The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Paphangkorn Laoakkharani, 2020-08-05 02:03:19

41 มัทธิว

41 มัทธิว

มธ 19:29 พระเยซูทรงนาํ เสนอหลกั การทีลึกซึงอีกประการ ทุกคนทไี ด้สละบ้าน
หรือพนี ้องชายหญงิ หรือบิดามารดาหรือภรรยาหรือบุตรหรือทดี นิ เพราะเหน็ แก่นามของเรา ผู้
นันจะได้ผลร้อยเท่า และจะได้ชีวติ นิรันดร์เป็ นมรดก

เมือประชากรของพระเจา้ เตม็ ใจทีจะเสียสละชีวติ ของตนและสิงของต่างๆทีสาํ คญั ต่อ
พวกเขาเพราะเห็นแก่พระองค์ พวกเขากจ็ ะไดร้ ับผลร้อยเท่าในอาณาจกั รของพระองค์ บทเรียนที
ชดั เจนตรงนีกค็ ือวา่ ความมงั มีในชีวติ นีไม่เพยี งเป็นเรืองทีไม่เกียวขอ้ งเมือคิดถึงนิรันดร์กาล
เท่านนั แต่มนั จะเป็นเครืองกีดขวางดว้ ย นอกจากนี เมอื ประชากรของพระเจา้ เตม็ ใจทีจะเสียสละ
เพอื รับใชอ้ งคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ตอนนี พวกเขากส็ ามารถไดร้ ับบาํ เหนจ็ มหาศาลเมือถึงตอนนนั ให้
เราสังเกตดว้ ยวา่ การปรนนิบตั ิพระคริสตอ์ าจเกียวขอ้ งกบั การเสียสละไม่เพยี งทรัพยส์ ิงของ
เท่านนั แต่ครอบครัวดว้ ย

มธ 19:30 พระเยซูทรงปิ ดทา้ ยเนือหาตอนนีดว้ ยหลกั การทีเป็นความจริง แต่มหี ลาย
คนทเี ป็ นคนต้นจะต้องกลบั ไปเป็ นคนสุดท้าย และทเี ป็ นคนสุดท้ายจะกลบั เป็ นคนต้น” เราจะ
เขา้ ใจคาํ ตรัสนีกต็ ่อเมือเราพิจารณาบริบท คนเหล่านนั ทีเป็นใหญ่เป็นโตในชีวติ นีอาจเป็นคน
สุดทา้ ยในสวรรค์ สมมติวา่ พวกเขาไดไ้ ปถึงทีนนั นะ นอกจากนี คนเหล่านนั ทีอยใู่ นฐานะตาํ ตอ้ ย
เพราะเห็นแก่ข่าวประเสริฐในตอนนีกจ็ ะไดม้ ีตาํ แหน่งใหญ่โตในตอนนนั

*****
ภาพรวมของมทั ธิว 20: ในบทที 20 พระเยซู (1) ทรงสอนคาํ อุปมาขนาดยาวเรืองหนึง
ซึงมีเนือหาเกียวกบั อาณาจักรนนั (2) พระองค์ตรัสชัดเจนถึงการสินพระชนม์ทีใกล้จะเกิดขึน
และการฟื นคืนพระชนม์ของพระองค์ (3) พระองค์ทรงรับมือกับคาํ ขออนั ทะเยอทะยานของพวก
สาวก และ (4) พระองค์ทรงรักษาชายตาบอดสองคน
มธ 20:1-16 องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราทรงสอนคาํ อุปมาวา่ ดว้ ยอาณาจกั รนนั อีกเรือง
"ด้วยว่าอาณาจักรแห่งสวรรค์เปรียบเหมอื นเจ้าของบ้านคนหนึงออกไปจ้างคนทาํ งานในสวน
องุ่นของตนแต่เวลาเช้าตรู่ 2 ครันตกลงกบั ลูกจ้างวนั ละเดนาริอนั แล้ว จงึ ใช้ให้ไปทาํ งานในสวน
องุ่นของเขา 3 พอเวลาประมาณสามโมงเช้า เจ้าของบ้านกอ็ อกไปอกี เห็นคนอนื ยนื อยู่เปล่าๆ

กลางตลาด 4 จึงพูดกบั เขาว่า `ท่านทงั หลายจงไปทาํ งานในสวนองุ่นด้วยเถดิ เราจะให้ค่าจ้างแก่
พวกท่านตามสมควร' แล้วเขากพ็ ากนั ไป 5 พอเวลาเทยี งวนั และเวลาบ่ายสามโมง เจ้าของบ้านก็
ออกไปอกี ทาํ เหมอื นก่อน 6 ประมาณบ่ายห้าโมงกอ็ อกไปอกี ครังหนึง พบอกี พวกหนึงยนื อยู่
เปล่าๆจงึ พูดกบั เขาว่า `พวกท่านยนื อยู่ทนี เี ปล่าๆตลอดวนั ทาํ ไม' 7 พวกเขาตอบเจ้าของบ้านว่า
`เพราะไม่มใี ครจ้างพวกข้าพเจ้า' เจ้าของบ้านบอกพวกเขาว่า `ท่านทงั หลายจงไปทาํ งานในสวน
องุ่นด้วยเถิด และท่านจะได้รับค่าจ้างตามสมควร' 8 ครันถงึ เวลาพลบคาํ เจ้าของสวนองุ่นจงึ สัง
เจ้าพนักงานว่า `จงเรียกคนทาํ งานมาและให้ค่าจ้างแก่เขา ตงั แต่คนมาทาํ งานสุดท้าย จนถงึ คน
ทมี าแรก' 9 คนทมี าทาํ งานเวลาประมาณบ่ายห้าโมงนัน ได้ค่าจ้างคนละหนึงเดนาริอนั 10 ส่วน
คนทมี าทแี รกนกึ ว่าเขาคงจะได้มากกว่านัน แต่กไ็ ด้คนละหนึงเดนาริอนั เหมอื นกนั 11 เมอื เขารับ
เงินไปแล้วกบ็ ่นต่อว่าเจ้าของบ้าน 12 ว่า `พวกทมี าสุดท้ายได้ทาํ งานชัวโมงเดยี ว และท่านได้ให้
ค่าจ้างแก่เขาเท่ากนั กบั พวกเราทที าํ งานตรากตรํากลางแดดตลอดวนั ' 13 ฝ่ ายเจ้าของบ้านกต็ อบ
แก่คนหนงึ ในพวกนันว่า `สหายเอ๋ย เรามไิ ด้โกงท่านเลย ท่านได้ตกลงกบั เราแล้ววนั ละหนึงเดนา
ริอนั มใิ ช่หรือ 14 รับค่าจ้างของท่านไปเถดิ เราพอใจจะให้คนทมี าทาํ งานหลงั ทสี ุดนันเท่ากนั กบั
ท่าน 15 เราปรารถนาจะทาํ อะไรกบั สิงทีเป็ นของเราเองนันไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญตั ิหรือ
ทาํ ไมท่านอจิ ฉาตาร้อนเมอื เหน็ เราใจดี'

นีเป็นเรืองเกียวกบั แรงงานรายวนั ในสมยั ศตวรรษแรก เกษตรกรรมแบบหลกั ใน
อิสราเอลสมยั นนั กค็ ือ การปลกู องุ่นและผลิตผลทีมาจากองุ่น ตลอดช่วงฤดูปลกู คนงานกเ็ ป็นที
ตอ้ งการเพือทาํ งานในสวนองุ่น โดยเฉพาะในช่วงฤดูเกบ็ เกียว เจ้าของบ้านทีถกู เอ่ยถึงนีกค็ ือ
เจา้ ของสวนองุ่นนี เป็นเรืองธรรมดาทีเจา้ ของบา้ นจะออกไปในตลาดประจาํ เมืองแต่เชา้ ตรู่และ
จา้ งคนงานรายวนั ตามความจาํ เป็นของเขา

คนทีตอ้ งการงานทาํ กจ็ ะเตร็ดเตร่อยแู่ ถวตลาด โดยหวงั วา่ เจา้ ของทีดินในพนื ทีจะมาจา้ ง
พวกเขาทาํ งานในวนั นนั ค่าแรงรายวนั ในสมยั นนั คือ เดนาริอนั (เดนาริออน) ซึงเป็นเหรียญเงิน
ของโรม พวกคนทาํ งานในสวนองุ่นตกลงทีจะทาํ งานเพือค่าจา้ งจาํ นวนดงั กล่าว จนถึงตอนนี
เรืองนีกเ็ ป็นวิธีปฏิบตั ิปกติของคนในตะวนั ออกกลาง

อยา่ งไรกต็ าม เมือเรืองนีดาํ เนินต่อไป พระเยซูกท็ รงเสริมลกั ษณะบางประการทีไม่ใช่
เรืองปกติ ในเวลาเกา้ โมงเชา้ วนั นนั เอง เจา้ ของสวนองุ่นกเ็ ห็นวา่ เขาตอ้ งการคนงานเพมิ ดงั นนั
เขาจึงกลบั เขา้ ไปในเมืองและจา้ งคนงานเพมิ โดยบอกวา่ “เราจะใหค้ ่าจา้ งแก่พวกท่านตาม
สมควร” เขาทาํ แบบนีอีกในตอนเทียงและตอนบ่ายสามโมง สุดทา้ ยตอนหา้ โมงเยน็ เขากจ็ า้ งคน
งานเพิมอีก เขาถามคนเหล่านนั วา่ “พวกท่านยนื อยทู่ ีนีเปล่าๆตลอดวนั ทาํ ไม” พวกเขาตอบวา่
“เพราะไม่มีใครจา้ งพวกขา้ พเจา้ ” อยา่ งไรกต็ าม อีกแค่ชวั โมงเดียวกห็ มดเวลาทาํ งานสาํ หรับวนั
นนั แลว้

ดงั นนั ตอนหกโมงเยน็ วนั นนั เจา้ ของสวนองุ่นกส็ ังเจ้าพนกั งาน หรือหวั หนา้ คนงานให้
บอกทุกคนวา่ ถึงเวลาเลิกงานแลว้ และใหจ้ ่ายค่าจา้ งแก่คนงาน นอกจากนีเขายงั สงั ดว้ ยวา่ ใหจ้ ่าย
ค่าจา้ งแก่คนงานทีมาสุดทา้ ยก่อนไล่ไปจนถึงคนทีมาแรกสุด สิงทีน่าตกใจกค็ ือวา่ คนงานทุกคน
ไดร้ ับค่าจา้ งเท่ากนั คือ หนึงเดนาริอนั บางคนทาํ งานตลอดทงั วนั เพอื จะไดค้ ่าจา้ งจาํ นวนเท่านนั
ขณะทคี นอืนๆกท็ าํ งานเพยี งแค่ชวั โมงเดียวเพอื ทีจะไดร้ ับเงินค่าจา้ งจาํ นวนเท่ากนั

คนเหล่านนั ทีทาํ งานถึงสิบสองชวั โมงกบ็ ่นทนั ทีวา่ ค่าจา้ งของพวกเขาไม่ไดม้ ากไปกวา่
ค่าจา้ งของคนเหล่านนั ทีทาํ งานเพยี งแค่ชวั โมงเดียว เจา้ ของสวนองุ่นกเ็ ตือนความจาํ พวกเขาวา่
พวกเขาไดต้ กลงทีจะทาํ งานตลอดทงั วนั เพือเงินหนึงเดนาริอนั เขาจึงสงั ใหค้ นเหล่านนั กลบั บา้ น
ไปโดยกล่าววา่ เขาจะทาํ ยงั ไงกบั ค่าจา้ งของเขากไ็ ดต้ ามทีเขาปรารถนา ความเห็นสุดทา้ ยของเขา
ทีวา่ “ท่านมีแววตาอนั ชวั ร้ายเพราะเห็นเราใจดีหรือ” อา้ งอิงถึงความอิจฉาของพวกเขา เขาไดม้ ี
ใจเมตตาต่อคนงานเหล่านนั ทีมาทาํ งานหลงั สุด ทาํ ไมคนอืนตอ้ งอิจฉาคนเหล่านนั ดว้ ย

พระเยซูทรงปิ ดทา้ ยคาํ อุปมานีอีกครังโดยตรัสวา่ 16 อย่างนันแหละคนทเี ป็ นคนสุดท้าย
จะกลบั เป็ นคนต้น และคนทเี ป็ นคนต้นจะกลบั เป็ นคนสุดท้าย พระองคต์ รัสเสริมวา่ ด้วยว่าผู้ที
ได้รับเชิญกม็ าก แต่ผู้ทีทรงเลอื กกน็ ้อย"

คาํ อุปมานีกเ็ ป็นเรืองของอาณาจกั รนนั อีกครัง กญุ แจสาํ คญั ทีช่วยใหเ้ ราเขา้ ใจกค็ ือ การ
มองมนั ผา่ นมมุ มองของชนชาติอิสราเอลและตาํ แหน่งของพวกเขาในอาณาจกั รนนั สกั วนั หนึง
เหล่าวสิ ุทธิชนสมยั พระคมั ภีร์เดิมทุกคน (ชนชาติอิสราเอลทีไดร้ ับการทรงไถ่) จะถูกชุบใหเ้ ป็น
ขึนเพอื เขา้ สู่อาณาจกั รนนั กระนนั จะมียวิ ทีไดร้ ับความรอดในช่วงวนั ทา้ ยๆของยคุ เจด็ ปี ดว้ ย

พวกเขาเองกจ็ ะไดร้ ับอภิสิทธิทงั ปวงทีพวกพนี อ้ งสมยั พระคมั ภีร์เดิมของพวกเขามีดว้ ย ถึงแมว้ า่
พวกเขาเองจะกลบั ใจรับเชือเพียงไม่นานกต็ าม

นีสือใหเ้ ห็นวา่ บางคนในวนั นนั จะคิดวา่ พวกเขาน่าจะไดร้ ับบาํ เหนจ็ หรือตาํ แหน่งสูงกวา่
คนเหล่านนั ทีเพิงกลบั ใจรับเชือ เราไม่ควรสรุปวา่ จะมีการแก่งแยง่ ชิงดีหรือความแตกแยกใน
อาณาจกั รนนั อยา่ งไรกต็ าม พระเยซูทรงใชภ้ าพเปรียบหนึงทีพบเห็นไดใ้ นชีวิต มนั แสดงใหเ้ ห็น
วา่ แมแ้ ต่พวกยวิ ทีกลบั ใจรับเชือในทีสุดกจ็ ะไดร้ ับสิทธิเตม็ ทีในอาณาจกั รนนั

พระเยซูทรงใชค้ าํ สุภาษติ ของพระองค์ “คนทีเป็นคนสุดทา้ ยจะกลบั เป็นคนตน้ และคนที
เป็นคนตน้ จะกลบั เป็นคนสุดทา้ ย” ในบริบทนี เห็นไดช้ ดั วา่ คนเหล่านนั ทีรอดในตอนทา้ ยจะมียศ
ถาบรรดาศกั ดิเดียวกบั คนเหล่านนั ทีเป็นวสิ ุทธิชนมาตงั แต่แรก นอกจากนี บรรดาผตู้ ิดตามพระ
คริสตไ์ ม่วา่ จะในสมยั พระคมั ภีร์ใหม่หรือผทู้ ีพลีชีพในยคุ เจด็ ปี กอ็ าจมีตาํ แหน่งสูงกวา่ พวกยวิ ธร
รมดาๆในสมยั พระคมั ภีร์เดิมในอาณาจกั รนนั กไ็ ด้ เป็นความจริงที “ดว้ ยวา่ ผทู้ ีไดร้ ับเชิญกม็ าก
แต่ผทู้ ีทรงเลือกกน็ อ้ ย” มคี นมากมายไดร้ ับการทรงเรียกใหม้ าถงึ ความรอด แต่มคี นส่วนนอ้ ยนกั
ทีตอบรับการทรงเรียกนนั มีคนมากมายไดร้ ับการทรงเรียกใหม้ ารับใชพ้ ระมหากษตั ริย์ แต่มีไม่กี
คนทไี ดร้ ับการทรงเลือกใหม้ ารับตาํ แหน่งผนู้ าํ เพราะการรับใชอ้ ยา่ งสตั ยซ์ ือทีมมี าก่อนหนา้ นนั
ในชีวิตนีของพวกเขา

มธ 20:17-19 พระเยซูทรงพยากรณ์ถึงการสินพระชนมแ์ ละการฟื นคนื พระชนมข์ อง
พระองคซ์ ึงใกลจ้ ะเกิดขึนเป็นครังทีหา้ ในข่าวประเสริฐของมทั ธิวนี โดยอาจทรงอยใู่ นบริเวณ
เมืองเยรีโคซึงอยใู่ นหุบเขาของแม่นาํ จอร์แดน เมอื พระเยซูจะเสดจ็ ขนึ ไปยงั กรุงเยรูซาเลม็ ขณะ
อยู่ตามหนทางได้พาเหล่าสาวกสิบสองคนไปแต่ลาํ พงั และตรัสกบั เขาว่า 18 "ดูเถิด เราทงั หลาย
จะขนึ ไปยงั กรุงเยรูซาเลม็ และบุตรมนุษย์จะถูกทรยศให้อยู่กบั พวกปโุ รหิตใหญ่และพวกธรรมา
จารย์ และเขาเหล่านันจะปรับโทษท่านถงึ ตาย 19 และจะมอบท่านไว้กบั คนต่างชาตใิ ห้เยาะเย้ย
เฆยี นตี และให้ตรึงไว้ทกี างเขน และวนั ทสี ามท่านจงึ จะกลบั ฟื นขนึ มาใหม่”

พระเยซูทรงเสริมรายละเอียดเพมิ เติมเกียวกบั การทรงทุกขท์ รมานของพระองคซ์ ึงใกลจ้ ะ
เกิดขึนแลว้ (1) มนั จะเกิดขึนทีกรุงเยรูซาเลม็ (2) พระองคจ์ ะทรงถูกทรยศใหอ้ ยใู่ นมือของพวก

ปุโรหิตใหญ่ (3) พวกเขาและพวกธรรมาจารยจ์ ะปรับโทษพระองคใ์ หถ้ ึงตาย (4) นอกจากนี
พระองคจ์ ะทรงถูกมอบไวก้ บั พวกคนต่างชาติ (พวกโรม) เพอื ทีจะทรงถูกเยาะเยย้ เฆียนตี และ
ใหต้ รึงไวท้ ีกางเขน (5) สุดทา้ ย วนั ทีสามพระองคจ์ ะทรงกลบั ฟื นขึนมาใหม่

พระเยซูทรงใหร้ ายละเอียดอนั น่าทึงแก่พวกสาวกในการตรัสล่วงหนา้ ถึงการ
สินพระชนมแ์ ละการฟื นคืนพระชนมข์ องพระองค์ น่าแปลกตรงทีวา่ พวกเขาจาํ ไดว้ า่ พระองคไ์ ด้
ทรงเล่าใหพ้ วกเขาฟังอยา่ งละเอียดก่อนหนา้ นนั แลว้ วา่ จะเกิดอะไรขึนกห็ ลงั จากทีพระองคไ์ ด้
ทรงเป็นขึนจากตายแลว้ อยา่ งไรกต็ าม ในช่วงเดือนทา้ ยๆก่อนการสินพระชนมแ์ ละการฟื นคืน
พระชนมข์ องพระองค์ พระเยซูกท็ รงพยายามทีจะเตรียมตวั พวกเขาใหพ้ ร้อมสาํ หรับสิงทีกาํ ลงั
ใกลเ้ ขา้ มา

มธ 20:20-28 หลงั จากนนั มารดาของยอหน์ และยากอบ (ภรรยาของเศเบดี) กเ็ ขา้ มาเฝ้ า
พระเยซูและขอใหบ้ ุตรทงั สองคนของนางไดร้ ับอภิสิทธิคือ ตาํ แหน่งสูงในอาณาจกั รทีจะมาถึง
ของพระองค์ ขณะนันมารดาของบุตรแห่งเศเบดีพาบุตรชายทงั สองมาเฝ้ าพระองค์ นมสั การทูล
ขอสิงหนึงจากพระองค์ 21 พระองค์จงึ ทรงถามนางนันว่า "ท่านปรารถนาอะไร" นางทูล
พระองค์ว่า "ขอทรงโปรดอนุญาตให้บุตรชายของข้าพระองค์สองคนนีนังในราชอาณาจักรของ
พระองค์ เบืองขวาพระหตั ถ์คนหนึง เบืองซ้ายคนหนงึ ”

บางคนสันนิษฐานวา่ ยากอบและยอหน์ เป็นคนบอกใหม้ ารดาของตนทาํ เช่นนี อยา่ งไร
กต็ าม ในเนือหาตรงนีกไ็ ม่มีบ่งบอกเช่นนนั โดยตรงเลย อยา่ งไรกต็ ามเห็นไดช้ ดั วา่ ผหู้ ญงิ คนนีรู้
เลยวา่ พระเยซูทรงเป็นผใู้ ดและอาณาจกั รของพระเจา้ นนั มาใกลแ้ ลว้ นางเห็นไดถ้ กู ตอ้ งแลว้ วา่
บุตรทงั สองของนางเป็นเหมือนมือขวาและมือซา้ ยของพระองค์

อยา่ งไรกต็ าม พระเยซูกต็ รัสเป็นนยั วา่ ยากอบและยอห์นมีส่วนรู้เห็นในคาํ ขอทีเห็นแก่ตวั
นีดว้ ยโดยการตรัสตอบพวกเขาในรูปพหูพจน์ (“ทีพวกท่านขอนนั พวกท่านไม่เขา้ ใจ”) นีเท่ากบั
พระองคต์ รัสวา่ พวกเขาไม่รู้เลยวา่ พวกเขากาํ ลงั ขออะไรอยู่

22 แต่พระเยซูตรัสตอบว่า "ทที ่านขอนันท่านไม่เข้าใจ ถ้วยซึงเราจะดืมนันท่านจะดมื ได้
หรือ และบัพตศิ มานันซึงเราจะรับ ท่านจะรับได้หรือ" เขาทูลพระองค์ว่า "พวกข้าพระองค์

ทาํ ได้" 23 พระองค์ตรัสกบั เขาว่า "ท่านจะดมื จากถ้วยของเรา และรับบัพตศิ มาด้วยบพั ตศิ มาที
เราจะรับกจ็ ริง แต่ซึงจะนงั ข้างขวาและข้างซ้ายของเรานัน ไม่ใช่พนักงานของเราทจี ะมอบให้
แต่พระบดิ าของเราได้ทรงเตรียมไว้สําหรับผู้ใด กจ็ ะให้แก่ผู้นัน"พระเยซูทรงชีใหเ้ ห็นวา่ พวกเขา
จะไดด้ ืมจากถว้ ยของพระองคแ์ ละรบั บพั ติศมาของพระองคจ์ ริงๆ

แน่นอนทีนีหมายถึงการทีพวกสาวกของพระเยซูจะเผชิญกบั การข่มเหงอยา่ งหนกั และ
การพลีชีพเพือความเชือในอีกหลายสิบปี หลงั จากนนั อยา่ งไรกต็ ามม พระเยซูทรงชีใหเ้ ห็นวา่ ยศ
ถาบรรดาศกั ดิและตาํ แหน่งในอาณาจกั รนนั เป็นสิงทีพระบิดาของพระองคท์ รงจดั เตรียมไว้ องค์
พระผเู้ ป็นเจา้ ของเรา ถึงแมว้ า่ ทรงเป็นพระบุตรของพระเจา้ และทรงเป็นพระเจา้ เอง แต่พระองคก์ ็
ทรงนบนอบเชือฟังพระประสงคข์ องพระบิดาของพระองคอ์ ยา่ งเห็นไดช้ ดั แมใ้ นเรืองราย
ละเอียดเกียวกบั วา่ ผใู้ ดจะไดน้ งั ทีเบืองขวาพระหตั ถข์ องพระองคใ์ นอาณาจกั รนนั ของพระองค์

24 เมอื สาวกสิบคนนันได้ยนิ แล้ว พวกเขากม็ คี วามขุ่นเคอื งพนี ้องสองคนนัน ถึงแมว้ า่ อกี
สิบคนไม่พอใจคาํ ขอนีทีสองคนนนั ทูลขอพระเยซู แต่เราควรหมายเหตุวา่ ผทู้ ีทลู ขอคาํ ขอนีคือ
มารดาของยากอบและยอหน์ เนือหาตรงนีแค่บอกเป็นนยั วา่ ยากอบและยอห์นมีส่วนรู้เห็นใน
คาํ ขอนี บางครังคุณแม่ทงั หลายกอ็ าจมีความทะเยอทะยานแทนลูกๆของตน ความทะเยอทะยาน
ทีเห็นแก่ตวั เช่นนนั มกั ส่งผลเสียแก่ตวั เองและก่อใหเ้ กิดความจงเกลียดจงชงั ซึงกเ็ ป็นสิงทีเกิดขึน
ตรงนี

พระเยซูตรัสตอบต่อไปวา่ พวกคนต่างชาติเขาทาํ กนั ยงั ไง 25 พระเยซูทรงเรียกเขาทงั
หลายมาตรัสว่า "ท่านทงั หลายรู้อยู่ว่า ผู้ครองของคนต่างชาตยิ ่อมเป็ นเจ้าเหนือเขา และผู้ใหญ่ทงั
หลายกใ็ ช้อาํ นาจบังคบั ในหมู่ชาวโลกโดยทวั ไป คนทีมีตาํ แหน่งใหญ่โตมกั ทาํ ตวั เป็น ‘เจา้
เหนือ’ คนเหล่านนั ทีมีตาํ แหน่งตาํ ตอ้ ยกวา่ อยา่ งไรกต็ ามในอาณาจกั รของพระเจา้ ยศและ
ตาํ แหน่งจะถูกประทานใหโ้ ดยขึนอยกู่ บั การมีหวั ใจของผรู้ ับใช้

พระเยซูทรงออกความเห็นต่อไปวา่ 26 แต่ในพวกท่านหาเป็ นอย่างนันไม่ ถ้าผู้ใดใคร่จะ
ได้เป็ นใหญ่ในพวกท่าน ผู้นันจะต้องเป็ นผู้ปรนนิบัตทิ ่านทงั หลาย 27 ถ้าผู้ใดใคร่จะได้เป็ นเอก
เป็ นต้นในพวกท่าน ผู้นันจะต้องเป็ นผู้รับใช้ของพวกท่าน ในระบบของพระเจา้ ความยงิ ใหญ่ก็

ถูกแสดงเป็นแบบอยา่ งโดยการรับใชแ้ ละความถ่อมใจ นนั เป็นวธิ ีทีตรงขา้ มกบั ทีชาวโลกเขาทาํ
กนั น่าเสียดายทีอยา่ งนอ้ ยภรรยาของเศเบดีกแ็ สดงทรรศนะแบบหลงั

