The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Paphangkorn Laoakkharani, 2020-08-05 02:03:19

41 มัทธิว

41 มัทธิว

หลบภยั ความโหดร้ายของวนั เหล่านนั จะไม่เหมือนกบั ทีเคยเป็นมาในประวตั ิศาสตร์มนุษย์ ช่วง
ครึงหลงั ของยคุ เจด็ ปี จึงถูกเรียกวา่ ‘ความทุกขล์ าํ บากใหญ่ยงิ ’ เท่าทีเกียวขอ้ งกบั ชนชาติอิสราเอล

ช่วงเวลาแห่งความทุกขล์ าํ บากใหญ่ยงิ นีคือ ระยะเวลาเจด็ ปี ทีเริมตงั แต่การรับขึนไป
จนถึงการเสดจ็ กลบั มาของพระคริสตด์ ว้ ยฤทธิเดชและสง่าราศีเป็นอนั มาก อยา่ งไรกต็ าม ดาเนีย
ลและยอหน์ (ในววิ รณ์) กก็ ล่าวชดั เจนวา่ ยคุ เจด็ ปี นนั แบ่งออกเป็นสองช่วงทีแต่ละช่วงประกอบ
ดว้ ยระยะเวลาสามปี ครึง ครึงแรกของยคุ เจด็ ปี (คือสามปี ครึงแรก) จะเป็นเวลาแห่งพระพิโรธ
ของพระเจา้ ทีถกู เทลงเหนือชาวโลกทีเป็นคนต่างชาติซึงปฏิเสธพระคริสต์

อยา่ งไรกต็ าม “ความทุกขล์ าํ บากใหญ่ยงิ ” ทีถูกพดู ถึงตรงนีกห็ มายถึงช่วงเวลาสามปี ครึง
หลงั ซึงจะพุ่งเป้ าไปทีชนชาติอิสราเอลเป็นหลกั ในการตีสอนพวกเขาเพือใหม้ าถึงการกลบั ใจ
ใหม่และความเชือในพระคริสต์ ช่วงเวลาทีวา่ นีกเ็ ป็นทีรูจ้ กั ในชือ เวลาทุกขใ์ จของยาโคบ ดว้ ย ดู
เยเรมีย์ 30:7 ในช่วงเวลาสามปี ครึงหลงั นี ปฏิปักษต์ ่อพระคริสตจ์ ะเทความโกรธของมนั ไปที
ชนชาติอิสราเอลเป็นหลกั โดยลงเอยเป็นการยาตราทพั ไปทีอารมาเกดโดนซึงทนี นั ทุก
ประชาชาติในโลกจะลงไปทีอิสราเอลเพอื ทาํ ลายมนั ครังเดียวจบ

มธ 24:22 นอกจากนี พระเยซูทรงเตือนว่า และถ้ามไิ ด้ทรงให้วนั เหล่านันย่นสันเข้า
จะไม่มเี นือหนังใดๆรอดได้เลย แต่เพราะทรงเหน็ แก่ผู้ทเี ลอื กสรรไว้ จงึ ทรงให้วนั เหล่านันย่นสัน
เข้า ความรุนแรงของการพพิ ากษาของพระเจา้ และความเกรียวกราดของพญามารจะรุนแรงเสีย
จนจะไม่มีผใู้ ดเอาชีวติ รอดไดเ้ ลย อยา่ งไรกต็ าม เพราะ “เห็นแก่ผทู้ ีเลือกสรรไว”้ (ชนชาติ
อิสราเอล) พระเจา้ จะทรงใหว้ นั เหล่านนั ยน่ สันเขา้ เห็นไดช้ ดั จากหนงั สือดาเนียลและหนงั สือ
ววิ รณ์วา่ ช่วงหลงั ของยคุ เจด็ ปี คือ 1,260 วนั หรือ 42 เดือนพอดี ซึงทงั คู่กค็ ือสามปี ครึง ดงั นนั การ
ใหเ้ วลายน่ สันเขา้ ทีพระเยซูตรัสล่วงหนา้ ถึงนนั กไ็ ม่ใช่หมายถึงจาํ นวนของวนั แต่หมายถงึ ความ
ยาวของวนั เหล่านนั มากกวา่

ในววิ รณ์ 8:12 มีการพดู ถึงชดั เจนวา่ ในช่วงการพพิ ากษาของแตรคนั ทีสี ระยะเวลาของ
วนั เหล่านนั จะถกู ลดลงหนึงในสามจนเหลือสิบหกชวั โมงต่อวนั บางทีพระเจา้ อาจทรงเร่งให้
โลกหมุนเร็วขึนกไ็ ด้ คนทีชินกบั วนั ทีมียสี ิบสีชวั โมงมานานกจ็ ะหวาดหวนั เป็นอนั มาก มทั ธิว
24:22 กล่าวชดั เจนวา่ เป็นเพราะพระเมตตาของพระเจา้ ทีมีแก่ชนชาติอิสราเอล สิงนีจึงจะเกิดขึน

มธ 24:23-26 พระเยซูทรงเตือนวา่ ในเวลานนั จะมพี ระคริสตป์ ลอมและผพู้ ยากรณ์เทจ็
คนอืนๆเกิดขึนดว้ ยซึงรวมถึงผพู้ ยากรณ์เทจ็ ชือกระฉ่อนผนู้ นั ทีถูกพดู ถึงในววิ รณ์ 13 ในเวลานัน
ถ้าผู้ใดจะบอกพวกท่านว่า `ดูเถดิ พระคริสต์อยู่ทนี ี' หรือ `อยู่ทโี น่น' อย่าได้เชือเลย 24 ด้วยว่าจะ
มพี ระคริสต์เทยี มเทจ็ และผู้พยากรณ์เทยี มเทจ็ เกดิ ขนึ หลายคน และจะทาํ หมายสําคญั อนั ใหญ่
และการมหัศจรรย์ ถ้าเป็ นไปได้จะล่อลวงแม้ผู้ทที รงเลอื กสรรให้หลง 25 ดูเถิด เราได้บอกท่าน
ทงั หลายไว้ก่อนแล้ว ในหมู่พวกยวิ ทีเนน้ ขอ้ เชือเดิมมากกวา่ จนถึงทุกวนั นี พวกเขากส็ นใจเรือง
การปรากฏตวั ของพระเมสสิยาห์ของยวิ แมก้ ระทงั ในทุกวนั นี พวกยวิ ทีเนน้ ขอ้ เชือเดิมแบบสุด
โต่งบางครังกเ็ ชือวา่ รับบีสมยั ใหม่บางคนคือพระเมสสิยาห์ดว้ ยซาํ

ในช่วงยคุ เจด็ ปี ปฏิปักษต์ ่อพระคริสตผ์ นู้ นั จะขึนเรืองอาํ นาจพร้อมกบั มอื ขวาของมนั คอื
ผพู้ ยากรณ์เทจ็ ผซู้ ึงจะเสนอตวั แก่ชนชาติอสิ ราเอลวา่ เป็นพระเมสสิยาห์ของพวกเขาจริงๆดว้ ย
นอกจากนี โดยเฉพาะอยา่ งยงิ ผพู้ ยากรณ์เทจ็ ทีถูกบรรยายถึงในววิ รณ์ 13 กจ็ ะสามารถการ
อศั จรรยแ์ ละหมายสาํ คญั ต่างๆไดด้ ว้ ย ดู ววิ รณ์ 13:13-15 พระเยซูทรงเตือนวา่ สองคนนีจะ
สามารถหลอกลวงแมแ้ ต่ประชากรของพระเจา้ ไดด้ ว้ ยในตอนนนั ดู 2 เธสะโลนิกา 2:9-11 ผ้ทู ี
เลือกสรรไว้ทีถูกพดู ถึงตรงนียอ่ มหมายถึงพวกยวิ และอาจหมายถึงคนเหล่านนั ทีไดก้ ลบั ใจรับ
เชือพระคริสตใ์ นวนั นนั ดว้ ย

สุดทา้ ยพระเยซูทรงเตือนวา่ 26 เหตุฉะนัน ถ้าใครจะบอกท่านทงั หลายว่า `ดูเถดิ ท่านผู้
นันอยู่ในถินทุรกนั ดาร' กจ็ งอย่าออกไป หรือจะว่า `ดูเถดิ อยู่ทหี ้องลบั ' กจ็ งอย่าเชือ เมือพวกผู้
พยากรณ์เทจ็ เหล่านีจะอา้ งในวนั นนั วา่ พระเมสสิยาห์อยใู่ นทะเลทรายหรือในทีลบั สักแห่ง พระ
เยซูกท็ รงเตือนพวกผเู้ ชือยวิ ล่วงหนา้ วา่ อยา่ ไปหลงเชือเขาเลย ในยอ่ หนา้ ต่อๆไป พระองคต์ รัส
ชดั เจนวา่ พระเมสสิยาห์จะเสดจ็ กลบั มาจากฟ้ าสวรรคแ์ ละนยั นต์ าทุกดวงจะเห็นพระองค์ (ววิ รณ์
1:7)

มธ 24:27 พระเยซูจึงทรงบรรยายลกั ษณะเฉพาะของการเสดจ็ มาของพระองค์ ด้วย
ว่าฟ้ าแลบมาจากทศิ ตะวนั ออกส่องไปจนถงึ ทศิ ตะวนั ตกฉันใด การเสดจ็ มาของบุตรมนุษย์กจ็ ะ
เป็ นฉันนัน คาํ กรีกทีแปลวา่ การเสด็จมา คือ พารออูซีอา มนั มีความหมายวา่ ผหู้ นึงซึง ‘ปรากฏ

ตวั ’ หรือ ‘มาถึง’ พระเยซูตรัสวา่ การปรากฏของพระองคใ์ นวนั นนั จะเป็นเหมือนฟ้ าแลบใน
ทอ้ งฟ้ า นนั คอื ไม่มใี ครประกาศล่วงหนา้ เป็นมาจากสวรรค์ เกิดฉบั พลนั สวา่ งไสว น่ายาํ เกรง
และเปี ยมดว้ ยพลงั ใหญ่ยงิ

มธ 24:28 พระองคต์ รัสต่อไปวา่ ด้วยว่าซากศพอยู่ทไี หน ฝูงนกอนิ ทรีกจ็ ะตอมกนั
อยู่ทนี ัน คาํ พดู นีอาจฟังดูแปลก แต่มนั กบ็ อกอยา่ งเฉพาะเจาะจงวา่ การเสดจ็ กลบั มาของพระ
คริสตด์ ว้ ยฤทธิเดชและสง่าราศเี ป็นอนั มากนนั แตกต่างจากการเสดจ็ มารับผเู้ ชือขนึ ไป เมือการ
สงครามทีอารมาเกดโดนใกลส้ ินสุดลงเมือพระคริสตท์ รงปรากฏตวั จะมีการเข่นฆ่ากองกาํ ลงั
ของปฏิปักษต์ ่อพระคริสตใ์ นตาํ บลเมกิดโดในประเทศอิสราเอล พระเจา้ ทรงเรียกพวกนกทีกิน
ซากศพมาจากสุดปลายแผน่ ดินโลกเพอื มาจดั การเกบ็ กวาดซากศพคนทีตายเกลือน ดู ววิ รณ์
16:14, ววิ รณ์ 14:14-20, ววิ รณ์ 19:17-21 และลกู า 17:37

แทบไม่ตอ้ งสงสยั เลยวา่ สิงทีพระเยซูตรัสถึงตรงนีเกียวขอ้ งกบั การสู้รบทีอารมาเกดโดน
และการเกบ็ กวาดทีตามมาหลงั จากนนั จะมคี นตายเกลือนจริงๆ คาํ ทีแปลวา่ ฝูงนกอนิ ทรี (อาเอะ
ทอส) ถึงแมป้ กติแลว้ แปลวา่ ‘นกอินทรี’ แต่มนั กอ็ าจหมายถึงพวกนกแร้งดว้ ย นกอินทรีส่วน
ใหญ่ไม่ใช่นกทีกินซากศพ อยา่ งไรกต็ าม เวลาบินนกอินทรีกบั นกแร้งกม็ ีลกั ษณะภายนอกที
คลา้ ยกนั อีกทรรศนะหนึงกเ็ ชือวา่ นกอินทรีทีวา่ นีหมายถึงกองทพั ของพวกโรมซึงมีสัญลกั ษณ์
เป็นรูปนกอนิ ทรี อยา่ งไรกต็ าม การถือตามทรรศนะดงั กล่าวกเ็ ป็นการตีความนอกบริบทของคาํ
เทศนาบนภูเขามะกอกเทศ

มธ 24:29 คาํ ถามหนึงทีพวกสาวกถามพระเยซูกค็ ือวา่ “สิงไรเป็นหมายสาํ คญั วา่
พระองคจ์ ะเสดจ็ มา” พระเยซูจึงตรัสถึงเวลาทีเฉพาะเจาะจงทีเหตุการณ์เหล่านีจะเกิดขึน แต่พอ
สินความทกุ ข์ลาํ บากแห่งวนั เหล่านันแล้ว `ดวงอาทติ ย์จะมดื ไปและดวงจนั ทร์จะไม่ส่องแสง
ดวงดาวทงั ปวงจะตกจากฟ้ า และบรรดาสิงทมี อี าํ นาจในท้องฟ้ าจะสะเทอื นสะท้านไป'

ในตอนทา้ ยของยคุ เจด็ ปี เหตุการณ์ทีก่อใหเ้ กิดการเปลียนแปลงครังใหญ่จะเกิดขึนในฟ้ า
สวรรค์ ดู อิสยาห์ 24:19, 23 เมือเปรียบเทียบมทั ธิว 24:29 กบั อิสยาห์ 24:19, 23 เราอาจสรุปไดว้ า่
แผน่ ดินโลกกอ็ าจถูกเคลือนออกจากวงโคจรของมนั รอบดวงอาทิตย์ อนั ก่อใหเ้ กิดการ

เปลียนแปลงขนานใหญ่ต่อสิงทีมนุษยค์ ุน้ เคยวา่ เป็นกลางวนั กลางคืน และเวลา นอกจากหมาย
สาํ คญั ใดกต็ ามทีเหตุการณ์เหล่านีจะสือออกมา พระเจา้ จะทรงสาํ แดงฤทธิเดชของพระองคจ์ น
ทาํ ใหช้ าวโลกทีปฏิเสธพระเจา้ และมีใจดือดึงตอ้ งถึงกบั หวาดกลวั แน่นอน เราควรหมายเหตุไว้
วา่ เหตุการณ์ทีคลา้ ยๆกนั กถ็ ูกพดู ถึงในววิ รณ์ 6:12-17 อยา่ งไรกต็ าม เห็นไดช้ ดั วา่ เหตุการณ์ดงั
กล่าวจะเกิดขึนในตอนกลางของยคุ เจด็ ปี แต่ตรงนีมนั เกิดขึนในตอนปลายของยคุ เจด็ ปี อยา่ งเห็น
ไดช้ ดั

ดงั นนั เมือถึงตอนปลายของยคุ เจด็ ปี เหตุการณ์รุนแรงต่างๆในฟ้ าสวรรคจ์ ะรวมถึง (1)
การทีดวงอาทิตยม์ ืดไป เห็นไดช้ ดั วา่ เหตุการณ์นีจะเกิดขึนเพียงช่วงเวลาสันๆเพราะวา่ ชีวติ ก็
ดาํ เนินต่อไปหลงั จากนนั นีดูเหมือนจะสอดคลอ้ งกบั การพิพากษาของขนั ใบทีหา้ ตามทีมีบนั ทึก
ไวใ้ นววิ รณ์ 16:10 ซึงมีขึนใกลส้ ินยคุ เจด็ ปี (2) ดวงจนั ทร์เองกจ็ ะถกู ทาํ ใหม้ ืดไปเช่นกนั มนั
สะทอ้ นแสงจากดวงอาทิตย์ ดงั นนั ตามหลกั เหตุผลแลว้ มนั กจ็ ะไม่ส่องสวา่ งเช่นกนั (3) ดวงดาว
ต่างๆทีตกจากฟ้ าอาจหมายถึงฝนดาวตกหรือการทีโลกถูกอุกกาบาตพุ่งชนกไ็ ด้ นีดูเหมือนจะ
สอดคลอ้ งกบั การพพิ ากษาของเสียงแตรทงั เจด็ ในววิ รณ์ 9 บรรดาสิงทีมีอาํ นาจในทอ้ งฟ้ าซึง
มนุษยไ์ ม่เห็นค่าจะสะเทือนสะทา้ นจริงๆ

มธ 24:30 เมอื นันหมายสําคญั แห่งบุตรมนุษย์จะปรากฏขนึ ในท้องฟ้ า `มนุษย์ทุก
ตระกูลทวั โลกจะไว้ทุกข์' แล้วเขาจะเห็น `บุตรมนุษย์เสดจ็ มาบนเมฆในท้องฟ้ า' พร้อมด้วย
ฤทธานุภาพและสง่าราศีเป็ นอนั มาก คาํ ทีแปลวา่ หมายสําคญั (เซเมะอีออน) กอ็ าจแปลไดด้ ว้ ยวา่
‘สิงมหศั จรรย’์ หรือ ‘การอศั จรรย’์ ความยงิ ใหญ่ของพระเยซูคริสตผ์ ทู้ รงปรากฏกายในทอ้ งฟ้ า
เพือใหค้ นทงั ปวงไดเ้ ห็นนนั ยอ่ มเป็นหมายสาํ คญั อนั เปี ยมดว้ ยฤทธานุภาพสาํ หรับชาวโลกทีไม่
เชืออยา่ งแน่นอน นอกจากนี นยั นต์ าทุกดวงจะเห็นพระองคเ์ มือพระองคเ์ สดจ็ มาในหม่เู มฆดว้ ย
ฤทธานุภาพและสง่าราศีเป็นอนั มาก ดูววิ รณ์ 1:7

คาํ ทีแปลวา่ ตระกูล (ฟูเล) มีความหมายไดด้ ว้ ยวา่ ‘บรรดาประชาชาติ’ ซึงน่าจะเป็นความ
หมายตรงนี เมือพระองคผ์ ทู้ ีพวกเขาปฏิเสธไดท้ รงสาํ แดงฤทธิเดชของพระองคอ์ ยา่ งชดั เจน โดย
ทรงมีชยั ต่อบรรดากองทพั ทีมารวมตวั กนั ทีอารมาเกดโดน บรรดาชาวโลกกจ็ ะราํ ไหด้ ว้ ยความ
เกรงกลวั พระองคอ์ ยา่ งเห็นไดช้ ดั นีอาจสือถึงการกลบั ใจใหม่ดว้ ย อยา่ งไรกต็ าม ขนาดในช่วง

ทา้ ยๆของยคุ เจด็ ปี ตามทีววิ รณ์ 16:11 (การพิพากษาของขนั ใบทีหา้ ) ไดเ้ ปิ ดเผยไว้ บรรดาชาว
โลกในตอนนนั กย็ งั ไม่ยอมกลบั ใจใหม่อยดู่ ี คาํ ทีแปลวา่ สง่าราศี (ดอซา) มคี วามหมายตรงตวั วา่
แสงทีสวา่ งจา้ จนแสบตา ดู ววิ รณ์ 19:11 ดว้ ย เมือพระเยซูคริสตท์ รงปรากฏกายดว้ ยฤทธานุภาพ
และสง่าราศีเป็นอนั มาก นยั นต์ าทุกดวงบนแผน่ ดินโลกกจ็ ะเห็นพระองค์ ในวนั นนั มนุษยช์ าติทงั
ปวงจะไดเ้ รียนรู้การยาํ เกรงองคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ในทนั ที อยา่ งไรกต็ าม สาํ หรับคนส่วนใหญ่ มนั ก็
จะสายเกินไปแลว้

ดงั นนั การเสดจ็ กลบั มายงั แผน่ ดินโลกจริงๆของพระเยซูคริสตจ์ ึงถกู บรรยายวา่ เป็น
“ดว้ ยฤทธานุภาพและสง่าราศีเป็นอนั มาก” นีต่างจากการเสดจ็ มาเพอื รับผเู้ ชือขึนไป ซึงเกิดขึน
เจด็ ปี ก่อนหนา้ นนั ซึงเป็นตอนทีพระองคแ์ ค่เสดจ็ มาในหม่เู มฆเพอื รับคริสตจกั รขึนไปจากแผน่
ดินโลกเท่านนั การเสดจ็ กลบั มาของพระองคต์ รงนีกเ็ พอื ทีจะมาอยตู่ ่อและสถาปนาอาณาจกั ร
ของพระองคข์ ึนบนแผน่ ดินโลก

มธ 24:31 พระองค์จะทรงใช้เหล่าทูตสวรรค์ของพระองค์มาด้วยเสียงแตรอนั ดงั ยงิ
นัก ให้รวบรวมคนทงั ปวงทพี ระองค์ทรงเลอื กสรรไว้แล้วจากลมทงั สีทศิ นัน ตงั แต่ทสี ุดฟ้ าข้างนี
จนถงึ ทสี ุดฟ้ าข้างโน้น เราควรหมายเหตุไวว้ า่ เหตุการณ์เหล่านีจะเกิดขึนในตอนใกลส้ ินยคุ เจด็ ปี
หรือหลงั สินยคุ เจด็ ปี ไม่นาน นอกจากนี คาํ วา่ ผู้ ทีทรงเลือกสรรไว้ ในพระคมั ภีร์ โดยเฉพาะทพี บ
ในหนงั สือมทั ธิว ปกติแลว้ กห็ มายถึงชนชาติอสิ ราเอล ในตอนนนั ขณะนี และแมแ้ ต่ในสมยั ของ
พระเยซู พวกยวิ กถ็ ูกกระจดั กระจายไปยงั ลมทงั สีทิศของแผน่ ดินโลกจริงๆ ถึงแมว้ า่ มีการกลบั
มารวมตวั กนั ของชนชาติอสิ ราเอลในแผน่ ดินนนั อยบู่ า้ งแมใ้ นคนชวั อายนุ ี แต่พวกยวิ ทีกลบั มา
รวมตวั กนั ในตอนนีกย็ งั มีใจไม่เชืออยดู่ ี แต่ในตอนนนั พวกเขาจะถกู รวบรวมใหม้ าอยดู่ ว้ ยกนั
ทงั หมดและมีใจเชือดว้ ย พวกยวิ จะถูกรวบรวมใหม้ าอยดู่ ว้ ยกนั ในแผน่ ดินของตนโดยสมบูรณ์ก็
ต่อเมือหลงั จากทีพระคริสตเ์ สดจ็ กลบั มาแลว้ เท่านนั เมอื ถึงตอนนนั พวกเขากจ็ ะมาหาพระเมสสิ
ยาหข์ องตนดว้ ยใจเชือ

บางคนพยายามทีจะเอาทรรศนะเรืองการรับขึนหลงั ยคุ เจด็ ปี เขา้ มาใชก้ บั ขอ้ พระคมั ภีร์นี
อยา่ งไรกต็ าม บริบทของบทนีกม็ ีเนือหาเกียวกบั ชนชาติอิสราเอลในยคุ เจด็ ปี อยา่ งชดั เจน
นอกจากนี ในการรับขึนนนั พระเยซูคริสตจ์ ะทรงเป็นผรู้ ับคริสตจกั รขึนไปยงั สวรรคต์ ามทีมี

กล่าวไวใ้ น 1 เธสะโลนิกา 4:13-17 นอกจากนี ทรรศนะทีเชือเรืองการรับขึนหลงั ยคุ เจด็ ปี กฟ็ ังดู
ไม่เขา้ ท่าดว้ ย บริบทตรงนีบ่งบอกชดั เจนวา่ พระเจา้ จะทรงใชพ้ วกทูตสวรรคใ์ หช้ ่วยพวกยวิ ที
กระจดั กระจายไปทวั โลกใหก้ ลบั มายงั แผน่ ดินอิสราเอลในตอนทีพระคริสตเ์ สดจ็ กลบั มา

มธ 24:32-34 องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราทรงขา้ มไปตอบคาํ ถามทีสามทีพวกสาวกถาม
นนั คือ สิงไรเป็นหมายสาํ คญั ทีแสดงถึงวาระสุดทา้ ยของโลกนี เพอื ตอบคาํ ถามนี พระเยซูทรง
เล่าคาํ อุปมาสนั ๆเรืองหนึง บดั นี จงเรียนคาํ อปุ มาเรืองต้นมะเดอื เมอื กงิ ก้านยงั อ่อนและแตกใบ
แล้ว ท่านกร็ ู้ว่าฤดูร้อนใกล้จะถงึ แล้ว 33 เช่นนันแหละ เมอื ท่านทงั หลายเห็นสิงทงั ปวงนี กใ็ ห้รู้ว่า
เหตุการณ์นันมาใกล้จะถึงประตูแล้ว 34 เราบอกความจริงแก่ท่านทงั หลายว่า คนชัวอายนุ ีจะไม่
ล่วงลบั ไปจนกว่าสิงทงั ปวงนีจะสําเร็จ พระเยซูทรงเริมตรัสอยา่ งเฉพาะเจาะจงวา่ เหตุการณ์เหล่า
นีจะเกิดขึนเมือไร เบาะแสแรกของพระองคถ์ กู พบตรงนี พระองคท์ รงใชภ้ าพเปรียบของตน้
มะเดือในฤดูใบไมผ้ ลิ เมือตน้ มะเดือเริมมีใบ คนกร็ ู้กนั โดยทวั ไปวา่ ฤดูร้อนนนั ใกลเ้ ขา้ มาแลว้
พระเยซูตรัสวา่ เมือพวกเขาเห็นเหตุการณ์เหล่านีซึงไดถ้ ูกบรรยายไวล้ ่วงหนา้ แลว้ (ในขอ้ 27 ถึง
31) อาณาจกั รทีทรงสญั ญาไวม้ านานกเ็ ขา้ มาใกลแ้ ลว้

เราควรหมายเหตุไวว้ า่ คาํ ทีแปลวา่ เหตุการณ์นัน ในขอ้ 33 สามารถแปลไดด้ ว้ ยวา่
‘พระองค’์ ในกรณีดงั กล่าว มนั กจ็ ะสือถึงการเสดจ็ กลบั มาของพระเมสสิยาห์ ไม่วา่ จะในกรณีใด
การเสดจ็ กลบั มาของพระมหากษตั ริยแ์ ละอาณาจกั รของพระองคจ์ ะเกิดขึนหลงั จากเหตุการณ์
เหล่านนั ทีถกู บรรยายไวใ้ นบริบทก่อนหนา้ แลว้ คนชวั อายนุ นั ทีเห็นเหตุการณ์เหล่านนั ทีไดถ้ ูก
บรรยายไวก้ ่อนแลว้ กจ็ ะเห็นสิงทังปวงสาํ เร็จ นนั คอื พวกเขาจะเห็นการเริมตน้ ของอาณาจกั รนนั

มธ 24:35 ถึงแมส้ ิงทรงสร้างจะล่วงไปสักวนั หนึง แต่พระวจนะของพระเจา้ นนั ก็
ดาํ รงอยชู่ วั นิรันดร์ พระเยซูตรัสวา่ ฟ้ าและดนิ จะล่วงไป แต่คาํ ของเราจะสูญหายไปหามไิ ด้เลย
นอกจากนี นียงั สือชดั เจนตรงนีถึงการเกบ็ รักษาไวข้ องพระคมั ภีร์ดว้ ย ใหเ้ ราสงั เกตวา่ พระเยซู
ทรงใชค้ าํ วา่ คาํ ในรูปพหูพจน์ (words) นีไม่เพียงสือถึงเรืองการดลใจของพระคมั ภีร์ในดา้ น
ถอ้ ยคาํ เท่านนั แต่ยงั สือถึงทุกถอ้ ยคาํ ของพระคมั ภีร์ดว้ ยทีไดร้ ับการดลใจ การดลใจและการเกบ็
รักษาไวข้ องพระคมั ภีร์นนั กินความไปไกลกวา่ ความคิดของพระคมั ภีร์ แต่รวมถึงบรรดาถ้อยคาํ

