298 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 2
เวลา 1 ช่วั โมง
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 11Who Were They?
เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง Famous People
เป้ าหมายการเรยี นร/ู้ หลกั ฐานการเรยี นร/ู้ การวดั ผลแล
ะประเมนิ ผล สง่ิ ทตี่ อ้ งรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้
มาตรฐานการเรยี นรู้
และตวั ชี้วดั
ต 3.1 ม.2/1 คน้ ควา้ ขอ้ มลู และเขยี นบรรยายเกยี่ วกบั บุคคลสาคญั ทางประวตั ศิ าสตรข์ องไทย ง
ความ
ร-ู้ คาศพั ท์
กจิ กรรม Writing
- historical (adj.): based on history, happening in the past
(แหง่ ประวตั ศิ าสตร)์
- สานวนภาษา
-
- หน้าทภี่ าษา
-
- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
- Simple Past Tense
กิจกรรมการเรี
กยิจกนรรรู้ ม Writing
1. นาเขา้ สบู่ ทเรียน
- ค รู ให้ นั ก เรี ย น ดู ค า ส่ ัง ใน กิ จ ก ร ร ม Writing ใน ห นั ง สื อ เรี ย น ห น้ า 85
ครูอา่ นออกเสยี งคาส่งั ให้นกั เรียนฟงั หลงั จากน้นั ครแู บ่งกลุม่ นกั เรียน กลุม่ ละ 3-4
คน
ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ระดมพลงั สมองในการคดิ และบอกชื่อของบุคคลสาคญั ทางประ
วตั ิศาสตรข์ องไทย แลว้ ใหต้ วั แทนกลุม่ ออกไปเขียนชื่อบุคคลเหลา่ นน้ั บนกระดาน
ใหน้ กั เรียนอภปิ รายพรอ้ มกบั ใหข้ อ้ มูลวา่ บคุ คลเหลา่ นน้ั สาคญั หรือมชี ือ่ เสียงอย่างไร
2. แจง้ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
- ค รู บ อ ก นั ก เ รี ย น ว่ า
ในหน่วยการเรยี นรูน้ ้ีนกั เรยี นจะต้องคน้ คว้าขอ้ มลู เกยี่ วกบั บุคคลสาคญั ทางประวตั ศิ าส
ตร์ของไทย และสามารถนาขอ้ มลู ไปใชใ้ นการเขียนบรรยายบุคคลสาคญั นน้ั ได้
299
3. เขียนบรรยายเกยี่ วกบั บุคคลสาคญั ทางประวตั ศิ าสตรข์ องไทย
-
ครูแนะนาวิธีการเขียนบรรยายบุคคลโดยเขียนคาถามเหลา่ นี้บนกระดานให้นกั เรีย
นอา่ น เพอื่ กระตุน้ ใหน้ กั เรยี นใช้เป็ นแนวทางในการเขียนไดง้ า่ ยขนึ้ เชน่
- Who was he/she?
- When was he/she born?
- When did he/she die?
- What was he/she famous for?
-
ครใู หน้ กั เรยี นเลือกรายชื่อบุคคลสาคญั บนกระดานหรอื นกั เรียนคน้ ควา้ รายชือ่ บคุ
คลสาคญั ทางอนิ เทอรเ์ น็ต โดยใหน้ กั เรยี นเลอื กมา 1 คน
พรอ้ มกบั เขยี นบรรยายบุคคลสาคญั นน้ั
- ค รู ใ ห้ นั ก เ รี ย น เ ขี ย น เ ป็ น ร า ย บุ ค ค ล
หลงั จากนน้ั ใหน้ กั เรียนแลกเปลี่ยนกนั ดูระหวา่ งผลงานเขยี นของตนเองกบั ของเพอื่ น
เสร็จแลว้ นกั เรียนนาเสนอผลงานเขียนแกค่ รู
- ครปู ระเมนิ งานเขียนของนกั เรยี นโดยใชเ้ กณฑ์การประเมนิ การเขียน
และใช้เกณฑ์ผา่ นระดบั พอใช้
กิจกรรมเสรมิ ทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา
-
สอื่ /แหลง่ การเรี
1ย.นหรนู้ งั สือเรียน New World 2 หน้า 85
2. ซีดีบนั ทกึ เสียง
3. เครือ่ งเลน่ ซีดี
บนั ทกึ ผลการจดั การเรยี นร/ู้ ปญั หาหรอื อปุ สรรค/ข้อเสนอแนะหรอื แน
..ว..ท...า.ง..ก..า..ร..ป..ร..บ.ั ..ป..ร..งุ ...............................................................................
300
แผ น ก าร จัด ก ารเรีย น รู้ที่
108
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 11Who Were They? ชน้ั มธั ยมศึกษาปี ที่ 2
เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง Famous People เวลา 1 ช่วั โมง
เป้ าหมายการเรยี นร/ู้ หลกั ฐานการเรยี นร/ู้ การวดั ผลแล
ะประเมินผล สงิ่ ทตี่ ้องรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้ ผลงาน/ชนิ้ งาน
มาตรฐานการเรียนรู้
และตวั ชี้วดั
ต 3.1 ม.2/1, ใช้ภาษาองั กฤษคน้ ควา้ ขอ้ มูลเกยี่ วกบั บคุ คลสาคญั ของไทย นทิ รรศการ/การจดั บอ
ต 4.2 ม.2/1
ความ
ร-ู้ คาศพั ท์
-
- สานวนภาษา
-
- หน้าทภี่ าษา
- To present about famous people
- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
-
กิจกรรมการเรี
กยิจกนรรรู้ ม World Link
1. นาเขา้ สบู่ ทเรียน
- ครูนาเสนอรูปภาพบคุ คลสาคญั 1 ภาพและถามนกั เรยี นโดยใชค้ าถาม ดงั นี้
- Do you know him/her?
- Was he/she famous?
- What was he/she famous for?
2. แจง้ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
301
- ค รู บ อ ก นั ก เ รี ย น ว่ า
ในหน่วยการเรียนรูน้ ้ีนกั เรยี นจะตอ้ งคน้ ควา้ หาขอ้ มลู เกยี่ วกบั บคุ คลสาคญั ทางประวตั ิ
ศาสตร์ของไทย และสามารถอภปิ รายใหเ้ พอื่ นและครฟู งั ได้
3. คน้ ควา้ ขอ้ มูลเกยี่ วกบั บคุ คลสาคญั
- ครูอา่ นคาส่งั และคาถามในกจิ กรรม World Link ในหนงั สอื เรยี น หน้า 85
ใหน้ กั เรยี นฟงั
- ครูแบง่ กลมุ่ นกั เรยี น กลมุ่ ละ 3-4 คน
ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกนั หาคาตอบของแตล่ ะคาถามและเขียนลงในสมดุ
- ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม ค้นคว้าห าข้อมูลของบุคคลสาคญั ที่นักเรียนไม่รู้จกั
น า เส น อ ผ ล ง า น ข้ อ มู ล พ ร้ อ ม รู ป ภ า พ ข อ ง บุ ค ค ล ส า ค ั ญ ที่ ค้ น ค ว้ า ม า
แลว้ จดั นทิ รรศการไวท้ มี่ มุ ภาษาองั กฤษหลงั หอ้ งเรยี น
- ครูประเมนิ ผลงานของนกั เรียน โดยใช้แบบประเมนิ การจดั นิทรรศการ/การจดั บอร์ด
และใชเ้ กณฑ์ผา่ นระดบั พอใช้
นกั เรยี นประเมินตนเอง
- นั ก เ รี ย น ท า แ บ บ ป ร ะ เ มิ น Self-
Evaluation เพอื่ ประเมนิ ตนเองเกยี่ วกบั เน้ือหาทไี่ ดเ้ รยี นไปแลว้ (แบบประเมนิ Unit
11
Self-Evaluation ทา้ ยคูม่ อื ครู/ทา้ ยหนงั สือแบบฝึ กหดั )
กิจกรรมเสรมิ ทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา
- ครใู หน้ กั เรยี นทาโครงงานการคน้ ควา้ รวบรวมขอ้ มลู บคุ คลสาคญั ในประเทศกลมุ่
อ า เ ซี ย น โ ด ย แ บ่ ง นั ก เ รี ย น เ ป็ น 10 ก ลุ่ ม ก ลุ่ ม ล ะ 1 ป ร ะ เ ท ศ
แ ล ะ ใ ห้ แ ต่ ล ะ ก ลุ่ ม น า เ ส น อ ผ ล ง า น ไ ว้ ที่ มุ ม ASEAN
CORNER ในหอ้ งเรยี น
สอื่ /แหลง่ การเรี
1ย.นหรนู้ งั สือเรยี น New World 2 หน้า 85
บนั ทกึ ผลการจดั การเรยี นร/ู้ ปญั หาหรอื อปุ สรรค/ขอ้ เสนอแนะหรอื แน
..ว..ท...า.ง..ก..า..ร..ป..ร..บ.ั ..ป..ร..งุ ...............................................................................
หน่วยการเรียนรู้ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 2
Yeทstี่ e1r2day เวลา 9 ช่วั โมง
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 109-117
เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง Biography
สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
หน่วยการเรียนรนู้ ้ีมจี ุดมุง่ หมายใหน้ กั เรยี นฟงั คาพูดแก้ตวั ของบุคคล อา่ นประวตั บิ ุค
คลที่มีชือ่ เสียง พูดโตต้ อบเกี่ยวกบั กจิ กรรมที่กระทาในอดีต ค้นคว้าหาข้อมลู ของบุคคล
ทมี่ ีชือ่ เสียง และเขียนเกี่ยวกบั ประวตั ขิ องบุคคลทมี่ ีชือ่ เสียงทชี่ ื่นชอบ
มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ช้ีวดั
สาระที่ 1 : ภาษาเพื่อการสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.2/2, ต 1.1 ม.2/4, ต 1.2 ม.2/1, ต 1.3 ม.2/1, ต 1.3 ม.2/2, ต
1.3 ม.2/3
สาระที่ 2 : ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 ม.2/1
สาระที่ 3 : ภาษากบั ความสมั พนั ธ์กบั กลุม่ สาระการเรียนรูอ้ ืน่
มาตรฐาน ต 3.1 ม.2/1
สาระที่ 4 : ภาษากบั ความสมั พนั ธ์กบั ชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ม.2/1, ต 4.2 ม.2/1
สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ความสามารถในการสือ่ สาร การคดิ ใ ฝ่ เ รี ย น รู้ :
การใชเ้ ทคโนโลยี
คน้ ควา้ หาความรูจ้ ากแหลง่ เรยี นรตู้ ่าง ๆ
ทกั ษะ/กระบวนการ
ทกั ษะเฉพาะวชิ า ทกั ษะการคดิ
การฟงั : ระบรุ ายละเอียด - ระดมพลงั สมอง
การพูด : พูดโตต้ อบ - การระบุ
การอา่ น : อา่ นออกเสียงและระบรุ ายละเอียด - การคน้ ควา้ ขอ้ มูล
การเขียน : เขียนนาเสนอข้อมูล - การนาเสนอข้อมูล
ความเขา้ ใจทีย่ ่งั ยืน
นกั เรียนเข้าใจการใชโ้ ครงสรา้ งประโยคทใี่ ช้ในการพูดและเขียนเกี่ยวกบั เรือ่ งราวทเี่ ป็ นอดี
ต
ความสมั พนั ธ์กบั กลุ่มสาระการเรียนรูอ้ ืน่
สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม; การงานอาชีพและเทคโนโลยี
300
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 109
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 12Yesterday ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 2
เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง Biography เวลา 1 ช่วั โมง
เป้ าหมายการเรยี นร/ู้ หลกั ฐานการเรียนร/ู้ การวดั ผลแล
ะประเมนิ ผล
สงิ่ ทตี่ ้องรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้ ผลงาน/ชนิ้ งาน การวดั ผลแ
มาตรฐานการเรียนรู้
และตวั ช้ีวดั
ต 1.3 ม.2/3 พูดถาม- ถ้อยคาที่ใช้ในการพูด ประเมนิ การพูดโดยใช
ตอบเกีย่ วกบั กจิ กรรมที่ทาในอดีต ถาม-ตอบ และใช้เกณฑผ์ ่านระดบั
ความ
ร-ู้ คาศพั ท์
กจิ กรรม New Language
- memory (n.): the ability to remember (ความสามารถในการจา)
- สานวนภาษา
-
- หน้าทภี่ าษา
- To talk about the past
- To talk about every day and free time activities in the past
- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
- Simple Past Tense: regular/irregular verbs
- Time Expressions: yesterday, last night, last week
กจิ กรรมการเรี
กยจิ นกรรรู้ ม New Language
1. นาเข้าสูบ่ ทเรียน
-
ครูชวนนกั เรยี นพูดคยุ เกี่ยวกบั กิจกรรมที่ทาในแต่ละวนั ใหน้ กั เรียนบอกและครูเขี
ย น สิ่ง ที่ นั ก เรี ย น บ อ ก บ น ก ร ะ ด าน อ นุ ญ าต ให้ นั ก เรี ย น พู ด ภ าษ าไ ท ย ไ ด้
แตค่ รพู ูดซา้ เป็ นภาษาองั กฤษ
- ครูใหน้ กั เรยี นดูปฏทิ นิ และครชู ี้ไปทีว่ นั ทขี่ องเมือ่ วานพรอ้ มกบั พูดวา่
- This was yesterday.
301
และครถู ามนกั เรียนวา่ เมือ่ วานนกั เรยี นทาอะไรบา้ งโดยใชค้ าถาม
- Which activities did you do yesterday?