ในทางกลบั กนั ตวั อยา่ งทีแสดงถึงความยงิ ใหญ่ฝ่ ายวญิ ญาณทีแทจ้ ริงกถ็ ูกสือในการที
พระเยซูเอง 28 มไิ ด้มาเพอื รับการปรนนบิ ัติ แต่มาเพอื จะปรนนิบัติ และประทานชีวติ ของท่าน
ให้เป็ นค่าไถ่สําหรับคนเป็ นอนั มาก” นีเป็นทรรศนะทีแสดงถึงปรัชญาแบบคริสเตียนอยา่ งชดั เจน
พระเยซูเสดจ็ มาเพือปรนนิบตั ิผอู้ นื หลกั ปรัชญาง่ายๆของชีวติ กค็ ือ การมีชีวติ อยเู่ พือคนอืนและ
ไม่ใช่เพือตวั เราเอง ในการทาํ เช่นนีเองเรากจ็ ะพบความสุขและความอมิ เอมในระดบั ทีสูงสุด น่า
แปลกทีหลกั ปรัชญาดงั กล่าวเป็นสิงทีตรงกนั ขา้ มกบั สูตรแห่งความสาํ เร็จและความสุขของโลก

มีการนาํ เสนอภาพแสดงล่วงหนา้ ของการสินพระชนมแ์ ทนของพระเยซูซึงใกลจ้ ะเกิดขึน
อีกครัง คาํ ทีแปลวา่ ค่าไถ่ (ลทู รอน) เป็นคาํ ทีใชค้ ู่กบั คาํ วา่ การไถ่ เมอื คนหนึงไดร้ ับการไถ่ ค่าที
ใชก้ เ็ รียกวา่ ‘ค่าไถ่’ นีเท่ากบั พระเยซูตรัสวา่ เรามามิใช่เพอื ปรนนิบตั ิผอู้ นื เท่านนั แต่เพอื ไถ่พวก
เขาดว้ ย นีเป็นความไม่เห็นแก่ตวั เลยแมแ้ ต่นิดเดียว อุปนิสยั ทียอดเยยี มขององคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของ
เราไดส้ ่องสวา่ งออกมาโดยยงั แสดงใหเ้ ห็นทศั นคติทีเหมาะสมสาํ หรับพวกสาวกของพระองค์
ดว้ ย

มธ 20:29-34 บนั ทึกตรงนีสอดคลอ้ งกบั ของมาระโก 10:46-52 เมอื พระองค์กบั เหล่า
สาวกออกไปจากเมืองเยรีโค ฝูงชนเป็ นอนั มากกต็ ามพระองค์ไป 30 และดูเถดิ มชี ายตาบอดสอง
คนนงั อยู่ริมหนทาง เมอื เขาได้ยนิ ว่าพระเยซูเสดจ็ ผ่านมา จงึ ร้องว่า "โอ พระองค์ผู้เป็ นบุตรดา
วดิ เจ้าข้า ขอทรงพระเมตตาข้าพระองค์เถดิ " 31 ฝ่ ายประชาชนกห็ ้ามเขาให้นิงเสีย แต่เขายงิ ร้อง
ขนึ อกี ว่า "โอ พระองค์ผู้เป็ นบุตรดาวดิ เจ้าข้า ขอทรงพระเมตตาข้าพระองค์เถดิ " 32 พระเยซูจึง
หยดุ ประทบั ยนื อยู่ เรียกเขามา และตรัสว่า "ท่านทงั สองใคร่จะให้เราทาํ อะไรเพอื ท่าน" 33 พวก
เขาทูลพระองค์ว่า "พระองค์เจ้าข้า ขอให้ตาของข้าพระองค์มองเห็น" 34 พระเยซูจงึ มพี ระทยั
เมตตา กท็ รงถูกต้องตาเขา ในทนั ใดนันตาของเขากเ็ หน็ ได้และเขาทงั สองได้ตดิ ตามพระองค์ไป

ในบนั ทึกของมาระโก ชายตาบอดคนหนึงมีชือวา่ บารทิเมอัส ตรงนี เขากบั อีกคนทีมาดว้ ย
กนั ร้องออกมาอยา่ งอบั จนหนทางวา่ “โอ พระองคผ์ เู้ ป็นบุตรดาวดิ เจา้ ขา้ ขอทรงพระเมตตาขา้

พระองคเ์ ถิด” มีหลายความเห็นตามมา (1) มีการแสดงออกใหเ้ ห็นชดั เจนถึงความเชือในตวั ชายผู้
น่าสงสารสองคนนี ถึงแมว้ า่ ถูกคนอืนตาํ หนิ แต่พวกเขากย็ งั ร้องขอพระเมตตาของพระองคม์ าก
ขึนไปอีก มนั แสดงใหเ้ ห็นถึงความเชืออนั ลึกซึง (2) พวกเขารูแ้ ละยอมรับความเป็นองคพ์ ระผู้
เป็นเจา้ ของพระเยซู การนบนอบต่อความเป็นองคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของพระคริสตไ์ ม่ไดเ้ ป็นเพียง
การถ่อมตวั ลงต่อพระพกั ตร์พระองคเ์ ท่านนั แต่มนั ยงั เป็นการแสดงออกถงึ การกลบั ใจใหม่ดว้ ย
(3) พวกเขาเรียกพระองคว์ า่ “บุตรดาวดิ ” แมแ้ ต่ในบริเวณเมืองเยรีโคซึงเป็นทีๆพระเยซูทรงมา
อยไู่ ดไ้ ม่นานนกั พวกประชาชนกร็ ู้แลว้ วา่ พระองคท์ รงเป็นเชือสายของกษตั ริยด์ าวดิ และจริงๆ
แลว้ กท็ รงเป็นพระเมสสิยาห์

เมือพระเยซูไดท้ รงเห็นความเชืออนั แรงกลา้ ของพวกเขาในตวั พระองค์ พระองคก์ ท็ รงมี
พระทยั เมตตาพวกเขาและทรงถูกตอ้ งตาของพวกเขา พวกเขากไ็ ดร้ ับการรักษาใหห้ ายทนั ที ถึง
แมว้ า่ พระเยซูทรงแสดงการอศั จรรยต์ ่างๆเพอื รับรองการรับใชข้ องพระองคว์ า่ เป็นของแท้ แต่
พระองคก์ ท็ รงตอบสนองกลบั ไปดว้ ยความเมตตาต่อความขดั สนและความทุกขย์ ากของมนุษย์
ดว้ ย โดยเฉพาะเมือมนุษยแ์ สดงใหเ้ ห็นถึงความเชืออยา่ งสุดใจในตวั พระองค์ ใหเ้ ราสงั เกตดว้ ยวา่
ชายทีเคยตาบอดสองคนนีกต็ ิดตามพระองคไ์ ป นียงั เป็นบทเรียนมาจนถึงทุกวนั นี เราทีเคยมืด
บอดฝ่ ายวญิ ญาณควรติดตามพระผชู้ ่วยใหร้ อดและองคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ผยู้ งิ ใหญ่ของเราไปดว้ ย
เหมือนกบั ทีชายสองคนนนั ไดก้ ระทาํ

*****
ภาพรวมของมทั ธิว 21: นีเป็นบทแห่งช่วงเวลาสาํ คญั ซึงเริมต้นสัปดาห์สุดท้ายแห่ง
พระชนม์ชีพของพระคริสต์ก่อนการตรึงกางเขน ตรงนีพระองค์ทรงเสนอตัวต่อชนชาติอิสราเอล
ในฐานะกษตั ริย์ของพวกเขาอย่างเป็นทางการ ถึงแม้ว่าพวกประชาชนอิสราเอล (คนสามญั
ธรรมดา) มีความชืนชมยินดี แต่พวกคนใหญ่คนโตของอิสราเอลกป็ ฏิเสธพระองค์และทุกสิงที
พระองค์ทรงแสดงถึง
ในช่วงครึงแรกของบทนี พระเยซูทรงขีลาเข้ากรุงเยรูซาเลม็ ด้วยความถ่อมใจ โดยนาํ
เสนอพระองค์เองในฐานะกษตั ริย์ พระองค์ทรงชาํ ระพระวิหารและทรงแช่งสาปต้นมะเดือทีไร้
ผล ครึงหลงั ของบทนีเตม็ ไปด้วยภาพเปรียบและความขดั แย้งเมือพระเยซูทรงเผชิญหน้ากบั

ชนชาติอิสราเอลและถกู พวกเขาปฏิเสธ ในบทนีพวกปุโรหิตใหญ่ตังคาํ ถามเกียวกบั สิทธิอาํ นาจ
ของพระองค์และต่างคับข้องใจกบั คาํ ตอบของพระองค์ จากนันพระเยซูกท็ รงนาํ เสนอคาํ อุปมา
สามเรืองทีแทงใจดาํ พวกเขาโดยตรัสถึงการทีพระพรของพระเจ้าและแผนการของพระองค์จะ
ผ่านเลยจากพวกอิสราเอลไปถึงพวกผ้เู ชือทีเป็นคนต่างชาติในไม่ช้า

มธ 21:1-3 ขณะทีพระเยซูและพวกสาวกเขา้ ไปใกลก้ รุงเยรูซาเลม็ จากทิศตะวนั ออก
โดยมาจากเมืองเยรีโค พวกเขากต็ อ้ งผา่ นชุมชนเลก็ ๆทีหมู่บา้ นเบธฟายี ซึงอยดู่ า้ นหลงั ของภเู ขา
มะกอกเทศบนชานเมอื งดา้ นตะวนั ออกของกรุงเยรูซาเลม็ ทีนนั เองพระองคไ์ ดท้ รงใชส้ าวกสอง
คนไปเอาลาตวั หนึงมาจากหม่บู า้ นนนั

ครันพระองค์กบั พวกสาวกมาใกล้กรุงเยรูซาเลม็ ถงึ หมู่บ้านเบธฟายี เชิงภูเขามะกอกเทศ
แล้วพระเยซูทรงใช้สาวกสองคน 2 ตรัสสังเขาว่า "จงเข้าไปในหมู่บ้านทอี ยู่ตรงหน้าท่าน ทนั ที
ท่านจะพบแม่ลาตวั หนึงผูกอยู่กบั ลูกของมนั จงแก้จูงมาให้เรา 3 ถ้ามผี ู้ใดว่าอะไรแก่ท่าน ท่านจง
ว่า `องค์พระผู้เป็ นเจ้าต้องพระประสงค์' แล้วเขาจะปล่อยให้มาทนั ท”ี

ถนนจากเมืองเยรีโคไปยงั กรุงเยรูซาเลม็ ตดั ผา่ นพืนทีๆเตม็ ไปดว้ ยภูเขาขรุขระและไม่ค่อย
มคี นสญั จรไปมาซึงเดิมทีเรียกวา่ หุบเขาเงามจั จุราช เมือเขา้ ไปใกลก้ รุงเยรูซาเลม็ เบธฟายกี ต็ งั อยู่
ทางทิศตะวนั ออกหรือดา้ นหลงั ของภูเขามะกอกเทศหากมองจากกรุงเยรูซาเลม็ จากทีนนั เอง
พระเยซูกจ็ ะทรงขีลาตวั นนั ขา้ มสันเขาของภเู ขามะกอกเทศลงมาในหุบเขาขิดโรนและขึนไปยงั
กรุงเยรูซาเลม็

ใหเ้ ราสงั เกต (1) ความทรงสพั พญั ูของพระเยซูในการทีทรงรู้วา่ มีลาตวั หนึงและลกู ของ
มนั ถกู ผกู ไวอ้ ยใู่ นหมู่บา้ นนนั ใหเ้ ราสังเกตดว้ ยวา่ (2) พระองคท์ รงทราบล่วงหนา้ วา่ เจา้ ของลา
ตวั นนั จะมีปฏิกิริยาอยา่ งไรเมือไดร้ ับทราบวา่ มีผตู้ อ้ งการลาตวั นี นนั กเ็ กือบจะเป็นการอศั จรรย์
แลว้ ดว้ ยซาํ ในการทีเจา้ ของลายอมใหค้ นแปลกหนา้ เดินเขา้ มาเอาลาของเขาไปเพียงเพราะวา่ พวก
เขาบอกวา่ องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ทรงตอ้ งใชม้ นั

มธ 21:4-5 เหตุการณ์ทงั ปวงนีเกดิ ขนึ เพอื จะให้พระวจนะทตี รัสโดยศาสดาพยากรณ์
สําเร็จซึงว่า 5 `จงบอกธิดาแห่งศิโยนว่า ดูเถิด กษตั ริย์ของเธอเสดจ็ มาหาเธอ โดยพระทยั อ่อน

สุภาพ ทรงแม่ลากบั ลูกของมนั ' นีเป็นการทาํ ใหค้ าํ พยากรณ์ในเศคาริยาห์ 9:9 ทีถกู ยกขอ้ ความ
ส่วนหนึงตรงนีสาํ เร็จอยา่ งชดั เจน

เราสงั เกตเห็นวา่ พระเยซูคริสตม์ ไิ ดท้ รงนาํ เสนอพระองคเ์ องในฐานะกษตั ริยข์ องพวกยวิ
อยา่ งเป็นทางการ โดยขีมา้ ขาวมาพรอ้ มกบั ขบวนแห่ของกษตั ริย์ แต่พระองคท์ รงขีลาตวั หนึงซึง
เป็นสญั ลกั ษณ์แสดงถึงการเป็นผรู้ ับใชแ้ ละความถ่อมใจ การเสดจ็ มาครงั แรกของพระคริสตน์ นั
เป็นไปดว้ ยความถ่อมใจและพระคุณ การเสดจ็ มาครังทีสองของพระองคจ์ ะเป็นไปดว้ ยฤทธานุ
ภาพและสง่าราศีแห่งกษตั ริย์ มนุษยม์ องทีรูปลกั ษณ์ภายนอก แต่พระเจา้ ทรงทอดพระเนตรที
จิตใจ พระเยซูคริสตท์ รงเสาะหาคนทีพร้อมทีจะกลบั ใจและยอมรับความจริงแห่งหลกั การฝ่ าย
วญิ ญาณ น่าเศร้าทีคนส่วนใหญ่ไม่กลบั ใจและไม่ยอมรับ พระองคจ์ ึงจะทรงนาํ เสนอพระองคเ์ อง
ต่อพวกอิสราเอลในฐานะกษตั ริยข์ องพวกเขาอยา่ งเป็นทางการ

เห็นไดช้ ดั วา่ ผคู้ นทีอาศยั อยใู่ นกรุงเยรูซาเลม็ ไม่รู้เลยวา่ คาํ พยากรณ์ในเศคาริยาหจ์ ะสาํ เร็จ
ในการทีพระเมสสิยาหข์ องพวกเขาจะเสดจ็ มา ในอกี ไม่กีวนั พวกเขากจ็ ะตรึงพระองคเ์ สียที
กางเขน

มธ 21:6 นีเป็นภาพทีแสดงใหเ้ ห็นชดั เจนถึงการเชือฟังคาํ บญั ชาของพระคริสต์
สาวกทงั สองคนนันกไ็ ปทาํ ตามพระเยซูตรัสสังเขาไว้ ประชากรของพระเจา้ จนถึงทุกวนั นีจะแก้
ปัญหาฝ่ ายวญิ ญาณส่วนใหญ่ของตนไดโ้ ดยการยดึ มนั ตามหลกั การแห่งการเชือฟังทีถูกเสนอใน
ขอ้ นี

มธ 21:7-8 เมือพระเยซูเสดจ็ เขา้ กรุงเยรูซาเลม็ คนมากมายกต็ อ้ นรับการเสดจ็ เขา้ กรุง
ของพระองคด์ ว้ ยความตนื เตน้ และชืนชมยนิ ดี พวกสาวกจงึ จูงแม่ลากบั ลูกของมนั มา และเอา
เสือผ้าของตนปูบนหลงั แล้วเขาให้พระองค์ทรงลานัน 8 ฝูงชนเป็ นอนั มากได้เอาเสือผ้าของตนปู
ตามถนนหนทาง คนอนื ๆกต็ ดั กงิ ไม้มาปูตามถนน มแี ต่ข่าวประเสริฐของยอหน์ ทีบอกวา่ กิงไมท้ ี
เอามาปูตามถนนนนั มาจากตน้ อินทผลมั

คาํ ทีแปลวา่ ปู (สโตรนนูมิ) มีความหมายง่ายๆวา่ ‘แผอ่ อก’ แต่ในการเอาเสือผา้ ของพวก
เขาและกิงไมเ้ หล่านีมาปูตามทาง พวกสามญั ชนจาํ นวนมากกเ็ ท่ากบั กาํ ลงั ตอ้ นรับพระเยซูเป็น
พระเมสสิยาห์ น่าเสียดายทีพวกคนมอี าํ นาจในตอนนนั ไม่ไดย้ อมรับ

นนั คงเป็นภาพทีน่าตืนตายงิ นกั เมือฝงู ชนจาํ นวนมหาศาลมารวมตวั กนั บนภูเขามะกอก
เทศขณะทีพระเยซูทรงขีลาอยา่ งชา้ ๆลงภูเขาไปยงั กรุงเยรูซาเลม็ จากนนั กข็ า้ มหุบเขาขิดโรนและ
ขึนไปยงั ประตูกรุงเยรูซาเลม็ นอกจากนี ขบวนแห่แห่งความชืนชมยนิ ดีนีกม็ องเห็นไดจ้ ากพระ
วหิ ารทีอยบู่ นขอบดา้ นตะวนั ออกของกรุงนี กษตั ริยแ์ ห่งอิสราเอลกาํ ลงั เสดจ็ มาถงึ อยา่ งเป็น
ทางการแลว้ น่าเศรา้ ทีชนชาติอสิ ราเอลโดยรวมๆมิไดต้ อ้ นรับพระองค์

มธ 21:9 ฝ่ ายฝูงชนซึงเดนิ ไปข้างหน้ากบั ผู้ทตี ามมาข้างหลงั กพ็ ร้อมกนั โห่ร้องว่า
"โฮซันนาแก่ราชโอรสของดาวดิ `ขอให้พระองค์ผู้เสดจ็ มาในพระนามขององค์พระผู้เป็ นเจ้าทรง
พระเจริญ โฮซันนา' ในทสี ูงสุด" คาํ วา่ โฮซันนา เป็นคาํ ฮีบรูและจริงๆแลว้ มีความหมายวา่ ‘ช่วย
เราใหร้ อดดว้ ยเถิด เราขอร้อง’ ฝงู ชนกาํ ลงั ยกคาํ พดู นีจากสดุดี 118:25 เพราะเหตุทีชนชาติ
อิสราเอลในสมยั นนั ตกอยใู่ ตก้ ารครอบครองทางการเมืองและทางทหารของพวกโรม พวกเขาก็
อาจกาํ ลงั ร้องขอพระเยซูใหท้ รงช่วยปลดปล่อยพวกเขาใหพ้ น้ จากแอกของทรราชยโ์ รม แต่ความ
รอดทีพระองคท์ รงหยบิ ยนื ใหแ้ ก่พวกเขานนั เป็นเรืองฝ่ ายวญิ ญาณ ซึงตอ้ งอาศยั การกลบั ใจใหม่
มาหาพระเจา้ และความเชือในพระองค์ น่าเศร้าทคี นส่วนใหญ่ในตอนนนั ไม่สนใจในเรืองนี

“โฮซนั นาแก่ราชโอรสของดาวดิ ” เป็นหลกั ฐานทีแสดงวา่ บางคนรู้วา่ พระเยซูทรงเป็น
พระเมสสิยาห์ ทายาทแห่งราชวงศก์ ษตั ริยข์ องดาวดิ พวกเขายงั ยกขอ้ ความจากสดุดี 118:26 ทีวา่
“ขอใหพ้ ระองคผ์ เู้ สดจ็ มาในพระนามขององคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ทรงพระเจริญ” คาํ ประกาศสุดทา้ ยนี
ค่อนขา้ งคลา้ ยคลึงกบั ทีพวกทูตสวรรคร์ ้องออกมาในลูกา 2:14

มธ 21:10-11 อยา่ งไรกต็ าม คนส่วนใหญ่ในหมู่ฝงู ชนกค็ ดิ วา่ พระองคเ์ ป็นเพียงศาสดา
พยากรณ์คนหนึงทีมาจากแควน้ กาลิลีเท่านนั เมอื พระองค์เสด็จเข้าไปในกรุงเยรูซาเลม็ แล้ว
ประชาชนทวั ทงั กรุงกพ็ ากนั แตกตนื ถามว่า "ท่านผู้นีเป็ นผู้ใด" 11 ฝูงชนกต็ อบว่า "นีคอื เยซู
ศาสดาพยากรณ์ซึงมาจากนาซาเร็ธแคว้นกาลลิ "ี คาํ ทีแปลวา่ แตกตนื (เสะอีโอ) มีความหมาย

ดว้ ยวา่ ‘สันเทิม’, ‘ปันป่ วน’ หรือ ‘ตวั สนั ดว้ ยความกลวั ’ เห็นไดช้ ดั วา่ พวกชนชนั สูงของกรุงนี
เองทีเป็นผถู้ ามคาํ ถามนี เพราะฝงู ชนเป็นคนตอบพวกเขา พวกผมู้ ีอาํ นาจแห่งกรุงเยรูซาเลม็ ต่าง
อกสันขวญั แขวนกบั การเสดจ็ มาถึงของพระเยซู แต่ฝงู ชนคือ พวกคนสามญั ทีประกาศดว้ ยความ
ดีใจถงึ การเสดจ็ เขา้ กรุงของพระองค์ ถึงแมว้ า่ คนส่วนใหญ่คิดวา่ พระองคเ์ ป็นเพียงศาสดา
พยากรณ์คนหนึงจากแควน้ กาลิลีกต็ าม

มธ 21:12-13 มทั ธิวจึงบนั ทึกเรืองราวการทรงชาํ ระลา้ งพระวหิ ารครังทีสองของพระ
เยซู พระเยซูจงึ เสดจ็ เข้าไปในพระวิหารของพระเจ้า ทรงขบั ไล่บรรดาผู้ซือขายในพระวหิ ารนัน
และควาํ โต๊ะผู้รับแลกเงนิ กบั ทงั ควาํ ทนี ังผู้ขายนกเขาเสีย 13 และตรัสกบั เขาว่า "มพี ระวจนะ
เขยี นไว้ว่า `นิเวศของเราเขาจะเรียกว่าเป็ นนิเวศอธิษฐาน' แต่เจ้าทงั หลายมากระทาํ ให้เป็ น `ถํา
ของพวกโจร'” ข่าวประเสริฐของยอหน์ บนั ทึกถึงการทีพระเยซูทรงชาํ ระพระวหิ ารในแบบ
เดียวกนั ตอนใกลก้ ารเริมการรับใชข้ องพระองค์ ดู ยอห์น 2:13-16

การทรงชาํ ระลา้ งพระวหิ ารไม่ใช่การยกเลิกการคา้ ขายในพระวหิ าร แต่พระเยซูกาํ ลงั ทรง
ชาํ ระลา้ งวธิ ีปฏิบตั ิทีไม่ซือตรงไปจากการคา้ ขายดงั กล่าวต่างหาก ธรรมเนียมของยวิ กาํ หนดให้
ผชู้ ายทุกคนชาํ ระค่าบาํ รุงพระวหิ ารเป็นเหรียญของฮีบรู ซึงกค็ ือเงินครึงเชเขล พวกผสู้ ัญจรชาว
ฮีบรูซึงเดินทางมาจากทีต่างๆทีพวกเขากระจดั กระจายไปกม็ กั ไม่มีเหรียญทีตอ้ งใชห้ รือสตั วท์ ีใช้
เป็นเครืองสัตวบูชาติดตวั มาดว้ ย ดงั นนั โดยการไดร้ ับอนุญาตจากพวกปุโรหิตใหญ่ พวกนกั
ธุรกิจในทอ้ งถินจึงตงั แผงแลกเงินขนึ ในบริเวณพระวหิ ารและขายนกเขาและสตั วอ์ นื ๆทีใชเ้ ป็น
เครืองสตั วบูชา

ปัญหากค็ อื วา่ พวกพ่อคา้ เหล่านีคิดราคาแพงเกินและโก่งอตั ราแลกเปลียนเงินตรา พวก
เขากาํ ลงั เอาเปรียบพวกผสู้ ญั จรชาวยวิ ทไี ม่รู้อโิ หน่อิเหน่ซึงเดินทางมาจากแดนไกลเวลาทีคน
เหล่านนั เดินทางมาถึงพระวหิ าร ในการยกขอ้ ความจากอิสยาห์ 56:7 และเยเรมีย์ 7:11 พระเยซูก็
มไิ ดก้ าํ ลงั ตาํ หนิการใหบ้ ริการแก่พวกผสู้ ัญจรทีพระวหิ าร แต่พระองคท์ รงโมโหกบั วธิ ีปฏิบตั ิอนั
ไม่ซือตรงของพวกพ่อคา้ ขีฉอ้ ทีอยทู่ ีนนั เราจาํ ไดว้ า่ พระองคท์ รงมพี ระพโิ รธต่อคนเหล่านนั ที
ทาํ ใหพ้ ระวหิ ารเป็น “ถาํ ของพวกโจร”

มธ 21:14 หลงั จากนนั พระเยซูกท็ รงรักษาโรคคนภายในบริเวณพระวหิ ารนนั เลย
คนตาบอดและคนง่อยพากนั มาเฝ้ าพระองค์ในพระวหิ าร พระองค์ได้ทรงรักษาเขาให้หาย ตลอด
หลายปี แห่งการรับใชป้ ระชาชนของพระองค์ การอศั จรรยส์ ่วนใหญ่ทีพระเยซูทรงกระทาํ กม็ ขี ึน
ไม่ในแควน้ กาลิลีกน็ อกพระวหิ ารเอง อยา่ งไรกต็ าม บดั นีพวกปุโรหิตใหญ่และพวกขนุ นางของ
ชนชาตินีกเ็ ห็นกบั ตาตวั เองแลว้ ถึงการอศั จรรยต์ ่างๆทีฝงู ชนในแควน้ กาลิลีไดเ้ ห็นมาแลว้ พระ
เยซูทรงสาํ แดงฤทธิเดชอนั อศั จรรยข์ องพระองคต์ ่อหนา้ พวกเขาแลว้ กระนนั พวกเขากท็ าํ ใจตวั
เองใหแ้ ขง็ กระดา้ งและยงั คงปฏิเสธพระองคต์ ่อไป

มธ 21:15-16 พวกผใู้ หญ่ของชนชาติอิสราเอลไดเ้ ห็นฤทธิเดชของพระเจา้ อยา่ งชดั เจน
แลว้ ในการอศั จรรยต์ ่างๆของพระองค์ แต่เมอื พวกปโุ รหติ ใหญ่กบั พวกธรรมาจารย์ได้เหน็ การ
มหัศจรรย์ทพี ระองค์ทรงกระทาํ ทงั ได้ยนิ หมู่เดก็ ร้องในพระวหิ ารว่า "โฮซันนาแก่ราชโอรสของ
ดาวดิ " เขาทงั หลายกพ็ ากนั แค้นเคอื ง แมแ้ ต่พวกเดก็ ๆทีอยใู่ นบริเวณพระวหิ ารกร็ ้องออกมาวา่
โฮซันนา (‘ขอทรงช่วยเราใหร้ อดเดียวนีดว้ ยเถิด เราขอร้อง’) กระนนั ดว้ ยความอิจฉาและความ
โกรธ พวกผนู้ าํ ในพระวหิ ารกข็ อใหพ้ ระเยซูหยดุ พวกเดก็ เหล่านนั 16 และจงึ ทูลพระองค์ว่า
"ท่านไม่ได้ยนิ คาํ ทเี ขาร้องหรือ" คาํ ทีแปลวา่ แค้นเคอื ง (อากานาคเทะโอ) มีความหมายดว้ ยวา่
‘เดือดดาล’