ของพระคมั ภีร์ดว้ ย ดงั นนั ถอ้ ยคาํ ต่างๆของพระคมั ภีร์จึงไม่เพยี งไดร้ ับการดลใจเท่านนั แต่ยงั ถูก
เกบ็ รักษาไวด้ ว้ ย พระวจนะและถอ้ ยคาํ ต่างๆของพระเจา้ นนั ดาํ รงอยชู่ วั นิรันดร์ และจะไม่มีวนั
เสือมสูญเลย (บางคนจะอา้ งวา่ ขอ้ นีไม่เกียวขอ้ งกบั การทีถอ้ ยคาํ ของพระคมั ภีร์ถูกเกบ็ รักษาไว้
และอา้ งวา่ ขอ้ นีแค่สญั ญาวา่ เหตุการณ์ต่างๆทีพระองคต์ รัสล่วงหนา้ ไวน้ นั จะสาํ เร็จ อยา่ งไรกต็ าม
พระเยซูตรัสชดั เจนวา่ บรรดาถ้อยคาํ ของพระองคน์ นั จะไม่สูญหายไปเลย แน่นอนทีเหตุการณ์
ต่างๆทีพระองคต์ รัสล่วงหนา้ ไวน้ นั จะเกิดขึน แต่บรรดาถ้อยคาํ ของพระเจา้ กจ็ ะถูกเกบ็ รักษาไว้
เช่นกนั )

เมือดูจากบริบทแลว้ ความหมายรวมๆกค็ ือวา่ พระวจนะของพระเจา้ นนั จะไม่เสือมสูญ
เลย และดาํ รงอยถู่ าวรยงิ กวา่ สิงทรงสร้างทีเราใชม้ นั อยา่ งไม่รู้คุณค่า เราไม่แน่ใจวา่ องคพ์ ระผเู้ ป็น
เจา้ ของเราจะเสดจ็ มาเวลาใด แต่พระวจนะของพระเจา้ เป็นสิงทีเราแน่ใจได้ มนั ชดั เจนและดาํ รง
อยชู่ วั นิรันดร์

มธ 24:36 มนุษยเ์ ราไม่อาจทราบไดเ้ ลยวา่ พระคริสตจ์ ะเสดจ็ กลบั มาเวลาใด ไม่เพียง
ในการเสดจ็ มาเพือรับคริสตจกั รขึนเท่านนั แต่รวมถึงการเสดจ็ มาดว้ ยฤทธานุภาพและสง่าราศี
เป็นอนั มากดว้ ย แต่วนั นัน โมงนัน ไม่มใี ครรู้ ถงึ บรรดาทูตสวรรค์ในสวรรค์กไ็ ม่รู้ รู้แต่พระบิดา
ของเราองค์เดยี ว จงระวงั พวกคนกาํ หนดวนั ใหด้ ี ในส่วนของการรับขึน เราไม่รู้เลยวา่ มนั จะเป็น
ช่วงเวลาใด อยา่ งไรกต็ าม ในส่วนของการเสดจ็ กลบั มาของพระองคด์ ว้ ยฤทธานุภาพและสง่า
ราศีเป็นอนั มากนนั บางคนในวนั นนั อาจนบั เวลาไปอีกเจด็ ปี นบั ตงั แต่การรับขึนกไ็ ด้ อยา่ งไร
กต็ าม พระเยซูกต็ รัสชดั เจน ไม่มีผใู้ ดรู้วนั นันหรือโมงนนั ทีพระเยซูจะเสดจ็ กลบั มา พระคมั ภีร์
บอกชดั เจนวา่ ยคุ แห่งความทุกขล์ าํ บากใหญ่ยงิ จะกินเวลาเจด็ ปี พอดี อยา่ งไรกต็ าม อาจมีช่วงเวลา
เผอื อยบู่ า้ งระหวา่ งการรับขึนและการเริมตน้ จริงๆของยคุ เจด็ ปี อนั ทาํ ใหม้ นุษยไ์ ม่ทราบชดั เจน
ไดถ้ ึงเวลาทีแน่นอนทีพระองคจ์ ะเสดจ็ กลบั มาดว้ ยฤทธานุภาพ

มธ 24:37-39 กระนนั จะมีหมายสาํ คญั ทีชดั เจนหลายประการเกียวกบั การเสดจ็ มาของ
พระองค์ หมายสาํ คญั ประการหนึงกค็ ือวา่ ชีวติ และวฒั นธรรมมนุษยจ์ ะเป็นเหมือนกบั ในสมยั
ของโนอาห์ ด้วยสมยั ของโนอาห์เป็ นอย่างไร เมอื บุตรมนุษย์เสด็จมากจ็ ะเป็ นอย่างนันด้วย

38 เพราะว่าเมอื ก่อนวนั นําท่วมนัน คนทงั หลายได้กนิ และดมื กนั ทาํ การสมรสและยกให้เป็ นสามี
ภรรยากนั จนถงึ วนั ทโี นอาห์เข้าในนาวา 39 และนําท่วมได้มากวาดเอาพวกเขาไปสิน โดยไม่ทนั
รู้ตัวฉันใด เมอื บุตรมนุษย์เสด็จมากจ็ ะเป็ นฉันนันด้วย ดู ปฐมกาล 6:5-6, 11-12

นีสือความหมายสาํ คญั สองประการ (1) ในสมยั ของโนอาหผ์ คู้ นนนั ลว้ นชวั ร้าย และ (2)
ผคู้ นดาํ เนินชีวติ ต่อไปตามปกติโดยไม่สนใจพระพโิ รธของพระเจา้ ทีจะมา ในเวลาทีพระคริสต์
จะเสดจ็ กลบั มากจ็ ะเป็นแบบเดียวกนั คนในโลกส่วนใหญ่ไม่สนใจคาํ เตือนของโนอาห์ในสมยั
นนั ผคู้ นในยคุ เจด็ ปี กจ็ ะไม่สนใจเช่นกนั วา่ การพพิ ากษาทีเกิดขึนนนั มีทีมาจากไหน

มธ 24:40-41 เมอื นันสองคนจะอยู่ทที ่งุ นา จะทรงรับคนหนึง ทรงละคนหนึง 41 หญงิ
สองคนโม่แป้ งอยู่ทโี รงโม่ จะทรงรับคนหนึง ทรงละคนหนึง คาํ บรรยายนีมกั ถกู นาํ มาใชก้ บั การ
รับขึนอยา่ งผดิ ๆอยบู่ ่อยๆ อยา่ งไรกต็ าม บริบทกบ็ ่งบอกชดั เจนวา่ นีเป็นการปรากฏครังสุดทา้ ย
ของพระคริสต์ น่าสนใจตรงทีวา่ ในลกู า 17:30-33 องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเรากต็ รัสเช่นนีเหมือน
กนั ในขอ้ นนั บริบทกค็ ือ การสู้รบทีอารมาเกดโดนซึงเกิดขึนก่อนการเสดจ็ มาของพระคริสตด์ ว้ ย
ฤทธานุภาพและสง่าราศีเป็นอนั มากเพียงไม่นาน ความหมายตรงนีอาจเป็นไดว้ า่ ในช่วงเวลาที
เกิดวกิ ฤติครังใหญ่ ผคู้ นมกั ถกู จบั ตวั ไปและอาจโดนฆ่าตายเพราะความรุนแรงของการสู้รบ ลูกา
17 ดูเหมือนจะบ่งบอกเช่นนนั ความหมายตรงนีจึงนาํ ไปสู่คาํ เตือนสติของพระเยซูทีตามมา

มธ 24:42-44 เหตุฉะนันจงเฝ้ าระวงั อยู่ เพราะท่านไม่รู้ว่าองค์พระผู้เป็ นเจ้าของท่านจะ
เสดจ็ มาเวลาใด 43 จงจาํ ไว้อย่างนีเถิดว่า ถ้าเจ้าของบ้านล่วงรู้ได้ว่าขโมยจะมายามใด เขากจ็ ะเฝ้ า
ระวงั และไม่ยอมให้ทะลวงเรือนของเขาได้ 44 เหตุฉะนัน ท่านทงั หลายจงเตรียมพร้อมไว้เช่น
กนั เพราะในโมงทที ่านไม่คดิ ไม่ฝันนันบุตรมนุษย์จะเสดจ็ มา

คาํ กาํ ชบั สาํ หรับพวกยวิ ทีกลบั ใจเชือในวนั นนั กค็ ือ จงเฝ้ าระวงั และพร้อมสาํ หรับการ
เสดจ็ กลบั มาขององคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของพวกเขา สาํ หรับพวกเราในคริสตจกั รทุกวนั นีทีรอคอย
การรับขึน คาํ กาํ ชบั นีกใ็ ชไ้ ดเ้ ช่นกนั ภาพประกอบเรืองเจา้ ของบา้ นทีตนื ตวั ระวงั ขโมยขึนบา้ นก็
เกียวขอ้ งกบั การเฝ้ าระวงั เหมือนเดิม การเสดจ็ กลบั มาขององคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ไม่ควรถกู ตีความวา่
เป็นการกระทาํ ทีชวั ร้ายสาํ หรับคนเหล่านนั ทีรอคอยพระองคแ์ ต่อยา่ งใด อยา่ งไรกต็ ามการเสดจ็

กลบั มาขององคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราถูกเปรียบวา่ เป็นเหมือนกบั ลกั ษณะทีลบั ๆล่อๆของขโมยใน
ยามกลางคืนอยหู่ ลายแห่ง ดู 1 เธสะโลนิกา 5:2, ววิ รณ์ 3:3 และ ววิ รณ์ 16:15

มธ 24:45-51 พระเยซูตรัสถึงสิงทีพระองคจ์ ะขยายความชดั เจนมากขึนในบทที 25 คน
เหล่านนั ทีปรนนิบตั พิ ระองคอ์ ยา่ งสัตยซ์ ือ โดยรอคอยการเสดจ็ กลบั มาของพระองค์ จะไดร้ ับ
บาํ เหน็จเป็นตาํ แหน่งและยศถาบรรดาศกั ดิในอาณาจกั รทีจะมาของพระองค์ และในทางกลบั กนั
คนเหล่านนั ทีไม่แยแสการเสดจ็ กลบั มาอนั ใกลจ้ ะเกิดขึนของพระองค์ และดาํ เนินชีวติ เสเพล
พระองคก์ จ็ ะทรงจดั การพวกเขาในยามทีพระองคเ์ สดจ็ กลบั มา หากคนๆนนั รอดแลว้ จริงๆ เขาก็
จะไม่ไดร้ ับบาํ เหนจ็ อนั ใดเลยในวนั นนั

ใครเป็ นผู้รับใช้สัตย์ซือและฉลาด ทนี ายได้ตังไว้เหนือพวกผู้รับใช้สําหรับแจกอาหารตาม
เวลา 46 เมอื นายมาพบเขากระทาํ อยู่อย่างนัน ผู้รับใช้ผู้นันกจ็ ะเป็ นสุข 47 เราบอกความจริงแก่
ท่านทงั หลายว่า นายจะตงั เขาไว้ให้ดูแลบรรดาข้าวของของท่านทุกอย่าง 48 แต่ถ้าผู้รับใช้ชัวนัน
จะคดิ ในใจว่า `นายของข้าคงมาช้า' 49 แล้วจะตังต้นโบยตเี พอื นผู้รับใช้และกนิ ดมื อยู่กบั พวกขี
เมา 50 นายของผู้รับใช้ผู้นันจะมาในวนั ทเี ขาไม่คดิ ในโมงทเี ขาไม่รู้ 51 และจะทาํ โทษเขาถงึ
สาหัส ทงั จะขบั ไล่ให้เขาไปเข้าส่วนกบั พวกคนหน้าซือใจคด ซึงทนี ันจะมแี ต่การร้องไห้ขบเขยี ว
เคยี วฟัน"

ถึงแมว้ า่ แนวคิดนีจะถกู ขยายความเพมิ เติมในบทถดั ไป แต่ความหมายทีสาํ คญั ตรงนีกค็ ือ
การรอคอยและเฝ้ าระวงั การเสดจ็ กลบั มาขององคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ บริบทตรงนีกค็ ือ พวกยวิ ทีกลบั
ใจเชือในช่วงยคุ เจด็ ปี อยา่ งไรกต็ าม หลกั การทีใหค้ ริสตจกั รเฝ้ าระวงั และรอคอยการรับขนึ ก็
ปรากฏชดั เจน คาํ อุปมานีใหค้ วามสาํ คญั ต่อการเป็น “ผรู้ ับใชส้ ตั ยซ์ ือและฉลาด” ฉากหลงั ของคาํ
อุปมานีกค็ ือ เจา้ ของทีดินผรู้ าํ รวยซึงไดฝ้ ากใหผ้ รู้ ับใชค้ นหนึงดูแลทรัพยส์ ินของเขา ผรู้ ับใชค้ นนี
มีหนา้ ทีบริหารจดั การกิจการต่างๆของนายของตนขณะทีนายไม่อยู่ โดยไม่รู้วา่ นายจะกลบั มา
เมือไร

พระเยซูทรงใหท้ างเลือกสองทางสาํ หรับเหตุการณ์สมมตินี ในทางเลือกแรก ผรู้ ับใช้
บริหารจดั การกิจการต่างๆของนายของตนอยา่ งฉลาด และรอคอยการกลบั มาในไม่ชา้ ของเขา

ในอีกทางเลือกหนึง ผรู้ ับใชก้ ใ็ ชอ้ ภิสิทธิของตนในทางมิชอบอยา่ งโง่เขลา โดยคิดวา่ อีกนานกวา่
นายจะมา ในกรณีแรก นายจะปูนบาํ เหน็จกอ้ นโตแก่ผรู้ ับใชท้ ีฉลาดของตน ในกรณีหลงั นายจะ
ไล่ผรู้ ับใชท้ ีโง่เขลาออก อนั ทาํ ใหผ้ รู้ ับใชต้ อ้ งทุกขใ์ จเป็นอนั มาก ความจริงทีถกู สือตรงนีกค็ ือวา่
ประชากรของพระเจา้ ไม่วา่ จะเป็นคริสตจกั รในยคุ นีหรือพวกยวิ ทีกลบั ใจรับเชือในยคุ เจด็ ปี ควร
เฝ้ าระวงั และเตรียมพร้อมสาํ หรับการเสดจ็ กลบั มาขององคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้

*****
ภาพรวมของมทั ธิว 25: บททียีสิบห้าของมทั ธิวยงั เป็นคาํ เทศนาบนภเู ขามะกอกเทศต่อ
ไป อีกครังทีเบาะแสทีช่วยให้เราเข้าใจคาํ อุปมานีคือ การระลึกว่าข่าวประเสริฐของมทั ธิวถกู
เขียนถึงผ้ทู ีเป็นยิว นอกจากนี เห็นได้ชัดว่านีเป็นคาํ สอนเกียวกับอาณาจักรนันด้วยโดยดูจากข้อ
1 ในเนือหาตอนนี มีการนาํ เสนอคาํ อุปมาเกียวกบั อาณาจักรนนั สองเรือง เรืองแรกพดู ถึงชนชาติ
อิสราเอลทีเตรียมตวั พร้อมเมือพระมหากษตั ริย์ของพวกเขาเสดจ็ กลบั มา เรืองทีสองพูดถึง
ประชากรของพระเจ้าโดยทัวไป (คริสตจกั รและชนชาติอิสราเอล) ทีปรนนิบตั ิองค์พระผ้เู ป็นเจ้า
ในขณะนี
เนือหาส่วนสุดท้ายของมทั ธิว 25 เปิ ดเผยให้เราเห็นถึงเหตุการณ์ต่างๆทีเกิดขึนใกล้สินยคุ
เจด็ ปี และก่อนเข้าสู่ยคุ พันปี ไม่นานนกั มีการกล่าวถึงชัดเจนเกียวกบั การพิพากษาประชาชาติ
ต่างๆทีเป็นแกะและแพะ เราควรจาํ ไว้ว่าเหตุการณ์เหล่านีเกียวข้องกับชนชาติอิสราเอลเป็นหลกั
คริสตจักรไม่ได้ถกู พดู ถึงตรงนีแต่อย่างใด นอกจากนี คาํ อธิบายทีชัดเจนทีสุดตอนหนึงในพระ
คัมภีร์เกียวกบั นรกยงั ถกู พบในบทนีด้วย
มธ 25:1-13 พระเยซูตรัสคาํ อุปมาอีกเรืองเกียวกบั อาณาจกั รนนั ซึงมกั ถูกเขา้ ใจผดิ อยู่
บ่อยๆ "เมอื ถงึ วนั นัน อาณาจกั รแห่งสวรรค์จะเปรียบเหมอื นหญิงพรหมจารีสิบคนถอื ตะเกยี ง
ของตนออกไปรับเจ้าบ่าว 2 ในพวกเธอเป็ นคนทมี ปี ัญญาห้าคน และเป็ นคนโง่ห้าคน 3 พวกทโี ง่
นันเอาตะเกยี งของตนไป แต่หาได้เอานํามนั ไปด้วยไม่ 4 แต่คนทมี ปี ัญญานันได้เอานํามนั ใส่
ภาชนะไปกบั ตะเกยี งของตนด้วย 5 เมอื เจ้าบ่าวยงั ช้าอยู่ พวกเธอทุกคนกพ็ ากนั ง่วงเหงาและ
หลบั ไป 6 ครันเวลาเทยี งคนื กม็ เี สียงร้องมาว่า `ดูเถดิ เจ้าบ่าวมาแล้ว จงออกมารับท่านเถดิ '

7 บรรดาหญงิ พรหมจารีเหล่านันกล็ กุ ขึนตกแต่งตะเกยี งของตน 8 พวกทโี ง่นันกพ็ ูดกบั พวกทมี ี
ปัญญาว่า `ขอแบ่งนํามนั ของท่านให้เราบ้าง เพราะตะเกยี งของเราดบั อยู่' 9 พวกทมี ปี ัญญาจงึ
ตอบว่า `ทาํ อย่างนันไม่ได้ เกรงว่านํามนั จะไม่พอสําหรับเราและเจ้า จงไปหาคนขาย ซือสําหรับ
ตวั เองจะดีกว่า' 10 เมอื พวกเธอกาํ ลงั ไปซือนันเจ้าบ่าวกม็ าถงึ ผู้ทพี ร้อมอยู่แล้วกไ็ ด้เข้าไปกบั
ท่านในพธิ สี มรสนัน แล้วประตูกป็ ิ ด 11 ภายหลงั หญงิ พรหมจารีอกี พวกหนึงกม็ าร้องว่า `ท่าน
เจ้าข้าๆ ขอเปิ ดให้ข้าพเจ้าทงั หลายด้วย' 12 ฝ่ ายท่านตอบว่า `เราบอกความจริงแก่ท่านทงั หลาย
ว่า เราไม่รู้จกั ท่าน' 13 เหตุฉะนันจงเฝ้ าระวงั อยู่ เพราะท่านทงั หลายไม่รู้กาํ หนดวนั หรือโมงที
บุตรมนุษย์จะเสด็จมา

ในคาํ อุปมาเรืองหญิงพรหมจารีทงั สิบนี เราควรเขา้ ใจวธิ ีปฏิบตั ิบางประการของพวกยวิ
ในสมยั นนั เสียก่อน เป็นธรรมเนียมในสมยั นนั ทีเจา้ บ่าวจะไปยงั บา้ นเจา้ สาวในวนั แต่งงานที
กาํ หนดไวเ้ พอื ทีจะรับตวั เจา้ สาวของเขา บางครังงานแต่งงานกถ็ กู จดั ตอนกลางคืนโดยขึนอยกู่ บั
วา่ เจา้ บ่าวจะมาถึงเมือไร ทีบา้ นเจา้ สาวกจ็ ะมพี วกเพอื นเจา้ สาวทีจะเดินไปเป็นเพอื นเจา้ สาวและ
เจา้ บ่าวในขบวนแห่พิธีสมรสเพือไปยงั บา้ นเจา้ บ่าว ปกติแลว้ เพอื นเจา้ สาวเหล่านีจะถือตะเกียง
หรือคบไฟไปดว้ ยเพอื ใชส้ ่องทางขณะทีพวกเธอเดินโดยเฉพาะหากขบวนแห่นีมขี ึนในตอน
กลางคืน พอถึงบา้ นเจา้ บ่าว พิธีสมรสกเ็ ป็นอนั เสร็จสิน จากนนั งานเลียงสมรสกจ็ ะเริมตน้ ขนึ

ตะเกียงในสมยั นนั จะใชน้ าํ มนั มะกอกเป็นเชือเพลิง ตรงนีเราเห็นวา่ เพอื นเจา้ สาวครึง
หนึงเตรียมพร้อมสาํ หรับขบวนแห่ในตอนกลางคืนขณะทีอีกครึงไม่พร้อม การประยกุ ตใ์ ชข้ อง
คาํ อุปมานีกค็ ือ การเตรียมตวั พร้อมสาํ หรับเวลาทีเจา้ บ่าวมาถึง

อยา่ งไรกต็ าม เราควรหมายเหตุเกียวกบั คนสามกล่มุ ทีถกู พดู ถึงตรงนี เมือพจิ ารณาจาก
บริบทใหญ่ของการศึกษาเรืองอวสานกาลตามพระคมั ภีร์ เห็นไดช้ ดั วา่ เจา้ บ่าวคือ พระเยซูคริสต์
ดู เอเฟซสั 5:25-32 และววิ รณ์ 19:7-9 เห็นไดช้ ดั วา่ เจา้ สาวคอื คริสตจกั รยคุ พนั ธสัญญาใหม่ ที
ชดั เจนนอ้ ยกวา่ กค็ อื วา่ หญิงพรหมจารีทงั สิบนนั เป็นใคร เลขสิบอาจเป็นเรืองทีสาํ คญั นอ้ ยมาก
เพยี งเพราะวา่ นีอาจเป็นจาํ นวนปกติของเพือนเจา้ สาวในงานแต่งงานสมยั นนั นอกจากนี เมือ
รวบรวมคาํ อุปมาเรืองต่างๆและพระคมั ภีร์หลายตอนในพระคมั ภีร์ใหม่ทีมีการนาํ เสนอพธิ ีสมรส

ในความหมายเชิงอวสานกาล ดูเหมือนวา่ ชนชาติอิสราเอล ถูกนาํ เสนอในฐานะเป็นเพือนเจา้
สาวและเจา้ บ่าว

เมือเราเห็นเช่นนนั แลว้ การประยกุ ตใ์ ชค้ าํ อุปมานีจึงเป็นดงั ต่อไปนี หญิงพรหมจารีทงั
สิบคนนีเป็นตวั แทนของชนชาติอิสราเอล (ถึงแมจ้ ะไม่ใช่อิสราเอลทุกคนกต็ าม) เจา้ บ่าวคอื พระ
เยซูคริสตเ์ สดจ็ มาเพอื รับคริสตจกั รของพระองคเ์ พอื เตรียมพร้อมสาํ หรับงานอภิเษกสมรสครัง
ใหญ่ทสี ุดเท่าทีเคยมีมา ขณะเดียวกนั ชนชาติอสิ ราเอลกไ็ ดร้ ับเชิญใหม้ าร่วมงานเลยี งใหญ่ซึงจะ
เริมตน้ ขนึ พร้อมกบั ยคุ พนั ปี ดว้ ย เมือเจา้ บ่าวและเจา้ สาวของพระองคเ์ ตรียมพร้อมสาํ หรับทีจะเขา้
สู่งานเลียงอภิเษกสมรส (ยคุ พนั ปี ) มีเพยี งคนครึงเดียวทีพร้อม

น่าสนใจตรงทีว่าคาํ ทีแปลวา่ พธิ สี มรส (กามอส) มคี วามหมายดว้ ยวา่ งานเลียงรืนเริง
ใหญ่โต ซึงรวมถึงงานเลียงฉลองสมรสดว้ ย คาํ อุปมานีอาจหมายถึงตอนทีพระคริสตเ์ สดจ็ กลบั
มาก่อนยคุ พนั ปี ชนชาติอิสราเอลจาํ นวนหนึงจะพร้อมทีจะเขา้ สู่งานเลียงรืนเริง (อาณาจกั รนนั )
พร้อมกบั พระองค์ ส่วนคนทีเหลือจะไม่พร้อม คนทีพร้อมและรอคอยกค็ ือ พวกยวิ ในยคุ เจด็ ปี ที
ไดย้ นิ ข่าวประเสริฐ กลบั ใจใหม่ และตอ้ นรับพระเยซูคริสตเ์ ป็นพระเมสสิยาหแ์ ละพระผชู้ ่วยให้
รอดของตน

อีกครังทีเราตอ้ งไม่ลืมวา่ บริบทของคาํ เทศนาบนภเู ขามะกอกเทศคือ พวกยวิ เป็นหลกั
พระเยซูจึงตรัสวา่ “เหตุฉะนนั จงเฝ้ าระวงั อยู่ เพราะท่านทงั หลายไม่รู้กาํ หนดวนั หรือโมงทีบุตร
มนุษยจ์ ะเสดจ็ มา” เช่นเดียวกบั ทีคริสตจกั รถูกกาํ ชบั ใหเ้ ฝ้ าระวงั การเสดจ็ กลบั มาขององคพ์ ระผู้
เป็นเจา้ ในการรับขึน ชนชาติอิสราเอลทีเชือในวนั นนั กถ็ ูกกาํ ชบั ใหเ้ ฝ้ าระวงั พระมหากษตั ริยผ์ จู้ ะ
เสดจ็ กลบั มาเช่นกนั นีสือชดั เจนวา่ ชนชาติยวิ จาํ นวนมหาศาลทวั โลก (อาจถึงร้อยละหา้ สิบ) จะ
กลบั ใจรับเชือพระคริสตใ์ นช่วงยคุ เจด็ ปี และไดร้ ับอนุญาตใหเ้ ขา้ ร่วมงานเลียงอภิเษกสมรสแห่ง
ยคุ พนั ปี ดว้ ยขณะทีคนทีเหลือถูกกีดกนั ใหอ้ ยขู่ า้ งนอก สาํ หรับคนพวกหลงั นีมนั จะเป็นช่วงเวลา
แห่งความขมขนื จริงๆ พระเยซูจึงทรงเร่งเร้าประชากรของพระองค์ คือ พวกยวิ ใหเ้ ตรียมพร้อม
สาํ หรับการเสดจ็ กลบั มาของพระมหากษตั ริยข์ องพวกเขาผทู้ รงเป็นเจา้ บ่าวของคริสตจกั รดว้ ย

มธ 25:14-30 พระเยซูทรงนาํ เสนอคาํ อุปมาอีกเรืองซึงเห็นไดช้ ดั วา่ เป็นเรืองของ
เหตุการณ์ต่างๆในยคุ สุดทา้ ยและเป็นเรืองของบาํ เหน็จและยศต่างๆภายในอาณาจกั รนนั

