อธิวฒั น์ โยอาศรี
6.10 การบอกเลิก หรอื ตกลงกันเลกิ สญั ญาหรือข้อตกลง
6.10.1 ขอ้ กฎหมาย และระเบียบ
มาตรา 103 ในกรณีที่มีเหตุบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงต่อไปนี้ ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้
มีอำนาจท่ีจะบอกเลกิ สญั ญาหรือขอ้ ตกลงกับค่สู ัญญา
(1) เหตุตามทีก่ ฎหมายกำหนด
(2) เหตุอันเชื่อได้ว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานหรือทำงานให้แล้วเสร็จได้
ภายในระยะเวลาท่ีกำหนด
(3) เหตุอื่นตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตนิ ี้หรอื ในสญั ญาหรือข้อตกลง
(4) เหตุอ่ืนตามระเบียบทร่ี ฐั มนตรีกำหนด
การตกลงกับคู่สัญญาที่จะบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง ให้ผู้มีอำนาจพิจารณาได้เฉพาะ
ในกรณีที่เป็นประโยชน์แก่หน่วยงานของรัฐโดยตรงหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือเพื่อแก้ไขข้อ
เสยี เปรียบของหนว่ ยงานของรฐั ในการที่จะปฏิบตั ิตามสญั ญาหรือขอ้ ตกลงนน้ั ต่อไป
ข้อ 183 นอกจากการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงตามมาตรา 103 หากปรากฏว่า
คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงได้ และจะต้องมีการปรับตามสัญญาหรือข้อตกลง
นั้น หากจำนวนเงินค่าปรับจะเกินร้อยละสิบของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง ให้หน่วยงานของรัฐ
พิจารณาดำเนินการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง เว้นแต่คู่สัญญาจะได้ยินยอมเสียค่าปรับให้แก่
หน่วยงานของรัฐ โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณาผ่อนปรนการบอก
เลิกสญั ญาไดเ้ ทา่ ที่จำเป็น
6.10.2 สิทธิบอกเลกิ สัญญา
(1) เหตตุ ามที่กฎหมายกำหนด
(2) เหตุอันเชื่อได้ว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานหรือทำงานให้แล้วเสร็จได้
ภายในระยะเวลาทีก่ ำหนด
(3) เหตุอ่นื ตามทกี่ ำหนดไวใ้ นพระราชบัญญัตนิ ้ีหรอื ในสัญญาหรือขอ้ ตกลง
(4) เหตุอื่นตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด กล่าวคือ กรณีจำนวนเงินค่าปรับจะเกินร้อย
ละสิบของวงเงินค่าพัสดุหรอื ค่าจา้ ง
การพจิ ารณาบอกเลกิ สัญญา
หนังสือที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 83 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 เรื่อง การซ้อม
ความเข้าใจการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัด
จา้ งและการบริหารพสั ดภุ าครฐั พ.ศ.2560 ข้อ 183
สรปุ สาระสำคัญ
1. เมื่อครบกำหนดส่งมอบสิ่งของหรืองานจ้างที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือข้อตกลง และ
ได้ล่วงเลยกำหนดระยะเวลาดังกล่าว จนมีค่าปรับเกิดขึ้นแล้ว เมื่อจำนวนค่าปรับที่เกิดขึ้นจะเกินกว่า
341ค่มู ือการจา้ งก่อสรา้ ง
การทำสัญญา และการบริหารสญั ญา
อธวิ ัฒน์ โยอาศรี
ร้อยละ 10 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้างตามสัญญาหรือข้อตกลง ให้หน่วยงานของรัฐมีหนังสือแจ้ง
บอกกลา่ วกบั คู่สญั ญาว่าจำนวนค่าปรับที่เกดิ ขึ้นจะเกดิ กว่ารอ้ ยละ 10 แล้ว และจะดำเนินการบอกเลกิ
สัญญาหรือข้อตกลงต่อไป เว้นแต่ คู่สัญญาจะได้มีหนังสือแจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยจะ
ยนิ ยอมเสียค่าปรบั แก่หน่วยงานของรฐั โดยไมม่ ีเงอื่ นไขใดๆ ท้ังสิ้น
2. กรณีที่คู่สัญญาได้มีหนังสือแจ้งความยินยอมเสียค่าปรับให้แก่หน่วยงานของรัฐโดย
ไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น ภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณาผ่อนปรนการ
บอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงได้เท่าที่จำเป็น โดยหน่วยงานของรัฐต้องประเมินความคืบหน้าการ
ดำเนินการตามสัญญาของคู่สัญญาว่า การผ่อนปรนดังกล่าวจะทำให้คู่สัญญาดำเนินการแล้วเสร็จ
หรอื ไม่ หรอื จะตอ้ งใช้ดลุ พินิจว่าจะบอกเลกิ สัญญาหรือไม่ ซงึ่ มีแนวทางปฏบิ ัติ ดงั น้ี
2.1 ในกรณีที่เห็นว่า ควรผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง ให้หน่วยงาน
ของรัฐแจ้งคู่สัญญาให้รับทราบ และดำเนินการตามสัญญาหรือข้อตกลงโดยเร็ว โดยคู่สัญญาจะต้อง
กำหนดแผนและระยะเวลาการดำเนินการแลว้ เสร็จให้ชดั เจน
2.2 ในกรณีที่จะใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง ให้หน่วยงานของรัฐแจ้งการ
บอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงไปยังคู่สัญญาโดยเร็ว ทั้งนี้ การแจ้งบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงจะต้อง
ทำเปน็ ลายลักษณ์อกั ษร พร้อมกับการแจ้งการปรบั และริบหลกั ประกันสัญญาหรอื ขอ้ ตกลง (ถา้ ม)ี
3. กรณที คี่ ่สู ญั ญาได้มหี นงั สอื แจ้งความยนิ ยอมเสียค่าปรับให้แก่หนว่ ยงานของรัฐโดยมี
เงื่อนไข หรือกรณีคู่สัญญาไม่มีหนังสือแจ้งความยินยอมดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยไม่มี
เหตุผลอันสมควร ให้หน่วยงานของรัฐแจ้งการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงไปยังคู่สัญญาโดยเร็ว ทั้งนี้
การแจ้งบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงจะต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมกับแจ้งการปรับ และริบ
หลักประกันสญั ญาหรอื ข้อตกลง (ถ้าม)ี
การใชส้ ิทธติ ามสัญญา ภายหลังบอกเลกิ สัญญาแล้ว
(1) รบิ หลักประกนั สญั ญา หรือเรยี กร้องจากธนาคารผคู้ ้ำประกัน
(2) กรณีมีค่าปรับ ให้เรียกร้องจากคู่สัญญาให้ชำระค่าปรับโดยคิดตั้งแต่วันถัดจากวัน
ครบกำหนดตามสัญญา จนถึงวันบอกเลิกสัญญา หักด้วยจำนวนวันท่ีหน่วยงานของรัฐใช้ไปในการ
ตรวจรบั
(3) หากต้องซื้อ/จ้างใหม่ และมีราคาเพิ่มขึ้นจากวงเงินตามสัญญาเดิม ย่อมเรียกให้
ชดใชร้ าคาส่วนที่เพมิ่ ขึ้นได้ด้วย
(4) คา่ เสียหายอืน่ ๆ (ถ้ามี)
ทง้ั นี้ ให้นำค่าเสยี หายข้างต้นท้ังหมดมาหักจากเงนิ ประกนั สัญญา ถา้ เหลอื ให้คืนคู่สัญญา
หากมีค่าเสียหายท่วมจำนวนหลักประกันให้ยึดไว้ ทั้งหมดโดยไม่ต้องคืนหลักประกันสัญญา และใช้
สิทธเิ รยี กร้องเพิ่มจนครบจำนวนดว้ ย
342 ค่มู อื การจ้างกอ่ สร้าง
การทำสญั ญา และการบรหิ ารสัญญา
อธวิ ฒั น์ โยอาศรี
สิทธิหลังจากการบอกเลิกสัญญา/จะริบหลักประกันสัญญาทั้งหมด/หรือริบแต่เพียง
บางสว่ น
เมื่อบอกเลิกสัญญาแล้ว ส่วนราชการผู้ซื้อจะใช้สิทธิริบหลักประกันสัญญาตามเงื่อนไขท่ี
ระบุในสัญญา ข้อ 8 เต็มจำนวนหลักประกันทั้งหมด หรือเพียงบางส่วน ก็ได้ แต่การจะริบทั้งหมด
หรือ บางส่วน นั้น ขึ้นอยู่กับว่า จำนวนค่าปรับ และค่าเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมกันแล้วไม่เกินกว่า
จำนวนเงิน ตามหลักประกัน ส่วนราชการผู้ซ้ืออาจใช้ดลุ พินจิ ริบหลักประกัน เพื่อชดใช้ไดต้ ามจำนวน
ค่าเสียหายทีแ่ ท้จริง
6.10.3 การตกลงเลกิ สญั ญาหรือขอ้ ตกลง
การตกลงกับคสู่ ัญญาทจ่ี ะบอกเลกิ สัญญาหรือขอ้ ตกลง ใหผ้ มู้ ีอำนาจพิจารณาได้เฉพาะ
(1) ในกรณที ี่เปน็ ประโยชนแ์ ก่หนว่ ยงานของรัฐโดยตรงหรือเพื่อประโยชนส์ าธารณะ
(2) เพื่อแก้ไขข้อเสียเปรียบของหน่วยงานของรัฐในการที่จะปฏิบัติตามสัญญาหรือ
ขอ้ ตกลงนัน้ ตอ่ ไป
การตกลงเลิกสัญญากับคู่สญั ญาไดน้ ้นั หวั หน้าหนว่ ยงานของรัฐจะใช้ดุลพนิ ิจพิจารณาได้
เฉพาะกรณีทีเ่ ปน็ ประโยชน์แก่ทางราชการโดยตรง หรือเพ่ือแกไ้ ขข้อเสียเปรียบของทางราชการในการ
ที่จะปฏิบัติตามสัญญานั้นต่อไป กรณีดังกล่าวหน่วยงานของรัฐสามารถตกลงเลิกสัญญากับคู่สัญญาได้
การตกลงเลิกสัญญา ในกรณีที่เพื่อประโยชน์แก่ทางราชการนั้น ให้หมายความรวมถึงเพื่อความเป็น
ธรรมด้วย ซึ่งหน่วยงานของรัฐใช้ดุลพินิจตกลงเลิกสัญญากับคู่สัญญาได้ ทั้งนี้ ผลของการตกลงเลิก
สัญญา คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำ ต้องให้อีกฝ่ายหนึ่ง ได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิมตามประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 หากมีพัสดุที่ผู้ซื้อหรือผู้ว่าจ้างได้รับไว้ และใช้ประโยชน์ใน
ราชการได้ตามสัญญาหรือข้อตกลงแล้ว ผู้ซื้อหรือผู้ว่าจ้างจะต้องชดใช้เงินคืนตามควรค่าแห่งงานนั้น
โดยจะต้องมีการหักค่าปรับและค่าเสียหายอื่นๆ (ถ้ามี) ออกก่อนด้วย เว้นแต่ พัสดุที่รับไว้ไม่สามารถ
นำไปใช้ประโยชน์ในราชการตามสญั ญาหรอื ข้อตกลงได้ จึงต้องถอื วา่ ไม่ควรค่าแหง่ การชดใชเ้ งินคืน
ตวั อย่าง การบอกเลิกสัญญา
- ส่วนราชการไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างให้ผู้รับจ้างเข้าทำงานตามสัญญาได้ ผู้รับ
จ้างจึงขอเลิกสัญญา กรณีนี้เป็นสัญญาต่างตอบแทน หากส่วนราชการไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ อาจ
เป็นเหตใุ หผ้ ู้รับจา้ งฟอ้ งเรียกค่าเสยี หายได้ เพอ่ื แกไ้ ขขอ้ เสยี เปรียบของทางราชการ ส่วนราชการก็ย่อม
สนองรบั การบอกเลกิ สัญญานน้ั ได้
- ในระหว่างการกอ่ สรา้ งอาคาร เกดิ อทุ กภยั นำ้ ทว่ มสงู มกี ารเคลอื่ นตัวของผนังกั้นดินลง
ไปในลำห้วย หากเห็นว่า การบอกเลิกสัญญาจะเป็นประโยชน์มากกว่าที่จะการดำเนินการตามสัญญา
ต่อไป ก็สามารถบอกเลกิ สัญญาได้
343คู่มอื การจ้างก่อสรา้ ง
การทำสญั ญา และการบริหารสญั ญา
อธิวัฒน์ โยอาศรี
6.10.4 ผลของการเลิกสัญญา
ตามมาตรา 391 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ “เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้
สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดั่งที่เป็นอยู่เดิม แต่
ทงั้ นี้ จะให้เป็นท่เี ส่อื มเสยี แก่สทิ ธิของบคุ คลภายนอกหาไดไ้ ม่”
ดังนั้น ถ้าหน่วยงานของรัฐคู่สัญญา มีหนังสือแสดงเจตนาใช้สิทธิบอกสัญญาไปยังผู้ขาย
หรือผู้รับจ้างแล้ว ยอ่ มมีผลใหส้ ญั ญาส้ินสดุ ลงทนั ที และไมอ่ าจถอนการบอกเลิกสัญญาได้
วิธีปฏบิ ัติ
(1) คสู่ ญั ญาทเ่ี ป็นผูข้ าย/ผรู้ บั จ้าง จะขอผอ่ นปรนการปฏบิ ตั ิตามสญั ญาอกี ไม่ได้
(2) หากหน่วยงานของรัฐประสงค์จะซื้อหรือจ้าง รายเดิม ต้องดำเนินการจัดหาใหม่ จะ
แกไ้ ขสัญญามิได้
6.10.5 กรณีศกึ ษา
(1) ผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ให้แล้วเสร็จตามสัญญา ส่วนราชการจึงบอก
เลิกสญั ญาทง้ั หมด และขอสงวนสทิ ธ์กิ ารปรบั ตอ่ มาผู้รบั จ้างไดม้ ีหนังสือขอรับเงินในงานท่ีแลว้ เสร็จบางสว่ น
จะทำได้หรอื ไม่
กรณีนี้ต้องถือปฏิบัติตาม ป.พ.พ. มาตรา 391 กล่าวคือ ภายหลังสัญญาได้เลิกกัน
แล้ว ต้องกลับคืนฐานะดั่งที่เป็นอยู่เดิม หากมีงานที่ผู้ว่าจ้างได้รับไว้และใช้ประโยชน์ในราชการได้ตาม
สญั ญาแลว้ ผวู้ า่ จา้ งจะต้องชดใช้เงนิ คืนตามค่าแหง่ งานนั้น โดยจะต้องมกี ารหักคา่ ปรับและคา่ เสียหาย
อืน่ ๆ (ถา้ มี) ออกก่อนด้วย เว้นแต่ งานท่ีรับไวไ้ ม่สามารถนำไปใช้ประโยชนใ์ นราชการไดต้ ามสัญญา จงึ
ตอ้ งถอื วา่ ไม่ควรคา่ แห่งการชดใช้เงนิ คนื
(2) ผลของการบอกเลกิ สญั ญา จะถอนไม่ได้
มหาวิทยาลัย น. มีหนังสือแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญากับห้างฯ ก.ผู้รับจ้างก่อสร้าง
เมอื่ 8 ม.ิ ย.2553 กรณจี ึงเป็นไปตาม ปพพ.มาตรา 386 คอื การแสดงเจตนาดังกล่าว ย่อมไมอ่ าจถอน
ได้ และเมื่อสัญญาเลิกกันแล้ว คู่สัญญาแตล่ ะฝ่ายจะต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งกลับคนื สู่ฐานะเดิม ตาม ปพพ.
มาตรา 391
กรณีมหาวิทยาลัยฯ ให้ห้าง ก กลับเข้าทำงานตามสัญญาอีก ถือว่าได้ตกลงทำ
สัญญากันขึน้ มาใหม่ มไิ ดจ้ ัดหาพัสดตุ ามปกตไิ มช่ อบดว้ ยระเบียบฯ
กรณมี หาวทิ ยาลยั ฯ บอกเลิกสัญญาครง้ั แรก หากมีคา่ ปรับ ตอ้ งคดิ ค่าปรบั และฟ้อง
เรยี กค่าเสียหายไดด้ ว้ ย
กรณีมหาวทิ ยาลยั ฯ ยอมให้ผ้รู บั จา้ งกลับเข้าทำงานภายหลังบอกเลิกสญั ญาแลว้ จะ
ถอื วา่ เป็นการกอ่ นิตสิ มั พนั ธ์หรือไม่ ให้หารือสำนกั งานอยั การสงู สุด
344 ค่มู อื การจา้ งกอ่ สร้าง
การทำสัญญา และการบรหิ ารสญั ญา
อธิวฒั น์ โยอาศรี
6.11 ค่าเสียหาย
มาตรา 103 วรรคสาม ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐมิได้เป็นฝ่ายบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง
หรือการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงนั้นเป็นกรณีที่หน่วยงานของรัฐมิได้เรียกค่าปรับ แล้วแต่กรณี
หากคู่สัญญาเห็นว่า หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย คู่สัญญาจะยื่นคำขอต่อหน่วยงาน
ของรัฐให้พิจารณาชดใช้ค่าเสียหายก็ได้ในการนี้ หน่วยงานของรัฐต้องออกใบรับคำขอให้ไว้เป็น
หลักฐานและพิจารณาคำขอนั้นโดยไม่ชักช้าเมื่อหน่วยงานของรัฐมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาเป็น
เช่นใดแล้ว หากคู่สัญญายังไม่พอใจในผลการพิจารณาก็ให้มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลเพื่อเรียกให้ชดใช้
ค่าเสียหายตามสัญญาต่อไป ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการและระยะเวลาในการพิจารณาคำขอของ
หน่วยงานของรฐั ให้เป็นไปตามระเบียบทีร่ ฐั มนตรกี ำหนดซ่งึ อยา่ งนอ้ ยตอ้ งกำหนดให้หน่วยงานของรัฐ
แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อพิจารณาค่าเสียหายและการกำหนดวงเงินค่าเสียหายที่ต้องรายงานต่อ
กระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาใหค้ วามเหน็ ชอบ
ข้อ 187 กรณีที่หน่วยงานของรัฐมิได้เป็นฝ่ายบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง หรือการบอกเลกิ
สัญญาหรือข้อตกลงนั้นเป็นกรณีที่หน่วยงานของรัฐมิได้เรียกค่าปรับแล้วแต่กรณี หากคู่สัญญาเห็นว่า
หนว่ ยงานของรัฐตอ้ งรบั ผิดชดใช้ค่าเสียหาย คู่สญั ญาจะย่นื คำขอต่อหนว่ ยงานของรัฐให้พิจารณาชดใช้
คา่ เสยี หายก็ได้ ตามความในมาตรา 103 วรรคสาม โดยมีหลักเกณฑด์ ังน้ี
(1) ให้คู่สัญญายื่นคำขอมายังหน่วยงานของรัฐคู่สัญญาภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้
มกี ารบอกเลิกสัญญา
(2) คำขอต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ร้อง และระบุข้อเท็จจริงและเหตุผลอันเป็น
เหตุแห่งการเรียกร้องให้ชดั เจน พร้อมแนบเอกสารหลักฐานที่เกีย่ วขอ้ งไปด้วย
(3) หน่วยงานของรัฐต้องออกใบรับคำขอให้ไว้เป็นหลักฐานและพิจารณาคำขอน้ันให้
แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับคำขอ หากไม่อาจพิจารณาได้ทันในกำหนดนั้น ให้ขอ
ขยายระยะเวลาออกไปต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐได้ไม่เกิน 15 วันนับถัดจากวันครบกำหนดเวลา
ดงั กล่าว
(4) ให้หน่วยงานของรัฐแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาความเสียหาย และให้ทำหน้าที่
ตามขอ้ 189
(5) ให้หน่วยงานของรัฐแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือไปยังคู่สัญญาเมื่อพิจารณาคำ
ร้องแล้วเสร็จภายใน 7 วันทำการ นับถัดจากวันที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นชอบด้วยกับผลการ
พิจารณาเมอ่ื หนว่ ยงานของรฐั มีหนงั สอื แจ้งผลการพิจารณาเป็นเช่นใดแลว้ หากคู่สัญญายังไมพ่ อใจ
ในผลการพิจารณาก็ให้มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลเพื่อเรียกให้ชดใช้ค่าเสียหายตามสัญญา
ตอ่ ไป
345คูม่ อื การจ้างก่อสรา้ ง
การทำสญั ญา และการบรหิ ารสญั ญา
อธวิ ัฒน์ โยอาศรี
ข้อ 188 ให้หน่วยงานของรัฐแต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการ
พิจารณาความเสียหาย” ประกอบด้วยประธานกรรมการ 1 คน และกรรมการอย่างน้อย 2 คนโดยให้
แต่งตั้งจากข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานของรัฐหรือ
พนักงานของหน่วยงานของรัฐที่เรียกชื่ออย่างอื่น ภายในของหน่วยงานของรัฐนั้น ในกรณีจำเป็นหรือ
เพ่ือประโยชนใ์ นการพจิ ารณาวินิจฉัยจะแตง่ ต้ังบคุ คลอื่นอกี ไม่เกนิ 2 คนร่วมเปน็ กรรมการดว้ ยกไ็ ด้
ขอ้ 189 คณะกรรมการพจิ ารณาความเสียหาย มีหน้าทีด่ งั นี้
(1) ตรวจสอบรายละเอยี ดขอ้ เทจ็ จริงตามคำรอ้ งของคสู่ ญั ญา
(2) ในกรณีจำเป็นจะเชิญคู่สัญญา หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้น มาสอบถามหรือให้
ขอ้ เท็จจรงิ ในสว่ นทีเ่ ก่ยี วข้องได้
(3) พจิ ารณาคา่ เสยี หายและกำหนดวงเงินคา่ เสยี หายท่ีเกิดขน้ึ (ถา้ มี)
(4) จัดทำรายงานผลการพิจารณา ตาม (1) ถึง (3) พร้อมความเห็นเสนอหัวหน้า
หน่วยงานของรัฐ
การพิจารณาค่าเสียหายตามวรรคหนึ่งให้คณะกรรมการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ท่ี
คณะกรรมการวินิจฉัยกำหนด และในกรณีที่คณะกรรมการมีความเห็นว่า หน่วยงานของรัฐต้องชดใช้
ค่าเสียหายและมีวงเงินค่าเสียหายครั้งละเกิน 50,000 บาท ให้หน่วยงานของรัฐจัดทำรายงาน
ความเห็นเสนอกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการรายงาน ให้
