผา้ ป่ านนนั ในสภาพทีเกือบเหมือนมมั มี นีเป็นเรืองสาํ คญั แมแ้ ต่คนทีแขง็ แรงกไ็ ม่สามารถ
ปลดเปลืองตวั เองใหพ้ น้ จากพนั ธนาการนนั ได้ กระนนั เมือพระเยซูทรงเป็นขนึ จากตาย พระองค์
กท็ รงจากไปในแบบไร้ร่องรอยจนแมแ้ ต่ผา้ ห่อศพกย็ งั ถูกวางไวใ้ นสภาพเรียบร้อยดุจรังไหม
หินทีถกู กลิงมาปิ ดปากอุโมงคน์ นั ยอ่ มมีขนาดมหึมา อุโมงคฝ์ ังศพของพวกยวิ ถกู
ออกแบบใหม้ ีลกั ษณะทีวา่ หินปิ ดปากอุโมงคท์ รงกลมจะถกู วางไวใ้ นร่องทีถูกแกะไวซ้ ึงลาด
เอียงสู่ดา้ นล่าง การทีจะโยกยา้ ยหินปิ ดปากอุโมงคจ์ ะตอ้ งใชว้ ธิ ีกลิงมนั ขึนเนิน ซึงเป็นสิงทีทาํ ได้
ยากยงิ เพอื ป้ องกนั มิใหใ้ ครมายมุ่ ยา่ มกบั อุโมงคฝ์ ังศพ
นีเป็นอีกครังทีคนทีนงั เฝ้ าอุโมงคก์ ค็ ือ หญิงเหล่านีทีดาํ เนินตามทางของพระเจา้ ขอ้ เทจ็
จริงทีสาํ คญั กค็ ือวา่ พวกนางไดเ้ ห็นการตระเตรียมพระศพของพระเยซูสาํ หรับการฝัง รวมถึง
สถานทีๆพระองคท์ รงถกู ฝังดว้ ย การฟื นคืนพระชนมข์ องพระองคจ์ ะเป็นเรืองน่าเชือถือกต็ ่อเมือ
พระเยซูทรงสินพระชนมแ์ ลว้ จริงๆ หญิงพวกนีจึงเป็นพยานหลายปากทียนื ยนั เรืองการ
สินพระชนมแ์ ละสถานทีฝังพระศพของพระเยซูไดเ้ ป็นอยา่ งดี ในวนั ทีทรงฟื นคืนพระชนม์ คือ
สามวนั ถดั มา พวกนางกร็ ู้ดว้ ยวา่ เป็นอุโมงคไ์ หนเพราะพวกนางไดเ้ ห็นการฝังพระศพของพระ
เยซูมาก่อนแลว้
มธ 27:62 วนั ต่อมา คอื วนั ถดั จากวนั ตระเตรียม พวกปโุ รหติ ใหญ่และพวกฟาริสีพา
กนั ไปหาปี ลาต หากเราถือวา่ พระเยซูทรงถกู ตรึงกางเขนก่อนวนั ศกุ ร์ของสัปดาห์นนั “วนั ถดั มา”
จริงๆแลว้ กน็ ่าจะเป็นวนั ศกุ ร์ เห็นไดช้ ดั วา่ วนั ตระเตรียมกค็ ือ การตระเตรียมสาํ หรับเทศกาลกิน
ขนมปังไร้เชือ เห็นไดช้ ดั วา่ มนั เริมตน้ วนั ศุกร์ของปี นนั ในวนั นนั เอง พวกสมาชิกสภาซานเฮ
ดรินไดเ้ ขา้ ไปหาปี ลาต สิงทีหกั ลา้ งความเชือเรืองการตรึงกางเขนในวนั ศุกร์กค็ ือวา่ พวกผนู้ าํ ทาง
ศาสนาเหล่านี ซึงเคร่งครัดเรืองการรักษาวนั สะบาโตอยา่ งมาก (โดยเฉพาะพวกฟาริสี) คงไม่
ยอมทาํ สิงทีน่าเกลียดอยา่ งการเขา้ ไปหาปี ลาตซึงเป็นผนู้ าํ ของคนต่างชาติทีนอกศาสนาในวนั สะ
บาโตเป็นแน่ อยา่ งไรกต็ าม พวกเขากท็ าํ เช่นนีไดห้ ากการตรึงกางเขนเกิดขึนในวนั พฤหสั ฯ
มธ 27:63-64 พวกผนู้ าํ ของอสิ ราเอลจึงกล่าววา่ "เจ้าคุณขอรับ ข้าพเจ้าทงั หลายจําได้ว่า
คนล่อลวงผู้นัน เมอื เขายงั มชี ีวติ อยู่ได้พูดว่า `ล่วงไปสามวนั แล้วเราจะเป็ นขนึ มาใหม่' 64 เหตุ
ฉะนัน ขอได้มบี ญั ชาสังเฝ้ าอโุ มงค์ให้แขง็ แรงจนถงึ วนั ทสี าม เกลอื กว่าสาวกของเขาจะมาในตอน
กลางคนื และลกั เอาศพไป แล้วจะประกาศแก่ประชาชนว่า เขาเป็ นขนึ มาจากความตายแล้ว และ
การหลอกลวงครังนีจะร้ายแรงยงิ กว่าครังก่อนอกี " น่าแปลกตรงทีวา่ พวกสาวกจาํ ไม่ไดว้ า่ พระ
เยซูไดต้ รัสล่วงหนา้ หลายต่อหลายครังถึงการฟื นคืนพระชนมข์ องพระองค์ แต่พวกศตั รูทีไม่เชือ
