๒๓๔
๖.๔.๕ กลุม่ กล้วยม้วน ชมุ ชนปริกตก
แผนภาพที่ ๖.๕๓ กลมุํ กล๎วยมว๎ นชมุ ชนปรกิ ตก
๒๓๕
Key actors กลํุมกลว๎ ยม๎วน ชมุ ชนปริกตก
งานเดน่
ระดบั ของทนุ ทางสังคม ผลิต แปรรูปและจําหนาํ ยกล๎วยมว๎ น
ความสอดคลอ้ งของ ๗ สังคม ระดบั กลุํมทางสังคมและองคก๑ รชมุ ชน
พน้ื ที่
ผดู้ าเนนิ งานหลัก สังคมไมํเดอื ดร๎อน
ชุมชนปริกตก เทศบาลตาํ บลปริก
๑. นางสาวสอฝเี ย๏าะ เบ็นเหล็บ ตาํ แหนงํ ประธานกลมุํ กล๎วยม๎วน
เบอรโ๑ ทรศพั ท๑ ๐๘๑-๖๗๙๐๘๙๑
๑. ที่มาหรือฐานคดิ ของการดาเนินงาน
ชุมชนปริกตกประชากรสํวนใหญํในชุมชนทําอาชีพด๎านการเกษตรเป็นหลัก เชํน สวนยางพารา สวน
ลองกอง กล๎วยนา้ํ หวา๎ กลว๎ ยนางยา เป็นตน๎ โดยมีพนื้ ท่ใี นการปลกู กล๎วยเป็นจํานวนมากในชุมชน ทําให๎กล๎วย
ล๎นตลาด ราคาตกต่ํา คณะกรรมการชุมชนปริกตกจึงมีการรวมกลํุมเกษตรกรที่ปลูกกล๎วยแปรรูปเป็ น
ผลิตภณั ฑ๑กล๎วยม๎วนเพ่อื จําหนาํ ยในชมุ ชนและพืน้ ท่ใี กล๎เคียงเพมิ่ มูลคาํ กลว๎ ย
ประชากรชมุ ชนปริกตกมีทัง้ หมด ๘๓๖ คน เพศชาย ๔๐๖ คน (รอ๎ ยละ ๔๘.๕๖) เพศหญงิ ๔๓๐ คน(ร๎อย
ละ ๕๑.๔๔) มีจาํ นวนครัวเรอื น ๑๙๐ ครวั เรอื น ประชากรมรี ายไดเ๎ ฉลยี่ ประชากร ๑๑๘,๔๑๔.๕๖ บาท ครัวเรอื น
ท่ีมีหน้ีสนิ ๙๒ ครวั เรือน (ร๎อยละ ๔๘.๙๔) สมาชิกกลํุมมีหน้ีสิน ๖ ครัวเรือน(ร๎อยละ ๓.๑๕)ครัวเรือนที่มีการ
ออม ๙๔ ครวั เรือน(ร๎อยละ ๕๐.๒๗) สมาชิกกลํมุ มีการออม ๙ ครัวเรอื น(ร๎อยละ ๔.๗๓)ไมํมีอาชพี หลัก ๔๔ คน
(รอ๎ ยละ ๖.๙๔) ไมํมีอาชีพเสริม ๕๙๐ คน (ร๎อยละ๙๓.๐๖) วํางงาน ๔๘ คน (ร๎อยละ ๗.๕๗) มีเส๎นทางการ
พัฒนากลุมํ กลว๎ ยมว๎ น ดงั น้ี
แผนภาพที่ ๖.๕๔ เส๎นทางการพัฒนากลมํุ กลว๎ ยมว๎ นชุมชนปริกตก
พ.ศ. ๒๕๕๔ กลว๎ ยมีผลผลติ จาํ นวนมากไมํสามารถจําหนํายได๎ท้ังหมด คณะกรรมการชุมชนปริกตก
จึงประชุมหาแนวทางแก๎ไขปัญหา โดยการรวมกลุํมเกษตรท่ีปลูกกล๎วยแปรรูปกล๎วยเพื่อสร๎างรายได๎ให๎กับ
ชุมชน โดยชํวงแรกผลิตเป็นกล๎วยฉาบจําหนํายในชุมชนและพื้นที่ใกล๎เคียง มี นางสาวสอฝีเย๏าะ เบ็นเหล็บ
เป็นประธานกลุมํ
๒๓๖
พ.ศ. ๒๕๕๘-ปัจจุบนั สมาชกิ กลํุมพัฒนาผลติ ภัณฑเ๑ ป็นกล๎วยม๎วนและออกแบบบรรจุภัณฑ๑ให๎มีความ
สวยงาม เพ่ือเพม่ิ รายได๎ให๎แกํสมาชกิ นอกจากนี้ยงั มีการถาํ ยทอดความรเู๎ กีย่ วกบั การทํากล๎วยมว๎ นแกผํ ู๎ที่สนใจ
เด็ก เยาวชน กลํุมแมํบ๎าน และกลํุมผู๎สูงอายุและผู๎มาศึกษาดูงานในชุมชน นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุน
ผลิตภณั ฑ๑แปรรูปของกลํุมรํวมกิจกรรมตําง ๆของเทศบาลเชํน วันเด็ก วันผ๎ูสูงอายุ ศูนย๑พัฒนาเด็กเล็กและ
โรงเรยี นในพื้นท่ี เป็นตน๎
๒. กลุ่มประชากรเป้าหมาย
สมาชิกกลุมํ กลว๎ ยมว๎ น จํานวน ๑๖ ครวั เรือนและครอบครวั จํานวน ๘๑ คน
๓. ผลทต่ี อ้ งการให้เกิดข้ึน
เพ่ือทําให๎สมาชิกมีรายได๎จากการจําหนํายกล๎วยม๎วน มีการพัฒนากลุํมแปรรูปกล๎วยม๎วนให๎มีความ
เขม๎ แขง็ เตบิ โตอยํางยัง่ ยนื และมีแหลงํ ผลิตและจําหนํายผลิตภัณฑ๑แปรรูปกล๎วยม๎วนเพ่ือเพิ่มรายได๎ให๎แกํใน
ชุมชน
๔. ขอ้ มูลและเครื่องมอื ในการดาเนินงาน
ขอ๎ มูลและเคร่ืองมือที่นาํ ใช๎เก่ียวกับการดาํ เนนิ งานของกลมํุ กลว๎ ยม๎วน ไดแ๎ กํ ข๎อมูลจากฐานข๎อมูลตาํ บล
(TCNAP) ขอ๎ มูลด๎านเศรษฐกจิ รายไดเ๎ ฉลี่ยประชากร/คน/ปี รายได๎เฉลี่ยครวั เรือน ร๎อยละครัวเรือนท่ีมีหนี้สิน
ร๎อยละครัวเรือนที่มีการออม คนวํางงาน คนไมํมีอาชีพหลัก คนไมํมีอาชีพเสริม ข๎อมูลด๎านสภาวะแวดล๎อม
ครวั เรือน ฐานขอ๎ มูล RECAP ทนุ ทางสังคมกลุมํ อาชีพ ข๎อมูลความเช่ยี วชาญ
เครื่องมือในการดําเนินงาน ได๎แกํ คณะกรรมการบริหารจัดการ รูปแบบการบริหาร และการประชุม
ประจําเดือน จํานวนเงินทนุ หมนุ เวยี นและกฎ กตกิ าการดําเนินการกลมํุ การปันผลดอกเบ้ยี ทเ่ี กดิ ขึ้น
๕. รปู ธรรมงาน
ชุมชนปริกตกมีการรวมกลํุมทําผลิตภัณฑ๑แปรรูปกล๎วยม๎วนเพื่อจําหนํายในและ นอกพื้นท่ี มี
คณะกรรมการบรหิ ารจัดการกลุํม และเปน็ วทิ ยากรให๎ความร๎กู ารทําผลิตภัณฑ๑กล๎วยม๎วนแกํบุคคลทั่วไป เชํน
เดก็ เยาวชน กลํุมแมบํ า๎ นและผส๎ู งู อายุ เปน็ ต๎น
๖. วิธีดาเนินงาน
กลํมุ กลว๎ ยม๎วนมีการดาํ เนนิ งาน มดี งั น้ี
๑) แตงํ ต้ังคณะกรรมการดาํ เนนิ งานผาํ นการประชุม จํานวน ๑๐ คน ประกอบด๎วย ประธานกลุํม รอง
ประธานกลํมุ เลขานกุ าร เหรัญญิก และกรรมการ
๒) กาํ หนดกฎ กติกา บทบาทหน๎าทรี่ ับผิดชอบภายในกลมํุ การแบงํ ปันผลกําไรให๎แกสํ มาชิกกลมํุ
๓) พัฒนาทักษะการทํากลว๎ ยมว๎ นโดยเข๎ารับการอบรมกับศูนยฝ๑ กึ อบรมอาชีพสตรภี าคใต๎
๔) สมาชิกกลมํุ รํวมกันผลิตกล๎วยมว๎ นทีบ่ า๎ นของประธานกลํมุ สปั ดาหล๑ ะ ๒ วนั
๕) นําผลิตภณั ฑจ๑ าํ หนาํ ยใหป๎ ระชาชนโดยฝากขายตามร๎านค๎าในชุมชน งานโอทอประดับอําเภอ ระดับ
จงั หวดั และการประชมุ ของเครอื ขาํ ยรวํ มสรา๎ งชุมชนท๎องถ่นิ ระดับประเทศ
๖) ประชมุ สมาชิกกลมํุ ทกุ เดอื น จัดทาํ บญั ชสี รปุ รายรบั -รายจาํ ย หาแนวทางการพฒั นาการจดั ทํากล๎วย
ม๎วน และบรรจุภณั ฑ๑
๗) สนับสนุนผลิตภัณฑ๑ของกลํุมรํวมกิจกรรมชุมชนในเทศกาลตําง ๆ ได๎แกํ วันเด็กและวันผู๎สูงอายุ
ศนู ย๑พฒั นาเด็กเล็ก โรงเรยี นประถมศึกษา มลู คําครั้งละประมาณ ๕๐๐ บาท
๘) เปน็ วทิ ยากรถาํ ยทอดความร๎ูในการทาํ ผลิตกลว๎ ยม๎วนให๎แกํผ๎ูที่สนใจเชํน เด็ก เยาวชน บุคคลทั่วไป
ผู๎สงู อายุ เปน็ ต๎น
๗. ผลผลติ ผลลพั ธ์
สมาชิกกลํุมกล๎วยม๎วนมีทักษะในการทํากล๎วยม๎วน มีรายได๎เสริมเดือนละ ๑,๐๐๐-๑,๕๐๐ บาท มี
วทิ ยากรเผยแพรคํ วามร๎ูในผลิตกล๎วยม๎วนในชุมชน มีผ๎ูสนใจเรียนร๎ูเฉล่ียปีละ ๓๕๐ คน เป็นเด็กและเยาวชน
จํานวน ๑๐๐ คน ผ๎ูสูงอายุ จํานวน ๕๐ คน และกลํุมแมํบ๎านนอกพื้นที่ที่มาศึกษาดูงาน ๒๐๐ คน มีเงินทุน
หมนุ เวียนกลํุม ๕,๐๐๐ บาท และมผี ลติ ภัณฑ๑กล๎วยมว๎ นไปรวํ มงานกจิ กรรมของชมุ ชน
๘. ผลกระทบท่ีเกิดขึน้
กลุํมกล๎วยม๎วน มีการบริหารจัดการกลุํมมีความสอดคล๎องกับ (SDGs) เปูาหมายท่ี ๑: ยุติความ
ยากจนทุกรปู แบบในทุกพ้ืนท่ี ตัวชี้วัด ๑.๑.๑ สัดสํวนของประชากรท่ีมีรายได๎ต่ํากวําเส๎นความยากจนสากล
๒๓๗
จําแนกตามเพศ อายุ สถานะการจ๎างงาน และ ท่ีตั้งทางภูมิศาสตร๑ (ชุมชนเมือง/ชนบท) สนับสนุนการฝึก
ทกั ษะอาชีพใหก๎ ับคนวาํ งงาน แมบํ ๎าน เชนํ ทักษะงานชาํ งและหตั ถกรรม การแปรรูปผลผลิต เปน็ ต๎น เปาู หมาย
ท่ี ๘: สํงเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ย่ังยืน และครอบคลุมและการจ๎างงานเต็มอัตรา และงานท่ีมี
คุณคําสาํ หรับทกุ คน เปูาประสงค๑ที่ ๘.๑ ทําใหก๎ ารเติบโตทางเศรษฐกิจตอํ หวั ประชากรมคี วามยั่งยืนตามบรบิ ท
ของประเทศโดยเฉพาะอยํางยิง่ ให๎ผลิตภัณฑ๑มวลรวมในประเทศของประเทศพัฒนาน๎อยท่ีสุดมีการขยายตัว
อยาํ งนอ๎ ยรอ๎ ยละ ๗ ตอํ ปี ตัวช้ีวัดท่ี ๘.๑.๑ อตั ราการเติบโตเฉลย่ี ตอํ ปขี องรายไดท๎ ี่แทจ๎ ริงตอํ หวั ประชากร งาน
และกจิ กรรมของชุมชนท๎องถิน่ ที่สนับสนุนตัวชว้ี ัด สนบั สนุนให๎กลุํมอาชพี ในชุมชนสํงสินค๎าเข๎ารับการคัดสรร
สนิ คา๎ OTOP สํงเสริมใหก๎ ลุํมอาชพี ในชมุ ชนปรับปรุงและพัฒนาสินค๎าให๎ได๎มาตรฐาน สนับสนุนให๎ประชาชน
และครอบครัวมีอาชพี เสริมมากกวาํ ๑ อยาํ ง เปูาประสงคท๑ ี่ ๘.๒ บรรลุการมีผลิตภาพทางเศรษฐกิจในระดับที่
สูงข้ึนผํานการทําให๎หลากหลาย การยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงการมุํงเน๎นในภาคสํวนที่มี
มูลคําเพม่ิ สูงและใชแ๎ รงงานเขม๎ ขน๎ ตวั ชี้วดั ท่ี ๘.๒.๑ อัตราการเติบโตเฉลีย่ ตอํ ปีของรายได๎ทีแ่ ท๎จรงิ ตอํ ประชากร
ผม๎ู ีงานทาํ สํงเสรมิ ใหก๎ ลมํุ เกษตรกรมีการแปรรปู ผลผลติ การเกษตรท่ไี ดม๎ าตรฐานและปลอดภัย
นอกจากนัน้ การดาํ เนนิ งานและกจิ กรรม ยังสํงผลกระทบตํอมิติโครงสร๎างพ้ืนฐานของชุมชน ดังน้ี ๑)
ดา๎ นสังคม มกี ารรวมกลุํมประกอบอาชีพเสรมิ มีวิทยากรใหค๎ วามร๎ูในการผลิตกลว๎ ยมว๎ นแกปํ ระชาชนท้งั ในและ
นอกพื้นที่ สนับสนุนผลิตภัณฑ๑ในกิจกรรมตํางๆของชุมชนทําให๎เกิดสัมพันธภาพท่ีดีในชุมชน ๒) ด๎าน
เศรษฐกิจ สมาชิกกลํมุ มรี ายได๎เสริม เพ่อื เปน็ คาํ ใช๎จํายในครอบครัว ๓) ด๎านสภาวะแวดล๎อม สมาชิกทุกคนมี
การปลกู ล๎วยในทด่ี ินของตนและนาํ ผลิตผลมาแปรรปู เป็นกลว๎ ยม๎วน มกี ารปลกู กลว๎ ยในพืน้ ทวี่ ํางเปลําเพ่มิ ๒๐
ไรํ ๔) ดา๎ นสขุ ภาพ ประชาชนมผี ลิตภณั ฑ๑ทีเ่ ปน็ ผลผลติ ทางการเกษตรปลอดสารเคมี ๕) การสงํ เสริมการมสี ํวน
รํวมของเทศบาลตาํ บลปรกิ ผ๎ูนาํ ท๎องถิ่นเลง็ เหน็ ความสําคัญด๎านการสํงเสรมิ อาชพี ให๎แกํประชาชนจึงได๎มีการ
บรรจุโครงการพัฒนาอาชีพลงในแผนพัฒนาทอ๎ งถ่นิ ประจาํ ปี และจัดสรรงบประมาณเพอื่ สงํ เสริมการฝึกอาชพี
๒๓๘
๖.๔.๖ กลมุ่ ขนมไทย-เบเกอรี่ ชุมชนตลาดใต้
แผนภาพท่ี ๖.๕๕ กลํมุ ขนมไทย-เบเกอรีช่ มุ ชนตลาดใต๎
๒๓๙
Key actors กลมํุ ขนมไทย-เบเกอร่ี ชมุ ชนตลาดใต๎
งานเด่น
ระดับของทุนทางสังคม ผลิตและจําหนํายขนมไทย-เบเกอร่ี
ความสอดคล้องของ ๗ สงั คม
พนื้ ที่ ระดับกลํุมทางสงั คมและองค๑กรชมุ ชน
ผูด้ าเนนิ งานหลกั
สังคมไมํเดอื ดร๎อน
ชมุ ชนตลาดใต-๎ บ๎านกลาง เทศบาลตาํ บลปริก ต.ปรกิ อ.สะเดา จ.สงขลา
๑. นางสาวสนุ สิ าหมดั โส๏ะ
ตําแหนํง ประธานกลํุมขนมไทย-เบเกอรี่
เบอรโ๑ ทรศัพท๑ ๐๘๙-๕๔๑๗๐๐๑
๒. นางสาวอามนี า ยาอดี ตําแหนํง รองประธานกลมํุ ขนมไทย-
เบเกอรเี่ บอรโ๑ ทรศพั ท๑ ๐๙๙-๕๘๒๒๖๔๐
๑. ทมี่ าหรอื ฐานคดิ ของการดาเนินงาน
ชมุ ชนตลาดใตป๎ ระชากรสํวนใหญํประกอบอาชพี เกษตรกรรมทําสวนยางพารา เมื่อถึงฤดูต๎นยางผลัด
ใบ ไมสํ ามารถกรดี ยางได๎ประกอบกบั ราคายางตกตํ่า ทําให๎ประชาชนขาดรายได๎ในครัวเรือน ต๎องเอาเงินออม
หรือกู๎ยมื เงินมาใช๎จาํ ยในครัวเรอื น คณะกรรมการชุมชนตลาดใตจ๎ ึงระดมความคดิ เห็นและรวมกลํุมแมํบ๎านท่ีมี
ฝีมือดา๎ นการทําขนมไทยจดั ต้ังกลุํมขนมไทย-เบเกอรข่ี ้นึ เพ่ือสร๎างรายได๎เสริมให๎กลุํมแมํบ๎าน และเป็นการใช๎
เวลาวํางให๎เกิดประโยชนก๑ อํ ใหเ๎ กิดความสามัคคใี นชุมชน
ประชากรชมุ ชนตลาดใตม๎ ที ัง้ หมด ๘๐๕ คน เป็นเพศชาย ๓๗๙ คน (ร๎อยละ ๔๗.๐๘) เพศหญิง ๔๒๖ คน
(ร๎อยละ ๕๒.๙๒) มีครวั เรือน ๒๒๗ ครวั เรอื น ประชากรมีรายได๎เฉลย่ี ประชากร ๑๙๖,๓๑๔.๑๘ บาท ครัวเรือน
ท่ีมีหน้ีสิน ๙๒ ครัวเรือน(ร๎อยละ ๔๕.๑๐)เป็นครัวเรือนสมาชิกกลํุมผลิตภัณฑ๑จากพืชสมุนไพร ๙ ครัวเรือน
(ร๎อยละ ๓.๙๖) ครัวเรือนท่ีมกี ารออม ๑๐๓ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๕๑.๕๐) เป็นครัวเรือนสมาชิกกลุํมผลิตภัณฑ๑
จากพชื สมุนไพร ๕ ครัวเรอื น (ร๎อยละ ๒.๒๐) ไมํมีอาชพี หลัก ๔๑ คน (รอ๎ ยละ ๙.๘๘) ไมมํ ีอาชีพเสริม ๓๔๙ คน
(ร๎อยละ๘๔.๑๐) การวํางงาน ๔๐ คน (รอ๎ ยละ ๙.๖๔) มเี ส๎นทางการพัฒนากลุมํ ขนมไทย-เบเกอร่ี ดงั นี้
แผนภาพที่ ๖.๕๖ เสน๎ ทางการพัฒนากลุมํ ขนมไทย-เบเกอร่ี ชมุ ชนตลาดใต๎
๒๔๐
พ.ศ. ๒๕๔๗ เทศบาลจัดทําโครงการปฏิบัติการชุมชนและเมืองนําอยํูสนับสนุนให๎ชุมชนมีการ
พึ่งตนเอง โดยนําศาสตร๑เศรษฐกิจพอเพยี งของพระราชามาใช๎ และสํงเสริมให๎ประชาชนทุกชุมชนมีอาชีพเสริม
เพื่อเพิม่ รายได๎ให๎ครอบครัว คณะกรรมการชมุ ชนตลาดใต๎จงึ รวมกลุํมแมบํ า๎ นท่มี ีฝีมอื ด๎านการทําขนมไทยและ
วํางจากการทําสวนยางในชํวงกลางวันและผู๎สนใจจัดต้ังกลํุมขนมไทยขึ้น มีสมาชิกคร้ังแรกจํานวน ๒๐
ครัวเรือน ผลิตและจําหนํายขนมไทยที่หลากหลายประเภทได๎แกํ หม๎อแกง ลืมกลืน ถั่วแปบ ดอกลําเจียก
กะหร่ีปบ๊ั และขนมเทียนมะพรา๎ วออํ น
พ.ศ. ๒๕๕๒ เพิ่มผลิตภัณฑ๑ขนมไทยโดยทําเบเกอร่ีเชํน โดนัท คุกกี้ เค๎กกล๎วยหอม ขนมปัง เป็นต๎น
เรยี กช่อื กลมํุ วํา กลํุมขนมไทย –เบเกอรี่ มวี ทิ ยากรชํวยสอนการทําเบอร๑รีจ่ ากสถาบันการศึกษานอกระบบและ
การศึกษาตามอัธยาศัย(กศน) และจัดทําบรรจุภัณฑ๑โดยใช๎วัสดุยํอยสลายงําย การรวมกลํุมยึดแนวคิด “ได๎
เรียนร๎ู ได๎ใช๎ ได๎กิน มีรายได๎ วิถีชุมชนคนตลาดใต๎และสามารถเป็นศูนย๑เรียนร๎ูได๎” ปัจจุบัน สมาชิกกลํุมเพ่ิม
ผลิตภัณฑเ๑ พ่อื ใชเ๎ ป็นอาหารวํางไดแ๎ กํ กว๐ ยเต๋ยี วลุยสวนและสาคไู สไ๎ กํ รวมท้งั เป็นแหลํงศึกษาดูงานเรียนร๎ูการ
ทาํ ขนมไทย-เบเกอรีป่ ระเภทตาํ งๆของเทศบาลตําบลปริก
๒. กลุ่มประชากรเปา้ หมาย
สมาชิกกลุมํ ขนมไทย-เบเกอรี่ จํานวน ๓๐ ครวั เรือน และสมาชิกครอบครัวกลํุมขนมไทย-เบเกอร่ี ๑๐๑
คน
๓. ผลทีต่ อ้ งการให้เกดิ ขน้ึ
สร๎างอาชพี เสรมิ ให๎สมาชกิ กลมํุ มแี หลํงผลิตและจําหนํายขนมไทย-เบเกอร่ี ในชุมชน สนับสนุนการใช๎
วสั ดยุ ํอยสลายงํายในการบรรจุผลติ ภณั ฑ๑ และขยายผลความร๎แู ละทักษะการประกอบอาชพี ทําขนมไทย-เบเกอ
รี่สูํประชากรกลุํมอื่นๆ เชํน เด็ก เยาวชน กลุมํ แมบํ ๎านและผูส๎ ูงอายุ เปน็ ตน๎
๔. ข้อมลู และเครื่องมือในการดาเนินงาน
ขอ๎ มลู และเคร่อื งมือทนี่ ําใชเ๎ กยี่ วกับการดาํ เนินงานของกลมุํ ขนมไทย-เบเกอรี่ ไดแ๎ กํ
ขอ๎ มูลจากฐานข๎อมูลตําบล (TCNAP) ข๎อมูลด๎านเศรษฐกิจ รายได๎เฉล่ียประชากร/คน/ปี รายได๎เฉล่ีย
