The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รูปเล่ม คู่มือการจ้างก่อสร้าง (ปรับปรุงครั้งที่ 2)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

รูปเล่ม คู่มือการจ้างก่อสร้าง (ปรับปรุงครั้งที่ 2)

รูปเล่ม คู่มือการจ้างก่อสร้าง (ปรับปรุงครั้งที่ 2)

อธิวฒั น์ โยอาศรี

พารา รายละเอยี ดการกรอกขอ้ มลู ในระบบ e-GP รายละเอยี ดขอ้ มลู สัญญาในตามแบบท่ี
มเิ ตอร์ คณะกรรมการนโยบายกำหนด

(1) เงินสด
(2) เช็คหรือดราฟท์ ที่ธนาคารเซ็นสั่งจ่าย ซึ่งเป็นเช็คหรือด
ราฟท์ลงวันที่ที่ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ หรือก่อนวัน
นน้ั ไม่เกนิ 3 วนั ทำการ
(3) หนังสือคํ้าประกันของธนาคารภายในประเทศตามตัวอย่าง
ที่คณะกรรมการนโยบายกําหนด โดยอาจเป็นหนังสือค้ำประกัน
อิเลก็ ทรอนกิ สต์ ามวิธกี ารทกี่ รมบัญชีกลางกำหนดกไ็ ด้
(4) หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน
หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์
และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ
ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้
ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่างหนังสือค้ำประกันของธนาคารท่ี
คณะกรรมการนโยบายกําหนด
(5) พันธบัตรรฐั บาลไทย
(9) ให้กำหนดจำนวนเงินหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาตาม
ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ
ภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 168
(10) เป็นข้อความหรืองเงื่อนไขเพิ่มเติม ซึ่งหน่วยงานของรัฐผู้ทำ
สญั ญาอาจเลอื กใช้หรือตัดออกได้ตามข้อเทจ็ จรงิ

การส่งมอบและการจา่ ยเงิน

สัญญาขอ้ 4 ค่าจา้ งและการจา่ ยเงนิ ขอ้ 4 (ก) ค่าจา้ งและการจา่ ยเงนิ

G5 * ประเภทการจ่ายเงนิ (สำหรบั สัญญาท่ีเป็นราคาตอ่ หน่วย)

F1 * กำหนดรปู แบบการสง่ มอบ ผู้ว่าจ้างตกลงจ่ายและผู้รับจ้างตกลงรับเงินค่าจ้างเป็น

รวมรายการ แยกรายการ จำนวนเงิน……………………..บาท (…………………………….…..)
ซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน ………….……..บาท

หมายเหตุ (............................) ตลอดจนภาษีอากรอื่นๆ และค่าใช้จ่าย

แยกรายการ หมายถึง สินค้าส่งมอบมีหลายรายการ ทั้งปวงด้วยแล้ว โดยถือราคาต่อหน่วยเป็นเกณฑ์ตาม
ซึ่งแต่ละรายการกำหนดงวดงานอิสระ ไม่สัมพันธ์หรือ รายการ แต่ละประเภทดังที่ได้กำหนดไว้ในใบแจ้งปริมาณ
ความต่อเนื่อง เช่น สัญญางานก่อสร้างที่มีสถานท่ี งานและราคา ตามเอกสารแนบทา้ ยสัญญาผนวก 3
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างตกลงว่าจำนวนปริมาณงานที่
ก่อสร้าง อำเภอ ก. และอำเภอ ข. ซึ่งใสนแต่ละอำเภอ
ก็มีการกำหนดงวดงานแต่ละงวดเงินของตนเอง หรือ กำหนดไว้ในบัญชีรายการก่อสร้างหรือใบแจ้งปริมาณงาน
และราคานี้เป็นจำนวนโดยประมาณเท่านั้น จำนวนปริมาณ
สามารถไปทำสญั ญาแยกต่างหากได้
รวมรายการ หมายถึง กรณีที่สัญญาที่กำหนดให้มีการ งานที่แท้จริงอาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ก็ได้ ซึ่งผู้ว่าจ้างจะ
จ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างตามราคาต่อหน่วยของงาน แต่
ส่งมอบงานเพียงงวดเดียวหรือหลายงวดที่มีความ ละรายการที่ได้ทำเสร็จจริง คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างตกลงที่
ต่อเนื่อง เช่น สัญญาที่มีการซื้อของ 3 รายการ โดย
จะไม่เปลี่ยนแปลงราคาต่อหน่วยหรือเรียกร้องค่าสินไหม
งวดท่ี 1 ส่งสินค้ารายการที่ 1 งวดที่ 2 ส่งสินค้า ทดแทนอันเกิดจากการท่ีจำนวนปริมาณงานในแตล่ ะรายการได้
รายการท่ี 2 เป็นต้น
แตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ในสัญญา ทั้งนี้ นอกจากในกรณี
G6 จำนวน งวด ต่อไปนี้ (11)
จำนวนงวดเงนิ งวด
ระบรุ ายละเอียด 4.1 เมื่อปริมาณงานที่ทำเสร็จจริงในส่วนที่เกินกว่า
ร้อยละ 125 (หนึ่งร้อยยี่สิบห้า) แต่ไม่เกินร้อยละ 150 (หน่ึง
G6-1 รายการทส่ี ่งมอบ ร้อยหา้ สบิ ) ของปรมิ าณงานท่ีกำหนดไวใ้ นสัญญาหรือใบแจ้ง
จำนวนงวดเงนิ

291คมู่ อื การจา้ งก่อสรา้ ง

การทำสญั ญา และการบริหารสัญญา

อธวิ ัฒน์ โยอาศรี รายละเอยี ดขอ้ มูลสญั ญาในตามแบบท่ี
คณะกรรมการนโยบายกำหนด
พารา รายละเอยี ดการกรอกขอ้ มลู ในระบบ e-GP
มิเตอร์ ปริมาณงานและราคา จะจ่ายให้ในอัตราร้อยละ 90 (เก้าสิบ)
ของราคาต่อหนว่ ยตามสัญญา
จำนวนงวดงาน
สถานทกี่ อ่ สร้างหรอื สถานที่ 4.2 เมื่อปริมาณงานที่ทำเสร็จจริงในส่วนที่เกินกว่า
ติดตงั้ หรือสถานท่ปี ฏิบัติงาน รอ้ ยละ 150 (หน่ึงรอ้ ยห้าสิบ) ของปรมิ าณงานท่กี ำหนดไว้ใน
สัญญาหรือใบแจ้งปริมาณงานและราคา จะจ่ายให้ในอัตรา
ร้อยละ 83 (แปดสิบสาม) ของราคาต่อหนว่ ยตามสัญญา

4.3 เมื่อปริมาณงานที่ทำเสร็จจริงน้อยกว่าร้อยละ 75
(เจ็ดสิบห้า) ของปริมาณงานที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือใบแจ้ง
ปริมาณงานและราคา จะจ่ายให้ตามราคาต่อหน่วยในสัญญา
แ ล ะ จ ะ จ ่ าย เ พ ิ ่ ม ช ด เ ช ย เ ป็ น ค ่ า Overhead แ ล ะ
Mobilization สำหรับงานรายการนั้นในอัตราร้อยละ 17
(สิบเจ็ด) ของผลต่างระหว่างปริมาณงานทั้งหมดของงาน
รายการนั้นตามสัญญาโดยประมาณกับปริมาณงานที่ทำเสร็จ
จริงคูณด้วยราคาต่อหน่วยตามสัญญา ทั้งนี้ การจ่ายเงินเพ่ิม
ชดเชยเป็นค่า Overhead และ Mobilizationดังกล่าว ผู้ว่า
จ้างจะจ่ายให้แก่ผู้รับจ้างในงวดสุดท้ายของการจ่ายเงินค่า
งานตามสญั ญา

4.4 ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินที่เพิ่มขึ้นตามข้อ 4.1 หรือ 4.2
ดังกล่าวข้างต้น ในงวดสุดท้ายของการจ่ายเงินหรือก่อนงวด
สดุ ทา้ ยของการจ่ายเงนิ ตามท่ีผู้ว่าจ้างจะพิจารณาเหน็ สมควร
เว้นแต่กรณีที่ผู้ว่าจ้างพิจารณาเห็นว่าปริมาณงานที่ทำเสร็จ
จริงดังกล่าว มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานอื่นที่เหลือ อีกท้ัง
งานที่เหลืออยู่ก็มิได้มีผลกระทบต่อการจ่ายเงินค่างานที่แล้ว
เสรจ็ จริงในงวดดงั กล่าว ทัง้ นี้ ผู้ว่าจา้ ง อาจจ่ายเงนิ ท่ีเพิ่มข้ึน
ให้แก่ผู้รับจ้างพร้อมกบั การจ่ายเงินค่างานงวดนั้นๆ และการ
พิจารณาว่างานใด อยู่ในหลักเกณฑ์ดังกล่าวหรือไม่ เป็น
ดลุ พนิ ิจโดยเด็ดขาดของผวู้ ่าจา้ ง

ผู้ว่าจ้างตกลงที่จะจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างเป็นราย
เดือนตามเน้ืองานท่ีทำเสรจ็ จรงิ เมื่อผู้ว่าจ้างหรือเจ้าหน้าท่ขี อง
ผูว้ ่าจา้ งได้ทำการตรวจสอบผลงานท่ีทำเสรจ็ แล้ว และปรากฏว่า
เป็นที่พอใจตรงตามข้อกำหนดแห่งสัญญานี้ทุกประการ ผู้ว่า
จา้ งจะออกหนังสอื รับรองการรบั มอบงานนั้น ใหไ้ ว้แก่ผ้รู บั จา้ ง

การจ่ายเงินงวดสุดท้ายจะจ่ายให้เมื่องานทั้งหมดตาม
สัญญาได้แล้วเสร็จทุกประการรวมทั้งการทำสถานทีก่ ่อสร้าง
ให้สะอาดเรียบรอ้ ยตามทก่ี ำหนดไว้ในข้อ 20

(12) การจ่ายเงินตามเงื่อนไขแห่งสัญญาน้ี ผู้ว่าจ้างจะ
โ อ น เ ง ิ น เ ข ้ า บ ั ญ ช ี เ ง ิ น ฝ า ก ธ น า ค า ร ข อ ง ผ ู ้ ร ั บ จ ้ า ง ชื่ อ
ธนาคาร….....………....….………….สาขา………..….…….…..ช่ือ
บัญชี…………………………เลขที่บัญชี…………………………………
ทั้งนี้ ผู้รับจ้างตกลงเป็นผู้รับภาระเงินค่าธรรมเนียมหรือ
ค่าบริการอื่นใดเกี่ยวกับการโอน รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นใด (ถ้า

292 คู่มือการจา้ งก่อสรา้ ง
การทำสัญญา และการบรหิ ารสัญญา

อธิวัฒน์ โยอาศรี

พารา รายละเอียดการกรอกขอ้ มูลในระบบ e-GP รายละเอียดขอ้ มลู สญั ญาในตามแบบท่ี

มิเตอร์ คณะกรรมการนโยบายกำหนด

มี) ที่ธนาคารเรียกเก็บ และยินยอมให้มีการหักเงินดังกล่าว

จากจำนวนเงินโอนในงวดนั้นๆ (ความในวรรคนี้ใช้สำหรับ

กรณีที่หน่วยงานของรัฐจะจ่ายเงินตรงให้แก่ผู้รับจ้าง (ระบบ

Direct Payment) โดยการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของ

ผู้รับจ้าง ตามแนวทางที่กระทรวงการคลังหรือหนว่ ยงานของรัฐ

เจา้ ของงบประมาณเป็นผู้กำหนด แล้วแต่กรณ)ี

ข้อ 4 (ข) คา่ จ้างและการจ่ายเงิน

G7 * ผู้ว่าจ้าง ต้องการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร (สำหรับสัญญาทีเ่ ปน็ ราคาเหมารวม)

ของผูร้ บั จา้ งหรอื ไม่ ผู้ว่าจ้างตกลงจ่ายและผู้รับจ้างตกลงรับเงินค่าจ้าง

ต้องการ ไม่ต้องการ จำนวนเงิน…………………………..บาท(……………………………)
ซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม จำนวน…………..…………บาท

(......................................) ตลอดจนภาษีอากรอื่นๆ และ

G8 ธนาคาร ค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้ว โดยถือราคาเหมารวมเป็น
G9 สาขา เกณฑ์ และกำหนดการจา่ ยเงินเปน็ งวดๆ ดงั นี้
G10 ช่อื บัญชี
G11 เลขบญั ชี งวดท่ี 1 เป็นจำนวนเงิน………...บาท (……………….)
เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน…………………………ให้แล้วเสร็จ
ภายใน…………………………..

G12 รหัสหน่วยงานเบกิ จา่ ยผขู้ ายหรือผู้รับจา้ ง งวดท่ี 2 เป็นจำนวนเงิน………...บาท (……………….)

G13 ช่ือหน่วยงานเบิกจา่ ยผขู้ ายหรือผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน…………………………ให้แล้วเสร็จ

ภายใน…………………………..

..............................................ฯลฯ...............................

งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงิน………………....บาท (……………...)

เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตาม

สัญญา รวมทั้งทำสถานที่ก่อสร้างให้สะอาดเรียบร้อยตามท่ี

กำหนดไว้ในขอ้ 20

(13) การจ่ายเงินตามเงื่อนไขแห่งสัญญานี้ ผู้ว่าจ้างจะ

โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้รับจ้าง ช่ือ

ธนาคาร……………….….…….….สาขา……….…..…….…….…..ชื่อ

บัญชี……………………………เลขที่บัญชี…………………….… ทั้งนี้

ผู้รับจ้างตกลงเป็นผู้รับภาระเงนิ คา่ ธรรมเนียมหรือคา่ บริการอ่ืน

ใดเกี่ยวกับการโอน รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นใด (ถ้ามี) ที่ธนาคาร

เรียกเก็บ และยินยอมให้มีการหักเงินดังกล่าวจากจำนวนเงิน

โอนในงวดนั้นๆ (ความในวรรคนี้ใช้สำหรับกรณที ี่หนว่ ยงานของ

รัฐจะจ่ายเงินตรงให้แก่ผู้รับจ้าง (ระบบ Direct Payment)โดย

การโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้รับจ้าง ตามแนวทาง

ที่กระทรวงการคลังหรือหน่วยงานของรัฐเจ้าของงบประมาณ

เปน็ ผูก้ ำหนด แล้วแต่กรณี)

คำอธบิ าย

(11) อัตราร้อยละที่ระบุไว้ต่อไปนี้ อาจพิจารณาแก้ไขได้ตามความ
เหมาะสม

293คมู่ อื การจา้ งก่อสรา้ ง

การทำสญั ญา และการบริหารสัญญา

อธวิ ฒั น์ โยอาศรี

พารา รายละเอียดการกรอกขอ้ มลู ในระบบ e-GP รายละเอยี ดข้อมลู สัญญาในตามแบบที่

มเิ ตอร์ คณะกรรมการนโยบายกำหนด

(12) เป็นข้อความหรือเงื่อนไขเพิ่มเติม ซึ่งหน่วยงานของรัฐผู้ทำสัญญา

อาจเลือกใช้หรอื ตัดออกได้ตามข้อเทจ็ จรงิ

(13) เป็นข้อความหรือเงื่อนไขเพิ่มเติม ซึ่งหน่วยงานของรัฐผู้ทำสัญญา

อาจเลือกใชห้ รอื ตัดออกได้ตามข้อเท็จจริง

สญั ญาขอ้ 5. คา่ จ้างลว่ งหน้า (14) ข้อ 5 เงินค่าจ้างล่วงหน้า

G1 * การชำระเงนิ ใหแ้ ก่ผู้ซือ้ มีการจา่ ยเงนิ ล่วงหนา้ หรอื ไม่ ผู้ว่าจ้างตกลงจ่ายเงินค่าจ้างล่วงหน้าให้แก่ผู้รับจ้าง

จา่ ยเงนิ ล่วงหน้า ไมจ่ า่ ยเงนิ ลว่ งหน้า เป็นจำนวนเงิน…………..…..…บาท(………………..….…) ซึ่ง
เท่ากับร้อยละ……....…(……….…………....) ของราคาค่าจ้าง

G2 จา่ ยเงนิ คา่ จ้างล่วงหนา้ บาท ตามสัญญาทีร่ ะบุไว้ในขอ้ 4
เงินค่าจ้างล่วงหน้าดังกล่าวจะจ่ายให้ภายหลังจากที่ผู้
G3 อตั รารอ้ ยละ ของราคาค่าจ้าง รับจ้างได้วางหลักประกันการรับเงินค่าจ้างล่วงหน้าเป็น
G4 การหักเงินลว่ งหนา้ ............................(หนังสือค้ำประกันหรือหนังสือค้ำประกัน
อิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศหรือพันธบัตร
หกั งวดแรกงวดเดยี ว

หกั งวดสุดทา้ ยงวดเดยี ว รัฐบาลไทย)…………………....เต็มตามจำนวนเงินค่าจ้าง

หักทกุ งวดเทา่ กนั ลว่ งหนา้ นัน้ ใหแ้ กผ่ ู้ว่าจา้ ง ผ้รู บั จา้ งจะตอ้ งออกใบเสร็จรับเงิน
เลอื กทจี่ ะหักเปน็ รายงวดเอง ค่าจ้างล่วงหน้าตามแบบที่ผู้ว่าจ้างกำหนดให้และผู้รบั จ้างตก
ลงที่จะกระทำตามเงื่อนไขอันเกี่ยวกับการใช้จ่ายและการใช้

G4-1 ผู้ว่าจ้างจะหักเงินค่าจ้างในแต่ละงวดเพื่อชดใช้คืนเงิน คืนเงินค่าจา้ งล่วงหน้าน้ัน ดังต่อไปน้ี

ค่าจา้ งลว่ งหน้าไวจ้ ำนวนร้อยละ 5.1 ผู้รับจ้างจะใช้เงินค่าจ้างล่วงหน้านั้นเพื่อเป็น

ของจำนวนเงินค่าจา้ งในแตล่ ะเดือน ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานตามสัญญาเท่านั้น หากผู้รับจ้างใช้

จ่ายเงินค่าจ้างล่วงหน้าหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของเงินค่าจ้าง

ล่วงหน้านั้นในทางอื่น ผู้ว่าจ้างอาจจะเรียกเงินค่าจ้าง

ล่วงหน้านั้นคืนจากผู้รับจ้างหรือบังคับเอาจากหลักประกัน

การรับเงนิ ค่าจา้ งลว่ งหน้าไดท้ นั ที

5.2 เมื่อผู้ว่าจ้างเรียกร้อง ผู้รับจ้างต้องแสดงหลักฐาน

การใช้จ่ายเงินค่าจ้างล่วงหน้า เพื่อพิสูจน์ว่าได้เป็นไปตาม

ข้อ 5.1 ภายในกำหนด 15 (สิบห้า) วัน นับถัดจากวันได้รับ

แจ้งเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง หากผู้รับจ้างไม่อาจแสดง

หลักฐานดังกล่าว ภายในกำหนด 15 (สิบห้า) วัน ผู้ว่าจ้าง

อาจเรียกเงินค่าจ้างล่วงหน้าคืนจากผู้รับจ้างหรือบังคับเอา

จากหลกั ประกันการรบั เงนิ คา่ จา้ งล่วงหน้าได้ทันที

(15) 5.3 (ก) (สำหรบั สัญญาทเี่ ปน็ ราคาต่อหนว่ ย)

ในการจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างตามข้อ 4 (ก) ผู้ว่า

จ้างจะหักเงินค่าจ้าง ในแต่ละเดือนเพื่อชดใช้คืนเงินค่าจ้าง

ล่วงหน้าไว้จำนวนร้อยละ................(..................) ของ

จำนวนเงินค่าจ้างในแต่ละเดือน (16) ทั้งนี้ จนกว่าจำนวนเงิน

ที่หักไว้จะครบตามจำนวนเงินค่าจ้างล่วงหน้าที่ผู้รับจ้างได้รับ

ไปแล้ว ยกเว้นคา่ จา้ งเดือนสดุ ท้ายจะหักไวเ้ ปน็ จำนวนเท่ากับ

จำนวนเงนิ คา่ จา้ งล่วงหน้าที่เหลอื ทั้งหมด

(17) 5.3 (ข) (สำหรับสัญญาทเี่ ป็นราคาเหมารวม)

294 คู่มอื การจา้ งกอ่ สรา้ ง
การทำสญั ญา และการบริหารสัญญา

อธวิ ัฒน์ โยอาศรี

พารา รายละเอียดการกรอกข้อมูลในระบบ e-GP รายละเอียดข้อมูลสัญญาในตามแบบท่ี

มิเตอร์ คณะกรรมการนโยบายกำหนด

ในการจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างตามข้อ 4 (ข) ผู้ว่า

จ้างจะหักเงินค่าจ้างในแต่ละงวดเพื่อชดใช้คืนเงินค่าจ้าง

ล่วงหน้าไว้จำนวนร้อยละ..............(......................) ของ

จำนวนเงินค่าจ้างในแต่ละงวดจนกว่าจำนวนเงินที่หักไว้จะ

ครบตามจำนวนเงินค่าจ้างล่วงหน้าที่ผู้รับจ้างได้รับไปแล้ว

ยกเว้นค่าจ้างงวดสุดท้ายจะหักไว้เป็นจำนวนเท่ากับจำนวน

เงินค่าจา้ งล่วงหน้าทเี่ หลอื ท้งั หมด

5.4 เงินจำนวนใดๆ ก็ตามที่ผู้รับจ้างจะต้องจ่ายให้แก่

ผู้ว่าจ้างเพื่อชำระหนี้หรือเพื่อชดใช้ความรับผิดต่างๆ ตาม

สัญญา ผู้ว่าจ้างจะหักเอาจากเงินค่าจ้างงวดที่จะจ่ายให้แก่

ผู้รับจ้างกอ่ นทจ่ี ะหกั ชดใช้คนื เงนิ ค่าจา้ งล่วงหน้า

5.5 ในกรณีที่มีการบอกเลิกสัญญา หากเงินค่าจ้าง

ล่วงหน้าที่เหลือเกินกว่าจำนวนเงินที่ผู้รับจ้างจะได้รับ

หลังจากหักชดใช้ในกรณีอื่นแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องจ่ายคืนเงิน

จำนวนที่เหลือนั้นให้แก่ผู้ว่าจ้าง ภายใน 7 (เจ็ด) วัน นับถัด

จากวนั ได้รับแจ้งเป็นหนงั สอื จากผวู้ ่าจา้ ง

5.6 (ก) (สำหรับสัญญาท่ีเป็นราคาต่อหนว่ ย)

ผู้ว่าจ้างจะคืนหลักประกันการรับเงินค่าจ้างล่วงหน้า

ให้แก่ผู้รับจ้าง ต่อเมื่อผู้ว่าจ้างได้หักเงินค่าจ้างไว้ครบจำนวน

เงนิ คา่ จ้างลว่ งหนา้ ตามข้อ 5.3 (ก)

5.6 (ข) (สำหรบั สัญญาท่เี ป็นราคาเหมารวม)

ผู้ว่าจ้างจะคืนหลักประกันการรับเงินค่าจ้างล่วงหน้า

ให้แก่ผู้รับจ้างต่อเมื่อผู้ว่าจ้างได้หักเงินค่าจ้างไว้ครบจำนวน

เงินค่าจ้างลว่ งหนา้ ตามข้อ 5.3 (ข)

คำอธบิ าย

(15) เป็นข้อความหรือเงื่อนไขเพิ่มเติม ซึ่งหน่วยงานของรัฐผู้ทำสัญญา

อาจเลือกใช้หรือตดั ออกได้ตามข้อเทจ็ จริง

(16) ในกรณีที่หน่วยงานผู้ว่าจ้างเห็นเป็นการจำเป็นและสมควรจะหัก

คา่ จ้างในแต่ละเดือน ไว้จำนวนทงั้ หมดกไ็ ด้

(17) เป็นข้อความหรือเงื่อนไขเพิ่มเติม ซึ่งหน่วยงานของรัฐผู้ทำสัญญา

อาจเลอื กใชห้ รอื ตัดออกไดต้ ามข้อเท็จจริง

สัญญาข้อ 6 การหักเงินประกนั ผลงาน (18) ขอ้ 6 การหักเงนิ ประกันผลงาน

H1 * ตอ้ งการหักเงินประกนั ผลงานหรือไม่ ในการจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างแต่ละงวด ผู้ว่าจ้าง

ตอ้ งการ ไมต่ ้องการ จะหักเงินจำนวนร้อยละ...................(…………………) ของเงินที่
ต้องจ่ายในงวดนั้นเพื่อเป็นประกันผลงาน ในกรณีที่เงิน

H2 จำนวนร้อยละ ของเงินที่ตอ้ งจา่ ยในงวดนัน้ ประกันผลงานถูกหักไว้แล้วเป็นจำนวนเงินไม่ต่ำ
กว่า……….............บาท (……………………...) ผู้รับจ้างมีสิทธิท่ี
H3 การหกั เงินประกันผลงาน จะขอเงินประกันผลงานคืน โดยนำหนังสือค้ำประกันของ
หกั งวดแรกงวดเดียว ธนาคารหรือหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งออกโดย

หักงวดสุดทา้ ยงวดเดยี ว

295คูม่ อื การจา้ งก่อสรา้ ง

การทำสัญญา และการบรหิ ารสญั ญา

อธิวัฒน์ โยอาศรี

พารา รายละเอียดการกรอกขอ้ มลู ในระบบ e-GP รายละเอียดข้อมูลสญั ญาในตามแบบที่
มิเตอร์ คณะกรรมการนโยบายกำหนด

หกั ทุกงวดเทา่ กนั ธ น า ค า ร ภ า ย ใ น ป ร ะ เ ท ศ ม า ม อ บ ใ ห ้ ผ ู ้ ว ่ า จ ้ า ง เ พ ื ่ อ เ ป็ น

เลอื กทจ่ี ะหักเปน็ รายงวดเอง หลักประกันแทนกไ็ ด้
ผู้ว่าจ้างจะคืนเงินประกันผลงาน และ/หรือหนังสือค้ำ
H4 ผู้ว่าจ้างจะหักเงินประกันผลงานคืน กรณีเงินประกัน ประกันของธนาคารดังกล่าวตามวรรคหนึ่งโดยไม่มีดอกเบี้ย
ผลงานถูกหักไว้แล้วเป็นจำนวนเงินไมต่ ำ่ กว่า
ให้แก่ผ้รู บั จ้างพร้อมกับการจา่ ยเงนิ ค่าจ้างงวดสดุ ทา้ ย
บาท

คำอธิบาย

(18) เป็นข้อความหรือเงือ่ นไขเพิ่มเติม ซึ่งหน่วยงานของรัฐผู้ทำสัญญา
อาจเลอื กใชห้ รอื ตดั ออกได้ตามขอ้ เท็จจรงิ

ข้อ 7 กำหนดเวลาแล้วเสร็จและสิทธขิ องผู้วา่ จ้างใน ข้อ 7 (ก) กำหนดเวลาแล้วเสร็จและสิทธิของผู้ว่าจ้างใน

การบอกเลิกสัญญา การบอกเลิกสัญญา

I1 ผู้รับจา้ งตอ้ งเสนอแผนงานภายในกำหนด (19) ภายในกำหนด………………......(.....................) วัน

วัน นับถัดจากวันลงนามในสญั า นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ผู้รับจ้างจะต้อง

I2 ผรู้ บั จา้ งต้องเรม่ิ ทำงานภายในในกำหนด เสนอแผนงานให้เป็นที่พอใจแก่ผู้ว่าจ้าง โดยแสดงถึงขั้นตอน

วัน นับถดั จากวนั ไดร้ บั หนังสอื แจ้งใหเ้ ริ่มงาน ของการทำงานและกำหนดเวลาที่ต้องใช้ในการทำงานหลัก
ตา่ งๆ ให้แลว้ เสร็จ
ผรู้ ับจา้ งจะต้องทำงานใหแ้ ล้วเสรจ็ ภายในกำหนด
I3 วัน นบั ถดั จากวนั ไดร้ ับหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน ผู้รบั จ้างต้องเริม่ ทำงานทีร่ บั จ้างภายในกำหนด………....
(...................) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่ม

งาน และจะต้องทำงานให้แล้วเสร็จภายในกำหนด…………..