ของพระองคก์ ลบั จาํ ได้ ในทางกลบั กนั พวกสาวกกลบั เป็นทุกขโ์ ศกเศร้าและฝันสลายในเรือง
พระเมสสิยาห์ทีจะมาปลดปล่อยพวกเขา พวกศตั รูของพระองคย์ งั หวาดกลวั อิทธิพลของพระเยซู
แมใ้ นยามทีทรงสินพระชนมแ์ ลว้ พวกเขาจึงหาวธิ ีต่างๆเพอื ป้ องกนั มิใหใ้ ครไปยงุ่ กบั อุโมงคฝ์ ัง
ศพนนั พวกเขาจึงขอใหโ้ รมช่วยเหลือในการเฝ้ าอุโมงค์
มธ 27:65-66 ปี ลาตจงึ สงั ใหค้ นไปประทบั ตราของโรมไวท้ ีอุโมงค์ เขาจึงสงั วา่ "พวก
ท่านจงเอายามไปเถดิ จงไปเฝ้ าให้แขง็ แรงเท่าทีท่านจะทาํ ได้" 66 เขาจึงไปทาํ อโุ มงค์ให้มนั คง
ประทบั ตราไว้ทหี ิน และวางยามประจําอยู่ ตราประทบั ทีวา่ นีน่าจะเป็นเชือกเส้นหนึงทีวางพาด
อุโมงคโ์ ดยมีตราประทบั ขีผงึ ประทบั ไวท้ ีปลายทงั สองดา้ น
ตราประทบั ของโรมมีสิทธิอาํ นาจและแสนยานุภาพของโรม การไปยมุ่ ยา่ มกบั มนั กถ็ ือ
เป็นการกระทาํ ผดิ ขนั รุนแรง นอกจากนี พวกทหารยงั ถูกใหม้ าเฝ้ ายามเพอื รักษาความปลอดภยั
ในสถานทีนนั ดว้ ย คาํ ทีแปลวา่ ยาม (คออสุ โตดิอา) สือถึงการใชท้ หารอยา่ งนอ้ ยสีนาย และอาจ
มากถึงสิบหกนาย เท่าทีเป็นไปไดก้ ค็ ือวา่ อาจมีทหารเฝ้ ายามประจาํ กะละสีนาย บดั นีอาํ นาจและ
สิทธิอาํ นาจของโรม ซึงเป็นรัฐบาลทีเปี ยมแสนยานุภาพมากทีสุดบนพืนพภิ พในขณะนนั กม็ า
รักษาความปลอดภยั อุโมงคฝ์ ังพระศพของพระเยซูแลว้ การทีจะออกมาจากอุโมงคห์ รือปลน้ ขา้ ว
ของในอุโมงคจ์ ึงเป็นเรืองทีเป็นไปไม่ไดเ้ ลยในสายตาของมนุษย์
*****
ภาพรวมของมัทธิว 28 : ข่าวประเสริฐของมทั ธิวปิ ดท้ายอย่างเปี ยมด้วยสง่าราศีเมือพระ
เยซูคริสต์ทรงฟื นคืนพระชนม์จากความตาย ถึงแม้พวกศตั รูพยายามหักล้างความน่าเชือถือเรือง
การฟื นคืนพระชนม์ของพระองค์ แต่มนั กป็ รากฏชัดเจน สุดท้ายพระเยซูทรงมอบหมายคาํ สัง
และพระมหาบญั ชาแก่พวกสาวกสาํ หรับยคุ ใหม่ทีกาํ ลังใกล้เข้ามา
มธ 28:1 ภายหลงั วนั สะบาโต เวลาใกล้รุ่งเช้าวนั ต้นสัปดาห์ มารีย์ชาวมกั ดาลากบั
มารีย์อกี คนหนงึ มาดูอโุ มงค์ บางคนพยายามทีจะบรรยายช่วงเวลานีวา่ เป็นเยน็ วนั เสาร์ซึงจริงๆ
แลว้ กเ็ ป็นการสินสุดของวนั สะบาโต อยา่ งไรกต็ ามคาํ พดู ทีวา่ “เวลาใกลร้ ุ่งเชา้ ” กบ็ ่งบอกชดั เจน
วา่ เวลาดงั กล่าวเป็นตอนเชา้ ตรู่ของวนั อาทิตย์ มารียอ์ ีกคนทีวา่ นีน่าจะเป็นคนเดียวกบั ทีถกู เอ่ยถึง
ใน 27:56 ซึงกค็ ือ มารียม์ ารดาของยากอบและโยเสส อีกครังทีนางน่าจะเป็นมารดาของพระเยซู
ดู คาํ อธิบายสาํ หรับ 27:56
มธ 28:2 ดูเถิด ได้เกดิ แผ่นดินไหวใหญ่ยงิ นัก ความหมายตรงตวั ของคาํ ๆนีคือ
'mega seismic' (การเคลือนทีของเปลือกโลกครังใหญ่) นีไม่ใช่การสันสะเทือนขนั เลก็ ๆ แผน่ ดิน
ไหวครังหนึงบ่งบอกถึงการตรึงกางเขนองคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราอยา่ งไร “แผน่ ดินไหวใหญ่ยงิ
