The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รูปแบบพุทธวิธีการบริหารหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสงัคมศึกษา ของผู้บริหารในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พระครูใบฎีกามณฑล เขมโก (ชูโตศรี)

ดุษฎีนิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา สาขาวิชาพุทธบริหารการศึกษา
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พุทธศักราช ๒๕๖๓

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kunnisa sy, 2020-09-15 04:19:40

รูปแบบพุทธวิธีการบริหารหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสงัคมศึกษา ของผู้บริหารในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

รูปแบบพุทธวิธีการบริหารหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสงัคมศึกษา ของผู้บริหารในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พระครูใบฎีกามณฑล เขมโก (ชูโตศรี)

ดุษฎีนิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา สาขาวิชาพุทธบริหารการศึกษา
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พุทธศักราช ๒๕๖๓

๑๙๖


ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม : เสริมสร้างและพัฒนาแหส่งการเรียนรู้ด้านการทำนุบำรุง
ศิลปวัฒนธรรม ให้เอื้อต่อการศึกษา เพื่อสร้างจิตสำนึกและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย สนับสนุน

ให้มีการนำภูมิปัญญาท้องถิ่น มาเป็นรากฐานของการพัฒนาอย่างมีดุลยภาพ

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยจัดการศึกษาออกเป็น ๔ ระดับการศึกษา ได้แก่


ระดับที่ ๑ ประกาศนียบัตร เปิดสอน ๑๑ หลักสูตร

ระดับที่ ๒ ระดับปริญญาตรี เปิดสอนใน ๔ คณะ รวม ๒๖ สาขาวิชา

ระดับที่ ๓ ระดับปริญญาโท เปิดสอนใน ๒๒ สาขาวิชา และ


ระดับที่ ๔ ระดับปริญญาเอก เปิดสอนใน ๙ สาขาวิชา

การบริหารมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยจะยึดการดำเนินการตามหลักปรัชญา

การศึกษาของมหาวิทยาลัย และดำเนินการตามแผนพัฒนามหาวิทยาลัย โดยแบ่งออกเป็นช่วงๆ ละ
๕ ปี ปัจจุบันใช้แผนพัฒนามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในช่วงแผนพัฒนาการศึกษา

ระดับอุดมศึกษา ระยะที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔) เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันและ

สอดคล้องไปกับมาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา

จากการเปิดสอนหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา มีระบบการบริหาร

หลักสูตร พอสรุปแล้วมี ๕ ด้าน ได้แก่

๔.๑.๑ สภาพการบริหารหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ด้านหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน ดังนี้


หลักสูตรสังคมศึกษา มีการเรียนการสอนเป็นกระบวนการที่เกี่ยวเนื่องกัน ในการจัดการ
เรียนการสอนผู้สอนต้องศึกษาเป้าหมายและปรัชญาของการจัดการเรียนรู้ให้เข้าใจอย่างถ่องแททำความ

เข้าใจเกี่ยวกับหลักการทฤษฎีการเรียนรู้ต่างๆ ตลอดจนกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นกระบวนการ

และผู้เรียนมีความสำคัญที่สุดแล้วพิจารณาเลือกนำไปใช้ออกแบบกิจกรรมที่หลากหลายให้เหมาะสมกับ
๒๑๙
เนื้อหาสาระและศักยภาพของผู้เรียน

การจัดการเรียนการสอน ต้องจัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและ
ความถนัดของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล หากครูให้ความสำคัญแก่ผู้เรียน เข้า

ใจความแตกต่างระหว่างบุคคล จิตวิทยาการเรียนรู้และจิตวิทยาพัฒนาการ ครูก็จะสามารถปฏิบัติได้





๒๑๙ สัมภาษณ์ พระครูโสภณพุทธิศาสตร์ ผศ.ดร., อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรพุทธศาสตร์บัณฑิต
สาขาวิชาสังคมศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยวิทยา, เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๓.

๑๙๗


โดยพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายวิชา รายกิจกรรม ว่าวิชาใด กิจกรรมใด สามารถจะมอบหมายแก่
ผู้เรียนเป็นรายบุคคลตามความสนใจหรือความถนัด การทำเช่นนี้จะทำให้ผู้เรียนประสบผลสำเร็จในการ

๒๒๐
ทำกิจกรรม มีกำลังใจและมั่นใจในการเรียนรู้ต่อไป
การจัดการเรียนการสอน หลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา มหาวิทยาลัย

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วย
การศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติมหลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.๒๕๕๖ มีการจัดการเรียน

การสอนของสาขาสังคม เป็นงานหลักของครูผู้สอน ซึ่งปัจจุบันถือว่าครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง ที่บุคคลใน

วิชาชีพนี้ต้องไดรับการศึกษาอบรมมา โดยเฉพาะเพื่อให้มีความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติหน้าที่ สามารถ
เลือกศึกษา อบรมมาโดยเฉพาะ เพื่อให้มีความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติหน้าที่ สามารถเลือกวิธีปฏิบัติงาน

ที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้นักเรียนมีความรู ทักษะ และเจตคติ ดังที่ระบุไว้ในจุดประสงค์การสอน ครูต้องมี
การฝึกฝนด้านการสอนอยูเสมอเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในการทำงานเช่นเดียวกับวิชาชีพชั้นสูง

อื่นๆ และต้องมีมาตรฐานของวิชาชีพ การที่ครูสามารถปฏิบัติงานการสอนไดดีขึ้นอยู่กับความสามารถ

ื่
ในการผสมผสานศาสตร์ว่าด้วยการสอนกับศิลปะของการสอนเขาด้วยกันเพอให้เกิดประสิทธิผลของการ
สอนสูงสุด ซึ่งต้องมีความพร้อมที่จะปฏิบัติงานได้ทันที และมีศักยภาพสูงในการพัฒนาตนเองให้เข้ากับ

ลักษณะงานทั้งด้านวิชาการและวิชาชีพ รวมถึงความเข้าใจในผลกระทบทางด้านต่างๆ ที่มีต่อสังคม โดย

ต้องปฏิบัติตนอย่างมืออาชีพ มีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายและ
วิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยด้านมุ่งจัดการศึกษาพระพุทธศาสนา บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ พัฒนา

๒๒๑
จิตใจและสังคม
กระบวนการการจัดการเรียนการสอนนับว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้สอนต้องตระหนักในการจัด

วางแผนการสอนระยะยาวและระยะสั้นให้สอดคลองกัน รวมทั้งการพิจารณารายละเอียดของ
องค์ประกอบในการจัดการเรียนการสอน นับตั้งแต่การเข้าใจหลักการและทฤษฎีของวิชาที่ทำการสอน

การเลือกหรือสร้างสรรค์วิธีการสอน และเทคนิคการสอน รวมทั้งความเข้าใจกระบวนการพัฒนา












๒๒๐ สัมภาษณ์ กิตติศักดิ์ ณ สงขลา, หัวหน้าภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยวิทยา, เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๒.
๒๒๑ สัมภาษณ์ พระวิทวัส ปภสฺสรญาโณ, อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรพุทธศาสตร์บัณฑิตสาขาวิชา

สังคมศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยวิทยา วิทยาลัยสงฆ์พระพุทธชินราช, เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม
๒๕๖๓.

๑๙๘


หลักสูตร สื่อการสอน บทบาทของผู้สอนและผู้เรียน รวมทั้งลักษณะของการเรียนรูที่ผู้เรียนควรมีโอกาส
๒๒๒
ในการจัดการเรียนรูอย่างครบวงจร

หลักสูตรสังคมศึกษาและการจัดการเรียนการสอน มีเนื้อหาและโครงสร้างที่ได้นำมาจาก
ส่วนกลาง จะไม่ค่อยสอดคล้องกับท้องถิ่น เนื่องด้วยการจัดการด้านหลักสูตรการเรียนการสอนของ

ส่วนกลาง มีผู้เชี่ยวชาญอยู่จำนวนมาก จึงมีความหลากหลายในการจัดการบริหารหลักสูตรต่างๆ ส่วน
ใหญ่จะจัดการหลักสูตรตามสภาพ มาตรฐานสากลทั่วไป ตามสภาพพื้นที่ของส่วนกลาง แต่เนื่องด้วย

ส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นมีความแตกต่างกันในเรื่องของภูมิศาสตร์ วัฒนธรรมประเพณี การเป็นอยู่มี

ความแตกต่างกัน จึงส่งผลให้การจัดการในเรื่องหลักสูตรการเรียนการสอนต่างๆ จากส่วนกลางไม่มี
ี่
๒๒๓
ความสอดคล้องกันในด้านภูมิศาสตร์กายภาพมากเท่าทควร

ด้านการประเมินหลักสูตร ยังไม่มีความพร้อม เนื่องด้วยสาขาวิชาสังคมศกษา เป็นสาขาที่มี
การพัฒนาอย่างต่อเนื่องและแพร่หลายไปทั่วทุกภูมิภาค ตามที่เห็นและได้มีการเปิดสอน ตามสถาบัน

ต่างๆ ทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบัน ดังนั้น จึงจำเป็นที่
จะต้องมีการประเมินหลักสูตรเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการเปลี่ยนแปลงของ

สังคมปัจจุบัน แต่ด้วยความที่บุคลากรด้านสาขาวิชาสังคมศึกษามีไม่เพียงพอต่อความต้องการของ

มหาวิทยาลัย เนื่องด้วยมหาวิทยาลัยได้เปิดหลักสูตรสาขาวิชาที่ได้กล่าวมาเบื้องต้นนี้ ค่อนข้างเยอะมาก
ตามภูมิภาคต่างๆ จึงส่งผลให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ในด้านสาขาวิชา

สังคมศึกษาไปประจำในส่วนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า ทำให้ขาดบุคลากรด้านการประเมินหลักสูตร

๒๒๔
ทางด้านสังคมศึกษา
ด้านหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน ไม่สามารถจะบูรณาการหลักสูตรกับท้องถิ่น

เนื่องด้วยทรัพยากรของมหาวิทยาลัยมีอยู่อย่างจำกัด ทำให้บุคลากรที่มีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบที่













๒๒๒ สัมภาษณ์ กิตติศักดิ์ แท่งทอง, อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรพุทธศาสตร์บัณฑิตสาขาวิชาสังคมศึกษา

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยวิทยา วิทยาลัยสงฆ์พระพุทธชินราช, เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๓.
๒๒๓ สัมภาษณ์ รศ.ดร.สุพรต บุญอ่อน, อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรพุทธศาสตร์บัณฑิตสาขาวิชาสังคม
ศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยวิทยา เขตนครสวรรค์, เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓.

๒๒๔ สัมภาษณ์ พระครูสิริภูรินิทัศน์ ผศ., อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรพุทธศาสตร์บัณฑิตสาขาวิชาสังคม
ศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยวิทยา เขตนครสวรรค์, เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓.

๑๙๙


มีความเกี่ยวข้องในการจัดการหลักสูตร ไม่กล้าที่จะเข้าร่วมตอบปัญหา ข้อซักถามกับท้องถิ่น จึงส่งผล
๒๒๕
ให้เกิดปัญหาด้านการพัฒนาหลักสูตรไม่ค่อยจะต่อเนื่องหรือดีขึ้น

การปรับปรุงเนื้อหาหลักสูตรให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมยังมีน้อย เกินไป๔

เนื่องด้วยหลักสูตรสาขาวิชาสังคมศึกษาเป็นสาขาวิชาที่ว่าด้วยการเมืองการปกครอง ความสัมพนธ์
ระหว่างประเทศและการบริหารจัดการภาครัฐต่างๆ ซึ่งทำให้มีความสอดคล้องกับการ เปลี่ยนแปลงใน
ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองปัจจุบัน แต่เนื่องด้วยหลักสูตรที่ได้เขียนไว้นั้นยังขาดผู้มีความเชี่ยวชาญ

ด้านสาขาเฉพาะทาง เข้าไปปรับปรุงเนื้อหาอย่างจริงจัง จึงส่งผลกระทบต่อการปรับปรุงแก้ไขเนื้อหา

๒๒๖
อย่างต่อเนื่องและทำให้เนื้อหาไม่สอดคล้องกบการเปลี่ยนแปลงในสังคมปัจจุบัน

ความไม่พร้อมของอาจารย์ประจำหลักสูตร เนื่องด้วยระบบการศึกษาไทยยังไม่มีการวาง

มาตรการที่รัดกุมในด้านการจัดการเรียนการสอนที่ตรงสาขาวิชาอย่างชัดเจนโดยใช้การอนุโลมมากกว่า
ปฏิโลม จึงทำให้การจัดการเรียนการสอนไม่ค่อยจะตรงสาขาวิชามากเท่าที่ควร เช่น สาขาวิชาสังคม

ศึกษา สามารถสอนวิชาสาขาสังคมศึกษาได้จึงส่งผลให้อาจารย์ผู้สอนไม่ค่อยมีความชำนาญในสาขาวิชา
สังคมศึกษา อาจทำให้ผู้เรียนได้รับความรู้ไม่ค่อยกระจ่างชัดเจนเท่าที่ควร
๒๒๗

การพัฒนาสื่อการสอนในรายวิชายังไม่เพียงพอต่อความต้องการ เพราะการถ่ายทอด
สาขาวิชาความรู้ด้านสังคมศึกษานอกจากจะมีความรู้เป็นทุนพื้นฐานแล้ว ยังต้องมีเทคนิคในการ

ถ่ายทอดให้แก่นักศึกษาอีกด้วย แต่เนื่องด้วยสภาพปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี

อยู่ตลอดเวลา อาจารย์ผู้สอนที่อยู่ในสายการสอนมายาวนานส่วนใหญ่จะใช้เทคโนโลยีในการ ถ่ายทอด
แบบเดิมๆ ไม่ได้มีการปรับตัวเช้าสู่สภาพการเปลี่ยนแปลงชองสังคมเท่าที่ควร จึงส่งผลให้ ความไม่

๒๒๘
ต่อเนื่องในการพัฒนาสื่อการสอนมากนัก
การปรับปรุงหลักสูตรและพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคม

สาขาวิชาสังคมศึกษาเป็นอีกสาขาหนึ่ง ที่ได้มีความเกี่ยวข้องกับสภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมืองปัจจุบัน






๒๒๕ สัมภาษณ์ พระมหาอาวรณ์ ชัยประสิทธ์ ดร., อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรพุทธศาสตร์บัณฑิตสาขาวิชา
สังคมศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยวิทยา วิทยาเขตเชียงใหม่, เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓.
๒๒๖ สัมภาษณ์ พระครูสิริปริยัตยาภิรัต ดร., อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรพุทธศาสตร์บัณฑิตสาขาวิชา

สังคมศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยวิทยา วิทยาเขตเชียงใหม่, เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓.
๒๒๗ สัมภาษณ์ ผศ.ฉวีวรรณ สุวรรณาภา, อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรพุทธศาสตร์บัณฑิตสาขาวิชา
สังคมศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยวิทยา วิทยาเขตแพร่, เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๓.

๒๒๘ สัมภาษณ์ ผศ.นวัชโรจน์ อินเต็ม, อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรพุทธศาสตร์บัณฑิตสาขาวิชาสังคม
ศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยวิทยา วิทยาเขตแพร่, เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๓.

๒๐๐


ี่
ซึ่งการพัฒนาหลักสูตรจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะให้มีความสอดคล้องกับสามประเด็นหลักทได้กล่าวมา แต่ที่
ผ่านมาการปรับปรุงหลักสูตรยังไม่สอดรับกับความต้องการของสังคมเท่าที่ควร เนื่องด้วยขาดบุคลากร

ผู้เชี่ยวชาญที่ตรงสาขาวิชามีไม่เพียงพอ ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในหลักสูตร
๒๒๙
ดังกล่าว

การกำหนดการวางแผนในการจัดกิจกรรมตามหลักสูตรยังไม่เต็มศักยภาพ การวางแผนการ
ทำงานเป็นสิ่งที่ทุกๆ คนต้องยึดเป็นหลักแนวทางเดียวกัน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ที่ตั้งไว้ตามแผน

นั้นๆ แต่ในทางกลับกันไม่เป็นเช่นนั้น เนื่องด้วยนโยบายการวางแผนการจัดกิจกรรมต่างๆ ของผู้บริหาร

๒๓๐
ไม่มีความชัดเจน ส่งผลกระทบต่อผู้ที่นำนโยบายไปปฏิบัติ
ความไม่พร้อมในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการเรียนการสอน ปัจจุบันได้มี

วิวัฒนาการการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกปัจจุบัน ในด้านเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว จนทำให้องค์กรหรือ
หน่วยงานต่างๆ แทบตามไม่ทัน โดยเฉพาะวงการทางการศึกษาที่มีความเกยวข้องอย่างมาก ในด้านการ
ี่
จัดการเรียนการสอนที่จะนำเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเข้าไปปรับปรุง การจัดการเรียนการสอนใน
สถานศึกษาของตน แต่เนื่องด้วยบุคลากรยังขาดประสบการณ์ในการใช้เครื่องมือต่างๆ เหล่านี้จึงส่งผล

๒๓๑
ให้การพัฒนาด้านการเรียนการสอนไม่สอดคล้องกับสภาพปัจจุบันเท่าที่ควร
ระบบการประชาสัมพันธ์และวิธีการเรียนและวิธีการสอน ยังจะต้องฝึกอบรมให้มากขึ้น

เพราะการประชาสัมพันธ์เป็นอีกเครื่องมือหนึ่ง ที่จะทำให้ผู้รับสารเข้าถึงข้อมูลได้อย่างถูกต้องชัดเจน

ดังนั้น ผู้ที่จะเป็นผู้ส่งสารหรือประชาสัมพันธ์จึงต้องมีความรู้เป็นพื้นฐานในข้อมูลนั้นๆ หัวใจหลักที่
สำคัญอย่างมากที่อยู่ในระบบขององค์กร หากองค์กรใดขาดระบบการรวบรวมข้อมูลที่ดีจะส่งผลให้เกิด

ปัญหาด้านการพัฒนาองค์กรต่อไป องค์กรที่ขาดการรวบรวมข้อมูล อาจสืบเนื่องมาจากปัญหาด้าน

บุคลากรไม่มีความเชี่ยวชาญในสายอาชีพของตน หรือไม่ก็องค์กรยังไม่มีฐานข้อมูลในการจัดเก็บที่
๒๓๒
เพียงพอในด้านเทคโนโลยีต่างๆ






๒๒๙ สัมภาษณ์ ผศ.จักรแก้ว นามเมือง, อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรพุทธศาสตร์บัณฑิตสาขาวิชาสังคม
ศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยวิทยา วิทยาเขตพะเยา, เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๓.
๒๓๐ สัมภาษณ์ ผศ. มงคลกิตติ์ โวหารเสาวภาคย์, อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรพุทธศาสตร์บัณฑิต

สาขาวิชาสังคมศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยวิทยา วิทยาเขตพะเยา, เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๓.
๒๓๑ สัมภาษณ์ ประเด่น แดนปิง, อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรพุทธศาสตร์บัณฑิตสาขาวิชาสังคมศึกษา
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยวิทยา วิทยาลัยสงฆ์ลำพูน, เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๓.

๒๓๒ สัมภาษณ์ พระราชสุตาภรณ์ รศ.ดร., คณบดีคณะครูศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย, เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๓.

๒๐๑



การจัดกิจกรรมไมมีความสอดคล้องกับความต้องการของชุมชนรอบๆ การจัดกิจกรรมต่างๆ
ภายในองค์กร นอกจากจะสร้างความรักความสามัคคีภายในแล้ว ยังต้องสร้างความผูกพันที่บุคลากรมี

ต่อองค์กรอีกด้วย แต่เนื่องด้วยผู้บริหารจัดการเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมต่างๆ มีความเคยชินอยู่แต่ใน
ส่วนกลางมากกว่า จึงทำให้ไม่มีความรู้ด้านวัฒนธรรมของชุมชนมากเท่าที่ควร จึงส่งผลให้การจัด

๒๓๓
กิจกรรมต่างๆ ไม่มีความสอดคล้องกับชุมชนโดยรอบมากนัก
สรุปสภาพการบริหารหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา มหาวิทยาลัย

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ด้านหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน ดังนี้

หลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนเป็นกระบวนการที่เกี่ยวเนื่อง ต้องจัดเนื้อหาสาระ

และกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้สอนและผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่าง

ระหว่างบุคคลหรือความถนัด เพ่อให้มีความเชี่ยวชาญ สามารถเลือกวิธีปฏิบัติงานที่เหมาะสม มีความรู

ทักษะ และเจตคติ ในการทำงานต้องมีมาตรฐานของวิชาชีพ สามารถผสมผสานศาสตร์ว่าด้วยการสอน

กับศิลปะของการสอนเขาด้วยกันเพื่อให้เกิดประสิทธิผลของการสอนสูงสุด ในการพัฒนาตนเอง โดย
ต้องปฏิบัติตนอย่างมืออาชีพ มีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ กระบวนการการจัดการ

เรียนการสอนนับว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้สอนต้องตระหนักในการจัดวางแผนการสอน นับตั้งแต่การเข้าใจ

หลักการและทฤษฎีของวิชาที่ทำการสอน การเลือกหรือสร้างสรรค์วิธีการสอน และเทคนิคการสอน
รวมทั้งความเข้าใจกระบวนการพัฒนาหลักสูตร สื่อการสอน บทบาทของผู้สอนและผู้เรียน รวมทั้ง

ลักษณะของการเรียนรูที่ผู้เรียนควรมีโอกาสในการจัดการเรียนรูอย่างครบวงจร โดยการจัดการเรียนรู้

แนวบูรณาการจัดกิจกรรมเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญและมีขั้นตอนในการพัฒนาหลักสูตร อาทิ จัดทำปฎิทิน
กำหนดการสอนตลอดปีเป็น ๒ ภาคเรียน จัดทำแผนการสอนแบบบูรณาการในการจัดการเรียนการ

สอน มีการวิเคราะห์แผนการสอนก่อนทุกครั้ง ปฏิบัติการสอนแล้วบันทึกพฤติกรรมผู้เรียนและผลที่ได้
จากการจัดกิจกรรมทุกครั้ง มีการนิเทศการสอนโดยครูหัวหน้าฝ่าย มีการประเมินผล คือ ประเมินผล

สังเกตการทำกิจกรรมระหว่างเรียนและประเมินผลโดยการใช้แบบประเมินรายงานพัฒนาภาคเรียนละ

๒ ครั้ง
















๒๓๓ สัมภาษณ์ ประภัสสร ไชยชนะใหญ่, อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรพุทธศาสตร์บัณฑิตสาขาวิชาสังคม
ศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยวิทยา วิทยาลัยสงฆ์ลำพูน, เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๓.

๒๐๒


๔.๑.๒ สภาพการบริหารหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทยาลัย ด้านการบริหารบุคลากร ดังนี้

การบริหารงานบุคลากร เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อองค์กร เพราะถ้าองค์กรมีการ
บริหารจัดการบุคลากรดีและมีประสิทธิภาพแล้ว องค์กรนั้นย่อมเกิดการพฒนา และองค์กรที่มีบุคลากร

ที่มีความรู้ความสามารถและทักษะที่ดีแล้วย่อมทำให้องค์กรไปสู่จุดมุ่งหมายได้อย่างแท้จริง การ
บริหารงานบุคล คือ ภารกิจหน้าที่ที่สำคัญประการหนึ่งของผู้บริหาร ที่ใช้ทั้งศาสตร์และศิลปะในการจัด

วางแผนกำลังคน การสรรหา คัดเลือก และการบรรจุบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับ

ื่
ตำแหน่งงานพร้อมทั้งสามารถใช้ประโยชน์ให้เกิดผลสูงสุด ธำรงรักษาและพัฒนาบุคคลเหล่านั้นเพอ
ผลสำเร็จขององค์การ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรหรือเป็นกิจกรรมการออกแบบเพื่อสร้าง

ความร่วมมือของบุคลากรในหน่วยงานนั้นๆ ให้บรรลุเป้าหมาย
๒๓๔
ความสำคัญของการบริหารงานบุคลากร เป็นงานหนึ่งที่มีความสำคัญยิ่งในกระบวนการ

บริหาร เพราะบุคลากรเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด เพราะความอยู่รอดขององค์การขึ้นอยู่กับบุคลากร
เพราะการบริหารงานบุคลากรเป็นสื่อกลางในการผสานกับแผนกต่างๆ เพื่อแสวงหาวิธีการ ให้ได้

บุคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ามาทำงานในองค์การ เมื่อองค์การได้บุคคลที่มีคุณสมบัติดังกล่าว

ย่อมทำให้องค์การเจริญเติมโต และพัฒนายิ่งขึ้น
๒๓๕
การบริหารบุคลากรสาขาสังคมศึกษา มี ๑) การเตรียมการสำหรับอาจารย์ใหม่ ๒) การ

พัฒนาความรู้และทักษะให้แก่คณาจารย์ ๓) การบริหารคณาจารย์ ๔) การบริหารบุคลากรสนับสนุน
การเรียนการสอน ๕) การสนับสนุนและการให้คำแนะนำนิสิต ๖) ความต้องการของตลาดแรงงาน

สังคม และหรือความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิต สำหรับบัณฑิตสาขาวิชาสังคมศึกษา สามารถประกอบ

วิชาชีพครูทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งปัจจุบันแนวโน้มการขาดครูกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาสูงขึ้น
เรื่อยๆ เนื่องจากมีผู้ศึกษาสาขาวิชาอื่นๆ ตามค่านิยมของสังคม นอกจากนี้ บัณฑิตที่จบสาขาวิชาสังคม

ศึกษา สามารถประกอบอาชีพอื่นๆ ที่เกี่ยวกับสังคมศึกษา และทางการศึกษา ทั้งภาครัฐและเอกชน

สำหรับความพงพอใจของผู้ใช้บัณฑิต คณะจัดให้มีการสำรวจความต้องการแรงงานและความพึงพอใจ

ของผู้ใช้บัณฑิต เพื่อนำข้อมูลมาใช้ประกอบการปรับปรุงหลักสูตร รวมถึงการศึกษาข้อมูลวิจัยอน
เกี่ยวเนื่องกบการประมาณความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อนำมาใช้ในการวางแผนการรับนิสิตและ

๒๓๖
พัฒนาหลักสูตรต่อไป




๒๓๔ สัมภาษณ์ พระครูสิริปริยัตยาภิรัต ดร., อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓.

