The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานการวิจัยชุมชน(RECAP)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by HISI-Book, 2021-01-05 23:24:17

รายงานการวิจัยชุมชน(RECAP)

รายงานการวิจัยชุมชน(RECAP)

๑๘๔

ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ สํานกั งานกองทุนสนบั สนุนการสร๎างเสรมิ สุขภาพ (สสส.) ได๎เข๎ามาสนับสนุนฐานการ
เรยี นรู๎ EMS ท่มี อี าสาสมัครเขา๎ รํวมกันให๎ความชํวยเหลือผู๎ประสบภัย โดยผํานการฝึกอบรมความรู๎เบื้องต๎น
การให๎ความชํวยเหลือผ๎ูประสบภัย รํวมกับอาสาสมคั รปอู งกนั ภยั ฝาุ ยพลเรือน (อปพร.) และงานปูองกันและ
บรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตําบลปริก มีการขยายฐานอาสาสมัครชุดใหมํเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการให๎บริการ
แพทยฉ๑ กุ เฉนิ เบอื้ งต๎น ใหส๎ ามารถเขา๎ ถึงประชาชนในชุน ณ จดุ เกดิ เหตไุ ด๎ เกิดการเชอ่ื มโยงเครือขํายกับระบบ
การดูแลสขุ ภาพชมุ ชน โดยได๎รับการหนนุ เสรมิ ศักยภาพและสนับสนุนการดําเนินงานจากเทศบาลตําบลปริก
และ รพ.สต.ปรกิ

ตํอมาในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ งานปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตาํ บลปรกิ และ อปพร. ได๎รับการ
ฝกึ อบรมและพฒั นาศักยภาพในการชํวยเหลือผป๎ู ระสบอุบตั ิเหตุ และไดร๎ บั การสนับสนุนรถกู๎ชีพจาก องค๑การ
บริหารสํวนจงั หวัดสงขลาเพิ่มอกี ๑ คนั พรอ๎ มอุปกรณใ๑ นการชํวยปฐมพยาบาลเบอ้ื งต๎น ทาํ ให๎การชํวยเหลือผ๎ู
อุบัติเหตุเป็นไปอยํางมีประสิทธิภาพ สํงผลให๎ลดการสูญเสียชีวิต บรรเทาอาการบาดเจ็บของผู๎ประสบ
อุบัติเหตุ ชํวยเหลือสงํ ตอํ ผู๎ปุวยไปรักษาตํอทโี่ รงพยาบาลไดอ๎ ยํางทนั ทวํ งทีได๎อยาํ งครอบคลมุ ประชากรในพ้ืนท่ี
๒. กลุ่มประชากรเป้าหมาย

กลํมุ เปาู หมายในการให๎บริการของกลุํมอาสาก๎ูชีพ EMS คือ ประชากรของเทศบาลตําบลปริกจํานวน
๕,๑๕๘ คน ๑,๒๖๑ ครัวเรอื น จาํ แนกเปน็ เด็ก ๐-๓ ปี ๒๕๘ คน (รอ๎ ยละ ๕.๐๐) เดก็ ๓-๕ ปี ๒๓๘ คน (ร๎อยละ
๔.๖๑) เด็ก ๖-๑๒ ปี ๗๒๘ คน (ร๎อยละ ๑๔.๑๑) เยาวชน ๑๓-๒๕ ปี ๑,๒๔๘ คน (ร๎อยละ ๒๙.๒๐) หญิง
ต้ังครรภ๑ ๑๔ คน (รอ๎ ยละ ๐.๒๗) วยั ทาํ งาน (๑๕-๕๙ ป)ี ๓,๓๓๓ คน (ร๎อยละ ๖๔.๖๑) ผสู๎ งู อายุ ๗๒๑ คน (ร๎อย
ละ ๑๓.๙๗) ผพ๎ู กิ าร ๑๒๐ คน (ร๎อยละ ๒.๓๒) ผป๎ู วุ ยจิตเวช ๒๒ คน (ร๎อยละ ๐.๔๓) ผ๎ูติดเชื้อเอชไอวี/เอดส๑ ๓
คน (รอ๎ ยละ ๐.๐๖) ผ๎ปู ุวยโรคเรอื้ รงั (เบาหวาน/ความดนั โลหติ สงู ) ๒๕๗ คน (ร๎อยละ ๔.๙๘) และผู๎ปุวยระยะ
ท๎าย ๑ คน
๓. ผลทตี่ อ้ งการให้เกดิ ขนึ้

การดาํ เนินงานของกลุํมอาสากูช๎ ีพ EMS มงุํ หวงั ผลทเี่ กิดขึ้นคือ ๑) ประชากรในชุมชนที่เจ็บปุวยฉุกเฉิน
ไดร๎ บั การสงํ ตอํ ไปรบั การรกั ษาพยาบาลอยาํ งทันทวํ งที หรอื ผูป๎ ุวยติดเตยี งไดร๎ บั การนําสงํ เพอ่ื ไปพบแพทยต๑ าม
นดั ๒) ผ๎ูปุวยทเี่ จ็บปวุ ยฉกุ เฉินและผป๎ู ุวยติดเตียงได๎รับการเคลือ่ นย๎าย หรือสงํ ตอํ อยาํ งถกู วธิ ี จากอาสาสมัคร
ท่ีได๎รับการฝึกอบรม ชํวยลดภาวะแทรกซ๎อนของการเจ็บปุวย ๓) ผ๎ูปุวยฉุกเฉินและผู๎ปุวยติดเตียงสามารถ
เข๎าถงึ บรกิ ารสุขภาพเพ่ิมขึ้น ๔) ประชาชนท่ียากจนลดภาระคําใช๎จํายคํายานพาหนะในการจ๎างเหมารถกรณี
เจบ็ ปวุ ยฉุกเฉนิ หรอื ผูป๎ วุ ยติดเตยี งที่ต๎องไปพบแพทย๑
๔. ข้อมูลและเครอ่ื งมือในการดาเนนิ งาน

ข๎อมูลจากระบบฐานข๎อมูลตําบล (TCNAP) เชํน ข๎อมูลประชากร ครัวเรือนท่ีมีผ๎ูปุวยติดเตียง ข๎อมูล
พฤตกิ รรมเส่ียงการขับขี่จักรยานยนต๑โดยไมํสวมหมวกนิรภัย ข๎อมูลผ๎ูที่มีภาวะเส่ียงจากการประกอบอาชีพ
ข๎อมูลผู๎ปวุ ยเรื้อรัง ผูพ๎ กิ าร ผ๎ูปุวยติดเตียงในชุมชน ข๎อมูลผู๎ให๎การดูแลเมื่อมีการเจ็บปุวย เป็นต๎น ข๎อมูลการ
วจิ ัยชมุ ชน (RECAP) ทนุ ทางสังคมในการดูแลสขุ ภาพของชมุ ชน ไดแ๎ กํ เจ๎าหน๎าท่ีปูองกนั และบรรเทาสาธารณ
ภัยเทศบาลตําบลปริก อปพร. กลํุมอาสาก๎ูชีพ EMS รวมทั้งทุนทางสังคมท่ีหนุนเสริมศักยภาพในการ
ดําเนนิ งาน เชนํ เทศบาลตําบลปรกิ รพ.สต.ปรกิ เปน็ ต๎น รวมทง้ั นําใชข๎ อ๎ มลู จากฐานขอ๎ มลู จปฐ. ภาวะสุขภาพ
ของครัวเรือน เป็นต๎น เคร่ืองมือในการดําเนินงานได๎แกํ แผนท่ีชุมชนที่ระบุประชากรเปูาหมายท่ีสําคัญ
หลักสูตรการฝกึ อบรมอาสาสมคั รกช๎ู ีพ และแนวปฏบิ ตั ิของการให๎บรกิ ารอาสาก๎ชู พี
๕. รปู ธรรมงาน

การดําเนินงานของกลุํมอาสากู๎ชีพ EMS มีดังน้ี ๑) การชํวยเหลือเพ่ือนําผู๎ที่เจ็บปุวยฉุกเฉิน ผู๎ปุวย
เรอ้ื รัง และผู๎ประสบภัยสํงโรงพยาบาล ๒) เป็นวทิ ยากรอบรมให๎ความร๎ูแกํประชาชนและหนํวยงานองค๑กรใน
พ้ืนท่ี เชนํ สถานศกึ ษา ศนู ย๑พัฒนาเดก็ สถานทีร่ าชการตํางๆ และหนํวยงานเอกชน สถานประกอบการในพ้นื ท่ี
๓) การรวํ มเปน็ ทมี ในระดับภูมิภาคเพื่อเตรยี มพรอ๎ มสาํ หรับการกู๎ชพี กรณีฉุกเฉินและอบุ ตั เิ หตุหมํู ๔) การสรา๎ ง
กฎกติกาในชุมชนในการชํวยเหลือผู๎ท่ีเจ็บปุวยฉุกเฉิน ผู๎ปุวยติดเตียง และผ๎ูที่ประสบภัย โดยการกําหนด
แนวทางในการใช๎บรกิ าร การตดิ ตอํ เจ๎าหน๎าที่ และ ๕) การจดั ทาํ แผนที่ชุมชนเพ่ือใชใ๎ นการดาํ เนินงาน และระบุ
ตาํ แหนงํ ครัวเรือนที่มีผปู๎ วุ ยติดเตยี ง ผพู๎ กิ ารทีต่ ๎องการความชวํ ยเหลอื เปน็ ตน๎

๑๘๕

๖. วธิ ีการดาเนนิ งาน
กลมํุ อาสาก๎ชู พี EMS มีแนวทางในการดาํ เนนิ งานคอื
๑) รํวมประชุมจัดต้ังคณะกรรมการกลุํมโดยคัดเลือกอาสาสมัครมาจากเจ๎าหน๎าที่งานปูองกันและ

บรรเทาสาธารณภยั จาํ นวน ๒๐ คน
๒) จัดทําแนวปฏิบัติในการดําเนินงานการของกลํุมอาสากู๎ชีพ EMS ในการให๎บริการผู๎ปุวยฉุกเฉิน

ผ๎ูปวุ ยติดเตียง และผ๎ปู ระสบภยั ทีไ่ ดร๎ บั อนั ตรายหรอื บาดเจบ็ จัดทาํ แผนท่ีชุมชนเพ่อื ใชใ๎ นการดาํ เนนิ งาน
๓) ฝึกอบรมอาสาสมัครให๎มคี วามร๎คู วามเขา๎ ใจและทกั ษะการปฐมพยาบาลและการฟื้นคนื ชีพ ทกั ษะการ

แจ๎งเหตุ ปอู งกนั และชวํ ยเหลอื ผูป๎ ระสบภัย
๔) สรา๎ งความเข๎าใจบทบาทหนา๎ ท่ี การจดั ตารางเวรในการปฏบิ ัติงาน
๕) บูรณาการความรํวมมือทกุ ภาคสวํ น ไดแ๎ กํ ท๎องถ่นิ ผนู๎ าํ ท๎องท่ี ศูนย๑วทิ ยุชุมชน และคนในชมุ ชน

และการสื่อสารประชาสัมพนั ธใ๑ หค๎ นในชุมชนรบั ทราบ เม่อื ต๎องการความชํวยเหลือจะไดส๎ ามารถประสานงานได๎
ถกู ตอ๎ ง

๖) จดั รถกู๎ชีพ EMS จาํ นวน ๒ คนั และอุปกรณ๑เคร่อื งมอื ในการปฐมพยาบาลและชํวยชีวิตในการปฐม
พยาบาลเบื้องต๎นและการสํงตํอผ๎ูปุวยเพ่ือรับการรักษา การนําสํงผ๎ูปุวยติดเตียงไปพบแพทย๑ตามนัด การ
ชวํ ยเหลือผปู๎ ระสบภยั พบิ ตั ทิ ีไ่ ดร๎ บั บาดเจบ็ ปฐมพยาบาล และสงํ ตอํ การดแู ล

๗) เป็นวิทยากรอบรมการปฐมพยาบาลและการก๎ูชีพให๎กับประชาชนในชุมชน นักเรียนในสถานศึกษา
หนํวยงานองคก๑ รตาํ งๆ

๘) การเข๎ารํวมเป็นเครือขํายระดับภูมิภาคและระดับประเทศเพ่ือเตรียมพร๎อมสําหรับการกู๎ชีพกรณี
ฉกุ เฉินและอบุ ัตเิ หตุหมูํ โดยไปอบรมที่ประเทศมาเลเซียเน่อื งจากเปน็ พ้นื ทท่ี อี่ ยํหู าํ งจากดํานชายแดนประเทศ
มาเลเซยี ประมาณ ๓๐ กิโลเมตร จึงมกี ารตดิ ตํอสือ่ สารและขา๎ มฝัง่ ชายแดนของประชากรเพอื่ ทาํ การค๎าขายอยํู
เสมอจงึ ตอ๎ งมีการวางแผนเตรียมการเพือ่ สร๎างเครอื ขํายของทั้ง ๒ ประเทศ
๗. ผลผลติ ผลลัพธ์

การดําเนินงานของกลํุมอาสากู๎ชีพ EMS มีรถกู๎ชีพจํานวน ๒ คัน กํอให๎เกิดผลลัพธ๑คือ ๑) ชํวยเหลือ
นําสํงผ๎ูปุวยฉุกเฉิน จํานวน ๑๓๒ ครั้ง ได๎แกํ กรณีอุบัติเหตุ ๓๑ ครั้ง (รถจักรยานยนต๑ ๒๓ ครั้ง รถยนต๑ ๘
คร้ัง) กรณีเจ็บปุวยฉุกเฉินท่ัวไป ๑๐๑ ครั้ง (ปวดหลัง เป็นลม ปวดท๎อง หายใจหอบ เจ็บครรภ๑คลอด) ๒)
นาํ สงํ ผูส๎ ูงอายตุ ดิ เตียง ผพู๎ กิ ารและผ๎ปู วุ ยจติ เวช ๙๘ ครง้ั จาํ แนกเป็น นาํ สํงโรงพยาบาลกรณีเจ็บปุวยฉุกเฉิน
๑๗ ครง้ั กรณีสํงโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย๑ตามนัด ๘๑ ครั้ง นอกจากน้ียังมีบริการรับ-สํงอุปกรณ๑ทางการ
แพทยจ๑ ากโรงพยาบาลนาํ สํงผปู๎ วุ ยท่ีบา๎ น ๑๒ ครั้ง เชํน เปล่ียนถังออกซิเจน ไปรับกายอุปกรณ๑ท่ีจําเป็น เป็น
ตน๎ รวมทงั้ มกี ารรบั ศพจากโรงพยาบาลสงํ ทีบ่ า๎ นผเ๎ู สียชวี ิตจํานวน ๑๕ คร้ังผู๎ประสบภัยได๎รับความชํวยเหลือ
และการปฐมพยาบาลเบื้องต๎นอยํางถูกวิธีกํอนนําสํงสถานพยาบาล ชํวยบรรเทาอาการบาดเจ็บ ลดจํานวน
การเสยี ชวี ติ จากอบุ ัตเิ หตุบนทอ๎ งถนน ผป๎ู วุ ยได๎รบั ความสะดวก รวดเรว็ ในการนําสงํ สถานพยาบาล ลดอัตรา
การบาดเจบ็ และการเสียชวี ติ ในการเคล่ือนย๎ายผ๎ูปวุ ยหรือผ๎ูประสบเหตุ ผูป๎ ุวยติดเตียงสามารถพบแพทย๑ตาม
นดั ได๎ตรงตอํ เวลา และ ๒) มีการฝึกซ๎อมแผนปูองกันอัคคีภัยให๎แกํหนํวยงานตําง ๆ ทั้งภายในและภายนอก
จํานวน ๔ ครัง้ ในปงี บประมาณ ๒๕๖๑
๘. ผลกระทบท่เี กดิ ขน้ึ

การดําเนินงานของกลุํมอาสากู๎ชีพ EMS สอดคล๎องกับเปูาหมาย SDGs ๓ การมีสุขภาพและความ
เป็นอยทูํ ่ดี ี ได๎รับการบรกิ ารดูแลสขุ ภาพทีจ่ ําเปน็ ครอบคลุมประชากรกลุํมเปาู หมายทกุ กลุํมวัย ผู๎ปุวยติดเตียง
และผ๎ูประสบภยั พิบัติ รวมท้ังการอบรมใหค๎ วามรกู๎ บั ประชาชนในการชวํ ยฟ้ืนคืนชีพ ให๎ชวํ ยเหลือผ๎ูอ่นื ได๎

ผลกระทบของการดําเนินงานตํอ ๕ มิติโครงสร๎างพน้ื ฐานของสงั คม ประกอบด๎วย ๑) ด๎านสังคม กลุํม
เกิดความเข๎มแข็ง เหนียวแนํน หรือคลี่คลายปัญหาบางอยํางได๎ และมีความสัมพันธ๑ท่ีดีกับคนทุกกลํุมวัย
พร๎อมท้ังได๎รับการยอมในฐานะสมาชิกกลํุม ให๎ความชํวยเหลือคนในสังคมและผ๎ูที่มีข๎อจํากัด เชํนผ๎ูปุวยติด
เตียง ๒) ดา๎ นเศรษฐกิจ ประชาชนลดภาระคาํ ใช๎จํายในการเดินทางไปสถานพยาบาลใหก๎ บั ผ๎ูปวุ ย
๓) ด๎านสุขภาพ กลํุมเปาู หมายมสี ขุ ภาพและความเปน็ อยํูที่ดี ผู๎ประสบภัยได๎รับความชํวยเหลือและการปฐม
พยาบาลเบื้องต๎นอยํางถูกวิธีกํอนนําสํงสถานพยาบาล ผ๎ูปุวยได๎รับความสะดวก รวดเร็ว ในการนําสํง
สถานพยาบาล ลดอัตราการบาดเจ็บและการเสียชีวิตในการเคลอื่ นยา๎ ยผ๎ูปุวยหรือผู๎ประสบเหตุ ประชาชนลด

๑๘๖

ภาระคาํ ใชจ๎ ํายในการเดนิ ทางไปสถานพยาบาลให๎กับผู๎ปุวย ลดจํานวนการบาดเจ็บการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ
บนท๎องถนน ผ๎ูปุวยติดเตียงสามารถพบแพทย๑ตามนัดได๎ตรงตํอเวลา ๔) ด๎านการเมืองการปกครอง ผู๎นํา
เลง็ เห็นถึงความสําคญั ด๎านการดแู ลสุขภาพของทุกกลุํมวยั บุคลากรมีความสามารถปฏิบัติการ และมีความรู๎
ความชาํ นาญ มที กั ษะในการชํวยเหลือผู๎ประสบภัย และเกิดผน๎ู ํา ระบบ EMS รู๎วิธีและสาธิตการปฐมพยาบาล
เบือ้ งต๎นอยํางถูกวิธี

๑๘๗
๖.๒.๗ โรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพตาบลปริก

แผนภาพท่ี ๖.๒๙ โรงพยาบาลสงํ เสรมิ สุขภาพตําบลปริก

๑๘๘

Key actors โรงพยาบาลสงํ เสรมิ สุขภาพตําบลปรกิ
งานเด่นคือ
ระดบั ของทุนทางสังคม การบรกิ ารดแู ลสขุ ภาพดจุ ญาติมิตร
ความสอดคลอ้ งกบั ๗ สงั คม ระดบั เครือขําย
พ้ืนท่ี
ช่อื วทิ ยากร สังคมเอ้ืออาทร
โรงพยาบาลสงํ เสริมสุขภาพตําบลปรกิ

นายปรีติวัฒน๑ หนูวิลัย ผู๎อํานวยการโรงพยาบาลสํงเสริมสุขภาพตําบล
ปรกิ เบอร๑โทรศพั ท๑ ๐๘๑-๘๙๘-๘๑๕๓

๑. ท่ีมาหรอื ฐานคดิ ของการดาเนนิ งาน
ในอดีตตําบลปริกอยูํหํางไกลสถานพยาบาล หากมีการเจ็บปุวยผ๎ูปุวยต๎องเดินทางไปพบแพทย๑ใน

อําเภอสะเดา อีกทั้งการจราจรก็ไมํสะดวกมากนัก ทําให๎ประชากรได๎รับการรักษาพยาบาลไมํท่ัวถึงและ
ทันทํวงที ทําให๎เกิดภาวะแทรกซ๎อนและสูญเสียชีวิต เชํน หญิงตั้งครรภ๑ไมํได๎ฝากครรภ๑ หรือกรณีหญิง
ตงั้ ครรภ๑ถงึ กาํ หนดคลอดไมสํ ามารถไปคลอดยังสถานพยาบาลท่ีมแี พทยแ๑ ละมีเครอ่ื งมือแพทย๑ครบถ๎วนเพียง

พอที่จะทาํ ให๎ท้ังมารดาและทารกปลอดภัย หญิงตั้งครรภ๑บางรายคลอดท่ีบ๎านหรือคลอดกับหมอตําแย ซึ่งมี
ความเสี่ยงตอํ ชวี ติ ท้ังตํอหญิงตั้งครรภ๑และเด็กแรกเกิด รวมทั้งกรณีการเจ็บปุวยอ่ืนๆ ไมํสามารถไปรับการ

รักษาได๎ทันทํวงที ผ๎ูปุวยบางคนรอคอยให๎อาการดีข้ึนเอง แตํกลับมีภาวะแทรกซ๎ อนเพ่ิมมากข้ึน ต๎องเสีย
คําใช๎จํายในการรักษาและมีระยะวันนอนในโรงพยาบาลเพิ่มข้ึน ผ๎ูนําชุมชนจึงมีแนวคิดในการสร๎าง
สถานพยาบาลในพ้ืนที่ข้ึน เพื่อให๎บริการสุขภาพประชากรอยํางท่ัวถึง ประชากรทุกกลุํมวัยสามารถเข๎าถึง

บรกิ าร ได๎รับบริการท่ีมมี าตรฐานซง่ึ จะสงํ ผลตํอคุณภาพชวี ติ ของประชากร โดยมเี สน๎ ทางการดําเนินงานดังนี้

แผนภาพที่ ๖.๓๐ เส๎นทางการพัฒนาโรงพยาบาลสํงเสริมสขุ ภาพตาํ บลปริก

ปี พ.ศ. ๒๕๑๓ เร่ิมกํอสร๎างสถานบริการสุขภาพเพื่อให๎บริการประชาชน บนเนื้อท่ี ๑ ไรํ ๒ งาน ซึ่ง
บรจิ าคทดี่ ินในการกํอสร๎างโดยนายอดุลย๑ ยขี นุ อดตี กํานันตาํ บลปรกิ มีชื่อวําอาคารสํานักผดุงครรภ๑ ลักษณะ
เปน็ อาคารไม๎ ดาํ เนนิ การกํอสรา๎ งแล๎วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๑๔ ใหบ๎ รกิ ารสุขภาพแกํประชาชนในพ้ืนที่ตําบลปริก
ใน หมูํท่ี ๑ หมูํที่ ๒ หมํูท่ี ๓ หมํูที่ ๔ หมํูท่ี ๕ หมํูท่ี ๖ และหมูํท่ี ๗ ตําบลปริก และให๎บริการสํงเสริมสุขภาพ
นักเรียนจาํ นวน ๕ โรงเรียน คือ โรงเรียนบ๎านปริก โรงเรียนบ๎านปริกใต๎ โรงเรียนบ๎านตะเคียนเภา โรงเรียน
บา๎ นใหมํ และโรงเรียนพฒั นาศาสตรม๑ ูลนธิ ิ

๑๘๙

ปี พ.ศ. ๒๕๔๐ มีนโยบายกระจายอํานาจสูํท๎องถิ่น มีการการจัดตั้งองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นขึ้น
องค๑การบริหารสํวนตาํ บลปริกจึงมีบทบาทหน๎าที่ในการสร๎างเสริมสุขภาพให๎แกํคนในชุมชน การแก๎ไขปัญหา
สภาพแวดล๎อมทางสงั คมท่ีสํงผลตํอสขุ ภาพ และให๎ความสําคัญกับการมีสวํ นรวํ มในการจดั การปัญหาดา๎ นสุข
ภาวะ โดยมีการดําเนนิ งานดา๎ นสาธารณสุขรวํ มกับสถานบริการสขุ ภาพปฐมภูมิ ในการวางแผนครอบครัวและ
พฒั นาประชากร การสงํ เสริมสขุ ภาพจิตและปูองกนั ปัญหาสขุ ภาพจิต งานอนามัยครอบครัว การพัฒนาอาชี
วอนามัย และการให๎บริการทันตสาธารณสุข โดย อบต. หนุนเสริมการดําเนินงานด๎วยการสนับสนุน
งบประมาณจากกองทนุ หลักประกนั สขุ ภาพในระดับพน้ื ที่ และเพ่อื ใหม๎ สี ถานทใ่ี นการให๎บริการประชากรอยําง
เพยี งพอและมีคณุ ภาพ สถานอี นามัยปริกจึงไดร๎ บั งบประมาณสนับสนนุ จากกระทรวงสาธารณสขุ เพอื่ กอํ สรา๎ ง
อาคารสถานอี นามยั หลงั ใหมํ โดยสร๎างตามแบบของสาํ นกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ด๎วยการสนับสนุน
งบประมาณในการกํอสรา๎ งทงั้ สน้ิ ๑,๘๐๗,๐๐๐ บาท

ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ จากนโยบายพฒั นาประเทศ ใหม๎ ีการปรบั ปรุงระบบบรกิ ารดา๎ นสาธารณสุข โดยลงทุน
พฒั นาระบบบริการสขุ ภาพของภาครฐั ในทกุ ระดบั มาตรฐาน ยกระดับสถานีอนามัยเป็นโรงพยาบาลสํงเสริม
สุขภาพตําบล (รพ.สต.) และพฒั นาระบบเครือขํายการสงํ ตอํ ในทกุ ระดบั ให๎มีประสิทธิภาพ สามารถเชื่อมโยง
กันทั้งภาครฐั และเอกชน เพื่อให๎ระบบหลักประกนั สขุ ภาพมคี ณุ ภาพอยํางเพียงพอและท่ัวถึง มีการปรบั เปลยี่ น
บทบาทบุคลากรใหส๎ ามารถทํางานเชิงรุก เน๎นการมีสํวนรํวมของประชาชน ชุมชน และองค๑กรปกครองสํวน
ท๎องถ่ิน ในการเพ่ิมคุณภาพการรักษาพยาบาล ระบบสํงตํอ ยาและเวชภัณฑ๑ ให๎สามารถเชื่อมโยงกับ
โรงพยาบาลแมํขํายได๎ สํงผลให๎โรงพยาบาลสํงเสริมสุขภาพตําบลปริก ได๎รับการจัดสรรอัตรากําลังด๎าน
สาธารณสขุ เพ่ิมมากขึน้ ทําใหส๎ ามารถดําเนนิ งานจดั บริการสขุ ภาพแกํประชากรท้ังเชิงรุกและเชิงรับ การโดย
การสํงเสริมสขุ ภาพ การคัดกรองภาวะสุขภาพในกลํุมเสี่ยง และการทํางานรํวมกับอาสาสมัครกลุํมตํางๆ ใน
การดูแลสุขภาพประชากรในชุมชน ได๎แกํ กลุํมอาสานมแมํ กลุํมอาสาดูแลผู๎ปุวยโรคเร้ือรัง กลุํมอาสาดูแล
ผูส๎ งู อายรุ ะยะยาว (Long Term Care) กลํุมอาสาดแู ลผู๎พิการและผป๎ู ุวยจติ เวช รวมงานสํงเสริมสุขภาพเด็ก
นักเรียน การการตรวจรกั ษาโรคที่ รพ.สต. การให๎บริการทันตกรรม ให๎บริการแพทยแ๑ ผนไทย เปน็ ตน๎
๒. กลุ่มประชากรเป้าหมาย