ครวั เรอื น รอ๎ ยละครัวเรอื นทม่ี หี นี้สิน รอ๎ ยละครัวเรอื นท่มี กี ารออม คนวํางงาน คนไมมํ ีอาชพี หลัก คนไมมํ ีอาชพี
เสรมิ ข๎อมลู ด๎านสภาวะแวดล๎อมครัวเรอื น ฐานขอ๎ มูล RECAP ทนุ ทางสงั คมกลมํุ อาชพี ข๎อมูลความเชีย่ วชาญ
เครอ่ื งมอื ในการดําเนนิ งานไดแ๎ กํ คณะกรรมการบริหารจัดการ แบบประเมินมาตรฐานอาหารอิสลาม
หนังสือรับรองมาตรฐานอาหารฮาลาล การประชุมประจาํ เดอื น เป็นต๎น
๕. รปู ธรรมงาน
มกี ารรวมกลํมุ ทาํ ขนมไทย-เบเกอรี่เพ่ือจาํ หนํายในชุมชนและสงํ ไปจาํ หนาํ ยงานโอทอปและใช๎ผลิตภัณฑ๑
ธรรมชาตและยอํ ยสลายงําย ไดแกํ ใบตองในการบรรจุขนม รับซ้ือผลผลิตทางการเกษตร ในชุมชนหรือของ
สมาชิกกลมํุ เพอ่ื นํามาแปรรูปขนมกํอใหเ๎ กิดรายไดข๎ องสมาชกิ และคนในชมุ ชน
๖. วิธีดาเนินงาน
วธิ กี ารดําเนนิ การของกลมํุ ขนมไทย-เบเกอรปี่ ระกอบดว๎ ย
๑) การประชุมกรรมการชมุ ชน อสม. แมบํ า๎ น ในชุมชนตลาดใต๎เพ่อื ค๎นหาผูส๎ นใจเข๎ารวํ มกลุมํ
๒) จดั ต้ังกลํุมและคณะกรรมการดําเนนิ การกลํุมจํานวน ๑๕ คนผํานการประชุมประกอบด๎วยประธาน
รองประธาน เหรญั ญกิ และคณะกรรมการกลุมํ
๓) ฝึกอบรมวิธีการทําขนม โดยมีวิทยากรในชุมชนเป็นผู๎ชํวยฝึกสอน การติดตํอประสานงานกับภาคี
เครอื ขํายเพ่ือสนับสนนุ งบประมาณ และการออกแบบขนมไทยทห่ี ลากหลาย
๔) รวมกลมุํ ผลติ ขนมไทยและเบเกอรีท่ ่ีบ๎านประธานกลํมุ
๕) จดั จาํ หนาํ ยโดยนําไปขายทร่ี า๎ นค๎าในหมูํบา๎ น งานโอทอป และสํวนราชการตาํ ง ๆ
๖) ประชุมสมาชิกกลุํม รับทราบปัญหาอุปสรรค แนวทางพัฒนากลํุม รวมทั้งการจัดสรรผลกําไรให๎
สมาชิกในแตํละเดือนแลว๎ แตปํ รมิ าณขนมที่จําหนาํ ยได๎ โดยหักร๎อยละ ๑๐ เพ่ือการบริหารจัดการภายในกลํุม
สวํ นที่เหลือรอ๎ ยละ ๙๐ แบํงให๎สมาชิกท่ีทาํ ขนมคนละเทาํ ๆกนั
๗) จัดทําบัญชีรายรับ-รายจํายทกุ เดือน
๒๔๑
๗. ผลผลิต ผลลพั ธ์
สมาชิกกลุํมมีทักษะในการทําขนมไทยและเบเกอรี่ สมาชิกมีรายได๎เสริมเพ่ิมขึ้น ๘๐๐ บาท/เดือน
สามารถนาํ ไปเป็นคาํ ใชจ๎ ํายในครัวเรือนได๎ นาํ วตั ถุดบิ ทีม่ ใี นชุมชนมาใช๎ในการทาํ ขนม เชํนใบเตย อัญชัน ตะไคร๎
มะพร๎าว ฯลฯ มีการถํายทอดความรู๎ให๎กบั นกั เรยี น และผู๎ทีส่ นใจปลี ะ ๓๐๐ คนเป็นเด็กและเยาวชนในพ้ืนท่ี ๕๐
คนเป็นผ๎มาศกึ ษาดูงานนอกพนื้ ท่ี ๒๕๐ คน มีผลิตภัณฑเป็นขนมไทยและเบเกอร่ี ไปรํวมกิจกรรมชุมชน เชํน
วันเด็ก วนั ผ๎สู งู อายุหรอื งานเทศบาลตําบลปรกิ เป็นต๎น
๘. ผลกระทบท่ีเกดิ ขน้ึ
กลุํมขนมไทย-เบเกอร่ีชุมชนตลาดใต๎ มีการบริหารจัดการกลุํมสอดคล๎องกับนโยบายเปูาหมายการ
พัฒนาที่ย่ังยืน (SDGs) เปูาหมายที่ ๑: ยุติความยากจนทุกรูปแบบในทุกพื้นที่ ตัวชี้วัด ๑.๑.๑ สัดสํวนของ
ประชากรที่มีรายได๎ต่ํากวําเส๎นความยากจนสากล จําแนกตามเพศ อายุ สถานะการจ๎างงาน และ ท่ีต้ังทาง
ภมู ิศาสตร๑ (ชมุ ชนเมือง/ชนบท) สนับสนุนการฝึกทักษะอาชพี ใหก๎ ับคนวํางงาน แมบํ ๎าน เชํน ทกั ษะงานชํางและ
หัตถกรรม การแปรรูปผลผลิต เป็นต๎น เปูาหมายท่ี ๘: สํงเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจท่ียั่งยืน และ
ครอบคลุมและการจ๎างงานเตม็ อัตรา และงานท่มี คี ุณคําสาํ หรบั ทกุ คน เปูาประสงคท๑ ่ี ๘.๑ ทําใหก๎ ารเตบิ โตทาง
เศรษฐกิจตํอหัวประชากรมีความยั่งยืนตามบริบทของประเทศโดยเฉพาะอยํางย่ิง ให๎ผลิตภัณฑ๑มวลรวมใน
ประเทศของประเทศพัฒนานอ๎ ยท่ีสดุ มีการขยายตวั อยาํ งน๎อยรอ๎ ยละ ๗ ตํอปี ตัวช้วี ัดท่ี ๘.๑.๑ อตั ราการเตบิ โต
เฉลี่ยตํอปีของรายได๎ที่แท๎จริงตํอหัวประชากร งานและกิจกรรมของชุมชนท๎องถ่ินท่ีสนับสนุนตัวช้ีวัด
สนบั สนุนใหก๎ ลมํุ อาชีพในชมุ ชนสงํ สนิ ค๎าเข๎ารับการคัดสรรสนิ ค๎า OTOP สํงเสริมใหก๎ ลมุํ อาชพี ในชมุ ชนปรับปรงุ
และพัฒนาสินคา๎ ใหไ๎ ดม๎ าตรฐาน สนับสนนุ ใหป๎ ระชาชนและครอบครัวมีอาชพี เสรมิ มากกวาํ ๑ อยําง
นอกจากนัน้ การดาํ เนินงานแตํละกิจกรรมยังสํงผลกระทบตํอมิติโครงสร๎างพ้ืนฐานของชุมชนดังนี้ ๑)
ด๎านสงั คม มีการรวมกลุํมเพื่อทาํ ขนมไทย-เบเกอร่ี มีวทิ ยากรใหค๎ วามร๎กู ับเด็กนกั เรียนและผ๎ูที่สนใจทั้งในและ
นอกพ้นื ท่ี มีการรวํ มกจิ กรรมตาํ ง ๆ ของชมุ ชน เทศบาลตาํ บลปรกิ และหนวํ ยงานภายนอกหรอื งานโอทอปตาํ ง
ๆ ๒) ด๎านเศรษฐกิจ สมาชิกของกลุมํ มรี ายได๎เพ่มิ ข้ึนจากอาชีพเสริม ๓) ด๎านสภาวะแวดล๎อม นําวัตถุดิบจาก
ธรรมชาติภายในชมุ ชน เชํน มะพร๎าว กล๎วย ใบตอง ใบเตย ฯลฯ มาแปรรูปใช๎ในการทําขนมและใช๎บรรจุภัณฑ๑
ธรรมชาตไิ ด๎แกํใบตอง ลดการใช๎กระดาษ พลาสติก และมีการพัฒนาจัดเป็นฐานการเรียนรู๎ เชํน การจัดภูมิ
ทัศน๑รอบๆ ฐาน การคัดแยกขยะ ทําให๎เกิดสภาพแวดล๎อมท่ีดีขึ้น ๔) ด๎านสุขภาพ มีขนมท่ีเป็นผลผลิตใน
ธรรมชาติทม่ี ปี ระโยชน๑ ปลอดสารเคมี ไมํมสี วํ นผสมทเ่ี ป็นอนั ตรายตํอสุขภาพ ๕) ด๎านการเมืองการปกครอง
ผู๎นําท๎องถ่ินบรรจุโครงการพัฒนาอาชีพลงในแผนพัฒนาท๎องถ่ินประจําปี และจัดสรรงบประมาณรายจําย
ประจาํ ปเี พอ่ื สงํ เสริมพัฒนาศักยภาพกลมุํ ในการฝกึ อาชพี โดยการอบรมและศึกษาดูงาน
๒๔๒
๖.๔.๗ กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ไมผ้ ล (ลองกอง)
แผนภาพท่ี ๖.๕๗ กลุํมเกษตรแปลงใหญไํ มผ๎ ล (ลองกอง)
๒๔๓
Key actors กลํุมเกษตรแปลงใหญํไมผ๎ ล (ลองกอง)
งานเด่น
ระดบั ของทนุ ทางสังคม ผลิตและจาํ หนํายลองกอง
ความสอดคลอ้ งของ ๗ สงั คม
พืน้ ท่ี ระดับกลมุํ ทางสงั คมและองค๑กรชมุ ชน
ผู้ดาเนินงานหลัก
สงั คมไมเํ ดือดรอ๎ น
เทศบาลตําบลปรกิ
๑. นายอุสมาน หวันละเบ๏ะตําแหนํง
ประธานกลํุมกลํมุ เกษตรแปลงใหญไํ ม๎ผล (ลองกอง)
เบอร๑โทรศพั ท๑ ๐๘๑ -๙๕๙๕๑๗๐
๒. นายยะโกบ หวงั มสุ า
รองประธานกลมํุ กลมุํ เกษตรแปลงใหญไํ ม๎ผล (ลองกอง)
เบอรโ๑ ทรศัพท๑ ๐๘๑-๐๙๕๗๔๐๑
๑. ท่มี าหรอื ฐานคดิ ของการดาเนินงาน
ประชากรเทศบาลตําบลปรกิ ประชากรสวํ นใหญํประกอบอาชพี เกษตรกรรมสวนยางพาราและสวนผลไม๎
ลองกอง ทําให๎ผลผลิตล๎นตลาด พอํ ค๎าคนกลางกดราคาทําให๎ลองกองมรี าคาตาํ่ นายอุสมาน หวนั ละเบ๏ะ รอง
นายกเทศมนตรีตําบลปริกและเกษตรกรสวนลองกองจึงรวมกลุํมเกษตรกรสวนลองกองรวบรวมผลิตผลนํา
ขายพอค๎ารายใหญโํ ดยไมผํ ํานพอํ ค๎าคนกลาง
เทศบาลตาํ บลปริกมีประชากร ๕,๑๕๘ คน เพศชาย ๒,๔๗๔ คน (ร๎อยละ ๔๗.๙๖) เพศหญิง ๒,๖๘๔ คน
(ร๎อยละ ๕๒.๐๔) จาํ นวนครัวเรอื น ๑,๒๖๑ ครวั เรอื น รายไดเ๎ ฉลย่ี ประชากร ๒๒๑,๕๘๑.๖๗ บาท ครัวเรือนที่มี
หนี้สิน ๕๓๖ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๔๔.๐๔) เป็นครัวเรือนสมาชิกกลํุมเกษตรแปลงใหญํไม๎ผล (ลองกอง) ๑๒
ครัวเรือน (ร๎อยละ ๐.๙๕) ครัวเรือนท่ีมีการออม ๖๙๐ ครัวเรือน (ร๎อยละ๕๗.๖๙) เป็นครัวเรือนสมาชิกกลุํม
เกษตรแปลงใหญํไม๎ผล (ลองกอง) ๑๐ ครวั เรือน (รอ๎ ยละ ๐.๗๙) ไมํมอี าชีพหลกั ๖๔๘ คน (รอ๎ ยละ ๑๖.๒๕) ไมํ
มอี าชีพเสรมิ ๓,๖๑๕ คน (รอ๎ ยละ ๙๐.๖๕) วํางงาน ๓๗๙ คน (ร๎อยละ ๙.๕๐) มีเส๎นทางการพัฒนากลํุมเกษตร
แปลงใหญไํ มผ๎ ล (ลองกอง) ดงั น้ี
แผนภาพที่ ๖.๕๘ เส๎นทางการพัฒนากลุํมเกษตรแปลงใหญํไม๎ผล (ลองกอง)
๒๔๔
กํอน พ.ศ. ๒๕๖๐ พ้ืนท่ีเทศบาลตําบลปริก ประชากรสํวนใหญํประกอบอาชีพทําสวนผลไม๎ และนิยมปลูก
ลองกองซึ่งเป็นผลไม๎เศรษฐกิจของชาวใต๎ที่มีราคาสูงและเป็นที่นิยมของผ๎ูบริโภค ทําให๎มีผลผลิตลองกอง
จํานวนมาก จนลน๎ ตลาด ประกอบกบั พํอค๎าคนกลางกดราคาลองกองทําให๎ชาวสวนลองกองมีรายได๎จากการ
ขายลองกองไมเํ พียงพอตอํ การดาํ รงชพี
พ.ศ.๒๕๖๐-ปัจจุบัน นายอุสมาน หวันละเบ๏ะ รองนายกเทศมนตรีตําบลปริก รํวมกับเกษตรกร
ชาวสวนลองกอง เล็งเหน็ ปัญหาท่เี กดิ ข้ึนและตอ๎ งการประกันมาตรฐานลองกองจงึ รวมกลุมํ เกษตรกรชาวสวน
ลองกองเพอ่ื ดาํ เนนิ การรวบรวมผลผลิตเพอ่ื ขายแกํผรู๎ บั ซ้ือรายใหญโํ ดยไมํผํานพอํ ค๎าคนกลาง มผี ๎เู ขา๎ รํวมกลุํม
จํานวน ๓๑ ครัวเรือน จดทะเบียนการจัดตั้งกลํุมที่สํานักงานเกษตรอําเภอสะเดา ทําให๎ชาวสวนลองกอง
จาํ หนาํ ยลองกองไดใ๎ นราคายุติธรรมสร๎างรายได๎ใหแ๎ กํชาวสวนลองกองอยํางยง่ั ยืน
๒. กลุม่ ประชากรเป้าหมาย
สมาชกิ กลํุมเกษตรแปลงใหญํ (ลองกอง) คือเกษตรกรในชุมชนทที่ ําสวนลองกองทง้ั หมด ๓๑ ครัวเรือน
และสมาชกิ ครอบครวั เกษตรกรท่ที ําสวนลองกอง จํานวน ๑๒๒ คน
๓. ผลทีต่ ้องการใหเ้ กิดขึ้น
มกี ารรวมกลุมํ เกษตรกรจาํ หนํายลองกองได๎ในราคายตุ ิธรรม มกี ลไกของการตํอรองราคาผลผลิตโดยไมํ
ผํานพํอค๎าคนกลาง เกิดเครอื ขาํ ยการพฒั นาสวนลองกอง เพิ่มผลผลิต ลดต๎นทุนการผลิต มีการแลกเปล่ียน
เรยี นรูใ๎ นกลุํมและชวํ ยเหลือซง่ึ กนั และกนั
๔. ขอ้ มูลและเครอ่ื งมอื ในการดาเนินงาน
ข๎อมูลและเครื่องมือท่ีนําใช๎เกี่ยวกับการดําเนินงานของกลุํมเกษตรแปลงใหญํไม๎ผล (ลองกอง)ได๎แกํ
ขอ๎ มลู จากฐานข๎อมูลตาํ บล (TCNAP) ขอ๎ มูลด๎านเศรษฐกจิ รายไดเ๎ ฉลีย่ ประชากร/คน/ปี รายได๎เฉล่ียครัวเรือน
ร๎อยละครัวเรือนที่มีหนี้สิน ร๎อยละครัวเรือนที่มีการออม คนวํางงาน คนไมํมีอาชีพหลัก คนไมํมีอาชีพเสริม
ขอ๎ มลู ดา๎ นสภาวะแวดล๎อมครัวเรือน ฐานขอ๎ มลู RECAP ทนุ ทางสังคมกลํมุ อาชพี ขอ๎ มลู ความเช่ยี วชาญ
เคร่ืองมือในการดําเนินงานได๎แกํ คณะกรรมการบริหารจัดการ รูปแบบการบริหารและการประชุม
ประจําเดือน จํานวนเงนิ ทนุ หมุนเวยี นและกฎ กตกิ าการดําเนนิ การกลํมุ การปนั ผลดอกเบยี้ ที่เกิดข้นึ
๕. รูปธรรมงาน
มกี ารรวมกลํุมของเกษตรกรผ๎ูผลิตลองกองในพ้ืนท่ีตํอรองราคากับพํอค๎าคนกลาง มีเครือขํายในการ
แลกเปลย่ี นเรียนรเ๎ู นน๎ เศรษฐกิจพอเพียง เพอื่ ลดตน๎ ทุนการผลิตโดยมีการผลิตป๋ยุ ใชเ๎ องเพื่อเพมิ่ ผลผลิต
๖. วธิ ีดาเนินงาน
กลมํุ เกษตรแปลงใหญํ (ลองกอง) มวี ธิ ีการดาํ เนินงาน ดังน้ี
๑) มีการแตํงต้ังคณะกรรมการดําเนินงาน จํานวน ๗ คน ผํานการประชุมของสมาชิก ประกอบด๎วย
ประธานกลมุํ รองประธานกลมุํ เลขานกุ าร เหรัญญิก และกรรมการ รํวมกันวิเคราะห๑สถานการณ๑ปัญหา หา
แนวทางการแก๎ไขปัญหา
๒) ฝึกทักษะการดูแลสวนลองกองโดยมวี ิทยากรจากเกษตรอําเภอสะเดา สํงเสริมเกษตรอินทรีย๑ ผลิต
นํ้าหมกั ปุ๋ยหมกั จากวัสดุเหลอื ใช๎ในครวั เรือนใช๎ในสวนเพ่ือลดตน๎ ทนุ การผลติ การดูแลกิ่งลองกอง การปูองกัน
แมลง
๓) วางแผนการตลาดรวบรวมลองกองเพ่ือตํอรองราคากับพํอค๎าคนกลาง นํา ผลผลิตเพื่อจําหนําย
ให๎กับผู๎รับซ้ือรา ยใหญํ และผ๎ูบริโภคท่ัวไป ท้ังในและ นอกพื้นที่เชํนภาคกลา ง ภา คเหนือ ภา ค
ตะวนั ออกเฉยี งเหนือ เปน็ ตน๎
๔) จดั ทาํ บญั ชรี ายรับ รายจาํ ยสวนลองกองแตลํ ะสวน
๕) เป็นวิทยากรถํายทอดความรู๎เกี่ยวกบั การดูแลสวนลองกองแกํผูท๎ ่สี นใจทัง้ ในและนอกพื้นท่ี
๖) ประชมุ ประจาํ เดือนรับทราบปญั หาอปุ สรรค ความต๎องการในการพัฒนาศักยภาพของสมาชิกกลํุม
เชํน การตดั แตงํ ก่งิ การดแู ลผลผลิต วิเคราะห๑สารอาหารในดิน การปราบศัตรูพืชและรณรงค๑ไมํใช๎สารเคมีใน
สวนลองกอง เป็นต๎น และมีอุปกรณ๑ในการเก็บลองกองสําหรับให๎สมาชิกยืมได๎แกํ บันไดและ ตระกร๎าเก็บ
ลองกอง
๒๔๕
๗. ผลผลิต ผลลัพธ์
กลุํมเกษตรกรมีการรวมกลํุมตํอรองราคาในการจําหนํายผลผลิตกับพํอค๎าคนกลาง สมาชิกกลํุมมี
ทกั ษะในการปลกู ลองกอง สมาชกิ ของกลมํุ มรี ายไดเ๎ พิม่ ขึน้ ๕,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ บาท/เดือน ผลิตลองกองได๎ปีละ
๑๐๐ ตนั ราคาตันละ ๒๕,๐๐๐ บาท เฉลี่ยกิโลกรัมละ ๒๕ บาท มีผู๎มาศกึ ษาดงู านท้ังในและนอกพื้นทป่ี ลี ะ ๑๐๐
คน และมีรูปแบบการดําเนินงานของเกษตรกรในการพัฒนาเพ่ือลดต๎นทุนและเพ่ิมผลผลิต มีพื้นท่ีปลูก
ลองกองท้ังหมด ๗๕ ไรํ
๘. ผลกระทบท่เี กดิ ข้ึน
การดําเนินกิจกรรมของกลํุมเกษตรแปลงใหญํ สอดคล๎องกับนโยบายเปูาหมายการพัฒนาท่ียั่งยืน
(SDGs) เปูาหมายท่ี ๑: ยุติความยากจนทกุ รูปแบบในทุกพนื้ ที่ ตวั ช้ีวดั ๑.๑.๑ สดั สํวนของประชากรที่มีรายได๎
ตํา่ กวาํ เส๎นความยากจนสากล จาํ แนกตามเพศ อายุ สถานะการจา๎ งงาน และ ทีต่ ั้งทางภูมิศาสตร๑ (ชุมชนเมอื ง/
ชนบท) สนบั สนุนการฝกึ ทกั ษะอาชีพใหก๎ ับคนวํางงาน แมบํ ๎าน เชนํ ทักษะงานชํางและหัตถกรรม การแปรรูป
ผลผลติ เป็นต๎น สนับสนนุ การจัดตั้งกองทุนรับซ้ือสินค๎าทางการเกษตรในพื้นที่เปูาหมายท่ี ๘: สํงเสริมการ
เจรญิ เตบิ โตทางเศรษฐกจิ ท่ยี ั่งยนื และครอบคลมุ และการจา๎ งงานเตม็ อตั รา และงานท่มี ีคุณคําสําหรับทุกคน
เปูาประสงค๑ที่ ๘.๑ ทําให๎การเติบโตทางเศรษฐกิจตํอหัวประชากรมีความยั่งยืนตามบริบทของประเทศ
โดยเฉพาะอยํางยง่ิ ให๎ผลติ ภัณฑม๑ วลรวมในประเทศของประเทศพฒั นานอ๎ ยทีส่ ดุ มกี ารขยายตวั อยํางน๎อยร๎อย
ละ ๗ ตํอปี ตัวชี้วัดที่ ๘.๑.๑ อัตราการเติบโตเฉลีย่ ตอํ ปขี องรายได๎ทแี่ ท๎จริงตํอหัวประชากร งานและกิจกรรม
ของชมุ ชนท๎องถ่นิ ท่สี นบั สนนุ ตัวชว้ี ดั สนบั สนนุ ใหก๎ ลมํุ อาชพี ในชมุ ชนสงํ สินคา๎ เขา๎ รบั การคัดสรรสินค๎า OTOP
สงํ เสรมิ ให๎กลุมํ อาชพี ในชมุ ชนปรับปรุงและพฒั นาสินค๎าใหไ๎ ดม๎ าตรฐาน สนบั สนุนให๎ประชาชนและครอบครัวมี
อาชพี เสรมิ มากกวาํ ๑ อยําง เปูาประสงค๑ท่ี ๘.๒ บรรลกุ ารมีผลติ ภาพทางเศรษฐกจิ ในระดับท่ีสูงข้ึนผํานการ
