~ 28 ~ 1) กำหนดกลยุทธ์ด้วย TOWS Matrix จากการวิเคราะห์ ทำให้เห็นจุดแข็งด้านบุคลากรอสม. เป็นกำลังเข้มแข็งในการขับเคลื่อนระบบบริการ สุขภาพ มาช่วงชิงความได้เปรียบจากโอกาสภายนอกที่มีเครือข่ายบริการปฐมภูมิสนับสนุนคุณภาพบริการมา พัฒนาสมรรถนะอสม.สู่นักจัดการสุขภาพต้นแบบด้วยการประสานพลังคุณภาพของโรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตำบลบ้านหนองหัวลิงใน และภาคีเครือข่าย ด้วยการนำ TOWS matrix ตารางที่ 11 ตารางแสดงการวิเคราะห์TOWS Matrix TOWS matrix S1มีระบบบริการที่ดีและมีประสิทธิภาพ S2ผู้นำและบุคลากร บริหารงานแบบมีส่วน ร่วม S3 อสม. เป็นกำลังเข้มแข็ง ในการขับเคลื่อน ระบบบริการสุขภาพ S4เป็นองค์กรสุขภาพที่ได้รับการยอมรับจาก ประชาชนสูง W1 อัตรากำลังไม่ครบตามกรอบ W2 การลงข้อมูลยังไม่เป็นปัจจุบัน และการ นำมาใช้ประโยชน์ยังมีน้อย W3 ระบบกำกับติดตามผลไม่ต่อเนื่อง W4 อสม. ขาดความรอบรู้ทางสุขภาพ O1นโยบายอำเภอเกื้อกูลงาน สาธารณสุข O2ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากภาคี เครือข่ายสูง O3ชุมชนเข้มแข็ง มีประสิทธิภาพสูง O4เครือข่ายบริการปฐมภูมิสนับสนุน คุณภาพบริการ กลยุทธ์เชิงรุก (SO Strategy) 1.สร้างระบบสุขภาพชุมชนให้มีความเข้มแข็ง โดยใช้ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วม (S1234, O134) 2.พัฒนาสมรรถนะ อสม. สู่นักจัดการสุขภาพ ต้นแบบด้วยการประสานพลังคุณภาพของ รพ.สต.และภาคีเครือข่ายชุมชน (S3,O4) 3. เสริมต่อความมั่นคงด้านงบประมาณสู่การ พัฒนาชุมชนเข้มแข็งและยั่งยืน (S1,O12) กลยุทธ์เชิงแก้ไข (WO Strategy) 1.ขยายขอบเขตการใช้ทรัพยากรและแหล่ง เรียนรู่ร่วมกัน (W1O12) 2.ส่งเสริมการปรับปรุงระบบสารสนเทศโดย ความร่วมมือทุกภาคส่วน (W1,O25) 3.ปรับปรุงระบบการลงข้อมูลและเรียกใช้ ข้อมูลให้สะดวกต่อการใช้งาน (W23,O24) 4.ขยายศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเพื่อส่งเสริม การเรียนรู้ตลอดชีวิต (W4O5) T1วิถีการรับประทานอาหารปลี่ยนตาม สังคมเมือง T2ประชาชนมีพฤติกรรมรับประทาน อาหารเค็ม T3สังคมผู้สูงอายุ เสี่ยงต่อภาวะการติด บ้านติดเตียง T4ประชาชนมีแนวโน้มเป็นความดัน โลหิตสูงเพิ่มขึ้น T5การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ของ ประชาชนมีข้อจำกัด กลยุทธ์เชิงป้องกัน (ST Strategy) 1. สร้างกลไกปรับพฤติกรรมสุขภาพจาก บุคคลต้นแบบและภาคีเครือข่าย (S1234, T1235) 2.ลดความเสี่ยงสังคมผู้สูงอายุด้วยการป้องกัน เชิงรุกของ อสม. (S3,T3 4) กลยุทธ์เชิงรับ (WT Strategy) 1.ขยายความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับ เอกชนในการแก้ปัญหากลุ่มผู้สูงอายุและโรค เรื้อรัง (W13,T1234) 2.ปรับระบบการเก็บข้อมูลโดยใช้AI (W24,T4) 1-37
~ 29 ~ 3.3 ความสอดคล้องประเด็นยุทธศาสตร์กับ vision mission ขององค์กรด้วย Balance scorecard 1) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครนายก • วิสัยทัศน์ เป็นผู้นำการสร้างสุขภาพดีของประชาชน มีระบบบริการได้มาตรฐาน บริการ จัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน และภาคีเครือข่าย • พันธกิจ 1.1)พัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค 1.2)พัฒนาระบบบริหารตามหลักธรรมาภิบาล 1.3)พัฒนาระบบบริการให้ได้คุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 1.4)พัฒนาระบบกำลังคนด้านสุขภาพ 1.5)ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย • ค่านิยมร่วม M = Mastery เป็นนายตนเอง O = Originalty เร่งสร้างสิ่งใหม่ P = People Center approach ใส่ใจประชาชน ตนเอง H = Humility ถ่อมตนอ่อนน้อม N = Network & Teamwork ทำงานเป็นเครือข่ายและเป็นทีม • ประเด็นยุทธศาสตร์ระดับจังหวัด 1.1) ส่งเสริม ป้องกัน ควบคุมโรคภัยสุขภาพและคุ้มครองผู้บริโภค 1.2) พัฒนาและส่งเสริมการจัดระบบบริการสุขภาพให้มีคุณภาพ 1.3) พัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพในการให้บริการที่เป็นเลิศ 1.4) พัฒนาระบบบริหารจัดการด้านการแพทย์และการสาธารณสุขอย่างมีธรรมาภิบาล 2) สำนักงานสาธารณสุขอำเภอปากพลี จากนโยบาย 4D ดังกล่าวในส่วนของระบบสาธารณสุขจึงมีวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม และ เป้าหมายของการพัฒนาระบบสุขภาพของอำเภอปากพลี ดังนี้ • วิสัยทัศน์ เป็นผู้นำการสร้างสุขภาพดีของประชาชน มีระบบบริการได้มาตรฐาน บริการ จัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน และภาคีเครือข่าย • พันธกิจ 1.1) พัฒนาบุครากรให้มีธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการ 1.2) พัฒนาระบบบริการให้มีคุณภาพ 1.3) พัฒนาเทศโนโลยีสารสนเทศให้มีประสิทธิภาพ 1.4) ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วมร่วมของชุมชนและภาคีเครือข่ายในการจัดการสุขภาพ 1.5) ส่งเสริมการแก้ไขปัญหาสาธารณสุขในพื้นที่โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย 1-38
~ 30 ~ • ค่านิยมร่วม M : Mastery : เป็นนายตัวเอง O : Originality : เร่งสร้างสิ่งใหม่ P : People Centerred Approach : ใส่ใจประชาชน H : Humility : ถ่อมตน อ่อนน้อม P : Partnership : ยินยอมมีส่วนร่วม P : Prevention : รวมใจส่งเสริมสุขภาพ ประเด็นยุทธศาสตร์ 1.1) พัฒนาอำเภอควบคุมโรคเข้มแข็งอย่างยั่งยืน 1.2) พัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญในการบริการ และการบริหารจัดการ 1.3) พัฒนาระบบการให้บริการในกลุ่มโรค DM & HT 1.4) พัฒนาระบบการให้บริการสาธารณสุขในกลุ่มผู้สูงอาย 1.5) ส่งเสริมการแก้ไขปัญหาสาธารณสุขในพื้นที่โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย 3) วิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม รพ.สต.บ้านหนองหัวลิงใน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองหัวลิงใน ต.หนองแสง อ.ปากพลี จ.นครนายก มี วิสัยทัศน์พันธกิจ ค่านิยม ประเด็นยุทธศาสตร์ดังนี้ • วิสัยทัศน์: เป็นหน่วยบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐาน บริการใกล้บ้าน ใกล้ใจ จัดการข้อมูล ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยโดยชุมชนมีส่วนร่วมสร้างสุขภาพดี • พันธกิจ: 1.1).พัฒนาหน่วยบริการผ่านเกณฑ์มาตรฐาน 1.2).ส่งเสริมการจัดบริการเชิงรุก เน้นให้เกิดความพึงพอใจ 1.3).พัฒนาระบบข้อมูลข่าวสาร โดยเทคโนโลยีที่ทันสมัย 1.4).ส่งเสริมสนับสนุน ชุมชนมีส่วนร่วมสร้างสุขภาพดี • ค่านิยม: อบอุ่นเหมือนบ้าน ใส่ใจมาตรฐาน บริการดุจญาติมิตร (Standard and Homely services like Family) 4) Balance scorecard วิเคราะห์ Balance scorecard โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองหัวลิงใน ต.หนอง แสง อ.ปากพลี จ.นครนายก พบว่า งบประมาณของ อบต. ชุมชน เงินบำรุง เป็นส่วนผลักดันทำให้มี ระบบการสร้างแรงจูงใจให้ อสม.เพิ่มและพัฒนาสมรรถนะ สามารถพัฒนาความรู้และทักษะอย่างต่อเนื่อง จะ ทำให้ชุมชนเข้มแข็งและภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน สู่กลยุทธ์การพัฒนาสมรรถนะ อสม. สู่นัก จัดการสุขภาพต้นแบบด้วยการประสานพลังคุณภาพของ รพ.สต.และภาคีเครือข่ายชุมชน ทั้งนี้สอดคล้องกับ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่3 การพัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพในการให้บริการที่เป็นเลิศ ดังภาพด้านล่าง 1-39
~ 31 ~ รูปภาพที่ 12 แผนผังแสดงความสอดคล้อง ประเด็นยุทธศาสตร์กับ vision mission ขององค์กรด้วย Balance scorecard 1-40
~ 32 ~ บทที่ 4 4. แผนงานโครงการและข้อเสนอแนะกลยุทธ์อื่นๆ 4.1 แผนงานโครงการในการแก้ไขปัญหา กลยุทธ์SO การพัฒนาสมรรถนะ อสม. สู่นักจัดการสุขภาพต้นแบบด้วยการประสานพลังคุณภาพของ รพ.สต.และภาคีเครือข่ายชุมชน มีความสอดคล้องกับประเด็นยุทธศาสตร์ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ นำมาสู่ แผนงานโครงการที่มุ่งเน้นกิจกรรมในการพัฒนาศักยภาพของ อสม.ให้มีบทบาทในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ของผู้ป่วยได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีแนวคิดดังนี้ 1).Star interview เป็นการตั้งคำถามถึงสถานการณ์และบริบทที่ดำเนินการอยู่ (S situation) กิจกรรม (T task) กรณีปัญหา HT และความเสี่ยง ถามถึงปัญหาที่เกิดในอดีตและพฤติกรรมใน ปัจจุบัน (A action) และ ผลลัพธ์จากการกระทำ (R result) 2).Behavioral health interview (BEI) ใช้พฤติกรรมที่ผ่านมาทำนายพฤติกรรมในอนาคต การใช้ คำถามจะช่วยให้ผู้ป่วยหรือ ผู้รับบริการได้ทบทวนพฤติกรรมที่ผ่านมา ผู้ถามจะเปิดคำถาม (Open it up) ด้วย การขอให้ผู้รับบริการเล่าถึงพฤติกรรมเหตุการณ์ที่สะท้อนไปสู่ข้อมูลที่ต้องถามแล้วตามด้วยคำถามเจาะ ประเด็นจากเรื่องที่เล่า (Back it up) จากนั้นผู้สัมภาษณ์ประเมินพฤติกรรมที่เกิดขึ้น (Appraisal) โดย เปรียบเทียบกับผู้สนทนาในกลุ่ม (Comparison) และสรุปเป็นองค์ความรู้จากเหตุการณ์นั้น (Knowledge) ทักษะนี้หากนำไปเพิ่ม Model Health literacy plus in volunteer provider จะเป็นการเพิ่มความ เที่ยงตรงของปัญหาและความต้องการ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเชิงสุขภาพที่เป็นข้อมูลเชิงลึก เพื่อ นำมาพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาให้เกิดผลลัพธ์ตามเป้าหมาย ทักษะเทคโนโลยีในการใช้ line,โภชนาการอัฉจริยะ ในการจัดเก็บ รวบรวมข้อมูล และติดตาม ผู้รับบริการ 1-41