ประชากรเปูาหมายในการดแู ลคือประชากรในเขตเทศบาลตาํ บลปรกิ จาํ นวน ๕,๑๕๘ คน จําแนกเปน็ ๑)
กลํมุ เดก็ ไดแ๎ กํ เดก็ ๐-๕ ปี ๔๙๖ คน (ร๎อยละ ๙.๖๑) เดก็ ๐-๖ เดอื น ๕๗ คน (รอ๎ ยละ ๑.๑๐) เดก็ ๐-๓ ปี ๒๕๘
คน (ร๎อยละ ๕.๐๐) เดก็ ๓-๕ ปี ๒๓๘ คน (รอ๎ ยละ ๔.๖๑) ๖-๑๒ ปี ๗๒๘ คน (ร๎อยละ ๑๔.๑๑) เด็กและเยาวชน
๑๓-๒๕ ปี ๑,๒๔๘ คน (ร๎อยละ ๒๙.๒๐) ๒) หญิงตั้งครรภ๑ดูแลตํอเนื่องจนถึงหลังคลอด ๑๔ คน (ร๎อยละ
๐.๒๗) ๓) วยั ทํางาน อายุ ๑๕-๕๙ ปี ๓,๓๓๓ คน (ร๎อยละ ๖๔.๖๑) ๔) ผพู๎ ิการ ๑๒๐ คน (รอ๎ ยละ ๒.๓๒) ผปู๎ วุ ย
จิตเวช ๒๒ คน (รอ๎ ยละ ๐.๔๓) และ ๕) ผส๎ู ูงอายุ ๗๒๑ คน (รอ๎ ยละ ๑๓.๙๗) แบํงเปน็ ผสู๎ ูงอายุตดิ สังคม ๖๘๕
คน (ร๎อยละ ๙๕.๐๐ ของผ๎ูสูงอายุ) ผ๎ูสูงอายุติดบ๎าน ๒๖ คน (ร๎อยละ ๓.๖๐ ของผู๎สูงอายุ) และผู๎สูงอายุติด
เตียง ๑๐ คน (ร๎อยละ ๑.๔๐ ของผ๎ูสูงอายุ)
๓. ผลทีต่ ้องการใหเ้ กดิ ขึน้

การใหบ๎ ริการสขุ ภาพแกปํ ระชาชนของ รพ.สต. มุงํ ใหเ๎ กดิ ผลลพั ธ๑คือจัดบริการสุขภาพให๎ครอบคลุม ๑)
การสํงเสริมสุขภาพสําหรับประชากรทุกกลุํมวัย โดยพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก สตรี ผู๎สูงอายุ ผ๎ูพิการ และ
ผู๎ด๎อยโอกาส การแก๎ไขปัญหาเด็กน้ําหนักตํ่ากวําเกณฑ๑ งานวางแผนครอบครัว งานอนามัยครอบครัว การ
สํงเสริมสุขภาพจติ และปูองกันปญั หาสุขภาพจติ งานพฒั นาอาชีวะอนามัย และงานทันตสาธารณสุข ๒) การ
ปอู งกนั และควบคุมโรคติดตํอและไมํติดตํอ และอุบัติเหตุ และ ๓) การรักษาและฟ้ืนฟูสุขภาพ โดยจัดบริการ
รกั ษาโรคและให๎คําปรกึ ษา ใหบ๎ ริการที่มีมาตรฐาน พัฒนาระบบบริการให๎มีคุณภาพโดยการเย่ียมบ๎านผู๎ปุวย
สํงเสริมศักยภาพผ๎ูปวุ ยและครอบครวั ในการดูแลสุขภาพของตนเองท่ีบา๎ น โดยประสานความรํวมมือกบั อปท.
และอาสาสมัครในชุมชนในการดําเนินงานเพ่ือให๎บริการที่ครอบคลุมและตอบสนองความต๎องการของ
ประชากร ทัง้ นเ้ี พอ่ื ใหป๎ ระชากรทุกกลุํมวัยมีคุณภาพชีวิตทด่ี ี ได๎รับบรกิ ารที่มีคณุ ภาพ และเขา๎ ถงึ บริการ
๔. ข้อมูลและเคร่ืองมอื ในการดาเนนิ งาน

แหลํงขอ๎ มูลสาํ คัญท่ีโรงพยาบาลสํงเสริมสุขภาพตําบลปริกนําใช๎ในการดําเนินงานมีจากหลายแหลํง
ไดแ๎ กํ ขอ๎ มูลจากระบบฐานข๎อมูลตําบล (TCNAP) เชํน ข๎อมูลประชากรแตํละชํวงวัย ภาวะสุขภาพ ข๎อมูลผ๎ูท่ี
ตอ๎ งการความชํวยเหลือ ข๎อมูลการเจ็บปุวยเร้ือรัง ผ๎ูให๎การดูแลเม่ือมีภาวะเจ็บปุวย แนวทางการดูแลเม่ือมี

๑๙๐

ภาวะเจ็บปุวย ปัญหาการดูแลสุขภาพจากการเจ็บปุวยเรื้อรัง สภาวะการเจ็บปุวยเร้ือรัง สิทธิในการรักษา
ขอ๎ มลู ด๎านเศรษฐกิจ การอยูํอาศยั ข๎อมูลสิง่ แวดลอ๎ มทง้ั ในและนอกบา๎ นของเด็ก ผู๎สูงอายุ ผู๎พิการ และผู๎ปุวย
จติ เวช เป็นตน๎ ขอ๎ มูลการวิจยั ชมุ ชน (RECAP) ทนุ ทางสังคมทีเ่ กยี่ วขอ๎ ง เชนํ เทศบาลตําบลปริก ศูนย๑พัฒนา
คณุ ภาพชวี ติ ผ๎ูสูงอายแุ ละผู๎พกิ าร กลุํม อสม. กลุํมอาสาสมัครดูแลสขุ ภาพในชุมชน รวมทงั้ ทนุ ทางสงั คมระดบั
บคุ คล เชํน ผ๎ูนํา ผ๎ูท่ีมีความเชี่ยวชาญในการดูแลเด็กหรือผู๎สูงอายุ เป็นต๎น นอกจากน้ียังมีข๎อมูลจากแหลํง
อนื่ ๆ เชนํ ข๎อมูลจาก จปฐ. ฐานขอ๎ มูลจากการรายงานผลการดําเนินงานของอาสาสมัครสาธารณสุขมูลฐาน
ขอ๎ มลู สถิตดิ ๎านการเกิดโรคในพนื้ ท่ี ขอ๎ มูลแผนสุขภาพตําบล ข๎อมลู สถานการณ๑การควบคุมการบรโิ ภคยาสบู ใน
พ้นื ที่ ฐานขอ๎ มลู บรกิ ารในระบบ JHCIS หรอื Hos-XP ของหนํวยบรกิ ารสุขภาพในพื้นท่ี

เคร่ืองมือที่ใช๎ในการดําเนินงาน ได๎แกํ แนวทางการดําเนินงานคลินิกหมอครอบครัวสําหรับหนํวย
บริการ ตารางการให๎วัคซีนในเด็กไทย แนวปฏิบัติในการให๎บริการสํงเสริมสุขภาพเด็กในโรงเรียน คูํมือการ
เย่ียมบ๎านผูป๎ วุ ยติดเตียงการดูแลผ๎ปู ุวยในระยะพง่ึ พงิ แผนการดูแลกลุํมประชากรเปูาหมาย เชํน ผ๎ูสูงอายุติด
เตยี ง ผ๎ปู ุวยจติ เวช ผ๎พู กิ าร เป็นต๎น เครื่องมือในการประเมนิ การเจรญิ เติบโตเด็ก เครือ่ งมือประเมนิ พฒั นาการ
เดก็ เปน็ ต๎น
๕. รูปธรรมงาน

รูปธรรมการดําเนินงานของโรงพยาบาลสํงเสริมสุขภาพ ประกอบด๎วย ๑) การจัดทําฐานข๎อมูลด๎าน
สขุ ภาพของประชากรกลมํุ เปูาหมายทีร่ ับผิดชอบดูแล ๒) การพัฒนาศักยภาพบุคลากรทุกระดับ ทั้งบุคลากร
ด๎านสุขภาพ อาสาสมคั รในชุมชน ผ๎ปู ุวย และครอบครัว ๓) งานหรอื กิจกรรมสงํ เสรมิ สุขภาพทุกกลํมุ วัย โดยให๎
ความรดู๎ ๎านการสุขศกึ ษาแกํประชาชนกลมุํ เสย่ี งโรคเรอื้ รัง การสํงเสริมสขุ ภาพเด็กวัยเรยี น การสํงเสริมสุขภาพ
หญงิ ต้ังครรภ๑ การสํงเสริมให๎เดก็ ได๎รบั อาหารตามหลกั โภชนาการ และการสํงเสริมสขุ ภาพภาพผู๎สูงอายุและผ๎ู
พิการ งานอนามัยแมํและเด็ก และการวางแผนครอบครัว การสร๎างเสริมภูมิคุ๎มกันในเด็ก ๐-๕ ปี ให๎ได๎รับ
วัคซีนครบถ๎วน ๔) การดาํ เนินงานด๎านควบคมุ โรคระบาด การกาํ จดั พาหะนําโรค การกาํ จัดขยะและส่ิงแวดลอ๎ ม
เพื่อปรับสภาพภูมิทัศน๑สวยงามและให๎มีความปลอดภัยเพื่อลดพาหะนําโรค ๕) การดําเนินงานด๎านการ
รักษาพยาบาลเบ้ืองต๎น การทําแผลกรณีผ๎ูปุวยมีบาดแผลเล็กน๎อย และคัดกรองผ๎ูปุวยเบาหวาน ความดัน
โลหิตสูงพร๎อมจํายยาท่ีจําเป็นให๎แกํผ๎ูปุวย ๖) การดําเนินงานด๎านทันตสาธารณสุขซึ่งบริการให๎นักเรียนใน
พ้ืนท่ีบริการ คัดกรองและแนะนําการดูแลชํองปาก การแนะนําการแปรงฟันท่ีถูกต๎อง และ ๗) การบริการ
แพทย๑แผนไทย โดยมแี พทย๑แผนไทยทม่ี ใี บอนุญาตประกอบวิชาชีพมาเปน็ ผ๎ใู ห๎บริการการรกั ษา
๖. วิธีดาเนนิ งาน

โรงพยาบาลสํงเสริมสุขภาพตําบลปริก มีการดําเนินงานด๎านสาธารณสุขเพ่ือจัดบริการสุขภาพแกํ
ประชากรในชมุ ชน ดังนี้

๑) กลุมํ เดก็ ให๎การดูแลสุขภาพเด็กตั้งแตํเมื่อเร่ิมต้ังครรภ๑ การติดตามหญิงตั้งครรภ๑ให๎มาฝากครรภ๑
ตามกาํ หนด ดําเนนิ งานรํวมกับกลุมํ แมอํ าสาในการเย่ียมบ๎านหญิงต้ังครรภ๑และหลังคลอด การประเมินภาวะ
สุขภาพเด็ก ตดิ ตามการเจริญเติบโตและพัฒนาการ ให๎ความรู๎มารดาในการเล้ียงลูกด๎วยนมแมํอยํางน๎อย ๖
เดือน การสํงเสริมภาวะโภชนาการเด็ก การให๎บริการฉีดวัคซีนเด็ก การสํงเสริมสุขภาพเด็ก และการดูแล
สขุ ภาพชอํ งปาก เป็นต๎น

๒) วัยรุํน ให๎ความร๎ูเพ่ือเพศศึกษา การปูองกันการตั้งครรภ๑กํอนวัยอันควร การจัดกิจกรรมสํงเสริม
สุขภาพ การสนบั สนนุ การมกี ิจกรรมสร๎างสรรค๑ เชํน ออกกําลังกาย เลํนกีฬาเป็นตน๎

๓) สตรี ให๎บริการวางแผนครอบครัว จํายยาคุมกําเนิด ให๎ความรู๎และคําแนะนําในการวางแผน
ครอบครัว (ยกเวน๎ บุรุษและสตรีมุสลมิ ) ให๎ความร๎ูในการเตรียมตัวเป็นบิดามารดาแกํบุรษุ และสตรีมุสลิม การ
ตรวจคดั กรองมะเร็งเตา๎ นมและมะเรง็ ปากมดลูก โดยดาํ เนินงานรํวมกับกลุํมแมํอาสาติดตามเย่ียมบ๎านหญิง
หลังคลอด ให๎ความรู๎และพฒั นาศกั ยภาพของสตรใี นการเล้ียงดูเดก็

๔) ผพู๎ กิ าร จัดทาํ ฐานข๎อมลู ผู๎พกิ ารในชุมชน ประเภทของความพิการ โดยดําเนินงานรํวมกับกลํุมอาสา
ดูแลผ๎ูพิการและผ๎ูปุวยจิตเวช จัดทําแผนการดูแลกลุํมเปูาหมาย เป็นพ่ีเล้ียงสนับสนุนการดําเนินงานของ
อาสาสมคั ร ฝึกอบรมความร๎ูและพัฒนาศักยภาพในการดูแล ให๎คําปรึกษา รํวมกับอาสาสมัครฯเยี่ยมบ๎านผ๎ู
พิการท่ีมีปัญหาสขุ ภาพซับซ๎อน เชํน เจบ็ ปวุ ยดว๎ ยโรคเรื้อรัง มีแผลกดทับขนาดใหญํ มีปัญหาติดเช้ือในระบบ
หายใจ เปน็ ตน๎ เพื่อประเมนิ และวางแผนสํงตํอการดแู ลไปยงั โรงพยาบาลสะเดา

๑๙๑

๕) ผสู๎ งู อายุ จัดทําฐานขอ๎ มูลผ๎ูสูงอายุ ประเมินและจดั กลุมํ ผ๎สู ูงอายตุ ามกลุํมศักยภาพความสามารถใน
การปฏิบัตกิ จิ วตั รประจาํ วนั (Activities of Daily Living :ADL) แบํงเป็นกลุํมผู๎สงู อายุตดิ สงั คม ติดบา๎ น และ
ตดิ เตียง ดาํ เนินงานสงํ เสรมิ สขุ ภาพผ๎สู ูงอายุรวํ มกบั อสม. ชมรมผ๎ูสูงอายุ ศูนย๑พัฒนาคุณภาพชีวิตผ๎ูสูงอายุ
และผพ๎ู ิการ กลมุํ ผู๎สงู อายุติดเตยี ง ดําเนินงานรํวมกบั กลมํุ ดูแลผ๎ูสงู อายุระยะยาว การจัดทําแผนการดูแลและ
ลงเย่ยี มบ๎านผส๎ู ูงอายุติดเตยี ง

๖) ผ๎ปู วุ ยจิตเวช จดั ทาํ ฐานข๎อมูลผู๎ปุวยจิตเวช จดั ทําแผนการดูแลรํวมกับอาสาสมัครดูแลผู๎พิการและ
ผ๎ปู วุ ยจิตเวช เปน็ พี่เล้ยี งสนบั สนุนการดําเนินงานของอาสาสมัคร ให๎คําปรึกษา ฝึกอบรมความรู๎และพัฒนา
ศักยภาพในการดูแล รํวมกับอาสาสมัครฯเยี่ยมบ๎านในรายท่ีมีปัญหาสุขภาพจิตกําเริบ ไมํรับประทานยา
ตอํ เนอ่ื งเพื่อประเมินและปรบั แผนการดแู ล

๗) ผต๎ู ิดยาเสพตดิ จัดทําฐานขอ๎ มูลผ๎ูตดิ ยาเสพติดในชุมชน สํารวจผ๎ูที่ประสงค๑เข๎ารับการบําบัดรักษา
ประสานสงํ ตํอรบั การบาํ บัด ในกลํมุ เส่ยี งใหค๎ วามรู๎เพ่อื ปอู งกันนักสูบหรือนักเสพหน๎าใหมํ สร๎างเครือขํายเฝูา
ระวังในชุมชน ให๎ความรู๎ครอบครัวในการดูแลบุตรหลาน ในกลํุมท่ีใช๎สารเสพติดเป็นประจํา ให๎คําแนะนํา
เกย่ี วกับโทษของส่ิงเสพติด ประเมินความเส่ียงสุขภาพ เชํน ความดันโลหิต ระดับความเครียด ให๎การรักษา
อาการ และใหข๎ ๎อมลู เพื่อเข๎าบาํ บัดรกั ษาตามความสมัครใจ

๘) ผป๎ู ุวยโรคเรื้อรงั การคดั กรองในกลํุมที่มคี วามเสยี่ ง การสํงเสรมิ สุขภาพ การให๎ความรู๎ การดูแลกลํมุ
ท่เี จ็บปวุ ยด๎วยโรคเรือ้ รงั ไดแ๎ กํ เบาหวาน ความดันหติ สงู เปน็ ตน๎ รํวมกบั กลุมํ อาสาดผู ลผป๎ู วุ ยโรคเรือ้ รังเยี่ยม
บ๎านผู๎ปุวยที่มีภาวะแทรกซ๎อน ให๎ความรู๎และคําแนะนําดูแลสุขภาพ การประเมินและติดตามอาการอยําง
ตํอเนอื่ ง

๙) การจดั บรกิ ารงานทันตกรรม โดยให๎บรกิ ารให๎นกั เรยี นทเ่ี รียนในสถานศึกษาในพน้ื ที่ การประเมินและ
ตรวจรกั ษาผ๎ูทม่ี ีปญั หาสุขภาพชํองปาก การใหค๎ วามรูแ๎ ละคําแนะนําในการดูแลชํองปากแปรงฟนั ทีถ่ กู ตอ๎ ง

๑๐) การเฝาู ระวังและสอบสวนโรค เชนํ การเกิดโรคท่ีสามารถปูองกันได๎ด๎วยวัคซีน เชํน โปลิโอ คอตีบ
เป็นต๎น

๑๑) การปูองกนั และควบคมุ โรคติดตํอที่สําคัญ จัดทําระบบเฝูาระวังโรคติดตํอ จัดทําแผนปฏิบัติการ
เฝูาระวงั ปอู งกัน และควบคมุ โรค ประชาสัมพนั ธ๑ เผยแพรํข๎อมลู และขําวสารเกยี่ วกบั การเฝาู ระวงั การปูองกัน
และการควบคุมสภาวการณข๑ องโรคตดิ ตอํ และโรคระบาด สงํ เสรมิ สนับสนนุ และประสานงานด๎านวชิ ากร และ
เวชภณั ฑ๑ ในการเฝาู ระวงั ปอู งกัน ควบคุม หรือวินิจฉยั โรคติดตํอ ตัวอยาํ งการดําเนินงาน เชํน การดําเนินงาน
ปูองกันโรคไข๎เลือดออก รํวมกับ อสม.หยอดทรายอะเบท ทําลายแหลํงเพาะพันธ๑ยุงลาย และให๎ความรู๎แกํ
ประชาชนในการปูองกนั การเกดิ โรค การสงั เกตอาการ และการไปพบแพทยเ๑ พือ่ ตรวจวนิ จิ ฉัยอยํางทันทวํ งที
๗. ผลผลติ ผลลพั ธ์

การดําเนินงานของ รพ.สต.ปริก สงํ ผลใหป๎ ระชากรได๎รบั การดแู ล คือ
๑) หญงิ ตัง้ ครรภ๑ ๑๔ คน (ร๎อยละ ๑๐๐) ได๎รับการดแู ล มีการฝากครรภ๑ครบ ๕ คร้งั ตามเกณฑ๑คุณภาพ
และไดร๎ ับการตดิ ตามเยยี่ มบ๎านหลังคลอดเพือ่ สํงเสริมศักยภาพในการเลีย้ งดเู ดก็ แรกเกิด การเลย้ี งลูกด๎วยนม
มารดา โดยไดร๎ ับการเยย่ี มบ๎านเดอื นละ ๑ ครง้ั จนถงึ ๖ เดอื นหลังคลอด รอ๎ ยละ ๑๐๐ ๒) เดก็ ๐-๕ ปี ให๎การ
ดูแลและตดิ ตามการไดร๎ ับนมแมใํ นเด็ก ๐-๖ เดอื น จาํ นวน ๕๗ คน (รอ๎ ยละ ๑๐๐) ใหบ๎ ริการฉดี วคั ซนี เด็ก ๐-๕
ปี ๔๙๖ คน (รอ๎ ยละ ๑๐๐) ประเมินพัฒนาการเด็ก ๐-๕ ปี ๔๙๖ คน (รอ๎ ยละ ๑๐๐)
๓) เด็กนักเรยี น (๖-๑๒ ปี) ได๎รับการตรวจสุขภาพ จํานวน ๗๐๐ คน (ร๎อยละ ๑๐๐) และได๎รับการให๎
ความรู๎ในการดูแลสุขภาพภาคการศึกษาละ ๒ ครั้ง เชํน เรื่องสุขบัญญัติ ๑๐ ประการ การปูองกันโรค
ไข๎เลอื ดออก โรคไข๎หวัดใหญํ
๔) เด็กและเยาวชน (๑๓-๒๕ ปี) ให๎ความร๎ูในชุมชนและสถานศึกษา เรื่องการปูองกันการต้ังครรภ๑ไมํ
พรอ๎ ม การมีเพศสมั พันธ๑อยํางปลอดภยั มีจาํ นวนผูเ๎ ข๎าอบรม ๓๐๐ คน (ร๎อยละ ๒๔.๐๓ ของเยาวชน ๑๓-๒๕
ป)ี ใหค๎ วามร๎ูวยั รํุนเรอื่ งการตัง้ ครรภไ๑ มพํ รอ๎ ม ๓๐๐ คน (รอ๎ ยละ ๒๔.๐๓ ของวัยรุํน)
๔) ใหบ๎ รกิ ารคัดกรองกลํมุ เส่ียงโรคเรือ้ รัง การตรวจคดั กรองสุขภาพกลมํุ เส่ียงจาํ นวน ๑,๙๔๘ คน (ร๎อย
ละ ๑๐๐ ของผท๎ู ี่มภี าวะเส่ียง) ๒) กลมุํ ผป๎ู วุ ยโรคความดนั โลหติ สงู ๑๗๕ คน (ร๎อยละ ๑๐๐) โรคเบาหวาน ๘๒
คน (ร๎อยละ ๑๐๐) โรคความดันโลหติ สูงและเบาหวาน ๔๕ คน (รอ๎ ยละ ๑๐๐) ผปู๎ ุวยที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง
๗๑ คน (รอ๎ ยละ ๑๐๐)

๑๙๒

๕) ให๎การดแู ลผู๎พิการจํานวน ๑๒๐ คน (ร๎อยละ ๑๐๐) และผ๎ูปวุ ยจิตเวช จํานวน ๒๒ คน (รอ๎ ยละ ๑๐๐)
โดยประสานความรวํ มมอื กับกลํุมอาสาสมัครดแู ลผพู๎ กิ ารและผูป๎ วุ ยจิตเวช

๖) ใหก๎ ารดูแลผ๎ูสงู อายุ กลุมํ ผสู๎ งู อายตุ ดิ สังคม ให๎ความรู๎ในการดูแลสุขภาพจํานวน ๔ ครั้ง มีผ๎ูสูงอายุ
เขา๎ รํวม ๒๘๐ คน (ร๎อยละ ๔๐.๘๗) เย่ยี มบา๎ นผสู๎ ูงอายุติดบ๎าน ๒๖ คน (ร๎อยละ ๑๐๐) และผ๎ูสูงอายุติดเตียง
๑๐ คน (ร๎อยละ ๑๐๐) โดยประสานความรํวมมือกับศนู ย๑พัฒนาคุณภาพชวี ติ ผู๎สูงอายแุ ละผูพ๎ ิการและกลํุมการ
ดแู ลผ๎สู งู อายรุ ะยะยาว (Long term Care)

๗) บุคคลวัยทํางาน ให๎ความรู๎การเตรียมตัวเป็นบิดามารดา ๕๐๐ คน (ร๎อยละ ๑๕.๐๐ ของบุคคลวัย
ทาํ งาน)

๘) กลํมุ สตรี ให๎บริการตรวจมะเร็งเต๎านม ๕๐๐ คน (ร๎อยละ ๒๘.๗๐ ของหญิงวัยเจริญพันธ๑ุ) ตรวจ
มะเร็งปากมดลกู ๓๐๐ คน (ร๎อยละ ๑๗.๒๒ ของหญิงวยั เจริญพันธุ)๑
๘. ผลกระทบทเี่ กดิ ขน้ึ

การดําเนินงานของโรงพยาบาลสํงเสริมสุขภาพ ตําบลปริก มีการสํงเสริมสุขภาพ ปูองกัน
ภาวะแทรกซ๎อน ใหก๎ ารดูแลรักษาและฟื้นฟสู ภาพ สอดคล๎องเปูาหมายการพฒั นาท่ียง่ั ยนื (SDGs) เปูาหมายที่
๒ ยุติความหวิ โหย บรรลคุ วามมัน่ คงทางอาหาร ปรบั ปรุงโภชนาการ และสนับสนุนการทําเกษตรกรรมอยําง
ย่ังยืน ตวั ช้ีวดั ๒.๑ ยตุ คิ วามหิวโหยและสร๎างหลักประกันให๎ทุกคนเข๎าถึงอาหารท่ีปลอดภัยมีโภชนาการและ
เพียงพอ โดยสนับสนุนให๎ รพ.สต.ประเมินภาวะโภชนาการของหญงิ ตง้ั ครรภท๑ กุ รายและทกุ ครัง้ ท่มี ารบั บริการ
สนับสนุนให๎ อสม.สํารวจภาวะโภชนาการของสตรใี หน๎ มบุตร การติดตามเยีย่ มบ๎านดูแลหญิงตง้ั ครรภ๑และเด็ก
แรกเกิด และการประเมนิ ภาวะโภชนาการในเด็ก ตัวช้ีวัด ๒.๒
ยุตภิ าวะทุพโภชนาการทุกรูปแบบและแกไ๎ ขปญั หาความต๎องการสารอาหารของหญิงตง้ั ครรภ๑ การประเมินการ
เจริญเติบโตของของเด็ก การสํงเสริมให๎ความรู๎แกํครอบครัวที่มีเด็กอายุต่ํากวํา ๕ ปี เปูาหมายที่ ๓ สร๎าง
หลักประกนั ใหค๎ นมีชวี ติ ที่มคี ณุ ภาพ และสงํ เสริมสขุ ภาวะทด่ี ีของคนทกุ เพศทกุ วัย ตวั ชีวดั ๓.๑.๑ ลดอตั ราการ
ตายของมารดาตํอเดก็ การเกดิ มชี พี ๑ แสนคน ตัวชีว้ ดั ๓.๒ ยุติการตายทป่ี ูองกนั ได๎ของทารกแรกเกิดและเด็ก
อายตุ า่ํ กวาํ ๕ ปี เปูาประสงค๑ท่ี ๓.๔ ลดการตายกํอนวัยอันควรจากโรคไมํติดตํอให๎ลดลงโดยจัดกิจกรรมคัด
กรองสุขภาพในกลุํมเสย่ี งและการสงํ เสริมสขุ ภาพและปอู งกันภาวะแทรกซอ๎ นในกลมํุ ท่ีเจบ็ ปวุ ย

นอกจากน้ียังสํงผลตํอ ๕ มิติโครงสร๎างพ้ืนฐานของชุมชน ได๎แกํ ๑) ด๎านสังคม การทํางานของ
โรงพยาบาลสงํ เสรมิ สุขภาพตําบลปริกรวํ มกับหลายเครอื ขาํ ยจนเกดิ กลุมํ อาสาสมัครเพ่ือชํวยเหลือดูแลซึ่งกัน
และกนั เชํน กลมุํ แมอํ าสา กลุมํ อาสาดแู ลผูป๎ ุวยโรคเร้อื รัง กลุํมอาสาดแู ลผพ๎ู ิการและผป๎ู วุ ยจติ เวช เป็นต๎น ๒)
ด๎านเศรษฐกจิ ประชากรในชุมชนได๎รับการดูแลสุขภาพ ปูองกันภาวะเจ็บปุวยและคําใช๎จํายในการเข๎ารับการ
รักษาในโรงพยาบาล ได๎รับการรักษาสุขภาพเบ้ืองต๎น สํงผลให๎หายจากการเจ็บปุวย สามารถทํางานและ
ประกอบอาชีพไดต๎ ามปกติ รวมทง้ั มีบริการแพทย๑แผนไทยในการฟื้นฟูสภาพ ๓) ด๎านสภาวะแวดล๎อม มีการ
ดาํ เนินงานด๎านควบคุมโรค งานอนามัยส่ิงแวดลอ๎ ม โรงพยาบาลได๎สนับสนนุ สงํ เสริมครัวเรอื นใหจ๎ ดั การขยะใน
ครวั เรอื น ทํากิจกรรมหน๎าบา๎ นนํามอง จนสามารถควบคุมโรคไดง๎ าํ ยข้ึน และ ๔) ด๎านสุขภาพ มีการจัดบริการ
สุขภาพแกคํ นทุกกลํมุ วัย สํงผลให๎ประชากรได๎รับบรกิ ารอยาํ งครอบคลมุ เชนํ เด็กที่เคยได๎รับวัคซีนไมํครบตาม
เกณฑ๑ กม็ กี ารดําเนินการติดตามให๎เดก็ ได๎รับวัคซนี ครบรอ๎ ยละ ๑๐๐ เป็นตน๎

