COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 15 S7 = คานิยมรวมกัน (Shared Values) ไดแกแนวคิดรวมกัน คานิยมความคาดหวังของ องคกร เปนแนวคิดพื้นฐานขององคกรที่ตองการจะใหองคกรเปนอนาคตขางหนาองคกรที่มีความเปนเลิศใน การบริหารมักจะมีคานิยมรวมกันที่กอใหเกิดปจจัยแหงความสําเร็จในองคกร จากการวิเคราะหปจจัยภายนอก โดยใชโมเดล PESTEL Analysis ประกอบไปดวย 6 ปจจัย ในดานตาง ๆ ตามดานลาง ซึ่งสามารถนําไปประยุกตใชเครื่องมือวางแผนกลยุทธอื่นๆ 1. Politics = การเมือง หมายถึง การเคลื่อนไหวของรัฐบาล เชน การออกนโยบายตาง ๆ ซึ่ง นโยบายเหลานี้ จะมีผลตอการดําเนินธุรกิจโดยตรง 2. Economics = เศรษฐศาสตร ปจจัยทางดานเศรษฐศาสตรนั้น เกี่ยวของกับนโยบาย ทางการเงินตาง ๆ หรือนโยบายการดึงดูดการลงทุนจากตางชาติ ซึ่งปจจัยเหลานี้นั้นมีผลกับการดําเนินธุรกิจ คอนขางมาก 3. Social = สังคม หมายถึง สภาพแวดลอมทางสังคมในดานตาง ๆ ไมวาจะเปน กระแสสังคม วัฒนธรรมของประเทศ การกระจายรายได 4. Technological = เทคโนโลยีกอนที่เราจะออกสินคาใหม หรือการออกกลยุทธตาง ๆ เราตองคํานึงดวยวาในเวลานั้น มีเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมอะไรใหม ๆ 5. Environmental = สิ่งแวดลอม เปนปจจัยที่มีผลตอการเกิดโรคในปจจุบัน 6. Legal = กฎหมาย ในการดําเนินธุรกิจมักจะมีกฎหมายที่แตกตางกันไปในแตละประเทศ เพื่อใหการดําเนินธุรกิจเปนไปตามระเบียบที่ถูกตอง ประเด็นปจจัยภายใน โดย 7S McKinsey จุดแข็ง (Strength) จุดออน (Weakness) S1: Strategy กลยุทธหลักขององคกร - กําหนดวิสัยทัศนและพันธกิจที่ชัดเจนสอดคลอง กับภารกิจ - ผูมีสวนไดสวนเสียมีสวนรวมในการจัดทําแผน - มีการกําหนดแผนกลยุทธสอดคลองกับปญหา - กําหนดตัวชี้วัดและผูรับผิดชอบ - แผนพัฒนาที่นําไปสู เปาประสงคขององคกรยัง ไมชัดเจน S2: Structure โครงสรางทางการบริหาร - โครงสรางการบริหารงานที่ชัดเจน - มีอัตรากําลังเพียงพอ S3: Systems ระบบตาง ๆ ในองคกร - มีการทํางานเปนทีม - สามารถทํางานทดแทนกันได - มีระบบเครือขายการทํางานรวมกับ รพ.สต. ขางเคียงและเครือขาย - ฐานขอมูลผูปวย NCDs ไมเปนปจจุบันและไม ครอบคลุม S4: Style รูปแบบการบริหาร - มีการวางแผนและแกไขปญหาที่ชัดเจน - มีการทํางานทดแทนกันได - ผูบังคับบัญชาเห็นความสําคัญในการพัฒนา - รับฟงความคิดเห็นของผูรวมงาน S5: Staff บุคลากร - ทีมงานมีความเขมแข็ง - CUP ใหการสนับสนุนอัตรากําลังเพิ่ม - รูบทบาทหนาที่ของตนเอง - ขาดบุคลากรดานงาน ระบบเอกสาร 2-26
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 16 ประเด็นปจจัยภายใน โดย 7S McKinsey จุดแข็ง (Strength) จุดออน (Weakness) S6: Skills ทักษะการปฏิบัติงาน - มีความรูและเชี่ยวชาญดานการพยาบาลดูแล ผูปวย - ขาดทักษะทาง IT S7: Shared Value คานิยมรวม - รวมแบงปนทุกข สุข - มุมมองเดียวกัน - รพ.สต.เปนบานหลังที่สอง - ประชาชนคือญาติพี่นอง - ใหความสําคัญกับผูรวมงาน 2. การวิเคราะหปจจัยภายนอก โดยใชกรอบแนวคิด PESTEL การวิเคราะหปจจัยภายนอก โดยใชกรอบแนวคิด PESTEL analysis ประกอบไปดวย นโยบาย/ กฎเกณฑ ของรัฐ (Political) เศรษฐกิจ (Economic) สังคมและวัฒนธรรม (Social cultural) เทคโนโลยี (Technological) สภาพแวดลอม (Environmental) และ ระเบียบ กฎหมาย (Legal Factors) ซึ่งพบวา โอกาสและอุปสรรค หรือภัยคุกคามแตละดานมีผลกระทบและสําคัญมากนอยแคไหน ประเด็นปจจัยภายนอก โดย PESTEL analysis โอกาส (Opportunities) อุปสรรค (Threats) P: Political นโยบาย/กฎเกณฑของรัฐ - นโยบาย 3 หมอ เอื้อตอการ ปฏิบัติงาน - การจัดสรรงบประมาณเพียงพอ - ใกลบาน ใกลใจ - นโยบายเรงดวนและมากขึ้น E: Economic เศรษฐกิจ - ประชาชนมีหนี้สิน 60 % - ไมมีเวลาดูแลสุขภาพ S: Social cultural เทคโนโลยี สังคมและวัฒนธรรม - การเดินทางเขาถึงบริการสุขภาพได งาย - สวนใหญนับถือศาสนาพุทธ - มีเครือขายในชุมชนใหการสนับสนุน การดูแลสุขภาพ - พฤติกรรมการบริโภคอาหาร ทองถิ่น เชน อาหารที่มีรสเค็ม - ดื่มสุรา/สูบบุหรี่ - ไมเห็นความสําคัญของการ ออกกําลังกาย T: Technological เทคโนโลยี - ประชาชนเขาถึงสื่อไดมากขึ้น โดยใช Application line, Facebook - มีระบบฐานขอมูลสุขภาพ HDC - การเสพสื่อที่ไมนาเชื่อถือ E: Environmental สภาพแวดลอม - การเขาถึงบริการสุขภาพไดงาย - การใชสารเคมีในการเกษตร - น้ําเสียในชุมชนจากการเลี้ยง สัตว L: Legal Factors ระเบียบ กฎหมาย - สิทธิการรักษาครอบคลุม 2-27
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 17 3. วิเคราะหสภาพแวดลอมภายในและภายนอกองคกร (SWOT analysis) วิเคราะหปญหา IFAS ปจจัยภายใน (1) (2) (1)*(2) ถวงน้ําหนัก (0-1) คะแนน (1-5) น้ําหนัก×คะแนน Strengths 1. โครงสรางการบริหารงานที่ชัดเจน 2. การทํางานเปนทีม 3. มีอัตรากําลังเพียงพอ 0.15 0.25 0.15 4 5 5 0.60 1.25 0.75 รวม Strengths 0.55 2.60 Weaknesses 1. ฐานขอมูลผูปวย NCD ไมเปนปจจุบัน 2. แผนพัฒนาที่นําไปสูเปาประสงคขององคกรยัง ไมชัดเจน 0.30 0.15 5 4 1.50 0.60 รวม Weaknesses 0.45 2.10 รวม 1 4.70 วิเคราะหปญหา EFAS ปจจัยภายนอก (1) (2) (1)*(2) ถวงน้ําหนัก (0-1) คะแนน (1-5) น้ําหนัก×คะแนน Opportunities 1. นโยบายที่เอื้อตอการปฏิบัติงาน เชน 3 หมอ 2. การเดินทางเขาถึงบริการสุขภาพไดงาย 3. สิทธิการรักษาพยาบาลครอบคลุม 4. มีระบบฐานขอมูลที่นาเชื่อถือจาก HDC 5. มีเครือขายสนับสนุน 0.20 0.05 0.05 0.10 0.25 5 3 3 5 5 1.00 0.15 0.15 0.50 1.25 รวม Opportunities 0.65 3.05 Threats 1. พฤติกรรมบริโภคอาหารทองถิ่น เชน อาหารที่มีรสเค็ม การดื่มสุรา 2. น้ําเสียในชุมชนจากการเลี้ยงสัตว 0.30 0.05 5 3 1.50 0.15 รวม Threats 0.35 1.65 รวม 1.00 4.70 2-28
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 18 การกําหนดกลยุทธจาก SWOT Analysis : Spider chart ผลการวิเคราะหปญหา SWOT Analysis : TOWS MATRIX โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบานทองหลาง มีจุดแข็งและโอกาสในการพัฒนา 2-29
