The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Paphangkorn Laoakkharani, 2020-08-05 02:03:19

41 มัทธิว

41 มัทธิว

เป็ นพเิ ศษยงิ กว่าคนทงั ปวงเล่า ถงึ พวกเกบ็ ภาษกี ก็ ระทาํ อย่างนันมใิ ช่หรือ มนั ไม่ใช่เรืองยงิ ใหญ่
เลยกบั การทีเรารักคนเหล่านนั ทีรักเราหรือทีเป็นมิตรกบั เรา แมแ้ ต่พวกคนเกบ็ ภาษีกท็ าํ แบบ
เดียวกนั พวกคนเกบ็ ภาษเี ป็นคนทีทาํ งานใหก้ บั พวกโรม โดยพวกเขามอี ิสระทีจะขดู รีดเอาภาษี
มากเท่าไรกไ็ ด้ (พวกเขาเป็นพนกั งานรับจา้ งของโรมซึงมีหนา้ ทีเรียกเกบ็ ภาษีใหไ้ ดต้ ามอตั ราที
กาํ หนด ภาษีส่วนเกินทีพวกเขาเรียกเกบ็ มาไดก้ จ็ ะตกเป็นของพวกเขา พวกคนเกบ็ ภาษนี ีมกั เป็น
คนโหดร้าย โลภมาก และอาํ มหิต และพวกเขากไ็ ดร้ ับการปกป้ องจากโรมดว้ ย ดงั นนั คนพวกนี
จึงเป็นทีเกลียดชงั ราวกบั เป็นกากเดนของสงั คม พระเยซูทรงยกพวกเขาเป็นตวั อยา่ งตรงนี แมแ้ ต่
พวกคนเกบ็ ภาษีกร็ ักมิตรสหายและครอบครัวของตวั เอง)

ดงั นนั มนั จึงไม่ใช่เรืองใหญ่โตอะไรกบั การทีเรารักเฉพาะคนเหล่านนั ทีรักเรา แต่บท
เรียนจริงๆของเรากค็ ือ การทีเรารักศตั รูของเราดว้ ยต่างหาก นนั คือประเดน็ สาํ คญั ของบญั ญตั ิ
ของพระคริสต์ พระราชบญั ญตั ิของพระคมั ภีร์เดิมบญั ชาใหเ้ รารักเพอื นบา้ นของเรา พระเยซูทรง
ใชห้ ลกั การนนั และขยายมนั ต่อดว้ ยโดยใหเ้ รารักศตั รูของเราดว้ ย นนั เป็นส่วนทียาก

มธ 5:48 สุดทา้ ยพระเยซูตรัสวา่ เหตุฉะนี ท่านทงั หลายจงเป็ นคนดรี อบคอบ
เหมอื นอย่างพระบดิ าของท่านผู้ทรงสถิตในสวรรค์เป็ นผู้ดรี อบคอบ” มีหลายความเห็นตามมา
ตรงนี 1) คาํ ทีแปลวา่ ดีรอบคอบ (เทะเละอีออส) มีความหมายวา่ ‘ความครบสมบรู ณ์’ หรือ
‘ความเป็นผใู้ หญ่’ คาํ นีถกู ใชเ้ พือแยกแยะผใู้ หญ่จากเดก็ ความเป็นผใู้ หญ่จะมีลกั ษณะเด่นคือ
ความไม่เห็นแก่ตวั ขณะทคี วามไม่เป็นผใู้ หญ่จะมีลกั ษณะเด่นเป็นความเห็นแก่ตัว บริบททีมา
ก่อนหนา้ นนั กส็ ือถึงความไม่เห็นแก่ตวั อยา่ งชดั เจน

2) บางคนมองวา่ รูปกาลของคาํ กริยาตรงนีคือ อนาคตกาล ในทาํ นองเดียวกนั ความหมาย
ตรงนีอาจแปลไดว้ า่ ‘ท่านทงั หลายจะเป็นคนดีรอบคอบ’ เมือดูจากบริบทแลว้ การแปลเช่นนนั ก็
เหมาะสมทีเดียว แต่ความหมายตรงนีกน็ ่าจะเป็นเชิงคาํ สงั มากกวา่ ดงั ทีถูกแปลมาแลว้ ในกรณีนี
พระเยซูทรงสังใหเ้ ราเป็นผใู้ หญ่ตามความหมายทีนิยามไปแลว้ ดา้ นบน นนั คือ ไม่เห็นแก่ตวั และ
คิดถึงคนอืน แน่นอนทีพระบิดาของเราในสวรรคท์ รงเป็นผใู้ หญ่และไม่เห็นแก่ตวั เลยแมแ้ ต่นิด
เดียว พระองคย์ งั ทรงเป็นแบบอยา่ งทียอดเยยี มสาํ หรับเราเหมือนเดิม

กล่าวโดยสรุปแลว้ กค็ ือ พระเยซูทรงสะทอ้ นใหเ้ ห็นถึงคาํ สอนของพระราชบญั ญตั ิและ
ทรงแสดงใหเ้ ห็นวา่ พระองคไ์ ดเ้ สดจ็ มาทาํ ใหม้ นั สาํ เร็จแลว้ ในแต่ละกรณีในบทนี พระองคไ์ ด้
ทรงใหค้ วามเห็นชอบพระราชบญั ญตั ิอยา่ งมีชนั เชิง อยา่ งไรกต็ าม จากนนั พระองคก์ ท็ รงไปไกล
กวา่ นนั โดยใชห้ ลกั การทีสูงส่งกวา่ ทงั ในดา้ นศลี ธรรมและจิตวญิ ญาณ หลกั การเหล่านียอ่ มเป็น
สิงทีเราควรปฏิบตั ิตามดว้ ยเช่นกนั ในปัจจุบนั แต่ในอาณาจกั รทีจะมานนั หลกั การเหล่านีน่าจะ
กลายเป็นกฎหมายของแผน่ ดิน

*****
ภาพรวมของมทั ธิว 6: บททีหกนาํ เสนอคาํ เทศนาบนภเู ขาต่อไป ในส่วนแรกของบทนี
พระเยซูตรัสถึงการแสร้งเป็นคนเคร่งศาสนา นนั คือ การแสร้งว่าอย่ฝู ่ ายวิญญาณเพือทาํ ให้คนอืน
ประทับใจ จากนนั พระองค์กต็ รัสถึงวิธีทีเราควรจัดการกบั เงินและวิธีทีมนั จัดการกบั เรา ในการ
ทาํ เช่นนนั พระองค์กท็ รงไล่ตงั แต่ลาํ ดบั ความสาํ คัญเกียวกบั เงินไปจนถึงความกงั วลต่างๆเกียว
กับเงิน
มธ 6:1-2 พระเยซูตรัสถึงการปฏิบตั ิของบางคนในอิสราเอลทีอยากแน่ใจวา่ การ
กระทาํ ดีของตนนนั เป็นทีปรากฏต่อสายตาคนอืน "จงระวงั ให้ดี ท่านอย่าทาํ ทานต่อหน้ามนุษย์
เพอื จะให้เขาเห็น มฉิ ะนันท่านจะไม่ได้รับบําเหน็จจากพระบดิ าของท่านผู้ทรงสถติ ในสวรรค์ คาํ
ทีแปลวา่ ทาน (เอะเละเอมอซูเน) หมายถึงการใหด้ ว้ ยใจเมตตา หรือการบริจาคใหแ้ ก่คนยากจน
พระเยซูมิไดก้ าํ ลงั วจิ ารณ์การใหแ้ ก่คนขดั สน พระองคท์ รงวจิ ารณ์แรงจูงใจทีเห็นไดช้ ดั ของคน
เหล่านนั ทีใหเ้ พือทีคนอืนจะไดเ้ ห็น
2 เหตุฉะนัน เมอื ท่านทาํ ทาน อย่าเป่ าแตรข้างหน้าท่านเหมอื นคนหน้าซือใจคดกระทาํ
ในธรรมศาลาและตามถนน เพอื จะได้รับการสรรเสริญจากมนุษย์ เราบอกความจริงแก่ท่านว่า
เขาได้รับบําเหน็จของเขาแล้ว พระองคต์ รัสถึงการทีคนหน้าซือใจคดป่ าวประกาศการใหด้ ว้ ยใจ
กศุ ลของตนทีธรรมศาลาและแมแ้ ต่ตามทอ้ งถนน แรงจูงใจของพวกเขากค็ ือ เพอื ทีจะไดร้ ับการ
สรรเสริญจากมนุษย์ พระเยซูตรัสวา่ พวกเขาไดร้ ับบาํ เหนจ็ ของตนแลว้ ไม่วา่ พวกเขาจะไดร้ ับคาํ
ชมเชยใดกต็ าม มนั กจ็ บแค่นนั พวกเขาจะไม่ไดร้ ับอะไรจากพระเจา้ เลย วลีทพี ดู ถึงการเป่ าแตร

อาจเป็นคาํ เปรียบเกินจริงทีหมายถึงการโออ้ วดถงึ การใหข้ องตน อยา่ งไรกต็ าม ในแถบตะวนั
ออก มีรายงานวา่ ผคู้ นเป่ าแตรเพอื ประกาศถึงการกระทาํ ดีของตนจริงๆ

มธ 6:3-4 พระเยซูจึงทรงใชค้ าํ เปรียบทวั ไปเกียวกบั มือซา้ ยและมือขวาของเรา ฝ่ าย
ท่านทงั หลายเมอื ทาํ ทาน อย่าให้มอื ซ้ายรู้การซึงมอื ขวากระทาํ นัน 4 เพอื ทานของท่านจะเป็ นการ
ลบั และพระบดิ าของท่านผู้ทอดพระเนตรเห็นในทลี ลี บั พระองค์เองจะทรงโปรดประทาน
บาํ เหน็จแก่ท่านอย่างเปิ ดเผย เจตนาทีชดั เจนกค็ ือวา่ การกระทาํ ดีดว้ ยใจกวา้ งขวางควรถกู กระทาํ
อยา่ งเงียบๆเพอื ทีจะไม่ดึงความสนใจมายงั ผใู้ ห้ “เพอื ทานของท่านจะเป็นการลบั ” นอกจากนี
พระเจา้ จะทรงประทานบาํ เหน็จอยา่ งเปิ ดเผยแก่ผบู้ ริจาคเพราะการกระทาํ ดีอยา่ งแทจ้ ริงของเขา
พระเยซูจึงทรงนาํ เสนอบทเรียนง่ายๆนี นนั คือ จงทาํ ดีอยา่ งเงียบๆและไดร้ ับบาํ เหน็จจากพระเจา้
หากทาํ ดีอยา่ งโออ้ วด คุณกจ็ ะถูกพระเจา้ เมิน น่าเสียดายทีวา่ พวกนกั ศาสนาสมยั นนั ชอบโออ้ วด
ถึงการดีใดๆกต็ ามทีพวกเขากระทาํ

มธ 6:5-6 จากนนั องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราทรงตาํ หนิพวกคนทีแสร้งทาํ เป็นเคร่ง
ศาสนาทีทาํ ทีวา่ อยฝู่ ่ ายวญิ ญาณอยา่ งเปิ ดเผยเพือทีคนอืนจะไดม้ องพวกเขาวา่ เป็นคนอยฝู่ ่ าย
วญิ ญาณ เมอื ท่านทงั หลายอธิษฐาน อย่าเป็ นเหมอื นคนหน้าซือใจคด เพราะเขาชอบยนื อธษิ ฐาน
ในธรรมศาลาและทมี ุมถนน เพอื จะให้คนทงั ปวงได้เหน็ เราบอกความจริงแก่ท่านว่า เขาได้รับ
บาํ เหน็จของเขาแล้ว คาํ ทีแปลวา่ คนหน้าซือใจคด (ฮูพอคริเทส) มคี วามหมายวา่ ‘คนเสแสร้ง’,
‘นกั แสดง’, หรือ ‘คนหลอกลวง’

ตรงนีความหนา้ ซือใจคดกค็ ือ การยนื อธิษฐานเสียงดงั ทีธรรมศาลาและแมแ้ ต่ตามหวั มุม
ถนน แรงจูงใจของพวกเขากค็ ือ เพือทีจะให้คนเห็น คนเหล่านีเช่นกนั ทีไดร้ ับบาํ เหน็จทุกอยา่ งที
พวกเขาควรจะไดแ้ ลว้ นีสือวา่ บาํ เหนจ็ ทีแทจ้ ริงนนั กร็ อคอยคนเหล่านนั ทีรับใชพ้ ระเจา้ อยา่ ง
ชอบธรรมและดว้ ยความจริง

แต่พระเยซูทรงสอนวา่ เราควรอธิษฐานส่วนตวั 6 ฝ่ ายท่านเมอื อธิษฐานจงเข้าในห้องชัน
ใน และเมอื ปิ ดประตูแล้ว จงอธิษฐานต่อพระบิดาของท่านผู้ทรงสถติ ในทลี ลี บั และพระบิดาของ
ท่านผู้ทอดพระเนตรเหน็ ในทลี ลี บั จะทรงโปรดประทานบําเหน็จแก่ท่านอย่างเปิ ดเผย คาํ ทีแปล

วา่ ห้องชันใน (ทาเมะอีออน) หมายถึง หอ้ งเกบ็ ของ หอ้ งดา้ นหลงั หรือตูเ้ สือผา้ กล่าวอีกนยั หนึง
กค็ ือ มนั เป็นสถานทีส่วนตวั การอธิษฐานส่วนตวั ไม่เพยี งเป็นสิงทีควรกระทาํ มากกวา่ เท่านนั
เพือทีจะไม่เป็นการเสแสร้ง แต่มนั ยงั มีประสิทธิภาพกวา่ ดว้ ยตรงทีวา่ ผทู้ ีอธิษฐานจะไม่ไดถ้ ูก
รบกวนดว้ ยคนหรือสิงต่างๆทีเกิดขึน

มธ 6:7 คราวนีพระเยซูตรัสถึงเรืองการทาํ ซาํ ๆอยา่ งเปล่าประโยชนบ์ า้ ง แต่เมอื
ท่านอธษิ ฐาน อย่าใช้คาํ ซําซากไร้ประโยชน์เหมอื นคนต่างชาติ เพราะเขาคดิ ว่าพูดมากหลายคาํ
พระจงึ จะทรงโปรดฟัง ในดา้ นหนึง พระคมั ภีร์กล่าวชดั เจนวา่ เราควรนาํ คาํ ขอของเราทูลต่อ
พระเจา้ เสมอๆ (ลูกา 11:9-10, ลูกา 18:1-5) อยา่ งไรกต็ าม ในทางกลบั กนั พระเยซูกต็ รัสถึงการ
ใช้คาํ ซาํ ซากไร้ ประโยชน์ นนั คือ การอธิษฐานเรืองเดิมๆซาํ แลว้ ซาํ อีกอยา่ งเปิ ดเผย

คาํ ทีแปลวา่ ใช้คาํ ซําซากไร้ประโยชน์ (บัททอลอเกะโอ) หมายถึง การพดู เรืองเดิมซาํ แลว้
ซาํ อีก พวกยวิ จนถึงทุกวนั นีกย็ นื หนา้ กาํ แพงร้องไห้ โดยผงกหวั และยกั ไหล่ขณะทีพวกเขา
อธิษฐานไปดว้ ยเรืองเดิมๆซาํ แลว้ ซาํ อีก อนั ทีจริงแลว้ พวกยวิ ในปัจจุบนั ทีกาํ แพงร้องไหก้ อ็ ่าน
คาํ อธิษฐานจากหนงั สือคาํ อธิษฐาน นอกจากนี คาํ อธิษฐานทีพวกเขาอ่านกไ็ ดถ้ ูกเลือกมาก่อน
แลว้ โดยประเพณีของพวกรับบีเพือทีจะใหอ้ ่านในวนั หรือโอกาสสาํ คญั ๆ เห็นไดช้ ดั วา่ มนั
เป็นการทาํ พอเป็นพธิ ีเท่านนั

เพราะวา่ ศาสนายวิ แบบรับบีในปัจจุบนั มีพนื ฐานอยบู่ นประเพณีของพวกรับบีทีมาก่อน
สมยั ของพระเยซูเสียอีก มนั จึงเป็นไปไดว้ า่ พวกยวิ ในสมยั พระเยซูกท็ าํ แบบเดียวกนั คือ
อธิษฐานเป็นประเพณีเหมอื นทีพวกยวิ ออร์โธดอ็ กซ์ในปัจจุบนั กระทาํ พวกเขาอาจผงกหวั และ
ไหล่เหมือนทีพวกยวิ ออร์โธดอ็ กซ์สมยั นีกระทาํ เวลาอธิษฐานกไ็ ด้

พวกคาทอลิกและคริสตจกั รอืนๆทีเนน้ การสวดกอ็ ธิษฐานโดยใชค้ าํ อธิษฐานเดิมๆทุกวนั
อาทิตย์ พวกโรมนั คาทอลิกอธิษฐาน “ขา้ แต่พระบิดาผสู้ ถิตในสวรรค”์ และ “วนั ทามารีอา” ซาํ ๆ
พวกคนทีประกอบพิธีกท็ ่อง “คาํ อธิษฐานขององคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ” ซาํ ๆซึงเดียวเราจะเห็นในขอ้
ต่อๆไป พระเจา้ ไม่ทรงสนพระทยั คาํ อธิษฐานทีซาํ ๆพอเป็นพิธีและไม่ไดอ้ อกมาจากใจ

มธ 6:8 พระเยซูจึงทรงนาํ เสนอสิงทีเรียกกนั ตามประเพณีวา่ คาํ อธิษฐานขององค์
พระผเู้ ป็นเจา้ อยา่ งไรกต็ าม คาํ อธิษฐานนีกไ็ ม่ไดม้ ีไวเ้ พอื ทีจะใชอ้ ธิษฐานซาํ ๆทุกสัปดาหอ์ ย่าง
ไร้ประโยชน์แต่อยา่ งใด แต่พระองคท์ รงใหค้ าํ อธิษฐานนีเป็นแบบอยา่ งในเรืองของรูปแบบและ
เนือหาวา่ เราควรอธิษฐานอย่างไร เหตุฉะนันท่านอย่าเป็ นเหมอื นเขาเลย เพราะว่าสิงไรซึงท่าน
ต้องการ พระบดิ าของท่านทรงทราบก่อนทที ่านทูลขอแล้ว เห็นไดช้ ดั วา่ เราถูกสังมิใหอ้ ธิษฐาน
ตามแบบทีไดบ้ รรยายไปแลว้ ขา้ งบน นอกจากนี พระบิดาผสู้ ถิตในสวรรคข์ องเรากท็ รงทราบ
แลว้ ถึงความจาํ เป็นต่างๆของเรา ช่างเป็นคาํ ทีทาํ ใหเ้ ราอุ่นใจจริงๆ พระบิดาผสู้ ถิตในสวรรคข์ อง
เราทรงทราบแลว้ ถึงความจาํ เป็นต่างๆของเราก่อนทีเราจะอธิษฐานเสียอีก พระองคก์ าํ ลงั รอคอย
ใหเ้ ราทูลขอพระองคเ์ ท่านนั

มธ 6:9 ตรงนีพระเยซูทรงวางรูปแบบ หรือแบบอยา่ งของวธิ ีทีเราควรอธิษฐาน
เหตุฉะนัน ท่านทงั หลายจงอธษิ ฐานตามอย่างนีว่า ประเดน็ หลกั ตรงนีถูกพบในคาํ ทีแปลวา่ ตาม
อย่างนี (ฮออูโท) คาํ นีแปลวา่ ‘ตามแบบนี’ หรือ ‘ในลกั ษณะนี’ ตามความหมายทีถูกสือ ดงั นนั
พระเยซูจึงทรงนาํ เสนอสิงทีประเพณี เรียกวา่ ‘คาํ อธิษฐานขององคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ’ จริงๆแลว้ มนั
เป็นคาํ อธิษฐานทีไวใ้ ชส้ อนเพอื ประโยชนข์ องพวกสาวกมากกวา่ มนั ไม่เคยมีไวเ้ พือใชอ้ ธิษฐาน
แบบลวกๆเหมือนอยา่ งทีกระทาํ กนั ในคริสตจกั รทีทาํ พธิ ีสวดต่างๆทีมีอยทู่ วั โลกเลย

ข้าแต่พระบดิ าของข้าพระองค์ทงั หลาย ผู้ทรงสถติ ในสวรรค์ ขอให้พระนามของ
พระองค์เป็ นทเี คารพสักการะ พระเยซูทรงขึนตน้ คาํ อธิษฐานแบบอยา่ งนีดว้ ยการสรรเสริญ
พระเจา้ วลที ีวา่ “ขอใหพ้ ระนามของพระองคเ์ ป็นทีเคารพสักการะ” มีความหมายตรงตวั วา่
‘บริสุทธิ’ หรือ ‘ไดร้ ับการชาํ ระ’ โดยพระนามของพระองค์ พระเยซูจึงทรงสรรเสริญพระ
ลกั ษณะอนั บริสุทธิของพระบิดาของพระองค์ ในแบบเดียวกนั ชีวติ การอธิษฐานของเรากค็ วร
รวมการสรรเสริญเขา้ ไวด้ ว้ ย บางทีมนั ควรมาอนั ดบั แรกในรายการอธิษฐานของเราดว้ ยซาํ ตรงนี
เราเห็นถึงเรืองของการนมสั การส่วนตวั รูปแบบของการนมสั การขนั พนื ฐานทีสุดกค็ ือ เมือผเู้ ชือ
ใชเ้ วลาลาํ พงั กบั พระเจา้ และสรรเสริญและเทิดทูนพระองค์ การนมสั การจึงเริมตน้ ในหอ้ ง
อธิษฐาน

มธ 6:10 พระเยซูอธิษฐานต่อไปวา่ ขอให้อาณาจักรของพระองค์มาตังอยู่ ขอให้
เป็ นไปตามพระทยั ของพระองค์ ในสวรรค์เป็ นอย่างไร กใ็ ห้เป็ นไปอย่างนันในแผ่นดนิ โลก นี
เท่ากบั วา่ พระเยซูทรงยอมถวายตวั ของพระองคเ์ องใหอ้ ยภู่ ายใตก้ ารปกครองของพระเจา้ วลีทีวา่
“ขอใหอ้ าณาจกั รของพระองคม์ าตงั อย”ู่ ไม่เพียงเป็นคาํ ขอใหเ้ วลาอนั เปี ยมสุขนนั มาปรากฏ
เท่านนั แต่ยงั เป็นคาํ พดู ทีแสดงถึงการนบนอบเชือฟังพระบรมมหากษตั ริยด์ ว้ ย ในแบบเดียวกนั
การทลู ขอใหน้ าํ พระทยั ของพระองคส์ าํ เร็จบนแผน่ ดินโลกกเ็ ป็นการยอมจาํ นนต่อความเป็นเจา้
นายของพระองคด์ ว้ ย มนั จึงเท่ากบั เป็นการพดู วา่ ‘อยา่ ใหเ้ ป็นตามใจปรารถนาของขา้ พระองค์
แต่ใหเ้ ป็นไปตามพระทยั ของพระองค’์

มธ 6:11 จากนนั พระเยซูกห็ นั มาตรสั ถึงการทลู ขอสาํ หรับความจาํ เป็นต่างๆบา้ ง
ขอทรงโปรดประทานอาหารประจาํ วนั แก่ข้าพระองค์ทงั หลายในกาลวนั นี คาํ ภาษาองั กฤษ
prayer มคี วามหมายตรงตวั วา่ การทลู ขอหรือการเสนอขอ้ เรียกร้อง หลงั จากทีพระองคไ์ ดท้ รง
สรรเสริญและยอมจาํ นนต่อพระเจา้ แลว้ เท่านนั พระเยซูถึงทรงทูลขอ

มธ 6:12 ต่อมาพระเยซูตรัสถึงเรืองการสารภาพบาป และขอทรงโปรดยกหนีของ
ข้าพระองค์ เหมอื นข้าพระองค์ยกหนีผู้ทเี ป็ นหนีข้าพระองค์นัน คาํ ทีแปลวา่ หนี (ออเฟะอีเลมา)
ถึงแมม้ ีความหมายตรงตวั วา่ สิงทีติดคา้ งอยู่ แต่มนั กม็ ีความหมายเชิงเปรียบไดด้ ว้ ยวา่ ‘ความบาป’
หรือ ‘การกระทาํ ผดิ ’ นนั น่าจะใช่ความหมายตรงนี พระเยซูทรงสอนใหเ้ ราแสวงหาการ
อภยั โทษจากพระเจา้ เมือเราทาํ บาป (1 ยอหน์ 1:9) นอกจากนี การทีเราไดร้ ับการยกโทษยงั ขึนอยู่
กบั ความเตม็ ใจของเราในการทีจะยกโทษคนอืนดว้ ย (ดู ขอ้ 15)

มธ 6:13 นอกจากนีแลว้ พระองคย์ งั ทรงสอนใหเ้ ราขอกาํ ลงั การทรงนาํ และความ
ช่วยเหลือจากพระเจา้ ดว้ ย และขออย่านําข้าพระองค์เข้าไปในการทดลอง แต่ขอทรงช่วยข้า
พระองค์ให้พ้นจากความชัวร้าย เราควรอธิษฐานเช่นนนั เพอื ขอความช่วยเหลอื พละกาํ ลงั และ
การทรงนาํ จากพระองค์ เหตุว่าอาณาจกั รและฤทธิเดชและสง่าราศีเป็ นของพระองค์สืบๆไปเป็ น
นิตย์ เอเมน พระเยซูทรงปิ ดทา้ ยคาํ อธิษฐานทีเป็นแบบอยา่ งนีโดยการสรรเสริญพระเจา้ เพมิ เติม
การกล่าววา่ อาณาจกั รทีจะมานนั รวมถึงฤทธิเดชและสง่าราศเี ป็นของพระองคย์ อ่ มเป็นคาํ สรรเส

ริญจริงๆ ตงั แต่การเสดจ็ ขนึ สู่สวรรคข์ องพระองคแ์ ลว้ ความหมายตรงนีกส็ อดคลอ้ งกบั การ
แสวงหาการเสดจ็ กลบั มาในไม่ชา้ ขององคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเรา พระองคท์ รงปิ ดทา้ ยดว้ ยคาํ วา่ เอ
เมน ซึงในบริบทนีมคี วามหมายวา่ ‘ขอใหเ้ ป็นเช่นนนั ’

มธ 6:14-15 จากนนั องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราทรงตรัสถงึ เงือนไขของการไดร้ ับการยก
โทษจากพระเจา้ เพราะว่าถ้าท่านยกการละเมดิ ของเพอื นมนุษย์ พระบิดาของท่านผู้ทรงสถิตใน
สวรรค์จะทรงโปรดยกโทษให้ท่านด้วย 15 แต่ถ้าท่านไม่ยกการละเมดิ ของเพอื นมนุษย์ พระบดิ า
ของท่านจะไม่ทรงโปรดยกการละเมดิ ของท่านเหมอื นกนั หากเรายกโทษคนอนื พระเจา้ กจ็ ะ
ทรงยกโทษเราดว้ ย หากเราไม่ยกโทษคนอืน พระเจา้ กจ็ ะไม่ทรงยกโทษเราเหมอื นกนั มนั ง่าย
แบบนนั เลย ดงั นนั เราจึงควรสาํ รวจใจเราเองเพือดูวา่ มีความขมขนื ใจอาฆาตแคน้ หรือการทีเรา
ไม่ยอมยกโทษใหค้ นอืนบา้ งหรือไม่ สามคั คีธรรมทีถูกตอ้ งกบั พระบิดาในสวรรคข์ องเราจึงขึน
อยกู่ บั สามคั คีธรรมทีถกู ตอ้ งกบั คนทงั หลายทีอยรู่ อบตวั เรา

