แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ลงชื่อ……………………………….ผู้สังเกต (………….………..…….........…………….……) วันที่………..เดือน.….....………พ.ศ………..... ล า ดับ ที่ ชื่อ-สกุล พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น การตอบ ค าถาม การรับฟัง ความคิดเห็น ท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗
เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ = ดีมาก ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง = ดี ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง = พอใช้ ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง = ปรับปรุง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ร้อยละ ๘๐ - ๑๐๐ % หรือ ๑๖ คะแนน ขึ้นไป ระดับคุณภาพ ดีมาก ร้อยละ ๗๐ - ๗๙ % หรือ ๑๔ คะแนน ขึ้นไป ระดับคุณภาพ ดี ร้อยละ ๖๐ - ๖๙ % หรือ ๑๒ คะแนน ขึ้นไป ระดับคุณภาพ พอใช้ ร้อยละ ๕๐ - ๕๙ % หรือ ๑๐ คะแนน ขึ้นไป ระดับคุณภาพ ปรับปรุง ร้อยละ ๐ - ๔๙ % หรือ ๐ คะแนน ขึ้นไป ระดับคุณภาพ ไม่ดี
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๓ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ การอ่าน เรื่อง การอ่านและปฏิบัติตามเอกสารคู่มือ เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง วันที่สอน วันอังคาร ที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๐๘.๓๐-๐๙.๒๐น. ชั้น ม.๑/๕ วันอังคาร ที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๑.๕๐-๑๒.๔๐น. ชั้น ม.๑/๙ วันพุธ ที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๒.๔๐-๑๓.๓๐น. ชั้น ม.๑/๗ ครูผู้สอน นางสาวมธุกร ศรีชนะ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อน าไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการด าเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ๑.๒ ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม. ๑/๗ ปฏิบัติตามคู่มือแนะน าวิธีการใช้งานของเครื่องมือหรือเครื่องใช้ในระดับ ที่ยากขึ้น ท ๑.๑ ม. ๑/๙ มีมารยาทในการอ่าน ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนอธิบายการอ่านและปฏิบัติตามเอกสารคู่มือได้ถูกต้อง (K) ๒.๒ นักเรียนอ่านและปฏิบัติตามเอกสารคู่มือได้ถูกต้อง (P) ๒.๓ นักเรียนตั้งใจเรียนและให้ความร่วมมือในการท ากิจกรรม (A) ๓. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓.๑ มีวินัย ๓.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๓.๓ มุ่งมั่นในการท างาน ๔. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการคิด ๔.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา
๕. สาระส าคัญ เอกสารคู่มือ คือ เอกสารที่ท าขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการน าความรู้ความเข้าใจวิชาการเป็น วัสดุการอ่านที่นักเรียนจะได้พบในชีวิตประจ าวันการใช้งานเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ มักมี เอกสารคู่มือประกอบเพื่อให้ผู้อ่านปฏิบัติตาม การศึกษาข้อมูลการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ หรือการปฏิบัติกิจกรรมหรืองานใด ๆ ก่อนลงมือ ปฏิบัติจริง จะท าให้การด าเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ดังนั้น ผู้ใช้ต้องศึกษา คู่มือประกอบให้เข้าใจ ๖. สาระการเรียนรู้ การอ่านและปฏิบัติตามเอกสารคู่มือ ๗. ชิ้นงานหรือภาระงาน นักเรียนท าใบงาน การอ่านและปฏิบัติตามเอกสารคู่มือ ๘. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ๘.๑ ขั้นน า ๘.๑.๑ นักเรียนหาสิ่งของรอบตัวที่มีเนื้อหาให้ปฏิบัติตาม โดยครูให้เวลาหาสิ่งของ ๒ นาที จากนั้นเปิดกล้องแสดงสิ่งของที่น ามา ๘.๑.๒ นักเรียนบอกสิ่งของที่น ามาว่าคืออะไร และมีวิธีปฏิบัติตามอย่างไร โดยครูสุ่ม ตัวแทนนักเรียน ๒ คน ๘.๑.๓ นักเรียนและครูสรุปการท ากิจกรรมและเชื่อมโยงเข้าสู่เนื้อหาการเรียน ๘.๒ ขั้นสอน ๘.๒.๑ นักเรียนทบทวนความรู้เรื่อง การอ่านและปฏิบัติตามเอกสารคู่มือ Power Point และใบความรู้ประกอบ ๘.๒.๒ นักเรียนฟังครูอธิบายเพิ่มเติม ในเนื้อหาการอ่านและปฏิบัติตามเอกสารคู่มือ ๘.๒.๓ นักเรียนท าใบงานเรื่อง การอ่านและปฏิบัติตามเอกสารคู่มือ โดยให้นักเรียน ท าใบงานให้เสร็จเรียบร้อย หากนักเรียนคนใดท าไม่เรียบร้อย ให้ท าเป็นการบ้านและส่งทางไลน์กลุ่ม วิชาต่อไป ๘.๓ ขั้นสรุป ๘.๓.๑ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปการอ่านและปฏิบัติตามเอกสารคู่มือ ๙. การจัดกิจกรรมเชิงบวก ๙.๑ นักเรียนได้รับค าชื่นชมจากครู ที่ให้ความร่วมมือในการเรียนและการท ากิจกรรม
๑๐. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๑๐.๑ ประเภทสื่อ - ใบความรู้เรื่อง การอ่านและปฏิบัติตามเอกสารคู่มือ - Power Point การอ่านและปฏิบัติตามเอกสารคู่มือ ๑๑. การวัดและการประเมินผล พฤติกรรม การแสดงออก วิธีการวัด เครื่องมือในการวัด เกณฑ์การวัดและ ประเมินผล ๑. นักเรียนอธิบาย การอ่านและปฏิบัติ ตามเอกสารคู่มือได้ ถูกต้อง (K) การถาม - ตอบ ค าถามในชั้นเรียน นักเรียนอธิบาย การอ่านและปฏิบัติ ตามเอกสารได้ถูกต้อง ถูกต้องร้อยละ ๘๐ ๒. นักเรียนอ่านและ ปฏิบัติตามเอกสาร คู่มือได้ถูกต้อง (P) ท าใบงานการอ่านและ ปฏิบัติตามเอกสาร คู่มือ ใบงานเรื่อง การอ่าน และปฏิบัติตาม เอกสารคู่มือ นักเรียนอ่านและ ปฏิบัติตามเอกสาร คู่มือได้ถูกต้องร้อยละ ๘๐ ๓. นักเรียนตั้งใจเรียน และให้ความร่วมมือใน การท ากิจกรรม (A) สังเกตพฤติกรรมในชั้น เรียน แบบประเมิน การสังเกตพฤติกรรม รายบุคคล นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมินร้อยละ ๘๐
ใบความรู้ เรื่อง การอ่านและปฏิบัติตามเอกสารคู่มือ การปฏิบัติตามคู่มือ การศึกษาข้อมูลการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ หรือการปฏิบัติกิจกรรมหรืองานใด ๆ ก่อนลงมือ ปฏิบัติจริง จะท าให้การด าเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ดังนั้น ผู้ใช้ต้องศึกษา คู่มือประกอบให้เข้าใจ โดยมีแนวทางในการอ่านและปฏิบัติตามเอกสารคู่มือ ดังนี้ ๑. ศึกษาหัวข้อและรายละเอียดจากเอกสารคู่มือให้เข้าใจ ๒. จดจ าค าศัพท์ส าคัญในเอกสาร ภาพสัญลักษณ์ต่าง ๆ วิธีการใช้งานหรือข้อควรปฏิบัติและ ข้อควรระวัง หรือค าเตือนเพื่อให้เกิดความเข้าใจเบื้องต้น สิ่งส าคัญคือ หากเกิดปัญหาการใช้งานกับ อุปกรณ์ต่าง ๆ ผู้ศึกษาควรทราบว่าจะสามารถกลับไปอ่านทบทวนความรู้ได้จากหัวข้อใดเพื่อให้เกิด ความสะดวกรวดเร็ว ๓. พิจารณาอุปกรณ์ที่เลือกใช้ควบคู่กับการอ่านเอกสารคู่มือ เพื่อให้เกิดความเข้าใจชัดเจน ยิ่งขึ้น ๔. ทดลองใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ตามขั้นตอนการใช้งานเพื่อให้เกิดความคุ้นเคยและความช านาญ ๕. หลังจากทดลองใช้งานจนเกิดความช านาญ ควรเก็บเอกสารคู่มือให้เรียบร้อยเพื่อให้ สามารถน ามาอ่านได้อย่างสะดวก ข้อควรค านึงในการอ่านและปฏิบัติตามเอกสารคู่มือ การใช้งานอุปกรณ์ส่วนใหญ่พบว่าผู้ใช้งานไม่ได้ปฏิบัติตามเอกสารคู่มือ ท าให้เกิด ความเสียหายได้ง่าย และอาจเป็นอันตรายแก่ผู้ใช้งาน ดังนั้น จึงมีข้อที่ควรค านึงในการอ่าน และ ปฏิบัติตามเอกสารคู่มือ ดังนี้ ๑. อ่านหัวข้อต่าง ๆ ให้เข้าใจอย่างชัดเจน ไม่ควรเลือกอ่านเฉพาะหัวข้อที่ตนสนใจ เนื่องจาก อาจได้รับความรู้ไม่ครอบคลุมและน าไปปฏิบัติผิดพลาดได้ ๒. ไม่ควรอ่านเนื้อหาข้ามตอน โดยเฉพาะวิธีการใช้งาน เนื่องจากผู้อ่านบางคนคิดว่าตนมี ความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นอย่างดี บางครั้งอ่านข้ามเนื้อหาบางส่วนไปท าให้ ได้ความรู้ไม่สมบูรณ์ ๓. เมื่อพบปัญหาที่เกิดขึ้นกับอุปกรณ์หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ควรปฏิบัติตามเอกสารคู่มือ และ หากไม่สามารถแก้ไขได้ควรติดต่อผู้รับผิดชอบที่เป็นเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีความรู้
ความช านาญ ไม่ควรแก้ไขเองโดยขาดความรู้ความเข้าใจอย่างชัดเจน เนื่องจากอาจท าให้เกิด ความเสียหายมากขึ้น
ใบงาน เรื่อง การอ่านและปฏิบัติตามเอกสารคู่มือ ค าชี้แจง ให้นักเรียนศึกษาคู่มือการใช้อุปกรณ์หรือสิ่งของต่าง ๆ ที่นักเรียนสนใจพร้อม ภาพประกอบและตอบค าถามต่อไปนี้ ๑. ชื่ออุปกรณ์หรือสิ่งของ ............................................................................................................................................................ ๒. ข้อปฏิบัติในคู่มือที่ศึกษา .............................................................................................................................................................. ๓. ประโยชน์ของการศึกษาคู่มือ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๔. ผลเสียของการไม่ศึกษาคู่มือ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................
แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ลงชื่อ……………………………….ผู้สังเกต (………….………..…….........…………….……) วันที่………..เดือน.….....………พ.ศ………..... ล า ดับ ที่ ชื่อ-สกุล พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น การตอบ ค าถาม การรับฟัง ความคิดเห็น ท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗
เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ = ดีมาก ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง = ดี ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง = พอใช้ ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง = ปรับปรุง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ร้อยละ ๘๐ - ๑๐๐ % หรือ ๑๖ คะแนน ขึ้นไป ระดับคุณภาพ ดีมาก ร้อยละ ๗๐ - ๗๙ % หรือ ๑๔ คะแนน ขึ้นไป ระดับคุณภาพ ดี ร้อยละ ๖๐ - ๖๙ % หรือ ๑๒ คะแนน ขึ้นไป ระดับคุณภาพ พอใช้ ร้อยละ ๕๐ - ๕๙ % หรือ ๑๐ คะแนน ขึ้นไป ระดับคุณภาพ ปรับปรุง ร้อยละ ๐ - ๔๙ % หรือ ๐ คะแนน ขึ้นไป ระดับคุณภาพ ไม่ดี
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๔ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ การเขียนสื่อสาร เรื่อง การเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง วันที่สอน วันพุธ ที่ ๒๒ พฤศศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๑.๕๐-๑๒.๔๐น. ชั้น ม.๑/๕ วันพฤหัสบดี ที่ ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๑๐-๑๑.๐๐น. ชั้น ม.๑/๓ วันศุกร์ ที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๐๘.๓๐-๐๙.๒๐น. ชั้น ม.๑/๑๑ ครูผู้สอน นางสาวมธุกร ศรีชนะ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และ เขียนเรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี ประสิทธิภาพ ๑.๒ ตัวชี้วัด ท ๒.๑ ม. ๑/๒ เขียนสื่อสารโดยใช้ถ้อยค าถูกต้องชัดเจน เหมาะสม และสละสลวย ท ๒.๑ ม. ๑/๙ มีมารยาทในการเขียน ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนบอกหลักการเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ถูกต้อง (K) ๒.๒ นักเรียนเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ถูกต้อง (P) ๒.๓ นักเรียนตั้งใจเรียนและให้ความร่วมมือในการท ากิจกรรม (A) ๓. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓.๑ มีวินัย ๓.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๓.๓ มุ่งมั่นในการท างาน ๔. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการคิด ๔.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา
๕. สาระส าคัญ การเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง กระบวนการการสื่อสารที่ถ่ายทอดสารจากผู้ส่งสาร ไปยังผู้รับสาร โดยผ่านสื่อประเภทต่าง ๆ ในการอยู่ร่วมกันของสังคมย่อมมีการสื่อสารเพื่อสร้าง ความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างสมาชิกภายในกลุ่มการสื่อสารจึงเป็นกลไกส าคัญที่ท าให้มนุษย์ด าเนิน กิจกรรมต่าง ๆ ในสังคมได้อย่างราบรื่นและสัมฤทธิ์ผล การสื่อสารจึงเป็นเรื่องส าคัญหากมีการสื่อสาร ผิดพลาดใช้ภาษาผิดระดับใช้ข้อความพาดพิงถึงผู้อื่นโดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ย่อมก่อให้เกิด ความเสียหายต่อผู้ส่งสารได้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสื่อสารผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่ข้อมูลต่าง ๆ จะ เผยแพร่ถึงกันได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ๖. สาระการเรียนรู้ การเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ๗. ชิ้นงานหรือภาระงาน กิจกรรม “เขียนสร้างสรรค์กับสื่อสังคมออนไลน์” ๘. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ๘.๑ ขั้นน า ๘.๑.๑ นักเรียนร่วมกันชมตัวอย่างการเขียนบนสื่อออนไลน์ที่ดีและที่ไม่สมบูรณ์ จากนั้นนักเรียนและครูร่วมกันแสดงความคิดเห็นจากตัวอย่างที่ครูน ามา การเขียนใดที่มีเนื้อหาที่ เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ๘.๑.๒ นักเรียนและครูสรุปการท ากิจกรรมและเชื่อมโยงเข้าสู่เนื้อหาการเรียน ๘.๒ ขั้นสอน ๘.๒.๑ นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่อง การเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้Power Point ประกอบการอธิบาย ๘.๒.๒ นักเรียนสรุปเนื้อหาการเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ลงสมุดให้เรียบร้อย และ น าส่งท้ายคาบ ๘.๒.๓ นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๓ คน จากนั้นท ากิจกรรม “เขียนสร้างสรรค์กับสื่อ สังคมออนไลน์” โดยครูมีภาพให้นักเรียนเลือก ๓ ภาพ คือ การจราจรติดขัด, ท้องนาชนบท, การแต่งกายของวัยรุ่น จากนั้นช่วยกันระดมความคิดเขียนสร้างสรรค์เกี่ยวกับภาพที่เลือก ในกลุ่ม Facebook กลุ่มปิดวิชาภาษาไทย ๘.๒.๔ นักเรียนแต่ละกลุ่มฟังค าแนะน าและอธิบายเพิ่มเติม
๘.๓ ขั้นสรุป ๘.๓.๑ นักเรียนและครูร่วมกันสรุป การเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ๙. การจัดกิจกรรมเชิงบวก ๙.๑ นักเรียนได้รับค าชื่นชมจากครู ที่ให้ความร่วมมือในการเรียนและการท ากิจกรรม ๑๐. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๑๐.๑ ประเภทสื่อ - Power Point การเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ - Power Point สื่อสังคมออนไลน์ ๑๑. การวัดและการประเมินผล พฤติกรรม การแสดงออก วิธีการวัด เครื่องมือในการวัด เกณฑ์การวัดและ ประเมินผล ๑. นักเรียนบอก หลักการเขียนบนสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ได้ ถูกต้อง (K) การถาม - ตอบ ค าถามในชั้นเรียน นักเรียนบอก หลักการเขียนบนสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ได้ถูก ถูกต้องร้อยละ ๘๐ ๒. นักเรียนเขียนบน สื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ ถูกต้อง (P) เขียนบนสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ แบบประเมินการเขียน บนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ กิจกรรม “เขียน สร้างสรรค์กับสื่อสังคม ออนไลน์” นักเรียนเขียนบนสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ได้ ถูกต้องร้อยละ ๘๐ ๓. นักเรียนตั้งใจเรียน และให้ความร่วมมือใน การท ากิจกรรม (A) สังเกตพฤติกรรมในชั้น เรียน แบบประเมิน การสังเกตพฤติกรรม รายบุคคล นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมินร้อยละ ๘๐
แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ลงชื่อ……………………………….ผู้สังเกต (………….………..…….........…………….……) วันที่………..เดือน.….....………พ.ศ………..... ล า ดับ ที่ ชื่อ-สกุล พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น การตอบ ค าถาม การรับฟัง ความคิดเห็น ท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗
เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ = ดีมาก ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง = ดี ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง = พอใช้ ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง = ปรับปรุง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ร้อยละ ๘๐ - ๑๐๐ % หรือ ๑๖ คะแนน ขึ้นไป ระดับคุณภาพ ดีมาก ร้อยละ ๗๐ - ๗๙ % หรือ ๑๔ คะแนน ขึ้นไป ระดับคุณภาพ ดี ร้อยละ ๖๐ - ๖๙ % หรือ ๑๒ คะแนน ขึ้นไป ระดับคุณภาพ พอใช้ ร้อยละ ๕๐ - ๕๙ % หรือ ๑๐ คะแนน ขึ้นไป ระดับคุณภาพ ปรับปรุง ร้อยละ ๐ - ๔๙ % หรือ ๐ คะแนน ขึ้นไป ระดับคุณภาพ ไม่ดี
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๕ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ การเขียนสื่อสาร เรื่อง การอ่านจับใจความส าคัญ เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง วันที่สอน วันศุกร์ ที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๑.๕๐-๑๒.๔๐น. ชั้น ม.๑/๕ วันศุกร์ ที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๒.๔๐-๑๓.๓๐น. ชั้น ม.๑/๓ วันจันทร์ ที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๒.๔๐-๑๓.๓๐น. ชั้น ม.๑/๑๑ ครูผู้สอน นางสาวมธุกร ศรีชนะ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และ เขียนเรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี ประสิทธิภาพ ๑.๒ ตัวชี้วัด ท ๒.๑ ม.๑/๒ เขียนสื่อสารโดยใช้ถ้อยค าถูกต้องชัดเจน เหมาะสม และสละสลวย ท ๒.๑ ม.๑/๙ มีมารยาทในการเขียน ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนอธิบายการเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ถูกต้อง (K) ๒.๒ นักเรียนเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์จากเรื่องที่ก าหนดได้ถูกต้อง (P) ๒.๓ นักเรียนตั้งใจเรียนและให้ความร่วมมือในการท ากิจกรรม (A) ๓. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓.๑ มีวินัย ๓.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๓.๓ มุ่งมั่นในการท างาน ๔. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการคิด ๔.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา
๕. สาระส าคัญ การเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง กระบวนการการสื่อสารที่ถ่ายทอดสารจากผู้ส่งสาร ไปยังผู้รับสาร โดยผ่านสื่อประเภทต่าง ๆ ในการอยู่ร่วมกันของสังคมย่อมมีการสื่อสารเพื่อสร้าง ความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างสมาชิกภายในกลุ่มการสื่อสารจึงเป็นกลไกส าคัญที่ท าให้มนุษย์ด าเนิน กิจกรรมต่าง ๆ ในสังคมได้อย่างราบรื่นและสัมฤทธิ์ผล การสื่อสารจึงเป็นเรื่องส าคัญหากมีการสื่อสาร ผิดพลาดใช้ภาษาผิดระดับใช้ข้อความพาดพิงถึงผู้อื่นโดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ย่อมก่อให้เกิด ความเสียหายต่อผู้ส่งสารได้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสื่อสารผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่ข้อมูลต่าง ๆ จะ เผยแพร่ถึงกันได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ๖. สาระการเรียนรู้ การเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ๗. ชิ้นงานหรือภาระงาน เขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์เรื่อง “การเรียนออนไลน์ของฉัน” ๘. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ๘.๑ ขั้นน า ๘.๑.๑ นักเรียนท ากิจกรรม “๓ ค า บ่งบอกฉัน” โดยนักเรียนแต่ละคนพิมพ์ค า ๓ ค า ที่สื่อถึงตัวเองมากที่สุด โดยพิมพ์ลงในกล่องข้อความในโปรแกรม Meet ๘.๑.๒ นักเรียนและครูร่วมกันสนทนากิจกรรมเมื่อสักครู่และเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน ๘.๒ ขั้นสอน ๘.๒.๑ นักเรียนทบทวนความรู้เรื่อง การเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ใช้ Power Point และใบความรู้ประกอบการทบทวน โดยครูเป็นผู้ถามค าถามและนักเรียนช่วยกันตอบค าถาม ๘.๒.๒ นักเรียนฟังครูอธิบายเพิ่มเติม ในเนื้อหาการเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ๘.๒.๓ นักเรียนแต่ละคนเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง “การเรียนออนไลน์ของ ฉัน” ในอีเมล โดยมีครูคอยให้ค าแนะน า เมื่อเสร็จเรียบร้อยให้นักเรียนส่งงานในอีเมลของครู ๘.๓ ขั้นสรุป ๘.๓.๑ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปการเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ๙. การจัดกิจกรรมเชิงบวก ๙.๑ ครูกล่าวค าชมเชยนักเรียนแต่ละคน
๑๐. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๑๐.๑ ประเภทสื่อ - ใบความรู้เรื่อง การเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ - Power Point การเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ๑๑. การวัดและการประเมินผล พฤติกรรม การแสดงออก วิธีการวัด เครื่องมือในการวัด เกณฑ์การวัดและ ประเมินผล ๑. นักเรียนอธิบาย การเขียนบนสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ได้ ถูกต้อง (K) การถาม - ตอบ ค าถามในชั้นเรียน นักเรียนอธิบาย การเขียนบนสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ ได้ ถูกต้องร้อยละ ๘๐ ๒. นักเรียนเขียนบน สื่ออิเล็กทรอนิกส์จาก เรื่องที่ก าหนดได้ ถูกต้อง (P) เขียนบนสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง “การเรียนออนไลน์ ของฉัน” แบบประเมิน การเขียนบนสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมินร้อยละ ๘๐ ๓. นักเรียนตั้งใจเรียน และให้ความร่วมมือใน การท ากิจกรรม (A) สังเกตพฤติกรรมในชั้น เรียน แบบประเมิน การสังเกตพฤติกรรม รายบุคคล นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมินร้อยละ ๘๐
ใบความรู้ เรื่อง การเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ การเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ การเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง กระบวนการการสื่อสารที่ถ่ายทอดสารจากผู้ส่งสาร ไปยังผู้รับสาร โดยผ่านสื่อประเภทต่าง ๆ ในการอยู่ร่วมกันของสังคมย่อมมีการสื่อสารเพื่อสร้าง ความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างสมาชิกภายในกลุ่มการสื่อสารจึงเป็นกลไกส าคัญที่ท าให้มนุษย์ด าเนิน กิจกรรมต่าง ๆ ในสังคมได้อย่างราบรื่นและสัมฤทธิ์ผล การสื่อสารจึงเป็นเรื่องส าคัญหากมีการสื่อสาร ผิดพลาดใช้ภาษาผิดระดับใช้ข้อความพาดพิงถึงผู้อื่นโดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ย่อมก่อให้เกิด ความเสียหายต่อผู้ส่งสารได้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสื่อสารผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่ข้อมูลต่าง ๆ จะ เผยแพร่ถึงกันได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว แนวทางการเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ๑. ใช้ค าให้เหมาะสม ควรเลือกใช้ภาษาเขียนที่สื่อความหมายได้อย่างชัดเจน ๒. ใช้ภาษาเขียนให้เหมาะสมกับกาลเทศะ และระดับของผู้รับสาร ๓. ผู้เขียนควรเลือกใช้ถ้อยค าที่สุภาพหลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยค าหรือข้อความที่มีความหมายถึง แฝงหรือมี นัยท าให้ตีความในแง่ลบ ๔. ไม่ควรใช้ภาษาพูดในการเขียนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องสื่อสารกับบุคคลทั่วไปไม่ เฉพาะเจาะจง ซึ่งไม่ทราบแน่ชัดว่าผู้อ่านเป็นใครควรใช้เป็นภาษาเขียนให้ถูกต้อง เช่น ยังไง ควรใช้ อย่างไร เยอะแยะ ควรใช้ มากมาย นิดหน่อย ควรใช้ เล็กน้อย