เป็นไปตามที่กระทรวงการคลงั กำหนด
6.12 การคืนหลกั ประกันสญั ญา
ข้อ 184 ภายหลังจากสิ้นสุดสัญญา ระหว่างที่อยู่ในระหว่างระยะเวลารับประกันความชำรุด
บกพร่อง ให้หัวหน้าหน่วยงานผู้ครอบครองพัสดุ หรือผู้ท่ีได้รับมอบหมายมีหน้าที่รับผิดชอบดูแล
บำรุงรักษาและตรวจสอบความชำรุดบกพร่องของพัสดุ เว้นแต่กรณีที่ไม่มีผู้ครอบครองพัสดุหรือมี
หลายหน่วยงานครอบครอง ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลบำรุงรักษาและตรวจสอบ
ความชำรุดบกพร่องของพัสดุน้ัน
ข้อ 185 ในกรณีที่ปรากฏความชำรุดบกพร่องของพัสดุภายในระยะเวลาของการประกัน
ความชำรุดบกพร่องตามสัญญา ให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบตามข้อ 184 รีบรายงานหัวหน้าหน่วยงานของ
รัฐเพือ่ แจง้ ใหผ้ ู้ขายหรือผรู้ บั จ้างดำเนนิ การแก้ไขหรือซ่อมแซมทันที พรอ้ มทัง้ แจ้งให้ผู้ค้ำประกัน (ถา้ มี)
ทราบดว้ ย
ข้อ 186 เมื่อได้ดำเนินการตามข้อ 185 แล้ว กรณีที่สัญญาจะครบกำหนดรับประกันความ
ชำรดุ บกพร่อง ให้หนว่ ยงานของรฐั พิจารณาถงึ ความชำรุดบกพร่องของพสั ดุ เพ่อื ป้องกนั ความเสียหาย
จากนั้นใหค้ นื หลกั ประกนั สญั ญาต่อไป
346 คู่มอื การจา้ งก่อสรา้ ง
การทำสญั ญา และการบริหารสญั ญา
อธิวัฒน์ โยอาศรี
หนงั สอื ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 117 ลงวันท่ี 12 มนี าคม 2562 เรือ่ ง การกำหนดวธิ ีปฏิบตั ิ
เพมิ่ เติมเกยี่ วกบั การตรวจสอบความชำรดุ บกพรอ่ งกอ่ นการคืนหลักประกันสัญญา
สรปุ สาระสำคัญ
1. ให้หัวหน้าหน่วยงานผู้ครอบครองพัสดุ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย มีหน้าที่ดูแลบำรุงรักษา
และตรวจสอบความชำรุดบกพร่อง เว้นแต่กรณีไม่มีผู้ครอบครอง หรือมีผู้ครอบครองหลายหน่วยงาน
ใหห้ วั หนา้ เจ้าหนา้ ที่ มีหน้าทด่ี แู ลบำรุงรักษาและตรวจสอบความชำรุดบกพรอ่ ง
2. กรณีปรากฏความชำรุดบกพร่องภายในเวลา ผู้มีหน้าที่ตามข้อ 1 รีบรายงานหัวหน้าหน่วยงาน
ของรฐั เพือ่ แจ้งให้ผขู้ ายหรอื ผ้รู บั จ้างซ่อมแซมแกไ้ ขทันที พรอ้ มกบั แจ้งใหผ้ ู้ค้ำประกนั (ถ้ามี)ทราบด้วย
3. ก่อนสิ้นสุดระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่องภายใน 15 วัน สำหรับหลักประกัน
สัญญาที่มีระยะเวลาการประกันไม่เกิน 6 เดือน หรือภายใน 30 วัน สำหรับหลักประกันสัญญาที่มี
ระยะเวลาตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบตรวจสอบความชำรุดบกพร่องและรายงานให้
หัวหน้าหน่วยงานทราบอีกครั้งหนึ่ง หากปรากฏมีความชำรุด ให้แจ้งผู้ขายหรือผู้รับจ้างดำเนินการ
แก้ไขหรือซอ่ มแซมกอ่ นสนิ ดสดุ ระยะเวลารับประกนั พร้อมแจง้ ให้ผูค้ ำ้ ประกัน (ถ้าม)ี ทราบ
ทั้งนี้ ให้เจ้าหน้าที่แจ้งกำหนดระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่องตามหลักประกันสัญญาให้
หัวหนา้ หนว่ ยงานผู้ครอบครอบพัสดุหรือหัวหน้าเจ้าหน้าท่ที ราบพร้อมักบส่งมอบพสั ดุทกุ คร้ัง
347คูม่ ือการจ้างกอ่ สรา้ ง
การทำสญั ญา และการบรหิ ารสญั ญา
อธวิ ัฒน์ โยอาศรี
บทที่ 7
ขอ้ ควรรูเ้ กย่ี วกบั การบริหารสญั ญาจ้างกอ่ สรา้ ง
7.1 วัตถปุ ระสงค์
การก่อสร้างเป็นกิจกรรม การกระทำ การประกอบ หรือการติดตั้ง ทำให้เกิดเป็นสิ่งปลูก
สร้าง เช่น อาคาร โครงสร้าง ระบบสาธารณูปโภค หรือส่วนประกอบอื่น ๆ เพื่อประโยชน์การใช้งาน
ของมนุษย์ การก่อสร้างจึงประกอบด้วย วัสดุมากมายหลายชนิด กรรมวิธีหรือขั้นตอนที่หลากหลาย
มีความยงุ่ ยากซบั ซอ้ นต่างกัน ดังน้นั ผลงานการก่อสรา้ งจะออกมาดีมคี ุณภาพเปน็ ไปตามวัตถปุ ระสงค์
ของผูใ้ ชห้ รอื ไม่น้นั จำเปน็ ตอ้ งมกี ารติดตามการทำงานอยา่ งใกล้ชิดทุกข้นั ตอน
การตรวจการจ้างและการควบคุมงานก่อสร้าง เป็นกระบวนการที่มีความสำคัญ ที่จะทำ
ให้การบริหารสัญญาบรรลุตามวัตถุประสงค์ และเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดในสัญญาอย่างมี
ประสิทธิภาพ รวมทั้งเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่
เป็นกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้างและผู้ควบคุมงา นก่อสร้างนอกจากจะต้องมีความรู้
ความสามารถทางด้านเทคนิคเป็นอย่างดีแล้วยังจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจในอำนาจหน้าที่ตาม
พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ระเบียบกระทรวงการคลัง
ว่าด้วยจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และเข้าใจในรายละเอียดของเงื่อนไข
ข้อกำหนดที่ระบุไว้ในสัญญาเป็นอย่างดี เพราะหากไม่เข้าใจ หรือเข้าใจคลาดเคลื่อน หรือปฏิบัติไม่
ครบถ้วนในหน้าที่ความรับผิดชอบตามอำนาจหน้าที่ที่ตนเองได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่แล้ว อาจทำ
ใหท้ างราชการเกดิ ความผิดพลาด หรือและอาจนำไปสู่ความเสียหาย ต้องรบั ผดิ ชอบทัง้ ทางแพ่ง อาญา
และวนิ ยั ได้
ดังนั้น เพื่อให้ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่เป็นกรรมการตรวจรับพัสดุและผู้ควบคุม
งานก่อสรา้ ง มีความรู้ ความเขา้ ใจ ปฏบิ ตั ิหนา้ ทต่ี ามทไ่ี ดร้ ับมอบหมายได้อยา่ งถกู ต้องครบถว้ น
7.2 ความหมาย
“งานก่อสร้าง” หมายความว่า งานก่อสร้างอาคาร งานก่อสร้างสาธารณูปโภค หรือสิ่ง
ปลูกสร้างอื่นใดและการซ่อมแซม ต่อเติม ปรับปรุง รื้อถอน หรือการกระทำอื่นที่มีลักษณะทำนอง
เดียวกันตอ่ อาคารสาธารณูปโภค หรือสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว รวมทั้งงานบริการทีร่ วมอยู่ในงานก่อสรา้ ง
น้นั ด้วย แตม่ ูลค่าของงานบรกิ ารตอ้ งไมส่ งู กวา่ มูลคา่ ของงานกอ่ สร้างนนั้
“การตรวจงานก่อสร้าง” หมายความว่า การตรวจผลงานทั้งทางคุณภาพและปริมาณ
เพื่อรับงานเป็นครั้งคราว หรือตามงวดงาน หรือตามขั้นตอนที่สำคัญ ๆ หรือตรวจสอบเหตุ ปัญหา
อุปสรรคที่เกิดในระหว่างการก่อสร้าง โดยใช้ผลจากการตรวจสอบงาน ณ สถานที่ก่อสร้างของ
คณะกรรมการตรวจการจ้างประกอบกบั การรายงานของผู้ควบคุมงานเป็นเกณฑ์ในการตรวจรับงาน
348 คู่มือการจ้างกอ่ สร้าง
การทำสญั ญา และการบริหารสญั ญา
อธิวัฒน์ โยอาศรี
“การควบคุมงานก่อสร้าง” หมายความว่า การควบคุมดูแลการทำงานก่อสร้าง ให้
ถกู ต้องตามรปู แบบ รายการ ขอ้ กำหนด เง่อื นไข และเป็นไปตามหลักวิชาการชา่ งทด่ี ี
“คณะกรรมการตรวจรับพัสด”ุ หมายความวา่ ผู้ที่ได้รบั การแต่งต้ังให้ทำหนา้ ที่และมีอำนาจ
ในการตรวจงานก่อสร้าง รวมถึงการปฏิบัติงาน ตรวจสอบการใช้วัสดุและทำใบรายงานผลการปฏิบัติงาน
ของผูร้ บั จ้าง เพอื่ ให้งานก่อสร้างเปน็ ไปตามรูปแบบ รายการ และเงื่อนไขท่ีได้ตกลงกนั ไวใ้ นสญั ญา
“ผู้ควบคุมงาน” หมายความว่า ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่และมีอำนาจในการ
ควบคุมงานก่อสร้าง รวมทั้งกำกับ ดูแล ประสานงาน การปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง เพื่อให้งานก่อสร้าง
เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เนื้องานครบถ้วน มีประสิทธิภาพ บรรลุวัตถุประสงค์ของงานก่อสร้าง และ
เป็นไปตามหลักวิชาช่าง นั้น ๆ โดยให้งานก่อสร้างเป็นไปตามรูปแบบ รายการ และเงื่อนไขที่ได้ตกลง
กันไว้ในสัญญา
7.3 เป้าหมายและหลักปฏบิ ัติข้ันพนื้ ฐาน
การตรวจการจ้างและการควบคุมงานก่อสร้าง มีเป้าหมายเพื่อให้การก่อสร้างมีเนื้องาน
ครบถ้วน ถูกต้องตามรูปแบบ รายการ และเงื่อนไขที่ได้ตกลงกันไว้ในสัญญา มีคุณภาพ เป็นไปตาม
หลักวิชาที่ดี และสอดคล้องระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ
ภาครัฐ พ.ศ. 2560 จากเหตุผลดงั กลา่ วจงึ มแี นวทางที่ควรยึดเปน็ หลกั ปฏิบตั ิขั้นพื้นฐาน ดังน้ี
1. คณะกรรมการตรวจรับพัสดุต้องตรวจสอบการดำเนินการของผู้ควบคุมงานให้มีการ
ควบคุมงานก่อสร้างให้เป็นไปตามรูปแบบและรายการตามสัญญา และมีอำนาจใช้ดุลยพินิจในการ
ตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ แก้ไข เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมหรือตัดทอนงานได้ตามความเหมาะสม ผู้รับจ้าง
ต้องปฏิบัติตามรวมทั้งต้องทำการตรวจการจ้างให้เป็นไปตามรูปแบบ รายการละเอียด ข้อกำหนดใน
สัญญาให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สดุ และมติของคณะกรรมการตรวจรบั พสั ดใุ ห้ถือมติเอกฉนั ท์
2. ผู้ควบคุมงาน ต้องศึกษาสัญญา รูปแบบ รายการ เงื่อนไขและข้อกำหนดในสัญญาให้
ชัดเจน ควบคุมการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างตลอดเวลาการก่อสร้าง มีอำนาจใช้ดุลยพินิจในการส่ัง
เปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติมได้ตามสมควร พร้อมทำบันทึกการปฏิบัติงานจริงตลอดเวลาการก่อสร้าง
เป็นรายวัน รวมถึงรวบรวมปัญหาอุปสรรคงานก่อสร้างเสนอกรรมการตรวจการจ้าง และทำหน้าท่ี
เป็นตัวกลางในการประสานงานระหว่างผู้รับจ้างและคณะกรรมการตรวจการจ้าง ขณะปฏิบัติงานและ
ในการตรวจรบั งานแต่ละคร้งั
7.4 ที่มาของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุและผคู้ วบคุมงาน
1. พระราชบัญญตั ิการจดั ซื้อจดั จา้ งและการบริหารพัสดภุ าครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 100
2. ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.
2560 ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ตามข้อ 25 องค์ประกอบคณะกรรมการตามข้อ 26
การประชุมลงมติ ตามขอ้ 27 และให้มีอำนาจหน้าที่ ตามข้อ 176
349คมู่ อื การจ้างก่อสร้าง
การทำสัญญา และการบริหารสญั ญา
อธิวฒั น์ โยอาศรี
3. พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 101
และระเบียบกระทรวงการคลังวา่ ด้วยการจัดซอ้ื จดั จ้างและการบริหารพสั ดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ตามข้อ
177 ได้กำหนดใหม้ ีผคู้ วบคุมงาน และให้มีอำนาจหนา้ ที่ ตามข้อ 178
7.5 หลกั และแนวทางปฏิบตั ิที่เก่ยี วขอ้ งกับการกอ่ สร้าง
ส่งิ ที่คณะกรรมการตรวจรับพสั ดุ และผู้ควบคมุ งานควรทราบและปฏบิ ตั ิ
เม่ือเริ่มสัญญาจ้างก่อสร้างระบบงานต่างๆ จะต้องเร่งดำเนินการควบคู่ไปกับงานทางด้าน
เอกสาร ซึง่ ทั้งสองดา้ นจะต้องมคี วามสอดคล้องสมั พนั ธ์กนั หากคณะกรรมการตรวจรับพสั ดุ ผคู้ วบคุม
งานก่อสร้าง รวมทั้งผู้รับจ้างไม่มีความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวก็จะทำให้การบริหารสัญญาเกิดปัญหา
และอุปสรรคได้ในภายหลัง หากมีการดำเนินการตามขั้นตอนเป็นอย่างดีก็จะทำให้การบริหารสัญญา
เป็นไปอย่างถูกต้องตามขั้นตอน และหากเกิดปัญหาอุปสรรคนั้นก็จะสามารถแก้ไขได้โดยไม่เกิดความ
เสียหายต่อทางราชการ และผู้เกี่ยวข้อง ดังนั้น จึงมีข้อกำหนดและคำแนะนำให้คณะกรรมการตรวจ
รับพสั ดุ และผ้คู วบคมุ งานควรดำเนนิ การตามขัน้ ตอน ดงั น้ี
1. ศึกษาสญั ญา แบบรูป และ รายการ
เมื่อได้รับมอบหมายหน้าที่ให้เป็นคณะกรรมการตรวจรับพัสดุและผู้ควบคุมงานใดๆ
ก็ตามสง่ิ แรกทีค่ วรกระทำ คอื การศกึ ษาสญั ญาแบบรปู และรายการประกอบแบบ สำเนารายละเอียด
การชี้แจงในวันนำดูสถานที่ และอื่น ๆ ที่แนบท้ายสัญญาให้เข้าใจทั้งหมดก่อนเริ่มงาน โดยในที่นี้ขอ
แนะนำรายการทค่ี วรศกึ ษาและจดจำไว้ ดงั น้ี
1.1 รายละเอียดของสัญญา ได้แก่ สัญญาเลขที่ ลงวันที่ ชื่องาน ผู้รับจ้าง วงเงิน
กำหนด เริ่มงาน กำหนดแล้วเสร็จ ระยะเวลาดำเนินการ งวดงาน ค่าปรับ ระยะเวลาค้ำประกัน
หลักประกัน เป็นสัญญาปรับราคาได้หรือไม่ ชื่อผู้ติดต่อประสานงานของผู้รับจ้าง สถานที่ก่อสร้าง
หน่วยเจ้าของงาน
1.2 ศึกษาขอบเขตงานทั้งหมดในสัญญา เช่น ก่อสร้างอาคารใดบ้าง แต่ละอาคารมี
ลักษณะอย่างไร จำนวนเท่าใด ประกอบด้วยงานระบบใดบ้าง ได้แก่ ระบบไฟฟ้า สุขาภิบาล เครื่องกล
เคร่อื งปรบั อากาศ เป็นตน้
1.3 ศึกษาและตรวจสอบรายละเอียดของเนื้องานและปริมาณงานในแบบรูปและ
รายการที่เก่ียวข้องทัง้ หมด พร้อมศึกษาและตรวจสอบเปรยี บเทียบกับประมาณการ (BOQ) ที่เปน็ ส่วน
หนงึ่ ของสญั ญา
1.4 ศึกษารายการประกอบแบบ และข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติตาม โดยอ่านให้ผ่านตา
ทั้งหมด และจดจำไวใ้ ห้ไดม้ ากท่ีสดุ
1.5 ปัญหาหรอื ขอ้ สงสยั เกย่ี วกบั แบบรปู และรายการ
1.6 รายการวัสดุ SHOP DRAWING และ AS-BUILT DRAWING ทร่ี ายละเอยี ดแนบ
ท้ายสญั ญากำหนดใหต้ อ้ งขออนุมัติ และเสนอให้ตรวจสอบ
350 ค่มู ือการจ้างก่อสร้าง
การทำสญั ญา และการบริหารสญั ญา
อธวิ ฒั น์ โยอาศรี
1.7 รายการงานทดสอบของระบบต่าง ๆ เช่น ระบบงานทาง ระบบไฟฟ้า ระบบ
ประปาและสุขาภิบาล ระบบดับเพลิง ระบบลิฟท์ งานเครี่องกล มีรายการใดบ้างที่ถูกระบุไว้ใน
รายละเอียดแนบทา้ ยสญั ญา ให้มีการทดสอบ ในแต่ละช่วงเวลาของงานก่อสร้าง
1.8 พยายามจดจำ สัญญา เนื้องาน แบบ และรายการ ฯ ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมาก
ได้ หากจำไม่หมดควรจัดทำ SHORT NOTE ไว้ ดังสุภาษิตโบราณที่ว่า “จำไว้ดีกว่าจด แต่ถ้าจำไม่
หมดจดไว้ดีกว่าจำ”
2. การสำรวจพืน้ ทก่ี ่อสรา้ งและอาคารข้างเคียง
สิ่งที่ต้องดำเนินการในลำดับต่อไป หลังจากการขออนุญาตเข้าทำงานและหน่วย
เจ้าของพื้นที่ได้ส่งมอบพื้นที่ให้แล้วก็คือ การสำรวจพื้นที่ก่อสร้างและอาคารข้างเคียง โดยควรจะต้อง
สำรวจหรือตรวจสอบพรอ้ มทั้งเตรียมการในสิง่ ต่อไปนี้
2.1 เจา้ ของพื้นท่ีขนย้ายสงิ่ ของออกหมดหรือไม่
2.2 ต้องรื้อถอนสิ่งก่อสร้างเดิมหรือไม่ และจะดำเนินการกับวัสดุที่ได้จากการรื้อถอน
อยา่ งไร
2.3 พื้นที่ทำงานต้องกระทบกับหน่วยข้างเคียงใดบ้าง ได้มีการประสานไปยังหน่วย
ขา้ งเคยี งดังกล่าวหรอื ไม่ ถ้ายังต้องรีบดำเนินการ
2.4 ตอ้ งตดิ ต่อขออนุญาตสร้าง SITE OFFICE และสงิ่ ปลูกสร้างชั่วคราวหรอื ไม่ บริเวณใด
2.5 มีความจำเปน็ ตอ้ งทำแผงกั้นแนวเขตกอ่ สรา้ ง หรอื แผงกนั วสั ดรุ ว่ งหล่น หรือไม่
2.6 มกี ารอนุญาตให้สรา้ งบา้ นพกั คนงานในพืน้ ทหี่ รือไม่
2.7 ผู้รับจ้างติดต่อขออนุญาตนำคนงานเข้าทำงานหรือไม่ และทางหน่วยเจ้าของพื้นที่
ได้ อนญุ าตใหท้ ำงานช่วงเวลาใด รวมเสาร์-อาทติ ย์ ด้วยหรือไม่
2.8 ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ที่ใช้ในงานก่อสร้างจะเชื่อมต่อที่บริเวณใด ติดต่อขอใช้
จากหนว่ ยงานเกี่ยวข้องแลว้ หรือไม่
2.9 มีพื้นที่กองวัสดุหรือไม่บริเวณใด
2.10 เสน้ ทางเข้า-ออกและลำเลยี งวสั ดุ พรอ้ มหรอื ไม่
2.11 ติดต่อขอเบอร์โทรศัพท์ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น ผู้รับจ้าง หน่วยเจ้าของพื้นท่ี
กรรมการฯ เป็นตน้
2.12 หมดุ อ้างอิงทใี่ ช้ในการกำหนดผังสิ่งกอ่ สรา้ ง และหมดุ ระดับอ้างอิง
2.13 สำรวจอาคารข้างเคียงและถ่ายรูปไว้เพื่อป้องกันกรณีพิพาทเรื่องความเสียหายที่
อาจเกิดข้นึ เน่อื งจากการตอกเสาเข็ม และการขุดดิน
2.14 ถ่ายรปู พ้ืนท่กี อ่ นเรมิ่ ก่อสรา้ ง ควรเก็บภาพจากหลายมมุ มอง
2.15 อธิบายขัน้ ตอนการทำงานกอ่ สรา้ งของทางราชการให้ผู้รบั จ้างเขา้ ใจ
351คมู่ ือการจ้างกอ่ สร้าง
การทำสัญญา และการบริหารสัญญา
อธวิ ฒั น์ โยอาศรี
3. การประสานงานและส่ังงานผูร้ บั จา้ ง
การประสานงานกนั ในหน่วยงาน (SITE) ระหว่างผรู้ บั จา้ งกบั ผู้ควบคุมงาน มดี ังนี้
3.1 ผู้ควบคุมงาน ต้องให้ผู้รับจ้างเสนอแต่งตั้งตัวแทนของผู้รับจ้างในการติดต่อ
ประสานงาน การควบคุมงานก่อสร้าง และหากในสัญญานั้น กำหนดให้ผู้รับจ้างต้องมีโฟร์แมน และ/
หรือ วิศวกรควบคุมงาน ก็ให้ปฏิบัติตามสัญญาอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้จะต้องมีตัวแทนของผู้รับจ้าง
ดังกล่าวประจำหน่วยงานก่อสร้างตลอดเวลาการทำงานของทุกวัน และต้องให้ตัวแทนของผู้รับจ้างลง
นามในใบ REQUEST บันทึก (MEMO) รายงานประจำวัน และเอกสารอื่น ๆ ที่ผู้ควบคุมงานเห็นวา่
มีความสำคัญ เพอ่ื ไว้เป็นเอกสารหลกั ฐานในการตรวจสอบและพิจารณาในกรณตี ่าง ๆ
3.2 ใบ REQUEST เมื่อสิ้นสุดการทำงานแต่ละวัน ผู้รับจ้างควรต้องวางแผนว่าในวัน
พรุ่งนี้จะทำงานอะไรต่อไป และทำบริเวณใด ซึ่งผู้รับจ้างควรต้องแจ้งให้ผู้ควบคุมงานทราบก่อน เพ่ือ
เตรียมการตรวจงานหรือสง่ั งานเพิ่มเติมในส่วนน้นั
3.3 บันทึก (MEMO) ใช้ในกรณีที่ผูร้ ับจ้างมีเร่ืองแจง้ ผู้ควบคุมงาน หรือ ผู้ควบคุมงานมี
เรื่องแจ้งผู้รับจ้าง โดยควรมีการลงหมายเลข และมีสำเนาเก็บไว้ด้วย MEMO นี้จะใช้เป็นหลักฐานใน
การสั่งงานว่าได้มีการสั่งการไปแล้วอย่างไรบ้าง ผู้รับจ้างปฏิบัติตามหรือไม่ สำหรับผู้ควบคุมงานควร
นำ MEMO ที่สงั่ ไปสรุปใหก้ รรมการฯ รับทราบดว้ ย สำหรับ MEMO มีจดุ ประสงคก์ ารใช้งาน ดงั น้ี
3.3.1 MEMO จากผรู้ บั จ้างถึงผ้คู วบคุมงาน ใชใ้ นกรณีท่ผี ้รู ับจา้ งตอ้ งการแจ้งให้ผู้