มธ 6:16-18 พระเยซูจึงทรงยอ้ นกลบั มาตรัสถึงหวั ขอ้ หลกั ทีถูกกล่าวถึงไปก่อนหนา้ นี
ในบทนี นนั คือ การแสร้งทาํ ตวั วา่ เป็นน่าเลือมใสและเป็นผอู้ ยฝู่ ่ ายวญิ ญาณต่อหนา้ คนอืน ยงิ กว่า
นันเมอื ท่านถอื อดอาหาร อย่าทาํ หน้าเศร้าหมองเหมอื นคนหน้าซือใจคด ด้วยเขาแสร้งทาํ หน้าให้
ผดิ ปกติ เพอื จะให้คนเห็นว่าเขาถืออดอาหาร เราบอกความจริงแก่ท่านว่า เขาได้รับบาํ เหน็จของ
เขาแล้ว

ตรงนีเรืองทีถูกพดู ถึงคือการอดอาหาร การอดอาหารเป็นวธิ ีปฏิบตั ิตามพระคมั ภีร์ทีคน
จะไม่ยอมรับประทานอาหารเพอื ทีจะ (1) ถ่อมจิตถ่อมใจของเขาต่อเบืองพระพกั ตร์พระเจา้ และ
(2) มีใจจดจ่ออยกู่ บั สิงต่างๆทีเป็นเรืองฝ่ ายวญิ ญาณซึงเป็นสิงทีตรงขา้ มกบั สิงต่างๆทีเป็นฝ่ ายเนือ
หนงั บางครังในสมยั พระคมั ภีร์เดิม ผคู้ นมีธรรมเนียมในการสวมผา้ กระสอบ (ผา้ เนือหยาบ)
และเอาขีเถา้ โปรยศรี ษะของตนเพือแสดงใหเ้ ห็นถึงความเสียใจและการถ่อมใจ อยา่ งไรกต็ าม ใน
สมยั พระเยซู พวกคนหนา้ ซือใจคดกแ็ สร้งทาํ ตวั ทุกขโ์ ศกและอดอาหาร อีกครังทีพวกเขาไดร้ ับ
บาํ เหน็จของตนแลว้ พวกเขาจะไม่ไดร้ ับอะไรจากพระเจา้ เลย

พระเยซูกลบั สอนวา่ หากคุณจะอดอาหาร จงทาํ แบบลบั ๆ 17 ฝ่ ายท่านเมอื ถืออดอาหาร
จงชโลมทาศีรษะและล้างหน้า 18 เพอื ท่านจะไม่ปรากฏแก่คนอนื ว่าถอื อดอาหาร แต่ให้ปรากฏ
แก่พระบดิ าของท่านผู้ทรงสถิตในทลี ลี บั และพระบิดาของท่านผู้ทอดพระเนตรเหน็ ในทลี ลี บั จะ
ทรงโปรดประทานบําเหนจ็ แก่ท่านอย่างเปิ ดเผย พระเยซูตรัสวา่ จงลา้ งหนา้ ของท่าน หวผี มให้
เรียบร้อย และจงใชช้ ีวติ ในแบบทีคนอืนไม่รู้เลยวา่ ท่านใชเ้ วลาพิเศษกบั พระเจา้ อยู่ เวลาทีท่านอยู่
ในช่วงแสวงหาพระพกั ตร์ของพระเจา้ ผา่ นทางการอธิษฐานและอดอาหาร จงทาํ มนั แบบลบั ๆ
แลว้ พระเจา้ จะทรงประทานบาํ เหนจ็ แก่ท่านอยา่ งเปิ ดเผย

มธ 6:19-20 คราวนีพระเยซูทรงเปลียนมาตรัสถงึ หวั ขอ้ สาํ คญั อีกเรือง นนั คือ วธิ ีทีเรา
จดั การกบั เงินและวธิ ีทีมนั จดั การกบั เรา พระองคท์ รงเริมตน้ ดว้ ยการตรัสถึงเป้ าหมายของความ
มงั คงั และการแสวงหาความมงั คงั อย่าสะสมทรัพย์สมบัตไิ ว้สําหรับตวั ในโลก ทตี ัวมอดและสนมิ
อาจทาํ ลายเสียได้ และทขี โมยอาจขุดช่องลกั เอาไปได้ พระเยซูมิไดก้ าํ ลงั ตรัสถึงการเกบ็ หอมรอม
ริบดว้ ยความรอบคอบ แต่พดู ถึงแรงจูงใจมากกวา่ ในทีนีพระองคต์ รัสถึงการมีชีวติ อยเู่ พอื ความ
มงั คงั และการไดม้ าเพมิ (นนั คือ ความโลภ) ดู 1 ทิโมธี 6:5-11 คาํ ทีแปลวา่ สนิม (โบรซิส) ไม่ได้
หมายถึงการเกิดสนิมของเหลก็ จริงๆอยา่ งทีเราเขา้ ใจ แต่หมายถึงการเน่าเสีย เช่น การเน่าเสียของ
เนือสตั วม์ ากกว่า (นนั คอื ความเปื อยเน่า) ประเดน็ สาํ คญั กค็ ือวา่ ความมงั คงั ใดกต็ ามทีเราสะสม
ไวน้ นั อาจเสือมสูญไปไดห้ รือถกู ขโมยไปไดน้ นั เอง มนั เป็นสิงทีไม่จีรงั ยงั ยนื

ในทางกลบั กนั พระเยซูตรัสวา่ 20 แต่จงสะสมทรัพย์สมบัตไิ ว้สําหรับตัวในสวรรค์ ทตี วั
มอดและสนิมทาํ ลายเสียไม่ได้ และทไี ม่มขี โมยขุดช่องลกั เอาไปได้ แทนทีจะทาํ เช่นนนั เราควร
ลงทุนชีวติ ของเราในสวรรคซ์ ึงเป็นทีๆเวลาและแรงทีเราไดล้ งไปนนั ตงั มนั คงอยเู่ ป็นนิตย์ คาํ สอ
นรวมๆของพระคมั ภีร์ใหม่บ่งบอกชดั เจนวา่ การทาํ งานและการรับใชท้ ีเราไดก้ ระทาํ เพอื พระเยซู
คริสตว์ นั นีกเ็ ป็นการลงทุนไวใ้ นสวรรค์ ถึงแมว้ า่ พระเจา้ มิทรงมีวนั จ่ายเงินเดือนสาํ หรับการรับ
ใชพ้ ระองคต์ อนนี แต่เมอื เราไปถึงสวรรค์ เรากจ็ ะไดร้ ับค่าตอบแทน นนั เป็นสิงทีเรามองเห็นได้
และเขา้ ใจไดโ้ ดยใชค้ วามเชือเท่านนั

กระนนั การปรนนิบตั ิพระคริสตใ์ นตอนนีจะไดร้ ับบาํ เหน็จสักวนั หนึงในตอนนนั ใน
สวรรค์ นอกจากนี สิงทีเราลงทุนไวท้ ีนนั ตอนนีกก็ าํ ลงั มีมูลค่าเพิมขึนดว้ ย ไม่มีขโมยคนไหน
สามารถขโมยการลงทุนนนั ไปได้ เศรษฐกิจตกตาํ หรือเศรษฐกิจทรุดอนั ใดกจ็ ะไม่ส่งผลกระทบ
ต่อมนั เช่นกนั ทรัพยส์ ินเหล่านนั จะไม่มีวนั เสือมค่าดว้ ย และสุดทา้ ยแลว้ ทรัพยส์ ินเหล่านนั จะ
ไม่โดนเรียกเกบ็ ภาษดี ว้ ย เห็นไดช้ ดั เลยวา่ สถานทีๆดีทีสุดทีจะลงทุนกค็ ือในสวรรค์ ไม่มีการ
ลงทุนใดบนโลกนีทีจะใหผ้ ลตอบแทนไดเ้ ท่ากบั ทีพระเจา้ จะทรงใหส้ าํ หรับการลงทุนทีนนั

มธ 6:21 นอกจากนี เพราะว่าทรัพย์สมบตั ขิ องท่านอยู่ทไี หน ใจของท่านกจ็ ะอยู่ที
นันด้วย หากเราใหค้ ุณค่ากบั สิงต่างๆของโลกนี ใจของเรากจ็ ะอยทู่ ีสิงเหล่านนั ในทางกลบั กนั
หากเราใหค้ ุณค่ากบั สิงต่างๆทีเป็นของสวรรคแ์ ละงานของพระเจา้ ใจของเรากจ็ ะอยทู่ ีสิงเหล่า
นนั เช่นกนั ใจของเราจะอยทู่ ีๆเราไดล้ งทุนไว้ หากเราลงทุนในชีวติ นีและคุณค่าต่างๆของมนั ใจ
ของเรากจ็ ะอยใู่ นโลกนี อยา่ งไรกต็ าม หากเราลงทุนชีวิตของเราในสวรรค์ ใจของเรากจ็ ะอยทู่ ี
นนั

มธ 6:22 ดูเหมือนวา่ พระเยซูทรงเปลียนเรืองพดู ตรงนี อยา่ งไรกต็ าม สิงทีพระองค์
ทรงทาํ ตรงนีกค็ ือ ออกนอกเรืองชวั คราวเพอื ทีจะยกเรืองประกอบหวั ขอ้ ทีกาํ ลงั พดู ถึงอยตู่ อนนี
นนั คือ ทีๆลาํ ดบั ความสาํ คญั ของเราอยู่ ตาเป็ นประทปี ของร่างกาย คาํ ทีแปลวา่ ประทปี (ลู
คนอส) ไม่ใช่คาํ ทีปกติแลว้ แปลวา่ ความสว่าง (โฟส) แต่ความหมายตรงนีคือ ‘เทียน’ หรือ
‘ตะเกียง’ มากกวา่ ในภาษาพดู ปัจจุบนั มนั กค็ งหมายถึงไฟหนา้ รถทีใชส้ ่องนาํ ทางนนั เอง เหตุ
ฉะนันถ้าตาของท่านดี ทงั ตวั กจ็ ะเต็มไปด้วยความสว่าง คาํ ทีแปลวา่ ดี (ฮัพลออสู ) มีความหมาย
วา่ ‘สมบูรณ์’ หรือ ‘อยใู่ นสภาพดี’ ความหมายทีพระเยซูทรงตอ้ งการจะกล่าวตรงนีกค็ ือวา่ หาก
ตาของท่านอยใู่ นสภาพดี ทงั ร่างกายของท่านกจ็ ะมีความสวา่ ง

มธ 6:23 นีกเ็ ป็นจริงในทางกลบั กนั ดว้ ย แต่ถ้าตาของท่านชัว ทงั ตวั ของท่านกจ็ ะ
เต็มไปด้วยความมดื เหตุฉะนันถ้าความสว่างซึงอยู่ในตัวท่านมดื ไป ความมดื นันจะหนาทบึ สัก
เพยี งใด คาํ ทีแปลวา่ ชัว (พอเนรอส) ในบริบทนีหมายถึง ‘ป่ วย’ หรือ ‘เป็นโรค’ ดงั นนั ตาทีเป็น
โรคกจ็ ะนาํ ความมืดหรือความบอดมาสู่ทงั ร่างกาย

ประเดน็ สาํ คญั ในบริบทนีกค็ ือวา่ หากเรามีลาํ ดบั ความสาํ คญั ผดิ ทงั ชีวติ ของเรากจ็ ะได้
รับผลกระทบไปดว้ ย ในแบบเดียวกนั หากตาของเราอยใู่ นสภาพดี มนั กจ็ ะส่งผลต่อวถิ ีชีวติ
ทงั หมดของเราดว้ ย ความคิดทีถูกสืออยา่ งชดั เจนกค็ ือวา่ เราตอ้ งแน่ใจวา่ ตาฝ่ ายวิญญาณแห่งการ
จดั ลาํ ดบั ความสาํ คญั ของเรานนั อยใู่ นสภาพดี หาไม่แลว้ ไม่เพียงชีวติ ของเราจะไดร้ ับผลกระทบ
ในตอนนีเท่านนั แต่นิรันดร์กาลในตอนนนั กจ็ ะไดร้ ับผลกระทบไปดว้ ย

มธ 6:24 คราวนีพระเยซูทรงยอ้ นกลบั มาพดู ถึงเรืองสาํ คญั ไม่มผี ู้ใดปรนนิบตั ินาย
สองนายได้ เพราะเขาจะชังนายข้างหนึงและจะรักนายอกี ข้างหนึง หรือเขาจะนับถือนายฝ่ าย
หนงึ และจะดูหมนิ นายอกี ฝ่ ายหนึง มีหลายความเห็นตามมา (1) เนือหาหลกั ยงั ดาํ เนินต่อไป นนั
คือ การจดั ลาํ ดบั ความสาํ คญั ของชีวติ เราใหถ้ ูกตอ้ ง (2) คาํ ทีแปลวา่ นาย (คูรีออส) เป็นคาํ
ธรรมดาทีปกติแลว้ แปลวา่ ‘เจา้ นาย’ พระเยซูตรัสวา่ ไม่มีผใู้ ดปรนนิบตั ินายสองคนได้ นนั เป็น
ความจริงอยา่ งลึกซึงทีเดียว ไม่พระองคเ์ ป็นองคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ หรือไม่กค็ นอืนหรือสิงอืนทีเป็น
นายของเรา ผทู้ ีเป็นนายของเราไดน้ นั อาจเป็นตวั เราเองหรือไม่กซ็ าตานเองเลย (3) คาํ ทีแปลวา่
ชัง (มิเสะโอ) เป็นคาํ ทีขึนอยกู่ บั บริบท ตรงนีมนั มีความหมายว่า ‘สะอิดสะเอยี น’ ใครสักคนหรือ
บางสิงบางอยา่ ง (4) ความหมายของคาํ ทีแปลวา่ ดูหมนิ (คาทาฟรอเนะโอ) กม็ ีความหมายดว้ ยวา่
‘เมินเฉย’ คนอืน นนั อาจเป็นความหมายตรงนี ดงั นนั พระเยซูจึงกาํ ลงั ตรัสวา่ หากผใู้ ดพยายามที
จะรับใชน้ ายสองคน เขากจ็ ะเกลยี ดชงั นายคนหนึงและรักนายอีกคน หรือไม่กเ็ มินเฉยคนหนึง
และลาํ เอียงเขา้ ขา้ งอกี คน

คราวนีพระองคท์ รงตรงเขา้ ประเดน็ ของพระองค์ ท่านจะปรนนิบัติพระเจ้าและเงนิ ทอง
พร้อมกนั ไม่ได้ นีเป็นส่วนทีเกียวขอ้ งโดยตรงกบั บริบทใหญ่ คาํ ทีแปลวา่ เงนิ ทอง (มมั โมนาส)
มคี วามหมายวา่ ‘ความมงั คงั ’ หรือ ‘การไดม้ าซึงความมงั คงั ’ พระเยซูตรสั วา่ เราไม่สามารถ
แสวงหาพระเจา้ และแสวงหาความมงั คงั ไปพร้อมๆกนั ได้ ทงั สองสิงไปดว้ ยกนั ไม่ไดเ้ ลย ดู 1 ทิ
โมธี 6:5-11 อีกครัง

มธ 6:25 คราวนีพระเยซูทรงเปลียนเรืองจากการใหค้ วามสาํ คญั กบั เงินเป็นอนั ดบั
แรกซึงเป็นสิงทีผดิ ไปยงั เรืองสุดโต่งอีกดา้ นบา้ ง นนั คอื การวติ กกงั วลวา่ จะไม่มีเงิน เหตุฉะนัน

เราบอกท่านทงั หลายว่า อย่ากระวนกระวายถึงชีวติ ของตนว่า จะเอาอะไรกนิ หรือจะเอาอะไรดมื
และอย่ากระวนกระวายถึงร่างกายของตนว่า จะเอาอะไรนุ่งห่ม นีเป็นเรืองของการวติ กกงั วล คาํ
ทีแปลวา่ กระวนกระวาย (เมะริมนาโอ) เป็นคาํ เดียวกบั ทีใชใ้ นฟี ลิปปี 4:6 ทีเปาโลกล่าววา่ “อยา่
ทุกขร์ ้อนในสิงใดๆเลย” ความหมายกค็ อื ‘อยา่ กงั วล’ อยา่ กงั วลวา่ เราจะกินอะไร อยา่ กงั วลวา่ เรา
จะดืมอะไร อยา่ กงั วลวา่ เราจะสวมใส่อะไร ชีวติ สําคญั ยงิ กว่าอาหารมใิ ช่หรือ และร่างกายสําคญั
ยงิ กว่าเครืองนุ่งห่มมใิ ช่หรือ พระเยซูตรัสถึงเรืองหลกั การพืนฐานของชีวติ อีกครัง นนั คือ สิง
ต่างๆของชีวติ นนั โดยพืนฐานแลว้ กเ็ ป็นเรืองฝ่ ายวญิ ญาณ เหมือนกบั ทีพระเยซูตรัสแก่พญามาร
วา่ “มนุษยจ์ ะดาํ รงชีวติ ดว้ ยอาหารอยา่ งเดียวกห็ ามิได”้ แก่นแทข้ องชีวติ จึงเป็นเรืองฝ่ ายวญิ ญาณ
และไม่ใช่เรืองของร่างกาย

มธ 6:26-29 จากนนั พระองคก์ ท็ รงถามคาํ ถามหลายประการซึงไม่จาํ เป็นตอ้ งตอบ
(เพราะเป็นคาํ ถามทีสือถึงคาํ ตอบชดั เจนอยแู่ ลว้ ) จงดูนกในอากาศ มนั มไิ ด้หว่าน มไิ ด้เกยี ว มไิ ด้
สะสมไว้ในย้งุ ฉาง แต่พระบิดาของท่านทงั หลายผู้ทรงสถิตในสวรรค์ทรงเลยี งนกไว้ ท่านทงั
หลายมปิ ระเสริฐกว่านกหรือ พระเจา้ มิไดท้ รงดแู ลนกหรือ 27 มใี ครในพวกท่าน โดยความ
กระวนกระวาย อาจต่อความสูงให้ยาวออกไปอกี สักศอกหนึงได้หรือ ผใู้ ดทีวติ กกงั วลเกียวกบั
ชีวติ จะสามารถทาํ ใหต้ วั เองสูงขึนไดห้ รือ 28 ท่านกระวนกระวายถงึ เครืองนุ่งห่มทาํ ไม จง
พจิ ารณาดอกไม้ทที ุ่งนาว่า มนั งอกงามเจริญขนึ ได้อย่างไร มนั ไม่ทาํ งาน มนั ไม่ปันด้าย 29 และ
เราบอกท่านทงั หลายว่า ซาโลมอนเมอื บริบูรณ์ด้วยสง่าราศีของท่าน กม็ ไิ ด้ทรงเครืองงามเท่า
ดอกไม้นีดอกหนงึ ทาํ ไมตอ้ งกงั วลวา่ จะไม่มเี สือผา้ เพยี งพอดว้ ย ดูดอกไมป้ ่ าสิ แมแ้ ต่ซาโลมอน
ในอาภรณ์ทีงามสง่ากไ็ ม่ไดท้ รงเครืองงามเท่าดอกไมน้ ีดอกหนึง

มธ 6:30 เหตุฉะนัน จงหยดุ คิดใหด้ ีๆ ถ้าพระเจ้าทรงตกแต่งหญ้าทที ุ่งนาอย่างนัน
ซึงเป็ นอยู่วนั นีและรุ่งขนึ ต้องทงิ ในเตาไฟ โอ ผู้มคี วามเชือน้อย พระองค์จะไม่ทรงตกแต่งท่าน
มากยงิ กว่านันหรือ วลีทีพดู ถึงการทิงในเตาไฟกห็ มายถึงการทีหญา้ ทีทุ่งนาจะถกู ตดั และตาก
แหง้ กลางแดดยามเทียงวนั จากนนั กถ็ ูกนาํ ไปใชอ้ บขนมปังในวนั ถดั ไป ภาชนะดินเผาทีมีชือวา่
คลิบานสั ถกู ใชเ้ พืออบขนมปังแถวหนึง แป้ งขนมปังถูกใส่ไวข้ า้ งในนนั และปกติแลว้ หญา้ แหง้

กถ็ กู ใชเ้ ป็นเชือเพลิงเพอื อบขนมปังแถวหนึงอนั นนั การประยกุ ตใ์ ชข้ องพระเยซูกค็ อื วา่ หาก
พระเจา้ ทรงดูแลสิงทีตาํ ตอ้ ยอยา่ งหญา้ ทีทุ่งนา ซึงเป็นอยวู่ นั หนึงและถกู นาํ ไปใชอ้ บขนมปังใน
วนั ถดั ไป พระองคจ์ ะทรงดูแลเรามากยงิ กวา่ ขนาดไหน

“โอ ผมู้ ีความเชือนอ้ ย” เมือเรากงั วลอยา่ งไม่สมควรวา่ เราจะอยรู่ อดไดอ้ ยา่ งไร เรากแ็ สดง
ใหเ้ ห็นวา่ เราขาดความเชือวา่ พระเจา้ ทรงสามารถและทรงยนิ ดีทีจะเลียงดูเรา (เหตุผลหนึงที
คริสเตียนในปัจจุบนั กงั วลเรืองเงินทองกเ็ กิดจาก (1) การจบั จ่ายซือสิงต่างๆอยา่ งโง่เขลาทีไม่ใช่
อาหารและเสือผา้ และ (2) การซือเงนิ ผอ่ นทีคอยมาหลอกหลอนพวกเขาทุกเดือนดว้ ยใบแจง้ หนี
แบบไม่รู้จบสิน)

มธ 6:31-32 เหตุฉะนัน อย่ากระวนกระวายว่า เราจะเอาอะไรกนิ หรือจะเอาอะไรดืม
หรือจะเอาอะไรนุ่งห่ม ความหมายกค็ ือ อยา่ กงั วลวา่ เราจะมชี ีวติ อยรู่ อดไดอ้ ยา่ งไร 32 (เพราะว่า
พวกต่างชาตแิ สวงหาสิงของทงั ปวงนี) แต่ว่าพระบิดาของท่านผู้ทรงสถติ ในสวรรค์ทรงทราบ
แล้วว่า ท่านต้องการสิงทงั ปวงเหล่านี

(1) โดยการเปรียบเทียบกบั คนต่างชาติตรงนี พระเยซูกท็ รงสือชดั เจนวา่ พระสญั ญาเหล่า
นีเป็นของประชาชนของพระเจา้ คาํ ทีแปลวา่ พวกต่างชาติ (เอธ็ นอส) ถึงแมม้ ีความหมายตรงตวั
วา่ ผทู้ ีมใิ ช่ยวิ แต่มนั กม็ คี วามหมายวา่ ชาวโลกโดยทวั ไปดว้ ย นนั น่าจะใช่ความหมายตรงนี ดว้ ย
เหตุนี พระสญั ญานีจึงเป็นของประชาชนของพระเจา้ และมิใช่ชาวโลกโดยทวั ไป (2) พระเจา้ ทรง
ทราบวา่ เราจาํ เป็นตอ้ งมีสิงจาํ เป็นต่างๆของชีวติ เราควรหมายเหตุไวว้ า่ ในบริบททีมาก่อนนนั
พระเยซูตรัสเฉพาะเจาะจงเกียวกบั ความจาํ เป็นต่างๆของชีวติ พระองคม์ ิไดต้ รัสถึงความตอ้ งการ
ต่างๆและความสะดวกสบายต่างๆของชีวติ ทีผคู้ นมกั ซือ ทีแยย่ งิ ไปกวา่ นนั กค็ ือ เมือพวกเขาซือ
เงินผอ่ นและตอ้ งมาพบวา่ ตวั เองเป็นหนีเป็นสินจนไม่สามารถมีปัญญาซือของทีจาํ เป็นได้

มธ 6:33 พระเยซูกลบั สอนวา่ แต่ท่านทงั หลายจงแสวงหาอาณาจกั รของพระเจ้า
และความชอบธรรมของพระองค์ก่อน นีเป็นจุดสุดยอดของเนือหาตอนนี มนั ช่วยขจดั ปัญหาทงั
สองประการซึงถูกพดู ถึงไปแลว้ ในบทนี นนั คือ การจดั ลาํ ดบั ความสาํ คญั ผดิ และการกงั วลวา่ จะ
มไี ม่พอ พระเยซูทรงบญั ชาเราใหย้ กสิงต่างๆของพระเจา้ (และสิงทีถูกตอ้ ง) ใหเ้ ป็นสิงทีสาํ คญั

อนั ดบั แรกในชีวติ ของเรา จากนนั พระองคท์ รงสัญญาวา่ แล้วพระองค์จะทรงเพมิ เตมิ สิงทงั ปวง
เหล่านีให้แก่ท่าน สิงทีชดั เจนกค็ ือวา่ เมอื เราแสวงหาสิงต่างๆของพระเจา้ และความชอบธรรมของ
พระองคก์ ่อน พระเจา้ กท็ รงสัญญาแล้ววา่ จะจดั เตรียมสาํ หรับสิงจาํ เป็นต่างๆของชีวติ นนั อาจ
หมายถึงสิงต่างๆทีดีกวา่ ในชีวติ ดว้ ยซึงถูกพดู ถึงไปแลว้ ในเนือหาตอนนี หากไม่ใช่ในชีวติ นี ก็
ในชีวิตหนา้ เมือเราจดั ลาํ ดบั ความสาํ คญั สิงต่างๆตามทีมนั ควรจะเป็นและดาํ เนินชีวติ อยา่ ง
สอดคลอ้ งกบั มนั พระเจา้ กจ็ ะทรงเลียงดูและอวยพร

มธ 6:34 เหตุฉะนัน อย่ากระวนกระวายถึงพรุ่งนี ความหมายกค็ ือวา่ อยา่ กงั วลวา่
เราจะมีชีวติ รอดอยา่ งไรในวนั พรุ่งนี เพราะว่าพรุ่งนีกจ็ ะมกี ารกระวนกระวายสําหรับพรุ่งนีเอง
พรุ่งนีกจ็ ะดูแลตวั มนั เอง แต่ละวนั กม็ ที ุกข์พออยู่แล้ว" วนั นีเรามเี รืองตอ้ งกงั วลมากพออยแู่ ลว้
โดยยงั ไม่ตอ้ งคิดกงั วลถึงวนั พรุ่งนีดว้ ยซาํ หลกั การทีสาํ คญั ยงิ กค็ ือ การทีเราใหอ้ งคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้
และสิงต่างๆของพระเจา้ มาเป็นทีหนึงในชีวติ ของเรา (รวมถึงความชอบธรรมของพระองคด์ ว้ ย)
และพระองคจ์ ะทรงตอบสนองความจาํ เป็นทุกเรืองของเรา นนั จะทาํ ใหเ้ ราไม่วติ กกงั วลและเป็น
แก่นแทข้ องการดาํ เนินชีวติ โดยความเชือ