ตัวอย่าง มารยาทการเขียนสื่อสารบนสื่อต่าง ๆ ๑. จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีเมล (e-mail)คือ วิธีการติดต่อสื่อสารด้วยตัวหนังสือผ่าน ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์แทนการส่งจดหมายแบบกระดาษ รูปแบบและเนื้อหาของข้อความที่ สื่อสารจึงมีทั้งความเป็นส่วนตัว ผู้ที่เขียนจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ต้องมีอีเมลแอดเดรส แนวทางการเขียน ๑. ผู้เขียนจะต้องพิมพ์อีเมลแอดเดรสของผู้ที่เราจะส่งไปถึง ๒. พิมพ์ข้อความที่เป็นหัวเรื่องในช่อง Subject ไม่ควรส่งอีเมลที่ไม่มีชื่อเรื่อง ๓. พิมพ์ข้อความเสร็จแล้วสามารถส่งได้ทันทีโดยคลิกที่ปุ่ม send แนวทางการใช้ภาษาเพื่อการเขียนจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ๑. เริ่มต้นด้วยการทักทาย ๒. หากเป็นการเขียนอีเมลถึงผู้รับในครั้งแรก ควรแนะน าว่าตนเองเป็นใคร ๓. เขียนเนื้อหาให้ตรงประเด็น ๔. สรุปในตอนท้าย และไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณ ๒. เฟชบุ๊ก (facebook) เป็นการบริการเครือข่ายสังคมและเว็บไซต์ โดยเฟซบุ๊กอนุญาตให้ บุคคลทั่วไปสมัครเข้าลงทะเบียนโดยต้องมีอายุมากกว่า ๑๓ ปีขึ้นไป แนวทางการใช้งานเฟซบุ๊ก ๑. เข้าไปที่ www.facebook.com ๒. เมื่อกดปุ่มแล้วมีหน้าจอให้ใส่รหัส ให้ใส่ตัวอักษรและกดปุ่ม Log in แนวทางการใช้ภาษาเขียนข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ๑. หากเป็นเรื่องส่วนตัวควรใช้วิธีส่งข้อความทางช่องสนทนา (Chat) ๒. คิดให้รอบคอบทุกครั้งว่าสิ่งที่เขียน จะไม่ท าให้ผู้อื่นเข้าใจไปในทางที่ผิด ๓. การส่งข้อความด้วยภาษาเขียน ควรเลือกใช้ค าที่แปลความหมายได้อย่าง ตรงไปตรงมา ๔. หลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์แต่เฉพาะในด้านลบ ๕. หลีกเลี่ยงการส่งต่อจดหมายลูกโซ่
๓. ทวิตเตอร์ (twitter) เป็นการบริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ประเภทไมโครบล็อก ก่อตั้ง ขึ้นโดย แจ็กคอร์ซีย์, บิชสโตนและ อีวาน วิลเลียมส์ แนวทางการใช้งานทวิตเตอร์ ๑. เข้าไปที่เว็บ http://www.twitter.com ๒. คลิกที่ปุ่ม Sign in แนวทางการใช้ภาษาเขียนข้อความผ่านทวิตเตอร์ ๑. ควรค านึงว่าอาจเป็นการรบกวนผู้อื่นที่ติดตามอ่านอยู่ หรือสิ่งใดก็ตามที่ไม่อยาก ให้รับรู้โดยทั่วกัน ไม่ควรเขียนหรือเผยแพร่ ๒. คิดให้รอบคอบทุกครั้งว่าสิ่งที่เขียน จะไม่ท าให้ผู้อื่นเข้าใจไปในทางที่ผิด ๓. การส่งข้อความด้วยภาษาเขียน ควรเลือกใช้ค าที่แปลความหมายได้อย่าง ตรงไปตรงมา ๔. หากเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเร่งด่วน ควรติดต่อเป็นการส่วนตัว
แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ลงชื่อ……………………………….ผู้สังเกต (………….………..…….........…………….……) วันที่………..เดือน.….....………พ.ศ………..... ล า ดับ ที่ ชื่อ-สกุล พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น การตอบ ค าถาม การรับฟัง ความคิดเห็น ท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗
เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ = ดีมาก ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง = ดี ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง = พอใช้ ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง = ปรับปรุง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ร้อยละ ๘๐ - ๑๐๐ % หรือ ๑๖ คะแนน ขึ้นไป ระดับคุณภาพ ดีมาก ร้อยละ ๗๐ - ๗๙ % หรือ ๑๔ คะแนน ขึ้นไป ระดับคุณภาพ ดี ร้อยละ ๖๐ - ๖๙ % หรือ ๑๒ คะแนน ขึ้นไป ระดับคุณภาพ พอใช้ ร้อยละ ๕๐ - ๕๙ % หรือ ๑๐ คะแนน ขึ้นไป ระดับคุณภาพ ปรับปรุง ร้อยละ ๐ - ๔๙ % หรือ ๐ คะแนน ขึ้นไป ระดับคุณภาพ ไม่ดี
แบบประเมินการเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ แบบประเมินการเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ที่ ชื่อ - สกุล ผลการประเมิน คะแนน รวม ผ่าน/ ไม่ผ่าน ๑. การ ตั้งชื่อ เรื่อง ( ๕ คะแนน) ๒. การ เปิดปิด เรื่อง( ๕ คะแนน) ๓. การ ล าดับ เรื่อง ( ๕ คะแนน) ๔. การ อ้างอิง ( ๕ คะแนน) ๕. การ ใช้ภาษา ( ๕ คะแนน) ๖. การ เขียน สะกดค า ( ๕ คะแนน) ๑. ๒. ๓. ๔. ๕. ๖. ๗. ๘. ๙. ๑๐. ๑๑. ๑๒. ๑๓. ๑๔. ๑๕. คะแนนรวม**
การแปลผลการประเมิน ให้น าคะแนนจากการประเมินมาเทียบกับเกณฑ์การประเมิน ดังนี้ เกณฑ์ของระดับคะแนน การแปลผล ร้อยละ ๘๐ – ๑๐๐ ดีเยี่ยม ร้อยละ ๗๐ – ๗๙ ดีมาก ร้อยละ ๖๐ – ๖๙ ดี ร้อยละ ๕๐ – ๕๙ พอใช้ ร้อยละ ๐ - ๔๙ ควรปรับปรุง **ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป
เกณฑ์การให้คะแนน ใช้เกณฑ์วัดความสามารถในการเขียนตามระดับคะแนน (Rubric Scores) ดังนี้(คะแนนเต็ม ๒๐ คะแนน) รายการประเมิน ระดับคะแนน ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. การตั้งชื่อ เรื่อง ตั้งชื่อเรื่องได้ครอบคลุมทุก ข้อ ดังนี้ ๑. ชื่อเรื่องสอดคล้องกับ เรื่องที่แสดงความคิดเห็น ๒. ใช้ค าน่าสนใจสื่อ ความหมายชัดเจน ๓. มีความคิดสร้างสรรค์ ตั้งชื่อเรื่อง ได้ครอบคลุม ๒ ข้อ ตั้งชื่อเรื่อง ได้ครอบคลุม ๑ ข้อ ตั้งเชื่อเรื่องไม่ ครอบคลุมแต่มี ความใกล้เคียง ตั้งชื่อไม่มี ความ ครอบคลุม ๒. การเปิดปิด เรื่อง การเปิดปิดเรื่องได้ ครอบคลุมทุกข้อ ดังนี้ ๑. เปิดประเด็นเร้าใจให้เกิด ความรู้สึกอยากอ่าน ๒. ใช้ภาษาประณีตชวน อ่าน เช่น มีค าคม ส านวน สุภาษิต เหตุการณ์ที่ เกี่ยวข้องหรือบทกลอน ที่ไพเราะ ๓. เขียนทิ้งท้าย ให้ผู้อ่านเกิดความ ประทับใจ เช่น ใช้ค าคม สุภาษิต หรือกลอน ที่ไพเราะ เขียนเปิดปิดเรื่อง ได้ครอบคลุม ๒ ข้อ เขียนเปิดปิด ได้ครอบคลุม ๑ ข้อ มีการเปิดเรื่อง หรือปิดเรื่อง เพียงอย่าง เดียว ไม่มีการเขียน เปิดเรื่องหรือ ปิดเรื่อง