พระเยซูจึงทรงตอบพวกเขากลบั ไปโดยยกขอ้ ความจากสดุดี 8:2 ‘พระเยซูตรัสตอบเขา
ว่า "ได้ยนิ แล้ว พวกท่านยงั ไม่เคยอ่านหรือว่า `จากปากของเดก็ อ่อนและเดก็ ทยี งั ดูดนม ท่านกไ็ ด้
รับคาํ สรรเสริญอนั จริงแท้'" เมือบรรดาผนู้ าํ ทีคิดวา่ ตวั น่าเลือมใสไม่ยอมสรรเสริญพระองค์
พวกเดก็ ๆกส็ รรเสริญพระองค์ พระวญิ ญาณของพระเจา้ กท็ รงดลใจแมแ้ ต่พวกเดก็ เลก็ ๆให้
สรรเสริญพระบุตรของพระเจา้ เมือพวกผนู้ าํ ของชนชาตินีไม่ยอมสรรเสริญพระองค์

มธ 21:17 เยน็ วนั นนั เอง พระองคท์ รงเดินทางระยะสนั ๆไปยงั หมู่บา้ นเบธานีเพือ
พกั คา้ งคืนทีนนั พระองค์ได้ทรงละจากเขาและเสดจ็ ออกจากกรุงไปประทบั อยู่ทหี มู่บ้านเบธานี
ตรงขา้ มกบั ทีคนสมยั นีคิดกนั คาํ ทีแปลวา่ ประทบั (เอาลิซอไม) มคี วามหมายวา่ นอนนอกบา้ น
นีอาจมีการสือตรงนีดว้ ยถึงการทีพวกสุนขั จงิ จอกมีโพรงและพวกนกมีรัง แต่บุตรมนุษยไ์ ม่มีทีๆ

จะวางศีรษะ (มทั ธิว 8:20) ในช่วงสปั ดาหส์ ุดทา้ ยแห่งการรับใชข้ องพระองค์ พระเยซูอาจไม่มี
ทีพกั เลยดว้ ยซาํ ถึงแมว้ า่ พระเยซูทรงมีเพอื นๆอยทู่ ีหมู่บา้ นเบธานีอยา่ งแน่นอน แต่พระองคก์ ็
ทรงมีพวกสาวกสิบสองคนติดตามไปดว้ ยซึงกค็ งเป็นภาระทีจะไปคา้ งทีบา้ นใครกต็ าม

คาํ วา่ เบธานี มีความหมายตรงตวั วา่ ‘บา้ นแห่งความสินหวงั ’ นีอาจเป็นมากยงิ กวา่ เรือง
บงั เอิญกบั การทีในช่วงวนั สุดทา้ ยของพระเยซู พระองคท์ รงพกั อยใู่ นสถานทีๆมีชือดงั กล่าว เป็น
ความจริงทีในการทีพระองคท์ รงถูกปฏิเสธ พระองคจ์ ึงเป็นคนทีรับความเศร้าโศกและคุน้ เคยกบั
ความระทมทุกข์ หม่บู า้ นเบธานีเป็นหม่บู า้ นหนึงทีตงั อยทู่ างทิศตะวนั ออกของกรุงเยรูซาเลม็ และ
อยฝู่ ังตะวนั ออกของภเู ขามะกอกเทศ มนั จึงตงั อยดู่ า้ นหลงั ของภเู ขานีเมือมองจากกรุงเยรูซาเลม็
ถึงแมว้ า่ จะห่างออกไปเพยี งไม่กีไมลก์ ต็ าม

มธ 21:18 เห็นไดช้ ดั วา่ เชา้ วนั ต่อมา ไม่มีใครนาํ อาหารมาถวายพระองคเ์ ลย ดว้ ย
ความเป็นมนุษย์ พระองคจ์ ึงทรงหิว ครันเวลาเช้าขณะทพี ระองค์เสด็จกลบั ไปยงั กรุงอกี พระองค์
กท็ รงหิวพระกระยาหาร

มธ 21:19-20 และเมอื พระองค์ทรงทอดพระเนตรเหน็ ต้นมะเดอื ต้นหนึงอยู่ริมทาง
พระองค์กท็ รงดาํ เนินเข้าไปใกล้ เหน็ ต้นมะเดือนันไม่มผี ลมแี ต่ใบเท่านัน จงึ ตรัสกบั ต้นมะเดอื
นันว่า "เจ้าจงอย่ามผี ลอกี ต่อไป" ทนั ใดนันต้นมะเดอื กเ็ หยี วแห้งไป ในดินแดนปาเลสไตน์ ตน้
มะเดือจะออกผลสองครังต่อปี ผลมะเดือจะออกครังแรกในฤดูใบไมผ้ ลแิ ละออกผลอีกทีในฤดู
ใบไมร้ ่วง อยา่ งไรกต็ าม ในช่วงฤดูใบไมผ้ ลิ ผลมะเดือจะเริมมีบนตน้ ก่อนทีใบจะปรากฏ ตน้
มะเดือในฤดูใบไมผ้ ลทิ ีมีใบแต่ไม่มีผลกเ็ ป็นเรืองผดิ ธรรมชาติ เมือพระองคผ์ ทู้ รงสร้างมนั ทรง
จาํ เป็นตอ้ งใชม้ นั มนั กลบั ไม่มีอะไรถวายพระองคเ์ ลย เห็นไดช้ ดั วา่ มนั มใี บเยอะ แต่ไม่มผี ลถวาย
พระองคเ์ ลย บทเรียนนีกย็ งั เป็นคาํ เตือนสาํ หรับเราจนถึงทุกวนั นี

ในทางไวยากรณ์แลว้ คาํ ตรัสของพระเยซูเกียวกบั ตน้ มะเดือนีกม็ ีลกั ษณะเป็นคาํ พยากรณ์
มากกวา่ เป็นคาํ บญั ชา นีเท่ากบั พระองคต์ รัสวา่ จะไม่มีผลเกิดขึนบนตวั เจา้ อีกเลย คาํ ทีแปลวา่
ทนั ใดนัน (พาราคเรมา) มีความหมายวา่ ‘ในทนั ที’ ตน้ มะเดือนนั จึงเหียวแหง้ ไปในทนั ที 20 ครัน
เหล่าสาวกได้เหน็ กป็ ระหลาดใจ แล้วว่า "เป็ นอย่างไรหนอต้นมะเดอื จงึ เหียวแห้งไปในทนั ใด"

การประยกุ ตใ์ ชข้ องเหตุการณ์นีกค็ ือวา่ ชนชาติอิสราเอล ซึงเป็นเหมือนตน้ ไมท้ ีพระเจา้
ทรงปลกู ไว้ กเ็ ป็นเหมือนกบั ตน้ มะเดือตน้ หนึง ถึงแมว้ า่ พวกเขาเคร่งศาสนาแต่เพียงผวิ เผนิ
เหมือนมีใบเยอะ แต่พวกเขากไ็ ม่ไดเ้ กิดผลถวายพระเจา้ เลย การประยกุ ตใ์ ชแ้ บบเดียวกนั กอ็ าจ
เชือมโยงกบั ยอหน์ 15:1-16 เราไดร้ ับการทรงเรียกใหเ้ กิดผล น่าเศรา้ ทีสิงเดียวทีคนมากมายมี
ถวายพระองคไ์ ดค้ ือใบเท่านนั นีแสดงใหเ้ ห็นเป็นเคา้ ลางว่า ประเทศอิสราเอลจะเหียวแหง้ ไป
จากแผน่ ดินของตนในไม่ชา้

มธ 21:21-22 ในการตอบพวกสาวกทีตกตะลึงกบั ตน้ มะเดือทีเหียวแหง้ ไปในทนั ที พระ
เยซูกท็ รงสอนบทเรียนอนั ยงิ ใหญ่อีกเรืองเกียวกบั ความเชือ ฝ่ ายพระเยซูตรัสตอบเขาว่า "เรา
บอกความจริงแก่ท่านทงั หลายว่า ถ้าท่านมคี วามเชือและมไิ ด้สงสัย ท่านจะกระทาํ ได้เช่นทเี ราได้
กระทาํ แก่ต้นมะเดือนี ยงิ กว่านัน ถึงแม้ท่านจะสังภูเขานีว่า `จงถอยไปลงทะเล' กจ็ ะสําเร็จได้

สิงทีเป็นพาหนะแห่งความเชือคือ คาํ อธิษฐาน พระเยซูจึงทรงออกความเห็นเพมิ เติมวา่
22 สิงสารพดั ซึงท่านอธษิ ฐานขอด้วยความเชือ ท่านจะได้" เมือเราอธิษฐานโดยเชือวางใจ
พระเจา้ วา่ จะทรงกระทาํ ตามทีตรัส ความเชือนนั กจ็ ะทาํ ใหพ้ ระเจา้ ทรงเคลอื นยา้ ยภูเขา สิงที
เคลือนภเู ขาไม่ใช่คาํ อธิษฐานหรือความเชือ แต่เป็นพระเจา้ อยา่ งไรกต็ าม เมือเราวางใจพระองค์
และพระวจนะของพระองค์ และขอใหพ้ ระองคท์ รงช่วยเหลือ พระองคก์ ท็ รงสามารถและอาจ
เคลือนยา้ ยภูเขาทีอยตู่ ่อหนา้ เราออกไปได้ ความหมายตรงนีอาจเป็นเชิงอุปมาอุปไมย อยา่ งไร
กต็ าม ประเดน็ สาํ คญั กค็ ือวา่ สาํ หรับพระเจา้ แลว้ ไม่มีสิงใดทีเป็นไปไม่ไดเ้ ลย ความเชือทีส่งผา่ น
มาทางคาํ อธิษฐานสามารถทาํ ใหพ้ ระเจา้ ทรงกระทาํ สิงทีเป็นไปไม่ได้ ซึงรวมถึงการเคลือนภูเขา
ใดกต็ ามทีเป็นอุปสรรคขดั ขวางเราดว้ ย

มธ 21:23 ในวนั องั คารหลงั จากทีพระองคท์ รงนาํ เสนอพระองคเ์ องต่อพวก
อิสราเอลอยา่ งเป็นทางการ (ดู มาระโก 11:13, 20) พระเยซูกเ็ สดจ็ เขา้ ไปในพระวหิ ารอีกครังและ
ทรงเริมสังสอน เมอื พระองค์เสดจ็ เข้าไปในพระวหิ ารในเวลาทที รงสังสอนอยู่ พวกปโุ รหิตใหญ่
และพวกผู้ใหญ่ของประชาชนมาหาพระองค์ พระองคท์ รงถูกทา้ ทายโดยพวกปุโรหิตใหญ่และ
พวกผใู้ หญ่ทนั ที พวกเขาอยากรู้วา่ ใครใหส้ ิทธิพระองคใ์ นการสอนเช่นนนั ในพระวหิ ารของ

พวกเขา นีแสดงใหเ้ ห็นวา่ คนเหล่านีเป็นตวั แทนของพวกผ้มู ีอาํ นาจในอิสราเอล ภายใตช้ าวโรม
พวกผมู้ ีอาํ นาจของอสิ ราเอลกค็ ือพวกเจา้ หนา้ ทีประจาํ พระวหิ ารและคนพวกนีกต็ งั ตวั เป็นศตั รู
กบั พระเยซูคริสตแ์ ละปฏิเสธพระองคเ์ สีย

คาํ ทา้ ทายของพวกเขาคือ "ท่านมสี ิทธิอนั ใดจึงได้ทาํ เช่นนี ใครให้สิทธินีแก่ท่าน" คาํ ถาม
ของพวกเขากม็ คี วามหมายชดั เจน ท่านสอนโดยใชส้ ิทธิอาํ นาจของใคร แน่นอนวา่ ไม่ใช่ของ
พวกเขา

มธ 21:24 พระเยซูทรงตอบคาํ ถามของพวกเขาดว้ ยคาํ ถามหนึง พระเยซูตรัสตอบ
เขาว่า "เราจะถามท่านทงั หลายสักข้อหนึงด้วย ซึงถ้าท่านบอกเราได้ เราจะบอกท่านเหมอื นกนั
ว่าเรากระทาํ การนีโดยสิทธิอนั ใด คาํ ถามทีแสดงถึงเจตนาร้ายจะถูกตอบไดด้ ีทีสุดดว้ ยคาํ ถามที
เปิ ดโปงคนเหล่านนั ทีถามมา

มธ 21:25-26 พระองคจ์ ึงทรงเล่นงานพวกเขา คอื บัพตศิ มาของยอห์นนันมาจากไหน
มาจากสวรรค์หรือจากมนุษย์" เขาได้ปรึกษากนั ว่า "ถ้าเราจะว่า `มาจากสวรรค์' ท่านจะถามเรา
ว่า `เหตไุ ฉนท่านจึงไม่เชือยอห์นเล่า' 26 แต่ถ้าเราจะว่า `มาจากมนุษย์' เรากก็ ลวั ประชาชน
เพราะประชาชนทงั ปวงถือว่ายอห์นเป็ นศาสดาพยากรณ์" พวกผมู้ ีอาํ นาจแห่งอิสราเอล คือพวก
ปุโรหิตใหญ่ พวกธรรมาจารย์ พวกฟาริสี และพวกสะดูสีต่างปฏิเสธยอหน์ และไม่ยอมรับบพั ติศ
มาของเขา ในทางกลบั กนั พวกสามญั ชนในอิสราเอลต่างตอบรับต่อคาํ เทศนาของยอห์นและมี
คนมากมายทีรับบพั ติศมาของเขา

ดงั นนั ถา้ พวกผมู้ ีอาํ นาจในพระวหิ ารยอมรับขอ้ สรุปทีชดั เจนของพระเยซูทีวา่ บพั ติศมา
ของยอหน์ นนั เป็นมาจากพระเจา้ แลว้ ทาํ ไมพวกเขาถึงไม่เชือยอห์น ในทางกลบั กนั หากบพั ติศ
มาของยอหน์ ไม่ไดเ้ ป็นมาจากพระเจา้ พวกเขากจ็ ะเจอกบั ความโกรธเคืองของฝงู ชนทีมองวา่
ยอห์นเป็นศาสดาพยากรณ์คนหนึงของพระเจา้ พระเยซูทรงทาํ ใหพ้ วกเขาตกอยใู่ นทีนงั ลาํ บาก
เช่นเดียวกบั นกั การเมืองส่วนใหญ่ พวกเขาไม่พร้อมทีจะเปิ ดโปงตวั ตนทีแทจ้ ริงของตนหากมนั
เป็นเรืองทีจะทาํ ใหพ้ วกเขาเสียความนิยม

มธ 21:27 เมือพวกเขาไม่ยอมตอบคาํ ถามพระเยซู พระองคก์ ท็ รงปฏิเสธทีจะตอบ
คาํ ถามของพวกเขาเช่นกนั เขาจงึ ทูลตอบพระเยซูว่า "พวกข้าพเจ้าไม่ทราบ" พระองค์จึงตรัส
กบั เขาว่า "เราจะไม่บอกท่านทงั หลายเหมอื นกนั ว่า เรากระทาํ การนีโดยสิทธิอนั ใด พวกผมู้ ี
อาํ นาจในพระวหิ ารเป็นพวกหนา้ ซือใจคดโดยแทแ้ ละเป็นสุนขั ป่ าในคราบนกั ศาสนา พระเยซู
ไม่ทรงใหค้ วามเคารพต่อพวกเขาแมแ้ ต่นิดเดียว พระองคจ์ ึงทรงปฏิบตั ิต่อพวกเขาแบบนนั

มธ 21:28-32 ในบริบทนีเอง พระเยซูกต็ รัสคาํ อุปมาทีแทงใจดาํ ซึงแสดงใหเ้ ห็นวา่ พวก
ผมู้ ีอาํ นาจในอิสราเอล ถึงแมว้ า่ ภายนอกจะดูเคร่งศาสนาและน่าเลือมใส แต่จริงๆแลว้ พวกเขากม็ ี
ใจกบฏต่อพระเจา้ ของพวกเขา แต่ท่านทงั หลายคดิ เหน็ อย่างไร ชายผู้หนงึ มบี ุตรชายสองคน บดิ า
ไปหาบุตรคนแรกว่า `ลูกเอ๋ย วนั นีจงไปทาํ งานในสวนองุ่นของพ่อเถดิ ' 29 บุตรคนนันตอบว่า
`ข้าพเจ้าไม่ไป' แต่ภายหลงั กลบั ใจแล้วไปทาํ 30 บดิ าจงึ ไปหาบุตรคนทสี องพูดเช่นเดยี วกนั บุตร
นันตอบว่า `ข้าพเจ้าไปขอรับ' แต่ไม่ไป 31 บุตรสองคนนีคนไหนเป็ นผู้ทาํ ตามความประสงค์
ของบดิ าเล่า" เขาทูลตอบพระองค์ว่า "คอื บุตรคนแรก"

ชนชาติอสิ ราเอลส่วนใหญ่จะไม่ไดเ้ ป็นพวกแรกทีไดเ้ ห็นอาณาจกั รของพระเจา้ บุตรสอง
คนนีเป็นภาพอุปไมยทีชดั เจนซึงแสดงถึงชนชาติอสิ ราเอลและคริสตจกั รในภาพรวมของ
ประวตั ิศาสตร์ บุตรคนแรก คือ ชนชาติอิสราเอล ตามประวตั ิศาสตร์แลว้ กเ็ คารพพระบิดาแต่ปาก
แต่ในความเป็นจริงแลว้ พวกเขากไ็ ม่แยแสต่อพระประสงคข์ องพระองค์ บุตรคนทีสอง คือ พวก
คนต่างชาติ ถึงแมว้ า่ ในตอนแรกจะมใี จกบฏต่อพระเจา้ แต่ในเวลาอนั เหมาะสมพวกเขากก็ ลบั ใจ
ใหม่และไดท้ าํ ตามพระประสงคข์ องพระเจา้ ในคริสตจกั ร ความหมายของเรืองนีเป็นสิงทีพวกยวิ
เขา้ ใจดี พวกอิสราเอลในสมยั ของพระคริสตเ์ ริมมองตวั เองวา่ เป็นพวกเดียวเท่านนั ทีไดร้ ับ
พระพรของพระเจา้ และเป็นทายาทแต่เพียงผเู้ ดียวทีจะไดร้ ับอาณาจกั รทีทรงสญั ญาไวน้ นั เป็น
มรดก พระเยซูทรงบ่งบอกอยา่ งชดั เจนตรงนีวา่ เพราะใจไม่เชือและใจทีแขง็ กระดา้ ง พวกเขาจึง
พลาดพระพรของพระเจา้ ในความหวงั แห่งอาณาจกั รของพระเมสสิยาห์นนั ทีพวกเขาหวงแหน
ไปเสียแลว้

คาํ อุปมานีอาจอา้ งอิงถึงอิสอคั กบั ยาโคบและเอซาวโดยนยั ดว้ ย บุตรคนแรกเดิมทีกก็ บฏ
ต่อบดิ าของตน แต่เมือครบกาํ หนดเวลาเขากเ็ ชือฟัง บุตรอีกคนปากกบ็ อกวา่ เชือฟัง แต่เมือ
วเิ คราะห์กนั จริงๆแลว้ เขากลบั ไม่ไดเ้ ชือฟัง สิงทีปรากฏชดั เจนกค็ ือวา่ พวกผมู้ ีอาํ นาจแห่ง
อิสราเอลทีเคร่งศาสนาและน่าเลือมใสรักพระเจา้ แต่ปาก แต่จริงๆแลว้ พวกเขากไ็ ม่เชือฟังและอยู่
ห่างไกลจากพระเจา้ พวกคนต่างชาติทีไม่เอาพระเจา้ ถึงแมใ้ นตอนแรกจะไม่เชือฟัง แต่จริงๆ
แลว้ กจ็ ะกลบั ใจเสียใหม่และหนั มาหาพระเจา้

พระองคต์ รัสต่อไปวา่ "เราบอกความจริงแก่ท่านทงั หลายว่า พวกเกบ็ ภาษีและหญงิ
โสเภณกี เ็ ข้าไปในอาณาจกั รของพระเจ้าก่อนท่านทงั หลาย 32 ด้วยยอห์นได้มาหาพวกท่านด้วย
ทางแห่งความชอบธรรม ท่านหาเชือยอห์นไม่ แต่พวกเกบ็ ภาษแี ละพวกหญิงโสเภณไี ด้เชือยอห์น
ฝ่ ายท่านทงั หลายถงึ แม้ได้เห็นแล้ว ภายหลงั กม็ ไิ ด้กลบั ใจเชือยอห์น

พระเยซูทรงประยกุ ตใ์ ชค้ าํ อุปมานีอยา่ งชดั เจนวา่ พวกคนเกบ็ ภาษีและหญิงแพศยา ซึง
เป็นคนบาปอยา่ งเห็นไดช้ ดั จะเขา้ ในอาณาจกั รนนั ก่อนพวกผมู้ ีอาํ นาจแห่งอิสราเอลซึงเป็นคน
หนา้ ซือใจคด คนพวกแรกเตม็ ใจทีจะกลบั ใจเสียใหม่และเชือ พวกเขาไดท้ าํ เช่นนนั แลว้ ก่อนการ
ประกาศของยอหน์ ในแบบเดียวกนั พวกเขากเ็ ป็นผทู้ ีกลบั ใจรับเชือพระคริสตต์ ลอดการรับใช้
ของพระองค์

จริงแทท้ ีเดียว คริสตจกั รทีเป็นคนต่างชาติจะไดเ้ ห็นสวรรคแ์ ละขึนมอี าํ นาจก่อนพวก
อิสราเอล การประยกุ ตใ์ ชแ้ มก้ ระทงั ในทุกวนั นีกค็ ือวา่ มรดกและประเพณีมีความสาํ คญั นอ้ ยนิด
จริงๆต่อพระเจา้ พระองคท์ รงสนพระทยั กบั การไดพ้ บคนเหล่านนั ทีจะกลบั ใจใหม่และวางใจ
พระองคส์ าํ หรับความรอด บ่อยครังข่าวประเสริฐกถ็ ูกรับโดยพวกคนบาปทีเห็นกนั ชดั ๆมากกวา่
โดยคนเหล่านนั ทีเจอกบั มนั มาตลอดชีวติ

มธ 21:33-41 พระเยซูตรัสในทาํ นองเดียวกนั ต่อไปกบั ผฟู้ ังพวกเดิมโดยใชค้ าํ อุปมาอีก
เรืองทีแทงใจดาํ เช่นกนั จงฟังคาํ อปุ มาอกี เรืองหนึงว่า ยงั มเี จ้าของบ้านผู้หนึงได้ทาํ สวนองุ่น แล้ว
ล้อมรัวต้นไม้ไว้รอบ เขาได้สกดั บ่อยาํ องุ่นในสวน และสร้างหอเฝ้ า ให้พวกชาวสวนเช่าแล้วกไ็ ป
เมอื งไกล 34 ครันฤดูออกผลองุ่นใกล้เข้ามา เขาจงึ ใช้พวกผู้รับใช้ไปหาคนเช่าสวน เพอื จะรับผล

องุ่น 35 และคนเช่าสวนนันจบั พวกผู้รับใช้ของเขา เฆยี นตเี สียคนหนงึ ฆ่าเสียคนหนึง เอาหิน
ขว้างเสียให้ตายคนหนึง 36 อกี ครังหนึงเขากใ็ ช้ผู้รับใช้คนอนื ๆไปมากกว่าครังก่อน แต่พวกเช่า
สวนกไ็ ด้ทาํ แก่เขาอย่างนันอกี 37 ครังสุดท้ายเขาจงึ ใช้บุตรชายของเขาไปหา พูดว่า `พวกเขา
คงจะเคารพบุตรชายของเรา' 38 แต่เมอื บรรดาคนเช่าสวนเห็นบุตรชายเจ้าของบ้านกพ็ ูดกนั ว่า
`คนนีแหละเป็ นทายาท มาเถดิ ให้เราฆ่าเขา แล้วให้เรายดึ มรดกของเขาเสีย' 39 เขาจึงพากนั จับ
บุตรนัน ผลกั ออกไปนอกสวนองุ่นแล้วฆ่าเสีย 40 เหตุฉะนัน เมอื เจ้าของสวนองุ่นมา เขาจะทาํ
อะไรแก่คนเช่าสวนเหล่านัน" 41 เขาทงั หลายทูลตอบพระองค์ว่า "เขาจะทาํ ลายล้างคนชัวเหล่า
นันอย่างแสนสาหสั และจะให้สวนองุ่นนันแก่คนเช่าอนื ๆทจี ะแบ่งผลโดยถูกต้องตามฤดูกาลแก่
เขาต่อไป"

ในคาํ อุปมาเรืองนีพระเยซูตรัสถึงเจา้ ของบา้ นคนหนึงทีปลูกสวนอง่นุ แสนสวยพร้อมกบั
อุปกรณ์เสริมต่างๆทีจาํ เป็น อนั ไดแ้ ก่ รัวตน้ ไม้ บ่อยาํ องุ่น และหอเฝ้ า พวกยวิ น่าจะเขา้ ใจความ
หมายของเรืองนีไดอ้ ยา่ งชดั เจน ในอิสยาห์ 5:1-7 พระเจา้ ไดต้ รัสผา่ นผพู้ ยากรณ์อิสยาหอ์ ยา่ ง
ชดั เจนวา่ ชนชาติอิสราเอลเป็นสวนองุ่นของพระองคแ์ ละประชาชนในชนชาตินีกเ็ ป็นตน้ องุ่นที
พระองคท์ รงปลูกไว้ ในบริบทนนั พระเจา้ ตรัสทกั ทว้ งวา่ พระองคท์ รงแสวงหาความชอบธรรม
ในชนชาตินนั แต่กห็ าพบไม่ ความคลา้ ยคลึงกนั ระหวา่ งสวนองุ่นในอิสยาห์ 5 และคาํ อปุ มาตรงนี
ไม่น่าจะพน้ หูพน้ ตาพวกผฟู้ ังเหล่านนั ไปได้

นอกจากนี พระเยซูยงั ทรงขยายเรืองนีออกไปเพอื อธิบายวา่ เจา้ ของทีดินผนู้ ีไดส้ ่งพวก
ผรู้ ับใชม้ าในเวลาอนั เหมาะสมเพอื รับส่วนแบ่งพืชผลของนายผนู้ ี ในแต่ละกรณี ผรู้ ับใชเ้ หล่านี
ต่างถูกปฏิเสธและถกู ปฏิบตั ิอยา่ งเหียมโหด ความคลา้ ยคลึงทีวา่ ชนชาติอิสราเอลตลอดหลาย
ศตวรรษไดป้ ฏิบตั ิต่อพวกศาสดาพยากรณ์ทีพระเจา้ ทรงใชม้ าอยา่ งไรนนั กป็ รากฏชดั เจนอยแู่ ลว้

