เป็นความจริงทีพระเจา้ ทรงอนุญาตใหเ้ กิดพายขุ ึนในชีวติ ของประชาชนของพระองคเ์ พอื สงั สอน
และฝึ กพวกเขา
พระเจา้ ตอ้ งใชพ้ ายนุ นั เพือทีจะเปลียนสิงทีเป็นความจริงในหวั ใหก้ ลายเป็นความเป็นจริง
ในความคิดของพวกสาวก พวกเขาพดู แลว้ วา่ พระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจา้ คราวนีพวก
เขารู้แลว้ วา่ นนั เป็นความจริงจากประสบการณ์ เป็นความจริงทีทุกสิงต่างร่วมมือกนั เพอื ใหเ้ กิด
ผลดีแก่คนทงั หลายทีรักพระเจา้ คือคนทงั หลายทีไดร้ ับการทรงเรียกตามพระประสงคข์ อง
พระองค์
มธ 14:34-36 วนั ต่อมา ครันพวกเขาข้ามฟากไปแล้ว กม็ าถึงแขวงเยนเนซาเรท แขวง
เยนเนซาเรทเป็นเมืองหนึงซึงตงั อยทู่ างฝังตะวนั ตกเฉียงเหนือของทะเลกาลิลี 35 เมอื คนใน
สถานทนี ันรู้จกั พระองค์แล้วกใ็ ช้คนไปบอกกล่าวทวั แคว้นนัน ต่างกพ็ าบรรดาคนเจ็บป่ วยมาเฝ้ า
พระองค์ 36 เขาทูลอ้อนวอนขอพระองค์โปรดให้เขาได้แตะต้องแต่ชายฉลองพระองค์เท่านัน
และผู้ใดได้แตะต้องแล้วกห็ ายป่ วยบริบูรณ์ดที ุกคน
นีเป็นภาพประกอบอนั แสนวเิ ศษของหลกั การเรืองความเชือ ผคู้ นทีนนั น่าจะทราบดีเกียว
กบั พระเยซูและฤทธิเดชของพระองค์ พวกเขาจึงประกาศไปทวั พนื ทีนนั เพอื ใหค้ นนาํ คนเจบ็ และ
คนป่ วยมาหาพระเยซู ดว้ ยความเชือเท่านนั พวกเขาจึงขอร้องใหพ้ ระองคท์ รงอนุญาตใหแ้ ตะตอ้ ง
แต่ชายฉลองพระองคเ์ ท่านนั เสือผา้ ของพระองคไ์ ม่ไดม้ ีฤทธิในการรักษาใหห้ าย แต่เมือพระเยซู
ไดท้ รงเห็นความเชือทีเรียบง่ายแต่เขา้ ตาจนของพวกเขา พระองคก์ ท็ รงรักษาพวกเขาแต่ละคน
ทีมาหาและสมั ผสั พระองคใ์ หห้ าย
ทีน่าสนใจคือคาํ ทีแปลวา่ หายป่ วยบริบูรณ์ดีทุกคน (ดิอาโซโซ) คาํ นีมคี วามหมายไดด้ ว้ ย
วา่ ไดร้ ับการช่วยใหร้ อดโดยสมบูรณ์ นีไม่ไดส้ ือถึงการรักษาร่างกาใหห้ ายเท่านนั แต่สือถึงการ
ไถ่ฝ่ ายวญิ ญาณดว้ ย อยา่ งไรกต็ าม หลกั การสาํ คญั สาํ หรับเรืองนีทงั หมดกค็ ือ ความเชือทีเตม็ ใจ
ของพวกเขา ถึงแมว้ า่ ชนชาติอิสราเอลทีเป็นคนสาํ คญั ไดป้ ฏิเสธพระองคไ์ ปเลย แต่พวกคนธรรม
ดาๆเหล่านีในชนบทกเ็ ตม็ ใจทีจะวางใจพระองค์ พระองคจ์ ึงทรงตอบสนองดว้ ยฤทธิเดชอนั ใหญ่
ยงิ
*****
ภาพรวมของมทั ธิว 15: สีเหตุการณ์เกิดขึนในบทนี (1) พระเยซูทรงเผชิญหน้ากบั พวก
ฟาริสี (2) เหตกุ ารณ์ทีเกิดขึนกบั หญิงชาวไซโรฟี นิเซีย (3) ฝงู ชนหม่ใู หญ่ได้รับการรักษาให้หาย
(4) และการเลียงอาหารคนสีพนั คน
มธ 15:1-2 พวกฟาริสีและธรรมาจารยก์ ลุ่มหนึงไดเ้ ดินทางขึนมาจากกรุงเยรูซาเลม็
เพือมาดพู ระเยซูใหเ้ ห็นกบั ตาดว้ ยตวั เอง พวกเขาจึงต่อวา่ พระเยซูเพราะวา่ พวกสาวกของ
พระองคไ์ ม่ไดร้ ักษาประเพณีต่างๆของพวกรับบียวิ
ครังนัน พวกธรรมาจารย์และพวกฟาริสี ซึงมาจากกรุงเยรูซาเลม็ มาทูลถามพระเยซูว่า
2 "ทาํ ไมพวกสาวกของท่านจึงละเมดิ ประเพณีสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ด้วยว่าเขามไิ ด้ล้างมอื
เมอื เขารับประทานอาหาร"
ศาสนายวิ ในสมยั พระเยซูส่วนใหญ่แลว้ กเ็ ป็นแบบพวกรับบี ซึงกค็ ลา้ ยคลึงกบั ศาสนายวิ
แบบรับบีในปัจจุบนั อยหู่ ลายดา้ น หลงั จากพระวหิ ารถกู ทาํ ลายและการถกู กวาดตอ้ นไปยงั กรุง
บาบิโลน ระบบรับบีกพ็ ฒั นาขึนพร้อมๆกบั ระบบธรรมศาลา พวกรับบีถือวา่ ตวั เองเป็นผตู้ ีความ
พระราชบญั ญตั ิและพฒั นาระบบทีซบั ซอ้ นของกฎ 613 ขอ้ ทียวิ ตอ้ งถือรักษาไวเ้ พือทีพระเจา้ จะ
ทรงถือวา่ เขาเป็นคนชอบธรรม
ผสู้ นบั สนุนหลกั ของการถือรักษาขอ้ ปลีกยอ่ ยนีกค็ อื พวกฟาริสีผซู้ ึงชือของพวกเดิมทีมี
ความหมายวา่ ‘นกั ตีความ’ กฎขอ้ หนึงของศาสนายวิ แบบรับบีกค็ ือวา่ ยวิ ทีชอบธรรมจะตอ้ งลา้ ง
มือของตนก่อนรับประทานอาหาร ขอ้ กาํ หนดนีไม่ไดม้ พี ืนฐานอยบู่ นความกงั วลเรืองสุขอนามยั
มากเท่ากบั พิธีชาํ ระลา้ งซึงเกียวขอ้ งกบั การถือรักษาพระราชบญั ญตั ิของโมเสส
พระเยซูและพวกสาวกของพระองคม์ าจากแควน้ กาลิลีซึงเป็นแควน้ เลก็ ๆและไม่ไดร้ ับ
อิทธิพลจากขอ้ ปลีกยอ่ ยต่างๆของการถือบญั ญตั ิเช่นเดียวกบั แควน้ ยเู ดียและกรุงเยรูซาเลม็ ดงั นนั
พวกฟาริสีทีมาถึงจึงรีบโจมตีพระเยซูทนั ทีเพราะวา่ พวกสาวกของพระองคไ์ ม่ไดเ้ คารพประเพณี
ต่างๆของพวกเขา ทีน่าสนใจกค็ ือพวกยวิ ทีมีความเชือแบบดงั เดิมจนถึงทุกวนั นีกย็ งั ปฏิบตั ิตาม
กฎขอ้ นีอยู่ ในประเทศอิสราเอลสมยั ปัจจุบนั แมก้ ระทงั ในร้านอาหารจานด่วน กย็ งั มีอ่างลา้ งมือ
อยหู่ นา้ ร้านเพือใหพ้ วกยวิ ทีมคี วามเชือแบบดงั เดิมไดล้ า้ งมือก่อนรับประทานอาหาร
มธ 15:3 คาํ ตอบของพระเยซูนนั ชดั เจน แต่พระองค์ได้ตรัสตอบเขาว่า "เหตุไฉน
พวกท่านจงึ ละเมดิ พระบญั ญตั ขิ องพระเจ้าด้วยประเพณขี องพวกท่านด้วยเล่า ปัญหาทีเกิดกบั
ประเพณีทางศาสนากค็ ือ มนั มกั ขดั แยง้ และฝ่ าฝื นพระวจนะของพระเจา้ ศาสนายวิ แบบรับบีที
แพร่หลายในสมยั นนั (และในปัจจุบนั ดว้ ย) ไดเ้ สือมถอยลงจนเหลือเพยี งการถือปฏิบตั ิแบบ
ภายนอก คือ จงทาํ สิงนี และ อย่าทาํ สิงนนั ในสิงเหล่านี พวกยวิ ทีถือโน่นถอื นีในตอนนนั (และ
ในปัจจุบนั ) กค็ ิดวา่ ตวั เองไดก้ ลายเป็นคนชอบธรรมจาํ เพาะพระเจา้
มธ 15:4-6 พระเยซูทรงตาํ หนิพวกเขาสาํ หรับความหนา้ ซือใจคดของพวกเขา เพราะ
ว่าพระเจ้าได้ทรงบัญญัตไิ ว้ว่า `จงให้เกยี รตแิ ก่บดิ ามารดาของตน' และ `ผู้ใดด่าแช่งบดิ ามารดา
ของตน ผู้นันต้องถูกปรับโทษถึงตาย' 5 แต่พวกท่านกลบั สอนว่า `ผู้ใดจะกล่าวแก่บดิ ามารดาว่า
"สิงใดของข้าพเจ้าซึงอาจเป็ นประโยชน์แก่ท่าน สิงนันเป็ นของถวายแล้ว" 6 ผู้นันจงึ ไม่ต้องให้
เกยี รตบิ ดิ ามารดาของตน' อย่างนันแหละท่านทงั หลายทาํ ให้พระบญั ญัตขิ องพระเจ้าเป็ นหมนั
ไปเพราะเหน็ แก่ประเพณขี องพวกท่าน
พระคมั ภีร์บญั ชาเราอยา่ งชดั เจนใหเ้ ราใหเ้ กียรติบิดามารดาของเรา อยา่ งไรกต็ าม พวก
นกั การเมืองทีเคร่งศาสนากม็ ีประเพณีในการเอาเงนิ เยอะแยะ (ซึงจะเอาไปใชเ้ พือช่วยเหลือพอ่
แม่ทีแก่ชราของตนกไ็ ด)้ และยกมนั ใหแ้ ก่พระวหิ ารโดยมีจุดประสงคด์ า้ นการเมือง พวกเขาอา้ ง
เหตุในการปล่อยปละละเลยพ่อแม่ของตน (และเพือผลประโยชนท์ างการเมือง) โดยใชเ้ งินของ
ตนเพือเป็นของบรรณาการแด่พระวหิ าร มนั กเ็ ป็นเพยี งการหนา้ ซือใจคดและพระเยซูกท็ รงเผชิญ
หนา้ กบั พวกเขาในเรืองนี
พวกคนหนา้ ซือใจคดทีชอบอวดตวั เหล่านีกาํ ลงั ตาํ หนิพระเยซูและพวกสาวกของ
พระองคท์ ีไม่ชาํ ระลา้ งมือของตนตามพิธี กระนนั พวกคนชนั ตาํ เหล่านีกป็ ล่อยใหพ้ ่อแม่ผแู้ ก่ชรา
ของตนตอ้ งยากจนแทนทีจะเลียงดูพวกเขาโดยอา้ งประเพณีแบบรับบีของตน พวกเขาอา้ งวา่ ตวั
เองไม่ตอ้ งรับผดิ ชอบในการดูแลพอ่ แม่ทีแก่เฒ่าเพราะวา่ พวกเขาไดห้ มุนเงินมาถวายทีพระวหิ าร
แลว้ (เพอื ทพี วกเขาจะไดร้ ับสัญญาจา้ งราคาแพงหรือความกา้ วหนา้ ในหนา้ ทีการงานจากการทาํ
เช่นนนั เป็นการตอบแทน) พวกเขาไม่ดูแลพ่อแม่ทีแก่ชราของตนโดยอา้ งประเพณีของรับบีซึง
เปิ ดช่องโหวใ่ หท้ าํ เช่นนนั ได้ ในการทาํ เช่นนนั พวกเขากท็ าํ ใหพ้ ระราชบญั ญตั ิยงุ่ เหยงิ โดย
ประเพณีของตน
มธ 15:7-9 จากนนั องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราทรงยกขอ้ ความจากอิสยาห์ 29:13 เกียว
กบั การถวายเกียรติพระเจา้ แต่ปาก แต่กเ็ อาใจออกห่างจากพระเจา้ ท่านคนหน้าซือใจคด อสิ ยาห์
ได้พยากรณ์ถึงพวกท่านถูกแล้วว่า 8 `ประชาชนนีเข้ามาใกล้เราด้วยปากของเขา และให้เกยี รตเิ รา
ด้วยริมฝี ปากของเขา แต่ใจของเขาห่างไกลจากเรา 9 เขานมสั การเราโดยหาประโยชน์มไิ ด้ ด้วย
เอาบทบญั ญตั ิของมนุษย์มาอวดอ้างว่า เป็ นพระดํารัสสอน'"
การนมสั การของพวกเขานนั วา่ งเปล่าและกลวงโบ๋ คาํ สอนของพวกเขากเ็ ป็นบญั ญตั ิของ
มนุษย์ พวกเขาพดู อยา่ งน่าเลือมใสเกียวกบั การใหเ้ กียรติพระเจา้ แต่ในความเป็นจริงแลว้ พวกเขา
กอ็ ยหู่ ่างไกลจากพระองค์ มนั เป็นจริงในสมยั ของอิสยาหแ์ ละกเ็ ป็นจริงในตอนนนั ดว้ ย พระเยซู
ทรงเรียกพวกเขาวา่ เป็นคนหนา้ ซือใจคดและตรัสวา่ อิสยาหก์ ไ็ ดพ้ ยากรณ์ถึงพวกเขาไวแ้ ลว้ ดว้ ย
ซาํ เมือใดกต็ ามทีประเพณีของมนุษยม์ ีอาํ นาจเหนือกวา่ หรือเริมมีความสาํ คญั ในทางปฏิบตั ิเทียบ
เท่ากบั พระวจนะของพระเจา้ ความหนา้ ซือใจคด คาํ สอนนอกรีต และการละทิงความจริงกอ็ ยไู่ ม่
ไกลแลว้
มธ 15:10-11 ในการตรัสยอ้ นกลบั ไปถึงคาํ วพิ ากษว์ จิ ารณ์ของพวกฟาริสีเกียวกบั การ
ลา้ งมอื พระเยซูทรงนาํ เสนอหลกั การทีลึกซึงประการหนึง แล้วพระองค์ทรงเรียกประชาชนและ
ตรัสกบั เขาว่า "จงฟังและเข้าใจเถดิ 11 มใิ ช่สิงซึงเข้าไปในปากจะทาํ ให้มนุษย์เป็ นมลทนิ แต่สิง
ซึงออกมาจากปากนันแหละทาํ ให้มนุษย์เป็ นมลทนิ " ไม่ใช่สิงทีเขา้ ไปในมนุษยท์ ีทาํ ใหม้ นุษย์
เป็นมลทินฝ่ ายวญิ ญาณ แต่สิงทีออกมาจากปากมนุษยต์ ่างหากทีทาํ ใหเ้ ป็นมลทิน ศาสนายวิ แบ
บรับบีใหค้ วามสาํ คญั แบบเกินพอดีกบั สิงต่างๆทีเป็นเรืองภายนอก พวกเขามุ่งเนน้ แต่สิงทีมอง
เห็นได้ พระเยซูทรงสอนวา่ สิงทีสาํ คญั คือเรืองฝ่ ายวญิ ญาณ นอกจากนี สิงทีออกมาจากปาก
มนุษยก์ อ็ อกมาจากใจ ดงั นนั มนั จึงเป็นเรืองจิตวญิ ญาณ
มธ 15:12-13 ขณะนันพวกสาวกมาทูลพระองค์ว่า "พระองค์ทรงทราบแล้วหรือว่า เมอื
พวกฟาริสีได้ยนิ คาํ ตรัสนัน เขาแค้นเคืองใจนัก” พวกฟาริสีต่างข่นุ เคืองเพราะคาํ ตาํ หนินี พระ
เยซูตรัสต่อไปวา่ 13 "ต้นไม้ใดๆทุกต้นซึงพระบดิ าของเราผู้ทรงสถติ ในสวรรค์มไิ ด้ทรงปลูกไว้
จะต้องถอนเสีย นีสือความหมายชดั เจนวา่ แหล่งทีมาแบบมนุษยข์ องประเพณีทางศาสนาจะถูก
ถอนรากถอนโคนในเวลาอนั เหมาะสม มีการสือเป็นนยั ถึงคาํ อุปมาเรืองขา้ วสาลแี ละขา้ วละมาน
ในเวลาอนั ควร ความจริงจะมีชยั แต่หลงั จากทีพระเยซูเสดจ็ กลบั มาแลว้ เท่านนั
มธ 15:14-20 พระเยซูตรัสต่อไปวา่ ช่างเขาเถิด เขาเป็ นผู้นําตาบอดนําทางคนตาบอด
ถ้าคนตาบอดนําทางคนตาบอด ทงั สองจะตกลงไปในบ่อ" พวกสาวกกย็ งั ไม่เขา้ ใจเรืองนีอยดู่ ี
พวกเขากเ็ หมือนพวกฟาริสีทีถกู สอนมาตลอดวา่ เรืองภายนอกต่างๆ เช่น จะรับประทานอาหาร
อยา่ งไรนนั เป็นเรืองสาํ คญั ดงั นนั เปโตรจึงถามวา่ 15 ฝ่ ายเปโตรทูลพระองค์ว่า "ขอทรงโปรด
อธิบายคาํ อปุ มานีให้พวกข้าพระองค์ทราบเถิด"
พระเยซูตรัสตอบวา่ 16 ฝ่ ายพระเยซูตรัสตอบว่า "ท่านทงั หลายยงั ไม่เข้าใจด้วย
หรือ 17 ท่านยงั ไม่เข้าใจหรือว่า สิงใดๆซึงเข้าไปในปากกล็ งไปในท้อง แล้วกถ็ ่ายออกลงส้วม
ไป 18 แต่สิงทอี อกจากปากกอ็ อกมาจากใจ สิงนันแหละทาํ ให้มนุษย์เป็ นมลทนิ 19 ความคดิ ชัว
ร้าย การฆาตกรรม การผดิ ผวั ผดิ เมยี การล่วงประเวณี การลกั ขโมย การเป็ นพยานเทจ็ การพดู
หมนิ ประมาท กอ็ อกมาจากใจ 20 สิงเหล่านีแหละทที าํ ให้มนุษย์เป็ นมลทนิ แต่ซึงจะรับประทาน
อาหารโดยไม่ล้างมอื ก่อน ไม่ทาํ ให้มนุษย์เป็ นมลทนิ " พระเยซูทรงอธิบายวา่ สิงใดกต็ ามทีคนรับ
ประทานสุดทา้ ยแลว้ กล็ งไปสู่ท่อระบายนาํ แต่สิงที “ออกมาจากปาก” กก็ าํ เนิดออกมาจากใจและ
นนั เป็นสิงทีทาํ ใหค้ นเป็นมลทิน
ความคิดทีชวั ร้าย การฆาตกรรม การทาํ ผดิ ศีลธรรม การลกั ขโมย ความไม่ซือสตั ย์ และ
การพดู หมินประมาทลว้ นมีแหล่งกาํ เนิดมาจากใจมนุษย์ พระเยซูจึงทรงตรัสถึงหลกั การทีสาํ คญั
กวา่ คือ ความเสือมทรามของวิสยั มนุษยท์ ีตกตาํ ต่อไปในพระคมั ภีร์ใหม่ มนั กถ็ ูกเรียกวา่ เนือ
หนงั ความบาปไม่วา่ จะอยใู่ นรูปแบบใดกม็ แี หล่งกาํ เนิดมาจากภายในใจมนุษย์ ดู เยเรมีย์ 17:9
และโรม 3:10-23
ดงั นนั ปัญหาทีแทจ้ ริงกค็ อื ใจของมนุษย์ นนั เป็นเรืองฝ่ ายวิญญาณ พธิ ีกรรมต่างๆทีเป็น
เรืองภายนอกไม่ไดท้ าํ อะไรเพอื เปลียนแปลงใจมนุษยเ์ ลย ประเพณีของพวกรับบีในการลา้ งมือ
ก่อนรับประทานอาหารอาจมีประโยชนใ์ นดา้ นสุขอนามยั แต่มนั กไ็ ม่ไดช้ ่วยอะไรในการชาํ ระ
ลา้ งใจมนุษย์ การทาํ ใหเ้ ป็นมลทินไม่ไดม้ าจากสิงทีเขา้ ไปในปากแต่มาจากสิงทีออกมาจากปาก
ต่างหาก ความจาํ เป็นทีแทจ้ ริงกค็ ือ ใจตอ้ งถูกชาํ ระลา้ งใหส้ ะอาด สิงนนั จะเกิดขึนไดโ้ ดยทางการ
บงั เกิดใหม่ฝ่ ายวญิ ญาณเท่านนั เมือมีการบงั เกิดใหม่ฝ่ ายวญิ ญาณแลว้ เท่านนั ขณะทีเราดาํ เนิน
ชีวติ ตามวสิ ัยใหม่ (ดาํ เนินในฝ่ ายวญิ ญาณ) กจ็ ะเกิดการเปลียนแปลงอยา่ งสินเชิง
มธ 15:21-28 มทั ธิวจึงบนั ทึกวา่ แล้วพระเยซูเสดจ็ ไปจากทนี ันเข้าไปในเขตแดนเมอื ง
ไทระและเมอื งไซดอน เพราะวา่ พระองคท์ รงถกู บรรดาผนู้ าํ ของพรรคพวกของพระองคป์ ฏิเสธ
เป็นประจาํ พระเยซูจึงเสดจ็ ไปยงั เมืองไทระและเมืองไซดอนซึงอยใู่ นเลบานอน มนั เป็นบา้ น
เมืองของคนต่างชาติ (เสน้ ทางของพระองคต์ อนนีเริมหนั ไปทางกางเขนแลว้ )
ทีนนั หญิงชาวต่างชาติคนหนึงขอร้องพระองคใ์ หช้ ่วยรักษาลูกสาวของนางใหห้ าย
22 ดูเถดิ มหี ญิงชาวคานาอนั คนหนึงมาจากเขตแดนนันร้องทูลพระองค์ว่า "โอ พระองค์ผู้ทรง
เป็ นบุตรดาวดิ เจ้าข้า ขอทรงโปรดเมตตาข้าพระองค์เถิด ลูกสาวของข้าพระองค์มผี สี ิงอยู่เป็ น
ทุกข์ลาํ บากยงิ นัก"
ใหเ้ ราสังเกตวา่ นางเรียกพระองคว์ า่ บุตรดาวดิ หญิงชาวต่างชาติคนนีตอ้ งเคยไดย้ นิ ชือ
เสียงของพระองคม์ าก่อนเป็นแน่และไดย้ นิ มาวา่ พระองคท์ รงเป็นพระเมสสิยาหด์ ว้ ย (พวก
ขา้ ราชการศาสนาต่างปฏิเสธความเชือดงั กล่าวโดยสินเชิง) อยา่ งไรกต็ าม ในฐานะทีเป็นคนต่าง
ชาตินางกไ็ ม่มีสิทธิเรียกพระองคว์ า่ บุตรดาวดิ นนั เป็นชือเรียกทีใชใ้ นหม่พู วกยวิ 23 ฝ่ าย
พระองค์ไม่ทรงตอบเขาสักคาํ เดยี ว พระองคจ์ ึงทรงไม่สนใจนาง
พระเยซูทรงทราบวา่ การรบั ใชห้ ลกั ของพระองค์ คือ การเสนอพระองคเ์ องในฐานะ
กษตั ริยแ์ ห่งอิสราเอล นอกจากนี และพวกสาวกของพระองค์มาอ้อนวอนพระองค์ ทูลว่า "ไล่เธอ
ไปเสียเถดิ เพราะเธอร้องตามเรามา" พระเยซูตรัสเสริมวา่ 24 พระองค์ตรัสตอบว่า "เรามไิ ด้รับ
ใช้มาหาผู้ใด เว้นแต่แกะหลงของวงศ์วานอสิ ราเอล” พระองคท์ รงทราบดีวา่ การรับใชห้ ลกั ของ
พระองคน์ นั มีมาถึงพวกยวิ ก่อน พระองคเ์ สดจ็ มาเพอื ประกาศการกลบั ใจใหม่แก่ชนชาติ
อิสราเอลก่อนเป็นอนั ดบั แรก อยา่ งไรกต็ าม ผหู้ ญิงชาวเลบานอนคนนีกเ็ ป็นคนต่างชาติ
แต่จากนนั ดว้ ยความอบั จนหนทางนางจึง 25 มานมสั การพระองค์ทูลว่า "พระองค์เจ้าข้า
ขอทรงโปรดช่วยข้าพระองค์เถดิ " พระเยซูจึงตรัสเพอื ลองใจนางวา่ 26 พระองค์จึงตรัสตอบว่า
"ซึงจะเอาอาหารของลูกโยนให้แก่สุนัขกไ็ ม่ควร 27 ผู้หญงิ นันทูลว่า "จริงพระองค์เจ้าข้า แต่
สุนัขนันย่อมกนิ เดนทตี กจากโต๊ะนายของมนั " (คาํ ทีแปลวา่ ควร (คาลอส) จริงๆแลว้ กม็ ีความ
หมายวา่ ‘ดี’) อีกครังทีนางเรียกพระองคว์ า่ พระองคเ์ จา้ ขา้ (องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ) ดู โรม 10:12-13
ทนั ใดนนั พระเยซูตรัสตอบวา่ 28 แล้วพระเยซูตรัสตอบเขาว่า "โอ หญงิ เอ๋ย ความเชือของเจ้าก็
มาก ให้เป็ นไปตามความปรารถนาของเจ้าเถดิ " และลูกสาวของเขากห็ ายเป็ นปกติตงั แต่ขณะนัน
พระเยซูมิไดก้ าํ ลงั พยายามเล่นตวั หรือลองใจนางอยา่ งไม่สมควร แต่พระองคก์ าํ ลงั สอน
บทเรียนหนึงทีวา่ ผใู้ ดกต็ ามทีจะร้องออกพระนามขององคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ กจ็ ะรอด ใหเ้ ราสังเกตอีก
ครังวา่ หลกั เกณฑข์ องการแสดงการอศั จรรยค์ รังนีกค็ ือความเชือของหญิงผนู้ ี ความเชือเป็นพลงั
เดียวกนั ทีทาํ ใหพ้ ระเจา้ ทรงกระทาํ กิจใหแ้ ก่ยวิ และคนต่างชาติ นอกจากนี หญิงคนนีคงมีการ
อธิษฐานอยา่ งร้อนรนเป็นแน่ซึงเป็นหลกั ฐานทีแสดงถึงความเชือทีเขม้ แขง็ ของนาง ถึงแมว้ า่ พระ
เยซูทรงลองใจนางจริงๆเพือทาํ ใหเ้ ราเห็นประเดน็ นีชดั เจน แต่หลกั การสาํ คญั ตรงนีกค็ ือวา่ ความ
เชือของเราเป็นสิงทีทาํ ใหพ้ ระเจา้ ทรงกระทาํ กิจ
มธ 15:29-31 พอเสดจ็ กลบั มาในบา้ นเมืองของพวกยวิ พระเยซูกท็ รงรักษาคนเจบ็ ป่ วย
และคนง่อยในหมู่ฝงู ชนทีมาหาพระองคใ์ หห้ าย พระเยซูจงึ เสดจ็ จากทนี ันมายงั ทะเลกาลลิ ี แล้ว
เสด็จขนึ ไปบนภูเขาทรงประทบั ทนี ัน 30 และประชาชนเป็ นอนั มากมาเฝ้ าพระองค์ พาคนง่อย
คนตาบอด คนใบ้ คนพกิ าร และคนเจ็บอนื ๆหลายคนมาวางแทบพระบาทของพระเยซู แล้ว
พระองค์ทรงรักษาเขาให้หาย 31 คนเหล่านันจงึ อศั จรรย์ใจนักเมอื เห็นคนใบ้พดู ได้ คนพกิ ารหาย
เป็ นปกติ คนง่อยเดนิ ได้ คนตาบอดกลบั เหน็ แล้วเขากส็ รรเสริญพระเจ้าของชนชาติอสิ ราเอล
ถึงแมว้ า่ ถกู ปฏิเสธโดยพวกคนใหญ่คนโตของอิสราเอล แต่พวกสามญั ชนกต็ อ้ นรับ
พระองคด์ ว้ ยความยนิ ดี นีเป็นอกี ครังทีมีการสือถึงความเชือของคนมากมายนีทีพาคนป่ วยและ
คนพกิ ารในหมู่พวกเขามาหาพระเยซู เมือพวกเขาวางใจพระองค์ พระองคก์ ท็ รงตอบสนองความ
จาํ เป็นต่างๆในชีวติ ของพวกเขา
คาํ ทีแปลวา่ อศั จรรย์ใจ (ธาวมาโซ) กม็ ีความหมายวา่ ‘เกิดความรู้สึกทึง’ พวกเขาจึง
สรรเสริญพระเจา้ ของชนชาติอิสราเอล นีเป็นอีกครังทีคนธรรมดาๆในชนบทคือผทู้ ีกลบั ใจรับ
เชือพระเยซู คาํ ทีแปลวา่ ประชาชนเป็ นอนั มาก (ออคลอส) กม็ ีความหมายดว้ ยวา่ พวกสามญั ชน
ธรรมดาๆ พวกชนชนั สูงและพวกผนู้ าํ ทางศาสนาของอิสราเอลไม่ตอ้ งการมีส่วนเกียวขอ้ งอะไร
กบั พระองคเ์ ลย แต่พวกคนเดินดินธรรมดาๆต่างฟังพระองคด์ ว้ ยความยนิ ดี ดู มาระโก 12:37
มธ 15:32-38 นีเป็นอีกครังทีพระเยซูทรงเลียงอาหารคนนบั พนั ๆดว้ ยทรัพยากรทีมีอยู่
นอ้ ยนิด ฝ่ ายพระเยซูทรงเรียกพวกสาวกของพระองค์มาตรัสว่า "เราสงสารคนเหล่านี เพราะเขา
ค้างอยู่กบั เราได้สามวนั แล้ว และไม่มอี าหารจะกนิ เราไม่อยากให้เขาไปเมอื ยงั อดอาหารอยู่ กลวั
ว่าเขาจะหิวโหยสินแรงลงตามทาง" 33 พวกสาวกทูลพระองค์ว่า "ในถนิ ทุรกนั ดารนี เราจะหา
อาหารทไี หนพอเลยี งคนเป็ นอนั มากนีให้อมิ ได้" 34 พระเยซูจึงตรัสถามเขาว่า "ท่านมขี นมปังกี
ก้อน" เขาทูลว่า "มเี จ็ดก้อนกบั ปลาเลก็ ๆสองสามตวั " 35 พระองค์จึงสังประชาชนให้นังลงทพี นื
ดิน 36 แล้วพระองค์ทรงรับขนมปังเจ็ดก้อนและปลาเหล่านันมาขอบพระคุณ แล้วจึงทรงหักส่ง
ให้เหล่าสาวกของพระองค์ เหล่าสาวกกแ็ จกให้ประชาชน 37 และคนทงั ปวงได้รับประทานอมิ ทุก
คน อาหารทเี หลอื นัน เขาเกบ็ ได้เจ็ดกระบุงเตม็ 38 ผู้ทไี ด้รับประทานอาหารนันมผี ู้ชายสีพนั คน
มไิ ด้นับผู้หญงิ และเดก็
เราเห็นชดั เจนถึงความห่วงใยและความเห็นอกเห็นใจขององคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราใน
การทีพระองคท์ รงตอบสนองความจาํ เป็นต่างๆของบรรดาผทู้ ีติดตามพระองคม์ า เห็นไดช้ ดั วา่
พวกเขาไดต้ ิดตามพระองคม์ าสามวนั แลว้ โดยแทบจะไม่มีอาหารรับประทาน เราเห็นถึงความ
กระตือรือร้นและความหิวกระหายฝ่ ายวญิ ญาณของคนเหล่านีทียอมละทิงความตอ้ งการฝ่ าย
ร่างกายเพือติดตามพระเยซู!
