The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือที่ระลึกงานประเพณีเจ้าแม่ทับทิมพิชัยประจำปี พ.ศ. 2555 จุดประสงค์เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ ทางวัฒนธรรมประเพณ๊ ตลอดจนคติ ความเชื่อของชาวไทยเชื้อสายไหหลำ เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ผู้สนใจศึกษา และสร้างศรัทธาแก่ผู้กราบไหว้องค์เจ้าแม่ทับทิมพิชัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by CU for Sustainability, 2020-09-15 03:16:30

ประวัติศาลเจ้าแม่ทับทิมพิชัย

หนังสือที่ระลึกงานประเพณีเจ้าแม่ทับทิมพิชัยประจำปี พ.ศ. 2555 จุดประสงค์เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ ทางวัฒนธรรมประเพณ๊ ตลอดจนคติ ความเชื่อของชาวไทยเชื้อสายไหหลำ เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ผู้สนใจศึกษา และสร้างศรัทธาแก่ผู้กราบไหว้องค์เจ้าแม่ทับทิมพิชัย

Keywords: ทับทิม,ไหหลำ

190 ภาคท่ี 3: ประเพณสี าคญั ในรอบปีของจนี

1.กวางตุง้ ขนมไหวพ้ ระจนั ทร์ของจีนกวางตุง้ (เมอื งกวา่ งโจว
ฮอ่ งกง ฯลฯ) เอาลกั ษณะขนมเคก้ ฝรงั ่ มาผสมไดอ้ ย่างลงตวั เปลือกนิ่ม
เนียน ไสอ้ รอ่ ย มหี ลายชนิด ผสมน้ามนั น้อย หนกั น้าตาล พูดง่ายๆคือ
ขนมไหว้พระจนั ทรท์ ี่มีขายตามท้องตลาดในประเทศไทย

2.แตจ้ วิ๋ ขนมไหวพ้ ระจนั ทรข์ องแตจ้ ิว๋ นนั้ คอื ขนมเปี๊ยะทเ่ี ราคนุ้
ตากนั ในปจั จบุ นั เน้ือแป้งจะมลี กั ษณะเป็นชนั้ คล้ายกระดาษ มที งั้ ไสเ้ ต้า
ซา (豆沙) และไสก้ วยแฉะ (ฟกั ) โรยงาอยูด่ า้ นบน

3.ซโู จว ขนมไหวพ้ ระจนั ทรข์ องซูโจวเปลอื กบางซ้อนกนั หลาย
ชนั้ รว่ นซยุ ไสม้ กี ลนิ่ หอม คอ่ นขา้ งทจี่ ะมคี วามมนั แตไ่ มเ่ ลย่ี น

4.ปกั กงิ่ (เปย่ จิง) วธิ ที าคล้ายขนมอบ ไสเ้ ด่นไปทางถวั ่ เมล็ด
พชื เชน่ โหงวย้งิ และมกั มไี หมเขยี วไหมแดงซง่ึ น่าจะทาจากวสั ดทุ ่ีกนิ ได้
อยูด่ ว้ ย ทงั้ รวมเอาขอ้ ดขี องขนมไหวพ้ ระจนั ทรท์ างภาคเหนือและในวงั มา
ใช้ ทาใหม้ เี อกลกั ษณ์โดดเดน่

5.และเทยี นจนิ (เทยี นสนิ ) มลี กั ษณะเหมอื นกนั กบั ปกั กงิ่

นอกจากขนมไหวพ้ ระจนั ทรแ์ ล้วยงั นิยมใชข้ นมแปะกอ ( ขนม
โกข๋ าว)แผน่ กลมขนาดใหญ่ และเหลก็ เตา่ กอ ( ขนมโก๋ทที่ าจากถวั ่ เขยี ว)
ไหวด้ ว้ ย

ภาคท่ี 3: ประเพณสี าคญั ในรอบปีของจนี 191

วนั ไหวพ้ ระจนั ทร:์ ตานานการกชู้ าติ

ในชว่ งปี ค.ศ.1279 ชาวมองโกลภายใต้การนาของกบุ ไล ข่าน
(หลานปขู่ องเจงกสี ขา่ น) ไดร้ ุกรานเขา้ สแู่ ผ่นดนิ จนี ในสมยั ราชวงศซ์ ้อง
สามารถโค่นล้มและยึดครองประเทศจีนได้ จากนัน้ ได้สถาปนาก่อตงั้
ราชวงศห์ ยวน (元朝) ซง่ึ ชว่ งปลายราชวงศ์หยวน รชั สมยั ของพระเจา้
หยวนซ่นุ ต้ี เกดิ ความวุน่ วายและภยั พบิ ตั ขิ ้นึ มากมาย ราชสานกั อ่อนแอ
จงึ ทาให้มชี าวจีนหลายกลุ่มคดิ กอ่ การกบฏเพ่อื กอบกแู้ ผ่นดนิ จีน แต่ว่า
ทางการออกคาสงั ่ ห้ามชุมนุมกนั จึงยากท่ีจะรวมกลุ่มเพ่ือปรึกษา
แผนการและระดมพล

ในตอนนัน้ มนี กั ยุทธศาสตรก์ ารศกึ ช่อื หลิวป๋ ออุน (劉伯
溫) ชาวมณฑลเจอ้ เจยี ง ซงึ่ เป็นทปี่ รกึ ษาของกลุ่มกบฏทน่ี าโดย จูหยวน
จาง 朱元璋 (ปฐมกษตั รยิ ์ราชวงศ์หมงิ ) ไดค้ ดิ แผนการรวบรวมพล
ใหก้ อ่ การขน้ึ พรอ้ มกนั เน่ืองจากชาวมองโกลนนั้ ไมน่ ิยมกนิ ขนมเปี๊ยะไหว้
พระจนั ทร์ ดงั นนั้ จงึ อาศยั ช่วงโอกาสน้ีทาขนมเปี๊ยะไหวพ้ ระจนั ทร์ที่มไี ส้
หนา แล้วสอดไสก้ ระดาษทีเ่ ขียนขอ้ ความไวว้ า่ “15 ค่าเดือน 8 สงั หาร
มองโกล” (八月十五殺韃子) นาออกแจกจ่ายให้กบั ชาวจีน
ทงั้ หลาย

เมอ่ื ถงึ คนื วนั ไหวพ้ ระจนั ทร์ กล่มุ ชาวจนี ทงั้ หลายกล็ งมอื ก่อการ
ขน้ึ โดยพรอ้ มเพรยี งกนั และสามารถโคน้ ลม้ ราชวงศห์ ยวนลงได้ จูหยวน
จางไดส้ ถาปนาตนเองขน้ึ เป็นฮ่องเต้ กอ่ ตงั้ ราชวงศ์หมงิ ขน้ึ (明朝- ปี
พ.ศ.1911-2187) นบั จากนนั้ เทศกาลวนั ไหวพ้ ระจนั ทรท์ ีม่ กี ารไหวข้ นม

192 ภาคท่ี 3: ประเพณสี าคญั ในรอบปีของจนี

เป๊ียะไหวพ้ ระจนั ทรจ์ งึ เป็นงานฉลองระดบั ชาติ เพ่อื ราลึกถึงเหตุการณ์ใน
ครงั้ นนั้

ตานานเร่อื งน้ีแมว้ งวชิ าการ จะไมค่ ่อยเช่อื นกั แต่กน็ ่าจะมมี ูล
ความจรงิ อยู่บา้ ง เพราะตงั้ แตร่ าชวงศห์ มงิ เป็นตน้ มาประเพณใี ห้ขนมไหว้
พระจันทรเ์ ป็นของขวญั ในเทศกาลจงชวิ เพ่ือ "ความกลมเกลียวพรอ้ ม
หนา้ " กแ็ พรห่ ลายมาก อน่ึงปจั จุบนั ขนมไหวพ้ ระจนั ทร์แบบปกั กง่ิ ตอ้ งมี
ไหมเขยี วไหมแดง (ทาจากแป้ง) ใส่ไวใ้ นไสด้ ว้ ยเพ่อื แทนกระดาษเขยี ว
แดงทใ่ี ชเ้ ขยี นนัดหมายฆ่ามองโกลในอดตี ถ้าตานานนัดหมายเพ่ือฆ่า
ชาวมองโกลมมี ลู ความจรงิ ขนมไหวพ้ ระจนั ทร์กน็ ่าจะมมี าตงั้ แต่ราชวงศ์
ซ่ง แต่อาจจะไม่แพร่หลายนัก จึงไม่ปรากฏในบนั ทึกของคนร่วมสมยั
เท่าทเ่ี หลอื ตกทอดมาถงึ ปจั จบุ นั

ขนมไหวพ้ ระจนั ทรใ์ นปจั จุบนั ทวั ่ ประเทศจนี มมี ากมายนบั รอ้ ย
นับพันชนิด รสชาติหลากหลาย มีทัง้ รสหวาน เค็ม หวานเค็ม เผ็ด
รปู ลกั ษณ์กช็ วนชม แต่ไมว่ า่ จะประดษิ ฐ์ใหร้ ปู ลกั ษณ์วจิ ติ รพิสดารอย่างไร
ขนมไหวพ้ ระจนั ทรท์ จ่ี ะใชไ้ หวจ้ รงิ ตอ้ งมรี ปู ทรงพ้นื ฐานเป็นทรงกลมคลา้ ย

ดวงจนั ทร์ เพราะเป็นสญั ลกั ษณ์ของ "ถวนหยวน 團圓" คอื การอยู่
พรอ้ มหน้ากลมเกลยี วกนั ของครอบครวั

ภาคท่ี 3: ประเพณีสาคญั ในรอบปีของจนี 193

ตานานของเผอื กกบั เทศกาลไหว้พระจนั ทร์

ทางชายทะเลภาคอาคเนย์ของจนี คอื มณฑลฮกเกย้ี น (ฝูเจ้ยี น)
กวางตุ้ง ไต้หวนั มีประเพณีใชเ้ ผือกไหว้พระจันทร์และกินเผอื กใน
เทศกาลน้ีดว้ ย เพราะเผอื กเป็นพชื พ้นื เมอื งท่ปี ลูกงา่ ย ใหผ้ ลผลิตสงู ตน้
เดยี วมที งั้ หวั ใหญ่และหวั เลก็ ทแ่ี ตกเป็นติง่ เป็นหวั ย่อยออกไปเป็นพรวน
จงึ เป็นสญั ลกั ษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ ลูกหลานรุง่ เรอื ง คนฮกเก้ยี น
แตจ้ วิ๋ และไต้หวนั มคี วามเชอ่ื ในเร่อื งน้ี กล่าวเป็นสานวนวา่ "เจียะโอ่ว
กบิ๊ จือซุนอู่ฮอเถ่าโหล่ว " หมายถึง "กนิ เผือก ให้ช่องทางอาชพี ท่ีดแี ก่
ลกู หลาน" ชว่ งเทศกาลน้ีมเี ผอื กมาก จงึ นามาไหวแ้ ละกนิ ในเทศกาล บาง
ทแี ปรรปู เป็นหมเ่ี ผอื ก เผอื กหวานทเ่ี ป็นชน้ิ กลม ให้สอดคลอ้ งกบั การถือ
เคลด็ ในเทศกาล

ยัง มีเ ร่ือ ง เ ล่ า เ ป็ น ต า น า น ท่ีม า ข อ ง ก า ร กิน เ ผือ ก ใ น ว ัน ไ ห ว้
พระจันทรอ์ ีกวา่ ครงั้ หนึ่งขุนพลชจี ้กี วง (พ.ศ.1971-2130) นาทัพออก
ปราบโจรสลดั ญป่ี นุ่ ซงึ่ มาปลน้ ราษฎรชายฝงั ่ ทะเลตะวนั ออกเฉียงใตข้ อง
จนี อย่เู สมอ ในวนั เทศกาลจงชวิ ถกู โจรสลดั ลอ้ มอยบู่ นภเู ขา หลายวนั เขา้
ขาดเสบยี งอาหาร พวกทหารหาของป่ามากนิ ประทงั ชวี ติ ขดุ ไดเ้ ผอื กมา
เป็นอนั มาก เผากนิ แลว้ รสู้ กึ ดแี ละอ่มิ ทน จึงใชเ้ ป็นอาหารหลกั จนตฝี ่าวง
ลอ้ มออกมาได้ ต่อมากป็ ราบโจรสลดั ญ่ีปุ่นสาเร็จ คนจีนแถบชายทะเล
ย่านน้ีจึงใช้เผอื กไหวพ้ ระจนั ทร์ เพ่อื ระลึกถึงวรี กรรมของชีจ้ีกวงและ
พระคณุ ของเผอื กทชี่ ว่ ยชวี ติ ทหารจนี ไว้ จนขบั ไล่ศตั รตู า่ งชาตอิ อกไปได้

การประกอบพธิ กี รรมการเซ่นไหวบ้ ชู าในวนั ไหวพ้ ระจนั ทรข์ อง
ชาวจนี และชาวไทยเชอ้ื สายจนี มกี ารประกอบพธิ ีกรรมการเซ่นไหวบ้ ูชา
สง่ิ ศกั ดสิ ์ ทิ ธใิ ์ นครอบครวั และบรรพบรุ ุษในตอนกลางวัน ส่วนตอนกลาง

194 ภาคท่ี 3: ประเพณีสาคญั ในรอบปีของจนี

คนื มกี ารจดั โต๊ะเซ่นไหวบ้ ูชาพระจันทร์ โดยจะจัดเป็นซุม้ มกี ารนาต้น
อ้อยมาผกู กบั ขาโต๊ะประดบั โคมและกระดาษสีสนั สวยงาม พรอ้ มด้วย
เคร่อื งบูชาดว้ ยอาหารเจ ขนมไหวพ้ ระจนั ทร์ ขนมโก๋ในรูปแบบต่างๆ
ผลไมท้ ม่ี รี ปู รา่ งกลม และเครอ่ื งสาอาง ถอื เป็นประเพณีที่ใหค้ วามสาคญั
กบั ผหู้ ญงิ เพราะตามความเชอ่ื ของชาวจีน ผทู้ ี่จะประกอบพิธดี งั กล่าวจะ
เป็นผหู้ ญงิ มากกวา่ ผชู้ าย

ในทางปฏบิ ตั ิของชาวจีนไหหลาทงั้ ในส่วนของชาวจนี ไหหลา
บนเกาะไหหลา ประเทศจนี และชาวจนี ไหหลาทอี่ พยพย้ายเขา้ มาอยู่ใน
ประเทศไทยนนั้ ไม่ไดป้ รากฏความเชอื่ เรอื่ งของการไหวพ้ ระจนั ทร์แต่
อย่างใด แตช่ าวจนี ไหหลากม็ ขี นมไหวพ้ ระจนั ทรด์ ว้ ยเชน่ กนั ซงึ่ ไมเ่ ป็นที่
นิยมเท่าไหรน่ ัก เป็นขนมไสโ้ หงวย้งิ และแฮม แถมยังไม่อร่อย แต่ใน
เทศกาลดงั กล่าว ชาวจนี ไหหลาจะจดั พธิ เี ซ่นไหวเ้ ทพยดาและบรรพบรุ ุษ
ทชี่ ว่ ยคมุ้ ครองใหก้ ารเกบ็ เกยี่ วไดผ้ ลผลติ เป็นทนี่ ่าพอใจในปีนนั้

