๒๘๔
วิถีชุมชน ๒) การจัดการขยะการอนุรักษ๑ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อม ๓) การจัดการภัยพิบัติและ
พลังงาน และ ๔) เศรษฐกจิ พอเพยี ง เพิ่มเตมิ จากสาระการเรยี นร๎ู ๘ กลํมุ สาระหลกั ดงั น้ัน ปจั จบุ ันนักเรียนใน
โรงเรียนเทศบาลตาํ บลปริกจะได๎เรยี นร๎หู ลักสูตร ๘ + ๔ กลุมํ สาระ ในการบํมเพาะความเป็นคนดีของประชาชน
เทศบาลตาํ บลปรกิ
๒. กลุม่ ประชากรเป้าหมาย
กลํุมประชากรเปูาหมาย ประกอบด๎วย บุคลากรทางการศึกษา ครูผ๎ูสอนจํานวน ๓๘ คน นักเรียนใน
ระดับปฐมวยั จํานวน ๒๒๐ คน นักเรยี นระดบั ประถมศกึ ษาและมธั ยมศกึ ษา จาํ นวน ๓๘๒ คน รวม ๖๔๐ คน
๓. ผลที่ต้องการให้เกดิ ขนึ้
การดําเนินงานของโรงเรียนเทศบาลตําบลปริก มีวัตถุประสงค๑ ๔ ประการ ได๎แกํ ๑) การสร๎างพลังเด็ก
และเยาวชนให๎เปน็ คนดี ดว๎ ยวธิ ีการพฒั นาวชิ าการจดั การเรยี นการสอนตามหลกั สตู รมาตรฐาน ๒) การพัฒนา
ปลกู จติ สํานกึ รกั บ๎านเกิด เรยี นร๎วู ถิ ชี มุ ชน ดว๎ ยการจัดหลกั สูตรทอ๎ งถน่ิ ๔ กลุํมสาระ ได๎แกํ การเรียนร๎ูวิถีชุมชน
การจัดการขยะและอนุรักษ๑ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล๎อม การจัดการภัยพิบัติและพลังงาน และ
เศรษฐกจิ พอเพียง ๓) การพัฒนาสตปิ ญั ญาและราํ งกาย ความรอบรู๎ด๎านสขุ ภาพ ๔) การปลูกฝังการมีระเบยี บ
วนิ ยั มคี ุณธรรม ความเปน็ พลเมอื งและความเปน็ ประชาธปิ ไตย
๔. ขอ้ มลู และเครอื่ งมอื ในการดาเนินงาน
แหลํงขอ๎ มูลทโี่ รงเรยี นนําใช๎เป็นข๎อมูลทะเบียนราษฎร๑ ไดแ๎ กํ สถติ กิ ารเกิด ฐานขอ๎ มลู ของโรงเรียน ได๎แกํ
สถิตนิ ักเรียน ผลการเรยี นของนกั เรยี น ประวัติความประพฤตขิ องนักเรียน แหลงํ ขอ๎ มูล TCNAP RECAP ไดแ๎ กํ
เพอื่ วางแผนในการสอนด๎านวิชาการ คุณธรรม จริยธรรมท่ีสอดคล๎องกับหลักศาสนา ข๎อมูล ข๎อมูลปริมาณ
ขยะจากการคัดแยกองคป๑ ระกอบขยะของโรงเรยี นเทศบาลตําบลปริก ข๎อมูลการดําเนินงานและกิจกรรมของ
ธนาคารขยะโรงเรยี นเทศบาลตําบลปรกิ เพื่อวางแผนการเรยี นรูเ๎ รอื่ งการจดั การขยะ
เครื่องมอื ในการดาํ เนนิ งาน ได๎แกํ หลักสตู รการเรียนการสอน ๘+๔ หลักปฏบิ ัติทางศาสนาพุทธ และ
อิสลาม กฎระเบียบโรงเรียน ครู คณะกรรมการสถานศึกษามีหน๎าท่ีให๎ความเห็นตํอการดําเนินกิจกรรมของ
โรงเรียน
๕. รปู ธรรมงาน
การจดั การศกึ ษาของโรงเรียนเทศบาลตาํ บลดาํ เนนิ งานและกจิ กรรมใน ๔ กจิ กรรม ประกอบด๎วย
๑) งานเดํนเน๎นการสร๎างพลังเด็กและเยาวชนให๎เกิดสํานึกความเป็นคนดี ของเทศบาลตํา บลปริก มี
รูปธรรมงาน ดงั น้ี ๑) การจัดการเรียนการสอนเพื่อให๎นักเรียนได๎ปฏิบัติตามหลักศาสนาอยํางเครํงครัด เน๎น
การบํมเพาะให๎เข๎าถงึ หลกั ศาสนา โดยจัดการเรียนการสอนทั้งวิชาศาสนาพุทธและอสิ ลาม มีการจา๎ งครูที่เรียน
จบทางดา๎ นศาสนามาสอน ๒ วิชา ไดแ๎ กํ (๑) วิชาอสิ ลามศกึ ษา สอนการอาํ นคัมภีรอ๑ ัลกุรอาน การศึกษาวิชาอัล
ฮาดิษ (คําสอนของศาสดา) สอนหลักปฏิบัติของศาสนา การละหมาด การถือศีลอด และ(๒) วิชาศาสน
บัญญตั ิ สอนหลกั ธรรมของศาสนาพุทธ วนั สําคัญทางศาสนา ประวตั ิพระพุทธเจ๎า และสํงเสริมให๎นักเรียนได๎
ปฏิบัติศาสนกิจท่ีถูกต๎อง ๒) การปลูกฝังระเบียบวินัย และการเคารพกฎหมายบ๎านเมือง การเคารพความ
แตกตํางความเชื่อทางศาสนา เน๎นให๎นักเรียนมีจิตสาธารณะรับผิดชอบตํอชุมชน โดยสอดแทรกไปพร๎อมกับ
การเรียนการสอน ๘ กลมํุ สาระหลัก การรวํ มกิจกรรมผํานการเรียนในหลักสูตรท๎องถิ่น ๔ กลํุมวิชา และการ
ปฏบิ ัติตามกฎเกณฑข๑ องโรงเรยี น
๒) โรงเรียนปลอดขยะ นักเรียนทุกคนจะได๎การเรียนรู๎การจัดการขยะในโรงเรียน มีรูปธรรมงาน ได๎แกํ
(๑) การแตงํ ตั้งคณะกรรมการ ๒ ชุด คือ ชุดท่ี ๑ คณะกรรมการธนาคารขยะ ประกอบด๎วย ครู จํานวน ๔ คน
และนักเรียนจํานวน ๑๐ คน รบั ผดิ ชอบฐานเรียนรธู๎ นาคารขยะ ชุดที่ ๒ คณะกรรมการจัดการขยะในโรงเรียน
ประกอบด๎วย ครู จํานวน ๕ คน และนักเรียน ๑๐ คน รับผิดชอบฐานเรียนรู๎แก๏สชีวภาพและการทําปุ๋ยหมัก
และ (๒) การกําหนด กฎ กตกิ า ในการจดั กิจกรรม โดย (๒.๑) ธนาคารขยะ จะดาํ เนินงานในวันศุกร๑ท่ีสองของ
เดือน ซ่งึ ครูและนักเรียนจะนําขยะท่มี มี ลู คําจากครวั เรือน หอ๎ งเรยี นและ สาํ นักงานในโรงเรยี น มารํวมกจิ กรรม
ในเชา๎ วนั ศุกร๑ โดยแบงํ เปน็ ขยะสวํ นตัวและขยะสํวนรวม หากเป็นขยะสํวนตัวท่ีนักเรียนคนใดหรือครูคนใดนํา
ขยะมา เม่ือชง่ั ขายและสามารถคํานวณราคาได๎จะมอบเงนิ ใหก๎ ับเจ๎าของขยะวันนั้น หากเป็นขยะสํวนรวม เชํน
ขยะท่ีมาจากห๎องเรียน สํานักงาน เป็นต๎น จะเก็บรายได๎เป็นของห๎องเรียนน้ัน ๆ เพ่ือจัดซ้ือสื่อการเรียนการ
๒๘๕
สอนในห๎องเรียนตํอไป (๒.๒) ฐานเรียนร๎ูแก๏สชีวภาพและการทําปุ๋ยหมัก เป็นการจัดการขยะอินทรีย๑ใน
โรงเรยี นในทุกวัน ตามปริมาณขยะอินทรียท๑ ่อี าจจะเกิดขนึ้ เชํน เศษอาหาร จากโครงการอาหารกลางวัน เป็น
ต๎น
๓) สงํ เสริมพัฒนาด๎านสตปิ ญั ญาและราํ งกาย มีเปูาหมายเพื่อให๎เด็กมีพัฒนาการทั้ง ๔ ด๎าน ผํานการ
เลํนสนามเด็กเลํนสร๎างปัญญา มุํงเน๎นพัฒนาการความเป็นพลเมืองเกิดข้ึนตั้งแตํเยาว๑วัย แสดงถึงการมี
ระเบียบวินัย รู๎จักแบํงปัน ชํวยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ไมํแกํงแยํงกัน การยอมรับในกฎ กติกา มี
กระบวนการคิดวางแผน วิเคราะห๑ ยอมรับซึ่งกนั และกัน
๔) การอนรุ กั ษพ๑ ลังงานและการจดั การภยั พบิ ตั ิ เปน็ การเรียนรู๎การใช๎พลังงาน วิธีการผลิตพลังงานใน
energy park ในสวํ นของการจัดการภัยพิบัติ มีการพัฒนาทักษะชีวิตการเอาตัวรอดและการชํวยเหลือผู๎อื่น
จากภัยพบิ ตั ิ ทง้ั ระยะกํอนเกิดเหตุ ร๎ูจกั สงั เกตระดับน้ํา ระหวาํ งเกิดเหตสุ ามารถชํวยเหลือคนตัวเองและคนใน
ครัวเรือน หลงั เกิดเหตุรอบรูว๎ ธิ กี ารดแู ลสขุ ภาพปอู งกันโรคตดิ ตอํ หลงั นา้ํ ทํวม และการฟ้ืนตัวกลับมาใช๎ชีวิตได๎
ตามปกติ
๖. วธิ ีดาเนินงาน
การดาํ เนนิ งานของโรงเรยี นเทศบาลตาํ บลปรกิ ประกอบด๎วยด๎วย
๑) จัดการเรียนตามหลักสูตรมาตรฐาน ๘ กลํุมวิชาหลัก ได๎แกํ วิชาคณิตศาสตร๑ วิชาสังคมศึกษา
ศาสนา และวฒั นธรรม วชิ าภาษาไทย วิชาวทิ ยาศาสตร๑ วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา วิชากลุํมการงานพื้นฐาน
อาชีพ วิชาศิลปะ วชิ าความร๎ูภาษาตํางประเทศ ตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ ใช๎กลไกการมีสํวนรํวมใน
การพจิ ารณาการดาํ เนนิ งานของโรงเรียน และระบบราชการ สาํ หรบั ครูปฏิบตั งิ านตามบทบาทหนา๎ ท่ี การสอน
ในช้ันเรียน และมกี ารประเมินผลตามชํวงช้นั
๒) พฒั นาปลูกจติ สํานกึ รักบา๎ นเกิด โดย จดั หลกั สูตรท๎องถิ่น ๔ กลมํุ วิชา ดงั น้ี
๒.๑) วถิ ีชมุ ชน เรียนร๎ู วัฒธรรม ศาสนา ศลิ ปะ วฒั นธรรม จดั การเรียนการสอนวชิ าศาสนาทั้งพุทธ
และอสิ ลาม โดยการจา๎ งครูทีเ่ รียนจบทางด๎านศาสนาโดยตรง มาสอนวิชาศาสนา ไดแ๎ กํ วชิ าอิสลามศกึ ษา เป็น
การอาํ นคมั ภีร๑อลั กรุ อาน การศึกษาวชิ าอลั ฮาดิษ (คาํ สอนของศาสดา) การละหมาด การถอื ศีลอด วิชาศาสน
บญั ญัติ สอนหลักธรรมของศาสนาพทุ ธ วนั สําคัญทางศาสนา ประวัติพระพทุ ธเจา๎ และสํงเสริมให๎นักเรียนได๎
ปฏิบัติศาสนกิจ จัดทําโครงการ/กิจกรรมตําง ๆ เพื่อสํงเสริม เชํน โครงการคํายพุทธบุตร โครงการคํายวิถี
อิสลาม โครงการวันสําคัญทางศาสนา โครงการคุณธรรมนําชีวิต โครงการพัฒนากิจการลูกเสือ โครงการ
สํงเสริมประชาธิปไตยในโรงเรยี น กิจกรรมสวดมนต๑และกจิ กรรมละหมาด เป็นตน๎
๒.๒) สิง่ แวดลอ๎ ม เรียนรู๎การจดั การขยะในโรงเรยี น มีการดาํ เนนิ งาน ดังนี้ (๑) แตํงต้ังคณะทํางาน
เพ่ือวางแผนการดําเนินงานและกิจกรรมโดยมีครูและนักเรียนเป็นสมาชิก (๒) คณะกรรมการดําเนินงานโดย
การจัดอบรมให๎ความร๎ู สร๎างความตระหนักให๎กับครูและนักเรียนทุกคน ในการจัดการขยะตั้งแตํต๎นทางเป็น
การใหค๎ วามรูเ๎ รือ่ งการจดั การขยะทถ่ี กู วธิ ี ต้งั แตํครัวเรอื น การจดั การขยะกลางทาง คือ การสงํ เสริมใหม๎ กี ารนาํ
ขยะมาสรา๎ งเปน็ มลู คําผาํ นกิจกรรมขยะมีบุญ ธนาคารขยะ รา๎ นรับซื้อของเกํา การทํานํ้าหมักชีวภาพ ปุ๋ยหมัก
ชวี ภาพ และแก๏สชวี ภาพ และการจัดการขยะปลายทาง คือ การนําขยะท่ัวไปมาทง้ิ ณ บอํ ทงิ้ ขยะทเี่ ทศบาลต๎อง
ดําเนนิ การจัดการตอํ ไป ทง้ั นี้ ไดร๎ บั การสนบั สนุนวิทยากรจากเทศบาลมาดาํ เนินการจดั ฝึกอบรมเชงิ ปฏบิ ัตกิ าร
(๓) คณะทํางานรวํ มกนั ประชุมเพือ่ กาํ หนดวันจดั กิจกรรม ๒ กรณี กรณที ่ี ๑ ธนาคารขยะ มีการดําเนินการรับ
จดั การขยะรีไซดเ๑ คลิ จากนักเรยี นและครูทีน่ าํ มาในวันศุกร๑ที่สองของทุกเดือน นดั หมายผ๎ูประกอบการมารอรับ
ซ้อื ขยะทีโ่ รงเรียน ณ สถานท่ีจดั กิจกรรม มอบเงินทีข่ ายขยะให๎ นักเรียน ห๎องเรียนเจ๎าของ โดยมีคณะทํางาน
เพื่อนําไปเปน็ กองทนุ ของห๎องเรียนในการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน จัดซื้อสื่อการสอนของหอ๎ งเรยี นตํอไป
กรณที ี่ ๒ ฐานเรียนรูแ๎ กส๏ ชีวภาพ และการทาํ ปยุ๋ หมัก กําหนดดําเนินการจัดการขยะอินทรีย๑ในโรงเรียนในทุก
วนั ตามปริมาณขยะอินทรยี ๑ทีอ่ าจเกิดข้นึ จริง (๔) คณะทํางานมกี ารประเมินติดตามความรํวมมือของนักเรียน
ในการนําขยะมารวมท่ีธนาคารขยะ การจดั การขยะอินทรยี ใ๑ นทกุ วนั สรปุ และจดั ทําบัญชีกองทุนขยะห๎องเรียน
สรปุ ปัญหาอปุ สรรคในการดาํ เนนิ การในแตํละเดอื นเพือ่ นาํ ปรบั ปรงุ แกไ๎ ขในภาคเรยี นตํอไป
๒๘๖
๒.๓) เศรษฐกจิ พอเพียง เรยี นร๎ูการปลกู ผัก เลยี้ งไกํ เพาะเห็ดเพือ่ รับประทานและขาย
๒.๔) พลังงานและภัยพิบัติ เรียนรู๎การใช๎พลังงาน วิธีการผลิตพลังงานใน energy park พัฒนา
ทกั ษะการเอาตวั รอดและการชวํ ยเหลือผ๎อู ื่นจากภยั พิบัติ ทั้งระยะกํอนเกิดเหตุ ระหวํางเกิดเหตุ หลังเกิดเหตุ
รจู๎ ักสังเกตกํอนเกิดภยั พบิ ัติ เชนํ สงั เกตระดบั นาํ้ ชํวยเหลอื คนตัวเอง ในครัวเรือน การดูแลปูองกันโรคติดตํอ
หลังน้าํ ทํวม
๓) การปลูกฝังเรื่องการมีระเบียบวินัย และการเคารพกฎหมายบ๎านเมือง มีการสอนคุณธรรม
จรยิ ธรรม ความเป็นพลเมอื งแกํนกั เรยี น คอื การมีคุณลักษณะและคาํ นยิ มทดี่ ี ความภาคภูมิใจในท๎องถ่ินและ
ความเป็นไทย การอยํูรํวมกันบนความแตกตํางและหลากหลาย ครูทุกกลํุมสาระวิชาสอดแทรกในการจัด
กจิ กรรมการเรียนร๎ู กําหนดการประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค๑ ทําให๎นักเรยี นมรี ะเบยี บวนิ ยั และเป็นคนดี
เชํน การมกี ฎเกณฑ๑ของโรงเรยี น ให๎นกั เรียนตอ๎ งปฏบิ ัติตาม มีเวรทําความสะอาด เคารพในความแตกตาํ งของ
ความเช่อื ทางศาสนา การจัดการขยะ การอนุรักษาพลังงาน การปรับขยะเพื่อทาํ ปยุ๋ ชีวภาพ เป็นต๎น สนับสนุน
การมสี ํวนรวํ มกับชุมชน ด๎วยการให๎นักเรียนเข๎ารํวมโครงการท่ีสํงเสริมการเป็นคนดี เชํน โครงการ โรงเรียน
พลเมอื งเยาวชนตน๎ ปริก โครงการสํงเสริมประชาธิปไตยในโรงเรยี น เป็นต๎น
๔) การพฒั นาสติปญั ญาและรํางกาย สงํ เสรมิ การเลํนสนามเด็กเลํนสร๎างปัญญา ให๎เด็กมีพัฒนาการ
ท้ัง ๔ ด๎านท่ีดี เหมาะสมตามวัย มีพัฒนาการความเป็นพลเมืองเกิดขึ้นตั้งแตํเยาว๑วัย มีระเบียบวินัย ร๎ูจัก
แบํงปัน ชํวยเหลือเกื้อกูลซ่ึงกันและกัน ไมํแกํงแยํงกัน การยอมรับในกฎ กติกา มีกระบวนการคิดวางแผน
วเิ คราะห๑ ยอมรับซงึ่ กันและกนั นักเรียนเปน็ คนดตี ามหลักศาสนาอิสลาม และศาสนาพทุ ธ ด๎วยการปฏบิ ัติตาม
ทงั้ ในหลกั การศรัทธาและหลกั ปฏิบัตทิ ่ีถกู ต๎อง ให๎เปน็ รปู ธรรม เชํน การชวํ ยเหลือซ่ึงกันและกัน การให๎เกียรติ
ซงึ่ กันและกนั นอกจากน้ียงั สํงเสริมกจิ กรรมการแขงํ ขนั กฬี าทั้งภายในและภายนอกชุมชน รวมท้ังกิจกรรมอัน
เนอ่ื งในโอกาสวันสําคญั ของทางราชการ รัฐประเพณี และประเพณีทอ๎ งถนิ่
๗. ผลผลิต ผลลพั ธ์
การเปลี่ยนแปลงท่ีเกิดขึ้นจากการดําเนินงาน ๑) ผลลัพธ๑ด๎านนักเรียน พบวํา (๑) ผลการประเมิน
คณุ ภาพภายในสถานศกึ ษาประจําปีการศกึ ษา ๒๕๖๑ ดา๎ นคุณลักษณะอนั พึงประสงคอ๑ ยํูในระดบั คณุ ภาพดีเลศิ
รวมถงึ นักเรียนเครํงครดั ในการประกอบศาสนกิจ และมีวินยั สงู (๒) นักเรยี นจํานวน ๖๐๒ คน (ร๎อยละ ๑๐๐)
มคี วามรหู๎ ลกั ปฏิบัติทางศาสนา (๓) จากการท่ีโรงเรียนนํานโยบายเรื่องการจัดการขยะและสิ่งแวดล๎อมของ
เทศบาลสกํู ารปฏิบัติในการจัดการ ขยะต๎นทาง กลางทาง ปลายทางในโรงเรียน สํงผลให๎นักเรียน ๖๐๒ คน
(ร๎อยละ ๑๐๐) มีสวํ นรํวมในกิจกรรมธนาคารขยะ นักเรยี นไดเ๎ ข๎ารํวมกจิ กิจกรรมคัดแยกขยะ จํานวน ๔๘๖ คน
(ร๎อยละ ๘๐.๗๓) ยกเว๎นเดก็ อนุบาล จาํ นวน ๒๒๐ คน ๒) ด๎านผูป๎ กครอง พบวํา ผ๎ูปกครองมีสัมพันธภาพท่ีดี
ระหวํางผ๎ปู กครองกบั โรงเรียน ผป๎ู กครองให๎ความรํวมมือในการคัดแยกขยะ ๓) ดา๎ นชมุ ชน เทศบาลตําบลปริก
ไดพ๎ ลเมืองทม่ี ีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ชมุ ชนสะอาด แปรรูปขยะจากถุงนม รอ๎ ยละ ๑๐๐
๘. ผลกระทบท่ีเกิดข้นึ
ผลกระทบกบั เปูาหมาย SDG (Sustainable Development Goals) ขององคก๑ ารสหประชาชาติ
๑) เปูาหมายที่ ๒ ขจดั ความหวิ โหย บรรลคุ วามมนั่ คงทางอาหาร ปรบั ปรงุ โภชนากร และสนับสนนุ การ
ทําเกษตรกรรมอยํางยงั่ ยืน บรรลุความมัน่ คงทางอาหารสงํ เสรมิ เกษตรกรรมอยาํ งยัง่ ยืน ตวั ชว้ี ัด ๒.๑.๑ ความ
ชกุ ของภาวะทุพโภชนาการ โดยสนบั สนุนให๎โรงเรียนปลูกผัก เลี้ยงสัตว๑ เพื่อเป็นอาหารกลางวัน สําหรับเด็ก
นกั เรียน ตวั ชว้ี ัด ข๎อ ๒.๔.๑ รอ๎ ยละของพนื้ ที่เกษตรทีม่ ีการทําการเกษตรแบบยง่ั ยืน โดยสนับสนุนให๎มีการคัด
แยกท้ังในระดับครวั เรือนและชมุ ชน เพือ่ นาํ ขยะมาใชใ๎ นการเกษตรและการสร๎างอาหารปลอดภัย เชํน ปุ๋ยหมัก
น้ําหมักชีวภาพ เป็นต๎น
๒) เปูาหมายที่ ๔ การศึกษาที่เทําเทียม ตัวชี้วัด ๔.๒.๑ ร๎อยละของเด็กอายุ ๕ ปีข้ึนไปท่ีมีการติดตามการ
พฒั นาทางด๎านสุขภาพ การเรียนร๎ู และจิตวิทยาสังคมท่ีดี จําแนก ตามเพศ สถานที่ต้ัง สถานะทางเศรษฐกิจ
(และข๎อมลู อืน่ ท่ีมี) ตัวช้ีวัด ๔.๓.๑ อัตราการมีสํวนรํวมทางการศึกษา (Participation rate) ของผู๎ใหญํใน
ระบบและนอกระบบการศกึ ษาและการอบรม ในชํวง ๑๒ เดือนท่ผี ํานมา
๒๘๗
๓) เปูาหมายที่ ๑๑ เมอื งและถิน่ ฐานมนษุ ย๑อยาํ งย่งั ยืน ตัวชวี้ ดั ๑๑.๖.๑ ร๎อยละของขยะในเขตเมืองท่ีมี
การจดั เก็บเป็นประจํา และเพยี งพอทจ่ี ะปลํอยของเสยี ขัน้ สดุ ท๎ายซงึ่ เกิดจากของเสยี ทง้ั หมดทเ่ี กดิ จากเมืองน้นั
ในเร่อื งของ การสนบั สนนุ ใหก๎ ลุมํ องค๑กรชุมชน ภาคประชาชน หนํวยงาน รํวมกําหนดมาตรการเก่ียวกับการ
ลดปรมิ าณขยะในชุมชน เชํน หนํวยงานปลอดกลํองโฟม ลดการใช๎ถุงพลาสติกในตลาด งดถังขยะพลาสติก
เปน็ ตน๎ และ สนบั สนนุ การพัฒนาอาสาสมคั รจดั การขยะในสถานที่สาธารณะ เชนํ โรงเรียน วัด ปุา ถนน เป็น
ตน๎
๔) เปาู หมายที่ ๑๒ สร๎างหลักประกันให๎มีแบบแผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน ตัวช้ีวัดที่ ๑๒.๕.๑
อัตราการนําขยะกลับมาใชใ๎ หมํ (recycling rate) ในระดับประเทศ (จาํ นวนตนั ของวสั ดุทีถ่ กู นาํ กลับมาใชใ๎ หมํ)
จัดกิจกรรมการรณรงค๑ ให๎ประชาชนทุกครัวเรือนชุมชนมีความรู๎ความเข๎าใจ ในการคัดแยกขยะมูลฝอย
สงํ เสริมให๎ครวั เรือนนาํ ขยะทค่ี ดั แยกได๎ นํากลับมาใชใ๎ หมํ หรือใช๎อกี ครง้ั หรอื หลาย ๆ ครง้ั เชํน บริจาคสิ่งของท่ี
เลิกใชแ๎ ล๎วแตํมีสภาพดีใหก๎ ับผ๎ทู ขี่ าดแคลน การนาํ กระดาษมาเปน็ ซองใสํยา สํงเสริมใหค๎ รัวเรือน กลุํม องค๑กร
ชุมชนมกี ารนาํ วสั ดุทห่ี มดสภาพแลว๎ หรอื ทใี่ ช๎แลว๎ มาแปรสภาพด๎วยกระบวนการตําง ๆ เพื่อนํากลับมาใช๎หรือ
แปรรูปเป็นผลิตภณั ฑ๑ใหมํ เชํน คัดแยกขยะประเภทกระดาษ แก๎ว โลหะ เพือ่ การนํากลับไปรีไซเคิลได๎ไมรํ จู๎ บ คดั
แยกขยะประเภทกลํองนมเพ่ือบรจิ าคนาํ ไปผลติ แผนํ กรีนบอร๑ด เปน็ ตน๎
สงํ ผลตํอ ๕ มติ โิ ครงสร๎างพืน้ ฐานของชุมชน ดังนี้
๑) ด๎านสังคม สร๎างความเข๎าใจ ยอมรับในความแตกตํางทางความเชื่อระหวํางนักเรียนท่ีนับถือ
ศาสนาตํางกัน ทําให๎สามารถอยํูรํวมกันได๎อยํางไมํแตกแยก นักเรียนมีความเป็นพลเมืองไมํทําให๎สังคม
เดือดร๎อน ไมํเป็นปัญหากับโรงเรียน ชุมชน สังคมและประเทศชาติ นอกจากนี้โรงเรียนมีสํวนรํวมในการ
ขับเคลือ่ นงานในชุมชน เกิดกระบวนการมีสํวนรํวม ซึ่งโรงเรียนจะเป็น ๑ ใน ๔ ภาคีหลักของชุมชน ท่ีทํางาน
หนนุ เสริมการพัฒนาพ้ืนท่ีของเทศบาล มีการโดยสํงเสริมให๎เด็กนําขยะมีมูลคําจากครัวเรือนและห๎องเรียน
ประเภทรีไซด๑เคลิ นาํ ไปรํวมจําหนํายและนําเงินมาเป็นรายไดแ๎ ละกองทนุ ของห๎องเรยี น
๒) ดา๎ นเศรษฐกิจ นักเรยี นดาํ เนนิ ชีวิตอยาํ งพอเพียง เห็นคุณคําของส่ิงของตําง ๆ ไมํวําจะเป็นการใช๎
อุปกรณ๑การเรยี น การใช๎จํายในชีวติ ประจาํ วัน การใชส๎ ิง่ ของตาํ ง ๆ นกั เรียนสามารถวิเคราะห๑ตามหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง นักเรียนจะวิเคราะห๑ได๎ตามหลัก ๓ หํวง ๒ เงื่อนไข ๔ มิติ เชํน การรับประทานอาหาร
กลางวัน ความมเี หตุผล คอื การรับประทานอาหารก็เพอื่ ให๎ราํ งกายไดร๎ ับสารอาหาร พลงั งานครบถว๎ นเพ่ือการ
เจริญเติบโตท่ีสมบูรณ๑แข็งแรง ของรํางกาย ความมีภูมิคุ๎มกัน คือ การรับประทานอาหารทําให๎รํางกายมี
ภมู ิค๎มุ กนั ปูองกันโรค ความพอประมาณ ในการรบั ประทานอาหารให๎พอประมาณ เหมาะสมให๎รํางกายได๎รับ
สารอาหารครบ ๕ หมํู เงื่อนไขความรู๎ คือมีความร๎ูเก่ียวกับหลักโภชนาการ สารอาหาร คุณธรรม การรับ
ประมาณตามหลักศาสนา การกลําวดุอา การรับประทานให๎หมด การประหยัด ระเบียบวินัยในการเข๎าแถวรับ
อาหาร ๔ มิติ คือ มิติวัตถุ/เศรษฐกิจ คือการรับประทานให๎หมด ประหยัด มิติสังคม บร รยากาศในการ
รบั ประทานอาหารรวํ มกนั มิติส่งิ แวดล๎อม การเลอื กใชส๎ ่ิงทไ่ี มํทําลายส่ิงแวดล๎อม การจัดการขยะท่ีเหลือจาก
การทานอาหาร มติ ิวัฒนธรรม คอื มารยาทในการรับประทานอาหาร ในทุกกิจกรรมนักเรียนสามารถใช๎หลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาดําเนินชวี ิต ก็จะทาํ ใหป๎ ระหยัด เห็นคุณคําของสิ่งตํางๆ ทําให๎เศรษฐกิจของ
ครอบครวั ดขี ึ้น ไมํฟุมเฟือย นอกจากนน้ี ักเรยี นซง่ึ เป็นบุตรหลานของคนในชุมชนเหน็ ความสําคญั และปฏบิ ตั ิใน
การคัดแยกขยะ สามารถนําเงินที่ขายขยะได๎เป็นคําใช๎จํายในการจัดซ้ือวัสดุอุปกรณ๑การเรียนนําไปเป็นเงิน
คําใช๎จํายท่จี ําเป็น บรรเทาความเดือดรอ๎ นด๎านคาํ ใช๎จาํ ยของครวั เรอื น
๓) ด๎านสิง่ แวดล๎อม จากคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค๑ทส่ี ถานศกึ ษากําหนด และดําเนนิ ตามวิธกี ารในการ
พัฒนาคุณภาพผ๎ูเรียน ส่ิงที่เกิดข้ึนปรากฏชัดเจนจนสามารถกําหนดเป็นอัตลักษณ๑ของนักเรียนโรงเรียน
เทศบาลตาํ บลปริก คือ การมีจิตสาธารณะ ทาํ ให๎นักเรียนมีจิตท่ีจะรํวมกนั ดแู ลส่ิงแวดล๎อมท้ังในโรงเรียนและ
ชุมชน ไมํทิ้งขยะ ร๎ูจักการคัดแยกขยะ และเลือกใช๎ส่ิงตําง ๆ ที่ไมํทําลายสิ่งแวดล๎อม เป็นสํวนหนึ่งในการ
เรยี กรอ๎ งให๎ทกุ คนชํวยกันดแู ลโลก เชนํ กจิ กรรม Friday School Strike นอกจากนี้นกั เรียนและผป๎ู กครองใน
ชุมชนรวํ มมือกนั ดแู ลรักษาสภาพแวดล๎อม ลดการเผา ลดปริมาณขยะ
๒๘๘
๔) ด๎านสุขภาพ จากการดําเนินงาน ทําให๎นักเรียนมีสุขภาพแข็งแรง มีสติปัญญาท่ีดี มีเหตุผล มี
ความสามารถในการคิด วิเคราะห๑ ตัดสินใจ เชํน การเลือกใช๎บรรจุภัณฑ๑ที่เป็นมิตรกับส่ิงแวดล๎อม ไมํเป็น
อันตรายตํอสุขภาพ มีการคัดแยกขยะอยํางถูกวิธี สามารถลดผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล๎อมด๎านการ
จัดการขยะ ลดปจั จัยเสีย่ งทีเ่ กดิ จากขยะ รู๎จักดแู ลสุขภาพของตนเองอยเูํ สมอ
๕) ดา๎ นการเมอื งการปกครอง นกั เรยี นเข๎าใจ คาํ วําประชาธปิ ไตย เคารพกฎกติกาในการอยูรํ วํ มกัน รจ๎ู กั
บทบาทหนา๎ ที่ของตน ทัง้ ที่มตี ํอตนเองและสังคม มภี าวะความเป็นผ๎นู ําผูต๎ ามท่ดี ี ทาํ ใหก๎ ารอยํรู ํวมกันอยําง
สงบสุข เคารพความคิดเห็นทตี่ าํ งกัน ทาํ ให๎คนในชมุ ชนเขา๎ มามสี ํวนรวํ มในการดาํ เนินงานตาํ ง ๆ เกดิ การ
รวมกลมํุ ทาํ กจิ กรรมทเี่ หมือนกนั รวมพลงั กนั และเกิดความรกั ความสามคั คี ชวํ ยเหลอื เก้ือกลู กนั เกิดจติ
อาสา เพอ่ื พัฒนาเป็นพลเมอื งปริกตํอไป
ผลกระทบกบั นโยบายเทศบาลตําบลด๎านท่ี ๓ การพัฒนาการศกึ ษาด๎านศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม โดย
บูรณาการใหม๎ กี ารจดั การศึกษาแบบบูรณาการ สอดคลอ๎ งกบั ภารกจิ ของเทศบาลโดยใชห๎ ลกั สูตร ๘+๔ ในการ
บํมเพาะความเป็นพลเมืองของประชาชนเทศบาลตําบลปริก สํงเสริมสนับสนุนกิจกรรมตําง ๆ ที่เก่ียวข๎อง
กบั ศาสนศึกษา การปฏบิ ตั กิ จิ กรรมทางศาสนาและการพฒั นาศาสนสถาน นโยบายด๎านที่ ๒ ด๎านการพัฒนา
สังคมและเสริมสร๎างพลังชุมชน โรงเรียนดําเนินการจัดการขยะโดยอาศัยการมีสํวนรํวมของทุกภาคสํวน
