The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือที่ระลึกงานประเพณีเจ้าแม่ทับทิมพิชัยประจำปี พ.ศ. 2555 จุดประสงค์เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ ทางวัฒนธรรมประเพณ๊ ตลอดจนคติ ความเชื่อของชาวไทยเชื้อสายไหหลำ เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ผู้สนใจศึกษา และสร้างศรัทธาแก่ผู้กราบไหว้องค์เจ้าแม่ทับทิมพิชัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by CU for Sustainability, 2020-09-15 03:16:30

ประวัติศาลเจ้าแม่ทับทิมพิชัย

หนังสือที่ระลึกงานประเพณีเจ้าแม่ทับทิมพิชัยประจำปี พ.ศ. 2555 จุดประสงค์เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ ทางวัฒนธรรมประเพณ๊ ตลอดจนคติ ความเชื่อของชาวไทยเชื้อสายไหหลำ เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ผู้สนใจศึกษา และสร้างศรัทธาแก่ผู้กราบไหว้องค์เจ้าแม่ทับทิมพิชัย

Keywords: ทับทิม,ไหหลำ

หนงั สอื ทรี่ ะลกึ งานประเพณแี หเ่ จา้ แมท่ บั ทมิ พชิ ยั ประจาปี 2555

紀念冊
方巡遊各鄉傳統大祭典

披猜水尾聖娘廟

二五五五年

詩帝蓬
ปภพ สิทธิผล

國國王王萬萬歲歲

ททรรงงพพรระะเเจจรรญิ ญิ

เนื่องในโอกาส
พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั
พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา สมเดจ็ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ สมเดจ็ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกฎุ ราชกมุ าร

方巡遊各鄉傳統大祭典

披猜水尾聖娘廟

二五五五年

吉祥的時刻
陛下"普密蓬阿杜德"國王的八十五歲生日週年慶祝

她的陛下"詩麗吉"王后的八十歲生日週年慶祝
殿下王儲"瑪哈哇集拉隆功"的第五週期生日週年慶祝

一百四十一週年儀式的披猜水尾聖娘廟

水尾圣娘

一二三水生水渔水诚

拜拜拜尾来尾船尾心

天清圣圣慈圣平圣朝

清香娘娘悲娘安娘拜

地跟显救为费海下现

灵诚圣众世苦平凡光

灵心明生人心静尘明

天天扶消家教万

下上危灾家化事

太圣解赐安人祈

平娘厄福乐间求

万显镇为福恶万

事真太众满人事

成灵平生庭心成 诗





คานา

ในปจั จุบนั องคค์ วามรทู้ แี่ สดงออกถงึ อตั ลกั ษณ์ของชาวจีนในแต่
ละชาติพันธุ์มกั จะถูกผสมกลมกลืนกนั จนยากท่ีจะจาแนกได้ว่า เป็นอัต
ลกั ษณ์ทางวฒั นธรรมประเพณีของชาวจีนกลุ่มใด เน่ืองจากสงั คมจีนใน
ประเทศไทยนนั้ ประกอบไปดว้ ยชาวจีนหลายกลุ่มภาษา “หนังสือทีร่ ะลึก
งานประเพณีแห่เจ้าแม่ทบั ทิมพิชยั ประจาปี พ.ศ.2555” จงึ มจี ุดประสงค์
เพ่อื รวบรวมองค์ความรู้ทางวฒั นธรรมประเพณี ตลอดจนคตคิ วามเชอ่ื ของ
ชาวไทยเช้อื สายจนี ไหหลา ให้เป็นวทิ ยาทานแก่ผู้สนใจศึกษา และสร้าง
ศรทั ธาแกผ่ กู้ ราบไหวอ้ งคเ์ จา้ แมท่ บั ทมิ พชิ ยั

เน้ือหาภายในหนงั สอื จะแบง่ ออกเป็น 4 ภาค ซง่ึ มเี น้ือหาสาระที่
แตกต่างกนั ออกไปโดย ภาคที่ 1 เป็นการกล่าวถึงประวตั ขิ องศาลเจ้าแม่
ทบั ทมิ พชิ ยั และสง่ิ ศกั ดสิ ์ ทิ ธภิ ์ ายในศาล

ส่วนภาคที่ 2 เน้ือหาจะเก่ยี วกบั การรวบรวมองค์ความรูท้ าง
วฒั นธรรมประเพณขี องชาวจนี ไหหลา ตลอดจนวถิ ชี วี ิตและประวตั ิศาสตร์
อนั ยาวนานของชาตพิ นั ธ์ุทไี่ ดร้ บั การขนานนามวา่ “ไขม่ กุ แห่งทะเลจนี ใต้”
และการอพยพเขา้ มาพง่ึ พระบรมโพธสิ มภารบนแผน่ ดนิ สยาม

ภาคท่ี 3 กล่าวถงึ ประเพณีในรอบชีวติ ของชาวจีน และการให้
ความรเู้ กยี่ วกบั ทม่ี าและความหมายของเครอ่ื งเซ่นไหวบ้ ชู า

และภาคท่ี 4 คอื เกรด็ ความรู้ของวฒั นธรรมจีนท่ีเคยมีผูส้ งสยั
เกยี่ วกบั ประวตั คิ วามเป็นมา และการปฏบิ ตั ทิ ถี่ กู ตอ้ งตามหลกั สากล

เน้ือหาทัง้ หมด ผู้เขยี นจะใช้สาเนียงภาษาจีนกลาง (Chinese
language) และสาเนียงภาษาจนี ไหหลา (Hainan’s sub-dialect) ในการ
กล่าวถึงชอ่ื ภาษาจีนของเร่อื งราวหรือช่อื เทพเจ้าต่างๆ (นอกจากสงิ่ ของ
บางอย่างที่กล่าวถึงนัน้ จะนิยมออกเสียงด้วยสาเนียงแต้จิ๋ว) เพ่ือให้
ลูกหลานของชาวไทยเช้อื สายจีนไหหลาได้เรียนรู้ และแยกแยะได้ว่า
วฒั นธรรมประเพณีของชาวไหหลามชี อ่ื เรยี กอย่างไร ต่างจากจนี กลุ่มอ่นื
อยา่ งไร

นอกจากน้ีในการแสดงองค์ความรู้ ผู้เขียนใช้แหล่งข้อมูลท่ี
น่าเช่อื ถือทงั้ ภาษาไทยและจีน โดยรวบรวมหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์
เพ่อื ให้เป็นตน้ แบบแห่งการศกึ ษาคน้ ควา้ ของชาวไทยเช้อื สายจนี ไหหลา
ผสู้ นใจไดศ้ กึ ษาต่อไป

สุดทา้ ย วทิ ยาทานจากการแสดงองค์ความรแู้ ห่งวฒั นธรรมชาว
จนี ไหหลาในครงั้ น้ี ขออุทิศถวายเจา้ แม่ทบั ทมิ พิชยั เทพยุดาผู้แผ่บารมี
คมุ้ ครองลูกหลานใหป้ ระสบความสาเรจ็ ทงั้ ในหน้าท่กี ารงานและการศกึ ษา
และขออุทศิ แกบ่ รรพชนชาวจนี ไหหลาผบู้ กุ เบกิ แผน่ ดนิ สยาม สรา้ งตานาน
อนั ยง่ิ ใหญ่รมิ สายน้าทวั ่ ทงั้ แผน่ ดนิ ขอขอบพระคณุ ครูอาจารย์ผปู้ ระสทิ ธิ ์
ประสาทวชิ าความรเู้ รอ่ื งวฒั นธรรมจนี ใหก้ บั ผเู้ ขยี น และบพุ การขี องผเู้ ขยี น
ผสู้ นบั สนุนการศกึ ษาของลูกอย่างไมม่ ที ส่ี น้ิ สดุ

ปภพ สทิ ธผิ ล

诗帝蓬

สารบญั

ภาคท่ี 1: ประวตั ิศาลเจ้าแม่ทบั ทิมพิชยั ....................... 1
ประวตั ิศาลเจา้ แมท่ บั ทิมพิชยั ..................................... 2
สิ่งศกั ด์ิสิทธ์ิศาลเจา้ แมท่ บั ทิมพิชยั ............................. 3

เจา้ แมท่ บั ทมิ : เทพยดุ าแห่งสายน้า...................................... 4
เจา้ พอ่ กวนอู: จกั รพรรดแิ หง่ สวรรค์..................................... 9
เจา้ พ่อบว้ นเถ่ากง: เทพผพู้ ทิ กั ษ์ประจาตาบล..................... 18
เจา้ พ่อรอ้ ยแปด................................................................. 24
บว้ ยโบ้ (八寶) แปดอาวธุ วเิ ศษของโป๊ยเซยี น................. 30
เสาทกี ง ตะเกยี งสวรรค์..................................................... 35
เทพทวารบาล................................................................... 38
ปฐมบทของการแห่เจา้ ประเพณีแห่เจา้ แมท่ บั ทมิ พชิ ยั ........ 41
ประวตั พิ ธิ ที ง้ิ กระจาดไทยทาน........................................... 45

ภาคที่ 2: ไหหลา: มุกมงั กรแห่งแผน่ ดินสยาม........... 47

ภาษาจีนไหหลา .............................................................. 48
ภาษาหมน่ิ – จนี ไหหลา................................................. 49
ความเชื่อของชาวจนี ไหหลา.......................................... 55
พน้ื ฐานสาคญั ของ 3 ศาสนา........................................... 56
เจา้ แมท่ บั ทมิ จนี -ไทย ตานานกบั การเรยี กชอ่ื .................. 71
วิถีจีนไหหลา................................................................... 94
จนี ไหหลา: ผบู้ ุกเบกิ แผน่ ดนิ สยาม .................................. 95
หุ่นกระบอก: อตั ลกั ษณ์แหง่ ชาตพิ นั ธุ์............................ 105
อาหารการกนิ ............................................................... 112

ภาคท่ี 3: ประเพณีสาคญั ในรอบปี ของจีน ............... 127

ตรุษจนี : สวสั ดปี ีใหม่....................................................... 136
หยวนเซยี ว: เทศกาลโคมไฟ ........................................... 163
เชง็ เมง้ : ลกู หลานกตญั ญู................................................. 169
ตวนอู่: สารทขนมจา้ ง...................................................... 175
สารทจนี : เทศกาลอุลลมั พนั ............................................ 180
ไหวพ้ ระจนั ทร:์ ประเพณีคปู่ ระวตั ศิ าสตร์ ......................... 187
ขนมอ:ี๋ สญั ลกั ษณ์แหง่ ครอบครวั ..................................... 196
เคร่อื งเซน่ ไหวม้ งคล........................................................ 201

ภาคท่ี 4: เกบ็ เกรด็ วฒั นธรรมจีน ............................ 246

หล่ปู นั ฉ่ือ: สง่ิ สาคญั ในการสรา้ งรปู เคารพ........................ 247
ตานานมงั กรและการละเลน่ ของชาวจนี ............................ 252
สงิ โตจนี ทงั้ 4 .................................................................. 260
เอง็ กอ - พะบู๊.................................................................. 266
กาน้าชาและธรรมเนียมการดม่ื ชา.................................... 271
ตยุ้ เหลยี น: วลมี งคล........................................................ 275
ปวั ะปวย: เครอ่ื งมอื ส่อื สารกบั เทพเจา้ .............................. 279
ทบั ทมิ กบั ความเช่อื ของชาวจนี ........................................ 285

บทสง่ ทา้ ย ......................................................................... 288
บรรณานุกรม...................................................................... 290

歷史
披猜水尾聖娘廟

ประวตั ิศาลเจ้าแม่ทบั ทิมพิชยั

2 ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แมท่ บั ทมิ พชิ ยั

ประวตั ิศาลเจา้ แมท่ บั ทิมพิชยั

ศาลเจา้ แม่ทบั ทิมอาเภอพิชยั แห่งน้ีมีอายุกว่า 141 ปี ซ่ึงตาม
ประวตั ิ ในการคมนาคมและการคา้ ขายส่วนมากจะใชเ้ รอื เป็นพาหนะ เม่อื
ถงึ ฤดูน้าหลากน้าเต็มฝงั แม่น้าน่านจะมีน้าไหลเขา้ คลองในบุง่ พชิ ยั เรอื
บรรทุกสนิ คา้ ท่ีนาสินคา้ เขา้ มาจาหน่ายตามหวั มุมต่างๆ ไดเ้ ขา้ มาจอดที่
คลองเมอื งบุ่งพิชยั เพ่ือขนถ่ายสนิ คา้ ซ่ึงในสมยั นนั้ จะใชแ้ ม่น้าเป็น
เสน้ ทางคมนาคมในการเดนิ ทางในการคา้ ขาย

ในเชา้ วนั หนึ่ง ถึงกาหนดจะต้องออกเรอื เดนิ ทางไปยงั เมอื งอ่นื
และระดบั น้าเรมิ่ ลดลง พวกชาวเรอื เรม่ิ ทยอยถอยเรอื ออกจากคลองในบุ่ง
เพอ่ื เขา้ สลู่ าน้าน่าน ปรากฏวา่ มเี รอื อยูล่ าหนง่ึ เกยต้นื ไมส่ ามารถนาเรอื ถอย
ออกไปได้ แม้ว่าจะให้คนช่วยกนั ถ่อช่วยกันดนั อย่างไรก็ไม่สามารถ
เคล่อื นท่ี จนหมดหนทางท่ีจะนาเรอื ออกไปได้ ซึง่ บนเรอื ลานนั้ มเี ทวรูป
จาลองของเจ้าแม่ตุ๊ยบว้ ยเต๋งเหน่ียง ซง่ึ เจ้าของเรอื นามาจากประเทศจีน
พรรคพวกทเี่ ดนิ เรอื ดว้ ยกนั และชาวเมอื งพชิ ยั ทย่ี นื ดกู บ็ อกเจา้ ของเรอื ว่าให้
ลองจุดธปู บอกเจา้ แมท่ ีอ่ ยู่บนเรอื วา่ ถา้ เจ้าแมป่ ระสงค์ที่จะประดษิ ฐานอยู่
เมอื งพชิ ยั ไม่ปรารถนาจะรอนแรมไปทอี่ ่นื กข็ อให้เรอื เคล่อื นท่ีออกจากท่า
น้าไดส้ ะดวก แลว้ ลูกหลานจะสรา้ งศาลใหป้ ระทบั อยู่ที่เมอื งพิชยั เหมอื น
ปาฏหิ ารยิ ์ปรากฏวา่ หลงั ทเ่ี จ้าของเรอื ได้จุดธูปบอกกล่าวแล้วกไ็ ด้ใชค้ น
เพียง 2-3 คน ชว่ ยกนั ถ่อเรอื กส็ ามารถเคล่อื นท่ีออกจากท่าน้าไดส้ ะดวก
ดงั นนั้ เจา้ ของเรอื จงึ ตอ้ งนาองคเ์ ทวรปู เจา้ แมต่ ๊ยุ บว้ ยเต๋งเหนี่ยงประดษิ ฐาน
และสรา้ งศาลใหป้ ระทบั ตามท่อี ธิษฐานไวอ้ ยู่ในบุ่ง เมอื งพชิ ยั ตงั้ แต่บดั นนั้
เป็นตน้ มา

ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แม่ทบั ทมิ พชิ ยั 3

ส่ิงศกั ด์ิสิทธ์ิ
ศาลเจา้ แม่ทบั ทิมพิชยั

4 ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แม่ทบั ทมิ พชิ ยั

水尾聖娘

เจา้ แมท่ บั ทิม:
เทพยดุ าแห่งสายน้า

เจ้าแม่ทบั ทมิ พชิ ยั หรอื เจ้าแมต่ ุ๊ยบว้ ย 水尾聖娘 เทพองค์
ประธานของศาลเจา้ แม่ทบั ทมิ พิชยั เทพยุดาผบู้ นั ดาลความสาเรจ็ ใหก้ บั
ชาวเมอื งพชิ ยั และชาวเมอื งใกลเ้ คยี ง มาตลอดระยะเวลากว่า 141 ปี (พ.ศ.
2555) ความศกั ดสิ ์ ทิ ธขิ ์ ององค์เจา้ แม่ทบั ทิมพิชยั เป็นที่เล่อื งลือ สรา้ งแรง
ศรทั ธาให้กบั ลูกหลาน เห็นไดจ้ ากการจดั งานประจาปี ลูกหลานชาวเมอื ง
พชิ ยั ทงั้ ท่ีพานักอยู่ที่อาเภอพิชัย และลูกหลานท่ีแยกย้ายถ่ินฐานต่างก็
กลบั มาสนองพระคณุ เจา้ แมด่ ว้ ยการจดั งานอยา่ งยงิ่ ใหญ่ในทกุ ครงั้

ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แม่ทบั ทมิ พชิ ยั 5

ตานานเจ้าแม่ทบั ทิม ต๊บุ บ้วยเต๋งเหนี่ยง

สมยั ราชวงศห์ มงิ ศกั ราชเจ้งิ เต๋อ 明正德 (ค.ศ.1506-1521) ท่ี
เมอื งตงเจยี ว 东郊 ใกลท้ า่ เทยี บเรอื ชงิ หลนั กงั ่ 清澜港 มชี าวประมง
แซพ่ าน 潘 (แซพ่ วั ในสาเนียงภาษาจนี ไหหลา) ไดอ้ อกเรอื ไปจบั ปลา วนั
หนึง่ ขณะทกี่ าลงั ลากแหอย่นู นั้ กร็ ลู้ กึ ถงึ ความหนกั ของแหอวน จงึ ดใี จวา่ คง
จะไดป้ ลาจานวนมากในคราวน้ี แต่ครนั้ ดงึ ข้นึ มาบนเรอื กพ็ บเพียงท่อนไม้
ท่อนหน่ึง จึงเหวี่ยงท่อนไม้กลับลงไปในน้า เม่อื ทาการลากแหอีกครงั้
ปรากฏว่าท่อนไม้นัน้ ก็ติดแหอวนข้ึนมาอีก ชาวประมงแซ่พาน ก็จึง
อธิษฐานว่าหากชว่ ยใหเ้ ขาจบั ปลาไดม้ าก เขากจ็ ะนาท่อนไมน้ ้ี กลบั ไป
แกะสลกั เป็นเทพเอาไวบ้ ชู า ซงึ่ เขากไ็ ดต้ ามประสงค์

ชาวประมงกลบั ถงึ บา้ น เอาท่อนไมว้ างไวก้ ลางแจง้ ตากแดดตาก
ฝน ไมท่ นั ไดเ้ อาไปแกะสลกั ตามท่ีบนเอาไว้ เพราะวนั ๆ กเ็ อาแต่ทามาหา
กนิ ต่อมาท่อนไมน้ นั้ ถกู ยา้ ยไปยา้ ยมา จนไปวางอยู่หนา้ เลา้ หมู เป็นเหตุให้
หมูตายอย่างไมม่ สี าเหตุ รวมทงั้ คนที่บงั เอิญไปลบหลู่ท่อนไมน้ ัน้ โดยไม่
ตงั้ ใจ กม็ อี นั ไมส่ บาย ทาใหช้ าวประมงแซ่พานนกึ ขน้ึ มาได้ ว่าคงเป็นเพราะ
สง่ิ ศกั ดสิ ์ ทิ ธอิ ์ ยา่ งแน่แท้ เลยรบี จุดธูปขอขมา พลนั กม็ สี งิ่ อศั จรรย์เกดิ ขน้ึ คอื
ทุกวนั ยามตะวนั โพล้เพล้ บนต้นลาไยหน้าบา้ นชาวประมงแซ่พาน1 จะ
ปรากฏสตรหี น้าตาอมิ่ บญุ เปี่ยมดว้ ยเมตตาประทบั อยู่บนตน้ ไม้ ชาวบา้ นรู้
เขา้ กเ็ ลยรว่ มดว้ ยชว่ ยกนั จดั สรา้ งเป็นรปู เทพยุดาสตรี สว่ นสถานทต่ี งั้ ของ
ศาลเจา้ เดก็ ประทบั ทรง (乩童 จ้ถี ง) วงิ่ ไปช้จี ุดตรงหม่บู า้ นชายน้าชอ่ื

1 ตานานฝงั ่ ไหหลากลา่ วว่า เจา้ แมป่ รากฏกายเหนอื ตน้ ลาไย สว่ นตานานมขุ ปาฐะของชาว
จนี ไหหลาในไทยกล่าวว่า เจา้ แมป่ รากฏในฝนั ของชาวประมงแซพ่ าน

6 ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แมท่ บั ทมิ พชิ ยั

“โพเหวย่ ชุน” 坡尾村 ไกลออกไปหลายล้ี ชาวบา้ นเลยขนานนามองค์
เทพว่าพระแมช่ ายน้า (พระแมป่ ลายน้า) สยุ เหว่ยเส้งิ เหนียง 水尾聖
娘 สาเนียงไหหลาจะออกเสยี งเป็น “ตุ้ยบ๋วยเต่งเหน่ียง” (ตุ๊ย 水 แปลวา่
น้า / บ้วย 尾 แปลว่า ชาย, หาง, ปลายหรือท้าย /เต๋งเหน่ียง 聖娘
แปลวา่ เจา้ แม)่ เมอ่ื ไดท้ าเลถกู ตอ้ งตามหลกั ฮวงจยุ้ แลว้ ชาวบา้ นจงึ ร่วมมอื
รว่ มใจกนั สรา้ งศาลเจา้ ทมี่ ลี กั ษณะเป็นอาคารสามตอนเสรจ็ สน้ิ ในระยะเวลา
เพยี ง 1 เดอื น ซงึ่ ตรงกบั วนั เพญ็ เดือนสิบ ตามจนั ทรคติแบบจีน ตงั้ แต่
นัน้ จึงกาหนดวนั เพญ็ เดอื นสิบเป็นวนั สมโภชเจ้าแม่ทบั ทิมจนกระทงั ่
ปัจจบุ นั (ตรงกบั วนั ลอยกระทงของไทย 15 คา่ เดือน 12) โดยทวั ่ ไป
มกั จะเรยี กว่าโผวโต่ว (婆祖) ในสาเนียงไหหลาแปลว่า คณุ ย่าทวด ซ่งึ
เป็นการแสดงถงึ ศรทั ธาของความใกลช้ ดิ ระหวา่ งชาวไหหลากบั องคเ์ จา้ แม่

ตอ่ มาในสมยั ราชวงศช์ งิ รชั สมยั พระเจา้ เจยี ชงิ่ (ค.ศ. 1760-1820)
(พระราชโอรสของพระเจ้าเฉียนหลง) มขี ุนนางจีนไหหลาช่อื จาง เยี่ย
เซยี ง (張岳像) ได้กราบบงั คมทูลเร่อื งราวความศกั ดสิ ์ ิทธขิ ์ องเจ้าแม่
ทบั ทมิ ใหฮ้ อ่ งเตท้ ราบ ฮ่องเตจ้ งึ ถวายพระนามเจา้ แมว่ า่

“南天閃電火雷感應水尾聖娘”

“หน่าเทยี นเอ้ียมเด้ียมห้วยหลุยก้าเอ๋ง ตุ๊ยบว้ ยเต๋งเหน่ียง" มี
ความหมายวา่ สายฟ้าสนองตอบเสยี งฟ้าฝา่ ยใต้ เจา้ แมต่ ๊ยุ บว้ ย

เมอ่ื ชาวจนี ไหหลาอพยพถน่ิ ฐานมาเมอื งไทย กน็ าความเชอ่ื เร่อื ง
พระแม่ชายน้ามาสรา้ งศาลเจา้ ในเมืองไทยเพ่อื ให้เป็นศนู ย์รวมจติ ใจของ
ชาวจนี ในพน้ื ทนี่ นั้ ๆดว้ ย

ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แม่ทบั ทมิ พชิ ยั 7

เทพบริวารของเจา้ แมท่ บั ทิมพิชยั

เทพบริวารของเจ้าแม่ทับทิม (ตุ๊ยบ้วยเต๋งเหนี่ยง) เดิมทีนัน้
จะตอ้ งมเี ทพบรวิ ารเป็นคณุ ขา้ หลวงและนางใน จานวนทงั้ หมด 4 พระองค์
แตศ่ าลเจา้ แมท่ บั ทมิ พชิ ยั นนั้ ปรากฏเทพบรวิ ารเพยี งสองพระองค์ คอื

องคท์ ี่ 1. 左殿夫人陳四娘

โต้เดยี้ น ผเู่ ย่ยี น ด่าน เซท็ เหนี่ยง

หรอื ท่านผ้หู ญิงสกุลเฉิ น (ด่าน 陳/陈-ในสาเนียง
ภาษาจีนไหหลา) เป็นนางในถือตราตงั้ อาญาสิทธิ ์ (ล่ิง-令)
แสดงถงึ อานาจในการสงั ่ การขององคเ์ จา้ แม่ ทีไ่ ดร้ บั พระราชทาน
จากเงก็ เซยี นฮ่องเตใ้ นการช่วยเหลอื มวลมนุษย์ ท่านผหู้ ญงิ สกุล
เฉนิ มกั จะประทบั อยู่ดา้ นซา้ ยขององคเ์ จา้ แม่ เพราะถอื วา่ เป็นเทพ
บรวิ ารทสี่ าคญั ทสี่ ดุ

องคท์ ี่ 2. 右殿夫人馮七娘

ยิ้วเดีย้ น ผเู่ ย่ียน บ่าง ตี้ เหนี่ยง

หรือท่านผู้หญิงสกุลเฝิ ง (บ่าง 馮/冯-ในสาเนียง
ภาษาจีนไหหลา) เป็นนางในถือศาสตราวธุ (กระบ่ี) แสดงถึง
อานาจของเจ้าแม่ในการปราบทุกข์เขญ็ ให้กบั มวลมนุษย์ ท่าน
ผหู้ ญงิ สกลุ เฝิงจะประทบั อยู่ดา้ นขวาขององคเ์ จา้ แมเ่ สมอ

8 ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แมท่ บั ทมิ พชิ ยั

ปฐมบทแห่งการเฉลิมพระนาม เจ้าแมท่ บั ทิม

เทพยุดาต๊ยุ บว้ ยเต๋งเหน่ียงองคแ์ รกทปี่ ระดษิ ฐานยงั เมอื งไทยคอื
เทพยุดาตุ๊ยบว้ ยเต๋งเหน่ียงของศาลเจ้าแม่ทับทิม เชิงสะพานกรุงธน
(สะพานซงั ฮ้)ี เขตสามเสน กรงุ เทพมหานคร ซง่ึ เทพยุดาต๊ยุ บว้ ยเต๋งเหนย่ี ง
แตเ่ ดมิ นนั้ แต่งกายดว้ ยฉลองพระองค์ชดุ สแี ดงชาด ประดบั อญั มณีสแี ดง
ทาใหช้ าวไทยตา่ งขนานพระนามวา่ “เจา้ แม่ทบั ทมิ ” ดว้ ยเพราะสแี ดงชาด
คลา้ ยกบั อญั มณีทบั ทมิ

การเฉลมิ พระนามวา่ เจา้ แม่ทบั ทิมนนั้ ดูจะเป็นท่ีนิยมในหมู่ชาว
จนี และชาวไทยกนั เป็นอยา่ งมากในการเฉลิมพระนามของเทวรูปเทพยุดา
(เทพเจา้ ฝ่ายหญงิ ) รนุ่ แรกๆทเ่ี ขา้ มาในประเทศไทย ซงึ่ เจา้ แมท่ บั ทิม มอี ยู่
หลายองค์ แต่ละองค์มปี ระวตั แิ ละตานานท่ีแตกต่างกนั ทงั้ ยุคสมยั และ
สถานทกี่ าเนดิ สงิ่ สาคญั ทจ่ี ะทาใหล้ กู หลานชาวจนี รนุ่ หลงั ทราบคอื ช่อื พระ
นามในภาษาจนี ถงึ จะจาแนกไดว้ า่ เป็นเจา้ แมท่ บั ทิมพระองคไ์ หน

นอกจากน้ีบนแผน่ ดนิ ไทย ยงั มกี ารนาช่อื “เจา้ แมท่ บั ทิม” มาใช้
เรยี กเทพเจา้ ทงั้ ฝา่ ยไทย ฝ่ายจนี นับตงั้ แต่ รกุ ขเทวดา (นางไม)้ ไปจนถงึ
เทพเจา้ ชนั้ สูง ซ่ึงทาใหเ้ กดิ ความสบั สน ลูกหลานชาวจีนรุ่นหลังจึงควร
ศกึ ษาและทาความเขา้ ใจใหถ้ กู ตอ้ งวา่ เจ้าแมท่ บั ทิมท่ีประดษิ ฐานอยู่ในแต่
ละที่นนั้ มีทีม่ าอย่างไร (โปรดอ่านต่อในภาคที่ 2 ไหหลา มกุ มงั กรแห่ง
แผน่ ดนิ สยาม หวั ขอ้ ความเชอ่ื ของชาวจนี ไหหลา เร่อื ง เจา้ แม่ทบั ทมิ จนี -
ไทย ตานานกบั การเรยี กชอ่ื )

ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แม่ทบั ทมิ พชิ ยั 9

關聖帝君

เจา้ พ่อกวนอ:ู
จกั รพรรดิแห่งสวรรค์

เจ้าพ่อกวนอู หรอื เทพเจ้ากวนอู 關聖帝君(กวนเส้งิ ต้ีจวนิ )
ถอื เป็นบคุ คลทม่ี อี ยู่จรงิ ในประวตั ศิ าสตรใ์ นยุคสามกก๊ ซง่ึ ทกุ คนมกั จะทราบ
กนั ดี จงึ ไมข่ อกลา่ วถงึ รายละเอยี ดในชวี ประวตั ิมากนกั กวนอูเกดิ เมอ่ื วนั ท่ี
24 เดอื น 6 จนี ศกั ราชเอยี่ งฮี ปี พ.ศ. 703 ในรชั สมยั ของพระเจา้ ฮนั้ ฮวนเต้
เกดิ ขน้ึ ในยคุ ปลายราชวงศฮ์ นั ่ ตะวนั ออก ทแ่ี ผน่ ดนิ จนี เกดิ ความขดั แย้งและ
แตกแยกออกเป็นแควน้ ต่าง ๆ จานวนมาก โดยมีแคว้นที่ใหญ่สุดสาม

10 ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แมท่ บั ทมิ พชิ ยั

แคว้นไดแ้ ก่ แคว้นวุย ปกครองโดยพระเจ้าโจโฉ แควน้ งอ่ ปกครองโดย
พระเจา้ ซุนกวน และแควน้ จ๊ก ปกครองโดยพระเจา้ เลา่ ปี่

กวนอู 關羽 มนี ามเดมิ ว่า เผงิ เสยี น มชี ่อื รองว่า 雲長 โซ่ว
ฉาง หรอื หยุนฉาง(แปลวา่ เมฆยาว ) มใี บหน้าแดงเหมอื นผลพุทราสุก
นยั น์ตายาวรี ค้วิ ดงั ่ หนอนไหม หนวดเครางามถงึ อก มงี า้ วรปู จนั ทรเ์ สย้ี ว
เป็นอาวธุ ประจากายเรยี กวา่ "งา้ วมงั กรเขยี ว" หรอื "งา้ วมงั กรจนั ทรฉ์ งาย"
กวนอูมคี วามเชย่ี วชาญและเกง่ กาจวทิ ยายุทธ จงรกั ภกั ดี กตญั ญูรคู้ ณุ มี
คณุ ธรรมและซ่อื สตั ย์เป็นเลศิ ซง่ึ ในวยั หนุ่มกวนอูไดพ้ ลงั้ มอื ฆ่าปลดั อาเภอ
และนา้ ชายตายจนตอ้ งหลบหนีการจบั กมุ และพบกบั เล่าป่ีและเตยี วหุยจงึ
รว่ มสาบานตนเป็นพี่น้องกนั ในสวนท้อ ร่วมทาศกึ กบั เล่าป่ีมาโดยตลอด
เป็นหนง่ึ ใน 5 ทหารเสอื ของเลา่ ปี่ ครองเกงจวิ๋ ร่วมกบั กวนผงิ 關平 บุตร
บญุ ธรรม และจิวฉอง 周倉 ทหารคนสนิท ภายหลงั ถูกแผนกลยุทธ์ปิด
ฟ้าขา้ มทะเลของลกซุนและลิบองจนเสยี เมอื งเกงจิว๋ กวนอูคบั แค้นใจที่
พลาดท่าเสยี ทลี กซนุ และลบิ องจงึ นาทพั ไปตีเกงจวิ๋ เพ่อื แย่งชงิ คนื แต่ถูกจู
เหยี นและพวั เจย้ี งจบั ไดพ้ รอ้ มกวนผงิ และถกู ประหารในปี พ.ศ. 762

จากเทพเจ้ากวนอู ส่จู กั รพรรดิแห่งสวรรคอ์ งคท์ ่ี 18

ส่งิ ที่น่าสนใจในประวตั ิของกวนอู จนได้รบั การยกย่องให้เป็น
“เทพเจา้ ” นัน้ ดูจะน่าสนใจกว่า เพราะเทพเจ้ากวนอู เกดิ ข้นึ จากบคุ คล
ธรรมดา เม่อื ถึงคราวเสยี ชวี ติ กส็ งั ่ สมไปดว้ ยแรงแคน้ ซ่ึงทาใหเ้ กดิ ความ
“เฮ้ียน” จนใครๆต่างกล่าวขวญั ถึง เพราะเม่อื กวนอูถูกตดั คอ เรม่ิ แรกจิต
วญิ ญาณของเขา เป็นจติ วญิ ญาณที่เตม็ เปี่ยมไปดว้ ยแรงแคน้ แรงอาฆาต
พยาบาท เรยี กไดว้ า่ เป็นผี หรอื อสรู กาย แต่ต่อมาวญิ ญาณของเขาไดส้ รา้ ง

ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แม่ทบั ทมิ พชิ ยั 11

ปรากฏการณ์ทน่ี บั ไดว้ า่ เป็นเสน้ ทางสูค่ วามเป็น “เทพเจ้ากวนอู”หรอื “เทพ
เจา้ กวนกง” โดยลาดบั ดงั น้ี

1. ฆ่าลิบอง : ลิบองคอื คนทีว่ างแผนปิดฟ้าขา้ มทะเล ตคี า่ ยกวนอูและทา
ใหก้ วนอูถูกจบั ตวั ไดใ้ นที่สุด อสูรกายกวนอูจึงแกแ้ คน้ โดยการเขา้ สิงรา่ ง
ของลิบองกลางงานเล้ยี งฉลองชยั ชนะ แล้วขวา้ งจอกสุราลงพ้ืน ลุกข้นึ ช้ี
หนา้ ดา่ และกระชากซุนกวนลงจากพระทน่ี งั ่ แลว้ ขน้ึ ไปนงั ่ แทน ทาตาเหลอื ก
กลอกไปกลอกมา ทกุ คนในทน่ี นั้ ไดแ้ ต่นงั ่ ตวั สนั ่ ตะลึงงง กม้ ลงไหวผ้ กี วนอู
เมอ่ื ผกี วนอูออกจากร่าง ลิบองกต็ าย ซุนกวนจงึ ตอ้ งรบี ส่งศรี ษะกวนอูไป
ใหโ้ จโฉรบั เคราะห์กรรมตอ่

2. หลอกโจโฉ : ศรี ษะกวนอูถูกสง่ ต่อไปให้โจโฉ ดว้ ยซุนกวนหมายใหเ้ ล่า
ปี่กบั โจโฉผิดใจกนั เม่อื โจโฉเปิดหบี ผา้ ดู เห็นศรี ษะกวนอูสงบเสงี่ยมก็
หวั เราะรอ้ งวา่ “กวนอูยงั เป็นอยู่ไมม่ าหาเรา บดั น้ียงั แต่ศรี ษะเล่าอุตส่าห์มา
หาเรา”เท่านนั้ แหละ ผกี วนอูกถ็ ลงึ ตาอา้ ปากหลอกโจโฉจนเป็นลมตกเกา้ อ้ี
พอฟ้ืนคนื สติ ทหารกเ็ ล่าเร่อื งผกี วนอูฆ่าลิบองให้ฟงั โจโฉกลวั จะโดนบา้ ง
จงึ พูดข้นึ วา่ “กวนอูคนน้ีศกั ดสิ ์ ทิ ธ์นกั เหมอื นหน่ึงเทพดาลงมาจากชนั้ ฟ้า”
แลว้ จงึ รบี จดั พธิ ฝี งั ศรี ษะกวนอูอย่างสมเกยี รติ ทป่ี ระตูดา้ นทิศใตข้ องเมอื ง
ลกเอีย๋ ง ติดป้ ายหน้าหลุมว่า “ที่ฝงั ศพเจ้าเมืองเกงจิว๋ ”แต่ก็ไม่รอดตัว
เพราะเม่อื หลบั ตาลงทีไร โจโฉก็จะเห็นผีกวนอูเม่อื นนั้ จนป่วยเป็นโรค
ประสาทเหน็ ผคี นทต่ี วั เคยฆา่ จนเสยี ชวี ติ ในเวลาต่อมา

3. ฝากเล่าปี่ ชาระแค้น : เล่าป่ีนนั้ อยู่ที่เมอื งเสฉวนยงั ไมไ่ ดข้ า่ วการตาย
ของกวนอู แต่วนั ท่กี วนอูถูกตดั คอนนั้ เล่าปี่รอ้ นรมุ่ กลุ้มใจนอนไม่หลบั ลุก
ขน้ึ มาอ่านหนังสอื เผอญิ เหน็ เงาร่างกวนอูเดนิ เขา้ มา จงึ ทกั ทายน้องรว่ ม
สาบานต่าง ๆ นานา แต่กวนอูไม่ตอบ ได้แต่ร้องไห้แล้วพูดข้ึนก่อน

12 ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แม่ทบั ทมิ พชิ ยั

สลายตวั ไปวา่ “แกแ้ คน้ ใหข้ า้ พเจ้าดว้ ย”เล่าป่ีไดส้ ติจึงเรยี กหาขงเบง้ และรู้
ความจรงิ ว่ากวนอูตายเสยี แลว้ และคดิ แกแ้ คน้ แทนกวนอูโดยไม่ฟงั คาทัด
ทานใด ๆทงั้ สน้ิ

4. จากผีสางเป็ นเทพเทวดา : ในหนงั สอื สามก๊กเปิดตัวอสุรกายกวนอู
ดว้ ยตอนน้ีเป็นตอนแรก แตเ่ หน็ วา่ เรอ่ื งน้ีควรเกดิ หลงั จาก 3 เรอ่ื งกอ่ นหน้า
น้ี โดยเรอ่ื งมอี ย่วู า่ วญิ ญาณของกวนอูเร่ร่อนดว้ ยแรงอาฆาต ตามหาศรี ษะ
ของตนไปทวั ่ จนกระทงั ่ มาพบกบั หลวงจีนเภาเจ้งทภ่ี ูเขาจวนหยกสนั ซ่ึง
คราวน้กี วนอูไมไ่ ดม้ าตนเดยี ว แต่พาคณะคอื กวนผงิ หน้าขาวและจวิ ฉอง
หน้าดา มาดว้ ย (เป็นทม่ี าของรปู สกั การะในศาลหลายแห่งทต่ี อ้ งมคี รบสาม
คน) หลวงจนี เภาเจง้ จงึ สอนว่า “กงเกวยี นกาเกวยี น ตวั ฆา่ เขา เขาฆ่าตวั ”
กวนอูจึงระลึกถึงผลกรรมที่ตนตัดคอผูค้ นมามากมาย แลว้ วญิ ญาณของ
กวนอูกส็ งบลง ณ ทตี่ รงนนั้ หลวงจนี เภาเจง้ จงึ บอกกบั ชาวบา้ นวา่ ท่ีแห่งน้ี
มวี ิญญาณของกวนอูมาสถิตอยู่ ชาวบา้ นจึงปลูกศาลให้กวนอู เปล่ียน
จากสมั พเวสรี ่อนเรเ่ ป็นเทพเทวดา ในตอนน้ีนี่เอง (กวนอูไดเ้ ป็นเทพแล้ว
ตงั้ แต่สมยั สามก๊ก)

5. ช่วยคนื ง้าวให้กวนหิน : เล่าป่ียกทพั ไปตกี งั ตงั ๋ โดยมกี วนหนิ 關興
บตุ รชายของกวนอูอกี คนไปดว้ ย กวนหนิ ไดไ้ ลล่ า่ พวั เจ้ยี ง ซง่ึ มสี ว่ นรว่ มกบั
ลบิ องในการสงั หารกวนอู อกี ทงั้ ยงั ยกั ยอกเอางา้ วมงั กรเขยี ว ของกวนอูไป
เป็นของตน กวนหนิ ไล่ตดิ ตามหลงเขา้ ไปในป่าจนค่า เจอบา้ นหลงั หนึ่งจึง
ขอเข้าไปพักอาศยั ชายแก่เจ้าของบา้ นกต็ ้อนรบั อย่างดี พอกวนหินเขา้
บา้ นกต็ อ้ งหลงั ่ น้าตากม้ ลงไหว้ เพราะท่ีบา้ นหลงั น้ีมรี ูปเหมอื นกวนอูตดิ อยู่
ชายแกเ่ จา้ ของบา้ นจึงเล่าว่าชาวบา้ นละแวกน้ีนบั ถือท่านกวนอูตงั้ แต่ยาม
เป็น แมย้ ามตายกย็ งั เคารพรกั ทา่ นอยู่ จงึ เขยี นรปู บชู าติดไวท้ ุกบา้ น ต่อมา

ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แมท่ บั ทมิ พชิ ยั 13

บงั เอญิ ใหม้ อี ะไรดลใจ พัวเจ้ยี งจึงหลงทางมาขอพกั อาศยั ท่ีบา้ นน้ีเช่นกนั
พวั เจ้ยี งเจอหน้ากวนหนิ พรอ้ มกบั เงากวนอูขวางทาง กวนหนิ จงึ ฆา่ พวั เจ้ยี ง
แลว้ ควกั เอาตบั ไตไสพ้ ุงมาเซน่ ไหวร้ ปู ภาพบดิ า และไดเ้ อางา้ วนนั้ มาใชเ้ ป็น
อาวธุ คกู่ าย

6. เทพเจ้ากวนอูคิ้วขาวเกราะทองคา : ในศึกระหว่างขงเบง้ กบั โจจิ๋น
โจจนิ๋ ขอใหพ้ ระเจา้ เตยี ดลเิ กยี ด ชาวเสเกยี๋ ง ชว่ ยยกทพั มาตเี สฉวน โดยสง่
กองทหารเกวยี นเหล็กนาโดย ออดกดิ มาเขา้ ตี ระหว่างการศึก กวนหิน
(บตู รชายกวนอู) เสยี ทพี ลดั ตกจากหลงั มา้ อยา่ งหมดทางสู้ แต่เทพเจา้ กวน
อมู าชว่ ยเอาไวท้ าใหก้ องทหารของออดกดิ แตกกระเจงิ ไป ในสามก๊กพระยา
พระคลงั (หน) บรรยายเทพเจา้ กวนอูในมาดใหมน่ ้ีวา่ “หน้าแดง คว้ิ ขาว ห่ม
เสอ้ื เขยี ว ใสเ่ กราะทอง ขม่ี า้ เซก็ เทา มอื ขวาถอื งา้ ว มอื ซา้ ยลูบหนวด ลอย
อยู่กลางอากาศ”แลว้ เทพเจ้ากวนอูกพ็ ากวนหินกลบั ค่ายอย่างปลอดภยั
การปรากฏตัวครงั้ น้ี เตียวเปาและทหารอีกหลายคนไดเ้ ห็นกบั ตาด้ว ย
เพราะเทพเจา้ กวนอูมาชว่ ยดว้ ยเหมอื นกนั