ขนมปังทีวา่ นีกม็ ีขนาดเลก็ กวา่ ขนมปังกอ้ นในสมยั นี มนั น่าจะมีขนาดเท่าขนมปังกอ้ น
เลก็ ๆ กระนนั นอ้ ยกค็ ือมากเมือมีพระเจา้ อยดู่ ว้ ย ตอนนนั มีผชู้ ายสีพนั คน แถมมีผหู้ ญิงและเด็ก
อีก นีเป็นอีกครังทีพระเยซูทรงตอบสนองความจาํ เป็นต่างๆของคนเหล่านนั ทีดว้ ยความเชืออนั
จริงใจไดห้ นั มาและติดตามพระองค์ นอกจากนี การประกอบกิจขององคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเรากม็ ี
ความเป็นระเบียบดว้ ย พระองคท์ รงใหฝ้ งู ชนนงั ลงเพอื ทีจะไดร้ ับการแจกอาหารจากพวกสาวก
คนเหล่านียงั เป็นสามญั ชนธรรมดาๆทีไม่ไดร้ ับอิทธิพลจากความหนา้ ซือใจคดแบบโออ้ วดของ
พวกชนชนั สูงทีเคร่งศาสนา ทีน่าสนใจยงิ ไปอีกกค็ ือวา่ ถึงแมไ้ ดเ้ ห็นพระเยซูทรงเลียงอาหารคน
หา้ พนั คนไปก่อนหนา้ นีไม่นานแลว้ กต็ าม (มทั ธิว 14:15-21) แต่พวกสาวกกย็ งั เป็นกงั วลเกียวกบั
ความจาํ เป็นต่างๆฝ่ ายร่างกายอยอู่ ีก นีจึงเป็นบทเรียนสาํ หรับประชากรของพระเจา้ ในทุกวนั นีอยู่
เหมือนเดิม องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราจะทรงเลียงดู นอกจากนีพระเยซูกท็ รงเลียงดูมากเกินพอ
พระองคไ์ ม่เคยประทานใหแ้ บบขาดๆเลย
มธ 15:39 หลงั จากนนั พระองค์ตรัสสังให้ประชาชนไปแล้ว กเ็ สด็จลงเรือมาถงึ เขต
เมอื งมกั ดาลา มีการถกเถียงกนั อยวู่ า่ เมืองมกั ดาลาคือทีไหนกนั แน่ สถานทีดงั เดิมนีกต็ งั อยทู่ าง
ชายฝังตะวนั ตกของทะเลกาลิลี และอยหู่ ่างไปทางใตข้ องทิเบเรียสประมาณสามไมล์
*****
ภาพรวมของมัทธิว 16: บททีสิบหกเป็นจุดเปลียนสาํ คัญของหนงั สือมทั ธิว ในบทนีพระ
เยซูทรงเปลียนจากการเสนอพระองค์เองในฐานะกษตั ริย์เป็นการเตรียมพร้อมสาํ หรับกางเขน มี
การเอ่ยถึงคริสตจักรแห่งพระคัมภีร์ใหม่เป็นครังแรกในบทนีด้วย พระองค์ยงั ตรัสถึงกางเขน
ด้วย เพราะเหตทุ ีว่าพวกข้าราชการของอิสราเอลไม่ยอมรับพระองค์เป็นพระเมสสิยาห์ของพวก
เขา บดั นีพระเยซูจึงทรงหันการรับใช้ของพระองค์ไปสู่กางเขนและข่าวประเสริฐแห่งความรอด
สาํ หรับทุกคน
ในมทั ธิว 16 (1) พระเยซูทรงตอกกลับพวกปฏิปักษ์ของพระองค์ (2) ทรงเตือนพวก
สาวกของพระองค์ให้ระวงั อิทธิพลของศาสนาทีเป็นเหมือนเชือ (3) และทรงเปิ ดเผยถึงคริสต
จักรทีจะมาพร้อมกบั รากฐานของมนั (4) พระองค์ยงั ทรงเปิ ดเผยเกียวกบั การตรึงกางเขนทีจะเกิด
ขึนของพระองค์และการฟื นคืนพระชนม์ รวมถึงการเสดจ็ มาครังทีสองของพระองค์และการ
ประทานบาํ เหนจ็ ต่างๆในอนาคตด้วย
มธ 16:1 อีกครังทีพวกปฏิปักษข์ องพระองคใ์ นหม่พู วกฟาริสีและพวกสะดูสีไดม้ า
เพอื ทีจะทดลองพระองค์ พวกฟาริสีกบั พวกสะดูสีได้มาทดลองพระองค์โดยขอร้องให้พระองค์
สําแดงหมายสําคญั จากฟ้ าสวรรค์ให้เขาเหน็ ความหมายพืนๆของคาํ ทีแปลวา่ ทดลอง (เพะอิรา
โซ) กค็ ือ ‘ทดสอบ’ พวกเขาตอ้ งการเห็นหมายสาํ คญั จากสวรรค์ การแสวงหาหมายสาํ คญั แทนที
จะยอมรับพระวจนะของพระเจา้ กเ็ ป็นเครืองหมายทีแสดงใหเ้ ห็นชดั เจนถึงความไม่เชือ ถึงแมว้ า่
พระองคจ์ ะทรงประทานหมายสาํ คญั พิเศษให้ แต่พวกเขากจ็ ะสงสัยอยดู่ ี เปาโลจะเขียนในเวลา
ต่อมาวา่ “พวกยวิ เรียกร้องหมายสาํ คญั ” (1 โครินธ์ 1:22) พวกเขาทาํ เช่นนนั ในมทั ธิว 12:38
แมแ้ ต่พวกสาวกของพระเยซูเองกย็ งั ขอเห็นหมายสาํ คญั ในมทั ธิว 24:3 มนั แสดงใหเ้ ห็นถึงการ
ขาดความเชือ
มธ 16:2-3 พระเยซูตรัสตอบกลบั ไปโดยกล่าวถึงหมายสาํ คญั ทีเห็นไดท้ วั ไปในฟ้ า
อากาศ พระองค์จงึ ตรัสตอบเขาว่า "พอตกเยน็ ท่านทงั หลายพูดว่า `รุ่งขนึ อากาศจะโปร่งดีเพราะ
ฟ้ าสีแดง' 3 ในเวลาเช้าท่านพดู ว่า `วนั นีจะเกดิ พายุฝนเพราะฟ้ าแดงและมวั ' โอ คนหน้าซือใจคด
ท้องฟ้ านันท่านทงั หลายยงั อาจสังเกตรู้และเข้าใจได้ แต่หมายสําคญั แห่งกาละนีท่านกลบั ไม่
เข้าใจ
จนถึงทุกวนั นีคาํ กล่าวนีกย็ งั เป็นจริงอยเู่ หมือนเดิม ‘ฟ้ าแดงตอนเชา้ นกั เดินเรือตอ้ งระวงั
ฟ้ าแดงตอนคาํ นกั เดินเรือดีใจ’ พวกนกั ศาสนาในสมยั นนั สามารถอ่านรูปแบบสภาพภูมิอากาศ
ทวั ไปไดแ้ ต่พวกเขากลบั ไม่รับรู้พระบุตรของพระเจา้ ผทู้ รงอยทู่ ่ามกลางพวกเขาเลย พระเยซูได้
ทรงกระทาํ การอศั จรรยท์ ุกรูปแบบต่อหนา้ พวกเขาแลว้ คาํ ทีแปลวา่ หมายสําคญั (เซเมะอิออน)
กเ็ ป็นคาํ ทีแปลวา่ ‘การอศั จรรย’์ ดว้ ย พระเยซูไดท้ รงกระทาํ การอศั จรรยไ์ ปมากมายแลว้
ท่ามกลางพวกเขาและพวกเขากไ็ ม่รบั รู้การอศั จรรยเ์ หล่านนั เลย
นอกจากนี เมือพวกเขาขอใหพ้ ระเยซูทรงแสดงใหพ้ วกเขาเห็นหมายสาํ คญั จากฟ้ าสวรรค์
พวกเขากอ็ าจกาํ ลงั ขอใหพ้ ระองคก์ ระทาํ การอศั จรรยอ์ ีกประการใหแ้ ก่พวกเขา พระเยซูมิไดท้ รง
กระทาํ การอศั จรรยต์ ่างๆของพระองคเ์ พอื ใหค้ วามบนั เทิงหรือเพอื ทาํ ใหค้ นทีมาดูประทบั ใจ
พระองคท์ รงกระทาํ การอศั จรรยต์ ่างๆเพือตอบสนองความจาํ เป็นต่างๆของประชาชนและเพอื
รับรองพระองคเ์ องวา่ เป็นพระบุตรของพระเจา้ พวกนกั ศาสนาสมยั นนั กแ็ ค่สงสยั ความน่าเชือถือ
ของการอศั จรรยน์ นั ๆหรือยกใหก้ ารอศั จรรยน์ นั เป็นฝี มอื ของซาตาน ดู มทั ธิว 12:24 พวกเขา
แสดงใหเ้ ห็นถึงความมดื บอดฝ่ ายวญิ ญาณทพี ระเจา้ ไดท้ รงใหเ้ กิดกบั ชนชาติอิสราเอลเพราะการ
ทีพวกเขาปฏิเสธความจริงของพระองคอ์ ยเู่ รือยๆ
มธ 16:4 การแสวงหาหมายสาํ คญั เป็นสิงทีตรงขา้ มกบั ความเชือและการอยฝู่ ่ าย
วญิ ญาณอยา่ งแทจ้ ริง คนชาตชิ ัวและเล่นชู้แสวงหาหมายสําคญั และจะไม่โปรดให้หมายสําคญั แก่
เขา เว้นไว้แต่หมายสําคญั ของโยนาห์ศาสดาพยากรณ์เท่านัน" แล้วพระองค์กเ็ สดจ็ ไปจากเขา
หมายสาํ คญั เดียวเท่านนั ทีจะทรงประทานใหก้ ค็ ือ หมายสาํ คญั ของโยนาห์ตามทีมีบอกไวใ้ น
มทั ธิว 12:39 หมายสาํ คญั นนั กค็ ือการฟื นคืนพระชนมข์ องพระเยซูคริสตจ์ ากความตาย มนั คือ
กญุ แจสาํ คญั ของความเชือแบบคริสเตียนตามพระคมั ภีร์ใหม่มาจนถึงทุกวนั นี กล่าวอีกนยั หนึงก็
คือ พระเยซูทรงตรัสล่วงหนา้ แก่พวกปฏิปักษข์ องพระองคว์ า่ หมายสาํ คญั เดียวเท่านนั ทจี ะทรง
ประทานใหก้ ค็ ือ การฟื นคืนพระชนมข์ องพระองคจ์ ากความตาย น่าตลกตรงทีวา่ เมือสิงนนั เกิด
ขึนจริงๆพวกเขากลบั ไม่ยอมเชือ
มธ 16:5-6 ขณะเดียวกนั พวกสาวกกล็ ืมเอาอาหารติดตวั มาดว้ ย ฝ่ ายพวกสาวกของ
พระองค์ เมอื ข้ามฟากนันได้ลมื เอาขนมปังไปด้วย 6 พระเยซูตรัสกบั เขาว่า "จงสังเกตและระวงั
เชือแห่งพวกฟาริสีและพวกสะดูสีให้ดี" (พวกฟาริสีเป็นพวกยวิ หวั อนุรักษท์ ีถือตามความเชือเดิม
ในสมยั นนั พากสะดูสีเป็นพวกยวิ หวั สมยั ใหม่ซึงเปรียบไดก้ บั กระแสยวิ หวั ปฏิรูปในปัจจุบนั )
เชือกค็ ือยสี ตท์ ีใชใ้ นการทาํ ขนมปัง มนั แทรกซึมและขยายไปจนทวั แป้ งดิบจงึ ทาํ ใหม้ นั ฟู
ขึนและทาํ ใหข้ นมปังนุ่ม ในฝ่ ายวญิ ญาณแลว้ มนั กเ็ ป็นสัญลกั ษณ์ของความบาปในพระคมั ภีร์
เช่นเดียวกบั ทียสี ตจ์ ะแทรกซึมและขยายออกไป ความบาปกท็ าํ เช่นนนั เหมือนกนั พระเยซูทรง
เปรียบอิทธิพลของทงั พวกฟาริสีและพวกสะดูสีวา่ เป็นเหมือนกบั อิทธิพลของเชือขนมตรงทีวา่
มนั แทรกซึมไปทวั นอกจากนี อิทธิพลของคนพวกนีกเ็ ป็นภยั ต่อความจริงตามพระคมั ภีร์ดว้ ย ดู
คาํ อธิบายเพมิ เติมสาํ หรับ 16:11-12
มธ 16:7-10 พวกสาวกคิดวา่ พระเยซูกาํ ลงั ตรัสถึงขนมปังของพวกฟาริสีและพวกสะดู
สีจริงๆ เหล่าสาวกจงึ ปรึกษากนั ว่า "เพราะเหตุทีเรามไิ ด้เอาขนมปังมา" 8 ฝ่ ายพระเยซูทรง
ทราบจงึ ตรัสกบั เขาว่า "โอ ผู้มคี วามเชือน้อย เหตไุ ฉนพวกท่านจงึ ปรึกษากนั และกนั ถงึ เรืองไม่
ได้เอาขนมปังมา 9 ท่านยงั ไม่เข้าใจและจาํ ไม่ได้หรือ เรืองขนมปังห้าก้อนกบั คนห้าพนั คนนัน
ท่านเกบ็ ทเี หลอื ได้กกี ระบุง 10 หรือขนมปังเจด็ ก้อนกบั คนสีพนั คนนัน ท่านเกบ็ ทเี หลอื ได้กี
กระบุง
พระเยซูจึงทรงตาํ หนิการขาดความเชือและการไม่รู้จกั แยกแยะของพวกเขา โดยเตือนให้
พวกเขาระลึกวา่ พระองคไ์ ดท้ รงเลียงอาหารคนหา้ พนั คนและสีพนั คนไปก่อนหนา้ นีไม่นาน องค์
พระผเู้ ป็นเจา้ ของเราจึงทรงใชส้ ิงทีเกิดขึนไดท้ ุกวนั คือ การลืมซือของชาํ เพอื สอนบทเรียนฝ่ าย
วญิ ญาณทีสาํ คญั กวา่ เผอิญคนหนึงในพวกเขาไม่ไดเ้ อาอะไรมารับประทานเลย พระเยซูจึงทรง
เตือนเรืองเชือของพวกฟาริสีและพวกสะดูสี อีกครังทีพวกเขาเป็นตวั แทนของสองนิกายหลกั
ภายในศาสนายวิ ในสมยั นนั พวกสาวกคิดวา่ พระองคก์ าํ ลงั ตรัสถึงขนมปังจริงๆ อยา่ งไรกต็ าม
พระเยซูทรงตงั พระทยั ทีจะสอนบทเรียนทีลึกซึงกวา่ นนั
มธ 16:11-12 พระองคจ์ ึงตรัสถามวา่ เป็ นไฉนพวกท่านถงึ ไม่เข้าใจว่า เรามไิ ด้พูดกบั
ท่านด้วยเรืองขนมปัง แต่ได้ว่าให้ท่านระวงั เชือแห่งพวกฟาริสีและพวกสะดูสีให้ดี" 12 แล้วพวก
สาวกกเ็ ข้าใจว่า พระองค์มไิ ด้ตรัสสังเขาให้ระวงั เชือขนมปัง แต่ให้ระวงั คาํ สอนของพวกฟาริสี
และพวกสะดูสี
เชือของพวกฟาริสีและพวกสะดูสีคอื หลกั คาํ สอนของพวกฟาริสีและของพวกสะดูสี คาํ
สอน หลกั ปรัชญา และอิทธิพลของพวกเขาคือสิงทีพระเยซูทรงเตือนใหร้ ะวงั กล่าวโดยเฉพาะ
เจาะจงกค็ ือ เชือของพวกฟาริสีกค็ ือ การเคร่งครัดในเรืองการรักษาประเพณีของรับบียวิ นอกจาก
นี พวกเขายงั ขาดความเชือ ความกรุณา และมีใจแขง็ กระดา้ งดว้ ย
ส่วนเชือของพวกสะดูสีกค็ ือ แนวคิดเปิ ดกวา้ งฝ่ ายวญิ ญาณของพวกเขา พวกเขาสงสัย
ความจริงหลายเรืองของพระคมั ภีร์เดิมทีเหนือธรรมชาติ เช่น ทตู สวรรค์ การเป็นขึนจากตาย
และชีวติ หลงั ความตาย ทงั สองนิกายต่างกเ็ คร่งครัดในขอ้ ปฏิบตั ิของศาสนายวิ แต่ทงั สองกลุ่มก็
มืดบอดฝ่ ายวญิ ญาณ ใจแขง็ กระดา้ ง และอยหู่ ่างไกลจากพระเจา้ กล่าวโดยสรุปกค็ ือ พระเยซูทรง
เตือนพวกสาวกของพระองคใ์ หร้ ะวงั ความผดิ พลาดฝ่ ายวญิ ญาณของสองนิกายศาสนาหลกั ใน
อิสราเอลในสมยั นนั
น่าสนใจตรงทีว่าศาสนายวิ แบบรับบีในปัจจุบนั กเ็ ป็นทายาทโดยตรงของศาสนายวิ แบบ
ฟาริสีในสมยั นนั นอกจากนี กระแสยวิ ปฏิรูปในปัจจุบนั กม็ ลี กั ษณะทีคลา้ ยคลึงกบั พวกสะดูสี
ในแวดวง ‘ชาวคริสต’์ เอง ศาสนายวิ แบบรับบีและฟาริสีในสมยั นนั กค็ ลา้ ยคลึงอยา่ งมากในดา้ น
หลกั การกบั พระศาสนจกั รคาทอลิกในปัจจุบนั ทงั สองกลุ่มต่างใหค้ วามสาํ คญั แบบเกินควรแก่
พธิ ีกรรมต่างๆทีเป็นเรืองภายนอกและใหค้ วามน่าเชือถือแก่ประเพณีต่างๆทีพวกเขาไดค้ ิดคน้ ขนึ
มามากกวา่ พระคมั ภีร์
นอกจากนี นิกาย ‘สายหลกั ’ ทงั หลายทีมีแนวคิดเสรีนิยมในหม่คู ริสเตียนกม็ คี วาม
คลา้ ยคลึงในดา้ นหลกั การกบั คณะสะดูสีในศาสนายวิ ทงั สองกลุ่มมคี วามคลา้ ยคลึงกนั ตรงทีวา่
พวกเขามกั ปฏิเสธเรืองเหนือธรรมชาติทีถกู เปิ ดเผยในพระคมั ภีร์ ดงั นนั ถึงแมว้ า่ พวกฟาริสีและ
พวกสะดูสีไม่มีอยแู่ ลว้ ในปัจจุบนั แต่ซาตานกไ็ ดล้ อกเลียนแบบคนสองกลุ่มนีต่อไปใน
คริสเตียนกลุ่มต่างๆโดยแพร่คาํ สอนผดิ แบบเดียวกบั ทีมนั ไดน้ าํ มาหวา่ นไวใ้ นสองพวกนนั คาํ
เตือนของพระเยซูจึงยงั เป็นสิงทีถกู กาลเทศะมากทีสุดเหมือนเดิม
มธ 16:13-14 จากนนั พระเยซูกท็ รงเดินทางขึนไปทางเหนือของแควน้ กาลิลีไปยงั สถาน
ทีแห่งหนึงซึงมีชือวา่ ซีซารียาฟี ลิปปี ทีนนั เอง ฟี ลิปเจา้ เมอื ง (นอ้ งชายของเฮโรดเจา้ เมือง) ได้
สร้างเมืองหนึงขึนและเรียกมนั วา่ ซีซารียาเพอื เป็นเกียรติแก่ซีซาร์ ทิเบเรียส ชือของเขาถกู เติมต่อ
ทา้ ยเขา้ ไปเพอื แยกแยะมนั จากเมืองซีซารียาบนชายฝังซึงเป็นเมอื งหลวงของโรมในแควน้ นนั ใน
ภูมิศาสตร์ปัจจุบนั เมืองซีซารียาฟี ลิปปี กค็ งอยตู่ ามแนวพรมแดนของเลบานอนและซีเรีย โดยอยู่
ทางใตข้ องภูเขาเฮอร์โมน จริงๆแลว้ มนั กเ็ ป็นเมืองของคนต่างชาติ
ทีนนั เองพระเยซูตรัสถามพวกสาวกของพระองคว์ า่ "คนทงั หลายพดู กนั ว่าเราซึงคอื บุตร
มนุษย์เป็ นผู้ใด” พระองคท์ รงตงั ใจทีจะดึงตวั พวกเขาออกมาและใชโ้ อกาสนีเพอื เปิ ดเผยความ
จริงใหม่ทีลึกซึงแก่พวกเขา พวกเขาตอบวา่ 14 เขาจึงทูลตอบว่า "บางคนว่าเป็ นยอห์นผู้ให้รับ
บัพตศิ มา แต่บางคนว่าเป็ นเอลยี าห์ และคนอนื ว่าเป็ นเยเรมยี ์ หรือเป็ นคนหนึงในพวกศาสดา
พยากรณ์" พวกสาวกตอบอยา่ งไร้เดียงสาวา่ บางคนคิดวา่ พระองคท์ รงเป็นศาสดาพยากรณ์ผู้
หนึง ไม่วา่ จะเป็นยอห์นผใู้ หบ้ พั ติศมา เอลียาห์ หรือเยเรมีย์ ทุกคนลว้ นเป็นศาสดาพยากรณ์คน
สาํ คญั จนมาถึงยอหน์ พระเยซูทรงทราบเรืองนีอยแู่ ลว้ แต่พระองคก์ าํ ลงั ปูพืนสาํ หรับความจริงที
ยงิ ใหญ่กวา่ นีมากนกั
มธ 16:15-17 พระเยซูจึงตรัสถามวา่ "แล้วพวกท่านเล่า ว่าเราเป็ นผู้ใด” คาํ ตอบของเป
โตรนนั ลึกซึง เขาตอบวา่ 16 ซีโมนเปโตรทูลตอบว่า "พระองค์ทรงเป็ นพระคริสต์พระบุตรของ
พระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่" เขาตอบไดถ้ ูกเผงเลย เขารู้เลยวา่ พระเยซูทรงเป็นผใู้ ด เขายอมรับวา่
พระเยซูทรงเป็น (1) พระเมสสิยาห์ทีพวกเขารอคอยมานาน และ (2) พระบุตรของพระเจา้ พระ
เยซูจึงตรัสวา่ ทีเปโตรเขา้ ใจเช่นนีกเ็ พราะเขาไดร้ ับการเปิ ดเผยจากพระเจา้ พระบิดาผทู้ รงสถิตใน
สวรรค์
17 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า "ซีโมนบุตรโยนาเอ๋ย ท่านกเ็ ป็ นสุข เพราะว่าเนือหนังและ
โลหิตมไิ ด้แจ้งความนีแก่ท่าน แต่พระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์ทรงแจ้งให้ทราบ (บุตรโย
นา มาจากนามสกลุ ภาษาอาราเมคของเปโตรคือ บารโยนา) พระเจา้ ทรงเปิ ดเผยความจริงและ
ความเขา้ ใจแก่คนทงั หลายทีเปิ ดรับความจริงของพระองค์ ถึงแมว้ า่ เปโตรมีจุดอ่อนอยหู่ ลายเรือง
แต่เขากม็ ีหวั ใจทีกอปรดว้ ยความเชือและเปิ ดรับต่อการทรงนาํ ของพระเจา้ พระเจา้ จึงทรงแสดง
ใหเ้ ขาเห็นชดั เจนวา่ จริงๆแลว้ พระเยซูทรงเป็นผใู้ ด
มธ 16:18 ในขอ้ 18 ความจริงใหม่ทีสาํ คญั ไดถ้ ูกเปิ ดเผย เป็นครังแรกเลยทีคริสต
จกั รแห่งพระคมั ภีร์ใหม่ถูกพดู ถึงโดยตรง การเนน้ ความสาํ คญั ในการรับใชข้ องพระคริสตใ์ น
ตอนนีจะค่อยๆเปลียนจากอาณาจกั รนนั ไปเป็นพระราชกิจของพระองคบ์ นไมก้ างเขนและการ
มาของคริสตจกั ร พระเยซูจงึ ตรัสต่อไปวา่ ฝ่ ายเราบอกท่านด้วยว่า ท่านคอื เปโตร และบนศิลานี
เราจะสร้างคริสตจกั รของเราไว้ และประตูแห่งนรกจะมชี ัยต่อคริสตจกั รนันกห็ ามไิ ด้
คนมกั สันนิษฐานเอาเองอยา่ งผดิ ๆวา่ เพราะเปโตรถกู พดู ถึงในขอ้ นี เขาจึงเป็นศลิ าทีพระ
เยซูตรัสถึง พระศาสนจกั รโรมนั คาทอลิกวางรากฐานระบบศาสนศาสตร์ของตนทงั หมดบนขอ้
สนั นิษฐานทวี า่ เปโตรคือศลิ า ดงั นนั เขาจึงเป็นพระสนั ตะปาปาคนแรก พวกคาทอลิกจึงอา้ งวา่ เป
โตรไดส้ ่งต่อสิทธิอาํ นาจในการเป็นสนั ตะปาปาเพอื ทีจะทาํ พธิ ีมิสซาและยกโทษบาปใหแ้ ก่ผู้
สืบทอดคนต่อๆมาตลอดหลายยคุ สมยั
เปโตรไม่สามารถเป็นศิลาทีพระเยซูตรสั ถึงไดเ้ พราะเหตุผลดงั ต่อไปนี (1) กฎไวยากรณ์
ขดั ขวางมิใหต้ ีความเช่นนนั ได้ เปโตร หรือ (เพะตรอส) ในภาษากรีกเป็นคาํ เพศชาย ศิลา หรือ
เพะตรา เป็นคาํ กรีกทีมีเพศกลาง กฎพนื ฐานของไวยากรณ์ภาษากรีกกค็ ือวา่ คาํ นามทีมาก่อน
หนา้ และคาํ สรรพนามทีตามมาตอ้ งมีเพศเดียวกนั แต่ตรงนีมนั ไม่ไดม้ เี พศเดียวกนั ดงั นนั ศลิ า