(...............) วนั นับถัดจากวันท่ีได้รบั หนงั สือแจ้งดงั กล่าวนน้ั

ถ้าผู้รับจ้างมิได้เสนอแผนงาน หรือมิได้ลงมือทำงาน

ภายในกำหนดเวลาหรือไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตาม

กำหนดเวลา หรือมีเหตุให้เชื่อได้ว่าผู้รับจ้างไม่สามารถ

ทำงานให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา หรือจะแล้วเสร็จ

ล่าช้าเกินกว่ากำหนดเวลา หรือผู้รับจ้างทำผิดสัญญาข้อใด

ข้อหนึ่ง หรือตกเป็นผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด หรือตกเป็นผู้

ล้มละลาย หรือเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของ

คณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้ควบคุมงานหรือบริษัทท่ี

ปรึกษาซึ่งได้รับมอบอำนาจจากผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะ

บอกเลิกสัญญานี้ได้ และมีสิทธิจ้างผู้รับจ้างรายใหม่เข้า

ทำงานของผู้รับจ้างให้ลุล่วงไปได้ด้วย การใช้สิทธิบอกเลิก

สัญญานั้นไม่กระทบสิทธิของผู้ว่าจ้างที่จะเรียกร้ อง

คา่ เสยี หายจากผ้รู บั จ้าง

การที่ผู้ว่าจ้างไม่ใช้สิทธิเลิกสัญญาดังกล่าวข้างต้น

นั้น ไม่เป็นเหตใุ ห้ผ้รู บั จ้างพน้ จากความรับผดิ ตามสญั ญา

คำอธิบาย

(19) เปน็ ข้อความหรอื เง่ือนไขเพมิ่ เตมิ ซ่งึ หนว่ ยงานของรฐั ผูท้ ำสัญญา
อาจเลือกใชห้ รอื ตดั ออกได้ตามขอ้ เท็จจริง

296 คมู่ อื การจ้างกอ่ สร้าง
การทำสัญญา และการบรหิ ารสญั ญา

อธิวฒั น์ โยอาศรี

พารา รายละเอยี ดการกรอกข้อมูลในระบบ e-GP รายละเอียดข้อมูลสัญญาในตามแบบที่
มิเตอร์ คณะกรรมการนโยบายกำหนด

ข้อ 7 (ข) กำหนดเวลาแล้วเสรจ็ และสิทธขิ อง ข้อ 7 (ข) กำหนดเวลาแล้วเสรจ็ และสิทธขิ องผวู้ ่าจา้ งใน
ผู้ว่าจ้างในการบอกเลิกสัญญา การบอกเลกิ สัญญา

สัญญาข้อ 8 ความรบั ผิดชอบในความชำรุด ผู้รับจ้างต้องเริ่มทำงานที่รับจ้างภายในวันที่ …....
บกพรอ่ งของงานจา้ ง เดือน ..………….…………… พ.ศ. ……. และจะต้องทำงานให้
K1 ระยะเวลาการรับประกนั ความชำรดุ บกพรอ่ ง แล้วเสร็จบริบูรณ์ภายในวันที่ ….... เดือน ..………….….. พ.ศ.
...…. ถ้าผูร้ บั จ้างมไิ ดล้ งมอื ทำงานภายในกำหนดเวลา หรือไม่
ปี เดอื น นับถดั จากวันทไี่ ดร้ ับมอบหมาย สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา หรือมีเหตุให้
K2 ระยะเวลาแก้ไข ภายกำหนด เชื่อได้ว่าผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายใน
กำหนดเวลา หรือจะแล้วเสร็จล่าช้าเกินกว่ากำหนดเวลา
วนั นับถดั จากวนั ท่ีไดร้ บั แจง้ เป็นหนังสอื หรือผู้รับจ้างทำผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง หรือตกเป็นผู้ถูก
พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด หรือตกเป็นผู้ล้มละลาย หรือเพิกเฉย
ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้
ควบคุมงานหรือบริษัทที่ปรึกษา ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากผู้
วา่ จา้ ง ผู้วา่ จ้างมีสทิ ธิท่จี ะบอกเลิกสญั ญานไี้ ด้ และมสี ิทธิจ้าง
ผรู้ บั จา้ งรายใหม่ เขา้ ทำงานของผู้รับจ้างให้ลลุ ่วงไปด้วย การ
ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญานั้นไม่กระทบสิทธิของผู้ว่าจ้างที่จะ
เรียกรอ้ งค่าเสียหายจากผ้รู ับจ้าง

การที่ผู้ว่าจ้างไม่ใช้สิทธิเลิกสัญญาดังกล่าวข้างต้นไม่
เปน็ เหตใุ ห้ผูร้ ับจ้างพน้ จากความรบั ผดิ ตามสัญญา

ข้อ 8 ความรบั ผดิ ชอบในความชำรุดบกพรอ่ งของงานจา้ ง

เมื่องานแล้วเสร็จบริบูรณ์ และผู้ว่าจ้างได้รับมอบงาน
จากผู้รับจ้างหรือจากผู้รับจ้างรายใหม่ ในกรณีที่มีการบอก
เลิกสัญญาตามข้อ 7 หากมีเหตุชำรุดบกพร่องหรือเสียหาย
เกิดขึ้นจากการจ้างน้ี ภายในกำหนด....(20).... (……..….…..)
ปี …….…(………....….) เดือน นับถัดจากวันที่ได้รับมอบงาน
ดังกล่าว ซึ่งความชำรุดบกพร่องหรือเสียหายนั้นเกิดจาก
ความบกพรอ่ งของผรู้ บั จ้างอันเกิดจากการใช้วสั ดุทไ่ี ม่ถูกต้อง
หรือทำไว้ไม่เรียบร้อย หรือทำไม่ถูกต้องตามมาตรฐานแห่ง
หลักวิชา ผู้รับจ้างจะต้องรีบทำการแก้ไขให้เป็นที่เรียบร้อย
โดยไม่ชักช้า โดยผู้ว่าจ้างไม่ต้องออกเงินใดๆ ในการนี้ทั้งส้ิน
หากผู้รับจ้างไม่กระทำการดังกล่าวภายในกำหนด………..
(………..……) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้
ว่าจ้างหรือไม่ทำการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อยภายในเวลาที่ผู้
ว่าจ้างกำหนด ใหผ้ วู้ า่ จา้ งมสี ทิ ธิทีจ่ ะทำการนน้ั เองหรือจ้างผู้อ่ืน
ใหท้ ำงานน้ัน โดยผู้รับจ้างต้องเปน็ ผูอ้ อกคา่ ใชจ้ า่ ยเองท้ังสน้ิ

ในกรณีเร่งด่วนจำเป็นต้องรีบแก้ไขเหตุชำรุดบกพร่อง
หรือเสียหายโดยเร็ว และไม่อาจรอให้ผู้รับจ้างแก้ไขใน
ระยะเวลาที่กำหนดไว้ตามวรรคหนึ่งได้ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิเข้า
จัดการแก้ไขเหตุชำรุดบกพร่องหรือเสียหายนั้นเอง หรือจ้าง

297คมู่ อื การจ้างก่อสร้าง

การทำสัญญา และการบรหิ ารสญั ญา

อธวิ ัฒน์ โยอาศรี

พารา รายละเอียดการกรอกขอ้ มูลในระบบ e-GP รายละเอยี ดข้อมลู สญั ญาในตามแบบที่

มิเตอร์ คณะกรรมการนโยบายกำหนด

ผู้อื่นให้ซ่อมแซมความชำรุดบกพร่องหรือเสียหาย โดยผู้รับ

จ้างต้องรบั ผิดชอบชำระคา่ ใชจ้ ่ายท้งั หมด

การทผี่ วู้ า่ จา้ งทำการนั้นเอง หรอื จา้ งผอู้ ่ืนให้ทำงานนั้น

แทนผู้รับจ้าง ไม่ทำให้ผู้รับจ้างหลุดพ้นจากความรับผิดตาม

สัญญา หากผู้รับจ้างไม่ชดใช้ค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายตามท่ี

ผู้ว่าจ้างเรียกร้องผู้ว่าจ้างมีสิทธิบังคับจากหลักประกันการ

ปฏบิ ตั ิตามสัญญาได้

คำอธิบาย

(20) กำหนดเวลาที่ผู้รับจ้างจะรับผิดในความชำรุดบกพร่อง โดยปกติ

จะต้องกำหนดไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถัดจากวันที่ผู้รับจ้างได้รับมอบงาน

จา้ งก่อสรา้ ง

สญั ญา ขอ้ 9 การจา้ งชว่ ง ข้อ 9 การจา้ งช่วง

K3 ผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็นจำนวน ผู้รับจ้างจะต้องไม่เอางานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแห่ง

เงนิ อตั ราร้อยละ สัญญานี้ไปจ้างช่วงอีกทอดหนึ่ง เว้นแต่การจ้างช่วงงานแต่

ของวงเงินของงานทจ่ี า้ งชว่ งตามสญั ญา บางส่วนที่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้างแล้ว การที่
ผู้ว่าจ้างได้อนุญาตให้จ้างช่วงงานแต่บางส่วนดังกล่าวนั้น ไม่

เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างหลุดพ้นจากความรับผิดหรือพันธะหน้าที่

ตามสัญญาน้ี และผู้รับจา้ งจะยงั คงตอ้ งรับผดิ ในความผิดและ

ความประมาทเลินเลอ่ ของผรู้ ับจ้างช่วง หรือของตัวแทนหรือ

ลกู จ้างของผรู้ ับจา้ งช่วงนน้ั ทกุ ประการ

กรณีผู้รับจ้างไปจ้างช่วงงานแต่บางส่วนโดยฝ่าฝืน

ความในวรรคหนึ่ง ผู้รับจ้างต้องชำระค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้าง

เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ......(21)….......(...................)

ของวงเงินของงานที่จ้างช่วงตามสัญญา ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิผู้

วา่ จา้ งในการบอกเลกิ สัญญา

คำอธบิ าย

(21) อัตราค่าปรับตามสัญญาข้อ 9 กรณีผู้รับจ้างไปจ้างช่วงบางส่วน
โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้าง ต้องกำหนดค่าปรับเป็นจำนวนเงินไม่
น้อยกวา่ ร้อยละสิบของวงเงนิ ของงานทจี่ ้างชว่ งตามสัญญา

สญั ญาข้อ 10 การควบคุมงานของผูร้ ับจ้าง ข้อ 10 การควบคมุ งานของผู้รับจา้ ง

ผู้รับจ้างจะต้องควบคุมงานที่รับจ้างอย่างเอาใจใส่ ด้วย
ประสิทธิภาพและความชำนาญ และในระหว่างทำงานท่ี
ร ั บ จ ้ า ง จ ะ ต ้ อ ง จ ั ด ใ ห ้ ม ี ผ ู ้ แ ท น ซ่ึ ง ท ำ ง า น เ ต ็ ม เ ว ล า เ ป็ น
ผู้รับผิดชอบควบคุมงานของผู้รับจ้าง ผู้แทนดังกล่าวจะต้อง
ได้รับมอบอำนาจจากผู้รับจ้าง คำสั่งหรือคำแนะนำต่างๆ ท่ี
ผู้ว่าจ้าง คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ผู้ควบคุมงาน หรือ
บริษทั ท่ปี รึกษาทผี่ ู้ว่าจา้ งแต่งต้งั ไดแ้ จง้ แก่ผ้แู ทนเช่นว่านั้น ให้
ถือว่าเป็นคำสั่งหรือคำแนะนำที่ได้แจ้งแก่ผู้รับจ้าง การ

298 คูม่ ือการจา้ งกอ่ สร้าง
การทำสัญญา และการบรหิ ารสัญญา

พารา รายละเอียดการกรอกขอ้ มลู ในระบบ e-GP อธิวฒั น์ โยอาศรี
มิเตอร์
รายละเอียดขอ้ มลู สญั ญาในตามแบบท่ี
สญั ญาข้อ 11 ความรับผิดของผู้รับจา้ ง คณะกรรมการนโยบายกำหนด

สญั ญาข้อ 12 การจ่ายเงนิ แกล่ ูกจา้ ง แต่งตั้งผู้แทนตามข้อนี้จะต้องทำเป็นหนังสือและต้องได้รับ
ความเห็นชอบเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง การเปลี่ยนตัวหรือ
แต่งตั้งผู้แทนใหม่จะทำมิได้หากไม่ได้รับความเห็นชอบเป็น
หนังสอื จากผู้ว่าจา้ งก่อน

ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะขอให้เปลี่ยนตัวผู้แทนตามวรรค
หนึ่ง โดยแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้รับจ้าง และผู้รับจ้างจะต้อง
ทำการเปลี่ยนตัวผู้แทนนั้นโดยพลัน โดยไม่คิดค่าจ้างหรือ
ราคาเพิ่มหรืออ้างเป็นเหตุเพื่อขยายอายุ สัญญาอัน
เน่อื งมาจากเหตุน้ี
ข้อ 11 ความรับผดิ ของผูร้ ับจา้ ง

ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดต่ออุบัติเหตุ ความเสียหาย หรือ
ภยันตรายใดๆ อันเกิดจากการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง และ
จะต้องรับผิดต่อความเสียหายจากการกระทำของลูกจ้าง
หรือตัวแทนของผู้รับจ้าง และจากการปฏิบัติงานของผู้
รบั จ้างชว่ งดว้ ย (ถ้าม)ี

ความเสียหายใดๆ อันเกิดแก่งานที่ผู้รับจ้างได้ทำขึ้น แม้
จะเกิดขึ้นเพราะเหตุสุดวิสัยก็ตาม ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบ
โดยซ่อมแซมให้คืนดีหรือเปลี่ยนให้ใหม่โดยค่าใช้จ่ายของผู้
รับจ้างเอง เว้นแต่ความเสียหายนั้นเกิดจากความผิดของผู้
ว่าจ้าง ทั้งนี้ ความรับผิดของผู้รับจ้างดังกล่าวในข้อนี้จะ
สิ้นสุดลง เมื่อผู้ว่าจ้างไดร้ บั มอบงานครัง้ สุดท้าย ซึ่งหลังจาก
นั้นผู้รับจ้างคงต้องรับผิดเพียงในกรณีชำรุดบกพร่อง หรือ
ความเสยี หายดงั กลา่ วในข้อ 8 เทา่ นั้น

ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกในความ
เสียหายใดๆ อันเกิดจากการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง หรือ
ลูกจ้างหรือตัวแทนของผู้รับจ้าง รวมถึงผู้รับจ้างช่วง (ถ้ามี)
ตามสัญญานี้ หากผู้ว่าจ้างถูกเรียกร้องหรือฟ้องร้องหรือต้อง
ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บุคคลภายนอกไปแล้ว ผู้รับจ้างจะต้อง
ดำเนินการใดๆ เพื่อให้มีการว่าต่างแก้ต่างให้แก่ผู้ว่าจ้างโดย
ค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง รวมทั้งผู้รับจ้างจะต้องชดใช้
ค่าเสียหายนั้นๆ ตลอดจนค่าใช้จ่ายใดๆ อันเกิดจากการถูก
เรยี กรอ้ งหรอื ถกู ฟ้องร้องให้แก่ผูว้ า่ จา้ งทนั ที

ข้อ 12 การจา่ ยเงินแก่ลกู จ้าง
ผู้รับจ้างจะต้องจ่ายเงินแก่ลูกจ้างที่ผู้รับจ้างได้จ้างมาใน

อัตราและตามกำหนดเวลาที่ผู้รับจ้างได้ตกลงหรือทำสัญญาไว้
ต่อลูกจ้างดังกลา่ ว

ถ้าผู้รับจ้างไม่จ่ายเงินค่าจ้างหรือค่าทดแทนอื่นใดแก่
ลูกจ้างดงั กล่าวในวรรคหนึ่ง ผู้ว่าจ้างมสี ิทธิทีจ่ ะเอาเงินค่าจา้ งท่ี
จะตอ้ งจ่ายแก่ผูร้ ับจ้างมาจ่ายใหแ้ กล่ ูกจา้ งของผู้รับจ้างดังกล่าว

299คู่มือการจ้างกอ่ สรา้ ง

การทำสัญญา และการบรหิ ารสัญญา

อธวิ ัฒน์ โยอาศรี รายละเอียดข้อมูลสญั ญาในตามแบบท่ี
พารา รายละเอียดการกรอกขอ้ มูลในระบบ e-GP คณะกรรมการนโยบายกำหนด
มเิ ตอร์
และให้ถือว่าผู้ว่าจ้างได้จ่ายเงินจำนวนนั้นเป็นค่าจ้างให้แก่ผ้รู ับ
สญั ญาขอ้ 13 การตรวจงานจา้ ง จ้างตามสัญญาแลว้

สัญญาข้อ 14 แบบรูปและรายการละเอียด ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีประกันภัยสำหรับลูกจ้างทุกคนท่ี
คลาดเคล่อื น จ้างมาทำงาน โดยให้ครอบคลุมถึงความรับผิดทั้งปวงของผู้
รับจ้าง รวมท้ังผู้รับจา้ งชว่ ง (ถ้ามี) ในกรณคี วามเสียหายที่คิดค่า
สญั ญาขอ้ 15 การควบคุมงานโดยผ้วู ่าจ้าง สินไหมทดแทนได้ตามกฎหมาย ซึ่งเกิดจากอุบัติเหตุหรือ
ภยันตรายใดๆ ต่อลูกจ้างหรือบุคคลอื่นที่ผู้รับจ้างหรือผู้รับจ้าง
ช่วงจ้างมาทำงาน ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัย
ดังกล่าวพร้อมทั้งหลักฐานการชำระเบี้ยประกันให้แก่ผู้ว่าจ้าง
เมือ่ ผ้วู ่าจ้างเรียกร้อง
ขอ้ 13 การตรวจงานจา้ ง

ถ้าผู้ว่าจ้างแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ผู้
ควบคุมงาน หรอื บรษิ ทั ท่ปี รึกษา เพอ่ื ควบคุมการทำงานของ
ผู้รับจ้าง คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ผู้ควบคุมงาน หรือ
บริษัทที่ปรึกษานั้น มีอำนาจเข้าไปตรวจการงานในโรงงาน
และสถานที่ก่อสร้างได้ทุกเวลา และผู้รับจ้างจะต้องอำนวย
ความสะดวกและใหค้ วามชว่ ยเหลือในการนั้นตามสมควร

การที่มีคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ผู้ควบคุมงาน หรือ
บริษัทที่ปรึกษานัน้ หาทำใหผ้ รู้ บั จ้างพน้ ความรับผิดชอบตาม
สัญญานขี้ ้อใดข้อหนง่ึ ไม่
ขอ้ 14 แบบรปู และรายการละเอยี ดคลาดเคล่ือน

ผู้รับจ้างรับรองว่าได้ตรวจสอบและทำความเข้าใจใน
แบบรูปและรายการละเอียด โดยถี่ถ้วนแล้ว หากปรากฏว่า
แบบรูปและรายการละเอียดนั้นผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อน
ไปจากหลักการทางวิศวกรรมหรือทางเทคนิค ผู้รับจ้างตกลง
ที่จะปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของผู้ว่าจ้าง คณะกรรมการตรวจ
รับพัสดุ ผู้ควบคุมงาน หรือบริษัทที่ปรึกษาที่ผู้ว่าจ้างแต่งต้ัง
เพื่อให้งานแล้วเสร็จบริบูรณ์ คำวินิจฉัยดังกล่าว ให้ถือเป็น
ที่สุด โดยผู้รับจ้างจะคิดค่าจ้าง ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่าย
ใดๆ เพ่ิมข้นึ จากผ้วู ่าจ้าง หรือขอขยายอายสุ ัญญาไมไ่ ด้
ขอ้ 15 การควบคุมงานโดยผู้วา่ จา้ ง

ผ ู ้ ร ั บ จ ้ า ง ต ก ล ง ว ่ า ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ต ร ว จ ร ั บ พ ั ส ดุ
ผู้ควบคุมงาน หรือบริษัทที่ปรึกษาที่ผู้วา่ จ้างแต่งตั้ง มีอำนาจ
ที่จะตรวจสอบและควบคุมงานเพื่อให้เป็นไปตามสัญญาน้ี
และมีอำนาจที่จะสั่งให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม หรือตัด
ทอนซึ่งงานตามสัญญานี้ หากผู้รับจ้างขัดขืนไม่ปฏิบัติตาม
ผู้ว่าจ้าง คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ผู้ควบคุมงาน หรือ
บริษัทที่ปรึกษา มีอำนาจที่จะสั่งให้หยุดการนั้นชั่วคราวได้
ความล่าช้าในกรณีเช่นนี้ ผู้รับจ้างจะถือเป็นเหตุขอขยาย

300 คู่มือการจา้ งกอ่ สรา้ ง
การทำสญั ญา และการบริหารสัญญา

อธวิ ัฒน์ โยอาศรี

พารา รายละเอียดการกรอกข้อมูลในระบบ e-GP รายละเอียดข้อมลู สัญญาในตามแบบที่
มิเตอร์ คณะกรรมการนโยบายกำหนด