อกี เรอื่ งทนี่ ่าสนใจคอื การไหวพ้ ระจนั ทรข์ องชาวจนี กลุ่มอนื่ ๆที่
ไมใ่ ชช่ าวจนี ไหหลานนั้ จะไหว้ “เทวฉี างเอ๋อบนดวงจนั ทร์” แต่ในปจั จุบนั
มกี ารคลาดเคลอื่ นทางความเขา้ ใจ โดยเหมารวมเอา การไหวเ้ ทวฉี างเอ๋อ
เป็นการไหวพ้ ระโพธสิ ตั ว์กวนอิม ซงึ่ ในวงวชิ าการมองว่า ประเพณีไหว้
พระจนั ทร์ดูไม่น่าจะมสี ่วนเกยี่ วขอ้ งกบั ประวตั ขิ องพระโพธิสตั วก์ วนอมิ
นนั ่ เพราะ วนั สาคญั ของพระโพธิสตั วก์ วนอมิ ในทางมหายานไดม้ ีการ
จาแนกวนั ต่างๆเอาไวแ้ ลว้ ทงั้ วนั ประสตู ิ วนั สาเรจ็ มรรคผล เป็นตน้ ทาให้
ในปจั จุบนั ยงั คงเป็นขอ้ ถกเถยี งกนั อยู่วา่ สาเหตขุ องการไหวพ้ ระโพธิสตั ว์
กวนอมิ ในเทศกาลดงั กล่าวเกดิ ขน้ึ ไดอ้ ยา่ งไร

ภาคท่ี 3: ประเพณีสาคญั ในรอบปีของจนี 195

การจดั โตะ๊ ไหว้พระจนั ทร์ เวิ้งนาครเขษม กรงุ เทพมหานคร

196 ภาคท่ี 3: ประเพณีสาคญั ในรอบปีของจนี

冬至節

ขนมอี๋: สญั ลกั ษณ์แห่งครอบครวั

ประเพณกี ารไหวข้ นมอหี๋ รอื ตงจ้อื โจย่ 冬至節(ในชว่ งเดอื น
11 ของปฏทิ ินจีน)หรอื วนั ตงั โจ่ย ภาษาไทยคอื วนั เหมายนั เป็นวนั ท่ี
ดวงอาทติ ย์จะสอ่ งแสงสนั้ ทส่ี ุด หรอื วนั ทีเ่ ป็นจุดสงู สดุ ในฤดูหนาว (The
Extreme of Winter) โดยประมาณจะตรงกบั วนั ท่ี 22 ธนั วาคม ของทุกปี
แตป่ ีทม่ี อี ธกิ มาส จะตรงกบั วนั ท่ี 21 ธนั วาคม ซ่ึงในยุคโบราณชาวจีนจะ
เรยี กวนั น้วี า่ เฉ่ียงจ่ี (สดุ ยาว) เป็นหลกั การโคจรของดวงอาทติ ย์ เพราะ
ในทุกๆ ปีดวงอาทติ ยเ์ รม่ิ เคลอ่ื นลงสทู่ างทศิ ใต้ถึงเสน้ แวงที่ 23 องศา 26

ภาคท่ี 3: ประเพณีสาคญั ในรอบปีของจนี 197

ลิปดา 59 พิลิปดา ดังนัน้ ทางขวั้ โลกเหนือและขัว้ โลกใต้ ดินฟ้ า
ภูมิอากาศย่อมมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ในซีกโลกเหนือ
แสงแดดในเวลากลางวนั นนั้ สนั้ แต่เวลากลางคนื กลับยาว แต่ทีท่ างซีก
โลกใตน้ นั้ กลบั ตรงกนั ขา้ ม วนั ตงจ้อื โจย่ กลบั เป็นวนั ทด่ี วงอาทิตย์โคจรอยู่
ทางซกี โลกใตน้ านทส่ี ดุ

วนั ตงจ้อื โจ่ย จึงถูกเรียกอีกช่อื หนึ่งว่า น่าจ่ี (สุดใต้) และเม่อื
ผ่านพ้นวนั น้ีไปแล้ว ดวงอาทิตย์ก็จะเร่มิ โคจรตามปกติสู่ทางด้านทิศ
เหนอื วนั เวลายามกลางวนั กจ็ ะเรม่ิ ตน้ ยาวขน้ึ ตามลาดบั วนั ตงจ้อื โจ่ย จงึ
ถอื เป็นวนั ตายตวั ของวนั ท่ี 22 หรอื วนั ที่ 21 ธนั วาคม ตามปฏทิ ินสรุ ยิ คติ
สากล แต่สาหรบั ในปฏทิ นิ จนี ไดใ้ ชห้ ลกั ตามจนั ทรคติ ดงั นนั้ เมอ่ื ถือตาม
หลกั ของปฏทิ นิ จนี วนั ตงจ้อื โจย่ จงึ ไมม่ กี ารตายตวั ทุก ๆ ปี แต่จะตรงกบั
เดอื น 11 ตามปฏทิ นิ จนี (เดอื นธนั วาคม)

เทศกาลตงจ้อื หมายถงึ เทศกาลเพ่อื ตอ้ นรบั กลางคนื ทีย่ าวทีส่ ุด
และกลางวนั สนั้ ท่ีสุด เป็นชว่ งท่ีครอบครวั เตรียมการต้อนรบั ฤดูหนาวท่ี
กาลงั มาเยือน และเป็นชว่ งท่ีชาวนาชาวไรไ่ ดเ้ กบ็ เกย่ี วพืชผลเสรจ็ แล้ว
ชาวประมงจดั เกบ็ ปลาทาแหง้ ทาเคม็ เอาไวก้ นิ ชว่ งฤดหู นาว และเป็นเวลา
ของครอบครวั ทไี่ ดอ้ ยู่พรอ้ มหนา้ กนั และเป็นความเชอ่ื ของคนจนี เกย่ี วกบั
อินหรอื หยินและเอยี๋ งหรอื หยาง ท่ีจะทาให้เกดิ ความสมดลุ ของรา่ งกาย
เพราะอนิ หมายถึงความมดื และความหนาวเหน็บท่ีปรากฏในฤดูหนาว
ในขณะเดยี วกนั เม่อื หมดฤดหู นาว กเ็ กดิ มแี สงสว่างและความอบอุ่นเขา้
มาแทนทซ่ี ่งึ เป็น เอยี๋ ง ดงั นัน้ เทศกาลตงจ้อื จึงเป็นเวลาของความเบกิ
บานรา่ เรงิ ของคนในครอบครวั และต่างสวมเสอ้ื ผา้ ใหมส่ ฉี ูดฉาด ไปเย่ยี ม

198 ภาคท่ี 3: ประเพณสี าคญั ในรอบปีของจนี

ครอบครวั เครือญาติ พบปะสังสรรค์รบั ประทานอาหาร ดึ่มสุรา ให้
ของขวญั ตา่ งยม้ิ แยม้ แจม่ ใสรา่ เรงิ

อย่างไรกต็ ามนกั เขยี นเกยี่ วกบั ประเพณีจนี บางท่านไดก้ ล่าวว่า
เทศกาลขนมอี๋ หรอื ตงจ้อื โจ่ย วา่ เป็นวนั สง่ เทพเจ้าเตาไปขน้ึ สวรรคน์ นั้
เหน็ จะไมเ่ หมาะควร เพราะในความเป็นจรงิ เทศกาลขนมอี๋ คอื เทศกาลท่ี
ถูกแยกออกมาจากเทศกาลตรุษจีน ส่วนการส่งเทพเจา้ เตาไฟข้นึ สวรรค์
นนั้ เป็นสว่ นหนึ่งของเทศกาลตรษุ จีนดงั ท่ีกล่าวไปแลว้ ในขา้ งตน้ อกี ทงั้
เน้ือหาสาระ และจุดประสงคข์ องประเพณกี ม็ คี วามแตกตา่ งกนั โดยสน้ิ เชงิ
จงึ ขอกล่าวโดยสรปุ ว่า “เทศกาลขนมอี๋หรือขนมบวั ลอย หรือตงจื้อ
โจย่ ไม่ใช่ประเพณีการส่งเทพเจ้าเตาไฟขนึ้ สวรรค์ “

ชาวจนี จึงมกี ารราลึกถงึ วนั น้ีโดยการทาขนมบวั ลอยเพ่ือใชใ้ น
การเซ่นไหวเ้ ทพเจ้าและบรรพบรุ ษุ โดยจะใหเ้ ด็กๆภายในบา้ นชว่ ยกนั
ปนั้ ขนมบวั ลอย กุศโลบายในการปนั้ ขนมบวั ลอยคอื การสอนให้เดก็ ๆ
รจู้ กั ปฏิบตั ติ ามประเพณีของบพุ การี เม่อื โตข้นึ จะไดท้ าต่อไป อีกทงั้ ใน
การปนั้ ขนมบวั ลอย ชาวจีนมกั จะบอกลูกหลานเสมอว่า ไม่ควรปนั้ ให้
ขนมบวั ลอยนนั้ มขี นาดเท่ากนั เพราะขนมบวั ลอยคอื ขนมที่เป็นเสมอื น
สายใยของครอบครวั เป็นขนมทีม่ คี วามสาคญั ทถ่ี ูกนามาใชใ้ นงานมงคล
ต่างๆ เช่น แต่งงาน เพ่อื ใหเ้ ป็นสญั ลกั ษณ์เตือนใจถึงความกลมเกลยี ว
ของครอบครวั แต่ในความกลมเกลยี วกย็ งั มคี วามเคารพในลาดบั อาวโุ ส
ของคนในครอบครวั ด้วย ขนมบวั ลอยจึงมกั จะปัน้ ให้มีขนาดใหญ่และ
เลก็ คละเคล้ากนั ไป เพ่ือแสดงถึง ความเป็ นเด็ก ความเป็ นผ้ใู หญ่
ให้เดก็ ๆระลึกไว้เสมอว่า “ลาดบั ชนั้ ของความอาวโุ สในครอบครวั
ถอื เป็นเรอ่ื งสาคญั ”

ภาคท่ี 3: ประเพณีสาคญั ในรอบปีของจนี 199

ดงั ทไ่ี ดก้ ล่าวไวใ้ นสว่ นของเทศกาลหยวนเซยี ว(เทศกาลโคมไฟ)
ขนมบวั ลอยในแต่ละพ้นื ที่มชี อ่ื เรยี กทแ่ี ตกต่างกนั รูปลกั ษณ์กแ็ ตกต่าง
ตามไปดว้ ย แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว ขนมบวั ลอยแบบดงั้ เดิมนัน้ จะมี
ลกั ษณะท่ีเป็นลูกแป้งขา้ วเหนียวปนั้ เป็นกอ้ นกลม มขี นาดใหญ่ สอดไส้
ดว้ ยน้าตาล ซึ่งขนาดของลูกบวั ลอยที่มขี นาดใหญ่กถ็ ือเป็นเรอ่ื งสาคญั
เพราะนอกจากจะหมายถึงความอาวโุ สและลาดบั ชนั้ ในตระกลู แล้ว ยัง
เป็นภมู ปิ ญั ญาของชาวจนี ใหร้ จู้ กั ระมดั ระวงั ขณะซดน้าแกงรอ้ นๆ เพราะ
ลูกบวั ลอยจะขวางชอ้ น ขวางปาก ทาใหเ้ ราซดน้าแกงอย่างชา้ ๆ ไม่ให้
สาลกั อกี ดว้ ย

แต่ในปจั จุบนั ขนมบวั ลอยท่ีเรยี กวา่ ขนมอี๋ นัน้ มรี ูปลกั ษณ์ที่
ต่างไป กล่าวคือ ด้วยสภาพวถิ ีชวี ติ ท่เี ปล่ยี นแปลง บวกกบั วฒั นธรรม
ประเพณีของไทย ทาใหข้ นมบวั ลอยมขี นาดของลูกบวั ลอยทเี่ ลก็ ลง อกี
ทงั้ ยังอาศยั ความสะดวกสบาย ด้วยการนาเอาสาคูเม็ดใหญ่มาต้มใน
น้าเชอ่ื มสแี ดง ซงึ่ เรยี กไดว้ า่ ผดิ แผกไปจากเดมิ เป็นอย่างมาก

อย่างไรกต็ ามการธารงไวซ้ งึ่ ประเพณแี ละวฒั นธรรมจนี ของชาว
ไทยเชอ้ื สายจนี สมยั ใหมก่ จ็ าเป็นตอ้ งข้นึ อยู่กบั ดุลยพนิ ิจ ความเหมาะสม
เพ่อื ให้เขา้ ยุคเขา้ สมยั แต่ก็ไม่ควรลืมรากวฒั นธรรมประเพณีทมี่ มี าแต่
เดมิ ดว้ ย

200 ภาคท่ี 3: ประเพณีสาคญั ในรอบปีของจนี

ขนมอี๋(บวั ลอย) หรอื ขนมถงั หยวนในอดตี

ขนมอ๋ี(บวั ลอย) หรือขนมถงั หยวนในปัจจบุ นั
ทงั้ ชนิดท่ีทาจากแป้ งและชนิ ดที่ทาจากเมด็ สาคู

ภาคท่ี 3: ประเพณสี าคญั ในรอบปีของจนี 201

众神的食物

เครอื่ งเซ่นไหวม้ งคล

ลักษณะการจดั อาหาร มกั จะจัดให้สอดคล้องกนั ทงั้ อาหาร
ขนม และผลไม้ คอื ถ้าจดั อาหารคาวหรอื เน้ือสตั ว์ 3 อย่าง (三牲 ซนั
เซงิ / ซาแซ) จดั อาหารหวาน 3 อย่าง (三饼 ซนั ปิง / ซาเป๊ียะ) กจ็ ะจดั
ผลไม้ 3 อย่าง (三果 ซนั กวั ๋ / ซาก้วย) แต่ถ้าหากจดั อาหารคาว 5
อย่าง (五 หวเู ซงิ / โหงวแซ) กจ็ ะจดั ขนมและผลไม้ 5 อย่างดว้ ยเชน่ กนั
นอกจากน้ียงั มกี ระดาษเงนิ กระดาษทอง ท่ีต่างกม็ คี วามหมายและการใช้
งานทตี่ ่างกนั ซง่ึ ลกู หลานชาวจนี ควรรู้