4. กําหนดกลยุทธดวย TOWS MATRIX จุดแข็ง (Strengths) 1. โครงสรางการบริหารงานท 2. การทํางานเปนทีม (S2) 3. มีอัตรากําลังเพียงพอ (S3 โอกาส (Opportunit) 1. นโยบายที่เอื้อตอการปฏิบัติงาน เชน 3 หมอ (O1) 2. การเดินทางเขาถึงบริการสุขภาพไดงาย (O2) 3. สิทธิการรักษาพยาบาลครอบคลุม (O3) 4. มีระบบฐานขอมูลที่นาเชื่อถือจาก HDC (O4) 5. มีเครือขายที่เขมแข็ง เชน อปท.สนับสนุนงบประมาณ วัดเปนศูนยรวมจิตใจของชุมชน, หนวยกูภัยในพื้นที่ มีการดูแลกันแบบเครือญาติ (O5) กลยุทธเชิงรุก (SO) S2,S3,O2,O5 จัดทําแบบปร แผนการสรางเสริมสุขภาพรา อุปสรรค (Threats) 1. พฤติกรรมบริโภคอาหารทองถิ่น เชน อาหารที่มีรสเค็ม การดื่มสุรา (T1) 2. น้ําเสียในชุมชนจากการเลี้ยงสัตว (T2) กลยุทธเชิงปองกัน (ST) S2,T1 ครอบครัวตนแบบ ความดันไมขึ้น) ปจจัยภายใน ปจจัยภายนอก
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 19 ที่ชัดเจน (S1) ) จุดออน (Weaknesses) 1. ฐานขอมูลผูปวย NCD ไมเปนปจจุบัน (W1) 2. แผนพัฒนาที่นําไปสูเปาประสงค ขององคกร ยังไมชัดเจน (W2) ระเมินสุขภาวะ เพื่อใชวาง ายบุคคล กลยุทธเชิงแกไข (WO) W1,O4 นําขอมูลจาก HDC มาคนหากลุมผูปวยที่ยังไมมีใน ฐานขอมูลของ รพ.สต. เพื่อมาติดตามดูแลอยางตอเนื่อง บ Family Model (ไมกินเค็ม กลยุทธเชิงรับ (WT) W2,T1 จัดทําแผนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดเค็มลดโรคให เปนลายลักษณอักษร 2-30
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 20 กลยุทธเชิงรุก (SO) จัดทําแบบประเมินสุขภาวะ เพื่อใชวางแผนการสรางเสริมสุขภาพรายบุคคล S2 การทํางานเปนทีม S3 มีอัตรากําลังเพียงพอ O2 การเดินทางเขาถึงบริการสุขภาพไดงาย O5 มีเครือขายที่เขมแข็ง เชน อปท.สนับสนุนงบประมาณ วัดเปนศูนยรวมจิตใจของชุมชน, หนวยกูภัยในพื้นที่ มีการดูแลกันแบบเครือญาติ กลยุทธเชิงแกไข (WO) นําขอมูลจาก HDC มาคนหากลุมผูปวยที่ยังไมมีในฐานขอมูลของ รพ.สต. เพื่อมาติดตามดูแลอยาง ตอเนื่อง W1 ฐานขอมูลผูปวย NCD ไมเปนปจจุบัน O4 มีระบบฐานขอมูลที่นาเชื่อถือจาก HDC 5. ผลการวิเคราะห Balance score card 2-31
6. การวิเคราะหกลยุทธ และแผนปฏิบัติการ แผนปฏิบัติการพัฒนาสาธารณสุข (Action Plan) โรงพยาบาลสง วิสัยทัศน : เปนโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล ที่มีคุณภาพมาตรฐาน บริการแบ สอดคลองประเด็นยุทธศาสตรที่ : 1. สงเสริมใหภาคีเครือขายมีสวนรวมในการดําเนิน สอดคลองเปาประสงคระยะยาวที่ : 1. ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองดานสุขภาพ สาธารณสุข และเปาประสงคระยะสั้นที่ 1. ประชาชนปวยและตายดวยโรคที่สําคัญลด กลยุทธที่ 1 สนับสนุนภาคีเครือขายเพื่อสรางเสริมสุขภาพผูปวยความดันโลหิตสูงร ลําดับ โครงการ วัตถุประสงค ตัวชี้วัดโครงการ 1 ทองหลางใสใจ หางไกลจากภัย Stroke 1. เพื่อลดการเกิด โรคหลอดเลือด สมองรายใหมใน กลุมผูปวยความดัน โลหิตสูง 2. เพื่อใหผูปวยโรค หลอดเลือดสมอง ไดรับการรักษา อยางทันทวงที 1. จํานวนการเกิดผูปวย โรคหลอดเลือดสมองราย ใหม เปาหมาย : 0 ราย (วัดผล 1 ปงบประมาณ) 2. รอยละของผูปวยความ ดันโลหิตสูงที่มีอาการทาง สมองมีระยะเวลาการ นําสงตั้งแตเริ่มมีอาการ จนถึงโรงพยาบาลไมเกิน 1 ชั่วโมง เปาหมาย : รอยละ 100 (วัดผล 1 ปงบประมาณ) 1. ทํ คําแ 2. อ อ บาน เยี่ยม ความ ภาว ลดโซ สวน กาน
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 21 งเสริมสุขภาพตําบลบานทองหลาง อําเภอบานนา จังหวัดนครนายก บบองครวม ผสานการมีสวนรวม ประชาชนสุขภาพดี แบบวิถีพอเพียง นงานดานสุขภาพ พได 2. ประชาชนมีสุขภาพดีถวนหนา และ 4. มีความปลอดภัยจากการรับบริการ ดลง รายบุคคล ใหมีสุขภาพดี แบบวิถีพอเพียง (SO) กิจกรรม งบประมาณ ระยะเวลา ดําเนินการ ผูรับผิดชอบ ทําสื่อ “ประเมินสุขภาพรายบุคคลและ นะนําในการดูแลสุขภาพ” เขียว เหลือง แดง บรมเครือขาย บวร (บาน วัด โรงเรียน) + (องคกรภายนอก) นนี้มีรัก (บาน/ชุมชน) 1. อสม, จนท.รพสต., Care giver ไปติดตาม มบาน ผูปวย HT และคนในครอบครัว เพื่อให มรูและสามารถประเมินอาการ BEFAST 2. แนะนําชองทางการติดตอ 1669 เมื่อเกิด ะฉุกเฉิน 3. แนะนําใหความรูวิธีการทําปลารา ซเดียมโดยใชโพแทสเซียมคลอไรดมาเปน นผสมทดแทนในอัตราสวน 1 : 1 (พัศมัย เอก ตรง และคณะ, 2561) 0 บาท 0 บาท ก.ค. 66 ก.ค.-ก.ย. 66 -รพ.สต.บาน ทองหลาง -รพ.สต.บาน ทองหลาง - ภาคี เครือขาย 2-32
ลําดับ โครงการ วัตถุประสงค ตัวชี้วัดโครงการ คุณพ ดูแล และโ จําน หนูท ภายใ ประ เลือด เลือด ติดต เด็กน ดัดแ ซึ่งมี
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 22 กิจกรรม งบประมาณ ระยะเวลา ดําเนินการ ผูรับผิดชอบ พระชวย (วัด) 1. อบรมใหความรูพระสงฆเปนแกนนําในการ สุขภาพ 2. จัดมุมความรูสุขภาพโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมองในบริเวณวัด 3. จัดใหมีอุปกรณเครื่องวัดความดันโลหิต วน 1 เครื่อง ทําได (โรงเรียน) 1. อบรมใหความรูเด็กนักเรียนเปนแกนนํา ในครอบครัว ในการประเมินภาวะสุขภาพ เมินความเสี่ยงเบื้องตนตอการเปนโรคหลอด ดสมอง 2. เพื่อใหความรูเกี่ยวกับอาการของโรคหลอด ดสมอง อาการ BEFAST และรูชองทางในการ ตอ 1669 เมื่อเกิดภาวะฉุกเฉิน โดยใชเพลงที่ นักเรียนชื่นชอบเปนสื่อ โดยทางกลุมได แปลงเพลงทรงอยางแบดเปนเพลงยายนอยเดินเซ เนื้อรอง ดังนี้ 3,000 บาท (ของบจาก ผูใหญใจดี) 5,000 บาท (ของบจาก ผูใหญใจดี) ก.ค.-ก.ย. 66 ก.ค.-ก.ย. 66 -รพ.สต.บาน ทองหลาง - ภาคี เครือขาย -รพ.สต.บาน ทองหลาง - ภาคี เครือขาย 2-33
ลําดับ โครงการ วัตถุประสงค ตัวชี้วัดโครงการ ผูให โรงง สนับ 1. เค 2. เค (โร
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 23 กิจกรรม งบประมาณ ระยะเวลา ดําเนินการ ผูรับผิดชอบ เพลงยายนอยเดินเซ เดินอยางเซ เปอยางบอย หนายายนอยดูทําไมไมตรง เดินอยางเซ เปอยางบอย ตาเริ่มยอย พูดไมคอยชัดเจน โทร 1669 แขนหอย!! แขนหอย!! พายายนอยไปโรงบาลใหเร็ว ญใจดี (องคการภายนนอก เชน อปท., านในพื้นที่ขางเคียง) บสนุนงบประมาณในการจัดซื้ออุปกรณ ครื่องวัดความดันโลหิต 8 เครื่อง (อสม./ชุมชน) ครื่องวัดความเค็มในอาหาร 10 เครื่อง รงเรียน,อสม) 56,000 บาท ก.ค.-ก.ย. 66 -รพ.สต.บาน ทองหลาง - ภาคี เครือขาย 2-34
