รายงานผลการศึกษา กระบวนการศึกษาและพัฒนาระบบบริการ สุขภาพชุมชน โดยใช้ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ (Community Based Learning: CBL) โดย งานวิชาการ หลักสูตรผู้บริหารการสาธารณสุขระดับกลาง รุ่นที่ 36 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จังหวัดสระบุรี
รายชื่อสมาชิกงานวิชาการ 1 นายชัยวัฒน์ พูลศรีกาญจน์ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กลุ่ม 1 2 นางพัชราภรณ์ พัฒนะ ศูนย์อนามัยที่ 4 กลุ่ม 1 3 ว่าที่ร้อยตรีพงษ์เทพ คุ้มถนอม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต้าบลคลองน ้าใส กลุ่ม 1 4 นางสาวนิภาพร อาจแก้ว โรงพยาบาลเลย กลุ่ม 2 5 นางกาญจนา คลังสิน โรงพยาบาลสองพี่น้อง กลุ่ม 2 6 นายวัจรินทร์ จุลวงษ์ โรงพยาบาลบ้านนา กลุ่ม 3 7 นางสาวอังคณา หมอนทอง วิทยาลัยพยาบาลบรมราขชนนีราชบุรี กลุ่ม 3 8 นางสาวปฐมวดี สิงห์ดง โรงพยาบาลศรีสะเกษ กลุ่ม 4 9 นางอภิญญา จินดารักษ์ โรงพยาบาลบ้านหมี่ กลุ่ม 4 10 นางสาวนิษา สมานทรัพย์ โรงพยาบาลเลาขวัญ กลุ่ม 5 11 นางสาวศิริกาญจน์ เขียวอิ่ม โรงพยาบาลสังขละบุรี กลุ่ม 5 12 นายสมยศ ภูมิเรศสุนทร ส้านักงานสาธารณสุขอ้าเภอโพนทราย กลุ่ม 6 13 นางสาวอรอุมา มาโพธิ์ชัย ส้านักงานสาธารณสุขอ้าเภอสระแก้ว กลุ่ม 6
ค าน า การแก้ไขปัญหาสาธารณสุขในระดับชุมชน มีกระบวนการที่จะน้ามาใช้หลากหลาย แต่ละวิธีการหรือ แต่ละกระบวนการ ย่อมมีข้อจ้ากัดในการน้ามาใช้แตกต่างกัน และส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ในการแก้ไขปัญหาที่ แตกต่างกัน และการแก้ไขปัญหาสาธารณสุขในชุมชนโดยใช้แนวคิดชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ (Community Based Learning : CBL) จึงเป็นอีกกระบวนการหนึ่งที่นิยมน้ามาใช้เพื่อการแก้ไขปัญหาของชุมชน ซึ่งเป็น แนวคิดที่จ้าเป็นต้องอาศัยทักษะและเครื่องมือที่เหมาะสมกับบริบทพื นที่ เพื่อให้ได้มาซึ่งแผนงานและ โครงการที่จะน้าไปสู่การแก้ไขปัญหาในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การศึกษาครั งนี คณะผู้ศึกษาทั ง 6 กลุ่ม ได้ใช้ความรู้ที่ได้รับภาคทฤษฎีในชั นรียน การร่วมค้นหาสาเหตุในชุมชน วิเคราะห์ปัญหา และน้าเสนอให้ อาจารย์ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารในพื นที่ ตรวจสอบ วิพากษ์ เพื่อได้กลยุทธ์ส้าหรับการแก้ไข ปัญหาตามบริบทของพื นที่ ทีมวิชาการได้รวมผลการศึกษาที่จัดท้าโดยผู้เข้ารับการอบรมผู้บริหารการสาธารณสุขระดับกลาง รุ่นที่ 36 ทั ง 6 กลุ่ม เพื่อให้ผู้สนใจน้าแนวทางการศึกษาครั งนี ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ต่อไป งานวิชาการ หลักสูตร บริหารการสาธารณสุขระดับกลาง รุ่นที่ 36 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีจังหวัดสระบุรี 19 กรกฎาคม 2566
สารบัญ หน้า กระบวนการศึกษาและพัฒนาระบบบริการสุขภาพชุมชน โดยใช้ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ กลุ่มที่ 1 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลหนองหัวลิงใน ต าบลหนองแสง อ าเภอปากพลี จังหวัดนครนายก................................................................................................................ 1-1 กระบวนการศึกษาและพัฒนาระบบบริการสุขภาพชุมชน โดยใช้ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ กลุ่มที่ 2 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลบ้านทองหลาง ต าบลทองหลาง อ าเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก................................................................................................................ 2-1 กระบวนการศึกษาและพัฒนาระบบบริการสุขภาพชุมชน โดยใช้ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ กลุ่มที่ 3 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลบ้านวังยายฉิม ต าบลหินตั้ง อ าเภอเมือง จังหวัดนครนายก................................................................................................................. 3-1 กระบวนการศึกษาและพัฒนาระบบบริการสุขภาพชุมชน โดยใช้ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ กลุ่มที่ 4 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลบ้านหนองรีต าบลพร้าว อ าเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก................................................................................................................. 4-1 กระบวนการศึกษาและพัฒนาระบบบริการสุขภาพชุมชน โดยใช้ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ กลุ่มที่ 5 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลบึงพระอาจารย์ต าบลบึงพระอาจารย์ อ าเภอองครักษ์จังหวัดนครนายก....................................................................................... 5-1 กระบวนการศึกษาและพัฒนาระบบบริการสุขภาพชุมชน โดยใช้ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ กลุ่มที่ 6 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลบ้านเขาทุเรียน ต าบลเขาพระ อ าเภอเมือง จังหวัดนครนายก............................................................................................................. 6-1 ก
ค าน า การแก้ไขปัญหาสาธารณสุขในระดับชุมชน มีกระบวนการที่จะน้ามาใช้หลากหลาย แต่ละวิธีการหรือ แต่ละกระบวนการ ย่อมมีข้อจ้ากัดในการน้ามาใช้แตกต่างกัน และส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ในการแก้ไขปัญหาที่ แตกต่างกัน และการแก้ไขปัญหาสาธารณสุขในชุมชนโดยใช้แนวคิดชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ (Community Based Learning : CBL) จึงเป็นอีกกระบวนการหนึ่งที่นิยมน้ามาใช้เพื่อการแก้ไขปัญหาของชุมชน ซึ่งเป็น แนวคิดที่จ้าเป็นต้องอาศัยทักษะและเครื่องมือที่เหมาะสมกับบริบทพื นที่ เพื่อให้ได้มาซึ่งแผนงานและ โครงการที่จะน้าไปสู่การแก้ไขปัญหาในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การศึกษาครั งนี คณะผู้ศึกษาทั ง 6 กลุ่ม ได้ใช้ความรู้ที่ได้รับภาคทฤษฎีในชั นรียน การร่วมค้นหาสาเหตุในชุมชน วิเคราะห์ปัญหา และน้าเสนอให้ อาจารย์ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารในพื นที่ ตรวจสอบ วิพากษ์ เพื่อได้กลยุทธ์ส้าหรับการแก้ไข ปัญหาตามบริบทของพื นที่ ทีมวิชาการได้รวมผลการศึกษาที่จัดท้าโดยผู้เข้ารับการอบรมผู้บริหารการสาธารณสุขระดับกลาง รุ่นที่ 36 ทั ง 6 กลุ่ม เพื่อให้ผู้สนใจน้าแนวทางการศึกษาครั งนี ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ต่อไป งานวิชาการ หลักสูตร บริหารการสาธารณสุขระดับกลาง รุ่นที่ 36 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีจังหวัดสระบุรี 19 กรกฎาคม 2566