ทาํ ให๎หลากหลาย การยกระดบั เทคโนโลยีและนวตั กรรม รวมถึงการมงํุ เนน๎ ในภาคสํวนที่มีมูลคําเพ่ิมสูงและใช๎
แรงงานเข๎มข๎น ตวั ชวี้ ดั ที่ ๘.๒.๑ อตั ราการเตบิ โตเฉลีย่ ตอํ ปขี องรายไดท๎ แ่ี ทจ๎ รงิ ตอํ ประชากรผ๎ูมงี านทํา สํงเสรมิ
ใหก๎ ลํมุ เกษตรกรมีการแปรรูปผลผลิตการเกษตรทไ่ี ดม๎ าตรฐานและปลอดภัย
นอกจากนั้นการดาํ เนนิ งานและกจิ กรรมยังสํงผลกระทบตํอมิติโครงสร๎างพื้นฐานของชุมชน ดังน้ี ๑)
ด๎านสังคม มีการรวมกลุํมเกษตรกรชาวสวนลองกองเพ่ือจําหนํายแกํผู๎รับซ้ือรายใหญํ และวางแผนตํอรอง
ราคากับพํอค๎าคนกลาง และเป็นวิทยกรให๎ความรู๎แกํผู๎มาศึกษาดูงาน ๒) ด๎านเศรษฐกิจ สมาชิกของกลํุมมี
รายได๎เพิ่มขนึ้ ๓) ด๎านสภาวะแวดลอ๎ ม สมาชกิ ทงั้ หมดปลูกสวนลองกอง รวม ๗๕ ไรํ ลดการใช๎สารเคมี เกษตร
อนิ ทรยี ๑ ๑๐๐ % ๔) ดา๎ นสุขภาพ มีผลผลิตทางการเกษตรท่มี คี ณุ ภาพ ปราศจากการใช๎สารเคมี และ ๕) ด๎าน
การเมืองการปกครอง เทศบาลเล็งเหน็ ความสาํ คญั ดา๎ นการสํงเสรมิ อาชพี จงึ มีการบรรจุโครงการพฒั นาอาชีพ
ลงในแผนพัฒนาท๎องถิ่นประจําปี และจัดสรรงบประมาณรายจํายประจําปีเพื่อสนับสนุนการจัดโครงการ
สงํ เสริมพฒั นาศกั ยภาพกลํุมอาชพี โดยการอบรมและศึกษาดูงาน
๒๔๖
๖.๔.๘ กลุม่ สานกระเป๋าพลาสติกชุมชนทงุ่ ออก
แผนภาพที่ ๖.๕๙ กลํุมสานกระเปา๋ พลาสตกิ ชุมชนทํงุ ออก
๒๔๗
Key actors กลมุํ สานกระเปา๋ พลาสติกชมุ ชนทํงุ ออก
งานเดน่
ระดับของทนุ ทางสังคม ผลติ และจาํ หนาํ ยกระเปา๋ พลาสติก
ความสอดคลอ้ งของ ๗ สงั คม ระดับกลํุมทางสงั คมและองค๑กรชมุ ชน
พื้นที่
ผู้ดาเนินงานหลัก สังคมไมเํ ดือนร๎อน
ชุมชนทํงุ ออก
นางชาลษิ า บลิ ลาเต๏ะ ตาํ แหนงํ ประธานกลํุมสานกระเป๋าพลาสติก
เบอร๑โทรศพั ท๑ ๐๘๑-๒๗๖๐๔๔๙
๑. ที่มาหรอื ฐานคดิ ของการดาเนินงาน
เกษตรกรชาวสวนยางพาราและสวนผลไม๎ชมุ ชนทุงํ ออก รวมกลํุมผูท๎ ว่ี าํ งจากการทาํ สวนยางพาราและ
สวนผลไม๎หาอาชพี เสริมเพม่ิ รายไดใ๎ หแ๎ กคํ รวั เรือนเป็นการใชเ๎ วลาวํางใหเ๎ กดิ ประโยชน๑ โดยมีนางชาลิษา บิลลา
เต๏ะ เป็นแกนนําจัดตั้งกลุํมสานกระเป๋าพลาสติก ได๎รับงบประมาณสนับสนุนจากวิทยาลัยเทคนิคจะนะตาม
โครงการพัฒนาอาชีพให๎แกปํ ระชาชนในชุมชน
ประชากรชุมชนทํุงออกมีท้ังหมด ๖๖๗ คน เพศชาย ๓๓๒ คน (ร๎อยละ ๔๙.๗๘) เพศหญิง ๓๓๕ คน
(รอ๎ ยละ ๕๐.๒๒) จาํ นวนครัวเรือน ๑๕๔ ครัวเรอื น รายได๎เฉลี่ยประชากร ๒๐๓,๐๙๖.๔๘ บาท/ปี ครัวเรือนมี
ภาระหนส้ี นิ ๗๑ ครัวเรอื น(รอ๎ ยละ ๔๗.๖๕) เปน็ สมาชกิ กลํุมสานกระเป๋าพลาสติก ๗ ครัวเรอื น (รอ๎ ยละ ๔.๕๔)
ครัวเรอื นมีการออม ๙๒ ครัวเรอื น (รอ๎ ยละ ๖๔.๗๙) เป็นสมาชกิ กลํุมสานกระเป๋า ๘ ครัวเรือน(ร๎อยละ ๕.๑๙)
ไมมํ ีอาชีพหลัก ๔๓ คน (รอ๎ ยละ ๘.๖๒) ไมํมีอาชีพเสริม ๔๕๘ คน (ร๎อยละ ๙๑.๗๘) วํางงาน ๖๐ คน (ร๎อยละ
๑๒.๐๒) มเี ส๎นทางการพัฒนากลมํุ สานกระเป๋าพลาสติก ดงั น้ี
แผนภาพท่ี ๖.๖๐ เส๎นทางการพฒั นากลุํมสานกระเป๋าพลาสติก
พ.ศ.๒๕๖๑ ชุมชนทํุงออก ประชากรสํวนใหญํประกอบอาชีพเกษตรกรรมทําสวนยางพาราและสวน
ผลไม๎ ซงึ่ ใช๎เวลาในชวํ งเช๎าและมีเวลาวํางในชวํ งบาํ ย คณะกรรมการชุมชนทํงุ ออกจงึ คิดหาแนวทางการใช๎เวลา
วาํ งในการสรา๎ งอาชพี เสรมิ เพิม่ รายได๎ให๎ครอบครัว นําโดยนางชาลิษา บิลลาเต๏ะกรรมการชุมชนทุํงออกซึ่งมี
ความสามารถในการสานกระเปา๋ พลาสตกิ รวมกลมุํ ผท๎ู ว่ี ํางจากการทาํ สวนยางพาราและสวนผลไมเ๎ รียนรทู๎ กั ษะ
การสานกระเป๋าพลาสตกิ จากวัสดุเหลือในบ๎านเชํนซองกาแฟ ส๎นพลาสติกจากลังหํอขนม เป็นต๎นและได๎รับ
งบประมาณสนับสนนุ ด๎านความรเ๎ู พ่ิมเตมิ และอปุ กรณจ๑ ากวทิ ยาลัยเทคนคิ จะนะ เชํน เสน๎ พลาสติก เคร่ืองมือ
ในการสานกระเป๋า เปน็ ตน๎ ระยะแรกมกี ารรวมกลมํุ จาํ นวน ๑๘ ครัวเรือน ระดมห๎ุนคนละ ๒๐๐ บาท เป็นเงิน
๒๔๘
๓,๖๐๐ บาท ผลิตเป็นกระเป๋าและตะกรา๎ ใสํของขนาดตาํ ง ๆ เพือ่ จาํ หนาํ ยใหแ๎ กํประชาชนในพืน้ ท่แี ละนอกพ้ืนท่ี
ปจั จบุ นั มสี มาชกิ ๒๕ ครวั เรือน มกี ารออกแบบกระเป๋าพลาสติกท่หี ลากหลายรปู แบบเพือ่ ใหม๎ ีความทนั สมยั
เพ่ือจาํ หนาํ ยในชุมชน และผู๎มาศกึ ษาดูงานท่ีเทศบาลตาํ บลปรกิ
๒. กลุ่มประชากรเป้าหมาย
สมาชิกกลุํมสานกระเป๋าพลาสติก จํานวน ๒๕ ครัวเรือน และสมาชิกครอบครัวกลุํมสานกระเป๋า
พลาสตกิ จํานวน ๙๓ คน
๓. ผลทต่ี ้องการให้เกดิ ข้ึน
สนับสนุนให๎สมาชิกมีอาชีพเสริม มีรายได๎เพิ่มขึ้น มีผลิตภัณฑ๑กระเป๋าพลาสติกท่ีเกิดจากภูมิปัญญา
ท๎องถ่นิ ในชุมชนและสงํ เสริมการนาํ วัสดเุ หลอื ใช๎ในครวั เรือนมาประดิษฐ๑เป็นกระเป๋า
๔. ขอ้ มลู และเคร่ืองมือในการดาเนนิ งาน
ข๎อมูลและเครือ่ งมอื ท่ีนําใช๎เก่ียวกับการดาํ เนินงานของกลํมุ สานกระเป๋าพลาสติก ได๎แกํ
ข๎อมลู จากฐานข๎อมูลตําบล (TCNAP) ข๎อมูลด๎านเศรษฐกิจ รายได๎เฉลี่ยประชากร/คน/ปี รายได๎เฉลี่ย
ครวั เรือน รอ๎ ยละครวั เรือนทม่ี ีหน้ีสนิ ร๎อยละครวั เรือนท่มี กี ารออม คนวํางงาน คนไมมํ อี าชีพหลกั คนไมมํ ีอาชพี
เสรมิ ข๎อมูลด๎านสภาวะแวดลอ๎ มครัวเรอื น ฐานขอ๎ มูล RECAP ทุนทางสงั คมกลํมุ อาชพี ข๎อมูลความเช่ยี วชาญ
เคร่ืองมือในการดําเนินงาน ได๎แกํ คณะกรรมการบริหารจัดการ รูปแบบการบริหารและการประชุม
ประจําเดือน จาํ นวนเงินทุนหมนุ เวียน กฎ และกติกาการดาํ เนินการกลํมุ
๕. รูปธรรมงาน
ประชาชนมกี ลุํมอาชพี เสริมในชมุ ชน มสี ถานทีจ่ าํ หนาํ ยกระเปา๋ พลาสติก ตะกร๎าและมีวทิ ยากรถํายทอด
ความรูด๎ ๎านการสานกระเป๋าพลาสติกในชุมชน
๖. วธิ ดี าเนินงาน
กลุํมสานกระเป๋าพลาสติกมีวธิ ีการดําเนินงานคือ
๑) แตงํ ตง้ั คณะกรรมการดําเนินงานผํานการประชุมจํานวน ๑๕ คน ประกอบด๎วย ประธานกลํุม รอง
ประธานกลมุํ เลขานกุ าร เหรัญญกิ และกรรมการ เปน็ ตน๎
๒) จดั อบรมและฝกึ ทกั ษะการสานกระเป๋าแบบตําง ๆใหส๎ มาชิกโดยมีวทิ ยากรจากวทิ ยาลัยเทคนิคจะนะ
อําเภอจะนะ จงั หวัดสงขลา
๓) วางแผนการดาํ เนินงานไดแ๎ กํ คณะกรรมการกลุํมนาํ เงินทุนไปซื้อวัสดุ อุปกรณ๑สําหรับสานกระเป๋า
และตะกร๎ามาไว๎ที่บ๎านประธานกลุมํ เพื่อให๎สมาชกิ ซือ้ ไปสานกระเปา๋ ท่ีบา๎ นตนเอง และนําไปขายเพอ่ื หารายได๎ให๎
ครอบครวั
๔) นําผลิตภัณฑ๑ไปจําหนํายในร๎านค๎าในหมูํบ๎าน และท่ีเทศบาลตําบลปริกให๎แกํคณะศึกษาดูงาน
รวมทงั้ งานโอทอประดบั อําเภอ ระดับจงั หวัดและระดบั ประเทศ นาํ ผลกําไรมาจดั สรรแกสํ มาชกิ ตามจํานวนชิ้น
ของสมาชกิ แตํละคน
๕) จดั ทําบญั ชสี รุปรายรับ-รายจํายของกลุํมทุกเดือนและประชุมสมาชิกกลํุมทุกเดือนที่บ๎านประธาน
กลมํุ
๖) สมาชิกของกลุํมเป็นวิทยากรอบรมให๎ความร๎ูในการสานกระเป๋าพลาสติก ให๎แกํ บุคคลทั่วไป เด็ก
นักเรยี น ผอู๎ ายุ
๗. ผลผลติ ผลลัพธ์
มสี มาชกิ กลมํุ สานกระเป๋าพลาสติก จํานวน ๒๕ ครัวเรอื น มเี งนิ ทนุ หมุนเวยี น ๓,๖๐๐ บาท สมาชิกกลํมุ
มีรายได๎จากการสานกระเป๋าเดือนละ ๑,๐๐๐ - ๑,๕๐๐ บาท มีทักษะในการสานพลาสติกหลายรูปแบบ
สามารถเป็นวิทยากรสอนและสาธติ การสานกระเป๋าให๎กับประชาชนท้ังในและนอกชุมชนได๎ มีผู๎มาศึกษาดูงาน
ทัง้ ในและนอกพน้ื ท่ีปีละ ๑๐๐ คน/ปี
๘. ผลกระทบทเี่ กิดข้ึน
กลุํมสานกระเป๋าพลาสติก มกี ารบรหิ ารจัดการกลุํมมีความสอดคล๎องกับ (SDGs) เปูาหมายที่ ๑:ยุติ
ความยากจนยตุ คิ วามยากจนทุกรปู แบบในทุกพ้ืนท่ี เปูาประสงค๑ที่ ๑.๑ ภายในปี ๒๕๗๓ ยุติความยากจนข้ัน
รนุ แรงทง้ั หมดซ่งึ ในปัจจุบนั วัดจากคนทม่ี คี ําใช๎จํายดํารงชีพรายวนั ตํา่ กวาํ ๑.๒๕ ดอลลาหต๑ อํ วันตัวชว้ี ดั ๑.๑.๑
สัดสํวนของประชากรท่ีมรี ายได๎ตา่ํ กวําเส๎นความยากจนสากล จําแนกตามเพศ อายุ สถานะการจ๎างงาน และ
๒๔๙
ท่ีตัง้ ทางภมู ิศาสตร๑ (ชุมชนเมอื ง/ชนบท) สนับสนุนการฝึกทักษะอาชีพให๎กับคนวํางงาน แมํบ๎าน เชํน ทักษะ
งานชาํ งและหัตถกรรม การแปรรปู ผลผลิต เปน็ ต๎น ตัวชวี้ ดั ๑.๒.๒ สัดสํวนของประชากรทอ่ี ยูตํ ํา่ กวําเสน๎ ความ
ยากจนของประเทศจาํ แนกตามเพศ และอายุ สนบั สนนุ การเปิดตลาดนัดสีเขียว ตลาดนัดชุมชน เพ่ือกระจาย
สนิ ค๎า / ผลผลติ ทเี่ ป็นอาหารสําเร็จรูป อาหารสด และเพ่มิ รายไดใ๎ หส๎ มาชกิ เปูาประสงคท๑ ี่๑.๒ ภายในปี ๒๕๗๓
ลดสดั สํวนชาย หญิง และเด็ก ในทกุ ชํวงวยั ทอ่ี ยํูภายใตค๎ วามยากจนในทุกมิติ ตามนิยามของแตลํ ะประเทศ ให๎
ลดลงอยํางน๎อยคร่งึ หนงึ่ ตวั ช้วี ดั ๑.๒.๑ สดั สํวนของประชากรทม่ี รี ายได๎ตา่ํ กวาํ เส๎นความยากจนสากล จําแนก
ตามเพศ อายุ สถานะการจา๎ งงาน และ ท่ตี ง้ั ทางภมู ศิ าสตร๑ (ชมุ ชนเมือง/ชนบท) สนับสนุนการจัดพื้นท่ีตลาด
สําหรบั ขายสินค๎า ผลผลติ สาํ หรับแมบํ า๎ น ผสู๎ งู อายุ เด็กและเยาวชน เพอ่ื กระจายสินค๎า และการเพิ่มรายได๎ใน
ชุมชน เปูาหมายที่ ๘:สํงเสริมการเจริญเตบิ โตทางเศรษฐกจิ ที่ยงั่ ยนื และครอบคลุมและการจา๎ งงานเต็มอัตรา
และงานท่ีมีคุณคําสําหรับทุกคนเปูาประสงค๑ที่ ๘.๑ ทําให๎การเติบโตทางเศรษฐกิจตํอหัวประชากรมีความ
ยง่ั ยนื ตามบรบิ ทของประเทศโดยเฉพาะอยํางย่งิ ใหผ๎ ลิตภัณฑ๑มวลรวมในประเทศของประเทศพฒั นาน๎อยท่ีสุด
มกี ารขยายตัวอยํางน๎อยรอ๎ ยละ ๗ ตอํ ปี ตวั ช้วี ัดท่ี ๘.๑.๑ อัตราการเติบโตเฉลย่ี ตํอปีของรายได๎ที่แท๎จรงิ ตํอหัว
ประชากร สนับสนนุ ให๎ประชาชนและครอบครัวมอี าชีพเสริมมากกวํา ๑ อยําง
สํงผลกระทบตอํ มิติโครงสรา๎ งพน้ื ฐานของชุมชน ดงั น้ี ๑) ดา๎ นสงั คม มกี ารรวมกลมํุ เพื่อประกอบอาชพี
เสรมิ เพ่ิมรายได๎ให๎ครวั เรือน นําวัสดุเหลือใช๎ในชุมชนมาเป็นวัตถุดิบในการสานกระเป๋า หรือตะกร๎า ๒) ด๎าน
เศรษฐกจิ มกี ารสงํ เสริมอาชพี เพิม่ รายได๎ให๎ครัวเรอื น ลดรายจําย ๓) ด๎านสภาวะแวดล๎อม มีการเลือกใช๎วัสดุ
เหลือใชใ๎ นครัวเรือน ๔) ดา๎ นการมีสํวนรํวม เทศบาลมีโครงการพัฒนาอาชีพบรรจุในแผนพัฒนาท๎องถ่ินเพ่ือ
จัดทาํ งบประมาณเพอ่ื สนับสนุนกลํมุ สานกระเปา๋ พลาสตกิ ในการอบรมและศกึ ษาดงู าน
๒๕๐
๖.๔.๙ กลุม่ บ้านพัก B&B
แผนภาพที่ ๖.๖๑ กลุํมบา๎ นพัก B&B
๒๕๑
Key actors กลุมํ บ๎านพัก B&B
งานเด่น
ระดับของทุนทางสงั คม บริการบา๎ นพกั รบั รอง
ความสอดคล้องของ ๗ สังคม
พ้ืนท่ี ระดับกลํมุ ทางสังคมและองค๑กรชุมชน
ผู้ดาเนนิ งานหลัก สงั คมไมเํ ดอื ดรอ๎ น
ชุมชนตลาดใต๎-บ๎านกลาง ,ชุมชนสวนหมํอม เทศบาลตําบล
ปริก และบ๎านตะเคยี นเภา หมํู ๔ ต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา
๑. นายสไุ หรหมาน บนิ ยโู ซ๏ะ
ตําแหนํง ประธานกลํุมบา๎ นพกั B&B
เบอรโ๑ ทรศัพท๑ ๐๘๕- ๑๙๔๕๐๐๖
๒. นายครองศกั ด์ิ เหล็มหมัน
ตาํ แหนงํ รองประธานกลุํมบ๎านพัก B&B
เบอรโ๑ ทรศัพท๑๐๖๕- ๐๓๔๓๖๕๖
๑. ทีม่ าหรอื ฐานคดิ ของการดาเนินงาน
เทศบาลตาํ บลปริกไดเ๎ ข๎ารํวมในโครงการพัฒนาเครอื ขาํ ยชมุ ชนท๎องถิ่นรวํ มขบั เคลอื่ นสํูตาํ บลสขุ
ภาวะ โดยการอบรมเชงิ ปฏิบตั กิ าร แลกเปลี่ยนเรียนรู๎ ด๎านการจัดการสุขภาวะในพื้นท่ีรํวมกับคณะผู๎เข๎ารํวม
การอบรมจากเครอื ขํายการจดั การสขุ ภําวะภาคใต๎ คณะกรรมการเทศบาลตําบลปริกนําโดยนายกเทศมนตรี
ตําบลปริกเลง็ เห็นความสาํ คัญในการเตรยี มทีพ่ ักเพอื่ รับรองผเ๎ู ข๎ารับการแลกเปล่ียนเรียนรู๎ในตําบลเครือขําย
จึงกลํมุ บา๎ นพัก B&B ขึ้น
ข๎อมูลเทศบาลตําบลปริก ประชากร ๕,๑๕๘ คน เพศชาย ๒,๔๗๔ คน (ร๎อยละ ๔๗.๙๖) เพศหญิง
๒,๖๘๔ คน (ร๎อยละ ๕๒.๐๔) จํานวนครัวเรือน ๑,๒๖๑ ครัวเรือน ประชากรสํวนใหญํประกอบอาชีพ
เกษตรกรรม (ทําสวน) รองลงมาคอื รับจา๎ งทั่วไป รายไดเ๎ ฉล่ียประชากร ๒๒๑,๕๘๑.๖๗ บาท/คน/ปี ครัวเรือน
ที่มีหน้ีสิน ๕๓๖ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๔๔.๐๔) เป็นครัวเรือนสมาชิก กลุํมบ๎านพัก B&B ๕ ครัวเรือน(ร๎อยละ
๐.๓๒) ครัวเรือนที่มีการออม ๖๙๐ ครัวเรือน (ร๎อยละ๕๗.๖๙) เป็นครัวเรือนสมาชิก กลํุมบ๎านพัก B&B ๑๕
ครัวเรือน (ร๎อยละ ๐.๙๗) ไมํมีอาชีพหลัก ๖๔๘ คน (ร๎อยละ ๑๖.๒๕) ไมํมีอาชีพเสริม ๓,๖๑๕ คน (ร๎อยละ
๙๐.๖๕) คนวาํ งงาน ๓๗๙ คน (ร๎อยละ ๙.๕๐) มเี สน๎ ทางการพัฒนากลํมุ บา๎ นพกั B&B ดงั น้ี
แผนภาพท่ี ๖.๖๒ เส๎นทางการพัฒนา กลํุมบา๎ นพัก B&B
๒๕๒
พ.ศ.๒๕๕๒ เทศบาลตาํ บลปริกไดเ๎ ข๎ารวํ มใน โครงการพัฒนาเครือขาํ ยชุมชนท๎องถ่ินรํวมขับเคล่ือน สํู
ตาํ บลสุขภาวะท่ีเน๎นกระบวนการพัฒนาโครงการแบบแลกเปล่ยี นเรียนรใู๎ นชุมชนเปน็ เวลา ๕ วนั อยํางตอํ เนื่อง
นายสุริยา ยีขุน นายกเทศมนตรี ตําบลปริก เห็นความสําคัญในการเตรียมที่พักเพ่ือรับรองผ๎ูเข๎ารับการ
แลกเปลยี่ นเรยี นร๎ูในตําบลเครือขําย จึงวางแนวคิดในการพัฒนาการจัดบ๎านพักโฮมสเตย๑ หรือบ๎าน “B&B”
(Bed and Breakfast) หมายถึง“กินอ่ิม นอนอํุน” ได๎พักอาศัยในชุมชนปริกอยํางอบอํุน พร๎อมกับได๎
รับประทานอาหารมือ้ เช๎าจากเจ๎าของบา๎ นตามบริบทของชมุ ชนปรกิ ระยะเริ่มดําเนินการมีสมาชิกเข๎ารํวมกลํุม
จาํ นวน ๑๖ ครวั เรือน แตงํ ตัง้ คณะกรรมการดําเนนิ งานกลุํมบา๎ นพัก B&B จดั โครงการพฒั นาทกั ษะอาชีพและ
การจัดการนําสมาชิกศึกษาดูงานการบริหารจัดการและการดูแลบ๎านพักต๎นแบบที่ อบต.ปากพูน จ.