202 ภาคท่ี 3: ประเพณสี าคญั ในรอบปีของจนี

ความหมายของสรุ าและน้าชา

สรุ า ถือเป็นของมงคลของชาวจีน เม่อื ถึงเวลาแห่งการแสดง
ความยินดแี ละจดั งานร่นื เรงิ กม็ กั จะมสี ุราในการจดั เล้ยี งดว้ ย ซ่งึ ในทาง
ความหมาย นอกจากจะหมายถงึ การแสดงความยินดีแลว้ ยงั หมายถึง
ความอดุ มสมบรู ณ์ไดอ้ กี ดว้ ย เพราะสรุ า เกดิ จากการนาเอาธญั ชาติ (ขา้ ว
ชนิดต่างๆ) มาหมกั และกลนั ่ หากบา้ นใดมสี รุ า นนั ่ หมายถึง บ้านนนั้ มี
อาหารเลือกมากเพียงพอ (เพราะสุราในสมัยก่อนถือเป็นเคร่ืองด่ืม
ฟุ่มเฟือย) การใชส้ รุ าในการไหวเ้ จ้าและบรรพบรุ ษุ จงึ หมายถงึ การแสดง
ใหเ้ หน็ วา่ ผไู้ หวม้ กี นิ มใี ช้ ดว้ ยเพราะพระคณุ ของเทพเจา้ และบรรพชน

สว่ นน้าชา ถอื เป็นเครอ่ื งดม่ื มงคล แสดงออกถึงความเคารพต่อ
เทพเจา้ และบรรพบรุ ษุ (โปรดอ่านต่อในภาคที่ 4 เกบ็ เกรด็ วฒั นธรรมจนี
เรอ่ื งกาน้าชาและธรรมเนยี มการดม่ื ชา)

ภาคท่ี 3: ประเพณสี าคญั ในรอบปีของจนี 203

อาหารเจ

ชาวจีนไหลาแต่เดมิ ไม่ไดม้ กี ารบูชาด้วยอาหารเจ เพราะคติ
ความเช่อื ของชาวไหหลาเกี่ยวกบั เทพเจ้า มักจะเป็นเร่ืองของผหี รือ
วญิ ญาณในระดบั ชมุ ชน ทงั้ บรรพบรุ ษุ เจ้าที่ เจา้ ทาง เจ้าแมต่ ุ๊บบว้ ย ก็
ลว้ นแลว้ แต่บชู าดว้ ยอาหารคาวทงั้ สน้ิ

อาหารเจ ถอื เป็นอาหารของเทพเจ้าชนั้ สูง ชาวจีนบางกลุ่มมี
การบชู าเทพเจา้ ดว้ ยอาหารเจเพราะเชอ่ื วา่ เทพเจ้าส่วนใหญ่จะไม่เสวย
เน้ือสตั ว์ แต่จะประทานเน้อื สตั วใ์ หก้ บั บริวาร ดงั นนั้ จงึ มกี ารถวายอาหาร
เจแกเ่ ทพเจ้าดว้ ย ซ่งึ อาหารเจที่เป็นตวั แทนของธาตุทงั้ 5 ซึ่งหมายถึง
ความอุดมสมบรู ณ์ อนั ไดแ้ ก่

ฟองเตา้ หู้ ตวั แทนของธาตไุ ฟ ดอกไมจ้ นี ตวั แทนของธาตุทอง

วนุ้ เสน้ ตวั แทนของธาตนุ ้า เหด็ หอม ตวั แทนของธาตุดนิ

เหด็ หหู นู ตวั แทนของธาตไุ ม้

สว่ นการไหวน้ นั้ จะใชเ้ ป็นแบบลวกน้า แบบแชน่ ้าจนอ่มิ (ไมต่ ้ม)
หรอื แบบแหง้ กข็ น้ึ อยู่กบั ศรทั ธา โดยการไหวแ้ บบของแหง้ เป็นการไหว้
เพ่อื ให้สะดวกต่อการเกบ็ เพราะหากทาให้สุก หรอื แช่น้าแลว้ จะทาให้
เกบ็ ไวไ้ ดไ้ มน่ าน

นอกจากน้ี การเลือกอาหารเจในการไหว้ อาจมีการใชส้ ่งิ ของ
อย่างอ่นื ท่ีมคี วามหลากหลาย ทงั้ เมลด็ พชื ผกั หรอื เสน้ หมี่ ตามความ
สะดวกและเหมาะสม ซง่ึ ยงั มผี กั อกี 5 อย่างท่ีเช่อื วา่ ไม่ใช่อาหารเจ (เป็น
โทษต่อรา่ งกาย เพราะผกั เหลา่ น้ีมรี สหนักกลน่ิ รุนแรง วชิ าแพทย์โบราณ

204 ภาคท่ี 3: ประเพณสี าคญั ในรอบปีของจนี

จนี เชอ่ื วา่ จะเป็นพษิ ตอ่ อวยั วะสาคญั 5 ชนิดและ ธาตุทงั้ 5 ของร่างกาย)
คอื

กระเทยี ม ทาลายธาตไุ ฟ หวั ใจจะทางานไมป่ กติ

หวั หอม ตน้ หอม ทาลายธาตุน้า ไตจะทางานไมป่ กติ

กยุ ชา่ ย ทาลายธาตไุ ม้ ตบั จะทางานไมป่ กติ

หลกั เกยี ว (คลา้ ยตน้ กระเทยี มแตม่ ขี นาดเล็กกวา่ ) ทาลายธาตดุ นิ
มา้ มจะทางานไมป่ กติ

ใบยาสบู ทาลายธาตุทอง ปอดทางานไมป่ กติ

ภาคท่ี 3: ประเพณีสาคญั ในรอบปีของจนี 205

เนื้อสตั วม์ งคล

บนเกาะไหหลานี้มเี นื้อสตั วอ์ ยู่ 4 อย่างที่ถือว่าเป็ นสุดยอด
ของอาหารชนั้ ดี ไดแ้ ก่ ไก่พนั ธ์ุเหวินซาง หรือบุ่นเซียง (文昌鸡)
แพะพนั ธ์ุตงซาน (东山羊) ปพู นั ธุ์เหอเล่อ (和乐蟹) และเป็ ด
พนั ธุเ์ จียจี (加积鸭) การไหว้เจ้าของชาวจีนไหหลาจึงมีการใช้
ไก่ ปู ปลา (ซึ่งเป็นสตั วน์ ้าที่หาได้งา่ ยตามท้องถิ่น) เป็ นประจา ส่วน
แพะนนั้ จะใช้ในพิธีกรรมบชู าครงั้ สาคญั ๆหรือมีงานประจาหมบู่ า้ น

เน้ือสตั วม์ งคลทใี่ ชไ้ หวม้ ดี งั น้ี

1.ไก่ มคี วามหมายทเ่ี ป็นสริ มิ งคลอยู่ 2 ประการคอื ลกั ษณะของหงอนไก่
ทคี่ ลา้ ยกบั หมวกของขนุ นาง การใชไ้ ก่ในการไหวเ้ จ้าจึงหมายถึง การขอ
พรให้ผู้ไหวม้ ีหน้าทีก่ ารงานเจรญิ รงุ่ เรือง ความหมายประการต่อมาคอื
ไกน่ นั้ ขนั มคี วามตรงต่อเวลา ซง่ึ สงั เกตจากการขนั เป็นประจาทุกเชา้ เป็น
เสมอื นเครอ่ื งเตอื นใจผไู้ หวใ้ หพ้ งึ ระลกึ ไวเ้ สมอวา่ การตรงต่อเวลาถือเป็น
สงิ่ สาคญั ในการดาเนินชวี ติ

2.ปลา เป็นสตั ว์น้าทีม่ คี วามหมายมงคล กล่าวคอื ตามตานานของชาว
จนี เชอ่ื วา่ ปลาตวั ใดทก่ี ระโดดน้าขา้ มเขา้ ไปยงั ประตูมงั กรได้ ปลาตวั นนั้
จะกลายเป็นมังกร อีกทงั้ ปลายังว่ายทวนน้า แสดงให้เห็นถึงความ
พยายาม ไมย่ ่อทอ้ ต่ออุปสรรค ความหมายอีกประการหนึ่ง ซ่งึ เป็นสว่ น

สาคญั ในการใชป้ ลาไหวเ้ จา้ คอื ปลา อ่านว่า ยวี๋ 鱼 พ้องเสยี งกบั คาว่า

余 ยวี๋ แปลว่า เหลือ โดยมวี ลีมงคลของชาวจีนท่วี ่า 年年有余
(เหนยี น เหนยี น โหยว่ ยว)ี๋ แปลวา่ มเี หลอื ทุกปี ปลาจึงมคี วามหมายว่า

206 ภาคท่ี 3: ประเพณีสาคญั ในรอบปีของจนี

หาเงินหาทองไดม้ าก มเี หลือกินเหลือใช้ การใชป้ ลาในการไหวเ้ จ้า จึง
หมายถงึ การขอพรใหผ้ ไู้ หวเ้ หลอื กนิ เหลอื ใช้ และพึงระลกึ ไวเ้ สมอว่า ให้
มคี วามพยายาม ไมย่ อ่ ทอ้ ตอ่ อปุ สรรคเหมอื นปลาทว่ี า่ ยทวนน้า

โดย ในการใช้ปลาไหวเ้ จา้ ของชาวจนี ไหหลา มกั จะใช้ปลา
1 คู่ (2 ตวั ) แสดงถึงความเป็ นมงคลคู่ 雙喜 (ซวงซ่ี) หรือ 囍 ซี่
(ซงั ฮี้ ในสาเนียงภาษาจนี แต้จิ๋ว)

3.ปู เป็นหน่ึงใน 4 สตั ว์ท่ีเป็นสดุ ยอดอาหารของชาวจนี ไหหลา คอื ปู
พนั ธ์ุเหอเล่อ (和乐) ดว้ ยเพราะปูมกี า้ มขนาดใหญ่ แสดงถึงอานาจ
และมขี าจานวนมาก แสดงถงึ การมบี รวิ ารและมคี คู่ า้ ทางธุรกจิ เป็นจานวน
มาก การใช้ปไู หวเ้ จ้า จึงหมายถึง การขอพรให้ผูไ้ หว้ มอี านาจในการ
ปกครองลูกนอ้ ง และมบี รวิ าร มคี คู่ า้ ทางธรุ กจิ ทเี่ พมิ่ มากขน้ึ

4.เป็ด สอ่ื ความหมายถึงความสามารถทีห่ ลากหลาย เพราะเป็ดมเี ทา้ ท่ี
เป็นพงั ผดิ สามารถเดนิ ดนิ และวา่ ยน้าได้ เป็ดมปี ีก ส่อื ถงึ การโบยบนิ ใน
อากาศ การใชเ้ ป็ดในการไหวเ้ จ้า จึงหมายถึง การขอพรให้ผไู้ หวป้ ระสบ
ความสาเรจ็ ในชวี ติ มพี รนานาประการ

5.หมู เป็นสตั วท์ แี่ สดงถงึ ความอดุ มสมบรู ณ์ การใชห้ มูในการไหวเ้ จ้า จึง
หมายถงึ การขอพรใหผ้ ไู้ หวม้ กี นิ มใี ช้ อดุ มสมบรู ณ์

6.ตบั หมู ภาษาจนี คอื คาวา่ กนั 肝 (หรอื กวั ในภาษาจีนถน่ิ ) ซงึ่ พอ้ ง
กบั คาวา่ 官 กวนั ซง่ึ แปลว่าราชการ หรอื ขุนนาง การใชต้ บั หมูในการ
ไหวเ้ จา้ จงึ หมายถงึ การขอพรใหผ้ ไู้ หวไ้ ดร้ บั ขา้ ราชการ หรอื มหี น้าที่การ
งานเจรญิ รงุ่ เรอื ง

ภาคท่ี 3: ประเพณีสาคญั ในรอบปีของจนี 207

7.ไขต่ ้มย้อมสีแดง ไขเ่ ป็นสญั ลกั ษณ์ของการถอื กาเนิด สแี ดงหมายถงึ
สริ มิ งคล ดงั นนั้ การใชไ้ ขย่ อ้ มสแี ดงในการไหวเ้ จ้าจึงหมายถงึ ขอใหเ้ กดิ
แตค่ วามเป็นสริ มิ งคลแกผ่ ไู้ หว้

8.กงุ้ ดว้ ยลกั ษณะของหวั กงุ้ ทม่ี ขี นาดใหญ่ หมายถงึ อานาจวาสนา อีกทงั้
กงุ้ ยงั มขี าเป็นจานวนมาก หมายถงึ การมคี ู่คา้ ทางธุรกจิ เป็นจานวนมาก
การใชก้ งุ้ ในการไหวเ้ จ้าจงึ หมายถึง การขอพรให้ผไู้ หวม้ คี วามกา้ วหน้า
ทางธุรกจิ การงาน มคี คู่ า้ ทางธุรกจิ เป็นจานวนมาก

9.ปลาหมึกแห้ง หมายถึงความกา้ วหน้าในหน้าที่การงาน เพราะหมึก
ของตวั ปลาหมกึ มสี ดี า ซง่ึ มลี กั ษณะเหมอื นกบั หมกึ ทใ่ี ชเ้ ขยี นหนังสอื การ
ใชป้ ลากหมกึ แหง้ ในการไหวจ้ งึ หมายถงึ การขอพรให้ผไู้ หวม้ หี น้าทก่ี าร
งาน รวมไปถงึ การศกึ ษาเลา่ เรยี นเจรญิ กา้ วหน้า

208 ภาคท่ี 3: ประเพณสี าคญั ในรอบปีของจนี

ขนมมงคล

ขนมของชาวจนี ไหหลาท่ีนิยมนามาไหว้เจ้าคือ ขนม อี่บวั ๊ ะ
และ ขนมจินเด ซึ่งเป็ นขนมค่บู ุญของชาวจีนไหหลา (โปรดอ่าน
รายละเอียดในภาคที่ 2 ไหหลา มกุ มงั กรแห่งแผ่นดินสยาม เรื่อง
อาหารการกิน) ประกอบกบั ขนมชนิดอื่นๆ ดงั นี้

ขนมไหวเ้ จา้ ของชาวจีนมปี ระเภทใหญ่ๆอยู่ 3 ประเภทโดย 2
ประเภทแรกคอื ขนมหวานจากธญั ชาติ (ตระกลู ถวั ่ ) ไดแ้ ก่