สารบัญ หน้า กระบวนการศึกษาและพัฒนาระบบบริการสุขภาพชุมชน โดยใช้ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ กลุ่มที่ 1 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลหนองหัวลิงใน ต าบลหนองแสง อ าเภอปากพลี จังหวัดนครนายก................................................................................................................ 1-1 กระบวนการศึกษาและพัฒนาระบบบริการสุขภาพชุมชน โดยใช้ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ กลุ่มที่ 2 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลบ้านทองหลาง ต าบลทองหลาง อ าเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก................................................................................................................ 2-1 กระบวนการศึกษาและพัฒนาระบบบริการสุขภาพชุมชน โดยใช้ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ กลุ่มที่ 3 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลบ้านวังยายฉิม ต าบลหินตั้ง อ าเภอเมือง จังหวัดนครนายก................................................................................................................. 3-1 กระบวนการศึกษาและพัฒนาระบบบริการสุขภาพชุมชน โดยใช้ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ กลุ่มที่ 4 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลบ้านหนองรีต าบลพร้าว อ าเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก................................................................................................................. 4-1 กระบวนการศึกษาและพัฒนาระบบบริการสุขภาพชุมชน โดยใช้ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ กลุ่มที่ 5 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลบึงพระอาจารย์ต าบลบึงพระอาจารย์ อ าเภอองครักษ์จังหวัดนครนายก....................................................................................... 5-1 กระบวนการศึกษาและพัฒนาระบบบริการสุขภาพชุมชน โดยใช้ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ กลุ่มที่ 6 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลบ้านเขาทุเรียน ต าบลเขาพระ อ าเภอเมือง จังหวัดนครนายก............................................................................................................. 6-1
1-1
รายงานการเรียนรู้แบบใช้ชุมชนเป็นพื้นฐาน (Community Based Learning : CBL) พื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองหัวลิงใน ตำบลหนองแสง อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก อาจารย์ที่ปรึกษา 1 อาจารย์ดร.สุดา เดชพิทักษ์ศิริกุล 2 อาจารย์กิ่งทิพย์ ผาสุขถ้อย สมาชิกกลุ่ม 1 ว่าที่ร้อยตรีพงษ์เทพ คุ้มถนอม 2 นายชัยวัฒน์ พูลศรีกาญจน์ 3 นายสุรศักดิ์ เลี้ยงตน 4 นางสาวปวีณวัชร์ บำรุงสุข 5 นางสาวบุปผาสวรรค์ อุดมพืชน์ 6 นางณิภากร งามภักดิ์ 7 นางพัชราภรณ์ พัฒนะ 8 นางสุกัลญา ปฐมพรพงศ์ 9 นางสาวนวพร พิมรัตน์ 1-2
~ ก ~ กิตติกรรมประกาศ รายงานการศึกษาการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นพื้นฐาน (Community-based Learning : CBL) กรณีศึกษา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองหัวลิงใน ตำบลหนองแสง อำเภอปากพลี จังหวัด นครนายก สำเร็จลุล่วงไปได้ตามเป้าหมาย ขอขอบคุณแพทย์หญิงอรรัตน์ จันทร์เพ็ญ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครนายก นางสาวศรีสุรางค์ ดวงประเสริฐ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดด้านส่งเสริมพัฒนา ที่ให้ความอนุเคราะห์เข้าเรียนรู้ภาคปฏิบัติ ในพื้นที่ ให้คำแนะนำในการศึกษาข้อมูลและจัดทำแผนกลยุทธ์ แผนงาน โครงการ ขอขอบคุณนายแพทย์สมาน ฟอนฟัก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปากพลี นางทวีพร เจริญจิตร์ สาธารณสุขอำเภอปากพลี และนางสาวรุ่งนารา สืบจากพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านหนองหัวลิงใน พร้อมด้วยทีมบุคลากร อสม. และภาคีเครือข่ายทุกท่าน ที่ให้ความอนุเคราะห์และอำนวย ความสะดวกในการเข้าศึกษาข้อมูลในพื้นที่ ขอขอบคุณ อาจารย์ที่ปรึกษา ดร.สุดา เดชพิทักษ์ศิริกุล อาจารย์กิ่งทิพย์ ผาสุขถ้อย วิทยากรและคณะ ผู้จัดอบรมวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สระบุรี ที่ได้ถ่ายทอดความรู้ ให้คำปรึกษา พร้อมทั้งชี้แนะแนว ทางการดำเนินงาน จนทำให้งานสำเร็จลุล่วงด้วยดี คณะผู้จัดทำ 1-3
~ ข ~ บทสรุปสำหรับผู้บริหาร การศึกษาชุมชนเป็นฐาน (Community-Based Learning) มีวัตถุประสงค์เพื่อเรียนรู้และฝึก ทักษะการคิดเชิงกลยุทธ์วางแผนยุทธศาสตร์ โดยการรวบรวมข้อมูลและศึกษาสภาพปัญหา สาธารณสุขที่ส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพของประชาชน ตามหลักสูตรผู้บริหารการสาธารณสุข ระดับกลาง (ผ.บ.ก.) รุ่นที่ 36 ปีการศึกษา 2566 ผลการศึกษาทางกลุ่ม1 พบว่า ปัญหาสาธารณสุขที่ สำคัญเป็นอันดับแรกของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองหัวลิงใน ตำบลหนองแสง อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก คือ โรคความดันโลหิตสูง มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้ไม่สามารถควบคุมความดันโลหิตสูงให้เป็นไปตามเป้าหมายได้ เมื่อนำปัญหาดังกล่าวมา ค้นหาสาเหตุ พบว่า ผู้ป่วยมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในพฤติกรรม 3อ 2ส ความตระหนักเกี่ยวกับการ ดูแลตนเอง การติดตามผลเพื่อประเมินพฤติกรรมการดูแลตนเอง ระบบการจัดการข้อมูล การเข้าถึง เทคโนโลยีดิจิทัลในการติดตามประเมินสุขภาพ วิถีชีวิตการรับประทาน ร้านค้า ร้านอาหารชุมชน (ร้านข้าวแกง รถเร่ ตลาด) จึงทำให้การควบคุมความดันโลหิตสูงไม่เป็นตามเป้าหมาย จากเครื่องมือ การสัมภาษณ์ สังเกต สนทนากลุ่ม กับบุคลากรผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ ผู้ป่วย ผู้ดูแลและกลุ่มผู้นำ ชุมชน นำข้อมูลมาทำการวิเคราะห์ปัจจัยภายใน ปัจจัยภายนอก โดย Internal factors ใช้ 7S model, 4M1E และExternal factors ใช้ PESTEL และPEST-HEP นำข้อมูลมาวิเคราะหจุดอ่อน จุด แข็ง (SWOT Analysis) และนำข้อมูลมาจัดทำ TOWs Matrix และ SWOT Position พบว่า ได้SWOT Position STAR ได้กลยุทธ์เชิงรุก (SO Strategy) พัฒนาสมรรถนะ อสม. สู่นักจัดการสุขภาพต้นแบบ ด้วยการประสานพลังคุณภาพของ รพ.สต.และภาคีเครือข่ายชุมชน นำสู่แผนงานโครงการ “พัฒนา โมเดลความรอบรู้ด้านสุขภาพของ อสม.” ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองหัวลิงใน ตำบลหนองแสง อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก ทั้งนี้ผู้อบรมสามารถนำความรู้ทักษะ และประสบการณที่ได้จากการเรียนรู้ โดยนำหลักการ การค้นหาปัญหา การกำหนดกลยุทธ์แผนงาน โครงการ เพื่อแก้ไขปัญหา ตามหลัก Community Based Learning เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนในพื้นที่ตามบริบทของชุมชนตนเอง 1-4
~ ค ~ คำนำ รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเข้ารับการอบรมหลักสูตรผู้บริหารการสาธารณสุขระดับกลาง (ผ.บ.ก.) กลุ่มที่ 1 รุ่นที่ 36 ประจำปีงบประมาณ 2566 รายวิชา "การบริหารยุทธศาสตร์ชาติด้านสาธารณสุข" โดยกระบวนการ Community Based Learning (CBL) ณ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สระบุรี จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุข โดยวิทยาลัยนักบริหารสาธารณสุข เพื่อพัฒนา สมรรถนะที่พึงประสงค์ สำหรับผู้บริหารการสาธารณสุขระดับกลาง ให้สามารถบริหารจัดการและบริหารงาน ได้อย่างมืออาชีพ เป็นแบบอย่างที่ดี ด้านคุณธรรมมีจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อบทบาทหน้าที่ และ จรรยาบรรณวิชาชีพเสริมสร้างความสามัคคี และใช้ความสามารถในความหลากหลายของทีมงานในการทำงาน ร่วมกันเป็นเครือข่ายการบริหารงานในการร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงสาธารณสุข และเป็นผู้มี สุขภาพกายสุขภาพจิตที่ดีเหมาะสมกับบทบาทหน้าที่ผู้บริหารผู้เข้ารับการอบรมอบรมหลักสูตรผู้บริหาร การสาธารณสุขระดับกลาง (ผบก.) กลุ่มที่ 1 รุ่นที่ 36 ขอขอบพระคุณท่านวิทยากร และคณาจารย์/เจ้าหน้าที่ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สระบุรี จังหวัดสระบุรี ทุกท่านที่กรุณาให้ความรู้ ให้คำปรึกษา และสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดหลักสูตร ซึ่งจะทำให้ บรรลุวัตถุประสงค์ของรายวิชาดังกล่าว ในครั้งนี้ทุกประการ และหวังว่าเอกสารสรุปการเรียนรู้ฉบับนี้จะเป็น ประโยชน์ในการทบทวนความรู้สำหรับผู้บริหารการสาธารณสุขระดับกลางต่อไป จัดทำโดย ผู้บริหารการสาธารณสุขระดับกลาง รุ่น 36 กลุ่มที่ 1 1-5