อาณาจักรแห่งสวรรค์ยงั เปรียบเหมอื นชายผู้หนึงจะออกเดนิ ทางไปยงั เมอื งไกล จงึ เรียก
พวกผู้รับใช้ของตนมา และฝากทรัพย์สมบตั ิของเขาไว้ 15 คนหนึงท่านให้ห้าตะลนั ต์ คนหนึง
สองตะลนั ต์ และอกี คนหนึงตะลนั ต์เดยี ว ตามความสามารถของแต่ละคน แล้วท่านกอ็ อกเดิน
ทางทนั ที 16 คนทไี ด้รับห้าตะลนั ต์นันกเ็ อาเงนิ นันไปค้าขาย ได้กาํ ไรมาอกี ห้าตะลนั ต์
17 คนทไี ด้รับสองตะลนั ต์นันกไ็ ด้กาํ ไรอกี สองตะลนั ต์เหมอื นกนั 18 แต่คนทไี ด้รับตะลนั ต์เดยี ว
ได้ขุดหลมุ ซ่อนเงนิ ของนายไว้ 19 ครันอยู่มาช้านาน นายจึงมาคดิ บญั ชีกบั ผู้รับใช้เหล่านัน
20 คนทไี ด้รับห้าตะลนั ต์กเ็ อาเงนิ กาํ ไรอกี ห้าตะลนั ต์มาชีแจงว่า `นายเจ้าข้า ท่านได้มอบเงินห้า
ตะลนั ต์ไว้กบั ข้าพเจ้า ดูเถดิ ข้าพเจ้าได้กาํ ไรมาอกี ห้าตะลนั ต์' 21 นายจงึ ตอบเขาว่า `ดแี ล้ว เจ้า
เป็ นผู้รับใช้ดีและสัตย์ซือ เจ้าสัตย์ซือในของเลก็ น้อย เราจะตงั เจ้าให้ดูแลของมาก เจ้าจงปรีดรี ่วม
สุขกบั นายของเจ้าเถิด' 22 คนทไี ด้รับสองตะลนั ต์มาชีแจงด้วยว่า `นายเจ้าข้า ท่านได้มอบเงิน
สองตะลนั ต์ไว้กบั ข้าพเจ้า ดูเถดิ ข้าพเจ้าได้กาํ ไรมาอกี สองตะลนั ต์' 23 นายจงึ ตอบเขาว่า `ดีแล้ว
เจ้าเป็ นผู้รับใช้ดีและสัตย์ซือ เจ้าสัตย์ซือในของเลก็ น้อย เราจะตงั เจ้าให้ดูแลของมาก เจ้าจงปรีดี
ร่วมสุขกบั นายของเจ้าเถดิ ' 24 ฝ่ ายคนทไี ด้รับตะลนั ต์เดยี วมาชีแจงว่า `นายเจ้าข้า ข้าพเจ้ารู้จัก
ท่านว่าท่านเป็ นคนใจแขง็ เกยี วผลทที ่านมไิ ด้หว่าน เกบ็ สําสมทที ่านมไิ ด้โปรย 25 ข้าพเจ้ากลวั
จงึ เอาเงนิ ตะลนั ต์ของท่านไปซ่อนไว้ใต้ดนิ ดูเถิด นีแหละเงินของท่าน' 26 นายจึงตอบเขาว่า
`เจ้าผู้รับใช้ชัวช้าและเกยี จคร้าน เจ้ากร็ ู้อยู่ว่าเราเกยี วทเี รามไิ ด้หว่าน เกบ็ สําสมทเี รามไิ ด้โปรย
27 เหตุฉะนัน เจ้าควรเอาเงินของเราไปฝากไว้ทธี นาคาร เมอื เรามาจะได้รับเงนิ ของเราทงั
ดอกเบียด้วย 28 เพราะฉะนัน จงเอาเงินตะลนั ต์เดยี วนันจากเขาไปให้คนทมี สี ิบตะลนั ต์ 29 ด้วย
ว่าทุกคนทมี อี ยู่แล้ว จะเพมิ เตมิ ให้แก่ผู้นันจนมเี หลอื เฟื อ แต่ผู้ทไี ม่มี แม้ว่าซึงเขามอี ยู่กจ็ ะต้องเอา
ไปจากเขา 30 จงเอาเจ้าผู้รับใช้ทไี ร้ประโยชน์นีไปทงิ เสียทมี ดื ภายนอก ซึงทนี ันจะมกี ารร้องไห้
ขบเขยี วเคยี วฟัน’

ภาพเหตุการณ์นีกช็ ดั เจนพอแลว้ ชายทีราํ รวยคนหนึง (นนั คือ เจา้ นายคนหนึง) ไดฝ้ าก
ทรัพยส์ ินหลายอยา่ งใหบ้ รรดาผรู้ ับใชข้ องเขาดูแลเพอื ทีจะลงทุนในนามของเขาขณะทีเขาไม่อยู่
ตามความสามารถของพวกเขาแต่ละคน จากนนั เขากจ็ ากไป พอเวลาผา่ นไปชา้ นาน เขากก็ ลบั มา

พอเขากลบั มา เขากน็ งั ลงและคดิ บญั ชีวา่ พวกผรู้ ับใชข้ องเขาไดล้ งทุนในนามของเขาอยา่ งไรบา้ ง
สาํ หรับคนเหล่านนั ทีไดล้ งทุนในนามของนายอยา่ งฉลาดและขยนั ขนั แขง็ นายกม็ ีบาํ เหน็จใหแ้ ก่
พวกเขา สาํ หรับคนทีไม่ใส่ใจและขีเกียจ พวกเขาจะไม่เพียงอดไดบ้ าํ เหน็จเท่านนั แต่ยงั จะสูญเสีย
สิงทีพวกเขาควรจะไดร้ ับดว้ ย

การประยกุ ตใ์ ชท้ ีสาํ คญั ดูเหมือนวา่ จะเป็นการทีองคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราไดท้ รงฝากเวลา
ทรัพยากร และความสามารถต่างๆใหเ้ ราดแู ล เมือในชีวติ นีเราไดใ้ ชแ้ ละลงทุนทรัพยส์ ินเหล่านนั
อยา่ งฉลาด เรากจ็ ะไดร้ ับบาํ เหนจ็ สักวนั หนึงในอาณาจกั รของพระองค์ (นนั คอื ยคุ พนั ปี และ
สวรรค)์

ใหเ้ ราดูใกลช้ ิดกวา่ นีกนั ในขอ้ 14 คาํ ทีแปลวา่ ทรัพย์สมบตั ิ (ฮูพารคอนทา) อาจแปลได้
ดว้ ยวา่ ‘ความมงั คงั ’ ตะลนั ต์คือหน่วยวดั ทองคาํ หรือเงินซึงถือวา่ มีมลู ค่าเยอะมาก ในปัจจุบนั
ทองคาํ หนึงตะลนั ตก์ ค็ งเท่ากบั เงินเจด็ หลกั ขนึ ไป เจา้ นายในคาํ อุปมานีไดใ้ หเ้ งินตะลนั ตต์ าม
ความสามารถของผรู้ ับใชแ้ ต่ละคนเพือทีพวกเขาจะจดั การกบั ทรัพยส์ ินทีนายไดฝ้ ากไวก้ บั ตน

ในขอ้ 16 คาํ ทีแปลวา่ ค้าขาย (เอะรกาซอไม) ในบริบทนีมีความหมายวา่ เอาเงินไป
ลงทุนคา้ ขาย กล่าวอีกนยั หนึงกค็ ือ ผรู้ ับใชค้ นแรกเอามนั ไปลงทุนนนั เอง ผรู้ ับใชค้ นทีสองกท็ าํ
แบบเดียวกนั ในขอ้ 17 อยา่ งไรกต็ าม ผรู้ ับใชค้ นทีสามไม่ไดท้ าํ อะไรเลยกบั ทรัพยส์ ินทีนายได้
ฝากไวก้ บั ตน ผรู้ ับใชค้ นนีไม่เพียงขาดการอุทิศตนต่อนายของเขาเท่านนั แต่ยงั เกียจคร้านดว้ ย
ผรู้ ับใชส้ องคนแรกไดท้ าํ ใหเ้ งินนายของตนเพมิ มูลค่าเป็นสองเท่า ผรู้ ับใชค้ นทีสามมิไดท้ าํ ใหเ้ งิน
ทีไดร้ ับฝากไวน้ นั งอกเงยขึนเลย

ในขอ้ 19 เราเห็นไดช้ ดั ถึงภาพทีสอดคลอ้ งกบั การเสดจ็ กลบั มาขององคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของ
เรา ในวนั นนั พระองคจ์ ะทรงคิดบญั ชีกบั เหล่าผรู้ ับใชข้ องพระองค์ คาํ ทีแปลวา่ คดิ บัญชี (ซูนาอิ
โร) ในบริบทนีมีความหมายวา่ คิดบญั ชี สาํ หรับคริสตจกั ร นีน่าจะหมายถึงบลั ลงั กพ์ พิ ากษาของ
พระคริสต์ สาํ หรับอิสราเอลแลว้ มนั อาจหมายถึงการพพิ ากษาชนชาติอิสราเอลก่อนถึงยคุ พนั ปี
ไม่นานนกั

ผรู้ ับใชเ้ หล่านนั ทีทาํ กาํ ไรใหน้ ายในวนั นนั จะไดย้ นิ องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของพวกเขาตรัสวา่
“ดีแลว้ เจา้ เป็นผรู้ ับใชด้ ีและสัตยซ์ ือ เจา้ สัตยซ์ ือในของเลก็ นอ้ ย เราจะตงั เจา้ ใหด้ ูแลของมาก เจา้

จงปรีดีร่วมสุขกบั นายของเจา้ เถดิ ” ในบนั ทึกของลกู าเกียวกบั คาํ อุปมาเรืองเดียวกนั หรือทีคลา้ ย
กนั นนั พระเยซูตรัสวา่ ผรู้ ับใชค้ นแรกไดค้ รองสิบเมืองและคนทีสองไดค้ รองหา้ เมือง (ลกู า
19:17-19)

ความหมายทีสือชดั เจนของคาํ อุปมาเรืองนีกค็ ือวา่ คนเหล่านนั ทีไดป้ รนนิบตั ิองคพ์ ระผู้
เป็นเจา้ อยา่ งสัตยซ์ ือและไดล้ งทุนชีวติ ของตนในยคุ นี (ในขณะทีพระองคไ์ ม่อย)ู่ กจ็ ะไดร้ ับ
บาํ เหน็จในอาณาจกั รของพระองคเ์ ป็นยศถาบรรดาศกั ดิและเกียรติยศในวนั นนั นียงั สือดว้ ยวา่
เหล่าผรู้ ับใชท้ ีสัตยซ์ ือของพระเจา้ ในวนั นีจะไดข้ นึ ครอบครองร่วมกบั พระองคใ์ นวนั นนั ดู
ววิ รณ์ 20:4-6, 5:10, 22:5

เมือเรารวมขอ้ พระคมั ภีร์เหล่านีเขา้ ดว้ ยกนั ดูเหมือนจะชดั เจนวา่ คนเหล่านนั ทีได้
ปรนนิบตั ิพระมหากษตั ริยอ์ ยา่ งสตั ยซ์ ือในยคุ นีจะไดข้ ึนครอบครองบางส่วนของอาณาจกั รของ
พระองคใ์ นยคุ พนั ปี และเรือยไปจนถึงนิรันดร์กาล มีบาํ เหน็จสาํ หรับผชู้ อบธรรมจริงๆ (สดุดี
58:11) หากกล่าวในคาํ พดู ปัจจุบนั แลว้ คนเหล่านนั ทีไดป้ รนนิบตั ิพระเยซูคริสตอ์ ยา่ งสตั ยซ์ ือใน
ชีวติ นีจะไดร้ ับการแต่งตงั เป็นผวู้ า่ ฯ ประธานาธิบดี นายกเทศมนตรี และขา้ ราชการผมู้ ียศศกั ดิใน
อาณาจกั รของพระองคเ์ มือพระองคเ์ สดจ็ กลบั มา

สุดทา้ ยเรามาดูผรู้ ับใชท้ ีเกียจคร้านคนนีบา้ ง เขาไดช้ ือวา่ เป็นคน “ชวั ชา้ และเกียจคร้าน”
นีจึงเป็นภาพทีตรงขา้ มกบั ผรู้ ับใชท้ ี “ดีและสตั ยซ์ ือ” ผรู้ ับใชค้ นนีมโี อกาสไดป้ รนนิบตั ิรับใช้
จอมกษตั ริยผ์ ไู้ ดท้ รงประทานสิทธิพเิ ศษในการลงทุนทรพั ยส์ ินของพระองคแ์ ก่เขา เพราะความ
ไม่เอาใจใส่และความเกียจคร้านของเขา ชายผนู้ ีจึงไม่ไดท้ าํ อะไรกบั ทรัพยส์ ินของนายของตน
เลย

การประยกุ ตใ์ ชข้ องการทีเขาสูญเสียสิงเลก็ นอ้ ยทีเขามีอยอู่ าจแปลวา่ ในวนั นนั เขาจะไม่
ไดร้ ับบาํ เหนจ็ อะไรเลยในอาณาจกั รนนั การถูกโยนไปทิงเสียทีมืดภายนอกอาจไม่จาํ เป็นตอ้ ง
หมายถึงการถกู พิพากษาตลอดไปเป็นนิตย์ ในเมืองต่างๆสมยั โบราณซึงไม่มีไฟฟ้ าตามทอ้ งถนน
การถูกโยนทิงออกไปทีมืดภายนอกกห็ มายถึงการถูกบงั คบั ใหอ้ อกไปจากบา้ นทีมีแสงสวา่ งโดย
ไปอยตู่ ามทอ้ งถนน นีอาจหมายความวา่ ผเู้ ชือทงั หลายทีใชช้ ีวติ ของตนอยา่ งสุรุ่ยสุร่ายเพอื ไขว่
ควา้ หาประโยชนส์ ่วนตนและความกา้ วหนา้ แทนทีจะปรนนิบตั ิพระมหากษตั ริยก์ จ็ ะพบวา่ ในวนั

นนั ตวั เองไดร้ ับส่วนในเขตรอบนอกของพระพรและบาํ เหน็จต่างๆขององคพ์ ระมหากษตั ริย์ คน
เหล่านนั ทีไดป้ รนนิบตั ิพระมหากษตั ริยอ์ ยา่ งสัตยซ์ ือในชีวติ นีจะไดร้ ับทรัพยส์ ินของพวกผรู้ ับใช้
ทีไม่มีประโยชนต์ ่อนายในวนั นนั ดว้ ย ดู มทั ธิว 13:12

มธ 25:31 พระเยซูทรงเปลียนไปตรสั ถึงเหตุการณ์ทีสาํ คญั ในอวสานกาลอีก
เหตุการณ์หนึง เมอื บุตรมนุษย์จะเสดจ็ มาในสง่าราศีของพระองค์พร้อมกบั เหล่าทูตสวรรค์อนั
บริสุทธิทงั ปวง เมอื นันพระองค์จะประทบั บนพระทนี ังอนั รุ่งเรืองของพระองค์ เวลาทีเหตุการณ์
เหล่านีจะเกิดขึนถูกกล่าวถึงชดั เจนตรงนี นนั คือ “เมือบุตรมนุษยจ์ ะเสดจ็ มาในสง่าราศีของ
พระองค”์ นีไม่ไดห้ มายถึงการรับขึน แต่หมายถึงการปรากฏกายขององคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเรา
เมือสินยคุ เจด็ ปี มากกวา่ นอกจากนี พระเยซูตรัสอีกวา่ เหล่าทูตสวรรคบ์ ริสุทธิทังปวงจะอยกู่ บั
พระองคใ์ นตอนนนั ดว้ ย นนั จะเป็นภาพอนั น่าตืนตาขนาดไหน

“เมือนนั พระองคจ์ ะประทบั บนพระทีนงั อนั รุ่งเรืองของพระองค”์ นีสือชดั เจนถึงการที
พระเยซูคริสตจ์ ะทรงสถาปนาพระทีนงั ของพระองคข์ ึนบนแผน่ ดินโลกนี (เห็นไดช้ ดั วา่ ทีกรุง
เยรูซาเลม็ ) เมือพระองคเ์ สดจ็ กลบั มา พระองคจ์ ะเสดจ็ มาพร้อมกบั ฤทธานุภาพทางการเมืองและ
ทางทหาร ดู ววิ รณ์ 19:11 เป็นตน้ ไป

มธ 25:32-33 พระเยซูตรัสต่อไปอีกวา่ บรรดาประชาชาตติ ่างๆจะประชุมพร้อมกนั ต่อ
พระพกั ตร์พระองค์ และพระองค์จะทรงแยกมนุษย์ทงั หลายโดยแยกพวกหนึงออกจากอกี พวก
หนึง เหมอื นอย่างผู้เลยี งแกะแยกแกะออกจากแพะ 33 และพระองค์จะทรงจัดฝูงแกะให้อยู่เบือง
ขวาพระหตั ถ์ของพระองค์ แต่ฝูงแพะนันจะทรงจดั ให้อยู่เบืองซ้าย เราควรระลึกวา่ คนมากมาย
จะเอาชีวติ รอดจากยคุ เจด็ ปี มาได้ คาํ ทแี ปลวา่ บรรดาประชาชาติ (เอธ็ นอส) กแ็ ปลไดด้ ว้ ยวา่ ‘คน
ต่างชาติ’ และ ‘ประชาชนทงั หลาย’ อาจเป็นไปไดว้ า่ พระเจา้ จะทรงกาํ หนดใหน้ ีเป็นการ
พพิ ากษาผคู้ นทงั ปวงทีมีชีวติ รอดแต่ละคน หรืออีกทรรศนะหนึงกเ็ สนอวา่ นีจะเป็นการพพิ ากษา
ประชาชาติต่างๆจริงๆตามทีพระคมั ภีร์ฉบบั คิงเจมส์ไดก้ ล่าวไว้ ไม่วา่ จะในกรณีใด การพพิ ากษา
ครังนีกเ็ ป็นการพิพากษาคนต่างชาติอยา่ งชดั เจน

ในวนั นนั องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ จะทรงแยกคนเหล่านีทีเอาชีวติ รอดมาจากยคุ เจด็ ปี ไดอ้ อก
เป็นสองกลุ่ม นนั คอื พวกแกะและพวกแพะ ขอ้ พระคมั ภีร์เดิมทีน่าจะเกียวขอ้ งกบั เหตุการณ์นีก็
อยใู่ นโยเอล 3:2, 12-14 ในขอ้ พระคมั ภีร์ตอนดงั กล่าวทีสอดคลอ้ งกนั โยเอลไดเ้ ห็นล่วงหนา้ ถึง
การทีพระเจา้ จะทรง “รวบรวมบรรดาประชาชาติทงั สิน และนาํ เขาลงมาทีหุบเขาเยโฮชาฟัท”

คาํ ภาษาฮีบรูในหนงั สือโยเอลทีแปลวา่ บรรดาประชาชาติ (โกยิม) กเ็ ป็นคาํ ในพระคมั ภีร์
เดิมทีแปลวา่ ‘คนต่างชาติ’ พวกยวิ กย็ งั ใชค้ าํ นีมาจนถึงทุกวนั นี หุบเขาเยโฮชาฟัทไม่ไดถ้ ูกนิยาม
อยา่ งชดั เจนในพระคมั ภีร์หากกล่าวในแง่ภมู ิศาสตร์ แต่มนั น่าจะอยตู่ ิดกบั กรุงเยรูซาเลม็ พวกยวิ
ในปัจจุบนั สนั นิษฐานวา่ นีน่าจะเป็นหุบเขาฮินโนมหรือขิดโรน ในขอ้ 14 ของโยเอล 3 มีคาํ พดู ที
สือเป็นลางบอกเหตุวา่ “มวลชน มวลชนในหุบเขาแห่งการตดั สิน” ดูคาํ อธิบายสาํ หรับโยเอล
3:2, 12-14

ทวั พระคมั ภีร์ทงั เล่ม ประชากรของพระเจา้ ถกู เรียกวา่ เป็นฝงู แกะหรือแกะของพระองค์
อยบู่ ่อยๆ ดู สดุดี 100:3 และยอหน์ 10:11 ตรงนีเห็นไดช้ ดั วา่ คริสตจกั รถูกรับขนึ ไปแลว้ เรียบรอ้ ย
แต่เห็นไดช้ ดั วา่ ขอ้ ความตรงนีพดู ถึงคนต่างชาติ ดงั นนั เมือเราตดั ตวั เลือกทีไม่ใช่ออกไป แกะที
ถูกพดู ถึงตรงนีกต็ อ้ งเป็นคนต่างชาติทีไดร้ ับความรอดในช่วงยคุ เจด็ ปี และเป็นผทู้ ีเอาชีวติ รอดมา
ไดด้ ว้ ย พวกแพะในพระคมั ภีร์มกั หมายถึงคนเหล่านนั ทีไม่ใช่ประชากรของพระเจา้ ดู เศคาริยาห์
10:3 พวกแกะจึงถูกจดั ใหอ้ ยเู่ บืองขวาพระหตั ถข์ องพระองคแ์ ละพวกแพะกถ็ ูกจดั ใหอ้ ยเู่ บืองซา้ ย
พระหตั ถข์ องพระองค์ นีสือถึงการทีพระเจา้ ทรงยอมรับคนเหล่านนั ทีอยเู่ บืองขวาพระหตั ถข์ อง
พระองคแ์ ละการทพี ระองคท์ รงปฏิเสธคนเหล่านนั ทีอยเู่ บืองซา้ ยพระหตั ถข์ องพระองค์

มธ 25:34 พระเยซูตรัสต่อไปอีกวา่ ขณะนัน พระมหากษตั ริย์จะตรัสแก่บรรดาผู้ที
อยู่เบืองขวาพระหตั ถ์ของพระองค์ว่า `ท่านทงั หลายทีได้รับพระพรจากพระบดิ าของเรา จงมา
รับเอาราชอาณาจกั รซึงได้ตระเตรียมไว้สําหรับท่านทงั หลายตงั แต่แรกสร้างโลกเป็ นมรดก ให้
เราสังเกตวา่ พระองคผ์ ทู้ รงถกู เรียกว่า “บุตรมนุษย”์ ในขอ้ 31-32 ตอนนีถูกเรียกวา่ “พระมหา
กษตั ริย”์ ตรงนี และเป็นความจริงทีพระองคท์ รงเป็นพระมหากษตั ริยแ์ ห่งมหากษตั ริยท์ งั ปวง
และเจา้ นายแห่งเจา้ นายทงั ปวง คนเหล่านนั ทีอยเู่ บืองขวาพระหตั ถข์ องพระองค์ (พวกแกะ) บดั นี
กไ็ ดร้ ับเชิญใหเ้ ขา้ สู่อาณาจกั รของพระองค์ เราควรหมายเหตุไวว้ า่ ในตอนเริมตน้ ของยคุ พนั ปี

นนั (1) จะมมี นุษยธ์ รรมดาอยู่ (ในสภาพทียงั ไม่ไดร้ ับสง่าราศี) ผทู้ ีจะอยอู่ าศยั ในแผน่ ดินโลกอีก
ครังและเห็นไดช้ ดั วา่ พวกเขาจะสานต่อมรดกประจาํ ชาติและมรดกดา้ นชาตพิ นั ธุข์ องพวกเขาต่อ
ไป (2) อยา่ งไรกต็ าม คนต่างชาติทีตายไดเ้ หล่านีกจ็ ะเป็นผทู้ ีถูกสร้างใหม่แลว้ และบงั เกิดใหม่
แลว้ ในตอนแรก ยคุ พนั ปี จะมีแต่คนทีรอดแลว้ อยา่ งไรกต็ าม เมือเวลาผา่ นไป คนเหล่านีจะ
ออกลูกหลานทียงั ตอ้ งไดร้ ับความรอดอยู่

อาณาจกั รทีทรงสญั ญาไวน้ นั ไดถ้ ูกตระเตรียมไวต้ งั แต่แรกทรงสร้างโลก คาํ ทีแปลเช่น
นนั คอื คอสมอส ซึงหมายถึงระบบของโลก คาํ ทีแปลวา่ สร้าง (คาทาบอเล) ในบริบทนีมีความ
หมายวา่ ‘การก่อกาํ เนิด’ ตงั แต่ก่อนเริมมีระบบโลกขึนมา พระเจา้ ไดท้ รงวางแผนอาณาจกั รทีจะ
มาของพระองคไ์ วก้ ่อนแลว้ มนั จะเป็นจุดสูงสุดแห่งประวตั ิศาสตร์มนุษย์ พระเยซูจะทรง
ปกครองแผน่ ดินโลกในฐานะกษตั ริยแ์ ละผทู้ ีอยอู่ าศยั ในแผน่ ดินโลกในตอนเริมแรกนนั จะเป็นผู้
ทีรอดหมด อิสราเอลจะเป็นประเทศทีเป็นเหมือนเมืองหลวงของโลกและคริสตจกั รจะไดก้ ลบั
มาพร้อมกบั พระองคผ์ ทู้ รงเป็นเจา้ บ่าวเพอื มาครอบครองร่วมกบั พระองค์ มนั จะเป็นแดนสวรรค์
บนโลกเลยทีเดียว

มธ 25:35-40 กญุ แจทีช่วยใหเ้ ราเขา้ ใจยอ่ หนา้ นีกค็ ือ การไม่ลืมบริบทและผทู้ ีมสี ่วน
ร่วมในการพพิ ากษาครังนี พระเยซูตรัสต่อไปวา่ เพราะว่าเมอื เราหวิ ท่านทงั หลายกไ็ ด้จดั หาให้
เรากนิ เรากระหายนํา ท่านกใ็ ห้เราดืม เราเป็ นแขกแปลกหน้า ท่านกไ็ ด้ต้อนรับเราไว้ 36 เรา
เปลอื ยกาย ท่านกไ็ ด้ให้เสือผ้าเรานุ่งห่ม เมอื เราเจบ็ ป่ วย ท่านกไ็ ด้มาเยยี มเรา เมอื เราต้องจาํ อยู่ใน
คุก ท่านกไ็ ด้มาเยยี มเรา' 37 เวลานันบรรดาผู้ชอบธรรมจะกราบทูลพระองค์ว่า `พระองค์เจ้าข้า
ทขี ้าพระองค์เหน็ พระองค์ทรงหิว และได้จดั มาถวายแด่พระองค์แต่เมอื ไร หรือทรงกระหายนํา
และได้ถวายให้พระองค์ดมื แต่เมอื ไร 38 ทขี ้าพระองค์ได้เห็นพระองค์ทรงเป็ นแขกแปลกหน้า
และได้ต้อนรับพระองค์ไว้แต่เมอื ไร หรือเปลอื ยพระกาย และได้สวมฉลองพระองค์ให้แต่เมอื ไร
39 ทขี ้าพระองค์เห็นพระองค์ประชวรหรือต้องจาํ อยู่ในคุก และได้มาเฝ้ าพระองค์นันแต่เมอื ไร'
40 แล้วพระมหากษตั ริย์จะตรัสตอบเขาว่า `เราบอกความจริงแก่ท่านทงั หลายว่า ซึงท่านได้

กระทาํ แก่คนใดคนหนึงในพวกพนี ้องของเรานีถงึ แม้จะตาํ ต้อยเพยี งไร กเ็ หมือนได้กระทาํ แก่เรา
ด้วย’

เห็นไดช้ ดั วา่ พวกแกะคือ คนต่างชาติเหล่านนั ทีไดว้ างใจเชือพระคริสตเ์ ป็นพระผชู้ ่วยให้
รอดในช่วงยคุ เจด็ ปี และเอาชีวติ รอดมาได้ พวกพนี อ้ งของพระมหากษตั ริยย์ อ่ มหมายถึงพวกยวิ ที
เจอกบั การข่มเหงและการต่อตา้ นอยา่ งรุนแรงในช่วงยคุ เจด็ ปี เห็นไดช้ ดั วา่ สิงทีบ่งบอกถึงความ
รอดของพวกคนต่างชาติในช่วงยคุ เจด็ ปี กค็ ือ การทีพวกเขาเห็นอกเห็นใจและแสดงความกรุณา
ต่อพวกผเู้ ชือชาวยวิ ในวนั นนั