นกั ” นีกบ็ ่งบอกถึงการฟื นคืนพระชนมข์ องพระองคเ์ ช่นกนั ในประวตั ิศาสตร์ทีผา่ นมา การฟื น
คืนพระชนมข์ องพระเยซูคริสตเ์ ป็นเหตุการณ์ทีทาํ ใหพ้ ภิ พสันสะเทือนจริงๆ เพราะทูตสวรรค์
ขององค์พระผู้เป็ นเจ้าได้ลงมาจากสวรรค์ กลงิ ก้อนหนิ นันออกจากปากอโุ มงค์ แล้วกน็ ังอยู่บน
หินนัน คงตอ้ งใชท้ หารโรมทงั หมดทีีมาเฝ้ ายามในการกลิงหินกอ้ นใหญ่นีออกจากปากอุโมงค์
แต่ทูตสวรรคแ์ ค่ตนเดียวกท็ าํ งานนีไดอ้ ยา่ งสบายๆ อาจกล่าวไดว้ า่ ทตู สวรรคผ์ นู้ ีมิไดก้ ลินกอ้ น
หินออกเพอื ใหพ้ ระเยซูเสดจ็ ออกมา แต่เพอื ใหพ้ วกผหู้ ญิง พวกสาวก และใหค้ นอืนๆทีเหลือได้
มองเห็นขา้ งในมากกวา่ นีทาํ ใหป้ ระจกั ษพ์ ยานคนแรกๆไดเ้ ห็นกบั ตาวา่ อุโมงคฝ์ ังศพนีวา่ งเปล่า
จริงๆ
ทูตสวรรคผ์ นู้ ีจึง “นงั อยบู่ นหินนนั ” ทตู สวรรคท์ ีนงั อยบู่ นหินนีสือถึงสารทีชดั เจนแม้
มไิ ดก้ ล่าวออกมาถึงความทรงสภาพสูงสุดของพระเจา้ เขาไดท้ าํ สิงทีพระองคท์ รงใชใ้ หท้ าํ แลว้
นงั ลง ผอ่ นคลาย และดูสิงทีกาํ ลงั เกิดขึน นีสือถึงบรรยากาศของชยั ชนะรวมถึงการเยย้ หยนั พวก
ศตั รูของพระคริสตผ์ ทู้ รงเป็นขึนแลว้ ดว้ ย
มธ 28:3 พระเจา้ ทรงนาํ เสนอผนู้ าํ สารของพระองคใ์ นเครืองแบบสวรรคเ์ ตม็ รูป
แบบ ใบหน้าของทูตนันเหมอื นแสงฟ้ าแลบ เสือของทูตนันกข็ าวเหมอื นหิมะ ลองนึกภาพในช่วง
แสงสลวั ๆของรุ่งเชา้ ทีส่องใหเ้ ห็นใบหนา้ ของทตู สวรรคผ์ นู้ ีทีสวา่ งไสวเจิดจา้ เหมือนฟ้ าแลบและ
เสือของเขากข็ าวโพลนเหมือนหิมะทีเพงิ ตก
มธ 28:4 เป็นทีเขา้ ใจไดว้ า่ พวกยามชาวโรมนี 'กลวั แทบตาย' พวกยามทเี ฝ้ าอยู่กลวั
ทูตองค์นันจนตัวสัน และเป็ นเหมอื นคนตาย คาํ ทีแปลวา่ พวกยาม (เทเระโอ) ในบริบทนีมีความ
หมายวา่ 'ยามเฝ้ า' และยอ่ มหมายถึงพวกทหารโรมทีมาเฝ้ ายาม ความกลวั ทีทาํ ใหค้ นตวั สันไดน้ นั
ตอ้ งเป็นอะไรทีมากมายจริงๆ ถึงแมพ้ วกทหารนอกศาสนาเหล่านีอาจไม่เขา้ ใจสิงทีตนเห็น แต่
พวกเขากไ็ ดป้ ระสบกบั ตวั ถึงความเกรงกลวั องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ นอกจากนีถึงแมพ้ วกเขาอาจไม่รู้
ซึงถึงสิงทีตนเห็นในตอนนนั แต่พวกเขากไ็ ดเ้ ห็นการฟื นคืนพระชนมข์ องพระเยซูคริสตจ์ ริงๆ
มธ 28:5-6 เราเห็นทวั พระคมั ภีร์เลยวา่ เมือใดทีพวกทตู สวรรคป์ รากฏตวั ในสภาพน่า
ตืนตาแก่คนทีดาํ เนินตามทางของพระเจา้ และคนชอบธรรม พวกเขาจะพดู เหมือนกนั ทุกครังวา่
'อยา่ กลวั เลย' ดงั นนั ทูตสวรรค์นันจึงกล่าวแก่หญงิ นันว่า "อย่ากลวั เลย พวกทตู สวรรคเ์ ป็น
วญิ ญาณทีปรนนิบตั ิประชากรของพระเจา้ ทูตสวรรคต์ นนีมีข่าวยอดเยยี มทีสุดตลอดกาลมาแจง้
ใหท้ ราบจริงๆ
เพราะเรารู้อยู่ว่าท่านทงั หลายมาหาพระเยซูซึงถูกตรึงทกี างเขน 6 พระองค์หาได้ประทบั
อยู่ทนี ีไม่ เพราะพระองค์ทรงเป็ นขนึ มาแล้วตามทพี ระองค์ได้ตรัสไว้นัน มาดูทซี ึงองค์พระผู้เป็ น
เจ้าได้บรรทมอยู่นัน พระเยซูคริสตไ์ ม่เพียงทรงเป็นขึนจากตายแลว้ เท่านนั แต่ยงั ทรงเป็นขึนตาม
