The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่ม 1 การปรุงยา-ปรับปรุง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by rakchat.fg, 2021-05-15 07:54:59

เล่ม 1 การปรุงยา-ปรับปรุง

เล่ม 1 การปรุงยา-ปรับปรุง

สถาสสบถถนัาาบบกนนัั ากกราาแรรแแพพพทททปกยยยยราแแ์์แ์ารุงผผผนนนไไททไทยยเเยนนเตตนรรตดดาารววดาว

สถาสบถนัาบกนั ากราแรแพพททยยแ์แ์ ผผนนไทไทยเยนเตนรตดาารววดาวการปรุงยา

แ์ ผนไทยเนตรดคณาจารย์ผู้สอน
: อาจารย์เนตรดาว ยวงศรี
อาจารย์แสงสุรยี ์ จามิกรณ์
อาจารย์ปรศิ ดานชุ อ่องดี
อาจารยร์ ่งุ ทพิ ย์ ทองใบพานิชกลุ
อาจารย์อุมาพร ตาตะบุตร
ารแพทยคณะผจู้ ดั ทํา
าบนั กวนั ทปี ฏิบัติงานปรงุ ยา : นักศึกษาแพทย์แผนไทย สาขาเภสัชกรรมไทย รุ่น ๑๑
สถาบนั การแพทย์แผนไทยเนตรดาว
สถ(สงวนลิขสิทธิ พ.ศ. ๒๕๖๓) : ๑-๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๓

คาํ นาํ

หนังสือ “การปรุงยา” เล่มนี นักศึกษาแพทย์แผนไทย สาขาเภสัชกรรมไทย รุ่น ๑๑
สถาบันการแพทย์แผนไทยเนตรดาว จัดทําขึนเพือเปนการแสดงผลงานในภาคปฏิบัติ
ของนกั ศึกษาประกอบวชิ าการปรงุ ยา โดยไดร้ วบรวมกรรมวธิ กี ารปรงุ ยาอยา่ งละเอยี ดทกุ ขนั ตอน
พร้อมภาพประกอบให้มีรูปแบบทีสวยงามเข้าใจง่ายและน่าสนใจไว้ใช้อ่านประกอบการเรียน
ช่วยให้สะดวกและสามารถจดจําได้ง่ายขึน อีกทังยังเหมาะแก่ผู้ทีต้องการศึกษาหาความรู้
ด้านการปรุงยาไว้ใช้เปนแนวทางอ้างอิง เพือสืบทอดวิชาการปรุงยาตามแบบดังเดิมอันเปน
ภูมิปญญาทีทรงคุณค่าควรแก่การสืบสานต่อไป

ทางคณะผู้จัดทาํ ได้อธิบายถึงขันตอนการปรุงยาแต่ละตํารับไว้อย่างเปนขันตอน
โดยละเอยี ด เพือใหผ้ สู้ นใจศึกษาคน้ ควา้ สามารถนําไปเปนแนวทางในการปรงุ ยาตามตํารบั ตา่ งๆ
ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง และยงั สามารถใชห้ นงั สือเลม่ นที าํ ประโยชนใ์ นการเผยแพรค่ วามรู้ ความเขา้ ใจ
เกียวกบั คณุ ค่าและสรรพคณุ ของยาได้เปนอย่างดอี ีกดว้ ย

ทงั นี คณะผ้จู ัดทาํ ขอขอบพระคุณคณาจารยท์ ุกทา่ นเปนอยา่ งสูงทีไดก้ รณุ าถ่ายทอด
ความรอู้ นั ทรงคณุ คา่ ใหแ้ กล่ กู ศิษยอ์ ยา่ งครบถว้ น ทําใหส้ ามารถนาํ ความรทู้ ไี ดร้ บั การถา่ ยทอดนี
มาส่งต่อความรู้ ดังทีปรากฎขึนในหนังสือเล่มนี สุดท้ายนี คณะผู้จัดทําหวังเปนอย่างยิงว่า
หนังสือเล่มนีจะเปนประโยชน์แก่ผู้อ่านและผู้ทีนําไปใช้ทุกท่านให้เกิดผลสัมฤทธิตามความ
มุ่งหวัง หากมีข้อเสนอแนะประการใดคณะผู้จัดทําขอน้อมรับไว้ ณ ทีนี

คณะผูจ้ ดั ทาํ
นกั ศึกษาแพทยแ์ ผนไทย สาขาเภสัชกรรมไทย รุ่น ๑๑

สถาบันการแพทย์แผนไทยเนตรดาว

สารบญั ไทยเนตรดาว๑
ารแพทยแ์ ผนเนอื หา
หน้า
คาํ นาํ

นั กสารบญั ข
สถาบการปรงุ ยา ๑

าวขนั ตอนและวิธีการปรงุ ยา ๔
รด๑. การเตรียมเครอื งยาสมนุ ไพรก่อนนาํ ไปปรงุ ยา ๖

เนตรายละเอียดการเตรยี มเครอื งยาสมนุ ไพรก่อนนําไปปรุงยา ๑๒
ยขนั ตอนที ๑ การคดั แยกและทําความสะอาดเครอื งยาสมุนไพร ๑๔
๑๕
ไทการสับยา ๑๖
แ์ ผนขนั ตอนที ๒ อบเครืองยาสมนุ ไพรเพือฆา่ เชือโรค ๑๖
๑๗
จดั เก็บเครอื งยาเพือเตรยี มนาํ ไปปรุงยา ๑๘
๑๘
ทย๒. การปรุงยา ๑๘
ารแพการปรงุ ยาชนดิ ผง ๑๘

วธิ ีการปรุงยาชนิดผง ๑๘
๑๙
กรายละเอียดการปรุงยาชนดิ ผง
าบนั๑. จดั เตรยี มตํารบั ยาทใี ช้ปรุงยา ๒๒
สถ๒. เตรียมวตั ถุดบิ และวัสดุอปุ กรณ์กอ่ นใช้ปรงุ ยา ๒๒
๒๖
๒.๑ คดั แยกและทําความสะอาดเครอื งยาสมุนไพร ๒๘
๓๒
าวทุกชนดิ นาํ ไปอบฆา่ เชอื โรคกอ่ นนําไปปรงุ ยา ๓๕
รด๒.๒ เตรียมวัสดุอปุ กรณ์สําหรับปรุงยาชนิดผง ๓๖
เนต๒.๓ ทาํ ความสะอาด เครอื งบดยา เครอื งรอ่ นยา

ไทยและอุปกรณ์ทุกชนิด
แ์ ผน๓. กรรมวธิ ีการปรงุ ยา

ยขนั ตอนที ๑ ชงั ตวง วดั นาํ หนกั เครอื งยาตามตาํ รับยา
ารแพทขนั ตอนที ๒ การอบเครอื งยากอ่ นนําไปบด

ขนั ตอนที ๓ การบดเครืองยา

กขนั ตอนที ๔ การร่อนยาและการบดกากยา
าบนัขนั ตอนที ๕ การนวดยากบั ธาตวุ ตั ถุ
สถขนั ตอนที ๖ การบรรจุแคปซูล อัดเม็ด การบรรจขุ วด

การปรุงยาชนิดผง ๑๗ ตาํ รับ ๔๔
าวตํารับที ๑ ตํารับที ๒ ตาํ รบั ที ๓
รดยาแดงสีเสน ยาถ่าย/ ยาแสงหมึก ตํารบั ที ๕
ตาํ รบั ที ๔ ยาธาตุบรรจบ
ยาอาโปธาตุ
นาํ มนั ในขอ้ ๙๓

๘๔
เนต๔๖ ๗๐
ขับฟอกโลหิต

๕๘
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทย รดาวตาํ รบั ที
ตตํารับที ๖ ๗ยามหานลิ ตาํ รบั ที ๘ ตาํ รบั ที ๙ ตํารับที ๑๐ ตํารับที ๑๑
เนยาโรคนิทาน ๑ แทง่ ทอง ยาสรรพตอ้ ยาประสะ ยาตรีวาสังข์ ยาจนั ทลีลา
ไทย๑๐๔ ๑๑๕ เปราะใหญ่
๑๓๑ ๑๕๒ ๑๖๔
๑๔๑
าบนั การแพทยแ์ ผนตาํ รบั ที ๑๒
ตํารบั ที ๑๓ยาธรณี ตํารบั ที ๑๔ ตาํ รับที ๑๕ ตํารับที ๑๖ ตาํ รับที ๑๗
ยาลดความ ยาสหศั ธารา ยาตรี ยาปราบ ยาหอมอนิ ทจกั ร์
ดนั โลหติสถสัณฑะฆาต ชมพูทวปี
๑๙๔ ฉินทลมกา ๒๒๗
๑๘๕าว๑๗๔ ๒๑๖
๒๐๖
ตรดการปรุงยาชนดิ นาํ (ยาตม้ ) ๓ ตาํ รบั
เนตาํ รับที ๑ ยาประสะเปราะใหญ่ (นาํ ) ๒๕๐
ไทยตาํ รบั ที ๒ ยาประสะจันทนแ์ ดง (นาํ ) ๒๕๒
แ์ ผนตาํ รบั ที ๓ ยาแก้ไอสูตร ๓ ๒๕๗
๒๖๒ ๒๕๒ ๒๕๗ ๒๖๒

ทยการปรงุ ยาชนิดนาํ มัน ๕ ตาํ รบั ๒๖๘ ภาคผนวก ก ตารางสรุป ๒๙๓
ารแพตาํ รบั ที ๑ นาํ มันมรกต ๒๗๐ การปรงุ ยาชนดิ ผง
กตํารับที ๒ นาํ มนั ผักแครด (นาํ มันเดยี ว) ๒๗๔ ๓๑๕
าบนัตาํ รับที ๓ นาํ มนั เถาเอน็ อ่อน (นาํ มนั เดยี ว) ภาคผนวก ข เภสัชวัตถุ ๓๓๕
สถตํารับที ๔ นาํ มันโรคผวิ หนัง (ขีผงึ โรคผิวหนัง) ๒๗๘ ภาคผนวก ค นาํ กระสายยา
๒๘๑

ตาํ รบั ที ๕ นาํ มนั ไพล (นาํ มนั เดียว) ๒๘๗ บรรณานุกรม ๓๓๙

สถาสสบถถนัาาบบกนนัั ากกราาแรรแแพพพทททยยยแแ์์แ์ ผผผนนนไไททไทยยเเยนนเตตนรรตดดาารววดาว

สถาสสบถถนัาาบบกนนัั ากกราาแรรแแพพพทททปกยยยยราแแ์์แ์ารุงผผผนนนไไททไทยยเเยนนเตตนรรตดดาารววดาว

การปรุงยา รดาวการปรงุ ยา หมายถงึ การผสม ซงึ การผสมนตี อ้ งใชเ้ ภสัชวตั ถตุ า่ งๆ ตามความตอ้ งการของแพทย์
เนตและเภสัชกร นาํ มาแปรสภาพให้เปนยารักษาและปองกันโรคทีเกิดขึน เพือให้มีสรรพคุณแรงพอ
ยทีจะบําบัดโรคได้ การทีจะต้องปรุงยาเพือให้ได้สรรพคุณดังกล่าวนี ท่านคณาจารย์แพทย์ทงั หลายทีเปน
นไทผู้ชาํ นาญการได้รวบรวมเครืองยาตังแต่สองสิงขึนไปมาผสมเข้าด้วยกัน แล้วได้ทาํ การจดบันทึก
แ์ ผเปนตาํ รับยาไว้ โดยการผสมเครืองยาเหล่านีรวมเข้าด้วยกัน เรียกว่า ปรุง ผลผลิตจากการปรุง
ทยจึงได้ชือว่า ยา เพือใช้บําบัดและรักษาโรคทีเกิดขึน สําหรับขันตอนการปรุงยานันเภสัชกรผู้ปรุงยา
ารแพจาํ เปนต้องยึดตํารับยาทีจะใช้ปรุงหรือตามใบสังแพทย์เปนหลักสําคัญ โดยในตํารับยานันๆ จะบอก

ชือเครืองยา ส่วน ขนาด วิธีใช้ และวิธีปรุงยาไว้ทุกขนาน ดังนัน การปรุงยาจึงจําเปนต้องอาศัยตํารับยา

นั กเพือทจี ะทาํ การปรงุ ยาทุกครงั
สถาบ าวในหนังสื อเล่มนีได้กล่าวถึงวิธีการปรุงยา
รดตามตาํ รับยาแผนโบราณทีสื บทอดกันมา
ตซึงจะได้กล่าวเฉพาะรูปแบบการปรุงยาทีนิยม

๑ เนใช้กันมากในปจจุบัน มีทังหมด ๓ รูปแบบ ดังนี
ไทย๑. การปรุงยาชนิดผง
นวิธีการปรุงยาชนิดผง ใช้เครืองยาสมุนไพรแห้ง
แ์ ผมาผ่านขนั ตอนการบดและรอ่ น จนได้ผงยาทีเนอื เนยี น
ทยละเอียด จึงนําไปใช้ได้ ซึงรูปแบบการนาํ ยาไปใช้
ารแพในแต่ละตาํ รับอาจแตกต่างกันออกไป เช่น บางตํารับ
๒ารแพทยแ์ ผนไทยเนตรด๓. การปรงุ ยาชนดิ นาํ มนันั กเปนต้น
สถาบนั ก ๓วิธีการปรุงยาชนิดนาํ มัน ใช้เครืองยาสมุนไพรชนิดสดหรือชนิดแห้งทังหมด หรือสามารถนาํ มาปรุงใช้เปนยาผง บางตาํ รับใช้เปนยาเม็ดหรือยาแคปซูล

ผสมกันก็ย่อมได้ แต่ต้องอยู่ในอัตราส่วนทีระบุไว้ในตํารับยา จึงจะได้ยาทีมีประสิทธิภาพ โดยนํามา
ผา่ นขนั ตอนการเคยี วกบั กะทหิ รอื นําไปทอดกบั นาํ มนั เพือดงึ สารสําคญั ในเครอื งยาออกมา จนกระทงั
าบ วธิ กี ารปรงุ ยาชนดิ นาํ นาํ เครอื งยาสมนุ ไพรแหง้ ตม้ กบั นาํ
๒. การปรงุ ยาชนดิ นาํ
สถ โดยใช้วิธีการต้มเคียว จนกระทังได้ยาทีสามารถนาํ ไป
าวรับประทานเพือใช้บรรเทาหรือรักษาอาการเจ็บปวยได้

ไดอ้ อกมาเปนยานาํ มนั ยาประเภทนสี ่วนใหญใ่ ชเ้ ปนยาทาภายนอก



ก า ร ป รุ ง ย า | วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า

ขนั ตอนและวิธกี ารปรุงยา

รดาว๑. การเตรยี มเครอื งยาสมนุ ไพรก่อนนาํ ไปปรุงยา
ยเนตขนั ตอนที ๑ การคัดแยกและทําความสะอาดเครอื งยาสมุนไพรชนดิ แหง้
ไทขนั ตอนที ๒ การอบเครืองยาเพือฆ่าเชอื โรค (อบเฉพาะเครอื งยาประเภทพืชวัตถุเทา่ นนั )

าบนั การแพทยแ์ ผน๒. การปรงุ ยา

สถ รดาวการปรงุ ยาชนิดผง
เนต๑. การชงั ตวง วดั เครืองยาทีคดั แยกและอบเตรยี มไวแ้ ล้วตามตาํ รบั ยา