พระเยซูจึงตรัสถึงปัญหาสาํ คญั สองเรืองทีเกียวขอ้ งกบั การจดั การกบั เงินในชีวติ (1) เรือง
แรกคือ การลงทุนในสวรรคม์ ากกวา่ ทีจะแสวงหาความมงั คงั ในชีวติ นี อีกเรืองกค็ ือ (2) การ
แสวงหาสิงต่างๆของพระเจา้ ก่อนและพระองคจ์ ะทรงตอบสนองความจาํ เป็นต่างๆของเรา อนั ที
จริงแลว้ แก่นของเรืองทงั หมดกค็ ือ “ท่านทงั หลายจงแสวงหาอาณาจกั รของพระเจา้ และความ
ชอบธรรมของพระองคก์ ่อน แลว้ พระองคจ์ ะทรงเพิมเติมสิงทงั ปวงเหล่านีใหแ้ ก่ท่าน” นนั จะ
ทาํ ใหเ้ ราไม่ตอ้ งประสบกบั ปัญหาเหล่านนั ทีพระเยซูไดต้ รัสถึงในเนือหาส่วนทา้ ยของบทนี

*****
ภาพรวมของมทั ธิว 7: คาํ เทศนาบนภเู ขายงั มีต่ออีก พระเยซูตรัสสังสอนหลายเรืองต่อ
ไป ซึงรวมถึงการหลีกเลียงใจทีชอบวิพากษ์วิจารณ์ การมีความเพียรในการอธิษฐาน กฎทองคาํ
และประตแู คบกบั ประตกู ว้าง ในเนือหาตอนท้ายของบทนี (ซึงเป็นบทสรุปของคาํ เทศนาบน
ภเู ขา) พระเยซูตรัสคาํ เตือนสามเรือง นนั คือ พวกผ้พู ยากรณ์เทจ็ การรับเชือแบบเทจ็ ๆ และ
รากฐานจอมปลอม

มธ 7:1-2 องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราตรัสถึงความผดิ ทีเรามกั กระทาํ นนั คือ การมีใจ
ชอบตดั สินคนอืน"อย่ากล่าวโทษเขา เพอื ท่านจะไม่ต้องถูกกล่าวโทษ คาํ ทีแปลวา่ กล่าวโทษ (คริ
โน) มีความหมายไดห้ ลายแบบ แต่ตรงนีมนั ถูกใชใ้ นความหมายวา่ ‘ประณาม’ หรือ ‘วพิ ากษ์
วจิ ารณ์’ คนอืน ในชีวติ ประจาํ วนั เรานนั มนั กค็ ือการชอบติคนอืนนนั เอง เราควรหมายเหตุไวว้ า่
คาํ เดียวกนั นี (กล่าวโทษ) มีความหมายอีกอยา่ งดว้ ย นนั คอื มนั หมายถึงการ ‘แยกแยะ’ หรือ
‘เขา้ ใจ’ ในความหมายดงั กล่าว พระเยซูตรัสใหเ้ ราตดั สินตามชอบธรรมในยอห์น 7:24

อยา่ งไรกต็ าม เมือเรามีทศั นคติทีชอบวจิ ารณ์คนอืน เราเองกจ็ ะถูกวพิ ากษว์ จิ ารณ์
2 เพราะว่าท่านทงั หลายจะกล่าวโทษเขาอย่างไร ท่านจะต้องถูกกล่าวโทษอย่างนัน และท่านจะ
ตวงให้เขาด้วยทะนานอนั ใด ท่านจะได้รับตวงด้วยทะนานอนั นัน นอกจากนี เมือเราปฏิบตั ิต่อผู้
อืนอยา่ งไร เรากจ็ ะไดร้ ับการปฏิบตั ิในแบบเดียวกนั คาํ ทีแปลวา่ ตวง (เมะตเระโอ) มีความหมาย
วา่ ‘ตวงออกให’้ มนั เป็นทีมาของคาํ ภาษาองั กฤษ meter กล่าวโดยกวา้ งและในบริบทนี คาํ นีก็
หมายถึงวธิ ีทีเราปฏิบตั ิต่อผอู้ นื หากเราชอบกล่าวโทษผอู้ ืน เรากค็ าดหวงั ไดว้ า่ เราจะโดนกล่าว
โทษเช่นกนั หากเรามีใจกรุณาและเห็นอกเห็นใจผอู้ ืน เรากน็ ่าจะไดร้ ับสิงเหล่านีกลบั คืนมาเช่น
กนั

มธ 7:3-5 พระเยซูตรัสถึงเรืองทีขดั แยง้ กนั เองในชีวติ เหตไุ ฉนท่านมองดูผงทอี ยู่ใน
ตาพนี ้องของท่าน แต่ไม่ยอมพจิ ารณาไม้ทงั ท่อนทอี ยู่ในตาของท่านเอง 4 หรือเหตุไฉนท่านจะ
กล่าวแก่พนี ้องของท่านว่า `ให้เราเขยี ผงออกจากตาของท่าน' แต่ดูเถดิ ไม้ทงั ท่อนกอ็ ยู่ในตาของ
ท่านเอง มนั ง่ายมากทีเราจะเห็นความผดิ พลาดเลก็ ๆนอ้ ยๆในคนเหล่านนั ทีอยรู่ อบตวั เรา ขณะที
เรามกั มองไม่เห็นความผดิ พลาดใหญ่ๆในชีวติ ของเราเอง พระเยซูทรงยกเรือง ผง มาประกอบ
ความจริงนี ซึงตรงตวั แลว้ กห็ มายถึงฟางเส้นหนึงหรือเศษธุลี พระองคท์ รงเปรียบเทียบความ
แตกต่างระหวา่ งมนั กบั ไม้ทังท่อนซึงหมายถึงท่อนไมท้ ีใชใ้ นการก่อสรา้ ง พระองคท์ รงกล่าวเกิน
จริงเพอื ดึงความสนใจเรามาสู่เรืองทีขดั แยง้ กนั นี 5 ท่านคนหน้าซือใจคด จงชักไม้ทงั ท่อนออก
จากตาของท่านก่อน แล้วท่านจะเหน็ ได้ถนัด จงึ จะเขยี ผงออกจากตาพนี ้องของท่านได้ เมือเรา

จบั ผดิ คนทีอยรู่ อบตวั เราโดยทีเราไม่สนใจความผดิ พลาดของตวั เอง พระเยซูกต็ รัสวา่ เราเป็นคน
หนา้ ซือใจคด

มธ 7:6 คราวนีพระเยซูทรงเปลียนเรืองและนาํ เสนอคาํ สุภาษิตทีค่อนขา้ ง
คลุมเครือ อย่าให้สิงซึงบริสุทธิแก่สุนัข และอย่าโยนไข่มุกของท่านให้แก่สุกร เกลอื กว่ามนั จะ
เหยยี บยาํ เสีย และจะหันกลบั มากดั ตวั ท่านด้วย การโยนสิงซึงบริสุทธิแก่สุนขั อาจหมายถึงการ
ใหเ้ ศษอาหารเหลือๆจากแท่นบูชาทีพระวหิ ารแก่พวกสุนขั ทีคอยหากินเศษอาหาร นอกจากนี
พวกหมูป่ ากม็ อี ยเู่ ยอะแยะในหุบเขาจอร์แดนในสมยั นนั และพวกมนั กช็ อบเศษอาหารทีคลา้ ยกบั
ถวั ฝักดว้ ย อยา่ งไรกต็ าม เมือพวกเขารู้วา่ สิงทีมนั กินเป็นไข่มุก พวกมนั กจ็ ะคายทิงและเหยยี บยาํ
ไข่มุก หรือถึงกบั หนั มากดั คนทีใหอ้ าหารพวกมนั ดว้ ย (คาํ กรีกทีแปลวา่ ไข่มกุ คือ มาร์การิเทส
ซึงเป็นทีมาของชือภาษาองั กฤษ Margaret)

การประยกุ ตใ์ ชค้ าํ อุปมาสนั ๆนีกค็ ือ บางครังกเ็ ป็นการฉลาดทีเราจะไม่เสนอสิงต่างๆทีมี
ค่าของพระวจนะของพระเจา้ แก่พวกสุนขั และสุกรของโลก ในศตวรรษแรกคนมกั ตงั ฉายาสุนขั
ใหก้ บั พวกคนทีตาํ ชา้ เลวทราม และชวั ร้าย พวกสุนขั ในสมยั นนั เป็นสัตวท์ ีชอบอยตู่ ามป่ าและ
คอยหากินเศษอาหารตามทอ้ งถนน โดยผคู้ นมกั ดูถกู พวกมนั บางครังมนั กเ็ ป็นการมีปัญญา
มากกวา่ ทีเราจะไม่เป็นพยานหรือสอนสิงต่างๆของพระเจา้ แก่บางคนทีมีแต่จะเยาะเยย้ สิงทีเรา
แบ่งปันแก่พวกเขา

มธ 7:7-8 ต่อมาพระเยซูกต็ รัสหลกั การทีสาํ คญั อยา่ งหนึงเกียวกบั การอธิษฐาน จง
ขอแล้วจะได้ จงหาแล้วจะพบ จงเคาะแล้วจะเปิ ดให้แก่ท่าน 8 เพราะว่าทุกคนทขี อกไ็ ด้รับ คนที
แสวงหากพ็ บ และคนทเี คาะกจ็ ะเปิ ดให้เขา ความหมายทีสาํ คญั กค็ ือวา่ จงอธิษฐานต่อไปอยา่ หยดุ
คาํ กริยาขอ หา และ เคาะ อยใู่ นรูปปัจจุบนั กาลซึงสือถึงการกระทาํ ทีเกิดขึนต่อเนือง ดงั นนั พระ
เยซูจึงตรัสวา่ ‘จงขอต่อไป แสวงหาต่อไป และเคาะต่อไป’ คนทงั หลายทีจะพากเพียรต่อไปใน
การอธิษฐานจะไดร้ ับคาํ ตอบในเวลาอนั ควร ดู ลูกา 11:5-7, 18:1-7 กญุ แจทีนาํ ไปสู่คาํ อธิษฐานที
ไดร้ ับคาํ ตอบกค็ ือ การไม่ยอมแพใ้ นการทูลขอ

มีอยสู่ ามขนั ตอนในขอ้ นี การขอคือ การเสนอความตอ้ งการต่างๆ การหาคือ การทูลขอ
การทรงนาํ ของพระเจา้ การเคาะคือ การขอความช่วยเหลือจากพระเจา้ ไม่วา่ จะในกรณีใด หลกั
การสาํ คญั กค็ ือ การอธิษฐานต่อไปใหน้ านเท่าทีจะทาํ ไดจ้ นกวา่ พระเจา้ จะทรงตอบ การอธิษฐาน
เป็นกิจกรรมสาํ คญั ทีแสดงถึงความเชือ ตราบใดทีเรากาํ ลงั ขอ แสวงหา หรือเคาะอยู่ เรากก็ าํ ลงั
ดาํ เนินชีวติ โดยความเชืออยู่ นอกจากนี ความเชือกเ็ ป็นสิงทีพอพระทยั พระเจา้ ดว้ ย (ฮีบรู 11:6)
พระเจา้ อาจไม่ทรงตอบสักระยะหนึงเพอื ใหเ้ รามสี ามคั คีธรรมอยา่ งต่อเนืองกบั พระองคต์ ่อไป
และแน่นอนทีการเดินทางแห่งความเชือมกั จะดีกวา่ จุดหลายปลายทางทีเราแสวงหา

มีหลกั การทีสาํ คญั ตรงนี เมือเราพากเพยี รในการอธิษฐาน พระเยซูกต็ รัสวา่ พระเจา้ จะ
ทรงให้ จะทรงช่วยเหลือ และจะทรงนาํ พา สิงเหล่านีเป็นพระสญั ญาของพระเจา้ ทีเกียวขอ้ งกบั
การอธิษฐานโดยตรง พระเจา้ จะทรงตอบเราเมอื เราพากเพียรในการอธิษฐาน

มธ 7:9-10 คราวนีพระเยซูทรงเนน้ ยาํ พระสญั ญาเรืองคาํ อธิษฐานทีไดร้ ับคาํ ตอบโดย
ใชเ้ รืองทีเราพบเห็นทุกวนั สองเรือง ทงั สองเรืองเป็นคาํ ถามทีคาํ ตอบชดั เจนอยแู่ ลว้ ในพวกท่าน
มใี ครบ้างทจี ะเอาก้อนหนิ ให้บุตร เมอื เขาขอขนมปัง 10 หรือให้งูเมอื บุตรขอปลา พระเยซูถามว่
า ‘ถา้ ลูกเจา้ ขอขนมปัง เจา้ จะใหก้ อ้ นหินแก่เขาหรือ’ คาํ ตอบนนั ชดั เจนอยแู่ ลว้ หรือ ‘ถา้ ลูกเจา้ ขอ
ปลากิน เจา้ จะใหง้ แู ก่เขาหรือ’ อีกครังทีคาํ ตอบนนั ชดั เจนอยแู่ ลว้ ในบริบททมี าก่อนหนา้ และที
ตามมานนั เห็นไดช้ ดั วา่ เมือเราอธิษฐานทลู ต่อพระบิดาในสวรรคข์ องเรา พระองคก์ จ็ ะทรงตอบ
เหมือนกบั ทีพ่อทีดีสักคนจะกระทาํ บทเรียนสาํ คญั กค็ ือวา่ พระเจา้ ทรงตอบคาํ อธิษฐานของลูกๆ
ของพระองค์ แน่นอนทีการอธิษฐานนนั ยอ่ มมีเงือนไขและคุณสมบตั ิหลายประการ แต่หลกั การ
พืนๆกค็ อื พระเจา้ ทรงตอบคาํ อธิษฐานของประชาชนของพระองค์

มธ 7:11 หลกั การนียงิ ถกู ตอกยาํ เพิมตรงนี เหตุฉะนัน ถ้าท่านทงั หลายเองผู้เป็ นคน
ชัว ยงั รู้จกั ให้ของดแี ก่บุตรของตน ยงิ กว่านันสักเท่าใดพระบดิ าของท่านผู้ทรงสถติ ในสวรรค์จะ
ประทานของดีแก่ผู้ทขี อจากพระองค์ หากเราทีเป็นคนบาปยงั รู้จกั ทีจะใหข้ องดีๆแก่ลกู ๆของเรา
พระเจา้ จะทรงตอบเรามากยงิ กวา่ เท่าใดเมือเราขอพระองคอ์ ยา่ งเหมาะสม

มธ 7:12 สิงทีเรียกกนั ตามประเพณีวา่ กฎทองคาํ จึงถกู นาํ เสนอโดยพระเยซู เหตุ
ฉะนัน สิงสารพดั ซึงท่านปรารถนาให้มนุษย์ทาํ แก่ท่าน จงกระทาํ อย่างนันแก่เขาเหมอื นกนั
เพราะว่านีคอื พระราชบัญญตั แิ ละคาํ ของศาสดาพยากรณ์ คนมกั บิดเบือนคาํ สอนนีโดยการทาํ
กบั คนอืนเหมือนกบั ทีเขาทาํ กบั เรา อยา่ งไรกต็ าม นีไม่ใช่สิงทีพระเยซูตรัส สิงทีพระองคต์ รัส
จริงๆกค็ ือ “สิงสารพดั ซึงท่านปรารถนาใหม้ นุษยท์ าํ แก่ท่าน จงกระทาํ อยา่ งนนั แก่เขาเหมือน
กนั ” กล่าวอีกนยั หนึงกค็ ือ จงทาํ กบั คนอืนเหมือนกบั ทีเราอยากใหเ้ ขาทาํ กบั เรา จงเป็นคนใส่ใจ
คนอนื มีใจกรุณา ชอบช่วยเหลือ ไม่เห็นแก่ตวั ใจกวา้ ง ฯลฯ ดงั ทีไดก้ ล่าวไปแลว้ ในบทนี “ท่าน
จะตวงใหเ้ ขาดว้ ยทะนานอนั ใด ท่านจะไดร้ ับตวงดว้ ยทะนานอนั นนั ”

พระองคท์ รงปิ ดทา้ ยคาํ สอนนีโดยตรัสวา่ “เพราะวา่ นีคือพระราชบญั ญตั ิและคาํ ของ
ศาสดาพยากรณ์” หวั ใจหลกั ของพระคมั ภีร์เดิม (พระราชบญั ญตั ิและคาํ ของศาสดาพยากรณ์) ก็
คือการดาํ เนินชีวติ เช่นนนั ดงั นนั พระเยซูจึงทรงสอนใหเ้ ราเป็นคนไม่เห็นแก่ตวั มากกวา่ ทีจะเห็น
แก่ตวั ใหเ้ ป็นคนทีสนใจคนอืนมากกวา่ สนใจตวั เอง นีเป็นแก่นแทข้ องความรักแบบอากาเป ดู
โรม 13:9-10

มธ 7:13-14 จากนนั องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราทรงเปรียบเทียบความแตกต่างระหวา่ ง
ประตูแคบกบั ประตูใหญ่และทางกว้าง จงเข้าไปทางประตูแคบ เพราะว่าประตูใหญ่และทางกว้าง
นันนําไปถงึ ความพนิ าศ และคนทเี ข้าไปทางนันมมี าก 14 เพราะว่าประตูซึงนําไปถึงชีวติ นันก็
คบั และทางกแ็ คบ ผู้ทหี าพบกม็ นี ้อย คาํ ทีแปลวา่ แคบ คือ สเตะนอส นีหมายถึงประตทู ีคนไม่
ค่อยใชห้ รือทางทีคนไม่ค่อยสัญจร กรุงเยรูซาเลม็ มีหลายประตู บา้ งกเ็ ป็นประตกู วา้ งสวยงามที
คนรวยๆและคนทีมีอาํ นาจผา่ นเขา้ พระวหิ าร บา้ งกเ็ ป็นประตเู ลก็ ๆแคบๆทีมีไวส้ าํ หรับส่งของ
ทิงขยะ หรือใหส้ ัตวเ์ ดินผา่ น คาํ ทีแปลวา่ ความพนิ าศ (อาโปเละเอีย) เป็นคาํ ทีหมายถึงการ
‘พินาศ’ หรือ ‘เสียไป’

มีอยสู่ องทรรศนะดงั เดิมเกียวกบั การประยกุ ตใ์ ชค้ วามจริงนี (1) พระเยซูกาํ ลงั ตรัสถงึ ขอ้
เทจ็ จริงทีวา่ ถนนเส้นทีคนส่วนใหญ่ชอบสญั จร ถึงแมจ้ ะกวา้ งขวางและมคี นมาก แต่กเ็ ป็นทางที
พลาดไปจากเส้นทางทีนาํ ไปสู่ชีวติ นิรันดร์โดยทางพระคริสต์ (ดู ยอหน์ 14:6) ชาวโลกกาํ ลงั มุ่ง

หนา้ ไปดว้ ยความเร็วจีไปตามทางด่วนแห่งชีวติ ทีนาํ ไปสู่นรก โดยส่วนใหญ่มกั ไม่สนใจทางออก
ทีนาํ ไปสู่ชีวติ นิรันดร์ในพระคริสต์

อีกทรรศนะหนึงกค็ ือวา่ (2) พระเยซูกาํ ลงั หมายถึงประชาชนของพระเจา้ ในบริบทนีและ
การทีพวกเขาหลายคนดูเหมอื นจะไม่พบทางแคบแห่งความชอบธรรมและความเชือฟังซึงนาํ ไป
สู่ชีวติ คริสเตียนทีเตม็ บริบรู ณ์และเปี ยมดว้ ยพระพร คนทีกล่าวป้ องกนั ทรรศนะนีอา้ งวา่ ถึงแมม้ ี
การเอ่ยถึงชีวติ แต่มนั กไ็ ม่ไดถ้ ูกเรียกวา่ ชีวติ นิรันดร์ และแน่นอนทีคริสเตียนมากมายใชช้ ีวติ บน
ถนนกวา้ งโดยทาํ เหมือนกบั คนอืนๆ แต่กเ็ กบ็ เกียวความทุกขใ์ จและความปวดร้าวเพราะวา่ พวก
เขาไม่เคยยอมทีจะใชท้ างแคบแห่งความสตั ยซ์ ือ ความสมาํ เสมอ การแยกออก และการดาํ เนิน
ชีวติ ฝ่ ายวญิ ญาณอยา่ งแทจ้ ริงเลย

ไม่วา่ จะในกรณีใด ทางของพระเจา้ กเ็ ป็นทางของคนส่วนนอ้ ย ไม่วา่ มนั จะหมายถงึ คนที
ไม่เอาข่าวประเสริฐเลยหรือหมายถึงพวกคริสเตียนทีพลาดไปจากเส้นทางแห่งความเป็นผใู้ หญ่
ฝ่ ายวญิ ญาณ คนทไี ปตามทางของพระเจา้ กเ็ ป็นคนส่วนนอ้ ย

มธ 7:15 ขอ้ 15-20 เตือนเราใหร้ ะวงั พวกผพู้ ยากรณ์เทจ็ จงระวงั ผู้พยากรณ์เทจ็
ทมี าหาท่านนุ่งห่มดุจแกะ แต่ภายในเขาร้ายกาจดุจสุนัขป่ า ในพระราชบญั ญตั ิ 13:1-5 พระเจา้
ทรงใหค้ าํ เตือนเกียวกบั พวกผพู้ ยากรณ์เทจ็ ในพระคมั ภีร์เดิม หลกั เกณฑพ์ ืนฐานทีใชเ้ พือดูวา่
คนๆนนั เป็นผพู้ ยากรณ์เทจ็ หรือไม่กค็ ือ ดูวา่ คาํ พยากรณ์ของเขาเป็นจริงตามทีกล่าวหรือไม่
อยา่ งไรกต็ าม มนั กไ็ ม่ง่ายเสมอไปทีจะรู้วา่ คาํ พยากรณ์หนึงๆเกิดขึนจริงหรือไม่ ดงั นนั พระเยซู
จึงทรงใหห้ ลกั เกณฑอ์ กี ประการ นนั คือ ใหด้ ูผลแห่งชีวติ ของพวกเขา “ท่านจะรู้จกั เขาไดด้ ว้ ยผล
ของเขา”

พระเยซูทรงเปรียบผพู้ ยากรณ์เทจ็ วา่ เป็นเหมือนสุนขั ป่ าทีนุ่งห่มดุจแกะ นนั คือ พวกเขา
แสร้งทาํ ตวั วา่ เป็นคนทีตวั เองไม่ไดเ้ ป็น หากเราดูประวตั ิศาสตร์โดยรวมหรือแมก้ ระทงั
เหตุการณ์ต่างๆในปัจจุบนั เรากจ็ ะเห็นวา่ พวกนกั ศาสนาจอมปลอมนนั มีมาไม่เคยขาดเลย พวก
เขาทาํ ตวั ราวกบั วา่ เป็นคนของพระเจา้ แต่ความเป็นจริงกค็ ือ พวกเขาเป็นสิงทีตรงกนั ขา้ มเลย

พระองคท์ รงใชภ้ าพเปรียบของสุนขั ป่ า คนทงั โลกรู้วา่ พวกสุนขั ป่ าขึนชือในเรืองการเป็น
สตั วน์ กั ล่า ในฐานะทีพวกมนั เป็นสัตวก์ ินเนือ พวกมนั จึงกินสตั วอ์ ืนเป็นอาหาร ดู เอเสเคียล

22:25-27 ทีผพู้ ยากรณ์เอเสเคียลเปรียบพวกผนู้ าํ ทางศาสนาจอมปลอมวา่ เป็นเหมือนกบั พวกสุนขั
ป่ าทีกินคนทีไม่รู้อิโหน่อิเหน่เป็นอาหาร ประวตั ิศาสตร์ทางศาสนาในอเมริกาเมือไม่นานมานีได้
เผยใหเ้ ห็นวา่ ‘พวกผปู้ ระกาศข่าวประเสริฐทางโทรทศั น’์ ทีดงั ๆไดถ้ อนขนสาวกของพวกเขาไป
ทวั ประเทศ กลบั กลายเป็นวา่ พวกเขาคือฝงู สุนขั ป่ าในคราบแกะไปเสียนี

มธ 7:16-20 ในทาํ นองเดียวกนั พระเยซูทรงใชภ้ าพเปรียบอีกประการจากธรรมชาติ
และจากการปลกู พชื สวน ท่านจะรู้จักเขาได้ด้วยผลของเขา มนุษย์เกบ็ ผลองุ่นจากต้นไม้หนาม
หรือ หรือว่าเกบ็ ผลมะเดอื จากต้นผกั หนาม 17 ดังนันแหละต้นไม้ดที ุกต้นย่อมให้แต่ผลดี ต้นไม้
เลวกย็ ่อมให้ผลเลว 18 ต้นไม้ดจี ะเกดิ ผลเลวไม่ได้ หรือต้นไม้เลวจะเกดิ ผลดีกไ็ ม่ได้ 19 ต้นไม้ทุก
ต้นซึงไม่เกดิ ผลดยี ่อมต้องถูกฟันลงและทงิ เสียในไฟ 20 เหตุฉะนัน ท่านจะรู้จกั เขาได้เพราะผล
ของเขา

องุ่นไม่ไดเ้ กิดจากตน้ ไมห้ นามและมะเดือไม่ไดอ้ อกผลบนตน้ ไมห้ นาม ตน้ ไมใ้ นป่ ากไ็ ม่
ไดอ้ อกผลอนั หวานอร่อยของตน้ ทีปลกู ไวใ้ นสวน และตน้ ทีปลกู ไวใ้ นสวนกไ็ ม่ไดอ้ อกผลเปรียว
ของตน้ ในป่ า (ตน้ สม้ ในป่ าออกผลขมและเปรียว สม้ ทีเรากินมาจากตน้ ทีถูกเพาะและต่อกิงมา
เป็นเวลาหลายร้อยปี เพือออกผลหวานอร่อย) นอกจากนี คนปลกู ผลไมก้ จ็ ะไม่ลงแรงกบั ตน้ ทีไม่
ยอมออกผลดี ตน้ ไมเ้ ช่นนนั สุดทา้ ยแลว้ กถ็ ูกฟันลงและเอาไปเผาไฟ

ตน้ ไมเ้ ลวนีอาจหมายถึงตน้ ไมป้ ่ า คาํ ทีแปลวา่ เลว (ซาพรอส) ในบริบทนีหมายถึง มี
คุณภาพเลวหรือไม่เหมาะทีจะนาํ ไปใช้ ตน้ ไมป้ ่ าจึงออกผลเปรียวและขม ในทางกลบั กนั ตน้ ไม้
ดีกอ็ อกผลดีและหวานอร่อยซึงเป็นทีน่าปรารถนา