~ 33 แผนงาน โครงการพัฒนาโมเดลคว ประเด็นยุทธศาสตร์ (จังหวัด) การพัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพในการให้บริกา ประเด็นยุทธศาสตร์ (อำเภอ) การพัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญในการบริกา เป้าประสงค์ อสม.มีระดับสมรรถนะในการเข้าถึง เข้าใจ ประเมิน กลยุทธ์: เพิ่มศักยภาพ อสม.ให้มีความรอบรู้สุขภาพ เฝ้าระวัง ลำดับ โครงการและกิจกรรมหลัก สภาพปัญหา/ ข้อมูลสนับสนุน พื้นที่ ดำเนินการ กลุ่มเป้าหมา จำนวน 1) ประชุมผู้เกี่ยวข้องในการดูแล ผู้ป่วย HT ร้อยละ 40 ผู้ป่วยโรคความ ดันโลหิตสูงที่ ควบคุมความดัน โลหิตได้ดี ไม่ เป็นไปตาม เป้าหมาย (เป้าหมาย ร้อย ละ 60 ข้อมูล จาก HDC 2566) พื้นที่ รับผิดชอบรพ. สต.บ้านหนอง หัวลิงใน อสม. จำนวน 36 คน 2) อบรม ฟื้นฟูความรู้เรื่องโรคความ ดันโลหิตสูง โดยใช้กระบวนการ Health literacy 3) ฝึกทักษะการสร้างแรงจูงใจ BA (ชมเป็น ถามเป็น แนะเป็น) 4) ฝึกทักษะการใช้เทคโนโลยี ฝึกทักษะ Star interview 5) ฝึกทักษะการตรวจวัดความเค็มใน อาหาร 6) จัดตั้ง Health station 7) จัดทำ Application Alert (line,โภชนาการอัฉจริยะ) 8) จัดเวทีแลกเปลี่ยนการเรียนรู้
3 ~ วามรอบรู้ด้านสุขภาพของ อสม. ารที่เป็นเลิศ าร และการบริหารจัดการ นและปรับใช้ข้อมูลความรู้และบริการสุขภาพได้อย่างเหมาะสม งและสนับสนุนการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ย/ แหล่ง งบประมาณ งบประมาณ/ รายละเอียด งบประมาณ ระยะเวลา ดำเนินการ ตัวชี้วัด ผู้รับผิดชอบ น เงินบำรุง 1.ประชาชนรับรู้ สถานะสุขภาพ ตนเอง 80% 2กลุ่มป่วยได้รับ การดูแลรักษาตาม มาตรฐานและ ต่อเนื่อง≥80% 3.ผู้ป่วยที่ควบคุม ความดันโลหิต สูง>60% 4.จำนวนผู้ป่วย ความดันโลหิตสูง รายใหม่ลดลง 10% 1-42
~ 34 ~ 4.2 ข้อเสนอเพิ่มเติมตามกลยุทธ์อื่นๆ มาตรการ สู่การพัฒนาโมเดล ตามประเด็นดังนี้ 1. ขยายความร่วมมือกับรัฐวิสาหกิจ เอกชน มากขึ้น 2. การแลกเปลี่ยนบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ใช้ทรัพยากรแหล่งเรียนรู้ร่วมกัน (ผอ.ศูนย์ ผู้สูงอายุ) 3. สร้างหรือพัฒนาองค์ความรู้ร่วมกับภาครัฐ สถาบันการศึกษา รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนด้วยการวิจัย (ผอ. รพ) 4. ส่งเสริมให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขให้มีความตื่นตัวในการทำแผนส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก 5. ยกระดับสินค้าชุมชนด้านการเกษตรให้เป็นที่ยอมรับ (ต่อยอดเกษตรอินทรีย์) 6. สนับสนุนภูมิปัญญาท้องถิ่นในรูปของกรรมการเพื่อป้องกันและแก้ไขสิ่งแวดล้อม 7. พัฒนาระบบเพิ่มผลผลิตด้านอาหารที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ 1-43
~ 35 ~ บทที่ 5 5.สรุปอภิปรายและสะท้อนคิดผลการเรียนรู้ด้วย reflective practices 5.1 ท่านรู้สึกอย่างไรในการฝึกอบรม ผ.บ.ก. รุ่นที่ 36 1) เป็นหลักสูตรที่ดี 2) ดีใจ รู้สึกดี โชคดี ประทับใจที่ได้มาเรียนรู้หลายเรื่อง ในหลักสูตร 3) ได้โอกาสเรียนรู้คน มีเครือข่ายในการทำงาน ได้มีเพื่อน ได้เรียนรู้ การอยู่ร่วมกันหลายวิชาชีพ 4) ได้ปรับเปลี่ยนตนเองจากการเรียนรู้กระบวนการกลุ่ม 5) เป็นประสบการณ์ที่ต่างจากการอบรมอื่นๆ แม้ว่าจะเริ่มต้นจากคววามกังวลใจ แต่กลับผ่อนคลายมากขึ้น เมื่อเริ่มอบรมจริง และคาดหวังว่าจะสามารถนำเอาความรู้ที่ได้อย่างน้อยสัก 1 เรื่อง ไปใช้ในการ ปฏิบัติงาน 5.2 ท่านได้เรียนรู้อะไร 1) Put the man on the right job การบริหารคน เป็นเรื่องที่สำคัญในการทำงาน 2) ผู้นำที่เป็นแบบอย่าง และการคิดนอกกรอบของผู้นำ ทำให้จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน 3) การสร้างเครือข่าย แต่ละคนมีจุดเด่นสามารถแสดงออกมาได้ ต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกันประสบการณ์ของ เพื่อนร่วมงานต่างกัน การเรียนรู้การอยู่ร่วมกัน 4) วิธีการนำกลยุทธ์ไปใช้ในงาน ออกแบบระบบการทำงาน กลยุทธ์การสื่อสารกับรพ.สต. และ อสม. 5) เรียนรู้การทำแผนยุทธศาสตร์ CBL 6) ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับกฎระเบียบ การบริหารจัดการพัสดุ การเงิน การฟังอย่างตั้งใจ Storytelling 7) บริบทพื้นที่ทำงานต่างกันทำให้เกิดการเรียนรู้งานกระบวนการกลุ่มทำให้เรียนรู้เพิ่มขึ้น 8) การคิดเชิงบวกทำให้เราและทีมงานทำงานเข้าใจกันมากขึ้น และผลักดันให้เกิดความร่วมมือในการทำงาน ให้บรรลุเป้าหมาย 9) คำชมว่า “ดีที่สุด” ไม่ได้เป็นคำเชิงบวก ให้ระมัดระวัง และที่ควรใช้ “ดีพอสำหรับตอนนี้” 5.3 ท่านจะวางแผนนำความรู้ไปใช้อะไรต่อ 1) เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้วยหลักการมอบหมายงานโดยการใช้ PBLและควบคุมกำกับ 2) ประยุกต์ใช้ทักษะการสื่อสารและการฟังด้วยการสังเกตและการฟังอย่างมีประสิทธิภาพในการเก็บข้อมูล เชิงลึก 3) พัฒนาตนเอง ติดอาวุธ เช่น การแต่งกาย การพัฒนาบุคลิกภาพในการทำงาน 4) การนำระบบควบคุมภายใน ใช้ในหน่วยงานป้องกันความเสี่ยงด้านบริหารการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ การเงิน การใช้รถราชการ การจัดทำโครงการให้ตรงตามระเบียบราชการปรับเปลี่ยนความคิดนำสู่กระบวนการ ทำงานให้มีประสิทธิภาพ 5) การใช้ Technology digital ในการทำงาน เช่น การสร้าง Google form สำรวจข้อมูล การค้นหาข้อมูล 1-44
~ 36 ~ 6) ทบทวนการเชื่อมโยงวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ของหน่วยงานที่ปฏิบัติงาน กับหน่วยงานระดับเหนือ ขึ้นไป 7) การค้นหาความต้องการของผู้รับบริการเพื่อกำหนดเป็นเป้าหมายร่วมของหน่วยงาน 8) การรวบรวมข้อมูลและสามารถวิเคราะห์เพื่อนำไปใช้ในการตัดสินใจของผู้บริหารได้อย่างมั่นใจ 9) การบริหารงานต้องคำนึงถึงนโยบายทิศทางเป้าหมายและวิธีการไปพร้อมๆกันและนำแนวทางนี้ไปตั้ง คำถามและหาคำตอบจาก What Why How 10) ได้มโนทัศน์จากพื้นที่บ้านหนองหัวลิงในว่า ความสุขของบุคลากรในองค์สมรรถนะสูงคือความสุขที่มาจาก การทำงานร่วมกับประชาชน ไม่ใช่ความสุขในเรื่องความต้องการพื้นฐานส่วนบุคคล 11) ประเมินความรู้ความสามารถและศักยภาพของผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยการ - ติดตามลงมือทำโครงการ - สรุปองค์ความรู้จากการปฏิบัติด้วยการสอนงานผู้อื่นได้ - นำทักษะสะท้อนคิดมาส่งเสริมความสามารถในการคิดค้นวิธีการใหม่ในการปฏิบัติงานที่มีคุณค่า มากกว่าเดิม 1-45
~ 37 ~ เอกสารอ้างอิง กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข . แผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี ด้านสาธารณสุข (พ.ศ. 2560 - 2579) ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2561) . สืบค้น 10 กรกฎาคม 2566, จาก https://bps.moph.go.th กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข , แผนยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2560-2564). สืบค้น 10 กรกฎาคม 2566, จาก https://bps.moph.go.th ดร.สุดา เดชพิทักษ์ศิริกุล(2566). เอกสารประกอบการอบรม หลักสูตรผู้บริหารการสาธารณสุขชระดับกลาง (ว.พ.บ.) รุ่นที่ 36. เรื่อง กระบวนการศึกษาพัฒนาระบบบริการสุขภาพชุมชนด้วย CBL Model. ประสิทธิชัย มั่งจิตร (2566).เอกสารประกอบการอบรม หลักสูตรผู้บริหารการสาธารณสุขชระดับกลาง (ว.พ.บ.) รุ่นที่ 36. เรื่องสถานการณ์และสภาพแวดล้อม ในการจัดทำแผนกลยุทธ์ระดับพื้นที่. 1-46
~ 38 ~ ภาคผนวก 1-47
~ 39 ~ ชุดข้อมูลคำถาม ด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกลุ่ม รพ.สต.บ้านหนองหัวลิงใน อ.ปากพลี จ.นครนายก 1.สำหรับผู้ให้บริการ (สสอ., ผอ.รพ., ผอ.รพ.สต, อสม.) ผู้ให้บริการ กลุ่มเป้าหมาย 1.กรอบมาตรฐานรพ.สต.ขนาดเล็กกำหนดให้มี จำนวนบุคลากรเท่าไร (7s:Staff) ผอ รพ.สต. 2. องค์กรมีการบริหารจัดการงานอย่างไรภายใต้ ข้อจำกัดด้านกำลังคน (S) ผอ รพ.สต.และเจ้าหน้าที่ 3. หน่วยบริการปฐมภูมิเป็นตัวชี้วัดผลงานตาม นโยบาย (PETHEP:Politics/7s:Strategy) ผอ รพ.สต. 4. องค์กร/คณะ กรรมการในชุมชนที่มีส่วนร่วม ในการดำเนินงานด้านสุขภาพ (PEST-HEP:Social) ผอ รพ.สต.,เจ้าหน้าที่, เครือข่ายคณะกรรมการใน ชุมชน (ประชาชน อสม. อปท. พชอ.) 5. จำนวนบุคลากรไม่เพียงพอส่งผลกระทบต่อ สุขภาพของคนในชุมชนอย่างไร (7s:Structure) ผอ รพ.สต. ,แกนนำชุมชน 6. บุคลากรมีกระบวนการลงพื้นที่อย่างไร (7s:systems) ผอ รพ.สต.และเจ้าหน้าที่ 7. ได้รับการพัฒนาความรู้และทักษะในการ ดำเนินงานควบคุมการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง อย่างไรบ้าง (7s:skill) ผอ รพ.สต.และเจ้าหน้าที่ 8.ผู้บริหารใช้หลักการแนวคิดการบริหารองค์กร อย่างไร (7s:style) ผอ รพ.สต. 9.ค่านิยมร่วมในการบรรลุวัตถุประสงค์ของ องค์กรอย่างไร (7s:style) ผอ รพ.สต.,เจ้าหน้าที่ ผู้รับบริการ 1.จำนวนผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เกิด ภาวะแทรกซ้อนเกี่ยวกับหลอดเลือดสมองเท่าไร (PEST-HEP:Health) ผอ รพ.สต.และเจ้าหน้าที่ 2. จำนวนผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่ติดบ้าน ติดเตียง (PEST-HEP:Health) ผอ รพ.สต.และเจ้าหน้าที่ 3.จำนวนประชากรแฝงเท่าไร (PEST-HEP:People) ผอ รพ.สต.และเจ้าหน้าที่ 4. มีการตรวจสอบประสิทธิภาพของเครื่องมือ คัดกรองหรือไม่ (4m:Material) ผอ รพ.สต.และเจ้าหน้าที่ 1-48