ไทยเตรียมเครืองมือ อปุ กรณ์การปรงุ ยา
น๒. การอบเครอื งยาเพือเตรยี มบดและกระตนุ้ ฤทธยิ าใหม้ สี รรพคณุ ทางยาดขี นึ หรอื

แ์ ผเปนการฆา่ เชอื โรคอกี ครงั หนงึ (อบเฉพาะเครอื งยาประเภทพืชวตั ถเุ ทา่ นนั )
ย๓. การบดเครืองยา
ท๔. การร่อนและบดกากยา
ารแพ๕. การนวดผงยากับธาตุวตั ถแุ ละเครืองยาอืนตามทีตาํ รบั ยานนั ๆ ไดร้ ะบุไว้

๖. การบรรจุผงยาใส่แคปซูล การอัดเมด็ การปนแท่ง และการบรรจุยาใส่บรรจุภัณฑ์

สถาบนั ก การปรุงยาชนิดนํา

รดาว๑. การชงั ตวง วัด เครอื งยาทคี ัดแยกและอบเตรียมไวแ้ ลว้ ตามตาํ รับยา
ต๒. การตม้ ยาดว้ ยวธิ กี ารตม้ เคยี ว
ยเน๓. การบรรจยุ าใส่บรรจุภัณฑ์

ทยแ์ ผนไทการปรงุ ยาชนิดนาํ มัน
ารแพ๑. การชงั ตวง วัด เครืองยาตามตาํ รบั ยา
นั ก๒. การเคยี วนาํ มนั การทอดไพล การทาํ ขผี งึ
สถาบ๓. การบรรจุยาใส่บรรจภุ ัณฑ์



วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | ก า ร เ ต รี ย ม เ ค รื อ ง ย า ส มุ น ไ พ ร ก่ อ น นํา ไ ป ป รุ ง ย า

๑. การเตรียมเครอื งยาสมุนไพรกอ่ นนาํ ไปปรุงยา

ตรดาวเครืองยาสมุนไพรทีนาํ มาใช้ปรุงยาแผนโบราณนัน
ยเนสามารถใช้ได้ทังเครืองยาสดและแห้ง ขึนอยู่กับตํารับยาทีใช้
ไทปรุงยา โดยส่วนมากจะใช้เปนเครืองยาแห้งเสียมากกว่า
แ์ ผนเนอื งจากเครอื งยาแหง้ สามารถหาไดง้ า่ ย และเกบ็ ไวไ้ ดน้ านกวา่
ยแบบสด เมือต้องการปรุงยาคราวใดก็สามารถนาํ มาใช้ได้ทันที
ารแพทซึงการแปรรูปเครืองยาสดให้เปนเครืองยาแห้งนันจะมีวิธีที

แตกต่างกันออกไปในแต่ละชนิดของเครืองยา เช่น เครืองยา

นั กบางสิงต้องตากแดดจัด เครืองยาบางสิงต้องผึงในทีร่ม หรือ
าบปจจบุ นั อาจใชว้ ธิ อี บแทนการตาก สําหรบั การปรงุ ยาแผนโบราณ

สถ าวทีต้องใช้เครืองยาสมุนไพรแห้งนัน ก่อนปรุงยาจําเปนต้อง
รดมีการเตรียมเครืองยาเหล่านันเสียก่อน เรียกขันตอนนีว่า
ตการคัดแยกเครืองยา ในการคัดแยกเครืองยาแต่ละสิงนัน
เนจดุ ประสงคเ์ พือตอ้ งการหาสิงปลอมปนและสิงปนเปอนทตี ดิ มา
ไทยกับเครืองยาออกเสี ยก่อน สิ งปลอมปนในทีนี หมายถึง
นส่วนของเครอื งยาทไี มไ่ ดใ้ ช้ เชน่ ตํารบั ยาระบวุ า่ ใหใ้ ชส้ ่วนของราก
แ์ ผของเครืองยา แต่มีกิง ใบหรือลูก ปะปนมากับเครืองยาด้วย
ยก็ให้คัดส่วนนีทิง สิงปนเปอน หมายถึง เศษฝุน ผง ขนสัตว์
ทก้อนหิน เศษดิน เปนต้น ขณะเดียวกันต้องทําความสะอาด
ารแพเครืองยาทีมีลักษณะเปนแท่ง หัว ลูกหรือเปนก้อนด้วยการใช้

แปรงถูหรือปดทาํ ความสะอาด นอกจากนีเครืองยาใดมีฤทธิที

นั กอันตรายมากจาํ เปนต้องลดฤทธิเครืองยาเหล่านีก็จะต้องนาํ ไป
าบทาํ การสะตุ ประสะ ฆ่าฤทธิ เสี ยก่อน เมือคัดแยกและ
สถทําความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ให้นําไปอบเพือฆ่าเชือโรค

จากนนั จงึ นําไปจดั เกบ็ เตรยี มพรอ้ มสําหรบั นําไปใชป้ รงุ ยาตอ่ ไป

รดาวจากทกี ลา่ วมาขา้ งตน้ นจี ะเหน็ ไดว้ า่ การคดั แยกเครอื งยา
เนตถือเปนสิงทีจาํ เปนและสําคัญมากในการปรุงยา โดยเฉพาะ
ไทยยาทใี ชส้ ําหรบั รบั ประทาน เชน่ ยาผง ยานาํ (ยาตม้ ) ซงึ ในหนงั สือ
นเลม่ นจี ะไดก้ ลา่ วเพยี งแคก่ ารเตรยี มเครอื งยาสมนุ ไพรแหง้ เทา่ นนั
สถาบนั การแพทยแ์ ผดงั รายละเอียดตอ่ ไปนี



วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | ก า ร เ ต รี ย ม เ ค รื อ ง ย า ส มุ น ไ พ ร ก่ อ น นาํ ไ ป ป รุ ง ย า

การเตรียมเครอื งยาสมนุ ไพรแห้ง แบง่ ออกเปน ๒ ขันตอน ดงั นี
าวขนั ตอนที ๑ การคดั แยกและทาํ ความสะอาด ขนั ตอนที ๒ อบเครอื งยาสมนุ ไพร
รดเครืองยาสมุนไพร
เนตเครอื งยาทใี ชส้ ําหรบั ปรงุ ยาในครงั นเี ปนเครอื งยาเพือฆ่าเชอื โรค
ไทยสมุนไพรแหง้ กอ่ นนาํ มาปรุงยาให้ทําการคดั แยก
นเครืองยาเหล่านีเสียก่อน โดยคัดแยกส่วนต่างๆ เครืองยาทีคัดแยก ทาํ ความสะอาด และฆ่าฤทธิ
แ์ ผของเครืองยาตามทีตํารับยาระบุไว้ เมือคัดแยก เรียบร้อยแล้วให้นํามาอบฆ่าเชือโรคด้วยอุณหภูมิ
ทยเสรจ็ แลว้ ใหน้ ําไปทําความสะอาด เครอื งยาใดทมี ี ๑๐๐ องศาเซลเซียส ใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชัวโมง
ารแพฤทธอิ นั ตรายมาก ใหน้ ําไปลดฤทธขิ องยาเสียกอ่ น ซึ ง เ ค รื อ ง ย า ช นิ ด ใ ด ต้ อ ง อ บ ห รื อ ไ ม่ ต้ อ ง อ บ
กโดยวธิ ีการสะตุ ประสะ ฆา่ ฤทธิ สามารถแยกได้ ดังนี
าบนัคดั สิงปลอมปนและสิงปนเปอนทงิ
พืชวตั ถุทุกชนิด ใหน้ าํ ไปอบฆ่าเชอื โรค
สถ าวเครอื งยาชนิ ใหญ่ ใช้แปรงปดทาํ ความสะอาด ธาตวุ ัตถุ ได้แก่ พิมเสน เมนทอล การบูร
รดและสับหรอื หนั ใหม้ ขี นาดเล็กลง มหาหิงค์ุ กํายาน ยาดาํ รงทอง หมึกหอม
ตฆ่าฤทธเิ ครอื งยา ไดแ้ ก่ หวั ดองดึง รากระยอ่ ม เกลอื สินเธาว์ ดเี กลอื ฝรงั
เนสะตุเครอื งยาประเภทธาตุวัตถุ ได้แก่ ไมต่ อ้ งอบฆ่าเชือโรค
นไทยยาดาํ รงทอง มหาหิงคุ์ สัตวว์ ตั ถุ ได้แก่ ดีวัว ชะมดเช็ด (ฆ่าฤทธ)ิ
ไม่ตอ้ งอบฆา่ เชอื โรค
เครอื งยาสุม ในตาํ รบั ยามหานิลแท่งทอง
ไม่ตอ้ งอบฆ่าเชือโรค
สถาบนั การแพทยแ์ ผ เนตรดาวจัดเกบ็ เครืองยาเพือเตรยี มนําไปปรุงยา

ไทยเครืองยาทีอบฆ่าเชือโรคเสร็จเรียบร้อยแล้ว รอให้คายความร้อนจนเครืองยาเย็นลง จากนันให้นาํ ไปใส่
แ์ ผนถุงสะอาด ถุงละ ๑ สิง มัดปากถุงให้สนิทอย่าให้มีลม เขียนชือเครืองยา วันเดือนปทีอบและนาํ หนัก
ยให้เรียบร้อย นาํ ไปจัดเก็บ หรือนาํ ไปใส่ภาชนะ ปดฝาให้มิดชิด เก็บไว้ในทีสะอาด ไม่ชืนและไม่ตากแดด
ารแพทเตรยี มนาํ ไปใชป้ รุงยาตอ่ ไป
กการคดั แยกเครอื งยา การทาํ ความสะอาดและการอบฆา่ เชอื โรคนเี ปนขนั ตอนแรกและเปนขนั ตอนทสี ําคญั มาก

าบนัถา้ นําเครอื งยาไปปรงุ ยาทนั ทจี ะทาํ ใหย้ านนั ยงั สกปรก มกี ารปะปนส่วนของเครอื งยาทไี มถ่ กู ตอ้ ง
สถทาํ ใหไ้ ดย้ าไมไ่ ดค้ ณุ ภาพและไมไ่ ดส้ รรพคณุ ตามทตี อ้ งการ จงึ ไมเ่ หมาะทจี ะนาํ ไปใชเ้ ปนยารกั ษาโรคใหผ้ ปู้ วยได้



วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | ก า ร เ ต รี ย ม เ ค รื อ ง ย า ส มุ น ไ พ ร ก่ อ น นํา ไ ป ป รุ ง ย า

รายละเอียดการเตรียมเครอื งยาสมนุ ไพรกอ่ นนําไปปรงุ ยา
าวการคัดแยกและทาํ ความสะอาดเครืองยาสมุนไพร
รดขันตอนที ในการปรุงยาแผนโบราณ
เนตผู้เปนเภสัชกรแผนโบราณ

๑ ไทยจะปรุงยาให้ได้คุณภาพและ

แ์ ผนสรรพคุณดีนันจะต้องมีความรู้ความสามารถที
ยจะพิจารณาคัดเลือกเครืองยาสมุนไพรได้อย่าง
ารแพทถูกต้องตรงตามสรรพคุณทีจะนํามาใช้ปรุงยา

โดยมหี ลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการดงั ต่อไปนี
นั ก๑. ชนิดของเครอื งยา เ ค รื อ ง ย า ส มุ น ไ พ ร ป ร ะ เ ภ ท พื ช วั ต ถุ ช นิ ด แ ห้ ง
ทีใช้ปรุงยาในหนังสือเล่มนี ก่อนนําไปปรุงยา
จาํ เปนต้องคัดแยกสิงปลอมปน สิงปนเปอน และ
ทําความสะอาดเสียก่อน

สิงปลอมปน หมายถงึ ส่วนของสมุนไพรทีไมไ่ ด้ใช้
เชน่ ตาํ รบั ยาระบวุ า่ ใชเ้ ฉพาะส่วนรากของเครอื งยานี
เมือคัดเครืองยาถ้ามีส่วนต้น ใบ ดอก ติดมาด้วย
าบการเก็บเครืองยานํามาปรุงยานันต้องแน่ใจ

สถ รดาวเสียก่อนว่า เครืองยานันถูกต้อง ถูกชนิดกับ
ต้องคดั ส่วนนีทงิ ไป ให้เหลือไวเ้ ฉพาะราก

สิงปนเปอน หมายถึง เศษสิงสกปรกทีติดมากับ
สมุนไพร เชน่ หิน ดิน ทราย เศษพลาสติก ฝนุ ผง
เนตเครืองยาบางชนิดมีชือเรียกหลายชือ ซึงต้อง
ยอาศัยประสบการณแ์ ละความร้ขู องเภสัชกรเอง
นไททีจะต้องรู้ว่า ชือนี ชนิดนี มีลักษณะต้น ใบ ลูก
ชือของเครืองยาในตาํ รับยาแผนโบราณ ขนสัตว์ แมลง เชอื รา เปนตน้

ในการคัดเครืองยาแต่ละสิงนันต้องชังนาํ หนัก
ก่ อ น คั ด เ ค รื อ ง ย า แ ล ะ ห ลั ง จ า ก คั ด เ ค รื อ ง ย า
พ ร้ อ ม ทั ง บั น ทึ ก ข้ อ มู ล อ ย่ า ง ล ะ เ อี ย ด ทุ ก ค รั ง
แ์ ผดอก ราก เปนอย่างไร
ย๒. คณุ ภาพ เพื อจะได้ทราบนาํ หนักเครืองยาทีใช้ได้และ
ทเครอื งยาบางชนดิ ถกู เกบ็ ไวน้ าน คณุ ภาพกเ็ สือม
ารแพไปตามกาลเวลา หรอื ไมม่ สี รรพคณุ ตามทรี ะบไุ ว้ นาํ หนกั เครืองยาทสี ูญเสียไปว่ามีนาํ หนักเท่าไร