1.ขนมประเภทปิ ง (饼 เปี้ ย) เป็นขนมประเภทอบ

2.ขนมประเภทเกา (糕) / กวั (粿) เป็นประเภทขนมน่ึง เกา
หรอื กวั คอื ขนมน่งึ ทาจากแป้งหรอื ถวั ่ สว่ นมากมรี สหวานและหนากว่าปิง
เน่ืองจากธัญชาติคือข้าวและถัว่ ชนิดต่างๆ ได้ผลเก็บเกี่ยวแล้ว จึงมี
อาหารประเภทปิงและเกาซึ่งทาจากธญั ชาติเหล่าน้ีมากมายหลายชนิด
ลว้ นนามาเป็นเครอ่ื งไหวไ้ ดท้ งั้ สน้ิ

ขนมประเภทท่ี 3 ไม่เชงิ เป็นขนม แต่มีลกั ษณะเป็นของว่าง
มากกวา่ ซงึ่ เป็นขนมประเภทเปา (包) ดว้ ยรูปทรงทก่ี ลม มกี ารห่อไส้
ไวภ้ ายใน จงึ ถอื เป็นลกั ษณะมงคลของขนมท่ีหมายถงึ การมเี งนิ ทองเป็น
ห่อ

ภาคท่ี 3: ประเพณีสาคญั ในรอบปีของจนี 209

1.ขนมตวั ่ เป๊ี ยะไหว้เจ้า (谢神大饼 ซเ่ี ซนิ ตา้ ปิง) เดมิ เป็นขนมไหว้
พระจันทร์ของชาวจีนแต้จิ๋ว แต่มีการดดั แปลงให้มีขนาดใหญ่มากข้นึ
หนาขน้ึ ตวั เน้อื แป้งทาเป็นชนั้ คลา้ ยกระดาษซอ้ นกนั ภายในเป็นไส้ ซึง่ มี
2 ประเภทคอื

1.ชอ หรอื ของคาว มกั จะเป็นไส้ถวั ่ ฟกั (เพราะใส่มนั หมูแขง็ )
และไขแ่ ดงเคม็

2.เจ คอื ไม่มขี องคาว มกั จะเป็นไส้ถวั ่ หวานหรอื เต้าซา (豆
沙) ถวั ่ ดา เป็นตน้

ดว้ ยรปู ลกั ษณ์ท่ีมขี นาดใหญ่ มีไส้ แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์
และความกลม ซ่ึงก็คือ ถวนหยวน ( 團圓) อนั หมายถึงความกลม
เกลยี ว ดงั นนั้ การใชข้ นมตวั ่ เป๊ียะในการไหวเ้ จา้ จึงหมายถงึ การขอใหผ้ ู้
ไหว้อุดมไปดว้ ยทรพั ย์สฤงคาร และความกลมเกลียวหรือ “ถวนหยวน
團圓" คอื การอยู่พรอ้ มหนา้ กลมเกลยี วกนั ของครอบครวั

ตวั ่ เปี๊ ยะ

210 ภาคท่ี 3: ประเพณสี าคญั ในรอบปีของจนี

2.ขนมฟู (发糕) ภาษาจนี คอื ฟาเกา (หรอื ฮวกกว้ ย ในสาเนียงจีน
ภาษาถนิ่ จนี ตวั เตม็ คอื 發糕) เป็นขนมท่ีมคี าวา่ 发 อยู่ซ่งึ พอ้ งกบั คา
วา่ 发财 ฟาไฉ่ หรอื ฮวดไช้ ซง่ึ แปลวา่ โชคลาภเฟ่ืองฟู ขนมประเภทน้ี
สามารถแบง่ ออกไดเ้ ป็นขนมหลายประเภทคอื

ขนมปยุ ฝ้ าย ขนมถ้วยฟู ขนมสาลี่ ซ่ึงเป็นขนมที่ชาวจีนและ
ชาวไทยเช้อื สายจนี บวกรวมเขา้ มาอยู่ในประเภทดงั กล่าว เน่ืองจากกนิ
งา่ ยและมขี ายโดยทวั ่ ไปในทอ้ งตลาด

ฮวกก้วย เป็นขนมทท่ี าจากแป้งหมกั เม่อื นึ่งแล้วจะฟูเน้ือแน่น
กวา่ การใชผ้ งฟูเหมอื นขนมประเภทอ่นื มลี กั ษณะเฉพาะตวั คอื เน้ือสขี าว
พมิ พต์ วั อกั ษรสชี มพดู ดา้ นบนวา่ 发财 ฟาไฉ่ หรอื ฮวดไช้

หม่าไล่กอ หรือ มะละโก๋ว (馬來糕) เป็นขนมเคก้ ของ
ประเทศมาเลเซยี เพราะคาวา่ 馬來 อ่านวา่ มาไหล่ หมายถึง มาเลย์
เป็นขนมนึ่งประเภทขนมฟูท่ีทาจากน้าตาลทรายแดง เน้ือขนมจึงมีสี
น้าตาลทอง

การใช้ขนมฟูในการไหวเ้ จ้าจึงมคี วามหมายถงึ 2 ประการคือ
ใหช้ วี ติ เฟ่ืองฟูเหมอื นรปู ลกั ษณ์ของขนม และขอใหผ้ ไู้ หวม้ แี ต่ความโชคดี
รงุ่ เรอื ง เหมอื นคาวา่ 发财 ฟาไฉ่ หรอื ฮวดไช้

ภาคท่ี 3: ประเพณีสาคญั ในรอบปีของจนี 211

ซ้ายบน: หม่าไล่กอแบบกอ้ น ขวาบน: ฮวกกว้ ยทรงปยุ ฝ้ าย
ซ้ายล่าง: หมา่ ไลก่ อแบบตดั ขวาลา่ ง: ฮวกกว้ ยแบบกอ้ น

3.ขนมไข่ (蛋糕) หรอื ตา้ นเกา เป็นขนมจาพวกซอฟท์เคก้ (软糕)
หรอื หรวนเกา มสี ่วนประกอบของไข่ในการทา ซึ่งการใชไ้ ขใ่ นการทา
ขนม สอ่ื ความหมายถงึ การถือกาเนิด ดงั นนั้ การใชข้ นมไขใ่ นการไหว้
เจา้ จงึ หมายถงึ ขอใหเ้ กดิ แตค่ วามเป็นมงคลแกผ่ ไู้ หว้

212 ภาคท่ี 3: ประเพณสี าคญั ในรอบปีของจนี

4.เปาจือ่ (包子) หรอื ซาลาเปา ซง่ึ คาวา่ ซาลาเปา ชาวไทยเรยี กเพ้ยี น
เสยี งมาจากภาษาจนี คาว่า 小笼包 (เสย่ี วหลงเปา) เป็นอาหารวา่ ง
ชนดิ หน่งึ เน้ือแป้งคลา้ ยฮะเก๋า ภายในมนี ้าซปุ มนั หมแู ละมไี สอ้ ยู่ตรงกลาง
ขนมประเภทน้ีสามารถแบง่ ออกไดเ้ ป็นขนมหลายประเภทคอื

เปาจ่ือ (包子) หรอื ซาลาเปา มหี ลายไส้ ทงั้ หมูสบั หมแู ดง
เผอื ก ครมี ถวั ่ ดา ตามความหลากหลายและความตอ้ งการของตลาด

หมนั ่ โถว (馒头) เป็นซาลาเปาไมม่ ไี ส้ มแี ต่แป้งปนั้ เป็นกอ้ น
เพยี งอย่างเดยี ว

โซ่วเถาเปา หรือ ซิ่วท้อเปา (壽桃包) เป็นซาลาเปารปู ลูก
ทอ้ สอ่ื ความหมายถงึ ทอ้ บนสวรรคข์ องเจ้าแม่ซหี วางหมู่ ถือเป็นอาหาร
มงคลในวนั เกดิ หมายถึงความอายุยืน มกั จะทาเป็นไสเ้ จ เช่น เต้าซา
(ถวั ่ เขยี ว)

โซ่วเถาเปา หรอื ซ่ิวท้อเปา

ภาคท่ี 3: ประเพณสี าคญั ในรอบปีของจนี 213

5.ขนมเหนี ยนเกา (年糕) หรือขนมเข่ง เป็นขนมมงคลเฉพาะ
เทศกาล ใชไ้ หวเ้ ฉพาะช่วงเทศกาลตรุษจนี ขนมชนิดน้ีทาจากแป้งและ
น้าตาลแดง ใส่ในกระทงใบตองแห้ง ซึ่งคาว่า เหนียน นอกจากจะ
หมายถงึ ปี (年) แลว้ ยงั หมายถงึ ความเหนียวแน่น เพราะพ้องกบั คาวา่
เหนียน (黏) ทแี่ ปลวา่ เหนยี ว อกี ดว้ ย

ปจั จุบนั เม่อื ชาวจีนมาอยู่ในประเทศไทย มกี ารปรบั เปลยี่ นให้
ขนมชนิดน้ีกนิ งา่ ยข้นึ โดยการผสมผสานเอาวฒั นธรรมการกนิ ของไทย
ทใ่ี ช้ มะพรา้ ว แป้ง และน้าตาล ผสมกนั ทาใหเ้ กดิ เป็นขนมเขง่ ทีม่ รี ปู ร่าง
แบบในปจั จบุ นั

ทงั้ น้ี ขนมเหนยี นเกาของชาวจนี ไหหลา จะหมายถงึ ขนมอ่บี วั ๊ ะ
(薏粑) หรือขนมเข่งมะพร้าว (小吃椰子糕) (โปรดอ่าน
รายละเอยี ดในภาคท่ี 2 ไหหลา: มกุ มงั กรแหง่ แผน่ ดนิ สยาม เรอ่ื ง อาหาร
การกนิ หวั ขอ้ ขนมอ่บี วั ๊ ะ) จะเป็นขนมทใ่ี ชไ้ หวเ้ จา้ ไดต้ ลอดทงั้ ปี ไมไ่ ด้
กาหนดใหใ้ ชไ้ หวเ้ ฉพาะเทศกาลตรษุ จนี เพยี งเทา่ นนั้

การใช้ขนมเหนียนเกา หรอื ขนมเข่งไหวเ้ จ้านนั้ จึงหมายถึง
การขอพร 3 ประการคอื

1.การขอใหผ้ ไู้ หวม้ คี รอบครวั ท่ี เหนียวแน่นรกั ใคร่กลมเกลียว
เหมอื นกบั ชอ่ื ขนมทไี่ ปพอ้ งคาวา่ เหนียน (黏) ทแี่ ปลวา่ เหนยี ว

2.การขอพรให้ผู้ไหว้มีทรัพย์สฤงคารเป็นเข่ง เหมือนกับ
รปู ลกั ษณ์ของขนม 3.การขอใหผ้ ไู้ หวม้ หี น้าทกี่ ารงานทส่ี งู ขน้ึ เล่อื นชนั้ ขน้ึ
เหมอื นกบั คาวา่ เกา (糕) ทไี่ ปพอ้ งกบั คาวา่ เกา (高) ซึง่ แปลวา่ สงู ดงั

214 ภาคท่ี 3: ประเพณสี าคญั ในรอบปีของจนี

วลมี งคลของจนี ทว่ี า่ 年年高生 (เหนียนเหนยี นเกาเซงิ ) แปลว่า ทุก
ปีใหส้ งู ขน้ึ

ขนมเหนียนเกา

ภาคท่ี 3: ประเพณีสาคญั ในรอบปีของจนี 215

6.ขนมโก๋ (白糕) หรอื ไปเ่ กา / จนิ เกา (锦糕) หรอื ขนมไพ่ ซ่งึ ขนม
ไปเ่ กาหรอื แปะกอ เป็นการเรยี กขนมโก๋ทท่ี ารปู ลกั ษณ์เป็นวงกลม สว่ น
จนิ เกา หรอื ขนมไพ่ เป็นการเรยี กขนมโกท๋ เ่ี ป็นแท่งยาว เพราะแต่เดมิ จะ
ซอยขนมออกเป็นแผน่ สเี่ หลยี่ มบางๆ โดยใหด้ า้ นหน่ึงยงั ติดกนั อยู่ เวลา
จะกนิ กค็ อ่ ยๆคลอ่ี อกทลี ะแผน่ (คลา้ ยการคลห่ี นงั สอื หรอื การกรดี ไพ่) ซึ่ง
การใชข้ นมโก๋ในการไหวเ้ จา้ นนั้ จึงหมายถงึ การขอพรใหผ้ ูไ้ หวม้ ชี วี ติ ท่ี
หอมหวาน ราบรน่ื เหมอื นกบั กลนิ่ หอม และสขี าวของขนม

ขนมโกแ๋ บบไป่ เกา และ แบบจินเกา

216 ภาคท่ี 3: ประเพณสี าคญั ในรอบปีของจนี

7.ขนมเต่ากอ (豆糕) หรอื เตา้ เกา เป็นขนมทท่ี าจากถวั ่ เขยี วซีกเลาะ
เปลือก กวนกบั น้าตาลนาไปขน้ึ รปู ก่อนนาไปน่ึง รูปร่างกลม มสี เี หลอื ง
คลา้ ยกบั เหรยี ญเงนิ โบราณของชาวจนี ดงั นนั้ การใชข้ นมเต่ากอในการ
ไหวจ้ งึ หมายถงึ การขอพรใหผ้ ไู้ หวม้ เี งนิ ทองมากมายเหมอื นขนมเต่ากอ

ขนมเต่ากอ

8.ขนมองั ถอ่ โกย้ (紅桃糕) หรอื หงเถา่ เกา เป็นขนมรูปลูกทอ้ (แบบ
พิมพ์แบน) เน้ือแป้งทาจากแป้งขา้ วเหนียวสชี มพูหรอื สแี ดงห่อไสท้ ที่ า
จากตน้ กยุ ชา่ ย ซงึ่ หมายถงึ ความเจรญิ งอกงาม (โปรดอ่านรายละเอียดใน
ภาคที่ 3 ประเพณีในรอบปีของจีน ตอน ตรุษจีน หวั ข้อ วนั ท่ี 7 ของ
ตรุษจีน) หรอื ใชไ้ สท้ ่ีทาจากขา้ วเหนียว ถวั ่ หรอื เผอื ก ตามความชอบ
ดว้ ยรปู ลกั ษณ์ทเ่ี หมอื นกบั ลกู ทอ้ ซงึ่ ถอื เป็นผลไมม้ งคลบนสวรรคข์ องเจ้า
แมซ่ หี วางหมู่ แสดงถึงการมอี ายุยืน การใชข้ นมองั ถ่อโกย้ ในการไหวจ้ ึง
หมายถึง การขอให้ผูไ้ หวม้ ีอายุยืนยาวเหมอื นการได้กินลูกท้อสวรรค์
และมชี วี ติ เจรญิ งอกงามเหมอื นตน้ กยุ ชา่ ย

อนึ่ง ขนมอังถ่อโก้ยเป็นขนมของชาวจีนแต้จิ๋วและชาวจีน
ฮกเกย้ี น ซงึ่ จะมขี นมทมี่ ลี กั ษณะคลา้ ยกนั อีกประเภทหน่ึง เป็นกอ้ นกลม
คอื ขนม องั ก๋โู กย้ (紅龜糕) หรอื หงจุยเกา ของชาวจนี ฮกเกย้ี น ท่มี ี