แผนปฏิบัติการพัฒนาสาธารณสุข (Action Plan) โรงพยาบาลสง วิสัยทัศน : เปนโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล ที่มีคุณภาพมาตรฐาน บริการแบ สอดคลองประเด็นยุทธศาสตรที่ : 4. พัฒนาระบบสารสนเทศ เพื่อการวางแผนงานส สอดคลองเปาประสงคระยะยาวที่ : 5. มีสารสนเทศที่ถูกตองและทันสมัย เพื่อการว ขอมูล 43 แฟม กลยุทธที่ 2 ปรับปรุงฐานขอมูลผูปวยความดันโลหิตสูงใหเปนปจจุบัน (WO) ลําดับ โครงการ วัตถุประสงค ตัวชี้วัดโครงการ 1 หากันจนเจอ เพื่อผูปวยความ ดันโลหิตสูงไดรับ การดูแลอยาง ครอบคลุมและ ตอเนื่อง อัตราการเยี่ยมบานผูปวย ความดันโลหิตสูง เปาหมาย : รอยละ 100 1. โรงพย โลหิตสูง ทุกป เพื่ ฐานขอมู 2. เยี่ยมบ
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 24 งเสริมสุขภาพตําบลบานทองหลาง อําเภอบานนา จังหวัดนครนายก บบองครวม ผสานการมีสวนรวม ประชาชนสุขภาพดี แบบวิถีพอเพียง าธารณสุข วางแผนงานสาธารณสุข และเปาประสงคระยะสั้นที่5. เพิ่มประสิทธิภาพในการสง กิจกรรม งบประมาณ ระยะเวลา ดําเนินการ ผูรับผิดชอบ ยาบาลบานนาสงขอมูลผูปวยความดัน จาก HDC ให รพ.สต. บานทองหลาง อสํารวจ ติดตาม คนหา เพื่อปรับปรุง มูลใหถูกตอง และครบถวน บานผูปวยความดันโลหิตสูงทุกราย 0 บาท ก.ค. 66 ก.ค. - ก.ย. 66 -รพ.บานนา -รพ.สต.บาน ทองหลาง - ภาคี เครือขาย 2-35
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 25 สวนที่ 5 สรุปอภิปรายและสะทอนคิดผลการเรียนรูดวย reflective practices และสนทนากลุมแตละกลุม 1. ประสบการณและความรูสึกในการเรียนรูปฏิบัติครั้งนี้ 1.1 ทําใหเกิดการเรียนรูกระบวนการ CBL เปนทักษะการคนหาความรู กระตุนความสนใจใน การศึกษา ชวยใหเกิดการเรียนรูในดานการนําหลักการทางการบริหารสาธารณสุขไปใชในสถานการณจริง โดยเฉพาะ หลักในการวิเคราะหองคกร รูปแบบการบริหารจัดการและนโยบายการบริหารสาธารณสุข ฝกฝนการตั้งปญหา การแกปญหา ไดเรียนรูถึงสถานการณทางดานสาธารณสุขจริงของพื้นที่ และรูปแบบการแกไขของพื้นที่รวมถึง ไดเรียนรูการดําเนินการของชุมชนในดานตาง ๆ ฝกการสื่อสารการสรางสัมพันธภาพกับชุมชนฝกการเชื่อมโยงความรู ใหมกับความรูเดิมการใชความคิดสรางสรรค ฝกการสรุปผลการดําเนินงานการนําเสนอการดําเนินงานรวมถึงไดเรียนรู ถึงการดําเนินงานของชุมชนในดานตาง ๆ ความรวมมือรวมใจของชุมชนและศักยภาพในการพัฒนาของชุมชนและ เรียนรูการนําศักยภาพของชุมชนมาใชในการแกปญหาทางสาธารณสุขของชุมชนโดยชุมชนมีสวนรวมผานการจัดทํา แผนกลยุทธและแผนปฏิบัติการ ตลอดจนไดเรียนรูกระบวนการทํางานเปนกลุมในลักษณะทีมสหวิชาชีพ เรียนรูการ แบงหนาที่และการระดมความคิดในการสังเคราะหกลยุทธที่เหมาะสมกับชุมชน 1.2 ฝกการใชทักษะดานตาง ๆ ทั้ง Human skill และ Technique skill ที่จําเปนในการทํางาน 1.3 ฝกใหสมาชิกทุกคนมีสวนรวมในการกําหนดบทบาทหนาที่ มอบหมายมีการแบงงานตามถนัด และกําหนดทิศทางในการทํางานโดยผูนําทีม 1.4 ฝกการมีสัมพันธภาพที่ดีและความรับผิดชอบในการทํางานทําใหเกิดความสําเร็จในการทํางาน 1.5 ฝกในการรับฟงและยอมรับความคิดเห็นที่แตกตางของสมาชิกในกลุมทําใหทุกคนมีสวนรวมใน การทํางานสามารถแกไขปญหาและอุปสรรคอยางสรางสรรค เปนการฝกกระบวนการทางความคิดที่ดี 1.6 การมีความหลากหลายของสมาชิกในกลุมที่มาจากหลายหนวยงาน ประสบการณการทํางาน ลักษณะงานเปนจุดแข็งที่ทําใหเกิดการเรียนรูในหลากหลายมุมมองทุกคนไดเกิดการเรียนรู และมีโอกาสในการแสดง ความคิดเห็นไดเต็มศักยภาพ 1.7 ฝกการเก็บรวบรวมขอมูล การวิเคราะหการคืนขอมูลใหพื้นที่ เพื่อเติมเต็มใหไดมาซึ่งขอมูลที่ ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ 1.8 ฝกทักษะการใชสื่อเทคโนโลยี และการสื่อสารอยางมีประสิทธิภาพทั้งในระดับพื้นที่และองคกร ซึ่งเปนสวนทําใหเกิดความสําเร็จของงาน 2. การเรียนรูแกปญหาสาธารณสุขโดยใชชุมชนเปนฐานบรรลุเปาหมาย การดําเนินงานแกปญหาสาธารณสุขโดยใชชุมชนเปนฐานสามารถดําเนินการไดบรรลุตามเปาหมาย ดังนี้ 1. ทําใหมีความรูความเขาใจเกี่ยวกับยุทธศาสตรและนโยบายสําคัญดานสาธารณสุขในการเรียนรู แบบใชชุมชนเปนฐานการเรียนรู (Community-based Learning : CBL) 2. ทําใหมีทักษะการคิดเชิงกลยุทธ (Strategic Thinking skill) และการนําเสนอแผนยุทธศาสตร (Strategic Planning) โดยใชสถานการณจริง (Community-based Learning : CBL) 3. ทําใหมีแนวทางการในการประยุกตความรูความเขาใจเกี่ยวกับยุทธศาสตรและนโยบายสําคัญดาน สาธารณสุขจากการเรียนรูแบบใชชุมชนเปนฐานการเรียนรูในการปฏิบัติงาน 2-36
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 26 3. ขอเสนอแนะและโอกาสในการพัฒนา (KM) 1. การจัดการความรู Knowledge Management เพื่อใหเกิดการเรียนรูที่มีประสิทธิภาพและเพิ่ม ศักยภาพ โดยมีการรวบรวมขอมูลความรูตาง ๆ ที่จําเปนที่ใชในการทํางานใหเปนระบบเปนปจจุบัน สะดวกในการ คนหาและนําไปใช ไดแก การเก็บวิธีปฏิบัติที่ประสบผลสําเร็จ (Best practice) การทบทวนหลังการปฏิบัติงาน (After action Reviews) การประชุมระดมความคิด (Brain Storming) 2. พัฒนาระบบขอมูลดานสาธารณสุขของ รพ.