ซึงเภสัชกรจะต้องศึกษาถึงระยะเวลาการเก็บ โดยไดแ้ บง่ วธิ กี ารคดั แยกเครอื งยาแตล่ ะส่วน ดงั นี
๑. เครอื งยาทีใชเ้ ฉพาะราก
นั กรกั ษา ตอ้ งพิถพี ิถนั คดั เลอื ก ดตู วั ยาวา่ เกา่ หรอื ไม่ ๒. เครืองยาจาํ พวกแกน่ ไม้
๓. เครืองยาจําพวกเปลอื กไม้
สถาบ๓. ความสะอาด
๔. เครอื งยาจําพวกโกฐ
เครืองยาทีนาํ มาปรุงยาต้องมีความสะอาด ๕. เครอื งยาจําพวกใบไม้
๖. เครืองยาจําพวกผลหรอื ลูก
าวไ ม่ ว่ า จ ะ เ ป น เ ค รื อ ง ย า ส ด ห รื อ แ ห้ ง ก็ ต า ม ๗. เครอื งยาทีเปนลกู เล็กและตดิ กันเปนพวง
รดต้องทาํ ความสะอาดให้ปราศจากสิงปนเปอน ๘. เครอื งยาจําพวกเกสรหรือกลบี ดอก
เนตต่างๆ เช่น ดิน ฝุนละออง เชือรา มูลสัตว์ ๙. เครืองยาจําพวกดอก
ไทยรวมถึงการเก็บเครืองยาสําหรับใช้ในโอกาส ๑๐. เครอื งยาจาํ พวกเมล็ด
แ์ ผนต่ อ ไ ป ขึ น อ ยู่ กั บ วิ ธิ ก า ร เ ก็ บ รั ก ษ า นั น ๑๑. เครืองยารจาํ พวกเทยี น
ยเ ป น ป ร ะ ก า ร สํา คั ญ ถ้ า เ ก็ บ ย า ไ ว้ ถู ก วิ ธี ๑๒. เครืองยาจําพวกหัว-เหงา้
ารแพทโดยไมถ่ กู แสงแดดหรอื ในทรี อ้ นจดั ไมเ่ กบ็ ไวใ้ นที ๑๓. เครอื งยาจําพวกผกั -หญา้
๑๔. เครอื งยาจาํ พวกเถาเครือ
ชืนแฉะ ไม่ถูกนาํ ฝน หรือนาํ ค้าง แต่เก็บรักษา
นั กไว้ในทีอากาศถ่ายเทดีปลอดโปร่ง ก็จะช่วย
าบให้เก็บไว้ได้นาน สรรพคุณ ไม่เสือม ใช้ได้ ๑๕. เครืองยาจาํ พวกฝก
สถนานขึนกว่ากาํ หนด
๑๖. เครืองยาประเภทธาตวุ ตั ถุ
๑๗. เครืองยาประเภทสัตวว์ ตั ถุ



วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | ก า ร เ ต รี ย ม เ ค รื อ ง ย า ส มุ น ไ พ ร ก่ อ น นาํ ไ ป ป รุ ง ย า

วิธกี ารคดั แยกเครอื งยาสมุนไพรแห้ง
๑. รดาวเครอื งยาทใี ชเ้ ฉพาะราก
ตคดั เลือกเฉพาะราก วสั ดุอปุ กรณ์ทีใช้คดั แยกและทาํ ความสะอาด
เนรากบางชนิดมีขนาดใหญ่ ให้ใช้แปรงปด เครืองยาสมนุ ไพร ไดแ้ ก่
ไทยทําความสะอาดกอ่ น จากนนั ใชม้ ดี สับหรอื ซอย
นเปนท่อนยาวประมาณ ๑ นิว หรือถ้ามีขนาด ๑. ถาดสแตนเลสคละขนาด ใหญ่ กลาง เลก็
แ์ ผใหญม่ าก ใหฝ้ านเปนแผน่ ๆ ใหม้ ขี นาดเทา่ กนั ๒. แปรงสําหรับขดั เครอื งยา เชน่ แปรงสีฟน
ทยหรือใกล้เคียงกัน เมือนาํ ไปอบจะทําให้ ๓. กระชอนและตะกร้าสําหรับรอ่ นเศษฝุนผง
ารแพเครืองยาแห้งเสมอกัน รากทีมีลักษณะ ๔. กระดง้ สําหรับพักเครอื งยา
๕. กระสอบ
เปนเส้นเลก็ เชน่ รากชา้ พลู ใหใ้ ชก้ ระชอนตาถี ๖. ถุงพลาสตกิ
๗. หนังยางรดั ของ
นั กรอ่ นเศษผงออกใหห้ มดกอ่ นจงึ ทาํ การคดั แยก ๘. เครอื งชังนาํ หนัก
าบการคดั แยกรากเจตมลู เพลงิ แดง ใหค้ ดั เลอื ก
เครอื งยาจําพวกแกน่ ไม้
สถ าวส่วนรากและส่วนต้นทีต่อจากรากขึนมา
รดประมาณ ๑ นิว เมือคัดเสร็จให้นาํ ไป ใชแ้ ปรงปดทาํ ความสะอาดกอ่ น จากนนั ใชม้ ดี สับหรอื ซอย
ตชงั นาํ หนักและจดบันทึก ให้มขี นาดเล็กลง เพือชว่ ยใหแ้ หง้ เสมอกันเมอื นําไปอบ
๒. เนสิ งปลอมปน ทีติดมากับเครืองยา เช่น การคดั แยกแกน่ จนั ทนแ์ ดง คดั เลอื กเนอื ไมส้ แี ดงไวเ้ ทา่ นนั
ไทยต้น ใบ ดอก ลูก กิง หรือส่วนอืนทีไม่ใช่ราก ถา้ มเี นอื ไมส้ ีขาวหรอื สีอนื แทรกมาตามเนอื ไมใ้ หผ้ า่ ส่วนนนั
นใหค้ ัดทงิ ทงิ ไป เมือคดั เสร็จใหน้ ําไปชงั นาํ หนักและจดบนั ทกึ
แ์ ผสิงปนเปอน ใหด้ วู า่ มเี ชอื รา เศษหนิ ดนิ ทราย คดั สิงปลอมปนและปนเปอน ใหแ้ ยกไวต้ า่ งหากอกี ๑ ถงุ
ยสิงสกปรกอืนๆ หรือไม่ เมือเจอให้คัดทิง นําไปชงั นาํ หนกั และจดบันทกึ
ทสิงปนเปอนและปลอมปนทีคัดทิงให้แยกไว้ ตัวอย่างเครอื งยาสมุนไพร
ารแพตา่ งหากอกี ๑ ถงุ นําไปชงั นาํ หนกั และจดบนั ทกึแก่นฝางเสน แก่นสักขี แก่นขเี หลก็ แกน่ จันทน์ชะมด
แกน่ จันทน์เทศ แก่นจันทนแ์ ดง แก่นจนั ทน์ขาว
ตัวอยา่ งเครอื งยาสมนุ ไพร กระลาํ พัก เปนตน้

กรากเจตพังคี รากเจตมูลเพลิงแดง
าบนัรากตองแตก รากขกี าขาว รากขีกาแดง

รากไคร้เครอื รากยา่ นาง รากปลาไหลเผอื ก

สถรากชะเอมเทศ รากระยอ่ ม รากหญ้าคา

าวรากจงิ จอ้ รากชา้ พลู รากเหมอื ดคน
รดรากมะนาว รากมะปรางหวาน เปนต้น
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตสถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว



วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | ก า ร เ ต รี ย ม เ ค รื อ ง ย า ส มุ น ไ พ ร ก่ อ น นาํ ไ ป ป รุ ง ย า

๓. เครอื งยาจําพวกเปลอื กไม้
าวใชแ้ ปรงปดทําความสะอาดก่อน จากนนั ใช้มดี สับหรือซอย
รดให้มีขนาดเล็กลง เพือช่วยให้แห้งเสมอกันเมือนําไปอบ
ตเมอื คัดเสรจ็ ให้นําไปชงั นาํ หนกั และจดบนั ทกึ
ยเนสิงปลอมปนและปนเปอน ให้แยกไว้ต่างหากอีก ๑ ถุง
ไทนําไปชงั นาํ หนกั และจดบันทึก
แ์ ผนตัวอย่างเครอื งยาสมุนไพร
ยเปลือกอบเชยเทศ เปลอื กสมุลแวง้ เปลอื กตีนเปดต้น
ารแพท ๕.เปลือกกันเกรา เปลอื กชะลดู เปนตน้ เครืองยาจําพวกใบไม้

คัดเลือกทังใบและก้านใบ ยกตัวอย่างเช่น
ก ใบสม้ ปอย ใหใ้ ชท้ งั กา้ นไมต่ อ้ งรดู ใบออกจากกา้ น
าบนั ถ้าเครืองยาใดมีขนาดเล็กให้ใช้กระชอนตาถี
สถ าวรอ่ นเศษผงออกใหห้ มดกอ่ น จงึ ทําการคดั แยก
รดทังใบขนาดใหญ่และเล็กให้คัดดูว่ามีเชือรา
เนตนําไปชังนาํ หนักและจดบันทึก
หรือไม่ ถ้ามีให้คัดส่วนนันทิง เมือคัดเสร็จ
ยคัดสิงปลอมปนและปนเปอน ให้แยกไว้
๔. แ์ ผนเครอื งยาจาํ พวกโกฐ ไทตา่ งหากอกี ๑ ถงุ นาํ ไปชงั นาํ หนกั และจดบนั ทกึ
ยโกฐทมี ลี กั ษณะเปนชนิ เปนแทง่ เปนกอ้ น ถา้ มขี นาดใหญ่ ตัวอยา่ งเครอื งยาสมนุ ไพร
ทใหใ้ ชแ้ ปรงปดทําความสะอาดกอ่ น จากนนั ใชม้ ดี สับหรอื ซอย ใบมะกา ใบไผ่ปา ใบมะขาม ใบส้มปอย
ารแพให้มีขนาดเล็กลง เพือช่วยให้แห้งเสมอกันเมือนําไปอบ ใบสันพร้าหอม ใบพิมเสน ใบกะเพรา
ใบคนทีสอ ใบบอระเพ็ด ใบสะเดา ใบยา่ นาง
ถา้ มขี นาดเลก็ ใหใ้ ชก้ ระชอนตาถรี อ่ นเศษผงออกใหห้ มดกอ่ นใบกัญชาเทศ ต้นเหงือกปลาหมอ เปนตน้
นั กจงึ ทําการคดั แยก
าบการคัดแยกโกฐนาํ เต้า ใช้แแปรงปดทําความสะอาด
สถเมือทําความสะอาดเสร็จให้นําไปชังนาํ หนักและจดบันทึก
าวนาํ ไปชงั นาํ หนักและจดบันทึก
สิงปลอมปนและปนเปอน ให้แยกไว้ต่างหากอีก ๑ ถุง
รดตัวอย่างเครอื งยาสมุนไพร
เนตโกฐเชียง โกฐสอ โกฐหัวบัว โกฐเขมา โกฐนาํ เต้า
โกฐพุงปลาไทยโกฐกระดกูโกฐก้านพร้าวโกฐจุฬาลมัสพถาาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว
สถาบนั การแพทยแ์ ผนเปนต้น



วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | ก า ร เ ต รี ย ม เ ค รื อ ง ย า ส มุ น ไ พ ร ก่ อ น นาํ ไ ป ป รุ ง ย า

๗. เครืองยาทีเปนลูกเล็กและ
๖. ารแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาวเครืองยาจาํ พวกผลหรอื ลูก ติดกนั เปนพวง

ใชก้ ระชอนตาถรี อ่ นฝนุ ผงออกให้หมด ใช้กระชอนตาถรี ่อนเศษฝนุ ผงออกให้หมด
ถา้ ติดมาเปนพวง ให้เดด็ แตล่ ะลูกแยกออกจากกัน
นั กคัดเลือกเฉพาะลูกทีสมบูรณ์ ไม่แตกไม่เปราะง่าย โดยให้ตดิ กา้ นไว้ หรอื ถ้าลูกใดไมม่ กี า้ นให้คดั เลือก
าบ( ย ก เ ว้ น ส มุ น ไ พ ร บ า ง ช นิ ด ที เ ป ร า ะ แ ต ก ง่ า ยเท่าทีมอี ยู่ คัดลกู ทีฝอหรอื มีเชอื ราทงิ เมอื คัดเสร็จ
ให้นาํ ไปชงั นาํ หนักและจดบนั ทึก
สถ าวเช่น ลูกกระดอม มะขามปอม) คัดดูว่าไม่มีเชือรา คดั สิงปลอมปนและปนเปอน ใหแ้ ยกไวต้ า่ งหากอกี
รดใชแ้ ปรงปดทาํ ความสะอาด ถา้ เปนลกู ทมี ขี นาดใหญ่ ๑ ถงุ นําไปชงั นาํ หนักและจดบันทกึ
ตใหฝ้ านเปนแผน่ เช่น ลูกมะตมู ออ่ น เปนต้น ตัวอยา่ งเครอื งยาสมนุ ไพร
เนเมอื คัดเสร็จให้นาํ ไปชงั นาํ หนักและจดบนั ทึก ลกู พิลงั กาสา ลกู มะแวง้ ตน้ ลกู มะแวง้ เครอื เปนตน้
ไทยการคดั ลกู จนั ทน์ ใหผ้ า่ ครงึ ตรวจดวู า่ ภายในมเี ชอื รา
นหรอื ไม่ ถา้ มใี หค้ ดั ทงิ เครืองยาจาํ พวกเกสรหรอื กลีบดอก
แ์ ผคัดสิงปลอมปนและสิงปนเปอน
ยให้แยกไวต้ ่างหากอกี ๑ ถงุ นาํ ไปชงั นาํ หนกั คัดเลือกเฉพาะเกสรหรือกลีบดอก โดยใช้วิธี
ารแพทและจดบนั ทกึ รอ่ นเศษฝนุ ผงทไี มต่ อ้ งการออกกอ่ น คดั ดทู เี กสร
และกลีบดอกว่าไม่มีเชือรา เมือคัดเสร็จให้นาํ ไป
ตวั อย่างเครอื งยาสมุนไพร ชงั นาํ หนกั และจดบนั ทกึ
คดั สิงปลอมปนและปนเปอน ให้แยกไวต้ ่างหาก
๘.ลกู กระวาน ลูกจนั ทน์ ลกู สมอดีงู ลกู สมอพิเภก อกี ๑ ถุง นาํ ไปชงั นาํ หนักและจดบันทึก
ตวั อยา่ งเครอื งยาสมนุ ไพร
นั กลกู สมอไทย ลกู มะตมู ออ่ น ลกู กระดอม เกสรบวั หลวง ดอกคําฝอย เปนต้น
สถาสบถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาวลูกมะขามปอม เปนตน้



วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | ก า ร เ ต รี ย ม เ ค รื อ ง ย า ส มุ น ไ พ ร ก่ อ น นํา ไ ป ป รุ ง ย า

๙. เครอื งยาจําพวกดอก ๑๑. เครอื งยาจําพวกเทียน
คัดเลือกทังดอก คัดดอกสมบูรณ์ มีกลีบเลียงใชก้ ระชอนตาถรี อ่ นเศษฝนุ ผงออกใหห้ มด
จากนนั คัดหาสิงปลอมปนและปนเปอน
าวกลบี ดอก เกสร ฐานรองดอก เชน่ จําป กระดงั งาเมือคดั เสรจ็ ใหน้ าํ ไปชงั นาํ หนกั และจดบันทกึ
รดคาํ ไทย ลาํ เจียก ลาํ ดวน บุนนาค สารภี มะลิสิงปลอมปนและปนเปอน ใหแ้ ยกไวต้ ่างหาก
เนตเปนตน้ อีก ๑ ถงุ นาํ ไปชงั นาํ หนักและจดบนั ทกึ
ไทยการคดั แยกดอกพิกลุ ตอ้ งเดด็ เอาฐานรองดอกตัวอยา่ งเครอื งยาสมนุ ไพร
นออกให้เหลือแต่ตัวดอก เมือคัดเสร็จให้นําไปเทยี นแดง เทียนดาํ เทยี นเยาวพาณี เทยี นขาว
แ์ ผชงั นาํ หนักและจดบันทกึเทยี นตาตกั แตน เทยี นแกลบ เทียนข้าวเปลือก
ทยคดั สิงปลอมปนและปนเปอน ใหแ้ ยกไวต้ า่ งหากเปนตน้
ารแพอกี ๑ ถุง นําไปชงั นาํ หนกั และจดบันทกึ