ควบคุมงานทราบ เช่น ขอให้ตรวจเหลก็ เสรมิ กอ่ นเทคอนกรตี หารือกรณแี บบและรายการขัดแยง้ แจ้ง
ข้ันตอนการทำงาน แจ้งความก้าวหนา้ เปน็ ตน้
3.3.2 MEMO จากผู้ควบคุมงานถึงผู้รับจ้าง ใช้ในกรณีที่ผู้ควบคุมงานต้องการ
แจ้งให้ผู้รับจ้างทราบ เช่น กรณี ตรวจพบการปฏิบัติไม่ถูกต้อง และขอให้แก้ไข แจ้งรายการแก้ไขงาน
ให้ผู้รับปฏิบัติ แจ้งให้ผู้รับจ้างเร่งรัดงาน แจ้งให้ผู้รับจ้างพักงานในส่วนที่ทำไม่ถูกต้องไว้ก่อน แจ้งให้
ผู้รบั จ้างทำงานต่อหลงั จากแกไ้ ขงานเรยี บรอ้ ยแลว้ เปน็ ตน้
3.4 การสั่งงานขณะทำการก่อสร้าง เมื่อผู้ควบคุมงานได้สั่งงานผู้รับจ้างไปแล้ว เมื่อผู้
ควบคุมงานตรวจงานประจำวันแล้วพบข้อผิดพลาด จะต้องบอกให้ผู้รับจ้างแก้ไขหน้างานในทันที ไม่
รอให้ผู้รับจ้างทำเสร็จกอ่ นแล้วจึงบอก โดยการส่ังงานอาจสั่งงานกับหัวหน้าช่างหรือโฟร์แมน โดยต้อง
แนะนำวิธีแก้ไข พร้อมทั้งอธิบายวิธีการที่ถูกต้อง รู้จักเทคนิคในการสั่งงาน เจรจาหว่านล้อมให้ดี
หลีกเลี่ยงการใช้โทสะ ต้องควบคุมอารมณ์มีความอดกลั้น อดทน ไม่ใช้วาจาหยาบคาย โดยเฉพาะใน
กรณีที่มีการสั่งให้รื้องานนั้นแล้วทำใหม่ทั้งหมด ผู้ปฏิบัติอาจเกิดความไม่พอใจและเกิดโทสะ ดังนั้นจึง
ต้องหลีกเลี่ยงการทะเลาะเบาะแว้ง พยายามชี้แจงให้เห็นว่าช่างของผู้รับจ้างทำผิดจริงๆ พยายามทำ
ให้ผู้รับจ้างเต็มใจในการแก้ไขงาน และหลักจากการสั่งงานด้วยวาจาแล้ว ควรไปเขียน MEMO ถึง
ผู้รบั จา้ งเพ่อื กันลืมและใชใ้ นการติดตามแกไ้ ขงาน
3.5 รายงานผลการปฏิบัติงานประจำวันของผู้รับจ้างเมื่อเสร็จสิ้นการปฏิบัติงานในแต่
ละวัน ผู้รับจ้างควรต้องรายงานผลการปฏิบัติงานว่าทำงานอะไรไปบ้าง ใช้คนงานแต่ละส่วนเท่าไร ได้
352 คูม่ ือการจา้ งกอ่ สรา้ ง
การทำสญั ญา และการบริหารสัญญา
อธิวฒั น์ โยอาศรี
ปริมาณงานมากน้อยเพียงไร เป็นไปตามใบ REQUEST หรือไม่ มีอุปสรรคในการปฏิบัติงานหรือไม่
เป็นต้น ซึ่งในส่วนนี้ผู้รับจ้างบางรายอาจไม่มีศักยภาพในการทำ หากเป็นเช่นนั้น ผู้ควบคุมงานจะต้อง
ลงมือจดบันทึกเองอย่างละเอียด ซึ่งรายละเอียดข้อมูลในส่วนนี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะนำไปใช้ในการจัดทำ
บนั ทกึ รายงานความกา้ วหนา้ ต่อไป
3.6 หากมีความจำเป็นต้องสั่งหยุดงานหรือพักงาน ให้ผู้ควบคุมงานดำเนินการตาม
ขั้นตอนของระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาพัสดุ พ.ศ. 2560 โดย
ระเบียบขอ้ 178 ได้กำหนดให้ผู้ควบคุมงานมีอำนาจและหน้าท่ีในเร่ืองดงั กล่าวสรปุ ได้ดังนี้
3.6.1 กรณีที่ผู้ควบคุมงานตรวจและควบคุมงาน แล้วพบว่างานไม่เป็นไปตาม
แบบรูป รายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญาแล้ว ให้สั่งเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมหรือตัดทอน
ตามที่เห็นสมควร และตามหลักวิชาช่าง เพื่อให้เป็นไปตามแบบรูป รายการละเอียดและข้อกำหนดใน
สัญญา ถ้าผู้รับจ้างขัดขืนไม่ปฏิบัติตาม ก็สั่งให้หยุดงานนั้นเฉพาะส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดแล้วแต่
กรณีไว้ก่อน จนกว่าผู้รับจ้างจะยอมปฏิบัติให้ถูกต้องตามคำสั่งและรายงานให้คณะกรรมการตรวจรับ
พัสดทุ ันที
3.6.2 ในกรณีที่ปรากฏว่าแบบรูป รายการละเอียด หรือข้อกำหนดในสัญญามี
ขอ้ ความขัดกัน หรอื เป็นทค่ี าดหมายไดว้ า่ ถึงแม้งานนัน้ จะได้เป็นไปตาม แบบรูป รายการละเอียด หรือ
ข้อกำหนดในสัญญา แต่เมื่อสำเร็จแล้วจะไม่มั่นคงแข็งแรง หรือไม่เป็นไปตามหลักวิชาช่างที่ดี หรือไม่
ปลอดภัยให้ส่งั พกั งานไว้กอ่ น แล้วรายงานใหค้ ณะกรรมการการตรวจรบั พสั ดโุ ดยเรว็
กรณีตาม 3.6.1 และ 3.6.2 ให้ผู้ควบคุมงานรายงานเป็นหนังสือถึงประธาน
กรรมการตรวจรับพัสดุ และเมื่อผู้ควบคุมงานรายงานถึงกรรมการฯ แล้ว ขอให้คณะกรรมการวินิจฉัย
ให้แล้วเสร็จโดยเร็วเมื่อคณะกรรมการฯ มีความเห็นว่าจำเป็นต้องหยุดหรือพักงาน ให้คณะกรรมการ
เสนอความเห็นให้ผู้มีอำนาจมหี นังสอื ส่งั หยดุ หรอื พกั งานตอ่ ไป
3.7 รายงานการประชุมภายในหนว่ ยงาน (SITE)
เมื่อมีการประชุมภายในหน่วยงาน (SITE) ทุกครั้ง ควรมีการทำบันทึกการ
ประชุมไว้ด้วยทุกครั้ง และต้องจดมติที่ประชุมที่เป็นที่รับรองแล้วของทุกฝ่าย เพื่อเป็นหลักฐานในการ
ปฏิบตั ติ อ่ ไป
4. การจัดทำบันทกึ รายงานความก้าวหนา้
ในการควบคุมงานก่อสร้างสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลยคือ การจัดทำบันทึกรายงาน
ความก้าวหน้าซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้ควบคุมงานก่อสร้างจะต้องดำเนินการ ทั้งนี้ตามระเบียบ
กระทรวงการคลงั ว่าด้วยการจัดซื้อจดั จา้ งฯ กำหนดเกี่ยวกับการบนั ทกึ รายงานความก้าวหนา้ ไวด้ ังนี้
จดบันทึกสภาพการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง และเหตุการณ์แวดล้อมเป็นรายวัน พร้อม
ทั้งผลการปฏิบัติงาน และสาเหตุที่มีการหยุดงานอย่างน้อย 2 ฉบับ และเก็บรักษาไว้เพื่อมอบให้แก่
เจ้าหน้าที่พัสดุ เมื่อเสร็จงานแต่ละงวด โดยถือว่าเป็นเอกสารสำคัญของทางราชการเพื่อประกอบการ
353คมู่ ือการจา้ งกอ่ สร้าง
การทำสญั ญา และการบรหิ ารสัญญา
อธิวฒั น์ โยอาศรี
ตรวจสอบของผู้มีหน้าที่ การบันทึกการฏิบัติงานของผู้รับจ้างให้ระบุรายละเอียดขั้นตอนการ
ปฏิบัติงานและวัสดุที่ใช้ด้วย นอกจากน้ีควรบันทึกการสั่งงานผู้รับจ้างหรือการแจ้งเรื่องต่างๆให้ผู้
รบั จา้ งทราบ ในเรือ่ งทเี่ หน็ ว่ามีความสำคัญ
ดังนั้น บันทึกรายงานความก้าวหน้าของงาน ท่ีผู้ควบคุมงานจะตอ้ งจดั ทำเพือ่ ให้เปน็ ไป
ตามระเบียบ เช่น
4.1 รายงานประจำวนั
4.2 รายงานประจำสัปดาห์
4.4 รายงานประจำเดอื น
4.5 รายงานประจำงวด (ท่ีมกี ารสง่ งาน)
4.6 ตารางการสง่ งวดงาน
การรายงานในบันทึกจะต้องระบุรายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติงานและวัสดุที่ใช้อย่าง
ละเอียด รวมทั้งบันทึกเหตุการณ์ทีส่ ำคัญต่างๆ ในแต่ละวัน โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อการ
ก่อสร้าง (ถ้ามี) ทั้งนี้รายงานดังกล่าวจะเป็นเอกสารสำคัญในการพิจารณาในด้านต่าง ๆ ในกรณีที่งาน
ก่อสร้างเกิดปัญหาหรืออุปสรรค
5. การตรวจงานตามปกติ
เป็นการตรวจการทำงานของผู้รับจ้างโดยมีเป้าหมายให้ผู้รับจ้างทำการก่อสร้างให้
เป็นไปตามมาตรฐานและหลักการทางช่างที่ดีนอกเหนือจากการดำเนินการให้เป็นไปตามรูปแบบและ
รายการในสัญญาจ้างการควบคุมงานมิใช่การไปเฝ้าดูผู้รับจ้างทำงานแต่เพียงอย่างเดียว ผู้ควบคุมงาน
ที่ดีควรมีมาตรการตรวจงานของตนเอง และมีเป้าหมายการควบคุมงานที่ชัดเจน ในที่นี้จะขอแนะนำ
แนวทางการตรวจงานไว้ ดงั นี้
1. การตรวจวัสดุ
2. การตรวจกรรมวิธี
3. การตรวจปรมิ าณงาน
4. การตรวจสภาวะแวดล้อม
5. การตรวจคนงาน
5.1 การตรวจวัสดุ
ในการก่อสรา้ ง จะมวี สั ดตุ า่ งๆ มากมายหลายชนิด ที่ต้องนำมาประกอบกันข้ึนเป็น
สิ่งก่อสร้าง ซึ่งวัสดุแต่ละอย่างก็มีมากมายหลายชนิด บางชนิดก็มีราคาแพง บางชนิดก็มีราคาถูก บาง
ชนิดก็มีคุณภาพดี บางชนิดก็มีคุณภาพไม่ค่อยดี แต่พอใช้ได้ และมีราคาย่อมเยาว์กว่า ซึ่งโดยปกติ
ผู้รับเหมามักจะเลือกใช้วัสดุที่มีราคาถูก แต่อย่างไรก็ตามวัสดุที่จะนำมาก่อสร้างก็ต้องได้รับการอนุมัติ
ก่อนนำมาใช้งาน ซึ่งหากทางราชการอนุมัติให้ใช้วัสดุชนิดใดแล้ว ผู้ควบคุมงานควรทำการตรวจสอบ
354 คู่มอื การจา้ งก่อสร้าง
การทำสญั ญา และการบริหารสัญญา
อธิวฒั น์ โยอาศรี
วัสดุชนิดนั้นว่าเป็นไปตามที่อนุมัติหรือไม่ก่อนนำไปใช้งาน หลักการตรวจสอบวัสดุแนะนำให้ปฏิบัติ
ดงั น้ี
1. ตรวจดูว่า วัสดุที่ทางราชการอนุมัติ เป็นวัสดุอะไร มีคุณสมบัติหลักเป็นอย่างไร
ขนาด รุ่น สี แบบ และผลิตภัณฑ์ตราอักษรอะไร (ตรวจสอบได้ในใบอนุมัติวัสดุ) รวมทั้งศึกษาแคตตา
ลอ็ คของวสั ดุใหล้ ะเอยี ด ตลอดจนถึงวธิ กี ารติดตงั้
2. ตรวจวัสดุที่นำมาใช้ในหน่วยงาน (SITE) ว่าเป็นไปตามข้อ 1 หรือไม่ (ควร
ตรวจสอบก่อนทำการตดิ ตงั้ )
3. วัสดุนั้นต้องมีการทดสอบคุณสมบัติใดๆ ก่อนหรือไม่ โดยตรวจสอบได้จาก
รายการประกอบแบบก่อสรา้ ง
4. วัสดุนั้นต้องมีการรับรองคุณสมบัติใดๆ จากสถานบันที่น่าเชื่อถือหรือไม่ โดย
ตรวจสอบได้จากรายการประกอบแบบ
5.2 การตรวจกรรมวธิ ีในการติดตง้ั วัสดุ
ในการก่อสร้าง จะมีขั้นตอนและกรรมวิธีมากมายหลายขั้นตอน ที่ต้องนำวัสดุ
หลายๆ ชนิดมาประกอบกันขึ้นเป็นสิ่งก่อสร้าง ซึ่งวัสดุแต่ละอย่างก็มีมากมายหลายชนิด บางชนิดก็มี
ราคาแพง บางชนิดก็มีราคาถูก บางชนิดก็มีคุณภาพดี บางชนิดก็มีคุณภาพไม่ค่อยดี แต่พอใช้ได้ ซ่ึง
กรรมวิธีการติดตั้ง/ประกอบ/ดำเนินการ ของวัสดุแต่ละประเภท แต่ละตราอักษรย่อมแตกต่างกันไป
ดังนั้น ผู้ควบคุมงานควรศกึ ษาถึงกรรมวธิ ีการประกอบหรือติดตั้งวัสดุนั้น ๆ ให้เป็นไปตามรูปแบบหรือ
รายการหรอื คำแนะนำของผูผ้ ลิต หากมขี ้อสงสัยใหป้ รกึ ษาผอู้ อกแบบหรือหาความรเู้ พมิ่ เตมิ จากผู้ผลิต
แลว้ นำข้อมลู ให้ผ้อู อกแบบตดั สินใจ
5.3 การตรวจปริมาณงาน
ในการตรวจสอบความก้าวหน้างานในแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ หรือแต่ละเดือน
ควรจะมีการบันทึกปริมาณที่ทำได้ไว้ด้วย ทั้งนี้เพื่อตรวจสอบความก้าวหน้างาน ใช้เป็นสถิติในการ
ทำงาน/คาดการณ์เวลาที่งานนั้นจะแล้วเสร็จรวมทั้งหากมีการขอขยายเวลาจะได้นำข้อมูลอัตราการ
ทำงานมาคำนวณเวลาที่ขอขยายได้ นอกจากนั้นยังเป็นข้อมูลให้ผู้รับจ้างทราบว่า คนงานทำงานได้
ตามเกณฑ์ที่ควรจะเป็นหรือไม่ มีการทำงานล่าช้าหรือมีปัญหาการขาดสภาพคล่องกับงานนั้นหรือไม่
เป็นต้น สำหรับวิธีการบันทึกผู้ควบคุมงานควรตรวจสอบดูว่า ในวันนั้นๆ ผู้รับจ้างใช้คนงานกี่คนเพื่อ
ทำงานนน้ั ประกอบด้วยช่างสาขาใดบ้าง และใน 1 วัน ไดป้ ริมาณงานเท่าใด
5.4 การตรวจสภาวะแวดลอ้ ม
งานก่อสร้างจะดำเนินต่อไปได้ดีหรือไม่นั้น สภาวะแวดล้อมมีผลกระทบต่อการ
ทำงานมาก เหตกุ ารณ์บางอยา่ งอาจเปน็ เหตุสุดวสิ ยั ท่ีทำใหง้ านลา่ ชา้ ออกไป และผ้รู บั จ้างนำเหตุน้ันมา
355คมู่ อื การจ้างกอ่ สรา้ ง
การทำสัญญา และการบรหิ ารสญั ญา
อธวิ ัฒน์ โยอาศรี
ขอขยายเวลาในภายหลัง หากไม่ได้มีการบันทึกไว้พิจารณาอาจเห็นว่าไม่มีเหตุนั้นเกิดขึ้น หรือไม่
สามารถพิจารณาจำนวนวันที่ควรจะขยายเวลาได้ ดังนั้นผู้ควบคุมงานควรบันทึกเหตุการณ์แวดล้อม
ทกุ เหตกุ ารณไ์ ว้อยา่ งละเอียดดว้ ย สำหรบั ตวั อยา่ งเหตกุ ารณท์ ่ีควรบันทึก ได้แก่
1. เหตุเกดิ จากความบกพร่องของสว่ นราชการ เชน่ การส่งมอบพ้ืนที่ล่าช้า การขอ
อนุญาตเขา้ ทำงานล่าชา้ การมีวัสดุสิ่งของของราชการกดี ขวางอยู่ เปน็ ต้น
2. เหตุสุดวิสัย เช่น เกิดอทุ กภัย พายุฝน
3. เหตุเกดิ จากพฤติการณอ์ นั หนึง่ อนั ใดท่ผี ู้รบั จา้ งไมต่ อ้ งรับผดิ ชอบตามกฎหมาย
4. เหตุผลทวั่ ไปอน่ื ๆ
5.5 การตรวจคนงาน
ผคู้ วบคมุ งานทดี่ ี ควรมีการสุม่ ตรวจสอบคนงาน โดยส่งิ ทคี่ วรตรวจสอบมดี ังน้ี
1. ฝีมือช่าง เหมาะสมกับงานทท่ี ำหรอื ไม่
2. พฤติกรรมในการทำงาน เชน่ มีความเขา้ ใจในการปฏบิ ตั ิงาน
3. พฤติกรรมความเป็นอยู่ เช่น มีการดื่มสุรา หรือ เล่นการพนันในหน่วยงาน
(SITE) หรือไม่
4. ความปลอดภยั ในการทำงาน
5. เปน็ คนงานต่างด้าวหรอื ไม่
6. ยาเสพติด / การก่อการรา้ ย
หากพบสิ่งผิดปกติ สิ่งผิดกฎหมาย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่บ้านเมืองดำเนินการตามกฎหมาย
แล้วแจ้งหัวหนา้ หนว่ ยงานทราบต่อไป
6. การสง่ มอบงาน
เมอ่ื ผรู้ ับจ้างตอ้ งการสง่ งานให้ปฏบิ ตั ิ ดงั นี้
1) ให้ทำหนังสือส่งงานเรียน ประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ (ผ่านผู้ควบคุมงาน) โดย
วันที่ในหนังสือส่งงานจะต้องเป็นวันที่ที่งานแล้วเสร็จจริงๆ และเป็นวันที่ยื่นหนังสือฉบับนั้น (ถ้ายังไม่
แล้วเสรจ็ ห้ามสง่ งานเดด็ ขาด ถอื วา่ วันท่ีในหนงั สือเปน็ วนั ทีง่ านแลว้ เสรจ็ )
2) ในหนังสือส่งงาน ต้องระบุ เลขที่หนังสือ วันที่(ส่งงาน) งวดที่ขอส่ง เนื้องาน ในงวด
ทส่ี ง่ วงเงนิ
3) ควรนำใบแจ้งหนม้ี าเลยในคราวเดยี วกนั
4) นำหนงั สือดงั กลา่ วมาส่งให้ผคู้ วบคุมงานโดนทำสำเนา 1 ชุด และให้ผู้ควบคุมงานลง
รับไวใ้ นสำเนา และผ้รู ับจา้ งควรเกบ็ สำเนาไว้ตามเรื่อง
7. การขอขยายเวลา
356 คมู่ อื การจา้ งก่อสร้าง
การทำสญั ญา และการบรหิ ารสญั ญา
อธิวัฒน์ โยอาศรี
ในกระบวนการและขั้นตอนการก่อสร้าง มักจะพบปัญหาอุปสรรคในระหว่างการ
ก่อสร้าง อาจจะด้วยปัญหาอุปสรรคที่เกิดจากแบบรูปรายการสัญญา หรือจากสภาพพื้นที่ก่อสร้าง
หรือจากเหตุอน่ื ใดก็ตาม ที่ส่งผลกระทบกับระยะเวลาทำการของสญั ญา ผู้ควบคุมงานซ่ึงเป็นผูค้ วบคุม
การปฏิบัติงานในทุกวันของผู้รับจ้าง ดังนั้นจะเป็นผู้ทราบเหตุเบื้องต้นและที่มาของเหตุอุปสรรคนั้น ๆ
ไดด้ ี แลว้ จึงรายงานให้คณะกรรมการตรวจรบั พัสดุทราบตามแต่กรณี
เอกสารประกอบการพิจารณาขอขยายระยะเวลา เช่น
1) หนังสอื สงวนสิทธข์ิ องผู้รบั จ้างระบุเหตทุ ่ีอาจทำใหง้ านลา่ ชา้
2) หนังสือของผู้รับจ้าง ระบุเหตุผลที่ขอขยายระยะเวลาตามสัญญา พร้อมเวลาที่ขอ
ขยาย
3) ภาพถ่ายประกอบแสดงอุปสรรคท่ีเกิดขึ้น
4) แผนงานเดมิ ท่ีวางไวเ้ ปรยี บเทียบกบั แผนงานที่เกิดอปุ สรรค
5) งวดงาน
6) บันทกึ ควบคมุ งานเฉพาะวันท่เี กยี่ วขอ้ งกับการขยายเวลา
7) ความเหน็ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
8) ความเห็นผู้ออกแบบ หรือหน่วยเทคนคิ
สิง่ ท่ีผคู้ วบคมุ งานตอ้ งดำเนินการในกรณกี ารขยายเวลา
1) สรปุ เหตุการณ์ ปัญหา อุปสรรค ทีเ่ กย่ี วข้องกบั กรณีนนั้ เสนอคณะกรรมการตรวจ
รับพสั ดุ
2) รวบรวมเอกสารที่เก่ยี วข้องในกรณีนั้น เสนอคณะกรรมการตรวจรบั พสั ดุ
3) มีบันทึกเสนอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ โดยเป็นความเห็นเบื้องต้นว่ากรณีเหตุ
ปัญหา อุปสรรค ตามที่ผู้รับจ้างอ้างขอขยายเวลามานั้น เป็นปัญหาอุปสรรคในการก่อสร้างจริงหรือไม่
เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างในหมวดงานใด งวดงานใด เหตุปัญหาอุปสรรคนั้นอยู่ใน งวดงานท่ี
คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงวดนั้นแล้วหรือไม่ และสมควรพิจารณาขยายเวลาตาม
ผลกระทบทเี่ กดิ ขน้ึ จรงิ เป็นจำนวนก่วี ัน
สิ่งทีค่ ณะกรรมการตรวจการจา้ งตอ้ งดำเนินการในกรณีการขยายเวลา
1) พิจารณาเอกสารหลักฐานต่าง ๆ จากที่ผู้ควบคุมงานสรุปเหตุการณ์ ปัญหา
อุปสรรค ท่เี กยี่ วขอ้ งกับกรณนี นั้
2) มีบันทึกเสนอความเห็นว่ากรณีเหตุ ปัญหา อุปสรรค ตามที่ผู้รับจ้างอ้างขอขยาย
เวลามานั้น เป็นปัญหาอุปสรรคในการก่อสร้างจริงหรือไม่ เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างในหมวดงานใด
งวดงานใด เหตุปัญหาอุปสรรคนั้นอยู่ในงวดงานที่คณะกรรมการตรวจรับัพสดุได้ตรวจรับงวดนั้นแล้ว
หรือไม่ และสมควรพิจารณาขยายเวลาตามผลกระทบทเ่ี กดิ ขน้ึ จรงิ เป็นจำนวนกว่ี ัน
357คู่มือการจา้ งก่อสร้าง
การทำสัญญา และการบรหิ ารสญั ญา
อธิวัฒน์ โยอาศรี
3) ลงพื้นที่ก่อสร้าง สำรวจ พิสูจน์ ตรวจสอบ ในกรณีที่เห็นว่าเหตุ ปัญหา อุปสรรค
นนั้ มีความจำเป็นต้องลงพน้ื ทีต่ รวจสอบข้อเทจ็ จรงิ เพ่อื ประกอบการพิจารณาเสนอความเห็น
ข้อสังเกตกรณีการขยายเวลา จะเป็นเหตุ ปัญหา อุปสรรคใดๆ ก็ตามที่ส่งผลกระทบ
กบั การดำเนนิ งานก่อสรา้ ง ซึง่ ไม่มีการเปลย่ี นแปลงขอ้ กำหนดและแบบรปู รายการสัญญา
8. การแกไ้ ขสญั ญา
ในกระบวนการและขั้นตอนการก่อสร้าง มักจะพบปัญหาอุปสรรคในระหว่างการ
ก่อสร้าง อาจจะด้วยปัญหาอุปสรรคที่เกิดจากแบบรูปรายการสัญญา หรือจากสภาพพื้นที่ก่อสร้าง
หรือจากเหตุอื่นใดก็ตาม ที่ส่งผลกระทบกับการดำเนินการก่อสร้างตามแบบรูปรายการสัญญา และ
บางกรณีกระทบกับค่าจ้างที่ต้องเพิ่มขึ้น งวดงาน และระยะเวลาทำการของสัญญา ผู้ควบคุมงานซ่ึง
เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติงานในทุกวันของผู้รับจ้าง ดังนั้นจะเป็นผู้ทราบเหตุเบื้องต้นและที่มาของเหตุ
อปุ สรรคนัน้ ๆ ได้ดี แล้วจงึ รายงานใหค้ ณะกรรมการตรวจการจา้ งทราบตามแตก่ รณี
เอกสารประกอบการพิจารณาแก้ไขสญั ญา เช่น
1) หนังสือหรอื บันทกึ ทม่ี าของการแก้ไขสญั ญาพรอ้ มเหตผุ ลความจำเป็น
2) หนังสือของผู้รับจ้างแสดงความยินยอมว่ายินดีแก้ไขสัญญาโดยไม่คิดเงินและ
ระยะเวลาเพิ่มขึ้นหรือ หนังสือแสดงความยินยอมพร้อมเงื่อนไขที่ขอระยะเวลา และ/หรือวงเงิน
เพม่ิ ขน้ึ
3) ประมาณการเปรยี บเทยี บของเดมิ และของใหม่ หากมีคา่ ใชจ้ ่ายเพิม่ ขน้ึ
4) แผนงานเดมิ เปรยี บเทียบกบั แผนงานใหม่ (หากมรี ะยะเวลาเพมิ่ ขึ้น)
5) แบบรูปทแี่ กไ้ ข
6) งวดงานทีแ่ ก้ไข
7) การตรวจสอบประมาณการ
8) ความเหน็ คณะกรรมการตรวจรบั พสั ดุ
9) ความเห็นผอู้ อกแบบ หรือหน่วยเทคนคิ
สง่ิ ที่ผูค้ วบคุมงานตอ้ งดำเนนิ การในกรณกี ารแก้ไขสญั ญา