การประยกุ ตใ์ ชภ้ าพเปรียบนีกค็ ือวา่ ผลของผนู้ าํ ทางศาสนาหรือผพู้ ยากรณ์จะเผยใหเ้ ห็น
ตวั ตนทีแทจ้ ริงของพวกเขา ศีลธรรม ความซือตรง การวางตวั ความถ่อมใจ และแมแ้ ต่ครอบครัว
ของพวกเขากเ็ ป็นตวั บ่งชีทีดีถึงสภาพฝ่ ายวญิ ญาณทีแทจ้ ริงของพวกเขา น่าเศร้าทีคนมากมายได้
พบวา่ วถิ ีชีวติ ทีเสือมทรามของพวกผปู้ ระกาศข่าวประเสริฐทางโทรทศั นไ์ ดเ้ ผยใหเ้ ห็นตวั ตน
ทีแทจ้ ริงของพวกเขาแลว้

มธ 7:21 ขอ้ 21-23 นาํ เสนอคาํ เตือนใหร้ ะวงั การรับเชือแบบปลอมๆ มใิ ช่ทุกคนที
ร้องแก่เราว่า `พระองค์เจ้าข้า พระองค์เจ้าข้า' จะได้เข้าในอาณาจักรแห่งสวรรค์ แต่ผู้ทปี ฏบิ ัติ
ตามพระทยั พระบิดาของเราผู้ทรงสถติ ในสวรรค์จงึ จะเข้าได้ พระเยซูทรงเตือนวา่ ไม่ใช่ทุกคนที
พดู วา่ รู้จกั พระองคจ์ ะไดเ้ ขา้ แผน่ ดินสวรรค์ กญุ แจกค็ ือ การทาํ ตามนาํ พระทยั ของพระเจา้ ใน
เรืองของความรอดนนั คือ การหนั มาพงึ วางใจในพระเยซูคริสตใ์ หเ้ ป็นพระผชู้ ่วยใหร้ อดของตน
ดู ยอห์น 6:28-29, 40 นนั เป็นวธิ ีทีไม่ผดิ พลาดแน่นอน

มธ 7:22 น่าเศร้าทพี วกคนเคร่งศาสนามากมาย และแมแ้ ต่คนเหล่านนั ทีเรียกตวั เอง
วา่ คริสเตียนดว้ ย จะตอ้ งพบกบั ความตกใจในวนั นนั เมอื ถงึ วนั นันจะมคี นเป็ นอนั มากร้องแก่เรา
ว่า `พระองค์เจ้าข้า พระองค์เจ้าข้า ข้าพระองค์ได้พยากรณ์ในพระนามของพระองค์ และได้ขบั ผี
ออกในพระนามของพระองค์ และได้กระทาํ การมหัศจรรย์เป็ นอนั มากในพระนามของพระองค์
มใิ ช่หรือ’ วลีทีวา่ “วนั นนั ” หมายถึงวนั พิพากษา ซึงน่าจะเป็นการพพิ ากษาทีพระทีนงั ใหญ่ขาว
พวกคริสเตียนแต่ปากมากมายจะไม่ไดต้ ืนขนึ เพอื พบกบั ชีวติ นิรันดร์และมนั จะไม่ใช่ทีๆพวกเขา
คิดวา่ จะไดเ้ จออยา่ งแน่นอน พระเยซูตรัสต่อไปถงึ พวกคนเคร่งศาสนาที (1) ไดพ้ ยากรณ์ใน
พระนามของพระองค์ (2) ขบั ผอี อกในพระนามของพระองค์ (3) และไดท้ าํ การมหศั จรรยใ์ น
พระนามของพระองค์ โดยอาจเป็นการรักษาโรค

(ถึงแมอ้ าจฟังดูเป็นการตดั สินเกินไปหน่อย แต่เราควรหมายเหตุไวว้ า่ พวกคาริสมาติกใน
ปัจจุบนั ใหค้ วามสาํ คญั กบั ‘คาํ พยากรณ์’ การขบั ผอี อก และการรักษาโรค โดยทาํ ในพระนาม
ของพระเยซูทงั สิน อยา่ งไรกต็ าม วิถีชีวติ ของพวกเขากม็ กั เผยใหเ้ ห็นผลทีไม่ไดส้ อดคลอ้ งกบั ผล
ของพระวญิ ญาณบริสุทธิเลย ผเู้ ขียนเองกไ็ ดร้ ู้จกั เป็นการส่วนตวั กบั พวกคาริสมาติกบางคนทีอา้ ง
วา่ ตวั เองมีการเจิมของพระวญิ ญาณบริสุทธิพร้อมกบั ‘หมายสาํ คญั ต่างๆ’ ของพระวญิ ญาณ
กระนนั ชีวติ ส่วนตวั ของพวกเขากเ็ ลวทราม พวกเขาอาจเคยมีประสบการณ์กบั วิญญาณหนึง แต่
นนั ไม่ใช่พระวญิ ญาณบริสุทธิ)

มธ 7:23 พระเยซูตรัสวา่ เมอื นันเราจะแจ้งแก่เขาว่า `เราไม่เคยรู้จกั เจ้าเลย เจ้าผู้
กระทาํ ความชัวช้า จงไปเสียให้พ้นจากเรา' เรืองน่าเศร้ากค็ อื วา่ คนมากมายทีแมจ้ ะเป็นคนเคร่ง

ศาสนา แต่กไ็ ม่ไดร้ อดจริงๆและจะไม่รอดพน้ ในการพพิ ากษาดว้ ย พระเยซูตรัสวา่ เราจะรู้จกั คน
เหล่านนั ไดด้ ว้ ยผลของพวกเขา (ขอ้ 16) ในแบบเดียวกนั เราควรทีจะสาํ รวจใจเราเองเพอื ทีจะรู้วา่
เรารอดแลว้ จริงๆหรือไม่และไม่ไดเ้ ป็นแค่คนเคร่งศาสนา มีสมาชิกมากมายในคริสตจกั รทีเนน้
ความเชือเดิมรู้ภาษาและคาํ ตอบทีถูกตอ้ งหมด แต่กไ็ ม่เคยบงั เกิดใหม่อยา่ งแทจ้ ริงเลย มนั จะเป็น
เวลาทีเลวร้ายขนาดไหนทีคริสเตียนแต่ปากทีไม่รอดจะไดย้ นิ พระเยซูคริสตต์ รัสวา่ “เราไม่เคย
รู้จกั เจา้ เลย เจา้ ผกู้ ระทาํ ความชวั ชา้ จงไปเสียใหพ้ น้ จากเรา”

มธ 7:24-27 ในขอ้ 24-27 พระเยซูทรงเตือนใหร้ ะวงั รากฐานเทียม พระองคท์ รงนาํ
เสนอบททดสอบง่ายๆทีมาพร้อมกบั เรืองประกอบง่ายๆ เหตุฉะนันผู้ใดทไี ด้ยนิ คาํ เหล่านีของเรา
และประพฤตติ าม เขากเ็ ปรียบเสมอื นผู้ทมี สี ตปิ ัญญาสร้างเรือนของตนไว้บนศิลา การฟังพระ
วจนะของพระองคอ์ ยา่ งเดียวนนั ไม่พอ แต่ตอ้ งประพฤติตามดว้ ย (ดู ยากอบ 1:22-25) การ
ประพฤติเช่นนนั เริมตน้ ดว้ ยการวางใจพระคริสต์ แต่จากนนั มนั กด็ าํ เนินต่อไปดว้ ยการประพฤติ
ตามหลกั การต่างๆของพระคมั ภีร์ พระเยซูทรงใชภ้ าพประกอบอีกเรืองจากชีวติ นนั คือ บา้ นและ
รากฐานของมนั

25 ฝนกต็ กและนํากไ็ หลท่วม ลมกพ็ ดั ปะทะเรือนนัน แต่เรือนมไิ ด้พงั ลง เพราะว่ารากตงั
อยู่บนศิลา 26 แต่ผู้ทไี ด้ยนิ คาํ เหล่านีของเราและไม่ประพฤตติ าม เขากเ็ ปรียบเสมอื นผู้ทโี ง่เขลา
สร้างเรือนของตนไว้บนทราย 27 ฝนกต็ กและนํากไ็ หลท่วม ลมกพ็ ดั ปะทะเรือนนัน เรือนนันก็
พงั ทลายลง และการซึงพงั ทลายนันกใ็ หญ่ยงิ นัก

อาคารทีสร้างบนศิลานนั กจ็ ะมนั คงแขง็ แรง ส่วนอาคารทีสรา้ งบนชายฝังทีเตม็ ไปดว้ ย
ทรายซึงมีนาํ ขงั กอ็ าจมองเห็นทิวทศั นส์ วยอยเู่ พียงชวั คราว แต่เมือพายทุ ีไม่อาจหลีกเลียงไดพ้ ดั
โหมเขา้ มา รากของบา้ นนนั กจ็ ะถูกนาํ พดั ไปและบา้ นหลงั นนั กจ็ ะพงั ทลายลง

การประยกุ ตใ์ ชท้ ีชดั เจนและง่ายๆของภาพประกอบนีกค็ ือ ทีเราจะไม่ใช่แค่ฟังเท่านนั แต่
จะประพฤติตามพระวจนะของพระเจา้ ทุกเรืองในชีวติ ของเราดว้ ย ไม่ไดม้ ีเพยี งรากฐานแห่ง
ความรอดเท่านนั แต่ยงั มีหลกั การอืนๆอีกหลายประการในพระวจนะของพระเจา้ ดว้ ย คนบางคน
พลาดความรอดไปเพราะพวกเขาสร้างชีวติ ของตนบนทรายทียบุ ยวบแห่งศาสนา

กระนนั ใหเ้ ราประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั การนีกบั ชีวติ ของผคู้ นทีบงั เกิดใหม่แลว้ จริงๆบา้ ง มี
คริสเตียนมากมายทีถึงแมว้ า่ รอดแลว้ กต็ าม แต่พวกเขากไ็ ม่เคยสร้างชีวติ คริสเตียนของตนบน
รากฐานทีแขง็ แรงเลย นนั คือ การอ่านพระคมั ภีร์ การดาํ เนินชีวติ อยา่ งชอบธรรม การดาํ เนินฝ่ าย
วญิ ญาณ การสัตยซ์ ือต่อสิงต่างๆของพระเจา้ และการแยกตวั ออกจากโลก ไม่ชา้ กเ็ ร็ว เมือพายุ
ชีวติ พดั เขา้ มา ชีวติ และครอบครวั ของพวกเขากจ็ ะลม้ ครืนลง ดู ยากอบ 1:22

การประพฤติตามพระวจนะของพระเจา้ เป็นรากฐานทีนาํ มาซึงพละกาํ ลงั ความมนั คง
ปลอดภยั และพระพร นีเป็นความจริงในเรืองของการไดร้ ับความรอดตงั แต่แรกและมนั ยงิ เป็น
ความจริงในชีวติ คริสเตียนทีต่อเนืองดว้ ย บางคนสนั นิษฐานวา่ ศลิ าทีพระเยซูตรัสถึงนีคือ
พระองคเ์ อง ในความหมายรองแลว้ มนั กจ็ ริง อยา่ งไรกต็ าม บริบทตรงนีกบ็ ่งชีชดั เจนวา่ การ
ประพฤติตามพระวจนะของพระเจา้ ต่างหากทีเป็นรากฐานทีทาํ ใหเ้ กิดความมนั คงในชีวติ
คริสเตียน ผทู้ ีประพฤติตามพระวจนะนนั กเ็ ป็นเหมือนเรือนทีสรา้ งไวบ้ นศลิ า ส่วนผทู้ ไี ม่
ประพฤติตามพระวจนะนนั กเ็ ปรียบเหมือนเรือนทีสร้างไวบ้ นทราย

มธ 7:28-29 สามญั ชนในสมยั นนั ต่างทึงในสิทธิอาํ นาจและความชดั เจนของคาํ เทศนา
ของพระเยซู ต่อมาครันพระเยซูตรัสถ้อยคาํ เหล่านีเสร็จแล้ว ประชาชนกอ็ ศั จรรย์ใจด้วยคาํ สัง
สอนของพระองค์ 29 เพราะว่าพระองค์ได้ทรงสังสอนเขาด้วยสิทธอิ าํ นาจ ไม่เหมอื นพวกธร
รมาจารย์ พวกธรรมาจารยแ์ ละพวกรับบีในสมยั นนั มีธรรมเนียมในการยกประเพณีต่างๆของรับ
บีมาใชเ้ ป็นสิทธิอาํ นาจเพอื สนบั สนุนคาํ พดู ของตน คาํ สอนของพวกเขาจึงจืดชืด ไร้รสชาติ และ
น่าเบือ นอกจากนี พวกเขายงั ถือวา่ การตีความตามประเพณีของพวกเขายงั มคี วามน่าเชือถือพอๆ
กบั พระวจนะของพระเจา้ เองดว้ ย

พระเยซูทรงสอนและตรัสดว้ ยสิทธิอาํ นาจของพระเจา้ และฤทธิเดชของพระวญิ ญาณ
บริสุทธิ พระองคไ์ ม่จาํ เป็นตอ้ งใส่ ‘หมายเหตุ’ ทุกสิงทีพระองคต์ รัสจากหนงั สืออธิบายพระ
คมั ภีร์ใด พระองคเ์ พียงแค่เทศนาพระวจนะของพระเจา้ จึงเปี ยมดว้ ยฤทธิเดชและสิทธิอาํ นาจ
หลกั การเดียวกนั นีกย็ งั ใชไ้ ดอ้ ยจู่ นถึงทุกวนั นี

*****

ภาพรวมของมทั ธิว 8: บททีแปดบันทึกเกียวกบั การอัศจรรย์แรกๆของพระเยซูในพระ
คัมภีร์ใหม่ ตรงนีมี (1) การรักษาคนโรคเรือนให้หาย (2) การรักษาคนรับใช้ของนายร้อย (3)
การรักษาแม่ยายของเปโตรให้หาย (4) การห้ามลมพายใุ ห้สงบ (5) และการขบั พวกผีแห่งกาดารา
ออก นอกจากนี พระเยซูยงั ทรงรับมือกบั พวกสาวกทีแค่มาลองชิมดูด้วย

มธ 8:1-4 หลงั จากคาํ เทศนาบนภเู ขาแลว้ มทั ธิวบนั ทึกวา่ เมอื พระองค์เสด็จลงมา
จากภูเขาแล้ว คนเป็ นอนั มากได้ติดตามพระองค์ไป 2 ดูเถดิ มคี นโรคเรือนมานมสั การพระองค์
แล้วทูลว่า "พระองค์เจ้าข้า เพยี งแต่พระองค์จะโปรด กจ็ ะทรงบันดาลให้ข้าพระองค์สะอาดได้"
มีหลายความเห็นตามมา (1) คนโรคเรือนคนนีกราบนมสั การพระองคแ์ ละพระเยซูกท็ รงยอมรับ
นีบ่งชีชดั เจนถึงความเป็นพระเจา้ ของพระคริสต์ (2) ใหเ้ ราสังเกตความเชือทีชดั เจนในตวั ชาย
โรคเรือนคนนี: “พระองคเ์ จา้ ขา้ เพยี งแต่พระองคจ์ ะโปรด กจ็ ะทรงบนั ดาลใหข้ า้ พระองคส์ ะอาด
ได”้ (3) เขาไดร้ ับการรักษาใหห้ ายโดยสมบรู ณ์ 3 พระเยซูทรงยนื พระหตั ถ์ถูกต้องเขา แล้วตรัส
ว่า "เราพอใจแล้ว จงสะอาดเถดิ " ในทนั ใดนันโรคเรือนของเขากห็ าย 4 ฝ่ ายพระเยซูตรัสสังเขา
ว่า "อย่าบอกเล่าให้ผู้ใดฟังเลย แต่จงไปสําแดงตวั แก่ปโุ รหติ และถวายเครืองถวายตามซึงโมเสส
ได้สังไว้ เพอื เป็ นหลกั ฐานต่อคนทงั หลาย"

(4) คาํ สงั ทีวา่ “อยา่ บอกเล่าใหผ้ ใู้ ดฟังเลย” น่าจะหมายความวา่ เวลาทีพระเยซูจะทรงเปิ ด
เผยพระองคเ์ องแก่ชนชาติอิสราเอลในฐานะพระเมสสิยาหแ์ ละกษตั ริยข์ องพวกเขานนั ยงั มาไม่
ถึง เมือเวลานนั มาถึง พระองคก์ จ็ ะทรงเปิ ดเผยพระองคเ์ องแก่ชนชาติอิสราเอล ในระหวา่ งนี
พระองคก์ ท็ รงพยายามทีจะแตะตอ้ งจิตใจของชนชาติอิสราเอลมากกวา่ ทีจะประกาศกอ้ งวา่
พระองคเ์ องทรงเป็นพระเมสสิยาห์

การอศั จรรยต์ ่างๆของพระเยซูคริสตใ์ นการรับใชบ้ นโลกนีของพระองคม์ ีไวเ้ พอื เหตุผล
หลายประการ สิงทีชดั เจนทีสุดกค็ ือ พระกรุณาและความห่วงใยทีองคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราทรงมี
ต่อผอู้ ืน เมือพระองคท์ รงเห็นความทุกขอ์ ยรู่ อบตวั พระองค์ พระองคก์ ท็ รงบรรเทาโดยการรักษา
ใหห้ าย แต่กม็ ีอีกเหตุผลหนึงทีชดั เจนนอ้ ยกวา่ การอศั จรรยต์ ่างๆของพระองคร์ ับรองความจริง
แทข้ องสารทีพระองคป์ ระกาศและรับรองคาํ กล่าวอา้ งของพระองคท์ ีวา่ พระองคท์ รงเป็นพระ

บุตรของพระเจา้ เราควรหมายเหตุไวว้ า่ พระวญิ ญาณบริสุทธิทรงดลใจมทั ธิวใหเ้ ขียนรายการการ
อศั จรรยเ์ ด่นๆทนั ทีหลงั จากคาํ เทศนาบนภูเขา การอศั จรรยเ์ หล่านีช่วยสนบั สนุนสิงทีพระเยซูได้
ทรงสอนและเทศนา

มธ 8:5-13 ต่อไปนีเป็นบนั ทึกเรืองราวของนายร้อยชาวโรมนั และคนรับใชท้ ีป่ วย
ของเขา เมอื พระเยซูเสดจ็ เข้าไปในเมอื งคาเปอรนาอมุ มนี ายร้อยคนหนึงมาอ้อนวอนพระองค์
6 ทูลว่า "พระองค์เจ้าข้า ผู้รับใช้ของข้าพระองค์เป็ นอมั พาตอยู่ทบี ้าน ทนทุกข์เวทนามาก" เมอื ง
คาเปอรนาอุมตงั อยทู่ างดา้ นปลายตอนเหนือของทะเลกาลิลีและเป็นทางแยกเสน้ หนึงทีสาํ คญั มี
การสญั จรของพวกพ่อคา้ เยอะแยะและเมืองนีกม็ งั คงั พวกโรมมีสาํ นกั งานเกบ็ ภาษีทีเมืองนีและ
ถึงแมไ้ ม่มีบนั ทึกวา่ มีกองทหารรักษาการอยทู่ ีเมอื งคาเปอรนาอุม แต่เห็นไดช้ ดั วา่ มนั ตอ้ งมีทหาร
โรมอยใู่ กลเ้ คียงโดยเห็นไดจ้ ากนายร้อยชาวโรมคนนี เขาอาจเกียวขอ้ งกบั กรมสรรพากรของโรม
โดยมีหนา้ ทีในการปกป้ องคุม้ ครองและใชอ้ าํ นาจจบั กมุ ไม่วา่ จะในกรณีใด ชายคนนีกม็ าหาพระ
เยซู สิงทีโดดเด่นกค็ ือความกรุณาปรานีทีนายร้อยชาวโรมคนนีมีต่อผรู้ ับใชข้ องตนและความเชือ
ทีเขามีในพระคริสต์

พอไดย้ นิ คาํ ขอเช่นนี 7 พระเยซูจงึ ตรัสกบั เขาว่า "เราจะไปรักษาเขาให้หาย" ใหเ้ รา
สังเกตในขอ้ 8 ถึงความถ่อมใจของนายร้อยคนนีและความเชือทีเขามีอยา่ งสุดจิตสุดใจในการขอ
ใหพ้ ระเยซูช่วยเหลือ 8 นายร้อยผู้นันทูลว่า "พระองค์เจ้าข้า ข้าพระองค์ไม่สมควรทจี ะรับเสดจ็
พระองค์เข้าใต้ชายคาของข้าพระองค์ ขอพระองค์ตรัสเท่านัน ผู้รับใช้ของข้าพระองค์กจ็ ะหาย
โรค 9 เพราะเหตุว่าข้าพระองค์เป็ นคนอยู่ใต้วนิ ัยทหาร แต่กย็ งั มที หารอยู่ใต้บงั คบั บัญชาข้า
พระองค์ ข้าพระองค์จะบอกแก่คนนีว่า `ไป' เขากไ็ ป บอกแก่คนนันว่า `มา' เขากม็ า บอกผู้รับใช้
ของข้าพระองค์ว่า `จงทาํ สิงนี' เขากท็ าํ ”

ขอ้ 9 เปิ ดเผยใหเ้ ห็นเพิมเติมถึงระดบั ความเชือทีชายคนนีมี พระเยซูตรัสวา่ มนั เป็นความ
เชือทียงิ ใหญ่ในขอ้ 10 10 ครันพระเยซูทรงได้ยนิ ดงั นันกป็ ระหลาดพระทยั นัก ตรัสกบั บรรดา
คนทตี ามพระองค์ว่า "เราบอกความจริงแก่ท่านทงั หลายว่า เราไม่เคยพบความเชือทไี หนมากเท่า

นีแม้ในอสิ ราเอล นายร้อยชาวโรมซึงเป็นคนต่างชาติคนนีแสดงใหเ้ ห็นถึงความเชือมากกวา่ ที
พระเยซูเคยเห็นในชนชาติอิสราเอลทีไดช้ ือวา่ ดาํ เนินตามทางของพระเจา้

ในขอ้ 11-12 พระเยซูตรสั ถึงการทีในอนาคตอนั ใกล้ ข่าวประเสริฐจะไปถึงสุดปลายแผน่
ดินโลก ในวนั นนั พวกคนต่างชาติ จากทวั โลกจะมานงั กบั อบั ราฮมั อิสอคั และยาโคบใน
อาณาจกั รแห่งสวรรคข์ องพวกยิว แต่บรรดาลูก (ชาวยวิ ) ของอาณาจกั รนนั จะถกู ขบั ไล่ออกไป
11 เราบอกท่านทงั หลายว่า คนเป็ นอนั มากจะมาจากทศิ ตะวนั ออกและทศิ ตะวนั ตก จะมา
เอนกายลงกนั กบั อบั ราฮัมและอสิ อคั และยาโคบในอาณาจกั รแห่งสวรรค 12 แต่บรรดาลูกของ
อาณาจักรจะต้องถูกขับไล่ไสส่งออกไปในทมี ดื ภายนอก ทนี ันจะมเี สียงร้องไห้ขบเขยี วเคยี วฟัน"

นีเป็นคาํ พยากรณ์ทีวา่ ข่าวประเสริฐจะไปถึงสุดปลายแผน่ ดินโลก คนต่างชาติทวั โลกจะ
กลบั ใจมารับเชือพระเยซูคริสต์ กระนนั ประชาชนของพระองค์ (พวกยวิ ) ส่วนใหญ่กจ็ ะไม่ยอม
กลบั ใจรับเชือ ดู ยอหน์ 1:11-12 แต่คาํ พยากรณ์นีจะสาํ เร็จจริงๆกต็ ่อเมืออาณาจกั รนนั มาถึงเมือ
พวกคนต่างชาติทีดาํ เนินตามทางของพระเจา้ นงั กบั อบั ราฮมั อิสอคั และยาโคบ น่าเศรา้ ทีเมือ
พระคริสตเ์ สดจ็ กลบั มา จะมพี วกยวิ ทียงั ไม่เชืออยู่ ถึงแมว้ า่ มีพวกยวิ จาํ นวนมากไดร้ ับความรอด
ในช่วงยคุ เจด็ ปี กต็ าม

นีอาจเป็นคาํ พยากรณ์แบบแฝงดว้ ยทีวา่ เมือพระคริสตเ์ สดจ็ กลบั มา ชนชาติอิสราเอล
ตงั แต่หลายยคุ สมยั ก่อนจะถกู ชุบใหเ้ ป็นขึนเพอื มารับการพิพากษาของตน ดู ดาเนียล 12:1-2
พวกยวิ จาํ นวนมากซึงตลอดหลายยคุ สมยั ไดป้ ฏิเสธพระคริสตแ์ ละประพฤติตวั ชวั ชา้ จะตอ้ งตกใจ
ทีไดเ้ ห็นพวกคนต่างชาติเขา้ ในอาณาจกั รนนั และตวั เองถกู ปรับโทษ

ใหเ้ ราสงั เกตในขอ้ 13 วา่ เป็นเพราะความเชือของนายร้อยคนนี พระเยซูถึงทรงรักษาผรู้ ับ
ใชข้ องเขาใหห้ าย แมจ้ ะเป็นการรักษาจากระยะไกลกต็ าม 13 แล้วพระเยซูจงึ ตรัสกบั นายร้อยว่า
"ไปเถดิ ท่านได้เชืออย่างไร กใ็ ห้เป็ นแก่ท่านอย่างนัน" และในเวลานันเอง ผู้รับใช้ของเขากห็ าย
เป็ นปกติ สิงทีเป็นตวั กาํ หนดการอศั จรรยต์ ่างๆของพระเยซูกค็ อื ความเชือในส่วนของผรู้ ับ ความ
เชือของนายร้อยต่างชาติผนู้ ีเป็นตวั กลางทีทาํ ใหพ้ ระองคท์ รงรักษาผรู้ ับใชข้ องเขาใหห้ าย

มธ 8:14-15 เปโตรแต่งงาน ครันพระเยซูเสดจ็ เข้าไปในเรือนของเปโตร พระองค์ก็
ทอดพระเนตรเห็นแม่ยายของเปโตรนอนป่ วยจบั ไข้อยู่ 15 พระองค์ทรงถูกต้องมอื นาง ไข้นันก็
หาย นางจงึ ลกุ ขึนปรนนิบัติเขาทงั หลาย ไม่วา่ ใครจะแยง้ วา่ อยา่ งไร แต่ภรรยาของเปโตรกถ็ กู พดู
ถึงตรงนี ดว้ ยพระกรุณาทีทรงมีต่อสาวกของพระองค์ พระเยซูจึงทรงรักษานาง (แม่ยายของเป
โตร) ใหห้ าย ทุกวนั นีในซากปรักหกั พงั ของเมืองคาเปอรนาอุมสมยั โบราณ มีการคน้ พบซาก
ของบา้ นหลงั หนึงซึงในทางโบราณคดีมคี วามเกียวขอ้ งกบั ซีโมนเปโตร คนเชือกนั วา่ นีเป็นบา้ น
ของแม่ยายเปโตร