ภาคท่ี 3: ประเพณสี าคญั ในรอบปีของจนี 217

รปู ลกั ษณ์เหมอื นเต่า ซงึ่ เป็นสตั วท์ มี่ อี ายุยนื จึงใหค้ วามหมายเหมอื นกบั
ลกู ทอ้

ซ้าย: องั ถอ่ โก้ย ขวา: องั กโู ก้ย
9.ขนมไชเท้าก้วย (菜頭粿) หรอื ไฉ่เถากวั เป็นขนมทท่ี าจากหวั
ผกั กาดหรอื หวั ไชเทา้ ขดู ฝอย ผสมกบั แป้ง ปรุงรสแล้วนาไปน่ึง ตดั เป็น
ชน้ิ สเี่ หล่ียมแลว้ นามาทอดดว้ ยน้ามนั เล็กน้อย ให้ขนมมสี ีเหลืองทอง
ขนมชนิดน้ีทามาจากหวั ไชเท้า ซ่ึงให้ความหมายมงคล หมายถึง การ
เป็นผนู้ า เป็นหวั หน้า ตามชอ่ื ของหวั ไชเท้า (โปรดอ่านรายละเอยี ดใน
ภาคท่ี 3 ประเพณีในรอบปีของจีน ตอน ตรุษจีน หวั ขอ้ วนั ที่ 7 ของ
ตรษุ จีน) ดงั นนั้ การใช้ขนมไชเทา้ กว้ ยไหวเ้ จา้ จึงหมายถึง การขอให้ผู้
ไหวม้ ยี ศศกั ดิ ์ไดเ้ ป็นผนู้ า

ไชเท้ากว้ ย

218 ภาคท่ี 3: ประเพณสี าคญั ในรอบปีของจนี

10.ขนมบวั ลอย (湯圓) หรอื ท่งหยวน/ อี๋ ขนมชนิดน้ีมรี ปู ลกั ษณ์กลม
ทาดว้ ยแป้งขา้ วเหนยี ว ขา้ งในมไี สห้ วาน (รปู รา่ งคลา้ ยขนมบวั ลอยน้าขงิ )
ภาคเหนือของจีนเรยี กขนมชนิดน้ีว่า“หยวนเซียว”ส่วนภาคใต้เรยี ก ทงั

หยวน “湯圓” หรอื ทงั ถวน ซ่ึงจะแตกต่างจากขนมบวั ลอยของไทย
ตรงท่ี จะใชน้ ้าเช่อื ม ส่วนของไทยจะใชน้ ้ากะทิ ปจั จุบนั ขนมบวั ลอย
แบบเดมิ ทม่ี ไี สไ้ มน่ ิยมทากนั เพราะมคี วามยงุ่ ยาก จงึ มกี ารดดั แปลงทาลูก
บวั ลอยแบบไม่มไี สค้ ล้ายบวั ลอยของไทยแต่ยังคงเอกลกั ษณ์ดว้ ยการ
ผสมสแี ดงในตวั แป้งเพ่อื ใหเ้ กดิ ความเป็นสริ มิ งคล

ในการทาขนมบวั ลอยนัน้ ไม่ควรปนั้ ให้ขนมบวั ลอยนนั้ มขี นาด
เท่ากนั เพราะขนมบวั ลอยคอื ขนมทเี่ ป็นเสมอื นสายใยของครอบครวั เป็น
ขนมทม่ี คี วามสาคญั ทถ่ี ูกนามาใชใ้ นงานมงคลตา่ งๆ เชน่ แตง่ งาน เพ่อื ให้
เป็นสญั ลักษณ์เตือนใจถึงความกลมเกลียวของครอบครวั แต่ในความ
กลมเกลียวกย็ งั มคี วามเคารพในลาดบั อาวโุ สของคนในครอบครวั ดว้ ย
ขนมบวั ลอยจงึ มกั จะปนั้ ใหม้ ขี นาดใหญ่และเลก็ คละเคลา้ กนั ไป เพ่ือแสดง
ถงึ ความเป็นเดก็ ความเป็นผใู้ หญ่ ใหเ้ ดก็ ๆระลึกไวเ้ สมอวา่ “ลาดบั ชนั้
ของความอาวโุ สในครอบครวั ถอื เป็นเรอ่ื งสาคญั ”

ดงั นนั้ การใชข้ นมท่งหยวน หรอื ขนมบวั ลอย จึงหมายถึง การ
ขอใหผ้ ไู้ หวม้ คี รอบครวั ทอ่ี ยู่พรอ้ มหนา้ มคี วามสามคั คกี ลมเกลยี วกนั

ภาคท่ี 3: ประเพณีสาคญั ในรอบปีของจนี 219

11.ขนมจบั อบั (全盒) หรอื เชวอื นเหอ ขนมชนิดน้ีมหี ลากหลายช่ือ
เรยี กตามลกั ษณะ และวฒั นธรรมการกนิ ของชาวจนี ไวถ้ งึ 4 ชอ่ื คอื
จนั อบั / แตเ้ หลย่ี ว / จบั กม้ิ / โหงวเสก็ ท้งึ

1. ปัญหาช่ือ “ขนมจนั อบั ” (全盒 เชวอื นเหอ ในสาเนียง
ภาษาจนี กลาง) เดมิ ทนี นั้ ไมไ่ ดร้ ะบเุ ฉพาะเจาะจงว่าเป็นขนมชนิดใด แต่
จรงิ ๆแลว้ เป็นชอ่ื กลอ่ งใสข่ นมชนดิ หน่ึง ไมใ่ ช่ชื่อขนม จนั อบั จงึ หมายถึง
กล่องใส่ขนมแห้งของจนี เอาไวถ้ วายหรอื ไหวเ้ จา้ จบั อบั เพ้ียนมาจาก
สาเนยี งภาษาจนี ฮกเกย้ี น เรยี กวา่ จงั ่ อบั ๊

แต่เดมิ ในประเทศจนี เชวอื นเหอ หรอื จนั อบั จะประกอบดว้ ย
เมลด็ ฟกั ทอง (瓜子 กวั จ่อื )
ฟกั เชอ่ื ม (糖冬瓜 ถงั ตงกวั )

มะพรา้ วฉาบน้าตาล (糖椰絲 ถงั เยซ่ อื )

ลูกบวั เชอ่ื ม (糖蓮子 ถงั เหลยี นซอื )

รากบวั เชอ่ื ม (糖蓮藕 ถงั เหลยี นโอว)

สม้ เชอ่ื มอบแหง้ (糖柑桔 ถงั กนั จว)ี๋
ขนมกะหรปี่ บั ๊ ทอด (油角 หยวิ เจยี ว หรอื อวิ๋ กว้ ย)

220 ภาคท่ี 3: ประเพณีสาคญั ในรอบปีของจนี

ถวั ่ เคลอื บน้าตาล (糖果仁 ถงั กวั เหรนิ )
ลูกกวาด (糖果 ถงั กวั ) หรือเรยี กวา่ โหงวเสก็ ท้ึง
(หวเู่ ซถงั 五色糖)
สว่ นประเทศไทยในสมยั อดตี นนั้ ขนมจนั อบั ไมไ่ ดม้ ีลกั ษณะที่
เป็นอยู่ในปจั จุบนั หากแต่หมายถงึ สงิ่ ของ 6 ประเภทตามทรี่ ะบุไวใ้ น
พระราชบญั ญตั อิ ากร ร.ศ. 111 สมยั รชั กาลที่ 5 เกย่ี วกบั การเกบ็ ภาษคี น
จนี ทป่ี ระกอบการคา้ ขายขนมจนั อบั ไดแ้ ก่
- ขนมทที่ าจากน้าตาลกรวด
- ขนมฟกั เชอ่ื ม ถวั ่ กอ้ น ถวั ่ ตดั งาตดั ขนมปนั้ ล่า ขนม
กา้ นบวั ขา้ วพอง ตงั เม
- ขนมวนุ้ แทง่
- กาละเปา
- ไพ่กระดาษ
-เทยี น ประเภทเน้ือไข 49

49 หนังสอื พมิ พ์ เสน้ ทางเศรษฐกจิ , "เสน้ ทางเศรษฐกจิ ฉบบั พเิ ศษ คนจนี 200 ปี ภายใตพ้ ระ
บรมโพธสิ มภาร", 160.

ภาคท่ี 3: ประเพณีสาคญั ในรอบปีของจนี 221

หยิวเจยี ว หรือ อ๋ิวกว้ ย หนึ่งในจนั อบั

จนั อบั หรอื เชวือนเหอ ในรปู แบบต่างๆ กบั ขนมที่หลากหลาย

222 ภาคท่ี 3: ประเพณีสาคญั ในรอบปีของจนี

2. ปัญหาช่ือขนม “แต้เหล่ยี ว” (茶冷) การทเี่ รยี กขนมชนิด
น้ีว่า แต้เหล่ียว นัน้ เพราะว่า คาว่า แต้เหล่ียวนัน้ มาจากสาเนียง

ภาษาจนี ถิ่น (ฮกเกย้ี น แตจ้ วิ๋ ) จากคาว่า 茶冷 ซึง่ ลดรูปมาจากคาว่า
茶冷盤

คาวา่ แต้ หรอื ฉ่า 茶 หมายถงึ ชา

คาวา่ เหล้ยี ว 冷 ลดรูปมาจาก 冷盤 หรอื เหลงิ่ ผนั ่ แปลว่า
ออรเ์ ดริ ฟ์ (Hors d'oeuvres) เพราะชาวจนี นิยมกนิ แตเ้ หลยี่ วเป็นของว่าง
คกู่ บั น้าชา โดยเฉพาะในโอกาสพเิ ศษต่างๆ เชน่ ตรษุ จนี เพราะแต้ เป็น
ภาษาจีนฮกเก้ียน แปลว่า น้าชา ส่วน เหลี่ยว แปลว่า ของกินเล่น
เพราะฉะนนั้ แตเ้ หลย่ี ว จงึ หมายถงึ ขนมทใ่ี ชก้ นิ เลน่ คกู่ บั น้าชา

สว่ นในประเทศไทย ขนมในกล่องจนั อบั เรยี กแตเ้ หล่ียว มขี นม
58 อย่างมคี าอธบิ ายในสจู บิ ตั รงานนิทรรศการสนิ คา้ พ้นื เมอื งไทยในพระ
ราชพธิ สี มโภชพระนครครบรอ้ ยปี พ.ศ. 2425 ดงั น้ี

“…รวม 58 สงิ่ น้ีจีนเรยี กวา่ แต้เหล้ยี ว ไทยเรยี กว่าเครอื่ งจนั อบั เปนขนม
สาหรบั จีนไหวเ้ มอื่ เทศการตรุษจีน ศาจจีน ไมว่ ่าตรษุ ศาจอนั ใด ต้องมี
เครอื่ งแตเ้ หลย้ี วน้กี ากบั ทุกตรุษ ทุกศาจ โดยทสี่ ดุ แต่วนั ชวิ อิดจบั เหงา ก็
ต้องมีเครอื่ งแต้เหล้ียวไหว้เจ้าทุกวนั ๆ แลเครอื่ งแต้เหล้ียวน้ีเปนของ
รบั ประทานกบั น้ารอ้ นน้าชาดว้ ย
อนงึ่ ไทยจนี จะทาการววิ าหะมงคล ฤาทาการบญุ ต่างๆ กม็ กั ใชเ้ ครือ่ งแต้
เหลย้ี วเปนของขนั หมาก แลใสป่ ากกระจาดกม็ าก

เครอื่ งแตเ้ หล้ยี วน้ี จีนทาขายทตี่ าบลสาเพง ราคาซ้อื ขายทโี่ รง
ผทู้ าตอ้ งชงั ่ น้าหนกั ระคนปนกนั ทุกสงิ่ หนกั หา้ ชงั ่ จนี ต่อบาท

ภาคท่ี 3: ประเพณีสาคญั ในรอบปีของจนี 223

ราคาซ้อื ขายตามตลาดเครอื่ งแต้เหล้ียวห่อหนึง่ หนกั เจ็ดตาลึง
จนี บา้ ง แปดตาลงึ จนี บา้ ง ราคาห่อละเฟ้ือง ทเี่ ปนช้นิ เปนอนั กข็ ายกนั อนั
ละเฟ้ือง อนั ละ 4 อฐั อนั ละ 2 อฐั อนั ละ 1 อฐั กม็ ”ี

สจู บิ ตั รน้มี ชี อ่ื ขนมจานวนหน่งึ ทยี่ งั บอกไมไ่ ดว้ า่ คอื อะไร เชน่

“...โซถึง, อ้วิ จ๊อ, เม่งถึง, เซียงเตา้ ถงึ , กมิ เก๊กโซ, กมิ โซเบยี , ฮองหงนั
เปีย, เบเตยโซ, กงึ กงั เปีย, เกยี มโก, จอื ถึงโก, เบ๋เต้ยโก, ฬ่อใจ, ทงึ่ กวย,
กมิ กวย, กมิ หมั , เกยปะโก, เปียโถ, มเี่ ต๊ก, เล่งมงึ่ เปีย, เงา่ ฮุนปงั้ , กาเปีย,
เตเปีย, บว้ ยก,ี ตอื ถงึ โก, เปากวน...” 50

3. ปัญหาช่ือขนม “จบั กิ้ม” (什锦) หรอื ซ่ือจิน เป็นการ
เรยี กช่อื ขนมท่แี สดงให้เห็นถงึ ความหลากหลายของขนม เพราะคาว่า
จบั กม้ิ เป็นสาเนียงภาษาจนี ถนิ่ (ฮกเกย้ี น แตจ้ วิ๋ ) ซึง่ มาจากคาวา่ 什
锦 หรือ ซ่ือจิน ในสาเนียงภาษาจีนกลาง ซ่ึงแปลว่า คละแบบ
หลากหลาย (Assorted)

4. ปัญหาชื่อขนม “โหงวเส็กทึ้ง” (五色糖) หรอื สาเนียง
ภาษาจนี กลางอา่ นวา่ หวเู่ ซถงั ซง่ึ การใชช้ อ่ื เรยี กขนมประเภทน้ีว่า โหงว
เสก็ ท้ึง เป็นการใชส้ าเนียงภาษาจนี แตจ้ ิ๋ว หมายถึง ขนมลูกกวาด 5 สี
หรอื ขนมหวาน 5 สี ซง่ึ ภายหลงั ผดิ เพย้ี นและนาไปจบั คกู่ บั ขนมจนั อบั ใน
ปจั จุบนั ทป่ี ระกอบไปดว้ ย ขนมมงคล 5 อยา่ งคอื ถวั ่ เคลือบน้าตาล งาตดั
ถวั ่ ตดั ขา้ วพองสี และฟกั เช่อื ม ซ่ึงเป็นการเรยี กช่อื ที่ส่อื ถงึ ขนมจนั อับ
แตเ้ หลย่ี ว จบั กม้ิ ในปจั จบุ นั นนั ่ เอง