๑๙๓

๖.๓ สงั คมสวัสดิการ

ลาดับที่ ทนุ ทางสงั คม
๑. กลมํุ ออมทรพั ย๑เทศบาลตาํ บลปริก
๒. กลํมุ ออมทรพั ยช๑ ุมชนปริกใต๎

๓. กองทุนสัจจะออมวันละบาท

๔. กลุํมฌาปนกิจชมุ ชนปรกิ ตก

๕. กองทุนซารีกตั มัสยิดดารุลเราะหมะ๏

เสน๎ ทางการพฒั นาสังคมสวสั ดกิ ารมรี ายละเอียดดังนี้

แผนภาพที่ ๖.๓๑ เส๎นทางการพัฒนาสงั คมสวสั ดิการ

๑๙๔
แผนภาพท่ี ๖.๓๒ ภาพรวมสังคมสวสั ดกิ าร

๑๙๕

๖.๓.๑ กลมุ่ ออมทรัพย์เทศบาลตาบลปรกิ

แผนภาพที่ ๖.๓๓ กลุํมออมทรพั ย๑เทศบาลตาํ บลปริก

๑๙๖

Key actors กลํมุ ออมทรัพย๑เทศบาลตาํ บลปรกิ
งานเดน่
ระดบั ของทนุ ทางสังคม การสํงเสริมการออม การลดหน้ีสนิ และการจดั สวสั ดกิ าร เจบ็ ปุวย ตาย
ความสอดคล้องกบั ๗ สังคม ระดับตําบล
พืน้ ท่ี
ผ้ดู าเนนิ งานหลกั สังคมสวสั ดกิ าร
ชมุ ชนตลาดใต-๎ บา๎ นกลาง เทศบาลตาํ บลปรกิ

นางวิไลวรรณ เบ็ญหล๏ะ ตาํ แหนงํ ประธานกลุํมออมทรพั ยเ๑ ทศบาลตาํ บล
ปริก เบอร๑โทรศพั ท๑ ๐๘๑-๐๙๑๐๖๔๐

๑. ทีม่ าหรอื ฐานคดิ ของการดาเนนิ งาน
การพัฒนากลํุมออมทรัพย๑เทศบาลตําบลปริก อยํูภายใต๎แนวคิดหลักของการนําหลักปรัชญา

เศรษฐกิจพอเพยี งมาใช๎ในการดําเนินชวี ิต โดยมงํุ เน๎นให๎ประชาชนมีวิถีชีวิตกินอยํูอยํางพอเพียง มีรายได๎จาก
การประกอบอาชีพ สํงเสริมการออมเพ่ือเก็บไว๎ใช๎ในยามจําเป็น การตระหนักและให๎ความสําคัญกับการออม
นํามาซงึ่ การใช๎จํายอยาํ งระมัดระวัง ใช๎จํายแตํเพียงจําเป็น และนํามาจัดสวัสดิการสําหรับประชาชนในชุมชน

ทําให๎ลดการพ่ึงพิงและพึ่งพาทรัพยากรภายนอกมากเกินความจําเป็น ในขณะเดียวกันคนในชุมเองสามารถ
พง่ึ พิงและพ่งึ พากนั เองได๎ กํอใหเ๎ กดิ สังคมสวสั ดิการ ซง่ึ เปน็ เปาู หมายสงู สุดของการพัฒนาเทศบาลตาํ บลปริก

ให๎เป็นตําบลนาํ อยูํ
พ้นื ท่เี ทศบาลตาํ บลปรกิ ตง้ั อยํูในเขตตาํ บลปริก อําเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ประกอบด๎วย ๗ ชุมชน

ไดแ๎ กํ ชุมชนตลาดปรกิ ชมุ ชนตลาดใต๎-บา๎ นกลาง ชมุ ชนสวนหมํอม ชุมชนร๎านใน ชุมชนปริกใต๎ ชุมชนทํุงออก

และชุมชนปรกิ ตก มีครวั เรือน จาํ นวน ๑,๒๖๑ ครวั เรือน ประชากรทั้งหมด จํานวน ๕,๑๕๘ คน เพศชาย จํานวน
๒,๔๗๔ คน (ร๎อยละ ๔๗.๙๖) เพศหญิง จํานวน ๒,๖๘๔ คน (ร๎อยละ ๕๒.๐๔) ประชากรสํวนใหญํประกอบ
อาชีพทําสวน มีรายได๎เฉลย่ี ประชากร ๒๒๑,๕๘๑.๖๗ บาท/คน/ปี รายได๎เฉลี่ยครัวเรอื น ๔๙๒,๙๔๐.๕๖ บาท/ปี

ครัวเรอื นท่มี ีหนี้สิน ๑,๕๓๖ ครวั เรอื น (ร๎อยละ ๔๔.๐๔) มีครวั เรอื นทกี่ ย๎ู ืมเงินกู๎นอกระบบ ๗๔ ครัวเรือน (ร๎อย
ละ ๑๙.๐๒) ครัวเรือนท่ีมีการออม ๖๙๐ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๕๗.๖๙) จํานวนครัวท่ีมีรายได๎ต่ํากวําเส๎นความ

ยากจน ๑๙ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๑.๕๔) วํางงาน ๓๗๙ คน (ร๎อยละ ๙.๕๐) ไมํมีอาชีพหลัก ๖๔๘ คน (ร๎อยละ
๑๖.๒๕) และไมํมอี าชพี เสริม ๓,๖๑๕ คน (รอ๎ ยละ ๙๐.๖) ซึง่ มขี อ๎ มูลความครอบคลุมการได๎รับสวัสดิการ ดังน้ี
เด็กแรกเกิดท่ไี ด๎รับเบ้ียยงั ชพี ๑๔๑ คน (ร๎อยละ ๑๐๐) ผ๎ูสูงอายุที่ได๎รับเบี้ยยังชีพ ๖๘๙ คน (ร๎อยละ ๑๐๐) ผ๎ู

พกิ ารรบั เบีย้ ยงั ชพี จาํ นวน ๑๔๒ คน (รอ๎ ยละ ๑๐๐) และผ๎ูสงู อายุท่ีมีภาวะพงึ่ พงิ ๑๐ คน (รอ๎ ยละ ๑๐๐) ในการ
ดาํ เนนิ งานทผี่ าํ นมาเทศบาลตาํ บลปริกสนับสนุนใหก๎ ลมุํ แมบํ ๎านและคนในชุมชนไดม๎ กี ารรวมกลํุมเพื่อสํงเสริม
การออม แลว๎ นําเงินมาจัดสวสั ดกิ ารสําหรับสมาชิกกรณีเจ็บปุวยนอนโรงพยาบาล จนกระท่ังในปัจจุบันได๎มี

การพัฒนาและจัดตัง้ กลมุํ ออมทรัพยเ๑ ทศบาลตาํ บลปรกิ ซงึ่ มเี ส๎นทางการพัฒนา ดงั น้ี

๑๙๗

แผนภาพที่ ๖.๓๔ เสน๎ ทางการพัฒนาการพัฒนากลํมุ ออมทรัพย๑เทศบาลตาํ บลปรกิ
พืน้ ท่ีเทศบาลตําบลปริก ตั้งอยูใํ นเขตตาํ บลปริก อําเภอสะเดา จังหวดั สงขลา ประกอบดว๎ ย ๗ ชุมชน

ไดแ๎ กํ ชมุ ชนตลาดปรกิ ชุมชนตลาดใต๎-บา๎ นกลาง ชมุ ชนสวนหมํอม ชุมชนร๎านใน ชุมชนปริกใต๎ ชุมชนทุํงออก
และชุมชนปริกตก มีครัวเรอื น จํานวน ๑,๒๖๑ ครวั เรอื น ประชากรท้ังหมด จํานวน ๕,๑๕๘ คน เพศชาย จาํ นวน
๒,๔๗๔ คน (ร๎อยละ ๔๗.๙๖) เพศหญิง จํานวน ๒,๖๘๔ คน (ร๎อยละ ๕๒.๐๔) ประชากรสํวนใหญํประกอบ
อาชพี ทาํ สวน มีรายไดเ๎ ฉลีย่ ประชากร ๒๒๑,๕๘๑.๖๗ บาท/คน/ปี รายได๎เฉลย่ี ครวั เรอื น ๔๙๒,๙๔๐.๕๖ บาท/ปี
ครัวเรือนที่มหี นส้ี ิน ๑,๕๓๖ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๔๔.๐๔) มคี รวั เรือนท่กี ูย๎ ืมเงินกู๎นอกระบบ ๗๔ ครัวเรือน (ร๎อย
ละ ๑๙.๐๒) ครัวเรือนที่มีการออม ๖๙๐ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๕๗.๖๙) จํานวนครัวท่ีมีรายได๎ต่ํากวําเส๎นความ
ยากจน ๑๙ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๑.๕๔) วํางงาน ๓๗๙ คน (ร๎อยละ ๙.๕๐) ไมํมีอาชีพหลัก ๖๔๘ คน (ร๎อยละ
๑๖.๒๕) และไมมํ อี าชพี เสริม ๓,๖๑๕ คน (รอ๎ ยละ ๙๐.๖) ซง่ึ มขี อ๎ มลู ความครอบคลุมการได๎รับสวัสดิการ ดังนี้
เดก็ แรกเกดิ ที่ไดร๎ ับเบย้ี ยงั ชพี ๑๔๑ คน (ร๎อยละ ๑๐๐) ผู๎สูงอายุท่ีได๎รับเบ้ียยังชีพ ๖๘๙ คน (ร๎อยละ ๑๐๐) ผู๎
พิการรบั เบี้ยยงั ชีพ จํานวน ๑๔๒ คน (รอ๎ ยละ ๑๐๐) และผสู๎ งู อายุทมี่ ีภาวะพงึ่ พิง ๑๐ คน (รอ๎ ยละ ๑๐๐) ในการ
ดําเนินงานทผ่ี าํ นมาเทศบาลตําบลปริกสนบั สนนุ ให๎กลุมํ แมบํ ๎านและคนในชมุ ชนไดม๎ กี ารรวมกลุํมเพ่ือสํงเสริม
การออม แล๎วนําเงนิ มาจดั สวสั ดิการสําหรับสมาชิกกรณีเจ็บปุวยนอนโรงพยาบาล จนกระท่ังในปัจจุบันได๎มี
การพฒั นาและจัดต้งั กลํุมออมทรัพยเ๑ ทศบาลตาํ บลปริก ซงึ่ มเี ส๎นทางการพัฒนา ดงั น้ี

พ.ศ. ๒๕๔๔-๒๕๔๘ นายสุริยา ยีขนุ นายกเทศมนตรตี าํ บลปริกตอ๎ งการสร๎างนิสัยการออมให๎กับคนใน
ชมุ ชน โดยมกี ารจัดตงั้ กลมุํ ออมทรพั ย๑เทศบาลตาํ บลปริก ซึ่งเดมิ ชอื่ กลมํุ ออมทรัพย๑ชุมชนและตลาดปริก เป็น
การรวมตัวกันของกลุมํ แมํบา๎ นจากกลมุํ วิสาหกิจชมุ ชนกลํมุ ตํางๆ โดยเริม่ จากการประชาคมภายในชุมชน การ
จัดตั้งคณะกรรมการ กําหนดกฎระเบียบ กติกา การเปิดรับสมัครสมาชิก โดยในระยะแรกกลํุมออมทรัพย๑
มุํงเนน๎ การออมเพยี งอยํางเดียว โดยมีนางวไิ ลวรรณ เบ็ญหละ๏ ประธานกรรมการ ได๎ไปอบรมกับธนาคารแหํง
ประเทศไทย สาขาหาดใหญํ เพอ่ื นําความรู๎เก่ียวกับการดําเนินงานการออมทรัพย๑มาใช๎ในการบริหารจัดการ
การดําเนินงานของกลุมํ ออมทรพ๎ ยเ๑ ทศบาลตําบลปรกิ และตํอมาเม่ือกไ็ ด๎เปดิ โอกาสรับบุคคลท่ัวไปภายในเขต
เทศบาลตําบลปริกเข๎ามาเป็นสมาชิกของกลุํม ทําให๎สมาชิกของกลุํมมีจํานวนเพ่ิมข้ึน มีคณะกรรมการ
ดําเนนิ งานของกลมุํ จํานวนมี ๔ คน มสี มาชิกกยู๎ ืมเงนิ จํานวน ๑๓ คน

๑๙๘

พ.ศ. ๒๕๔๙- ๒๕๖๑ พบวาํ ประชาชนในชุมชนมีหน้สี นิ จากการเปน็ หน้นี อกระบบ คณะกรรมการและผู๎นํา
ชุมชนไดร๎ วํ มประชุมเพอ่ื ปรึกษาหารือรํวมกนั และวางแผนการบริหารจัดการเพื่อชํวยเหลือสมาชิก จึงมีมติให๎
สมาชกิ กู๎ยมื เงนิ ดอกเบ้ยี ตา่ํ รอ๎ ยละ ๕ บาทตอํ ปี สาํ หรับสมาชิกชาวมุสลมิ จะได๎เงินคําตอบแทนการดาํ เนนิ งาน
ประจําปแี ทนการได๎ดอกเบีย้ เมื่อมเี งนิ ทนุ หมนุ เวียนเพ่มิ มากขึ้นเร่ือยๆ คณะกรรมการและสมาชกิ จึงรํวมกันคดิ
ท่จี ะหารูปแบบกจิ กรรมทต่ี อบสนองตํอความตอ๎ งการของคนในชุมชนมากท่ีสุด จึงมีมติให๎มีการจัดสวัสดิการ
สาํ หรับสมาชกิ กรณเี จบ็ ปุวย

พ.ศ. ๒๕๖๒ ถึงปัจจุบัน ผลการดําเนินงานของคณะกรรมการกลํุมออมทรัพย๑เทศบาลตําบลปริก มี
จํานวนสมาชกิ ๑๐๗ คน มีเงินทุนหมนุ เวียน ๑๓๐,๐๐๐ บาท
๒. กลมุ่ ประชากรเป้าหมาย

ประชากรทัง้ หมดในเขตเทศบาลตําบลปรกิ จาํ นวน ๕,๑๕๘ คน
๓. ผลท่ีต้องการให้เกดิ ขน้ึ

เพอ่ื สํงเสรมิ การออมในประชากรในเขตเทศบาลตาํ บลปริก มีคณะกรรมการในการดาํ เนินงานที่เข๎มแข็ง
สมาชิกกลํุมเคารพกฎ ระเบียบ กตกิ า มกี ารทํางานรํวมกันระหวาํ งเทศบาลตําบลปริกกบั ชุมชน
๔. ขอ้ มลู และเคร่ืองมอื ในการดาเนนิ งาน

แหลํงข๎อมูลสําคัญที่กลุํมออมทรัพย๑เทศบาลตําบลปริกนําใช๎ ในการดําเนินงาน ได๎แกํ ข๎อมูลจาก
ระบบข๎อมลู ตําบล (TCNAP) จปฐ. กชช.๒ค. เชํน ขอ๎ มลู ประชากรเปาู หมาย และข๎อมูลด๎านเศรษฐกิจ เป็นต๎น
ฐานขอ๎ มูลบริการในระบบ JHCIS หรือ Hos-XP ของหนํวยบริการสุขภาพในพื้นท่ี เชํน ข๎อมูล การเจ็บปุวย
ข๎อมลู ผป๎ู วุ ยตดิ บา๎ น ติดเตยี ง ผพู๎ กิ าร เปน็ ต๎น ฐานข๎อมูล อปท. เชนํ ขอ๎ มูลเดก็ แรกเกิดรับเบี้ยยังชีพ ผู๎สูงอายุ
รบั เบ้ยี ยังชพี ผูพ๎ ิการรบั เบี้ยยงั ชีพ และผยู๎ ากไร๎ เป็นต๎น

เคร่ืองมือทีใ่ ชใ๎ นการดาํ เนินงาน ได๎แกํ คํมู ือหรอื แนวทางการจัดตั้งกลมํุ ออมทรัพย๑ แนวทางการบริหาร
จดั การกองทุน การประชุม การกําหนด กฎ ระเบียบ กตกิ า และขอ๎ บงั คับของกลมุํ ออมทรพั ย๑
๕. รูปธรรมงาน

กลุมํ ออมทรพั ย๑เทศบาลตาํ บลปริก มีสมาชกิ ๑๐๗ คน มีเงินทุนหมุนเวียน จํานวน ๑๓๐,๐๐๐ บาท มี
คณะกรรมการ ๑ ชุด จาํ นวน ๑๐ คน มีกฏ กตกิ า ขอ๎ ตกลงในการจดั การกลุํม โดยให๎สมาชิกออมเงินห๎ุนละ ๑๐
บาท เก็บเงนิ ทุกวนั ที่ ๑ ของทกุ เดอื น คณะกรรมการนําเงนิ ท่ีได๎มาบรหิ ารจัดการ ๓ สํวน ได๎แกํ สํวนท่ี ๑ การ
ให๎กู๎ยืมดอกเบี้ยตํ่า สํวนท่ี ๒ การปันผลเงินกําไรสําหรับสมาชิกทุกส้ินปี และสํวนที่ ๓ การจัดสวัสดิการ
สําหรับสมาชกิ กรณีเจบ็ ปุวยนอนโรงพยาบาล
๖. วธิ ดี าเนินงาน

การดําเนนิ งานและกจิ กรรมมี ดังนี้
๑) ผ๎นู าํ หรือผูท๎ ม่ี จี ติ อาสาในชุมชนเข๎ามาทํางานเพ่ือจัดตัง้ กลุํมออมทรพั ย๑ข้ึนในชมุ ชน
๒) คัดเลือกประธานและคณะกรรมการ โดยคัดเลือกจากผู๎ท่ีคนในชุมชนให๎ความไว๎ว างใจ โดยมี
คณุ สมบตั ิท่ีสาํ คญั คอื มคี วามซือ่ สัตว๑สุจริต ไว๎วางใจได๎ และมคี วามเสียสละเพือ่ สํวนรวม
๓) จัดตั้งคณะกรรมการกลุํม วางแผนการดําเนินงาน กําหนดกฏ กติกา ข๎อตกลง รูปแบบการ
ดําเนินงาน กาํ หนดโครงสรา๎ งบทบาทหน๎าที่
๔) เปิดรบั สมัครสมาชกิ กลํุม ชแี้ จงระเบยี บ กตกิ าแกํสมาชิก โดยเปิดให๎สมาชิกถือห๎ุน หุ๎นละ ๑๐ บาท
ไมํเกิน ๑๐๐ ห๎นุ ตํอคน โดยเก็บทุกวนั ท่ี ๑ ของเดอื น ณ บ๎านประธานกลมํุ ออมทรัพย๑
๕) คณะกรรมการทําระบบบญั ชรี ายรบั รายจําย รายการก๎ยู มื ประจาํ เดือน การปนั ผลกาํ ไรประจาํ ปี
๖) คณะกรรมการให๎สมาชกิ กลมุํ กู๎ยืมดอกเบยี้ ต่าํ รอ๎ ยละ ๕ บาท/ปี โยให๎สมาชิกกู๎ยืมเงินเพ่ือการดํารง
ชีพไมํเกนิ คนละ ๑๐,๐๐๐ และหกั ดอกเบี้ยไว๎ ๕๐๐ บาท เงนิ ทุนใหก๎ ย๎ู มื ๑๓๐,๐๐๐ บาท
๗) คณะกรรมการนําผลกําไรจากการให๎สมาชกิ กู๎ยมื เงนิ มาปันผลให๎สมาชกิ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ได๎เงินปัน
ผลหน๎ุ ละ ๘ บาท ใหส๎ มาชกิ กลมํุ รับเงนิ ปันผลทุกสน้ิ ปี
๘) การจัดสวัสดิการกรณเี จ็บปุวยนอนโรงพยาบาล เมอื่ เป็นสมาชกิ ครบ ๖ เดือน สมาชกิ จะได๎รบั คนื ละ
๑๐๐ บาท ไมํเกนิ ๕ คนื /คน/ปี (๕๐๐ บาท)
๙) คณะกรรมการมกี ารประชุมทุก ๓ เดอื นพรอ๎ มทง้ั สรปุ และจดั ทาํ บญั ชีกลํุม

๑๙๙

๗. ผลผลิต ผลลัพธ์
มสี มาชกิ กลมํุ จากทั้ง ๗ ชุมชน จํานวน ๑๐๗ คน ร๎อยละ ๒.๐๗ ของประชากรทั้งหมด โดยมีสมาชิกมา

จากแตลํ ะชมุ ชน ดงั น้ี
๑) ชุมชนร๎านใน จาํ นวน ๔๖ คน ร๎อยละ ๔๑.๔๔ ของประชากรชุมชนรา๎ นใน
๒) ชมุ ชนทุงํ ออก จํานวน ๒๖ คน รอ๎ ยละ ๑๖.๘๘ ของประชากรชุมชนทุงํ ออก
๓) ชุมชนตลาดใต๎-บ๎านกลาง จํานวน ๑๕ คน รอ๎ ยละ ๖.๖๐ ของประชากรชมุ ชนตลาดใต๎-บ๎านกลาง
๔) ชุมชนปริกตก จํานวน ๑๐ คน ร๎อยละ ๕.๒๖ ของประชากรชุมชนปรกิ ตก
๕) ชุมชนปรกิ ใต๎ จํานวน ๖ คน รอ๎ ยละ ๖.๓๑ ของประชากรชมุ ชนปริกใต๎
๖) ชุมชนสวนหมํอม จาํ นวน ๓ คน ร๎อยละ ๑.๒๙ ของประชากรชมุ ชนสวนหมํอม
๗) ชมุ ชนตลาดปริก จํานวน ๑ คน ร๎อยละ ๐.๓๙ ของประชากรชมุ ชนตลาดปรกิ
สมาชิกกลุมํ ออมทรพั ย๑เทศบาลตําบลปริกมแี หลงํ เงนิ กดู๎ อกเบีย้ ตํ่ารอ๎ ยละ ๕ บาท/ปี มเี งนิ ทนุ หมนุ เวียน

๑๓๐,๐๐๐ บาท และจดั สวสั ดกิ ารชํวยเหลอื กรณีเจบ็ ปวุ ยนอนโรงพยาบาล คนื ละ ๑๐๐ บาท ไมเํ กิน ๕ คนื /คน/
ปี ซ่ึงมีการจัดสวัสดิการกรณีเจ็บปุวยนอนโรงพยาบาล สําหรับสมาชิก ตั้งแตํปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ถึงปัจจุบัน
จํานวน ๑๕ ราย ร๎อยละ ๑๐๐ ของสมาชกิ ทเ่ี จบ็ ปุวยนอนโรงพยาบาล
๘. ผลกระทบทเี่ กิดขนึ้

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดําเนินงานของกลุํมออมทรัพย๑เทศบาลตําบลปริก โดยสอดคล๎องกับ
เปูาหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เปูาหมายที่ ๑ ยุติความยากจน ยุติความยากจนทุกรูปแบบในทุกพ้ืนที่
เปูาประสงค๑ท่ี ๑.๑ ภายในปี พ.ศ. ๒๕๗๓ ยุติความยากจนข้ันรุนแรงทั้งหมดซึ่งในปัจจุบันวัดจากคนที่มี
คําใช๎จํายดาํ รงชพี รายวันต่ํากวาํ ๑.๒๕ ดอลลาห๑ตอํ วัน ตัวชว้ี ัดที่ ๑.๑.๑ สดั สํวนของประชากรท่ีมีรายได๎ต่ํากวํา
เส๎นความยากจนสากล จําแนกตาม เพศ อายุ สถานะการจ๎างงาน และ ที่ต้ังทางภูมิศาสตร๑ (ชุมชนเมือง/
ชนบท) ซึ่งมีการดําเนินงานดังกลําว โดยจัดต้ังกลํุมออมทรัพย๑เทศบาลตําบลปริก และจัดสวัสดิการกรณี
เจบ็ ปวุ ยนอนโรงพยาบาล

ตอํ ๕ มติ โิ ครงสร๎างพืน้ ฐานของชุมชน ได๎แกํ ๑)ด๎านสังคม มีการจัดสวัสดิการชํวยเหลือเจ็บปุวยนอน
โรงพยาบาล ๑๕ คน ร๎อยละ ๑๐๐ ของผ๎ูที่เจ็บปุวยนอนโรงพยาบาล ๒)ด๎านเศรษฐกจิ ประชาชนในชุมชนมีการ
ออมเงนิ ในกลุํมออมทรัพย๑ ๑๐๗ คน รอ๎ ยละ ๒.๐๗ ของประชากรทงั้ หมด มีแหลงํ กู๎ยืมเงินกู๎ในชุมชน ดอกเบ้ีย
ตาํ่ ร๎อยละ ๕ บาทตํอปี ๓) ด๎านการเมอื งการปกครอง มีการประชุมเพ่อื วางแผนการดําเนนิ งานแบบมีสํวนรํวม
มีความโปรงํ ใส ยตุ ธิ รรม สมาชกิ กลมุํ ทกุ คนมีสทิ ธ์ิในการได๎รับสวสั ดิการอยาํ งเทําเทยี มกัน

๒๐๐

๖.๓.๒ กลุม่ ออมทรัพย์ชุมชนปริกใต้

แผนภาพที่ ๖.๓๕ กลุมํ ออมทรัพยช๑ มุ ชนปริกใต๎

๒๐๑

Key actors กลมุํ ออมทรัพยช๑ มุ ชนปรกิ ใต๎
งานเดน่
ระดบั ของทุนทางสังคม สํงเสรมิ การออม การจัดสวัสดิการ กรณีเกดิ เจ็บปวุ ย เสียชวี ติ
ความสอดคล้องกับ ๗ สงั คม ระดับชมุ ชนหรอื หมูํบ๎าน
พนื้ ท่ี
ผูด้ าเนินงานหลกั สงั คมสวสั ดกิ าร
ชุมชนปริกใต๎ เทศบาลตาํ บลปรกิ

๑. นายอมฤต เรอื งโรจน๑ ตําแหนงํ ประธานกลุํมออมทรพั ยช๑ ุมชนปรกิ ใต๎
เบอรโ๑ ทรศพั ท๑ ๐๘๐๕๔๖๘๙๑๔

๑. ท่ีมาหรือฐานคดิ ของการดาเนนิ งาน
การพัฒนากลํุมออมทรัพย๑ชุมชนปริกใต๎ อยํูภายใต๎แนวคิดหลักของการนําหลักปรัชญาเศรษฐกิจ

พอเพียงมาใชใ๎ นการดาํ เนนิ ชีวิต โดยมุงํ เน๎นให๎ประชาชนมวี ิถีชีวิตกินอยูํอยําง สํงเสริมการออมเพื่อเก็บไว๎ใช๎ใน
ยามจาํ เปน็ ลดการพ่ึงพิงและพงึ่ พาทรัพยากรภายนอกมีการรวมกลุํมกันในชุมชนมีการจดั สวสั ดิการเพ่ือใหก๎ าร
ชํวยเหลอื กันเองภายในชมุ ชน เกิดสังคมสวสั ดกิ ารโดยภาคประชาชน