ทีพระองค์ได้ตรัสไว้นนั ดว้ ย เราจาํ ไดว้ า่ พระองคไ์ ดต้ รัสล่วงหนา้ หลายครังถงึ มใิ ช่แค่การ
สินพระชนมข์ องพระองคเ์ ท่านนั แต่ทีสาํ คญั กวา่ กค็ ือ การฟื นคืนพระชนมข์ องพระองคด์ ว้ ย (ดู
มทั ธิว 16:21, 17:9, 20:19 ฯลฯ) คาํ เทศนาสันๆตรงนีกค็ ือวา่ องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ทรงกระทาํ ตามที
ไดต้ รสั ไวว้ า่ จะทาํ เสมอ
มธ 28:7 คาํ สังแรกทีใหเ้ ป็นพยานถึงการฟื นคืนพระชนมห์ ลงั จากทีมนั เกิดขึนแลว้
ถูกพบตรงนี แล้วจงรีบไปบอกพวกสาวกของพระองค์เถิดว่า พระองค์ทรงเป็ นขนึ มาจากความ
ตายแล้ว และดูเถดิ พระองค์เสดจ็ ไปยงั แคว้นกาลลิ กี ่อนท่านทงั หลาย ท่านทังหลายจะเหน็
พระองค์ทนี ัน ดูเถดิ เราได้บอกท่านแล้ว" หญิงเหล่านีไดร้ ับคาํ สงั ใหไ้ ปบอกพวกสาวกของ
พระองคเ์ รืองทีพระองคท์ รงเป็นขนึ แลว้ นอกจากนี คาํ สังนียงั สือดว้ ยวา่ พระเยซูจะเสดจ็ ไปพบ
พวกสาวกในแควน้ กาลลิ ีในไม่ชา้ ดว้ ย อนั ทีจริงแลว้ พระเยซูทรงปรากฏพระองคใ์ หพ้ วกสาวก
เห็นหลายต่อหลายครังก่อนการปรากฏสองครังนนั ในแควน้ กาลิลี อยา่ งไรกต็ ามพระองคก์ ท็ รงมี
นดั หมายชดั เจนสาํ หรับผใู้ ดกต็ ามทีอยากจะมาพบพระองคใ์ นแควน้ กาลิลี ซึงเป็นบา้ นเกิดของ
พระองค์
มธ 28:8 หญิงทีดาํ เนินตามทางของพระเจา้ ซึงไดร้ ับสิทธิพิเศษเหล่านีเป็นพวก
เดียวกบั ทีไดย้ นื อยขู่ า้ งกางเขนของพระองคจ์ นถึงทีสุด บดั นีพวกนางไม่เพยี งมีโอกาสเป็น
ประจกั ษพ์ ยานพวกแรกถึงการฟื นคืนพระชนมข์ องพระองคเ์ ท่านนั แต่พวกนางยงั เป็นพวกแรก
ทีไดป้ ระกาศเรืองการฟื นคืนพระชนมข์ องพระองคด์ ว้ ย หญงิ เหล่านันกไ็ ปจากอโุ มงค์โดยเร็ว ทงั
กลวั ทงั ยนิ ดเี ป็ นอนั มาก วงิ นําความไปบอกพวกสาวกของพระองค์
ไม่ตอ้ งสงสยั เลยวา่ ความน่าตืนเตน้ ของสิงทีพวกนางไดเ้ ห็นยอ่ มทาํ ใหอ้ ะเดรนาลีนสูบ
ฉีด ซึงทาํ ใหเ้ กิดความกลวั และความยนิ ดีเป็นลน้ พน้ พวกนางรู้สึกตืนเตน้ และชืนชมยนิ ดีไปกบั
สิงทีไดเ้ ห็นและไดย้ นิ กระนนั ผนู้ าํ สารจากสวรรคท์ ีอุโมงคฝ์ ังศพนีกท็ าํ ใหพ้ วกนางเกิดความ
กลวั ดว้ ย พวกนางจึงวิงกลบั เขา้ เมืองไปยงั ทีๆพวกสาวกพกั อยใู่ นตอนนนั คาํ ทีแปลวา่ นําความ
ไปบอก (อะพงั เกล็ โล) มีความหมายในบริบทนีวา่ 'ประกาศ' หรือ 'แจง้ ใหท้ ราบ' พวกนางกท็ าํ
เช่นนนั จริงๆ
มธ 28:9 ขณะทหี ญิงเหล่านันไปบอกสาวกของพระองค์ ดูเถิด พระเยซูได้เสดจ็
พบเขาและตรัสว่า "จงจําเริญเถิด" หญิงเหล่านันกม็ ากอดพระบาทของพระองค์ และนมสั การ
พระองค์ บดั นีพยานทีสตั ยซ์ ือและอุทิศตวั เหล่านีซึงไดย้ นื อยใู่ กลก้ างเขนจนถึงทีสุดกไ็ ดร้ ับสิทธิ
พิเศษในการเป็นพวกแรกทีไดเ้ ห็นองคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ อนั เป็นทีรักของพวกนางในสภาพฟื นคืน
พระชนมแ์ ลว้