สัญญาขอ้ 16 งานพิเศษและการแกไ้ ขงาน ระยะเวลาการปฏบิ ตั งิ านตามสัญญาหรือเรยี กรอ้ งคา่ เสียหาย
ใดๆ ไม่ไดท้ ัง้ สน้ิ
สญั ญาข้อ 17 คา่ ปรับ
ข้อ 16 งานพิเศษและการแกไ้ ขงาน
L1 ประเภทการปรับ
ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะสั่งเป็นหนังสือให้ผู้รับจ้างทำงาน
L2 จำนวนเงินค่าปรบั บาท พิเศษซึ่งไม่ได้แสดงไว้หรือรวมอยู่ในเอกสารสัญญานี้ หาก
งานพิเศษนั้นๆ อยู่ในขอบข่ายทั่วไปแห่งวัตถุประสงค์ของ
ตอ่ วนั สัญญานี้ นอกจากนี้ ผู้ว่าจ้างยังมีสิทธิสั่งให้เปลี่ยนแปลงหรือ
แกไ้ ขแบบรูปและขอ้ กำหนดต่างๆ ในเอกสารสัญญานดี้ ว้ ย
L3 คา่ จ้างควบคมุ งานอีกต่อหน่ึงวันละ
อัตราค่าจ้างหรือราคาที่กำหนดไว้ในสัญญานี้ ให้
บาท กำหนดใช้สำหรับงานพิเศษหรืองานที่เพิ่มเติมข้ึน หรือตัด
ทอนลงทั้งปวงตามคำสั่งของผู้ว่าจ้าง หากในสัญญาไม่ได้
นบั ถัดจากวันท่ีกำหนดแล้วเสรจ็ ตามสัญญา กำหนดไวถ้ ึงอัตราคา่ จา้ ง หรอื ราคาใดๆ ที่จะนำมาใช้สำหรับ
งานพิเศษหรืองานที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงดังกล่าว ผู้ว่าจ้างและ
ผู้รับจ้างจะได้ตกลงกันที่จะกำหนดอัตราค่าจ้างหรือราคาท่ี
เพม่ิ ขน้ึ หรอื ลดลง รวมทัง้ การขยายระยะเวลา (ถ้ามี) กันใหม่
เพื่อความเหมาะสม ในกรณีที่ตกลงกันไม่ได้ ผู้ว่าจ้างจะ
กำหนดอัตราจ้างหรือราคาตามแต่ผู้ว่าจ้างจะเห็นว่า
เหมาะสมและถูกตอ้ ง ซึ่งผู้รบั จา้ งจะต้องปฏบิ ัตงิ านตามคำสง่ั
ของผวู้ า่ จา้ งไปกอ่ นเพอ่ื มิให้เกิดความเสียหายแก่งานท่ีจา้ ง

ข้อ 17 คา่ ปรบั

หากผู้รบั จา้ งไม่สามารถทำงานใหแ้ ล้วเสรจ็ ภายในเวลา
ที่กำหนดไว้ในสัญญา และผู้ว่าจ้างยังมิได้บอกเลิก
สัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็น
จำนวนเงินวันละ…........(22)……..….บาท (……................)
และจะต้องชำระค่าใช้จา่ ยในการควบคมุ งาน (ถ้ามี) ในเมื่อผู้
ว่าจ้างต้องจ้างผู้ควบคุมงานอีกต่อหนึ่งเป็นจำนวนเงินวัน
ละ…....(23)….....บาท (…..................) นับถัดจากวันที่ครบ
กำหนดเวลาแล้วเสร็จของงานตามสัญญาหรือวันที่ผู้ว่าจ้าง
ได้ขยายเวลาทำงานให้จนถึงวันที่ทำงานแล้วเ สร็จ
จริง นอกจากน้ี ผู้รับจ้างยอมให้ผู้ว่าจ้างเรียกค่าเสียหายอัน
เกิดขึ้นจากการที่ผู้รับจ้างทำงานล่าช้าเฉพาะส่วนที่เกินกว่า
จำนวนคา่ ปรบั และคา่ ใชจ้ ่ายดงั กล่าวได้อีกด้วย

ในระหว่างที่ผู้ว่าจ้างยังมิได้บอกเลิกสัญญานั้น หาก
ผู้ว่าจ้างเห็นว่าผู้รับจ้างจะไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาต่อไป
ได้ ผู้ว่าจ้างจะใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาและใช้สิทธิตามข้อ 18 ก็
ได้ และถ้าผู้ว่าจ้าง ได้แจ้งข้อเรียกร้องไปยังผู้รับจ้างเมื่อครบ
กำหนดเวลาแล้วเสร็จของงานขอให้ชำระค่าปรับแล้ว ผู้ว่าจ้าง
มีสทิ ธทิ ีจ่ ะปรับผู้รับจ้างจนถงึ วันบอกเลกิ สัญญาได้อกี ดว้ ย

301คมู่ ือการจ้างก่อสรา้ ง

การทำสญั ญา และการบรหิ ารสญั ญา

อธวิ ัฒน์ โยอาศรี

พารา รายละเอียดการกรอกขอ้ มูลในระบบ e-GP รายละเอยี ดขอ้ มูลสัญญาในตามแบบที่
มเิ ตอร์ คณะกรรมการนโยบายกำหนด

คำอธบิ าย

(22) อัตราค่าปรับตามสัญญาข้อ 17 ให้กำหนดเป็นรายวันในอัตรา
ระหว่างร้อยละ 0.01-0.10 ของราคางานจ้างนั้น ตามระเบียบ
กระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
พ.ศ. 2560 ข้อ 162 ส่วนกรณีจะปรับร้อยละเท่าใด ให้อยู่ในดุลพินิจ
ของหน่วยงานของรัฐผู้ว่าจ้างที่จะพิจารณา โดยคำนึงถึงราคาและ
ลักษณะของพัสดุที่จ้าง ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการที่ผู้รับจ้างจะ
หลกี เล่ียงไมป่ ฏบิ ัตติ ามสญั ญา แตท่ ั้งนก้ี ารที่จะกำหนดค่าปรับเป็นร้อย
ละเท่าใด จะตอ้ งกำหนดไวใ้ นเอกสารเชญิ ชวนด้วย
(23) ถ้าต้องจ่ายค่าควบคมุ งานวนั ละเท่าใด ให้เรียกค่าควบคุมงานจาก
ผู้รับจ้างวันละเท่านั้น ตามจำนวนที่ล่วงเลยกำหนดสัญญาไป แต่
สัญญาขอ้ นีไ้ ม่รวมถึงคา่ ควบคุมงานในกรณที ต่ี อ้ งตอ่ อายุสญั ญา

สัญญาข้อ 18 สิทธิของผู้ว่าจ้างภายหลังบอกเลิก ขอ้ 18 สทิ ธขิ องผู้วา่ จา้ งภายหลังบอกเลิกสัญญา

สัญญา

ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างบอกเลิกสัญญา ผู้ว่าจ้างอาจทำงาน

นั้นเองหรือว่าจ้างผู้อื่นให้ทำงานนั้นต่อจนแล้วเสร็จก็ได้ ผู้ว่า

จ้างหรือผู้ที่รับจ้างทำงานนั้นต่อมีสิทธิใช้เครื่องใช้ในการ

ก่อสร้าง สิ่งที่สร้างขึ้นชั่วคราวสำหรับงานก่อสร้าง และวัสดุ

ต่างๆ ซึ่งเห็นว่าจะต้องสงวนเอาไว้เพื่อการปฏิบัติงานตาม

สัญญาตามทจี่ ะเหน็ สมควร

ในกรณีดังกล่าว ผู้ว่าจ้างมีสิทธิริบหรือบังคับจาก

หลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา ทั้งหมดหรือบางส่วน

ตามแต่จะเห็นสมควร นอกจากนั้น ผู้รับจ้างจะต้อง

รับผิดชอบในค่าเสียหายซึ่งเป็นจำนวนเกินกว่าหลักประกันการ

ปฏิบัติตามสัญญา รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในการทำงานน้ัน

ต่อให้แล้วเสร็จตามสัญญา ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการควบคุม

งานเพิ่ม (ถ้ามี) ซึ่งผู้ว่าจ้างจะหักเอาจากเงินประกันผลงานหรือ

จำนวนเงินใดๆ ทจ่ี ะจ่ายให้แก่ผ้รู บั จ้างกไ็ ด้

ข้อ 19 การบังคบั คา่ ปรบั คา่ เสยี หาย และค่าใช้จ่าย ข้อ 19 การบงั คับค่าปรบั ค่าเสียหาย และคา่ ใชจ้ า่ ย

L4-1 ผู้รับจ้างต้องชดใช้ค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่าย ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อใดข้อหน่ึง

ภายในกำหนด ด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม จนเป็นเหตุ ให้เกิดค่าปรับ ค่าเสียหาย

วนั นับถดั จากวนั ที่ได้รบั แจง้ หรือค่าใช้จ่ายแก่ผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างต้องชดใช้ค่าปรับ

L4-2 ผรู้ ับจ้างยินยอมชำระส่วนทีเ่ หลือ ภายในกำหนด ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่ผู้ว่าจ้างโดยสิ้นเชิง
ภายในกำหนด.........(.....................) วัน นับถัดจากวนั ที่ได้รับ
วัน นบั ถดั จากวนั ทไี่ ดร้ ับแจ้ง แจ้งเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง หากผู้รับจ้างไม่ชดใช้ให้ถูกต้อง

ครบถ้วนภายในระยะเวลาดังกล่าวให้ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะหัก

เอาจากจำนวนเงินค่าจ้างที่ต้องชำระ หรือจากเงินประกัน

ผลงานของผู้รับจ้าง หรือบังคับจากหลักประกันการปฏิบัติ

ตามสัญญาได้ทนั ที

หากค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใชจ้ า่ ยที่บังคับจากเงนิ

ค่าจ้างที่ต้องชำระ เงินประกันผลงานหรือหลักประกันการ

302 คูม่ อื การจ้างกอ่ สร้าง
การทำสัญญา และการบริหารสญั ญา

อธิวัฒน์ โยอาศรี

พารา รายละเอยี ดการกรอกขอ้ มูลในระบบ e-GP รายละเอียดข้อมูลสญั ญาในตามแบบที่

มเิ ตอร์ คณะกรรมการนโยบายกำหนด

ปฏิบัติตามสัญญาแล้วยังไม่เพียงพอ ผู้รับจ้างยินยอมชำระ

ส่วนที่เหลือที่ยังขาดอยู่จนครบถ้วนตามจำนวนค่าปรับ

ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายนั้น ภายในกำหนด.........(..........)

วนั นับถัดจากวนั ที่ไดร้ บั แจ้งเปน็ หนังสอื จากผวู้ ่าจ้าง

หากมีเงินค่าจ้างตามสัญญาที่หักไว้จ่ายเป็นค่าปรับ

ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายแล้วยังเหลืออยู่อีกเท่าใด ผู้ว่าจ้าง

จะคืนใหแ้ กผ่ ู้รับจา้ งท้ังหมด

สญั ญาขอ้ 20 การทำบรเิ วณกอ่ สร้างใหเ้ รียบร้อย ข้อ 20 การทำบรเิ วณก่อสร้างใหเ้ รียบรอ้ ย

ผู้รับจ้างจะต้องรักษาบริเวณสถานที่ปฏิบัติงานตาม

สัญญานี้ รวมทั้งโรงงานหรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการ

ทำงานของผู้รับจ้าง ลูกจ้าง ตัวแทน หรือผู้รับจ้างชว่ ง (ถ้ามี)

ให้สะอาด ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการใช้งานตลอด

ระยะเวลาการจ้าง และเมื่อทำงานเสร็จสิ้นแล้วจะต้องขน

ย้ายบรรดาเครื่องใช้ในการทำงานจ้างรวมทั้งวัสดุ ขยะมูล

ฝอย และสิ่งก่อสร้างชั่วคราวต่างๆ (ถ้ามี) ทั้งจะต้องกลบ

เกลี่ยพื้นดินให้เรียบร้อยเพื่อให้บริเวณทั้งหมดอยู่ในสภาพที่

สะอาดและใช้การไดท้ นั ที

สัญญาข้อ 21 การงดหรือลดค่าปรับ หรือการขยาย ข้อ 21 การงดหรือลดค่าปรับ หรือการขยายเวลา

เวลาปฏบิ ตั งิ านตามสัญญา ปฏิบตั ิงานตามสญั ญา

ในกรณีที่มีเหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่อง

ของฝ่ายผู้ว่าจ้าง หรือเหตุสุดวิสัย หรือเกิดจากพฤติการณ์

อันหนึ่งอันใดที่ผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย หรือเหตุ

อื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความใน

กฎหมายว่าด้วยการจัดซ้ือจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

ทำให้ผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามเงือ่ นไขและ

กำหนดเวลาแห่งสัญญานี้ได้ ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งเหตุหรือ

พฤติการณ์ดังกล่าวพร้อมหลักฐานเป็นหนังสือให้ผู้ว่าจ้าง

ทราบ เพื่อของดหรือลดค่าปรับ หรือขยายเวลาทำงาน

ออกไปภายใน 15 (สิบห้า) วันนับถัดจากวันที่เหตุนั้นสิ้นสุด

ลง หรอื ตามทีก่ ำหนดในกฎกระทรวงดังกล่าว แลว้ แตก่ รณี

ถ้าผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามความในวรรค

หนึ่ง ให้ถือว่าผู้รับจ้างได้สละสิทธิเรียกร้องในการที่จะของด

หรือลดคา่ ปรบั หรอื ขยายเวลาทำงานออกไปโดยไม่มีเง่ือนไข

ใดๆ ทั้งสิ้น เว้นแต่กรณีเหตุเกิดจากความผิดหรือความ

บกพร่องของฝ่ายผู้ว่าจ้างซึ่งมีหลักฐานชัดแจ้งหรือผู้ว่าจ้าง

ทราบดีอยแู่ ล้วต้ังแต่ตน้

การงดหรือลดค่าปรับ หรือขยายกำหนดเวลาทำงาน

ตามวรรคหนึง่ อยูใ่ นดลุ พินิจของผ้วู ่าจ้างที่จะพิจารณาตามที่

เห็นสมควร

303คู่มือการจา้ งกอ่ สรา้ ง

การทำสญั ญา และการบริหารสญั ญา

อธวิ ฒั น์ โยอาศรี

พารา รายละเอียดการกรอกข้อมลู ในระบบ e-GP รายละเอยี ดขอ้ มลู สญั ญาในตามแบบที่

มิเตอร์ คณะกรรมการนโยบายกำหนด

ข้อ 22 การใช้เรอื ไทย (24) ขอ้ 22 การใชเ้ รือไทย

L6 ตอ้ งการเพ่ิมหัวข้อ “การใชเ้ รือไทย” ในสญั ญาหรือไม่ ในการปฏิบัติตามสัญญาน้ี หากผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรอื

ตอ้ งการ ไม่ต้องการ นำของเขา้ มาจากตา่ งประเทศรวมทงั้ เครอื่ งมือและอุปกรณ์ท่ี
ตอ้ งนำเข้ามาเพอ่ื ปฏิบตั ิงานตามสัญญา ไม่ว่าผูร้ ับจ้างจะเป็น

ผ้ทู ่นี ำของเขา้ มาเองหรอื นำเขา้ มาโดยผ่านตวั แทนหรือบุคคล

อื่นใด ถ้าสิ่งของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทาง

เดินเรือ ที่มีเรือไทยเดินอยู่และสามารถให้บริการรับขนได้

ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด

ผู้รับจ้างต้องจัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย

หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับเรือไทยจากต่างประเทศมายัง

ประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่าก่อน

บรรทุกของนั้นลงเรืออื่นที่มิใช่เรือไทยหรือเป็นของที่

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุก

โดยเรอื อน่ื ได้ ท้ังน้ีไมว่ ่าการส่ังหรือนำเข้าสิ่งของดงั กล่าวจาก

ต่างประเทศจะเป็นแบบใด

ในการส่งมอบงานตามสัญญาให้แก่ผู้ว่าจ้าง ถ้างานนั้นมี

สิ่งของตามวรรคหนึ่ง ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบใบตราส่ง (Bill of

Lading) หรือสำเนาใบตราส่งสำหรับของนั้น ซึ่งแสดงว่าได้

บรรทุกมาโดยเรือไทยหรือเรือทม่ี ีสิทธิเช่นเดยี วกบั เรอื ไทยใหแ้ ก่

ผวู้ า่ จ้างพร้อมกับการสง่ มอบงานดว้ ย

ในกรณีที่สิ่งของดังกล่าวไม่ได้บรรทุกจากต่างประเทศ

มายังประเทศไทยโดยเรือไทยหรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ

เรือไทย ผู้รับจ้างต้องส่งมอบหลักฐานซึ่งแสดงว่าได้รับ

อนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกของโดยเรืออื่นได้หรือ

หลกั ฐานซ่งึ แสดงวา่ ได้ชำระคา่ ธรรมเนยี มพเิ ศษเนอื่ งจากการ

ไม่บรรทุกของโดยเรือไทยตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริม

การพาณิชยนาวแี ลว้ อยา่ งใดอยา่ งหน่ึงแกผ่ ู้วา่ จา้ งดว้ ย

ในกรณที ีผ่ ู้รับจ้างไม่ส่งมอบหลักฐานอยา่ งใดอยา่ งหน่ึง

ดังกลา่ วในวรรคสองและวรรคสามใหแ้ ก่ผู้ว่าจา้ ง แต่จะขอส่ง

มอบงานดังกล่าวให้ผู้ว่าจ้างก่อนโดยไม่รับชำระเงินค่าจ้าง

ผู้ว่าจ้างมีสิทธิรับงานดังกล่าวไว้ก่อน และชำระเงินค่าจ้าง

เม่ือผู้รบั จ้างได้ปฏิบัติถูกตอ้ งครบถว้ นดงั กล่าวแล้วได้

คำอธิบาย

(24) เป็นข้อความหรอื เงื่อนไขเพม่ิ เตมิ ซ่ึงหน่วยงานของรฐั ผูท้ ำสัญญา
อาจเลือกใชห้ รือตัดออกได้ตามขอ้ เท็จจรงิ

สัญญาข้อ 23 มาตรฐานฝมี ือช่าง ขอ้ 23 มาตรฐานฝมี ือช่าง
M1 ตอ้ งการระบสุ ถาบนั มาตรฐานฝมี ือช่างหรอื ไม่
ผู้รับจ้างตกลงเป็นเงื่อนไขสำคัญว่า ผู้รับจ้างจะต้องมี
ต้องการจาก และใช้ผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือช่าง จาก

304 คมู่ ือการจ้างกอ่ สร้าง
การทำสัญญา และการบรหิ ารสัญญา

อธวิ ฒั น์ โยอาศรี

พารา รายละเอียดการกรอกขอ้ มลู ในระบบ e-GP รายละเอยี ดขอ้ มลู สัญญาในตามแบบที่

มเิ ตอร์ คณะกรรมการนโยบายกำหนด

หรือผู้มีวุฒิบัตรระดับ ปวช. ปวส. และ ปวท. ............................ หรือผู้มีวุฒิบัตรระดับ ปวช. ปวส. หรือ

หรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. ปวท. หรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาท่ี ก.พ. รับรองให้

รบั รองใหเ้ ข้ารับราชการได้ เข้ารับราชการได้ ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ……(……..) ของ

ไมต่ อ้ งการ แต่ละสาขาช่าง แต่จะต้องมีช่างจำนวนอย่างน้อย 1 (หนึ่ง)

M2 ต้องการระบุวฒุ บิ ตั รฝมี ือช่างหรือไม่ คน ในแต่ละสาขาช่างดงั ตอ่ ไปน้ี

ต้องการจาก 23.1 …………………………………………………..……
23.2 ……………………………………………….….……
หรือผู้มีวุฒิบัตรระดับ ปวช. ปวส. และ ปวท.
หรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. …………………………..ฯลฯ……………….……
รบั รองให้เขา้ รบั ราชการได้ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำบัญชีแสดงจำนวนช่างทั้งหมด
โดยจำแนกตามแต่ละสาขาช่างและระดับช่าง พร้อมกับระบุ
ไมต่ ้องการ
รายชื่อช่างผู้ที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือช่างหรือผู้มี
M3 ผู้รับจ้างจะต้องมีและใช้ผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐาน วุฒิบัตรดังกล่าวในวรรคหนึ่ง นำมาแสดงพร้อมหลักฐาน
ฝมี ือชา่ งในอัตราไม่ตำ่ กวา่ ร้อยละ
ต่างๆ ต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือผู้ควบคุมงาน
ของแต่ละสาขาชา่ ง
ก่อนเริ่มลงมือทำงาน และพร้อมที่จะให้ผู้ว่าจ้างหรือ
M4 ระบสุ าขาช่างที่ต้องการให้มชี า่ งในสาขาอย่างนอ้ ย เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างตรวจสอบดูได้ตลอดเวลาทำงานตาม

1 คน จำนวน ของแตล่ ะสาขาช่าง สญั ญานข้ี องผรู้ บั จ้าง

สญั ญาข้อ 24 การปรบั ราคาคา่ จ้าง ขอ้ 24 การปรบั ราคาค่าจ้าง

ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง ตกลงกันให้ใช้สัญญาปรับราคาได้ ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง ตกลงกันให้ใช้สัญญาปรับราคาได้

สำหรับราคางานก่อสร้างตามสัญญานี้ โดยการนำสูตร สำหรับราคางานก่อสร้างตามสัญญานี้ โดยการนำสูตร

Escalation Factor (K) มาใช้ในการคำนวณราคาค่างานท่ี Escalation Factor (K) มาใช้ในการคำนวณราคาค่างานท่ี

เปล่ียนแปลงไป เปล่ยี นแปลงไป โดยวิธีการต่อไปน้ี

ตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ สูตรและวิธีคำนวณที่ใช้กับ ..............................................................................................
สัญญาแบบปรับราคาได้ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันท่ี สูตรการปรับราคา (สูตรค่า K) จะต้องคงที่ที่ระดับท่ี
22 สิงหาคม 2532 เรื่อง การพิจารณาช่วยเหลือผู้ กำหนดไว้ในวันแล้วเสร็จตามที่กำหนดไว้ในสัญญา หรือ
ประกอบอาชีพงานก่อสร้าง ตามหนังสือสำนัก ภายในระยะเวลาที่กรมได้ขยายออกไป โดยจะใช้สูตรของ
เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0203/ว 109 ลงวันที่ ทางราชการท่ีไดร้ ะบตุ ามภาคผนวก.......
คำอธิบาย
24 สิงหาคม 2532
(ความข้อ 24 การปรับราคาค่าจ้าง เพิ่มเติมตามหนังสือด่วนที่สุด กค
โดยจะใช้สูตรของทางราชการท่ีได้ระบตุ าม (กวจ) 0405.2/ว 110 ลงวันที่ 5 มีนาคม 2561 เรื่อง ซ้อมแนวทาง
ภาคผนวก ปฏิบัติในการกำหนดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์สัญญาแบบปรับราคาได้

(ค่าK) ไว้ในสญั ญาจา้ งกอ่ สร้าง)

สัญญานี้ทำขึ้นเป็นสองฉบับ มีข้อความถูกต้อง

ตรงกัน คู่สัญญาได้อ่านและเข้าใจข้อความ โดยละเอียดตลอด

แล้ว จึงได้ลงลายมือชื่อ พร้อมทั้งประทับตรา (ถ้ามี) ไว้เป็น

สำคัญต่อหน้าพยาน และคู่สญั ญาต่างยดึ ถือไวฝ้ ่ายละหน่ึงฉบบั

ผลู้ งนาม

ผวู้ า่ จ้าง

N1-1 คำนำหน้า (ลงชอื่ )…………………………………………...ผู้วา่ จา้ ง

N1-2 ชอื่ ผลู้ งนาม (……........……...…………………….)