รายการ ประเมิน ระดับคะแนน ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๓. การล าดับ เรื่อง เขียนเนื้อเรื่องได้ ครอบคลุมทุกข้อ ดังนี้ ๑. เนื้อเรื่องละเอียด แสดง ความคิดเห็นได้ชัดเจน ๒. การด าเนินเรื่อง ล าดับ เรื่องได้ดีและชัดเจน ๓. มีเนื้อเรื่องเกี่ยวเนื่อง สัมพันธ์กันตลอดทั้งเรื่อง ๔. มีข้อเท็จจริงมี รายละเอียดอธิบาย ประเด็นที่น าเสนอ ๕. น าเสนอแนวคิด จินตนาการอย่าง เหมาะสม และสร้างสรรค์ เขียนเนื้อเรื่องได้ ครอบคลุม ๔ ข้อ เขียนเนื้อเรื่อง ได้ครอบคลุม ๓ ข้อ เขียนเนื้อเรื่อง ได้ครอบคลุม ๒ ข้อ เขียนเนื้อเรื่อง ได้ครอบคลุม ๑ ข้อ หรือไม่เข้า ประเด็นใดเลย ๔. การอ้างอิง เขียนสรุปเรื่องได้ ครบถ้วนทุกข้อ ดังนี้ ๑. มีการอ้างอิงจาก แหล่งที่มาได้อย่างชัดเจน ๒. เขียนอ้างอิงแหล่งที่มา ได้ถูกต้องครบถ้วน ๓. มีการอ้างอิงสนับสนุน ข้อมูลที่เป็นจริง เขียนอ้างอิง ได้ครอบคลุม ๒ ข้อ เขียนอ้างอิงได้ ครอบคลุม ๑ ข้อ เขียนอ้างอิงได้ ใกล้เคียง หรือไม่ตรง ประเด็น ไม่มีการอ้างอิง ส าหรับข้อมูล ที่น ามาเขียน สนับสนุน การแสดง ความคิดเห็น
รายการ ประเมิน ระดับคะแนน ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕. การใช้ภาษา ใช้ภาษาได้ครบถ้วน ทุกข้อ ดังนี้ ๑. เลือกใช้ค าได้ถูกต้อง เหมาะสมกับเนื้อหาของ เรื่อง ๒.ใช้ภาษาไม่วกวน เยิ่นเย้อ ใช้ภาษา ได้ครอบคลุมเพียง ข้อใด ข้อหนึ่ง ใช้ภาษา ครอบคลุมเพียง เล็กน้อย ใช้ภาษาไม่ ครอบคลุม ใช้ภาษาไม่ เหมาะสมกับ เนื้อหาและใช้ ภาษาก ากวม ๖. การเขียน สะกดค า เขียนถูกต้อง ทุกค า เขียนผิดไม่เกิน ๓ ค า เขียนผิด ๗ ค าขึ้น ไป เขียนผิด ๑๐ ค าขึ้นไป เขียนผิด ๑๓ ค าขึ้นไป
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ การเขียนสื่อสาร เรื่อง การเขียนแสดงความคิดเห็นบทความ เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง วันที่สอน วันอังคาร ที่ ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๐๘.๓๐-๐๙.๒๐ ชั้น ม.๑/๕ วันอังคาร ที่ ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๑.๕๐-๑๒.๔๐ ชั้น ม.๑/๓ วันพุธ ที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๒.๔๐-๑๓.๓๐ ชั้น ม.๑/๑๑ ครูผู้สอน นางสาวมธุกร ศรีชนะ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ .มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลข่าวสารสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี ประสิทธิภาพ ๑.๒ ตัวชี้วัด ท ๒.๑ ม.๑/๖ เขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสาระจากสื่อที่ได้รับ ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนอธิบายหลักการเขียนแสดงความคิดเห็นได้อย่างถูกต้อง (K) ๒.๒ นักเรียนสามารถเขียนแสดงความคิดเห็นตามหลักการเขียนแสดงความคิดเห็นได้อย่าง ถูกต้อง (P) ๒.๓ นักเรียนมีความกระตือรือร้นและตั้งใจท ากิจกรรมในชั้นเรียน (A) ๓. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓.๑ มีวินัย ๓.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๓.๓ มุ่งมั่นในการท างาน ๔. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการคิด ๔.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา
๕. สาระส าคัญ การเขียนแสดงความคิดเห็น เป็นการเขียนที่แสดงความคิด ทัศนคติความรู้สึกของแต่ละ บุคคลที่มีเหตุผลออกมา อาจเป็นการแสดงความคิดเห็นที่ได้จากการฟังการอ่านและการสังเกต การเขียนต้องสัมพันธ์กับการคิดเพราะการคิดเป็นพื้นฐานที่น าไปสู่การเขียนแสดงความคิดเห็นที่ดี และการรู้หลักการเขียนแสดงความคิดเห็นจะน าไปสู่การเขียนแสดงความคิดเห็นที่มีประสิทธิภาพ ๖. สาระการเรียนรู้ หลักการเขียนแสดงความคิดเห็น ๗. ชิ้นงานหรือภาระงาน ๗.๑ จดบันทึกความรู้ เรื่อง การเขียนแสดงความคิดเห็นลงในสมุด ๗.๒ เขียนแสดงความคิดเห็นจากบทความให้ถูกต้องตามหลักการเขียนแสดงความคิดเห็น ๘. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ๘.๑ ขั้นน า ๘.๑.๑ ครูทักทายนักเรียนเพื่อสร้างบรรยากาศ ๘.๑.๒ นักเรียนท ากิจกรรม “ภาพน าความคิด” โดยครูแสดงภาพจ านวน ๑ ภาพ บนหน้าจอและให้นักเรียนร่วมกันสังเกต ภาพที่ ๑ ภาพแม่กอดลูก ภาพที่ ๒ ภาพลิงยิ้ม ภาพที่ ๓ ภาพสุนัขขับรถ ภาพที่ ๔ ภาพกระโดดผา ภาพที่ ๕ ภาพอาหาร นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น พร้อมโยงเข้าเนื้อหา ๘.๒ ขั้นสอน ๘.๒.๑ นักเรียนฟังครูบรรยายการเขียนแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้ Power Point เรื่อง การเขียนแสดงความคิดเห็นและใบความรู้ เรื่อง การเขียนแสดงความคิดเห็น ประกอบ การบรรยาย จากนั้นนักเรียนจดบันทึกความรู้ที่ลงในสมุด ๘.๒.๒ นักเรียนทบทวนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเขียนแสดงความคิดเห็นโดย ครูถามค าถาม ดังนี้ - องค์ประกอบของการเขียนแสดงความคิดเห็นมีอะไรบ้าง - หลักการเขียนแสดงความคิดเห็นมีอะไรบ้าง - ขั้นตอนการเขียนแสดงความคิดเห็นเป็นอย่างไร ๘.๒.๓ นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๓ - ๕ คน โดยจัดให้แต่ละกลุ่มมีนักเรียน เก่ง ปานกลาง อ่อน ฝึกเขียนแสดงความคิดเห็นตามหลักการเขียนแสดงความคิดเห็น จากบทความที่ครู น ามา
๘.๒.๔ นักเรียนน าเสนอการเขียนแสดงความคิดเห็นจากบทความ โดยครูสุ่มนักเรียน ๒ กลุ่ม ครูติชมและให้ค าแนะน านักเรียนหลังจากที่น าเสนอเรียบร้อยแล้ว ๘.๓ ขั้นสรุป ๘.๓.๑ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปหลักการเขียนแสดงความคิดเห็น โดยครูเป็น ผู้ถามค าถามน าสรุปความรู้ ๙. การจัดกิจกรรมเชิงบวก ๙.๑ ครูให้คะแนนและชมเชยนักเรียนที่เขียนแสดงความคิดเห็นได้ดีและให้ออกมาอ่านให้ เพื่อนฟัง เพื่อนตั้งใจฟัง พร้อมกับปรบมือให้ก าลังใจ ๑๐. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๑๐.๑ ประเภทสื่อ -Power Point “ภาพน าความคิด” -Power Point การเขียนแสดงความคิดเห็น - ใบความรู้ เรื่อง การเขียนแสดงความคิดเห็น - บทความเรื่อง กวดวิชา…พัฒนาเด็กไทยจริงหรือ
๑๑. การวัดและการประเมินผล พฤติกรรม การแสดงออก วิธีการวัด เครื่องมือในการวัด เกณฑ์การวัดและ ประเมินผล ๑. นักเรียนอธิบาย หลักการเขียนแสดง ความคิดเห็นได้อย่าง ถูกต้อง การถาม - ตอบ ค าถาม หลักการเขียนแสดง ความคิดเห็นมี อะไรบ้าง นักเรียนตอบค าถามได้ ถูกต้องร้อยละ ๘๐ ๒. นักเรียนสามารถ เขียนแสดงความ คิดเห็นตามหลักการ เขียนแสดงความ คิดเห็นได้อย่างถูกต้อง เขียนแสดงความ คิดเห็นบทความ แบบประเมินการเขียน แสดงความคิดเห็น บทความ นักเรียนเขียนแสดง ความคิดเห็นถูกต้อง อย่างน้อยร้อยละ ๘๐ ๓. นักเรียนมีความ กระตือรือร้นและตั้งใจ ท ากิจกรรมในชั้นเรียน (A) สังเกตพฤติกรรมในชั้น เรียน แบบประเมิน การสังเกตพฤติกรรม รายบุคคล นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมินร้อยละ ๘๐