ตวั อย่างเครอื งยาสมนุ ไพร

นั กดอกจําป ดอกกระดงั งา ดอกคําไทย ดอกลําเจยี ก
าบดอกลาํ ดวน ดอกบนุ นาค ดอกสารภี ดอกมะลิ

สถ าวดอกพิกลุ ดอกจันทน์ ดอกกานพลู เปนต้น
๑๐. การแพทยแ์ ๑ผ๒น. ไทยเนตรดเครอื งยาจําพวกเมลด็
นัใชก้ ระชอนตาถรี ่อนเศษฝนุ ผงออกให้หมด เครอื งยาจาํ พวกหัว-เหง้า
าบคัดหาสิงปลอมปนและสิงปนเปอน เมือคัดเสร็จ
สถใหน้ ําไปชงั นาํ หนกั และจดบันทกึ ใชก้ ระชอนตาถรี ่อนเศษฝนุ ผงออกใหห้ มด
ใชแ้ ปรงปดทําความสะอาด ถ้ามีขนาดใหญใ่ ชม้ ีด
าวสิงปลอมปนและปนเปอน ให้แยกไว้ต่างหากอีก สับหรือซอยเปนท่อนยาวประมาณ ๑ นิว หรือ
รด๑ ถุง นาํ ไปชังนาํ หนักและจดบันทึก ถ้ามีขนาดใหญ่มาก ให้ฝานเปนแผ่น เปนชิน
ตตัวอยา่ งเครอื งยาสมุนไพร ให้มีขนาดเท่ากันหรือใกล้เคียงกัน เมือนาํ ไปอบ
ยเนเมลด็ พริกไทย พริกหอม พรกิ หาง เมลด็ ผักชีลา จะทาํ ใหเ้ ครอื งยาแหง้ เสมอกนั คดั ดวู า่ ไมม่ เี ชอื รา
ไทเมลด็ ผกั ชลี อ้ ม เปนต้น คัดเลือกหัวดองดึง ใช้แปรงทองเหลืองขัด
หวั ดองดงึ (จากนนั ใหน้ ําไปฆา่ ฤทธกิ อ่ นนาํ ไปปรงุ ยา)
เมือคัดเสรจ็ ให้นําไปชงั นาํ หนักและจดบันทึก
คัดสิงปลอมปนและปนเปอนให้แยกไว้ต่างหาก
อีก ๑ ถงุ นาํ ไปชงั นาํ หนกั และจดบนั ทึก
ตัวอยา่ งเครอื งยาสมุนไพร
หวั บกุ หัวกลอย เหงา้ ขิงแห้ง หวั ดองดงึ
หวั วา่ นนาํ หวั เปราะหอม เปนต้น
สถาบนั การแพทยแ์ ผน ฆ่าฤทธิหัวดองดึง
ด้วยวิธีการนึง

๑๐

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | ก า ร เ ต รี ย ม เ ค รื อ ง ย า ส มุ น ไ พ ร ก่ อ น นํา ไ ป ป รุ ง ย า

๑๓. ๑๖.เครอื งยาจาํ พวกผัก-หญ้าเครอื งยาธาตุวัตถุ

าวใช้กระชอนร่อนเศษดนิ ออกให้หมดเลอื กใชธ้ าตวุ ตั ถทุ มี คี ณุ ภาพดี ไมต่ อ้ งนําไปคดั แยก
รดคัดสิงปลอมปนและสิงปนเปอนทิง คัดดูว่าไม่มีรงทอง ยาดํา มหาหิงค์ุ ให้ทาํ การสะตุ ก่อนนาํ ไป
ตเชอื รา นาํ ไปชงั นาํ หนกั และจดบันทกึปรงุ ยา ส่วนธาตุวตั ถชุ นิดอนื เชน่ การบรู เมนทอล
ยเนคดั สิงปลอมปนและปนเปอน ใหแ้ ยกไว้ตา่ งหากพิมเสน ไ่ม่ต้องคัดแยกเช่นกัน ใช้สากคลึงให้
ไทอีก ๑ ถุง นําไปชงั นาํ หนักและจดบนั ทกึละเอียดก่อนนําไปปรุงยา ธาตุวัตถุชนิดใดทีมี
แ์ ผนตัวอย่างสมนุ ไพรลักษณะเปนแท่งหรือเปนก้อน ให้ใช้ครกตาํ ให้
ารแพทยหญา้ ถอดปล้อง หญ้าคา หญ้าไซ เปนตน้ละเอยี ดกอ่ นนาํ ไปปรงุ ยา เชน่ รงทอง ยาดาํ มหาหงิ ค์ุ
กาํ ยาน เปนต้น

๑๔. สถาบนั ก นไทยเนตรดาวเครอื งยาจาํ พวกเถาเครอื เครอื งยาประเภทสัตว์วตั ถุ
แ์ ผใช้แปรงปดทาํ ความสะอาด ถ้ามีขนาดใหญ่ใช้
ยมีดสับหรือซอยเปนทอ่ นยาวประมาณ ๑ นวิ หรอื เลอื กใชส้ ัตว์วัตถจุ ากแหลง่ ทเี ชอื ถือได้ สะอาด
ทถ้ามีขนาดใหญ่มาก ให้ฝานเปนแผ่นเปนชิน ไมต่ อ้ งนาํ ไปคดั แยก สัตวว์ ตั ถทุ ีใช้ ไดแ้ ก่
ารแพให้มีขนาดเท่ากันหรือใกล้เคียงกัน เมือนาํ ไปอบ
ดีววั ใชเ้ หลา้ ขาวผสมเพือฆ่าเชือโรคกอ่ นนาํ ไป
จะทาํ ใหเ้ ครอื งยาแหง้ เสมอกนั คดั ดวู า่ ไมม่ เี ชอื รา ปรงุ ยา
ชะมดเช็ด ให้ฆา่ ฤทธดิ ว้ ยผิวมะกรูด
นั กเมอื คดั เสร็จใหน้ ําไปชงั นาํ หนกั และจดบันทกึ และหวั หอมแดง กอ่ นนําไปปรุงยา
าบคัดสิงปลอมปนและปนเปอน ใหแ้ ยกไว้ต่างหาก
สถอีก ๑ ถงุ นําไปชงั นาํ หนักและจดบันทกึ เมอื คัดแยกเสร็จแลว้ ให้นาํ เครอื งยาประเภท
พืชวตั ถตุ อ่ ไปนี ไปฆา่ ฤทธิ ได้แก่
๑๗.ตัวอยา่ งเครอื งยาสมนุ ไพร เถาสะค้าน เปนต้น หวั ดองดงึ รากระย่อม

๑๕. เนตรดาวเครอื งยาจําพวกฝก เพือต้องการลดพิษของเครอื งยาใหม้ ีฤทธอิ อ่ นลง
ยคัดฝกทีสมบูรณ์ ไม่มีเชือรา นําไปชังนาํ หนัก
นไทและจดบันทกึ
แ์ ผเนือในฝกคูณ คัดเลือกเฉพาะเนือในฝกคูน
ยโดยให้ใช้ช้อนขูดเอาเนือออกมา จากนันให้
ารแพทคัดเมล็ดทิง นําไปชังนาํ หนักและจดบันทึก

คัดสิงปลอมปนและปนเปอน ใหแ้ ยกไว้ตา่ งหาก

นั กอกี ๑ ถงุ นําไปชงั นาํ หนักและจดบนั ทกึ
าบตัวอย่างเครอื งยาสมุนไพร
สถฝกส้มปอย ฝกคนู เปนตน้

๑๑

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | ก า ร เ ต รี ย ม เ ค รื อ ง ย า ส มุ น ไ พ ร ก่ อ น นาํ ไ ป ป รุ ง ย า

การสับยา

าวการสับยา คอื การนําเครอื งยาในส่วนตา่ งๆ เชน่ แกน่ เปลอื ก ราก ลกู ใบ ดอก มาทําใหม้ ขี นาดเลก็ ลง
รดเพือให้เกิดความสะดวกในการอบและบดยา โดยใช้มีดสับให้เปนชินเล็กๆ ตามขนาดทีต้องการ
ตใชใ้ นการปรุงยา
แ์ ผนไทยเนวสั ดอุ ปุ กรณใ์ นการสับยา
ยมีด
ารแพทเขยี ง

ถาด (ใบใหญ)่

กกระสอบปาน
าบนัผา้ ขนหนู

สถ าวเครืองยาสมุนไพร
ยเนตรดถงุ มือผ้า
ขนั ตอนในการสับยา

๑. ปูกระสอบปานบนโตะ๊ สับยาหรือปูบนพืนสะอาด
๒. วางถาด (ใบใหญ)่ บนกระสอบปาน
๓. วางเขียงในถาด (ใบใหญ่) โดยใช้ผ้าขนหนูพับรอง

เขียงกับถาด (ใบใหญ)่ เพือปองกันมิใหเ้ กิดเสียงดงั
มากเวลาสับยา
๔. วางสมุนไพรบนเขียง ใช้มีดสับยาออกเปนชินๆ
ตามขนาดทีต้องการและความเหมาะสม
(ในขณะสับยาไมค่ วรให้ยากระเด็นออกนอกถาด)
๕. ใชแ้ ปรงปดทําความสะอาดและคัดแยกเครืองยา
อกี ครงั หนงึ
๖. นาํ เครอื งยาใส่ถาด นาํ ไปอบเพือฆา่ เชอื โรค
นไทขนั ตอนการเกบ็ ยาทสี ับเสร็จแล้ว
แ์ ผ๑. ให้นาํ ยาทีไดใ้ ส่ในลนิ ชักยาตามชอื นนั ๆ
ทย๒. ใหน้ าํ ยาทีได้ใส่ในภาชนะเกบ็ ยาสํารอง เขียนชอื ยาติดไว้

ารแพแล้วเก็บใหเ้ รียบร้อยเปนหมวดหมู่
กขนั ตอนการเกบ็ รักษาอปุ กรณ์การสับยา
นั๑. ลา้ งทาํ ความสะอาดอปุ กรณก์ ารสับยาแลว้ เช็ด

าบหรอื ผึงใหแ้ หง้
สถ สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว๒. เกบ็ อปุ กรณข์ องใช้เขา้ ที

๑๒

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | ก า ร เ ต รี ย ม เ ค รื อ ง ย า ส มุ น ไ พ ร ก่ อ น นํา ไ ป ป รุ ง ย า

สถาสสบถถนัาาบบกนนัั ากกราาแรรแแพพพทททยยยแแ์์แ์ ผผผนนนไไททไทยยเเยนนเตตนรรตดดาารววดาว

๑๓

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | ก า ร เ ต รี ย ม เ ค รื อ ง ย า ส มุ น ไ พ ร ก่ อ น นํา ไ ป ป รุ ง ย า

อบเครอื งยาสมุนไพรเพือฆ่าเชอื โรค

การอบเครืองยา คือ การใช้ความร้อนเพือฆ่าเชือโรคต่างๆ ทีติดมากับเครืองยา อีกทงั
ความร้อนทีใช้อบจะทําให้เครืองยาแห้งขึน เมือนําไปเก็บรักษาจะไม่ทาํ ให้เกิดเชือรา
และสามารถเก็บเครืองยานีไว้ใช้ได้นานขึน
๒ รดาวขันตอนที
เนตขนั ตอนการอบยา
ไทย๑. นาํ เครืองยาทีคัดเรียบร้อยแล้วเทใส่วสั ดุอุปกรณก์ ารอบฆ่าเชอื โรคและเก็บเครอื งยา

แ์ ผนถาดไว้ ถาดละ ๑ สิง เขยี นชอื เครอื งยา๑. ตูอ้ บสมุนไพรแบบแกส๊ หรือตอู้ บไฟฟา
ยใ ส่ ก ร ะ ด า ษ แ ล้ ว นํา ไ ป ส อ ด ไ ว้ ที ถ า ด๒. ถาดสําหรับใส่สมนุ ไพรคละขนาด ใหญ่ กลาง เลก็
ทเครืองยา๓. ถงุ มอื ผ้าจบั ของร้อน
ารแพ๒. อุ่นตู้อบทีอุณภูมิ ๑๐๐ องศเซลเซียส๔. ผ้ากนั เปอน
ก๓. เมือได้อุณภูมิตามทีต้องการแล้ว๕. หมวกคลมุ ศีรษะ
าบนัใ ห้ เ รี ย ง ถ า ด เ ค รื อ ง ย า เ ข้ า ตู้ อ บ๖. ถุงมอื ยาง (ใส่เมือตอ้ งมีการสัมผสั สมนุ ไพรทีอบแล้ว)
๗. ถุงพลาสตกิ สะอาด ขวดโหล/ภาชนะสําหรบั บรรจุ
สถ าวโดยเรียงเครืองยาทีมีลักษณะแข็ง
รดและแห้งช้าไว้ใกล้กับไฟมากสุ ดสมนุ ไพรทอี บแล้ว เท่ากบั จํานวนสมุนไพร

ซึ ง ตู้ อ บ ที ใ ช้ ค รั ง นี ไ ฟ อ ยู่ ด้ า น บ นตู้อบทใี ชอ้ บเครอื งยาครงั นเี ปนตู้อบชนดิ แก๊ส
ไฟหรือความร้อนในการอบอยู่ดา้ นบนตอู้ บ
เนตจงึ เรียงลาํ ดบั เครืองยาประเภทต่างๆ
ยจากดา้ นบนลงล่าง ดงั นี
นไทถาดเครอื งยาประเภทแกน่ ไม้
แ์ ผถาดเครอื งยาประเภทเนอื ไม้
ยถาดเครืองยาประเภทเปลอื กไม้
ทถาดเครืองยาประเภทราก
ารแพถาดเครอื งยาประเภทเถาและหวั เหงา้

ถาดเครอื งยาประเภทลกู

กถาดเครอื งยาประเภทใบไม้
าบนัถาดเครอื งยาประเภทดอกไม้
สถถาดเครืองยาประเภทเกสรดอกไม้

ถาดเครอื งยาประเภทเทยี น

าวหรอื พิจารณาเครอื งยาทีมลี ักษณะ
รดใกลเ้ คียงกันเรียงไว้ในชนั เดียวกัน
เนตถา้ ไฟต้อู บหรอื ความรอ้ นอยดู่ า้ นลา่ ง
ไทยใหเ้ รยี งลาํ ดบั ถาดเครืองยาจากลา่ งขนึ บน
แ์ ผน๔. เมือใส่ถาดเครอื งยาเข้าตู้อบครบแล้ว เรมิ ตน้ จับเวลา ใช้เวลา
ยในการอบประมาณ ๔๕–๖๐ นาที ขนึ อยู่กับเครืองยาสมนุ ไพร

ารแพทแต่ละชนดิ
๕. เมืออบเสร็จแล้วให้ยกถาดสมุนไพรออกมาจากตอู้ บ ตงั ทงิ ไว้

นั ก จนกว่าเครอื งยาสมนุ ไพรจะคายความรอ้ นและเย็นลง อย่ารบี
าบ เก็บใส่ถุง หากเครืองยายังร้อนอยู่จะทาํ ให้เกิดไอนาํ และชืน
สถ จนทําให้ขึนราได้ เมือแน่ใจว่าเครืองยาเย็นสนิทแล้ว
จงึ นําไบรรจุใส่ถุงหรอื ภาชนะ เพือเกบ็ ไว้ปรงุ ยาตอ่ ไป