ชมุ ชนปรกิ ใต๎ ตง้ั อยใูํ นเขตเทศบาลตําบลปริก หมูํท่ี ๗ ตําบลปริก อําเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ชุมชน
ปริกใตม๎ ีครัวเรือน จํานวน ๙๕ ครัวเรอื น ประชากรท้ังหมด จํานวน ๓๙๐ คน ประชาชนสวํ นใหญปํ ระกอบอาชพี

ทําสวน ซง่ึ เปน็ แรงงานนอกระบบ โดยมรี ายได๎เฉล่ยี ประชากร ๘๑๘,๐๗๐.๙๘ บาท/คน/ปี รายได๎เฉลย่ี ครวั เรอื น
๒,๔๖๙,๒๗๖ บาท/ปี ครัวเรอื นทมี่ ีหนส้ี ิน ๓๕ ครวั เรอื น (รอ๎ ยละ ๓๘.๔๖) มคี รวั เรือนที่ก๎ูยืมเงินกู๎นอกระบบ ๔
ครัวเรือน (รอ๎ ยละ ๑๐) มกี ารออม ๖๙ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๗๖.๖๗) จํานวนครัวท่ีมีรายได๎ต่ํากวําเส๎นความ ๑

ครัวเรือน (ร๎อยละ ๑.๑๑ ) วํางงาน ๒๙ คน (รอ๎ ยละ ๙.๕๗) ไมมํ ีอาชีพหลัก ๗๘ คน (ร๎อยละ ๒๕.๗๔) และไมํมี
อาชีพเสรมิ ๒๘๑ คน (รอ๎ ยละ ๙๒.๗๔) มีข๎อมลู ความครอบคลมุ การได๎รบั สวัสดิการ ดังน้ี มีเดก็ แรกเกิดท่ีไดร๎ ับ
เบี้ยยังชีพ ๓ คน (ร๎อยละ ๑๐๐) ผส๎ู งู อายทุ ไ่ี ด๎รับเบีย้ ยงั ชพี ๕๕ คน (ร๎อยละ ๑๐๐) ผู๎พกิ ารรบั เบ้ยี ยังชพี จาํ นวน

๗ คน (ร๎อยละ ๑๐๐) และผ๎ูสูงอายทุ ี่มภี าวะพงึ่ พงิ ๑ คน (รอ๎ ยละ ๑๐๐) โดยการดําเนินงานที่ผาํ นมามํุงเน๎นให๎
คนในชุมชนมกี ารออมเงนิ และมสี วัสดกิ าร ปัจจุบันได๎มีการจัดต้ังกลุํมออมทรัพย๑ชุมชนปริกใต๎ โดยมีเส๎นทาง

การพัฒนา ดังน้ี

แผนภาพท่ี ๖.๓๖ เส๎นทางการพฒั นากลุํมออมทรัพย๑ชมุ ชนปริกใต๎

๒๐๒

พ.ศ. ๒๕๔๔ เร่ิมกอํ ตง้ั กลมุํ ออมทรัพยช๑ มุ ชนปริกใตข๎ น้ึ โดยการรวมกลมุํ กันของคนในชุมชนปริกใต๎ เพ่ือ
สํงเสริมและสร๎างนิสัยการออม ให๎ประชาชนมีเงินทุนสํารองและเก็บเงินไว๎ใช๎ยามแกํชราและยามเจ็บปุวย
ฉุกเฉิน โดยมีผู๎นาํ แกนนําชุมชน คือนายอมฤต เรืองโรจน๑ ประธานกลุํมออมทรัพย๑ชุมชนปริกใต๎ได๎ไปศึกษาดู
งานท่มี ูลนธิ ิครชู บ จังหวัดสงขลา ซึ่งไดเ๎ รียนรู๎วธิ ีการจัดการเงินออมอยํางเป็นระบบ ในการชํวยเหลือสมาชิกที่
เดือดรอ๎ น สามารถชวํ ยเหลือกันเองในชมุ ชน ไมํตอ๎ งกย๎ู มื เงนิ นอกระบบ มีความม่ันคงสูง โดยให๎สมาชิกออม
เงนิ หน๎ุ ละ ๑๐ บาท ไมเํ กิน ๕๐ ห๎ุนตํอคน มีสมาชิกกลํุม จาํ นวน ๕๐ คน มเี งินออม จํานวน ๒๐,๐๐๐ บาท

พ.ศ. ๒๕๔๖ ประชาชนในชมุ ชนปริกใต๎มีปญั หาหนน้ี อกระบบ ขาดเงนิ เพ่ือการลงทุนและประกอบอาชีพ
ไมมํ ีแหลงํ ทุนในการกย๎ู มื และตอ๎ งจาํ ยดอกเบย้ี แพง คณะกรรมการกลุมํ ออมทรัพย๑ชุมชนปริกใต๎และสมาชิกได๎
ประชุมรํวมกนั เพือ่ หาแนวทางแก๎ไข จงึ มีมติใหน๎ ําเงนิ ทุนทอ่ี อมไวม๎ าให๎สมาชกิ ก๎ูยืม โดยสมาชิกก๎เู งนิ ไดไ๎ มํเกิน ๓
เทาํ ของเงินฝากของตนและตอ๎ งมเี พื่อนสมาชกิ คํา้ ประกนั ๒ คน สมาชิกสมารถชําระหนี้เดือนละเทําไรก็ได๎ แตํ
ต๎องชําระให๎หมดภายในระยะเวลา ๑ ปี โดยคิดอัตราดอกเบ้ียร๎อยละ ๑๐ บาทตํอปี และนําผลกําไรมาปันผล
สาํ หรบั สมาชกิ ทกุ สน้ิ ปี และนาํ เงนิ มาจดั สวสั ดกิ ารสําหรับสมาชิก กรณีเกิด แกํ เจ็บปวุ ย และเสียชวี ติ

พ.ศ. ๒๕๖๑ มสี มาชกิ ทัง้ สิ้น จํานวน ๓๒๐ คน มีเงินทุนหมุนเวยี น ๒ ลา๎ นบาท
๒. กลุม่ ประชากรเปา้ หมาย

ประชากรท้ังหมดในชมุ ชนปริกใต๎ จํานวน ๓๙๐ คน
๓. ผลทีต่ ้องการใหเ้ กิดข้นึ

เพอื่ ใหป๎ ระชาชนในชุมนปริกใต๎ทุกคนเป็นสมาชิกกลํุมออมทรัพย๑ และมีสวัสดิการชํวยเหลือกรณี เกิด
แกํ เจบ็ ปวุ ยนอนโรงพยาบาล และเสยี ชีวติ
๔. ข้อมูลและเครือ่ งมือในการดาเนนิ งาน

แหลงํ ขอ๎ มูลสาํ คญั ทีก่ ลุมํ ออมทรพั ย๑ชมุ ชนปรกิ ใตน๎ าํ ใช๎ ในการดาํ เนนิ งาน ได๎แกํ ข๎อมูลจาก ระบบข๎อมูล
ตําบล (TCNAP) จปฐ. กชช.๒ค. เชนํ ข๎อมูลประชากรเปาู หมาย และขอ๎ มลู ด๎านเศรษฐกิจ เป็นต๎น ฐานข๎อมูล
บริการในระบบ JHCIS หรือ Hos-XP ของหนวํ ยบริการสุขภาพในพื้นที่ เชนํ ข๎อมูล การเจ็บปุวย ข๎อมูลผู๎ปุวย
ตดิ บ๎าน ตดิ เตียง ผ๎พู กิ าร เป็นตน๎ ฐานข๎อมลู อปท. เชํน ข๎อมลู เดก็ แรกเกิดรับเบ้ียยังชพี ผูส๎ ูงอายรุ บั เบี้ยยังชีพ
ผพ๎ู ิการรบั เบี้ยยงั ชพี ผูต๎ ดิ เชอ้ื และผย๎ู ากไร๎ เปน็ ตน๎

เครื่องมือที่ใช๎ในการดําเนินงาน ได๎แกํ คูํมือหรือแนวทางการจัดต้ังกลุํมออมทรัพย๑ การประชุม การ
กาํ หนด กฎ ระเบียบ กตกิ า และขอ๎ บังคบั ของกลุํมออมทรัพย๑
๕. รปู ธรรมงาน

กลมุํ ออมทรพั ยช๑ มุ ชนปรกิ ใต๎ มเี งนิ ทุนหมุนเวียน จํานวน ๒ ล๎านบาท มีคณะกรรมการ ๑ ชดุ จาํ นวน ๑๐
คน มีกฏ กตกิ า ขอ๎ ตกลงในการจัดการกลมุํ โดยให๎สมาชกิ ออมเงินหนุ๎ ละ ๑๐ บาท เก็บเงินทกุ วันท่ี ๑ ของเดอื น
คณะกรรมการนาํ เงินทีไ่ ดม๎ าบริหารจัดการ ๓ สํวน ได๎แกํ สํวนที่ ๑ การให๎สมาชิกก๎ูยืมดอกเบ้ียตํ่า สํวนท่ี ๒
การปันผลเงินกําไรสําหรับสมาชิกทุกสิ้นปี และสํวนท่ี ๓ การจัดสวัสดิการสําหรับสมาชิกกรณีเกิด กรณี
เจบ็ ปุวยนอนโรงพยาบาล บาํ เหนจ็ บาํ นาญเมอื่ เป็นสมาชกิ ครบ ๒๐ ปี และกรณีสยี ชวี ิต
๖. วิธีดาเนนิ งาน

การดาํ เนนิ งานและกิจกรรมมี ดงั น้ี
๑) แตงํ ต้ังคณะกรรมการเพ่อื วางแผนการดาํ เนินงาน
๒) ประชาสมั พนั ธก๑ ารรับสมัครสมาชิกกลมํุ ออมทรัพย๑ชมุ ชนปริกใต๎ ใหป๎ ระชาชนในชุมชนที่สนใจเขา๎ เป็น
สมาชิกโดยรบั สมคั รสมาชกิ ตามความสมคั รใจ โดยสมาชิกกลมํุ นาํ เงนิ มาออมห๎นุ ละ ๑๐ บาท ไมเํ กิน ๕๐ หน๎ุ ตอํ
คน โดยเก็บทุกวันที่ ๑ ของเดอื น
๓) คณะกรรมการประชุม รํวมคดิ รํวมวางแผน และรํวมกําหนดกฎกติกา ข๎อลง รํวมกันปรึกษาหารือ
วางแผนการในการจดั การกองทุนรํวมกัน มีการกาํ หนด กฏ กติกา ข๎อตกลงรํวมกัน
๔) คณะกรรมการทําระบบบญั ชรี ายรับ รายจําย รายการก๎ยู มื ประจาํ เดือน การปนั ผลกาํ ไรประจําปี
๕) คณะกรรมการให๎สมาชิกกลุํมก๎ูยืมดอกเบี้ยตํ่า ร๎อยละ ๑๐ บาท/ปี ให๎ชําระหน้ีภายใน ๑ ปี โดย
กําหนดใหม๎ ีคนคํา้ ประกัน ๒ คน โดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ สมาชิกก๎ูเงิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท และในปี พ.ศ. ๒๕๖๒
สมาชิกกูเ๎ งิน ๓๗๐,๐๐๐๐ บาท โดยมเี งินทุนใหก๎ ๎ยู มื ๒ ล๎านบาท

๒๐๓

๖) คณะกรรมการนําผลกําไรจากการให๎สมาชิกก๎ูยืมเงินมาปันผลให๎สมาชิกปีละ ๑ คร้ัง ในปี พ.ศ.
๒๕๖๑ ได๎เงินปันผลหน๎ุ ละ ๒๒ บาท และสมาชกิ กลุํมสามารถรบั เงนิ ปนั ผลในเดอื นธนั วาคมของทกุ ปี

๗) รับสมคั รสมาชิกเปน็ ประจําทกุ ปี ปจั จุบันมีสมาชกิ จํานวน ๓๒๐ คน
๘) จัดสวัสดิสําหรับสมาชิก เมื่อเป็นสมาชิกครบ ๑ ปี ดังนี้ (๑) กรณีเกิด มอบเงินรับขวัญแรกเกิด
๕๐๐ บาท จํานวน ๔ คน คดิ เปน็ ร๎อยละ ๑๐๐ ของสมาชิกท่ีคลอดบุตร (๒)กรณีแกํ (อายุมากกวาํ ๖๐ ปีขึ้นไป)
และเม่ือเปน็ สมาชิกครบ ๒๐ ปี มีสวัสดิการบาํ นาญสาํ หรับสมาชิก ปจั จุบันยังไมํมสี มาชกิ ครบ ๒๐ ปีจึงยังไมํมี
ผ๎ไู ดร๎ ับสวัสดิการ (๓)กรณเี จบ็ ปวุ ยนอนโรงพยาบาล คืนละ ๑๐๐ บาท ไมเํ กนิ ๕ คืน (๕๐๐ บาท) จาํ นวน ๓ คน
ร๎อยละ ๑๐๐ ของสมาชิกท่ีเจ็บปุวยนอนโรงพยาบาล และ (๔) กรณีสมาชิกเสียชีวิต มอบเงินสวัสดิการแกํ
ครอบครัวสมาชกิ ทเ่ี สยี ชีวิต ๒,๐๐๐ บาท ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ มอบจาํ นวน ๑ คน รอ๎ ยละ ๑๐๐ ของสมาชกิ ทเ่ี สียชวี ิต
๙) คณะกรรมการมกี ารประชมุ ทุก ๓ เดือนพรอ๎ มท้งั สรปุ และจัดทําบัญชี
๗. ผลผลติ ผลลัพธ์
ผลผลติ ผลลพั ธ๑ทเ่ี กิดข้นึ ดังนี้

๑) คนในชุมชนมีวินัยในการออม ปัจจุบันมีสมาชิกท้ังหมด ๓๒๐ คน ร๎อยละ ๘๒ ของ
ประชากรท้ังหมด

๒) เงินทนุ หมุนเวียน จาํ นวน ๒,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท
๓) ยอดสมาชกิ เงินก๎ู ปี ๒๕๖๑ จํานวน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ยอดสมาชิกเงินกู๎ ปี ๒๕๖๒
(ม.ค. – เม.ย.) จํานวน ๓๗๐,๐๐๐ บาท
๔) การไดร๎ ับสวสั ดกิ าร ผลการดําเนนิ งานในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ จัดสวัสดิการ ดงั นี้ กรณเี กิด
จํานวน ๔ คน กรณเี จ็บปุวยนอนโรงพยาบาล จํานวน ๓ คน และกรณีเสียชีวิต จํานวน ๑ คน คิด
เป็นรอ๎ ยละ ๑๐๐ ของสมาชกิ ที่มีสทิ ธ์ไิ ด๎รับสวัสดิการ
๘. ผลกระทบทีเ่ กดิ ขนึ้
ผลกระทบท่เี กิดข้ึนจากการดําเนนิ งานของกลมุํ ออมทรพั ย๑ชุมชนปริกใต๎ โดยสอดคลอ๎ งกบั เปาู หมายการ
พัฒนาที่ย่ังยืน เปูาหมายที่ ๑ ยุติความยากจน ยุติความยากจนทุกรูปแบบในทุกพื้นที่ เปูาประสงค๑ท่ี ๑.๑
ภายในปี พ.ศ. ๒๕๗๓ ยตุ ิความยากจนข้ันรนุ แรงท้งั หมดซ่ึงในปัจจุบันวัดจากคนที่มีคําใช๎จํายดํารงชีพรายวัน
ตํ่ากวาํ ๑.๒๕ ดอลลาห๑ตอํ วนั ตัวช้วี ดั ที่ ๑.๑.๑ สดั สวํ นของประชากรที่มีรายได๎ตํ่ากวําเส๎นความยากจนสากล
จําแนกตาม เพศ อายุ สถานะการจา๎ งงาน และ ที่ต้งั ทางภูมิศาสตร๑ (ชุมชนเมือง/ชนบท) ซ่ึงมีการดําเนินงาน
ดงั กลาํ ว โดยจดั ตง้ั กลมํุ ออมทรัพยช๑ มุ ชนปริกใต๎ และจัดสวัสดิการกรณเี กดิ เจบ็ ปวุ ย และเสยี ชวี ิต
ตํอ ๕ มติ ิโครงสรา๎ งพืน้ ฐานของชุมชน ได๎แกํ ๑)ด๎านสังคม มีการรวมกลํุมกันของคนในชุมชนเพื่อการ
ออมเงิน ๓๒๐ คน และมีการชํวยเหลือเก้ือกูลกัน ๒)ด๎านเศรษฐกิจ สํงเสริมการออมเงินของประชาชน ลด
หนส้ี นิ และลดการกยู๎ มื เงินนอกระบบ ๓) ด๎านการเมืองการปกครอง มกี ารจดั สรรผลกําไรแกสํ มาชกิ อยาํ งเป็น
ธรรม

๒๐๔

๖.๓.๓ กองทุนสัจจะวนั ละบาท

แผนภาพที่ ๖.๓๗ กองทุนสัจจะออมวันละบาท

๒๐๕

Key actors กองทนุ สัจจะออมวันละบาท
งานเดน่
ระดบั ของทุนทางสังคม การออมเงินและการจดั สวสั ดิการ กรณีเกดิ เจ็บปุวย เสยี ชวี ิต
ความสอดคลอ้ งกับ ๗ สังคม
พ้ืนที่ ระดับตาํ บล
ผดู้ าเนินงานหลัก
สังคมสวสั ดิการ

เทศบาลตําบลปรกิ

๑. นางศริ ิขวญั อนนั ตพนั ธ๑ ตาํ แหนงํ
ประธานกองทุนสจั จะออมวันละบาท
เบอร๑โทรศพั ท๑ ๐๙๗-๓๔๙๓๑๕๗

๒. นางมนชยา แกว๎ นาแค ตาํ แหนํง เลขานุการ
เบอรโ๑ ทรศพั ท๑ ๐๘๐-๗๑๓๒๕๒๓

๓. นางนภิ า เบ็นหมาน ตําแหนํง เหรัญญกิ
เบอร๑โทรศพั ท๑ ๐๘๔-๘๖๒๕๓๗๘

๔. นางสาวมาเหรยี ม เปน็ ลําเต๏ะ ตําแหนํง กรรมการ
เบอรโ๑ ทรศพั ท๑ ๐๘๖-๖๙๖๐๓๑๘

๑. ท่ีมาหรือฐานคดิ ของการดาเนินงาน
การพัฒนากองทุนสัจจะออมวันละบาท อยูํภายใต๎แนวคิดหลักของการนําหลักปรัชญาเศรษฐกิจ

พอเพียงมาใช๎ในการดาํ เนินชวี ิต โดยมํงุ เน๎นให๎ประชาชนมีวิถชี ีวติ พอเพียง สํงเสรมิ การออมเพือ่ เก็บไว๎ใช๎ในยาม

จําเปน็ มีสวัสดกิ ารชํวยเหลือกัน กรณีเกิด แกํ เจ็บปุวย ตาย สามารถพึ่งพากันเองภายในชุมชน เป็นสังคม
สงั คมสวัสดิการ

พื้นท่ีเทศบาลตําบลปริก ต้ังอยํูในเขตตําบลปริก อําเภอสะเดา จังหวัดสงขลา มี ๗ ชุมชน คือ ชุมชน

ตลาดปรกิ ชุมชนทุํงออก ชุมชนตลาดใต๎-บ๎านกลาง ชุมชนสวนหมํอม ชุมชนร๎านใน ชุมชนปริกใต๎ และชุมชน
ปริกตก ซ่ึงในเขตพ้ืนท่ีเทศบาลตําบลปริกมีครัวเรือน จํานวน ๑,๒๖๑ ครัวเรือน ประชากรท้ังหมด จํานวน

๕,๑๕๘ คน เพศชาย จํานวน ๒,๔๗๔ คน (ร๎อยละ ๔๗.๙๖) เพศหญิง จํานวน ๒,๖๘๔ คน (ร๎อยละ ๕๒.๐๔)
ประชากรสํวนใหญํประกอบอาชีพทําสวน มีรายได๎เฉล่ียประชากร ๒๒๑,๕๘๑.๖๗ บาท/คน/ปี รายได๎เฉลี่ย
ครัวเรอื น ๔๙๒,๙๔๐.๕๖ บาท/ปี ครัวเรือนที่มีหน้ีสิน ๑,๕๓๖ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๔๔.๐๔) มีครัวเรือนท่ีกู๎ยืม

เงนิ ก๎ูนอกระบบ ๗๔ ครัวเรอื น (รอ๎ ยละ ๑๙.๐๒) ครัวทีม่ รี ายได๎ตา่ํ กวําเส๎นความยากจน ๑๙ ครัวเรือน (ร๎อยละ
๑.๕๔) วํางงาน ๓๗๙ คน (ร๎อยละ ๙.๕๐) ไมมํ อี าชีพหลัก ๖๔๘ คน (รอ๎ ยละ ๑๖.๒๕) ไมมํ อี าชีพเสรมิ ๓,๖๑๕ คน
(ร๎อยละ ๙๐.๖) ซ่ึงมขี อ๎ มูลความครอบคลุมการไดร๎ บั สวสั ดิการ ดังน้ี มีเดก็ แรกเกิดท่ีได๎รับเบี้ยยังชีพ ๑๔๑ คน

(รอ๎ ยละ ๑๐๐) ผส๎ู ูงอายทุ ่ไี ดร๎ บั เบ้ียยงั ชพี ๖๘๙ คน (ร๎อยละ ๑๐๐) ผ๎ูพกิ ารรบั เบี้ยยังชีพ จํานวน ๑๔๒ คน (ร๎อย
ละ ๑๐๐) และผู๎สูงอายุท่ีมีภาวะพึ่งพิง ๑๐ คน (ร๎อยละ ๑๐๐) โดยการดําเนินงานท่ีผํานมา มํุงเน๎นให๎คนใน

ชุมชนออมเงนิ และมีการจัดสวสั ดิการสาํ หรบั สมาชกิ จนกระท่ังในปัจจุบันในเขตพื้นที่เทศบาลตําบลปริกได๎มี
การพัฒนาและจดั ตงั้ กลุํมสัจจะออมวันละบาท ซึ่งมีเส๎นทางการพฒั นา ดงั นี้

๒๐๖

แผนภาพที่ ๖.๓๘ เส๎นทางการพัฒนากลมุํ สจั จะออมวนั ละบาท
พ.ศ. ๒๕๔๙ ในเขตเทศบาลตําบลปริกประชาชนมีการออมเงินคํอนข๎างนอ๎ ยและไมมํ สี วัสดิการกรณีเกิด

เจ็บปุวย และเสียชีวิต ตํอมาครูชบ-ปราณี ยอดแก๎ว ซ่ึงเป็นผู๎ริเร่ิมการกองทุนสัจจะออมวันละบาท ได๎ให๎
ความรูเ๎ กยี่ วกับการออมและสวัสดกิ ารสําหรบั สมาชกิ ทาํ ให๎คนในชุมชนเหน็ ถึงความสาํ คัญของการออม และมี
ความตอ๎ งการท่จี ะมีสวสั ดิการ โดยครูชบ-ปราณี ยอดแกว๎ ได๎เปน็ แกนนํากลุํม ในการประชุมปรึกษาหารือกับ
ผ๎ูนํา แกนนําชมุ ชน และผทู๎ ่ีสนใจ จึงรํวมกนั จัดตัง้ กองทุนสัจจะออมวันละบาท เม่ือวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๙ มี
สมาชิก จํานวน ๒๐๐ คน มเี งินทนุ จํานวน ๖,๐๐๐ บาท และประชาสัมพันธ๑เชิญชวนให๎คนในชุมชนมาสมัคร
เป็นสมาชิกกองทนุ สจั จะออมวนั ละบาท โดยใหอ๎ อมเงนิ วันละ ๑ บาท และจดั สวสั ดิการกรณี เกิด แกํ เจ็บปุวย
และตาย สมาชิกสามารถรับสวัสดิการได๎เมื่อเป็นสมาชิกครบ ๖ เดือน โดยในชํวงแรกมีการเปิดรับสมัคร
สมาชิกใหมํ ปลี ะ ๒ ครงั้ คือในเดอื นธันวาคมและเดอื นมิถุนายน

พ.ศ.๒๕๕๙ สมาคมสวัสดิการภาคประชาชน จังหวัดสงขลา รํวมกับกองทุนสัจจะออมวันละบาท ได๎จัด
ประชุมเพ่ือแลกเปล่ียนเรียนรู๎สําหรับสมาชิกกองทุนสัจจะออมวันละบาท มีการสํงเสริมให๎สมาชิกเชิญชว น
ประชาสัมพันธใ๑ ห๎คนในชุมชนเห็นประโยชนแ๑ ละความสาํ คญั ของการออม

พ.ศ. ๒๕๖๒ มกี ารสรุปการดําเนนิ งานของกลํมุ ปจั จบุ นั มีสมาชกิ จํานวน ๙๐๗ คน มีเงินทุนหมุนเวียน
๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท และเปดิ รบั สมาชกิ ใหมปํ รับเป็นปลี ะ ๑ ครัง้
๒. กลมุ่ ประชากรเป้าหมาย

ประชากรทง้ั หมดในเขตเทศบาลตําบลปริก จํานวน ๕,๑๕๘ คน
๓. ผลทีต่ อ้ งการให้เกดิ ขน้ึ

การดาํ เนนิ งานของกองทุนตอ๎ งการใหเ๎ กิดผล ดังนี้ ๑)สมาชกิ กลมํุ สัจจะวันละบาทได๎รับสวสั ดิการเมือ่
เขา๎ เปน็ สมาชิกครบ๖ เดอื น ๒) ยตุ คิ วามยากจนจากการแบกรบั ภาระของครอบครัวเมอื่ เจ็บปวุ ยและเสยี ชีวติ
๓) มีกองทนุ ทีจ่ ัดตง้ั โดยชมุ ชนในการจดั สวสั ดิการแกสํ มาชกิ กรณี เกดิ แกํ เจ็บปวุ ย เสยี ชีวติ
๔. ข้อมลู และเคร่ืองมอื ในการดาเนินงาน

แหลงํ ข๎อมลู สาํ คัญท่กี องทนุ สจั จะออมวนั ละบาทนาํ ใช๎ ในการดําเนินงาน ได๎แกํ ขอ๎ มลู จาก ระบบขอ๎ มูล
ตําบล (TCNAP) จปฐ. กชช.๒ค. เชํน ขอ๎ มลู ประชากรเปาู หมาย และข๎อมูลด๎านเศรษฐกิจ เป็นต๎น ฐานข๎อมูล
บรกิ ารในระบบ JHCIS หรอื Hos-XP ของหนวํ ยบรกิ ารสขุ ภาพในพนื้ ท่ี เชํน ขอ๎ มูล การเจ็บปุวย ข๎อมูลผู๎ปุวย

๒๐๗

ตดิ บ๎าน ติดเตยี ง ผพ๎ู ิการ เปน็ ตน๎ ฐานขอ๎ มูล อปท. เชนํ ขอ๎ มูลเด็กแรกเกิดรบั เบยี้ ยงั ชีพ ผ๎ูสงู อายรุ บั เบ้ียยังชีพ
ผ๎ูพกิ ารรบั เบ้ียยังชพี ผู๎ตดิ เชอื้ และผยู๎ ากไร๎ เปน็ ต๎น

เครื่องมือท่ีใช๎ในการดําเนินงาน ได๎แกํ คํูมือหรือแนวทางการจัดต้ังกองทุนสัจจะออมวันละบาท การ
บริหารจดั การกองทุนแบบมสี วนรํวม การประชุม การกําหนด กฎ ระเบยี บ กติกาและข๎อบังคับ
๕. รูปธรรมงาน

กองทนุ สจั จะออมวันละบาท มีเงินทุนหมุนเวียน จํานวน ๓.๕ ล๎านบาท มีคณะกรรมการ ๑ ชุด จํานวน
๑๐ คน มีกฏ กติกา ข๎อตกลงในการจัดการกลุํม โดยให๎สมาชิกออมเงินวันละ ๑ บาท เก็บเงินทุกส้ินเดือน
คณะกรรมการนําเงนิ ทีไ่ ดม๎ าจัดสวสั ดิการสาํ หรบั สมาชกิ กรณีเกิด กรณีเจ็บปุวยนอนโรงพยาบาล และกรณสี ีย
ชีวิต
๖. วธิ ดี าเนินงาน