นโยบายด๎านที่ ๘ การพัฒนานโยบายทรัพยากรธรรมชาติ ส่ิงแวดล๎อมและพลังงาน การเรียนรู๎การอนุรักษ๑
พลังงานใน energy park นโยบายท่ี ๔ การพัฒนาสาธารณสุขและสํงเสริมคุณภาพชีวิต มีการสํงเสริม
สุขภาพโดยจัดกิจกรรมการเลํนในสนามเด็กเลํนสร๎างปัญญา นโยบายด๎านที่ ๕ การจัดการภัยพิบัติและ
ระเบยี บชมุ ชน มีการจดั การเรยี นร๎ูการเอาตัวรอดและชวํ ยเหลอื ผอู๎ นื่ ในระยะเตรียม ขณะเกิดภัยพิบัติ และการ
ฟื้นฟูสภาพหลังจากเกิดภยั พิบัติ นโยบายดา๎ นท่ี ๖ การพฒั นาเศรษฐกิจชมชนบนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง มี
การสอนใหน๎ กั เรยี นรู๎จกั ปลูกผัก ทาํ การเกษตรซง่ึ เปน็ ๑ ใน ๔ สาระวิชาภูมิปัญญาท๎องถ่ิน และผลกระทบตํอ
๗ สงั คม ได๎แกํ สังคมรกั ษ๑โลกโดยจัดกิจกรรมโรงเรียนปลอดขยะได๎แกํ กิจกรรมธนาคารขยะ และฐานเรียนรู๎
กา๏ ซชวี ภาพและการทําป๋ยุ หมัก สงั คมเอื้ออาทร จัดให๎เด็กเลํนสนามเด็กเลํนสร๎างปัญญา และสังคมปรับตัว
โดยการเรยี นร๎ูการจดั การภัยพิบัติ
๒๘๙
๖.๕.๒ มัสยดิ กลาง (ทงุ่ ออก)
แผนภาพที่ ๖.๗๙ มสั ยดิ กลาง ชมุ ชนทงุํ ออก
๒๙๐
Key actors มสั ยิดกลาง ชุมชนทุํงออก
งานเด่น มสั ยดิ สํงเสริมสุขภาพ สํงเสรมิ คนดตี ามหลักศาสนา
ระดับของทนุ ทางสงั คม ระดับชุมชนหรอื หมํบู า๎ น
ความสอดคลอ้ งกบั ๗ สงั คม สงั คมคนดี
พ้ืนที่ มัสยิดกลาง ชุมชนทํุงออก
ผดู้ าเนินงานหลกั นายรอซกั ประสาวรรณ ตาํ แหนํง กรรมการฯมสั ยดิ
เบอร๑โทรศัพท๑ ๐๙๖-๙๕๒๕๖๓
๑. ท่ีมาหรือฐานคดิ ของการดาเนนิ งาน
มัสยิดกลาง ชุมชนทํุงออกมีการดําเนินงานโดยคณะกรรมการ จํานวน ๑๖ คน มีผู๎นําศาสนาเป็น
ประธานกรรมการ มบี ทบาทเป็นผ๎ูขบั เคลื่อนงานของมสั ยดิ ในการเผยแพรํคําสอนให๎คนยึดมัน่ หลกั บญั ญัติ คํา
สอนของอสิ ลาม อนั ครอบคลุมวิถีแหํงการดําเนินชีวิตของมนุษย๑ ทุกกระบวนการและกิจกรรมแหํงชีวิต อัน
หมายรวมถงึ ความเชอ่ื ทางจติ วิญญาณ ความเชือ่ เกี่ยวกบั ราํ งกาย การปฏิบตั ศิ าสนกิจ พธิ ีกรรม การอบรมสั่ง
สอน การดาํ เนนิ ชีวิตในครอบครวั สงั คม ประเทศชาติและการดําเนินชีวิตในโลก นอกจากนี้ยังเป็นศูนย๑กลาง
การดําเนินกิจกรรมของชุมชนอีกด๎วย มัสยิดชุมชนทุํงออก ตั้งอยํูท่ีหมูํ ๒ ตําบลปริก อําเภอสะเดา จังหวัด
สงขลา มีครัวเรือนจาํ นวน ๑๕๔ ครัวเรือน ประชากรทง้ั หมดจํานวน ๖๖๗ คน เพศชาย จาํ นวน ๓๓๒ คน (ร๎อย
ละ ๔๙.๗๘) เพศหญิงจํานวน ๓๓๕ คน (ร๎อยละ ๕๐.๒๒) ประชาชนนับถือศาสนาอิสลาม จํานวน ๖๔๒ คน
(รอ๎ ยละ ๙๖.๔๐) มีวถิ ีชวี ิตแบบพึง่ พาอาศัยซึง่ กันและกัน ดา๎ นการสอนศาสนา มีประชาชนมาใชบ๎ รกิ ารท่ีมัสยิด
กลางทํุงออก จํานวน ๖๔๒ คน ผใู๎ หญํ (ชาย) เรยี นวันพุธแรกของเดอื น เวลา ๑๙.๑๕ -๑๙.๔๕ จํานวน ๑๕ คน
ตอํ เดอื น ผู๎ใหญํ (หญงิ ) เรียนวนั เสารแ๑ รกของเดือน เวลา ๑๔.๐๐ -๑๖.๐๐ น จาํ นวน ๓๐ คน เด็กและเยาวชน
เรียนกลางคืนวันจันทร๑ -ศุกร๑ เวลา ๑๙.๐๐ -๒๐.๐๐น. จํานวน ๒๐ คน เด็กและเยาวชนเรียนตาดีกาในวัน
เสาร๑-อาทติ ย๑ เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๓.๓๐ น. จํานวน ๑๔๙ คนตํอเดอื น
ในดา๎ นสุขภาพ พบวํา ในชุมชนทุํงออกมีจํานวนผู๎สูบบุหร่ี ๒๓ คน (ร๎อยละ ๓.๗) และในสํวนของการ
จัดการขยะของชุมชน พบวาํ สํวนใหญใํ นแตลํ ะครวั เรือนมีภาชนะรองรับขยะจํานวน ๑๔๘ ครัวเรือน (ร๎อยละ
๙๖.๑๐) มกี ารใช๎บริการเก็บขยะในพ้นื ท่ี (ชุมชน เอกชน หรือบรกิ ารสาธารณะโดยรฐั ) ๑๒๐ ครัวเรือน (ร๎อยละ
๘๑.๐๘) และมีการนําขยะไปท้งิ ทีอ่ ่นื (ที่ทาํ งาน นอกพ้นื ท่บี ๎าน ทท่ี ้ิงขยะในชมุ ชน) ๒ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๑.๓๕ )
การเข๎ารวํ มกิจกรรมของประชาชนในดา๎ นการจัดการขยะ มสี มาชิกในครัวเรือนเข๎ารํวมกิจกรรมการเก็บขยะใน
พื้นที่สาธารณะ เชํน แมํนํ้า ลําคลอง ชายฝั่งทะเล ๑๔ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๑๕.๗๓) การขุดลอกคูคลอง ๓
ครวั เรือน (รอ๎ ยละ ๓.๗๓) การเกบ็ กวาดบริเวณบ๎านให๎สะอาด ๗๙ ครวั เรอื น (รอ๎ ยละ ๘๘.๗๖ ) การหลีกเหลี่
ยงการใช๎ถุงพลาสติก และกลํองโฟม ๙ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๑๐.๑๑) การดําเนินงานท่ีผํานมามุํงเน๎นให๎คนใน
ชุมชนเข๎ามามีสํวนรํวม จนกระทั่งปัจจุบันได๎มีการจัดการเรียนการสอนศาสนาให๎กับคนในชุมชน ทั้งเด็ก
เยาวชน และคนในชุมชนทุกคน ให๎เป็นคนดี มีส่ิงยึดเหนี่ยวจิตใจ มีคุณธรรม จริยธรรม และมีการพัฒนา
กจิ กรรมภายใตช๎ ือ่ “ขยะมบี ุญ” ซง่ึ เปน็ การบรจิ าคขยะ เพอื่ นําเงนิ ไปบริจาคให๎ผดู๎ ๎อยโอกาส และบริหารมัสยิด
การกาํ หนดมัสยดิ ปลอดบุหรี่ เพื่อให๎คนมีสุขภาพดี รวมถงึ กองทนุ ชารกี ตั เพื่อชวํ ยเหลืองานศพของสมาชิกใน
ชมุ ชน การจดั การของมสั ยิดทงุํ ออกได๎พัฒนาเป็นแหลงํ สร๎างคนดี โดยการดําเนินงานท่ีผํานมามีเส๎นทางการ
พัฒนาดงั น้ี
๒๙๑
แผนภาพที่ ๖.๘๐ เส๎นทางการพฒั นาคณะกรรมการมสั ยิดกลางทุํงออก
พ.ศ. ๒๕๑๒-๒๕๕๑ ชมุ ชนทํงุ ออกเป็นชุมชนท่ีประชาชนสํวนใหญํนับถือศาสนาอิสลาม พบ
ประเด็นปัญหาคือไมํมีมัสยิดสําหรับปฏิบัติศาสนกิจตําง ๆ การเดินทางไปละหมาดที่มัสยิดบ๎านปริกใหญํ
(ปัจจุบนั คอื มสั ยิดดาหรนอาหมนั ) มรี ะยะทางไกลจากชมุ ชนทงํุ ออก ขณะท่ปี ระชาชนต๎องละหมาดที่มัสยิดวัน
ละ ๕ เวลา เกิดความไมํสะดวกในการปฏิบัติศาสนกิจ จึงได๎กํอตั้งมัสยิดขึ้น ทําให๎ประชาชนมีสถานท่ีปฏิบัติ
ศาสนากิจได๎สะดวกขึน้ ตํอมาคณะกรรมการมสั ยิดจึงมีแนวคดิ ในการเผยแพรํศาสนา จงึ จดั การเรียนการสอน
วชิ าศาสนาเปน็ ๒ รปู แบบ (๑) รปู แบบเปน็ ทางการ โดยมีหลักสูตรการศึกษาและสอบวัดผลเหมือนโรงเรียน
ทั่วไป จัดสอนในวันเสาร๑และวันอาทิตย๑ สําหรับเด็ก เยาวชน เรียกวํา ตาดีกา(๒) รูปแบบการสอนที่ไมํเป็น
ทางการ เปิดสอนศาสนาสําหรับกับผ๎ูใหญํสัปดาห๑ละ ๑-๒ ครั้ง มีเครือขํายการดะวะห๑มาเผยแผํศาสนาและ
ชกั ชวนใหท๎ าํ ความดี
พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๕๗ ประชาชนในชมุ ชนทุํงออกพบปญั หาการจัดการศพ คณะกรรมการมสั ยดิ กลางและ
ชุมชนจึงไดจ๎ ดั ต้งั กองทุนซารกี ดั ขึ้นเพือ่ ชํวยเหลอื คนในชุมชนท่ีมีฐานะยากจน ไมํมีคําใช๎จํายในการทําศพ เป็น
การปฏบิ ัตติ ามหลักการของศาสนาอิสลามท่ีกําชับให๎สมาชิกในสังคมพยุงสังคมและสงเคราะห๑ผ๎ูด๎อยกวํา มี
กิจกรรม สนับสนนุ ให๎นาํ เงนิ มาซอ้ื อปุ กรณจ๑ ัดการศพ (มายตั ) เชํน ผ๎าขาว ไม๎กระดาน และอื่น ๆ ท่ีเก่ียวข๎องกบั
พิธีศพ การไปชํวยงานศพ ชํวยเป็นกําลังใจให๎กับญาติผู๎เสียชีวิต เป็นต๎น การดําเนินการระยะแรกมีจํานวน
ผ๎ูเขา๎ รวํ ม ๒๕๐ คน มเี งนิ บรจิ าค จํานวน ๗,๕๐๐ บาท จากน้ันจึงมีการขยายการดําเนินงานและมีสมาชิกเข๎า
รวํ มกองทุนเพิม่ มากขน้ึ มีการแตํงตั้งคณะกรรมการดาํ เนินงานกองทนุ นอกจากน้ีพบวาํ ประชาชนทไ่ี ปมสั ยิดมี
การสบู หรี่จาํ นวนมาก ซ่ึงเป็นการบ่นั ทอนสขุ ภาพทั้งผู๎สูบและผ๎ูท่ีอยํูใกล๎ ในพ.ศ.๒๕๕๓ คณะกรรมการมัสยิด
ตระหนักถึงปัญหาการสูบบุหรี่ จึงรํวมกับ สสส. และกองสาธารณสุขและส่ิงแวดล๎อม เทศบาลตําบลปริก ได๎
ดาํ เนินกจิ กรรมมสั ยดิ ปลอดบุหร่ี ภายใตแ๎ นวคดิ ท่ีวาํ “การให๎เกียรติบ๎านของอัลลอฮ๑ เราต๎องไมํทําบาปในบ๎านของ
พระองค๑” การสูบบหุ รถ่ี อื เปน็ สิง่ ต๎องหา๎ ม ซ่ึงศาสนาอสิ ลามมหี ลกั คาํ สอนวาํ การทํารา๎ ยตัวเองถือเป็นบาป ทําให๎
อัตราการสูบบหุ รใี่ นพ้นื ท่ีมสั ยดิ ลดลง และกลายเปน็ มัสยดิ ปลอดบุหรใ่ี นที่สดุ
๒๙๒
พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๐ สภาพแวดล๎อมของชุมชนปริกที่มีขยะ ปริมาณมากกระจัดกระจายในแตํละชุมชน
เป็นชวํ งที่ นายสุริยา ยีขุน นายกเทศมนตรีตาํ บลปรกิ และคณะกรรมการบริหารของเทศบาลลงพ้ืนท่ีหาเสียง
ประกอบกบั เทศบาลตอ๎ งการใหช๎ มุ ชนมีสวํ นรํวมในการจัดการปัญหาขยะในชุมชน คณะกรรมการมัสยิดจึงได๎
จดั ต้งั กองทนุ ขยะมบี ญุ ข้ึน โดยมีเทศบาลตําบลปรกิ หนุนเสริมการดําเนินงาน สํงผลให๎มัสยิดกลาง ชุมชนทุํง
ออก เป็นจุดศูนย๑กลางการเรียนร๎ูจัดการขยะต๎นทาง โดยประชาสัมพันธ๑เชิญชวน เพื่อสร๎างจิตสํานึกให๎
ประชาชนมกี ารตระหนักถงึ การคดั แยกขยะทถ่ี ูกวธิ ี เพ่ือลดปริมาณขยะของชมุ ชน และการจดั การขยะกลางทาง
ซึ่งเป็นการนาํ ขยะประเภททีข่ ายได๎ ขยะรีไซร๑เคลิ มาบริจาคให๎มัสยดิ บริหารจัดการ พร๎อมทั้งเสนอแนวคิดการ
จัดการขยะสํูกองทุนขยะมีบุญในพ้ืนที่จนเป็นกองทุนท่ีมีความเข๎มแข็ง นอกจากน้ีเทศบาลตําบลปริกยังได๎
เสนอแนวทางการขบั เคลอ่ื นแบบคํขู นานระหวํางมสั ยดิ อ่นื ๆ ในชมุ ชน สํงเสริมให๎แกนนําของชุมชนทุํงออกได๎
พูดคยุ แลกเปลี่ยน ชแ้ี นะชมุ ชนใกล๎เคยี ง เกิดการขยายผลการดาํ เนนิ กจิ กรรมกองทุนขยะมีบุญไปยงั พน้ื ท่ีอนื่
พ.ศ. ๒๕๖๑ ถึงปัจจุบัน ประชาชนประสบปัญหาเป็นหน้ีนอกระบบและการเงินที่กู๎ยืมมีดอกเบ้ีย
คณะกรรมการมัสยิดทุํงออกจงึ มีแนวคดิ ทจ่ี ะชํวยเหลอื ประชาชนในชุมชน จึงได๎จัดต้ังกลํุมออมทรัพย๑เพ่ือการ
กู๎ยืมแบบปลอดดอกเบ้ียขึ้น เนื่องจากหลักศาสนาห๎ามการเก็บดอกเบี้ยจากผ๎ูที่เดือดร๎อน ดังนั้นหลักการ
ดําเนนิ การทไ่ี มํสามารถชวํ ยเหลือประชาชนและไมํขดั ตํอหลักศาสนาคือมสั ยิดจดั หาส่ิงของทีป่ ระชาชนตอ๎ งการ
มาให๎ก๎ูแทนเงิน โดยส่ิงของน้ันมีวงเงินไมํเกิน ๑๐,๐๐๐ บาท และกําหนดกติกาการใช๎คืนเป็นเงิน เชํน ถ๎าก๎ู
ส่ิงของทีม่ มี ลู คํา ๑๐,๐๐๐ บาท ให๎ใช๎คืนเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท เป็นระยะเวลา ๑๑ เดือน เป็นต๎น ทําให๎มีเงิน
หมนุ เวียนในกองทุนออมทรพั ย๑
๒. กล่มุ ประชากรเป้าหมาย
ชมุ ชนทงุํ ออก มีครัวเรือนจาํ นวน ๑๕๔ ครัวเรือน ประชากรทั้งหมดจํานวน ๖๖๗ คน เพศชาย จํานวน
๓๓๒ คน (รอ๎ ยละ ๔๙.๗๘) เพศหญิงจาํ นวน ๓๓๕ คน (ร๎อยละ ๕๐.๒๒) เดก็ อายุ ๑๐ – ๑๙ ปี จํานวน ๙๙ คน
(ร๎อยละ ๑๔.๘๔) วัยทาํ งาน ๑๕-๖๐ ปี จาํ นวน ๔๐๘ คน (ร๎อยละ ๖๑.๑๗) ผ๎ูสูงอายุ จํานวน ๗๘ คน (ร๎อยละ
๑๑.๖๙) ผป๎ู วุ ยเรือ้ รงั จาํ นวน ๓๕ คน (รอ๎ ยละ ๕.๒๕ ) คนพิการ จาํ นวน ๕ คน (ร๎อยละ ๐.๗๕)
๓. ผลที่ตอ้ งการใหเ้ กิดขนึ้
เพื่อใหม๎ สั ยดิ กลางเป็นสถานทป่ี ฏิบัตศิ าสนากิจ จัดการเรียนการสอนหลักศาสนา บํมเพาะคนดีให๎กับ
ชมุ ชนเทศบาลตําบลปรกิ เป็นศูนย๑กลางในการชํวยเหลอื ซ่งึ กันและกันในชุมชน สํงเสริมกระบวนการมสี ํวนรํวม
ของภาคสํวนตําง ๆ ในการแก๎ไขปัญหาขยะในชุมชน เพื่อสร๎างแรงจูงใจให๎คนในชุมชนให๎ความรํวมมือในการ
จัดการขยะในชุมชน เพ่ือสร๎างความยั่งยืนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล๎อมโดยสร๎างและหนุนเสริมให๎เกิด
อาสาสมัคร แกนนาํ จติ อาสา เพอ่ื การจดั การขยะ ในดา๎ นสุขภาพ เพือ่ ให๎ประชาชนมีสขุ ภาพแขง็ แรง โดยการลด
ละ เลิก สูบบุหร่ี
๔. ข้อมูลและเครือ่ งมอื ในการดาเนินงาน
แหลงํ ขอ๎ มูล TCNAP ไดแ๎ กํ ข๎อมูลครวั เรอื นยากจน ข๎อมลู การสูบหรี่ ข๎อมูลด๎านสุขภาพ ข๎อมูลสิ่งแวดล๎อม
ข๎อมูลจากโรงพยาบาลสงํ เสรมิ สขุ ภาพตาํ บล ได๎แกํ ขอ๎ มูลสขุ ภาพ ข๎อมลู การเจ็บปวุ ย ข๎อมูลจากเทศบาล ได๎แกํ
ปรมิ าณขยะจากการคัดแยกองค๑ประกอบขยะของเทศบาลตําบลปริก และข๎อมูลจากทะเบียนสัปบุรุษมัสยิด
เก่ียวกับจํานวนประชากรท่ีสังกัดมัสยิด เพื่อวางแผนสอนศาสนา ข๎อมูลจากคณะกรรมการมัสยิด ได๎แกํ
ประกาศการดาํ เนินงานและกิจกรรมของกองทนุ ขยะโดยคณะกรรมการมสั ยดิ เพือ่ ร๎จู าํ นวนขยะและเงินท่ีรับเข๎า
มัสยิด ข๎อมูลนักเรียนตาดีกา เพื่อจะได๎รู๎วํานักเรียนได๎เรียนร๎ูศาสนาที่ไหน มัสยิดกลางนําข๎อมูลเหลําน้ีมา
จัดการวางแผนการดําเนนิ งานในด๎านตําง ๆ
เครอื่ งมือในการดําเนนิ งาน ไดแ๎ กํ คําภรี ๑อัลกุรอาน หลกั ปฏิบัติทางศาสนา กฎระเบียบชุมชน กฏห๎ามสูบ
บหุ ร่ี คณะกรรมการรปะจํามัสยดิ คณะกรรมการฟัรดอู ีน คณะกรรมการตาดกี าประจาํ มัสยิด ชํวยในการเรียนรู๎
ศาสนา ปฏิบัตศิ าสนากจิ เชํน ถา๎ ในชมุ ชนไมสํ ามารถอาํ นคาํ ภรี อ๑ ัลกุรอานได๎ คณะกรรมการฟรั ดอู ีนจะชํวยอําน
เปน็ ต๎น
๕. รปู ธรรมงาน
มัสยิดกลาง ชุมชนทํุงออก มีงานและกิจกรรมดังน้ี ๑) งานเดํนเน๎นการสร๎างสังคมคนดี การจัดการ
เรยี นการสอนหลักศาสนาทั้งแบบเปน็ ทางการและไมเํ ป็นทางการ รวมถึงการปฏิบัติศาสนกิจอยํางเครํงครัด
๒๙๓
เชํน ทาํ ละหมาด ๒) การจัดต้ังกองทนุ ซารีกตั ขึ้น เพ่ือชํวยเหลือคนในชมุ ชนที่มีฐานะยากจน ที่ไมํมีคําใช๎จํายใน
การทาํ ศพ เน่ืองจากหลักการของศาสนาอิสลามวําด๎วยการชํวยเหลือซ่ึงกันและกัน สอนให๎สมาชิกในสังคม
พยุงสังคมและสงเคราะห๑ผูด๎ ๎อยกวํา ๓) มัสยิดปลอดบุหรี่ รณรงค๑ให๎ความร๎ูเก่ียวกับโทษของบุหร่ี โต๏ะอิหมําม
อาํ นคปุ ตะโทษของบหุ ร่ี ๔) จัดต้งั กองทุนขยะมีบญุ ขึน้ เปน็ แหลํงเรียนรดู๎ า๎ นการจัดการขยะ ต๎นทาง กลางทาง
ของประชาชนในพนื้ ทน่ี าํ ไปสกํู ารปฏิบตั ิจริงทสี่ ามารถจําหนํายขยะรีไซเคิลให๎เป็นมูลคําเงิน ๕) จัดต้ังกองทุน
ออมทรัพย๑
๖. วิธดี าเนนิ งาน
การดาํ เนินงานและกจิ กรรมมี ดังน้ี
๑) แตํงต้ังคณะทํางานเพ่ือวางแผนการดําเนินงานและกิจกรรมมัสยิด จากการประชุมสัปบุรุษและ
คัดเลือกบุคคลมาเป็นคณะกรรม พจิ ารณาจากความเหมาะสม ความร๎ู ความสามารถของแตํละคน จาํ นวน ๑๖
คน
๒) จดั การเรยี นการสอนศาสนาอสิ ลาม ท้ังรปู แบบเปน็ ทางการและไมํเปน็ ทางการ คณะกรรมจะเป็นผ๎ู
อํานวยความสะดวกในการเรียนการสอนศาสนาแตํละชํวงเวลา รวมถึงจัดกิจกรรมทางศาสนา เชํน การ
ละหมาด การอํานคมั ภีรอ๑ ัลกุรอาน เปน็ ต๎น
๓) รณรงค๑มัสยิดปลอดบุหร่ี กําหนดกฎ กติกาห๎ามสูบบุหร่ีในบริเวณมัสยิด มีการติดต้ังปูาย
ประชาสัมพันธม๑ สั ยดิ ปลอดบหุ ร่ี และในวนั ศกุ ร๑จะมกี ารบรรยายธรรมเกี่ยวกับการสูบบหุ รผี่ ดิ หลักศาสนา
๔) การจดั ตัง้ กองทนุ ซารกี ัต มีกิจกรรม สนับสนุนให๎นําเงินมาซ้ืออุปกรณ๑จัดการศพ (มายัต) เชํน ผ๎า
ขาว ไม๎กระดาน และอื่น ๆ ท่ีเก่ยี วขอ๎ งกับพิธีศพ การไปชํวยงานศพ ชํวยเปน็ กําลังใจใหก๎ บั ญาตผิ เู๎ สียชีวิต
๕) การจัดต้ังกองทุนขยะ โดยมีการประชุมรํวมกับชุมชนและรํวมกันหาแนวทางจัดการขยะ
ประชาสมั พันธ๑ให๎ประชาชนในแตํละครัวเรือนนาํ ขยะรไี ซเคลิ ไปบริจาคให๎มสั ยดิ กําหนดวันรับบรจิ าคขยะรไี ซเคิล
ประจําเดอื นทกุ วันเสารส๑ ปั ดาห๑ที่ ๓ ของเดือน พรอ๎ มทั้งนัดหมายผป๎ู ระกอบการรับซ้ือขยะรีไซเคิลมารับซ้ือ ณ
วนั ทาํ กิจกรรม และประชาสมั พันธ๑เชญิ ชวนผเ๎ู ขา๎ รวํ มกิจกรรมประจาํ เดือน กรณีท่ีประชาชนไมํสามารถนําขยะ
มารวมทมี่ ัสยิด คณะกรรมการมสั ยดิ และจติ อาสาจะมีรถไปรบั ขยะถึงบ๎าน จัดทําระบบบญั ชีการรับบริจาคขยะ
และรายได๎ทีไ่ ดร๎ บั ประจาํ เดอื น มอบเงนิ ทข่ี ายขยะใหม๎ ัสยิด เพอื่ นําไปบรหิ ารจดั การ คํานาํ้ คําไฟ การจัดซื้อของ
เยยี่ มผูป๎ ุวยติดเตยี ง และการสนบั สนุนกิจกรรมพัฒนาชุมชนพร๎อมท้ังสรุปและจัดทําบัญชีกองทุนขยะมีบุญ
มสั ยดิ กลาง
๖) จดั ตง้ั กลุํมออมทรพั ยเ๑ พอ่ื การกูย๎ มื แบบปลอดดอกเบี้ยขึ้น คณะกรรมการกําหนดกติกาการใช๎คืน
เปน็ เงิน เชนํ ถ๎าก๎ูสงิ่ ของทมี่ มี ูลคํา ๑๐,๐๐๐ บาท ให๎ใชค๎ ืนเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท เป็นระยะเวลา ๑๑ เดือน เป็น
ต๎น ทําใหม๎ เี งนิ หมนุ เวียนในกองทนุ ออมทรัพย๑
๗. ผลผลติ ผลลพั ธ์
การเปลย่ี นแปลงทเ่ี กดิ ข้ึนจากการดําเนนิ งานของมสั ยิดทํุงออก สะท๎อนถงึ การปลกู จติ สาํ นกึ ความเป็น
คนดตี ามหลกั ศาสนาใหก๎ ับคนในชมุ ชนเทศบาลตาํ บลปรกิ โดยประชาชนปฏิบัตติ ามหลักศาสนาอยาํ งเครงํ ครดั
ได๎แกํ ๑) การปลกู ฝงั ใหค๎ นเปน็ คนดี พบวํา ประชาชนมาใช๎บริการท่มี ัสยดิ กลางทงํุ ออก จาํ นวน ๖๔๒ คน/เดือน
ผใู๎ หญํ (ชาย) เรยี นหลกั คาํ สอนศาสนาในวันพธุ แรกของเดือน จํานวน ๑๕ คนตํอเดอื น ผู๎ใหญํ (หญิง) เรยี นวนั
เสารแ๑ รกของเดือน จาํ นวน ๓๐ คน เด็กและเยาวชน เรียนกลางคืนวันจันทร๑ -ศุกร๑ จํานวน ๒๐ คน เด็กและ
เยาวชนเรียนตาดีกาในวันเสาร๑-อาทติ ย๑ จํานวน ๑๔๙ คนตํอเดอื น ๒) มัสยิดปลอดบุหรี่ ร๎อยละ ๑๐๐ ๓) การ
จัดการขยะของชุมชน ประชาชนชุมชนทํุงออก นํานโยบายเรื่องการจัดการสิ่งแวดล๎อมสูํการปฏิบัติในระดับ
ครวั เรอื นและชมุ ชนในการจดั การ ขยะตน๎ ทาง กลางทาง และปลายทางจาํ นวน ๑๕๔ ครัวเรอื น เกดิ กองทนุ ขยะ
มีบุญ จํานวน ๑ กองทนุ เรยี กวํา กองทนุ ขยะมีบุญ ลดการใชถ๎ งุ พลาสตกิ และกลํองโฟม ๙ ครัวเรอื น (ร๎อยละ
๑๐.๑๑) เก็บขยะได๎เฉลี่ย ๖๔๒ กิโลกรัม/เดือน รายได๎จากการขายขยะ ๑,๐๐๐ บาทตํอเดือน เพื่อใช๎ในการ
บริหารจัดการคําน้ําไฟ การจัดสวัสดิการของเยี่ยมผ๎ูปุวยติดเตียงในชุมชน และสามารถบูรณาการกิจกรรม
มสั ยิดสงํ เสริมสุขภาพ เชํน สํงเสริมกิจกรรมการลดและงดการสูบบุหรี่ การปูองกันสารเสพติด เป็นต๎น ๔)
กองทนุ ชารีกตั สามารถจดั สวสั ดกิ ารใหก๎ บั สมาชกิ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ จํานวน ๑๐ คน (รอ๎ ยละ ๑๐๐ ของสมาชกิ
ท่เี สียชวี ิต) และครอบครัวในชุมชนเขา๎ รํวมเปน็ สมาชิกกองทนุ รอ๎ ยละ ๙๘ ๔)
๒๙๔
๘. ผลกระทบท่เี กดิ ข้ึน
ผลกระทบกบั เปาู หมาย SDG เปาู หมายท่ี ๑ ขจัดความยากจนทุกรูปแบบในทุกพื้นท่ี ตัวช้ีวัดที่ ๑.๓.๑
ร๎อยละของประชากรท่ีได๎รับความคุ๎มครองทางสังคม คณะกรรมการมัสยิดกลาง ได๎ดําเนินการชํวยเหลือ
ครอบครวั ผยู๎ ากจนผํานกองทนุ ซารีกัต เปาู หมายท่ี ๓ การมสี ุขภาพและความเปน็ อยูํท่ีดี ตัวชี้วัดที่ ๓.a.๑ การ
สูบบหุ ร่ขี องผมู๎ อี ายุ ๑๘ ปขี ้นึ ไป (อายมุ าตรฐานของผ๎ูสบู บุหรรี่ ายใหมํ) โดยมัสยิดทํุงออกมีการดําเนินการจน
กลายเปน็ มสั ยิดปลอดบหุ ร่ี เปาู หมายที่ ๔ การศึกษาท่ีเทําเทยี ม มัสยดิ จดั รปู แบบการเรยี นรดู๎ า๎ นศาสนาทงั้ ที่มี
หลักสตู รอยํางเป็นทางการ และรปู แบบไมํเป็นทางการ ได๎แกํการเผยแพรศํ าสนาอิสลามจากผสู๎ อนศาสนาจาก
มัสยดิ อืน่ มาบรรยาย เป็นต๎น ในด๎านการจัดการขยะต้ังแตํต๎นทาง และกลางทาง มีการนําขยะมาสร๎างเป็น
มูลคํา
ผลกระทบตํอ ๕ มิติโครงสร๎างพื้นฐานของชุมชน ดังนี้ ๑) ด๎านสังคม สร๎างกลไกในการนําหลักการ
ศาสนาอิสลามไปสูํการปฏิบัติให๎เป็นรูปธรรม ๒) ด๎านเศรษฐกิจ คนในชุมชนที่เป็นคนยากจน ผ๎ูด๎อยโอกาส
ผป๎ู ุวยรับเงนิ สนับสนุนการดํารงชีวติ จากการดาํ เนินงานของมัสยิด ๓) ด๎านส่ิงแวดล๎อม ชุมชนมีความสะอาด
และมีการจัดการขยะอยาํ งถูกวิธี ๔) ดา๎ นสขุ ภาพ ลดปัจจัยเสย่ี งจากการเกิดโรคจากการมปี รมิ าณขยะทมี่ ากขน้ึ
เชํน โรคอุจจาระรํวง ไข๎เลือดออก เป็นต๎น อีกท้ังลดปัจจัยเสี่ยงจากโรคที่เกิดจากการสูบบุหร่ี และ ๕) ด๎าน
การเมืองการปกครอง ประชาชนมีสํวนรํวมในการดําเนินงานของมัสยิด และชํวยกันขับเคล่ือนกิจกรรมที่
สอดคล๎องตามหลักการศาสนาอิสลาม ผลกระทบนโยบายดา๎ นที่ ๒ การพัฒนาสังคมและการเสริมสร๎างพลัง
ชุมชน ดว๎ ยการสรา๎ งการมีสํวนรํวมในการจัดการขยะ นโยบายด๎านท่ี ๔ การพัฒนาสาธารณสุขและสํงเสริม
คุณภาพชีวิต มีการกําหนดมัสยิดปลอดบุหรี่ และนโยบายด๎านท่ี ๘ การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ
สิง่ แวดลอ๎ มและพลงั งาน โดยจัดตง้ั กองทุนขยะ
๒๙๕
๖.๕.๓ ฐานการเรียนรู้มัสยดิ มฮู ิบบนี ชุมชนสวนหม่อม
แผนภาพที่ ๖.๘๑ มัสยิดมูฮิบบนี ชมุ ชนสวนหมํอม
๒๙๖
Key actors มสั ยิดมฮู ิบบนี ชมุ ชนสวนหมํอม
งานเด่น
ระดบั ของทุนทางสงั คม สอนศาสนา
ความสอดคลอ้ งกบั ๗ สังคม ระดับชุมชนหรือหมํูบ๎าน
พน้ื ท่ี
ผ้ดู าเนนิ การหลัก สงั คมคนดี
มัสยิดมฮู บิ บีน ชมุ ชนสวนหมํอม
๑. นายหละ๏ เหมหมาด ตาํ แหนํง โต๏ะอหี มําม
เบอร๑โทรศพั ท๑ ๐๘๓-๖๕๖๔๓๖๑
๑. ท่มี าหรือฐานคิดของการดาเนินงาน
มัสยิดเป็นศาสนสถานของชาวมุสลิม เป็นแหลํงเรียนรู๎เรื่องศาสนาของเทศบาล
ตําบลปริก ปฏิบัตพิ ิธกี รรมทางศาสนา เชนํ การละหมาด ขอวิงวอนจากพระเจ๎า เป็นโรงเรียนสอนอัลกุรอาน
สถานทที่ าํ พธิ ีสมรส และสถานทพี่ กั พงิ ของผ๎ูสัญจร บทบาทสําคัญในการดําเนินงานศาสนา มัสยิดมูฮิบบีน
ตัง้ อยํใู นชุมชนสวนหมํอน หมทํู ่ี ๕ ตาํ บลปริก อําเภอสะเดา จงั หวดั สงขลา เป็น ๑ ใน ๒ มัสยิดท่ีมีอยูํในชุมชน
สวนหมํอน เป็นมสั ยดิ ทีม่ นี กั ทํองเทย่ี วชาวมาเลเซยี นยิ มมาหยุดพักและทําละหมาดเป็นประจํา ดําเนินการใน
รูปแบบคณะกรรมการมัสยิด จํานวน ๑๕ คน ชุมชนสวนหมํอนมี ๒๒๒ ครัวเรือน ประชากรท้ังหมดจํานวน
๑,๑๐๘ คน เพศชาย จํานวน ๕๔๐ คน (ร๎อยละ ๔๘.๗๔) เพศหญิงจํานวน ๕๖๘ คน (ร๎อยละ ๕๑.๒๖) จํานวน
ครวั เรือนท้ังหมด ๒๓๑ ครวั เรือน ประชาชนมีวิถชี ีวิตพึง่ พาอาศยั กัน นบั ถอื ศาสนาอิสลาม จํานวน ๑๐,๙๘ คน
(ร๎อยละ ๙๙.๐๙) ประชาชนท่ีมาใช๎บริการที่มัสยิดมูฮิบบีน จํานวน ๔๕๖ คน จํานวนคนท่ีมาเรียนศาสนา วัน
จนั ทร๑ จาํ นวน ๓๐ คนตํอเดือน เรียนวันเสาร๑-อาทิตย๑ จํานวน ๘๐-๑๐๐ คนตํอเดือน เด็กท่ีเข๎าเรียนตาดีกา