๑๔

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | ก า ร เ ต รี ย ม เ ค รื อ ง ย า ส มุ น ไ พ ร ก่ อ น นาํ ไ ป ป รุ ง ย า

จัดเก็บเครืองยาเพือเตรียมนาํ ไปปรุงยา

าวเครืองยาทีอบฆ่าเชือโรคเสร็จเรยี บร้อยแลว้ รอใหค้ ายความร้อนจนเครอื งยาเย็นลง
รดจากนนั ให้นาํ ไปใส่ถุงสะอาด ถงุ ละ ๑ สิง มดั ปากถุงให้สนทิ อย่าให้มลี ม เขียนชือเครืองยา
เนตวันเดอื นปทอี บและนาํ หนกั ให้เรียบร้อย นําไปจัดเกบ็ หรอื นําไปใส่ภาชนะ ปดฝาใหม้ ดิ ชิด

สถาสสบถถนัาาบบกนนัั ากกราาแรรแแพพพทททยยยแแ์์แ์ ผผผนนนไไททไทยยเยนเตนรตดารวดาวเกบ็ ไว้ในทีสะอาด ไม่ชนื และไม่ตากแดด เตรียมนาํ ไปใชป้ รุงยาตอ่ ไป

๑๕

๒. การปรุงยา

สถาสบถนัาบกนั ากราแรแพพททยยแ์แ์ ผผนนไทไทยเยนเตนรตดารวดาวการปรุงยาชนิดผง
การปรุงยาชนิดผง คือ การนาํ เครืองยา
รดาวสมุนไพรแห้งทีคัดแยก ทําความสะอาด
ตและอบฆ่าเชือโรคเตรียมไว้แล้วมาจัดเปน
ยเนตาํ รบั ยา และนาํ มาผา่ นขนั ตอนการปรงุ ยา
ไทได้แก่ ขันตอนของการอบ บดและร่อนยา
แ์ ผนจนได้เปนผงยาทีเนียนละเอียด จากนัน
ยนาํ ไปบรรจุแคปซูล อัดเม็ด หรือนาํ ไปใช้
ารแพทเปนยาผงละลายนาํ กระสายยารับประทาน
สถาบนั กเพือใช้ในการรักษาโรคต่อไป
๑๖

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง

วธิ กี ารปรุงยาชนดิ ผง ขนั ตอนที ๑

เนตรดาวการปรงุ ยาชนิดผง มีลําดบั ขันตอน ดงั นี
ไทย๑. จัดเตรียมตํารบั ยาทใี ช้ปรงุ ยา
แ์ ผน๒. เตรยี มวัตถดุ บิ และวสั ดุอปุ กรณ์สําหรับใชป้ รงุ ยา

ย๒.๑ คัดแยกเครอื งยาสมนุ ไพรทกุ ชนดิ และ
ารแพทนําไปอบฆ่าเชอื โรคก่อนนาํ ไปปรุงยา

๒.๒ เตรยี มวสั ดอุ ปุ กรณ์สําหรบั ปรุงยาชนดิ ผง

นั ก๒.๓ ทาํ ความสะอาด เครืองบดยา
าบเครืองรอ่ นยา และอุปกรณท์ กุ ชนดิ

สถ รดาว๓. กรรมวธิ ีการปรงุ ยา
ตมขี ันตอนการปรงุ ยาตามลาํ ดบั ดงั นี
เนขนั ตอนที ๑ ชงั ตวง วัด นําหนักเครืองยาตามตาํ รบั ยา
ไทยขันตอนที ๒ การอบเครอื งยากอ่ นนําไปบด
นขนั ตอนที ๓ การบดเครอื งยา
แ์ ผขันตอนที ๔ การรอ่ นยาและบดกากยา
ยขันตอนที ๕ การนวดยากบั ธาตุวัตถุ (ในกรณที ตี ํารับ
ารแพทนันมีธาตุวัตถุเปนส่วนประกอบ)

ขันตอนที ๖ การบรรจุแคปซูล อดั เมด็ หรอื

กบรรจุใส่ขวดกรณีใชเ้ ปนยาผง
สถาบนั ไทยเนตรดาวขนั ตอนที ๓
ขนั ตอนที ๔สถาบนั การแพทยแ์ ผนขนั ตอนที ๕ ขนั ตอนที ๒

ขนั ตอนที ๖

๑๗

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง

รายละเอยี ดการปรงุ ยาชนดิ ผง
รดาว๑. จัดเตรียมตํารบั ยาทใี ชป้ รงุ ยา
ตตํารบั ยา หมายถงึ สูตรยาแผนโบราณทไี ด้ระบชุ อื ยา รายการเครอื งยาทีใช้ปรงุ ยาวา่ ใช้เครืองยาอะไรบ้าง
เนใช้ส่วนใดของเครืองยา และเครอื งยาแต่ละสิงนาํ หนกั เท่าไร
นไทย๒. เตรียมวตั ถุดบิ และวัสดอุ ุปกรณ์ก่อนใชป้ รงุ ยา

แ์ ผ๒.๑ คดั แยกและทาํ ความสะอาดเครอื งยาสมนุ ไพรทุกชนดิ นําไปอบฆ่าเชอื โรคก่อนนาํ ไปปรงุ ยา
ทย(ดูวิธกี ารคดั แยก ทาํ ความสะอาดและอบฆา่ เชือโรคจากหนา้ ที ๔-๑๕)

ารแพ๒.๒ เตรยี มวัสดอุ ุปกรณส์ ําหรับปรุงยาชนิดผง
สถาบนั ก าววสั ดุอปุ กรณส์ ําหรบั การปรงุ ยาชนิดผง
รดอปุ กรณ์การอบยา
ต๑. ตู้อบสมุนไพรแบบแก๊สหรือแบบไฟฟา
เน๒. ถาดสําหรับใส่สมุนไพรคละขนาด ใหญ่ กลาง เลก็
ไทย๓. ถงุ มือผา้ สําหรับจบั ของร้อน
แ์ ผอปุ กรณก์ ารบดยาน ตู้อบทใี ชอ้ บ
ย๑. เครืองบดยา เครอื งยาครงั นี
ท๒. เครอื งบดความเร็วสูง
ารแพ อุปกรณ์การรอ่ นยา เปนตู้อบชนดิ แกส๊

ไฟหรอื ความร้อน

ในการอบอยู่ดา้ นบน
ก ๒. ตะแกรงสําหรบั รอ่ นยา เบอร์ ๘๐
๑. เครืองรอ่ นยา
าบนั ๓. ตะแกรงสําหรับรอ่ นยา เบอร์ ๖๐
สถ ๔. กระชอนร่อนยาแบบละเอียดใช้คู่กบั เครืองบด

ความเรว็ สูง
รดาวอปุ กรณ์ทใี ช้ร่วมกัน
ต๑. กระปองหรือภาชนะสําหรับใส่ยาทีบดเสรจ็ แลว้
เน๒. แปรงชว่ ยปาดผงยา
ไทย๓. กระบวยตักยา
แ์ ผน๔. สาก (ใช้คลึงธาตวุ ัตถกุ อ่ นนาํ ไปนวดรวมกบั ผงยา)
ยอปุ กรณ์อนื ๆ
ารแพท๑. ผ้ากนั เปอน

๒. หมวกคลุมศีรษะ

นั ก ๓. หนา้ กากอนามัย
าบ ๔. ถุงมอื ยาง (ใชห้ ยิบ จับ เครืองยาทอี บแล้ว)
สถ ๕. ถงุ รอ้ น หนงั ยาง เครอื งชงั ดิจิตอล

๑๘

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง

๒.๓ ทําความสะอาด เครอื งบดยา เครอื งร่อนยา แอลกอฮอล์
และอุปกรณท์ กุ ชนดิ
ผา้ สะอาด
ตรดาววสั ดุอปุ กรณ์สําหรบั ทาํ ความสะอาดเครอื งมอื กระปองหรอื ภาชนะใส่ผงยา
เน๑. ผา้ สะอาด กระดาษทชิ ชู่
ไทย๒. แปรงทองเหลอื งสําหรับขัดตะแกรง แปรงชว่ ยปาดผงยา
แ์ ผน๓. กระดาษทชิ ชสู ําหรบั เช็ดทาํ ความสะอาด กระบวยตกั ยา
ย๔. เครอื งเปาลม
ารแพท๕. แอลกอฮอลฆ์ า่ เชือโรค (Food Grade)

สถาบนั ก าวกอ่ นและหลังการบดและรอ่ นยาให้ทําความสะอาด
รดเครืองมือและอุปกรณ์ต่างๆ มีวิธีทาํ ดังนี
ตวิธที ําความสะอาดเครืองบดยา
าบนั การแพทยแ์ ผนไทยเน๑. ใช้เครืองเปาลม เปาฝุน
สถในเครอื งออกให้หมดกอ่ น
๒. ใชผ้ า้ สะอาดชบุ นาํ บดิ ผา้ ๓. ใช้เครอื งเปาลม เปาเครือง
ใหห้ มาดนําไปเชด็ เครอื งใหท้ วั ใหแ้ หง้
นาํ ผา้ แหง้ เชด็ ซาํ อกี ครงั หนงึ
นั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว๔. ฉดี แอลกอฮอลใ์ ห้ทวั เครือง จากนันใช้กระดาษทิชชู่ ๕. ใช้เครอื งเปาลม เปาเครืองใหแ้ หง้ อีกครงั
สถาบเช็ดให้แหง้

๑๙

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง

วิธีทําความสะอาดเครืองร่อนยา ให้ทําเช่นเดยี วกับการทาํ ความสะอาดเครืองบดยา
การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาววิธที ําความสะอาดตะแกรงร่อนยา
าบนั๑. ใช้แปรงทองเหลือง ขดั หน้าตะแกรงให้ทวัใชแ้ ปรงทองเหลือง ขดั หนา้ ตะแกรงให้ทัว
จากนนั ใหท้ ําความสะอาดเชน่ เดียวกับ
สถ าว๒. เคาะตะแกรงเบาๆ เพือให้เศษทีตดิ อย่กู บั รูเครอื งบดยาและร่อนยา
รดตะแกรงหลดุ ออกมา

ต๓. ใชเ้ ครอื งเปาลม เปาฝุนทตี ดิ ตะแกรงออกใหห้ มด
เน๔. นาํ ผ้าสะอาดชุบนาํ บิดใหห้ มาด นาํ ไปเชด็ ให้ทัว

ไทยนําผ้าแหง้ เชด็ ซาํ อกี ครงั หนึง
น๕. ใช้เครืองเปาลม เปาใหแ้ หง้
แ์ ผ๖. ฉดี แอลกอฮอลใ์ หท้ วั จากนันใชก้ ระดาษทชิ ชู่

ทยเชด็ ให้แห้ง
ารแพ๗. ใชเ้ ครอื งเปาลม เปาใหแ้ ห้งอีกครงั
กวิธที ําความสะอาดอปุ กรณ์อืนๆ
นั๑. ใช้เครอื งเปาลม เปาฝุนออกก่อน
าบ๒. นําผ้าสะอาดชบุ นาํ บดิ ใหห้ มาด นาํ ไปเชด็ ใหท้ ัว

สถนาํ ผา้ แห้งเชด็ ซาํ อกี ครังหนึง

าว๓. ใชเ้ ครอื งเปาลม เปาให้แห้ง
รด๔. ฉีดแอลกอฮอลใ์ หท้ วั จากนันใช้กระดาษทชิ ชู่

เนตซบั ใหแ้ หง้
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทย๕. ใชเ้ ครืองเปาลม เปาให้แห้งอกี ครงั

๒๐

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง

สถาสสบถถนัาาบบกนนัั ากกราาแรรแแพพพทททยยยแแ์์แ์ ผผผนนนไไททไทยยเเยนนเตตนรรตดดาารววดาว

๒๑

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ชั ง ต ว ง วั ด นาํ ห นั ก เ ค รื อ ง ย า ต า ม ตาํ รั บ ย า

๓. กรรมวธิ ีการปรุงยา มขี นั ตอนการปรุงยาตามลําดับ ดงั นี
รดาวขันตอนที ๑ ชงั ตวง วัด นาํ หนกั เครอื งยาตามตาํ รบั ยา
เนตการชงั เครอื งยา
ไทยในการชัง ตวง วัด ผู้เปนเภสัชกรจะต้องรู้จักการชังเครืองยา โดยใช้มาตราต่างๆ เพือให้

นการปรุงยาเปนไปตามตาํ รับยาหรือใบสัง และการชังแบบโบราณหมอนิยมใช้เครืองหมาย “ตีนกา”
แ์ ผบอกนาํ หนักวางไว้ท้ายชือตัวยานัน ซึงเภสัชกรในยุคปจจุบันจะต้องมีความรู้ในการอ่านค่าและแปลงค่า
ทยนาํ หนักแบบโบราณนีให้ออกมาเปนนาํ หนักแบบสากล (เมตริก) เพือให้เกิดความถูกต้องในการชังและ
ารแพเพือใหไ้ ด้ยาทมี สี รรพคณุ ตรงตามตาํ รบั ยา
นั ก๑. เครอื งหมายตนี กา เปนเครอื งหมายทหี มอโบราณนยิ มใชบ้ อกขนาดของเครอื งยาในใบสังยา มลี กั ษณะ
าบคล้ายเครืองหมายกากบาท ตําแหนง่ ตา่ งๆ ในเครอื งหมายจะบอกถงึ มาตรา
สถ รดาวเครอื งหมายตีนกาเทียบนาํ หนักทใี ชใ้ นตํารายาไทย
เนตชัง ๑
ไทยตาํ ลึง บาท ๑ ชัง = ๑,๒๐๐ กรัม

แ์ ผนเฟอง สลึง
๒๓ ๑ ตําลงึ = ๖๐ กรมั ๑ บาท = ๑๕ กรัม

ารแพทยไพ ๖
กตวั อยา่ งการอา่ นคา่ เครอื งหมายตีนกา
นัอา่ นไดด้ ังนี คือ ๑ ชัง ๒ ตาํ ลึง ๓ บาท ๔ สลงึ ๕ เฟอง ๖ ไพ
๔ ๕ ๑ เฟอง = ๑.๘๗๕ กรัม ๑ สลึง = ๓.๗๕ กรมั

๑ สลึง = ๐.๔๖๘๗๕ กรมั

สถาบ๒. มาตราชังแบบโบราณ ๓. มาตราชังเปรียบเทียบ ไทย – สากล (เมตริก)

รดาว๔ ไพ = ๑ เฟอง ๑ หุน = ๐.๓๗๕ กรัม
ต๒ เฟอง = ๑ สลึง ๑ ฬส = ๐.๑๑๗๑๘๗๕ กรัม
ยเน๔ สลึง = ๑ บาท ๑ อฐั = ๐.๒๓๔๓๗๕ กรัม
นไท๔ บาท = ๑ ตาํ ลึง ๑ ไพ = ๐.๔๖๘๗๕ กรัม
ยแ์ ผ๒๐ ตําลึง = ๑ ชัง ๑ เฟอง = ๐.๘๗๕ กรมั
ารแพท๕๐ ชัง = ๑ หาบ ๑ สลงึ = ๓.๗๕๐ กรมั
๑ บาท = ๑๕ กรัม
๑ ชัง = ๘๐ บาท ๑ ตาํ ลงึ = ๖๐ กรมั
๑ ชงั = ๑,๒๐๐ กรมั
าบนั ก๑ บาท = ๑๕ กรัม (เมตริก) ๑ หาบ = ๖๐,๐๐๐ กรมั
สถ๑ หาบ = ๕๐ ชัง = ๖๐,๐๐๐ กรัม
หรอื เท่ากบั ๖๐ กิโลกรมั