ในทีสุดเจา้ ของทีดินกใ็ ชบ้ ุตรของเขาไป ความหมายนนั กป็ รากฏชดั เจน พระเยซูทรงเป็น
บุตรคนนนั ทีถูกใชม้ า พระองคต์ รัสล่วงหนา้ ชดั เจนวา่ ในอีกไม่นานพระองคจ์ ะไม่เพยี งถกู
ปฏิเสธเท่านนั แต่จะถกู ฆ่าโดยนาํ มือของพวกผมู้ ีอาํ นาจแห่งอิสราเอลดว้ ย การประยกุ ตใ์ ชค้ าํ
อุปมานีสุดทา้ ยแลว้ กค็ ือ พระองคผ์ เู้ ป็นเจา้ ของสวนองุ่นนีจะทรงยกสวนองุ่นนีใหแ้ ก่ผอู้ ืนทีจะ

ออกผลถวายแด่พระองค์ เราจึงสรุปไดอ้ ยา่ งชดั เจนวา่ ชนชาติอิสราเอลกาํ ลงั จะถกู กนั ไวต้ ่างหาก
ในฐานะเป็นประชากรของพระเจา้ บนแผน่ ดินโลก

“คนเช่าอืนๆ” น่าจะหมายถึงคริสตจกั รของคนต่างชาติทีจะมา ในการอา้ งอิงยอ้ นกลบั ไป
ยงั อิสยาห์ 5:7 ผลทีพระองคท์ รงเสาะหาคือ ความชอบธรรม ชนชาติอิสราเอลใหผ้ ลแต่การคิดวา่
ตนชอบธรรมซึงเป็นเปลือกทีกลวงโบ๋ แต่ภายในพวกเขากเ็ ป็นเหมือนสุนขั ป่ าทีร้ายกาจ คริสต
จกั รคนต่างชาติทีจะมา ถึงแมว้ า่ ไม่มมี รดกตกทอดตามแบบของพระเจา้ แต่พวกเขากจ็ ะเตม็ ใจที
จะกลบั ใจใหม่และหนั มาหาพระเจา้ คาํ อุปมานีเป็นภาพทีแสดงใหเ้ ห็นชดั เจนถึงการทีพระเจา้ จะ
ทรงเปลียนมาหาคริสตจกั รทีเป็นคนต่างชาติ ชนชาติอิสราเอลกาํ ลงั จะออกไปนงั อยใู่ นคอก
ลงโทษนกั กีฬาและกลุ่มคนฝ่ ายวญิ ญาณกล่มุ ใหม่กาํ ลงั จะปรากฏขึนในคริสตจกั ร

มธ 21:42 องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราตรัสปิ ดทา้ ยคาํ อุปมานีโดยสอดแทรก ‘คาํ อุปมา
จิว’ อีกเรือง พระเยซูตรัสกบั เขาว่า "ท่านทงั หลายยงั ไม่เคยอ่านในพระคมั ภีร์หรือซึงว่า `ศิลาซึง
ช่างก่อได้ปฏเิ สธเสีย ได้กลบั กลายเป็ นศิลามุมเอกแล้ว การนีเป็ นมาจากองค์พระผู้เป็ นเจ้า
เป็ นการมหัศจรรย์ประจกั ษ์แก่ตาเรา'

พระเยซูทรงยกขอ้ ความจากสดุดี 118:22-23 ซึงคนเชือกนั วา่ เป็นบนั ทึกการก่อสร้างพระ
วหิ ารของซาโลมอน ในตอนนนั หินทีใชส้ ร้างพระวหิ ารนนั กถ็ กู ตดั และถูกทาํ ใหไ้ ดร้ ูปทรงที
เหมืองหินก่อนทีจะถูกส่งมายงั บริเวณทีก่อสร้างพระวหิ าร ในขณะทีมกี ารก่อสร้างนนั ศิลามุม
เอกกถ็ ูกส่งมาก่อนกาํ หนดและพวกช่างก่อกโ็ ยนมนั ทิงไป วชั พชื กง็ อกขึนปกคลุมมนั ในเวลาอนั
เหมาะสมพวกเขากไ็ ปตามหามนั แต่กห็ าไม่เจอ

ความหมายตรงนีจึงชดั เจนตรงทีวา่ พระเจา้ ไดท้ รงใชพ้ ระองคผ์ ทู้ รงเป็นศิลามมุ เอกมา
แลว้ และพระองคก์ ท็ รงถกู ปฏิเสธเสีย ขณะเดียวกนั ชนชาติอิสราเอลกแ็ สวงหาพระเมสสิยาห์ของ
ตนและกห็ าพระองคไ์ ม่พบ กระนนั ศิลามุมเอกทีถกู ปฏิเสธนีกไ็ ดก้ ลายเป็นศลิ ามมุ เอกของคริสต
จกั รแลว้ ดู เอเฟซสั 2:20-22 คาํ อุปมาสันๆเรืองนีกส็ อดคลอ้ งกบั คาํ อุปมาเรืองก่อนทีเกียวกบั
เจา้ ของทีดินและสวนองุ่นของเขา องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราตรัสในรูปคาํ อุปมาอุปไมยล่วงหนา้
อีกครังถึงการทีพระองคจ์ ะถูกปฏิเสธและการสินพระชนมข์ องพระองคซ์ ึงจะสาํ เร็จในอีกหลาย
วนั นบั จากนี

มธ 21:43 พระเยซูตรัสใหช้ ดั เจนเพมิ ยงิ ขึนวา่ เหตุฉะนันเราบอกท่านว่า อาณาจักร
ของพระเจ้าจะถูกเอาไปเสียจากท่าน และยกให้แก่ชนชาตหิ นึงซึงจะกระทาํ ให้เกดิ ผลสมกบั
อาณาจกั รนัน อาณาจกั รของพระเจา้ ทีพวกเขาแสวงหากาํ ลงั จะถูกพรากไปจากชนชาติอิสราเอล
และยกใหแ้ ก่ “ชนชาติหนึงซึงจะกระทาํ ใหเ้ กิดผลสมกบั อาณาจกั รนนั ”

คาํ ทีแปลวา่ ชนชาติ (เอธ็ นอส) เป็นคาํ ทมี กั แปลวา่ ‘ชนต่างชาติ’ เมือเรามองยอ้ นกลบั ไป
เรากเ็ ห็นชดั เจนวา่ พระเจา้ ไดท้ รงเปลียนจุดสนใจของพระองคจ์ ากชนชาติอิสราเอลไปยงั คริสต
จกั รชนต่างชาติทีจะมา ถึงแมว้ า่ พวกปุโรหิตใหญ่อาจไม่เขา้ ใจเกียวกบั เรืองนีเลย แต่พวกเขาตอ้ ง
เขา้ ใจการบอกเป็นนยั เกียวกบั การทีพระเจา้ จะทรงหนั หนีไปเสียจากชนชาติอิสราเอลอยา่ ง
แน่นอน ในขอ้ 45 และ 46 พวกเขาถึงขนาดอยากกาํ จดั พระองคเ์ สียดว้ ยซาํ แต่มนั กย็ งั ไม่ถึงเวลา
ของพระองค์

มธ 21:44 พระเยซูตรัสต่อไปวา่ ผู้ใดล้มทบั ศิลานี ผู้นันจะต้องแตกหักไป แต่ศิลานี
จะตกทบั ผู้ใด กจ็ ะบดขยผี ู้นันจนแหลกเป็ นผุยผง" ขอ้ ความตรงนีเปลียนมาพดู ถงึ พระคริสตว์ า่
ทรงเป็นศิลา (1) สาํ หรับพวกอิสราเอล พระองคก์ ท็ รงเป็นหินทีทาํ ใหข้ ดั เคืองและเป็นหินสะดุด
(อิสยาห์ 8:14-15) (2) สาํ หรับคริสตจกั ร พระองคก์ ท็ รงเป็นรากและเป็นศิลามมุ เอก (เอเฟซสั
2:20-22, 1 โครินธ์ 3:11 (3) สาํ หรบั ชาวโลก พระองคจ์ ะทรงเป็นหินทีบดขยพี วกเขาดว้ ยการ
พพิ ากษาและดว้ ยการทาํ ลาย (ดาเนียล 2:34)

การปฏิเสธพระคริสตแ์ ละสะดุดเพราะพระองคจ์ ะนาํ ไปสู่ความพนิ าศ ในทีสุดแลว้ เมือ
พระองคเ์ สดจ็ กลบั มาดว้ ยฤทธานุภาพและสง่าราศเี ป็นอนั มาก พระองคก์ จ็ ะทรงบดขยพี วกศตั รู
ใหก้ ลายเป็นผยุ ผง ดู 2 เธสะโลนิกา 1:7-9

มธ 21:45-46 ครันพวกปโุ รหิตใหญ่กบั พวกฟาริสีได้ยนิ คาํ อปุ มาของพระองค์ พวกเขาก็
หยงั รู้ว่าพระองค์ตรัสเลง็ ถงึ พวกเขา ความหมายทีสือออกมาผา่ นทางคาํ อุปมาเหล่านีไม่ได้
รอดพน้ พวกศตั รูของพระองคเ์ ลย พวกเขาสังเกตเห็นชดั เจนวา่ พระองคต์ รัสถึงพวกเขา อยา่ งไร
กต็ าม 46 แต่เมอื พวกเขาอยากจะจบั พระองค์ เขากก็ ลวั ประชาชน เพราะประชาชนนบั ถอื
พระองค์ว่าเป็ นศาสดาพยากรณ์ ถึงแมว้ า่ พระเยซูทรงอยใู่ นพระวหิ ารและอยใู่ น ‘ถนิ ’ ของพวก

ปุโรหิต แต่มนั กย็ งั ไม่ถึงเวลาทีพระองคจ์ ะทรงสินพระชนม์ พวกเขากลวั ประชาชนซึงยงั ให้
ความเคารพนบั ถือพระเยซูอยู่ พวกประชาชนเห็นวา่ พระองคท์ รงเป็นศาสดาพยากรณ์คนหนึง
น่าแปลกตรงทีวา่ พวกประชาชนใหค้ วามเคารพบรรดาผนู้ าํ ของพวกเขามากกวา่ ทีพระเยซูทรงให้
เพยี งนิดเดียว พวกประชาชนมองเห็นทะลุความหนา้ ซือใจคดและการคิดวา่ ตวั ชอบธรรมของ
พวกผนู้ าํ ดงั นนั พวกผมู้ ีอาํ นาจในอิสราเอลจึงตอ้ งกลนั ใจไม่ลงมือเป็นเวลาอีกหลายวนั

*****
ภาพรวมของมัทธิว 22: พระเยซูทรงสอนคาํ อุปมาเรืองหนึงซึงมีเอกลักษณ์ตรงทีว่าทังค
ริสตจักรและชนชาติอิสราเอลมีความเกียวข้องกนั จากนันพวกศตั รูสามกล่มุ กพ็ ยายามทีจะ
จับผิดคาํ ตรัสของพระองค์เพือทีจะเล่นงานพระองค์ พระองค์กแ็ ค่ตรัสหักล้างพวกเขากลับไป
อย่างมีพลงั เท่านนั
มธ 22:1-14 พระเยซูทรงสอนคาํ อุปมาอีกเรืองซึงไม่ปกติ โดยแสดงใหเ้ ห็นวา่ ความ
สมั พนั ธ์ระหวา่ งคริสตจกั รทีจะมาและชนชาติอิสราเอล คนทงั สองกลุ่มนีไม่เคยถกู พดู ถึงร่วมกนั
ในคาํ สอนเดียวกนั แบบตรงๆเลย
พระเยซูตรัสแก่เขาเป็ นคาํ อปุ มาอกี ว่า 2 "อาณาจกั รแห่งสวรรค์เปรียบเหมอื นกษตั ริย์
องค์หนึง ซึงได้จดั พธิ ีอภเิ ษกสมรสสําหรับราชโอรสของท่าน 3 แล้วใช้พวกผู้รับใช้ไปตามผู้ทไี ด้
รับเชิญมาในงานอภเิ ษกสมรสนัน แต่เขาไม่ใคร่จะมา 4 ท่านยงั ใช้พวกผู้รับใช้อนื ไปอกี รับสังว่า
`ให้บอกผู้รับเชิญนันว่า ดูเถดิ เราได้จดั การเลยี งไว้แล้ว ววั และสัตว์ขุนแล้วของเรากฆ็ ่าไว้เสร็จ
สิงสารพดั กเ็ ตรียมไว้พร้อม จงมาในพธิ อี ภเิ ษกสมรสนีเถดิ ' 5 แต่เขากเ็ พกิ เฉยและไปเสีย คน
หนงึ ไปไร่นาของตน อกี คนหนึงกไ็ ปทาํ การค้าขาย 6 ฝ่ ายพวกนอกนันกจ็ บั พวกผู้รับใช้ของท่าน
ทาํ การอปั ยศต่างๆแล้วฆ่าเสีย 7 แต่ครันกษตั ริย์องค์นันได้ยนิ แล้ว ท่านกท็ รงพระพโิ รธ จงึ รับสัง
ให้ยกกองทหารไป ปราบปรามฆาตกรเหล่านัน และเผาเมอื งเขาเสีย 8 แล้วท่านจงึ รับสังแก่พวก
ผู้รับใช้ของท่านว่า `งานสมรสกพ็ ร้อมอยู่ แต่ผู้ทไี ด้รับเชิญนันไม่สมกบั งาน 9 เหตุฉะนัน จงออก
ไปตามทางหลวง พบคนมากเท่าใดกใ็ ห้เชิญมาในพธิ ีอภเิ ษกสมรสนี' 10 ผู้รับใช้เหล่านันจงึ ออก
ไปเชิญคนทงั ปวงตามทางหลวงแล้วแต่จะพบ ให้มาทงั ชัวและดจี นงานสมรสนันเตม็ ด้วยแขก

11 แต่เมอื กษตั ริย์องค์นันเสด็จทอดพระเนตรแขก กเ็ หน็ ผู้หนึงมไิ ด้สวมเสือสําหรับงานสมรส
12 ท่านจงึ รับสังถามเขาว่า `สหายเอ๋ย เหตุไฉนท่านจึงมาทนี โี ดยไม่สวมเสือสําหรับงานสมรส' ผู้
นันกน็ ิงอยู่พดู ไม่ออก 13 กษัตริย์จงึ รับสังแก่พวกผู้รับใช้ว่า `จงมดั มอื มดั เท้าคนนีเอาไปทงิ เสียที
มดื ภายนอก ทนี ันจะมกี ารร้องไห้และขบเขยี วเคยี วฟัน'

การเอ่ยถึงกษตั ริยอ์ งคห์ นึง ราชโอรสของพระองค์ และงานอภิเษกสมรสของราชโอรส
ของพระองคก์ เ็ ป็นการอา้ งอิงแบบอุปไมยถึงการอภิเษกสมรสในอนาคตของพระเมษโปดกและ
คริสตจกั ร เห็นไดช้ ดั วา่ คนเหล่านนั ทีเพิกเฉยต่อคาํ เชิญใหม้ าร่วมงานสมรสคือ ชนชาติอิสราเอล
พวกเขามวั แต่ยงุ่ กบั การหาเงิน นอกจากนี พวกเขายงั ปฏิบตั ิกบั พวกผรู้ ับใชข้ องกษตั ริยอ์ ยา่ ง
หยาบชา้ ดว้ ย ดงั นนั กษตั ริยจ์ ึงทรงใชก้ ารพพิ ากษาอนั รุนแรงมาปรับโทษคนเหล่านนั (เห็นไดช้ ดั
วา่ พระเจา้ ทรงพิพากษาชนชาติอิสราเอลในปี ค.ศ. 70 เมือติตสั ไดท้ าํ ลายและเผากรุงเยรูซาเลม็ จน
ราบเป็นหนา้ กลอง โดยทาํ ใหป้ ระเทศอิสราเอลสมยั โบราณมาถึงจุดจบ)

ขณะเดียวกนั กษตั ริยอ์ งคน์ ีกท็ รงใชพ้ วกผรู้ ับใชอ้ อกไปเชิญคนอืนๆใหม้ าร่วมงานสมรส
อีก กระนนั บางคนกม็ าร่วมงานโดยใส่ชุดไม่เหมาะสมกบั งานสมรส น่าสนใจตรงทีวา่ ในอิสยาห์
61:10 เราไดอ้ ่านถึงเสือผา้ แห่งความรอดและเสือคลุมแห่งความชอบธรรม เมอื เราไดร้ ับความ
รอดแลว้ พระเจา้ กท็ รงเอาเสือผา้ เช่นนนั มาสวมเรา ในทีนีมคี นหนึงพยายามทีจะเขา้ ไปในงาน
สมรสโดยไม่สวมเสือผา้ ดงั กล่าว เขาจึงถกู โยนออกไป การประยกุ ตใ์ ชห้ นึงกช็ ดั เจนและนนั กค็ ือ
เมือไม่มีเสือผา้ แห่งความรอด ผนู้ นั กไ็ ม่อาจเขา้ ในงานเลียงอภิเษกสมรสของพระเจา้ ไดเ้ ลย มคี น
มากมายไดร้ ับเชิญใหม้ าร่วมงานสมรส อยา่ งไรกต็ าม มีเพยี งไม่กีคนทีสวมชุดร่วมงานสมรส
อยา่ งเหมาะสม คอื เสือคลุมแห่งความชอบธรรมของพระคริสตแ์ ละเสือผา้ แห่งความรอดของ
พระเจา้

การประยกุ ตใ์ ชแ้ บบทีใหญ่กวา่ ของคาํ อุปมานีกน็ ่าจะเป็นไดว้ า่ สักวนั หนึงในงานเลียง
อภิเษกสมรสของพระเมษโปดก ชนชาติอิสราเอลจะไดร้ ับเชิญในฐานะแขก แต่เฉพาะคนเหล่า
นนั ทีสวมเสือผา้ แห่งความรอดเท่านนั ทีจะไดร้ ับอนุญาตใหเ้ ขา้ งานได้ อีกอยา่ ง ถึงแมว้ า่ นีเป็นคาํ
อุปมาเกียวกบั อาณาจกั รนนั แต่พระเยซูกก็ าํ ลงั ตรัสถึงยคุ คริสตจกั รดว้ ยไปจนถึงเวลาทีทงั คริสต
จกั รและชนชาติอิสราเอลจะไดอ้ ยรู่ ่วมกนั ในอาณาจกั รนนั

พระเยซูตรัสปิ ดทา้ ยคาํ อุปมาอนั น่าทึงนีดว้ ยคาํ สุภาษติ ทีเป็นความจริง 14 ด้วยผู้ทไี ด้รับ
เชิญกม็ าก แต่ผู้ทที รงเลอื กกน็ ้อย" คนมากมายถกู เรียกใหม้ าถึงการกลบั ใจใหม่และความรอด อนั
ทีจริงแลว้ คาํ เชิญใหม้ าหาพระคริสตก์ เ็ ริมตน้ กบั พวกอิสราเอลและขยายต่อไปจนถึงคนทงั โลก
อยา่ งไรกต็ าม มีเพยี งไม่กีคนทีตอบรับคาํ เชิญนนั และพวกเขาจึงถกู เลือกใหร้ ับตาํ แหน่งผนู้ าํ ฝ่ าย
วญิ ญาณหลงั จากไดต้ อ้ นรับพระคริสตแ์ ลว้ คนเหล่านนั ทีไดต้ อบรับขอ้ เสนออนั เปี ยมดว้ ยพระ
กรุณาคุณของพระเจา้ ในข่าวประเสริฐกก็ ลายเป็นผทู้ ีถูกเลือกในพระเยซูคริสต์ จากคนจาํ นวน
นอ้ ยนีกม็ คี นนอ้ ยกวา่ นนั อีกทีถูกเลือกใหร้ ับตาํ แหน่งผนู้ าํ ในคริสตจกั รและในอาณาจกั รทีจะตาม
มาภายหลงั

มธ 22:15 น่าสนใจตรงทีว่าพวกศตั รูมกั เป็นเพอื นร่วมเตียงทีเขา้ กนั ไดอ้ ยา่ งน่า
แปลก มีคนสามกลุ่มในอิสราเอลทีปกติแลว้ กเ็ ป็นคู่อริทางการเมืองต่อกนั อยา่ งไรกต็ าม ตอนนี
พวกเขากจ็ บั มอื กนั เพือร่วมมือโจมตีพระเยซู เราตอ้ งไม่ลืมวา่ ช่วงเวลาในขณะนนั คือ ไม่กีวนั
ก่อนการตรึงกางเขนและสถานทีกค็ ือ บริเวณพระวหิ ารทีกรุงเยรูซาเลม็ ดงั นนั ขณะนันพวกฟาริ
สีไปปรึกษากนั ว่า พวกเขาจะจับผดิ ในถ้อยคาํ ของพระองค์ได้อย่างไร

ในขอ้ ถดั ไป เราเห็นวา่ พวกเขาร่วมมือกบั พวกเฮโรดทีรักโลกซึงปกติแลว้ พวกฟาริสีทีน่า
เลือมใสจะไม่ไปขอ้ งเกียวดว้ ยเลย คาํ ทีแปลวา่ จับผดิ (พากิเดะอูโอ) มีความหมายวา่ ‘ทาํ ใหต้ ิด
กบั ’ หรือ ‘ทาํ ใหต้ กหลุมพราง’ ไม่ตอ้ งสงสัยเลยวา่ พวกเขาคดิ มาแลว้ วา่ จะหลอกใหพ้ ระเยซูติด
กบั อยา่ งไรดว้ ยคาํ ถามยากๆ จากนนั กจ็ ะใชส้ ิงทีพวกเขาคิดวา่ เป็นคาํ ตอบทีผิดของพระองคเ์ พอื
เล่นงานพระองค์ หากพวกเขาสามารถใชม้ นั เป็นขอ้ ไดเ้ ปรียบเพือทีจะจบั กมุ พระองคไ์ ด้ มนั กย็ งิ
ดีไปใหญ่ คาํ ถามต่อไปนีไม่ไดเ้ กิดมาจากความรักหรือความอยากรู้อยากเห็นทีเป็นเชาวนป์ ัญญา
แต่อยา่ งใด คาํ ถามพวกนีถูกออกแบบมาเพอื ตอ้ นใหพ้ ระเยซูจนมุมในดา้ นพระบญั ญตั ิและ
การเมืองเพอื ทีวา่ พวกเขาจะไดใ้ ชค้ าํ ตอบของพระองคเ์ พอื เล่นงานพระองคไ์ ด้

มธ 22:16-22 พวกเฮโรดเป็นยวิ ทีไม่ถือเคร่งพระบญั ญตั ิและเป็นคนทีร่วมมือกบั พวก
โรมภายใตน้ ามของเฮโรด ผซู้ ึงเป็นอดีตกษตั ริยห์ ุ่นเชิดของโรม ปกติแลว้ พวกฟาริสีกเ็ กลียดชงั
คนพวกนีเพราะพวกเขาร่วมมือกบั คนโรม อยา่ งไรกต็ าม คนเหล่านีกม็ าหาพระเยซู และดว้ ยการ

เกรินนาํ แบบสวยหรู พวกเขากถ็ ามพระองคว์ า่ เป็นการถูกตอ้ งตามพระราชบญั ญตั ิ (สาํ หรับพวก
ยวิ ) หรือไม่ทีจะเสียภาษีแก่ซีซาร์

พวกเขาจึงใช้พวกสาวกของตนกบั พวกเฮโรดให้ไปทูลพระองค์ว่า "อาจารย์เจ้าข้า
ข้าพเจ้าทงั หลายทราบอยู่ว่าท่านเป็ นคนซือสัตย์ และสังสอนทางของพระเจ้าด้วยความสัตย์จริง
โดยมไิ ด้เอาใจผู้ใด เพราะท่านมไิ ด้เหน็ แก่หน้าผู้ใด 17 เหตุฉะนัน ขอโปรดบอกให้พวกข้าพเจ้า
ทราบว่า ท่านคดิ เหน็ อย่างไร การทจี ะส่งส่วยให้แก่ซีซาร์นัน ถูกต้องตามพระราชบัญญตั หิ รือ
ไม่”

นีเป็นคาํ ถามทียาก พวกยวิ ทุกคนเกลียดอยแู่ ลว้ กบั การตอ้ งเสียภาษแี ก่พวกโรมทีเป็นคน
ต่างชาติทมี าปกครองพวกเขา กระนนั พวกโรมกข็ ึนครอบครองโดยใชอ้ าํ นาจของดาบ นอกจาก
นี โรมกอ็ ่อนไหวมากๆกบั เรืองการเลียงภาษี ในตอนนนั พวกอิสราเอลกพ็ ยายามตลอดทีจะกบฏ
ต่อโรมหรืออยา่ งนอ้ ยกเ็ ลียงการเสียภาษีใหแ้ ก่โรม ดงั นนั พวกโรมจงึ รีบส่งคนมาจดั การพวก
กบฏในเรืองการเสียภาษี พวกเฮโรดรู้เรืองนีดี ดงั นนั พวกเขาจึงหวงั ทีจะล่อใหพ้ ระเยซูตรัสคาํ พดู
ทีแสดงถึงการต่อตา้ นการเสียภาษี โดยมนั ใจว่าพวกโรมจะมาจบั กมุ พระเยซูอยา่ งแน่นอน

ในทางกลบั กนั ถา้ พระเยซูทรงสนบั สนุนการเสียภาษแี ก่โรม พระองคก์ จ็ ะทรงทาํ ใหต้ วั
เองไม่เป็นทีนิยมในหม่ปู ระชาชนผซู้ ึงเกลียดการเสียภาษแี ก่โรม พวกเฮโรดจึงคิดวา่ ตนมีกบั ดกั ที
สมบรู ณ์แบบแลว้ เพอื เล่นงานพระเยซู ในความคิดของพวกเขา ไม่วา่ คาํ ตอบของพระเยซูจะเป็น
อนั ไหน มนั กท็ าํ ใหพ้ ระองคเ์ สียทงั ขึนทงั ล่อง หากพระองคต์ รัสในเชิงเป็นปฏิปักษต์ ่อโรม พวก
เขากจ็ ะตอ้ งทาํ ใหแ้ น่ใจวา่ พวกโรมไดย้ นิ เรืองนี หากพระองคต์ รัสในทางทีสนบั สนุนการเสีย
ภาษแี ก่โรม พวกเขากจ็ ะทาํ ใหแ้ น่ใจวา่ พวกประชาชนไดย้ นิ คาํ ตอบนีเช่นกนั

ในการตอบกลบั ไป พระเยซูกแ็ ค่ทรงขอเหรียญเงินของโรมซึงตอ้ งใชใ้ นการเสียภาษี
18 แต่พระเยซูทรงล่วงรู้ถงึ ความชัวร้ายของเขาจงึ ตรัสว่า "พวกหน้าซือใจคด เจ้าทดลองเรา
ทาํ ไม 19 จงเอาเงนิ ทจี ะเสียส่วยนันมาให้เราดูก่อน" เขาจงึ เอาเงนิ ตราเหรียญหนึงถวายพระองค์
คาํ ทีแปลวา่ ส่วย (เคนซอส) เป็นคาํ ทีเป็นทีมาของคาํ ภาษาองั กฤษ census มนั จึงหมายถึงภาษี
หรือส่วยทีเรียกเกบ็ จากประชาชนในดินแดนต่างๆทพี วกโรมเขา้ ไปครอบครอง มนั กค็ งคลา้ ยกบั