1) สรุปเหตกุ ารณ์ ปัญหา อปุ สรรค ทเี่ ก่ยี วขอ้ งกบั กรณีนนั้ เสนอคณะกรรมการตรวจ
รับพัสดุ
2) รวบรวมเอกสารทีเ่ กี่ยวขอ้ งในกรณนี ้นั เสนอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
3) มีบันทึกเสนอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ โดยเป็นความเห็นเบื้องต้นว่ากรณีเหตุ
ปัญหา อุปสรรค ตามที่เกิดขึ้นนั้น เป็นปัญหาอุปสรรคที่ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างตามแบบรูป
รายการสัญญาจริงหรือไม่ อย่างไร เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างในหมวดงานใด งวดงานใด เหตุปัญหา
358 คมู่ อื การจา้ งกอ่ สรา้ ง
การทำสัญญา และการบริหารสัญญา
อธิวฒั น์ โยอาศรี
อุปสรรคนั้นอยู่ในงวดงานที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงวดนั้นแล้วหรือไม่ และสมควร
พจิ ารณาแก้ไขสัญญา และขยายเวลาหรอื ไม่ อยา่ งไร
4) เตรยี มเอกสารสำคญั ทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั งานท่ีแกไ้ ขสัญญาไวใ้ หพ้ ร้อม ไดแ้ ก่ บันทึกการ
ควบคุมงานประจำวนั และเอกสารอื่น ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
สิง่ ท่ีคณะกรรมการตรวจรบั พัสดตุ อ้ งดำเนนิ การในกรณกี ารการแกไ้ ขสญั ญา
1) พิจารณาเอกสารหลกั ฐานต่าง ๆ จากท่ผี ู้ควบคุมงานสรุปเหตกุ ารณ์ ปญั หา อปุ สรรค
ทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั กรณีน้ัน
2) มีบันทึกเสนอความเห็นว่ากรณีเหตุ ปัญหา อุปสรรค ตามที่เกิดขึ้นนั้น เป็นปัญหา
อุปสรรคที่ไม่สามารถดำเนินการการก่อสร้างตามแบบรูปรายการสัญญาจริงหรือไม่ อย่างไร เกี่ยวข้อง
กับงานก่อสร้างในหมวดงานใด งวดงานใด เหตุปัญหาอุปสรรคน้ันอยู่ในงวดงานที่คณะกรรมการตรวจ
รับพัสดุได้ตรวจรับงวดนั้นแล้วหรือไม่ และสมควรพิจารณาแก้ไขสัญญา และขยายเวลาหรือไม่
อย่างไร
3) ลงพื้นที่ก่อสร้าง สำรวจ พิสูจน์ ตรวจสอบ ในกรณีที่เห็นว่าเหตุ ปัญหา อุปสรรค
นนั้ มคี วามจำเปน็ ต้องลงพืน้ ท่ีตรวจสอบขอ้ เทจ็ จรงิ เพอื่ ประกอบการพจิ ารณาเสนอความเหน็
ข้อสังเกตกรณีการแก้ไขสัญญา จะเป็นเหตุ ปัญหา อุปสรรค ใดๆ ก็ตามที่ส่งผล
กระทบกับข้อกำหนด แบบรูปรายการสัญญา ซึ่งจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนด แบบรูป
รายการสัญญา และอาจพิจารณาการขยายเวลาตามที่คู่สัญญาจะตกลงพรอ้ มกันไปในคราวเดยี วกัน
9. การดำเนนิ การกับวสั ดทุ ไี่ ดจ้ ากการรือ้ ถอน
ในงานก่อสร้างหลาย ๆ งานจะมีวัสดุอุปกรณ์ที่ได้จากการรื้อถอนเกิดขึ้น บางงานเป็น
การรื้อถอนอาคารเดิม แล้วก่อสร้างอาคารใหม่ทดแทนหรือเป็นงานซ่อมปรับปรุงอาคารเดิม ในการ
ดำเนินการดังกล่าวมักจะมีวัสดุอุปกรณ์ของเดิมที่ได้จากการรื้อถอนหรือจากการถอดเปลี่ยน ดังน้ัน
การดำเนนิการกับวัสดุที่ได้จากการรื้อถอนจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง
เช่น ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา และการใช้ที่ราชพัสดุ พ.ศ.
2546 และท่แี ก้ไขเพิ่มเติม
10. การตรวจสอบเงนิ ชดเชยค่างานก่อสรา้ งตามสญั ญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K)
การขอเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างที่
จะต้องเรียกร้องภายในกำหนด 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานงวดสุดท้าย หากพ้น
กำหนดนี้แล้ว ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องจากทางราชการได้อีกต่อไป และในกรณีที่ทางราชการ
จะต้องเรียกเงินคืนจากผู้รับจา้ ง ทางราชการจะรีบเรียกเงินคืนทันที หรือหักจากค่างานงวดถัดไป หรือ
หักจากหลกั ประกันสญั ญา แล้วแตก่ รณี และไม่มชี ว่ งเวลาส้ินสดุ ในการเรยี กคืน
359คมู่ อื การจา้ งกอ่ สรา้ ง
การทำสัญญา และการบริหารสญั ญา
อธิวฒั น์ โยอาศรี
การพิจารณาเงินเพิ่มให้กับผู้รับจ้างหรือเงินคืนให้กับทางราชการ จะต้องได้รับการ
ตรวจสอบและเห็นชอบจากสำนักงบประมาณ และให้ถือการพิจารณาวินิจฉัยของสำนักงบประมาณ
เป็นทีส่ ิน้ สดุ
การเตรยี มการรับการตรวจและเอกสารประกอบการตรวจสอบสงั เกตการณ์
ของสำนกั งานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)
ปัจจุบันงานสัญญาจ้างก่อสร้างมีการสุ่มตรวจของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินจำนวน
มากขึ้นซึ่งจะมีการตรวจทั้งในชว่ งระหว่างกอ่ สร้างหรือหลงั จากงานก่อสรา้ งแล้วเสรจ็ และในการตรวจนั้น
ก่อนการลงตรวจพื้นที่ก่อสร้าง จะต้องนำส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ตามที่ สตง. ร้องขอ ซึ่งโดยปกติเอกสาร
จะประกอบดว้ ย 18 รายการ คอื
1) ใบเสนอราคา บญั ชีรายการเอกสาร บญั ชีแสดงปริมาณงาน (B.O.Q) ของผเู้ สนอราคา
2) รายละเอียดราคากลางและคำส่งั แตง่ ตงั้ คณะกรรมการกำหนดราคากลาง
3) หลักประกนั สญั ญา
4) หนังสือส่งมอบพ้ืนที่ (กรณีงานกอ่ สร้าง)
5) ข้อตกลงแกไ้ ขเพ่ิมเติมพรอ้ มบันทกึ เหตุผลในการแกไ้ ขเปล่ยี นแปลงสัญญา (ถา้ มี)
6) ใบส่งมอบงาน (งวดลา่ สุด)
7) ใบรบั รองผลการปฏิบตั งิ าน (งวดล่าสุด)
8) รายงานการควบคุมงานของผคู้ วบคมุ งานเดอื นลา่ สดุ
9) หนงั สอื แจ้งการปรบั /แจง้ สงวนสทิ ธิการปรบั (ถา้ ม)ี
10) เอกสารเบกิ จ่ายเงิน
11) หนงั สอื บอกเลกิ สัญญา (ถ้ามี)
12) ใบสลกั หลงั ตราสาร
13) ขอความเห็นชอบประกวดราคา
14) ใบนำส่งรายได้ (ถ้ามี)
15) ขออนมุ ตั จิ า้ ง และเหตผุ ลความจำเปน็ มาของโครงการ
16) เอกสารอนั เป็นส่วนหนงึ่ ของสญั ญา และภาคผนวกของสัญญา
17) หนังสือนำส่งสำเนาสัญญาใหก้ รมสรรพากร
18) รายงานผลการตรวจรบั งานของคณะกรรมการตรวจรับพสั ดุ
ดังนั้นเพื่อให้มีความพร้อมในการเตรียมการรับการตรวจและเอกสารประกอบการ
ตรวจสอบสังเกตการณ์ ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบจะต้องมีการจัดเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบ สามารถส่ง
มอบเอกสารให้หนว่ ยงานตรวจสอบไดท้ นั ทีเมือ่ มีการรอ้ งขอ
360 คู่มือการจา้ งก่อสร้าง
การทำสัญญา และการบริหารสญั ญา
อธวิ ฒั น์ โยอาศรี
7.6 กรณีศึกษา การบริหารสญั ญา
กรณศี กึ ษาที่ 1 กรณีผแู้ ทนของหนว่ ยงานทางปกครองทำขอ้ ตกลงเพิ่มเตมิ สญั ญาฉบบั เดมิ ด้วยวาจา
การที่ผู้แทนของหน่วยงานทางปกครองทำข้อตกลงเพิ่มเติมด้วยวาจาให้ผู้รับจ้างทำงาน
พิเศษนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในสัญญา โดยงานดังกล่าวอยู่ในขอบข่ายทั่วไปแห่งวัตถุประสงค์ของ
สัญญา และมิได้เกิดจากการสมยอมกนั ระหว่างผู้แทนของหน่วยงานทางปกครองกับผู้รับจ้าง หรือเกิด
จากความผิดของผู้รับจ้าง หรือผู้รับจ้างต้องการหลีกเลี่ยงการประกวดราคา ย่อมมีผลผูกพันให้
หน่วยงานทางปกครองตอ้ งรบั ผิดจ่ายเงินค่าจา้ งอนั เกิดจากการทำงานดังกล่าว
ในคดีนี้ ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นผู้รับจ้างก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กเลียบคลองของ
องค์การบริหารสว่ นตำบล ฟ้องขอให้องค์การบริหารส่วนตำบลชำระค่าจา้ งก่อสร้างเขื่อนกันดินพงั อัน
เนื่องมาจากกรณีที่ผู้บริหารขององค์การบริหารส่วนตำบลสั่งการด้วยวาจาให้ผู้ฟ้องคดีดำเนิ นการ
ก่อสร้างเขื่อนกันดินพังเพื่อให้การก่อสร้างถนนตามสัญญาสามารถดำเนินการต่อไปได้ ด้วยเหตุท่ี
ระหว่างการก่อสร้างถนน ได้เกิดการทรุดตัวของดินด้านข้างถนนไหลเลื่อนลงคลองซึ่งทำให้ถนนชำรุด
เสียหาย ศาลปกครองสงู สุดได้วินิจฉัยวา่ การสง่ั การของผบู้ ริหารฯ เปน็ การสง่ั การท่ีมีอำนาจกระทำ
ได้ โดยถือว่าเป็นงานพิเศษซึ่งอยู่ในขอบข่ายทั่วไปแห่งวัตถุประสงค์ของสัญญาเพือ่ ให้สามารถก่อสร้าง
ถนนตามสัญญาต่อไปได้ และถือว่าการก่อสร้างเขื่อนเป็นข้อตกลงส่วนหนึ่งของสัญญาก่อสร้างถนน
แม้เป็นการตกลงด้วยวาจาก็ตาม ทั้งนี้ เนื่องจากตามบทบัญญัติมาตรา 587 แห่งประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณิชย์ ไม่ได้บัญญัติให้สัญญาจ้างทำของต้องทำเป็นหนังสือ ดังนั้น เมื่อกรณีดังกล่าวไม่ได้
เกิดจากการสมยอมกันระหว่างผู้แทนของผู้ถูกฟ้องคดีกับผู้รับจ้าง หรือเกิดจากความผิดของผู้รับจ้าง
หรือผู้รับจ้างต้องการหลีกเลี่ยงการประกวดราคา แม้จะเป็นกรณีที่ไม่ได้ผ่านขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง
ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการพัสดุฯ แต่โดยที่การดำเนินการตามระเบียบดังกล่าวเป็น
ข้ันตอนการปฏิบัตภิ ายในของหน่วยงาน จึงไม่อาจนำการไม่ปฏิบัติตามระเบยี บฯ มาเป็นเหตผุ ลปฏิเสธ
ความรับผิดได้ เมื่อผู้รับจ้างทำงานก่อสร้างเขื่อนตามที่มีการสั่งให้ทำเพิ่มเติมจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ย่อมมีสิทธิได้รับชำระค่าจ้างเป็นการตอบแทนตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ (คำพิพากษาศาลปกครอง
สงู สุดที่ อ.16/2547)
กรณศี ึกษาท่ี 2 การตรวจรบั มอบงานโดยพจิ ารณาจากมาตรฐานทเ่ี กินกว่าข้อกำหนดในสญั ญา
ในการตรวจรับมอบงานตามสญั ญาจา้ ง หนว่ ยงานทางปกครองในฐานะผวู้ ่าจ้างต้องตรวจรับ
ด้วยการพจิ ารณาจากข้อกำหนดในสัญญาเปน็ สำคัญ จะนำมาตรฐานของงานหรอื พสั ดุท่ีใช้ในงานอ่ืนซ่ึงอยู่
นอกเหนือหรือเกินจากข้อกำหนดในสัญญาจ้างมาเปรียบเทียบแล้วใช้เป็นเหตุไม่รับมอบงานหรือบอกเลิก
สัญญาจ้างดังกล่าวไม่ได้
ในคดีนี้ เทศบาลไม่รับมอบงานและบอกเลิกสัญญาจ้างวางท่อขยายเขตประปากับผู้
รับจ้าง โดยอ้างว่าผู้รับจ้างใช้ท่อเหล็กกล้าที่มีความหนาและน้ำหนักน้อยกว่าท่อเหล็กกล้าซึ่งผู้รับจ้าง
361คมู่ ือการจ้างกอ่ สร้าง
การทำสญั ญา และการบริหารสัญญา
อธวิ ัฒน์ โยอาศรี
รายอื่นนำมาใช้ในสัญญาจ้างประเภทเดียวกัน ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า เมื่อในสัญญาจ้างไม่ได้
ระบุความหนาและน้ำหนักของท่อเหล็กกล้าที่ผู้รับจ้างจะต้องนำมาใช้ในการวางท่อขยายเขตประปา
กรณีจึงต้องพิจารณาตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ท่อเหล็กกล้าโดยทั่วไป เมื่อปรากฏ
ว่าผู้รับจ้างนำท่อเหล็กกล้าตามที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงอุตสาหกรรมให้ใช้ได้ตามมาตรฐาน มอก.
มาใช้ในการวางท่อขยายเขตประปา จึงเป็นการปฏิบัติโดยถูกต้องตามสัญญาแล้ว การที่เทศบาลนำ
คุณสมบัติของท่อประปาที่ผู้รับจ้างรายอื่นใช้ในการขยายเขตประปาให้แก่เทศบาลซึ่งมีน้ำหนักและ
ความหนามากกว่า มาเปรียบเทียบกับท่อเหล็กกล้าที่ผู้รับจ้างนำมาใช้ แล้วไม่รับมอบงาน เป็นการ
ตรวจรับที่อยู่นอกเหนือและเกินจากข้อกำหนดในสัญญาจ้าง เมื่อเทศบาลนำเหตุดังกล่าวมาบอกเลิก
สัญญาจ้าง จึงเป็นการบอกเลิกสัญญาจ้างที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลพิพากษาให้เทศบาลชดใช้
ค่าเสียหายเปน็ เงินคา่ จา้ งตามสัญญา (คำพพิ ากษาศาลปกครองสงู สุดท่ี อ.176/2548)
กรณีศกึ ษาที่ 3 หนว่ ยงานทางปกครองผวู้ า่ จา้ งสง่ มอบพืน้ ทล่ี ่าช้า
หน่วยงานทางปกครองในฐานะผู้ว่าจ้างตามสัญญาจ้างก่อสร้าง ย่อมมีหน้าที่ต้อง
จัดเตรียมพื้นที่ให้พร้อมสำหรับส่งมอบแก่ผู้รับจ้างเพื่อเข้าดำเนินการก่อสร้าง แม้ว่าในข้อสัญญาจะ
ไม่ได้กำหนดหน้าที่ดังกล่าวไว้ก็ตาม และในกรณีที่ผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้ากว่าที่กำหนดไว้ในสัญญา
จ้าง โดยมีสาเหตุมาจากความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ข้างต้น หากหน่วยงานทางปกครองจะใช้
สิทธิเรียกค่าปรับจากผู้รับจ้างอันเนื่องมาจากการส่งมอบงานล่าช้า หน่วยงานทางปกครองจะต้องนำ
ระยะเวลาในส่วนที่ตอ้ งรับผิดชอบทำให้เกดิ ความลา่ ช้ามาพจิ ารณาขยายระยะเวลาการปฏิบัตงิ านตาม
สัญญาจา้ งเพ่อื ใหเ้ กิดความเปน็ ธรรมแกผ่ ูร้ ับจา้ งในการคำนวณคา่ ปรับด้วย
ในคดีนี้ ผู้รับจ้างตามสัญญาจ้างก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กและรางระบายน้ำกับ
เทศบาล ฟ้องขอให้เทศบาลคนื เงินคา่ ปรบั กรณีผ้รู ับจา้ งส่งมอบงานล่าช้ากว่าเวลาทก่ี ำหนดไวใ้ นสัญญา
จ้างตามส่วนของจำนวนวันที่เทศบาลต้องรับผิดชอบในความล่าช้าที่เกิดขึ้น ศาลปกครองสูงสุด
วนิ ิจฉัยว่า เมือ่ มีการประกวดราคาจนมกี ารทำสญั ญาจ้างกอ่ สร้างโดยถกู ตอ้ งครบถ้วนแลว้ เทศบาลใน
ฐานะผ้วู ่าจา้ งยอ่ มมีหนา้ ท่จี ดั เตรียมพนื้ ทใ่ี ห้พรอ้ มที่จะสง่ มอบแก่ผรู้ ับจ้างเพื่อเข้าทำการกอ่ สร้าง แม้ว่า
ในสญั ญาจา้ งจะไมไ่ ด้มีข้อกำหนดในเรอื่ งดังกลา่ วไวก้ ็ตาม เมอื่ มีเหตุขัดขอ้ งในการสง่ มอบพื้นที่เปน็ เหตุ
ให้ผู้รับจ้างไม่สามารถเข้าทำการก่อสร้างได้อันเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้ ระยะเวลาในการก่อสร้าง
ของผู้รับจ้างต้องลา่ ช้าออกไป โดยระยะเวลาที่ล่าช้าในส่วนนเี้ ทา่ กับระยะเวลาท่เี ทศบาลไดใ้ ชไ้ ปในการ
แก้ไขเหตุขดั ข้องเพ่ือให้สามารถส่งมอบพืน้ ที่ก่อสร้างได้ ซึ่งถือวา่ เป็นระยะเวลาที่เกิดจากความผดิ หรอื
ความบกพร่องของผู้ว่าจ้าง ดังนั้น เมื่อปรากฏว่าผู้รับจ้างได้แจ้งเหตุขัดข้องเพื่อให้เทศบาลแก้ไข
รวมทั้งขอขยายระยะเวลาการปฏิบัติตามสัญญาจ้างโดยเป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่า
ดว้ ยการพัสดฯุ และเปน็ ไปตามขอ้ กำหนดในสญั ญาจา้ งแลว้ จงึ เปน็ กรณที เี่ ทศบาลต้องขยายระยะเวลา
ในการก่อสร้างให้กับผู้รับจ้างตามระยะเวลาที่เป็นความบกพร่องของเทศบาล ฉะนั้น การปรับผู้รับ
จ้างกรณีส่งมอบงานล่าช้าโดยไม่ได้หักจำนวนวันที่เทศบาลต้องขยายเวลาการก่อสร้างให้กับผู้รับจ้าง
362 คู่มอื การจา้ งกอ่ สร้าง
การทำสญั ญา และการบริหารสญั ญา
อธวิ ัฒน์ โยอาศรี
ออกจากจำนวนวันที่ส่งมอบงานล่าช้าทั้งหมด จึงไม่ชอบ เทศบาลจึงต้องคืนค่าปรับในส่วนของวัน
ดังกล่าวใหก้ ับผรู้ ับจา้ ง (คำพพิ ากษาศาลปกครองสงู สุดที่ อ.79/2548)
กรณีศึกษาที่ 4 การตรวจรับมอบงานแต่ไม่จ่ายค่าจ้างโดยอ้างว่าการอนุมัติเงินทดรองราชการ
ไม่ถกู ต้องตามระเบียบ
เมื่อเอกชนผู้รับจ้างได้ดำเนินการตามสัญญาจา้ งจนแล้วเสร็จสมบูรณ์แล้ว หน่วยงานทาง
ปกครองผู้ว่าจ้างย่อมมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างตามสัญญา โดยไม่อาจอ้างเหตุการณ์
บริหารงานภายในเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินทดรองราชการที่ไม่ชอบ มาใช้เป็นข้ออ้างในการปฏิเสธไม่
จ่ายค่าจ้างแกผ่ ู้รบั จา้ งซึ่งเปน็ คู่สญั ญาได้
ในคดีนี้ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ผู้ถูกฟ้องคดี ได้ว่าจ้างผู้ฟ้องคดีซ่อมแซมถนน เมื่อผู้ฟ้อง
คดีได้ทำการซ่อมแซมถนนเสร็จบริบูรณ์ภายในกำหนด และคณะกรรมการตรวจการจ้างได้ทำการ
ตรวจรับไว้แล้ว อำเภอบางสะพานน้อยได้ส่งเรื่องการขอเบิกเงินที่ได้อนุมัติให้ใช้เงินทดรองราชการไป
ยังผู้ถูกฟ้องคดีเพื่อนำไปจ่ายให้แก่ผู้ฟ้องคดี แต่ผู้ถูกฟ้องคดีไม่อนุมัติจ่ายเงินให้ โดยแจ้งว่าอำเภอบาง
สะพานน้อยได้อนุมัติใช้เงินทดรองราชการไปก่อนที่ผู้ถูกฟ้องคดีประกาศให้เป็นภัยพิบัติฉุกเฉิน ซึ่งผิด
หลักเกณฑ์ในสาระสำคัญที่ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการฯ กำหนด ศาล
ปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า เมื่อผู้ฟ้องคดีได้ทำการซ่อมแซมถนนเสร็จบริบูรณ์ภายในกำหนด และ
คณะกรรมการตรวจการจ้างได้ทำการตรวจรับไว้แล้ว ผู้ถูกฟ้องคดจี ึงตอ้ งจ่ายค่าซ่อมแซมถนนดังกลา่ ว
ให้แก่ผูฟ้ ้องคดี ทัง้ นี้ ตามมาตรา 602 วรรคหนงึ่ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และแม้กรณี
นี้นายอำเภอบางสะพานน้อยจะได้อนุมัติเงินทดรองราชการโดยไม่ถูกต้องตามระเบียบฯ แต่ระเบียบฯ
ดังกล่าว เปน็ เรอ่ื งการบริหารภายในหน่วยงาน เปน็ เร่อื งทห่ี นว่ ยงานจะต้องไปว่ากล่าวกันเอง ผถู้ ูกฟอ้ ง
คดีไม่อาจยกระเบียบดังกล่าวขึ้นอ้างทำให้ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้รับผลกระทบ (คำ
พิพากษาศาลปกครองสูงสดุ ที่ อ.296/2552)
กรณศี กึ ษาท่ี 5 ผูร้ บั จา้ งไมใ่ สใจในการปฏิบัติงานตามสัญญาทำให้การก่อสร้างไมแ่ ล้วเสร็จตามสัญญา
กรณีที่เอกชนผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามสัญญา ทั้งที่หน่วยงานทาง
ปกครองผู้ว่าจ้างได้ให้โอกาสโดยการขยายระยะเวลาออกไปถึง 2 ครั้ง โดยไม่ได้ใช้สทิ ธิบอกเลิกสญั ญา
เพือ่ ให้เอกชนผ้รู ับจา้ งเรง่ รัดดำเนินการตามสญั ญาใหแ้ ลว้ เสร็จ กรณดี ังกลา่ วเปน็ การท่ีผู้รับจ้างไม่ใส่ใจ
ในการปฏิบัติงานตามสัญญา การที่หน่วยงานทางปกครองผู้ว่าจ้างไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาการ
ก่อสรา้ งตามคำขอและใชส้ ทิ ธบิ อกเลกิ สัญญากบั เอกชนผ้รู บั จ้าง จงึ ชอบแล้ว
ในคดีนี้ เทศบาลได้ทำสัญญาจ้างผู้ฟ้องคดีก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็ก (คสล.)