การดาํ เนินงานและกจิ กรรมมี ดงั นี้
๑) แตงํ ตั้งคณะกรรมการเพือ่ วางแผนการดาํ เนนิ งาน
๒) ประชาสัมพนั ธ๑การรับสมคั รสมาชิกกองทนุ สัจะออมวันละบาท ให๎ประชาชนในชุมชนท่ีสนใจเข๎าเป็น
สมาชิกโดยรบั สมคั รสมาชกิ ตามความสมคั รใจ
๓) คณะกรรมการประชมุ รวํ มคิด รํวมวางแผน และรํวมกาํ หนดกฎกตกิ า ข๎อลง รํวมกันของกลํุมสัจจะ
ออมวนั ละบาทโดยมขี ๎อตกลงคือจะไมมํ ีการปันผลกาํ ไรให๎กับสมาชิก ไมํสามารถถอนเงินคืนได๎ และสมาชิกจะ
พน๎ สภาพการเป็นสมาชกิ เมือ่ ไมํชําระเงินออมตดิ ตอํ กันนาน ๓ เดือน
๔) คณะกรรมการทําระบบบญั ชีรายรบั รายจาํ ย และการจดั สวสั ดิการสําหรับสมาชกิ
๕) คณะกรรมการประชมุ ทกุ ๓ เดอื น และมีการรายงานบัญชี รายรับ รายจําย และการจัดสวัสดกิ าร
๖) เปิดรบั สมคั รสมาชิกปีละ ๑ คร้ัง โดยสมาชิกกลํมุ นําเงนิ มาออมวนั ละ ๑ บาท โดยเก็บเงินทกุ วันที่ ๑
ของเดอื น
๗) จัดสวสั ดิสาํ หรบั สมาชิก เมอ่ื เป็นสมาชกิ ครบ ๖ เดอื น โดยมี กตกิ า และขอ๎ ตกลง ดงั น้ี (๑) กรณีเกิด
มอบเงนิ รบั ขวญั แรกเกิด ๕๐๐ บาท (๒)กรณีเจ็บปวุ ยนอนกรณีเจ็บปุวยนอนรพ ได๎รับสวัสดิการ คืนละ ๑๐๐
บาท ไมํเกิน ๑๐ คืน (๑,๐๐๐ บาท) (๓) กรณีแกํ กลํุมสัจจะออมวันละบาท ได๎มีข๎อตกลงในการให๎เงินแกํ
ผ๎ูสูงอายตุ ามระยะเวลาการเป็นสมาชิก (อายุครบ ๖๐ ปีขึ้นไป) เมอื่ เปน็ สมาชิก ๑๕ ปขี ้นึ ไป จะไดร๎ ับเงนิ เดือนละ
๓๐๐ บาท เป็นสมาชกิ ครบ ๒๐ ปขี ึน้ ไป ไดร๎ ับเงินเดือนละ ๔๐๐ บาท และเปน็ สมาชิกมากกวาํ ๖๐ ปีขน้ึ ไป ไดร๎ ับ
เงนิ เดือนละ ๑,๒๐๐ บาท (๔)กรณีเสียชีวติ รับสวสั ดิการแตกตาํ งกนั ตามระยะเวลาการเป็นสมาชิก ดังน้ี เป็น
สมาชิกครบ ๑๘๐ วัน รับเงนิ ชํวยเหลอื ๒,๕๐๐ บาท เปน็ สมาชิกครบ ๑ ปี รับเงินชํวยเหลือ ๕,๐๐๐ บาท เป็น
สมาชิกครบ ๒ ปี รับเงินชวํ ยเหลือ ๑๐,๐๐๐ บาท เป็นสมาชกิ ครบ ๔ ปี รับเงินชํวยเหลือ ๑๕,๐๐๐ บาท เป็น
สมาชกิ ๘ ปขี ้นึ ไป รบั เงนิ ชวํ ยเหลือ ๒๐,๐๐๐ บาท
๗. ผลผลิต ผลลัพธ์
๑) มีจํานวนสมาชกิ กองทนุ สัจจะออมทรพั ยจ๑ าํ นวน ๙๐๗ คน รอ๎ ยละ ๑๗.๕๘ ของประชากรทั้งหมด
๒) การจัดสวัสดกิ าร การกรณเี กดิ เจบ็ ปุวยนอนโรงพยาบาล และเสียชวี ติ ใน ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ กองทุนมี
การจดั สวสั ดกิ ารใหแ๎ กสํ มาชกิ ดงั น้ี กรณีเกดิ จํานวน ๑๐ คน ร๎อยละ ๑๐๐ ของสมาชิกที่คลอดบุตร เจ็บปุวย
นอนโรงพยาบาล ๒๐ คน ร๎อยละ ๑๐๐ ของสมาชิกที่เจ็บปุวยนอนโรงพยาบาล เสียชีวิต ๔ คน ร๎อยละ ๑๐๐
ของสมาชิกท่ีเสียชีวิต ในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ กองทุนมีการจัดสวัสดิการกรณีเกิด ๓ คน คน ร๎อยละ ๑๐๐ ของ
สมาชิกที่คลอดบุตร กรณีเจ็บปุวย นอนโรงพยาบาล ๘ คน ร๎อยละ ๑๐๐ ของสมาชิกที่เจ็บปุวยนอน
โรงพยาบาล และกรณีเสียชวี ิต ๑ คน รอ๎ ยละ ๑๐๐ ของสมาชกิ ทีเ่ สยี ชีวติ
๓) จํานวนเงินทนุ หมนุ เวียน ๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท
๘. ผลกระทบทีเ่ กดิ ขึ้น

ผลกระทบท่ีเกิดขึ้นจากการดําเนินงานของกลํุมออมทรัพย๑เทศบาลตําบลปริก โดยสอดคล๎องกับ
เปูาหมายการพัฒนาท่ียั่งยืน เปูาหมายที่ ๑ ยุติความยากจน ยุติความยากจนทุกรูปแบบในทุกพ้ืนที่
เปูาประสงค๑ท่ี ๑.๑ ภายในปี พ.ศ. ๒๕๗๓ ยุติความยากจนข้ันรุนแรงทั้งหมดซึ่งในปัจจุบันวัดจากคนท่ีมี
คําใช๎จาํ ยดํารงชพี รายวันตา่ํ กวํา ๑.๒๕ ดอลลาหต๑ อํ วัน ตวั ชวี้ ัดที่ ๑.๑.๑ สัดสวํ นของประชากรท่ีมีรายได๎ต่ํากวํา
เส๎นความยากจนสากล จําแนกตาม เพศ อายุ สถานะการจ๎างงาน และ ที่ต้ังทางภูมิศาสตร๑ (ชุมชนเมือง/

๒๐๘

ชนบท) ซึ่งมีการดําเนินงานดังกลําว โดยจัดต้ังกองทุนสัจจะออมวันละบาท และจัดสวัสดิการกรณีเกิด
เจบ็ ปวุ ยนอนโรงพยาบาล และเสียชวี ิต

ผลกระทบท่ีเกิดขึ้นตํอ ๕ มิติโครงสร๎างพ้ืนฐานของชุมชน ดังนี้ ๑) ด๎านสังคม เกิดการรวมกลํุมและ
จดั ตง้ั กองทุนโดยชุมชนเพอื่ เปน็ สวัสดิการแกคํ นในชุมชน กรณเี กดิ เจ็บปุวยนอนโรงพยาบาล และเสียชีวิต ๒)
ดา๎ นเศรษฐกจิ สงํ เสรมิ การออมเงินของประชาชนเพื่อจัดสวสั ดกิ าร ชวํ ยลดคาํ ใช๎จํายให๎กับสมาชิกในครัวเรือน
๓) ด๎านการเมอื งการปกครอง มกี ารจัดตั้งคณะกรรมการดําเนนิ งานโดยใช๎หลักความโปรํงใส ยุติธรรม สมาชิก
สามารถเข๎าถึงสทิ ธแิ ละสวสั ดกิ ารได๎อยํางท่ัวถึง และเปน็ ธรรม

๒๐๙

๖.๓.๔ กลุม่ ฌาปนกจิ ชุมชนปรกิ ตก

แผนภาพที่ ๖.๓๙ กลํมุ ฌาปนกจิ ชุมชนปริกตก

๒๑๐

Key actors กลํมุ ฌาปนกจิ ชมุ ชนปริกตก
งานเดน่
ระดบั ของทนุ ทางสงั คม การจัดสวสั ดกิ ารชํวยเหลือกรณเี สียชวี ิต
ความสอดคล้องกับ ๗ สงั คม
พ้ืนที่ ระดบั ชุมชนหรือหมํูบ๎าน
ผ้ดู าเนนิ งานหลกั
สังคมสวสั ดิการ
เทศบาลตาํ บลปรกิ

๑. นายนพดล หมดั หระ๏ ตําแหนํง เหรัญญิก
เบอร๑โทรศพั ท๑ ๐๙๐-๓๖๑๘๓๑๙

๒. นางนภิ า เบ็นหมาน ตาํ แหนํง กรรมการ
เบอร๑โทรศพั ท๑ ๐๘๔-๘๖๒๕๓๗๘

๓. นางสาวมาเหรยี ม เป็นลําเตะ๏ ตาํ แหนงํ กรรมการ
เบอร๑โทรศพั ท๑ ๐๘๖-๖๙๖๐๓๑๘

๑. ท่มี าหรือฐานคดิ ของการดาเนนิ งาน

หลายสิบปีท่ีผํานมาการฌาปนกิจสงเคราะห๑ได๎แพรํหลาย โดยมีการรวมกลุํมและรวบรวมเงินของ
สมาชิกเข๎ามาเป็นกองทุนกลางเพ่ือใช๎เป็นคําใช๎จํายในการจัดการงานศพของสมาชิก แล๎วนําเงินมอบให๎กับ

ครอบครัวของสมาชิกที่เสียชีวิต ซ่ึงประชาชนในชุมชนปริกตก ได๎มีการจัดต้ังกลํุมฌาปนกิจชุมชนปริกตกขึ้น
เพื่อจัดเป็นสวัสดิการในกรณีเสียชีวิต เป็นการลดภาระครอบครัว และมุํงน้ีให๎ทุกครัวเรือนมีสวัสดิการเม่ือ
เสยี ชีวติ

ชมุ ชนปรกิ ตก ตัง้ อยูใํ นตําบลปรกิ หมํู ๓ อําเภอสะเดา จงั หวัดสงขลา มีจํานวนครัวเรือนตามทะเบียน
ราษฎร๑ ๒๒๐ ครัวเรอื น มมี สั ยิด ๒ มสั ยิด ซึ่งเป็นศูนย๑กลางในการดําเนินกิจกรรมในชุมชนและทําพิธีศพเม่ือ
เสียชวี ติ คอื มัสยดิ นรู ูลอาหมนี (หลังใหญ)ํ และมัสยิดนูรลู ฮดู า โดยประชาชนสวํ นใหญํประกอบอาชีพทําสวน

ยางพารา มีรายได๎เฉลีย่ ประชากร ๑๑๘,๔๑๔.๕๖ บาท/คน/ปี รายได๎เฉล่ียครัวเรือน ๒๕๒,๕๙๔.๘๗ บาท/ปี มี
หนสี้ ิน ๙๒ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๔๘.๙๔) ครัวเรอื นทก่ี ๎ูยืมเงนิ ก๎ูนอกระบบ ๑๐ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๑๒.๙๙) มีการ

ออม ๙๔ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๕๐.๒๗) จํานวนครัวที่มีรายได๎ต่ํากวําเส๎นความยากจน ๒ ครัวเรือน (ร๎อยละ
๑.๐๖ ) วํางงาน ๔๘ คน (ร๎อยละ ๗.๕๗) ไมํมีอาชพี หลัก ๔๔ คน (ร๎อยละ ๖.๙๔) และไมํมีอาชีพเสริม ๕๙๐ คน
(ร๎อยละ ๙๓.๐๖) ข๎อมลู ความครอบคลมุ การได๎รับสวสั ดิการ ดังน้ี มเี ด็กแรกเกดิ ที่ได๎รบั เบี้ยยังชพี ๒๐ คน (ร๎อย

ละ ๑๐๐) ผู๎สงู อายทุ ี่ได๎รับเบ้ยี ยงั ชพี ๑๐๐ คน (ร๎อยละ ๑๐๐) ผพู๎ กิ ารรับเบ้ียยังชีพ ๑๓ คน (ร๎อยละ ๑๐๐) และ
ผส๎ู งู อายุทีม่ ภี าวะพ่ึงพงิ ๒ คน (ร๎อยละ ๑๐๐) การดาํ เนินงานท่ีผํานมา มํุงเน๎นใหค๎ นในชุมชนมกี ารรวมกลํมุ เพ่ือ
จดั สวสั ดิการชวํ ยเหลือกันกรณีเสียชีวิต จนกระทั่งในปัจจุบันในชุมชนปริกตกได๎มีการพัฒนาและจัดตั้งกลุํม

ฌาปนกจิ ชุมชนปริกตกขึน้ ซึ่งมเี สน๎ ทางการพัฒนา ดงั นี้

๒๑๑

แผนภาพท่ี ๖.๔๐ เสน๎ ทางการพัฒนากลุํมฌาปนกจิ ชมุ ชนปรกิ ตก
พ.ศ. ๒๕๕๑ เนื่องจากประชาชนในชุมชนปริกตกสํวนใหญํประกอบอาชีพทําสวนยางพารา ซ่ึงเป็น

แรงงานนอกระบบ จงึ ไมํมีสวัสดิการชํวยเหลือกรณีเสียชีวิต ต๎องกู๎ยืมเงินเพื่อจัดการงานศพ ผ๎ูนําชุมชนคือ
นายประสิทธิ์ กาเหย็ม และคณะกรรมการชุมชนปรกิ ตกไดป๎ ระชมุ เพ่ือปรึกษาหารือรํวมกัน เก่ียวกับแนวทาง
การชวํ ยเหลือหรอื จดั สวสั ดิการกรณปี ระชาชนในชุมชนเสียชีวิต จึงมีมติให๎จัดตั้งกลุํมฌาปนกิจชุมชนปริกตก
ข้นึ เริ่มแรกได๎มีการประชาสัมพันธ๑รับสมัครผ๎ูที่สนใจเป็นสมาชิก โดยมีผู๎ท่ีเข๎ารํวมเป็นสมาชิก จํานวน ๑๔๐
ครัวเรอื น กําหนดให๎มกี ารเกบ็ เงนิ เม่ือสมาชกิ เสียชวี ติ จํานวน ๕๐ บาทตํอครวั เรือน เพ่อื มอบเป็นสวัสดิการให๎
ครอบครัวสมาชิกผเ๎ู สยี ชวี ิต จาํ นวน ๗,๐๐๐ บาท

พ.ศ. ๒๕๕๘ คณะกรรมการไดป๎ ระชมุ รํวมกับคนในชุมชนปริกตก เพอ่ื หาแนวทางให๎กลํุมมคี วามเขม๎ แขง็
มากข้ึน โดยได๎แตํงต้ังคณะกรรมการ มีการมอบหมายงานที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น มีการกําหนด กฎ กติกา
ขอ๎ ตกลงรํวมกัน และสมาชิกใหค๎ วามรวํ มมอื ในการปฏิบัตติ ามกฎ กติกา ข๎อตกลง ดงั นี้ ในกรณีท่ีสมาชิกไมํสํง
เงิน จํานวน ๓ ศพ (มายัต) ติดตํอกัน จะทําให๎พ๎นสภาพการเป็นสมาชิกของกลํุม แตํสามารถสมัครเป็น
สมาชิกใหมํได๎ โดยต๎องจํายเงินที่ค๎างให๎ครบถ๎วน และกรณีท่ีสมาชิกในครอบครัวมีการแตํงงานให๎สมัคร
สมาชิกใหมอํ กี ๑ ครวั เรอื น

พ.ศ. ๒๕๕๙ มีสมาชกิ จาํ นวน ๒๒๐ ครัวเรือน มอบเงินสวัสดิการให๎แกํสมาชิก จํานวน ๑๑,๐๐๐ บาท
และมเี งนิ ทนุ สาํ รอง จํานวน ๒๒,๐๐๐ บาท
๒. กลมุ่ ประชากรเปา้ หมาย

ประชากรในชมุ ชนปริกตก จํานวน ๒๒๐ ครวั เรอื น
๓. ผลทต่ี อ้ งการให้เกดิ ขึ้น

เพื่อสร๎างระบบสวสั ดกิ ารชวํ ยเหลอื กรณีเสยี ชวี ติ ใหป๎ ระชาชนในชุมชนปริกตกทกุ คน
๔. ขอ้ มลู และเคร่อื งมอื ในการดาเนินงาน

แหลงํ ขอ๎ มูลสาํ คญั ทกี่ ลํมุ ฌาปนกิจชมุ ชนปริกตกนําใช๎ ในการดาํ เนินงาน ได๎แกํ ขอ๎ มูลจาก ระบบข๎อมูล
ตาํ บล (TCNAP) จปฐ. กชช.๒ค. เชนํ ขอ๎ มลู ประชากรเปาู หมาย และข๎อมลู ด๎านเศรษฐกิจ เป็นต๎น ฐานข๎อมูล
บรกิ ารในระบบ JHCIS หรอื Hos-XP ของหนํวยบรกิ ารสุขภาพในพ้ืนที่ เชนํ ขอ๎ มลู การเจ็บปุวย ข๎อมูลผ๎ูปุวย

๒๑๒

ตดิ บา๎ น ติดเตยี ง ผู๎พกิ าร เปน็ ตน๎ ฐานขอ๎ มูล อปท. เชํน ข๎อมูลเด็กแรกเกิดรบั เบ้ียยงั ชพี ผูส๎ ูงอายรุ ับเบี้ยยังชีพ
ผพ๎ู ิการรับเบย้ี ยังชพี ผตู๎ ิดเชอ้ื และผ๎ูยากไร๎ เป็นต๎น

เครื่องมือในการดําเนินงาน ได๎แกํ การแตํงตั้งคณะกรรมการโดยใช๎กระบวนการบริหารจัดการแบบมี
สวํ นรวํ ม ด๎วยการประชมุ และการปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ กติกา ข๎อบังคับของกลุํมฌาปนกิจ และคํูมือการ
จัดต้ังกลุํมฌาปนกิจ
๕. รปู ธรรมงาน

กลุํมฌาปนกิจชุมชนปริกตก มีเงินทุนสํารอง ๒๒,๐๐๐ บาท มีคณะกรรมการ ๑ ชุด ประกอบด๎วย
ประธาน รองประธาน เลขานุการ เหรัญญิก มีกฏ กติกา ข๎อตกลงในการจัดการกลํุม โดยคณะกรรมการเก็บ
เงนิ สมาชิก ศพละ ๕๐ บาท ภายใน ๗ วนั หลังสมาชกิ เสยี ชวี ติ
๖. วิธดี าเนินงาน

การดาํ เนนิ งานและกิจกรรมมี ดงั นี้
๑) แตงํ ตั้งคณะกรรมการเพ่อื วางแผนการดําเนินงาน
๒) ประชาสัมพันธ๑การรับสมัครสมาชิกใหมํของกลํุมฌาปนกิจชุมชนปริกตกตามความสมัครใจ ซึ่งมี
คาํ ธรรมเนียมในการสมคั รแรกเข๎า ๒๐ บาทตํอครอบครวั
๓) คณะกรรมการประชุม รวํ มคดิ รวํ มวางแผน และรํวมกาํ หนดกฎกตกิ า ข๎อตกลงรวํ มกนั
๔) คณะกรรมการทาํ ระบบบัญชีรายรับ รายจําย
๓) การกําหนดกฎ กตกิ า ข๎อตกลงกลุํมฌาปนกิจชุมชนปริกตก ดังนี้ (๑)สมาชิกต๎องแจ๎งเกิดตั้งแตํ ๓
เดอื นขึน้ ไป (๒)กรณมี ีคสูํ มรส คิดเปน็ ๑ ครอบครัวต๎องสมัครสมาชิกใหมํ (๓)กรณีแตํงงานใหมํให๎แจ๎งสมัคร
ใหมํ ภายใน ๑๕ วนั (๔)ผส๎ู มคั รสมาชิกตอ๎ งเป็นผ๎ทู ี่มรี ายชือ่ ในชุมชนปริกตกเทําน้ัน (๕)กรณีมคี นเสียชีวิต ต๎อง
จํายเงิน ภายใน ๗ วัน (๖)ถ๎าสมาชิกไมํจํายเงินสงเคราะห๑เกิน ๓ ศพ จะหมดสภาพการเป็นสมาชิกของกลํุม
และถ๎าต๎องการสมัครสมาชิกใหมํต๎องจํายคําธรรมเนียมที่ยังค๎างชําระท้ังหมด และคําสมัครสมาชิกใหมํ ๒๐
บาท (๗)กรณีเสียชีวติ เก็บเงนิ สงเคราะห๑ศพละ ๕๐ บาท/ครัวเรือน (๘)จัดสวัสดิการใหเ๎ ฉพาะสมาชกิ ที่มีชือ่ ใน
บัญชสี ัปบุรษุ เทํานั้น
๔)การจัดสวัสดกิ ารชํวยเหลอื ครอบครวั สมาชกิ คณะกรรมการมอบเงินให๎ครอบครัวสมาชิกผู๎เสียชีวิต
ภายใน ๗ วัน จํานวน ๑๑,๐๐๐ บาท/ศพ
๗. ผลผลติ ผลลัพธ์
ครวั เรือนในชมุ ชนปริกตกเปน็ สมาชกิ จาํ นวน ๒๒๐ ครวั เรือน ร๎อยละ ๑๐๐ โดยปี พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๖๑ มี
ครัวเรอื นท่ีได๎รับสวัสดิการชํวยเหลือกรณีเสียชีวิต จํานวน ๖๐ ครัวเรือน และปี พ.ศ. ๒๕๖๒ มีครัวเรือนที่
ไดร๎ บั สวัสดิการ จํานวน ๓ ครวั เรือน รอ๎ ยละ ๑๐๐ ของสมาชิกท่ีเสยี ชีวติ มเี งนิ ทนุ สํารอง ๒๒,๐๐๐ บาท
๘. ผลกระทบที่เกดิ ข้นึ

ผลกระทบที่เกิดข้ึนจากการดําเนินงานของกลุํมฌาปนกิจชุมชนปริกตก โดยสอดคล๎องกับเปูาหมาย
การพัฒนาทีย่ งั่ ยนื เปาู หมายท่ี ๑ ยุตคิ วามยากจน ยตุ ิความยากจนทุกรปู แบบในทุกพ้ืนท่ี เปูาประสงค๑ที่ ๑.๑
ภายในปี พ.ศ. ๒๕๗๓ ยุตคิ วามยากจนขนั้ รนุ แรงทงั้ หมดซึ่งในปัจจุบันวัดจากคนที่มีคําใช๎จํายดํารงชีพรายวัน
ตา่ํ กวาํ ๑.๒๕ ดอลลาหต๑ ํอวัน ตวั ชว้ี ัดท่ี ๑.๑.๑ สัดสํวนของประชากรที่มีรายได๎ตํ่ากวําเส๎นความยากจนสากล
จาํ แนกตาม เพศ อายุ สถานะการจ๎างงาน และ ท่ีตง้ั ทางภมู ิศาสตร๑ (ชุมชนเมือง/ชนบท) ซึ่งมีการดําเนินงาน
ดงั กลาํ ว โดยจดั ตัง้ กลํมุ ฌาปนกิจชุมชนปริกตกเพ่อื จดั สวสั ดิการกรณีเสียชีวติ

ผลทเี่ กดิ ขึ้นจากการดาํ เนนิ กลุํมฌาปนกิจชุมชนปริกตก พบวํากระทบตํอมิติโครงสร๎างของชุมชนดังนี้
๑) ดา๎ นสังคม เกิดการรวมกลมํุ และจดั ตัง้ กองทุนโดยชุมชนเพอื่ เป็นสวสั ดิการชวํ ยเหลือกนั แกํคนในชมุ ชนกรณี
เสยี ชีวิต มคี รอบครวั สมาชกิ ท่ีเสียชวี ิตได๎รับสวัสดกิ าร จาํ นวน ๖๓ ราย ร๎อยละ ๑๐๐ ของสมาชิกท่ีเสียชีวิต ๒)
ด๎านเศรษฐกจิ มเี งินทุนในการจดั การงานศพของสมาชิกในครัวเรอื น ๑๑,๐๐๐ บาท และ ๓) ดา๎ นการเมืองการ
ปกครอง มกี ารจัดตั้งคณะกรรมการดําเนินงานโดยใช๎หลักความโปรํงใส การกําหนด กฎ ระเบียบ กติกาของ
กลมํุ ฌาปนกจิ ชมุ ชนปรกิ ตก และการประชาสมั พนั ธใ๑ ห๎ทกุ คนในชมุ ชนสามารถเข๎ารํวมเปน็ สมาชกิ

๒๑๓

๖.๓.๕ กองทนุ ชารีกตั มสั ยดิ ดารุลเราะหมะ๊

แผนภาพท่ี ๖.๔๑ กองทนุ ซารกี ัตมสั ยดิ ดารุลเราะหม๏ะ

๒๑๔

Key actors กองทนุ ชารกี ตั มัสยดิ ดารลุ เราะหม๏ะ
งานเดน่
ระดับของทนุ ทางสงั คม การจัดสวสั ดกิ ารกรณีเสียชีวิตและการชวํ ยเหลอื กันในการจัดการงานศพ
ความสอดคล้องกับ ๗ สังคม ระดับชุมชนหรอื หมํูบา๎ น
พนื้ ท่ี
วทิ ยากร สังคมสวสั ดกิ าร
ชุมชนสวนหมอํ ม เทศบาลตาํ บลปรกิ

นายกํอเหลก หมดั เลยี ด ตาํ แหนํง เหรญั ญกิ
เบอรโ๑ ทรศพั ท๑ ๐๘๔-๙๖๓๗๔๗๗

๑. ท่มี าหรือฐานคดิ ของการดาเนนิ งาน
กองทุนซารีกัตมัสยิดดารุลเราะหม๏ะ มีแนวคิดในการจัดต้ังกองทุนโดยยึดตามหลักการของศาสนา

อสิ ลามวาํ ดว๎ ยการชวํ ยเหลือซง่ึ กนั และกัน การชํวยเหลือผ๎ูท่ีด๎อยกวํา เพื่อเป็นการชํวยเหลือพี่น๎องชาวชุมชน
สวนหมอํ มเก่ยี วกบั คาํ ใชจ๎ ํายในการจัดการงานศพ เชํน ขุดหลุมฝังศพ คาํ ไมก๎ ระดาน คําผ๎าขาว คาํ ใชจ๎ ํายในการ
ทาํ อาหารเลี้ยงต๎อนรับพน่ี อ๎ งท่มี าชํวยเหลอื งานศพและรวํ มละหมาดในพธิ ศี พ เป็นต๎น ซ่ึงเปน็ การรวมกลํุมเพ่ือ

จดั สวสั ดกิ ารกรณีเสยี ชวี ิต
ชมุ ชนสวนหมอํ ม ต้ังอยูํในพน้ื ที่ของเทศบาลตําบลปริก หมํู ๕ ตาํ บลปรกิ อาํ เภอสะเดา จังหวดั สงขลา มี

จํานวนครัวเรือน ๒๓๑ ครัวเรอื น ประชากรทงั้ หมด ๑,๑๐๘ คน เพศชาย ๕๔๐ คน (รอ๎ ยละ ๔๘.๗๔) เพศหญิง
๕๖๘ คน (รอ๎ ยละ ๕๑.๒๖) ในชมุ ชนสวนหมอํ มมีมัสยิด คือมัสยิดดารุลเราะหม๏ะ เป็นศูนย๑กลางในการดําเนิน
กิจกรรมในชมุ ชนและทาํ พธิ ีศพเม่ือเสยี ชีวิต โดยประชาชนสํวนใหญํประกอบอาชีพทําสวนยางพารา มีรายได๎