สต. เพื่อใหมีขอมูลที่ครบถวนและเปนปจจุบันจะทํา ใหสามารถนําขอมูลมาวางแผนและแกไขปญหาไดอยางมีประสิทธิภาพ 3. พัฒนาความรวมมือของภาคีเครือขายใหเขมแข็ง เพื่อใหเกิดความรวมมือในการแกไขปญหาได อยางถูกตอง 4. การพัฒนาผลิตภัณฑปลาราที่มีปริมาณโซเดียมลดลงจากการศึกษาของพัศมัย เอกกานตรง และ คณะในป 2561 โดยการลดปริมาณเกลือแกงรวมกับการใชสารทดแทนความเค็มที่มีคุณสมบัติในการถนอมอาหาร โดย ใชสารโพแทสเซียมคลอไรดทดแทนเกลือแกงบางสวนเพื่อใหเปนผลิตภัณฑทางเลือกสุขภาพแกผูบริโภค มีการทดลอง ทําผลิตภัณฑปลาราที่มีโซเดียมลดลงจํานวน 4 สูตร ซึ่งผลิตดวยภูมิปญญาทองถิ่นและผูผลิตในพื้นที่โดยใชระยะเวลา ในการหมักนาน 6 เดือน มีสูตรดังตอไปนี้ 1. สูตรควบคุม (สูตรที่ 1) : ใชเกลือแกง (เกลือบาน) 2. สูตรควบคุม (สูตรที่ 2) : ใชเกลือแกงแบบแหง (เกลือปรุงทิพย) 3. สูตรทดลอง (สูตรที่ 3) : ใชเกลือแกงแบบแหง รวมกับเกลือสูตรลดโซเดียม รอยละ 60 ที่จําหนายในทองตลาด ในอัตราสวน 1:1 4. สูตรทดลอง (สูตรที่ 4) : ใชเกลือสูตรลดโซเดียม รอยละ60 ที่จําหนายในทองตลาด โดยแตละสูตรจะมีปริมาณเกลือที่ใชแตกตางกัน ในสูตรเกลือแกงใชเกลือแกงรอยละ 25.30 ของ น้ําหนักปลาทั้งหมด และ (1) สูตรเกลือแกงแบบแหง (2) สูตรเกลือแกงแบบแหงรวมกับเกลือสูตรลดโซเดียมรอยละ 60 ในอัตราสวน 1: 1 และ (3) สูตรเกลือที่มีโซเดียมลดลง รอยละ 60 มีเกลืออยูประมาณ รอยละ 23.25 โดยน้ําหนัก ซึ่งมากกวาขอกําหนดตามมาตรฐานเกณฑการผลิตปลาราที่ดีตามมาตรฐานผลิตภัณฑชุมชน (มผช. ปลารา, 2557) ที่กําหนดใหมีปริมาณของเกลือไมต่ํากวารอยละ 12 โดยน้ําหนัก ซึ่งจากผลการศึกษาสามารถสรุปไดวา อาหารที่ปรุง ประกอบดวยปลาราที่หมักดวยเกลือตางชนิดกันนั้นใหผลของรสชาติที่ไมแตกตางกัน ดังแสดงในตาราง ตารางที่ 14 ผลการยอมรับทางประสาทสัมผัสผลิตภัณฑปลารา (ดานสีกลิ่น และรสชาติ) 2-37
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 27 และเมื่อคํานึงถึงปริมาณคุณคาสารอาหารจากปลาราสูตรที่พัฒนานั้นพบวา ในปลาราสูตรที่หมักโดย ใชเกลือบานและเกลือแกงแบบแหงมีปริมาณโซเดียมสูงถึง 4,210-4,699 มิลลิกรัม ในขณะที่ปลาราสูตรหมักดวยการ ใชเกลือแกงแบบแหงผสมกับเกลือลดโซเดียม และสูตรเกลือลดโซเดียมเพียง มีปริมาณโซเดียมที่ 3,592 - 2,049 มิลลิกรัม ซึ่งคิดเปนรอยละ 85.3 และ 48.7 เมื่อเทียบกับปลาราสูตรที่หมักดวยเกลือบาน ในขณะเดียวกันปริมาณ โพแทสเซียมมีแนวโนมเพิ่มสูงขึ้นในปลาราสูตรที่หมักดวยเกลือแกงแบบแหงผสมกับเกลือลดโซเดียม และสูตรที่ใช เกลือลดโซเดียมอยางเดียว เนื่องจากในเกลือลดโซเดียมนั้นจะมีการใชโพแทสเซียมคลอไรดทดแทนการใชเกลือแกง ดังที่แสดงในตารางที่ 15 ตารางที่ 15 คุณคาสารอาหารตอ 100 กรัม ในปลาราที่หมักโดยใชเกลือตางกัน สําหรับปจจัยดานความสะอาดและปลอดภัยตอผูบริโภค ผลการสงตัวอยางปลาราที่พัฒนาทั้ง 4 สูตร ผานมาตรฐานตามมาตรฐานผลิตภัณฑชุมชน ของสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม (2557) ซึ่งแสดงใหเห็นถึงปริมาณความเขมขนของเกลือที่ใชในสูตรการหมักปลารา และระยะเวลาที่ใชในการหมัก เพียงพอที่จะใชถนอมรักษาคุณภาพของปลารา ดังแสดงในตารางที่ 16 ตารางที่ 16 ผลการวิเคราะหเชื้อจุลินทรียกอโรคและพยาธิในปลาราสูตรที่พัฒนา 2-38
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 28 เอกสารอางอิง กรรณิการ สิทธิชัย และสันติธร ภูริภักดี. (2561). “การจัดการองคกรตามแนวคิด 7S ของ McKinsey ที่เอื้อ ตอการเปนองคกรนวัตกรรมกรณีศึกษาองคกรที่ไดรางวัลองคกรนวัตกรรมยอดเยี่ยม”. วารสาร อิเล็กทรอนิกส บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร (สาขามนุษยศาสตร สังคมศาสตร และศิลปะ), 11(3), 1419-1435. ณีรนุช วงคเจริญ และทัศนมินทร รัชตาธนรัชต. (2564). “ผลการพัฒนารูปแบบการมีสวนรวมของชุมชนใน การดูแลผูปวยกระดูกตนขาหักที่ไดรับการดึงถวงน้ําหนักตอเนื่องที่บาน”. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 30(3), 500-508. เต็มศิริ ชิดดี. (25 สิงหาคม 2565). PESTEL Analysis: เครื่องมือในการวิเคราะหปจจัยภายนอก. การจัดการ ความรู มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. https://www.ubu.ac.th/web/mod/km/files/ cf202208251435205698.pdf/ บุญชัย ภาละกาล. (2014). การจัดลําดับความสําคัญของปญหา ในกระบวนการดําเนินงานอนามัยชุมชน บทเรียนในการนําทฤษฎีสูการฝกภาคปฏิบัติของนักศึกษาพยาบาลในชุมชน. Nursing Journal of The Ministry of Public Health, 24(1), 1–11. พัศมัย เอกกานตรง และคณะ. (2561). การพัฒนาคุณภาพปลาราและผลิตภัณฑปลาราทางเลือกตามภูมิปญญา ทองถิ่น ภายใตเครือขายขับเคลื่อนรณรงคเพื่อลดการบริโภคเกลือ (โซเดียม) ในประเทศไทย. https:// www.lowsaltthai.com/uploads/6234/files/Research/โครงการพัฒนาปลาราฉบับสมบูรณ_รวมเลม_ 25มิย61_สง.pdf/ วลัย คลี่ฉายา, วัชรี คงรัตน และสมยศ ราชนิยม. (2562). คุณภาพวัตถุดิบและสุขลักษณะการผลิตตอคุณภาพปลารา. https://www4.fisheries.go.th/local/file_document/20200418125239_1_file.pdf วีระ อิงคภาสกร. (2566). การบริหารงานแบบมุงผลสัมฤทธิ์[เอกสารที่ไมมีการตีพิมพ]. วิทยาลัยพยาบาล บรมราชชนนีสระบุรี. สุดา เดชพิทักษศิริกุล. (2566). กระบวนการศึกษาพัฒนาระบบบริการสุขภาพชุมชนดวย CBL Model [เอกสารที่ไมมีการตีพิมพ]. วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สระบุรี. 2-39
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 29 ภาคผนวก 2-40
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 30 แบบประเมินสุขภาพรายบุคคลและคําแนะนําการดูแลสุขภาพ “เขียว เหลือง แดง” 2-41
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 31 2-42
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 32 ภาพกิจกรรม 2-43
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 33 2-44
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 34 2-45
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 35 2-46
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 36 2-47
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 37 2-48
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 38 2-49
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 39 2-50
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 40 2-51
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 41 รายชื่อสมาชิกกลุม ผบก. รุนที่ 36 กลุมที่ 2 2-52
2-53
โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบลบานวังยายฉิม ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก กลุมที่ 3 หลักสูตรผูบริหารการสาธารณสุขระดับกลาง รุนที่ 36/2566 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสระบุรี การวางแผนเชิงกลยุทธโดยการเรียนรู แบบใชชุมชนเปนฐาน (Community Based Learning) 3-1
การวางแผนเชิงกลยุทธโดยการเรียนรูแบบใชชุมชนเปนฐาน (Community Based Learning: CBL) โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบลบานวังยายฉิม ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก กลุมที่ ๓ นายไพโรจน กวินเลิศวัฒนา ประธาน นางกชนิภา นราพินิจ รองประธาน นายไกรลาศ ครองรักษ ประชาสัมพันธ นายวัจรินทร จุลวงษ ฝายวิชาการ นางสาวอังคณา หมอนทอง ฝายวิชาการ นางสาวจารุวรรณ ยนพันธ เหรัญญิก นางรุงทิพย บางผึ้ง ฝายบริการ นางวิไลวรรณ สุพรรณ ฝายบริการ นางสรอยสน พามา เลขานุการ นางสาวปณฑิตา ไมชุน ผูชวยเลขานุการ อาจารยที่ปรึกษา อาจารย ดร.กันยารัตน อุบลวรรณ อาจารย ดร. นัยนา ภูลม หลักสูตรผูบริหารการสาธารณสุขระดับกลาง รุนที่ ๓๖/๒๕๖๖ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สระบุรี 3-2
ก ผ.บ.ก. รุน 36 CBL กลุม 3 คำนำ รายงานฉบับนี้เปนรายงานที่ผูเขารับการอบรมหลักสูตรผูบริหารการสาธารณสุขระดับกลาง รุนที่ ๓๖/๒๕๖๖ ณ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีจังหวัดสระบุรีไดจัดทำขึ้นเพื่อเปนการฝกประสบการณการ วางแผนเชิงกลยุทธโดยใชการเรียนรูแบบ Community Base Learning(CBL) ซึ่งมีวัตถุประสงคเพื่อศึกษา สภาพปญหาทางดานสุขภาพ มีการวางแผนยุทธศาสตรและกำหนดกลยุทธและวางแผนในการแกไขปญหา สุขภาพของโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบลบานวังยายฉิม ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ทั้งนี้ รายงานฉบับนี้สำเร็จลุลวงไปไดดวยดี คณะผูจัดทำขอขอบคุณคณะอาจารยจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จังหวัดสระบุรีเจาหนาที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมือง และโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบลบานวังยายฉิม ทุกทาน หวังวาการจัดทำแผนกลยุทธในครั้งนี้จะเปนประโยชนสำหรับพื้นที่ในการนำไปใชในการพัฒนางาน สาธารณสุขตอไป คณะทำงาน CBL กลุมที่ 3 โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบลบานวังยายฉิม ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก 3-3
ข ผ.บ.ก. รุน 36 CBL กลุม 3 สารบัญ หนา คำนำ ก สารบัญ ข สารบัญตาราง ค สารบัญภาพ ง บทสรุปสำหรับผูบริหาร จ สวนที่ ๑ บทนำ 1 สวนที่ ๒ ขอมูลทั่วไปตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก 2 สวนที่ ๓ กระบวนการวางแผนเชิงกลยุทธโดยใชกระบวนการเรียนรูแบบ CBL 8 ขั้นตอนที่ ๑ คนหาปญหาและจัดลำดับความสำคัญของปญหา 8 ขั้นตอนที่ ๒ วิเคราะหปญหาและสาเหตุของปญหา 8 ขั้นตอนที่ ๓ การสรางเครื่องมือเพื่อคนหาปญหาและสาเหตุที่แทจริง 9 เพื่อยืนยัน ขั้นตอนที่ ๔ การรวบรวมขอมูลและการวิเคราะหขอมูล 12 ขั้นตอนที่ ๕ การสรางกลยุทธ 14 ขั้นตอนที่ ๖ การวางแผนปฏิบัติงานตามแผนกลยุทธ 15 สวนที่ ๔ สรุปผลการเรียนรู 18 บรรณานุกรม 19 ภาคผนวก 3-4
ค ผ.บ.ก. รุน 36 CBL กลุม 3 สารบัญตาราง หนา ตารางที่ 1 การแบงเขตการปกครอง ตำบลหินตั้ง 4 ตารางที่ 2 จำนวนประชากร และ ครัวเรือน ตำบลหินตั้ง จ.นครนายก 4 ตารางที่ 3 จำนวนนักเรียน โรงเรียนในสังกัด สพฐ. 5 ตารางที่ 4 ศูนยพัฒนาเด็กเล็ก 5 ตารางที่ 5 การวิเคราะหขอมูลระบุปญหาสาธารณสุข/ปญหาที่สงผลตอสุขภาพ 8 และจัดลำดับความสำคัญของปญหา ตารางที่ 6 การวิเคราะหขอคำถามจาก 7S Model (McKinsey) 9 ตารางที่ 7 การวิเคราะหขอคำถามจากปจจัยภายนอก (PESTEL Analysis) 11 ตารางที่ 8 การวิเคราะห SWOT Analysis 12 ตารางที่ 9 การใหคะแนนกำหนดตำแหนงกลยุทธ (SWOT POSITION ) 13 ตารางที่ 10 การวิเคราะหTOWS Matrix เพื่อนำไปสูการสรางกลยุทธ 14 ตารางที่ 11 แผนปฏิบัติการ การควบคุมโรคความดันโลหิตสูงโรงพยาบาล 15 สงเสริมสุขภาพตำบลบานวังยายฉิม 3-5
ง ผ.บ.ก. รุน 36 CBL กลุม 3 สารบัญรูปภาพ หนา ภาพที่ 1 พื้นที่และขอมูลสถานที่สำคัญ ใน ต.หินตั้ง อ.เมือง จ.นครนายก 3 ภาพที่ 2 ปรามิดประชากร 5 ภาพที่ ๓ การวิเคราะหปญหาและสาเหตุของปญหา โดยใช 9 Fish bone Diagram ภาพที่ 4 การทำ SWOT Position เพื่อกำหนดกลยุทธ 13 3-6
จ ผ.บ.ก. รุน 36 CBL กลุม 3 บทสรุปสำหรับผูบริหาร การศึกษาโดยใชชุมชนเป็นฐาน (Community-Based Learning) มีวัตถุประสงคเพ ื่อเรียนรูและ ฝกทักษะการคิดเชิงกลยุทธวางแผนยุทธศาสตรโดยการรวบรวมขอมูลและศึกษาสภาพปญหาสาธารณสุขที่ สงผลกระทบตอปญหาสุขภาพประชาชน ทางกลุม 3 หลักสูตรผูบริหารการสาธารณสุขระดับกลาง (ผ.บ.ก.) รุนที่ 36 ปการศึกษา 2566 ผลการศึกษาพบวา ปญหาสาธารณสุขท ี่สำคัญเป็นอันดับแรกของโรงพยาบาล สงเสริมสุขภาพตำบลบานวังยายฉิม ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก คือ โรคความดันโลหิตสูง และยังมีภาวะแทรกซอนของเสนเลือดสมองตีบ/แตก เมื่อนำปญหามาวิเคราะหปญหาสาธารณสุข พบวาสาเหตุหลักเกิดจากพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ขาดความตระหนักในการปรับเปลี่ ยน พฤติกรรม และความไมตอเนื่องในการเชื่อมโยงการดูแลเครือขายบริการ จากนั้นไดดำเนินการวิเคราะหปจจัย ภายในและภายนอก (SWOT Analysis) โดยปจจัยภายในใชทฤษฎี 4M7S และปจจัยภายนอกใชทฤษฎี PESTEL มาเปนกรอบในการวิเคราะหบริบทการบริหารจัดการโรคความดันโลหิตสูง และนำขอมูลมาจัดทำ TOWS Matrix และ SWOT Position พบวา ไดSWOT Position STAR ในกลยุทธ SO จากนั้น นำมากำหนด ประเด็นยุทธศาสตรคือ พัฒนาแกนนำสุขภาพประจำครอบครัวในชุมชน (Family Health Leader Online : FHLo ) ตำบลหินตั้ง จังหวัดนครนายก ซึ่งผูอบรมสามารถนำความรูและประสบการณที่ไดจากการเรียนรูและการฝกภาคสนามไป ประยุกต ใชในการคนหาปญหา การกำหนดกลยุทธ แผนงาน โครงการ เพื่อแกไขปญหา โดยบูรณาการความรู Community Based Learning: CBL เพื่อใหเกิดประโยชนสูงสุดแกประชาชนในพื้นที่ตามบริบทของชุมชน ตนเอง 3-7