นครศรธี รรมราช
พ.ศ.๒๕๕๓ เทศบาลตําบลปริกมีการเตรียมความพร๎อมบ๎านพักและเจ๎าของบ๎านพัก“B&B” ใช๎
หลักการพัฒนาฐานเรียนรู๎ด๎วยสโลแกนวํา “ ๓G :๔R : ๕ส คือ ๓G : Get to-gether, Gainknowledge ,
GoodGovernance หมายถึง การจัดการ บ๎านพักต๎องใช๎การมีสํวนรํวมจากประชาชนเจ๎าของบ๎านพัก และ
เจา๎ หนา๎ ที่ของเทศบาล ในการบริหารจัดการท่ีผํานการประชุมปรึกษาหารือกัน มีการสร๎างทีมในการทํางาน
รํวมกัน คือ ทีมบริหารจัดการโครงการ ทีมวิชาการ และทีมประสานงาน รวมท้ังมีทีมวิชาการหนุนเสริม
เร่อื งราวของฐานเรยี นรู๎ให๎เจ๎าของบ๎านพักได๎รับทราบเก่ียวกับแหลํงเรียนร๎ูและสามารถถํายทอดความรู๎เลํา
เรื่องราวในเทศบาลตําบลได๎ ด๎วยการบริหารจัดการโดยหลักธรรมาภิบาล มีความโปรํงใสํ ตรวจสอบได๎
ยตุ ิธรรม เทาํ เทยี ม โดยมคี ณะกรรมการบรหิ ารบา๎ นพกั พิจารณาการดาํ เนินการในการหมนุ เวียนเข๎าที่พัก การ
จัดเตรียมอาหาร การเตรียมบ๎านพัก การตรวจสอบคุณภาพ และประเมินผลบ๎านพักอยํางตํอเน่ือง ๔R :
Rotation, Rational, Reality andtrust, Response หมายถึง การบริหารจัดการบ๎านพักโดยเน๎นการทํา
ความเข๎าใจแกเํ จา๎ ของบา๎ นให๎มเี หตุมผี ลในการจัดผู๎เข๎าพักตามความเหมาะสมของบทบาทหน๎าที่ ตามสถานะ
ของผูเ๎ ขา๎ พกั และเจ๎าของบา๎ นพกั สามารถสร๎างความไวว๎ างใจให๎ผ๎ูเขา๎ พัก มีความรบั ผดิ ชอบในการดูแลเอาใจใสํ
ดว๎ ยความจริงใจ มีการจดั บ๎านพักทีต่ อบสนองตามนโยบายของเทศบาลตําบลปริก การตอบสนองตํอภารกิจ
ของท๎องถิ่นรํวมกับการนําเร่ืองราวของฐานเรียนร๎ูมาเป็นต๎นแบบในบ๎านพัก ๕ส: สะดวก สะอาด สัดสํวน
สนทนา และ สร๎างสรรค๑ หมายถึง บ๎านพักต๎องมีความสะอาด มีการจัดบ๎านพักเป็นสัดสํวนให๎ผ๎ูเข๎าพักรู๎สึก
ปลอดภัย มกี ารสนทนากบั ผ๎ูเขา๎ พักในเชิงสร๎างสรรค๑มีการพูดปากตํอปากถึงผลของการเป็นเจ๎าของบ๎านพัก
และมีการขยายบ๎านพักเพม่ิ เป็น ๒๔ หลงั
ปัจจุบัน เจ๎าของบ๎านพัก B&B มีความชํานาญในการต๎อนรับและมีการดูแลมากขึ้น ได๎ปรับปรุง
บา๎ นพัก ให๎มีการปลูกผกั ปลอดสารพษิ มกี ารคัดแยกขยะ เจ๎าของบ๎านพักสามารถตอบคําถามเรื่องฐานการ
เรียนร๎ูได๎ และเข๎ารํวมในทุกกระบวนการพัฒนาศักยภาพของฐานเรียนรู๎ตําง ๆ ในพ้ืนท่ี จนพัฒนาเป็นฐาน
เรยี นร๎ู พร๎อมทงั้ มีการประชาสัมพนั ธ๑ถึงผลดีที่เกดิ ขน้ึ ให๎คนอ่ืน ๆได๎รับทราบ รวมท้ังเทศบาลตบ๎านพัก B&B
แกผํ ๎ทู ี่สนใจชวํ ยให๎เศรษฐกิจในชุมชนดขี ้นึ ตามมา
๒. กล่มุ ประชากรเป้าหมาย
สมาชกิ ของกลุมํ บา๎ นพัก B&B จํานวน ๒๕ ครัวเรือน และสมาชิกครอบครวั จํานวน ๑๑๐ คน
๓. ผลทตี่ อ้ งการให้เกิดขึ้น
ชุมชนมีบา๎ นพักเพื่อรับรองผู๎มาเยือนเทศบาลตําบลปริก และสามารถถํายทอดความรู๎เลําเรื่องราวใน
เทศบาลตําบลปริกได๎
๔. ข้อมูลและเคร่อื งมอื ในการดาเนินงาน
ขอ๎ มลู และเคร่อื งมอื ท่ีนาํ ใช๎เกี่ยวกับการดําเนินงานของกลํมุ บา๎ นพัก B&B ได๎แกํ
ขอ๎ มลู จากฐานข๎อมูลตําบล (TCNAP) ข๎อมูลด๎านเศรษฐกิจ รายได๎เฉลี่ยประชากร/คน/ปี รายได๎เฉล่ีย
ครัวเรือน รอ๎ ยละครวั เรอื นทม่ี หี นีส้ นิ รอ๎ ยละครวั เรอื นที่มีการออม คนวาํ งงาน คนไมมํ ีอาชีพหลัก คนไมมํ ีอาชพี
เสรมิ ขอ๎ มูลด๎านสภาวะแวดล๎อมครัวเรอื น ฐานข๎อมูล RECAP ทุนทางสังคมกลุํมอาชพี ขอ๎ มลู ความเชย่ี วชาญ
เคร่ืองมือในการดําเนินงานได๎แกํ คณะกรรมการบริหารจัดการ จํานวนเงินทุนหมุนเวียน การประชุม
ประจําเดือน กฎกติกาการดําเนนิ การกลมํุ เป็นต๎น
๒๕๓
๕. รูปธรรมงาน
มีบ๎านพักสําหรับรับรองผ๎ูมาเยือน จํานวน ๒๔ หลังคาเรือน และเป็นแหลํงแลกเปล่ียนเรียนร๎ู ใน
ท๎องถ่นิ เกี่ยวกบั การคัดแยกขยะ การปลูกผกั ปลอดสารพิษ
๖. วธิ ดี าเนินการ
กลํมุ บา๎ นพกั B&B มีการดาํ เนนิ งาน ดังน้ี
๑) แตงํ ตัง้ คณะกรรมการบรหิ ารบา๎ นพัก B&B ผํานการประชุม จํานวน ๑๖ คน ประกอบด๎วย ประธาน
กลํมุ รองประธานกลํุม เลขานกุ าร เหรัญญกิ และกรรมการ
๒) เชญิ ชวนผูส๎ นใจให๎บริการบ๎านพักไปศึกษาดูงานการให๎บริการบ๎านพักโฮมสเตย๑หรือ B&B ในพ้ืนท่ี
อืน่ ๆไดร๎ ับสนบั สนุนงบประมาณจากเทศบาลตําบลปริก
๓) การกําหนดหลักเกณฑ๑ และเงื่อนไขของ B&B ท่ีผู๎เข๎ารํวมโครงการ คือเจ๎าของบ๎านต๎องมี
องคป๑ ระกอบ ๕ ส. คอื บ๎านพักตอ๎ งมีความเปน็ สดั สวํ น สามารถพักอาศัยได๎ด๎วยความสบายใจ บริเวณรอบๆ
บา๎ นพักและเสน๎ ทางทจี่ ะมาถงึ บ๎านพัก B&B ตอ๎ งมีความสะอาด และบา๎ น B&B แตํละหลังท่ีเข๎ารวํ ม
โครงการตอ๎ งมสี ง่ิ อํานวยความสะดวกพอประมาณ เชนํ ทีน่ อน หมอน ม๎ุง ห๎องนอน ห๎องนาํ้ สิ่งของเคร่ืองใช๎ที่
จาํ เปน็ พ้นื ฐาน อาหารเช๎า เปน็ ต๎น ในขณะเดยี วกนั หลงั จากที่ผู๎เข๎าพักลงเย่ียมฐานเรียนรู๎ในแตํละวัน เจ๎าของ
บา๎ นพกั ตอ๎ งทําหนา๎ ทเ่ี ป็นผนู๎ าํ การสนทนากับผูม๎ าพกั เพือ่ เปน็ การแลกเปล่ยี นเรยี นร๎ูส่ิงที่
เกิดประโยชน๑ตอํ ตนเอง ครอบครัว ชุมชนและสังคมในระดับกว๎างตํอไป และกําหนดราคาเข๎าพักคนละ ๒๕๐
บาท/คนื
๔) เปิดรบั สมัครอาสาสมัครบริการบ๎านพักB&B
๕) คณะกรรมการกําหนดหลักเกณฑ๑เกี่ยวกับบ๎านพัก B&Bทําหน๎าท่ีในการจัดผู๎เข๎าพักให๎กับเจ๎าของ
บ๎านพักซง่ึ จะพจิ ารณาบนฐานของการหมนุ เวียนให๎ทว่ั ถึงและครอบคลมุ ทกุ บา๎ น
๖) ประชมุ ค๎นหาอปุ สรรคและผลสําเร็จจากการดําเนินการทุก ๓ เดือน การพัฒนาคุณภาพบ๎านพักบี
แอนด๑บีอยํางตํอเนื่อง โดยการนําข๎อมูลจากแบบประเมินผลสะท๎อนจากผ๎ูท่ีเข๎าพักให๎เจ๎าของบ๎านพัก B&B
ได๎รับทราบ เพื่อนําไปปรบั ปรงุ ในสวํ นทจ่ี ะต๎องปรับปรงุ แกไ๎ ข
๗. ผลผลิต ผลลพั ธ์
มีสมาชิกกลุํมบ๎านพัก B&B จํานวน ๒๕ หลังคาเรือน มีรายได๎เพ่ิมข้ึนจากการเปิดให๎บริการบ๎านพัก
B&B ครัวเรือนละ ๒๐,๐๐๐ บาทตํอปี ชุมชนมีบ๎านพักรองรับผู๎ท่ีสนใจและมาศึกษาดูงานในชุมชนทําให๎
เศรษฐกจิ ในชุมชนดขี ึ้น
๘. ผลกระทบที่เกิดขนึ้
กลุํมบา๎ นพกั B&B มกี ารบรหิ ารจดั การกลุมํ สอดคล๎องกับนโยบายเปูาหมายการพฒั นาทย่ี ่งั ยืน(SDGs)
เปูาหมายท่ี ๑: ยุติความยากจน ยุติความยากจนทุกรูปแบบในทุกพื้นท่ี เปูาประสงค๑ท่ี ๑.๗ สร๎างกรอบ
นโยบายทเ่ี หมาะสมในระดับประเทศ ระดบั ภมู ิภาค และระดับนานาชาติ บนฐานของยุทธศาสตร๑การพัฒนาท่ี
สนบั สนุนความยากจน (pro-poor) และคาํ นึงถึงความละเอยี ดอํอนเชงิ เพศภาวะ (gender-sensitive) เพ่ือ
จะสนับสนุนการเรงํ การลงทนุ เพือ่ ปฏบิ ัตกิ ารยุติความยากจน ตวั ช้วี ดั ๑.๗.๑ สัดสํวนการใชจ๎ ํายหมนุ เวียนและ
การใชจ๎ ํายเพ่ือการลงทุนของรฐั บาลทีม่ ไี ปยงั สาขาตาํ งๆ ซงึ่ แบํงผลประโยชน๑เปน็ ตํอผ๎หู ญิง ตอํ คนยากจน และ
ตํอกลุมํ ผเ๎ู ปราะบาง งานและกจิ กรรมชุมชนที่สนับสนุนตัวช้ีวัด สนับสนุนให๎มีพื้นที่ต๎นแบบท่ีสามารถชํวยให๎
เพ่มิ รายได๎ให๎สมาชกิ ในชมุ ชนได๎ เปาู หมายท่ี ๘:สํงเสรมิ การเจริญเตบิ โตทางเศรษฐกิจท่ีย่ังยืน และครอบคลุม
และการจ๎างงานเต็มอัตรา และงานท่มี คี ุณคําสาํ หรบั ทกุ คน เปาู ประสงคท๑ ่ี ๘.๑ ทาํ ใหก๎ ารเติบโตทางเศรษฐกิจ
ตอํ หัวประชากรมคี วามยั่งยืนตามบริบทของประเทศโดยเฉพาะอยํางยิ่ง ให๎ผลิตภัณฑ๑มวลรวมในประเทศของ
ประเทศพฒั นาน๎อยท่ีสุดมีการขยายตวั อยาํ งนอ๎ ยรอ๎ ยละ ๗ ตํอปีตัวช้ีวัดที่ ๘.๑.๑ อัตราการเติบโตเฉล่ียตํอปี
ของรายได๎ท่แี ท๎จรงิ ตํอหัวประชากร สนบั สนนุ ให๎ประชาชนและครอบครวั มอี าชีพเสริมมากกวํา ๑ อยําง
นอกจากนัน้ การดาํ เนินงานและกิจกรรม สํงผลกระทบตํอมิติโครงสร๎างพ้ืนฐานของชุมชน ดังนี้ ๑)
ดา๎ นสังคม สมาชกิ กลํมุ บา๎ นพกั B&B มีการรวมกลุมํ และบรหิ ารจดั การบ๎านพักของตนเองเพอื่ รับรองแขกผู๎มา
เยือนและเป็นฐานแลกเปล่ียนเรียนรู๎เกี่ยวกับการจัดการขยะและเกษตรปลอดสารเคมีในชุมชน ๒) ด๎าน
เศรษฐกิจ สมาชิกของกลุํมมีรายได๎เสริมจากการให๎บริการบ๎านพัก ๓) ด๎านสภาวะแวดล๎อม มีการจัดการ
ส่งิ แวดล๎อมทนี่ าํ อยูํภายใตห๎ ลกั ๕ ส. สดั สวํ น สะอาด สะดวก สนทนา และสร๎างสรรค๑ และมกี ารปลูกผักปลอด
๒๕๔
สารเคมี การทาํ ปยุ๋ หมัก การผลิตนาํ้ ยาลา๎ งจานใช๎ในครวั เรอื น มีการคดั แยกขยะและการขยะท่ีได๎มาตรฐานทํา
ใหช๎ มุ ชนนาํ อยูํ ๔) ดา๎ นสุขภาพ มีผลิตภัณฑ๑ที่ปลอดสารเคมีในการอุปโภค บริโภค ลดการเกิดโรคจากการใช๎
สารเคมี และ ๕) ด๎านการสงํ เสรมิ การมสี ํวนรํวมของเทศบาลตําบลปริก เทศบาลมีการบรรจุโครงการพัฒนา
อาชพี ลงในแผนพฒั นาทอ๎ งถ่ินประจาํ ปี และจดั สรรงบประมาณเพ่ือสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพกลํุมอาชีพ
โดยการอบรมและศึกษาดูงาน
๒๕๕
๖.๔.๑๐ กลุ่มจัดดอกไม้สด
แผนภาพท่ี ๖.๖๓ กลุํมจดั ดอกไม๎สดชมุ ชนตลาดปรกิ
๒๕๖
Key actors กลุํมจดั ดอกไมส๎ ดชมุ ชนตลาดปริก
งานเด่น
ระดับของทุนทางสังคม จดั ดอกไมส๎ ดประดับในงานพิธีตาํ ง ๆ
ความสอดคล้องของ ๗ สงั คม ระดับกลุมํ ทางสงั คมและองคก๑ รชุมชน
พ้ืนท่ี
ผูด้ าเนินงานหลกั สงั คมไมเํ ดือดร๎อน
ชุมชนตลาดปรกิ
นางศริ ิขวัญ อนันตพนั ธ๑ ตําแหนงํ ประธานกลมํุ จัดดอกไมส๎ ด
เบอรโ๑ ทรศพั ท๑ ๐๙๗-๓๔๙๓๑๕๗
๑. ทีม่ าหรือฐานคดิ ของการดาเนินงาน
ประชากรชุมชนตลาดปริกมอี าชีพสวํ นใหญทํ าํ สวนยางพาราและสวนผลไมซ๎ ่ึงจะทาํ อาชพี หลกั ในชํวงเช๎า
และมีเวลาวํางชํวงบําย คณะกรรมชุมชนตลาดปริกจึงมีการรวมกลํุมปรึกษาหารือการสร๎างอาชีพเสริมเพ่ิม
รายไดใ๎ หค๎ รัวเรือน และใช๎เวลาวํางให๎เกิดประโยชน๑ พบวาํ ในชมุ ชนมผี ู๎เชย่ี วชาญการทําดอกไม๎จนั ทนจ๑ ึงรวบรวม
ผท๎ู ีส่ นใจฝึกการทาํ ดอกไมจ๎ ันทน๑เพอ่ื จําหนํายในชุมชนและพื้นท่ีใกล๎เคียง โดยมีนางศิริขวัญ อนันตพันธ๑ เป็น
ประธานกลํมุ และได๎รบั งบประมาณสนับสนุนจากโครงการอยดูํ มี สี ขุ
ขอ๎ มลู ชุมชนตลาดปริก มีประชากรท้ังหมด ๘๗๐ คน เพศชาย ๔๐๔ คน(รอ๎ ยละ ๔๖.๔๔ ) เพศหญิง ๔๖๖
คน (ร๎อยละ ๕๓.๕๖) ครัวเรือน ๒๕๓ ครัวเรือน รายได๎เฉล่ียประชากร ๒๓๓,๐๑๙.๗๖ บาท/ปี ครัวเรือนที่มี
หน้ีสิน ๗๘ ครัวเรือน (ร๎อยละ๓๐.๙๕ )เป็นครัวเรือนสมาชิกกลํุมจัดดอกไม๎สด ๑ ครัวเรือน(ร๎อยละ ๐.๕๒)
ครัวเรอื นทม่ี กี ารออม ๑๘๐ ครัวเรอื น (ร๎อยละ ๗๒.๒๙) เป็นครัวเรือนสมาชิกกลํุมจัดดอกไม๎สด ๗ ครัวเรือน
(รอ๎ ยละ ๓.๖๘) ไมํมอี าชีพหลัก ๑๑๖ คน (ร๎อยละ ๑๖.๖๙) ไมํมีอาชพี เสริม ๖๖๕ คน (ร๎อยละ ๙๕.๖๘) วํางงาน
๔๙ คน (ร๎อยละ ๗.๐๕) มเี สน๎ ทางการพฒั นากลํุมจดั ดอกไมส๎ ด ดังน้ี
แผนภาพที่ ๖.๖๔ เส๎นทางการพฒั นากลุมํ จัดดอกไมส๎ ด
พ.ศ.๒๕๔๙ ชุมชนตลาดปรกิ ได๎รับสนับสนนุ งบประมาณจากโครงการอยดูํ ีมีสุข จาํ นวน ๗๐,๐๐๐ บาท
โดยมีนางศิริขวัญ อนันตพันธ๑ ซึ่งมีความเช่ียวชาญในการจัดดอกไม๎สด เป็นผ๎ูริเร่ิมกํอตั้งกลํุมจัดดอกไม๎สด
รวมกลุํมแมํบ๎านในชมุ ชนและผท๎ู ี่วํางจากการทาํ สวนยางพาราและสวนผลไม๎ท่ีฝึกทักษะการจัดดอกไม๎สดและ
รับจัดดอกไมส๎ ด ตกแตํงซ๎ุมดอกไม๎สดในงานพธิ ีการตาํ ง ๆ เชนํ งานมงคลสมรส งานศพ รัฐพิธีตําง ๆ เป็นต๎น
มสี มาชิกครัง้ แรกจาํ นวน ๑๕ ครัวเรือน
พ.ศ.๒๕๕๒-ปัจจุบัน เทศบาลตําบลปริกได๎เข๎ารํวมในโครงการพัฒนาเครือขํายชุมชนท๎องถ่ินรํวม
ขับเคลื่อนสูํตําบลสุขภาวะท่ีเน๎นกระบวนการพัฒนาโครงการแบบแลกเปล่ียนเรียนรู๎ สนับสนุนให๎กลุํมจัด
๒๕๗
ดอกไม๎สดเป็นแหลงํ เรยี นรู๎ในชุมชน มีการพัฒนาการจัดดอกไม๎ท่ีหลากหลายแบบและมีความทันสมัย ย่ิงข้ึน
ปจั จุบันมสี มาชิกกลํุม ๘ ครัวเรือน
๒. กลุ่มประชากรเป้าหมาย
สมาชกิ กลํุมดอกไม๎สด จาํ นวน ๘ ครัวเรือน และสมาชิกครอบครัว จาํ นวน ๒๖ คน
๓. ผลที่ตอ้ งการใหเ้ กดิ ข้ึน
มกี ารรวมกลํมุ สมาชกิ การจดั ดอกไม๎ สมาชกิ มรี ายได๎เสรมิ จากการจัดดอกไม๎สด มวี ิทยากรถาํ ยทอด
ความรกู๎ ารจัดดอกไมส๎ ดในชมุ ชน
๔. ขอ้ มูลและเครอื่ งมือในการดาเนนิ งาน
ข๎อมลู และเครือ่ งมือทีน่ าํ ใชเ๎ ก่ยี วกับการดําเนินงานของกลมํุ จัดดอกไมส๎ ด ไดแ๎ กํ
ขอ๎ มูลจากฐานข๎อมลู ตาํ บล (TCNAP) ข๎อมลู ดา๎ นเศรษฐกจิ รายได๎เฉล่ยี ประชากร/คน/ปี รายได๎เฉลี่ยครัวเรือน
ร๎อยละครัวเรือนที่มีหนี้สิน ร๎อยละครัวเรือนที่มีการออม คนวํางงาน คนไมํมีอาชีพหลัก คนไมํมีอาชีพเสริม
ข๎อมูลด๎านสภาวะแวดล๎อมครวั เรือน ฐานข๎อมูล RECAP ทนุ ทางสังคมกลมุํ อาชีพ ข๎อมลู ความเชี่ยวชาญ
เคร่ืองมือในการดําเนินงาน ได๎แกํ คณะกรรมการบริหารจัดการ รู ปแบบการบริหาร การประชุม
ประจําเดือน จํานวนเงนิ ทุนหมนุ เวียน กฎ กติกาการดําเนินการกลํมุ และการปันผลดอกเบี้ยทเ่ี กิดขน้ึ
๕. รูปธรรมงาน
จัดดอกไมส๎ ดหรอื ซ๎มุ ดอกไมส๎ ดในงานพิธีการตาํ ง ๆ เชํน งานมงคลสมรส งานศพ และรัฐพิธีตําง ๆ ด๎วย
ราคาถูกกวําท๎องตลาดในหลากหลายแบบและมีความทันสมัย เป็นจิตอาสาอบรมการจัดดอกไม๎สดให๎แกํ
ประชาชนท่วั ไป
๖. วธิ ดี าเนินงาน
การดําเนนิ การกลํุมจัดดอกไม๎สดมีการขับเคลอื่ นโดยคนในชมุ ชนเอง ไดแ๎ กํ
๑) มกี ารแตํงตัง้ คณะกรรมการบริหารกลํุมผํานการประชุม มีคณะกรรมการ จํานวน ๔ คน และการ
กําหนด กฎ กติกา ขอ๎ ตกลง รูปแบบการบริหารจัดการ เชํน การรับสมัครสมาชิก การออกแบบการจัด การ
แบํงผลกําไรให๎กับสมาชิกกลํุมหลักหักคําใช๎จําย โดยหักร๎อยละ ๕ สําหรับบริหารจัดการในกลํุม การเป็น
วทิ ยากรอบรมใหค๎ วามรใู๎ นการจดั ดอกไม๎สดใหก๎ ับประชาชนทั่วไป เปน็ ตน๎
๒) การจดั การการเงิน ทรพั ยากร ได๎แกํ การจดั สถานท่ีเก็บวัตถุ อุปกรณ๑ การจัดหาวัสดุอุปกรณ๑ การ
ตดิ ตอํ ลูกคา๎
๓) จัดทําบญั ชีสรปุ รายรับ-รายจํายของกลุํมทุกเดือนและประชุมสมาชิกกลุํมทุกเดือนที่บ๎านประธาน
กลมํุ และแบํงรายไดใ๎ หส๎ มาชิกหลังหกั คาํ ใชจ๎ ํายแตลํ ะครั้งเทําๆกัน มที นุ คงเหลือหมนุ เวียนเป็นอุปกรณ๑สําหรับ
จัดดอกไม๎สด เชนํ ชุดนํา้ สงั ข๑ ชุดพานขันหมาก โครงเหล็กสําหรับจัดซุม๎ ดอกไมส๎ ด ผา๎ แพร ผ๎ามําน เป็นตน๎
๔) สมาชกิ กลุํมได๎รบั การพฒั นาศกั ยภาพโดยการอบรม ศกึ ษาดงู าน
๗. ผลผลิต ผลลัพธ์
กลํุมจัดดอกไม๎สดมีทักษะการจัดดอกไม๎สด การทําพวงหรีด มีสถานท่ีรับจัดดอกไม๎สดในชุมชนด๎วย
ราคาต่าํ กวําท๎องตลาด เปน็ การเพิม่ รายไดใ๎ หแ๎ กสํ มาชกิ จากการไดร๎ บั เงนิ ปนั ผลตามคําแรงในการจดั ดอกไม๎สด