หรือเท่ากับ ๖๐ กิโลกรัม

๒๒

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ชั ง ต ว ง วั ด

๔. มาตรา สําหรับตวงของเหลว

๑ ทะนาน จุ = ๑ ลิตร หรือเท่ากับ ๑,๐๐๐ ซี.ซี. หรือเท่ากับ ๑ กิโลกรัม

๑/๒ ทะนาน จุ = ๑/๒ ลิตร หรือเท่ากับ ๕๐๐ ซี.ซี

๑๕ หยด จุ = ประมาณ ๑ ซี.ซี

๑ ช้อนกาแฟ จุ = ประมาณ ๔ ซี.ซี

าว๑ ช้อนหวาน จุ = ประมาณ ๘ ซี.ซี
รด๑ ช้อนคาว จุ = ประมาณ ๑๕ ซี.ซี
เนต๑ ถ้วยชา จุ = ประมาณ ๓๐ ซี.ซี
แ์ ผนไทย๕. มาตราวัด แบบโบราณ
ารแพทยคําว่า องคุลี ท่านหมายเอา ๑ ข้อของนิวกลาง ตามมาตรา ดังนี
าบนั ก๔ เมล็ดข้าวเปลือก เปน ๑ องคุลี (วัดตามยาว)
๒ เมล็ดงา เปน ๑ เมล็ดข้าวเปลือก

สถ าว๑๕ องคุลี
รดคําว่า กลาํ ท่านเทียบมาจาก เมลด็ กลาํ ตาช้างเปน ๑ ชันฉาย
เนตตามมาตราวดั ดังนี
คาํ ว่า หยิบมือ กาํ มือ กอบมือ เทียบไว้ ดังนี
ไทย๒ เมล็ดงา
๑๕๐ เมล็ดข้าวเปลือก เปน ๑ หยิบมือ
น๔ เมล็ดข้าวเปลือก เปน ๑ กล่อม
เปน ๑ เมล็ดข้าวเปลือก ๔ หยิบมือ เปน ๑ กํามือ
แ์ ผ๒ กล่อม
ทย๒ กลาํ ๔ กาํ มือ เปน ๑ ฟายมือ

เปน ๑ กลาํ เท่ากับ ครึงไพ ๒ ฟายมือ เปน ๑ กอบมือ
ารแพ๔ ไพ ๔ กอบมือ เปน ๑ ทะนาน
เปน ๑ ไพ

ก๒ เฟอง เปน ๑ เฟอง ๒๐ ทะนาน เปน ๑ สัด
าบนั๔ สลึง
เปน ๑ สลึง ๔๐ สัด เปน ๑ บัน

สถ๔ บาท เปน ๑ บาท ๒ บัน หรือ ๘๐ สัต เปน ๑ เกวียน

เปน ๑ ตําลึง
าว๒๐ ตําลึง
รด๒๐ ชัง เปน ๑ ชัง
เนต๒๐ ดุล เปน ๑ ดุล
เปน ๑ ภารา
ถาบนั การแพทยแ์ ผนไทย๒๓

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ชั ง ต ว ง วั ด นาํ ห นั ก เ ค รื อ ง ย า ต า ม ตํา รั บ ย า

วิธกี ารจดั ตาํ รบั ยา (ชงั นาํ หนักเครอื งยาเปนตํารับ)

าวในการชัง ตวง วัด จะทาํ การชังนาํ หนักเครืองยาแต่ละสิงเปนกรัม ตามตํารับยาทีต้องการปรุงยา
รดแลว้ แยกใส่ถงุ ไว้ ถงุ ละ ๑ สิง มดั ถงุ ใหเ้ รยี บรอ้ ย รวมใส่ถงุ ใบใหญ่ เขยี นชอื ตาํ รบั ยา วนั เดอื นปทชี งั นาํ หนกั
เนตและนาํ หนกั รวม ไว้บนถงุ พรอ้ มนาํ ไปปรงุ ยาตอ่ ไป ซงึ มีขนั ตอนการทํา ดังนี
แ์ ผนไทยวสั ดุอปุ กรณ์
ย๑. เครืองชงั ดจิ ติ อล
ารแพท๒. ถาดสําหรบั ใส่สมุนไพรคละขนาด ใหญ่ กลาง เล็ก

๓. ชอ้ นและทพั พีสําหรบั ตักเครืองยา

นั ก๔. ผา้ กันเปอน
สถาบ๕. หมวกคลุมศีรษะ

าว๖. หน้ากากอนามัย
รด๗. ถงุ มอื ยาง (ใชห้ ยบิ จบั เครืองยา)
เนต๘. ถุงพลาสตกิ สะอาดคละขนาด
ย๙. หนงั ยางสําหรบั มดั ถุง
ไท๑๐. ปากกาและกระดาษ
สถาบนั การแพทยแ์ ผนวธิ ที ํา

๑. เภสัชกรผปู้ รงุ ยาใหเ้ ตรยี มตวั กอ่ นชงั ยา โดยใหส้ วมหมวก

รดาวคลมุ ศีรษะ ผา้ กนั เปอน สวมหนา้ กากอนามยั สวมถงุ มอื ยาง
ตก่อนสัมผัส หยิบ จับ เครืองยาเพือความสะอาด
เน๒. เขียนชือเครืองยา นาํ หนัก ไว้บนถุงพลาสติก เตรียมไว้
ไทย๓. ใช้มือหยิบ ใช้ช้อนหรือทัพพี ตักเครืองยามาชังนาํ หนัก
แ์ ผนตามทีได้ระบุไว้ตาํ รับยา เมือชังเสร็จให้ใส่ถุงทีเตรียมไว้
ยถงุ ละ ๑ สิง มดั ปากถงุ ดว้ ยหนงั ยาง โดยกอ่ นมดั ใหร้ ดี ลม
ารแพทในถุงออกให้ไดม้ ากทสี ุด แล้วมดั ใหช้ ดิ เครืองยา

๔. นาํ เครอื งยาสมนุ ไพรทชี งั และมดั เสรจ็ แล้ว รวบรวมเปนตํารับยาใส่ไวใ้ นถงุ เดยี วกัน พร้อมทงั เขยี น

สถาบนั กชือตํารับยา นาํ หนักรวม วนั เดอื นปจดั ตํารับยา ไวบ้ นถุง รอนาํ ไปปรงุ ยาต่อไป

๒๔

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ชั ง ต ว ง วั ด นาํ ห นั ก เ ค รื อ ง ย า ต า ม ตํา รั บ ย า

สถาสสบถถนัาาบบกนนัั ากกราาแรรแแพพพทททยยยแแ์์แ์ ผผผนนนไไททไทยยเเยนนเตตนรรตดดาารววดาว

๒๕

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ก า ร อ บ เ ค รื อ ง ย า ก่ อ น นํา ไ ป บ ด

ขนั ตอนที ๒ การอบเครอื งยาก่อนนําไปบด

รดาวการอบเครืองยาในครังนีเปนการอบครังที ๒ เพือเตรียมนําไปบด จุดประสงค์ คือ ต้องการ
ตกระตุ้นฤทธิยาให้มีสรรพคุณทางยาดีขึน การอบยาจะช่วยทาํ ให้ยากรอบสะดวกต่อการบดและ
ยเนช่วยฆ่าเชือโรคอีกครังหนึง

แ์ ผนไทวธิ กี ารอบเครืองยา
ย๑. อนุ่ ต้อู บทีอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี ส
ารแพท๒. ระหว่างอุ่นตู้อบ ให้จัดเรียงครืองยาทีเตรียมเปนตาํ รับไว้แล้ว

ใส่ถาดสเตนเลส ในปริมาณทีเหมาะกับถาดทีจะอบ โดยให้เรียง

ก เครืองยาแต่ละประเภทไว้ในถาดเดียวกัน ดังนี

สถาบนั ตรดาวถาดที ๑ เครืองยาประเภทไม้เนือแข็งหรอื แหง้ ชา้ ได้แก่
เนแก่นไมแ้ ละเนอื ไม้ เชน่ แกน่ จนั ทน์แดง
ไทยแก่นจนั ทนเ์ ทศ กฤษณา ขอนดอก เปนตน้
น าวเปลือกไม้ เช่น เปลอื กสมุลแวง้ เปนต้น
แ์ ผ ตรดราก (ทมี เี นอื แขง็ ) เชน่ รากเทา้ ยายมอ่ ม รากระยอ่ ม
ย ยเนรากมะเดอื ชมุ พร เปนตน้
ารแพท นไทโกฐ เช่น โกฐเชยี ง โกฐเขมา โกฐพุงปลา เปนต้น

แ์ ผลูก เชน่ ลกู สมอเทศ ลกู สมอไทย ลูกสมอพิเภก

นั ก ารแพทยลกู มะขามปอม เปนตน้
าบ กรวมถงึ เครอื งยาอนื ๆ ทมี ลี กั ษณะเปนแทง่ เนอื แขง็
สถ าบนัมีขนาดใหญห่ รือมีลกั ษณะใกลเ้ คียงกัน

สถ รดาวถาดที ๒ เครืองยาประเภทใบไม้ หรือทีมขี นาดเล็กกวา่ ถาดแรกแตม่ คี วามแขง็ อยู่ในตัว หรือเครืองยา
ตทแี หง้ ชา้ รองลงมา ได้แก่

ไทยเนใบไม้ เชน่ ใบมะขาม ใบส้มปอย ใบไผ่ ใบสะเดา เปนตน้
แ์ ผนหญ้า เชน่ หญ้าถอดปลอ้ ง หญา้ แพรก หญ้าคา เปนตน้
ยรากขนาดเลก็ เช่น รากชา้ พลู เปนตน้
ารแพทลกู ทมี ขี นาดเลก็ หรอื เมล็ด เชน่ ลกู พิลังกาสา พรกิ หอม

พริกหาง ลกู กระดอม (เปราะงา่ ย) เปนตน้

ก โกฐ เช่น โกฐจุฬาลมั พา โกฐก้านพร้าว เปนตน้
าบนั ดอก เช่น ดอกดปี ลี ดอกคําไทย กานพลู เปนต้น
สถ รวมถงึ เครอื งยาอินๆ ทมี ีลกั ษณะใกล้เคยี งกัน

๒๖

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ก า ร อ บ เ ค รื อ ง ย า ก่ อ น นํา ไ ป บ ด

ถาดที ๓ เครอื งยาประเภทดอกไม้ กลบี ดอกและเกสร ถาดที ๔ เครอื งยาประเภทเทียนเทา่ นนั

ไดแ้ ก่ ดอกมะลิ ดอกพิกลุ ดอกบนุ นาค ดอกสารภี

าวเกสรหลวง ดอกคําฝอย เปนตน้
รดรวมถงึ เครอื งยาทมี ลี ักษณะใกลเ้ คยี งกัน
ไดแ้ ก่ เทยี นดาํ เทยี นแดง เทยี นขาว เทยี นแกลบ
เทยี นขา้ วเปลอื ก เทยี นตาตกั แตน เทยี นเยาวพาณี
เปนต้น
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนต รดาวถาดที ๕ กลมุ่ ทีมนี าํ มันมาก
ขอ้ แนะนํา
(ไม่ควรนาํ ไปรวมกบั ถาดอนื ๆ)
๑. ในการปรงุ ยาบางตํารับอาจจะไมม่ ี
เนตไดแ้ ก่ หัวกระเทียม เครืองยาเหลา่ นีทกุ ประเภท หรือ
ไทยในแตล่ ะถาดเมอื เรยี งเสรจ็ แลว้ บางตํารบั จํานวนเครอื งยามไี ม่มาก
นใหเ้ ขย่าถาดเบาๆ จนเครอื งยา สามารถใส่รวมไวใ้ นถาดเดียวกันได้
แ์ ผกระจายไปทวั ถาด เพราะเมอื เวลา ดงั นนั ลําดับการเรียงเครืองยาแตล่ ะ
ยนําไปอบจะทําใหค้ วามรอ้ นทวั ถงึ กัน ตาํ รับอาจจะแตกตา่ งกันออกไป
ารแพทเครอื งยาทไี ม่ต้องนําไปอบ ไดแ้ ก่ เครอื งยาประเภทธาตวุ ตั ถุ ให้เภสัชกรผ้ปู รุงยาพิจารณาตามความ
เหมาะสม โดยใหใ้ ชว้ ธิ ีการทไี ด้กลา่ วไว้
สัตวว์ ัตถุ และเครอื งยาสุม เปนเกณฑใ์ นการพิจารณา

นั ก สําหรับตาํ รับยาใดใช้เมล็ด
าบ พริกไทยจาํ นวนมาก ให้ใช้
สถ พรกิ ไทยดาํ ปนหรอื พรกิ ไทย

าวล่อนปนแทนและไม่ต้อง
รดนาํ ไปอบ
ไทยเนต๓. เมืออุ่นตู้อบจนได้อุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียสแล้ว
แ์ ผนให้นาํ ถาดเครอื งยาทังหมดเรยี งเขา้ ตอู้ บ สําหรับตู้อบที ๒. เครอื งยาทมี ีนาํ มนั หอมระเหย เช่น
ยใชค้ รงั นไี ฟอยขู่ า้ งบนจงึ เรมิ ตน้ เรยี งถาดที ๑ ในชนั บนสุดลกู จันทน์ ดอกจทั น์ เมอื ถกู ความรอ้ น
ารแพทถาดที ๒ ถงึ ถาดที ๕ ใหเ้ รยี งตอ่ กนั ลงมาชนั ละ ๑ ถาด จะมีนํามันหอมระเหยเกิดขึน
ดงั นันตํารับยาใดทีมีเครอื งยา ๒ สิงนี
ตามลําดับ เมือเรียงครบแล้วจึงเริมจับเวลา
ใหน้ ําไปวางไวบ้ นใบไม้
นั กใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชัวโมง ดอกไม้ โกฐจุฬาลมั พา
สถาบ๔. เมอื ครบเวลาแลว้ ให้นําถาดเครอื งยาทงั หมด หรือ เทียน เพือตอ้ งการ
ให้เครืองยาเหล่านีชว่ ยซับ
ออกจากตู้อบ พร้อมนําไปบดในขันตอนตอ่ ไป
นํามนั หอมระเหยไว้

๒๗

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ก า ร บ ด เ ค รื อ ง ย า

ขนั ตอนที ๓ การบดเครืองยา
รดาวการเตรียมเครอื งบดยา
เนตเครอื งบดยา ประกอบด้วยส่วนต่างๆ ทสี ําคญั ดังนี เครอื งบดยา

ไทยหมอ้ บดยา
แ์ ผนฝาครอบหม้อบดยา
ยขากวาดใน สําหรบั โกยยา อยภู่ ายในหมอ้ บดยา
ารแพทและอยู่ชิดแกนกลางหม้อบดยา

ขากวาดนอก สําหรับโกยยา อยภู่ ายในหม้อบดยา

กแตอ่ ยูถ่ ดั จากแกนกลางหม้อบดยาออกไป ใกลก้ ับ
าบนัขอบหมอ้ บดยา ซงึ ขาใน ขานอกนจี ะอยู่คนละฝงกัน