มธ 8:16-17 ต่อมา พอคาํ ลง เขาพาคนเป็ นอนั มากทมี ผี เี ข้าสิงมาหาพระองค์ พระองค์
กท็ รงขบั ผอี อกด้วยพระดํารัสของพระองค์ และบรรดาคนเจบ็ ป่ วยนัน พระองค์กไ็ ด้ทรงรักษาให้
หาย 17 ทงั นีเพอื จะให้สําเร็จตามพระวจนะโดยอสิ ยาห์ศาสดาพยากรณ์ทวี ่า `ท่านได้แบกความ
เจบ็ ไข้ของเราทงั หลาย และหอบโรคของเราไป' มีการพดู ถึงความเกียวขอ้ งกนั ระหวา่ งกิจกรรม
ของผปี ี ศาจกบั ความเจบ็ ป่ วยทางร่างกายตรงนี ความเจบ็ ป่ วยของมนุษยท์ ุกอยา่ งไม่ใช่เรืองทาง
สรีรวทิ ยาเท่านนั บา้ งครังซาตานกท็ าํ ใหเ้ กิดความเจบ็ ป่ วยไดเ้ ช่นกนั มีการพดู ถึงขอ้ พระคมั ภีร์ที
สาํ เร็จอีกครังเมือมทั ธิวยกขอ้ ความจากอิสยาห์ 53:4 โดยอา้ งอิงถึงการทีพระเยซูทรงรักษาโรค

มธ 8:18 พอถึงตอนนีดวงอาทิตยก์ ต็ กแลว้ และครันพระเยซูทอดพระเนตรเห็น
ประชาชนเป็ นอนั มากมาล้อมพระองค์ไว้ พระองค์จงึ ตรัสสังให้ข้ามฟากไป เพราะทรงตอ้ งการ
แสวงหาความเป็นส่วนตวั สกั หน่อยหนึง พระเยซูจึงทรงสังพวกสาวกใหล้ งเรือขา้ มไปยงั อีกฟาก
ของทะเลกาลิลีโดยทรงตงั พระทยั วา่ จะเสดจ็ ไปกบั พวกเขาดว้ ย

มธ 8:19-22 อยา่ งไรกต็ าม ก่อนทีพวกเขาจะไป ขณะนันมธี รรมาจารย์คนหนงึ มาหา
พระองค์ทูลว่า "อาจารย์เจ้าข้า ท่านไปทางไหน ข้าพเจ้าจะตามท่านไปทางนัน" เห็นไดช้ ดั วา่ เขา
เป็นสาวกแบบแอบๆ โดยกล่าวคาํ พดู ทีแสดงถึงการสวามิภกั ดิต่อพระองค์ พระเยซูตรัสตอบวา่
20 พระเยซูจงึ ตรัสกบั เขาว่า "สุนัขจิงจอกยงั มโี พรง และนกในอากาศยงั มรี ัง แต่บุตรมนุษย์ไม่มี
ทที จี ะวางศีรษะ" นีเท่ากบั พระเยซูตรัสวา่ หากท่านจะตามเรามา ท่านกจ็ ะไม่มีทีซุกหวั นอน
กล่าวอกี นยั หนึงกค็ อื เขาจะประสบกบั การขาดแคลนสิงต่างๆนนั เอง การเป็นสาวกแบบทุ่มทงั

ตวั ของพระเยซูคริสตจ์ ึงจาํ เป็นตอ้ งมีการเสียสละ นนั ไม่ไดห้ มายความวา่ สาวกทุกคนจะไม่มีวนั
มีทีซุกหวั นอน สาวกส่วนใหญ่กม็ ีทีซุกหวั นอน แต่พระเยซูกาํ ลงั ทรงเตือนเกียวกบั สิงทีสาวก
ตอ้ งแลก นีเป็นครังแรกทีพระองคท์ รงใชค้ าํ วา่ “บุตรมนุษย”์ ในพระคมั ภีร์ใหม่ มนั อา้ งอิงถึง
ความเป็นมนุษยข์ องพระองคเ์ หมือนกบั ที พระบุตรของพระเจา้ อา้ งอิงถึงความเป็นพระเจา้ ของ
พระองค์

ดูเหมือนวา่ หลงั จากทีพระเยซูทรงจากบา้ นมาและเริมการรับใชข้ องพระองคห์ ลงั รับบพั
ติศมา พระองคก์ ม็ ิไดท้ รงมีบา้ นอยถู่ าวรในช่วงเวลาสามปี นนั พระองคแ์ ละพวกสาวกของ
พระองค์ ‘คาํ ไหนนอนนนั ’ ในทีใดกต็ ามทีพวกเขาไป (มทั ธิว 9:7 กล่าวถึงบา้ นของพระองคท์ ี
เมืองคาเปอรนาอุม แต่นนั กเ็ ป็นเพยี งทีอยอู่ าศยั ชวั คราว) เมืออยแู่ ถวกรุงเยรูซาเลม็ พวกเขากน็ ่า
จะหลบั นอนทีสวนเกทเสมนีซึงมลี กั ษณะเป็นเหมือนสวนสาธารณะทีมีไวพ้ กั ผอ่ นหยอ่ นใจ
พระองคท์ รงรับประทานอาหารในทีๆผคู้ นชวนพระองคเ์ ขา้ บา้ น ในช่วงสามปี สุดทา้ ยของ
พระชนมช์ ีพของพระองคๆ์ กท็ รงใชช้ ีวติ แบบเดินทางตลอดและยากจน

ขณะเดียวกนั 21 อกี คนหนึงในพวกสาวกของพระองค์ทูลพระองค์ว่า "พระองค์เจ้าข้า
ขอทรงโปรดให้ข้าพระองค์ไปฝังศพบดิ าข้าพระองค์ก่อน" นีเท่ากบั ชายคนนีกล่าววา่ ‘พระองค์
เจา้ ขา้ ขา้ พระองคจ์ ะติดตามพระองคไ์ ป แต่ขออนุญาตใหข้ า้ พระองคจ์ ดั การธุระของตวั เองก่อน’
22 พระเยซูจึงตรัสกบั เขาว่า "จงตามเรามาเถิด ปล่อยให้คนตายฝังคนตายของเขาเองเถดิ " ถึง
แมอ้ าจฟังดูเป็นคาํ พดู ทีรุนแรง แต่นีเท่ากบั พระองคต์ รัสวา่ ‘หากท่านจะติดตามเรามาจริงๆ เราก็
ตอ้ งสาํ คญั กวา่ สิงอืนๆทุกสิงในชีวติ ของท่าน’ การอุทิศตวั อยา่ งสินสุดใจจึงหมายถึงการเสียสละ
บางครังนนั กห็ มายความวา่ ครอบครัวเราตอ้ งเป็นรอง

มธ 8:23-27 สุดทา้ ย พระเยซูกท็ รงสามารถลงเรือไปพร้อมกบั พวกสาวกของพระองค์
ไดเ้ สียที เมอื พระองค์เสด็จลงเรือ พวกสาวกของพระองค์กต็ ามพระองค์ไป ท่ามกลางพายจุ ริงๆ
องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราทรงแสดงใหเ้ ห็นวา่ พระองคท์ รงเป็นกญุ แจทีนาํ ไปสู่สันติสุข 24 ดูเถดิ
เกดิ พายใุ หญ่ในทะเลจนคลนื ซัดท่วมเรือ แต่พระองค์บรรทมหลบั อยู่ ขณะทีพวกเขาขา้ มทะเลกา
ลิลใี นเรือทีไม่มีทีกาํ บงั พายใุ หญ่กโ็ หมกระหนาํ รอบตวั พวกเขา มนั ไม่ใช่เรืองผดิ ปกติทีพายจุ ะ

พดั ลงสู่ทะเลนีจากทิศตะวนั ตกหรือทิศตะวนั ตกเฉียงเหนือ ทะเลกาลิลีอยใู่ ตภ้ ูเขาลูกเตียๆซึงตงั
อยบู่ นชายฝังดา้ นตะวนั ตกและตะวนั ออกของมนั เมือสภาพอากาศพดั ขนึ ฝังจากทะเล
เมดิเตอร์เรเนียนซึงอยไู่ ม่ไกล มนั กส็ ามารถก่อใหเ้ กิดลมพายรุ ุนแรงไดบ้ นทะเลกาลิลี โดยเฉพาะ
สาํ หรับคนทีใชเ้ รือลาํ เลก็ ๆซึงเป็นทีแพร่หลายในสมยั นนั

เรือหาปลาทีใชก้ นั ในทะเลสาบกถ็ กู ออกแบบมาใหม้ กี ราบเรือค่อนขา้ งตาํ เพอื ช่วยใหด้ ึง
อวนขึนเรือไดง้ ่าย อนั ตรายของการออกแบบเช่นนีกค็ ือ ทะเลทีมคี ลืนแรงจึงสามารถซดั ขา้ มส่วน
บนของกราบเรือเขา้ มาได้ เห็นไดช้ ดั วา่ นีเป็นสิงทีเกิดขึนในคืนนนั การนงั เรือเลก็ ไปกลางพายจุ ึง
เป็นสิงทีชวนประสาทเสียไดจ้ ริงๆ อยา่ งไรกต็ าม ในความมืดแห่งคาํ คืนนนั มนั กย็ งิ น่ากลวั
เขา้ ไปใหญ่ ดงั นนั 25 และพวกสาวกของพระองค์ได้มาปลกุ พระองค์ ทูลว่า "พระองค์เจ้าข้า ขอ
โปรดช่วยพวกเราเถดิ เรากาํ ลงั จะพนิ าศอยู่แล้ว" เราเห็นชดั เจนถึงความเป็นมนุษยข์ องพระเยซู
ในการทีพระองคท์ รงบรรทมหลบั อยา่ งไรกต็ าม ความเป็นพระเจา้ ของพระองคก์ เ็ ริมปรากฏชดั
ในทนั ทีเมือพระองคท์ รงหา้ มพายใุ หส้ งบ นีเป็นการทาํ ให้ เพลงสดุดี 89:9 สาํ เร็จแบบกลายๆ
รวมถึงเพลงสดุดี 65:7; 93:3,4 และ 107:29 ดว้ ยซึงทุกขอ้ นีต่างชีถึงความเป็นพระเจา้ ของพระ
คริสต์

พระเยซูจึง 26 ตรัสกบั เขาว่า "เหตุไฉนเจ้าจงึ หวาดกลวั โอ เจ้าผู้มคี วามเชือน้อย" แล้ว
พระองค์ทรงลกุ ขนึ ห้ามลมและทะเล คลนื ลมกส็ งบเงยี บทวั ไป นีเป็นความเกียวขอ้ งกนั ทีน่า
สนใจระหวา่ งความกลวั กบั ความเชือ ความกลวั ของพวกสาวกเกิดขึนเพราะพวกเขาขาดความ
เชือในองคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ แต่พอพวกเขาหนั มาขอใหพ้ ระองคท์ รงช่วยพวกเขาใหพ้ น้ พระองคก์ ็
ทรงช่วยพวกเขาใหร้ อด (ทางร่างกาย) นีเป็นภาพทีน่ารักของความรอดของเรา นอกจากนี ความ
สงบมาไดก้ ต็ ่อเมือพวกสาวกหนั มาขอความช่วยเหลือจากองคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ โดยความเชือ

หลงั จากนนั 27 คนเหล่านันกอ็ ศั จรรย์ใจพดู กนั ว่า "ท่านผู้นีเป็ นคนอย่างไรหนอ จนชัน
ลมและทะเลกเ็ ชือฟังท่าน" เป็นความจริงที ใครกนั เล่าจะพดู แลว้ สามารถสงั ใหล้ มและคลืนสงบ
ได้ ในตอนนนั พวกสาวกไม่น่าจะคิดในเชิงศาสนศาสตร์ อยา่ งไรกต็ าม พวกเขากไ็ ดเ้ ห็นใน

ตวั พระเยซูถึงผหู้ นึงทีโดยคาํ พดู ของเขาสามารถสงั ลมและคลืนได้ จริงแทท้ ีเดียวทีมแี ต่พระเจา้
เท่านนั ทีทรงสามารถทาํ เช่นนนั ได้

การอศั จรรยน์ ีมีความโดดเด่นมากยงิ ขึนตรงทีวา่ คลืนสงบทนั ที บนผวิ นาํ แมห้ ลงั จากที
ลมไดส้ งบแลว้ แต่ระลอกคลืนกย็ งั คงอยเู่ พราะพลงั ของคลนื ยงั แกวง่ ไกวไปมาเหนือพืนผวิ ทะเล
อยู่ ปกติแลว้ ถึงแมว้ า่ ลมอาจหยดุ พดั แลว้ แต่ระลอกคลืนกย็ งั อยตู่ ่อไปชวั ระยะเวลาหนึง แต่ใน
กรณีนี ทุกอยา่ งเงียบสงบทนั ทีเมือพระเยซูตรัส ความเงียบสงบของทะเลในคืนนนั กส็ อนเราเกียว
กบั สนั ติสุขฝ่ ายวญิ ญาณทีมีแต่พระองคเ์ ท่านนั ทีใหไ้ ด้ พระองคท์ รงเป็นองคส์ ันติราชจริงๆ เมือ
เราวางใจพระองค์ พระองคก์ ท็ รงประทานสันติสุขของพระเจา้ ซึงเกินความเขา้ ใจทุกอยา่ งใหแ้ ก่
เรา นนั จะขจดั ไปซึงปัญหามากมาย คือ ความโกรธ ความกลวั ความกระวนกระวาย ความขมขืน
และความซึมเศร้าทีจิตวทิ ยาสมยั ใหม่พยายามทีจะรักษาอยา่ งไรผ้ ล

มธ 8:28-34 วนั ต่อมา ครันพระองค์ทรงข้ามฟากไปถงึ แดนกาดาราแล้ว มคี นสองคน
ทมี ผี ีสิงได้ออกจากอโุ มงค์ฝังศพมาพบพระองค์ พวกเขาดุร้ายนัก จนไม่มผี ู้ใดอาจผ่านไปทางนัน
ได้ หลงั จากพายคุ รังนนั เรือทีพาพระเยซูและพวกสาวกไปกไ็ ปถึงฝังตะวนั ออกของกาลิลี พนื ที
บริเวณนนั ในปัจจุบนั มีชือวา่ ทีราบสูงโกลาน ทีราบสูงเหล่านีเป็นเขาสูงชนั และบางครังกเ็ ลย
ขอบนาํ มานิดเดียว จนถึงทุกวนั นีเนินเขาเหล่านีกม็ ีถาํ เตม็ ไปหมด พนื ทีนีในตอนนนั มชี ือวา่ เกอร์
กาซา และเมืองกาดารากต็ งั อยเู่ ขา้ ไปขา้ งในแผน่ ดินหลายไมล์ มีชายสองคนที “มีผสี ิง” มา
พบพระเยซู คาํ ทีแปลเช่นนนั (ไดมอนิซอไม) มีความหมายตรงตวั วา่ มีผปี ี ศาจสิง

ในบนั ทึกเกียวกบั ชายมีผสี ิงสองคนนี มีสิงทีเราตอ้ งหมายเหตุหลายประการ (1)
พฤติกรรมดงั กล่าว ถา้ เป็นในสมยั นี กค็ งถกู เรียกวา่ ความเจบ็ ป่ วยทางจิต แต่ตรงนีมนั เกิดจาก
กิจกรรมของผปี ี ศาจ คนเหล่านีจึง 29 ร้องตะโกนว่า "พระเยซูผู้เป็ นพระบุตรของพระเจ้า เรา
เกยี วข้องอะไรกบั ท่านเล่า ท่านมาทนี เี พอื จะทรมานพวกเราก่อนเวลาหรือ" (2) ปี ศาจพวกนีรู้ดี
เลยวา่ พระเยซูทรงเป็นผใู้ ด พวกมนั ยอมรับวา่ พระองคท์ รงเป็นพระบุตรของพระเจา้ (3) คาํ พดู
ของพวกผที ีบอกพระเยซูเกียวกบั การถูกทรมานก่อนเวลากย็ อ่ มหมายถึงการทีพวกมนั รู้วา่ พระ
เยซูจะพิพากษาพวกมนั สกั วนั หนึง โดยโยนพวกมนั ทิงในบึงไฟ พวกมนั กลวั วา่ พระองคจ์ ะทรง
ทาํ เช่นนนั ในตอนนนั เลย

มทั ธิวบนั ทึกวา่ 30 ไกลจากทนี ันมสี ุกรฝูงใหญ่กาํ ลงั หากนิ อยู่ 31 ผเี หล่านันได้อ้อนวอน
พระองค์ว่า "ถ้าท่านขบั พวกเราออก กข็ อให้เข้าอยู่ในฝูงสุกรนันเถิด" 32 พระองค์จงึ ตรัสแก่ผี
เหล่านันว่า "ไปเถอะ" ผเี หล่านันกอ็ อกไปเข้าสิงอยู่ในฝูงสุกร ดูเถดิ สุกรทงั ฝูงนันกว็ งิ กระโดด
จากหน้าผาชันลงไปในทะเล และจมนําตายจนสิน 33 ฝ่ ายคนเลยี งสุกรกห็ นีเข้าไปในนคร เล่า
บรรดาเหตุการณ์ซึงเป็ นไปนัน กบั เหตุทเี กดิ ขนึ แก่คนทมี ผี เี ข้าสิงอยู่นัน

(4) เห็นไดช้ ดั วา่ พวกผี (พวกปี ศาจ) อยากทีจะมีร่างกายไวส้ ิง ถึงแมน้ นั จะเป็นร่างกาย
ของสัตวก์ ต็ าม เช่นกรณีของสุกรฝงู นี (เกอร์กาซาเป็นพนื ทีของคนต่างชาติในพนื ทีๆปัจจุบนั
เรียกวา่ ซีเรีย พวกยวิ ในสมยั นนั และในปัจจุบนั เกลียดหมเู อามากๆ)

หลงั จากนนั 34 ดูเถดิ คนทงั นครพากนั ออกมาพบพระเยซู เมอื พบพระองค์แล้ว เขาจงึ
อ้อนวอนขอให้พระองค์ไปเสียจากเขตแดนของเขา (5) ขอ้ เทจ็ จริงทีวา่ ชาวแดนเกอร์กาซาขอให้
พระองคเ์ สดจ็ ไปจากพวกเขากอ็ าจหมายถึงขอ้ เทจ็ จริงทีวา่ ฝงู สัตวข์ องพวกเขาถูกฆ่าตายและพวก
เขากลวั พระองค์ อาจเป็นไปไดด้ ว้ ยวา่ ชุมชนนีมกี ิจกรรมของซาตานอยอู่ ีกพวกเขาจึงไม่อยากให้
พระองคป์ ระทบั อยทู่ ีนนั

*****

ภาพรวมของมัทธิว 9: ในบทที 9 ของมทั ธิวพระเยซูยงั รักษาโรคผ้คู นและขยายการรับ
ใช้ของพระองค์ต่อไป แต่ตอนนีพระองค์เริมได้รับการต่อต้านจาก ‘ชุมชนเคร่งศาสนา’ แล้ว
พระองค์ยงั ทรงตรัสเป็นนยั ถึงการมาของยคุ ใหม่และกล่มุ คนฝ่ ายวิญญาณใหม่ด้วย นันคือ คริสต
จักร ในครึงท้ายของบทนี พระเยซูทรงกระทาํ การอัศจรรย์สีประการ แต่ละครังกเ็ ชือมโยงกบั
ความเชือทังอย่างชัดเจนและแบบเป็นนยั บทนีปิ ดท้ายด้วยการเผยให้เห็นความกรุณาขององค์
พระผ้เู ป็นเจ้าของเรา

มธ 9:1 พอเสดจ็ มาจากแดนกาดาราซึงอยทู่ างทิศตะวนั ออกเฉียงใตข้ องแควน้ กาลิ
ลี และพระองค์กเ็ สดจ็ ลงเรือข้ามฟากไปยงั เมอื งของพระองค์ “เมืองของพระองค”์ ในทีนีคือ
เมืองคาเปอรนาอุมซึงพระเยซูทรงถือใหเ้ ป็นบา้ นเกิดของพระองคห์ ลงั จากเสดจ็ เขา้ สู่การรับใช้
ของพระองค์ มนั ตงั อยบู่ นชายฝังตอนเหนือของแควน้ กาลิลี

มธ 9:2 พอเสดจ็ ไปถึงทีนนั ดูเถิด เขาหามคนอมั พาตคนหนึงซึงนอนอยู่บน
ทนี อนมาหาพระองค์ เมอื พระเยซูทอดพระเนตรเห็นความเชือของเขาทงั หลาย จึงตรัสกบั คน
อมั พาตว่า "ลูกเอ๋ย จงชืนใจเถดิ บาปของเจ้าได้รับการอภยั แล้ว" บนั ทึกตรงนีกเ็ ป็นเรืองเดียวกบั
ในลกู า 5:18-26 ทีเล่าถึงชายคนนนั ทีถกู หยอ่ นลงมาทางหลงั คา ใหเ้ ราสังเกตวา่ หลกั เกณฑท์ ี
ทาํ ใหพ้ ระเยซูทรงรักษาชายคนนนั ใหห้ ายกค็ ือความเชือของพวกเขา ในกรณีส่วนใหญ่ของการ
รักษาโรคของพระเยซูนนั ยอ่ มมีความเชือเขา้ มาเกียวขอ้ งดว้ ยเสมอ ดู มทั ธิว 8:10, 26, 9:22,29
เราควรหมายเหตุไวว้ า่ พระเยซูมไิ ดท้ รงรักษาชายคนนนั ในทนั ที แต่พระองคท์ รงอภยั โทษบาป
เขา (คาํ ทีแปลวา่ อมั พาต (พาราลทู ิคอส) เป็นทีมาของคาํ ภาษาองั กฤษ paralytic ไม่วา่ จะในกรณี
ใด ชายคนนีกน็ ่าจะเป็นอมั พาต)

มธ 9:3 การต่อตา้ นทีเกิดขึนกบั การรับใชข้ องพระเยซูกเ็ ริมปรากฏ ดูเถดิ พวกธร
รมาจารย์บางคนคดิ ในใจว่า "คนนีพดู หมนิ ประมาท” เราควรหมายเหตุวา่ การต่อตา้ นดงั กล่าวมี
รากเหงา้ มาจาก ‘ชุมชนคนเคร่งศาสนา’ บ่อยครังการต่อตา้ นทีรุนแรงทีสุดทีเกิดกบั ความเชือ
แบบคริสเตียนทีเชือพระคมั ภีร์นนั กม็ าจากพวกนกั ศาสนา คาํ ทีแปลวา่ พวกธรรมาจารย์ (กราม
มาเทะอูส) หมายถึง คนทีมคี วามรู้ในบญั ญตั ิของโมเสสและในขอ้ เขียนอนั บริสุทธิ ซึงเป็นผู้
ตีความหรือครูสอนบญั ญตั ินนั พวกธรรมาจารยค์ อยสาํ รวจคาํ ถามซบั ซอ้ นต่างๆของพระราช
บญั ญตั ิและใส่ความเห็นเพมิ เติมรวมถึงการตีความของรับบีหลายคนเพอื ไขความหมายและ
ขอบเขตของพระราชบญั ญตั ิ ในการทาํ เช่นนนั จริงๆแลว้ พวกเขากท็ าํ ใหพ้ ระราชบญั ญตั ิ
คลุมเครืออนั ส่งผลเสียต่อศาสนายวิ เพราะเหตุทีคาํ แนะนาํ ของกลุ่มคนทีเชียวชาญในบญั ญตั ิเป็น
ทีตอ้ งการในการสาํ รวจและแกไ้ ขคาํ ถามยากๆ พวกเขาจึงไดเ้ ขา้ อยใู่ นสภาซานเฮดริน บ่อยครัง
พวกเขาถูกกล่าวถึงวา่ มสี ่วนเกียวขอ้ งกบั พวกปุโรหิตและพวกรับบี อนั ทีจริงแลว้ ศาสนายวิ แบ
บรับบีในปัจจุบนั กม็ รี ากเหงา้ อยใู่ นการตีความและวธิ ีปฏิบตั ิต่างๆของพวกธรรมาจารยส์ มยั
โบราณ คนเหล่านียงั เป็นนกั คดั ลอกสาํ เนาพระราชบญั ญตั ิแบบมืออาชีพดว้ ย พวกเขาจึงไดช้ ือวา่
เป็นผเู้ ชียวชาญในเรืองพระราชบญั ญตั ิ

มธ 9:4-6 เบาะแสทีมีนาํ หนกั ซึงบ่งชีถึงความเป็นพระเจา้ ของพระคริสตถ์ ูกพบตรง
นี ฝ่ ายพระเยซูทรงทราบความคดิ ของเขาจึงตรัสว่า "เหตไุ ฉนท่านทงั หลายคดิ ชัวอยู่ในใจเล่า
พระองคท์ รงทราบความคิดของพวกเขา ดู 2 พงศาวดาร 6:30 พระเยซูทรงถามต่อไปวา่ 5 ทจี ะว่า
`บาปของเจ้าได้รับการอภยั แล้ว' หรือจะว่า `จงลุกขนึ เดินไปเถดิ ' นัน ข้างไหนจะง่ายกว่ากนั
6 แต่เพอื ท่านทงั หลายจะได้รู้ว่า บุตรมนุษย์มสี ิทธิอาํ นาจในโลกทจี ะโปรดยกความผดิ บาป
ได้" (พระองค์จงึ ตรัสสังคนอมั พาตว่า) "จงลุกขนึ ยกทนี อนกลบั ไปบ้านเถดิ " องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้
ทรงทาํ ใหพ้ วกวจิ ารณ์พระองคเ์ ป็นฝ่ ายตงั รับ เพราะวา่ การยกโทษบาปและการรักษาโรคนนั เป็น
มาจากพระเจา้ ทงั คู่ ดงั นนั เพือรับรองสิทธิอาํ นาจแบบพระเจา้ ของพระองค์ พระองคจ์ ึงไม่เพียง
ยกโทษชายผนู้ ีเท่านนั แต่ยงั ทรงรักษาเขาใหห้ ายสนิทดว้ ย

ใหเ้ ราสงั เกตคาํ วา่ “บุตรมนุษย”์ ทีพระเยซูทรงใชเ้ รียกตวั พระองคเ์ องประมาณแปดสิบ
ครังในพระคมั ภีร์ใหม่ มนั สือถึงความเป็นมนุษยข์ องพระองคเ์ หมือนกบั คาํ วา่ “บุตรของดาวดิ ”
เป็นคาํ ทสี ือถึงความเป็นเชือสายกษตั ริยข์ องพระองค์ และชือ “พระบุตรของพระเจา้ ” กเ็ ผยให้
เห็นถงึ ความเป็นพระเจา้ ของพระองค์