พวกยวิ ทีเชือโดยเฉพาะในช่วงครึงหลงั ของยคุ เจด็ ปี จะประสบกบั การต่อตา้ นอยา่ ง
รุนแรงดว้ ยนาํ มือของสตั วร์ ้ายนนั และเหล่าสมุนของมนั พวกคนต่างชาติทีเชือซึงใหค้ วามช่วย
เหลือแก่พวกพีนอ้ งชาวยวิ ของพวกเขากจ็ ะไดร้ ับการยอมรับและไดร้ ับบาํ เหน็จจากพระมหา
กษตั ริยใ์ นวนั นนั พระเยซูตรัสวา่ การแสดงความกรุณาต่อพวกพนี อ้ งของพระองคก์ เ็ ท่ากบั
เป็นการกระทาํ เช่นนนั ต่อพระองคด์ ว้ ย เรืองนีสอนใหเ้ รารู้วา่ แมก้ ระทงั ในยคุ สมยั นี เราทีเป็นคน
ต่างชาติทีเชือควรแสดงความเมตตากรุณาต่อพนี อ้ งฝ่ ายวญิ ญาณของเราทีหลงหายและยงั มีใจไม่
เชือ คอื พวกยวิ

มธ 25:41 พวกคนต่างชาติทีไม่เชือซึงเอาชีวติ รอดจากยคุ เจด็ ปี มาไดจ้ ะถูกเรียกตวั
ใหไ้ ปยงั หุบเขาเยโฮชาฟัทเพอื รับการพพิ ากษาครังใหญ่นี แล้วพระองค์จะตรัสกบั บรรดาผู้ทอี ยู่
เบืองซ้ายพระหัตถ์ด้วยว่า `ท่านทงั หลาย ผู้ต้องสาปแช่ง จงถอยไปจากเราเข้าไปอยู่ในไฟซึงไหม้
อยู่เป็ นนิตย์ ซึงเตรียมไว้สําหรับพญามารและสมุนของมนั นัน หากการรับขึนเกิดขึนตอนนี พวก
คนทไี ม่เชือในวนั นีทีเอาชีวติ รอดจากยคุ เจด็ ปี ทีจะมาถึงไดก้ จ็ ะถูกเรียกตวั ไปฟังคาํ ตรัสอนั น่าสะ
พรึงกลวั นี

เมือถึงตอนนนั พระเยซูคริสต์ พระมหากษตั ริยแ์ ห่งจอมกษตั ริยท์ งั ปวง จะตรัสแก่พวกเขา

แต่ละคนวา่ ท่านทงั หลาย ผู้ต้องสาปแช่ง จงถอยไปจากเราเข้าไปอยู่ในไฟซึงไหม้อยู่เป็ นนิตย์
ซึงเตรียมไว้สําหรับพญามารและสมุนของมนั นัน ถึงแมค้ าํ วา่ นรก ไม่ไดถ้ ูกใชต้ รงนี แต่เห็นได้
ชดั วา่ มนั ถกู พดู ถงึ ตรงนี มีหลายสิงทีเราควรหมายเหตุไว้ (1) คาํ ทีแปลวา่ ผู้ต้องสาปแช่ง (คาทา

ราออไม) อาจแปลไดด้ ว้ ยวา่ ‘ถูกพพิ ากษา’ (2) นรกเป็นสถานทีๆมีไฟซึงไหมอ้ ยเู่ ป็นนิตย์ (3) มนั
ถูกเตรียมไวส้ าํ หรับพญามารและพวกสมุนของมนั เมือมนุษยช์ าติกบฏและกลายเป็นเหมือน
อยา่ งซาตาน นรกกก็ ลายเป็นจุดหมายปลายทางของพวกเขาดว้ ย

มธ 25:42-45 ในทางกลบั กนั เมือเราอ่านขอ้ 35-40 บรรดาชาวโลกทีไม่รอดและ
ปราศจากพระเจา้ กเ็ ป็นแบบอยา่ งของคนทีไม่แสดงความเมตตากรุณาต่อพวกยวิ ทีไดร้ ับความ
ทุกขย์ ากในช่วงยคุ เจด็ ปี พระเยซูตรัสต่อไปวา่ เพราะว่าเมอื เราหวิ ท่านกม็ ไิ ด้ให้เรากนิ เรา
กระหายนํา ท่านกม็ ไิ ด้ให้เราดืม 43 เราเป็ นแขกแปลกหน้า ท่านกไ็ ม่ได้ต้อนรับเราไว้ เราเปลอื ย
กาย ท่านกไ็ ม่ได้ให้เสือผ้าเรานุ่งห่ม เราเจ็บป่ วยและต้องจําอยู่ในคุก ท่านไม่ได้เยยี มเรา' 44 เขา
ทงั หลายจะทูลพระองค์ด้วยว่า `พระองค์เจ้าข้า ทขี ้าพระองค์ได้เหน็ พระองค์ทรงหวิ หรือทรง
กระหายนํา หรือทรงเป็ นแขกแปลกหน้าหรือเปลอื ยพระกาย หรือประชวร หรือต้องจําอยู่ในคุก
และข้าพระองค์มไิ ด้ปรนนิบตั พิ ระองค์นันแต่เมอื ไร' 45 เมอื นันพระองค์จะตรัสตอบเขาว่า `เรา
บอกความจริงแก่ท่านทงั หลายว่า ซึงท่านมไิ ด้กระทาํ แก่ผู้ตําต้อยทสี ุดสักคนหนึงในพวกนี ก็
เหมอื นท่านมไิ ด้กระทาํ แก่เรา’ พระมหากษตั ริยจ์ ะทรงใชส้ ิงทีกล่าวมานีเป็นหลกั ฐานทีแสดงถึง
สภาพทีหลงหายของพวกเขา

มธ 25:46 อีกครังทีถึงแมว้ า่ นรกจะไม่ถูกเอ่ยออกมา แต่มนั กถ็ กู สือถึงในทีนีอยา่ ง
ชดั เจน และพวกเหล่านีจะต้องออกไปรับโทษอยู่เป็ นนิตย์ แต่ผู้ชอบธรรมจะเข้าสู่ชีวติ นิรันดร์"
นอกจากคาํ อธิบายอืนๆเกียวกบั นรกดา้ นบนแลว้ ในทนี ีมนั ยงั ถูกเรียกดว้ ยวา่ “(การ) รับโทษอยู่
เป็นนิตย”์ ในภาพทีตรงขา้ มกนั อยา่ งชดั เจน ผ้ชู อบธรรม กต็ งั ตาคอยชีวติ นิรันดร์ได้ เมือเปรียบ
เทียบภาพรวมของพระคมั ภีร์กบั ขอ้ นี เห็นไดช้ ดั วา่ ผชู้ อบธรรมนนั หมายถึงคนเหล่านนั ทีถูกนบั
วา่ เป็นคนชอบธรรม (หรือถูกประกาศวา่ เป็นคนชอบธรรม) โดยความเชือในพระเยซูคริสต์ ดู
โรม 5:1

*****
ภาพรวมของมทั ธิว 26: ในครึงแรกของมัทธิว 26 พระเยซูทรงจัดเตรียมและรับประทาน
พระกระยาหารมือสุดท้าย จากนันพระองค์กต็ รัสถึงการทีพระองค์จะทรงหลงั พระโลหิตซึงจะ

เป็นหมายสาํ คัญแห่งพันธสัญญาใหม่และเป็นเกณฑ์แห่งการยกโทษบาป จากนันพระองค์ก็
เสดจ็ ไปยงั สวนเกทเสมนีและทรงอธิษฐานอย่างสุดกาํ ลงั ต่อพระเจ้าโดยทรงตงั ตาคอยสิงทีกาํ ลงั
จะเกิดขึน ครึงหลังของมทั ธิว 26 เสนอการทรยศ การจับกมุ และการพิจารณาคดีพระเยซู ส่วน
หลังของบทนียงั มีเนือหาเกียวกบั การทีเปโตรปฏิเสธองค์พระผ้เู ป็นเจ้าของเขาอีกด้วย

มธ 26:1-2 หลงั จากตรัสคาํ เทศนาบนภเู ขาแลว้ พระเยซูกต็ รัสล่วงหนา้ ถงึ การทีอีกไม่
ถึงสองวนั พระองคจ์ ะทรงถูกทรยศเพอื ทีจะถกู ตรึงกางเขน ต่อมาเมอื พระเยซูตรัสถ้อยคาํ เหล่านี
เสร็จแล้ว พระองค์จงึ รับสังแก่พวกสาวกของพระองค์ว่า 2 "ท่านทงั หลายรู้อยู่ว่าอกี สองวนั จะ
ถงึ เทศกาลปัสกา และบุตรมนุษย์จะต้องถูกทรยศให้ถูกตรึงทกี างเขน"

ประเพณีดงั เดิมเชือกนั วา่ พระเยซูทรงถกู ตรึงกางเขนในวนั ศกุ ร์ของสัปดาห์นนั อยา่ งไร
กต็ าม ดงั ทีไดก้ ล่าวไวแ้ ลว้ ก่อนหนา้ นีในมทั ธิว 12:40 พระเยซูตรัสล่วงหนา้ อยา่ งชดั เจนวา่ บุตร
มนุษยจ์ ะทรงอยใู่ นทอ้ งแผน่ ดินโลกเป็นเวลาสามวนั สามคืน นนั จึงเป็นไปไม่ไดเ้ ลยทีพระองคจ์ ะ
ทรงถูกตรึงกางเขนในวนั ศุกร์ เห็นไดช้ ดั วา่ พระองคน์ ่าจะทรงถูกตรึงกางเขนในวนั พฤหสั ของ
สัปดาหน์ นั (ปัสกาอาจตรงกบั วนั ใดกไ็ ดใ้ นสปั ดาห์นนั และเห็นไดช้ ดั วา่ ตรงกบั วนั ศุกร์หนึงของ
ปี นนั ) เห็นไดช้ ดั วา่ สองวนั ก่อนหนา้ นนั ทาํ ใหเ้ หตุการณ์เหล่านีเกิดขึนประมาณวนั องั คารของ
สัปดาหส์ ุดทา้ ยของพระองค์

มธ 26:3-5 แผนการสมคบคิดเพอื ทีจะจบั กมุ และฆ่าพระองคจ์ ะเริมขึนในทนั ที ครัง
นันพวกปโุ รหิตใหญ่ พวกธรรมาจารย์ และพวกผู้ใหญ่ของประชาชนได้ประชุมกนั ทคี ฤหาสน์
ของมหาปโุ รหติ ผู้ซึงเรียกขานกนั ว่า คายาฟาส 4 ปรึกษากนั เพอื จะจบั พระเยซูด้วยอบุ ายเอาไป
ฆ่าเสีย 5 แต่พวกเขาพูดว่า "ในวนั เทศกาลเลยี งอย่าพงึ ทาํ เลย กลวั ว่าประชาชนจะเกดิ การ
วุ่นวาย"

คายาฟาสเป็นมหาปุโรหิตตงั แต่ปี ค.ศ. 18 ถึง ค.ศ. 36 พอ่ ตาของเขา คือ อนั นาส กเ็ ป็น
มหาปุโรหิตมาก่อนคือ ตงั แต่ปี ค.ศ. 6 ถึง ค.ศ. 15 แต่ตอนนนั หลายคนกย็ งั เรียกเขาวา่ มหา
ปุโรหิตอยู่ พวกโรมไดแ้ ต่งตงั คายาฟาสเหนืออนั นาสดว้ ยเหตุผลทางการเมืองหลายประการ
บรรดาผนู้ าํ ในหม่พู วกผใู้ หญ่ของอิสราเอลไดม้ ารวมตวั กนั ในวนั องั คารนนั เพอื วางแผนการ

จบั กมุ และฆ่าพระเยซูโดยตรง พวกเขามาเจอกนั ในคฤหาสน์ของคายาฟาส คาํ ทีแปลเช่นนนั
(เอาเล) ในบริบทนีน่าจะหมายถึงลานกวา้ งทีอยตู่ ิดกบั บา้ นของเขา ซึงเป็นเรืองปกติของพวก
คนรวยในสมยั นนั พวกเขาจึงปรึกษากนั หรือประชุมกนั เพอื คดิ วธิ ีกาํ จดั พระเยซูแห่งนาซาเร็ธเสีย
ใหพ้ น้ ๆ พวกเขายงั เผยใหเ้ ห็นลกั ษณะทีชวั ร้ายแห่งจิตใจของพวกเขาอีกโดยการหาโอกาสทีจะ
จบั พระเยซูดว้ ยอุบาย โดยหลีกเลียงการคดั คา้ นของประชาชนในวนั เทศกาลเลียง

คาํ ทีแปลวา่ อบุ าย (ดอลอส) มคี วามหมายวา่ ‘อยา่ งหลอกลวง’ หรือ ‘อยา่ งแอบๆ’ คน
พวกนีไม่เพียงเป็นนกั การเมืองโดยเนือแทเ้ ท่านนั แต่ยงั เป็นคนขขี ลาดอีกดว้ ย พวกเขาตอ้ งการ
กาํ จดั พระเยซูผนู้ ีโดยเสียแรงทางการเมืองใหน้ อ้ ยทีสุด ถึงแมพ้ วกประชาชนทวั ไปอาจไม่ไดเ้ ชือ
พระเยซูไปทงั หมด แต่พวกเขากม็ องพระองคว์ า่ เป็นศาสดาพยากรณ์ และดว้ ยเหตุนีพระองคจ์ ึง
เป็นทีนิยมชมชอบ ดงั นนั พวกผนู้ าํ จึงคดิ หาวธิ ีจบั พระองคแ์ ละฆ่าพระองคเ์ สียแบบลบั ๆและ
ออ้ มๆ

มธ 26:6 ขณะเดียวกนั พระเยซูกไ็ ดเ้ สดจ็ กลบั มายงั หม่บู า้ นเบธานีซึงอยชู่ านเมือง
และพกั อยทู่ ีบา้ นของซีโมนคนโรคเรือน มทั ธิวจึงบนั ทึกวา่ ในคราวทพี ระเยซูทรงประทบั อยู่หมู่
บ้านเบธานีในเรือนของซีโมนคนโรคเรือน เห็นไดช้ ดั วา่ ชายคนนีเป็นหนึงในคนโรคเรือนทีพระ
เยซูไดท้ รงรักษาไปก่อนหนา้ นีในการรับใชข้ องพระองค์

มธ 26:7-8 ขณะเมอื พระองค์ทรงเอนพระกายลงเสวยอยู่ มหี ญิงผู้หนึงถอื ผอบนํามนั
หอมราคาแพงมากมาเฝ้ าพระองค์ แล้วเทนํามนั นันบนพระเศียรของพระองค์ 8 พวกสาวกของ
พระองค์เมอื เห็นกไ็ ม่พอใจ จงึ ว่า "เหตุใดจงึ ทาํ ให้ของนีเสียเปล่า เมือเราอา้ งอิงบนั ทึกของยอห์น
ดว้ ย เรากจ็ ะเขา้ ใจวา่ ผหู้ ญิงทีถูกพดู ถึงคนนีไม่น่าใช่มารียน์ อ้ งสาวของมาร์ธาตามทีมีบอกไวใ้ น
เรืองคลา้ ยๆกนั ในยอหน์ 12 ในขอ้ นนั เหตุการณ์นนั เกิดขึนหกวนั ก่อนเทศกาลปัสกา คือเกิดก่อน
การทีพระองคเ์ สดจ็ เขา้ กรุงอยา่ งผมู้ ีชยั ดว้ ยซาํ

ในบนั ทึกทีคลา้ ยๆกนั นีซึงเกิดขึนก่อนหลายวนั ตามทียอห์นไดบ้ นั ทึกไว้ คนทีเดือดดาล
กบั การทีเขาคิดวา่ เป็นการกระทาํ ทีเสียของคือ ยดู าส แต่ตรงนีเห็นไดช้ ดั วา่ พวกสาวกคนอืนๆก็
เอาคาํ พดู นนั มาใชด้ ว้ ย

ผอบเป็นหินปูนแบบหนึงซึงตงั ชือตามชือเมืองอลาบาสเตอร์ในอียปิ ตซ์ ึงเป็นทีๆหินชนิด
นีถกู พบเป็นหลกั มนั ถูกแกะสลกั เป็นกล่องเลก็ ๆหรือจอกเลก็ ๆซึงเห็นไดช้ ดั วา่ ใช่ในกรณีนี สิงที
บรรจุอยใู่ นผอบทีวา่ นีคือ นาํ มนั ชโลมทีมีกลินหอมและมีราคาแพง หญิงผนู้ ีซึงไม่ไดถ้ กู ระบุวา่
เป็นใครจึงชโลมพระเยซูดว้ ยนาํ มนั ดงั กล่าว การกระทาํ ทีแสดงถึงการนมสั การนีในหมู่บา้ นเบ
ธานีเกิดขึนขณะทีสภาซานเฮดรินในกรุงเยรูซาเลม็ กาํ ลงั ประชุมกนั ทีบา้ นคายาฟาสเพือวางแผน
กาํ จดั พระเยซู

มธ 26:9-13 มทั ธิวบนั ทึกเกียวกบั การบ่นของพวกสาวกต่อไป ด้วยนํามนั นีถ้าขายกไ็ ด้
เงินมาก แล้วจะแจกให้คนจนกไ็ ด้" 10 เมอื พระเยซูทรงทราบจึงตรัสแก่เขาว่า "กวนใจหญงิ นี
ทาํ ไม เธอได้กระทาํ การดีแก่เรา 11 ด้วยว่าคนยากจนมอี ยู่กบั ท่านเสมอ แต่เราไม่อยู่กบั ท่านเสมอ
ไป 12 ซึงหญงิ นีได้เทนํามนั หอมบนกายเรา เธอกระทาํ เพอื การศพของเรา 13 เราบอกความจริง
แก่ท่านทงั หลายว่า ทไี หนๆทวั โลกซึงข่าวประเสริฐนีจะประกาศไป การซึงหญงิ นีได้กระทาํ จะ
เลอื งลอื ไปเป็ นทรี ะลกึ ถึงเขาทนี ันด้วย”

คาํ ทีแปลวา่ นํามนั หอม ตรงนี (มรู อน) มาจากคาํ วา่ มรู ์ราห์ ซึงคลา้ ยกบั คาํ ทีแปลวา่
มดยอบ ในมทั ธิว 2:11 ตอนทีพระเยซูทรงประสูติ มนั เป็นผลิตภณั ฑแ์ บบนาํ หอมซึงมกั ใชใ้ น
การอาบนาํ ยาศพเพอื กลบกลินคนตาย พระเยซูทรงยอมรับวา่ ผหู้ ญิงคนนีไดท้ าํ เช่นนีสาํ หรับการ
ฝังพระศพของพระองค์ บางทีพระวญิ ญาณบริสุทธิอาจทรงดลใจนางใหถ้ วายเกียรติแด่องคพ์ ระ
ผเู้ ป็นเจา้ ดว้ ยการนีก่อนทีพระองคจ์ ะทรงประสบความทุกขท์ รมานกไ็ ด้ อีกครังทีนีเป็นการบ่ง
บอกชดั เจนถึงสิงทีจะเกิดขึนต่อไป อยา่ งไรกด็ ี ดูเหมือนวา่ พวกสาวกจะไม่รู้เลยวา่ พระองคจ์ ะ
ทรงสินพระชนม์

พระเยซูจึงทรงตาํ หนิพวกสาวกทีชอบบ่นโดยทรงอธิบายวา่ ในทีใดกต็ ามทีข่าวประเสริฐ
นีจะถูกประกาศออกไปสกั วนั หนึง หญิงนิรนามคนนีกจ็ ะเป็นทีระลึกถึงสาํ หรับสิงทีนางได้
กระทาํ เพือองคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของนาง และกเ็ ป็นจริงทีขณะทีเราพดู กนั อยนู่ ี คาํ พยากรณ์นนั ก็
กาํ ลงั สาํ เร็จอยู่

มธ 26:14-16 ครังนันคนหนึงในพวกสาวกสิบสองคนชือ ยูดาสอสิ คาริโอท ได้ไปหา
พวกปุโรหติ ใหญ่ 15 ถามว่า "ถ้าข้าพเจ้าจะมอบพระองค์ไว้แก่ท่าน ท่านทงั หลายจะให้อะไร
ข้าพเจ้า" ฝ่ ายเขากส็ ัญญาจะให้เหรียญเงนิ แก่ยูดาสสามสิบเหรียญ 16 ตงั แต่เวลานันมายูดาสก็
คอยหาช่องทจี ะทรยศพระองค์

คาํ ทีแปลวา่ ครังนัน (ทอเถะ) มีความหมายวา่ ‘ในเวลานนั ’ ในเวลานนั ยดู าสไดเ้ ริมการ
ทรยศอนั ชวั ร้ายและฉาวโฉ่ เห็นไดช้ ดั วา่ ขณะทีพระเยซูทรงอยทู่ ีบา้ นของซีโมนคนโรคเรือนที
หมู่บา้ นเบธานี ยดู าสไดแ้ อบกลบั ไปทีกรุงเยรูซาเลม็ และอาจไปพบกบั พวกปุโรหิตใหญ่ขณะ
เดียวกบั ทีพวกเขากาํ ลงั คิดแผนรา้ ยกนั อยทู่ ีบา้ นคายาฟาสกไ็ ด้ ขอ้ เสนอทีเขายนื ใหแ้ ก่พวก
ปุโรหิตใหญ่กค็ ือ ‘ท่านทงั หลายจะใหอ้ ะไรแก่ข้าพเจ้า’

คาํ ทีแปลวา่ สัญญา (ฮิสเตมิ) ตรงนีมีความหมายวา่ ทาํ ขอ้ ตกลงกนั กล่าวอีกนยั หนึง พวก
เขาต่อรองกนั เรืองราคา ช่างเป็นขอ้ ตกลงทีเลวทรามจริงๆ คอื ต่อรองกนั เรืองราคาพระบุตรของ
พระเจา้ สุดทา้ ยพวกเขากต็ กลงกนั ไดท้ ีเหรียญเงินสามสิบเหรียญตามทีมีพยากรณ์ไวใ้ นเศคาริ
ยาห์ 11:12-13 อาจารยบ์ างท่านกส็ อนวา่ นีเป็นราคาของทาสในสมยั นนั เราเชือไดเ้ ลยวา่ พวกผนู้ าํ
ของอิสราเอลและยดู าสต่างมีความรู้สึกดูหมินพระเยซู ดงั นนั ยดู าสจึงคอยหาโอกาสเหมาะๆทีจะ
ทรยศพระเยซู

มธ 26:17-19 ในวนั ต้นเทศกาลกนิ ขนมปังไร้เชือ พวกสาวกมาทูลถามพระเยซูว่า
"พระองค์ทรงปรารถนาจะให้ข้าพระองค์ทงั หลายจดั เตรียมปัสกาให้พระองค์เสวยทไี หน"
18 พระองค์จงึ ตรัสว่า "จงเข้าไปหาผู้หนึงในกรุงนัน บอกเขาว่า `พระอาจารย์ว่า เวลาของเรามา
ใกล้แล้ว เราจะถอื ปัสกาทบี ้านของท่านพร้อมกบั พวกสาวกของเรา'" 19 ฝ่ ายสาวกเหล่านันก็
กระทาํ ตามทพี ระเยซูทรงรับสัง แล้วได้จดั เตรียมปัสกาไว้พร้อม

การพดู ถึงเรืองเทศกาลกินขนมปังไร้เชือและเทศกาลปัสกาเป็นเรืองทีเราควรหมายเหตุ
ไว้ เทศกาลปัสกากเ็ ป็นเทศกาลเริมตน้ เทศกาลกินขนมปังไร้เชือทีกินเวลานานกวา่ คือเจด็ วนั
เมือพวกสาวกทูลถามพระเยซูวา่ พวกเขาจะกินปัสกาทีไหน พระองคก์ ท็ รงสังพวกเขาใหก้ ลบั ไป
ยงั กรุงเยรูซาเลม็ และไปหา “ผหู้ นึง” เราไม่ทราบวา่ ชายคนนีเป็นใคร ถึงแมเ้ ห็นไดช้ ดั วา่ พระเยซู

ทรงสังพวกเขาเช่นนนั ทงั มาระโกและลูกาบ่งบอกวา่ ชายคนนีจะทูนหมอ้ นาํ ดงั นนั เห็นไดช้ ดั วา่
ชายคนนีเป็นผรู้ ับใชค้ นหนึง บางคนคิดวา่ บา้ นหลงั นนั ซึงเห็นไดช้ ดั วา่ ตอ้ งเป็นบา้ นคนมีเงินเป็น
บา้ นของมารียม์ ารดาของยอห์นมาระโก ทีนนั เองพวกสาวกจึงตระเตรียมสาํ หรับพิธีปัสกา

มธ 26:20-25 ครันถึงเวลาพลบคาํ พระองค์เอนพระกายลงร่วมสํารับกบั สาวกสิบสอง
คน เห็นไดช้ ดั วา่ พระเยซูไดเ้ สดจ็ กลบั มาทีกรุงเยรูซาเลม็ จากหมู่บา้ นเบธานีซึงเป็นทีๆพระองค์
ประทบั อยกู่ ่อนหนา้ นนั 21 เมอื รับประทานกนั อยู่พระองค์จงึ ตรัสว่า "เราบอกความจริงแก่ท่าน
ทงั หลายว่า คนหนึงในพวกท่านจะทรยศเรา" 22 ฝ่ ายพวกสาวกกพ็ ากนั เป็ นทุกข์นัก ต่างคนต่าง
เริมทูลถามพระองค์ว่า "พระองค์เจ้าข้า คอื ข้าพระองค์หรือ" 23 พระองค์ตรัสตอบว่า "ผู้ทเี อา
อาหารจิมในชามเดยี วกนั กบั เรา ผู้นันแหละทจี ะทรยศเรา

วลีทีพดู ถงึ ‘จิมในชามเดียวกนั ’ น่าจะหมายถึงการจิมขนมปังลงในชามนาํ แกง ทุกคนที
โตะ๊ นนั กจ็ ะจิมในชามเหมือนกนั เพราะวา่ นนั เป็นธรรมเนียมการรับประทานอาหารปกติของ
คนในสมยั นนั อยา่ งไรกต็ าม เห็นไดช้ ดั วา่ ยดู าสเพิงทาํ เช่นนนั ลงไป คาํ ทแี ปลวา่ จิม (เอม็ บพั โต)
เป็นคาํ รูปอดีตซึงน่าจะบ่งบอกวา่ ยดู าสเพิงจิมในชามนนั ไป

24 บุตรมนุษย์จะเสด็จไปตามทไี ด้เขยี นไว้ว่าด้วยพระองค์นัน แต่วบิ ัตแิ ก่ผู้ทที รยศบุตร
มนุษย์ ถ้าคนนันมไิ ด้บังเกดิ มากจ็ ะเป็ นการดีต่อคนนันเอง" 25 ยูดาสทไี ด้ทรยศพระองค์ทูลถาม
ว่า "อาจารย์เจ้าข้า คอื ข้าพระองค์หรือ" พระองค์ตรัสตอบเขาว่า "ท่านพดู เองแล้วนี"