๒๓๕ สัมภาษณ์ ผศ.ฉวีวรรณ สุวรรณาภา, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๓.
๒๓๖ สัมภาษณ์ ผศ.นวัชโรจน์ อินเต็ม, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๓.

๒๐๓


การสร้างเครือข่ายภายนอกมหาวิทยาลัยยังมีข้อจำกัด เนื่องด้วยการจัดกิจกรรมต่างๆ ของ
องค์กร ยังเข้าไม่ถึงศิษย์เก่ามากเท่าที่ควร เพราะการสร้างเครือข่ายนั้นจำเป็นอย่างมากที่จะต้องอาศัย

ศิษย์ที่จบการศึกษาออกไปแล้ว เพราะบุคคลเหล่านี้จะอยู่ในสังคมที่กว้างกว่าบุคลากรที่อยู่ภายใน
๒๓๗
องค์กร ดังนั้น องค์กรต้องอาศัยบุคคลเหล่านี้เป็นตัวขับเคลื่อนในการสร้างเครือข่าย

ระบบการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ยังต้องส่งเสริมอีกมาก เช่น ผลงานทางวิชาการ เอกสาร
ประกอบการสอน ตำรางานวิจัย เป็นต้น องค์กรยังไม่มีระเบียบที่เข้มงวดชัดเจนเท่าที่ควร ในเรื่อง

นโยบายด้านการผลิตตำราเรียน หรือผลงานวิจัยด้านต่างๆ จึงส่งผลให้บุคลากรไม่ค่อยที่จะสนใจในการ

ผลิตงานวิจัยมากนัก และเป็นปัญหาตามมา คือ บุคลากรไม่ค่อยมีทักษะในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ส่งผล
กระทบในการพัฒนาการด้านการเรียนการสอนอย่างมาก
๒๓๘

การจัดการประชุมในสาขาวิชาสังคมศกษามีน้อยมาก ผู้บริหารสายการบังคับบัญชา ยังไม่มี

ความรู้ความสามารถในด้านสาขาวิชาสังคมศึกษามากเท่าที่ควร อาจจะเป็นเพราะจบไม่ตรงสาย

สาขาวิชาที่ตนเป็นผู้บริหาร จึงส่งผลให้การจัดการประชุมแต่ละครั้งค่อนข้างน้อย อาจจะรวมไปถึง
สถานที่ประชุมยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ หรือสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวยและหรือบุคลากร

สายสาขาวิชาสังคมศึกษายังขาดการให้ความร่วมมือเท่าที่ควร
๒๓๙
การจำแนกหน้าที่และบทบาทของคณะกรรมการไม่ชัดเจนมากนัก เนื่องด้วยสภาพปัจจุบัน

ได้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การปฏิบัติงานของบุคลากรก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนไปบ้าง ตามสาย

งานที่มีความชำนาญแต่ละบุคคล จึงส่งผลให้การจัดบุคคลให้ตรงกับสายงานที่เหมาะสมไม่ค่อยตรงตาม
สายงานที่ปฏิบัติ เนื่องจากยังมีการยึดติดในตำแหน่งเดิมๆ อยู่ ส่งผลให้การจำแนกหน้าที่และบทบาท

๒๔๐
การทำงานไม่ค่อยจะทันกับสภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคม
การสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานมีน้อย การทำงานไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนจะหนักหรือเบา จะ

ยากหรือง่าย หรือจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้หรือไม่ สิ่งหนึ่งที่เป็นปัจจัยในการขับเคลื่อนให้งาน


เหล่านี้สำเร็จได้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ก็คอแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน ฉะนั้น ผู้บริหารควรตระหนักให้
ดีว่าองค์กรได้สร้างความมั่นใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรมากน้อยแค่ไหน มีผลตอบแทนที่ให้ความ










๒๓๗ สัมภาษณ์ กิตติศักดิ์ ณ สงขลา, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๒.
๒๓๘ สัมภาษณ์ พระครูโสภณพุทธิศาสตร์ ผศ.ดร., อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๓.

๒๓๙ สัมภาษณ์ รศ.ดร.สุพรต บุญอ่อน, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓.
๒๔๐ สัมภาษณ์ พระครูสิริภูรินิทัศน์ ผศ., อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓.

๒๐๔


คุ้มค่าอย่างไร ปฏิบัติงานอยู่กับองค์กรมานานแล้วได้รับการประเมินผลให้รับตำแหน่งที่มีความก้าวหน้า
๒๔๑
ไหม เป็นต้น

ความคล่องตัวในการทำงานอย่างต่อเนื่องยังไม่สามารถพัฒนาได้เต็มที่ บางครั้งการทำงาน
ของบุคลากรต้องแบ่งหน้าที่อย่างชัดเจน เพื่อให้การทำงานของบุคลากรมีความคล่องตัวมากขึ้น แต่

ในทางกลับกันหากองค์กรยังมีการแบ่งงานไม่ชัดเจน อาจส่งผลให้การทำงานไม่ต่อเนื่อง อาจจะทำให้
บุคลากรไม่มีอิสระในทางความคิดที่จะสร้างสรรค์ผลงาน และอาจจะทำให้การพัฒนาองค์กรมีความ

๒๔๒
ล่าช้าลงได้
ความรู้ความสามารถในการบริหารระบบสารสนเทศ เนื่องด้วยบุคลากรที่รับการสรรหาเข้า

มาใหม่ ยังไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน ยังขาดความรู้ความสามารถเฉพาะทาง เนื่องด้วยสาขาวิชาที่

เรียนมาอาจจะยังไม่ตรงกับสภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคม ด้านเทคโนโลยี ดังนั้น บุคลากรจะต้องมี
การเข้ารับการฝึกอบรมเพมเติมในหลักสูตรต่างๆ ที่ทางองค์กรได้จัดขึ้น หรือสามารถเรียนรู้ในหลักสูตร
ิ่
๒๔๓
ภายนอกด้วยตนเอง
ไม่มีคู่มือภาระงานที่ชัดเจน บุคลากรยังขาดประสบการณ์ในการจัดทำคู่มือ เนื่องด้วยขาด

การเอาใจใส่ เพราะบางครั้งยังมีแนวความคิดการทำงานหลัก หรืองานเร่งด่วน เป็นงานที่สำคัญกว่าจึง
ลืมไปว่างานด้านจัดทำคู่มือเกี่ยวกับภาระงานก็มีความสำคัญมากเหมือนกัน หรือบางครั้งบุคลากรมีไม่


เพียงพอต่อการจัดทำคู่มอภาระงาน รวมไปถึงการขาดทักษะในการปฏิบัติงานจึงทำให้คู่มือภาระงานไม่
ชัดเจน
๒๔๔
ระบบการประเมินบุคลากรสายวิชาการ บุคลากรสายวิชาการจะมีการพัฒนามากหรือน้อย

ส่วนหนึ่งก็มาจากการศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองทั้งภายในองค์กรและภายนอกองค์กร แล้วแต่ความ
สะดวกของแต่ละบุคคล แต่จะให้บุคลากรสายวิชาการเป็นบุคคลที่มีวินัยในการพัฒนาตนเองให้เพมมาก
ิ่
ขึ้น องค์กรควรจัดให้มีการประเมินอยู่อย่างต่อเนื่อง เพราะจะทำให้บุคลากรสายวิชาการมีการตื่นตัวอยู่

ตลอดเวลาในการพัฒนาตนเอง ในด้านการหาความรู้ใหม่ๆ เพื่อนำมาถ่ายทอดให้แก่นิสิตนักศึกษา แต่
ในทางกลับกันหากองค์กรยังขาดผู้เชี่ยวชาญในการประเมินผล ในด้านสายวิชาการอาจส่งผลให้ไม่บรรลุ

๒๔๕
วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ได้




๒๔๑ สัมภาษณ์ พระมหาอาวรณ์ ชัยประสิทธ์ ดร., อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓.
๒๔๒ สัมภาษณ์ ผศ.จักรแก้ว นามเมือง, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๓.
๒๔๓ สัมภาษณ์ ผศ. มงคลกิตติ์ โวหารเสาวภาคย์, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๓.

๒๔๔ สัมภาษณ์ ประเด่น แดนปิง, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๓.
๒๔๕ สัมภาษณ์ ประภัสสร ไชยชนะใหญ่, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๓.

๒๐๕


วุฒิการศึกษาตามสาขาวิชาตามที่ สกอ. กำหนดยังต้องเพิ่มเติม ปัจจุบันสาขาวิชาสังคม
ศึกษาได้มีบทบาทในวงการศึกษาไทยในระดับอุดมศึกษามาก จะเห็นได้ว่าทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐและ

เอกชนได้มีการเปิดหลักสูตรดังกล่าวค่อนข้างมาก ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอกจึงทำให้
บุคลากรสายสาขาวิชาสังคมศึกษามีผู้จบการศึกษาในแต่ละปีค่อนข้างมาก จึงทำให้มีอาจารย์สาขา

ดังกล่าวเข้าไปมีบทบาทในสาขาวิชาสังคมศกษามาก เพราะเป็นสาขาวิชาที่มีความใกล้เคียงกัน จึงส่งผล

ให้การศึกษาไม่เกิดผลสัมฤทธิทางการเรียนการสอนตามที่ สกอ. กำหนด
๒๔๖
ผลงานวิชาการของอาจารย์ประจำยังไม่มีการผลิตและเผยแพร่ต่อสาธารณะ การเผยแพร่

สื่อต่างๆ ที่เป็นผลงานทางวิชาการนั้น จะต้องได้รับการยอมรับจากสังคมวิชาการก่อน จึงจะสามารถ
เผยแพร่ได้ เนื่องด้วยอาจารย์ประจำหลักสูตรยังไม่มีการพัฒนาด้านการผลิตผลงานวิจัยมากนัก สาเหตุ

อาจมาจากการที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากส่วนกลางตามที่ต้องการจึงทำให้บุคลากร ไม่มีแรงจูงใจที่จะ
๒๔๗
ผลิตผลงานทางวิชาการออกสู่สาธารณะได้

สรุปสภาพการบริหารหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา มหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ด้านการบริหารบุคลากร ดังนี้


การบริหารงานบุคลากร ของหลักสูตรเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อองค์กร เป็นงาน
หนึ่งที่มีความสำคัญยิ่งในกระบวนการบริหาร เพราะบุคลากรเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด เพราะความ

อยู่รอดขององค์การขึ้นอยู่กับบุคลากร เพราะการบริหารงานบุคลากรเป็นสื่อกลางในการผสานกับแผนก

ต่างๆ เพื่อแสวงหาวิธีการ ให้ได้บุคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ามาทำงานในองค์การ เมื่อองค์การได้
บุคคลที่มีคุณสมบัติดังกล่าว ย่อมทำให้องค์การเจริญเติมโตและพัฒนายิ่งขึ้น การบริหารบุคลากรสาขา

สังคมศึกษา สำหรับบัณฑิตสาขาวิชาสังคมศึกษา ซึ่งปัจจุบันแนวโน้มการขาดครูกลุ่มสาระการเรียนรู้

สังคมศึกษาสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีผู้ศึกษาสาขาวิชาอื่นๆ ตามค่านิยมของสังคม นอกจากนี้ บัณฑิตที่
จบสาขาวิชาสังคมศึกษา สามารถประกอบอาชีพอื่นๆ ที่เกี่ยวกับสังคมศึกษา และทางการศึกษา ทั้ง

ภาครัฐและเอกชน การสร้างเครือข่ายภายนอกมหาวิทยาลัยยังมีข้อจำกัด เนื่องด้วยการจัดกิจกรรม
ต่างๆ ขององค์กร ยังเข้าไม่ถึงศิษย์เก่ามากเท่าที่ควร เพราะการสร้างเครือข่ายนั้นจำเป็นอย่างมากที่


จะต้องอาศัยศษย์ที่จบการศึกษาออกไปแล้ว เพราะบุคคลเหล่านี้จะอยู่ในสังคมที่กว้างกว่าบุคลากรที่อยู่
ภายในองค์กร ดังนั้น องค์กรต้องอาศัยบุคคลเหล่านี้เป็นตัวขับเคลื่อนในการสร้างเครือข่าย เนื่องด้วย
สภาพปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จึงส่งผลให้การจัดบุคคลให้ตรงกับสายงานที่เหมาะสม

ไม่ค่อยตรงตามสายงานที่ปฏิบัติ เนื่องด้วยสาขาวิชาที่เรียนมาอาจจะยังไม่ตรงกับสภาพการ





๒๔๖ สัมภาษณ์ กิตติศักดิ์ แท่งทอง, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๓.
๒๔๗ สัมภาษณ์ พระวิทวัส ปภสฺสรญาโณ, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๓.

๒๐๖


เปลี่ยนแปลงของสังคม ด้านเทคโนโลยี ดังนั้น บุคลากรจะต้องมีการเข้ารับการฝึกอบรมเพิ่มเติมใน

หลักสูตรต่างๆ ที่ทางองค์กรได้จัดขึ้น เพราะจะทำให้บุคลากรมีความตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาในการพฒนา

ตนเอง ในด้านการหาความรู้ใหม่ๆ เพื่อนำมาถ่ายทอดให้แก่นิสิตนักศกษา
๔.๑.๓ สภาพการบริหารหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในด้านการส่งเสริมงานวิชาการ (เอกสาร ตำราเรียน
หลักสูตร) ดังนี้


การบริหารงานวิชาการมีความสำคัญมากในการบริหารของสถานศึกษา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่
เกี่ยวกับการเรียนการสอน หรือการดำเนินงานทุกชนิดในสถานศึกษา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปรับปรุง

พัฒนาการเรียนการสอนให้เกิดผลตามเป้าหมายของหลักสูตรอย่างมีประสิทธิภาพ การประเมินผลให้ดี

ขึ้น เพื่อให้เป็นไปตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตร และให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้เรียน
๒๔๘
การบริหารงานวิชาการมีความสำคัญ เพราะการที่สถานศึกษาจะประสบความสำเร็จได้นั้น

ด้านการบริหารงานวิชาการต้องต้องมีการบริหารให้เกิดประสิทธิภาพ เนื่องจากวัตถุประสงค์ของ
สถานศึกษาที่จัดตั้งมานั้นเพื่อมุ่งการจัดการเรียนการสอน และงานวิชาการเป็นงานที่ตอบสนองการจัด

๒๔๙
การศึกษาในสถานศึกษาและบุคลากรทุกระดับของสถานศึกษาให้ไดผลผลิตที่มีคุณภาพ
ในการบริหารงานวิชาการจะต้องมีหลักการและวิธีการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดความคล่องตัว

ในการบริหาร ดังนั้น ในหลักการเบื้องต้นของการบริหารจึงต้องมีข้อความชัดเจนในเรื่องต่าง ๆ ที่ต้อง
คำนึงถึงองค์ประกอบที่สำคัญของงานวิชาการ ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตร การจัดกิจกรรมการเรียนการ

สอน การพัฒนาสื่อนวัตกรรมการเรียนการสอน และการจัดประเมินการเรียนการสอน หลักการเหล่านี้

เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพ
๒๕๐
ในการจัดและพัฒนาคุณภาพการศึกษาต่อไป

สภาพการบริหารงานของวิทยาเขตนครสวรรค์ ด้านการส่งเสริมวิชาการ เมื่อพิจารณา การ
บริการวิชาการและถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนาแก่ชุมชนและสังคมมีหลายรูปแบบ การ

บริการวิชาการมี การพัฒนาทางสังคมและวัฒนธรรมที่มีต่อพันธกิจของมหาวิทยาลัยที่มุ่งสู่ความเป็น

เลิศในการจัดการศึกษาพระพุทธศาสนา บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ พัฒนาจิตใจและสังคม และมุ่ง
ธำรงปณิธานในการศึกษาพระไตรปิฎกและวิชาชั้นสูงสำหรับพระภิกษุสามเณรและคฤหัสถ์ เพื่อผลิต






๒๔๘ สัมภาษณ์ พระราชสุตาภรณ์ รศ.ดร., อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๓.

๒๔๙ สัมภาษณ์ กิตติศักดิ์ ณ สงขลา, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๒.
๒๕๐ สัมภาษณ์ พระครูโสภณพุทธิศาสตร์ ผศ.ดร., อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๓.

๒๐๗



บัณฑิตที่เป็นคนดีและเก่งอย่างมีสมรรถภาพ การจัดการศึกษาและวิจัยดีอย่างมีคณภาพ บริการวิชาการ
ดีอย่างมีสุขภาพ และบริหารดีอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งส่งเสริมพระพุทธศาสนาและทำนุบำรุง

ศิลปวัฒนธรรมคุณภาพและเป็นที่ยอมรับของสังคมงานวิชาการทางพระพุทธศาสนาถูกนำมาใช้ใน
๒๕๑
การศึกษาจนเกิดเป็นองค์ความรู้ใหม่และเผยแผ่สู่สังคม

การส่งเสริมวิชาการของสาขาสังคม คือ มาตรฐานวิชาการในระดับอุดมศึกษามุ่งผลิต
กำลังคนที่สนองความต้องการของท้องถิ่นและสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มี

ความยืดหยุ่นสามารถปรับตามสภาพการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจสังคมและความก้าวหน้าของ

วิทยาการ ในการจัดกิจกรรมและประสบการณ์การเรียนรู้โดยมุ่งเน้นการปฏิบัติควบคู่ทฤษฎีและยึดหลัก
ความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและชุมชน นำไปสู่การพัฒนา ก่อให้เกิดความก้าวหน้าทาง

วิชาการ และการพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถภาพในวิชาชีพ ทั้งในด้านเทคนิควิธีและการจัดการงานอาชีพ
และด้านคุณธรรมมาบูรณาการกับการเรียนการสอนและการวิจัย มีศักยภาพทางวิชาการดี มี

ความสามารถในการแก้ปัญหา ประยุกต์ใช้ความรู้กับชุมชนได้มากขึ้น มีเจตคติที่ดีต่อการรับใช้ชุมชน

๒๕๒
และสังคม ด้านการส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการวิชาการแก่สังคม
การบริการทางวิชาการแก่สังคม เป็นหนึ่งในภารกิจหลักที่พึงให้บริการทางวิชาการแก่ชุมชน

สังคม ทั้งระดับชาติในรูปแบบต่างๆ ตามความถนัดและมีความเชี่ยวชาญ การให้บริการทางวิชาการเป็น
การทำประโยชน์แก่สังคม ทั้งยังช่วยเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ของอาจารย์ อันจะนำไปสู่การบูร

ณาการการจัดการเรียนการสอนและการวิจัย การพัฒนาหลักสูตร พัฒนาตำแหน่งทางวิชาการ ของ

อาจารย์ สร้างเครือข่ายกบหน่วยงานต่างๆ ซึ่งเป็นแหล่งงานของนิสิต การบูรณาการงานบริการวิชาการ

กับการเรียนการสอนจะทำให้นิสิตมี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง มีศักยภาพทางวิชาการดี มี

ความสามารถในการแก้ปัญหา ประยุกต์ใช้ความรู้กับชุมชนได้มากขึ้น มีเจตคติที่ดีต่อการรับใช้ชุมชน
๒๕๓
และสังคม ด้านการส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการวิชาการแก่สังคม

การส่งเสริมงานวิชาการ ยังขาดเครือข่ายทางวิชาการและการเข้าร่วม การจัดกิจกรรม
ภายในองค์กรในทางวิชาการยังมีไม่มากเท่าที่ควร เช่น การสัมมนาทางวิชาการ หรือขาดการ

ประสานงานกับวิทยากรในการติดต่อเรียนเชิญมาบรรยายในกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นการสร้างเครือข่าย










๒๕๑ สัมภาษณ์ รศ.ดร.สุพรต บุญอ่อน, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓.

๒๕๒ สัมภาษณ์ พระครูสิริภูรินิทัศน์ ผศ., อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๒๐ กมภาพันธ์ ๒๕๖๓.

๒๕๓ สัมภาษณ์ พระมหาอาวรณ์ ชัยประสิทธ์ ดร., อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓.

๒๐๘


ให้สังคมวิชาการ ได้มีการพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องเล็งเห็น
ความสำคัญในจุดนี้ให้มาก เพราะจะเป็นหนทางในการพัฒนาองค์กรไปสู่ระดับที่สูงขึ้น
๒๕๔

การผลิตผลงานมีน้อย เนื่องด้วยบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถที่มีความชำนาญเฉพาะ
ทางค่อนข้างน้อย บวกกับการไม่ได้รับการสนับสนุนมากอย่างเพียงพอ จึงส่งผลให้เกิดการผลิตผลงาน

๒๕๕
ทางวิชาการมีน้อยเป็นตามลำดับ
การศึกษาดูงานในชิงวิชาการมีน้อย องค์กรส่วนกลางต้องมีแผนการที่ชัดเจน ในการจัด

การศึกษาดูงานด้านหลักสูตรว่า ในแต่ละปีนั้นจะต้องกำหนดให้องค์กรแต่ละองค์กรที่อยู่ประจำส่วน
ภูมิภาคได้เข้าร่วมการศึกษาดูงานทางวิชาการมากน้อยเท่าไหร่ กี่ครั้งต่อปี จึงจะสมดุลกับการ

เปลี่ยนแปลงทางสังคมในยุคปัจจุบัน ส่วนกลางต้องจัดทำนโยบายที่ชัดเจนจับต้องได้ เพื่อให้ทุกภาคส่วน

ยึดหลักในการปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน
๒๕๖
วิทยาเขตมีการสัมมนาวิชาการบ่อยแต่ยังขาดประสบการณ์ ขาดแรงกระตุ้น ขาดความ

สนใจ เนื่องด้วยการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ยังขาดการสนับสนุนจากส่วนกลาง จึงทำให้การ
จัดกิจกรรมต่างๆ ไม่มีความตื่นเต้น และบุคลากรส่วนภูมิภาคก็ไม่มีแรงจูงใจที่จะเข้าร่วมในกิจกรรม

ต่างๆ ที่ส่วนกลางได้จัดทำขึ้น เพราะอย่างน้อยก็ต้องได้รับการดูแลและการให้การสนับสนุนเพื่อเป็น
๒๕๗
ขวัญและกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไป

ความไม่พร้อมต่อเป้าหมายการบริการวิชาการ การผลิตผลงานทางวิชาการไม่ได้รับการ
สนับสนุนจากส่วนกลางมากนัก ส่งผลให้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถไม่อยากจะผลิตผลงานทาง

วิชาการอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพียงทำงานไปในแต่ละวัน ซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะขาดการ

๒๕๘
วางแผนเป้าหมายที่ชัดเจน
การประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญในด้านการผลิตสื่อเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เนื่องด้วย

สภาพปัจจุบันหลักสูตรทางพระพุทธศาสนายังไม่มีตลาดรองรับในการรับบุคคลที่จบสาขา

พระพุทธศาสนาเข้าทำงาน จึงส่งผลให้บุคคลทั่วไป ไม่สนใจในการที่จะเข้ารับการศกษาในสาขาดังกล่าว
จะมีก็แต่พระภิกษุสามเณรจำนวนหนึ่งเท่านั้น ฉะนั้น ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านพระพุทธศาสนา







๒๕๔ สัมภาษณ์ พระครูสิริปริยัตยาภิรัต ดร., อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓.
๒๕๕ สัมภาษณ์ ผศ.ฉวีวรรณ สุวรรณาภา, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๓.
๒๕๖ สัมภาษณ์ ผศ.นวัชโรจน์ อินเต็ม, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๓.