มธ 9:7-8 มีการพดู ถึงบา้ นของพระเยซูตรงนี เขาจงึ ลกุ ขนึ ไปบ้านของตน เห็นไดช้ ดั
วา่ เมืออยทู่ ีเมืองคาเปอรนาอุมหรือใกลเ้ มืองนี มีบา้ นหนึงใหพ้ ระเยซูพกั เสมอ เชือกนั วา่ เปโตรมี
ญาติอยทู่ ีเมืองคาเปอรนาอุม บางทีเพราะเปโตรมคี นรู้จกั เช่นนี พระเยซูจึงทรงมีบา้ นไวพ้ กั อาศยั
ในยามจาํ เป็น อยา่ งไรกต็ าม เห็นไดช้ ดั ทวั กิตติคุณทงั สีเล่มวา่ พระเยซูมิไดท้ รงใชเ้ วลานานนกั ใน
เมืองคาเปอรนาอุม

มทั ธิวจึงยอ้ นกลบั มาพดู ถึงการรกั ษาชายทีเป็นอมั พาตคนนนั ใหห้ าย 8 เมอื ประชาชน
เป็ นอนั มากเหน็ ดงั นัน เขากอ็ ศั จรรย์ใจ แล้วพากนั สรรเสริญพระเจ้า ผู้ได้ทรงประทานสิทธิ
อาํ นาจเช่นนันแก่มนุษย์ ชายทีเป็นอมั พาตคนนีกย็ กแคร่ของตนกลบั บา้ นไป มนั ขดั แยง้ กนั ตรงที
บรรดาสามญั ชนต่างฟังและเฝ้ าสังเกตพระองคโ์ ดยไม่วพิ ากษว์ จิ ารณ์ โดยสรรเสริญพระเจา้
สาํ หรับการรับใชข้ องพระองค์ อยา่ งไรกต็ าม พวกนกั ศาสนาในสมยั นนั กต็ ่อตา้ นพระองคอ์ ยา่ ง
ไม่ลดละ นนั น่าจะทาํ ใหเ้ ราเขา้ ใจมากขนึ เกียวกบั โลกของ ‘ศาสนาแบบเป็นอาชีพ’

มธ 9:9 รัฐบาลโรมมีสาํ นกั งานเกบ็ ภาษีประจาํ แควน้ อยทู่ ีเมืองคาเปอรนาอุม ตงั
อยตู่ รงทางแยกของถนนทีมกี ารคา้ คบั คงั กรมสรรพากรของโรมกม็ ุ่งมนั ทีจะขดู รีดใหไ้ ดท้ ุกเช
เขลทมี นั ทาํ ได้ ครันพระเยซูเสดจ็ เลยทนี ันไป กท็ อดพระเนตรเหน็ ชายคนหนึงชือมทั ธิวนังอยู่ที
ด่านเกบ็ ภาษี จึงตรัสกบั เขาว่า "จงตามเรามาเถดิ " เขากล็ กุ ขนึ ตามพระองค์ไป คาํ ทีแปลวา่ ด่าน
เกบ็ ภาษี (เทะโลนีออน) หมายถงึ ด่านเกบ็ ค่าผา่ นทาง หรือสาํ นกั งานทอ้ งถินของกรมสรรพากร
เห็นไดช้ ดั วา่ มทั ธิวเป็นคนเกบ็ ภาษี ถึงแมว้ า่ จริงๆแลว้ เขาจะเป็นยวิ กต็ าม พระคมั ภีร์ไม่ไดบ้ อก
อะไรเราเลยเกียวกบั สภาพจิตวญิ ญาณของเขาหรือการกลบั ใจรับเชือของเขา แต่พระเยซูยอ่ มทรง
ทราบจิตใจของเขา เพราะประทบั อยใู่ นเมอื งคาเปอรนาอุมในขณะนนั พระเยซูจึงอาจทรงรู้จกั
เขากไ็ ด้ ถึงแมร้ ู้จกั เพยี งผวิ เผนิ กต็ าม มาระโกและลกู าเรียกเขาวา่ เลวแี ละในฐานะคนเกบ็ ภาษี
(ตวั แทนสรรพากรทีทาํ งานใหก้ บั รัฐบาลโรม)

พวกคนเกบ็ ภาษขี ึนชือในเรืองการรับสินบน ถึงแมว้ า่ มทั ธิวไม่ไดถ้ กู หาวา่ รับสินบน แต่
พระเยซูกท็ รงเรียกผทู้ ีมภี ูมิหลงั น่าสงสยั บทเรียนกค็ ือวา่ พระเจา้ ทรงสามารถใชก้ ารใครกไ็ ดใ้ น
การรับใชข้ องพระองค์ การทรงเรียกของพระองคท์ ีมีถึงมทั ธิวนนั เรียบง่าย “จงตามเรามาเถิด”
การทรงเรียกแบบเดียวกนั นีกม็ ีมาถึงสาวกคนอนื ๆของพระเยซูและเป็นแก่นแทข้ องการเป็น
สาวก มทั ธิวจึง “ลุกขึนตามพระองคไ์ ป” เห็นไดช้ ดั วา่ เขาลุกขึนและเลิกอาชีพทีทาํ เงินใหแ้ ก่เขา
เพือติดตามพระเยซู นีจึงสือและไม่ไดม้ ีบรรยายถึงการทีมทั ธิวเชือพระเยซู นนั อาจเกิดจากการที
ก่อนหนา้ นีเขาไดย้ นิ พระเยซูสอนและเทศนาในชุมชนนนั และไดเ้ ห็นการอศั จรรยต์ ่างๆของ
พระองค์

มธ 9:10-13 ต่อมาเมอื พระเยซูเอนพระกายลงเสวยอยู่ในเรือน ดูเถดิ มคี นเกบ็ ภาษแี ละ
คนบาปอนื ๆหลายคนเข้ามาเอนกายลงร่วมสํารับกบั พระองค์และกบั พวกสาวกของพระองค์
11 เมอื พวกฟาริสีเหน็ แล้ว กก็ ล่าวแก่พวกสาวกของพระองค์ว่า "ทาํ ไมอาจารย์ของท่านจงึ รับ
ประทานอาหารร่วมกบั คนเกบ็ ภาษแี ละคนบาปเล่า" 12 เมอื พระเยซูทรงได้ยนิ เช่นนันจงึ ตรัสกบั
พวกเขาว่า "คนปกตไิ ม่ต้องการหมอ แต่คนเจ็บป่ วยต้องการหมอ อีกครังทีฝงู คนทีเป็นนกั
ศาสนาในสมยั นนั วพิ ากษว์ จิ ารณ์พระเยซูทีไปสุงสิงกบั ผทู้ ีไดช้ ือวา่ เป็นคนบาป คาํ ตอบของ

พระองคน์ นั ทงั เรียบง่ายและลึกซึง หมอนนั มีไวส้ าํ หรับคนป่ วยมิใช่คนทีแขง็ แรงดี พระองคม์ ิได้
เสดจ็ มานาํ วญิ ญาณคนทีชอบธรรมแต่มาเรียกคนบาปใหก้ ลบั ใจเสียใหม่

คาํ ทีแปลวา่ คนเกบ็ ภาษี (เทะโลเนส) หมายถึง พวกคนเกบ็ ภาษีทีทาํ งานใหก้ บั โรมซึง
มทั ธิวกเ็ ป็นหนึงในนนั คนพวกนีเป็นยวิ ทีตกลงทาํ งานใหก้ บั รัฐบาลโรมซึงเป็นทีเกลียดชงั เพอื
เกบ็ ภาษีใหก้ บั คนโรม พวกเขาจึงมหี นา้ ทีเกบ็ ภาษีใหไ้ ดต้ ามอตั ราทีกาํ หนดโดยใชว้ ธิ ีใดกไ็ ด้ ภาษี
ส่วนเกินทีพวกเขาขดู รีดมาไดจ้ ึงตกเป็นของพวกเขา พวกเขาจึงเป็นทีรู้จกั ในเรืองความโหด
ความโลภ และการหลอกลวง นอกจากนีพวกเขายงั ไดร้ ับการหนุนหลงั จากโรมดว้ ย ดงั นนั คน
เกบ็ ภาษีเหล่านีจึงเป็นทีเกลียดชงั ในหม่เู พือนร่วมชาตขิ องตน

ไม่มกี ารเอ่ยถึงวา่ บา้ นทีพระเยซูทรงรับประทานอาหารกบั พวกคนเกบ็ ภาษีและ ‘พวกคน
บาป’ อืนๆนนั เป็นบา้ นใคร อยา่ งไรกต็ าม ในบนั ทึกของลูกา กม็ ีบอกไวว้ า่ เป็นบา้ นของเลวี (ขอ
งมทั ธิว)

เห็นไดช้ ดั วา่ พระเยซูทรงยกขอ้ ความจากโฮเชยา 6:6 13 ท่านทงั หลายจงไปเรียนรู้ความ
หมายของข้อความทีว่า `เราประสงค์ความเมตตา ไม่ประสงค์เครืองสัตวบูชา' ด้วยว่าเรามไิ ด้มา
เพอื จะเรียกคนชอบธรรม แต่มาเรียกคนบาปให้กลบั ใจเสียใหม่” ดว้ ยการประชดประชนั ที
แทงใจดาํ พวกเขา พระองคท์ รงบอกใหพ้ วกคนชอบติไปเรียนรู้วา่ ขอ้ นนั หมายความวา่ อะไร คาํ
พดู ทียกมา “เราประสงคค์ วามเมตตา ไม่ประสงคเ์ ครืองสัตวบชู า” สือความหมายชดั เจนถึงการที
พระเจา้ ทรงสนพระทยั ในการเป็นคนมีใจเมตตามากกวา่ การมุ่งเนน้ ตวั อกั ษรของพระราชบญั ญตั ิ
(เครืองสตั วบูชา) พระเยซูมิไดท้ รงฝ่ าฝืนความซือตรงของพระวจนะของพระเจา้ แต่อยา่ งใด แต่
พระองคท์ รงแสดงใหเ้ ห็นวา่ ในงานของพระเจา้ นนั กม็ ลี าํ ดบั ความสาํ คญั ก่อนหลงั (ความเมตตา
มาก่อนเครืองสตั วบูชา) การทีพระองคไ์ ปยงุ่ เกียวกบั พวกคนบาปนนนั ไม่ไดเ้ ป็นการฝ่ าฝื นหลกั
การเรืองการแยกออกแต่อยา่ งใดเพราะวา่ แรงจูงใจของพระองคก์ ค็ ือ การแสวงหาทีจะนาํ
วญิ ญาณพวกเขาดว้ ยข่าวประเสริฐ

ไม่ตอ้ งสงสัยเลยวา่ มีการเสียดสีแฝงอยใู่ นการทีพระองคต์ รัสถงึ คนชอบธรรม พวกฟาริสี
ทีตาํ หนิพระเยซูนนั คิดวา่ ตวั เองเป็นคนชอบธรรมเพราะวา่ พวกเขาคิดวา่ ตวั เองรักษาขอ้ ปลีกยอ่ ย
ของประเพณีรับบีทงั 613 ขอ้ ไดห้ มด พระเยซูทรงบอกพวกเขาดว้ ยนาํ เสียงประชดวา่ พระองค์

มิไดเ้ สดจ็ มาเพอื เรียก ‘คนชอบธรรม’ คนเหล่านนั ทีจะยอมรับวา่ ตวั เองเป็นคนบาปต่างหากที
เป็นผทู้ ีจะกลบั ใจใหม่ ก่อนทคี นๆหนึงจะไดร้ ับความรอด เขาตอ้ งยอมรับความบาปของตนและ
การทีเขาตอ้ งการพระผชู้ ่วยใหร้ อด พวกฟาริสีในความเยอ่ หยงิ ในความชอบธรรมของตนกไ็ ม่
ยอมทาํ เช่นนนั พวกเขาจึงไม่มีสิทธิทีจะไดร้ ับพระเมตตาและความรอดของพระเจา้

มธ 9:14-15 ในขอ้ นีพวกสาวกของยอห์นผใู้ หบ้ พั ติศมาไดม้ าหาพระเยซูและอยากรู้วา่
ทาํ ไมพวกสาวกของพระเยซูจึงมิไดร้ ะมดั ระวงั เกียวกบั การอดอาหารแบบยวิ แล้วพวกสาวกของ
ยอห์นมาหาพระองค์ทูลว่า "เหตุไฉนพวกข้าพระองค์และพวกฟาริสีถอื อดอาหารบ่อยๆ แต่พวก
สาวกของพระองค์ไม่ถอื อดอาหาร” เห็นไดช้ ดั วา่ พวกสาวกของยอห์นกห็ ลงติดกบั วนิ ยั ของคน
สมยั นนั ในการอดอาหารเพอื ใหค้ นเห็น พวกฟาริสีทาํ เช่นนนั เหมือนกบั ทีพวกเอซเซนกระทาํ
พวกสาวกของพระเยซูมิไดก้ ระทาํ เพราะวา่ พระอาจารยข์ องพวกเขามิไดท้ รงกระทาํ

คาํ ตอบของพระเยซูอา้ งอิงถึงการถือกาํ เนิดของคริสตจกั รซึงยงั ไม่ถกู เปิ ดเผย 15 พระเยซู
จงึ ตรัสกบั เขาว่า "สหายของเจ้าบ่าวเป็ นทุกข์โศกเศร้าเมอื เจ้าบ่าวยงั อยู่กบั เขาได้หรือ แต่วนั นัน
จะมาถงึ เมอื เจ้าบ่าวจะต้องจากเขาไป เมอื นันเขาจะถอื อดอาหาร

พระเยซูตรัสในเชิงของงานแต่งงาน (การสมรสในอนาคตของพระเมษโปดกกบั คริสต
จกั ร) ซึงยอ่ มเป็นช่วงเวลาแห่งการชืนชมยนิ ดีและไม่ใช่เวลาของการอดอาหาร อยา่ งไรกต็ าม
พระองคก์ ต็ รัสวา่ วนั นนั กาํ ลงั จะมาเมือเจา้ บ่าว (พระคริสต)์ จะถูกพรากไปจากพวกสาวกและเมือ
ถึงตอนนนั พวกเขากจ็ ะอดอาหาร แน่นอนทีพวกเขาอดอาหารในช่วงเวลาหลงั จากการ
สินพระชนมแ์ ละการเสดจ็ กลบั สู่สวรรคข์ ององคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ในตอนนนั พวกสาวกโศกเศรา้ ที
พระองคท์ รงสินพระชนม์ แมห้ ลงั จากการฟื นคนื พระชนมข์ องพระองคแ์ ละการเสดจ็ กลบั สู่
สวรรค์ พวกสาวกกเ็ ผชิญกบั การข่มเหงอยา่ งหนกั ในตอนนนั เองพวกเขาจึงเรียนรู้ทีจะอดอาหาร
ในยามทีพระองคไ์ ม่อยแู่ ลว้ ดู กิจการ 13:2-3 และ 14:23 (การอดอาหารในพระคมั ภีร์เป็นวธิ ีหนึง
ในการถ่อมจิตถ่อมใจตวั เองต่อพระพกั ตร์พระเจา้ ในยามทีมีปัญหาและมีการอธิษฐานอยา่ งหนกั )
ตรงนีพระเยซูเริมตรัสถึงขอ้ เทจ็ จริงทีวา่ ยคุ ใหม่ กายวญิ ญาณใหม่ (คริสตจกั ร) และเหตุการณ์
ใหม่ (การสินพระชนมแ์ ละการเสดจ็ ขึนสู่สวรรคข์ องพระองค)์ กาํ ลงั ใกลเ้ ขา้ มา

มธ 9:16-17 ในบริบทเดียวกนั นี พระเยซูทรงนาํ เสนอคาํ อุปมาหนึงทีวา่ ของใหม่และ
แตกต่างไม่อาจใส่เพิมเขา้ กบั ของเก่าได้ ไม่มผี ู้ใดเอาท่อนผ้าทอใหม่มาปะเสือเก่า เพราะว่าผ้าทปี ะ
เข้านัน เมอื หดจะทาํ ให้เสือเก่าขาดกว้างออกไปอกี 17 และไม่มผี ู้ใดเอานําองุ่นใหม่มาใส่ในถุง
หนังเก่า ถ้าทาํ อย่างนันถุงหนงั จะขาด นําองุ่นจะรัว ทงั ถุงหนังกจ็ ะเสียไปด้วย แต่เขาย่อมเอานํา
องุ่นใหม่ใส่ในถุงหนังใหม่ แล้วทงั สองอย่างกอ็ ยู่ดีด้วยกนั ได้"พระองคต์ รัสถึงการทีผา้ ชินใหม่
ปกติแลว้ กไ็ ม่ไดถ้ ูกเอาไปแปะเขา้ กบั เสือผา้ ตวั เก่า และนาํ องุ่นใหม่กไ็ ม่ไดถ้ ูกไปใส่ไวใ้ นถุงหนงั
เก่าทีผา่ นการใชง้ านมาหนกั แลว้ ในกรณีของผา้ ขนสตั วห์ รือผา้ ป่ านนนั มนั กจ็ ะหด การเยบ็ ผา้
ใหม่ทีไม่หดเพอื ปะเสือผา้ ตวั เก่ากม็ ีแต่จะทาํ ใหร้ อยขาดเดิมนนั ยงิ แยก่ วา่ เดิม พอเอาไปซกั ผา้
ใหม่นนั กจ็ ะหดตวั และดึงรอยขาดใหถ้ ่างมากกวา่ เดิม

ในกรณีของถุงหนงั หนงั สตั วก์ ถ็ กู นาํ มาเยบ็ เขา้ ดว้ ยกนั เพอื ใชบ้ รรจุนาํ องุ่นใหม่ใน
ภาชนะทีคลา้ ยขวด นาํ องุ่นใหม่หากถกู ปล่อยใหเ้ กิดการหมกั กจ็ ะปล่อยแก๊สออกมาซึงจะทาํ ให้
ถุงหนงั เก่าทีแหง้ เกิดรอยแตกและแยกออกจากกนั แต่นาํ องุ่นสดกถ็ กู ใส่ไวใ้ นถุงหนงั ใหม่ อนั
เป็นการรักษาไวท้ งั นาํ องุ่นและ ‘ถุงหนงั ’

ไม่ตอ้ งสงสยั เลยวา่ การประยกุ ตใ์ ชอ้ ุปมานีกค็ ือ การทีคริสตจกั รทีจะมานนั จะเป็นกลุ่ม
คนใหม่ทีแตกต่างอยา่ งสินเชิงจากพนั ธสญั ญาในพระคมั ภีร์เดิมทีทรงกระทาํ กบั ชนชาติอิสราเอล
พระเจา้ มิไดท้ รงเทคริสตจกั รลงไปในภาชนะเก่าแห่งอิสราเอล และพระองคก์ ม็ ไิ ดท้ รงเยบ็ มนั เขา้
กบั ผา้ เก่าแห่งพนั ธสญั ญานนั ทีพระองคไ์ ดท้ รงกระทาํ กบั อิสราเอลดว้ ย บริบทของขอ้ 15 ก็
สนบั สนุนแนวคดิ เรืองเจา้ สาวทีเป็นกลุ่มคนฝ่ ายวิญญาณใหม่ นนั คือ คริสตจกั ร

นีเป็นการบ่งชีทีชดั เจนวา่ คริสตจกั รนนั แตกต่างจากอิสราเอล ตรงขา้ มกบั ศาสนศาสตร์
เชิงพนั ธสญั ญาและศาสนศาสตร์เชิงปฏิรูป คริสตจกั รมิไดเ้ ป็นความต่อเนืองหรือ ‘ตวั แปร’ ของ
อิสราเอล แต่มนั กไ็ ม่ไดแ้ ตกต่างไปอยา่ งสินเชิง อิสราเอลและพนั ธสัญญาทีพระเจา้ ไดท้ รง
กระทาํ กบั มนั ยงั มีอยเู่ หมือนเดิม แต่คริสตจกั รกอ็ ยอู่ ยา่ งเป็นเอกเทศและเคียงค่ไู ปกบั อิสราเอล

มธ 9:18-19 เมอื พระองค์กาํ ลงั ตรัสคาํ เหล่านีแก่เขานัน ดูเถิด มขี ุนนางคนหนึงมา
นมสั การพระองค์แล้วทูลว่า "ลูกสาวของข้าพระองค์พงึ ตาย ขอพระองค์เสด็จไปวางพระหตั ถ์

ของพระองค์บนตวั เขา แล้วเขาจะฟื นขนึ อกี " เราควรหมายเหตุไวว้ า่ พระเยซูทรงยอมรับการ
นมสั การของเขาซึงสือถึงความเป็นพระเจา้ ของพระองค์ ชายคนนีทูลพระเยซูวา่ ลกู สาวของเขา
นนั พงึ ตาย ใหเ้ ราสงั เกตความเชือของชายผนู้ ี “แต่ขอพระองคเ์ สดจ็ ไปวางพระหตั ถข์ องพระองค์
บนตวั เขา แลว้ เขาจะฟื นขึนอีก” ในแต่ละกรณีในบทนี พระเยซูทรงรักษาโรคเมือผคู้ นวางใจ
พระองค์ ดว้ ยเหตุนี 19 ฝ่ ายพระเยซูจงึ ทรงลกุ ขนึ เสดจ็ ตามเขาไป และพวกสาวกของพระองค์
กต็ ามไปด้วย เหตุการณ์นียงั เกิดขึนในหรือแถวๆเมืองคาเปอรนาอุมอยู่

มธ 9:20-22 ขณะเดียวกนั พระเยซูกท็ รงถกู ขดั จงั หวะโดยผหู้ ญิงคนหนึงซึงเห็นไดช้ ดั
วา่ มีปัญหาสุขภาพขนั รุนแรงมาสิบสองปี แลว้ แต่นางมีความเชือวา่ หากนางไดเ้ พียงแตะตอ้ ง
เสือผา้ ของพระเยซู นางกจ็ ะหายโรค ดูเถิด มผี ู้หญงิ คนหนึงเป็ นโรคตกเลอื ดได้สิบสองปี มาแล้ว

แอบมาข้างหลงั ถูกต้องชายฉลองพระองค์ 21 เพราะนางคดิ ในใจว่า "ถ้าเราได้แตะต้องฉลอง
พระองค์เท่านัน เรากจ็ ะหายโรค"

เราควรหมายเหตุไวว้ า่ เสือผา้ ของพระเยซูนนั มไิ ดม้ ีฤทธิเดชอะไร แต่เพราะทรงรู้วา่ กาํ ลงั
เกิดอะไรขึน พระเยซูจึงทรงหนั ไปและรักษานางใหห้ าย 22 ฝ่ ายพระเยซูทรงเหลยี วหลงั ทอด
พระเนตรเห็นนางจงึ ตรัสว่า "ลูกสาวเอ๋ย จงชืนใจเถิด ความเชือของเจ้าทาํ ให้เจ้าหายเป็ นปกต"ิ
นับตงั แต่เวลานัน ผู้หญงิ นันกห็ ายป่ วยเป็ นปกติ คาํ ทีแปลวา่ หายป่ วยเป็ นปกติ (โสโซ) เป็นคาํ ที
มกั แปลเป็น ‘ไดร้ ับความรอด’ เห็นไดช้ ดั วา่ พระเยซูมิไดเ้ พยี งรักษาร่างกายของนางเท่านนั แต่ยงั
ทรงช่วยนางใหร้ อดไปพร้อมๆกนั ดว้ ย ใหเ้ ราสังเกตอีกครังวา่ มนั เป็นเพราะความเชือของหญิง
คนนีทีทาํ ใหน้ างไดร้ ับการช่วยใหพ้ น้ ทงั ฝ่ ายร่างกายและฝ่ ายวญิ ญาณ ความเชือจึงเป็นสิงที
กระตุน้ ใหพ้ ระเจา้ ทรงกระทาํ ส่วนของพระองค์

มธ 9:23-26 หลงั จากนนั พระเยซูกท็ รงมาถึงทีบา้ นของขนุ นางคนนีในทีสุดและเห็น
ธรรมเนียมการคราํ ครวญโศกเศร้าแบบชาวตะวนั ออกกลางกาํ ลงั เกิดขึนอยู่ ครันพระเยซูเสด็จ
เข้าไปในเรือนของขุนนางนัน ทอดพระเนตรเห็นพวกเป่ าปี และคนเป็ นอนั มากชุลมุนกนั อยู่ บาง
คนกร็ ้องไหด้ ว้ ยความเศร้าโศก บา้ งกค็ ราํ ครวญ และบา้ งกท็ าํ เสียงชุลมุนวนุ่ วาย คาํ ทีแปลวา่ พวก

เป่ าปี (เอาเลเทส) มีความหมายตรงตวั วา่ ‘คนเล่นขลุ่ย’ จะกล่าวไปแลว้ นีกห็ มายถึง พวกนกั
ดนตรี ซึงสือวา่ พวกเขาอาจเป็นพวกมืออาชีพดว้ ย

เมือพระเยซูทรงสังใหพ้ วกเขาถอยไป 24 พระองค์จงึ ตรัสกบั เขาว่า "จงถอยออกไปเถดิ
ด้วยว่าเดก็ หญงิ คนนียงั ไม่ตาย เป็ นแต่นอนหลบั อยู่" เขากพ็ ากนั หัวเราะเยาะพระองค์ ความ
หมายของประโยคหลงั นีกค็ ือ พวกเขาหวั เราะพระองคอ์ ยา่ งดูถกู ดูแคลน พวกคนไม่เชือกม็ กั เยย้
หยนั และดูถกู คนทีเชือวา่ พระเจา้ ทรงสามารถเขา้ มาแทรกแซงไดอ้ ยา่ งอศั จรรย์ อยา่ งไรกต็ าม
25 แต่เมอื ทรงขบั ฝูงคนออกไปแล้ว พระองค์ได้เสด็จเข้าไปจบั มอื เด็กหญงิ และเด็กหญิงนันกล็ ุก
ขนึ เพราะความเชือทีไม่ลดละของผเู้ ป็นพอ่ พระเยซูจึงทรงชุบเดก็ สาวฟื นคนื ชีพ นีเป็นอีกครังที
เราเห็นถึงหลกั การแห่งความเชือ ชายคนนีดว้ ยความสินหวงั ทีจะเห็นลกู สาวของตนไดร้ ับการ
รักษา เขาจึงทาํ สุดความสามารถ เขาฝากลกู สาวไวใ้ หพ้ ระเยซูทรงดูแล พอ่ ทีเป็นทุกขจ์ ึงไม่ตอ้ ง
แบกรับปัญหานีอีกต่อไป บดั นีมนั เป็นปัญหาทีพระเยซูจะทรงจดั การแลว้ ชายคนนีไดล้ ะความ
กระวนกระวายทุกอยา่ งไวก้ บั พระองค์ ดว้ ยความเชือทีไม่สลบั ซบั ซอ้ น เขาทูลขอใหพ้ ระเยซูทรง
แทรกแซงและรักษา และพระองคก์ ท็ รงกระทาํ เช่นนนั จริงๆ ดงั นนั 26 แล้วกติ ติศัพท์นีกล็ อื ไป
ทวั แคว้นนัน ดงั นนั ชือเสียงของพระเยซูจึงแพร่กระจายไปทวั แควน้ กาลิลี

มธ 9:27-31 ครันพระเยซูเสดจ็ ไปจากทนี ัน กม็ ชี ายตาบอดสองคนตามพระองค์มา
ร้องว่า "บุตรดาวดิ เจ้าข้า ขอเมตตาข้าพระองค์ทงั หลายเถดิ " น่าสนใจตรงทีวา่ พวกเขารู้จกั เชือ
สายของพระเยซู (“บุตรดาวดิ เจา้ ขา้ ”) และอาจรู้ดว้ ยวา่ จริงๆแลว้ พระองคท์ รงเป็นพระเมสสิยาห์
ดว้ ยความเชืออนั เรียบง่าย พวกเขาทูลขอพระเมตตาของพระองค์ นีเป็นอีกครังทีไม่มกี ารเอ่ย
ถึงวา่ เป็นบา้ นใคร นีอาจเป็นทีๆพระเยซูทรงพาํ นกั ยามอยทู่ ีเมืองคาเปอรนาอุม 28 และเมอื
พระองค์เสดจ็ เข้าไปในเรือน ชายตาบอดทงั สองกเ็ ข้ามาหาพระองค์ ชายตาบอดสองคนนีตามพ
ระเยซูเขา้ ไปในบา้ นนีและพระเยซูกต็ รัสถามพวกเขาดว้ ยคาํ ถามง่ายๆวา่ "เจ้าเชือหรือว่า เรา
สามารถจะกระทาํ การนีได้" คาํ ตอบของพวกเขากเ็ รียบง่ายเช่นกนั เขาทูลพระองค์ว่า "เชือ
พระเจ้าข้า" ‘เชืออยแู่ ลว้ พระองคเ์ จา้ ขา้ !’