ภาษีเงินไดห้ รือภาษีโรงเรือนในปัจจุบนั นนั เอง เงินตราทีพระองคท์ รงขอคือ เหรียญเดนาริอนั
ของโรมซึงเป็นเหรียญเงินทีใชก้ นั โดยทวั ไป บนเหรียญนนั มีรูปของซีซาร์ทิเบเรียส

พระเยซูจึงทรงรับเหรียญนนั มาและทรงถามวา่ 20 พระองค์ตรัสถามเขาว่า "รูปและคาํ
จารึกนีเป็ นของใคร" 21 เขาทูลพระองค์ว่า "ของซีซาร์" แล้วพระองค์ตรัสกบั เขาว่า "เหตุฉะนัน
ของของซีซาร์จงถวายแก่ซีซาร์ และของของพระเจ้าจงถวายแด่พระเจ้า" คาํ ตอบของพระเยซู
ทงั สนั และมีชนั เชิง ในประโยคสนั ๆเพยี งไม่กีประโยค พระองคท์ รงทาํ ลายคาํ ถามทีถูกออกแบบ
มาเพอื ดกั จบั พระองคใ์ นดา้ นบญั ญตั ิและการเมือง ดงั นนั 22 ครันเขาได้ยนิ คาํ ตรัสตอบของ
พระองค์นันแล้ว เขากป็ ระหลาดใจ จงึ ละพระองค์ไว้และพากนั กลบั ไป พวกเขาไม่มีอะไรทีจะ
เล่นงานพระองคแ์ ลว้

ในฐานะเป็นหลกั การรองลงมา พระคมั ภีร์สอนวา่ ประชากรของพระเจา้ ควรเสียภาษแี ก่
รัฐบาลฝ่ ายโลก ดู โรม 13:1-7 ปกติแลว้ ภาษีกเ็ ป็นภาระหนกั แต่พระเจา้ ไดท้ รงบญั ชาให้
ประชากรของพระองคเ์ สียภาษีทุกประเภททีตอ้ งเสีย นอกจากนี นียงั สือถึงหลกั การเรืองการแยก
ออกระหวา่ งคริสตจกั รและรัฐดว้ ย

มธ 22:23-32 ต่อมา พวกสะดูสีกเ็ ขา้ มาหาพระเยซู ในวนั นันมพี วกสะดูสีมาหาพระองค์
พวกนีเป็ นผู้ทกี ล่าวว่า การฟื นขนึ มาจากความตายไม่มี เขาจงึ ทูลถามพระองค์ว่า 24 "อาจารย์
เจ้าข้า โมเสสสังว่า `ถ้าผู้ใดตายยงั ไม่มบี ุตร กใ็ ห้น้องชายรับพสี ะใภ้ สืบเชือสายของพชี ายไว้'

พวกสะดูสีเป็นคณะทีมีแนวคิดเสรีนิยมในศาสนายดู าย ดงั นนั พวกเขาจึงปฏิเสธเรือง
อศั จรรยต์ ่างๆทีมีในพระคมั ภีร์เดิม เช่น พวกทูตสวรรค์ การเป็นขึนจากตาย หรือการอศั จรรย์
ต่างๆ น่าแปลกตรงทีพวกเขาพยายามล่อใหพ้ ระเยซูติดกบั ดว้ ยคาํ ถามเกียวกบั การเป็นขึนจากตาย
ภายใตพ้ ระราชบญั ญตั ิของโมเสส เมือชายคนใดตายโดยไม่มีบุตร พนี อ้ งของเขาตอ้ งแต่งงานกบั
หญิงม่ายเพอื ใหม้ ีบุตรสืบสกลุ ผทู้ ีตายไป ดู พระราชบญั ญตั ิ 25:5

ดงั นนั พวกสะดูสีจึงคิดเรืองพิลึกขึนมาเกียวกบั พนี อ้ งเจด็ คนทีแต่ละคนแต่งงานกบั หญิง
ม่ายคนเดียวกนั 25 ในพวกเรามพี นี ้องผู้ชายเจ็ดคน พหี วั ปี มภี รรยาแล้วกต็ ายเมอื ยงั ไม่มบี ุตร ก็
ละภรรยาไว้ให้แก่น้องชาย 26 ฝ่ ายคนทีสองทสี ามกเ็ ช่นเดยี วกนั จนถงึ คนทเี จด็ 27 ในทสี ุดหญงิ

นันกต็ ายด้วย 28 เหตุฉะนันในวนั ทจี ะฟื นขนึ มาจากความตาย หญงิ นันจะเป็ นภรรยาของผู้ใดใน
เจด็ คนนัน ด้วยนางได้เป็ นภรรยาของชายทงั เจ็ดคนแล้ว"

พวกสะดูสีน่าจะรู้วา่ พระเยซูทรงเชือในเรืองการเป็นขึนจากตาย ดงั นนั พวกเขาจึงหวงั วา่
จะใชเ้ รืองสมมตินีเพอื หลอกใหพ้ ระเยซูหลงกลและทาํ ใหพ้ ระองคด์ ูเหมอื นเป็นคนโง่ พวกเขา
เป็นเหมือนพวกเสรีนิยมในปัจจุบนั พวกเขาคิดวา่ หากผเู้ ชือพระคมั ภีร์เผชิญหนา้ กบั สติปัญญา
และการศึกษาที (คดิ เองวา่ ) เหนือกวา่ ของพวกเขา ‘พวกตีความตามพระคมั ภีร์’ จะดูเหมือนเป็น
คนโง่เขลา ไม่ตอ้ งสงสัยเลยวา่ นนั เป็นยทุ ธศาสตร์ของพวกเขาตรงนี

อยา่ งไรกต็ าม คาํ ตอบของพระเยซูนนั กเ็ ปี ยมดว้ ยพลงั 29 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า "พวก
ท่านผดิ แล้ว เพราะท่านไม่รู้พระคมั ภรี ์หรือฤทธิเดชของพระเจ้า 30 ด้วยว่าเมอื มนุษย์ฟื นขนึ มา
จากความตายนัน จะไม่มีการสมรสหรือยกให้เป็ นสามภี รรยากนั อกี แต่จะเป็ นเหมอื นพวกทูต
สวรรค์ของพระเจ้าในสวรรค์ 31 แต่เรืองคนตายกลบั ฟื นนัน ท่านทงั หลายยงั ไม่ได้อ่านหรือ ซึง
พระเจ้าได้ตรัสไว้กบั พวกท่านว่า 32 `เราเป็ นพระเจ้าของอบั ราฮัม เป็ นพระเจ้าของอสิ อคั และ
เป็ นพระเจ้าของยาโคบ' พระเจ้ามไิ ด้เป็ นพระเจ้าของคนตาย แต่ทรงเป็ นพระเจ้าของคนเป็ น"

ปัญหาของพวกสะดูสีกค็ ือวา่ พวกเขาไม่เขา้ ใจพระคมั ภีร์หรือฤทธิเดชของพระเจา้ พระ
เยซูจึงทรงประจนั หนา้ พวกเขาดว้ ยสองสิงนนั พวกคนทีชอบจบั ผดิ พระคมั ภีร์จนถึงทุกวนั นีกย็ งั
ขาดความเขา้ ใจในพระคมั ภีร์และไม่รู้จกั ฤทธิเดชของพระเจา้ เหมือนเดิม ในคาํ ตอบพวกทีมา
จบั ผดิ พระองคน์ นั พระเยซูทรงบรรยายวา่ ในร่างกายทีไดร้ ับสง่าราศขี องเราหลงั การเป็นขึนจาก
ตายนนั จะไม่มีการแต่งงานฝ่ ายร่างกายอยา่ งทีเราเขา้ ใจอีกต่อไป อยา่ งไรกต็ ามเราจะเป็นเหมือน
พวกทูตสวรรคท์ ีเห็นไดช้ ดั วา่ ไม่มีเพศ

นอกจากนี พระเยซูทรงประจนั หนา้ พวกเขาดว้ ยอพยพ 3:6 ทีพระเจา้ ตรัสกบั โมเสส ใน
ขอ้ นนั พระเยโฮวาหพ์ ระเจา้ ทรงใชค้ าํ กริยารูปปัจจุบนั ในการตรัสถึงพระองคเ์ องและอบั ราฮมั
อิสอคั และยาโคบซึงตายไปแลว้ “เราเป็นพระเจา้ ของอบั ราฮมั เป็นพระเจา้ ของอสิ อคั และเป็น
พระเจา้ ของยาโคบ” พระองคจ์ ึงทรงสือชดั เจนวา่ สามคนนนั ยงั มีชีวติ อยู่ (ในสวรรค)์ ถึงแมว้ า่
พวกเขาไดต้ ายไปแลว้ บนโลกนี พระองคท์ รงเป็นพระเจา้ ของคนเป็นจริงๆ พระเยซูจึงทรงใชข้ อ้

พระคมั ภีร์เพอื แสดงใหเ้ ห็นชดั เจนถึงการเป็นขึนจากตายซึงเป็นสิงทีพวกสะดูสีปฏิเสธ พวกเขา
ไม่มีคาํ ตอบ

มธ 22:33 ขณะเดียวกนั ประชาชนทงั ปวงเมอื ได้ยนิ กป็ ระหลาดใจด้วยคาํ สังสอน
ของพระองค์ เห็นไดช้ ดั วา่ พวกสะดูสีไดเ้ ผชิญหนา้ กบั พระเยซูในทีสาธารณะ โดยหวงั วา่ จะ
ทาํ ใหพ้ ระองคข์ ายหนา้ ต่อหนา้ ประชาชน อยา่ งไรกต็ าม พวกสะดูสีนนั เองทีเป็นฝ่ ายหนา้ แตก
นอกจากนี พวกสะดูสีส่วนใหญ่กป็ ระกอบดว้ ยพวกชนชนั สูงทีเป็นขนุ นางประจาํ พระวหิ าร
พวกประชาชนจึงอศั จรรยใ์ จทีพระเยซูทรงทาํ ใหพ้ วกนกั ศาสนาชนชนั สูงของอิสราเอลตอ้ ง
อบั อายขายหนา้

มธ 22:34-40 สุดทา้ ย พวกฟาริสีกเ็ ขา้ มาหาพระเยซูพร้อมกบั คาํ ถามทีจงใจใหพ้ ระองค์
ติดกบั คนกลุ่มนีเป็นคู่ปรับของพวกสะดูสีและคลา้ ยกบั พวกรับบียวิ นิกายออร์โธดอ็ กซใ์ น
ปัจจุบนั ถึงแมว้ า่ พวกเขาอา้ งวา่ ยดึ มนั ตามบญั ญตั ิของโมเสส แต่สิงทีพวกเขาสนใจจริงๆกค็ ือ
ประเพณีแบบรับบีของพวกเขาซึงพวกเขาถอื ปฏิบตั ิอยา่ งไม่ขาดตกบกพร่อง

แต่พวกฟาริสีเมอื ได้ยนิ ว่าพระองค์ทรงกระทาํ ให้พวกสะดูสีนิงอนั อยู่ จึงประชุมกนั
35 มนี ักพระราชบัญญัตผิ ู้หนึงในพวกเขาทดลองพระองค์โดยถามพระองค์ว่า 36 "อาจารย์เจ้าข้า
ในพระราชบญั ญัตนิ ัน พระบัญญตั ขิ ้อใดสําคญั ทสี ุด" พวกเขาคิดมาแลว้ วา่ ยงั ไงพระเยซูกเ็ สร็จ
พวกเขา เพราะวา่ พวกเขาถือวา่ พระคมั ภีร์ทุกขอ้ มีความสาํ คญั เท่ากนั หมด

โปรดสังเกตวา่ พวกเขาใชน้ กั กฎหมายคนหนึงไปทดลองพระองค์ คาํ ทีแปลเช่นนนั (เพะ
อิราโซ) ในบริบทนีมีความหมายวา่ ทดสอบผหู้ นึงโดยมีเจตนารา้ ยหรือโดยใชเ้ ล่ห์กล ใน
วฒั นธรรมยวิ สมยั นนั พวกนกั กฎหมายเป็นผเู้ ชียวชาญในพระราชบญั ญตั ิของโมเสส ปกติแลว้
พวกเขาเป็นพวกฟาริสีและบ่อยครังกเ็ ป็นพวกธรรมาจารย์ ดงั นนั พวกฟาริสีจึงใชม้ ือดีทีสุดคน
หนึงของพวกเขาไปเล่นงานพระเยซู โดยคิดวา่ จะทาํ ใหพ้ ระองคอ์ บั อายขายหนา้ ต่อหนา้ ฝงู ชน
ทีมารวมตวั กนั อยนู่ นั

นอกจากนี พวกฟาริสีกเ็ ชือวา่ มีบญั ญตั ิอยู่ 613 ขอ้ ในพระราชบญั ญตั ิ ซึงเป็นจาํ นวนของ
ตวั อกั ษรในบญั ญตั ิสิบประการ พวกเขากล่าววา่ มีบญั ญตั ิทีเป็นคาํ สงั ใหก้ ระทาํ อยู่ 248 ขอ้ ในพระ

ราชบญั ญตั ิซึงเป็นจาํ นวนของส่วนต่างๆของร่างกายมนุษย์ พวกเขาอา้ งวา่ มีบญั ญตั ิทีเป็นคาํ สงั
หา้ มมิใหก้ ระทาํ อยู่ 365 ขอ้ ในพระราชบญั ญตั ิซึงเป็นจาํ นวนของวนั ในปี สุริยคติ รวมทงั หมดก็
คือ 613 ขอ้ การถามวา่ บญั ญตั ิขอ้ ไหนใหญ่ทีสุดในมมุ มองของพวกเขาแลว้ กเ็ ป็นเรืองทีทึกทกั
เอาเองดว้ ย คาํ ถามนีจึงเป็นคาํ ถามทียากและพระเยซูกท็ รงทราบดี สาํ หรับวฒั นธรรมยวิ และ
ความคิดของคนในสมยั นนั แลว้ คาํ ถามนีกค็ งคลา้ ยกบั คาํ ถามทีวา่ ‘คุณหยดุ ทุบตีภรรยาของคุณ
แลว้ หรือยงั ’ พวกเขาคิดเอาเองวา่ คาํ ตอบของพระเยซูจะทาํ ใหพ้ ระองคเ์ องขายหนา้

อยา่ งไรกต็ าม องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราทรงตอบคาํ ถามพวกเขาอยา่ งซึงๆหนา้ โดยยก
ขอ้ ความจากพระราชบญั ญตั ิ 6:5 และเลวนี ิติ 19:18 37 พระเยซูทรงตอบเขาว่า "`จงรักองค์พระ
ผู้เป็ นเจ้าผู้เป็ นพระเจ้าของเจ้า ด้วยสุดจติ สุดใจของเจ้า และด้วยสินสุดความคดิ ของเจ้า' 38 นี
แหละเป็ นพระบัญญตั ขิ ้อต้นและข้อใหญ่ 39 ข้อทสี องกเ็ หมอื นกนั คอื `จงรักเพอื นบ้านเหมอื น
รักตนเอง' 40 พระราชบญั ญัติและคาํ พยากรณ์ทงั สินกข็ นึ อยู่กบั พระบญั ญัตสิ องข้อนี"

พระเยซูทรงตดั ผา่ นประเพณีของพวกฟาริสีทีพวกเขาถือวา่ มคี วามสาํ คญั พอๆกบั พระ
คมั ภีร์เองเลยในทางปฏิบตั ิ แทนทีจะติดกบั ในประเพณีของพวกฟาริสีซึงมีเยอะแยะไม่รู้จบ พระ
เยซูทรงตอบคาํ ถามยากๆของพวกเขาโดยการยกขอ้ พระคมั ภีร์ทีพวกเขาอา้ งวา่ นบั ถืออยา่ งสูง
นอกจากนีพระเยซูตรัสวา่ สาระสาํ คญั และแก่นแทข้ องพระคมั ภีร์เดิมทงั หมดกม็ ีอยใู่ นหลกั การ
อนั ลึกซึงสองประการนี

จริงทีเดียวทีความรักเป็นทีใหพ้ ระราชบญั ญตั ิสาํ เร็จ หากเรารักพระเจา้ อยา่ งทีเราควรจะ
รัก เรากจ็ ะไม่ละเมิดบญั ญตั ิต่างๆของพระองคเ์ ดด็ ขาด หากเรารักกนั และกนั อยา่ งทีเราควรจะรัก
เรากจ็ ะไม่ทาํ ใหผ้ อู้ ืนสะดุดเดด็ ขาด พวกยวิ เรียกพระคมั ภีร์เดิมแบบรวบยอดวา่ พระราชบญั ญตั ิ
และศาสดาพยากรณ์ พระเยซูตรัสวา่ พระคมั ภีร์เดิมทงั หมดกส็ รุปยอ่ อยใู่ นความจริงอนั เรียบง่าย
แต่ลึกซึงสองประการนี

พวกฟาริสีไม่รู้จะโตต้ อบอยา่ งไรกลบั ไป พระเยซูไดท้ รงทาํ ใหพ้ วกเขานิงอนั เหมือนกบั
ทีทรงกระทาํ กบั พวกเฮโรดและพวกสะดูสี พระองคท์ รงหุบปากพวกเขาดว้ ยพระสติปัญญา หลกั
เหตุผล และพระคมั ภีร์ของพระเจา้

มธ 22:41-46 บดั นีพระเยซูทรงถามพวกเขาบา้ ง เมอื พวกฟาริสียงั ประชุมกนั อยู่ทนี ัน
พระเยซูทรงถามพวกเขาว่า 42 "พวกท่านคดิ อย่างไรด้วยเรืองพระคริสต์ พระองค์ทรงเป็ นบุตร
ของผู้ใด" เขาตอบพระองค์ว่า "เป็ นบุตรของดาวดิ " 43 พระองค์ตรัสถามเขาว่า "ถ้าอย่างนัน
เป็ นไฉนดาวดิ โดยเดชพระวญิ ญาณจงึ ได้เรียกพระองค์ว่า องค์พระผู้เป็ นเจ้า และรับสังว่า
44 `องค์พระผู้เป็ นเจ้าตรัสกบั องค์พระผู้เป็ นเจ้าของข้าพเจ้าว่า จงนังทขี วามอื ของเรา จนกว่าเรา
จะกระทาํ ให้ศัตรูของท่านเป็ นแท่นรองเท้าของท่าน' 45 ถ้าดาวดิ เรียกพระองค์ว่าองค์พระผู้เป็ น
เจ้า พระองค์จะเป็ นบุตรของดาวดิ อย่างไรได้"

พระเยซูตรัสถามพวกเขาวา่ พระเมสสิยาห์จะเป็นบุตร (หรือทายาท) ของผใู้ ด พวกฟาริ
สีตอบถูกตอ้ งวา่ ดาวดิ จากนนั พระองคก์ ท็ รงปล่อยหมดั ตายของพระองคอ์ อกไป พระองคท์ รง
ถามวา่ “ถา้ ดาวดิ เรียกพระองคว์ า่ องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ พระองคจ์ ะเป็นบุตรของดาวดิ อยา่ งไรได”้
พระองคจ์ ึงทรงยกขอ้ ความจากสดุดี 110:1 โดยทรงประยกุ ตใ์ ชก้ บั พระเมสสิยาหโ์ ดยตรง ใน
ทนั ทีทนั ใดดาวดิ ไดเ้ ขียนภายใตก้ ารดลใจของพระวญิ ญาณบริสุทธิวา่ พระเจา้ พระบดิ าจะตรัส
กบั พระเมสสิยาห์วา่ จงนงั ทีขวามือของเราจนกวา่ เราจะจดั การพวกศตั รูของท่าน อยา่ งไรกต็ าม
ดาวดิ กเ็ รียกบุตรของเขาวา่ องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ซึงแสดงใหเ้ ห็นวา่ พระองคท์ รงเป็นมากกวา่ บุตร
ของเขา พวกฟาริสีไม่เคยมองพระคมั ภีร์ขอ้ นนั แบบนนั มาก่อน ถึงแมป้ ระเพณีของรับบีเห็นพอ้ ง
ตรงกนั วา่ สดุดีบทนีมีเนือหาเกียวกบั พระเมสสิยาหก์ ต็ าม

พระองคจ์ ึงตรัสถามวา่ “ถา้ ดาวดิ เรียกพระองคว์ า่ องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ พระองคจ์ ะเป็นบุตร
ของดาวดิ อยา่ งไรได”้ เห็นไดช้ ดั วา่ พระเยซูกาํ ลงั ตรัสถึงทงั ความเป็นพระเจา้ และความเป็นมนุษย์
ของพระเมสสิยาห์ พวกฟาริสีไม่เคยคิดถึงเรืองนนั มาก่อนเหมือนกนั กระนนั ความจริงเรือง
พระเจา้ ผทู้ รงเป็นมนุษยก์ ป็ รากฏชดั เจนในสดุดี 110:1 46 ไม่มผี ู้หนึงผู้ใดอาจตอบพระองค์สักคาํ
หนงึ ตงั แต่วนั นันมา ไม่มใี ครกล้าซักถามพระองค์ต่อไป โดยคาํ ถามง่ายๆขอ้ เดียวนี พระเยซูได้
ทรงทาํ ใหพ้ วกฟาริสีอึง พวกเขาไม่มีคาํ ตอบ พวกศตั รูทีเยอ่ หยงิ และชอบจบั ผดิ ของพระเจา้ ผทู้ รง
เป็นมนุษยไ์ ม่อาจทดั ทานพระสติปัญญาอนั ไม่มีขีดจาํ กดั ของพระองคไ์ ดเ้ ลย พวกเขาจึงเลิก
พยายามทีจะหลอกใหพ้ ระองคต์ ิดกบั อีก

*****
ภาพรวมของมัทธิว 23: บทนีเป็นบททีพระเยซูทรงโจมตีพวก ‘นกั ศาสนา’ ในสมยั นัน
ถึงแม้เป้ าหมายของพระองค์คือพวกธรรมาจารย์และพวกฟาริสี แต่ ‘ศาสนาจารย์’ จาํ นวนมาก
ทุกวนั นีกจ็ ะเป็นผ้ทู ีรับคาํ ตาํ หนินีของพระเยซูเช่นกนั คาํ ติเตียนของพระองค์กค็ ือว่า “พวกเขา
สอน แต่ไม่กระทาํ ” พวกเขาเป็นคนหน้าซือใจคด อีกครังทีเราจาํ ได้ว่าเหตุการณ์เหล่านีเกิดขึน
ในช่วงวนั ท้ายๆของการรับใช้ขององค์พระผ้เู ป็นเจ้าของเรา ข้อ 1 ของบทต่อไปสือชัดเจนว่าคาํ
เทศนาทีมีพลงั นีมีขึนทีพระวิหาร ซึงเป็นทีมนั ของพวกผ้มู ีอาํ นาจในอิสราเอลและศาสนายิว
พระเยซูตรัสรับรู้ชัดเจนเป็นครังสุดท้ายถึงการทีพวกของพระองค์เองปฏิเสธพระองค์ (ยอห์น
1:11)
มธ 23:1-2 ขณะทพี ระองคต์ รัสกบั ฝงู ชนและพวกสาวก เป้ าหมายทีพระเยซูตรัสถึง
คือ พวกธรรมจารยแ์ ละพวกฟาริสี พวกธรรมาจารยเ์ ป็นผทู้ ีมีอาชีพคดั ลอกพระคมั ภีร์ พวกเขาจึง
คิดวา่ ตวั เองเป็นผเู้ ชียวชาญในพระคมั ภีร์ พวกฟาริสีเป็นรับบีทีตีความพระราชบญั ญตั ิผซู้ ึงภาค
ภูมิใจในการรักษาขอ้ ปลีกยอ่ ยของพระราชบญั ญตั ิแมเ้ ลก็ นอ้ ยทีสุด
มทั ธิวบนั ทึกวา่ ครังนันพระเยซูตรัสกบั ฝูงชนและพวกสาวกของพระองค์ 2 ว่า "พวกธร
รมาจารย์กบั พวกฟาริสีนังบนทนี ังของโมเสส ช่วงเวลาในตอนนนั น่าจะเป็นวนั องั คารในสัปดาห์
สุดทา้ ยของพระเยซู คาํ พดู นีหมายความวา่ พวกธรรมาจารย์ (ซึงมกั อยใู่ นคณะของพวกฟาริสี)
พร้อมกบั พวกฟาริสีโดยรวมชอบอา้ งตวั ในการพดู แทนโมเสสในการตีความพระราชบญั ญตั ิของ
โมเสส พระเยซูจึงบรรยายถึงพวกเขาวา่ นงั บนทนี ังของโมเสส คาํ ทีแปลเช่นนนั (คาเธะดรา) มี
ความหมายตรงตวั วา่ ‘ทีนงั ’ หรือ ‘เกา้ อี’ อยา่ งไรกต็ ามในความหมายแบบทีกวา้ งกวา่ ของคาํ ๆนี
มนั กห็ มายถึงทีนงั อนั สูงซึงเป็นทีนงั ของผทู้ ีมีตาํ แหน่งหรืออิทธิพล เช่น พวกอาจารยแ์ ละผู้
พพิ ากษา (น่าสนใจตรงทีคาํ วา่ cathedral กม็ าจากคาํ ๆนี) พวกธรรมาจารยแ์ ละพวกฟาริสีจึงนงั
ในทีนงั ของธรรมศาลาซึงเป็นทีๆพวกเขาอธิบายขยายความพระราชบญั ญตั ิ มนั จึงกลายเป็นที
รู้จกั ในชือ “ทีนงั ของโมเสส” ถึงแมพ้ วกเขายนื ขึนเพอื ทีจะอ่านคมั ภีร์โทราห์ แต่พวกเขากน็ งั ลง
เพอื สังสอนจากทีนงั ดงั กล่าว

มธ 23:3-4 ปัญหาทีเกิดกบั พวก ‘นกั ศาสนา’ เหล่านีไม่ใช่สิงทีพวกเขาสอน เพราะวา่
พระเยซูกม็ ิไดต้ รัสโจมตีคาํ สอนของพวกเขาแต่อยา่ งใด อนั ทีจริงแลว้ พระเยซูทรงสงั ให้
ประชาชนประพฤติตามสิงทีคนเหล่านนั สอนดว้ ยซาํ เหตุฉะนันทุกสิงซึงเขาสังสอนพวกท่าน
จงถือประพฤตติ าม เว้นแต่การประพฤติของเขา อย่าได้ทาํ ตามเลย เพราะเขาเป็ นแต่ผู้สังสอน แต่
เขาเองหาทาํ ตามไม่ แต่ขอ้ หาทีพระเยซูทรงตงั แก่พวกเขากค็ ือวา่ “เขาเป็นแต่ผสู้ ังสอน แต่เขาเอง
หาทาํ ตามไม่” ดงั นนั พระเยซูจึงตรัสวา่ อยา่ ทาํ ตามอยา่ งทีพวกเขาประพฤติ