ปรากฏว่าผู้ฟ้องคดีทำงานไม่แล้วเสร็จตามสัญญาจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกฟ้องคดีบอกเลิกสัญญา ผู้ฟ้องคดี
จึงฟ้องคดีต่อศาลเพื่อขอให้ยกเลิกหนังสือบอกเลิกสัญญาและให้ผู้ฟ้องคดีกลับเข้าดำเนินงานตาม
สัญญา ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า ผู้ฟ้องคดีทราบเนื้อความตามสัญญาดังกล่าวแล้ว แต่ไม่รีบ
363คมู่ อื การจา้ งก่อสร้าง
การทำสัญญา และการบริหารสญั ญา
อธวิ ฒั น์ โยอาศรี
ดำเนินการตามสัญญา ผู้ถูกฟ้องคดีจึงมีหนังสือเร่งรัดการทำงานของผู้ฟ้องคดี เมื่อครบกำหนด
ระยะเวลาตามสัญญาแล้ว ผู้ฟ้องคดีเพิ่งส่งมอบงานงวดที่ 4 ให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีก็มิได้ใช้
สิทธิบอกเลิกสัญญา โดยได้เร่งรัดให้ผู้ฟ้องคดีดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 240 วัน แต่ผู้ฟ้องคดี
ละเลยไมใ่ สใ่ จทีจ่ ะปฏิบตั ิงานให้แลว้ เสร็จตามกำหนดระยะเวลาทผ่ี ูถ้ ูกฟ้องคดกี ำหนด ผู้ฟอ้ งคดจี ึงย่อม
ไม่อาจทำงานที่จ้างให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนดได้ การที่ผู้ถูกฟ้องคดีใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา จึงชอบ
แล้ว (คำพพิ ากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ.165/2550)
กรณีศึกษาที่ 6 เมื่อผู้ว่าจ้างบอกเลิกสัญญาจ้าง โดยผู้รับจ้างได้ทำงานเสร็จไปแล้วบางส่วนซึ่งโดย
สภาพไม่สามารถทำให้กลับคืนสู่ฐานะเดิมได้นั้น ผู้ว่าจ้างต้องใช้เงินค่าจ้างคามควรค่าแห่งการงานที่ทำ
ใหแ้ กผ่ ู้รับจ้าง
ในคดีนี้ เทศบาลได้ทำสัญญาจ้างผู้ฟ้องคดีปรับปรุงสวนสาธารณะ ปรากฏว่าเมื่อครบ
กำหนดระยะเวลาตามสัญญา ผู้ฟ้องคดียังก่อสร้างงานไม่แล้วเสร็จ ผู้ถูกฟ้องคดีจึงได้บอกเลิกสัญญา
ซึ่งผู้ฟ้องคดไี ดส้ ่งมอบงานไปแล้วบางงวด แต่ผู้ถูกฟ้องคดีไม่ไดช้ ำระค่าจา้ งตามงวดงานดังกล่าวให้แกผ่ ู้
ฟ้องคดี เนื่องจากเห็นว่าสัญญาจ้างพิพาทเป็นสัญญาจ้างทำของ จึงถือผลสำเร็จของงานเป็นหลักใน
การจา่ ยค่าจ้าง ศาลปกครองสูงสุดวนิ จิ ฉัยวา่ กรณที ี่ผวู้ า่ จา้ งได้บอกเลิกสญั ญาจ้าง ผูว้ า่ จา้ งจะต้องใช้
เงินตามควรค่าแห่งการงานที่ผู้รับจ้างได้ทำไปให้แก่ผู้รับจ้าง และหากการเสนอราคางานจ้างเป็นแบบ
เหมาจ่าย ผู้ว่าจ้างอาจพิจารณาจ่ายค่าแห่งการงานดังกล่าวจากการประมาณราคาค่าก่อสร้างโดย
คณะกรรมการกำหนดราคากลางที่ประมาณค่าวัสดุและค่าแรงงานในขณะที่จัดทำสัญญาจ้างก็ได้
เนื่องจากการประมาณราคาดังกล่าวมีหลักเกณฑ์น่าเชื่อถือและถูกต้องใกล้เคียงกับความเป็นจริง (คำ
พิพากษาศาลปกครองสงู สุดที่ อ.145/2551)
กรณศี ึกษาท่ี 7 ส่งมอบงานลา่ ชา้ โดยอ้างเหตุการณ์ภยั ธรรมชาติ
กรณีที่ผู้รับจ้างอ้างว่าเหตุที่การก่อสร้างล่าช้าเกิดจากมีพายุโซนร้อนพัดผ่านทำให้ระดบั
น้ำบริเวณสถานที่ก่อสร้างมีระดับน้ำสูงซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัยที่เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติงานนั้น เมื่อ
ปรากฏว่าเหตุดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นตามปกติ จึงไม่อาจถือเป็นเหตุสุดวิสัยที่ อยู่
นอกเหนือการคาดหมายของผู้รับจ้างที่จะใช้ความระมัดระวังและป้องกันปัญหาหรืออุปสรรคในการ
ทำงานกอ่ สร้างตามวิสัยของผมู้ อี าชพี ดา้ นการก่อสร้าง ดังนั้น การทผ่ี ้รู ับจา้ งกอ่ สร้างงานล่าช้าเกิดกว่า
กำหนดเวลาตามสัญญา จงึ ตอ้ งชำระค่าปรบั ทเี่ กดิ ขึ้นให้แกผ่ ูว้ า่ จ้าง
ในคดีนี้ ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นผู้รับจ้างก่อสร้างเขื่อนริมตลิ่งแม่น้ำ ฟ้องเทศบาลผู้ว่าจ้างเพื่อให้
ขยายเวลาการทำงานตามสัญญาและคืนค่าปรบั ที่ผู้ถูกฟ้องคดหี กั จากเงินค่าจ้างตามสญั ญา เนื่องจากผู้
ฟ้องคดีเห็นว่ากรณีที่เกิดพายุโซนร้อนพัดผ่านประเทศไทยทำให้น้ำในแม่น้ำบริเว ณสถานที่ก่อสร้างมี
ระดับน้ำสูงมาก เป็นเหตุสุดวิสัยซึ่งเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติงาน แต่ผู้ถูกฟ้องคดีไม่อนุญาตให้ผู้ฟ้อง
364 คูม่ ือการจ้างกอ่ สรา้ ง
การทำสัญญา และการบรหิ ารสญั ญา
อธิวัฒน์ โยอาศรี
คดีขยายระยะเวลาการก่อสร้าง โดยชี้แจงว่ากรณีดังกล่าวไม่ถือเป็นเหตุสุดวิสัยตามระเบียบ
กระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการพัสดุฯ ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า การเกิดพายุโซนร้อนพัดผ่าน
ประเทศไทยและระดับน้ำในแม่น้ำสูงขึ้นจนท่วมบริเวณสถานที่ก่อสร้าง แต่เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบ
สถิติระดับน้ำในช่วงเดยี วกันย้อนหลังไป 10 ปแี ล้วเห็นว่า การที่ระดับน้ำสูงขึน้ จนท่วมบริเวณเดียวกบั
สถานที่ก่อสร้างเป็นเหตุการณ์ธรรมชาติที่เกิดข้ึนตามปกติ ไม่อยู่นอกเหนือจากการคาดหมายแต่เดิม
ของผู้ฟ้องคดี ประกอบกับไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าเกิดน้ำท่วมฉับพลันและเกิดอุทกภัยบริเวณสถานท่ี
กอ่ สร้าง ดงั น้นั การเกดิ พายโุ ซนร้อนซ่ึงทำใหน้ ้ำในแมน่ ้ำมีระดบั สงู ขน้ึ ไม่อาจถือไดว้ ่าเป็นเหตุสุดวิสัย
ที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายของผู้ฟ้องคดีที่จะใช้ความระมัดระวังและป้องกันปัญหาหรืออุปสรรค
ในการทำงานก่อสร้างตามวิสัยของผมู้ ีอาชีพดา้ นการก่อสร้างไดต้ ามข้อกำหนดของสญั ญา ประกอบกับ
ข้อ 132 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการพัสดุฯ เมื่อผู้ฟ้องคดีส่งมอบงานล่าช้ากว่าที่
กำหนด จึงต้องเสียค่าปรับให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดีตามสัญญา (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.
228/2550)
กรณศี กึ ษาท่ี 8 ความล่าชา้ ของงานจา้ งเกิดจากการท่ีผูว้ า่ จ้างมคี ำส่งั ใหผ้ ้รู ับจ้างหยดุ การดำเนินงานไว้
เปน็ การชว่ั คราวโดยมิได้เกดิ จากความผดิ ของผรู้ บั จา้ ง
กรณีที่ความล่าช้าของงานจ้ างเกิดจากการที่ผู้ว่าจ้างมีคำสั่งให้ผู้รับจ้ างหยุดการ
ดำเนินงานตามสัญญาจ้างไว้ชั่วคราวเพื่อรอการอนุญาตจากหน่วยงานอื่นซึ่งมีหน้าที่ดูแลพื้นที่ที่ผู้
รับจ้างต้องเข้าดำเนินการตามสัญญาจ้าง ถือเป็นความผิดพลาดหรือความบกพร่องที่เกิดขึ้นเพราะ
สภาพแห่งงานที่จ้างซึ่งผู้ว่าจ้างทราบดีอยู่แล้วตั้งแต่ต้น การที่ผู้รับจ้างขอขยายระยะเวลาทำงานตาม
สัญญาจ้างอันเนื่องมาจากเหตุขัดข้องดังกล่าว แต่ผู้ว่าจ้างมีคำสั่งไม่อนุญาต จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วย
กฎหมาย ผู้ว่าจา้ งต้องลดคา่ ปรับใหแ้ กผ่ ้รู ับจ้างตามจำนวนวนั ทีผ่ รู้ บั จ้างตอ้ งหยดุ ดำเนินงานขา้ งตน้
ในคดีนี้ ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้รับจ้างตามสัญญาจ้างก่อสร้างระบบประปาหมู่บ้าน ยื่นฟ้อง
องค์การบริหารส่วนตำบลเพื่อให้คืนเงินค่าปรับที่หักไว้จากค่าจ้างกรณีผู้ฟ้องคดีส่งมอบงานล่าช้า ผู้
ฟ้องคดีเห็นว่าเหตุแห่งความล่าช้าไม่ได้เกิดจากความบกพร่องของผูฟ้ ้องคดี แต่เกิดจากการทีผ่ ู้ควบคุม
งานได้มีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีหยุดงานเนื่องจากยังไม่ได้รับอนุญาตจากแขวงการทางให้ดำเนินการวางท่อ
ประปา ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า การที่ผู้ควบคุมงานของผู้ถูกฟ้องคดีมีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีหยุด
ดำเนินงานชัว่ คราวเนือ่ งจากยังไมไ่ ดร้ บั อนุญาตจากแขวงการทางใหด้ ำเนินการวางท่อประปา เป็นเหตุ
ให้ผู้ฟ้องคดีต้องหยุดงานเป็นเวลา 20 วัน เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีมีหน้าที่ต้องส่งมอบพื้นที่ให้ผู้ฟ้องคดี
ดำเนินงานก่อสร้างได้ตามสัญญาโดยปราศจากการรบกวนสิทธิ การมีคำสั่งหยุดงานจนกว่าจะได้รับ
อนุญาตจากแขวงการทาง จึงเป็นการส่งมอบพื้นที่โดยมีอุปสรรคและรบกวนสิทธิมิให้ผู้ฟ้องคดีทำงาน
ที่จ้างได้ ตามสัญญา อันเป็นความผิดพลาดหรือความบกพรอ่ งท่ีเกิดขึ้นเพราะสภาพแห่งงานทีจ่ ้างซง่ึ ผู้
ถูกฟ้องคดีทราบดีแล้วตั้งแต่ต้น เมื่อผู้ฟ้องคดีมีหนังสือขออนุญาตขยายเวลาทำงานตามสัญญาอัน
เนื่องมาจากเหตุขดั ข้องดังกล่าว แต่ผู้ถูกฟ้องคดีมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ขยายเวลาตามคำขอ จึงเป็นคำสง่ั
365คูม่ ือการจา้ งกอ่ สร้าง
การทำสญั ญา และการบรหิ ารสญั ญา
อธวิ ัฒน์ โยอาศรี
ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีลดค่าปรับตามสัญญาเป็นจำนวน 20 วัน (คำ
พิพากษาศาลปกครองสงู สุดที่ อ.111/2549)
กรณีศึกษาที่ 9 เหตุแห่งความล่าช้าเกิดจากการหยุดงานเพื่อรอการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบการ
กอ่ สร้างของผวู้ ่าจ้าง
หากเหตุแห่งความล่าช้าเกิดจากการหยุดงานเพื่อรอการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบก่อสร้าง
ของผู้ว่าจ้าง ประกอบกับสัญญาที่ทำขึ้นนั้นเป็นสัญญาที่มุ่งความสำเร็จของงานทั้งหมด โดยไม่ได้แยก
ส่วนความรับผดิ การแก้ไขเปล่ยี นแปลงแบบในการก่อสรา้ งตามสญั ญาไม่วา่ ในส่วนใด ย่อมมีผลต่อการ
ทำงานของผู้รับจ้างที่จะต้องวางแผนการทำงานให้แล้วเสร็จบริบูรณ์ตามสัญญา กรณีการส่งมอบงาน
ล่าช้าจึงเป็นเหตุที่เกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของส่วนราชการ อันเข้าลักษณะที่ผู้ว่าจ้าง
จะต้องงดหรอื ลดคา่ ปรบั ให้แก่ผรู้ ับจ้าง
ในคดีนี้ ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นผู้รับจา้ งตามสัญญาจา้ งก่อสร้างและปรับปรุงประปาชนบท ฟ้อง
ขอใหก้ ารประปาสว่ นภมู ิภาคขยายระยะเวลาการก่อสรา้ งและคนื เงนิ ค่าปรับตามสญั ญาให้แก่ผู้ฟ้องคดี
เนอ่ื งจากเห็นว่าการที่ผฟู้ อ้ งคดสี ่งมอบงานล่าช้าเกิดจากความบกพร่องของผูถ้ ูกฟ้องคดี ศาลปกครอง
สูงสุดวินิจฉัยว่า ในระหว่างการทำงานมีอุปสรรคจนไม่สามารถวางท่อตามแบบในสัญญาได้ และผู้
ควบคุมงานของผู้ถูกฟ้องคดีได้สั่งหยุดงานสามครั้งเพื่อแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบ ทำให้ผู้ฟ้องคดีต้อง
เสียเวลารอการแก้ไขแบบ จึงฟังได้ว่า การที่ผู้ฟ้องคดีต้องหยุดทำงานเป็นเหตุที่เกิดจากความผิดหรือ
ความบกพร่องของส่วนราชการ จึงเป็นเหตุที่เข้าลักษณะตามข้อ 139 ของระเบียบสำนัก
นายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดฯุ และตามข้อกำหนดในสัญญา ดังนั้น การที่ผูฟ้ ้องคดีต้องหยุดทำงาน
เพื่อรอการแก้ไขแบบ จึงเป็นเหตุที่ผู้ถูกฟ้องคดีจะขยายเวลาทำงานตามสัญญาให้แก่ผู้ฟ้องคดีได้
ประกอบกับสัญญานี้เป็นสัญญาที่มุ่งความสำเร็จของงานทั้งหมด โดยไม่มีข้อความในสัญญาที่ให้แยก
ส่วนความรับผิด การแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบไม่ว่าในส่วนใดย่อมมีผลต่อการทำงานของผู้ฟ้องคดีที่
จะต้องว่างแผนการทำงานให้แล้วเสร็จตามสัญญา อีกทั้ง การที่ผู้ฟ้องคดีจะทำงานวางท่อตามแบบท่ี
แก้ไขเปลี่ยนแปลงภายในระยะเวลาที่มีการขยายเวลาให้เพราะเหตุอื่น ก็มิใช่เป็นเหตุที่ผู้ถูกฟ้องคดีจะ
นำมาอ้างในการพิจารณาไม่ขยายเวลาให้กับผู้ฟ้องคดี การที่ผู้ถูกฟ้องคดีไม่ขยายเวลาทำงานตาม
สัญญาให้กับผู้ฟ้องคดี จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ถูกฟ้องคดีจึงไม่มีสิทธิหักเงินค่าปรับ (คำพิพากษา
ศาลปกครองสูงสดุ ท่ี อ.266/2550)
กรณีศึกษาที่ 10 ความชำรุดบกพร่องเกิดขึ้นภายหลังจากครบกำหนดระยะเวลาประกันความชำรุด
บกพร่องตามท่ีกำหนดไวใ้ นสัญญาแลว้
กรณีที่หน่วยงานทางปกครองผู้ว่าจ้างจะใช้สิทธิริบหลักประกันสัญญา เนื่องจากเห็นวา่ ผู้
รับจ้างไม่ดำเนินการแก้ไขความชำรุดบกพร่องของงานจ้างนั้น จะต้องไม่ใช่กรณีที่ความชำรุดบกพร่อง
366 คู่มือการจ้างกอ่ สร้าง
การทำสัญญา และการบริหารสัญญา
อธิวัฒน์ โยอาศรี
ได้เกิดขึ้นภายหลังจากครบกำหนดระยะเวลาประกันความชำรุดบกพร่องตามที่กำหนดไว้ในสัญญา
แล้ว ไม่เช่นนั้นจะเปน็ การรบิ หลกั ประกนั สญั ญาโดยไม่ชอบ
ในคดีนี้ ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้รับจ้างตามสัญญาจ้างก่อสร้างถนน ค.ส.ล. ฟ้องขอให้องค์การ
บริหารส่วนตำบลผู้ว่าจ้างคืนเงินค้ำประกันสัญญา ที่ผู้ถูกฟ้องคดีริบไปโดยอ้างว่าผู้ฟ้องคดีผิดสัญญา
เนื่องจากไม่ซ่อมแซมงานก่อสร้างที่ชำรุดบกพร่อง ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า การที่ผู้ถูกฟ้องคดีมี
หนังสือแจ้งให้ผู้ฟ้องคดีดำเนินการแก้ไขความชำรุดบกพร่องของถนน แต่เมื่อข้อ 6 ของสัญญาจ้าง
กำหนดให้ผู้รับจ้างต้องแก้ไขความชำรุดบกพร่องในงานที่จ้างภายในระยะเวลา 2 ปีนับถัดจากวันที่
ได้รับมอบงาน และกรณีเชื่อได้ว่าความชำรุดบกพร่องของถนนเกิดขึ้นภายหลังจากครบกำหนด 2 ปี
นับถัดจากวันที่ผู้ถูกฟ้องคดีได้รับมอบงาน ผู้ฟ้องคดีจึงไม่ต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องของถนน
การที่ผู้ถูกฟ้องคดีใช้สิทธิริบหลักประกันสัญญา จึงเป็นการใช้สิทธิโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย (คำ
พิพากษาศาลปกครองสงู สุดท่ี อ.177/2550)
กรณศี ึกษาที่ 11 กำหนดค่าปรบั ไวส้ ูงกวา่ ทีร่ ะเบยี บว่าด้วยการพสั ดุกำหนดไว้
การกำหนดค่าปรับแม้ไม่เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุฯ แต่
ผู้รับจ้างไม่ไดโ้ ตแ้ ย้งคัดค้านในขณะท่ีลงนามในสัญญา ถือว่าผูร้ ับจ้างมีเจตนาทีจ่ ะผกู พนั ตามขอ้ สัญญา
และเง่อื นไขของสญั ญาแล้ว
ในคดีนี้ ผู้ฟ้องคดีได้ตกลงทำงานโครงการปรับปรุงหอจดหมายเหตุแห่งชาติฯ กับกรม
ศิลปากร โดยมีข้อสัญญาว่าหากผู้ฟ้องคดีไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนดไว้และผู้ถกู
ฟ้องคดียังมิได้บอกเลิกสัญญา ผู้ฟ้องคดีจะต้องชำระค่าปรับเป็นเงินวันละ 800 บาท (ร้อยละ 0.20
ของวงเงินค่าจ้าง) ต่อมาผู้ฟ้องคดีส่งมอบงานงวดสุดท้ายล่าช้ากว่าที่กำหนดไว้ในสัญญาเป็นเวลา 41
วัน ผู้ถูกฟ้องคดีจึงได้ดำเนินการหักเงินค่าปรับ ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าค่าปรับกรณีงานล่าช้าไม่ควรเกินร้อย
ละ 0.01-0.10 ของราคางานจ้าง จึงนำคดีมาฟ้องขอคืนเงินค่าปรับส่วนที่เกินกว่าร้อยละ 0.10 ของ
วงเงินค่าจา้ ง ศาลปกครองสูงสดุ วินิจฉัยว่า เมื่อพิจารณางานโครงการปรับปรุงหอจดหมายเหตุฯ แล้ว
เหน็ วา่ งานดงั กลา่ วมีลกั ษณะเน้อื งานทีม่ ีข้นั ตอนการดำเนินการทเี่ กย่ี วเนอ่ื งสัมพันธ์กนั ทุกงวดงาน มิได้
มีลักษณะแยกทำให้เสร็จสมบูรณ์เป็นงวด ๆ ไป และในสัญญาก็มิได้ปรากฏว่าได้มีการกำหนดให้ผู้ถูก
ฟ้องคดีปรับผู้ฟ้องคดีเมื่อทำงานไม่แล้วเสร็จในงวดงานที่กำหนด แต่สัญญาได้กำหนดค่าปรับไว้เม่ือ
ล่วงเลยระยะเวลาแลว้ เสร็จตามสัญญา การกำหนดงวดงานเอาไว้ก็เพื่อกำหนดขั้นตอนการทำงานและ
กรอบระยะเวลาการทำงานไว้ให้ชัดเจน รวมถึงการจัดการเรื่องค่าจ้างเพื่อประโยชน์และความสะดวก
ของผู้เขา้ ทำงาน ดงั นัน้ งานตามสญั ญาดังกลา่ วถือเปน็ งานจา้ งซึง่ ตอ้ งการผลสำเรจ็ ของงานท้ังหมดใน
คราวเดียวกัน ผู้ถูกฟ้องคดีจึงเห็นควรใช้ดุลพินิจในการคำนวณค่าปรับเป็นรายวัน เป็นจำนวนเงิน
ตายตัวในอัตรารอ้ ยละ 0.01-0.10 ของราคาจ้างตามข้อ 134 ของระเบยี บสำนักนายกรัฐมนตรี วา่ ด้วย
การพัสดุฯ การทีผ่ ู้ถกู ฟอ้ งคดีกำหนดค่าปรับในอัตราร้อยละ 0.20 ของคา่ จา้ ง จงึ ไมเ่ ปน็ ไปตามระเบยี บ
ดังกล่าว แต่เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ฟ้องคดีได้รับทราบเงื่อนไขเกี่ยวกับอัตราค่าปรับและ