(เพะตรา) ทีถูกพดู ถึงนีจงึ เป็นเปโตรไม่ได้ (2) คาํ วา่ เพะตรอส (เปโตร) หมายถงึ ศลิ าหรือหิน
กอ้ นเลก็ ๆ คาํ วา่ เพะตรา หมายถึงศิลากอ้ นใหญ่ เช่น ศลิ าแห่งยบิ รอลตาร์ (Rock of Gibraltar)
ศิลาทีพระเยซูตรัสถึงนีคือ คาํ กล่าวยอมรับของเปโตรในขอ้ 16 “พระองคท์ รงเป็นพระ
คริสต์ พระบุตรของพระเจา้ ผทู้ รงพระชนมอ์ ย”ู่ รากฐานแห่งคริสตจกั รพระคมั ภีร์ใหม่ทีจะมานนั
กจ็ ะเป็นพระเยซูคริสตเ์ อง หลายแห่งตลอดพระคมั ภีร์ทงั เล่มเรียกพระองคว์ า่ ศลิ า ดู เพลงสดุดี
18:2, 61:2, กิจการ 4:11, 1 โครินธ์ 10:4 และ 1 เปโตร 2:7 ฯลฯ อีกมากมาย
เราควรหมายเหตุไวว้ า่ คริสตจกั รทีจะมานนั จะ (1) เป็นของพระเยซูคริสต์ ใหเ้ ราสงั เกตวา่
พระองคต์ รัสวา่ เราจะสร้างคริสตจกั รของเราไว้ (2) พระองคจ์ ะทรงสร้างมนั มนั ไม่ใช่ฝี มือของ
เรา (3) นอกจากนีประตูแห่งนรก “จะมีชยั ต่อคริสตจกั รนนั กห็ ามิได”้ วลีสุดทา้ ยเป็นคาํ สญั ญาวา่
ซาตานและประตแู ห่งนรกเองจะไม่มีวนั มีชยั ต่อคริสตจกั รเลย ไม่วา่ พวกมนั จะพยายามมาก
ขนาดไหนกต็ าม วลี “ประตแู ห่งนรก” เป็นสาํ นวนแบบยวิ ทีหมายถึงพละกาํ ลงั ของพญามารและ
พลงั แห่งจกั รวรรดิทีชวั ร้ายของมนั ถงึ แมม้ นั จะพยายามขนาดไหน แต่พลงั ชวั ร้ายแห่งนรกทงั
มวลจะไม่มีวนั มีชยั ชนะต่อคริสตจกั รทีพระเยซูกาํ ลงั จะทรงสร้าง
คาํ วา่ คริสตจกั ร แปลมาจากคาํ กรีก เอค็ คเลซีอา มนั มีความหมายตรงตวั วา่ ‘ชุมชนชนที
ถูกเรียกออกมา’ ในฝ่ ายวญิ ญาณแลว้ คริสตจกั รกค็ ือ คนเหล่านนั ทีถูกเรียกออกมาจากโลก โดย
ไดว้ างใจพระเยซูคริสตใ์ หเ้ ป็นพระผชู้ ่วยใหร้ อดแลว้ คริสตจกั รทอ้ งถินคือ การมาร่วมสมาคมกนั
อยา่ งเป็นทางการของผเู้ ชือทงั หลายทีมารวมตวั กนั เพือทาํ ใหพ้ ระมหาบญั ชาสาํ เร็จ ทาํ ตามพธิ ี
หลกั สองพิธี (บพั ติศมาและศีลระลึก) และประกาศพระวจนะของพระเจา้ ร้อยละหกสิบของ
จาํ นวนครังทีคาํ วา่ คริสตจักรปรากฏในพระคมั ภีร์ใหม่นนั หมายถึง ทีประชุมทอ้ งถนิ ทีมองเห็น
ได้
ภมู ิหลงั ของคาํ ๆนี (เอค็ คเลซีอา) กส็ อนอะไรเราหลายอยา่ ง เมืองรัฐต่างๆของกรีกสมยั
โบราณกม็ ีการปกครองระบอบประชาธิปไตยลว้ นๆ พวกเขาไม่ไดม้ ีรัฐบาลในรูปแบบตวั แทน
แต่เมือจะมีการทาํ กิจธุระของเมือง ชาวเมืองทุกคนกถ็ ูกเรียกตวั ออกมายงั ทีประชุมหนึงซึงในที
ประชุมดงั กล่าวจะมีการออกเสียงเพอื ตดั สินในเรืองกิจธุระดงั กล่าว อฒั จนั ทร์ต่างๆซึงมกั พบอยู่
ในเมืองต่างๆของกรีกเดิมทีกม็ ีไวเ้ พอื เป็นทีประชุมทางการเมือง จากนนั กเ็ พือจุดประสงคอ์ ืนๆ
ในเมืองหนึงๆ ทีประชุมกจ็ ะถกู เรียกวา่ เอค็ คเลซีอา มนั คือ ชุมนุมชนทีถกู เรียกออกมา องคพ์ ระ
ผเู้ ป็นเจา้ ของเราจึงทรงเลือกใชค้ าํ นีเพอื หมายถึงชุมนุมชนของผเู้ ชือทงั หลายทีพระองคก์ าํ ลงั จะ
ทรงสร้างขึน คริสตจกั รในฐานะกล่มุ คนจึงเป็นชุมนุมชนทีถูกเรียกออกมาและมองเห็นไดข้ องผู้
เชือทงั หลายทีบงั เกิดใหม่แลว้
มธ 16:19 พระเยซูตรัสต่อไปวา่ เราจะมอบลูกกุญแจของอาณาจกั รแห่งสวรรค์ให้ไว้
แก่ท่าน ท่านจะผูกมดั สิงใดในโลก สิงนันกจ็ ะถูกมดั ในสวรรค์ เมอื ท่านจะปล่อยสิงใดในโลก สิง
นันจะถูกปล่อยในสวรรค์” “ลูกกญุ แจของอาณาจกั รแห่งสวรรค”์ ในทีนีน่าจะหมายถึงการทีเป
โตรและอคั รสาวกคนอืนๆมีสิทธิอาํ นาจภายใตก้ ารทรงนาํ ของพระวญิ ญาณบริสุทธิในการไข
เปิ ดประตูสู่แวน่ แควน้ ต่างๆไดโ้ ดยใชข้ ่าวประเสริฐ
เราจาํ ไดว้ า่ เปาโลพยายามทจี ะไปยงั แควน้ บิธิเนีย แต่พระวญิ ญาณบริสุทธิไม่ทรงโปรด
ใหเ้ ขาไป เขาเลยไปยงั ยโุ รปแทน ในการทาํ เช่นนนั และดว้ ยเหตุผลหลายประการทีเราไม่เขา้ ใจ
เขาจึงปล่อยใหแ้ ควน้ หนึงถูกมดั ไว้ และอีกแควน้ ไดร้ ับการปลดปล่อยโดยข่าวประเสริฐ การ
ประกาศข่าวประเสริฐจึงปลดปล่อยดวงวญิ ญาณทีถูกผกู มดั โดยความบาปและการปรับโทษของ
มนั ทีใดทีข่าวประเสริฐไปไม่ถึง ทีนนั มนุษยก์ ย็ งั ถกู ผกู มดั ไวอ้ ยใู่ นความบาปของตน พวกเขาจึง
ถูกผกู มดั ไวม้ ิใหไ้ ดไ้ ปสวรรคห์ รือไม่พวกเขากถ็ ูกปลดปล่อยจากความบาปเพอื ทีจะไดไ้ ปสวรรค์
ลูกกญุ แจของอาณาจกั รแห่งสวรรคน์ ีไม่ไดม้ ีอาํ นาจลึกลบั หรือความหมายปิ ดซ่อนเลย
ลูกกญุ แจเหล่านีไม่ไดถ้ ูกส่งต่ออยา่ งลบั ๆจากเปโตรไปสู่บรรดาผสู้ ืบทอดตามทีเขาวา่ กนั ผา่ นทาง
พระศาสนจกั รคาทอลิก ลกู กญุ แจของอาณาจกั รแห่งสวรรคค์ ือข่าวประเสริฐนนั เอง ทีใดทีข่าว
ประเสริฐถูกประกาศ ผคู้ นกไ็ ดร้ ับการปลดปล่อยจากความบาปและการปรับโทษของมนั ทีใดที
ข่าวประเสริฐไม่ถกู ประกาศ ผคู้ นกย็ งั ถูกผกู มดั อยใู่ นความบาปของตน
มธ 16:20 แล้วพระองค์ทรงกาํ ชับห้ามเหล่าสาวกของพระองค์ มใิ ห้บอกผู้ใดว่า
พระองค์ทรงเป็ นพระเยซูพระคริสต์ผู้นัน เหตผุ ลนนั ง่ายนิดเดียว จุดประสงคห์ ลกั ในการรับใช้
ของพระองคไ์ ม่ใช่การนาํ เสนอตวั เองในฐานะกษตั ริยแ์ ละพระเมสสิยาห์แห่งอิสราเอลอีกต่อไป
แลว้ แต่บดั นีพระองคก์ าํ ลงั มุ่งหนา้ สู่กางเขน การฟื นคืนพระชนม์ และการก่อตงั คริสตจกั ร ค
ริสตจกั รจะถูกสร้างขนึ บนคาํ พยานเรืองพระคริสตผ์ ทู้ รงถกู ตรึงกางเขนและเป็นขึนจากตายอีก
ชนชาติอิสราเอลไดป้ ฏิเสธพระองคใ์ นฐานะกษตั ริยไ์ ปแลว้ ถึงแมว้ า่ การปฏิเสธพระองคอ์ ยา่ ง
เป็นทางการจะเกิดขึนทีกรุงเยรูซาเลม็ ในอีกหกเดือนต่อมา แต่มนั กป็ รากฏชดั เจนแลว้ วา่ ชนชาติ
อิสราเอลโดยรวมไดป้ ฏิเสธพระองคใ์ นฐานะพระเมสสิยาหแ์ ละกษตั ริยไ์ ปแลว้ เรียบร้อย
นอกจากนี เวลาทีพระองคจ์ ะทรงนาํ เสนอตวั เองต่อชนชาติอสิ ราเอลอยา่ งเป็นทางการกย็ งั มาไม่
ถึง นนั จะเกิดขึนในการเสดจ็ เขา้ กรุงเยรูซาเลม็ อยา่ งผพู้ ิชิตในวนั ทีเป็นทีรู้จกั ตงั แต่นนั เป็นตน้ มา
วา่ ปาลม์ ซนั เดย์
น่าสนใจตรงทีว่าคาํ ประกาศครังสาํ คญั นีโดยองคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราไดม้ ีขึนในเมืองซี
ซารียาฟี ลิปปี มนั อยนู่ อกเขตแดนของอิสราเอล พวกเขาอยทู่ ีเมืองซีซารียาฟี ลิปปี ในซีเรียซึงเป็น
บา้ นเมอื งของคนต่างชาติ พระเยซูไดเ้ สดจ็ ออกไปจากแผน่ ดินอิสราเอลเพอื ประกาศเรืองการก่อ
ตงั คริสตจกั รทีจะมานนั ขณะทีคริสตจกั รเริมก่อตวั ขึนนนั มนั จะประกอบดว้ ยคนต่างชาติเป็น
หลกั ในขอ้ ต่อไปมทั ธิวจะกล่าวดว้ ยถึงการตรัสล่วงหนา้ อยา่ งชดั เจนของพระเยซูเกียวกบั การ
สินพระชนมแ์ ละการฟื นคืนพระชนมข์ องพระองค์ สิงนีกเ็ กิดขึนนอกดินแดนอิสราเอลเช่นกนั
ชนชาติอิสราเอลจนถึงทุกวนั นีกย็ งั ปฏิเสธเรืองการฟื นคืนพระชนมข์ องพระคริสต์ อยา่ งไรกต็ าม
พวกคนต่างชาติทวั โลกกไ็ ดเ้ ชือแลว้
มธ 16:21 จุดพลิกผนั ของมทั ธิวไดไ้ ดม้ ีขึนในขอ้ 21 จุดสนใจหลกั จะเปลียนไปเส้น
สิงทีรอคอยอยเู่ บืองหนา้ แลว้ เนือหาส่วนทีเหลือเกียวกบั ชีวติ ของพระคริสตท์ งั ในดา้ นร่างกาย
และจติ วญิ ญาณไดถ้ ูกสรุปไวต้ รงนี พระองคท์ รงอธิบายแก่พวกสาวกทีฟังแลว้ ไม่อยากจะเชือวา่
สุดทา้ ยแลว้ พระองคจ์ ะเสดจ็ ไปทีกรุงเยรูซาเลม็ ถูกประหารชีวติ และเป็นขึนใหม่ในวนั ทีสาม
มนั สรุปยอ่ การรับใชส้ ่วนทีเหลือของพระองค์
ตงั แต่เวลานันมา พระเยซูทรงเริมเผยแก่เหล่าสาวกของพระองค์ว่า พระองค์จะต้องเสดจ็
ไปกรุงเยรูซาเลม็ และจะต้องทนทุกข์ทรมานหลายประการจากพวกผู้ใหญ่และพวกปโุ รหติ ใหญ่
และพวกธรรมาจารย์ จนต้องถูกประหารเสีย แต่ในวนั ทสี ามจะทรงถูกชุบให้เป็ นขนึ มาใหม่ ถึง
แมว้ า่ แนวคิดเรืองอาณาจกั รนนั จะยงั คงเป็นส่วนหนึงของการรับใชข้ องพระเยซูอยใู่ นช่วงเดือน
ทา้ ยๆของมนั แต่จุดสนใจหลกั ของพระองคต์ อนนีคือกางเขนแลว้ นีเป็นจุดเปลียนของการรับ
ใชบ้ นโลกนีของพระองคอ์ ยา่ งแทจ้ ริง
นอกจากนี มนั ยงั เป็นจุดเริมตน้ ของหลายคราวทีพระเยซูตรัสล่วงหนา้ ชดั เจนแก่พวก
สาวกถึงไม่ใช่แค่การสินพระชนมข์ องพระองคท์ ีใกลเ้ ขา้ มาเท่านนั แต่ทีสาํ คญั กวา่ นนั กค็ อื การ
ฟื นคืนพระชนมข์ องพระองคท์ ีจะเกิดขึนดว้ ย ถึงแมว้ า่ พระองคไ์ ดต้ รัสเป็นนยั ถึงเรืองนีไวก้ ่อน
แลว้ แต่ตอนนีพระองคจ์ ะตรัสโดยตรงถึงการถกู ชุบใหเ้ ป็นขึนจากตายดว้ ย น่าเสียดายทีวา่ เรือง
ส่วนใหญ่เหล่านีผา่ นเลยพวกสาวกไปหมด
มธ 16:22-23 ดว้ ยความไม่เชือเปโตรจึงตาํ หนิพระเยซู พระเยซูจึงทรงตาํ หนิเขาอยา่ ง
รุนแรง ฝ่ ายเปโตรเอามอื จับพระองค์ เริมทูลท้วงพระองค์ว่า "พระองค์เจ้าข้า ให้เหตุการณ์นันอยู่
ห่างไกลจากพระองค์เถดิ อย่าให้เป็ นอย่างนันแก่พระองค์เลย" 23 พระองค์จงึ หันพระพกั ตร์ตรัส
กบั เปโตรว่า "อ้ายซาตาน จงถอยไปข้างหลงั เรา เจ้าเป็ นเครืองกดี ขวางเรา เพราะเจ้ามไิ ด้คดิ
ตามพระดําริของพระเจ้า แต่ตามความคดิ ของมนุษย์” ตอนนนั เปโตรมีใจไม่เชือ เท่าทีเขารู้ เขา
ไม่ยอมปล่อยใหพ้ ระเยซูถกู จบั ไปหรือถูกประหารชีวติ เรืองทีพระองคจ์ ะทรงเป็นขนึ จากตายกด็ ู
เหมือนจะผา่ นเลยเปโตรไปเช่นกนั
พระเยซูทรงตอบคาํ ตาํ หนิของเปโตรอยา่ งรุนแรง พระองคท์ รงเรียกเขาวา่ ซาตาน เปโต
รมองจากสายตาของมนุษย์ พระเยซูทรงทราบแผนการของพระเจา้ เปโตรอาจตกใจกบั คาํ ตาํ หนิ
ทีรุนแรงนีของพระเยซู อยา่ งไรกต็ าม สิงทีเปโตรไม่ทราบกค็ ือวา่ แผนการอนั สมบูรณแ์ บบของ
พระเจา้ ในการทรงไถ่นนั กาํ ลงั ตกอยใู่ นอนั ตราย แผนการของพระเจา้ ตงั แต่ทรงสร้างโลกกค็ ือ ที
จะใหพ้ ระเยซูทรงสินพระชนมแ์ ละเป็นขึนใหม่ แน่นอนทีซาตานจะขดั ขวางการดงั กล่าว
โดยการต่อตา้ นแผนการทรงไถ่ของพระเจา้ ถึงแมจ้ ะโดยคาํ พดู แบบไม่ระวงั กต็ าม เปโตร
จึงเขา้ ไปเป็นพวกเดียวกบั ซาตาน เปโตรเห็นสิงต่างๆจากมุมมองแบบมนุษย์ พระเยซูตรัสจากมุม
มองแบบสวรรค์ แน่นอนทีคาํ ตาํ หนิเปโตรของพระองคท์ าํ ใหเ้ ขาเสียใจ แต่ความจริงทีเปโตรพยา
ยามทีจะขดั ขวางโดยไม่รู้ตวั กส็ าํ คญั กวา่ ความรูส้ ึกเสียใจของเขา มนั เป็นแผนการทีสมบูรณ์แบบ
ของพระเจา้
มธ 16:24 พระเยซูจึงเริมนาํ เสนอขอ้ กาํ หนดสาํ หรับการเป็นสาวกในอนาคต ขณะ
นันพระเยซูจงึ ตรัสกบั เหล่าสาวกของพระองค์ว่า "ถ้าผู้ใดใคร่ตามเรามา ให้ผู้นันเอาชนะตวั เอง
และรับกางเขนของตนแบกและตามเรามา ‘การติดตามพระเยซูไป’ กส็ ือถึงการเป็นสาวก ตอน
นนั มีสาวกอยสู่ ิบสองคนแลว้ แต่จริงๆแลว้ พระเยซูกท็ รงมีสาวกอีกมากมายกวา่ นนั ทีติดตาม
พระองค์ เมือเห็นเคา้ กางเขนอยลู่ างๆแลว้ การเป็นสาวกในอนาคตกจ็ ะแตกต่างไปอยา่ งสินเชิง
จากทีมนั เคยเป็นมาก่อนหนา้ นี ถึงแมว้ า่ ก่อนหนา้ นีมีการต่อตา้ นการรับใชข้ องพระเยซูมาพอ
สมควรแลว้ แต่ในวนั ต่อๆไปการติดตามพระองคอ์ ยา่ งเปิ ดเผยกจ็ ะกลายเป็นเรืองความเป็นความ
ตายเลยทีเดียว
เพราะวา่ มีพวกโรมอยใู่ นดินแดนอิสราเอลอยทู่ วั ไป พวกยวิ จึงทราบดีถึงการประหาร
ชีวติ โดยการตรึงกางเขน โรมตรึงกางเขนคนอยบู่ ่อยๆอยา่ งเปิ ดเผยเพอื ใชเ้ ป็นวธิ ีในการข่มขวญั
ดินแดนต่างๆทีถูกพชิ ิต มนั เป็นวธิ ีปฏิบตั ิของโรม (ซึงแสดงเป็นตวั อยา่ งในการตรึงกางเขนพระ
เยซู) ทีจะใหน้ กั โทษประหารแบกกางเขนของตวั เองลากไปถึงแดนประหาร ดงั นนั ภาพเปรียบ
ของการรับกางเขนของตนแบกไปจึงเป็นภาพเปรียบทีชดั เจนของความตายทีใกลเ้ ขา้ มา พระเยซู
จึงทรงเตือนพวกสาวกของพระองคว์ า่ ในวนั ขา้ งหนา้ หากผใู้ ดจะติดตามพระองคไ์ ป เขากต็ อ้ ง
รับกางเขนของตนแบกและติดตามพระองคไ์ ป
การจะเป็นสาวกของพระเยซูคริสตไ์ ดน้ นั คนๆนนั จะตอ้ งปฏิเสธตวั เองและเตม็ ใจทีจะ
ทนทุกขแ์ มถ้ ึงขนั ความตาย ถึงแมว้ า่ เดียวนีไม่มกี ารประหารชีวติ ดว้ ยการตรึงกางเขนแลว้ แต่
หลกั การนีกย็ งั มีอยเู่ หมือนเดิม การเป็นสาวกของพระเยซูคริสตต์ อ้ งอาศยั การอุทิศทงั ตวั และการ
ปฏิเสธตวั เอง
คาํ ทีแปลวา่ เอาชนะตวั เอง (อาพารเนะออไม) หมายถึงการ ‘ลืมตวั เอง’ หรือ ‘ไม่มองที
ตวั เองและประโยชนข์ องตวั เอง’ อตั ตาหรือตวั เองนนั กเ็ ป็นแก่นแทข้ องความบาปและเนือหนงั
การเป็นสาวกของพระเยซูคริสตต์ อ้ งอาศยั การมีวนิ ยั กบั ตวั เองเพือทีจะปฏิเสธตวั เองและ
ประโยชนข์ องตวั เอง ดงั นนั การเป็นสาวกยอ่ มรวมถึงการมีวนิ ยั ฝ่ ายวญิ ญาณดว้ ย มนั กค็ ือการฝึ ก
วนิ ยั เนือหนงั นนั เอง ผเู้ ชือนนั มีอยมู่ ากมาย แต่นอ้ ยคนนกั ทีเป็นสาวกทแี ทจ้ ริง
มธ 16:25 พระเยซูจึงทรงนาํ เสนอสิงหนึงทีขดั แยง้ กนั เองของความเชือแบบ
คริสเตียน เพราะว่าผู้ใดใคร่จะเอาชีวติ ของตนรอด ผู้นันจะเสียชีวิต แต่ผู้ใดจะเสียชีวิตของตน
เพราะเห็นแก่เรา ผู้นันจะได้ชีวติ รอด พระเยซูตรัสถงึ การทีคนๆหนึงเอาชีวติ ของตนรอด นีไม่ได้
หมายถึงความรอดฝ่ ายวญิ ญาณ แต่องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราตรัสถึงประโยชนส์ ่วนตนตามที
กล่าวไวข้ า้ งบน หากจุดสนใจของชีวติ ของคนๆหนึงอยทู่ ีการพิทกั ษร์ ักษาประโยชนข์ องตวั เอง
เขากจ็ ะสูญเสียทงั ชีวติ ของตนและประโยชนข์ องตน เราควรหมายเหตุไวว้ า่ คาํ ทีแปลวา่ สูญเสีย
(อาพอลลมู ิ) เป็นคาํ ทีปกติแลว้ แปลวา่ ‘พินาศ’ การสนใจแต่ประโยชนส์ ่วนตนและความ
ประสงคข์ องตวั เองกค็ ือ การพลาดไปจากพระประสงคข์ องพระเจา้ จุดจบของการทาํ เช่นนนั กค็ ือ
การพินาศ
ในทางกลบั กนั คนทงั หลายทีเตม็ ใจทีจะสูญเสียตวั เองเพราะเห็นแก่พระคริสตจ์ ะพบชีวติ
ทีบริบูรณ์ทงั ตอนนีและต่อไปจนเขา้ สู่นิรันดร์กาล พระเยซูกาํ ลงั ตรัสถึงการยอมจาํ นนความ
ประสงคข์ องเรา ชีวติ ของเรา และประโยชนส์ ่วนตนของเราอยา่ งสินสุดใจ เมือเรายอมจาํ นนตวั
เราเองทงั หมดต่อพระองค์ พระองคก์ ท็ รงประทานชีวติ อนั เตม็ เปี ยมซึงไม่เพียงบริบูรณ์ในชีวติ นี
เท่านนั แต่ยงั ผลถึงนิรันดร์กาลดว้ ย
มธ 16:26 พระเยซูจึงตรัสคาํ ถามทีลึกซึงทีสุดคาํ ถามหนึงเท่าทีเคยมีมา เพราะถ้าผู้ใด
จะได้สิงของสินทงั โลก แต่ต้องสูญเสียจติ วญิ ญาณของตน ผู้นันจะได้ประโยชน์อะไร เมือมองถึง
นิรันดร์กาล การสูญเสียจิตวญิ ญาณของตนกเ็ ท่ากบั เป็นคนโง่ การไดส้ ิงของสินทงั โลกกส็ ือถึง
อาํ นาจใหญ่ยงิ ชือเสียง เงินทอง ตามทีชาวโลกมอง ตลอดหลายยคุ หลายสมยั มีคนมากมายที
กลายเป็นคนราํ รวย มีอาํ นาจ และมีชือเสียง อยา่ งไรกต็ าม ในกรณีส่วนใหญ่แลว้ คนราํ รวยและ
มีชือเสียงพวกเดียวกนั นีกต็ ายไปและเขา้ สู่นิรันดร์กาลในสภาพทีหลงหายและกาํ ลงั มุ่งหนา้ สู่
นรก ความมงั คงั และชือเสียงทงั ปวงต่างถูกทิงไวข้ า้ งหลงั มนั จะไม่เป็นประโยชน์อะไรแก่พวก
เขาเลยในวนั นนั
เรืองตลกสมยั ก่อนยงั คงเป็นจริง คนธรรมดาสองคนดูขบวนแห่งานศพของชายผรู้ าํ รวย
คนหนึง คนหนึงกถ็ ามอีกคนวา่ ‘อยากรู้จงั วา่ เขาทิงทรัพยส์ มบตั ิไวเ้ ยอะขนาดไหน’ อีกคนกเ็ ลย
ตอบกลบั ไปวา่ ‘กท็ ิงไวท้ งั หมดน่ะแหละ’ ถึงแมว้ า่ คนหนึงอาจไดท้ รัพยส์ มบตั ิและอาํ นาจเท่าทีมี
ทงั หมดในโลก แต่เมือเขาจบชีวติ บนโลกนี เขากจ็ ะเอาอะไรติดตวั ไปนรกไม่ไดเ้ ลย ในนรกเขาก็
จะไม่แตกต่างไปจากคนบาปคนอืนๆเลย
นอกจากนี หรือผู้นันจะนําอะไรไปแลกเอาจติ วญิ ญาณของตนกลบั คนื มา คาํ ตอบนนั
ชดั เจนอยแู่ ลว้ ไม่มสี ิงใดเลย มีเพียงชีวติ เดียวเท่านนั อีกเดียวกผ็ นั ผา่ น มีแต่สิงทีทาํ เพือพระ
คริสตเ์ ท่านนั ทีจะยงั ยนื นาน!