และอธบิ ายนกั เรียนวา่ นกั เรยี นต้องเรียนรรู้ ูปแบบโครงสรา้ งใหมข่ องคากรยิ าช่องที่
2 เพือ่ ใชพ้ ูดเหตุการณ์ในอดีต
2. แจง้ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
- ครบู อกนกั เรียนวา่
ในหน่วยการเรยี นรนู้ ี้นกั เรยี นจะได้เรยี นรเู้ กีย่ วกบั รปู แบบใหมข่ องคากรยิ าชอ่ งที่ 2
และสามารถนามาประยกุ ต์ใช้ในการฟงั และอ่านเกี่ยวกบั เหตุการณ์ทกี่ ระทาในอดีตแ
ละตอบคาถามได้
3. พูดถาม-ตอบเกี่ยวกบั กจิ กรรมทที่ าในอดีต
- ครบู อกนกั เรยี นวา่
นกั เรยี นจะตอ้ งทากจิ กรรมเกีย่ วกบั การจาสงิ่ ทนี่ กั เรียนกระทาลา่ สดุ
ครูแสดงปฏทิ นิ ใหน้ กั เรยี นดูอกี ครง้ั และช้ีไปทวี่ นั ทเี่ มือ่ วาน
วนั เสาร์ทผี่ ่านมาและสปั ดาห์ทีแ่ ลว้ และเขียนคาวา่ yesterday, last Saturday
และ last week บนกระดาน แล้วอธบิ ายว่า คาเหลา่ น้ีบง่ บอกความเป็ นอดีต
- ครูใหน้ กั เรยี นดูกจิ กรรม New Language ในหนงั สือเรยี น หน้า 86
แลว้ อ่านคาถามพรอ้ มกบั ใหน้ กั เรยี นดูรูปภาพ ในหนงั สือเรยี น หน้า 86-87
หลงั จากนน้ั ครูใสช่ ื่อกจิ กรรมในแต่ละภาพ
- ครูเปิ ดซีดีบนั ทกึ เสียง CD 2 Track 37
แลว้ บอกใหน้ กั เรยี นชี้ไปทคี่ าถามและคาตอบจากทนี่ กั เรยี นฟงั จากซีดีบนั ทกึ เสยี ง
- ครอู า่ นทง้ั คาถามและคาตอบ ใหน้ กั เรียนอา่ นตามพรอ้ มกนั
- ครูยกตวั อยา่ งวธิ ีการทากจิ กรรมโดยการอ่านทง้ั คาถามและคาตอบ
และใช้ขอ้ มูลของครู
-
ครูให้นกั เรียนตอบคาถามเป็ นรายบุคคลและครูสงั เกตการตอบคาถามของนกั เรีย
นพรอ้ มกบั ใหค้ วามชว่ ยเหลอื ในเรอื่ งของคาศพั ท์ตามความจาเป็ น
- ครใู หน้ กั เรียนทง้ั หมดอา่ นคาถาม และใหน้ กั เรียนอาสาสมคั ร 1 คนอา่ นคาตอบ
- ครูใหน้ กั เรยี นทาความเข้าใจคะแนนในกรอบ Survey result จากกจิ กรรม New
Language ในหนงั สอื เรียน หน้า 87
โดยครูใหน้ กั เรียนนบั จานวนคาตอบทถี่ ูกตอ้ งแลว้ ถามนกั เรยี นวา่ ใครทาได้ถูกตอ้ ง 5-
6 คาตอบ ใหย้ กมือขน้ึ แสดงวา่ เป็ นผู้ทมี่ ีความจาดี และนกั เรียนทที่ าได้ 3-4 คาตอบ
ความจาระดบั พอใช้ และคนทตี่ อบได้ 1-2 คาตอบแสดงวา่ ความจาไมด่ ี
- ครแู บง่ นกั เรยี นเป็ นกลมุ่ ยอ่ ย กลมุ่ ละ 3-4 คน
และใหน้ กั เรียนแต่ละกลมุ่ แลกกนั ดูคาตอบของกนั และกนั
หลงั จากน้นั ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ รายงานคาตอบทนี่ ่าสนใจและแปลกแตกตา่ งไปจากของเพื่อ
น และหาคาตอบทเี่ หมอื นกนั มากที่สดุ
302
- ครแู ละนกั เรยี นอา่ นประโยคบอกเลา่ จากกจิ กรรม Language Check
ในหนงั สือเรียน หน้า 87
ครตู รวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรยี นและครเู ปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนถามถ้านกั เรยี นไ
มเ่ ข้าใจ หลงั จากนน้ั ครูใหน้ กั เรยี นเขียน true หรือ false
ลงในประโยคทตี่ รงตามความเป็ นจรงิ กบั นกั เรียน
- ครูใหน้ กั เรยี นพูดประโยคทตี่ รงกบั นกั เรียนเป็ นรายบุคคล
- ครูประเมนิ การพูดของนกั เรยี นโดยใช้เกณฑ์การประเมนิ การพูด
และใช้เกณฑ์ผ่านระดบั พอใช้
กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา
-
สอื่ /แหลง่ การเรี
1ย.นหรนู้ งั สือเรยี น New World 2 หน้า 86-87
2. ซีดีบนั ทกึ เสยี ง
3. เครอื่ งเลน่ ซีดี
บนั ทกึ ผลการจดั การเรียนร/ู้ ปญั หาหรอื อปุ สรรค/ขอ้ เสนอแนะหรอื แน
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 110..ว..ท...า.ง..ก..า..ร..ป...ร..บั ..ป...ร..ุง.................................................................................
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 12Yesterday ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 2
เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง Biography เวลา 1 ช่วั โมง
เป้ าหมายการเรียนร/ู้ หลกั ฐานการเรียนร/ู้ การวดั ผลแล
ะประเมนิ ผล
ผลงาน/ชน้ิ งาน การว
มาตรฐานการเรยี นรู้ สง่ิ ทตี่ อ้ งรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้
และตวั ช้ีวดั
ต 1.2 ม.2/1 สนทนาเกี่ยวกบั กจิ กรรม ถอ้ ยคา น้าเสียง สีหน้า ประเมนิ การสนทนาโดย
ทที่ าในอดีต และท่าทางทีใ่ ช้ในการสนทนา และใช้เกณฑผ์ ่านระดบั
ความ
ร-ู้ คาศพั ท์
-
- สานวนภาษา
-
- หน้าทภี่ าษา
- To talk about the past
303
- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
- Past Tense: –ed ending
กจิ กรรมการเรี
กยจิ นกรรรู้ ม Pronunciation and Practice
1. นาเข้าสบู่ ทเรยี น
- ครเู ขียนคากรยิ าชอ่ งที่ 2 ทเี่ ตมิ –ed บนกระดานจานวน 3 คา พรอ้ มกบั ขีดเสน้ ใต้ที่
ed คือ
watched played visited
-
ครใู หน้ กั เรยี นอ่านออกเสยี งพรอ้ มกนั หลงั จากนน้ั ครอู า่ นใหน้ กั เรยี นฟงั และถามนั
กเรียนวา่ การออกเสียงแตกตา่ งกนั อยา่ งไร
2. แจง้ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
- ค รู บ อ ก นั ก เ รี ย น ว่ า
ในหน่วยการเรียนรนู้ ี้นกั เรียนจะได้เรียนรเู้ กี่ยวกบั วธิ กี ารออกเสียง –ed หลงั คากรยิ า
แล้วสามารถนาไปประยุกต์ใช้ในการพูดเพื่อขอและใหข้ ้อมูลเกี่ยวกบั กจิ กรรมที่กระ
ทาในอดีต
3. ออกเสยี งคาทเี่ ตมิ –ed
-
ครูใหน้ กั เรียนดูคากรยิ าทคี่ รเู ขียนบนกระดานอีกครง้ั และครูชี้คากรยิ าทีละคาพร้
อมกบั อา่ นออกเสียงและอธบิ ายนกั เรยี นวา่ การออกเสยี ง –ed หลงั คากรยิ ามี 3 วธิ ี คือ
เ สี ย ง /t/, /d/ แ ล ะ /Ιd/ แ ล ะ ถ้ า ค า ก ริ ย า ล ง ท้ า ย ด้ ว ย t ห รื อ d
ใหอ้ อกเสียง /Ιd/ ถ้าคากรยิ าลงท้ายด้วยพยญั ชนะเสียงไมก่ ้อง เช่น f, k, p เมื่อเติม
ed ให้ออกเสียง /t/ และถ้าคากรยิ าลงทา้ ยพยญั ชนะเสียงก้อง เช่น b, g, z, m, n, I
และ r เมือ่ เตมิ ed ใหอ้ อกเสียง /d/
- ครูใหน้ กั เรยี นยกตวั อยา่ งโดยการเขียนคากรยิ าที่ลงทา้ ยด้วยพยญั ชนะตา่ ง ๆ ทง้ั 3
แบบและเตมิ ed บนกระดาน และใหน้ กั เรยี นอ่านออกเสียงคากรยิ าเหลา่ นน้ั
- ครูใหน้ กั เรียนดูกจิ กรรม Pronunciation ในหนงั สือเรียน หน้า 87
ครูเปิ ดซีดีบนั ทกึ เสยี ง CD 2 Track 38 และให้นกั เรยี นช้ีคากรยิ าทีน่ กั เรยี นไดย้ นิ
- ครเู ปิ ดซีดีบนั ทกึ เสยี ง CD 2 Track 38 อีกครง้ั แลว้ ใหน้ กั เรียนออกเสยี งตาม
หลงั จากน้นั ครูลดเสียงซีดีบนั ทกึ เสยี ง และใหน้ กั เรยี นออกเสียงเองพรอ้ มกนั
- ครูเขียนประโยคบนกระดาน ดงั นี้
- I watched TV last night.
- I played soccer last week.
- I visited my cousins last month.
304
-
ครสู ุม่ ใหน้ กั เรยี นอา่ นออกเสยี งประโยคทคี่ รเู ขียนบนกระดาน หลงั จากน้นั ครูให้นั
กเรยี นจบั คฝู่ ึ กอา่ นออกเสียงและผลดั เปลยี่ นกนั อา่ นออกเสียง
4. สนทนาเกี่ยวกบั กจิ กรรมทที่ าในอดีต
- ครใู หน้ กั เรียนดูกจิ กรรม Practice ในหนงั สอื เรียน หน้า 87
และครเู ปิ ดซีดีบนั ทกึ เสียง CD 2 Track 39
ใหน้ กั เรยี นฟงั และช้ีตามประโยคทนี่ กั เรยี นได้ฟงั จากซีดีบนั ทกึ เสยี ง
หลงั จากนน้ั ใหน้ กั เรียนฟงั บทสนทนาและอา่ นไปพรอ้ มกนั กบั ซีดีบนั ทกึ เสียง
- ครยู กตวั อยา่ งบทสนทนาโดยการพูดใหน้ กั เรียนฟงั และใหน้ กั เรยี นจบั คเู่ ป็ น A และ
B แลว้ ฝึ กพูดสนทนา
- ครยู กตวั อยา่ งบทสนทนาอีกครง้ั และครง้ั นี้ครูใหค้ าตอบตามความเป็ นจรงิ
ซงึ่ เป็ นข้อมลู ของครู
- ครใู หน้ กั เรียนอาสาสมคั รถามและใหน้ กั เรยี นคนอนื่ ๆ ตอบคาถาม
- ครใู หน้ กั เรยี นจบั คฝู่ ึ กสนทนาโดยใช้ข้อมูลของนกั เรยี นเอง
- ครใู หน้ กั เรียนคเู่ ดมิ พูดตามบทสนทนาทฝี่ ึ ก
- ครปู ระเมนิ การสนทนาของนกั เรียนโดยใช้แบบประเมนิ การสนทนากจิ กรรมคู่
และใช้เกณฑ์ผ่านระดบั พอใช้
- ครอู ธบิ ายนกั เรยี นเพม่ิ เตมิ เกีย่ วกบั คาศพั ท์ ago
วา่ ใช้เพื่อบอกวา่ เหตุการณ์นน้ั ๆ ทีเ่ กดิ ขน้ึ หรือผ่านมานานเทา่ ไร
- ครูยกตวั อย่างคาหรือสานวนที่เกี่ยวกบั เวลาซ่ึงจะวางอยู่ในตาแหน่ งหน้า ago
ใหน้ กั เรียนดูโดยเขียนบนกระดานดงั นี้
- I last went to the movies a week ago.
- ครใู หน้ กั เรยี นฝึ กแตง่ ประโยคทมี่ ีคาวา่ ago ตามตวั อยา่ งทคี่ รูให้
และเขียนลงในสมุดแบบฝึ กหดั สง่ ครู
กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา
- ครใู หน้ กั เรยี นทาแบบฝึ กหดั ข้อ A, B และ C ในหนงั สือแบบฝึ กหดั New World
2 หน้า 57 เพื่อฝึ กเกี่ยวกบั การใช้คากรยิ าทเี่ ป็ นอดีต (ดูเฉลยทา้ ยเลม่ )
สอื่ /แหลง่ การเรี
1ย.นหรนู้ งั สือเรยี น New World 2 หน้า 87
2. หนงั สือแบบฝึ กหดั New World 2 หน้า 57
3. ซีดีบนั ทกึ เสียง
4. เครอื่ งเลน่ ซีดี
บนั ทกึ ผลการจดั การเรียนร/ู้ ปญั หาหรืออปุ สรรค/ขอ้ เสนอแนะหรือแน
..ว..ท...า.ง..ก..า..ร..ป...ร..บั ..ป...ร..ุง.................................................................................
305
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 111
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 12Yesterday ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 2
เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง Biography เวลา 1 ช่วั โมง
เป้ าหมายการเรียนร/ู้ หลกั ฐานการเรยี นร/ู้ การวดั ผลแล
ะประเมนิ ผล
306
มาตรฐานการเรียนรู้ สงิ่ ทตี่ ้องรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้ ผลงาน/ชน้ิ งาน
และตวั ช้ีวดั
ต 1.1 ม.2/4 ระบใุ จความสาคญั ตอบคาถามเกี่ยวกบั การตอบคาถามจาก
บทสนทนาทฟี่ งั และอา่ น บทสนทนาทฟี่ งั และอ่าน
คาตอบทไี่ ด้จากการทากจิ กรรม
the Conversation
ต 1.1 ม.2/2 อา่ นออกเสียงบทสนทนาถูกต้องตามหลกั การอ่าน การอา่ นออกเสียงบทสนทนาใน
Conversation
ความ
ร-ู้ คาศพั ท์
กจิ กรรม Conversation
- stadium (n.): a large sport ground surrounded by rows of
seats and usually other buildings (สนามกีฬา)
- referee (n.): a person who controls the game in some sports
(กรรมการ, ผู้ตดั สนิ )
- สานวนภาษา
กจิ กรรม Conversation
- root for เป็ นคาไมเ่ ป็ นทางการ ซงึ่ หมายถงึ สนบั สนุน ใหก้ าลงั ใจ
สว่ นมากใช้กบั การเชียรก์ ีฬา
- หน้าทภี่ าษา
-
- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
- Simple Past Tense
กจิ กรรมการเรี
กยจิ นกรรรู้ ม Conversation
1. นาเขา้ สบู่ ทเรียน
- ครใู หน้ กั เรียนดูภาพในกจิ กรรม Conversation ในหนงั สือเรยี น หน้า 88
แลว้ ใหน้ กั เรยี นพูดเกีย่ วกบั ภาพ โดยครใู ชค้ าถามนา เช่น
- What do you see in the pictures?
- What do you think the conversation is about?
- ครูให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั กีฬาฟุตบอล และให้นักเรียนบอกว่า
คนมกั ทาอะไรเวลาดูการแขง่ ขนั ฟุตบอล
2. แจง้ จุดประสงค์การเรียนรู้
307
- ครูบอกนักเรียนว่า ในหน่ วยการเรียนรู้นี้ นักเรียนจะได้ฟังและอ่านบทสนทนา
เข้าใจบทสนทนาทฟี่ งั แลว้ สามารถตอบคาถาม และอา่ นออกเสียงบทสนทนาได้
3. ฟงั และอ่านบทสนทนา
- ครูให้นกั เรียนปิ ดเนื้อหาบทสนทนาในกิจกรรม Conversation ในหนงั สือเรียน
หน้ า 88 หลงั จากน้ัน ค รูเปิ ดซี ดี บัน ทึกเสียง CD 2 Track 40 ให้นักเรียน ฟั ง
และให้นกั เรียนบอกวา่ บทสนทนาทฟี่ งั เกีย่ วกบั อะไร โดยครใู ชค้ าถาม What is the
conversation about?