๒๕๗ สัมภาษณ์ ผศ.จักรแก้ว นามเมือง, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๓.
๒๕๘ สัมภาษณ์ ผศ. มงคลกิตติ์ โวหารเสาวภาคย์, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๓.

๒๐๙


โดยตรงค่อนข้างมีน้อย จึงทำให้การผลิตสื่อต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาแทบจะไม่มี
๒๕๙
เลย

การส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรสร้างผลทางวิชาการไม่ค่อยจริงจังและไม่ต่อเนื่อง การ
บริหารจัดการในส่วนกลางและวิทยาเขต ยังขาดผู้บริหารที่เข้ามาดูแลความรับผิดชอบในด้านการ

จัดสรรงบประมาณในการส่งเสริมผลงานทางวิชาการอย่างตรงไปตรงมาแบบจริงจัง จึงทำให้บุคลากรที่
มีความสนใจในการผลิตผลงานทางวิชาการไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าทควร ผลตามมาทำให้งานวิจัยและ
ี่
งานทางวิชาการต่างๆ ไม่ค่อยจะรู้สิ่งแปลกใหม่
๒๖๐
คุณภาพทางผลงานทางวิชาการระดับนานาชาติยังจะต้องส่งเสริม เพราะการผลิตผลงาน

ทางวิชาการในระดับนานาชาตินั้น ส่วนใหญ่จะได้รับการสนับสนุนเฉพาะส่วนกลางเท่านั้น เพราะ

ส่วนกลางมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในภาษาต่างประเทศมีเพียงพอ แต่ในส่วนภูมิภาคยังขาด
บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านภาษาต่างประเทศอยู่ จึงไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควร ส่งผลให้

๒๖๑
การผลิตผลงานทางด้านวิชาการระดับนานานชาติแทบจะไม่มีเลย
ความเอาใจใส่ของผู้บริหารแบบมืออาชีพมีน้อย การปฏิบัติงานของบุคลากรที่อยู่ภายใน

องค์กรส่วนหนึ่งมีความรู้จักมกคุ้นกับผู้บริหารแบบเป็นกันเองอยู่แล้ว แต่ยังมีส่วนใหญ่ที่ยังไม่รู้จักมักคุ้น

การทำงานบางครั้งจึงมีการติดขัดในด้านความคิดที่ไม่ตรงกัน จะแตกต่างกับบุคลากรที่มีความสนิทกัน

กับผู้บริหารจึงทำให้การปฏิบัติงานขาดความเอาใจใส่แบบต่อเนื่อง อาจส่งผลให้การปฏิบัติงานไม่ได้ตาม

วัตถุประสงค์ตามต้องการ
๒๖๒
สรุปสภาพการบริหารหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา มหาวิทยาลัย

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ด้านการบริหารงานวิชาการ (เอกสาร ตำราเรียน หลักสูตร) ดังนี้

การบริหารงานวิชาการในการบริหารของสถานศึกษาเกี่ยวข้องกับการ พัฒนาการเรียนการ

สอนของหลักสูตรอย่างมีประสิทธิภาพ จะต้องมีหลักการและวิธีการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดความ
คล่องตัวในการบริหาร มีความชัดเจนคำนึงถึงองค์ประกอบที่สำคัญของ การพัฒนาหลักสูตร การจัด

กิจกรรมการเรียนการสอน การพัฒนาสื่อนวัตกรรมการเรียนการสอน และการจัดประเมินการเรียนการ

สอน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพในการจัดและพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศใน






๒๕๙ สัมภาษณ์ ประเด่น แดนปิง, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๓.
๒๖๐ สัมภาษณ์ ประภัสสร ไชยชนะใหญ่, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๓.

๒๖๑ สัมภาษณ์ กิตติศักดิ์ แท่งทอง, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๓.
๒๖๒ สัมภาษณ์ พระวิทวัส ปภสฺสรญาโณ, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๓.

๒๑๐


การจัดการศึกษาพระพุทธศาสนา บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ พัฒนาจิตใจและสังคม และมุ่งธำรง
ปณิธานในการศึกษาพระไตรปิฎกและวิชาชั้นสูงสำหรับพระภิกษุสามเณรและคฤหัสถ์ เพื่อผลิตบัณฑิตที่


เป็นคนดีและเก่งอย่างมีสมรรถภาพ การจัดการศึกษาและวิจัยดีอย่างมีคณภาพ บริการวิชาการดีอย่างมี
สุขภาพ และบริหารดีอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งส่งเสริมพระพุทธศาสนาและทำนุบำรุง

ศิลปวัฒนธรรมคุณภาพและเป็นที่ยอมรับของสังคมงานวิชาการทางพระพุทธศาสนาถูกนำมาใช้ใน

การศึกษาจนเกิดเป็นองค์ความรู้ใหม่และเผยแผ่สู่สังคมทั้งในด้านเทคนิควิธีและการจัดการงานอาชีพ
และด้านคุณธรรมมาบูรณาการกับการเรียนการสอน ประยุกต์ใช้ความรู้กับชุมชนได้มากขึ้น


๔.๑.๔ สภาพการบริหารหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ด้านการวัดและประเมินผล ดังนี้


การประเมินหลักสูตรเป็นกระบวนการในการจัดเตรียมสารสนเทศสำหรับใช้ประกอบการ
ตัดสินใจเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร ปรับปรุงการบริหารหลักสูตร การเปลี่ยนแปลงหลักสูตรให้

เหมาะสมกับสภาพและความต้องการของผู้เรียน ผู้ปกครอง และสังคม ในการประเมินหลักสูตรทำได้
หลายลักษณะ การประเมินหลักสูตรเพื่อตรวจสอบสัมฤทธิ์ผลของหลักสูตร
๒๖๓

การประเมินผลหลักสูตร เป็นกระบวนการพิจารณาอย่างเป็นระบบเพื่อให้รู้ถึงคุณภาพและ
ประสิทธิภาพของหลักสูตร โดยการประเมินผลหลักสูตรต้องทำการประเมินอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทราบ

ผลดีและผลเสียของการบริหารจัดการ โดยนำข้อบกพร่องมาทำการแก้ไขปรับปรุงและพัฒนาให้ดี

๒๖๔
ยิ่งขึ้น
การประเมินหลักสูตร เป็นการพิจารณาองค์ประกอบหลักสูตรว่า มีความเหมาะสมมากน้อย

เพียงใด มีความสอดคล้องกับสภาพของสถานศึกษามากน้อยเพียงใดการวิเคราะห์ข้อมูล แล้วนำข้อมูล
มาใช้ในการตัดสินหาข้อบกพร่องหรือปัญหา เพื่อหาทางปรับปรุงแก้ไขส่วนประกอบทุกส่วนของ

หลักสูตรให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น และเมื่อได้นำหลักสูตรไปใช้แล้วบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ต้องการหรือไม่

โดยในการประเมินหลักสูตรจะใช้เครื่องมือชนิดต่างๆ ที่มีความเหมาะสมในการเก็บรวบรวมข้อมูล ทั้งนี้
ผลที่ได้จากการประเมินจะถูกนำไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น

๒๖๕
ต่อไป








๒๖๓ สัมภาษณ์ ผศ.นวัชโรจน์ อินเต็ม, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๓.

๒๖๔ สัมภาษณ์ ผศ.จักรแก้ว นามเมือง, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๓.
๒๖๕ สัมภาษณ์ ผศ.มงคลกิตติ์ โวหารเสาวภาคย์, อ้างแล้ว, วันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๓.

๒๑๑



การประเมินผลหลักสูตร จะทำให้ผู้รับผิดชอบหลักสูตรและผู้ใช้หลักสูตรเห็นจุดเด่นจุดออน
ของตน และจะเกิดแรงจูงใจในการพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งหาก

ผู้รับผิดชอบมองเห็นความสำเร็จในการนำหลักสูตรไปใช้ ก็จะทำให้เกิดแรงจูงใจหรือสร้างขวัญกำลังใจ
๒๖๖
ในการปฏิบัติงานต่อไป

การประเมินหลักสูตรนั้น มีความสำคัญมาก เพราะหลักสูตรมีความสำคัญต่อการจัดการ
เรียนการสอนในห้องเรียน กล่าวคือ ผู้สอนจะใช้หลักสูตรเป็นเสมือนแม่แบบในการดำเนินกิจกรรมการ

เรียนการสอนต่างๆ เพื่อให้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนไม่หลงทางและบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

อย่างครบถ้วน หากหลักสูตรนั้นเป็นหลักสูตรที่ดีจะสามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดทักษะการเรียนรู้ตลอด
ชีวิต เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้การนำหลักสูตรไปใช้ในการเรียนการสอนเป็นไปอย่างมี

ประสิทธิภาพ
๒๖๗
การประเมินหลักสูตร เป็นการจำแนกโดยยึดระดับของหลักสูตรเป็นเกณฑ์ การประเมิน

องค์ประกอบของหลักสูตร การประเมินหลักสูตรโดยภาพรวม โดยยึดจุดมุ่งหมายและลักษณะการใช้
ข้อมูลประกอบการตัดสินใจเป็นเกณฑ์ การประเมินเพื่อปรับปรุงหรือการประเมินความก้าวหน้า การ

ประเมินเพื่อสรุปรวม จำแนกโดยยึดช่วงเวลาที่ทำการประเมินเป็นเกณฑ์ก่อนการนำหลักสูตรไปใช้

ระหว่างการดำเนินการใช้หลักสูตร การประเมินหลักสูตรหลังการใช้หลักสูตร
๒๖๘
การประเมินหลักสูตร จะต้องพิจารณาว่าจะดำเนินการประเมินอย่างไร จึงจะทำให้ผลการ

ประเมินที่ถูกต้องตามสภาพความเป็นจริง ครอบคลุมและตอบสนองความต้องการของผู้ที่จะใช้ผล
ประเมิน
๒๖๙

เป้าหมายการให้เกรดไม่สอดคล้องกัน การเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา ส่วนใหญ่จะยึด
นิสิตนักศึกษาเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้ บางครั้งอาจทำให้หลักสูตรในการเรียนไม่สอดรับกับความ

๒๗๐

ต้องการของนักศึกษา จึงทำให้ผลผลิตบัณฑิตที่ออกมาไม่มความสมดุลกันกับความรู้และเกรดที่ได้รับ
การประชุมกลั่นกรองเกรดให้เหมาะสมยังไม่ข้อจำกัด เนื่องด้วยผู้บริหารและบุคลากรต่างมี

ภาระความรับผิดชอบในตำแหน่งหน้าที่ไม่เหมือนกัน การทำงานก็มีความแตกต่างกันในเชิงความคิดจึง







๒๖๖ สัมภาษณ์ ประเด่น แดนปิง, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๓.
๒๖๗ สัมภาษณ์ ประภัสสร ไชยชนะใหญ่, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๓.
๒๖๘ สัมภาษณ์ กิตติศักดิ์ แท่งทอง, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๓.

๒๖๙ สัมภาษณ์ พระวิทวัส ปภสฺสรญาโณ, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๓.
๒๗๐ สัมภาษณ์ พระราชสุตาภรณ์ รศ.ดร., อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๓.

๒๑๒


ส่งผลให้การประชุมหารือในเรื่องการกลั่นกรองเกรดให้กับนิสิตนักศกษาค่อนข้างจะมีความละเอยดออน



๒๗๑
ในด้านความคิด จึงทำให้การประชุมแต่ละครั้งไม่สามารถหาข้อยุติได้
วิธีการวัดตามหลักเกณฑ์มาจากส่วนกลาง เมื่อนำมาใช้วัดและประเมินผลในวิทยาเขต จึง
เกิดอุปสรรคต่อระดับของนิสิตที่แตกต่างกัน เพราะความแตกต่างของนิสิตส่วนกลางกับส่วนภูมิภาคจะ

ได้รับความสะดวกในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ไม่เหมือนกัน มีพื้นฐานความรู้ที่แตกต่างกัน จึงเป็น

๒๗๒
ส่วนหนึ่งที่เป็นอุปสรรคในการพัฒนานิสิตนักศึกษาส่วนภูมิภาคให้มีความเท่าเทียมกบส่วนกลาง
การจัดทำเกณฑ์ตัวชี้วัดยังไม่ครอบคลุมกลยุทธ์ และขาดการวิเคราะห์อย่างรอบด้าน เนื่อง
ด้วยบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดทำแผนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับด้านกลยุทธ์มีไม่เพียงพอ ต่อ

ความต้องการขององค์กรจึงมีปัญหาในด้านการวัดผล การจัดเก็บข้อมูล การวิเคราะห์งานต่างๆ มี

ปัญหา
๒๗๓
ไม่มีการติดตามประเมินผลและรายงานการดำเนินตามแผน ผู้ที่มีความรับผิดชอบ ในการ

จัดการด้านติดตามประเมินผล ยังขาดทักษะในการปฏิบัติงานอย่างจริงจัง และยังไม่ได้รับการสนับสนุน
จากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเท่าที่ควร ส่งผลให้เกิดช่องว่างการประสานงานระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายการ

ติดตามประเมินผลอย่างเห็นได้ชัด
๒๗๔
คณาจารย์ขาดความรู้ในเรื่องของการวัดและประเมินผล เนื่องด้วยคณาจารย์ส่วนใหญ่มี

ความรู้ความสามารถเฉพาะทาง จึงทำให้ขาดบุคลากรด้านการวัดและประเมินผลอย่างมาก ทำให้การ
ปฏิบัติงานของคณาจารย์ในด้านการวัดและประเมินผลไม่ค่อยมีความชำนาญเท่าที่ควรจึงเป็นปัญหาใน

การประเมินแต่ละครั้ง
๒๗๕
การแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองเกรดของคณาจารย์ในแต่ละสาขาวิชายังไม่พร้อมมาก

นัก เพราะการให้เกรดของคณาจารย์ส่วนใหญ่ไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์และกฎข้อบังคับว่า การศกษาของ

มหาวิทยาลัย มีความแตกต่างกันในการให้เกรดแก่นิสิตนักศึกษาทำให้ได้รับการร้องเรียนจากนิสิต
นักศึกษาอยู่บ่อยครั้ง
๒๗๖






๒๗๑ สัมภาษณ์ กิตติศักดิ์ ณ สงขลา, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๒.

๒๗๒ สัมภาษณ์ พระครูโสภณพุทธิศาสตร์ ผศ.ดร., อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๓.
๒๗๓ สัมภาษณ์ รศ.ดร.สุพรต บุญอ่อน, อ้างแล้ว, เมื่อวันท ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓.
ี่
๒๗๔ สัมภาษณ์ พระครูสิริภูรินิทัศน์ ผศ., อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓.

๒๗๕ สัมภาษณ์ พระมหาอาวรณ์ ชัยประสิทธ์ ดร., อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓.
๒๗๖ สัมภาษณ์ พระครูสิริปริยัตยาภิรัต ดร., อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓.

๒๑๓


การควบคุมการสอบวัดและประเมินผลยังมีอปสรรค เนื่องด้วยนักศึกษาในแต่ละปีมีเพมขึ้น
ิ่

เรื่อยๆ แต่บุคลากรทางการศึกษายังมีอตราเท่าเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากเท่าที่ควร การจัดการสอบ

แต่ละครั้งจึงมีปัญหาด้านการคุมสอบเนื่องด้วยเจ้าหน้าที่บุคลากรในการควบคุมสอบมีไม่เพียงพอต่อ
อัตราการจัดการสอบ ส่งผลให้การจัดการสอบแต่ละครั้งยังมีการหละหลวมและการประเมินผลต่างๆ

๒๗๗
เจ้าหน้าที่ยังไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอ จึงทำให้ไม่ได้ตามวัตถุประสงค์ตามที่ส่วนกลางกำหนด
สรุปสภาพการบริหารหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา มหาวิทยาลัย

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ด้านการวัดและประเมินผล ดังนี้

การประเมินหลักสูตรเป็นกระบวนการในการจัดเตรียมสารสนเทศสำหรับใช้ประกอบการ

ตัดสินใจเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร การประเมินหลักสูตรทำได้หลายลักษณะ เป็นการพิจารณา

องค์ประกอบหลักสูตรว่า มีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด โดยในการประเมินหลักสูตรจะใช้เครื่องมือ
ชนิดต่างๆ ที่มีความเหมาะสมในการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นการจำแนกโดยยึดระดับของหลักสูตรเป็น

เกณฑ์ โดยยึดจุดมุ่งหมายและลักษณะการใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจเป็นเกณฑ์ จะต้องพจารณาว่า

จะดำเนินการประเมินอย่างไร จึงจะทำให้ผลการประเมินที่ถูกต้องตามสภาพความเป็นจริง ครอบคลุม

และตอบสนองความต้องการของผู้ที่จะใช้ผลประเมินการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา จะเห็นว่า

การวัดและการประเมินผล เป็นกระบวนการต่อเนื่องกัน โดยเริ่มด้วยการวัดแล้วนำผลจากการวัดไปทำ
การประเมินตัดสินตามเกณฑ์และดุลยพินิจต่อไป อาจเรียกทั้งสองกระบวนการรวมกันว่า “การวัดและ

ประเมินผล” ทางการศึกษาการวัดและประเมินผลมีบทบาทและหน้าที่สำคัญๆ คือ การวัดและ

ประเมินผลเป็นองค์ประกอบหนึ่งของระบบการศกษา ซึ่งการจัดการศึกษาที่เป็นระบบจะมีองค์ประกอบ

หลัก คือ ปรัชญาการศึกษา หลักสูตร การสอน การวัดและประเมิน การวิจัย การวัดและประเมินผลเป็น

ส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนการสอน ซึ่งกระบวนการเรียนการสอนเป็นกระบวนการของการใช้
หลักสูตร โดยแยกดำเนินการเป็นรายวิชาๆ การวัดและประเมินผลทำหน้าที่ตรวจสอบผล และเป็น

ข้อมูลย้อนกลับ เพื่อการสรุปและแกไขปรับปรุงในแต่ละส่วน การวัดและประเมินผลเป็นเครื่องมือ

ประกันคุณภาพทางวิชาการ ตองน่าเชื่อถือและมีความถูกต้อง ดังนั้นในการจัดระบบประกันคุณภาพ
การศึกษา จำเป็นต้องมีมาตรการที่เกี่ยวข้องในส่วนของการดำเนินการวัดและประเมินผลการศึกษา

การวัดและประเมินผลทำหน้าที่ตรวจสอบผลการเรียนรูหลักการสำคัญของการศึกษา คือการพัฒนา
ผู้เรียนหรือทำให้ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ให้ไดผลสอดคลองกับความต้องการของสังคม

(ของหลักสูตร) และดำเนินการอย่างเป็นระบบ (มีวัตถุประสงค์ชัดเจน) แนวคิดของการวัดและ

ประเมินผล คือ คนเรียนรูไดไมเท่ากันในเวลาที่เท่ากัน เป็นแนวคิดที่ยึดเวลาในการเรียนเป็นหลัก โดย





๒๗๗ สัมภาษณ์ ผศ.ฉวีวรรณ สุวรรณาภา, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๓.

๒๑๔


การเปรียบเทียบความสามารถของผู้เรียนในกลุ่มการวัดและประเมินผลเรียกวา “การประเมินผลแบบ
อิงกลุ่ม” วิธีการตรวจสอบข้อบกพรองทำไดโดยการเปรียบเทียบความสามารถของผู้เรียนกับเกณฑ์ที่


กำหนดไวการวัดและประเมินผลลักษณะนี้เรียกว่า “การประเมินผลแบบอิงเกณฑ”
๔.๑.๕ สภาพการบริหารหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ด้านการบริหารงบประมาณ ดังนี้

การบริหารงบประมาณมีส่วนสำคัญที่จะทำให้การบริหารสถานศึกษาบรรลุผลตาม

เป้าหมายและในทำนองเดียวกันการบริหารงบประมาณจะสัมฤทธิผลได้ก็ด้วยการที่มีระบบบริหาร
จัดการที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการวิจัยประสบผลสำเร็จตามเจตนารมณ์ที่ตั้งไว้ก็

ควรที่จะมีระบบการบริหารงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ และผู้บริหารสถานศึกษาควรมีความรู้ความ

เข้าใจเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณ เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงาน
๒๗๘
การบริหารงบประมาณ เป็นการวางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายในรูปตัวเงิน มีการแสดงโครงการ

ดำเนินงานทั้งหมดในระยะหนึ่ง รวมถึงการกะประมาณการบริหารกิจกรรม โครงการและค่าใช้จ่าย
ตลอดจนทรัพยากรที่จำเป็นในการสนับสนุน การดำเนินงานให้บรรลุตามแผน ประกอบด้วยการทำงาน

คือ การจัดเตรียมการ การอนุมัติ และการบริหาร
๒๗๙
การบริหารงบประมาณเป็นเรื่องของการเงินที่ต้องมีการการติดตามและประเมินผลการใช้

จ่ายว่าบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้หรือไม่ เพราะการบริหารงบประมาณนั้น ใช้เป็นเครื่องมือใน
การบริหารหน่วยงาน ตามแผนงานและกำลังเงินที่มีอยู่ โดยให้มีการปฏิบัติงานให้สอดคลองกับแผนงาน

ที่วางไว และการปฏิบัติงานที่ไมจำเป็นของหน่วยงานลดลง เนื่องจากทรัพยากรหรืองบประมาณของ

หน่วยงานมีจำกัด ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องใช้งบประมาณเป็นเครื่องมือในการจัดสรรทรัพยากรหรือใช้
จ่ายเงินให้มีประสิทธิภาพ โดยมีการวางแผนในการใช้และจัดสรรเงินงบประมาณไปในแต่ละด้าน และมี

การวางแผนการปฏิบัติงานในการใช้จ่ายทรัพยากรนั้น ๆ ด้วย เพื่อที่จะก่อให้เกิดประโยชนสูงสุดในเวลา

๒๘๐
ที่เร็วที่สุดและใช้ทรัพยากรน้อยที่สุด
กระบวนการบริหารงานงบประมาณ เป็นกระบวนการสนับสนุนที่สำคัญในการปฏิบัติงาน

ตามภารกิจของงบประมาณที่เกี่ยวกับการจักสรรงบประมาณ โดยมีการเริ่มตั้งแต่ต้องมีการทำการ
วางแผนงบประมาณ จัดทำงบประมาณ การนำเสนองบประมาณ การนำงบประมาณไปบริหาร จนถึง






๒๗๘ พระราชสุตาภรณ์ รศ.ดร., อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๓.

๒๗๙ กิตติศักดิ์ ณ สงขลา, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๒.
๒๘๐ พระครูโสภณพุทธิศาสตร์ ผศ.ดร., อ้างแล้ว, เมื่อวนที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๓.