คาํ ทีแปลวา่ จงจาํ เริญเถิด (ไคโร) มกั ถูกแปลเป็น 'จงชืนชมยนิ ดีเถิด' (มนั เป็นสาํ นวนที
ใชท้ กั ทายกนั ในสมยั นนั ) นอกจากนี คาํ ๆนียงั อยใู่ นรูปประโยคคาํ สงั ดว้ ย เมอื พระเยซูเสดจ็ มา
พบพวกผรู้ ับใชท้ ีสตั ยซ์ ือและตืนเตน้ ของพระองค์ พระองคก์ ท็ รงสังใหพ้ วกเขาชืนชมยนิ ดี การสู้
รบนนั จบลงแลว้ พระองคท์ รงไดช้ ยั ชนะมาแลว้ การกอดพระบาทพระองคก์ ส็ ือถึงการนมสั การ
พระองคด์ ว้ ยสินสุดใจ ตอนนนั พวกนางคงคุกเข่ากม้ กราบพระองคห์ รือไม่กโ็ นม้ ตวั ลงและเอา
หนา้ จรดพนื เลย ตรงนีสตรีเหล่านีไดส้ ัมผสั พระกายของพระคริสตผ์ ทู้ รงเป็นขึนจากตายจริงๆ
ซึงสือใหเ้ ห็นชดั เจนวา่ พระองคท์ รงเป็นขึนจากตายพร้อมพระกายดว้ ย
มธ 28:10 นีเป็นอีกครังทีสตรีทีดาํ เนินตามทางของพระเจา้ เหล่านีถูกกาํ ชบั วา่ อยา่
กลวั เลย พระเยซูจงึ ตรัสกบั เขาว่า "อย่ากลวั เลย จงไปบอกพวกพนี ้องของเราให้ไปยงั แคว้นกาลลิ ี
และพวกเขาจะได้พบเราทนี ัน" น่าสนใจตรงทีวา่ พระเยซูทรงเรียกพวกสาวกของพระองคใ์ น
ตอนนีวา่ เป็นพนี อ้ งแลว้ ดู ฮีบรู 2:11 ในบนั ทึกเกียวกบั การปรากฏพระองคห์ ลงั ทรงเป็นขึนจาก
ตายแลว้ ใหพ้ วกสาวกของพระองคเ์ ห็น พระองคท์ รงกาํ ชบั พวกเขาวา่ “อยา่ กลวั เลย”
ถึงแมท้ งั ทูตสวรรคผ์ นู้ นั และพระเยซูเองไดส้ งั พวกเขาแลว้ วา่ พระองคจ์ ะเสดจ็ ไปพบพวก
สาวกของพระองคใ์ นแควน้ กาลิลี แต่ต่อมาในวนั นนั เองพระองคก์ เ็ สดจ็ ไปพบกบั สาวกสองคน
นนั ทีกาํ ลงั เดินทางไปบา้ นเอมมาอูส เยน็ วนั นนั พระองคก์ เ็ สดจ็ ไปพบกบั ทงั สิบคนนนั และพบ
กบั สิบเอด็ คนนนั ในอีกสัปดาหต์ ่อมา โดยยงั อยใู่ นกรุงเยรูซาเลม็ อยู่ อยา่ งไรกต็ าม พระองคก์ ไ็ ด้
เสดจ็ ไปพบกบั พวกเขาจริงๆในแควน้ กาลิลีตามทีมีกล่าวไวต้ รงทา้ ยบทนีและยอหน์ 21 อาจเป็น
ไดว้ า่ เมือพระองคต์ รัสถึงพวกสาวกของพระองค์ พระองคน์ ่าจะทรงหมายถึงพวกสาวกทงั หมด
ของพระองค์ ไม่ใช่แค่สิบเอด็ คนนนั เท่านนั
สภาพบรรยากาศทางการเมืองในกรุงเยรูซาเลม็ ขณะนนั ยงั เป็นปฏิปักษอ์ ยู่ บางทีพระเยซู
อาจทรงตอ้ งการทีจะพบกบั พวกผเู้ ชือแทห้ ลายร้อยคนของพระองคใ์ นสภาพการณ์ทีเป็นมิตรกวา่
นีกไ็ ด้ ใน 1 โครินธ์ 15:6 เปาโลเขียนวา่ พระเยซูทรงพบกบั พีนอ้ งกวา่ หา้ ร้อยคนในคราวเดียว
แน่นอนวา่ นนั เกิดขึนในแควน้ กาลิลี และมิใช่ทีกรุงเยรูซาเลม็
มธ 28:11-15 คราวนีมทั ธิวเปลียนไปพดู ถึงปฏิกิริยาของพวกผมู้ ีอาํ นาจในทอ้ งถนิ ทีมี
ต่อการฟื นคนื พระชนมข์ องพระเยซูบา้ ง ขณะทพี วกผู้หญงิ กาํ ลงั ไปอยู่นัน ดูเถดิ มบี างคนในพวก
ทเี ฝ้ ายามได้เข้าไปในเมอื ง เล่าเหตุการณ์ทงั ปวงทบี ังเกดิ ขนึ นันให้พวกปโุ รหติ ใหญ่ฟัง 12 เมอื
พวกปโุ รหติ ใหญ่ประชุมปรึกษากนั กบั พวกผู้ใหญ่แล้ว กแ็ จกเงินเป็ นอนั มากให้แก่พวกทหาร
13 สังว่า "พวกเจ้าจงพดู ว่า `พวกสาวกของเขามาลกั เอาศพไปในเวลากลางคนื เมอื เรานอนหลบั