- ครูให้นกั เรียนดูบทสนทนาในหนงั สือเรียน หน้า 88 พร้อมกบั เปิ ดซีดีบนั ทกึ เสียง
CD 2 Track 40 ใหน้ กั เรียนฟงั และอา่ นไปพรอ้ มกบั ซีดีบนั ทกึ เสยี งเบา ๆ
-
ครูใหน้ กั เรยี นอา่ นบทสนทนา และเปิ ดโอกาสให้นกั เรียนถามความหมายของคาศั
พท์ทนี่ กั เรียนไมท่ ราบความหมาย ครอู ธบิ ายความหมายเป็ นภาษาองั กฤษ
- ครูใหน้ กั เรียนทากจิ กรรม About the Conversation ในหนงั สอื เรยี น หน้า 88
ครอู า่ นออกเสยี งคาถาม และตรวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรยี นเกี่ยวกบั คาถาม
เปิ ดโอกาสใหน้ กั เรยี นถามถ้านกั เรยี นไมเ่ ข้าใจ
- ครใู หน้ กั เรยี นจบั คชู่ ่วยกนั ตอบคาถาม ครแู ละนกั เรยี นตรวจคาตอบรว่ มกนั
(ดูเฉลยท้ายเลม่ )
- ครปู ระเมนิ ความเขา้ ใจบทสนทนาจากจานวนคาตอบทถี่ ูกตอ้ ง
โดยใช้เกณฑ์ผา่ นรอ้ ยละ 60
-
ครูใหน้ กั เรียนอา่ นบทสนทนาพรอ้ มกนั หลงั จากน้นั ครใู หน้ กั เรียนอาสาสมคั รจาน
ว น 2ค น แ ส ด ง บ ท บ า ท จ า ก
บทสนทนาใหเ้ พื่อนและครูดูหน้าช้นั เรียน ครูกระตุ้นให้นกั เรียนใช้ภาษาทา่ ทาง และ
น้าเสียงใหเ้ หมาะสมกบั เน้ือหาบทสนทนา
-
ครูให้นกั เรียนจบั คฝู่ ึ กอา่ นออกเสียงบทสนทนา ครูเดนิ สงั เกตไปรอบ ๆ หอ้ งเรียน
แ ล ะ ใ ห้ ค ว า ม ช่ ว ย เ ห ลื อ นั ก เ รี ย น
แตล่ ะคใู่ นเรอื่ งของการออกเสียง
- ครูใหน้ กั เรียนแต่ละคอู่ า่ นออกเสยี งบทสนทนาหน้าชน้ั เรยี นใหเ้ พื่อนและครูดู
- ครูประเมินการอ่านออกเสียงของนกั เรียนโดยใช้แบบประเมนิ การอ่านออกเสียง
และใช้เกณฑ์ผ่านระดบั พอใช้
กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา
-
ครใู หน้ กั เรียนแต่งบทสนทนาเกี่ยวกบั กจิ กรรมทีท่ าในวนั หยุดสุดสปั ดาห์ โดยใช้บ
ทสนทนาทเี่ รียนในหอ้ งเรียนเป็ นตวั อยา่ ง แลว้ แลกเปลีย่ นเรียนรซู้ ง่ึ กนั และกนั
สอื่ /แหลง่ การเรี
ยนรู้
308
1. หนงั สือเรียน New World 2 หน้า 88
2. ซีดีบนั ทกึ เสยี ง
3. เครอื่ งเลน่ ซีดี
4. พจนานุกรมองั กฤษ-ไทย
บนั ทกึ ผลการจดั การเรียนร/ู้ ปญั หาหรืออปุ สรรค/ขอ้ เสนอแนะหรือแน
วทางการปรบั ปรุง
.............................................................................................................
309
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 112
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 12Yesterday ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 2
เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง Biography เวลา 1 ช่วั โมง
เป้ าหมายการเรียนร/ู้ หลกั ฐานการเรียนร/ู้ การวดั ผลแล
ะประเมนิ ผล
ผลงาน/ชนิ้ งาน การวดั ผลแล
มาตรฐานการเรยี นรู้ สง่ิ ทตี่ ้องรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้
และตวั ช้ีวดั
ต 1.1 ม.2/4 ระบุรายละเอยี ดจากการฟงั คาตอบทไี่ ดจ้ ากการทากจิ กรรม ประเมนิ ผลจากจาน
Listening และใช้เกณฑผ์ ่านร
ความ
ร-ู้ คาศพั ท์
-
- สานวนภาษา
-
- หน้าทภี่ าษา
-
- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
-
กจิ กรรมการเรี หรือการบา้ นที่ไมไ่ ดท้ า
กยจิ นกรรรู้ ม Listening และครูทาอยา่ งไร
1. นาเขา้ สบู่ ทเรยี น
- ครูชวนนกั เรียนพูดคยุ เกีย่ วกบั การทางานทีล่ ม้ เหลว
ใหน้ กั เรยี นอธบิ ายวา่ ทาไมนกั เรียนจงึ ไม่ทาการบา้ น
หรือพูดวา่ อยา่ งไรบ้างเมือ่ นกั เรยี นไมท่ าการบา้ น
2. แจง้ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
310
- ค รู บ อ ก นั ก เ รี ย น ว่ า
ในหน่ วยการเรียนรู้น้ีนักเรียนจะได้ฟังข้อความเกี่ยวกบั คาพูดแก้ตัวของบุคคล
แลว้ สามารถระบุชือ่ ของผู้พูดและคาพูดแก้ตวั ของผูพ้ ูดได้
3. ฟงั ข้อแกต้ วั ของนกั เรยี น
- ค รู ใ ห้ นั ก เ รี ย น ท า กิ จ ก ร ร ม Listening ใ น ห นั ง สื อ เ รี ย น ห น้ า 88
โ ด ย ค รู อ ธิ บ า ย ค า ส่ ั ง ใ น กิ จ ก ร ร ม Listening
แล้วให้นกั เรียนอ่านออกเสียงชื่อคนในหวั ข้อ Name และคาพูดแก้ตวั ในหวั ข้อ
Excuse ทง้ั 6 ประโยค
-
ครเู ปิ ดโอกาสใหน้ กั เรยี นถามความหมายของประโยคคาพูดแก้ตวั ถา้ นกั เรียนไมเ่
ข้าใจ
- ครูเปิ ดซีดีบนั ทึกเสียง CD 2 Track 41 ในกิจกรรม Listening ให้นักเรียนฟัง
แ ล้ ว จั บ คู่ ชื่ อ บุ ค ค ล กั บ ป ร ะ โ ย ค ค า พู ด
แก้ตวั ของบคุ คลน้นั ๆ ทไี่ ด้จากการฟงั
- ครูใหน้ กั เรียนแลกเปลีย่ นกนั ดูคาตอบกบั เพื่อน
- ครูเปิ ดซีดีบนั ทึกเสียง CD 2 Track 41 อีกคร้งั เพื่อให้นักเรียนได้ตรวจคาตอบ
(ดูเฉลยทา้ ยเลม่ )
- ครูประเมนิ ผลความเขา้ ใจการฟงั ของนกั เรยี นจากจานวนคาตอบทถี่ ูกต้อง
โดยใชเ้ กณฑ์ผา่ นรอ้ ยละ 80
กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา
- ครูเปิ ดซีดีบนั ทกึ เสยี ง CD 2 Track 41
ใหน้ กั เรียนฟงั ตามจานวนครง้ั ทตี่ ้องการ และให้นกั เรยี นเขียนประโยคคาพูดข้อแก้ตั
วลงในสมดุ หลงั จากนน้ั ใหน้ กั เรียนอาสาสมคั รเขียนบนกระดาน
และนกั เรียนทกุ คนอา่ นพรอ้ มกนั
สอื่ /แหลง่ การเรี
1ย.นหรนู้ งั สือเรียน New World 2 หน้า 88
2. ซีดีบนั ทกึ เสยี ง
3. เครอื่ งเลน่ ซีดี
บนั ทกึ ผลการจดั การเรียนร/ู้ ปญั หาหรอื อปุ สรรค/ขอ้ เสนอแนะหรือแน
..ว..ท...า.ง..ก..า..ร..ป...ร..บั ..ป...ร..ุง.................................................................................
311
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 113
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 12Yesterday ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 2
เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง Biography เวลา 1 ช่วั โมง
เป้ าหมายการเรียนร/ู้ หลกั ฐานการเรยี นร/ู้ การวดั ผลแล
ะประเมนิ ผล
การวดั ผลแ
มาตรฐานการเรียนรู้ สง่ิ ทตี่ อ้ งรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้ ผลงาน/ชนิ้ งาน
และตวั ชี้วดั
ต 1.2 ม.2/1, สนทนาโตต้ อบเกี่ยวกบั ถ้อยคา น้าเสียง ประเมนิ การสนทนาโดยใช้เกณฑก์ า
ต 2.1 ม.2/1, การกระทาทเี่ ป็ นอดีต สหี น้า และใชเ้ กณฑ์ผ่านระดบั พอใช้
ต 4.1 ม.2/1 และท่าทางทีใ่ ชใ้ น
การสนทนา
ความ
ร-ู้ คาศพั ท์
-
- สานวนภาษา
-
- หน้าทภี่ าษา
312
- To ask and answer with Yes/No about actions in the past
- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
- Simple Past Tense
- Time Expressions for the Past: yesterday, last night, last week
กจิ กรรมการเรี
กยจิ นกรรรู้ ม Grammar
1. นาเขา้ สบู่ ทเรยี น
- ค รู เ ขี ย น ค า ว่ า Simple Past Tense บ น ก ร ะ ด า น
และอธบิ ายนกั เรียนวา่ เป็ นโครงสรา้ งทางไวยากรณ์ทใี่ ช้พูดหรือกลา่ วถงึ การกระทาที่
เป็ นอดีต
- ครูเขียนวาดตารางพรอ้ มกบั คากรยิ าช่องที่ 1 และ กรยิ าชอ่ งที่ 2 บนกระดาน
แลว้ ใหน้ กั เรียนสงั เกต และบอกหลกั การเตมิ –ed ของคากรยิ าทง้ั 3 คา ดงั น้ี
Verb Infinitive Verb Past
work worked
live lived
study studied
2. แจง้ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
- ครูบอกนกั เรยี นวา่
ในหน่วยการเรียนรนู้ ้ีนกั เรยี นจะได้ศกึ ษาเรยี นรเู้ กีย่ วกบั โครงสรา้ งทางไวยากรณ์เรอื่
ง Simple Past Tense และ Time Expressions for the Past: yesterday,
last night, last week
แลว้ สามารถนามาประยุกต์ใช้ในการพูดและเขียนโตต้ อบเกี่ยวกบั การกระทาทเี่ ป็ นอ
ดีตได้
3. เข้าใจและใช้ Simple Past Tense
- ครูใหน้ กั เรียนศกึ ษาเน้ือหา เรอื่ ง Simple Past Tense จากกรอบ Grammar
ในหนงั สือเรยี น หน้า 89 แลว้ อธบิ ายนกั เรียนเกีย่ วกบั หลกั การเตมิ –ed
หลงั คากรยิ าวา่ สาหรบั คากรยิ าทีล่ งทา้ ย e ใหเ้ ตมิ แค่ d
ไดเ้ ลยและครูเขียนคากรยิ าตวั อยา่ งใหด้ ูเพม่ิ เตมิ เช่น
- arrive + –ed = arrived
- like + –ed = liked
และถ้าคากรยิ าทลี่ งท้ายด้วยพยญั ชนะ y ถ้าหน้า y เป็ นพยญั ชนะใหเ้ ปลยี่ น y เป็ น i
แลว้ เตมิ –ed ครูเขียนคากรยิ าที่ลงทา้ ยดว้ ย y เป็ นตวั อยา่ ง เชน่
- study + –ed = studied
- try + –ed = tried
313
-
ครวู าดตารางบนกระดานพรอ้ มกบั เขียนคากรยิ าลงในตารางและให้นกั เรียนเปลีย่
น เ ป็ น Verb Past โ ด ย ใ ห้ นั ก เรี ย น ยึ ด ถื อ รู ป แ บ บ แ ล ะ ห ลัก ก า ร เ ติ ม –
ed หลงั จากน้นั ใหน้ กั เรียนอาสาสมคั รออกไปเขียนคากรยิ า Verb Past ลงในตารา
งบนกระดาน
Verb Infinitive Verb Past
1. walk
2. cry
3. clean
4. call
5. share
6. brush
7. carry
ครแู ละนกั เรียนเฉลยคาตอบรว่ มกนั ดงั น้ี
(เฉลยคาตอบ: 1. walked 2. cried 3. cleaned 4. called 5. shared 6.
brushed 7. carried)
- ครูทบทวนรูปแบบประโยคคาถามและประโยคปฏเิ สธของ Simple Past Tense
โดยครูอธบิ ายนกั เรียนเพิ่มเติมเกี่ยวกบั การใช้คากริยาช่วย did ใน Simple Past
Tense วา่ มวี ธิ กี ารใชเ้ หมอื นกนั กบั กรยิ าชว่ ย do และ does ใน Present Tense
4. เขา้ ใจและใช้ Irregular Verbs
- ครูอ่านตวั อย่างประโยคคาถามและคาตอบในกรอบ Grammar ในหนังสือเรียน
ห น้ า 89 แ ล้ ว อ ธิ บ า ย นั ก เรี ย น เกี่ ย ว กั บ ค า ก ริ ย า ที่ เป็ น Irregular Verbs
วา่ คากรยิ าเหลา่ นี้ ไมเ่ ตมิ –ed แตเ่ ป็ นการเปลยี่ นรปู ไปจากรปู เดมิ
- ครอู า่ นออกเสียงคากรยิ าทเี่ ป็ น Irregular Verbs ในกรอบ Grammar
ในหนงั สือเรียน หน้า 89 ใหน้ กั เรยี นฟงั และอ่านซ้าตามครู
หลงั จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนศกึ ษาเกีย่ วกบั คากรยิ าทเี่ ป็ น Irregular Verbs
จากหนงั สือเรยี น หน้า 109
- ครเู ขียนประโยคบอกเล่าตามโครงสรา้ ง Simple Past Tense บนกระดาน ดงั นี้
- He exercised in the morning.
- She ate pizza.
- They bought some bananas.