~ 40 ~ 5.มีหมอพื้นบ้าน(แพทย์ทางเลือก)หรือไม่ รักษา อย่างไร (PEST-HEP:Social) ผอ รพ.สต. เจ้าหน้าที่ ผู้รับผิดชอบงานแพทย์ ทางเลือก,บุคคลชองชุนที่เป็น แพทย์ทางเลือก ,อสม. ปราชญ์ชาวบ้าน การเงิน 1.แหล่งสนับสนุนงบประมานได้รับจากแหล่ง ใดบ้าง (PEST-HEP:Economic) ผอ รพ.สต.และเจ้าหน้าที่ 2.รายได้ครัวเรือนส่งผลกระทบต่อการดูแล สุขภาพตนเองอย่างไร (PEST-HEP:Economic) ผอ รพ.สต. อสม.และ ประชาชน สิ่งของ 3.อุปกรณ์พร้อมใช้งานเพียงพอหรือไม่ (PEST-HEP:Technology) ผอ รพ.สต.และเจ้าหน้าที่ สาธารณสุข,อสม. การบริหารจัดการ 1.ขั้นตอนการส่งต่อผู้ป่วยในระดับการให้บริการ ที่สูงขึ้นเป็นอย่างไร (4m:management) ผอ รพ.สต.และเจ้าหน้าที่ สาธารณสุข 2.มีการให้บริการเสริมด้านสุขภาพในชุมชน (health station) หรือไม่ ถ้ามี มีการเข้าถึง บริการมากน้อยเพียงใด (4m:management) ผอ รพ.สต.,เจ้าหน้าที่ สาธารณสุข,ประชาชน 3.มีระบบบริการอย่างไร (4m:management) ผอ รพ.สต.,เจ้าหน้าที่ สาธารณสุข,ประชาชน,พชอ. คณะกรรมการ 4.มีคู่มือหรือแนวปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยหลอด เลือดสมองอย่างไร (4m:management) ผอ รพ.สต.และเจ้าหน้าที่ สาธารณสุข 5.ระบบการบันทึกข้อมูลผู้ป่วยใช้ระบบใด (4m:management) ผอ รพ.สต.และเจ้าหน้าที่ สาธารณสุข 6.ระบบการคัดกรองเป็นอย่างไร (4m:management) ผอ รพ.สต.,เจ้าหน้าที่ สาธารณสุข,ประชาชน,อสม. 7.การให้ความรู้ ป้องกันให้กับประชาชนมีวิธีการ อย่างไร (4m:management) ผอ รพ.สต.,เจ้าหน้าที่ สาธารณสุข,ประชาชน,อสม. 8.การเข้าถึงบริการสุขภาพของกลุ่มผู้ป่วยติด บ้าน ติดเตียง (4m:management) ผอ รพ.สต.และเจ้าหน้าที่ สาธารณสุข,อสม. CM, CG, อปท) 1-49
~ 41 ~ สิ่งแวดล้อม 4.ความชุกกลุ่มโรคที่พบในชุมชนนอกเหนือจาก กลุ่มโรคเรื้อรัง เช่น โรคติดต่ออื่นๆ (PEST-HEP:Health) ผอ รพ.สต.และเจ้าหน้าที่ สาธารณสุข 5.เขตพื้นที่ใกล้เคียงมีสถานที่ที่ส่งผลต่อปัญหา สุขภาพ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม หรือไม่ (PESTHEP:Environment) ผอ. รพ.สต. 6.ท้องถิ่นมีข้อบัญญัติเกี่ยวกับการจัดการ สิ่งแวดล้อมและการควบคุมโรคหรือไม่ (PEST-HEP:Social) ผอ.รพ.สต. ,อปท.,พชอ., ผู้ใหญ่บ้าน,กำนัน 1-50
~ 42 ~ 2.เจ้าหน้าที่ (พยาบาล และเจ้าพนักงานสาธารณสุข) ผู้ให้บริการ กลุ่มเป้าหมาย 1. องค์กรมีการบริหารจัดการงานอย่างไรภายใต้ ข้อจำกัดด้านกำลังคน (S) ผอ รพ.สต.และเจ้าหน้าที่ 2. องค์กร/คณะ กรรมการในชุมชนที่มีส่วนร่วม ในการดำเนินงานด้านสุขภาพ (PEST-HEP:Social) ผอ รพ.สต.,เจ้าหน้าที่, เครือข่ายคณะกรรมการใน ชุมชน (ประชาชน อสม. อปท. พชอ.) 3. บุคลากรมีกระบวนการลงพื้นที่อย่างไร (7s:systems) ผอ รพ.สต.และเจ้าหน้าที่ 4. ได้รับการพัฒนาความรู้และทักษะในการ ดำเนินงานควบคุมการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง อย่างไรบ้าง (7s:skill) ผอ รพ.สต.และเจ้าหน้าที่ 5.ค่านิยมร่วมในการบรรลุวัตถุประสงค์ของ องค์กรอย่างไร (7s:style) ผอ รพ.สต.,เจ้าหน้าที่ ผู้รับบริการ 1.ประชาชนมีความรู้ หรือตระหนักรู้เกี่ยวกับ พฤติกรรมการดูแลสุขภาพอย่างไร การบริโภค อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ การสูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า หน้าใหม่ การดื่มสุรา การใช้สมุนไพร (PEST-HEP:People) เจ้าหน้าที่,ประชาชนในชุมชน ,อสม 2.ประชาชนมีการจัดการตนเองเมื่อเกิดความ ผิดปกติ early warning sign stroke อย่างไร (PEST-HEP:People) เจ้าหน้าที่และประชาชนกลุ่มที่ เป้นโรคความดันโลหิตสูง 3.จำนวนผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เกิด ภาวะแทรกซ้อนเกี่ยวกับหลอดเลือดสมองเท่าไร (PEST-HEP:Health) ผอ รพ.สต.และเจ้าหน้าที่ 4. จำนวนผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่ติดบ้านติด เตียง (PEST-HEP:Health) ผอ รพ.สต.และเจ้าหน้าที่ 5.จำนวนประชากรแฝงเท่าไร (PEST-HEP:People) ผอ รพ.สต.และเจ้าหน้าที่ 6. มีการตรวจสอบประสิทธิภาพของเครื่องมือคัด กรองหรือไม่ (4m:Material) ผอ รพ.สต.และเจ้าหน้าที่ 1-51
~ 43 ~ 7.มีหมอพื้นบ้าน(แพทย์ทางเลือก)หรือไม่ รักษา อย่างไร (PEST-HEP:Social) ผอ รพ.สต. เจ้าหน้าที่ ผู้รับผิดชอบงานแพทย์ ทางเลือก,บุคคลชองชุนที่เป็น แพทย์ทางเลือก ,อสม.ปราชญ์ ชาวบ้าน การเงิน 1.แหล่งสนับสนุนงบประมานได้รับจากแหล่ง ใดบ้าง (PEST-HEP:Economic) ผอ รพ.สต.และเจ้าหน้าที่ สิ่งของ 1.อุปกรณ์พร้อมใช้งานเพียงพอหรือไม่ (PESTHEP:Technology) ผอ รพ.สต.และเจ้าหน้าที่ สาธารณสุข,อสม. การบริหารจัดการ 1.ขั้นตอนการส่งต่อผู้ป่วยในระดับการให้บริการที่ สูงขึ้นเป็นอย่างไร (4m:management) ผอ รพ.สต.และเจ้าหน้าที่ สาธารณสุข 2.มีการให้บริการเสริมด้านสุขภาพในชุมชน (health station) หรือไม่ ถ้ามี มีการเข้าถึง บริการมากน้อยเพียงใด (4m:management) ผอ รพ.สต.,เจ้าหน้าที่ สาธารณสุข,ประชาชน 3.มีระบบบริการอย่างไร (4m:management) ผอ รพ.สต.,เจ้าหน้าที่ สาธารณสุข,ประชาชน,พชอ. คณะกรรมการ 4.มีคู่มือหรือแนวปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยหลอด เลือดสมองอย่างไร (4m:management) ผอ รพ.สต.และเจ้าหน้าที่ สาธารณสุข 5.ระบบการบันทึกข้อมูลผู้ป่วยใช้ระบบใด (4m:management) ผอ รพ.สต.และเจ้าหน้าที่ สาธารณสุข 6.ระบบการคัดกรองเป็นอย่างไร (4m:management) ผอ รพ.สต.,เจ้าหน้าที่ สาธารณสุข,ประชาชน,อสม. 7.การให้ความรู้ ป้องกันให้กับประชาชนมีวิธีการ อย่างไร (4m:management) ผอ รพ.สต.,เจ้าหน้าที่ สาธารณสุข,ประชาชน,อสม. 8.การเข้าถึงบริการสุขภาพของกลุ่มผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง (4m:management) ผอ รพ.สต.และเจ้าหน้าที่ สาธารณสุข,อสม. CM, CG, อปท) สิ่งแวดล้อม 1-52
~ 44 ~ 1.ชุมชนมีกระบวนการจัดการขยะอย่างไร (PEST-HEP:Social) เจ้าหน้าที่,แกนนำชุมชน (ผู้สูงอายุ อสม. อปท. พชอ. ผู้ใหญ่บ้าน จิตอาสา CM CG) 2.การทำเกษตรปัจจุบันมีการใช้สารเคมีมากน้อย เพียงใด สารเคมีชนิดใด วิธีการป้องกันตนเองจาก สารเคมี (PEST-HEP:Social) เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชน 3.มีการตรวจสารเคมีในเลือดของกลุ่มเกษตรกร หรือไม่ (PEST-HEP:Health) เจ้าหน้าที่สาธารณสุข, เกษตรกร 4.ความชุกกลุ่มโรคที่พบในชุมชนนอกเหนือจาก กลุ่มโรคเรื้อรัง เช่น โรคติดต่ออื่นๆ (PEST-HEP:Health) ผอ รพ.สต.และเจ้าหน้าที่ สาธารณสุข 1-53
~ 45 ~ 3.ภาคีเครือข่าย ( อบต. กำนัน ผอ.โรงเรียนผู้สูงอายุ แกนนำด้านสิ่งแวดล้อม) ผู้ให้บริการ กลุ่มเป้าหมาย 1.องค์กร/คณะ กรรมการในชุมชนที่มีส่วนร่วมใน การดำเนินงานด้านสุขภาพ (PEST-HEP:Social) ผอ รพ.สต.,เจ้าหน้าที่, เครือข่ายคณะกรรมการใน ชุมชน (ประชาชน อสม. อปท. พชอ.) 2. จำนวนบุคลากรไม่เพียงพอส่งผลกระทบต่อ สุขภาพของคนในชุมชนอย่างไร (7s:Structure) ผอ รพ.สต. ,แกนนำชุมชน ผู้รับบริการ 1.ประชาชนมีความรู้ หรือตระหนักรู้เกี่ยวกับ พฤติกรรมการดูแลสุขภาพอย่างไร การบริโภค อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ การสูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า หน้าใหม่ การดื่มสุรา การใช้สมุนไพร (PEST-HEP:People) เจ้าหน้าที่,ประชาชนในชุมชน ,อสม 2.มีหมอพื้นบ้าน(แพทย์ทางเลือก)หรือไม่ รักษา อย่างไร (PEST-HEP:Social) ผอ รพ.สต. เจ้าหน้าที่ ผู้รับผิดชอบงานแพทย์ ทางเลือก,บุคคลชองชุนที่เป็น แพทย์ทางเลือก ,อสม.ปราชญ์ ชาวบ้าน การเงิน 1.รายได้ครัวเรือนส่งผลกระทบต่อการดูแล สุขภาพตนเองอย่างไร (PEST-HEP:Economic) ผอ รพ.สต. อสม.และ ประชาชน สิ่งของ - การบริหารจัดการ 1.มีระบบบริการอย่างไร (4m:management) ผอ รพ.สต.,เจ้าหน้าที่ สาธารณสุข,ประชาชน,พชอ. คณะกรรมการ 1-54
~ 46 ~ 2.ระบบการคัดกรองเป็นอย่างไร (4m:management) ผอ รพ.สต.,เจ้าหน้าที่ สาธารณสุข,ประชาชน,อสม. 3.การให้ความรู้ ป้องกันให้กับประชาชนมีวิธีการ อย่างไร (4m:management) ผอ รพ.สต.,เจ้าหน้าที่ สาธารณสุข,ประชาชน,อสม. 4.การเข้าถึงบริการสุขภาพของกลุ่มผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง (4m:management) ผอ รพ.สต.และเจ้าหน้าที่ สาธารณสุข,อสม. CM, CG, อปท) สิ่งแวดล้อม 1.ชุมชนมีกระบวนการจัดการขยะอย่างไร (PEST-HEP:Social) เจ้าหน้าที่,แกนนำชุมชน (ผู้สูงอายุ อสม. อปท. พชอ. ผู้ใหญ่บ้าน จิตอาสา CM CG) 2.การทำเกษตรปัจจุบันมีการใช้สารเคมีมากน้อย เพียงใด สารเคมีชนิดใด วิธีการป้องกันตนเองจาก สารเคมี (PEST-HEP:Social) เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชน 3.ท้องถิ่นมีข้อบัญญัติเกี่ยวกับการจัดการ สิ่งแวดล้อมและการควบคุมโรคหรือไม่ (PEST-HEP:Social) ผอ.รพ.สต. ,อปท.,พชอ., ผู้ใหญ่บ้าน,กำนัน 1-55
~ 47 ~ 4.ผู้รับบริการ ประชาชน กลุ่มผู้ป่วย ผู้ให้บริการ กลุ่มเป้าหมาย 1. องค์กร/คณะ กรรมการในชุมชนที่มีส่วนร่วม ในการดำเนินงานด้านสุขภาพ (PEST-HEP:Social) ผอ รพ.สต.,เจ้าหน้าที่, เครือข่ายคณะกรรมการใน ชุมชน (ประชาชน อสม. อปท. พชอ.) ผู้รับบริการ 1.ประชาชนมีความรู้ หรือตระหนักรู้เกี่ยวกับ พฤติกรรมการดูแลสุขภาพอย่างไร การบริโภค อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ การสูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า หน้าใหม่ การดื่มสุรา การใช้สมุนไพร (PEST-HEP:People) เจ้าหน้าที่,ประชาชนในชุมชน ,อสม 2.ประชาชนมีการจัดการตนเองเมื่อเกิดความ ผิดปกติ early warning sign stroke อย่างไร (PEST-HEP:People) เจ้าหน้าที่และประชาชนกลุ่มที่ เป้นโรคความดันโลหิตสูง 3.มีหมอพื้นบ้าน(แพทย์ทางเลือก)หรือไม่ รักษา อย่างไร (PEST-HEP:Social) ผอ รพ.สต. เจ้าหน้าที่ ผู้รับผิดชอบงานแพทย์ ทางเลือก,บุคคลชองชุนที่เป็น แพทย์ทางเลือก ,อสม.ปราชญ์ ชาวบ้าน การเงิน 1.รายได้ครัวเรือนส่งผลกระทบต่อการดูแล สุขภาพตนเองอย่างไร (PEST-HEP:Economic) ผอ รพ.สต. อสม.และ ประชาชน สิ่งของ 1.อุปกรณ์พร้อมใช้งานเพียงพอหรือไม่ (PESTHEP:Technology) ผอ รพ.สต.และเจ้าหน้าที่ สาธารณสุข,อสม. ประชาชน การบริหารจัดการ 1.มีการให้บริการเสริมด้านสุขภาพในชุมชน (health station) หรือไม่ ถ้ามี มีการเข้าถึง บริการมากน้อยเพียงใด (4m:management) ผอ รพ.สต.,เจ้าหน้าที่ สาธารณสุข,ประชาชน 1-56