มธ 16:27 พระองคท์ รงเปิ ดเผยสิงใหม่ๆตรงนี เหตุว่าบุตรมนุษย์จะเสดจ็ มาด้วยสง่า
ราศีแห่งพระบิดา และพร้อมด้วยเหล่าทูตสวรรค์ของพระองค์ เมอื นันพระองค์จะประทาน
บําเหน็จแก่ทุกคนตามการกระทาํ ของตน พระเยซูคริสตจ์ ะเสดจ็ กลบั มาดว้ ยสง่าราศีใหญ่ยงิ สกั
วนั หนึง เมือนนั “พระองคจ์ ะประทานบาํ เหนจ็ แก่ทุกคนตามการกระทาํ ของตน” บาํ เหน็จทีวา่ นี
ไม่ไดเ้ กียวขอ้ งอะไรเลยกบั การไดร้ ับความรอด แต่มนั เป็นบาํ เหน็จต่างๆสาํ หรับการรับใชพ้ ระ
คริสตอ์ ยา่ งสตั ยซ์ ือหลงั จากทีคนๆหนึงไดร้ ับความรอดแลว้ ความรอดนนั เป็นมาโดยพระคุณ
ผา่ นทางความเชือ บาํ เหนจ็ ต่างๆในสง่าราศสี กั วนั หนึงนนั กเ็ ป็นมาโดยการงานทีเราไดก้ ระทาํ
เพือพระเยซูคริสตต์ งั แต่ตอนทีเราไดร้ ับความรอด ดู ววิ รณ์ 22:12
ดงั นนั เราจงึ เห็นถึงความจริงยคุ สุดทา้ ยทีสาํ คญั สองประการ (1) พระเยซูจะเสดจ็ มาอีกที
และ (2) พระองคจ์ ะทรงประทานบาํ เหน็จแก่บรรดาผรู้ ับใชข้ องพระองคต์ ามการงานทีพวกเขา
ไดก้ ระทาํ เพอื พระองค์ การประทานบาํ เหน็จนีสาํ หรับวสิ ุทธิชนยคุ คริสตจกั รจะเกิดขึนทีบลั ลงั ก์
พพิ ากษาซึงน่าจะมีขนึ หลงั การรับขึน แน่นอนทีนนั เป็นส่วนหนึงของขอบเขตทีใหญ่กว่าของ
การเสดจ็ มาครังทีสองของพระคริสต์
มธ 16:28 ขณะทียงั ทรงสอนพวกสาวกของพระองคอ์ ยทู่ ีเมืองซีซารียาฟี ลิปปี อยู่
พระเยซูกต็ รัสในทีสุดวา่ เราบอกความจริงแก่ท่านทงั หลายว่า ในพวกท่านทยี นื อยู่ทนี ี มบี างคน
ทยี งั จะไม่รู้รสความตาย จนกว่าจะได้เห็นบุตรมนุษย์เสดจ็ มาในราชอาณาจกั รของท่าน" เรืองนี
จะถูกขยายความอยา่ งเตม็ ทีในตอนตน้ ของบทต่อไป อยา่ งไรกต็ าม พระเยซูกต็ รัสชดั เจนวา่ บาง
คนในพวกสาวกจะไดเ้ ห็นบุตรมนุษย์ (พระเยซูคริสต)์ ในสง่าราศีของพระองคใ์ นราชอาณาจกั ร
ทีจะมาของพระองค์ (ตามทีมนั แปลเช่นนนั ได)้ นนั จะเกิดขึนบนภเู ขาจาํ แลงพระกายซึงจะเกิด
ขึนในไม่ชา้
*****
ภาพรวมของมัทธิว 17: ในบทนีมีจุดเด่นทีสาํ คัญอย่สู ีประการ (1) การจาํ แลงพระกาย
และคาํ สอนทีเกียวข้องกบั เรืองนี (2) การรักษาคนบ้าให้หายและบทเรียนทีเกียวข้องในเรือง
ความเชือและการอธิษฐาน (3) การทีพระเยซูตรัสล่วงหน้าอีกครังถึงการสินพระชนม์และการ
ฟื นคืนพระชนม์ของพระองค์ (4) และการทีพระเยซูตรัสถึงเรืองภาษี
มธ 17:1 เมือพิจารณาตามบริบทแลว้ มทั ธิว 16:28 กเ็ กียวขอ้ งโดยตรงกบั บทที 17
ตรงนีพระเยซูทรงบอกพวกสาวกวา่ พวกเขาจะไม่รู้รสความตายจนกวา่ พวกเขาจะไดเ้ ห็น “บุตร
มนุษยเ์ สดจ็ มาในราชอาณาจกั รของท่าน” เห็นไดช้ ดั วา่ พระเยซูกาํ ลงั ตรัสวา่ ในอีกหกวนั สาวก
หลายคนจะมีโอกาสเห็นสง่าราศขี องพระองคใ์ นการจาํ แลงพระกายของพระองค์ นีจะเป็นภาพ
ใหช้ มก่อนของอาณาจกั รทีจะมานนั
มทั ธิวจึงบนั ทึกวา่ “ครันล่วงไปได้หกวนั แล้ว พระเยซูทรงพาเปโตร ยากอบ และยอห์น
น้องชายของยากอบ ขนึ ภูเขาสูงแต่ลาํ พงั ‘ประเพณี’ (พระศาสนจกั รคาทอลิก/ออร์โธดอ็ กซ์) อา้ ง
วา่ ภเู ขาจาํ แลงพระกายคือ ภเู ขาทาบอร์ในตอนกลางไปทางใตข้ องแควน้ กาลิลี อยา่ งไรกต็ าม ใน
สมยั พระเยซู ภเู ขาทาบอร์กม็ ีเมืองหนึงและป้ อมปราการหนึงอยู่ นอกจากนี หกวนั ก่อนหนา้ นนั
พระเยซูกท็ รงอยใู่ นเมืองซีซารียาฟี ลิปปี ซึงจริงๆแลว้ กอ็ ยใู่ นประเทศซีเรีย ถึงแมว้ า่ อาจเป็นไป
ไดท้ ีพระเยซูและพวกสาวกของพระองคส์ ามารถเดินจากแควน้ กาลิลีไปยงั ภูเขาทาบอร์ไดใ้ นหก
วนั แต่พวกเขากค็ งใชเ้ วลาทงั หมดไปกบั การเดินทาง บริบทโดยรวมไม่ไดส้ ือเช่นนีเลย
อยา่ งไรกต็ าม ภเู ขาเฮอร์โมนกต็ งั อยทู่ างเหนือของเมืองซีซารียาฟี ลิปปี และกเ็ ป็นภูเขา
‘สูง’ ขณะทีภูเขาทาบอร์นนั ไม่สูงเลย ณ ความสูง 10,000 ฟุต ภเู ขาเฮอร์โมนสามารถเป็นทีมอง
เห็นไดจ้ ากพืนทีทางตอนเหนือทงั หมดของแควน้ กาลิลี ไม่วา่ จะในกรณีใด เป็นไปไดท้ ีวา่ ภเู ขาเฮ
อร์โมนคือ ภเู ขาจาํ แลงพระกาย อีกครังทีมนั อยนู่ อกแผน่ ดินอิสราเอล มนั จงึ สือวา่ การเปิ ดเผย
เกียวกบั อาณาจกั รนนั ถึงแมว้ า่ จะสนั ๆกต็ าม ไดผ้ า่ นเลยอิสราเอลไป โดยถูกสาํ แดงในบา้ นเมือง
ของคนต่างชาติ
ดูเหมือนวา่ พวกสาวกทีเป็นคนวงในคือ เปโตร ยอหน์ และยากอบ ดูเหมือนวา่ สามคนนี
จะมีการตอบรับฝ่ ายวญิ ญาณและอุทิศตวั แด่องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ มากทีสุด ดงั นนั เราจึงอาจสรุปได้
วา่ คนเหล่านนั ทีใกลช้ ิดกบั องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ มากทีสุดกจ็ ะมีโอกาสไดร้ ับสิทธิพิเศษมากทีสุดสกั
วนั หนึงในอาณาจกั รของพระองค์
มธ 17:2 มทั ธิวจึงกล่าววา่ แล้วพระกายของพระองค์กเ็ ปลยี นไปต่อหน้าเขา พระ
พกั ตร์ของพระองค์กท็ อแสงเหมอื นแสงอาทติ ย์ ฉลองพระองค์กข็ าวผ่องดุจแสงสว่าง คาํ ทีแปล
วา่ พระกาย...เปลยี นไป (เมะตามอรฟอโอ) มคี วามหมายดว้ ยวา่ ‘เปลียนแปลงรูปร่าง’ ความ
หมายกค็ ือวา่ พระเยซูทรงแปลงกายหรือเปลียนไปต่อหนา้ ต่อตาพวกเขา พวกเขามีโอกาสไดเ้ ห็น
พระองคใ์ นพระกายทีไดร้ ับสง่าราศขี องพระองคใ์ นแบบเดียวกบั ทีมนั จะเป็นหลงั การฟืนคืน
พระชนมข์ องพระองคแ์ ละโดยเฉพาะอยา่ งยงิ สักวนั หนึงในอาณาจกั รนนั เราจาํ ไดถ้ ึงขอ้ พระ
คมั ภีร์ทีพดู ถึงพระคริสตผ์ ทู้ รงไดร้ ับสง่าราศีในกิจการ 9 ระหวา่ งทางไปยงั เมืองดามสั กสั หรือใน
ววิ รณ์ 1 บนเกาะปัทมอส ใหเ้ ราสงั เกตการเนน้ ยาํ เรืองแสงสว่างและความขาวผ่อง คาํ หลงั นียอ่ ม
หมายถึงความบริสุทธิอนั ไม่รู้สินสุดของพระองคแ์ ละความสวา่ งแห่งสง่าราศขี องพระองค์
พวกสาวกสามคนนีจึงมีโอกาสไดเ้ ห็นสง่าราศแี ห่งอาณาจกั รของพระเจา้ ทีจะมาผา่ นทาง
ตวั ของพระเยซู พระองคท์ รงเปลียนแปลงพระกายต่อหนา้ ต่อตาพวกเขาโดยเขา้ สู่สง่าราศที ีบดั นี
พระองคท์ รงมีในพระกายทีเป็นขึนจากตายแลว้ ของพระองคแ์ ละจะปรากฏชดั เจนในยคุ พนั ปี
ดว้ ย
มธ 17:3 วสิ ุทธิชนสมยั พระคมั ภีร์เดิมทีมีชือสองคนปรากฏพร้อมกบั พระองค์
ดูเถดิ โมเสสและเอลยี าห์กม็ าปรากฏแก่พวกสาวกเหล่านัน กาํ ลงั เฝ้ าสนทนากบั พระองค์ คนสอง
คนนีมีความสาํ คญั มากๆ โมเสสผเู้ ป็นคนมอบพระราชบญั ญตั ิ กเ็ ป็นผทู้ ีองคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ เสดจ็
มาหาบนยอดภูเขา เอลียาหก์ ถ็ กู รับขึนสวรรคโ์ ดยไม่ประสบกบั ความตาย (สองคนนีอาจเป็น
พยานสองคนทีถูกบรรยายถึงในววิ รณ์ 11 ดูคาํ อธิบายตรงนนั ได)้ น่าสนใจตรงทีวา่ การพบกนั
ครังนีเกิดขึนหลงั จากการประกาศไปเมือหกวนั ก่อนหนา้ นนั ในมทั ธิว 16:21 ถึงแมว้ า่ ขอ้ เสนอ
แห่งอาณาจกั รนนั โดยพระเยซูคริสตแ์ ก่ชนชาติอิสราเอลยงั ไม่ไดถ้ ูกปฏิเสธอยา่ งเป็นทางการ แต่
เมือพิจารณาทุกอยา่ งแลว้ มนั กเ็ ท่ากบั วา่ พวกเขาไดป้ ฏิเสธขอ้ เสนอนีเสียแลว้ บดั นีพระเยซูกาํ ลงั
มุ่งหนา้ ไปสู่กางเขนแลว้ อาณาจกั รนนั จะถกู เลือนออกไปอีกประมาณ 2,000 ปี และยคุ คริสตจกั ร
บางทีพระเยซูอาจกาํ ลงั ปรึกษากบั โมเสสและเอลียาห์ถึงการทีพระปัญญาอนั ไม่รู้สินสุดและ
แผนการแห่งพระประสงคข์ องพระองคน์ นั ไดเ้ ปลียนแปลงไปแลว้ กไ็ ด้ หากทงั คู่คือพยานทงั สอง
นนั การรับใชข้ องพวกเขาก่อนการมาถึงของอาณาจกั รนนั กจ็ ะถูกเลือนออกไปจนกวา่ จะถึงเวลา
นนั ทีมนั จะสาํ เร็จตามทีถูกบรรยายไวใ้ นววิ รณ์ 11
มธ 17:4-5 ฝ่ ายเปโตรทูลพระเยซูดว้ ยความหุนหนั พลนั แล่นและดว้ ยความรู้เท่าไม่
ถึงการณ์ว่า "พระองค์เจ้าข้า ซึงพวกข้าพระองค์อยู่ทนี ีกด็ ี ถ้าพระองค์ต้องพระประสงค์ พวกข้า
พระองค์จะทาํ พลบั พลาสามหลงั ทนี ี สําหรับพระองค์หลงั หนงึ สําหรับโมเสสหลงั หนึง สําหรับ
เอลยี าห์หลงั หนึง" พระเจา้ ทรงตอบกลบั ทนั ทีโดยตรัสถงึ ความโปรดปรานทีพระองคท์ รงมีต่อ
พระเยซู นีเป็นคาํ ตรัสเดียวกบั ทีพระบิดาไดต้ รัสไวต้ อนทีพระเยซูทรงรับบพั ติศมา 5 เปโตรทูล
ยงั ไม่ทนั ขาดคาํ ดูเถดิ กบ็ งั เกดิ มเี มฆสุกใสมาปกคลมุ เขาไว้ แล้วดูเถดิ มพี ระสุรเสียงออกมาจาก
เมฆนันว่า "ท่านผู้นีเป็ นบุตรทรี ักของเรา เราชอบใจท่านผู้นีมาก จงฟังท่านเถิด" นีเท่ากบั
พระเจา้ ตรัสวา่ ‘หยดุ พดู และจงฟังพระเยซู’ มนั คลา้ ยกบั คาํ พดู ในเพลงสดุดี “จงนิงเสีย และรู้
เถอะวา่ เราคือพระเจา้ ” (สดุดี 46:10)
เปโตรเทียบเท่าโมเสสและเอลียาห์กบั พระเยซูอยา่ งรู้เท่าไม่ถึงการณ์และอยา่ งโง่เขลา เขา
ไดเ้ ทียบเท่ามนุษยท์ ีตายไดถ้ ึงแมจ้ ะถกู ไถ่ไวแ้ ลว้ กต็ ามกบั พระบุตรของพระเจา้ เขาไดใ้ หผ้ ทู้ ีถูก
สร้างมีค่าเท่ากบั พระองคผ์ ทู้ รงสร้าง พระเจา้ จึงทรงหยดุ ความโง่เขลาแบบหุนหนั พลนั แล่นของ
เปโตรทนั ที
มธ 17:6-8 ทนั ใดนนั สาวกทงั สามคนนีกร็ ู้แลว้ วา่ พวกเขากาํ ลงั อยบู่ นทีบริสุทธิ ฝ่ าย
พวกสาวกเมอื ได้ยนิ กซ็ บหน้ากราบลงกลวั ยงิ นกั หากจะพดู โดยใชค้ าํ พดู ธรรมดาๆแลว้ พวกเขา
กก็ ลวั แทบตาย นีเป็นอีกครังทีพระเยซูตรัสคาํ พดู ทีตรัสซาํ บ่อยๆซึงทรงสงวนไวส้ าํ หรับ
ประชาชนของพระองคเ์ ท่านนั นนั คือ “อยา่ กลวั เลย” 7 พระเยซูจงึ เสด็จมาถูกต้องเขา แล้วตรัส
ว่า "จงลกุ ขนึ เถดิ อย่ากลวั เลย" 8 เมอื เขาเงยหน้าดูกไ็ ม่เห็นผู้ใด เหน็ แต่พระเยซูองค์เดยี ว ถึง
แมว้ า่ โมเสสและเอลียาหเ์ ป็นวสิ ุทธิชนทีขึนชือในพระคมั ภีร์เดิม แต่พวกเขากเ็ ป็นเพียงมนุษย์
พระเจา้ ทรงตงั พระเยซูเหนือกวา่ พวกเขา แถมเขาทงั สองกไ็ ม่อยใู่ หเ้ ห็นแลว้ ดว้ ยซาํ
มธ 17:9 นีเป็นอีกครังทีวา่ พวกสาวกถกู กาํ ชบั ใหเ้ กบ็ เรืองนีไวเ้ ป็นความลบั ขณะที
ลงมาจากภูเขา พระเยซูตรัสกาํ ชับเหล่าสาวกว่า "นิมติ ซึงพวกท่านได้เห็นนัน อย่าบอกเล่าแก่ผู้ใด
จนกว่าบุตรมนุษย์จะฟื นขนึ มาจากความตาย" ในกรณีนีพวกเขาถูกกาํ ชบั ใหส้ งบปากไวจ้ นกวา่
หลงั จากทีพระองคท์ รงฟื นคืนพระชนมแ์ ลว้ เหตุผลอาจเกียวขอ้ งกบั ความตงั ใจของพระเยซูทีจะ
ไม่ประกาศขอ้ เสนอเรืองอาณาจกั รนนั อยา่ งเป็นทางการก่อนเวลาอนั ควร นนั จะเกิดขึนเมือ
พระองคท์ รงขีลาเขา้ กรุงเยรูซาเลม็ ในวนั อาทิตยก์ ่อนพระองคท์ รงสินพระชนม์ นอกจากนี บดั นี
จุดสนใจของพระองคก์ อ็ ยทู่ ีกางเขนแลว้ ดว้ ย นีเป็นอีกครังทีพระเยซูตรัสถึงการสินพระชนมแ์ ละ
การฟื นคืนพระชนม์ของพระองคซ์ ึงจะเกิดขึน นีเป็นครังทีสามทีพระองคไ์ ดต้ รัสถึงเรืองนีใน
หนงั สือมทั ธิว ถึงแมว้ า่ พระองคไ์ ดต้ รัสเตือนล่วงหนา้ เกียวกบั เรืองนีไปหลายครังแลว้ แต่ส่วน
ใหญ่มนั กผ็ า่ นเลยพวกสาวกไปหมด โดยเฉพาะในเวลาทีพระองคท์ รงฟื นคืนพระชนม์
มธ 17:10-13 เหล่าสาวกกท็ ูลถามพระองค์ว่า "เหตไุ ฉนพวกธรรมาจารย์จงึ ว่า เอลยี าห์
จะต้องมาก่อน" พวกสาวกถามเกียวกบั การปรากฏของอาณาจกั รนนั วา่ ทาํ ไมพวกธรรมาจารย์
(โดยอา้ งไปยงั มาลาคี 4:5) ถึงกล่าววา่ เอลียาหจ์ ะตอ้ งมาก่อน พระเยซูตรัสตอบวา่ 11 พระเยซู
ตรัสตอบเขาว่า "เอลยี าห์ต้องมาก่อนจริง และทาํ ให้สิงทงั ปวงคนื สู่สภาพเดมิ 12 แต่เราบอกแก่
ท่านทงั หลายว่า เอลยี าห์นันได้มาแล้ว และเขาหารู้จักท่านไม่ แต่เขาใคร่ทาํ แก่ท่านอย่างไร เขา
กไ็ ด้กระทาํ แล้ว ส่วนบุตรมนุษย์จะต้องทนทุกข์จากเขาเช่นเดียวกนั " อยา่ งไรกต็ ามเอลียาห์กไ็ ด้
มาแลว้ ในตวั ตนของยอห์นผใู้ หบ้ พั ติศมา
ถึงแมว้ า่ ยอห์นไม่ใช่เอลียาห์ทีมารับสภาพมนุษย์ แต่เขากม็ าโดยฤทธิเดชและการรับใช้
ของเอลียาห์ แน่นอนทียอหน์ ไดถ้ กู ประหารชีวติ เพราะเหตุความชอบธรรม พระเยซูกจ็ ะทรง
ประสบกบั ชะตากรรมเดียวกนั อีกครังทีมีการสือเคา้ ลางของความทุกขท์ รมานของพระองคแ์ ละ
การดูถูกเหยยี ดหยามพระองค์ 13 แล้วเหล่าสาวกจงึ เข้าใจว่าพระองค์ได้ตรัสแก่เขาเลง็ ถงึ ยอห์นผู้
ให้รับบพั ตศิ มา ในทีสุดพวกเขากเ็ ขา้ ใจจนได้
มธ 17:14-18 เห็นไดช้ ดั วา่ พระเยซูและพวกสาวกไดเ้ ดินมุ่งหนา้ ไปทางใตก้ ลบั ไปยงั
ตอนบนของแควน้ กาลิลี คราวนีมทั ธิวเปลียนไปเล่าเรืองชายคนหนึงทีลูกชายของเขาถูกผที าํ รา้ ย
ครันพระเยซูกบั เหล่าสาวกมาถงึ ฝูงชนแล้ว มชี ายคนหนึงมาหาพระองค์คุกเข่าลงต่อพระองค์
และทูลว่า 15 "พระองค์เจ้าข้า ขอทรงพระเมตตาแก่บุตรชายของข้าพระองค์ ด้วยว่าเขาเป็ นคน
บ้า มคี วามทุกข์เวทนามาก เพราะเคยตกไฟตกนําบ่อยๆ 16 ข้าพระองค์ได้พาเขามาหาพวกสาวก
ของพระองค์ แต่พวกสาวกนันรักษาเขาให้หายไม่ได้"
คาํ ทีแปลวา่ คนบ้า (เซะเลนีอาซอไม) มาจากแนวคิดเรือง ‘การถูกทาํ ลายดว้ ยแสงจนั ทร์’
(moonstruck) ในสมยั โบราณ คนเชือกนั วา่ ระดบั ของสิงทีเรียกกนั วา่ โรคลมบา้ หมูในปัจจุบนั จะ
เป็นไปตามระยะต่างๆของดวงจนั ทร์ พวกสาวกไดพ้ ยายามทีจะรักษาชายคนนีแลว้ แต่กร็ ักษาไม่
หาย ดงั นนั พอ่ ทีใจแตกสลายคนนีจึงนาํ ลูกชายของตนมาหาพระเยซู 17 พระเยซูตรัสตอบว่า
"โอ คนในยคุ ทขี าดความเชือและมที ฐิ ิชัว เราจะต้องอยู่กบั ท่านทงั หลายนานเท่าใด เราจะต้อง
อดทนเพราะท่านไปถึงไหน จงพาเดก็ นันมาหาเราทนี ีเถิด" 18 พระเยซูจงึ ตรัสสําทบั ผนี ัน มนั ก็
ออกจากเขา เดก็ กห็ ายเป็ นปกตติ ังแต่เวลานันเอง การทีพระเยซูตรัสถึง “คนในยคุ ทีขาดความเชือ
และมีทิฐิชวั ” อาจหมายถึงความอิดหนาระอาใจของพระองคท์ ีมีต่อการขาดความเชือของพวก
สาวก พระองคท์ รงเหนือยเตม็ ทีกบั การขาดฤทธิเดชฝ่ ายวญิ ญาณของพวกเขา
ใหเ้ ราสังเกตดว้ ยวา่ พระเยซู “ทรงตรัสสาํ ทบั ผีนนั ” และมนั กอ็ อกไปจากเขา พระเยซูไม่
เพียงรักษาเดก็ ชายคนนีทีเดือดรอ้ นโดยการขบั ผอี อกเท่านนั แต่เราควรหมายเหตุไวด้ ว้ ยวา่ ความ
เจบ็ ป่ วยนีกส็ อดคลอ้ งกบั ความผดิ ปกติทางจิตในปัจจุบนั ดว้ ย นีสือใหเ้ ห็นวา่ บางสิงทีถกู วนิ ิจฉยั
วา่ เป็นความผดิ ปกติทางจิตนนั จริงๆแลว้ อาจมีทีมาจากผปี ี ศาจกไ็ ด้
นีเป็นอีกครังทีพระเยซูทรงรักษาใหเ้ พราะความเชือของพ่อทีมีใจปวดร้าวคนนี เช่นเดียว
กบั ในการอศั จรรยต์ ่างๆของพระเยซูทีเป็นการรักษาโรค กญุ แจสาํ คญั กค็ ือ ความเชือในส่วนของ
คนทีเจบ็ ป่ วยหรือไม่กค็ นทีใกลช้ ิดเขา
มธ 17:19-20 ภายหลงั เหล่าสาวกมาหาพระเยซูเป็ นส่วนตวั ทูลถามว่า "เหตุไฉนพวกข้า
พระองค์ขบั ผนี ันออกไม่ได้" 20 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า "เพราะเหตุพวกท่านไม่มคี วามเชือ
ด้วยเราบอกความจริงแก่ท่านทงั หลายว่า ถ้าท่านมคี วามเชือเท่าเมลด็ พนั ธ์ุผกั กาดเมลด็ หนึง ท่าน