การควบคุมโรคความดันโลหิตสูงในโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบลบานวังยายฉิม ๑ ผ.บ.ก. รุน 36 CBL กลุม 3 สวนที่ 1 บทนำ การเรียนรูโดยใชชุมชนเปนฐาน (Community-Based Learning) เปนหนึ่งในกิจกรรมหลักสูตร ผูบริหาร การสาธารณสุขระดับกลาง (ผ.บ.ก.) เพื่อใหผูอบรมไดฝกทักษะการคิดเชิงกลยุทธโดยใชการ เรียนรูแบบ (Community- Based Learning: CBL) แลกเปลี่ยนเรียนรูและสรุปผลสิ่งที่ไดเรียนรูจากการฝก อบรมทั้งทาง ดานทฤษฎีและการฝก ปฏิบัติ เพื่อใหนําความรู ทักษะ ประสบการณที่ไดไปบูรณาการ และประยุกตใชในหนวยงานที่ปฏิบัติงานอยู ในป ๒๕๖๖ นี้ คณะผูเขารับการอบรมหลักสูตร ผูบริหารการสาธารณสุขระดับกลาง รุน ๓๖/๒๕๖๖ กลุมที่ 3 ไดรับ มอบหมายใหเขาศึกษาในโรงพยาบาล สงเสริมสุขภาพตำบลบานวังยายฉิม ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เพื่อแลกเปลี่ยน เรียนรูการศึกษา คนหาปญหา และวางแนวทางการบริหาร ยุทธศาสตรสาธารณสุข ในระดับอำเภอ วัตถุประสงคของการฝกภาคสนาม 1. มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับยุทธศาสตรและนโยบายสําคัญดานสาธารณสุข ในการเรียนรูแบบใช ชุมชนเปนฐานการเรียนรู 2. มีทักษะการคิดเชิงกลยุทธ (Strategic Thinking Skill) และการนําเสนอแผนยุทธศาสตร (Strategic Planning) โดยใชสถานการณจริง 3. มีแนวทางในการประยุกตความรูความเขาใจเกี่ยวกับยุทธศาสตรและนโยบายสําคัญดาน สาธารณสุข จากการเรียนรูแบบใชชุมชนเปนฐาน การเรียนรูในการปฏิบัติงาน ขอบเขตของการฝก ฝกทักษะการคิดเชิงกลยุทธในสถานการณจริง ดวยการเรียนรูแบบ CBL โดยวิเคราะหปญหาและ สาเหตุของปญหาสาธารณสุขหรือปญหาที่สงผลตอสุขภาพ ในระดับอำเภอ วิเคราะหผลการดําเนินงานตาม ตัวชี้วัด เปาประสงคยุทธศาสตรศึกษาจุดแข็ง จุดที่ตอง พัฒนา วิเคราะหปจจัย ทางดานการบริหารที่สงผล ตอการจัดการสาเหตุของปญหา วิเคราะหและเสนอกลยุทธและแผนปฏิบัติการ การ แกไขปญหา มุงเนน แผนดานการบริหารจัดการ พรอมสรุปผลการเรียนรูจากการฝกทักษะการคิดเชิงกลยุทธ (Strategic Thinking Skill) และนําเสนอแผนยุทธศาสตร (Strategic Planning) โดยใชสถานการณจริง (Community-Based Learning) ประโยชนที่ไดรับ ๑. ผูเขารับการอบรมไดทราบขอมูลพื้นฐานและปญหาสาธารณสุขหรือปญหาที่สงผลตอสภาวะสุขภาพ ในโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบลบานวังยายฉิม เพื่อนำขอมูลจัดทำแผนยุทธศาสตรและกลยุทธ ๒. ผูเขารับการอบรมไดรูวิธีการใชเครื่องมือในการวิเคราะหปญหาสาธารณสุขหรือปญหาที่สงผลตอ สภาวะสุขภาพ ไดสอดคลองกับบริบทของพื้นที่ ๓. ผูอำนวยการโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบลบานวังยายฉิม ไดแนวทางในการบริหารจัดการ เพื่อแกปญหาสาธารณสุขสอดคลองกับบริบทของพื้นที่ 3-8
การควบคุมโรคความดันโลหิตสูงในโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบลบานวังยายฉิม ๒ ผ.บ.ก. รุน 36 CBL กลุม 3 สวนที่ ๒ ขอมูลทั่วไปตำบลหินตั้ง ๑. ประวัติความเปนมา ตำบลหินตั้งเดิมชื่อ ต.เขาใหญ อยูในอำเภอปากพลี มีนายอำเภอมาตรวจทองที่เห็นกองหิน (อยูใน หมู ๗) มีลักษณะแปลก คือ มีกองหินเปนกอนเล็กๆ วางเปนฐานลางและมีหินกอนใหญมากอยูดานบน ใน ลักษณะที่หินกอนใหญไมถูกพื้นดิน ก็เลยเปลี่ยนชื่อจากตำบลเขาใหญ มาเปนตำบลหินตั้ง และถือเอา สัญลักษณประจำตำบลหินตั้ง ตั้งแตบัดนั้นเปนตนมา ตำบลหินตั้งเปนตำบลในเขตการปกครองของอำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ซึ่งประกอบดวย ๙ หมูบานไดแก บานคลองสีสุก บานทาดาน บานนางรอง บานทาชัย บาน หุบเมย บานวังยายฉิม บานบุงเขบานคลองสีเสียด และบานวังยาว ๒. สภาพทั่วไปของตำบล หางจากอำเภอ ๑๓ กิโลเมตร ลักษณะพื้นที่สวนใหญเปนภูเขาและที่ราบลุมพื้นที่ลาดเขาจากทิศเหนือ สูทิศใตมีแมน้ำนครนายกไหลผาน ประชากรสวนใหญประกอบอาชีพทางการเกษตร เชน ทำสวนผลไมไผตง ๓. อาณาเขตตำบล ทิศเหนือ ติดกับ ต.หมูสี อ.ปากชอง จ. นครราชสีมา ทิศใต ติดกับ ต.ศรีนาวา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ทิศตะวันออก ติดกับ ต.หนองแสง อ.ปากพลี จ.นครนายก ทิศตะวันตก ติดกับ ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก ๔. ขอมูลสถานที่สำคัญ ๑. เขื่อนขุนดานปราการชล ๒. ศาลเจาพอหินตั้ง ๓. วัดทาดาน ๔. ศูนยพัฒนาเด็กเล็ก ๕. องคการบริหารสวนตำบล ๖. โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบล ๗. การศึกษานอกโรงเรียนตำบลหินตั้ง ๕. โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบลบานวังยายฉิม - ป ๒๕๑๒ กำนันอนงค โกศลจิตร เห็นปญหาชุมชนเจ็บปวยดวยโรคมาลาเรียจำนวนมาก มีความยาก ลำบากในการเดินทางไปหาหมอ ถนนหนทางไมมี ตองเดินเทา นั่งเรือ ไปหาหมอที่ รพ.นครนายก จึง บริจาคที่ดินจำนวน ๒ ไร ใหสรางสถานีอนามัย พรอมสงหลานชาย นายวิสุทธิ์ วิสุทธิศักดิ์ ไปเรียน พนักงานอนามัย เมื่อจบแลวก็มาทำงานที่สถานีอนามัยแหงนี้ 3-9
การควบคุมโรคความดันโลหิตสูงในโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบลบานวังยายฉิม ๓ ผ.บ.ก. รุน 36 CBL กลุม 3 - ป ๒๕๓๙ ไดงบประมาณกอสรางแบบปจจุบัน และไดรับเงินบริจาคตอเติมชั้นลาง ๓๐๐,๐๐๐ บาท จากนายไสว ศรียา ปราชญชาวบานจังหวัดนครนายก - ป ๒๕๕๔ ไดปรับเปลี่ยนเปน โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบลบานวังยายฉิม ในปจจุบัน ภาพที่ 1 พื้นที่และขอมูลสถานที่สำคัญ ใน ต.หินตั้ง อ.เมือง จ.นครนายก ๖. ลักษณะภูมิประเทศ สภาพโดยทั่วไป สวนใหญเปนที่ราบ และที่ราบเชิงเขา พื้นดินสวนใหญเปนดินรวนปนทรายเหมาะแก การทำการเกษตร เชน ทำนา ทำสวนผลไม และปลูกผักตางๆ ๗. ลักษณะภูมิอากาศ ลักษณะภูมิอากาศแบบรอนชื้น อากาศเปลี่ยนแปลงไปตามฤดู ซึ่งมี ๓ ฤดู ดังนี้ ฤดูรอน เริ่มตั้งแตเดือนมีนาคมไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม จะมีอากาศรอนอบอาวโดยเฉพาะ เดือนเมษายนเปนเดือนที่มีอากาศรอนมากที่สุด ฤดูฝน เริ่มประมาณเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม เปนชวงที่มรสุมตะวันตกเฉียงใตพัดปกคลุม ประเทศไทย ซึ่งจะนำความชื้นจากทะเลอันดามันพัดผานอาวไทยเขาสูภาคตะวันออกทำใหอากาศชุมชื้นและมี ฝนตกชุก ฤดูหนาว เริ่มตั้งแตกลางเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ ซึ่งเปนชวงของลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต ตะวันออกเฉียงเหนือ และบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่มีคุณสมบัติเย็นและแหงจะแผลงมาปก คลุมประเทศไทย 3-10