~ 48 ~ 2.มีระบบบริการอย่างไร (4m:management) ผอ รพ.สต.,เจ้าหน้าที่ สาธารณสุข,ประชาชน,พชอ. คณะกรรมการ 3.ระบบการคัดกรองเป็นอย่างไร (4m:management) ผอ รพ.สต.,เจ้าหน้าที่ สาธารณสุข,ประชาชน,อสม. 4.การให้ความรู้ ป้องกันให้กับประชาชนมีวิธีการ อย่างไร (4m:management) ผอ รพ.สต.,เจ้าหน้าที่ สาธารณสุข,ประชาชน,อสม. 5.การเข้าถึงบริการสุขภาพของกลุ่มผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง (4m:management) ผอ รพ.สต.และเจ้าหน้าที่ สาธารณสุข,อสม. CM, CG, อปท) ประชาชน สิ่งแวดล้อม 1.การทำเกษตรปัจจุบันมีการใช้สารเคมีมากน้อย เพียงใด สารเคมีชนิดใด วิธีการป้องกันตนเองจาก สารเคมี (PEST-HEP:Social) เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชน 2.มีการตรวจสารเคมีในเลือดของกลุ่มเกษตรกร หรือไม่ (PEST-HEP:Health) เจ้าหน้าที่สาธารณสุข, เกษตรกร 1-57
~ 49 ~ ภาพกิจกรรม ❖กิจกรรมทำกลุ่ม ❖ภาพลงพื้นที่ 1-58
~ 50 ~ ❖ภาพนำเสนอ 1-59
รายงานผลการฝึกปฏิบัติงานภาคสนาม โดยการเรียนรู้แบบ Community Based Learning หลักสูตรการอบรมผู้บริหารการสาธารณสุขระดับกลาง รุ่นที่ 36 ประจำปีงบประมาณ 2566 จัดทำโดย ผู้บริหารการสาธารณสุขระดับกลาง กลุ่มที่ 2 รพ.สต.บ้านทองหลาง เสนอ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสระบุรี คณะพยาบาลศาสตร์สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข 2-1
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) ก กิตติกรรมประกาศ รายงานการศึกษาชุมชนโดยใชกระบวนการเรียนรูแบบการใชชุมชนเปนฐาน (Communitybased Learning : CBL) กรณีศึกษา โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบานทองหลาง ตําบลทองหลาง อําเภอ บานนา จังหวัดนครนายก สําเร็จลุลวงไปไดตามเปาหมาย ขอขอบคุณแพทยหญิงอรรัตน จันทรเพ็ญ นายแพทยสาธารณสุขจังหวัดนครนายก นางสาวศรีสุรางค ดวงประเสริฐ รองนายแพทยสาธารณสุขจังหวัดดานสงเสริมพัฒนา ที่ใหความอนุเคราะหเขาเรียนรูภาคปฏิบัติ ในพื้นที่ ใหคําแนะนําในการศึกษาขอมูลและจัดทําแผนกลยุทธ แผนงาน โครงการ ขอขอบคุณ นายวีระ กิตติวิทยากุล สาธารณสุขอําเภอบานนา นายณรงค จันทรส ผูอํานวยการ โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบานทองหลาง พรอมดวยทีมบุคลากร และอสม.ทุกทานที่ไดใหความอนุเคราะห และอํานวยความสะดวกในการเขาศึกษาขอมูลในพื้นที่ ขอขอบคุณ อาจารยที่ปรึกษา ผศ.ประไพ กิตติบุญถวัลยและอาจารยปทมา ผาติภัทรกุล รวมถึง วิทยากรและคณะผูจัดอบรมวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สระบุรี ที่ไดถายทอดความรู ใหคําปรึกษา และชี้แนะ แนวทางการดําเนินงาน จนทําใหงานสําเร็จลุลวงดวยดี ผูเขารับการอบรมหลักสูตรผูบริหารการสาธารณสุขระดับกลาง วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสระบุรี รุนที่ 36 กลุมที่ 2 กรกฎาคม 2566 2-2
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) ข บทสรุปผูบริหาร รายงานการศึกษาชุมชนโดยใชกระบวนการเรียนรูแบบการใชชุมชนเปนฐาน (Communitybased Learning : CBL) กรณีศึกษาโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล (รพ.สต.) บานทองหลาง ตําบลทองหลาง อําเภอบานนา จังหวัดนครนายก มีวัตถุประสงคเพื่อ 1) ศึกษายุทธศาสตรและนโยบายสําคัญดานสาธารณสุข และ 2) ฝกทักษะการคิดเชิงกลยุทธจากสถานการณจริง โดยการศึกษาจากขอมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิไดแก ฐานขอมูลอิเล็กทรอนิกส การสัมภาษณบุคลากรและภาคีเครือขายในพื้นที่ ผลการศึกษาพบวา รพ.สต.บานทองหลาง เปนหนึ่งใน 14 รพ.สต.ของอําเภอบานนา จังหวัด นครนายก ตั้งอยูในตําบลทองหลาง สภาพภูมิประเทศของพื้นที่ เปนที่ราบลุม มีลําน้ําไหลผาน ประชากรสวน ใหญเปนคนในพื้นที่ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม รองลงมารับจาง เปนชุมชนกึ่งเมืองกึ่งชนบท สภาพทางสังคม ยังมีความเอื้ออาทรและในลักษณะเปนเครือญาติ พื้นที่ความรับผิดชอบทั้งหมด 4 หมูบาน ไดแก หมูที่ 1, 2, 5 และ 8 จํานวนประชากร 1,714 คน 563 หลังคาเรือน 584 ครอบครัว ประชากรสวนใหญอยูในวัยทํางาน (อายุ 21-59 ป) รอยละ 56.59 รองลงมาเปนผูสูงอายุ (อายุ 60 ป ขึ้นไป) รอยละ 25.09 จากการทบทวนขอมูลดานสุขภาพจากผลการดําเนินงานที่ผานมาและขอมูลพื้นที่ ไดวางแผน การเก็บขอมูลภาคสนามโดยใชการสัมภาษณเชิงลึก นํามาประกอบการวิเคราะห พบประเด็นปญหาดาน สาธารณสุขที่สําคัญไดแก การเจ็บปวยดวยโรคไมติดตอเรื้อรัง ไดแก โรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน และ การเจ็บปวยดวยโรคหลอดเลือดสมองที่มีแนวโนมสูงขึ้น ทําใหเกิดผลกระทบทั้งทางดานเศรษฐกิจและสังคม โดยรวมตามมา หลังจากการวิเคราะหสาเหตุของปญหาจากปจจัยภายใน (7’S McKinsey) และปจจัยภายนอก (PESTEL) นํามาเขากระบวนการ SWOT เพื่อกําหนดกลยุทธและสรุปผลการวิเคราะหองคกรดวย TOWS Matrix สามารถกําหนดเปนประเด็นยุทธศาสตร 2 ดาน ดังนี้ 1. สนับสนุนภาคีเครือขายเพื่อสรางเสริมสุขภาพผูปวยความดันโลหิตสูงรายบุคคล ใหมีสุขภาพดี แบบวิถีพอเพียง 2. ปรับปรุงฐานขอมูลผูปวยความดันโลหิตสูงใหเปนปจจุบัน ขอเสนอแนะ การศึกษาครั้งนี้ไดรับประโยชนจากการเรียนรูและสามารถนํามาประยุกตใชใน การพัฒนาการบริหารสาธารณสุขแบบบูรณาการ แตภายใตขอจํากัดของเวลา ทําใหไดขอมูลเชิงลึกไมสมบูรณ เทาที่ควร ซึ่งอาจสงผลตอการกําหนดกลยุทธในประเด็นที่สําคัญ ๆ ของพื้นที่ คณะผูจัดทําหวังเปนอยางยิ่งวา ผล การศึกษาครั้งนี้ พื้นที่สามารถนําไปใชใหเปนประโยชน ควบคูกับแนวทางการดําเนินงานของพื้นที่ เพื่อ ประกอบการวางแผนดําเนินงานใหบรรลุเปาหมายไดดียิ่งขึ้น 2-3
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) ค คํานํา รายงานการศึกษาชุมชนโดยใชกระบวนการเรียนรูแบบการใชชุมชนเปนฐาน (CommunitybasedLearning: CBL) กรณีศึกษาโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบานทองหลาง อําเภอบานนา จังหวัด นครนายก เปนสวนหนึ่งของการอบรมหลักสูตรผูบริหารการสาธารณสุขระดับกลาง (ผบก.) วิทยาลัยนักบริหาร สาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ประจําปงบประมาณ พ.ศ.2566 รุนที่ 36 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สระบุรี ระหวางวันที่ 26 มิถุนายน - 21 กรกฎาคม 2566 เพื่อใหผูเขารับการอบรมมีความรูความเขาใจเกี่ยวกับ ยุทธศาสตรและนโยบายสําคัญดานสาธารณสุข และฝกทักษะการคิดเชิงกลยุทธจากสถานการณจริง โดยใช กระบวนการเรียนรูแบบ CBL ศึกษาขอมูลในพื้นที่ วิเคราะหปญหาและสาเหตุของปญหาทางดานสาธารณสุข หรือปญหาที่สงผลตอสุขภาพ นํามาสูการวางแผนเชิงกลยุทธ กําหนดแผนงาน โครงการ และแผนปฏิบัติการ เพื่อกําหนดแนวทางการแกปญหาดานสาธารณสุขที่สอดคลองกับบริบทของพื้นที่ คณะผูจัดทํา หวังเปนอยางยิ่งวา รายงานการศึกษาฉบับนี้จะเปนประโยชนตอการดําเนินการ พัฒนาระบบการใหบริการสุขภาพในพื้นที่ตําบลทองหลาง อําเภอบานนา จังหวัดนครนายก ตอไป ผูเขารับการอบรมหลักสูตรผูบริหารการสาธารณสุขระดับกลาง วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสระบุรี รุนที่ 36 กลุมที่ 2 กรกฎาคม 2566 2-4
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) ง บทนํา การศึกษาปญหาสาธารณสุขดวยกระบวนการเรียนรูบริบท/ชุมชนเปนฐาน หลักการและเหตุผล กระทรวงสาธารณสุข ไดกําหนดยุทธศาสตรบุคลากรเปนเลิศ (People Excellence) ในแผน ยุทธศาสตรชาติระยะ 21 ป ดานสาธารณสุข และจัดทําแผนแมบท การพัฒนากําลังคนใหบุคลากรมีทักษะการ ปฏิบัติงานดานการบริหาร (Hard Skill) และทักษะทางอารมณและสังคม (Soft Skill) ตามกรอบสมรรถนะของ สํานักงานพัฒนาขาราชการพลเรือน (ก.พ.) ที่กําหนดไว3 ประเภท ไดแก สมรรถนะหลัก สมรรถนะเฉพาะตาม ลักษณะงานที่ปฏิบัติ และสมรรถนะทางการบริหาร การพัฒนาศักยภาพและสมรรถนะของกําลังคนระดับ ผูบริหารการ สาธารณสุขระดับกลาง (ผบก.) ที่เปนปจจัยสําคัญของการขับเคลื่อนองคกรไปสูความสําเร็จตาม เปาหมายที่กําหนด ในการอบรมหลักสูตรผูบริหารการสาธารณสุขระดับกลาง (ผบก.) ของวิทยาลัยนักบริหาร สาธารณสุขรวมกับวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สระบุรี ไดมีการเสริมสรางสมรรถนะการเรียนรูดานผูนํา การ บริหารและยุทธศาสตร โดยการเตรียม ฝกทักษะการคิดเชิงกลยุทธโดยใชการเรียนรูแบบชุมชนเปนฐานการเรียนรู (Community-based Learning : CBL) แลกเปลี่ยนเรียนรู และสรุปผลสิ่งที่ไดเรียนรูจากการฝกอบรมทั้ง ทางดานทฤษฎีและการฝกปฏิบัติ เพื่อใหนําความรู ทักษะ ประสบการณที่ไดไปบูรณาการและประยุกตใชในการ พัฒนาองคกรใหไปสูเปาหมายไดตอไป การบริหารยุทธศาสตรชาติดานสาธารณสุข แบบใชชุมชนเปนฐานการเรียนรู (Community-based Learning : CBL) เปนกระบวนการเรียนรูโดยใชการปฏิบัติงานเปนฐาน ผูเรียนเกิดการเรียนรูจากการดําเนิน โครงการในพื้นที่ ลงมือปฏิบัติงานจากสถานการณจริงในชุมชน ที่ตองใชความรวมมือ การจัดการความรู ภายได บริบทของสังคม และวัฒนาธรรมที่เปนอยูของชุมชน การศึกษา โดยใชชุมชนเปนฐาน ทําใหเขาใจปญหาชุมชน ทําใหคนในชุมชนตระหนักในปญหาของตนเอง เพราะการแกไขปญหาที่ดีตองเริ่มที่ชุมชน วัตถุประสงค เพื่อใหผูเขารับการฝกอบรม 1. มีความรู ความเขาใจเกี่ยวกับยุทธศาสตรและนโยบายสําคัญดานสาธารณสุขในการ เรียนรู แบบใชชุมชนเปนฐานการเรียนรู (Community-based Learning : CBL) 2. มีทักษะการคิดเชิงกลยุทธ (Strategic Thinking Skill) และการนําเสนอแผนยุทธศาสตร (Strategic Planning) โดยใชสถานการณจริง (Community-based Learning : CBL) 3. มีแนวทางในการประยุกตความรู ความเขาใจเกี่ยวกับยุทธศาสตรและนโยบายสําคัญ ดาน สาธารณสุข จากการเรียนรูแบบใชชุมชนเปนฐานการเรียนรู (Community-based Learning : CBL) ในการปฏิบัติงาน ขั้นตอนกระบวนการเรียนรูดวย CBL 1. Clarification of concepts CBL Process Principles ชี้แจงแนวคิดหลักกระบวนการ CBL 2. Initial Study for issue analysis ศึกษาขั้นตนเพื่อวิเคราะหปญหา 3. Plan and build tools to store information วางแผนและสรางเครื่องมือในการจัดเก็บขอมูล 4. Present to experts for critique นําเสนอตอผูเชี่ยวชาญเพื่อวิจารณ 5. Study area information (site visit) ศึกษาขอมูลพื้นที่ 6. Study area information (site visit) ศึกษาขอมูลพื้นที่ 2-5