- ครูใหน้ กั เรียนอา่ นพรอ้ มกนั
และใหน้ กั เรียนแตง่ ประโยคโดยใช้โครงสรา้ งเดียวกนั กบั ประโยคตวั อยา่ งคนละ 3
ประโยค
- ครูใหน้ กั เรียนแลกเปลยี่ นกนั ดูผลงานการแตง่ ประโยค
และครคู อยชว่ ยเหลือเรื่องโครงสรา้ งทางไวยากรณ์
314
5. เขา้ ใจและใช้ Negative Forms
- ค รู ใ ห้ นั ก เ รี ย น ศึ ก ษ า เ รื่ อ ง Negative Forms จ า ก ก ร อ บ Grammar
ใ น ห นั ง สื อ เ รี ย น ห น้ า 89 แ ล ะ ท า ค ว า ม เข้ า ใ จ เ กี่ ย ว กั บ didn’t + Verb
และครูวาดตารางและเขียนตวั อย่างประโยคที่มี Regular Verbs และ Irregular
Verbs
บนกระดานใหน้ กั เรยี นดูและอา่ นพรอ้ มกนั ดงั น้ี
Didn’t with Regular Verbs Didn’t with Irregular Verb
I didn’t study. I didn’t go.
I didn’t play. She didn’t leave.
6. เข้าใจและใช้ Time Expressions for the Past
- ครใู หน้ กั เรยี นศกึ ษาเนื้อหาเรือ่ ง Time Expressions for the Past จากกรอบ
Grammar ในหนงั สือเรียน หน้า 89 แลว้ อธบิ ายนกั เรยี นว่า
คาเหลา่ นี้ใช้บอกเกีย่ วกบั เวลาทเี่ หตุการณ์หรือการกระทาน้นั ๆ ว่าเกดิ ขน้ึ เมือ่ ใดในอ
ดีต
- ค รู ให้ นัก เรี ย น ดู ค าว่า last แ ล้ว บ อก นัก เรีย น ว่า เร าส าม าร ถ ใช้ ค าว่า last
รว่ มกบั คาระบุเวลาอนื่ ๆ และครูเขียนตวั อยา่ งบนกระดาน ดงั นี้
- last month, last weekend, last Friday
- ครใู หน้ กั เรยี นบอกเพม่ิ เตมิ และครเู ขียนประโยคทนี่ กั เรยี นบอกบนกระดาน
- ครูใหน้ กั เรียนพูดคยุ เกี่ยวกบั เหตุการณ์ทเี่ กดิ ขน้ึ ในอดีต โดยบอกใหน้ กั เรียนใช้
Time Expressions คือ yesterday, last night และ last week
และครบู อกเพมิ่ เตมิ วา่ นกั เรียนควรใช้ Time Expressions
เหลา่ นี้ทกุ ครง้ั เมือ่ พูดถงึ เหตุการณ์หรือการกระทาในอดีต
- ครใู หน้ กั เรียนศกึ ษาคาส่งั กจิ กรรม Grammar A ในหนงั สือเรียน หน้า 89
แลว้ ใหน้ กั เรยี นเตมิ คาวา่ did หรือ didn’t ในช่องวา่ งของแต่ละประโยค
- ครตู รวจคาตอบโดยใหน้ กั เรยี นอาสาสมคั รอ่านคาตอบรายบคุ คล
หลงั จากน้นั ครูและนกั เรียนช่วยกนั เฉลยอีกครง้ั
แลว้ ใหน้ กั เรียนอ่านประโยคทสี่ มบูรณ์ใหค้ รฟู งั พรอ้ มกนั (ดูเฉลยท้ายเลม่ )
- ครอู ธบิ ายคาส่งั ในกจิ กรรม Grammar B ในหนงั สือเรยี น หน้า 89
ครใู หเ้ ขียนประโยคตวั อยา่ งบนกระดานและใหน้ กั เรยี นอา่ นพรอ้ มกนั ดงั น้ี
- Did you have eggs for breakfast yesterday?
- What did you have for breakfast yesterday?
-
ครูใหน้ กั เรียนทาความเข้าใจประโยคตวั อยา่ งที่อ่าน แลว้ ให้นกั เรียนฝึ กแต่งประโ
ยคคาถามทง้ั 2 รูปแบบ โดยใชโ้ ครงสรา้ งประโยคคาถามตามตวั อยา่ ง
- ครใู หน้ กั เรียนทากจิ กรรม Grammar B ขอ้ 1-6
แลว้ บอกนกั เรียนวา่ ทกี่ าหนดในหนงั สอื เรยี นเป็ นประโยคแบบ Present Tense
315
และนกั เรยี นต้องเปลีย่ นใหเ้ ป็ นประโยคคาถามทเี่ ป็ น Simple Past Tense
และประโยคคาถามทแี่ ตง่ ก็เป็ นทง้ั Yes/No Questions และ Wh– Questions
- ครตู รวจคาตอบโดยครูเขียนประโยคคาตอบบนกระดาน
แลว้ ใหน้ กั เรียนอาสาสมคั รเขียนประโยคคาถามข้างลา่ งคาตอบ
และใหเ้ พื่อนในชน้ั เรยี นชว่ ยกนั รบั รองวา่ ถูกต้องหรอื ไม่ (ดูเฉลยท้ายเลม่ )
- ครเู ปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนทเี่ ขียนตอบผดิ ไดแ้ กไ้ ขใหมใ่ หถ้ ูกตอ้ ง
- ครูใหน้ กั เรยี นทากจิ กรรม Grammar C ครูและนกั เรียนอา่ นคาส่งั พรอ้ มกนั
ครตู รวจสอบวา่ นกั เรียนเขา้ ใจคาส่งั หรอื ไม่
โดยครเู ปิ ดโอกาสใหน้ กั เรยี นถามถ้านกั เรยี นไม่เข้าใจ
- ครูใหน้ กั เรยี นจบั คชู่ ว่ ยกนั ทากจิ กรรม Grammar C
เตมิ คาทเี่ หมาะสมในช่องวา่ งบทสนทนา ซงึ่ อาจจะเป็ นคากรยิ า
หรือสว่ นของคากรยิ าทเี่ ป็ นอดีต
เสรจ็ แลว้ ใหน้ กั เรียนคู่อาสาสมคั รอา่ นบทสนทนาของตนเองใหค้ อู่ นื่ ๆ ฟงั เพื่อตรวจ
คาตอบ (ดูเฉลยทา้ ยเลม่ )
- ครูใหน้ กั เรียนแตล่ ะคูอ่ า่ นออกเสียงบทสนทนา โดยใหส้ ลบั บทบาทกนั เป็ น A และ B
7. สนทนาโตต้ อบเกี่ยวกบั การกระทาทเี่ ป็ นอดีต
- ครใู หน้ กั เรียนทากจิ กรรม Grammar D ในหนงั สือเรยี น หน้า 90
ครอู ธบิ ายคาส่งั ใหน้ กั เรียนทง้ั ชน้ั ฟงั และเปิ ดโอกาสใหถ้ ามถา้ นกั เรยี นไมเ่ ขา้ ใจ
- ครูอา่ นออกเสียงประโยคตวั อยา่ งคาถามและคาตอบในบทสนทนาจากกจิ กรรม
Grammar D และครเู ขียนประโยคคาถามและคาตอบบนกระดานอกี ครง้ั ดงั นี้
- Example: come to school on the weekend
A:Did you come to school on the weekend?
B:Yes, I came on Saturday morning for a soccer practice. / No, I
didn’t.
- ครูใหน้ กั เรียนดูตวั อยา่ งข้อมลู ในบรรทดั แรกในตารางในกจิ กรรม Grammar D
และครูใหน้ กั เรียนช่วยกนั แต่งเป็ นประโยคบอกเลา่ ก่อน
หลงั จากน้นั ใหน้ กั เรียนจบั คชู่ ่วยกนั แต่งเป็ นประโยคคาถามและคาตอบจนครบทุกข้อ
- ครกู ระตุน้ ใหน้ กั เรียนใชข้ ้อมูลเพม่ิ เตมิ ถา้ ตอบ Yes ตวั อยา่ งเชน่
S1:Did you go dancing on Friday night?
S2:Yes, I did. I went to the new club.
-
ครูให้นกั เรยี นพูดสนทนาโตต้ อบตามประเด็นข้อมลู ในตารางและคาถามทีแ่ ตง่ ไว้
และครคู อยสงั เกตการทากจิ กรรมของนกั เรยี น
-
ครปู ระเมนิ การสนทนาของนกั เรียนโดยใชเ้ กณฑก์ ารประเมนิ ความสามารถในกา
รสนทนา และใชเ้ กณฑผ์ ่านระดบั พอใช้
- ครูใหน้ กั เรยี นคนทไี่ ด้คาตอบ Yes
มากทสี่ ุดอา่ นคาตอบของตนเองใหเ้ พือ่ นในชน้ั เรียนฟงั
กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา
316
- ให้นกั เรียนทาแบบฝึ กหดั ข้อ D, E, F และ G ในหนงั สือแบบฝึ กหดั New World
2 หน้า 58-59 เพือ่ ฝึ กเกี่ยวกบั Simple Past Tense (ดูเฉลยทา้ ยเลม่ )
สอื่ /แหลง่ การเรี
1ย.นหรนู้ งั สือเรียน New World 2 หน้า 89-90
2. หนงั สอื แบบฝึ กหดั New World 2 หน้า 58-59
บนั ทกึ ผลการจดั การเรยี นร/ู้ ปญั หาหรอื อปุ สรรค/ขอ้ เสนอแนะหรือแน
..ว..ท...า.ง..ก..า..ร..ป...ร..บั ..ป...ร..ุง.................................................................................
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 114
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 12Yesterday ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 2
เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง Biography เวลา 1 ช่วั โมง
เป้ าหมายการเรยี นร/ู้ หลกั ฐานการเรียนร/ู้ การวดั ผลแล
ะประเมนิ ผล
สงิ่ ทตี่ อ้ งรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้ ผลงาน
มาตรฐานการเรยี นรู้
และตวั ชี้วดั
ต 1.3 ม.2/1 เขียนบรรยายเกีย่ วกบั สง่ิ ทตี่ นเองทาในวนั หยุด งานเขียนบรรยายเกี่ยวกบั สงิ่ ทตี่ น
สดุ สปั ดาห์ทผี่ า่ นมา
ความ
ร-ู้ คาศพั ท์
-
- สานวนภาษา
-
- หน้าทภี่ าษา
-
- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
- Simple Past Tense: last weekend
กจิ กรรมการเรี
กยจิ นกรรรู้ ม Writing
1. นาเข้าสบู่ ทเรยี น
317
- ครเู ขียน Time Expression “last weekend” บนกระดาน
พรอ้ มกบั อ่านออกเสยี ง
- ครใู หน้ กั เรยี นระดมพลงั สมองชว่ ยกนั คดิ วา่ ยงั มีคาอนื่ ทขี่ นึ้ ต้นด้วย last หรอื ไม่
โดยครูเขียนนากอ่ นเพื่อให้นกั เรยี นไดค้ ดิ ตาม เชน่ last Monday
และใหน้ กั เรียนบอกต่อจนครบทกุ วนั
ครบู อกนกั เรียนวา่ คาเกี่ยวกบั เวลาเหล่าน้ีใชเ้ พือ่ บรรยายเหตุการณ์หรอื การกระทาทเี่
กดิ ขน้ึ ในอดีต
2. แจง้ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
- ค รู บ อ ก นั ก เ รี ย น ว่ า
ในหน่วยการเรียนรนู้ ้ีนกั เรียนจะตอ้ งเขียนบรรยายเกี่ยวกบั กจิ กรรมทนี่ กั เรยี นทาเมือ่
วนั หยุดสุดสปั ดาห์ทผี่ า่ นมา แลว้ นาเสนอผลงานเขียนใหค้ รแู ละเพื่อนดู
3. เขียนบรรยาย
-
ครใู หน้ กั เรียนทาความเข้าใจคาส่งั ในกิจกรรม Writing ในหนงั สือเรยี น หน้า 90
และครูอา่ นออกเสยี งคาส่งั ใหน้ กั เรียนฟงั
-
ครูวาดตารางบนกระดาน ให้นกั เรียนคดั ลอกตารางลงในสมุด หลงั จากน้นั ใหน้ กั เ
รียนเตมิ ข้อมูลกิจกรรมทีน่ กั เรียนกระทาเมือ่ วนั หยุดสุดสปั ดาห์ที่ผ่านมาลงในตาราง
ดงั น้ี
Day/Time Friday Saturday Sunday
Expressio
ns
morning
afternoon
evening
- ครใู หน้ กั เรียนอาสาสมคั รออกไปเตมิ ขอ้ มูลของตนเองลงในตารางของครบู นกระดาน
หลงั จากน้นั นกั เรียนในช้นั เรียนเขียนประโยคโดยใชข้ ้อมูลของนกั เรียนอาสาสมคั รใ
น ต า ร า ง บ น ก ร ะ ด า น ภ า ย ใ น เ ว ล า ที่ ค รู ก า ห น ด ป ร ะ ม า ณ 5 น า ที
ครเู ขียนตวั อยา่ งประโยคขนึ้ ตน้ ใหน้ กั เรียนดู ดงั น้ี
- My weekend was typical.
- My weekend was boring.
- My weekend was lots of fun.
- My weekend started with fun Friday evening, but then it was
boring.
และครเู ขียนตวั อยา่ งประโยคทจี่ ะจบ หรือเสรจ็ สน้ิ การเขียนใหน้ กั เรียนดูเพม่ิ เตมิ
เช่น
318
- My weekend was so great. I want to do all the same things next
weekend.
- I never want a weekend like this again.
- All in all, my weekend was typical for me.
- ครูเสนอแนะหรือแนะนานกั เรยี นเพม่ิ เตมิ ใหน้ กั เรยี นใช้ Time Expressions
ในการเขียน เชน่ first, second, next, on Friday night, on Saturday
evening และครูเขียนสานวนทง้ั หมดน้ีใหน้ กั เรียนดูบนกระดาน
- ครใู หน้ กั เรียนทากจิ กรรม Writing ในหนงั สือเรยี น หน้า 90
และครูคอยใหค้ วามช่วยเหลือนกั เรียนเรอื่ งคาศพั ท์และรปู แบบของคากรยิ าช่องที่ 2
(ทเี่ ป็ นอดีต) และอนุญาตให้นกั เรียนใช้พจนานุกรมได้
- ครูแบง่ กลมุ่ นกั เรียน กลมุ่ ละ 3-4 คน
ใหน้ กั เรียนแตล่ ะคนภายในกลมุ่ แลกเปลี่ยนกนั ดูผลงานเขียนซงึ่ กนั และกนั
- ค รู ป ร ะ เมิ น ง าน เขี ย น ข อ ง นั ก เรี ย น โด ย ใช้ เก ณ ฑ์ ก าร ป ร ะ เมิ น ก าร เขี ย น
แ ล ะ ใ ช้ เ ก ณ ฑ์ ผ่ า น ร ะ ดั บ พ อ ใ ช้
หลงั จากนน้ั ครูใหน้ กั เรียนแต่ละกลมุ่ รายงานว่าผลงานของเพื่อนคนใดในกลุ่มทีน่ ่าส
น ใ จ ม า ก ที่ สุ ด แ ล ะ ห รื อ แ ป ล ก แ ต ก ต่ า ง ไ ป จ า ก ข อ ง เ พื่ อ น
แลว้ ใหเ้ จา้ ของผลงานอา่ นใหค้ รูและเพื่อนในชน้ั เรยี นฟงั อีกครง้ั
กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา
-
ครูใหน้ กั เรียนนาเสนอผลงานเขียนช้ินที่น่าสนใจและแปลกแตกต่างไปจากของเพื่
อนในชน้ั เรียนไวท้ มี่ มุ ภาษาองั กฤษ (English Corner)
สอื่ /แหลง่ การเรี
1ย.นหรนู้ งั สอื เรียน New World 2 หน้า 90
2. พจนานุกรมองั กฤษ-ไทย
บนั ทกึ ผลการจดั การเรียนร/ู้ ปญั หาหรอื อุปสรรค/ขอ้ เสนอแนะหรอื แน
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 115..ว..ท...า.ง..ก..า..ร..ป...ร..บั ..ป...ร..งุ .................................................................................