จํานวน ๖๔ คนตํอเดือน ในสวํ นของสง่ิ แวดลอ๎ ม มีครวั เรือนจัดให๎มีภาชนะรองรับขยะจํานวน ๒๒๐ ครัวเรือน
คิดเป็นร๎อยละ ๙๘.๖๗ มีการใช๎บริการเก็บขยะในพ้ืนที่ (ชุมชน เอกชน หรือบริการสาธารณะโดยรัฐ) ๑๐๕
ครัวเรอื น (ร๎อยละ ๔๗.๗๓) การนําขยะไปท้ิงท่ีอื่น (ที่ทํางาน นอกพื้นท่ีบ๎าน ที่ท้ิงขยะในชุมชน) ๖ ครัวเรือน
(ร๎อยละ ๒.๗๓ ) สมาชิกในครวั เรือนเขา๎ รํวมกิจกรรมการเก็บขยะในท่ีสาธารณะ เชํน แมํน้ํา ลําคลอง ชายฝ่ัง
ทะเล ๑๐๙ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๔๗.๑๘) การขุดลอกคูคลอง ๙๕ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๔๑.๑๒) การเก็บกวาด
บริเวณบ๎านให๎สะอาด ๑๔๘ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๙๘.๖๗ ) การหลีกเหล่ียงการใช๎ถุงพลาสติก และกลํองโฟม
๑๙๒ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๘๓.๑๑) การดําเนินงานที่ผํานมามํุงเน๎นให๎คนในชุมชนเข๎ามามีสํวนรํวม จนกระทั่ง
ปัจจบุ นั ไดม๎ ีการจดั การเรยี นการสอนศาสนาให๎กบั คนในชุมชน ท้ังเด็ก เยาวชน และคนในชุมชนทุกคน ให๎เป็น
คนดี มสี ่งิ ยึดเหนย่ี วจติ ใจ มีคุณธรรม จรยิ ธรรม และมีการพัฒนากิจกรรมภายใต๎ช่ือ “ขยะมีบุญ” ซึ่งเป็นการ
บรจิ าคขยะ เพือ่ นาํ เงินไปบริจาคใหผ๎ ๎ดู ๎อยโอกาส และบริหารมัสยิด รวมถึงกองทุนชารีกัต เพื่อชํวยเหลืองาน
ศพของสมาชกิ ในชุมชน การจดั การของมัสยิดมูฮิบบีนได๎พัฒนาเป็นแหลํงสร๎างคนดี โดยเส๎นทางการพัฒนา
ดังนี้
๒๙๗
แผนภาพที่ ๖.๘๒ เสน๎ ทางการพัฒนาคณะกรรมการมัสยดิ มูฮิบบีน
พ.ศ.๒๕๓๕ - พ.ศ ๒๕๕๗ ชุมชนสวนหมํอนประสบปัญหาการจัดงานศพ โดยเฉพาะ
ครอบครวั ท่ีฐานะยากจนไมํมีคําใช๎จํายในการจัดงานศพ คณะกรรมการมัสยิดมูฮิบบีนจึงได๎จัดต้ังกองทุนซา
รีกตั ขน้ึ ตามหลักศาสนาอสิ ลาม เพอื่ บรรเทาความเดอื ดร๎อนของคนในชุมชน ให๎การชํวยเหลือซ่ึงกันและกันใน
ชุมชน จึงต๎องการให๎คนในชุมชนไดม๎ ีกองทุนในการจัดการศพ (มายตั ) เน่ืองจากการจัดการศพ มคี าํ ใชจ๎ าํ ย เชํน
คําผ๎าขาว ไม๎กระดาน คําใช๎จํายในการต๎อนรับญาติพ่ีน๎องท่ีมารํวมงานและอ่ืน ๆ ในชํวงแรกสมาชิกเข๎ารํวม
จํานวน ๑๐๐ ครวั เรอื น โดยเกบ็ เงนิ ครวั เรอื นละ ๓๐ บาท เป็นเงิน ๓,๐๐๐ บาท/ศพ นอกจากน้ี มัสยิดมูฮิบบีน
เปน็ ศาสนสถานท่มี ภี ารกิจในการเผยแพรศํ าสนา ในพ.ศ.๒๕๓๘ นายละ เหมหมาด ไดเ๎ สนอแนวคิดการจัดการ
เรียนศาสนาตอํ คณะกรรมการมสั ยิด จงึ ไดด๎ ําเนินการใหม๎ กี ารเรียนตาดกี า เปน็ การสอนหลกั ศาสนาให๎กับเด็ก
และเยาวชน รวมถึงเปิดสอนสําหรบั บุคคลทัว่ ไป เพือ่ เป็นการปลูกฝงั จิตวญิ ญาณท่ีดใี ห๎กับมุสลิมท้งั หลาย
พ.ศ. ๒๕๕๘- ๒๕๖๐ เทศบาลตาํ บลปรกิ เห็นวําสภาพแวดลอ๎ มของชมุ ชนปริกมีขยะปริมาณมากกระจัด
กระจายในชมุ ชน จึงได๎มีนโยบายการจดั การทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล๎อม และพลังงาน เทศบาลตําบลปริก
มกี ารขับเคล่อื นกิจกรรมโดยใช๎กระบวนการสรา๎ งความร๎ใู หค๎ นในชมุ ชน ให๎คนในชมุชนได๎รํวมวางแผนและแก๎ไข
ปัญหา สํงผลใหช๎ ุมชนสวนหมอํ มมกี ารจัดการขยะในครัวเรือนตนเอง ตามวสิ ัยทศั นข๑ องเทศบาล โดยมีมัดยิดมู
ฮิบบินเป็นศนู ยก๑ ลางในการดําเนนิ งานในชุมชน เทศบาลได๎จดั ฝึกอบรมการจัดการขยะในชมุ ชนให๎กับประชาชน
เนอื่ งจากพบวาํ ประชาชนในชมุ ชนขาดตระหนักถึงการจัดการขยะ กองสาธารณสุขและส่ิงแวดล๎อมจึงลงพื้นท่ี
ในชุมชนสวนหมอํ มนดั หมายกลมํุ แกนนาํ มสุ ลีมะหแ๑ ละประชาชนผู๎สนใจรํวมหาแนวทางการจัดการขยะชุมชน
สวนหมํอม การฝึกอบรมมีการสาธิตการปฏิบัติจริง เจ๎าหน๎าท่ีใช๎วิธีการสุํมและแยกขยะในถังของชุมชนที่
สรปุ ผลการสาธิตการคดั แยกขยะพบวํา อันดับที่ ๑ มีขยะอินทรีย๑มากที่สุด อันดับ ๒ ถุงพลาสติก และอ่ืน ๆ
อันดบั ๓ ขยะอันตรายประเภท ผา๎ อ๎อมสาํ เร็จรูปเดก็ เลก็ และผ๎ูใหญํ หลอดไฟ จากการประชุมสาธิตสะท๎อนให๎
เหน็ วําคนในชมุ ชนยงั ไมสํ ามารถคดั แยกและทิง้ ขยะทีถ่ กู ตอ๎ งได๎ จึงมกี ารรวํ มวางแผนโดยแกนนํามุสลีมะห๑และ
๒๙๘
คณะกรรมการชุมชนปฏิบัติเป็นตน๎ แบบและบอกตํอครัวเรือนข๎างเคียง รํวมระดมความคิดกับกลุํมสตรี และ
กรรมการชมุ ชนเพอื่ แก๎ปญั หาการทิ้งขยะไมถํ กู ต๎อง และภูมิทศั นบ๑ างจดุ ในชุมชนไมสํ วยงาม กลุํมแกนนําชุมชน
เสนอแนะนัดวันทํากิจกรรม โดยทุกวันพุธ เทศบาลจะมีทีมสนับสนุนไปรํวมดําเนินการกับกลุํมแกนนําชวน
เชิญคนในชมุ ชนรํวมพัฒนาชุมชนในจุดเปราะบาง แนะนําวิธีการคัดแยกขยะต๎นทาง กลางทาง หลังจากนั้น
เสนอแนวทางถนนปลอดถังขยะ ทาํ ให๎ภูมทิ ศั นใ๑ นชมุ ชนสะอาด และนําอยํูยง่ิ ข้นึ
พ.ศ. ๒๕๖๑ - ถึงปจั จบุ ัน จากการศกึ ษาดูงานกองทุนขยะมีบุญของมัสยิดกลางทุํงออกเห็นประโยชน๑
ของการมีกองทุน กลุํมมสุ ลมี ะห๑รํวมกบั คณะกรรมการมัสยิดมฮู ิบบนี จึงได๎จดั ตงั้ กองทนุ ขยะ ชุมชนสวนหมํอม
ใช๎แนวคดิ การดําเนนิ งานกองทนุ ขยะมีบญุ ของมัสยิดกลางทงํุ ออก มาขับเคลื่อนและสร๎างรายได๎ให๎มัสยิดเพ่ือ
ใชจ๎ าํ ยในการจัดกิจกรรมตาํ ง ๆ นอกจากนใ้ี นสํวนของกองทุนชารีกัตมีสมาชิกเพิม่ ขึน้ เปน็ ๑๕๐ คน ทําให๎มีเงิน
เพม่ิ ข้นึ เปน็ ๔,๕๐๐ บาท/ศพ
๒. กลุม่ ประชากรเป้าหมาย
ประชากรทุกกลุํมวยั ในชมุ ชนสวนหมอํ ม จํานวน ๑,๑๐๘ คน ๒๓๑ ครวั เรือน
๓. ผลที่ต้องการให้เกิดขึน้
เพื่อให๎ชมุ ชนนําอยูํ คนในชมุ ชนเป็นคนดี มีจติ ใจเมตตาเออ้ื เฟ่ือตํอกนั สิ่งแวดล๎อมดีไมํมขี ยะ ครัวเรือนมี
ความรบั ผดิ ชอบตํอสงั คม และมสี วัสดิการกองทุนซารีกัตเพื่อให๎มีการบริจาค คนในชุมชนได๎ชํวยเหลือซึ่งกัน
และกันกรณเี สียชีวติ ลดภาระของครอบครวั และสมาชิกในชุมชนไดร๎ ับสวสั ดกิ ารอยํางครอบคลมุ
๔. ขอ้ มูลและเครื่องมือในการดาเนินงาน
แหลํงข๎อมูล TCNAP ได๎แกํ ข๎อมูลประชากร ข๎อมูลสุขภาพ ข๎อมูลด๎านเศรษฐกิจ เชํน รายได๎เฉลี่ย
ประชากร รายไดเ๎ ฉลี่ยครวั เรอื น ร๎อยละครัวเรือนทีม่ หี นส้ี ิน ร๎อยละครัวเรือนที่มีการออม ร๎อยละประชากรท่ีมี
รายได๎ต่ํากวําเส๎นความยากจน เป็นต๎น และข๎อมูลด๎านส่ิงแวดล๎อม ๒) ข๎อมูลจากเทศบาลตําบลปริก ได๎แกํ
ข๎อมลู การคัดแยกขยะ ๓) ขอ๎ มลู จากกลุมํ ซารีกัต เชํน บัญชีรายรับ รายจําย การจัดสวัสดิการ จํานวนเงินทุน
หมนุ เวยี น เป็นตน๎ ๔) ขอ๎ มูลจากสัปบุรษุ ของมสั ยดิ ไดแ๎ กํ จาํ นวนคนนบั ถอื ศาสนาอิสลามท่ีสังกัดมัสยิด และ
๕) ข๎อมลู จากสยดิ ข๎อมลู การดาํ เนินงานและกิจกรรมของกองทนุ ขยะ
เครื่องมือท่ีใช๎ในการดําเนินงาน ได๎แกํ คัมภีร๑อัลกุรอาน หลักสูตรตาดีกา หลักสูตรสอนศาสนา แนว
ทางการบริหารจัดการกองทนุ ตามหลกั ศาสนาอิสลาม การบรหิ ารจัดการกองทุนแบบมีสํวนรํวม การกําหนด
กฎ ระเบยี บ กตกิ าข๎อบังคบั ของกลมํุ ซารกี ัต เปน็ ต๎น
๕. รูปธรรมงาน
มสั ยิดมูฮบิ บนี ชนุ ชนสวนหมํอม มงี านและกิจกรรมดงั น้ี
๑) บริหารจัดการมัสยิด มีการแตงํ ต้ังคณะกรมการมัสยิดเปน็ ผู๎ดาํ เนินการในกจิ กรรมตํางๆ จํานวน ๑๕
คน
๒) สอนศาสนา ดว๎ ยการสอนหลักศรัทธาและหลกั ปฏิบตั ิ ดว๎ ยการสรา๎ งโอกาสใหช๎ ุมชนเขถ๎ งึ ศาสนามาก
ท่ีสุด โดยมีผู๎ทรงคุณวุฒิ จํานวน ๒ คนในชุมชนเป็นครูสอนตาดีกาให๎กับเด็ก ผ๎ูทรงคุณวุฒิมีคุณสมบัติมี
ความรูเ๎ ร่อื งศาสนา ระดับ ม.๓ และมีความร๎ูสามญั ระดับ ม.๖ และเปน็ จิตอาสา จัดอบรมเยาวชนปี ละ ๑ คร้ัง
สอนผใ๎ู หญวํ ันเสาร๑ บรรยายหลักศาสนาในวนั ศกุ ร๑และบรรยายหลักปฏิบัติประจาํ วัน ในวันจันทร๑และกลางคืน
วนั เสาร๑
๓) กองทุนซารกี ัต ด๎วยการรบั สมัครสมาชกิ เข๎ารํวมกองทุนซารีกัต กําหนด กฎ กติกา กองทุนซารีกัต
จํายเงินชํวยเหลอื งานศพ ปัจจุบันมีสมาชิก ๑๕๐ ครัวเรือน เก็บเงินครัวเรือนละ ๓๐ บาท เงินทุนหมุนเวียน
๙,๐๐๐ บาท
๔) กองทนุ ขยะมบี ญุ จดั กจิ กรรมทุกวันท่ี ๑๗ ของเดือนๆละ ๑ ครั้ง ดําเนินการโดยคณะทํางาน ๑ ชุด
จํานวน ๑๓ คน โดยให๎ประชาชนนําขยะมารวมกันท่ีมัสยิด หากครัวเรือนใดไมํสามารถนําขยะมาได๎ให๎แจ๎งกับ
คณะทาํ งานเพอื่ ใช๎รถพวํ งไปรับขยะมาทม่ี สั ยดิ และนดั หมายผ๎ซู ้ือขยะมารับขยะทม่ี ัสยิด นาํ เงนิ ทีไ่ ด๎จากการขาย
ขยะมาบริหารจดั การแบํงเป็น ๔ สํวน คือ สํวนที่ ๑ บรหิ ารจดั การคําน้าํ คําไฟของมสั ยิด สวํ นท่ี ๒ คําตอบแทน
มุสลีมะห๑ ท่ีชํวยประกอบอาหารท่ีมัสยิดในชํวงละศีลอดเดือนรอมฎอน ตอบแทนด๎วยผ๎าโสรํงผู๎หญิงเป็น
ของขวัญเพื่อใช๎ในวันฮารีรายอ ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติท่ีสํงเสริมให๎ประชาชนสวมเส้ือผ๎าชุดใหมํ ๆ สํวนท่ี ๓ ซ้ือ
๒๙๙
ของขวญั ให๎เดก็ เยาวชนในกจิ กรรมตําง ๆ วนั ฮารรี ายอ สํวนท่ี ๔ วางแผนนําเงินชํวยเหลือผู๎ปุวยติดเตียงโดย
การซ้ือของใชจ๎ าํ เปน็ ตามความเหมาะสม ปัจจบุ นั มเี งนิ หมนุ เวียนในกองทุน ๑,๒๐๐ บาท
๖. วิธีดาเนินงาน
๑) แตํงตั้งคณะกรรมการมัสยิดเป็นผ๎ูดําเนินการในกจิ กรรมตาํ ง ๆ จํานวน ๑๕ คน ได๎แกํ ประธาน รอง
ประธาน คณะกรรมการและเลขานุการแบํงหน๎าท่ีรับผิดชอบ ฝุายการเงิน ฝุายสถานท่ี ฝุายประชาสัมพันธ๑
ฝาุ ยการศึกษา ทาํ หน๎าท่ขี ับเคล่อื นงานและกิจกรรมในมัสยิด
๒) ดาํ เนินการสรา๎ งโอกาสให๎ชมุ ชนเขา๎ ถึงศาสนามากย่งิ ขึ้น โดยคนในชมุ ชนมาเป็นครูสอนตาดีกาให๎กับ
เดก็ ๆ ทกุ วนั เสาร๑-อาทิตย๑ อบรมเยาวชน ปีละ ๑ คร้ัง สอนผ๎ูใหญวํ ันเสาร๑ และมกี ารบรรยายในหลักศาสนาขอ๎
ตําง ๆ ในวนั ศกุ ร๑ และหลกั ปฏบิ ัติในชวี ิตประจาํ วัน ในวนั จนั ทร๑และคนื วันเสาร๑
๓) รับสมัครสมาชิกเข๎ารํวมกลุํมกองทุนซารีกัต กําหนดกฎ กติกาของกลํุมกองทุนซารีกัต ดังนี้ (๑)
สมาชกิ ต๎องแจ๎งเกิดตั้งแตํ ๓ เดือนขึ้นไป (๒) กรณมี คี ํูสมรส คิดเปน็ ๑ ครอบครวั (๓) กรณเี ปน็ สมาชิกแลว๎ แตํ
แตงํ งานใหมํให๎แจ๎งสมคั รใหมํ (๔) ตอ๎ งเป็นคนในพ้นื ท่ี (๕) ทุกครง้ั ที่มีคนตายใหจ๎ าํ ยศพละ ๓๐ บาทตํอ ๑ ศพ
กรณมี ีสมาชกิ เสียชวี ิต คณะกรรมการมสั ยดิ จะมอบเงินให๎กบั ครอบครัว
๔) ดําเนินการเรื่องขยะมีบุญ โดยมีวิธีการดําเนินงาน คือ ประชุมแกนนําเก่ียวกับปัญหาขยะรํวมกับ
ชมุ ชน ใหข๎ อ๎ มูลกบั ประชาชน ประชาสัมพันธ๑ให๎ครัวเรือนรํวมกันคัดแยกขยะในครัวเรือนและในชุมชน แตํงต้ัง
คณะทาํ งานเพอื่ วางแผนการทํางานรํวมกับชุมชนและเทศบาลตําบลปริก ในการจัดการขยะต๎นทางสํงเสริม
ความรู๎เร่ืองการจัดการขยะทถี่ กู วิธี ตงั้ แตํครวั เรือน การจัดการขยะกลางทาง คอื การสงํ เสรมิ ให๎มีการนาํ ขยะมา
สรา๎ งเป็นมูลคําผาํ นกจิ กรรมขยะมบี ุญ ธนาคารขยะ ร๎านรับซอ้ื ของเกํา การทําน้ําหมักชีวภาพ ปุ๋ยหมักชีวภาพ
และแก๏สชวี ภาพ และการจัดการขยะปลายทาง คอื การนาํ ขยะทัว่ ไปมาทงิ้ ณ บํอทง้ิ ขยะ โดยสํวนใหญํเป็นขยะ
อนิ ทรยี ๑จากรา๎ นค๎า รา๎ นอาหาร และครวั เรอื นที่ไมมํ ีพ้นื ท่ใี นการจดั การขยะอินทรยี ๑
๗. ผลผลติ ผลลัพธ์
๑) เด็ก เยาวชน และประชาชนทกุ คนในชมุ ชน มโี อกาสไดเ๎ ขา๎ ถึงศาสนา ได๎เรยี นรหู๎ ลกั ศาสนา เพื่อพฒั นา
ชีวติ ใหเ๎ ปน็ คนดขี องสังคม ตามหลักศาสนา และสํงเสริมใหค๎ นมีเมตตา เอ้ืออาทรตํอกัน และอยํูรํวมกันอยําง
สันติสุข โดยประชาชนที่มาใช๎บริการทม่ี ัสยิดมฮู บิ บีน จํานวน ๔๕๖ คน จํานวนคนที่มาเรียนศาสนา วันจันทร๑
จาํ นวน ๓๐ คนตอํ เดือน เรยี นในวันเสาร๑-อาทติ ย๑ จํานวน ๘๐-๑๐๐ คนตํอเดอื น เด็กที่เข๎าเรยี นตาดีกา จํานวน
๖๔ คนตอํ เดอื น ละหมาดทุกวนั ศุกร๑ จาํ นวน ๒๕๐ คนตอํ เดือน ละหมาด ๕ เวลา จํานวน ๔๐ คนตํอคร้งั
๒) ครัวเรือนเป็นสมาชิกกองทุนชารีกัต จํานวน ๑๕๐ ครัวเรือน ในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ มีสมาชิกได๎รับ
สวสั ดกิ าร จาํ นวน ๓ ราย (รอ๎ ยละ๑๐๐) และในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ จํานวน ๒ ราย (ร๎อยละ ๑๐๐) รายละ ๔,๕๐๐
บาท ปัจจบุ ันกองทนุ มีเงินทุนหมุนเวยี น ๙,๐๐๐ บาท
๓) ชมุ ชนสวนหมอํ ม นาํ นโยบายเรอื่ งการจัดการสิง่ แวดลอ๎ มสกํู ารปฏิบัติในระดบั ครวั เรือนและชุมชนใน
การจดั การ ขยะต๎นทางคอื การคดั แยกขยะในครัวเรือน จํานวน ๒๓๑ ครัวเรือน มีศาสนสถานที่ดําเนินการใน
เร่ืองของกองทนุ ขยะ และการจดั การขยะในชมุ ชน จํานวน ๑ แหงํ การหลีกเลี่ยงการใช๎ถุงพลาสติก และกลํอง
โฟม ๑๙๒ ครัวเรอื น (ร๎อยละ ๘๓.๑๑) รายได๎จากการจัดการขยะจํานวน ๑,๐๐๐ บาทตํอเดือน แบํงให๎มัสยิด
๕๐๐ บาท (ร๎อยละ ๕๐) เข๎ากองทุนขยะ ๓๐๐ บาท (ร๎อยละ ๓๐) และ ให๎เป็นสวัสดิการผ๎ูยากไร๎ ๒๐๐ บาท
(ร๎อยละ ๒๐)
๘. ผลกระทบท่ีเกิดข้ึน
ผลกระทบกับเปูาหมาย SDG (Sustainable Development Goals) ขององคการสหประชาชาติ
เปูาหมายที่ ๑ ขจดั ความยากจนทุกรูปแบบในทุกพื้นที่ ดังท่ีมัสยิดมูฮิบบีนได๎ดําเนินการจัดตั้งกองทุนชารีกัต
ลดปญั หาความเล่อื มล้ําทางสงั คม ชวํ ยเหลือครอบครัวทม่ี ีผูเ๎ สียชีวิต ในการจดั การศพ เปาู หมายท่ี ๔ การศกึ ษาท่ี
เทาํ เทียมมสั ยดิ ได๎ดาํ เนนิ การจดั การเรยี นการสอนวิชาศาสนาให๎กบั เด็กและผู๎ใหญํอยาํ งเปน็ ระบบ สาํ หรับเดก็ มี
การสอบวดั ผล มีใบรับรองการผํานการศกึ ษา ในสวํ นของผ๎ูใหญํ จะจัดการสอนลักษณะที่ไมํเป็นทางการ แตํมี
วนั และเวลาท่ชี ดั เจน เพือ่ ปรบั ให๎เขา๎ ลกั ษณะความสามารถในการเรียนรตู๎ ามชวํ งวยั เปาู หมายที่ ๑๑ เมอื งและถิ่นฐาน
มนุษยอ๑ ยาํ งยัง่ ยนื ตวั ชวี้ ดั ที่ ๑๑.๖.๑ ร๎อยละของขยะท่เี ป็นของแขง็ ในเขตเมอื งทมี่ ีการจดั เกบ็ ตามปกติ และถูก
๓๐๐
นาํ กลบั มาใช๎ใหมํ (จําแนกตามประเภทของเสีย) ในเปูาหมายและตัวชี้วัดน้ี การดําเนินการของมัสยิดมีความ
สอดคล๎องอยํางชัดเจน ดังที่ได๎จัดต้ังกองทุนขยะมีบุญ มีการคัดแยกขยะที่ถูกต๎อง ทําให๎ปริมาณขยะลดลง
และขยะท่ีนาํ ไปขาย จะเข๎าสํรู ะบบรไี ซดเ๑ คิลและหมุนเวียนกลับมาเปน็ ผลิตภัณฑใ๑ หมํตํอไป
ผลกระทบตํอ ๕ มติ ิโครงสรา๎ งพนื้ ฐานของชุมชน ดังนี้ ๑) ดา๎ นสงั คม ประชาชนมีหลกั คําสอนทางศาสนา
มาปฏบิ ัตเิ พื่อใหเ๎ ป็นคนดีตามหลักศาสนา และสํงเสริมให๎คนมีเมตตา เอ้ืออาทรตํอกัน และอยูํรํวมกันอยําง
สันติสุข สังคมเกิดความสามัคคีมีเอกภาพ เพราะศาสนาจะมีหลักปฏิบัติตามให๎เป็นคนมีเหตุมีผล และมีใจ
กว๎างเอื้อเฟอื้ เผอื่ แผํตํอกัน รกั ใครํปรองดองกนั สามัคคีกัน แม๎กระท้ังคนที่อยํูตํางศาสนาก็สามารถเข๎าใจกัน
และรํวมมือกัน ประสานสามัคคีได๎ สังคมของคนที่นับถือศาสนาจึงมีความสามัคคีและมีเอกภาพ ๒) ด๎าน
สขุ ภาพ ประชาชนมีจติ ใจทด่ี ี มีความสุข สิ่งแวดลอ๎ มสะอาด สุขภาพดีท้ังกายและใจ ๓) ด๎านเศรษฐกิจ คนใน
ชุมชนเห็นความสาํ คัญและปฏิบัติในการคัดแยกขยะ สามารถนําเงินท่ีขายขยะให๎มัสยิดนําไปเป็นเงินบริจาค
ให๎กับคนยากจน ผู๎ด๎อยโอกาสในชุมชน บรรเทาความเดือดร๎อนด๎านคําใช๎จํายในการดํารงชีวิต และ กองทุน
ชารีกัตยังชํวยเหลือครอบครัวท่ีเสียชีวิต ชํวยลดภาระของประชาชนหรือญาติด๎านคําใช๎จําย ๔) ด๎านสภาวะ
แวดลอ๎ ม คนในชุมชนรวํ มมือกนั ดูแลรักษาสภาพแวดล๎อม ลดการเผา ลดปริมาณขยะ ๕) ด๎านการเมืองการ
ปกครอง เทศบาลตาํ บลปรกิ ได๎บรรจุแผนการจัดการส่ิงแวดล๎อมลงในแผนพัฒนาชุมชน ทําให๎คนในชุมชนเข๎า
มามีสวํ นรวํ มในการดําเนนิ งานตาํ ง ๆ เกดิ การรวมกลํุมทาํ กิจกรรมทเ่ี หมอื นกัน รวมพลังกัน และเกิดความรัก
ความสามัคคี ชํวยเหลอื เกอ้ื กูลกัน
ผลกระทบตอํ นโยบายเทศบาลตําบลปรกิ ด๎านท่ี ๒ การพัฒนาสงั คมและการเสริมสร๎างพลงั ชุมชน และ
นโยบายด๎านท่ี ๘ การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ สงิ่ แวดลอ๎ ม และพลงั งาน นอกจากน้ียังสํงผลกระทบตํอ ๗
สงั คม ไดแ๎ กํ สงั คมรกั ษ๑โลกโดยมัสยดิ ดาํ เนินการกองทุนขยะมีบุญ การให๎ความร๎ูการคัดแยกขยะต๎นทางและ
จัดการขยะกลางทาง แยกขยะท่ีมีคําไปขาย สังคมสวัสดิการมีการดําเนินการจัดต้ังกองทุ นซารีกัตเพ่ือ
ชํวยเหลอื ครอบครวั สมาชิกที่เสยี ชีวิต
๓๐๑
๖.๕.๔ มัสยดิ ดาหรนอาหมัน ชมุ ชนร้านใน
แผนภาพท่ี ๖.๘๓ มัสยิดดาหรนอาหมัน ชมุ ชนรา๎ นใน
๓๐๒
Key actors มสั ยิดดาหรนอาหมัน ชมุ ชนรา๎ นใน
งานเดน่
ระดบั ของทนุ ทางสงั คม มสั ยิดครบวงจร (สรา๎ งคนด)ี
ความสอดคลอ้ งกบั ๗ สังคม ระดบั ชมุ ชนหรอื หมบูํ ๎าน
พ้ืนที่
ผู้ดาเนินงานหลัก สงั คมคนดี
มัสยิดดาหรนอาหมนั ชุมชนรา๎ นใน
นายสุรินทร๑ บินลําเตะ๏ ตาํ แหนํง กรรมการฯมสั ยิด
เบอร๑โทรศพั ท๑ ๐๘๖-๒๗๕๑๖๖๒
๑. ท่มี าหรือฐานคิดของการดาเนนิ งาน
มสั ยดิ เป็นศาสนสถานของชาวมุสลิม เป็นแหลํงเรียนร๎ูเร่ืองศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมของเทศบาล
ตําบลปริก ซึ่งมุสลิมในแตํละชุมชนจะสร๎างมัสยิดข้ึนเพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา เชํน การ
ละหมาด การขอวิงวอนจากพระเจา๎ เป็นตน๎ นอกจากนี้ยังเป็นโรงเรียนสอนอลั กุรอาน สถานท่ีประชุม สถานที่
เฉลิมฉลอง ทาํ บุญ จัดพิธีสมรส และสถานที่พักพิงของผู๎สัญจร โดยในมัสยิดจะต๎องปราศจากสิ่งท่ีศาสนา
ห๎ามทัง้ ปวง ในเขตพ้ืนทคี่ วามรับผิดชอบของเทศบาลตําบลปริกมีมัสยิดท้ังหมด ๘ แหํง ได๎แกํ มัสยิดนูรุลอา
มีน มสั ยดิ นูรลุ ฮดู า มสั ยิดดาหรนอาหมัน มัสยดิ อัลนูร มสั ยิดกลาง มัสยิดตลาดใต๎ มัสยิดมูฮิบบีน และมัสยิด
ดารลุ เราะมะห๑ ซ่ึงมัสยดิ ดงั กลาํ วกระจายตวั ไปในแตํละชุมชน และมบี ทบาทสาํ คญั ในการดาํ เนินงานศาสนา
มัสยดิ ดาหรนอาหมัน ตั้งอยํูที่ชุมชนร๎านใน หมํูที่ ๔ เทศบาลตําบลปริก อําเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
บริหารจัดการในรูปแบบคณะกรรมการชุมชน จํานวน ๑๕ คน อาสาสมัครสาธารณสุข จํานวน ๑๔ คน
คณะกรรมการมสั ยิด จํานวน ๑๕ คน ชมุ ชนร๎านในมี ๑๑๑ ครัวเรือน ประชากรทั้งหมดจํานวน ๕๓๓ คน เพศ
ชาย จํานวน ๒๔๘ คน (รอ๎ ยละ ๔๖.๗๒) เพศหญงิ จาํ นวน ๒๘๔ คน (ร๎อยละ ๕๓.๒๘) นับถือศาสนาอิสลาม
จํานวน ๕๓๐ (ร๎อยละ ๙๙.๔๔) นับถือศาสนาอ่ืนๆ จํานวน ๓ คน (ร๎อยละ ๐. ๕๖) ในการสอนศาสนาพบวํา
ประชาชนที่มาใชบ๎ รกิ ารที่มสั ยิดดาหรนอาหมัน จาํ นวน ๕๓๐ คน ประชาชนที่มาเรียนศาสนาพบวํา ในวันศุกร๑
เวลา ๑๒.๐๐ – ๑๓.๓๐ น. จํานวน ๔๐๐ คนตอํ เดอื น (รอ๎ ยละ ๗๕.๐๔) วันอาทิตย๑ – วนั พฤหัสบดี เวลา ๑๓.๐๐
- ๑๕.๐๐ น. จํานวน ๕๐ คนตอํ เดอื น (ร๎อยละ ๙.๓๘) ผ๎ูใหญํ (เพศชาย) วันอังคารและวันพุธ เวลา ๑๙.๐๐ -
๒๐.๐๐ น. จํานวน ๔๐ คนตอํ เดอื น (รอ๎ ยละ ๗.๕๐) อํานกุรอาน เวลา ๑๘.๐๐ - ๒๐.๐๐ น. จํานวน ๕๐ คนตํอ
เดือน วนั เสาร๑-อาทติ ย๑ ตาดีกา สาํ หรับเด็ก เยาวชน จาํ นวน ๒๐๗ คน ละหมาด ๔๐ คนตํอครั้ง ในด๎านสุขภาพ
พบวาํ จํานวนผ๎ูสบู บุหรี่ ๕๕ คน (ร๎อยละ ๒๔.๓๔) ด๎านการจัดการขยะ มีครัวเรือนการจดั ให๎มภี าชนะรองรบั ขยะ
จํานวน ๑๐๗ ครวั เรือน (รอ๎ ยละ ๙๖.๓๙) มีการใช๎บรกิ ารเก็บขยะในพน้ื ท่ี (ชุมชน เอกชน หรือบริการสาธารณะ
โดยรัฐ) ๗๔ ครัวเรอื น (ร๎อยละ ๖๖.๖๖) การนําขยะไปท้งิ ท่อี น่ื (ท่ีทํางาน นอกพ้ืนที่บ๎าน ที่ทิ้งขยะในชุมชน) ๙
ครัวเรือน (ร๎อยละ ๘.๑๐ ) สมาชกิ ในครวั เรอื นเขา๎ รํวมกิจกรรมการเกบ็ ขยะในทสี่ าธารณะ เชํน แมนํ ํา้ ลําคลอง
ชายฝั่งทะเล ๑๐๒ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๙๑.๘๙) การขุดลอกคูคลอง ๙๘ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๘๘.๒๘) การเก็บ
กวาดบริเวณบ๎านใหส๎ ะอาด ๑๐๑ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๙๐.๙๙) การหลีกเหล่ียงการใช๎ถุงพลาสติก และกลํอง
โฟม ๑๐๕ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๙๔.๕๙) ด๎านสขุ ภาพ มีคนสบู บุหรี่ จํานวน ๕๕ คน (รอ๎ ยละ ๒๔.๓๔) จากแนวทาง
การดําเนินงาน มํุงเน๎นโดยให๎คนในชุมชนได๎เข๎ามามีสํวนรํวม จนกระท่ังปัจจุบันการจัดการสิ่งแวดล๎อมของ
ชุมชนรา๎ นใน ไดม๎ กี ระบวนการจัดการที่ชัดเจน เส๎นทางการพัฒนาของมัสยิดดาหรนอาหมัน ชุมชนร๎านใน มี
ดังน้ี
๓๐๓
แผนภาพที่ ๖.๘๔ เส๎นทางการพฒั นามัสยดิ ดารนํ อาหมนั ร๎านใน
พ.ศ. ๒๕๔๘ เปน็ ชวํ งทีค่ ัดเลือกคณะกรรมการมัสยิดชดุ ใหมแํ ทนคณะกรรมชดุ เดิมทช่ี รา จาํ นวน ๑๕ คน
ผนวกกับเทศบาลมกี ารแตงํ ตง้ั คณะกรรมชุมชนร๎านในชุดใหมํ เพื่อใหค๎ ณะกรรมการมัสยิดมีศักยภาพ รํวมคิด
รวํ มพฒั นา มีแนวคิดท่ีอยากให๎มัสยิดเป็นศูนย๑กลางการพัฒนาด๎านตําง ๆ ได๎แกํ ด๎านการจัดการศึกษาวิชา
ศาสนา ด๎านการสังคมสงเคราะห๑ ด๎านการสํงเสริมสุขภาพ และด๎านการจัดการสิ่งแวดล๎ อมและต๎องการ
โดยเฉพาะการนําหลกั การศาสนาไปปฏิบัติในการสร๎างสังคมคนดีให๎เป็นรูปธรรม จึงเกิดเป็นกิจกรรมการเรียนการ
สอนหลกั ศาสนาท้งั ภาคกลางวันและภาคกลางคนื เพ่อื นําหลกั ศาสนาไปใช๎ในวถิ ชี วี ติ มที ้ังคณะกรรมการมัสยดิ ดําเนนิ การ
เองและดําเนินการรํวมกบั หนวํ ยงานอืน่ ทีเ่ ขา๎ มาสนับสนนุ ซ่ึงในแตลํ ะกิจกรรมจะมีการดาํ เนินการตามแผนงาน
ของแตํละกจิ กรรมโดยมีคณะกรรมการมสั ยดิ เป็นผ๎ขู บั เคล่อื น
พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นชวํ งทีเ่ ทศบาลมนี โยบายจดั การสภาพแวดลอ๎ ม ซง่ึ ชมุ ชนร๎านในมขี ยะกระจัดกระจายใน