กวนอูได้รบั การยกย่องให้เป็น จกั รพรรดเิ ทพกวน 關聖帝
君 กวนเส้งิ ต้จี วนิ (หรอื กวนเสง็ ต้กี ุน ในสาเนียงภาษาจนี ไหหลา) และ
เป็นเทพพทิ กั ษต์ ามความเชอ่ื ของลทั ธเิ ต๋า การบชู ากวนอูเรมิ่ ตน้ ในราชวงศ์
ซ่ง ตามตานานเล่าว่าในช่วงครสิ ต์ทศวรรษ 1220 ทะเลสาบน้าเคม็ ซึ่งใน
ปจั จุบนั คอื เมอื งเซยี่ โจว 解州鎮 เรม่ิ ที่จะผลติ เกลือไม่ได้ จกั รพรรดฮิ ุย
จงจงึ ทรงมรี บั สงั ่ ให้นกั พรตจางจ้เี ซียน 張繼先 ตรวจหาสาเหตุ ซึง่ ได้
ทรงรบั รายงานวา่ เป็นฝีมอื ของชอื โหยว 蚩尤 เทพแห่งสงคราม นักพรต
จงึ อญั เชญิ กวนอูเขา้ มาต่อสจู้ นเอาชนะชอื โหยวและสามารถผลติ เกลือได้
ดงั เดมิ พระจกั รพรรดจิ งึ ทรงพระราชทานนามใหก้ วนอูว่า ผเู้ ป็นอมตะแห่ง

14 ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แม่ทบั ทมิ พชิ ยั

ฉงหนงิ 崇寧真君 หรอื ฉงหนิงเฉ้ินจวนิ และยกกวนอูให้เป็นเทพใน
เวลาตอ่ มา

ชว่ งต้นราชวงศ์หมงิ นักพรตจางเจ้งิ ฉาง 張正常 บนั ทึกใน
หนงั สอื ของตนเองในช่อื ฮนั ่ เทียนซอื ซ่อื เจีย 漢天師世家 เพ่อื เป็น
การยนื ยนั ตานานน้ี ทกุ วนั น้กี วนอไู ดร้ บั การนบั ถอื มากในลทั ธเิ ต๋า หลายวดั
เต๋าอุทิศเพ่อื กวนอูโดยเฉพาะวดั จกั รพรรดกิ วนในเซย่ี โจวท่ไี ดร้ บั อทิ ธพิ ล
เต๋าอย่างมาก ทุกวนั ท่ี 24 เดอื น 6 ตามหลักจนั ทรคติ ซึ่งตรงกบั วนั เกิด
ของกวนอู จะมขี บวนแห่เฉลมิ ฉลองแดก่ วนอูอย่างยง่ิ ใหญส่ มเกยี รติ

ปจั จุบันเทพเจ้ากวนอูถูกยศสถานะข้นึ เป็น เง็กเซียนฮ่องเต้
(คล้ายกบั ตาแหน่งพระอินทร์ตามคติของไทย) หรอื ผเู้ ป็นใหญ่บนสรวง
สวรรค์ ปกครองสวรรค์ทุกชนั้ ฟ้า ซงึ่ เป็นเงก็ เซียนฮ่องเต้องค์ที่ 18 ตาม
ยคุ ทางลทั ธเิ ต๋าของชาวจนี (โดยกนิ เวลา 140 ปี) ทรงพระนามวา่ 玉皇
大天尊玄靈高上帝(關聖帝君)อ่านว่า ยู่หวงต้าเทียน
ซ่นุ เสวยี นหลงิ เกาเซยี่ งต้ี (กวนเสง้ิ ตจ้ี วนิ )

นอกจากน้ี ตามแนวคดิ ของชาวพุทธในจีน กวนอูไดร้ บั การยก
ย่องให้เป็น พระสงั ฆารามโพธิสตั ว์ 伽藍菩薩 หรือ “แคนาผู่สกั ”
หมายถึงผู้พิทักษ์ธรรมของชาวพุทธ โดยคาว่า สังฆาราม ในภาษา
สนั สกฤตหมายถึงสวนชุมชนและหมายถึงวดั ดงั นนั้ พระสงั ฆาราม จึง
หมายถงึ ผพู้ ทิ กั ษพ์ ระรตั นตรยั นนั ่ เอง เพทเจา้ กวนอจู งึ เป็นตวั แทนของเทพ
ผพู้ ทิ กั ษ์ โดยวดั และสวนทตี่ งั้ รปู ปนั้ กวนอนู นั้ รปู ปนั้ ของกวนอมู กั จะถูกวาง
ไว้ ณ สว่ นไกลดา้ นซา้ ยของพระอุโบสถ คกู่ บั พระเวทโพธสิ ตั ว์ 韋馱菩
薩 อุ่ยทอ้ ผสู่ กั (พระสกนั ทะหรอื พระขนั ธกมุ ารของฮนิ ดู)

ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แม่ทบั ทมิ พชิ ยั 15

เทพเจ้ากวนอกู บั สมญั ญา” เทพเจา้ แห่งความซ่ือสตั ย”์

แต่เดมิ จนี โบราณใหค้ วามเคารพนบั ถืองกั ฮุย (ตานานปาท่องโก๋)
เป็นเทพเจ้าแห่งความซ่อื สตั ย์ สบื ต่อกนั มาเป็นเวลานานในฐานะเป็นผู้มี
ความจงรกั ภกั ดตี ่อชาติ ดว้ ยคุณธรรมความดขี องงักฮุยส่งผลให้ไดร้ บั การ
ยกย่องเป็นเทพเจ้าแห่งความรกั ชาติและความจงรกั ภกั ดเี ป็นทก่ี ล่าวขาน
กนั มาเป็นเวลานาน แตป่ จั จบุ นั เทพเจ้าแห่งความสตั ย์ซ่อื ไดเ้ ปล่ยี นมาเป็น
กวนอูแทนในหลงั ยุคสามก๊กมานบั พนั ปี กวนอูเป็นเทพเจา้ ทชี่ าวจนี และคน
ไทยเชอ้ื สายจนี ใหค้ วามเคารพบชู าและศรทั ธาเล่อื มใสเป็นอย่างมาก กวนอู
เปรยี บเสมอื นเทพเจา้ ทช่ี าวจนี ใหค้ วามเคารพกราบไหวบ้ ูชาในฐานะท่ีเป็น
เทพเจา้ แหง่ ความซ่อื สตั ย์

ไม่เพียงแต่ยกย่องใหก้ วนอูเป็นเทพเจา้ แห่งความซ่อื สตั ย์อย่าง
เดียวเท่านัน้ หากแต่กวนอูได้รบั สมญานามให้เป็นถึง จงอ้ีเสินอู่กวน
เสง้ิ ต้าต้ี 忠義神武關聖大帝 ซง่ึ มคี วามหมายคอื มหาเทพกวนผู้
ยง่ิ ใหญ่แห่งความจงรกั ภกั ดี คุณธรรมและความกล้าหาญ โดยพระเจ้า
เฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชงิ เป็นผแู้ ต่งตงั้ เม่อื พ.ศ. 2187 เพ่อื เป็นการสรา้ ง
จติ สานกึ เรอ่ื งความสตั ย์ซอ่ื และจงรกั ภกั ดเี พ่อื เป็นต้นแบบให้แกร่ าษฎรซงึ่
คนจีนถือความสตั ย์เป็นใหญ่ร่วมกบั ความกตญั ญูรูค้ ุณคน ทาให้กวนอู
กลายเป็นทรี่ จู้ กั ไปทวั ่ และไดร้ บั การยกยอ่ งใหเ้ ป็นเทพเจา้ แหง่ ความซ่อื สตั ย์
สบื ต่อมาเป็นเวลานานและไดร้ บั การเคารพในฐานะเทพอุปถมั ภ์และเทพผู้
ปกป้องคมุ้ ครองของตารวจ นกั การเมอื งและผนู้ าทางดา้ นเศรษฐกจิ

จากบนั ทกึ ทางประวตั ศิ าสตรข์ องจนี โบราณ กวนอูอาจมชี วี ติ ก่อน
งกั ฮุยเป็นเวลาเกอื บพนั ปี กล่าวคอื กวนอูเป็นบุคคลสาคญั ในสมยั ยุคสาม
ก๊ก (พ.ศ. 763 - พ.ศ. 823) แต่งกั ฮุยมชี วี ติ อยู่ในสมยั ราชวงศ์ซ่ง (พ.ศ.

16 ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แม่ทบั ทมิ พชิ ยั

1503 - พ.ศ. 1822) กวนอูและงกั ฮุยเป็นวรี บรุ ษุ ทเ่ี ป็นทกี่ ล่าวขานกนั สบื ต่อ
กนั มาเป็นเวลานานในเรอ่ื งของความสตั ย์ซอ่ื และจงรกั ภกั ดี ในประเทศไทย
ชอ่ื เสยี งและกติ ตศิ พั ทค์ วามสตั ย์ซอ่ื กตญั ญรู คู้ ณุ คนของกวนอูอาจจะเป็นที่
กลา่ วขานและรจู้ กั กนั มากกว่างกั ฮุย เน่ืองจากกวนอูเป็นตวั ละครสาคญั ใน
สามก๊กซึ่งไดร้ บั การยกย่องให้เป็นเทพบู๊ (武圣) และมสี ถานะเทียบกบั
เทพบ๋นุ (文圣) คอื ขงจอ๊ื

ในอดตี บรรพบุรุษของชนเผ่าแมนจู คอื พวกเผ่าหนี่วเ์ จิน ( 女
真族) หรอื จนิ (พ.ศ. 1658 - พ.ศ. 1777) ซึง่ แมนจูเป็นชนเผา่ ทีเ่ รอื ง
อานาจขน้ึ มาในยุคสมยั เดยี วกบั ราชวงศ์ซ่งใต้ ภายหลงั จากราชวงศ์ซ่งล่ม
สลายลงจนถงึ ราชวงศห์ ยวนและราชวงศห์ มงิ จนกระทงั ่ ราชวงศ์ชงิ ที่กอ่ ตงั้
ขน้ึ โดยชาวแมนจู แมก้ าลเวลาจะล่วงเลยผา่ นมานานหลายรอ้ ยปี แต่การท่ี
ชาวจนี ใหค้ วามเคารพนบั ถอื งกั ฮยุ ในฐานะวรี บรุ ษุ ตอ่ ตา้ นเผา่ แมนจูหรอื เผา่
จนิ กย็ งั คงอยู่ไมเ่ สอ่ื มคลาย ซง่ึ การใหก้ ารยกยอ่ งและเคารพนบั ถอื งกั ฮุยนนั้
ดเู หมอื นจะเป็นเรอ่ื งปกตสิ าหรบั ราษฎรทวั ่ ไป แต่ในสายตาของขนุ นางบู๊
และบ๋นุ ภายในราชสานักชงิ การให้ความเคารพนับถอื บชู างกั ฮุยในฐานะ
วรี บรุ ษุ ตา้ นชนเผา่ จนิ เป็นการเปรยี บไดก้ บั การให้ความเคารพนบั ถอื บูชาผู้
ทตี่ ่อตา้ นราชวงศช์ งิ นนั ่ เอง ดงั นนั้ ราชสานกั ชงิ จงึ วางกลอุบายยกย่องกวนอู
ใหเ้ ป็นอกี หนง่ึ วรี บรุ ษุ ในประวตั ศิ าสตรจ์ นี เพ่อื ใหก้ วนอูกลายเป็นท่ศี รทั ธา
เคารพบูชาของสามญั ชนทวั ่ ไปในฐานะเทพเจ้าผมู้ คี วามสตั ย์ซ่อื เพ่อื เป็น
การลดกระแสการเคารพนบั ถอื และเชดิ ชงู กั ฮยุ ใหเ้ บาบางลง

ในจนิ ตนาการของศลิ ปินมกั วาดภาพหรอื ปนั้ รปู เคารพให้เทพเจ้า
กวนอูแต่งกายดว้ ยชดุ สเี ขยี วและมผี า้ โพกศรี ษะ โดยมที งั้ ปางนงั ่ อ่านตารา
พชิ ยั สงคราม และปางถอื งา้ วมงั กรเขยี ว ซง่ึ แสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความเชยี่ วชาญ

ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แม่ทบั ทมิ พชิ ยั 17

การสงครามและเก่งกาจในวทิ ยายุทธ โดยมีกวนผิง 關平 (บุตรบุญ

ธรรม) และจวิ ฉอง 周倉 (นายทัพคนสนิท) เป็นผถู้ ืองา้ วให้ ยนื ขนาบ
ซา้ ยขวา บางแหง่ อาจมรี ปู ปนั้ มา้ เซก็ เทา (ซึง่ แต่เดมิ เป็นมา้ ของลโิ ป้ โจโฉ
เป็นผปู้ ระทานให)้

18 ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แมท่ บั ทมิ พชิ ยั

本頭公公

เจา้ พ่อบว้ นเถ่ากง:
เทพผพู้ ิทกั ษ์ประจาตาบล

เจา้ พ่อบว้ นเถา่ กง (本頭公) นนั้ เป็นเทพเจา้ ในระดบั กลาง ซงึ่ จาก
ประวตั ิของตระกูลแซ่หลิม กล่าวว่า เจ้าพ่อบ้วนเถ่ากง หรอื ปุนเถ่า
กง เป็นทายาทสบื สายสกุลแซ่หลมิ รุ่นที่ 15 นบั จาก จ้นิ อานอ๋อง หรอื
หลิมฮู้ไท่ซอื อ๋อง (หลินลู่กง) โดยปนุ เถ่ากงไดร้ บั ราชการในสมยั ราชวงศ์
ถงั (ระหวา่ ง พ.ศ. 1163 – 1451) ดารงตาแหน่งขา้ หลวงเมอื งโกเพง้ ท่าน
มบี ุตรชาย 3 คนช่อื หลนิ เถากง หลินพีกง และ หลินเชยี งกง บุตรทงั้ 3
ของท่านนบั วา่ เป็นอภชิ าตบุตร หลานของท่านท่ีเป็นบตุ รของท่านพกี งได้

ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แมท่ บั ทมิ พชิ ยั 19

ช่อื ว่าเป็น เกา้ มู่ ซ่ึงทงั้ เกา้ คนได้เป็นขา้ หลวงปกครองเมอื งต่างๆแถบฝู
เจย้ี น กวา่ งตงและใกลเ้ คยี ง

ท่านปนุ เถา่ กงไดบ้ รหิ ารบา้ นเมอื งปกครองอาณาประชาราษฎรดว้ ย
ความซ่อื สตั ย์ ยุติธรรมราษฎรอยู่เยน็ เป็นสุขกนั ถว้ นหน้า ฝนฟ้าตกต้อง
ตามฤดูกาล ทาให้ราษฎรเคารพรกั ใคร่ท่าน หลังจากท่ีท่านไดถ้ ึงแก่
อสญั กรรมแลว้ ทางการจงึ ไดส้ รา้ งศาลเจา้ ข้นึ เพ่อื ระลึกถงึ คณุ ความดแี ละ
สกั การะเซน่ ไหว้ ราษฎรทเี่ คารพท่านต่างกน็ ารูปท่านเป็นองค์ประธานใน
บา้ นเพ่ือกราบไหวส้ บื เน่ืองกนั มาจนถึงปจั จุบนั นอกจากน้ียงั ไดส้ รา้ งปุน
เถ่ามา่ ผเู้ ป็นฮหู ยนิ ของทา่ นปนุ เถา่ กงอกี ดว้ ย

ตอ่ มาปนุ เถา่ กงไดร้ บั การยกยอ่ งใหเ้ ป็นเทพองคห์ น่ึง การเคารพ
นบั ถอื ไดก้ ระจายไปตามทอ้ งทต่ี ่างๆ เมอ่ื ชาวจนี อพยพไปอยู่ทใ่ี ด กจ็ ะนา
องคป์ นุ เถา่ กงไปสกั การะดว้ ย และเป็นเสมอื นพระภมู ผิ พู้ ิทกั ษ์ของชาวจนี
และนักเดนิ เรอื ควบคไู่ ปกบั เทพองคอ์ ่นื ๆที่ เชน่ เจา้ แมท่ บั ทมิ เทพเจา้
กวนอู เป็นตน้

รูปวาดหรือ รูปองค์เคารพของท่านจะเป็นชุดขุนนางผู้ใหญ่
ฝ่ายบนุ๋ ในตาแหน่งเจา้ เมอื ง สว่ นรายละเอยี ดอ่นื ๆกข็ น้ึ อยู่กบั วา่ พ้นื ท่ใี ด
จนิ ตนาการท่านให้มรี ปู ลกั ษณ์แบบใด มอื ถือยู่อ่ีบา้ ง แต่บางรูปถอื ไมเ้ ท้า
บา้ ง สว่ นอกี ขา้ งถอื ทองคาบา้ ง หน้าตาเป็นรูปคนแกใ่ จดี ค้วิ หนวด เครา
และผมมที งั้ ทเ่ี ป็นสขี าว และสดี า สองขา้ งท่านจะมขี นุ นางยืนอยู่ซา้ ยขวา
เป็นองครกั ษแ์ ละทป่ี รกึ ษา ฝา่ ยบ๋นุ ถอื หนงั สอื สว่ นฝา่ ยบ๊ถู อื หอกยาว

ผู้ท่ีเคารพบูชาท่าน ก็เพ่ือความมัง่ มีศรีสุขของคนใน
ครอบครวั เพอ่ื ความร่ารวยรงุ่ เรอื งของชวี ติ และกจิ การงานบรษิ ทั รา้ นคา้
ใหก้ า้ วหนา้ ย่งิ ๆขน้ึ ไป ซงึ่ โดยทวั ่ ไปในประเทศไทย ศาลปุนเถา้ กงในบา้ น
มกั จะตงั้ หรอื แขวนอยู่เหนือศาลตจี่ ู่เอย๊ี และมกั จะเป็นบา้ นท่ปี ระกอบธุรกจิ
มากกว่าบา้ นเรอื นปกติ นอกจากน้ียังมศี าลของปุนเถ่ากงประจาชุมชน

20 ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แม่ทบั ทมิ พชิ ยั

ต่างๆอีกเป็นจานวนมาก โดยแต่ละที่ต่างกม็ เี อกลกั ษณ์ และรปู ลกั ษณ์ท่ี
แตกต่างกนั เพราะในปจั จุบนั ปุนเถ่ากงถือเป็นตาแหน่งของเทพเจ้าผู้
พิทกั ษ์ประจาอาเภอ ควยควบคุมเทพประจาชุมชน หมู่บา้ น อีกต่อหนึ่ง
โดยมกั จะปรากฏศาลปนุ เถา่ กงในประเทศทม่ี ชี าวจนี อพยพไปตงั้ รกรากถนิ่
ฐานอยู่ เชน่ ไทย ฟิลปิ ปินส์ และมาเลเซยี

ในประเทศไทยปจั จุบนั ช่อื บว้ นเถ่ากง ปนุ เถ่ากง เปิงเถ่ากง ปึง
ทา่ วกง ตามแต่จะเรยี กชอ่ื ตามสาเนยี งภาษาจนี ถิ่นนนั้ มกั จะเขา้ ใจว่า เป็น
การเรยี กพระนามของเทพเจา้ ผดู้ แู ลชุมชนในศาลเจ้า ทาให้รูปลกั ษณ์ของ
ปนุ เถา่ กงมคี วามหลากหลาย ทงั้ ทเ่ี ป็นรูปเคารพแบบจนี แบบไทย รวมไป
ถงึ รปู เคารพแบบฮินดู (กรณีศาลปนุ เถ่ากงที่ จ.สุพรรณบรุ )ี ซ่งึ สะทอ้ นให้
เหน็ วา่ วฒั นธรรมของชาวจนี แพรห่ ลายไปทวั ่ ทงั้ น้ีเป็นเพราะ ผสู้ นับสนุน
ของชุมชนท่ีออกเงนิ บูรณะศาล หรอื สถานท่ีศกั ดสิ ์ ิทธิม์ กั จะเป็นชาวจีน
หรอื ชาวไทยเชอ้ื สายจนี จงึ พยายามสรา้ งและผูกช่อื ศาสนสถาน ตลอดจน
เทวรปู ใหเ้ ป็น “เทพเจา้ ปนุ เถา่ กง” ซง่ึ เป็นชอ่ื ทค่ี นุ้ หูมาตงั้ แตเ่ ดก็

ส่วนในประเทศมาเลเซีย แถบรฐั ปีนัง กม็ ีศาลปุนเถ่ากงด้วย
เชน่ กนั แต่มกั จะเรยี กช่อื วา่ “ดาโต๊ะกง” ซ่งึ เป็นการผสานเอาวฒั นธรรม
ของชาวมุสลมิ เขา้ มาเกยี่ วขอ้ ง เพราะ ดาโต๊ะ เป็นการเรียกช่อื ผู้อาวุโส
ประจาชมุ ชนของมสุ ลมิ เชน่ เดยี วกบั วฒั นธรรมบาบา หรอื เปอรานากนั
ของชาวจนี ฮกเกย้ี นและชาวมาเลยพ์ ้นื ถน่ิ กลายเป็นการสรา้ งศนู ย์รวมทาง
จติ ใจภายใตช้ อ่ื และรปู ลกั ษณ์ของเทวรปู ทม่ี คี วามเป็นมสุ ลมิ เขา้ มาดว้ ย

โดยสรุป บ้วนเถ่ากง หรือปุนเถ่ากง เป็นเทพเจ้าที่พบใน
เมอื งไทย ฟิลิปปินส์ และท่ีมาเลเซีย เท่านัน้ ซ่ึงเป็นเทพที่ชาวจีนนัก
เดนิ เรอื ในสมยั ราชวงศ์ซ่ง (ซ้อง) กราบไหวใ้ ห้ความเคารพ โดยมชี อ่ื เดมิ
ว่า “โตวกง” แต่ที่ปีนงั ชาวพ้นื เมอื งเรยี กเทพองค์น้ีว่า ดาโต๊ะกงบา้ ง เปิน
ถ่าวกงบา้ ง ฟิลิปปินสเ์ รยี กเทพองค์น้ีวา่ เป่ินโถวกงั ซ่ึงชอ่ื ดงั กล่าวเป็น

ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แม่ทบั ทมิ พชิ ยั 21

เพยี งตาแหน่ง เทพผดู้ ารงตาแหน่งน้ี จะแตกต่างกนั ไปตามบุคคล เวลา
และสถานท่ี ผดู้ ารงตาแหน่งน้ี จะเป็นใครไมอ่ าจจะทราบได้ โดยเป็นเพียง
สญั ลกั ษณ์ ของบรรพบรุ ษุ ของชาวจนี โพน้ ทะเลเท่านนั้

ปนุ เถา่ กง: ใครคือพระภมู ิ ใครคือเจ้าที่ และใครใหญ่กวา่ กนั ?

ค ว า ม เ ข ้า ใ จ ข อ ง ร ะ ด ับ แ ล ะ ต า แ ห น่ ง เ ท พ เ จ้า ข อ ง ช า ว จี น นั น้
สามารถทาความเขา้ ใจไดง้ า่ ยๆ ดงั น้ี

1.เจา้ พอ่ หลกั เมอื ง หรอื เฉิ นหวงกง (城皇公) คอื ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั

2.ฝเู ต๋อเจิ้งเสิน (福德正神) คอื นายอาเภอ

3. ปนุ เถา่ กง (本頭公) คอื พระภมู ิ หรอื กานนั ตาบล

4.แปะกง (伯公) หรอื หยางป๋ อกง (杨伯公) คอื ผใู้ หญบ่ า้ น

5. 1) ตี่จ่เู อี๊ย (地主爺) คอื เจา้ บา้ นเจา้ เรอื นทเ่ี ราอยู่อาศยั และ

2) ถ่ตู ี่กง (土地公) คอื เจา้ ทเ่ี จา้ ทาง

ตามความเชอ่ื ของคนจีน สาหรบั เทพบว้ นเถ่ากง หรอื ปนุ เถ่ากง
(本頭公), ต่ีจูกง (地主公), ตจี่ ู่เอ๊ีย (地主爺) และ ถู่ตี่กง (土
地公) นนั้ เป็นเทพเจา้ ที่ หรอื เป็นเทพเจา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบในพ้นื ทน่ี นั้ ๆ หรอื
บางครงั้ กจ็ ะเป็นเทพเจ้าสาหรบั ดแู ลชมุ ชน หรอื หมู่บา้ นนนั้ ๆ ซง่ึ ถ้าดจู าก
นยิ ามขา้ งตน้ จะเหน็ วา่ ปนุ เถ่ากง หรอื ตจี่ ู่เอยี๋ ท่เี ราคนุ้ เคย จะมไี ดห้ ลาย
ทา่ นเพราะเป็นเพยี งตาแหน่ง แตล่ ะองคก์ จ็ ะมหี นา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบในพ้นื ที่ แต่
ละพน้ื ทก่ี นั ไป

22 ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แม่ทบั ทมิ พชิ ยั

สาหรบั ฟูเต๋อเจ้งิ เสนิ (福德正神) นัน้ จะหมายถึงเทพเจ้า
องค์แรกท่ีได้รบั การแต่งตงั้ จากเงก็ เซียนฮ่องเต้ ในการรบั ผิดชอบดูแล
ควบคมุ ปนุ เถา่ กง หรอื ตจ่ี ู่เอยี๋ ทงั้ หมด ซง่ึ ฟูเต๋อเจ้ิงเสนิ นนั้ ตามตานานมี
ชอ่ื เดมิ วา่ จางฟูเต๋อ (張福德) และดว้ ยความดแี ละความซ่อื สตั ย์ของ
ทา่ น ท่านจงึ ไดร้ บั การแตง่ ตงั้ จากเงก็ เซยี นฮ่องเต้ ใหเ้ ป็น ฟูเต๋อเจ้งิ เสนิ มี
หน้าทด่ี แู ลโลกมนุษยแ์ ละดแู ลเทพเจา้ ที่ ทอ้ งถน่ิ ทงั้ หมดดงั ทกี่ ลา่ วขา้ งตน้

กาลเวลาตอ่ มากม็ ผี คู้ นเขา้ ใจผดิ มากมายในการนาเทพเจ้าทงั้ สอง
องคน์ ้ี มารวมกนั เป็นองคเ์ ดยี วกนั ซงึ่ กไ็ มเ่ ป็นเรอ่ื งแปลกแตอ่ ย่างใด เพราะ
เทพเจา้ ทน่ี นั้ มกี ารเรยี กไดห้ ลายชอ่ื ตามความนิยมทอ้ งถน่ิ และเทพหลายๆ
องคก์ ม็ หี นา้ ทท่ี ใี่ กลเ้ คยี งกนั แถมมชี อ่ื เรยี กทคี่ ลา้ ยๆกนั อกี ดว้ ย

แมก้ ระทงั ่ ถู่ตกี่ งเองนัน้ ความเชอ่ื ของชาวบา้ น (民間信仰)
ยงั แบง่ ประเภทออกไปไดอ้ กี เช่น มู่กว่ ยถู่ต้ี (木拐土地) หรอื ถู่ตีก่ งที่
ถือไมเ้ ทา้ ทเี่ ป็นไมธ้ รรมดา ซ่งึ เชอ่ื วา่ ท่านจะดูแลพ้นื ทขี่ องสุสาน และ หรู่
อ้ถี ู่ต้ี (如意土地) หรอื ถู่ต่กี งท่ีถือคฑายู่อี่ ซ่ึงเช่อื วา่ ท่านดูแลเร่อื ง
โชคชะตาของคนในบา้ น เป็นตน้