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 12Yesterday ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 2
เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง Biography เวลา 1 ช่วั โมง
เป้ าหมายการเรียนร/ู้ หลกั ฐานการเรยี นร/ู้ การวดั ผลแล
ะประเมนิ ผล
สงิ่ ทตี่ อ้ งรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้ ผลงาน/ชนิ้ งาน
มาตรฐานการเรยี นรู้
และตวั ช้ีวดั
319
ต 2.1 ม.2/1, สนทนาถาม- ถ้อยคา น้าเสยี ง สีหน้า ป
ต 4.1 ม.2/1
ตอบเกี่ยวกบั กจิ กรรมทกี่ ระทาผ่านไปแลว้ และอากปั กริ ยิ าทใี่ ช้ในการสนทนา แ
ความ
ร-ู้ คาศพั ท์
-
- สานวนภาษา
-
- หน้าทภี่ าษา
- To ask and answer about actions in the past
- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
- Simple Past Tense
กจิ กรรมการเรี
กยจิ นกรรรู้ ม Speaking
1. นาเข้าสบู่ ทเรียน
- ครูแบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 3-4 คน ให้นักเรียนทากิจกรรม Unjumbled the
Letters โ ด ย ค รู เ ขี ย น พ ยั ญ ช น ะ บ น ก ร ะ ด า น
แ ล้ ว ใ ห้ นั ก เ รี ย น จั ด ล า ดั บ พ ยั ญ ช น ะ ใ ห้ เ ป็ น ค า ศั พ ท์ ที่ ถู ก ต้ อ ง
กลุ่มใดจดั เสร็จก่อนและถูกต้องเป็ น The winner ครูจดั พยญั ชนะจานวน 5 ชุด
ดงั นี้
- ชุดที่ 1 ISMPEL APST NSETE
- ชุดที่ 2 METI NOISRESPXE
- ชุดที่ 3 ALST KEWE
- ชุดที่ 4 TREYSEAYD
- ชุดที่ 5 TASL ONTMH
(เฉลยคาตอบ: ชุดที่ 1 SIMPLE PAST TENSE ชุดที่ 2 TIME
EXPRESSION ชุดที่ 3 LAST WEEK ชุดที่ 4 YESTERDAY ชุดที่ 5
LAST MONTH)
2. แจง้ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
-
ครูบอกนกั เรยี นวา่ ในหน่วยการเรียนรนู้ ี้นกั เรียนจะต้องพูดโต้ตอบเกี่ยวกบั กจิ กร
รมทไี่ ด้ทาผา่ นไปแลว้ ใหเ้ พื่อนและครฟู งั
3. สนทนาถาม-ตอบเกี่ยวกบั กจิ กรรมทที่ าผ่านไปแลว้
- นกั เรียนและครอู ่านคาถามในกิจกรรม Speaking ในหนงั สือเรยี น หน้า 90
ครูเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรยี นถามถ้านกั เรียนไมเ่ ข้าใจคาถาม
320
หรอื ถ้านกั เรียนไมเ่ ข้าใจความหมายคาศพั ทบ์ างคาก็อนุญาตใหเ้ ปิ ดพจนานุกรมได้
หลงั จากนน้ั ครูใหน้ กั เรียนถามครโู ดยใช้คาถามในกจิ กรรม Speaking
และครูตอบโดยใชข้ อ้ มลู ของครเู อง
- ครูแบง่ นกั เรียนเป็ นกลมุ่ กลมุ่ ละ 3-4 คน
ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลมุ่ อภปิ รายคาถามแตล่ ะข้อรว่ มกนั
แลว้ ใหต้ วั แทนกลมุ่ สรุปคาตอบของแต่ละคาถามวา่ สมาชกิ ในกลมุ่ ใหค้ าตอบอยา่ งไร
บา้ ง
- ใหน้ กั เรยี นจบั คู่สนทนาถาม-ตอบ โดยครูสมุ่ ใหอ้ อกไปพูดสนทนาหน้าชน้ั เรยี น
- ค รู ป ร ะ เ มิ น ก า ร ส น ท น า ถ า ม -
ต อ บ ข อ ง นั ก เ รี ย น โ ด ย ใ ช้ แ บ บ ป ร ะ เ มิ น ก า ร ส น ท น า กิ จ ก ร ร ม คู่
และใชเ้ กณฑผ์ า่ นระดบั พอใช้
กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา
- ครใู หน้ กั เรียนเลน่ เกม Q and A โดยแบง่ กลมุ่ นกั เรยี นเป็ น 2 กลมุ่ ใหญ่ กลมุ่ ที่ 1
เป็ น Q ทาหน้าทถี่ าม กลมุ่ ที่ 2 เป็ น A ทาหน้าทตี่ อบ
ใชป้ ระโยคคาถามเดมิ ในกจิ กรรม Speaking ในหนงั สือเรยี น หน้า 90
สมาชกิ ในกลุ่มตอบทีละคน โดยครูกาหนดเวลาทีใ่ หต้ อบข้อละ 30 วนิ าที
ถา้ หมดเวลาแลว้ ไมต่ อบถือวา่ แพ้ ในการถามและตอบใหส้ ลบั บทบาทกนั
สอื่ /แหลง่ การเรี
1ย.นหรนู้ งั สอื เรยี น New World 2 หน้า 90
2. พจนานุกรมองั กฤษ-ไทย
บนั ทกึ ผลการจดั การเรียนร/ู้ ปญั หาหรอื อุปสรรค/ขอ้ เสนอแนะหรือแน
..ว..ท...า.ง..ก..า..ร..ป...ร..บั ..ป...ร..ุง.................................................................................
แผนการจดั การเรยี น32ร1ทู้ ี่ 116
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 12Yesterday ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 2
เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง Biography เวลา 1 ช่วั โมง
เป้ าหมายการเรยี นร/ู้ หลกั ฐานการเรยี นร/ู้ การวดั ผลแล
ะประเมนิ ผล
ผลงาน/ชนิ้ งาน การวดั ผลแล
มาตรฐานการเรียนรู้ สง่ิ ทตี่ ้องรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้
และตวั ช้ีวดั
ต 1.1 ม.2/4 บอกรายละเอยี ด คาตอบทไี่ ดจ้ ากการทากจิ กรรม ประเมนิ ผลจากจานว
ตอบคาถามเกี่ยวกบั เรอื่ งที่ About the Reading โดยใชเ้ กณฑ์ผ่านรอ้
ฟงั และอา่ น
ความ
ร-ู้ คาศพั ท์
กจิ กรรม Reading
- rhapsody (n.): a piece of music that is written to express
emotion, and does not have a regular form
(บทเพลงอสิ ระ)
- perform (v.): to do something to entertain people such as
acting a play or playing music (แสดงดนตรี)
- recital (n.): a public performance of music or poetry, usually
given by one person or a small group
(การเลน่ ดนตรีเดี่ยว)
- talent (n.): a natural ability to do something well (พรสวรรค์)
- sonata (n.): a musical work for two instruments, such as a
piano (ดนตรีตง้ั แต่ 2 ชนิ้ ขน้ึ ไปทใี่ ช้เลน่ ในเพลงเดียวกนั )
- conservatory (n.): a school or college at which people are trained
in music and theatre
(โรงเรียนหรือวทิ ยาลยั สาหรบั เปิ ดสอนดนตรีหรือละคร)
- symphony (n.): a long musical work for an orchestra
(เพลงทใี่ ช้สาหรบั วงดุรยิ างค์สากล)
- orchestra (n.): a large group of people who play various
musical instrument together (วงดุรยิ างคส์ ากล)
- สานวนภาษา
-
- หน้าทภี่ าษา
-
322
- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
-
กจิ กรรมการเรี
ยนรู้
กจิ กรรม Reading
1. นาเขา้ สบู่ ทเรยี น
- ค รู ให้ นั ก เรี ย น ดู รู ป ภ าพ ใน กิ จ ก ร ร ม Reading ใน ห นัง สื อ เรี ย น ห น้ า 91
และครูถามนกั เรยี นเกี่ยวกบั บุคคลในภาพ โดยใชค้ าถาม ดงั นี้
- Do you know the man in the picture?
- Who is he?
- What does he do?
- ค รู ใ ห้ นั ก เ รี ย น บ อ ก ว่ า นั ก เ รี ย น เ ห็ น อ ะ ไ ร ใ น รู ป ภ า พ ดั ง ก ล่ า ว
ใ ห้ นั ก เ รี ย น ดู ชื่ อ เ รื่ อ ง บ ท อ่ า น แ ล ะ ค รู ถ า ม นั ก เ รี ย น ว่ า
นกั เรียนคดิ วา่ เนื้อหาบทอา่ นนี้น่าจะเกี่ยวกบั อะไร โดยใช้คาถาม
- What do you think the passage is about?
2. แจง้ จุดประสงค์การเรียนรู้
-
ครูบอกนกั เรยี นวา่ ในหน่วยการเรียนรนู้ ี้นกั เรียนจะได้ฟงั และอา่ นเกีย่ วกบั ประวตั ิ
บคุ คลสาคญั ของโลก แลว้ สามารถบอกรายละเอยี ดจากบทอา่ นทฟี่ งั และอา่ นได้
3. ฟงั และอ่านบทอา่ น
- ครูเปิ ดซีดีบนั ทกึ เสียง CD 2 Track 42 เกีย่ วกบั เนื้อหาบทอ่านเรือ่ ง The World’s
Most Successful Pianist ในกจิ กรรม Reading ในหนงั สือเรียน หน้า 91
ใหน้ กั เรียนฟงั พรอ้ มกบั ให้นกั เรยี นอา่ นในใจไปพรอ้ ม ๆ กบั ซีดีบนั ทกึ เสยี ง
แลว้ ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั บอกวา่ เน้ือหาบทอา่ นนี้เกี่ยวกบั อะไร โดยครูใชค้ าถาม
- What is the reading about?
- ครูให้นกั เรียนอา่ นคาถามในกจิ กรรม About the Reading ในหนงั สือเรียน หน้า
91
และเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรยี นซกั ถามถ้านกั เรียนไมเ่ ขา้ ใจคาถามและใหน้ กั เรียนอา่ นเน้ือ
หาบทอา่ นอีกครง้ั
-
ครเู ปิ ดโอกาสใหน้ กั เรยี นถามความหมายของคาศพั ท์ถา้ นกั เรยี นไมเ่ ข้าใจ และครอู ธิ
บ า ย ค ว า ม ห ม า ย เ ป็ น ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ
และถ้านกั เรยี นยงั ไมเ่ ขา้ ใจก็อนุญาตใหเ้ ปิ ดพจนานุกรมได้
- ครูใหน้ กั เรยี นทากจิ กรรม About the Reading เป็ นรายบคุ คล
323
-
ครูให้นกั เรียนเขียนคาตอบลงในสมุดสง่ ครู ตรวจคาตอบโดยใหน้ กั เรยี นหาคาตอ
บจากบทอา่ นและตอบปากเปลา่
- ครูใหน้ กั เรียนอา่ นเนื้อหาบทอา่ นทเี่ ป็ นคาตอบของคาถามแตล่ ะขอ้ (ดูเฉลยทา้ ยเลม่ )
- ครปู ระเมนิ ผลความเข้าใจบทอา่ นของนกั เรียนจากจานวนคาตอบทถี่ ูกต้อง
โดยใช้เกณฑผ์ ่านรอ้ ยละ 60
- ครูใหน้ กั เรียนอา่ นบทอ่านอีกครง้ั และใหข้ ีดเสน้ ใต้คาศพั ท์ที่สมั พนั ธ์กบั ดนตรี เช่น
ค า ว่ า rhapsody (a piece of music that is written to express emotion,
and does not have a regular form)
ครูใหค้ วามหมายคาศพั ท์ทสี่ มั พนั ธก์ บั เครือ่ งดนตรีเพมิ่ โดยเขียนทง้ั คาศพั ท์และควา
มหมายทเี่ ป็ นภาษาองั กฤษบนกระดาน เชน่
- perform
- recital
- piano
- talent
- sonata
- conservatory
- symphony
- orchestra
(ดูขอ้ มลู คาศพั ท์)
FACT FILE
Liszt (Franz Liszt)
- ลสิ ซต์ หรอื ชื่อเต็มคอื ฟรานซ์ ลสิ ซต์
เป็ นนกั ประพนั ธ์ดนตรีชาวฮงั กาเรยี นคนสาคญั ในศตวรรษที่ 19
และเป็ นนกั เปี ยโนทยี่ ากจะหาใครเทียบ
Tom and Jerry
- ทอมกบั เจอรร์ ี
เป็ นการต์ ูนชุดยอดนยิ มเกี่ยวกบั แมวและหนูที่สว่ นมากจะไลล่ า่ และสกู้ นั ไปมา
Mozart (Wolfgang Amadeus Mozart)
- โ ม ซ า ร์ ท ห รื อ ชื่ อ เ ต็ ม คื อ โ ว ล์ ฟ กั ง อ ะ ม า เ ด อุ ส โ ม ซ า ร์ ท
กจิ กรเรปม็ นเสนรั กมิ ปทรกั ะษพะั/นปธร์ ดะสนบตกราี ทรี่ณมี ช์ทื่ อางเภสี ยาษง กา้ อ ง โ ล ก เมื่ อ ช่ ว ง ศ ต ว ร ร ษ ที่ 18
- และปจั จุบนั ผลงานของเขามากมายทถี่ ูกนามาทาสือ่ ตา่ ง ๆ และนามาจดั จาหน่าย
ครใู หน้ กั เรยี นจบั คผู่ ลดั เปลยี่ นกนั เลา่ เรอื่ งทนี่ กั เรียนอา่ นโดยทไี่ มต่ อ้ งดูหนงั สือ แล
ะใหใ้ ช้คาพูดของนกั เรียนในการเลา่ เรอื่ ง
324
สอื่ /แหลง่ การเรี
1ย.นหรนู้ งั สือเรยี น New World 2 หน้า 91
2. ซีดีบนั ทกึ เสยี ง
3. เครอื่ งเลน่ ซีดี
4. สอื่ อเิ ล็กทรอนกิ ส์
- http://tooktapiano.com
- http://th.wikipedia.org/wiki/โวล์ฟกงั _อะมาเดอุส_โมซาร์ท
บนั ทกึ ผลการจดั การเรยี นร/ู้ ปญั หาหรืออปุ สรรค/ขอ้ เสนอแนะหรือแน
..ว..ท...า.ง..ก..า..ร..ป...ร..บั ..ป...ร..งุ .................................................................................