เมือพวกเขาเริมรับประทานอาหารในพิธีปัสกา พระเยซูกต็ รัสกบั พวกเขาวา่ มีคนหนึงใน
พวกเขาจะทรยศพระองค์ แต่ละคนจึงถามตามหนา้ ทีวา่ เป็นตนหรือไม่ เห็นไดช้ ดั วา่ ยดู าสกท็ าํ
ตามคนอนื ดว้ ยเพือปิ ดบงั ตวั ตนของเขา พระเยซูทรงบ่งบอกวา่ จะดีเสียกวา่ หากผทู้ รยศคนนีไม่
เคยเกิดมาเลย เมือยดู าสถามวา่ “คือขา้ พระองคห์ รือ” พระเยซูกท็ รงตอบวา่ “ท่านพดู เองแลว้ นี”
นีเท่ากบั พระองคต์ รัสวา่ ‘ใช่แลว้ ’ แก่ยดู าส แต่เห็นไดช้ ดั วา่ พวกสาวกทีเหลือไม่ไดเ้ กบ็ มาคิดเลย

มธ 26:26 ระหว่างอาหารมอื นัน พระเยซูทรงหยบิ ขนมปังมา และเมอื ขอบพระคุณ
แล้ว ทรงหักส่งให้แก่เหล่าสาวกตรัสว่า "จงรับกนิ เถดิ นีเป็ นกายของเรา" ใหเ้ ราสงั เกตวา่ ก่อนที
พระเยซูทรงรับประทานขนมปังนนั พระองคท์ รงขอบพระคุณก่อน นีบ่งบอกวา่ เราควรทาํ แบบ

เดียวกนั ก่อนทีเรารับประทานอาหาร เมือพระองคท์ รงแจกขนมปังไร้เชือแก่พวกสาวก พระองค์
ตรัสวา่ “จงรับกินเถิด นีเป็นกายของเรา” เห็นไดช้ ดั วา่ ขนมปังทีอยใู่ นพระหตั ถข์ องพระองค์
ไม่ใช่พระกายของพระองคจ์ ริงๆ แต่เป็นสัญลกั ษณ์ทีแสดงถึงพระกายของพระองคต์ ่างหาก นียงั
คงเป็นจริงเหมือนเดิมในพิธีศลี ระลกึ ในปัจจุบนั

มธ 26:27-28 แล้วพระองค์จงึ ทรงหยบิ ถ้วยมาขอบพระคุณและส่งให้เขา ตรัสว่า "จง
รับไปดมื ทุกคนเถดิ 28 ด้วยว่านีเป็ นโลหิตของเราอนั เป็ นโลหติ แห่งพนั ธสัญญาใหม่ ซึงต้องหลงั
ออกเพอื ยกบาปโทษคนเป็ นอนั มาก

เมือพระเยซูทรงดืมผลแห่งเถาองุ่นนนั (นีบ่งบอกชดั เจนวา่ นาํ องุ่นนีไม่ไดถ้ ูกหมกั )
พระองคก์ ต็ รัสวา่ นีเป็ นโลหติ ของเราอนั เป็ นโลหิตแห่งพนั ธสัญญาใหม่ ซึงต้องหลงั ออกเพอื ยก
บาปโทษคนเป็ นอนั มาก อีกครังทีนีเป็นสัญลกั ษณ์อยา่ งชดั เจน จนถึงตอนนี พระองคย์ งั มิไดท้ รง
หลงั พระโลหิตเลย แต่นาํ องุ่นทีอยใู่ นถว้ ยนนั เป็นสญั ลกั ษณ์ทีแสดงถึงพระโลหิตของพระองคท์ ี
จะหลงั ออกอยา่ งชดั เจน

พวกฮีบรูสมยั โบราณมธี รรมเนียมในการยนื ยนั (หรือ 'ปิ ดทา้ ย') พนั ธสญั ญาโดยการเอา
เลือดมาทา คาํ วา่ พันธสัญญา ถูกแปลมาจากคาํ วา่ ดีอาเธเค ในกรณีของพนิ ยั กรรม มนั จะมีผลก็
ต่อเมือหลงั จากทีผทู้ าํ พนิ ยั กรรมเสียชีวติ แลว้ เห็นไดช้ ดั วา่ นีเป็นพันธสัญญาใหม่ทีมีกล่าวล่วง
หนา้ ไวใ้ นเยเรมีย์ 31:1 การทีพระเยซูทรงหยบิ ถว้ ยนนั กบ็ ่งบอกชดั เจนวา่ มนั เป็นสัญลกั ษณ์ที
แสดงถึงพนั ธสญั ญาทีพระองคก์ าํ ลงั จะทรงทาํ

นอกจากนี พระเยซูยงั ตรัสต่อไปอีกวา่ พระโลหิตของพระองคจ์ ะตอ้ งหลงั ออก “เพือยก
บาปโทษคนเป็นอนั มาก” คาํ ทีแปลวา่ ยกบาปโทษ (อาเฟะซิส) กเ็ ป็นคาํ ทีปกติแลว้ แปลวา่ 'การ
ยกโทษให'้ พระโลหิตทีหลงั ออกของพระเยซูคริสตเ์ ป็นเกณฑใ์ นการยกโทษบาป โรม 3:24-25
บ่งบอกวา่ พระโลหิตทีหลงั ออกของพระคริสตน์ นั ไม่เพยี งชาํ ระความบาปในอนาคตไดเ้ ท่านนั
แต่ยงั สามารถชาํ ระบาปของคนทงั ปวงทีมีมาตงั แต่ก่อนการตรึงกางเขนดว้ ย ความบาปทงั หมด
ไดร้ ับการอภยั โดยความเชือในพระโลหิตทีหลงั ออกของพระคริสต์

มธ 26:29 เราบอกท่านทงั หลายว่า เราจะไม่ดมื นําผลแห่งเถาองุ่นต่อไปอกี จนวนั นัน
มาถงึ คอื วนั ทเี ราจะดืมกนั ใหม่กบั พวกท่านในอาณาจกั รแห่งพระบดิ าของเรา" พระเยซูตรัสกบั
พวกสาวกวา่ พระองคจ์ ะไม่ทรงมีส่วนในอาหารพธิ ีปัสกาอีก (ดืมนาํ ผลแห่งเถาองุ่น) จนกวา่ วนั
นนั ทีพระองคไ์ ดร้ ับการสถาปนาในอาณาจกั รแห่งพระบิดาของพระองค์ พระสญั ญานนั กย็ งั ไม่
สาํ เร็จอยใู่ นตอนนี หลงั จากทรงฟื นคนื พระชนม์ ไม่มีบนั ทึกเลยวา่ พระองคท์ รงดืมนาํ ผลแห่งเถา
องุ่น อยา่ งไรกต็ าม เมือพระองคเ์ สดจ็ กลบั มาในสง่าราศีของพระองค์ นนั กเ็ ป็นสิงหนึงทีพระองค์
จะตอ้ งทาํ แน่ๆ ตอนนนั พวกสาวกอาจไม่เขา้ ใจความหมายเชิงพยากรณ์ของคาํ ตรัสดงั กล่าว

มธ 26:30 มทั ธิวจึงบนั ทึกวา่ เมอื พวกเขาร้องเพลงสรรเสริญแล้ว เขากพ็ ากนั ออกไป
ยงั ภูเขามะกอกเทศ ธรรมเนียมของพวกยวิ มีอยวู่ า่ พอจบการรับประทานอาหารในพธิ ีปัสกา พวก
เขากจ็ ะตอ้ งร้องเพลงสดุดีฮาเลล (สดุดี 115-118) จริงๆแลว้ นีกค็ ือเพลงสดุดีฮาเลลูยาห์
(สรรเสริญองคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ) นนั เอง ถึงแมเ้ ราไม่รู้วา่ พวกเขาร้องเพลงสดุดีบทไหนตรงนี แต่มนั
กต็ อ้ งเป็นหนึงในบทดงั กล่าวดา้ นบนแน่นอน เห็นไดช้ ดั วา่ พวกเขาเริมเดินแบบไม่รีบร้อนจาก
กรุงเยรูซาเลม็ ขา้ มหุบเขาขิดโรนไปยงั สวนเกทเสมนี น่าจะเป็นช่วงเวลานีเองทีพระเยซูทรงแบ่ง
ปันเนือหาทีมีบนั ทึกไวใ้ นยอหน์ บทที 15-17 กบั พวกสาวก

มธ 26:31-35 พระเยซูจึงทรงบ่งชีวา่ ก่อนทีคาํ คืนนีจะสินสุดลง พวกเขาทุกคนกจ็ ะ
สะดุดเพราะพระองค์ ครังนันพระเยซูตรัสกบั เหล่าสาวกว่า "ในคนื วนั นีท่านทุกคนจะสะดุด
เพราะเรา ด้วยมคี าํ เขยี นไว้ว่า `เราจะตผี ู้เลยี งแกะ และแกะฝูงนันจะกระจดั กระจายไป' พระเยซู
จึงทรงยกขอ้ ความจากเศคาริยาห์ 13:7

พระองคต์ รัสต่อไปวา่ 32 แต่เมอื เราฟื นขนึ มาแล้ว เราจะไปยงั แคว้นกาลลิ กี ่อนหน้า
ท่าน" อีกครังทีพระเยซูตรสั เป็นนยั ชดั เจนถึงการสินพระชนมข์ องพระองค์ และทีชดั ยงิ กวา่ นนั ก็
คือ การฟื นคืนพระชนมข์ องพระองคด์ ว้ ย พระองคต์ รัสกบั พวกเขาวา่ พระองคจ์ ะเสดจ็ ไปยงั
แควน้ กาลิลีเมือถึงตอนนนั หลงั จากทรงฟื นคืนพระชนมแ์ ลว้ ทตู สวรรคท์ ีอุโมงคน์ นั กบ็ อกพวก
ผหู้ ญิงใหไ้ ปเตือนความจาํ พวกสาวกวา่ พระองคจ์ ะเสดจ็ ไปยงั แควน้ กาลิลี ดู มทั ธิว 28:7 เห็นได้
ชดั วา่ คาํ ตรัสนีสาํ เร็จในยอห์น 21:1-14

ขณะเดียวกนั เปโตรกห็ ุนหนั ปฏิเสธวา่ เขาจะไม่มีวนั สะดุดเพราะพระเยซูเลย พวกสาวก
ทีเหลือกก็ ล่าวเช่นนนั เหมือนกนั 33 ฝ่ ายเปโตรทูลตอบพระองค์ว่า "แม้คนทงั ปวงจะสะดุด
เพราะพระองค์ ข้าพระองค์จะสะดุดกห็ ามไิ ด้เลย" 34 พระเยซูตรัสกบั เขาว่า "เราบอกความจริง
แก่ท่านว่า ในคนื นีก่อนไก่ขัน ท่านจะปฏเิ สธเราสามครัง" ก่อนทีไก่ตวั ผตู้ วั นนั จะขนั ในเชา้ วนั
ต่อมา เปโตรกจ็ ะปฏิเสธพระองคไ์ ปแลว้ สามครังจริงๆ

35 เปโตรทูลพระองค์ว่า "ถงึ แม้ข้าพระองค์จะต้องตายกบั พระองค์ ข้าพระองค์กจ็ ะไม่
ปฏเิ สธพระองค์เลย" เหล่าสาวกกท็ ูลเช่นนันเหมือนกนั ทุกคน พวกสาวกทีเหลือกร็ ่วมวงกบั เป
โตรดว้ ย อยา่ งนอ้ ยเปโตรกต็ ิดตามพระเยซูไปหลงั จากทีพระองคท์ รงถกู จบั กมุ แลว้ ยกเวน้ ยอห์น
สาวกทีเหลืออีกเกา้ คนกท็ ิงพระองคแ์ ละหนีไปกนั หมด

มธ 26:36-38 พระองคจ์ ึงเสดจ็ มาทีสวนเกทเสมนีซึงมีความหมายตรงตวั วา่ 'บ่อยาํ
มะกอก' สถานทีนีอยทู่ างฐานฝังตะวนั ตกของภเู ขามะกอกเทศโดยอยตู่ ิดกบั หุบเขาขิดโรน โดย
อยตู่ รงขา้ มกบั พระวหิ ารซึงอยอู่ ีกฝังหนึงของหุบเขานี

มทั ธิวจึงบนั ทึกวา่ แล้วพระเยซูทรงพาสาวกมายงั ทแี ห่งหนึงเรียกว่า เกทเสมนี แล้วตรัส
กบั สาวกว่า "จงนังอยู่ทนี ีขณะเมอื เราจะไปอธิษฐานทโี น่น" พระองคท์ รงสังใหพ้ วกสาวกส่วน
ใหญ่นงั อยใู่ นทีๆหนึง คาํ ทีแปลวา่ ทโี น่น (เอะเคะอี) มีความหมายวา่ 'ทีนนั ' อยา่ งไรกต็ าม
พระองคท์ รงพาพวกสาวกวงในไปกบั พระองคด์ ว้ ย (เปโตร ยากอบ และยอหน์ ) นีเป็นสามคน
เดิมทีอยบู่ นภเู ขาจาํ แลงพระกายดว้ ย 37 พระองค์กพ็ าเปโตรกบั บุตรชายทงั สองของเศเบดไี ป
ด้วย พระองค์ทรงเริมโศกเศร้าและหนักพระทยั ยงิ นกั

ขณะทีพระเยซูทรงตรึกตรองถึงสิงทีรอคอยพระองคอ์ ยไู่ ม่ไกล พระองคก์ เ็ ริมโศกเศร้า
นอกจากนีมทั ธิวบนั ทึกวา่ พระองคท์ รงหนักพระทยั ยงิ นกั คาํ ทีแปลเช่นนนั (อาเดมอเนะโอ) มี
ความหมายวา่ 'ไม่สบายใจ' และถึงขนาด 'สลดหดหู่' เลยดว้ ยซาํ เมอื พระองคท์ รงคิดถึงการที
พระองคจ์ ะทรงถูกหกั หลงั ถูกปฏิเสธโดยประชากรของพระองค์ และกลายเป็นความบาปเพือเรา
ทงั ๆทีพระองคไ์ ม่ทรงทาํ บาปเลย ความเป็นมนุษยข์ องพระองคก์ แ็ ทบจะแบกภาระหนกั อึงนีไม่
ไหว พระองคจ์ ึงทรงบอกสามคนนนั ซึงอยใู่ กลพ้ ระองคว์ า่ 38 พระองค์จึงตรัสกบั เขาว่า "ใจของ

เราเป็ นทุกข์แทบจะตาย จงเฝ้ าอยู่กบั เราทนี ีเถดิ " อีกครังทีมีการสือถึงการตรึงกางเขนทีใกลเ้ ขา้
มาแลว้ อนั ทีจริงแลว้ ภาระอนั แสนหนกั อึงนีกโ็ ถมทบัั ลงบนพระองคจ์ นพระองคเ์ กือบจะ
สินพระชนมต์ รงนนั ณ เวลานนั เลยดว้ ยซาํ ในบนั ทึกของลูกา เราอ่านเจอวา่ พระเจา้ ทรงใชท้ ตู
สวรรคต์ นหนึงมาชูกาํ ลงั พระองคด์ ว้ ย ดู ลกู า 22:43 อยา่ งไรกต็ ามเห็นไดช้ ดั วา่ พวกสาวกไม่รู้ถึง
ความหมายดงั กล่าวเลย พระองคจ์ ึงทรงสังใหพ้ วกเขาเฝ้ าระวงั และรอคอยพระองค์

มธ 26:39 ใหเ้ ราสังเกตความหนกั หนาสาหสั ในคาํ อธิษฐานของพระองค์ แล้ว
พระองค์เสดจ็ ดาํ เนนิ ไปอกี หน่อยหนึง กซ็ บพระพกั ตร์ลงถงึ ดนิ อธิษฐานว่า พระองคม์ ิไดท้ รง
คุกเข่า แต่ทรงซบพระพกั ตร์ลงถึงดิน พระองคท์ รงร้องทูลดว้ ยความเป็นมนุษยอ์ นั อ่อนแอของ
พระองคว์ า่ "โอ พระบดิ าของข้าพระองค์ ถ้าเป็ นได้ขอให้ถ้วยนีเลอื นพ้นไปจากข้าพระองค์เถดิ
พระองคท์ รงทราบวา่ อีกเดียวจะเกิดอะไรขึน และในความเป็นมนุษยข์ องพระองคแ์ ลว้ พระองค์
จึงมิทรงแน่ใจวา่ พระองคจ์ ะทรงรับไหวไหม “ถว้ ยนี” ทีวา่ เป็นคาํ เปรียบเปรย โดยในกรณีนี
หมายถึง ตะกอนกน้ ถว้ ยอนั ขมขืนแห่งความตาย กระนนั ในความเป็นพระเจา้ ของพระองค์
พระองคก์ ท็ รงอธิษฐานวา่ แต่อย่างไรกด็ ี อย่าให้เป็ นตามใจปรารถนาของข้าพระองค์ แต่ให้เป็ น
ไปตามพระทยั ของพระองค์" เราเห็นชดั เจนถึงความบริสุทธิศกั ดิสิทธิแห่งความเป็นพระเจา้ ของ
พระองคเ์ มือพระองคท์ รงยอมจาํ นนดว้ ยความนบนอบเชือฟังต่อพระประสงคข์ องพระบิดาผู้
สถิตในสวรรคข์ องพระองค์

มธ 26:40-41 พระองคจ์ ึงเดินกลบั ไปหาเปโตรและสาวกคนอืนๆและเห็นวา่ พวกเขา
นอนหลบั อยู่ พระองค์จงึ เสด็จกลบั มายงั สาวกเหล่านัน เห็นเขานอนหลบั อยู่ และตรัสกบั เปโตร
ว่า "เป็ นอย่างไรนะ ท่านทงั หลายจะคอยเฝ้ าอยู่กบั เราสักชัวเวลาหนึงไม่ได้หรือ 41 จงเฝ้ าระวงั
และอธษิ ฐาน เพอื ท่านจะไม่เข้าในการทดลอง จติ ใจพร้อมแล้วกจ็ ริง แต่เนือหนังยงั อ่อนกาํ ลงั "
ในช่วงเวลาทีสาํ คญั ยงิ ทีสุดในชีวติ อนั เป็นนิรันดร์ของพระองค์ เหล่าเพอื นทีใกลช้ ิดทีสุดของ
พระองคก์ ลบั นอนหลบั

เราเห็นถึงหลกั การอนั ลึกซึงประการหนึงเกียวกบั การอธิษฐาน 41 จงเฝ้ าระวงั และ
อธิษฐาน เพอื ท่านจะไม่เข้าในการทดลอง เมือเราเฝ้ าระวงั นนั คือ เมือเรามีวนิ ยั ทางความคิดเพอื ที

จะจดจ่อในสิงทีเราควรจดจ่อ และเมือเราอธิษฐานโดยไม่หยดุ เรากจ็ ะไม่เขา้ ในการทดลอง การ
อธิษฐานนนั มีคุณสมบตั ิในการเป็นยาฆ่าเชือฝ่ ายวญิ ญาณ ตราบใดทีเรามจี ิตใจทีฝักใฝ่ ในการ
อธิษฐาน เรากจ็ ะไม่ดาํ เนินตามเนือหนงั ดงั นนั เรากจ็ ะไม่ลม้ ในการทดลองง่ายๆ นอกจากนีเมือ
เรายงั ติดสายคุยกบั พระเจา้ อยู่ พญามารกต็ ิดต่อเราไม่ได้ เพราะวา่ สายไม่วา่ ง

น่าเสียดายทีวา่ เนือหนงั นนั อ่อนแอถึงแมว้ า่ จิตวญิ ญาณนนั พร้อมอยู่ พวกสาวกเดินทางมา
เหนด็ เหนือยตลอดทงั วนัั เวลา ณ ตอนนีน่าจะเป็นช่วงดึกแลว้ พวกเขาจึงถ่างตาต่อไปไม่ไหว
แลว้ ถงึ แมว้ า่ หลายชวั โมงก่อนหนา้ นีพวกเขากล่าววา่ จะสวามิภกั ดิต่อพระเยซูในฝ่ ายวญิ ญาณ
แต่ในดา้ นเนือหนงั พวกเขากไ็ ม่อาจฝืนตวั ไม่ใหห้ ลบั ได้

มธ 26:42-43 อีกครังทีพระเยซูยอ้ นกลบั มาตรัสถึงการอธิษฐานดว้ ยความร้อนรนอยา่ ง
จริงจงั โดยเรียกสิงทีรออยเู่ บืองหนา้ วา่ ถว้ ย พระองคเ์ สดจ็ กลบั ไปอธิษฐานอีกครังวา่ "โอ ข้าแต่
พระบิดาของข้าพระองค์ ถ้าถ้วยนีเลอื นพ้นไปจากข้าพระองค์ไม่ได้ และข้าพระองค์จําต้องดืม
แล้ว กใ็ ห้เป็ นไปตามนําพระทยั ของพระองค์" 43 ครันพระองค์เสดจ็ กลบั มากท็ รงพบสาวกนอน
หลบั อกี เพราะเขาลมื ตาไม่ขนึ อยา่ งไรกต็ าม ใหเ้ ราสงั เกตวา่ นาํ เสียงของคาํ อธิษฐานของ
พระองคเ์ ปลียนไปจากขอ้ 39 ในขอ้ นนั พระองคท์ รงขอใหถ้ ว้ ยนนั เลอื นพน้ ไปจากพระองค์
คราวนีพระองคท์ รงยอมรับวา่ มนั เป็นสิงทีเลียงไม่พน้ และทรงอธิษฐานขอใหเ้ ป็นไปตามพระ
ประสงคข์ องพระเจา้ อกี ครังทีพระองคก์ ลบั มาพบพวกเขาหลบั ยาม

มธ 26:44-46 พระองคท์ รงอธิษฐานเป็นครังทีสามเหมือนกบั สองครังก่อนหนา้ นนั
พระองค์จงึ ทรงละพวกเขาไว้ เสดจ็ ไปอธิษฐานครังทสี ามด้วยถ้อยคาํ เช่นเดิมอกี 45 แล้ว
พระองค์เสดจ็ มายงั พวกสาวกของพระองค์ ตรัสว่า "เดยี วนี จงนอนต่อไปให้หายเหนือยเถิด
ดูเถิด เวลามาใกล้แล้ว และบุตรมนุษย์จะต้องถูกทรยศให้ตกอยู่ในมอื ของคนบาป 46 ลกุ ขนึ ไป
กนั เถดิ ดูเถดิ ผู้ทจี ะทรยศเรามาใกล้แล้ว"

ในคาํ ตรัสของพระองคอ์ าจมีการประชดประชนั อยบู่ า้ ง พระเยซูอาจตรัสเป็นนยั วา่ 'เชิญ
หลบั ต่อตามสบาย พวกท่านพลาดโอกาสในการปรนนิบตั ิเราในช่วงเวลาทีเราเดือดเนือร้อนใจ
ไปแลว้ ตอนนีมนั สายไปแลว้ ' หรือพระองคอ์ าจตรัสในเชิงคาํ ถามกไ็ ดว้ า่ 'ท่านจะนอนหลบั พกั

ผอ่ นตอนนีหรือ ดูเถิด เวลานนั กม็ าใกลแ้ ลว้ ' พระองคจ์ ึงตรัสวา่ 'ลุกขึนและใหเ้ ราไปกนั เถอะ ผทู้ ี
จะทรยศเรากม็ าถึงแลว้ '

มธ 26:47-49 ขณะทีพระเยซูกาํ ลงั ปลุกพวกสาวกทีกาํ ลงั ง่วงอยนู่ นั ยดู าสกก็ ลบั มาพอดี
พระองค์ตรัสยงั ไม่ทนั ขาดคาํ ดูเถิด ยูดาส คนหนึงในเหล่าสาวกสิบสองคนนัน ได้เข้ามา และมี
ประชาชนเป็ นอนั มากถือดาบ ถอื ไม้ตะบอง มาจากพวกปโุ รหติ ใหญ่และพวกผู้ใหญ่แห่ง
ประชาชน ใหเ้ ราสังเกตวา่ ยดู าสถูกบรรยายวา่ เป็น “คนหนึงในเหล่าสาวกสิบสองคนนนั ” เรา
เห็นถงึ การคิดคดทรยศของเขามากยงิ ขึนเมือเราเห็นวา่ เขามีฐานะเป็นหนึงในสาวกทีพระองค์
ทรงเลือกและไวใ้ จ ยดู าสพากล่มุ คนถืออาวธุ มาดว้ ยซึงมาจากพวกยวิ ทีมีอาํ นาจ

บางคนสันนิษฐานวา่ คนกลุ่มนีรวมถงึ พวกทหารโรมนั ทีถกู ยมื ตวั มาและพวกเจา้ หนา้ ที
ประจาํ พระวหิ ารของพวกยวิ ดว้ ย ยอหน์ 18:3 บอกเป็นนยั ถึงคนกลุ่มแรก ดูคาํ อธิบายตรงนนั ได้
น่าแปลกตรงทีพวกสาวกขีเซาอีกแปดคนทีอยตู่ รงทางเขา้ สวนมิไดห้ า้ มปรามคนเหล่านีเลย

ก่อนหนา้ นียดู าสไดบ้ อกพวกผสู้ มรู้ร่วมคิดของเขาแลว้ วา่ เขาจะชีตวั พระเยซูอยา่ งไร นนั
คือ การจุบในแสงสลวั ๆยามคาํ คืน จากนนั เขากท็ กั ทายพระองคอ์ ยา่ งน่าเลือมใส โออ้ วด และ
หนา้ ซือใจคด 48 ผู้ทจี ะทรยศพระองค์นันได้ให้อาณัตสิ ัญญาณแก่เขาว่า "เราจะจุบผู้ใด กเ็ ป็ นผู้
นันแหละ จงจบั กมุ เขาไว้ให้แน่นหนาเถดิ " 49 ขณะนัน ยูดาสตรงมาหาพระเยซูทูลว่า "สวสั ดี
พระอาจารย์" แล้วจุบพระองค์ คาํ ทีแปลวา่ สวสั ดี (ไคโร) เป็นคาํ ทีปกติแลว้ แปลวา่ 'ชืนชมยนิ ดี'
มนั เป็นสาํ นวนทีใชท้ กั ทายกนั อยา่ งไรกต็ าม ความหมายทีสือออกมานนั กไ็ ม่ใช่เลยเพราะความ
หนา้ ซือใจคดของยดู าส

คาํ ทีแปลวา่ จุบ (คาทาฟิ เละโอ) มีความหมายวา่ 'จูบอยา่ งอ่อนโยน' มนั มีความหมายตรง
ตวั วา่ 'ดว้ ยความรักใคร่' ช่างเป็นการตีสองหนา้ แสนชวั รา้ ยอนั เหลือเชือ การทรยศของยดู าสมแี ต่
จะเปิ ดเผยใหเ้ ห็นถึงความเสือมทรามอยา่ งร้ายกาจของจิตใจมนุษยท์ ีบาปหนา เขารู้อยแู่ ลว้ วา่ เขา
กาํ ลงั ทาํ อะไรอยู่ และเขากท็ าํ มนั ลงไปอยดู่ ี!