~ ง ~ สารบัญ หน้า กิตติกรรมประกาศ ก บทสรุปสำหรับผู้บริหาร ข สารบัญ ง สารบัญตาราง ฉ สารบัญรูปภาพ ช บทที่ 1 1 1.บทนำ การศึกษาปัญหาสาธารณสุขด้วยกระบวนการเรียนรู้บริบท/ชุมชนเป็นฐาน 1 1.1.สรุปแนวคิดและกระบวนการเรียนรู้โดยชุมชนเป็นฐาน 13ขั้นตอน 1 1.2 รพ.สต.หน่วยบริการสาธารณสุขปฐมภูมิ: บทบาทหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง 4 1.3 สรุปแนวคิดการบริหารเชิงกลยุทธ์ 4 บทที่ 2 5 2.กระบวนการเรียนรู้ CBL และ Stategic Management ในพื้นที่บริการปฐมภูมิ 5 2.1.ข้อมูลทั่วไปของพื้นที่ที่ศึกษา 5 2.2 กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูล สรุปปัญหาที่พบ และสาเหตุของปัญหา 15 2.3 แสดงเครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูลชุมชน 22 2.4 การจัดลำดับปัญหาสุขภาพ 22 2.5 สรุปประเด็นปัญหา 23 บทที่ 3 24 3.การวางแผนกลยุทธ์ 24 3.1 วิเคราะห์ปัจจัยภายในและภายนอกที่เกี่ยวข้องกับปัญหา SWOT และเรียงลำดับความสำคัญ 24 3.2 การกำหนดทิศทางกลยุทธ์ 27 3.3 ความสอดคล้องประเด็นยุทธศาสตร์กับ vision mission ขององค์กรด้วย 29 Balance scorecard บทที่ 4 32 4. แผนงานโครงการและข้อเสนอแนะกลยุทธ์อื่นๆ 32 4.1 แผนงานโครงการในการแก้ไขปัญหา 32 4.2 ข้อเสนอเพิ่มเติมตามกลยุทธ์อื่นๆ 34 1-6
~ จ ~ สารบัญ (ต่อ) หน้า บทที่ 5 35 5.สรุปอภิปรายและสะท้อนคิดผลการเรียนรู้ด้วย reflective practices 35 5.1 ท่านรู้สึกอย่างไรในการฝึกอบรม ผ.บ.ก. รุ่นที่ 36 35 5.2 ท่านได้เรียนรู้อะไร 35 5.3 ท่านจะวางแผนนำความรู้ไปใช้อะไรต่อ 35 เอกสารอ้างอิง 37 ภาคผนวก 38 1.ชุดข้อมูลคำถาม 39 2.ภาพกิจกรรม 49 1-7
~ ฉ ~ สารบัญตาราง หน้า ตารางที่ 1 แสดงสถานที่สำคัญของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองหัวลิงใน 7 ตารางที่ 2 แสดงประชากรที่อาศัยอยู่จริง 9 ตารางที่ 3 แสดงจำนวนประชากรตามช่วงวัย 10 ตารางที่ 4 แสดงสิทธิ์การรักษา 10 ตารางที่ 5 ข้อมูลแสดง 10 อันดับโรคที่สำคัญของ รพ.สต.บ้านหนองหัวลิงใน 11 ตารางที่ 6 การกำหนด Learning concept 15 ตารางที่ 7 แสดงการจัดลำดับปัญหาสุขภาพ 22 ตารางที่ 8 แสดงการวิเคราะห์ SWOT ของรพ.สต. บ้านหนองหัวลิงใน 24 ตารางที่ 9 แสดงการวิเคราะห์ปัจจัยภายใน (IFAS) 25 ตารางที่ 10 แสดงการวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก (EFAS) 26 ตารางที่ 11 ตารางแสดงการวิเคราะห์TOWS Matrix 28 1-8
~ ช ~ สารบัญรูปภาพ หน้า รูปภาพที่ 1 แสดงตำแหน่งที่ตั้งของ รพ.สต.บ้านหนองหัวลิงใน 5 รูปภาพที่ 2 แสดงผังโครงสร้างการบริหาร 8 รูปภาพที่ 3 พีระมิดประชากร 10 รูปภาพที่ 4 แสดงอัตราป่วยรายใหม่ของโรคความดันโลหิตสูงต่อแสนประชากร 11 รูปภาพที่ 5 แสดงร้อยละผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง 12 รูปภาพที่ 6 แสดงอัตราผู้ป่วยหลอดเลือดสมองต่อแสนประชากร 12 รูปภาพที่ 7 แสดงร้อยละผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี 12 รูปภาพที่ 8 แสดงสาเหตุการป่วย 5 อันดับ 13 รูปภาพที่ 9 แสดงร้อยละการคัดกรองความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง 13 รูปภาพที่ 10 แสดงอัตราการป่วยโรคความดันโลหิตสูงแบ่งตามช่วงอายุ 14 รูปภาพที่ 11 (ก) และ (ข) กราฟแสดงการกำหนดกลยุทธ์จาก SWOT Analysis 27 รูปภาพที่ 12 แผนผังแสดงความสอดคล้อง ประเด็นยุทธศาสตร์กับ vision mission 31 ขององค์กรด้วยBalance scorecard 1-9
~ 1 ~ บทที่ 1 1.บทนำ การศึกษาปัญหาสาธารณสุขด้วยกระบวนการเรียนรู้บริบท/ชุมชนเป็นฐาน 1.1.สรุปแนวคิดและกระบวนการเรียนรู้โดยชุมชนเป็นฐาน 13ขั้นตอน หลักการและเหตุผล กระทรวงสาธารณสุขได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาผู้บริหาร และดำเนินการพัฒนาผู้บริหาร การสาธารณสุขระดับกลางอย่างต่อเนื่องจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน แต่สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม ตลอดจนการเมืองและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี สารสนเทศ พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของประชาชน ประกอบกับพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพถ้วน หน้าและการปฏิรูประบบราชการที่เน้นการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยยึดหลักปรัชญาพอเพียงเป็น แนวทางปฏิบัติควบคู่กับการพัฒนาองค์กรแบบองค์รวม ที่ยึดคนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา พร้อมทั้งมุ่งยกระดับ ขีดความสามารถของภาคราชการให้มีประสิทธิภาพคล่องตัว โดยการเตรียมกำลังคนให้มีสมรรถนะปรับ กระบวนทัศน์ และวัฒนธรรมในการทำงานที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานบนหลักการการบริหาร กิจการบ้านเมืองที่ดี (Good governances) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับแนวคิดการพัฒนาข้าราชการ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาข้าราชการโดยยึดสมรรถนะ (Competency) และพัฒนาขีดความสามารถ (Capability) เพื่อให้ข้าราชการเป็นผู้ปฏิบัติงานที่ทรงความรู้ (Knowledge Worker) สามารถปฏิบัติงานภายใต้ระบบบริหาร จัดการภาครัฐแนวใหม่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพตามยุทธศาสตร์ 3 ยุทธศาสตร์หลัก คือยุทธศาสตร์การ ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยมในการทำงานรองรับราชการในยุคปัจจุบัน โดยยืดประชาชน เป็นศูนย์กลาง ยุทธศาสตร์ที่สอง คือการสร้างนักบริหารให้เป็นผู้นำยุคใหม่ในการบริหารราชการ และ ยุทธศาสตร์ที่สาม คือการเสริมสร้างสมรรถนะและทักษะให้แก่ทรัพยากรบุคคลภาครัฐ และมีมาตรการรองรับ อย่างเป็นรูปธรรม กระทรวงสาธารณสุขในฐานะที่เป็นองค์กรสำคัญในการพัฒนาระบบสุขภาพที่ยั่งยืน มี คุณภาพ ประสิทธิภาพ และเสมอภาคในการให้บริการที่ดี และสนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชน และสังคมที่มีจิตสำนึกด้านสุขภาพ และพร้อมที่จะเป็นผู้นำการแข่งขันด้านสุขภาพในระดับสากล จึงได้ มอบหมายสมาคมนักบริหารสาธารณสุข พัฒนาผู้บริหารการสาธารณสุขอย่างต่อเนื่องทุกปี การศึกษาผู้บริหารการสาธารณสุขระดับกลาง (ผ.บ.ก.) เป็นการศึกษาเพื่อให้ผู้บริหารมีความสามารถ ในการขับเคลื่อนองค์กร โดยมุ่งเน้นให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ ทักษะและสมรรถนะในการบริหารจัดการบุคคลากร เพื่อเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิภาพในการรองรับภารกิจทั้งในปัจจุบัน และอนาคต นอกจากนี้การ ฝึกทักษะการวางแผนเชิงกลยุทธ์จากสถานการณ์จริงระดับอำเภอตามบริบทของชุมชน โดยผ่านการเรียนรู้ แบบ Community Based learning : CBL เป็นกิจกรรมที่มีการแลกเปลี่ยนความรู้ ความเข้าใจกับพื้นที่จริง ทำให้ทราบถึงปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ นำไปสู่การสร้างความคิดเชิงกลยุทธ์และโครงการต่างๆ นับเป็นการ เอกสารประกอบการเรียนรู้แบบ Community-Based Learning: CBL รพ.สต.บ้านหนองหัวลิงใน อำเภอปาก พลี จังหวัดนครนายก จำลองการทำงานเพื่อกระตุ้นให้คนในชุมชนสร้างการเรียนรู้ร่วมกัน (Collaborative partnership) จนกระทั่งเกิดมุมมองใหม่ในกรอบความคิดของปัญหาที่ต้องการศึกษาร่วมกัน 1-10