ชมุ ชน เทศบาลต๎องการให๎ชมุ ชนมสี วํ นรวํ มในการจัดการปญั หาขยะในชุมชน จงึ รวํ มกับคณะกรรมการมัสยดิ จงึ
ได๎จัดต้ังกองทนุ ขยะมบี ญุ ขนึ้ เปน็ การดําเนินการรํวมกันของคนในชุมชน เทศบาลตําบลปริกสร๎างการมีสํวน
รวํ มและเชื่อมโยงคนในชุมชนให๎นําขยะท่ีสามารถนําไปขายได๎มาบริจาคให๎กับมัสยิด ซ่ึงเงินท่ีได๎จะนําไปใช๎ใน
กิจกรรมสาธารณประโยชนต๑ าํ ง ๆ ของมัสยดิ การดําเนนิ งานของมสั ยดิ เก่ียวกับการจัดการขยะ โดยมีการแจ๎ง
นัดหมายให๎คนในชุมชน นาํ ขยะท่ีขายได๎มารวมกันท่ีมัสยดิ หรือวางไว๎หน๎าบ๎าน และจะมีทีมงานคณะกรรมการ
มัสยดิ และเยาวชนในพ้ืนที่ชํวยกันรวบรวม เดอื นละ ๑ คร้งั และขายให๎กบั พํอคา๎ ในวันเดียวกนั โดยจะได๎ราคาสูง
กวําปกติ นอกจากนี้ศาสนาอิสลามสํงเสริมให๎มุสลิมทํากุรบานหากมีกําลังทรัพย๑ จึงให๎ผู๎ท่ีมีความ ประสงค๑
ตอ๎ งการทํากรุ บานทไ่ี มํมีกําลงั ทรพั ย๑ได๎มีโอกาสปฏบิ ัติตามหลักการของศาสนา โดยการนาํ เงินมาออมสัปดหล๑ ะ ๑๐๐
บาท และเมือ่ ครบปี ในชวํ งวนั อิดลิ อัฎฮา ทางมัสยิดจะจัดหาวัวเพอ่ื มาทํากรุ บาน และแบงํ เนือ้ ออกเป็น ๓ สวํ น
สวํ นหนึง่ เกบ็ ไวร๎ บั ประทานเอง สํวนที่ ๒ ให๎ฮะดียะฮฺ (ของขวญั ของฝาก) สวํ นท่สี ามให๎ เศาะดะเกาะฮฺ (บริจาค)
ในชํวงนไ้ี ด๎มีจติ อาสาของชุมชนร๎านใน รวํ มกบั เทศบาลตําบลปริก โรงเรียนพัฒนาศาสตร๑มูลนิธิ ชุมชนมุสลิม
รักษ๑ความสะอาดประเทศไทย ได๎รวํ มกันรณรงคร๑ ักษาความสะอาดของสนามบินหาดใหญํ ในชํวงเทศกาลที่ชาว
๓๐๔
มสุ ลิมท่วั ภาคใต๎ไปทําพิธีฮัจย๑ ทน่ี ครเมกกะประเทศซาอุดิอาระเบีย เพ่ือชวยกันรักษาควมสะอาดบริเวณที่พัก
คอย ลดการทิง้ ขยะบรเิ วณตาํ ง ๆ โดยรอบ ใหป๎ ระชาชนไดต๎ ระหนกั ถงึ เรือ่ งความสะอาดตามหลักศาสนา นําสํู
การปฏิบัติการคัดแยกขยะที่ถูกวิธี เปลียนขยะเป็นมูลคํา เพ่ือให๎ลดปริมาณขยะของชุมชน กองสาธารณสุข
เยาวชน จัดหมีการพัฒนาสงิ่ แวดล๎อมในมัสยิด ชํวงเรียนตาดีกา ในวันเสาร๑ อาทิตย๑ ผลของความรํวมมือใน
การจัดการขยะ และสิ่งแวดล๎อมในพนื้ ท่สี ะอาดขึน้
พ.ศ.๒๕๖๐ เนื่องจากมีประชาชนท่ีตอ๎ งการทาํ ซากาต แตํไมํมีความสะดวกในการดําเนินการเอง มัสยิด
จึงจัดตั้งกองทุนซากาตข้ึน เพื่อเป็นตัวกลางในการบริหารจัดการซากาตไปบริจาคให๎กบผ๎ูมีสิทธิ์ได๎รับท้ัง ๘
ประเภท ไดแ๎ กํ คนยากจน คนขัดสน (มิสกนี ) เจ๎าหนา๎ ท่ซี ากาต ผูถ๎ กู ดลใจให๎เขา๎ รับอิสลาม ผ๎ูไร๎อิสรภาพ (ทาส
ในสมยั อดีต ปัจจุบันไมํมี) คนมีหน้ีสินท่ีเกิดจากการปฏิบัติในวิถีทางของพระเจ๎า (อัลลอฮฺ) และคนเดินทาง
ท้งั นีเ้ พ่อื เปน็ การแสดงความเคารพสักการะพระเจา๎ (อัลลอฮฺ) ซึ่งการจํายซากาตเป็นบทบัญญัติทางกฎหมาย
อิสลาม ท่ีกําหนดให๎บุคคลและนิติบุคคลมุสลิมท่ีมีทรัพย๑สินถึงพิกัดอัตราท่ีศาสนากําหนดไว๎ (นิศอบ) ในวัน
ครบรอบปีจันทรคติจะต๎องจํายทรัพย๑สินน้ีออกไปจํานวนหน่ึงในอัตรา ท่ีศาสนากําหนดไว๎ และยังถือเป็น
หลักการสาํ คัญ ๑ ใน ๕ ประการของศาสนาอิสลามทชี่ าวมสุ ลมิ จะตอ๎ งถอื ปฏบิ ตั ิอยํางเครงํ ครดั การหลกี เลี่ยง
ซากาตถือเป็นบาปใหญํและเป็นการเนรคุณตํอพระเจ๎า มัสยิดดาหรนอาหมัน ภายใต๎การดําเนินงานของ
คณะกรรมการมสั ยิด นาํ โดยโต๏ะอิหมํามท่ีมีความเข๎มแข็งและเชื่อในหลักคําสอนศาสนาอิสลาม เช่ือวําความ
สะอาดเป็นสํวนหนึ่งของการศรัทธา ทํานได๎ใช๎พิธีการอํานคุตบะห๑ ชํวงละหมาดวันศุกร๑สอน สัปบุรุษ
(ประชาชนในความดแู ลของมัสยิด) ทม่ี ารวํ มละหมาดวนั ศุกร๑ ให๎ประชาชนได๎มีการตระหนัก สร๎างจิตสํานึกใน
การคัดแยกขยะต๎นทาง กลางทาง นาํ ขยะมาบรจิ าคใหม๎ สั ยดิ จาํ หนํายได๎เป็นเงนิ เชิญชวนจดั ส่งิ แวดลอ๎ มใน
มัสยิดและโดยรอบ เพื่อเป็นการทํากิจกรรมรํวมกัน คนในชุมชนให๎ความรํวมมือในด๎านตํางๆ มีการตํอยอด
กิจกรรม คือ บริจาคเงินให๎เยาวชน คนชรา คนท่มี ีความยากลําบาก เยี่ยมผ๎ปู วุ ยตดิ เตียง
พ.ศ.๒๕๖๑ – ปัจจุบนั ชาวมุสลมิ บางสวํ นท่ีไปมัสยิดมีการสูบบุหร่ี ซึ่งผ๎ูที่ไปใช๎บริการมีทั้งผู๎หญิง เด็ก
เยาวชนทีเ่ รยี นตาดกี า คณะกรรมการมสั ยดิ ตระหนกั ถึงพิษภัยของบุหร่ี และการสูบบุหรี่ยังขัดตํอหลักศาสนา
อิสลามห๎ามใหม๎ สุ ลิมทาํ ร๎ายหรือทําลายสขุ ภาพตัวเอง จึงจดั กจิ กรรมมสั ยดิ ปลอดบุหรี่ โดยใช๎มัสยดิ เปน็ ฐานใน
การใหข๎ ๎อมูลความร๎เู ก่ยี วกับพษิ ภยั ของการสูบบุหรี่ และรณรงค๑เชิญชวนให๎ชาวมุสลิมเลิกสูบบุหร่ี ตลอดจน
หา๎ มสบู บหุ ร่ีในเขตมสั ยิด การดําเนนิ การเริม่ แรก มีการกาํ หนดพืน้ ท่ใี ห๎สูบบุหร่ี และตอํ มาขอความรวํ มมอื ไมใํ ห๎
สบู บหุ รใ่ี นพน้ื ทม่ี สั ยดิ จนปจั จบุ ันในพนื้ ที่มสั ยิดปลอดบหุ รีร่ ๎อยละ ๑๐๐ จากความรํวมมือของชุมชนสํงผลให๎
เกิดความรกั สามัคคี ของคนในชุมชน การจัดการปัญหาขยะในชุมชน และรํวมแก๎ปัญหาตํางๆเก่ียวกับ การ
จัดการสิ่งแวดล๎อมในชุมชนรํวมกับเจ๎าหน๎าที่ ซ่ึงทําให๎สํานักงานสํงเสริมการปกครองสํวนท๎องถิ่นจังหวัด
สงขลา ไดม๎ อบเกียรติบตั รให๎เทศบาลตาํ บลปริก อําเภอสะเดา เป็นองค๑กรปกครองสํวนท๎องถ่ินที่ผํานเกณฑ๑
ประเมนิ ความสะอาด และความเปน็ ระเบยี บเรียบร๎อยบ๎านเมอื ง ( อปท.สะอาด ) การประกวดการจัดการขยะ
มูลฝอยชุมชน จังหวดั สะอาด ประจําปี ๒๕๖๑ และชุมชนร๎านในเป็นชุมชนต๎นแบบท่ีมีการบริหารจัดการขยะ
อนิ ทรีย๑หรอื ขยะเปยี กครวั เรือนได๎ครบทกุ ครัว ตามแผนปฏบิ ัตกิ ารจัดการขยะมลู ฝอยชุมชน สงขลาสะอาด ซ่ึง
ทุก ๆ กจิ กรรมทช่ี มุ ชนไดด๎ าํ เนินการอยาํ งเขม๎ แข็ง ภาคเี ครือขํายตาํ งๆ เข๎ามาแลกเปลี่ยนเรยี นร๎ู ศกึ ษาดงู านท้งั
ภายในและภายนอกพ้ืนท่ี ในเรอ่ื งการดําเนินการของกองทนุ ขยะมบี ญุ มัสยิดดาหรนอาหมัน ชุมชนร๎านใน จาก
การดาํ เนินการทัง้ ๔ ระยะสงํ ผลใหม๎ สั ยดิ ดาหรนเปน็ มัสยิดที่มกี ารดําเนนิ การเพื่อสังคมแบบครบวงจร
๒. กลุ่มประชากรเปา้ หมาย
มคี รัวเรอื นจาํ นวน ๑๑๑ ครวั เรอื น ประชากรทัง้ หมดจํานวน ๕๓๓ คน เพศชาย จํานวน ๒๔๘ คน (ร๎อย
ละ ๔๙.๗๘) เพศหญงิ จํานวน ๒๘๔ คน (รอ๎ ยละ ๕๐.๒) เยาวชน ๑๓ – ๑๙ ปี จาํ นวน ๘๙ คน (ร๎อยละ ๑๖.๖๙ )
วัยทํางาน ๑๕-๖๐ ปี จาํ นวน ๓๕๐ คน (ร๎อยละ ๖๕.๖๖) ผ๎ูสูงอายุ จํานวน ๗๖ คน (ร๎อยละ ๑๓.๗๓ ) ผ๎ูปุวย
เรือ้ รัง จาํ นวน ๒๒ คน (ร๎อยละ ๔.๑๒ ) คนพกิ าร จาํ นวน ๓ คน (รอ๎ ยละ ๐.๕๖)
๓. ผลที่ต้องการให้เกิดขึน้
เพอ่ื ใหม๎ สั ยดิ ดาหรนอาหมนั เปน็ สถานท่ปี ฏิบตั ิศาสนากิจ จัดการเรยี นการสอนหลักศาสนา บํมเพาะคน
ดใี ห๎กับชุมชนเทศบาลตําบลปริก เป็นศูนย๑กลางในการชํวยเหลือซึ่งกันและกันในชุมชน สํงเสริมกระบวนการ
การมีสํวนรํวมของภาคสวํ นตาํ ง ๆ ทง้ั ในชุมชนและภาคเี ครือขาํ ยภายนอกให๎มีสํวนรํวมในการแก๎ไขปัญหาขยะ
ในชมุ ชน เพื่อสรา๎ งแรงจูงใจให๎คนในชุมชนใหค๎ วามรํวมมือในการจัดการขยะในชุมชน เพ่ือสร๎างความย่ังยืนใน
๓๐๕
การดแู ลรักษาส่งิ แวดลอ๎ มโดยสร๎างและหนุนเสรมิ ใหเ๎ กดิ อาสาสมคั ร แกนนาํ จิตอาสา เพ่ือการจัดการขยะ ใน
ด๎านสุขภาพ เพอ่ื ใหป๎ ระชาชนมสี ขุ ภาพแขง็ แรง โดยการลด ละ เลกิ สบู บุหรี่
๔. ขอ้ มูลและเครอื่ งมอื ในการดาเนินงาน
แหลํงข๎อมลู สาํ คัญท่คี ณะกรรมการมสั ยดิ ดาหรนอาหมนั ชุมชนร๎านในใชใ๎ นการดําเนินงาน คือTCNAP
ไดแ๎ กํ ขอ๎ มลู ครัวเรือนยากจนข๎อมลู การสูบหร่ี ขอ๎ มูลจากรพ.สต. ได๎แกํ ข๎อมูลด๎านสขุ ภาพ ข๎อมูลจากเทศบาลได๎แกํ
ปรมิ าณขยะจากการคัดแยกองค๑ประกอบขยะของเทศบาลตําบลปริก และข๎อมูลจากทะเบียนสัปบุรุษมัสยิด
จาํ นวนประชากรทส่ี งั กดั มสั ยิด ขอ๎ มลู จากคณะกรรมการมสั ยดิ ไดแ๎ กํ ประกาศการดําเนินงานและกิจกรรมของ
กองทุนขยะ เป็นการแจ๎งจํานวนขยะและเงินท่ีรับเข๎ามัสยิด ข๎อมูลจากโรงเรียนตาดีกา เป็นข๎อมูลจํานวน
นักเรียนที่เข๎าเรยี นร๎ูศาสนาในแตํละมัสยดิ ซ่ึงข๎อมูลจากแหลํงดังกลําวมัสยิดดาหรนอาหมันนําใช๎จัดการวาง
แผนการดําเนนิ งานในดา๎ นตาํ ง ๆ
เครือ่ งมือในการดําเนินงาน ได๎แกํ คาํ ภีรอ๑ ัลกรุ อาน หลักปฏิบตั ิทางศาสนา กฎระเบียบชุมชน กฎห๎าม
สบู บุหร่ี คณะกรรมการปะจํามัสยิด คณะกรรมการฟัรดูอีน คณะกรรมการตาดีกาประจํามัสยิด ชํวยในการ
เรียนรูศ๎ าสนา ปฏิบตั ิศาสนากิจ เชนํ ถ๎าในชมุ ชนไมสํ ามารถอํานคาํ ภีร๑อัลกุรอานได๎ คณะกรรมการฟัรดอู นี เป็น
ต๎น
๕. รปู ธรรมงาน
มงี านและกจิ กรรมดังน้ี
๑) งานเดํนเนน๎ การสรา๎ งสังคมคนดี การจัดการเรยี นการสอนหลักศาสนา โดยในวันศุกร๑ เวลา ๑๒.๐๐
– ๑๓.๓๐ น. วันอาทิตย๑ – วันพฤหสั บดี เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๕.๐๐ น. วนั อังคารและวันพธุ เวลา ๑๙.๐๐ - ๒๐.๐๐
น. อาํ นกุรอาน เวลา ๑๘.๐๐ - ๒๐.๐๐ น. จํานวน ๕๐ คนตํอเดือน วนั เสาร๑-อาทิตย๑ ตาดีกา ละหมาด วันละ ๕
เวลา
๒) การจัดต้งั กองทุนซากัต เป็นการรวบรวมซากาตจากผ๎ูที่ต๎องการทําซากาตและมีความประสงค๑ให๎
มสั ยิดเปน็ ผู๎จัดการบรจิ าคใหก๎ บั ผู๎ทีม่ ีสทิ ธ์ิไดร๎ บั ๘ ประเภท และ๓) มสั ยดิ ปลอดบหุ ร่ี รณรงค๑ให๎ความรู๎เก่ียวกับ
โทษของบหุ รี่ โตะ๏ อหิ มาํ มอาํ นคปุ ตะโทษของบหุ รี่
๓) จัดตั้งกองทนุ ขยะมีบุญ มคี ณะทํางาน ๑ ชุด จํานวน ๑๒ คน มีกฎ กติกา ในการจัดกิจกรรมทุกวัน
เสารส๑ ัปดาห๑ที่ ๔ ของเดือนๆละ ๑ คร้ัง โดยประชาชนในชุมชนเก็บรวบรวมขยะรีไซเคิล ซึ่งจะเก็บรวมรวมไว๎ใน
๒ สถานที่ คอื ประชาชนที่มขี ยะรไี ซเคลิ ปรมิ าณมากใหเ๎ ก็บรวบรวมไว๎ท่ีบ๎าน และท่ีมีขยะรีไซเคิลปริมาณน๎อย
สามารถนาํ มาใสตํ ะแกรงคดั แยกขยะทมี่ ัสยิด พรอ๎ มกบั ใหค๎ วามรใ๎ู นการคัดแยกขยะแกปํ ระชาชน รายได๎ทั้งหมด
ทีไ่ ด๎รับ มกี ารบริหารจดั การ ๓ สํวน คือสํวนที่ ๑ บริหารจัดการคํานํ้า ไฟของมัสยิด สํวนท่ี ๒ บริจาคซาการ๑
ให๎กบั ผู๎ด๎อยโอกาสลาํ บากยากจน สํวนท่ี ๓ ชํวยเหลือผู๎ปุวยติดเตียงโดยการซื้อของใช๎จําเป็นให๎กับผ๎ูปุวย จัด
สวัสดิการใหก๎ ับผ๎ูด๎อยโอกาสหรือเดก็ กําพรา๎ ในชมุชน ปจั จบุ ันมเี งนิ ในกองทนุ ๑,๑๕๐ บาท
นอกจากนยี้ งั เปน็ มสั ยิดและชมุ ชนตน๎ แบบในการรณรงคใ๑ หค๎ วามรูด๎ ๎านการจัดการขยะต๎นทางต้ังแตํ
ครวั เรือน การจัดการขยะกลางทางเป็นการคัดแยกขยะท่ีมมี ูลคําไว๎ขาย เป็นการเพิม่ ชํองทางการเรียนรู๎การคัด
แยกขยะของเยาวชนโรงเรียนตาดีกา จาํ นวน ๑ แหงํ มผี ูน๎ าํ ศาสนาโตะ๏ อิหมําม ๑ คน สามารถเชอ่ื มโยงการสอน
หลกั ศาสนากบั การจดั การขยะได๎ โดยใชเ๎ วลาในชวํ งที่ประชาชนในชุมชนมาทําการละหมาดในวันศุกร๑ และการ
อาํ นคตุ บะห๑ ใหป๎ ระชาชนในพน้ื ทรี่ บั ร๎ู
๕) มัสยดิ สํงเสริมสขุ ภาพ มีการดําเนินกิจกรรมการลด ละ เลิก การสูบบุหรี่ในมัสยิด นอกจากน้ียังมี
กิจกรรมการเย่ยี มผ๎ปู วุ ยตดิ เตยี ง การสรา๎ งสมั พนั ธภาพกับผปู๎ ุวยตดิ บ๎าน ตดิ เตียงในชมุชน เพื่อใหก๎ าํ ลังในการ
การดํารงชีวิตอยูํในชุมชนได๎อยํางมีความสุข โต๏ะอิหมําม สามารถเชื่อมโยงการสอนหรือการพูดคุย ถึงหลัก
ศาสนามานําใช๎ในการสอนให๎เกดิ ความตระหนกั ในการสรา๎ งเสริมสขุ ภาพในชํวงท่ีประชาชนในชุมชนมาทําการ
ละหมาดในวันศกุ ร๑ และการอํานคุตบะห๑
๕) จดั การออมเงินเพือ่ การทํากรุบาน เปน็ การรับฝากเงินจากผูท๎ ่ีมีความประสงค๑จะทํากรุบาน โดยการนํา
เงินมาออมสปั ดาห๑ละ ๑๐๐ บาท และเม่ือครบปี ในชวํ งวนั อิดลิ อฎั ฮา ทางมัสยิดจะจัดหาวัวเพื่อมาทํากุรบาน
และแบํงเนอ้ื ออกเป็น ๓ สวํ น สวํ นหนง่ึ เก็บไว๎รบั ประทานเอง สํวนท่ี ๒ ให๎ฮะดียะฮฺ (ของขวัญ ของฝาก) สํวนท่ี
สามให๎ เศาะดะเกาะฮฺ (บรจิ าค) นอกจากนย้ี ังมีการชวํ ยเหลอื สวัสดิการผู๎ด๎อยโอกาส หรือเด็กกําพร๎าในชุมชน
๓๐๖
และตํอยอดกจิ กรรมโดยการเยยี่ ม และการสร๎างสัมพันธภาพให๎กับผู๎ปุวยติดบ๎าน ติดเตียงในชุมชน เพื่อให๎มี
กําลังใจในการใชช๎ ีวิตอยูํในชุมชนได๎อยาํ งมีความสขุ
๖. วิธีดาเนินงาน
มัสยิดดาหรนอาหมัน ชุมชนร๎านใน ดําเนินงานในรูปแบบคณะกรรมการ มีวิธีการดําเนินงาน ๒
ประการ ดงั น้ี
๑) งานที่ต๎องปฏิบัติ คือการปฏิบัติศาสนกิจ ใช๎หลักความเช่ือ(หลักศรัทธา) ที่มีตํอพระเจ๎า เชํน ร๎ูวํา
ตนเองมีทรัพย๑สินท่ีเข๎าเกณฑ๑ต๎องจํายซากาด บุคคลนั้นต๎องถือปฏิบัติเองอยํางเครํงครัด เป็นหน๎าท่ีที่ต๎อง
ปฏบิ ัตไิ มํใชํจิตอาสา
๒) งานเฉพาะประเด็น ใชก๎ ารประชุมคณะกรรมการมัสยดิ และปลกู จติ สาํ นึกความรับผดิ ชอบของบุคคล
เช่ือมโยงกบั หลักศาสนา
๒.๑) การจดั การเรยี นการสอนหลักศาสนา โดยอํานวยความสะดวกในการจัดตารางการเรียนการ
สอนศาสนา
๒.๒) การบริหารกองทนุ ซากัต โดยการรวบรวมซากาตจากผทู๎ ี่ต๎องการทําซากาตและคัดเลอื กผท๎ู ี่มผี ๎ู
สทิ ธิ์ไดร๎ ับ ๘ ประเภท
๒.๓) การดําเนินงานมัสยิดปลอดบุหร่ี มกี ารรณรงค๑ใหค๎ วามรถ๎ู งึ พิษภยั ของบุหรี่
๒.๔) การออมเงนิ เพือ่ กรบุ าน มกี ารรวบรวมเงินจากผ๎ทู ี่ประสงคจ๑ ะทาํ กรุบานสัปดาห๑ละ ๑๐๐ บาท
๒.๕) การบรจิ าคซอดาเก๏าะและวากัฟ มัสยิดต้ังตู๎บริจาคไว๎ให๎คนที่มามัสยิดได๎บริจาคโดยไมํมีการ
บงั คบั เพือ่ นําเงนิ น้ีไปใชใ๎ นกจิ การของมสั ยิดหรอื บรจิ าคใหค๎ นยากจน ในสํวนของวากัฟเป็นการบริจาคสิ่งของ
ขนาดใหญเํ ชนํ บา๎ น ทด่ี นิ รถ เป็นต๎น เพ่ือมอบให๎กบั มสั ยดิ
๒.๖) กองทุนขยะ มีการดําเนินงาน เป็นแหลํงเรียนรู๎ด๎านการจัดการขยะต๎นทาง กลางทาง ของ
ประชาชนในพื้นที่นําไปสูํการปฏิบัติจริงที่สามารถจําหนํายขยะรีไซเคิลให๎เป็นมูลคําเงิน ในสํวนของกิจกรรม
“ขยะมีบุญ” เป็นปลูกจิตสํานึกความรบั ตํอสังคมโดยนาํ หลักศาสนามาเชือ่ มโยงซ่ึงหลักศาสนาอิสลามสั่งให๎ผู๎
ศรทั ธาทง้ั หลายรักษาความสะอาด โดยกําหนดวําความสะอาดเปน็ หนึ่งของการศรทั ธา มีการดาํ เนินงานดงั น้ี
(๑) ประชมุ คณะกรรมการมสั ยิดและพ่ีนอ๎ งสปั บรุ ษุ พูดคยุ โดยมกี ารพูดคุยประเดน็ ปญั หาขยะท่ี
เกิดขึน้ ในชมุ ชน แตํงตั้งผูร๎ บั ผดิ ชอบแตํละฝุาย
(๒) ให๎ความรเู๎ ร่อื งการคัดแยกขยะ สงํ เสริมให๎ครัวเรือนรํวมกันคัดแยกขยะต๎นทาง กลางทาง
เพื่อชํวยลดขยะปลายทางท่ีเทศบาลต๎องดําเนินการจัดการ สอนการคัดแยกขยะให๎กับเยา วชน ตาดีกา ให๎
ความรกู๎ ารคดั แยกขยะเชื่อมโยงกบั การสรา๎ งเสริมสุขภาพหรอื ด๎านอ่นื ๆ โดยใช๎เวลาในชํวงที่ประชาชนในชุมชน
มาทาํ การละหมาดในวันศุกร๑ และการอาํ นคุตบะห๑
(๓) คณะทํางานรวํ มกันประชุมเพอ่ื กําหนดวันรบั บรจิ าคขยะรไี ซเคลิ ประจําเดือน พร๎อมทั้งนัด
หมายผ๎ูประกอบการมารับซอ้ื ณ วนั ทํากจิ กรรม และประชาสัมพนั ธ๑เชิญชวนผเ๎ู ข๎ารํวมกจิ กรรม
(๔) ประชาชนในชุมชนเกบ็ รวบรวมขยะรีไซเคิล ซงึ่ จะเกบ็ รวบรวมไวใ๎ น ๒ สถานที่ คอื ประชาชน
ทม่ี ขี ยะรไี ซเคลิ ปรมิ าณมากให๎เกบ็ รวบรวมไวท๎ บ่ี ๎าน และทม่ี ขี ยะรีไซเคิลปริมาณน๎อยสามารถนํามาใสํตะแกรง
คัดแยกขยะที่มัสยดิ
(๕) มสั ยิดตดิ ตอํ ผ๎รู ับซอ้ื มารอรบั ซื้อขยะรีไซเคิลในวันที่ดําเนินกิจกรรมขยะมีบุญประจําเดือน
มอบเงนิ ที่ขายขยะให๎มสั ยดิ ทาํ ระบบบัญชีการรบั บรจิ าคขยะและรายไดท๎ ี่ไดร๎ ับประจาํ เดือน
(๖) คณะทํางานมีการประเมินติดตามความรํวมมือของครัวเรือนในบริจาคขยะรีไ ซเคิล
ประจาํ เดอื นทกุ วนั เสาร๑สัปดาห๑ท่ี ๔ ของทุกเดือน พรอ๎ มทง้ั สรปุ และจดั ทําบญั ชกี องทนุ ขยะมบี ญุ มสั ยิดดาหรน
อาหมนั ชมุ ชนรา๎ นใน
๗. ผลผลติ ผลลพั ธ์
ผลลพั ธท๑ ไ่ี ด๎จากการดําเนินงานของมสั ยดิ ดาหรนอาหมนั มดี งั นี้
๑) ด๎านการสอนและกิจกรรมทางศาสนา พบวําในการสอนศาสนาพบวํา ประชาชนที่มาใช๎บริการที่
มสั ยดิ ดาหรนอาหมนั จํานวน ๕๓๐ คน เรียนวันศกุ ร๑ จํานวน ๔๐๐ คนตํอเดือน (รอ๎ ยละ ๗๕.๐๔) วันอาทติ ย๑ –
วันพฤหัสบดี จํานวน ๕๐ คนตอํ เดอื น (ร๎อยละ ๙.๓๘) ผ๎ูใหญํ (เพศชาย) วันอังคารและวันพุธ จํานวน ๔๐ คน
๓๐๗
ตอํ เดอื น (รอ๎ ยละ ๗.๕๐) อํานกรุ อาน จาํ นวน ๕๐ คนตอํ เดอื น เดก็ เรียนตาดกี า วันเสาร๑-อาทติ ย๑ จาํ นวน ๒๐๗
คน ละหมาด ๔๐ คนตํอคร้ัง
๒) ดา๎ นสขุ ภาพ พบวาํ เป็นมสั ยดิ ปลอดบหุ รีร่ อ๎ ยละ ๑๐๐
๓) ด๎านการจดั การขยะ พบวาํ มกี ารคัดแยกขยะจํานวน ๑๑๑ ครัวเรือน เกิดแกนนาํ หลกั ในเรื่องของการ
คดั แยกขยะในชมุ ชน จํานวน ๓ คน ประชาชนในครวั เรอื น จาํ นวน ๑๑๑ ครัวเรอื น เกิดความเข๎าใจเกี่ยวกับการ
คดั แยกขยะ มีคณะแลกเปล่ียนเรียนร๎ดู งู าน ๑ คร้ังตอํ เดอื น สามารถรวบรวมขยะของชุมชนรา๎ นในได๎เฉลี่ย ๑.๕
ตนั ตํอเดอื น และมีรายไดจ๎ ากการขายขยะเฉลีย่ ๖,๘๒๘ บาทตอํ เดอื น
๘. ผลกระทบท่เี กิดข้นึ
ผลกระทบกับเปาู หมายการพัฒนาท่ียง่ั ยนื (SDGs) เปาู หมายที่ ๑ ยุติความยากจน ยุติความยากจนทุก
รปู แบบในทุกพ้นื ที่ เปาู หมายที่ ๑.๑ ภายในปี ๒๕๗๓ ยุตคิ วามยากจนขั้นรนุ แรงทงั้ หมด ตัวช้ีวดั ๑.๑.๑ สดั สํวน
ของประชากรท่มี รี ายได๎ต่าํ กวําเสน๎ ความยากจนสากล จาํ แนกตาม เพศ อายุ สถานะการจา๎ งงาน และท่ีตั้งทาง
ภมู ศิ าสตร๑ (ชุมชนเมือง/ชนบท) โดยสงํ เสริมใหม๎ กี องทนุ ที่ตง้ั โดยชมุ ชน เชนํ กองทนุ ขยะมีบญุ มัสยิดดาหรนอา
หมัน เปน็ ต๎น เปูาหมายท่ี ๒ ขจัดความหิวโหย บรรลุความม่ันคงทางอาหารสํงเสริมเกษตรกรรมอยํางย่ังยืน
ขอ๎ ๒.๓.๒ รายได๎เฉลย่ี ของผ๎ผู ลิตอาหารขนาดเล็ก จาํ แนกตามเพศ และสถานะพื้นเมือง (เพ่ือแยกชนพ้ืนเมือง
หรอื ชนเผํา) ข๎อ ๒.๔.๑ ร๎อยละของพน้ื ทเ่ี กษตรท่ีมีการทาํ การเกษตรแบบยัง่ ยนื โดยสนับสนนุ ใหม๎ กี ารคัดแยก
ทง้ั ในระดับครวั เรือนและชมุ ชน เพื่อนําขยะมาใชใ๎ นการเกษตรและการสร๎างอาหารปลอดภัย เชํน ปุ๋ยหมัก น้ํา
หมักชวี ภาพ ขยะอินทรียใ๑ ห๎อาหารสัตว๑ ใสโํ คนตน๎ ไม๎ เป็นต๎น ซ่ึงมกี ารดาํ เนินงานและกจิ กรรมดงั กลําว จํานวน
๑๑๑ ครัวเรือน เปาู หมายที่ ๓ การมีสขุ ภาพและความเป็นอยูํทด่ี ี ตัวช้ีวัดท่ี ๓.a.๑ การสูบบุหร่ีของผู๎มีอายุ ๑๘
ปขี ้ึนไป (อายมุ าตรฐานของผ๎ูสูบบุหร่ีรายใหมํ) โดยมัสยิดทํุงออกมีการดําเนินการจนกลายเป็นมัสยิดปลอด
บหุ ร่ี เปาู หมายท่ี ๔ การศกึ ษาที่เทําเทียม มัสยิดจัดรูปแบบการเรียนรู๎ด๎านศาสนาทั้งที่มีหลักสูตรอยํางเป็น
ทางการ และรูปแบบไมํเป็นทางการ ได๎แกํการเผยแพรํศาสนาอิสลามจากผ๎ูสอนศาสนาจากมัสยิดอื่น มา
บรรยาย เป็นต๎น เปาู หมายที่ ๑๑ เมืองและถิ่นฐานอยํางย่ังยืน ตัวช้ีวัด ๑๑.๖.๑ ร๎อยละ ๑๐๐ ของขยะในเขต
ชมุ ชนรา๎ นในมีการจัดเกบ็ เป็นประจํา เปูาหมายท่ี ๑๒ แผนการบริภคและการผลิตท่ีย่ังยืน ตัวช้ีวัดท่ี ๑๒.๕.๑
อตั ราการนาํ ขยะกลับมาใชใ๎ หมํ (recycling rate) ในระดับประเทศ (จํานวนตันของวสั ดทุ ถี่ กู นํากลับมาใชใ๎ หม)ํ
ในเรื่องของ จดั กจิ กรรมการรณรงค๑ ใหป๎ ระชาชนทกุ ครัวเรอื นชมุ ชนมคี วามรู๎ความเขา๎ ใจ ในการคัดแยกขยะมูล
ฝอย มกี ารรณรงคจ๑ าํ นวน ๑๒ ครงั้ ตอํ ปี
ผลกระทบตํอ ๕ มิติโครงสร๎างพ้ืนฐานของชุมชน ดังนี้ ๑) ด๎านสังคม ประชาชนมีสํวนรํวมในการ
ขบั เคล่อื นงานในชุมชน เกิดกระบวนการมีสํวนรํวมจาก ๔ ภาคีหลักในชุมชน มีการนําขยะมีมูลคํา ประเภทรี
ไซเคลิ นําไปรํวมกันบริจาคให๎มัสยิด ๒) ด๎านสุขภาพ จากการดําเนินงานทําให๎ประชาชนมีการเลือกใช๎บรรจุ
ภณั ฑท๑ เ่ี ป็นมติ รกับส่งิ แวดล๎อม ไมเํ ปน็ อนั ตรายตํอสุขภาพ มีการคัดแยกขยะอยํางถกู วิธี สามารถลดผลกระทบ
จากปญั หาส่ิงแวดลอ๎ มด๎านการจดั การขยะ ๓) ด๎านเศรษฐกิจ คนในชุมชนเห็นความสําคัญและปฏิบัติในการ
คัดแยกขยะ สามารถนําเงินท่ีขายขยะให๎มัสยิดนําไปเป็นเงินบริจาคให๎กับคนยากจน ผ๎ูด๎อยโอกาสในชุมชน
บรรเทาความเดือดร๎อนด๎านคําใช๎จํายในการดํารงชีวิต ๔) ด๎านสภาวะแวดล๎อม คนในชุมชนรํวมมือกันดูแล
รักษาสภาพแวดลอ๎ ม ลดการเผา ลดปรมิ าณขยะ ๕) ด๎านการเมืองการปกครอง ทําใหค๎ นในชมุ ชนเข๎ามามีสํวน
รวํ มในการดาํ เนินงานตําง ๆ เกิดการรวมกลุํมทํากิจกรรมที่เหมือนกัน รวมพลังกัน และเกิดความรัก ความ
สามคั คี ชวํ ยเหลือเกือ้ กลู กัน ผลกระทบกบั นโยบายเทศบาลตาํ บลปรกิ ของมสั ยิดดาหรนอาหมัน ชุมชนร๎านใน
นโยบายดา๎ นท่ี ๓ การพฒั นาการศึกษา ศาสนา ศลิ ปะ วัฒนธรรม ในการเรยี นรู๎หลกั ศาสนา ปฏิบัตติ ามคําสอน
ของศาสดาอยํางเครํงครัด รวมถึงการเผยแพรํคําสอน นโยบายด๎านที่ ๒ ด๎านการพัฒนาสังคมและการ
เสรมิ สร๎างพลงั ชุมชน นโยบายด๎านท่ี ๘ การพัฒนาทรพั ยากรธรรมชาติ สิง่ แวดลอ๎ ม และพลังงานมีการจัดการ
ขยะต้งั แตํต๎นทาง มกี ารจัดการขยะกลางทางโดยนําขยะมาสรา๎ งเป็นมลู คํา ผลกระทบตํอ ๗ สงั คม การทํางาน
ของคณะกรรมมัสยิดสํงผลกระทบหลายสังคม ได๎แกํ สังคมรักษ๑โลกเป็นดําเนินการกองทุนขยะมีบุญ เป็น
มัสยิดต๎นแบบการจดั การขยะ สังคมเอ้ืออาทร โดยการกําหนดเป็นมัสยิดปลอดบุหร่ี และการวางแผนเยี่ยม
ผ๎ปู วุ ย ผพู๎ กิ าร ผ๎ดู อ๎ ยโอกาส และสงั คมสวัสดกิ าร คณะกรรมมัสยดิ ได๎จดั ตงั้ กองทุนซากัต เงินออมเพื่อกุรบาน
การตง้ั ต๎ูบริจาคซอดาเกา๏ ะ วากฟั เพอื่ ชํวยเหลือผ๎ูทีส่ มควรไดร๎ ับ
๓๐๘
๖.๖ สังคมสันตสิ ขุ
ลาดับท่ี ทุนทางสงั คม
๑.