เฉลีย่ ประชากร ๑๓๒,๓๐๕.๕๖ บาท/คน/ปี รายได๎เฉลี่ยครัวเรือน ๒๙๘,๒๙๘.๙๒ บาท/ปี ครัวเรือนท่ีมีหน้ีสิน
๑๐๔ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๔๖.๘๕) มีครวั เรอื นท่ีก๎ยู ืมเงนิ ก๎นู อกระบบ ๒๒ ครัวเรอื น (รอ๎ ยละ ๓๐.๙๙) มีการออม
๙๐ ครวั เรอื น (ร๎อยละ ๔๐.๙๑) มรี ายไดต๎ ่ํากวําเส๎นความยากจน ๙ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๓.๙๗ ) วํางงาน ๑๐๕

คน (ร๎อยละ ๑๒.๗๙) ไมํมีอาชีพหลัก ๑๖๕ คน (ร๎อยละ ๒๐.๑) ไมํมีอาชีพเสริม ๗๐๒ คน (ร๎อยละ ๘๕.๕๑)
ข๎อมูลความครอบคลุมการได๎รับสวัสดิการ ดังน้ี มีเด็กแรกเกิดที่ได๎รับเบี้ยยังชีพ ๔๐ คน (ร๎อยละ ๑๐๐)

ผ๎ูสูงอายุที่ได๎รบั เบี้ยยังชพี ๑๓๐ คน (รอ๎ ยละ ๑๐๐) ผู๎พิการรับเบยี้ ยงั ชีพ ๒๙ คน (รอ๎ ยละ ๑๐๐) และผู๎สงู อายุที่
มภี าวะพึง่ พิง ๓ คน (ร๎อยละ ๑๐๐) การดําเนนิ งานทผี่ าํ นมา มงํุ เน๎นให๎คนในชมุ ชนมกี ารรวมกลมํุ เพอื่ ชํวยเหลือ
กันกรณีเสียชีวติ และมีการจดั สวสั ดกิ ารสําหรบั สมาชกิ จนกระทั่งในปจั จุบันในเขตพน้ื ท่ีเทศบาลตําบลปริกได๎

มกี ารพัฒนาและจัดตง้ั กองทนุ ซารีกตั มัสยดิ ดารลุ เราะหมะ๏ ขึ้น ซึง่ มีเสน๎ ทางการพัฒนา ดังนี้

๒๑๕

แผนภาพที่ ๖.๔๒ เสน๎ ทางการพฒั นากองทุนชารกี ัตมสั ยดิ ดารลุ เราะหมะ๏
กองทนุ ซารีกตั มัสยิดดารุลเราะหม๏ะ เปน็ การรํวมกลุํมซารีกัตกันมาต้ังแตํมัสยิดหลังใหญํ (คือมัสยิดมู

ฮบิ บีน) ตอํ มา ปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ไดแ๎ ยกตวั มากอํ ตงั้ มัสยิดดารลุ เราะหม๏ะจึงไดใ๎ ช๎ชอ่ื วาํ กองทุนซารีกัตมสั ยดิ ดารุล
เราะหมะ๏ เพอื่ เปน็ การชํวยเหลอื เงินในการจดั การงานศพ โดยมกี ารจัดตงั้ คณะกรรมการ จํานวน ๑๒ คน มีการ
รบั สมคั รสมาชิกตามความสมัครใจ

พ.ศ. ๒๕๕๐ คนในชมุ ชนสวนหมอํ มมคี วามตอ๎ งการเปน็ สมาชกิ เพมิ่ ขึ้น จึงมกี ารเปิดรบั สมัครสมาชกิ ใหมํ
และแตํงตัง้ คณะกรรมการท่ีชัดเจนขึ้น มีการมอบหมายงาน แบํงบทบาทหน๎าท่ีในการดําเนินงานตามความ
ถนัดและเชี่ยวชาญของแตํละบุคคล โดยคณะกรรมการมีการประชุมกันและมีมติในการจัดสวัสดิการกรณี
สมาชิกเสยี ชีวิต โดยมอบเงนิ ชวํ ยเหลือ ๑๗,๒๕๐ บาท

ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ คณะกรรมการมีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการกองทุนเพ่ิมข้ึน สมาชิกให๎ความ
รวํ มมอื และเข๎ารวํ มเป็นสมาชิกเพ่มิ ข้ึน จาํ นวน ๒๑๘ ครวั เรอื น
๒. กลมุ่ ประชากรเปา้ หมาย

ครัวเรือนในชมุ ชนสวนหมอํ ม จาํ นวน ๒๓๑ ครวั เรอื น
๓. ผลท่ีต้องการให้เกิดขึน้

ผลที่ต๎องการให๎เกิดข้ึนในชุมชน เพื่อให๎มีกองทุนในการจัดสวัสดิการชํวยเหลือกรณีเสียชีวิต มีการ
ชวํ ยเหลอื เกื้อกลู กันในชมุ ชน มกี ลุํมจติ อาสา (เจ๎าหน๎าท่ีคณะกรรมการของมัสยิด) ในการบริหารจัดการ เชํน
คอยชวํ ยเหลอื อํานวยความสะดวกในการจัดการศพทง้ั การขดุ หลุม การจดั หาไมก๎ ระดาน การจัดหาเตน็ ท๑ การ
จดั เตรียมอาหารรบั แขก และทุกครัวเรือนในชุมชนสวนหมอํ มเข๎ารํวมเปน็ สมาชิกกองทนุ
๔. ข้อมลู และเครือ่ งมอื ในการดาเนินงาน

แหลํงขอ๎ มูลสําคญั ของกองทุนซารีกัตมัสยิดดารุลเราะหม๏ะนําใช๎ ในการดําเนินงาน ได๎แกํ ข๎อมูลจาก
ระบบขอ๎ มูลตําบล (TCNAP) จปฐ. กชช.๒ค. เชํน ขอ๎ มลู ประชากรเปาู หมาย และข๎อมูลด๎านเศรษฐกิจ เป็นต๎น
ฐานข๎อมูลบริการในระบบ JHCIS หรือ Hos-XP ของหนํวยบริการสุขภาพในพื้นท่ี เชํน ข๎อมูล การเจ็บปุวย
ขอ๎ มลู ผู๎ปุวยติดบ๎าน ติดเตยี ง ผู๎พิการ เป็นต๎น ฐานขอ๎ มลู อปท. เชํน ขอ๎ มูลเดก็ แรกเกิดรับเบ้ียยังชีพ ผ๎ูสูงอายุ
รับเบยี้ ยงั ชพี ผพู๎ กิ ารรับเบ้ียยงั ชีพ ผ๎ูติดเช้อื และผย๎ู ากไร๎ เปน็ ต๎น

๒๑๖

เคร่อื งมือที่นําใช๎ในการดําเนนิ งาน ได๎แกํ แนวทางการจัดต้งั กองทนุ ตามหลักศาสนาอสิ ลาม การแตํงตง้ั
คณะกรรมการ การบริหารจดั การกองทนุ การกาํ หนดกฎ กติกา ขอ๎ ตกลงกองทุนซารีกัต เปน็ ต๎น
๕. รูปธรรมงาน

กองทนุ ชารีกัตมัสยิดดารุลเราะหม๏ะ มีสมาชิกกลุํม ๒๑๘ ครัวเรือน มีเงินทุนสํารอง ๓๔,๘๘๐ บาท มี
คณะกรรมการ ๑ ชุด จํานวน ๑๒ คน มีกฏ กติกา ข๎อตกลงในการจัดการกลํุม โดยคณะกรรมการเก็บเงิน
สมาชกิ ศพละ ๘๐ บาท และมอบเงนิ แกํครอบครวั สมาชิกท่เี สียชีวิต
๖. วธิ ดี าเนนิ งาน

การดําเนินงานและกิจกรรมมี ดังน้ี
๑) การจัดตั้งคณะกรรมการโดยมีการประชุมหารือเพ่ือวางแผนรํวมกันในการบริหารจัดการบริหาร
จัดการกองทนุ จาํ นวน ๑๒ คน ประกอบดว๎ ย ประธานกองทุน รองประธาน เลขานุการ เหรัญญิก และมีการ
ประชุมหารอื เพ่ือวางแผนการดําเนินงานและจัดสวัสดิการชวํ ยเหลอื สมาชกิ กองทุนตามหลักศาสนาอสิ ลาม
๒) ประชาสัมพันธ๑การรบั สมคั รสมาชกิ กองทนุ ชารกี ัตมัสยิดดารุลเราะหม๏ะ
๓) การรบั สมาชิก ให๎เป็นสมาชกิ ของกลํมุ กองทนุ ชารกี ัตมัสยดิ ดารลุ เราะหมะ๏ จะเปิดรบั เฉพาะผูม๎ ีรายชอ่ื
ในทะเบียนสปั บรุ ษุ ในมัสยิดารุลเราะหม๏ะ เทํานั้น โดยเก็บเงินลวํ งหน๎า ๒ ศพ(มายัต) ศพละ ๘๐ บาท สมาชิก
แรกเขา๎ ต๎องจํายเงิน ๑๖๐ บาทและ เม่ือสมาชกิ เสยี ชวี ิตต๎องจํายเงิน ๘๐ บาทตํอศพ
๔) การจัดสวัสดิการชํวยเหลือกรณีเสียชีวิต ซึ่งสมาชิกท่ีเสียชีวิตจะได๎รับสวัสดิการ เป็นเงินจํานวน
๑๘,๑๖๐ บาท
๕) การชวํ ยเหลือเก้ือกูลกัน ในกรณีสมาชิกเสียชีวิต จะมีคณะกรรมการดําเนินงานคอยอํานวยความ
สะดวกให๎กับครอบครัวของสมาชกิ ทีเ่ สยี ชวี ิต โดยการจัดการงานศพ เชนํ การเตรียมผ๎าหํอศพ การขุดหลุมฝัง
ศพ การจดั หาไมก๎ ระดาน การจัดหาเต็นท๑ การจัดเตรยี มอาหาร เป็นตน๎
๖) อบรมให๎กับคณะกรรมการเกี่ยวกับการบริหารจัดการกองทุน การศึกษาดูงานท้ังภายในและ
ภายนอกพื้นท่ี มีการแลกเปล่ียนเรียนร๎ูระหวํางกลมุํ ทัง้ ภายในและภายนอกชุมชน
๗. ผลผลติ ผลลพั ธ์
จํานวนครัวเรือนที่เป็นสมาชิกกองทุน จํานวน ๒๑๘ ครัวเรือน ร๎อยละ ๙๔.๓๗ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ มี
สมาชิกไดร๎ ับสวัสดกิ าร จํานวน ๔ ราย ร๎อยละ ๑๐๐ ของสมาชิกท่ีเสียชีวิต และในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ จํานวน ๓ ราย
ร๎อยละ ๑๐๐ ของสมาชกิ ที่เสียชีวติ ปจั จบุ ันมเี งินทนุ สํารอง ๓๔,๘๘๐ บาท
๘. ผลกระทบท่เี กดิ ข้นึ

ผลกระทบที่เกิดข้ึนจากการดําเนินงานของกลํุมออมทรัพย๑เทศบาลตําบลปริก โดยสอดคล๎องกับ
เปูาหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืน เปูาหมายที่ ๑ ยุติความยากจน ยุติความยากจนทุกรูปแบบในทุกพื้นที่
เปูาประสงค๑ท่ี ๑.๑ ภายในปี พ.ศ. ๒๕๗๓ ยุติความยากจนขั้นรุนแรงทั้งหมดซ่ึงในปัจจุบันวัดจากคนท่ีมี
คําใชจ๎ าํ ยดาํ รงชพี รายวันตา่ํ กวาํ ๑.๒๕ ดอลลาหต๑ อํ วัน ตัวช้ีวัดท่ี ๑.๑.๑ สดั สํวนของประชากรท่ีมีรายได๎ตํ่ากวํา
เส๎นความยากจนสากล จําแนกตาม เพศ อายุ สถานะการจ๎างงาน และ ท่ีตั้งทางภูมิศาสตร๑ (ชุมชนเมือง/
ชนบท) ซึ่งมีการดําเนินงานดังกลําว โดยจัดต้ังกองทุนซารีกัตมัสยิดดารุลเราะหม๏ะ และจัดสวัสดิการกรณี
เสียชีวิต

ผลกระทบท่ีเกิดขึน้ ตอํ ๕ มิตโิ ครงสร๎างพ้ืนฐานของชุมชน ได๎แกํ ดังนี้ ๑) ด๎านสังคม เกิดการรวมกลํุม
เพ่อื ชํวยเหลอื เกื้อกลู กันในชมุ ชน มกี ารจดั สวสั ดิการชํวยเหลือกรณสี มาชิกเสียชีวติ จํานวน ๑๗,๒๕๐ บาทตํอ
ศพ มีทีมจิตอาสาในการบริหารจัดการงานศพ ๒) ด๎านเศรษฐกิจ การลดภาระของประชาชนหรือญาติด๎าน
คําใช๎จํายในการจัดการศพ และ ๓) ด๎านการเมืองการปกครอง มีการจัดตั้งคณะกรรมการแบบมีสํวนรํวม
ดาํ เนนิ งานโดยใชห๎ ลักความโปรงํ ใส สามารถตรวจสอบได๎ สมาชิกทกุ คนมีสทิ ธิในการได๎รับสวัสดิการเทําเทียม
กัน

๒๑๗

๖.๔ สงั คมไมเ่ ดอื ดร้อน

ลาดบั ที่ ทุนทางสงั คม
๑. ศูนยเ๑ รยี นรเู๎ กษตรทฤษฎีใหมํ (เกษตรปลอดภัย) ชุมชนตลาดใต๎
๒. กลมํุ เครื่องแกงชมุ ชนสวนหมอํ ม

๓. กลุํมผลิตภัณฑ๑จากพืชสมนุ ไพรชุมชนตลาดใต๎
๔. กลมํุ ดอกไม๎จนั ทน๑ชมุ ชนปรกิ ใต๎

๕. กลุํมกลว๎ ยม๎วนชมุ ชนปรกิ ตก
๖. กลุมํ ขนมไทย-เบเกอร่ีชุมชนตลาดใต๎
๗. กลมํุ เกษตรแปลงใหญํไม๎ผล (ลองกอง)

๘. กลมํุ สานกระเป๋าพลาสติกชุมชนทุํงออก
๙. กลมํุ บ๎านพัก B&B
๑๐. กลุํมจัดดอกไมส๎ ดชุมชนตลาดปริก

๑๑. กลุํมนาํ้ ยางสดชมุ ชนปรกิ ตก
๑๒. กลุํมนํา้ พรกิ แหง๎ ชุมชนตลาดใต๎

๑๓. กลมํุ สหกรณร๑ า๎ นค๎าชุมชนปรกิ ตก
๑๔. กลํุมเลี้ยงแพะ ชุมชนปริกตก
๑๕. กลุํมตลาดตน๎ ปริก

เสน๎ ทางการพฒั นาสงั คมไมเํ ดอื ดรอ๎ นมรี ายละเอียดดังน้ี

แผนภาพท่ี ๖.๔๓ เส๎นทางการพฒั นาสงั คมไมํเดอื ดรอ๎ น

๒๑๘
แผนภาพที่ ๖.๔๔ ภาพรวมสงั คมไมเํ ดอื ดรอ๎ น

๒๑๙
๖.๔.๑ ศูนยเ์ รยี นรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ (เกษตรปลอดภัย)

แผนภาพที่ ๖.๔๕ ศนู ยเ๑ รยี นร๎ูเกษตรทฤษฎใี หมํ (เกษตรปลอดภัย) ชมุ ชนตลาดใต๎

๒๒๐

Key actors ศนู ยเ๑ รยี นรเู๎ กษตรทฤษฎีใหมํ (เกษตรปลอดภยั ) ชมุ ชนตลาดใต๎
งานเด่น
ระดับของทุนทางสงั คม การสํงเสริมการทาํ เกษตรทฤษฎใี หมํและเกษตรอนิ ทรีย๑
ความสอดคลอ้ งของ ๗ สงั คม ระดับบคุ คลและครอบครัว
พ้ืนท่ี
ผู้ดาเนนิ งานหลัก สงั คมไมเํ ดือดร๎อน
ชุมชนตลาดใต๎ เทศบาลตาํ บลปริก

นายฟารดิ เบญ็ มสุ า ตาํ แหนํง หวั หนา๎ ศูนยเ๑ รยี นรูเ๎ กษตรทฤษฎีใหมํ
เบอรโ๑ ทรศัพท๑ ๐๘๑-๖๐๙๐๙๖๓

๑. ที่มาหรอื ฐานคดิ ของการดาเนนิ งาน
ศนู ย๑เรยี นรู๎เกษตรทฤษฎีใหมํ(เกษตรปลอดภัย)ชุมชนตลาดใต๎ จัดตั้งข้ึนตามโครงการจัดตั้งศูนย๑การ

เรียนรู๎ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของเทศบาลตําบลปริกที่สํงเสริมให๎ประชาชนได๎เรียนรู๎เกษตร
อนิ ทรยี ๑มงุํ เน๎นการเกษตรปลอดภัยจากสารเคมีชํวยให๎เกษตรกรและผู๎บริโภคมีสุขภาพดี ตํอยอดการจัดการ
ขยะโดยนําขยะสดในครัวเรือนมาหมักเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพ เม่ือได๎ปุ๋ยหมักชีวภาพแล๎วก็นําไปใช๎ในการเกษตร

ศนู ย๑เรียนร๎ูฯตั้งอยใํู นท่ดี ินทาํ กินของ นายฟารดิ เบญ็ มสุ า สมาชิกสภาเทศบาลตาํ บลปรกิ มีพนื้ ที่ ๑ ไรํ ลักษณะ
เป็นสวนเกษตรแบบผสมผสานท้งั ไม๎ผล ไม๎ยนื ตน๎ พื้นสมุนไพร ผักสวนครัว ปรับปรุงบํารุงดินด๎วยปุ๋ยหมักที่

ผลิตข้ึนเอง ปลอดภัยจากสารเคมี จนได๎รับการรับรองการเป็นแหลํงผลิตเกษตรปลอดภัย ( Good
Agricultural Practice:GAP)

ในพื้นท่ีชมุ ชนตลาดใต๎ มปี ระชากร ๘๐๕ คน เปน็ เพศชาย ๓๗๙ คน(รอ๎ ยละ ๔๗.๐๘) เพศหญงิ ๔๒๖ คน

(รอ๎ ยละ ๕๒.๙๒) มีครวั เรือน ๒๒๗ ครัวเรอื น ประชากรมีรายไดเ๎ ฉลี่ยประชากร ๑๙๖,๓๑๔.๑๘ บาท ครัวเรือน
ทีม่ ีหนีส้ นิ ๙๒ ครวั เรอื น(ร๎อยละ ๔๕.๑๐) ครวั เรอื นท่มี กี ารออม ๑๐๓ ครัวเรอื น(รอ๎ ยละ ๕๑.๕๐) ประชาชนไมํมี
อาชพี หลกั ๔๑ ครัวเรือน (รอ๎ ยละ ๙.๘๘) ไมมํ ีอาชีพเสริม ๓๔๙ ครวั เรอื น (รอ๎ ยละ๘๔.๑๐) การวํางงาน ๔๐ คน

(รอ๎ ยละ ๙.๖๔) มเี สน๎ ทางการพัฒนาศนู ยเ๑ รียนรูเ๎ กษตรทฤษฎีใหมํ (เกษตรปลอดภัย) ดงั น้ี

แผนภาพที่ ๖.๔๖ เส๎นทางการพฒั นาศนู ย๑เรยี นรู๎เกษตรทฤษฎใี หมํ (เกษตรปลอดภยั ) ชมุ ชนตลาดใต๎

๒๒๑

พ.ศ. ๒๕๕๔ นายฟารดิ เบ็ญมุสา สมาชิกสภาเทศบาลตําบลปรกิ ซึง่ เป็นเกษตรกรชมุ ชนตลาดใต๎ มีอาชีพหลัก
ทาํ สวนยางเมือ่ ถงึ ฤดตู น๎ ยางผลัดใบไมสํ ามารถกรดี ยางได๎ประกอบกับเกิดปัญหาราคายางตกตํ่า คําครองชีพ
สูง ต๎องเอาเงินออมมาใช๎จํายในครัวเรือน จึงเกิดแนวคิดพ่ึงพาตนเอง หารายได๎เสริมและลดรายจํายใน
ครัวเรือนโดยศึกษาการทําเกษตรทฤษฎีใหมํแบบผสมผสานตามแนวพระราชดําริเศรษฐกิจพอเพียงของ
พระบาทสมเดจ็ พระเจา๎ อยูหํ วั รชั กาลท่ี ๙ และใช๎พ้ืนที่บริเวณบ๎านปลูกผักสวนครัวไว๎บริโภคในครัวเรือนและ
จําหนํายให๎เพื่อนบ๎าน ตํอมาขยายพ้ืนท่ีโดยใช๎เนื้อที่ ๑ ไรํ ปลูกผักที่นิยมบริโภคและตลาดต๎องการสําหรับ
จําหนาํ ยในชมุ ชนเพ่ิมรายไดท๎ ้งั ผักกินใบและผักสวนครัว พืชสมุนไพร เชํน ผักคะน๎า ผักบุ๎ง มะเขือ ถ่ัวฝักยาว
แตงกวา โหระพา แมงลัก กะเพรา ขงิ ขาํ พรกิ มะนาว เป็นต๎น พืชผักทุกอยํางเป็นผักปลอดสารเคมีและเป็น
เกษตรอินทรีย๑ ๑๐๐ เปอร๑เซ็นต๑ ได๎รับการอบรมจากเกษตรอําเภอสะเดาและผํานการรับรองจากกระทรวง
เกษตรและสหกรณ๑ทสี่ ํงเจา๎ หน๎าท่ลี งมาตรวจสอบทง้ั ดนิ นํ้า และผลผลติ ท่ปี ลอดภยั

ปจั จุบนั เทศบาลตาํ บลปริกมีนโยบายสงํ เสริมใหเ๎ ปน็ ศนู ย๑เรียนรู๎เกษตรทฤษฎีใหมํ สนับสนุนกิจกรรม
การดาํ เนินงาน เชนํ ทํานํ้าหมกั ปุ๋ยหมักจากวัสดเุ หลือใชใ๎ นครัวเรือน นาํ้ หมกั ชีวภาพ สาธติ การปลูกไม๎ผล การ
เพาะพนั ธุก๑ ลา๎ ไม๎ เปน็ ตน๎ สาํ หรบั เป็นแหลํงศึกษาและให๎ความร๎ูแกํชาวบ๎านและเกษตรกรท่ีมีความสนใจและ
ต๎องการเร่ิมตน๎ ทาํ เกษตรแบบทฤษฎีใหมํ อีกดว๎ ย
๒. กลุม่ ประชากรเปา้ หมาย

ครัวเรอื นทเ่ี ป็นศูนย๑เรียนรเู๎ กษตรทฤษฎีใหม(ํ เกษตรปลอดภยั ) จํานวน ๑ ครัวเรือนและสมาชกิ
ครอบครวั จํานวน ๔ คน ประชากรในชุมชนตลาดใต๎ จํานวน ๘๐๕ คนเข๎าถึงแหลํงอาหารปลอดภัย
๓. ผลทต่ี ้องการใหเ้ กดิ ข้นึ

เพ่ือให๎ประชาชนมีแหลํงเรียนร๎ูด๎านการทําเกษตรอินทรีย๑ในพ้ืนที่ รวมท้ังมีผักปลอดสารเคมีสําหรับ
บริโภคในชุมชน ขยายพื้นทก่ี ารทําเกษตรอินทรีย๑และเศรษฐกจิ พอเพียงในเขตเทศบาลตาํ บลปรกิ
๔. ข้อมูลและเครื่องมือในการดาเนนิ งาน

ขอ๎ มลู และเครอื่ งมอื ท่ีนําใช๎เก่ียวกับการดําเนินงานของศนู ย๑เรียนรู๎เกษตรทฤษฎีใหมํ(เกษตรปลอดภัย)
ได๎แกํ

ข๎อมูลจากฐานข๎อมูลตําบล (TCNAP) ข๎อมูลด๎านเศรษฐกิจ รายได๎เฉล่ียประชากร/คน/ปี รายได๎เฉล่ีย
ครัวเรอื น ร๎อยละครวั เรอื นท่ีมีหนีส้ ิน ร๎อยละครวั เรือนทมี่ ีการออม คนวํางงาน คนไมมํ ีอาชีพหลัก คนไมํมีอาชีพ
เสริม ข๎อมูลด๎านสภาวะแวดล๎อมครัวเรือน การทําเกษตรอินทรีย๑และลดปริมาณการใช๎สารเคมีฐานข๎อมูล
RECAP ทุนทางสังคมกลมุํ อาชีพ ขอ๎ มูลความเชยี่ วชาญ ศกั ยภาพแกนนําเกษตรอินทรยี ๑และเศรษฐกจิ พอเพียง

เครอ่ื งมอื ในการดําเนนิ งานได๎แกํ แปลงสาธิต/เรียนรู๎การปลกู พืชสวนครัว และการเพาะตน๎ กลา๎
๕. รปู ธรรมงาน

เป็นศูนย๑เรียนรู๎ด๎านการเกษตรปลอดภัยและเศรษฐกิจพอเพียงให๎แกํครัวเรือนที่ประกอบอาชีพ
เกษตรกรรม เปน็ แหลงํ ศกึ ษาดงู านสําหรับผู๎ท่ีสนใจ เด็กและเยาวชนเก่ียวกับเกษตรอินทรีย๑ การทําปุ๋ยหมัก
นํ้าหมกั เป็นตน๎
๖. วธิ ดี าเนนิ งาน

การดาํ เนนิ การศูนยเ๑ รยี นร๎ูเกษตรทฤษฎใี หม(ํ เกษตรปลอดภัย) มีขน้ั ตอน ดังนี้
๑) ศกึ ษาเกย่ี วกับ หลักการ และแนวทางการดําเนินงานเกษตรทฤษฎีใหมํ องค๑ความร๎ูในการทําเกษตร
อินทรีย๑ เรียนร๎ูการเตรียมดิน การคัดเลือกเมล็ดพันธ๑ุ การใช๎ปุ๋ย การปูองกันกําจัดโรคและแมลง การกําจัด
วชั พชื การใช๎สารอนิ ทรียท๑ ดแทนการใช๎สารเคมี
๒) จัดทาํ แปลงปลูกพชื สมุนไพร พชื ผกั สวนครวั และแปลงสาธติ โดยใชพ๎ ื้นที่บริเวณบ๎านท่ีอยํูอาศัยเป็น
ศนู ยก๑ ารเรยี นรใู๎ นการทาํ เกษตรปลอดภยั
๓) ทํานํ้าหมกั ปุย๋ หมักจากวสั ดุเหลอื ใชใ๎ นครัวเรอื น น้ําหมกั ชีวภาพ สาธิตการปลูกไม๎ผล การเพาะพันธุ๑
กล๎าไม๎
๔) นําผลผลติ จากเกษตรปลอดภัยประเภทผกั ชนิดตาํ ง ๆ จําหนํายใหแ๎ กคํ นในชุมชน และรา๎ นคา๎ ท่วั ไป
๕) เผยแพรํความรด๎ู า๎ นเกษตรทฤษฎใี หมํ(เกษตรปลอดภัย)ให๎แกํกลํุมเกษตรกรและผู๎ที่สนใจเชํน เด็ก
เยาวชน โดยลงมอื ปฏบิ ัติจรงิ ในศนู ยเ๑ รยี นร๎ฯู
๖) รับการตรวจรบั รองจากเกษตรตามมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practice)

๒๒๒

๗) พฒั นาศกั ยภาพโดยการอบรมด๎านเกษตรอนิ ทรีย๑และแลกเปลี่ยนเรียนรู๎กับภาคีเครอื ขาํ ย
๗. ผลผลติ ผลลัพธ์

มีศนู ยเ๑ รยี นร๎ูเกษตรทฤษฎใี หมใํ นชมุ ชน มีรายได๎เสรมิ เดอื นละ ๕,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ บาท จาํ นวนผม๎ู าศึกษา
ดูงานและเรยี นรทู๎ ง้ั ในและนอกพื้นท่จี าํ นวน ๒๕๐ คนตอํ ปี มคี รัวเรือนทที่ ําเกษตรปลอดภยั เพิ่มจาํ นวน ๒๕
ครัวเรือน และมพี ้นื ที่เกษตรอนิ ทรีย๑ ๒๕ ไรํ
๘. ผลกระทบทเ่ี กดิ ขนึ้