N1-3 นามสกลุ ผู้ลงนาม

305ค่มู อื การจา้ งกอ่ สร้าง

การทำสัญญา และการบริหารสญั ญา

อธวิ ฒั น์ โยอาศรี

พารา รายละเอียดการกรอกข้อมลู ในระบบ e-GP รายละเอยี ดขอ้ มลู สญั ญาในตามแบบที่
มิเตอร์ คณะกรรมการนโยบายกำหนด

ผรู้ บั จา้ ง (ลงชอื่ )…………………………………..……….ผรู้ ับจา้ ง
N2-1 คำนำหน้า (……........……...…………………….)
N2-2 ชื่อผู้ลงนาม
N2-3 นามสกลุ ผู้ลงนาม (ลงชอ่ื )………………………………………..….พยาน
(……........……...…………………….)
พยาน
N3-1 คำนำหนา้ (ลงชื่อ)………………………………..………….พยาน
N3-2 ช่ือผู้ลงนาม (……........……...…………………….)
N3-3 นามสกลุ ผูล้ งนาม

พยาน
N4-1 คำนำหน้า
N4-2 ช่ือผู้ลงนาม
N4-3 นามสกุลผู้ลงนาม

หมายเหตุ
1. รายการที่มี ดอกจันสีแดง หมายถงึ ตอ้ งบันทึก
ขอ้ มลู
2. กรณกี ารเบกิ จา่ ยผา่ น GFMIS ผลการตรวจสอบ
ข้อมูลผขู้ ายหรอื ผรู้ ับจา้ งจาก GFMIS ตอ้ งถกู ต้อง
ปุ่ม ไปข้ันตอนท่ี 2 จึงจะเปดิ ให้ดำเนินการต่อไป

306 ค่มู อื การจ้างกอ่ สร้าง
การทำสัญญา และการบริหารสัญญา

อธิวฒั น์ โยอาศรี

5.5 ข้อควรรเู้ กี่ยวกับการจดั ทำสญั ญา

(1) การกรอกขอ้ ความในสญั ญา

การระบุค่สู ญั ญาในสัญญาจ้างก่อสร้าง
สัญญาฉบับนี้ทำขึ้น ณ………………….…………….............ตำบล/แขวง…………………….…...
อ ำ เ ภ อ /เ ข ต ……….…………... . . . จ ั ง ห ว ั ด ……………….………. . . . เ ม ื ่ อ ว ั น ท่ี ….……. . เ ด ื อ น ………….……..
พ.ศ…….…….ระหว่าง………….…………....โดย.……………..…...... ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “ผู้ซื้อ/ผู้ว่า
จ้าง” ฝ่ายหนึ่งกับ………………….……………........ซึ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ณ……………..…………… มี
สำนักงานใหญ่อยู่เลขท่ี…………... ถนน………….…………...ตำบล/แขวง………………….. อำเภอ/
เขต………………......จังหวัด…………..…… โดย…………................ ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล
ปรากฏตามหนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท………………………………........ ลง
วันที่………………….. (และหนังสือมอบอำนาจลงวันท่ี…………………)* แนบท้ายสัญญาน้ี (ในกรณีที่
ผู้ขาย/ผู้รับจ้างเป็นบุคคลธรรมดา ให้ใช้ข้อความว่า กับ……………………..อยู่บ้านเลขท่ี…..…......
ถนน………………..ตำบล/แขวง….………………อำเภอเขต….……………………………. จังหวัด……………………)
* ซ่ึงตอ่ ไปในสญั ญานี้เรยี กว่า “ผู้ขาย/ผู้รบั จา้ ง” อีกฝ่ายหนง่ึ

คำอธบิ าย
1. การระบุชื่อค่สู ัญญาฝ่ายผ้ซู อื้ หรือผวู้ ่าจ้าง การจดั ทำสญั ญาซอ้ื ขายหรือสัญญาจ้าง
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต้องมีฐานะเปน็ บุคคลธรรมดาทีม่ คี วามสามารถในการทำนิตกิ รรมสัญญา หรือเปน็
นิติบุคคล แล้วแต่กรณี โดยกฎหมายกำหนดให้ส่วนราชการที่เป็น กระทรวง ทบวง กรม มีฐานะเป็น
นิติบุคคล สำหรับสถานศึกษาหรือหน่วยงานที่ไม่มีกฎหมายกำหนดให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล การจัดทำ
สัญญา จะต้องระบชุ อื่ สว่ นราชการที่สงั กัดและมฐี านะเป็นนิตบิ คุ คล เปน็ คู่สญั ญาฝ่ายผู้ซ้ือหรือผวู้ ่าจ้าง
แล้วแต่กรณี
ตัวอยา่ ง การกรอกชือ่ สัญญาในกรณดี ังต่อไปน้ี
(1) “โครงการชลประทาน.....” เนื่องจากหน่วยงานในสังกัดกรมชลประทานไม่มีฐานะ
เปน็ นติ ิบุคคล จึงเปน็ คู่สญั ญาฝ่ายผู้ซอ้ื หรือผู้ว่าจา้ งไมไ่ ด้
(2) “ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ผู้ซื้อ” ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นตำแหน่งหน้าท่ี
ราชการ และไม่ใช่นติ บิ คุ คลเจ้าของงบประมาณ
(3) “นาย ก. ผู้อำนวยการโรงเรียน...... ผ้วู ่าจ้าง” เป็นการจัดทำสัญญาในฐานะสว่ นตวั
นาย ก. ซึง่ ดำรงตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียน
ในกรณีที่ผู้จัดทำสัญญาได้รับมอบอำนาจให้จัดทำและลงนามในสัญญาแทนส่วน
ราชการควรระบุหนังสือหรือคำสั่งมอบอำนาจให้ชัดเจนด้วยเพราะอาจเกิดปัญหาใ นการบังคับตาม
สัญญาในภายหลัง ดงั น้นั การจัดทำสัญญาจงึ ควรใช้ข้อความวา่ สัญญานที้ ำขึน้ ระหว่าง

307คูม่ ือการจ้างก่อสรา้ ง

การทำสญั ญา และการบริหารสัญญา

อธวิ ฒั น์ โยอาศรี

“กรมชลประทาน โดยนาย ก. ผู้อำนวยการโครงการชลประทาน...... ผู้รับมอบอำนาจ
จากอธิบดีกรมชลประทาน ตามคำสั่งกรมชลประทาน ที่............ลงวันที่......................” ซึ่งต่อไปนี้ใน
สญั ญาน้เี รียกวา่ “ผซู้ อื้ ” (หรอื ผูว้ ่าจ้าง) ฝา่ ยหน่งึ .....”

2. การระบุชือ่ คสู่ ญั ญาฝ่ายผูข้ ายหรือผู้รับจา้ ง
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายผู้ขายหรือผู้รับจ้างต้องมีฐานะเป็นบุคคลธรรมดาที่มีความสามารถ
ในการทำนิตกิ รรมสัญญา หรือเป็นนิติบุคคล แล้วแต่กรณี ในกรณีที่ฝ่ายผู้ขายหรือผู้รบั จ้างมฐี านะเป็น
นิติบุคคลผู้มีอำนาจลงนามในสัญญาฝ่ายผู้ขายหรือผู้รับจ้างต้องเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติ
บุคคลโดยตรวจสอบได้จากหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทน้ัน
แล้วแตก่ รณี เช่น
(1) ห้างหุ้นส่วนจำกัด ผู้มีอำนาจลงนามในสัญญา ได้แก่ บุคคลผู้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ
ประเภทไมจ่ ำกัดความรับผิด
(2) บริษัท ผู้มีอำนาจลงนามในสัญญา ได้แก่ บุคคลผู้เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทในบาง
กรณีผู้มีอำนาจกระทำการแทนดังกล่าว อาจมีข้อจำกัดเกี่ยวกับอำนาจในการจัดทำนิติกรรมสัญญาให้มีผล
ผกู พันนิติบคุ คล เช่น
- กรรมการผู้จัดการบริษัทคนเดียวมีอำนาจลงนามแทนบริษัทโดยไม่มีข้อจำกัด
อำนาจ
- กรรมการผูจ้ ัดการบริษทั สองคนลงลายมือชอ่ื ร่วมกนั จึงมีผลผกู พันบริษัท
- กรรมการผู้จัดการบริษัทสองคนลงลายมือชื่อร่วมกัน และประทับตราห้างหุ้นส่วน
หรือบริษัทจึงมีผลผูกพันบริษทั

3. ผูร้ ับมอบอำนาจใหม้ าจัดทำสญั ญา
ในกรณีบุคคลผู้มีอำนาจกระทำการแทนห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท ไม่ได้มาจัดทำและลง
นามในสัญญาเอง อาจมอบอำนาจให้ตัวแทนมาทำการแทนได้ โดยบุคคลผู้มีอำนาจกระทำการแทน
ห้างหนุ้ สว่ นหรือบริษทั ต้องมอบอำนาจเป็นหนงั สือและปดิ อากรแสตมป์ในหนังสอื มอบอำนาจดังกล่าว
ด้วย ดงั น้ี
(1) การมอบอำนาจให้มายื่นซองเสนอราคา บุคคลผู้รับมอบอำนาจดังกล่าวไม่มีอำนาจ
ลงนามในสัญญา เวน้ แต่ไดร้ บั มอบอำนาจให้มาจดั ทำและลงนามในสญั ญาด้วย
(2) ผู้รับมอบอำนาจจะมอบอำนาจช่วงให้บุคคลอื่นมาลงนามแทนผู้รับมอบอำนาจไม่ได้
เว้นแต่หนังสือมอบอำนาจของผู้ขายหรอื ผ้รู บั จ้างไดม้ อบอำนาจให้ตั้งตวั แทนช่วงได้

(2) การกำหนดงวดงาน การจา่ ยเงนิ
ประเภทของสัญญาจ้างกอ่ สรา้ ง โดยทั่วไปสัญญาจ้างก่อสร้าง มอี ยู่ 2 ประเภท คือ
(2.1) สัญญาราคาต่อหน่วย (UNIT PRICE CONTRACT) เป็นการจ้างก่อสร้างที่มีการ
กำหนดราคาต่อหน่วยของงานแต่ละส่วนไว้ เงินค่าจ้างจะคิดจากจำนวนงานแต่ละส่วนที่ทำจริงคูณ

308 คู่มอื การจ้างกอ่ สรา้ ง
การทำสญั ญา และการบรหิ ารสัญญา

อธิวฒั น์ โยอาศรี

ด้วยราคาต่อหน่วยของงานแต่ละส่วนนั้น ๆ การทำสัญญาโดยวิธีนี้จะเป็นการจ้างในกรณีที่ยังไม่อาจ
ทราบปริมาณเนื้องานที่แน่นอนในขณะที่ทำสัญญาได้ เช่น งานดินในการก่อสร้างทาง การขุดลอก
คลอง เป็นต้น

(2.2) สญั ญาจ้างเหมารวม (LUMP SUM CONTRACT) เป็นการจา้ งเหมารวมทงั้ โครงการ
โดยมีการกำหนดราคาที่แน่นอนตายตัว เมื่อได้ทำงานแล้วเสร็จสมบูรณ์ตามแบบรูปและรายการ
กอ่ สร้างผรู้ ับจา้ งก็จะได้รบั คา่ จา้ งตามท่ีกำหนดไว้ตามสัญญา

โดยลกั ษณะสัญญาแบบถอื ราคาเหมารวม เปน็ สญั ญาท่คี ู่สญั ญาตกลงกนั แบบราคาเหมา
รวมทั้งหมดของงานตามสัญญา โดยคิดค่าจ้างในการดำเนินการตามสัญญาแบบเหมารวมทั้งสัญญา
กรณีมีปริมาณงานเพิ่ม-ลดไปจากรายละเอียดที่กำหนดไว้ในสัญญา คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะไม่อาจใช้
สทิ ธเิ รียกรอ้ งค่าใช้จา่ ยในสว่ นที่เพิ่มขึ้น หรือลดลงนั้นได้

ในส่วนของสัญญาจ้างเหมารวมในงานก่อสร้างมักจะมีปัญหาในเรื่องของเสาเข็ม ซึ่งใน
เรื่องนี้ คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุได้มีหนังสือเวียนแนวทางปฏิบัติไว้ แจ้งตามหนังสือสำนัก
นายกรัฐมนตรี ที่ นร (กวพ) 1204/ว 11542 ลงวันที่ 2 ธันวาคม 2539 เรื่อง การกำหนดรายละเอียด
งานดินถม งานดินตัก และฐานรากในการจ้างก่อสร้าง กล่าวคือ แนวทางปฏิบัติในการกำหนด
รายละเอียดของ งานดินถม งานดินตักและฐานรากในการจ้างก่อสร้างใหม่ โดยให้ส่วนราชการสำรวจ
และกำหนดปริมาณงานดินถม งานดินตัก ในแบบรูปรายการละเอียดให้ใกล้เคียงกับข้อเท็จจริง และ
ใหพ้ ยายามพจิ ารณาดำเนินการสำรวจสภาพดินในสถานท่กี อ่ สรา้ งเพอื่ กำหนดรูป และรายการละเอียด
ในงานฐานรากให้แน่นอนชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวกับความส้ันยาวและขนาดของ
เสาเข็มที่อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงราคาค่างานก่อนเริ่มดำเนินการจัดจ้างตามระเบียบฯ และใน
กรณีที่ส่วนราชการ ไม่อาจกำหนดรูปแบบและรายการละเอียดของงานฐานรากให้เป็นที่แน่นอนได้
จำเปน็ จะต้องใหม้ ที างเลือกในการเปล่ยี นแปลงรายการฐานรากตามสภาพของการกอ่ สรา้ งได้

โดยปกติให้กำหนดเงื่อนไขในลักษณะเป็นทางเลือกไว้ตั้งแต่ต้น เช่น ต้องตอกเสาเข็ม
หรือใช้ฐานแผ่หรือขนาดความสั้นยาวของเสาเข็ม และในชั้นการเสนอราคาของผู้รับจ้างก่อสร้างและ
การพิจารณาของทางราชการให้มีการกำหนดราคาค่าจ้างในส่วนต่างๆ ให้ชัดเจนไว้ตั้งแต่ต้น และระบุ
ไว้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างด้วย และนอกเหนือจากกรณีข้างต้น หากมีความจำเป็นจะต้อง
เปลี่ยนแปลงรายการฐานรากส่วนราชการจะต้องพิจารณาดำ เนินการในเรื่องของการแก้ไข
เปลี่ยนแปลงสัญญา โดยถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของระเบียบฯ ข้อ 136 ซึ่งคู่สัญญาจะต้องมีการตก
ลงกันในเรื่องของเนื้องานที่เปลี่ยนแปลงไปและราคาค่าจ้างรวมทั้งระยะเวลาที่เปลี่ยนแปลงพร้อมกัน
ไปด้วย ดังนั้น กรณีที่มีการกำหนดเงื่อนไขรายละเอียดของงานฐานรากส่วนราชการจะต้องพิจารณา
ดำเนนิ การให้เป็นไปตามแนวทางปฏิบัตขิ อง กวพ. ดงั กลา่ วขา้ งต้น

309คู่มอื การจา้ งก่อสร้าง

การทำสัญญา และการบริหารสัญญา

อธวิ ัฒน์ โยอาศรี

การแบ่งงวดงานงวดเงนิ การส่งมอบงานข้ามงวด
วตั ถปุ ระสงค์
เพื่อให้งานที่จ้างเป็นไปตามลำดับขั้นตอน ตามหลักวิชาการของการก่อสร้าง และการ
แบ่งจ่ายเงินเมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานในแต่ละงวด เพื่อให้ผู้รับจ้างเกิดสภาพคล่องทางการเงิน และใช้
เปน็ ทนุ หมุนเวยี นในการกอ่ สร้าง การกำหนดจ่ายเงินเปน็ งวดน้นั จึงตอ้ งกำหนดให้สัมพนั ธก์ ันระหว่าง
งวดงานกับงวดเงิน
กรณีที่มีการแบ่งงวดงานและงวดเงินแล้ว โดยหลัก ผู้ว่าจ้างไม่อาจรับมอบงานและ
จ่ายเงินข้ามงวดได้ เว้นแต่ ตามข้อเท็จจริงของหลักวิชาการของการก่อสร้าง งานที่ส่งมอบน้ัน
เป็นอิสระไม่เกี่ยวข้องกับงานในงวดก่อนหน้านั้น และมีการกำหนดไว้ในสัญญาว่า สามารถส่ง
มอบงานข้ามงวดได้

ตวั อยา่ ง สัญญาแบบถอื ราคาเหมารวม
1. ตามแบบรูปรายการกำหนดให้ใช้เสาเข็มเจาะความยาว 10 เมตร แต่เมื่อผู้รับจ้างได้
ส่งผลการทดสอบดินให้กองแบบแผนพิจารณาแล้ว กองแบบแผนให้ผู้รับจ้างใช้เสาเข็มเจาะความยาว
13.50 เมตร คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาแล้วเห็นว่า ตามรายการประกอบแบบได้กำหนดว่า
ความยาวของเสาเขม็ สามารถเปล่ียนได้ ทัง้ นี้ ข้ึนอยกู่ ับการทดสอบดนิ หากผลการทดสอบการรับนำ้ หนกั
ของเสาเข็มจำเป็นต้องใช้เสาเข็มเจาะยาวกว่าที่กำหนด ให้อยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง โดยจะ
คิดเงินเพมิ่ จากทางราชการมไิ ด้ คณะกรรมการฯ จึงเหน็ วา่ ไม่สามารถจ่ายเงินเพิ่มให้ผรู้ ับจา้ งได้

กรณีนี้ กวพ. พิจารณาแล้วเห็นว่า โดยหลักการของสัญญาจ้างแบบถือราคาเหมารวม
หากส่วนราชการกำหนดการปฏิบัตเิ กี่ยวกับเรื่องการตอกเสาเข็มในลกั ษณะให้เลือกใชต้ ามเง่ือนไขของ
สญั ญาแลว้ คู่สญั ญาต่างไม่อาจใชส้ ิทธเิ รียกรอ้ งคา่ ใช้จ่ายในส่วนที่เพิ่มข้ึนหรือลดลงได้

เนื่องจากตามรายการประกอบแบบซึ่งเป็นเอกสารอันเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา ได้
กำหนดเป็นเง่ือนไขว่า ความยาวของเสาเข็มสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผลการทดสอบดิน
ดังนั้น การที่ผู้รับจ้างได้ส่งผลการทดสอบดินให้กองแบบแผนพิจารณา และกองแบบแผนได้ให้ผู้รับ
จ้างใช้เสาเข็มเจาะ ความยาว 13.50 เมตร ซึ่งเป็นเสาเข็มเจาะยาวที่กำหนดตามสัญญา กรณีจึงเป็น
ความรับผิดของผรู้ บั จ้าง โดยจะคดิ เงินเพ่ิมจากทางราชการมิได้ ตามรายการประกอบแบบดงั กล่าว

2. ผู้รับจ้างไดท้ ำการตรวจสอบดินบรเิ วณท่จี ะทำการก่อสรา้ ง โดยผลการเจาะสำรวจดิน
เห็นควรให้ใช้เสาเข็มเจาะขนาดความยาว 8 เมตร ซึ่งสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองฯ ได้ตรวจสอบ
รายงานผลการเจาะสำรวจดินแล้ว ปรากฏว่ามีความถกู ต้องตามหลักวิชาการ แต่ตามแบบรูปรายการ
กอ่ สรา้ งกำหนดไวใ้ หค้ วามยาวของเสาเข็มเจาะที่ 15 เมตร จึงไดแ้ จง้ ให้ผ้รู ับจา้ งคนื เงินคา่ เสาเข็มเจาะ
ให้กับราชการ ซึ่งผู้รับจ้างได้โต้แย้งว่า สัญญาจ้างก่อสร้างเป็นราคาเหมารวม ส่วนราชการต้องจ่าย
คา่ จา้ งตามทต่ี กลงกันท้งั หมด ไมม่ ีสทิ ธิหักเงนิ ค่าเสาเข็มคืนแตอ่ ย่างใด

310 คมู่ อื การจ้างก่อสรา้ ง
การทำสัญญา และการบริหารสญั ญา

อธิวัฒน์ โยอาศรี

กรณีนี้ปรากฏว่าตามแบบรูปรายการ ซึ่งเป็นเอกสารอันเป็นส่วนหน่ึงของสัญญาระบุ
ใหผ้ รู้ ับจา้ งใชเ้ สาเข็มเจาะ ความยาว 15 เมตร รับน้ำหนกั บรรทกุ ปลอดภัยไม่น้อยกวา่ 35 ตัน/ตน้ โดย
มิได้มีการกำหนดเงื่อนไขเป็นทางเลือกในเรื่องความสั้นยาวของเสาเข็มไว้เป็นประการอื่นใด ดังนั้น
เมื่อผู้รับจ้างได้เสนอขออนุมัติใช้ความยาวเสาเข็มที่ 8 เมตร ตามผลการเจาะสำรวจดิน และส่วน
ราชการได้พิจารณาอนุมัติตามที่ผู้รับจ้างเสนอ กรณีจึงเป็นเรื่องที่ส่วนราชการพิจารณาเปลี่ยนแปลง
รายการฐานรากต่างไปจากแบบทีก่ ำหนดไว้ในสัญญา จงึ เปน็ เรือ่ งทีส่ ่วนราชการจะตอ้ งดำเนินการตาม
นัยหนังสือหนังสือที่ นร (กวพ) 1204/ว 11542 ลงวันท่ี 2 ธันวาคม 2539 โดยจะต้องพิจารณา
ดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา (ปัจจุบันให้ถือปฏิบัติตามหนังสือที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 118
ลงวนั ที่ 12 มนี าคม 2562)

หนังสือที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 118 ลงวันที่ 12 มีนาคม 2562 เรื่อง แนวทางปฏิบัติ
ในการกำหนดรายละเอียดงานดินถม งานดินตัก และฐานรากในการจ้างก่อสร้าง สรุปสาระสำคัญ
ดังน้ี

1. ให้หน่วยงานของรัฐสำรวจและกำหนดปริมาณงานดินถม งานดินตัก ในแบบรูป
รายการละเอียดให้ใกล้เคียงกับข้อเท็จจริง และให้พยายามพิจารณาดำเนินการสำรวจสภาพดินใน
สถานที่ก่อสร้าง เพื่อกำหนดแบบรูปและรายการละเอียดในงานฐานรากให้แน่นอนชัดเจน โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวกับความสั้นยาวและขนาดของเสาเข็มที่อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงราคาค่า
งานก่อนเริ่มดำเนินการจัดจ้างตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร
พัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

2. ในกรณที ี่หน่วยงานของรัฐ ไมอ่ าจกำหนดแบบรูปและรายการละเอยี ดในงานฐานราก
ให้แน่นอนได้ จำเป็นจะต้องให้มีทางเลือกในการเปลี่ยนแปลงรายการฐานรากตามสภาพของการ
ก่อสรา้ งไดโ้ ดยปกตใิ หก้ ำหนดเงื่อนไขในลักษณะเป็นทางเลือกไว้ต้งั แตต่ น้ เชน่ ตอ้ งตอกเสาเข็มหรือใช้
ฐานแผ่หรือขนาดความสั้นยาวของเสาเข็มและในชั้นการเสนอราคาของผู้รับจ้างก่อสร้างและการ
พิจารณาของหน่วยงานของรัฐ ให้มีการกำหนดราคาค่าจ้างในส่วนต่างๆ ให้ชัดเจนไว้ตั้งแต่ต้น และ
ระบไุ วเ้ ปน็ สว่ นหนงึ่ ของสญั ญาจ้างดว้ ย

3. กรณีนอกเหนอื จาก ข้อ 2 หากมคี วามจำเป็นจะตอ้ งเปลย่ี นแปลงแบบรูปและรายการ
ละเอียดในงานฐานราก ทำให้ราคาค่าจ้างมีวงเงินสูงขึ้นหรือลดลงจากเดิม หน่วยงานของรัฐจะต้อง
พิจารณาดำเนินการในเรื่องของการแก้ไขสัญญา โดยถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง
และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ประกอบระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง
และการบริหารพัสดุภาครํฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 165 วรรคหนึ่ง ซึ่งคู่สัญญาจะต้องมีการตกลงกันในเรื่อง
ของเนื้องานท่เี ปลี่ยนแปลงไปและราคาค่าจา้ งทัง้ ระยะเวลาทเ่ี ปลยี่ นแปลงพร้อมกันไปด้วย

311ค่มู ือการจา้ งกอ่ สรา้ ง

การทำสัญญา และการบรหิ ารสญั ญา

อธวิ ฒั น์ โยอาศรี

5.7 คสู่ ัญญาแปรสภาพนิติบุคคล

หนังสือดว่ นทีส่ ุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 427 ลงวนั ที่ 21 กนั ยายน 2561 ซอ้ มความเข้าใจในการปฏิบตั ิ
ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 กรณีคู่สัญญาแปร
สภาพนิตบิ ุคคล

1. ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์
มาตรา 1246/5 บัญญัติว่า “เมื่อนายทะเบียนได้รับจดทะเบียนการแปรสภาพห้างหุ้นส่วนจด

ทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นบริษัทจำกัดแล้ว ให้ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน หรือห้างหุ้นส่วนจำกัดเดิมหมด
สภาพการเป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และให้นาย
ทะเบียนหมายเหตไุ ว้ในทะเบยี น”

มาตรา 1246/6 บัญญัติว่า “เมื่อห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดได้จดทะเบียนแปร
สภาพเป็นบริษัทจำกัดแลว้ บริษัทย่อมได้ไปทัง้ ทรัพยส์ ิน หน้ี สทิ ธิ และความรบั ผดิ ของห้างหุน้ ส่วนจดทะเบียนหรือ
หา้ งหุ้นส่วนจำกัดเดมิ ทัง้ หมด”