มธ 26:50 พระเยซูตรัสกบั เขาว่า "สหายเอ๋ย มาทนี ีทาํ ไม" คนเหล่านันกเ็ ข้ามาจับ
พระเยซูและคุมไป คาํ ทีพระเยซูทรงใช้ สหาย (เฮะทาอีรอส) เป็นคาํ ทีควรหมายเหตุไว้ มนั เป็น

คาํ ทีแสดงถึงการเป็นเพอื นตายทีร่วมหวั จมทา้ ยไปดว้ ยกนั ซึงต่างจากคาํ วา่ เพือน (ฟิ ลอส) พระ
เยซูไม่ทรงมีนิสัยชอบประชดประชนั พวกสาวกของพระองค์ แต่แมใ้ นยามทีถกู ทรยศ พระองคก์ ็
ยงั ทรงแสดงความกรุณาต่อผทู้ ีทรยศพระองค์ นีเท่ากบั พระเยซูตรัสถามวา่ 'ทาํ ไมท่านอยทู่ ีนี'

มธ 26:51-52 ดูเถิด มคี นหนึงทอี ยู่กบั พระเยซู ยนื มอื ชักดาบออก ฟันหูผู้รับใช้คนหนึง
ของมหาปโุ รหติ ขาด 52 พระเยซูจงึ ตรัสกบั เขาว่า "จงเอาดาบของท่านใส่ฝักเสีย ด้วยว่าบรรดาผู้
ถือดาบจะพนิ าศเพราะดาบ

ถึงแมม้ ทั ธิวไม่ไดบ้ นั ทึกวา่ เป็นใคร แต่ข่าวประเสริฐของยอห์นกก็ ล่าววา่ เปโตรเป็นคน
ชกั ดาบมาฟันหูผรู้ ับใชข้ องมหาปุโรหิต (มลั คสั ตามทีบนั ทึกของยอห์นไดก้ ล่าวไว)้ เขาน่าจะมี
ดาบเล่มหนึง (หรือมีดเล่มใหญ่) ซึงมีไวส้ าํ หรับเตรียมมืออาหารในพิธีปัสกาซึงเขาไดจ้ ดั เตรียม
ไวก้ ่อนล่วงหนา้ ในเยน็ วนั นนั

อาจเป็นไปไดว้ า่ เปโตรตงั ใจทีจะฟันหวั ชายคนนีใหข้ าด เมือเขาหลบ เปโตรจึงฟันโดน
แค่หูของเขา อาวธุ ทีเขาใชน้ ่าจะเป็นมีดเล่มใหญ่ (อิงตามคาํ กรีกทีใช้ คือ มาไครา) มีดดงั กล่าวถกู
ใชใ้ นการแล่เนือลกู แกะพธิ ีปัสกา และมนั ไม่ใช่เรืองแปลกทีนกั เดินทางทีเดินทางดว้ ยเทา้ ในสมยั
นนั จะพกมีดดงั กล่าวติดตวั ไวเ้ พอื ป้ องกนั ตวั จากสัตวป์ ่ าหรือโจรทีมาปลน้ มนั ไม่น่าจะใช่ดาบที
ใชใ้ นทางทหารหรือเปรียบไดก้ บั การพกปื นในสมยั นี แต่มนั กใ็ ชเ้ ป็นอาวธุ ไดอ้ ยดู่ ี

พระเยซูตรัสคาํ พดู ทีเป็นสติปัญญามาจนถึงทุกวนั นี “ดว้ ยวา่ บรรดาผถู้ ือดาบจะพนิ าศ
เพราะดาบ” ในทางปฏิบตั ิแลว้ การพกพาหรือการเป็นเจา้ ของอาวธุ มกั ยวั ยใุ หเ้ กิดการฆ่ากนั ตาย
ได้ การทีคริสเตียนทงั หลายจะวางใจองคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ใหท้ รงเป็นโล่และทีหลบภยั ของตนกด็ ี
กวา่ ทีจะใชอ้ าวธุ เพอื ป้ องกนั ตวั เอง

มธ 26:53 ขณะทีพระเยซูทรงอยใู่ นขนั ตอนของการถกู จบั กมุ พระองคก์ ต็ รัสกบั เป
โตรวา่ หากพระองคท์ รงประสงคแ์ ลว้ พระองคก์ ส็ ามารถทูลขอและไดร้ ับทตู สวรรคส์ ิบสองกอง
จากพระบิดาของพระองค์ ท่านคดิ ว่าเราจะอธิษฐานขอพระบิดาของเรา และในบดั เดยี วนัน
พระองค์จะทรงประทานทูตสวรรค์แก่เรากว่าสิบสองกองไม่ได้หรือ

คาํ ทีแปลวา่ ในบัดเดยี วนัน (พาริสเทมิ) สือถึงการทีพระเจา้ ทรงสามารถนาํ ทตู สวรรคส์ ิบ
สองกองมาเสนอใหแ้ ก่พระองคไ์ ดใ้ นขณะนนั เลย พวกทตู สวรรคอ์ าจไม่ไดถ้ กู จดั ระเบียบเป็น
กองๆเช่นนนั อยา่ งไรกต็ าม พระเยซูทรงใชค้ าํ ศพั ทท์ างทหารนีเพือช่วยใหเ้ ปโตรเขา้ ใจความ
หมายของสิงทีพระองคต์ รสั ทหารโรมหนึงกองประกอบดว้ ยทหารราบอาวธุ หนกั 6,100 นาย
และทหารมา้ 726 นาย ปัจจุบนั มนั จึงเทียบไดก้ บั ทหารหนึงกองพล สิบสองกองอาจเป็นหน่วย
วดั แบบโรมซึงอาจเทียบไดก้ บั กองทพั ทงั กองทพั ยกตวั อยา่ งเช่น ในสงครามโลกครังทีสอง นาย
พลจอร์จ แพต็ ตนั ไดส้ ังการกองทพั ภาคทีสาม ซึงประกอบดว้ ยทหารหลายกองพล

นอกจากนีเราตอ้ งไม่ลืมดว้ ยวา่ ทูตสวรรคห์ นึงตนมีพละกาํ ลงั มากมายขนาดไหน ในช่วง
ทีกองทพั ซีเรียปิ ดลอ้ มกรุงเยรูซาเลม็ ทูตสวรรคต์ นเดียวไดฆ้ ่าทหารซีเรียถึง 185,000 คนในคืน
เดียว (2 พงศก์ ษตั ริย์ 19:35) มีผเู้ สนอวา่ พระเยซูทรงเอ่ยถึงสิบสองกองอยา่ งเฉพาะเจาะจง โดย
แต่ละกองนนั มไี วส้ าํ หรับสาวกสิบเอด็ คนและพระองคเ์ องดว้ ย อยา่ งไรกต็ าม บริบทกไ็ ม่ได้
สนบั สนุนการตีความดงั กล่าวแต่อยา่ งใด

มธ 26:54-56 พระองคต์ รัสต่อไปวา่ แต่ถ้าเป็ นเช่นนันพระคมั ภีร์ทวี ่า จาํ จะต้องเป็ น
อย่างนี จะสําเร็จได้อย่างไร" 55 ขณะนันพระเยซูตรัสกบั หมู่ชนว่า "ท่านทงั หลายเหน็ เราเป็ น
โจรหรือจงึ ถือดาบ ถือตะบองออกมาจบั เรา เราได้นังกบั ท่านทงั หลายสังสอนในพระวหิ ารทุกวนั
ท่านกห็ าได้จับเราไม่ 56 แต่เหตุการณ์ทังสินทไี ด้บงั เกดิ ขนึ นี กเ็ พอื จะสําเร็จตามพระคมั ภรี ์ที
พวกศาสดาพยากรณ์ได้เขยี นไว้" แล้วสาวกทงั หมดกไ็ ด้ละทงิ พระองค์ไว้และพากนั หนไี ป

มีสองครังในขอ้ พระคมั ภีร์ตอนนีทีพระเยซูตรัสถึงการทีขอ้ พระคมั ภีร์เดิมสาํ เร็จ นีไม่ได้
สือถึงการทีขอ้ พระคมั ภีร์เดิมขอ้ ใดขอ้ หนึงสาํ เร็จ แต่หมายถึงขอ้ พระคมั ภีร์เดิมในหนงั สือศาสดา
พยากรณ์ทงั หลายทีกล่าววา่ พระเมสสิยาห์จะทรงทนทุกขแ์ ละสินพระชนมอ์ ยา่ งรุนแรงดว้ ย
นาํ มือของประชากรของพระองคเ์ อง ไม่ตอ้ งสงสัยเลยวา่ เรายอ่ มนึกถึงอิสยาห์ 53, บางส่วนของ
เศคาริยาห์ และดาเนียล 9 สิงทีพระองคต์ อ้ งการจะบอกกค็ ือวา่ เปโตรไม่จาํ เป็นตอ้ งมาขดั ขวาง
การทีพระองคท์ รงถูกทรยศและถกู จบั กมุ มนั ตอ้ งเป็นไปเพอื ทาํ ใหข้ อ้ พระคมั ภีร์ทีมีพยากรณ์ไว้
นานมาแลว้ สาํ เร็จ

นอกจากนี พระเยซูยงั ทรงเตือนความจาํ พวกปฏิปักษข์ องพระองคด์ ว้ ยวา่ พระองคไ์ ด้
ทรงประทบั ในพระวหิ ารและสงั สอนตลอดทงั สปั ดาห์นนั แต่พวกเขากม็ ิไดล้ งมืออะไรในตอน
นนั เราเห็นถึงการทีพวกเขาเป็นคนขขี ลาดและเป็นคนตีสองหนา้ ชดั เจนยงิ ขึนจากการทีพวกเขา
ปฏิบตั ิการโดยอาศยั ความมืดเป็นเครืองอาํ พราง และเป็นความจริงทีมนุษยร์ ักความมืดมากกวา่
ความสวา่ งเพราะกิจการของพวกเขาชวั หนึงในประโยคทีน่าเศร้าทีสุดในพระคมั ภีร์คือ “แลว้
สาวกทงั หมดกไ็ ดล้ ะทิงพระองคไ์ วแ้ ละพากนั หนีไป”

มธ 26:57 ผู้ทจี บั พระเยซูได้พาพระองค์ไปยงั คายาฟาสมหาปโุ รหติ ทซี ึงพวกธร
รมาจารย์และพวกผู้ใหญ่ได้ประชุมกนั อยู่ พระเยซูทรงถกู นาํ ตวั ไปยงั คฤหาสนข์ องมหาปุโรหิต
ซึงเป็นทีๆพวกธรรมาจารยแ์ ละพวกผใู้ หญ่ของอิสราเอลมาประชุมกนั ถึงแมว้ า่ คาํ วา่ ซานเฮดริน
ไม่ไดถ้ กู เอ่ยถึง แต่มนั กเ็ ป็นการประชุมสภาดงั กล่าวอยา่ งเห็นไดช้ ดั (ซานเฮดรินเป็นการประชุม
สภาระดบั ชาติของอิสราเอลในสมยั นนั โดยอาจคลา้ ยกบั การรวมการประชุมวฒุ ิสภาสหรัฐฯและ
ศาลฎีกาเขา้ ดว้ ยกนั ภายใตก้ ารจดั การของโรม สภาซานเฮดรินนีกอ็ อกกฎหมายดา้ นพลเมืองและ
ศาสนาของประเทศและทาํ หนา้ ทีเป็นศาลฎีกาดว้ ย) บนั ทึกของมทั ธิวสือวา่ พวกเขามารอการมา
ถึงของพระเยซูอยกู่ ่อนแลว้ ไม่ตอ้ งสงสัยเลยวา่ พวกเขาทราบถึงแผนการทรยศของยดู าสมาก่อน
แลว้ พวกเขาเป็นตวั แทนของเจา้ หนา้ ทีระดบั สูงทีสุดของอิสราเอล

ดงั นนั การทีพวกเขาพิจารณาคดีตดั สินความในตอนกลางคืนซึงเป็นช่วงเวลาแห่งความ
มืดและดว้ ยระยะเวลาทีสนั มากๆจึงแสดงใหเ้ ห็นถึงลกั ษณะทีชวั ร้ายแห่งแรงจงู ใจของพวกเขา
ก่อนทีคนส่วนใหญ่ในกรุงจะตืนนอนและเริมกิจวตั รในเชา้ วนั ถดั ไป พระเยซูกท็ รงถกู จบั กมุ ถูก
พจิ ารณาคดี ถกู ตดั สินวา่ มีความผดิ และกาํ ลงั จะมุ่งหนา้ ไปสู่กางเขนแลว้ จะเรียกไดว้ า่ นีเป็นศาล
เตียกค็ งไม่ผดิ นกั

มธ 26:58 แต่เปโตรได้ตดิ ตามพระองค์ไปห่างๆจนถงึ คฤหาสน์ของมหาปโุ รหติ แล้ว
เข้าไปนังข้างในกบั คนใช้ เพอื จะดูว่าเรืองจะจบลงอย่างไร คฤหาสนข์ องคายาฟาสไดถ้ กู คน้ พบ
ในกรุงเยรูซาเลม็ ฝังตะวนั ออกโดยพวกนกั โบราณคดีแลว้ มนั ถกู สร้างอยบู่ นไหล่เขาลาดชนั ที
มองลงไปเห็นหุบเขาขิดโรนทางทิศตะวนั ออก เมือรวบรวมขอ้ พระคมั ภีร์อืนๆทีพดู ถึงการทีเป
โตรติดตามพระเยซูแบบไม่เตม็ ร้อย มนั กท็ าํ ใหเ้ รานึกถงึ ภาพประกอบของสดุดี 1:1 ทีพดู ถึงการ

ดาํ เนินกบั คนชวั การยนื ในทางของคนบาป และสุดทา้ ยแลว้ กค็ ือ การนงั ในทีนงั ของคนชอบเยาะ
เยย้ แน่นอนทีเขาไม่ไดร้ ับพระพรในการกระทาํ ของตนเลย

มธ 26:59-62 เหมือนทีมกั เป็นบ่อยๆ ความทุจริตกไ็ ดร้ ับการเลียงดูประคบประหงมโดย
การหลอกลวง พวกปโุ รหติ ใหญ่ พวกผู้ใหญ่ กบั บรรดาสมาชิกสภาได้หาพยานเทจ็ มาเบิก
ปรักปรําพระเยซู เพอื จะประหารพระองค์เสีย 60 แต่หาหลกั ฐานไม่ได้ เออ ถงึ แม้มพี ยานเทจ็
หลายคนมาให้การกห็ าหลกั ฐานไม่ได้ ในทสี ุดกม็ พี ยานเทจ็ สองคนมา

เราตอ้ งไม่ลืมวา่ ขณะนนั เป็นช่วงเวลากลางดึก จงึ ไม่แปลกทีพวกเขาหาคนมาช่วยเป็น
พยานเทจ็ ยากหน่อย ถึงแมบ้ ญั ญตั ิขอ้ ทีเกา้ บอกวา่ อยา่ เป็นพยานเทจ็ แต่พวกผนู้ าํ ฝ่ ายวญิ ญาณ
ของอิสราเอลในตอนนนั กเ็ สาะหาคนมาทาํ เช่นนนั เลย แต่พวกเขากห็ าไม่ไดเ้ ลย เราควร
หมายเหตุไวว้ า่ พวกเขาไดก้ าํ หนดเป้ าหมายและคาํ ตดั สินไวแ้ ลว้ พวกเขาหาโอกาสทีจะ
“ประหารพระองคเ์ สีย” ก่อนทีพวกเขาจะเริมการพิจารณาคดีแบบคดโกงนีเสียอีก

สุดทา้ ย ในช่วงกลางดึก พวกเขากเ็ จอคนสองคนทีบิดเบือนบริบทคาํ ตรัสของพระเยซูที
ไดต้ รสั ไวเ้ มือสามปี ก่อนหนา้ นนั ตามทีบนั ทึกไวใ้ นยอห์น 2:19-22 สองคนนีอา้ งวา่ 61 "คนนีได้
ว่า `เราสามารถจะทาํ ลายพระวหิ ารของพระเจ้า และจะสร้างขนึ ใหม่ในสามวนั '" (ในขอ้ ดงั กล่าว
พระองคต์ งั ใจจะบอกวา่ พระกายของพระองคจ์ ะถกู ทาํ ลายและถูกชุบใหเ้ ป็นขึนในอีกสามวนั ถดั
มา มนั เป็นเช่นนนั และพระองคก์ ท็ รงเป็นขึนจริงๆ) มหาปุโรหิตจึงกดดนั พระองคโ์ ดยเท่ากบั
ถามวา่ 'เห็นไหมล่ะ' 62 มหาปโุ รหติ จึงลกุ ขึนถามพระองค์ว่า "ท่านจะไม่ตอบอะไรหรือ คน
เหล่านีเป็ นพยานปรักปรําท่านด้วยเรืองอะไร"

มธ 26:63-64 พระองคม์ ิไดท้ รงตอบกลบั เพอื ใหพ้ วกเขาไดใ้ จแต่อยา่ งใด แต่พระเยซู
ทรงนิงอยู่ พระองคท์ รงประทบั ยนื นิงในความเงียบอยา่ งสง่าผา่ เผย ดว้ ยความราํ คาญแบบอวดดี
มหาปุโรหิตจึงบอกพระเยซูวา่ เขากาํ ลงั ทาํ ใหพ้ ระองคอ์ ยภู่ ายใตค้ าํ ปฏิญาณ มหาปุโรหติ จงึ กล่าว
แก่พระองค์ว่า "เราสังให้ท่านปฏญิ าณโดยอ้างพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ ให้บอกเราว่า ท่านเป็ น
พระคริสต์พระบุตรของพระเจ้าหรือไม่"

เมือมหาปุโรหิตกล่าววา่ เราสังให้ท่านปฏญิ าณโดยอ้างพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ มนั ก็
เท่ากบั เขาใหพ้ ระเยซูอยภู่ ายใตค้ าํ ปฏิญาณ ขอ้ เทจ็ จริงทีวา่ พระเยซูทรงตอบกป็ ฏิเสธจุดยนื ทีเชือ
วา่ คริสเตียนไม่ควรใหค้ าํ สตั ยป์ ฏิญาณในศาลพจิ ารณาคดี

การเพกิ เฉยต่อคาํ ถามนนั กเ็ ท่ากบั ปฏิเสธมนั ดงั นนั พระเยซูจึงทรงตอบวา่ 64 "ท่านว่าถูก
แล้ว วลีนีกเ็ ท่ากบั มีความหมายวา่ 'กท็ ่านพดู ไปแลว้ ' มนั เป็นการยนื ยนั คาํ ถามนนั โดยไม่ตอบใน
บุรุษทีหนึง จากนนั พระเยซูกท็ รงปล่อยหมดั ตาย และยงิ กว่านันอกี เราบอกท่านทงั หลายว่า ใน
เวลาเบืองหน้านัน ท่านทงั หลายจะได้เหน็ บุตรมนุษย์นังข้างขวาพระหตั ถ์ของผู้ทรงฤทธานุภาพ
และเสดจ็ มาบนเมฆแห่งฟ้ าสวรรค์"

พระองคม์ ิไดท้ รงเป็นพระเมสสิยาห์ พระบุตรของพระเจา้ เท่านนั แต่วนั นนั กาํ ลงั จะมา
เมือพระองคจ์ ะเสดจ็ กลบั มาพร้อมกบั สิทธิอาํ นาจแห่งพระหตั ถเ์ บืองขวาของพระเจา้ ในหม่เู มฆ
แห่งฟ้ าสวรรค์ นีสือชดั เจนถึงความเป็นพระเจา้ ความเป็นกษตั ริย์ และฤทธานุภาพของพระองค์
นอกจากนี ยงั มีการสือถึงเพลงสดุดี 110:1 และดาเนียล 7:13 ดว้ ยซึงทงั สองขอ้ พดู ถึงความเป็น
พระเจา้ และกษตั ริยข์ องพระองค์ น่าแปลกทีพระเยซูทรงเลือกทีจะเรียกตวั เองเป็นครงั สุดทา้ ยวา่
บุตรมนุษย์ ความเป็นมนุษยบ์ นโลกนีของพระองคก์ าํ ลงั จะสินสุดลงแลว้ นีเป็นครังสุดทา้ ยที
พระองคท์ รงใชค้ าํ นีก่อนการสินพระชนมข์ องพระองค์ ในฐานะพระเจา้ ผทู้ รงรับสภาพมนุษย์
พระองคก์ าํ ลงั จะทรงถวายตวั เป็นเครืองบชู าเพือเป็นค่าไถ่แลว้

มธ 26:65-66 ขณะนันมหาปโุ รหิตจงึ ฉีกเสือของตน แล้วว่า "เขาได้พูดหมนิ ประมาท
แล้ว เราต้องการพยานอะไรอกี เล่า ดูเถดิ บัดนี ท่านทงั หลายกไ็ ด้ยนิ เขาพดู หมนิ ประมาทแล้ว
66 ท่านทงั หลายคดิ เหน็ อย่างไร" คนทงั ปวงกต็ อบว่า "เขามคี วามผิดถึงตาย" อยา่ งนอ้ ยพวกเขา
กม็ ีขอ้ อา้ งทีจะปรับโทษพระองคไ์ ดแ้ ลว้ พวกเขากล่าวหาพระองคไ์ ดว้ า่ พดู หมินประมาท
พระองคไ์ ดท้ รงเรียกตวั เองวา่ เป็นพระเมสสิยาห์ พระบุตรของพระเจา้ พวกเขาจึงสามารถใชเ้ รือง
นีเป็นขอ้ อา้ งในการประหารพระองคไ์ ด้

หลงั จากนนั พวกเขากใ็ หค้ าํ ตดั สินทีเตรียมไวก้ ่อนแลว้ “เขามีความผดิ ถึงตาย” การทีมหา
ปุโรหิตผนู้ ีฉีกเสือกเ็ ป็นธรรมเนียมของพวกยวิ ในการแสดงใหเ้ ห็นถึงความรังเกียจเมือไดย้ นิ คาํ

พดู หมินประมาท เขาจึงส่งสัญญาณใหพ้ รรคพวกรู้วา่ พวกเขาควรแสดงปฏิกิริยาอยา่ งไร พระเยซู
ทรงถูกตดั สินวา่ มีความผดิ โทษฐานทีพดู ความจริง

มธ 26:67-68 ทนั ใดนนั พวกอาจารยส์ อนศาสนศาสตร์คือ พวกผนู้ าํ ฝ่ ายวญิ ญาณแห่ง
ชนชาติทีพระเจา้ ทรงเลือก (ซึงไดต้ งั ศาลพิจารณาคดีแบบหลอกๆขึนมา) กเ็ ริมทาํ สิงตาํ ทราม
ทีสุดเท่าทีมนุษยจ์ ะกระทาํ กนั แล้วเขาถ่มนําลายรดพระพกั ตร์พระองค์และตีพระองค์ และคน
อนื เอาฝ่ ามอื ตบพระองค์ 68 แล้วว่า "เจ้าพระคริสต์ จงพยากรณ์ให้เรารู้ว่าใครตบเจ้า"

มีการดูหมินไม่กีอยา่ งทีตาํ ทรามยงิ กวา่ การถ่มนาํ ลายรดหนา้ อกี คน นอกจากนี คนเหล่านี
ยงั เป็นพวกผนู้ าํ ของประเทศทีกระทาํ ตวั ซึงกระทาํ ตวั ตาํ ชา้ น่าละอายดว้ ย มีศาลพิจารณาคดีไม่กี
แห่งทีลดตวั ทาํ สิงทีเลวทรามเช่นนีในการตดั สินความผอู้ ืน เราเห็นถึงความเกลียดชงั ความอิจฉา
ริษยา และใจทีชอบเอาชนะของพวกเขาชดั เจนยงิ ขึนเมือพวกเขายวั ยพุ ระองคใ์ หพ้ ยากรณ์ “ใคร
ตบเจา้ ” ดูเหมือนวา่ ในการกระทาํ ทีตาํ ชา้ ของพวกเขามีความชวั ชา้ แบบผปี ี ศาจผสมอยดู่ ว้ ย
ทงั หมดนีถกู กระทาํ ภายใตอ้ าํ นาจของความมืดในกลางดึกซึงเป็นเวลาทีอาํ นาจของซาตานนนั มี
เยอะสุด พวกเขาจึงแสดงปฏิกิริยาในรูปแบบทีตาํ ชา้ ทีสุดทีมนุษยจ์ ะกระทาํ ต่อกนั ได้

มธ 26:69-74 ภาพทีตรงขา้ มกบั สดุดี 1:1 ปรากฏตรงนี ขณะนันเปโตรนังอยู่ภายนอก
บริเวณคฤหาสน์นัน เราไม่ควรลืมวา่ คาํ ทแี ปลวา่ คฤหาสน์ (เอาเล) ในบริบทนีน่าจะหมายถึง
บริเวณลานบา้ นทีอยตู่ ิดกบั ตวั คฤหาสน์เอง

มสี าวใช้คนหนึงมาพูดกบั เขาว่า "เจ้าได้อยู่กบั เยซูชาวกาลลิ ดี ้วย" 70 แต่เปโตรได้ปฏเิ สธ
ต่อหน้าคนทงั ปวงว่า "ทเี จ้าว่านันข้าไม่รู้เรือง" 71 เมอื เปโตรได้ออกไปทรี ะเบียง สาวใช้อกี คน
หนึงแลเหน็ จงึ บอกคนทงั ปวงทอี ยู่ทีนันว่า "คนนีได้อยู่กบั เยซูชาวนาซาเร็ธด้วย" 72 เปโตรจงึ
ปฏเิ สธอกี ด้วยคาํ ปฏญิ าณว่า "ข้าไม่รู้จักคนนัน"

คราวนี เปโตรไม่เพียงปฏิเสธพระเยซูอีกครังเท่านนั แต่เขายงั ทาํ เช่นนนั โดยใชค้ าํ
ปฏิญาณดว้ ย นอกจากนีเขายงั เรียกพระองคว์ า่ เป็นเพียง 'คนนนั ' 73 อกี สักครู่หนึงคนทงั หลายที
ยนื อยู่ใกล้ๆนันกม็ าว่าแก่เปโตรว่า "เจ้าเป็ นคนหนึงในพวกนันแน่แล้ว ด้วยว่าสําเนยี งของเจ้ากส็ ่อ
ตวั เจ้าเอง" 74 แล้วเปโตรกเ็ ริมสบถและสาบานว่า "ข้าไม่รู้จักคนนัน" ในทนั ใดนันไก่กข็ นั

เปโตรปฏิเสธองคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ สามครัง โดยสบถสาบานไปพร้อมๆกบั ปฏิเสธพระองค์
ดว้ ย หากพดู โดยใชภ้ าษาในปัจจุบนั แลว้ คาํ ตอบของเขาในขอ้ 70 กอ็ าจเป็น 'ขา้ ไม่รู้วา่ เจา้ กาํ ลงั
พดู เรืองอะไรอย'ู่ เช่นเดียวกนั ในขอ้ 72 นีเท่ากบั เปโตรพดู วา่ 'ขา้ ขอสาบานต่อ...วา่ ขา้ ไม่รู้จกั คน
นนั เลย!' สุดทา้ ยในขอ้ 74 เราอาจแปลแบบถอดความไดว้ า่ 'ขา้ สาบานแลว้ ไงวา่ ขา้ ไม่รู้จกั ชายคน
นนั เลย!' และทนั ใดนนั ไก่กข็ นั

เรืองสาํ เนียงของเปโตรนนั อาจเกียวขอ้ งกบั วธิ ีทีชาวกาลิลีออกเสียงคาํ บางคาํ หรืออาจ
เกียวขอ้ งกบั สาํ เนียงทอ้ งถินของเขากไ็ ด้ คนแควน้ กาลิลีมกั ทอดเสียงในลาํ คอ ไม่วา่ จะในกรณีใด
สาํ เนียงคาํ พดู ของเปโตรกฟ็ ้ องใหเ้ ห็นวา่ เขามาจากไหนและแสดงใหเ้ ห็นวา่ เขาเกียวขอ้ งกบั พระ
เยซู