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 117
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 12Yesterday ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 2
เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง Biography เวลา 1 ช่วั โมง
เป้ าหมายการเรยี นร/ู้ หลกั ฐานการเรียนร/ู้ การวดั ผลแล
ะประเมนิ ผล
สงิ่ ทตี่ ้องรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้
มาตรฐานการเรยี นรู้
และตวั ช้ีวดั
ต 1.3 ม.2/2, ใชภ้ าษาองั กฤษคน้ ควา้ ข้อมลู เกีย่ วกบั ประวตั บิ คุ คลสาคญั ทมี่ ชี ื่อเสยี งทตี่ นเองชื่นชอ
ต 3.1 ม.2/1, แลว้ นาเสนอโดยการเขียน
ต 4.2 ม.2/1
ความ
ร-ู้ คาศพั ท์
-
- สานวนภาษา
-
- หน้าทภี่ าษา
-
- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
325
-
กจิ กรรมการเรี
กยจิ นกรรรู้ ม World Link
1. นาเขา้ สบู่ ทเรียน
- ทบทวนความรูเ้ ดิมโดยการให้นกั เรียนอ่านออกเสียงบทอ่านเรื่อง The World’s
Most Successful Pianist จากกิจกรรม Reading ในหนังสือเรียน หน้ า 91
เสรจ็ แลว้ ครตู ง้ั คาถามจากบทอา่ นใหน้ กั เรยี นตอบพรอ้ มกนั อกี ครง้ั เช่น
- Who was the man in the Reading? (Lang Lang)
- Where was he born? (In Shenyang, China.)
- What was his nationality? (Chinese.)
- When did he start the piano lesson? (At the age of three.)
- What happened to him when he was eleven years old? (He won
the first prize at the International Competition for Young Pianists
Competition in Germany.)
- How old is he now? (32 years old.)
- ครูแบง่ กลมุ่ นกั เรยี น กลมุ่ ละ 3-4 คน
ใหน้ กั เรียนแต่ละกลมุ่ แต่งประโยคคาถามจากบทอา่ น กลมุ่ ละ 2 คาถาม
และไมซ่ ้ากบั คาถามของครู เพือ่ ส่งเสรมิ ทกั ษะการคดิ
2. แจง้ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
-
ครูบอกนกั เรยี นวา่ ในหน่วยการเรียนรูน้ ้ีนกั เรียนจะต้องค้นควา้ หาข้อมูลเกี่ยวกบั
บุคคลสาคญั ทมี่ ชี ื่อเสียงทตี่ นเองชืน่ ชอบ แลว้ นาเสนอโดยการเขียน
3. คน้ ควา้ ข้อมลู เกีย่ วกบั บุคคลทมี่ ชี ื่อเสยี งทชี่ ื่นชอบ
- ครูอา่ นคาช้ีแจงในกจิ กรรม World Link ในหนงั สอื เรียน หน้า 91
ใหน้ กั เรยี นฟงั และทาความเขา้ ใจ ครูเปิ ดโอกาสให้นกั เรียนถามถ้าไมเ่ ข้าใจ
ครูยกตวั อยา่ งบคุ คลทมี่ ชี ื่อเสยี งทคี่ นสว่ นใหญช่ ื่นชอบพรอ้ มกบั รูปภาพ เช่น David
Beckham และถามนกั เรยี นวา่ นกั เรียนรจู้ กั หรือไม่ โดยใชค้ าถามว่า Do you
know who he is?
- ครใู หน้ กั เรียนแต่ละคนเขียนรายชือ่ บคุ คลทมี่ ีชือ่ เสยี งคนละ 3 รายชื่อ
แลว้ ใหอ้ ่านชือ่ บุคคลทนี่ กั เรยี นเขียนใหเ้ พื่อนในชน้ั เรยี นฟงั
ครูเขียนรายชื่อบคุ คลทนี่ กั เรียนบอกบนกระดานอีกครง้ั
-
ครูใหน้ กั เรยี นเลอื กวา่ นกั เรยี นจะเลือกเขียนขอ้ มลู ของบคุ คลสาคญั คนใด และคนน้ั
นมชี ื่อเสยี งเกยี่ วกบั อะไร
-
ครใู ห้นกั เรียนทากจิ กรรมคน้ ควา้ รวบรวมข้อมูลของบุคคลที่นกั เรียนเลือกเป็ นราย
326
บุคคล โดยครูแนะนาให้นกั เรียนใช้อนิ เทอร์เน็ตในการคน้ คว้าหาประวตั ิของบุคคล
สาคญั ทนี่ กั เรยี นเลือก
-
ครแู นะนาให้นกั เรียนออกแบบวธิ ีการนาเสนอข้อมลู ทคี่ น้ ควา้ และบอกนกั เรียนว่า
ค ว ร มี ข้ อ มู ล เ กี่ ย ว กั บ อ า ชี พ
มชี ื่อเสียงอยา่ งไร หรือข้อมูลสว่ นตวั วา่ เกดิ เมื่อใด ที่ใด ประวตั เิ กี่ยวกบั ครอบครวั กา
รทางานครง้ั แรกหรือผลงานทปี่ ระสบความสาเร็จมากทสี่ ดุ
- ครูใหน้ กั เรียนเขียนหลาย ๆ ประโยคและใหอ้ ธบิ ายผลงาน
- ครูแนะนาใหน้ กั เรียนดู Verb List ในหนงั สือเรยี น หน้า 109
เพื่อช่วยนกั เรียนในการใชค้ ากรยิ าทเี่ ป็ น Past Tense ไดถ้ ูกตอ้ ง
และครูใหค้ วามช่วยเหลอื นกั เรียนด้านคาศพั ท์ตามความจาเป็ น
-
ครูแนะนานกั เรยี นเพมิ่ เตมิ วา่ ในการนาเสนอน้นั นกั เรยี นควรมภี าพของบคุ คลน้นั
ประกอบผลงานเขียน
-
ครใู หน้ กั เรียนนาเสนอผลงานเขียนของนกั เรยี นโดยการจดั นิทรรศการไวใ้ นหอ้ งเรี
ยนและใชช้ ื่อนทิ รรศการวา่ Famous People I Admire
- ครูประเมนิ งานเขียนของนกั เรียนโดยใชเ้ กณฑก์ ารประเมนิ การเขียน
และใช้เกณฑ์ผ่านระดบั พอใช้
นกั เรียนประเมนิ ตนเอง
- นั ก เ รี ย น ท า แ บ บ ป ร ะ เ มิ น Self-
Evaluation เพื่อประเมนิ ตนเองเกยี่ วกบั เน้ือหาทไี่ ด้เรียนไปแลว้ (แบบประเมนิ Unit
12
Self-Evaluation ทา้ ยคมู่ ือครู/ทา้ ยหนงั สือแบบฝึ กหดั )
กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา
- ครูใหน้ กั เรยี นทาแบบฝึ กหดั ข้อ G และ H ในหนงั สือแบบฝึ กหดั New World 2
หน้า 60 (ดูเฉลยท้ายเลม่ )
สอื่ /แหลง่ การเรี
1ย.นหรนู้ งั สอื เรยี น New World 2 หน้า 91
2. หนงั สอื แบบฝึ กหดั New World 2 หน้า 60
บนั ทกึ ผลการจดั การเรียนร/ู้ ปญั หาหรืออุปสรรค/ขอ้ เสนอแนะหรือแน
..ว..ท...า.ง..ก..า..ร..ป...ร..บั ..ป...ร..ุง.................................................................................
บททบทวนที่ 4 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 2
เวลา 3 ช่วั โมง
Review 4
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 118-120
เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง
สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
หน่วยการเรียนรูน้ ้ีมีจุดมุง่ หมายเพื่อทบทวนและประเมนิ ความสามารถของนกั เรียนใ
น ก า ร ใ ช้ ค า ศั พ ท์ ห น้ า ที่ ภ า ษ า
โค ร ง ส ร้าง ป ร ะ โ ย ค /ไ ว ย าก ร ณ์ ที่ เ รี ย น ม าแ ล้ ว ใน ห น่ ว ย ก า ร เรี ย น รู้ ที่ 1 0 -
12 เสรมิ ศกั ยภาพในการฟงั พูด อา่ น เขียน รวมทง้ั การทากจิ กรรมทางภาษาอนื่ ๆ ตลอ
สดมจรนรกถานรศะสกึ าษคาญั คขน้ อคงวผา้ ู้เขร้อียมนูลและคนณุ าเลสกันษอณะอนั พงึ ประสงค์
ความสามารถในการสื่อสาร ใฝ่ เรียนรู้ : คน้ ควา้ หาความรจู้ ากแหลง่ เรียนรตู้ า่ ง ๆ
การคดิ การใชท้ กั ษะชีวติ หม่นั พฒั นาตนเอง : ทบทวนความรูท้ ไี่ ดเ้ รียนอย่างสมา่ เสมอ
การใชเ้ ทคโนโลยี
ทกั ษะ/กระบวนการ ทกั ษะการคดิ
- ทกั ษะการคดิ ที่ใชใ้ นการสื่อสาร
ทกั ษะเฉพาะวชิ า - การประยกุ ต์ใชค้ วามรู้
การฟงั : จบั ใจความสาคญั
การพูด : พูดแสดงความคดิ เหน็
การอา่ น : อา่ นจบั ใจความสาคญั
การเขียน : เขียนรายงานการคน้ คว้า
ความเข้าใจที่ย่งั ยืน
นกั เรียนเข้าใจวา่ การฝึ กและการทบทวนความรูค้ าศพั ท์ ไวยากรณ์ การฝึ กอ่านและเขียน
ต ล อ ด จ น ก า ร ท ด ส อ บ ท า ง ภ า ษ า ก า ร ไ ด้ รั บ ข้ อ มู ล ย้ อ น ก ลั บ
จ ะ ช่ ว ย ท า ใ ห้ ก า ร ใ ช้ ภ า ษ า ข อ ง นั ก เ รี ย น มี ค ว า ม ค ง ท น
สามารถใชภ้ าษาในการสอื่ สารไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
ความสมั พนั ธ์กบั กลุ่มสาระการเรียนรูอ้ ื่น
สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม; วทิ ยาศาสตร์; ศลิ ปะ
324 แ ผ น ก ารจัด ก ารเรียน รู้ที่
118
Review 4 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 2
เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง
เวลา 1 ช่วั โมง
ความ
ร-ู้ คาศพั ท์
- blow out a candle (phrv.): to make a fire end by sending air
through one’s mouth
(ดบั เทยี นดว้ ยการเป่ าลมจากปาก)
- break the dishes (phrv.): to make the dishes separate in pieces
(ทาจานแตก)
- sand castle (n.): a structure that people build out of sand at
beaches and that looks like a kind of old
building (ปราสาททราย)
- seashells (n.): the hard outside part of some ocean animals
(เปลอื กหอย)
- สานวนภาษา
-
- หน้าทภี่ าษา
- To talk about plans
- To talk about plans for special occasions
- To talk about the past
- To talk about famous people
- To talk about everyday and free time activities
- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
- Future with going to
- Time Expressions: tomorrow, next week, next month
- Simple Past tense Verb: be
- To be born
- Simple Past Tense: regular/irregular verbs
- Time Expressions for the Past: yesterday, last night, last week
กจิ กรรมการเรี
ทยบนทรวู้นโครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
1. ทบทวนการใช้ Future with going to
325
- ครทู บทวนรปู แบบการใช้ Future with going to
สาหรบั พูดคยุ เกีย่ วกบั การวางแผนและความตง้ั ใจในอนาคต ฝึ กโดยถามนกั เรียน 2-
3 คนวา่ จะทาอะไรคนื น้ี หรอื ในวนั หยุดสดุ สปั ดาหน์ ้ี
- ครใู หน้ กั เรยี นทบทวนโครงสรา้ งไวยากรณ์ของ Future with going to ในกรอบ
Grammar ในหนงั สือเรียน หน้า 77
- ครูใหน้ กั เรยี นดูแบบฝึ กหดั ข้อ A ในกจิ กรรม Review 4 ในหนงั สือเรียน หน้า 92
โดยครอู า่ นคาส่งั ใหน้ กั เรยี นฟงั และตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรียนเกีย่ วกบั แบบฝึ
กหดั เปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนถามหากมีข้อสงสยั
- ครูให้นกั เรียนเติมคาในช่องว่างในบทสนทนาใหส้ มบูรณ์ด้วยรูปแบบของ Future
with going to สาหรบั เหตุการณ์ในอนาคต ซึ่งจะเป็ นทง้ั Verb to be และ going
to
- ครูใหน้ กั เรียนทางานเป็ นคู่ เมือ่ นกั เรยี นทาเสรจ็
ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะคอู่ า่ นออกเสียงบทสนทนาเพื่อตรวจคาตอบ (ดูเฉลยทา้ ยเลม่ )
- ครใู หน้ กั เรยี นจบั คู่อา่ นออกเสียงบทสนทนาหน้าชน้ั เรียน โดยสลบั บทบาทเป็ น A
และ B
- ครใู หน้ กั เรยี นดูแบบฝึ กหดั ข้อ B ในกจิ กรรม Review 4 ในหนงั สือเรียน หน้า 92
โดยใหน้ กั เรียนดูภาพและบรรยายสง่ิ ทนี่ กั เรียนเหน็ ในภาพ
- ครูชว่ ยเหลือนกั เรียนเรือ่ งคาศพั ท์ใหม่ หรอื คาศพั ท์ทนี่ กั เรียนไมค่ นุ้ เคย
หลงั จากน้นั ใหน้ กั เรยี นเขียนวา่ นกั เรียนคดิ วา่ จะเกดิ อะไรขน้ึ ตอ่ ไปในแตล่ ะภาพ
- ทบทวนตวั อย่างคาตอบ ชี้ทรี่ ูปแบบของ Verb going to
-
ครูอธบิ ายคากรยิ าเหลา่ น้ีโดยเขียนบนกระดานพรอ้ มกบั ความหมายเป็ นภาษาองั ก
ฤษ
- blow out a candle - break the dishes (ดูขอ้ มลู คาศพั ท์)
- ค รู ใ ห้ นั ก เ รี ย น ท า แ บ บ ฝึ ก หั ด ข้ อ B เ มื่ อ นั ก เ รี ย น ท า เ ส ร็ จ
ใ ห้ นั ก เ รี ย น อ อ ก ไ ป เ ขี ย น ค า ต อ บ บ น ก ร ะ ด า น
แ ล้ ว ใ ห้ นั ก เ รี ย น ค น อื่ น บ อ ก ว่ า ค า ต อ บ เ ห มื อ น กั น ห รื อ ไ ม่
จดบนั ทึกคาตอบที่อาจมีมากกว่าหน่ึงคาตอบในภาพเดียวกนั สงิ่ สาคญั ที่สุด คือ
นกั เรยี นใช้ going to ได้ถูกต้องตามโครงสรา้ งทางไวยากรณ์ (ดูเฉลยทา้ ยเลม่ )
-
ครใู หน้ กั เรยี นดูภาพและฝึ กพูดเกีย่ วกบั การวางแผนทจี่ ะทากจิ กรรมในแต่ละภาพ
วา่ จะทาเมือ่ ใด ตวั อยา่ งเชน่
- I’m going to ride my bike this afternoon.