เฉลี่ย ๒,๐๐๐ บาทตํอเดือน มีวิทยากรเผยแพรํภูมิปัญญาท๎องถิ่นในการจัดดอกไม๎สดท่ีหลากหลายและ
ทนั สมัยให๎กลํุมแมํบา๎ นในเทศบาลตําบลปริก ๑๐๐ คน/ปี
๘. ผลกระทบท่เี กิดข้ึน
กลํมุ ดอกไมส๎ ด มีการบรหิ ารจัดการกลมํุ มคี วามสอดคล๎องกับ (SDGs) เปูาหมายที่ ๑: ยุตคิ วามยากจน
ทุกรปู แบบในทกุ พ้นื ที่ ตัวช้วี ัด ๑.๑.๑ สัดสํวนของประชากรที่มีรายได๎ตํ่ากวําเส๎นความยากจนสากล จําแนก
ตามเพศ อายุ สถานะการจา๎ งงาน และ ทต่ี งั้ ทางภมู ศิ าสตร๑ (ชมุ ชนเมอื ง/ชนบท) สนับสนุนการฝกึ ทักษะอาชีพ
ให๎กับคนวํางงาน แมํบ๎าน เชํน ทักษะงานชํางและหัตถกรรม การแปรรูปผลผลิต เป็นต๎น เปูาหมายที่ ๘:
สํงเสริมการเจรญิ เติบโตทางเศรษฐกจิ ท่ยี ั่งยืน และครอบคลุมและการจ๎างงานเต็มอัตรา และงานที่มีคุณคํา
สําหรบั ทุกคน เปูาประสงคท๑ ี่ ๘.๑ ทําใหก๎ ารเตบิ โตทางเศรษฐกิจตํอหัวประชากรมีความย่ังยืนตามบริบทของ
ประเทศโดยเฉพาะอยํางยง่ิ ใหผ๎ ลติ ภัณฑ๑มวลรวมในประเทศของประเทศพัฒนาน๎อยท่ีสุดมีการขยายตัวอยําง
น๎อยรอ๎ ยละ ๗ ตํอปี ตวั ช้วี ัดท่ี ๘.๑.๑ อัตราการเติบโตเฉลย่ี ตํอปีของรายได๎ที่แท๎จริงตํอหัวประชากร งานและ
กิจกรรมของชมุ ชนทอ๎ งถ่นิ ทส่ี นับสนุนตวั ชวี้ ดั สนบั สนนุ ให๎กลุมํ อาชพี ในชมุ ชนสํงสนิ คา๎ เข๎ารับการคัดสรรสนิ ค๎า
๒๕๘
OTOP สํงเสริมให๎กลํุมอาชีพในชุมชนปรับปรุงและพัฒนาสินค๎าให๎ได๎มาตรฐาน สนับสนุนให๎ประชาชนและ
ครอบครัวมอี าชพี เสริมมากกวาํ ๑ อยําง นอกจากนั้น การดําเนินงานและกิจกรรม ยังสํงผลกระทบตํอมิติ
โครงสรา๎ งพ้นื ฐานของชุมชน ดังนี้ ๑) ดา๎ นสังคม มีการรวมกลมุํ ในการประกอบอาชีพเสริมเพ่ือหารายได๎เสริม
แกคํ รอบครวั และถาํ ยทอดความรู๎ในการจดั ดอกไมส๎ ดใหก๎ ับคนในชุมชน ๒) ด๎านเศรษฐกิจ สมาชิกของกลํุมมี
รายไดเ๎ พม่ิ ขน้ึ เพื่อเป็นคําใชจ๎ ํายในครอบครัว และประชาชนในพ้นื มีซมุ๎ ดอกไม๎ในราคาถกู กวําท๎องตลาด และ ๓)
ด๎านการเมืองการปกครอง เทศบาลเล็งเห็นความสาํ คัญดา๎ นการสงํ เสรมิ อาชพี ใหแ๎ กํประชาชนจงึ ได๎มีการบรรจุ
โครงการพัฒนาอาชีพลงในแผนพฒั นาทอ๎ งถิน่ ประจาํ ปี และจัดสรรงบประมาณประจําปีเพื่อสนับสนุนการจัด
โครงการสงํ เสริมพฒั นาศักยภาพกลุํมอาชีพ
๒๕๙
๖.๔.๑๑ กล่มุ นา้ ยางสด
แผนภาพที่ ๖.๖๕ กลมุํ นา้ํ ยางสดชมุ ชนปรกิ ตก
๒๖๐
Key actors กลุ่มนา้ ยางสดชมุ ชนปริกตก
งานเดน่
ระดับของทุนทางสังคม รบั ซอื้ และจําหนาํ ยน้ํายางสด
ความสอดคล้องของ ๗ สงั คม ระดบั กลมํุ ทางสังคมและองคก๑ รชุมชน
พน้ื ที่
ผูด้ าเนนิ งานหลัก สังคมไมํเดือดรอ๎ น
ชุมชนปรกิ ตก เทศบาลตําบลปรกิ
นายมะหนบั หลงโส๏ะ ตําแหนงํ ประธานกลํุมนาํ้ ยางสด
เบอร๑โทรศัพท๑ ๐๘๗-๑๒๓๗๖๙๐
๑. ทม่ี าหรอื ฐานคดิ ของการดาเนนิ งาน
เกษตรกรในพื้นที่ชุมชนปรกิ ตก นยิ มปลูกตน๎ ยางพาราและจําหนํายนํ้ายางสด ประสบปัญหาด๎าน
เศรษฐกิจ น้ํายางล๎นตลาด ราคาน้ํายางตกตํ่าไมํได๎รับความเป็นธรรมจากการขายนํ้ายาง เพราะโดน
พํอคา๎ คนกลางกดราคารับซ้ือน้ํายางสด นายอับดลรอซัก หวันเต๏ะ ประธานสภาเทศบาลตําบลปริก ซ่ึงเป็น
แกนนาํ เกษตรกร จึงรวมกลํุมเกษตรกรจัดตง้ั กลุํมนํ้ายางสด รวบรวมนํา้ ยางขายนา้ํ ยางสดให๎ผ๎ูรับซ้ือรายใหญํ
โดยไมผํ ํานพํอค๎าคนกลาง และรณรงคใ๑ ห๎เกษตรกรชาวสวนยางมีการปลกู พืชแซมยางได๎แกํ ผลไม๎และผักสวน
ครัว เพ่ือเพม่ิ รายได๎ใหแ๎ กํสมาชิกอีกทางหนง่ึ
ชมุ ชนปรกิ ตก มีประชากรทง้ั หมด ๘๓๖ คน เพศชาย ๔๐๖ คน(ร๎อยละ ๔๘.๕๖) เพศหญิง ๔๓๐ คน(ร๎อย
ละ ๕๑.๔๔) มคี รัวเรอื น ๑๙๐ ครัวเรอื น ประชากรมรี ายไดเ๎ ฉลย่ี ประชากร ๑๑๘,๔๑๔.๕๖ บาท/ปี ครัวเรือนที่มี
หนีส้ นิ ๙๒ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๔๘.๙๔) เป็นครัวเรือนสมาชิกกลุํมน้ํายางสด ๒๑ ครัวเรือน(ร๎อยละ ๑๑.๐๕)
ครัวเรือนท่ีมีการออม ๙๔ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๕๐.๒๗) เป็นครัวเรือนสมาชิกกลํุมนํ้ายางสด ๒๔ ครัวเรือน
(รอ๎ ยละ ๑๒.๖๓) ไมํมอี าชพี หลกั ๔๔ คน (รอ๎ ยละ ๖.๙๔) ไมํมีอาชีพเสริม ๕๙๐ คน (ร๎อยละ ๙๓.๐๖) วํางงาน
๔๘ คน (ร๎อยละ ๗.๕๗) มเี ส๎นทางการพฒั นากลุํมนํา้ ยางสด ดังน้ี
แผนภาพท่ี ๖.๖๖ เสน๎ ทางการพฒั นากลํมุ นํ้ายางสด
พ.ศ. ๒๕๕๓ เกษตรกรสวนยางประสบปญั หาด๎านเศรษฐกจิ ราคายางตกตํ่าและถกู กดราคานํ้ายางจาก
พํอค๎าคนกลางโดยถูกหกั เปอร๑เซ็นตน๑ ํา้ ยางสดไมํน๎อยกวําคร้ังละ ๒- ๓ เปอร๑เซ็นต๑ซ่ึงหมายถึงเกษตรกรต๎อง
ขาดรายไดใ๎ นเร่อื งของเปอร๑เซน็ ตน๑ ํ้ายางครงั้ ละ ๘๐-๙๐ บาท นายอับดลรอซกั หวนั เตะ๏ ประธานสภาเทศบาล
ตําบลปริกซึง่ เปน็ แกนนาํ เกษตรกร รบั ร๎ปู ญั หาท่เี กิดขนึ้ กับเกษตรกรชาวสวนยางพาราในท๎องถ่ิน จึงรวมกลุํม
เกษตรกรจัดต้งั กลํุมน้ํายางสดเพอื่ รวบรวมน้ํายางตอํ รองราคากบั พอํ ค๎าคนกลางและนาํ ขายน้าํ ยางใหก๎ บั พอํ ค๎า
รายใหญํเพอ่ื ใหไ๎ ด๎ราคาท่ยี ตุ ธิ รรม โดยมสี มาชิกคร้ังแรก จาํ นวน ๘ ครวั เรอื น รวมห๎ุนกันครัวเรอื นละ ๕๐๐ บาท
นาํ มาลงทุนซือ้ นํ้ายางสด จากสมาชกิ และเกษตรกรชาวสวนยางทัว่ ไป ทาํ ให๎สมาชิกไมํโดนกดราคา
๒๖๑
พ.ศ.๒๕๕๔ สมาชกิ กลุํมรณรงคใ๑ หเ๎ กษตรกรชาวสวนยางมีการปลูกพชื แซมยาง ไดแ๎ กํ ผลไม๎ พืชและ
ผักสวนครัว เพอื่ เพม่ิ รายไดใ๎ ห๎แกํสมาชกิ อีกทางหนงึ่ ประกอบกับเรมิ่ มนี ํ้ายางสดเพิ่มมากขึ้น จึงมีการเพ่ิมทุน
ในการรับซอื้ นํ้ายางสดโดยเปดิ รับสมคั รสมาชิกเพ่ิม
พ.ศ.๒๕๖๐ นายอับดลรอซัก หวันเต๏ะ ประธานกลุํมได๎เสียชีวิต มีการคัดเลือกประธานกลํุมคนใหมํ
ผํานการประชมุ คือ นายมะหนับ หลงโส๏ะ ดําเนินการตอํ มา ปัจจุบนั มีสมาชิกจํานวน ๗๐ ครัวเรือน หมุนเวียน
กันดําเนินการรับซ้ือและนําสํงโรงงานใกล๎เคียง ทําให๎เกษตรกรชาวสวนยางสามารถขายนํ้ายางสดได๎ราคา
ดกี วาํ ทีข่ ายกับพํอคา๎ คนกลางและทกุ คนรส๎ู ึกเป็นเจ๎าของกจิ การ
๒. กลุม่ ประชากรเป้าหมาย
สมาชกิ กลมุํ นํา้ ยางสด จาํ นวน ๗๐ ครวั เรอื น และสมาชกิ ครอบครวั กลํุมน้ํายางสด จํานวน ๒๕๙ คน
๓. ผลทตี่ อ้ งการให้เกดิ ขน้ึ
เพื่อสนับสนุนให๎สมาชิกและประชาชนในชุมชนมีรายได๎มั่นคง โดยพัฒนากลุํมนํ้ายางสดให๎มีความ
เข๎มแขง็ เตบิ โตอยาํ งย่งั ยืนชมุ ชนมแี หลงํ รับซื้อนา้ํ ยางสดในชมุ ชนชวํ ยลดตน๎ ทนุ และเพ่ิมรายได๎จากผลิตผลจาก
พืชแซมยาง
๔. ข้อมูลและเครอื่ งมอื ในการดาเนินงาน
ข๎อมูลและเครอ่ื งมอื ท่นี าํ ใชเ๎ ก่ียวกับการดาํ เนินงานของกลมุํ นํ้ายางสด ได๎แกํ
ขอ๎ มูลจากฐานข๎อมูลตําบล (TCNAP) ข๎อมูลด๎านเศรษฐกิจ รายได๎เฉล่ียประชากร/คน/ปี รายได๎เฉลี่ย
ครวั เรอื น ร๎อยละครัวเรอื นท่ีมหี นสี้ ิน ร๎อยละครวั เรอื นทม่ี กี ารออม คนวาํ งงาน คนไมํมีอาชีพหลัก คนไมํมีอาชีพ
เสริม ข๎อมลู ด๎านสภาวะแวดลอ๎ มครวั เรอื น ฐานขอ๎ มลู RECAP ทุนทางสังคมกลุํมอาชีพ ขอ๎ มูลความเชีย่ วชาญ
เครื่องมือในการดําเนินงานได๎แกํ คณะกรรมการบริหารจัดการ รูปแบบการบริหาร การประชุม
ประจาํ เดอื น จํานวนเงินทุนหมนุ เวียน กฎ กติกาการดําเนนิ การกลมํุ และการปันผลกําไร
๕. รูปธรรมงาน
มกี ลุมํ รบั ซอื้ นํ้ายางสดในชุมชน โดยราคาทเี่ ปน็ ธรรม ผํานการบริหารจดั การโดยคนในชมุ ชน และมบี ัญชี
รายรับ รายจาํ ย เพ่ือปันผลกําไรให๎แกํสมาชิก
๖. วธิ ีดาเนนิ งาน
กลุํมนา้ํ ยางสดมวี ธิ กี ารดาํ เนินการ ดงั นี้
๑) มีการแตํงตั้งคณะกรรมการดําเนินการกลุํมผํานการประชุมคณะกรรมการจํานวน ๑๒ คน
ประกอบดว๎ ย ประธานกลมํุ รองประธานกลุํม เลขานุการ เหรัญญิก และกรรมการ
๒) กําหนด กฎ กติกา ข๎อตกลง ข๎อบังคับ การกําหนดรูปแบบการบริหารจัดการ เชํน การรับสมัคร
สมาชกิ ครวั เรือนละ ๕๐๐ บาท โดยหกั ร๎อยละ ๕ ของผลกาํ ไร เพ่อื สนบั สนุนกิจกรรมทางสังคม เชํน กิจกรรม
วนั ฮารรี ายอ วันเดก็ กิจกรรมกีฬาของเทศบาล เป็นต๎น ท่ีเหลือร๎อยละ ๒๐ปันผลให๎ การได๎รับสิทธิในการซื้อ
อปุ กรณ๑ที่ใชใ๎ นการทําสวนยางพาราแบบใชส๎ ินเช่อื
๓) เตรียมสถานท่รี ับซ้ือน้ํายางสดทส่ี วนประธานกลมุํ มกี ารรับซอื้ นํ้ายางทกุ วัน เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๒.๐๐
น. โดยคณะกรรมการของกลุํมหมุนเวียนกันดําเนินการรบั ซื้อและนําสงํ โรงงานใกลเ๎ คียง
๔) จัดทาํ บญั ชีรายรับ-รายจาํ ย การรบั ซอื้ นํา้ ยางสด
๕) เป็นวิทยากรให๎ความร๎ูแกผํ ูท๎ ่สี นใจการบริหารจดั การกลํมุ นํ้ายางสด
๖) ประชมุ กลมํุ เพ่อื รับทราบปัญหาการดาํ เนนิ การกลมํุ และหาแนวทางการพัฒนางาน พฒั นาศักยภาพ
สมาชิกกลุมํ ทกุ เดอื น เชนํ การดูแลสวนยาง การเรงํ นา้ํ ยาง การกาํ จดั วชั พชื เปน็ ต๎น
๗. ผลผลติ ผลลัพธ์
กลุํมนํ้ายางสดชุมชนปริกตก มีสมาชิกกลุํม จํานวน ๗๐ ครัวเรือน มีการจัดการตํอรองราคาขายกับ
พอํ ค๎าคนกลาง มสี ถานท่ีรับซอ้ื -ขายน้ํายางสดราคาที่ยุติธรรมในชุมชนและชํวยลดต๎นทุนในการนํานํ้ายางไป
จาํ หนาํ ยนอกชุมชน เป็นการเพิ่มรายได๎-ลดรายจํายคนในชุมชน ทําให๎สมาชิกมีรายได๎เสริมจากการรับซื้อนํ้า
ยางสดเดือนละ ๓,๐๐๐ บาทและการปลูกพืชแซมยางเดือนละ ๘๐๐ บาท สมาชิกได๎รับการสนับสนุนให๎นํา
อปุ กรณท๑ าํ สวนยางพาราไปใชก๎ อํ นแล๎วนําเงินมาชําระทีหลัง เป็นกระบวนการสนับสนุนระบบเศรษฐกิจชุมชน
และพฒั นากลุมํ นํ้ายางสดใหม๎ คี วามเขม๎ แขง็ เตบิ โตอยํางยงั่ ยืน
๒๖๒
๘. ผลกระทบท่ีเกดิ ขน้ึ
กลุํมน้ํายางสดชุมชนปริกตก บริหารจัดการกลํุมสอดคล๎องกับนโยบายเปูาหมายการพัฒนาที่ย่ังยืน
(SDGs) เปูาหมายที่ ๑: ยุติความยากจนยุติความยากจนทุกรูปแบบในทุกพ้ืนท่ีเปูาประสงค๑ท่ี ๑.๑ ภายในปี
๒๕๗๓ยุติความยากจนขั้นรุนแรงทั้งหมดซึ่งในปัจจุบันวัดจากคนที่มีคําใช๎จํายดํารงชีพรายวันตํ่ากวํา ๑.๒๕
ดอลลาห๑ตํอวันตัวชี้วัด ๑.๑.๑ สัดสํวนของประชากรท่ีมีรายได๎ตํ่ากวําเส๎นความยากจนสากล จําแนกตามเพศ
อายุ สถานะการจา๎ งงาน และ ท่ีต้ังทางภูมิศาสตร๑ (ชุมชนเมือง/ชนบท) งานและ กิจกรรมของชุมชนท๎องถ่ินที่
สนบั สนุนตัวชี้วดั ข๎อที่ ๑๓ สนบั สนนุ การจัดตงั้ กองทนุ รบั ซือ้ สนิ ค๎าทางการเกษตรในพื้นท่ี เปูาหมายที่ ๘:สํงเสรมิ
การเจรญิ เตบิ โตทางเศรษฐกิจทย่ี ่งั ยืน และครอบคลุมและการจ๎างงานเต็มอัตรา และงานท่ีมีคุณคําสําหรับทุก
คนเปูาประสงค๑ที่ ๘.๑ ทําให๎การเติบโตทางเศรษฐกิจตํอหัวประชากรมีความยั่งยืนตามบริบทของประเทศ
โดยเฉพาะอยํางยง่ิ ใหผ๎ ลติ ภณั ฑ๑มวลรวมในประเทศของประเทศพฒั นานอ๎ ยทส่ี ดุ มีการขยายตวั อยํางนอ๎ ยร๎อยละ
๗ ตํอปี ตัวช้ีวดั ที่ ๘.๑.๑ อัตราการเติบโตเฉล่ียตํอปีของรายได๎ที่แท๎จริงตํอหัวประชากรงานและกิจกรรมของ
ชุมชนทอ๎ งถิน่ ท่สี นับสนุนตัวช้ีวัดงานและกิจกรรมของชุมชนท๎องถ่ินที่สนับสนุนตัวชี้วัดสนับสนุนให๎กลํุมอาชีพ
พัฒนาตนเองให๎เป็นวสิ าหกจิ ชมุ ชน
นอกจากน้นั การดาํ เนินงานและกิจกรรม ยงั สงํ ผลกระทบตอํ มติ โิ ครงสรา๎ งพื้นฐานของชมุ ชน ดงั น้ี
๑) ดา๎ นสังคม มกี ารรวมกลํุมเพ่ือซอื้ -ขายนา้ํ ยางสดในราคายุตธิ รรม ใหก๎ ารสนบั สนนุ งบประมาณในการเข๎ารํวม
กจิ กรรมของชมุ ชน เชํนงานวนั ฮารรี ายอของมสั ยิด งานวันผสู๎ ูงอายุ เป็นต๎น ๒) ดา๎ นเศรษฐกจิ สมาชกิ ของกลมํุ มี
รายได๎เพ่ิมข้ึนจากการขายนํ้ายางสด การได๎รับสินเชื่อในการซื้ออุปกรณ๑ทําสวนยาง เป็นการลดภาระและลด
ต๎นทุนในการเดินทางไปซ้ืออุปกรณ๑นอกชุมชน และมีรายได๎เสริมจากการปลูกพืชแซมยาง ๓) ด๎านสภาวะ
แวดลอ๎ ม มพี ้นื ที่สเี ขยี วจากการปลูกต๎นยางและพืชแซมยางเชํน ผักสวนครัวและผลไม๎ เป็นต๎นจํานวน ๓๕๐ ไรํ
และ ๔) ดา๎ นการมีสวํ นรวํ มของเทศบาลตาํ บลปริก เทศบาลเล็งเห็นความสําคัญด๎านการสํงเสริมอาชีพจึงได๎มี
การบรรจุโครงการพฒั นาอาชพี ลงในแผนพัฒนาทอ๎ งถนิ่ ประจําปี และจัดสรรงบประมาณเพ่ือสนับสนุนการจัด
โครงการสํงเสริมพฒั นาศกั ยภาพกลุํมอาชพี
๒๖๓
๖.๔.๑๒ กล่มุ น้าพรกิ แหง้ ชมุ ชนตลาดใต้
แผนภาพที่ ๖.๖๗ กลมุํ นาํ้ พริกแห๎งชมุ ชนตลาดใต๎
๒๖๔
Key actors กลมํุ นาํ้ พรกิ แหง๎ ชุมชนตลาดใต๎
งานเดน่
ระดบั ของทุนทางสงั คม ผลิตและจาํ หนาํ ยนํา้ พริกแห๎ง
ความสอดคลอ้ งของ ๗ สังคม ระดบั กลุมํ ทางสงั คมและองคก๑ รชมุ ชน
พืน้ ท่ี
ผู้ดาเนินงานหลกั สงั คมไมํเดือดร๎อน
ชมุ ชนตลาดใต๎
๑. นางสอฝหี ย๏ะ หล๏ะหมดู ตาํ แหนํงประธานกลุํมน้าํ พรกิ แหง๎
เบอร๑โทรศพั ท๑ ๐๘๐-๗๑๒๘๔๑๔
๒. นางสาวสาลาโสม หมดั ราํ หมาน ตาํ แหนํงรองประธานกลุํม
เบอรโ๑ ทรศพั ท๑ ๐๘๒ -๔๓๗๙๑๖๓
๑. ท่มี าหรอื ฐานคดิ ของการดาเนนิ งาน
ชมุ ชนตลาดใต๎ประชากรประกอบอาชีพหลักคือทําสวนยางพารา เม่ือถึงฤดูต๎นยางผลัดใบ ไมํสามารถ
กรีดยางได๎และราคายางตกตํ่า ทําใหป๎ ระชาชนขาดรายได๎ในครัวเรอื น ต๎องเอาเงนิ ออมหรอื กู๎ยมื เงนิ มาใช๎จาํ ยใน
ครัวเรือน ศูนย๑สงเคราะห๑และฝึกอาชีพสตรีภาคใต๎มีโครงการพัฒนาอาชีพโดยสนับสนุนงบประมาณ และ
วิทยากรโดยใช๎เวลาวํางหลังจากงานประจํา เชํน กรีดยางพารา และการทําเกษตรอ่ืนๆ มารวมตัวกันเฉลี่ย
อาทติ ยล๑ ะ ๑ คร้งั ในการทาํ นํ้าพริกตํางๆ เชํน น้ําพริกตาแดง น้ําพริกปลาเค็ม น้ําพริกกุ๎งเสียบ น้ําพริกปลา
แห๎ง น้าํ พริกพริกไทยดํา น้ําพรกิ มะขามสด เป็นตน๎ ปรบั ปรุงสตู รจนเปน็ เอกลกั ษณ๑เฉพาะตัว เน๎นความอรํอย
สะอาด ไมํใสํสารกันบูด คัดวตั ถุดิบท่ีสดใหมํหาซ้ือได๎ในชุมชน เป็นการเพิ่มรายได๎ ลดรายจํายในคัวเรือนและ
กระจายรายได๎ในชมุ ชน
ประชากรชมุ ชนตลาดใต๎มที ้ังหมด ๘๐๕ คน เปน็ เพศชาย ๓๗๙ คน (รอ๎ ยละ ๔๗.๐๘) เพศหญงิ ๔๒๖ คน
(รอ๎ ยละ ๕๒.๙๒) มคี รัวเรือน ๒๒๗ ครัวเรอื น ประชากรมรี ายไดเ๎ ฉลี่ยประชากร ๑๙๖,๓๑๔.๑๘ บาท ครัวเรือน
ท่ีมีหนี้สิน ๙๒ ครัวเรือน(ร๎อยละ ๔๕.๑๐)เป็นครัวเรือนสมาชิกกลํุมผลิตภัณฑ๑จากพืชสมุนไพร ๙ ครัวเรือน
(ร๎อยละ ๓.๙๖) ครัวเรอื นที่มีการออม ๑๐๓ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๕๑.๕๐)เป็นครัวเรือนสมาชิกกลุํมผลิตภัณฑ๑
จากพืชสมุนไพร ๕ ครวั เรือน (ร๎อยละ ๒.๒๐) ไมมํ อี าชพี หลกั ๔๑ คน (รอ๎ ยละ ๙.๘๘) ไมมํ อี าชีพเสรมิ ๓๔๙ คน