การควบคุมโรคความดันโลหิตสูงในโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบลบานวังยายฉิม ๔ ผ.บ.ก. รุน 36 CBL กลุม 3 ๘. ลักษณะของดิน ลักษณะของดินเปนดินรวนปนทรายเหมาะแกการทำการเกษตร เชน ทำนา ทำสวนผลไม ๙. การเมือง / การปกครอง ตำบลหินตั้งแบงเขตการปกครองออกเปน ๙ หมูบาน ดังตารางที่ 1 ตารางที่ 1 การแบงเขตการปกครอง ตำบลหินตั้ง จ.นครนายก ๑๐. ขอมูลเกี่ยวกับจำนวนประชากร ตารางที่ 2 จำนวนประชากร และ ครัวเรือน ตำบลหินตั้ง จ.นครนายก พบวาตำบลหินตั้ง เปนสังคมผูสูงอายุ มีผูที่อายุ 60 ปขึ้นไป จำนวน 816 คน คิดเปนรอยละ 21.45 หมูบาน กำนัน / ผูใหญบาน หมายเลขโทรศัพท หมูที่ 1 บานคลองสีสุก นายธนกฤต ไพวงค 095-9356936 หมูที่ 2 บานทาดาน นายปณฑณัฐ กาลิก 089-0998938 หมูที่ 3 บานนางรอง นายธรรมรัฐ กาลิก (กำนัน) 096-5987998 หมูที่ 4 บานทาชัย นางอมร ไชยเสน 081-3840752 หมูที่ 5 บานหุบเมย นายไตรวรรณ โคกกระชาย 089-5403599 หมูที่ 6 บานวังยายฉิม นายสุวรรณ พูลทอง 087-6044225 หมูที่ 7 บานบุงเข นายสมัย จิตจาก 081-1755321 หมูที่ 8 บานคลองสีเสียด นายชัชวาลย สวางเวียง 086-0832627 หมูที่ 9 บานวังยาว นายสมบัติ สมตน 085-3938868 หมูที่ ชื่อหมูบาน จำนวนประชากร จำนวน ครัวเรือน ชาย หญิง รวม 1 บานคลองสีสุก 91 69 160 91 2 บานทาดาน 331 351 682 357 3 บานนางรอง 435 432 867 327 4 บานทาชัย 433 445 878 297 5 บานหุบเมย 300 321 621 235 6 บานวังยายฉิม 424 430 854 358 7 บานบุงเข 333 362 695 261 8 บานคลองสีเสียด 186 220 406 161 9 บานวังยาว 299 287 586 237 รวม 2,832 2,917 5,749 2,324 3-11
การควบคุมโรคความดันโลหิตสูงในโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบลบานวังยายฉิม ๕ ผ.บ.ก. รุน 36 CBL กลุม 3 ภาพที่ 2 ปรามิดประชากร ๑๑. การศึกษา โรงเรียนในสังกัด สพฐ. จำนวน ๔ แหง ดังตาราง ตารางที่ 3 จำนวนนักเรียน โรงเรียนในสังกัด สพฐ. ลำดับ ที่ สถานศึกษาในสังกัด สพฐ. จำนวนครู จำนวนนักเรียน รวมจำนวน นักเรียน หมายเหตุ ชาย หญิง 1 โรงเรียนวัดทาดาน 15 30 51 81 (ประถมศึกษา) 27 15 42 (มัธยมศึกษา) 2 โรงเรียนวัดทาชัย 4 36 27 63 (ประถมศึกษา) 3 โรงเรียนวัดหุบเมย 3 9 21 30 (ประถมศึกษา) 4 โรงเรียนวัดวังยายฉิม 8 51 43 94 (ประถมศึกษา) รวม 30 153 157 310 ตารางที่ 4 ศูนยพัฒนาเด็กเล็ก ลำดับ ที่ ศูนยพัฒนาเด็กเล็ก จำนวนครู จำนวนนักเรียน รวมจำนวน นักเรียน หมาย ชาย หญิง เหตุ 1 ศูนยพัฒนาเด็กเล็กบาน วังยายฉิม 4 22 22 44 รวม 4 22 22 44 3-12
การควบคุมโรคความดันโลหิตสูงในโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบลบานวังยายฉิม ๖ ผ.บ.ก. รุน 36 CBL กลุม 3 ๑๒. สาธารณสุข การสาธารณสุข มีโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบล จำนวน 1 แหง ดังนี้ 1. โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบล บานวังยายฉิม สถานที่ตั้ง หมูที่ 6 บานวังยายฉิม ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก มีเจาหนาที่จำนวน 5 คน ๑๓. อาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบรอย มีที่พักสายตรวจประจำตำบลหินตั้ง จำนวน 1 แหง สถานที่ตั้ง หมูที่ 3 บานนางรอง ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ๑๔. ยาเสพติด ปญหายาเสพติดเปนปญหาที่มีอยูทุกยุคทุกสมัยในเขตองคการบริหารสวนตำบลหินตั้ง มีเจาหนาที่ ตำรวจที่ดูแลควบคุม ปองกันและปราบปราม ๑๕. การคมนาคมขนสง การคมนาคมติดตอระหวางอำเภอเมืองนครนายก และจังหวัดนครนายก มีเสนทางดังนี้ 1. ทางหลวงแผนดินหมายเลข 3239 นครนายก – ทาดาน ระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตร 2. ทางหลวงแผนดินหมายเลข 3049 นครนายก – นางรอง ระยะทางประมาณ 19 กิโลเมตร 3. ทางหลวงชนบทหมายเลข 2025 บานวังยายฉิม – หุบเมย ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร 4. ทางหลวงชนบทหมายเลข 2020 บานทาดาน – นางรอง ระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร ๑๖. การบริการ โรงแรมและรีสอรทในพื้นที่ จำนวน 58 แหง รานคาในพื้นที่ จำนวน 53 แหง ๑๗. การทองเที่ยว แหลงทองเที่ยวภายในตำบลหินตั้งมีดังนี้น้ำตกนางรอง หมูที่ 3 / เขื่อนขุนดานปราการชล หมูที่ 3 นั่งเรือชมน้ำตกที่อยูภายในเขื่อนขุนดานปราการชล 3 แหง คือ น้ำตกเขาชองลม น้ำตกแสนงอน น้ำตกคลอง คราม / ศูนยภูมิรักษธรรมชาติ แหลงทองเที่ยวทางศาสนาและวัฒนธรรม วัดนางรอง วัดวังยายฉิม ๑๘. อุตสาหกรรม โรงงานผลิตน้ำดื่ม (หจก.น้ำดื่ม ยูพี) จำนวน 1 แหง ตั้งอยูหมูที่ 9 ๑๙. การพาณิชยและกลุมอาชีพ - กลุมนวดแผนไทยตำบลหินตั้ง - กลุมกลวยฉาบเผือกฉาบ หมูที่ 8 - เกษตรกรผูเลี้ยงปลาในกระชัง จำนวน 7 ราย จำนวน 40 กระชัง 3-13