367คมู่ ือการจ้างกอ่ สรา้ ง
การทำสญั ญา และการบริหารสัญญา
อธวิ ฒั น์ โยอาศรี
รายละเอียดต่าง ๆ ของเนื้อหาในสัญญาชัดเจนอยู่ก่อนแล้ว ทั้งยังไม่ปรากฏว่า ผู้ฟ้องคดีได้ทำการ
โต้แย้งคัดค้านในข้อสัญญาเกี่ยวกับค่าปรับต่อผู้ถูกฟ้องคดีก่อนที่จะมีการลงนามในสัญญาแต่อย่างใด
และเมื่อผู้ฟ้องคดีได้สมัครใจลงนามในสัญญาดังกล่าว จึงถือว่าผู้ฟ้องคดีมีเจตนาที่จะผูกพันเข้าทำ
สัญญาและพร้อมที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาทุกประการ ประกอบกับสัญญาดังกล่าวไม่ได้มี
วัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย หรือเป็นการพ้นวิสัย หรือเป็นการขัดต่อความสงบ
เรียบร้อยหรือศลี ธรรมอนั ดขี องประชาชนตามมาตรา 150 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ อนั
จะทำให้ข้อสัญญาดังกล่าวไม่สมบูรณ์ตกเป็นโมฆะ ดังนั้น อัตราค่าปรับดังกล่าวย่อมมีผลใช้บังคับได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงระเบียบฯ ข้อ 134 วรรคหนึ่ง ซึ่งได้กำหนดให้การจ้างซึ่งต้องการ
ผลสำเร็จของงานทั้งหมดพร้อมกัน ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันเป็นจำนวนตายตัวในอัตราร้อยละ
0.01-0.10 ของราคางานจา้ ง อนั แสดงใหเ้ หน็ วา่ ทางราชการประสงคจ์ ะได้ค่าปรับอนั เกิดจากเหตุลา่ ช้า
เพียงไม่เกินร้อยละ 0.10 ของวงเงินค่าจ้างเท่านั้น ดังนั้น เมื่อพิเคราะห์ถึงทางได้เสียของผู้ถูกฟ้องคดี
ซึ่งได้รับประโยชน์จากการได้ใช้หอจดหมายเหตุแห่งชาติฯ ที่ได้รับการปรับปรุงเรียบร้อยแล้ว ทั้งยังไม่
ปรากฏว่าความล่าช้าจะสร้างความเสียหายประการอื่นแก่ผู้ถูกฟ้องคดี กรณีจึงมีเหตุสมควรลดค่าปรบั
ลงตามส่วน โดยให้ปรับเพียงร้อยละ 0.10 ของวงเงินค่าจ้าง ทั้งนี้ เป็นไปตามมาตรา 383 แห่ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ ผูถ้ กู ฟ้องคดีจึงตอ้ งคนื เงินคา่ ปรับที่หักไว้เกินแก่ผูฟ้ อ้ งคดี และเมื่อ
ศาลได้วินิจฉัยแล้วว่าข้อสัญญาทีค่ ิดคา่ ปรบั ไว้เกินร้อยละ 0.10 ของวงเงินค่าจ้างนั้น มีผลสมบูรณ์และ
ใช้บังคับได้ การที่ผู้ถูกฟ้องคดีหักค่าปรับตามจำนวนดังกล่าว ถือเป็นการใช้สิทธิโดยชอบด้วยสัญญา
แล้ว ไม่ถือว่าผู้ถูกฟ้องคดีผิดนัดชำระหนี้ กรณีจึงไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่ผู้ฟ้องคดีในอันที่จะเรียกดอกเบ้ีย
จากผถู้ ูกฟอ้ งคดแี ตอ่ ยา่ งใด ผูฟ้ ้องคดจี งึ ไมส่ ิทธิไดร้ ับดอกเบย้ี จากเงนิ ค่าปรับที่ศาลสัง่ คนื (คำพพิ ากษา
ศาลปกครองสูงสุดท่ี อ.1308/2558)
กรณีศึกษาที่ 12 เรียกค่าปรับสูงเกินส่วน ศาลสามารถลดค่าปรับให้เหลือร้อยละ 10 ของวงเงินตาม
สญั ญา
เมื่อพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ของข้อกำหนดตามระเบียบดังกล่าวที่กำหนดให้ส่วน
ราชการดำเนินการบอกเลิกสัญญาในกรณีที่จำนวนเงินค่าปรับจะเกินร้อยละ 10 ของวงเงินค่าจ้าง
นอกจากจะมีวัตถุประสงค์เพื่อมิให้ส่วนราชการละเลยหรือล่าช้าในการบอกเลิกสัญญาหากเห็น ว่า
คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาต่อไปได้ อันเป็นการป้องกันความเสียหายแก่ทางราชการอัน
เนื่องมาจากการปฏิบัติตามสัญญาต้องล่าช้าออกไปเกินสมควรแล้ว ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อมิให้จำนวน
ค่าปรับมากเกินสมควรอันเป็นภาระต่อคู่สัญญา เนื่องจากมิได้มุ่งจะให้ส่วนราชการแสวงหาประโยชน์
จากค่าปรบั
ในคดนี ี้ จัดหวัดพระนครศรีอยธุ ยาได้วา่ จ้างให้ผู้ฟ้องคดีก่อสร้างอาคารชุดท่ีพกั อาศัยของ
ขา้ ราชการ การทำสญั ญาได้แบง่ งวดงานออกเปน็ 15 งวด ผ้ฟู ้องคดีไดส้ ่งมอบงานท่กี อ่ สรา้ งไปแลว้ 13
งวด คงเหลืองวดที่ 14 และงวดที่ 15 ต่อมาเมื่อครบกำหนดระยะเวลาจ้างตามสัญญาแล้ว ผู้ฟ้องคดี
368 คู่มือการจ้างกอ่ สร้าง
การทำสญั ญา และการบรหิ ารสญั ญา
อธวิ ัฒน์ โยอาศรี
ยังคงทำงานไม่แล้วเสร็จ ผู้ถูกฟ้องคดีจึงมีหนังสือแจ้งบอกเลิกสัญญาและแจ้งสงวนสิทธิค่าปรับตาม
สัญญา ผู้ฟ้องคดีไม่เห็นด้วยจงึ นำคดีมาฟ้องต่อศาล ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า การที่ผู้ถูกฟอ้ งคดี
ใชส้ ิทธิปรับผู้ฟอ้ งคดีเนอื่ งจากสง่ มอบงานลา่ ชา้ เปน็ เวลา 188 วนั เป็นการปรบั โดยชอบดว้ ยข้อกำหนด
ของสัญญา และโดยที่ค่าปรับตามสัญญาเป็นค่าเสียหายที่กำหนดไว้ล่วงหน้า จึงถือเป็นเบี้ยปรับ ซ่ึง
หากศาลเห็นว่าเงินค่าปรับดังกล่าวนั้นสูงเกินไป ศาลก็มีอำนาจที่จะลดค่าปรับที่สูงเกินส่วนได้ตาม
สมควร ทั้งนี้ ตามมาตรา 383 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และเมื่อพิจารณา
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุฯ ข้อ 138 ซึ่งแม้จะเป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับการบอกเลิก
สัญญาของส่วนราชการ มิได้เป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับค่าปรับโดยตรงอันมีผลบังคับให้ส่วนราชการต้อง
เรียกค่าปรับตามสัญญาได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของวงเงินค่าจ้างเท่านั้นก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาถึง
วตั ถปุ ระสงค์ของขอ้ กำหนดตามระเบียบดงั กล่าวท่กี ำหนดให้สว่ นราชการดำเนินการบอกเลกิ สญั ญาใน
กรณีที่จำนวนเงินค่าปรับจะเกินร้อยละ 10 ของวงเงินค่าจ้าง นอกจากจะมีวัตถุประสงค์เพื่อมิให้ส่วน
ราชการละเลยหรือล่าช้าในการบอกเลิกสัญญาหากเห็นว่าคู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาต่อไป
ได้ อันเป็นการป้องกันความเสียหายแก่ทางราชการอันเนื่องมาจากการปฏิบัติตามสัญญาต้องล่าช้า
ออกไปเกินสมควรแล้ว ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อมิให้จำนวนค่าปรับมากเกินสมควรอันเป็นภาระต่อ
คู่สัญญา เนื่องจากมิได้มุ่งจะให้ส่วนราชการแสวงหาประโยชน์จากค่าปรับ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้
ฟ้องคดีทำงานไม่แล้วเสร็จและมิได้ยินยอมเสียค่าปรับโดยไม่มีเงื่อนไข ผู้ถูกฟ้องคดีจึงต้องรีบบอกเลิก
สัญญาจ้างเพื่อมิให้ค่าปรับสูงเกินกว่าร้อยละ 10 ของวงเงินตามสัญญาจ้าง ทั้งนี้ เพื่อป้องกันความ
เสียหายแก่ทางราชการอันเนื่องมาจากการปฏิบัติตามสัญญาล่าช้าออกไปเกินสมควร และเพื่อมิให้
จำนวนค่าปรับมากเกินสมควรอันเป็นภาระต่อคู่สัญญาดังกล่าว แต่ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกฟ้องคดีใช้สิทธิ
บอกเลิกสัญญา แต่ใช้สิทธิปรับผู้ฟ้องคดีเป็นเงินกว่าสองล้านบาท ซ่ึงเท่ากับร้อยละ 18.80 ของวงเงิน
ตามสัญญาจ้าง ค่าปรับจึงสูงเกินส่วน ศาลจึงสามารถลดค่าปรับลงให้เหลือร้อยละ 10 ของวงเงินตาม
สัญญาได้ ผู้ฟ้องคดีจึงต้องคืนเงินที่ปรับเกินแก่ผู้ฟ้องคดี และแม้การที่ผู้ฟ้องคดีใช้สิทธิเรียกค่าปรับสูง
เกินส่วน แต่เมื่อเป็นการปรับโดยชอบด้วยข้อสัญญา เพียงแต่ศาลใช้ดุลพินิจลดค่าปรับที่ส่วนเกินส่วน
ให้ ผู้ฟ้องคดีจึงไม่อาจเรียกดอกเบี้ยจากเงินจำนวนนี้ได้ (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.
558/2558)
กรณีศึกษาท่ี 13 กรณที ศ่ี าลไม่ลดค่าปรับท่ีสูงเกนิ ร้อยละ 10 ของวงเงนิ ค่าจา้ ง
เมื่อคู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้และจะต้องมีการปรับตามสัญญานั้นโดยท่ี
จำนวนเงินค่าปรับจะเกินร้อยละ 10 ของวงเงินค่าจ้าง ส่วนราชการจะต้องใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา
เว้นเสียแต่ว่าผู้รับจ้างจะได้ยินยอมเสียค่าปรับโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น ส่วนราชการจึงจะพิจารณา
ผอ่ นปรนการบอกเลกิ สัญญาไดเ้ ทา่ ที่จำเป็น
ในคดีนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลได้ว่าจ้างผู้ฟ้องคดีก่อสร้างอาคารบ้านพักผู้สูงอายุ
หลังจากส่งมอบงานจ้างแล้วผู้ถูกฟ้องคดีได้คิดค่าปรับกรณีส่งมอบงานล่าช้าถึงร้อยละ 29 ของวงเงิน
369คู่มอื การจ้างก่อสร้าง
การทำสญั ญา และการบรหิ ารสัญญา
อธวิ ัฒน์ โยอาศรี
ค่าจ้าง โดยหักจากค่าจ้างซึ่งเป็นการคิดค่าปรับเกินกว่าร้อยละ 10 ของวงเงินค่าจ้าง ซึ่งผู้ฟ้องคดีเห็น
ว่าเป็นค่าปรับที่สูงเกินส่วน จึงฟ้องคดีขอให้คืนค่าปรับส่วนที่สูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ศาล
ปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า ผู้ถูกฟ้องคดีจะต้องพิจารณาดำเนินการบอกเลิกสัญญาจ้างเมื่อเกิดกรณีที่ผู้
ฟ้องคดีไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้และจะต้องมีการปรับตามสัญญานั้น โดยที่จำนวนเงินค่าปรับ
จะเกินร้อยละ 10 ของวงเงินค่าจ้าง เว้นเสียแต่ว่าผู้ฟ้องคดีจะยินยอมเสียค่าปรับโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ
ทั้งสิ้น ผู้ถูกฟ้องคดีจึงจะพิจารณาผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาพิพาทได้เท่าที่จำเป็น เมื่อข้อเท็จจริง
ปรากฏว่า ผู้ฟ้องคดีทำงานไม่แล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีได้เร่งรัดให้ผู้ฟ้องคดีดำเนินการตาม
สัญญาจ้างให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และภายหลังผู้ฟ้องคดีก็ได้ทำบันทึกข้อตกลงว่าผู้ฟ้องคดียินยอมเสีย
ค่าปรับตามสัญญาโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น จนกว่างานจะแล้วเสร็จ และผู้ถูกฟ้องคดีได้ผ่อนปรน
การบอกเลิกสญั ญาเท่าทจี่ ำเป็นแล้ว อีกทั้งการทผ่ี ถู้ กู ฟ้องคดไี ด้ผ่อนปรนการบอกเลิกสญั ญา ไม่อาจถือ
ได้ว่ามีส่วนผิดหรือบกพร่องในการก่อให้เกิดความเสียหายจากค่าปรับที่สูงเกินกว่าร้อยละ 10 ของ
วงเงินค่าจ้าง แต่ถือได้ว่าผู้ถูกฟ้องคดีได้ผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาเท่าที่จำเป็นแล้ว เนื่องจากการไม่
ผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาจะส่งผลให้ผู้ฟ้องคดีต้องรับผิดชำระค่าปรับและชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้
ถูกฟ้องคดีเป็นจำนวนเงินมากกว่าค่าปรับในคดีนี้ และระยะเวลาในการดำเนินงานให้แล้วเสร็จตาม
สัญญาจะต้องล่าช้าออกไปอีกจากการสูญเสียเวลาหาผูร้ ับจ้างรายใหม่เพ่ือให้เข้ามาดำเนนิ งานต่อ เมื่อ
พิจารณาถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่จะเข้าใช้บริการบ้านพักคนชราที่ต้องล่าช้าออกไป
เนื่องจากการทำงานก่อสร้างล่าช้าของผู้ฟ้องคดี แล้วเห็นว่าค่าปรับนั้นไม่ได้สูงเกินส่วน ศาลจึง
พิพากษายกฟอ้ ง (คำพพิ ากษาศาลปกครองสงู สุดที่ อ.561/2558)
กรณีศึกษาท่ี 14 การนับระยะเวลาค่าปรับ
สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท (รพช.) จังหวัดกาญจนบุรี ได้ทำสัญญาจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัด
นครสวรรค์คอนสตรัคชั่น ดี.เอส.เอ็น. ขุดสระน้ำบ้านหนองเต็ง ตำบลหลุมรัง อำเภอบ่อพลอย จังหวัด
กาญจนบรุ ี ในวงเงิน 556,000 บาท ตามสัญญาเลขท่ี กจ 0029/2/2535 ลงวันท่ี 8 มกราคม 2535 กำหนด
แล้วเสร็จภายในวนั ท่ี 6 กรกฎาคม 2535 ปรากฏว่าผู้รับจ้างได้มหี นังสือส่งมอบงานลงวนั ที่ 7 ตลุ าคม 2535
สำนักงาน รพช. จังหวัดกาญจนบุรีได้รับหนังสือส่งมอบงานของผู้รับจ้าง เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2535 ผู้
ควบคมุ งานจ้างไดร้ ายงานประธานกรรมการตรวจการจา้ งวา่ งานแลว้ เสร็จโดยลงนามในหนังสอื ที่ผ้รู ับจา้ งส่ง
มอบงาน วันที่ 9 ตุลาคม 2535 ประธานกรรมการตรวจการจ้างทราบเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2535 พร้อมกับ
นัดคณะกรรมการตรวจการจ้างตรวจรับงานเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2535 และคณะกรรมการตรวจการจ้างได้
บันทึกในใบตรวจรับงานว่าแล้วเสร็จตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2535 จึงทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการนับ
ระยะเวลาทีเ่ กินกำหนดสัญญา (จำนวนวัน) กระทรวงมหาดไทยจึงหารือวา่
1. ระยะเวลาในการคิดค่าปรับ จะคิดระยะเวลาตั้งแต่วันถัดจากวันครบกำหนดสัญญา (7
กรกฎาคม 2535) จนถึงวันที่ผู้รับจ้างส่งงานเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2535 ตามที่สำนักงาน รพช. จังหวัด
กาญจนบุรีได้รบั หนงั สือสง่ งานเป็นหลักฐาน รวมเปน็ เวลา 98 วัน หรอื
370 คมู่ อื การจา้ งกอ่ สร้าง
การทำสัญญา และการบรหิ ารสญั ญา
อธิวัฒน์ โยอาศรี
2. คิดระยะเวลาตั้งแต่วันถัดจากวันครบกำหนดสัญญา (7 กรกฎาคม 2535) จนถึงวันที่ผู้ควบคุม
งานแจ้งว่างานแล้วเสร็จ (9 ตุลาคม 2535) รวมระยะเวลา 95 วัน โดยไม่สนใจว่าหนังสือส่งมอบงานจะลง
รบั เม่ือใด หรอื
3. ถ้าผู้รับจ้างทำงานแล้วเสร็จเรียบร้อยตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2535 แต่ผู้รับจ้างไม่ยอมส่งงาน
เป็นเวลาหลายวัน (ประมาณ 1 สัปดาห์) จึงส่งมอบงานให้ผู้ว่าจ้างตรวจรับ จะถือว่างานแล้วเสร็จวันที่ 9
ตุลาคม 2535 หรือไม่ ดงั ความละเอียดแจ้งแล้ว น้ัน
คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุพิจารณาแล้วเห็นว่า ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการ
พัสดุ พ.ศ.2535 ข้อ 72 (3) และสญั ญาจา้ งเลขท่ี กจ 0029/2/2535 ลงวันท่ี 8 มกราคม 2535 ขอ้ 20 ได้ใช้
ถ้อยคำวา่ “ส่งมอบ” ดงั น้ัน จงึ เป็นทเี่ ห็นไดใ้ นทางปฏิบัติวา่ เมอ่ื ผู้รับจา้ งได้ทำงานจ้างแลว้ เสร็จตามสัญญา
ผูร้ บั จา้ งจะตอ้ งสง่ มอบงานจ้างดงั กลา่ วใหแ้ ก่สว่ นราชการผู้ว่าจา้ ง โดยการแจง้ ส่งมอบงานไปยังสว่ นราชการ
ผู้ว่าจ้าง ซึ่งการแจ้งส่งมอบงานดังกล่าว หากทำเป็นหนังสือย่อมมีผลนับแต่เวลาที่หนังสือส่งมอบงานไปถึง
ส่วนราชการผวู้ ่าจ้างแลว้ เทียบเคยี งตามหลักในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 169 และเม่ือ
ส่วนราชการผู้ว่าจ้างได้รับทราบการส่งมอบงานของผู้รับจ้างแล้ว คณะกรรมการตรวจการจ้างก็จะทำการ
ตรวจรับงานจ้างนั้น ถ้าคณะกรรมการฯ เห็นว่าถูกต้องครบถ้วนเป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียดและ
ข้อกำหนดในสัญญาจ้างแล้ว คณะกรรมการฯ จะตรวจรับไว้ใช้ราชการต่อไป ซึ่งการตรวจรับของ
คณะกรรมการฯ ดังกล่าวจะมีผลย้อนหลังไปถึงตั้งแต่วันที่การส่งมอบงานของผู้รับจ้างมีผล ทั้งนี้ ตามนัย
ระเบยี บฯ วา่ ดว้ ยการพัสดุ พ.ศ.2535 ข้อ 72 (4)
กรณที ก่ี ระทรวงมหาดไทยหารือ ข้อเทจ็ จรงิ ปรากฏวา่ ผู้รบั จ้างได้มหี นังสอื ส่งมอบงานจ้างลงวันท่ี
7 ตลุ าคม 2535 ถงึ ประธานกรรมการตรวจการจ้าง โดยผรู้ ับจ้างย่ืนหนงั สือดงั กล่าวให้แก่ผ้คู วบคุมงานรับไว้
ในวันเดียวกัน และผู้ควบคุมงานได้รายงานประธานกรรมการตรวจการจ้างว่า ผู้รับจ้างได้ทำงานแล้วเสร็จ
ตามรูปแบบและสัญญาเรียบร้อยแล้ว โดยบันทึกลงไปในหนังสือส่งมอบงานของผู้รับจ้างและลงนามไว้เมื่อ
วันที่ 9 ตุลาคม 2535 และผู้ควบคุมงานได้นำหนังสือส่งมอบงานของผู้รับจ้างดังกล่าวไปส่งมอบให้
สำนกั งาน รพช. จังหวัดกาญจนบรุ ี รบั ไวเ้ มื่อวนั ท่ี 12 ตุลาคม 2535 ซงึ่ การทผ่ี ู้ควบคมุ งานไดร้ ับหนังสือส่ง
มอบงานของผู้รับจ้างไว้ และนำไปส่งมอบให้แก่สำนักงาน รพช. จังหวัดกาญจนบุรี นั้น การกระทำของผู้
ควบคุมงานดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการกระทำแทนสำนักงาน รพช. จังหวัดกาญจนบุรี ดังนั้น การที่ผู้ควบคุม
งานได้รับหนังสือส่งมอบงานของผู้รับจ้างไว้เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2535 จึงถือว่าสำนักงาน รพช. จังหวัด