มธ 26:75 บางทีพระวญิ ญาณบริสุทธิอาจทรงทาํ ใหเ้ ปโตรนึกถึงสิงทีพระเยซูได้
ตรัสไวใ้ นคืนก่อนหนา้ นนั เปโตรจงึ ระลกึ ถงึ คาํ ของพระเยซูทตี รัสแก่เขาว่า "ก่อนไก่ขนั ท่านจะ
ปฏเิ สธเราสามครัง" พอระลึกเรืองนนั ได้ เปโตรกร็ ู้สึกเจบ็ แปลบทีใจ แล้วเปโตรกอ็ อกไปข้าง
นอกร้องไห้อย่างขมขนื ยงิ นกั ช่างเป็นความทรงจาํ อนั น่าเจบ็ ปวดทีเปโตรจะแบกรับไปจนชวั
ชีวติ ของเขา ในโมงยามทีวกิ ฤติขององคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเขา เขาไม่เพยี งทาํ ใหพ้ ระองคผ์ ดิ หวงั
เท่านนั แต่ยงั ปฏิเสธพระองคแ์ บบน่าเกลียดอีกดว้ ย ดู มทั ธิว 10:33

*****
ภาพรวมของมัทธิว 27: การพิจารณาคดีองค์พระผ้เู ป็นเจ้าของเรายงั คงดาํ เนินต่อไป
พร้อมกบั การทีพระเยซูทรงถกู ส่งตัวไปหาปี ลาตและพวกผ้มู ีอาํ นาจของโรม ในฐานะนักการ
เมือง ปี ลาตกเ็ หลาะแหละ โดยพยายามเอาใจคนหม่ใู หญ่กว่า เมือเขาเห็นแล้วว่าพระเยซูไม่มี
พรรคพวกหนนุ หลงั เขากล็ ้างมือเพือแสดงให้เห็นว่าเขาไม่มีความผิดเรืองพระองค์และยอมทาํ
ตามความปรารถนาของพวกผ้นู าํ ยิวโดยสังตรึงกางเขนพระองค์ บทนียงั บนั ทึกเกียวกบั การโศก
เศร้าเสียใจของยดู าสและการทีเขาฆ่าตวั ตายด้วย
ตอนกลางของบทที 27 บนั ทึกเกียวกบั เหตุการณ์การตรึงกางเขนจริงๆ ซึงเป็นจุดเปลียน
สาํ คัญแห่งยคุ สมยั ในบทนีซึงเป็นบทโศกอันงดงามแสนยิงใหญ่ เราได้อ่านถึงการสินพระชนม์

ของพระมหากษตั ริย์แห่งจอมกษตั ริย์ทังปวง พระผ้สู ร้ างของเรา คือ พระบุตรของพระเจ้า
พระองค์ได้เสดจ็ มาหาพรรคพวกของพระองค์ และพวกเขาหาได้ต้อนรับพระองค์ไม่

เนือหาตอนท้ายของมทั ธิว 27 ให้รายละเอียดของเหตกุ ารณ์ต่างๆซึงเกิดขึนตอนทีพระ
เยซูทรงสินพระชนม์และหลังจากนนั ไม่นาน นีรวมถึงการทีผ้าม่านในพระวิหารขาด การเป็น
ขึนจากตายของพวกวิสุทธิชนในพระคัมภีร์เดิม คาํ ประกาศและอาจเป็นการกลบั ใจเชือของนาย
ร้อยผ้นู ัน การฝังพระศพพระเยซู และการสังให้พวกยามไปเฝ้ าทีอุโมงค์

มธ 27:1 มทั ธิวเล่าต่อไปวา่ ครันรุ่งเช้า บรรดาพวกปโุ รหิตใหญ่และพวกผู้ใหญ่
แห่งประชาชนปรึกษากนั ด้วยเรืองพระเยซู เพอื จะประหารพระองค์เสีย ขอ้ เทจ็ จริงทีวา่ การ
พจิ ารณาคดีนีไดม้ ีขึนในตอนกลางคืนกแ็ สดงใหเ้ ห็นถึงความไม่ชอบมาพากลของเรืองนีทงั หมด
มือทีกระทาํ ใหโ้ ลหิตผบู้ ริสุทธิตกไม่เพยี งเป็นเรืองทีผดิ เท่านนั แต่ยงั เป็นสิงทีพระเจา้ ทรงเกลียด
ชงั ดว้ ย (สุภาษิต 6:16-17) ความเกลียดชงั และความอิจฉาริษยาของพวกเขาไดก้ ่อใหเ้ กิดผลที
เหียมโหด พวกเขาจึง ปรึกษากนั ด้วยเรืองพระเยซู เพอื จะประหารพระองค์เสีย เห็นไดช้ ดั วา่ การ
ประชุมปรึกษากนั แต่เชา้ ตรู่นีเป็นการทาํ พอเป็นพิธีเพอื ปิ ดบงั การพิจารณาคดีทีผดิ กฎหมายใน
ตอนกลางคืน

มธ 27:2 สิงทีพวกเขาทาํ กเ็ ป็นเพยี งปาหีเพราะมีแต่โรมเท่านนั ทีมีอาํ นาจประหาร
ชีวติ คน แต่เห็นไดช้ ดั วา่ พวกเขาสนุกกบั การใชอ้ าํ นาจข่มพระเยซู ดว้ ยเหตุนีเขาจงึ มดั พระองค์
พาไปมอบไว้แก่ปอนทอิ สั ปี ลาตเจ้าเมอื ง อีกครังทีมีการกล่าวถึงการทีพระเยซูทรงถกู มดั ขณะที
พระองคท์ รงถกู พาตวั ไปหาปี ลาต องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ แห่งสง่าราศีถกู ปฏิบตั ิราวกบั เป็นอาชญากร
ตาํ ชา้ ซึงเป็นการดูหมินเหยยี ดหยามพระองคม์ ากยงิ ขึน

เราควรหมายเหตุไวว้ า่ ถึงแมส้ ภาซานเฮดรินยนิ ดีอยา่ งยงิ กบั การถูกปลุกใหล้ ุกจากเตียง
ขึนมากลางดึก แต่ปี ลาตกไ็ ม่น่ามีความกระตือรือร้นเหมือนกบั พวกเขา เท่าทีเห็นพวกผนู้ าํ ของยวิ
น่าจะไปโผล่ทีหนา้ บา้ นของปี ลาตตอนหกโมงเชา้ พวกยวิ ไม่ไดใ้ หค้ วามเคารพนบั ถือปี ลาต และ
ปี ลาตกไ็ ม่ไดร้ ักใคร่พวกเขาเช่นกนั

ในฐานะเจา้ เมืองแห่งแควน้ ยเู ดีย ปกติแลว้ ปี ลาตจึงอาศยั อยทู่ ีเมืองซีซารียา อยา่ งไรกต็ าม
เมืออยใู่ นกรุงเยรูซาเลม็ เขากพ็ กั ทีป้ อมอนั โตนิโอซึงอยตู่ ิดกบั พระวิหาร พวกผนู้ าํ ยวิ จงึ น่าจะยนื

อยนู่ อกบา้ นของปี ลาตในลานบา้ น เพราะพวกเขาไม่อยากทาํ ใหต้ วั เองเป็นมลทินในช่วงเริมตน้
ของเทศกาลศกั ดิสิทธิโดยการเขา้ ไปในอาณาบริเวณของคนต่างชาติ

มธ 27:3 คราวนีมทั ธิวเปลียนไปเล่าเรืองยดู าสอิสคาริโอทบา้ ง เมอื ยูดาสผู้ทรยศ
พระองค์เห็นว่าพระองค์ต้องปรับโทษกก็ ลบั ใจ นําเงินสามสิบเหรียญนันมาคนื ให้แก่พวกปโุ รหติ
ใหญ่และพวกผู้ใหญ่ เห็นไดช้ ดั วา่ เขาเริมสาํ นึกแลว้ วา่ ตนไดท้ าํ อะไรลงไป ยดู าสจงึ กลบั ใจ

คาํ ทีแปลเช่นนนั (เมะตาเมะลอไม) มีความหมายวา่ 'โศกเศร้าเสียใจ' อยา่ งไรกต็ าม ความ
โศกเศร้าเสียใจของยดู าสกไ็ ม่ใช่ความโศกเศร้าเสียใจตามแบบของพระเจา้ ตามทีมีบอกไวใ้ น 2
โครินธ์ 7:8 ยดู าสไม่ไดก้ ลบั ใจในความหมายของการหนั เสียจากบาปของตนและหนั มาหา
พระเจา้ ดว้ ยใจทีชอกชาํ โดยขอพระเมตตาจากพระเจา้ แต่เขาแค่เสียใจเมือไดร้ ู้ตวั วา่ เขาไดท้ าํ สิง
เลวร้ายอนั ใดลงไป การกลบั ใจเช่นนนั ไม่ไดน้ าํ มาถึงความรอด เขาจึงนาํ เงินเปื อนเลือดดงั กล่าว
ซึงเป็ นราคาของทาสคนหนึงไปคืน

มธ 27:4 คาํ สารภาพผดิ ของยดู าสไม่ไดม้ ีต่อพระเจา้ หรือต่อพระเยซู แต่เป็นเพยี งคาํ
สารภาพต่อพวกคนทีสมรู้ร่วมคิดกบั เขา เขาจึงราํ ไหว้ า่ "ข้าพเจ้าได้ทาํ บาปทไี ด้ทรยศโลหติ อนั
บริสุทธิ" คนเหล่านันจงึ ว่า "การนันเป็ นธุระอะไรของเรา เจ้าต้องรับธุระเอาเอง” บางทีเขาอาจ
ทราบถึงความสาํ คญั ของพระโลหิตของพระเยซูในการทีเขาเรียกมนั วา่ โลหิตอนั บริสุทธิ เพราะ
มนั ไม่มีบาปจริงๆ แต่พวกเขากไ็ ม่สนเลย คาํ ตอบของพวกเขา “การนนั เป็นธุระอะไรของเรา”
อาจเหมือนกบั สาํ นวนในปัจจุบนั ทีวา่ ‘แลว้ ไง’ วลีทีวา่ “เจา้ ตอ้ งรับธุระเอาเอง” อาจเทียบไดก้ บั
คาํ พดู ในปัจจุบนั ‘นนั เป็นปัญหาของคุณ’

มธ 27:5-6 การฆ่าตวั ตายของยดู าสแสดงใหเ้ ห็นถึงความวา่ งเปล่าและความสินหวงั
ของผทู้ ีทรยศพระผสู้ ร้างของตน ยูดาสจงึ ทงิ เงินนันไว้ในพระวหิ ารและจากไป แล้วเขากอ็ อกไป
ผูกคอตาย 6 พวกปโุ รหติ ใหญ่จึงเกบ็ เอาเงนิ นันมาแล้วว่า "เป็ นการผดิ พระราชบัญญตั ทิ จี ะเกบ็
เงนิ นันไว้ในคลงั พระวหิ าร เพราะเป็ นค่าโลหติ "

พวกปุโรหิตทีอวดตวั และทาํ ตวั น่าเลือมใส ซึงไม่มีปัญหาเลยกบั การฆ่าผบู้ ริสุทธิ กลบั มา
ถกเถียงกนั เรืองพระราชบญั ญตั ิวา่ ควรจะเกบ็ เงินนีไวท้ ีไหนดี คาํ ทีใชเ้ รียกวา่ คลงั พระวิหาร ตรง

นีคือ คอรบาน มนั เป็นคาํ เดียวกบั ทีพวกผนู้ าํ ทางศาสนาทีหนา้ ซือใจคดอา้ งเพือทีจะไม่ตอ้ งเลียงดู
บิดามารดาผแู้ ก่เฒ่าโดยเอาเงินมาใส่ไวใ้ นคลงั พระวหิ ารเพอื ผลประโยชนท์ างการเมืองแทน ดู
มาระโก 7:11 นีน่าจะหมายถึงประเพณีของพวกรับบีซึงอิงตามพระราชบญั ญตั ิ 23:18 อยา่ งไร
กต็ าม จุดสนใจตรงนนั ไม่ใช่เรืองเงินทีเปื อนโลหิต แต่เป็นรายรับทีไดม้ าโดยมิชอบอืนๆ

มธ 27:7-8 เขากป็ รึกษากนั และได้เอาเงนิ นันไปซือทุ่งช่างหม้อไว้ สําหรับเป็ นทฝี ัง
ศพคนต่างบ้านต่างเมอื ง 8 เหตุฉะนัน ทุ่งนันจึงเรียกว่า ทุ่งโลหติ จนถงึ ทกุ วนั นี เราไม่ทราบ
ความหมายของ “ทุ่งช่างหมอ้ ” มนั อาจเป็นทุ่งดินเหนียวซึงไม่เหมาะทีจะใชป้ ลูกพชื แต่เหมาะ
สาํ หรับการปันหมอ้ ดิน มนั อาจเป็นสถานทีๆช่างหมอ้ เอาเศษหมอ้ แตกมาทิงกไ็ ด้ จึงทาํ ใหท้ ุ่งนีมี
ค่าเพยี งเลก็ นอ้ ย แต่เห็นไดช้ ดั วา่ พวกเขาซือทุ่งนีเพือเอาไวฝ้ ังศพยดู าสและคนต่างบา้ นต่างเมือ
งอืนๆ มนั จึงกลายมาเป็นทีรู้จกั ในชือทุ่งโลหิต

มธ 27:9-10 ขอ้ พระคมั ภีร์เดิมทีถกู ยกมาตรงนีน่าจะมาจากเยเรมีย์ 18-19 ถึงแมม้ นั จะ
สอดคลอ้ งกบั เศคาริยาห์ 11:12-13 อยา่ งมากกต็ าม ครังนันกส็ ําเร็จตามพระวจนะโดยเยเรมยี ์
ศาสดาพยากรณ์ ซึงว่า `และพวกเขากร็ ับเงนิ สามสิบเหรียญ ซึงเป็ นราคาของผู้ทเี ขาตรี าคาไว้
นัน' คอื ทคี นอสิ ราเอลบางคนตีราคาไว้ 10 `แล้วไปซือทุ่งช่างหม้อ ตามทีองค์พระผู้เป็ นเจ้าได้
ทรงบญั ชาข้าพเจ้า' เราเห็นถึงความคลา้ ยคลึงกนั กบั เศคาริยาห์ 11:12-13 มากกวา่ เหตุผลทีเรา
เห็นความแตกต่างนีชดั เจนกค็ ือ พวกนกั เขียนพระคมั ภีร์ใหม่มีธรรมเนียมในการเอ่ยชือผู้
พยากรณ์ใหญ่เท่านนั เวลาทียกขอ้ พระคมั ภีร์มาจากทงั ผพู้ ยากรณ์ใหญ่และผพู้ ยากรณ์นอ้ ย

มธ 27:11 คราวนีเรากลบั มาทีพระเยซูต่อหนา้ ปี ลาตบา้ ง เมอื พระเยซูทรงยนื อยู่ต่อ
หน้าเจ้าเมอื ง เจ้าเมอื งจงึ ถามพระองค์ว่า "ท่านเป็ นกษตั ริย์ของพวกยวิ หรือ" พระเยซูตรัสกบั
ท่านว่า "กท็ ่านว่าแล้วนี" ตรงนีปี ลาตถูกเรียกวา่ “เจา้ เมือง” ชือเตม็ ๆของเขาคือ เลกาตุส ซีซาริส
(Legatus Ceasaris) หรือผแู้ ทน (procurator) แควน้ ยอ่ ยๆของโรม เช่น แควน้ ยเู ดียในอดีตถูก
ปกครองโดยผแู้ ทน ส่วนแควน้ ต่างๆทีสาํ คญั มากกวา่ เช่น แควน้ ซีเรีย กถ็ ูกปกครองโดยขา้ หลวง
(propraetor) และแควน้ สภาสูงต่างๆ เช่น แควน้ อาคายา กถ็ กู ปกครองโดยผบู้ ญั ชาการทหาร

(proconsul) ไม่วา่ จะในกรณีใด ถึงแมจ้ ะเป็นเจา้ หนา้ ทีชาวโรมนั ทีมีตาํ แหน่งสูงในแควน้ ยเู ดีย
แต่ปี ลาตกไ็ ม่ใช่ขนุ นางระดบั สูงชาวโรมนั ในรัฐบาลโรม

เห็นไดช้ ดั วา่ เขาทราบมาก่อนบา้ งแลว้ เกียวกบั พระเยซูเพราะคาํ ถามแรกทีเขาถาม
พระองคก์ ค็ ือ “ท่านเป็นกษตั ริยข์ องพวกยวิ หรือ” คาํ ถามนนั เป็นเรืองร้ายแรงเพราะมนั สือถึงภยั
คุกคามต่อการปกครองของโรม นอกจากนี พวกโรมกร็ ู้วา่ ตวั เองไม่เป็นทีนิยมในพนื ทีส่วนนนั
ของโลก การกบฏต่อสิทธิอาํ นาจของโรมจึงไม่ใช่เรืองผดิ ปกติ คาํ ตอบชวนคิดของพระเยซู “ก็
ท่านวา่ แลว้ นี” กเ็ ท่ากบั คาํ ตอบทีวา่ ‘ท่านไดพ้ ดู ไปแลว้ ’

มธ 27:12 เมือถกู กล่าวหาเพมิ เติมจากพวกปฏิปักษช์ าวยวิ ของพระองค์ พระองคก์ ็
ทรงเงียบเหมือนเดิม ดู 1 เปโตร 2:23 แต่เมอื พวกปโุ รหติ ใหญ่และพวกผู้ใหญ่ได้ฟ้ องกล่าวโทษ
พระองค์ พระองค์มไิ ด้ทรงตอบประการใด

มธ 27:13-14 เมือปี ลาตสอบถามพระองคเ์ พมิ เติม พระเยซูกท็ รงเงียบอยา่ งสง่าผา่ เผยต่อ
ไป ปี ลาตจงึ กล่าวแก่พระองค์ว่า "ซึงเขาได้กล่าวความปรักปรําท่านเป็ นหลายประการนี ท่านไม่
ได้ยนิ หรือ" 14 แต่พระองค์กม็ ไิ ด้ตรัสตอบท่านสักคาํ เดยี ว เจ้าเมอื งจงึ อศั จรรย์ใจยงิ นัก พระเยซู
ไม่ทรงสนพระทยั คาํ ถามของพวกเขาเลย โดยทอดพระเนตรไปยงั กางเขนทีรอคอยพระองคอ์ ยู่
เบืองหนา้ อยา่ งเงียบๆ พระชนมช์ ีพของพระเยซูนนั แขวนอยบู่ นเสน้ ดา้ ยแลว้ ปี ลาตกร็ ู้ดี พระเยซู
กท็ รงทราบดี ความเยอื กเยน็ ของพระองคท์ าํ ใหป้ ี ลาตประหลาดใจ กระนนั เขากป็ ระทบั ใจดว้ ย

มธ 27:15-18 เห็นไดช้ ดั วา่ ในสมยั นนั มีธรรมเนียมหนึงทีวา่ เจา้ เมืองโรมจะปล่อย
นกั โทษคนหนึงใหแ้ ก่พวกยวิ เพอื แสดงถึงความปรารถนาดีในช่วงเทศกาลปัสกา ในเทศกาลเลยี ง
นัน เจ้าเมอื งเคยปล่อยนักโทษคนหนงึ ให้แก่หมู่ชนตามใจชอบ 16 คราวนันพวกเขามนี ักโทษ
สําคญั คนหนึงชือบารับบัส 17 เหตุฉะนันเมอื คนทงั ปวงชุมนุมกนั แล้ว ปี ลาตได้ถามเขาว่า "เจ้า
ทงั หลายปรารถนาให้ข้าพเจ้าปล่อยผู้ใดแก่เจ้า บารับบสั หรือพระเยซูทเี รียกว่า พระคริสต์"
18 เพราะท่านรู้อยู่แล้วว่าเขาได้มอบพระองค์ไว้ด้วยความอจิ ฉา

ดว้ ยรูด้ ีวา่ ไม่วา่ พระเยซูจะเป็นใคร ปี ลาตกร็ ู้วา่ พระองคไ์ ม่ไดเ้ ป็นภยั คุกคามต่อโรมหรือมี
ความผดิ ทีตอ้ งไดร้ ับโทษถึงตาย เขาจึงหวงั ทีจะหาทางออกง่ายๆ บางทีพวกประชาชนอาจเลือก

พระเยซูกไ็ ด้ เขาจึงถามวา่ “เจา้ ทงั หลายปรารถนาใหข้ า้ พเจา้ ปล่อยผใู้ ดแก่เจา้ บารับบสั หรือพระ
เยซูทีเรียกวา่ พระคริสต”์ บนั ทึกของลกู าชีใหเ้ ห็นวา่ บารับบสั ติดคุกเพราะเหตุฆาตกรรมและ
ยยุ งใหเ้ กิดจลาจล เขาอาจเป็นส่วนหนึงในแผนการร้ายทีมีต่อโรมกไ็ ด้ เขาจึงน่าจะเป็นทีนิยมชม
ชอบในหมู่พวกยวิ ผซู้ ึงเกลียดชงั คนโรม หากไม่ไดว้ างแผนคิดร้ายต่อโรมหรือคิดกบฏในเรือง
การจ่ายภาษี อยา่ งนอ้ ยเขากน็ ่าจะเป็นโจรทีปลน้ คนรวยเพอื ช่วยเหลือคนจนในหมู่ประชาชนยวิ

เราควรหมายเหตุไวว้ า่ ปี ลาตเรียกพระเยซูตรงนีวา่ เป็นพระคริสต์ เห็นไดช้ ดั วา่ เขาเขา้ ใจ
ถึงความหมายของคาํ ๆนีและความหมายในทางการเมืองของคาํ ๆนีดว้ ย ปี ลาตยงั ดูออกดว้ ยถึง
เหตุผลทีแทจ้ ริงทีทาํ ใหพ้ ระเยซูตอ้ งมาอยตู่ ่อหนา้ เขา มนั เป็นเพราะความอิจฉาของพวกผนู้ าํ ทาง
ศาสนาชาวยวิ ทีมีต่อพระเยซูซึงกระตุน้ ใหพ้ วกเขามีความเกลียดชงั พระองคอ์ ยา่ งรุนแรง นนั เป็น
ความจริงทีปรากฏชดั เจนและปี ลาตกม็ องออกทะลุปรุโปร่งถึงคาํ กล่าวหาเทียมเทจ็ ของพวกเขา
ความเกลียดชงั ของพวกผมู้ ีอาํ นาจในอิสราเอลทีมีต่อพระเยซูลว้ นเกิดจากความอิจฉาริษยาลว้ นๆ

มธ 27:19 ขณะเดียวกนั มีอีกสิงหนึงทีมาดึงความสนใจของเขา ภรรยาของเขาส่ง
คนมาแจง้ เขาเรืองความฝันทีนางมเี มือคืน โดยเตือนเขาวา่ อยา่ ไปยงุ่ กบั พระเยซูเลย ขณะเมอื ปี ลา
ตนังบลั ลงั ก์พพิ ากษาอยู่นัน ภรรยาของท่านได้ใช้คนมาเรียนท่านว่า "ท่านอย่าพวั พนั กบั เรือง
ของคนชอบธรรมนันเลย ด้วยว่าวนั นีดฉิ ันทุกข์ใจหลายประการกบั ความฝันเกยี วกบั ท่านผู้นัน"
เราไม่ทราบวา่ นางฝันเช่นนนั ไดอ้ ยา่ งไรหรือเพราะเหตุใด อาจเป็นไดว้ า่ พระเจา้ ทรงเตือนนาง
เช่นนนั หรือไม่พญามารอาจมาเขา้ ฝันนางกไ็ ด้

นางทราบจากความฝันของนางวา่ พระเยซูทรงเป็น “คนชอบธรรม” นางเห็นวา่ การปรับ
โทษพระองคจ์ ะทาํ ใหเ้ กิดเรืองร้ายๆต่อสามีของนาง ทีน่าสนใจกค็ ือคาํ ทีแปลวา่ บัลลงั ก์พพิ ากษา
คือ เบมา ซึงมีความหมายตรงตวั วา่ แท่นยกพืนทีผพู้ ิพากษานงั ลงเพือตดั สินความ มนั เป็นคาํ เดียว
กบั ทีใชเ้ รียกบลั ลงั กพ์ พิ ากษาของพระคริสต์ ถึงแมป้ ี ลาตมีใจอยากปล่อยตวั พระเยซูไป แต่บดั นี
ความฝันทีเป็นลางร้ายของภรรยาของเขากลบั เพมิ ความกลวั แบบงมงายเขา้ ไปดว้ ย คาํ แนะนาํ ของ
นางกค็ ือ ‘อยา่ ไปยงุ่ เกียวกบั เขาเลย’

มธ 27:20-21 ขณะเดียวกนั พวกปุโรหิตใหญ่และพวกผใู้ หญ่กไ็ ดย้ ยุ งใหพ้ วกประชาชน
มใี จคิดร้ายต่อพระเยซู ฝ่ ายพวกปโุ รหิตใหญ่และพวกผู้ใหญ่กย็ ยุ งหมู่ชนขอให้ปล่อยบารับบัส
และให้ประหารพระเยซูเสีย 21 เจ้าเมอื งจึงถามเขาว่า "ในสองคนนีเจ้าจะให้เราปล่อยคนไหนให้
แก่เจ้า" เขาตอบว่า "บารับบัส"

พอถึงตอนนีคนทงั เมืองกม็ ารวมตวั กนั แลว้ พวกผนู้ าํ ของชนชาตินีไดโ้ นม้ นา้ วประชาชน
รากหญา้ ใหอ้ อกเสียงเลือกทีจะปล่อยตวั บารับบสั และประหารชีวติ พระเยซู ดงั นนั เมือปี ลาตขอ
ความเห็นจากประชาชนวา่ จะเลือกปล่อยตวั ใคร พวกเขากต็ ะโกนกลบั มาวา่ บารับบสั

มธ 27:22-23 ปี ลาตจึงถามพวกเขาว่า "ถ้าอย่างนัน เราจะทาํ อย่างไรแก่พระเยซูทเี รียก
ว่า พระคริสต์" เขาพากนั ร้องแก่ท่านว่า "ให้ตรึงเขาเสียทกี างเขนเถดิ " 23 เจ้าเมืองถามว่า "ตรึง
ทาํ ไม เขาได้ทาํ ผดิ ประการใด" แต่เขาทงั หลายยงิ ร้องว่า "ให้ตรึงเขาเสียทกี างเขนเถดิ " ไม่ตอ้ ง
สงสัยเลยวา่ คนพวกเดียวกนั นีทีไดต้ อ้ นรับพระเยซูเสดจ็ เขา้ กรุงเมือวนั อาทิตยใ์ นสปั ดาห์เดียวกนั
นีตอนนีกลบั ร้องตะโกนวา่ “ตรึงเขาเสียทีกางเขนเถิด” ความเห็นของคนส่วนใหญ่นนั กเ็ อาแน่
เอานอนอะไรไม่ไดเ้ ลยจริงๆ พวกผนู้ าํ ไดท้ าํ งานดา้ นการเมืองของตนไวด้ ีทีเดียว พวกเขาไม่เพยี ง
บอกบทประชาชนใหร้ ้องขอใหป้ ล่อยตวั บารับบสั เท่านนั แต่พวกเขายงั สังประชาชนใหร้ ้องขอ
ใหต้ รึงกางเขนพระเยซูดว้ ย