ใบความรู้ เรื่อง การเขียนแสดงความคิดเห็น การเขียนแสดงความคิดเห็น การเขียนแสดงความคิดเห็น เป็นการเขียนที่ผู้เขียนใช้เหตุผลและหลักฐานอ้างอิงมาประกอบ เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นของตนน่าเชื่อถือ รูปแบบการเขียนแสดงความคิดเห็นอาจจะเป็น จดหมาย บทความ เรียงความ หรือการตอบข้อสอบอัตนัย องค์ประกอบของการแสดงความคิดเห็น ๑. ประเด็นส าคัญ เรื่องที่จะเขียนแสดงความคิดเห็นอาจมาจากการฟังหรือการอ่าน ซึ่ง ผู้เขียน จะต้องสรุปประเด็นส าคัญให้ได้ว่า จะเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องอะไร ตัวอย่างเช่น เมื่อผู้เขียนอ่านบทความตอนหนึ่งซึ่งมีข้อความว่า “…วัฒนธรรมควรมีการปรับปรุงอยู่เสมอ หากวัฒนธรรมใดไม่มีการปรับปรุง วัฒนธรรม นั้น ก็จะสูญสลายไปในที่สุด” ประเด็นส าคัญของข้อความนี้ คือ วัฒนธรรมควรมีการปรับปรุง ผู้เขียนจะต้องพิจารณาว่า ตนเห็นด้วยกับประเด็นนี้หรือไม่ แล้วจึงเขียนแสดงความคิดเห็น ๒. ข้อมูลสนับสนุน การเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องใดก็ตาม ผู้เขียนจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนั้น และน าข้อมูลมาประกอบการแสดงความคิดเห็นของตน เพื่อให้ผู้อ่าน เชื่อถือและคล้อยตาม ข้อมูลที่น ามาใช้ประกอบการเขียนแสดงความคิดเห็นอาจจะเป็นข้อเท็จจริงที่ ได้รับการพิสูจน์แล้ว ความเชื่อ หรือหลักการที่ยอมรับกันทั่วไป หรือสถิติจากองค์กรต่าง ๆ สิ่งส าคัญ คือ ผู้เขียนควรเลือกใช้ข้อมูลจากแหล่งความรู้ที่น่าเชื่อถือ
หลักการเขียนแสดงความคิดเห็น ๑. ควรเสนอความคิดเห็นที่สร้างสรรค์ผู้เขียนควรเสนอความคิดเห็นที่มีประโยชน์และมี คุณค่าต่อผู้อ่าน อาจจะเสนอแนวทางเลือกให้ผู้อ่านน าไปปฏิบัติ และเป็นทางเลือกที่ปฏิบัติได้จริง เช่น เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ปัญหาโจรสะพานลอยว่าควรติดไฟฟ้าบนสะพานลอยให้สว่างกว่านี้ ผู้ใช้สะพานลอยไม่ควรใส่เครื่องประดับหรือของมีค่า แต่ไม่ควรเสนอความคิดเห็นให้ใช้การข้ามถนน แทนการใช้สะพานลอย เพราะอาจเกิดอันตรายจากอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ ๒. ใช้ข้อมูลสนับสนุนอย่างถูกต้องเหมาะสม ข้อมูลต่าง ๆ ที่น ามาสนับสนุนความคิดเห็น ผู้เขียนควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าถูกต้อง น่าเชื่อถือ และมีปริมาณเพียงพอที่จะท าให้ผู้อ่านคล้อยตาม เช่น เมื่อต้องการเขียนแสดงความคิดเห็นว่ากระทรวงสาธารณสุขควรมีการตรวจสอบสารที่ปนเปื้อน ในอาหารที่จ าหน่ายในโรงเรียน ควรหาสถิติการป่วยของนักเรียนมาเป็นข้อมูลสนับสนุน หรือใช้ผล จากการสุ่มตัวอย่างอาหารแล้วน ามาตรวจ ๓. ไม่ชี้น าหรือครอบง าความคิดของผู้อ่าน ควรน าเสนอข้อมูลและความคิดเห็นของตน เพื่อให้ผู้อ่านพิจารณาตัดสินใจ ไม่ควรใช้อารมณ์ส่วนตัว หรืออคติของผู้เขียน หรือใช้ข้อมูล ขั้นตอนการเขียนแสดงความคิดเห็น ๑. สรุปประเด็นส าคัญหรือตั้งค าถามเกี่ยวกับเรื่องที่ต้องการแสดงความคิดเห็น ๒. พิจารณาว่าตนมีความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นนั้นอย่างไร ถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น ในเชิงสนับสนุน ก็ต้องเขียนให้เห็นประโยชน์หรือข้อดี แต่ถ้าต้องการแสดงความคิดเห็นในเชิงโต้แย้ง ก็ ต้องเขียนให้เห็นข้อบกพร่องหรือข้อเสีย ถ้าเรื่องที่ต้องการแสดงความคิดเห็นมีหลายประเด็น ผู้เขียน อาจสนับสนุนบางประเด็น หรือโต้แย้งบางประเด็นก็ได้ ไม่จ าเป็นต้องสนับสนุนทุกประเด็นหรือโต้แย้ง ทุกประเด็น ๓. ควรน าเสนอความคิดเห็นของตน โดยมีข้อสนับสนุนหรือเหตุผลอย่างเพียงพอ ไม่ควร เสนอความคิดที่ซ้ าซ้อนกับเรื่องที่ต้องการแสดงความคิดเห็น ควรใช้วิจารณญาณและแสดง ความคิดเห็นที่แตกต่างไปจากเดิม ๔. จัดล าดับความคิดอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง ผู้เขียนอาจสรุปความคิดรวบยอดของตน ไว้ ท้ายเรื่อง เพื่อเน้นย้ าความส าคัญและให้ผู้อ่านน าไปคิดพิจารณาต่อ
“กวดวิชาพัฒนาเด็กไทยจริงหรือ” การกวดวิชาในปัจจุบันเป็นค่านิยมของนักเรียนและผู้ปกครองเป็นจ านวนมาก หากแต่มี กระแสต่อต้านเนื่องจากผู้ใหญ่บางคนมองว่าท าให้นักเรียนไม่เห็นความส าคัญของการเรียนในชั้นเรียน นักเรียนไม่มีเวลาอยู่กับครอบครัว และพ่อแม่ผู้ปกครองต้องเสียเงินจ านวนมากให้ลูกเป็นค่าเรียนกวด วิชา นอกจากนี้ เด็กบางคนที่ไม่ได้เรียนกวดวิชาอาจรู้สึกว่าตนแตกต่างจากเพื่อน ๆ ที่ส่วนใหญ่ไป เรียน อย่างไรก็ตาม หากทบทวนสาเหตุของการกวดวิชาแต่เดิมจะพบว่า มีขึ้นเพื่อเติมความรู้ให้แก่ นักเรียนที่เรียนไม่ทันเพื่อน หรือไม่เข้าใจเนื้อหาบทเรียนบางเรื่องและอีกสาเหตุหนึ่งคือ การเรียน เสริมความรู้เพื่อสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัย ดังนั้น ผู้เขียนจึงเห็นว่า การกวดวิชาไม่ใช่สิ่งเสียหาย แต่พ่อแม่ ผู้ปกครอง รวมทั้งเด็กนักเรียนต้องหาค าตอบให้ได้เสียก่อนว่าเรียนไปท าไม และจะได้รับ ประโยชน์มากเพียงใด หากเรียนเพราะคิดว่าช่วยเติมความรู้ที่พร่องหรือเสริมความรู้เพื่อสอบเข้า มหาวิทยาลัย ก็สามารถรับฟังได้ แต่หากเรียนเพราะเห็นว่าเพื่อน ๆ เขาเรียน เราก็ต้องเรียน พ่อแม่ บางคนกลัวว่าลูกของตนจะรู้น้อยกว่าลูกของครอบครัวอื่น หรือคิดว่าให้ลูกไปเรียนกวดวิชาดีกว่าอยู่ บ้าน เล่นแต่เกม ความคิดเหล่านี้ขอให้ทบทวนให้ดีก่อนตัดสินใจ เพราะไม่เช่นนั้น ก็เท่ากับเป็นการ สูญเปล่าทางการศึกษา เสียเวลา เสียเงิน เสียโอกาสที่เด็ก ๆ จะได้อยู่กับครอบครัว และสิ่งส าคัญไม่ได้ ช่วยพัฒนาเด็กไทยให้มีความรู้แต่อย่างใด ประเด็นส าคัญที่ผู้เขียนต้องการแสดงความคิดเห็น คือ ผู้เรียนหรือพ่อแม่ผู้ปกครองต้องทราบ วัตถุประสงค์ให้ชัดเจนเสียก่อนว่าเรียนกวดวิชาเพื่ออะไร ไม่เช่นนั้นจะเป็นการสูญเปล่าทางการศึกษา และไม่ได้ช่วยพัฒนาความรู้ของเด็กไทย
ใบงาน การเขียนแสดงความคิดเห็น ค าชี้แจง ให้นักเรียนอ่านบทความเรื่อง กวดวิชา...พัฒนาเด็กไทยจริงหรือ จากนั้นเขียนแสดง ความคิดเห็นของตนเองให้เรียบร้อย ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ชื่อ-นามสกุล………………………………………………………...ชั้น……………..เลขที่…………
แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ลงชื่อ……………………………….ผู้สังเกต (………….………..…….........…………….……) วันที่………..เดือน.….....………พ.ศ………..... ล า ดับ ที่ ชื่อ-สกุล พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น การตอบ ค าถาม การรับฟัง ความคิดเห็น ท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗
เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ = ดีมาก ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง = ดี ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง = พอใช้ ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง = ปรับปรุง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ร้อยละ ๘๐ - ๑๐๐ % หรือ ๑๖ คะแนน ขึ้นไป ระดับคุณภาพ ดีมาก ร้อยละ ๗๐ - ๗๙ % หรือ ๑๔ คะแนน ขึ้นไป ระดับคุณภาพ ดี ร้อยละ ๖๐ - ๖๙ % หรือ ๑๒ คะแนน ขึ้นไป ระดับคุณภาพ พอใช้ ร้อยละ ๕๐ - ๕๙ % หรือ ๑๐ คะแนน ขึ้นไป ระดับคุณภาพ ปรับปรุง ร้อยละ ๐ - ๔๙ % หรือ ๐ คะแนน ขึ้นไป ระดับคุณภาพ ไม่ดี