สว่ นความเชอ่ื ทว่ี ่า เจ้าท่ี เป็นมุสลมิ ไมก่ นิ หมู นนั้ ดจู ะเป็นความ
เชอ่ื ทไ่ี มค่ อ่ ยถูกตอ้ งนกั จากการอนุมานน้ี สามารถสนั นิษฐานไดว้ ่า แหล่ง
ความรทู้ ใี่ หข้ อ้ มลู นนั้ เป็นการแพร่กระจายของวฒั นธรรมชาวจีนเปอรานา
กนั หรอื บาบา (เช้อื สายชาวจีนฮกเก้ยี นและชาวมุสลิมพ้ืนท่ีภาคใต้) ที่
แพรก่ ระจายองคค์ วามรผู้ ่านทางสอ่ื ต่างๆ (เชน่ เดยี วกบั เทศกาลกนิ เจของ
ทางภาคใต้ ซงึ่ แตเ่ ดมิ นนั้ ชาวจนี พน้ื ทอี่ น่ื ๆไมไ่ ดม้ เี ทศกาลดงั กล่าว) อีกทงั้
การเหมารวมเอาเจ้าที่ หรอื ตี่จู่เอ้ีย (地主爺) วา่ ไมก่ นิ หมูทงั้ หมดคง

ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แม่ทบั ทมิ พชิ ยั 23

ไมไ่ ด้ เพราะเจา้ ที่ คอื เทพหรอื ดวงวญิ ญาณผเู้ ป็นเจา้ ของท่ีซง่ึ เราอาศยั อยู่

โดยแต่ละท่ี กม็ ีท่มี า มีประวตั ิทีแ่ ตกต่างกนั อกี ทงั้ ตี่จู่เอ้ีย (地主爺)
เป็ นเพียงช่ือตาแหน่ง ไม่ได้ระบุไปว่า เป็ นบุคคลเพียงคนเดียว
เพราะฉะนนั้ การจะบอกวา่ เจา้ ทไี่ มก่ นิ หมกู ไ็ มส่ มควรดว้ ยเชน่ กนั

24 ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แม่ทบั ทมิ พชิ ยั

昭應 (兄弟公)

เจ้าพอ่ รอ้ ยแปด

เจา้ พ่อรอ้ ยแปด (昭應) หรือเฮยี ดีก่ ง (兄弟公 ซงตกี ง ใน
สาเนยี งภาษาจนี กลาง) คอื ตานานความศกั ดสิ ์ ทิ ธทิ ์ ีก่ ล่าวขานกนั ถงึ พ่อคา้
ชาวไหหลาทงั้ 108 คนทถี่ ูกฆา่ แต่ดวงวญิ ญาณทงั้ หมดสามารถเรยี กรอ้ ง
ความยตุ ธิ รรมและลา้ งมลทินให้กบั ตนเองได้ และดวงวญิ ญาณของเจา้ พ่อ
ทงั้ 108 ดวง ยงั คงชว่ ยเหลอื เหล่าบรรดาลูกหลานชาวจีนไหหลาจากโจร
สลดั รวมไปถึงการเดนิ ทางข้ามทะเลเพ่ือมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารใน
ดนิ แดนสยาม ความศกั ดสิ ์ ทิ ธขิ ์ องเจ้าพ่อรอ้ ยแปดเล่อื งลือไปทวั ่ สรา้ งแรง
ศรทั ธาต่อผคู้ นทงั้ ชาวจนี ไหหลาและชาวไทย เกดิ เป็นการสรา้ งศาลเจ้าข้ึน

ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แมท่ บั ทมิ พชิ ยั 25

เป็นแห่งแรกท่ีชุมชนชาวจนี ไหหลาย่านบางรกั กรุงเทพมหานคร ช่อื ศาล
“เจยี วเอง็ เบย้ี ว” หรอื 昭應廟 (เชา่ ยงิ เมยี่ ว ในสาเนียงภาษาจนี กลาง)

ประวตั ิเจ้าพอ่ ร้อยแปด

พ.ศ. 2394 ในสมยั เชยี นฟง ราชวงค์ชงิ ปีปฐมฤกษ์ไดม้ พี ่อค้า
ชาวไหหลาคณะหน่ึง ไดน้ าสนิ คา้ นานาชนิด อนั ประกอบดว้ ย หยก ผา้
แพรพรรณ เคร่อื งเคลอื บ สมนุ ไพรมากมายหลายชนิดลงเรอื เพ่อื นาไป
คา้ ขายทเ่ี มอื งเว้ ประเทศเวยี ดนาม เรอื ลาดงั กล่าวไดเ้ รมิ่ ออกเดนิ ทางจาก
ท่าทคี่ ลองชงิ หลนั ่ บนเกาะไหหลา บนเรอื ประกอบดว้ ยพ่อคา้ ทงั้ หมด 108
คน (วนั ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2394) ครนั้ พอรุ่งเชา้ วนั ท่ี 21 เรอื กอ็ อก
เดนิ ทางต่อไป ขณะทเ่ี รม่ิ ออกเดนิ ทางนนั้ บงั เอญิ ไดเ้ จอกบั เรอื ลาดตระเวน
ชายฝงั ่ ของเวยี ดนาม ซงึ่ บนเรอื ลาดตระเวนนนั้ มเี จา้ หน้าท่ีซ่งึ เขา้ ใจวา่ เป็น
พวกศลุ กากร 2 คนและทหารเรอื อีก 2 คน กท็ าการใชป้ ืนยิงสกดั เรอื ของ
พ่อคา้ ชาวไหหลา จนเรอื ชารดุ และเสยี หาย เมอ่ื เจา้ หน้าทไ่ี ดน้ าเรอื มาเทียบ
กบั เรอื พ่อคา้ ชาวไหหลา กจ็ าไดว้ า่ เหล่าพ่อคา้ ทงั้ 108 คนบนเรอื นนั้ เป็น
คนทคี่ นุ้ เคยกบั ทางสานกั พระราชวงั เพราะเคยนาสนิ คา้ มาคา้ ขายในสานัก
พระราชวงั เวยี ดนามจึงเกดิ ความเกรงกลวั ชวั ่ ขณะหนึ่ง หน่ึงในเจา้ หน้าท่ี
ของเวยี ดนามจงึ ขอขมาต่อการล่วงละเมดิ และยินยอมชดใชค้ ่าเสยี หายให้
แตฝ่ ่ายพอ่ คา้ ชาวไหหลา กต็ งั้ เง่อื นไขในการเจรจาต่อรองวา่ ให้เจ้าหน้าที่
ของเวยี ดนาม ซอ่ มแซมเรอื ทช่ี ารดุ เสยี จากการถูกยงิ

แต่มเี จา้ หน้าทขี่ องเวยี ดนามอยู่สองคนเกดิ ความละโมบ เหน็ ว่า
สนิ คา้ บนเรอื มมี ากมายมหาศาลและเกรงวา่ อาจจะมกี ารรอ้ งเรยี นจากพ่อคา้
บนเรอื ซ่ึงมคี วามสนิทสนมกบั คนในพระราชวงั จนเกดิ การรอ้ งเรยี น และ
สรา้ งความเดอื ดรอ้ นมาถึงตวั เอง หากขนื ปล่อยให้หลุดรอดไปถงึ เมอื งเว้
จะเป็นภยั ตอ่ ตวั เองเป็นแน่ ดงั นนั้ จงึ ไดค้ ดิ แผนฆา่ พ่อคา้ บนเรอื พรอ้ มทงั้ ยึด
ทรพั ย์สินบนเรือทงั้ หมด เม่อื คดิ ได้ดงั น้ีแล้วจึงวางแผนหลอกให้พ่อคา้
ทงั้ หมดบนเรอื ขา้ มมาฝงั ่ บนเรอื ของเจ้าหน้าทเี่ วยี ดนามต่อจากนนั้ กแ็ จ้ง

26 ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แม่ทบั ทมิ พชิ ยั

ขอ้ หากลา่ วโทษกบั พ่อคา้ ไหหลาทงั้ หลายวา่ บกุ รกุ น่านน้า, หลบเลยี่ งภาษี,
ทาผดิ กฎระเบยี บของทางการเวยี ดนามนาเรอื เขา้ มาโดยไม่ไดร้ บั อนุญาต
และขอ้ หาเป็นโจรสลดั เหล่าพ่อคา้ ชาวไหหลาโกรธแคน้ ยิง่ นกั ท่ีถูกใส่รา้ ย
ปรักปรา และไม่ยอมรบั ข้อกล่าวหา และเกิดการต่อสู้ แต่เน่ืองจาก
เจา้ หน้าที่ของเวยี ดนามมอี าวุธอยู่จึงทาให้พ่อคา้ ทงั้ 108 คนไม่สามารถ
ต่อสไู้ ด้

ต่อมาพ่อคา้ ไหหลาบนเรือทงั้ 108 ชวี ติ กไ็ ด้ถูกจบั มดั เป็นกลุ่ม
กลุ่มละ 10 คน ถูกเจ้าหน้าที่เวยี ดนามทงั้ 4 ตดั ใบหูและฆา่ ท้งิ ลงทะเล
ทงั้ หมด จากนนั้ กล็ ากเรอื ของพอ่ คา้ ชาวไหหลาไปทที่ ่าเรอื ของเมอื งเว้ และ
นาสินค้าบนเรือไปแบ่งกนั ในขณะนัน้ บนเรือก็ปรากฏมีเด็กชายอายุ
ประมาณ 8-10 ขวบอยู่คนหนึ่ง เห็นสภาพเหตุการณ์ทีเ่ กดิ ขน้ึ ทงั้ หมดจึง
พยายามหลบซ่อนอยู่ใต้ท้องเรอื ในที่สุดกไ็ ม่สามารถหลบพ้นจากสายตา
ของเจ้าหน้าทเี่ วยี ดนามไดจ้ ึงถูกฆ่าตายตกตามไปกบั พ่อคา้ ทงั้ 108 ชวี ติ
รวมเป็น 109 ชวี ติ (ป้ายบชู าบางแห่งจงึ เขยี นไวว้ า่ เจ้าพ่อรอ้ ยแปด - รอ้ ย
เกา้ )

ด้ว ย แ ร ง อ า ฆ า ต แ ค้น จ า ก ค ว า ม ไ ม่ เ ป็ น ธ ร ร ม ข อ ง เ จ้า ห น้ า ท่ี
เวยี ดนาม จงึ ทาใหด้ วงวญิ ญาณทงั้ 108 ชวี ติ และอกี หนงึ่ เดก็ น้อยไดร้ วมจิต
วญิ ญาณอนั เหนียวแน่นและเป็นหนึ่งเดยี ว จนความเร่อื งน้ีรู้ไปถึงสวรรค์
หลงั จากนนั้ เจา้ หน้าที่เวยี ดนามทงั้ 4 คน ไดน้ าความเทจ็ ไปกราบทูลถึง
กษตั ริย์เวยี ดนามว่าได้ปราบปรามโจรสลดั ทงั้ หมด มาแสดงต่อกษัตริย์
เวียดนาม เพ่ือนาเสนอขอความดีความชอบ กษัตรยิ ์เม่อื ได้รบั รายงาน
เช่นนัน้ กห็ ลงเช่อื และไดด้ าเนินการปูนบาเหน็จความดคี วามชอบให้กบั
เจา้ หน้าทที่ งั้ 4

ในขณะที่กาลังดาเนินการพิธีปูนบาเหน็จอยู่นัน้ ไดเ้ กิดความ
มหศั จรรย์ของดวงวญิ ญาณของพ่อคา้ ท่ีตายไปทงั้ 108 คน ทาให้กษตั รยิ ์
ไมส่ ามารถย่นื พระหตั ถ์พระราชทานสง่ิ ของได้ และเกดิ อาการพระทยั เต้น

ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แม่ทบั ทมิ พชิ ยั 27

แรงผิดปกติจนเป็นลมล้มพบั กบั พระที่นงั ่ หลงั จากนนั้ กษัตรยิ ์เวยี ดนาม
พระองคน์ นั้ กเ็ กดิ อาการประชวร ดว้ ยความสงสยั ของกษตั รยิ ์ทว่ี ่าเหตุใด
เจ้าหน้าที่ของพระองคท์ าใบหูของโจรสลดั ท่ีถูกตดั มา แต่ไม่มศี รี ษะและ
หลักฐานอย่างอ่ืน เช่น เรอื และของกลางอ่ืนๆ เป็นเหตุให้พระองค์เกดิ
ความสงสยั ยง่ิ นกั ครนั้ ตกในเวลาคา่ คนื ในขณะที่บรรทม พระองคส์ บุ นิ วา่
มวี ิญญาณจานวนมากมารอ้ งคร่าครวญโหยหวนขอความเป็นธรรมต่อ
พระองค์ จนพระองคต์ กพระทยั ต่นื ขน้ึ มาจนรงุ่ สาง

หลงั จากพระองค์ทรงต่ืนจากบรรทม กย็ ังไมส่ ามารถออกว่า
ราชการได้ จงึ มรี บั สงั ่ ใหโ้ หรหลวงเขา้ เฝ้าฯ และทรงเลา่ เหตกุ ารณ์ที่เกดิ ขน้ึ
ให้โหรหลวงฟงั โหรหลวงกไ็ ดท้ านายเรอ่ื งราวทเ่ี กดิ จากความผดิ พลาด
ของเจา้ หนา้ ทข่ี องพระองค.์ และอาจจะมคี นเป็นรอ้ ยทเ่ี สยี ชวี ติ ลงดว้ ยความ
ไม่ยุติธรรม จึงเป็ นเหตุให้ดว งวิญญาณเหล่าน้ีมารร้องเรียนต่อ
พระองค์ เมอ่ื กษตั รยิ ์ของเวยี ดนามไดฟ้ งั คาทานายของโหรหลวงแลว้ กม็ ี
รบั สงั ่ ให้เสนาบดที าการสบื สอบสวนเรอ่ื งน้ีให้เป็นท่กี ระจ่างชดั และชะลอ
เรอ่ื งการปนู บาเหนจ็ ไวก้ อ่ น หลงั จากนนั้ เจา้ หน้ีทชี่ วั ่ ของเวยี ดนามทงั้ 4 คน
ไดแ้ บง่ ทรพั ย์สนิ ทยี่ ดึ มาได้ แลว้ กน็ าไปใชจ้ ่ายหาความสขุ ความบนั เทงิ จน
เป็นทส่ี งั เกตของคนทวั ่ ไปวา่ ร่ารวยผดิ ปกติ