29 แล้วพระองค์ทรงถูกต้องตาของพวกเขาตรัสว่า "ให้เป็ นไปตามความเชือของเจ้าเถดิ ”
เมือพระองคท์ รงแตะตอ้ งตาของพวกเขา พระเยซูกต็ รัสวา่ “ใหเ้ ป็นไปตามความเชือของเจา้ เถิด”
นีเป็นบทเรียนอนั ลึกซึง เมือเราวางใจพระองค์ กไ็ ม่มีอะไรทีเป็นไปไม่ได้ ความเชืออนั จริงแทค้ ือ
กญุ แจ มนั คือการพึงพาพระองคอ์ ยา่ งสุดจิตสุดใจ ดว้ ยเหตุนี 30 แล้วตาของพวกเขากก็ ลบั เห็นดี
พระเยซูได้ทรงกาํ ชับเขาอย่างแขง็ ขนั ว่า "จงระวงั อย่าให้ผู้ใดรู้เลย" พระเยซูทรงเตือนพวกเขา
อีกวา่ ใหเ้ กบ็ เรืองนีไวเ้ ป็นความลบั เหตุผลทีพระองคท์ รงทาํ เช่นนีกค็ ือวา่ เมอื พจิ ารณาถึง
แผนการของเหตุการณ์ต่างๆแลว้ เวลาทีพระองคจ์ ะทรงสาํ แดงตวั เป็นกษตั ริยแ์ ห่งอิสราเอลนนั
ยงั มาไม่ถึง ดงั นนั พระองคจ์ ึงทรงพยายามเกบ็ เรืองการอศั จรรยต์ ่างๆของพระองคไ์ วเ้ ป็นความ
ลบั อยชู่ วั คราว แต่นนั กไ็ ร้ผล 31 แต่เมอื เขาไปจากทนี ันแล้ว กเ็ ผยแพร่กติ ตศิ ัพท์ของพระองค์ทวั
แคว้นนัน พวกเขาประกาศไปทวั แควน้ กาลิลีวา่ ผใู้ ดไดร้ ักษาพวกเขาใหห้ าย พวกเขาตืนเตน้ กบั
สิงทีพระเยซูไดท้ รงกระทาํ เพอื พวกเขาและพวกเขาจะไม่ยอมปิ ดปากเงียบ

มธ 9:32-34 ขณะเมอื พระเยซูและเหล่าสาวกกาํ ลงั เสดจ็ ออกไปจากทนี ัน ดูเถดิ มีผู้พา
คนใบ้คนหนึงทมี ผี สี ิงอยู่มาหาพระองค์ ชายคนนีพดู ไม่ไดแ้ ละอาจหูหนวกดว้ ย ใหเ้ ราสงั เกตวา่
เขา “มีผสี ิงอย”ู่ คาํ ทีแปลเช่นนนั (ไดมอนิซอไม) มีความหมายตรงตวั วา่ ‘ถูกผสี ิง’ หรือตกอยใู่ ต้
การควบคุมของผี พวกสมุนของซาตาน ซึงเป็นทีรู้จกั ในชือผปี ี ศาจ คือวญิ ญาณชวั และพวกมนั
พยายามทีจะเขา้ สิงหรือควบคุมร่างกาย โดยเฉพาะร่างกายคน บางครังการมีอยขู่ องพวกมนั กถ็ กู
เขา้ ใจผดิ วา่ เป็นความเจบ็ ป่ วยทางกายหรือทางจิต

33 เมอื ทรงขบั ผีออกแล้วคนใบ้นันกพ็ ูดได้ หมู่คนกอ็ ศั จรรย์ใจพูดกนั ว่า "ไม่เคยเห็น
การกระทาํ เช่นนีในอสิ ราเอลเลย" 34 แต่พวกฟาริสีกล่าวว่า "คนนีขบั ผอี อกด้วยฤทธิของนายผ”ี
ใหเ้ ราสังเกตวา่ ‘นกั ศาสนามืออาชีพ’ พวกนีพยายามปัดทิงฤทธิเดชของพระเจา้ โดยอา้ งวา่ พระ
เยซูทรงขบั ผอี อกโดยนายผี (นนั คือ ซาตาน) พวกเขาไม่เพียงปฏิเสธทีจะยอมรับฤทธิเดชแบบ
พระเจา้ ของพระองคเ์ ท่านนั แต่พวกเขายงั พดู หมินประมาทพระองคโ์ ดยกล่าวหาวา่ พระองคท์ รง
กระทาํ กิจในนามของซาตานดว้ ย พวกละทิงความจริง พวกเสรีนิยม และพวกประเพณีนิยมมกั

ดาํ รงตาํ แหน่งของตนโดยมีจุดประสงคแ์ อบแฝงและไม่ค่อยยอมรับรู้ฤทธิเดชของพระเจา้ พวก
เขาจะพยายามยกเหตุผลอืนมาประกอบเสมอ

มธ 9:35 มทั ธิวสรุปยอ่ การรับใชข้ องพระเยซูในแควน้ กาลิลีตรงนี พระเยซูได้
เสดจ็ ดาํ เนินไปตามนครและหมู่บ้านโดยรอบ ทรงสังสอนในธรรมศาลาของเขา ประกาศข่าว
ประเสริฐแห่งอาณาจกั รนัน ทรงรักษาโรคและความป่ วยไข้ทุกอย่างของพลเมอื งให้หาย ใหเ้ รา
สังเกตวา่ พระเยซูเสดจ็ ไป การรับใชข้ องพระองคน์ นั เกิดขึนเสมอในทีๆชีวติ ทีขดั สนอยู่ มี
หมู่บา้ นและเมืองอยกู่ ระจดั กระจายทวั เนินเขาต่างๆของแควน้ กาลิลี พระเยซูทรงไปเยอื น
หมู่บา้ นและเมืองเหล่านีใหเ้ ยอะทีสุดเท่าทีพระองคจ์ ะทรงทาํ ได้ โดยเทศนาสงั สอนในธรรม
ศาลาของพวกเขา ข่าวสารของพระองคค์ ือ “ข่าวประเสริฐแห่งอาณาจกั รนนั ” ซึงไดถ้ ูกกล่าวถึง
ไปก่อนหนา้ นนั แลว้ โดยเฉพาะในคาํ เทศนาบนภเู ขา ข่าวนนั กค็ ือ “อาณาจกั รสวรรคม์ าใกล้
แลว้ ” เพราะวา่ พระบรมมหากษตั ริยไ์ ดเ้ สดจ็ มาถึงแลว้ (มทั ธิว 10:7) นอกจากนีมนั กค็ ือการ
ประกาศแก่อิสราเอลวา่ พวกเขาจาํ เป็นตอ้ งกลบั ใจใหม่เพือเตรียมตวั สาํ หรับอาณาจกั รทีจะมานนั
ต่อมาในการรับใชข้ องพระองค์ ข่าวสารของพระเยซูจะเปลียนไปเนน้ เรืองกางเขน ดู มทั ธิว
16:21 อยา่ งไรกต็ าม ณ จุดนีข่าวสารของพระองคย์ งั คงเป็นข่าวประเสริฐแห่งอาณาจกั รนนั อยู่

พระเยซูยงั พยายามทีจะตอบสนองความจาํ เป็นต่างๆของประชาชนทอี ยรู่ อบตวั พระองค์
ต่อไปในการ “รักษาโรคและความป่ วยไขท้ ุกอยา่ งของพลเมืองใหห้ าย” การรับใชข้ องพระองค์
จึงมีลกั ษณะเป็นยทุ ธศาสตร์ในการเสนออาณาจกั รของพระเจา้ ในขณะทีตอบสนองความจาํ เป็น
ต่างๆของคนเหล่านนั ทีจะมาหาพระองคโ์ ดยความเชือดว้ ย

มธ 9:36 มทั ธิวเปลียนไปพดู ถึงปัจจยั ทีสาํ คญั อีกประการในการรับใชข้ องพระองค์
และเมอื พระองค์ทอดพระเนตรเห็นประชาชนกท็ รงสงสารเขา ด้วยเขาอดิ โรยกระจัดกระจายไป
ดุจฝูงแกะไม่มผี ู้เลยี ง เราควรหมายเหตุไวว้ า่ ก่อนทีพระองคเ์ ห็นความจาํ เป็นต่างๆของผคู้ นรอบ
ตวั พระองค์ พระองคก์ เ็ สดจ็ ไปก่อน หลกั การนนั ยงั เป็นจริงอยจู่ นถึงทุกวนั นี เราไม่ค่อยมีภาระ
ใจใหก้ บั ผคู้ นและความจาํ เป็นฝ่ ายวญิ ญาณของพวกเขาจนกวา่ เราไปหาพวกเขา ในการทาํ เช่น
นนั พระองคจ์ งึ ไดเ้ ห็นสภาพฝ่ ายวญิ ญาณทีแทจ้ ริงของพวกเขา คนเหล่านีกาํ ลงั เหนือยลา้ และ

ใกลต้ ายฝ่ ายวิญญาณ นอกจากนี พระองคย์ งั ทรงเห็นฝงู ชนทีอยรู่ อบกายพระองคเ์ ป็นเหมือนฝงู
แกะทีไม่มีผเู้ ลียง เราควรหมายเหตุไวว้ า่ ถึงแมพ้ ระเยซูทรงทราบดีถึงความบาปหนาและใจทีแขง็
กระดา้ งของผคู้ นทีอยรู่ อบกายพระองค์ แต่พระองคก์ ม็ ุ่งเนน้ ทีขอ้ เทจ็ จริงทีวา่ พวกเขาเป็นเหมอื น
แกะทีไม่มีผเู้ ลียง เราจึงเห็นชดั เจนถึงพระเมตตาและความกรุณาปรานีของพระองค์

มธ 9:37-38 ขณะทพี ระเยซูทรงสาํ รวจฝงู ชนทีอยรู่ อบตวั พระองค์ พระองคก์ ท็ รง
ประกาศวา่ แล้วพระองค์ตรัสกบั พวกสาวกของพระองค์ว่า "การเกบ็ เกยี วนันเป็ นการใหญ่
นักหนา แต่คนงานยงั น้อยอยู่ 38 เหตุฉะนัน พวกท่านจงอ้อนวอนพระองค์ผู้ทรงเป็ นเจ้าของการ
เกบ็ เกยี วนัน ให้ส่งคนงานมาในการเกบ็ เกยี วของพระองค์" นนั เป็นความจริงในขณะนนั
แน่นอนทีมนั ยอ่ มเป็นความจริงในวนั นีดว้ ย งานของพระเจา้ ทียงั ขาดอยกู่ ค็ ือ คนเหล่านนั ทียอม
ไปแสวงหาการเกบ็ เกียวดวงวญิ ญาณ

ทางออกสาํ หรับความจาํ เป็นดงั กล่าวกค็ ือ การอธิษฐานขอใหพ้ ระเจา้ ทรงใชค้ นงานเพมิ
เขา้ มาในการเกบ็ เกียวฝ่ ายวญิ ญาณของพระองค์ ทีน่าสนใจกค็ ือคาํ ทีแปลวา่ อ้อนวอน (เดะออไม)
อยใู่ นรูปคาํ สงั เราไดร้ ับคาํ บญั ชาใหอ้ ธิษฐานขอใหพ้ ระองคผ์ เู้ ป็นเจา้ ของการเกบ็ เกียวทรงใชค้ น
งานออกไปในการเกบ็ เกียวของพระองค์ เหตุผลง่ายๆกส็ ือแลว้ วา่ ผแู้ รกทีควรออกไปกค็ ือตวั เรา
เอง จากนนั เราจาํ เป็นตอ้ งอธิษฐานต่อไปเพอื ทีพระเจา้ จะทรงใชค้ นอืนออกไปดว้ ย นอกจากนี
การเกบ็ เกียวนนั ไม่ใช่แค่การขา้ มนาํ ขา้ มทะเลไปประกาศในดินแดนอืนเท่านนั ถึงแมว้ า่ นนั เป็น
ส่วนหนึงของการเกบ็ เกียวนนั กต็ าม จริงๆแลว้ มนั กเ็ ริมตน้ ทีคนทีอยบู่ า้ นตรงขา้ มเรา

*****
ภาพรวมของมัทธิว 10: บททีสิบนนั เป็นบททีน่าทึง มทั ธิวบนั ทึกเกียวกบั การทรงเรียก
สาวก/อัครสาวกสิบสองคน เมือพระเยซูทรงมอบหมายหน้าทีพวกเขาในการรับใช้ กม็ ีแนวคิด
สองประการเกิดขึนตลอดเนือหาของบทนี สิงทีปรากฏชัดเจนกค็ ือการรับใช้ของพวกสาวกใน
แคว้นกาลิลี อย่างไรกต็ าม นีกเ็ ป็นภาพทีแสดงให้เห็นล่วงหน้าถึงพวกผ้นู าํ สารทีจะเทียวประกาศ
ในช่วงยคุ เจด็ ปี หลงั การรับขึนและก่อนการเสดจ็ มาครังทีสองของพระคริสต์ด้วย บทนีค่อนข้าง
อย่ใู นบริบทของอาณาจกั รนนั และอิสราเอล ข่าวสารสาํ หรับพวกสาวกในตอนนนั (และอาจใน
ช่วงยคุ เจด็ ปี ด้วย) กค็ ือว่า อาณาจักรสวรรค์นนั มาใกล้แล้ว

ในเนือหาส่วนหลงั ของบทนี พระเยซูทรงสังสอนและหนนุ ใจพวกสาวกของพระองค์ต่อ
ไปสาํ หรับการรับใช้ของพวกเขาทีจะมา อีกครังทีมีการบอกเป็นนัยถึงวนั เวลานันเมือพวกสาวก
ยิว 144,000 คนจะประกาศข่าวประเสริฐเรืองพระมหากษตั ริย์นันและอาณาจักรนนั พระเยซูยงั
ตรัสถึงการอุทิศตวั แบบเตม็ ร้อยและบาํ เหนจ็ ในอนาคตด้วย

มธ 10:1 เห็นไดช้ ดั วา่ เรืองทีถกู พดู ถึงตรงนีอา้ งอิงยอ้ นกลบั ไปยงั การทรงเรียก
สาวกทงั สิบสองคน เมอื พระองค์ทรงเรียกสาวกสิบสองคนของพระองค์มาแล้ว พระองค์ก็
ประทานอาํ นาจให้เขาขับผโี สโครกออกได้ และให้รักษาโรคและความเจ็บไข้ทุกอย่างให้หายได้
จากกิตติคุณเล่มอืนๆเราทราบวา่ สาวกเหล่านีไดร้ ับการทรงเรียกจากพระเยซูก่อนคาํ เทศนาบน
ภเู ขา อยา่ งไรกต็ าม มทั ธิวกใ็ หร้ ายละเอียดตรงนีเกียวกบั การทรงเรียกดงั กล่าว แนวคิดเรืองสาวก
กค็ ือ ผตู้ ิดตามซึงไดฝ้ ึกวนิ ยั ตวั เองเพือติดตามนายของตน องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ทรงประทานสิทธิ
อาํ นาจในการเป็นอคั รสาวกใหแ้ ก่ชายทงั สิบสองคนนีเพือกระทาํ การอศั จรรยต์ ่างๆและประกาศ
ข่าวประเสริฐ การอศั จรรยต์ ่างๆทีทรงอนุญาตใหพ้ วกเขากระทาํ ไดก้ ม็ ีไวเ้ พือรับรองวา่ พระเจา้
ทรงแต่งตงั พวกเขา

มธ 10:2-4 ใหเ้ ราสงั เกตความแตกต่างตรงนีกบั ขอ้ 1 ทีวา่ ชายทงั สิบสองคนนีกม็ ีชือ
วา่ อคั รสาวกดว้ ย คาํ ทแี ปลวา่ อคั รสาวก (อาพอสตอลอส) มีความหมายตรงตวั วา่ ‘ผทู้ ีถูกใชไ้ ป’
อคั รสาวกสิบสองคนนันมชี ือดังนี คนแรกชือซีโมนทเี รียกว่าเปโตร กบั อนั ดรูว์น้องชายของเขา
ยากอบบุตรชายเศเบดี กบั ยอห์นน้องชายของเขา 3 ฟี ลปิ และบารโธโลมิว โธมสั และมทั ธิวคน
เกบ็ ภาษี ยากอบบุตรชายอลั เฟอสั และเลบเบอสั ผู้ทมี ชี ืออกี ว่าธดั เดอสั 4 ซีโมนชาวคานาอนั และ
ยูดาสอสิ คาริโอทผู้ทไี ด้ทรยศพระองค์นัน คนเหล่านีถูกใชไ้ ปพรอ้ มกบั สิทธิอาํ นาจของพระเจา้
อคั รสาวกแต่ละคนไดร้ ับการทรงเลือกโดยตรงจากองคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ เองและไดร้ ับพระราชทาน
สิทธิอาํ นาจและฤทธิเดชจากพระเจา้ คุณสมบตั ิสุดทา้ ยกค็ ือการทีอคั รสาวกแต่ละคนจะไดเ้ ป็น
ประจกั ษพ์ ยานถึงการฟื นคืนพระชนมข์ องพระองค์

อคั รสาวกบางคนกเ็ ป็นทีรู้จกั ดีและถูกเอ่ยถึงทีอืนในพระคมั ภีร์ใหม่ เช่น เปโตร พนี อ้ ง
ยากอบและยอห์น อนั ดรูว์ ฟี ลิป มทั ธิว และโธมสั ทีไม่ค่อยมีใครรู้จกั คือ บาร์โธโลมิว ยากอบ

บุตรอลั เฟอสั (บางครงั กเ็ ป็นทีรู้จกั ในชือยากอบนอ้ ย) และเลบเบอสั ซึงมีชือต่อทา้ ยวา่ ธดั เดอสั
คนหลงั นีกเ็ ป็นทีรู้จกั ในชือยดู าสดว้ ย ดู ลูกา 6:16 และกิจการ 1:13 ซีโมนชาวคานาอนั กเ็ ป็นที
รู้จกั ในชือซีโมน เศโลเท ในลูกา 6:15 สุดทา้ ยยดู าส อิสคาริโอท (หรือยดู าส แห่งเคริโอธ) กเ็ ป็น
สาวกคนเดียวเท่านนั ทีไม่ไดม้ าจากแควน้ กาลิลี เคริโอธอยใู่ นแควน้ ยเู ดีย มทั ธิวกล่าวอยา่ งเป็น
ลางบอกเหตุล่วงหนา้ วา่ ยดู าสคนนีคือ “ผทู้ ีไดท้ รยศพระองคน์ นั ”

มธ 10:5-6 สิบสองคนนีพระเยซูทรงใช้ให้ออกไปและสังเขาว่า "อย่าไปทางทไี ปสู่
พวกต่างชาติ และอย่าเข้าไปในเมอื งของชาวสะมาเรีย 6 แต่ว่าจงไปหาแกะหลงของวงศ์วาน
อสิ ราเอลดกี ว่า คาํ ทีแปลวา่ ใช้ให้ออกไป แปลมาจากคาํ กริยาของคาํ วา่ ‘อคั รสาวก’ (อาพอส
เทล็ โล) อคั รสาวกเหล่านีจึงถกู ใชไ้ ปโดยพระเยซูคริสตพ์ ร้อมกบั ข่าวสารของพระองค์

กิตติคุณของลูกาบนั ทึกเหตุการณ์สองครังทีพระเยซูทรงใชพ้ วกสาวกออกไปประกาศ
ครังแรกคือในลกู า 9 และครังทีสองในลกู า 10 ทีมีสาวกเจด็ สิบคนถกู ใชอ้ อกไป เห็นไดช้ ดั วา่ การ
รับใชใ้ นตอนตน้ ของพวกสาวกมีขึนในแควน้ กาลิลี บนั ทึกของมทั ธิวกด็ ูเหมอื นสอดคลอ้ งกบั
บนั ทึกในลูกา 9 ในดา้ นหนึงชนชาติอสิ ราเอลกท็ าํ ใจของตวั เองใหแ้ ขง็ กระดา้ งต่อบรรดาผู้
พยากรณ์และไม่ยอมรับข่าวสารของพระเจา้ ตงั แต่สมยั พระคมั ภีร์เดิมเป็นตน้ มา กระนนั ในอีก
ดา้ นหนึงแลว้ พระเยซูกท็ รงเห็นถึงความจาํ เป็นในหวั ใจของพวกเขา พวกเขาหลงหาย เช่นเดียว
กบั บรรดาคนบาปในสมยั นี ทีถึงแมว้ า่ จะถูกความบาปทาํ ใหใ้ จแขง็ กระดา้ งไป แต่พวกเขากไ็ ม่
เขา้ ใจจริงๆถึงสภาพทีสินหวงั ของตวั เอง เราจึงเห็นตรงนีถึงพระทยั อนั น่ารักขององคพ์ ระผเู้ ป็น
เจา้ ของเรา เห็นไดช้ ดั วา่ พระองคท์ รงมีพระทยั กรุณาต่อคนเหล่านนั ทีหลงหายในความบาปของ
ตน

มธ 10:7 ข่าวสารของพวกเขานนั กเ็ รียบง่าย จงไปพลางประกาศพลางว่า
`อาณาจักรแห่งสวรรค์มาใกล้แล้ว' เห็นไดช้ ดั วา่ นนั เป็นแก่นแทข้ องข่าวประเสริฐแห่งอาณาจกั ร
นนั ในบริบทของสมยั นนั พระมหากษตั ริยข์ องพวกยวิ ไดเ้ สดจ็ มาถึงแลว้ และกาํ ลงั หยบิ ยนื
โอกาสแก่ชนชาติอิสราเอลทีจะสถาปนาราชอาณาจกั รทีพวกเขารอคอยมานาน มนั มาใกลแ้ ลว้
มนั เกือบจะเกิดขึนจริงแลว้ พวกยวิ รอคอยการสถาปนาประเทศของตนขึนอีกครังในฐานะเป็น

รัฐอิสระทีมสี ง่าราศซี ึงมนั เคยมีท่ามกลางบรรดาประชาชาติ น่าเศร้าทีชนชาติอิสราเอลปฏิเสธ
กษตั ริยข์ องตนและพลาดอาณาจกั รของพระองคไ์ ป

นีกเ็ ป็นภาพทีแสดงใหเ้ ห็นถึงเหตุการณ์ทีจะเกิดขึนในยคุ เจด็ ปี ดว้ ย เราซึงไดเ้ ปรียบตรงที
มีพระคมั ภีร์ใหม่ฉบบั สมบรู ณ์ รู้วา่ เมือยคุ คริสตจกั รสินสุดลงตอนทีถูกรับขึนไป พระราชกิจของ
พระเจา้ กจ็ ะมุ่งเนน้ ทีอิสราเอลอีกครัง เมือถึงตอนนนั ความสนใจของพระเจา้ กจ็ ะมาอยทู่ ีชนชาติ
อิสราเอลทงั หมด ในช่วงยคุ เจด็ ปี พระเจา้ จะทรงแต่งตงั พยานสองคน จากนนั กน็ กั เทศนย์ วิ อายุ
นอ้ ยจาํ นวน 144,000 คน (ดู ววิ รณ์บทที 11, 7 และ 14) เห็นไดช้ ดั วา่ ผนู้ าํ สารเหล่านีจะเทียวออก
ไปทวั โลกในช่วงยคุ เจด็ ปี โดยไปหาพวกยวิ ก่อนและประกาศวา่ “อาณาจกั รแห่งสวรรคม์ าใกล้
แลว้ ” ก่อนทียคุ เจด็ ปี จะสินสุดลง พระมหากษตั ริยก์ จ็ ะเสดจ็ กลบั มาและสถาปนาอาณาจกั รของ
พระองค์ ตลอดเนือหาส่วนทีเหลือของบทนี มีการแสดงภาพล่วงหนา้ ถึงการรับใชข้ องยวิ
144,000 คนซึงมลี กั ษณะคลา้ ยคลึงกบั การรับใชข้ องสาวกสิบสองคนตามทีมบี นั ทึกไวต้ รงนี

มธ 10:8 การรับใชข้ องสิบสองคนนีในตอนนนั กค็ ือ การทาํ การอศั จรรยท์ ีปรากฏ
ชดั เจนซึงรับรองสิทธิอาํ นาจจากพระเจา้ ของพวกเขา พระเยซูทรงสังวา่ จงรักษาคนเจบ็ ป่ วยให้
หาย คนโรคเรือนให้หายสะอาด คนตายแล้วให้ฟื น และจงขบั ผใี ห้ออก ท่านทงั หลายได้รับเปล่าๆ
กจ็ งให้เปล่าๆ พวกเขาไดร้ ับข่าวประเสริฐและของประทานแห่งความรอดอนั เปี ยมดว้ ยคุณของ
พระเจา้ มาแบบเปล่าๆ บดั นีพระเยซูจึงบญั ชาใหพ้ วกเขาส่งต่อมนั แก่ผอู้ ืนดว้ ย หากนีเป็นภาพที
แสดงล่วงหนา้ ถึงพวกยวิ 144,000 คนในช่วงยคุ เจด็ ปี เรากอ็ าจสันนิษฐานไดว้ า่ พวกเขากจ็ ะได้
รับพระราชทานฤทธิเดชแบบเดียวกนั ถึงแมว้ า่ ไม่มีขอ้ พระคมั ภีร์ยนื ยนั กต็ าม