ศูนย๑เรียนรู๎เกษตรทฤษฎีใหมํมีการบริหารจัดการกลุํมสอดคล๎องกับนโยบายเปูาหมายการพัฒนาที่
ยั่งยืน (SDGs) ศูนย๑เรียนรู๎เศรษฐกิจทฤษฎีใหมํ มีการบริหารจัดการกลุํมมีความสอดคล๎องกับ ( SDGs)
เปูาหมายที่ ๒: ยุติความหิวโหย บรรลุความมั่นคงทางอาหาร ปรับปรุงโภชนาการ และสนับสนุนการทํา
เกษตรกรรมอยาํ งยง่ั ยนื เปาู ประสงคท๑ ี่ ๒.๓ เพมิ่ ผลิตภาพทางการเกษตรและรายได๎ของผู๎ผลิตอาหารรายเล็ก
โดยเฉพาะผหู๎ ญิง คนพ้นื เมือง เกษตรแบบครอบครัว คนเลยี้ งปศุสตั ว๑ ชาวประมงใหเ๎ พมิ่ ขนึ้ เปน็ ๒ เทําโดยรวม
ถึงการเข๎าถึงที่ดินและทรัพยากรและปัจจัยนําเข๎าในการผลิต ความร๎ูบริการทางการเงิน ตลาด และโอกาส
สําหรบั การเพิ่มมลู คําและการจา๎ งงานนอกฟาร๑มอยาํ งปลอดภัยและเทําเทียมภายในปี ๒๕๗๓ตัวช้ีวัด ๒.๓.๒
รายได๎เฉล่ยี ของผ๎ูผลติ อาหารขนาดเลก็ จาํ แนกตามเพศ และสถานะพื้นเมือง (เพื่อแยกชนพ้ืนเมือง หรือ ชน
เผํา)งานและกิจกรรมของชุมชนท๎องถ่นิ ท่ีสนับสนุนตัวชว้ี ดั ขอ๎ ท่ี ๑๐๕ สนับสนนุ การพฒั นาอาสาสมัครเกษตร
หมบํู า๎ น เกษตรอาสา หรอื อาสาสมัครใหม๎ ีบทบาทในการพัฒนาการเกษตรและอาหารปลอดภยั ของพ้ืนท่ี งาน
และกจิ กรรมของชมุ ชนท๎องถิ่นท่สี นบั สนนุ ตัวชว้ี ัด ขอ๎ ที่ ๑๐๗ สนับสนุนการพัฒนากลํุมองค๑กรท่ีเก่ียวข๎องกับ
เกษตรกรรมยั่งยนื และอาหารปลอดภยั ในพ้ืนที่ให๎มขี ดี ความสามารถผลิตอาหารท่ีมีคุณภาพ เชํน การจัดการ
ดิน นํา้ ปยุ๋ โรคพืช เป็นตน๎ เปูาหมายที่ ๘: สงํ เสรมิ การเจริญเตบิ โตทางเศรษฐกจิ ที่ยง่ั ยืน และครอบคลุมและ
การจ๎างงานเต็มอัตราและงานท่ีมีคุณคําสําหรับทุกคน เปูาประสงค๑ที่ ๘.๔ ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช๎
ทรพั ยากรของโลกในการบริโภคและการผลิตอยํางตอํ เนอ่ื งและพยายามท่ีจะไมํเช่อื มโยงระหวํางการเติบโตทาง
เศรษฐกิจและความเสื่อมโทรมของสง่ิ แวดลอ๎ มซึง่ เปน็ ไปตามกรอบการดําเนินงาน ๑๐ ปีวําด๎วยการผลิตและ
การบริโภคท่ียั่งยืนโดยมีประเทศท่ีพัฒนาแล๎วเป็นผู๎นําในการดําเนินการไปจนถึงปี ๒๕๗๓ ตัวช้ีวัดที่ ๘.๔.๑
รอํ งรอยการใช๎วตั ถดุ ิบและการใช๎วัตถดุ บิ ตํอหัว และตอํ ผลติ ภณั ฑม๑ วลรวมในประเทศ (GDP) งานและกจิ กรรม
ของชมุ ชนท๎องถนิ่ ท่สี นบั สนุนตัวชีว้ ัดสนบั สนนุ ใหค๎ รวั เรือนปลูกผักสวนครัวรณรงค๑ให๎ครัวเรือนที่ตระหนักถึง
อันตรายจากการใชส๎ ารเคมี ลดการใชส๎ ารเคมีในการเกษตรสงํ เสรมิ ให๎เกษตรกรได๎รับการฝึกอบรมการทําและ
ใชป๎ ยุ๋ อินทรยี ๑ชวี ภาพและสารปอู งกนั แมลงศตั รูพืชแบบชีวภาพ

นอกจากนัน้ การดาํ เนนิ งานและกิจกรรม สํงผลกระทบตอํ มติ ิโครงสรา๎ งพืน้ ฐานของชมุ ชน ดงั น้ี
๑) ด๎านสังคม มีศูนย๑เรียนรู๎เกษตรทฤษฎีใหมํ(เกษตรปลอดภัย) เป็นวิทยากรถํายทอดความร๎ูด๎านเกษตร
ทฤษฎใี หมํ (เกษตรปลอดภยั ) ๒) ดา๎ นเศรษฐกจิ มรี ายไดเ๎ สริมจากการจาํ หนาํ ยผักปลอดสารเคมี ปยุ๋ หมัก ปุ๋ย
อินทรยี ๑ ฮอร๑โมนพชื และลดรายจาํ ยจากการปลูกผักเพ่ือบริโภคในครัวเรือน และลดต๎นทุนการผลิตโดยไมํใช๎
สารเคมี ๓) ด๎านสภาวะแวดล๎อม ลดการใช๎สารเคมีในการเกษตร ๔) ด๎านสุขภาพ ประชาชนมีผลผลิตทาง
การเกษตรที่ปลอดสารเคมี สําหรับบริโภค ลดการเกิดโรคจากสารเคมี ๕) ด๎านการมีสํวนรํวม จัดสรร
งบประมาณเพ่ือสํงเสรมิ การฝึกอาชีพใหแ๎ กํประชาชนโดยบรรจุโครงการพฒั นาอาชีพลงในแผนพฒั นาทอ๎ งถ่นิ

๒๒๓

๖.๔.๒ กลุม่ เครอ่ื งแกง ชุมชนสวนหมอ่ ม

แผนภาพที่ ๖.๔๗ กลุํมเคร่อื งแกงชมุ ชนสวนหมอํ ม

๒๒๔

Key actors กลุํมเคร่อื งแกง ชุมชนสวนหมอํ ม
งานเด่น
ระดับของทุนทางสงั คม ผลติ และจาํ หนาํ ยเครือ่ งแกง
ความสอดคลอ้ งของ ๗ สังคม ระดบั กลํุมทางสังคมและองคก๑ รชุมชน
พ้ืนที่
ผูด้ าเนนิ งานหลัก สงั คมไมเํ ดือดรอ๎ น
ชุมชนสวนหมํอม เทศบาลตาํ บลปริก

๑. นางรอชีดะ๏ มาลนิ ี ตาํ แหนํง ประธานกลมุํ เคร่อื งแกง
เบอร๑โทรศพั ท๑ ๐๘๔-๘๖๐๔๕๕๙

๒. นางกัลยา ดาอี ตาํ แหนงํ รองประธานกลมํุ เครอ่ื งแกง
เบอรโ๑ ทรศพั ท๑ ๐๙๙-๓๐๗๓๘๑๘

๑. ทม่ี าหรอื ฐานคดิ ของการดาเนนิ งาน
ประชากรชมุ ชนสวนหมํอมสวํ นใหญปํ ระกอบอาชีพทาํ สวนยางพาราทผ่ี ํานมาประสบปัญหาราคายาง

ตกต่ํา ประชาชนจึงคิดหารายได๎เสริมเพื่อใช๎จํายในครอบครัว และพบวําในชุมชนมีผ๎ูมีฝีมือด๎านการทํา
เคร่ืองแกง จงึ รวมกลมุํ เกษตรที่สนใจและวํางจากการทําสวนยาง จัดตัง้ กลํุมเคร่ืองแกงข้ึนนาํ โดย นางรอชดี ๏ะ
มาลินี ผลิตเคร่ืองแกงโดยนําวัตถุดบิ ท่มี ใี นชุมชนมาแปรรปู และจาํ หนํายทัง้ ในและนอกพื้นที่

ประชากรชุมชนสวนหมอํ มมที ัง้ หมด ๑,๑๐๘ คน เพศชาย ๕๔๐ คน (ร๎อยละ ๔๘.๗๔) เพศหญิง ๕๖๘
คน (ร๎อยละ ๕๑.๒๖) มีครัวเรือน ๒๓๑ ครัวเรือน ประชากรมีรายได๎เฉลี่ยประชากร ๑๓๒,๓๐๕.๕๖ บาท/ปี
ครวั เรอื นท่ีมีหน้สี ิน ๑๐๔ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๔๖.๘๕) เป็นครวั เรือนสมาชิกกลํุมเคร่ืองแกง ๖ ครัวเรือน(ร๎อย
ละ ๒.๕๙) ครัวเรือนที่มีการออม ๙๐ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๔๐.๙๑) เป็นครัวเรือนสมาชิกกลุํมเครื่องแกง ๓
ครัวเรือน (ร๎อยละ ๑.๒๙) ไมํมีอาชีพหลัก ๑๖๕ คน (ร๎อยละ ๒๐.๙๐) ไมํมีอาชีพเสริม ๗๐๒ คน (ร๎อยละ
๘๕.๕๑) วาํ งงาน ๑๐๕ คน (ร๎อยละ ๑๒.๗๙) มเี สน๎ ทางการพัฒนากลุมํ เครอื่ งแกง ดังน้ี

แผนภาพท่ี ๖.๔๘ เส๎นทางการพัฒนากลุมํ เครอ่ื งแกง ชุมชนสวนหมอํ ม

พ.ศ. ๒๕๔๗ เกษตรกรสวนยางประสบปัญหาด๎านเศรษฐกิจ ราคายางตกต่าํ ทําใหป๎ ระชาชนมีรายได๎ไมํ
เพยี งพอตํอคําใช๎จํายในครัวเรือน จึงมีการรณรงค๑ให๎เกษตรกรปลูกพืชผักสวนครัวและพืชแซมยางเพื่อลด

๒๒๕

คําใช๎จํายในครัวเรอื น คณะกรรมการชุมชนสวนหมอํ มนําโดยนางรอชดี ะ๏ มาลนิ ี รวมกลมุํ แมํบา๎ นทีว่ ํางจากการ

ทําสวนยาง ประชุมปรึกษาหารือเพ่ือหาแนวทางสร๎างรายได๎เสริม จึงจัดตั้งกลุํมเครื่องแกงข้ึน และติดตํอ
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.) เข๎ามาให๎คําแนะนําเร่ืองการบริหารจัดการและการ

ผลิตเคร่ืองแกงตาํ ดว๎ ยมอื มีสมาชกิ ครงั้ แรก จํานวน ๒๕ คน ระดมทุนคนละ ๑๐๐ บาท นําไปซื้ออุปกรณ๑และ
วัตถุดิบในการผลิตเคร่ืองแกง ได๎แกํ เคร่ืองแกงส๎ม เครื่องแกงกะทิและเคร่ืองแกงเผ็ด เพ่ือจําหนํายให๎แกํ

ประชาชนในชุมชน
พ.ศ. ๒๕๕๕ ชุมชนมคี วามตอ๎ งการเคร่ืองแกงท่หี ลากหลายชนิด สมาชิกกลํุมนําเทคโนโลยีท่ีทันสมัย

มาใชโ๎ ดยการใชเ๎ ครื่องบดเครือ่ งแกง และขยายการผลติ เคร่ืองแกงหลากหลายชนิดตอบสนองความต๎องการ
ของตลาด ไดแ๎ กํ แกงมัสม่นั ไกํหยองรสเคร่ืองแกง เครือ่ งแกงไตปลา เคร่ืองแกงขนมจนี นํา้ ยาและขยายพ้ืนท่ี
จําหนํายในตวั จังหวัดและงานโอทอประดบั ชาติ

ปจั จุบนั มสี มาชกิ กลมํุ เครือ่ งแกง จํานวน ๑๐ คน ผลิตเครื่องแกงจําหนํายอยํางตํอเน่ืองในพ้ืนที่และ
จําหนํายในงานโอทอปรวมทั้งสํงไปขายยังตํางประเทศ ได๎แกํ ประเทศมาเลเซีย และสํงเสริมภูมิปัญญา
ท๎องถน่ิ โดยสอนวิธีทําเคร่ืองแกงให๎แกํ เด็กและเยาวชน กลํุมแมํบ๎าน กลํุมผู๎สูงอายุ เป็นแหลํงศึกษาดูงาน
และแหลงํ เรยี นรู๎การทาํ เคร่อื งแกงของเทศบาลตําบลปริก
๒. กลมุ่ ประชากรเปา้ หมาย

สมาชกิ กลมุํ เคร่อื งแกง จาํ นวน ๑๐ ครวั เรอื น และสมาชิกครอบครัว จํานวน ๔๖ คน
๓. ผลท่ีตอ้ งการให้เกดิ ขน้ึ

มกี ารรวมกลํมุ อาชีพผลติ และจําหนาํ ยเครอ่ื งแกงให๎แกํประชาชนในชมุ ชนและพ้ืนท่ีใกล๎เคียงทั้งในและ

ตาํ งประเทศ รวมทง้ั สงํ เสริมสวสั ดกิ าร เกดิ เจบ็ ปวุ ย ตาย สาํ หรบั สมาชิกกลมํุ เคร่ืองแกง
๔. ขอ้ มูลและเครอื่ งมอื ในการดาเนินงาน

ข๎อมลู และเคร่ืองมอื ที่นาํ ใช๎เก่ียวกบั การดาํ เนินงานของกลุมํ เครอ่ื งแกง ได๎แกํ ขอ๎ มูลจากฐานข๎อมลู ตําบล
(TCNAP) ข๎อมลู ด๎านเศรษฐกจิ รายได๎เฉล่ยี ประชากร/คน/ปี รายไดเ๎ ฉลี่ยครัวเรือน ร๎อยละครัวเรือนที่มีหน้ีสิน
ร๎อยละครัวเรือนที่มีการออม คนวํางงาน คนไมํมีอาชีพหลัก คนไมํมีอาชีพเสริม ข๎อมูลด๎านสภาวะแวดล๎อม
ครัวเรอื น ฐานข๎อมลู RECAP ทนุ ทางสงั คมกลมํุ อาชีพ ขอ๎ มูลความเชย่ี วชาญ

เคร่ืองมือในการดาํ เนินงาน ได๎แกํ คณะกรรมการบริหารจัดการ รูปแบบการบริหาร แนวทางการผลิต
เครื่องแกง การประชมุ เพอื่ ปรกึ ษาหารือการดําเนินงาน และการกาํ หนด กฎ ระเบียบ กติกาข๎อบังคับของกลุํม
เครอ่ื งแกง
๕. รปู ธรรมงาน

ชุมชนสวนหมํอมมีกลํุมอาชีพท่ีผลิตและจําหนํายเคร่ืองแกงในชุมชน และมีการจัดสวัสดิการเกิด
เจบ็ ปวุ ยและตายใหแ๎ กํสมาชิกกลุํม
๖. วิธีดาเนินงาน

กลุํมเครื่องแกงมีวิธีการดําเนนิ งาน ดังนี้
๑) แตงํ ต้งั คณะกรรมการดําเนินงานผํานการประชุมจํานวน ๑๐ คน ประกอบด๎วย ประธานกลํุม รอง
ประธานกลํมุ เลขานุการ เหรญั ญกิ และกรรมการ
๒) พฒั นาศักยภาพแกํสมาชิกกลุํมโดยเชญิ เจ๎าหน๎าที่การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
(กศน.)เขา๎ มาใหค๎ ําแนะนาํ เรื่องการบริหารจัดการและการผลิตเคร่อื งแกงตําด๎วยมอื
๓) กาํ หนดกฎ กตกิ ารดําเนินการกลมุํ เชํน การรบั สมัครสมาชกิ การแบงํ บทบาทหน๎าที่ ผจ๎ู ดั ซ้ือวัตถดุ ิบ
ผ๎ูลงมอื ปฏบิ ตั ิ ผูอ๎ อกแบบและบรรจุลงบรรจุภัณฑ๑ การแบํงปันผลกําไร การจัดสรรสวัสดิการให๎แกํสมาชิก
เชํน กรณสี มาชกิ เสียชีวิตครอบครัวจะไดร๎ บั เงนิ สวัสดกิ าร จาํ นวน ๑,๕๐๐ บาท สมาชกิ ปุวยไดร๎ บั เงินชํวยเหลอื
คาํ รกั ษาพยาบาล จาํ นวน ๕๐๐ บาท/ปี สมาชิกคลอดบุตรได๎รับเงิน จํานวน ๓๐๐ บาทและแบํงผลกําไรเพื่อ
สนับสนุนกิจกรรมตําง ๆ ของชุมชนเชนํ กิจกรรมวันเด็ก การแขํงขันกฬี าชุมชน ครง้ั ละ ๕๐๐ บาท หรือกรณีคน
ในหมูํบ๎านเสียชีวติ จะซ้ือผ๎าขาวให๎
๔) รวมกลมํุ ผลติ เคร่อื งแกงทีบ่ ๎านของประธานกลํมุ สปั ดาหล๑ ะ ๒ คร้ัง

๒๒๖

๕) นาํ ผลิตภณั ฑไ๑ ปจําหนาํ ยโดยฝากขายตามร๎านคา๎ ในชุมชน งานโอทอประดับอําเภอ ระดับจงั หวดั และ
การประชุมของเครอื ขํายรวํ มสร๎างชมุ ชนทอ๎ งถน่ิ ระดบั ประเทศ

๖) เป็นวิทยากรให๎แกํโรงเรียน เป็นวิทยากรแหลํงทํองเที่ยวเชิงอนุรักษ๑และเป็นแหลํงเรียนร๎ูระดับ
อําเภอ รํวมถํายทอดภูมิปัญญาท๎องถิ่นในการผลิตเครื่องแกงแกํ เด็ก เยาวชน บุคคลท่ัวไป ผ๎ูอายุ และผ๎ูที่
สนใจนอกพน้ื ที่

๗) จัดทําบญั ชสี รปุ รายรบั -รายจํายของกลมุํ และนาํ เสนอในการประชุมสมาชิกกลํมุ ทุกเดือน
๘) มีการประชุมปรึกษาหารือเก่ียวกบั ปญั หา อปุ สรรคและความสาํ เร็จเพ่อื พัฒนางานรวํ มกันทุกเดือน
๗. ผลผลติ ผลลัพธ์
สมาชกิ กลุมํ เคร่อื งแกงมที ักษะในการทาํ เครอ่ื งแกง มีรายไดเ๎ พมิ่ ขึน้ เดือนละ ๑,๐๐๐ บาท มีเงินทุนหมุน
วยี น ๗,๐๐๐ บาท มีจํานวนผเ๎ู ขา๎ ศกึ ษาดงู าน จํานวน ๕๐๐ คน/ปี เปน็ กลุมํ แมบํ ๎านและผ๎สู ูงอายุในเขตเทศบาล
๒๐๐ คน เปน็ กลุมํ แมํบ๎านและผูส๎ ูงอายนุ อกพน้ื ที่ ๓๐๐ คน สมาชกิ กลมุํ เครื่องแกงได๎รบั สวสั ดกิ ารชวํ ยเหลอื ใน
ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ จาํ นวน ๔ คน โดยไดร๎ บั สวัสดิการการเกิด จํานวน ๒ คน สวสั ดิการเจ็บปวุ ย ๒ คน
๘. ผลกระทบที่เกดิ ข้ึน
กลุํมเครือ่ งแกงชุมชนสวนหมอํ ม มกี ารบรหิ ารจดั การกลมํุ สอดคล๎องกบั นโยบายเปาู หมายการพัฒนาท่ี
ยง่ั ยืน (SDGs) กลมํุ เครอื่ งแกง มีการบริหารจัดการกลํุมมีความสอดคล๎องกับ (SDGs) เปูาหมายที่ ๑: ยุติ
ความยากจนทุกรูปแบบในทุกพ้ืนท่ี ตัวช้ีวัด ๑.๑.๑ สัดสํวนของประชากรที่มีรายได๎ตํ่ากวําเส๎นความยากจน
สากล จําแนกตามเพศ อายุ สถานะการจา๎ งงาน และ ทต่ี ้งั ทางภมู ศิ าสตร๑ (ชมุ ชนเมือง/ชนบท) สนับสนุนการ
ฝึกทักษะอาชีพให๎กับคนวํางงาน แมํบ๎าน เชํน ทักษะงานชํางและหัตถกรรม การแปรรูปผลผ ลิต เป็นต๎น
เปาู หมายที่ ๘: สงํ เสรมิ การเจริญเตบิ โตทางเศรษฐกิจท่ีย่งั ยนื และครอบคลมุ และการจ๎างงานเต็มอัตรา และ
งานทม่ี คี ุณคาํ สําหรับทกุ คน เปูาประสงค๑ที่ ๘.๑ ทําให๎การเติบโตทางเศรษฐกิจตํอหัวประชากรมีความยั่งยืน
ตามบรบิ ทของประเทศโดยเฉพาะอยาํ งยงิ่ ใหผ๎ ลติ ภัณฑม๑ วลรวมในประเทศของประเทศพฒั นานอ๎ ยท่ีสุดมีการ
ขยายตัวอยํางน๎อยร๎อยละ ๗ ตํอปี ตัวช้ีวัดที่ ๘.๑.๑ อัตราการเติบโตเฉลี่ยตํอปีของรายได๎ที่แท๎จริงตํอหัว
ประชากร งานและกจิ กรรมของชุมชนทอ๎ งถนิ่ ท่ีสนบั สนุนตัวชี้วัด สนบั สนนุ ให๎กลํุมอาชีพในชุมชนสํงสินค๎าเข๎า
รบั การคดั สรรสนิ ค๎า OTOP สงํ เสริมให๎กลุมํ อาชีพในชุมชนปรบั ปรุงและพัฒนาสินค๎าให๎ได๎มาตรฐาน สนับสนุน
ให๎ประชาชนและครอบครัวมีอาชีพเสริมมากกวํา ๑ อยําง เปูาประสงค๑ที่ ๘.๒ บรรลุการมีผลิตภาพทาง
เศรษฐกจิ ในระดบั ที่สงู ขน้ึ ผาํ นการทาํ ให๎หลากหลาย การยกระดบั เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงการมํุงเน๎น
ในภาคสํวนท่ีมีมูลคําเพิ่มสูงและใช๎แรงงานเข๎มข๎น ตัวช้ีวัดที่ ๘.๒.๑ อัตราการเติบโตเฉลี่ยตํอปีของรายได๎ท่ี
แท๎จรงิ ตอํ ประชากรผู๎มีงานทํา สํงเสริมให๎กลํุมเกษตรกรมีการแปรรูปผลผลิตการเกษตรท่ีได๎มาตรฐานและ
ปลอดภยั

นอกจากนัน้ การดําเนนิ งานและกจิ กรรม สงํ ผลกระทบตอํ มติ โิ ครงสร๎างพ้ืนฐานของชุมชน ดังนี้ ๑)
ดา๎ นสงั คม มกี ารรวมกลุมํ เพอ่ื ประกอบอาชีพเสริมการทาํ เครอ่ื งแกงในชมุ ชน มีเครือขํายชํวยเหลือเกื้อกูลและ
จดั สวัสดกิ าร เกิด เจบ็ ตาย สาํ หรบั สมาชิกกลมํุ เข๎ารวํ มและสนบั สนุนกจิ กรรมตําง ๆในชุมชนเชํน วันเด็ก วัน
ผู๎สูงอายุ เป็นต๎น ๒) ด๎านเศรษฐกิจ มีรายได๎เสริมจากการจําหนํายเคร่ืองแกง มีเงินทุนหมุนเวียนในกลุํม
๗,๐๐๐ บาท ลดรายจํายจากการผลติ เคร่ืองแกงบริโภคเอง มีการนาํ วัตถดุ ิบในชุมชนมาแปรรูปเพื่อลดต๎นทุน
การผลิต ๓) ด๎านสภาวะแวดล๎อม ชุมชนมีการปลูกวัตถุดิบท่ีใช๎ในการผลิตเครื่องแกงในครัวเรือน เชํน พริก
ตะไคร๎ ขาํ กระชาย เป็นตน๎ เปน็ การนําผลิตผลในชมุ ชนมาแปรรูป ๔) ด๎านสํงเสริมการมีสํวนรํวม เทศบาลให๎
ความสําคัญด๎านการสํงเสริมอาชีพจึงบรรจุโครงการพัฒนาอาชีพลงในแผนพัฒนาท๎องถิ่นประจําปี และ
จดั สรรงบประมาณเพอ่ื สงํ เสริมการฝกึ อาชีพและการพฒั นาอาชพี ในชุมชน

๒๒๗
๖.๔.๓ กลมุ่ ผลิตภณั ฑจ์ ากพืชสมุนไพร ชุมชนตลาดใต้

แผนภาพท่ี ๖.๔๙ กลมุํ ผลิตภณั ฑจ๑ ากพืชสมุนไพรชมุ ชนตลาดใต๎

๒๒๘

Key actors กลํุมผลติ ภัณฑจ๑ ากพชื สมุนไพรชุมชนตลาดใต๎
งานเด่น
ระดับของทนุ ทางสงั คม รวมกลมํุ ทาํ ผลิตภัณฑจ๑ ากพชื สมุนไพรเพื่อจาํ หนาํ ย
ความสอดคล้องของ ๗ สงั คม ระดบั กลุมํ ทางสังคมและองค๑กรชมุ ชน
พื้นท่ี
ผู้ดาเนินงานหลกั สงั คมไมเํ ดือดรอ๎ น
ชมุ ชนตลาดใต๎ เทศบาลตาํ บลปรกิ

๑. นางสาวสุนสิ า หมัดโสะ๏
ตําแหนํง ประธานกลํุมผลิตภณั ฑจ๑ ากพชื สมนุ ไพร
เบอร๑โทรศัพท๑ ๐๘๙-๕๔๑๗๐๐๑

๑. ทีม่ าหรือฐานคดิ ของการดาเนินงาน

ชุมชนตลาดใต๎สวํ นใหญปํ ระกอบอาชพี เกษตรกรทําสวนยางพารา เมื่อถึงฤดูต๎นยางผลัดใบไมํสามารถ
กรีดยางได๎ ทําใหป๎ ระชาชนขาดรายไดใ๎ นครัวเรอื น ต๎องเอาเงนิ ออมหรือกู๎ยมื เงินมาใชจ๎ ํายในครวั เรือน นางสาวสุ
นิสา หมัดโส๏ะ แกนนําดา๎ นการสงํ เสรมิ อาชพี ชมุ ชนตลาดใต๎เลง็ เห็นความสาํ คญั ของปญั หาและเห็นวาํ ในพ้นื ทีม่ ี

สมนุ ไพรหลายชนดิ จึงรวมกลํมุ สตรีและผ๎ูสูงอายุที่มีความร๎ูด๎านพืชสมุนไพร แปรรูปสมุนไพรเพื่อสํงเสริมให๎
ชุมชนมีอาชีพและรายได๎เสรมิ สามารถพ่งึ ตนเองได๎และดแู ลสขุ ภาพประชาชนในชุมชน

ประชากรชมุ ชนตลาดใตม๎ ีทง้ั หมด ๘๐๕ คน เป็นเพศชาย ๓๗๙ คน (ร๎อยละ ๔๗.๐๘) เพศหญิง ๔๒๖
คน (ร๎อยละ ๕๒.๙๒) มีครัวเรือน ๒๒๗ ครัวเรือน ประชากรมีรายได๎เฉล่ียประชากร ๑๙๖,๓๑๔.๑๘ บาท
ครัวเรือนที่มีหนี้สิน ๙๒ ครัวเรือน(ร๎อยละ ๔๕.๑๐)เป็นครัวเรือนสมาชิกกลุํมผลิตภัณฑ๑จากพืชสมุนไพร ๙