เห็นไดช้ ดั วา่ ปี ลาตมีใจอยากปล่อยพระเยซูไป ถึงแมเ้ ขาจะมขี อ้ เสียในตวั อยบู่ า้ ง แต่เขาก็
ดูเหมือนจะมคี วามเป็นคนอยบู่ า้ งทีจะไม่ประหารชีวติ คนทีไร้ความผดิ อยา่ งไรกต็ าม เขากเ็ ป็น
นกั การเมืองและเป็นนกั การเมืองทีไม่หนกั แน่นดว้ ย เรืองหลกั ทีเขากงั วลกค็ ือการรักษาความ
สงบในหม่ปู ระชาชนชาวยวิ ถึงแมเ้ ขาเป็นขา้ ราชการชาวโรมทีไดร้ ับการแต่งตงั ซึงไม่ไดม้ าจาก
การเลือกตงั ของคนหม่มู าก แต่การเอาใจประชาชนกจ็ ะเป็นประโยชนแ์ ก่ตวั เขา

ในฐานะเป็นขา้ ราชการของโรม ปี ลาตยอ่ มปรารถนาทีจะไต่เตา้ ขนึ ไปสู่ตาํ แหน่งสูงๆ
มากกวา่ ทีจะดกั ดานอยใู่ นแควน้ ลา้ หลงั อยา่ งยเู ดีย หากเกิดความไม่สงบและจลาจลทางการเมือง
ภายใตก้ ารดูแลของเขา มนั ยอ่ มส่งผลเสียต่อประวตั ิการทาํ งานของเขาเป็นแน่ นอกจากนี ผล
ประโยชนข์ องโรมทีเกียวขอ้ งกบั ดินแดนต่างๆทีมนั พิชิตมาไดก้ ค็ ือ การรักษาความสงบเรียบร้อย

และเสถียรภาพทางการเมือง ดงั นนั ผวู้ า่ ราชการคนใดทีรักษาความสงบและเสถียรภาพในแควน้
ทีตนดูแลไวไ้ ดก้ จ็ ะไดร้ ับการเลือนขนั สู่ตาํ แหน่งทีสูงกวา่ ในเวลาอนั เหมาะสม ทงั หมดนียอ่ มวน
เวยี นอยใู่ นหวั ของปี ลาตขณะทีเขากาํ ลงั คิดอยวู่ า่ จะทาํ อยา่ งไรดีกบั พระเยซู

มธ 27:24 อยา่ งไรกต็ าม เมอื ปี ลาตเหน็ ว่าไม่ได้การมแี ต่จะเกดิ ว่นุ วายขนึ ท่านกเ็ อา
นําล้างมอื ต่อหน้าหมู่ชน แล้วว่า "เราไม่มผี ดิ ด้วยเรืองโลหิตของคนชอบธรรมคนนี เจ้ารับธุระ
เอาเองเถิด” ในการแสดงออกถึงความขีขลาดครังใหญ่ทีสุดเท่าทีเคยมีมา แทนทีจะตดั สินอยา่ ง
ยตุ ิธรรม ปี ลาตกลบั ลา้ งมือของตนเพอื แสดงใหเ้ ห็นวา่ ตนไม่เกียวขอ้ งกบั เรืองราวทงั หมดนี

นีเท่ากบั เขากล่าวอยา่ งขีขลาดวา่ “เราไม่มีผดิ ดว้ ยเรืองโลหิตของคนชอบธรรมคนนี เจา้
รับธุระเอาเองเถิด” ในการทาํ เช่นนนั เขากย็ อมรับอยา่ งชดั เจนถึงความไม่มีผดิ ของพระเยซู เขา
ยอมรับวา่ พระองคท์ รงเป็นคนชอบธรรมซึงเป็นคาํ ทีพวกโรมเทียบไดก้ บั การพน้ ผดิ จากขอ้ กล่าว
หา เขาจึงแสดงใหช้ นชาติยวิ เห็นถึงความตงั ใจของเขา กระนนั โดยการส่งสญั ญาณเช่นนี มนั ก็
เท่ากบั เขาบอกใหพ้ วกยวิ ลงมือกบั พระเยซูไดต้ ามใจชอบเลย ปี ลาตลา้ งมือจากพระเยซู ซึง
เป็นการกระทาํ ทีแสดงถึงความขีขลาดตาขาวทางศลี ธรรมมากทีสุดเท่าทีเคยมีมา

มธ 27:25 ในคาํ พดู หนึงทีไม่ควรพดู มากทีสุดเท่าทีเคยมีมา พวกยวิ ขอใหก้ ารปรับ
โทษตกลงบนศรี ษะของพวกเขาเอง บรรดาหมู่ชนเรียนว่า "ให้โลหติ ของเขาตกอยู่แก่เราทงั บุตร
ของเราเถดิ " ตอนนนั พวกเขาแทบจะไม่รู้เลยวา่ พวกเขาไดข้ อใหอ้ ะไรเกิดขึนกบั ตวั เอง อีกชวั
อายคุ นต่อมา การปรับโทษนนั กต็ กลงมาจริงๆโดยเริมดว้ ยการทีติตสั ทาํ ลายกรุงเยรูซาเลม็ และ
ตามมาดว้ ยการขบั ไล่พวกยวิ ออกไปจากดินแดนของตน จนถึงศตวรรษทียสี ิบ ในช่วงทีติตสั ปิ ด
ลอ้ มและรุกรานกรุงเยรูซาเลม็ โจเซฟัสไดบ้ นั ทึกไวว้ า่ มีพวกยวิ ถึงหนึงลา้ นคนถกู ฆ่าตาย พระ
วหิ ารถกู ทาํ ลาย และกรุงกถ็ กู ทาํ ลายจนสินซาก ความผดิ ในเรืองทีพวกเขาปฏิเสธพระคริสตไ์ ด้
ตกลงบนลูกหลานของพวกเขาจริงๆ

มธ 27:26 ความทุกขท์ รมานก่อนถึงการตรึงกางเขนจึงไดเ้ ริมตน้ ขึน ท่านจงึ ปล่อย
บารับบัสให้เขา และเมอื ท่านได้โบยตพี ระเยซูแล้ว ท่านกม็ อบพระองค์ให้ถูกตรึงทกี างเขน มนั
เป็นธรรมเนียมปฏิบตั ิของโรมทีจะเฆียนนกั โทษประหารก่อนนาํ เขาไปตรึงกางเขน ปกติแลว้

นกั โทษกจ็ ะถกู ถอดเสือผา้ ออกจนหมด แสท้ ีทาํ จากเชือกเกา้ เสน้ มดั ติดกนั กจ็ ะถกู นาํ มาใชซ้ ึงเป็น
แสท้ ีมีเชือกหนงั เกา้ เส้นมดั ติดกนั ทีมีของแหลมๆฝังติดไวท้ ีปลายเชือกแต่ละเสน้ พวกโรมไม่ได้
ถูกจาํ กดั มใิ หโ้ บยเกินสีสิบทีเหมือนพวกยวิ ความรุนแรงของการเฆียนดว้ ยแส้นีกส็ ามารถลากไส้
คนๆหนึงออกมาไดจ้ ริงๆเมือปลายแส้จิกรอบช่องทอ้ งของเขา แส้นีกแ็ ล่เนือทีแผน่ หลงั ของ
พระองคแ์ ละทาํ ใหเ้ กิดเป็นรอยแผลลึกยาว (ดู อิสยาห์ 53:5-6 และ 1 เปโตร 2:24) มนั จึงไม่ใช่
เรืองยากเลยทีการเฆียนแบบโรมจะสามารถฆ่าคนทีโดนเฆียนได้ ดงั นนั จึงมีการใชค้ วาม
ระมดั ระวงั เพอื ทีจะมิใหน้ กั โทษตายก่อนถกู นาํ ไปตรึงกางเขน มนั เป็นการโหมโรงอนั โหดร้าย
เพอื นาํ ไปสู่สิงทีจะตามมาในไม่ชา้

มธ 27:27-29 หลงั จากนนั พวกทหารของเจ้าเมอื งจงึ พาพระเยซูไปไว้ในศาลาปรีโท
เรียม แล้วกร็ วมทหารทงั กองล้อมพระองค์ไว้ “ศาลาปรีโทเรียม” เป็นส่วนหนึงของป้ อมปราการ
อนั โทนิโอซึงอยตู่ ิดกบั พระวหิ าร เห็นไดช้ ดั วา่ ทหารหลายคนทีมีหนา้ ทีควบคุมตวั พระเยซูตอน
พระองคท์ รงถกู เฆียน ตอนนีกไ็ ปปลุกทหารคนอืนๆทีประจาํ การอยทู่ ีกรุงเยรูซาเลม็ ใหม้ าเล่น
สนุกกบั พระเยซูแลว้ พวกเขาจึง 28 เปลอื งฉลองพระองค์ออก เอาเสือสีแดงเข้มมาสวมพระองค์
29 เมอื พวกเขาเอาหนามสานเป็ นมงกฎุ เขากส็ วมพระเศียรของพระองค์ แล้วเอาไม้อ้อให้ถือไว้
ในพระหัตถ์เบืองขวาของพระองค์ และเขาได้คุกเข่าลงต่อพระพกั ตร์พระองค์ เยาะเย้ยพระองค์
ว่า "กษตั ริย์ของพวกยวิ เจ้าข้า ขอทรงพระเจริญ"

เพือเป็นการเพิมการดูถกู เหยยี ดหยามเขา้ ไปกบั การทาํ ใหบ้ าดเจบ็ พวกทหารโรมทีมารวม
ตวั กนั กเ็ ริมเล่นสนุกโดยการเยาะเยย้ พระองค์ ขณะทีพระองคท์ รงประทบั ยนื อยทู่ ีนนั พระโลหิต
ไหลและเปลือยกาย พวกเขากเ็ อา “เสือสีแดงเขม้ ” มาสวมพระองค์ ผา้ คลุมสีแดงเขม้ หรือสีม่วง
เป็นเครืองแต่งกายปกติของโรมทีสงวนไวส้ าํ หรับคนเหล่านนั ทีมีตาํ แหน่งสูงๆ คาํ ทีแปลว่า เสือ
(คลามสุ ) จริงๆแลว้ หมายถึงผา้ คลุมหรือเสือคลุมขนาดสนั ทีพวกเจา้ หนา้ ทีโรมสวม โดยปกติ
แลว้ กย็ าวลงมาถึงเอวเท่านนั พวกเขายงั ทาํ มงกฎุ หนามแบบยวิ ขนึ มาดว้ ยและนาํ มามาบีบครอบ
พระเศยี รของพระองค์ ซึงทาํ ใหพ้ ระองคเ์ กิดบาดแผลมากขึนไปอีก

พระองคท์ รงประทบั ยนื อยตู่ รงนนั ในสภาพเกือบเปลือยเปล่า โดยน่าจะสวมผา้ คลุมดงั
กล่าวทีสภาพเก่าคราํ คร่ายาวลงมาถึงสะเอว และมงกฎุ ปลอมๆบนพระเศียรของพระองค์
พระองคจ์ ึงทรงประทบั ยนื อยตู่ รงนนั และพระโลหิตไหลขณะทีพวกเขาเยาะเยย้ พระองค์ พวกเขา
รู้ดีวา่ ขอ้ กล่าวหาทีจะทาํ ใหพ้ ระองคถ์ กู ตรึงกางเขนคือ การทีพระองคท์ รงอา้ งตวั วา่ เป็นกษตั ริย์
ของพวกยวิ พวกเขาจึงยงิ หวั เราะเยาะพระองคม์ ากขึนไปอีก ไม่เพยี งเพราะการทีพวกเขาทาํ ให้
พระองคด์ ูน่าสมเพชเท่านนั แต่ยงั เป็นการเยาะเยย้ ชนชาติยวิ ดว้ ย การลอ้ เลียนแห่งยคุ สมยั กาํ ลงั
เกิดขึนอยู่ ซาตานและเหล่าสมุนของมนั คงลิงโลดเมือพวกมนั ดลใจคนเหล่านีใหท้ รมานพระองค์
มากยงิ ขึนไปอีก

มธ 27:30 แล้วเขากถ็ ่มนําลายรดพระองค์ และเอาไม้อ้อนันตีพระเศียรพระองค์
หากการเยาะเยย้ นียงั ไม่พอ พวกเขายงั ถ่มนาํ ลายรดพระองคด์ ว้ ย มีการแสดงออกไม่กีอยา่ งของ
พฤติกรรมมนุษยท์ ีเป็นการดูหมินเหยยี ดหยามและชวั ร้ายมากไปกวา่ การถ่มนาํ ลายรดผอู้ ืน ไม้
อ้อทีวา่ นีอาจเป็นไมเ้ ทา้ ทีทาํ จากไมไ้ ผซ่ ึงพวกเขาใชม้ นั ตีพระเศียรพระองค์ ก่อนทีพระเยซูเสดจ็
ไปถงึ กางเขน “หนา้ ตาของท่านเสียโฉมมากกวา่ มนุษยค์ นใด และรูปร่างของท่านกเ็ สียโฉม
มากกวา่ บุตรทงั หลายของมนุษยค์ นใด” (อิสยาห์ 52:14) พระองคท์ รงถูกซอ้ มและถกู ทรมาน
ราวกบั ดว้ ยนาํ มือของผปี ี ศาจ พระองคจ์ ึงไม่ทรงอยใู่ นสภาพทีมีใบหนา้ เหมือนมนุษยอ์ กี ต่อไป
แต่พระองคก์ ท็ รงเตม็ พระทยั ทีจะทนทุกขก์ ารถูกทรมานเช่นนนั เพือเรา

มธ 27:31-32 ดงั นนั เมอื พวกเขาเยาะเย้ยพระองค์แล้ว เขาถอดเสือนันออก แล้วเอา
ฉลองพระองค์สวมให้ และนําพระองค์ออกไปเพอื จะตรึงเสียทกี างเขน พระองคจ์ ึงถกู สวมดว้ ย
ฉลองพระองคเ์ ดิมอีกและถูกนาํ ตวั ไปเพอื ตรึงกางเขน เห็นไดช้ ดั วา่ เพราะการหนกั พระทยั ทีสวน
เกทเสมนี การไม่ไดน้ อนตลอดทงั คืน การถูกเฆียนไปเมือกี และคราวนีกก็ างเขนอนั หนกั อึง
พระองคจ์ ึงไม่สามารถแบกรับนาํ หนกั มนั ได้ ในข่าวประเสริฐทงั สีเล่มไม่มีการพดู ถึงการที
พระองคท์ รงลม้ ลงเพราะนาํ หนกั ของมนั ทีโถมทบั เลย อยา่ งไรกต็ าม นนั กเ็ ป็นความเขา้ ใจตาม
ประเพณีมาตลอด

ดว้ ยเหตุนี 32 ขณะทพี วกเขาออกไปนัน เขาได้พบชาวไซรีนคนหนงึ ชือซีโมน เขาจึง
เกณฑ์คนนันให้แบกกางเขนของพระองค์ไป การพดู ถึงการทีพวกเขา ‘ออกไป’ นนั น่าจะหมาย

ถึง การทีกลุ่มคนทีมีหนา้ ทีตรึงกางเขนออกไปทางประตใู หญ่ของกรุงเยรูซาเลม็ พวกเขาน่าจะ
เขา้ มาทางประตูฝังดามสั กสั ซึงอย่ทู างกาํ แพงตอนเหนือของกรุงนี ซึงอยไู่ ม่ห่างจากกลโกธา ดงั
นนั พวกโรมจึงเกณฑซ์ ีโมนชาวไซรีนซึงเป็นคนเดินทางผา่ นมาใหแ้ บกกางเขนโบราณนนั เรา
ทราบนอ้ ยมากเกียวกบั ซีโมนนอกจากวา่ เขามาจากลิเบีย (ไซรีน) เขานาจะเป็นยวิ คนหนึงทีเดิน
ทางมายงั กรุงเยรูซาเลม็ เพราะเหตุทีชือของเขาคือ ซีโมน แต่เขากย็ อมรับสิทธิพิเศษนีในการแบก
กางเขนของพระมหากษตั ริยแ์ ห่งสง่าราศี ช่างเป็นพระพรตลอดชวั กาลนิรันดร์จริงๆ

มธ 27:33 เมอื พวกเขามาถงึ สถานทแี ห่งหนึงซึงเรียกว่ากลโกธา แปลว่า สถานที
กะโหลกศีรษะ คาํ วา่ กลโกธา เป็นคาํ อาราเมคซึงเป็นภาษาทีคลา้ ยคลึงกบั ภาษาฮีบรูและเป็น
ภาษาทีคนใชก้ นั ในตะวนั ออกกลางในช่วงศตวรรษแรก คาํ ภาษาองั กฤษ Calvary (ซึงปรากฏ
เพียงครังเดียวในพระคมั ภีร์ในบนั ทึกของลกู า) มาจากคาํ ภาษาละติน calvariae ซึงแปลมาจากคาํ
กรีก ครานิออน มนั เป็นทีมาของคาํ ภาษาองั กฤษ cranium ในแต่ละกรณีคาํ เหล่านีกห็ มายถึง
กะโหลกศีรษะมนุษย์ เห็นไดช้ ดั วา่ กลโกธาหรือ Calvary ถกู เรียกเช่นนนั เพราะชนั หินทีโผล่ออก
มาทีนนั มีรูปร่างคลา้ ยกบั กะโหลกศรี ษะมนุษย์ กะโหลกศีรษะมนุษยซ์ ึงมกั เป็นสญั ลกั ษณ์ที
แสดงถึงความตาย กลโกธาจงึ เป็นสถานทีแห่งความตายสาํ หรับพระผทู้ รงประทานชีวติ ชนั หินที
โผล่ออกมานนั กย็ งั มีอยจู่ นถึงทุกวนั นีในกรุงเยรูซาเลม็

มธ 27:34 ก่อนทีพระเยซูทรงถกู ตรึงกางเขน มีคนพยายามเอานาํ ส้มสายชูหรือนาํ
องุ่นเปรียวมาใหพ้ ระองคด์ ืม เขาเอานําองุ่นเปรียวระคนกบั ของขมมาถวายพระองค์ เมอื
พระองค์ทรงชิมกไ็ ม่เสวย บนั ทึกของมาระโกบอกชดั เจนวา่ เป็นมดยอบแทนทีจะเป็นดีสตั ว์ อนั
ทีจริงแลว้ ในเครืองดืมดงั กล่าวอาจผสมทงั สองอยา่ งลงไปกไ็ ด้ ไม่วา่ จะในกรณีใด มดยอบก็
ทาํ ใหน้ าํ องุ่นเปรียวมีรสชาติดีขึน และนอกจากแอลกอฮอลท์ ีน่าจะมีอยใู่ นนาํ องุ่นเปรียวนนั แลว้
มนั ยงั มีผลในเชิงทาํ ใหห้ มดความรู้สึกดว้ ยเพอื ทาํ ใหเ้ หยอื รู้สึกมนึ

กระนนั เมือพระเยซูทรงทราบวา่ พวกเขาเอาอะไรมาใหพ้ ระองคด์ ืม พระองคก์ ท็ รง
ปฏิเสธมนั เสีย ไม่ตอ้ งสงสยั เลยวา่ พระองคท์ รงปรารถนาทีจะดืมจากถว้ ยทีพระบิดาทรงประทาน
ใหจ้ นเกลียง ดู ยอห์น 18:11 พวกโรมอาจเสนอเครืองดืมนีใหแ้ ก่พวกนกั โทษประหารเพอื ทีจะ
ทาํ ใหพ้ วกนกั โทษมึนงงชวั คราวขณะทีพวกเขากาํ ลงั ง่วนอยกู่ บั การตอกตะปเู พือตรึงพวก

นกั โทษบนกางเขนและยกกางเขนตงั ขึน นกั โทษทีถกู มอมยาและรู้สึกมึนๆกจ็ ะช่วยใหง้ านอนั
น่าเกลียดของพวกเขาง่ายขึน

มธ 27:35 การตรึงกางเขนแบบโรมอนั น่าสะพรึงกลวั จึงเริมขึนจริงๆแลว้ ครันตรึง
พระองค์ทกี างเขนแล้ว เขากเ็ อาฉลองพระองค์มาจับสลากแบ่งปันกนั เพอื จะสําเร็จตามพระ
วจนะโดยศาสดาพยากรณ์ซึงว่า `เสือผ้าของข้าพระองค์ เขาแบ่งปันกนั ส่วนเสือของข้าพระองค์
นัน เขากจ็ ับสลากกนั '

ในการตรึงกางเขนแบบโรมตามปกติ เหยอื จะเสียชีวติ หลงั จากประมาณ 24 ชวั โมงถึง 72
ชวั โมงต่อมา สาเหตุของการเสียชีวติ ปกติแลว้ กค็ อื การหมดแรง การเจอกบั สภาพอากาศ การติด
เชือจากบาดแผลต่างๆ และเป็นบาดทะยกั เพราะตะปทู ีขึนสนิม เมือเหยอื และกางเขนถกู ยกขึน
กางเขนกจ็ ะถกู ปล่อยใหห้ ล่นลงไปในหลุมทีเตรียมไวอ้ ยา่ งแรงก่อนทีจะใชด้ ินกลบใหแ้ น่นเพือ
ใหก้ างเขนอยใู่ นตาํ แหน่งทีเกือบเป็นแนวตงั

ผลกระทบของการทีกางเขนร่วงลงสู่กน้ หลุมกม็ กั ทาํ ใหก้ ระดูกซีสาํ คญั ๆของร่างกาย
หลุดออกจากขอ้ ต่อ (ดู เพลงสดุดี 22:14) เหยอื จึงหายใจไม่ออกเพราะตอ้ งฝืนตวั ยนื ทงั ๆทีขาถูก
ยดื ออกเตม็ ทีแลว้ กลา้ มเนือกะบงั ลมจึงทาํ งานไดไ้ ม่สะดวกเพราะแขนและไหล่หลุดจากขอ้ ต่อ
ในการตรึงกางเขนบางรูปแบบ พวกโรมจะเอาหมุดแหลมมาติดไวท้ ีกางเขนตรงบริเวณทีแผน่
หลงั ของเหยอื จะพิงได้ ซึงคอยขดู แผน่ หลงั ของเหยอื ขณะทีเขายกตวั ขึนเพือทีจะหายใจ

ขณะทีความรอ้ นของดวงอาทิตยใ์ นตะวนั ออกกลางแผดแสงลงมายงั เหยอื อาการเพอ้
คลงั กจ็ ะเริมปรากฏออกมา นอกจากนีเมือบาดทะยกั จากแผลเปิ ดเริมทาํ งาน เหยอื กจ็ ะชกั เกร็งซึง
ทาํ ใหแ้ ผน่ หลงั ของเขาถลอกมากยงิ ขึนและทาํ ใหข้ อ้ ต่อทีหลุดอยแู่ ลว้ ยงิ แยก่ วา่ เดิม ภาวะขาดนาํ
แมลงสัตวก์ ดั ต่อย อาการปวดหวั ตุบ้ ๆ การคลืนไส้ และการเยาะเยย้ จากพวกเพชฌฆาตมีแต่เพิม
เขา้ กบั การทรมานอนั แสนหฤโหดนี องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเรากน็ ่าจะทรงทนทุกขก์ บั ความ
ทรมานทีวา่ นีเช่นกนั

ขณะเดียวกนั พวกทหารโรมทใี จดา้ นชากเ็ ล่นพนนั กนั วา่ ใครจะไดเ้ สือผา้ ของพระองค์ (นี
สือวา่ พระเยซูทรงถูกตรึงกางเขนในสภาพทแี มไ้ ม่ถึงขนั เปลือยกาย แต่กเ็ กือบเปลือย นนั ยงิ เพิม

ความอปั ยศอดสูและความอบั อายเขา้ ไปกบั การทรมานกาย) ในการทาํ เช่นนนั พวกทหารกไ็ ด้
ทาํ ใหค้ าํ พยากรณ์ในเพลงสดุดี 22:18 ทีกล่าวถึงการสินพระชนมข์ องพระคริสตส์ าํ เร็จ

มธ 27:36 หากการทรมานพระองคแ์ ละพนนั ขนั ต่อกนั วา่ ใครจะไดฉ้ ลองพระองค์
ของพระองคย์ งั หยาบคายไม่พอ พวกเขายงั นงั ลงเพือดูสิงทีพวกเขาไดก้ ระทาํ ดว้ ย ซึงทาํ ใหน้ ี
เป็นการแสดงใหผ้ ชู้ มดู แล้วพวกเขากน็ ังเฝ้ าพระองค์อยู่ทนี ัน

มธ 27:37 พวกโรมมีธรรมเนียมในการประกาศใหค้ นทราบทวั กนั วา่ อาชญากรทีถูก
ตรึงกางเขนมีชือวา่ อะไร อยทู่ ีไหน และมีความผดิ ในขอ้ หาอะไร สิงเหล่านีถกู เขียนอยบู่ นแผน่
ไมแ้ ละถกู ถือไวข้ า้ งหนา้ นกั โทษประหารหรือหอ้ ยคอเขาไว้ ในกรณีนี มนั ถกู แขวนไวเ้ หนือพระ
เศยี รของพระองคบ์ นกางเขน มทั ธิวจึงบนั ทึกวา่ และได้เอาถ้อยคาํ ข้อหาทลี งโทษพระองค์ไปตดิ
ไว้เหนือพระเศียร ซึงอ่านว่า "ผู้นีคอื เยซูกษตั ริย์ของชนชาตยิ วิ "

ในหนงั สือข่าวประเสริฐทงั สีเล่ม ขอ้ ความทีถูกเขียนตรงนีมคี วามแตกต่างกนั เพียงเลก็
นอ้ ย อยา่ งไรกต็ ามขอ้ ความเหล่านีกไ็ ม่ไดข้ ดั แยง้ กนั แต่ส่งเสริมกนั ต่างหาก บนั ทึกข่าวประเสริฐ
แต่ละเล่มต่างใหเ้ นือหาบางส่วนของเรืองราวทงั หมด ถึงแมว้ า่ ขอ้ ความนีถูกเขียนเพอื ตงั ใจทีจะ
เสียดสีประชดประชนั และเยาะเยย้ แต่มนั กเ็ ป็นความจริงและตรงประเดน็ ทีสุด เพราะวา่ พระเยซู
ทรงเป็น “กษตั ริยข์ องชนชาติยวิ ” จริงๆ มีแต่บนั ทึกของยอห์นทีชีใหเ้ ห็นวา่ คาํ ประกาศนีถกู เขียน
เป็นสามภาษา คอื ภาษาละตินเพอื จุดประสงคท์ างกฎหมาย ภาษาฮีบรูสาํ หรบั พวกยวิ และภาษา
กรีกสาํ หรับคนอืนๆ

มธ 27:38 คราวนันมโี จรสองคนถูกตรึงไว้พร้อมกบั พระองค์ ข้างขวาพระหัตถ์คน
หนงึ ข้างซ้ายอกี คนหนึง โจรสองคนนีอาจเป็นสมาชิกในกองโจรของบารับบสั ซึงตอนนีพระ
เยซูกท็ รงถกู ตรึงอยบู่ นกางเขนของเขา พระเยซูทรงสินพระชนมใ์ นฐานะผชู้ อบธรรมแทนคนไม่
ชอบธรรมจริงๆ

มธ 27:39 มทั ธิวกล่าวต่อไปวา่ ฝ่ ายคนทงั หลายทเี ดนิ ผ่านไปมานันกด็ ่าทอพระองค์
สันศีรษะของเขา คาํ ทีแปลวา่ สัน (คิเนะโอ) ไม่ไดห้ มายถึงการส่ายหวั ในแนวนอนอยา่ งทีเรา
เขา้ ใจ แต่มนั เป็นการผงกศรี ษะในแนวตงั ซึงเป็นธรรมเนียมปฏิบตั ิของพวกยวิ ในการอธิษฐาน


Click to View FlipBook Version