อยู่' 14 ถ้าความนีทราบถงึ หูเจ้าเมอื ง เราจะพูดแก้ไขให้พวกเจ้าพ้นโทษ" 15 พวกทหารจงึ
ยอมรับเงนิ และทาํ ตามทถี ูกสอนมา และความนีกเ็ ลอื งลอื ไปในบรรดาพวกยวิ จนทุกวนั นี
พวกทหารโรมทีไดร้ ับมอบหมายใหม้ าช่วยเหลือสภาซานเฮดรินในการเป็นยามเฝ้ า
อุโมงคไ์ ดม้ ารายงานผบู้ งั คบั บญั ชาของตนใหท้ ราบวา่ เกิดอะไรขึน หลงั จากนนั พวกเขากไ็ ดร้ ับ
สินบนใหไ้ ปเทียวบอกต่อวา่ พวกสาวกไดม้ าขโมยศพของพระองคไ์ ปขณะทีพวกเขาหลบั อยู่
ตลอดระยะเวลาหลายสิบปี และหลายร้อยปี ต่อมา พวกยวิ กก็ ล่าววา่ การฟื นคืนพระชนมข์ องพระ
เยซูคริสตม์ ิไดเ้ กิดขึนจริงโดยอา้ งขอ้ มูลผดิ ๆทีกขุ ึนมานี
พวกปุโรหิตใหญ่และพวกสมาชิกของสภาซานเฮดรินเป็นพวกแรกๆทีไดร้ ับทราบเรือง
การฟื นคืนพระชนมแ์ ละพวกเขากร็ ู้วา่ นีเป็นเรืองจริง อยา่ งไรกต็ าม ปัญหาของพวกเขามิใช่การ
ไม่เชือ แต่เป็นการจงใจไม่ยอมเชือต่างหาก พวกเขาไม่อยากยอมรับความจริงขอ้ นีถึงแมจ้ ะรู้อยู่
เตม็ อกกต็ าม พวกเขาเลือกทีจะเมนิ เฉยต่อสิงทีปรากฏชดั เจน
น่าแปลกตรงทีวา่ เมือดูจากความเห็นของพระเยซูแลว้ พวกเขากค็ าดหมายมาก่อนแลว้ วา่
พระองคอ์ าจทรงเป็นขึนจากตาย พวกเขาจึงพยายามขดั ขวางมิใหเ้ รืองนีเกิดขึนโดยใหท้ หารยาม
ชาวโรมไปเฝ้ าไว้ กระนนั เมือพวกเขาเผชิญกบั ความเป็นจริงทีวา่ พระองคไ์ ดท้ รงเป็นขึนแลว้
จริงๆ พวกเขากไ็ ม่ยอมเชือ พวกเขามีหูทีไม่ยอมฟังและมีตาทีไม่ยอมเห็นเกรงวา่ พวกเขาจะเชือ
และหนั กลบั มา ชาวโลกมากมายจนถึงทุกวนั นีกย็ งั ตกอยใู่ นสภาพเดียวกนั
สิงทีขดั แยง้ กนั เองของ 'เรืองโกหกคาํ โต' นีกค็ ือวา่ พวกทหารรู้ไดอ้ ยา่ งไรวา่ เกิดอะไรขึน
หากพวกเขาหลบั อยใู่ นตอนนนั พวกเขารู้ไดไ้ งวา่ พวกสาวกมาแอบขโมยศพของพระองคไ์ ป
ทนายฝี มอื ดีคนไหนกไ็ ดใ้ นศาลกส็ ามารถหกั ลา้ งคาํ กล่าวอา้ งของพวกเขาไดส้ บายๆหากสืบสาว
ราวเรืองดีๆแลว้
มธ 28:16-17 ตามทีไดร้ ับคาํ บญั ชา พวกสาวกสิบเอด็ คนไดไ้ ปพบพระเยซูทีภเู ขาลกู
หนึงซึงมิไดร้ ะบุนามไวใ้ นแควน้ กาลิลี แล้วสาวกสิบเอด็ คนนันกไ็ ด้ไปยงั แคว้นกาลลิ ี ถงึ ภูเขาที
พระเยซูได้ทรงกาํ หนดไว้ 17 และเมอื เขาเห็นพระองค์จงึ กราบลงนมสั การพระองค์ แต่บางคน
ยงั สงสัยอยู่ (มอี ยา่ งนอ้ ยสองครังทีพระเยซูทรงพบกบั พวกสาวกในแควน้ กาลิลี คอื ตรงนีและอกี
ครังคือทีชายฝังทะเลตามทีมีบนั ทึกไวใ้ นยอห์น 21) นีน่าจะเป็นเหตุการณ์ทีเปาโลกล่าวถึงใน 1
โครินธ์ 15:6 เกียวกบั พีนอ้ งกวา่ หา้ ร้อยคนในคราวเดียว ตามทีบนั ทึกไวต้ รงนี ในตอนแรกมีบาง
คนในพวกเหล่านีทียงั สงสัยอยู่ แต่ขอ้ เทจ็ จริงทีวา่ บางคนยงั สงสยั อยใู่ นตอนแรกกช็ ่วยยนื ยนั คาํ
พยานของพวกเขาในเวลาต่อมา เช่นเดียวกบั โธมสั ในหอ้ งชนั บน พวกเขามีใจสงสัยอยใู่ นตอน
นนั แต่พอไดเ้ ห็นกบั ตา พวกเขากเ็ ชือ
ประจกั ษพ์ ยานนบั ร้อยๆคน แมแ้ ต่บางคนทีในตอนแรกยงั มีใจสงสัยอยู่ กถ็ ือวา่ เป็นหลกั