(รอ๎ ยละ๘๔.๑๐) การวาํ งงาน ๔๐ คน (รอ๎ ยละ ๙.๖๔) มเี ส๎นทางการพัฒนากลมุํ นาํ้ พรกิ แหง๎ ดังน้ี
แผนภาพที่ ๖.๖๘ เสน๎ ทางการพฒั นากลํุมนาํ้ พริกแห๎งชุมชนตลาดใต๎
๒๖๕
พ.ศ.๒๕๔๘ คณะกรรมการชุมชนตลาดใต๎ นําโดยนางสอฝีหย๏ะ หล๏ะหมูด รวมกลํุมแมํบ๎านที่วํางจากการทํา
สวนยางพาราหาอาชพี เสริมเพือ่ เพมิ่ รายไดใ๎ ห๎แกํครัวเรือนและเพื่อให๎สมาชิกในกลํุมแมํบ๎านใช๎เวลาวํางให๎เกิด
ประโยชน๑จดั ต้ังกลุมํ นาํ้ พรกิ แหง๎ ขนึ้ มสี มาชกิ คร้ังแรกจํานวน ๑๕ คน ไดร๎ บั การสนับสนุนงบประมาณจากศูนย๑
สงเคราะห๑และฝกึ อาชพี สตรีภาคใต๎และเป็นวิทยากรอบรมใหค๎ วามรู๎แกํสมาชิกในการทาํ นํ้าพรกิ ชนดิ ํางๆ ระดม
ทนุ จากสมาชกิ คนละ ๑๐๐ บาทเป็นเงิน ๑,๕๐๐ บาท นําไปซ้ือวัตถุดิบในการผลิตนํ้าพริก ได๎แกํ นํ้าพริกปลา
เคม็ น้าํ พรกิ ก๎ุงเสียบ นํา้ พริกตาแดงเพอ่ื จาํ หนาํ ยให๎แกคํ นในชุมชน
พ.ศ.๒๕๕๓ -ปจั จุบัน เทศบาลตําบลปริกสนับสนุนทุนเพิ่มเติมจากโครงการเครือขํายรํวมสร๎างชุมชน
ท๎องถน่ิ นําอยํูของสํานกั งานกองทุนสนบั สนนุ การสรา๎ งเสรมิ สขุ ภาพ(สสส.)เพอ่ื สรา๎ งฐานเรยี นร๎ูการทํานํ้าพรกิ
แหง๎ จํานวน ๑๒,๐๐๐ บาทและอบรมพฒั นาทักษะการทําน้ําพริก และชุมชนมีความต๎องการบริโภคน้ําพริกท่ี
หลากหลายชนิดเพมิ่ ขึน้ จงึ ขยายกจิ การของกลํมุ และมผี ู๎สนใจเข๎ารวมกลุํมเพม่ิ ขึ้น
ปัจจุบันมีสมาชิกกลํุม จํานวน ๒๐ ครัวเรือน ผลิตนํ้าพริกแห๎งอยํางตํอเน่ือง และได๎เพิ่มสูตรใหมํอีก
จํานวน ๓ สูตร คือ ไตปลาแห๎ง นํา้ พรกิ พริกไทยดาํ และนาํ้ พรกิ มะขามซ่งึ วตั ถุดบิ ทใี่ ชใ๎ นการผลิตนํ้าพริกซื้อจาก
ประชาชนในชุมชน เชํน พริก ตะไคร๎ ขํา เป็นต๎น เพื่อเป็นการกระจายรายได๎ให๎แกํคนในชุมชนโดยนํ้าพริก
จําหนํายให๎กับลกู คา๎ ในชุมชนและจําหนาํ ยตามงานโอทอปตาํ ง ๆนอกจากน้ที างกลุํมยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ๑
จนสามารถไดเ๎ คร่ืองหมายฮาลาลรวมทัง้ มกี ารสงํ เสรมิ ใหค๎ วามรู๎แกํคนในชมุ ชน เด็กและเยาวชน กลํุมแมํบ๎าน
กลุํมผูส๎ งู อายุ และสนบั สนุนผลติ ภัณฑ๑ของกลมํุ ในการรํวมกิจกรรมตําง ๆของเทศบาล โรงเรียนในพื้นที่ศูนย๑
พฒั นาเดก็ เล็ก เป็นต๎น
๒. กลมุ่ ประชากรเป้าหมาย
กลํุมน้ําพริกแห๎ง จํานวน ๒๐ ครวั เรอื น และสมาชกิ ครอบครวั จํานวน ๘๘ คน
๓. ผลทีต่ อ้ งการให้เกดิ ขน้ึ
สมาชกิ กลํมุ ใช๎เวลาวํางให๎เกิดประโยชน๑และสร๎างรายได๎เสริมให๎แกํครัวเรือนโดยการผลิตนํ้าพริกแห๎ง
ชุมชนมีสถานที่ผลิตและจําหนํายนํ้าพริกแห๎งในชุมชนชํวยลดต๎นทุนการผลิตและสนับสนุนให๎คน ในชุมชนมี
รายได๎จากการนําวัตถดุ บิ มาจําหนํายให๎แกํกลุํม รวมทั้งพัฒนากลุํมน้ําพริกแห๎งให๎มีความเข๎มแข็งเติบโตอยําง
ยั่งยืน
๔. ข้อมลู และเครอื่ งมอื ในการดาเนนิ งาน
ข๎อมลู และเคร่ืองมือท่ีนาํ ใชเ๎ กี่ยวกบั การดําเนินงานของกลํุมนํ้าพรกิ แห๎ง ไดแ๎ กํ
ขอ๎ มูลจากฐานข๎อมูลตําบล (TCNAP) ข๎อมูลด๎านเศรษฐกิจ รายได๎เฉลี่ยประชากร/คน/ปี รายได๎เฉล่ีย
ครวั เรือน รอ๎ ยละครวั เรือนท่มี ีหน้สี ิน รอ๎ ยละครัวเรือนท่มี ีการออม คนวาํ งงาน คนไมมํ ีอาชพี หลกั คนไมมํ ีอาชีพ
เสรมิ ขอ๎ มลู ดา๎ นสภาวะแวดล๎อมครวั เรือน ฐานขอ๎ มูล RECAP ทุนทางสังคมกลมํุ อาชีพ ข๎อมูลความเชยี่ วชาญ
เครอ่ื งมอื ในการดําเนินงานได๎แกํ คณะกรรมการบริหารจัดการ แบบประเมินมาตรฐานอาหารอิสลาม
หนงั สือรับรองมาตรฐานอาหารฮาลาล การประชุมประจาํ เดือน เป็นต๎น
๕. รปู ธรรมงาน
ชุมชนตลาดใต๎รวมกลํุมผลิตนํ้าพริกแห๎งเพ่ือจําหนํายในชุมชน มีการอบรมให๎ความรู๎การผลิตน้ําพริก
แห๎งแกํบุคคลทั่วไป เชํนกลํุมแมํบ๎าน เด็กและเยาวชน ผู๎สูงอายุจัดสรรผลกําไรจากการจําหนํายเพื่อปันผล
ใหแ๎ กสํ มาชกิ และจัดสวัสดิการโดยนําผลิตภัณฑ๑ของกลุํมไปรํวมกิจกรรมตําง ๆ ของเทศบาล โรงเรียน ศูนย๑
พัฒนาเด็กเล็ก ประมาณ ๔-๕ ครงั้ ตอํ ปี
๖. วธิ ดี าเนินงาน
การดําเนินการกลํมุ นา้ํ พริกแหง๎ ชุมชนตลาดใต๎มกี ารดําเนนิ การ ดงั น้ี
๑) แตํงต้ังคณะกรรมการดําเนินการกลุํมผํานการประชุม มีคณะกรรมการ จํานวน ๑๐ คน
ประกอบด๎วย ประธานกรรมการ รองประธาน เหรัญญิกและคณะกรรมการ กําหนด กฎ กติกา ข๎อตกลง ใน
การดําเนินการ เชํน การรับสมัครสมาชิก กติกาการรํวมลงทุนคนละ ๑๐๐ บาท การเป็นวิทยากรอบรมให๎
ความรใ๎ู นการผลิตนํ้าพริกแห๎งแกํ เดก็ นักเรียน ผ๎สู งู อายุและบคุ คลทว่ั ไป
๒๖๖
๒) การดําเนนิ งาน ได๎แกํ การจัดซอ้ื วัตถุดิบ การจัดทําน้ําพริก การบรรจุและออกแบบบรรจุภัณฑ๑เพื่อ
จําหนาํ ยในชมุ ชนงาน OTOP ระดบั อําเภอ ระดบั จังหวัด และการประชุมของเครือขํายรํวมสร๎างชุมชนท๎องถิ่น
ระดับประเทศ และตาม order ตาํ ง ๆ
๓) การจัดการข๎อมูล ได๎แกํ การทําบัญชีรายรับ รายจําย การแบํงผลกําไรให๎กับสมาชิก ของผลกําไร
จํานวนเงินทุนหมนุ เวียน เป็นต๎น
๗. ผลผลิต ผลลัพธ์
กลมํุ นาํ้ พรกิ แห๎งชมุ ชนตลาดใตม๎ สี มาชกิ กลมุํ จาํ นวน ๒๐ ครวั เรือน มีทกั ษะในการทาํ นํ้าพริกแห๎งชนิด
ตํางๆ มรี ายไดเ๎ สรมิ จากการผลิต-จาํ หนํายนาํ้ พริกแห๎งในชุมชน ๑,๐๐๐ บาทตํอเดอื นและจัดซื้อวัตถุดิบในการ
ทาํ นา้ํ พริกจากประชาชนในชมุ ชนเพอ่ื เปน็ การชํวยเหลือเกือ้ กูลกันในชมุ ชน เปน็ วิทยากรเผยแพรํความรกู๎ ารทาํ
นา้ํ พรกิ ชนิดตาํ งๆ มีประชาชนมาเรยี นรเู๎ ป็นเด็กและเยาวชนในพน้ื ที่ ๕๐ คน และเป็นกลมุํ แมํบา๎ นทง้ั ในและนอก
พ้ืนท่ี ๑๐๐ คน และมผี ลิตภณั ฑ๑ไปรวํ มกิจกรรมของชมุ ชน
๘. ผลกระทบทีเ่ กดิ ขึ้น
กลุํมน้ําพริกแห๎ง มีการบริหารจัดการกลํุมมีความสอดคล๎องกับ (SDGs) เปูาหมายที่ ๑: ยุติความ
ยากจนทุกรปู แบบในทุกพ้ืนที่ ตัวชี้วัด ๑.๑.๑ สัดสํวนของประชากรท่ีมีรายได๎ต่ํากวําเส๎นความยากจนสากล
จําแนกตามเพศ อายุ สถานะการจ๎างงาน และ ที่ตั้งทางภูมิศาสตร๑ (ชุมชนเมือง/ชนบท) สนับสนุนการฝึก
ทกั ษะอาชีพใหก๎ บั คนวํางงาน แมํบา๎ น เชนํ ทกั ษะงานชาํ งและหตั ถกรรม การแปรรูปผลผลิต เปน็ ต๎น เปูาหมาย
ที่ ๘: สงํ เสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจท่ีย่ังยืน และครอบคลุมและการจ๎างงานเต็มอัตรา และงานท่ีมี
คณุ คําสาํ หรบั ทกุ คน เปูาประสงค๑ท่ี ๘.๑ ทาํ ให๎การเติบโตทางเศรษฐกิจตํอหัวประชากรมคี วามยงั่ ยนื ตามบริบท
ของประเทศโดยเฉพาะอยํางยิ่ง ใหผ๎ ลิตภัณฑ๑มวลรวมในประเทศของประเทศพัฒนาน๎อยที่สุดมีการขยายตัว
อยาํ งนอ๎ ยรอ๎ ยละ ๗ ตอํ ปี ตัวชี้วดั ท่ี ๘.๑.๑ อตั ราการเตบิ โตเฉล่ยี ตํอปขี องรายได๎ท่แี ทจ๎ รงิ ตํอหวั ประชากร งาน
และกิจกรรมของชุมชนท๎องถ่ินท่ีสนับสนุนตวั ชีว้ ัด สนบั สนุนใหก๎ ลํมุ อาชพี ในชุมชนสํงสินค๎าเข๎ารับการคัดสรร
สินคา๎ OTOP สํงเสริมใหก๎ ลมุํ อาชพี ในชมุ ชนปรับปรุงและพัฒนาสินค๎าให๎ได๎มาตรฐาน สนับสนุนให๎ประชาชน
และครอบครวั มอี าชพี เสริมมากกวํา ๑ อยาํ ง
นอกจากน้นั การดําเนนิ งานและกจิ กรรม สงํ ผลกระทบตอํ มติ โิ ครงสร๎างพ้ืนฐานของชุมชน ดงั น้ี ๑) ดา๎ น
สงั คม ประชาชนมกี ารรวมกลํุมในการประกอบอาชีพเสริมเพ่ือหารายได๎แกํครอบครัวเป็นวิทยากรให๎ความรู๎
เกี่ยวกบั การทํานา้ํ พริกชนิดตํางๆแกํประชาชนในและนอกพื้นท่ี เข๎ารํวมกิจกรรมทางสังคมโดยนําผลิตภัณฑ๑
กลํมุ ไปสนับสนุนในกจิ กรรมตําง ๆของชมุ ชนทําให๎เกิดสมั พันธภาพที่ดีในชุมชน ๒) ด๎านเศรษฐกิจสมาชิกของ
กลุํมมีรายได๎เสริมจากการทําน้ําพริก และ ๓) ด๎านการสํงเสริมการมีสํวนรํวมของเทศบาลตําบลปริก
สนับสนุนการสํงเสริมอาชีพแกํประชาชนโดยจัดสรรงบประมาณสํงเสริมอาชีพและฝึกทักษะและ พัฒนา
ศักยภาพสมาชิกกลํุมน้าํ พรกิ แหง๎ ไว๎ในแผนพัฒนาท๎องถน่ิ ของเทศบาล
๒๖๗
๖.๔.๑๓ กลมุ่ สหกรณ์ร้านคา้ ชุมชนปริกตก
แผนภาพท่ี ๖.๖๙ กลมํุ สหกรณร๑ า๎ นค๎าชุมชนปริกตก
๒๖๘
Key actors กลมํุ สหกรณ๑รา๎ นคา๎ ชุมชนปรกิ ตก
งานเดน่
ระดบั ของทุนทางสงั คม จาํ หนํายสนิ คา๎ อปุ โภคบรโิ ภค
ความสอดคล้องของ ๗ สังคม ระดับกลํมุ ทางสังคมและองคก๑ รชุมชน
พืน้ ท่ี
ผู้ดาเนินงานหลัก สงั คมไมเํ ดอื ดร๎อน
ชุมชนปรกิ ตก เทศบาลตําบลปรกิ
นายประสทิ ธ์ิ กาเหย็ม
ตาํ แหนงํ ประธานกลมํุ สหกรณ๑รา๎ นคา๎ ชุมชนปรกิ ตก
เบอรโ๑ ทรศัพท๑ ๐๘๔-๑๙๕-๔๑๔๙
๑. ทม่ี าหรือฐานคดิ ของการดาเนินงาน
ชุมชนปริกตกสํวนใหญํประกอบอาชีพทําสวนยาง เม่ือถึงฤดูยางพลัดใบไมํสามารถกรีดยางได๎ทําให๎
ประชาชนขาดรายได๎ ต๎องนําเงินออมหรือกู๎ยืมเงินเพ่ือมาใช๎จํายในครัวเรือน โต๏ะอีหมํามประจํามัสยิดนูรูลอา
หมีนและคณะกรรมการมัสยดิ รํวมกันหาแนวทางในการแก๎ไขปัญหาดังกลําว พบวํายังไมํมีร๎านค๎าในชุมชนจึง
รวมกลุํมเกษตรกรท่วี ํางจากการทําสวนยางหารายไดเ๎ สริมโดยจัดต้งั กลมํุ สหกรณ๑รา๎ นคา๎ ชุมชนปริกตกขึ้นเพ่ือ
ผดุงฐานะทางเศรษฐกิจและแกไ๎ ขความเดือดร๎อนในการซ้อื เครื่องอปุ โภคบรโิ ภคของชุมชน
ประชากรชมุ ชนปรกิ ตกมีท้ังหมด ๘๓๖ คน เพศชาย ๔๐๖ คน (รอ๎ ยละ ๔๘.๕๖) เพศหญิง ๔๓๐ คน(ร๎อย
ละ ๕๑.๔๔) ครวั เรือน ๑๙๐ ครัวเรอื น ประชากรมีรายได๎เฉล่ียประชากร ๑๑๘,๔๑๔.๕๖ บาท/ปี ครัวเรือนท่ีมี
หนีส้ ิน ๙๒ ครวั เรอื น (ร๎อยละ ๔๘.๙๔) เป็นครัวเรือนสมาชิกกลํุมสหกรณ๑ร๎านค๎าชุมชนปริกตก ๑๔ ครัวเรือน
(ร๎อยละ ๗.๓๖) ครัวเรือนท่ีมีการออม ๙๔ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๕๐.๒๗) เป็นครัวเรือนสมาชิกกลุํมสหกรณ๑
รา๎ นคา๎ ชุมชนปริกตก ๓๙ ครวั เรอื น (ร๎อยละ ๒๐.๕๒) ไมํมีอาชีพหลัก ๔๔ คน (ร๎อยละ ๖.๙๔) ไมํมีอาชีพเสริม
๕๙๐ คน (รอ๎ ยละ๙๓.๐๖) วาํ งงาน ๔๘ คน (รอ๎ ยละ ๗.๕๗) มเี สน๎ ทางการพฒั นากลุํมสหกรณร๑ า๎ นคา๎ ชุมชนปรกิ
ตก ดงั นี้
แผนภาพท่ี ๖.๗๐ เส๎นทางการพัฒนากลุํมสหกรณร๑ ๎านคา๎ ชมุ ชนปรกิ ตก
พ.ศ. ๒๕๔๐ ประชาชนชุมชนปรกิ ตกวํางจากการทาํ สวนยางในฤดผู ลัดใบ ทําให๎ขาดรายได๎จากการทํา
สวนยางพารา นายประสทธิ์ กาเหยม็ โต๏ะอีหมาํ มมสั ยิดนูรลู อาหมีนรํวมกับคณะกรรมการมัสยิดนูรูลอาหมีน
จงึ รวมกลุมํ เกษตรกรท่วี ํางจากการทาํ สวนยางกอํ ตงั้ สหกรณ๑ร๎านค๎าชุมชนปริกตกข้ึนในมัสยิดนูรูลอาหมีน มี
สมาชิกครัง้ แรก จาํ นวน ๕๐ ครวั เรอื น ลงห๎นุ ครวั เรอื นละ ๕๐๐ บาท เป็นเงนิ ๒๕,๐๐๐ บาท นาํ มาลงซ้ือสนิ ค๎า
อุปโภค บริโภคเชนํ ขา๎ วสาร อาหารแห๎ง เครื่องปรุงในครัวเรอื น เปน็ ต๎น
๒๖๙
พ.ศ.๒๕๔๙ ชุมชนปริกตกเร่ิมมีผลิตผลทางการเกษตรเพิ่มมากขึ้น ขาดแคลนสถานท่ีจําหนํายจึงมี
แนวคิดชวํ ยเกษตรกรใหน๎ าํ ผลิตผลมาจําหนํายท่ีร๎านค๎าสหกรณ๑และมีสมาชิกกลุํมหมุนเวียนมาชํวยจําหนําย
สนิ คา๎
ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ สมาชกิ ทีห่ มุนเวยี นมาจําหนํายสินค๎ามีภารกิจจากอาชีพหลัก คณะกรรมการกลํุมจึงมี
นโยบายจา๎ งพนกั งานประจํารา๎ นค๎า จาํ นวน ๒ คน และคาํ จา๎ งเดอื นละ ๔,๐๐๐ บาทตํอคนเร่ิมใช๎ระบบคูปองใน
การซ้ือขายสินค๎า และแบํงผลกําไรให๎แกํมัสยิดนูรูลอาหมีน ร๎อยละ ๕ ปัจจุบันมีสมาชิกกลุํม จํานวน ๑๐๓
ครวั เรือน
๒. กลุ่มประชากรเป้าหมาย
กลมุํ สหกรณ๑รา๎ นค๎าชมุ ชนปริกตก จํานวน ๑๐๓ ครวั เรอื นและสมาชิกครอบครัว จํานวน ๓๙๙ คน
๓. ผลที่ตอ้ งการให้เกดิ ข้ึน
เพอ่ื เพม่ิ รายได๎-ลดรายจาํ ยใหแ๎ กํสมาชกิ กลํมุ สหกรณร๑ า๎ นคา๎ ชมุ ชนปริกตกโดยสนบั สนนุ ใหส๎ มาชกิ ไดซ๎ ้อื
สนิ คา๎ อุปโภคบริโภคในราคาต่าํ กวาํ ท๎องตลาด และชวํ ยเหลอื พีน่ ๎องเกษตรกรในชุมชน ให๎มสี ถานที่จาํ หนาํ ย
ผลิตผลทางการเกษตร เพอ่ื ลดต๎นทุนในการนาํ สนิ คา๎ ไปจาํ หนํายนอกชมุ ชน
๔. ข้อมลู และเครอื่ งมอื ในการดาเนินงาน
ขอ๎ มูลและเครอื่ งมือท่ีนําใชเ๎ กย่ี วกับการดาํ เนินงานของกลมุํ สหกรณร๑ า๎ นค๎าชุมชนปรกิ ตกไดแ๎ กํ
ข๎อมูลจากฐานข๎อมูลตําบล (TCNAP) ข๎อมูลด๎านเศรษฐกิจ รายได๎เฉล่ียประชากร/คน/ปี รายได๎เฉลี่ย
ครัวเรอื น ร๎อยละครวั เรือนท่ีมีหน้สี นิ รอ๎ ยละครวั เรือนที่มีการออม คนวํางงาน คนไมํมอี าชีพหลัก คนไมํมีอาชีพ
เสริม ขอ๎ มลู ด๎านสภาวะแวดลอ๎ มครัวเรอื น ข๎อมลู ประชากรเปาู หมาย ได๎แกํ เด็ก ๐-๓ ปี เดก็ ๓-๕ ปีเด็ก ๖-๑๒
ปเี ดก็ และเยาวชน กลุํมวัยทํางาน ผ๎สู งู อายุ (๖๐ ปีขึ้นไป) ฐานข๎อมูล RECAP ทุนทางสังคมกลํุมอาชีพ ข๎อมูล
ความเชี่ยวชาญ
เคร่ืองมือในการดําเนินงานได๎แกํ คณะกรรมการบริหารจัดการ รูปแบบการบริหาร การประชุม
ประจาํ เดือน จํานวนเงินทนุ หมุนเวียน กฎ กติกาการดําเนนิ การกลํมุ และการปนั ผลดอกเบ้ยี ท่ีเกิดขึน้
๕. รปู ธรรมงาน
ชุมชนปริกตกมสี หกรณ๑รา๎ นค๎าเพื่อจาํ หนํายสินคา๎ อุปโภคบริโภคในราคาตํ่ากวําทอ๎ งตลาดและเป็น
แหลํงจาํ หนาํ ยผลิตผลทางการเกษตรในชมุ ชนที่ปลอดสารเคมี
๖. วิธีดาเนินงาน
การดาํ เนนิ การกลุํมสหกรณร๑ ๎านค๎าชมุ ชนปริกตกมกี ารดาํ เนินงาน ดังนี้
๑) การแตํงตั้งคณะกรรมการบรหิ ารกลมุํ ผํานการประชุมมีคณะกรรมการจํานวน ๙ คน ประชมุ ทําความ
เขา๎ ใจหลักการบริหารสหกรณ๑แกคํ ณะกรรมการและสมาชิกกลมุํ
๒) พัฒนาศักยภาพสมาชกิ กลมํุ โดยการฝึกอบรมและศกึ ษาดูงานสหกรณ๑ร๎านค๎าตน๎ แบบ
๓) การกําหนด กฎ กติกา ข๎อตกลง และรูปแบบการบรหิ ารจัดการกลํมุ เชนํ การรับสมัครสมาชิก หุ๎นๆ
ละ ๑๐๐ บาท ไมเํ กนิ ครวั เรือนละ ๕๐๐ บาท หักร๎อยละ ๕ ของผลกําไรให๎แกํมัสยิดนูรูลอาหมีน และร๎อยละ ๕
สนับสนนุ กจิ กรรมทางสงั คมตํางๆ เชนํ งานวันฮารีรายอ งานวันผ๎ูสูงอายุ เป็นต๎น ท่ีเหลือร๎อยละ ๒๐ ปันผล
ใหก๎ ับสมาชกิ และงดใชโ๎ ฟม ลดการใชถ๎ ุงพลาสตกิ ในรา๎ นค๎าสวสั ดิการ
๔) การดําเนินงาน ได๎แกํ การจัดสถานท่ีจําหนําย การจัดเรียงผลิตภัณฑ๑ การจัดทําคูปอง การจัดหา
สินค๎าท่ีมีคุณภาพตรงตามความต๎องการของสมาชิกมาจําหนํายในราคาท่ีถูกกวําท๎องตลาด สินค๎าท่ีเป็นท่ี
นยิ มอลขายดี ได๎แกํ บะหม่ีกึง่ สําเรร็ รูป อาหารแหง๎ และปยุ๋ ชีวภาพ การจ๎างพนกั งานประจํารา๎ นค๎าสหกรณ๑ การ
ผอํ นชําระสินค๎าของสมาชิก ๑ เดือนและการเป็นวิทยากรให๎ความรู๎แกํผ๎ูท่ีสนใจศึกษาการดําเนินงานร๎านค๎า
สหกรณช๑ มุ ชน
๕) การทาํ บัญชีรายรับ รายจําย การปนั ผลกําไร และจาํ นวนเงินทนุ หมุนเวยี น