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) จ 7. Study area Information (site visit) ศึกษาขอมูลพื้นที่ 8. Analysis data for formulation or strategy improvement วิเคราะหขอมูลเพื่อกําหนด หรือปรับปรุงกลยุทธ 9. Present the results of the area data analysis to experts นําเสนอผลการวิเคราะห ขอมูลพื้นที่ตอผูเชี่ยวชาญ 10. Study area Information added (site visit) เพิ่มขอมูลพื้นที่ศึกษา (การเยี่ยมชมสถานที่) 11. Presented after revising the results of the area analysis to experts นําเสนอ ภายหลังการแกไขผลการวิเคราะหพื้นที่ตอผูเชี่ยวชาญ 12. Summary of learning reports from area studies to representatives of studied area เสนอผลการวิเคราะหขอมูลพื้นที่หลังการปรับแกใหผูเชี่ยวชาญวิพากษ และคืนขอมูล ใหพื้นที่ ขอบเขตของการศึกษา เปนการศึกษาขอมูลปญหาสาธารณสุขที่สงผลตอภาวะสุขภาพประชาชนในเขตความรับผิดชอบ ของ รพ.สต.บานทองหลาง อ.บานนา จ.นครนายก ระยะเวลาที่ศึกษา วันเดือนป หัวขอ 26 มิถุนายน 2566 กระบวนการศึกษาพัฒนาระบบบริการสุขภาพชุมชนดวย CBL Model (CBL 1) 29 มิถุนายน 2566 ศึกษาทําความเขาใจขอมูลเบื้องตนและวิเคราะหขอมูลระบบบริการสุขภาพ ปจจัยที่ เกี่ยวของเพื่อเลือกปญหาการศึกษา (CBL 2) 6 กรกฎาคม 2566 การวางแผนและสรางเครื่องมือเพื่อเก็บขอมูล (CBL 3) 7 กรกฎาคม 2566 การวิพากษเครื่องมือเก็บขอมูลในพื้นที่ (CBL 4) 11 กรกฎาคม 2566 ศึกษาขอมูลพื้นที่ (CBL 5-6) 12 กรกฎาคม 2566 ศึกษาขอมูลพื้นที่ (CBL 7) 12 กรกฎาคม 2566 วิเคราะหขอมูล/แผนการดําเนินการเดิมของพื้นที่เพื่อแกไขหรือปรับปรุงกลยุทธเดิม (CBL 8) 13 กรกฎาคม 2566 เสนอการวิเคราะหขอมูลพื้นที่เพื่อรับการวิพากยและแนวทางการพัฒนา (CBL 9) ปรับแกไขผลการวิเคราะหขอมูลพื้นที่ (CBL 10) 14 กรกฎาคม 2566 เสนอผลการวิเคราะหขอมูลพื้นที่หลังการปรับแกใหผูเชี่ยวชาญวิพากษ และคืนขอมูล ใหพื้นที่ (CBL 11) สรุปรายงานการเรียนรูจากการศึกษาพื้นที่ (CBL 12) ขั้นตอนกระบวนการ CBL ขั้นที่ 1 กําหนดปญหา รูปญหา ขั้นที่ 2 ตั้งสมมุติฐาน หาสาเหตุและแนวทางแกไข ขั้นที่ 3 เก็บขอมูล จัดทํากลยุทธ การบริหารกลยุทธ ขั้นที่ 4 วิเคราะห สรุปผล ผลของการบริหารกลยุทธ 2-6
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) ฉ จากการศึกษาเริ่มจากการรวบรวมขอมูลบริบทของพื้นที่ในเขตความรับผิดชอบของ รพ.สต. บานทองหลาง ตําบลทองหลาง อําเภอบานนา จังหวัดนครนายก จากเอกสารขอมูล (Secondary data) เพื่อ วิเคราะหปญหาดานสาธารณสุข สรางเครื่องมือสําหรับการเก็บขอมูลเพิ่มเติม และไดลงพื้นที่ไปเก็บขอมูล สัมภาษณขอมูลจากผูเกี่ยวของ ไดแก เจาหนาที่ รพ.สต.บานทองหลาง อสม. ผูนําชุมชน ภาคีเครือขาย อบต. และประชาชนในพื้นที่ และสังเกตสภาพแวดลอม จึงไดมาซึ่งปญหาทางดานสาธารณสุขของพื้นที่ จากนั้นไดนํา ปญหาดังกลาว มาจัดลําดับความสําคัญของปญหาสาธารณสุขของ รพ.สต.บานทองหลาง นํามาวิเคราะหขอมูล ปจจัยภายใน และภายนอกที่สงผลกระทบตอองคกร กระบวนการจัดทําแผนตองอาศัยการมีสวนรวมของคนใน กลุม ดังนั้น จึงมีการกําหนดบทบาทหนาที่และกติกาในการดําเนินกระบวนการกลุม โดยรวมกันแสดงความ คิดเห็น ใชขอมูลทางวิชาการ นโยบายดานสุขภาพในระดับประเทศ จังหวัด และอําเภอ เพื่อนํามาใชในการ กําหนดเพิ่มเติมยุทธศาสตรที่มีอยู นําเสนอคืนขอมูลแกพื้นที่ตอไป ประโยชนที่ไดรับจากการเรียนรู 1. ผูเขารับการอบรมไดทราบขอมูลพื้นฐาน และปญหาสาธารณสุข ที่สงผลตอสภาวะสุขภาพใน รพ.สต.บานทองหลาง ตําบลทองหลาง อําเภอบานนา จังหวัดนครนายก เพื่อนําขอมูลจัดทํา แผนยุทธศาสตรและแผนปฏิบัติงาน 2. ผูเขารับการอบรมไดรูจักเลือกใชเครื่องมือในการวิเคราะหปญหาสาธารณสุขหรือปญหาที่ สงผลตอสภาวะสุขภาพไดสอดคลองกับบริบทของพื้นที่ 3. รพ.สต.บานทองหลาง ตําบลทองหลาง อําเภอบานนา จังหวัดนครนายก ไดแนวทางในการ บริหารจัดการเพื่อแกไขปญหาดานสาธารณสุขในพื้นที่ อยางไรก็ตาม พบวาปญหาในการทําแผนกลยุทธที่สําคัญในครั้งนี้ไดแก การรวบรวมขอมูลไม เพียงพอเนื่องจากมีขอจํากัดในดานระยะเวลา คณะผูจัดทําหวังเปนอยางยิ่งวา การวิเคราะหครั้งนี้จะเปน ประโยชนสําหรับพื้นที่ในการเพิ่มเติมกลยุทธในการดําเนินงานในพื้นที่ใหบรรลุเปาหมาย โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล หนวยบริการสุขภาพปฐมภูมิ บทบาทหนาที่ที่เกี่ยวของ โครงการยกระดับสถานีอนามัย ซึ่งปจจุบันมีอยู 9,770 แหง ทั่วประเทศขึ้นเปนโรงพยาบาล สงเสริมสุขภาพตําบล ในป2553 ยกระดับสถานีอนามัยขึ้นเปนโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล จํานวน 2,000 แหง และที่เหลืออีก 7,770 แหง จะดําเนินการตั้งแตวันที่ 1 ตุลาคม 2553 เปนตนไป จนกระทั่งครบถวน 9,770 แหง ทั่วประเทศ โดยในปงบประมาณ 2553 ไดมีการจัดสรรเงินจากโครงการ ไทยเขมแข็ง ที่ไดรับอนุมัติจากการ ประชุมคณะรัฐมนตรีแลว จํานวน 1,490 ลานบาท สวนในปงบประมาณ 2554 ไดบรรจุไวในพระราชบัญญัติงบ ประมาณรายจายประจําป2554 ประมาณ 5,700 ลานบาท เมื่อรวมกับ 1,490 ลานบาท รวมเปนเงิน 7,200 ลานบาท เพื่อเปนงบประมาณในการยกระดับสถานีอนามัยเปนโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลภายใน ระยะเวลาสิ้นปนี้ ซึ่งนาจะทําไดทั้งหมดเพื่อใหเกิดประโยชน ดังนี้ 1. ใหโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล เปนทัพหนาของกระทรวงสาธารณสุข ในการใหบริการ ดานสุขภาพแกประชาชนในตําบล หมูบาน ชุมชน 2. เพื่อเปนการพัฒนาระบบสาธารณสุข ใหมีคุณภาพมาตรฐาน และมีศักยภาพมากขึ้น เพื่อใหบริการเชิงรุกดานสุขภาพแกประชาชน 3. เพื่อใหประชาชนสามารถเขาถึงบริการที่มีคุณภาพมาตรฐานไดอยางทั่วถึงเทาเทียม 4. เพื่อใหประชาชนและผูรับบริการไดเขามามีสวนรวมในการดูแล สุขภาพของตนเอง 2-7
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) ช ภายใตการยกระดับสถานีอนามัยเปนโรงพยาบาล สงเสริมสุขภาพตําบล โดยมีภารกิจสําคัญดังนี้ 1. ดานการสงเสริมสุขภาพ 2. ดานการรักษาพยาบาล 3. ดานการควบคุมปองกันโรค 4. ดานการฟนฟูสภาพ 5. ดานการคุมครองผูบริโภค ซึ่งตองทําพรอมกันทั้ง 5 ดาน เปนภารกิจเพื่อสรางสุขภาวะที่ดีใหครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และทางดานสังคมควบคูกันไป อันนี้ถือวาเปนภารกิจของโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลที่สําคัญ อยางยิ่ง โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลจะตองเปนสวนหนึ่งของโครงการตาม โรงพยาบาล 3 ดี หรือ โรงพยาบาลสาธารณสุขยุคใหม เพื่อคนไทยสุขภาพดีมีรอยยิ้ม 3 ดีที่วาก็คือ ดีที่ 1 คือ บรรยากาศดีไดแก การปรับภาพลักษณและโครงสราง เพื่อการสรางบรรยากาศที่ดี ดีที่ 2 คือ การใหบริการที่ดี ดีที่ 3 คือ การบริหารจัดการที่ดีจะตองมีการปรับการบริหารจัดการ ใหเปนการบริหารจัดการที่ดี โดยมีการกําหนดภารกิจไวชัดเจนทั้ง 3 ดานวา ดานที่ 1 ในเรื่องการปรับปรุงดานบรรยากาศ หรือกายภาพนั้นโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพ ตําบลจะตองทํามี 3 ขอ 1. ปรับโฉมดานกายภาพ พื้นที่บริการรองรับผูปวยใหดูทันสมัย ผอนคลาย รวมทั้งการจัด ภูมิทัศนดวย 2. พื้นที่รอรับบริการ หองตรวจ หองพักผอนในบริเวณโรงพยาบาล หองน้ํา จะตองสวยงามเปน ระเบียบ 3. จัดมุมความรูดานสุขภาพในรูปแบบที่เหมาะสม เชน นิทรรศการ โปสเตอร หรือแผนพับ ดานที่ 2 ในเรื่องการใหบริการ ตองแยกเปนการใหบริการทางดานการแพทย และการใหบริการ ทางดานทั่วไป ซึ่งการใหบริการทางดานการแพทยนั้น โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลจะตองรับไปปฏิบัติ4 ขอ 1. ลดเวลาการรอคอย ซึ่งโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล ไมมีปญหาเรื่องการรอคอย เนื่องจากผูปวยไมแออัดเหมือนโรงพยาบาล 60 เตียงขึ้นไปหรือโรงพยาบาลศูนย แตตองนําไปปรับใช เชน เวลา รอพบแพทยเวลารอพบพยาบาล เวลารอพบเจาหนาที่ และเวลารอรับยาตองมีการกําหนดเปาหมายใหชัดเจน 2. ตองมีการจัดคิวการรอตรวจ การนัดชวงเวลาใหผูรับบริการทราบ ชัดเจน เชน เวลา 09.00 - 10.00 น. และ เวลา 10.00 - 11.00 น. มีการจัดใหบริการงานใดบาง ซึ่งโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลไม พบวามีปญหาเพราะผูปวยไมแออัด อยางไรก็ตามควรจะตองนํานโยบายมาปรับใชใหเหมาะสม 3. มีจุดใหคําแนะนําการปฏิบัติตัวของผูปวยกอนกลับบาน ซึ่งทางโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพ ตําบลไดมีการปฏิบัติตามนโยบายซึ่งจะเปนประโยชนในการประเมินผลในอนาคตตอไป 4. มีการจัดบริการสงตอ สงกลับ และนัดหมายอยางเปนรูปธรรม ซึ่งมีนโยบายวาควรจะตองมี เจาหนาที่ตอนรับ แตขอจํากัดของโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลคือมีบุคลากรจํากัดไมมากพอที่จะแบงคนไป เปนพนักงานตอนรับ 1–2 คน แตสามารถปรับใหใชจิตอาสา อสม. และผูสูงอายุมาทดแทนสวนขาดทางดาน บุคลากร โดยสามารถนําเครื่องแบบชุดตอนรับที่มีความสวยงามมาใสในการปฏิบัติงานได 2-8