ฐานทีท่วมทน้ แลว้ พวกแนวคิดเปิ ดกวา้ ง (เสรีนิยม) พยายามทีจะอธิบายเรืองการฟื นคืน
พระชนมโ์ ดยอา้ งวา่ พวกสาวกเห็นภาพหลอนเพราะความทุกขโ์ ศกของตวั เอง แต่คนหา้ ร้อยคน
ยอ่ มไม่เห็นภาพหลอนพร้อมๆกนั แน่นอน นอกจากนี ขอ้ เทจ็ จริงทีวา่ มีบางคนสงสัยอยใู่ นตอน
แรกกแ็ สดงใหเ้ ห็นวา่ ไม่ใช่ทุกคนทคี ิดเห็นอยา่ งเดียวกนั ประวตั ิศาสตร์ทีมีบนั ทึกไวเ้ กียวกบั
ประจกั ษพ์ ยานเหล่านนั ทีเป็นพยานถึงการฟื นคืนพระชนมข์ องพระเยซูคริสตเ์ ป็นสิงทีไม่อาจ
หวนั ไหวไดจ้ ริงๆ มนั เป็นรากฐานแห่งความเชือของคริสเตียนและเป็นรากฐานอนั มนั คงทีประตู
แห่งนรกไม่อาจสันไหวไดเ้ ลย
มธ 28:18 มทั ธิวจึงบนั ทึกคาํ บญั ชาของพระเยซูในรูปแบบของเขาเองทีพระองคไ์ ด้
ตรัสกบั พวกสาวกของพระองคไ์ ม่นานก่อนทีพระองคเ์ สดจ็ กลบั ขนึ ไปยงั สง่าราศี พระเยซูจงึ
เสดจ็ เข้ามาใกล้ แล้วตรัสกบั เขาว่า "ฤทธานุภาพทงั สินในสวรรค์กด็ ี ในแผ่นดินโลกกด็ ี ทรงมอบ
ไว้แก่เราแล้ว คาํ ประกาศของพระองคก์ เ็ ป็นการประกาศกอ้ งถงึ ชยั ชนะ
คาํ ทีแปลวา่ ฤทธานุภาพ (เอก็ ซออูซีอา) มีความหมายวา่ อาํ นาจในเชิงของ 'สิทธิอาํ นาจ'
บดั นีพระองคท์ รงมีสิทธิอาํ นาจเหนือแมก้ ระทงั ความตายและหลุมศพ ในการเสดจ็ มาพบกบั พวก
สาวกทีสัตยซ์ ือของพระองคๆ์ ทรงเตือนความจาํ พวกเขาวา่ พระองคท์ รงมีสิทธิอาํ นาจทังสินใน
สวรรคแ์ ละในแผน่ ดินโลก พวกเขาอยฝู่ ่ ายผชู้ นะแลว้ บรรดาประชากรของพระเจา้ จนถึงทุกวนั นี
กเ็ ช่นกนั !
มธ 28:19-20 ก่อนการเสดจ็ ขึนสู่สวรรคข์ องพระองค์ พระเยซูทรงออกคาํ สังใหม่แก่
พวกสาวกทีมารวมตวั กนั ในตอนนนั (มากกวา่ หา้ ร้อยคน ซึงถือวา่ เป็นคริสตจกั รในขนั ตวั อ่อน)
จะวา่ ไปแลว้ นีกถ็ ือวา่ เป็นภารกิจและพนั ธกิจขนั พืนฐานของคริสตจกั ร นนั คือ พระมหาบญั ชา
เหตุฉะนัน ท่านทงั หลายจงออกไปสังสอนชนทุกชาติ ให้รับบัพตศิ มาในพระนามแห่ง
พระบดิ า พระบุตร และพระวญิ ญาณบริสุทธิ 20 สอนเขาให้ถอื รักษาสิงสารพดั ซึงเราได้สังพวก
ท่านไว้ ดูเถดิ เราจะอยู่กบั ท่านทงั หลายเสมอไป จนกว่าจะสินโลก เอเมน"
เนืองจากพระองคท์ รงฟื นคืนพระชนมแ์ ลว้ และมีสิทธิอาํ นาจทงั สินแลว้ พระเยซูจึงทรง
บญั ชาพวกเขาวา่ “เหตุฉะนนั ท่านทงั หลายจงออกไป” โครงสร้างของคาํ กริยาตรงนีน่าจะแปลได้
ถูกตอ้ งกวา่ วา่ 'เหตุฉะนนั ครันไดอ้ อกไปแลว้ ' บางคนบอกวา่ รูปคาํ สงั อยตู่ รงคาํ วา่ 'ออกไป'
อยา่ งไรกต็ าม รูปคาํ สงั กาํ ลงั จะตามมาในไม่ชา้
รูปคาํ สังในพระมหาบญั ชาปรากฏเพยี งครังเดียวในวลี “สงั สอนชนทุกชาติ” ส่วนทีเหลือ
นนั เป็นอนุประโยครอง คาํ ทีแปลว่า สังสอน (มาเธเทะอูโอ) ในขอ้ 19 มคี วามหมายตรงตวั วา่
'สอนใหเ้ ป็นสาวก' มนั เป็นรูปกาลอดีต ประธานเป็นผกู้ ระทาํ และอยใู่ นรูปคาํ สงั คาํ บญั ชาหลกั
ของพระมหาบญั ชานีกค็ ือ การสร้างสาวกของพระเยซูคริสต์ นนั เริมตน้ โดยการสร้างผเู้ ชือก่อน