50 สจู บิ ตั รงานนิทรรศการสนิ คา้ พ้นื เมอื งไทยในพระราชพธิ สี มโภชพระนครครบรอ้ ยปี พ.ศ.
2425 สานักพมิ พ์ตน้ ฉบบั พมิ พค์ รงั้ ท่ี 2 เมอ่ื พ.ศ. 2543

224 ภาคท่ี 3: ประเพณีสาคญั ในรอบปีของจนี

ขนมจันอบั แต้เหลี่ยว จบั ก้มิ และโหงวเสก็ ท้งึ ช่อื ทงั้ หมดอนั
เป็นการหมายถงึ ขนมมงคล 5 อย่างน้ี มกั จะใชพ้ ิธีมงคลทส่ี าคญั ๆ ซ่งึ แต่
เดมิ นนั้ หมายถงึ ความอุดมสมบรู ณ์ มคี วามหลากหลาย มกั จะใชใ้ นพิธี
แตง่ งาน (ทงั้ ไทยและจนี ) เทศกาลไหวเ้ จา้ เป็นตน้

12.เจดียน้าตาล (糖塔) หรอื ถงั ถะ การไหวเ้ จดยี ์น้าตาลน้ี เป็นการ
ขอพรเทพเจา้ ใหผ้ ขู้ อพรมยี ศถาบรรดาศกั ดิ ์ ไดเ้ ล่อื นขนั้ เหมอื นกบั เจดยี ์
ทม่ี คี วามสูง ปกตแิ ลว้ รา้ นขายเจดยี ์น้าตาลจะมนี ้าตาลกอ้ นอีก 4 ลูก ใส่
มาใหด้ ว้ ย อนั หมายถงึ สงิ โตเฝ้าเจดยี ์น้าตาลทงั้ 4 ทศิ เป็นเสมอื นการขอ
บรวิ ารในการปกปกั รกั ษา
13.สิงโตน้าตาล (糖獅) หรอื ถงั ชอ่ื หรอื ท้งิ ไซ ในสาเนียงภาษาจีน
แต้จิว๋ ซึ่งเป็นสิงโตคู่ที่ทามาจากน้าตาล การไหวด้ ้วยสงิ โตน้าตาลน้ี
หมายถงึ การขอพรใหผ้ ไู้ หวม้ เี ทพบรวิ ารคอยปกปกั รกั ษา มชี วี ติ ทรี่ าบรน่ื

เจดยี น์ ้าตาล และ สิงโตน้าตาล

ภาคท่ี 3: ประเพณสี าคญั ในรอบปีของจนี 225

ผลไมม้ งคล

ผลไม้สาคญั ของชาวจีนไหหลาท่ีขาดไม่ได้คือ ผลไม้ 3
มหามงคล ได้แก่ ส้ม ส้มโอ และแอปเปิ้ ล โดยจะนาผลไม้อื่นๆ มา
ประกอบตามความหมายมงคลท่ีต้องการ ดงั นี้

1.ส้ม (桔) สาเนยี งภาษาจนี กลางเรยี กวา่ จวี๋ (橘 หรอื 桔) พ้องเสยี ง
กบั คาวา่ จิ 吉 ทแี่ ปลวา่ สริ มิ งคล

สาเนียงภาษาจนี ไหหลาเรยี กวา่ เกย๊ี ด แปลวา่ สม้ , มงคล

สาเนียงภาษาจนี กวางตงุ้ เรยี กวา่ กา ซงึ่ พอ้ งเสยี งกบั คาวา่ ทอง
ทงั้ สขี องสม้ กม็ สี เี หลอื งคลา้ ยทอง จงึ หมายถงึ ความร่ารวย

การใชส้ ม้ ในการไหวเ้ จ้า จึงหมายถึง การขอพรใหผ้ ู้ไหวม้ ีสิริ
มงคลในชวี ติ

2.ส้มโอ (碌柚) หรอื ลูย่ วิ่ ซง่ึ คาวา่ ยว่ิ 柚 พอ้ งเสยี งกบั คาวา่ 佑 ย่ิว
(保佑 เป๋ าย่วิ ) ทแ่ี ปลวา่ ปกป้อง คุม้ ครอง ดงั นัน้ การใชส้ ม้ โอในการ
ไหวเ้ จ้า จึงหมายถึง การขอพรใหผ้ ไู้ หว้ ไดร้ บั การคมุ้ ครองจากเทพเจ้า
ใหม้ ชี วี ติ ทเี่ จรญิ รงุ่ เรอื ง ซึ่งชาวจนี ฮกเก้ียน ไต้หวนั แต้จวิ๋ ไหหลา นิยม
ใชไ้ หวม้ าก (จนี ทางตอนเหนือไมม่ ผี ลไมช้ นิดน้ี)

3.แอปเปิ้ ล (苹果) หรอื ผงิ กวั ๋ ซึ่งคาวา่ ผงิ 苹 พ้องเสยี งกบั คาว่า

平 ผงิ (平安 ผงิ อนั ) ทแ่ี ปลวา่ สนั ตภิ าพ ความสงบร่มเย็น ดงั นนั้ การ
ใชแ้ อปเป้ิลในการไหวเ้ จา้ จึงหมายถงึ การขอพรให้ผไู้ หว้มีชวี ิตที่สงบ
รม่ เยน็ และราบรน่ื

226 ภาคท่ี 3: ประเพณีสาคญั ในรอบปีของจนี

4.กล้วย (香蕉) หรอื เซยี งเจา ซง่ึ คาวา่ เซยี ง 香 หมายถึง กล่ินหอม
อกี ทงั้ รปู ลกั ษณ์ของกลว้ ยมลี กั ษณ์คลา้ ยกบั มอื แสดงถงึ การกวกั สงิ่ ทเี่ ป็น
มงคลเขา้ มา ดงั นนั้ การใชก้ ลว้ ยในการไหวเ้ จา้ จงึ หมายถงึ การขอพรให้ผู้
ไหว้ ไดร้ บั การความเป็นสริ มิ งคลจากเทพเจ้า ให้มชี วี ติ ท่มี ชี ่อื เสยี งขจร
ขจายเหมอื นกบั กลนิ่ หอมของกลว้ ย

นอกจากน้ีกลว้ ยยงั สะทอ้ นภมู ปิ ญั ญาของชาวจีนในการไหวเ้ จา้
อกี ดว้ ย เพราะโดยสว่ นใหญ่ ชาวจนี มกั จะเลือกเอาผลไมท้ ม่ี เี ปลือกหนา
ในการไหว้เจ้า เพ่ือให้สามารถเก็บไวร้ บั ประทานไดเ้ ป็นเวลานาน ซ่ึง
มมุ มองในหลกั การทางวิทยาศาสตร์ กลว้ ยเป็นผลไมท้ ม่ี เี ปลือกหนาก็
จรงิ แตส่ กุ เรว็ กลนิ่ ของกลว้ ยกเ็ ชอ้ื เชญิ ให้แมลงมาตอม ดงั นนั้ ชาวจีนจึง
เลอื กใชก้ ลว้ ยสเี ขยี ว (กลว้ ยดบิ ) ในการไหวเ้ จ้า เพ่อื ใหส้ ามารถเกบ็ ไวไ้ ด้
นาน อกี ทงั้ ศาสตรใ์ นทางฮวงจ้ยุ การไหวเ้ จา้ ชาวจนี มกั จะเลือกผลไม้
ตามสขี องธาตุ โดยจะไหวใ้ หค้ รบ 5 ธาตุ หมายถงึ ความอดุ มสมบรู ณ์ คอื

สดี า สมี ว่ ง แทนธาตุน้า

สขี าว สเี หลอื งออ่ น แทนธาตทุ อง

สเี ขยี ว แทนธาตไุ ม้

สแี ดง แทนธาตไุ ฟ

สสี ม้ สเี หลอื ง สนี ้าตาล แทนธาตุดนิ

กลว้ ยดบิ สเี ขยี ว จงึ ถอื เป็นผลไมแ้ ทนธาตุไม้ นนั ่ เอง

ภาคท่ี 3: ประเพณีสาคญั ในรอบปีของจนี 227

5.ลกู พลบั (柿) หรอื ชี่ ซ่งึ คาวา่ ชี่ 柿 พ้องเสยี งกบั คาวา่ 实 ชี่ (实
现 ชเี ซ่ียน) ทแ่ี ปลว่าสาเรจ็ บรรลุ ดงั นนั้ การใชล้ ูกพลบั ในการไหวเ้ จ้า
จงึ หมายถงึ การขอพรใหผ้ ไู้ หวท้ าการสง่ิ ใดกส็ าเรจ็ ผล ลุล่วงไปไดด้ ว้ ยดี

6.สบั ปะรด (凤梨) หรอื เฟิงหลี ซ่งึ คาว่า เฟิง 凤 แปลวา่ หงส์ (นก
ฟินิกซ์) เป็นนกทไ่ี มม่ วี นั ตาย เป็นอมตะ แสดงถงึ ความยงั ่ ยนื ส่วนคาว่า
หลี 梨 พอ้ งเสยี งกบั คาวา่ 利 ล่ี แปลวา่ ดอกเบ้ยี ผลประโยชน์ ดงั นนั้
การใชส้ บั ปะรดในการไหวเ้ จา้ จงึ หมายถงึ การขอพรให้ผไู้ หวม้ ที รพั ย์สนิ
เงนิ ทอง โชคลาภมากมายตลอดไป

ส่วนสาเนียงภาษาจนี ฮกเกย้ี น จะออกเสยี งว่า อ่องไหล คาว่า
อ่อง ไปพอ้ งเสยี งกบั คาวา่ 红 อ่อง / องั ่ ทีแ่ ปลวา่ สแี ดง ส่วนคาวา่ ไหล
梨 พ้องเสยี งกบั คาว่า 来 ไล้ ทแ่ี ปลวา่ มาถึง การมาถึงของสแี ดง จงึ
หมายถงึ การมาถงึ ของความเป็นสริ มิ งคล

7.สาลี่ (梨) หรอื ลี่ ซ่ึงคาว่า ลี่ 梨 พอ้ งเสยี งกบั คาวา่ 利 ลี่ แปลว่า
ดอกเบย้ี ผลประโยชน์ ดงั นนั้ การใชส้ าล่ีในการไหวเ้ จา้ จึงหมายถึง การ
ขอพรใหผ้ ไู้ หวม้ โี ชคลาภเงนิ ทองมไี มเ่ ส่อื มถอย แต่บางพ้นื ของประเทศ
จนี ทมี่ องวา่ สาล่ี พอ้ งเสยี งกบั คาวา่ "หลี " ทแ่ี ปลวา่ "จากไป ขาดไป"

8.องุ่น (葡萄) หรอื ผเู่ ท้า คาว่า เทา้ 萄 พอ้ งเสยี งกบั คาว่า 桃 เทา้
ทแี่ ปลวา่ ลูกทอ้ ดงั นนั้ การใชอ้ งนุ่ ในการไหวเ้ จ้า จงึ หมายถงึ การขอพร
ใหผ้ ไู้ หวม้ อี ายุยนื นาน และมบี รวิ ารมากมายเหมอื นกบั รปู ลกั ษณ์ขององุ่น
แต่ภาคเหนือบางถิ่นไม่ใชท้ ้อกบั องุ่นในการไหวเ้ จ้า เพราะทอ้ ภาษาจีน

228 ภาคท่ี 3: ประเพณสี าคญั ในรอบปีของจนี

กลางออกเสยี งวา่ "เทา้ " พ้องเสียงกบั คาว่า "逃 เถา " ท่ีแปลว่า "หนี
ภยั "

9.ทบั ทิ ม (石榴) หรอื ซีล้ิว ทงั้ เป็นผลไมม้ งคลของจีน และดว้ ย
รปู ลกั ษณ์ทเ่ี ป็นมงคล คอื เน้ือภายในมสี แี ดง มเี มลด็ เป็นจานวนมาก ส่อื
ความหมายถึงการได้ลูกชาย หรือการขอพรให้ลูกชายมีความ
เจรญิ กา้ วหน้า (โปรดอ่านต่อในภาคที่ 4 เก็บเกรด็ วฒั นธรรมจีน เร่อื ง
ทบั ทิมกบั ความเช่อื ของชาวจนี ) ดงั นัน้ การใชท้ บั ทิมในการไหวเ้ จา้ จึง
หมายถงึ การขอพรใหผ้ ไู้ หวม้ ลี กู ชายในเรว็ วนั หากยงั ไมม่ ี หรอื หากมแี ลว้
กจ็ ะเป็นการอวยพรใหล้ กู ชายมคี วามเจรญิ กา้ วหนา้ ในชวี ติ

10.แกว้ มงั กร (火龙果) หรอื หวั ่ หลงกวั ๋ ซงึ่ คาวา่ หลง 龙 หมายถงึ
มงั กร ดงั นนั้ การใชอ้ งุน่ ในการไหวเ้ จา้ จงึ หมายถงึ การขอพรให้ผไู้ หวม้ ี
สมปรารถนาทกุ ประการ เหมอื นดวงแกว้ ของมงั กร ซง่ึ ถอื เป็นแกว้ สารพดั
นกึ

11.ลาไย (龙眼) หรอื หลงเหยย่ี น แปลตรงตวั วา่ ดวงตามงั กร ดงั นนั้
การใชล้ าไยในการไหว้เจา้ จึงหมายถึง การขอพรให้ผไู้ หว้รู้รอบ รู้ทวั ่
เป็นพหูสตู มองเหน็ ทุกอย่างไดอ้ ย่างถ่องแท้

ภาคท่ี 3: ประเพณสี าคญั ในรอบปีของจนี 229

ธปู – เทียน

ธปู : เคร่อื งมอื เชื่อมต่อกบั เทพเจ้า

ธูป คอื เครอ่ื งมอื สง่ แรงอธิษฐานไปยงั เทพเจา้ และสงิ่ ศกั ดสิ ์ ทิ ธิ ์
เกดิ ข้นึ ที่ใด เม่อื ไหร่ ยังคงเป็นขอ้ ถกเถียงกนั ระหว่างจีนและอินเดีย
(อนิ เดยี ถอื วา่ กายานคอื ธปู ชนิดหนึง่ ) ธูปเกดิ จากการนาเอาผงเครอ่ื งผอม
มาผสมกับกาวแล้วปนั้ เป็นแท่ง เป็นขด หรือเป็นก้อน ข้ึนอยู่กับ
จุดประสงคแ์ ละพน้ื ทใ่ี นการใชง้ าน

ความหมายของธปู ในทางเทวศาสตร์ (ของจนี ) กล่าวไวว้ า่ ธูป

คอื เครอ่ื งหอม ใชจ้ ุดเพ่อื สร้างความหอม เพ่ือเป็นการบูชา อีกทงั้ ยงั มี
ควนั ซงึ่ ลอยขน้ึ สทู่ อ้ งฟ้า เป็นเสมอื นอุปกรณ์สง่ แรงอธษิ ฐานของผไู้ หวใ้ ห้
เทพเจา้ และสง่ิ ศกั ดสิ ์ ทิ ธริ ์ บั รู้

สว่ นในทางเทวศาสตร์ (ของอินเดยี ) กล่าววา่ ธูปคอื เครอ่ื งมือ
สอ่ื สารกบั เทพเจา้ นนั ่ เพราะธูปคอื เคร่อื งหอม อกี ทงั้ ยงั ติดไฟ ซง่ึ อคั คี
หรอื ไฟ คอื เทพเจา้ แห่งการสง่ สารของชาวอนิ เดยี ดงั นนั้ เมอ่ื เราปกั ธูปลง
ไปที่เคร่อื งสงั เวยเซ่นสรวง กเ็ ท่ากบั ว่า สงิ่ ๆนัน้ ถูกนาส่งสเู่ ทพเจ้าตาม
การเอย่ พระนาม ผา่ นทางเทพอคั คี (ซงึ่ ตดิ อยู่ทธี่ ูป) แลว้

ในทางพทุ ธศาสนา การใชธ้ ปู จุดบชู าพระ 3 ดอก หมายถงึ การ
บูชาในพระพุทธคุณทงั้ 3 ประการ นัน่ คือ พระบริสุทธิคณุ (ทรงมี
พระทยั บรสิ ุทธิส์ ะอาดปราศจากกเิ ลส) พระปัญญาธิคณุ (ตรสั รชู้ อบได้
ดว้ ยพระองคเ์ อง) และพระมหากรณุ าธิคณุ (การเผยแผห่ ลกั ธรรมท่ีทรง
ตรสั รแู้ กส่ รรพสตั ว)์

230 ภาคท่ี 3: ประเพณสี าคญั ในรอบปีของจนี

ธปู บชู าเทพเจา้ ใช้กีด่ อก ?