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) ซ สรุปแนวคิดการบริหารกลยุทธ การเรียนรูโดยใชชุมชนเปนฐาน (Community based Learning : CBL) มีวัตถุประสงคเพื่อเสริมสราง สมรรถนะดานการบริหารใหมีความรูความเขาใจเกี่ยวกับแนวคิดเชิงกลยุทธเพื่อการบริหารงานเชิงกลยุทธ สามารถประยุกตใชเทคโนโลยี และนวตกรรมเพื่อการบริหารงาน เปนแบบอยางที่ดีดานคุณธรรมจริยธรรม โดยมี กระบวนการศึกษาภาคทฤษฎีใหผูเขารับการอบรมไดศึกษาองคความรูตาง ๆ ที่ผูบริหารจําเปนตองรู เพื่อการ วางแผนเชิงกลยุทธ ในการแกไขปญหาสาธารณสุขในพื้นที่ องคความรูดังกลาวไดแก การวิเคราะหปจจัยภายใน ดวย 7S Model การวิเคราะหปจจัยภายนอกดวย PESTEL Model การคิดเชิงกลยุทธ (Strategic Thinking) การวางแผนเชิงกลยุทธ (Strategic Planning) การวิเคราะห SWOT โดยองคความรูเหลานี้ไดรับการถายทอด จากวิทยากรผูทรงคุณวุฒิที่สามารถถายทอดความรูออกมาไดอยางชัดเจน 2-9
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) ฌ สารบัญ หนา กิตติกรรมประกาศ ก บทสรุปผูบริหาร ข คํานํา ค บทนํา ง สารบัญ ฌ สวนที่ 1 ขอมูลทั่วไป 1 1. ขอมูลทั่วไปอําเภอบานนา 1 2. ขอมูลทั่วไปตําบลทองหลาง 1 3. ขอมูลทั่วไปโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบานทองหลาง 2 สวนที่ 2 ขอมูลดานสาธารณสุขในพื้นที่ 7 1. ขอมูลสถานะสุขภาพของประชาชน 7 สวนที่ 3 การจัดลําดับความสําคัญของปญหา 11 สวนที่ 4 การวิเคราะหปจจัยภายในและภายนอกที่เกี่ยวของกับปญหา 14 1. วิเคราะหสภาพแวดลอมภายใน โดยใชกรอบแนวคิดของ 7S McKinsey 14 2. การวิเคราะหปจจัยภายนอก โดยใชกรอบแนวคิด PESTEL 16 3. วิเคราะหสภาพแวดลอมภายในและภายนอกองคกร (SWOT analysis) 17 4. กําหนดกลยุทธดวย TOWS MATRIX 20 5. ผลการวิเคราะห Balance score card 21 6. การวิเคราะหกลยุทธ และขอเสนอแผนปฏิบัติการ 22 สวนที่ 5 สรุปอภิปรายและสะทอนคิดผลการเรียนรูดวย reflective practices และสนทนา กลุมแตละกลุม 25 เอกสารอางอิง 28 ภาคผนวก 29 สารบัญภาพ ภาพที่ 1 แผนที่และอาณาเขตติดตออําเภอบานนา จังหวัดนครนายก 1 ภาพที่ 2 แผนที่และอาณาเขตติดตอตําบลทองหลาง 2 ภาพที่ 3 ผังโครงสรางบุคลากรโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบานทองหลาง 4 ภาพที่ 4 แสดงภาคีเครือขายโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบานทองหลาง 5 สารบัญแผนภูมิ แผนภูมิที่ 1 ปรามิดประชากรในพื้นที่โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบานทองหลาง แยกตามเพศและกลุมอายุ 4 แผนภูมิที่ 2 แสดงจํานวนผูปวยโรคหลอดเลือดสมองรายใหมในพื้นที่โรงพยาบาล สงเสริมสุขภาพตําบลบานทองหลาง 10 2-10
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) ญ สารบัญตาราง ตารางที่ 1 จํานวนประชากรในเขตความรับผิดชอบของโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพ ตําบลบานทองหลาง 3 ตารางที่ 2 จํานวน อสม. และหลังคาเรือนที่รับผิดชอบ 6 ตารางที่ 3 จํานวนประชากรแยกตามกลุมวัย 7 ตารางที่ 4 จํานวนและอัตราตายจําแนกตามสาเหตุการตาย 7 ตารางที่ 5 จํานวนผูปวยนอกแยกตามสาเหตุการปวย 8 ตารางที่ 6 ภาระงานหนวยบริการ 8 ตารางที่ 7 ความครอบคลุมการตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิต ปงบประมาณ 2566 9 ตารางที่ 8 ความครอบคลุมการตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน ปงบประมาณ 2566 9 ตารางที่ 9 ความครอบคลุมการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ปงบประมาณ 2566 9 ตารางที่ 10 ความครอบคลุมการตรวจคัดกรองมะเร็งเตานม ปงบประมาณ 2566 9 ตารางที่ 11 ความครอบคลุมการตรวจคัดกรองมะเร็งลําไสใหญ ปงบประมาณ 2566 10 ตารางที่ 12 การคัดกรองผูสูงอายุ 9 ดาน ปงบประมาณ 2566 10 ตารางที่ 13 การจัดลําดับความสําคัญของปญหา 12 ตารางที่ 14 ผลการยอมรับทางประสาทสัมผัสผลิตภัณฑปลารา (ดานสีกลิ่น และรสชาติ) 26 ตารางที่ 15 คุณคาสารอาหารตอ 100 กรัม ในปลาราที่หมักโดยใชเกลือตางกัน 27 ตารางที่ 16 ผลการวิเคราะหเชื้อจุลินทรียกอโรคและพยาธิในปลาราสูตรที่พัฒนา 27 2-11
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 1 สวนที่ 1 ขอมูลทั่วไป 1. ขอมูลทั่วไปอําเภอบานนา อําเภอบานนา เปน 1 ใน 4 อําเภอของจังหวัดนครนายก มีพื้นที่ 388.45 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู หางจากจังหวัดนครนายก มาทางทิศตะวันตก ประมาณ 20 กิโลเมตร และอยูหางจากกรุงเทพมหานครประมาณ 75 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดตอ ดังนี้ ภาพที่ 1 แผนที่และอาณาเขตติดตออําเภอบานนา จังหวัดนครนายก สภาพโดยทั่วไปเปนที่ราบ สภาพพื้นที่เปนดินปนทราย เหมาะแกการทําการเกษตรกรรม โดยมี แหลงน้ําที่สําคัญในการทําเกษตร ไดแก คลองบานนา และคลองทองหลาง สภาพอากาศโดยทั่วไป ไมรอนจัด และไมหนาวจัดจนเกินไป มีภูมิอากาศแบบรอนชื้น อุณหภูมิเฉลี่ยอยูระหวาง 27 - 33 องศาเซลเซียส อําเภอบานนา แบงการปกครองเปน 10 ตําบล 116 หมูบาน 2 เขตเทศบาล 9 อบต. มีประชากรทั้งสิ้น 69,011 คน 23,586 หลังคาเรือน ความหนาแนนของประชากร 177.66 คนตอตารางกิโลเมตร การคมนาคมขนสงสะดวก มีไฟฟาและน้ําประปาครบทุกหมูบาน แตไมครบทุกหลังคาเรือน การสื่อสารสะดวก โดยสวนใหญใชโทรศัพทมือถือ มีสัญญาณ Internet ครอบคลุมทั้งอําเภอ 2. ขอมูลทั่วไปตําบลทองหลาง ตําบลทองหลาง เปน 1 ใน 10 ตําบลของอําเภอบานนา จังหวัดนครนายก อยูหางจากอําเภอ บานนา ไปทางทิศใตประมาณ 7 กม. มีเนื้อที่รวม 30.52 ตร.กม. หรือ 19,075 ไร มีอาณาเขตติดตอ ดังนี้ ทิศเหนือ ติดตอกับ ตําบลอาษา อําเภอบานนา จังหวัดนครนายก ทิศใต ติดตอกับ ตําบลบางออ อําเภอบานนา จังหวัดนครนายก ทิศตะวันออก ติดตอกับ ตําบลบานพราว อําเภอบานนา จังหวัดนครนายก ทิศตะวันตก ติดตอกับ ตําบลบางปลากด อําเภอองครักษจังหวัดนครนายก ทิศเหนือ ติด อ.แกงคอย จ.สระบุรี ทิศตะวันออก ติด อ.เมือง จ.นครนายก ทิศใต ติด อ.องครักษจ.นครนายก ทิศตะวันตก ติด อ.วิหารแดง จ.สระบุรี 2-12
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 2 ภาพที่ 2 แผนที่และอาณาเขตติดตอตําบลทองหลาง อําเภอบานนา จังหวัดนครนายก สภาพพื้นที่โดยทั่วไป สวนใหญเปนที่ราบลุมเหมาะแกการเกษตรกรรม พื้นดินสวนใหญ เปน ดินเหนียว ดินรวน ดินทราย ตําบลทองหลางมีแมน้ําไหลผานหลายสาย ไดแก คลองบานนา คลองทองหลาง คลองชลประทานฝงขวา คลองอาษา คลองวัว คลองบางใหญ คลองบางปลากด เขตการปกครอง แบงออกเปน 8 หมูบาน ไดแก บานตลาดสี่แยก บานทองหลาง บานปากคลอง บานหัวถนน บานคลอง 29 บานคลอง 30 บาน หัวถนนใหม บานทองหลางใหม 3. ขอมูลทั่วไปโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบานทองหลาง โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล (รพ.สต.) บานทองหลาง ตั้งอยูตําบลทองหลาง อําเภอบานนา จังหวัดนครนายก เปนโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลขนาดเล็ก หางจากโรงพยาบาลบานนา 6 กิโลเมตร ใชเวลาในการเดินทาง 12 นาที สวนใหญเปนพื้นที่ราบลุม มีคลองบานนาไหลผาน ทําใหบางปเกิดน้ําทวมขัง เปนบางพื้นที่ สภาพอากาศมีลักษณะรอนชื้น มี 3 ฤดู ไดแก ฤดูรอน ฤดูหนาว และฤดูฝน ประชาชนนับถือ ศาสนาพุทธ รอยละ 100 มีวัดพุทธ 1 แหง เปนศูนยรวมจิตใจของชุมชนและ รพ.สต. สามารถใชเปนที่ใหความรู เรื่องสุขภาพแกประชาชนไดเปนอยางดี มีโรงเรียน 1 แหง นักเรียนจํานวน 89 คน ลักษณะชุมชน เปนชุมชนกึ่ง เมืองกึ่งชนบท ประชากรสวนใหญประกอบอาชีพเกษตรกรรม ไดแก ทํานา ทําไร ทําสวน อาชีพรองลงมาจาก เกษตรกรรมคือประกอบอาชีพรับจาง ทรัพยากรธรรมชาติ มีคลองรังสิต - นครนายก ไหลผาน หมู 1 และ 5 เปน แหลงหาสัตวน้ํา ปลาน้ําจืดที่มีเปนจํานวนมาก ประชาชนในพื้นที่นํามาแปรรูปเปนปลารา เพื่อบริโภคและ จําหนายเพื่อเพิ่มรายได ภาพรวมของพื้นที่มีเศรษฐกิจดี การคมนาคมสะดวก มีรถโดยสารประจําทางผาน มีไฟฟา น้ําประปา ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 4 หมูบาน รพ.สต.บานทองหลาง อยูในเครือขายบริการสุขภาพอําเภอบานนา (CUP บานนา) ซึ่งประกอบดวย โรงพยาบาลบานนา สํานักงานสาธารณสุขอําเภอบานนา และ รพ.สต.ในเครือขายอีก 14 แหง มีการแบงโซน รพ.สต. ออกเปน 3 โซน ไดแก โซนพฤกษชาติ โซนจตุมิตร และโซนราชพฤกษ โดย รพ.สต.บานทองหลาง อยูใน โซนราชพฤกษ ที่มีทั้งหมด 5 รพ.สต. ไดแก รพ.สต.บานทองหลาง รพ.สต.บานคลอง 30 รพ.สต.บานทางกระบือ รพ.สต.บานหนองรี และ รพ.สต.บานบางออ มีวิสัยทัศน พันธกิจ และเปาประสงคเชิงยุทธศาสตร ดังนี้ 2-13