การควบคุมโรคความดันโลหิตสูงในโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบลบานวังยายฉิม ๗ ผ.บ.ก. รุน 36 CBL กลุม 3 ๒๐. การนับถือศาสนา ประชากรสวนใหญนับถือศาสนาพุทธ มีวัดในเขตพื้นที่จำนวน 6 แหง ดังนี้ 1. วัดทาดาน ตั้งอยูในพื้นที่หมูที่ 2 บานทาดาน 2. วัดนางรอง ตั้งอยูในพื้นที่หมูที่ 3 บานนางรอง 3. วัดหุบเมย ตั้งอยูในพื้นที่หมูที่ 5 บานหุบเมย 4. วัดวังยายฉิม ตั้งอยูในพื้นที่หมูที่ 6 บานวังยายฉิม 5. วัดบุงเข ตั้งอยูในพื้นที่หมูที่ 7 บานบุงเข 6. วัดทาชัย ตั้งอยูในพื้นที่หมูที่ 9 บานวังยาว ๒๑. ประเพณีและงานประจำป - ประเพณีขึ้นปใหม เดือน มกราคม - ประเพณีบุญขาวหลาม เดือน กุมภาพันธ - ประเพณีสงกรานต เดือน เมษายน - ประเพณีหอขาวประดับดิน เดือน กันยายน - ประเพณีสารทลาว เดือน กันยายน - ประเพณีสารทไทย (วัดทาชัย) เดือน กันยายน - ประเพณีออกพรรษา เดือน ตุลาคม - ประเพณีลอยกระทง เดือน พฤศจิกายน ๒๒. ภูมิปญญาทองถิ่น ภาษาถิ่น - ภูมิปญญาทองถิ่น นวดแผนไทย การแกะสลักเหงาไมไผ - ภาษาถิ่น สวนมากพูดภาษาลาว และภาษาพวน ๒๓. สินคาพื้นเมืองและของที่ระลึก - ประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลหินตั้งไดผลิตของที่ระลึกไวจำหนาย ไดแก เหงาไมไผแกะสลัก โคมไฟ จากไมไผ กังหันน้ำจากไมไผ 3-14
การควบคุมโรคความดันโลหิตสูงในโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบลบานวังยายฉิม ๘ ผ.บ.ก. รุน 36 CBL กลุม 3 สวนที่ ๓ การวางแผนเชิงกลยุทธโดยใชการเรียนรูแบบใชชุมชนเปนฐาน (Community Based Learning: CBL) การคิดเชิงกลยุทธใชการเรียนรูแบบใชชุมชนเปนฐาน ผูบริหารการสาธารณสุขระดับกลาง รุนที่ ๓๖ กลุมที่ ๓ มีขั้นตอน และกระบวนการในการดำเนินงานดังนี้ ขั้นตอนที่ ๑ คนหาปญหาและจัดลำดับความสำคัญของปญหา ในขั้นตอนการคนหาปญหาและจัดลำดับความสำคัญของปญหาโดยนำขอมูลของพื้นที่มาประกอบการ พิจารณา ไดแก สถานะดานสุขภาพ ปญหาสุขภาพของพื้นที่ ตัวชี้วัดที่สำคัญ ปญหาอุปสรรคการดำเนินงาน สถานะการเงินการคลังและนำมาจัดลำดับความสำคัญของปญหาดังนี้ ตารางที่ 5 การวิเคราะหขอมูลระบุปญหาสาธารณสุข/ปญหาที่สงผลตอสุขภาพและจัดลำดับความสำคัญของ ปญหา ชื่อปญหา ขนาดของ ปญหา ความ รุนแรง ความยาก งายของ ปญหา ความรวมมือ คะแนนรวม อันดับ (บวก) (คูณ) ผูสูงอายุ 4 2 3 3 12 72 2 NCD 4 4 2 4 14 128 1 COVID-19 2 4 1 2 9 16 3 การจัดการ ขยะ 2 1 1 2 6 4 4 ยาเสพติด 1 2 1 2 6 4 4 วิธีของภาควิชาบริหารสาธารณสุขคณะสาธารณสุขศาสตรมหาวิทยาลัยมหิดล จากตารางสามารถจัดลำดับความสำคัญของปญหาเรียงตามความสำคัญจากคะแนนมากไปหานอย ได ดังนี้๑. โรคไมติดตอเรื้อรัง(NCD) ๒. ผูสูงอายุ ๓. โรควิค-19 ๔. การจัดการขยะ ๕. ยาเสพติด สรุป ปญหาสุขภาพของโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบลบานวังยายฉิม ตำบลหินตั้ง ที่ไดจากการ วิเคราะหปญหาและจัดลำดับความสำคัญของปญหาคือ ผูปวยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมความดันโลหิตไมได ขั้นตอนที่ ๒ วิเคราะหปญหาและสาเหตุของปญหา จากปญหา ผูปวยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมความดันโลหิตไมได นำไปสูการวิเคราะหปญหาและ สาเหตุของปญหา โดยใช Fish bone ในการหาสาเหตุของปญหาดังนี้ 3-15
การควบคุมโรคความดันโลหิตสูงในโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบลบานวังยายฉิม ๙ ผ.บ.ก. รุน 36 CBL กลุม 3 ภาพที่ ๓ การวิเคราะหปญหาและสาเหตุของปญหา โดยใชFish bone Diagram เมื่อไดสาเหตุของปญหาแลวไดนำมาวิเคราะหโดยแนวคิด ทฤษฎี ที่นำมาใชเปนกรอบในการวิเคราะห ไดแกทฤษฎีธรรมชาติการเกิดโรค (host agent enviroment) แนวคิดทางการบริหารใช ๗S และ ๔M แนวคิด ปจจัยทางสังคมกำหนดสุขภาพ (social detetminant of health: SDH ) และ PESTEL ขั้นตอนที่ 3 การสรางเครื่องมือเพื่อยืนยันปญหาและสาเหตุที่แทจริง จากการวิเคราะหสาเหตุเชิงทฤษฎี ตาม McKinsey 7S Model และ PESTEL Analysis ซึ่งเปนการ เก็บรวบรวมขอมูลเชิงคุณภาพโดยสรางเครื่องมือเปนแนวคำถามเพื่อไปสัมภาษณ (Interview) สัมภาษณเชิงลึก (In-dept interview) และสนทนากลุมยอย (Focus Group discussion) มีผูใหขอมูลสำคัญ (key information) และรายละเอียดตามตารางที่ 6 และ 7 ตารางที่ 6 การวิเคราะหขอคำถามจาก 7S Model (McKinsey) ประเด็นปญหา คำถาม ผูตอบ คำถาม จำนวน Structure 1.ผูรับผิดชอบงาน DM,HT - มีระบบการจัดการการดูแลผูปวย DM,HT ในพื้นที่รพ.สต. วังยายฉิม หรือไม อยางไร ผอ.รพ.สต. สสอ. 2 คน Strategy 2. แผนการ ปฏิบัติการของ รพ.สต.วังยายฉิม - มีแผนการปฏิบัติการในการดูแลผูปวยเบาหวานและ ความดันในโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบลวังยายฉิม อยางไร ผอ.รพ.สต. สสอ. 2 คน 3-16
การควบคุมโรคความดันโลหิตสูงในโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบลบานวังยายฉิม ๑๐ ผ.บ.ก. รุน 36 CBL กลุม 3 System 3. ระบบการดูแล ปวยเบาหวานและ ความดันโลหิตสูง - มีระบบการดูแลปวยเบาหวานและความดันโลหิตสูงใน โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบลวังยายฉิมอยางไร - มีแนวทางปฏิบัติในการดูแลรักษาผูปวยเบาหวานและ ความดันโลหิตสูงหรือไม อยางไร - มีแนวทางการสงตออยางไร - มีแนวทางการจายยาอยางไร - มีแนวทางการปองกันภาวะแทรกซอนอยางไร - มีแนวทางTelemedicine อยางไรบาง พยาบาล รพ.สต. 1 คน Skill 4. การพัฒนา ทักษะความรูของ บุคลากร อสม. และภาคีเครือขาย ผูนำชุมชนญาติ ประชาชนกลุม เสี่ยงผูปวย - มีการพัฒนาทักษะความรูของบุคลากร อสม. และภาคี เครือขายผูนำชุมชนญาติประชาชนกลุมเสี่ยงผูปวย มาก นอยเพียงไร - มีการฝกอบรมมากนอยเพียงใด - ฝกปฏิบัติกับผูเชี่ยวชาญหรือผูมีประสบการณมากนอย เพียงใด ผอ.รพ.สต. ผูนำชุมชน อสม. 10 คน Style 5. มอบหมายงาน ใหบุคลากร (อสม. ,ภาคีเครือขาย) ใน การดูแลผูปวย DM HT - มีการมอบหมายงานใหบุคลากร (อสม. ,ภาคีเครือขาย) ในการดูแลผูปวย DM HT หรือไมอยางไร ผอ.รพ.สต. สสอ. 2 คน Staff 6. แผนการบริหาร ทรัพยากรบุคคล - บุคลากรเพียงพอหรือไม (ขอมูล GIS Health) - มีแผนบริหารบุคลากรอยางไร (อสม. ภาคีเครือขาย) ผอ.รพ.สต. สสอ. 2 คน Shared Values 7. แลกเปลี่ยน ประสบการณการ เรียนรูรวมกัน - มีการแลกเปลี่ยนประสบการณการเรียนรูรวมกันอยางไร บาง - มีขนบประเพณีวัฒนธรรมที่มีผลตอการดูแลผูปวย เบาหวานและความดันโลหิตสูงหรือไม - มีปราชญชาวบานผูนำตามธรรมชาติในพื้นที่หรือไม - มีผูปวยตนแบบหรือไม (ชมรมผูสูงอายุ ชมรม DM HT) - มีการดำเนินงาน Long Term Care หรือไมอยางไร จนท. รพ.สต. พยาบาล 2 คน 3-17