เช่นเดียวกบั นกั การเมืองจาํ นวนมากตลอดระยะเวลาหลายปี พวกเขาวางภาระหนกั บนตวั
คนอืนโดยทีตวั เองกไ็ ม่ยอมแบก พระเยซูตรัสต่อไปวา่ 4 ด้วยเขาเอาภาระหนักและแบกยากวาง
บนบ่ามนุษย์ ส่วนเขาเองแม้แต่นิวเดยี วกไ็ ม่จบั ต้องเลย พวกเขาเป็นคนหนา้ ซือใจคด

ภาระหนกั ทีวา่ นีกค็ ือขอ้ ปลีกยอ่ ยในประเพณีต่างๆของรับบีทีส่วนใหญ่แลว้ กม็ าจากพวก
ฟาริสี ผเู้ ป็นคนตีความพระราชบญั ญตั ิ ดงั นนั พวกเขาจึงเพิมเขา้ กบั พระราชบญั ญตั ิ ตวั พระราช
บญั ญตั ิเองกเ็ ป็นแอกทีหนกั อยแู่ ลว้ แต่ประเพณีต่างๆทีพวกเขายนื กรานใหผ้ คู้ นปฏิบตั ิกถ็ กู เพิม
เขา้ กบั แอกหนกั นีอีก ดู กิจการ 15:10 ดงั ทีไดบ้ รรยายไวใ้ นคาํ อธิบายสาํ หรับมทั ธิว 22:34-40
พวกรับบีไดเ้ พิมกฎ 613 ขอ้ เขา้ กบั พระราชบญั ญตั ิ โดยอา้ งวา่ เพือ ‘ขยายความมนั ใหช้ ดั เจน’

พวกฟาริสีและธรรมจารยเ์ ป็นผทู้ ีเพิมกฎเหล่านีเขา้ กบั พระราชบญั ญตั ิ อยา่ งไรกต็ าม
พวกเขาเองกห็ าช่องโหว่ไดไ้ ม่รู้จบเพือทีจะหลีกเลียงภาระทีพวกเขาไดว้ างไวบ้ นตวั ผอู้ ืน ถึงแม้
พวกเขากล่าวในทีชุมนุมชนวา่ ผคู้ นตอ้ งรักษากฎเหล่านีอยา่ งเคร่งครัด แต่เมอื อยลู่ าํ พงั ตวั พวกเขา
เองกเ็ พกิ เฉยกฎเหล่านีอยบู่ ่อยๆ พวกเขานาํ เสนอตวั เองใหป้ รากฏภายนอกวา่ เป็นคนทีน่า
เลือมใสและชอบธรรม อยา่ งไรกต็ าม เมือไม่มีใครเห็น พวกเขากเ็ ป็นคนหนา้ ไหวห้ ลงั หลอก ถึง
แมพ้ วกเขาไดเ้ พิมภาระมากมายเขา้ กบั การดาํ เนินชีวติ ทียากลาํ บากอยแู่ ลว้ สาํ หรับประชาชน
ทวั ไป แต่ตวั พวกเขาเองกลบั ไม่ยอมทาํ อะไรเลยเพอื แบ่งเบาภาระหนกั ของประชาชน

มธ 23:5-7 พระเยซูตรัสถึงแรงจงู ใจทแี ทจ้ ริงของพวกเขา การกระทาํ ของเขาทุกอย่าง
เป็ นการอวดให้คนเหน็ เท่านัน เขาใช้กลกั พระบญั ญตั อิ ย่างใหญ่ สวมเสือทีมพี ู่ห้อยอนั ยาว

6 เขาชอบทอี นั มเี กยี รตใิ นการเลยี งและทนี ังตําแหน่งสูงในธรรมศาลา 7 กบั ชอบรับการคาํ นับที
กลางตลาด และชอบให้คนเรียกเขาว่า `รับบี รับบี'

พวกฟาริสีและธรรมาจารย์ ซึงเป็น ‘นกั ศาสนา’ มืออาชีพในสมยั นนั ชอบทาํ ดีเพอื ใหค้ น
อืนเห็น กลกั พระบญั ญตั ิ ทีวา่ นีคือ กล่องเลก็ ๆทีมีไวบ้ รรจุขอ้ พระคมั ภีร์ต่างๆจากหนงั สือพระ
ราชบญั ญตั ิซึงพวกเขารัดเขา้ กบั แขนและหนา้ ผากของตน คนสมยั นนั เชือกนั วา่ ยงิ กลกั พระ
บญั ญตั ิมีขนาดใหญ่เท่าไร คนทีสวมมนั กย็ งิ เป็นผอู้ ยฝู่ ่ ายวญิ ญาณมากเท่านนั ดงั นนั พวกเขาจึง
ทาํ ใหก้ ลกั พระบญั ญตั ิของตนมีขนาดใหญ่ขึน กลกั พระบญั ญตั ิทีพวกเขาใชโ้ ออ้ วดเช่นนนั จึง
แสดงใหเ้ ห็นถึงการขาดความเขา้ ใจฝ่ ายวญิ ญาณของพวกเขา แทนทีจะซ่อนพระวจนะของ
พระเจา้ ไวใ้ นใจของตน พวกเขากลบั เอามนั มาสวมไวบ้ นหวั แทน

พวกเขาชอบมากกบั การสวมเครืองแบบของ ‘นกั ศาสนา’ ธรรมเนียมของศาสนายวิ
กาํ หนดใหผ้ ชู้ ายเอาพ่ตู ิดไวท้ ีชายเสือของตน ดู กนั ดารวถิ ี 15:38 และพระราชบญั ญตั ิ 22:12 ดงั
นนั ‘ศาสนาจารย’์ เหล่านีจึงเยบ็ พขู่ นาดใหญ่เพอื เอาไวอ้ วด โดยเชือวา่ ยงิ พมู่ ีขนาดใหญ่เท่าไร
มนั กย็ งิ บ่งบอกถึงการดาํ เนินตามทางของพระเจา้ ของพวกเขามากขึนเท่านนั ความชอบธรรม
ของพวกเขาเป็นเพยี งสิงทีปรากฏภายนอกแบบหลอกๆ นอกจากนี นกั ศาสนาเหล่านียงั ชอบนงั
ในทีนงั อนั มีเกียรติในงานเลียงของพวกยวิ และทีธรรมศาลาต่างๆดว้ ย คาํ ทีแปลวา่ ทีอนั มเี กยี รติ
(โปรโตคลิซีอา) ในบริบทนีหมายถึง ทีมีเกียรติประจาํ โต๊ะในงานเลียงต่างๆ

นอกจากนี พวกเขายงั ชอบทีจะถูกเรียกวา่ รับบี ในทีสาธารณะอีกดว้ ย ถา้ จะพดู โดยใช้
ภาษาสมยั ใหม่ มนั กค็ งคลา้ ยกบั การถกู เรียกวา่ ‘ท่านศาสนาจารย’์ นนั เอง ศาสนาของพวกเขา
เป็นเพียงสิงทีปรากฏแต่ภายนอกและพวกเขากป็ ระพฤติตามศาสนาของตนอยา่ งโออ้ วด พวกเขา
เป็นคนหนา้ ซือใจคดถึงเนือในเลยทีเดียว

มธ 23:8-10 พระเยซูทรงตาํ หนิพวกเขา โดยสอนวา่ มีแต่พระเมสสิยาห์เท่านนั ที
สมควรถูกเรียกเช่นนนั ท่านทงั หลายอย่าให้ใครเรียกท่านว่า `รับบี' ด้วยท่านมพี ระอาจารย์แต่ผู้
เดยี วคอื พระคริสต์ และท่านทงั หลายเป็ นพนี ้องกนั ทงั หมด พวกเขากเ็ หมือนกบั พวกบาทหลวง
ในพระศาสนจกั รโรมนั คาทอลิกในปัจจุบนั ทีชอบใหค้ นอืนเรียกวา่ คุณพ่อ พระเยซูจึงทรงสอน

วา่ 9 และอย่าเรียกผู้ใดในโลกว่าเป็ นบดิ า เพราะท่านมพี ระบิดาแต่ผู้เดยี ว คอื ผู้ทที รงสถติ ใน
สวรรค์

พระเยซูทรงสอนวา่ มีแต่พระเจา้ เท่านนั ทีสมควรถกู เรียกวา่ พระบิดา ในบริบททาง
ศาสนา กระนนั พวกธรรมาจารยใ์ นสมยั พระเยซูกช็ อบทีจะถูกเรียกวา่ ‘อบั บา’ หรือ ‘คุณพ่อ’ ใน
ดา้ นปรัชญาแลว้ มีความแตกต่างนอ้ ยมากระหวา่ งศาสนายวิ แบบพวกรับบีฟาริสีในสมยั นนั กบั
พระศาสนจกั รโรมนั คาทอลิกในเวลาต่อมา การใหค้ วามสาํ คญั ต่อพิธีกรรมต่างๆและสิงภายนอก
ทงั หลายรวมถึงการมีพระและบาทหลวงในเครืองแต่งกายทีแบ่งแยกชดั เจนของพวกเขากแ็ สดง
ใหเ้ ห็นถึงความคลา้ ยคลึงกนั อยา่ งมากระหวา่ งคนทงั สองกลุ่ม

ในแบบเดียวกนั พระเยซูทรงสอนวา่ 10 อย่าให้ผู้ใดเรียกท่านว่า `นาย' ด้วยว่านายของ
ท่านมแี ต่ผู้เดียวคอื พระคริสต์ ปัญหาหนึงของพวกฟาริสีในสมยั นนั กค็ ือวา่ พวกเขาใหค้ วาม
สาํ คญั ต่อเรืองภายนอก พวกเขาเป็นคนหนา้ ซือใจคดหวั จรดเทา้ จริงๆ พวกเขาสวมเครืองแบบ
ของ ‘นกั ศาสนา’ พวกเขาแสร้งทาํ ตวั ใหค้ นอืนเห็นวา่ เป็นคนน่าเลือมใสของพระเจา้ ในเมือความ
จริงแลว้ พวกเขาเป็นคนลวงจนถึงแก่น พวกเขาเป็นคนปลอมในดา้ นศาสนา พระเยซูทรงเรียก
การหลอกลวงของพวกเขาอยา่ งทีมนั เป็นจริงๆ

พระองคท์ รงทราบวา่ พระองคม์ ีเวลาเหลืออีกเพยี งไม่กีวนั ในการรับใชบ้ นโลกนีของ
พระองค์ ดงั นนั พระองคจ์ ึงไม่ทรงยงั มือแลว้ ลกู เต๋าถูกทอดแลว้ แม่พิมพก์ ถ็ ูกเตรียมไวแ้ ลว้
พระองคจ์ ึงทรงเรียกมนั อยา่ งทีมนั เป็นจริงๆและปล่อยใหอ้ ะไรกต็ ามทีควรจะเกิดกเ็ กิด เวลาแห่ง
การพยายามชกั จงู โนม้ นา้ วนนั หมดไปนานแลว้ มนั ถึงเวลาแลว้ ทจี ะกล่าวโทษและพระองคก์ ็
ทรงกล่าวโทษจริงๆ

มธ 23:11-12 อีกครังทีหลกั การเรืองหวั ใจของผรู้ ับใชถ้ กู นาํ เสนอ ผู้ใดทเี ป็ นใหญ่ทสี ุด
ในพวกท่าน ผู้นันจะเป็ นผู้รับใช้ของท่านทงั หลาย 12 ผู้ใดจะยกตวั ขนึ ผู้นันจะต้องถูกเหยยี ดลง
ผู้ใดถ่อมตวั ลง ผู้นันจะได้รับการยกขนึ หลกั การตามพระคมั ภีร์ทีวา่ การยกตวั เองขึนนนั สุดทา้ ย
แลว้ กจ็ ะนาํ มาซึงความตกตาํ ถกู นาํ เสนอตรงนี แต่พระเจา้ ทรงยกชูคนเหล่านนั ทีถ่อมตวั ลงใน
เวลาอนั เหมาะสมของพระองค์ ดู ยากอบ 4:6, 1 เปโตร 5:6, ลูกา 18:14

ความยงิ ใหญ่ฝ่ ายวญิ ญาณไม่ไดถ้ ูกวดั ดว้ ยยศถาบรรดาศกั ดิหรือชือเสียง แน่นอนทีมนั
ไม่ใช่เสือคลุมทีแสดงถึงความชอบธรรมแบบจอมปลอมของพวกธรรมาจารยแ์ ละฟาริสี ในทาง
ตรงกนั ขา้ ม คนเหล่านนั ทียงิ ใหญ่ในสายพระเนตรของพระเจา้ คือคนทีถ่อมตวั ลงเพือรับใชผ้ อู้ ืน
สาํ หรับชาวโลก หวั ใจของผรู้ ับใชก้ เ็ ป็นสญั ญาณทีแสดงถงึ การมีฐานะทางสงั คมทีตาํ ตอ้ ย
สาํ หรับพระเจา้ แลว้ มนั เป็นเครืองหมายทีแสดงถึงความเป็นผใู้ หญ่ฝ่ ายวญิ ญาณ ในเวลาอนั เหมาะ
สม พระเจา้ จะทรงยกชูความถ่อมใจเช่นนนั พระเจา้ ทรงต่อสู้กบั คนทีหยงิ จองหองแต่ทรง
ประทานพระคุณใหแ้ ก่คนทีใจถ่อมจริงๆ

มธ 23:13 ขอ้ 13-33 รวมเป็นวบิ ตั ิแปดประการทีพระเยซูทรงประกาศแก่ความหนา้
ซือใจคดของพวกนกั ศาสนา มนั ยงั อยใู่ นบริบทของการทีพระองคท์ รงกล่าวโทษความเสแสร้ง
แบบคนหนา้ ซือใจคดของพวกผนู้ าํ ทางศาสนาในสมยั นนั

วิบตั ิที 1 วบิ ัตแิ ก่เจ้า พวกธรรมาจารย์และพวกฟาริสี คนหน้าซือใจคด ด้วยว่าพวกเจ้าปิ ด
ประตูอาณาจักรแห่งสวรรค์ไว้จากมนุษย์ เพราะพวกเจ้าเองไม่ยอมเข้าไป และเมอื คนอนื จะ
เข้าไป พวกเจ้ากข็ ดั ขวางไว้ ใหเ้ ราสงั เกตวา่ พระเยซูทรงเรียกพวกธรรมจารยแ์ ละพวกฟาริสีวา่
คนหน้าซือใจคด คาํ วา่ คนหน้าซือใจคด ถูกใชเ้ พอื เรียก “พวกธรรมาจารยแ์ ละพวกฟาริสี”
โดยตรง คาํ ทีรุนแรงนี คนหน้าซือใจคด จริงๆแลว้ มีความหมายวา่ ‘คนจอมปลอม’ หรือ ‘คนเส
แสร้ง’ พระเยซูทรงตงั ขอ้ หาพวกเขาวา่ ขดั ขวางทางเขา้ สู่อาณาจกั รแห่งสวรรคโ์ ดยการเคร่ง
ศาสนาแบบหนา้ ซือใจคดของพวกเขา นอกจากนี พระองคท์ รงสือชดั เจนวา่ พวกเขากจ็ ะไม่ไดเ้ ขา้
สู่อาณาจกั รนนั เหมือนกนั

มธ 23:14 วิบตั ิที 2 วบิ ัตแิ ก่เจ้า พวกธรรมาจารย์และพวกฟาริสี คนหน้าซือใจคด
ด้วยพวกเจ้าริบเอาเรือนของหญงิ ม่าย และแสร้งอธิษฐานเสียยดื ยาว เพราะฉะนันพวกเจ้าจะได้
รับความฉิบหายมากยงิ ขนึ ถึงแมพ้ วกคนหนา้ ซือใจคดเหล่านีอา้ งวา่ ตวั เป็นคนชอบธรรมและ
อวดตวั วา่ เป็นคนน่าเลือมใส แต่พวกเขากย็ งั ยดึ บา้ นทีหญิงม่ายยากจนนาํ มาจาํ นองไวด้ ว้ ยใจที
แขง็ กระดา้ ง พวกเขาจงใจอธิษฐานยดื ยาวในทีสาธารณะ เพอื แสร้งทาํ ตวั น่าเลือมใสแบบจอม

ปลอม ใหเ้ ราสังเกตดว้ ยวา่ พระเยซูทรงสือชดั เจนวา่ จะมีการลงโทษหลายระดบั ในนรก ในกรณี
นีจะมีการลงโทษหนกั ยงิ กวา่ สาํ หรบั ความหนา้ ซือใจคดแบบเสแสร้งของพวกเขา

มธ 23:15 วิบตั ิที 3 วบิ ตั แิ ก่เจ้า พวกธรรมาจารย์และพวกฟาริสี คนหน้าซือใจคด
ด้วยพวกเจ้าเทยี วไปตามทางทะเลและทางบกทวั ไปเพอื จะได้แม้แต่คนเดียวเข้าจารีต เมอื ได้แล้ว
เจ้ากท็ าํ ให้เขากลายเป็ นลูกแห่งนรกยงิ กว่าตวั เจ้าเองถงึ สองเท่า พระเยซูทรงปรับโทษคนพวกนี
สาํ หรับความพยายามอยา่ งหนกั ของพวกเขาในการหาคนเขา้ จารีต แต่ในการทาํ เช่นนนั กท็ าํ ให้
คนทีมาเป็นยวิ แยก่ วา่ พวกเขาถึงสองเท่า พวกเขาพยายามสุดแรงในการหาคนต่างชาติมาเขา้
สุหนตั อนั เป็นการเกณฑเ์ ขาเขา้ สู่ศาสนายวิ อยา่ งเป็นทางการ อยา่ งไรกต็ าม พวกทีเขา้ จารีตโดย
ฝี มือของอาจารยเ์ หล่านีกม็ กั ทาํ มากยงิ กวา่ อาจารยข์ องพวกเขาเสียอีก

มธ 23:16-22 วิบตั ิที 4 วบิ ัติแก่เจ้า คนนําทางตาบอด เจ้ากล่าวว่า `ผู้ใดจะปฏญิ าณอ้าง
พระวหิ าร คาํ ปฏญิ าณนันไม่ผูกมดั แต่ผู้ใดจะปฏญิ าณอ้างทองคาํ ของพระวหิ าร ผู้นันจะต้อง
กระทาํ ตามคาํ ปฏญิ าณ' พระเยซูตรัสกล่าวโทษพวกเขาทีชอบหยมุ หยมิ เรืองเลก็ ๆนอ้ ยๆและโต้
เถียงเรืองไร้สาระ พระองคท์ รงเรียกพวกเขาวา่ “คนนาํ ทางตาบอด” เมือคิดดูดีๆ คาํ บรรยายเช่น
นนั กเ็ ป็นคาํ ตรงขา้ มกนั ทีนาํ มาคู่กนั กระนนั มนั กแ็ สดงถงึ สภาพฝ่ ายวญิ ญาณของพวกฟาริสีและ
พวกธรรมาจารยไ์ ดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง หากมนั ไม่ใช่เรืองจริงอยา่ งน่าสมเพชเหลอื เกินแลว้ มนั กค็ งเป็น
เรืองขบขนั น่าดู

พวก ‘นกั ศาสนา’ ทีชอบโออ้ วดเหล่านียอมใหค้ นทีเป็นยวิ ปฏญิ าณโดยพระวหิ ารแบ
บทวั ๆไปได้ แต่ถา้ ผใู้ ดจะปฏิญาณโดยทองคาํ ของพระวหิ าร เขากไ็ ดผ้ กู มดั ตวั เองใหต้ อ้ งเสีย
ทองคาํ แก่พระวหิ าร นีกว็ กกลบั มาทีการหยมุ หยมิ ขอ้ ปลีกยอ่ ยในประเพณีต่างๆของพวกรับบี
แบบไม่รู้จบเหมือนเดิม อนั ทีจริงแลว้ มนั กเ็ ป็นเรืองเหลวไหลและพระเยซูกท็ รงกล่าวโทษพวก
เขาเรืองนี

17 คนโฉดเขลาตาบอด สิงไหนจะสําคญั กว่า ทองคาํ หรือพระวหิ ารซึงกระทาํ ให้ทองคาํ
นันศักดิสิทธิ คาํ ตอบของคาํ ถามนนั น่าจะชดั เจนอยแู่ ลว้

พระองคต์ รัสต่อไปวา่ 18 และว่า `ผู้ใดจะปฏญิ าณอ้างแท่นบูชา คาํ ปฏญิ าณนันไม่ผูกมดั
แต่ผู้ใดจะปฏญิ าณอ้างเครืองตังถวายบนแท่นบูชานัน ผู้นันต้องกระทาํ ตามคาํ ปฏญิ าณ' นีเป็นอีก
ครังทีพวกฟาริสียอมใหค้ นปฏิญาณโดยอา้ งแท่นบูชาทีพระวหิ าร แต่วบิ ตั ิจงเกิดแก่ผใู้ ดกต็ ามที
จะปฏิญาณโดยอา้ งสิงทีจะนาํ มาถวายเป็นเครืองบชู าบนแท่นนนั คาํ ทแี ปลวา่ ต้องกระทาํ ตามคาํ
ปฏญิ าณ (ออเฟะอิโล) มีความหมายพนื ๆวา่ ‘เป็นหนีบุญคุณ’ หรือ ‘ถูกผกู มดั ’ ดงั นนั หากผใู้ ด
ปฏิญาณโดยอา้ งเครืองบชู าทีสามารถนาํ มาถวายบนแท่นทองเหลืองของพระวหิ ารได้ เขากถ็ กู
ผกู มดั ใหต้ อ้ งนาํ เครืองบชู านนั มาถวายทีพระวหิ ารจริงๆ

พระเยซูตรัสถามถูกตอ้ งแลว้ วา่ 19 คนโฉดเขลาตาบอด สิงใดจะสําคญั กว่า เครืองตงั
ถวายหรือแท่นบูชาทกี ระทาํ ให้เครืองตงั ถวายนันศักดิสิทธิ พระเยซูไม่เพยี งเรียกพวกเขาวา่ เป็น
คนตาบอดเท่านนั แต่ยงั บอกวา่ พวกเขาเป็นคนโฉดเขลาดว้ ย คาํ ทีแปลเช่นนนั (โมรอส) เป็นทีมา
ของคาํ ภาษาองั กฤษ moron พวกเขาเป็นเช่นนนั จริงๆ ความอดทนขององคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเรา
ไดห้ มดลงแลว้ ต่อความหนา้ ซือใจคดแบบโออ้ วดของคนพวกนี

พระเยซูตรัสต่อไปวา่ 20 เหตุฉะนี ผู้ใดจะปฏญิ าณอ้างแท่นบูชา กป็ ฏญิ าณอ้างแท่นบูชา
และสิงสารพดั ซึงอยู่บนแท่นบูชานัน 21 ผู้ใดจะปฏญิ าณอ้างพระวหิ าร กป็ ฏญิ าณอ้างพระวหิ าร
และอ้างพระองค์ผู้ทรงสถติ ในพระวหิ ารนัน 22 ผู้ใดจะปฏญิ าณอ้างสวรรค์ กป็ ฏญิ าณอ้าง
พระทนี ังของพระเจ้าและอ้างพระองค์ผู้ประทบั บนพระทนี งั นัน

ในมทั ธิว 5:34-35 พระเยซูทรงสอนวา่ อยา่ ปฏิญาณเลย การทีพวกเขาปฏญิ าณแบบ
คลุมเครือในรูปแบบเหล่านีนนั ลว้ นเปล่าประโยชน์ เพราะวา่ พระเยซูทรงสอนแลว้ วา่ การสาบาน
เองกเ็ กือบเป็นการพดู หมินประมาทพระเจา้ แลว้ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ เมือพวกเขาปฏิญาณโดยอา้ ง
พระวหิ ารหรือสวรรคเ์ อง พวกเขากก็ าํ ลงั ปฏิญาณโดยอา้ งพระเจา้ แห่งพระวหิ ารและพระเจา้ แห่ง
สวรรคด์ ว้ ย พวกเขาจึงเกือบทีจะกล่าวออกพระนามพระเจา้ เล่นๆอยรู่ อมร่อ จะดีกวา่ หากจะไม่
ปฏิญาณโดยอา้ งอะไรเลย

มธ 23:23-24 วิบตั ิที 5 วบิ ตั ิแก่เจ้า พวกธรรมาจารย์และพวกฟาริสี คนหน้าซือใจคด
ด้วยพวกเจ้าถวายสิบชักหนึงของสะระแหน่ ยหี ร่าและขมนิ ส่วนข้อสําคญั แห่งพระราชบญั ญัติ

คอื การพพิ ากษา ความเมตตาและความเชือนันได้ละเว้นเสีย สิงเหล่านันพวกเจ้าควรได้กระทาํ อยู่
แล้ว แต่สิงอนื นันไม่ควรละเว้นด้วย

พระเยซูทรงเล่นงานพวกเขาทีถือรักษาขอ้ เลก็ นอ้ ยของพระราชบญั ญตั ิแต่ไม่สนใจสิง
สาํ คญั ของมนั พวกเขาใส่ใจทุกกระเบียดนิวในการถวายสิบชกั หนึงของเครืองเทศทีพวกเขาปลูก
ในสวนของตน เช่น สะระแหน่ ยหี ร่า และขมิน กระนนั พวกเขากลบั ละเลยความจริงสาํ คญั ๆ
แห่งพระวจนะของพระเจา้ เช่น ความชอบธรรม ความเมตตา และความเชือ คาํ ทีแปลวา่ การ
พพิ ากษา (คริซิส) ในบริบทนีน่าจะหมายถึง ‘การตดั สินอนั ถกู ตอ้ ง’ หรือกล่าวง่ายๆคอื ‘ความ
ชอบธรรม’

พวกเขามองป่ าไม่เห็นเพราะมองเห็นแต่ตน้ ไม้ ใหเ้ ราสังเกตวา่ พระเยซูมิไดท้ รงวพิ ากษ์
วจิ ารณ์พวกเขาเรืองการถวายสิบชกั หนึง อนั ทีจริงพระองคต์ รัสวา่ “สิงเหล่านีพวกเจา้ ควรได้
กระทาํ อยแู่ ลว้ ” ปัญหาของพวกเขากค็ อื วา่ พวกเขามองเห็นแต่สิงทีปรากฏภายนอก และมองไม่
เห็นคุณธรรมฝ่ ายวญิ ญาณทีสาํ คญั กวา่ ซึงไม่ปรากฏแก่ตาของการดาํ เนินตามทางของพระเจา้
ทีแทจ้ ริง หากจะกล่าวแลว้ การถวายสิบชกั หนึงแมแ้ ต่ส่วนเลก็ นอ้ ยทีสุดของรายรับของคนๆ
หนึงนนั เช่น เครืองเทศในสวน กเ็ ป็นเรืองทีเหมาะสม อยา่ งไรกต็ าม พวกเขากลบั พลาดสิง
สาํ คญั ๆแห่งความจริงฝ่ ายวญิ ญาณไปเสีย พวกเขามองเห็นแต่ตน้ ไมแ้ ต่กลบั ไม่เห็นป่ า