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 3 วิสัยทัศน เปนโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล ที่มีคุณภาพมาตรฐาน บริการแบบองครวม ผสานการ มีสวนรวม ประชาชนสุขภาพดี แบบวิถีพอเพียง พันธกิจ (Mission) 1. พัฒนาสถานบริการใหไดตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข 2. เสริมสรางศักยภาพ ภาคีเครือขายใหเขมแข็ง มีสวนรวมในการดูแลสุขภาพประชาชน 3. จัดบริการสุขภาพอยางทั่วถึง ครอบคลุมพื้นที่และกลุมเปาหมาย ทั้งเชิงรุกและเชิงรับ 4. ประสานการมีสวนรวมของทองถิ่นทุกภาคสวนใหประชาชนสามารถพึ่งตนเองไดตามแนว ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เปาประสงคเชิงยุทธศาสตร 1. เปาประสงคระยะสั้น 1.1 ประชาชนปวยและตายดวยโรคสําคัญลดลง 1.2 ผูรับบริการและภาคีเครือขายมีความพึงพอใจในคุณภาพบริการ 1.3 ผานเกณฑการประเมินตําบลควบคุมโรคเขมแข็ง มาตรฐานงานสุขศึกษา และ รพ.สต.ติดดาว 1.4 ประชาชนไดรับการสงเสริมสุขภาพที่ไดมาตรฐานตามกลุมวัย 1.5 เพิ่มประสิทธิภาพในการสงขอมูล 43 แฟม 2. เปาประสงคระยะยาว 2.1 ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองดานสุขภาพได 2.2 ประชาชนมีสุขภาพดีถวนหนา 2.3 ประชาชนเขาถึงบริการสุขภาพแบบผสมผสานครอบคลุมทุกกลุมวัย 2.4 มีความปลอดภัยจากการรับบริการสาธารณสุข 2.5 มีสารสนเทศที่ถูกตองและทันสมัย เพื่อการวางแผนงานสาธารณสุข ขอมูลประชากร ตารางที่ 1 จํานวนประชากรในเขตความรับผิดชอบของ รพ.สต.บานทองหลาง หมูที่ ชื่อบาน ประชากร หลังคาเรือน ครอบครัว 1 ตลาดสี่แยก 481 159 165 2 บานทองหลาง 486 153 158 5 บานคลอง 29 410 146 152 8 บานทองหลาง 337 105 109 รวม 1,714 563 584 ที่มา : Profile โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบานทองหลาง จากตารางพบวา รพ.สต.บานทองหลาง มีเขตพื้นที่ความรับผิดชอบทั้งหมดรวม 4 หมูบาน มีประชากรอยูในความรับผิดชอบ 1,714 คน 563 หลังคาเรือน 584 ครอบครัว 2-14
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 4 แผนภูมิที่ 1 ปรามิดประชากรในพื้นที่ รพ.สต.บานทองหลาง แยกตามเพศและกลุมอายุ ที่มา: HDC จังหวัดนครนายก จากลักษณะของปรามิดประชากรจะเห็นไดวามีประชากรเพศหญิงและเพศชายจํานวนใกลเคียงกัน ประชากรสวนใหญยังอยูในวัยทํางาน รองลงมาไดแกกลุมอายุ 60 ปขึ้นไป สอดคลองกับสภาวะของประเทศที่กําลัง เขาสูสังคมผูสูงอายุที่ทุกภาคสวนตองใหความสําคัญและบูรณาการรวมกันในการเตรียมการรองรับสภาวะดังกลาว ขอมูลบุคลากร โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบานทองหลาง ปจจุบันมีขาราชการปฏิบัติงาน และลูกจาง ชั่วคราว รวมเปนจํานวน 5 คน ประกอบดวย นักวิชาการสาธารณสุขชํานาญการ และเปนผูอํานวยการ โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล 1 คน และพยาบาลวิชาชีพชํานาญการ 2 คน จบหลักสูตรเฉพาะทางสาขาเวช ปฏิบัติทั่วไปทั้ง 2 คน เจาพนักงานธุรการ 1 คน และแมบาน 1 คน มีโครงสรางการบริหารงาน ดังนี้ ภาพที่ 3 ผังโครงสรางบุคลากรโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบานทองหลาง 2-15
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 5 จากผังโครงสรางบุคลากร พบวา อัตรากําลังเจาหนาที่ดานการรักษาพยาบาลและการสงเสริม ปองกันโรค 1:571 คน ซึ่งไมเกินมาตรฐานที่กําหนด คือ 1:1,250 พยาบาลวิชาชีพ 1:857 คน ซึ่งมาตรฐานคือ 1:5,000 คน บุคลากรสวนใหญเปนคนในพื้นที่ และปฏิบัติงานอยูในพื้นที่เปนระยะเวลานาน ทําใหเขาใจปญหา ของชุมชน และมีความใกลชิดกับชุมชน ทําใหการดําเนินงานตาง ๆ ไดรับความรวมมือ สนับสนุนเปนอยางดี นอกจากนี้ทาง รพ.สต.ยังไดรับการสนับสนุนบุคลากรจากเครือขาย ไดแก แพทย ทันตแพทย เภสัชกร จากโรงพยาบาลบานนาในการออกใหบริการตรวจรักษาผูปวยในคลินิกโรคเรื้อรังที่ รพ.สต. เดือนละ 1 ครั้ง ศักยภาพของผูนําชุมชน และภาคีเครือขาย ภาคีเครือขายในชุมชนที่สําคัญ ไดแก ผูนําชุมชน กํานัน ผูใหญบาน สมาชิกองคการบริหารสวนตําบล อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบาน (อสม.) ตัวแทนหมูบาน ผูแทนภาคเอกชน และองคการบริหารสวนตําบล ทองหลาง ไดมีบทบาทในการรวมกันจัดลําดับความสําคัญของปญหา สรุปปญหาที่สําคัญของตําบล ทําแผนแกไขปญหาสําคัญดานสุขภาพของประชาชนในเขตรับผิดชอบ นอกจากนี้ยังมีการจัดระบบสงตอโดย องคการปกครองสวนทองถิ่นเพื่อใหบริการผูปวยในยามฉุกเฉิน โครงสรางและลักษณะการบริหารภายในองคกร เครือขาย รพ.สต.บานทองหลาง ภาพที่ 4 แสดงภาคีเครือขาย รพ.สต.บานทองหลาง 2-16
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 6 แกนหลักสําคัญในการดําเนินงานดานสุขภาพของพื้นที่ คือ อสม. ซึ่งไดรับการคัดเลือกจาก ชุมชนและสมัครใจในการมีสวนรวมพัฒนาระบบสุขภาพเชิงรุกในชุมชนของตนเอง ไดมีรับการอบรมเพิ่มความรู จากแมขาย ทุกคนมีความรับผิดชอบในการสงเสริมสุขภาพและปองกันโรคในชุมชน และใหการสนับสนุน ในกิจกรรมตาง ๆ ของ รพ.สต.เปนอยางดี จํานวน อสม. ในพื้นที่มีรวมทั้งสิ้น 51 คน รับผิดชอบ 4 หมูบาน ดังนี้ ตารางที่ 2 จํานวน อสม. และหลังคาเรือนที่รับผิดชอบ หมูบาน จํานวน จํานวนหลังคาเรือนเฉลี่ย/อสม. หลังคาเรือน (หลัง) อสม. (คน) หมูที่ 1 บานตลาดสี่แยก 159 14 11.35 หมูที่ 2 บานทองหลาง 153 12 12.75 หมูที่ 5 บานคลอง 29 146 15 9.73 หมูที่ 8 บานทองหลาง 105 10 10.50 รวม 563 51 11.03 ที่มา : Profile โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบานทองหลาง จากตาราง พบวาจํานวนหลังคาเรือนที่ อสม. แตละคนรับผิดชอบ จะอยูที่ประมาณ 11 หลังคา เรือน/คน ทําใหมีความสามารถในการดูแลประชาชนในพื้นที่ไดอยางทั่วถึง 2-17
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 7 สวนที่ 2 ขอมูลดานสาธารณสุขในพื้นที่ 1. ขอมูลสถานะสุขภาพของประชาชน ตารางที่ 3 จํานวนประชากรแยกตามกลุมวัย กลุมวัย เพศ รวม รอยละ ชาย (ราย) หญิง (ราย) เด็ก (อายุ 0-5 ป) 13 20 33 1.93 กลุมวัยเรียน (อายุ 5-14 ป) 108 83 191 11.14 กลุมวัยรุน (อายุ 15-20 ป) 46 44 90 5.25 กลุมวัยทํางาน (อายุ 21-59 ป) 486 484 970 56.59 กลุมผูสูงอายุ (อายุ 60 ป ขึ้นไป) 179 251 430 25.09 รวม 832 882 1,714 100.00 ที่มา : Profile โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบานทองหลาง จากตารางพบวา จํานวนประชากรสวนใหญอยูในชวงอายุ21-59 ป ซึ่งเปนวัยทํางาน คิดเปน รอยละ 56.59 ในขณะที่ประชากรชวงอายุ60 ปขึ้นไป คิดเปนรอยละ 25.09 สูงเปนอันดับ 2 ของประชากร บงชี้วาประชากรในวัยสูงอายุมีจํานวนในสัดสวนที่มาก สอดคลองกับสภาวะของประเทศในการกาวสูสังคม ผูสูงอายุ ในขณะที่กลุมประชากรเด็กมีเพียงรอยละ 1.93 ตารางที่ 4 แสดงจํานวนและอัตราตายจําแนกตามสาเหตุการตาย ลําดับ สาเหตุ ป 2563 ป 2564 ป 2565 จํานวน อัตรา:1000 จํานวน อัตรา:1000 จํานวน อัตรา:1000 1 2 3 4 5 ชรา หัวใจลมเหลว มะเร็งตับ อุบัติเหตุ ติดเชื้อในกระแสเลือด 3 2 0 2 1 1.23 0.82 0 0.82 0.41 4 3 0 2 0 1.68 1.26 0 0.84 0 3 2 2 2 1 1.29 0.86 0.86 0.86 0.43 ที่มา : Profile โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบานทองหลาง จากตารางสาเหตุการตายของคนในพื้นที่สวนใหญเกิดเนื่องจากความชรา รองลงมา ไดแก ภาวะหัวใจลมเหลว มะเร็งตับ อุบัติเหตุ และติดเชื้อในกระแสเลือดตามลําดับ 2-18
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 8 ตารางที่ 5 จํานวนผูปวยนอกแยกตามสาเหตุการปวย ลําดับ สาเหตุการปวยตามกลุมสาเหตุ (ICD10) จํานวน (ครั้ง) ป 2563 ป 2564 ป 2565 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 โรคความดันโลหิตสูง (I10) เยื่อบุจมูกและลําคออักเสบ (J00) เบาหวานชนิดที่ไมตองพึ่งอินซูลินที่ไม มีภาวะแทรกซอน (E119) เยื่อบุตาอักเสบเฉียบพลัน ที่มิไดระบุรายละเอียด (H103) อาการมึนงง (R42) ปวดทอง (K30) ไอ (R05) สิ่งผิดปกติตรวจทาง Lab (R21) ปวดกลามเนื้อ/ตึง (M626) ปวดศีรษะ (R51) 461 184 364 53 98 96 76 123 51 40 406 139 211 67 82 109 54 90 65 46 315 173 143 79 74 65 64 62 54 52 รวม 1,546 1,269 1,081 ที่มา : Profile โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบานทองหลาง จากตารางพบวา จํานวนผูมารับบริการมีแนวโนมลดลงในป 2564 และ 2565 เนื่องจาก สถานการณการแพรระบาดของโรคโควิด-19 จํานวนผูมารับบริการในปลาสุด ที่พบมาก 3 อันดับแรก ไดแก ผูปวยโรคความดันโลหิตสูง รองลงมาไดแก เยื่อบุจมูกและลําคออักเสบ และผูปวยโรคเบาหวานชนิดที่ไมพึ่ง อินซูลินที่ไมมีภาวะแทรกซอน ตารางที่ 6 ภาระงานหนวยบริการ การใหบริการ จํานวนผูปวยทั้งป(คน) ป 2563 ป 2564 ป 2565 WBC (คลินิกสุขภาพเด็กดีและพัฒนาการเด็ก) 118 125 114 OPD + ER (ผูปวยตรวจโรคทั่วไปและรับบริการหองฉุกเฉิน) 5,665 4,376 4,195 วางแผนครอบครัว 298 276 282 คลินิกโรคไมติดตอเรื้อรัง (โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง) 658 672 634 การเยี่ยมบาน (รวมทุกประเภท) 1,643 1,862 1,875 ที่มา : Profile โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบานทองหลาง จากตารางจํานวนผูปวยที่มารับบริการมากที่สุด ไดแก ผูปวยที่เขารับบริการตรวจโรคทั่วไปและ รับบริการหองฉุกเฉิน รองลงมาไดแก ผูปวยที่ไดรับบริการเยี่ยมบาน และผูปวยคลินิกโรคไมติดตอเรื้อรัง (โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง) ตามลําดับ 2-19