- I’m going to ride my bike home.
2. ทบทวนการใช้ Simple Past Tense Verb: be
- ทบทวนการใช้ Past Tense กบั เหตกุ ารณ์ทเี่ ป็ นอดีต โดยถามนกั เรยี นวา่
นกั เรียนทาอะไรเมือ่ วนั เสารท์ ผี่ า่ นมา
326
- ครใู หน้ กั เรียนทบทวนโครงสรา้ งไวยากรณ์จากกรอบ Grammar ในหนงั สือเรยี น
หน้า 83 เรอื่ ง Past Tense form of be: was/were
หลงั จากน้นั ใหน้ กั เรียนทบทวนโครงสรา้ งไวยากรณ์ เรื่อง Simple Past Tense
forms of Regular Verbs ทลี่ งทา้ ยดว้ ย –ed และ Irregular Verbs ในกรอบ
Grammar ในหนงั สือเรียน หน้า 89
- ค รู ใ ห้ นั ก เรี ย น ดู รู ป ภ า พ ใ น แ บ บ ฝึ ก หัด ข้ อ C ใ น กิ จ ก ร ร ม Review 4
ใ น ห นั ง สื อ เ รี ย น ห น้ า 93 แ ล ะ บ ร ร ย า ย ส่ิ ง ที่ นั ก เ รี ย น เ ห็ น จ า ก ภ า พ
และบอกวา่ คนในภาพอยทู่ ใี่ ด ครูกระตุ้นใหน้ กั เรียนใหข้ ้อมูลใหม้ ากเทา่ ทจี่ ะมากได้
- ครูแนะนาใหน้ กั เรยี นมองผา่ น ๆ เน้ือหาตลอดทง้ั เรอื่ ง
โดยยงั ไมต่ ้องเตมิ คาในชอ่ งวา่ ง ครตู อบคาถามนกั เรียนเกี่ยวกบั คาศพั ท์
-
ครูอธบิ ายความหมายคาศพั ทเ์ พม่ิ เติม โดยเขียนบนกระดานพรอ้ มกบั ความหมาย
ใหน้ กั เรยี นทายจากบรบิ ท เชน่ sand castles, seashells (ดูขอ้ มูลคาศพั ท์)
-
ครใู หน้ กั เรียนทาข้อความใหส้ มบรู ณ์โดยเปลยี่ นคากรยิ าในวงเล็บใหถ้ ูกต้องตามโค
รงสรา้ งไวยากรณ์ของ Past Tense ครบู อกใหน้ กั เรยี นใช้ข้อมูลจากกรอบ
Grammar ในหนงั สือเรยี น หน้า 89
- เมือ่ นกั เรียนทาเสรจ็
ตรวจคาตอบโดยให้นกั เรยี นอ่านออกเสียงข้อความที่สมบูรณ์พรอ้ มกนั
(ดูเฉลยทา้ ยเลม่ )
- ครใู หน้ กั เรยี นพูดคากรยิ าและสะกดคากรยิ าทเี่ ป็ นรปู แบบ Simple Past Tense
- ครใู หน้ กั เรยี นดูแบบฝึ กหดั ขอ้ D ในกจิ กรรม Review 4 ในหนงั สือเรียน หน้า 93
อา่ นคาส่งั พรอ้ มกนั และทาความเขา้ ใจคาส่งั
- ครูใหน้ กั เรียนดูตวั อยา่ งในข้อ 1
- ครใู หน้ กั เรยี นดูภาพทกุ ภาพ และครูชว่ ยเหลือนกั เรยี นเกี่ยวกบั คาศพั ท์ในแต่ละภาพ
ดงั น้ี
2. rock climbing/rappelling
3. visit/walk along the Great Wall of China
4. eat sushi
5. ski/go skiing
6. visit a market/shop/go shopping
- ครูให้นักเรียน จบั คู่ เขี ยนประโยคบรรยายเกี่ยวกบั สิ่งที่ บุคคลในภาพ กระทา
ครูบอกนักเรียนว่านักเรียนควรใช้ Simple Past Tense ในการเขียนประโยค
ครูชว่ ยเหลือนกั เรยี นเรอื่ งคาศพั ทต์ ามความจาเป็ น
- ค รู ต ร ว จ ค า ต อ บ โ ด ย เ รี ย ก ใ ห้ นั ก เ รี ย น อ่ า น อ อ ก เ สี ย ง ป ร ะ โ ย ค
ครูบัน ทึก ค าต อบ ที่อาจมี ม ากก ว่า 1 คาตอบ ใน แ ต่ ละภ าพ ซ่ึงอาจเป็ น ไป ได้
327
แต่ส่ิงสาคญั ที่สุดคือนกั เรียนเขียนถูกต้องตามโครงสรา้ งไวยากรณ์ของ Simple
Past Tense (ดูเฉลยทา้ ยเลม่ )
-
ครกู ระตุ้นใหน้ กั เรียนทมี่ ีภาพนารูปภาพของตนเองทที่ ากจิ กรรมตอนปิ ดภาคเรียนที่
แ ล้ ว ม า แ ล ะ ใ ห้ นั ก เรี ย น เขี ย น ป ร ะ โ ย ค บ ร ร ย า ย เ ห ตุ ก า ร ณ์ ใ น รู ป ภ า พ
และบอกวา่ เป็ นสถานทใี่ ด แลว้ แลกเปลีย่ นกนั กบั เพื่อน
กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา
- ครใู หน้ กั เรียนทาแบบฝึ กหดั ข้อ A, B และ C ในหนงั สือแบบฝึ กหดั New World
2 หน้า 61 เพื่อฝึ กเกีย่ วกบั คาศพั ท์ (ดูเฉลยทา้ ยเลม่ )
- ครใู หน้ กั เรยี นทาแบบฝึ กหดั ขอ้ D, E, F และ G ในหนงั สือแบบฝึ กหดั New
World 2 หน้า 62-63 เพือ่ ฝึ กเกี่ยวกบั Simple Past Tense และ Future with
going to (ดูเฉลยทา้ ยเลม่ )
สอื่ /แหลง่ การเรี
1ย.นหรนู้ งั สอื เรยี น New World 2 หน้า 77, 83, 89, 92, 93
2. หนงั สือแบบฝึ กหดั New World 2 หน้า 61-63
บนั ทกึ ผลการจดั การเรียนร/ู้ ปญั หาหรืออปุ สรรค/ขอ้ เสนอแนะหรือแน
..ว..ท...า.ง..ก..า..ร..ป...ร..บั ..ป...ร..งุ .................................................................................
แ ผ น ก ารจัด ก ารเรียน รู้ที่
119
Review 4 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 2
เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง
เวลา 1 ช่วั โมง
328
ความ
ร-ู้ คาศพั ท์
กจิ กรรม Focus on the World
- jaws (n.): the two bones that hold your teeth and form your
mouth (เขี้ยว)
- miracle (n.): something good that doesn’t seem possible but
that happens (ปาฏหิ ารยิ ์)
- survive (v.): to continue to live after accident, war illness etc
(รอดชีวติ )
- rescue (v.): to save someone from harm or danger (ช่วยชีวติ )
- rush (v.): to go very fast (เรง่ รีบ, เรง่ ด่วน)
- สานวนภาษา
-
- หน้าทภี่ าษา
-
- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
-
กจิ กรรมการเรี
กยจิ นกรรรู้ ม Focus on the World
1. นาเขา้ สบู่ ทเรยี น
- ให้นักเรียนดูรูปภาพในกิจกรรม Focus on the World ในกิจกรรม Review 4
ในหนงั สือเรียน หน้า 95 ครถู ามนกั เรยี นเกี่ยวกบั โลมาเทา่ ทนี่ กั เรียนรจู้ กั
- ครอู ธบิ ายนกั เรียนวา่ โลมาเป็ นสตั วเ์ ลีย้ งลกู ด้วยนมและอยกู่ นั เป็ นฝูงเหมือนวาฬ
เป็ นสตั ว์ทฉี่ ลาดและบางครง้ั หากนิ กนั เป็ นกลมุ่
- ครูถามนักเรียนว่ารู้จกั ฉลามหรือไม่ ฉลามเป็ นปลา ไม่ใช่สตั ว์เล้ียงลูกด้วยนม
มี ฟั น ที่ แ ห ล ม ค ม แ ล ะ กิ น ป ล า แ ล ะ
บางสายพนั ธ์ุก็ทารา้ ยมนุษย์
2. แจง้ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
- ค รู บ อ ก นั ก เ รี ย น ว่ า
ในหน่วยการเรยี นรนู้ ้ีเป็ นการทบทวนเกีย่ วกบั ความเข้าใจในการอา่ น นกั เรียนจะได้
ฟั ง แ ล ะ อ่ า น บ ท อ่ า น เ กี่ ย ว กั บ โ ล ม า
สามารถวเิ คราะห์ข้อมลู และตอบคาถามเกี่ยวกบั บทอา่ นได้
3. ฟงั และอ่านบทอา่ น
- ครูใหเ้ วลานกั เรยี นประมาณ 2-3 นาที อ่านบทอ่าน
หลงั จากนน้ั ครเู ปิ ดซีดีบนั ทกึ เสียง CD 2 Track 43
329
ใหน้ กั เรยี นฟงั และอา่ นบทอา่ นไปพรอ้ ม ๆ กบั ซีดีบนั ทกึ เสยี ง
ใหน้ กั เรียนบอกวา่ บทอ่านน้ีเกีย่ วกบั อะไร
-
ครูใหน้ กั เรียนอา่ นบทอา่ นและใหข้ ีดเส้นใต้คาศพั ท์ทนี่ กั เรียนไมเ่ ขา้ ใจ ครูอธบิ าย
ค าศัพ ท์ ที่นัก เรีย น ไ ม่เข้ าใจ แ ละเพิ่ ม เติม ค าศัพ ท์ ดังนี้ คื อ jaws, miracle,
survive, rescue และ rush (ดูข้อมลู คาศพั ท)์
- ครใู หน้ กั เรยี นอภปิ รายเกี่ยวกบั สง่ิ แปลกใหม่ทนี่ กั เรยี นเจอในบทอ่าน
ชวนนกั เรียนพูดคยุ และแสดงความคดิ เห็น
- ค รู ใ ห้ นั ก เ รี ย น จั บ คู่
สลบั บทบาทกนั เล่าเรื่องและบอกนกั เรียนว่านักเรียนสามารถกลบั ไปดูบทอ่านได้
แต่ไมใ่ ช่เป็ นการอา่ น
4. ตอบคาถามเกี่ยวกบั บทอา่ น
- ครูให้นักเรียนตอบคาถามจากบทอ่านเรื่อง LIFE-SAVING FISH ในกิจกรรม
About the Reading ในกจิ กรรม Review 4 ในหนงั สือเรียน หน้า 95
- ครตู รวจคาตอบโดยครอู ่านคาถามให้นกั เรียนอาสาสมคั รตอบปากเปลา่
อา่ นบทอา่ นสว่ นทเี่ ป็ นคาตอบของคาถามแตล่ ะข้อใหเ้ พื่อนและครูฟงั
(ดูเฉลยทา้ ยเลม่ )
กจิ กรรม World Link
1. คน้ ควา้ เรอื่ งราวทนี่ ่าสนใจเกีย่ วกบั โลมา
- ครอู า่ นคาส่งั ใหน้ กั เรียนฟงั และตอบคาถามถ้านกั เรียนสงสยั หรือไมเ่ ขา้ ใจ
- ค รู ใ ห้ นั ก เ รี ย น ท า ง า น เ ป็ น ก ลุ่ ม ก ลุ่ ม ล ะ 5-
6 คน ครูแนะนาใหน้ กั เรียนใช้อนิ เทอร์เน็ตในการคน้ ควา้ ข้อมูล บอกนกั เรียนวา่ นกั เ
รียนสามารถค้นคว้าเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกบั โลมาได้จากอนิ เทอร์เน็ตในหวั ข้อ
“dolphin stories” หรือ “dolphins saving people”
- ครใู หแ้ ตล่ ะกลุม่ เลือกเรอื่ งที่น่าสนใจเกีย่ วกบั โลมากลมุ่ ละ 2-3 เรื่อง
แลว้ สรุปเรอื่ งทเี่ ลือก
- ค รู ใ ห้ แ ต่ ล ะ ก ลุ่ ม ร า ย ง า น ผ ล ก า ร ศึ ก ษ า ค้ น ค ว้ า
แ ล ะ ค รู แ น ะ น าให้ ต่ าง ก ลุ่ ม ถ าม ถ้ าอ ย าก ไ ด้ ข้ อ มู ล เพิ่ ม เติ ม ห รื อ ไ ม่ เข้ าใจ
ครูคอยช่วยเหลือและใหค้ าแนะนา
กจิ กรรม Time for a Song
1. ฟงั และอ่านบทเพลง
- ครใู หน้ กั เรยี นดูรูปภาพในกจิ กรรม Time for a Song ในกจิ กรรม Review 4
ในหนงั สือเรียน หน้า 96 ใหน้ กั เรียนพูดชือ่ ของอาชีพต่าง ๆ ในรูปภาพ
ครูเขียนสงิ่ ทนี่ กั เรียนพูดบนกระดาน
- ครูใหน้ กั เรียนดูชือ่ เพลง About My Family จากภาพและชื่อเพลงดงั กลา่ ว
ครถู ามนกั เรียนวา่ นกั เรยี นคดิ วา่ เพลงน้ีน่าจะเกี่ยวกบั อะไร
330
- ครูเขียนอกั ษรยอ่ BBC บนกระดาน และอธบิ ายความหมายวา่ ย่อมาจาก British
Broadcasting Cooperation หมายถึง
กลมุ่ ผู้ผลติ รายการโทรทศั น์และวทิ ยุทมี่ ชี ือ่ เสียงและสาคญั มากขององั กฤษ
และครอู ธบิ ายวา่ อกั ษรยอ่ มาจากพยญั ชนะตวั แรกของคา
อธบิ ายนกั เรียนวา่ เพลงทนี่ กั เรียนจะเรียนเป็ นเนื้อหาเกี่ยวกบั อกั ษรยอ่
-
ครถู ามนกั เรียนเกี่ยวกบั อกั ษรยอ่ อนื่ ๆ ทนี่ กั เรียนรจู้ กั ทง้ั ทเี่ ป็ นภาษาองั กฤษและภา
ษาไทย ใหน้ กั เรยี นเขียนบนกระดานและบอกดว้ ยวา่ ยอ่ มาจากอะไร
- ครใู หน้ กั เรยี นดูเน้ือเพลง อา่ นออกเสียงเน้ือเพลงและครอู ธบิ ายคาศพั ท์ใหม่