นีเท่ากบั พวกเขากาํ ลงั กรองลกู นาํ ออกแต่กลืนตวั อูฐเขา้ ไป 24 คนนําทางตาบอด เจ้า
กรองลูกนําออก แต่กลนื ตัวอูฐเข้าไป นอกจากมุกตลกทีเหนบ็ แนมทีองคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเรา
ทรงใชแ้ ลว้ ทงั ลูกนาํ และตวั อูฐต่างเป็นสิงทีพวกยวิ ถือวา่ มลทิน ดงั นนั เมือพวกเขาใหค้ วาม
สาํ คญั กบั รายละเอียดเลก็ นอ้ ยของสิงทีพวกเขาคิดวา่ เป็นความบริสุทธิ พวกเขากลบั เป็นมลทิน
ไปอยา่ ร้ายกาจเพราะใจทีแขง็ กระดา้ งของตวั เอง

มธ 23:25-26 วิบตั ิที 6 วบิ ัตแิ ก่เจ้า พวกธรรมาจารย์และพวกฟาริสี คนหน้าซือใจคด
ด้วยเจ้าขดั ชําระถ้วยชามแต่ภายนอก ส่วนภายในถ้วยชามนันเต็มด้วยโจรกรรมและการมวั เมา
กเิ ลส พวกคนหนา้ ซือใจคดเคร่งศาสนาเหล่านีสนใจแต่การทาํ ตวั ใหป้ รากฏภายนอกวา่ เป็นคน
น่าเลือมใส กระนนั พวกเขากเ็ ป็นคนโสโครกอยขู่ า้ งใน พระองคท์ รงเปรียบพวกเขาวา่ เป็น

เหมือนกบั ความเหลวไหลของการลา้ งเฉพาะดา้ นนอกของถว้ ยชาม แต่ไม่เคยทาํ ความสะอาด
ดา้ นในของภาชนะซึงมีไวใ้ ส่อาหารเลย อนั ทีจริง พระเยซูตรัสวา่ พวกเขาเป็นเหมือนกบั ถว้ ยชาม
ทียงั มีคราบเศษอาหารเกรอะกรังติดอยู่

นอกจากนีพระองคท์ รงบรรยายวา่ ภายในพวกเขานนั เตม็ ดว้ ย “โจรกรรมและการมวั เมา
กิเลส” ความหมายกค็ ือการเป็นคนคดโกงในดา้ นจรรยาบรรณและไม่ยบั ยงั ชงั ใจในดา้ นศีลธรรม
ถึงแมพ้ วกเขาพยายามทีจะทาํ ตวั ใหค้ นเห็นวา่ เป็นคนเคร่งศาสนาน่าเลือมใส แต่ในความเป็นจริง
แลว้ พวกเขากลบั เป็นคนทีเสือมทรามในดา้ นศีลธรรมและจรรยาบรรณ

พระเยซูจึงทรงเตือนสติพวกเขาวา่ 26 พวกฟาริสีตาบอด จงชําระสิงทอี ยู่ภายในถ้วยชาม
เสียก่อน เพอื ข้างนอกจะได้สะอาดด้วย วกกลบั มาเรืองถว้ ยชามทีสกปรก พระเยซูทรงสงั ใหพ้ วก
ฟาริสีตาบอดเหล่านีชาํ ระชีวติ ภายในใหส้ ะอาดเสียก่อน ในการทาํ เช่นนนั ภายนอกของพวกเขา
กจ็ ะสะอาดตามมา การดาํ เนินตามทางของพระเจา้ ทีแทจ้ ริงเริมตน้ ดว้ ยจิตวญิ ญาณใหม่ทีถกู สร้าง
ขึนจากภายในซึงสุดทา้ ยแลว้ กจ็ ะส่งผลมาถึงภายนอกดว้ ย ศาสนาของพวกฟาริสีจริงๆแลว้ กค็ ือ
การทาํ ความสะอาดดา้ นนอกของถงั ขยะโดยยงั ปล่อยใหด้ า้ นในสกปรกโสโครกอยู่

มธ 23:27-28 วิบตั ิที 7 วบิ ัตแิ ก่เจ้า พวกธรรมาจารย์และพวกฟาริสี คนหน้าซือใจคด
เพราะว่าเจ้าเป็ นเหมอื นอโุ มงค์ฝังศพซึงฉาบด้วยปูนขาว ข้างนอกดูงดงามจริงๆ แต่ข้างในเตม็ ไป
ด้วยกระดูกคนตายและการโสโครกสารพดั อีกครังทีนีเป็นการประณามแบบเดียวกนั พวกนกั
ศาสนามืออาชีพเหล่านีในกลุ่มพวกธรรมาจารยแ์ ละพวกฟาริสีชาํ ระดา้ นนอกใหส้ ะอาดเพอื ให้
คนอนื เห็น อยา่ งไรกต็ ามภายในของพวกเขากส็ กปรกโสมมยงิ นกั

คาํ วา่ “อุโมงคฝ์ ังศพซึงฉาบดว้ ยปนู ขาว” จริงๆแลว้ กห็ มายถงึ หลุมศพทีฉาบดว้ ยปูนขาว
ในวนั ทีสิบหา้ ของเดือนอาดาร์ ก่อนเทศกาลปัสกาของทุกปี พวกยวิ กจ็ ะเอาปนู ขาวไปฉาบสถาน
ทีทุกแห่งทีมหี ลุมศพอยู่ พวกเขาทาํ เช่นนีเพอื ใหส้ ถานทีเหล่านนั สวยงามและทาํ เครืองหมาย
สถานทีนนั ๆไวด้ ว้ ยเกรงวา่ จะมใี ครเดินขา้ มหลุมศพเหล่านนั และทาํ ใหต้ วั เองเป็นมลทินตาม
บญั ญตั ิของเลวี สาํ หรับเรืองนีพวกเขายกกนั ดารวถิ ี 19:16 และเอเสเคียล 39:15

พระเยซูตรัสวา่ 28 เจ้าทงั หลายกเ็ ป็ นอย่างนันแหละ ภายนอกนันปรากฏแก่มนุษย์ว่าเป็ น
คนชอบธรรม แต่ภายในเตม็ ไปด้วยความหน้าซือใจคดและความชัวช้า ศาสนายวิ ตามพระคมั ภีร์
ในสมยั พระเยซูไดเ้ สือมทรามลงจนกลายเป็นศาสนายวิ แบบรับบีซึงไม่ไดเ้ ป็นอะไรมากไปกวา่
ศาสนาของคนหนา้ ซือใจคดทีเนน้ เรืองภายนอก ตราบใดทีผใู้ ดปฏิบตั ิตามพิธีและประเพณีต่างๆ
ของพวกรับบี มนั กไ็ ม่สาํ คญั วา่ ผนู้ นั จะเป็นคนทีซือตรง มีศีลธรรม มีความกรุณา หรือยตุ ิธรรม
หรือไม่ อนั ทีจริงแลว้ พวกนกั ศาสนามอื อาชีพ คือ พวกรับบี พวกธรรมาจารย์ และพวกฟาริสีมกั
เป็นคนทีเสือมทรามในดา้ นศลี ธรรม จิตวญิ ญาณและจรรยาบรรณ โดยยงั รักษาภาพลกั ษณ์ทีใส
สะอาดวา่ เป็นยวิ ทีถือบญั ญตั ิอยู่ ตราบใดทีพวกเขาปฏิบตั ิตามกฎภายนอกต่างๆของศาสนายวิ แบ
บรับบี พวกเขากย็ งั ถือวา่ ตนเป็นคนชอบธรรมอยู่ ดงั นนั พวกเขาจึงมีความผดิ ในการหลงคิดวา่ ตวั
ชอบธรรมดว้ ย

มธ 23:29-33 วิบตั ิที 8 วบิ ัตแิ ก่เจ้า พวกธรรมาจารย์และพวกฟาริสี คนหน้าซือใจคด
เพราะพวกเจ้าก่อสร้างอโุ มงค์ฝังศพของพวกศาสดาพยากรณ์ และตกแต่งอโุ มงค์ฝังศพของผู้
ชอบธรรมให้งดงาม 30 แล้วกล่าวว่า `ถ้าเราได้อยู่ในสมยั บรรพบุรุษของเรานัน เราจะมสี ่วนกบั
เขาในการทาํ โลหติ ของพวกศาสดาพยากรณ์ให้ตกกห็ ามไิ ด้' 31 อย่างนันเจ้าทงั หลายกเ็ ป็ นพยาน
ปรักปรําตนเองว่า เจ้าเป็ นบุตรของผู้ทไี ด้ฆ่าศาสดาพยากรณ์เหล่านัน

ความหนา้ ซือใจคดอยา่ งสินเชิงของศาสนายวิ แบบรับบีและฟาริสีกป็ รากฏชดั เมือพวกเขา
สร้างอนุสรณ์สถานใหแ้ ก่พวกศาสดาพยากรณ์และบรรดาคนชอบธรรมสมยั โบราณ แมแ้ ต่เฮโร
ดมหาราช ซึงเป็นตวั พ่อในเรืองความเหียมโหด การทาํ ผดิ ศลี ธรรม และความชวั ร้ายกย็ งั ไดส้ ร้าง
อุโมงคฝ์ ังศพของดาวดิ ขึนใหม่ในสมยั ของเขา ในหุบเขาขิดโรน ซึงอยทู่ างทิศตะวนั ออกของ
พระวหิ ารกม็ ีอุโมงคฝ์ ังศพทีประดบั ตกแต่งสวยงามของเศคาริยาหผ์ ซู้ ึงถกู ฆ่าตายระหวา่ งพระ
วหิ ารและแท่นบชู า ดู 2 พงศาวดาร 24:22 กระนนั ในการทาํ เช่นนนั พวกเขากเ็ ป็นพยานถึงขอ้
เทจ็ จริงทีวา่ พวกเขาเป็นลูกหลานของคนเหล่านนั ทีฆ่าศาสดาพยากรณ์พวกเดียวกนั นี

องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราตรัสต่อไปวา่ 32 เจ้าทงั หลายจงกระทาํ ตามทบี รรพบุรุษได้
กระทาํ นันให้ครบถ้วนเถดิ พระเยซูจึงทรงเหนบ็ แนมพวกเขา วลีทีวา่ “จงกระทาํ ...ใหค้ รบถว้ น

เถิด” กเ็ ป็นคาํ สงั ดว้ ยถอ้ ยคาํ มากมายทีไดต้ รัสไปแลว้ นี พระเยซูตรัสวา่ เอาเลยและทาํ สิง
บรรพบุรุษของพวกเจา้ ไดเ้ ริมไวใ้ หเ้ สร็จๆไป ในคาํ ตรัสนีกม็ กี ารประชดและการด่าอยา่ งรุนแรง
พระองคท์ รงยใุ หพ้ วกเขาเติมความผดิ ของบรรพบุรุษของพวกเขาใหเ้ ตม็ ปริม เอาเลยและตรึง
องคบ์ ริสุทธิและเติมถว้ ยแห่งความชวั ชา้ ของพวกเจา้ ใหเ้ ตม็

พระเยซูทรงปิ ดทา้ ยเหมือนกบั ทียอห์นไดก้ ระทาํ ก่อนหนา้ นนั ในการเรียกคนเหล่านนั วา่
ชาติงูร้าย นนั คือ งูทีอยใู่ นพงหญา้ 33 เจ้าพวกงู เจ้าชาตงิ ูร้าย เจ้าจะพ้นความฉิบหายในนรก
อย่างไรได้ คาํ ถามของพระเยซูทีวา่ พวกเขาจะรอดพน้ การลงโทษในนรกไปอยา่ งไรไดน้ นั กเ็ ป็น
คาํ ถามทีไม่ตอ้ งการคาํ ตอบ คาํ ตอบนนั ชดั เจนอยแู่ ลว้ พวกเขาจะหนีไม่พน้ ! พระองคท์ รงโยน
ถุงมือทา้ รบแลว้ พระเยซูทรงทา้ ทายพวกเขาใหท้ าํ อะไรสกั อยา่ งเกียวกบั พระองค์ พระองคม์ ิได้
กาํ ลงั สอนข่าวประเสริฐแห่งอาณาจกั รนนั หรือแมแ้ ต่เรืองความรอดแลว้ พระองคท์ รงวจิ ารณ์
ความหนา้ ซือใจคดของพวกศตั รูของพระองคอ์ ยา่ งรุนแรงซาํ แลว้ ซาํ อีกไปแลว้ กางเขนรออยู่
เบืองหนา้ แลว้ และพระองคก์ ท็ รงทราบดี พระองคจ์ ึงไม่สงวนคาํ พดู เพอื ตรัสกล่าวโทษคนหนา้
ซือใจคดทีชวั รา้ ยเหล่านีเลย ซึงเป็นพวกผนู้ าํ ทางศาสนาแห่งพวกผใู้ หญ่ในอิสราเอล พระพโิ รธ
อนั ชอบธรรมจึงถูกเทออกมาจากองคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราอยา่ งสมควรแลว้

มธ 23:34-35 พระเยซูจึงตรัสเป็นเชิงพยากรณ์ถึงเหตุการณ์ต่างๆทีจะเกิดขึนและผกู มนั
เขา้ กบั ประวตั ิศาสตร์ของพวกยวิ เหตุฉะนัน ดูเถิด เราใช้พวกศาสดาพยากรณ์ พวกนักปราชญ์
และพวกธรรมาจารย์ต่างๆไปหาพวกเจ้า เจ้ากฆ็ ่าเสียบ้าง ตรึงเสียทกี างเขนบ้าง เฆยี นตใี นธรรม
ศาลาของเจ้าบ้าง ข่มเหงไล่ออกจากเมอื งนีไปเมอื งโน้นบ้าง พระองคต์ รัสล่วงหนา้ วา่ ในอนาคต
อีกไม่ไกลนีพวกคนหนา้ ซือใจคดเคร่งศาสนาพวกเดียวกนั นีจะฆ่าและข่มเหงเหล่านกั เทศนท์ ี
ดาํ เนินตามทางของพระเจา้ อีกรุ่นหนึง โดยเริมทีพระเจา้ ผทู้ รงรับสภาพมนุษยซ์ ึงทรงอยู่
ท่ามกลางพวกเขาเป็นผแู้ รก

คาํ พยากรณ์นีกเ็ ป็นจริงแน่นอนเมือพวกผใู้ หญ่ในอิสราเอลข่มเหงคริสตจกั รยคุ ตน้ ดว้ ย
ความแคน้ เคือง สเทเฟนถูกฆ่าตายดว้ ยนาํ มือของพวกเขา สิเมโอนผเู้ ป็นบุตรของเคลโอฟาสกถ็ ูก
ตรึงกางเขนตามคาํ ยยุ งของพวกยวิ เปโตร ยอห์นและเปาโลกถ็ กู เฆียนตีในธรรมศาลาของคน

เหล่านี พวกปุโรหิตใหญ่กไ็ ล่ล่าพวกคริสเตียนยคุ ตน้ ในแต่ละเมืองโดยใชเ้ ซาโลแห่งทาร์ซสั และ
เจา้ หนา้ ทีไต่สวนคนอืนๆ คริสตจกั รทีเมืองอนั ทิโอกไดถ้ ูกก่อตงั ขึนโดยพวกผเู้ ชือทีส่วนใหญ่
แลว้ หนีจากการข่มเหงในแควน้ ยเู ดีย

35 ดังนันบรรดาโลหิตอนั ชอบธรรมซึงตกทแี ผ่นดินโลก ตงั แต่โลหติ ของอาแบลผู้ชอบ
ธรรมจนถึงโลหติ ของเศคาริยาห์บุตรชายบารัคยา ทพี วกเจ้าได้ฆ่าเสียในระหว่างพระวหิ ารกบั
แท่นบูชานัน ย่อมตกบนพวกเจ้าทงั หลาย พระเยซูตรัสวา่ ในการข่มเหงคริสตจกั รยคุ ตน้ เช่นนนั
พวกเขากจ็ ะนาํ ความผดิ ในเรืองโลหิตของบรรดาผชู้ อบธรรมตกบนตวั พวกเขาเอง คอื ตงั แต่อา
แบล บุตรอาดมั จนถึงเศคาริยาห์ใน 2 พงศาวดาร 24:20-22 พระองคจ์ ึงทรงยกใหค้ วามผดิ เรือง
การฆ่าผเู้ ชือตกบนตวั พวกเขา คือ ตงั แต่คาอินจนถึงโยอาชผมู้ ีใจแขง็ กระดา้ งและเหล่าลูกสมุน
ของเขา การพิพากษาเพอื โลหิตของผชู้ อบธรรมตงั แต่สมยั อาแบลจนถึงคริสตจกั รยคุ ตน้ จะตก
บนพวกเขาเมือติตสั ทาํ ลายกรุงเยรูซาเลม็ จนสินซากในปี ค.ศ. 70

มธ 23:36 พระองคต์ รัสต่อไปวา่ เราบอกความจริงแก่เจ้าทงั หลายว่า บรรดาสิงเหล่า
นีจะตกกบั คนสมยั นี พระเยซูทรงสือชดั เจนวา่ พระพโิ รธของพระเจา้ ซึงเกบ็ งาํ ไวต้ ลอดหลายยคุ
สมยั ซึงพระองคท์ รงมีต่อการข่มเหงดงั กล่าว จะถูกระบายออกต่อคนสมยั นนั เอง ถว้ ยแห่งความ
ชวั ชา้ ของพวกเขากเ็ ตม็ ปรีแลว้ การพิพากษานนั ไดม้ าถึงจริงๆภายใตต้ ิตสั พร้อมกบั การทีกรุง
เยรูซาเลม็ พระวหิ ารของมนั และบรรดาผทู้ ีอาศยั อยใู่ นกรุงนนั ถกู ทาํ ลายเสียราบคาบ หินโม่ของ
พระเจา้ นนั บดขยชี า้ ๆ แต่มนั กบ็ ดเสียจนละเอียดเลยทีเดียว พระเจา้ จะทรงพิพากษาความบาปใน
เวลาอนั เหมาะสมของพระองค!์ แต่วบิ ตั ิจงเกิดแก่คนเหล่านนั ทีพระพโิ รธของพระเจา้ ตกใส่ หาก
คนเหล่านนั ไม่เคยเกิดมาเสียเลยกค็ งดีกวา่

มธ 23:37-38 ในการปิ ดทา้ ยคาํ กล่าวโทษประชากรของพระองคน์ นั พระเยซูทรงราํ ไห้
ดว้ ยความเศร้าโศกอยา่ งมากทีกรุงเยรูซาเลม็ ไดป้ ฏิเสธความพยายามของพระเจา้ ทีจะนาํ มนั มาถึง
การกลบั ใจใหม่อยรู่ าํ ไป โอ เยรูซาเลม็ ๆ ทไี ด้ฆ่าบรรดาศาสดาพยากรณ์ และเอาหินขว้างผู้ทไี ด้
รับใช้มาหาเจ้าถงึ ตาย เราใคร่จะรวบรวมลูกของเจ้าไว้เนืองๆ เหมอื นแม่ไก่กกลูกอยู่ใต้ปี กของมนั
แต่เจ้าไม่ยอมเลยหนอ

พระองคท์ รงเปลียนนาํ เสียจากพระพิโรธอนั ชอบธรรมทีทรงมีต่อความหนา้ ซือใจคดของ
พวกผใู้ หญ่แห่งอิสราเอลมาเป็นความรุนแรงของสิงทีจะเกิดขึน องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราทรง
ปวดร้าวพระทยั เมือพระองคห์ วนตรัสถงึ บรรดาศาสดาพยากรณ์ทีพระเจา้ ทรงใชม้ าทีถูกฆ่าตาย
โดยบรรดาผนู้ าํ ของกรุงเยรูซาเลม็ พระองคท์ รงราํ ลึกถึงการทีพระองคท์ รงอยากทีจะรวบรวม
ประชากรของพระองคจ์ ากอนั ตรายและความเดือดร้อนอยเู่ นืองๆเหมือนแม่ไก่ปกป้ องลูกๆของ
มนั กระนนั พระองคก์ ต็ รัสอยา่ งเป็นปริศนาไวว้ า่ พวกเขากไ็ ม่ยอม! พวกเขาปฏเิ สธนนั เอง

ทีเป็นลางบอกเหตุยงิ ไปกวา่ นนั กค็ ือวา่ พระเยซูตรัสล่วงหนา้ วา่ 38 ดูเถดิ `บ้านเมอื งของ
เจ้าจะถูกละทงิ ให้รกร้างแก่เจ้า' คาํ ทีแปลวา่ รกร้าง (เอะเรมอส) มกั ถกู แปลเป็น ‘ถินทุรกนั ดาร’
หรือ ‘ทะเลทราย’ พนื ทีรกร้างเช่นนนั มกั พบในทางใตแ้ ละตะวนั ออกของกรุงเยรูซาเลม็ นาํ เสียง
ของพระองคส์ ือถึงการยอมรับสภาพและความเวทนาเพมิ เติม พระเยซูตรัสล่วงหนา้ อยา่ งเศร้า
พระทยั ถึงความรกร้างทจี ะเกิดแก่กรุงเยรูซาเลม็ ในอีกชวั อายคุ นต่อมา พระพโิ รธของพระเจา้ จะ
ตกแก่ประชากรของพระองคใ์ นไม่ชา้ ผา่ นทางติตสั นายพลโรม เมือติตสั ลงมือเสร็จสินแลว้ กรุง
เยรูซาเลม็ กไ็ ดก้ ลายเป็นเหมือนถินทุรกนั ดารในหลายๆดา้ นจริงๆ

มธ 23:39 คาํ ตรัสประโยคสุดทา้ ยของพระเยซูทพี ระวหิ ารกค็ ือ ด้วยเราว่าแก่เจ้าทงั
หลายว่า เจ้าจะไม่เหน็ เราอกี จนกว่าเจ้าจะกล่าวว่า `ขอให้พระองค์ผู้เสดจ็ มาในพระนามขององค์
พระผู้เป็ นเจ้าทรงพระเจริญ'" พระเยซูตรัสล่วงหนา้ อยา่ งเป็นปริศนาวา่ พวกเขาจะไม่ไดเ้ ห็น
พระองคอ์ ีก (ในพระวหิ าร) จนกวา่ พวกเขาร้องวา่ “ขอใหพ้ ระองคผ์ เู้ สดจ็ มาในพระนามขององค์
พระผเู้ ป็นเจา้ ทรงพระเจริญ” พระองคก์ าํ ลงั ตรัสถึงการทีพระองคจ์ ะเสดจ็ กลบั มาทีพระวหิ ารสัก
วนั หนึงดว้ ยฤทธานุภาพและสง่าราศเี ป็นอนั มากในการเสดจ็ มาครังทีสองของพระองค์ สองวนั
หลงั จากนนั พระองคจ์ ะทรงถูกตรึงทีกางเขนโดยมองลงมาทีพระวหิ าร แต่พระเยซูกไ็ ม่เคย
เขา้ ไปทีนนั อีกเลย

*****
ภาพรวมของมทั ธิว 24: บทนีเป็นบททีน่าทึงทีสุดและกถ็ กู เข้าใจผิดมากทีสุดบทหนึงใน
หนังสือมทั ธิว บทนีรวมถึงบทที 25 รวมกนั เป็นสิงทีเรียกว่าคาํ เทศนาบนภเู ขามะกอกเทศ มนั มี

เนือหาเกียวกบั อวสานกาลทังหมด บทนีจึงพุ่งเป้ าไปทีเหตกุ ารณ์ต่างๆทีจะเกิดกบั อิสราเอลใน
ช่วงยคุ เจด็ ปี

กญุ แจทีจะช่วยให้เราเข้าใจคาํ เทศนาบนภเู ขามะกอกเทศกค็ ือ เราต้องระลึกว่า (1) ข่าว
ประเสริฐของมทั ธิวถกู เขียนเพือให้ยวิ อ่าน (2) คริสตจักรไม่ได้ถกู พูดถึงโดยตรงเลยในคาํ เทศนา
บนภเู ขามะกอกเทศนี เพราะมนั ถกู รับขึนไปยงั สวรรค์เรียบร้อยแล้ว แต่จุดสนใจอย่ตู รงที
ชนชาติอิสราเอลในช่วงยคุ เจด็ ปี (3) การรับขึนได้เกิดขึนไปแล้วก่อนเหตกุ ารณ์ต่างๆทีถกู พูดถึง
ในบทนี ส่วนทีพดู ถึงการเสดจ็ มาของพระคริสต์กเ็ กียวข้องกบั การเสดจ็ มาครังทีสองของ
พระองค์ด้วยฤทธิเดชและสง่าราศีเมือสินยคุ เจด็ ปี คาํ เทศนาทังเรืองนีกพ็ ูดถึงชนชาติอิสราเอล
เมือพวกเขากลบั ใจรับเชือพระคริสต์ในช่วงเวลานีซึงเตม็ ไปด้วยความสับสนและการพิพากษา

เนือหาตอนท้ายของมทั ธิว 24 กเ็ ป็นคาํ บรรยายอย่างละเอียดถึงการเสดจ็ มาของพระเยซู
คริสต์ด้วยฤทธิเดชและสง่าราศีเป็นอันมาก นีต่างจากการรับขึนเลย กญุ แจทีช่วยให้เราเข้าใจพระ
คัมภีร์ตอนนีกค็ ือการระลึกว่ามนั อย่ใู นบริบทของยคุ เจด็ ปี และเกียวข้องกบั พวกยิวทีกลบั ใจรับ
เชือ นีจึงเป็นเรืองของชนชาติอิสราเอลทีเชือในวนั นนั กระนัน มนั กท็ าํ ให้เราเข้าใจเหตกุ ารณ์
ต่างๆทีจะเกิดขึนในตอนนนั ข้อพระคัมภีร์ตอนทีเชือมโยงกนั กค็ ือ วิวรณ์ 19:11-19

มธ 24:1-2 หลงั จากทีพระเยซูตรัสประณามพวกธรรมจารยแ์ ละพวกฟาริสีไปแลว้ ใน
บทที 23 ทีพระวหิ าร พระองคก์ เ็ สดจ็ ไปจากทีนนั และมุ่งหนา้ ไปยงั ภเู ขามะกอกเทศซึงอยทู่ างทิศ
ตะวนั ออกของกรุงเยรูซาเลม็ (ช่วงเวลาในตอนนนั คือแค่หนึงหรือสองวนั ก่อนทีพระองคจ์ ะทรง
ถูกตรึงกางเขน) เมือพระองคแ์ ละพวกสาวกเดินผา่ นสถาปัตยกรรมอนั โอ่อ่าของพระวหิ าร พระ
เยซูกท็ รงแจง้ ใหพ้ วกเขาทราบวา่ วนั นนั กาํ ลงั จะมาเมือจะไม่มีหินสกั กอ้ นของพระวหิ ารถูกเหลือ
ไวใ้ หซ้ อ้ นทบั กนั