2. พระราชบญั ญัติบรษิ ัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535
มาตรา 180 บัญญัติว่า “บริษัทเอกชนอาจแปรสภาพเป็นบริษัทได้เมื่อมีมติพิเศษ ตามประมวล

กฎหมายแพ่งและพาณิชยใ์ หก้ ระทำได้”
มาตรา 184 บัญญัติว่า “เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนการแปรสภาพเป็นบริษัท ตาม

พระราชบัญญัตินี้แล้ว ให้บริษัทเอกชนเดิมหมดสภาพจากการเป็นบริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณชิ ยแ์ ละให้นายทะเบยี นหมายเหตไุ ว้ในทะเบยี น”

มาตรา 185 บัญญัติว่า “บริษัทเอกชนที่จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทแล้วย่อมได้ไปทั้ง
ทรพั ยส์ นิ หน้ี สทิ ธิ และความรับผิดของบรษิ ัทเอกชนเดมิ ทั้งหมด”

3. จากหลักกฎหมายดังกล่าวข้างต้น เพื่อให้หน่วยงานของรัฐสามารถดำเนินจัดซื้อจัดจ้างหรือบริหาร
สญั ญาต่อไปได้ โดยไม่ทำให้ทางราชการตอ้ งเสียประโยชน์ จงึ เห็นควรใหด้ ำเนนิ การ ดังน้ี

3.1 กรณีผู้ประกอบการที่ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ชนะการเสนอราคา ต่อมาก่อนลงนามในสัญญาหรือ
ข้อตกลงเป็นหนังสือได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นนิติบุคคลใหม่ ซึ่งนิติบุคคลใหม่ยอ่ มรับไปทั้งทรัพย์สิน หนี้สิน สิทธิ
และความรับผิดของนิติบุคคลเดิมทั้งหมดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน
จำกดั พ.ศ. 2535 หนว่ ยงานของรฐั สามารถลงนามในสญั ญาหรือขอ้ ตกลงเป็นหนงั สอื กับนิตบิ คุ คลดงั กล่าวได้

3.2 กรณีผู้ประกอบการทีไ่ ด้ลงนามเป็นคูส่ ัญญากับหน่วยงานของรัฐ แล้วต่อมาได้จดทะเบียนแปร
สภาพเป็นนิติบุคคลใหม่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือพระราชบัญญํติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.
2535 หน่วยงานของรัฐสามารถเปล่ยี นแปลงคสู่ ญั ญาได้ โดยแก้ไขเปลี่ยนแปลงสญั ญาหรือข้อตกลงเปน็ หนังสือจาก
นิติบุคคลเดิมเป็นนิติบุคคลใหม่ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพสั ดุภาครัฐ
พ.ศ. 2560 ข้อ 165

อนึ่ง สำหรับกรณีการแปรสภาพนิติบุคคลนอกเหนือจากหลักกฎหมายตามข้อ 1 และข้อ 2 ให้
หนว่ ยงานขอยกเวน้ ผอ่ นผนั การไมป่ ฏิบัตติ ามระเบยี บฯ ต่อคณะกรรมการวนิ ิจฉยั เป็นรายกรณี

312 คมู่ อื การจา้ งก่อสร้าง
การทำสัญญา และการบรหิ ารสัญญา

อธิวัฒน์ โยอาศรี

ตัวอย่างการดำเนนิ การในกรณผี ชู้ นะการเสนอราคาแปรสภาพก่อนลงนามสญั ญา

313ค่มู อื การจา้ งกอ่ สรา้ ง

การทำสัญญา และการบริหารสญั ญา

อธวิ ฒั น์ โยอาศรี

5.7 การโอนสทิ ธิเรียกรอ้ งในการรบั เงิน

แนวทางปฏิบัติเก่ียวกบั การใชส้ ทิ ธิตามสญั ญาจ้างในกรณีท่มี ีการโอนสทิ ธิเรยี กร้อง
หนังสือที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 144 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2562 คณะกรรมการวินิจฉัย
ปัญหาการจัดซ้ือจดั จ้างและการบริหารพสั ดุภาครัฐ กำหนดแนวทางปฏิบัตไิ ว้ดงั นี้
1. เมื่อผู้รับจ้างได้บอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าจ้างตามสัญญาจ้างก่อสร้าง เม่ือ
หน่วยงานของรัฐได้รับหนังสือบอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้องเงินค่าจ้างตามสัญญา จ้างก่อสร้างแล้ว
หน่วยงานของรฐั ไมต่ ้องแจง้ ความยนิ ยอมในการโอนสทิ ธเิ รียกรอ้ งใหผ้ รู้ ับโอนทราบ
2. จากการที่หน่วยงานของรัฐมิได้มีการให้ความยินยอมเมื่อได้รับคำบอกกล่าวการโอนสิทธิ
เรียกร้องดังกล่าว ย่อมก่อให้เกิดผลขึ้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 308 วรรคสอง โดยหน่วยงานของรัฐ
สามารถยกข้อต่อสู้ตามสัญญาจ้างก่อสร้างที่มีอยู่กับผู้รับจ้าง ซึ่งเป็นผู้โอนขึ้นต่อสู้กับผู้รับโอนสิทธิ
เรียกร้องได้ ดังนั้น ในกรณีนี้ หน่วยงานของรัฐจึงสามารถใช้สิทธิตามเงื่อนไขของสัญญาจ้างก่อสร้าง
ตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในข้อ 12 วรรคสอง
เพ่อื นำเงนิ ค่าจา้ งตามสัญญาจ้างกอ่ สร้างมาจ่ายให้แกล่ กู จ้างของผูร้ ับจา้ งได้

วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการโอนสิทธิเรียกร้อง แจ้งตามหนังสือหนังสือกระทรวงการคลัง
ท่ี กค 0526.5/ว 110 ลงวันที่ 3 พฤศจกิ ายน 2541

กรณีที่ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ได้โอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงินกระทรวงการคลังได้แจ้งวิธีปฏิบัติที่
เก่ยี วกับการโอนสทิ ธิเรียกรอ้ งดังนี้

1. เมื่อส่วนราชการได้รับหนังสือบอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าพัสดุ/ค่าเช่า/ค่า
ก่อสร้าง ให้ส่วนราชการส่งสำเนาหนังสือบอกกล่าวการโอนสิทธิการรับเงินดังกล่าวให้กรมสรรพากร
หรือสำนักงานสรรพากรจังหวัด แล้วแต่กรณี เพื่อทราบ (ส่วนราชการไม่ต้องแจ้งความยินยอมในการ
โอนสิทธเิ รียกรอ้ งให้ผ้รู บั โอนทราบ)

2. ให้ส่วนราชการวางฎีกาขอเบิกเงินให้แก่เจ้าหนี้ตามที่ระบุในสัญญาตามปกติ แต่ให้ส่วน
ราชการจ่ายเงินดังกลา่ วใหแ้ ก่ผู้รบั โอนโดยตรง

3. ส่วนราชการจะต้องเรียกหลักฐานแสดงการโอนสิทธิเรียกร้องเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ประกอบการพิจารณาการจ่ายเงิน และให้ส่งสำเนาหลักฐานแสดงการโอนสิทธิเรียกร้องดังกล่าวให้
สำนกั งานตรวจเงนิ แผน่ ดนิ หรอื สำนักงานตรวจเงนิ แผน่ ดินภาค แลว้ แต่กรณีเพ่อื ทราบด้วย

4. ให้ผู้รับโอนออกใบเสร็จรับเงินเท่าจำนวนเงินสุทธิที่ได้รับจากส่วนราชการ โดยระบุว่าเปน็
การรับเงินตามสทิ ธเิ รียกรอ้ งของผใู้ ด

5. ให้ส่วนราชการหมายเหตรุ ายละเอียดในใบเสร็จรับเงิน ซึ่งผู้รับโอนออกให้ดว้ ยว่า เป็นการ
จ่ายเงินตามหลักฐานแสดงการโอนสิทธิเรียกร้องของผู้ขาย/ผู้รับจ้าง/ผู้ให้เช่า รายใด ตามสัญญาซ้ือ
ขาย/สัญญาจา้ ง/สญั ญาเช่า เลขทใ่ี ด ลงวันท่ี เดอื น พ.ศ. ใดเพือ่ ประโยชนใ์ นการตรวจสอบดว้ ย

314 ค่มู ือการจ้างกอ่ สรา้ ง
การทำสัญญา และการบริหารสัญญา

อธวิ ัฒน์ โยอาศรี

6. ให้ส่วนราชการออกใบรับรองการหักเงิน ณ ที่จ่าย สำหรับกรณีที่มีการโอนสิทธิเรียกร้อง
แล้วส่งต้นฉบับให้แก่ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง/ผู้ให้เช่า 1 ฉบับ ส่วนสำเนาอีก 1 ฉบับ ส่งให้แก่กรมสรรพากร
หรือสำนักงานสรรพากรจงั หวัด แล้วแต่กรณี

7. ให้ส่วนราชการใช้หนังสือบอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้องใบเสร็จรับเงินของผู้รับโอน ที่
แสดงจำนวนเงินที่ได้รับใบสุทธิและสำเนาใบรับรองการหักเงิน ณ ที่จ่าย ที่ส่วนราชการออกให้ผู้รับ
โอนเป็นหลักฐานในการบนั ทกึ บัญชี

หลกั การกฎหมายทเี่ กีย่ วข้อง (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์)
มาตรา 303 สิทธิเรียกร้องนั้นท่านว่าจะพึงโอนกันได้ เว้นไว้แต่สภาพแห่งสิทธินั้นเองจะไม่
เปิดชอ่ งใหโ้ อนกนั ได้

ความที่กล่าวมานี้ย่อมไม่ใช้บังคับ หากคู่กรณีได้แสดงเจตนาเป็นอย่างอื่น การ
แสดงเจตนาเชน่ วา่ น้ี ทา่ นหา้ มมใิ หย้ กขึน้ เปน็ ข้อต่อส้บู คุ คลภายนอกผ้กู ระทำการโดยสจุ รติ

มาตรา 304 สิทธเิ รียกร้องเชน่ ใด ตามกฎหมายศาลจะสง่ั ยดึ ไม่ได้ สิทธเิ รยี กรอ้ งเชน่ นั้น ทา่ น
ว่าจะโอนกันหาได้ไม่

มาตรา 306 การโอนหนี้อันจะพึงต้องชำระแก่เจ้าหนี้คนหนึ่งโดยเฉพาะเจาะจงนั้นถ้าไม่ทำ
เป็นหนังสือ ท่านว่าไม่สมบูรณ์ อนึ่งการโอนหนี้นั้นท่านว่าจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ลูกหนี้หรือ
บุคคลภายนอกได้แต่เมื่อได้บอกกล่าวการโอนไปยังลูกหนี้หรือลูกหนี้จะได้ยินยอมด้วยในการโอนนั้น
คำบอกกลา่ วหรอื ความยนิ ยอมเช่นวา่ นที้ ่านว่าตอ้ งทำเปน็ หนงั สอื

ถ้าลูกหนี้ทำให้พอแก่ใจผู้โอนด้วยการใช้เงิน หรือด้วยประการอื่นเสียแต่ก่อน
ไดร้ ับบอกกล่าว หรือกอ่ นได้ตกลงให้โอนไซร้ ลูกหนน้ี ้ันกเ็ ปน็ อนั หลดุ พ้นจากหนี้

315คู่มือการจา้ งก่อสร้าง

การทำสญั ญา และการบรหิ ารสัญญา

อธวิ ัฒน์ โยอาศรี

ตวั อย่างการกำหนดหลกั เกณฑก์ ารโอนสทิ ธิเรยี กรอ้ งการรบั เงนิ

316 คู่มือการจา้ งกอ่ สรา้ ง
การทำสัญญา และการบริหารสัญญา

อธวิ ฒั น์ โยอาศรี

317คมู่ ือการจา้ งกอ่ สร้าง

การทำสญั ญา และการบรหิ ารสัญญา

อธวิ ัฒน์ โยอาศรี

318 คู่มือการจ้างกอ่ สรา้ ง
การทำสญั ญา และการบรหิ ารสัญญา

อธวิ ฒั น์ โยอาศรี

319คมู่ ือการจา้ งกอ่ สร้าง

การทำสญั ญา และการบรหิ ารสัญญา

อธวิ ัฒน์ โยอาศรี

320 คู่มือการจ้างกอ่ สรา้ ง
การทำสญั ญา และการบรหิ ารสัญญา

อธวิ ฒั น์ โยอาศรี

บทที่ 6
การบรหิ ารสัญญา

6.1 ความหมายการบริหารสัญญา

การบริหารสัญญา หมายถึง การควบคุม หรือดำเนินการต่างๆ ให้เป็นไปตามเงื่อนไขหรือ
ข้อกำหนดในสัญญา ในฐานะที่หน่วยงานของรัฐนั้นเป็น “ผู้ซื้อ” หรือ “ผู้ว่าจ้าง” ตามเงื่อนไขหรือ
กำหนดในสัญญา กำหนดให้ผู้ซื้อหรือผู้ว่าจ้างมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติอย่างไร หรือจะต้องดำเนินการ
อย่างไรจึงจะเป็นการรักษาสิทธิและประโยชน์ของทางราชการ ผู้บริหารสัญญาหรือผู้ควบคุมสัญญา
จะต้องรีบดำเนินการตามกำหนดเวลาหรือขั้นตอนที่จะต้องปฏิบัติในขณะนั้น ผู้บริหารสัญญาหรือผู้
ควบคุมสัญญา นอกจากจะต้องดำเนินการตามเงื่อนไขสัญญาหรือดำเนินการต่างๆ ให้เป็นไปตาม
เงื่อนไขหรือข้อกำหนดในสัญญาแล้ว ยังจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อกำหนดของทาง
ราชการ มติคณะรฐั มนตรี และขอ้ กฎหมายทีเ่ กี่ยวขอ้ งด้วย

การบริหารสัญญาโดยท่ัวไปแลว้ ถ้าผู้ขายหรือผู้รับจ้างปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญา ส่งของหรือ
ส่งมอบงานภายในอายุสัญญา ผู้บริหารสัญญาก็เพียงแต่ตรวจความถูกต้องแล้วส่งเรื่องเบิกจ่ายเงิน
ถอนเงินประกันสัญญา ฯลฯ ตามเงื่อนไขสัญญากำหนดเทา่ นนั้ แต่ถา้ ผขู้ ายหรือผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตาม
สัญญา ส่งของหรือมอบงานไม่ต้องหรือส่งมอบงานล่าช้ากว่าอายุสัญญาแล้ว ผู้บริหารสัญญาจะต้อง
ดำเนินการต่างๆ เช่น การปรับ การคำนวณค่าปรับ การริบหลักประกัน การเปลี่ยนแปลงรายการใน
สัญญา การงดหรือลดค่าปรับ หรือขยายอายุสัญญา การบอกเลิกสัญญา การดำเนินการคดีฟ้อง
เรียกคา่ เสียหาย เป็นตน้

6.2 ผู้มหี น้าท่ีบริหารสญั ญา

6.2.1 ผู้มีหนา้ ท่บี รหิ ารสญั ญาและตรวจรับพัสดุ
มาตรา 100 ในการดำเนินการตามสัญญาหรือข้อตกลง ให้มีผู้มีอำนาจแต่งตั้ง

คณะกรรมการตรวจรับพัสดเุ พอื่ รบั ผิดชอบการบริหารสญั ญาหรอื ข้อตกลงและการตรวจรับพัสดุ

6.2.2 ขอบเขตการบรหิ ารสัญญา
(1) ควบคุม ตรวจสอบ ตดิ ตาม และประเมนิ ผล
- ควบคุม ตรวจสอบการทำงานของผู้ขายหรือผู้รับจ้าง ตามข้อกำหนดในสัญญา/

ระเบียบ เชน่ แผนการปฏิบัติงาน การใช้เครือ่ งจักรเครื่องมอื และอปุ กรณ์ คณุ ภาพของวสั ดุอปุ กรณท์ ี่ใช้
- การกอ่ สรา้ งใหเ้ ป็นไปตามหลักวิชาชา่ ง หรือเทคนิคทางวศิ วกรรม
- ให้ใชว้ ัสดุ อุปกรณต์ ามมาตราทีก่ ำหนดหรือตามแบบรปู รายการงานก่อสรา้ ง
- เร่งรดั หรอื ติดตามการส่งมอบพัสดหุ รืองานให้แลว้ เสรจ็ ตามสัญญาหรอื ขอ้ หนดใน

สญั ญา

321ค่มู ือการจ้างก่อสรา้ ง

การทำสญั ญา และการบริหารสญั ญา

อธิวัฒน์ โยอาศรี

- ตรวจรับพัสดใุ ห้เปน็ ไปตามสญั ญาหรอื ข้อตกลง โดยปกติตอ้ งตรวจสอบทงั้ ปรมิ าณ
และคุณภาพกล่าวคือ (1) ปริมาณ ตรวจสอบว่าทำงานได้ปริมาณครบถ้วนถูกต้อง ปริมาณงานจริงกับท่ี
ขอส่งมอบตรงกัน หรือไม่ และ (2) คุณภาพ ตรวจสอบว่าพัสดุที่ส่งมอบหรือนำมาใช้ในงานก่อสร้างได้
มาตรฐานตามท่กี ำหนดหรือไม่ หากต้องทดลองผลทดลอง ตอ้ งใช้ได้ การตรวจรบั พัสดจุ ะสมบูรณ์ก็ต่อเม่ือ
การสง่ มอบงานได้ทง้ั ปรมิ าณและคณุ ภาพ จงึ จะรบั งานและสง่ เบกิ จา่ ยเงินค่าพัสดตุ ่อไปได้

(2) การแกไ้ ขปัญหา หรืออปุ สรรค
การแก้ไขปัญหา หรือเสนอความเห็น หรือแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ ใน

กระบวนการบริหารสัญญาต่อผู้มีอำนาจหรือผู้บริหาร เพื่อให้งานสำเร็จตามวัตถุประสงค์ของ
สัญญา เช่น

- การแกไ้ ขสญั ญา (มาตรา 97)
- การเปลี่ยนแปลงรายการหรือรายละเอียดในสัญญา (เพิ่ม-ลด ปริมาณงานหรือ
เพ่มิ ลดวงเงิน)
- การงดหรอื ลดคา่ ปรบั หรอื การขยายเวลาทำการตามสญั ญา (มาตรา 102)
- การบอกเลิกสัญญาหรอื ข้อตกลง
- การแก้ไขปัญหาอื่นๆ (ในสนาม)

6.3 คณะกรรมการตรวจรบั พสั ดุ

(1) หลกั การแต่งตง้ั คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

322 คมู่ อื การจา้ งก่อสรา้ ง
การทำสัญญา และการบริหารสัญญา

อธิวัฒน์ โยอาศรี

ขอ้ ห้าม

(1) หา้ มแตง่ ตง้ั ซ้ำ

ในการซือ้ หรือจา้ งครั้งเดียวกนั

- กรรมการพจิ ารณาผลการประกวดราคาอิเลก็ ทรอนิกส์ ห้ามแตง่ ตง้ั เปน็
- กรรมการพจิ ารณาผลการสอบราคา “คณะกรรมการตรวจรบั พสั ดุ”
- กรรมการซอ้ื หรือจ้างโดยวิธีคัดเลอื ก

(ระเบียบข้อ 26 วรรคสาม)

(2) หา้ มมีส่วนได้เสีย

ประธานกรรมการและกรรมการ จะต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียกับผู้เสนอราคาหรือคู่สัญญาใน

การซื้อหรือจ้างครั้งนั้น หากทราบว่าตนมีส่วนได้เสีย ให้ลาออกจากการเป็นประธานกรรมการหรือ

กรรมการในคณะน้นั แลว้ ใหห้ วั หนา้ หน่วยงานของรฐั แตง่ ตง้ั ผู้อื่นเพ่ือปฏิบัตหิ นา้ ทแี่ ทน (ข้อ 27 วรรคส่)ี

การประชมุ คณะกรรมการ

องคป์ ระชุม (1) ประธานกรรมการตอ้ งอย่ดู ้วยทกุ ครั้งใน
การประชมุ ของคณะกรรมการแต่ละคณะ การประชุม
(2) หากประธานกรรมการไมส่ ามารถปฏิบัติ
ตอ้ งมีกรรมการมาประชมุ หน้าที่ได้
ไมน่ อ้ ยกว่าก่งึ หน่ึงของจำนวนกรรมการท้งั หมด
(2.1) รอ..จนกวา่ ประธานกรรมการจะ
การลงมตขิ องคณะกรรมการ มาปฏบิ ัตหิ น้าท่ีได้

หลักการลงมติ เวน้ แตก่ ารตรวจรบั พสั ดุ (2.2) ใหห้ วั หนา้ หน่วยงานของรัฐ
(1) มติคณะกรรมการ คณะกรรมการตรวจรบั พสั ดุ แต่งตงั้ ประธานกรรมการคนใหม่
ให้ถือเสยี งข้างมาก ใหถ้ อื มติเอกฉนั ท์ เปน็ ประธานกรรมการแทน
(2) ถา้ คะแนนเสียง
เท่ากัน ให้ประธาน กรณมี ีความเห็นแย้ง
กรรมการออกเสยี ง กรรมการคนใดที่เหน็ ดว้ ย
เพมิ่ ขึ้นอกี เสยี งหนึ่ง กบั มติคณะกรรมการ ใหท้ ำ
เปน็ เสยี งชข้ี าด บนั ทึกความเห็นแย้งไว้ดว้ ย

การพ้นจากการเป็นกรรมการ

หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0204/ว 170 ลงวันที่ 14 กันยายน 2544 เรื่อง
การพ้นจากการเป็นกรรมการทแี่ ตง่ ตง้ั โดยระบชุ ่ือบุคคลและตำแหนง่ หรือส่วนราชการ สรปุ ได้ว่า

1. กรรมการโดยระบุชื่อตำแหน่ง เป็นการแต่งตั้งกรรมการที่ต้องการความรับผิดชอบตาม
ตำแหน่งที่ระบุไว้ ให้แต่งตั้งโดยระบุเพียงชื่อตำแหนง่ ไม่ต้องระบชุ ื่อตัวบุคคล ซึ่งตำแหน่งดังกลา่ วตอ้ ง

323คู่มือการจา้ งกอ่ สร้าง

การทำสัญญา และการบรหิ ารสญั ญา

อธวิ ัฒน์ โยอาศรี

มีเพียงตำแหน่งเดียว เช่น ตำแหน่งผู้อำนวยการกอง ในกรณีนี้ผู้ดำรงตำแหน่งนั้นๆ อาจมอบหมายให้
ผู้อื่นมาทำหน้าที่แทนได้ภายใต้บทบัญญัติว่าด้วยการมอบอำนาจให้รักษาราชการแทน หรือปฏิบัติ
ราชการแทน ตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการแผ่นดิน ในกรณีที่บุคคลนั้นพ้นจากตำแหน่ง
ดังกล่าว บุคคลนั้นย่อมสิ้นสภาพการเป็นกรรมการไปด้วย และบุคคลที่เข้ามาดำรงตำแหน่งดังกล่าวก็
จะเปน็ กรรมการโดยอตั โนมัติ

2. กรรมการโดยระบุชื่อตัวบุคคล เป็นการแต่งตั้งกรรมการที่ต้องการความรู้ ความ
เชี่ยวชาญประสบการณ์หรือความเหมาะสม อันเป็นคุณสมบัติเฉพาะของบุคคล ให้แต่งตั้งโดยระบุชื่อ
ตัวบุคคลไม่ต้องระบุตำแหน่งหรือส่วนราชการต้นสังกัด ซึ่งในกรณีน้ี จะมอบหมายให้ผู้ใดมาทำหน้าที่
แทนไม่ได้ กรรมการโดยระบุชื่อตัวบุคคลถึงแม้จะมีคำสั่งให้ย้ายไปรับราชการในส่วนราชการแห่งใหม่
ก็ยังคงมีหน้าที่ความรับผิดชอบอยู่เช่นเดิม โดยจะพ้นสภาพการเป็นกรรมการก็ต่อเมื่อหัวหน้าส่วน
ราชการมคี ำสัง่ ยกเลกิ หรอื เปลี่ยนแปลงการเป็นกรรมการ