จะสังภูเขานีว่า `จงเลอื นจากทีนีไปทโี น่น' มนั กจ็ ะเลอื น และไม่มสี ิงใดทเี ป็ นไปไม่ได้สําหรับท่าน
เลย
องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราทรงถือโอกาสนีสอนความจริงทีสาํ คญั ยงิ กวา่ เหตุผลทีพวก
สาวกไร้ความสามารถกค็ ือ การทีพวกเขาขาดความเชือ พระองคบ์ รรยายต่อไปวา่ หากพวกเขามี
ความเชือเลก็ เท่าเมลด็ พนั ธุ์ผกั กาด พวกเขาจะทาํ อะไรกไ็ ดท้ งั นนั สิงทีทาํ ใหภ้ เู ขาเลือนไดน้ นั
ไม่ใช่ความเชือ แต่เป็นพระเจา้ ต่างหากทีทรงเลือนภเู ขา อยา่ งไรกต็ ามพระเจา้ จะทรงกระทาํ กิจก็
ต่อเมือเราวางใจพระองค์ เมือมีพระเจา้ เขา้ มา กไ็ ม่มีอะไรทีเป็นไปไม่ได้ (ลองนึกถึงการขา้ ม
ทะเลแดง ดาวดิ ฆ่าโกลิอทั การฆ่าทหารซีเรีย 185,000 คน หรือเอลีชาทีโดธาน)
มธ 17:21 แต่ผชี นิดนีจะไม่ยอมออก เว้นไว้โดยการอธิษฐานและการอดอาหาร"
การอธิษฐานคือ การแสดงความเชือออกมา การอดอาหารคือวธิ ีหนึงของการถ่อมตวั เองฝ่ าย
วญิ ญาณและพุ่งความสนใจไปทีเรืองทีอยตู่ รงหนา้ มนั เป็นวธิ ีหนึงในการแสดงออกถึงการกลบั
ใจใหม่และความปวดร้าว ดงั นนั มนั จึงเป็นวธิ ีหนึงในการแสดงใหพ้ ระเจา้ เห็นวา่ เราเอาจริงใน
คาํ อธิษฐานของเรา การอดอาหารร่วมกบั การอธิษฐานกเ็ พมิ และขยายขนาดความเชือทีแฝงอยใู่ น
คาํ อธิษฐานนนั ๆ เมือเรายอมวางใจพระองคส์ าํ หรับวกิ ฤติหรือความจาํ เป็นทีอยตู่ รงหนา้ และเพมิ
ขนาดความเชือทีแฝงอยใู่ นคาํ อธิษฐานโดยการอดอาหารอยา่ งแทจ้ ริง พระเจา้ กจ็ ะทรงกระทาํ กิจ
และสาํ หรับพระเจา้ แลว้ ไม่มีสิงใดทีเป็นไปไม่ไดเ้ ลย
มนั ขดั แยง้ กนั เองตรงทีวา่ สาํ เนาตน้ ฉบบั ทีใชแ้ ปลพระคมั ภีร์เวอร์ชนั ใหม่ๆส่วนใหญ่กต็ ดั
ขอ้ นีออก (แน่นอนทีขอ้ นีเป็นส่วนหนึงของตน้ ฉบบั ทีถูกรับมา คือ Received Text ซึงเป็นพระ
วจนะของพระเจา้ ทีถกู เกบ็ รักษาไว)้ กญุ แจทีไขสู่ฤทธิเดชอนั ยงิ ใหญ่กบั พระเจา้ คือ ความเชือซึง
ถูกส่งต่อไปถึงสวรรคโ์ ดยคาํ อธิษฐานทีร้อนรนและถกู รับรองโดยการอดอาหาร พวกผู้
สนบั สนุน critical text อา้ งวา่ ไม่มีความจริงทียงิ ใหญ่ประการใดถูกลดทอนโดยพระคมั ภีร์
เวอร์ชนั ต่างๆทีถกู ตดั ทอนของพวกเขา แต่นีกเ็ ป็นความจริงทีลึกซึงประการหนึงทีพวกเขาตดั
ออก
มธ 17:22-23 นีเป็นอีกครังทีพระเยซูตรัสล่วงหนา้ กบั พวกสาวกถึงสิงทีจะเกิดขึนต่อไป
ครันพระองค์กบั เหล่าสาวกอาศัยอยู่ในแคว้นกาลลิ ี พระเยซูจึงตรัสกบั เขาว่า "บุตรมนุษย์จะต้อง
ถูกทรยศให้อยู่ในเงือมมอื ของคนทงั หลาย 23 และเขาทงั หลายจะประหารชีวติ ท่านเสีย ในวนั ที
สามท่านจะกลบั ฟื นขนึ มาใหม่" พวกสาวกกพ็ ากนั เป็ นทกุ ข์ยงิ นัก
นีเป็นครังแรกทีมีการกล่าวถึงการเดินทางกลบั ไปยงั แควน้ กาลิลจี ากเมืองซีซารียาฟี ลิปปี
และภูเขาจาํ แลงพระกาย เห็นไดช้ ดั วา่ กางเขนรอคอยพระเยซูอยู่ พระองคต์ รัสล่วงหนา้ กบั พวก
สาวกถึงสิงทีจะเกิดขึน การฟื นคืนพระชนมข์ องพระองคก์ ถ็ กู กล่าวถึงล่วงหนา้ อยา่ งชดั เจน (นี
เป็นครังทีสีแลว้ ทีมีการพดู ถึงเรืองนีในกิตติคุณของมทั ธิว) บดั นีพระเยซูกาํ ลงั มุ่งหนา้ ไปสู่
กางเขน นีเป็นครังแรกทีพวกสาวกดูเหมือนจะไดย้ นิ เสียงฟ้ าร้องแต่ไกลซึงเตือนวา่ กาํ ลงั จะเกิด
อะไรขึน กระนนั อีกไม่นานพวกเขากจ็ ะลืมสิงทีองคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของพวกเขาไดต้ รัสล่วงหนา้
กบั พวกเขาไปแลว้
มธ 17:24-27 พอกลบั มาทีเมืองคาเปอรนาอมุ เปโตรกเ็ จอกบั พวกคนเกบ็ ค่าบาํ รุงพระ
วหิ ารทีอยากรู้วา่ ทาํ ไมพระเยซูถึงไม่เสียค่าบาํ รุงพระวหิ าร เมอื พระองค์กบั เหล่าสาวกมาถึงเมอื ง
คาเปอรนาอุมแล้ว พวกคนเกบ็ ค่าบาํ รุงพระวหิ ารมาหาเปโตรถามว่า "อาจารย์ของท่านไม่เสียค่า
บาํ รุงพระวหิ ารหรือ”
ในเมืองคาเปอรนาอุมมีสาํ นกั งานประจาํ แควน้ ของกรมสรรพากรของโรมตงั อยู่ อยา่ งไร
กต็ าม เห็นไดช้ ดั วา่ เหตุการณ์ทีเกิดขึนตรงนีไม่ไดเ้ กียวขอ้ งกบั ภาษขี องโรม ขอ้ เทจ็ จริงทีวา่ เงิน
ค่าบาํ รุง (นนั คือ ภาษี) ทีวา่ นีเป็นแบบสมคั รใจกต็ ดั เรืองภาษีของโรมออกไป เพราะภาษขี องโรม
เป็นแบบภาคบงั คบั ดงั นนั นีจึงเป็นเงินค่าบาํ รุงพระวหิ ารทีชายยวิ ทุกคนทีอายยุ สี ิบปี ขึนไปเสีย
ไดใ้ นทุกเดือนมีนาคม (เดือนอาดาร์) พวกโรมไม่ไดเ้ รียกเกบ็ เงินค่าบาํ รุงพระวหิ าร แต่เป็นพวก
ยวิ ทีเรียกเกบ็ เพอื ไวใ้ ชเ้ ป็นค่าบาํ รุงรักษาพระวหิ าร มนั เป็นสิงทีเหมาะสมทีชายยวิ พงึ กระทาํ ถึง
แมว้ า่ พระราชบญั ญตั ิไม่ไดบ้ งั คบั ใหก้ ระทาํ กต็ าม
เพราะเหตุทีพระเยซูเสดจ็ ออกไปนอกแควน้ กาลิลีมาหลายเดือนแลว้ มนั จึงเลย
กาํ หนดการเสียค่าบาํ รุงพระวหิ ารของพระองคไ์ ปแลว้ พวกเจา้ หนา้ ทีเกบ็ เงินค่าบาํ รุงจึงเรียกตวั
เปโตรไปคุยต่างหากและถามเขาวา่ ทาํ ไมพระเยซูถึงยงั ไม่เสียค่าบาํ รุงพระวหิ ารของพระองค์
หากพระองคท์ รงเป็นอาจารยส์ อนศาสนาผยู้ งิ ใหญ่ ทาํ ไมพระองคถ์ ึงไม่ทรงทาํ ตวั เป็นแบบอยา่ ง
และเสียเงินค่าบาํ รุงพระวหิ ารเป็นเงินครึงเชเขลตามทีมีกาํ หนดไว้
เปโตรจึงตอบกลบั ไปวา่ 25 เปโตรตอบว่า "เสีย" ปกติแลว้ พระเยซูกท็ รงเสียเงินค่าบาํ รุง
พระวหิ ารเป็นปกติ อยา่ งไรกต็ าม ดว้ ยความทรงสพั พญั ขู องพระองค์ พระเยซูกท็ รงทราบเกียว
กบั การคุยกนั ครังนี ดงั นนั เมอื เปโตรเข้าไปในเรือน พระเยซูทรงกนั เขาไว้ แล้วตรัสว่า "ซีโมน
เอ๋ย ท่านคดิ เห็นอย่างไร กษตั ริย์ของแผ่นดินโลกเคยเกบ็ ส่วยและภาษีจากผู้ใด จากโอรสของ
พระองค์เองหรือจากผู้อนื " 26 เปโตรทูลตอบพระองค์ว่า "เกบ็ จากผู้อนื " พระเยซูจงึ ตรัสกบั เขา
ว่า "ถ้าเช่นนันโอรสกไ็ ม่ต้องเสีย
คาํ ทีแปลวา่ กนั (พรอฟธาโน) มีความหมายวา่ ‘มาก่อน’, ‘นาํ หนา้ ’ หรือ ‘ตงั ตาคอย’ พอ
เขา้ ไปในเรือนของพวกเขา พระเยซูซึงทรงทราบอยแู่ ลว้ วา่ เปโตรจะถาม พระองคจ์ ึงทรงชิงถาม
ขึนก่อน พระองคท์ รงถามคาํ ถามทีไม่ตอ้ งการคาํ ตอบวา่ “กษตั ริยข์ องแผน่ ดินโลกเคยเกบ็ ภาษี
และส่วยจากผใู้ ด จากโอรสของพระองคเ์ องหรือจากผอู้ ืน” คาํ ตอบนนั ชดั เจนอยแู่ ลว้ พวก
กษตั ริยใ์ นสมยั นนั ไม่ไดเ้ รียกเกบ็ ภาษจี ากโอรสของพวกเขาเอง แต่จากคนเหล่านนั ทีพ่ายแพต้ ่อ
พวกเขา เปโตรตอบถูก พระเยซูทรงชีใหเ้ ห็นวา่ บรรดาโอรสกษตั ริยไ์ ม่ตอ้ งเสียภาษี ซึงสือวา่
พระเจา้ แห่งพระวหิ ารจริงๆแลว้ กค็ ือ พระบิดาของพระองค์
พระเยซูจึงทรงสังวา่ 27 แต่เพอื มใิ ห้เราทงั หลายทาํ ให้เขาสะดุด ท่านจงไปตกเบด็ ทที ะเล
เมอื ได้ปลาตัวแรกขนึ มากใ็ ห้เปิ ดปากมนั แล้วจะพบเงนิ แผ่นหนึง จงเอาเงินนันไปจ่ายให้แก่เขา
สําหรับเรากบั ท่านเถดิ " ในสิงทีเป็นการอศั จรรยห์ นึงอยา่ งเห็นไดช้ ดั พระเยซูทรงสงั เปโตรให้
ไปหาเงินในปากปลาตวั หนึง พระเยซูจงึ ทรงเสียเงินค่าบาํ รุงเพือทีจะไม่ทาํ ใหค้ นเหล่านนั สะดุด
ภาษเี ป็นสิงทีเป็นภาระเสมอ กระนนั เพอื ทีจะหลีกเลียงการทาํ ใหก้ ารรับใชข้ องพระองค์
ตอ้ งสะดุดโดยไม่จาํ เป็น พระเยซูจึงทรงเสียเงนิ ค่าบาํ รุงพระวิหารผา่ นทางการอศั จรรยท์ ีหาใด
เหมือน จากปากปลาตวั นนั มีเงนิ ทพี อดีกบั ค่าบาํ รุงพระวหิ ารของทงั คู่ ตามทีโรม 13 ไดก้ ล่าวไว้
ประชากรของพระเจา้ ตอ้ งเสียภาษขี องตน ถึงแมว้ า่ มนั เป็นเงินจาํ นวนเยอะกต็ าม นียงั เป็นบท
เรียนในเรืองทีวา่ พระเจา้ ทรงจดั เตรียมสาํ หรับความจาํ เป็นต่างๆของประชาชนของพระองคด์ ว้ ย
เมือพวกเขาวางใจพระองค์
*****
ภาพรวมของมทั ธิว 18: มีการพูดถึงสีเรืองในบทนี (1) การประกาศข่าวประเสริฐแก่
เดก็ ๆ (2) การคลีคลายความขดั แย้งระหว่างพีน้องกนั เอง (3) ฤทธิเดชของการอธิษฐาน (4) และ
หลักการเรืองการยกโทษให้
มธ 18:1 นาํ เสียงของบทนีกถ็ กู กาํ หนดแลว้ เมือพวกสาวกของพระเยซูถามวา่ ใคร
จะเป็นผทู้ ียงิ ใหญ่ทีสุดในอาณาจกั รนนั ในเวลานันเหล่าสาวกมาเฝ้ าพระเยซูทูลว่า "ใครเป็ นใหญ่
ทสี ุดในอาณาจกั รแห่งสวรรค์" เราเห็นชดั เจนถึงความไม่เป็นผใู้ หญ่ของจุดสนใจของพวกเขา
เนือหนงั จะคิดในเรืองของการยกตวั เองเป็นใหญ่ พระวหิ ารกท็ รงคิดในเรืองของความชอบธรรม
และการช่วยเหลือผอู้ ืน แต่เราตอ้ งยอมรับวา่ พวกสาวกเชือวา่ พระเยซูทรงเป็นพระเมสสิยาห์-
กษตั ริยท์ ีจะทรงสถาปนาอาณาจกั รยวิ ทีพวกเขารอมานานขึนใหม่ พวกเราทุกวนั นีกค็ ิดถึงมนั ใน
แง่ของยคุ พนั ปี พวกเขาอยากรู้วา่ ใครจะเป็นใหญ่ทีสุดในอาณาจกั รนนั
มธ 18:2-3 คาํ ตอบของพระเยซูกบ็ อกอะไรเราหลายอยา่ ง พระเยซูจงึ ทรงเรียกเดก็
เลก็ ๆคนหนึงมาให้อยู่ท่ามกลางเขา 3 แล้วตรัสว่า "เราบอกความจริงแก่ท่านทงั หลายว่า ถ้าพวก
ท่านไม่กลบั ใจเป็ นเหมอื นเด็กเลก็ ๆ ท่านจะเข้าในอาณาจกั รแห่งสวรรค์ไม่ได้เลย เพอื ใหพ้ วกเขา
เห็นบทเรียนนีชดั เจน พระองคท์ รงเรียกเด็กเลก็ ๆคนหนึงใหม้ าอยทู่ ่ามกลางพวกเขา ในสาย
พระเนตรของพระเจา้ แลว้ ความถ่อมใจเป็นคุณธรรมหนึงและความเยอ่ หยงิ กเ็ ป็นเรืองเนือหนงั
เสมอ
คาํ ทีแปลวา่ กลบั ใจ (สตเระโฟ) ในบริบทนีกม็ ีความหมายวา่ การเปลียนความคิด หรือ
การกลบั ใจเสียใหม่ นีเท่ากบั พระเยซูตรัสวา่ หากพวกท่านไม่ยอมเปลียนและกลายเป็นเหมือน
เดก็ เลก็ ๆ พวกท่านกจ็ ะไม่ไดอ้ ยใู่ นอาณาจกั รนนั ดว้ ยซาํ เดก็ เลก็ ๆนนั กม็ ีความถ่อมใจอยภู่ ายใน
พวกเขาไม่คิดถือตวั และไม่เสแสร้ง พระเยซูไม่น่าจะกาํ ลงั เตือนพวกสาวกกวา่ พวกเขาไม่รอด
แต่พระองคท์ รงถือโอกาสนีเพือสอนบทเรียนหนึงเกียวกบั คุณค่าของความถ่อมใจฝ่ ายวญิ ญาณ
ทีแทจ้ ริง
มธ 18:4-5 พระเจา้ ทรงชอบท่าทีทีถ่อมใจ เหตุฉะนัน ถ้าผู้ใดจะถ่อมจติ ใจลงเหมอื น
เด็กเลก็ คนนี ผู้นันจะเป็ นใหญ่ทสี ุดในอาณาจักรแห่งสวรรค์ ในอาณาจกั รทีจะมานนั พวกผนู้ าํ
ทางศาสนาทีมอี าํ นาจและชือเสียงไม่น่าจะไดร้ ับตาํ แหน่งสูงๆ แต่คนเหล่านนั ทีในชีวติ นีไดร้ ับ
ใชอ้ ยา่ งสัตยซ์ ือในตาํ แหน่งทีตาํ ตอ้ ย เช่น พวกมิชชนั นารีไปจนถึงพวกคนทีถกู ลืม พวกศิษยาภิ
บาลทีดาํ เนินตามทางของพระเจา้ ในเมืองเลก็ ๆ และผคู้ นทีสตั ยซ์ ือและถ่อมใจในคริสตจกั ร จะ
เป็นใหญ่ในวนั นนั นีเป็นอีกครังทีพระเยซูทรงใชเ้ ดก็ นอ้ ยคนนีทีนงั บนเข่าพระองคเ์ ป็นบทเรียน
ทีสอนเรืองความไร้เดียงสาและความถ่อมใจ นอกจากนี 5 ถ้าผู้ใดจะรับเดก็ เลก็ เช่นนีคนหนึงใน
นามของเรา ผู้นันกร็ ับเรา การรับเดก็ เลก็ ๆเพอื นาํ วญิ ญาณพวกเขาดว้ ยข่าวประเสริฐเป็นสิงที
เทียบเท่าไดก้ บั การรับพระคริสตเ์ องเลยทีเดียว
มธ 18:6 การทาํ ใหผ้ เู้ ลก็ นอ้ ยคนหนึงทีเชือตอ้ งสะดุดฝ่ ายวญิ ญาณกเ็ ป็นเรืองทีร้าย
แรง แต่ผู้ใดจะทาํ ผู้เลก็ น้อยเหล่านีคนหนึงทเี ชือในเราให้หลงผดิ ถ้าเอาหนิ โม่ก้อนใหญ่ผูกคอผู้
นันถ่วงเสียทที ะเลลกึ กด็ ีกว่า อาจเป็นไดว้ า่ ผ้เู ลก็ น้อยเหล่านีทีพระเยซูตรสั ถึงคอื เดก็ เลก็ ๆ ซึงเปิ ด
ใจตอ้ นรับสิงต่างๆของพระเจา้ ในทางกลบั กนั พระองคอ์ าจกาํ ลงั ตรัสถึงผ้เู ลก็ น้อยเหล่านีทียงั
เดก็ อยใู่ นองคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ กไ็ ด้ อาจเป็นไดว้ า่ พระองคท์ รงหมายถึงทงั สองอยา่ ง ไม่วา่ จะในกรณี
ใด พระองคก์ ท็ รงบรรยายวา่ คนเหล่านนั เชือในพระองค์ ไม่วา่ จะยงั ไง พระเยซูกท็ รงใหค้ าํ เตือน
ทีจริงจงั แก่คนเหล่านนั ทีดว้ ยความสะเพร่าหรือความไม่มนั คงกลายเป็นหินสะดุดแก่บรรดาผทู้ ี
ยงั เป็นเดก็
การทาํ ใหเ้ ดก็ คนหนึงตอ้ งสะดุดในเรืองต่างๆของพระเจา้ เพราะเหตุความไม่มนั คงหรือ
ความหนา้ ซือใจคดกเ็ ป็นการกระทาํ ผดิ ทีรุนแรงต่อเบืองพระพกั ตร์พระเจา้ ในแบบเดียวกนั การ
ทาํ ใหท้ ารกในพระคริสตส์ ักคนตอ้ งสะดุดหรือขบั ไล่เขาไปโดยการทาํ ตามเนือหนงั ความหนา้
ซือใจคด ความไม่มนั คง หรือความบาปใดๆกเ็ ป็นการทาํ ผดิ ทีพระเจา้ จะไม่ทรงถือวา่ เป็นเรือง
เลก็ ๆ พระเยซูทรงเปรียบวา่ การเอาหินโม่ผกู รอบคอคนเช่นนนั และโยนเขาลงไปในทะเลกด็ ีกวา่
ตอ้ งเผชิญหนา้ กบั พระเจา้ ดว้ ยความบาปดงั กล่าว
หินโม่ปกติแลว้ กเ็ ป็นหินลกั ษณะกลมแบนมีนาํ หนกั มากโดยหนกั ประมาณหนึงร้อย
ปอนด์ วลีทีแปลวา่ หนิ โม่ (มลู อส ออนิคอส) มคี วามหมายตรงตวั วา่ หินโม่ของลาตวั หนึง เพราะ
วา่ หินกอ้ นบนของเครืองโม่แฝดนนั มีนาํ หนกั มากพอทีตอ้ งใชล้ าตวั หนึงถึงจะหมุนมนั ได้ อีก
ครังทีประเดน็ สาํ คญั กค็ อื การพพิ ากษาทีจะเกิดขึนแน่นอนกบั คนทีผลกั ไสคนทงั หลายทียงั อ่อน
อยใู่ นเรืองฝ่ ายวญิ ญาณ พระเจา้ จะทรงจดั การกบั คนเช่นนนั อยา่ งรุนแรง
มธ 18:7-9 ในบริบทเดียวกนั นี พระเยซูตรัสต่อไปวา่ วบิ ตั ิแก่โลกนีด้วยเหตุให้หลง
ผดิ ถงึ จาํ เป็ นต้องมเี หตุให้หลงผดิ แต่วบิ ตั ิแก่ผู้ทกี ่อเหตุให้เกดิ ความหลงผดิ นัน
คาํ ทีแปลวา่ เหตุให้หลงผดิ คอื สะคันดาลอน เหตุใหส้ ะดุดนนั เป็นสิงทีทาํ ลายคริสเตียน
ใหม่ พระเยซูจึงทรงประกาศวบิ ตั ิแก่คนเหล่านนั ทีปล่อยใหต้ วั เองเป็นเหตุใหค้ ริสเตียนใหม่ๆ
ตอ้ งสะดุด การทาํ สิงผดิ ซึงทาํ ใหค้ นอนื สะดุดยอ่ มเกิดขึนในโลกนีอยแู่ ลว้ และพระเยซูกท็ รง
ประณามการกระทาํ ผดิ ดงั กล่าวดว้ ย อยา่ งไรกต็ าม พระองคท์ รงเนน้ เรือง “ผทู้ ีก่อเหตุใหเ้ กิด
ความหลงผดิ นนั ” นีทาํ ใหเ้ รานึกถึงการทาํ ผดิ ต่อคนเหล่านนั ทียงั เดก็ และอ่อนอยฝู่ ่ ายวญิ ญาณ มี
เหตุใหส้ ะดุดในโลกมากพออยแู่ ลว้ แต่วบิ ตั ิจงมแี ก่คนทีทาํ ใหผ้ อู้ ืนสะดุด โดยเฉพาะหากเขาเป็น
คริสเตียนทีทาํ ตามเนือหนงั และกลบั ไปทาํ บาปอีก
พระองคต์ รัสต่อไปวา่ 8 ด้วยเหตุนีถ้ามอื หรือเท้าของท่านทาํ ให้ท่านหลงผดิ จงตัดออก
และโยนมนั ทงิ เสียจากท่าน ซึงท่านจะเข้าสู่ชีวติ ด้วยมอื และเท้าด้วนยงั ดกี ว่ามสี องมอื สองเท้า
และต้องถูกทงิ ในไฟซึงไหม้อยู่เป็ นนติ ย์ 9 ถ้าตาของท่านทาํ ให้ท่านหลงผดิ จงควักออกและโยน
มนั ทงิ เสียจากท่าน ซึงท่านจะเข้าสู่ชีวิตด้วยตาข้างเดยี วยงั ดกี ว่ามสี องตาและต้องถูกทิงไปในไฟ
นรก
นีเท่ากบั พระเยซูตรัสวา่ การมีชีวติ แบบเป็นคนแขนดว้ นขาดว้ นกย็ งั ดีกวา่ การเผชิญกบั
การพพิ ากษาของพระเจา้ ในนรกโดยทียงั มีร่างกายสมบูรณ์ซึงมอบไวแ้ ก่ความบาป อีกครังที
บริบทโดยรวมกค็ ือเรืองการทาํ ใหค้ นเหล่านนั ทียงั เดก็ ในเรืองฝ่ ายวญิ ญาณตอ้ งสะดุด เห็นไดช้ ดั
วา่ มนั เป็นเรืองทีรา้ ยแรงมากๆ คาํ วา่ ด้วยเหตุนี ยอ่ มเชือมโยงไปยงั บริบทก่อนหนา้ ทีอยตู่ ิดกนั นี