จะใชก้ ด่ี อกขน้ึ อยู่กบั ฐานนั ดรศกั ดขิ ์ องเทพเจา้ แตล่ ะองค์

เงก็ เซยี นฮ่องเต้ หรอื ทกี ง ใช้ 5 ดอก หรอื 3 ดอกกไ็ ด้

เทพเจา้ ชนั้ สงู ชนั้ กลาง ใช้ 3 ดอก

เจา้ ท่ี หรอื ตจ่ี ู่เอยี๊ ใช้ 5 ดอก

เทพเจา้ ชนั้ ล่าง ทพ่ี บบอ่ ยๆคอื เทพทวารบาล หรอื หมง่ึ ซ้งิ (เจา้ ประตู)
ใชข้ า้ งละ 1 ดอก

วญิ ญาณ ขน้ึ อยกู่ บั กรณี หากเป็นวญิ ญาณบรรพบรุ ษุ บางบา้ นอาจจะใช้
3 ดอก เพราะถอื วา่ บรรพบรุ ษุ คอื พระทอ่ี ยใู่ นบา้ น หรอื บางบา้ นอาจจะใช้
1 ดอกเพราะถอื เป็นผี

วธิ สี งั เกตงา่ ยๆ เวลาไปศาลเจา้ แลว้ ไม่รูว้ ่าจุดธูปกดี่ อก กถ็ ามคนเฝ้าศาล
หรอื ไมก่ อ็ ่านป้าย ถา้ ไม่รูจ้ รงิ ๆ ดทู ถี่ ้วยน้าชาทต่ี งั้ อยู่หน้าแท่นบูชา มี 3
ถว้ ย ก็ 3 ดอก มี 5 ถว้ ยก็ 5 ดอก

ภาคท่ี 3: ประเพณีสาคญั ในรอบปีของจนี 231

เทียน: ตวั แทนแห่งเทพเจา้ เหนือเทพเจา้

ในทางพุทธศาสนา เทยี นหมายถงึ แสงสวา่ งแห่งพระธรรมของ
พระพุทธเจ้า โดย เทยี น 2 เล่มนนั้ คอื การบูชา พระธรรม และพระวนิ ัย
ซงึ่ ในการจุดเทยี นบชู าพระ เราจะจุดจากเทียนดา้ นซา้ ยมอื ของผจู้ ุดก่อน
แลว้ คอ่ ยมาจดุ ดา้ นซา้ ยมอื

สว่ นการจดุ เทยี นบชู าเทพเจา้ ของจนี จาไว้ง่ายๆว่า จุดให้ตรง
ข้ามกบั การจดุ บชู าพระ เพราะ คนจีนถือว่า ข้างซ้ายสาคญั กว่าข้าง
ขวา ขา้ งซา้ ยคือโชคชะตา ขา้ งขวาคอื การกระทา (โดยเฉพาะชาวจีน
ฮกเกย้ี น ใหค้ วามสาคญั กบั ขา้ งซา้ ยมาก) ดงั นนั้ การจุดเทยี น จึงตอ้ งจุด
จากขวามอื ของผจู้ ุด (ซง่ึ เป็นซา้ ยมอื ของเทพเจา้ ) แล้วค่อยจุดเทียนเล่ม
ซา้ ยมอื ของเรา (ซง่ึ เป็นขวามอื ของเทพเจา้ )

เทยี น ในทางเทวศาสตรข์ องชาวจนี กล่าวไวว้ า่ เทียน คอื การ
จดุ แสงสว่างบูชาเทพเจ้าเหนือเทพเจ้า (ตามตานานการกาเนิดเทพ
เจา้ จนี อยากรเู้ พม่ิ เตมิ อา่ นไดจ้ ากวรรณกรรมแปลชดุ “ห้องสนิ ” )นนั ่ คอื
เทพเจ้าเจียงจื่อหยา (姜子牙) หรอื อีกช่อื หน่ึงคอื เจียงไท้กง (姜
太公) ที่ไทยรจู้ กั ในนาม เซียนตกปลา เทพเจา้ องคน์ ้ี เป็นเทพเจ้าผู้
ยง่ิ ใหญ่ มหี น้าที่สารวจและจดั ทารายนามเซยี นข้นึ ทาเนียบแก่ ไท่ซ่าน
เหล่าจุน (เลา่ จอ๊ื ) เสนาบดเี ทพ เพ่อื ถวายรายงานการแต่งตงั้ เทพเจ้าใน
แตล่ ะครงั้ ซง่ึ ท่านเทพเจยี งจ่อื หยา ไมเ่ คยไดร้ บั การแต่ตงั้ ฐานันดรศกั ดิ ์
แตอ่ ย่างใด

บรรดาเทพเจ้าน้อยใหญ่ที่ได้รับการแต่งตัง้ ต่างสานึกใน
พระคุณของเทพเจียงจ่ือหยา จึงกาหนดว่า ไม่ว่าเทพเจ้าองค์ใด จะ

232 ภาคท่ี 3: ประเพณีสาคญั ในรอบปีของจนี

เดนิ ทางไปทใ่ี ด หรอื มที สี่ ถติ ย์อยู่ ณ ศาลเจา้ แห่งหนตาบลไหน จะต้องมี
การจุดเทยี นถวาย เพ่อื เป็นการบชู าเจยี งจ่อื หยา โดยบรรดามาร และสงิ่
ชวั ่ รา้ ยทงั้ หลายทงั้ ปวง จะไม่มีสทิ ธเิ ์ ขา้ ไกลป้ รมิ ณฑลนนั้ ได้ ซ่ึงมกั จะมี
ขอ้ ความเขยี นไวว้ ่า “姜太公在此,百事无禁忌 (เจยี งไท้
กงไจซ้ อ่ื ไปส่ อ่ื อ๋จู นิ จ้)ี ” หมายความวา่ เจยี งไทก้ งอยทู่ นี่ ่ี สงิ่ ไมด่ หี า้ มเขา้

เทยี น มอี ยู่ 2 แบบ จรงิ ๆแลว้ มคี วามหมายเหมอื นกนั แต่ทท่ี า
มา ใหม้ ที งั้ ทเี่ ป็นแบบเทยี นฟนั ่ เชอื ก (แบบปกต)ิ และเทยี นขาไม้ ถอื เป็น
ภมู ปิ ญั ญาของชาวจนี นนั ่ เพราะสถานทใี่ นการจุดต่างกนั อรรถประโยชน์
ต่างกนั

เทียนฟัน่ เชือก หรอื เทยี นแบบปกติ มไี วส้ าหรบั ใชจ้ ดุ ในอาคารบา้ นเรอื น
เพราะไมม่ ลี มแรง ดบั งา่ ย (ปลอดภยั ตอ่ อาคารบา้ นเรอื น กรณีอคั คภี ยั )

ส่วนเทียนขาไม้ เป็นเทียนท่ีมีไส้แกนกลางเป็นไม้ มีไว้สาหรบั พ้ืนที่
กลางแจง้ เพราะลมแรง หากใชเ้ ทยี นแบบปกติ เทยี นจะดบั งา่ ยนนั ่ เอง

ภาคท่ี 3: ประเพณีสาคญั ในรอบปีของจนี 233

กิมฮวย และ องั ่ ติ้ว: เครอ่ื งประกอบยศเทพเจ้า

คาวา่ “กมิ ฮวย” 金花 หรอื จนิ ฮวา ในสาเนียงภาษาจีนกลาง
กมิ 金 แปลวา่ ทอง ฮวย 花 แปลว่า ดอกไม้ ความหมายคอื การบูชา
ถวายเครอ่ื งสกั การะทมี่ คี ่าย่ิง คอื ดอกไมท้ ีเ่ ป็นทอง แต่ความเป็นจรงิ กิ
มฮวย คอื อปุ กรณ์ทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั ความเชอ่ื ทชี่ นชาวจีนไดป้ กปิดเอาไว้ ไม่
ค่อยได้เปิดเผย กิมฮวยที่ทาออกมาจาหน่ายปจั จุบนั จึงได้ผดิ เพ้ียน
เปล่ียนไป หน่ึงที่เกย่ี วขอ้ งกบั อุปกรณ์จาเป็นทีต่ ้องใชใ้ นการบชู านนั ่ คือ
“กมิ ฮวยองั ่ ตวิ๊ ”

“องั ่ ต้วิ ” หรอื 红绸 หงโฉ่ว คอื ผา้ แพรสแี ดงใชม้ กั กระถางธูป
ใชค้ กู่ นั กบั กมิ ฮวย ทงั้ กมิ ฮวยและองั ตว้ิ ถอื เป็นเครอ่ื งประกอบยศของขุน
นางจนี โบราณทส่ี าคญั ทส่ี ดุ เมอ่ื ชนชาวจีนมาทามาหากนิ ประกอบอาชพี
การทากมิ ฮวยหรอื ศาลเจา้ จีนขาย แต่ดว้ ยความท่ีไมไ่ ดพ้ ิจารณา เพราะ
คนจนี มกั ปิดบงั ความสาคญั บางอย่างไว้ ซ่งึ เกย่ี วขอ้ งกบั พิธีกรรม ความ
เชอ่ื ของชาวจนี คนไทยทไี่ มร่ ใู้ นเคลด็ ลบั จงึ ไดน้ าไปทาแบบผดิ ๆ เพราะ
ไมท่ ราบในพธิ กี รรม

รปู ลกั ษณ์ “กมิ ฮวย”จะตอ้ งมรี ปู หวั ต๊กุ ตา ซง่ึ จะใสช่ ดุ (เครอ่ื ง
อาภรณ์มที งั้ หมด 3 ส)ี คอื สแี ดง สเี ขยี ว สเี หลอื ง จะไมม่ สี นี อกจากน้ี
เพราะผดิ พธิ กี รรมกมิ ฮวย จะตอ้ งมหี างนกยูงซงึ่ เป็นสญั ลกั ษณ์
เครอ่ื งหมาย ยศศกั ดทิ ์ ส่ี งู อาทิ แมท่ พั ขนุ พล เป็นตน้ งว้ิ ทแี่ สดง จึงตอ้ ง
สวมหมวกหางนกยูงแสดงวา่ ตวั ละคร น้คี อื ขนุ ทพั

เจา้ ท่ี หรอื ตจี เู้ อยี๋ (เจา้ ทผ่ี ทู้ รงความศกั ดสิ ์ ทิ ธิ)์ จึงต้องมบี รวิ าร
ผรู้ บั ใชเ้ สมอ เวลาทใี่ ครมาสกั การะขอพรจากเจา้ ท่ี เพ่อื ใหช้ ่วยเหลือเร่อื ง

234 ภาคท่ี 3: ประเพณีสาคญั ในรอบปีของจนี

ต่างๆ เจา้ ที่ กจ็ ะสงั ่ ให้ขุนพลรบั ใช้ ไปดาเนินการ (เปาปุ้นจ้ินกจ็ ะมหี วงั
เฉา หมา่ ฮนั ่ ) คราวน้มี าถงึ เรอ่ื งการแฝงพธิ กี าร ทแี่ มแ้ ตซ่ นิ แสบางคนกไ็ ม่
รคู้ วามหมายหรอื คน้ ควา้ จรงิ ๆ ความสาคญั ของเครอ่ื งทรง ซ่งึ เร่อื งสนี ้ี
ในทางพธิ กี รรม สเี หลอื ง จะใหญท่ ส่ี ดุ ตามดว้ ยสเี ขยี ว และสแี ดง โดยชุด
อาภรณ์มคี วามสาคญั มดี งั น้ี

ชดุ เหลือง การเลือกใชข้ ุนพลชุดเหลอื งน้ีทาหน้าที่ ดแู ลปกปกั
รกั ษาคมุ้ คนคนในบา้ นใหอ้ ยเู่ ยน็ เป็นสขุ ปราศจากโรคภยั มคี วามสามคั คี
อายุยนื ยาว

ชดุ เขยี ว ขนุ พลของเจา้ ที่ ชุดน้ีมหี น้าท่ี ปราบภูตผวี ญิ ญาณ จะ
ทาหนา้ ทปี่ ราบและคมุ้ ครองปดั เปา่ ใหส้ ง่ิ ชวั ่ รา้ ยหายไป

ชุดแดง ชุดน้ี หากเจ้าบา้ นขอโชคลาภ ขุนพลชุดแดงก็จะรบั
หนา้ ทจี่ ดั หาใหต้ ามประสงค์ สมปรารถนา