เทศบาลตําบลปรกิ
๒. ศนู ย๑ยตุ ธิ รรมชมุ ชน
๓. วิทยุชมุ ชนเทศบาลตาํ บลปริก
กลุํมอนรุ ักษค๑ ลองอํูตะเภา
๔.
เส๎นทางการพฒั นาของสงั คมสันติสขุ มีรายละเอยี ดดงั นี้
แผนภาพท่ี ๖.๘๕ เส๎นทางการพัฒนาสังคมสันติสุข
๓๐๙
แผนภาพท่ี ๖.๘๖ ภาพรวมสังคมสันตสิ ุข
๓๑๐
๖.๖.๑ เทศบาลตาบลปรกิ
แผนภาพที่ ๖.๘๗ เทศบาลตําบลปรกิ
๓๑๑
Key actor เทศบาลตําบลปรกิ
งานเด่น
ทุนทางสังคม การบริหารจดั การพ้นื ท่ี
ความสอดคล้องกบั ๗ สงั คม ระดบั หนวํ ยงาน
พนื้ ท่ี
วิทยากร สังคมสนั ตสิ ุข
เขตเทศบาลตําบลปริก
นายสุรยิ า ยีขนุ ตาํ แหนงํ นายกเทศมนตรี ตําบลปริก
เบอร๑โทร ๐๘๑-๙๕๙๘๘๐๒
๑. ท่มี าหรอื ฐานคดิ ของการดาเนินงาน
เทศบาลตาํ บลปริกเป็นองคก๑ รสาธารณะที่ประชาชนมีสํวนรํวมในการพัฒนาและการบริหารจัดการ
เพือ่ ประโยชน๑สงู สดุ ตํอประชาชน แนวคิดการดําเนินงานด๎านการบริหารจัดการพื้นท่ีของเทศบาลตําบลปริก
ประกอบด๎วย ๑) น๎อมนาํ ศาสตร๑พระราชาเปน็ แนวทางในการพัฒนา โดยใช๎หลัก (๑.๑) การเข๎าใจ เข๎าถึงการ
พัฒนา มาใช๎ในการบริหาร (๑.๒) การระเบิดจากข๎างใน การพัฒนาและเตรียมความพร๎อมแกํบุคลากรให๎มี
ความรู๎ มีทักษะ มคี วามเขา๎ ใจในประเด็นการพัฒนาองค๑กรและพฒั นาชมุ ชนทอ๎ งถิ่นในมิติตาํ ง ๆ (๑.๓) ปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพยี งเปน็ แนวทางในการดาํ เนินชีวิต มีชีวิตท่ีพ่ึงตนเอง มีเงินออม มีสวัสดิการ เป็นชุมชนที่เอ้ือ
อาทร ใสํใจสิ่งแวดล๎อม ทุกคนมีสํวนรํวมพัฒนาชุมชน นําไปสํูเปูาหมายการพัฒนาอยํางยั่งยืน ๒) โปรํงใส
ตรวจสอบได๎ เป็นองค๑กรที่มีความโปรํงใส เปิดเผยข๎อมูลการปฏิบัติงานในทุ กข้ันตอน เข๎าถึงข๎อมูลได๎ทุก
ชํองทาง เชํน วิทยุ เว็บไซด๑ ให๎ชุมชนเข๎ามามีสํวนรํวมในการปฏิบัติงานทุกขั้นตอน ๓) สร๎างหุ๎นสํวนในการ
ทาํ งาน ดว๎ ยการสร๎างทีมการทาํ งานที่มาจาก ทอ๎ งถน่ิ ทอ๎ งที่ คนในพนื้ ที่ ทํางานระบบพ่ีนอ๎ ง ชวํ ยกันทํางาน ลง
มอื ปฏิบตั ริ ํวมกัน ติดตามการทํางานรวํ มกัน ๔) ยึดหลกั คณุ ธรรม โดยพนักงานเปน็ แบบอยาํ งการปฏิบตั งิ านท่ี
มคี วามซอ่ื สตั ย๑ สุจริต เสยี สละ เปิดโอกาสให๎ทกุ คน แสดงออกทางความคิดอยํางสร๎างสรรค๑ ๕) พัฒนาผําน
การปฏิบัตจิ ริง สํงเสรมิ การทาํ งานแบบรวมกลมํุ สร๎างประเด็นการเรยี นร๎ู ทําความโดดเดํนท่ีมีอยํูสร๎างคนให๎
เกิดการเรียนรู๎
ภายใตก๎ ารบริหารจัดการพน้ื ทเ่ี ทศบาลตาํ บลปรกิ เนน๎ องคป๑ ระกอบ ดังนี้ ๑) การสร๎างพลังในการเป็น
พี่เลีย้ งแกกํ นั และกนั (Coaching) เปน็ การนาํ หลักการอาวุโสมาปรบั ใช๎ ๒) การสร๎างพลังของความเป็นเพื่อน
รวํ มงานเพือ่ ชวํ ยกนั ขับเคลอื่ นองคก๑ รแบบเพื่อนหนุนพี่นํา (Tandem) เกิดการปรับตัว ยอมรับซ่ึงกันและกัน
ทีส่ ามารถทาํ งานเปน็ หมูํคณะ (Team work) ได๎เพื่อก๎าวสูํการสร๎างองค๑กรธรรมาภิบาลและการมีสํวนรํวม
ของภาคเี ครือขาํ ย ๓) การสร๎างพลังด๎วยความเขา๎ ใจ การใหค๎ วามร๎ู และการสร๎างจิตสํานึกความเป็นพลเมือง
เรยี กวาํ “ภมู ิบุตรา” (Phummibuttra) สามารถกาํ หนดทศิ ทางสร๎างงานใหต๎ นเองและบา๎ นเกิด ค๎นหาส่ิงที่ดี
และพัฒนาสง่ิ ท่ีดี ใหเ๎ กดิ ขึน้ ทบ่ี า๎ นของตนเองดว๎ ยตนเองจนขยายผลเปน็ การใหบ๎ ริการแกสํ าธารณะด๎วยสํานึก
ของความเป็นพลเมือง เทศบาลตําบลปริกมีพื้นที่ ๔.๘ ตารางกิโลเมตร มีประชากร ตามTCNAP จํานวน
๕,๑๕๘ คน ชาย ๒,๔๗๔ คน (รอ๎ ยละ ๔๗.๙๖) หญิง ๒,๖๘๔ คน (ร๎อยละ ๕๒.๐๔) มีครัวเรือนท้ังหมด ๑,๒๖๑
ครัวเรือน ประชาชนนับถือศาสนาอิสลาม จํานวน ๔,๑๘๕ คน (ร๎อยละ ๘๑.๑๔) ศาสนาพุทธ ศาสนาอ่ืน ๆ
จํานวน ๙๗๐ คน (ร๎อยละ ๑๘.๘๐) ไมํนับถอื ศาสนา ๓ คน (รอ๎ ยละ ๐.๐๖)
สถานการณ๑ในพน้ื ท่มี ีดังน้ี ๑) ปัญหาดา๎ นเศรษฐกจิ ประชาชนสวํ นใหญํประกอบอาชีพการเกษตรอยาํ ง
เดียว เชํน สวนยางพารา สวนลองกอง ทําไรํ ทํานา จํานวน ๙๓๖ (ร๎อยละ ๓๑.๗๑) ซ่ึงหากราคาพืชผลทาง
การเกษตรตกตาํ่ จะทําใหป๎ ระชาชนมรี ายได๎ไมํเพยี งพอกับคาํ ใชจ๎ ําย ไมํมีอาชพี เสริมจํานวน ๓,๖๑๖ คน (ร๎อยละ
๙๐.๖๕) อัตราการวาํ งงาน จํานวน ๓๗๙ คน (รอ๎ ยละ ๙.๕) ไมํมอี าชีพหลัก ๖๔๙ (รอ๎ ยละ ๑๖.๒๗) ครัวเรือนไมํ
มแี หลํงเงินกู๎ ๕๙๐ (ร๎อยละ ๖๐.๒๗) ประชาชนไมมํ ีการออมทรัพย๑ ๕๐๖ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๔๒.๓๑) ๒) ด๎าน
การศกึ ษา จํานวนเด็กอายุ ๐-๓ ปี มีจํานวน ๒๕๘ คน (รอ๎ ยละ ๕.๐๐) เดก็ อายุ ๓-๕ ปี จํานวน ๒๓๘ คน (ร๎อย
ละ ๔.๖๑) ๓) ดา๎ นส่งิ แวดล๎อมและภัยพิบตั ิ ชุมชนมกี ารจัดการแยกขยะ ๑,๑๙๙ ครัวเรือน (รอ๎ ยละ ๙๘.๖๘) ไมํ
มีการจัดการขยะ ๑๖ ครวั เรอื น (รอ๎ ยละ ๑.๓๒) ปัญหาภยั พิบตั ิท่สี งํ ผลกระทบตํอครัวเรือน ๑,๒๑๖ ครัวเรือน
พืน้ ทีน่ ํ้าทวํ มถงึ จาํ นวน ๕๖๗ ครวั (รอ๎ ยละ ๙๐ ของปัญหาภัยพิบัติท่ีสํงผลกระทบตํอครัวเรือน) ครัวเรือนที่
ประสบภัยพบิ ัติ ๖๐๓ ครัวเรอื น (ร๎อยละ ๔๙.๕๙) ขาดการเตรียมความพร๎อมรบั ภยั พบิ ัติ ๖๖๕ ครัวเรือน (ร๎อย
ละ๓๕.๗๑) ๔) ปัญหาด๎านสุขภาพ มีผ๎ูปุวยเรื้อรัง จํานวน ๒๕๗ คน (ร๎อยละ ๔.๙๘) ผู๎ที่ต๎องการได๎รับความ
๓๑๒
ชวํ ยเหลอื ดูแล ๒๙๐ คน(ร๎อยละ ๕.๖๘) จํานวนอุบัติเหตุที่เกิดจากรถยนต๑ ๘ ครั้ง รถจักรยานยนต๑ ๒๓ คร้ัง
ปัญหาการใชส๎ ารเสพติด การดมื่ สุรามีจาํ นวน ๑๙ คน (ร๎อยละ ๑.๖๓) สูบบุหรี่เป็นประจํามีจํานวน ๓๐๕ คน
(ร๎อยละ ๒๖.o๙) ไมไํ ด๎ออกกําลังกายมีจํานวน ๕๙๑ คน (ร๎อยละ ๕๐.๕๖) ไมํได๎ตรวจสุขภาพประจําปีจํานวน
๗๒๔ คน (ร๎อยละ ๖๑.๙๓) ๕)ปัญหาดา๎ นการเมอื งการปกครอง ปญั หาความขัดแย๎งที่เกิดข้ึนในชุมชนจํานวน
๑๙ ครัวเรอื น สมาชกิ ในครัวเรือนทม่ี ีปญั หาความขัดแยง๎ /ข๎อพิพาท ๑๓ ครวั เรอื น (รอ๎ ยละ ๖๓.๔๒) ครัวเรอื นท่ี
มีความขัดแย๎งกับบุคคลอื่น จํานวน ๖ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๓๑.๕๘) เรื่องร๎องเรียนท้ังหมด ๖ เร่ือง/ ๖ ปี
ประกอบด๎วย ปัญหาการจราจร จํานวน ๑ เร่ือง (ร๎อยละ ๑๖.๖๗) ปัญหาการจัดการส่ิงแวดล๎อม จํานวน ๔
เรอื่ ง (ร๎อยละ ๖๖.๖๖) ปญั หาด๎านโครงสร๎างพืน้ ฐาน จํานวน ๑ เร่อื ง (ร๎อยละ ๑๖.๖๗) ท่ีผํานการการบริหาร
จดั การพน้ื ที่เน๎นการมีสํวนรํวมของทกุ ภาคสวํ นจนกระท่ังถงึ ปจั จบุ ันมีเสน๎ ทางการพัฒนาดงั น้ี
แผนภาพที่ ๖.๘๘ เส๎นทางการพฒั นาเทศบาลตาํ บลปริก
ยุคท่ี ๑ ยคุ เปลย่ี นผําน (พ.ศ. ๒๕๔๒-๒๕๔๕) ยุคเริ่มต๎นการพัฒนาการบริหารจัดการพ้ืนท่ี เทศบาล
ตําบลปริกจัดต้ังข้ึนมาจากการยกฐานะจากสุขาภิบาลเป็นเทศบาลตําบล ตาม “พระราชบัญญัติการ
เปลี่ยนแปลงฐานะของสุขาภิบาลเป็นเทศบาล พ. ศ. ๒๕๔๒” ซ่ึงได๎ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลํม ๑๑๖
ตอนที่ ๙ ก. วันท่ี ๒๔ กมุ ภาพันธ๑ ๒๕๔๒ มีผลบังคับใช๎ เมื่อพ๎นกําหนดเก๎าสิบวันนับต้ังแตํวันประกาศในราช
กิจจานุเบกษา เป็นต๎นไป คือตั้งแตวํ นั ที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๔๒ ชํวงนี้พบ ปัญหาด๎านโครงสร๎างพื้นฐาน เชํน
ถนนหนทาง ไฟฟาู สํองสวาํ ง โครงขํายโทรศัพท๑ และการคมนาคมในแตลํ ะชุมชน ปัญหาส่ิงแวดล๎อม เชํน การ
๓๑๓
จัดการขยะ มลภาวะ ภยั พิบัติ เปน็ ตน๎ ปัญหาสุขภาพ เชนํ สาธารณสุขพืน้ ฐาน เหล๎า - บุหรี่ เป็นต๎น และอื่นๆ
แตํด๎วยข๎อจํากัดของงบประมาณและกําลังคนที่เทศบาลตําบลปริกมีอยูํในขณะน้ันจึงไมํสามารถท่ีจะแก๎ไข
ปญั หาทุกอยํางได๎ทันทํวงที ประเด็นปัญหาที่เดํนชัดประการสําคัญและคิดวํานําจะลงมือปฏิบัติการได๎กํอน
เรื่องอ่นื ๆ โดยไมํตอ๎ งใชง๎ บประมาณมาก เพยี งแตํใช๎กําลัง ใช๎สติปัญญาและการเชื่อมโยงเครือขํายก็สามารถ
แ ก๎ ไ ข ไ ด๎ นั่ น คื อ ปั ญ ห า ข ย ะ ใ น ชุ ม ช น ดั ง น้ั น เ ท ศ บ า ล ตํ า บ ล ป ริ ก จึ ง ไ ด๎ ป ร ะ ส า น ง า น กั บ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร๑ และภาคีตําง ๆ ได๎แกํ สิ่งแวดล๎อมจังหวัด ส่ิงแวดล๎อมภาค และสํานักงาน
สาธารณสุข องค๑กรพัฒนาเอกชน(NGOs) รวมทั้งมูลนิธิฮานไซเดล (Hann-Seidel Foundation) รํวม
พัฒนาองค๑ความรู๎ให๎กับพนักงานและประชาชน มีคณะอาจารย๑ ทีมวิจัย และนักศึกษาปริญญาโทสาสาขา
ส่ิงแวดล๎อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร๑ วิทยาเขตหาดใหญํ เข๎ามาทําการศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติเรื่องการ
จัดการขยะในชุมชน เพื่อทําวิทยานิพนธ๑ จํานวน ๔ รํุน เทศบาลจึงใช๎โอกาสน้ีให๎เป็นเวทีของการสร๎างและ
พัฒนาองค๑ความร๎ูด๎านการจัดการส่ิงแวดล๎อม และการจัดการขยะในชุมชนให๎กับพนักงานเทศบาลและ
ประชาชนในชมุ ชน จนกระทั่งสามารถขบั เคลือ่ นงานไปได๎
ยุคที่ ๒ ปัญญาเบงํ บาน (๒๕๔๖-๒๕๕๑) ยุคที่การบริหารจดั การชัดขนึ้ เร่ือย ๆ โดยมุํงม่ันให๎ประชาชน
มสี วํ นรวํ มในการบริหารจดั การทอ๎ งถน่ิ อยาํ งสม่ําเสมอ โดยเปิดโอกาสให๎ประชาชนได๎แสดงความคิดเป็นผําน
เวทปี ระชาคมประจําเดือน เปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชนผํานกิจกรรมเทศบาลสัญจร และในปีน้ีเองได๎มี
จุดเริ่มต๎นการบริหารจัดการศึกษาโดยมีการจัดตั้งศูนย๑พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตําบลปริก และโรงเรียน
เทศบาลตําบลปริก โดยกาํ หนดนโยบายจัดการศกึ ษาทดี่ มี ีคณุ ภาพ ท่เี น๎นการเรยี นดี เรียนฟรี และเรยี นอยํางมี
คณุ ภาพ เทศบาลตาํ บลปริก ได๎นาํ เอานโยบายดา๎ นทรพั ยากรและสิ่งแวดล๎อมมาใช๎อยํางเป็นรูปธรรมมากข้ึน
อกี ทัง้ กระทรวงพลังงานฯไดเ๎ ข๎ามากระตน๎ุ ใหเ๎ กิดการขบั เคลอ่ื นงานด๎านส่ิงแวดล๎อมและพลังงาน ประชาชนให๎
ความสนใจ ตระหนกั ในปญั หาส่งิ แวดล๎อมในชมุ ชน มีกลมํุ กิจกรรมทางส่งิ แวดลอ๎ มเกดิ ข้นึ ตามมาหลายกลุํมใน
แตํละชุมชน จนเกิดเครือขํายชุมชนด๎านการจัดการสิ่งแวดล๎อมที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งเป็นผลลัพธ๑ของการอนุรักษ๑
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อมได๎อยํางดี สํงผลให๎เทศบาลตาํ บลปริกได๎รับรางวัลลูกโลกสีเขียว ประเภท
เครอื ขํายชุมชน ประจาํ ปี ๒๕๔๙
นอกจากน้ีในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ เทศบาลตําบลปริก ได๎เล็งเห็นปัญหาเร่ืองการประกอบอาชีพจากภาวะ
เศรษฐกจิ ตกตาํ่ จงึ ไดน๎ อ๎ มนาํ แนวคิดเศรษฐกิจพอเพยี งมาเปน็ ฐานของการพัฒนาในทุกเร่ือง และเห็นวําการ
บรหิ ารจดั การมีประสทิ ธภิ าพและเกดิ ประสทิ ธผิ ลไมํได๎หากขาดซ่งึ ข๎อมูล จงึ เริ่มจัดทาํ ระบบฐานขอ๎ มลู ด๎วยการ
พฒั นารปู แบบการจัดการระบบฐานข๎อมูลด๎านสุขภาพแบบดิจิตอลเพื่อนําไปใช๎ในการจัดการทุกเร่ืองและทุก
ปญั หาของประชาชนจึงทาํ ให๎มองความย่งั ยืนในการแกไ๎ ขปัญหา เกิดเปน็ เครือขํายการจัดการส่ิงแวดล๎อมโดย
ชุมชนเพื่อชุมชน ความรํวมมือรํวมใจกันในการกํากับ ติดตาม และแก๎ไขปัญหาทุกเรื่องที่เก่ียวข๎องกับ
สงิ่ แวดล๎อม เทศบาลตําบลปรกิ ได๎สนับสนุนกจิ กรรมตาํ ง ๆ เชํน การจดั ประกวดบา๎ นนํามอง การปลกู ตะไคร๎ใน
พนื้ ที่สาธารณะเพือ่ ให๎ประชาชนไดน๎ าํ ไปประกอบอาหาร กระตุ๎นให๎ปลูกผกั สวนครัวในบ๎านตนเอง สงํ ผลให๎ไดร๎ ับ
รางวัลเมอื งนําอยูํอยํางย่งั ยืน และลดภาวะโลกรอ๎ นดว๎ ยมือเรา ระหวาํ งปี ๒๕๕๐ – ๒๕๕๑
ในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ การบริหารจดั การเทศบาลตําบลปริก ได๎จัดต้งั สภาองค๑กรชมุ ชนเทศบาลตําบลปริก
ทต่ี อ๎ งการใหป๎ ระชาชนเขา๎ มามีสํวนรํวมในการทํางานแบบคํูขนานกับสภาเทศบาลตําบลปริก และตรวจสอบ
การทํางานของเทศบาลตาํ บลปริก โดยสมาชิกสภาองค๑กรชุมชนมาจากตัวแทนของชุมชน จํานวน ๑๒ คน มี
บทบาทในการแสดงความคิดเหน็ ให๎ข๎อคิดเหน็ การบริหารงาน แตํงต้ังคณะกรรมการติดตามการปฏิบัติงาน
ราชการ(เทศบาลตําบลปรกิ ) ทีป่ ระกอบด๎วยสมาชกิ สภาฯ และกรรมการชมุ ชน เพ่ือกํากับ ติดตามการทํางาน
สร๎างรูปธรรมที่ชดั เจนตามวิสัยทัศน๑ของเทศบาล จึงได๎จัดทําโครงการเกี่ยวกับการบริหารจัดการองค๑กรข้ึน
จาํ นวนมาก เชํน โครงการภมู บิ ตุ รา โครงการเพ่อื นหนุนพีน่ าํ พา โครงการเสรมิ สร๎างพลงั เปน็ พ่ีเล้ียงซึ่งกันและ
กัน เปน็ การบริหารจัดการองคก๑ รเทศบาลตาํ บลปริกทีเ่ ข๎มข๎น สํงผลให๎การส่ือสารและการเข๎าถึงประชาชนใน
ทุกชุมชนภายใต๎ความรับผิดชอบของเทศบาลตําบลปริกมีความชดั เจนมากข้นึ เรอื่ ย ๆ อีกท้งั ประชาชนยังให๎การ
ยอมรับ สํงผลให๎ได๎รับรางวัลเมืองธรรมาภิบาลและเทศบาลที่มีการพัฒนาดีเดํนจากสถาบันชุมชนท๎องถิ่น
พฒั นา LDI AWARDS ๒๐๐๘
ยุคที่ ๓ สานพลังพลเมอื ง (พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๕๘) ไดเ๎ ปดิ ที่ทาํ การเทศบาลตําบลปรกิ หลังใหมํ คือ“สนั ติ
รังสฤษฏ๑” รปู ลักษณ๑ของอาคารสาํ นักงานถกู ออกแบบให๎มีลักษณะคล๎ายกับพระท่ีนั่งอานันตสมาคม ซ่ึงเป็น
๓๑๔
สภาผ๎ูแทนราษฎรแหงํ แรกของประเทศไทย และรปู แบบ (Model) ของท่ีทาํ การและสภาเมืองในระดับท๎องถ่ิน
ของอีกหลายประเทศ โดยตอ๎ งการสรา๎ งเอกลกั ษณ๑ของชุมชน สร๎างความภาคภมู ใิ จในท๎องถ่ิน เพื่อให๎พลเมือง
ของเทศบาลตําบลปรกิ ไดเ๎ หน็ คณุ คํา และคณุ ประโยชน๑ของการบรหิ ารราชการท๎องถ่นิ โดยคนท๎องถ่ิน เพ่ือคน
ท๎องถน่ิ ในรูปของสภาท๎องถน่ิ จากการทช่ี มุ ชนตําง ๆ ไดเ๎ ข๎ารํวมกิจกรรมกับกระทรวงพลงั งานตลอดระยะเวลา
ท่ีผํานมา ทําใหไ๎ ดร๎ บั รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ ของโครงการจดั ทําแผนพลงั งานชุมชน ๑๖๒ ชุมชน ประจําปี
พ.ศ.๒๕๕๑ รวมท้ังการทาํ งานอยํางโปรํงใสและเปิดพน้ื ทสี่ าธารณะใหป๎ ระชาชนได๎เข๎ามามีสวํ นรํวมในกิจกรรม
ของเทศบาลตําบลปรกิ โดยตลอด และในปีเดียวกันได๎รับรางวัลพระปกเกล๎า ด๎านความโปรํงใส และสํงเสริม
การมีสํวนรํวมของประชาชน ประจําปี ๒๕๕๒ รางวัลพระปกเกล๎าทองคํา รางวัลสร๎างคนดีมีคุณธรรม ของ
หมํอมงามจิตร บุรฉัตร ประกาศเกียรติคุณหนํวยงานตัวอยํางท่ีสนับสนุนงานด๎านคนพิการ และบุคคลท่ี
สงํ เสริมและสนับสนนุ ผ๎พู ิการจากสาํ นักงานพัฒนาสังคมและความมัน่ คงของมนุษยจ๑ ังหวัดสงขลา รางวัลท่ี ๑
ของโรงเรียนเทศบาลทมี่ ีการจัดการสิ่งแวดล๎อมดีเดํนระดับจังหวัดจากสํานักงานสิ่งแวดล๎อมจังหวัดสงขลา
พ.ศ. ๒๕๕๓
พ.ศ. ๒๕๕๔ เทศบาลตําบลปริกเข๎ารํวมเป็นเครือขํายรํวมสร๎างสุขชุมชนท๎องถิ่นนําอยํู โดยได๎ไป
แลกเปลยี่ นเรยี นรก๎ู ับองคก๑ ารบริหารสวํ นตําบลปากพูน อําเภอเมือง จงั หวดั นครศรธี รรมราช ในฐานะลูกขําย
และได๎เริม่ จัดทาํ ฐานข๎อมลู ตาํ บล (FAP) ไดถ๎ อดบทเรยี นพฒั นาพ้นื ที่ทําให๎เห็นถึงศักยภาพพ้ืนท่ีตนเองในการ
ให๎บรกิ ารสาธารณะและมีศกั ยภาพเพยี งพอท่ีจะสามารถเปน็ แหลํงแลกเปล่ียนเรียนรู๎แกํองค๑กรปกครองสํวน
ทอ๎ งถ่ินอ่นื ได๎ ในเดือนตลุ าคมปเี ดยี วกนั จึงไดย๎ กระดับตัวเองขึ้นเปน็ แมขํ าํ ยในการขับเคลอื่ นตาํ บลสุขภาวะโดย
ได๎รับงบประมาณสนับสนนุ จาก สสส.สาํ นัก ๓ เพ่ือสนบั สนุนการพฒั นาพนื้ ทแ่ี ละได๎ขบั เคลื่อนโครงการพฒั นา
เครือขาํ ยชมุ ชนทอ๎ งถ่นิ เปน็ รปู ธรรมขน้ึ โดยมแี หลงํ เรยี นรู๎ ๓๕ แหลงํ เรยี นร๎ู จงึ สามารถสร๎างหลักสูตรเพ่ือการ
เรียนร๎สู ําหรับองค๑กรปกครองสํวนท๎องถนิ่ เครือขาํ ยจํานวน ๖๐ พ้ืนที่ และได๎สนับสนุนให๎เครือขํายดําเนินการ
กจิ กรรมสร๎างเสรมิ สขุ ภาวะ สงํ ผลให๎เทศบาลตําบลปรกิ ไดร๎ บั รางวัลการบริหารจัดการบา๎ นเมืองที่ดี ประจําปี
๒๕๕๔ รางวัล อปท.ดีเดํนดา๎ นการปอู งกันการทจุ ริต จากสํานักงาน ปปช.ในปี ๒๕๕๗ และ ปี พ.ศ. ๒๕๕๘
ยุคที่ ๔ เฟ่อื งฟูนวัตกรรม (๒๕๕๙-ปัจจุบัน) เป็นยุคของการบริหารจัดการพื้นที่ด๎วยหลักไตรพลัง ใช๎
กลไกการสร๎างพลังในการเป็นพ่เี ลีย้ งแกกํ ันและกัน (Coaching) การสร๎างพลังความเป็นเพ่ือนรํวมงานชํวย
ขับเคล่อื นองคก๑ รแบบเพ่ือนหนนุ พีน่ าํ (Tandem) การสรา๎ งพลังดว๎ ยความเขา๎ ใจ การใหค๎ วามร๎ู และการสร๎าง
จติ สํานึกความเป็นพลเมือง เรยี กวํา “ภมู ิบุตรา” (Phummibuttra) มกี ารบรู ณาการความรวํ มมือจากทกุ ภาค
สํวนในทุกกิจกรรม สรา๎ งความเข๎มแขง็ ให๎เทศบาลตาํ บลปรกิ มคี วามม่นั คง มงั่ คง่ั และยัง่ ยนื สงํ ผลให๎นายสุรยิ า
ยีขุน นายกเทศมนตรีตําบลปริก ได๎รับพระราชทานประกาศนียบัตรฯ และเข็มที่ระลึก จากสมเด็จพระเทพ
รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นผ๎ูที่ปฏิบัติงานดีเดํนในรอบปี ของจังหวัดชายแดนภาคใต๎ ประจําปี
พ.ศ. ๒๕๕๘ สาขาการเมืองการปกครอง และในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ได๎รับรางวัลองค๑การปกครองสํวนท๎องถิ่นการ
บรหิ ารจดั การท่ดี ี ประเภททัว่ ไปและประเภทโดดเดํน
๒. กลุม่ ประชากรเป้าหมาย
ประชากรในเขตเทศบาลตําบลปริก จาํ นวน ๕,๑๕๘ คน
๓. ผลท่ีตอ้ งการให้เกดิ ขน้ึ
การบริหารจัดการพื้นท่ี มีจุดประสงค๑เพื่อ ๑) ชุมชนทําการเกษตรแบบผสมผสานนําหลักปรัชญา
เศรษฐกจิ พอเพยี งมาใช๎ในชวี ิตประจําวนั มีการประกอบอาชพี เสรมิ รู๎จักการเก็บการออม และสามารถเข๎าถึง
แหลงํ เงินทนุ ดอกเบยี้ ตํ่าได๎งําย ๒) เด็กและเยาวชนในเขตเทศบาลตําบลปริก และบริเวณใกล๎เคียงได๎เข๎ารับ
การศกึ ษาในพนื้ ใกลบ๎ ๎าน ได๎เรยี นฟรี เรยี นดี อยํางมคี ุณภาพ และผ๎ปู กครองลดภาระคําใช๎จํายในการศึกษาของ
บุตรหลาน ๓) ชุมชนมีการคัดแยกขยะในครัวเรือนทุกครัวเรือน ชุมชนสามารถสามารถปรับตัวได๎เมื่อเกิด
ปัญหาภยั พิบัติและสามารถชํวยเหลอื ตนเองได๎ ๔) ประชาชนสามารถเข๎าถงึ สทิ ธิการรกั ษาพยาบาลเมื่อเจ็บไข๎
ได๎ปุวย ผ๎ูปุวยท่ีมีภาวะพ่ึงพิง มีผู๎ดูแลหรือสามารถชํวยเหลือตัวเองได๎เป็นภาระของครอบครัวสามารถลด
อบุ ัตเิ หตกุ ารจราจร และสามารถชวํ ยเหลือผ๎ูประสบเหตุอยํางทันทํวงทีลดการบาดเจ็บและการเสียชีวิต ลด
จํานวนผด๎ู ื่มสุรา และสูบบุหร่ี และ ๕) ชุมชนสามารถจดั การไกลเํ กลย่ี ขอ๎ พพิ าทโดยชมุ ชน สามารถลดปัญหาข๎อ
พพิ าทในชุมชนและการฟอู งร๎องในชัน้ ศาลซง่ึ ตอ๎ งเสยี คําใชจ๎ ํายในการดาํ เนินคดีสูง
๓๑๕
๔. ขอ้ มูลและเครอื่ งมือในการดาเนนิ งาน
ข๎อมูลจากฐานข๎อมูลตําบลTCNAP, RECAP สถานะทางการศึกษา ข๎อมูลด๎านสุขภาพ ข๎อมูลด๎าน
เศรษฐกิจครัวเรือน ขอ๎ มลู ดา๎ นสงิ่ แวดลอ๎ มครัวเรอื น ข๎อมูลดา๎ นความเกี่ยวข๎องของครัวเรือนกับการเมืองการ
ปกครอง
เครอ่ื งมือในการดาํ เนินงานบริหารจัดการพื้นที่ ใชห๎ ลกั การบริหารจดั การพ้ืนท่ีแบบมีสํวนรํวมมีแนวคิด
ในการบรหิ ารจดั การผํานการพฒั นาบุคลากรขององคก๑ รเทศบาล ๓ ประการด๎วยกัน คือ ๑) แนวคิดการสร๎าง
พลังเป็นพี่เล้ยี งแกํกนั และกนั ” (Coaching project) ๒) แนวคิดการสร๎างพลังของความเป็นเพ่ือนรํวมงาน
เพื่อชํวยกนั ขบั เคลือ่ นองค๑กรแบบเพื่อนหนนุ พนี่ ํา (Tandem project) และ ๓) แนวคิดในการสร๎างจิตสํานึก
ความเป็นพลเมือง “ภูมิบุตรา” (Phummibuttra project) แผนพัฒนาเทศบาลตําบลปริก และแผน
ยทุ ธศาสตร๑เทศบาลตาํ บลปรกิ
๕. รูปธรรมงาน
รูปธรรมงานเดํนเนน๎ บรหิ ารจดั การพืน้ ท่ี ประกอบด๎วย
๑) จัดทาํ แผนพฒั นา ประกอบดว๎ ย (๑.๑) แผนนโยบาย ๘ ด๎าน ได๎แกํ นโยบายด๎านการเมืองและการ
บริหารจดั การแบบมีสวํ นรํวม นโยบายด๎านการพัฒนาสังคมลากรเสริมสร๎างพลังชุมชน นโยบายการพัฒนา
การศกึ ษา ศาสนา ศลิ ปะ วัฒนธรรม นโยบายการพัฒนาสาธารณสุขและสํงเสริมคุณภาพชีวิต นโยบายการ
จัดการภยั พบิ ตั แิ ละการจัดระเบียบชมุ ชน นโยบายการพฒั นาทางเศรษฐกิจชมุ ชนบนพนื้ ฐานเศรษฐกิจพอเพยี ง
นโยบายการพัฒนาโครงสรา๎ งพืน้ ฐาน และนโยบายการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล๎อมและพลังงาน
(๑.๒) แผนพัฒนาชุมชนท๎องถ่ิน ได๎แกํ แผนยุทธศาสตร๑ แผนพัฒนาสามปี/สี่ปี เทศบัญญัติงบประมาณ
รายจาํ ย แผนการดําเนนิ งาน
๒) การดําเนินงาน ประกอบด๎วย การบริหารจัดการบริการสาธารณะ และการบริหารแบบมีสํวน
รวํ มกบั องค๑กรหลกั อ่นื และเครือขําย ตามแผนยทุ ธศาสตร๑ ๖ ยุทธศาสตร๑ ได๎แกํ ๒.๑) พฒั นาคณุ ภาพชวี ิตและ
สังคมที่มีคุณภาพ ๒.๒)สํงเสริมประชาธิปไตยและกระบวนการมีสํวนรํวมในการบริหารกิจการบ๎านเมืองท่ีดี
๒.๓) การพัฒนาองค๑กรให๎เป็นองค๑กรบริการสาธารณะในการบริหารกิจการบ๎านเมืองท่ีดี ๒.๔) การบริหาร
จัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อม ๒.๕) พัฒนาเศรษฐกิจตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อ
แกป๎ ญั หาความยากจน ๒.๖) พฒั นาเทคโนโลยเี พื่อการปฏิบัตงิ าน ๒.๖) การจัดระเบียบชุมชน สังคมและการ