มธ 10:9-10 พระเยซูทรงกาํ ชบั ต่อไปวา่ อย่าหาเหรียญทองคาํ หรือเงนิ หรือทองแดง
ไว้ในไถ้ของท่าน 10 หรือย่ามใช้ตามทาง หรือเสือคลมุ สองตวั หรือรองเท้า หรือไม้เท้า เพราะว่า
ผู้ทาํ งานสมควรจะได้อาหารกนิ การเอ่ยถึงทองคาํ เงิน หรือทองแดงกห็ มายถึงเงินทองทีมีมูลค่า
ตาํ ลงไปเรือยๆ ไถ้ ในสมยั นนั (โซเน) หมายถึงกระเป๋ าคาดเอวทีมีไวใ้ ส่เงิน จะวา่ ไปมนั กเ็ หมือน
กระเป๋ าสตางคใ์ นสมยั นีนนั เอง คาํ ทีแปลวา่ ย่าม (เพ รา) หมายถึงกระเป๋ าหนงั ซึงใชก้ นั แพร่

หลายในสมยั นนั มนั คงเหมือนกบั กระเป๋ าเป้ สะพายในปัจจุบนั นอกจากนีพวกสาวกยงั ถูกหา้ มมิ
ใหเ้ อาเสือผา้ ไปเผอื หรืออุปกรณ์เดินทางอืนใดไปดว้ ย

ความหมายทีถกู สือตรงนีอาจเป็นเรืองความเร่งด่วน พวกเขาตอ้ งไม่คน้ หาและเตรียมการ
สาํ หรับความจาํ เป็นต่างๆในการเดินทางของตน (เราตอ้ งระลึกวา่ นีหมายถึงความเร่งด่วน ณ เวลา
นนั พระเยซูกาํ ลงั นาํ เสนอพระองคเ์ องในฐานะกษตั ริย์ หากมีความเกียวขอ้ งอนั ใดกบั ยคุ เจด็ ปี
เรากอ็ าจอนุมานไดว้ า่ พวกยวิ 144,000 คนในตอนนนั กจ็ ะมีเวลาจาํ กดั เช่นกนั บริบทตรงนีก็
แสดงใหเ้ ห็นวา่ มนั แตกต่างอยา่ งสินเชิงจากกระแสของมิชชนั นารีในยคุ คริสตจกั รสิงทีพระเยซู
ทรงบญั ชาตรงนีไม่ใช่แผนการของพระเจา้ สาํ หรับการเตรียมการและการสนบั สนุนงานมชิ ชนั
ในปัจจุบนั )

อยา่ งไรกต็ ามความคิดทีสอดคลอ้ งกนั กอ็ าจเป็นการฝึกพวกสาวกของพระองคใ์ หด้ าํ เนิน
ชีวติ โดยความเชือ พระเจา้ ทรงตอบสนองความจาํ เป็นต่างๆของผรู้ ับใชข้ องพระองค์ พระองค์
ทรงกระทาํ เช่นนีในตอนนนั และยงั ทรงกระทาํ อยใู่ นปัจจุบนั

อคั รสาวกเปาโลจะยกคาํ ตรัสของพระเยซูและบนั ทึกความเห็นของพระองคท์ ีวา่ “เพราะ
วา่ คนทาํ งานสมควรไดอ้ าหารกิน” เช่นใน 1 ทิโมธี 5:18 ทงั ตรงนนั และใน 1 โครินธ์ 9:7-14 อคั ร
สาวกเปาโลประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั การนีวา่ คนเหล่านนั ทีทาํ งานรับใชค้ วรไดร้ ับการเลียงดูโดยงานรับ
ใชน้ นั

มธ 10:11-15 พระเยซูทรงกาํ ชบั เพมิ เติมวา่ เมอื ท่านมาถึงนครใดหรือเมอื งใด จงสืบดูว่า
ใครเป็ นคนเหมาะสมในทนี ัน แล้วจงไปอาศัยกบั ผู้นันจนกว่าจะจากไป 12 ขณะเมอื ท่านขนึ เรือน
จงให้พรแก่ครัวเรือนนัน 13 ถ้าครัวเรือนนันสมควรรับพร กใ็ ห้สันติสุขของท่านอยู่กบั เรือนนัน
แต่ถ้าครัวเรือนนันไม่สมควรรับพร กใ็ ห้สันตสิ ุขนันกลบั คนื มาสู่ท่าน 14 ถ้าผู้ใดไม่ต้อนรับท่าน
ทงั หลายและไม่ฟังคาํ ของท่าน เมอื จะออกจากเรือนนันเมอื งนัน จงสะบัดผงคลที ตี ดิ เท้าของท่าน
ออกเสีย

พวกสาวกตอ้ งไปทีๆพวกเขาไดร้ ับการตอ้ นรับและไดร้ ับการเลียงดูปูเสือ ในเมอื งใด
กต็ ามเมือพวกเขาไดท้ พี กั แลว้ พวกเขาตอ้ งไม่ไปหาทีอยอู่ ืน พวกเขาถูกสังใหค้ าํ นบั (ใหพ้ ร) ให้

ครัวเรือนนนั ทีตอ้ นรับพวกเขา หากครัวเรือนหรือเมืองใดไม่ตอ้ นรับพวกเขาๆ กถ็ ูกสังใหส้ ะบดั
ผงคลีดินทีติดเทา้ ของพวกเขาออกเสีย ดินแดนอิสราเอลจนถึงทุกวนั นีกย็ งั เป็นทีฝ่ นุ เยอะอยู่ ใน
สมยั นนั ยงิ ฝ่ นุ เยอะเขา้ ไปใหญ่ การสะบดั ผงคลีออกจากเทา้ ของตนกเ็ ป็นธรรมเนียมของยวิ ใน
การแช่งด่าคนอืนโดยไม่ใชค้ าํ พดู ผงคลีจากพืนดินถือวา่ เป็นสิงมลทินเหมือนกบั คนต่างชาติ ดงั
นนั การทียวิ คนใดสะบดั ผงคลีออกจากเทา้ ของตนใส่ยวิ อีกคนกเ็ ป็นการถือวา่ ยวิ อีกคนนนั เป็น
เหมือนคนต่างชาติ นนั เป็นการแช่งด่าทีแสบสันมากสาํ หรับพวกยวิ

ความหมายฝ่ ายวญิ ญาณของการกระทาํ ดงั กล่าวกเ็ ชือมโยงกกบั ข่าวสารทีสิบสองคนนีถกู
ใชไ้ ปประกาศ พวกเขามาประกาศข่าวดีเรืองอาณาจกั รนนั ซึงกค็ ือวา่ พระเมสสิยาห์/พระมหา
กษตั ริยไ์ ดเ้ สดจ็ มาถึงแลว้ และอาณาจกั รนนั กใ็ กลเ้ ขา้ มาแลว้ ดงั นนั จงกลบั ใจเสียใหม่ คนเหล่า
นนั ทีตอ้ นรับสาวกเหล่านีจึงน่าจะยอมรับข่าวสารนนั โดยมีใจเอนเอียงไปในทางกลบั ใจใหม่
และความเชือ คนเหล่านนั ทีไม่ยอมรับข่าวสารนนั กก็ าํ ลงั ปฏิเสธพระเมสสิยาหแ์ ละพระมหา
กษตั ริยข์ องตนอยแู่ ลว้ พระเยซูทรงสังใหพ้ วกสิบสองคนสะบดั ผงคลีออกจากเทา้ ของตนใส่คน
พวกหลงั นีเอง

ในบริบทนนั เอง พระเยซูทรงเตือนวา่ 15 เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ในวนั พพิ ากษานัน
โทษของเมอื งโสโดมและเมอื งโกโมราห์ จะเบากว่าโทษของเมอื งนัน ถึงแมว้ า่ ในการรับใชท้ ีเมือ
งอนั ทิโอกแควน้ ปิ สิเดีย เปาโลไดส้ ะบดั ผงคลีทีติดเทา้ เขาใส่พวกผนู้ าํ ชาวยวิ ทีไม่ยอมเชือ แต่
ส่วนใหญ่แลว้ มนั กเ็ ป็นธรรมเนียมของคนยวิ พวกอคั รสาวกในช่วงยคุ ตน้ ไดร้ ับคาํ สงั ใหท้ าํ เช่น
นนั ต่อชุมชนอิสราเอลทีไม่ยอมรับข่าวสารแห่งพระมหากษตั ริยอ์ งคน์ นั

ชุมชนต่างๆทีไม่ยอมรับแนวคิดเรืองพระเมสสิยาหข์ องพวกเขาและอาณาจกั รทีจะมาถึง
ของพระองคก์ ต็ งั ตาคอยการพพิ ากษาไดซ้ ึงจะเลวร้ายกวา่ ทีเกิดขึนกบั เมอื งโสโดมและเมืองโก
โมราห์ การพิพากษานนั อาจเกิดขึนโดยนาํ มือของติตสั ในช่วงปี ค.ศ. 68-70 หรืออาจเป็นการ
ปราบปรามการกบฏลุกฮือของบารคอห์คบา (Bar Kohkba Revolt) ในปี ค.ศ. 135 นบั แต่นนั
เป็นตน้ มาตลอดหลายร้อยปี เมืองของยวิ หลายเมืองกต็ อ้ งทนทุกขก์ บั ผลพวงของสงครามมาโดย
ตลอด สาํ หรับบางคน นีอาจหมายถึงคนเหล่านนั ทีข่าวสารแห่งกษตั ริยข์ องพวกเขาไดม้ าถึงแลว้
และพวกเขากไ็ ม่ตอ้ นรับพระองค์

มธ 10:16 พระเยซูจึงทรงเตือนพวกสาวกของพระองคใ์ หร้ ะวงั สิงทีรอคอยพวกเขา
อยู่ ดูเถดิ เราใช้พวกท่านไปดุจแกะอยู่ท่ามกลางฝูงสุนัขป่ า เหตุฉะนันท่านจงฉลาดเหมอื นงู และ
ไม่มีภยั เหมอื นนกเขา เหล่าผรู้ ับใชข้ องพระคริสตม์ กั ออกไปเหมือนแกะในโลกของสุนขั ป่ า พวก
เขาไดร้ ับการปกป้ องจากเบืองบนเพยี งเท่านนั เราจึงควรฉลาดเหมือนงแู ละไม่มพี ษิ ภยั เหมือน
นกเขา บทเรียนนนั ง่ายนิดเดียว ประชาชนของพระเจา้ จาํ เป็นตอ้ งมีสติปัญญาและการแยกแยะ
ทีมาพร้อมกบั ความถ่อมใจและความอ่อนสุภาพของนกเขา

มธ 10:17-18 พระเยซูทรงเตือนต่อไปวา่ ในวนั นนั (และนีกอ็ าจเป็นคาํ เตือนสาํ หรับ
พยานชาวยวิ ทงั หลายในช่วงยคุ เจด็ ปี ดว้ ย) เหล่าผนู้ าํ สารของพระองคจ์ ะประสบกบั การต่อตา้ น
อยา่ งรุนแรงจากคนของพวกเขาเอง แต่จงระวงั ผู้คนไว้ให้ดี เพราะพวกเขาจะมอบท่านทงั หลาย
ไว้กบั ศาล และจะเฆยี นท่านในธรรมศาลาของเขา 18 และท่านจะถูกนําตวั ไปอยู่ต่อหน้าเจ้าเมอื ง
และกษตั ริย์เพราะเห็นแก่เรา เพอื ท่านจะได้เป็ นพยานต่อเขาและต่อคนต่างชาติ เห็นไดช้ ดั วา่
บริบทนีพดู ถึงการข่มเหงผเู้ ชือชาวยวิ โดยพวกผมู้ ีอาํ นาจชาวยวิ ในทอ้ งถนิ คาํ ทีแปลวา่ ศาล
(ซูเนะดริออน หรือ ‘ซานเฮดริน’) ไม่ไดห้ มายถึงสภาศาลประจาํ ชาตขิ องอสิ ราเอลเท่านนั แต่
หมายถึงสภาศาลประจาํ ทอ้ งถินในแต่ละเมอื งดว้ ย ทงั คาํ วา่ ซูเนะดริออน และ ธรรมศาลา เป็นคาํ
ศพั ทท์ ีพวกยวิ ใช้ ดงั นนั นีจึงหมายถึงพวกยวิ ในดินแดนนนั

ไม่มีบนั ทึกทางประวตั ิศาสตร์ทีบ่งบอกถึงสภาซานเฮดรินทอ้ งถินทีลุกฮือต่อตา้ นพวกผู้
เชือชาวยวิ ในช่วงคริสตศตวรรษแรก พวกผเู้ ชือในยคุ ตน้ ถกู ข่มเหงทงั จากธรรมศาลาและพวกผมู้ ี
อาํ นาจชาวโลกซึงถูกพดู ถึงในขอ้ 18 อยา่ งไรกต็ าม เหตุการณ์เหล่านีไม่ไดเ้ กิดขึนอยา่ งแน่นอน
เพราะวา่ พระเยซูทรงใชพ้ วกสิบสองคนออกไปทวั แควน้ กาลิลีและแควน้ ยเู ดียเพอื ประกาศ (ตาม
ทีมีบอกไวต้ รงนี) นอกจากนีบริบททีตามมากบ็ ่งชีชดั เจนถึงเหตุการณ์ต่างๆทียงั ไม่สาํ เร็จ ดงั นนั
เหตุการณ์เหล่านีน่าจะเกิดขึนจริงกบั พวกผเู้ ชือชาวยวิ ในช่วงยคุ เจด็ ปี บริบทตรงนีและทีตามมา
เป็นหลกั ฐานทีเอนเอียงไปในทางสิงทีจะสาํ เร็จจริงในอวสานกาล จะวา่ ไปแลว้ คาํ พยากรณ์นีจะ
เกิดขึนจริงกบั พวกพยานชาวยวิ 144,000 คนในช่วงยคุ เจด็ ปี

มธ 10:19-20 ในทาํ นองเดียวกนั พระเยซูตรัสต่อไปวา่ แต่เมอื เขามอบท่านไว้นัน อย่า
เป็ นกงั วลว่าจะพูดอะไรหรืออย่างไร เพราะเมอื ถงึ เวลา คาํ ทที ่านจะพูดนันจะทรงประทานแก่
ท่านในเวลานัน 20 เพราะว่าผู้ทพี ดู มใิ ช่ตวั ท่านเอง แต่เป็ นพระวิญญาณแห่งพระบดิ าของท่าน ผู้
ตรัสทางท่าน เหตุการณ์เหล่านีไม่ไดเ้ กิดขึนจริงในตอนนนั เพราะวา่ พวกสิบสองคนนีไดก้ ระจาย
ออกไปทวั แควน้ กาลิลีในการตระเวนประกาศครังแรกของพวกเขา นอกจากนี คาํ พยากรณ์นีกย็ งั
ไม่สาํ เร็จจริงในตอนนนั ดว้ ย

สิงทีพระเยซูตรัสตรงนีจึงเป็นคาํ พยากรณ์ถึงเหตุการณ์ต่างๆในยคุ สุดทา้ ยทีพวกผเู้ ชือชาว
ยวิ จะถกู จบั กมุ ในช่วงยคุ เจด็ ปี ในดินแดนนีและถกู ลากตวั ไปอยตู่ ่อหนา้ พวกผมู้ ีอาํ นาจประจาํ
ทอ้ งถินทงั ทางศาสนาและทางพลเรือน กระนนั เมอื พวกเขาถูกนาํ ตวั ไปพิพากษา พระเยซูกต็ รัส
ล่วงหนา้ วา่ พวกเขาไม่ตอ้ งกงั วลวา่ จะตอบอยา่ งไร แต่ในวนั นนั พระวญิ ญาณบริสุทธิจะทรงใส่คาํ
พดู ในปากของพวกเขาเอง ถึงแมว้ า่ คาํ พยากรณ์นีจะสาํ เร็จไปบา้ งแลว้ ในการทีพนี อ้ งของเราถกู
ข่มเหงมาตลอดทุกยคุ สมยั แต่มนั กจ็ ะสาํ เร็จจริงๆในอนาคตกบั พวกยวิ ทีกลบั ใจรับเชือในช่วงยคุ
เจด็ ปี

มธ 10:21-22 ความหมายของคาํ พดู ตรงนีน่าจะเกียวขอ้ งกบั พวกยวิ ทีกลบั ใจรับเชือใน
ช่วงยคุ เจด็ ปี แม้ว่าพกี จ็ ะมอบน้องให้ถงึ ความตาย พ่อจะมอบลูก และลูกกจ็ ะทรยศต่อพ่อแม่ให้
ถงึ แก่ความตาย 22 ท่านจะถูกคนทงั ปวงเกลยี ดชังเพราะเหน็ แก่นามของเรา แต่ผู้ใดทที นได้ถึงที
สุด ผู้นันจะรอด ในวนั นนั ความโกลาหลภายในประเทศอิสราเอลจะรุนแรงมาก คนใน
ครอบครัวของยวิ จะทรยศกนั เองจนถึงความตาย สาเหตุของความแตกแยกดงั กล่าวกค็ ือ คนเหล่า
นนั ทีหนั มารับเชือพระเมสสิยาห์ คือ พระเยซูคริสต์

ถึงแมว้ า่ มีการข่มเหงทงั คริสเตียนและยวิ มาตลอดหลายยคุ สมยั แต่จะไม่มีความเกลียดชงั
ใดทีเกิดขึนภายในครอบครัวทีรุนแรงเหมือนกบั ทีจะเกิดในวนั นนั อีกแลว้ ทงั ยวิ และคริสเตียน
ต่างเป็นทีเกลยี ดชงั มาตลอดทกุ ยคุ สมยั แต่ในวนั นนั จะเกิดความเกลียดชงั ในแบบทีจะเผยใหเ้ ห็น
ถึงความชวั ร้ายในใจมนุษย์ บริบทบอกชดั เจนวา่ มนั เป็นช่วงเวลาทีไม่เคยมีมาก่อนใน
ประวตั ิศาสตร์มนุษย์ กระนนั คนทีทนจนถึงทีสุด (คือ จนถึงสินยคุ เจด็ ปี ) กจ็ ะรอด (คอื ไดร้ ับการ

ช่วยใหพ้ น้ ) เมือพระคริสตเ์ สดจ็ กลบั มา บริบทกล่าวชดั เจนถึงพวกยวิ ทีกลบั ใจรับเชือซึงมีชีวติ
รอดในยคุ เจด็ ปี มนั ไม่เกียวขอ้ งอะไรเลยกบั การสูท้ นชีวติ จนในทีสุดกไ็ ดร้ ับความรอด (ฝ่ าย
วญิ ญาณ) เมือทุกอยา่ งสาํ เร็จเรียบร้อยแลว้

มธ 10:23 เห็นไดช้ ดั วา่ นียงั เป็นเรืองของช่วงวนั ทา้ ยๆของยคุ เจด็ ปี ในประเทศ
อิสราเอลอยู่ ดูเหมือนวา่ ไม่มีเหตุการณ์ใดในชีวติ ของเหล่าอคั รสาวกทีบ่งบอกวา่ คาํ ตรัสนีสาํ เร็จ
แลว้ ในวนั เวลาของพวกเขา แต่มนั เกียวขอ้ งกบั ช่วงวนั สุดทา้ ยในอิสราเอลในช่วงยคุ เจด็ ปี ก่อน
การเสดจ็ กลบั มาของพระเยซูมากกวา่ แต่เมอื เขาข่มเหงท่านในเมอื งนี จงหนีไปยงั อกี เมอื งหนึง
เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ก่อนทที ่านจะไปทวั เมืองต่างๆในอสิ ราเอล บุตรมนุษย์จะเสดจ็ มา
เมือพวกนกั เทศนช์ าวยวิ ในวนั นนั (ยวิ 144,000 คน) ออกไปทวั แผน่ ดินอิสราเอลเพือประกาศ
ข่าวดีวา่ พระเมสสิยาห์ทีพวกเขารอคอยมานานนนั ใกลจ้ ะเสดจ็ มาแลว้ พระองคก์ จ็ ะเสดจ็ กลบั มา
ดว้ ยฤทธานุภาพและสง่าราศีใหญ่ยงิ จริงๆ ตามทีเหตุการณ์ต่างๆจะเผยใหเ้ ห็น พวกผเู้ ชือทีถูก
ข่มเหงจะยงั ไปไม่ทวั เมืองต่างๆในอิสราเอลก่อนทีพระเยซูคริสตจ์ ะเสดจ็ มา

มธ 10:24-25 เช่นเดียวกบั ทีองคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ จะทรงถูกเกลียดชงั (ขอ้ 22) พวกเขาก็
คาดหวงั ไดเ้ ลยวา่ จะถูกเกลียดชงั เช่นกนั พวกเขาจะไม่ไดร้ ับการตอ้ นรับดีไปกวา่ ทีพระองคท์ รง
ไดร้ ับ ศิษย์ไม่ใหญ่กว่าครู และทาสไม่ใหญ่กว่านายของตน 25 ซึงศิษย์จะได้เป็ นเสมอครูของตน
และทาสเสมอนายของตนกพ็ ออยู่แล้ว ถ้าเขาได้เรียกเจ้าบ้านว่าเบเอลเซบูล เขาจะเรียกลูกบ้าน
ของเขามากยงิ กว่านันสักเท่าใด เบเอลเซบูลเป็นชือในเชิงดูถูกทีหมายถึงซาตาน (ชือนีมีทีมาจาก
ภาษาอาราเมคและเป็นสาํ นวนทีรวมความหมายของ ‘เจา้ แห่งเรือน’ และ ‘เจา้ แห่งแมลงวนั ’ เขา้
ไวด้ ว้ ยกนั มนั อาจมีความหมายเชิงดูถูกวา่ ‘เจา้ แห่งหอ้ งส้วม’ ชือนีจึงกลายมาเป็นชือดูถกู สาํ หรับ
ซาตาน) นีเท่ากบั พระเยซูตรัสวา่ หากพวกเขาเรียกเราเช่นนนั พวกเขากจ็ ะเรียกท่านเช่นนนั
เหมือนกนั เช่นเดียวกบั ทีองคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราทรงถูกข่มเหงจนถึงความตาย บรรดาสาวกของ
พระองคก์ ค็ าดหวงั ไดว้ า่ จะเจอแบบเดียวกนั บริบทยงั สือถึงพวกยวิ ทีกลบั ใจรับเชือในยคุ เจด็ ปี อยู่

มธ 10:26 นีเป็นหนึงในคาํ ตรสั ทีวา่ ‘อยา่ กลวั เลย’ ซึงพบหลายครังในพระคมั ภีร์
เหตุฉะนันอย่ากลวั เขา เพราะว่าไม่มสี ิงใดปิ ดบงั ไว้ทจี ะไม่ต้องเปิ ดเผย หรือการลบั ทจี ะไม่เผยให้

ประจักษ์ ถึงแมว้ า่ นีเป็นคาํ พดู ทีคลุมเครือ แต่บริบทกช็ ่วยไขความหมาย ท่ามกลางการข่มเหงอนั
รุนแรงในวนั นนั พระเยซูทรงอธิบายวา่ สิงใดกต็ ามทีพวกเขาคิดจะทาํ แก่พวกท่านจะเป็นที
ประจกั ษ์ ถึงแมว้ า่ พวกผเู้ ชือชาวยวิ ในยคุ เจด็ ปี จะถกู ข่มเหงอยา่ งรุนแรง พระเยซูกท็ รงพยากรณ์
ถึงการใหก้ าํ ลงั ใจและพวกเขาไม่ตอ้ งกลวั ในวนั นนั สิงใดกต็ ามทีพวกทีทรมานพวกเขาจะกระทาํ
กจ็ ะเป็นทีทราบในการพิพากษา

มธ 10:27 ไม่วา่ จะในกรณีใด นีเท่ากบั พระเยซูตรัสวา่ สิงทีเราไดส้ อนท่านอยา่ ง
ลบั ๆ จงประกาศมนั อยา่ งเปิ ดเผย ซึงเรากล่าวแก่พวกท่านในทมี ดื ท่านจงกล่าวในทสี ว่าง และซึง
ท่านได้ยนิ กระซิบทหี ู ท่านจงประกาศจากดาดฟ้ าหลงั คาบ้าน ดูเหมือนวา่ พวกสาวกไม่น่าจะ
เทศนาจากดาดฟ้ าหลงั คาบา้ นในสมยั ของพระเยซู (ถึงแมว้ า่ นนั จะเป็นไปไดก้ ต็ าม) แต่คาํ ตรัสนี
จะสาํ เร็จจริงในช่วงยคุ เจด็ ปี บา้ นมากมายในอิสราเอลแมก้ ระทงั ในสมยั นีกต็ ามมีหลงั คาราบซึงมี
ไวใ้ หค้ นยนื เทศนาได้ ดว้ ยเหตุผลทีไม่ปรากฏชดั เจน พระเยซูทรงสงั ใหเ้ หล่านกั เทศนใ์ นสมยั นนั
เทศนาจากหลงั คาบา้ น พวกเขาไดย้ นิ ข่าวประเสริฐอยา่ งลบั ๆ (ในความมืดและกระซิบขา้ งหู)
พระองคต์ รัสวา่ บดั นีจงประกาศมนั ในทีสาธารณะ พวกมุสลิมจนถึงวนั นีกข็ ึนไปบนหอสูงติด
กบั สุเหร่าเพือประกาศเวลาอธิษฐานแมก้ ระทงั ในอิสราเอล อาจเป็นไปไดว้ า่ พระเยซูจะทรงให้
พวกนกั เทศนพ์ เิ ศษของพระองคใ์ นวนั นนั ทาํ แบบเดียวกนั

มธ 10:28 พระเยซูทรงสอนอีกครังวา่ อยา่ กลวั ผทู้ ีอยา่ งเลวร้ายทีสุดกท็ าํ ไดแ้ ค่ฆ่า
ร่างกายของท่าน แต่จงกลวั พระเจา้ ผทู้ รงมีอาํ นาจทีจะไม่เพยี งทีจะจดั การกบั ท่านฝ่ ายร่างกาย
เท่านนั แต่ฝ่ ายวญิ ญาณดว้ ย อย่ากลวั ผู้ทฆี ่าได้แต่กาย แต่ไม่มอี าํ นาจทจี ะฆ่าจติ วญิ ญาณ แต่จง
กลวั พระองค์ผู้ทรงฤทธิทจี ะให้ทงั จิตวญิ ญาณทงั กายพนิ าศในนรกได้ ดู สุภาษติ 23:17 ถึงแมว้ า่
หลกั การนียอ่ มมกี ารประยกุ ตใ์ ชท้ ีสากล แต่บริบทกย็ งั เกียวขอ้ งกบั พวกยวิ ทีกลบั ใจรับเชือในช่วง
เวลาทุกขใ์ จของยาโคบ ในตอนนนั ทงั กองกาํ ลงั ของปฏิปักษต์ ่อพระคริสตแ์ ละพวกยวิ ทีไม่เชือ
จะหนั มาเล่นงานพวกคนทีกลบั ใจเชือพระคริสตด์ ว้ ยความเกลียดชงั อนั เหลือเชือ เราควรกลวั
พระเจา้ ผทู้ รงมีอาํ นาจทีจะทาํ ลายคนบาปตลอดกาลในนรกไดม้ ากกวา่


Click to View FlipBook Version