3. กรรมการโดยระบุชื่อตัวบุคคลและระบุตำแหน่ง เป็นการแต่งตั้งกรรมการที่ต้องการ
คุณสมบัติเฉพาะของบุคคลและอำนาจหน้าที่ในตำแหน่งหน้าที่ที่บุคคลดังกล่าวดำรงตำแหน่งอยู่ หรือ
อำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่บุคคลดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่อยู่ ให้แต่งตั้งโดยระบุชื่อตัวบุคคลและระบุ
ตำแหน่งของบุคคลนั้น หรือระบุหน่วยงานที่บุคคลนั้นปฏิบัติหน้าที่อยู่ ซึ่งจะแต่งตั้งบุคคลอื่นให้มา
ประชุมแทนไม่ได้และในกรณีที่บุคคลนั้นพ้นจากตำแหน่งดังกล่าว ให้เป็นที่เข้าใจว่าต้องพ้นจากความ
เป็นกรรมการด้วย หรืออาจจะระบุการพน้ จากตำแหน่งไว้ด้วยก็ได้ ถ้าไม่ประสงค์เช่นน้ัน ก็ไม่ควรออก
คำสั่งในลักษณะนีม้ าแต่แรก

6.4 หนา้ ทีค่ ณะกรรมการตรวจรบั พสั ดุในงานจ้างกอ่ สรา้ ง

ระเบยี บขอ้ 176 กำหนดหน้าทคี่ ณะกรรมการตรวจรบั พัสดใุ นงานจ้างก่อสร้าง ไว้ดังน้ี
(1) ตรวจสอบคุณวุฒิของผู้ควบคุมงานก่อสร้างของผู้รับจ้างให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการ
ควบคมุ อาคาร
(2) ตรวจสอบรายงานการปฏิบตั ิงานของผรู้ ับจา้ ง และเหตกุ ารณแ์ วดลอ้ มท่ผี ู้ควบคุมงานของ
หน่วยงานของรัฐรายงาน โดยตรวจสอบกับแบบรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญาหรือ
ข้อตกลงทุกสัปดาห์ รวมทั้งรับทราบหรือพิจารณาการสั่งหยุดงาน หรือพักงานของผู้ควบคุมงานแล้ว
รายงานหัวหน้าหนว่ ยงานของรัฐเพอื่ พิจารณาส่งั การต่อไป
(3) ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือกรรมการที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการตรวจ
รบั พัสดุ ออกตรวจงานจ้าง ณ สถานที่ทกี่ ำหนดไว้ในสัญญาหรือทต่ี กลงใหท้ ำงานจ้างนัน้ ๆ ตามเวลาที่
เหมาะสมและเหน็ สมควร และจัดทำบนั ทึกผลการออกตรวจงานจา้ งน้นั ไว้เพือ่ เป็นหลกั ฐานด้วย
(4) นอกจากการดำเนินการตาม (1) และ (2) ในกรณีมีข้อสงสัยหรือมีกรณีที่เห็นว่าแบบรูป
รายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญาหรือมีข้อตกลงมีข้อความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยหรือไม่เป็นไป

324 คูม่ อื การจ้างก่อสรา้ ง
การทำสัญญา และการบริหารสญั ญา

อธิวฒั น์ โยอาศรี

ตามหลักวิชาการช่างให้มีอำนาจสั่งเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติม หรือตัดทอนงานจ้างได้ตามที่
เห็นสมควร และตามหลักวชิ าการช่าง เพือ่ ให้เป็นไปตามแบบรปู รายการละเอยี ด

(5) โดยปกติให้ตรวจผลงานที่ผู้รับจ้างส่งมอบภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่ประธาน
กรรมการไดร้ ับทราบการสง่ มอบงาน และใหท้ ำการตรวจรับให้เสร็จส้นิ ไปโดยเรว็ ท่ีสุด

(6) เมื่อตรวจเห็นว่าเป็นการถูกต้องครบถ้วนเป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียดและ
ข้อกำหนดในสัญญาหรือข้อตกลงแล้ว ให้ถือว่าผู้รับจ้างส่งมอบงานครบถ้วนตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างส่งงาน
จ้างนั้น และให้ทำใบรับรองผลการปฏิบัติงานทั้งหมดหรือเฉพาะงวด แล้วแต่กรณี โดยลงชื่อไว้เ ป็น
หลักฐานอย่างน้อย 2 ฉบับ มอบให้แก่ผู้รับจ้าง 1 ฉบับ และเจ้าหน้าที่ 1 ฉบับ เพื่อทำการเบิกจ่ายเงิน
ตามระเบียบว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินของหน่วยงานของรัฐ และรายงานให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ
ทราบ

ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุเห็นว่าผลงานที่ส่งมอบทั้งหมดหรืองวดใดก็ตามไม่
เปน็ ไปตามแบบรปู รายการละเอียดและข้อกำหนดในสญั ญาหรอื ขอ้ ตกลง ให้รายงานหวั หนา้ หนว่ ยงาน
ของรัฐ ผ่านหวั หนา้ เจา้ หนา้ ทีเ่ พ่อื ทราบหรือสงั่ การ แล้วแต่กรณี

(7) ในกรณีที่กรรมการตรวจรับพัสดุบางคนไม่ยอมรับงานโดยทำความเห็นแย้งไว้ ให้เสนอ
หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อพิจารณาสั่งการ ถ้าหัวหน้าหน่วยงานของรัฐสั่งการให้ตรวจรับงานจ้างนั้นไว้
จงึ ดำเนนิ การตาม (6)

การตรวจสอบวุฒิของผ้คู วบคุมงานของผรู้ บั จ้าง
ประชุมคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในการจ้างก่อสร้าง พิจารณาลักษณะงานก่อสร้างตาม
สญั ญา เพ่ือพิจารณาว่า
(1) เปน็ งานก่อสรา้ งตาม พรบ.ว่าดว้ ยการควบคมุ อาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 29 หรือ
(2) เป็นประเภทหรือขนาดงาน ที่ต้องปฏิบัติงานตามวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม กฎกระทรวง
2550 แห่ง พรบ.วิศวกร พ.ศ. 2542 หรอื
(3) เป็นประเภทหรือขนาดงานที่ต้องปฏิบัติตามวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม กฎกระทรวง
2549 แหง่ พรบ.สถาปนิก พ.ศ. 2543

ถา้ ใช่ หรือเข้าข่าย

(1) แต่งตั้งผู้ควบคมุ งานของผู้รับจา้ ง พรอ้ มแนบหลกั ฐาน บัตรประจำตวั วิศวกร หนังสอื ยินยอมเปน็
ผคู้ วบคมุ งาน และหนงั สอื มอบอำนาจ ให้มอี ำนาจกระทำการแทนจากผรู้ บั จ้าง
(2) คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในจ้างก่อสรา้ ง ประชุมพิจารณาใหค้ วามเห็นชอบ วิศวกรควบคมุ งาน
นน้ั ๆ

325คู่มือการจ้างกอ่ สรา้ ง

การทำสัญญา และการบริหารสญั ญา

อธิวัฒน์ โยอาศรี

6.5 หนา้ ที่ผู้ควบคุมงานในงานจา้ งกอ่ สรา้ ง

ระเบยี บขอ้ 178 กำหนดหน้าทผ่ี ้คู วบคมุ งานในงานจ้างก่อสรา้ ง ไว้ดงั น้ี
(1) ตรวจและควบคุมงาน ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในสัญญา หรือที่ตกลงให้ทำงานจ้างนั้นๆ ทุก
วันให้เป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียด และข้อกำหนดในสัญญาทุกประการโดยสั่งเปลี่ยนแปลง แก้ไข
เพิ่มเติม หรือตัดทอนงานจ้างได้ตามที่เห็นสมควร และตามหลักวิชาช่างเพื่อให้เป็นไปตามแบบรูปรายการ
ละเอียด และข้อกำหนดในสัญญา ถ้าผู้รับจ้างขัดขืนไม่ปฏิบัติตามก็สั่งให้หยุดงานนั้นเฉพาะส่วนหนึ่งส่วน
ใดหรือทั้งหมดแล้วแต่กรณีไว้ก่อน จนกว่าผู้รับจ้างจะปฏิบัติให้ถูกต้องตามคำสั่งและให้รายงาน
คณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่รับผิดชอบการบริหารสัญญาหรือ
ข้อตกลง และการตรวจรบั พัสดทุ เี่ ปน็ งานจา้ งก่อสรา้ งทันที
(2) ในกรณีที่ปรากฏว่าแบบรูปรายการละเอียด หรือข้อกำหนดในสัญญามีข้อความขัดกัน หรือ
เป็นที่คาดหมายได้ว่าถึงแม้ว่างานนั้นจะได้เป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียด และข้อกำหนดในสัญญา
แต่เมื่อสำเร็จแล้วจะไม่มั่นคงแข็งแรง หรือไม่เป็นไปตามหลกั วิชาช่างที่ดี หรือไม่ปลอดภยั ให้สั่งพักงานนั้น
ไวก้ อ่ น แล้วรายงานคณะกรรมการตรวจรบั พัสดุหรือผู้ท่ีได้รบั มอบหมายใหท้ ำหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบการบริหาร
สัญญาหรอื ขอ้ ตกลงและการตรวจรบั พัสดุท่ีเป็นงานจา้ งกอ่ สรา้ งโดยเร็ว
(3) จดบันทึกสภาพการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างและเหตุการณ์แวดล้อมเป็นรายวัน พร้อมทั้งผล
การปฏิบัติงาน หรือการหยุดงานและสาเหตุที่มีการหยุดงานอย่างน้อย 2 ฉบับ เพื่อรายงานให้
คณะกรรมการตรวจรบั พสั ดุหรือผทู้ ไ่ี ด้รบั มอบหมายให้ทำหน้าท่ีรบั ผิดชอบการบรหิ ารสญั ญาหรอื ข้อตกลง
และการตรวจรับพัสดุที่เป็นงานจ้างก่อสร้างทราบทุกสัปดาห์ และเก็บรักษาไว้เพื่อมอบให้แก่เจ้าหน้าท่ี
เม่ือเสร็จงานแต่ละงวด โดยถือว่าเป็นเอกสารสำคัญของทางราชการเพื่อประกอบการตรวจสอบของผู้มี
หน้าที่

การบนั ทึกการปฏบิ ตั ิงานของผูร้ ับจา้ งให้ระบุรายละเอยี ดขั้นตอนการปฏิบัตงิ านและวัสดุท่ี
ใชด้ ้วย

(4) ในวันกำหนดเริ่มงานของผู้รับจ้างตามสัญญาและในวันถึงกำหนดส่งมอบงานแต่ละงวด
ให้รายงานผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างว่าเป็นไปตามสัญญาหรือไม่ ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่รับผิดชอบการบริหารสัญญาหรือข้อตกลงและการตรวจรับพัสดุที่
เปน็ งานจา้ งก่อสร้างทราบภายใน 3 วนั ทำการ นบั แต่วนั ถึงกำหนดน้ันๆ

6.6 การดำเนนิ การตามสัญญา

การดำเนินการตามสัญญาเป็นขั้นตอนการบริหารสัญญา และติดตามผลการดำเนินการให้
เปน็ ไปตามสญั ญาทไ่ี ดล้ งนามไว้ มีขนั้ ตอนและวธิ กี ารดำเนินการ ดงั นี้

(1) สัญญาหรือข้อตกลงเมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐได้มีการลงนามในสัญญาแล้วจะแก้ไข
เปลย่ี นแปลงรายการมิได้

326 คมู่ อื การจ้างก่อสร้าง
การทำสัญญา และการบริหารสัญญา

อธวิ ฒั น์ โยอาศรี

(2) การแกไ้ ขเปลีย่ นแปลงสัญญาหรือข้อตกลง
สญั ญาหรือขอ้ ตกลงท่ีได้มกี ารลงนามแลว้ เป็นดุลพินจิ ของผู้มอี ำนาจที่จะพจิ ารณาอนุมัติ

ใหแ้ กไ้ ขได้ และจะกระทำไดแ้ ต่เฉพาะกรณดี งั ต่อไปนี้
(2.1) เป็นการแก้ไขตามมาตรา 93 วรรคหา้
(กรณีไม่ได้ทำสัญญาตามแบบทก่ี ำหนด หรือไม่ได้สง่ รา่ งสญั ญาใหส้ ำนกั งานอัยการ

สูงสุดพิจารณาก่อนให้ส่งสัญญาให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาภายหลังได้ เมื่อสำนักงานอัยการ
สูงสุดพิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว หรือเมื่อสำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาเห็นชอบแต่ให้แก้ไข
สัญญา ถ้าแก้ไขให้เปน็ ไปตามความเห็นของสำนักงานอยั การสงู สดุ ให้ถอื วา่ สัญญาน้นั มีผลสมบรู ณ์)

(2.2) ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลง หากการแก้ไขนั้นไม่ทำให้
หน่วยงานของรัฐเสยี ประโยชน์

(2.3) เป็นการแก้ไขเพอ่ื ประโยชน์แกห่ น่วยงานของรฐั หรือประโยชน์สาธารณะ
(2.4) กรณอี ืน่ ตามทีก่ ำหนดในกฎกระทรวง
กรณีต้องเพิ่มวงเงิน จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณหรือขอทำ
ความตกลงในสว่ นทใี่ ช้เงินกู้ หรอื เงินชว่ ยเหลือแลว้ แตก่ รณี
การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาหรือข้อตกลงที่ต้องเพิ่มหรือลดวงเงิน หรือเพิ่ม หรือลด
ระยะเวลาการส่งมอบของ หรอื ระยะเวลาในการทำงาน ใหต้ กลงพร้อมกันไป
ในกรณีที่มีการแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลงเพื่อเพิ่มวงเงิน เมื่อรวมวงเงินตามสัญญาหรือ
ข้อตกลงเดิมและวงเงินที่เพิ่มขึ้นใหมแ่ ล้ว หากวงเงินรวมดังกล่าวมีผลทำให้ผู้มอี ำนาจอนุมัติสั่งซื้อหรือ
สั่งจ้างเปลี่ยนแปลงไป จะต้องดำเนินการให้ผู้มีอำนาจอนุมัติสั่งซื้อหรือสั่งจ้างตามวงเงินรวมดังกล่าว
เป็นผอู้ นุมัตกิ ารแก้ไขสญั ญาหรอื ขอ้ ตกลงดว้ ย
ในกรณีที่มีการแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลงเพื่อลดวงเงิน ให้ผู้มีอำนาจอนุมัติสั่งซื้อหรือส่ัง
จ้างตามวงเงนิ เดิมเปน็ ผูอ้ นุมัติการแก้ไขสญั ญาหรือขอ้ ตกลง
การแกไ้ ขสญั ญาหรือขอ้ ตกลง ต้องอยู่ภายในขอบขา่ ยแหง่ วตั ถปุ ระสงค์เดมิ
ต้องพิจารณาเปรียบเทียบคุณภาพของพัสดุ หรือรายละเอียดของงาน รวมทั้งราคาของ
พสั ดหุ รอื งานตามสัญญาหรือขอ้ ตกลงกบั พสั ดทุ ี่จะทำการแก้ไขนนั้ ก่อนแกไ้ ขสัญญาหรือขอ้ ตกลงด้วย
ในกรณีที่เป็นการจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวกับความมั่นคงแข็งแรง หรืองานเทคนิคเฉพาะ
อย่าง จะต้องได้รับการรับรองจากวิศวกร สถาปนิกและวิศวกรผู้ชำนาญการ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ ซ่ึง
รับผิดชอบหรือ สามารถรับรอง คุณลักษณะเฉพาะ แบบและรายการของงานก่อสร้าง หรอื งานเทคนิค
เฉพาะอย่างน้ัน แลว้ แต่ กรณดี ้วย
เม่อื ผู้มีอำนาจอนมุ ตั สิ ่งั ซอ้ื หรือส่ังจ้างแลว้ แต่กรณี ไดอ้ นุมตั กิ ารแกไ้ ขสัญญาหรือข้อตกลง
แลว้ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเปน็ ผู้ลงนามในสัญญาหรอื ขอ้ ตกลงที่ได้แก้ไขน้ัน

327คมู่ ือการจ้างก่อสรา้ ง

การทำสญั ญา และการบริหารสญั ญา

อธวิ ัฒน์ โยอาศรี

(3) การงด หรอื ลดค่าปรบั หรือขยายเวลาทำการ
การงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทำการตามสัญญาหรือข้อตกลง

ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจที่จะพิจารณาได้ตามจำนวนวันที่มีเหตุเกิดขึ้นจริง เฉพาะในกรณี
ดงั ต่อไปนี้

(3.1) เหตเุ กิดจากความผดิ หรือความบกพรอ่ งของหนว่ ยงานของรัฐ
(3.2) เหตุสุดวสิ ัย
(3.3) เหตเุ กดิ จากพฤตกิ ารณอ์ นั หนึ่งอันใดที่ค่สู ัญญาไม่ต้องรับผดิ ตามกฎหมาย
(3.4) เหตอุ น่ื ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
หลักเกณฑ์และวิธกี ารของดหรือลดคา่ ปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทำการตาม
สญั ญาหรอื ข้อตกลง ให้เป็นไปตามระเบียบทร่ี ัฐมนตรีกำหนด
เหตุตามข้อ (3.2) และข้อ (3.3) ต้องระบุเงื่อนไขให้คู่สัญญาต้องแจ้งเหตุไว้ในสัญญาด้วย
ว่าต้องแจ้งให้ส่วนราชการทราบภายใน 15 วันนับแต่เหตุนั้นสิ้นสุดลง หากมิได้แจ้งภายในกำหนดเวลา
ดังกล่าวจะยกมากล่าวอ้างเพื่อขอลดหรืองดค่าปรับหรือขยายเวลาในภายหลังมิได้ ทั้งนี้ อำนาจการ
พจิ ารณางดหรอื ลดค่าปรับ หรอื ขยายเวลาเป็นของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ
(4) การบอกเลกิ สัญญา
สัญญาหรือข้อตกลงเมื่อหน่วยงานของรัฐได้มีการลงนามในสัญญาแล้ว การบอกเลิก
สัญญาหรือข้อตกลงใดที่หน่วยงานของรัฐลงนามแล้วจะบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงนั้นไม่ได้เว้นแต่
กรณี ดงั นี้
(4.1) เหตตุ ามทกี่ ฎหมายกำหนด
(4.2) เหตุอันเชื่อได้ว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานหรือทำงานให้แล้วเสร็จ
ไดภ้ ายในระยะเวลาทกี่ ำหนด
(4.3) เหตอุ นื่ ตามที่กำหนดไวใ้ นพระราชบญั ญัตินห้ี รอื ในสัญญาหรอื ขอ้ ตกลง
(4.4) คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงได้และมีการปรับ หากจำนวน
ค่าปรับเกินร้อยละสิบของวงเงินค่าพัสดุ หรือค่าจ้าง เว้นแต่คู่สัญญายินยอมเสียค่าปรับให้แก่ทาง
ราชการโดยไมม่ เี ง่อื นไข หัวหน้าหนว่ ยงานของรัฐพจิ ารณาผ่อนปรนไดเ้ ทา่ ทจี่ ำเปน็
(5) การตกลงเลิกสัญญา
การตกลงกับคสู่ ัญญาท่จี ะบอกเลกิ สัญญาหรอื ข้อตกลง ใหผ้ มู้ ีอำนาจพจิ ารณาไดเ้ ฉพาะ
(5.1) ในกรณที เ่ี ปน็ ประโยชน์แกห่ น่วยงานของรัฐโดยตรงหรอื เพอ่ื ประโยชน์สาธารณะ
(5.2) เพื่อแก้ไขข้อเสียเปรียบของหน่วยงานของรัฐในการที่จะปฏิบัติตามสัญญาหรือ
ข้อตกลงน้ันต่อไป
(6) ติดตามผลการดำเนินงานใหเ้ ป็นไปตามแผนการดำเนินงาน
(7) ตดิ ตามผลการดำเนินงานให้ผู้ขายหรอื ผู้รับจ้างปฏบิ ตั ิตามเง่อื นไขข้อตกลง
(8) ตดิ ตามการควบคมุ งานจ้างใหเ้ ปน็ ไปตามระเบียบของทางราชการ

328 คมู่ อื การจ้างกอ่ สร้าง
การทำสญั ญา และการบริหารสญั ญา

อธิวฒั น์ โยอาศรี

(9) กรณีที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบพัสดุได้ภายในกำหนดเวลาที่กำหนดไว้ใน
สัญญาหรือข้อตกลง ให้แจ้งการเรียกค่าปรับ เมื่อผู้ขายหรือผู้รับจ้างส่งมอบพัสดุ ให้มีการแจ้งสงวน
สิทธิการเรยี กค่าปรบั ดว้ ย

(10) การคดิ คำนวณคา่ ปรับใหถ้ อื ปฏิบัตติ ามทกี่ ำหนดไว้ในสัญญาหรอื ขอ้ ตกลง
(11) กรณีที่มีเหตุอันเชื่อได้ว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบสิ่งของหรือทำงานให้แล้ว
เสร็จได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดได้เพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ ให้เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ
เพ่ือบอกเลิกสัญญาหรอื ขอ้ ตกลงได้
(12) เมื่อผู้ขายหรือผู้รับจ้างได้ส่งมอบพัสดุเรียบร้อยแล้ว ให้ติดตามการปฏิบัติตามเงื่อนไข
ของสญั ญาหรือข้อตกลง เช่น การประกันความชำรุดขอ้ บกพร่อง การบรกิ ารหลังการขาย เป็นตน้
(13) ผู้ขายหรือผู้รบั จา้ งส่งมอบพัสดุหรืองานจ้างต่อเจ้าหน้าท่ีพสั ดุ และเจ้าหน้าทีพ่ ัสดุแจ้งให้
ผู้ตรวจรับหรอื คณะกรรมการเพอ่ื ดำเนนิ การต่อไป

6.7 การแก้ไขเปลยี่ นแปลงสัญญา

6.7.1 ข้อกฎหมายและระเบียบ

มาตรา 97 สัญญาหรอื ข้อตกลงเป็นหนังสือท่ีได้ลงนามแล้วจะแก้ไขไม่ได้ เว้นแต่ในกรณี
ดังตอ่ ไปน้ใี ห้อยใู่ นดุลพินิจของผ้มู ีอำนาจท่จี ะพิจารณาอนุมัติใหแ้ ก้ไขได้

(1) เปน็ การแกไ้ ขตามมาตรา 93 วรรคห้า
(2) ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลง หากการแก้ไขนั้นไม่ทำให้
หนว่ ยงานของรฐั เสยี ประโยชน์
(3) เป็นการแกไ้ ขเพอื่ ประโยชนแ์ ก่หนว่ ยงานของรัฐหรือประโยชน์สาธารณะ
(4) กรณอี ื่นตามท่ีกำหนดในกฎกระทรวง
ในกรณีการแก้ไขสัญญาที่หน่วยงานของรัฐเห็นว่าจะมีปัญหาในทางเสียประโยชน์หรือไม่
รัดกุมพอกใ็ หส้ ง่ ร่างสัญญาทีแ่ กไ้ ขน้ันไปให้สำนักงานอัยการสงู สดุ พจิ ารณาให้ความเห็นชอบก่อน
การแก้ไขสัญญาหรอื ข้อตกลงตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า
ด้วยวิธีการงบประมาณหรือกฎหมายอื่นทเ่ี ก่ียวขอ้ ง หากมคี วามจำเป็นต้องเพม่ิ หรือลดวงเงิน หรือเพิ่ม
หรือลดระยะเวลาสง่ มอบหรอื ระยะเวลาในการทำงาน ใหต้ กลงพร้อมกันไป
ในกรณีที่มีการแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลงเพื่อเพิ่มวงเงิน เมื่อรวมวงเงินตามสัญญาหรือ
ข้อตกลงเดิมและวงเงินที่เพิ่มขึ้นใหมแ่ ล้ว หากวงเงินรวมดังกล่าวมีผลทำให้ผู้มีอำนาจอนุมัติสั่งซื้อหรอื
สั่งจ้างเปลี่ยนแปลงไปจะต้องดำเนินการให้ผู้มีอำนาจอนุมัติสั่งซื้อหรือสั่งจ้างตามวงเงินรวมดังกล่าว
เปน็ ผู้อนุมัตกิ ารแก้ไขสญั ญาหรอื ขอ้ ตกลงดว้ ย
ในกรณีที่มีการแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลงเพื่อลดวงเงิน ให้ผู้มีอำนาจอนุมัติสั่งซื้อหรือส่ัง
จา้ งตามวงเงินเดิมเป็นผอู้ นมุ ตั ิการแกไ้ ขสญั ญาหรือขอ้ ตกลง

329คูม่ อื การจ้างกอ่ สร้าง

การทำสัญญา และการบรหิ ารสัญญา

อธวิ ฒั น์ โยอาศรี

ข้อ 165 การแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลงตามมาตรา 97 ต้องอยู่ภายในขอบข่ายแห่ง
วัตถุประสงค์เดิมของสัญญาหรือข้อตกลงนั้น โดยหน่วยงานของรัฐต้องพิจารณาเปรียบเทียบคุณภาพของ
พัสดุ หรือรายละเอียดของงาน รวมทั้งราคาของพัสดุหรืองานตามสัญญาหรือข้อตกลงกบั พัสดุที่จะทำการ
แกไ้ ขนนั้ ก่อนแก้ไขสญั ญาหรอื ข้อตกลงด้วย