สถ าวลกู กลงิ บดยา อยภู่ ายในหมอ้ บดยา มที งั หมด ๒ ลกู
รดและอยตู่ รงขา้ มกนั
เนตส่วนประกอบสําคัญของเครืองบดยา
ไทยขากวาดนอก
สถาสบถนัาบกนั ากราแรแพพททยยแ์แ์ ผผนนไทยเนตรดาวขากวาดใน หม้อบดยา

ลูกกลงิ บดยา

๒๘

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ก า ร บ ด เ ค รื อ ง ย า

วธิ กี ารบดยา
าบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว๑. ปรบั ขากวาดนอกเครอื งบดยาขนึ กอ่ นทําการบดยา
สถาสบถนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตารวดาว๒. เมือนําถาดสมุนไพรออกจากตู้อบแล้ว
๓. ใส่เครืองยาลงเครืองบด โดยให้ทยอยใส่ตาม
รดถ้าตํารับยาใดมีเครืองยาอย่างใดอย่างหนึง ลําดบั เรมิ ตน้ จากเครอื งยาทอี ยใู่ นถาดที ๑ กอ่ น
เนตใน ๕ สิ งนี ได้แก่ ดอกดีปลี หัวดองดึง ใหท้ ยอยใส่เครอื งยาคราวละ ๑ สิง โดยเรมิ ตน้
ยลูกสมอไทย โกฐเชียง โกฐนาํ เต้า ให้แยก จากเครอื งยาทแี ขง็ สุดในถาด บดเครอื งยาแต่
นไทออกมาพกั คายความรอ้ นสักครู่ เพราะเครอื งยา ละสิงจนกระทังเครืองยาลําดับแรกแตกเปน
แ์ ผเหล่านีเมือถูกความร้อนเครืองยาจะเหนียว ชนิ เลก็ ๆ เสียกอ่ น จงึ ใส่เครอื งยาลําดบั ถดั ไปได้
ทยตอ้ งรอจนกวา่ จะกรอบ ถา้ นาํ ไปบดทนั ทจี ะทาํ ให้ การทยอยใส่เครอื งยานขี นึ อยกู่ บั เครอื งบดทใี ช้
ารแพยาติดหม้อบดและเกาะกันเปนก้อน ทาํ ให้บด ถา้ เปนเครอื งบดใหญส่ ามารถใส่เครอื งยาลงบด
ในคราวเดยี วกนั ไดท้ งั หมด
ยากขึน ก่อนใส่ลงเครืองให้ลองหักเครืองยา
ลําดับการใส่เครอื งยาลงเครอื งบด
นั กเหล่านีดูก่อนว่าหักง่ายไม่เหนียว จึงใส่ลง ถาดที ๑ สมนุ ไพรประเภทไม้เนือแข็ง ได้แก่
สถาบเครอื งบดได้ แก่นไม้ เปลือกไม้ รากไม้ ลกู เมลด็
ถาดที ๒ ใส่สมุนไพรประเภทใบไม้และหญา้
ถาดที ๓ สมุนไพรประเภทดอกไม้
ถาดที ๔ ใส่สมุนไพรประเภทเทียน
ถาดที ๕ กลมุ่ ทีมีนาํ มนั มาก เชน่ ลกู จันทน์

ดอกจนั ทน์ ลูกผักชลี อ้ ม หัวกระเทียม

๑๗ ๒๙

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ก า ร บ ด เ ค รื อ ง ย า

การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว๔. ปรับขากวาดนอกทียกขึนในตอนแรกลง๕. ตกั ผงยาใส่ภาชนะสะอาดทีเตรียมไว้
าบนัเพือชว่ ยกวาดยา ใชเ้ วลาบดยาในรอบนปี ระมาณเพือนาํ ไปร่อนในขนั ตอนตอ่ ไป

สถ าว๓๐ นาที เวลาอาจจะมากหรอื นอ้ ยกวา่ นขี นึ อยกู่ บั
รดปริมาณเครืองยาในแต่ละตาํ รับ แต่ต้องสังเกต
ตและระวงั อยา่ ใหย้ าแฉะ เพราะถา้ ยาแฉะจะทาํ ให้
เนยาจับตัวกันเปนก้อน เมือนาํ ยาไปร่อน จะทาํ ให้
ยร่อนยาก โดยให้ดูจากสีของยา ถ้ายาเริมเปลียน
สถาสบถนัาบกนั ากราแรแพพททยยแ์แ์ ผผนนไทไทยเนตรดาวเปนสีเข้มขนึ แสดงวา่ ยาเรมิ แฉะ จงึ ปดเครือง

๓๐

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ก า ร บ ด เ ค รื อ ง ย า

สถาสสบถถนัาาบบกนนัั ากกราาแรรแแพพพทททยยยแแ์์แ์ ผผผนนนไไททไทยยเเยนนเตตนรรตดดาารววดาว

๓๑

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ก า ร ร่ อ น ย า แ ล ะ ก า ร บ ด ก า ก ย า

ขนั ตอนที ๔ การร่อนยาและการบดกากยา

าวขันตอนนีเปนการนําเครืองยาทีบดแล้ว มาร่อนผ่านตะแกรงหรือแร่งจะทาํ ให้ได้ผงยาทีเนียน
รดละเอียดพร้อมนาํ ไปใช้ โดยทัวไปแล้วจะต้องร่อนยาและบดกากยาทังหมด ๓ รอบเปนอย่างน้อย ทังนี
เนตขึนอยู่กับปริมาณเครืองยาทังหมดในตํารับยาทีใช้ปรุง โดยรอบที ๑-๒ ให้ร่อนผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐
ไทยรอบที ๓ ให้ร่อนผ่านตะแกรงเบอร์ ๖๐ โดยในแต่ละรอบทีร่อนเสร็จจะเหลือกากยาทีไม่ผ่านรูตะแกรง
นให้นาํ กากยานีกลับไปบดใหม่แล้วนํากลับมาร่อนอีกครังจนครบ ๓ รอบ เมือร่อนครบ ๓ รอบแล้ว ให้นํา
แ์ ผกากยาทีเหลือไปชังนาํ หนัก เพือพิจารณาว่าจะบดและร่อนต่ออีกหรือไม่ โดยดูจากนาํ หนักกากยา
ทยถ้านาํ หนักกากยาเหลือมากกว่า ๕% ให้นํากากยากลับไปบดและร่อนอีกรอบด้วยตะแกรงเบอร์ ๖๐
ารแพเช่นเดียวกับรอบที ๓ เมือร่อนเสร็จให้นํากากยากลับไปชังอีกครัง ถ้ากากยายังเหลือมากกว่า ๕%
กใหน้ าํ กากยากลับไปบดและร่อนใหม่ ทําเช่นนจี นกว่ากากยาจะเหลือนอ้ ยกวา่ ๕%

สถาบนั าวส่วนประกอบสําคัญของเครอื งรอ่ นยา
ตรดฝาปดเครอื งร่อนยา

แ์ ผนไทยเน ตัวเครอื งร่อนยา
สถาบนั การแพทย าวถาดพักผงยา

สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดตะแกรงรอ่ นยาหรอื แรง่ เบอร์ ๘๐ และเบอร์ ๖๐

๓๒

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ก า ร ร่ อ น ย า แ ล ะ ก า ร บ ด ก า ก ย า

วิธีการร่อนยาและการบดกากยา
าวร่อนยารอบที ๑
รด๑. นําตะแกรงรอ่ นยาเบอร์ ๘๐ ใส่ลงในบลอ็ กเครอื งรอ่ นยา
ต๒. ตักผงยาทีบดเสร็จแล้วประมาณ ๑-๒ กระบวย เทใส่ลงไปในตะแกรงร่อนยา จากนันเปดเครือง

เนระหว่างทีเครืองกาํ ลังทาํ งานนันให้หมันใช้แปรงคอยช่วยเกลียผงยา เพือปองกันไม่ให้ผงยาจับตัว
ไทยเปนก้อน ซึงในขณะร่อน ผงยาทีละเอียดจะผ่านรูตะแกรงไปจดหมดเหลือแต่เพียงกากยาทีอยู่บน
แ์ ผนตะแกรง เมือแน่ใจว่าผงยาถูกร่อนไปจนหมดแล้ว จึงปดเครือง
ย๓. นาํ กากยาทเี หลอื บนตะแกรง เทกลบั ลงไปบดในเครอื งบดยาใหมอ่ กี ครงั ระหวา่ งนใี หเ้ ปดเครอื งบดยา
ทแลว้ บดกากยานีไปเรอื ยๆ แต่ยังไม่ต้องจบั เวลาการบด
ารแพ๔. ทยอยตกั ผงยาลงไปรอ่ นใหม่ โดยใหท้ ําตามขอ้ ที ๒–๓ กบั ผงยาทเี หลอื จนหมด นบั เปนการรอ่ นยารอบที ๑
สถาบนั ก ทยแ์ ผนไทยเนตรดาว๑. นาํ ตะแกรงร่อนยาเบอร์ ๘๐
ารแพใส่ลงในบล็อกเครืองร่อนยา
๒. ตกั ผงยาทีบดเสร็จแล้วประมาณ ๑-๒ กระบวย
เทใส่ลงไปในตะแกรงรอ่ นยา
สถาบนั ก แ์ ผนไทยเนตรดาว๓. ใช้แปรงคอยชว่ ยเกลยี ผงยาขณะทีเครือง

ทยกาํ ลงั รอ่ น
๔. นํากากยาทีเหลือบนตะแกรง เทกลับลงไปบด
ในเครอื งบดยาใหม่อกี ครงั
ารแพบดกากยาทเี หลือจากการรอ่ นในรอบที ๑ เมือกากยาทีเหลือจากการรอ่ นยาอยใู่ นเครอื งบดยาทงั หมดแล้ว
กใหท้ าํ การบดกากยานตี อ่ โดยใชเ้ วลาประมาณ ๓๐ นาที (เวลาในแตล่ ะตํารบั ยาไมเ่ ทา่ กนั ใหเ้ ภสัชกรผปู้ รงุ ยา
าบนัสังเกตยาเปนหลักว่าในขณะบดยาเรมิ ชืนหรือแฉะหรือไม่) เมือครบตามเวลาทกี าํ หนดใหป้ ดเครอื ง
สถจากนนั ตกั ผงยาในเครืองบดยาทงั หมดใส่ภาชนะ เพือนําไปร่อนตอ่ ในรอบที ๒

๓๓

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ก า ร ร่ อ น ย า แ ล ะ ก า ร บ ด ก า ก ย า

รอ่ นยารอบที ๒

ทําเช่นเดยี วกบั รอบที ๑ ในรอบนียงั คงใช้ตะแกรงเบอร์ ๘๐ เชน่ เดิม

รดาวบดกากยาทีเหลือจากการร่อนในรอบที ๒ โดยทวั ไปใชเ้ วลาประมาณไมเ่ กิน ๔๐ นาที (หรือให้สังเกตสี
ตของยาทีเข้มขนึ ความละเอยี ดของยา หรอื ยาเริมแฉะหรือไม)่ เมอื ครบตามเวลาทีกําหนดใหป้ ดเครือง
เนจากนนั ตักผงยาในเครืองบดยาทังหมดใส่ภาชนะ เพือนําไปร่อนตอ่ ในรอบที ๓

นไทยรอ่ นยารอบที ๓
แ์ ผทําเชน่ เดียวกบั รอบที ๒ แต่ใหเ้ ปลยี นตะแกรงจากเบอร์ ๘๐ เปนตะแกรงเบอร์ ๖๐ ในรอบนีเมือรอ่ น
ทยเสร็จใหน้ าํ กากยาทีเหลอื ใส่ภาชนะไปชงั นําหนกั เพือหาเปอร์เซ็นต์ของกากยา ถา้ ชังแล้วพบว่านําหนัก
ารแพกากยาเหลือมากกวา่ ๕% ให้นาํ กากยากลบั ไปบดใหมอ่ กี ๑ รอบ
กบดกากยาทีเหลือจากการรอ่ นในรอบที ๓ การบดรอบนใี หส้ ังเกตปรมิ าณกากยาวา่ มีมากพอทีจะบดดว้ ย
าบนัเครอื งบดหรอื ไม่ หากพิจารณาดูแลว้ พบวา่ ปริมาณน้อยเกินไปไมเ่ หมาะทีจะบดดว้ ยเครืองบดปกติได้

สถ าวใหเ้ ปลยี นไปใชเ้ ครืองบดความเรว็ สูงแทน
รดวธิ ีการบดยาด้วยเครอื งบดความเรว็ สูง
เนตทยอยใส่เครืองยาทีละน้อย ล็อกฝาเครืองให้สนิท
ยเปดเครอื งบด ระหวา่ งทบี ดใหเ้ ขยา่ และหมนุ เครอื งไปดว้ ย
ไทเพือใหก้ ากยาถกู บดอยา่ งทวั ถงึ กนั และใชเ้ วลาในแตล่ ะ
แ์ ผนครังประมาณ ๕–๑๕ วินาที แล้วหยุดพักสั กครู่

เ พื อ ห ลี ก เ ลี ย ง อุ ณ ห ภู มิ ที สู ง ข อ ง เ ค รื อ ง บ ด ข ณ ะ บ ด

ทยเมอื บดเสร็จใหน้ าํ ไปร่อนต่อดว้ ยกระชอนตาถี
ารแพเมอื รอ่ นเสร็จนาํ กากยาทเี หลือไปชงั นาํ หนกั อีกครงั
นั ก าวหากพบวา่ นาํ หนกั กากยาเกิน ๕% ใหบ้ ดด้วยเครอื งบด
าบ รดความเรว็ สูงแล้วนําไปรอ่ นตอ่ ทาํ เช่นนจี นกวา่ นาํ หนกั
สถ เนตกากยาเหลอื น้อยกวา่ ๕% จึงเสร็จขนั ตอนการร่อนยา

าบนั การแพทยแ์ แ์ ผผนนไทไทยยเนตรดาวเมือร่อนยาเสร็จแล้วให้ดึงถาดพักผงยาทีอยู่
ย ใต้เครืองร่อนยาออก ตักผงยาทีปรุงเสร็จใส่

สถ ารแพท ภาชนะ ในกรณีทีตาํ รับยาใดไม่มีธาตุวัตถุ
เปนส่วนประกอบ ใหน้ าํ ผงยานไี ปบรรจแุ คปซลู
ก อัดเม็ด หรือบรรจุใส่ ขวดใช้เปนยาผงได้
าบนั แตห่ ากตํารบั ยาใดมธี าตวุ ตั ถเุ ปนส่วนประกอบ
สถ ต้องนําผงยานีไปนวดกับธาตุวัตถุ
ดังจะได้กล่าวโดยละเอียดต่อไป

๓๔

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ก า ร น ว ด ย า กั บ ธ า ตุ วั ต ถุ