วนั หน่ึงเจา้ หน้าที่ 1 ใน 4 นนั้ ไดด้ ม่ื สรุ าที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งซึง่
เป็นโรงแรมดว้ ยและทโ่ี รงแรมแหง่ น้ีพวกพอ่ คา้ ชาวไหหลาทถ่ี ูกฆา่ นนั้ กเ็ คย
มาพกั เพราะมคี วามผกู พนั กนั เป็นญาติ เจ้าหน้าทีน่ ายนนั้ กม็ าหาความ
บนั เทงิ และด่มื สรุ าทนี่ ี่ ในขณะที่ด่มื สุราจนเมามายไดท้ ีแ่ ลว้ ก็ชาระค่าสุรา
อาหารดว้ ยแหวนทองคาและหยกต่อเจ้าของโรงเต๊ียมแห่งนนั้ ปรากฏว่า
ญาติของพ่อคา้ ชาวไหหลาจาไดว้ ่า ทรพั ย์สนิ เหล่าน้ีเป็นของญาติของ
ตวั เองทมี่ าคา้ ขายที่เมอื งเว้ และไดย้ นิ ข่าววา่ มกี ารปลน้ ฆ่าโจรสลดั ทเ่ี ป็น
ชาวจนี ไหหลา จงึ ทาใหเ้ กดิ ความสงสยั ข้นึ จึงไดร้ วบรวมญาติพีน่ ้องท่ีอยู่

28 ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แมท่ บั ทมิ พชิ ยั

เมืองเว้ทัง้ หมดทาฎีกาข้นึ ไปถวายต่อกษตั ริย์ ประกอบกบั ทางสานัก
พระราชวงั กาลงั สบื เสาะเรอ่ื งราวน้อี ยพู่ อดี

ในทส่ี ดุ ความจรงิ ทงั้ หลายกไ็ ดป้ รากฏข้นึ กษตั รยิ ์ของเวยี ดนาม
จึงมรี บั สงั ่ ให้ลงโทษเจ้าหน้ีที่ทงั้ 4 คน ดว้ ยการให้ประหารชีวติ และให้ยึด
ทรพั ย์สนิ ของกลางทงั้ หลายคนื แก่ญาติของพ่อค้าชาวไหหลา กษตั ริย์
เวยี ดนามทรงปรารภวา่ วญิ ญาณทงั้ 108 คนชาวไหหลาช่างศกั ดสิ ์ ทิ ธ์เป็น
ยงิ่ นกั หลงั จากนนั้ ทรงมรี บั สงั ่ ใหน้ าทรพั ยส์ นิ ทงั้ หมดทยี่ ดึ มา สง่ คนื ใหญ้ าติ
พนี่ อ้ งทไี่ หหลาทงั้ หมด พรอ้ มทงั้ พระราชหตั ถเลขาแสดงความเสยี พระทยั
ต่อพ่ีน้องของพ่อคา้ ชาวไหหลาทงั้ รอ้ ยแปดชีวิตและทรงยกย่องให้เป็น
วรี บรุ ษุ หนึง่ รอ้ ยแปด

เม่อื ชาวจีนไหหลาเดนิ ทางออกทะเล เจอกบั คล่นื ลมพายุ หรอื
แมก้ ระทงั ่ โจรสลดั เจา้ พ่อรอ้ ยแปดกจ็ ะมาชว่ ยเหลอื และคมุ้ ครอง (คลา้ ยกบั
เจ้าแม่ตุ๊ยบว้ ย) เพ่ือให้ลูกหลานชาวจีนไหหลาปลอดภยั ตลอดจนการ
เดินทางมาพึง่ พระบรมโพธิสมภารบนแผ่นดนิ สยาม เม่ือถึงฝงั ่ ชาวจีน
ไหหลาจงึ สรา้ งศาลไวเ้ พ่อื เป็นการสนองพระคณุ ของเจา้ พ่อรอ้ ยแปด ทาให้
ชอ่ื เสยี งและความศกั ดสิ ์ ทิ ธขิ ์ องเจา้ พ่อรอ้ ยแปดเล่อื งลอื ไปทวั ่ โดยศาลเจา้
พ่อรอ้ ยแปดแห่งแรกคอื ศาลเจา้ เจียวเอ็งเบ้ยี ว (昭應廟) ขา้ งสะพาน
สมเด็จพระเจ้าตากสนิ (สะพานสาทร) เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร
ภายในศาลประดษิ ฐานป้ายบชู าจารกึ พระนามเจา้ พอ่ รอ้ ยแปดวา่

“昭應英烈一百有八公神位”

แปลวา่ วรี บรุ ษุ ผเู้ สยี สละคคู่ วรไดร้ บั ตาแหน่งเทพเจา้ 108 องค์

หรือเรยี กสนั้ ๆ ตามการเรียกของชาวจีนไหหลาว่า เฮียดี่กง
兄弟公 (ซงตกี ง ในสาเนยี งภาษาจนี กลาง) ซง่ึ แปลวา่ เจา้ พ่อพนี่ อ้ ง

ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แม่ทบั ทมิ พชิ ยั 29

“อนึ่ง ตานานของเจ้าพ่อร้อยแปดของชาวจีนไหหลา นัน้
เป็นคนละตานานกบั จอมยุทธแห่งเขาเหลียงซาน (หรือตานานเรือ่ ง
เอง็ กอ) ด้วยเพราะมีจานวน 108 คน เหมือนกนั จึงทาให้เกิดความ
สบั สน เพราะตานานทงั้ สอง ไม่ได้มีส่วนเกีย่ วข้องกนั แต่อย่างใด
ต่างกนั ทงั้ เวลา และสถานที่ หรือในบางกรณีทีม่ ีการกล่าวว่า เจ้าพ่อ
ร้อยแปดคือทหารเสือของเจ้าแม่ทบั ทิมนัน้ กด็ ูจะเป็ นส่วนผิด เป็ น
การผกู เรือ่ งราวในประวตั ิศาสตรข์ องเจ้าพ่อร้อยแปด และตานาน
ความเชือ่ ของเจ้าแม่ทบั ทิมเขา้ ดว้ ยกนั ซึง่ ดไู มถ่ กู ต้องนัก

สิง่ ทีพ่ อจะสนั นิษฐานและอนุมานได้ คือ การตงั้ ศาลเจ้าโดย
มีองคเ์ จ้าหลายๆองคม์ าประทบั บนแท่นบชู ารวมกนั ถอื เป็ นเรือ่ งปกติ
ของชาวจีน เพราะศาลเจ้าถือเป็ นศนู ย์รวมศรทั ธาของคนในชุมชน
เจ้าจึงมีหลายองค์เพือ่ บนั ดาลความสุข(ทีม่ ีหลากหลายแบบ) ให้กบั
คนในพ้ืนที่ ซึง่ ศาลเจ้าของชาวจีนไหหลามกั จะมีเทพประธานคือ
เจา้ แมท่ บั ทิม หรือ เจา้ พ่อบ้วนเถา่ กง (ข้นึ อยู่กบั ความศรทั ธาของคน
ในพ้นื ที่ โดยจะเลือกองคเ์ จา้ ทีศ่ รทั ธามากกว่าเป็ นเทพประธาน ส่วน
เทพองค์อืน่ จะเป็ นเทพชนั้ รอง) และมีป้ ายบูชาเจ้าพ่อร้อยแปดไว้
ด้านข้าง หรือ แท่นบูชาทีล่ ดหลนั ่ ลงมา ดงั นัน้ จึงเกิดการเหมารวม
เอาวา่ เป็นเทพบริวารของเจา้ แมท่ บั ทิม ซึง่ แท้ทีจ่ ริงแล้วไม่ใช่”

30 ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แมท่ บั ทมิ พชิ ยั

บ้วยโบ้ (八寶)
แปดอาวธุ วิเศษของโป๊ ยเซียน

สง่ิ ศกั ดสิ ์ ทิ ธทิ ์ ีอ่ ยู่คู่ศาลเจา้ แมท่ บั ทิมพิชยั มาเป็นเวลานานอีกสงิ่
หนึ่งคือ อาวุธวเิ ศษของโป๊ยเซียน 8 คู่ หรอื ที่เรียกว่า บ้วยโบ้ ถือเป็น
สญั ลกั ษณ์มงคลอนั เป็นทส่ี ถติ ของเทพเจา้ โป๊ยเซยี น โดยลกั ษณะของอาวธุ
ทงั้ 8 นัน้ มีรูปร่างและความหมายท่ีแตกต่างกนั แสดงถึงความอุดม
สมบรู ณ์เป็นสริ มิ งคล คาวา่ บว้ ยโบ้ 八寶 เป็นสาเนยี งไหหลา สาเนียงจนี
กลางคอื “ปาเปา่ ” หรอื สมบตั วิ เิ ศษแปดของเต๋า ซง่ึ จะใชเ้ รยี กเพ่อื ล้อกบั
“สมบตั วิ เิ ศษทงั้ แปด” ของพุทธศาสนาฝ่ายมหายานทม่ี ขี องมงคลแปดส่งิ
เชน่ เดยี วกนั โดยสมบตั วิ เิ ศษทงั้ แปดของพุทธศาสนาฝา่ ยมหายานคอื

ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แมท่ บั ทมิ พชิ ยั 31

1.รม่ วเิ ศษ (เป๋าสา่ น 宝伞) เป็นสญั ลกั ษณ์แทน พระเศยี ร (ศรี ษะ)

2. ปลาทอง (จนิ อวี๋ 金鱼) เป็นสญั ลกั ษณ์แทน พระเนตร (ดวงตา)

3. ดอกบวั (เหลยี นฮวา 莲花) เป็นสญั ลกั ษณ์แทน พระชวิ หา(ล้นิ )

4. แจกนั วเิ ศษ (เปา่ ผงิ 宝瓶) เป็นสญั ลกั ษณ์แทน พระศอ (คอ)

5. ธงชยั (ไป๋ไก้ 白盖) เป็นสญั ลกั ษณ์แทน พระวรกาย(รา่ งกาย)

6. ธรรมจกั ร (ฝา่ หลุน 法轮) เป็นสญั ลกั ษณ์แทน พระบาท(เทา้ )

7. หอยสงั ข์ (ฝา่ หลอ 法螺) เป็นสญั ลกั ษณ์แทน พระวาจา(คาพูด)

8. เงอ่ื นไมร่ จู้ บ (ผานฉาง 盘长) เป็นสญั ลกั ษณ์แทน พระจติ (การรแู้ จง้ )

ซง่ึ รายละเอยี ดของ”สญั ลกั ษณ์อษั ฎมงคลของพุทธศาสนา” จะไม่
ขอกล่าวรายละเอยี ดในทน่ี ้ี

บว้ ยโบ้ 八寶 แปดอาวธุ วิเศษของโป๊ ยเซียน

“บ้วยโบ้(八寶): แปดอาวุธวิเศษของโป๊ ยเซียน” หรือ
“อนั้ ปาเซียน” (暗八仙) หมายถงึ “ทรพั ย์แปดอย่างของโป๊ยเซียน”
เป็นของใชข้ องวเิ ศษประจาตวั หรอื อาวธุ ประจากายของเหล่าเซียนทงั้ แปด
ในความเช่อื ทางศาสนาต๋า ของวเิ ศษทงั้ แปดของโป๊ยเซยี นถอื เป็นของสริ ิ
มงคลท่ีมอี ิทธิฤทธิ ์ และสามารถป้องกนั ภตู ผปี ีศาจได้ ตลอดจนสามารถ
กาจัดส่ิงชวั ่ รา้ ยไมใ่ ห้มากล้ากลายมนุษย์ ในขณะเดยี วกนั เรามกั จะเห็น
ของวเิ ศษทงั้ แปดในส่วนหน่ึงของลวดลายประดบั ในอาคารสถาปตั ยกรรม

32 ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แมท่ บั ทมิ พชิ ยั

แบบจนี ทงั้ วดั วาอารามและศาลเจา้ ทวั ่ ไป ดงั นนั้ สญั ลกั ษณ์ “แปดวเิ ศษของ
โป๊ยเซยี น” (暗八仙) จงึ มคี วามหมายแห่งสญั ลกั ษณ์มงคลตามแบบเต๋า
ทส่ี ถติ แหง่ เทพและเป็นเสมอื นเครอ่ื งหมายตวั แทนเซยี นแตล่ ะองคข์ องกลุ่ม
เซยี นทงั้ แปด หรอื โป๊ยเซยี น (八仙)

แปดอาวธุ วเิ ศษของโป๊ยเซยี น ไดแ้ ก่

น้าเต้า (葫芦) สญั ลกั ษณ์แทนเซยี นหลเี ถยี ไกว่

(ล้ที ไิ กว้ 李铁拐)

น้าเตา้ ของหลีเ่ ถียไกว่ เป็นน้าเต้า
วเิ ศษทส่ี ามารถดลบนั ดาลสุขใหแ้ กม่ นุษย์
ภายในจะมคี ้างคาวหา้ ตัวโบยบินออกมา
จากน้ าเต้า อันหมายถึง ความสุขห้า
ประการของมนุษย์(อู่ฝู 五福)

พดั ใบกลว้ ย (芭蕉扇) สญั ลกั ษณ์แทนเซยี นฮนั ่ จงหล่ี

(หงั ่ เจง็ หลี 汉钟离)

พดั วเิ ศษของฮนั ่ จงหลี สามารถโบก
พดั คนตายใหก้ ลบั ฟ้ืนคนื ชพี ได้ ดงั นัน้ จึงมี
อีกช่อื หนึ่งว่า “พดั ฟ้ืนคนื วิญญาณ” หรือ
“พดั หวนคนื ชพี ” (还魂扇)

ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แมท่ บั ทมิ พชิ ยั 33

กระบว่ี ิเศษ (宝剑) สญั ลกั ษณ์แทนเซยี นหลวี่ ต์ ง้ ปิน

(ล่อื ตงั ่ ปิง 吕洞宾)

ก ร ะ บี่ วิเ ศ ษ ข อ ง ห ล่ี ว์ ต้ ง ปิ น มี
อิทธิฤทธิใ์ นการพิชิตมารร้ายและการาบ
ปราบปีศาจและสงิ่ อปั มงคล

กลองปลา หรอื ยวี๋กู่ (鱼鼓) สญั ลกั ษณ์แทนเซยี นจางกวั ่ เหลา

(เตยี กว้ ยเล่า 张果老)

กลองปลา ของจางกวั ่ เหลา เป็น
กระบอกเคร่อื งดนตรวี ิเศษที่มีคุณสมบตั ิใน
การส่งเสียงสะท้อนก้องกงั วานไปไกลแสน
ไกล

กระเช้าดอกไม้ (花篮) สญั ลกั ษณ์แทนเซยี นหลนั ไฉ่เหอ

(น่าไชฮ่ วั้ 蓝采和)

กระเช้าดอกไม้ของหลันไฉ่เหอ
หมายถงึ ความเป็นสริ มิ งคลแทนความสขุ
สดชน่ื และสดใสร่าเรงิ ภายในกระเชา้ จะมี
ดอกไมท้ ไี่ มม่ วี นั เหย่ี วเฉา