ครัวเรอื น (ร๎อยละ ๓.๙๖) ครัวเรอื นท่ีมีการออม ๑๐๓ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๕๑.๕๐) เป็นครัวเรือนสมาชิกกลุํม
ผลติ ภัณฑ๑จากพชื สมุนไพร ๕ ครวั เรือน (ร๎อยละ ๒.๒๐) ไมมํ ีอาชีพหลกั ๔๑ คน (รอ๎ ยละ ๙.๘๘) ไมมํ ีอาชพี เสรมิ
๓๔๙ คน (ร๎อยละ๘๔.๑๐) วํางงาน ๔๐ คน (ร๎อยละ ๙.๖๔) มเี ส๎นทางการพัฒนากลมํุ ผลิตภณั ฑ๑จากพชื สมนุ ไพร

ดงั นี้

แผนภาพท่ี ๖.๕๐ เสน๎ ทางการพฒั นากลํุมผลิตภัณฑจ๑ ากพืชสมนุ ไพรชุมชนตลาดใต๎

พ.ศ. ๒๕๔๙ นางสาวสุนิสา หมัดโส๏ะ แกนนําด๎านการสํงเสริมอาชีพ รับรู๎ปัญหาที่เกิดข้ึนจึงรวมกลุํม
สตรีและผ๎ูสูงอายุท่ีมีความสามารถด๎านพืชสมุนไพรจัดต้ัง กลํุมผลิตภัณฑ๑จากพืชสมุนไพร ข้ึนโดยน๎อมนํา
หลักการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระเจ๎าอยูํหัวรัชการท่ี ๙ เร่ืองการระเบิดจากข๎างในที่ทรงใหป๎ ระชาชนเปน็
ผู๎คิด ตัดสนิ ใจและทําด๎วยตนเองเป็นแนวทางในการแก๎ปญั หา และชํวยเหลือทางด๎านการหารายได๎เพื่อจุนเจือ
ครอบครวั มีวิทยากรจากศนู ยก๑ ารศึกษานอกโรงเรียนและศูนย๑ฝึกพัฒนาอาชีพสตรี ภาคใต๎มาชํวยสนับสนุน
ทางวิชาการ ฝึกหัดใหส๎ มาชกิ ในกลํมุ ได๎ทาํ ผลิตภัณฑ๑ตาํ งๆ เชํน น้ํามนั เหลอื ง นา้ํ มันเขียว สเปรย๑ไลยํ ุง เป็นต๎น

พ.ศ.๒๕๕๕ สมาชิกกลุํมเพ่มิ ผลิตภณั ฑจ๑ ากพืชสมนุ ไพร ได๎แกํ ถุงหอมการบรู พมิ เสนน้ํา และสนับสนุน
ใหค๎ นในชุมชนปลูกพืชสมนุ ไพร และรับซ้อื วัตถุดิบสาํ หรับผลิตเปน็ ผลิตภณั ฑส๑ มุนไพรลดตน๎ ทนุ การเดินทางไป
ซื้อวตั ถดุ บิ นอกพน้ื ที่

ปัจจบุ นั กลมุํ ผลติ ภณั ฑ๑จากพชื สมนุ ไพรสํงเสรมิ ภมู ปิ ัญญาทอ๎ งถน่ิ โดยให๎ความร๎ูเก่ียวกับสรรพคุณพืช
สมุนไพร ข้นั ตอนการผลติ สมนุ ไพรแกเํ ดก็ เยาวชน กลมํุ แมบํ ๎าน กลุํมผู๎สูงอายุ ประชาชนท่ีสนใจ ผู๎มาศึกษาดู
งาน และสนับสนุนผลิตภัณฑ๑จากพืชสมุนไพรในกิจกรรมตําง ๆของเทศบาล ศูนย๑พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียน
ในพืน้ ที่ เปน็ ต๎น
๒. กลมุ่ ประชากรเปา้ หมาย

สมาชกิ กลมุํ ผลิตภณั ฑ๑จากพืชสมุนไพร จํานวน ๒๕ ครวั เรอื นและสมาชิกในครัวเรอื นของกลุมํ ผลติ ภณั ฑ๑
จากพชื สมุนไพร จาํ นวน ๗๑ คน
๓. ผลทีต่ ้องการให้เกดิ ขึ้น

เพื่อทาํ ให๎สมาชิกมีรายได๎เสรมิ จากการทาํ ผลิตภณั ฑจ๑ ากพชื สมนุ ไพร มแี หลํงผลิตและจําหนาํ ย
ผลิตภณั ฑ๑จากพืชสมุนไพรในชุมชน

๒๒๙

๔. ขอ้ มลู และเคร่ืองมือในการดาเนินงาน
ขอ๎ มูลและเครอ่ื งมอื ทีน่ ําใชเ๎ ก่ียวกับการดําเนินงานของกลมํุ ผลิตภณั ฑ๑จากพืชสมุนไพร ได๎แกํ ข๎อมูลจาก

ฐานขอ๎ มูลตาํ บล (TCNAP) ข๎อมูลด๎านเศรษฐกิจ รายได๎เฉลี่ยประชากร/คน/ปี รายได๎เฉล่ียครัวเรือน ร๎อยละ
ครวั เรอื นทมี่ หี น้สี ิน รอ๎ ยละครัวเรอื นทมี่ กี ารออม คนวํางงาน คนไมํมีอาชพี หลัก คนไมํมีอาชีพเสรมิ ข๎อมูลด๎าน
สภาวะแวดลอ๎ มครวั เรอื น ฐานข๎อมูล RECAP ทุนทางสังคมกลมํุ อาชีพ ขอ๎ มูลความเชยี่ วชาญ

เครือ่ งมือในการดําเนนิ งาน ได๎แกํ คณะกรรมการบรหิ ารจดั การและรปู แบบการบริหาร
๕. รูปธรรมงาน

มกี ลํมุ ผลิตภณั ฑจ๑ ากพืชสมุนไพรเพือ่ จาํ หนาํ ยในชุมชนและงานโอทอประดับตาํ บล ระดบั อาํ เภอ ระดบั
หมูํบา๎ น มีวทิ ยากรถาํ ยทอดความรเ๎ู ก่ียวกบั การทําผลติ ภัณฑ๑จากพืชสมนุ ไพรแกํผทู๎ ีส่ นใจ เชํน เดก็ และเยาวชน
กลํุมแมบํ ๎าน ผสู๎ ูงอายุ เป็นตน๎
๖. วิธีดาเนินงาน

กลํมุ ผลติ ภัณฑจ๑ ากพชื สมนุ ไพรมีการดําเนนิ งาน ดงั นี้
๑) แตงํ ตัง้ คณะกรรมการดําเนินงานผาํ นการประชุม จํานวน ๑๕ คน ประกอบด๎วย ประธานกลํุม รอง
ประธานกลมุํ เลขานุการ เหรญั ญิก และกรรมการ
๒) กาํ หนดกฏกตกิ ารภายในกลํุม ไดแ๎ กํ การรบั สมคั รสมาชิกกลํุม การแบํงปนั ผลกาํ ไร การจัดสวสั ดกิ าร
สมาชิกกลมุํ สนบั สนุนผลติ ภัณฑก๑ ลํุมแกํเทศบาล โรงเรยี น วดั และการกําหนดกฏกติกาการทาํ งานกลํุม
๓) ลงมอื ทําผลิตภัณฑ๑จากพืชสมุนไพรท่ีบ๎านของประธานกลํุม ชํวงเวลาประมาณ ๑๓.๐๐ เป็นต๎นไป
ออกแบบบรรจภุ ณั ฑแ๑ ละจาํ หนํายในชุมชน พนื้ ทีใ่ กลเ๎ คยี ง งานโอทอประดับตําบล ระดับอําเภอ ระดับจังหวัด
และการประชมุ ของเครือขาํ ยรวํ มสรา๎ งชุมชนท๎องถิ่นระดับประเทศ
๔) จัดทําบญั ชสี รุปรายรับ-รายจาํ ย อปุ สรรค ผลของความสําเรจ็ ผํานการประชมุ กลมุํ ทุกเดือน
๕) พัฒนาศักยภาพสมาชิกกลมํุ โดยเขา๎ รับการอบรม และศกึ ษาดูงานปีละ ๑ คร้งั
๗. ผลผลติ ผลลัพธ์
สมาชกิ กลํุมมที ักษะการทาํ ผลิตภณั ฑ๑จากพืชสมนุ ไพร มรี ายได๎เสริมจากการจําหนํายผลิตภัณฑ๑จากพืช
สมุนไพร เดอื นละ ๑,๐๐๐ บาท มผี ลติ ภณั ฑส๑ มนุ ไพรทจี่ าํ หนาํ ยในชุมชน ได๎แกํ นาํ้ มนั เหลือง น้าํ มนั เขยี ว สเปรย๑
ไลยํ งุ ถงุ หอมการบูร พิมเสนน้ํา มีจํานวนผู๎เข๎าศึกษาดูงาน จํานวน ๓๕๐ คน/ปี เป็นกลํุมเด็กและเยาวชนใน
พื้นที่ ๕๐ คน แมํบ๎านและผ๎ูสูงอายุในเขตเทศบาล ๑๐๐ คน เป็นกลํุมผูม๎ าศึกษาดงู านนอกพ้ืนที่ ๒๐๐ คน และมี
เงินทนุ หมนุ เวยี นของกลุมํ จํานวน ๒,๐๐๐ บาท
๘. ผลกระทบท่ีเกดิ ขึ้น
กลุํมพืชสมุนไพร มีการบริหารจัดการกลํุมมีความสอดคล๎องกับ (SDGs) เปูาหมายท่ี ๑: ยุติความ
ยากจนทุกรปู แบบในทุกพื้นท่ี ตัวช้ีวัด ๑.๑.๑ สัดสํวนของประชากรท่ีมีรายได๎ต่ํากวําเส๎นความยากจนสากล
จําแนกตามเพศ อายุ สถานะการจ๎างงาน และ ที่ตั้งทางภูมิศาสตร๑ (ชุมชนเมือง/ชนบท) สนับสนุนการฝึก
ทักษะอาชีพใหก๎ ับคนวาํ งงาน แมบํ า๎ น เชนํ ทักษะงานชํางและหตั ถกรรม การแปรรูปผลผลติ เป็นตน๎
นอกจากนั้น การดําเนนิ งานและกิจกรรม ยงั สํงผลกระทบตอํ มิตโิ ครงสร๎างพ้ืนฐานของชุมชน ดงั นี้
๑) ดา๎ นสงั คม มกี ารรวมกลํุมประกอบอาชพี เสรมิ เพอ่ื หารายได๎แกํครอบครวั สามารถเปน็ วิทยากรให๎ความร๎แู กํ
ประชาชนในพ้ืนที่และนอกพื้นที่ เข๎ารวํ มและสนับสนุนผลติ ภณั ฑ๑ในกิจกรรมตาํ งๆของชุมชน ๒) ด๎านเศรษฐกิจ
สมาชิกของกลุํมมรี ายไดเ๎ สรมิ เพ่ือเปน็ คาํ ใชจ๎ าํ ยในครอบครัว ๓) ดา๎ นสภาวะแวดลอ๎ ม ชุมชนสามารถปลกู พืชที
ใชใ๎ นการทําผลิตภัณฑจ๑ ากพืชสมนุ ไพรในพ้นื ทวี่ ํางเปลําเพ่ือนํามาเป็นวัตถุดิบผลิตผลิตภัณฑ๑จากพืชสมุนไพร
๔) ด๎านสุขภาพ นําผลิตผลในชุมชนมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ๑จากพืชสมุนไพรสําหรับดูแลสุขภาพตนเอง
ครอบครวั และชุมชน ๕) ด๎านการเมืองการปกครอง ผู๎นําท๎องถ่ินเล็งเห็นความสําคัญด๎านการสํงเสริมอาชีพ
ให๎แกํประชาชนจึงได๎มีการบรรจุโครงการพัฒนาอาชีพลงในแผนพัฒนาท๎องถ่ินประจําปี และจัดสรร
งบประมาณเพอ่ื สนบั สนนุ การฝกึ อาชีพและการพัฒนาอาชีพในชมุ ชน

๒๓๐

๖.๔.๔ กลุม่ ดอกไม้จันทน์ ชมุ ชนปรกิ ใต้

แผนภาพที่ ๖.๕๑ กลมํุ ดอกไม๎จันทน๑ชุมชนปริกใต๎

๒๓๑

Key actors กลุํมดอกไม๎จันทน๑ ชุมชนปรกิ ใต๎
งานเดน่
ระดับของทุนทางสังคม ผลิตและจําหนํายดอกไม๎จันทน๑
ความสอดคล้องของ ๗ สังคม ระดับกลมํุ ทางสงั คมและองค๑กรชมุ ชน
พื้นท่ี
ผดู้ าเนินงานหลกั สงั คมไมเํ ดือดรอ๎ น
ชุมชนปริกใต๎

นายอมฤต เรอื งโรจน๑ ตาํ แหนงํ ประธานกลุมํ ดอกไม๎จนั ทน๑
เบอรโ๑ ทรศพั ท๑ ๐๘๙-๒๙๘๔๐๓๙

๑. ทมี่ าหรอื ฐานคดิ ของการดาเนินงาน
ชมุ ชนปริกใต๎ ประชากรสวํ นให๎มอี าชพี ทําสวนยางพารารอ๎ ยละ ๘๐ และสวนผลไม๎ รอ๎ ยละ ๑๐ ซ่ึงใช๎เวลา

การทําอาชพี หลกั ในชํวงเช๎าและมเี วลาวาํ งในชํวงบาํ ย คณะกรรมการชุมชนปริกใต๎จึงรวมกลุํมเกษตรกรที่วําง
จากการทําอาชพี หลักจัดต้งั กลมุํ ดอกไมจ๎ นั ทนข๑ นึ้ โดยมีนายอมฤต เรอื งโรจน๑ เป็นผ๎ูริเร่ิมกํอตั้งเพื่อสร๎างอาชีพ
เสรมิ เพิม่ รายไดใ๎ หค๎ รอบครวั

ประชากรชมุ ชนปรกิ ใต๎ มีทง้ั หมด ๓๘๒ คน เพศชาย ๑๘๖ คน (รอ๎ ยละ ๔๘.๘๒) เพศหญงิ ๑๙๖ คน(ร๎อย
ละ ๕๑.๑๘) ครวั เรือน ๙๕ ครัวเรือน ประชากรมีรายได๎เฉลี่ยประชากร ๑๑๘,๐๗๐.๙๘ บาท/ปี ครัวเรือนท่ีมี

หนี้สนิ ๓๕ ครวั เรือน (รอ๎ ยละ ๓๘.๔๖) เป็นครัวเรือนสมาชิกกลํุมดอกไม๎จันทน๑ ๕ ครัวเรือน (ร๎อยละ ๑.๓๐)
ครัวเรอื นท่มี ีการออม ๖๙ ครัวเรือน (รอ๎ ยละ ๗๖.๖๗) เป็นครวั เรอื นกลุมํ ดอกไม๎จันทน๑ ๑๐ ครัวเรือน (ร๎อยละ
๒.๖๑) ไมมํ ีอาชีพหลกั ๗๘ คน (ร๎อยละ ๒๕.๗๔) ไมํมีอาชีพเสริม ๒๘๑ คน (ร๎อยละ๙๒.๗๔) วํางงาน ๒๙ คน

(รอ๎ ยละ ๙.๕๗) มเี สน๎ ทางการพฒั นากลุํมดอกไม๎จนั ทน๑ ดงั น้ี

แผนภาพที่ ๖.๕๒ เสน๎ ทางการพฒั นากลํมุ ดอกไมจ๎ ันทน๑

พ.ศ. ๒๕๔๔ ชุมชนปริกใตส๎ วํ นใหญปํ ระชากรทําสวนยางพาราและสวนผลไม๎ และพบวาํ ประชาชนมเี วลา
วาํ งในชํวงบําย คณะกรรมการชุมชนปริกใต๎จึงมแี นวคดิ การรวมกลุํมของคนในชุมชน จัดต้ังกลุํมดอกไม๎จันทน๑
ข้ึน โดยมีวัตถุประสงค๑เพื่อให๎คนในชุมชนได๎มีอาชีพเสริมสร๎างรายได๎ให๎ครอบครัวและใช๎เวลาวํางให๎เป็น
ประโยชน๑จากภูมิปัญญาท๎องถิ่น นําโดยมี นายอมฤต เรืองโรจน๑ กรรมการชุมชนปริกใต๎ ระยะน้ีได๎รับ
สนับสนุนงบประมาณจากเทศบาลตาํ บลปริก จํานวน ๒,๖๐๐ บาท พัฒนาศกั ยภาพสมาชิกกลํุมโดยได๎รับการ
อบรมการทําดอกไม๎จันทน๑จากศูนย๑ฝึกอบรมอาชีพสตรีภาคใต๎ ผลิตและจําหนํายดอกไม๎จันทน๑ให๎แกํร๎าน
สังฆภณั ฑ๑และลูกค๎าทั่วไปในราคาถกู กวาํ ท๎องตลาด มีสมาชิกเรมิ่ แรกจาํ นวน ๑๕ คน

๒๓๒

พ.ศ.๒๕๔๙ ได๎รับงบประมาณสนับสนุนจากเทศบาลตําบลปริกอีกจํานวน ๑๒,๐๐๐ จากโครงการ
พฒั นาอาชพี ในชุมชน เพอื่ ใชใ๎ นการจัดซื้อ อปุ กรณ๑ และจดั เปน็ แหลงํ เรยี นรใู๎ ห๎ผท๎ู สี่ นใจในชมุ ชน

พ.ศ. ๒๕๕๒-ปัจจุบัน สมาชิกกลํุมการนําเอาวัสดุที่หาได๎งําย เป็นมิตรกับส่ิงแวดล๎อม ประดิษฐ๑เป็น
ดอกไมม๎ สี สี ันสวยงาม และมีการตอํ ยอดนําเอาดอกไมจ๎ นั ทน๑ทีป่ ระดษิ ฐแ๑ ปรรูปเป็น ดอกชํอประธาน พวงหรีด
ฯลฯ และออกแบบการจัดทาํ ดอกไมจ๎ นั ทนใ๑ ห๎มคี วามหลากหลาย และทนั สมัยอยาํ งตํอเนื่อง
๒. กล่มุ ประชากรเปา้ หมาย

สมาชกิ กลุมํ ดอกไมจ๎ ันทน๑ จํานวน ๑๕ ครวั เรือนและสมาชกิ ครอบครัวกลํุมดอกไมจ๎ นั ทน๑ จาํ นวน ๗๗
คน
๓. ผลท่ตี ้องการใหเ้ กิดข้นึ

เพ่ือเพม่ิ รายได๎-ลดรายจํายใหแ๎ กํสมาชกิ กลุมํ ดอกไม๎จนั ทนแ๑ ละครอบครัวปริกใต๎โดยสนบั สนนุ ให๎สมาชิก
ได๎ซอ้ื ดอกไม๎จนั ทนร๑ าคาต่ํากวาํ ทอ๎ งตลาด
๔. ขอ้ มูลและเครื่องมือในการดาเนนิ งาน

ขอ๎ มูลและเครือ่ งมอื ท่ีนําใชเ๎ กี่ยวกับการดําเนินงานของกลมํุ ดอกไมจ๎ ันทน๑ ได๎แกํ
ข๎อมลู จากฐานข๎อมูลตําบล (TCNAP) ข๎อมูลด๎านเศรษฐกิจ รายได๎เฉล่ียประชากร/คน/ปี รายได๎เฉล่ีย
ครวั เรือน ร๎อยละครวั เรอื นท่ีมีหน้ีสนิ ร๎อยละครวั เรือนทม่ี ีการออม คนวํางงาน คนไมํมีอาชพี หลกั คนไมํมีอาชพี
เสรมิ ข๎อมูลดา๎ นสภาวะแวดลอ๎ มครัวเรอื น ฐานขอ๎ มลู RECAP ทนุ ทางสังคมกลํุมอาชีพ ขอ๎ มลู ความเช่ียวชาญ
เครื่องมือในการดําเนินงาน ได๎แกํ คณะกรรมการบริหารจัดการ รูปแบบการบริหาร และการประชุม
ประจาํ เดือน จาํ นวนเงนิ ทุนหมุนเวียนและกฎ กตกิ าการดําเนนิ การกลมํุ
๕. รูปธรรมงาน
ชมุ ชนปรกิ ใตร๎ วมกลุํมจัดทําดอกไม๎จันทน๑เพื่อจําหนํายให๎ร๎านสังฆภัณฑ๑และลูกค๎าท่ัวไป ในราคาที่ถูก

กวําท๎องตลาด มีหลากหลายรปู แบบ และสนับสนุนดอกไม๎จันทน๑ท่ีจัดทําเป็นชํอประธานสําหรับลูกค๎าท่ีเป็น
สมาชิกในชุมชน หรือบคุ คลสําคญั รวมทัง้ เป็นวทิ ยากรใหค๎ วามรเู๎ รือ่ งการจดั ทําดอกไมจ๎ นั ทนแ๑ กํชมุ ชน

๖. วิธดี าเนนิ งาน
กลมุํ ดอกไมจ๎ นั ทนม๑ ีการดาํ เนินการดงั นี้
๑) มกี ารแตํงต้งั คณะกรรมการกลมุํ ผํานการประชมุ ท้ังหมด ๙ คน
๒) พฒั นาศกั ยภาพสมาชิกกลํุมโดยการฝึกทักษะการทําดอกไม๎จันทน๑โดยวิทยากรจากศูนย๑ฝึกอบรม

อาชีพสตรภี าคใต๎
๓) กาํ หนด กฎ กติกา ขอ๎ ตกลง ข๎อบังคบั รูปแบบการดาํ เนินการกลุํม เชํน การรับสมคั รสมาชิก โดยการ

ลงห๎ุนๆละ ๑๐๐ บาท ไมเํ กนิ ครัวเรือนละ ๕ ห๎ุน จํายคําตอบแทนให๎กับสมาชิกที่ทําดอกไม๎จันทน๑ ดอกละ ๕๐
สตางค๑ การจัดสวัสดกิ ารกลมุํ หากสมาชิกเสยี ชีวิตจะได๎รบั ดอกไม๎จันทน๑ชํอประธาน จาํ นวน ๑๐ ชํอ เปน็ ตน๎

๔) การผลติ ดอกไมจ๎ นั ทน๑ โดยสมาชิกมารับวตั ถดุ บิ ในการผลติ ทบ่ี า๎ นประธานกลํุมนาํ มาผลิตที่บ๎านและ
เอาไปรวมทบี่ ๎านประธานกลํมุ เพอ่ื จาํ หนํายในราคาทถี่ ูกกวําทอ๎ งตลาด

๕) จัดทําบัญชีรายรับ รายจําย การปันผลกาํ ไร จาํ นวนเงินทุนหมุนเวยี น
๖) เปน็ วิทยากรถาํ ยทอดการทําดอกไม๎จนั ทนแ๑ กผํ ทู๎ ี่สนใจ เชํน เด็ก เยาวชน กลุมแมบํ ๎าน ผู๎สูงอายุ เป็น
ตน๎ ทง้ั ในและนอกพ้ืนท่ี
๗) ประชุมกลุมํ ทกุ ๓ เดือนเพ่อื พัฒนาการทําดอกไมจ๎ นั ทนท๑ ีห่ ลากหลายและทนั สมยั
๗. ผลผลติ ผลลพั ธ์

มีสมาชิกกลํุมดอกไม๎จันทน๑จํานวน ๑๕ ครัวเรือน มีทักษะในการผลิตดอกไม๎จันทน๑และพวงหรีด มี
สถานท่ีผลิตและจําหนํายดอกไม๎จันทน๑ในชมุ ชนทร่ี าคาถูกกวําท๎องตลาด สมาชกิ กลํุมมีรายได๎เสริม ๘๐๐บาท/
เดอื น มีจาํ นวนผเ๎ู ขา๎ ศกึ ษาดูงานจากในและนอกพน้ื ท่ี จาํ นวน ๑๐๐ คน/ปี มีเงนิ ทุนหมุนเวยี น ๕,๐๐๐ บาท
๘. ผลกระทบทีเ่ กดิ ขึ้น

กลุํมดอกไม๎จันทน๑ มีการบริหารจัดการกลุํมมีความสอดคล๎องกับ (SDGs) เปูาหมายท่ี ๑: ยุติความ
ยากจนทกุ รูปแบบในทุกพ้ืนท่ี ตัวชี้วัด ๑.๑.๑ สัดสํวนของประชากรที่มีรายได๎ต่ํากวําเส๎นความยากจนสากล
จําแนกตามเพศ อายุ สถานะการจ๎างงาน และ ที่ต้ังทางภูมิศาสตร๑ (ชุมชนเมือง/ชนบท) สนับสนุนการฝึก

๒๓๓

ทกั ษะอาชพี ใหก๎ บั คนวาํ งงาน แมํบ๎าน เชนํ ทักษะงานชาํ งและหตั ถกรรม การแปรรปู ผลผลติ เป็นต๎น เปูาหมาย
ที่ ๘: สงํ เสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจท่ียั่งยืน และครอบคลุมและการจ๎างงานเต็มอัตรา และงานที่มี
คณุ คาํ สาํ หรบั ทกุ คน เปาู ประสงคท๑ ี่ ๘.๑ ทาํ ให๎การเติบโตทางเศรษฐกจิ ตอํ หัวประชากรมคี วามย่งั ยนื ตามบรบิ ท
ของประเทศโดยเฉพาะอยาํ งยง่ิ ใหผ๎ ลิตภัณฑ๑มวลรวมในประเทศของประเทศพัฒนาน๎อยท่ีสุดมีการขยายตัว
อยํางน๎อยร๎อยละ ๗ ตอํ ปี ตวั ชว้ี ดั ที่ ๘.๑.๑ อตั ราการเตบิ โตเฉลี่ยตอํ ปขี องรายได๎ที่แทจ๎ รงิ ตํอหวั ประชากร งาน
และกิจกรรมของชมุ ชนทอ๎ งถิ่นทส่ี นับสนนุ ตวั ชีว้ ัด สนบั สนนุ ใหก๎ ลํมุ อาชีพในชุมชนสํงสินค๎าเข๎ารับการคัดสรร
สินค๎า OTOP สํงเสริมให๎กลุมํ อาชีพในชุมชนปรับปรุงและพัฒนาสินค๎าให๎ได๎มาตรฐาน สนับสนุนให๎ประชาชน
และครอบครัวมอี าชีพเสรมิ มากกวาํ ๑ อยาํ ง นอกจากนั้น การดาํ เนนิ งานและกิจกรรม ยงั สํงผลกระทบตํอมิติ
โครงสร๎างพ้ืนฐานของชุมชน ดังนี้ ๑) ด๎านสังคม ประชาชนมีการรวมกลุํมเพ่ือจัดทําดอกไม๎จันทน๑ และมี
วิทยากรให๎ความรแ๎ู กํผ๎มู าศึกษาดูงานและประชาชนในพน้ื ที่ ๒) ด๎านเศรษฐกิจ สมาชกิ กลุํมมรี ายได๎เพิ่มข้ึนจาก
คําตอบแทนในการทําดอกไมจ๎ ันทน๑ ๓) ดา๎ นสภาวะแวดล๎อม นําเอาวัสดุท่ีหาได๎งําย เป็นมิตรกับส่ิงแวดล๎อม
มาประดิษฐ๑เป็นดอกไม๎จันทน๑ เชํน ต๎นโสน กระดาษ ป็นต๎น ๔) ด๎านการเมืองการปกครอง เทศบาลบรรจุ
โครงการพฒั นาอาชีพลงในแผนพัฒนาท๎องถิ่นประจําปี และจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการฝึกอาชีพ
และการพฒั นาอาชีพในชมุ ชน


Click to View FlipBook Version