~ 2 ~ การฝึกภาคสนามเป็นกิจกรรมหนึ่งของหลักสูตร เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถวิเคราะห์ปัญหาสาธารณสุข ปัจจัย ด้านการบริหารที่ทำให้เกิดปัญหาสาธารณสุขในเชิงบริหาร และสามารถจัดทำโครงการวางแผนการปฏิบัติงาน เพื่อแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาต่อยอดงานการสาธารณสุข จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น คณะผู้เข้ารับการอบรม หลักสูตรผู้บริหารการสาธารณสุขระดับกลาง รุ่นที่ 36/2566 กลุ่มที่ 1 ได้ลงพื้นที่ชุมชนเพื่อฝึกภาคสนาม ที่เครือข่ายบริการสุขภาพ รพ.สต.บ้านหนองหัวลิงใน ตำบลหนองแสง อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก วัตถุประสงค์ของการฝึกภาคสนาม เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถ 1) วิเคราะห์ปัญหาสาธารณสุข สาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้องในระดับรพ.สต. 2) วิเคราะห์ สาเหตุและปัจจัยทางด้านการบริหาร ที่ทำให้เกิดปัญหาสาธารณสุข 3) จัดทำกลยุทธ์ แผนงาน โครงการ และวางแผนปฏิบัติการ เพื่อแก้ไขปัญหา หรือพัฒนางานด้าน การบริหารสาธารณสุขได้ในเชิงบริหารงานโดยมีการเรียนรู้แบบ CBL ขอบเขตของการฝึก เป็นการศึกษาข้อมูลปัญหาสาธารณสุขที่ส่งผลต่อสภาวะสุขภาพประชาชน รพ.สต.บ้านหนองหัวลิงใน ตำบลหนองแสง อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก เพื่อนำข้อมูลจัดทำแผนยุทธศาสตร์ให้สอดคล้องกับระดับ อำเภอ เป็นการเรียนรู้แบบ CBL โดย 1) ศึกษาทำความเข้าใจข้อมูลเบื้องต้นและวิเคราะห์ข้อมูลระบบบริการสุขภาพ ปัญหาสาธารณสุข หรือปัญหาที่ส่งผลต่อสภาวะสุขภาพในระดับตำบล 2) วิเคราะห์สาเหตุ หรือปัจจัยทางด้านการบริหารที่ทำให้การแก้ไขปัญหาสาธารณสุข ไม่บรรลุ เป้าหมาย 3) วางแผนและสร้างเครื่องมือเพื่อเก็บข้อมูลในชุมชน 4) วางแผนยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาระบบการบริหารงานด้านสาธารณสุข ให้บรรลุเป้าหมายและ ตอบสนองต่อนโยบายและยุทธศาสตร์การดำเนินงานสาธารณสุขระดับจังหวัด ขอบเขตด้านระยะเวลา วันที่ 26 มิถุนายน 2566 ศึกษากระบวนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพชุมชนด้วย CBL Model วันที่ 29 มิถุนายน 2566 ศึกษาข้อมูลจากเอกสารสรุปผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ 2562-2566 วันที่ 6 กรกฎาคม 2566 วางแผน และสร้างเครื่องมือ โดยใช้หลัก 7S, 4M, PESTEL, PEST-HEP โดย สร้างแบบสอบถามปลายเปิด และสัมภาษณ์เชิงลึก เพื่อเตรียมเก็บข้อมูลเพิ่มเติมในพื้นที่ วันที่ 7 กรกฎาคม 2566 วิพากษ์เครื่องมือเก็บข้อมูลในพื้นที่โดยนายแพทย์ประสิทธิชัย มั่งจิตร และ แก้ไขปรับเปลี่ยนเครื่องมือเพื่อเตรียมลงพื้นที่ วันที่ 11 กรกฎาคม 2566 ลงพื้นที่เพื่อศึกษาข้อมูล เก็บข้อมูลเพิ่มเติม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในพื้นที่ รพ.สต.บ้านหนองหัวลิงใน ตำบลหนองแสง อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก 1-11
~ 3 ~ วันที่ 12 กรกฎาคม 2566 วิเคราะห์ข้อมูล ปรับเปลี่ยนแผนการดำเนินงาน วางแผนในการจัดทำ วางแผนยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาระบบการบริหารงานด้านสาธารณสุข ให้บรรลุเป้าหมายและตอบสนองต่อ นโยบายและยุทธศาสตร์ วันที่ 14 กรกฎาคม 2566 นำเสนอผลการเรียนรู้ CBL คืนข้อมูลพื้นที่รพ.สต.บ้านหนองหัวลิงใน ตำบลหนองแสง อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก วันที่ 17 กรกฎาคม 2566 จัดทำเอกสารประกอบการเรียนรู้แบบ community-Based Learning: CBL รพ.สต.บ้านหนองหัวลิงใน ตำบลหนองแสง อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก ขั้นตอนกระบวนการเรียนรู้แบบ CBL 1) ศึกษานโยบายของรัฐบาล ระบบบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ ยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข ยุทธศาสตร์ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ยุทธศาสตร์ของรพ.สต.บ้านหนองหัวลิงใน ตำบล หนองแสง อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก ข้อมูลพื้นฐาน ผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ ปี 2565 และผลการดำเนินงานยุทธศาสตร์ ไตรมาสที่ 2/2566 ของพื้นที่ 2) วิเคราะห์/สังเคราะห์ข้อมูล เบื้องต้น 3) การสร้างเครื่องมือ 4) ประสานเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล (เพิ่มเติม) 5) เก็บรวบรวมข้อมูล (เพิ่มเติม) 6) จัดลำดับความสำคัญของปัญหา 7) การวิเคราะห์ข้อมูล: SWOT analysis (7'S Model & PESTLE Model) 8) บูรณาการความรู้ในการแก้ปัญหาทางการบริหาร 9) นำเสนอผลงานการฝึกภาคสนามเชิงบริหารและจัดทำรายงานการศึกษา ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1) ผู้เข้ารับการอบรมได้ทราบข้อมูลพื้นฐาน และปัญหาสาธารณสุขที่ส่งผลต่อสภาวะสุขภาพในระดับ รพ.สต.บ้านหนองหัวลิงใน ตำบลหนองแสง อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก เพื่อนำข้อมูลจัดทำ แผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติงาน 2) ผู้เข้ารับการอบรมได้รู้จักเลือกใช้เครื่องมือในการวิเคราะห์ปัญหาสาธารณสุขหรือปัญหาที่ส่งผลต่อ 3) สภาวะสุขภาพในระดับรพ.สต.บ้านหนองหัวลิงใน ตำบลหนองแสง อำเภอปากพลี จังหวัด นครนายก ได้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ 4) สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ รพ.สต.บ้านหนองหัวลิงใน ตำบลหนองแสง อำเภอปากพลี จังหวัด นครนายก ได้แนวทางในการบริหารจัดการเพื่อแก้ไขปัญหาสาธารณสุขสอดคล้องกับบริบทของ พื้นที่ 5) เอกสารประกอบการเรียนรู้แบบ community-Based Learning: CBL รพ.สต.บ้านหนองหัวลิงใน ตำบลหนองแสง อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก 1-12
~ 4 ~ 1.2 รพ.สต.หน่วยบริการสาธารณสุขปฐมภูมิ: บทบาทหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองหัวลิงใน ต.หนองแสง อ.ปากพลี จ.นครนายก มีวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม ดังนี้ 1) วิสัยทัศน์: เป็นหน่วยบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐาน บริการใกล้บ้าน ใกล้ใจ จัดการข้อมูลด้วย เทคโนโลยีที่ทันสมัยโดยชุมชนมีส่วนร่วมสร้างสุขภาพดี 2) พันธกิจ: 2.1) พัฒนาหน่วยบริการผ่านเกณฑ์มาตรฐาน 2.2) ส่งเสริมการจัดบริการเชิงรุก เน้นให้เกิดความพึงพอใจ 2.3) พัฒนาระบบข้อมูลข่าวสาร โดยเทคโนโลยีที่ทันสมัย 2.4).ส่งเสริมสนับสนุน ชุมชนมีส่วนร่วมสร้างสุขภาพดี 3) ค่านิยม: อบอุ่นเหมือนบ้าน ใส่ใจมาตรฐาน บริการดุจญาติมิตร (Standard and Homely services like Family) 1.3 สรุปแนวคิดการบริหารเชิงกลยุทธ์ 1) นโยบายผู้ว่าราชการจังหวัด 4ดี คือ สะอาดดี ธรรมชาติดีอากาศดี สังคมและความเป็นอยู่ดี 2) ประเด็นยุทธศาสตร์ ระดับจังหวัดนครนายก 2.1) ส่งเสริม ป้องกัน ควบคุมโรคภัยสุขภาพและคุ้มครองผู้บริโภค 2.2) พัฒนาและส่งเสริมการจัดระบบบริการสุขภาพให้มีคุณภาพ 2.3) พัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพในการให้บริการที่เป็นเลิศ 2.4).พัฒนาระบบบริหารจัดการด้านการแพทย์และการสาธารณสุขอย่างมีธรรมาภิบาล 3) ประเด็นยุทธศาสตร์ ระดับสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ 3.1) พัฒนาอำเภอควบคุมโรคเข้มแข็งอย่างยั่งยืน 3.2) พัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญในการบริการ และการบริหารจัดการ 3.3) พัฒนาระบบการให้บริการในกลุ่มโรค DM & HT 3.4) พัฒนาระบบการให้บริการสาธารณสุขในกลุ่มผู้สูงอายุ 3.5) ส่งเสริมการแก้ไขปัญหาสาธารณสุขในพื้นที่โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย 1-13