๒๑๕


กระบวนการประเมินผลงบประมาณที่ทำแล้วเพื่อประเมินประสิทธิภาพของการใช้งบประมาณ

นอกจากนี้ ระหว่างที่ใช้งบประมาณและหลังจากใช้งบประมาณ ควรมีการเก็บข้อมูลงบประมาณทกวัน
๒๘๑
และประมวลผล และวิเคราะห์เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจัดทำงบประมาณปีต่อไป
คณะครุศาสตร์มีงบประมาณมาก แต่ต้องจัดการงบส่วนหนึ่งไปบริหารหลักสูตรอื่น เพอ
ื่
บริหารจัดการให้การจัดการศึกษาไปได้ เนื่องด้วยคณะครุศาสตร์เป็นสาขาวิชาที่มีการบริหารจัดการ
ค่อนข้างเปิดกว้าง จึงมีภาระความรับผิดชอบค่อนข้างมาก การจัดการด้านงบประมาณ จึงมีการ

แบ่งสรรปันส่วนให้กับหน่วยงานที่อยู่ในสังกัด ส่งผลให้การงบประมาณในการใช้จ่ายมีไม่เพียงพอสำหรับ

การบริหารสาขาวิชาสังคมศึกษาได้อย่างเต็มที่
๒๘๒
ไม่สามารถจัดหาบุคคลจากภายนอกที่เหมาะสมกับการจ้าง จากหลายปีที่ผ่านมาได้ มีการ

เปลี่ยนแปลงระบบมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ จึงมีอัตราการจ้างงานในเรื่องรายได้ค่อนข้างสูง สำหรับ
บุคลากรในสายงานต่างๆ มีการแข่งขันกันสูงในการจ้างบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในสายงานต่างๆ เข้ามา

ปฏิบัติงานในองค์กรของตนเอง องค์กรไหนที่ให้ผลค่าตอบแทนที่สูงก็จะได้เปรียบในการจ้างบุคคลที่มี
ความรู้ความสามารถเข้าไปปฏิบัติงานตามที่องค์กรของตนปรารถนา แต่องค์กรไหนให้ผลตอบแทน

ค่อนข้างน้อยอาจจะไม่ได้บุคลากรตามคุณสมบัติที่ต้องการได้
๒๘๓
การบริหารแบบองค์รวมทำให้งบประมาณมากบางสาขาวิชาและน้อยบางสาขาวิชา เนื่อง

ด้วยการบริหารจัดการแบบองค์กรรวมทำให้เหมือนบริษัทจึงมีการแข่งขันกันสูงภายในองค์กร สาขาวิชา

ใดที่มีความโดดเด่นในการจัดการบริหารสาขาวิชานั้นก็จะได้เปรียบในการประเมินเรื่องงบประมาณ
เพิ่มเติม จึงส่งผลให้บางสาขาวิชาที่ไม่มีความโดดเด่นไม่ได้รับงบประมาณที่มีความเพียงพอต่อความ

ต้องการ
๒๘๔
การวิเคราะห์เป็นเอกสารยังไม่ขัดเจน การบริหารหลักสูตรด้านงบประมาณ ส่วนมากจะมี

ตัวเลขที่ค่อนข้างสลับซับซ้อน ทำให้มีปัญหาในด้านการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยเฉพาะการ

วิเคราะห์เอกสารงานต่างๆ จึงส่งผลให้เกิดปัญหาด้านบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจในการวิเคราะห์
๒๘๕
ตรวจสอบ ยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการในการตรวจสอบเอกสารอย่างชัดเจน







๒๘๑ ผศ.ฉวีวรรณ สุวรรณาภา, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๓.
๒๘๒ สัมภาษณ์ ผศ.นวัชโรจน์ อินเต็ม, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๓.
๒๘๓ สัมภาษณ์ ผศ.จักรแก้ว นามเมือง, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๓.

๒๘๔ สัมภาษณ์ ผศ.มงคลกิตติ์ โวหารเสาวภาคย์, อ้างแล้ว, วันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๓.
๒๘๕ สัมภาษณ์ ประเด่น แดนปิง, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๓.

๒๑๖


เครื่องมือสนับสนุนการวิเคราะห์ต้นทุนต่อหน่วยยังไม่ชัดเจน อย่างที่เข้าใจกันว่า การ
เปลี่ยนแปลงสภาพสังคมปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านความคิดของบุคคลเป็นเรื่องตามมา

อันดับต้นๆ จึงทำให้บุคลากรที่มีความเกี่ยวข้องในด้านการสนับสนุนในเรื่องของเทคโนโลยี สารสนเทศ
๒๘๖
นำมาเป็นต้นทุนในการวิเคราะห์งานไม่ค่อยจะมีความขัดเจนมากนัก

ระบบการระดมทุน การประชาสัมพันธ์ภายในองค์กรที่มีหน่วยงานต่างๆ เกี่ยวข้อง ถือว่ามี
ความสำคัญมาก เนื่องจากการติดต่อประสานงานในการระดมทุน ในการจัดกิจกรรมต่างๆ ต้องอาศัย

หน่วยงานหลักเหล่านี้ แต่องค์กรขาดบุคลากรที่มีความคล่องตัวในการปฏิบัติงานอย่างจริงจัง ส่งผลให้

การประสานงานในเรื่องการระดมทุนในการจัดกิจกรรมต่างๆ ไม่ราบรื่นเท่าที่ควร ยังขาดการปรับปรุง
แผนกลยุทธ์ทางการเงินที่สอดคล้องกับแผนพัฒนา การบริหารจัดการด้านการเงินยังไม่มีความคล่องตัว

สูง เนื่องจากวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการในการจัดระบบ จึงส่งผลให้การพฒนา

๒๘๗
แผนกลยุทธ์ต่างๆ ไม่มีความสมดุลกับการเงินมากเท่าที่ควรจะเป็น

ระบบการควบคุมภายในหน่วยงานบัญชีและการเงินไม่สามารถจะปฏิบัติให้เป็นไปตามแผน
ที่กำหนด การทำงานภายในองค์กรตามหลักนิตินัยแล้ว บุคลากรจะมีตำแหน่งเรียกแทน ตัวเอง

โดยเฉพาะ ซึ่งส่งผลให้ง่ายต่อการปฏิบัติงาน แต่ในความเป็นจริงแล้วการมอบหมายงาน ยังใช้หลักพฤติ

นัย คือการทำงานยังไม่มีความชัดเจน ยังมีการแบ่งงานที่มีความสลับซับซ้อนอยู่ยังจัดคนไม่ตรงกับสาย
งาน ทำให้ฝ่ายการบัญชีขาดการควบคุมดูแลอย่างต่อเนื่อง
๒๘๘

ผู้บริหารขาดความรู้ด้านการเงินบัญชี การบริหารหลักสูตรด้านการบัญชีจำเป็นอย่างยิ่งที่
จะต้องได้บุคลากรที่มีความชำนาญการในการปฏิบัติงาน เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างคล่องตัว ยิ่งเป็น

ระดับผู้บริหารแล้วยิ่งสำคัญมากในการที่จะมีความรู้ความสามารถด้านบัญชี แต่ปัจจุบันผู้บริหารขาด

ความรู้ด้านการบัญชี เนื่องด้วยผู้บริหารส่วนใหญ่จบสาขาวิชาการด้านบริหารการศึกษาและการบริหาร
การจัดการมากกว่าจึงไม่มีความเชี่ยวชาญด้านการเงินการบัญชีเท่าที่ควร ส่งผลให้การบริหารหลักสูตร

ด้านการงบประมาณขาดความต่อเนื่อง
๒๘๙
การบริหารเงินนอกงบประมาณ ไม่สอดคล้องกับจำนวนนิสิต เนื่องด้วยการบริหารการเงิน

นอกระบบงบประมาณไม่มีการวิเคราะห์ความคุ้มค่าของโครงการนั้นๆ ต่อจำนวนนิสิตอย่างจริงจัง จึง
ทำให้ผู้บริหารตลอดจนบุคลากรมีการเบิกจ่ายในการใช้ในการจัดกิจกรรมตามโครงการที่ตนเองได้เสนอ





๒๘๖ สัมภาษณ์ ประภัสสร ไชยชนะใหญ่, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๓.
๒๘๗ สัมภาษณ์ กิตติศักดิ์ แท่งทอง, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๓.

๒๘๘ สัมภาษณ์ พระวิทวัส ปภสฺสรญาโณ, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๓.
๒๘๙ สัมภาษณ์ รศ.ดร.สุพรต บุญอ่อน, อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓.

๒๑๗


ขึ้นมา ผ่านที่ประชุมจึงง่ายต่อการเบิกจ่ายส่งผลให้การเบิกจ่ายงบประมาณต่างๆ บางโครงการก็
๒๙๐
สิ้นเปลืองต่องบประมาณ ทำให้ไม่สอดรับกับบริบทของนิสิตที่เป็นอยู่ในสภาวะปัจจุบัน

การกำหนดนโยบายทางด้านการเงินยังไม่สามารถทำให้เห็นภาพชัดในทางปฏิบัติ การ
กำหนดนโยบายด้านการเงินจะต้องระดมความคิดจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญอย่างมาก เพราะความเสี่ยง

ค่อนข้างสูง หากตัดสินใจพลาด ฉะนั้น จึงเกิดช่องว่างระหว่างบุคลากรทางด้านการเงินกับการ
ปฏิบัติงานด้านการกำหนดนโยบายอย่างต่อเนื่อง
๒๙๑

การไม่สามารถประมาณการรายได้และการประมาณการรายจ่าย ผู้นำองค์กรยังขาดทักษะ
ในการบริหารหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการบริหารจัดการด้านการวิเคราะห์ งบประมาณจึง


ส่งผลไปยังบุคลากรที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชา ในการปฏิบัติงานที่ไม่มีความละเอยดรอบคอบ อาจทำ
ให้เกิดความผิดพลาดในการประมาณรายรับและรายจ่ายต่างๆ ส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่องค์กรโดย
๒๙๒
ส่วนรวม

สรุปสภาพการบริหารหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา มหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ด้านการงบประมาณ ดังนี้


การบริหารงบประมาณมีส่วนสำคัญที่จะทำให้การบริหารสถานศึกษาได้สามารถบรรลุผล
ตามเป้าหมายของหลักสูตรและสถาบันได้ เป็นการวางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายในรูปตัวเงิน ประกอบด้วย

การจัดเตรียมการ การอนุมัติ และการบริหาร โดยมีการวางแผนในการใช้และจัดสรรเงินงบประมาณไป
ในแต่ละด้าน และมีการวางแผนการปฏิบัติงานในการใช้จ่ายทรัพยากรนั้นๆ เพื่อที่จะก่อให้เกิดประโย

ชนสูงสุดในเวลาที่เร็วที่สุดและใช้ทรัพยากรน้อยที่สุด เริ่มตั้งแต่ต้องมีการทำการวางแผนงบประมาณ

จัดทำงบประมาณ การนำเสนองบประมาณ การนำงบประมาณไปบริหาร จนถึงกระบวนการประเมินผล
งบประมาณที่ทำแล้วเพื่อประเมินประสิทธิภาพของการใช้งบประมาณ การบริหารหลักสูตรด้าน

งบประมาณ ถือว่ามีความสำคัญมาก จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้บุคลากรที่มีความชำนาญการในการ

ปฏิบัติงาน เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างคล่องตัว ยิ่งเป็นระดับผู้บริหารแล้วยิ่งสำคัญมากในการที่จะมี
ความรู้ ความสามารถ เพื่อให้การบริหารงบประมาณหรือการใช้จ่ายเงินของหลักสูตรเป็นไปอย่างคุ้มค่า

มีประสิทธิภาพ และตรงตามความต้องการของผู้ใช้มากที่สุด การที่จะบริหารงบประมาณของหลักสูตร
ให้บรรลุตามวัตถุอย่างมีประสิทธิภาพได้นั้น จำเป็นที่ต้องมีผู้บริหารที่มีความรู้ความสามารถในการ







๒๙๐ สัมภาษณ์ พระครูสิริภูรินิทัศน์ ผศ., อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓.

๒๙๑ สัมภาษณ์ พระมหาอาวรณ์ ชัยประสิทธ์ ดร., อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓.
๒๙๒ สัมภาษณ์ พระครูสิริปริยัตยาภิรัต ดร., อ้างแล้ว, เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓.

๒๑๘


บริหารจัดการศึกษา และการบริหารงบประมาณเป็นอย่างดี ตลอดจนมีความสามารถในการจัดกิจกรรม
ที่เหมาะสมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหน่วยงานโดยการนำเอาหลักการและทฤษฎีการบริหารมาใช้

ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รู้ขอบข่ายหน้าที่และงานที่ต้องปฏิบัติ สามารถนำความรู้ความสามารถนั้นไป
ประยุกต์ใช้ในงานได้เป็นอย่างดีอีกด้วย





๔.๒ ขั้นตอนที่ ๒ การสร้างรูปแบบพุทธวิธีการบริหารหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต

สาขาวิชาสังคมศึกษา ของผู้บริหารในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย


ในขั้นตอนของการสร้างรูปแบบพุทธวิธีการบริหารหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชา
สังคมศึกษา ของผู้บริหารในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ผู้วิจัยนำข้อมูลจากการศึกษา

เอกสารและงานวิจัยตามกรอบความคิดในการวิจัยและผลที่ได้จากการสังเคราะห์ขั้นตอนที่ ๑ สภาพ
การบริหารหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา จากการสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องตามแนว

ทางการบริหารหลักสูตรพทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา ทั้ง ๕ ด้าน คือ ๑) หลักสูตรและการ

จัดการเรียนการสอน ๒) ด้านการบริหารบุคลากร ๓) ด้านการส่งเสริมวิชาการ ๔) ด้านการวัดและ
ประเมินผล และ ๕) ด้านการบริหารงบประมาณ เขียนอธิบายประกอบร่างรูปแบบพุทธวิธีการบริหาร

ตามหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา ของผู้บริหารในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ราชวิทยาลัย ดังนี้


๔.๒.๑ รูปแบบพุทธวิธีการบริหารหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา
ด้านหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน


สภาพการบริหารหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนเป็นกระบวนการที่เกี่ยวเนื่องต้อง
จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้สอนและผู้เรียน โดย

คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลหรือความถนัด เพื่อให้มีความเชี่ยวชาญ สามารถเลือกวิธี

ปฏิบัติงานที่เหมาะสม มีความรู ทักษะ และเจตคติ ในการทำงานต้องมีมาตรฐานของวิชาชีพ สามารถ
ผสมผสานศาสตร์ว่าด้วยการสอนกับศิลปะของการสอนเขาด้วยกันเพื่อให้เกิดประสิทธิผลของการสอน

สูงสุด ในการพัฒนาตนเอง โดยต้องปฏิบัติตนอย่างมืออาชีพ มีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ

วิชาชีพ กระบวนการการจัดการเรียนการสอนนับว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้สอนต้องตระหนักในการจัดวาง
แผนการสอน นับตั้งแต่การเข้าใจหลักการและทฤษฎีของวิชาที่ทำการสอน การเลือกหรือสร้างสรรค์

วิธีการสอน และเทคนิคการสอน รวมทั้งความเข้าใจกระบวนการพัฒนาหลักสูตร สื่อการสอน บทบาท
ของผู้สอนและผู้เรียน รวมทั้งลักษณะของการเรียนรูที่ผู้เรียนควรมีโอกาสในการจัดการเรียนรูอย่างครบ


วงจร โดยการจัดการเรียนรู้แนวบูรณาการจัดกิจกรรมเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญและมีขั้นตอนในการพฒนา

๒๑๙


หลักสูตร อาทิ จัดทำปฏิทินกำหนดการสอนตลอดปีเป็น ๒ ภาคเรียน จัดทำแผนการสอนแบบบูรณา
การในการจัดการเรียนการสอน มีการวิเคราะห์แผนการสอนก่อนทุกครั้ง ปฏิบัติการสอนแล้วบันทึก

พฤติกรรมผู้เรียนและผลที่ได้จากการจัดกิจกรรมทุกครั้ง มีการนิเทศการสอนโดยครูหัวหน้าฝ่าย มีการ
ประเมินผล คือ ประเมินผลสังเกตการทำกิจกรรมระหว่างเรียนและประเมินผลโดยการใช้แบบประเมิน

รายงานพัฒนาภาคเรียนละ ๒ ครั้ง

โดยผู้วิจัยได้นำหลักพุทธธรรมมาบูรณาการกับการพัฒนาการบริหารหลักสูตรสาขาวิชา

สังคมศึกษา ผู้วิจัยได้ดำเนินการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง โดยใช้ข้อคำถามเพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกของ

การบริหารสาขาวิชาสังคมศึกษา หากแต่ได้ตั้งประเด็นการสัมภาษณ์เน้นไปที่หลักพุทธธรรมที่เหมาะสม
ต่อการนำมาบูรณาการกับการบริหารหลักสูตรสาขาวิชาสังคมศึกษา และหลักพุทธธรรมที่เหมาะสมต่อ

การบูรณาการกับการบริหารหลักสูตรสาขาวิชาสังคมศึกษา ได้แก่ หลักอปริหานิยธรรม ๗ ซึ่งเป็นหลัก
พุทธธรรมที่ถูกนำมาใช้ในการบริหารหลักสูตรสาขาวิชาสังคมศึกษามากที่สุด เนื่องจากหลักพุทธธรรม

ดังกล่าวนี้ใช้เป็นแบบแผนในการบริหารหลักสูตร การวางแผนงาน การจัดระบบงาน การวิเคราะห์ และ

การพัฒนา สาขาวิชาสังคมศึกษาไปสู่เป้าหมายที่กำหนดได้ และคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งในองค์กร
รวมทั้งปัจจัยที่สำคัญสำหรับการบริหารหลักสูตรสาขาวิชาสังคมศึกษานั้นคือ ผู้บริหารต้องมีคุณธรรม

จริยธรรม จรรยาบรรณในวิชาชีพของตน ที่เหมาะสมกับหลักอปริหานิยธรรม ๗ ประการ ได้แก่ ๑. หมั่น


ประชุมกันเนืองนิตย์ ๒. พร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม พร้อมเพรียงกันทำกิจที่พง
ทำ ๓. ไม่บัญญัติสิ่งที่มิได้บัญญัติไว้ อันขัดต่อหลักการเดิม ไม่ล้มล้างสิ่งที่บัญญัติไว้ ๔. การให้ความ

เคารพต่อประธานในที่ประชุม ๕. ไม่ลุอำนาจแก่ความอยากที่เกิดขึ้น ๖. เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ๗. ดูแล
รักษา คุ้มครองพระสงฆ์และผู้มีศีลธรรม อันเป็นหลักธรรมที่หัวหน้า สาขาวิชาสังคมศึกษา ควรนำมา

ปรับใช้ในการบริหารความแตกต่างภายในสาขาวิชาสังคมศึกษาเพื่อให้เห็นความแตกต่างของข้อจำกัด

ภายในสาขาวิชาสังคมศึกษาลดลง บุคลากรภายในสาขาวิชาสังคมศึกษา สามารถปฏิบัติงานได้เต็ม
ความสามารถ มีส่วนร่วมในการบริหารหลักสูตรสาขาวิชาสังคมศึกษา แบ่งงานกันปฏิบัติอย่างเป็นระบบ

มอบหมายให้รับผิดชอบตามความสามารถและความถนัด เพื่อความสำเร็จตามเป้าหมายที่สาขาวิชา
สังคมศึกษากำหนดไว้ ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ระหว่างปฏิบัติงาน และทำให้เกิดความเข้าใจ

งานไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งการบูรณาการหลัก อปริหานิยธรรมเข้ากับการบริหารหลักสูตรสาขาวิชา

สังคมศึกษา ผู้วิจัยจะได้พัฒนาการบริหารโดยอาศัยหลักอปริหารนิยธรรม ดังต่อไปนี้

การพัฒนาการบริหารหลักสูตรให้มีความเหมาะสมกับเอกลักษณ์ของสถาบันสำหรับ

สาขาวิชาสังคมศึกษา ผู้บริหารหลักสูตรสาขาวิชาสังคมศึกษา ควรมีความรู้ความเข้าใจองค์ประกอบของ
หลักสูตร และความต้องการของสังคมเป็นการบริหารหลักสูตรเชิงบูรณาการระหว่างรายวิชาในสาขา

หน่วยการเรียน มคอ.ประเภทต่างๆ โดยเฉพาะอาจารย์ผู้สอนควรมีทักษะในการสร้างหลักสูตรให้มี

ความเหมาะสมกับเอกลักษณ์ของสถาบันให้ได้ และการพัฒนาหลักสูตรต้องมีความเหมาะสมและ

๒๒๐


สอดคล้องกับกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติที่กำหนดไว้ (TQF) และปรับปรุงหลักสูตร
ให้เหมาะสมกับสภาพปัญหาของชุมชนและท้องถิ่น สังคมระดับชาติและความสนใจของผู้เรียน


สาขาวิชาสังคมศึกษามีการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรและมีการบรรจุเนื้อหา
เพิ่มเติม นอกเหนือจากที่กำหนด โดยคณาจารย์ผู้สอนร่วมกันวางแผนและจัดทำรายละเอียด อาศัยการ

วางแผนการสอนที่ปรากฏใน มคอ.๓ การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ใน มอค.๓ ผู้บริหารสาขาวิชาต้อง
ส่งเสริมให้อาจารย์ผู้สอนเขียน มคอ.๓ มีการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพิจารณาปรับปรุงหลักสูตรให้

เหมาะสมกับสถานการณ์ เน้นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นนิสิตเป็นศูนย์กลางโดยสอบถามความต้องการการ

เรียนรู้ของนิสิตนำความต้องการเหล่านั้นมาปรับปรุงกระบวนการจัดการเรียนการสอน ประกอบด้วย
การทำโครงงาน การคิดเชิงวิเคราะห์ การวิเคราะห์เอกสาร การสื่อความหมาย การสร้างองค์ความรู้ใหม่

การสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดจากการเรียนรู้ และที่สำคัญการบริการวิชาการแก่สังคมซึ่งเป็นการตอบแทน
สังคม


การนำหลักอปริหานิยธรรมมาบูรณาการกับการบริหารหลักสูตรของสาขาวิชาสังคมศึกษา
ในด้านหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนต้องตั้งอยู่บนรากฐานของการมีส่วนร่วมในการรวบรวม

ข้อมูลประสบการณ์จากคณาจารย์ที่มีความรู้ความเข้าใจในองค์ประกอบของหลักสูตร และนำข้อมูลจาก

กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา (มคอ.) มาประชุมวิเคราะห์ สังเคราะห์ ให้ได้หลักสูตรและการ
เรียนการสอนที่สะท้อนเอกลักษณ์ของสถาบัน จะทำให้เกิดการบริหารหลักสูตรขึ้น เพื่อเสริมสร้าง

ประสิทธิภาพให้มากยิ่งขึ้นการนำหลักอปริหานิยธรรมมาประกอบผู้เชี่ยวชาญให้ข้อเสนอ ดังต่อไปนี้

๑. หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์ คือ การประชุมบ่อยๆ การอยู่รวมกัน การทำงานร่วมกน

ของคณาจารย์ประจำหลักสูตรสาขาวิชาสังคมศึกษา จะต้องมีการพบปะ ประชุม ปรึกษาหารือกัน

ื่
สม่ำเสมอเพอแก้ไขปัญหาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ยอมรับในเหตุผลที่ถูกต้อง จะทำ
ให้เกิดประโยชน์และสร้างสรรค์ในเรื่องที่จะประชุม หรือมีการพัฒนาการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนความ

คิดเห็นซึ่งกันและกันในด้านเนื้อหาของหลักสูตรการเรียนการสอน เปิดโอกาสให้ตนเองได้แสดงความรู้
ความสามารถด้านหลักสูตรและการเรียนการสอน ทำให้เกิดความคุ้นเคย สร้างความเชื่อถือซึ่งกันและ

กันด้านการถ่ายเทข้อมูล ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางในการเรียนรู้นำมาซึ่งการมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการ

สอนสามารถนำไปสู่การวิเคราะห์และปรับปรุงหลักสูตรทุกๆ ๕ ปี ตามเกณฑ์ของกระทรวงการ
อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพสิ่งแวดล้อมและการ

ื่
เปลี่ยนแปลงของสังคม เกิดผลสรุปของหลักสูตรและการเรียนการสอนว่าเป็นอย่างไร และเพอปรับให้มี
ความโดดเด่นในเชิงความเป็นเอกลักษณ์ตามแนวพระพุทธศาสนาแบบสากลพร้อมกับตอบสนองต่อ

วิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยต่อไป

๒๒๑


นอกจากนี้ การปฏิบัติงานในสาขาวิชาสังคมศึกษาให้สำเร็จบรรลุตามเป้าหมายที่
สาขาวิชาสังคมศึกษากำหนดไว้ ลดความขัดแย้งระหว่างปฏิบัติงาน สร้างความรู้ ความเข้าใจ ปฏิบัติงาน

ประสานกันอย่างเป็นระบบ สามารถทำให้คณาจารย์เกิดยอมรับกันได้นั้น หัวหน้าสาขาวิชาสังคมศึกษา
ต้องหมั่นประชุมอย่างน้อยสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง หรืออย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง


โดยมีการจัดประชุมแบบเป็นทางการก่อนทำการสอนในภาคบ่าย ให้คณาจารย์มีการ
ประชุมพูดคุยเรื่องภารกิจของสาขาวิชา ก่อนทำการสอนในทุกๆ วัน หรือจัดหาวันเวลาที่ว่าง

รับประทานอาหารร่วมกันพูดคุยแบบไม่เป็นทางการแต่ประเด็นเนื้อหาของการพูดคุยให้อยู่ในเรื่อง

ภารกิจของสาขาวิชาสังคมศึกษาที่คณาจารย์ปฏิบัติงานอยู่ จะทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจ สามารถ
ปฏิบัติงานภายในสาขาวิชาสังคมศึกษาได้ตามบทบาทหน้าที่ที่ตนเองรับผิดชอบ


๒. พร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม พร้อมเพรียงกันทำกิจที่พึง
ทำ คือ เป็นการรับรู้ในการแสดงความคดเห็นต่อการปรับปรุงหลักสูตรด้วยกัน แสวงหาความร่วมมือกับ

สถาบันอื่นๆ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการจัดการเรียนการสอนร่วมกัน จะเป็นกิจกรรมหรือโครงการ
สัมมนาหลักสูตร ส่งเสริมให้มีความพร้อมโดยการสร้างนิสัยให้เป็นบุคคลตรงต่อเวลา รักษาระเบียบวินัย