คาํ ทีแปลวา่ ชาตมิ าจากคาํ กรีก (เอธ็ นอส) ซึงเป็นทีมาของคาํ ภาษาองั กฤษ ethnic ปกติแลว้ คาํ นี
มกั แปลเป็น คนต่างชาติ หรือไม่กป็ ระชากร พระเยซูคริสตท์ รงบญั ชาใหเ้ ราสร้างสาวกจากผคู้ น
ทุกเชือชาติโดยไม่สาํ คญั วา่ เขาจะมาจากชาติพนั ธุไ์ หน
อนุประโยครองสองอนั กต็ ามมาโดยบรรยายถึงกระบวนการของการสร้างสาวก ประการ
แรกคือ (1) “ใหเ้ ขารับบพั ติศมาในพระนามแห่งพระบิดา และแห่งพระบุตร และแห่งพระ
วญิ ญาณบริสุทธิ” ส่วนหนึงทีชดั เจนของกระบวนการของการสร้างสาวกกค็ ือ การรับบพั ติศมา
ของผเู้ ชือ คาํ ทีแปลวา่ ให้เขารับบพั ติศมา (บัพติดโซ) มีความหมายตรงตวั วา่ 'การจุ่มลง'
นอกจากนี คาํ สังทีใหบ้ พั ติศมาก็ ใหท้ าํ เช่นนนั ในพระนามของสมาชิกแต่ละองคข์ องตรีเอกานุ
ภาพดว้ ย นีไม่ไดส้ ือเรืองการจุ่มลงในนาํ สามครังแต่อยา่ งใด แต่มนั เป็นการยอมรับเรืองความ
เป็นพระเจา้ องคเ์ ดียวกนั ของทงั สามบคุ คลขณะทีคนๆนนั รับบพั ติศมาโดยวิธีการจุ่มลงในนาํ
อยา่ งเหมาะสม
อนุประโยครองอนั ทีสองกค็ ือ (2) “สอนเขาใหถ้ ือรักษาสิงสารพดั ซึงเราไดส้ งั พวกท่าน
ไว”้ ตรงนีมีการใชอ้ ีกคาํ หนึงทีมีความหมายวา่ สอน (ดิดาสโค) เป็นคาํ ทีปกติแลว้ มคี วามหมายวา่
'การสังสอน' หนา้ ทีของเราในการสร้างสาวกจึงเปลียนมาทีกระบวนการต่อเนืองในการสงั สอน
พระวจนะของพระเจา้ แก่บรรดาผเู้ ชือใหม่
ใหเ้ ราสังเกตดว้ ยวา่ สิงทีเราตอ้ งสอนแก่ผเู้ ชือนนั กค็ ือ “ใหถ้ ือรักษาสิงสารพดั ซึงเราไดส้ งั
พวกท่านไว”้ ความหมายกค็ ือ การสอนผเู้ ชือทงั หลายใหถ้ ือรักษาสิงทีพระเยซูได้ทรงสังไว้แล้ว
นีสือถงึ หลกั การเรืองความเชือฟัง การสร้างสาวกไม่ใช่การสังสมความรู้เกียวกบั พระเยซูคริสต์
เป็นหลกั แต่เป็นการพฒั นาเรืองความเชือฟังทีมีต่อคาํ สังต่างๆของพระองคต์ ่างหาก ดงั นนั การ
สร้างสาวกจึงไม่เพียงเกียวขอ้ งกบั ความรูใ้ นเรืองพระวจนะของพระเจา้ เท่านนั แต่เกียวขอ้ งกบั
ความเชือฟังทีมีต่อพระวจนะนนั ดว้ ย
องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราจึงทรงปิ ดทา้ ยพระมหาบญั ชาของพระองคด์ ว้ ยพระสัญญาอนั มี
ค่าประเสริฐวา่ “และดูเถิด เราจะอยกู่ บั ท่านทงั หลายเสมอไป จนกวา่ จะสินโลก เอเมน” คาํ ทแี ปล
วา่ กบั (เมะทา) มีความหมายตรงตวั วา่ 'เคียงขา้ งไปกบั ' เมือพวกสาวกทาํ ใหพ้ ระมหาบญั ชาส่วน
ทีวา่ ออกไปสาํ เร็จ พระเยซูกท็ รงสัญญาวา่ พระองคจ์ ะทรงอยเู่ คียงขา้ งพวกเขา “จนกวา่ จะสิน
โลก” คาํ ทีแปลว่า โลก คือ อาอีโอน มนั มีความหมายพนื ๆวา่ 'ยคุ ' ในความหมายขนั ใหญ่กวา่ มนั
กห็ มายถึงนิรันดร์กาล พระเยซูจึงตรัสวา่ “เราจะไม่ละทิงท่าน หรือทอดทิงท่านเลย” พระองค์
ตรัสวา่ พระองคจ์ ะทรงอยกู่ บั เราไปจนกวา่ จะสินยคุ
ข่าวประเสริฐเล่มนีจบลงดว้ ยคาํ วา่ เอเมน ซึงแปลวา่ 'ขอใหเ้ ป็นดงั นนั ' และขอใหเ้ ป็นดงั
นนั จริงๆ!