~ 5 ~ บทที่ 2 2.กระบวนการเรียนรู้CBL และ Stategic Management ในพื้นที่บริการปฐมภูมิ 2.1.ข้อมูลทั่วไปของพื้นที่ที่ศึกษา 1) ข้อมูลทั่วไปของพื้นที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองหัวลิงใน รูปภาพที่ 1 แสดงตำแหน่งที่ตั้งของ รพ.สต.บ้านหนองหัวลิงใน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองหัวลิงใน ตั้ง ม.2 ตำบลหนองแสง อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก 26130 ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกับพื้นที่ใกล้เคียงดังนี้ ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลโคกกรวด ตำบลนาหินลาด อำเภอปากพลี ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลศรีนาวา อำเภอเมือง ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลโคกกรวด อำเภอปากพลี และตำบลศรีนาวา อำเภอเมือง พื้นที่ของตำบลหนองแสงส่วนใหญ่เป็นที่ราบเชิงเขาสลับที่ราบลุ่มเหมาะแก่การเพาะปลูก ทำการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ และมีความเป็นธรรมชาติ บรรยากาศที่ใกล้เขามีความอุดมสมบูรณ์ของต้นไม้ พื้น เพประชาชนสืบทอดเรื่องวิถีพอเพียงและเกษตรอินทรีย์ ทำให้ผู้คนที่มาเยือนตำบลหนองมักจะประทับใจใน ความเป็นธรรมชาติ อากาศดีไม่มีมลพิษ แต่สภาพภูมิอากาศและวิถีการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลง ในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมาเกิดผลกระทบจากกระแสสิ่งแวดล้อมโลกที่แปรปรวนทำให้ตำบลหนองแสงมีการเปลี่ยนแปลงของ ฤดูกาล ฤดูฝน ฤดูหนาว ฤดูร้อน มีช่วงเวลาที่ไม่แน่นอน บางปี ฤดูฝนมีเวลาหลายเดือน และจะมีฤดูร้อนร่วม ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง ตำบลโคกกรวด ตำบลนาหิน อำเภอปากพลี ตำบลศรีนาวา อำเภอเมือง ตำบลโคกกรวด อำเภอปากพลี และตำบลศรีนาวา อำเภอเมือง 1-14
~ 6 ~ ด้วย ฤดูหนาวสั้นลง ความแรงของแสงแดดในการเผาไหม้มีมากขึ้น ปัญหาเรื่องการใช้สารเคมีในการเกษตรทำ ให้ดิน น้ำ สิ่งแวดล้อมมีสารเคมีปนเปื้อน และขยะที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น แต่ชุมชนไม่เห็นความสำคัญของการแยก ขยะ เพราะการกำจัดขยะมีอบต.หนองแสงจ้างรถเก็บขยะมาบริการและนำไปทิ้งในตำบลอื่น ทำให้ชุมชนยัง มองว่าไม่เป็นปัญหา แม้ว่าจะมีประชาชนมารับบริการให้ข้อมูลว่าไปทำนามาแล้วเป็นผิวหนังอักเสบ คัน แต่ประชาชนมองว่ารักษาได้จึงไม่ให้ความสำคัญกับต้นเหตุว่ามาจากสาเหตุใด หากปัญหารายละเอียดเล็กๆ เหล่านี้ไม่ได้รับความสนใจจากแกนนำตำบลหนองแสง ในอีก10 ปีข้างหน้า ตำบลหนองแสงจะยังเป็นชุมชน แห่งธรรมชาติและความอุดมสมบูรณ์อีกหรือไม่ นี่เป็นโจทย์อีกข้อที่ผู้นำกลุ่มต่างๆ ของตำบลหนองแสงเริ่มให้ ความสำคัญและรณรงค์ให้ประชาชนตื่นตัวและหันกลับมาทบทวนการดำเนินชีวิต เพื่อการพัฒนาหนองแสงให้ เป็น “เมืองน่าอยู่” ตำบลหนองแสงมีทั้งหมด 9 หมู่บ้าน มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 2 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบุ่งเข้รับผิดชอบ 4 หมู่บ้าน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองหัวลิงใน รับผิดชอบ 5 หมู่บ้าน จำนวน 486 หลังคาเรือน จำนวน 642 ครอบครัว ได้แก่ หมู่ 1 บ้านคลองคล้า , หมู่ 2 บ้านโคกกระชาย(บ้านขุมข้าว) , หมู่3 บ้านหนองหัวลิงใน , หมู่7 บ้านหนองหัวลิงนอก และ หมู่ 9 บ้านเหล่า เดิ่น ประชากรในความรับผิดชอบตามทะเบียนราษฎร์มีจำนวน 1,770 คน แต่จากการสำรวจจำนวน ประชากรที่อาศัยอยู่จริงมีจำนวน 1,071 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พฤษภาคม 2566 ) เมื่อจำแนกประเภท ประชากรตามกลุ่มวัยของประชากรสำรวจ พบว่า กลุ่มเด็กอายุ 0-14 ปี มีจำนวน 137 คน คิดเป็นร้อยละ 12.79 กลุ่มวัยแรงงาน อายุ 15-59 ปี จำนวน 483 คน คิดเป็นร้อยละ 55.10 และกลุ่มวัย ผู้สูงอายุ จำนวน 451 คน ร้อยละ 42.11 ซึ่งจะพบว่ากลุ่มวัยผู้สูงอายุในเขตรับผิดชอบของ รพ.สต.บ้านหนองหัวลิงใน เป็นกลุ่มที่น่าสนใจ เนื่องจากมีอัตราที่สูงกว่าระดับประเทศ คือ ร้อยละ 42.25 และ ส่วนใหญ่ ร้อยละ 90 ของหลังคาเรือน มีผู้สูงอายุที่ต้องดูแล ดังนั้นช่วงกลางวันผู้ที่อยู่ที่บ้านส่วนใหญ่จะมี ผู้สูงอายุและเด็กเล็ก ผู้ดูแลที่เป็นลูกหลานหรือญาติจะอยู่บ้านใกล้กัน และช่วยกันดูแลซึ่งกันและกัน ทำให้ความสัมพันธ์ของเครือญาติเหนียวแน่น “เพื่อนบ้านเปรียบเสมือนรั้วบ้านที่ดี” การตั้งบ้านเรือนอยู่กันเป็นคุ้มหรือกลุ่มเครือญาติ อยู่กระจายตามพื้นที่ของหมู่บ้าน ซึ่งมีถนนเชื่อมการ คมนาคมในหมู่บ้านและระหว่างหมู่บ้านสะดวกรวดเร็ว ทำให้การติดต่อปฏิสัมพันธ์ของชุมชนเกิดขึ้นได้ง่าย ประชาชนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านหรือหมู่บ้านใกล้เคียงจากข้อมูลผังเครือญาติที่สำรวจไว้พบว่าชุมชนตำบลหนอง แสงมีความเกี่ยวพันฉันท์เครือญาติกันส่วนใหญ่ ทำให้การรวมตัวหรือจัดกิจกรรมต่างๆที่เป็นความสามัคคียัง พบได้บ่อย พื้นเพประชาชนตำบลหนองแสงคือประชาชนเชื้อสายไทยพวนที่มีประวัติศาสตร์และประเพณี วัฒนธรรมที่น่าสนใจ ส่วนเชื้อสายอื่นๆ เช่น ลาว ไทย จะมาเป็น เขย สะใภ้ หรือย้ายมาจากที่อื่น ส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และรับจ้างทั่วไป ภาษาที่ใช้เป็นภาษาพวน ภาษาไทย และภาษาลาว ประชาชน ร้อยละ 99.89 นับถือศาสนาพุทธ การนับถือศาสนาอิสลามคิดเป็นร้อยละ 0.11 1-15
~ 7 ~ จากการที่เป็นชุมชนพื้นเพไทยพวน ซึ่งมีประเพณี วัฒนธรรมที่บ่งบอกการดำเนินชีวิตที่มีเอกลักษณ์ ได้แก่ประเพณี ฮีต 12 คอง 14 ที่มีการทำกิจกรรมร่วมกันทั้ง 12 เดือนตลอดทั้งปี การนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ศรัทธาในพระพุทธศาสนา(สังเกตจากบางหมู่บ้านมีวัดถึง 3 แห่ง และมีวัดทุกหมู่บ้าน) มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้าน เช่น ศาลปู่ตาประจำหมู่บ้าน ทำให้ในปีหนึ่งๆ ชาวตำบลหนองแสงจะมีกิจกรรมด้านความเชื่อ ประเพณีวัฒนธรรม ทุกเดือน มีการใช้ชีวิตแบบพอเพียง สังเกตจากทุกๆกลุ่มบ้านจะมีการปลูกพืชผักสวนครัวไว้กินเอง มีการทำน้ำ หมักชีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์ใช้ในครัวเรือน สำหรับเรื่องการกินในอดีตคนพวนจะกินอยู่แบบธรรมชาติทุกบ้านมีการ ทำปลาร้าไว้รับประทานซึ่งปลาร้าเป็นส่วนประกอบของการปรุงอาหารที่หลากหลาย เช่นใส่ในแกงเลียง แกง ส้ม ผัดพริก ทำป่นปลาใส่น้ำปลาร้าสำหรับกินกับผัก และจะเป็นอาหารหลักเกือบทุกมื้อของคนพวน แต่ไม่มี สารปรุงรสอื่นๆเหมือนปัจจุบัน และวัตถุดิบในการประกอบอาหารก็หาและปลูกเอง ทำให้คนแก่อายุยืนและ แข็งแรง แต่ในปัจจุบัน วิถีชีวิตเปลี่ยน ลูกหลานซื้ออาหารถุงกลับบ้าน ทำปลาร้าจริงแต่ก็เติมเครื่องปรุงรสเพิ่ม ทำให้การรับเกลือ น้ำตาลเพิ่มขึ้น ซึ่งโดยปกติปลาร้าก็เค็มอยู่แล้ว และในงานบุญ อาหารจะมีทั้งแกงกะทิ ขนม ไทยหวานมัน ซึ่งขาดไม่ได้สำหรับสำรับงานบุญคนพวน จากการเก็บข้อมูลการดำเนินงานป้องกัน ควบคุมโรค ไม่ติดต่อ พบว่าประชาชนที่ใช้ชีวิตตามวิถีเดิมๆ จะเริ่มพบโรคเรื้อรังเมื่ออายุ มากคือ 65 ปีขึ้นไป แต่คนรุ่น หลังๆที่หาอาหารการกินได้ง่ายและหลากหลาย จะเริ่มพบโรคเรื้อรังอายุเฉลี่ย 40 ปีจากบริบทดังกล่าว เป็น ข้อมูลที่นำมาสู่การจัดทำแผนในการแก้ไขปัญหาสุขภาพให้ตรงกับวิถีชีวิตชุมชน ตำบลหนองแสงเป็นตำบลที่มีการพัฒนาด้านการคมนาคมและการจัดหมู่บ้านที่ทำให้ประชาชนได้รับ ประโยชน์สูงสุด เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านสะดวก มีหน่วยงานและองค์กรที่ประชาชนเข้าถึงบริการได้ สะดวก โดยเฉพาะมีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลถึง 2 แห่ง ประชาชนเดินทางไปรับบริการใช้เวลาไม่เกิน 15 นาทีนับจากบ้านที่อยู่ไกลสุดของหมู่บ้าน และเดินทางไปโรงพยาบาลปากพลี โดยรถจักรยานยนต์ที่ขับ เรื่อยๆนับจากบ้านไกลสุดใช้เวลาประมาณ 25 นาที ตารางที่ 1 แสดงสถานที่สำคัญของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองหัวลิงใน ลำดับ หมู่บ้าน สถานที่สำคัญ 1 ม.1 บ้านคลองคล้า วัด1 , 2 ม.2 บ้านโคกกระชาย วัด 3 ,ศูนย์กศน.1, สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 2 3 ม.3 บ้านหนองหัวลิงใน อบต.,วัด 1 ป้อมตำรวจชุมชน 1 4 ม.7 บ้านหนองหัวลิงนอก วัด 1 5 ม.9 บ้านเหล่าเดิ่น วัด 1 1-16