๖) ประเมินผลการดําเนินงานโดยการประชุมคณะกรรมการทุกเดือนเพื่อรับทราบปัญหาและหา
แนวทางพัฒนา
๗. ผลผลติ ผลลพั ธ์
กลํุมสหกรณ๑ร๎านค๎าชุมชนปริกตกมีสมาชิกกลํุม จํานวน ๑๐๓ ครัวเรือน มีสถานท่ีจําหนํายสินค๎า
อุปโภคบรโิ ภคในครัวเรอื นและผลิตผลทางการเกษตรของชุมชนที่มีราคาถูกมาจําหนําย สมาชิกมีสิทธ์ิในการ
๒๗๐
ผอํ นชําระสินคา๎ มจี าํ นวนผ๎ูเข๎าศึกษาดงู าน จํานวน ๒๐๐ คน/ปี เป็นสมาชิกกลุมํ ดําเนินการสหกรณ๑ร๎านค๎านอก
พ้นื ท่ี ๒๐๐ คน มเี งินทุนหมุนเวยี น ๓๒๑,๐๐๐ บาท เป็นการเพ่ิมรายได๎ให๎แกํสมาชิกจากการได๎รับเงินปันผล
รอ๎ ยละ ๒๐/ปี สมาชกิ ซื้อสนิ คา๎ ไดถ๎ ูกกวําทอ๎ งตลาดทวั่ ไป มสี นิ คา๎ ทางการเกษตรทมี่ คี ณุ ภาพปลอดสารเคมีและ
สรา๎ งการมีสํวนรวํ มกบั องคก๑ รชมุ ชนในการสนบั สนนุ ระบบเศรษฐกจิ ชุมชน
๘. ผลกระทบท่เี กดิ ขนึ้
กลมุํ สหกรณ๑ร๎านคา๎ มกี ารบริหารจัดการกลํุมมีความสอดคล๎องกับ (SDGs) เปูาหมายท่ี ๑:ยุติความ
ยากจนยุตคิ วามยากจนทุกรปู แบบในทกุ พ้ืนท่ี เปูาประสงค๑ท่ี ๑.๑ ภายในปี ๒๕๗๓ ยุติความยากจนข้ันรุนแรง
ทั้งหมดซ่ึงในปัจจุบันวัดจากคนท่ีมีคําใช๎จํายดํารงชีพรายวันตํ่ากวํา ๑.๒๕ ดอลลาห๑ตํอวันตัวชี้วัด ๑.๑.๑
สดั สวํ นของประชากรท่มี รี ายไดต๎ ํา่ กวําเสน๎ ความยากจนสากล จําแนกตามเพศ อายุ สถานะการจ๎างงาน และ
ท่ีตั้งทางภูมิศาสตร๑ (ชุมชนเมือง/ชนบท) งานและกิจกรรมของชุมชนท๎องถิ่นท่ีสนับสนุนตัวช้ีวัดข๎อท่ี ๔
สนบั สนุนการฝึกทักษะอาชีพให๎กบั คนวาํ งงาน แมบํ า๎ น เชนํ ทักษะงานชํางและหัตถกรรม การแปรรูปผลผลิต
เป็นต๎น งานและ กิจกรรมของชุมชนท๎องถิ่นท่ีสนับสนุนตัวช้ีวัดข๎อที่ ๑๓ สนับสนุนการจัดตั้งกองทุนรับซื้อ
สินคา๎ ทางการเกษตรในพื้นท่ีเปาู ประสงค๑ที่ ๑.๒ ภายในปี ๒๕๗๓ ลดสัดสํวนชาย หญิง และเด็ก ในทุกชํวงวัย
ท่ีอยูํภายใต๎ความยากจนในทุกมิติ ตามนิยามของแตํละประเทศ ให๎ลดลงอยํางน๎อยคร่ึงหนึ่งตัวชี้วัด ๑.๒.๒
สดั สํวนของประชากรทอ่ี ยตํู ่าํ กวําเส๎นความยากจนของประเทศจําแนกตามเพศ และอายุ งานและกจิ กรรมของ
ชุมชนท๎องถิน่ ทส่ี นบั สนุนตัวชวี้ ดั ขอ๎ ที่ ๒๕ สนบั สนุนการเปิดตลาดนัดสเี ขียว ตลาดนดั ชมุ ชน เพอ่ื กระจายสนิ คา๎
/ ผลผลิตท่ีเปน็ อาหารสําเรจ็ รปู อาหารสด และเพ่ิมรายไดใ๎ หส๎ มาชิก เปาู ประสงค๑ที่ ๑.๒ ภายในปี ๒๕๗๓ ลด
สัดสวํ นชาย หญิง และเดก็ ในทุกชํวงวัย ท่ีอยูํภายใต๎ความยากจนในทุกมิติ ตามนิยามของแตํละประเทศ ให๎
ลดลงอยาํ งน๎อยครง่ึ หน่งึ ตวั ช้ีวดั ๑.๒.๑สดั เปูาหมายที่ ๘:สํงเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจท่ีย่ังยืน และ
ครอบคลุมและการจา๎ งงานเต็มอัตรา และงานท่มี ีคณุ คําสาํ หรับทุกคนเปูาประสงค๑ท่ี ๘.๑ ทาํ ใหก๎ ารเตบิ โตทาง
เศรษฐกิจตํอหัวประชากรมีความย่ังยืนตามบริบทของประเทศโดยเฉพาะอยํางย่ิง ให๎ผลิตภัณฑ๑มวลรวมใน
ประเทศของประเทศพัฒนาน๎อยท่สี ุดมกี ารขยายตัวอยํางนอ๎ ยรอ๎ ยละ ๗ ตํอปตี ัวชีว้ ดั ที่ ๘.๑.๑ อัตราการเติบโต
เฉล่ียตํอปีของรายได๎ที่แท๎จริงตํอหัวประชากรสนับสนุนให๎ประชาชนและครอบครัวมีอาชีพเสริมมากกวํา ๑
อยํางสนับสนุนใหก๎ ลุมํ อาชีพพัฒนาตนเองใหเ๎ ปน็ วิสาหกจิ ชุมชน
นอกจากน้นั การดําเนนิ งานและกิจกรรม ยงั สํงผลกระทบตํอมิติโครงสร๎างพ้ืนฐานของชุมชน ดังนี้ ๑)
ด๎านสังคม ประชาชนมีสํวนรํวมในการขับเคล่ือนงานในชุมชน เกิดกระบวนการรวมกลํุมเพ่ือจําหนํายสินค๎า
อุปโภค บริโภคและผลิตผลทางการเกษตรทม่ี คี ุณภาพ มีวิทยากรจิตอาสาถํายทอดความร๎ูการบริหารจัดการ
กลุํมสหกรณ๑ร๎านค๎าในชุมชน ๒) ด๎านเศรษฐกิจ สมาชิกของกลํุมมีรายได๎เสริมจากการเงินปันผลประจําปี
สมาชิกสามารถซื้อสนิ ค๎าได๎ในราคาถกู กวาํ ทอ๎ งตลาดและสามารถนําสินค๎าไปใช๎กํอนและนําเงินมาชําระทีหลัง
๓) ดา๎ นสภาวะแวดลอ๎ ม คนในชุมชนรํวมมือกันดูแลรักษาสภาพแวดล๎อม มีการปลูกผลิตผลทางการเกษตร
ปลอดสารเคมี ลดการใชถ๎ งุ พลาสตกิ และโฟมในชุมชน และ ๔) ด๎านการเมอื งการปกครอง กลมุํ สหกรณ๑รา๎ นคา๎
ชมุ ชนได๎รบั การยกเว๎นการเก็บภาษรี ๎านค๎าจากเทศบาลตําบลปรกิ ตาม พรบ. ภาษีโรงเรือนและท่ีดินและได๎รับ
การสนับสนุนการเทศบาลในโครงการสํงเสรมิ พัฒนาศักยภาพกลมุํ อาชพี โดยการอบรมและไปศึกษาดูงานจาก
สหกรณ๑รา๎ นค๎าอืน่ ๆเพือ่ นาํ ความรมู๎ าพฒั นาสหกรณร๑ า๎ นค๎าชมุ ชนปรกิ ตกใหเ๎ ติบโตและยั่งยืน
๒๗๑
๖.๔.๑๔ กลมุ่ เล้ียงแพะ ชมุ ชนปริกตก
แผนภาพท่ี ๖.๗๑ กลุมํ เลีย้ งแพะ ชุมชนปริกตก
๒๗๒
Key actors กลํุมเล้ียงแพะ ชมุ ชนปรกิ ตก
งานเดน่
ระดบั ของทุนทางสงั คม ขยายพันธุ๑และจาํ หนาํ ยแพะ
ความสอดคล้องกบั ๗ สังคม ระดบั กลํมุ ทางสงั คมและองค๑กรชุมชน
พื้นที่
ผูด้ าเนนิ งานหลัก สังคมไมเํ ดอื ดรอ๎ น
ชุมชนปริกตก
๑. นายยะฝาด สงกา ตาํ แหนงํ ประธานกลํุมเลยี้ งแพะชมุ ชนปริกตก
เบอรโ๑ ทรศัพท๑ ๐๙๘-๐๗๑๓๗๔๙
๒. นางสมุ าลี หวงั เจริญ ตาํ แหนงํ รองประธานฯ
เบอรโ๑ ทรศพั ท๑ ๐๘๙-๔๖๔๖๓๖๙
๑. ทีม่ าหรือฐานคดิ ของการดาเนินงาน
ชมุ ชนปริกตกสวํ นใหญํมีอาชีพทําสวนยางเม่ือถึงฤดูยางพลัดใบไมํสามารถกรีดยางได๎และมีเวลาวําง
จากการทําสวนยาง ทําให๎ประชาชนนําเงินออมหรือก๎ูยืมเงินเพ่ือมาใช๎จํายในครัวเรือน ประกอบกับเกษต ร
อําเภอมีโครงการสนับสนุนกลุํมอาชีพ คณะกรรมการชุมชนปริกตกจึงรวมกลุํมผ๎ูท่ีวํางจากการทําสวนยาง
จดั ตง้ั กลมุํ เลี้ยงแพะขนึ้ เพื่อให๎เกษตรมรี ายได๎เสริม
ประชากรชมุ ชนปรกิ ตกมีท้งั หมด ๘๓๖ คน เป็นเพศชาย ๔๐๖ คน (ร๎อยละ ๔๘.๕๖) เพศหญิง ๔๓๐ คน
(รอ๎ ยละ ๕๑.๔๔) มีจํานวนครัวเรือน ๑๙๐ ครัวเรือน ประชากรมีรายได๎เฉลี่ยประชากร ๑๑๘,๔๑๔.๕๖ บาท/ปี
ครัวเรือนที่มหี นีส้ ิน ๙๒ ครวั เรือน (ร๎อยละ ๔๘.๙๔) เปน็ ครวั เรือนสมาชิกกลมํุ เลีย้ งแพะ ๑๑ ครวั เรือน (ร๎อยละ
๕.๗๘) ครัวเรือนท่ีมีการออม ๙๔ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๕๐.๒๗) เป็นครัวเรือนสมาชิกกลุํมเลี้ยงแพะ ๑๑
ครัวเรอื น(ร๎อยละ ๕.๗๘) ไมมํ ีอาชีพหลัก ๔๔ คน (ร๎อยละ ๖.๙๔) ไมํมีอาชีพเสริม ๕๙๐ คน (ร๎อยละ ๙๓.๐๖)
วํางงาน ๔๘ คน (ร๎อยละ ๗.๕๗) มีเส๎นทางการพฒั นากลุํมเล้ียงแพะ ชมุ ชนปริกตกดงั นี้
แผนภาพท่ี ๖.๗๒ เสน๎ ทางการพัฒนากลมํุ เลยี้ งแพะ
พ.ศ. ๒๕๖๑ ประชาชนชมุ ชนปรกิ ตกสํวนใหญํมีอาชีพทําสวนยางพาราและมีเวลาวํางจากการทําสวน
ยางชํวงฤดูผลัดใบ คณะกรรมการชุมชนปริกตกจึงรวมกลุํมเกษตรกรที่วํางจากการทําสวนยางหาอาชีพ
เสรมิ สรา๎ งรายได๎ให๎ครอบครอบครวั จดั ตัง้ กลมุํ เลี้ยงแพะข้นึ โดยมี นายยะฝาด สงกา เป็นประธานกลุํมได๎รับ
งบประมาณสนับสนุนจากเกษตรอําเภอสะเดาจํานวน ๗๗,๐๐๐ บาท เพื่อจัดซ้ือพันธ๑ุแพะ จํานวน ๑๒ ตัว
สร๎างโรงเรือนสําหรับเลี้ยงแพะ อาหาร วัคซีนและอบรมวิธีการเล้ียงดู มีสมาชิกเข๎ารํวมกลุํม จํานวน ๒๕
ครัวเรือน
๒๗๓
ปัจจุบนั มกี ารดําเนินงานเพียง ๑๐ เดอื น มแี พะจํานวน ๑๓ ตัว สมาชิกกลุํมแบํงเป็น ๔ กลุํมหมุนเวียน
มาเล้ียงแพะ กลุํมละ ๑ สัปดาห๑ และมีการปลูกพืชอาหารสัตว๑เองบนพื้นที่ ๑ ไรํ คือ ปลูกหญ๎าเนเปียร๑และ
กระถนิ
๒. กลมุ่ ประชากรเป้าหมาย
กลุํมเลยี้ งแพะ ชุมชนปรกิ ตก จํานวน ๒๕ ครัวเรอื น และสมาชกิ ครอบครัว จาํ นวน ๙๖ คน
๓. ผลทต่ี อ้ งการให้เกดิ ขึ้น
มีสถานทเ่ี ล้ยี งแพะเพอ่ื ขยายพันธแุ๑ ละจาํ หนาํ ยแพะได๎เปน็ จาํ นวนมาก สมาชิกกลุมํ มีรายไดเ๎ พ่มิ ขึ้นจาก
ขายแพะ และสามารถผลติ ภณั ฑแ๑ ปรรปู เน้ือแพะไดห๎ ลายๆ ชนิด และเปิดโอกาสให๎คนวาํ งงานเขา๎ รวํ มกลํมุ
๔. ขอ้ มลู และเครือ่ งมอื ในการดาเนนิ งาน
ข๎อมูลและเครือ่ งมือท่ีนาํ ใช๎เกยี่ วกบั การดําเนินงานของกลุํมเลี้ยงแพะ ชุมชนปรกิ ตก ไดแ๎ กํ
ข๎อมูลจากฐานข๎อมูลตําบล (TCNAP) ข๎อมูลด๎านเศรษฐกิจ รายได๎เฉลี่ยประชากร/คน/ปี รายได๎เฉลี่ย
ครัวเรือน รอ๎ ยละครัวเรือนท่ีมีหนสี้ นิ ร๎อยละครวั เรอื นท่มี ีการออม คนวํางงาน คนไมํมีอาชีพหลัก คนไมํมอี าชีพ
เสริม ขอ๎ มลู ด๎านสภาวะแวดล๎อมครัวเรือน ฐานข๎อมูล RECAP ทุนทางสังคมกลุํมอาชีพ ขอ๎ มูลความเช่ยี วชาญ
เครื่องมือในการดําเนินงานได๎แกํ คณะกรรมการบริหารจัดการ รูปแบบการบริหาร การประชุม
ประจําเดอื น จาํ นวนเงนิ ทนุ หมนุ เวยี น กฎ กตกิ าการดาํ เนนิ การกลมํุ และการปันผลดอกเบ้ยี ทเี่ กดิ ขนึ้
๕. รูปธรรมงาน
มกี ารรวมกลุํมของสมาชกิ ในการเลย้ี งแพะและเป็นแหลงํ เรยี นรกู๎ ารเลยี้ งแพะตามธรรมชาติวถิ ชี ุมชน
๖. วิธดี าเนนิ งาน
การดาํ เนนิ การกลมํุ เลี้ยงแพะมีการขับเคลอื่ น ๒ สวํ น ได๎แกํ
๑) มกี ารแตํงตัง้ คณะกรรมการบรหิ ารกลุมํ ผํานการประชมุ มีคณะกรรมการ จํานวน ๕ คน
๒) อบรมสมาชิกกลมํุ เกี่ยวกบั วธิ ีการเล้ียงแพะและขยายพันธแ๑ พะโดยเกษตรอาํ เภอสะเดา
๓) กําหนดข๎อตกลง กฎ กตกิ า รูปแบบการดําเนินการกลุํม การแบํงหน๎าที่รับผิดชอบในการดูแลแพะ
การจดั การโรงเรอื น อาหาร การเป็นวิทยากรสอนวิธกี ารเลย้ี งแพะกบั ผ๎ทู ี่สนใจ
๔) จดั ทาํ บัญชรี ายรบั รายจําย จํานวนเงินทนุ หมุนเวียน
๕) ประเมินผลการดําเนินงานโดยการประชุมสมาชิกทุก ๒ เดือนเพ่ือรับทราบปัญหาและแนวทาง
ความสําเรจ็ ของงาน
๗. ผลผลิต ผลลพั ธ์
กลมุํ เล้ยี งแพะ มสี มาชกิ กลุมํ จาํ นวน ๒๕ ครวั เรือน มีทกั ษะในการเลี้ยงแพะ มีรายได๎เพ่ิมจากการเพาะ
พันธ๑แพะและจําหนํายแพะ มีนักเรียนชั้นประถมศึกษามาเรียนรู๎การเล้ียงแพะ จํานวน ๕๐ คน มีเงินทุน
หมุนเวียน ๕,๐๐๐ บาท สร๎างใหค๎ นในชุมชนมสี ํวนรํวมกับองค๑กรภาครัฐในการสนบั สนนุ ระบบเศรษฐกิจชมุ ชน
๘. ผลกระทบทเี่ กดิ ข้ึน
กลุํมเล้ยี งแพะ มกี ารบรหิ ารจดั การกลํมุ มคี วามสอดคลอ๎ งกับ (SDGs) เปูาหมายท่ี ๒: ยตุ คิ วามหวิ โหย
บรรลคุ วามมัน่ คงทางอาหาร ปรับปรุงโภชนาการ และสนับสนุนการทาํ เกษตรกรรมอยํางย่ังยืนเปูาประสงค๑ที่
๒.๔ เพิม่ ผลติ ภาพทางการเกษตรและรายได๎ของผผู๎ ลิตอาหารรายเล็ก โดยเฉพาะผ๎ูหญิง คนพ้ืนเมือง เกษตร
แบบครอบครัว คนเลี้ยงปศสุ ตั ว๑ ชาวประมง ให๎เพิ่มข้ึนเป็น ๒ เทํา โดยรวมถึงการเข๎าถึงท่ีดินและทรัพยากร
และปัจจัยนําเข๎าในการผลติ ความร๎ู บรกิ ารทางการเงิน ตลาด และโอกาสสําหรับการเพ่ิมมูลคําและการจ๎าง
งานนอกฟาร๑มอยาํ งปลอดภัยและเทําเทยี ม ภายในปี ๒๕๗๓ ตวั ชีว้ ัด ๒.๔.๑ รอ๎ ยละของพืน้ ท่เี กษตรท่ีมีการทํา
การเกษตรแบบยั่งยืน งานและกิจกรรมของชุมชนท๎องถ่ินที่สนับสนุนตัวช้ีวัดสนับสนุนเมล็ดพันธุ๑ พันธ๑ุพืช
พนั ธ๑สุ ตั วใ๑ ห๎กับครัวเรือนเพ่ือให๎ผู๎หญิง คนพ้ืนเมือง เกษตรแบบครอบครัว คนเล้ียงปศุสัตว๑ ชาวประมงได๎มี
โอกาสผลิตอาหาร
นอกจากน้ัน การดําเนินงานและกจิ กรรม ยังสงํ ผลกระทบตํอมิติโครงสร๎างพื้นฐานของชุมชน ดังนี้ ๑)
ด๎านสังคม ประชาชนมีการรวมกลุํมประกอบอาชีพเสริมโดยการเลี้ยงแพะ เกิดกระบวนการพัฒนากลุํมให๎
สมาชิกมีศกั ยภาพในเรอ่ื งของการบรหิ ารจัดการกลุํม ๒) ด๎านเศรษฐกิจ สมาชิกของกลุํมมีรายได๎เพิ่มข้ึนจาก
การขยายพันธ๑แพะ และ ๓) ด๎านการเมืองการปกครอง เทศบาลให๎ความสําคัญด๎านการสํงเสริมอาชีพแกํ
๒๗๔
ประชาชนจึงบรรจุโครงการพัฒนาอาชีพลงในแผนพัฒนาท๎องถิ่นประจําปี และจัดสรรงบประมาณเพ่ือ
สนับสนนุ การการพัฒนาศักยภาพกลุํมอาชีพเลย้ี งแพะ
๒๗๕
๖.๔.๑๕ ตลาดต้นปรกิ
แผนภาพที่ ๖.๗๓ กลุํมตลาดตน๎ ปรกิ
๒๗๖
Key actors กลํมุ ตลาดต๎นปรกิ
งานเด่น
ระดบั ของทนุ ทางสงั คม จาํ หนํายสนิ ค๎าอปุ โภค บริโภค สินค๎าเกษตรปลอดสารเคมี
ความสอดคลอ้ งกบั ๗ สงั คม ระดบั ตําบล
พน้ื ท่ี
ผดู้ าเนนิ งานหลัก สงั คมไมเํ ดอื ดรอ๎ น
เทศบาลตาํ บลปรกิ
นายสมพร บุญแกว๎ ตาํ แหนงํ ประธานกลุํมตลาดต๎นปรกิ
เบอรโ๑ ทรศพั ท๑ ๐๘๐-๕๔๕๔๗๒๙
๑. ท่มี าหรือฐานคิดของการดาเนินงาน
เทศบาลตําบลปริกประชากรสํวนใหญํมีอาชีพหลักคือเกษตรกรปลูกยางพารา ภาวะเศรษฐกิจที่
เปล่ียนแปลงราคายางตกตํ่า ทําให๎ประชาชนต๎องเพิ่มเวลาในการกรีดยางขึ้น แบบแผนการดําเนินชีวิต
เปลย่ี นแปลงไป การบริโภคอาหารนอกบ๎านและการซ้อื อาหารสําเร็จรูปมารับประทานที่บ๎านมีแนวโน๎มสูงข้ึน
เทศบาลตําบลปริกรํวมกับผ๎ูนําชุมชนและเกษตรกรในพ้ืนที่จึงมีแนวคิดเพิ่มชํองทางการเลือกบริโภคอาหาร
ปลอดภัยและจัดสถานท่สี ําหรับพํอค๎าแมํค๎าในชุมชน และสร๎างการมีสํวนรํวมในดูแลสุขภาพด๎วยการบริโภค
อาหารทป่ี ลอดภัย จัดตง้ั กลํุมตลาดต๎นปริกหรือเรียกกันวํา“หลาดตน๎ ปริก” ขน้ึ
ประชากรเทศบาลตําบลปริกมีทั้งหมด ๕,๑๕๘ คน เพศชาย ๒,๔๗๔ คน (ร๎อยละ ๔๗.๙๖) เพศหญิง
๒,๖๘๔ คน (ร๎อยละ ๕๒.๐๔) ครัวเรือน ๑,๒๖๑ ครัวเรือน รายได๎เฉล่ียประชากร ๒๒๑,๕๘๑.๖๗ บาท/ปี
ครวั เรอื นท่ีมีหนสี้ นิ ๕๓๖ ครวั เรือน (ร๎อยละ ๔๔.๐๔) เป็นครัวเรือนสมาชิกกลุํมตลาดต๎นปริก ๑๐ ครัวเรือน
(ร๎อยละ ๐.๗๙) ครัวเรอื นทมี่ กี ารออม ๖๙๐ ครัวเรือน (ร๎อยละ๕๗.๖๙) เปน็ ครัวเรอื นสมาชิกกลุํมตลาดต๎นปริก
๑๕ ครวั เรือน (ร๎อยละ ๑.๑๙) มีอาชีพหลัก ๔,๕๑๐ คน (รอ๎ ยละ ๗๕.๐๐) ไมํมีอาชีพเสริม ๓,๖๑๕ คน (ร๎อยละ
๙๐.๖๕) คนวาํ งงาน ๓๗๙ คน (รอ๎ ยละ ๙.๕๐) มเี ส๎นทางการพฒั นากลํมุ ตลาดตน๎ ปริก ดงั น้ี
แผนภาพท่ี ๖.๗๔ เสน๎ ทางการพฒั นาตลาดต๎นปริก
พ.ศ. ๒๕๖๐ คณะรัฐมนตรีมีมติให๎ดําเนินโครงการตลาดประชารัฐ ชํวยเหลือผ๎ูประกอบการที่ได๎รับ
ความเดือดร๎อนจากการไมํมีสถานท่ีค๎าขายให๎มีพื้นท่ีค๎าขาย เป็นการเพิ่มโอกาสและสร๎างรายได๎ให๎กับกลุํม
ผ๎ปู ระกอบการรายใหมํ และกระตุ๎นเศรษฐกิจฐานรากในชมุ ชนให๎มคี วามเข๎มแขง็ มากยิ่งขึ้น เทศบาลตําบลปริก
ตระหนักถึงความสําคัญโดยพัฒนาพื้นที่หน๎าเทศบาลให๎เกษตรกรและผู๎ประกอบการเกษตรในพื้นที่เขต
เทศบาลและพ้นื ทใี่ กล๎เคยี ง มาจาํ หนํายอาหารในตลาดโดยใชว๎ ตั ถุดิบและบรรจุภัณฑ๑ใสํอาหารที่ปลอดภัยเป็น
มติ รตํอส่ิงแวดล๎อม โดยมีนายสมพร บญุ แกว๎ ผเ๎ู ชยี วชาญเกษตรปลอดสาร เปน็ ประธานตลาดต๎นปริก
๒๗๗
พ.ศ.๒๕๖๑-ปัจจบุ ัน กลมํุ ตลาดต๎นปริกได๎รับงบประมาณจากสถาบันการจัดการระบบสุขภาพภาคใต๎