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 9 ตารางที่ 7 ความครอบคลุมการตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง ปงบประมาณ 2566 อายุ≥35 ป ผูปวย HT เปาหมาย ผลงาน รอยละ ผลการคัดกรอง เสี่ยง รอยละ สงสัยปวย รอยละ 1,095 178 765 731 95.68 12 1.65 35 4.79 ที่มา : Profile โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบานทองหลาง จากตารางพบวา ในป 2566 จํานวนผูที่มีอายุมากกวา 35 ปขึ้นไปมีจํานวนทั้งสิ้น 1,095 ราย เปนผูปวยโรคความดันโลหิตสูง 178 ราย ไดรับการคัดกรอง 731 ราย ผลการคัดกรองพบผูมีความเสี่ยงตอ การเปนโรค 12 ราย และ สงสัยปวย 35 ราย ตารางที่ 8 ความครอบคลุมการตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน ปงบประมาณ 2566 อายุ≥35 ป ผูปวย DM เปาหมาย ผลงาน รอยละ ผลการคัดกรอง เสี่ยง รอยละ สงสัยปวย รอยละ 1,095 183 934 897 95.76 33 3.68 15 1.67 ที่มา : Profile โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบานทองหลาง จากตารางพบวา ในป 2566 จํานวนผูที่มีอายุมากกวา 35 ปขึ้นไปมีจํานวนทั้งสิ้น 1,095 ราย เปนผูปวยโรคเบาหวาน 183 ราย ไดรับการคัดกรอง 897 ราย ผลการคัดกรองพบผูมีความเสี่ยงตอการเปนโรค 33 ราย และ สงสัยปวย 15 ราย ตารางที่ 9 ความครอบคลุมการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ปงบประมาณ 2566 หญิงอายุ 30-60 ป ผลงาน รอยละ เสี่ยง รอยละ ตรวจคัดกรองโดย ตนเอง เจาหนาที่ 389 45 11.02 5 11.11 30 15 ที่มา : Profile โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบานทองหลาง จากตารางพบวา ในป 2566 จํานวนประชากรเพศหญิงอายุ 30-60 ป มีทั้งหมด 389 ราย ไดรับการคัดกรองดวยตนเอง 30 ราย และคัดกรองโดยเจาหนาที่ 15 ราย พบมีภาวะเสี่ยง 5 ราย ตารางที่ 10 ความครอบคลุมการตรวจคัดกรองมะเร็งเตานม ปงบประมาณ 2566 หญิงอายุ 30-70 ป ผลงาน รอยละ เสี่ยง รอยละ ตรวจคัดกรองโดย ตนเอง เจาหนาที่ 489 344 70.30 2 0.58 299 45 ที่มา : Profile โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบานทองหลาง จากตารางพบวา ในป 2566 จํานวนประชากรเพศหญิงอายุ 30-70 ป มีทั้งหมด 489 ราย ไดรับการคัดกรองดวยตนเอง 299 ราย และคัดกรองโดยเจาหนาที่ 45 ราย พบมีภาวะเสี่ยง 2 ราย 2-20
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 10 ตารางที่ 11 ความครอบคลุมการตรวจคัดกรองมะเร็งลําไสใหญ ปงบประมาณ 2566 เปาหมาย ผลงาน รอยละ ผลบวก รอยละ 55 53 96.36 2 3.77 ที่มา : Profile โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบานทองหลาง จากตารางพบวา ในป 2566 จํานวนประชากรกลุมเปาหมาย 55 ราย ไดรับการคัดกรอง 53 ราย คิดเปนรอยละ 96.36 พบผลการคัดกรองเปนบวก จํานวน 2 ราย คิดเปนรอยละ 3.77 ตารางที่ 12 การคัดกรองผูสูงอายุ 9 ดาน ปงบประมาณ 2566 เปาหมาย คัดกรอง ครบ 9 ดาน รอยละการ คัดกรอง ผลการคัดกรอง ติดสังคม รอยละ ติดบาน รอยละ ติดเตียง รอยละ 455 414 90.99 388 93.72 23 5.56 3 0.72 ที่มา : Profile โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบานทองหลาง จากขอมูลตาราง พบวา ผูสูงอายุทั้งหมด 455 ราย ไดรับการคัดกรอง 414 ราย คิดเปนรอยละ 90.99 พบวา เปนกลุมติดสังคม 388 ราย คิดเปนรอยละ 93.72 กลุมติดบาน 23 คน คิดเปนรอยละ 5.56 และกลุมติดเตียง 3 ราย คิดเปนรอยละ 0.72 จากการเขาสูสังคมผูสูงอายุ เปนปจจัยหนึ่งที่ทําใหเกิดปญหา การเจ็บปวยดวยโรคไมติดตอเรื้อรังตามมา ไดแก โรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ซึ่งโรคดังกลาว ทําใหเกิดภาวะแทรกซอนที่รุนแรงตามมา เชน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมองที่สงผลใหเกิดความพิการ และถึงแกชีวิตได ซึ่งพบวาจํานวนผูปวยโรคหลอดเลือดสมองในพื้นที่ รพ.สต.บานทองหลาง มีแนวโนมเพิ่มขึ้น ดังนี้ แผนภูมิที่ 2 แสดงจํานวนผูปวยโรคหลอดเลือดสมองรายใหมในพื้นที่ รพ.สต.บานทองหลาง ที่มา : HDC จังหวัดนครนายก 2 3 0 0 5 0 2 4 6 2562 2563 2564 2565 2566 2-21
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 11 สวนที่ 3 การจัดลําดับความสําคัญของปญหา ในการจัดลําดับความสําคัญของปญหา ทางผูศึกษาไดใชเกณฑของ ภาควิชาบริหารสาธารณสุข มหาวิทยาลัยมหิดล (บุญชัย ภาละกาล, 2557) มาเปนเกณฑในการจัดลําดับความสําคัญของปญหาดาน สาธารณสุขของพื้นที่ รพ.สต.บานทองหลาง ซึ่งมีองคประกอบ 4 อยางแตละองคประกอบใหคะแนน 1-5 รวม คะแนนที่ไดทั้งหมดแลวนํามาเรียงลําดับจากคะแนนที่ไดสูงสุดลงมา องคประกอบ 4 ที่มาพิจารณาไดแก 1. ขนาดของปญหา (Size of Problem or Prevalence) หมายถึง โรคที่เกิดในชุมชน และ ชุมชนเห็นวาโรคนั้นๆมีจํานวนผูปวยเปนจํานวนมากหากเปนโรคติดตอสามารถติดตอหรือแพรกระจายงายและมี แนวโนมของโรคเพิ่มขึ้น 2. ความรุนแรงของปญหา (Severity of Problem) หมายถึงโรคหรือปญหานั้นเกิดขึ้นจะมี อัตราตายหรือความทุพพลภาพมากนอยเพียงไร โรคหรือปญหานั้นถาปลอยทิ้งไวจะกอใหเกิดความเสียหายเปน อันตรายถึงแกความตายอาจทําใหเกิดผลเสียแกครอบครัวชุมชนและประเทศชาติในดานตาง ๆ 3. ความยากงายในการแกปญหา (Ease of management) หมายถึงการดําเนินการแกไข ปญหาดังกลาวจะทําไดหรือไมซึ่งตองพิจารณาองคประกอบตาง ๆ ดังนี้ 1) ดานวิชาการมีความรูดานวิชาการในการนํามาใชแกปญหามากนอยเพียงใด 2) ดานบริหาร ตองคํานึงถึงทรัพยากรและปจจัยตางๆ ที่จะนํามาใชในการสนับสนุน ไดแก บุคลากร งบประมาณ วัสดุอุปกรณ และวิธีการบริหารจัดการ รวมทั้งนโยบาย ของผูบริหาร 3) ดานระยะเวลา มีระยะเวลาเพียงพอที่จะแกไขปญหานั้น ๆ หรือไม 4) ดานกฎหมาย ควรพิจารณาการดําเนินการแกไขปญหานั้น ขัดแยงตอขอกฎหมายหรือไม 5) ดานศีลธรรมตองพิจารณาการดําเนินการแกปญหานั้นขัดศีลธรรมขนบธรรมเนียม ประเพณีหรือไม 4. ความสนใจหรือความตระหนักของชุมชนที่มีตอปญหานั้น (Community Concern) หมายถึงพิจารณาวาประชาชนในชุมชนเห็นวาปญหาที่เกิดขึ้นนั้นมีความสําคัญหรือไม มีความวิตกกังวล มีความ สนใจหรือตองการแกไขปญหาหรือไม ซึ่งการใหคะแนนมีเกณฑดังนี้ ไมมีเลย = 0 คะแนน รอยละ 1-25 = 1 คะแนน รอยละ 26-50 = 2 คะแนน รอยละ 51-75 = 3 คะแนน รอยละ 76-100 = 4 คะแนน 2-22
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 12 ตารางที่ 13 การจัดลําดับความสําคัญของปญหา ปญหาดานสาธารณสุข ขนาดของ ปญหา ความ รุนแรง โอกาสใน การแกไข ความสนใจ ของชุมชน รวม ลําดับ วิธีบวก วิธีคูณ ภาวะแทรกซอนในผูปวย ความดันโลหิตสูง 4 3 2 3 12 72 1 ผูสูงอายุติดบานติดเตียง 2 2 3 2 9 24 3 มะเร็งปากมดลูก 2 3 2 2 10 36 2 จากตารางขางตนพบวาปญหาสําคัญทางดานสาธารณสุขในพื้นที่ รพ.สต.บานทองหลาง สามารถจัดลําดับตามความสําคัญไดดังนี้ ลําดับที่ 1 ภาวะแทรกซอนในผูปวย ลําดับที่ 2 ผูสูงอายุติดบานติดเตียง ลําดับที่ 3 มะเร็งปากมดลูก 2-23
การวิเคราะหและสังเคราะหปญหาโดยใชแผนภูมิกางปลา
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 13 2-24
COMMUNITY-BASED LEARNING (CBL) 14 สวนที่ 4 การวิเคราะหปจจัยภายในและภายนอกที่เกี่ยวของกับปญหา 1. วิเคราะหสภาพแวดลอมภายใน โดยใชกรอบแนวคิดของ 7S McKinsey การวิเคราะหปจจัยภายใน โดยใชกรอบแนวคิดของ 7S McKinsey ซึ่งประกอบไปดวยปจจัย ภายใน ทั้ง 7 ประการ ไดแก กลยุทธหลักขององคกร (Strategy) โครงสรางทางการบริหาร (Structure) ระบบ ตาง ๆ ในองคการ (Systems) รูปแบบการบริหาร (Style) บุคลากร (Staff) ทักษะการปฏิบัติงาน (Skills) และ คานิยมรวม (Shared Value) ทําใหพบวาปจจัยภายในทั้ง 7 ดาน แตละดานมีจุดแข็งและจุดออน แตกตางกัน อยางไร การวิเคราะหประเด็นปญหา การวิเคราะหปจจัยภายใน โดยใชหลักการ 7S McKimsey เปนเครื่องมือที่ถูกนํามาใช ในการบริหาร ซึ่ง คือกรอบแนวคิดพื้นฐานที่นํามาใชวิเคราะหตัวแปร ทั้ง 7 ประการซึ่งมีสวนสําคัญตอ ความสําเร็จขององคกร โดยนําผลการวิเคราะหตามหลักการมากําหนดกลยุทธ เพื่อใหเกิดประโยชนและ ประสิทธิภาพสูงสุดตอการบริหารองคกรนั้นเอง องคประกอบ 7S ไดแก S1 = โครงสรางองคกร (Structure) การพิจารณาลักษณะขององคกรมีประโยชนตอการ จัดทํากลยุทธขององคกร เนื่องจากถาโครงสรางขององคกรมีความเหมาะสมและสอดคลองตอกลยุทธที่เลือกใช จะเปนจุดแข็งขององคกรแตถาโครงสรางองคกรไมเหมาะสมและสอดคลองกับกลยุทธที่เลือกใชก็จะเปน จุดออนขององคกร S2 = กลยุทธขององคกร (Strategy) กลยุทธขององคกร ไดแกกิจกรรมหรือการดําเนินงาน ตางๆ ภายในองคกรที่ไดถูกวางแผนขึ้นมาเพื่อใหสอดคลองและเหมาะสมตอการเปลี่ยนแปลงของสภาวะ แวดลอมภายนอก และภายในองคกร กลยุทธขององคกรจัดทําขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงคเพื่อชวยใหองคกร มีความสามารถ กลยุทธขององคกรนั้นมีความสัมพันธกับโครงสรางขององคกรอยางใกลชิดเนื่องจากการ จัดโครงสรางขององคกรนั้นจะตองเปนไปตามกลยุทธขององคกรนั้น ๆ (Structure Follows Strategy) S3 = ระบบในการดําเนินงานองคกร (Systems) ระบบภายในองคกร ไดแก ระบบหรือ ขั้นตอนการดําเนินงานภายในองคกรทั้งที่เปนทางการไมเปนทางการและไมเปนทางการที่ชวยใหองคกร สามารถดําเนินไปได เชน งบประมาณและระบบบัญชี ระบบในการสรรหาและคัดเลือกพนักงาน ระบบในการ ฝกอบรม ระบบในการติดตอสื่อสาร ระบบหรือขั้นตอนการทํางานเหลานี้จะบงบอกถึงวิธีการทํางานตาง ๆ ของ องคกร S4 = ลักษณะแบบแผนหรือพฤติกรรมในการบริหารงานของผูบริหารระดับสูง (Style) โดยรวมถึงบุคลิกภาพของผูบริหาร เนื่องจากการกระทําหรือพฤติกรรมของผูบริหารจะมีอิทธิพลตอความรูสึก นึกคิดของพนักงานภายในองคกรมากกวาคําพูดของผูบริหาร S5 = บุคลากรในองคกร (Staff) ประกอบดวยบุคลากร/พนักงานทุกระดับภายในองคกร รวมทั้งแบบแผนและพฤติกรรมตาง ๆ ที่องคกรแสดงและปฏิบัติตอพนักงานภายในองคกร เชน การมอบหมาย งาน หรือการสรางจูงใจและพัฒนา S6 = ความรูความสามารถขององคกร (Skills) สิ่งที่องคกรสามารถทําไดดีกวาองคกรอื่นถือ วาเปนความรู ความสามารถของพนักงาน 2-25