กาญจนบุรี ได้รับหนังสือส่งมอบงานของผู้รับจ้างในวันที่ 7 ตุลาคม 2535 ด้วย อย่างไรก็ดี เนื่องจากปราก
กฎข้อเท็จจริงตามบันทึกประจำวันของผู้ควบคุมงานว่างานที่ผู้รับจ้างส่งมอบในวันที่ 7 ตุลาคม 2535 ยัง
ไมแ่ ลว้ เสร็จ ผรู้ ับจ้างทำงานแล้วเสร็จในวันที่ 9 ตลุ าคม 2535 ดงั นั้น การส่งมอบงานของผูร้ ับจ้างในวันที่ 7
ตุลาคม 2535 จึงยงั ไม่มผี ลสมบูรณ์ เพราะถอื ว่าผู้รับจา้ งยังมิได้ปฏิบตั ิการชำระหนี้โดยชอบ กรณีน้ีจงึ ตอ้ ง
ถือว่าผู้รับจ้างส่งมอบงานถูกต้องครบถ้วนตามสัญญาจ้างในวันที่ 9 ตุลาคม 2535 การนับระยะเวลาในการ
คิดค่าปรับผู้รับจ้าง จึงต้องนับตั้งแต่วันถัดจากวันครบกำหนดสัญญา (7 กรกฎาคม 2535) จนถึงวันที่ 9
ตุลาคม 2535 ซึ่งเป็นวนั ท่ีผู้รับจ้างทำงานแล้วเสร็จจริง
371คมู่ อื การจา้ งก่อสรา้ ง
การทำสญั ญา และการบริหารสญั ญา
อธวิ ฒั น์ โยอาศรี
กรณีศกึ ษาที่ 15 การตรวจรับงานจ้าง
จังหวัดภูเก็ตแจ้งว่า ในการตรวจสอบการจัดจ้างการก่อสร้างอาคารสำนักงานพลศึกษา
และกีฬาจังหวัดภูเก็ต 1 หลัง 3 ชั้น ซึ่งห้างหุ้นส่วนจำกัด สุพรรณทรัพย์โยธา เป็นผู้รับจ้างวงเงิน
7,200,000 บาท ปรากฏว่า ผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานจ้างงวดสุดท้ายตามหนังสือ ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์
2540 โดยส่งถึงประธานคณะกรรมการตรวจการจ้าง ผ่านผู้ควบคุมงานก่อสร้าง และช่างควบคุมงาน
ได้บันทึกถึงประธานคณะกรรมการตรวจการจ้างในหนังสือส่งมอบงานจ้างของผู้รับจ้างดังกล่าว งาน
จ้างทั้งหมดได้ดำเนินการแล้วเสร็จเรียบร้อยตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2540 และผู้รับจ้างได้ขอถือ
หนังสือส่งมอบงานจ้างดังกล่าวมาส่งให้ประธานคณะกรรมการตรวจการจ้างเอง โดยอ้างว่าเพื่อความ
รวดเร็ว โดยได้มอบหนังสือส่งมอบงานจ้างดังกล่าวต่อให้พนักงานในห้างฯ ของผู้รับจ้างเอง แต่
พนักงานของห้างฯ ลืมเอาไปส่งจนถึงวันที่ 4 มีนาคม 2540 จึงได้นำหนังสือส่งมอบงานดังกล่าวไปส่ง
ที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดภูเก็ต สำนักงานฯ จึงได้ลงรับหนังสือไว้ในวันเดียวกัน และประธาน
คณะกรรมการตรวจการจา้ งไดน้ ัดคณะกรรมการตรวจการจ้างตรวจรับงานดังกล่าว โดยถือว่างานแล้ว
เสร็จตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2540 จึงได้เบิกจ่ายเงินและเรียกค่าปรับ แต่สำนักงานตรวจเงิน
แผ่นดินภูมิภาคที่ 13 ได้มาตรวจสอบบัญชีประจำปีของสำนักงานศึกษาจังหวัดภูเก็ตได้แจ้งว่าการ
ตรวจรับงานจ้างดังกล่าวจะต้องถือว่าได้ส่งมอบงานจ้างแล้วเสร็จตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2540 และให้
เรียกค่าปรับจากผู้รับจ้างเพิ่มเติมอีก 12 วัน จังหวัดภูเก็ตจึงขอหารือว่า การคิดค่าปรับจะคิดค่าปรับ
ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2539 จนถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2540 หรือคิดค่าปรับจนถึงวันที่ 4 มีนาคม
2540 ซึ่งเป็นวันที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดภูเก็ต ลงรับหนังสือส่งมอบงาน และผู้ควบคุมงานจะมี
ความผิดหรือไม่ทีร่ ับรองงานแล้วเสร็จ หากมีการคิดค่าปรับเพ่ิมแต่ผูร้ ับจ้างไมยินยอมจ่ายเพ่ิมเตมิ ใคร
จะเป็นผู้รับชอบจำนวนเงินดังกล่าว และจะต้องดำเนินการทางวินยั กับใครบ้าง ความละเอียดแจ้งแลว้
นน้ั
คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ (กวพ.) พิจารณาแล้วเห็นว่า ตามระเบียบสำนัก
นายกรฐั มนตรวี ่าดว้ ยการพัสดุ พ.ศ.2535 ข้อ 72 (3) และตวั อย่างสัญญาจา้ งที่ กวพ. กำหนดพร้อมท้ัง
แจ้งเวียนให้ส่วนราชการตา่ งๆ ให้เป็นแนวทางปฏิบัติ ข้อ 20 ได้ใช้ถ้อยคำว่า “ส่งมอบ” ดังนั้น จึงเป็น
ที่เห็นได้ในการปฏิบัติว่า เมื่อผู้รับจ้างได้ทำงานแล้วเสร็จตามสัญญาผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบงานจ้าง
ดังกล่าวให้แก่ส่วนราชการผู้ว่าจ้าง โดยการแจ้งส่งมอบงานไปยังส่วนราชการ ผู้ว่าจ้าง ซึ่งการแจ้งส่ง
มอบงานดังกล่าว หากทำเป็นหนังสือย่อมมีผลนับแต่เวลาที่หนังสือส่งมอบไปถึงส่วนราชการ ผู้ว่าจ้าง
แล้ว เทียบเคียงตามหลักนัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 169 และเมื่อส่วนราชการผู้
ว่าจ้างได้รับทราบการส่งมอบงานของผู้รับจ้างแล้ว คณะกรรมการตรวจการจ้างก็จะทำการตรวจรับ
งานจ้างนั้น ถ้าคณะกรรมการฯ เห็นว่า ถูกต้องครบถ้วนเป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียดและ
ข้อกำหนดในสัญญาจ้างแล้ว คณะกรรมการฯ จะตรวจรับไว้ใช้ในราชการต่อไป ซึ่งการตรวจรับของ
คณะกรรมการจะมีผลย้อนหลังไปถึงตั้งแต่วันที่การส่งมอบงานของผู้รับจ้างมีผล ทั้งนี้ ตามนับระเบียบฯ
372 คมู่ อื การจ้างก่อสร้าง
การทำสัญญา และการบรหิ ารสญั ญา
อธวิ ฒั น์ โยอาศรี
ข้อ 72 (4) อย่างไรก็ดี โดยที่ในการจ้างแต่ละครั้งนอกจากการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจการจ้างแลว้
ส่วนราชการผู้ว่าจ้างจะแต่งตั้งผู้ควบคุมงานทำหน้าที่เป็นผู้แทนของส่วนราชการในการควบคุมกำกับ
ดูแลงานก่อสร้างอีกส่วนหน่ึงด้วย ดังนั้น ในการส่งมอบงานของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างอาจแสดงเจตนาส่ง
มอบงงานแก่ผู้ควบคุมงาน คณะกรรมการตรวจการจ้าง หรืออาจแสดงเจตนาส่งมอบงานกับส่วน
ราชการผูว้ า่ จา้ งโดยตรงก็ได้
กรณีนี้ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้รับจ้างได้มีหนังสือลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2540 เพื่อส่งมอบ
งานให้ประธานคณะกรรมการตรวจการจ้าง โดยให้ผู้ควบคุมงานรับรองงานก่อสร้าง ซึ่งผู้ควบคุมงาน
ได้บันทึกว่างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2540 แต่ผู้รับจ้างได้นำหนังสือมาส่งให้ประธาน
คณะกรรมการตรวจการจ้างเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2540 โดยอ้างว่าพนักงานของผู้รับจ้างลืมส่ง ดังนั้น
กรณีตามที่จังหวัดภูเก็ตหารือ จึงขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงว่า ในขณะที่ผู้รับจ้างได้มีหนังสือลงวันที่ 20
กุมภาพันธ์ 2540 เพื่อส่งมอบงานโดยให้ผู้ควบคุมงานรับรองนั้น ผู้รับจ้างได้มีเจตนาที่จะส่งมอบงาน
ให้แก่ศึกษาธิการจังหวัดในขณะนั้น หรือไม่ และในขณะที่ผู้รับจ้างส่งมอบงาน งานที่ผู้รับจ้างส่งมอบ
แล้วเสร็จจริงหรือไม่ หากข้อเท็จจริงปรากฏว่า ในขณะที่ผู้รับจ้างมีหนังสือลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์
2540 ส่งมอบงานโดยให้ผู้ควบคุมงานรับรองงาน ผู้รับจ้างมีเจตนาส่งมอบงานให้แก่ผู้ควบคุมงานและ
งานแล้วเสรจ็ จรงิ แล้ว ก็ย่อมตอ้ งถอื วา่ ผูร้ ับจา้ งไดส้ ่งมอบงานแล้วตง้ั แตว่ นั ท่ี 20 กมุ ภาพันธ์ 2540
อยา่ งไรก็ดี กวพ. เหน็ สมควรมีข้อสังเกตแจ้งใหจ้ งั หวดั ภเู ก็ตทราบดว้ ยวา่ หากข้อเท็จจริงผู้รับ
จ้างได้แสดงเจตนาส่งมอบงานให้แก่ศึกษาธิการจังหวัดตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2540 แล้ว การที่ผู้
ควบคุมงานอนุญาตให้ผู้รับจ้างนำหนังสือส่งมอบงานไปส่งให้แก่ประธานคณะกรรมการตรวจการจ้าง
เอง นั้น จึงเป็นการดำเนินการทีไ่ ม่สมควรกระทำ ในโอกาสต่อไปขอให้จังหวัดระมัดระวังมิให้เกิดกรณี
เช่นนอี้ กี
สำหรับกรณที ีจ่ งั หวัดฯ หารือว่า ผ้ใู ดจะตอ้ งเปน็ ผูร้ ับผิดชอบและต้องดำเนินการทางวินัยกับผู้
ใดบ้าง หากมีการคิดค่าปรับเพิ่มแต่ผู้รับจ้างไม่ยินยอมจ่ายเพิ่มเติม นั้น กวพ. เห็นว่า ตามข้อหารือ
ดงั กล่าวไมอ่ ยู่ในอำนาจหน้าทที่ ่ี กวพ. จะพิจารณาวินิจฉัยได้
373คู่มือการจ้างกอ่ สร้าง
การทำสญั ญา และการบริหารสัญญา
อธิวัฒน์ โยอาศรี
บทท่ี 8
การตรวจรบั พสั ดุ
8.1 ระยะเวลาในการตรวจการจา้ งงานก่อสรา้ งและตรวจรบั พัสดุ
หนังสือสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ นร 1305/ว 5855 ลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2544 กำหนด
ระยะเวลาในการตรวจการจา้ งงานก่อสร้าง และการตรวจรับพัสดุ ซึ่งได้มีมติคณะรัฐมนตรีตามหนังสือ
ทอี่ า้ งถึง กำหนดเปน็ หลักเกณฑ์ในทางปฏบิ ัติและยังมีผลใช้บังคบั อยใู่ นปจั จุบนั กลา่ วคือ
1. ระยะเวลาในการตรวจการจ้างก่อสร้าง
1.1 งานจา้ งกอ่ สร้างแบบราคาเหมารวม (Lump Sum)
ราคาคา่ งาน ผู้ควบคมุ งาน คณะกรรมการตรวจการจา้ ง
งวดงาน งวดสุดทา้ ย งวดงาน ตรวจรบั งาน
ทุกราคาตอ่ งาน 3 วนั 3 วัน 3 วัน 5 วนั
1.2 งานจ้างกอ่ สรา้ งแบบราคาตอ่ หน่วย (Unit Cost)
ราคาค่างาน ผู้ควบคุมงาน คณะกรรมการตรวจการจ้าง
รายงวด ครง้ั สดุ ทา้ ย รายงวด ตรวจรบั งาน
ไมเ่ กนิ 30 ลา้ นบาท 4 วนั 8 วนั 3 วัน 5 วัน
ไม่เกนิ 60 ลา้ นบาท 8 วัน 12 วนั 3 วัน 5 วนั
ไมเ่ กนิ 100 ล้านบาท 12 วนั 16 วัน 3 วนั 5 วัน
เกิน 100 ลา้ นบาทขึ้นไป 16 วัน 20 วนั 3 วัน 5 วัน
ท้ังน้ี โดยมีหลกั เกณฑ์ประกอบดว้ ยว่า
1) ให้ถือเป็นหลักปฏิบัติว่า ผู้ควบคุมงาน และคณะกรรมการตรวจการจ้างจะต้อง
เร่งรัดการดำเนินการตรวจการจ้างให้แล้วเสร็จไปโดยเร็วที่สุด และจะต้องไม่เกินระยะเวลาการตรวจ
การจ้างก่อสร้างตามตารางดังกล่าวข้างต้น สำหรับการนับวันตามระยะเวลาการตรวจรับการจ้าง
ก่อสรา้ งใหน้ ับเป็น “วันทำการ”
2) ผู้รับจ้างจะต้องมีหนังสือแจ้งส่งงานมอบให้แก่ส่วนราชการ (ส่งงานสารบรรณ
เจ้าหนา้ ท่พี ัสดุ หรือผคู้ วบคุมงาน)
3) ผู้รับหนังสือส่งมอบงานจะต้องนำหนังสือไปให้งานสารบรรณลงรับในวันนั้นทันที
เว้นแต่จะไม่สามารถดำเนินการได้ทัน ก็ให้ลงรับในวันทำการถัดไป และให้ส่งมอบให้แก่ผู้ควบคุมงาน
ตอ่ ไป
374 คู่มอื การจา้ งก่อสร้าง
การทำสัญญา และการบรหิ ารสัญญา
อธวิ ัฒน์ โยอาศรี
4) การนับวันดำเนินการของผู้ควบคมุ งาน จะเริ่มนับจากวันถัดจากวันท่ีผู้ควบคมุ งาน
ได้รับมอบหนังสือส่งงานตามข้อ 3) แล้ว ในกรณีที่ผู้ควบคุมงานไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จ
ภายในกำหนดเวลาได้ ให้รายงานประธานคณะกรรมการตรวจการจา้ ง พรอ้ มดว้ ยเหตุผลความจำเปน็
5) การนับวันดำเนินการของคณะกรรมการตรวจการจ้าง จะเริ่มนับถัดจากวันที่ผู้
ควบคุมงาน ได้ดำเนินการเสร็จและรายงานให้ประธานกรรมการตรวจการจ้างทราบในกรณีท่ี
คณะกรรมการตรวจการจ้างไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาได้ (หากมีการขยาย
เวลาที่ผู้ควบคุมงานไปก่อนแล้ว จะต้องนำมาคำนวณหักออกจากวันดำเนินการของคณะกรรมการ
ตรวจการจ้างที่กำหนดไว้ด้วย) ให้รายงานหัวหน้าส่วนราชการพร้อมด้วยเหตุผลความจำเป็นพร้อมกับ
สำเนาแจ้งให้ผู้รบั จา้ งทราบดว้ ย
2. ระยะเวลาในการตรวจรบั พสั ดุ
ในการตรวจรบั พสั ดุ ให้คณะกรรมการตรวจรบั พัสดุดำเนนิ การตรวจรบั ในวันที่คู่สัญญา
นำพัสดุมาส่งมอบ และให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็วที่สุด แต่อย่างช้าไม่เกิน 5 วันทำการ นับแต่
วันที่คู่สัญญานำพัสดุมาส่งมอบ ทั้งนี้ ระยะเวลาดังกล่าวไม่รวมถึงระยะเวลาในการตรวจทดลอง หรือ
ตรวจสอบในทางเทคนิค หรือทางวิทยาศาสตร์ กรณีที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุไม่สามารถ
ดำเนินการให้เสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าวข้างต้นได้ ให้รายงานหัวหน้าส่วนราชการพร้อมด้วย
เหตุผลความจำเปน็ พรอ้ มกบั สำเนาแจง้ ใหค้ สู่ ญั ญาทราบด้วย
8.2 การสง่ มอบพัสดุ
(1) สัญญาซื้อขาย ผู้ขายต้องนำสิ่งของมาส่งมอบ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือ
ขอ้ ตกลง พรอ้ มมีหนงั ยนื ยนั การส่งมอบดว้ ย
(2) สัญญาจ้างเหมาบริการ/งานจ้างก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องมีหนังสือส่งมอบมาด้วย หรือ
อาจเปน็ ใบแจง้ หนก้ี ไ็ ด้
โดยให้นำหนังสือส่งมอบดังกล่าวไปลงรับที่งานสารบรรณทันที และโดยหลักเมื่อนำพัสดุมา
ส่งมอบและมหี ลกั ฐานวา่ สง่ มอบเม่ือใด ให้ถือวนั ดังกล่าวเป็นวันส่งมอบหากมีปัญหาใหถ้ ือวันลงรับเป็น
วนั ส่งมอบ
ระยะเวลาในการตรวจผลงาน
หนงั สอื สำนักนายกรัฐมนตรี ท่ี สร 1001/ว 35 ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2525
ตามระเบียบฯ พัสดุ ซึ่งกำหนดให้คณะกรรมการตรวจการจ้างตรวจผลงานที่ผู้รับจ้างส่ง
มอบภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่ประธานกรรมการได้รับทราบการส่งมอบงานนั้น หมายถึง
คณะกรรมการตรวจการจา้ งต้องเริ่มดำเนินการตรวจรับงานที่ผู้รับจ้างส่งมอบภายใน 3 วันทำการ นับ
แต่วันที่ประธานกรรมการได้รับทราบการส่งมอบงาน ส่วนระยะเวลาที่ใช้การตรวจรับงานจะมากน้อย
เพียงใด ยอ่ มขน้ึ อยกู่ ับลกั ษณะงานทท่ี ำการตรวจน้ัน
375คู่มอื การจ้างก่อสร้าง
การทำสญั ญา และการบริหารสญั ญา
อธิวัฒน์ โยอาศรี
8.3 ตวั อย่างเอกสารดำเนินการตรวจรบั งานจา้ งก่อสร้าง
ท่ี สข .............................. กรมสารขนั ธ์
ทอี่ ยู.่ ..................................
...........................................
วนั ที.่ ................................................
เร่ือง แจง้ ส่งมอบพ้นื ทสี่ ำหรับกอ่ สรา้ งอาคารเรยี นตา้ นแผน่ ดนิ ไหว 4 หอ้ งเรียน
เรยี น กรรมการผู้จดั การบริษัท จที ีสองรอ้ ย จำกดั
อ้างถงึ สญั ญาจา้ งกอ่ สรา้ งเลขท่ี 1/2562 ลงวนั ท่.ี ...........................................
ตามหนังสือที่อ้างถึง กรมสารขันธ์ ได้ว่าจ้างให้บริษัท จีทีสองร้อย จำกัด เป็นผู้รับจ้างดำเนินการ
ก่อสรา้ งอาคาเรียนต้านแผ่นดินไหว 4 ห้องเรียน ภายในวงเงนิ ทั้งสน้ิ 6,100,000 บาท (หกล้านหน่ึงแสนบาทถ้วน)
โดยมีข้อกำหนดตามสัญญาว่าผู้รับจ้างต้องดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 300 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับ
หนังสอื แจ้งใหเ้ ริ่มทำงาน นน้ั
บัดนี้ พื้นที่การก่อสร้างอาคารเรียนดังกล่าวมีความพร้อมในการ ก่อสร้างแล้ว ดังน้ัน
กรมสารขันธ์ ขอแจ้งให้บริษัท จีทีสองร้อย จำกัด เริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ตั้งแต่วันที่.......................................
เป็นตน้ ไป
จึงเรยี นมาเพอื่ โปรดทราบและดำเนินการต่อไป
ขอแสดงความนบั ถอื
(................................................)
อธบิ ดกี รมสารขันธ์
งานพสั ดุ
โทรศพั ท์..............................................
โทรสาร...............................................
376 คมู่ อื การจ้างกอ่ สร้าง
การทำสญั ญา และการบรหิ ารสัญญา
อธวิ ัฒน์ โยอาศรี
ระเบยี บวาระการประชมุ
คณะกรรมการตรวจรบั พัสดุสำหรบั งานจ้างกอ่ สร้าง...................................................
ครงั้ ท.่ี ..........................
วันที.่ ........... เดือน..........................พ.ศ....................
ณ ....................................................
--------------------
วาระที่ 1 เรอ่ื งทป่ี ระธานแจ้งให้ทป่ี ระชุมทราบ
วาระที่ 2 รับรองรายงานการประชมุ คร้งั ท่ี ..............
วาระที่ 3 เร่ืองเพื่อทราบ
วาระท่ี 3.1 รายงานความก้าวหน้าการกอ่ สรา้ ง...............................
วาระท่ี 3.2 ....................................
วาระที่ 4 เรื่องเพอ่ื พจิ ารณา
วาระท่ี 4.1 การขออนุมัตวิ สั ดุประกอบการก่อสรา้ ง...........................................