- ครใู หน้ กั เรียนดูขอ้ มูลในกรอบ Language Note
ครอู ธบิ ายข้อมลู อกั ษรย่อแก่นกั เรยี น
โดยเขียนบนกระดานและถามนกั เรยี นวา่ รูจ้ กั สถานทีห่ รือองคก์ รใดบา้ งหรอื ไม่
- ครูเปิ ดซีดีบนั ทกึ เสยี ง CD 2 Track 44 ในกจิ กรรม Time for a Song
ในหนงั สือเรียน หน้า 96 ใหน้ กั เรยี นฟงั และอา่ นเนื้อเพลงในขณะทฟี่ งั
ครเู ปิ ดเพลงประมาณ 2-3 ครง้ั เพือ่ ใหน้ กั เรียนรูท้ านองเพลง
- ครูเปิ ดเพลงอกี ครง้ั และหยดุ แลว้ ให้นกั เรียนบอกบรรทดั ถดั ไป
- ครเู ปิ ดเพลงอีกครง้ั และให้นกั เรียนรอ้ งเพลงตามไปด้วยตลอดทง้ั เพลง
-
ครเู ชญิ ชวนใหน้ กั เรียนแตง่ เนื้อเพลงเพม่ิ เตมิ จากเพลงตวั อยา่ งหรือแตง่ ใหม่โดยใ
ชเ้ นื้อเพลงของนกั เรียน แต่ใช้หวั ข้อเหมอื นกบั เพลงตวั อยา่ ง
2. ตอบคาถามเกี่ยวกบั บทเพลง
- ครูใหน้ กั เรียนดูแบบฝึ กหดั ข้อ A ในกจิ กรรม Time for a Song ในกจิ กรรม
Review 4 ในหนงั สอื เรียน หน้า 96 อา่ นคาส่งั ใหน้ กั เรียนฟัง
และใหน้ กั เรียนทาความเข้าใจแบบฝึ กหดั
- ค รู ใ ห้ นั ก เ รี ย น จั บ คู่ อ่ า น เ น้ื อ เ พ ล ง อี ก ค ร้ั ง
และให้หาคาหรอื สานวนในเนื้อเพลงทีม่ คี วามหมายเหมือนกลมุ่ คาแต่ละข้อในแบบฝึ
กหดั และใหน้ กั เรยี นอาสาสมคั รบอกคาตอบทถี่ ูกตอ้ ง (ดูเฉลยทา้ ยเลม่ )
- ครูให้นักเรียนดูแบบฝึ กหดั ข้อ B ในกิจกรรม Time for a Song ในกิจกรรม
Review 4 ใน ห นั ง สื อ เรี ย น ห น้ า 96 ค รู อ่ าน ป ร ะ โย ค พ ร้อ ม กับ นั ก เรี ย น
แ ล ะ ต ร ว จ ส อ บ ใ ห้ แ น่ ใ จ ว่ า นั ก เ รี ย น เ ข้ า ใ จ ทุ ก ป ร ะ โ ย ค
หลงั จากน้ันให้นักเรียนอ่านประโยคเองอีกคร้งั และให้เขี ยน true หรือ false
จากเน้ือเพลงทเี่ รยี น
- ตรวจคาตอบพรอ้ มกนั โดยใหน้ กั เรียนอา่ นประโยคและบอกวา่ true หรอื false
และใหน้ กั เรยี นแกไ้ ขประโยคที่ false ใหถ้ ูกตอ้ ง (ดูเฉลยท้ายเลม่ )
กจิ กรรม Speaking
1. พูดคุยเกี่ยวกบั ญาตขิ องตนเองทนี่ ่าสนใจ
331
- ครูอา่ นคาถามในกจิ กรรม Speaking ในกจิ กรรม Review 4 ในหนงั สือเรยี น หน้า
96 และใหน้ กั เรยี นทาความเข้าใจคาถาม
- ครูแบง่ กลมุ่ นกั เรยี นเป็ นกลมุ่ ยอ่ ย
ใหน้ กั เรยี นบอกสมาชกิ ในกลมุ่ พูดคยุ เกีย่ วกบั ญาตทิ ี่นกั เรียนมี
และใหพ้ ูดเกีย่ วกบั สง่ิ ทนี่ ่าสนใจเกีย่ วกบั ญาติ
และใหบ้ อกเหตุผลว่าทาไมญาตคิ นนน้ั จงึ น่าสนใจ
-
ครูช่วยเหลือนกั เรยี นเรือ่ งคาศพั ท์ใหม่และใหแ้ ต่ละกลุม่ ได้แลกเปลีย่ นกนั พูดอยา่ ง
น้อยกลมุ่ ละ 1 เรอื่ ง
กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา
-
สอื่ /แหลง่ การเรี
1ย.นหรนู้ งั สือเรยี น New World 2 หน้า 95-96
2. ซีดีบนั ทกึ เสยี ง
3. เครอื่ งเลน่ ซีดี
บนั ทกึ ผลการจดั การเรยี นร/ู้ ปญั หาหรอื อปุ สรรค/ขอ้ เสนอแนะหรอื แน
..ว..ท...า.ง..ก..า..ร..ป...ร..บั ..ป...ร..งุ .................................................................................
แ ผ น ก ารจัด ก ารเรียน รู้ที่
120
Review 4 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 2
เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง
เวลา 1 ช่วั โมง
ความ
ร-ู้ คาศพั ท์
-
- สานวนภาษา
-
332
- หน้าทภี่ าษา
-
- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
-
กจิ กรรมการเรี
กยจิ นกรรรู้ ม Vocabulary Builder
1. ทบทวนคาศพั ท์
- ครอู ธบิ ายนกั เรยี นวา่ คาศพั ท์ในภาษาองั กฤษหลายคาเป็ นคาผสม (Compound
Word) หมายถงึ คาทเี่ กดิ จากการรวมคา 2 คาใหเ้ ป็ นคาใหม่ 1 คา เชน่ homework
(home + work) และ backpack (back + pack)
- ครบู อกนกั เรียนวา่ ในแบบฝึ กหดั น้ี นกั เรียนจะต้องสรา้ งคาผสมจากรปู ภาพทกี่ าหนด
- ครูให้นกั เรียนดูแบบฝึ กหดั ข้อ A ในกิจกรรม Vocabulary Builder ในกิจกรรม
Review 4 ใ น ห นั ง สื อ เ รี ย น ห น้ า 94 ใ ห้ นั ก เ รี ย น ดู ตั ว อ ย่ า ง
แ ล ะ ดู ภ า พ อื่ น ๆ แ ล้ ว เ ขี ย น ค า ผ ส ม เ พื่ อ บ ร ร ย า ย ภ า พ เ ห ล่ า น้ั น
คาแตล่ ะคาจะกาหนดมาใหแ้ ลว้ ครง่ึ หนึ่ง ใหน้ กั เรียนทางานรายบคุ คลหรือเป็ นคู่
- เมือ่ นกั เรยี นทาเสร็จ ครูใหน้ กั เรียนเขียนคาทถี่ ูกต้องของแตล่ ะภาพบนกระดาน
แลว้ ใหเ้ พื่อนในห้องบอกวา่ ถูกต้อง หรือไมถ่ ูกตอ้ ง
ครอู ธบิ ายคาศพั ท์ทนี่ กั เรียนไมค่ นุ้ เคย (ดูเฉลยทา้ ยเลม่ )
- ครใู หน้ กั เรียนใช้พจนานุกรม และหาตวั อยา่ งคาผสมทมี่ ีคาจานวน 3 คาอยู่
โดยครูกาหนดคาให้ เชน่ rain, home, hair, week, ache, sea, sun เป็ นต้น
โดยใหน้ กั เรยี นเขียนความหมายของคาศพั ท์ด้วย
- ครใู หน้ กั เรียนดูแบบฝึ กหดั ข้อ B ในกจิ กรรม Vocabulary Builder ในกจิ กรรม
Review 4 ในหนงั สือเรยี น หน้า 94 ครแู ละนกั เรยี นอา่ นประโยคตวั อยา่ งรว่ มกนั
- ครใู หน้ กั เรียนเขียนประโยคโครงสรา้ ง Simple Past Tense + Compound Word
ทนี่ กั เรยี นเรียนมาแลว้ อยา่ งน้อย 3 ประโยค
- ครตู รวจผลงานเขียนของนกั เรยี น
เรอื่ งความถูกต้องของโครงสรา้ งไวยากรณ์และคาศพั ท์
- ครูใหน้ กั เรยี นอา่ นออกเสียงประโยคทนี่ กั เรียนเขียน
- ครใู หน้ กั เรียนดูแบบฝึ กหดั ข้อ C ในกจิ กรรม Vocabulary Builder ในกจิ กรรม
Review 4 ในหนงั สือเรียน หน้า 94
- ครใู หน้ กั เรยี นจบั คูแ่ ละครูเตรียมพจนานุกรมใหเ้ พียงพอกบั จานวนนกั เรยี น
- ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะคหู่ าคาผสม (Compound Words) จากพจนานุกรม
- ครใู หน้ กั เรียนเขียนรายการคาผสมที่นกั เรยี นพบลงในกระดาษ A4
และเขียนความหมายของแตล่ ะคาดว้ ย
- ค รู ใ ห้ นั ก เรี ย น ท า ง า น จ น ก ร ะ ท่ ัง นั ก เ รี ย น ห า ไ ด้ อ ย่ า ง น้ อ ย คู่ ล ะ 3 ค า
เ ขี ย น ทุ ก ค า ที่ นั ก เ รี ย น พ บ บ น ก ร ะ ด า น
333
และให้เจา้ ของผลงานรายงานการค้นควา้ พรอ้ มกบั ความหมายของคาศพั ท์ใหเ้ พือ่ นใ
นชน้ั เรยี น
กจิ กรรม Self-Test
1. ทดสอบความรูใ้ นหน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 10-12
- ค รู บ อ ก ใ ห้ นั ก เ รี ย น ท บ ท ว น เ กี่ ย ว กั บ เ น้ื อ ห า ที่ เ รี ย น ม า แ ล้ ว
ถ าม นัก เรี ย น ว่านัก เรี ย น ไ ด้ เรี ย น อ ะ ไ ร บ้ าง ใน ห น่ ว ย ก าร เรี ย น รู้ที่ 10-12
แลว้ ใหน้ กั เรยี นเปิ ดหนงั สอื เรียนเพื่อตรวจสอบคาตอบ
-
ครบู อกนกั เรียนวา่ จะทดสอบความรูใ้ นบทเรียนทเี่ รียนแลว้ เพื่อนกั เรียนจะได้ทราบ
ความกา้ วหน้าของตนเอง นกั เรียนตอ้ งการจะทบทวนเรอื่ งใดก่อนทดสอบบา้ ง
- ครูใหน้ กั เรียนเปิ ดหนงั สือเรยี นเพื่อทบทวนบทเรียนในหน่วยการเรียนรูท้ ี่ 10-12
ดงั น้ี
- ท บ ท ว น ค า ศั พ ท์ แ ล ะ ส า น ว น โ ด ย ดู จ า ก กิ จ ก ร ร ม New Language
ในตอนเริ่มต้นของแต่ละหน่ วยการเรียนรู้ และ Vocabulary List Unit
ในตอนทา้ ยของหนงั สอื เรยี น หน้า 107-108
- ทบทวน Useful Language โดยดูจากคาถามและคาตอบในกจิ กรรม Practice
- ทบทวนโครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์โดยดูในกรอบ Grammar
ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้
- ทบทวนคาพูดทีใ่ ชใ้ นการสนทนาจากกจิ กรรม Conversation
- ครใู หน้ กั เรียนทากจิ กรรม Self-Test ในหนงั สือเรียน หน้า 97 โดยใหเ้ วลานกั เรยี น
10-15 นาที ตามระดบั ความสามารถของนกั เรียน
- ครูให้นักเรียนตรวจให้คะแนนตนเองโดยตรวจจากเฉลยคาตอบในหนงั สือเรียน
ห น้ า 1 0 8 แ ล ะ ใ ห้ นั ก เ รี ย น
ดูเกณฑ์ของผลคะแนนที่ได้โดยเปรียบเทียบกบั เกณฑ์ใน หนงั สือเรียน หน้า 97
ตอนลา่ ง
- ครใู หน้ กั เรียนทบทวนเพื่อทาความเข้าใจใหถ้ ูกตอ้ งในกรณีต่อไปน้ี
- Self-Test A เ มื่ อ นั ก เ รี ย น ต อ บ ผิ ด ต้ั ง แ ต่ 2 ข้ อ ข้ึ น ไ ป
ให้กลบั ไปทบทวนคาศพั ท์ตง้ั แต่หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 10-12 และ Conversation
ในหน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 12
- Self-Test B เ มื่ อ นั ก เ รี ย น ต อ บ ผิ ด ต้ั ง แ ต่ 2 ข้ อ ข้ึ น ไ ป
ให้ ก ลับ ไ ป ท บ ท ว น โค ร ง สร้าง ป ร ะ โย ค /ไ ว ย าก ร ณ์ ใน ก ร อ บ Grammar
ในหน่วยการเรียนรู้ที่ 10-12 เรื่อง Future with going to และ Simple Past
Tense
- Self-Test C เมือ่ นกั เรยี นตอบผดิ ตง้ั แต่ 2 ข้อขน้ึ ไป
ใหก้ ลบั ไปทบทวนคาศพั ท์ในหนงั สอื เรียน New World 2
กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา
334
- ให้นักเรียนทาแบบฝึ กหดั ข้อ H, I และ J ในหนงั สือแบบฝึ กหดั New World 2
หน้า 64 เพือ่ ฝึ กคาศพั ทเ์ กี่ยวกบั Compound Words (ดูเฉลยทา้ ยเลม่ )
สอื่ /แหลง่ การเรี
1ย.นหรนู้ งั สอื เรียน New World 2 หน้า 94
2. หนงั สอื แบบฝึ กหดั New World 2 หน้า 64
3. พจนานุกรมองั กฤษ-ไทย
บนั ทกึ ผลการจดั การเรียนร/ู้ ปญั หาหรอื อปุ สรรค/ขอ้ เสนอแนะหรอื แน
..ว..ท...า.ง..ก..า..ร..ป...ร..บั ..ป...ร..ุง.................................................................................