ขนั ตอนที ๕ การนวดยากบั ธาตุวตั ถุ

รดาวการนวดยา คือ การผสมผงยาทีร่อนเสร็จกับธาตุวัตถุด้วยวิธีการบด ซึงขันตอนนี จะเปนขันตอน
ตทีใช้เฉพาะตํารับยาทีมีธาตุวัตถุเปนส่วนประกอบหรือบางตํารับทีใช้พริกไทยปนแทนเมล็ดพริกไทย
ไทยเนการนวดยากับธาตวุ ตั ถุ มีวิธที ําดงั นี
แ์ ผนธาตวุ ตั ถุทใี ช้ปรงุ ยาในหนงั สือเล่มนี ไดแ้ ก่ การบูร เมนทอล
ยพิมเสน รงทอง ยาดํา มหาหงิ ค์ุ หมกึ หอม
ท๑. นาํ ธาตุวตั ถุใส่ถุงสะอาดแลว้ ใช้สากคลึงให้แตกละเอยี ด

ารแพจากนนั ตกั ผงยาใส่ลงไปในถุงเดยี วกนั นี ประมาณ ๒
กชอ้ นโตะ๊ ใช้สากคลึงอีกครงั เพือให้ผงยากบั ธาตวุ ัตถุ
าบนัรวมเขา้ เปนเนอื เดียวกัน

สถ าว๒. นาํ ผงยาและส่วนผสมในขอ้ ๑ เทลงเครอื งบดพรอ้ มกนั
รดทงั หมด หรอื บางตํารบั มธี าตุวัตถุมากกวา่ ๑ ชนิด

ใหท้ ยอยใส่เครืองยาเหลา่ นลี งเครอื งบดทีละสิง

เนต๓. เปดเครืองบด บดจนกระทงั ยาทงั หมดผสมเข้ากนั ดี
ยแลว้ ปดเครอื ง เมือบดรอบนีเสรจ็ ไม่ตอ้ งนําไปรอ่ นอีก

ไท๔. ตกั ผงยาทปี รงุ เสรจ็ ใส่ถงุ สะอาด มดั ถงุ ใหพ้ องและแนน่
แ์ ผนเพือให้มีพืนทมี าก จากนนั เขยา่ ผงยาให้เขา้ กัน เมอื ส่วน

ผสมเข้ากันดีแล้วให้ปล่อยลมในถงุ ออกแลว้ มัดถุงใหช้ ิด

ทยผงยา
ารแพ๕. ชงั นาํ หนักผงยาทปี รุงเสรจ็ และนาํ หนกั กากยา บันทึก

นาํ หนักเปนกรัม เขียนชอื ยา วนั เดอื นทผี ลติ เตรยี มนํา

กไปบรรจุแคปซูล อัดเม็ด หรือบรรจขุ วดตอ่ ไป
สถาบนัาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว๔. ตักผงยาทปี รงุ สําเร็จใส่ถุงสะอาด มัดถุง

สถใหพ้ องและแน่น จากนนั เขยา่ ผงยาให้เขา้ กนั

๓๕

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ก า ร บ ร ร จุ แ ค ป ซู ล อั ด เ ม็ ด ก า ร บ ร ร จุ ข ว ด เ พื อ ใ ช้ เ ป น ย า ผ ง

ขนั ตอนที ๖ การบรรจแุ คปซูล อดั เม็ด การบรรจขุ วดกรณใี ชเ้ ปนยาผง

รดาวการนาํ ผงยาทีปรุงเปนตาํ รับแล้วมาบรรจุใส่แคปซูล ทําเปนเม็ด หรือบรรจุขวดใช้เปนยาผง ซึงรูปแบบ
ตทีใช้นีขึนอยู่กับยาแต่ละตาํ รับว่าต้องการให้ทําการปรุงยาออกมาในรูปแบบใด เพือจุดประสงค์ในการใช้
ยเนเปนยารักษาโรคของตํารับนันๆ

ยแ์ ผนไทวธิ กี ารบรรจุแคปซลู
ารแพทวัตถดุ บิ และอุปกรณ์การบรรจุแคปซูล

ยาสมนุ ไพรบดเปนผงปรุงเปนตํารับแล้ว

นั กเครอื งบรรจุแคปซูลแบบมอื โยก ขนาดบรรจุ
สถาบจํานวน ๓๐๐ แคปซูล

าวแคปซลู เปล่า (แคปซูล เบอร์ ๑)
รดเครืองชงั ดจิ ติ อล
เนตถ้วย
ยชอ้ นตักยา
ไทถาด
แ์ ผนตะกรา้ พลาสติก
ย(สําหรบั ร่อนผงยาทีตดิ อยูภ่ ายนอกแคปซูล)
ทถุงหรือภาชนะสําหรบั ใส่แคปซลู ยาทีบรรจุเสรจ็ แล้ว
ารแพอปุ กรณส์ ําหรบั ผู้ปรงุ ยา
กถงุ มือยาง
าบนั หมวกคลมุ ผม
สถ ผา้ กนั เปอน

อปุ กรณ์สําหรับทาํ ความสะอาดเครืองมอื

รดาวแอลกอฮอล์ (FOOD GRADE) สําหรับใช้ทําความสะอาด
ตผ้าสะอาดหรอื ทชิ ช่สู ะอาดสําหรับเช็ดเครือง
ยเนแปรงสําหรับทําความสะอาด
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทเครืองเปาฝุน

๓๖

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ก า ร บ ร ร จุ แ ค ป ซู ล อั ด เ ม็ ด ก า ร บ ร ร จุ ข ว ด เ พื อ ใ ช้ เ ป น ย า ผ ง

ส่วนประกอบเครืองบรรจุแคปซูลแบบมือโยก
ยเนตรดาวถาดกดล็อกแคปซูล
าบนั การแพทยแ์ ผนไทขอล็อก ทีกดอัดแคปซูล

สถ าวทีกดอัด มือหมุนตัวกดอัดแคปซูล
รดแคปซูล คันโยกล็อกแคปซูล
ขอล็อก
ยแ์ ผนไทยเนตตัวล็อกแคปซูลส่วนล่าง ถาดกดล็อก
แคปซูล

สถาบนั การแพท รดาวแคปซูลเปล่า เบอร์ ๑ ถาดเรียงแคปซูล
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตฝาแคปซูลคันโยกล็อกถาดแคปซูล
ตัวแคปซูล ถาดกันยา

๓๗

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ก า ร บ ร ร จุ แ ค ป ซู ล อั ด เ ม็ ด ก า ร บ ร ร จุ ข ว ด เ พื อ ใ ช้ เ ป น ย า ผ ง

วธิ ีการบรรจแุ คปซูล
าบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว๑. นําแคปซูลเปลา่ เรียงใส่ลงไปในรูของถาดเรยี งแคปซลู ให้ครบ ๓๐๐ แคปซลู โดยให้ตัวแคปซูลอยู่

สถ าวขา้ งลา่ ง ฝาแคปซลู อยขู่ า้ งบน
การแพทยแ์ ผนไทยเนตรด๒. นําถาดเรยี งแคปซลู วางบนเครอื งบรรจแุ คปซลู
นัโดยตวั อักษรทถี าดกบั เครอื งบรรจุแคปซูล
าบอย่ดู ้านเดียวกนั
๓. ใช้มอื ตบแคปซลู ลงอย่างเบาๆ

สถ การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว๔. ดันคนั โยกล็อกแคปซลู เขา้ หาตวั เพือลอ็ ก

สถาบนัส่วนล่างของแคปซลู ไว้
๕. กดคันโยกยกถาดแคปซลู ลง เพือยกถาดเรียง
แคปซูลขนึ

๓๘

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ก า ร บ ร ร จุ แ ค ป ซู ล อั ด เ ม็ ด ก า ร บ ร ร จุ ข ว ด เ พื อ ใ ช้ เ ป น ย า ผ ง

ารแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว๖. ยกถาดเรยี งแคปซลู
ทมี แี คปซูลส่วนฝาบน
สถาบนั ก าวออกจากเครอื ง
๗. ดนั คนั โยกล็อคแคปซลู กลบั ตาํ แหนง่ เดมิ
จากนนั ใช้มือตบแคปซลู ลงเบาๆ ให้แคปซูล
ส่วนทพี ้นขอบหลมุ ลงหลมุ ใหห้ มด เพือเตรยี ม
บรรจผุ งยา (หา้ มลบู แคปซลู เพราะจะทําให้
ขอบแคปซลู เบยี วและเสียหายได)้
การแพทยแ์ ผนไทยเนตรด๘. ตกั ยาใส่ภาชนะแลว้ ชงั ยาเตรยี มไว้ ๑๐๐ กรมั ๙. ยกถาดกนั ยามาวางบนเครอื ง
สถาบนั ทยแ์ ผนไทยเนตรดาว๑๐. ตกั ผงยาใส่ถาดพอประมาณ ปาดผงยาใหล้ งหลมุ แคปซลู ทกุ หลมุ

ารแพจากนนั ปาดยาทเี หลอื ไปไว้ดา้ นบนของถาดกนั ยา
สถาบนั ก(ปาดยาครงั ที ๑)

๓๙

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ก า ร บ ร ร จุ แ ค ป ซู ล อั ด เ ม็ ด ก า ร บ ร ร จุ ข ว ด เ พื อ ใ ช้ เ ป น ย า ผ ง

ารแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว๑๑. นําทกี ดอัดแคปซลู ลง เพืออัดผงยาลง
าบนั กแคปซูล (อัดยาครงั ที ๑)
๑๒. ล็อกขอลอ็ กทกี ดอัดแคปซูล จากนนั หมุน
มอื หมนุ ตัวกดอดั แคปซูลตามเข็มนา ิกา
ใหห้ มุนแค่พอรูส้ ึกตงึ มือ แล้วคลายออก
จากนนั ยกถาดกดล็อกแคปซลู ขนึ
สถ ารแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว๑๓. ตกั ผงยาใส่ลงไปใหม่ ทําซาํ ขอ้ ที ๑๐-๑๒ อกี
าบนั ก๒ รอบ รวมทงั หมด ๓ รอบ
๑๔. ปาดยาเกบ็ อกี ๑ รอบ (รอบที ๔) ในการ
ปาดยารอบนี ถ้ายงั มผี งยาเหลือให้เก็บผงยา
คืน (โดยเฉลยี แลว้ จะเหลือไมม่ าก) โดยให้
ปาดเข้าหาขอบของทีกนั ยา
สถ สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว๑๕. ยกถาดกนั ยาออก
๑๖. นําถาดเรยี งแคปซลู ทยี กออกจากขอ้ ที ๖
ใส่กลบั ลงไปใหม่ จากนนั หมนุ ตวั ลอ็ กแคปซลู ที
อยดู่ า้ นหนา้ เครอื งไปทางขวา เพือลอ็ กแคปซลู

ส่วนลา่ งไว้

๔๐

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ก า ร บ ร ร จุ แ ค ป ซู ล อั ด เ ม็ ด ก า ร บ ร ร จุ ข ว ด เ พื อ ใ ช้ เ ป น ย า ผ ง

ารแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว๑๗. ผลกั ถาดกดล็อกแคปซลู ลง เพือเตรยี มปด
ฝาแคปซลู
๑๘. โยกขอล็อกฯ ขนึ เพือล็อกถาดกดล็อก
แคปซูล
สถาบนั ากรแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว๑๙. กดคันโยกลงเพือปดฝาแคปซูล โดยให้ใช้
มือซ้ายประคองขอล็อกฯ ไว้ไม่ให้เคลือนที
หรือหลุดขณะโยกคันโยก เมือปดฝาแคปซูล
นั กเสร็จให้คลายขอล็อกฯ ออก ยกถาดกดล็อก
สถาบแคปซูลขึน
๒๐. หยบิ ตวั อยา่ งแคปซลู ขนึ มา ๑ แคปซลู เพือ
ตรวจสอบความแนน่ โดยใชน้ วิ ชแี ละนวิ โปง
วางไวบ้ นหวั และทา้ ยแคปซลู จากนนั บบี
เขา้ หากนั ถา้ รสู้ ึกแคปซลู ยงั ไมแ่ นน่ ใหก้ ลบั ไป
ทําขอ้ ๑๗-๑๙ ซาํ อกี ครงั หนงึ แตถ่ า้ แนน่
แลว้ ใหท้ ําในขอ้ ถดั ไป
ารแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว๒๑. หมนุ ตวั ลอ็ กแคปซลู ทอี ยดู่ า้ นหนา้ เครอื งไปทางซา้ ยเพือคลายลอ็ กแคปซลู จากนนั โยกคนั โยกลง
สถาบนั กเพือยกถาดแคปซลู ขนึ

๔๑

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ก า ร บ ร ร จุ แ ค ป ซู ล อั ด เ ม็ ด ก า ร บ ร ร จุ ข ว ด เ พื อ ใ ช้ เ ป น ย า ผ ง

แ์ ผนไทยเนตรดาว๒๒. เทแคปซูลทบี รรจุเสรจ็ ใส่ตะกร้า จากนนั รอ่ นตะกร้าเบาๆ เพือให้ผงยาทตี ดิ มากับแคปซลู ออกไป
ยให้มากทสี ุด เมอื เสรจ็ แล้วนาํ แคปซูลยาไปใส่ถุงสะอาดทีเตรียมไว้ เขยี นชือยา วันเดือนปทีปรุงยา
ารแพทจํานวนแคปซูล การปรงุ ยาในครงั นใี หใ้ ส่ถุงละ ๑,๒๐๐ แคปซลู มดั ปากถุงใหช้ ดิ ยา นําไปจดั เกบ็

พรอ้ มใช้ตอ่ ไป

าบนั กในกรณีทแี คปซูลบางแคปซลู เสียหายในระหว่างทบี รรจุ ทําใหใ้ นรอบนนั ไดแ้ คปซูลไมถ่ ึง ๓๐๐ แคปซูล

สถ าวตามทตี ้องการ จงึ ตอ้ งมกี ารซอ่ มแคปซูลทเี สียไป ซงึ มีวธิ ีการทาํ ดังนี
รดตวั อยา่ งแคปซูลทเี สีย
แ์ ผนไทยเนต๑. เทผงยาทอี ย่ใู นแคปซลู ทเี สียกลบั ลงไปถุงผงยา
สถาบนั การแพทยและนาํ แคปซลู เปลา่ ทีเสียทงิ ไป ๒. นาํ แคปซลู เปล่าอนั ใหม่ เปดฝาออก
นําส่วนตัวแคปซลู จมิ ลงไปในถงุ ผงยา
จาํ นวน ๓ ครงั ในแต่ละครงั ใหจ้ มิ ไป
คนละตาํ แหน่งกัน

๓. นาํ ฝาแคปซลู มาครอบตัวแคปซูล
จากนนั ใช้นวิ บบี ฝาและตัวแคปซลู
พรอ้ มกันใหแ้ น่นสนทิ
รดาวการอัดเมด็ และการปนแทง่ ปดทองคาํ เปลว ในหนงั สือเลม่ ได้กล่าวถงึ รายละเอยี ดไว้ในตํารบั ยา
เนตมหานิลแทง่ ทอง
ไทยการบรรจขุ วดเพือใช้เปนยาผง คอื การนาํ ยาผงบรรจุใส่ขวด ปรมิ าณแต่ละตาํ รบั ยาอาจแตกตา่ งกนั
นวิธีใช้ยาผง คอื การนํายาผงไปละลายกบั นาํ กระสายยา ซงึ ในแต่ละตํารบั ไดร้ ะบุไว้แลว้ สามารถศึกษา
สถาบนั การแพทยแ์ ผรายละเอยี ดได้ในตํารบั ยาตา่ งๆ

๔๒


Click to View FlipBook Version