และความรักความสามัคคีในหมู่คณะแสดงถึงความเสียสละต่อส่วนรวม และเลิกพร้อมกันแสดงถึงการ

ให้ความสำคัญต่อหลักสูตรและการเรียนการสอนร่วมกัน


๓. ไม่บัญญัติสิ่งที่มิได้บัญญัติไว้ ไม่ล้มล้างสิ่งที่บัญญัติไว คือ หัวหน้าสาขาวิชาสังคม
ศึกษาจะต้องสร้างวัฒนธรรมองค์กรยอมรับและปฏิบัติตามมติที่ประชุม บริหารหลักสูตร สาขาวิชา
สังคมศึกษาตามแผนงานที่ประชุมได้ลงมติไว้ และไม่เพิกถอน ไม่ล้มเลิกระเบียบกฎเกณฑ์ต่างๆ ของ

สาขาวิชาตามความพอใจของตนหรือกลุ่มโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องและไม่ออกกฎเกณฑ์ใหม่ ซึ่งที่

ประชุมไม่ได้รับรองไว้

๔. การให้ความเคารพต่อประธานในที่ประชุม คือ การให้ความเคารพต่อประธาน

หลักสูตรต้องแสดงถึงภาวะผู้นำอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การรับฟังความคิดเห็นของคณะกรรมการอย่าง
ให้เกียรติ คณะกรรมการประจำหลักสูตรต้องตั้งใจและให้ความเคารพต่อความคิดเห็นของผู้นำ ยอมรับ

การตัดสินใจในข้อสรุปที่มีเหตุผล นับถือผู้ใหญ่และรับฟังคำสั่งสอนของผู้ใหญ่ เคารพและรับฟังคำสั่ง
สอนของผู้ใหญ่ในทางวิชาการการบริหารหรือวางแผนงานบริหารจัดการภายในสาขาวิชาสังคมศึกษา


๕. ไม่ลุอำนาจแก่ความอยากที่เกิดขึ้น คือ การให้ความสำคัญแก่คณาจารย์ใน
หลักสูตร คือการไม่ข่มเหงล่วงเกิน ไม่ละเมิดสิทธิของกันและกัน สมควรจะให้บุคลากรที่มีความสามารถ

ถึงแม้ว่าจะเป็นสตรีมีส่วนรวมเป็นคณะกรรมการหลักสูตร หรือควรมีรายวิชาที่เกี่ยวกับผู้นำที่เป็นสตรี

โดยเฉพาะในการจัดการเรียนการสอน เพื่อเติมเต็มหลักสูตรให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพราะการให้

เกียรติสตรีผู้อ่อนแอกว่าเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติ ยิ่งเป็นผู้ที่มีความรู้มีประสบการณ์มาก ควรให้เกียรติ ฟงคำ

๒๒๒


ชี้แนะ เปิดโอกาสให้อาจารย์ใหม่ที่เป็นสตรีได้เรียนรู้งานในสาขาวิชาสังคมศึกษา ไม่แสดงตนเป็นผู้มี

ความรู้มากกว่า ข่มเหงรังแกผู้ออนประสบการณ์ ให้เกียรติทุกคนเสมอกันด้วยไมตรีจิต ความจริงใจเป็น
สังคมแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ให้ความเคารพการตัดสินใจแล้วนำมาพิจารณาด้วยหลักการและ
เหตุผล ส่งเสริมนโยบายในหลักการเรียนการสอนอย่างถูกต้อง มีความรักใคร่ สนับสนุนให้เกียรติการ

ทำงานภายในองค์กร ให้ความช่วยเหลือโดยไม่หวังผลตอบแทนด้านการเรียนการสอนรักษามาตรฐาน

ิ่
เดิมและพัฒนาความสัมพันธ์ด้านเพื่อนร่วมงานให้เพมมากขึ้น
๖. เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คือ การให้ความเคารพสักการะแก่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เนื้อหาของ


วิชาต้องแสดงถึงความสัมพนธ์ระหว่างการเมืองการปกครองของผู้นำในท้องถิ่นที่สามารถเห็นได้อย่าง
ชัดเจน เช่น หลวงพ่อศรีสวรรค์ วัดนครสวรรค์หรือบุคคลสำคัญในท้องถิ่น เป็นต้น เป็นการเคารพ

สักการะสิ่งที่ควรบูชาการให้ความเคารพในผลงานวิชาการของอาจารย์ บุคลากรในสาขาวิชาสังคม
ศึกษา เชิดชูให้นิสิต คณาจารย์อื่นๆ รวมถึงประชาชนได้รับรู้ ได้เรียนรู้ นำองค์ความรู้ทางวิชาการของ

สาขาวิชาสังคมศึกษามาบริการแก่สังคม ให้สังคมได้นำองค์ความรู้เหล่านั้นไปปรับใช้ ให้เกิดประโยชน์

ต่อตนเองและสังคมโดยรอบ และหลักการ กฎเกณฑ์ ใช้เป็นเครื่องนำทางชี้ทางสว่างแก่สังคม

๗. ดูแล รักษา คุ้มครองพระสงฆ์และผู้มีศีลธรรม คือ การให้ความสำคัญแก่ผู้กระทำ


ความดีคือให้ความอารักขา คุ้มครองปูชนียบุคคลผู้ทรงภูมิรู้ของสาขาวิชาสังคมศกษา หลักสูตรและการ
เรียนการสอนต้องชี้ไปที่คุณความดีเป็นสำคัญและสามารถแสดงถึงคุณความดีต่อสังคม เนื้อหาของวิชา

สมควรจะยกย่องคุณความดีให้ปรากฏ เช่น บุคคลในประวัติศาสตร์ ผู้สร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการของ

สาขาวิชาสังคมศึกษา บุคลากรทุกระดับต้องให้การดูแลรักษาและร่วมสืบทอดองค์ความรู้จากท่านผู้ทรง
ภูมิความรู้เหล่านั้น และสามารถที่จะสนับสนุนให้ท่านเหล่านั้น ได้ค้นหาองค์ความรู้ใหม่มาถ่ายทอดแก ่

นิสิตผู้รับบริการทางวิชาการ ได้นำองค์ความรู้เหล่านั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมตลอดไป

กล่าวโดยสรุปว่า การพัฒนาการบริหารหลักสูตรด้านหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน

ตามหลักอปริหานิยธรรม พบว่า การประชุมบ่อยๆ สามารถนำไปสู่การวิเคราะห์หลักสูตรให้สอดคล้อง
กับสภาพสังคมและการเปลี่ยนแปลง เกิดผลสรุปการเรียนการสอนว่าเป็นอย่างไร ต้องประชุมคณาจารย์

อย่างน้อย ๑ เดือนต่อครั้ง เพื่อปรับให้มีความโดดเด่นในเชิงความเป็นเอกลักษณ์ตามแนว

พระพุทธศาสนาแบบสากล การยอมรับในการแสดงความคดเห็นต่อการปรับปรุงหลักสูตรด้วยกัน แสดง

ถึงความเสียสละต่อส่วนรวม และเลิกพร้อมกันแสดงถึงการให้ความสำคัญต่อหลักสูตรการเรียนการสอน

ร่วมกัน มติของคณะกรรมการถือว่าเป็นข้อตกลงจะต้องถือปฏิบัติร่วมกันและต้องแสดงถึงความเข้าใจใน
ข้อกำหนดนั้นๆ ให้ถือปฏิบัติเป็นมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งไม่กำหนดกฎกติกาที่นอกเหนือจากภายหลัง

การประชุมเสร็จแล้ว ประธานหลักสูตรต้องแสดงถึงภาวะผู้นำอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การรับฟังความ

คิดเห็นของคณะกรรมการอย่างให้เกียรติ คณะกรรมการต้องตั้งใจ และให้ความเคารพต่อความคิดเห็น

๒๒๓


ของผู้นำ ยอมรับการตัดสินใจในข้อสรุปที่มีเหตุผล ส่วนการให้ความสำคัญแก่คณาจารย์ในหลักสูตรเห็น
ว่า สมควรจะเปิดโอกาสให้ทุกคนมีสิทธิในการเป็นคณะกรรมการหลักสูตร หรือสิทธิด้านอื่นๆ เพื่อเติม

เต็มหลักสูตรให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เช่น ควรมีวิชาที่เกี่ยวกับผู้นำสตรี โดยเฉพาะสำหรับการให้ความ
เคารพสักการะแก่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เนื้อหาของรายวิชาจะต้องแสดงถึง ความสัมพันธ์ระหว่างการเมือง

การปกครองของผู้นำในท้องถิ่นที่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจน เช่น หลวงพ่อศรีสวรรค์ วัดนครสวรรค์

หรือบุคคลสำคัญในท้องถิ่นเป็นต้น และการให้ความสำคัญแก่ผู้กระทำความดี หลักสูตร และการเรียน
การสอนต้องชี้ไปที่คุณความดีเป็นสำคัญ และสามารถแสดงถึงคุณความดีต่อสังคมและเนื้อหาของวิชา

สมควรจะยกย่องคุณความดีให้ปรากฏ เช่น บุคคลในประวัติศาสตร์ เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญมา
ทั้งหมดทำให้เกิดการสังเคราะห์ที่การพัฒนาเห็นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สามารถนำมาสร้างรูปแบบการบริหาร


ตามหลักสูตรพทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา ด้านหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนตามหลัก
อปริหานิยธรรม ตามตารางที่ ๔.๑

๒๒๔


ตารางที่ ๔.๑ รูปแบบการบริหารหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา
ด้านหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนตามหลักอปริหานิยธรรม


การบริหารหลักสูตร
หลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน
อปริหานิยธรรม

๑) หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์ ผู้บริหารมีการประชุมหลักสูตรสม่ำเสมอ เพื่อวิเคราะห์หลักสูตรให้

สอดคล้องกับสภาพสังคมและการเปลี่ยนแปลง อย่างน้อย ๑ เดือน
ต่อครั้ง

๒) พร้อมเพรียงกันประชุม ผู้บริหารหลักสูตรเข้าประชุมพร้อมเพรียงกัน เมื่อเลิกประชุม ทุกคน/

พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม ฝ่าย ยอมรับมติในที่ประชุม เพราะถือว่าเป็นข้อตกลง ในข้อกำหนด
นั้นๆ และถือปฏิบัติเป็นมาตรฐานเดียวกัน

๓) ไม่บัญญัติสิ่งที่มิได้บัญญัติ ผู้บริหารหลักสูตรไม่กำหนดกฎระเบียบและข้อบังคับด้านการเรียน
ไว้ ไม่ล้มล้างสิ่งที่บัญญัติไว้ การสอนของหลักสูตรที่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้

๔) การให้ความเคารพต่อ ครู อาจารย์ บุคลากร ให้เกียรติประธานที่ประชุม ให้ความเคารพต่อ

ประธานในที่ประชุม ความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ให้เกียรติผู้พูดอย่างมีมารยาท ยอมรับ
การตัดสินใจ ปฏิบัติตามระเบียบหรือข้อบังคับของที่ประชุม

๕) ไม่ลุอำนาจแก่ความอยาก ผู้บริหาร สนับสนุนให้บุคลากร ไม่ทำ ไม่พูด ไม่คิดอะไรตามอำนาจ

ที่เกิดขึ้น ของความอยาก เป็นผู้เข้าใจในบทบาทและหน้าที่ของตนเอง
๖) เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผู้บริหารหลักสูตรให้ความเคารพสักการะแก่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ โดย

สอดแทรกเนื้อหารายวิชาวัฒนธรรม ประเพณี สิ่งที่เคารพประจำ

ท้องถิ่น เช่น หลวงพ่อศรีสวรรค์ วัดนครสวรรค์หรือบุคคลสำคัญใน
ท้องถิ่น เป็นต้น

๗) ดูแล รักษา คุ้มครอง ผู้บริหาร กำหนดจุดมุ่งหมายเนื้อหาสาระ การจัดกิจกรรมการเรียน
พระสงฆ์และผู้มีศีลธรรม การสอน โดยจัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับหลัก

พระพุทธศาสนา

๒๒๕


๔.๒.๒ รูปแบบพุทธวิธีการบริหารหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา
ด้านการบริหารงานบุคลากร


สภาพการบริหารงานบุคลากรของหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา เป็น
งานหนึ่งที่มีความสำคัญยิ่งในกระบวนการบริหาร เพราะบุคลากรเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด เพราะ

ความอยู่รอดขององค์การขึ้นอยู่กับบุคลากร เพราะการบริหารงานบุคลากรเป็นสื่อกลางในการผสานกับ
แผนกต่างๆ เพื่อแสวงหาวิธีการ ให้ได้บุคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ามาทำงานในองค์การ เมื่อ

องค์การได้บุคคลที่มีคุณสมบัติดังกล่าว ย่อมทำให้องค์การเจริญเติมโตและพัฒนายิ่งขึ้น การบริหาร

บุคลากรสาขาสังคมศึกษา สำหรับบัณฑิตสาขาวิชาสังคมศึกษา ซึ่งปัจจุบันแนวโน้มการขาดครูกลุ่ม
สาระการเรียนรู้สังคมศึกษาสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีผู้ศึกษาสาขาวิชาอื่นๆ ตามค่านิยมของสังคม

นอกจากนี้ บัณฑิตที่จบสาขาวิชาสังคมศึกษา สามารถประกอบอาชีพอื่นๆ ที่เกี่ยวกับสังคมศึกษา และ
ทางการศึกษา ทั้งภาครัฐและเอกชน การสร้างเครือข่ายภายนอกมหาวิทยาลัยยังมีข้อจำกัด เนื่องด้วย

ี่
การจัดกิจกรรมต่างๆ ขององค์กร ยังเข้าไม่ถึงศิษย์เก่ามากเท่าทควร เพราะการสร้างเครือข่ายนั้นจำเป็น
อย่างมากที่จะต้องอาศัยศิษย์ที่จบการศึกษาออกไปแล้ว เพราะบุคคลเหล่านี้จะอยู่ในสังคมที่กว้างกว่า
บุคลากรที่อยู่ภายในองค์กร ดังนั้น องค์กรต้องอาศัยบุคคลเหล่านี้เป็นตัวขับเคลื่อนในการสร้างเครือข่าย


เนื่องด้วยสภาพปัจจุบันได้มการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จึงส่งผลให้การจัดบุคคลให้ตรงกับสายงานที่
เหมาะสมไม่ค่อยตรงตามสายงานที่ปฏิบัติ เนื่องด้วยสาขาวิชาที่เรียนมาอาจจะยังไม่ตรงกับสภาพการ
เปลี่ยนแปลงของสังคม ด้านเทคโนโลยี ดังนั้น บุคลากรจะต้องมีการเข้ารับการฝึกอบรมเพิ่มเติมใน

หลักสูตรต่างๆ ที่ทางองค์กรได้จัดขึ้น เพราะจะทำให้บุคลากรมีความตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาในการพฒนา

ตนเอง ในด้านการหาความรู้ใหม่ๆ เพื่อนำมาถ่ายทอดให้แก่นิสิตนักศกษา


ผู้วิจัยได้นำหลักพุทธธรรมมาพัฒนาการบริหารหลักสูตรด้านบุคลากรตามหลักอปริหานิย
ธรรมในสาขาวิชาสังคมศึกษา คือ จะต้องกำหนดคุณสมบัติของอาจารย์ให้ตรงกับรายวิชาที่จัดสอนใน

หลักสูตร เพราะการดำเนินการสอนตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาตินั้น

ความสำคัญอยู่ที่ผู้สอน ผู้สอนมีความรู้ในเนื้อหาวิชา รู้เหตุผลที่มาของความรู้ในรายวิชานั้นๆ และ
มองเห็นความสัมพันธ์ขององค์ความรู้ ในรายวิชาที่สัมพันธ์กับมนุษย์ สังคม สิ่งแวดล้อมที่ผู้สอนต้องรู้

และนำไปปรับใช้กับการเรียนการสอนอันจะสอดคล้องกับตัวผู้เรียน อีกทั้งมหาวิทยาลัยควรส่งเสริมให้
หัวหน้าสาขาวิชาสังคมศึกษามีการบริหารจัดการให้เกิดการแลกเปลี่ยนทรัพยากรกับหน่วยงานที่

เกี่ยวข้อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของสาขาวิชาสังคมศึกษา ซึ่งมีความจำเป็นต้องสร้างเครือข่ายเพื่อเพิ่ม


เพื่อนร่วมงานที่เข้ามาสนับสนุนทรัพยากรของสาขาวิชาสังคมศกษา จะช่วยให้ผู้บริหารลดภาระงาน ลด
งบประมาณ แต่เพิ่มผลผลิตของสาขาวิชาได้ โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของบุคลากรกับหน่วยงาน

ที่สัมพันธ์กับรายวิชาในสาขาวิชาสังคมศึกษาจะช่วยให้หน่วยงานเหล่านั้นเข้ามาช่วยส่งเสริมการเรียนรู้

แก่นิสิต

๒๒๖


การบริหารสาขาวิชาสังคมศึกษา จำเป็นต้องบริหารบุคลากรในสาขาวิชาให้มีผลงานไว้
รองรับการประกันคุณภาพการศึกษาอันเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าสาขาสามารถบริหารหลักสูตรได้อย่างมี

ประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้มีคุณภาพ สามารถสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้เรียน และสังคม ผู้สอนจะสามารถเก็บ
รายละเอียดตามภารกิจการสอนได้ครบถ้วน เมื่อผู้บริหารต้องการข้อมูลสำหรับการปรับปรุงการบริหาร

ื่
สาขาวิชาสังคมศึกษาผู้สอนจะสามารถโต้ตอบ ถกเถียง อภิปรายเพอให้เกิดการปรับปรุงการบริหาร
สาขาวิชาสังคมศึกษาได้ตามสภาพความเป็นจริง

การนำหลักอปริหานิยธรรมมาบูรณาการกับการบริหารหลักสูตรของสาขาวิชาสังคมศึกษา

ในด้านการจัดบุคลากรที่เกี่ยวข้องสาขาวิชาสังคมศึกษา ที่มีข้อจำกัดทางด้านบุคลากร งบประมาณ
ผู้บริหารต้องนำหลักพุทธธรรมมาพัฒนาตนเอง เปิดรับระบบความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล หน่วยงาน

ภายในและหน่วยงานภายนอกให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ใช้ทรัพยากรร่วมกันในลักษณะ องค์กรซ่อน
รูปเน้นผลงานควบคู่กับเน้นความสัมพันธ์ความเป็นเพื่อน เพื่อให้ได้บรรลุเป้าหมายของสาขาวิชาสังคม

ศึกษาที่ส่งผลต่อระบบการบริหารหลักสูตรที่มีคุณลักษณะที่พึ่งประสงค์ในอนาคตในลักษณะที่ต้องการ

มากยิ่งขึ้นด้วยการนำหลักอปริหานิยธรรม ดังนี้

๑. หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์ คือ ในการประชุมบ่อยๆ โดยเฉพาะหัวหน้าสาขาวิชา

สังคมศึกษา ควรมีแผนกำหนดวันที่ในการประชุม โดยใช้ระบบทีมเข้ามาช่วยในการออกแบบการ
ประชุม ระดมความคิดเห็นแลกเปลี่ยนเรียนรู้นิสัยใจคอ การเชื่อฟังด้วยความเคารพนับถือเพิ่มขึ้น

ยอมรับฟังความคิดเห็นโดยความเคารพซึ่งกันและกัน สร้างความสมัครสมานสามัคคีในหมู่คณะให้มี

ความแน่นแฟ้นในระบบทีมงาน เพื่อการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้โดยปราศจากเงื่อนไข และมีความ
รักในการสร้างบรรยากาศในการทำงาน ใช้ระยะเวลาในการประชุมเดือนละ ๑ ครั้งเป็นอย่างน้อย หาก

มีสถานการณ์ฉุกเฉินควรมีการเรียกประชุมแต่ละครั้งคราวไป เพื่อกำหนดเงื่อนไขหรือมาตรการ

๒. พร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม พร้อมเพรียงกันทำกิจที่พึง

ทำ คือ ในการประชุมพร้อมเพรียงกัน เลิกพร้อมเพรียงกัน หัวหน้าสาขาวิชาสังคมศึกษาควรจัดทำ
แผนงานประจำสาขาวิชา และจัดประชุมคณาจารย์อย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง พร้อมกับแจ้งให้

คณาจารย์ ทั้งอาจารย์ประจำและอาจารย์พิเศษได้ทราบหัวข้อการประชุม เพื่อทำความเข้าใจเนื้อหา


และสาระการประชุมมาก่อนเพื่อแสดงถึงคณภาพของบุคลากร เข้าสู่ที่ประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน และ
เลิกอย่างพร้อมเพรียงกัน นำผลการเข้าร่วมประชุมมาเพื่อการทำกิจกรรมร่วมกัน รวมทั้งการพิจารณา

ในการบริหารจัดการสาขาวิชาสังคมศึกษาด้วยความยุติธรรม ให้เกิดการขับเคลื่อนงานของสาขาวิชา
สังคมศึกษาไปด้วยพลังสามัคคี ยอมรับภารกิจไปพร้อมๆ กัน ด้วยความเต็มใจมีจิตสำนึกในคุณภาพการ

รับรู้ข้อมูลอย่างเต็มที่และรับรู้ข้อมูลโดยตลอด

๒๒๗



๓. ไม่บัญญัติสิ่งที่มิได้บัญญัติไว้ อันขัดต่อหลักการเดิม ไม่ล้มล้างสิ่งที่บัญญัติไว คือ
ในการไม่ถอนข้อตกลงเดิม และไม่เพิ่มข้อตกลงใหม่เพราะการประชุมควรมีการตกลงกติการ่วมกัน

ระหว่างบุคลากรหรือคณะกรรมการต่างๆ เพื่อการรักษามาตรฐานร่วมกันถึงแนวทางสำหรับการ
ดำเนินงานของสาขาวิชาที่ได้ตกลงไว้แล้ว มติของคณะกรรมการถือว่าเป็นข้อตกลงจะต้องถือปฏิบัติ

ร่วมกันและต้องแสดงถึงความเข้าใจในข้อกำหนดนั้นๆ ให้ถือปฏิบัติเป็นมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งไม่

กำหนดกติกาที่นอกเหนือจากภายหลังที่ประชุม เสร็จแล้ว จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในหมู่คณะ
เพราะยอมรับความคิดเห็นส่วนบุคคลเคารพการตัดสินใจเสียงส่วนมาก นำมาปรับใช้ร่วมกัน คงไว้ซึ่ง

มาตรฐานดังเดิม สร้างความเป็นคนน่าเชื่อถือต่อเพื่อนร่วมงาน พัฒนาตนเองให้เป็นบุคคลที่มีความ
รอบคอบ ส่งเสริมให้ตนเองและเพื่อร่วมงานเป็นคนมีกฎระเบียบวินัย


๔. การให้ความเคารพต่อประธานในที่ประชุม คือ ในการให้ความเคารพต่อประธาน
หลักสูตร ประธานต้องเปิดใจรับความคิดเห็นต่อกัน การแสดงความคิดเห็นด้วยหลักเมตตา กรุณา การ

ใช้สุตะมะยะปัญญาร่วมกันบุคลากรต้องมีเป้าหมายเชิงอุดมการณ์และเป้าหมายเป็นสิ่งเดียวกัน

บุคลากรต้องเคารพความคิดเห็นของผู้อื่น มีอาการสำรวมไม่พูดแทรกในขณะที่ประธานหรือผู้ร่วม
ประชุมพูด ขออนุญาตทุกครั้งก่อนที่จะพูด มีความเคารพรับฟังความคิดเห็นการตัดสินใจของประธาน


หลักสูตร ไม่นำเรื่องที่ตนเองทราบมาเกี่ยวกับประธานในทางที่ไม่ดีไปเผยแพร่ต่อสาธารณชนหรือเพ่อน
ร่วมงานทั้งต่อหน้าและลับหลัง เคารพในภูมิความรู้ที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เมื่อผู้มีความรู้ให้ข้อมูล
ข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการหลักสูตรและการเรียนการสอนของสาขาวิชาสังคม

ศึกษาของบุคลากรในสาขาวิชาสังคมศึกษาต้องให้ความเคารพต่อประธานหลักสูตรของสาขาวิชาสังคม
ศึกษาในวิทยาเขตหรือวิทยาลัยสงฆ์นั้นๆ


๕. ไม่ลุอำนาจแก่ความอยากที่เกิดขึ้น คือ ในการให้ความสำคัญแก่บุคลากร การให้
เกียรติบุคลากรเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติ คณะกรรมการหลักสูตรควรรับพึงความคิดเห็นของสตรีอันเป็นคน

ส่วนน้อยของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พูดคุยทักทายด้วยอาการยิ้มแย้มแจ่มใส ผู้ที่มี