รกั ษาความสงบเรียบรอ๎ ย การปูองกันแกไ๎ ขปญั หายาเสพตดิ รวมถึงวินยั จราจร
๓) การประเมินผล สรปุ บทเรียนเทียบเคียงเปาู หมายการพัฒนาท่ียงั่ ยืน
รปู ธรรมงานสนบั สนนุ การบริหารจดั การพื้นท่ี ดังนี้
๑) สังคมรักษ๑โลก ประกอบด๎วย การจัดการพลังงานในสํานักงานเทศบาลตําบลปริกและสวนหยํอม
พลงั งาน สนบั สนุนศูนย๑เรยี นรู๎บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง บริหารจัดการใช๎โซลําเซลในการผลิตน้ําประปา
บริหารจัดการพลงั งานระดับครวั เรอื น มัสยดิ และโรงเรยี น บริหารจัดการขยะฐานศูนย๑ สนับสนุนการพัฒนา
ครัวเรือนต๎นแบบด๎านการอนุรักษ๑พลังงาน ครัวเรือนต๎นแบบการจัดการขยะ หนํวยงานต๎นแบบด๎านการ
จัดการขยะและการมสี ํวนรํวมรักษาความสะอาด บรหิ ารจดั การขยะตน๎ ทาง สรา๎ งการมสี วํ นรวํ มในการคัดแยก
ขยะในครวั เรอื น ตามหลัก ๓R (R = Reduce (ลดการใช๎) R = Reuse (ใช๎ซํา้ ) R = Recycle (รีไซเคิล)) หรือ
๓ ช. (ใชน๎ ๎อย,ใชซ๎ ้าํ ,นาํ กบั มาใชใ๎ หมํ)จดั การขยะกลางทาง ได๎แกํ กิจกรรมขยะมีบุญ การจัดการขยะปลายทาง
เทศบาลนําขยะมาทําปุ๋ยอินทรีและนําไปฝังกลบ การจัดการพลังงานในสํานักงานเทศบาลตําบลปริก
สวนหยํอมพลังงาน ศูนย๑เรียนรู๎บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง การใช๎โซลํา เซลผลิตนํ้าประปา การจัด
การพลังงานระดับครัวเรือน มัสยดิ และโรงเรยี นตาํ ง ๆ
๒) สังคมเอ้ืออาทร สํงเสริมจิตอาสาในชุมชนให๎การดูแลผ๎ูปุวย ผู๎พิการ และผู๎ด๎อยโอกาส จัดสรร
งบประมาณสําหรับจดั กองทุนสวัสดิการผูป๎ ุวย ผพู๎ ิการ จดั ใหบ๎ รกิ ารสนับสนุน การดาํ เนินงานของกลุมํ อาสาก๎ู
ชีพก๎ภู ัย สนบั สนุนการดําเนนิ งาน กลมุํ อปพร. รํวมกับรพ.สต.ปริก สนับสนุนการดําเนินงานของกลํุมอาสากู๎
ชพี EMS กลมํุ แมํอาสา กลุํมอาสาดแู ลผูป๎ ุวยโรคเรอ้ื รงั กลํุมดูแลผ๎ูสูงอายุระยะยาว ศูนย๑พัฒนาคุณภาพชีวิต
ผสู๎ ูงอายแุ ละผพ๎ู กิ าร กลํุมอาสาดแู ลผ๎ูพกิ ารและผูป๎ ุวยจิตเวช
๓๑๖
๓) สังคมสวัสดกิ าร สงํ เสรมิ สนับสนนุ พฒั นา กลมุํ ออมทรพั ย๑ กลุํมฌาปนกิจ ให๎มีความเข็มแข็ง เชํน
กลุํมออมทรัพย๑ตลาดใต๎, กลํุมสัจจะวันละบาท,กลํุมออมทรัพย๑ชุมชนปริกใต๎ กลุํมฌาปนกิจชุมชนทุํงออก
ชุมชนปริกตก ชมุ ชนรา๎ นใน กองทุนซากาตมัสยดิ รา๎ นใน เป็นต๎น
๔) สังคมไมํเดือดร๎อน จัดตั้งและสนบั สนุนการบรหิ ารจดั การตลาดต๎นปริก สํงเสริม สนับสนุน พัฒนา
กลมํุ อาชีพ เชนํ กลํมุ วิสาหกิจชุมชนสวํ นหมํอม (กลุมํ เครอ่ื งแกงตํามือ) กลํุมกล๎วยทองม๎วน (บาดานําสโตน)
กลมํุ ขนมไทย เบเกอรี่ กลมํุ พชื สมนุ ไพร กลมํุ ขนมพ้นื บา๎ น กลุํมบา๎ นพกั (Bed & Breakfast :B&B) กลํุมสาน
กระเป๋าพลาสตกิ กลํมุ เกษตรแปลงใหญํ กลมุํ ดอกไม๎จนั ทนก๑ ลุมํ สหกรณ๑ร๎านคา๎ เปน็ ตน๎ สํงเสริมสนบั สนนุ การ
พัฒนาศูนย๑เรียนรู๎เกษตรทฤษฏใี หมํ (เกษตรแปลงใหญ)ํ และกลมุํ เกษตรแปลงใหญํไมผ๎ ล (ลองกอง)
๕) สังคมคนดี สร๎าง “ภูมิบุตรา” (Phummibuttra) ให๎เข๎ามาชํวยแก๎ปัญหา พัฒนาชุมชนบ๎านเกิด
จดั ตั้งศูนย๑พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนเทศบาลตําบลปริกในการสร๎างพลเมือง ผํานหลักสูตรท๎องถ่ิน ๘+๔
รวํ มกับมัสยดิ ในการแก๎ปญั หาสังคม ยาเสพตดิ บหุ ร่ี ใชส๎ นามเด็กเลํนสร๎างปัญญาเป็นเคร่ืองมือในการสร๎าง
พลเมือง
๖) สังคมสันติสุข การบริหารจัดการองค๑กรแบบมีสํวนรํวม ด๎วย“ไตรพลัง” (Coaching,Tendem,
Phummibuttra) การจัดต้ังศูนย๑ยุติธรรมชุมชน จัดตั้งศูนย๑วิทยุชุมชนเทศบาลตําบลปริก สํงเสริมพัฒนา
ความร๎ู ไกลํเกลย่ี ขอ๎ พพิ าทให๎กบั กลมํุ อนุรกั ษ๑คลองอูตะเภาและโรงงาน
๗) สังคมปรบั ตัวจดั ต้งั ศนู ย๑ปอู งกันภยั พบิ ัติ กลมํุ อาสาปอู งกันภยั พิบัติ EMS ศูนย๑ปูองกันและบรรเทา
สาธารณภยั อปพร. จดั ทําหลักสูตรในโรงเรยี นเทศบาลตาํ บลปรกิ “หลกั สตู รส่ิงแวดลอ๎ มและภัยพิบัติ”
๖. วธิ กี ารดาเนินงาน
วธิ ีการดาํ เนนิ งานบรหิ ารจัดการพนื้ ท่ีเทศบาลตาํ บลปรกิ ประกอบดว๎ ย
๖.๑ จัดทําแผนพัฒนา แผนนโยบาย ๘ ดา๎ น และแผนพัฒนาชุมชนทอ๎ งถนิ่ มีการดาํ เนนิ งาน ๗ ข้ันตอน
ดังน้ี ๑)การเตรียมจัดทําแผน กองวิชาการและแผนงานซ่ึงรับผิดชอบ การคัดเลือกยุทธศาสตร๑และแนว
ทางการพัฒนา ดําเนินงานในรูปแบบคณะกรรม ได๎แกํ คณะกรรมการสนับสนุนการจัดทําแผนพัฒนา
คณะกรรมการพฒั นาท๎องถนิ่ ๓) การเก็บรวมรวมขอ๎ มูลและการวิเคราะห๑ข๎อมูล เพื่อสามารถนํามาวิเคราะห๑
SWOT (การวิเคราะห๑จุดแข็งจุดอํอน โอกาส และอุปสรรค) ๔)การกําหนดวัตถุประสงค๑ของแนวทางการ
พฒั นา ๕) การจดั ทาํ รายละเอียดโครงการ/กิจกรรมการพัฒนา ๖) การจัดทํารํางแผนพัฒนาสามปี และ ๗)
การอนุมัติและประกาศใช๎แผน
๖.๒ ดําเนินการตามแผนนโยบายและแผนพัฒนาชุมชนท๎องถ่ิน เป็นการบริหาร ดังน้ี ๑) เงิน
งบประมาณขององคก๑ รปกครองสํวนท๎องถิ่นเอง และแหลํงงบประมาณภายนอก รวมท้ังมาตรการประหยัด
งบประมาณรายจํายด๎วย ๒) คน หมายความรวมต้ังแตํผ๎ูบริหารท๎องถิ่น พนักงานขององค๑กรปกครองสํวน
ท๎องถ่ินทุกระดับ พัฒนากําลังคนเพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพการทํางานให๎องค๑กรปกครองสํวนท๎องถ่ิน ๓) วัสดุ
อุปกรณ๑ ไดแ๎ กํ เครื่องจกั ร เคร่ืองมอื รวมทงั้ อาคารสถานทท่ี จ่ี ะสามารถนาํ มาใชใ๎ นการบรหิ ารจดั การท๎องถน่ิ ให๎
เกดิ การพัฒนาสูงสุด ๔) การบริหารจดั การ เปน็ สง่ิ ท่ีชวํ ยขบั เคลอื่ นทรพั ยากรทั้งสามประการข๎างต๎น ให๎เปน็ ไป
อยํางมีประสทิ ธิภาพ และมีสภาพการพัฒนาอยํางยั่งยืน การบริหารจัดการเป็นทั้งศาสตร๑และศิลป์ท่ีจะต๎อง
ศึกษาและนําไปปฏิบตั อิ ยาํ งตํอเนื่อง
๖.๓ การประเมนิ ผลตามตวั ช้ีวดั ของโครงการ สรปุ บทเรียนเทียบเคยี งเปาู หมายการพฒั นาทีย่ ่ังยืน
๗. ผลผลิต ผลลพั ธ์
ผลลัพธจ๑ ากการดําเนนิ งานมดี งั นี้
๑) การสรา๎ งการเรยี นร๎ขู องชุมชน เด็กนกั เรยี น ๖-๑๒ ปี ๗๒๘ คน (ร๎อยละ ๑๐๐) ได๎เรียนในพื้นที่ ไมํมี
คาํ ใช๎จาํ ย เรียนร๎ูหลักสูตรการเป็นพลเมืองปริก และการรักษาสิ่งแวดล๎อม คนในชุมชนมีการออม เชํน กลุํม
สัจจะวันละบาท และกลุํมออมทรัพย๑ชมุชนปริกใต๎ เป็นต๎น คนในชุมชนเรียนร๎ูการจัดการข๎อพิพาท ๖ กรณี
(๑๐๐)
๒) การดูแลสุขภาพของคนในชุมชน อาสาสมัครให๎การดูแลเด็ก ๐-๕ ปี จํานวน ๕๕๓ (ร๎อยละ ๑๐๐)
ดูแลหญิงตั้งครรภ๑และหลังคลอด ๑๔ คน (ร๎อยละ ๑๐๐) การจัดสวัสดิการ ชํวยเหลือเด็กแรกเกิด ๕๗ คน
(รอ๎ ยละ ๑๐๐) ดแู ลผู๎สงู อายุ ๗๒๑ คน (รอ๎ ยละ ๑๐๐) ครอบคลุมกลมุํ ติดสงั คม ติดบ๎านตดิ เตยี ง ดูแลผู๎ปวุ ยจติ
เวช ๒๒ คน (รอ๎ ยละ๑๐๐) และผู๎พกิ าร ๑๒๐ (ร๎อยละ ๑๐๐)
๓๑๗
๓) ด๎านสิง่ แวดล๎อม ใช๎พลงั งานโซลาํ เซลล๑ ลดคาํ ไฟฟาู ของเทศบาลได๎เดอื นละ ๑๐,๐๐๐บาท ชุมชนลด
ก๏าซเรือนกระจกได๎ ๑๑,๘๓๕ KgCo๒/เดือน ลดขยะในเขตเทศบาลจากวันละ ๖ ตัน เหลือ ๔ ตัน/วัน ทุก
ครัวเรือน (ร๎อยละ ๑๐๐) มกี ารคดั แยกขยะ และนาํ ไปขายเพ่มิ รายได๎เดอื นละ ๒๐-๓๐ บาท มีการเตรียมความ
พรอ๎ มและการสอื่ สารเมือ่ เกดิ ภยั พบิ ตั ิ ลดอตั ราการบาดเจ็บและเสียชวี ิตเปน็ ศูนย๑
๘. ผลกระทบที่เกดิ ข้นึ
ผลกระทบเทียบเคียงกับเปูาหมาย SDG พบวํา เทศบาลตําบลปริกมีงานและกิจกรรมท่ีสามารถ
เทียบเคียง SDG ได๎ ๑๖ เปูาหมาย ยกเว๎น เปูาหมายที่ ๑๔ ดังน้ี เปูาหมายท่ี ๑ ยุติความยากจน ยุติความ
ยากจนทกุ รปู แบบในทุกพื้นท่ี สนบั สนุนให๎ครัวเรือนปลูกผักสวนครัว เพ่ือลดรายจํายในครัวเรือน สนับสนุน
การเพ่ิมสมาชิก กองทุนออม หรือสวัสดิการท่ีครอบคลุมทุกกลํุมวัย และสํงเสริมกลํุมอาชีพอยํางน๎อย ๑๕
กลํมุ เปูาหมายที่ ๒ ยตุ ิความหิวโหย บรรลคุ วามมัน่ คงทางอาหาร ปรับปรุงโภชนาการ และสนับสนุนการทํา
เกษตรกรรมอยาํ งย่งั ยืน เปูาหมายที่ ๓ สรา๎ งหลักประกันให๎คนมชี ีวติ ท่ีมีคณุ ภาพ และสํงเสริมสขุ ภาวะที่ดีของ
คนทุกเพศทุกวัย การดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชนทุกกลํุมวัย เปูาหมายที่ ๔ สร๎างหลักประกันให๎
การศึกษามีคณุ ภาพอยาํ งเทาํ เทยี มและครอบคลุม และสํงเสริมโอกาสในการเรียนร๎ูตลอดชีวิตสําหรับทุกคน
เปาู หมายที่ ๕ บรรลุความเทาํ เทยี มระหวาํ งเพศและเสริมสร๎างความเขม๎ แข็งใหแ๎ กํสตรแี ละเดก็ หญิง เปูาหมาย
ที่ ๖ สร๎างหลักประกันให๎มีนํ้าใช๎ และมีการบริหารจัดการนํ้าและการสุขาภิบาลอยํางย่ังยืนสําหรับทุกคน
เปูาหมายที่ ๗ สร๎างหลักประกันให๎ทุกคนสามารถเข๎าถึงพลังงานสมัยใหมํในราคาที่ยํอมเยา และยั่งยืน
เปาู หมายท่ี ๘ สํงเสรมิ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจท่ยี ่ังยืน และครอบคลุมและการจ๎างงานเต็มอัตรา และ
งานท่ีมีคุณคําสําหรับทุกคน เปูาหมายท่ี ๙ สร๎างโครงสร๎างพื้นฐานที่มีความต๎านทานและยืดหยุํนตํอการ
เปล่ียนแปลง สงํ เสริมการพัฒนาอตุ สาหกรรมท่ีครอบคลมุ และยัง่ ยนื และสงํ เสรมิ นวตั กรรม เปูาหมายที่ ๑๐
ลดความไมเํ ทาํ เทยี มทงั้ ภายในประเทศและระหวํางประเทศ เปูาหมายท่ี ๑๑ ทําให๎เมือง และการตั้งถิ่นฐาน
ของมนุษย๑มีความปลอดภัยความต๎านทาน และยืดหยํุนตํอการเปลี่ยนแปลงอยํางครอบคลุม และยั่งยืน
เปูาหมายท่ี ๑๒ สร๎างหลกั ประกันให๎มีแบบแผนการบริโภคและการผลิตที่ย่ังยืน เปูาหมายท่ี ๑๓ ดําเนินการ
อยํางเรํงดํวนเพื่อตํอสู๎กับสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบ เปูาหมายที่ ๑๕ ปกปูอง
ฟน้ื ฟู และสงํ เสริมการใช๎ระบบนิเวศน๑บนบกอยํางย่ังยืนการบริหารจัดการปุาไม๎ที่ย่ังยืนการตํอต๎านการแปร
สภาพเป็นทะเลทราย หยุดยั้งการเส่ือมโทรมของดินและฟ้ืนฟูสภาพดินและหยุดยั้งการสูญเสียความ
หลากหลายทางชีวภาพ เปูาหมายที่ ๑๖ สนบั สนนุ สังคมทส่ี งบสุขและครอบคลุมสาํ หรบั การพัฒนาที่ยั่งยืน จัด
ให๎มกี ารเข๎าถงึ ความยุตธิ รรมสําหรับทกุ คน และสรา๎ งสถาบนั ท่มี ีประสิทธิภาพ มีความรับผิดชอบและมีความ
ครอบคลุมในทุกระดับ
ผลกระทบท่เี กดิ ขึ้น ๕ ดา๎ น ดังนี้
๑) ดา๎ นสงั คม เทศบาลตาํ บลปรกิ เปน็ สงั คมพหุวฒั นธรรมมที ้งั ประชากรไทยพุทธ ไทยมุสลิมและไทย
เชื้อสายจีน มีความเป็นอยํูที่เรียบงําย อยูํรํวมกันโดยไมํแตกแยก ประชาชนมีสํวนรํวมในการบริหารงาน
เทศบาลและกจิ กรรมทางสังคม ทั้ง ๗ ชุมชน
๒) ด๎านเศรษฐกิจ ได๎มีแนวทางการอยูํรอดในสังคมบนภาวะเศรษฐกิจตกต่ําด๎วยการนําปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง และศาสตร๑พระราชา มาเป็นแนวทาง ในขณะเดียวกันชุมชนก็ได๎เข๎ามามีสํวนรํวมในการ
แก๎ไขปญั หาความเดือดรอ๎ นของกลํมุ คนทตี่ อ๎ งการความชํวยเหลือทางสังคม หนุนเสริมการดาํ เนนิ งานในพ้ืนที่
ในพ้นื ทีโ่ ดยจดั สวสั ดิการเพ่อื ชํวยเหลือดแู ลกันผํานกองทุนตําง ๆ เชํนสัจจะวันละบาท กองทุนหมบูํ า๎ น เป็นต๎น
นอกจากนย้ี ังพบวาํ ประชาชนมภี าระหน้ีสิน ทัง้ จากสถาบนั การเงินและเงินก๎ูนอกระบบกลําวคือร๎อยละ ๕๐.๔๓
ครัวเรือนท่ีเป็นหนี้สิน ซ่ึงมีสาเหตุจากการซ้ือยานพาหนะและซื้ออสังหาริมทรัพย๑โดยใช๎การก๎ูยืมเงินจาก
สถาบนั การเงนิ เฉพาะกจิ และจากธนาคารพาณิชย๑เป็นสํวนใหญํในขณะเดี่ยวกันก็มีประชาชนท่ีมีการออมอยํู
รอ๎ ยละ ๕๒.๙๒ และอตั ราการวํางงาน หรือไมมํ อี าชพี หลกั ร๎อยละ ๑๓.๕๗ ทงั้ นปี้ ระชาชนในพ้นื ที่เทศบาลตําบล
ปริกยังมีความเปน็ อยํูที่ปกตสิ ขุ มคี วามเป็นอยทํู ี่พอเพียงตามศาสตร๑พระราชาและโดยเฉลี่ยมีที่อยํูอาศัยและ
ที่ดินทํากนิ เปน็ ของตนเองและมบี างสํวนทีเ่ ชําทด่ี นิ เพอื่ ทําอาชีพเสรมิ เชํนการปลูกผกั เลีย้ งสัตว๑เป็นต๎น
๓) ด๎านสิ่งแวดล๎อม ประชาชนมีไฟฟูาใช๎ทุกครัวเรือนแตํละครัวเรือนมีการจัดการพลังงานโดยการ
ประหยัดพลังงานและบางครวั เรอื นใช๎พลังงานทางเลือกเพือ่ ประหยัดพลังงานอกี ดว๎ ย การจัดการส่ิงแวดล๎อม
ของครวั เรอื น สํวนใหญมํ ีการคัดแยกและจดั การขยะในครวั เรือนตามประเภทขยะ เชํน ขยะเปียก ขยะรีไซเคิล
๓๑๘
เป็นตน๎ ครัวเรอื นสวํ นใหญํมีการจัดการท่ีมีอากาศถํายเทและมีแสงสวํางเพียงพอ ภายในและภายนอกบ๎าน
สะอาด ลกั ษณะบ๎านมีความม่ันคงปลอดภัยระบบนเิ วศวิทยาในพน้ื ทีย่ งั คงมีความเปน็ ธรรมชาตแิ ละความอุดม
สมบูรณ๑ของพ้ืนที่ท้งั แหลํงนาํ้ ดิน ปุาไม๎ การจัดการนํ้าสําหรับอุปโภคและบริโภคที่สะอาดและเพียงพอ การ
จัดการภัยพิบัติ(นํ้าทํวม) ท่ีสํงผลกระทบตํอครัวเรือนและชุมชน ได๎ในระดับหนึ่ง สามารถเป็นตัวอยํางแกํ
ทอ๎ งถิน่ อนื่ ๆ มาแลกเปลยี่ นเรยี นร๎เู พอื่ นาํ กลับใช๎ในพน้ื ทีต่ นเองได๎ เทศบาลตําบลปริกลดการปลํอยก๏าซเรือน
กระจก และลดภาวะโลกรอ๎ น
๔) ด๎านสุขภาพ ประชากรสํวนใหญํมีสุขภาพพลานามัยดี เทศบาลตําบลปริกมีการบริหารจัดการสุข
ภาวะแบบองคร๑ วม ทั้ง กาย จติ สังคม ปัญญา แตํก็พบวํา ยังมีปัจจัยเส่ียง (ที่มาจากอาหารและพฤติกรรม
การบรโิ ภค)ตอํ การเป็นโรค ความดัน เบาหวาน ในกลํุมประชากรผสู๎ งู วยั ประกอบกับประชาชนสํวนใหญํยังให๎
ความสําคญั ในการออกกําลงั กายนอ๎ ย เพราะใชเ๎ วลาในการประกอบอาชีพ ไมํได๎ตรวจสุขภาพประจําปีและยังมี
พฤตกิ รรมเสี่ยงเชํน มีพฤติกรรม สูบบหุ ร่ีหรอื อยใํู นพ้นื ที่ท่ีมกี ารสบู บุหร่ี บางคนมีพฤติกรรมใช๎สารเสพติด มี
การพกั ผอํ นไมํเพยี งพอซึง่ เกดิ จาการประกอบอาชพี ในเวลากลางคืนเชนํ กรีดยาง ทํางานเปน็ แรงงานในโรงงาน
อตุ สาหกรรมความเสย่ี งจากการประกอบอาชีพเชนํ มีการใชส๎ ารเคมใี นการเกษตรโดยปอู งกนั ตัวเองไมเํ หมาะสม
ทาํ งานในท่ที ม่ี ีการสูดดมสารเคมแี ละมอี ากาศร๎อนอบอ๎าว นอกจากน้ียังมีพฤติกรรมความเสี่ยงจากการขับข่ี
รถจักรยานยนต๑ไมํสวมหมวกนิรภัยอีกด๎วย สําหรับกลุํมผู๎ที่ต๎องได๎รับความชํวยเหลือสํวนใหญํจะเป็นกลุํม
ผ๎ูสูงอายุผู๎พิการสําหรับความพิการซ่ึงสํวนใหญํเป็นผู๎พิการทางการมองเห็น พิการทางการเคลื่อนไหว
นอกจากน้ยี ังมีกลมํุ ที่มีภาวการขาดสารอาหารอีกดว๎ ย
๕) ด๎านการเมืองการปกครอง เกิดการพัฒนาคนสรา๎ งพลเมืองปริก ด๎านการเมืองการปกครอง ชุมชน
อยํูด๎วยกันอยํางมีสันติสุข สําหรับการมีสํวนรํวมในกิจกรรมในระดับชุมชน รํวมประชุมประชาคม เทศบาล
จัดทําแผนพัฒนาเทศบาล ที่รํวมประชุมประชาคมเสนอความเห็นตํางๆ และมีครัวเรือนร๎อยละ ๗๐ ท่ีรํวม
กิจกรรมบําเพญ็ สาธารณะประโยชนข๑ องชมุ ชน นอกจากนี้หากมีการเลือกตั้งเกิดข้ึนในพื้นท่ี ประชาชนให๎ความ
รวํ มมือในการรวํ มเป็นกรรมการการเลือกตัง้ ประจาํ หนวํ ยเลือกตง้ั ดว๎ ยดี สําหรบั การเกดิ เหตพุ ิพาทของสมาชิก
ในระดบั ครัวเรอื นและระดบั ครัวเรือนท่ีมีความขัดแย๎งกับบุคคลอื่นนั้นมีน๎อยมากในห๎วงปีที่ผํานมาไมํปรากฏ
ข๎อมูลท่ีเกิดข๎อพิพาทตํอกันสําหรับสถานภาพทางการเมืองท๎องถิ่น เทศบาลตําบลปริก มีการแขํงขันด๎าน
การเมืองน๎อย ทําให๎สถานภาพการเมืองการปกครองเป็นไปด๎วยความราบรื่น การบริหารงานเทศบาลจึงมี
ความตอํ เนือ่ ง มน่ั คงและประชาชนมีสํวนรวํ มในการบรหิ ารจดั การชุมชนท๎องถิ่นในระดับดี ผู๎คนมีความตื่นตัว
ตํอการจัดการตนเอง
ผลกระทบตํอนโยบายเทศบาลตําบลปริกท้ัง ๘ ด๎าน ได๎แกํ นโยบายด๎านท่ี ๑ ด๎านการเมืองและการ
บรหิ ารจัดการแบบมีสวํ นรวํ ม โดยคนในชมุชนมสี วํ นรวํ มตรวจสอบการทํางานของเทศบาลตําบลปรกิ นโยบาย
ดา๎ นที่ ๒ การพัฒนาสังคมและการเสริมสรา๎ งพลงั ชมุ ชน สร๎างการมีสวํ นรํวมในทกุ กจิ กรรม นโยบายที่ ๓ การ
พัฒนาการศึกษา ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม จัดตั้งโรงเรียน จัดหลักสูตรการเรียนการสอนแบบ ๘ + ๔
นโยบายด๎านที่ ๔ การพฒั นาสาธารณสขุ และสงํ เสรมิ คณุ ภาพชีวิต การสํงเสรมิ สุขภาพ การปูองกันโรคติดตํอ
และดแู ลสขุ ภาพประชาชน นโยบายด๎านท่ี ๕ การจัดการภัยพิบัติ ด๎วยการสนับสนุนการบรรเทาสาธารณภัย
นโยบายด๎านท่ี ๖ การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนบนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง สนับสนุนการจัดต้ังกลุํมอาชีพ
นโยบายด๎านท่ี ๗ การพัฒนาโครงสร๎างพื้นฐาน มีการพัฒนาถนน ขุดลอกคลองระบายน้ํา ปรับปรุงระบบ
สาธารณูปโภค และ นโยบายด๎านท่ี ๘ การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล๎อมและพลังงาน จัดโครงการ
จดั การขยะ โครงการอนรุ ักษพ๑ ลงั งาน นอกจากนี้ผลกระทบ ๗ สังคม ได๎แกํ สังคมรักษ๑โลก มีการดําเนินการ
จัดการขยะโดยชุมชนมีสํวน สังคมเอื้ออาทร สํงเสริมจิตอาสาเพื่อการดูแลสุขภาพของคนในชุมชน สังคม
สวัสดิการ สํงเสริมสนับสนุนพัฒนา กลํุมออมทรัพย๑ กลํุมฌาปนกิจ ให๎มีความเข็มแข็ง สังคมไมํเดือดร๎อน
สํงเสริม สนับสนุน พัฒนา กลุํมอาชีพ สังคมคนดี สร๎าง “ภูมิบุตรา” (Phummibuttra) ให๎เข๎ามาชํวย
แก๎ปัญหา พัฒนาชุมชนบ๎านเกิด สังคมปรับตัวจัดตั้งศูนย๑ปูองกันภัยพิบัติ กลํุมอาสาปูองกันภัยพิบัติ EMS
ศูนย๑ปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย อปพร. จัดทําหลักสูตรในโรงเรียนเทศบาลตําบลปริก “หลักสูตร
สงิ่ แวดลอ๎ มและภัยพิบัติ”
๓๑๙
๖.๖.๒ ศนู ยย์ ตุ ิธรรมชุมชน
แผนภาพที่ ๖.๘๙ ศูนย๑ยตุ ิธรรมชมุ ชน
๓๒๐
Key actors ศูนยย๑ ุติธรรมชมุ ชน
งานเดน่
ทนุ ทางสงั คม รบั เรอื่ งราวร๎องเรียนร๎องทกุ ข๑ ไกลเํ กลย่ี และประนอมข๎อพิพาท
ความสอดคล้องกบั ๗ สังคม ระดบั ตําบล
พืน้ ท่ี
ผดู้ าเนนิ งานหลัก สังคมสันตสิ ขุ
สาํ นักงานเทศบาลตาํ บลปรกิ
นายวริ ชั หวันละเบ๏ะ ตาํ แหนงํ กรรมการศนู ยย๑ ตุ ธิ รรมชุมชน
เบอร๑โทร ๐๘๖-๔๙๗๔๔๔๖
๑. ท่มี าหรอื ฐานคดิ ของการดาเนนิ งาน
ศนู ย๑ยุตธิ รรมชุมชนมแี นวคดิ การดาํ เนินงานเก่ยี วกับการรบั เรื่องราวร๎องทุกข๑ ไกลํเกลี่ยและประนอม
ข๎อพพิ าท สร๎างความเป็นธรรมและความสงบสุขในสังคม ภายใต๎ภารกิจหลักของกระทรวงยุติธรรมที่จะต๎อง
ดาํ เนนิ การให๎เกิดขนึ้ แกํประชาชนในทกุ พ้ืนทแี่ ละทกุ ระดบั ภารกจิ ดงั กลําวรัฐไมํอาจดําเนินการเพียงฝุายเดียว
จาํ เปน็ ต๎องอาศัยคนในชมุ ชนรวํ มดําเนินการซึ่งชุมชนเป็นผู๎ใกล๎ชิดปัญหา มีสํวนได๎สํวนเสียกับความยุติธรรม
ความเป็นธรรม และความสงบสุขในชุมชน นอกจากน้ียังเป็นโอกาสและชํองทางให๎ประชาชนเข๎ามามีสํวน
รํวมกับภาครัฐในการแกป๎ ญั หาของชมุ ชนด๎วยตนเอง ในการรวํ มคดิ รวํ มวางแผน รํวมดําเนินการ และรํวมรับ
ประโยชน๑จากการแก๎ปัญหารํวมกัน เทศบาลตําบลปริกได๎ดําเนินการจัดต้ังศูนย๑ยุติธรรมชุมชนขึ้น เพ่ือให๎
ประชากรทงั้ หมด ๕,๑๕๘ คน ชาย ๒,๔๗๔ คน (รอ๎ ยละ ๔๗.๙๖) หญิง ๒,๖๘๔ คน (รอ๎ ยละ ๕๒.๐๔) ครัวเรือน
ท้ังหมด ๑,๒๖๑ ครัวเรือน มีโอกาสเข๎าถึงกระบวนการยุติธรรมอยํางรวดเร็วและสะดวก ตามยุทธศาสตร๑
ประเทศทวี่ าํ ดว๎ ยการลดความเหล่ือมล้ําในกระบวนการยุตธิ รรม ผาํ นชํองทางการสือ่ สารของครัวเรอื น ๑,๒๐๐
ครวั เรือน แบํงเป็นการสอ่ื สารการบอกตอํ ๗๕๐ ครัวเรอื น (ร๎อยละ ๖๓.๑๘) ใชโ๎ ทรศัพท๑มือถือ ๘๖๒ ครัวเรือน
(ร๎อยละ ๗๒.๖๒) ส่ือสังคมออนไลน๑ (Facebook) ๓๑๑ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๒๖.๒๐) ไลน๑ ๒๐๗ (ร๎อยละ
๑๗.๔๔) เสียงตามสาย ๒๕๙ (ร๎อยละ ๒๑. ๘๒) ปูายประกาศ/ปาู ยประชาสมั พันธ๑ ๒๔๗ (รอ๎ ยละ ๒๐.๘๑) เสยี ง
ตามสาย/หอกระจายขําว ๒๕๙ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๒๑.๘๒) วิทยุชุมชน ๑๗๒ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๑๔. ๔๙)
เทศบาลตําบลปริก มีกรณีพพิ าท ๑๙ เรอื่ ง ครัวเรอื นมีความขัดแย๎งในครัวเรอื น จํานวน ๑๓ ครวั เรอื น (ร๎อยละ
๖๘.๔๒) ท่ีมหี รอื เคยมีความขัดแย๎งกับบคุ คลอืน่ จาํ นวน ๖ ครอบครวั (รอ๎ ยละ ๓๑.๕๘) เร่ืองร๎องเรียนท้ังหมด
๖ เร่ือง/ ๖ ปี ประกอบด๎วย ปัญหาการจราจร จํานวน ๑ เร่ือง (ร๎อยละ ๑๖.๖๗) ปัญหาการจัดการ
สง่ิ แวดลอ๎ ม จาํ นวน ๔ เร่ือง (รอ๎ ยละ ๖๖.๖๖) ปญั หาดา๎ นโครงสรา๎ งพนื้ ฐาน จํานวน ๑ เร่อื ง (ร๎อยละ ๑๖.๖๗)
ทผี่ ํานมาการดําเนนิ งานของศนู ยย๑ ตุ ิธรรมชมุ ชนเน๎นการลดความเหล่ือมล้ําของกระบวนการยุติธรรม เน๎นการ
มสี วํ นรํวมของชุมชน จนกระทง่ั ถึงปจั จุบันมีการเสน๎ ทางการพัฒนาดงั น้ี
๓๒๑
แผนภาพที่ ๖.๙๐ เส๎นทางการพฒั นาศูนยย๑ ตุ ิธรรมชุมชน
พ.ศ.๒๕๕๗ เทศบาลตาํ บลปริกได๎ดําเนินการจัดตั้งศูนย๑ยุติธรรมชุมชนเทศบาล ตําบลปริกข้ึน ตาม
นโยบายกระทรวงยุติธรรมท่ีให๎สํานักงานยุติธรรมจังหวัดดําเนินการจัดต้ังศูนย๑ยุติธรรมชุมชนขึ้นโดยบูรณา
การกบั หนํวยงานในสังกดั กระทรวงมหาดไทย สํานักงานตํารวจแหํงชาติ รวมทัง้ หนํวยงานอน่ื ๆ ท่ีเกย่ี วขอ๎ ง มี
นายอุสมาน หวันละเบ๏ะ รองนายกเทศมนตรีตําบลปริก เป็นประธานศูนย๑ยุติธรรมชุมชนและแตํงต้ัง