ปจั จุบนั ”กมิ ฮวย”คนไทยจะเป็นคนทา แตไ่ มท่ ราบความหมายที่
แทจ้ รงิ จงึ ไดผ้ ดิ เพ้ยี นเปลยี่ นไป ดงั รปู ดา้ นล่างน้ี ไม่ใชก่ มิ ฮวย แบบน้ีจะ
จดั อยู่ในประเภท “กมิ ไป๊” หรอื ป้ายทอง

กมิ ฮวย ตอ้ งเป็นอยา่ งรปู ดา้ นล่างน้ี คอื มรี ปู หวั ตุ๊กตา และหางนกยูงของ
จรงิ ไมใ่ ชห่ างนกยงู สกรนี ลาย

ภาคท่ี 3: ประเพณีสาคญั ในรอบปีของจนี 235

กระดาษเงินกระดาษทอง (金 銀 紙)

ก่อนจะทาความรจู้ ักกบั กระดาษเงินกระดาษทอง สิ่งสาคญั ที่
ตอ้ งรคู้ อื ระดบั ชนั้ ของเทพเจา้ ซง่ึ แบง่ งา่ ยๆเป็น 3 ระดบั คอื

1.เทพเจ้าระดบั สูง เชน่ เงก็ เซียนฮ่องเต้ (ทกี ง) พระโพธิสตั ว์ เทพเจ้า
กวนอู (กวนเสง็ ตก้ี นุ ) เจา้ แมท่ บั ทมิ (ทงั้ มาจู่ และ โผวโต่ว) เจา้ แมแ่ ดน
สระทพิ ย์ (กมิ บอ้ เน้ยี เน้ีย) เจา้ พ่อเหง้ เจยี (ไตเ้ สย่ี ฮดุ โจว้ ) เป็นตน้

2.เทพเจ้าระดบั กลาง เชน่ ปนุ เถา่ กง (บว้ นเถา่ กง) แป๊ะกง เป็นตน้

3.เทพเจ้าระดบั ล่าง เช่น เจ้าที่ (ตี่จู่เอ๊ีย) เทพทวารบาล (หมง่ึ ซ้งิ ) เจา้
เตาไฟ (จา้ วฮุ่นกง) เป็นตน้

ตอ่ มาคอื ระดบั ภตู ผวี ญิ ญาณ บรรพบรุ ษุ สมั พเวสี จะมขี อ้ จากดั
กบั การใชก้ ระดาษเงนิ กระดาษทองบางประเภทดว้ ย เพราะตามความเชอ่ื
ของชาวจนี จะถอื วา่ โลกของเทพเจา้ กบั โลกหลงั ความตายของวญิ ญาณ
คอื คนละสว่ นกนั โดยมบี างอยา่ งใชร้ ว่ มกนั และบางอย่างใชแ้ ยกกนั

สว่ นเรอ่ื งการพับกระดาษ จรงิ ๆแลว้ คอื ภมู ปิ ญั ญาของชาวจีน
ซ่ึงเป็นกศุ โลบายในการเผากระดาษให้มีความง่ายขน้ึ และกระดาษไม่
ตดิ กนั เวลาเผา โดยในปจั จบุ นั มกี ารตคี วามวา่ การพบั กระดาษในรปู แบบ
ต่างๆนัน้ หมายถึงมูลค่าของเงินในโลกหลงั ความตาย แต่ส่ิงที่ควร
คานึ งมากท่ีสุดคือ การพับกระดาษจะมีมูลค่ามากแค่ไหน จะ
มากมายสกั เท่าไร กไ็ ม่สาคญั เท่ากบั การลดปัญหาสภาวะโลกร้อน
เลือกใช้กระดาษตามความเหมาะสม และใช้เท่าท่ีจาเป็ นดจู ะเป็ น
ทางเลือกที่เหมาะสมและถกู ต้องท่ีสุด เพราะบรรพบุรุษกค็ งไม่

236 ภาคท่ี 3: ประเพณสี าคญั ในรอบปีของจนี

อยากจะให้เราทาลายชนั้ บรรยากาศ ไมท่ าลายบ้าน ท่ีลูกหลานของ
เราในอนาคตจะต้องอยู่อาศยั ต่อไป เพียงเพ่ือเผากระดาษสร้าง
ความกตญั ญตู ่อบรรพบุรุษ ทงั้ ๆท่ีไม่เคยมีใครกลบั มาบอกได้ว่า
กระดาษเหล่านนั้ จะใช้ได้จริงในโลกหลงั ความตายหรือไม่

กระดาษเงินกระดาษทองคือตวั แทนของความกตญั ญแู ละ
สานึกในพระคณุ ของบรรพบรุ ษุ แต่สิ่งสาคญั มากกว่านัน้ คือ ความ
กตญั ญขู องผืนแผ่นดินท่ีเราอาศยั โลกท่ีเราอยู่ ซ่ึงเปรียบเสมือน
บ้านหลงั ใหญ่ของทุกคน การเลือกใช้ให้เหมาะสม พอประมาณ
นอกจากจะเป็ นการไม่สิ้นเปลืองแล้ว ยงั เป็ นการรบั ผิดชอบต่อ
สงั คม ลดสภาวะโลกร้อน เพราะกระดาษเงินกระดาษทองจะมีการ
ฉาบตะกวั ่ หรือสารเคมบี างประเภท อนั จะเป็ นอนั ตรายต่อสุขภาพ
และกระจายตวั อยู่ในอากาศ เป็นพิษต่อผอู้ ่นื อกี ด้วย

ภาคท่ี 3: ประเพณสี าคญั ในรอบปีของจนี 237

1.หงี่งเต๋ีย (銀錢) หรอื หยินเฉียน เงนิ กระดาษ เป็นเงนิ กระดาษท่ี
ใชไ้ ดก้ บั เทพเจา้ ทุกระดบั ชนั้ ตงั้ แต่ชนั้ สงู สุด รวมไปถึงใชไ้ หวบ้ รรพบรุ ุษ
ไดด้ ว้ ย ซงึ่ หงงึ่ เตยี๋ ถอื เป็น เงนิ กระดาษระดบั สามญั ทใ่ี ชโ้ ดยทวั ่ ไป

นยั ยะของ หงง่ึ เตยี๋ นอกจากจะหมายถงึ เงนิ กระดาษในอกี ภพ
ภูมหิ นึ่งแล้ว ยงั หมายถึง กระดาษท่ีมคี วามสะอาดที่สุด มกั จะใชร้ อง
กระถางธูป หรอื รองเทวรูปของเทพเจ้า ตลอดจนใช้ในการรองแท่น
บลั ลงั กเ์ ทพเจา้ หรอื ใชเ้ ผาเพ่อื ลา้ งมลทนิ ขบั ไลส่ งิ่ อปั มงคลอกี ดว้ ย

2.เทียนเถ่าจี้ (天頭極) เป็นเงนิ ตราสวรรคท์ ใี่ ชเ้ ฉพาะชาวจนี แต้จวิ๋
และฮกเกย้ี น แต่ปจั จบุ นั กแ็ พรห่ ลายไปยงั ชาวจนี กลุม่ อ่นื ๆ ซง่ึ เทียงเถ่าจ้ี
ในพบั จะมสี องแผน่ ยาว แบง่ เป็นแผ่นสที องและแผน่ สเี งนิ เป็นกระดาษ
ยาว 5 พบั แต่ละพบั จะซอ่ นไวด้ ว้ ยภมู ปิ ญั ญาการตดั กระดาษโบราณแบบ
ฉลุลายทย่ี งั หลงเหลอื เป็นอกั ษรจนี ในกรอบดอกไม้

ปลายยอดด้านบนสีชมพู จะฉลุคาวา่ 福 ฟู่ หรอื ฮก แปลว่า
ร่ารวย

ภายในกรอบทงั้ 5 พบั จะประกอบไปดว้ ยตวั อกั ษร 3 แถว

แถวบนเขียนคาว่า 神功保佑 เซ่ิงกงเป๋ าย้ิว
แปลวา่ เทพปกปกั ษ์

แถวตรงกลาง เขยี นคาวา่ 發財 ฟาไฉ่ หรอื ฮวดไช้
แปลวา่ โชคลาภ

แถวล่างเขียนคาว่า 合家平安 เหอเจียผิงอัน
แปลวา่ ขอใหค้ รอบครวั สงบสขุ

238 ภาคท่ี 3: ประเพณีสาคญั ในรอบปีของจนี

ชายดา้ นล่างสชี มพู จะฉลคุ าวา่ 平安 ผงิ อนั แปลวา่ สงบสขุ

เทยี นเถา่ จ้ี ชาวจนี แตจ้ วิ๋ และฮกเกย้ี นถอื วา่ เป็นเงนิ ตราสวรรค์
ทมี่ มี ลู คา่ สงู ทส่ี ดุ ใชไ้ ดเ้ ฉพาะกบั เทพชนั้ สงู เท่านนั้ เชน่ เงก็ เซียนฮ่องเต้
เทพเจา้ กวนอู เจา้ แม่ทบั ทิม ส่วนเทพระดบั กลาง เชน่ ปนุ เถ้ากง (บว้ น
เถา่ กง) จะใชไ้ ดเ้ พยี งหงงึ่ เตยี๋ เทา่ นนั้

3.ตวั ่ กิม (太金) เป็นกระดาษทอง มมี ูลคา่ เหมอื นเงนิ ทใ่ี ชไ้ หวต้ งั้ แต่
เทพเจา้ ชนั้ สงู สดุ ไปจนถงึ การไหวบ้ รรพบรุ ษุ เปรยี บเสมอื นกระดาษทอง
ท่เี ป็นส่อื กลางของทวั ่ ทงั้ ภพภูมิ เชน่ เดยี วกบั หงง่ึ เตยี๋ สว่ นเร่อื งการพบั
ขน้ึ อยู่กบั ศลิ ปะและภูมปิ ญั ญาของแต่ละพ้นื ที่ ซง่ึ ในบางความเช่อื มกั จะ
กาหนดว่า การพบั รูปแบบใดจะมคี า่ สงู สุด แต่ในความเป็นจรงิ นนั้ ไม่มี
ผใู้ ดเคยลว่ งรแู้ ลว้ นากลบั มาบอกวา่ สงิ่ ใดมคี า่ สงู สดุ สง่ิ ใดมคี า่ น้อยสดุ

โดยมากมกั จะรอ้ ยเป็นพวง เรยี กว่า วงจกั ร หรือ คอซี หาก
นาไปใส่ในกระทง จะเรียกว่า อวงป้ อ 黃寶 เม่ือถึงเทศกาลไหว้
พระจันทร์ก็จะนาตวั ่ กมิ มาพับ ประดบั โต๊ะไหว้เจ้าเป็นม่าน เรียกว่า
อวงมง้ึ (มา่ นกระดาษทอง) และดดั แปลงเป็นกมิ กอ่ ง (โคมกระดาษทอง)

4.อ่วงป้ อ (黃寶) หรอื หวงเป่า หรอื กระทงกระดาษทอง เป็นการ
พบั ตวั ่ กมิ เป็นรูปแบบต่างๆแล้วนามาใส่ในกระทง ใชไ้ หวต้ งั้ แต่เทพเจ้า
ชนั้ สงู สดุ ถงึ ระดบั ล่างสดุ หา้ มใชก้ บั ภตู ผวี ญิ ญาณ บรรพบรุ ษุ

5.กระดาษกยุ นัง้ (貴人紙) หรือ กุ่ยเหรนิ จ่อื เป็นกระดาษใชข้ อผู้
อุปถมั ภ์ ขอใหม้ ผี คู้ อยชว่ ยเหลอื ใชก้ บั เทพเจา้ เท่านนั้

ภาคท่ี 3: ประเพณีสาคญั ในรอบปีของจนี 239

6.จี๊ (極) เป็นกระดาษฉลุลายสแี ดง ฉาบหน้าดว้ ยสที อง โดยจะฉลุลาย
เป็นตัวอักษรมงคล เพ่ือเป็นการขอพรต่อเทพเจ้า ซ่ึงมที งั้ 保佑極
เป๋ ายิ้วจี๊ ขอผูป้ กป้องคุม้ ครอง / 求财極 ข่ิวไช้จี๊ ขอโชคลาภ / 貴
人極 กยุ เหรินจ๊ี ขอผอู้ ุปถมั ภ์ ใชไ้ หวก้ บั เทพเจา้ เทา่ นนั้

7.กิมหงึ่งเต้า (金銀鬥) หรอื จนิ หยนิ เตา้ หรอื ถงั เงนิ ถงั ทอง กระดาษ
ท่ีทาเป็นรูปถงั คู่ โดยเป็นถงั เงนิ 1 ใบ และ ถงั ทอง 1 ใบ ภายในพบั ตวั ่
กมิ ใส่ไว้ เปรยี บเสมอื นการมเี งนิ ทองเป็นถงั ใชไ้ หวเ้ ฉพาะกบั เทพเจ้า
เท่านนั้

8.อวงแซจี (往生錢) หรอื หวงั เซงิ เฉียน เป็นเงนิ กระดาษท่ีเป็น
ค่าใชจ้ ่ายในการเดนิ ทางไปกลบั จากโลกมนุษย์สู่ปรโลก ตวั กระดาษจะ
เป็นสเี หลอื ง (หรอื 5 ส)ี ภายในจะพมิ พ์บทสวดทีช่ ว่ ยส่งให้ดวงวญิ ญาณ
ไปสสู่ ขุ คตภิ มู ิ ใชเ้ ฉพาะภตู ผวี ญิ ญาณ บรรพบรุ ษุ และสมั พเวสเี ท่านนั้

9.โกวอีพิมพ์ (經衣) หรอื จิงยี เป็นเหมอื น แคตตาลอ็ กของใชใ้ ห้กบั
บรรพบรุ ษุ ซงึ่ เรยี กไดว้ า่ เป็นกระดาษทพี่ ิมพ์ของกงเต๊กลงไปในนนั้ เป็น
รนุ่ แรกๆ เพราะยงั ไมค่ อ่ ยมกี ารทาออกมาเป็นรปู แบบตา่ งๆเหมอื นจรงิ ใน
ปจั จุบนั ในอดตี จึงเป็นการเขยี นรปู ขน้ึ เพ่ือแสดงความกตญั ญูต่อบรรพ
บรุ ษุ โกวอพี มิ พ์ใชเ้ ฉพาะภตู ผวี ญิ ญาณ บรรพบรุ ษุ และสมั พเวสเี ทา่ นนั้

10.กิมหง่ึงจวั ๊ (金 銀 紙) หรอื จนิ หยินจ่อื เรยี กสนั้ ๆว่า กมิ จวั ๊ 金
紙 หรอื หยินจ่อื เป็นเสมอื นธนบตั รทมี่ มี ลู ค่าย่อยกวา่ ตวั ่ กมิ และหงงึ่
เตยี๋ ใชเ้ ฉพาะภตู ผวี ญิ ญาณ บรรพบรุ ษุ และสมั พเวสเี ทา่ นนั้


Click to View FlipBook Version