~ 8 ~ 2) ข้อมูลด้านโครงสร้างบุคลากร โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองหัวลิงใน โครงสร้างบุคลากร ประกอบด้วย 2.1) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จำนวน 1 ตำแหน่ง 2.2) พยาบาลวิชาชีพ จำนวน 2 ตำแหน่ง 2.3) นักวิชาการ จำนวน 1 ตำแหน่ง 2.4) ลูกจ้าง จำนวน 1 ตำแหน่ง รูปภาพที่ 2 แสดงผังโครงสร้างการบริหาร 3) ภาคีเครือข่าย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองหัวลิงใน 3.1) อสม จำนวน 36 คน 3.2) อสค จำนวน 72 คน 3.3) ผู้นำชุมชน จำนวน 15 คน 3.4) ส.อบต. จำนวน 5 คน 3.5) คปสอ.ปากพลี 3.6) พชอ. , พชต. 3.7) CM จำนวน 1 คน CG จำนวน 7 คน 1-17
~ 9 ~ 4) ข้อมูลด้านสุขภาพ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองหัวลิงใน ประชากรที่อาศัยอยู่จริงมีจำนวน 1,071 คน แบ่งเป็น ชาย 486 คน หญิง 585 คน มีช่วงอายุ 15-59 ปี ร้อยละ 45.10 และเป็นสังคมผู้สูงอายุแบบสมบูรณ์ ร้อยละ 42.11 สิทธิการรักษา บัตรทอง ร้อยละ 51.9 ข้าราชการ 17.7 พบโรคที่สำคัญอันดับ 1 คือ โรคความดันโลหิตสูงที่ไม่มีสาเหตุนำ (HDC 9 กค 2566) ตารางที่ 2 แสดงประชากรที่อาศัยอยู่จริง ช่วงอายุ ชาย หญิง รวม 0-4 ปี 17 11 28 5-9 ปี 17 25 42 10-14 ปี 37 30 67 15-19 ปี 25 31 56 20-24 ปี 18 20 38 25-29 ปี 18 12 30 30-34 ปี 16 20 36 35-39 ปี 16 24 40 40-44 ปี 35 25 60 45-49 ปี 34 26 60 50-54 ปี 33 38 71 55-59 ปี 40 52 92 60-64 ปี 41 49 90 65-69 ปี 41 56 97 70-74 ปี 41 60 101 75-79 ปี 29 44 73 80-84 ปี 19 22 41 85-89 ปี 7 26 33 90-94 ปี 2 12 14 95-99 ปี 0 1 1 100 ปีขึ้นไป 0 1 1 รวม 486 585 1,071 1-18
~ 10 ~ รูปภาพที่ 3 พีระมิดประชากร ตารางที่ 3 แสดงจำนวนประชากรตามช่วงวัย ช่วงอายุ จำนวนประชากร ร้อยละ 0-5 ปี 28 2.61 0-14 ปี 109 10.18 15-59 ปี 483 45.10 60ปีขึ้นไป 451 42.11 รวม 1,071 100.00 ตารางที่ 4 แสดงสิทธิ์การรักษา สิทธิการรักษา ร้อยละ บัตรทอง 51.9 ข้าราชการ 17.7 ประกันสังคม 6.9 อื่นๆ 23.5 1-19
~ 11 ~ ตารางที่ 5 ข้อมูลแสดง 10 อันดับโรคที่สำคัญของ รพ.สต.บ้านหนองหัวลิงใน ชื่อกลุ่มโรค ชาย หญิง รวม (ครั้ง) 1.ความดันโลหิตสูงที่ไม่มีสาเหตุนำ 161 366 527 2.ความผิดปกติอื่นๆของฟันและโครงสร้าง 118 242 360 3.การติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนแบบเฉียบพลัน 144 185 329 4.โรคอื่นๆของผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง 82 135 217 5.เบาหวาน 51 94 145 6.เนื้อเยื่อผิดปกติ 43 98 141 7.โรคอื่นๆของหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร 18 56 74 8.โรคอื่นๆของลำไส้และเยื่อบุช่องท้อง 24 50 74 9.ฟันผุ 23 46 69 10.เยื่อบุตาอักเสบและความผิดปกติของเยื่อบุตา 31 34 65 รวม 695 1306 2001 • อัตราป่วยรายใหม่ของโรคความดันโลหิตสูงต่อแสนประชากร ปีงบประมาณ 2561-2565 พบว่ามี แนวโน้มสูงขึ้น รูปภาพที่ 4 แสดงอัตราป่วยรายใหม่ของโรคความดันโลหิตสูงต่อแสนประชากร 1-20
~ 12 ~ • ร้อยละผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ปีงบประมาณ 2561-2565 มีแนวโน้มสูงขึ้น และพบร้อยละ 77.43 ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงเป็นผู้สูงอายุ รูปภาพที่ 5 แสดงร้อยละผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง • อัตราผู้ป่วยหลอดเลือดสมองต่อแสนประชากร ปีงบประมาณ 2561-2565 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น รูปภาพที่ 6 แสดงอัตราผู้ป่วยหลอดเลือดสมองต่อแสนประชากร • ร้อยละผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมระดับความดันได้ดี ปีงบประมาณ 2561-2565 มีแนวโน้ม ลดลง รูปภาพที่ 7 แสดงร้อยละผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี 1-21
~ 13 ~ • สาเหตุการป่วย 5 อันดับ ปี 2566 พบว่า โรคที่สำคัญ คือ อันดับที่ 1 ความดันโลหิตสูง อันดับที่ 2 ความผิดปกติอื่นๆ อันดับที่ 3 การติด เชื้อทางเดินหายใจส่วนบน อันดับที่ 4 การติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน โรคผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง อันดับที่ 5 เบาหวาน ตามลำดับ รูปภาพที่ 8 แสดงสาเหตุการป่วย 5 อันดับ • ร้อยละการคัดกรองความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงในประชากร 35 ปีขึ้นไป ปีงบประมาณ 2566 พบว่า ปกติร้อยละ 89.47 เสี่ยง ร้อยละ 7.68 สงสัยป่วย ร้อยละ 2.19 ป่วย ร้อยละ 0.22 รูปภาพที่ 9 แสดงร้อยละการคัดกรองความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง การติดเชื้อทางเดินหายใจ ความผิดปกติอื่นๆ ความดันโลหิตสูง จำนวนครั้ง 1-22
~ 14 ~ • อัตราป่วยด้วยโรค HT จำแนกตามกลุ่มอายุ ปีงบประมาณ 2566 พบว่า มีแนวโน้มมากขึ้น ในกลุ่มวัย ทำงาน ร้อยละ 35.58 และในกลุ่มผู้สูงอายุ ร้อยละ 55.21 รูปภาพที่ 10 แสดงอัตราการป่วยโรคความดันโลหิตสูงแบ่งตามช่วงอายุ 1-23
~ 1 2.2 กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูล สรุปปัญหาที่พบ และสาเหตุของปัญหา 1) การวิเคราะห์ปัญหา จากรายงานสรุปผลการดำเนินงานของ รพ.สต.บ้านหนองหัวลิงใน ถูกนำมา ปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ มีการวิเคราะห์ประเด็นคำถามรวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อใช้ใ ตารางที่ 6 การกำหนด Learning concept ประเด็นปัญหา ข้อมูลสนับสนุน คำถาม คน (Man) 1.อัตรากำลังของรพ.สต บ้านหนองหัวลิงในไม่ เป็นไปตามกรอบ มาตรฐาน 1.ปัจจุบันมีจำนวนบุคลากร ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ 3 คน - นวก.สธ 1 คน พช.2 คน ลูกจ้าง 1 คน บริการทั่วไป -เป็นรพสต.มาตรฐานห้าดาว 1.กรอบมาตรฐานรพ.สต ขนาดเล็กกำหนดให้มีจำ บุคลากรเท่าไร 2.องค์กรมีการบริหารจัด งานอย่างไรภายใต้ข้อจำ ด้านกำลังคน 3.หน่วยบริการปฐมภูมิเ ตัวชี้วัดผลงานตามนโยบ หรือไม่
5 ~ าใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนให้ครอบคุม หลักการ 4M1E โดยมีการตั้งสมมติฐานประเด็น นการยืนยันสมมติฐาน โดยมีรายละเอียดดังแสดงในตารางที่ 6 สมมติฐาน ข้อมูลเพิ่มเติม สรุปการเรียนรู้และการ ตัดสินใจเกี่ยวกับประเด็นหรือ ปัญหา ต. ำนวน ดการ ำกัด เป็น บาย 1.จำนวนบุคลากรไม่ เพียงพอส่งผลกระทบการ ดำเนินงาน 2.การตัดโอนย้ายเลขที่ ตำแหน่งเป็นอำนาจของ ใคร 3.การผสานกำลังของ บุคลากร ในการทำงาน ปฐมภูมิ(NPCU)ช่วยให้ งานบริการผ่านเกณฑ์ 1.ตามกรอบมี 7 อัตรา 2.มีการสนธิกำลังร่วมกับ หน่วยบริการปฐมภูมิ (NPCU) รพ.ปากพลีใน งานเวชปฏิบัติชุมชนทำให้ ประชาชนเข้าถึงบริการ สุขภาพขั้นพื้นฐาน 3.รับ โอนย้าย พช.1อัตรา จากรพ.ปากพลี 1.แนวปฏิบัติในการขอตัดโอน ย้ายตำแหน่งและขอเพิ่ม อัตรากำลัง 2.การดำเนินงานเครือข่ายปฐม ภูมิ 1-24
~ 1 ประเด็นปัญหา ข้อมูลสนับสนุน คำถาม 4.องค์กร/คณะ กรรมกา ชุมชนที่มีส่วนร่วมในการ ดำเนินงานด้านสุขภาพ 5.จำนวนบุคลากรไม่เพีย ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ คนในชุมชนอย่างไร 6.บุคลากรมีกระบวนกา พื้นที่อย่างไร 2. ผู้รับบริการ 2.1) แนวโน้มของการ เกิดโรคNCD สูงขึ้น 2.2) แนวโน้มผู้ป่วย ความดันโลหิตสูงมากขึ้น 1.แนวโน้มของการเกิดโรค NCD สูงขึ้นในกลุ่ม ประชากรอายุเฉลี่ย อายุ 40 ปี 2.สัดส่วนของผู้สูงอายุที่ป่วย เป็นโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 77.43 3.ร้อยละของผู้ป่วยโรค ความดันโลหิตสูงที่ควบคุม 1.ประชาชนมีความรู้ หรื ตระหนักรู้เกี่ยวกับพฤติก การดูแลสุขภาพอย่างไร - การบริโภคอาหาร - ออกกำลังกาย - อารมณ์ - การสูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้ หน้าใหม่ - การดื่มสุรา - การใช้สมุนไพร