ความรู้มีประสบการณ์มากควรให้เกียรติสตรี ส่งเสริมเมื่อรู้ว่าสตรีมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมให้
เกียรติทุกคนเสมอกันด้วยไมตรีจิต ความจริงใจ เป็นสังคมแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อให้สิทธิและ

เสรีภาพของสตรีเพื่อเป็นการพัฒนาภาวะผู้นำสตรีต่อไป

๖. เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ คือ ในการให้ความเคารพสักการะแก่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะ

การให้ความเคารพในผลงานวิชาการทางการนำองค์ความรู้เกี่ยวกับท้องถิ่นโดยเฉพาะการพัฒนาผลงาน
วิชาการ แนวประวัติศาสตร์ที่สำคัญเชื่อมโยงไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในจังหวัดของอาจารย์ประจำ

หลักสูตร อาจจะมีการเชิดชูในนิสิต คณาจารย์อนๆ รวมถึงประชาชนได้รับรู้ ได้เรียนรู้ พร้อมทั้งการนำ
ื่
องค์ความรู้ทางวิชาการของสาขาวิชาสังคมศึกษามาบริหารวิชาการแก่สังคม ให้สังคมได้นำองค์ความรู้

๒๒๘


เหล่านั้นไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคมโดยรอบ ถือว่าเป็นต้นแบบ ทางวัฒนธรรม

ประเพณีการมีคานิยม ทัศนคติ รวมทั้งการชี้นำถึงดินแดนของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และการให้ความเคารพ
ต่อพระพุทธศาสนา สร้างความเชื่อมั่นต่อเพื่อนร่วมงานเมื่อพบเห็นบ่งบอกเป็นบุคคลที่มีจิตใจในด้าน
ศีลธรรมเมตตาโอบอ้อมอารี ส่งเสริมให้ตนเองมีความสงบใจเย็นเพิ่มมากขึ้น พัฒนาบุคคลให้เป็นผู้นำ

ทางด้านการเผยแผ่สร้างความศรัทธาต่อสังคมและตนเองโดยอาการสำรวม

๗. ดูแล รักษา คุ้มครองพระสงฆ์และผู้มีศีลธรรม คือ ในการให้ความสำคัญแก่

ผู้กระทำความดีโดยเฉพาะประธานหลักสูตร ต้องเป็นตัวอย่างในการให้ความสำคัญและยกย่อง เปิดเผย

ข้อมูลประวัติของผู้กระทำความดีผ่านสื่อสารต่างๆ ให้สังคมได้รับรู้ให้การส่งเสริมและสนับสนุนรางวัล
ต่างๆ แก่ทีมงานผู้กระทำความดีอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เกิดกำลังใจในการปฏิบัติงาน เปิดโอกาสให้

ผู้กระทำดีได้แสดงความคิดเห็นต่อสังคมเพื่อคนทั่วไปจะได้รับรู้ และการกำหนดแนวทางสำหรับการ
ปฏิบัติงานที่มีความดีเป็นมาตรฐาน โดยเฉพาะอาจารย์หรือบุคคลผู้สร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการของ

สาขาวิชาสังคมศึกษาโดยการยกย่องปูชนียบุคคลผู้ทรงภูมิรู้ของสาขาวิชาสังคมศึกษาในระดับท้องถิ่น

และ บุคลากรทุกระดับต้องให้การดูแลรักษา และร่วมสืบทอดองค์ความรู้จากท่านผู้ทรงภูมิเหล่านั้น
และสามารถที่จะสนับสนุนให้ท่านเหล่านั้นได้ค้นหาองค์ความรู้ใหม่มาถ่ายทอดแก่นิสิตผู้รับบริการทาง

วิชาการให้องค์ความรู้เหล่านั้นได้เกิดประโยชน์ต่อสังคมตลอดไป

กล่าวได้ว่า การพัฒนาการบริหารหลักสูตรด้านบุคลากรตามหลักอปริหานิยธรรม โดย

คณะกรรมการหลักสูตรและอาจารย์ประจำหลักสูตร ควรมีแผนกำหนดวันที่ในการประชุมโดยใช้ระบบ

ทีมเข้ามาช่วยในการออกแบบการประชุมโดยมีกรอบระยะเวลาในการประชุมเดือนละ ๑ ครั้ง หากมี
สถานการณ์ฉุกเฉินควรมีการเรียกประชุมแต่ละครั้ง เพื่อกำหนดเงื่อนไขหรือมาตรการใดๆ ส่วนการ

ประชุมพร้อมเพรียงกัน เลิกพร้อมเพรียงกัน ฝ่ายบุคลากรควรจะมีจิตสำนึกในคุณภาพการรับรู้ข้อมูล
ื่
อย่างเต็มที่เละรับรู้ข้อมูลโดยตลอด ควรมีการทำความเข้าใจเนื้อหาและสาระการประชุมมาก่อน เพอ
แสดงถึงคุณภาพของบุคลากรการ ไม่ถอนข้อตกลงเดิม และไม่เพิ่มข้อตกลงใหม่ให้มีการประชุม ควรมี

การตกลงกติการ่วมกันระหว่างบุคลากรหรือคณะกรรมการหลักสูตรการรักษามาตรฐานร่วมกันถึง
แนวทางสำหรับการดำเนินงานของสาขาวิชาที่ได้ตกลงไว้แล้ว การให้ความเคารพต่อประธานหลักสูตร

ต้องเปิดใจรับความคิดเห็นต่อกัน มีการแสดงความคิดเห็นด้วยหลักเมตตา กรุณา การใช้สุตะมะยะ
ปัญญาร่วมกัน และอาจารย์ประจำหลักสูตรจะต้องมีเป้าหมายเชิงอุดมการณ์และเป้าหมายเป็นสิ่ง

เดียวกัน การให้ความสำคัญแกสิทธิของสตรี คณะกรรมการหลักสูตรควรรับฟังความคิดเห็นของสตรีอน


ื่
เป็นคนส่วนน้อยของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เพื่อให้สิทธิและเสรีภาพแก่สตรี เพอ
เป็นการพัฒนาภาวะผู้นำสตรีต่อไป การให้ความเคารพสักการะแก่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรสร้าง

คุณลักษณะการเป็นต้นแบบทางวัฒนธรรมประเพณีโดยเฉพาะการพัฒนาผลทางวิชาการทำให้เกิดมี

ค่านิยม ทัศนคติที่ดี รวมทั้งการชี้นำถึงดินแดนของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และการให้ความเคารพต่อทาง

๒๒๙


ื่
พระพุทธศาสนาที่ให้ความสำคัญแก่ผู้กระทำความดีสอดรับกับการบริหารทีมงานอย่างสม่ำเสมอ เพอให้
เกิดกำลังใจในการปฏิบัติงานและมีความดีเป็นมาตรฐานเดียวกันของบุคลากรประจำหลักสูตร สาขาวิชา

สังคมศึกษาในวิทยาเขตที่สังกัดมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งทำให้เกิดการพัฒนาการ
บริหารหลักสูตร สามารถนำมาสร้างรูปแบบการบริหารตามหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคม

ศึกษา ด้านการบริหารงานบุคลากรตามหลักอปริหานิยธรรม ตามตารางที่ ๔.๒

ตารางที่ ๔.๒ รูปแบบการบริหารตามหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา

ด้านการบริหารงานบุคลากรตามหลักอปริหานิยธรรม

การบริหารหลักสูตร
การบริหารงานบุคลากร

อปริหานิยธรรม

๑) หมั่นประชุมกัน ผู้บริหาร และบุคลากร เข้าร่วมประชุม เพื่อวางแผนกำหนดนโยบายใน
เนืองนิตย์ การปฏิบัติงานตามโครงสร้างการบริหารหลักสูตร

๒) พร้อมเพรียงกัน ผู้บริหารหลักสูตรประชุมพร้อมเพรียงกัน เลิกพร้อมเพรียงกัน โดย

ประชุม พร้อมเพรียงกัน กำหนดเวลาและวาระการประชุมที่แน่นอน ที่ประชุมมีมติอย่างไร นำไป
เลิกประชุม ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างพร้อมเพรียงกัน

๓) ไม่บัญญัติสิ่งที่มิได้ ผู้บริหาร และบุคลากร ปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับของหลักสูตร
บัญญัติไว้ ไม่ล้มล้างสิ่งที่ เป็นการรักษามาตรฐานร่วมกันถึงแนวทางสำหรับการดำเนินงานของ

บัญญัติไว้ สาขาวิชาที่กำหนดไว้

๔) การให้ความเคารพต่อ บุคลากรเคารพต่อประธาน ต่อผู้มีความอาวุโสกว่า ยอมรับฟังความ
ประธานในที่ประชุม คิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย เคารพในสิทธิ การให้เกียรติและเคารพต่อ

ผู้พูด

๕) ไม่ลุอำนาจแก่ความ ผู้บริหารดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม ความถูกต้อง รับฟังความคิดเห็นจาก
อยากที่เกิดขึ้น บุคลากรทุกฝ่าย

๖) เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผู้บริหาร คณาจารย์แสดงความเคารพตามหลักพระพทธศาสนา ต่อพระ

รัตนตรัย ปูชนียสถาน ปูชนียวัตถุ และปูชนียบุคคล รวมทั้งการชี้นำถึง
ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การเคารพในท้องถิ่น

๗) ดูแล รักษา คุ้มครอง ผู้บริหาร และบุคลากร ปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม เพื่อสงเคราะห์และ

พระสงฆ์และผู้มีศีลธรรม บูชาพระภิกษุ ผู้มีความประพฤติดีและปฏิบัติชอบ ทั้งต่อ
พระพุทธศาสนาและต่อสังคมตามควรแก่กาลเทศะ ด้วยความเคารพ

อย่างแท้จริง

๒๓๐


๔.๒.๓ รูปแบบพุทธวิธีการบริหารหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา
ด้านการส่งเสริมงานวิชาการ


สภาพการบริหารงานวิชาการในการบริหารของสถานศึกษาเกี่ยวข้องกับการพัฒนาการ
เรียนการสอนของหลักสูตรอย่างมีประสิทธิภาพ จะต้องมีหลักการและวิธีการดำเนินงาน เพื่อให้เกิด

ความคล่องตัวในการบริหาร มีความชัดเจนคำนึงถึงองค์ประกอบที่สำคัญของ การพัฒนาหลักสูตร การ
จัดกิจกรรมการเรียนการสอน การพัฒนาสื่อนวัตกรรมการเรียนการสอน และการจัดประเมินการเรียน

การสอน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพในการจัดและพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศ

ในการจัดการศึกษาพระพุทธศาสนา บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ พัฒนาจิตใจและสังคม และมุ่งธำรง
ปณิธานในการศึกษาพระไตรปิฎกและวิชาชั้นสูงสำหรับพระภิกษุสามเณรและคฤหัสถ์ เพื่อผลิตบัณฑิตที่

เป็นคนดีและเก่งอย่างมีสมรรถภาพ การจัดการศึกษาและวิจัยดีอย่างมีคณภาพ บริการวิชาการดีอย่างมี

สุขภาพ และบริหารดีอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งส่งเสริมพระพุทธศาสนาและทำนุบำรุง


ศิลปวัฒนธรรมคุณภาพและเป็นที่ยอมรับของสังคมงานวิชาการทางพระพทธศาสนาถูกนำมาใช้ใน
การศึกษาจนเกิดเป็นองค์ความรู้ใหม่และเผยแผ่สู่สังคมทั้งในด้านเทคนิควิธีและการจัดการงานอาชีพ
และด้านคุณธรรมมาบูรณาการกับการเรียนการสอน ประยุกต์ใช้ความรู้กับชุมชนได้มากขึ้น


ผู้วิจัยได้นำหลักพุทธธรรมมาพัฒนาการบริหารหลักสูตรด้านการส่งเสริมวิชาการตามหลัก
ื่
อปริหานิยธรรม ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้อาจารย์ได้ปรับปรุงตนเองด้านวิชาสังคมศึกษาและความรู้อนๆ ที่
เกี่ยวข้อง หัวหน้า สาขาจำเป็นต้องบริหารสาขาวิชาสังคมศึกษาทั้งเชิงรับและเชิงรุก มีการประสานส่วน

งานให้เกิดการจัดสรรงบประมาณในการจัดสิ่งส่งเสริมงานวิชาการ เช่น หนังสือเฉพาะสาขาสังคมศึกษา
เครื่องมืออุปกรณ์ที่สำคัญสำหรับการสืบค้น เก็บข้อมูล เป็นต้น เพอให้อาจารย์ได้แสวงหาความรู้เหมือน
ื่
การปรับปรุงความรู้ของตนเองที่เป็นศาสตร์เฉพาะสาขาสังคมศกษาและศาสตร์อื่นๆ ที่จำเป็นต่อการบูร

ณาการกับสาขาวิชาสังคมศกษา นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมให้อาจารย์ได้พัฒนาตนเองเข้าสู่ตำแหน่ง

ทางวิชาการและสนับสนุนให้มีการปฏิบัติการตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ

(TQF) เหมาะสมกับสาขาวิชาสังคมศึกษา เมื่อผู้บริหารให้การสนับสนุนส่งเสริมให้อาจารย์ ได้รับ
ตำแหน่งทางวิชาการมากๆ มีผลต่อคะแนนการประกันคุณภาพการศึกษาอีกด้วย อีกทั้งการเข้าสู่

ตำแหน่งทางวิชาการของอาจารย์ประจำหลักสูตรยังมีผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของอาจารย์
เหล่านั้นก่อให้เกิดความมั่นคงในการดำรงชีวิตมีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานเพิ่มมากขึ้น และเสริม

ให้อาจารย์สร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการซึ่งจะส่งผลต่อคุณค่าและมูลค่าทางวิชาการของสาขาวิชาสังคม

ศึกษาที่สะท้อนเอกลักษณ์ที่สถาบันตั้งอยู่จากรุ่นหนึ่งไปอีกรุ่นหนึ่งเป็นการพัฒนางานวิชาการที่ยั่งยืน
ด้วยหลักอปริหานิยธรรม ดังนี้

๒๓๑


๑. หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์ คือ เป็นการประชุมบ่อยๆ เพราะการบริหารหลักสูตร
ของสาขาวิชาสังคมศึกษาต้องมีกำหนดการประชุม เพื่อปรึกษาหารือกันบ่อยๆ ในด้านทางวิชาการจะทำ

ให้มีชำนาญขึ้นจะเป็นการอบรมทำกิจกรรมโครงการร่วมกัน รวมทั้งการจัดสัมมนาทางวิชาการอย่าง
ต่อเนื่องจะทำให้ทราบจุดอ่อนจุดแข็ง อุปสรรคและโอกาสในการพัฒนาและการส่งเสริมภาควิชาการ ให้

การบริหารหลักสูตรของสาขาวิชาสังคมศึกษาเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผลงานในด้านการพัฒนา

งานวิจัย ตำรา และเอกสารประกอบการสอน จะทำให้เนื้อหาสาระของวิชาการที่เตรียมมามีข้อมูล
เพิ่มเติมมากขึ้น สามารถลดความสงสัยและความไม่กระจ่างทางด้านวิชาการให้ชัดเจนเพิ่มมากขึ้น

สามารถพัฒนาไปในทางที่กำหนดไว้ได้เร็วขึ้นและตรงตามวัตถุประสงค์ของเป้าหมายได้อย่างมีคุณภาพ
และประสิทธิภาพทางด้านวิชาการยิ่งขึ้น


๒. พร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม พร้อมเพรียงกันทำกิจที่พึง
ทำ คือ ในการประชุมพร้อมเพรียงกัน และเลิกพร้อมเพรียงกัน หัวหน้าสาขาวิชาสังคมศึกษา จัดทำ

แผนการประชุมทางวิชาการเป็นปฏิทินประจำปีไว้เพื่อต้องการให้คณะกรรมการทราบถึงวันเวลาการ

ประชุมและเลิกประชุม มีขั้นตอน มีวิธีการ มีเป้าหมายมีเงื่อนไข ถึงการสร้างและการส่งเสริมวิชาการ
รวมทั้งการเตรียมความพร้อมในการบริหารหลักสูตรสู่ยุคแห่งความเปลี่ยนแปลงทางสังคม จะได้มีข้อมูล

เนื้อหาสาระไม่มีการตกหล่น งานส่งเสริมทางด้านวิชาการที่ได้กำหนดไว้ร่วมกันสามารถเสร็จทัน

กำหนดเวลา ข้อมูลที่ได้รับจากการประชุมจะเป็นข้อมูลที่หลากหลาย แนวความคิดและเปิดกว้างเป็นที่
น่าสนใจต่อบุคคลทั่วไปในการสืบค้นหาข้อมูลอันอาจจะได้รับการส่งเสริมให้มีการจัดทำมากขึ้นเรื่อยๆ

จากข้อมูลเดิม

๓. ไม่บัญญัติสิ่งที่มิได้บัญญัติไว้ อันขัดต่อหลักการเดิม ไม่ล้มล้างสิ่งที่บัญญัติไว คือ

ในการไม่ถอนข้อตกลงเดิม และไม่เพิ่มข้อตกลงใหม่ โดยเฉพาะหัวหน้าสาขาวิชาสังคมศึกษาต้องสร้าง
วัฒนธรรมองค์กรเกี่ยวกับงานส่งเสริมทางด้านวิชาการ เช่น การผลิตงานวิจัย บทความทางวิชาการ

ตำรา เอกสารประกอบการสอน การกำหนดเงื่อนไขในการพัฒนาและส่งเสริมวิชาการให้เป็นไปตาม

กรอบแห่งระยะเวลาและคุณภาพผลงานวิชาการ มีเป้าหมายตามข้อกำหนด คณะกรรมการบริหารไม่
เปลี่ยนกรอบเป้าหมายอื่น ยอมรับและปฏิบัติตามมติที่ประชุม การบริหารหลักสูตรสาขาวิชาสังคม

ศึกษาตามแผนงานที่ประชุมได้ลงมติไว้ และไม่เพิกถอน ออกระเบียบกฎเกณฑ์ใหม่ซึ่งที่ประชุมไม่ได้
รับรองไว้ให้เก็บรักษาผลงานทางวิชาการที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพไว้ให้คนได้ศึกษาตลอดไป เกิด

ความศรัทธาต่อสังคมในด้านเนื้อหาสาระที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เช่น หลักธรรมของพระพุทธเจ้า เพอ
ื่
เป็นที่รับทราบต่อกลุ่มสังคมโดยส่วนรวม

๔. การให้ความเคารพต่อประธานในที่ประชุม คือ ในการให้ความเคารพต่อประธาน

หลักสูตรโดยเฉพาะความเคารพใน การบริหารเพอการวางแผนงาน การบริหารจัดการภายในสาขาวิชา
ื่

๒๓๒


สังคมศึกษาของประธานหลักสูตร เกี่ยวกับทางด้านวิชาการต้องให้ความเคารพและรับฟังและมีความ
ชัดเจน ประธานหลักสูตรจะต้องเป็นแบบอย่างทางด้านวิชาการของผู้ภาวะผู้นำ จะต้องผลิตผลงาน

ออกมาสู่สังคมให้มากที่สุด เพื่อการยอมรับของนักวิชาการจากหน่วยงานภายนอก รวมทั้ง
คณะกรรมการหลักสูตรจะต้องมีผลงานอย่างน้อย ๒ เล่มต่อปี สำหรับผลงานวิชาการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น


บทความวิชาการที่สามารถตีพิมพอย่างมีคุณภาพหรืองานวิจัย เอกสารประกอบการสอบ หนังสือ ตำรา
ื่

หรือผลงานวิชาการอนๆ ที่เกิดคุณค่าทางสังคม เป็นต้น ลักษณะที่พงประสงค์ของบุคลากรในสาขาวิชา
สังคมศึกษาต้องเคารพความคิดเห็นของผู้อื่นเคารพในภูมิความรู้ที่มีความเห็นแตกต่างกัน เมื่อผู้มีความรู้
ให้ข้อมูลข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการสาขาวิชาสังคมศึกษาบุคลากรในสาขาวิชา
สังคมศึกษาต้องให้ความเคารพไม่วิพากษ์วิจารณ์งานด้านวิชาการต่อที่ประชุมจนเกิดข้อขัดข้องใจ ให้

สนับสนุนอย่างเต็มกำลัง ความสามารถส่งเสริมทั้งในด้านการพัฒนาหลักสูตรด้วยความสัตย์จริงลดภาวะ

ความตึงเครียดที่จะเกิดขึ้นกับการควบคุมสภาวะปัจจุบันมีการติดตาม ตรวจสอบ ให้ความเคารพใน
ผลงานอย่างต่อเนื่อง


๕. ไม่ลุอำนาจแก่ความอยากที่เกิดขึ้น คือ ในการให้ความสำคัญแก่ผลงานทาง
วิชาการ ซึ่งคณะกรรมการจะต้องมีผลงานที่บ่งชี้ถึงคุณภาพทางวิชาการ เช่น หนังสือ เอกสาร ตำรา

ื่
บทความ งานวิจัยที่เกี่ยวกับภาวะผู้นำหรือประเด็นอนที่เกี่ยวกับสตรีเป็นต้น มีวิชาที่เกี่ยวเนื่องด้วยวิชา
ภาวะผู้นำสตรีต้องส่งเสริมและการให้ทุนสนับสนุนผลงานอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น ในการให้เกียรติสตรีผู้
อ่อนแอกว่าเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติ ผู้ที่มีความรู้ มีประสบการณ์มาก ควรให้เกียรติ ให้คำชี้แนะเปิดโอกาส

ให้ได้เรียนรู้งานในสาขาวิชาสังคมศึกษา ไม่แสดงตนเป็นผู้มีความรู้มากกว่า ไม่ข่มเหงรังแกผู้อ่อน
ประสบการณ์ ให้เกียรติทุกคนเสมอกันด้วยไมตรีจิต ความจริงใจ ทำให้เป็นสังคมแห่งการแลกเปลี่ยน

เรียนรู้ ตรวจสอบความถูกต้องให้ชัดเจนด้วยหลักการและเหตุผล มีการควบคุมการทำงานโดยอาศัย

หลักคุณธรรมสุจริตธรรมเป็นที่ตั้ง รับฟังถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วนำมาปรับปรุงแก้ไขร่วมกันทำให้
สามารถพัฒนาหลักความเชื่อโดยปราศจากอคติข้อขัดแย้งๆ


๖. เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คือ ในการให้ความเคารพสักการะแก่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพราะ
การให้ความเคารพและส่งเสริมงานวิจัยโดยเฉพาะสถาบันทางการเมืองกับสถานที่สำคัญที่มี

ประวัติศาสตร์ในท้องถิ่นมายาวนาน เป็นที่น่ายึดถือเป็นแบบอย่างในการจัดการเรียนการสอนแก่นิสิต
นักศึกษาและ บุคคลทั่วไป เช่น พระพุทธศรีสัพพัญญู พุทธอุทยานนครสวรรค์ เป็นต้น นอกจากนี้ การ

พัฒนาวิชาการโดยอาศัยหลักกฎหมายเป็นตัวควบคุมการเผยแพร่และอาศัยจารีตประเพณี การนับถือ

ปฏิบัติกันมาโดยความเคารพใช้กฎเกณฑ์ของสังคมเป็นที่ตั้งในการปฏิบัติลดละกฎหมู่ พร้อมทั้งการ
รักษาสภาพแวดล้อมโดยอาศัยเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ดูแลแบ่งอำนาจในการทำงานอย่าง

ชัดเจน ถือได้ว่าเป็นผู้นำที่ส่งเสริมวิชาการสังคมศึกษาเชิงวัฒนธรรมท้องถิ่น คณาจารย์นิสิตรวมถึง

๒๓๓


ประชาชนได้รับรู้ ได้เรียนรู้ นำองค์ความรู้ทางวิชาการมาบริหารแก่สังคม ให้สังคมได้นำองค์ความรู้
เหล่านั้นไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคมโดยรอบ


๗. ดูแล รักษา คุ้มครองพระสงฆ์และผู้มีศีลธรรม คือ ในการให้ความสำคัญแก่ผู้กระทำ
ความดี เพราะเมื่อมีบุคลากรผู้สร้างผลงานทางวิชาการ บุคลากรนั้นจะต้องได้รับความชื่นชมยินดี การ

ยกย่องจากผู้บังคับบัญชามีบุคลากรในองค์กรรับรู้รับทราบร่วมกัน ซึ่งเป็นการให้กำลังใจและเห็น
ความสำคัญต่อบุคลากรผู้ผลิตผลงานเพื่อรับใช้สังคม มอบเกียรติประวัติต่อหน้าสาธารณชนและสังคม

ให้รับรู้ประกาศยกย่องให้สังคมรับรู้ถึงประวัติผู้กระทำความดีด้านใดสาขาใดบันทึกไว้ในประวัติเล่า