อาจไม่ไดห้ มายถึงพวกคริสเตียนแต่ปากซึงทาํ ตามเนือหนงั เท่านนั แต่หมายถึงชาวโลกโดยรวม
และความพยายามของพวกเขาทีจะบดขยปี ระชากรของพระเจา้ ดว้ ย
ทีน่าสนใจกค็ ือการใส่คาํ วา่ “ไฟซึงไหมอ้ ยเู่ ป็นนิตย”์ ในขอ้ 8 และ “ไฟนรก” ในขอ้ 9 คาํ
กรีกทีแปลวา่ นรก (เกะเฮ็นนา) เป็นคาํ ทีน่าสนใจ มนั มาจากคาํ ฮีบรู ฮินโนม ทงั สองคาํ หมายถึง
หุบเขาชนั ทีตงั อยบู่ นขอบดา้ นตะวนั ตกและดา้ นใตข้ องกรุงเยรูซาเลม็ ในสมยั โบราณกาํ แพง
เมืองเยรูซาเลม็ กต็ งั ตระหง่านอยบู่ นสันเขาเหนือหุบเขาดงั กล่าว เป็นเวลาหลายร้อยปี หุบเขาเกะ
เฮน็ นา (หรือฮินโนม) คือ ทีทิงขยะของกรุงนี เพราะการติดไฟขึนเองหุบเขานีจึงเป็นสถานทีๆไฟ
ไม่เคยดบั มนั จึงกลายมาเป็นสญั ลกั ษณ์ทีแสดงถึงความจริงฝ่ ายวญิ ญาณทีใหญ่กวา่ คือ เรืองนรก
ซึงจะเป็นสถานทีๆไฟไหมอ้ ยเู่ ป็นนิตยเ์ ช่นกนั ดูคาํ อธิบายสาํ หรับมทั ธิว 5:22 เพิมเติมได้
ประเดน็ สาํ คญั ทีพระเยซูทรงตอ้ งการสือตรงนีกค็ ือวา่ ความบาปทวั ๆไปและความบาป
ในเรืองการทาํ ใหค้ ริสเตียนใหม่ๆตอ้ งสะดุดเป็นเรืองร้ายแรง เดก็ ผชู้ ายทีพระเยซูทรงใชเ้ ป็นบท
เรียนสอนกย็ งั นงั อยบู่ นหวั เข่าของพระเยซู การสร้างความเสียหายต่อชีวติ นอ้ ยๆเช่นนนั ในเรือง
ฝ่ ายวญิ ญาณ (หรือคนเหล่านนั ทีเป็นทารกในพระคริสต)์ กจ็ ะถูกพระเจา้ จดั การอยา่ งรุนแรง นีน่า
จะยงิ เป็นเช่นนนั ในช่วงยคุ พนั ปี
มธ 18:10 พระเยซูจึงทรงสรุปคาํ เตือนในเรืองการไม่ทาํ ใหผ้ เู้ ชืออายนุ อ้ ยหรือผทู้ ียงั
อ่อนในความเชือตอ้ งสะดุด จงระวงั ให้ดี อย่าดูหมนิ ผู้เลก็ น้อยเหล่านีสักคนหนึง ด้วยเรากล่าวแก่
ท่านทงั หลายว่า บนสวรรค์ทูตสวรรค์ประจาํ ของเขาเฝ้ าอยู่เสมอต่อพระพกั ตร์พระบิดาของเรา
ผู้ทรงสถติ ในสวรรค์ ทีถกู พดู ถึงตรงนีคือ แนวคิดเรืองทูตสวรรคผ์ พู้ ิทกั ษ์ ในสวรรคท์ ตู สวรรคผ์ ู้
พิทกั ษข์ องเดก็ เลก็ ๆและผทู้ ีอ่อนในความเชือกเ็ ขา้ เฝ้ าทีหนา้ บลั ลงั กข์ องพระเจา้ นีน่าจะหมายถึง
การทีพวกเขาติดต่อโดยตรงกบั กองบญั ชาการเกียวกบั คนเหล่านนั ทีพวกเขาตอ้ งดูแล ทูตสวรรค์
เหล่านีไดร้ ับมอบหมายใหป้ ัดป้ องอนั ตรายทีจะเกิดกบั ร่างกายหรือการโจมตขี องพญามาร ดู
สดุดี 91:11
พระเยซูทรงตอ้ งการจะบอกวา่ การทาํ ใหผ้ เู้ ชือใหม่หรืออายนุ อ้ ยสะดุดฝ่ ายวิญญาณ เรือง
ของคนๆนนั กจ็ ะถูกนาํ ไปทูลพระเจา้ โดยตรงโดยพวกทตู สวรรคผ์ พู้ ิทกั ษท์ ีไดร้ ับมอบหมายให้
ปัดป้ องอนั ตรายหรือการโจมตีจากซาตาน ทูตสวรรคผ์ พู้ ิทกั ษด์ งั กล่าวมีการติดต่อกบั พระเจา้
โดยตรง พวกเขาเขา้ เฝ้ าทีหนา้ บลั ลงั กข์ องพระองคเ์ ลย
เราตอ้ งไม่ลืมวา่ คาํ เทศนาทงั หมดนีมีขึนเพราะความกงั วลทีตืนเขินและเป็นบาปของพวก
สาวกวา่ ใครจะเป็นใหญ่ในอาณาจกั รนนั พระเยซูทรงใชเ้ ดก็ เลก็ ๆคนหนึงเป็นภาพประกอบเพือ
สอนเรืองความถ่อมใจ ในบริบทนนั พระองคท์ รงเตือนต่อไปอยา่ งชดั เจนใหร้ ะวงั การทาํ ใหค้ น
อายนุ อ้ ยฝ่ ายวญิ ญาณตอ้ งสะดุด นีสือชดั เจนวา่ การอจิ ฉาริษยาตามเนือหนงั และการชิงดีชิงเด่น
ในหมู่ประชากรของพระเจา้ สามารถทาํ ใหค้ นเหล่านนั ทียงั เป็นทารกในพระคริสตส์ ะดุดได้
มธ 18:11 ในบริบทก่อนหนา้ ซึงอยตู่ ิดกนั พระเยซูตรสั วา่ พระองคไ์ ดเ้ สดจ็ มาเพอื
ช่วยผซู้ ึงหลงหายไปนนั ใหร้ อด เพราะว่าบุตรมนุษย์ได้เสด็จมาเพอื ช่วยผู้ซึงหลงหายไปนันให้
รอด ฉากหลงั นนั ยงั เป็นเรือง ‘ผเู้ ลก็ นอ้ ยเหล่านี’ อยเู่ หมือนเดิม นีจึงเป็นบทเรียนอนั ทรงพลงั ที
สอนเรืองการนาํ วญิ ญาณเดก็ ๆมาถึงพระคริสต์ แมก้ ระทงั ในยามทีพวกเขายงั เดก็ อยู่ บริบทโดย
รวมกค็ ือ คาํ เตือนใหร้ ะวงั การทาํ ใหค้ นเหล่านีสะดุดโดยการทาํ บาปหรือความไม่เป็นผใู้ หญ่แบบ
เนือหนงั
มธ 18:12-14 อีกครังในบริบทเดียวกนั นี พระเยซูตรัสถึงผเู้ ลียงแกะหนึงร้อยตวั ทีเสาะ
หาและดีใจทีไดเ้ จอแกะตวั หนึงทีไดห้ ลงหายไป ท่านทงั หลายคดิ เหน็ อย่างไร ถ้าผู้หนงึ มแี กะอยู่
ร้อยตัว และตวั หนึงหลงหายไปจากฝูง ผู้นันจะไม่ละแกะเก้าสิบเก้าตวั ไว้แล้วขนึ ไปบนภูเขาเทยี ว
หาตวั ทหี ายนันหรือ 13 เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ถ้าเขาพบแกะตัวนัน เขาจะชืนชมยนิ ดยี งิ
กว่าทมี แี กะเก้าสิบเก้าตวั ทมี ไิ ด้หลงหายนัน ประเดน็ ของพระองคน์ นั ประยกุ ตใ์ ชไ้ ดโ้ ดยตรงกบั
การนาํ วญิ ญาณเดก็ เลก็ ๆ 14 อย่างนันแหละ พระบดิ าของท่านผู้ทรงสถติ ในสวรรค์ ไม่ทรง
ปรารถนาให้ผู้เลก็ น้อยเหล่านีสักคนหนึงพนิ าศไปเลย
นีเป็นการสือชดั เจนวา่ เราควรมีภาระใจในการนาํ วญิ ญาณเดก็ ๆดว้ ยข่าวประเสริฐ พระเจา้
ทรงมีพระประสงคท์ ีชดั เจนทีเดก็ ๆไม่ควรตอ้ งพนิ าศ นียงั สือดว้ ยวา่ เดก็ ๆตอ้ งถกู นาํ มาถึงพระ
คริสต์
บริบทโดยรวมกย็ งั เหมือนเดิม ผเู้ ลก็ นอ้ ยเหล่านีไม่ใช่แค่เดก็ ๆเท่านนั แต่เป็นเหล่าทารก
ในพระคริสตด์ ว้ ย คาํ ทแี ปลวา่ พนิ าศ (อปอลลมู ิ) มคี วามหมายดว้ ยวา่ ‘ถกู ทาํ ลาย’ ดงั นนั นีจึงน่า
จะหมายถึงคนเหล่านนั ทีเป็นทารกในพระคริสตซ์ ึงถกู ทาํ ลายฝ่ ายวญิ ญาณโดยเหล่าผเู้ ชือเก่าทีทาํ
ตามเนือหนงั ชอบทะเลาะเบาะแวง้ ขอี ิจฉา และทาํ ตวั ไม่สมาํ เสมอ ความหมายของการทีผเู้ ลียง
แกะเสาะหาแกะตวั หนึงทีหลงหายไปกส็ อดคลอ้ งกบั การทีเดก็ คนหนึงรู้สึกทอ้ ใจหรือสะดุด
เพราะความไม่สมาํ เสมอของอีกคน
ผเู้ ขียนเองกร็ ู้จกั คริสเตียนหนุ่มสาวในวทิ ยาลยั พระคมั ภีร์ทีดูเหมือนถูกทาํ ลายใน
ประสบการณ์คริสเตียนของตนเพราะการทะเลาะเบาะแวง้ การมีปากเสียง และการชิงดีชิงเด่น
ของ ‘บรรดาผนู้ าํ ฝ่ ายวญิ ญาณ’ ทีมีชือเสียง ชาวโลกไม่เพียงสงั เกตเห็นความไม่คงเสน้ คงวาของ
คริสเตียนเท่านนั แต่บรรดาทารกในพระคริสตก์ ส็ งั เกตเห็นเช่นกนั มนั เป็นเรืองน่าห่วงมากๆกบั
การทาํ ใหค้ นเหล่านนั ทีอ่อนแอกวา่ ในเรืองฝ่ ายวญิ ญาณตอ้ งสะดุดเพราะการทาํ ตามเนือหนงั ของ
เราและความไม่คงเส้นคงวาของเรา เราจึงควรดาํ เนินชีวติ ดว้ ยความระมดั ระวงั
มธ 18:15-17 พระเยซูจึงทรงใหค้ าํ สงั เกียวกบั การคลีคลายความขดั แยง้ ระหวา่ งพีนอ้ ง
ดว้ ยกนั ฉากหลงั นนั ยงั เป็นเหมือนเดิมกบั ทีเป็นในบริบทก่อนหนา้ และอาจเกิดจากความโง่เขลา
ทีจุดชนวนใหเ้ กิดคาํ เทศนาก่อนหนา้ นนั ดว้ ย หากว่าพนี ้องของท่านผู้หนึงทาํ การละเมดิ ต่อท่าน
จงไปแจ้งความผดิ บาปนันแก่เขาสองต่อสองเท่านัน ถ้าเขาฟังท่าน ท่านจะได้พนี ้องคนื มา
ใหเ้ ราสังเกตวา่ (1) พีนอ้ งทีถกู ละเมิด ตอ้ งเป็นฝ่ ายไปหาพนี อ้ งทีกระทาํ ผดิ ต่อเขา ไม่ใช่
ในทางกลบั กนั บ่อยครังทีคนทีทาํ ผดิ กไ็ ม่รู้ตวั ดว้ ยซาํ วา่ เขาไดท้ าํ ผดิ ต่อพีนอ้ งของตน หากมีการ
ยอมความกนั ปัญหากค็ ลคี ลาย
(2) อยา่ งไรกต็ าม 16 แต่ถ้าเขาไม่ฟังท่าน จงนําคนหนึงหรือสองคนไปด้วย ให้เป็ นพยาน
สองสามปาก เพอื ทุกคาํ จะเป็ นหลกั ฐานได้ หากคุยกนั แลว้ คลีคลายความขดั แยง้ ไม่ได้ วธิ ีตามพ
ระคมั ภีร์กส็ ังใหเ้ ราพาคนอืนอีกสองสามคนไปดว้ ยเพอื ทาํ ตามคาํ สงั ของพระคมั ภีร์ทีมีมานานใน
เรืองการตดั สินความต่อหนา้ พยานสองสามปาก ดู พระราชบญั ญตั ิ 19:15
(3) 17 ถ้าเขาไม่ฟังคนเหล่านัน จงไปแจ้งความต่อคริสตจักร แต่ถ้าเขายงั ไม่ฟังคริสตจกั ร
อกี กใ็ ห้ถือเสียว่า เขาเป็ นเหมอื นคนต่างชาตแิ ละคนเกบ็ ภาษี สุดทา้ ย ถา้ ยงั คลีคลายความขดั แยง้
กนั ไม่ไดอ้ ยู่ คนทีกระทาํ ผดิ (ซึงไม่ยอมแกไ้ ขความผดิ นนั ใหเ้ รียบร้อย) กต็ อ้ งถูกพาตวั ไปอยตู่ ่อ
หนา้ ทีประชุมคริสตจกั ร คาํ ทีแปลวา่ ยงั ไม่ฟัง (พาราคอวโอ) มคี วามหมายวา่ ‘ไม่ยอมฟัง’
มนั เป็นเรืองน่าสงสัยวา่ พวกสาวกในขณะนนั เขา้ ใจคาํ วา่ เอค็ คเลซีอา (ซึงแปลวา่ คริสต
จกั ร) หรือไม่ซึงหมายถึงคริสตจกั รทีจะมานนั อยา่ งทีเราทราบกนั พวกยวิ มีสภาธรรมศาลาซึง
เรียกวา่ ‘ชุมนุมชน’ อยา่ งไรกต็ ามในบริบทต่อไปของยคุ คริสตจกั ร คริสตจกั รทอ้ งถินจงึ น่าจะ
ถูกสือในความหมายนี หากคนทีทาํ ผดิ ยงั ดือแพ่งอยู่ เขากจ็ ะถูกถือวา่ ไม่ใช่ส่วนหนึงของคริสต
จกั รแลว้ นนั คือเขาตอ้ งถกู ลงวนิ ยั จากคริสตจกั ร
เราเห็นไดช้ ดั วา่ พระเยซูกาํ ลงั ตรัสในบริบทของพวกยวิ จากการทีพระองคต์ รัสถึง “คน
ต่างชาติและคนเกบ็ ภาษี” คาํ แรกแปลมาจากคาํ วา่ เอธ็ นิคอส ซึงจริงๆแลว้ หมายถึงพวกคนต่าง
ชาติหรือพวกคนนอกศาสนา คนเกบ็ ภาษี (เทะโลเนส) คอื คนเกบ็ ภาษีทีเป็นยวิ ซึงทาํ งานใหก้ บั
รัฐบาลโรม พวกเขาต่างเป็นทีเกลียดชงั โดยพวกยวิ และถูกมองวา่ เป็นคนทีทาํ งานร่วมกบั โรม ยวิ
ทีเคร่งครัดจะไม่มีสามคั คีธรรมกบั คนต่างชาติหรือคนเกบ็ ภาษเี ลย
บริบทจึงสือถึงพวกยวิ คนสร้างปัญหาทีไม่ยอมกลบั ใจเสียใหม่และไม่ยอมคืนดีกบั พี
นอ้ งของตนกจ็ ะถูกตดั ขาดการมีสามคั คีธรรมร่วมกบั ชุมชนทอ้ งถิน การประยกุ ตใ์ ชแ้ บบกวา้ ง
กวา่ กข็ ยายความถึงคริสตจกั รดว้ ยอยา่ งแน่นอน เหตุผลหลกั สาํ หรับการตดั ขาดการมี
สามคั คีธรรมกไ็ ม่ใช่เพราะวา่ พนี อ้ งคนหนึงเป็นฝ่ ายผดิ หรือไดท้ าํ ความบาป แต่เมือพีนอ้ งคนใด
ไม่ยอมทีจะคืนดีกบั พีนอ้ งอีกคน เขากต็ อ้ งถกู ตดั ขาดการมีสามคั คีธรรม
มธ 18:18 สิงทีถูกพดู ถึงตรงนียอ่ มเกียวขอ้ งกบั บริบทก่อนหนา้ เราบอกความจริงแก่
ท่านทงั หลายว่า สิงใดซึงท่านจะผูกมดั ในโลก กจ็ ะถูกผูกมดั ในสวรรค์ และสิงซึงท่านจะปล่อยใน
โลกกจ็ ะถูกปล่อยในสวรรค์ หลกั การคือวา่ สิงใดกต็ ามทีถูกคลีคลาย (ถูกปล่อย) ทีนีบนแผน่ ดิน
โลกกจ็ ะถูกถือวา่ คลคี ลายในสวรรคเ์ ช่นเดียวกนั อยา่ งไรกต็ าม ปัญหาต่างๆทีถกู ผกู มดั หรือไม่
คลคี ลายบนแผน่ ดินโลกกจ็ ะถกู จดั การในวนั พพิ ากษาสกั วนั หนึง
นีอาจเชือมโยงกบั สิงทีพระเยซูตรสั ไวใ้ นมทั ธิว 16:19 ดว้ ย ดูคาํ อธิบายตรงนนั ได้ อาจ
เป็นไดด้ ว้ ยวา่ กญุ แจทีช่วยทาํ ใหเ้ ราเขา้ ใจขอ้ นีกถ็ ูกพบในขอ้ ถดั ไป ความจริงตรงนนั เกียวขอ้ งกบั
การอธิษฐาน ดงั นนั พระเยซูจึงตรัสถึงสิงทีสาํ เร็จในสวรรคเ์ มอื เราอธิษฐานอยา่ งเหมาะสม เมือ
เราอธิษฐานอยา่ งทีเราควรกระทาํ ผคู้ นกจ็ ะสามารถไดร้ ับการปลดปล่อยจากภาระต่างๆของพวก
เขา แต่เมือเราเหลวไหลในคาํ อธิษฐาน สิงต่างๆทีสามารถคลีคลายไดก้ จ็ ะถูกผกู มดั ไวต้ ่อไป
มธ 18:19 ในบริบทเดียวกนั นี หลกั การเรืองคาํ อธิษฐานทีไดร้ ับคาํ ตอบกถ็ ูกนาํ เสนอ
เพือพีนอ้ งมคี วามสมคั รสมานสามคั คีกนั เรากล่าวแก่ท่านทงั หลายอกี ว่า ถ้าในพวกท่านทอี ยู่ใน
โลกสองคนจะร่วมใจกนั ขอสิงหนึงสิงใด พระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์กจ็ ะทรงกระทาํ ให้
คาํ ทีแปลวา่ ร่วมใจกนั คือ ซุมโฟเนะโอ ซึงเป็นทีมาของคาํ ภาษาองั กฤษ symphony ทีถกู
มองขา้ มบ่อยๆในการประยกุ ตใ์ ชข้ อ้ นีกค็ ือ บริบทของการคลีคลายความขดั แยง้ กบั พีนอ้ งคนอนื
เสียก่อน หากเราไม่ยอมยกโทษและยอมความกบั พีนอ้ งเสียก่อน พระเจา้ กอ็ าจไม่ทรงฟังคาํ
อธิษฐานของเรา
ในทางกลบั กนั เมอื พนี อ้ งคลีคลายความขดั แยง้ และมคี วามสามคั คีต่อกนั และกนั เกียวกบั
สิงใดกต็ ามทพี วกเขาจะทลู ขอ พระบิดาในสวรรคก์ จ็ ะทรงกระทาํ สิงนนั ให้ ถึงแมว้ า่ นีอาจสือถึง
ความสามคั คีในการอธิษฐานขอร่วมกนั แต่บริบทกก็ าํ ลงั พดู ถึงความสามคั คีระหวา่ งพนี อ้ ง นนั
เป็นสิงทีทาํ ใหพ้ ระเจา้ ทรงฟังเมือเราอธิษฐาน
มธ 18:20 ขอ้ นีมกั ถูกใชแ้ บบผดิ ๆเพอื เป็นนิยามของคริสตจกั รทอ้ งถินอยบู่ ่อยๆ
ด้วยว่ามสี องสามคนประชุมกนั ทไี หนๆในนามของเรา เราจะอยู่ท่ามกลางเขาทนี ัน" แต่วา่ ใน
บริบทนีพระเยซูทรงสอนวา่ เมือพนี อ้ งมีนาํ หนึงใจเดียวกนั และสามคั คีกนั พระองคก์ จ็ ะทรงสถิต
อยดู่ ว้ ย ใหเ้ ราสงั เกตวา่ บริบทก่อนหนา้ และทีตามมานนั พดู ถึงพนี อ้ งทีเกิดความขดั แยง้ กนั ไม่มี
อะไรทีจะขจดั ฤทธิเดชและการสถิตอยดู่ ว้ ยขององคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ไดเ้ ร็วไปกวา่ พีนอ้ งคริสเตียนที
ไม่ลงรอยกนั และมีใจแขง็ กระดา้ งต่อกนั เมือประชากรของพระเจา้ สามคั คีกนั พระคริสตก์ ท็ รง
สถิตอยดู่ ว้ ยพร้อมกบั ฤทธิเดช
มธ 18:21-22 ขณะนันเปโตรมาทูลพระองค์ว่า "พระองค์เจ้าข้า หากพนี ้องของข้า
พระองค์จะกระทาํ ผดิ ต่อข้าพระองค์เรือยไป ข้าพระองค์ควรจะยกความผดิ ของเขาสักกคี รัง ถงึ
เจด็ ครังหรือ" 22 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า "เรามไิ ด้ว่าเพยี งเจ็ดครังเท่านัน แต่เจด็ สิบครังคูณด้วย
เจด็
เปโตรอาจคิดวา่ ตวั เองนนั ใจกวา้ งแลว้ กบั การยกโทษใหเ้ จด็ ครังเพราะวา่ พวกรับบีสอน
ใหย้ กโทษไดเ้ พียงสามครังเท่านนั ดงั นนั เมือทรงถูกถามวา่ คนๆหนึงควรยกโทษใหอ้ ีกคนหลงั
จากการทาํ ผดิ และยกโทษใหเ้ จด็ ครังแลว้ หรือไม่ พระเยซูกต็ รัสวา่ “แต่เจด็ สิบครังคูณดว้ ยเจด็ ” นี
ไม่ไดห้ มายถึง 490 ครัง แต่หมายถงึ ตราบใดทีคนๆหนึงเตม็ ใจทีจะขอใหเ้ รายกโทษให้ เรากค็ วร
เตม็ ใจยกโทษใหเ้ ขา เช่นเดียวกบั ทีพระเจา้ ทรงมีพระเมตตาอยา่ งไม่จาํ กดั เรากค็ วรเป็นเช่นนนั
เหมือนกนั
บทนีทงั บทมีเนือหาเกียวกบั พีนอ้ งทีขดั แยง้ ระหวา่ งกนั เนือหาตอนแรกพดู ถึงความอิจฉา
และความทะเยอทะยานทเี ป็นบาป เนือหาส่วนทีสองไดพ้ ดู ถึงพีนอ้ งทีมีเรืองราวระหวา่ งกนั พระ
เยซูทรงสรุปยอ่ หลกั การทีวา่ เราควรเตม็ ใจเสมอทีจะยกโทษให้
มธ 18:23-34 ในบริบทต่อไปนี พระเยซูทรงสอนเพมิ เติมเกียวกบั คาํ อุปมาเรืองการยก
โทษ เหตุฉะนัน อาณาจกั รแห่งสวรรค์เปรียบเหมอื นกษตั ริย์องค์หนึงทรงประสงค์จะคดิ บัญชี
กบั ผู้รับใช้ของท่าน 24 เมอื ตังต้นทาํ การนัน เขาพาคนหนงึ ซึงเป็ นหนีหนึงหมนื ตะลนั ต์มาเฝ้ า
25 เจ้านายของเขาจงึ สังให้ขายตวั กบั ทงั ภรรยาและลูก และบรรดาสิงของทเี ขามอี ยู่นันเอามาใช้
หนี เพราะเขาไม่มเี งนิ จะใช้หนี 26 ผู้รับใช้ลูกหนีผู้นันจงึ กราบลงนมสั การท่านว่า `ข้าแต่ท่าน ขอ
โปรดอดทนต่อข้าพเจ้าเถดิ แล้วข้าพเจ้าจะใช้หนีทงั สิน' 27 เจ้านายของผู้รับใช้ผู้นันมพี ระทยั
เมตตา โปรดยกหนีปล่อยตัวเขาไป 28 แต่ผู้รับใช้ผู้นันออกไปพบคนหนึงเป็ นเพอื นผู้รับใช้ด้วย
กนั ซึงเป็ นหนีเขาอยู่หนึงร้อยเดนาริอนั จงึ จบั คนนันบีบคอว่า `จงใช้หนีให้ข้า' 29 เพอื นผู้รับใช้
ผู้นันได้กราบลงแทบเท้าอ้อนวอนว่า `ขอโปรดอดทนต่อข้าพเจ้าเถดิ แล้วข้าพเจ้าจะใช้หนีทงั สิน'