คณะทํางาน ประกอบด๎วย รองประธานกรรมการ ๓ คน ได๎แกํ นายกอเส็ม ดาอี รองนายกเทศมนตรี นายยะ
โกบ หวังมุสา ประธานสภาเทศบาล นางฝาหรดี ะฮ๑ มเุ สม็ สะเดา ปลดั เทศบาล และกรรมการ จํานวน ๑๒ คน
ในการจดั ต้ังศูนยย๑ ตุ ิธรรมชุมชนมวี ตั ถปุ ระสงค๑เพือ่ พัฒนากระบวนการยุติธรรมตามยุทธศาสตร๑ประเทศท่ีวํา
ด๎วยการลดความเหลื่อมลํ้าในกระบวนการยุติธรรม มํุงเน๎นให๎ประชาชนมีสํวนรํวมและมีโอกาสเข๎าถึง
กระบวนการยุติธรรมได๎อยาํ งรวดเร็วและสะดวก ศูนย๑ยุติธรรมชุมชนของเทศบาลตําบลปริกเป็น ๑ ใน ๑๔๐
ศนู ย๑ทจี่ ัดต้ังขึน้ ในพน้ื ทจ่ี ังหวดั สงขลา การดําเนินการของศนู ย๑ยุติธรรม มีข้ันตอนดังน้ีสามารถร๎องเรียน/ร๎อง
ทกุ ข๑ด๎วย ๑)ร๎องเรียนดว๎ ยตนเอง ๒)ร๎องเรยี นผํานเว็บไซด๑เทศบาล ๓)ร๎องเรยี นทางโทรศัพท๑ ๔) รอ๎ งเรียนผาํ น
ตูแ๎ ดง ๕)ร๎องเรียนทางชอํ งอน่ื ๆ เชนํ การประชมุ กรรมการชมุ ชน (ใช๎เวลา ๑ วัน)เมือ่ รับร๎องเรียน/รอ๎ งทุกข๑แลว๎
ทางศนู ยย๑ ตุ ิธรรมประสานหนวํ ยที่รบั ผดิ ชอบดาํ เนินการตรวจสอบข๎อเท็จจรงิ ตดิ ตาม (ใช๎เวลา ๑ วัน) แจ๎งผล
การดาํ เนินแกํผ๎รู ๎องเรยี นภายใน ๓ วนั และรายงานผลการดําเนินการให๎คณะผ๎ูบริหารทราบ หลังจากน้ันก็มี
เรอื่ งร๎องเรียนเข๎ามาเร่อื ย ๆ จนถึงปัจจุบนั
พ.ศ. ๒๕๖๒ จนถึงปัจจุบัน ศูนย๑ยุติธรรมชุมชนต๎องการให๎ความรู๎แกํประชาชนเก่ียวกับกระบวนการ
ยุติธรรม หลักกฎหมายท่ัวไป โดยประสานความรํวมมือกับผู๎นําศาสนา ให๎มีการสอนสอดแทรกในชํวงท่ีไป
๓๒๒
ละหมาดในมัสยิด สอดแทรกเข๎าระบบการสอนในโรงเรียน ทําให๎ตลอดระยะเวลา ๖ ปีท่ีศูนย๑ยุติธรรม
ดาํ เนนิ การ พบวํามเี รอ่ื งร๎องเรยี นท้ังหมด ๖ เร่อื ง ในปนี ี้มีการวางแผนพัฒนาให๎เป็นศูนย๑เรียนร๎ู ให๎คําปรึกษา
ขอ๎ กฎหมายในชุมชน ไกลเํ กลี่ยขอ๎ พพิ าทกํอนท่ีเรื่องจะขนึ้ สชํู นั้ ศาลโดยมนี ักกฎหมายใหค๎ ําชีแ้ นะ ผู๎นาํ ชุมชนรํวม
ไกลเํ กลยี่ และมีการพฒั นารูปแบบการจดั การกับขอ๎ ร๎องเรียน ร๎องทกุ ขอ๑ ยํางเป็นระบบโดยการมีสํวนรํวมของ
ภาคสวํ น
๒. กลุ่มประชากรเปา้ หมาย
ประชากรในเขตเทศบาลตําบลปริก จํานวน ๕,๑๕๘ คน
๓. ผลทตี่ อ้ งการให้เกดิ ข้นึ
๑) มุงํ เน๎นใหป๎ ระชาชนมีสวํ นรวํ มและมโี อกาสเข๎าถงึ กระบวนการยุตธิ รรมไดอ๎ ยํางรวดเร็วและสะดวก ขอ๎
รอ๎ งทกุ ขไ๑ ด๎รับการแก๎ไข เชํน กรณีการขอตดิ ต้งั กระจกโคง๎ บรเิ วณทางแยก ถนนเทศบาล ๓ เน่ืองจากเป็นทาง
แยก ทางโค๎ง ทาํ ให๎การมองเหน็ รถทีส่ วนทางมาคอํ นขา๎ งยาก อาจจะทําให๎เกิดอบุ ัติเหตไุ ด๎
๒) ประชาชนไดม๎ โี อกาสและมีชํองทางท่ีจะเข๎ามามีสํวนรํวมกับภาครัฐในการแก๎ปัญหาของชุมชนด๎วย
ตนเอง โดยการเป็นผ๎ูรอ๎ งเรยี น เป็นกรรมการ หรอื รํวมแสดงความคิดเห็น สํวนชํวยเหลือในสถานการณ๑ตําง
เชํน กรณีการจัดการขยะ บริเวณถนนเทศบาล ๑๔ ชุมชนสวนหมํอม กองสาธารณสุขและส่ิงแวดล๎อม
กรรมการชุมชน อสม.ชมุ ชนสวนหมํอม ลงพ้นื ท่ชี ํวยกนั เก็บกวาดขยะ บริเวณถนนเทศบาล ๑๔
๓) ประชาชนทุกคนในชุมชนไดร๎ บั ความยุติธรรม ความเป็นธรรม อยํางเทําเทียมกัน มีสิทธิได๎รับความ
ชํวยเหลือจากภาครฐั
๔. ข้อมูลและเครื่องมือในการดาเนนิ งาน
ข๎อมูลได๎จากฐานข๎อมูล TCNAP, RECAP ได๎แกํข๎อมูลด๎านสิ่งแวดล๎อม ข๎อมูลด๎านเศรษฐกิจ ข๎อมูล
ครวั เรอื นกบั การเมอื งการปกครอง โดยนาํ ข๎อมูลเหลํานมี้ าวิเคราะหห๑ าทางแกไ๎ ขปัญหารวํ มกนั
เครอ่ื งมือในการดาํ เนินงาน อาศัยระเบียบกฎหมายท่เี กย่ี วข๎องในการดาํ เนินงาน เชนํ ประมวลกฎหมาย
แพงํ และพาณิชย๑ ประมวลกฎหมายอาญา พรบ.กองทุนยุติธรรม เป็นต๎นมีการแตํงต้ังคณะทํางานของศูนย๑
ยุติธรรมชุมชนเทศบาลตําบลปริกข้ึน ๓ ชุด ได๎แกํ คณะท่ีปรึกษาศูนย๑ยุติธรรมชุมชนเทศบาลตําบลปริก
คณะกรรมการศนู ยย๑ ุติธรรมชมุ ชนเทศบาลตาํ บลปรกิ และคณะอนกุ รรมการศนู ยย๑ ุตธิ รรมชุมชนเทศบาลตาํ บล
ปริก
๕. รปู ธรรมงาน
ศูนย๑ยุติธรรมชุมชน มีงานและกิจกรรมเดํน คือ การรับเร่ืองราวร๎องเรียนร๎องทุกข๑ ไกลํเกลี่ยและ
ประนอมข๎อพิพาท มีรูปธรรมงาน มีการดําเนินงาน ๘ กิจกรรม ดังน้ี ๑) ดูแลผ๎ูได๎รับผลกระทบจาก
อาชญากรรม ใหค๎ วามชํวยเหลอื ดูแล ผ๎ูทีไ่ ดร๎ บั ความเสยี หายหรอื ไดร๎ บั ผลกระทบจากการกระทําความผิดและ
อาชญากรรม โดยการตดิ ตอํ ประสารงานกับหนํวยงานที่เกย่ี วขอ๎ ง ให๎คําแนะนําตาํ ง ๆ ๒) ชวํ ยเหลือผ๎เู ดือดรอ๎ น
จากคดีความ ชํวยเหลือ ดูแล ให๎คําแนะนํา และแก๎ไขปัญหาเบื้องต๎น แกํผ๎ูท่ีได๎รับความเดือดร๎อน หรือผ๎ูท่ี
ต๎องการคาํ แนะนาํ เบอ้ื งต๎นทางกฎหมายและกระบวนการยตุ ธิ รรม ๓) ทาํ งานรํวมกับเครือขํายยุติธรรมชุมชน
จัดประชุมปรึกษาหารือรํวมกับเครือขํายยุติธรรมชุมชนในพ้ืนที่ เพื่อกําหนดแนวทางการดําเนินงานรํวมกัน
รวมถึงการรับเร่ืองจากเครือขํายยุติธรรมชุมชนเพื่อดําเนินการตามอํานาจหน๎าท่ี ๔) บริหารจัดการกองทุน
ยุติธรรม บริหารจดั การกองทนุ ยตุ ธิ รรมสังกัดกระทรวงยุติธรรม ให๎การสนับสนุนเงินหรือคําใช๎จํายเก่ียวกับ
การใหค๎ วามชํวยเหลือประชาชน ในด๎านกฎหมาย การฟูองรอ๎ ง ดําเนนิ คดี การประกนั ตวั ชั่วคราว การคุ๎มครอง
สิทธิและเสรีภาพของผ๎ูที่ได๎รับความเดือดร๎อน หรือไมํได๎รับความเป็นธรรมตามรัฐธรรมนูญ ๕) กรณีมีข๎อ
พิพาทเกดิ ข้นึ ในชุมชน เมอื่ ท้ังสองฝุายตกลงให๎คณะกรรมการศูนยย๑ ุตธิ รรมชมุ ชนเทศบาลตําบลปรกิ เป็นผ๎ูไกลํ
เกลยี่ และประนอมขอ๎ พิพาท โดยอาศัยหลักกฎหมายและหลักความยุตธิ รรมเชิงสมานฉันท๑ ๖) จัด อพปร. เพือ่
ทาํ หน๎าทีเ่ ฝูาระวงั และปูองกนั ปญั หาอาชญากรรม และการกระทําความผิดกฎหมายในชุมชน โดยการบูรณา
การระหวํางงานปอู งกนั และบรรเทาสาธารณภัย อปพร. และตํารวจสายตรวจตําบลปริก ๗) ดําเนินงานรับ
เรื่องร๎องเรียนหรือร๎องทุกข๑ ปัญหาความไมํเป็นธรรมของประชาชน และรับแจ๎งเบาะแสข๎อมูลการกระทํา
ความผดิ ตําง ๆ พจิ ารณาสํงตอํ เรอ่ื งเกย่ี วกบั ปญั หาอาชญากรรม การกระทําผิดกฎหมาย เรื่องร๎องเรียนร๎อง
ทุกขท๑ ่ไี มสํ ามารถแกไ๎ ขได๎ ข๎อพิพาทในชุมชนทไ่ี มํสามารถไกลเํ กลี่ยได๎ ไปยงั หนวํ ยงานทีเ่ ก่ยี วขอ๎ ง หรอื สํานกั งาน
ยุติธรรมจังหวดั ๘) รายงานผลการดาํ เนนิ การไปยงั ยุตธิ รรมจังหวดั
๓๒๓
๖. วิธดี าเนินงาน
ศนู ยย๑ ตุ ธิ รรม วิธีการดําเนินงาน ดังนี้
๑). การแตํงตั้งคณะกรรมการ ที่ปรากฏในรูปแบบคณะทํางาน ๓ ชุด ได๎แกํ (๑) คณะที่ปรึกษาศูนย๑
ยุติธรรมชุมชนเทศบาลตําบลปริก คณะกรรมการ (๒) ศูนย๑ยุติธรรมชุมชนเทศบาลตําบลปริก และ (๓)
คณะอนกุ รรมการศนู ย๑ยตุ ิธรรมชมุ ชนเทศบาลตําบลปริก
๒) การดําเนินงาน โดยมงี านและกจิ กรรม (๑) การประชุมรํวมของคณะกรรมการทุกชุดเป็นประจําทุก
เดอื นเพ่อื ปรกึ ษาหารอื เรื่องการดาํ เนินงานของศูนย๑ยตุ ธิ รรมชมุ ชน ในการรับเรื่องร๎องเรยี น (๒) การชํวยเหลือ
ผ๎ูได๎รับผลกระทบจากความขัดแย๎ง การกระทําความผิดและอาชญากรรม มีกองทุนชํวยเหลือ คือกองทุน
ยุติธรรมมีตัวแทนทําเร่ืองขอรับเงินชํวยเหลือจากสํานักงานยุติธรรมจังหวัดซึ่ง เป็นแหลํงเงินทุนสําหรับ
คําใช๎จํายเก่ียวกับการชํวยเหลือประชาชน ในการดําเนินคดีการปลํอยชั่วคราวผ๎ูต๎องหา หรือจําเลย การ
ชวํ ยเหลือผถู๎ ูกละเมดิ สทิ ธมิ นษุ ยชนหรือผไ๎ู ดร๎ ับผลกระทบจากการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน และการให๎ความรู๎
ทางกฎหมายแกํประชาชน (๓)สงํ เสริมและเผยแพรํความรู๎ทางกฎหมาย สิทธิและเสรีภาพ และกระบวนการ
ยุตธิ รรมให๎แกํประชาชนในชุมชน (๔) สนับสนุนงานศูนย๑ดํารงธรรม สํานักงานยุติธรรมจังหวัด รวมถึงสํวน
ราชการอืน่ ๆ ทเี่ ก่ยี วข๎องกับกระบวนการยุติธรรม
๓) การประเมินผล โดยการจัดประชุมปรึกษาหารือรํวมกับเครือขํายยุติธรรมชุมชนในพื้นที่ เพื่อ
ดาํ เนนิ การตามอํานาจหน๎าที่รายงานผลการดําเนินการไปยงั ยุติธรรมจังหวัด
๗. ผลผลติ ผลลัพธ์
ผลท่ีได๎จากการดําเนินการของศูนย๑ยุติธรรมชุมชน ดังนี้ ๑) ไมํมีปัญหาอาชญากรรม การกระทําผิด
กฎหมายในชุมชน ๒) กรณีพพิ าททีเ่ กิดขนึ้ ในชุมชน ท้ังหมด ๖ เรื่อง ได๎รับการไกลํเกลี่ยทุกเร่ือง ๓) เรื่องร๎อง
ทุกข๑ได๎รับการดําเนินการภายใน ๓ วัน ๔) ประชาชนได๎รับการเยียวยาเนื่องจากได๎รับผลกระทบจาก
อาชญากรรมทกุ คน (๒ ราย)
๘. ผลกระทบท่เี กดิ ขน้ึ
ศูนย๑ยุติธรรมชุมชน มีการจัดการเรื่องร๎องเรียน สอดคล๎องกับเปูาหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
เปาู หมายท่ี ๑ ยตุ ิความยากจนยตุ ิความยากจนทุกรปู แบบในทุกพ้ืนทีเ่ ปูาประสงคท๑ ี่ ๑.๓ ดําเนินการให๎เป็นผล
ตามระบบและมาตรการค๎มุ ครองทางสังคมที่เหมาะสมของแตํละประเทศและให๎ครอบคลุมถึงกลุํมท่ียากจน
และเปราะบางภายปี ๒๕๗๓ ตวั ชวี้ ัด ๑.๓.๑ ร๎อยละของประชากรท่ไี ด๎รบั ความคุม๎ ครองตามระบบและมาตรการ
คมุ๎ ครองทางสงั คมจําแนกตามเพศ และแบงํ เป็น เดก็ ผู๎วาํ งงาน ผู๎สงู อายุ ผ๎มู ีความพกพรํองทางราํ งกายหญิง
ต้ังครรภ/๑ หญิงหลังคลอด เหยื่อท่ีไดร๎ บั บาดเจ็บจากการทาํ งานผย๎ู ากจนและอยํูในสถานะเปราะบางสนับสนุน
การจัดชํองทางรับเรื่องร๎องเรียนซ่ึงมีชํองทางการร๎องเรียน ดังน้ี สามารถร๎องเรียน/ร๎องทุกข๑ด๎วยตนเอง
ร๎องเรยี นผํานเว็บไซดเ๑ ทศบาล ร๎องเรียนทางโทรศพั ท๑ ร๎องเรียนผํานต๎รู ับความขอ๎ ร๎องเรียน (ต๎ูแดง) และการ
ร๎องเรยี นทางชํองอ่นื ๆ เชนํ การประชุมกรรมการชมุ ชน วิทยชุ ุมชน เปน็ ตน๎
ผลกระทบตอํ ๕ มิตโิ ครงสร๎างพ้ืนฐาน ดังนี้ ๑) ดา๎ นสงั คม มกี ารใหค๎ วามชวํ ยเหลอื ดูแล ผ๎ูที่ไดร๎ บั ความ
เสยี หายหรือได๎รบั ผลกระทบจากการกระทาํ ความผดิ และอาชญากรรม สงํ เสริมการมีสวํ นรํวมของประชาชนใน
ชุมชนในการแก๎ไขปัญหาท่ีเกิดขึ้น มีการติดตํอประสานงานด๎านตําง ๆ กับเครือขํายยุติธรรมชุมชน และ
หนํวยงานอ่ืนๆที่เกี่ยวข๎อง ๒) ด๎านสิ่งแวดล๎อม ข๎อพิพาทด๎านส่ิงแวดล๎อมได๎รับการแก๎ไข ๓) ด๎านสุขภาพ
ปัญหาข๎อร๎องเรียนสํงผลกระทบตํอสุขภาพจิตใจ และรํางกายของคนในชุมชน ๔) ด๎านเศรษฐกิจมีกองทุน
ยุติธรรมให๎การสนับสนุนเงินหรือคําใช๎จํายเกี่ยวกับการให๎ความชํวยเหลือประชาชน ในด๎านกฎหมาย การ
ฟอู งรอ๎ ง ดาํ เนนิ คดี การประกันตัวชวั่ คราว การคุ๎มครองสทิ ธิและเสรีภาพของผท๎ู ไี่ ด๎รบั ความเดือดรอ๎ น หรือไมํ
ได๎รบั ความเปน็ ธรรมตามรัฐธรรมนญู ๕) ดา๎ นการเมอื งการปกครอง การแกป๎ ญั หา แบบสมานฉนั ทแ๑ ละความ
สงบเรยี บร๎อยของชุมชน นอกจากนีผ้ ลกระทบกบั นโยบายเทศบาลตําบลปริกด๎านท่ี ๑ นโยบายด๎านการเมือง
และการบรหิ ารจัดการแบบมสี วํ นรวํ มในการแก๎ไขปัญหาความขัดแยง๎ โดยผู๎นําชุมชน ผ๎นู าํ ศาสนาเข๎ามามีสํวน
รวํ มในกระบวนการไกลํเกล่ยี
๓๒๔
๖.๖.๓ วทิ ยชุ มุ ชนเทศบาลตาบลปริก
แผนภาพท่ี ๖.๙๑ วทิ ยุชมุ ชนเทศบาลตาํ บลปรกิ
๓๒๕
Key actors วิทยชุ ุมชนเทศบาลตาํ บลปรกิ
งานเด่น
ระดับทนุ ทางสงั คม การสื่อสารและการประชาสัมพนั ธ๑
ความสอดคลอ้ งกับ ๗ สังคม ระดับตาํ บล
สังคมสันตสิ ขุ
พื้นที่
ผ้ดู าเนนิ งานหลัก อาคารสงขลาไทรบรุ ี เทศบาลตาํ บลปริก
๑. นายสมุ ติ ร ยขี นุ ตาํ แหนงํ ประธานศนู ยว๑ ทิ ยุ
เบอรโ๑ ทรศพั ท๑ ๐๘๙-๒๙๕๔๐๓๘
๒. นางดารา โตะ๏ หีม ตําแหนํง ผู๎ดาํ เนนิ รายการวิทยุ
เบอร๑โทรศพั ท๑ ๐๖๑-๑๙๐๗๕๗๒
๓. นางสาวรัจณี รกั ษ๑เพชร ตาํ แหนํง พนกั งานเทศบาลตาํ บลปริก
เบอร๑โทรศพั ท๑ ๐๘๑-๖๙๘๒๙๑๑
๑. ท่ีมาหรอื ฐานคดิ ของการดาเนินงาน
สถานีวิทยุชุมชนต้ังอยํูในบริเวณสํานักงานเทศบาล เป็นศูนย๑กลางในการส่ือสาร ประชาสัมพันธ๑
ขําวสารที่ทวั่ ถงึ ประชาชนมากทส่ี ดุ อกี ทง้ั เป็นส่ือกลางรบั เร่ืองเดือดร๎อนของประชาชนสํงผํานถึงผ๎ูที่เกี่ยวข๎อง
เพอ่ื ใหเ๎ รอ่ื งเดือดร๎อนไดร๎ ับการแก๎ไข เป็นเวทีแลกเปลย่ี นขาํ วสาร/ความคดิ คนในชุมชนสามารถเข๎าถึงได๎ ด๎วย
การมสี ํวนรวํ มในการเปน็ เจ๎าของสถานี รํวมกําหนดนโยบาย รวํ มบริหารจดั การ รํวมผลิตรายการวิทยุ กิจการ
กระจายเสียงของสถานีวิทยุครอบคลุมพ้ืนที่เทศบาลตําบลปริก ๔.๘ ตารางกิโลเมตรและพื้นท่ีไกล๎เคียง
ประชากร ๕,๑๕๘ คน ชาย ๒,๔๗๔ คน (ร๎อยละ ๔๗.๙๖) หญงิ ๒,๖๘๔ คน (รอ๎ ยละ ๕๒.๐๔) ครัวเรือนทั้งหมด
๑,๒๖๑ ครัวเรือน ชํองทางการส่ือสารของครัวเรือน ๑,๒๐๐ ครัวเรือนมีการส่ือสารหลากหลาย อีก ๖๑
ครัวเรือนไมํปรากฏชํองทางการสอื่ สารทช่ี ดั เจน ประชากรเทศบาลตาํ บลปริกมวี ธิ ีการส่ือสารด๎วยการบอกตํอ
๗๕๐ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๖๓.๑๘) ใช๎โทรศัพท๑มือถือ ๘๖๒ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๗๒.๖๒) ส่ือสังคมออนไลน๑
(Facebook) ๓๑๑ ครัวเรอื น (รอ๎ ยละ ๒๖.๒๐) ไลน๑ ๒๐๗ (รอ๎ ยละ ๑๗.๔๔) เสียงตามสาย ๒๕๙ (ร๎อยละ ๒๑.
๘๒) ปูายประกาศ/ปาู ยประชาสมั พนั ธ๑ ๒๔๗ (รอ๎ ยละ ๒๐.๘๑) เสียงตามสาย/หอกระจายขําว ๒๕๙ ครัวเรือน
(ร๎อยละ ๒๑.๘๒) วิทยชุ มุ ชน ๑๗๒ ครวั เรือน (รอ๎ ยละ ๑๔. ๔๙) และอ่นื ๆ สถานวี ทิ ยุ ๑ แหงํ ต๎นปรกิ เรดิโอ FM
๑๐๑.๕๐ MHz การดําเนินการท่ีผํานมา มุํงเน๎นให๎คนในชุมชนเข๎ามามีสํวนในการจัดรายการวิทยุ
คณะกรรมการบริหารสถานี รวมถึงการใช๎บริการ จนกระท่ังปัจจุบันได๎เป็นแหลํงเรียนรู๎การส่ือสารและ
ประชาสัมพนั ธ๑ ซงึ่ มกี ารพฒั นาดงั น้ี
๓๒๖
แผนภาพท่ี ๖.๙๒ เสน๎ ทางการพัฒนาวทิ ยชุ ุมชนเทศบาลตําบลปรกิ
พ.ศ.๒๕๔๖ ปัญหาการสื่อสารในยุคแรก ๆ ของเทศบาลตําบลปรกิ พบปญั หาการส่อื สารทําใหป๎ ระชาชน
ไมทํ ราบขอ๎ มูลขําวสารหรอื กิจกรรมตําง ๆ ของเทศบาล ตอํ มา นายสุริยา ยีขนุ นายกเทศมนตรีตําบลปริก ได๎
พฒั นาชํองทางการส่ือสารในทุกชํองทาง ได๎แกํ การส่ือสารแบบเสียงตามสาย การประชาสัมพันธ๑ผํานทาง
กระดานขาํ วและปูายประชาสัมพนั ธ๑ ใน พ.ศ.๒๕๔๖ เทศบาลตาํ บลปริก จงึ ไดพ๎ ฒั นาระบบ “เสียง-ไร๎สาย” ขึ้น
เพื่อประชาสมั พันธ๑ภารกิจและผลการดําเนนิ งานของเทศบาล ในชวํ งเช๎า -ชวํ งเย็นของทุกวัน แตํประสบปัญหา
อีกวําการกระจายขําวไมํสามารถทําได๎อยํางตํอเนื่อง เพราะเทศบาลมีบุคลากรไมํเพียงพอจึงต๎องหยุ ดการ
ดาํ เนินการช่วั คราว
พ.ศ. ๒๕๕๑ ผลจากการพฒั นาการสอื่ สารของเทศบาลตําบลปรกิ หลายชํองทาง ทําให๎ประชาชนในทุก
ชุมชนได๎ข๎อมูลอยาํ งทวั่ ถงึ กันมากขึน้ ประชาชนหลายคนเร่ิมต่ืนตัวจนทําให๎ผ๎ูบริหารได๎เข๎าใจและเล็งเห็นชํอง
ทางการส่ือสารที่เปน็ กลไกการบรหิ ารจัดการของเทศบาลตาํ บลปรกิ อยาํ งตอํ เนื่อง ผนวกกับในขณะน้นั กระแส
สังคมใหค๎ วามสนใจเร่อื ง “วทิ ยุชุมชน” เทศบาลตาํ บลปรกิ ได๎ทําการศกึ ษาขอ๎ มลู ความเปน็ ไปได๎ของการจัดตั้ง
วทิ ยชุ ุมชน จึงได๎ไปศกึ ษาดงู านตามเทศบาลตําง ๆ ทมี่ กี ารจัดวทิ ยุชมุ ชน ตอํ มาไดน๎ าํ วาระการจัดต้ังวิทยุชุมชน
เข๎าสูํวาระการประชุมเพื่อแตํงต้ังคณะกรรมการดําเนินการ และย่ืนขอใบอนุญาตประกอบกิจการ ประเภท
กิจการบรกิ ารชมุ ชน แลว๎ ทดลองออกอากาศในนาม “วทิ ยุชุมชนเพ่ือการศึกษา”
พ.ศ.๒๕๕๒-ปัจจบุ ัน เป็นชวํ งของการพัฒนาอยํางตํอเน่ือง ท้ังการพัฒนาศักยภาพผู๎จัดรายการ ผัง
รายการในแตํละวนั ท่มี ีเนือ้ หาสาระเหมาะสาํ หรับประชากรทกุ กลุมํ วัย และคน๎ หาผ๎ูสนับสนุนรายการที่ไมํใชํเชิง
พานชิ ย๑ ทีผ่ ํานมาผูด๎ ําเนนิ รายการ ประกอบดว๎ ย นักจัดรายการมอื อาชพี เจา๎ หนา๎ ท่ีเทศบาลตําบลปริกและคน
ในชมุ ชน หมุนเวียนกันจัดรายการจนกระท่ังปัจจุบัน มีการจัดอบรมผู๎ดําเนินรายการให๎กับนักเรียนโรงเรี ยน
เทศบาลตําบลปรกิ และประชาชนที่สนใจ โดยกองวชิ าการและแผนงานของเทศบาลเป็นผจ๎ู ัดฝึกอบรม สํงผลให๎
๓๒๗
มนี กั จัดรายการวทิ ยเุ พม่ิ ขน้ึ จากท่ีมีอยูเํ ดมิ ได๎แกํ เจา๎ หนา๎ ท่ีเทศบาลจํานวน ๗ กอง ดเี จจิตอาสา จาํ นวน ๙ คน
นักเรียนโรงเรยี นเทศบาลตําบลปริก ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๕ และ ๖ และนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีท่ี ๑
ปที ่ี ๒ และปีท่ี ๓ การพฒั นาผังรายการ ดําเนินการโดยคณะกรรมการวิทยุชุมชน คนในชุมชน โรงเรียน รพ.
สต. รวํ มกันจดั ทําผงั รายการข้นึ เชํน รายการชมรมคนรักเสียงเพลง โดยทีมดีเจจิตอาสา เป็นต๎น ทําให๎วิทยุ
ชุมชนมผี งั รายการทีช่ ัดเจนตลอดชํวงสปั ดาห๑มเี น้ือหาสาระเหมาะสมกับทุกชํวงวัย มีการตอบปัญหาท้ังหน๎า
ไมล๑และหลังไมล๑ สํงผลให๎วิทยุชุมชนสามารถกระจายเสียงได๎อยํางครอบคลุมประชากรเทศบาลตําบลปริก
และกลายเป็นแหลํงเรียนรู๎ให๎กับโรงเรียนอีกด๎วย ในสํวนของผู๎สนับสนุนรายการนั้นได๎มาจากการบริจาค
คณะกรรมการวทิ ยชุ ุมชนมอบหมายใหก๎ องวชิ าการและแผนงานรบั ผดิ ชอบประชาสัมพนั ธเ๑ พ่อื คน๎ หาผู๎ต๎องการ
บริจาค จากการดาํ เนนิ งานอยํางตํอเน่ืองของวิทยุชุมชนปัจจุบันกลายมาเป็นสถานีวิทยุชุมชนต๎นปริกเรดิโอ
FM ๑๐๑.๕๐ MHz
๒. กลุ่มประชากรเปา้ หมาย
ประชากรทกุ คนของเทศบาลตําบลปรกิ ทที่ างเทศบาลตาํ บลปริกต๎องการส่ือสารในด๎านตํางๆ รวมท้ัง
ประชากรพ้ืนท่ีใกล๎เคียงได๎รับข๎อมูลขําวสารท่ีเป็นประโยชน๑ และได๎รับความบันเทิงผํานทางเสียงเพลงโดย
กลุํมเปูาหมายมีความเฉพาะตามผงั รายการ
๓. ผลท่ีตอ้ งการให้เกดิ ขน้ึ
ผลที่ต๎องการให๎เกิดขึ้น ดังนี้ ๑) มุํงเน๎นให๎ประชาชนในเทศบาลตําบลปริกได๎รับข๎อมูลขําวสารที่เป็น
ประโยชน๑ และตํอเนอ่ื ง ๒) เปน็ สื่อกลางที่เทศบาลใช๎ในการประชาสัมพนั ธ๑ เพอื่ สร๎างความเขา๎ ใจตรงกันในเร่ือง
ตาํ ง ๆ ระหวํางเทศบาลกับประชาชนในชุมชน เชํน นโยบายการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อม
เป็นตน๎ เรื่องการคัดแยกขยะในชุมชน ต้งั แตํต๎นทาง กลางทาง ปลายทาง รวมท้ังเป็นชํองทางสื่อสารระหวําง
ประชาชนด๎วยกัน เชํน การประชาสัมพันธ๑การจัดกิจกรรมงานมัสยิดในชุมชน เป็นต๎น ๓) ประชาชนทุกคนใน
ชมุ ชนได๎รบั ความบันเทงิ ผํอนคลายความเครียดจากการทาํ งาน เชํน รายการชมรมคนรักต๎นปริก โดยดเี จดารา
ทุกวันพฤหสั บดี และวนั ศกุ ร๑ชํวงเวลา ๑๓.๐๐ น. ถึงเวลา ๑๖.๓๐ น. รายการผู๎ชํวยมลคนทําขํอย โดยดีเจ มล
ทุกวนั อังคารชวํ งเวลา ๑๓.๐๐น. ถึงเวลา ๑๖.๓๐ น. เป็นตน๎
๔. ขอ้ มลู และเคร่ืองมือในการดาเนินงาน
แหลํงข๎อมูลจาก TCNAP, RECAP ได๎แกํ ข๎อมูลสุขภาพชุมชน ข๎อมูลด๎านสิ่งแวดล๎อม ข๎อมูลด๎าน
การเมืองการปกครอง และขอ๎ มลู การสอื่ สารของครัวเรอื น โดยนําข๎อมูลที่ได๎มาวิเคราะห๑ปัญหา เพ่ือนํามาจัด
ผังรายการให๎ความรตู๎ ามกลมุํ เปาู หมาย
เครือ่ งมอื ในการดําเนนิ งานวิทยชุ มุ ชน มีคณะกรรมการสถานวี ิทยชุ มุ ชนเทศบาลตําบลปริก มีท่ีปรึกษา
ในการบริหารจัดการสถานวี ิทยุ มพี นักงานเทศบาล มีดีเจจิตอาสา และนักเรียนโรงเรียนเทศบาลตําบลปริก
โดยมกี องวชิ าการและแผนงาน เทศบาลตําบลปริกเป็นผ๎ูดาํ เนินการและใหค๎ วามชํวยเหลือในด๎านตํางๆ มีวัสดุ
อุปกรณ๑ท่ีทันสมัยในการอาํ นวยความสะดวกในการจัดรายการ และผงั รายการประจาํ วัน
๕. รปู ธรรมงาน
รูปธรรมงานของวทิ ยชุ มุ ชน ดังน้ี ๑) การบรหิ ารจดั การ มคี ณะกรรมการสถานวี ทิ ยุชมุ ชนเทศบาลตาํ บล
ปริกหลายฝุาย ๒) การออกอากาศ มีการประชุมคณะกรรมการเป็นประจํา เพื่อพัฒนาผังรายการ และการ
ดําเนนิ งานในด๎านตาํ งๆ ซึง่ ผงั รายการประกอบดว๎ ย
วนั จันทร๑ ได๎แกํ รายการเช๎าน้ีมีแตํเรื่องดี ๆ ครบเคร่ืองเร่ืองท๎องถ่ิน ขําว หนาหนองแสงแหลงเรื่อง
เพื่อน หลังเกษียณอยอูํ ยาํ งไรใหม๎ ีความสุข
วันอังคาร ไดแ๎ กํ รายการเช๎านีม้ ีแตํเรือ่ งดี ๆ ลดเมืองร๎อนด๎วยมือเรา สาระนํารู๎จากโรงเรียนเทศบาล
ตาํ บลปริก ขําว ผ๎ชู วํ ยมลคนทําขํอย หลังเกษยี ณอยํอู ยํางไรให๎มีความสุข
วันพุธ ได๎แกํ รายการ เช๎าน้ีมีแตํเร่ืองดี ๆ ร๎ูไว๎เข๎าใจเงินกับกองคลัง สารพัดชําง หมอใกล๎บ๎าน ขําว
ลกู ทงุํ โอทอ็ ป หลงั เกษียณอยูํอยํางไรให๎มคี วามสขุ
วันพฤหสั บดี ได๎แกํ รายการเช๎าน้ีมีแตํเรื่องดีๆ สวัสดิการนําร๎ู สาระนําร๎ูจากโรงเรียนเทศบาลตําบล
ปริก ขําว ชมรมคนรักเสยี งเพลง หลังเกษียณอยอํู ยํางไรให๎มีความสุข
วนั ศกุ ร๑ รายการ เช๎านี้มแี ตเํ รอื่ งดีดี คุยเฟอื่ งเรอ่ื งสุขภาพ ขาํ ว ชมรมคนรักเสยี งเพลง
วนั เสาร๑ รายการ วิยะดาบอกกลาํ วเลาํ เรอ่ื ง ขําว
๓๒๘
วันอาทิตย๑ รายการท๎องถิน่ บ๎านเรา
นําขอ๎ มลู ขาํ วสารที่เปน็ ประโยชนม๑ าสอดแทรกบูรณาการไปกับการจัดความบันเทิงให๎แกํผ๎ูรับฟัง มีการ
ตอบถามตอบปญั หาทัง้ ขณะออกอากาศและหลงั สนิ้ สดุ รายการ ๓) พฒั นาศกั ยภาพนกั จัดรายการวิทยุ มีการ
จดั อบรมนักจัดรายการท่ีมาจัดการเป็นประจํา และจัดอบผ๎ูสนใจ ได๎แกํ นักเรียน บุคคลท่ัวไป เจ๎าหน๎าที่รพ.