เรื่องราวการกระทำคุณงาม ความดี ถือว่าเป็นบุคลากรผู้ทรงความรู้ของสาขาวิชาสังคมศึกษา บุคลากรทุก
ระดับต้องให้การดูแล รักษา และร่วมสืบทอดองค์ความรู้จากท่านผู้ทรงภูมิเหล่านั้น และสามารถที่จะ

สนับสนุนให้ท่านเหล่านั้นได้ค้นหาองค์ความรู้ใหม่มาถ่ายทอดแก่นิสิต ผู้รับบริการทางวิชาการให้องค์
ความรู้เหล่านั้นเกิดประโยชน์ต่อสังคมตลอดไป


กล่าวโดยสรุปว่า การพัฒนาการบริหารหลักสูตรด้านการส่งเสริมวิชาการตามหลัก
อปริหานิยธรรมจะเห็นได้ว่า การประชุมเนืองนิตย์ๆ ทำให้ทราบจุดอ่อนจุดแข็ง อุปสรรคและโอกาสใน

การพัฒนาและการส่งเสริมภาควิชาให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้นสามารถจะส่งเสริมการพัฒนา ผลงานวิจัย

ตำราและเอกสารประกอบการสอนรวมทั้งการจัดสัมมนาทางวิชาการ ส่วนการประชุมพร้อมเพรียงกัน
เลิกพร้อมเพรียงกันจะต้องให้คณะกรรมการทราบถึงขึ้นตอน วิธีการ เป้าหมาย เงื่อนไขถึงการสร้างและ

การส่งเสริมวิชาการรวมทั้งการเตรียมความพร้อมเพรียงในการบริหารหลักสูตรสู่ยุคแห่งความ

เปลี่ยนแปลงทางสังคม ในส่วนการไม่ถอนข้อตกลงเดิม และไม่เพิ่มข้อตกลงใหม่ต้องมีการกำหนด
เงื่อนไขในการพัฒนาและส่งเสริมวิชาการให้เป็นไปตามกรอบแห่งระยะเวลาและคุณภาพผลงาน

ื่
วิชาการมีการวางเป้าหมายตามข้อกำหนดของคณะกรรมการบริหารจะต้องไม่เปลี่ยนกรอบเป้าหมายอน
สำหรับการให้ความเคารพต่อประธานหลักสูตร ต้องเป็นแบบอย่างด้านวิชาการของภาวะผู้นำ จะต้อง

ผลิตผลงานออกมาสู่สังคมให้มากที่สุด เพื่อการยอมรับของนักวิชาการจากหน่วยงานภายนอก

กำหนดให้คณะกรรมการต้องมีผลงานอย่างน้อย ๒ เล่ม สำหรับผลงานวิชาการต่างๆ รวมทั้งสามารถ
ี่
ตีพิมพ์อย่างมีคุณภาพ ส่วนการให้ความสำคัญแก่สตรี นอกจากต้องมีวิชาที่เกยวเนื่องด้วยวิชาภาวะผู้นำ
สตรีและด้านคณะกรรมการจะต้องมีผลงานที่บ่งชี้ถึงคุณภาพของรายวิชา เช่น หนังสือ เอกสาร
ประกอบการสอน ตำรา บทความทางวิชากร และงานวิจัยที่เกี่ยวกับภาวะผู้นำหรือประเด็นอื่นที่

เกี่ยวกับสตรี เป็นต้น การให้ความเคารพสักการะแก่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ส่งเสริมงานวิจัยโดยเฉพาะสถาบัน

ทางการเมืองกับสถานที่สำคัญและการเป็นผู้นำส่งเสริมวิชาการสังคมศึกษาเชิงวัฒนธรรมท้องถิ่น และ
การให้ความสำคัญแก่ผู้กระทำความดีเมื่อมีการสร้างผลงานทางวิชาการ บุคคลนั้นจะต้องได้รับความชื่น


ชมยินดี การยกย่องจากผู้บังคับบัญชามีคนในองค์กรรับรู้รับทราบร่วมกน ซึ่งเป็นการให้กำลังใจและเห็น
ความสำคัญต่อบุคคลผู้ผลิตผลงานเพื่อรับใช้สังคม ซึ่งที่กล่าวมานี้ทำให้เห็นภาพของการพัฒนาศักยภาพ

๒๓๔


ด้านวิชาการของการบริหารสาขาวิชาสังคมศึกษาในส่วนวิทยาเขตต่างๆ สามารถนำมาสร้างรูปแบบการ
บริหารตามหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา ด้านการส่งเสริมงานวิชาการตามหลักอป

ริหานิยธรรม ตามตารางที่ ๔.๓

ตารางที่ ๔.๓ รูปแบบการบริหารหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา

ด้านการส่งเสริมงานวิชาการตามหลักอปริหานิยธรรม

การบริหารหลักสูตร

การส่งเสริมงานวชาการ
อปริหานิยธรรม

ื่
๑) หมั่นประชุมกัน ผู้บริหารเข้าร่วมประชุมปรึกษาหารือกันอย่างสม่ำเสมอ เพอแก้ไขปัญหา
เนืองนิตย์ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ยอมรับในเหตุผลที่ถูกต้องที่

เป็นประโยชน์ ส่งเสริมการพัฒนา ผลงานทางวิชาการอย่างจริงจัง
๒) พร้อมเพรียงกันประชุม ผู้บริหารและบุคลากรพร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม

พร้อมเพรียงกันเลิก และกระทำกิจที่ควรทำ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ประชุม ของหมู่คนที่อยู่รวมกันไม่กินแหนงแคลงใจกัน ปรึกษาหารือพร้อมๆ กัน
เพื่อทุกคนจะได้ยอมรับในสิ่งที่จะทำลงไปด้วยความเต็มใจ

๓) ไม่บัญญัติสิ่งที่มิได้ ผู้บริหารและบุคลากรทุกคนจะไม่บัญญัติและไม่ล้มเลิก ระเบียบ
บัญญัติไว้ ไม่ล้มล้างสิ่งที่ กฎเกณฑ์ต่างๆ ของคณะและสังคมตามความพอใจของตนหรือของกลุ่ม

บัญญัติไว้ โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง

๔) การให้ความเคารพต่อ ผู้บริหารเคารพนับถือผู้ใหญ่และรับฟังคำสั่งสอนของผู้ใหญ่ รับฟังคำ
ื่
ประธานในที่ประชุม ชี้แนะ เพอนำมาเป็นข้อคิดในการปฏิบัติงาน
๕) ไม่ลุอำนาจแก่ความ ผู้บริหารมีลักษณะผู้นำ มีวินัย ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับอนชอบธรรม

อยากที่เกิดขึ้น ถูกต้องตามกฎหมาย และปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความเป็นธรรม
ไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ

๖) เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผู้บริหารหลักสูตรเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และ

ถ่ายทอดองค์ความรู้และการทำนุบำรุงรักษาศาสนสถาน และศาสนวัตถุ
เชิงวัฒนธรรมท้องถิ่น

๗) ดูแล รักษา คุ้มครอง ผู้บริหารการให้ความสำคัญแก่ผู้กระทำความดี ชื่นชมยกย่องบุคลากรใน

พระสงฆ์และผู้มีศีลธรรม หลักสูตร รวมทั้งสนับสนุนการนำหลักธรรมของศาสนามาใช้ในการสร้าง
คุณธรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น

๒๓๕


๔.๒.๔ รูปแบบพุทธวิธีการบริหารหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา
ด้านการวัดและประเมินผล


สภาพการประเมินหลักสูตร เป็นกระบวนการในการจัดเตรียมสารสนเทศสำหรับใช้
ประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร การประเมินหลักสูตรทำได้หลายลักษณะ เป็นการ

พิจารณาองค์ประกอบหลักสูตรว่า มีความเหมาะสมมากน้อยเพยงใด โดยในการประเมินหลักสูตรจะใช้

เครื่องมือชนิดต่างๆ ที่มีความเหมาะสมในการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นการจำแนกโดยยึดระดับของ

หลักสูตรเป็นเกณฑ์ โดยยึดจุดมุ่งหมายและลักษณะการใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจเป็นเกณฑ์

จะต้องพิจารณาว่าจะดำเนินการประเมินอย่างไร จึงจะทำให้ผลการประเมินที่ถูกต้องตามสภาพความ
เป็นจริง ครอบคลุมและตอบสนองความต้องการของผู้ที่จะใช้ผลประเมินการเรียนการสอนใน

ระดับอุดมศึกษา จะเห็นว่าการวัดและการประเมินผล เป็นกระบวนการต่อเนื่องกัน โดยเริ่มด้วยการวัด
แล้วนำผลจากการวัดไปทำการประเมินตัดสินตามเกณฑ์และดุลยพินิจต่อไป อาจเรียกทั้งสอง

กระบวนการรวมกันว่า “การวัดและประเมินผล” ทางการศึกษาการวัดและประเมินผลมีบทบาทและ

หน้าที่สำคัญๆ คือ การวัดและประเมินผลเป็นองค์ประกอบหนึ่งของระบบการศึกษา ซึ่งการจัด
การศึกษาที่เป็นระบบจะมีองค์ประกอบหลัก คือ ปรัชญาการศึกษา หลักสูตร การสอน การวัดและ

ประเมิน การวิจัย การวัดและประเมินผลเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนการสอน ซึ่งกระบวนการ

เรียนการสอนเป็นกระบวนการของการใช้หลักสูตร โดยแยกดำเนินการเป็นรายวิชาๆ การวัดและ
ประเมินผลทำหน้าที่ตรวจสอบผล และเป็นข้อมูลย้อนกลับ เพื่อการสรุปและแกไขปรับปรุงในแต่ละส่วน

การวัดและประเมินผลเป็นเครื่องมือประกันคุณภาพทางวิชาการ ตองน่าเชื่อถือและมีความถูกต้อง
ดังนั้นในการจัดระบบประกันคุณภาพการศึกษา จำเป็นต้องมีมาตรการที่เกี่ยวข้องในส่วนของการ

ดำเนินการวัดและประเมินผลการศึกษา การวัดและประเมินผลทำหน้าที่ตรวจสอบผลการเรียนรู

หลักการสำคัญของการศึกษา คือการพัฒนาผู้เรียนหรือทำให้ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ให้
ไดผลสอดคลองกับความต้องการของสังคม (ของหลักสูตร) และดำเนินการอย่างเป็นระบบ (มี

วัตถุประสงค์ชัดเจน) แนวคิดของการวัดและประเมินผล คือ คนเรียนรูไดไมเท่ากันในเวลาที่เท่ากัน เป็น
แนวคิดที่ยึดเวลาในการเรียนเป็นหลัก โดยการเปรียบเทียบความสามารถของผู้เรียนในกลุ่มการวัดและ

ประเมินผลเรียกวา “การประเมินผลแบบอิงกลุ่ม” วิธีการตรวจสอบข้อบกพรองทำไดโดยการ

เปรียบเทียบความสามารถของผู้เรียนกับเกณฑ์ที่กำหนดไวการวัดและประเมินผลลักษณะนี้เรียกว่า
“การประเมินผลแบบอิงเกณฑ์”




ผู้วิจัยได้นำหลักพทธธรรมมาพฒนาการบริหารหลักสูตรด้านการวัดผลและประเมินผล เป็น
การปฏิบัติไปตามกฎเกณฑ์ ระเบียบ กติกาของระบบการวัดและประเมินผล ตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ
ระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (TQF) และเผยแพร่เอกสารให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบ จะช่วยให้คณาจารย์ใน

สาขาวิชาสังคมศึกษาเกิดความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการประเมินผลการศึกษาได้ถูกต้องตามระเบียบที่

๒๓๖


สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาแห่งชาติได้กำหนดกรอบมาตรฐานคุณวุฒิไว้ เพราะในการ
ประเมินผลการปฏิบัติงานของสาขาวิชานั้นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการบริหารสาขาวิชาสังคมศึกษา

คือ คณะกรรมการประเมินผลเกรดและประเมินผลประสิทธิภาพการสอนของอาจารย์ในแต่ละปี
การศึกษา


อาจารย์ผู้สอนมีกิจกรรมที่สอดคล้องกับหลักสูตรที่เหมาะสมกับการวัดและประเมินผล ตาม
เกณฑ์ที่สาขาวิชาสังคมศึกษากำหนด ทั้งนี้เพราะภารกิจหลักของอาจารย์ผู้สอนนั้นมิใช่ทำหน้าที่ สอน

เพียงอย่างเดียว ซึ่งต้องมีบทบาทหน้าที่และภารกิจหลัก ๓ ประการ คือ การสอน การวิจัยและพัฒนา

และการบริการวิชาการแก่สังคม เมื่อหัวหน้าสาขาวิชาและอาจารย์ผู้สอนรายวิชาใดก็ต้องเก็บรักษา
เอกสารและหลักฐานการประเมินผลการเรียน เอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับงานประกันคุณภาพ

การศึกษาระดับสาขาวิชาโดยเอกสารหลักฐานเหล่านั้น ต้องเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเรียนการสอนที่
สามารถเชื่อมโยงตัวบ่งชี้ในการดำเนินงานบริหารสาขาวิชาสังคมศึกษา และหัวหน้าสาขาวิชาสังคม

ศึกษาต้องจัดเก็บเอกสารไว้อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้สาขาวิชาต้องเปิดโอกาสให้อาจารย์และนิสิต


เสนอแนะวิธีดำเนินการพัฒนาคุณภาพทางวิชาการโดยจัดประชุมสัมมนาทางวิชาการ การรับฟง
ข้อเสนอแนะองค์ความรู้ที่สะท้อนการปฏิบัติงานตามพันธกิจของสาขาวิชาสังคมศึกษาที่เกิดจากการ

สำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้บัณฑิต การรายงานการสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้บัณฑิต การรายงานการ

สำรวจความพึงพอใจของศิษย์เก่า ซึ่งนำมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพวิชาการ และการปรับปรุงหลักสูตร
ให้สามารถตอบสนองความต้องการทางวิชาการของผู้รับบริการได้


๑. หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์ คือ ในการประชุมเนืองนิตย์ของผู้บริหารสาขาวิชาสังคม
ศึกษาต้องจัดให้มีการประชุมเพื่อกำหนดเงื่อนไขในการจัดและประเมินผล การกำหนดตัวชี้วัดให้

สอดคล้องกับท้องถิ่น มากกว่าให้สอดคล้องกับส่วนกลางเพื่อให้ได้ตัวชี้จัดที่มีคุณภาพ โดยมีข้อตกลง
ร่วมกันเพื่อลดความขัดแย้งในผลงานที่ไม่ได้ตามวัตถุประสงค์ เพิ่มและลดข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้ โดย

การรับรู้พร้อมกัน งานที่ออกมาจะได้มีความถูกต้องชัดเจนมากขึ้น หากมีการกลั่นกรองอย่างรอบคอบ

เพื่อสร้างองค์ความรู้แก่คณาจารย์และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้เรียนรู้ทำความเข้าใจงานวัดและประเมินผล
อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ


๒. พร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม พร้อมเพรียงกันทำกิจที่พึง
ทำ คือ การประชุมพร้อมเพรียงกน และเลิกพร้อมเพรียงกันของสาขาวิชาสังคมศึกษาจะต้องจัดประชุม

ให้ได้ รวมทั้งการร่วมกันเลิกประชุมให้พร้อมกันเพราะการประชุม บางครั้งอาจารย์ประจำหลักสูตร
อาจจะติดภารกิจซึ่งทำให้เกิดความไม่ชัดเจนในการวัดและประเมินเพราะไม่รับรู้ถึงข้อตกลงในที่ประชุม

เมื่อเป็นดังนั้นจะทำให้เกิดปัญหาตามมาควรมีการกำหนดไว้ให้เป็นปฏิทิน ปฏิบัติการประชุมแต่ระบุถึง

ความจำเป็นในการรับรู้โดยตลอดเรื่องในทุกภาคการศึกษาของบุคลากรที่มีส่วนรับผิดชอบเกี่ยวกับ

๒๓๗


ื่
ระเบียบ การวัดและประเมินผลตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ ระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (TQF) เพอ
กำหนดมาตรฐานการวัดและประเมินผลการเรียนการสอนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อเลิกการ

ประชุมจะช่วยให้คณาจารย์ในสาขาวิชาสังคมศึกษาและส่วนอื่นๆ เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการใช้
การประเมินผลการศึกษาที่จัดขึ้นและคณาจารย์สามารถปฏิบัติได้ถูกต้องตามระเบียบของการเผยแพร่

เอกสาร เรื่องระเบียบของและการวัดประเมินผล ตามกรอบมารฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติให้

ผู้เกี่ยวข้องรับทราบ ส่งผลให้ผู้รวบรวม ข้อมูลสภาพการจัดการศึกษาได้เหมาะสมตามสภาพจริงจะทำ
ให้เกิดประสิทธิผลในภาคปฏิบัติเพิ่มมากขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการวัดและประเมินผลสามารถ

จัดส่งเอกสารงานต่างๆ ได้ตามเวลาที่ต้องการ

๓. ไม่บัญญัติสิ่งที่มิได้บัญญัติไว้ อันขัดต่อหลักการเดิม ไม่ล้มล้างสิ่งที่บัญญัติไว คือ


ิ่
การไม่ถอนข้อตกลงเดิมและไม่เพมขอตกลงใหม่ ในส่วนหัวหน้าสาขาวิชาสังคมศึกษาและอาจารย์ผู้สอน
รายวิชาเก็บรักษาเอกสารและหลักฐานการวัดและประเมินผลการเรียน เอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องการ
ดำเนินการตัวชี้วัดและการประเมินผล ในการจัดการเรียนการสอนตามเกณฑ์ที่กำหนดให้เกิดการปฏิบัติ

ตามมาตรฐานการวัดและประเมินผล และจะไม่กำหนดกฎเกณฑ์ เพิ่มเติมหากไม่มีข้อตกลงจากที่
ประชุมคณะกรรมการยึดหลักเหตุผลร่วมกันแล้วคงไว้อย่างเดิม เปิดโอกาสให้บุคคลแสดงความคิดเห็น

โดยอาศัยข้อความเดิมเป็นพื้นฐานต้องหาเหตุผลและหลักการมาหักล้าง หากมีข้อขัดแย้งเกิดขึ้น เพอ
ื่
รักษาข้อมูลที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดปัญหาที่จะเกิดขึ้น จึงมีข้อสรุปร่วมกันเพื่อรองรับงานประกัน
คุณภาพการศึกษาระดับสาขาวิชาโดยเอกสารหลักฐานเหล่านั้น ต้องเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเรียน

การสอนที่สามารถเชื่อมโยงตัวบ่งชี้ในการดำเนินงานบริหาร สาขาวิชาสังคมศึกษา เช่น เอกสารเกี่ยวกับ
อาจารย์ประจำหลักสูตร รายงานการประชุมอาจารย์ประจำหลักสูตร เอกสารเกี่ยวกับรายวิชา มคอ.๒,

๓, ๕, ๗ รายงานผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้บัณฑิต รายงานผลการสำรวจความพึงพอใจของ

ศิษย์เก่า เอกสารการเตรียมความพร้อมทางการเรียนแก่นิสิต เพื่อให้มีความพร้อมในการเรียนรู้ เป็นต้น
รวมถึงเอกสารการเผยแพร่ผลงานวิชาการของนักศึกษา ซึ่งหัวหน้าสาขาวิชาสังคมศึกษาต้องจัดเก็บ

เอกสารไว้อย่างเป็นระบบ

๔. การให้ความเคารพต่อประธานในที่ประชุม คือ ในการให้ความเคารพต่อประธาน

หลักสูตรโดยเฉพาะคณาจารย์ เจ้าหน้าที่ในสาขาวิชาสังคมศึกษา เมื่อได้รับการประเมินตนเองเกี่ยวกับ
การจัดการเรียนการสอน การจัดและประเมินผลหลักสูตร หากผิดพลาดประการใดก็ต้องรับผิดชอบ

ร่วมกัน ทั้งจากคณะกรรมการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในและภายนอก ต้องเคารพและให้การ

ยอมรับผลการประเมินตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้น มีข้อตกบกพร่องจากการปฏิบัติงานควรให้คำอธิบาย
โดยยึดหลักความถูกต้องให้การสนับสนุนด้วยความบริสุทธิ์ใจ ลดอคติต่องานที่มีความเห็นส่วนบุคคล

รับทราบถึงปัญหาแล้วนำไปปรับปรุงแก้ไขโดยความเคารพ

๒๓๘


๕. ไม่ลุอำนาจแก่ความอยากที่เกิดขึ้น คือ ในการทำงานในหลักสูตรสาขาวิชาสังคม
ศึกษา ควรให้ความสำคัญกับสตรี เพราะคุณลักษณะของสตรีจะเป็นผู้ที่มีละเอียดเรียบร้อยอย่างมาก จึง

ควรมอบหมายให้ทำหน้าที่เก็บข้อมูลรายงานการประชุมแต่ละครั้ง เพื่อรองรับการปรับหลักสูตรในปี
ถัดไป วางตัวเป็นกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด หากเกิดข้อขัดแย้งขึ้นในการวัดและประเมินผล สามารถแสดง

วิสัยทัศน์มองการณ์ไกลเชื่อมโยงให้เห็นเป็นภาพรวม สามารถยกตัวอย่างอุปมาอุปมัยได้ เพื่อลดความ

ขัดแย้งที่เกิดขึ้นปลูกฝังเรื่องคุณธรรมจริยธรรมในการปฏิบัติงานสร้างความรักความสามัคคีภายใน
หน่วยงานของตน


๖. เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คือ ในการให้ความเคารพสักการะแก่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะ
การให้ความเคารพต่อสถานที่สำคัญให้มองถึงแนวคิดหลักว่าด้วยถูปารหบุคคล คือ บุคลากรที่มีคุณค่า

ต่อสังคม เพราะการวัดผลและประเมินผลจะมาในรูปของการศึกษาดูงาน การทำกิจกรรมร่วมกับ
ท้องถิ่น การศึกษารูปเคารพของบุคลากรสำคัญ เช่น หลวงพ่อเงินวัดบางคลาน หรือคณบดีของ

สาขาวิชาสังคมศึกษาในแต่ละยุคแต่ละสมัย ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการหลักสูตรและนิสิตปีละครั้งหรือ

ื่
อาจจะขยายขอบเขตถึงการไม่ละเมิดสิทธิของผู้อน เคารพการตัดสิน ร่วมกันยึดหลักธรรมของ
พระพุทธเจ้าเป็นที่ตั้ง มีความรักใคร่พึงพอใจต่อการวัดและประเมินผลในเรื่องที่ทำมีความเพียรพยายาม

ในการนำมาปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้เกิดคุณภาพ และการสร้างคุณค่าโดยความตั้งใจและเอาใจใส่อย่าง

ต่อเนื่อง

๗. ดูแล รักษา คุ้มครองพระสงฆ์และผู้มีศีลธรรม คือ ในการให้ความสำคัญแก่

ผู้กระทำความดี การวัดและประเมินผลต้องให้ความสำคัญกับคนดีมากกว่า ตัวอย่างเช่น คนที่เรียนไม่
เก่ง แต่มีความขยันซื่อสัตย์ อดทน พากเพียร มาศึกษาโดยไม่ขาดเรียนจะต้องให้คะแนนในระดับที่น่า

พอใจ เพื่อมุ่งเน้นสาระสำคัญของการวัดคุณค่าของคนดี รักษาผลงานเดิมเสริมสร้างนวัตกรรมใหม่ให้
เป็นที่ยอมรับแก่สังคม ลดความขัดแย้งที่มีต่อกัน สมานสามัคคีในหมู่คณะเชิดชูยกย่องสมาชิกในกลุ่ม

อ้างผลงานให้เห็นเด่นชัดภายในกลุ่มสังคม

กล่าวโดยสรุปว่า การบริหารหลักสูตรด้านการวัดผลและการประเมินผลตามหลักอปริหานิย

ธรรม ทำให้เห็นว่า การประชุมเนืองๆ บ่อยๆ เป็นการกำหนดการประชุมเพื่อกำหนดเงื่อนไขในการวัด

และประเมินผล และการกำหนดตัวชี้วัดให้สอดคล้องกับท้องถิ่นมากกว่าให้สอดคล้อง กับส่วนกลางแต่
อย่างน้อยต้องได้เกณฑ์ที่มีคุณภาพที่ตรงกับ สกอ. การประชุมพร้อมเพรียงกันและการเลิกพร้อมเพรียง

กันเป็นการกำหนดตัวชี้วัดจะต้องให้เกิดการรับรู้ร่วมกัน เพื่อกำหนดมาตรฐานการประเมินผลการเรียน
การสอนที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนการไม่ถอนข้อตกลงเดิม และไม่เพิ่มข้อตกลงใหม่ ซึ่งเป็นการ

ดำเนินการตัวชี้วัดและการประเมินผลในการจัดการเรียนการสอนตามเกณฑ์ ที่กำหนดให้เกิดการปฏิบัติ