ในกรณีที่เป็นการจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวกับความมั่นคงแข็งแรง หรืองานเทคนิคเฉพาะ
อย่างจะต้องได้รับการรับรองจากวิศวกร สถาปนิกและวิศวกรผู้ชำนาญการ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่ง
รับผิดชอบหรือสามารถรับรอง คุณลักษณะเฉพาะ แบบและรายการของงานก่อสร้าง หรืองานเทคนิค
เฉพาะอย่างนนั้ แล้วแต่กรณีด้วย

เมื่อผู้มีอำนาจอนุมัติสั่งซื้อหรือสั่งจ้างแล้วแต่กรณี ได้อนุมัติการแก้ไขสัญญาหรือ
ขอ้ ตกลงแลว้ ใหห้ วั หน้าหนว่ ยงานของรัฐเปน็ ผลู้ งนามในสญั ญาหรือขอ้ ตกลงที่ไดแ้ ก้ไขน้ัน

6.7.2 หลักเกณฑ์การแกไ้ ขเปลย่ี นแปลงสญั ญา
(1) สญั ญาเปน็ หนังสอื ทีไ่ ดล้ งนามแล้ว จะแกไ้ ขเปลย่ี นแปลงมไิ ด้ เว้นแตก่ ารแก้ไขน้นั จะ

เป็นความจำเป็น โดยไม่ทำให้ทางราชการต้องเสียประโยชน์หรือเป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์แก่ทาง
ราชการ ให้อยู่ในอำนาจของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่จะพิจารณาอนุมัติให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ แต่
ถ้ามีการเพิ่มวงเงิน จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณหรือขอทำความตกลงในสว่ น
ท่ีใช้เงนิ กู้หรอื เงนิ ชว่ ยเหลือ แลว้ แต่กรณี

ในกรณีที่มีการแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลงเพื่อเพิ่มวงเงิน เมื่อรวมวงเงินตามสัญญา
หรือข้อตกลงเดิมและวงเงินที่เพิ่มขึ้นใหม่แล้ว หากวงเงินรวมดังกล่าวมีผลทำให้ผู้มีอำนาจอนุมัติสั่งซ้อื
หรือสั่งจ้างเปลี่ยนแปลงไปจะต้องดำเนินการให้ผู้มีอำนาจอนุมัติสั่งซื้อหรื อสั่งจ้างตามวงเงินรวม
ดงั กล่าวเปน็ ผู้อนุมตั ิการแกไ้ ขสญั ญาหรือข้อตกลงด้วย

ในกรณที ่มี กี ารแกไ้ ขสญั ญาหรอื ข้อตกลงเพื่อลดวงเงิน ใหผ้ ้มู อี ำนาจอนุมัติสงั่ ซ้ือหรือ
ส่งั จ้างตามวงเงินเดมิ เป็นผ้อู นมุ ัติการแกไ้ ขสัญญาหรอื ขอ้ ตกลง

(2) หากมีความจำเป็นต้องเพิ่มหรือลดวงเงิน หรือเพิ่มหรือลดระยะเวลาส่งมอบของหรือ
ระยะเวลาในการทำงาน ให้ตกลงพร้อมกนั ไป

(3) การแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลง ต้องอยู่ภายในขอบข่ายแห่งวัตถุประสงค์เดิมของสัญญาหรือ
ข้อตกลงนั้น

(4) หน่วยงานของรัฐต้องพิจารณาเปรียบเทียบคุณภาพของพัสดุ หรือรายละเอียดของ
งาน รวมทั้งราคาของพัสดุหรืองานตามสัญญาหรอื ขอ้ ตกลงกบั พสั ดทุ ่ีจะทำการแกไ้ ขน้ันก่อนแก้ไขสัญญา
หรอื ขอ้ ตกลงด้วย

(5) การจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวกับความมั่นคงแข็งแรง หรืองานเทคนิคเฉพาะอย่างจะต้อง
ได้รับการรับรองจากวิศวกร สถาปนิกและวิศวกรผู้ชำนาญการ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งรับผิดชอบหรือ
สามารถรับรองคุณลักษณะเฉพาะ แบบและรายการของงานก่อสร้าง หรืองานเทคนิคเฉพาะอย่างนั้น
แล้วแตก่ รณีดว้ ย

330 ค่มู อื การจ้างก่อสร้าง
การทำสัญญา และการบรหิ ารสญั ญา

อธวิ ัฒน์ โยอาศรี

(6) ในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะต้องเป็นผู้เสนอ
ความเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา เพื่อประกอบการพิจารณาของหัวหน้าหน่วยงานของ
รฐั หรอื ผ้มู ีอำนาจในการแกไ้ ขเปลีย่ นแปลงสัญญาในแตล่ ะคร้งั ดว้ ย

(7) ในการดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาในช่วงเวลาใดก็ได้ แม้จะล่วงเลยกำหนด
ระยะเวลาแล้วเสร็จตามสัญญาก็ตาม แต่อย่างช้าจะต้องดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงก่อนท่ี
คณะกรรมการตรวจรับพัสดุไดท้ ำการตรวจรับพัสดุไวใ้ ช้

6.7.3 แนวทางในการแก้ไขเปล่ยี นแปลงสัญญางานจา้ งก่อสร้าง
(1) ผู้ที่ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา จะต้องทำเป็นหนังสือถึงหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ

ผ่านคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในจ้างก่อสร้าง โดยระบุรายละเอียดการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา
พร้อมเหตุผลความจำเป็นในการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง

(2) คณะกรรมการตรวจรบั พสั ดพุ ิจารณา ดังน้ี
- ความเหมาะสมของการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา เช่น ด้านคุณภาพประโยชน์ใช้

สอยความมั่นคงแข็งแรง วงเงินค่าก่อสร้าง และระยะเวลาการทำงาน เป็นต้น โดยให้สถาปนิกและ
วิศวกรหรือผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรับผิดชอบอาคารที่ก่อสร้างได้รับรองและให้ความเห็น พร้อมท้ัง
เปรยี บเทยี บราคาและเวลาการทำงานดว้ ย

- การพิจารณาแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาจ้างก่อสร้างดังกล่าว ต้องพิจารณา
กำหนดให้ชัดเจนว่าการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาน้ี ต้องเพิ่มหรือลดระยะเวลาในการก่อสร้างหรือไม่
หากมีการเพิ่มกรณีหนึ่งกรณีใด หรือทั้งสองกรณี ต้องพิจารณาตกลงพร้อมกันไปในขณะนั้น
โดยเฉพาะกรณเี พ่มิ ระยะเวลาในการกอ่ สรา้ งอนั เน่ืองมาจากการเพิ่มงานในสญั ญาให้เปน็ สว่ นหนึ่งของ
การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญามิใช่การขยายเวลาสัญญา และ การพิจารณาแก้ไขเปลี่ยนแปลงต้องอยู่
ภายใต้ในขอบวัตถุประสงคข์ องงานจ้างกอ่ สร้างนัน้ ๆ

(3) เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐหรือผู้มีอำนาจพิจารณาแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาแล้ว
นั้น ต้องแจ้งผลการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาให้ผู้รับจ้างทราบในผลการพิจารณาที่ได้สั่งอนุมัติหรือสั่ง
ไม่อนุมัติให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา หน่วยงานของรัฐต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับจ้างทราบทุกคร้ัง
โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับและเก็บใบตอบรับไว้เป็นหลักฐานสำคัญ เนื่องจากปรากฏอยู่
เสมอว่าผูร้ บั จ้างขอตอ่ อายุสญั ญาโดยอา้ งว่าต้องหยุดงานรอผลการอนมุ ัติแก้ไขเปลีย่ นแปลงสญั ญา

(4) การดำเนินการภายหลังการอนุมัติให้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา ให้หน่วยงาน
ของรฐั แจ้งผรู้ ับจา้ งลงนามในสัญญาที่แก้ไขและหัวหนา้ หน่วยงานของรฐั ลงนามในสัญญาทแี่ ก้ไข

(5) หลังจากนั้นให้หน่วยงานของรัฐทำหนังสือแจ้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุพร้อม
สญั ญาฉบับท่แี ก้ไขเพอื่ ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุรับทราบสัญญาฉบับแก้ไข และให้หน่วยงานของ
รฐั สง่ หนงั สอื แจง้ ใหผ้ ูร้ บั จ้างทราบสญั ญาฉบับทีแ่ กไ้ ข

331คมู่ อื การจ้างกอ่ สรา้ ง

การทำสัญญา และการบรหิ ารสญั ญา

อธวิ ฒั น์ โยอาศรี

6.7.4 งานพเิ ศษและการแกไ้ ขงานตามสญั ญาจา้ งกอ่ สรา้ ง ขอ้ 16
ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะสั่งเป็นหนังสือให้ผู้รับจ้างทำงานพิเศษซึ่งไม่ได้แสดงไว้หรือรวมอยู่ใน

เอกสารสัญญาน้ี หากงานพิเศษนั้นๆ อยู่ในขอบข่ายทั่วไปแห่งวัตถุประสงค์ของสัญญานี้ นอกจากน้ี
ผวู้ ่าจ้างยงั มสี ิทธิสง่ั ใหเ้ ปล่ียนแปลงหรือแก้ไขแบบรูปและข้อกำหนดต่างๆ ในเอกสารสัญญานด้ี ว้ ย

อัตราค่าจ้างหรือราคาที่กำหนดไว้ในสัญญานี้ ให้กำหนดใช้สำหรับงานพิเศษหรืองานที่
เพิ่มเติมขึ้น หรือตัดทอนลงทั้งปวงตามคำสั่งของผู้ว่าจ้าง หากในสัญญาไม่ได้กำหนดไว้ถึงอัตราค่าจ้าง
หรอื ราคาใดๆ ท่จี ะนำมาใช้สำหรับงานพเิ ศษหรืองานทเ่ี พมิ่ ขน้ึ หรือลดลงดังกล่าว ผูว้ า่ จา้ งและผู้รับจ้าง
จะได้ตกลงกันที่จะกำหนดอัตราค่าจ้างหรือราคาที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง รวมทั้งการขยายระยะเวลา (ถ้า
มี) กันใหม่เพื่อความเหมาะสม ในกรณีที่ตกลงกันไม่ได้ ผู้ว่าจ้างจะกำหนดอัตราจ้างหรือราคาตามแต่
ผู้ว่าจ้างจะเหน็ ว่าเหมาะสมและถกู ต้อง ซ่งึ ผู้รับจา้ งจะตอ้ งปฏิบัตงิ านตามคำสงั่ ของผ้วู ่าจา้ งไปก่อนเพอื่
มิให้เกดิ ความเสียหายแกง่ านทีจ่ า้ ง

หลักการ
(1) ต้องเป็นงานทอ่ี ยู่ในขอบขา่ ยทั่วไปแห่งวัตถุประสงคข์ องสญั ญาตามท่ไี ดต้ กลงกนั ไว้
(2) อัตราค่าจ้างหรือราคาของงานพิเศษ ให้เป็นไปตามท่กี ำหนดไว้ในสัญญา หากไม่มีให้ตก

ลงกนั ใหม่

ตวั อย่าง งานพเิ ศษ
- ผู้รับจ้างพบน้ำไหลซึมออกจากฐานรากอาคาร เกรงจะส่งผลกระทบต่อการรับน้ำหนัก
ของฐานรากอาคารได้ กรณีมิใช่เกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของผู้รับจ้าง และเป็นเหตุให้ผู้รับ
จ้างต้องทำงานเพ่มิ ข้นึ นอกเหนือจากสัญญาจ้าง
- การก่อสร้างถนนพบว่า สายทางมีหินแข็ง ยากแก่การใช้รถขุกตัก เห็นควรใช้การ
ระเบิดหิน เป็นกรณีที่ไม่ได้คาดหมายไว้ก่อน จึงไม่ได้กำหนดค่างานหินแข็งไว้แต่ต้น จึงเป็นดุลพินิจ
ของผ้วู า่ จา้ งทจ่ี ะพจิ ารณาจา่ ยเงนิ คา่ งานทเ่ี พ่ิมขึ้นตามท่ีผู้รับจา้ งร้องขอได้

6.7.5 ระยะเวลาการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสญั ญา
การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา สามารถที่จะพิจารณาดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา

ในช่วงเวลาใดก็ได้ แม้จะล่วงเลยกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จตามสัญญาก็ตาม แต่อย่างช้าจะต้อง
ดำเนนิ การแก้ไขเปล่ยี นแปลงกอ่ นท่ีคณะกรรมการตรวจรบั พัสดุ ได้ทำการตรวจรบั พสั ดหุ รืองานจ้างไว้ใช้

6.7.6 กรณีศกึ ษา : การแกไ้ ขเปล่ยี นแปลงสัญญา
(1) ส่วนราชการได้ทำสัญญาก่อสร้างอาคารเรียนรู้ ณ ศูนย์ศักยภาพพันธุ์ข้าว โฉนดฉบับ

แรกของประเทศไทยบนผืนดินพระราชทาน โดยวัตถุประสงคเ์ ดิมของสญั ญาจา้ ง เปน็ เพียงการสรา้ งอาคาร
อเนกประสงค์ที่เป็นอาคารโล่งๆ เท่านั้น แต่หัวหน้าส่วนราชการเห็นว่า ควรปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์เพื่อ
ใชเ้ ปน็ สถานท่ีรับเสดจ็ ในพระราชพธิ เี ปิดศนู ย์ฯ ทำให้มีการปรบั เพิม่ เนอ้ื งานจากเดมิ มาก

332 คมู่ อื การจ้างกอ่ สรา้ ง
การทำสญั ญา และการบรหิ ารสัญญา

อธิวัฒน์ โยอาศรี

กรณีเป็นการปรับเพิ่มปริมาณงานในสัญญา ทำให้วงเงินก่อสร้างเพิ่มขึ้นจากเดิม
โดยเป็นการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของสัญญา จึงเป็นการไม่สอดคล้องกับหลักการแก้ไข
เปลี่ยนแปลงสัญญา

(2) การแก้ไขสัญญาที่ทำให้เสียประโยชน์ เช่น การจ่ายเงินล่วงหน้าที่ไม่ได้มีการ
กำหนดเงอื่ นไขไว้ก่อนการจา่ ยเงนิ ชดเชยคา่ งานกอ่ สร้าง (ค่า K )

(3) การแกไ้ ขสัญญาหลงั การตรวจรบั
ผ้รู ับจ้างขอคนื หลักประกันสัญญาสำหรับความรับผิดในความชำรุดบกพร่องของงาน

จ้างก่อสร้าง เนื่องจากพ้นจากความรับผิดในความชำรุดบกพร่องภายในกำหนด 2 ปีแล้ว และได้นำ
หลักประกันตามสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมมาวางแทน สำหรับความรับผิดในความชำรุดบกพร่องของงาน
จ้างผลิตและติดตั้งท่อสแตนเลส ที่กำหนดความรับผิดมีกำหนด 4 ปี เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลง
หลักประกันสัญญา มิใช่เป็นการแกไ้ ขเนื้องานตามสัญญา ซึ่งต้องดำเนินการก่อนการตรวจรับมอบงาน
งวดสดุ ทา้ ย

(4) ปรมิ าณงานกอ่ สรา้ งทที่ ำจรงิ สูงข้นึ เกนิ กวา่ ท่กี ำหนดไว้ในสญั ญา
มติคณะรัฐมนตรี แจ้งตามหนังสือด่วนมาก ที่ นร 0203/19168 ลงวันที่ 11 กันยายน

2529 กำหนดให้ส่วนราชการต่างๆ ทำสัญญาก่อสร้างลักษณะจ่ายเงินค่าจ้างตามปริมาณงานท่ีทำจริง
(Unit Price Contract) ได้ภายในวงเงินประจำงวดที่ได้รับอนุมัติ และหากปริมาณงานก่อสร้างท่ี
ทำจริงสูงขึ้นเกินกว่าที่กำหนดไว้ในสัญญาเป็นผลให้ต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นแต่ไม่เกิน 10% ของราคา
คา่ จ้างก่อสร้าง ตามสัญญาแลว้ กข็ อให้ส่วนราชการ ขอทำความตกลงกับสำนกั งบประมาณได้ โดยไม่
ต้องนำเสนอคณะรฐั มนตรอี กี ครง้ั หนึง่ ท้งั นีเ้ พือ่ ให้เกดิ ความคลอ่ งตวั และรวดเรว็ ในการปฏิบัติงานของ
ส่วนราชการ แต่ถ้าหากต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นตามปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นเกินกว่า 10% ของค่างาน
ก่อสรา้ งแลว้ จะตอ้ งเสนอขอรับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีก่อนทกุ ครั้ง

ในการทำสัญญากอ่ สรา้ งลักษณะข้างต้น ให้ส่วนราชการยึดถือปฏิบตั ิระมัดระวังใน
เรื่องการเพิ่มปริมาณงานให้มากขึ้นกว่าที่ปฏิบัติอยู่ขณะนี้ กล่าวคือ ถ้าหากส่วนราชการทราบอยู่แล้ว
ในขั้นตอนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ว่าจะต้องมีการเพิ่มปริมาณงานขึ้นอันจะทำให้ต้องจ่ายเงินให้แก่
ผรู้ ับจา้ งเพมิ่ ขนึ้ เกินกวา่ 10% ของค่างานกอ่ สร้าง จะเป็นด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม ก็ใหส้ ่วนราชการนั้นๆ
รีบนำเสนอขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาโดยด่วนโดยไม่ต้องคอยให้ดำเนินการเสร็จแล้ว มาขอ
อนมุ ัติในภายหลัง

(5) การแก้ไขเพ่ิมเติมสัญญาจา้ ง
หนังสือสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ นร (กวพ) 1204/8348 ลงวันที่ 30 สิงหาคม

2538 “การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาโดยเพิ่มเติมงานจากแบรูปรายการละเอียดตามสัญญานั้น ส่วน
ราชการจะต้องพิจารณาดำเนินการอยู่ภายในขอบเขตการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาหรือข้อตกลงตาม
ระเบียบฯ ข้อ 136 ด้วย ซึ่งตามหลักเกณฑ์ของระเบียบดังกล่าว การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาหรือ
ข้อตกลงท่ีลงนามแล้วจะกระทำได้เฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไข ซึ่งจะต้องไม่ทำให้ทาง

333คูม่ ือการจา้ งกอ่ สร้าง

การทำสญั ญา และการบรหิ ารสญั ญา

อธวิ ัฒน์ โยอาศรี

ราชการต้องเสียประโยชน์ หรือเป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของทางราชการและสำหรับการแก้ไข
เปลี่ยนแปลงที่เปน็ การเพิ่มเติมงานก่อสรา้ งนั้น สว่ นราชการจะต้องพจิ ารณาดว้ ยวา่ งานก่อสร้างที่เพ่ิมเติม
ขึ้นใหม่เป็นงานก่อสร้างที่ต่อเนื่องสัมพันธ์กับงานก่อสร้างเดิม และอยู่ภายในขอบเขตวัตถุประสงค์ของ
สัญญาจ้างเดิม จึงจะสามารถดำเนินการในเรือ่ งการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาตามระเบียบฯ ข้อ 136 ได”้
(ปัจจบุ นั ระเบียบกระทรวงการคลงั ว่าด้วยการจัดซอ้ื จัดจา้ งและการบริหารพัสดุภาครฐั พ.ศ. 2560 ข้อ
165 การแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลงตามมาตรา 97 ต้องอยู่ภายในขอบข่ายแห่งวัตถุประสงค์เดิมของ
สญั ญาจ้างหรือขอ้ ตกลงนั้น..)

(6) การปรบั เปล่ียนรปู แบบตามสญั ญาจา้ ง
หนังสือสำนักนายกรัฐมนตรีที่ นร (กวพ) 1305/7860 ลงวันที่ 3 กันยายน 2542

“คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ (กวพ.) พิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีการปรับเปลี่ยนรูปแบบตาม
สัญญาจ้างจะถือว่าเป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ
พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 136 หรือไม่นั้น จะต้องพิจารณาก่อนว่างานที่จะปรับเปลี่ยน
หรือแก้ไขอยู่ในขอบเขตแห่งวตั ถุประสงค์ของสัญญาจา้ ง หรือมีความสัมพนั ธ์และตอ่ เนื่องกับงานตาม
สัญญาจ้างเดิมหรือไม่ หากอยู่ในขอบเขตแห่งวัตถุประสงค์ของสัญญาจ้างเดิม หรือมีความสัมพันธ์
ตอ่ เนือ่ งกับงานตามสัญญาจา้ งเดมิ แล้ว กรณีสามารถท่จี ะพจิ ารณาดำเนนิ การในรปู แบบของการแกไ้ ข
เปลย่ี นแปลงสัญญา ตามระเบยี บฯ ข้อ 136 ได้ แต่หากเปน็ กรณไี ม่อย่ใู นขอบเขตแห่งวัตถุประสงค์
ของสัญญาจ้างเดิมหรือไม่มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกับงานตามสัญญาจ้างเดิมแล้ว และส่วนราชการมี
ความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการ กรณีก็จะต้องพิจารณาดำเนินการจ้างใหม่” (ปัจจุบันระเบียบ
กระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 165 การแก้ไข
สัญญาหรือข้อตกลงตามมาตรา 97 ต้องอยู่ภายในขอบข่ายแห่งวัตถุประสงค์เดิมของสัญญาจ้างหรือ
ข้อตกลงน้ัน..)