34 ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แม่ทบั ทมิ พชิ ยั

ดอกบวั (荷花) สญั ลกั ษณ์แทนเซยี นเหอเซยี นกู

(ฮอ้ เซยี นโกว 何仙姑)

ดอกบวั วเิ ศษของเหอเซยี งกู เป็น
ดอกบวั ที่ใหญ่โตและงดงามกว่าดอกบวั
โดยทัวไป มีความหมายถึงการบูชาสิ่ง
ศกั ดสิ ์ ทิ ธใิ ์ ห้ช่วยคมุ้ ครองมนุษย์ปลอดภยั
จากภยนั ตรายทงั้ ปวง

ขล่ยุ (笛) สญั ลกั ษณ์แทนเซยี นหนั เซยี งจอ่ื

(ฮงั ่ เซยี งจอ้ื 韩湘子)

เสยี งของขลุ่ยวเิ ศษหนั เซยี งจ่อื ไม่
เพยี งแตบ่ รรเลงดว้ ยทว่ งทานองอนั ไพเราะ
เสนาะหู แต่ยังมีอานาจที่สามารถสะกด
วญิ ญาณของผฟู้ งั ใหช้ ะงกั ไดท้ นั ที

แผน่ ป้ ายค่อู ินหยาง (阴阳板) สญั ลกั ษณ์แทนเซยี นเฉากว๋อจ้วิ

(เชากก๊ กู๋ 曹国舅)

แผ่นป้ายคอู่ นิ หยางป่านของเฉากว๋อ
จ้ิว เป็นแผ่นป้ายวิเศษยามเข้าเฝ้ าฮ่องเต้ มี
พลังอานาจแห่งธรรมชาติในการทาให้เกิด
เสยี งดงั กกึ กอ้ ง

ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แม่ทบั ทมิ พชิ ยั 35

天公燈

เสาทีกง ตะเกียงสวรรค์

เทพ ยดาฟ้ าดิน ( 天公 เทีย นกง หรือ ทีกง ) คน จีนให้
ความสาคญั กบั ฟ้าดนิ สงั เกตไดว้ า่ ทกุ ศาลเจา้ จะต้องมี เสาสกั การะฟ้า ซึ่ง
แขวนโคมไฟหรอื ทเี ดง็ 天灯(จีนตวั ย่อ)/天燈 (จีนตวั เต็ม) พรอ้ ม
กระถางธูป การไหวเ้ จา้ แบบจนี เราตอ้ งจุดธูปไหวท้ กี ง ก่อน ไหวเ้ จ้าทุกท่ี
เสมอ

36 ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แมท่ บั ทมิ พชิ ยั

ตานานเก่ียวกับ ทีกง หรือ เทียนต้ีฟู่หมู่ 天地父母 ตาม
สาเนียงภาษาจีนกลาง (ทีดี่เบ่ไหม่ ตามสาเนียงภาษาจีนไหหลา แต่
โดยทวั ่ ไปเรยี กตามสาเนียงภาษาจนี แตจ้ วิ๋ วา่ ทตี แี่ ปบ่ อ้ ) หรอื การบวงสรวง
เทพยดาฟ้ าดนิ น้ี เกี่ยวขอ้ งกบั ความเช่อื ในศาสนาพุทธและพราหมณ์มา
ยาวนานเป็นพนั ปีแลว้ จากหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรข์ องจนี ผทู้ ร่ี เิ รม่ิ การ
บวงสรวงเทพยดาฟ้าดนิ หรอื ทกี ง เป็นคนแรกคอื “หยง่ เล่อ” จกั รพรรดแิ ห่ง
ราชวงศห์ มงิ ในปี ค.ศ. 1420

จกั รพรรดหิ ยง่ เล่อ ไดเ้ ลง็ เหน็ ความสาคญั ของการบวงสรวงเทพย
ดาฟ้าดนิ ในคราวที่บา้ นเมอื งไม่สงบสุข ขา้ วยากหมากแพง หรอื เกดิ ภยั
พบิ ตั ติ ่าง ๆ กท็ รงหาวธิ แี กไ้ ขทุกข์ภยั ดว้ ยอุบายพิธตี ่าง ๆ จึงไดส้ รา้ งหอ

เทยี นถาน 天壇 หรอื “ฉีเหนียนเต้ยี น” 祈年殿

หอเทยี นถาน จะใชใ้ นการประกอบพธิ กี รรมบวงสรวงเทพยดาฟ้า
ดนิ เพ่อื ใหพ้ ืชพันธ์ุธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ เพ่ือบชู าสงิ่ ศกั ดสิ ์ ิทธิ ์ แสดง
ความกตญั ญูกตเวทีต่อดวงวญิ ญาณของบรรพบรุ ุษ ปดั เป่าทุกข์ภยั พบิ ตั ิ
ต่าง ๆ และขออภยั ไถบ่ าปของประชาชน โดยเชอ่ื ว่า ฮ่องเต้ คอื โอรสของ
สวรรค์ เป็นผปู้ ระกอบพธิ กี รรม

ส่วนคนไทยเรากใ็ ห้ความสาคญั กบั การบวงสรวงเทพยดาฟ้าดนิ
มายาวนานแล้วเช่นเดยี วกนั โดยในสงั คมกสกิ รรมทุกสงั คม กม็ พี ิธีกรรม
ตา่ ง ๆ เพ่อื บวงสรวงบชู าเทพยดาฟ้าดนิ เกย่ี วกบั พชื พนั ธ์ุธญั ญาหาร ขอ
ฟ้าขอฝน หรอื การบูชาเทพต่าง ๆ ท่เี กย่ี วกบั ดนิ น้า ลม ไฟ เชน่ การบูชา
พระแมธ่ รณี พระแมโ่ พสพ และพระแมค่ งคา

ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แมท่ บั ทมิ พชิ ยั 37

ซึง่ กล็ ้วนแลว้ แต่เป็นการบชู าเทพยดาฟ้าดนิ ทงั้ ส้นิ เน่ืองจากคน
ไทยเราซงึ่ เป็นชาวพุทธ มคี วามเกย่ี วขอ้ งกบั สงั คมกสกิ รรม และพืชผลต่าง
ๆ มาตงั้ แต่สมยั พุทธกาลแลว้ ดงั มตี อนหนึ่งทพ่ี ระเจา้ สุทโธทนะ พระราช
บดิ าของเจา้ ชายสทิ ธตั ถะ (กอ่ นตรสั รเู้ ป็นพระพุทธเจา้ ) ทรงจดั ใหม้ พี ระราช
พธิ จี รดพระนงั คลั แรกนาขวญั และวนั นนั้ เองทเี่ จา้ ชายสทิ ธตั ถะเป็นสมาธิ
ขนั้ แรกทเ่ี รยี กวา่ “ปฐมฌาน”

สาหรบั การบชู าทกี ง ทดี เ่ี บไ่ หม่ หรอื เทพยดาฟ้าดนิ นนั้ ชาวจีนมี
ความเชอ่ื ถอื วา่ เป็นสง่ิ ที่อยู่ค่กู บั โลกมนุษย์มากอ่ นสงิ่ อ่นื สง่ิ ใด และมคี วาม
เชอ่ื เรอ่ื งชวี ติ หลงั ความตาย เชอ่ื วา่ สง่ิ ศกั ดสิ ์ ทิ ธิ ์ และดวงวญิ ญาณของบรรพ
บรุ ษุ จะไปสถติ อยู่เบอ้ื งบนสวรรค์

เม่อื สกั การบูชาแล้วจะดลบลั ดาลความร่มเย็นเป็นสุข บนั ดาล
ความอดุ มสมบรู ณ์ และการสกั การบูชาทกี ง ทดี เ่ี บ่ไหม่ ถือเป็นการแสดง
ความกตญั ญกู ตเวทตี ่อดวงวญิ ญาณของบรรพบรุ ุษดว้ ย บา้ งกม็ คี วามเชอ่ื
วา่ ในเวลาทเี่ ราอยู่นอกเคหสถาน ทกี ง ทดี เ่ี บไ่ หม่ หรอื เทพยดาฟ้าดนิ น้ีเป็น
ผปู้ กป้องคมุ้ ครองใหป้ ลอดภยั จากภยั พบิ ตั ทิ งั้ หลายทงั้ ปวง ใหก้ บั ผทู้ บ่ี ชู า

สาหรบั คนไทยกม็ คี วามเชอ่ื ในเร่อื งของบวงสรวงเทพยดาฟ้าดนิ
เน่ืองจากเป็นสงั คมกสกิ รรมเกยี่ วขอ้ งกบั ดนิ ฟ้า อากาศ จึงมคี วามเชอ่ื กนั
วา่ การบวงสรวงเทพยดาฟ้าดนิ การสกั การบูชาเทพต่างๆ ท่เี กยี่ วกบั ดนิ
น้า ลม ไฟ จะสามารถบนั ดาลความอุดมสมบูรณ์ของพืชพนั ธ์ุธญั ญาหาร
และความรม่ เยน็ เป็นสขุ ซง่ึ กเ็ ป็นแนวคดิ ทางพุทธศาสนาทสี่ อดคลอ้ งกนั

38 ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แมท่ บั ทมิ พชิ ยั

門神

เทพทวารบาล

ตานานทวารบาล 門神 (เหมนิ เซ่ิง หรือ หม่ึงซ้ิง) ของจีนนัน้
สนั นษิ ฐานวา่ มมี าตงั้ แต่สมยั “พระเจา้ ถงั ไทจ้ งฮอ่ งเต้” ซึ่งตามตานานเล่าวา่
ในยคุ ของพระเจ้าถงั ไทจ้ งฮ่องเต้ “พญาเล่อ๋อง” เป็นผทู้ ี่ทาหน้าทใ่ี ห้ฝนแก่
ชาวโลก แต่มอี ยู่ครงั้ หนึ่งเกดิ เพลินให้ฝนมากเกนิ ไป สง่ ผลทาให้น้าท่วม
ราษฎรไดร้ บั ความเดอื ดรอ้ นเป็นอย่างมาก

เมอ่ื “เงก็ เซยี นฮ่องเต”้ รเู้ ขา้ กโ็ กรธพรอ้ มกบั สงั ่ ให้ “งุยเต็ง” จดั การ
ประหารพญาเล่อ๋องเสยี ทางฝ่ายพญาเล่อ๋องกห็ าทางทจ่ี ะรกั ษาชวี ติ ของ

ภาคท่ี 1: ประวตั ศิ าลเจา้ แม่ทบั ทมิ พชิ ยั 39

ตนเองไว้ โดยไดส้ ืบทราบมาว่า งุยเต็งนัน้ มชี ีวิตอยู่สองภาค คือ ภาค
มนุษย์ รบั ราชการอยกู่ บั พระเจา้ ถงั ไท้จงฮ่องเต้ สว่ นภาคสวรรค์ ทาหน้าท่ี
เป็นเพชฌฆาต จงึ ไดไ้ ปเขา้ ฝนั พระเจา้ ถงั ไทจ้ งฮอ่ งเต้ ใหช้ ว่ ยบอกกล่าวกบั
งยุ เตง็ ขออยา่ ใหป้ ระหารชวี ติ ตน ซงึ่ พระเจา้ ถงั ไทจ้ งฮอ่ งเตก้ ร็ บั ปาก โดยใน
คนื ประหารกอ่ นบรรทมจึงใหง้ ยุ เต็งเขา้ เฝ้า แลว้ ออกอุบายชวนเล่นหมาก
รกุ กนั หลายกระดานเพ่อื ไม่ใหง้ ุยเต็งหลบั แต่ว่างยุ เต็งกเ็ ผลองบี หลบั ไป
โดยชว่ งทง่ี บี นนั้ งยุ เตง็ ไดล้ ะเมอคาวา่ “ซวั ” ทหี่ มายถงึ ฆ่า ขน้ึ มากอ่ นสะดงุ้
ตน่ื มาเลน่ หมากรกุ ตอ่

พระเจ้าถงั ไท้จง เม่อื เห็นงุยเต็งต่ืน กส็ อบถามว่าช่วงท่ีงีบไป
ละเมอเหน็ อะไรบา้ ง งยุ เตง็ กเ็ ล่าความฝนั เรอ่ื งไปประหารพญาเล่อ๋องบน
สวรรค์ให้ฟงั เม่ือพระเจ้าถังไท้จง รูเ้ ร่ืองดงั นัน้ ก็ทรงเสยี พระทยั ท่ีไม่
สามารถทาตามทรี่ บั ปากกบั พญาเลอ่ ๋องไวไ้ ด้ ทางฝ่ายพญาเล่อ๋องเม่อื ตาย
ไป วญิ ญาณกโ็ กรธแคน้ พระเจ้าถงั ไทจ้ ง อย่างมาก ในทุกๆ คนื จงึ มาคอย
รงั ควานพระเจา้ ถงั ไทจ้ ง ในวงั หลวง ทาใหพ้ ระองค์พกั ผอ่ นไดไ้ มเ่ พยี งพอ
แลว้ เกดิ ประชวร บรรดาแพทย์พยายามรกั ษาจนสดุ ความสามารถกไ็ มห่ าย

ในเวลานนั้ ทหารเอก 2 คนคอื “หยูซีกง” 尉遲恭 และ “ซิงชู
เปา่ ” 秦叔寶 ซง่ึ มคี วามจงรกั ภกั ดตี ่อพระเจา้ ถงั ไท้จงฮ่องเต้เป็นอย่าง
มาก ไดร้ บั อาสาเฝ้าพระทวารหอ้ งบรรทมมใิ ห้พญาเล่อ๋องมารบกวนได้ แต่
นานวนั เขา้ ทหารทงั้ 2 กเ็ จ็บปว่ ยเสยี เอง เน่ืองจากตอนกลางคนื ต้องยืน
ยาม ส่วนกลางวนั กต็ ้องทางาน พระเจ้าถังไท้จง จึงออกอุบายเรียก
ชา่ งฝีมอื ดี มาเขยี นภาพทหารทงั้ สองข้นึ ทบี่ านประตูหอ้ งพระบรรทมบาน
ละคน โดยใหม้ ขี นาดใหญ่เท่าตัวจรงิ มอื ถอื อาวธุ หน้าตาถมงึ ทงึ ทาให้
เหมอื นกบั ว่าทหารทงั้ สองยืนยามเฝ้ าประตูอยู่ตลอดเวลา ซึ่งก็ประสบ


Click to View FlipBook Version