6 ~ สมมติฐาน ข้อมูลเพิ่มเติม สรุปการเรียนรู้และการ ตัดสินใจเกี่ยวกับประเด็นหรือ ปัญหา ารใน ร ยงพอ พของ ารลง มาตรฐานประชาชนมี สุขภาพดี 4.มีคณะกรรมการควบคุม คุณภาพชีวิตอำเภอ(พชอ.) หลักการ 4ดีคือ สะอาดดี สังคมและความเป็นอยู่ดี ธรรมชาติดีอากาศดี รือ กรรม ร า 1.ประชาชนขาดความรู้ เกี่ยวกับพฤติกรรมสุขภาพ 3 อ 2 ส จึงทำให้เกิดโรค NCD 2.ประชาชนขาดความ ตระหนักเกี่ยวกับ พฤติกรรมสุขภาพ3 อ 2 ส จึงทำให้เกิดโรค NCD 1.รายงานการคัดกรอง ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง และ ผู้ป่วยรายใหม่โรค NCD (แบ่งตามช่วงอายุ/ รวม60 ปีขึ้นไป/แบ่งตามโรค) -เบาหวาน -ไขมันในเลือดสูง -ความดันโลหิตสูง -หลอดเลือดสมอง 1.การควบคุมความดันโลหิตสูง ไม่เป็นตามเป้าหมาย 1-25
~ 1 ประเด็นปัญหา ข้อมูลสนับสนุน คำถาม ระดับความดันโลหิตได้ดีมี แนวโน้มลดลง 4.ข้อมูลพหุลักษณ์ทาง การแพทย์ 3อ 2ส 5.พฤติกรรมการรับประทาน อาหารที่ทำให้เกิดโรคเรื้อรัง (ปลาร้า,แกงถุง,แกงกะทิ, ขนมหวาน,ผงชูรส) 6.การใช้สิ่งเสพติด ของมึน เมาในชุมชน 6.อัตราผู้ป่วยหลอดเลือด สมองมีแนวโน้มสูงขึ้น 7.รายงานการประเมิน ADL อัตรา ผู้ป่วยติดเตียง ร้อยละ 1.4 2.ประชาชนมีการจัดกา ตนเองเมื่อเกิดความผิดป early warning sign st อย่างไร 3.จำนวนผู้ป่วย ความดันโลหิตสูง เกิด ภาวะแทรกซ้อนเกี่ยวกับ หลอดเลือดสมองเท่าไร 4.จำนวนผู้ป่วยโรคหลอ เลือดสมองที่ติดบ้านติด 5.จำนวนประชากรแฝง เท่าไร 6.มีหมอพื้นบ้านหรือไม่ รักษาอย่างไร 7.มีHealth station เงิน (Money)
7 ~ สมมติฐาน ข้อมูลเพิ่มเติม สรุปการเรียนรู้และการ ตัดสินใจเกี่ยวกับประเด็นหรือ ปัญหา ร ปกติ troke บ ด เตียง 3.แนวโน้มการควบคุม ภาวะความดันโลหิตสูง ไม่ได้เป็นผลให้เกิดโรค หลอดเลือดสมอง 2.อัตราการพบกลุ่มโรค NCD ในแต่ละช่วงอายุ 3.ข้อมูลผู้ป่วยหลอดเลือด สมองแต่ละประเภท การ เข้าถึง การส่งต่อ อัตรา การพิการและเสียชีวิต 3.รายงานผู้ป่วยติดเตียง 4.อัตราการตาย 5.ร้านอาหารที่สามารถ เข้าถึงได้ (สุขลักษณะ) 1-26
~ 1 ประเด็นปัญหา ข้อมูลสนับสนุน คำถาม 1.การจัดสรรงบประมาณ - 1.งบประมาณเพียงพอใ รดำเนินงานหรือไม่ งาน (Management) 1. ระบบการรักษาส่งต่อ ผู้ป่วยในระดับที่สูงขึ้น 1.เครือข่ายโรงพยาบาล หลายระดับในพื้นที่ 1.ขั้นตอนการส่งต่อผู้ป่ว ระดับการให้บริการที่สูง เป็นอย่างไร มีการให้บริการเสริมด้าน สุขภาพในชุมชน (healt station) หรือไม่ มีระบบบริการอย่างไร 2.กำหนดแนวปฏิบัติในก ดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดส อย่างไร - คัดกรอง - ให้ความรู้ - ป้องกัน
8 ~ สมมติฐาน ข้อมูลเพิ่มเติม สรุปการเรียนรู้และการ ตัดสินใจเกี่ยวกับประเด็นหรือ ปัญหา นกา - 1.งบประมาณที่ได้รับการ จัดสรรจากแหล่ง งบประมาณต่างๆ - วยใน งขึ้น น th การ มอง 1.ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการ บริการได้ทุกระดับ 1.รายงานการส่งต่อผู้ป่วย 1-27
~ 1 ประเด็นปัญหา ข้อมูลสนับสนุน คำถาม - การส่งต่อ 3.การเข้าถึงบริการสุขภ ของกลุ่มผู้ป่วยติดบ้าน ติ เตียง สิ่งสนับสนุน (Material) 1.การพร้อมใช้และ พอเพียงของเครื่องมือ 1.ได้รับรางวัลรพ.สต ติดดาวแสดงถึงการตรวจวัด มาตรฐานของเครื่องมือ - สภาพแวดล้อม (Environment) 1.ประชาชนมีปัญหา สุขภาพซึ่งเป็นผลกระทบ จากสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ 1.ปริมาณขยะที่เพิ่มมากขึ้น มีการใช้สารเคมีใน การเกษตรมากขึ้น 2.เกษตรกรมีปัญหาโรค ผิวหนังอักเสบ และคัน 1.ชุมชนมีกระบวนการ จัดการขยะอย่างไร 2.การทำเกษตรปัจจุบัน การใช้สารเคมีมากน้อย เพียงใด สารเคมีชนิดใด วิธีการป้องกันตนเองจา สารเคมี
9 ~ สมมติฐาน ข้อมูลเพิ่มเติม สรุปการเรียนรู้และการ ตัดสินใจเกี่ยวกับประเด็นหรือ ปัญหา ภาพ ติด 1.เครื่องมือมีมาตรฐาน และจำนวนที่เพียงพอต่อ การใช้งาน 1.รายการเครื่องมือที่ใช้ใน การให้บริการ 2.ประวัติการตรวจสอบ ความมาตรฐานและการ พร้อมใช้งานของเครื่องมือ - นมี ก 1.ประชาชนขาดความรู้ ขาดความตระหนัก เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดจาก ขยะ สารเคมี 2.แนวโน้มกลุ่มผู้ป่วยที่ เกิดโรคอื่นๆ เช่นโรค 1.ข้อมูลการจัดการขยะใน ครัวเรือน/ชุมชน (แยก/ ขนส่ง) 2.ข้อมูลการใช้สารเคมี ตกค้างในเลือดของ เกษตรกร 1.ปัญหาสิ่งแวดล้อมมี ผลกระทบต่อสุขภาพของคน ในชุมชน 1-28
~ 2 ประเด็นปัญหา ข้อมูลสนับสนุน คำถาม 3.มีการตรวจสารเคมีใน ของกลุ่มเกษตรกรหรือไ 4.ความชุกกลุ่มโรคที่พบ ชุมชนนอกเหนือจากกลุ่ เรื้อรัง เช่น โรคติดต่ออื่น 5.เขตพื้นที่ใกล้เคียงมีสถ ที่ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพ เช่น โรงงานอุตสาหกรร หรือไม่ 6.ท้องถิ่นมีข้อบัญญัติ เกี่ยวกับการจัดการ สิ่งแวดล้อมและการควบ โรคหรือไม่
0 ~ สมมติฐาน ข้อมูลเพิ่มเติม สรุปการเรียนรู้และการ ตัดสินใจเกี่ยวกับประเด็นหรือ ปัญหา เลือด ไม่ บใน มโรค นๆ ถานที่ พ ม บคุม ผิวหนัง จากการประกอบ อาชีพเกษตรกรสูงขึ้น 3.ผลการตรวจสารเคมีใน เลือด 4.ข้อมูลสถานที่ที่ส่งผลต่อ ปัญหาสุขภาพ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม 5.รายงานกลุ่มโรคที่เกิด จากการประกอบอาชีพ 5.รง. 504 แยกรายปี 3ปี ย้อนหลัง 6.ข้อบัญญัติท้องถิ่น 7.ผลวิจัยการพัฒนา รูปแบบการจัดการขยะมูล ฝอยติดเชื้อในชุมชน เขต สุขภาพที่ 4 1-29
~ 2 2) สรุปประเด็นปัญหาก่อนลงพื้นที่ จากการวิเคราะห์ข้อมูลข้างต้นพบว่าสรุปการเรียนรู้และการตัดสินใจเกี่ยวกับ 1.การควบคุมความดันโลหิตสูงไม่เป็นตามเป้าหมาย 2.ปัญหาสิ่งแวดล้อมมีผลกระทบต่อสุขภาพของคนในชุมชน เมื่อพิจารณาถึงความรุนแรงของปัญหาโดยใช้หลักการ 5 D ประกอบด้วย 1.ต สุขสบาย (discomfort) 5.ความไม่พึงพอใจ (dissatisfaction) ซึ่งพบว่าอัตราผู้ป่วยโรค สมองซึ่งแสดงถึงความรุนแรงของปัญหาดังกล่าวมากที่สุด ดังนั้น ประเด็นปัญหาการคว ต่อไป 3 ต ป Management 1.ความครอบคลุมการคัด กรองกลุ่มเสี่ยง 2.ระบบควบคุมกำกับ 3 หมอ 3.การติดตามผลเพื่อประเมิน พฤติกรรมการดูแลตนเอง 4.การเข้าถึงบริการ ปัญหาเศรษฐกิจ รายได้ไม่ เพียงพอ ส่งผลต่อพฤติกรรมการ Money 1.นโยบายล เมนูชูสุขภา 3.ร้านชำ (การเข้าถึงเครื่องดื่ม 2.วิถีชีวิตการรับปร แอลกอฮอร์บุหรี่) 4.ร้านค้าร้านอาหารชุมชน (ร้านข้าวแกง รถเร่) Environment Mat
1 ~ ประเด็นหรือปัญหาหลักที่สำคัญดังนี้ ตาย (death) 2.พิการ/การไร้ความสามารถ (disability) 3.โรค (disease) 4.ความไม่ คความดันโลหิตสูงรายใหม่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นส่งผลกระทบให้เกิดโรคหลอดเลือด วบคุมความดันโลหิตสูงไม่เป็นไปตามเป้าหมายจึงถูกนำมาใช้ในการวิเคราะห์ปัญหา Man 2.ความเข้าใจคลาดเคลื่อน พฤติกรรม 3 อ 2 ส ทำให้ ดูแลตนเองไม่เหมาะสม 1.ขาดความรู้การดูแลตนเองส่งผลให้ ดูแลตนไม่มีประสิทธิผล (ผู้ป่วยและ ญาติ) 3.ทัศนคติเกี่ยวการดูแล ตนเองส่งผลให้ดูแลตนไม่มี ประสิทธิผล (ผู้ป่วย) ด 2.การเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลในการติดตาม ประเมินสุขภาพหรือไม่? 1.ได้รับการสนับสนุน เครื่องมือวัดความดัน โลหิตในการคัดกรอง ภาวะสุขภาพตนเอง การควบคุมความดันโลหิตสูง ไม่เป็นตามเป้าหมาย ปัญหา ลดเค็มลดโรค, พ ระทาน terial 1-30