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร๑และสํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร๎างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นเงิน
๑๐๐,๐๐๐ บาท พัฒนาศักยภาพคณะกรรมการโดยการฝึกอบรมและศึกษาดูงานการบริหารจัดการตลาดที่
Green Market มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร๑ และนําความรูม๎ าวางแผนบรหิ ารตลาด เพิม่ รายได๎-ลดรายจําย
ให๎เกษตรกรและประชาชนในพื้นท่ี สร๎างความมัน่ ใจวําผบ๎ู รโิ ภคจะได๎รบั อาหารทส่ี ะอาด ถูกสุขลักษณะ ปัจจุบัน
มีเงนิ ทนุ หมนุ เวียน ๑๗,๕๐๐ บาท
๒. กลมุ่ ประชากรเป้าหมาย
ผค๎ู า๎ ในตลาดจาํ นวน ๖๐ รา๎ น
๓. ผลทตี่ อ้ งการใหเ้ กิดขึน้
ประชาชนในพื้นทม่ี รี ายได๎เพิ่มข้ึน ลดรายจาํ ยจากการไดผ๎ ลติ ภณั ฑ๑อาหารในราคาถูกกวาํ ท๎องตลาด เป็น
การเพ่ิมชํองทาง/โอกาสทางการค๎าให๎เกษตรกรและผู๎ประกอบการเกษตรในพ้ืนที่เขตเทศบาลและพื้นที่
ใกล๎เคียง มาจาํ หนํายอาหารในตลาด และชวํ ยลดโลกร๎อนจากการดาํ เนินการตลาดปลอดโฟม ปลอดควันบุหร่ี
ตลาดสเี ขียว สํงเสรมิ ใหป๎ ระชาชนดํารงตนบนหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี งโดยปลกู พืชผักเพ่ือบริโภคเหลือจากการ
บริโภคนาํ มาขาย และผู๎บริโภคเองไดร๎ บั อาหารทีส่ ะอาด ถกู สขุ ลักษณะ และมีคุณคําทางโภชนาการ
๔. ขอ้ มลู และเครอื่ งมอื ในการดาเนินงาน
ขอ๎ มูลและเครอื่ งมอื ทนี่ าํ ใช๎เกีย่ วกบั การดาํ เนนิ งานของกลุมํ ตลาดตน๎ ปริก ได๎แกํ
ขอ๎ มูลจากฐานข๎อมูลตําบล (TCNAP) ข๎อมูลด๎านเศรษฐกิจ รายได๎เฉล่ียประชากร/คน/ปี รายได๎เฉล่ีย
ครัวเรอื น รอ๎ ยละครวั เรอื นที่มีหนส้ี ิน รอ๎ ยละครวั เรือนทม่ี กี ารออม คนวาํ งงาน คนไมํมีอาชีพหลัก คนไมํมอี าชีพ
เสริม ขอ๎ มูลดา๎ นสภาวะแวดล๎อมครัวเรือน ฐานขอ๎ มลู RECAP ทุนทางสงั คมกลมํุ อาชพี ข๎อมลู ความเช่ียวชาญ
เครื่องมือในการดําเนินงานได๎แกํ คณะกรรมการบริหารจัดการ รูปแบบการบริหาร การประชุม
ประจําเดือน จํานวนเงินทุนหมุนเวียน กฎ กติกาการดําเนินการกลํุม และบัญชีรายช่ือร๎านค๎าที่จําหนํายใน
ตลาดต๎นปรกิ
๕. รูปธรรมงาน
ตลาดต๎นปรกิ มกี ารจดั สถานท่ีเพ่อื จาํ หนาํ ยสนิ คา๎ อปุ โภคบริโภคในราคาต่าํ กวําทอ๎ งตลาดและเป็น
แหลงํ จําหนํายผลิตผลทางการเกษตรในชุมชนท่ีปลอดสารเคมี ชํวยลดโลกร๎อนโดยบริหารจัดการ โดยภาค
ประชาชนมีการทําบัญชีรายรับ รายจําย ตามกฎเกณฑ๑ของตลาดต๎นปริก ได๎รับการตรวจมาตรฐานอาหาร
ปลอดภัยจากสํานักงานสาธารณสุขอําเภอสะเดา รวมทัง้ เปิดโอกาสให๎เด็ก เยาวชนมีสถานท่ีในการหารายได๎
เสรมิ จากการแสดงดนตรีหรอื ความสามารถของตนเอง
๖. วธิ ดี าเนนิ งาน
การดําเนนิ การกลํมุ ตลาดต๎นปรกิ มีการดาํ เนินการโดยคนในชุมชน ไดแ๎ กํ
๑) มกี ารแตํงตง้ั คณะกรรมการบริหารกลุํมผาํ นการประชุม จํานวน ๑๙ คน
๒) จดั ประชุมคณะกรรมการกําหนด กฎ กติกา ข๎อตกลง ขอ๎ บังคับ รูปแบบการบริหารจดั การ เชํน ราคา
คําเชําล็อค วันละ ๑๐ บาท(ตํอ ๑ ล๏อค) ไมํเกิน ๒ ล็อค คําไฟภายในตลาดหลอดละ ๑๐ บาท (กรณีต๎องใช๎
หลอดไฟ) ห๎ามผ๎ูประกอบการขาดเกิน ๓ คร้ังติดตํอกันถ๎าเกิน ๓ คร้ัง ต๎องคืนล๏อค ห๎ามใช๎โฟม ลวดเย็บ
กระดาษ ถุงพลาสตกิ ในการบรรภุ ัณฑ๑ ภาชนะท่ีใสขํ องหรืออาหารจะเนน๎ วัสดุทยี่ ํอยสลายได๎ตามธรรมชาติ การ
จัดหาสินค๎าทีม่ คี ุณภาพตรงตามความต๎องการของประชาชนสํวนใหญมํ าจาํ หนํายในราคาท่ีถูกกวําท๎องตลาด
เปน็ ตน๎ และจดั พืน้ ที่ตลาดสเี ขียวหรอื Green Market บรเิ วณลานดา๎ นหน๎าที่ทาํ การเทศบาลตาํ บลปรกิ เฉพาะ
วันอังคารต้ังแตํเวลา ๑๓.๐๐ น. – ๒๑.๐๐ น.เน๎นขายสินค๎าพื้นบ๎าน อาหารพ้ืนเมือง พืชผักปลอดสารเคมี
ผลไม๎ ท่ีเกษตรกรปลกู เองกบั มือและขายให๎กับผ๎ูบริโภคโดยตรง ขนมหวาน อาหารสดและอาหารแปรรูป ซ่ึง
ล๎วนเปน็ สินคา๎ ท่ีปลอดสารพษิ และสารเคมี
๓) การพฒั นาศกั ยภาพผ๎ูประกอบการโดยอบรมมาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร
๔) ตรวจคุณภาพอาหาร สารปนเปื้อน ๕ ประเภท หรือสารเคมีตํางๆจากคณะทรัพยากรธรรมชาติ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร๑ ( ม.อ. ) หาดใหญํ ๓ เดอื น/ครั้ง
๕) จัดกจิ กรรมให๎ความรู๎แกํประชาชน/ประกวดอาหารเมนรู ักษ๑สุขภาพทกุ วันองั คารท่ีสองของเดอื น เปิด
โอกาสให๎เด็กและเยาวชนมสี วํ นรํวมในตลาดโดยการแสดงดนตรแี ละความสามารถเพ่ือหารายไดเ๎ สริม เปน็ ตน๎
๒๗๘
๖) การจดั การข๎อมลู ไดแ๎ กํ การทาํ บัญชีรายรบั รายจําย จาํ นวนเงนิ ทนุ หมุนเวียน เปน็ ตน๎
๗) มกี ารตดิ ตามประเมนิ การดําเนินงานตลาดทุก ๓ เดอื นเพอ่ื นาํ ข๎อเสนอแนะของร๎านค๎าและประชาชน
มาพัฒนาตลาดใหม๎ คี ุณภาพ
๗. ผลผลติ ผลลพั ธ์
มีสถานที่จําหนํายสินค๎าอุปโภค บริโภคในชุมชนและผลิตผลทางการเกษตรของชุมชนที่เป็นการเพ่ิม
รายได๎-ลดรายจํายให๎แกํประชาชนในชุมชน จากการซื้อสินค๎าได๎ถูกกวําท๎องตลาดท่ัวไป ชํวยลดโลกร๎อนจาก
การงดใชโ๎ ฟม เดก็ เยาวชนมีพื้นทแี่ สดงความสามารถ ทงั้ ยังเป็นการสร๎างความสัมพันธ๑อันดีของคนในชุมชน
ในการมีสํวนรํวมกับองค๑กรชุมชนในการสนับสนุนระบบเศรษฐกิจชุมชน ประชาชนได๎มีชํองทางในการเพ่ิม
รายได๎ และยงั ได๎บรโิ ภคพืชผกั ทป่ี ลอดสารเคมี
๘. ผลกระทบทีเ่ กดิ ขึน้
กลุํมตลาดต๎นปริก มีการบริหารจัดการกลํุม สอดคล๎องกับนโยบายเปูาหมายการพัฒนาท่ียั่งยืน
(SDGs) เปาู หมายท่ี ๑: ยตุ คิ วามยากจน ยตุ คิ วามยากจนทกุ รูปแบบในทกุ พื้นท่ี เปูาประสงค๑ท่ี ๑.๒ ภายในปี
๒๕๗๓ ลดสดั สํวนชาย หญิง และเด็ก ในทุกชํวงวัย ที่อยํูภายใต๎ความยากจนในทุกมิติ ตามนิยามของแตํละ
ประเทศ ใหล๎ ดลงอยํางน๎อยคร่ึงหนึง่ ตวั ชีว้ ดั ๑.๒.๑ สัดสํวนของประชากรที่มีรายได๎ตํ่ากวําเส๎นความยากจน
สากล จําแนกตาม เพศ อายุ สถานะการจ๎างงาน และ ท่ีตั้งทางภูมิศาสตร๑ (ชุมชนเมือง/ชนบท) งานและ
กจิ กรรมทส่ี นับสนุนตวั ช้ีวัด สนบั สนุนการจดั พน้ื ที่ตลาด สําหรับขายสินค๎า ผลผลิตสําหรับแมํบ๎าน ผ๎ูสูงอายุ
เด็กและเยาวชน เพ่ือกระจายสินค๎า และการเพ่ิมรายไดใ๎ นชุมชน ตัวชี้วัด ๑.๒.๒ สัดสํวนของประชากรที่อยํูตํ่า
กวําเส๎นความยากจนของประเทศ จําแนกตามเพศ และอายุ สนับสนุนการเปดิ ตลาดนัดสเี ขียว ตลาดนัดชมุ ชน
เพอื่ กระจายสินคา๎ / ผลผลติ ท่เี ป็นอาหารสําเรจ็ รปู อาหารสด และเพม่ิ รายได๎ใหส๎ มาชิก ตวั ชีว้ ัด ๑.๕.๓ จาํ นวน
ประเทศท่มี ียุทธศาสตรก๑ ารลดความเสย่ี งภยั พิบตั ิระดบั ประเทศ และระดับทอ๎ งถนิ่ งานและกจิ กรรม สนับสนนุ
การเปดิ ตลาดสีเขยี ว สําหรับเป็นพ้นื ทีข่ ายสินค๎าของเกษตรกรที่ลดการใชส๎ ารเคมี เปาู หมายที่ ๘: สํงเสริมการ
เจริญเติบโตทางเศรษฐกจิ ที่ยง่ั ยืน และครอบคลมุ และการจา๎ งงานเต็มอตั รา และงานที่มีคุณคําสําหรับทุกคน
เปูาประสงค๑ที่ ๘.๑ทําให๎การเติบโตทางเศรษฐกิจตํอหัวประชากรมีความยั่งยืนตามบริบทของประเทศ
โดยเฉพาะอยาํ งยิ่ง ให๎ผลิตภณั ฑ๑มวลรวมในประเทศของประเทศพฒั นานอ๎ ยทีส่ ุดมีการขยายตวั อยํางน๎อยร๎อย
ละ ๗ ตํอปีตัวชี้วัดที่ ๘.๑.๑ อัตราการเติบโตเฉลี่ยตํอปีของรายได๎ท่ีแท๎จริงตํอหัวประชากรสนับสนุนให๎
ประชาชนและครอบครัวมอี าชีพเสรมิ มากกวํา ๑ อยาํ ง
นอกจากนี้ ยังสํงผลกระทบตํอมิติโครงสร๎างพ้ืนฐานของชุมชน ดังนี้ ๑) ด๎านสังคม ประชาชนมีการ
รวมกลุํมเพอ่ื จาํ หนํายสนิ คา๎ อปุ โภค บริโภคและผลิตผลทางการเกษตรปลอดสารเคมี และเปน็ สถานทส่ี ํงเสริม
ให๎เยาวชนมรี ายได๎เสรมิ จากการแสดงความสามารถในตลาดต๎นปริก ๒) ด๎านเศรษฐกิจ สมาชิกกลํุมมีรายได๎
เพิม่ ขนึ้ จากการนําสินค๎ามาจําหนํายและสามารถซื้อสนิ คา๎ ไดใ๎ นราคาถกู กวาํ ท๎องตลาด ๓) ด๎านสภาวะแวดลอ๎ ม
การจาํ หนาํ ยสนิ คา๎ ในตลาดตน๎ ปรกิ เปน็ การงดใชโ๎ ฟมและลดใชถ๎ งุ พลาสตกิ ชํวยลดภาวะโลกรอ๎ น และสนับสนุน
ใหช๎ มุ ชนมีการปลูกผลิตผลทางการเกษตรปลอดสารเคมี ๔) ด๎านสุขภาพ มีผลผลิตผลทางการเกษตรที่ปลอด
สารเคมีสําหรับบริโภค และ ๕) ด๎านการเมืองการปกครอง เทศบาลสนับสนุนสถานท่ีจําหนํายสินค๎าและ
สถานทีท่ าํ งานช่วั คราวแกํกลํุมตลาดตน๎ ปรกิ มแี ผนรํวมกบั ชมุ ชนและภาคเี ครอื ขํายควบคมุ คณุ ภาพผลิตภัณฑ๑
ในตลาด และจัดสรรงบประมาณเพื่อสํงเสริมการบริหารจัดการตลาดต๎นปริกโดยการฝึกอบร มการตรวจ
อาหารและศกึ ษาดูงาน
๒๗๙
๖.๕ สังคมคนดี
ลาดบั ที่ ทุนทางสังคม
๑.
โรงเรยี นเทศบาลตาํ บลปรกิ
๒ มัสยดิ กลาง ชมุ ชนทํงุ ออก
๓ มสั ยิดมูฮบิ บนี ชมุ ชนสวนหมํอม
มสั ยิดดาหรนอาหมัน ชมุ ชนร๎านใน
๔
ท้งั นเ้ี ส๎นทางการพัฒนาของสังคมคนดมี รี ายละเอยี ดดังตอํ ไปนี้
แผนภาพที่ ๖.๗๕ เส๎นทางการพฒั นาสังคมคนดี
๒๘๐
แผนภาพท่ี ๖.๗๖ ภาพรวมสงั คมคนดี
๒๘๑
๖.๕.๑ โรงเรียนเทศบาลตาบลปริก
แผนภาพท่ี ๖.๗๗ โรงเรียนเทศบาลตาํ บลปรกิ
๒๘๒
Key actors โรงเรยี นเทศบาลตาํ บลปริก
งานเด่น
ระดับของทนุ ทางสงั คม การสร๎างเดก็ และเยาวชนใหเ๎ กิดสํานกึ ความเป็นคนดี
ความสอดคล้องกับ ๗ สังคม ระดบั หนํวยงาน
พน้ื ที่
ผ้ดู าเนินงานหลัก สงั คมคนดี
เทศบาลตาํ บลปรกิ
นางสาวอษุ ณีย๑ เหลม็ หมัน ผู๎อํานวยการโรงเรียนเทศบาลตาํ บลปริก
เบอร๑โทรศพั ท๑ ๐๘๓-๑๘๕๘๐๑๐
๑. ทีม่ าหรือฐานคดิ ของการดาเนินงาน
โรงเรียนเทศบาลตาํ บลปรกิ ได๎จดั การศกึ ษาแบบบูรณาการ เน๎นการสร๎างพลังเด็กและเยาวชนให๎เกิด
สํานึกความเป็นพลเมือง เชื่อมโยงกิจกรรมการเรียนการสอนให๎สอดคล๎องกับการขับเคล่ือนภารกิจของ
เทศบาลตาํ บลปริก สรา๎ งกระบวนการเชอ่ื มโยงโรงเรยี นสํูชุมชน ด๎วยการกําหนดหลักสูตรท๎องถ่ินแบบมีสํวน
รํวม ประกอบดว๎ ย การเรียนการสอนศาสนา เศรษฐกิจพอเพียง การจัดการภัยพิบัติ การจัดการส่ิงแวดล๎อม
ชมุ ชนโดยชุมชน เพื่อรองรับการเข๎าสูํประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ดําเนินการบูรณาการกับ ๘ สาระ
หลกั สนบั สนนุ การศกึ ษาทางเลอื ก การจัดการกองทุนเพ่อื การศกึ ษาให๎กับเด็ก และเยาวชน รวมท้ังทําหน๎าท่ี
ในการเชอื่ มประสานเรอ่ื งการศกึ ษาตํอในระดบั อุดมศึกษา ใหก๎ บั เดก็ และเยาวชนได๎มีโอกาสเข๎าถึงการศึกษาใน
ระดับอดุ มศกึ ษา และสายอาชพี สนับสนุนกจิ กรรมตาํ ง ๆ ทเี่ กี่ยวขอ๎ งกบั ศาสนศกึ ษา การปฏิบัติกิจกรรมทาง
ศาสนา การสืบสานวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชุมชน และภูมิปัญญาท๎องถิ่น การแขํงขันกีฬาท้ังภายในและ
ภายนอกชมุ ชน รวมท้ังกจิ กรรมของรฐั ประเพณี สําหรบั ประชากรเทศบาลตาํ บลปรกิ ทงั้ หมด ๕,๑๕๘ คน อายุ
๓-๔ ปี จํานวน ๒๓๘ คน (ร๎อยละ ๔.๖๑) อายุ ๕- ๑๔ ปี จํานวน ๘๐๙ คน (ร๎อยละ๑๕.๖๘) ผู๎ท่ีกําลังศึกษา
จํานวน ๑,๓๖๕ คน ระดบั เตรยี มอนบุ าลจํานวน ๕๔ คน (รอ๎ ยละ ๓.๙๖) ระดับอนุบาล จํานวน ๒๐๖ คน (ร๎อย
ละ ๑๕.๐๙) ระดับประถมศึกษา ๕๔๙ คน (ร๎อยละ ๔๐.๒๒) ระดับมัธยมศึกษาจํานวน ๒๔๑ คน (ร๎อยละ
๑๗.๖๖) ระดับอืน่ ๆ จํานวน ๓๑๕ คน (รอ๎ ยละ ๒๓.๐๗) จากผ๎ทู ี่กําลังศกึ ษาศึกษาท้งั หมดเป็นนกั เรยี นโรงเรียน
เทศบาลตําบลปริกทงั้ หมด จํานวน ๖๐๒ คน (ร๎อยละ ๔๔.๑๐) โดยอยูํในระดับอนุบาลจํานวน ๒๒๐ คน (ร๎อย
ละ ๑๖.๑๑) ระดับประถมศึกษาและมัธยม ๓๘๒ คน (ร๎อยละ ๒๗.๙๘) ครูในโรงเรียนเทศบาลตําบลปริก
จํานวน ๓๘ คน โดยที่ผํานมาการดําเนินงานของเทศบาลตําบลปริกมุํงเน๎นการมีสํวนรํวมในการจัดการเรียน
การสอน จนกระท่ังปัจจุบนั โรงเรยี นเทศบาลตําบลปริกได๎มีการพัฒนาเป็นต๎นแบบการเรียนรู๎ โดยมีเส๎นทาง
การพัฒนาดังน้ี
๒๘๓
แผนภาพที่ ๖.๗๘ เสน๎ ทางการพฒั นาโรงเรยี นเทศบาลตําบลปรกิ
พ.ศ. ๒๕๔๙ – พ.ศ. ๒๕๕๐ เทศบาลตําบลปริก กําหนดให๎การศึกษาเป็นนโยบายเรํงดํวนท่ี
จะต๎องดําเนินการเพ่ือสํงเสริมและพัฒนาคนในพ้ืนท่ี ให๎ได๎รับการศึกษาและพัฒนาความเป็นพลเมือง การ
พัฒนากระบวนการทางการศกึ ษาจึงมที งั้ ในระบบ นอกระบบ และตามอธั ยาศัยหรือทางเลอื กอืน่ ๆ โดยเฉพาะ
การจดั การศึกษาสําหรับเด็กและเยาวชน ตามรฐั ธรรมนูญแหงํ ราชอาณาจักรไทยปี พ.ศ.๒๕๕๐ ท่ีมีเปูาหมาย
ใหเ๎ ดก็ ไดม๎ ีโอกาสเรียนฟรี เรียนดี และเรยี นอยาํ งมคี ณุ ภาพ ดงั นัน้ ในวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๔๙ เทศบาลตําบล
ปริกจึงได๎ต้ังโรงเรียนขึ้น โดยจัดการศึกษาในระดับอนุบาล ๑-๓ รับนักเรียนจากศูนย๑พัฒนาเด็กเล็ก ประจํา
มัสยิดมูฮิบบีน และ ศูนย๑พัฒนาเด็กเล็กประจํามัสยิดดาหรนอาหมัน ซึ่งศูนย๑พัฒนาเด็กเล็กประจํามัสยิ ด
ดังกลาํ วสงั กัดกรมศาสนา ตํอมาในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ได๎รวมศูนย๑พัฒนาเด็กเล็ก ประจํามัสยิดท้ังสอง เป็นศูนย๑
พฒั นาเด็กเลก็ ทส่ี ังกัดเทศบาลและบรหิ ารจดั การโดยเทศบาลตําบลปรกิ
พ.ศ. ๒๕๕๑ – พ.ศ. ๒๕๕๕ เทศบาลตาํ บลปรกิ ต๎องการจัดเปน็ รัฐสวัสดกิ ารทางการศกึ ษาใหก๎ บั ชุมชน
ท๎องถ่ิน เพื่อให๎พํอแมํ ผ๎ูปกครอง ไมํเดือดร๎อนและไมํลําบากกับภาวะทางเศรษฐกิจของครอบครัว ทุกคน
สามารถสงํ บตุ รหลานเขา๎ เรยี นในโรงเรียนเทศบาลได๎อยํางท่ัวถึงและเทําเทียมกัน ที่สําคัญคือ ประชาชนท่ีมี
ฐานะทางเศรษฐกิจระดับกลางถึงยากจนจะมีโอกาสเข๎าถึงการศึกษาเชํนเดียวกันกับผู๎ท่ีมี ฐานะครอบครัวดี
โรงเรียนเทศบาลตําบลปรกิ จึงขยายช้นั เรยี นในระดับประถมศึกษาปีท่ี ๑ - ๖ อยํางตํอเน่ือง จัดการเรียนการ
สอนตามหลักสตู รมาตฐาน ๘ วชิ าหลกั จากนัน้ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ได๎เปิดชน้ั เรยี นในระดบั มัธยมศกึ ษาปี ที่ ๑
พ.ศ. ๒๕๕๖ – ปัจจุบนั เทศบาลไดว๎ เิ คราะหก๑ ารจดั การเรียนการสอนของโรงเรยี นเทศบาลตําบลปริก
พบวาํ การจดั การศึกษาของโรงเรยี นยงั ไมํสอดคล๎องบรบิ ทพืน้ ท่ี จาํ เป็นต๎องบูรณาการการศึกษาให๎สอดรับกับ
การพัฒนาพื้นท่ี เพ่อื ให๎เดก็ ได๎เรยี นรพ๎ู น้ื ทีแ่ ละสามารถปรับตัวตามบริบท โดยเฉพาะการดํารงชีพบนพื้นฐาน
เศรษฐกิจพอเพียง การมีสํวนรํวมของชุมชนในการจัดการขยะและอนุรักษ๑สิ่งแวดล๎อม ซึ่งบริบทดังกลําว
เป็นอัตลักษณ๑ของเทศบาลตําบลปริก ดังนั้นจึงพัฒนาหลักสูตรท๎องถน่ิ ๔ กลมุํ สาระ ไดแ๎ กํ ๑) สาระการเรียนร๎ู