ตามมาตรฐานการวัดและประเมินผล และจะไม่กำหนดเกณฑ์หากไม่มี ข้อตกลงจากที่ประชุม

๒๓๙


คณะกรรมการ การให้ความเคารพต่อประธานหลักสูตรหรือหัวหน้าสาขาวิชาสังคมศึกษาด้วยการ
ประเมินตนเองของประธาน ประธานจะต้องรู้ถึงการวัดคุณภาพของคณะกรรมการ การวัดและประเมินผล

หลักสูตร การวัดและประเมินผลนิสิต และการวัดและประเมินผลถึงความเสี่ยงหลักสูตร (สกอ.) ส่วน
การให้ความสำคัญแก่สตรี ทำให้เกิดคุณลักษณะของสตรี จะเป็นผู้ที่มีละเอียดเรียบร้อยอย่างมาก จึง

เห็นว่าควรทำหน้าที่เก็บข้อมูลรายงานการประชุมแต่ละครั้ง เพื่อรองรับการปรับหลักสูตรในปีถัดไป

สำหรับการให้ความเคารพสักการะแก่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ การให้ความเคารพต่อสถานที่สำคัญ ให้มองถึง
แนวคิดหลักว่าด้วยถูปารหาบุคคลที่มีคุณค่าต่อสังคมไทย เพราะการวัดผลและประเมินผล จะมาในรูป

ของการศึกษาดูงานของสาขาวิชาสังคมศึกษา ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการหลักสูตรและนิสิตปีละครั้ง
และการให้ความสำคัญแก่ผู้กระทำความดี มองไปที่การวัดและประเมินผล ต้องให้ความสำคัญกับคนดี

มากกว่า ตัวอย่างคนที่เรียนไม่เก่ง แต่มีความขยัน ซื่อสัตย์ อดทน พากเพียร มาศึกษาโดยไม่ขาดเรียน

จะต้องให้คะแนน ในระดับที่น่าพอใจ และเพื่อมุ่งเน้นสาระสำคัญของการวัดคุณค่าของคนดี ซึ่งที่กล่าว

มาทำให้เห็นภาพของการพฒนาศักยภาพด้านวิชาการของการบริหารหลักสูตรสาขาวิชาสังคมศึกษา ใน
ส่วนวิทยาเขตต่างๆ สามารถนำมาสร้างรูปแบบการบริหารตามหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชา

สังคมศึกษา ด้านการวัดและประเมินผลตามหลัก อปริหานิยธรรม ตามตารางที่ ๔.๔

๒๔๐


ตารางที่ ๔.๔ รูปแบบการบริหารหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา
ด้านการวัดและประเมินผลตามหลักอปริหานิยธรรม

การบริหารหลักสูตร

การวัดและประเมินผล
อปริหานิยธรรม

๑ ) ห ม ั ่ น ป ร ะ ช ุ ม กั น ผู้บริหารและบุคลากรประชุมทบทวนการจัดระบบการประเมินผลการ
เนืองนิตย์ ปฏิบัติงานของบุคลากร โดยใช้แบบรายงานผลการปฏิบัติงาน ตามที่

มหาวิทยาลัยกำหนด มีการแจ้งผลการประเมินเพื่อปรับปรุงการ

ทำงานให้บุคลากรรายบุคคล
๒) พร้อมเพรียงกันประชุม ผู้บริหารเข้าร่วมกำหนดตัวชี้วัด เพื่อให้เกิดการรับรู้ร่วมกัน ตาม

พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม มาตรฐานการประเมินผลการเรียนการสอนที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

๓) ไม่บัญญัติสิ่งที่มิได้ ผู้บริหารประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากรตามตัวชี้วัดและ
บัญญัติไว้ ไม่ล้มล้างสิ่งที่ ประเมินผลการจัดการเรียนการสอนตามเกณฑ์ทตามมาตรฐานการวัด
ี่
บัญญัติไว้ และประเมินผล

๔) การให้ความเคารพต่อ ประธานหลักสูตรหรือหัวหน้าสาขาวิชาสังคมศึกษา ได้วัดและ
ประธานในที่ประชุม ประเมินผลหลักสูตร วัดและประเมินผลนิสิต และวัดและประเมินผล

ถึงความเสี่ยงหลักสูตร (สกอ.)

๕) ไม่ลุอำนาจแก่ความ ผู้บริหารประเมินบุคลากรทุกระดับ โดยใช้หลักเกณฑ์ของการ
อยากที่เกิดขึ้น ประเมินผลมาตรฐานเดียวกัน เพื่อเกิดการยอมรับร่วมกัน



๖) เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผู้บริหารหลักสูตรให้ความเคารพต่อสถานที่สำคัญ โดยมองถึงแนวคิด
หลักว่าด้วยถูปารหาบุคคลที่มีคุณค่าต่อสังคมไทย

๗) ดูแล รักษา คุ้มครอง ผู้บริหารประเมินองค์การตามข้อสั่งการในรายงานผล และผลของการ
พระสงฆ์และผู้มีศีลธรรม ดำเนินงานต้องเป็นไปเพื่อสร้างคุณธรรม จริยธรรมในองค์การเน้น

คุณธรรม จริยธรรม ในการทำความดี

๒๔๑


๔.๒.๕ รูปแบบพุทธวิธีการบริหารหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา
ด้านงบประมาณ


สภาพการบริหารงบประมาณนั้น มีส่วนสำคัญที่จะทำให้การบริหารสถานศึกษาได้สามารถ
บรรลุผลตามเป้าหมายของหลักสูตรและสถาบันได้ เป็นการวางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายในรูปตัวเงิน

ประกอบด้วย การจัดเตรียมการ การอนุมัติ และการบริหาร โดยมีการวางแผนในการใช้และจัดสรรเงิน
งบประมาณไปในแต่ละด้าน และมีการวางแผนการปฏิบัติงานในการใช้จ่ายทรัพยากรนั้นๆ เพื่อที่จะ

ก่อให้เกิดประโยชนสูงสุดในเวลาที่เร็วที่สุดและใช้ทรัพยากรน้อยที่สุด เริ่มตั้งแต่ต้องมีการทำการ

วางแผนงบประมาณ จัดทำงบประมาณ การนำเสนองบประมาณ การนำงบประมาณไปบริหาร จนถึง
กระบวนการประเมินผลงบประมาณที่ทำแล้วเพื่อประเมินประสิทธิภาพของการใช้งบประมาณ การ

บริหารหลักสูตรด้านงบประมาณ ถือว่ามีความสำคัญมาก จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้บุคลากรที่มีความ
ชำนาญการในการปฏิบัติงาน เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างคล่องตัว ยิ่งเป็นระดับผู้บริหารแล้วยิ่งสำคัญ

มากในการที่จะมีความรู้ ความสามารถ เพื่อให้การบริหารงบประมาณหรือการใช้จ่ายเงินของหลักสูตร

เป็นไปอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ และตรงตามความต้องการของผู้ใช้มากที่สุด การที่จะบริหาร

งบประมาณของหลักสูตรให้บรรลุตามวัตถุอย่างมีประสิทธิภาพได้นั้น จำเป็นที่ต้องมผู้บริหารที่มีความรู้
ความสามารถในการบริหารจัดการศึกษา และการบริหารงบประมาณเป็นอย่างดี ตลอดจนมี

ความสามารถในการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหน่วยงานโดยการนำเอา
หลักการและทฤษฎีการบริหารมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รู้ขอบข่ายหน้าที่และงานที่ต้องปฏิบัติ


สามารถนำความรู้ความสามารถนั้นไปประยุกต์ใช้ในงานได้เป็นอย่างดีอกด้วย
ผู้วิจัยได้นำหลักพุทธธรรมมาพัฒนาการบริหารหลักสูตรด้านงบประมาณตามหลักอปริ

หานิยธรรม ซึ่งทางสาขาวิชาสังคมศึกษาควรมีการจัดทำแผนกลยุทธ์ทางการเงิน ควรมีการวางแผน
ี่
ป้องกันความเสี่ยงในการใช้งบประมาณการจัดทำฐานข้อมลครุภัณฑ์ทเกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการ
สอน การจัดทำแผนประกอบการจัดหาครุภัณฑ์ที่ทันสมัยควบคู่กับจัดทำคำอธิบายเหตุผลของครุภัณฑ ์

การจัดทำฐานข้อมลทางการเงิน การวิเคราะห์ความเสี่ยงทางการเงิน เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจของ
ผู้บริหารในการสนับสนุนงบประมาณแก่สาขาวิชาสังคมศึกษา


การบริหารสาขาวิชาสังคมศึกษาขอรับการจัดสรรงบประมาณตามจำนวนนิสิต โดยจัด
กิจกรรมระดมทุนร่วมกับเครือข่าย สมาคมศิษย์เก่าการขอรับการจัดสรรงบประมาณ การเข้าร่วม

ประชุมวางแผนยุทธศาสตร์ของสถาบัน ร่วมจัดทำแผนงานประจำปี เพื่อให้ทราบว่าในแต่ละปี
การศึกษาทางสถาบันต้องจัดสรรงบประมาณไปยังส่วนงานใดบ้าง ทั้งทางสถาบันยังมีนโยบายแผนงาน

ประจำปีที่สาขาวิชาสังคมศึกษาจะสามารถเขียนโครงการขอรับการจัดสรรงบประมาณตามที่ควรแก่การ

รับจัดสรร ประเด็นเหล่านี้เป็นวิธีการเบื้องต้นที่สาขาวิชาสังคมศึกษาควรดำเนินการเชิงตั้งรับ

๒๔๒


งบประมาณ ส่วนการดำเนินการขอรับการจัดสรรงบประมาณเชิงรุก สามารถดำเนินการได้ตามที่
กฎหมายกำหนดหรือตาม พ.ร.บ.มจร. กำหนดจัดกิจกรรมระดมทุนร่วมกับเครือข่าย สมาคมศิษย์เก่า

ระดมทุนเข้าสนับสนุนการบริหารหลักสูตรสาขาวิชาสังคมศึกษา ดังนั้น เพื่อให้การบริหารงบประมาณ
ุ้

เกิดความคมคาในเชิงภารกิจของมหาวิทยาลัยและการระดมทุนเพอการแสวงหารายได้ที่นอกเหนือจาก
ื่
การอุดหนุนงบประมาณจากส่วนกลางโดยอาศัยหลักอปริหานัยธรรม ดังนี้
๑. หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์ คือ ในการประชุมบ่อยๆ ทางด้านผู้บริหารสาขาวิชา

สังคมศึกษามีการจัดประชุมจัดทำแผนกลยุทธ์ จัดแผนปฏิบัติการประจำปี จัดแผนงบประมาณแผนงาน

โครงการรอบปีการศึกษา จัดแผนความเสี่ยงทางการเงิน จัดทำฐานข้อมูลผู้สนับสนุนทางการเงิน การจัด
กิจกรรมระดมทุนร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทราบว่าในแต่ละปีการศึกษาจะต้องจัดสรร งบประมาณ

ไปบริหารจัดการยังส่วนงานใดบ้าง งบประมาณด้านกิจกรรมจะต้องมองถึงความคุ้มค่าของการได้มาถึง
คุณภาพของบุคลากรและความเข้มแข็งของสาขาวิชาสังคมศึกษาจะต้องมีการกำหนดรายจ่ายที่มีความ

ชัดเจนและโปร่งใส ถูกต้องในการทำงานร่วมกันสามารถตรวจสอบได้ร่วมกันใน สมาชิกในกลุ่มมีความ

เชื่อถือซึ่งกันและกันเกิดความรับผิดชอบร่วมกันมองเห็นคุณค่าที่จะเกิดขึ้น เหล่านี้เป็นวิธีการเบื้องต้นที่
สาขาวิชาสังคมศึกษาควรดำเนินการเชิงตั้งรับงบประมาณ


๒. พร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม พร้อมเพรียงกันทำกิจที่พึง
ทำ คือ ในการประชุมพร้อมเพรียงกัน และการเลิกพร้อมเพรียงกัน หัวหน้าสาขาวิชาควรจัดประชุม

คณะกรรมการหลักสูตร คณาจารย์ ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่จัดทำแผนกลยุทธ์ ทางการเงินพร้อมเพรียงกัน

การทำให้ทุกคนพร้อมเพรียง ซึ่งเป็นการมอบหมายภารกิจที่มีงบประมาณในการพัฒนาหลักสูตรว่ามี
งบประมาณมากน้อยเพียงใด การเลิกพร้อมเพรียงกันเลิกก็ต้องอาศัยความร่วมมือโดยมุ่งเป้าหมายของ

คุณภาพที่ดีที่สุดของสาขาวิชาสังคมศึกษา เพื่อการวิเคราะห์ความเสี่ยงทางการเงินใช้ประกอบการ

ตัดสินใจของผู้บริหารในการสนับสนุนงบประมาณแก่สาขาวิชาสังคมศกษา

๓. ไม่บัญญัติสิ่งที่มิได้บัญญัติไว้ อันขัดต่อหลักการเดิม ไม่ล้มล้างสิ่งที่บัญญัติไว คือ

ในการไม่ถอนข้อตกลงเดิม และไม่เพิ่มข้อตกลงใหม่ ทางสาขาวิชาสังคมศึกษาได้ประชุมจัดทำแผนกล

ยุทธ์ทางการเงิน แผนปฏิบัติการการเงินประจำปีแผนความเสี่ยง ทางด้านการเงินโดยร่วมกันแล้วจะต้อง

ยึดถือและปฏิบัติการดำเนินไปตามที่ได้วางแผนไว้ร่วมกัน เพื่อให้การบริหารจัดการด้านงบประมาณ
เป็นไปอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ และตรงตามวัตถุประสงค์ที่สาขาวิชาได้กำหนดไว้ ไม่มีการ

ปรับเปลี่ยนแผนบ่อยๆ เพราะจะให้การจัดการเรียนการสอนไม่ต่อเนื่อง

ในการอนุมัติกิจกรรมใดๆ ที่มีผลในด้านงบประมาณต้องให้เกิดการรับรู้รับทราบ

ร่วมกันจะช่วยลดความขัดแย้ง เปิดโอกาสให้บุคคล กลุ่มบุคคลที่มีความพร้อม สามารถบริหารจัดการได้
และเกิดประสิทธิภาพประสิทธิผล หรือผลที่ได้รับตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้โดยปราศจากอคติใดๆ มีแต่

๒๔๓


ความรักความสามัคคีในการทำงานร่วมกันอย่างสันติสุข โดยไม่มีผลประโยชน์ซ่อนเร้น มีแต่ความ
บริสุทธิ์ใจร่วมกัน


๔. การให้ความเคารพต่อประธานในที่ประชุม คือ ในการให้ความเคารพต่อประธาน
หลักสูตร เมื่อผู้มีความรู้ให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการด้านงบประมาณ มี

การน่าหลักการวางแผนมาเป็น เป้าหมายโดยอาศัยงบประมาณ วัตถุประสงค์เป็นการเชื่อมโยงระหว่าง
องค์กรมีการจัดการโดยถูกต้องและมีผู้ควบคุมที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งมีการประสานงานด้านงบประมาณ

อย่างต่อเนื่อง บุคลากรในสาขาวิชาสังคมศึกษาต้องให้ความเคารพการตัดสินใจต่องบประมาณจะช่วย

บอกทิศทางการดำเนินงานว่ามีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด

๕. ไม่ลุอำนาจแก่ความอยากที่เกิดขึ้น คือ ในการให้ความสำคัญแก่บุคลากรใน

หลักสูตร ต้องไม่ข่มเหงผู้อื่น โดยเฉพาะในระบบการตรวจสอบการใช้งบประมาณจะต้องให้สตรีเป็น
ผู้ดูแล เพราะผู้หญิงจะเก่งและมีความรับผิดชอบ งบประมาณได้ดีกว่าผู้ชายให้ความสำคัญด้านการ

ปฏิบัติงานโดยอาศัยหลักความรับผิดชอบร่วมกัน โดยอาศัยสตรีเป็นผู้ดำเนินการและให้ความสำคัญด้าน
การเคารพสิทธิ งานงบประมาณเพื่อเป็นการยอมรับของกลุ่ม


๖. เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คือ ในการให้ความเคารพสักการะแก่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับ
สาขาวิชาสังคมศึกษาบางวิทยาเขตอาจจะต้องหางบประมาณเพื่อจัดสร้างอนุสาวรีย์สำหรับผู้นำคน

สำคัญที่สร้างประโยชน์ให้กับบ้านเมืองพร้อมระบุถึงองค์ความรู้ต่างๆ ในทางพระพุทธศาสนาที่เป็นคน

สำคัญที่ใช้ในการสร้างบ้านสร้างเมืองให้เจริญสร้างองค์ความรู้ใหม่ทางพระพุทธศาสนา เช่น พระพุทธ
ชินราช พิษณุโลก เป็นการเผยแพร่หลักธรรมทางอนุสาวรีย์เชิงอนุรักษ์ ชี้ให้เห็นความสำคัญเพื่อให้เกิด

ความเลื่อมใสต่อกลุ่มบุคคลร่วมกัน มีการจัดกิจกรรมร่วมกันในการอนุรักษ์วัฒนธรรมให้เป็นที่รับทราบ

ตลอดจนการยอมรับของสังคมและการระดมงบประมาณจากภายนอกเพอดำเนินงานไปสู่ความสำเร็จที่
ื่

อาศัยฐานจากชมรมศษย์และศิษย์ปัจจุบัน

๗. ดูแล รักษา คุ้มครองพระสงฆ์และผู้มีศีลธรรม คือ ในการให้ความสำคัญแก่
ผู้กระทำความดี เมื่อมีบุคคลที่ทำความดี มีศีล มีธรรมจะต้องให้คุณค่าในเชิงสวัสดิการโดยเฉพาะ

คณะกรรมการ หรือนิสิต ควรจัดสรรงบประมาณมาสนับสนุน และบรรจุไว้ในแผนงบประมาณประจำปี
นอกจากนี้หลักการปกครองคนที่ระบุว่า ยกย่องบุคคลที่ควรยกย่อง ข่มคนที่ควรข่ม จะต้องนำมา


สอดแทรกในกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ ยกย่องให้เป็นที่ประจักษ์แก่สังคมโดยอาศัยหลักความเข้าใจพง
พอใจ เพื่อเป็นที่รับทราบของกลุ่มบุคคล สังคม และเป็นการยอมรับแก่บุคคลทั่วไป

กล่าวโดยสรุปว่า การพัฒนาการบริหารหลักสูตรด้านงบประมาณตามหลักอปริหานิยธรรม จะ

เห็นได้ว่า การประชุมบ่อยๆ ควรที่จะเป็นการวางแผนในการบริหารหลักสูตรร่วมกันจะต้องมีการ
กำหนดรายจ่ายที่มีความชัดเจนและโปร่งใส จัดสรรงบประมาณด้านกิจกรรมจะต้องมองถึงความคุ้มค่า

๒๔๔


ของการได้มาถึงคุณภาพของบุคลากรและความเข้มแข็งของสาขาวิชาสังคมศึกษา สำหรับการประชุม
พร้อมเพรียงกัน และเลิกพร้อมเพรียงกัน ควรมีการทำให้ทุกคนพร้อมเพรียง ซึ่งเป็นการมอบหมาย

ภารกิจ ที่มีงบประมาณในการพัฒนาหลักสูตรว่ามีงบประมาณมากน้อยเพียงใด และการเลิกพร้อม
เพรียงกันเลิก ก็ต้องอาศัยความร่วมมือโดยมุ่งเป้าหมายของคุณภาพที่ดีที่สุดของสาขาวิชาสังคมศึกษา

ส่วนการไม่ถอนข้อตกลงเดิม และไม่เพิ่มข้อตกลงใหม่ ควรมีการอนุมัติกิจกรรมที่มีผลในด้าน

งบประมาณจะช่วยให้เกิดรับรู้รับทราบร่วมกันควบคุมการใช้งบประมาณบานปลายจะก่อปัญหา
มากกว่าคุณภาพของการศึกษาในภาพรวม อีกทั้งการให้ความเคารพต่อประธานหลักสูตร อยู่ที่การ

ตัดสินใจต่องบประมาณของภาวะผู้นำจะช่วยบอกทิศทางสำหรับดำเนินงานว่ามีประสิทธิภาพมากน้อย
เพียงใด ผู้ตามจะต้องเห็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อสาขาวิชามากกว่าประโยชน์ของตน ส่วนการให้

ความสำคัญแก่สตรี ต้องสร้างระบบการตรวจสอบการใช้งบประมาณจะต้องให้สตรีเป็นผู้ดูแล เพราะ

ผู้หญิงจะเก่งและมีความรับผิดชอบงบประมาณได้ดีกว่าผู้ชาย สำหรับการให้ความเคารพสักการะแก่
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะสาขาวิชาสังคมศึกษาบางแห่งอาจจะต้องหางบประมาณเพื่อจัดสร้างอนุสาวรีย์

สำหรับผู้นำคนสำคัญที่สร้างประโยชน์ให้กับบ้านเมืองพร้อมระบุถึงองค์ความรู้ต่างๆ ในทาง

พระพุทธศาสนาที่เป็นคนสำคัญที่สร้างบ้านสร้างเมืองให้เจริญ และการให้ความสำคัญแก่ผู้กระทำความ
ดี เมื่อมีบุคคลที่ทำความดี มีศีล มีธรรมจะต้องให้คุณค่าในเชิงสวัสดิการโดยเฉพาะคณะกรรมการหรือ

นิสิตนอกจากนี้หลักการปกครองคนที่ระบุว่า ยกย่องบุคคลที่ควรยกย่อง ข่มคนที่ควรข่ม จะต้องนำมา
สอดแทรกในกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ สามารถนำมาสร้างรูปแบบการบริหารตามหลักสูตรพุทธศาสตร

บัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา ด้านการบริหารงบประมาณตามหลักอปริหานิยธรรม ตามตารางที่ ๔.๕

๒๔๕


ตารางที่ ๔.๕ รูปแบบการบริหารหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา ด้าน
การบริหารงบประมาณตามหลักอปริหานิยธรรม

การบริหารหลักสูตร

การบริหารงบประมาณ
อปริหานิยธรรม

๑ ) ห ม ั ่ น ป ร ะ ช ุ ม กั น ผู้บริหารและบุคลากรประชุมทบทวนแผนปฏิบัติการประจำปีก่อน

เนืองนิตย์ สิ้นสุดปีงบประมาณล่วงหน้า เพื่อวิเคราะห์และหาข้อสรุปการ
ดำเนินงานที่สอดคล้องกับภารกิจ วิสัยทัศน์ พันธกิจ อัตรากำลัง และ

สายงานของบุคลากร
๒) พร้อมเพรียงกันประชุม ผู้บริหาร ครูอาจารย์ บุคลากรพร้อมเพรียงกันเข้าประชุมและเลิก

พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม พร้อมเพรียงกัน ที่ประชุมมีมตินโยบายอย่างไร ก็นำไปปฏิบัติตาม

หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างพร้อมเพรียงกัน
๓) ไม่บัญญัติสิ่งที่มิได้ ผู้บริหารไม่กำหนด ระเบียบ ข้อบังคับขึ้นมาขัดแย้งต่อหลักการเดิมซึ่ง

บัญญัติไว้ ไม่ล้มล้างสิ่งที่ ดีอยู่แล้วเพื่อเป็นการควบคุมการใช้งบประมาณร่วมกัน

บัญญัติไว้
๔) การให้ความเคารพต่อ ผู้บริหารรับฟังถ้อยคำของท่านผู้อาวุโสด้วยความเคารพนับถือ เพราะ

ประธานในที่ประชุม ถ้อยคำของท่านเป็นสิ่งควรรับฟัง ซึ่งท่านเหล่านี้เป็นคนดี มีคุณวุฒิ
วัยวุฒิ มีประสบการณ์ในชีวิตมากมาย คำพูดของท่านจึงเป็นเรื่องที่

ต้องรับฟัง และนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน

๕) ไม่ลุอำนาจแก่ความ ผู้บริหารหลักสูตรไม่ลุอำนาจแห่งความอยากที่เกิดขึ้น โดยสร้างระบบ
อยากที่เกิดขึ้น การตรวจสอบการใช้งบประมาณ โดยแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบอย่าง

ชัดเจน

๖) เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผู้บริหารหลักสูตรแสดงความเคารพตามหลักพระพุทธศาสนา ต่อพระ
รัตนตรัย ปูชนียสถาน ปูชนียวัตถุ และปูชนียบุคคล อย่างเหมาะสม

๗) ดูแล รักษา คุ้มครอง ผู้บริหารหลักสูตรให้ความสำคัญแก่ผู้กระทำความดี เมื่อมีบุคคลที่ทำ

พระสงฆ์และผู้มีศีลธรรม ความดี มีศีล มีธรรม ก็ยกย่องบุคคลที่ควรยกย่อง ข่มคนที่ควรข่ม


Click to View FlipBook Version