30 แต่เขาไม่ยอม จงึ นําผู้รับใช้ลูกหนีนันไปขงั คุกไว้ จนกว่าจะใช้เงนิ นัน 31 ฝ่ ายพวกเพอื นผู้รับ
ใช้เมอื เห็นเหตุการณ์เช่นนัน กพ็ ากนั สลดใจยงิ นัก จึงนําเหตุการณ์ทงั ปวงไปกราบทูลเจ้านายของ
พวกตน 32 แล้วเจ้านายของเขาจงึ ทรงเรียกผู้รับใช้นันมาสังว่า `โอ เจ้าผู้รับใช้ชัว เราได้โปรดยก
หนีให้เจ้าหมด เพราะเจ้าได้อ้อนวอนเรา 33 เจ้าควรจะเมตตาเพอื นผู้รับใช้ด้วยกนั เหมอื นเราได้
เมตตาเจ้ามใิ ช่หรือ' 34 แล้วเจ้านายของเขากก็ ริวจึงมอบผู้นันไว้แก่เจ้าหน้าทใี ห้ทรมาน จนกว่า
จะใช้หนีหมด
ใจความหลกั ของคาํ อุปมานีกช็ ดั เจนอยแู่ ลว้ หนึงหมืนตะลนั ตใ์ นปัจจุบนั กเ็ ท่ากบั เงิน
จาํ นวนมหาศาล มนั อาจเป็นเงินจาํ นวนหลายร้อยลา้ นดอลลาร์ ใหเ้ ราสังเกตวา่ กษตั ริยใ์ นคาํ
อุปมานีมีพระทยั เมตตา ในทางกลบั กนั ผรู้ ับใชท้ ีไดร้ ับการยกหนีกลบั เรียกร้องใหล้ ูกหนีของตน
ชดใชห้ นีทีเป็นเงินจาํ นวนนอ้ ยกวา่ นนั มาก
เห็นไดช้ ดั วา่ การประยกุ ตใ์ ชก้ ค็ ือวา่ พระเจา้ ไดท้ รงยกหนีบาปจาํ นวนมหาศาลใหแ้ ก่เรา
แลว้ เราจึงควรเตม็ ใจทีจะยกโทษใหพ้ ีนอ้ งของเราสาํ หรับการกระทาํ ผดิ ทีถือวา่ เลก็ นอ้ ยนกั ของ
พวกเขา (พวกคนสมยั โบราณมกั จาํ คุกลูกหนี โดยเฉพาะหากคนคิดวา่ การทีเขาไม่ยอมชดใชห้ นี
นนั เกียวขอ้ งกบั การหลอกลวงหรือความโง่เขลา เจ้าหน้าทีทรมานในทีนีกห็ มายถึง เจา้ พนกั งาน
ไต่สวน โดยบ่อยครังมกั เป็นนายคุก ผซู้ ึงไดร้ ับมอบหมายใหท้ รมานนกั โทษเพือเคน้ ความจริง
ออกมา)
คาํ อุปมานีกร็ วบยอดบทเรียนทีพระเยซูทรงสอนก่อนหนา้ นีเกียวกบั การยกโทษผอู้ ืน
เรืองราวทงั หมดนีเกิดขึนเพราะความไม่รู้จกั โตและการโตเ้ ถียงแบบเดก็ ๆของพวกสาวกในเรือง
ทีวา่ ใครจะเป็นใหญ่ทีสุดในแผน่ ดินนนั นีสือวา่ อาจมีสาวกคนหนึงหรือหลายคนทีไม่ยอมยก
โทษอีกคน พระเยซูจึงทรงสอนบทเรียนเรืองการคลีคลายความขดั แยง้ ดว้ ยวธิ ีทีเหมาะสม เปโต
รอาจเป็นฝ่ ายผดิ ดว้ ยเพราะเหตุทีเขาทูลถามพระเยซูเกียวกบั การยกโทษพีนอ้ งเจด็ ครัง
มธ 18:35 บทเรียนทีสาํ คญั กวา่ กค็ ือวา่ พระเจา้ จะไม่ทรงยกโทษเราสาํ หรับการกระ
ทาํ ผดิ ในแต่ละวนั ของเราเมือเราไม่ยอมยกโทษใหผ้ อู้ ืน พระบดิ าของเราผู้ทรงสถติ ในสวรรค์จะ
ทรงกระทาํ แก่ท่านทกุ คนอย่างนัน ถ้าหากว่าท่านแต่ละคนไม่ยกโทษการละเมดิ ให้แก่พนี ้องของ
ท่านด้วยใจกว้างขวาง" นีเป็นอีกครังทีใจความหลกั ของคาํ อุปมานีคือ ความสาํ คญั ของการยก
โทษ นอกจากนีนียงั สือดว้ ยวา่ พระเจา้ จะไม่ทรงยกโทษคนทีมีใจแขง็ กระดา้ งต่อผอู้ ืน
*****
ภาพรวมของมทั ธิว 19: บทนีไม่เพียงเล่าถึงช่วงปี สุดท้ายแห่งการรับใช้ขององค์พระผู้
เป็นเจ้าของเราเท่านนั แต่ยงั ได้บนั ทึกเหตุการณ์ต่างๆในช่วงหลายสัปดาห์สุดท้ายก่อนการตรึง
พระองค์ทีกางเขนด้วย บทนีมีคาํ สอนมากมายเกียวกบั การแต่งงานและการหย่าร้าง การทีพระ
เยซูทรงรับเดก็ ๆ เรืองขนุ นางหนุ่มผ้มู งั มี และการแสดงให้เห็นล่วงหน้าถึงอาณาจักรในอนาคต
มธ 19:1-2 เท่าทีเห็นในกิตติคุณของมทั ธิว นีเป็นครังแรกทีมีการบนั ทึกเกียวกบั การ
เดินทางของพระเยซูไปยงั กรุงเยรูซาเลม็ ต่อมาเมอื พระเยซูตรัสถ้อยคาํ เหล่านีเสร็จแล้ว พระองค์
ได้เสดจ็ จากแคว้นกาลลิ ี เข้าไปในเขตแดนแคว้นยูเดยี ฟากแม่นําจอร์แดนข้างโน้น 2 ฝูงชนเป็ น
อนั มากได้ตามพระองค์ไป แล้วพระองค์ทรงรักษาโรคของเขาให้หายทนี ัน
พระเยซูกาํ ลงั เสดจ็ มุ่งหนา้ สู่โกลโกธาและพระองคก์ ท็ รงทราบดี พระองคท์ รงทาํ พระ
พกั ตร์ของพระองคใ์ หแ้ ขง็ เหมือนหินเหลก็ ไฟแลว้ พระองคจ์ ึงทรงเริมการเดินทางครังสุดทา้ ยนี
ซึงจาํ เป็นตอ้ งเกิดขึนสู่แควน้ ยเู ดีย เห็นไดช้ ดั วา่ พระองคท์ รงเดินทางไปทางใตท้ างทิศตะวนั ออก
ของแม่นาํ จอร์แดน โดยเลาะแควน้ สะมาเรียก่อนทีจะขา้ มแม่นาํ นนั ไป จนมาถึงเมืองเยรีโคใน
ทีสุด ตามทีพระองคไ์ ดต้ รัสล่วงหนา้ ไวแ้ ลว้ ในมทั ธิว 16:21 พระองคก์ าํ ลงั มุ่งหนา้ สู่กรุง
เยรูซาเลม็ เพือทีจะถูกตรึงกางเขนในทีสุด อีกไม่กีสัปดาหพ์ ระองคก์ จ็ ะทรงถูกตรึงกางเขนแลว้
ต่อไปนีพระองคจ์ ะทรงทาํ การอศั จรรยต์ ่างๆในพนื ทีๆเป็นหวั ใจหลกั ของศาสนายวิ เลย
มธ 19:3 อีกครังทีพวกฟาริสีคอยหาโอกาสล่อใหพ้ ระเยซูติดกบั พวกเขายกหวั ขอ้
หนึงมาถามพระเยซูซึงเป็นหวั ขอ้ ทแี มก้ ระทงั ในตอนนนั กเ็ ป็นเรืองทีถกเถียงกนั และเป็นเรือง
สะเทือนอารมณ์อีกดว้ ย พวกฟาริสีมาทดลองพระองค์ทูลถามว่า "ผู้ชายจะหย่าภรรยาของตน
เพราะเหตุใดๆกต็ าม เป็ นการถูกต้องตามพระราชบญั ญัตหิ รือไม่" นนั คือ ผชู้ ายสามารถหยา่
ภรรยาของเขาดว้ ยเหตุผลใดๆกต็ ามไดห้ รือไม่ เราเห็นถึงจุดประสงคใ์ นการทีพวกเขามาถามพระ
เยซู พวกฟาริสีคอยหาโอกาสทีจะทดลองพระเยซู คาํ ทีแปลวา่ ทดลอง (เพะอิราโซ) ในบริบทนีมี
ความหมายวา่ ‘ทดสอบคนหนึงดว้ ยจุดประสงคร์ ้าย’ พวกเขารู้อยแู่ ลว้ วา่ ศาสนายวิ แบบรับบีสอน
อยา่ งไรในเรืองนี
พวกฟาริสีรู้ดีวา่ นีเป็นหวั ขอ้ ยากและพวกเขาหวงั วา่ จะโจมตีพระเยซูดว้ ยเรืองทีตดั สิน
ยากนี หากพระองคท์ รงตอบดว้ ยนาํ เสียงทีแสดงถึงความเมตตา พวกเขากจ็ ะกล่าวหาพระองคว์ า่
ใจอ่อนกบั เรืองนี ถา้ พระองคต์ อบดว้ ยคาํ ตอบทีแขง็ กร้าว พวกเขากจ็ ะกล่าวหาพระองคว์ า่ ไม่มี
ความเห็นอกเห็นใจในปัญหาต่างๆของผคู้ น มนั เป็นเรืองทีสะเทือนอารมณ์ในตอนนนั เหมือน
กบั ทีเป็นจนถึงทุกวนั นี
มธ 19:4-5 พระเยซูทรงตอบพวกเขาโดยการยกขอ้ ความจากพระคมั ภีร์เดิม พระองค์
ตรัสตอบเขาว่า "พวกท่านไม่ได้อ่านหรือว่า พระผู้ทรงสร้างมนุษย์แต่เดิม `ได้ทรงสร้างพวกเขา
ให้เป็ นชายและหญงิ ' 5 และตรัสว่า `เพราะเหตุนีผู้ชายจะจากบิดามารดาของเขา จะไปผูกพนั อยู่
กบั ภรรยา และเขาทงั สองจะเป็ นเนืออนั เดียวกนั '
นีเป็นขอ้ ความทียกมาจากปฐมกาล 1:27 และ 2:23-24 (ถึงแมก้ ารยกขอ้ ความจากปฐม
กาล 1 ไม่ใช่ประเดน็ หลกั แต่ในการทาํ เช่นนนั พระเยซูกท็ รงรับรองวา่ เรืองการทรงสร้างสรรพ
สิงนนั เป็นจริง) นีเป็นอีกครังทีพระเยซูทรงเนน้ ความสาํ คญั เรืองความแตกต่างระหวา่ งทงั สอง
เพศ พระเจา้ มไิ ดท้ รงสร้างสิงมีชีวติ เพศเดียวทีมสี องรูปแบบ พระองคท์ รงสร้างผชู้ ายและผหู้ ญิง
นีสือใหเ้ ห็นถึงความแตกต่างระหวา่ งทงั สองเพศ นอกจากนี มนั ยงั เป็นพระประสงคโ์ ดยรวมของ
พระเจา้ ดว้ ยทีในเวลาอนั เหมาะสมชายหนุ่มจะจากบา้ นไปและแต่งงานกบั ภรรยา และสร้าง
หน่วยทางสังคมขนั พืนฐานทีสุด นนั คือ ครอบครัว ถึงแมว้ า่ นนั อาจดูเหมือนชดั เจนอยแู่ ลว้ แต่
เรืองทีชดั เจนอยแู่ ลว้ กจ็ าํ เป็นตอ้ งถูกกล่าวอยดู่ ี
คาํ ทีแปลวา่ ผูกพนั (พรอสคอลลาโอ) มีความหมายวา่ ‘ถูกยดึ ติดกนั ’ หรือ ‘ถูกเชือมเขา้
ดว้ ยกนั ’ คาํ นีไม่ใช่เรืองบงั เอิญ พระเจา้ ทรงมีประสงคท์ ีจะใหส้ ามแี ละภรรยาถูกยดึ ติดกนั หรือ
ถูกเชือมเขา้ ดว้ ยกนั นีสือถึงความถาวรของความสมั พนั ธใ์ นชีวติ สมรส การพดู ถึงเนืออนั เดียวกนั
ไม่ไดห้ มายถึงแค่ความสัมพนั ธใ์ กลช้ ิดของค่สู มรสเท่านนั แต่หมายถึงความเป็นอนั หนึงอนั
เดียวกนั ในทุกเรืองระหวา่ งสามีและภรรยาดว้ ย พวกเขาในฐานะเป็นคนสองคนกก็ ลายเป็น
เหมือนคนเดียวกนั ทงั ในดา้ นร่างกาย จิตใจ และวญิ ญาณ
มธ 19:6 พระเยซูตรัสต่อไปวา่ เขาจึงไม่เป็ นสองต่อไป แต่เป็ นเนืออนั เดยี วกนั เหตุ
ฉะนันซึงพระเจ้าได้ทรงผูกพนั กนั แล้ว อย่าให้มนุษย์ทาํ ให้พรากจากกนั เลย" ตรงนีเราเห็นพระ
ประสงค์อันสมบรู ณ์แบบของพระเจ้าในเรืองชีวติ สมรสและการหยา่ รา้ ง มนั ไม่เคยเป็นพระ
ประสงค์อันสมบรู ณ์แบบของพระเจา้ เลยทีจะใหส้ ามีและภรรยาหยา่ ร้างกนั เราอาจแปลแบบ
ถอดความไดว้ า่ ‘สิงใดทีพระเจา้ ไดท้ รงเชือมเขา้ ดว้ ยกนั แลว้ อยา่ ใหม้ นุษยแ์ ยกมนั ออกจากกนั
เลย’ เราควรหมายเหตุเพมิ เติมวา่ คาํ ทีแปลวา่ ได้ทรงผูกพนั กนั แล้ว (ซูเสะอูกนมู ิ) มีความหมาย
ตรงตวั วา่ ‘เทียมแอกเขา้ ดว้ ยกนั ’ คาํ ทีแปลวา่ พรากจากกนั (โคริโซ) มคี วามหมายพนื ๆวา่ ‘แยก
จากกนั ’ การหยา่ ร้างไม่เคยเป็นพระประสงคอ์ นั สมบูรณ์แบบของพระเจา้ เลย
มธ 19:7 พวกฟาริสีจึงถามวา่ ทาํ ไมโมเสสถึงอนุญาตใหห้ ยา่ ร้างได้ เขาจงึ ทูลถาม
พระองค์ว่า "ถ้าอย่างนันทาํ ไมโมเสสได้สังให้ทาํ หนังสือหย่าให้ภรรยา แล้วกห็ ย่าได้" ตรงนีเรา
พดู ถึงพระประสงค์เชิงอนญุ าตของพระเจา้ ภายใตพ้ ระราชบญั ญตั ิของโมเสสในพระราชบญั ญตั ิ
24:1-2 ชายคนหนึงสามารถหยา่ ภรรยาของตนไดห้ ากนางมีความผดิ ในเรืองการนอกใจหรือการ
ทาํ ผดิ ศลี ธรรมทีเกิดขึนก่อนหนา้ นนั พระเจา้ ไม่เคยเห็นชอบเรืองการหยา่ ร้าง แต่ในพระคมั ภีร์
การหยา่ ร้างกเ็ ป็นเรืองทีตอ้ งจาํ ยอมและมีกฎขอ้ บงั คบั อยา่ งเคร่งครดั
ถึงแมว้ า่ โมเสสไดช้ ือวา่ อนุญาตในเรืองนี แต่เราควรจาํ ไวว้ า่ สิงทีโมเสสเขียนในหนงั สือ
พระราชบญั ญตั ินนั กม็ าจากพระเจา้ โดยตรง พระราชบญั ญตั ิ 24:1-2 ระบุชดั ถึงการอนุญาตให้
หยา่ ร้างไดแ้ ละกย็ อมใหแ้ ต่งงานใหม่ไดภ้ ายใตส้ ภาพการณ์ทีจาํ กดั มากๆ นนั ไม่เคยเป็นพระ
ประสงคท์ ีสมบรู ณ์แบบของพระเจา้ เลย แต่พระองคก์ ท็ รงกลนั พระทยั ยอมใหห้ ยา่ ไดแ้ ละตงั กฎ
ขอ้ บงั คบั เพอื ควบคุมเรืองนีดว้ ย
ทีน่าสนใจเพิมเตมิ กค็ ือคาํ ทแี ปลวา่ หย่า (อพอสตาซีออน) เป็นทีมาของคาํ ภาษาองั กฤษ
‘apostasy’ มนั มีความหมายตรงตวั วา่ ‘การปัดทิง’ โดยในกรณีคือ ชีวติ สมรส ดงั นนั apostasy
คือ การปัดทิงความจริงของพระเจา้ การหยา่ ร้างกเ็ ป็นการปัดทิงทางของพระเจา้
มธ 19:8 พระองค์ตรัสแก่เขาว่า "โมเสสได้ยอมให้ท่านทงั หลายหย่าภรรยาของตน
เพราะใจท่านทงั หลายแขง็ กระด้าง แต่เมอื เดิมมไิ ด้เป็ นอย่างนัน คาํ ตอบของพระเยซูกค็ ือวา่
พระเจา้ ทรงอนุญาตใหห้ ยา่ ไดก้ เ็ พราะความแขง็ กระด้างของใจมนุษย์ เหตุผลหลกั ทีผคู้ นหยา่ ร้าง
กนั กเ็ พราะฝ่ ายหนึงฝ่ ายใดหรือทงั สองฝ่ ายมีใจแขง็ กระดา้ งต่อกนั และกนั
ไม่มคี วามบาปใดหรือการล่วงละเมิดใดทีใหญ่หลวงเกินกวา่ ทีจะไดร้ ับการอภยั ไม่ได้
อยา่ งไรกต็ าม ความแขง็ กระดา้ งของใจจะไม่ยอมใหม้ ีการกลบั ใจใหม่และการยกโทษให้ คาํ ที
แปลวา่ ใจท่านทงั หลายแขง็ กระด้าง (สคเลรอคารดิอา) มาจากคาํ สองคาํ คือ คารดิอา ซึงแปลวา่
หวั ใจ และ สคเลรอส ซึงแปลวา่ แขง็ คาํ หลงั นีมีความหมายเพมิ เติมดว้ ยวา่ ‘หยาบกระดา้ ง’ หรือ
‘แขง็ ทือ’ นีสืออีกครังถึงใจทีไม่ยอมยกโทษให้ สาเหตุหลกั ของการหยา่ ร้างกค็ ือวา่ ฝ่ ายหนึงฝ่ าย
ใดหรือทงั สองฝ่ ายไดท้ าํ ใหใ้ จของตนแขง็ กระดา้ งและไม่ยอมยกโทษใหอ้ ีกฝ่ าย ไม่วา่ จะในกรณี
ใด การหยา่ ร้างกไ็ ม่เคยเป็นพระประสงคอ์ นั สมบูรณ์แบบของพระเจา้ เลย
มธ 19:9 พระเยซูตรัสต่อไปวา่ ฝ่ ายเราบอกท่านทงั หลายว่า ผู้ใดหย่าภรรยาของตน
เพราะเหตุต่างๆ เว้นแต่เป็ นชู้กบั ชายอนื แล้วไปมภี รรยาใหม่กผ็ ดิ ประเวณี และผู้ใดรับหญิงทหี ย่า
แล้วนันมาเป็ นภรรยากผ็ ดิ ประเวณดี ้วย" อีกครังทีนีเป็นการขยายความถึงพระประสงคเ์ ชิง
อนญุ าตของพระเจา้ ในเรืองของการหยา่ ร้างและการแต่งงานใหม่ พระประสงคอ์ ันสมบรู ณ์แบบ
ของพระเจา้ กค็ อื ใหก้ ารสมรสนนั คงอยตู่ ่อไป การหยา่ ร้างและแต่งงานใหม่กเ็ ป็นเรืองทีผดิ
อยา่ งไรกต็ าม การแต่งงานใหม่กเ็ ป็นเรืองทีกระทาํ ได้สาํ หรับฝ่ ายทีไม่ผิดหากการหยา่ ร้างนนั ตอ้ ง
เกิดขึนเพราะความไม่สัตยซ์ ือของอีกฝ่ าย มิฉะนนั แลว้ การแต่งงานใหม่กถ็ ือวา่ เป็นการล่วง
ประเวณีผวั เมียเขา
พระประสงคอ์ นั สมบูรณ์แบบของพระเจา้ กค็ ือ ทีจะใหช้ ีวติ คู่คงอยตู่ ่อไปและหากทงั สอง
ฝ่ ายตอ้ งแยกจากกนั แลว้ กอ็ ยา่ ใหท้ งั คู่แต่งงานใหม่ อยา่ งไรกต็ าม พระเยซูกท็ รงเสนอขอ้ ยกเวน้
ขอ้ หนึงใหเ้ พอื สะทอ้ นใหเ้ ห็นพระประสงคเ์ ชิงอนุญาตของพระเจา้ หากฝ่ ายหนึงฝ่ ายใดเล่นชู้
และฟ้ องหยา่ อีกฝ่ ายทีไม่ผดิ กม็ ีทางเลือกทีจะแต่งงานใหม่ได้ ส่วนฝ่ ายทีผดิ ซึงแต่งงานใหม่กย็ งั
คงอยใู่ นการล่วงประเวณีผวั เมียเขาต่อไป
คาํ ทีแปลวา่ ล่วงประเวณี (พอรเนะอีอา) เป็นคาํ ทสี ือความหมายค่อนขา้ งกวา้ ง ในความ
หมายเชิงแคบทีสุด มนั กห็ มายถึงการมีเพศสมั พนั ธก์ ่อนแต่งงานระหวา่ งคนสองคนทียงั ไม่
แต่งงาน ในความหมายเชิงกวา้ งกวา่ มนั กห็ มายถงึ การทาํ ผดิ เรืองเพศในรูปแบบใดๆกต็ ามซึง
รวมถึงการผดิ ผวั ผดิ เมียเขาและการรักร่วมเพศดว้ ย
ในเรืองราวทงั หมดนี พระประสงคอ์ นั สมบูรณ์แบบของพระเจา้ กส็ ะทอ้ นใหเ้ ห็นถงึ ความ
ชอบธรรมและความบริสุทธิของพระองค์ อยา่ งไรกต็ าม พระประสงคเ์ ชิงอนญุ าตของพระองคก์ ็
สะทอ้ นใหเ้ ห็นถึงพระเมตตาของพระองคใ์ นการยอมใหค้ ู่สมรสทีไม่ไดเ้ ป็นฝ่ ายผดิ มีทางเลือกที
จะแต่งงานใหม่ไดห้ ากเขาหรือเธอตดั สินใจทีจะทาํ อยา่ งนนั สิงทีพระเยซูทรงสอนตรงนีก็
สอดคลอ้ งอยา่ งมากกบั สิงทีถกู นาํ เสนอในพระราชบญั ญตั ิ 24:1-2 นอกจากนี เราควรระลึกดว้ ย
วา่ เรืองทงั หมดนีเกิดขึนมาในบริบทใด พวกฟาริสีพยายามทีจะหลอกใหพ้ ระเยซูติดกบั ดว้ ย
คาํ ถามยงุ่ ยากเกียวกบั การหยา่ ร้าง ดู ขอ้ 3 พระเยซูมิไดท้ รงสาธยายเพมิ เติม แต่ตรัสสันๆเกียวกบั
สาระสาํ คญั ทีถูกกลนั กรองแลว้ ของเรืองนี
มธ 19:10 พวกสาวกต่างประหลาดใจทีพระเยซูทรงใหข้ อ้ จาํ กดั เฉพาะเกียวกบั เรือง
นีแลว้ ซึงแสดงใหเ้ ห็นวา่ แมก้ ระทงั ในตอนนนั หวั ขอ้ นีกเ็ ป็นเรืองทีถกเถียงกนั และเป็นเรือง
ละเอียดอ่อน พวกสาวกของพระองค์ทูลพระองค์ว่า "ถ้ากรณขี องฝ่ ายชายต้องเป็ นเช่นนันกบั
ภรรยาของเขา การสมรสกไ็ ม่ดีเลย" ศาสนายวิ แบบรับบีของพวกฟาริสีอนุญาตใหห้ ยา่ ร้างและ
แต่งงานใหม่ไดอ้ ยา่ งสบายๆ คาํ สอนของพระเยซูเกียวกบั เรืองนีจริงๆแลว้ กม็ ีนาํ หนกั มากกวา่
และเขม้ งวดมากกวา่ สิงทีพวกสาวกคุน้ เคย
มธ 19:11-12 พระเยซูทรงกล่าวปิ ดทา้ ยความเห็นของพระองคเ์ กียวกบั เรืองนีวา่
พระองค์ทรงตอบเขาว่า "มใิ ช่ทุกคนจะรับประพฤตติ ามข้อนีได้ เว้นแต่ผู้ทที รงให้ประพฤตไิ ด้ ดู
เหมือนวา่ พระเยซูทรงผอ่ นปรนคาํ สอนของพระองคโ์ ดยตรัสวา่ ไม่ใช่ทุกคนทีจะสามารถบรรลุ
ตามอุดมคติแห่งพระประสงคอ์ นั สมบรู ณ์แบบของพระเจา้ ได้ โดยขอทาํ ไดเ้ พียงพระประสงคเ์ ชิง
อนุญาตของพระองคเ์ ท่านนั
พระองคต์ รัสต่อไปวา่ 12 ด้วยว่าผู้ทเี ป็ นขนั ทตี ังแต่กาํ เนดิ จากครรภ์มารดากม็ ี ผู้ทมี นุษย์