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๗ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ การเขียนสื่อสาร เรื่อง การเขียนแสดงความคิดเห็นข่าว เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง วันที่สอน วันพุธ ที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๑.๐๐-๑๑.๕๐ ชั้น ม.๑/๕ วันพฤหัสบดี ที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๑.๕๐-๑๒.๔๐ ชั้น ม.๑/๙ วันศุกร์ ที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๐๘.๓๐-๐๙.๒๐ ชั้น ม.๑/๑๑ ครูผู้สอน นางสาวมธุกร ศรีชนะ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลข่าวสารสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี ประสิทธิภาพ ๑.๒ ตัวชี้วัด ท ๒.๑ ม.๑/๖ เขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสาระจากสื่อที่ได้รับ ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนบอกความหมายของการเขียนแสดงความคิดเห็นได้อย่างถูกต้อง (K) ๒.๒ นักเรียนเขียนแสดงความคิดเห็นจากข่าวได้อย่างถูกต้อง (P) ๒.๓ นักเรียนมีความกระตือรือร้นและตั้งใจในการท างาน (A) ๓. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓.๑ มีวินัย ๓.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๓.๓ มุ่งมั่นในการท างาน ๔. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการคิด ๔.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา
๕. สาระส าคัญ การเขียนแสดงความคิดเห็น เป็นการเขียนที่แสดงความคิด ทัศนคติความรู้สึกของแต่ละ บุคคลที่มีเหตุผลออกมา อาจเป็นการแสดงความคิดเห็นที่ได้จากการฟังการอ่านและการสังเกต การเขียนต้องสัมพันธ์กับการคิดเพราะการคิดเป็นพื้นฐานที่น าไปสู่การเขียนแสดงความคิดเห็นที่ดี และการรู้หลักการเขียนแสดงความคิดเห็นจะน าไปสู่การเขียนแสดงความคิดเห็นที่มีประสิทธิภาพ ๖. สาระการเรียนรู้ ๖.๑ การเขียนแสดงความคิดเห็น ๗. ชิ้นงานหรือภาระงาน ๗.๑ นักเรียนเขียนแสดงความคิดเห็นเรื่อง “ภาพจากละครสะท้อนสังคมไทย” ๘. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ๘.๑ ขั้นน า ๘.๑.๑ นักเรียนดูวิดีโอที่ครูเตรียมมาเปิดให้นักเรียนดู ซึ่งวิดีโอที่ครูน ามาเป็นวิดีโอ เกี่ยวกับการ "BULLY" ในสังคม ๘.๑.๒ นักเรียนและครูร่วมกันพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ที่ได้รับจากวิดีโอเมื่อ สักครู่ จากนั้นครูเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน ๘.๒ ขั้นสอน ๘.๒.๑ นักเรียนเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวิดีโอที่ได้ดูโดยครูสุ่มตัวแทนนักเรียนจ านวน ๒ คน จากนั้นให้นักเรียนบอกความคิดความรู้สึกของตนเองหลังจากที่ได้ดูวิดีโอ และให้นักเรียนแสดง ความคิดเห็นต่อวิดีโอ ๘.๒.๒ นักเรียนและครูสนทนาเกี่ยวกับสภาพสังคมปัจจุบัน มีการแสดงความคิดเห็น ที่หลากหลายวิธีการ ไม่ว่าจะเป็นการพูด การกระท า รวมไปถึงการเขียนแสดงความคิดเห็น ๘.๒.๓ นักเรียนฟังครูอธิบายเกี่ยวกับหลักการเขียนแสดงความคิดเห็น โดยครูเน้นให้ นักเรียนเข้าใจ ความหมายของการเขียนแสดงความคิดเห็น วิธีการเขียนแสดงความคิดเห็น ความส าคัญและประโยชน์ของการเขียนแสดงความคิดเห็น โดยใช้ Power Point หลักการเขียนแสดง ความคิดเห็นและใบความรู้เรื่องการเขียนแสดงความคิดเห็น ประกอบการอธิบายและทบทวนเนื้อหา จากชั่วโมงที่แล้ว ๘.๒.๔ นักเรียนจดบันทึกความรู้ที่ฟังครูบรรยายลงในสมุดของตนเอง ๘.๒.๕ นักเรียนเขียนแสดงความคิดเห็นรายบุคคล“ภาพจากละครสะท้อน สังคมไทย”
๘.๒.๖ นักเรียนน างานส่งครูในท้ายชั่วโมงหากนักเรียนคนใดท างานไม่เรียบร้อยใน ชั่วโมงให้ท าเป็นการบ้านและให้น าส่งครูในชั่วโมงต่อไป ๘.๓ ขั้นสรุป ๘.๓.๑ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเขียนแสดง ความคิดเห็น โดยครูตั้งค าถามเพื่อน าการสรุปความรู้ ๑. การเขียนแสดงความคิดเห็นคืออะไร ๒. ความส าคัญและประโยชน์ของการเขียนแสดงความคิดเห็นมีอะไรบ้าง จากนั้นนักเรียนตอบค าถามครูว่าการเขียนแสดงความคิดเห็นมีความส าคัญและมีประโยชน์อย่างไร บ้าง ในการด าเนินชีวิตในปัจจุบัน ๙. การจัดกิจกรรมเชิงบวก ๙.๑ ครูกล่าวชมเชยนักเรียนที่ตั้งใจท างาน ๑๐. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๑๐.๑ ประเภทสื่อ - วิดีโอการ "BULLY" ในสังคม - Power Point หลักการเขียนแสดงความคิดเห็น
๑๑. การวัดและการประเมินผล พฤติกรรม การแสดงออก วิธีการวัด เครื่องมือในการวัด เกณฑ์การวัดและ ประเมินผล ๑. นักเรียนบอก ความหมายของ การเขียนแสดง ความคิดเห็นได้อย่าง ถูกต้อง (K) การถาม - ตอบ ค าถาม การเขียนแสดงความ คิดเห็นคืออะไร นักเรียนตอบค าถามได้ ถูกต้องร้อยละ ๘๐ ๒. นักเรียนเขียนแสดง ความคิดเห็นจากข่าว ได้อย่างถูกต้อง (P) เขียนแสดงความ คิดเห็นรายบุคคล “ภาพจากละคร สะท้อนสังคมไทย” แบบประเมินการเขียน แสดงความคิดเห็น นักเรียนเขียนแสดง ความคิดเห็นถูกต้อง อย่างน้อยร้อยละ ๘๐ ๓. นักเรียนมี ความกระตือรือร้น และตั้งใจใน การท างาน (A) สังเกตพฤติกรรมในชั้น เรียน แบบประเมิน การสังเกตพฤติกรรม รายบุคคล นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมินร้อยละ ๘๐
ใบงาน เขียนแสดงความคิด“ภาพจากละครสะท้อนสังคมไทย” ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ชื่อ-นามสกุล………………………………………………...ชั้น……………..เลขที่…………
แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ลงชื่อ……………………………….ผู้สังเกต (………….………..…….........…………….……) วันที่………..เดือน.….....………พ.ศ………..... ล า ดับ ที่ ชื่อ-สกุล พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น การตอบ ค าถาม การรับฟัง ความคิดเห็น ท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗
เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ = ดีมาก ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง = ดี ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง = พอใช้ ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง = ปรับปรุง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ร้อยละ ๘๐ - ๑๐๐ % หรือ ๑๖ คะแนน ขึ้นไป ระดับคุณภาพ ดีมาก ร้อยละ ๗๐ - ๗๙ % หรือ ๑๔ คะแนน ขึ้นไป ระดับคุณภาพ ดี ร้อยละ ๖๐ - ๖๙ % หรือ ๑๒ คะแนน ขึ้นไป ระดับคุณภาพ พอใช้ ร้อยละ ๕๐ - ๕๙ % หรือ ๑๐ คะแนน ขึ้นไป ระดับคุณภาพ ปรับปรุง ร้อยละ ๐ - ๔๙ % หรือ ๐ คะแนน ขึ้นไป ระดับคุณภาพ ไม่ดี