6.8 การงดหรือลดคา่ ปรบั หรอื การขยายเวลาทำการตามสญั ญา

6.8.1 ขอ้ กฎหมาย และระเบยี บ
มาตรา 102 การงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทำการตามสัญญา

หรือข้อตกลง ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจที่จะพิจารณาได้ตามจำนวนวันที่มีเหตุเกิดขึ้นจริง เฉพาะ
ในกรณีดังตอ่ ไปนี้

(1) เหตเุ กดิ จากความผิดหรอื ความบกพร่องของหนว่ ยงานของรฐั
(2) เหตุสดุ วสิ ยั
(3) เหตเุ กิดจากพฤตกิ ารณ์อนั หน่งึ อันใดทค่ี สู่ ญั ญาไม่ต้องรบั ผิดตามกฎหมาย
(4) เหตอุ ืน่ ตามทก่ี ำหนดในกฎกระทรวง
หลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการของดหรอื ลดคา่ ปรับให้แก่คู่สญั ญา หรอื การขยายเวลาทำการตาม
สญั ญาหรือข้อตกลง ใหเ้ ปน็ ไปตามระเบียบทีร่ ัฐมนตรีกำหนด

334 คมู่ อื การจ้างก่อสร้าง
การทำสญั ญา และการบริหารสญั ญา

อธิวัฒน์ โยอาศรี

ข้อ 182 การงดหรือลดค่าปรับใหแ้ ก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทำการตามสัญญาหรอื
ขอ้ ตกลงตามมาตรา 102 ในกรณที ี่มีเหตุเกดิ จากความผดิ หรือความบกพรอ่ งของหนว่ ยงานของรัฐหรือ
เหตุสุดวิสัย หรือเกิดจากพฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดตามกฎหมายหรือเหตุอื่น
ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทำให้คู่สัญญาไม่สามารถส่งมอบสิ่งของหรืองานตามเงื่อนไขและ
กำหนดเวลาแห่งสัญญาได้ ให้หน่วยงานของรัฐระบุไว้ในสัญญาหรือข้อตกลงกำหนดให้คู่สัญญาต้อง
แจง้ เหตดุ งั กล่าวให้หน่วยงานของรฐั ทราบภายใน 15 วนั นับถดั จากวนั ทเี่ หตนุ ้ันได้สิน้ สุดลงหรือตามท่ี
กำหนดในกฎกระทรวง หากมิได้แจ้งภายในเวลาที่กำหนด คู่สัญญาจะยกมากล่าวอ้างเพื่อของดหรือ
ลดค่าปรับ หรือขอขยายเวลาในภายหลังมิได้ เว้นแต่กรณีเหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของ
หนว่ ยงานของรัฐซ่ึงมีหลักฐานชัดแจ้ง หรอื หนว่ ยงานของรัฐทราบดอี ยูแ่ ล้วตง้ั แตต่ น้

อำนาจอนมุ ตั ิ หัวหนา้ หนว่ ยงานของรฐั
สาเหตุ
(1) เหตเุ กิดจากความผดิ หรอื ความบกพร่องของหน่วยงานของรฐั
(2) เหตสุ ุดวสิ ัย
(3) เหตุเกดิ จากพฤตกิ ารณอ์ นั หนง่ึ อันใดที่คูส่ ญั ญาไม่ตอ้ งรบั ผิดตามกฎหมาย
(4) เหตุอืน่ ตามทีก่ ำหนดในกฎกระทรวง

หลักเกณฑ์และวิธกี ารของดหรือลดค่าปรับให้แกค่ สู่ ญั ญา หรือการขยายเวลาทำการ
(1) คู่สัญญาตอ้ งแจ้งเหตุใหห้ น่วยงานของรัฐทราบภายใน 15 วนั นับแตเ่ หตุน้ันไดส้ น้ิ สดุ ลง
หากไม่แจ้งตามที่กำหนด จะยกมากล่าวอ้างเพื่อขอลดหรืองดค่าปรับ หรือขยายเวลาในภายหลังมิได้ เว้น
แต่กรณีเหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐซึ่งมีหลักฐานชัดแจ้ง หรือหน่วยงาน
ของรฐั ทราบดีอยแู่ ลว้ ตัง้ แต่ตน้
(2) พจิ ารณาไดต้ ามจำนวนวันท่มี เี หตุเกดิ ขน้ึ จริง

6.8.2 ชว่ งเวลาการพจิ ารณา
(1) การพิจารณางดหรือลดค่าปรับ จะเป็นการพิจารณาอนุมัติให้ในเวลาที่ล่วงเลย

กำหนดระยะเวลาของสญั ญาหรือข้อตกลงไปแล้ว และเป็นกรณีที่มีคา่ ปรับเกดิ ขน้ึ แลว้
(2) การพิจารณาขยายเวลาทำการ จะเป็นการพิจารณาอนุมตั ใิ ห้ก่อนทีจ่ ะครบกำหนด

สัญญา และค่าปรับยังไม่เกิด

6.8.3 กรณีศกึ ษา
(1) เหตเุ กดิ จากความผดิ หรือความบกพรอ่ งของหน่วยงานของรฐั
เหตุที่เกิดจากความผิด หรือความบกพร่องของหน่วยงานยของรัฐ ต้องเป็นเหตุ

อุปสรรคที่ทำให้ผู้ขายไม่สามารถส่งมอบพัสดุหรือผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานจ้างนั้นได้ และไม่ว่าเหตุ

335คู่มอื การจ้างก่อสรา้ ง

การทำสญั ญา และการบรหิ ารสญั ญา

อธวิ ัฒน์ โยอาศรี

นั้นจะเป็นผลมาจากหน่วยงานของรัฐผู้ซื้อหรือผู้ว่าจ้างโดยตรง หรือมาจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
กต็ าม

ตวั อย่าง
- ส่งมอบพน้ื ทีล่ า่ ชา้
- อนุมตั ิใหแ้ กไ้ ขแบบรูปรายการล่าชา้
- การแกไ้ ขเปล่ียนแปลงสญั ญา ทำใหม้ เี นื้องานเพ่ิมขึ้น
- ระยะเวลาทใ่ี ชไ้ ปในการตรวจรบั งาน
(2) เหตุสุดวสิ ยั
ตามมาตรา 8 แหง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์
เหตุสุดวิสัย หมายถึง “เหตุใดๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี เป็นเหตุที่ไม่
อาจป้องกันได้ แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้น จะได้จัดการระมัดระวังตาม
สมควร อันพึงคาดหมายได้จากบคุ คลในฐานะและภาวะเชน่ น้ัน”
ตัวอย่าง กรณที ีถ่ อื เป็นเหตสุ ดุ วสิ ยั
- เกิดอทุ กภยั น้ำท่วม ไมอ่ าจปอ้ งกนั ได้
- ฝนตกหนักติดตอ่ กันหลายวนั (ฝนตกนอกฤดกู าล)
- การขาดแคลนแรงงาน วัสดุ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง เนื่องจากเกิด
อุทกภัย ถนนขาด ไมส่ ามารถเข้าพืน้ ทไี่ ด้
- ฝนตกนำ้ ทว่ มขังบริเวณสถานที่ก่อสรา้ ง
- บริษัทผู้ผลติ ในต่างประเทศย้ายโรงงานผลติ ไปอยเู่ ขตอื่น

- การขาดแคลนวัตถุดบิ

(3) เหตเุ กดิ จากพฤติการณ์อนั หน่ึงอนั ใดทคี่ ู่สญั ญาไมต่ อ้ งรับผิดตามกฎหมาย
ตามมาตรา 205 แหง่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
“ตราบใดการชำระหนี้นั้นยังไม่ได้กระทำลงเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งลกู หนี้

ไม่ตอ้ งรบั ผิดชอบ ตราบนนั้ ลกู หนีย้ งั หาได้ชอื่ ว่าผิดนดั ไม่”
พฤติการณ์ที่คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดชอบนั้น จะต้องเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือการ

ควบคุมของผขู้ ายหรือผู้รบั จา้ ง และต้องเกดิ ข้ึนก่อนผิดนดั ชำระหนด้ี ว้ ย
ตัวอยา่ ง
- บริษัทผู้ผลิตในต่างประเทศใช้เวลาในการพิจารณาอนุมัตินานกว่าปกติ อยู่

นอกเหนือการควบคมุ ของบริษทั ผขู้ าย
- บริษัทผู้ผลิตในต่างประเทศถูกควบรวมกิจการ บริษัทผู้ขายได้พยายามหาสินค้า

จากแหลง่ อน่ื มาสง่ มอบแทน แตไ่ ม่อาจหาได้

336 คมู่ อื การจ้างก่อสร้าง
การทำสัญญา และการบริหารสญั ญา

อธิวัฒน์ โยอาศรี

- บรษิ ทั ผ้ผู ลติ ในต่างประเทศมีความจำเป็นตอ้ งปิดสายการผลติ บริษทั ผูข้ ายได้พยายาม
หาสินค้าจากแหล่งอื่นมาส่งมอบแทนแล้ว แต่ได้มีหนังสือขอขยายเวลามาเกินกว่า 15 วัน จึงหมดสิทธิที่จะ
ได้รบั การขยายเวลา

6.8.4 การพิจารณาอนุมัติให้งด/ ลดค่าปรับ หรือการขยายระยะเวลาสัญญาไม่ต้องทำสัญญา
แกไ้ ขเพิม่ เตมิ

คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะต้องเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของ
หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ และเมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณาให้งด หรือลดค่าปรับ หรืออนุมัติ
ใหค้ สู่ ัญญาขยายระยะเวลาการสง่ มอบพัสดุหรืองานจา้ งตามสัญญาแลว้

(1) หน่วยงานของรัฐไม่จำต้องแกไ้ ขสัญญาเพิ่มเติมแต่อย่างใด เนื่องจากเปน็ สัญญาฝ่าย
เดียว ไมจ่ ำต้องใหค้ ่สู ญั ญายนิ ยอม

(2) เพียงแต่ให้เจ้าหน้าที่พัสดุนำคำอนุมัติให้แก้ไขสัญญาของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ
แนบตดิ ไว้ในสัญญา พร้อมกับแจง้ ให้คสู่ ัญญาทราบการงด ลดค่าปรบั หรือการขยายเวลาว่าอายุสัญญา
สนิ้ สุดเมอ่ื ใด เพอื่ ใหค้ สู่ ญั ญาทราบเทา่ นั้น

6.8.5 ผู้ขาย/ผู้รับจ้างขอขยายสัญญามาก่อนถึงวันครบอายุสัญญาแต่หัวหน้าหน่วยงาน
ของรฐั รอนมุ ัติให้ขยายสญั ญาลา่ ชา้ จนลว่ งเลยวันครบอายสุ ัญญาไปแลว้ มวี ิธปี ฏิบัตอิ ย่างไร

(1) เมื่อครบกำหนดสัญญา และมีค่าปรับเกิดขึ้นแล้ว ให้หน่วยงานของรัฐรีบแจ้งการ
เรียกค่าปรับตามสัญญาหรือข้อตกลงจากคู่สัญญา ภายใน 7 วันทำการ นับถัดจากวันครบกำหนดส่ง
มอบ และเม่ือผขู้ ายนำพสั ดมุ าสง่ หรอื ผ้รู ับจ้างส่งมอบงาน ใหบ้ อกสงวนสทิ ธิ์การเรียกค่าปรับในขณะท่ี
รับมอบพสั ดุนน้ั ดว้ ย

(2) ต่อมาเมื่อหน่วยงานของรัฐได้อนุมัติให้ขยายเวลาทำการตามสัญญา/ข้อตกลงตามที่
ผู้ขายหรือผู้รับจ้างร้องขอแล้ว ก็ให้นำระยะเวลาดังกล่าวมาพิจารณางด หรือลดค่าปรับให้ต่อไป โดย
ไมต่ อ้ งแก้ไขกำหนดวันครบสัญญาใหม่อกี แต่อย่างใด

6.9 การปรับ

6.9.1 ข้อกฎหมาย และระเบยี บ
ข้อ 181 กรณีที่สัญญาหรือข้อตกลงได้ครบกำหนดส่งมอบแล้ว และมีค่าปรับเกิดขึ้นให้

หน่วยงานของรัฐแจง้ การเรียกค่าปรบั ตามสญั ญาหรอื ขอ้ ตกลงจากคู่สัญญาภายใน 7 วันทำการนบั ถดั จาก
วันครบกำหนดส่งมอบ และเมื่อคู่สัญญาได้ส่งมอบพัสดุ ให้หน่วยงานของรัฐบอกสงวนสิทธิ์การเรียก
คา่ ปรบั ในขณะท่ีรบั มอบพสั ดนุ น้ั ด้วย

หลกั การและวิธปี ฏิบตั ิ
(1) เมื่อครบกำหนดสัญญา/ข้อตกลง ผู้ขายหรือผู้รับจ้างยังไม่มีการส่งมอบพัสดุ ให้มี
หนังสือแจ้งเรียกค่าปรับตามสัญญาหรือข้อตกลงจากคู่สัญญาภายใน 7 วันทำการนับถัดจากวันครบ
กำหนดส่งมอบ

337คมู่ อื การจ้างกอ่ สรา้ ง

การทำสญั ญา และการบริหารสัญญา

อธิวัฒน์ โยอาศรี

(2) เมื่อมีการส่งมอบพัสดุเกินกำหนดสัญญา/ข้อตกลง ให้หน่วยงานของรัฐบอกสงวน
สทิ ธิ์การเรยี กค่าปรบั ในขณะที่รับมอบพสั ดุ

6.9.2 การคำนวณค่าปรบั
การนับวันปรับให้นับถัดจากวันครบกำหนดตามสัญญา/ข้อตกลง จนถึงวันที่ผู้ขายหรือผู้

รับจ้างส่งมอบสิ่งของถูกต้องครบถ้วน หรือจนถึงวันที่บอกเลิกสัญญา/ข้อตกลง (หักด้วยระยะเวลาที่
คณะกรรมการตรวจรับใชไ้ ปในการตรวจรับออกจากจำนวนวนั ทต่ี ้องถูกปรบั ด้วย)

(1) ส่ิงของประกอบกนั เปน็ ชุดให้ ปรบั เต็มราคาของทงั้ ชดุ
(2) สิง่ ของรวมตดิ ตัง้ /ทดลองให้ ปรับตามของราคาทัง้ หมด

การคิดระยะเวลาการปรบั
หนังสือสำนักนายกรัฐมนตรี ท่ี นร (กวพ) 1204/1665 ลงวนั ท่ี 17 กมุ ภาพันธ์ 2537
เมื่อผู้รับจ้างได้ทำงานจ้างแล้วเสร็จตามสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบงานจ้างดังกล่าว
ให้แก่ส่วนราชการผู้ว่าจ้างโดยการแจ้งส่งมอบงานไปยังส่วนราชการ ซึ่งการแจ้งส่งมอบงานดังกล่าว
หากทำเป็นหนังสือย่อมมีนับแต่เวลาที่หนังสือส่งมอบงานไปถึงส่วนราชการผู้ว่าจ้างแล้ว เทียบเคียง
ตามหลักในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 169 (ระเบียบฯ ข้อ 72 (3) ใช้คำว่า
“ส่งมอบ”) และเมื่อส่วนราชการผู้ว่าจ้างได้รับทราบการส่งมอบงานของผู้รับจ้างแล้วคณะกรรมการ
ตรวจการจ้างก็จะทำการตรวจรับงานจ้างนั้น ถ้าคณะกรรมการฯ เห็นว่าถูกต้องครบถ้วนเป็นไปตาม
แบบรูปรายการละเอยี ดและข้อกำหนดในสัญญาจา้ งแล้ว คณะกรรมการฯ จะตรวจรับไว้ใช้ในราชการ
ต่อไป ซึ่งการตรวจรับของคณะกรรมการฯ ดังกล่าวจะมีผลย้อนหลังไปถึงตั้งแต่วันที่การส่งมอบงาน
ของผรู้ ับจา้ งมผี ล ทั้งนี้ตามนยั ระเบยี บฯ ข้อ 72 (4)
การนับระยะเวลาในการคิดค่าปรับผู้ว่าจ้าง ต้องนับตั้งแต่วันถัดจากวันครบกำหนดตาม
สญั ญาจนถงึ วนั ทผี่ ้รู ับจ้างทำงานแล้วเสรจ็ และส่งมอบงานจา้ งน้นั
กรณีที่ผู้ควบคุมงานได้รับหนังสือส่งมอบงานของผู้รับจ้างไว้เพื่อตรวจสอบแล้ว จึงนำไปส่ง
มอบให้กับผู้ว่าจ้าง การกระทำของผู้ควบคุมงานดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการกระทำแทนผู้ว่าจ้าง ดังน้ัน
ต้องถือว่าวันที่ส่วนราชการได้รับการส่งมอบงานจากผู้รับจ้างเป็นวันเดียวกับวันที่ผู้ควบคุมงานได้รับ
หนังสอื ดังกล่าว
การรบั งานในแตล่ ะงวด
หนงั สอื สำนักนายกรัฐมนตรี ท่ี สร 1001/ว 28 ลงวนั ที่ 18 พฤศจกิ ายน 2525
การตรวจรับงานแต่ละงวด ตามนัยสัญญาจ้างท้ายระเบียบฯ เป็นเพียงเพื่อที่จะออกใบตรวจ
รับงานจ้างให้แก่ผู้รับจ้างไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำมาเบิกเงินค่าจ้างเท่านั้น มิใช่เป็นการตรวจรับงานจ้างใน
งวดนั้นไว้ใช้ในราชการ ดังนั้น เมื่อมีอันตรายหรือความเสียหายใด ๆ เกิดขึ้นแก่งานจ้างดังกล่าวแม้จะ
เกิดขึ้นเพราะเหตสุ ุดวสิ ัยประการใดก็ตาม ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รบั ผิดชอบในความเสยี หายเหล่านั้น โดย
จัดหามาใหมห่ รอื แกไ้ ขซ่อมแซมให้คนื ดี

338 คมู่ ือการจา้ งกอ่ สรา้ ง
การทำสญั ญา และการบริหารสัญญา

อธวิ ฒั น์ โยอาศรี

การนบั เวลาคิดคา่ ปรบั
หนงั สือสำนกั นายกรฐั มนตรี ที่ นร (กวพ) 1305/4330 ลงวนั ที่ 4 มิถนุ ายน 2541
ระยะเวลาที่ผู้ว่าจ้างใช้ไปในการตรวจรับงาน ถือไม่ได้ว่าเป็นระยะเวลาที่เสียไปอัน
เนื่องมาจากความผิดหรือความบกพร่องของผู้รับจ้างฯ ตามระเบียบฯ ข้อ 139 (1) จึงต้องนำ
ระยะเวลาดังกล่าวมาพิจารณาลดค่าปรบั ใหแ้ กผ่ ู้รบั จา้ งด้วย

การเบิกจา่ ยในกรณที ีม่ คี า่ ปรบั
หนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค 0502/18211 ลงวนั ท่ี 11 เมษายน 2533
การเบิกจ่ายเงินค่าซื้อทรัพย์สินหรือจ้างทำของต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในสัญญา การเบกิ
เงนิ ในกรณที ่มี คี ่าปรับสว่ นราชการต้องวางฎีกาขอเบิกเงินตามงวดในสญั ญาเตม็ จำนวน ส่วนค่าปรับให้
เบิกหักผลักส่งเข้าเปน็ รายได้แผ่นดินในฎีกาเดยี วกันกอ่ น และหากปรากฏภายหลงั ผู้รับจา้ งไม่ผดิ ไดร้ บั
อนมุ ตั ใิ หง้ ดปรบั แล้ว จึงจะถอนคนื ค่าปรับมาจ่ายต่อไป

ค่าปรบั
หนังสอื สำนักนายกรฐั มนตรี ที่ นร (กวพ) 1305/10364 ลงวนั ที่ 17 ธนั วาคม 2541
1) ในการคดิ คำนวณค่าปรบั ตามสญั ญาในกรณีทผี่ ู้ขายสง่ มอบพัสดุลา่ ช้ากว่ากำหนดส่งมอบ
หรือในกรณที ีผ่ ูร้ บั จ้างทำงานเสรจ็ ล่าช้ากวา่ กำหนดเวลาตามสญั ญา ตอ้ งคดิ คำนวณตามราคาของพสั ดุ
หรือราคางานจ้างตามสัญญาซึ่งเป็นราคาค่าพัสดุหรืองานจ้างที่ได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษี
อากรอืน่ และคา่ ใชจ้ ่ายทง้ั ปวงด้วยแลว้
2) งานจ้างที่เป็นงานจ้างทำพัสดุซึ่งไม่จำเป็นต้องการผลสำเร็จของงานทั้งหมดพร้อมกัน
สมควรจะต้องกำหนดอัตราค่าปรับรายวันในอัตราตายตัวร้อยละ 0.01 – 0.20 ของราคาพัสดุที่ยัง
ไมไ่ ด้รบั มอบ

การคำนวณวันปรบั ตามสัญญา
หนังสือสำนักนายกรฐั มนตรี ที่ นร (กวพ) 1204/6114 ลงวันท่ี 20 กรกฎาคม 2536
ถ้าวันสุดท้ายของกำหนดวันส่งมอบสิ่งของตามสัญญาตรงกับวันหยุดราชการ การนับ
ระยะเวลาการส่งมอบสิ่งของต้องถือปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (มาตรา 193/8)
ดังนั้น วันสุดท้ายของระยะเวลาการสง่ มอบต้องนับวันทีเ่ ร่ิมทำการใหม่ตอ่ จากวันหยุดราชการนั้น เปน็
วันสุดท้ายของระยะเวลาการส่งมอบสิ่งของตามสัญญา และเมื่อวันสุดท้ายของระยะเวลาการส่งมอบ
เปลี่ยนไปเป็นวันแรกที่ทางราชการเปิดทำการแล้ว กรณีที่ผู้ขายได้นำสิ่งของตามสัญญาซื้อขายมาส่ง
มอบในวนั ดงั กล่าวกถ็ ือวา่ ผ้ขู ายได้ส่งมอบส่งิ ของภายในกำหนดเวลาซือ้ ขายแลว้
สำหรับการณีท่ีผู้ขายมิไดน้ ำสิ่งของตามสัญญามาส่งมอบในวันแรกท่ีทางราชการเปดิ ทำการ
ดังกล่าว แต่ได้ส่งมอบในวันอื่น ๆ ถัดไป การคิดคำนวณวันปรับผู้ขายในกรณีนี้จะต้องเริ่มนับแต่วันถดั

339ค่มู อื การจา้ งกอ่ สรา้ ง

การทำสญั ญา และการบริหารสญั ญา

อธิวัฒน์ โยอาศรี

จากวันแรกที่ทางราชการเปิดทำการดังกล่าวเป็นต้นไป มิใช่เริ่มนับตั้งแต่วันถัดจากวันสุดท้ายของ
ระยะเวลาส่งมอบสงิ่ ของตามสัญญาเดิม

การบอกสงวนสทิ ธ์กิ ารปรับ
หนังสือกระทรวงการคลงั ที่ กค 0502/24136 ลงวันท่ี 1 กนั ยายน 2507
ในการรับมอบงานท่ีจ้างหรือทรพั ย์สินทีซ่ อ้ื ถ้าปรากฏวา่ ผรู้ ับจ้างหรือผูข้ ายผิดนดั และจะต้อง
ถกู ปรบั ตามสัญญา สว่ นราชการคู่สัญญาจะตอ้ งสงวนสทิ ธ์ิการปรับไวเ้ ป็นลายลักษณอ์ ักษรทกุ กรณไี ป
หมายเหตุ
1) การปรับผู้ว่าจ้างตามสัญญาจ้างนั้น เมื่อผู้ว่าจ้างส่งมอบงานจ้างล่าช้ากว่ากำหนดตาม
สัญญาและผู้ว่าจ้างประสงค์จะใช้สิทธิ์ปรับผู้รับจ้าง ผู้ว่าจ้างจะเรียกเอาเบี้ยปรับดังกล่าวได้ก็ต่อเมื่อได้
บอกสงวนสทิ ธ์ไิ ว้ในเวลารบั ชำระหนต้ี ามนยั แหง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์
2) การทีผ่ ู้วา่ จ้างไดต้ รวจรับงานไว้ถกู ต้องครบถว้ นแลว้ โดยท่ีมไิ ด้บอกสงวนสิทธิ์การปรับไว้
ในเวลารับชำระหนี้ ไมม่ ีสิทธิป์ รบั ผู้รบั จ้าง
3) การละเลยมิได้บอกสงวนสิทธิ์ทำให้ทางราชการต้องเสียสิทธิ์เรียกค่าปรับอาจจะต้องมี
ผรู้ บั ผิดชอบในทางแพ่งต่อราชการด้วย
4) การคิดคำนวณค่าปรับเป็นรายวันในกรณีผู้รับจ้างส่งงานล่าช้า หากกรรมการตรวจการ
จ้างไม่อาจตรวจรับงานได้ทันทีจำเป็นต้องใช้เวลาเพื่อการตรวจรับงาน ไม่ถือว่าช่วงเวลาที่เสียไปอัน
เน่ืองจากความล่าช้าของกรรมการตรวจการจ้างนั้นเป็นช่วงเวลาที่ต้องเสียไปเนื่องจากความผิดของผู้
รบั จ้าง ผู้รบั จ้างไม่ตอ้ งรบั ผดิ ชำระค่าปรับสำหรับในชว่ งเวลาดงั กลา่ ว

การปรบั ตามสัญญาจา้ ง
หนงั สือกรมอยั การ ที่ มท 1202/8370 ลงวนั ท่ี 16 กรกฎาคม 2527
การกำหนดงวดการจ่ายเงินค่าจ้างเป็นเพียงข้อกำหนดในการเบิกเงินค่าจ้างแบ่งเป็นงวด ๆ
โดยกำหนดงานเป็นจำนวนสิ่งของและเวลาที่จะส่งมอบงานตามสัดส่วนกับจำนวนเงินค่าจ้างที่จะขอ
เบิกในงวดนั้น ๆ ซึ่งหากผู้รับจ้างไม่ส่งมอบงานตามระยะเวลาที่กำหนด ก็เป็นเพียงไม่สามารถรับเงิน
คา่ จ้างในงวดนน้ั ๆ ได้เทา่ นนั้ ผูว้ ่าจา้ งยังไมม่ ีสทิ ธ์ิปรับผรู้ บั จ้าง
การส่งมอบงานไมเ่ ปน็ ไปตามแบบรปู
หนงั สอื สำนกั งานปลัดสำนักนายกรฐั มนตรี ที นร 0901/6764 ลงวันท่ี 28 พฤศจกิ ายน 2527
กรณีที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานภายในกำหนดแห่งสัญญา แต่งานมิได้เป็นไปตามรูปแบบของ
สัญญา เมื่อคณะกรรมการตรวจการจ้าง แจ้งให้ผู้รับจ้างทำการแก้ไขให้ถูกต้องแสดงว่า การส่งมอบ
งานในครั้งนั้นไม่สมบูรณ์ และผู้รับจ้างย่อมจะไม่ได้ประโยชน์ในระยะเวลาที่ได้ส่งมอบงานดังกล่าว ใน
กรณีดังกล่าวนี้ส่วนราชการก็ต้องรีบแจ้งสงวนสิทธิ์ การเรียกค่าปรับเช่นเดียวกัน ซึ่งต้องกระทำใน
ระยะเวลาทไี่ ดท้ ราบวา่ การส่งมอบงานดังกลา่ วไมถ่ กู ต้องตามขอ้ กำหนดในสัญญา

340 คมู่ อื การจา้ งกอ่ สร้าง
การทำสัญญา และการบรหิ ารสัญญา


Click to View FlipBook Version