กระทาํ ให้เป็ นขนั ทกี ม็ ี ผู้ทกี ระทาํ ตวั เองให้เป็ นขนั ทเี พราะเหน็ แก่อาณาจักรแห่งสวรรค์กม็ ี ใคร
ถอื ได้กใ็ ห้ถือเอาเถดิ ” คาํ ทีแปลวา่ ขนั ที (เอะอูนออูคอส) ตรงนีอาจหมายถึงคนทีถูกตอนหรือคน
ทีเลือกทีจะครองตวั เป็นโสดต่อไปกไ็ ด้ เมือพจิ ารณาจากบริบทแลว้ น่าจะใช่ความหมายแบบหลงั
(พระเยซูตรัสถึงบางคนทีเพราะความบกพร่องแต่กาํ เนิด เขาจึงไม่สามารถทีจะแต่งงานไดด้ ว้ ย)
อยา่ งไรกต็ าม หลกั การทีสาํ คญั กวา่ ทพี ระเยซูทรงสอนกด็ ูเหมือนจะสือวา่ บางคนสามารถ
รับคาํ สอนเช่นนนั ไดแ้ ละบางคนกร็ ับไม่ได้ บางคนเตม็ ใจและสามารถทีจะขา้ มการแต่งงานไป
ไดเ้ พอื ทีจะไล่ตามเป้ าหมายฝ่ ายวญิ ญาณ อยา่ งไรกต็ าม ขอ้ 5 กก็ ล่าวชดั เจนวา่ พระประสงคโ์ ดย
ทวั ไปของพระเจา้ กค็ ือ ทีจะใหผ้ ชู้ ายและผหู้ ญิงแต่งงาน วลีสุดทา้ ยในขอ้ 12 กด็ ูเหมือนจะปล่อย
ใหค้ นๆนนั ตดั สินใจเอง อยา่ งไรกต็ าม รูปกาลของคาํ กริยาของวลีสุดทา้ ยกเ็ ป็นรูปคาํ สงั ดงั นนั
วลีนีจึงอาจแปลไดว้ า่ ‘ใครถือไดก้ ต็ ้องถือ’ กล่าวอีกนยั หนึงกค็ ือวา่ คนเหล่านนั ทีอยใู่ นสภาพ
การณ์ใดกไ็ ดร้ ับคาํ บญั ชาจากพระเจา้ ใหอ้ ยใู่ นสภาพนนั ต่อไป ถึงแมว้ า่ พระเจา้ ทรงเปี ยมดว้ ยพระ
เมตตาในการทรงยอมใหแ้ ต่งงานใหม่ไดภ้ ายใตเ้ งือนไขทีจาํ กดั มากๆ แต่บญั ญตั ิต่างๆดา้ นศีล
ธรรมของพระองคก์ ถ็ ูกบญั ชาไวอ้ ยดู่ ี
มธ 19:13-15 อีกครังทีเช่นเดียวกบั ในบทที 18 พระเยซูทรงบญั ชาพวกสาวกใหย้ อม
ปล่อยใหเ้ ดก็ ๆเขา้ มาหาพระองค์ ขณะนันเขาพาเดก็ เลก็ ๆมาหาพระองค์ เพอื จะให้พระองค์ทรง
วางพระหตั ถ์และอธิษฐาน แต่เหล่าสาวกกห็ ้ามปรามไว้ 14 ฝ่ ายพระเยซูตรัสว่า "จงยอมให้เดก็
เลก็ ๆเข้ามาหาเรา อย่าห้ามเขาเลย เพราะว่าอาณาจกั รแห่งสวรรค์ย่อมเป็ นของคนเช่นเดก็ เหล่า
นัน" 15 เมอื พระองค์ทรงวางพระหตั ถ์บนเดก็ เหล่านันแล้ว กเ็ สดจ็ ไปจากทนี ัน ความหมายตรง
นีกอ็ าจเป็นไดว้ า่ คนทงั หลายทีถ่อมใจและทาํ ตวั ตาํ ตอ้ ยเหมือนเดก็ ๆกเ็ ป็นแบบทีแสดงถึง
อุปนิสัยของคนเหล่านนั ทีไดร้ ับอนุญาตใหเ้ ขา้ ในอาณาจกั รของพระองคไ์ ดใ้ นสกั วนั หนึง มนั สือ
ถึงการกลบั ใจใหม่ ใจทีไม่แขง็ กระดา้ ง และความเจียมเนือเจียมตวั ลองเปรียบเทียบลกั ษณะนิสัย
นีกบั คนทีเขา้ มาถามพระเยซูในขอ้ ต่อๆไปดู
น่าประหลาดใจทีบางคนพยายามใชข้ อ้ นีเพือสอนเรืองการใหบ้ พั ติศมาเดก็ มีบางคน
เสนอเหตุผลทีวา่ การยอมใหเ้ ดก็ ๆเขา้ มาหาพระองคก์ ส็ ือถึง พธิ ีบพั ติศมาและความรอด เราควร
หมายเหตุไวว้ า่ คนเหล่านนั (พ่อแม่) ทีพาลูกๆของตนมาหาพระเยซูจริงๆแลว้ กแ็ ค่อยากขอให้
พระเยซูอวยพรและอธิษฐานเผอื ลกู ๆของพวกเขาเท่านนั พระวญิ ญาณบริสุทธิทรงกาํ ลงั ปูพืน
เพอื ทีจะแสดงใหเ้ ห็นถึงความแตกต่างกบั ความเยอ่ หยงิ และการอวดตวั ของคนทีพดู ถึงต่อไปนี
มธ 19:16-22 ต่อไปนีเป็นเรืองเล่าของมทั ธิวเกียวกบั ขนุ นางหนุ่มผรู้ าํ รวย ดูเถิด มคี น
หนงึ มาทูลพระองค์ว่า "ท่านอาจารย์ผู้ประเสริฐ ข้าพเจ้าจะต้องทาํ ดปี ระการใดจงึ จะได้ชีวติ นิรัน
ดร์" บนั ทึกของมทั ธิวกส็ ือวา่ เขาเป็นคนหนุ่มและราํ รวย มีแต่ลกู าทีเสริมรายละเอียดเขา้ ไปวา่ เขา
เป็นขนุ นางดว้ ย เขามาถามวา่ เขาตอ้ งทาํ อะไรเพือทีจะไดช้ ีวติ นิรันดร์ พระเยซูทรงเบียงเบน
คาํ ถามของเขา 17 พระองค์ตรัสตอบเขาว่า "ท่านเรียกเราว่าประเสริฐทาํ ไมเล่า ไม่มผี ู้ใด
ประเสริฐนอกจากพระองค์เดยี วคอื พระเจ้า
อาจเป็นไดว้ า่ พระเยซูทรงเห็นความเยอ่ หยงิ และการเสแสร้งของชายหนุ่มทีคิดวา่ ตวั ชอบ
ธรรมคนนี พระองคจ์ ึงไม่ทรงตอบคาํ ถามของเขา ดูเหมือนวา่ ชายหนุ่มคนนีสนใจในการทีจะ
เพิมชีวติ นิรันดร์เขา้ ไปกบั แฟ้ มผลงานของเขามากกวา่ ทีจะเป็นความกงั วลในเรืองฝ่ ายวญิ ญาณ
จริงๆ องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราจึงทรงทาํ ตวั เหินห่างต่อไปโดยตรัสวา่ “ไม่มีผใู้ ดประเสริฐ
นอกจากพระองคเ์ ดียวคือพระเจา้ ” ชายหนุ่มทีราํ รวยและมีอิทธิพลคนนีน่าจะเป็นบุตรชายคน
หนึงของพวกชนชนั สูงทีปกครองประเทศอิสราเอล เขาไดย้ นิ เรืองราวของพระเยซูมาบา้ ง เขาจึง
คิดวา่ เขาสามารถเพมิ ชีวติ นิรันดร์เขา้ ไปกบั ทรัพยส์ มบตั ิอนื ๆของตนได้
พระเยซูตรัสต่อไปวา่ แต่ถ้าท่านปรารถนาจะเข้าในชีวติ กใ็ ห้ถือรักษาพระบญั ญตั ไิ ว้" น่า
สังเกตวา่ พระเยซูมิไดต้ รัสวา่ ‘แต่ถา้ ท่านปรารถนาจะเขา้ ในชีวติ นิรันดร์ ’ พระองคแ์ ค่ตรัสถึงชีวติ
เฉยๆ ขอ้ เทจ็ จริงกค็ ือวา่ เมือผใู้ ดถือรักษาพระบญั ญตั ิ เขากม็ ีคุณภาพชีวติ ทีดีขนึ โดยสิงสาํ คญั
อยา่ งหนึงกค็ ือ สนั ติสุขในใจและสนั ติสุขพร้อมกบั พระพรอืนๆ มคี วามเยอ่ หยงิ อยใู่ นตวั ชาย
หนุ่มทีราํ รวยคนนี พระเยซูทรงเห็นมนั และทรงทาํ ตวั เหินห่างต่อไป พระองคท์ รงตระหนกั ดีวา่
ในตวั ชายผนู้ ีไม่มีการกลบั ใจใหม่และไม่มคี วามเชือดว้ ย เขาสนใจแต่วา่ เขาจะทาํ อะไรไดเ้ พอื ที
จะมีชีวติ นิรันดร์ เขาจึงถามพระเยซูกลบั วา่ 18 "คอื พระบัญญตั ขิ ้อใดบ้าง"
พระเยซูตรัสว่า "อย่ากระทาํ การฆาตกรรม อย่าล่วงประเวณผี วั เมยี เขา อย่าลกั ทรัพย์
อย่าเป็ นพยานเทจ็ 19 จงให้เกยี รตแิ ก่บดิ ามารดาของตน และจงรักเพอื นบ้านเหมอื นรักตนเอง"
พระเยซูตรัสถึงพระบญั ญตั ิหกประการ (ซึงรวมถึงหา้ ขอ้ ในบญั ญตั ิสิบประการดว้ ย) บญั ญตั ิ
แต่ละขอ้ นีกพ็ ดู ถงึ ความสมั พนั ธก์ บั ผอู้ ืน นีสือใหเ้ ห็นในมุมมองของพระเยซูวา่ ชายคนนียงั
บกพร่องอยู่ หากไม่บกพร่องในขอ้ อนื เขากน็ ่าจะมีความผดิ ในขอ้ สุดทา้ ย หากไม่ผดิ ในขอ้ ทีสี
ของรายการทีวา่ นี
20 คนหนุ่มนันทูลพระองค์ว่า "ข้อเหล่านีข้าพเจ้าได้ถือรักษาไว้ทุกประการตงั แต่เป็ นเดก็
หนุ่มมา ข้าพเจ้ายงั ขาดอะไรอกี บ้าง" ชายหนุ่มคนนีคิดวา่ ตวั เองรักษาบญั ญตั ิเหล่านีไดห้ มดทุก
ขอ้ แลว้ เขาจึงเป็นคนชอบธรรม แต่ตรงนีคือสิงทีขดั แยง้ กนั เอง ชายหนุ่มผรู้ าํ รวยคนนีอา้ งวา่
รักษาบญั ญตั ิเหล่านีไดห้ มดทุกขอ้ แต่เขากย็ งั ไม่รู้จกั พอ เขารู้สึกจิตสาํ นึกผดิ ชอบฟ้ องใจ และ
พระเยซูทรงเรียกใหเ้ ขามาถึงสิงทีเขาไม่มี เขาคิดวา่ ความรอดคือการทาํ หลายสิงหลายอยา่ ง และ
แสดงใหเ้ ห็นวา่ เขาไม่มคี วามเชือเลย
21 พระเยซูตรัสแก่เขาว่า "ถ้าท่านปรารถนาเป็ นผู้ทที าํ จนครบถ้วน จงไปขายบรรดา
สิงของซึงท่านมอี ยู่แจกจ่ายให้คนอนาถา แล้วท่านจะมที รัพย์สมบัตใิ นสวรรค์ แล้วจงตามเรา
มา” อีกครังทีพระเยซูทรงทาํ ตวั หมางเมินต่อชายหนุ่มทีคิดวา่ ตวั ชอบธรรมและอวดดีคนนี
พระองคท์ รงตอบกลบั ไปโดยบรรยายถึงการเป็นคนทีทาํ จนครบถ้วน นีหมายถึงการเป็นคนที
ครบถว้ นฝ่ ายวญิ ญาณ พระเยซูมิไดก้ าํ ลงั ทรงสอนเรืองความรอดทีมาโดยการกระทาํ ดี แต่
พระองคก์ าํ ลงั พยายามทีจะทาํ ใหค้ นทีเยอ่ หยงิ และคิดวา่ ตวั ชอบธรรมคนนีถ่อมตวั ลง
พระองคท์ รงสังเศรษฐีหนุ่มคนนีวา่ เขาจะเป็นคนทีครบถว้ น (นนั คือ สมบูรณ์พร้อม) ได้
เขากต็ อ้ งแจกจ่ายทุกสิงทีเขามี นีไม่เคยเป็นวธิ ีทีนาํ ไปสู่ความรอดเลย แต่พระเยซูทรงทราบอะไร
เป็นพระเจา้ ของชายคนนี นนั คือ ทรัพยส์ มบตั ิของเขานนั เอง เขาไม่เตม็ ใจทีจะพรากไปจาก
ทรัพยส์ มบตั ิของเขา ในทางตรงกนั ขา้ ม หากเศรษฐีหนุ่มคนนีเตม็ ใจทีจะถ่อมตวั ลงโดยการแจก
จ่ายทรัพยส์ มบตั ิทีตนมี และติดตามพระเยซูไปโดยความเชือ เขากจ็ ะมุ่งหนา้ ไปสู่ความรอดทีแท้
จริง แต่เขาไม่พร้อมทีจะทาํ เรืองพวกนีเลย
ดว้ ยเหตุนี 22 เมอื คนหนุ่มได้ยนิ ถ้อยคาํ นันเขากอ็ อกไปเป็ นทุกข์ เพราะเขามที รัพย์
สิงของเป็ นอนั มาก คาํ ทีแปลวา่ ทรัพย์สิงของ (คเทมา) หมายถงึ กรรมสิทธิในทีดิน เห็นไดช้ ดั วา่
ชายหนุ่มคนนีเป็นเจา้ ของอสงั หาริมทรัพยจ์ าํ นวนมหาศาลซึงถอื วา่ เป็นแหล่งทีมาแห่งความมงั
คงั หลกั ๆในอสิ ราเอลสมยั นนั สินทรัพยเ์ หล่านีอาจเป็นสวนอง่นุ ทีใหผ้ ลกาํ ไร สวนตน้ มะกอก
แปลงปลูกมะเดือ และสินทรัพยอ์ ืนๆ โดยทงั หมดนีนาํ มาซึงรายไดก้ อ้ นโตทีเขา้ มาเรือยๆ ชายคน
นีอาจไดร้ ับสิงเหล่านีเป็นมรดกดว้ ย ปัญหาไม่ไดอ้ ยทู่ ีความราํ รวยของเขา แต่อยทู่ ีใจของเขาต่าง
หาก พระทีแทจ้ ริงของเขาคือ ทรัพยส์ มบตั ิของเขา นอกจากนีเขายงั เชือวา่ ตวั เองเป็นคนชอบ
ธรรมและมีความเยอ่ หยงิ อยเู่ ยอะดว้ ยซึงอาจปิ ดบงั เขาจากความสวา่ งแห่งข่าวประเสริฐ
มธ 19:23-24 เหตุการณ์ทีเกิดขึนไปก่อนหนา้ นีเป็นเหตุใหพ้ ระเยซูตรัสกบั พวกสาวกวา่
"เราบอกความจริงแก่ท่านทงั หลายว่า คนมงั มจี ะเข้าในอาณาจกั รแห่งสวรรค์กย็ าก คาํ ทีแปลวา่
ยาก (ดูสคอโลส) มีความหมายวา่ ‘ดว้ ยความยากลาํ บาก’ พระเยซูทรงสอนต่อไปวา่ มนั ยากจริงๆ
ทีคนรวยจะรับความรอด เหตุผลนนั กง็ ่ายนิดเดียว พวกเขาต่างถกู ความมงั มีของตนห่อหุม้ ไว้
พวกเขาสนุกกบั ชีวติ มากเกินกวา่ ทีจะมองไปยงั นิรันดร์กาลและพระเจา้ ผทู้ รงสร้างพวกเขาได้
นอกจากนี เช่นเดียวกบั ขนุ นางหนุ่มผรู้ าํ รวยขา้ งบน พวกคนรวยลว้ นถูกห่อหุม้ ดว้ ยความคิดวา่ ตวั
ชอบธรรมและความเยอ่ หยงิ แบบเสแสร้ง ข่าวประเสริฐไม่ใช่ศาสนาของพวกชนชนั สูงในสังคม
และเป็นความจริงทีประชากรของพระเจา้ ส่วนใหญ่คือคนเหล่านนั ทีไดเ้ ติบโตขึนมาดว้ ยวธิ ีที
ถ่อมใจ
พระเยซูตรัสต่อไปวา่ 24 เราบอกท่านทงั หลายอกี ว่า ตวั อูฐจะลอดรูเข็มกง็ ่ายกว่าคนมงั มี
จะเข้าในอาณาจกั รของพระเจ้า" เรือง “รูเขม็ ” กเ็ ป็นทีถกเถียงกนั อยา่ งมากมาโดยตลอด บางคน
กเ็ ปรียบมนั วา่ เป็นเหมือนกบั ประตูขนาดเลก็ ซึงอยใู่ นประตูเมืองขนาดใหญ่ โดยทีคนสามารถเขา้
ทางประตูเลก็ นีไดห้ ลงั จากทีประตูเมืองขนาดใหญ่ปิ ดแลว้ สาํ หรับอฐู ทีดือรันแลว้ มนั กค็ งเป็น
ประสบการณ์ทียงุ่ ยากเพราะวา่ มนั จะตอ้ งยอ่ ตวั ลงดว้ ยความยากลาํ บาก อยา่ งไรกต็ าม เนือหาใน
ขอ้ พระคมั ภีร์กไ็ ม่ไดบ้ ่งบอกเช่นนนั เลย บางคนกเ็ สนอวา่ รูเขม็ กห็ มายถึงช่องแคบเลก็ ๆใน
กาํ แพงหินของเมือง ซึงฝ่ ายทีตงั รับสามารถยงิ ธนูออกจากช่องนนั เขา้ ใส่ผทู้ ีมาโจมตีได้ อยา่ งไร
กต็ าม ช่องแคบดงั กล่าวปกตแิ ลว้ กอ็ ยสู่ ูงบนกาํ แพงและไม่ไดส้ ือความหมายอะไรเกียวกบั อูฐเลย
งานเขียนของพวกรับบีทีหลงเหลืออยกู่ พ็ ดู ถึงชา้ งทีเดินผา่ นรูเขม็ หลายต่อหลายครัง
ความหมายทีคาํ นีตอ้ งการจะสือกค็ ือ สาํ นวนทีแสดงถึงเรืองเหลวไหลหรืออะไรทีเป็นไปไม่ได้
อาจเป็นไปไดว้ า่ พระเยซูทรงสือความหมายนีโดยใชอ้ ูฐแทนชา้ งกไ็ ด้ จนถึงทุกวนั นีอฐู กข็ ึนชือ
ในเรืองนิสัยทีดือรันและไม่ยอมใหค้ วามร่วมมอื ของมนั
ไม่วา่ จะในกรณีใด บทเรียนสาํ คญั ทีพระเยซูกาํ ลงั สอนอยกู่ ค็ ือวา่ มนั เป็นเรืองยากแต่ก็
เป็นไปไดท้ ีคนรวยจะยอมเชือข่าวประเสริฐ พระของพวกเขากค็ ือ ยศถาบรรดาศกั ดิ ฐานะทาง
สงั คม และความมงั คงั ของพวกเขา สิงเหล่านีเมอื รวมกนั กก็ ่อใหเ้ กิดผลพลอยไดเ้ ป็นความเยอ่
หยงิ การคิดวา่ ตวั ชอบธรรม ความโอหงั และบ่อยครังกก็ ่อใหเ้ กิดความคิดทีวา่ ‘มีทุกวนั นีไดก้ ็
เพราะตวั เอง’ ซึงเป็นความคิดของคนทีไม่จาํ เป็นตอ้ งพึงพระเจา้ สาํ หรับคนเหล่านีแลว้ หลกั การ
ฝ่ ายวญิ ญาณต่างๆเช่น การกลบั ใจใหม่ ความเชือ การถ่อมตวั และหวั ใจของผรู้ ับใชจ้ ึงเป็นสิงที
แปลกประหลาดจริงๆ มนั เป็นเรืองผดิ ปกติราวกบั อฐู ทพี ยายามลอดรูเขม็ เลยทีเดียว
อีกเรืองทีตอ้ งหมายเหตุไวด้ ว้ ยกค็ ือวา่ ตอนนีพระเยซูทรงอยใู่ นแควน้ ยเู ดียซึงเป็นทีๆ
พวกชนชนั สูงและคนรวยๆของชนชาตินีเขาอยกู่ นั พวกเขาเป็นชนชนั ปกครองของอิสราเอล
มธ 19:25-26 เมอื พวกสาวกของพระองค์ได้ยนิ กป็ ระหลาดใจมาก จงึ ทูลว่า "ถ้าอย่าง
นันใครจะรอดได้” พวกสาวกต่างประหลาดใจ พวกเขาถามวา่ “ถา้ อยา่ งนนั ใครจะรอดได”้ ใน
สมยั นนั พวกคนอิสราเอลมกั คิดเอาเองวา่ เพราะวา่ พวกคนรวยๆมกั ถวายของบรรณาการต่างๆแก่
พระวหิ ารและเขา้ ร่วมประชุมกบั ธรรมศาลาอยา่ งเห็นไดช้ ดั พวกเขาจึงน่าจะเป็นพวกแรกๆทไี ด้
ชือวา่ ชอบธรรม
26 พระเยซูทอดพระเนตรดูพวกสาวกและตรัสกบั เขาว่า "ฝ่ ายมนุษย์ย่อมเป็ นไปไม่ได้
แต่พระเจ้าทรงกระทาํ ให้เป็ นไปได้ทกุ สิง" พระองคท์ รงอา้ งอิงยอ้ นกลบั ไปถึงเรืองอูฐทีพยายาม
ลอดรูเขม็ อยา่ งไรกต็ าม ในบริบทนีเองทีพระเยซูตรัสวา่ พระเจา้ ทรงกระทาํ ใหเ้ ป็นไปไดท้ ุกสิง
พระองคท์ รงสามารถช่วยคนรวยใหร้ อดไดแ้ ละพระองคก์ ท็ รงทาํ เช่นนนั อยบู่ ่อยๆ นอกจากนี เรา
ยงั เห็นถึงหลกั การเรืองความทรงสรรพพลานุภาพของพระเจา้ ดว้ ย ถึงแมว้ า่ สาํ หรับเราแลว้ บางสิง
อาจดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ แต่พระเจา้ กท็ รงเชียวชาญในสิงต่างๆทีคนคิดวา่ เป็นไปไม่ได้
มธ 19:27 ขณะนียงั อยใู่ นบริบทของขนุ นางหนุ่มผรู้ าํ รวยคนนีอยู่ แล้วเปโตรทูล
พระองค์ว่า "ดูเถดิ ข้าพระองค์ทงั หลายได้สละสิงสารพดั และได้ตดิ ตามพระองค์มา พวกข้า
พระองค์จึงจะได้อะไรบ้าง" เปโตรเตือนความจาํ พระเยซูวา่ อนั ทีจริงแลว้ พวกเขาไดส้ ละทิงสิง
สารพดั เพอื ติดตามพระองค์ (นีกเ็ ป็นตวั อยา่ งหนึงของการเป็นสาวกทแี ทจ้ ริง) เปโตรอยากรู้วา่
พวกเขาจะคาดหวงั อะไรเป็นสิงทีตามมา สิงทีถกู สือในคาํ ถามของเขากค็ ือวา่ การทีพวกเขา
ลงแรงไปทงั หมดนีจะไดบ้ าํ เหนจ็ อะไรบา้ ง หรือพวกเขาจะไดส้ ่วนแบ่งอะไรในอาณาจกั รของ
พระเมสสิยาห์ หรือพวกเขาจะคาดหวงั ทรัพยส์ มบตั ิอะไรในสวรรคไ์ ดบ้ า้ ง
มธ 19:28 พระเยซูจึงตรัสตอบวา่ "เราบอกความจริงแก่ท่านทงั หลายว่า ในโลกใหม่
คราวเมอื บุตรมนุษย์จะนังบนพระทนี ังแห่งสง่าราศีของพระองค์นัน พวกท่านทไี ด้ตดิ ตามเรามา
จะได้นังบนบัลลงั ก์สิบสองที พพิ ากษาชนอสิ ราเอลสิบสองตระกูล คาํ ทีแปลวา่ โลกใหม่ (พาลิก
เกะเนะซีอา) ในบริบทนีมีความหมายวา่ ‘การสร้างขนึ ใหม่’ เห็นไดช้ ดั วา่ มนั หมายถึงอาณาจกั รที
ถูกฟื นฟขู ึนใหม่ทีพระเยซูคริสตจ์ ะทรงเป็นกษตั ริยใ์ นสักวนั หนึง พระเยซูทรงสอนวา่ พวกสาวก
ถึงแมว้ า่ อาจไม่มีคนรู้จกั และเป็นคนตาํ ตอ้ ยในตอนนนั แต่พวกเขากจ็ ะไดเ้ ป็นผคู้ รอบครองร่วม
กบั พระองคใ์ นอาณาจกั รของพระองคใ์ นวนั นนั กล่าวใหเ้ ฉพาะเจาะจงกค็ ือ พวกอคั รสาวกจะได้
ปกครองชนอิสราเอลสิบสองตระกลู ในวนั นนั นียงั สือชดั เจนถึงการครอบครองของพระคริสต์
บนบลั ลงั กข์ องพระองคใ์ นวนั นนั ดว้ ย