วาระที่ 4.2 การพจิ ารณาผลการตรวจรบั งานจา้ งกอ่ สรา้ ง.................................งวดท.่ี ..........
วาระที่ 4.3 ...................................
วาระท่ี 5 เรื่องอน่ื ๆ (ถ้ามี)
377คมู่ ือการจา้ งก่อสรา้ ง
การทำสัญญา และการบรหิ ารสัญญา
อธวิ ฒั น์ โยอาศรี
วาระที่ 1 เร่ืองทีป่ ระธานแจ้งให้ทีป่ ระชมุ ทราบ
(ในระเบียบวาระน้ี ถ้ากรณีที่เลขานุการทราบเรื่องทีป่ ระธานจะแจง้ ที่ประชมุ ให้สรุปประเดน็ เพ่ือนำเข้าระเบียบ
วาระ แตใ่ นกรณที ี่ไม่ทราบเรอื่ งประธานจะแจง้ ท่ปี ระชมุ อาจจดั พิมพ์ในรูปแบบตามเอกสารขา้ งตน้ ก็ได้)
วาระท่ี 2 รับรองรายงานการประชมุ ครั้งที่ ...........
(ในระเบียบวาระนใี้ หเ้ ลขานกุ ารนำเสนอรายงานผลการประชุมเมอ่ื คราวก่อนเพื่อให้ท่ีประชมุ รับรอง ซ่งึ โดยหลัก
เลขานกุ ารควรจดั ทำรายงานผลการประชมุ สง่ ให้คณะกรรมการฯ ทุกท่านกอ่ นการประชมุ อยา่ งนอ้ ย 3 วันทำการ)
378 คู่มอื การจา้ งก่อสรา้ ง
การทำสญั ญา และการบรหิ ารสัญญา
อธิวฒั น์ โยอาศรี
รายงานการประชุม
คณะกรรมการตรวจรับพัสดสุ ำหรบั การจา้ งก่อสรา้ ง....................................................
ครัง้ ท.่ี .....................
วันท่ี....................................
ณ .................................................
--------------------
รายนามผู้มาประชมุ ประธานกรรมการ
1. ...................................... กรรมการ
2. ...................................... กรรมการ
3. ...................................... กรรมการ
4. ...................................... กรรมการและเลขานกุ าร
5. ......................................
รายนามผู้ลาการประชมุ กรรมการ
1. ...................................... กรรมการ
2. ......................................
รายนามผู้เข้ารว่ มประชุม หัวหน้าผคู้ วบคุมงาน
1. ...................................... ผู้ควบคุมงาน
2. ...................................... ผู้ควบคุมงาน
3. ...................................... ผู้ควบคุมงาน
4. ...................................... ผูค้ วบคมุ งาน
5. ...................................... เจ้าหนา้ ท่ีของผู้ว่าจ้าง
6. ...................................... เจา้ หน้าทีข่ องผวู้ ่าจ้าง
7. ...................................... เจ้าหนา้ ทขี่ องผวู้ า่ จ้าง
8. ...................................... ผรู้ ับจ้าง
9. ...................................... ผู้รบั จ้าง
10. ...................................... ผู้รับจ้าง
11. ...................................... ผู้รบั จ้าง
12. ......................................
เริม่ ประชุมเวลา .......................... น.
379คมู่ ือการจา้ งก่อสร้าง
การทำสญั ญา และการบรหิ ารสญั ญา
อธิวฒั น์ โยอาศรี
วาระที่ 1 เรอ่ื งท่ปี ระธานแจง้ ให้ทป่ี ระชมุ ทราบ
...........................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
(กรณปี ระธานไมไ่ ดแ้ จง้ เรือ่ งใดใหบ้ ันทึกวา่ “ไมม่ ี”)
วาระที่ 2 รบั รองรายงานการประชมุ ครง้ั ท่ี ................
เลขานุการคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ (....ชื่อ – สกุล.....) นำเสนอรายงานการประชุมครั้งท่ี
............. เม่ือวนั ท่ี ........................ ตอ่ คณะกรรมการตรวจการจา้ งเพอ่ื พจิ ารณารบั รองรายงานการประชมุ
มติที่ประชุม รับรองรายงานการประชุมคณะกรรมการตรวจรับพัสดุสำหรับการจ้างก่อสร้าง
................... ครัง้ ท่ี .............. (โดยไมม่ ีการแกไ้ ข / โดยมกี ารแก้ไขดังนี้
- หน้าที่..................... ข้อที่.......................... จากข้อความเดิม.......................แก้ไข
เปน็ .........................................
- หน้าที่..................... ข้อที่.......................... จากข้อความเดิม.......................แก้ไข
เป็น.........................................
วาระที่ 3 เรือ่ งเพื่อทราบ
วาระท่ี 3.1 รายงานความก้าวหนา้ การก่อสรา้ ง.............................................................................
ประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ ขอให้ผู้รับจ้างนำเสนอรายงานความก้าวหน้าโครงการก่อสร้าง
.................................. ใหท้ ปี่ ระชุมทราบ
นาย/นาง/นางสาว............................................. ตัวแทนของผู้รบั จ้าง นำเสนอรายงานความก้าวหน้า
โครงการกอ่ สร้าง........................................ ดังน้ี
1. ส่วนงานโครงสร้าง
...................................................................................................
...................................................................................................
...................................................................................................
...................................................................................................
2. ส่วนงานสถาปตั ยกรรม
...................................................................................................
...................................................................................................
...................................................................................................
...................................................................................................
3. สว่ นงานระบบไฟฟ้า
380 คู่มือการจ้างกอ่ สรา้ ง
การทำสญั ญา และการบรหิ ารสัญญา
อธิวัฒน์ โยอาศรี
...................................................................................................
...................................................................................................
...................................................................................................
...................................................................................................
4. ส่วนงานระบบปรบั อากาศและระบายอากาศ
...................................................................................................
...................................................................................................
...................................................................................................
...................................................................................................
5. สว่ นงานระบบสุขาภบิ าลและดับเพลงิ
...................................................................................................
...................................................................................................
...................................................................................................
...................................................................................................
ทั้งนี้ สามารถสรุปผลการก่อสรา้ ง ณ วันท่ี .................................... ไดด้ งั น้ี
- แผนงานก่อสรา้ งตามแผน ............... %
- ผลงานกอ่ สร้างตามแผน ............... %
- ผลงานกอ่ สรา้ ง ช้ากวา่ แผน ............... %
มติทีป่ ระชมุ .....................................................................................................................................
วาระที่ 3.2 .........(เรื่องเพือ่ ทราบอ่นื ๆ ถา้ มี)............
..............................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
..........
มติท่ีประชุม ...........................................................
วาระท่ี 4 เรือ่ งเพอ่ื พิจารณา
วาระที่ 4.1 การขออนุมตั ิวสั ดปุ ระกอบการก่อสร้าง...........................................
1. ขออนมุ ัติ SHOP DRAWING ผังแสดงระบบไฟฟ้าแสงสวา่ ง ชนั้ ………………
ผู้รับจ้าง ขออนุมัติ SHOP DRAWING ผังแสดงระบบไฟฟ้าแสงสว่างชั้น ....... ผ่านผู้ควบคุมงาน
ตามหนังสือที่ …………………………. ลงวนั ที่ ……………………………..
381คมู่ ือการจ้างก่อสร้าง
การทำสัญญา และการบรหิ ารสัญญา
อธิวัฒน์ โยอาศรี
ผู้ควบคุมงานได้ตรวจสอบในเบื้องต้นแล้วเห็นว่าเป็นไปตามรูปแบบและรายการแบบงาน
วิศวกรรมระบบไฟฟ้า แบบเลขที่ EE............................... โดยให้มีรายละเอียดเป็นไปตามแบบ รายการประกอบ
แบบ และ/หรือ มาตรฐานที่เกีย่ วข้องกำหนด จงึ เห็นควรอนมุ ัติใหใ้ ช้ในงานก่อสรา้ งต่อไปได้
มติที่ประชมุ อนมุ ตั ิ SHOP DRAWING ผังแสดงระบบไฟฟา้ แสงสวา่ ง ชนั้ …………….
2. ขออนมุ ัตใิ ชก้ ระเบือ้ งปูพนื้ ชน้ั .........................
ผู้รับจ้างขออนุมัติใช้กระเบื้องปูพื้นชั้น........... ขนาด ............................... ผ่านผู้ควบคุมงาน ตาม
หนังสือที่ ................ ลงวันที่ .........................โดยผู้ควบคุมงานได้ตรวจสอบในเบื้องต้นแล้ว ผลิตภัณฑ์เป็นไปตาม
รายการประกอบแบบ หมวดท่ี........ หน้าท่.ี ................. จึงเห็นควรอนมุ ัติให้ใช้ในงานก่อสรา้ งต่อไปได้
มตทิ ป่ี ระชุม อนุมัตกิ ระเบื้องปูพนื้ ชนั้ ........... ยีห่ อ้ ............ ขนาด .............
..........................................................ฯลฯ....................................................
วาระที่ 4.2 การส่งมอบงานจา้ งก่อสร้าง.................................. งวดที่.........
ผู้รับจ้าง มีหนังสือที่ .............................. ลงวันที่ ................................ เรื่อง ขอส่งมอบงานงวดที่
............... และเบิกค่าก่อสร้างเป็นเงิน .................................. บาท (.......................................) ผ่านผู้ควบคุมงาน ตาม
หนงั สือที่ .........................ลงวนั ท่ี ........................................
ผู้ควบคุมงานได้ตรวจสอบผลงานก่อสร้างตามที่กำหนดไว้ในสัญญาจ้าง (และสัญญาแก้ไขเพิ่มเติม
ครั้งที่.... .(ถ้ามี)..) เห็นว่างานงวดที่ ............. แล้วเสร็จตั้งแต่วันที่.................................... เห็นควรที่คณะกรรมการ
ตรวจรับพัสดุ จะตรวจรบั งานก่อสร้างงวดท่ี ..........เอาไวไ้ ด้
คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ร่วมกันพิจารณาเอกสารหลักฐาน และเข้าตรวจสอบผลงานก่อสร้าง
ตามสัญญา ณ พื้นที่ก่อสร้าง ปรากฏว่าผลงานก่อสร้างเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกำหนดไว้ในสัญญาจ้าง (และ
สญั ญาแกไ้ ขเพ่มิ เตมิ ครัง้ ท.ี่ ... .(ถ้าม)ี ..) ตามที่ผู้รับจา้ งและผูค้ วบคุมงานเสนอ โดยมีรายละเอียด ดงั น้ี
ลำดบั รายการสง่ มอบงานตามสญั ญา ผลงานท่ดี ำเนนิ การไดต้ ามสญั ญา
1 งวดที่ ..........
- ...................................................................... ผูร้ ับจา้ งดำเนินการไดแ้ ลว้ เสร็จ
- ...................................................................... ตามสญั ญา
- ......................................................................
- ......................................................................
- ......................................................................
มตทิ ี่ประชุม
1. รับงานงวดที่ .......... และเสนอ ....(ผอ. / อธิบด)ี เพอื่ พจิ ารณาอนุมตั ใิ ห้เบกิ เงินค่าก่อสร้าง ประจำ
งวดที่ ...... เปน็ จำนวนเงนิ ทง้ั สน้ิ .................................. บาท (.......................................ให้แกผ่ รู้ ับจ้าง
2. มอบหมายใหเ้ ลขานุการ ดำเนนิ การในสว่ นทเ่ี กีย่ วขอ้ งต่อไป
382 คูม่ ือการจา้ งกอ่ สรา้ ง
การทำสัญญา และการบรหิ ารสญั ญา
อธิวฒั น์ โยอาศรี
วาระที่ 4.3 .........(เรื่องเพื่อพิจารณาอื่น ๆ เช่น การขอขยายระยะเวลา ปัญหาอุปสรรคท่ี
ต้องการให้คณะกรรมการตัดสนิ ใจ เปน็ ตน้ ).......................
..............................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
..........
มติทีป่ ระชุม ...........................................................
วาระท่ี 5 เรอ่ื งอ่ืนๆ (ถา้ มี)
...............................เช่น ประธานกรรมการฯ แจ้งที่ประชุมเพื่อขอนัดหมายการประชุมครั้งท่ี
................ ในวันที่ ....................... เวลา ..................... น. ณ .................................................
มติทปี่ ระชมุ รับทราบ
เลิกประชุมเวลา .................. น.
(นาย/นาง/นางสาว................)
เลขานุการ
ผจู้ ดรายงานการประชมุ
(นาย/นาง/นางสาว................)
ประธานกรรมการ
ผตู้ รวจรายงานการประชุม
383ค่มู ือการจา้ งกอ่ สรา้ ง
การทำสัญญา และการบรหิ ารสญั ญา
อธวิ ฒั น์ โยอาศรี
บนั ทึกข้อความ
สว่ นราชการ
ที่ วันท่ี
เร่ือง รายงานผลการประชุมคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ สำหรบั งานกอ่ สรา้ ง................ครง้ั ท.ี่ ...............
เรงียงน .......(หัวหนา้ หนว่ ยงานของรัฐ).......
ตามที่ .......(หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ)...... ได้แต่งต้ังคณะกรรมการตรวจรับพัสดุสำหรับงานก่อสร้าง.........
โดยมีรายละเอยี ดตามคำสงั่ ท่ี ........... ลงวนั ที่ ................................ นั้น
คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ประชุมร่วมกัน ครั้งที่ ......... เมื่อวันที่ ............................ เพื่อพิ จารณา
ในเร่อื งตา่ ง ๆ ท่ีเก่ยี วข้องกบั การกอ่ สร้าง............................ โดยมีรายละเอยี ด ดงั น้ี
1. คณะกรรมการรับทราบการนำเสนอรายงานความกา้ วหน้าโครงการก่อสร้าง....................... ดังนี้
1.1 ส่วนงานโครงสรา้ ง
...................................................................................................
...................................................................................................
1.2 ส่วนงานสถาปัตยกรรม
...................................................................................................
...................................................................................................
1.3 ส่วนงานระบบไฟฟ้า
...................................................................................................
...................................................................................................
1.4 ส่วนงานระบบปรับอากาศและระบายอากาศ
...................................................................................................
...................................................................................................
1.5 สว่ นงานระบบสขุ าภบิ าลและดบั เพลงิ
...................................................................................................
...................................................................................................
ทัง้ น้ี สามารถสรุปผลการกอ่ สรา้ ง ณ วันท่ี .................................... ไดด้ งั น้ี
- แผนงานก่อสรา้ งตามแผน ............... %
- ผลงานก่อสร้างตามแผน ............... %
- ผลงานกอ่ สร้าง ชา้ กวา่ แผน ............... %
2. อนุมตั ิ....
384 คมู่ ือการจา้ งกอ่ สร้าง
การทำสญั ญา และการบรหิ ารสญั ญา
อธวิ ัฒน์ โยอาศรี
2. อนมุ ตั ิวสั ดุประกอบการกอ่ สร้าง........................................... ดังนี้
2.1 อนมุ ัติ SHOP DRAWING ผังแสดงระบบไฟฟ้าแสงสวา่ ง ช้ัน ………………
2.2 ขออนุมัตใิ ชก้ ระเบ้อื งปูพ้นื ช้นั .........................
..................ฯลฯ....................
3. ตรวจรับงานงวดที่ ................. ดงั นี้
ผู้รับจ้าง มีหนังสือที่ .............................. ลงวันที่ ................................ เรื่อง ขอส่งมอบงาน
งวดที่ ............... และเบิกค่าก่อสร้างเป็นเงิน .................................. บาท (.......................................) ผ่าน
ผคู้ วบคุมงาน ตามหนังสือท่ี .........................ลงวนั ท่ี ........................................
ผู้ควบคุมงานได้ตรวจสอบผลงานก่อสร้างตามที่กำหนดไว้ในสัญญาจ้าง (และสัญญาแก้ไขเพิ่มเติม
ครั้งที่.... .(ถ้ามี)..) เห็นว่างานงวดที่ ............. แล้วเสร็จตั้งแต่วันที่.................................... เห็นควรที่คณะกรรมการ
ตรวจรบั พสั ดุ จะตรวจรับงานกอ่ สร้างงวดที่ ..........เอาไว้ได้
คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ร่วมกันพิจารณาเอกสารหลักฐาน และเข้าตรวจสอบผลงานก่อสร้าง
ตามสัญญา ณ พื้นที่ก่อสร้าง ปรากฏว่าผลงานก่อสร้างเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกำหนดไว้ในสัญญาจ้าง (และ
สัญญาแกไ้ ขเพม่ิ เติม คร้ังท่.ี ... .(ถา้ มี)..) ตามท่ผี ้รู ับจา้ งและผู้ควบคมุ งานเสนอ คณะกรรมการฯ จึงมีมติรับงานงวดท่ี
.......... และเสนอ ....(ผอ. / อธิบดี) เพื่อพิจารณาอนุมัติให้เบิกเงินค่าก่อสร้าง ประจำงวดที่ ...... เป็นจำนวนเงิน
ทัง้ ส้ิน .................................. บาท (.......................................ให้แกผ่ ้รู ับจา้ ง
4. เรื่องอืน่ ๆ
............................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณารับทราบผลการประชุมและอนุมัติให้เบิกเงินค่าก่อสร้าง ประจำงวดที่ ......
เปน็ จำนวนเงนิ ทง้ั สนิ้ .................................. บาท (.......................................ให้แก่ผู้รบั จา้ ง
ลงชอ่ื ...............................................ประธานกรรรมการ
(...............................................)
ลงชื่อ...............................................กรรมการ
(...............................................)
ลงชือ่ ...............................................กรรมการและเลขานกุ าร
(...............................................)
385คู่มอื การจ้างก่อสรา้ ง
การทำสัญญา และการบริหารสัญญา
อธวิ ฒั น์ โยอาศรี
บนั ทึกข้อความ
ส่วนราชการ
ที่ วนั ท่ี
เรอ่ื ง ขอเบิกคา่ ตอบแทนผ้คู วบคมุ งานประจำเดือน .....................................
เรงียงน .......(หัวหนา้ หน่วยงานของรัฐ)......
ตามที่ .......(หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ)...... ได้แต่งตั้งผู้ควบคุมงานสำหรับงานก่อสร้าง......... โดยมี
รายละเอียดตามคำสงั่ ท่ี ........... ลงวันท่ี ................................ นั้น
บัดนี้ ผู้ควบคุมงาน ได้ดำเนินการควบคุมงานก่อสร้าง..................... ประจำเดือน ...............................
เรียบร้อยแล้ว โดยมีรายละเอียดตามรายงานประจำสัปดาห์ที่เสนอมาพร้อมนี้ พร้อมกันนี้มีความประสงค์จะ
ขออนุมัตเิ บิกค่าตอบแทนรวมเป็นเงนิ ทงั้ ส้ิน ................. บาท (..................................) โดยมรี ายละเอยี ด ดงั น้ี
ลำดับ ช่ือ – สกุล ตำแหนง่ จำนวน ค่าตอบแทน รวมเปน็ เงนิ
วนั ตอ่ วนั
1 นาย........ หวั หน้าผู้ควบคุมงาน .................บาท
2 นาย........ ผูค้ วบคุมงาน ........ 350 บาท .................บาท
ฯลฯ ....... 300 บาท
จึงเรยี นมาเพ่อื โปรดพิจารณาอนมุ ัติ
ลงช่อื ....................................................
(....................................................)
หัวหน้าผู้ควบคมุ งาน/ผ้คู วบคมุ งาน
386 คมู่ ือการจา้ งก่อสร้าง
การทำสัญญา และการบรหิ ารสัญญา
อธวิ ฒั น์ โยอาศรี
รายละเอยี ดผลการดำเนินงานกอ่ สรา้ ง ประจำสัปดาหท์ ี่................. ครั้งที่ ................
ลำดบั งานทด่ี ำเนนิ การ สดั สว่ น ผลงาน (%) รวม (%)
งาน ถงึ สปั ดาห์ ใน สะสม
(%) ก่อน สปั ดาห์
1 หมวดงานวศิ วกรรมโครงสรา้ ง
..................................
.................................
2 หมวดงานสถาปัตยกรรม
..................................
.................................
3 หมวดงานระบบสุขาภิบาลและ
ระบบดบั เพลิง
..................................
.................................
4 งานระบบไฟฟา้ และสอื่ สาร
..................................
.................................
5 งานระบบปรับอากาศและระบาย
อากาศ
..................................
.................................
6 งานระบบลิฟท์
..................................
.................................
7 ผงั บริเวณ
..................................
.................................
8 งานครุภณั ฑป์ ระกอบอาคาร
..................................
.................................
9 งานอ่ืน ๆ
..................................
.................................
รวม
387คู่มือการจ้างก่อสรา้ ง
การทำสญั ญา และการบริหารสัญญา
อธวิ ฒั น์ โยอาศรี
ปญั หาและอปุ สรรค มี ไม่มี
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
การดำเนนิ การแกไ้ ข
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงช่อื ....................................................
(....................................................)
หัวหน้าผู้ควบคุมงาน/ผู้ควบคุมงาน
388 ค่มู ือการจ้างก่อสรา้ ง
การทำสญั ญา และการบริหารสญั ญา
อธิวัฒน์ โยอาศรี
บันทกึ ขอ้ ความ
สว่ นราชการ
ที่ วันท่ี
เรือ่ ง ขอเบกิ ค่าตอบแทนการประชุมคณะกรรมการ......................................................
เรงยี งน .......(หัวหนา้ หนว่ ยงานของรัฐ)......
ตามที่ .......(หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ)...... ได้แต่งตั้งคณะกรรมการ...............สำหรับงาน.....................
โดยมรี ายละเอียดตามคำสั่งที่ ........... ลงวนั ที่ ................................ นนั้
บัดนี้ คณะกรรมการ.................... ได้ร่วมกันประชุม ครั้งที่ .............. เมื่อวันที่................. โดยมี
รายละเอียดตามรายงานการประชมุ ที่เสนอมาพร้อมนี้ พร้อมกันนีม้ ีความประสงคจ์ ะขออนุมัติเบิกคา่ ตอบแทนรวม
เป็นเงินทงั้ ส้ิน ................. บาท (..................................) โดยมรี ายละเอยี ด ดงั นี้
ลำดับ ชอ่ื – สกลุ ตำแหนง่ ค่าตอบแทน
1 นาย........ ประธานกรรมการ 1,500 บาท
2 นาย........ กรรมการ 1,200 บาท
ฯลฯ
จงึ เรียนมาเพ่ือโปรดพจิ ารณาอนุมัติ
ลงชอ่ื ....................................................
(....................................................)
หัวหนา้ ผคู้ วบคุมงาน/ผู้ควบคุมงาน
389คมู่ อื การจา้ งกอ่ สรา้ ง
การทำสญั ญา และการบริหารสัญญา
อธิวฒั น์ โยอาศรี
แบบใบสำคญั รบั เงนิ
ที่ .....................................................................
(สว่ นราชการเป็นผ้ใู ห)้
วันท่ี.............เดอื น...........................พ.ศ......................
ข้าพเจ้า......................................................................อยู่บ้านเลขที่.................................
ถนน......................ตำบล....................................อำเภอ................................จังหวัด................ .................ได้รับเงิน
จาก .................................................................. กระทรวง...............................................................
ดงั รายการตอ่ ไปนี้
รายการ จำนวนเงนิ
บาท ส.ต.
จำนวนเงนิ รวม(บาท)
390 คู่มอื การจา้ งกอ่ สร้าง ลงชอื่ ..................................................................ผรู้ บั เงิน
การทำสัญญา และการบรหิ ารสญั ญา (...................................................................)
ลงชอ่ื ................................................................ผจู้ า่ ยเงนิ
(..................................................................)