ฝ่ ายพระเยซูทรงออกจากพระวหิ าร แล้วพวกสาวกของพระองค์มาชีตกึ ทงั หลายของ
พระวหิ ารให้พระองค์ทอดพระเนตร 2 พระเยซูจงึ ตรัสกบั เขาว่า "สิงสารพดั เหล่านีพวกท่าน
เห็นแล้วมใิ ช่หรือ เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ศิลาทซี ้อนทับกนั อยู่ทนี ี ซึงจะไม่ถูกทาํ ลายลงก็
หามไิ ด้” พระวหิ ารทีกรุงเยรูซาเลม็ (ซึงเพงิ ไดร้ ับการบรู ณะใหม่เมือไม่นานมานีโดยเฮโรดมหา
ราช) ไดก้ ลายเป็นอนุสาวรียแ์ ห่งชาตขิ องพวกยวิ ไปแลว้ นอกจากความหมายดา้ นศาสนาของมนั

แลว้ ยงั ไดก้ ลายเป็นสัญลกั ษณ์ของศาสนายวิ และประเทศอิสราเอลดว้ ย มนั เป็นหนึงในสิง
มหศั จรรยข์ องโลกในดา้ นสถาปัตยกรรม นกั ท่องเทียวเดินทางมาจากทวั โลกในสมยั นนั เพอื มา
เยอื นมนั อาณาบริเวณของพระวหิ ารมีขนาดใหญ่โตและครอบคลุมพืนทีสามสิบหา้ เอเคอร์ มนั
ไดร้ ับการตกแต่งทางสถาปัตยกรรมอยา่ งงดงาม โดยในบางทีกบ็ ุดว้ ยทองคาํ หรือถึงกบั ใชท้ องคาํ
แทเ้ ป็นวสั ดุเลย มนั ใชเ้ วลาเกือบ 50 ปี ในการบูรณปฏิสงั ขรณ์และในตอนนนั กย็ งั ไม่เสร็จ
สมบรู ณ์ดี โจเซฟัสเปรียบวา่ เป็นเหมือนกบั ภูเขาทีมีหิมะปกคลุมยอด มนั ถูกสร้างขึนพร้อมกบั
เสารากหินปนู โดโลไมทข์ นาดมหึมาและมีโครงสร้างส่วนบนทีทาํ ดว้ ยหินอ่อนขดั มนั

พระวหิ ารเป็นสัญลกั ษณ์และทีมนั ของศาสนายวิ ทวั โลก มนั คงเปรียบไดก้ บั ความสาํ คญั
ร่วมกนั ของตึกต่างๆทีมีความสาํ คญั ระดบั ชาติในกรุงวอชิงตนั ดีซีสาํ หรับคนอเมริกนั พระวหิ าร
จึงเป็นตวั แทนของทาํ เนียบรัฐบาล เมอื งหลวงของประเทศ และสญั ลกั ษณ์ของคนทงั ชาติ นี
เท่ากบั พระเยซูตรัสวา่ อีกไม่นานทงั หมดนีจะเป็นแค่เศษหินเศษปนู ซึงสือใหเ้ ห็นถึงความพนิ าศ
ยอ่ ยยบั และความล่มจมของชนชาติยวิ

ในปี ค.ศ. 70 เมือพวกโรมภายใตต้ ิตสั บุกโจมตีกรุงเยรูซาเลม็ พระวหิ ารกโ็ ดนไฟไหม้
และทองคาํ ของพระวหิ ารทีถูกเผาจนละลายกไ็ หลลงไปตามเศษหินเศษปนู พอเศษซากปรักหกั
พงั เยน็ ตวั ลงแลว้ พวกทหารโรมกเ็ ขา้ มาปลน้ สะดมพระวหิ าร โดยไม่ปล่อยใหศ้ ิลาซอ้ นทบั กนั
เลยในการขดุ หาทองคาํ ทีถูกไฟเผาจนละลาย หลงั จากนนั ติตสั กส็ ังใหค้ นโยนหินทีเหลือของ
โครงสร้างพระวหิ ารลงไปทางดา้ นขา้ งของยกพนื พระวหิ าร เศษหินดงั กล่าวบางชินกย็ งั หลง
เหลืออยทู่ ีเดิมทีมนั หล่นจนถึงทุกวนั นี การพพิ ากษาของพระเจา้ ทีมีต่อชนชาติอิสราเอลสาํ หรับ
ความชวั ชา้ ของพวกเขาและการทีพวกเขาปฏิเสธพระคริสตไ์ ดต้ กลงบนพวกเขาแลว้

มธ 24:3 ขณะกาํ ลงั เสดจ็ ไปจากพระวหิ าร พระเยซูกท็ รงนาํ พวกสาวกขา้ มหุบเขา
ขิดโรนและขึนไปยงั ภูเขามะกอกเทศทีอยใู่ กลเ้ คียง ซึงจากทีนนั พวกเขากส็ ามารถมองเห็นกรุง
เยรูซาเลม็ และพระวหิ ารทีทอดยาวอยทู่ างทิศตะวนั ตก เมอื พระองค์ประทบั บนภูเขามะกอกเทศ
พวกสาวกมาเฝ้ าพระองค์ส่วนตวั กราบทูลว่า "ขอทรงโปรดให้ข้าพระองค์ทงั หลายทราบว่า
เหตุการณ์เหล่านีจะบงั เกดิ ขนึ เมอื ไร สิงไรเป็ นหมายสําคญั ว่าพระองค์จะเสดจ็ มา และวาระ
สุดท้ายของโลกนี"

หลงั จากไดฟ้ ังความเห็นอนั เป็นลางบอกเหตุของพระเยซูไปก่อนหนา้ นนั ไม่นานเกียวกบั
การทีพระวหิ ารจะถูกทาํ ลาย พวกสาวกทีตกตะลึงกถ็ ามสามคาํ ถาม พวกเขาอยากรู้วา่ (1)
เหตุการณ์นีจะเกิดขึนเมือไร (2) พวกเขาอยากรู้วา่ อะไรจะเป็นหมายสาํ คญั ทีแสดงถึงการเสดจ็ มา
ของพระองค์ และ (3) พวกเขาอยากรู้หมายสาํ คญั ทีแสดงถึงวาระสุดทา้ ยของโลกนี

คาํ ถามของพวกเขาเกียวกบั การเสดจ็ มาของพระองคน์ ่าจะหมายถงึ การทีพระองคจ์ ะทรง
สถาปนาอาณาจกั รนนั พวกเขายงั ไม่เฉลียวใจถึงการสินพระชนมแ์ ละการเสดจ็ จากไปหลงั จาก
การฟื นคืนพระชนมข์ องพระองคอ์ ยเู่ หมือนเดิม พวกเขายงั คิดในแง่ของการทีพระองคท์ รง
สถาปนาอาณาจกั รของพวกยวิ ขนึ ใหม่เหมือนเดิม พวกเขายงั สงสัยอยวู่ า่ พระองคจ์ ะทรง
ประทานหมายสาํ คญั อะไรทีแสดงถึงวาระสุดทา้ ยของโลก คาํ ทีแปลเช่นนนั (อาอีโอน) ใน
บริบทนีหมายถึง ‘ยคุ สมยั ’

จริงๆแลว้ พวกเขาอยากรู้วา่ พระวหิ ารจะถูกทาํ ลายลงเมือไร อาณาจกั รของพระองคจ์ ะถูก
สถาปนาขึนเมือไร และยคุ สมยั ทีพวกเขามีชีวติ อยนู่ นั จะสินสุดลงเมือไร พวกเขาจึงขอหมาย
สาํ คญั จากพระเยซูเกียวกบั เรืองเหล่านี ดูเหมือนวา่ พวกสาวกมองออกวา่ อาณาจกั รนนั จะไม่มา
โดยพลนั เมือดูจากปฏิกิริยาอนั เป็นปฏิปักษข์ องพวกผใู้ หญ่ในอิสราเอลทีมีต่อพระเยซู ดงั นนั
พวกเขาจึงอยากรู้วา่ สิงเหล่านีจะเกิดขึนเมือไร

คาํ ตอบของพระเยซูจะยงั คงอยใู่ นบริบทของพวกยวิ เหมือนเดิม คริสตจกั รไม่ไดถ้ ูกสือถึง
เลยในคาํ เทศนาต่อไปนีทีมีขนาดยาวของพระองค์ แต่จุดสนใจอยทู่ ีชนชาติอิสราเอลและการ
กลบั ใจรับเชือของพวกเขาในช่วงยคุ เจด็ ปี

มธ 24:4-7 พระเยซูทรงใหโ้ ครงร่างคร่าวๆของเหตุการณ์ต่างๆในยคุ สุดทา้ ยสาํ หรับ
พวกอิสราเอลทีเชือ พระเยซูตรัสตอบเขาว่า "ระวงั ให้ดี อย่าให้ผู้ใดล่อลวงท่านให้หลง 5 ด้วยว่า
จะมหี ลายคนมาต่างอ้างนามของเรา กล่าวว่า `เราเป็ นพระคริสต์' เขาจะล่อลวงคนเป็ นอนั มากให้
หลงไป พระองคต์ รัสถึงเหตุการณ์หลายอยา่ งทีจะเกิดขึนก่อนช่วงเวลาแห่งการเปลียนแปลงขนั
รุนแรงนี (1) คนมากมายจะถูกหลอกลวงเมือพระคริสตป์ ลอมทงั หลายปรากฏตวั ตลอดหลายยคุ
สมยั มีคนมากมายทีอา้ งตวั วา่ เป็นพระเมสสิยาห์ โดยเฉพาะในแวดวงของพวกยวิ เห็นไดช้ ดั วา่
จะยงิ มีคนแบบนีเยอะขึนในช่วงเวลาก่อนยคุ เจด็ ปี

(2) นอกจากนี พระเยซูทรงเตือนว่า 6 ท่านทงั หลายจะได้ยนิ ถงึ เรืองสงครามและข่าวลอื
เรืองสงคราม คอยระวงั อย่าตนื ตระหนกเลย ด้วยว่าบรรดาสิงเหล่านีจําต้องบังเกดิ ขนึ แต่ทสี ุด
ปลายยงั ไม่มาถงึ การสงครามและข่าวลือเรืองสงครามจะทวยี งิ ขึนพร้อมกบั ความขดั แยง้ ระหวา่ ง
ประเทศต่างๆ เราควรหมายเหตุไวว้ า่ ววิ รณ์ 6 กล่าวชดั เจนวา่ การสงครามจะมีมากในช่วงครึง
แรกของยคุ เจด็ ปี เมือปฏิปักษต์ ่อพระคริสตร์ วบรวมอาํ นาจผา่ นทางขมุ พลงั ทางทหาร กระนนั
พระเยซูทรงเตือนวา่ วาระสินสุดของยคุ เจด็ ปี นนั ยงั มาไม่ถงึ

(3) นอกจากนี 7 เพราะประชาชาตจิ ะลกุ ขนึ ต่อสู้ประชาชาติ ราชอาณาจกั รต่อสู้ราช
อาณาจักร ทงั จะเกดิ กนั ดารอาหารและโรคระบาดอย่างร้ายแรงและแผ่นดนิ ไหวในทตี ่างๆ การ
กนั ดารอาหารและโรคระบาดจะมีมากขนึ อีกครังทีววิ รณ์ 6:5-6 กล่าวถึงการกนั ดารอาหารครัง
ใหญ่ทีจะมีขึนทวั โลกในช่วงครึงแรกของยคุ เจด็ ปี เมือการสงครามทวั โลกทาํ ลายพืชผลทางการ
เกษตร (4) แผน่ ดินไหวจะเกิดขึนในสถานทีต่างๆเมือพระเจา้ ทรงทาํ ใหแ้ ผน่ ดินโลกสนั ไหว
จริงๆ (ดู อิสยาห์ 24:1-20, อิสยาห์ 2:21) รากฐานของแผน่ ดินโลกถูกทาํ ใหส้ นั ไหวเมือพระเจา้
ทรงเทพระพโิ รธของพระองคใ์ ส่ชาวโลกทีชวั ร้าย

เราควรชีใหเ้ ห็นวา่ บริบทของเรืองราวทงั หมดนีกอ็ ยใู่ นขอบเขตของยคุ เจด็ ปี มีสงคราม
และข่าวลือเรืองสงครามเกิดขึนมาตลอดสมยั ประวตั ิศาสตร์ ประชาชาติต่างๆไดล้ ุกขึนต่อสู้กนั
และกนั มาตลอดหลายยคุ หลายสมยั บางช่วงเวลากเ็ กิดการกนั ดารอาหาร โรคระบาด และแผน่
ดินไหวในพืนทีต่างๆของโลกมาตลอดในอดีตทีผา่ นมา

มธ 24:8 อยา่ งไรกต็ ามพระเยซูทรงชีใหเ้ ห็นวา่ นีเป็นแค่จุดเริมตน้ ของสิงทีจะเกิด
ขึนในยคุ เจด็ ปี เท่านนั เหตุการณ์ทงั ปวงนีเป็ นขนั แรกแห่งความทุกข์ลาํ บาก ทงั หมดนีจะเป็น
เพยี งการโหมโรงสู่สิงทีจะตามมาในช่วงยคุ เจด็ ปี เท่านนั นีเป็นอีกครังทีสิงทีพระเยซูไดท้ รง
บรรยายมาจนถงึ ตอนนีกส็ อดคลอ้ งกบั การแกะตราประทบั สีดวงแรกในวิวรณ์ 6 ตราทงั สีนนั
เป็นเพียงเหตุการณ์ระยะแรกๆของยคุ เจด็ ปี เท่านนั

มธ 24:9-13 จากนนั พระเยซูทรงใหร้ ายละเอียดเกียวกบั การทีคนทงั หลายทีกลบั ใจรับ
เชือพระคริสต์ (โดยเฉพาะพวกยวิ ในตอนนนั ) จะโดนข่มเหง ในเวลานันเขาจะมอบท่านทงั

หลายไว้ให้ทนทุกข์ลาํ บากและจะฆ่าท่านเสีย และประชาชาตติ ่างๆจะเกลยี ดชังพวกท่านเพราะ
นามของเรา 10 คราวนันคนเป็ นอนั มากจะถดถอยไปและทรยศกนั และกนั ทงั จะเกลยี ดชังซึงกนั
และกนั 11 จะมผี ู้พยากรณ์เทจ็ หลายคนเกดิ ขนึ และล่อลวงคนเป็ นอนั มากให้หลงไป 12 ความรัก
ของคนเป็ นอนั มากจะเยอื กเยน็ ลง เพราะความชัวช้าจะแผ่ขยายออกไป 13 แต่ผู้ทที นได้จนถงึ
ทสี ุด ผู้นันจะรอด

เราจาํ ไดจ้ ากววิ รณ์ 7 และโรม 11:26 วา่ ในช่วงยคุ เจด็ ปี พวกยวิ จาํ นวนมหาศาลจะรับ
ความรอดและกลบั ใจมาหาพระคริสต์ น่าเสียดายทีพวกเขาจะตอ้ งทุกขท์ รมานเพราะการนนั และ
หลายคนจะพลีชีพเพอื ความเชือ มนั จะเป็นช่วงเวลาแห่งความสับสนและการหลอกลวงครังใหญ่
พวกยวิ จะเกลียดชงั ยวิ ทีกลบั ใจมาหาพระคริสต์ ผพู้ ยากรณ์เทจ็ ทงั หลายจะทวจี าํ นวนเยอะขึนใน
วนั นนั โดยเฉพาะผพู้ ยากรณ์เทจ็ ผ้นู นั เมือความบาปในวนั นนั เพิมมากขึน ความรักของคนเป็น
อนั มากจะเยอื กเยน็ ลง

คนเหล่านนั (โดยเฉพาะพวกยวิ ทีกลบั ใจรับเชือ) ทีสามารถสู้ทนไดจ้ นสินยคุ เจด็ ปี กจ็ ะได้
รับการช่วยใหพ้ น้ เมือพระเยซูเสดจ็ กลบั มา เห็นไดช้ ดั วา่ บริบทตรงนีคือยคุ เจด็ ปี และพวกยวิ ที
กลบั ใจรับเชือทีพบวา่ ตวั เองอยใู่ นยคุ เจด็ ปี นนั พวกยวิ ทีกลบั ใจรับเชือเหล่านีน่าจะเป็นผลลพั ธ์
ของการรับใชข้ องพยานทงั สองในววิ รณ์ 11 และยวิ 144,000 คนตามทีมีบอกไวใ้ นววิ รณ์ 7 และ
14

มธ 24:14 พระเยซูตรัสต่อไปวา่ ข่าวประเสริฐเรืองอาณาจกั รนีจะประกาศไปทวั โลก
ให้เป็ นคาํ พยานแก่บรรดาประชาชาติ แล้วทสี ุดปลายจะมาถงึ ใหเ้ ราสงั เกตวา่ ข่าวประเสริฐทีถกู
พดู ถึงตรงนีคือ ข่าวประเสริฐเรืองอาณาจักรนนั นีเป็นขอ้ ความทีพระเยซูทรงประกาศในช่วง
แรกๆของการรับใชข้ องพระองค์ ดู มทั ธิว 4:23 ข่าวประเสริฐเรืองอาณาจักรนนั กม็ ีลกั ษณะ
เฉพาะตวั แบบยวิ มนั เกียวขอ้ งกบั พระมหากษตั ริยท์ ีจะเสดจ็ มาและอาณาจกั รของพระองคท์ ีจะ
ถูกสถาปนาขึนในไม่ชา้

โปรดสงั เกตวา่ ข่าวประเสริฐนี “จะประกาศไปทวั โลกใหเ้ ป็นคาํ พยานแก่บรรดา
ประชาชาติ” นีน่าจะหมายถึงการรับใชข้ องคน 144,000 คนทีถูกพดู ถึงในววิ รณ์ 7 และ 14 นกั

เทศนย์ วิ อายนุ อ้ ยเหล่านีจะแยกกนั ไปทวั โลกเพือประกาศอาจเป็นขอ้ ความทียอห์นผใู้ หบ้ พั ติศมา
ประกาศ “จงกลบั ใจเสียใหม่ เพราะวา่ อาณาจกั รแห่งสวรรคม์ าใกลแ้ ลว้ ” ไม่วา่ จะในกรณีใด
บริบทตรงนีกช็ ีไปยงั พวกนกั เทศนเ์ หล่านีในยคุ เจด็ ปี ทีประกาศไปทวั โลกก่อนการเสดจ็ กลบั มา
ของพระคริสตใ์ นสง่าราศี

“แลว้ ทีสุดปลายจะมาถึง” นีหมายถึงการสินสุดของยคุ สมยั มนั คือตอนทีพระเยซูจะเสดจ็
กลบั มาเพอื สถาปนาอาณาจกั รของพระองค์ พวกสาวกไดข้ อหมายสาํ คญั จากพระเยซูเกียวกบั
วาระสุดทา้ ยของโลก (ยคุ สมยั ) นีสือถึงการประกาศข่าวประเสริฐเรืองอาณาจกั รนนั แก่คนทวั
โลกในช่วงยคุ เจด็ ปี (ในช่วงการรับใชข้ องยอห์นผใู้ หบ้ พั ติศมาและพระเยซู ข่าวประเสริฐเรือง
อาณาจกั รนนั กถ็ ูกประกาศแก่ชนชาติอิสราเอลเป็นหลกั อยา่ งไรกต็ าม ในวนั นนั ข่าวประเสริฐ
จะแพร่ไปทวั โลกเมือยวิ 144,000 คนกระจายตวั ไปทวั โลกเพอื จุดประสงคด์ งั กล่าว พระเยซูจึง
ทรงตอบคาํ ถามหนึงในสามคาํ ถามทีพวกสาวกของพระองคถ์ าม

มธ 24:15 พระเยซูตรัสต่อไปวา่ เหตุฉะนัน เมอื ท่านทงั หลายเหน็ สิงทนี ่า
สะอดิ สะเอยี นซึงกระทาํ ให้เกดิ การรกร้างว่างเปล่า ทดี าเนียลศาสดาพยากรณ์ได้กล่าวถงึ นัน ตงั
อยู่ในสถานบริสุทธิ" (ผู้ใดกต็ ามทไี ด้อ่านกใ็ ห้ผู้นันเข้าใจเอาเถดิ ) “สิงทีน่าสะอิดสะเอียนซึง
กระทาํ ใหเ้ กิดการรกร้างวา่ งเปล่า ทีดาเนียลศาสดาพยากรณ์ไดก้ ล่าวถึงนนั ” กห็ มายถึงดาเนียล
9:27, 11:31 และ 12:11 นีเป็นการอา้ งองิ เชิงประวตั ิศาสตร์และเชิงคาํ พยากรณ์ ในช่วงทีกรีกพชิ ิต
อิสราเอลไดภ้ ายใตก้ ารนาํ ของอนั ทิโอคสั เอพิฟาเนส หมตู วั หนึงไดถ้ กู ถวายเป็นเครืองสตั วบูชา
บนแท่นบูชาของพระวหิ ารทีถูกสร้างขึนใหม่ อนั เป็นการทาํ ใหแ้ ท่นบูชานนั เสียความศกั ดิสิทธิ
และในส่วนของพวกยวิ แลว้ นนั กท็ าํ ใหแ้ ท่นนนั รกร้างวา่ งเปล่าไปดว้ ย

2 เธสะโลนิกา 2:3-12 ใหร้ ายละเอียดถึงการทีในช่วงยคุ เจด็ ปี (ประมาณตอนกลางของยคุ
เจด็ ปี ) ปฏิปักษต์ ่อพระคริสตจ์ ะประกาศต่ออิสราเอลและต่อชาวโลกวา่ มนั คอื พระคริสตแ์ ละอนั
ทีจริงแลว้ กเ็ ป็นพระเจา้ ดว้ ย มนั จะนงั เป็นพระเจา้ ในพระวหิ ารทีถูกสร้างขึนใหม่ทีกรุงเยรูซาเลม็
ววิ รณ์ 13:14-15 กล่าวถงึ การทีรูปจาํ ลอง (รูปเคารพ) ของสัตวร์ า้ ย (ปฏิปักษต์ ่อพระคริสต)์ จะถูก
ทาํ ขึนและอาจถกู ตงั ไวใ้ นพระวหิ ารทีกรุงเยรูซาเลม็ ดว้ ย นีน่าจะเป็นสิงทีพระเยซูตรัสถึงวา่ เป็น
สิงทีน่าสะอิดสะเอียนซึงกระทาํ ใหเ้ กิดการรกร้างวา่ งเปล่าในสถานบริสุทธิ

มธ 24:16-21 พระเยซูทรงเตือนโดยตรัสเป็นเชิงพยากรณ์ถึงพวกยวิ ทีจะกลบั ใจเชือใน
ช่วงยคุ เจด็ ปี วา่ "เวลานันให้ผู้ทอี ยู่ในแคว้นยูเดยี หนีไปยงั ภูเขาทงั หลาย 17 ผู้ทอี ยู่บนดาดฟ้ า
หลงั คาบ้าน อย่าให้ลงมาเกบ็ ข้าวของใดๆออกจากบ้านของตน 18 ผู้ทอี ยู่ตามท่งุ นา อย่าให้กลบั
ไปเอาเสือผ้าของตน 19 แต่ในวนั เหล่านัน วบิ ตั ิจะเกดิ ขนึ แก่หญงิ ทมี คี รรภ์ หรือหญงิ ทมี ลี ูกอ่อน
กนิ นมอยู่ 20 จงอธิษฐานขอเพอื การทที ่านต้องหนีนันจะไม่ตกในฤดูหนาวหรือในวนั สะบาโต
21 ด้วยว่าในคราวนันจะเกดิ ความทุกข์ลาํ บากใหญ่ยงิ อย่างทไี ม่เคยมตี งั แต่เริมโลกมาจนถงึ เวลา
นี และจะไม่มตี ่อไปอกี เลย

นีเท่ากบั พระเยซูทรงส่งคาํ เตือนล่วงหนา้ ไปถึงพวกยวิ ในอิสราเอลในวนั นนั วา่ เมือพวก
เขาเห็นหมายสาํ คญั ของการทาํ ใหพ้ ระวหิ ารหลงั ใหม่เสียความศกั ดิสิทธิ กใ็ หพ้ วกเขาหนีเขา้ ภูเขา
ไปเลย อนั ทีจริงแลว้ พระองคก์ ต็ รัสวา่ อยา่ ออ้ ยอิงเพอื ทีจะเกบ็ อะไรติดตวั ไปดว้ ย นีสือชดั เจนวา่
พระวหิ ารทีถกู สร้างขึนใหม่จะอยใู่ นกรุงเยรูซาเลม็ ในช่วงยคุ เจด็ ปี เหตุการณ์ต่างๆทีถูกบรรยาย
ถึงตรงนีอาจเกิดขึนในช่วงตอนกลางของยคุ เจด็ ปี เมือปฏิปักษต์ ่อพระคริสตจ์ ะหกั ลา้ งพนั ธ
สัญญาของมนั ทีทาํ กบั ชนชาติอิสราเอลและหนั มาเล่นงานพวกยวิ ทีรอคอยพระเมสสิยาหซ์ ึงได้
หนั มาหาพระเยซูคริสตใ์ หเ้ ป็นพระผชู้ ่วยใหร้ อดของพวกเขา

นีสือดว้ ยวา่ ในเวลานนั ความรุนแรงของยคุ เจด็ ปี จะตกบนชนชาติอสิ ราเอลอยา่ งเตม็ ที
ในตอนกลางของยคุ เจด็ ปี ชาวโลกทีเป็นคนต่างชาติจะไดร้ ับโทษเป็นภยั พิบตั แิ ละการพพิ ากษา
ต่างๆของช่วงเวลาอนั เลวร้ายนี ดูเหมอื นว่าเพราะความโกรธของปฏิปักษต์ ่อพระคริสต์ ชนชาติ
อิสราเอลจะตกเป็นเป้ าหมายหลกั ของความน่าสะพรึงกลวั ของยคุ เจด็ ปี เห็นไดช้ ดั วา่ ในช่วงเวลา
เดียวกนั นีรัสเซียกจ็ ะรุกรานอสิ ราเอลดว้ ย โดยก่อใหเ้ กิดสงครามครงั ใหญ่ในแผน่ ดินนนั เมือพวก
รัสเซียและกองกาํ ลงั ของปฏิปักษต์ ่อพระคริสตท์ าํ สงคราม ดู เอเสเคียล 38-39

อยา่ งไรกต็ าม ประเดน็ สาํ คญั กวา่ กค็ อื คาํ เตือนถึงพวกยวิ ทีเชือในวนั นนั ซึงเห็นไดช้ ดั วา่
จะหนั มาหาพระคมั ภีร์ใหม่แลว้ เพอื เป็นแหล่งทีมาของความจริงและการเปิ ดเผย พระเยซูทรง
เตือนวา่ เมือพวกเขาเห็นพระวหิ ารทีถูกสร้างขนึ ใหม่ถกู ทาํ ใหเ้ สียความศกั ดิสิทธิเหมือนอยา่ งที
กล่าวไวใ้ นคาํ พยากรณ์ของดาเนียล พวกเขากต็ อ้ งหนีเขา้ ไปในภูเขาทีอยใู่ กลเ้ คียงทนั ทีเพอื หาที


Click to View FlipBook Version