สต.เกีย่ วกับการจดั รายการวิทยุ เพอ่ื สรา๎ งความรู๎เพ่ิมความเชยี่ วชาญดา๎ นการจัดรายการวทิ ยุ
๖. วิธดี าเนินงาน
วิธีการดําเนินงานการดําเนินงานใน ๓ สํวน ๑) การแตํงตั้งคณะกรรมการ ดําเนินงาน รวม ๕ คน
ประกอบด๎วย คณะกรรมการจากชุมชน จาํ นวน ๓ คน และจากเทศบาลตําบลปรกิ จํานวน ๒ คน โดย มีหน๎าที่
การกาํ หนดแผนการดาํ เนนิ งานของสถานีวิทยุชุมชนสรรหา ผู๎จดั รายการ พฒั นาศักยภาพผ๎ูจัดรายการ ได๎แกํ
นักเรียน ประชาชนทั่วไป และผ๎ูที่สนใจ ๒) จัดการผังรายการ โดยการมีสํวนรํวมระหวํางชุมชน เทศบาล
โรงเรียน ดีเจจิตอาสา จัดผังรายการ วันจันทร๑ถึงวันอาทิตย๑ ชํวงเวลา ๐๘.๐๐ น. ถึง เวลา ๒๓.๐๐ น
ประกอบด๎วย รายการจาก ๗ หนวํ ยงานของเทศบาล รายการสุขภาพ รายการสาํ หรบั ทุกกลํมุ วยั รายการเพลง
การตอบปัญหาและรับเร่ืองร๎องเรียนในรายการ ประชาสัมพันธ๑/รับเรื่องร๎องทุกข๑ประชาสัมพันธ๑งานของ
เทศบาล และชมุ ชน ๓) การประเมินผลประชุมติดตามงาน รับทราบปัญหา หาแนวทางพัฒนางานทุกเดือน
เมอื่ มีขอ๎ เสนอแนะจากผ๎ฟู งั หรอื ข๎อรอ๎ งเรยี น มีการปรับปรงุ แผนการดาํ เนินงาน และสํงตอํ ปัญหาข๎อร๎องใหก๎ ับ
เทศบาล
๗. ผลผลิต ผลลพั ธ์
ผลลัพธ๑จากการดําเนินการ ๑) การกระจายขําวสารครอบคลุมพ้ืนที่เทศบาลตําบลปริก ๒) มีนักจัด
รายการรวมท้งั หมด ๒๖ คน ประกอบด๎วยเจ๎าหน๎าท่เี ทศบาล จาํ นวน ๗ กอง นักจัดรายการจติ อาสา จาํ นวน ๙
คน นกั เรยี นโรงเรียนเทศบาลตาํ บลปริก จํานวน ๘ คน เจา๎ หนา๎ ท่ี รพ.สต. จาํ นวน ๒ คน ๓) การให๎ข๎อมูลเพ่ือ
การแกป๎ ญั หาของเทศบาลตาํ บลปริกครอบคลุม ๕ เรื่อง (การดูแลสุขภาพชํวงฤดูฝน การแก๎ปัญหาพ้ืนฐาน
ของเทศบาล กจิ กรรมการจัดการขยะ การสํงเสรมิ อาชพี สาระนํารท๎ู ่ัวไป) ๔) สงํ ตํอข๎อรอ๎ งเรยี นให๎เทศบาลทุก
เรอ่ื ง (๒ เรอ่ื ง)
๘. ผลกระทบท่ีเกดิ ขน้ึ
เปาู หมายการพฒั นาอยาํ งยง่ั ยนื (SDG) เปาู หมายท่ี ๑๓ ดาํ เนนิ การอยาํ งเรงํ ดวํ นเพอ่ื ตํอส๎ูกับสภาวะ
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบเปาู ประสงค๑ ที่ ๑๓.๑ เสริมภมู ิตา๎ นทานและขดี ความสามารถ
ในการปรับตัวตํออนั ตรายและภยั พิบตั ทิ างธรรมชาติที่เกีย่ วข๎องกับภูมิอากาศในทกุ ประเทศ ตัวช้ีวัดท่ี ๑๓.๑.๑
จํานวนประเทศที่มียุทธศาสตรก๑ ารลดความเสีย่ งจากภัยพิบัติในระดับชาติ และระดับท๎องถ่ินสนับสนุนระบบ
การสื่อสาร และเครื่องมือการประเมินความเส่ียงท่ีมีประสิทธิภาพ ในการเฝูาระวัง และแจ๎งเตือนภัย ใน
สถานการณฉ๑ ุกเฉิน เชํน การประกาศหอกระจายขาํ ว วทิ ยุชุมชน
จากการดาํ เนินการของวิทยชุ ุมชนสร๎างผลกระทบดังนี้ ๑) ดา๎ นสังคม เป็นส่อื กลางสรา๎ งความรํวมมือ
ในชุมชน ในการทํากิจกรรมตํางๆกับเทศบาลเพิ่มมากข้ึน เป็นสื่อกลางในการเสริมสร๎างความสัมพันธ๑อันดี
ระหวํางคนในชุมชนด๎วยกัน และระหวํางเทศบาลกับชุมชน ๒) ด๎านเศรษฐกิจการประชาสัมพันธ๑ตํางๆมี
ประสิทธิภาพ สะดวกรวดเร็ว ทําให๎เทศบาลตําบลปริกลดคําใช๎จํายในการประชาสัมพันธ๑ ๓) ด๎านสุขภาพ
ประชาชนได๎รับข๎อมูลขําวสารด๎านสุขภาพ ได๎รับความรํวมมือจาก รพ.สต. ในการสํงบุคลากรมาจัดรายการ
เผยแพรํข๎อมูลขําวสารดา๎ นสุขภาพ การปูองกันโรคตดิ ตอํ ตาํ งๆ ทเี่ ป็นประโยชน๑ ๔) ดา๎ นสภาวะแวดล๎อม ได๎รับ
ความรเู๎ รื่องการจัดการสิ่งแวดลอ๎ มในชมุ ชน ความร๎เู ร่ืองการคดั แยกขยะ ข๎องมูลด๎านสิ่งแวดล๎อมตําง ๆ และ
๕) ด๎านการเมอื งการปกครอง เร่ืองรอ๎ งเรียน รอ๎ งทุกข๑ ได๎รับการสงํ ตอํ และแก๎ปญั หาทกุ เรื่อง
๓๒๙
๖.๖.๔ กลุม่ อนุรกั ษค์ ลองอ่ตู ะเภา
แผนภาพที่ ๖.๙๓ กลํุมอนุรกั ษ๑คลองอํูตะเภา
๓๓๐
Key actors กลมุํ อนุรกั ษ๑คลองอตูํ ะเภา
งานเดน่
ระดบั ของทนุ ทางสังคม การจดั การข๎อร๎องเรียนในการอนรุ กั ษค๑ ลองอํตู ะเภา
ความสอดคลอ้ งกบั ๗สังคม
พ้ืนท่ี ระดับเครอื ขาํ ย
ผู้ดาเนนิ งานหลัก
สงั คมสนั ตสิ ขุ
เทศบาลตาํ บลปริก
๑. นายสมพร บญุ แก๎ว ตาํ แหนํง คณะกรรมการกลมํุ อนรุ ักษ๑คลองอํู
ตะเภา เบอร๑โทร ๐๘๐-๕๔๕๔๗๒๙
๒. นางนวเกษ หวนั ละเบะ๏ ตาํ แหนงํ คณะกรรมการกลํุมอนุรกั ษ๑คลองอูํ
ตะเภา เบอรโ๑ ทร ๐๘๙-๙๗๕๒๗๔๑
๓. นายเตมิ ศักดิ์ หมีดเส็น ตาํ แหนํง คณะกรรมการกลมุํ อนรุ กั ษค๑ ลอง
อตํู ะเภา เบอรโ๑ ทร ๐๘๙-๒๙๓๕๔๒๖
๑. ท่ีมาหรือฐานคดิ ของการดาเนนิ งาน
กลุํมอนรุ ักษค๑ ลองอตูํ ะเภา เกดิ จากการรวมตวั กนั ของชาวบา๎ นท่เี ห็นปัญหาปลาตายในคลองอํูตะเภา
มีการวพิ ากษ๑ วจิ ารณถ๑ ึงสาเหตุการเกิดนําจะมาจากโรงงานปลํอยนํ้าเสียลงสํูคลอง และต๎องการรวมตัวกัน
ร๎องเรียนให๎โรงงานหยุดปลํอยน้ําเสียลงสํูคลอง และสํานึกรับผิดชอบตํอสังคม จึงรวมตัวกันจัดต้ั งกลุํม
อนุรักษ๑คลองอํตู ะเภาขึ้น เพื่อฟื้นฟู อนุรักษ๑แหลํงนํ้า ไว๎เป็นแหลํงผลิตน้ําอุโภค บริโภค แหลํงอาหาร แหลํง
ทํองเที่ยวเชิงอนุรักษ๑สําหรับประชาชนเทศบาลตําบลปริก และยังเป็นแหลํงเรียนรู๎สําหรับคนในชุมชน
เครือขํายท่ีสนใจ กลมํุ อนรุ กั ษ๑คลองอํตู ะเภา มีสมาชิกจาํ นวน ๓๐ คน ที่เป็นแกนนําการทํากิจกรรมตํางๆ เชํน
การทําความสะอาด เกบ็ ขยะในคลองอํูตะเภา รอ๎ งเรยี นโรงงานทปี่ ลํอยน้าํ เสียลงสูํคลอง เป็นต๎น ยังประโยชน๑
ใหเ๎ กดิ ขึ้นกับประชาชนเทศบาลตําบลปริก ซงึ่ มปี ระชากร ๕,๑๕๘ คน ชาย ๒๔๗๔ คน (ร๎อยละ ๔๗.๙๖) หญิง
๒,๖๘๔ (ร๎อยละ ๕๒.๐๔) จํานวน ๑,๒๖๑ ครวั เรอื น สนบั สนุนให๎สมาชิกครัวเรือนรํวมรักษาส่ิงแวดล๎อม ๘๒๙
คน (รอ๎ ยละ ๑๖.๐๗) รวํ มเก็บขยะในที่สาธารณะ แมํนํ้า ลําคลอง จาํ นวน ๒๘๒ คน (ร๎อยละ ๓๔.๐๒) ขดุ ลอกคู
คลอง ๘๘ คน (ร๎อยละ ๑๐.๖๒) ครัวเรือนท่ีมีการจัดการมลภาวะตํางๆ ๔๓๔ ครัวเรือน ในกรณีบ๎านอยูํใกล๎
แหลํงนํา้ มกี ารดักเศษขยะกอํ นปลํอยสูแํ มํนํา้ ๒๒๕ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๕๘.๗๖) คลองอูํตะเภาเป็นแหลํงผลิต
นํา้ ประปา ๑ แหํง สําหรับใชอ๎ ุปโภคในเทศบาลตาํ บลปริก
๓๓๑
แผนภาพท่ี ๕.๙๔ เสน๎ ทางการพฒั นากลมํุ อนุรักษ๑คลองอตํู ะเภา
พ.ศ. ๒๕๕๐ เร่ิมต๎นจากมีกลุํมชาวบ๎าน ๔-๕ คน ได๎น่ังรํวมวงจิบนํ้าชาพูดคุยเปิดประเด็นเร่ืองปัญหา
ของปลาตายทเ่ี กิดขนึ้ ในคลองอํูตะเภาซึง่ เป็นสายนํา้ ท่ไี หลผํานหมูํบ๎าน และกําลังเป็นท่ีโจษขานถึงสาเหตุการ
ตายของปลาในคลองอตู ะเภา มาจากโรงงานปลํอยนํ้าเสีย ซ่ึงจะเกิดข้ึนเป็นประจําทุกปีๆ ละ ๒- ๓ คร้ังเป็น
ระยะเวลากวํา ๑๐ ปี ทุกครั้งท่ีปลาตายในคลองอํูตะเภาชาวบ๎านก็ไมํกล๎านําปลามารับประทานเพราะกลัว
สารพษิ ตกคา๎ งและเกดิ การวิพากษว๑ ิจารณก๑ ารทาํ งานของโรงงาน การทาํ งานของเจ๎าหน๎าทีร่ ัฐวํามผี ลประโยชน๑
รวํ มกนั หรอื ไมํซ่งึ เปน็ ปญั หาท่ีคา๎ งคาใจชาวบ๎านมาโดยตลอด จงึ มกี ารรวมกลํมุ และจัดตั้งอนรุ กั ษ๑คลองอูํตะเภา
ข้นึ โดยมกี ารทํางานแบบมจี ิตอาสา เพือ่ ไมํใหน๎ ้าํ ในคลองอํูตะเภาที่ไหลผาํ นหมทูํ ี่ ๔ บ๎านตะเคียนเภากลายเป็นขี้
กลาในอนาคต (ภาษาใต๎หมายถึงน้ําเสียที่หมักหมม จนเหม็นท่ีเกิดจากการเทน้ําลงใต๎ถุนบ๎านจากการปรุง
อาหารในครัวของคนสมยั กอํ น) เพือ่ การดแู ลรกั ษาทรพั ยากรธรรมชาติไว๎ให๎คนรุํนหลัง กิจกรรมแรกท่ีกลุํมได๎
จัดทําคือการลงสํารวจคลองอํูตะเภาบริเวณหมํูท่ี ๔ บ๎านตะเคียนเภาวํา บริเวณที่ควรจะทําการปรับ
ทัศนยี ภาพกํอน เพราะลกั ษณะของคลองอํตู ะเภาในเขตน้ีจะรกทบึ และมีสง่ิ กีดขวางมากมาย ในลําคลองมีท้ัง
กงิ่ ไม๎ ขอนไม๎ ต๎นไมแ๎ ละทส่ี าํ คัญท่ีสุดคอื มีขยะลอยมาตดิ ตามจุดตําง ๆ มากมายมหาศาล เมอื่ สํารวจแลว๎ กลํมุ ก็
มากาํ หนดจุดที่จะทาํ และวางแผนลงไปทําความสะอาดเกอื บทุกวนั หลังจากเสร็จภารกจิ กรีดยางแลว๎ แตพํ อลง
ไปทํากันจรงิ ๆ ก็จะเจอปัญหาในคลองมากข้นึ เรื่อย ๆ เชํน พอรื้อขยะทิ้งหมด ในวันรุํงขึ้นขยะก็ลอยมาติด ณ
จุดเดิมอีก กาํ ลงั คนในกลํุมมนี ๎อยทําไมไํ หว คนในกลุํมก็ชํวยกันเลําปากตํอปากและชักชวนกันมาเรื่อย ๆ จนมี
สมาชิกในกลุมํ เพ่มิ มากขน้ึ ประมาณ ๓๐ คน การปรับปรงุ ทัศนียภาพ รมิ ฝัง่ คลองอูตะเภาเร่ิมมองเห็นภาพชัด
ข้นึ จงึ ชวํ ยกนั คดิ วาํ นาํ จะจัดตั้งเปน็ กลํมุ เพอ่ื ใหผ๎ ู๎คนจะได๎ร๎ูจักมากขนึ้ จงึ ไดต๎ ้ังช่ือวํากลํุมอนุรักษ๑คลองอูํตะเภา
และเพ่ือใหท๎ ุกคนในหมูํบา๎ นได๎รบั ทราบถึงเจตนารมณท๑ แ่ี ท๎จรงิ ของสมาชกิ ทเ่ี ขา๎ รํวมกนั คร้ังนี้
๓๓๒
พ.ศ. ๒๕๕๒ ได๎จดั งานวันกํอตั้งกลุํมอนุรักษ๑คลองอํูตะเภาอยํางเป็นทางการในวันท่ี ๒๒ กุมภาพันธ๑
พ.ศ. ๒๕๕๒ โดยนายอําเภอสะเดา นายนภดล สองเมือง เป็นประธานพิธีเปิด เพ่ือใหเ๎ ดก็ เยาวชนในหมํูบ๎านได๎
รจ๎ู กั คลองอูตํ ะเภา กรมโรงงานอุตสาหกรรมจังหวัด มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร๑ และตัวแทนกลํุมอนุรักษ๑
คลองอตูํ ะเภาได๎รวํ มจดั เสวนาแผนการอนุรักษ๑ทรัพยากรธรรมชาติแบบภูมิปัญญาท๎องถ่ิน การเลี้ยงปลาใน
กระชงั เพ่ือเฝูาระวังสายนํ้า เม่อื ไหรํก็ตามทีป่ ลาในกระชงั ตายแสดงถึงคุณภาพนาํ้ ในคลองไมํดี แสดงวําโรงงาน
ลักลอบปลอํ ยนาํ้ เสียลงสลํู าํ คลอง สมาชกิ กลุํมจะดําเนนิ การประสานงานกับชุมชนและหนํวยงานจากภาครัฐ
และเอกชนท่ีเก่ียวข๎องในการอนุรักษ๑ รํวมหาแนวทางแก๎ไขแบบฉันท๑มิตรกับทุกฝุาย สํวนมหาวิทยาลัย
มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร๑ จัดอบรมเรื่องการตรวจวัดคณุ ภาพนา้ํ ดว๎ ยเครอื่ งมือทางวทิ ยาศาสตรใ๑ หส๎ มาชิก
กลํุมอนรุ ักษ๑ ใหส๎ ามารถวัดคุณภาพนํ้าเป็นหลักฐานอ๎างอิงกับโรงงานวํามีการปลํอยนํ้าเสียลงสูํลําตะคลอง
หรอื ไมํ สนบั สนนุ กจิ กรรมเล้ียงปลาในกระชังแบบสร๎างความรํวมมือระหวํางประชาชนกับโรงงาน ในปี พ.ศ.
๒๕๕๒ ไมพํ บเหตุการณป๑ ลาตายในคลองอํูตะเภา ทําใหป๎ ระชาชนหาปลาได๎มากข้นึ ปลาท่ีคิดวําสญู พนั ธ๑ไปแลว๎
ได๎คนื กลบั มาอยใูํ นคลองอูํตะเภา ประชาชนลงอาบน้ําในคลองได๎ ขณะที่โรงงานได๎สนับสนุนการสร๎างกระชัง
เลี้ยงปลาเหนอื โรงงาน นอกจากนี้โรงงานได๎เชิญตัวแทนกลุํมอนุรักษ๑คลองอํูตะเภา เข๎ารํวมประชุมหลักธรร
มาภบิ าลของโรงงาน พนักงานโรงงานไดม๎ าเย่ยี มกลํุมอนรุ ักษ๑ ฯ และจดั กจิ กรรมรํวมกนั แลกเปล่ียนกันและกัน
เมอ่ื ปลาไมํตายแสดงวําภูมิปญั ญาท่ีกลุํมนาํ มาใชไ๎ ด๎ผลระดับหน่งึ ขณะเดียวกันกลุํมได๎ตระหนักวําต๎องพัฒนา
ตํอยอดงานเพ่ิมอกี
พ.ศ. ๒๕๕๓ ระยะนี้กลํุมอนุรักษ๑คลองอํูตะเภาได๎เข๎ารํวมกับโครงการรักษ๑ปุาสร๎างคน ๘๔ ตําบลวิถี
พอเพียง สมาชิกกลุมํ อนรุ ักษ๑ ฯ เดนิ ทางสาํ รวจปาุ ต๎นนํ้าของคลองอตูํ ะเภา นา้ํ ตกโตนไมป๎ ักเป็น ๑ ใน ๙ สายน้ํา
ท่ีไหลลงสูํคลองอํูตะเภา ทําให๎เกิดการเรียนร๎ูวําการอนุรักษ๑คลองอูํตะเภา ต๎องสร๎างองค๑ความร๎ูและสร๎าง
เครอื ขําย หลงั จากไปศกึ ษาดงู านการอนรุ ักษป๑ ุาต๎นนาํ้ ท่ีตําบลพะโตะ๏ จงั หวัดชมุ พร สมาชิกกลุํมอนุรักษ๑คลองอํู
ตะเภาได๎ทบทวนงานและกิจกรรมของตนเทียบเคียงกับบริทบของตําบลพะโต๏ะ พบวํามีความเป็นได๎ที่ จะ
ดําเนนิ การไดใ๎ นบริบทคลองอํตู ะเภา กลมํุ อนรุ ักษ๑ฯ จึงได๎วางแผนการทํางานด๎านการอนุรักษ๑แบบภูมิปัญญา
ท๎องถิ่น ในระยะเตรียมการไดค๎ ๎นหาประวัตศิ าสตรว๑ ถิ ชี วี ติ ของคนในหมํูบ๎านจากเรื่องเลําในอดีต ๑๒๐ ปีที่ผําน
มา พบวําคลองอํตู ะเภาเคยใช๎เป็นเส๎นทางคมนาคมในการติดตํอค๎าขายระหวํางพํอค๎าจากแหลมโพธิ์ ตําบลคู
เตาํ อําเภอหาดใหญํ มีการนําสนิ ค๎าประเภทเกลือ ถว๎ ยชาม เส้ือผา๎ อาหารทะเลมาแลกกับพืชผลของชาวบ๎าน
ตะเคียนเภา ระยะดําเนินการ กลํุมได๎จัดกิจกรรม “ย๎อนรอยประวัติศาสตร๑คลองอํูตะเภา” และกิจกรรม
ลูกหลานเสวนาเรื่องทรัพยากรธรรมชาติการเข๎ารํวมกับโครงการรักษ๑ปุาฯ ทําให๎สมาชิกในกลุํมได๎เกิดองค๑
ความรู๎ตําง ๆ ตามแบบวิถีพอเพียง ท่ีไมํได๎เน๎นเฉพาะเรื่องการอนุรักษ๑ทรัพยากรธรรมชาติเพียงอยํางเดียว
หากแตํมีหลายด๎านทต่ี อ๎ งเรียนร๎เู พื่อมงุํ สกูํ ารพ่งึ พาตนเองตามวิถีพอเพยี ง เม่ือเขา๎ รวํ มโครงการรักษ๑ปุาฯ กลํุม
อนุรักษ๑ฯ ได๎รับการสนับสนุนให๎จัดกิจกรรมภายใต๎ชื่อ “ย๎อนรอยประวัติศาสตร๑คลองอํูตะเภา” รูปแบบของ
กิจกรรมเป็นการลํองเรือ จํานวน ๒ ลํา เริ่มออกเดินทางจากบ๎านตะเคียนเภา จุดหมายปลายทางคือบ๎าน
แหลมโพธิ์ ตาํ บลคูเตํา อําเภอหาดใหญํ ซง่ึ เปน็ ปากแมํน้าํ ทไ่ี หลลงสํทู ะเล ระยะทางประมาณ ๙๐ กโิ ลเมตร ใช๎
เวลาในการเดินทาง ๖ คืน ๗ วนั ระยะประเมนิ ผล ส่งิ ทบ่ี งํ บอกความค๎มุ คาํ ในการลอํ งเรอื ครง้ั นี้ คือการกระตน๎ุ
ให๎ผู๎คนหันมาสนใจการอนรุ ักษ๑คลองมากข้นึ ทาํ ใหค๎ นในชมุ ชนเกดิ ความรักความผูกพันกบั คนและคลองมากข้นึ
และเกดิ กระแสสงั คมให๎ทบทวนบทบาทการอนรุ กั ษ๑คลองอูํตะเภาของกลุํมตําง ๆ จากที่ทางกลุํมอนุรักษ๑ฯ ได๎
นาํ เสนอภาพทเี่ ปน็ จริงในคลองอูตํ ะเภา ทําใหห๎ นํวยงานของภาครัฐและเอกชน ผ๎ใู ชป๎ ระโยชน๑จากคลองอตู ะเภา
เรม่ิ หนั มามองประชาชน ผเ๎ู รียกร๎องความยุติธรรมให๎กบั ธรรมชาติ จนกระทัง่ จงั หวดั สงขลาได๎กําหนดนโยบาย
วาํ ด๎วยเรื่องการเยยี วยา ฟนื้ ฟู และพฒั นาคลองอํูตะเภา โครงการรักษ๑ปุาสนบั สนนุ ให๎ไปศกึ ษาดูงานท่ีหมูํบ๎าน
ถ้าํ ผงึ้ ตําบลตน๎ ยวน อาํ เภอพนม จงั หวัดสรุ าษฎรธ๑ านี ไดเ๎ หน็ รูปแบบการดําเนินกิจกรรมของการจดั การดนิ น้ํา
ปุา ที่ดี มกี ารบริหารจดั การสมบูรณ๑แบบ กลุํมอนุรักษ๑ฯ ได๎ดําเนินการกําหนดพื้นที่เขตอนุรักษ๑พันธ๑สัตว๑น้ํา
บรเิ วณกระชังเลย้ี งปลา ทงั้ น้ีเพื่อเพาะพันธ๑ปลาโดยหลักธรรมชาติ และคาดวําใน ๒ ปี ปลาในคลองอูํตะเภา
บริเวณบ๎านตะเคยี นเภาจะเพิม่ จํานวนมากขนึ้
พ.ศ. ๒๕๕๔– ปัจจุบนั กลมํุ อนุรักษ๑คลองอูตํ ะเภาได๎จัดประชุมเครอื ขํายคร้ังที่ ๑ ข้ึน ณ กระชังเล้ียง
ปลาบ๎านตะเคียนเภา มีเครือขํายเข๎ารํวมจํานวนมาก นอกจากน้ีได๎ไปศึกษาดูงาน “ชุมชนต๎นแบบไม๎เรียง”ณ
ศนู ยศ๑ ึกษาและพัฒนาชุมชนไม๎เรียง ต.ไม๎เรียง อําเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช รํวมกับคณะกรรมการ
๓๓๓
โครงการรักษป๑ าุ สรา๎ งคน ๘๔ ตําบลวิถีพอเพียง โดยมีจุดประสงค๑เพ่ือให๎ได๎เห็นวิธีการดําเนินงานจริงและได๎
กลับมาใช๎ในการดําเนินกิจกรรมกลุํมของตนเองตํอไป เพื่อเปิดโลกทัศน๑และประสบการณ๑ใหมํ ทําให๎
กลํมุ เปาู หมายมีกาํ ลงั ใจและต๎องการพฒั นาตนเองใหด๎ ียง่ิ ข้ึน และเพอ่ื สรา๎ งแรงจูงใจในการทํากิจกรรมรํวมกับ
โครงการ นอกจากการรวํ มกบั โครงการรกั ษ๑ปุาฯ แล๎วยังได๎รํวมกับกลุํมบ๎านยางเกาะที่มีปุาชุมชนอีกด๎วย ในปี
พ.ศ. ๒๕๕๘ สมาชิกรํวมลงทุนเลยี้ งปลาทับทมิ ในกระชงั แตํพบปญั หาการเลีย้ งปลาไมํได๎ผล เน่ืองจากเม่ือนํ้า
ในคลองสะอาดมสี ตั ว๑นาํ้ มาอาศัยอยใูํ นคลองหลายชนิด เชํน ตวั นาคมาจบั กินปลาในกระชังหมด ประสบปญั หา
การขาดทนุ กลํมุ อนรุ ักษ๑ฯไดถ๎ อดบทเรียนการดําเนินการ พบขอ๎ สรุปการเฝูาระวัง ตรวจสอบคุณภาพน้ําแบบ
วถิ ีชาวบา๎ นยงั คงใช๎แบบเดมิ เม่ือมปี ลาตายในคลองแสดงวําโรงงานปลํอยน้าํ เสยี ลงสคํู ลอง ต๎องดําเนนิ การจัด
กิจกรรมเสวนารํวมกันทกุ ภาคสํวนและหาแนวทางรวํ มกนั
๒. กลมุ่ ประชากรเปา้ หมาย
กลุมํ เปูาหมายได๎แกํ ๑)ประชากรเทศบาลตําบลปริก ๕,๑๕๘ คน ๒) ประชาชนที่อาศัยอยูํใกล๎คลองอํู
ตะเภาและท่ีดาํ เนินชวี ติ โดยอาศัยคลองอูํตะเภา ทั้งด๎านคมนาคม การเกษตร การประมง อุปโภค บริโภค ๓)
คนงานในโรงงานทตี่ ั้งอยใูํ กล๎คลองอํูตะเภา จาํ นวน ๔ แหงํ ๔) สมาชกิ กลมุํ อนุรักษ๑คลองอํตู ะเภา
๓. ผลทต่ี ้องการใหเ้ กดิ ขึ้น
ผลทตี่ อ๎ งการใหเ๎ กดิ ข้ึนจากการดาํ เนินงานของกลํุมอนุรักษ๑คลองอูํตะเภา คือ ๑) ปลูกจิตสํานึกในการ
อนุรักษ๑คลองอูํตะเภา เนื่องจากคลองอํูตะเภาเป็นคลองสายหลัก มีความสําคัญตํอการเกษตร การอุปโภค
บรโิ ภค และเปน็ แหลํงนาํ้ ดิบในการผลิตนํ้าประปา ๒) เกิดความรํวมมือในการอนุรักษ๑คลองอํูตะเภา ระหวําง
ชาวบ๎านกับผู๎ประกอบการโรงงาน โดยทุกโรงงานมีระบบการกําจัดน้ําเสียกํอนปลํอยลงลงสูํธรรมชาติ หาก
โรงงานไหนปลํอยน้ําเสียลงสํูคลองอํูตะเภาต๎องแสดงความรับผิดชอบ และ ๓) กลํุมอนุรักษ๑คลองอํูตะเภา
ไดร๎ ับการสนับสนนุ การจดั กิจกรรม ตําง ๆ จากทุกภาคสวํ น
๔. ข้อมูลและเคร่อื งมอื ในการดาเนนิ งาน
ข๎อมูลได๎จากฐานข๎อมูล TCNAP, RECAP ได๎แกํ ข๎อมูลสมาชิกครัวเรือน ข๎อมูลสุขภาพ ข๎อมูลด๎าน
ส่ิงแวดลอ๎ มครัวเรือน และขอ๎ มูลการเมืองการปกครอง ข๎อมูลจากการสังเกตของกลํุมอนุรักษ๑คลองอํูตะเภา
การสังเกตวํามีปลาตายเกดิ ขึน้ ปีละ ๒-๓ ครั้งเปน็ ระยะเวลากวาํ ๑o ปี จํานวนปลาในคลองอูํตะเภา
เครอื่ งมือในการดําเนินงาน คือ ใช๎ภูมิปัญญาชาวบ๎านในการตรวจสอบคุณภาพนํ้า ได๎แกํ การสังเกต
ปลาทีต่ ายและลอยขนึ้ มาบนผวิ นํา้ หากปลาตายแสดงวําโรงงานอาจปลํอยนาํ้ เสยี ลงสูํคลองอูตํ ะเภา เคร่ืองมอื
ตรวจวัดคณุ ภาพน้าํ ตามหลักวทิ ยาศาสตร๑ และเวทีประชมุ คณะกรรมการชุมชน
๕. รปู ธรรมงาน
รปู ธรรมการดาํ เนนิ งาน ไดแ๎ กํ ๑) จัดการรอ๎ งเรยี นเพื่ออนุรักษ๑คลองอํูตะเภา โดยเสนอข๎อร๎องเรียนถึง
เทศบาลตาํ บลปรกิ เรื่องโรงงานปลอํ ยน้าํ เสีย ตลอดจนทําขอ๎ ตกลงรํวมระหวํางกลํุมอนุรักษ๑ฯและโรงงานเรื่อง
ห๎ามมิให๎โรงงานปลํอยน้ําเสียลงสูํคลองอูํตะเภา ๒) สํารวจ ติดตาม ตรวจสอบคุณภาพนํ้า ใช๎ภูมิปัญญา
ทอ๎ งถิ่น สังเกตปลาตายในคลอง และใช๎เครื่องมือวิทยาศาสตร๑วัดคําคุณภาพนํ้า ๓) ทําความสะอาดคลองอูํ
ตะเภา วางแผน นัดหมาย สมาชิกกลุํมอนรุ ักษฯ๑ ทําความสะอาดคลองอตํู ะเภาเปน็ ประจํา ๔) จัดกิจกรรมย๎อน
ประวัติศาสตรค๑ ลองอูํตะเภา จัดกจิ กรรมทอํ งเทยี่ วเชิงอนุรกั ษ๑ ๖ วนั ๗ คนื ในคลองอูํตะเภา แบบวิถีพอเพียง
และ ๕) พัฒนาศักยภาพสมาชิกกลุํม อบรมการวัดคุณภาพน้ําด๎วยเคร่ืองมือวิทยาศาสตร๑ ศึกษาดูงานการ
อนุรักษ๑ปุาและน้ํา เปน็ แหลงํ เรยี นรู๎
๖. วิธีดาเนินงาน
วิธีการดําเนนิ งานของกลมํุ อนุรักษ๑คลองอํตู ะเภา มีดังนี้ ๑) แตงํ ตัง้ คณะกรรมการกลุํมอนุรักษ๑คลองอูํ
ตะเภา ๒) การดําเนินงาน ไดแ๎ กํ (๒.๑) สํารวจ เฝูาตดิ ตามคุณภาพน้ําในคลองอํูตะเภา วางแผน นัดวัน เวลา
สมาชิกกลมํุ อนุรักษค๑ ลองอูํตะเภาเพ่ือทําความสะอาดคลองอํตู ะเภา เปน็ ประจาํ (๒.๒) จัดอบรมให๎ความร๎ูการ
ตรวจวัดคุณภาพนํ้าด๎วยเคร่ืองมือทางวิทยาศาสตร๑ (๒.๓) กลํุมอนุรักษ๑คลองอูํตะเภาเข๎ารํวมกิจกรรมกับ
เครอื ขํายตําง ๆ (๒.๔) จัดกจิ กรรมย๎อนรอยการอนุรักษค๑ ลองอํูตะเภา มจี ุดประสงค๑เพ่ือสรา๎ งความตระหนักถงึ
ความสําคัญของคลอง สมาชิกกลุํมอนุรักษ๑ได๎ตํอเรือข้ึนเอง ใช๎ถังน้ํามันตํอเป็นเรือ เพ่ือรับผ๎ูที่ต๎องการรํวม
กิจกรรม เมื่อลํองเรือผํานทําน้ําของเครือขํายอนุรักษ๑ จะมีการจัดอาหารและที่พักไว๎ต๎อนรับ กิจกรรมนี้ผ๎ูที่
ต๎องการรํวมกิจกรรมทํองเที่ยวเชิงอนุรักษ๑จะไมํเสียคําใช๎จําย กลุํมอนุรักษ๑และเครือขํายจะรวมเงินกันจัด