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ การเขียนสื่อสาร เรื่อง การเขียนสร้างสรรค์ (เขียนเรื่องจากภาพ) เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง วันที่สอน วันศุกร์ ที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๑.๕๐-๑๒.๔๐น. ชั้น ม.๑/๕ วันศุกร์ ที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๒.๔๐-๑๓.๓๐น. ชั้น ม.๑/๓ วันจันทร์ ที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๒.๔๐-๑๓.๓๐น. ชั้น ม.๑/๑๑ ครูผู้สอน นางสาวมธุกร ศรีชนะ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลข่าวสารสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี ประสิทธิภาพ ๑.๒ ตัวชี้วัด ท ๒.๑ ม.๑/๖ เขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสาระจากสื่อที่ได้รับ ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนสามารถบอกค าศัพท์ที่มีความสัมพันธ์กับภาพที่ก าหนดให้ได้(K) ๒.๒ นักเรียนสามารถเขียนสร้างสรรค์โดยเขียนเรื่องจากภาพได้ถูกต้องเหมาะสม (P) ๒.๓ นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียนและท ากิจกรรม (A) ๓. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓.๑ มีวินัย ๓.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๓.๓ มุ่งมั่นในการท างาน ๔. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการคิด ๔.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา
๕. สาระส าคัญ การเขียนเชิงสร้างสรรค์ หมายถึงการเขียนที่ผู้เขียนถ่ายทอดเนื้อหาสาระ ความคิด จินตนาการ อารมณ์ ตลอดจนประสบการณ์ ผ่านงานเขียนที่มีความแปลกใหม่ทั้งทางด้านรูปแบบ และเนื้อหาโดยอาศัยศิลปะทางภาษา การใช้ส านวนโวหาร ตลอดจนเทคนิควิธีการน าเสนอในรูปแบบ ต่าง ๆ ที่ไม่ลอกเลียนแบบผู้ใด สร้างงานเขียนที่มีคุณค่า ให้ความเพลิดเพลินจรรโลงใจ ตลอดจนให้ สาระประโยชน์แก่ผู้อ่าน ๖. สาระการเรียนรู้ ๖๑ ความหมายของการเขียนสร้างสรรค์ ๖.๒ ความส าคัญของการเขียนสร้างสรรค์ ๖.๓ หลักการเขียนสร้างสรรค์จากรูปภาพที่ดี ๗. ชิ้นงานหรือภาระงาน ๗.๑ ใบงานที่ ๒.๗ เขียนเรื่องจากภาพ ๘. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๘.๑ ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน ๘.๑.๑ นักเรียนแต่ละคนสุ่มเลือกรูปภาพจากเพาเวอร์พ้อยที่ครูเปิด (รูปภาพแต่ละรูปหามา จากรูปที่ดูไม่เกี่ยวข้องกัน) โดยให้นักเรียนเล่าเรื่องราวสั้นๆ ภาพ โดยมีข้อแม้ว่าต้องแต่งเป็นเรื่องราว ให้ต่อเนื่องกับคนที่เล่าก่อนหน้านี้ ๘.๑.๒ นักเรียนฟังครูอธิบายว่า สิ่งที่นักเรียนตอบไปนั้นเป็นกระบวนการคิดและสามารถ น ามาจัดระบบ เรียบเรียง และสามารถถ่ายทอดให้ผู้อื่นเข้าใจความรู้สึกของตนเองสู่ผู้อื่นได้โดยเฉพาะ กระบวนการคิดที่น าไปสู่การเขียนสร้างสรรค์ ๘.๒ ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ ๘.๒.๑ นักเรียนท าความเข้าใจ สไลด์ power point เรื่อง การเขียนสร้างสรรค์ ซึ่งประกอบด้วย เนื้อหาของการเขียนสร้างสรรค์ ความหมายของการเขียนสร้างสรรค์ ความส าคัญของการเขียน สร้างสรรค์ หลักการเขียนสร้างสรรค์จากรูปภาพที่ดี และตัวอย่างงานเขียนสร้างสรรค์ พร้อมทั้งศึกษา ความรู้และท าความเข้าใจ โดยครูอธิบายเนื้อหาเพิ่มเติม
๘.๒.๒ นักเรียนสังเกตรูปภาพที่ครูเตรียมมา แล้วช่วยกันระบุว่าเห็นอะไรในภาพนี้โดยรูปภาพ ที่ครูเตรียมมามีดังต่อไปนี้ ที่มาภาพ : https://today.line.me/th/v2/article/nZlK31 ๘.๒.๓ ครูบันทึกสิ่งที่นักเรียนระบุรายละเอียดจากรูปภาพลงบนกระดาน ๘.๒.๔ นักเรียนอ่านออกเสียงค าศัพท์ ฝึกสังเกต ฝึกการออกเสียงของค าให้ถูกต้องและ น าไปใช้ในการสะกดค าในการเขียนสร้างสรรค์ ๘.๒.๕ นักเรียนและครูช่วยกันคิดค าศัพท์ที่สอดคล้องกับรูปภาพเพิ่มเติมจากที่นักเรียนได้ ระบุค าศัพท์จากรูปภาพไว้ โดยครูจะช่วยแนะน าการคิดค าศัพท์ในมุมมองต่างๆ ที่เป็นประสบการณ์ ใหม่ให้กับนักเรียน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการเขียนสร้างสรรค์ที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ๘.๒.๖ นักเรียนอ่านสะกดค าศัพท์ทั้งหมด เพื่อสังเกตรูปและเสียงของค าศัพท์ เมื่อสะกด ค าจะได้จดจ าค าศัพท์นั้นได้ ๘.๒.๗ นักเรียนอ่านออกเสียงและอ่านสะกดค าศัพท์ เพื่อทบทวนอีกครั้ง ๘.๒.๘ นักเรียนดูตัวอย่างการเขียนสร้างสรรค์จากรูปภาพทีละขั้นตอนจากครู โดยคุณครู จะใช้ค าศัพท์ที่นักเรียนช่วยกันคิดจากรูปภาพที่ครูน ามาข้างต้นมาเขียนสร้างสรรค์ ๘.๒.๙ นักเรียนช่วยกันตั้งชื่อรูปภาพ โดยพิจารณาจากรายละเอียดของสิ่งที่ปรากฏใน รูปภาพ และบรรยายเกี่ยวกับสิ่งที่ปรากฏในรูปภาพ โดยครูจะบันทึกการตั้งชื่อลงบนกระดาน ๘.๒.๑๐ นักเรียนและครูช่วยกันน าค าศัพท์มาเขียนสร้างสรรค์เป็นเรื่องราวที่มี ความสัมพันธ์กับภาพข้างต้น เมื่อเรียบร้อยแล้วช่วยกันดูการเขียนสร้างสรรค์จากภาพข้างต้นที่ได้ ช่วยกันเขียน โดยให้นักเรียนอ่านข้อความที่ใช้ในการเขียนเรื่องจากภาพพร้อมกันเพื่อวิเคราะห์ว่า
ข้อความที่เขียนตรงตามลักษณะของการเขียนสร้างสรรค์ที่ดีหรือไม่ เพราะเหตุใด และครูอธิบาย เพิ่มเติม ๘.๒.๑๑ นักเรียนรับใบงาน เขียนเรื่องจากภาพ จากนั้นเริ่มเขียนสร้างสรรค์จากรูปภาพที่ ได้รับมอบหมายส่งภายในชั่วโมง ๘.๓ ขั้นสรุปบทเรียน ๘.๓.๑ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้เรื่องการเขียนสร้างสรรค์ ๙. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๙.๑ ประเภทสื่อ - ใบความรู้เรื่อง การเขียนสร้างสรรค์ - ภาพที่ใช้ในการท ากิจกรรม - ใบงานที่ ๒.๗ เขียนเรื่องจากภาพ - กิจกรรมท่องเที่ยวทั่วโลก ๑๐. การวัดและการประเมินผล พฤติกรรม การแสดงออก วิธีการวัด เครื่องมือในการวัด เกณฑ์การวัดและ ประเมินผล ๑. นักเรียนสามารถ บอกค าศัพท์ที่มี ความสัมพันธ์กับภาพ ที่ก าหนดให้ได้ - นักเรียนบอกค าศัพท์ ที่มีความสัมพันธ์กับ ภาพที่ก าหนดให้ได้ -การถาม-ตอบ ในชั้นเรียน -กิจกรรมในชั้นเรียน นักเรียนมีความรู้ไม่ น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ ๒. นักเรียนสามารถ เขียนสร้างสรรค์โดย เขียนเรื่องจากภาพได้ ถูกต้องเหมาะสม นักเรียนเขียน สร้างสรรค์โดยเขียน เรื่องจากภาพได้ ถูกต้องเหมาะสม -การถาม-ตอบ ในชั้นเรียน - กิจกรรมในชั้นเรียน - ใบงาน เขียนเรื่อง จากภาพ นักเรียนมีความรู้ไม่ น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ ๓. นักเรียนมีความ กระตือรือร้นในการ เรียนและท ากิจกรรม สังเกตพฤติกรรมของ ผู้เรียนในระหว่างเรียน แบบสังเกตพฤติกรรม ระหว่างเรียน นักเรียนมีการ แสดงออกของ พฤติกรรมอยู่ในระดับ ดี (เชิงบวก)
๑๑. แบบบันทึกหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑๑.๑ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๑๑.๒ ปัญหาและอุปสรรคในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๑๑.๓ ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ลงชื่อ............................................................... (นางสาวมธุกร ศรีชนะ) วันที่ .......... เดือน ............... พ.ศ. ................