~ 22 ~ 2.3 แสดงเครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูลชุมชน เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูลชุมชน จากข้างต้น พบว่า ยังมีข้อมูลบางส่วนไม่ครอบคลุม จึงต้องหาเพิ่มเติม โดยการสอบถามกับบุคลากรผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ และกลุ่มองค์กรต่างๆ เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ สังเกต สนทนากลุ่ม โดยใช้เครื่องมือ 1) ปัจจัยภายใน (Internal factors) ปัจจัยภายในองค์กร (จุดอ่อน จุดแข็ง ) ใช้ 7S model และ 4M โดยการสอบถามบุคลากร ผู้ให้บริการ ในเรื่อง ยุทธศาสตร์ กรอบอัตรากำลัง งบประมาณ ผู้รับบริการ ในเรื่อง การให้บริการต่างๆ 2) ปัจจัยภายนอก (External factors) ปัจจัยภายนอกองค์กร (โอกาส อุปสรรค) ใช้ PESTEL และPEST-HEP โดยการสอบถาม - ผู้นำชุมชน ในเรื่อง การมีส่วนร่วมในชุมชน ประชากรแฝง วิถีชีวิตชุมชน - กลุ่มผู้สูงอายุ ในเรื่อง การดูแลป้องกันสุขภาพตนเอง หมอพื้นบ้าน - อบต. ในเรื่อง การประสานงาน ข้อบัญญัติ กองทุนหลักประกันสุขภาพ ผลการวิเคราะห์การกำหนดลำดับความสำคัญของปัญหาสุขภาพที่สำคัญของ รพ.สต.บ้านหนองหัวลิงใน พบว่า อันดับที่ 1 คือ ปัญหาการควบคุมโรคความดันโลหิตสูงไม่เป็นไปตามเป้าหมาย 2.4 การจัดลำดับปัญหาสุขภาพ จากการสัมภาษณ์ข้อมูลเชิงลึก สังเกตการณ์ในการลงพื้นที่ความรับผิดชอบของรพ.สต.บ้านหนองหัวลิงใน ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมและการระบุปัญหาที่ชัดเจนมากขึ้น การจัดลำดับข้อมูลจึงเป็นไปดังตารงที่ 7 ตารางที่ 7 แสดงการจัดลำดับปัญหาสุขภาพ ปัญหา ขนาด ของ ปัญหา ความ รุนแรง ความยากง่าย ในการ แก้ปัญหา ความ สนใจของ ชุมชน คะแนน รวม จัด อันดับ 1.ปัญหาขยะติดเชื้อ 2 1 4 2 9 3 2.ปัญหาการใช้สารเคมี ยาฆ่าหญ้ายาฆ่าแมลง 2 2 2 1 7 4 3.ปัญหาการควบคุมโรค ความดันโลหิตสูงไม่ เป็นไปตามเป้าหมาย 3 4 2 4 13 1 4.ปัญหาสังคมผู้สูงอายุ (Super aging) 4 2 1 4 11 2 1-31
~ 2 2.5 สรุปประเด็นปัญหา จากการวิเคราะห์การเรียงลำดับปัญหาของพื้นที่พบว่า ประเด็นปัญหาการควบ ข้อมูลเพิ่มเติมจากการสัมภาษณ์เชิงลึกจากกลุ่มเป้าหมายทั้งสี่กลุ่ม จึงสามารถวิเคราะห 2.ความเข้าใ พฤติกรรม Management 2.ระบบการจัดการข้อมูล 1.การติดตามผลเพื่อประเมิน พฤติกรรมการดูแลตนเอง Money Environment 1.วิถีชี 2.ร้านค้าร้านอาหารชุมชน (ร้านข้าวแกง รถเร่ ตลาด Ma
3 ~ บคุมความดันโลหิตสูงไม่เป็นตามเป้าหมายมีความสำคัญลำดับที่ 1 เมื่อพิจารณา ห์ปัจจัยที่มีผลต่อประเด็นปัญหาดังกล่าว ดังนี้ Man ใจคลาดเคลื่อน 3 อ 2 ส 3.ความตระหนักเกี่ยวกับการ ดูแลตนเอง 1.การเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล ในการติดตามประเมิน สุขภาพ การควบคุมความดัน โลหิตสูงไม่เป็นตาม เป้าหมาย ปัญหา ชีวิตการรับประทาน น aterial 1-32
~ 24 ~ บทที่ 3 3.การวางแผนกลยุทธ์ 3.1 วิเคราะห์ปัจจัยภายในและภายนอกที่เกี่ยวข้องกับปัญหา SWOT และเรียงลำดับความสำคัญ 1) วิเคราะห์ปัจจัยภายในและภายนอกที่เกี่ยวข้องกับปัญหา SWOT จากการเก็บข้อมูลโดยสัมภาษณ์ สังเกต สนทนากลุ่มกับบุคลากรผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ ผู้ป่วย ผู้ดูแล และกลุ่มผู้นำชุมชน ซึ่งใช้หลักปัจจัยภายในใช้ 7S model และ 4M1E สำหรับปัจจัยภายนอก PESTEL และ PEST-HEP พบว่าชุมชนมีความเข้มแข็งหลายด้าน และด้านที่เป็นจุดอ่อนสามารถแก้ไขได้โดยเครือข่ายสุขภาพ ระดับอำเภอ และการพัฒนาข้อมูลโดยตนเองได้ ส่วนที่ต้องพัฒนาคือศักยภาพของ อสม.ที่เป็นต้นแบบด้าน สุขภาพ ในส่วนของ โอกาส (Opportunities) มีข้อได้เปรียบด้านนโยบายสุขภาพที่มีความสอดคล้อง ทั้งชุมชน มีภาคีเครือข่ายที่ความเข้มแข็ง พร้อมให้การสนับสนุน วิถีความเป็นอยู่แบบเดิมตามระบบเครือญาติ ทำให้มี โอกาสในการดูแลช่วยเหลือ อีกทั้งมีภาคีเครือข่ายที่เป็นรูปธรรม มีความเข้มแข็ง มีผลงาน รางวัลเป็นที่ยอมรับ โดยมีรายละเอียดดังนี้ ตารางที่ 8 แสดงการวิเคราะห์ SWOT ของรพ.สต. บ้านหนองหัวลิงใน จุดแข็ง (S) จุดอ่อน (W) S1 มีระบบบริหารการจัดการที่ดีได้มาตรฐานมี ประสิทธิภาพโดยการมีส่วน ร่วมของประชาชนและ ภาคีเครือข่าย S2 ผู้นำให้ความสำคัญผลประโยชน์ประชาชนเป็น หลักและได้รับการ ยอมรับจากชุมชน S3 อสม.มีความรู้ความสามารถ S4 มีค่านิยมเรื่องการดูแลประชาชนดุจญาติมิตร ภายใต้มาตรฐานและ ประสิทธิภาพเป็นสำคัญ W1 อัตรากำลังไม่ครบ (ขาดทันตภิบาล แพทย์แผน ไทย) W2 การลงข้อมูลในระบบคลาดเคลื่อนส่งผลให้ใช้ ประโยชน์จากฐานข้อมูลได้น้อย W3 ระบบการการกำกับติดตามผลไม่ต่อเนื่อง W4 อสม.มีศักยภาพไม่เพียงพอในการควบคุมโรค และขาดทักษะในการเข้าถึงเทคโนโลยี โอกาส (O) ภัยคุกคาม (T) O1 นโยบาย 4D สอดคล้องกับกระทรวงสาธารณสุข สนับสนุนงานระดับปฐมภูมิ O2 แหล่งงบประมาณสนับสนุนจากภาคีเครือข่าย O3 ชุมชนเข้มแข็งตามวิถีชีวิตไทยพวนอยู่แบบระบบ เครือญาติช่วยเหลือดูแลกัน O4 เครือข่ายบริการสุขภาพปฐมภูมิช่วยให้การ ทำงานเป็นไปได้อย่างราบรื่น O5 ภาคีเครือข่ายสนับสนุนกิจกรรมด้านสุขภาพ (โรงเรียนผู้สูงอายุ ศูนย์การเรียนรู้จิตอาสา) T1 วิถีชีวิตการรับประทานอาหารเปลี่ยนแปลง (ซื้อ อาหารถุง) T2 ประชาชนมีพฤติกรรมรับประทานอาหารรสเค็ม T3 สังคมผู้สูงอายเสี่ยงต่อภาวะการติดบ้านติดเตียง T4 เข้าไม่ถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ T5 ประชาชนมีแนวโน้มความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น 1-33
~ 25 ~ 2) เรียงลำดับความสำคัญ (priority setting) SWOT Matrix เลือกทิศทางกลยุทธ์ SO ST WO WT กำหนดกลยุทธ์ หรือประเด็นยุทธศาสตร์ จาก SWOT analysis นำมาวิเคราะห์ปัจจัยภายใน (IFAS) และวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก (EFAS) โดยให้ น้ำหนักและคะแนน ดังตารางที่ 8-9 ตารางที่ 9 แสดงการวิเคราะห์ปัจจัยภายใน (IFAS) วิเคราะห์ปัจจัยภายใน (IFAS) น้ำหนัก (เต็ม 0.5) คะแนน (1-5) น้ำหนักxคะแนน จุดแข็ง (Strengths) S1 มีระบบบริการที่ดีและมีประสิทธิภาพ 0.10 4 0.40 S2 ผู้นำและบุคลากร บริหารงานแบบมีส่วนร่วม 0.15 5 0.75 S3 อสม. เป็นกำลังเข้มแข็ง ในการขับเคลื่อนระบบบริการ สุขภาพ 0.10 4 0.40 S4 เป็นองค์กรสุขภาพที่ได้รับการยอมรับจากประชาชนสูง 0.15 5 0.75 รวม 0.5 18 2.3 จุดอ่อน (Weaknesses) W1 อัตรากำลังไม่ครบตามกรอบ 0.2 5 1 W2 การลงข้อมูลยังไม่เป็นปัจจุบัน และการนำมาใช้ประโยชน์ ยังมีน้อย 0.05 2 0.1 W3 ระบบกำกับติดตามผลไม่ต่อเนื่อง 0.1 3 0.3 W4 อสม. ขาดความรอบรู้ทางสุขภาพ 0.15 4 0.6 รวม 0.5 14 2 รวม S+W 4.3 1-34
~ 26 ~ ตารางที่ 10 แสดงการวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก (EFAS) วิเคราะห์ปัจจัยภายนอก (EFAS) น้ำหนัก (เต็ม 0.5) คะแนน (1-5) น้ำหนักxคะแนน โอกาส (Opportunities) O1 นโยบายอำเภอเกื้อกูลงานสาธารณสุข 0.05 4 0.2 O2 ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายสูง 0.05 4 0.2 O3 ชุมชนเข้มแข็ง มีประสิทธิภาพสูง 0.1 5 0.5 O4 เครือข่ายบริการปฐมภูมิสนับสนุนคุณภาพบริการ 0.3 5 1.5 รวม 0.5 18 2.4 อุปสรรค (Threats) T1 วิถีการรับประทานอาหารปลี่ยนตามสังคมเมือง 0.15 3 0.45 T2 ประชาชนมีพฤติกรรมรับประทานอาหารเค็ม 0.1 2 0.2 T3 สังคมผู้สูงอายุ เสี่ยงต่อภาวะการติดบ้านติดเตียง 0.05 3 0.15 T4 ประชาชนมีแนวโน้มเป็นความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น 0.05 3 0.15 T5 การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ของประชาชนมีข้อจำกัด 0.15 3 0.45 รวม 0.5 14 1.4 รวม O + T 3.8 1-35
~ 27 ~ 3.2 การกำหนดทิศทางกลยุทธ์ SWOT Matrix การให้น้ำหนักและคะแนนปัจจัยภายใน (IFAS) และปัจจัยภายนอก (EFAS) มีผลรวม คะแนนกลยุทธ์SO สูงสุดอยู่ที่ 4.3 คะแนน รูปภาพที่ 11 (ก) และ (ข) กราฟแสดงการกำหนดกลยุทธ์จาก SWOT Analysis S W O T SO WO ST WT (ก) (ข) 1-36